{
  "fields": [{"id":"_id","type":"int"},{"id":"NewsTitle","type":"text"},{"id":"NT01_NewsDesc","type":"text"},{"id":"NewsDate","type":"timestamp"},{"id":"Region","type":"text"},{"id":"Province","type":"text"},{"id":"Department","type":"text"},{"id":"Link_News","type":"text"}],
  "records": [
    [1,"ชวนเกษตรกร ใช้บริการศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน แนะใช้ปุ๋ยให้ถูกต้อง เหมาะสมกับดินและชนิดพืช ลดต้นทุน","<p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;ห่วงใยเกษตรกรจึงกำชับให้กรมส่งเสริมการเกษตรดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;จากปัญหาราคาปุ๋ยเคมีที่มีการปรับตัวสูงขึ้นมาก&nbsp;โดยมีสาเหตุจากหลายปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;เช่น&nbsp;สภาพอากาศทั่วโลกส่วนใหญ่เอื้ออำนวยต่อการทำการเกษตร&nbsp;ราคาผลผลิตทางการเกษตรในตลาดโลกมีแนวโน้มสูงขึ้น&nbsp;หลายประเทศใช้ปุ๋ยเคมีทำการเกษตรเพื่อความมั่นคงทางอาหารมากขึ้น&nbsp;ประเทศผู้ผลิตและส่งออกปุ๋ยเคมีรายใหญ่ของโลก&nbsp;เช่น&nbsp;จีน&nbsp;รัสเซีย&nbsp;และเบลารุส&nbsp;ชะลอหรือห้ามส่งออกปุ๋ยเคมีเพื่อความมั่นคงทางอาหารและภาวะสงคราม&nbsp;ซึ่งจีน&nbsp;รัสเซีย&nbsp;และเบลารุส&nbsp;เป็นแหล่งนำเข้าปุ๋ยเคมีของไทยลำดับที่&nbsp;1,&nbsp;3&nbsp;และ&nbsp;10&nbsp;ตามลำดับ</p><p><strong>กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;มีการจัดตั้งศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน&nbsp;หรือ&nbsp;ศดปช.&nbsp;</strong>เพื่อให้เกษตรกรสามารถจัดการดินและการใช้ปุ๋ยได้อย่างถูกต้อง&nbsp;รวมทั้งส่งเสริมให้ใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินเพื่อเพิ่มปริมาณผลผลิต&nbsp;ผลผลิตมีคุณภาพและลดต้นทุนการผลิต&nbsp;ซึ่งปัจจุบัน&nbsp;มี&nbsp;ศดปช.&nbsp;จำนวน&nbsp;882&nbsp;ศูนย์&nbsp;ตั้งอยู่อำเภอละ&nbsp;1&nbsp;ศูนย์&nbsp;ทั่วประเทศ&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร</strong>&nbsp;จะดำเนินโครงการรณรงค์การผลิตและใช้ปุ๋ยอินทรีย์และวัสดุอินทรีย์&nbsp;โดยใช้วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรที่มีในท้องถิ่นมาผลิตปุ๋ยอินทรีย์ใช้เอง&nbsp;และไถกลบตอซัง&nbsp;ทำให้เกิด&nbsp;4&nbsp;ลด&nbsp;4&nbsp;เพิ่ม</p><p><strong>ขอเชิญชวนให้เกษตรกร&nbsp;เข้ามาใช้บริการที่ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน</strong>&nbsp;หรือ&nbsp;ศดปช.&nbsp;&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรสามารถจัดการดิน&nbsp;วิเคราะห์ดินและใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน&nbsp;ซึ่งเป็นการใช้ปุ๋ยอย่างถูกต้องในปริมาณที่เหมาะสมกับปริมาณธาตุอาหารที่มีอยู่ในดินและความต้องการของพืช&nbsp;เป็นการใช้ปุ๋ยแม่นยำเฉพาะพื้นที่&nbsp;ไม่มากไม่น้อยเกินไปและเกิดการลดการใช้ปุ๋ยเคมีลง</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-01-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401102632033"],
    [2,"กอนช.  ขอให้ประชาชนภาคเหนือระวังเกิดพายุฤดูร้อน ส่วนภาคใต้ระวังเกิดฝนตกหนักบางพื้นที่","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;ขอให้ประชาชนภาคเหนือระวังเกิดพายุฤดูร้อน&nbsp;ส่วนภาคใต้ระวังเกิดฝนตกหนักบางพื้นที่</strong>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(1&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนและมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นและมีฝนตกหนักบางพื้นที่&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;109&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;พังงา&nbsp;99&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และชุมพร&nbsp;74&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;26,844&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;46&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;21,015&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;44&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p>","2022-01-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401093646015"],
    [3,"ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือปรับตัวสูงในระดับสีแดง 3 พื้นที่ โดยบริเวณต.แม่คง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอนสูงเกือบแตะ160ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร","<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือปรับตัวสูงในระดับสีแดง&nbsp;3&nbsp;พื้นที่&nbsp;โดยบริเวณ&nbsp;ต.แม่คง&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;สูงเกือบแตะ&nbsp;160&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(1&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พบ&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;,&nbsp;ต.แม่คง&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;และ&nbsp;รพ.เทพรัตนฯ&nbsp;อ.แม่แจ่ม&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;ค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นระดับสีแดงสูงกว่า&nbsp;100&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;โดยเฉพาะสูงสุดบริเวณ&nbsp;ต.แม่คง&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;เกือบแตะ&nbsp;160&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;ซึ่งต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&nbsp;5&nbsp;-&nbsp;8&nbsp;เมษายน&nbsp;หากจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบน&nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังวันที่&nbsp;2&nbsp;เมษายน&nbsp;ภาคเหนือมีโอกาสเกิดฝนตกหลายพื้นที่&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นหลายพื้นที่ปรับตัวสูงขึ้นระดับสีส้ม&nbsp;5&nbsp;พื้นที่&nbsp;บริเวณ&nbsp;ต.คลองหนึ่ง&nbsp;อ.คลองหลวง&nbsp;จ.ปทุมธานี&nbsp;,&nbsp;เขตดอนเมือง&nbsp;,&nbsp;ริมถนนเพชรเกษม&nbsp;เขตภาษีเจริญ&nbsp;,&nbsp;แขวงทุ่งสองห้อง&nbsp;เขตหลักสี่&nbsp;และริมถนนพหลโยธิน&nbsp;เขตบางเขน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;2&nbsp;-&nbsp;8&nbsp;เมษายน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;</p>","2022-01-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401093846017"],
    [4,"กรมชลประทาน สนองงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ขับเคลื่อนงานพัฒนาแหล่งน้ำ สร้างความมั่นคง เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ในพื้นที่จังหวัดเลย และจังหวัดเชียงใหม่","<p><strong>นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;ได้สนองพระราชดำริ&nbsp;ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา&nbsp;ฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;ที่มีอยู่ทั่วประเทศ</strong>&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้กับเกษตรกร&nbsp;และประชาชนมีน้ำใช้ตลอดทั้งปี&nbsp;โดย&nbsp;โครงการที่โดดเด่นในพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;ได้แก่&nbsp;โครงการปรับปรุงระบบส่งน้ำอ่างเก็บน้ำแม่ลาด&nbsp;ตั้งอยู่ที่&nbsp;บ้านน้ำแพร่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลน้ำแพร่&nbsp;อำเภอพร้าว&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;เป็นหนึ่งในโครงการตามพระราชดำริในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา&nbsp;ฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;&nbsp;โดยกรมชลประทานดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ&nbsp;เมื่อปี&nbsp;2531&nbsp;มีประชาชนได้รับประโยชน์&nbsp;6&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;จำนวน&nbsp;988&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;มีพื้นที่รับประโยชน์ประมาณ&nbsp;1,000&nbsp;ไร่&nbsp;</p><p><strong>ปัจจุบันอาคารแบ่งน้ำและฝายในลำน้ำแม่ลาดมีสภาพชำรุดเสียหายอีกทั้งระบบส่งน้ำส่วนใหญ่ก็ยังเป็นคลองดินอยู่</strong>&nbsp;เวลาส่งน้ำเกิดการรั่วซึมและมีวัชพืชขึ้นปกคลุม&nbsp;ทำให้ไม่สามารถส่งน้ำเข้าพื้นที่การเกษตรได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว&nbsp;ราษฎรตำบลน้ำแพร่&nbsp;จึงได้ร้องขอให้พิจารณาหาทางช่วยเหลือผ่านทางองค์การบริหารส่วนตำบลน้ำแพร่&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;ได้พิจารณาดำเนินการปรับปรุงอาคารในลำน้ำแม่ลาด&nbsp;พร้อมทั้งปรับปรุงระบบส่งน้ำให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น&nbsp;โดยกลุ่มพิจารณาโครงการ&nbsp;ส่วนวิศวกรรมบริหาร&nbsp;สำนักชลประทานที่&nbsp;1&nbsp;ได้ตรวจสอบสภาพพื้นที่โครงการเพื่อเก็บรายละเอียดข้อมูลต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;มาประกอบการพิจารณาโครงการและจัดทำรายงานการศึกษา&nbsp;เพื่อให้โครงการฯสามารถควบคุมการส่งน้ำและบำรุงรักษาระบบส่งน้ำได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ&nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้ราษฎรบ้านน้ำแพร่และหมู่บ้านใกล้เคียง&nbsp;มีน้ำใช้เพื่อการอุปโภคบริโภค&nbsp;มีผลผลิตและรายได้ต่อปีเพิ่มขึ้น&nbsp;มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น</p><p><br></p>","2022-01-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401114543096"],
    [5,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้น ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบแนวชายแดนของไทย","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้น&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบแนวชายแดนของประเทศไทย</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(31&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;360&nbsp;จุด&nbsp;เพิ่มขึ้นจากวันก่อนเล็กน้อย&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;177&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;80&nbsp;จุด&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;53&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;30&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;17&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;132&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;87&nbsp;จุด&nbsp;และสุโขทัย&nbsp;11&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนเกาะกลุ่มบริเวณตอนบนของประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือมีจุดความร้อนเกิดขึ้นต่อเนื่อง&nbsp;คาดว่า&nbsp;อาจเกิดจากการเผาเพื่อหาของป่า&nbsp;หรือการเผาเพื่อล่าสัตว์จนทำให้เกิดการลุกลาม&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;12,109&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;11,968&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;7,084&nbsp;จุด&nbsp;ภาพรวมวันนี้พบปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;เพิ่มขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันตกอยู่ที่ระดับปานกลางถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;และตาก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาวันนี้&nbsp;2,249&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็น&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;458&nbsp;จุด&nbsp;และประเทศไทย&nbsp;360&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันตก&nbsp;และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย</p>","2022-01-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401112015075"],
    [6,"จังหวัดลำพูน ประชุมรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม SDGsPGS เพื่อให้เกิดความสมดุลทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศ นำไปสู่การพึ่งพาตนเองและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและผู้บริโภค","<p><strong>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ที่ห้องประชุมเมืองสุวรรณ&nbsp;วิทยาลัยเกษตรกรรมและเทคโนโลยีลำพูน&nbsp;จังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;นายอนุพงษ์&nbsp;วาวงศ์มูล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;ประธานเปิดการประชุมการตรวจรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์&nbsp;ภายใต้มาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม&nbsp;SDGsPGS&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;(ครั้งที่&nbsp;1/2565)&nbsp;พร้อมด้วยนายสิทธิ์&nbsp;สุรีวงศ์&nbsp;ประธานสมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนลำพูน&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมประชุม&nbsp;<strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การพัฒนาที่มั่นคงและยั่งยืน&nbsp;ต้องเริ่มต้นพัฒนาจากฐานราก&nbsp;คือ&nbsp;ชุมชน&nbsp;การมีส่วนร่วมนั้นเป็นพลังที่มีคุณค่าในการขับเคลื่อนชุมชนให้มีความเข้มแข็ง&nbsp;และพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน&nbsp;ดังนั้น&nbsp;เพื่อขยายการพัฒนาองค์ความรู้&nbsp;และประสบการณ์&nbsp;ตลอดจนสร้างความผูกพัน&nbsp;ความรัก&nbsp;ความสามัคคี&nbsp;ความร่วมมือในการดำเนินงานของกลุ่ม&nbsp;เพื่อความสำเร็จและบรรลุเป้าหมายการดำเนินงานด้านเกษตร&nbsp;ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สําคัญในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกร&nbsp;ผู้บริโภค&nbsp;และสร้างความมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;เป็นทางเลือก&nbsp;และทางรอดให้แก่ทุกภาคส่วน&nbsp;ในยุคของการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า&nbsp;2019&nbsp;ที่พวกเรากำลังเผชิญกันอยู่&nbsp;</p><p><strong>ประธานสมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนลำพูน&nbsp;เผยว่า</strong>&nbsp;สมาพันธ์เกษตรยั่งยืนลำพูน&nbsp;เป็นองค์กรภาคประชาชน&nbsp;ภายใต้สหพันธ์&nbsp;เกษตรกรรมยั่งยืนแห่งประเทศไทย&nbsp;สถาบันหนึ่งในโครงสร้างสมาคมการค้า&nbsp;เกษตรกรรมยั่งยืนไทย&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อขับเคลื่อนมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม&nbsp;SDGsPGS&nbsp;โดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้งในจังหวัดลำพูน&nbsp;โดยก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่&nbsp;10&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2564&nbsp;ในด้านการส่งเสริมด้านเกษตรอินทรีย์&nbsp;มีการร่วมบูรณาการทั้งภาครัฐ&nbsp;และภาคประชาชน&nbsp;มีการพัฒนาปัจจัยพื้นฐานการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;การพัฒนาศักยภาพ&nbsp;เกษตรกรด้านการผลิต&nbsp;ให้เป็นไปตามมาตรฐานตลอดห่วงโซ่&nbsp;ทั้งต้นน้ำ&nbsp;กลางน้ำ&nbsp;และปลายน้ำ&nbsp;อาทิ&nbsp;การทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการขับเคลื่อนลำพูน&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;@วังผาง&nbsp;เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;โดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้งระหว่างเทศบาลตำบลวังผาง&nbsp;สมาคมการค้าเกษตรกรรมยั่งยืนไทย&nbsp;สมาพันธ์เกษตรกรรม&nbsp;ยั่งยืนลำพูน&nbsp;บริษัท&nbsp;ลำพูนออร์แกนิค&nbsp;วิสาหกิจเพื่อสังคม&nbsp;จำกัด&nbsp;และเครือข่าย&nbsp;วิสาหกิจชุมชนเกษตรกรรมยั่งยืนลำพูน&nbsp;ตลอดจน&nbsp;มีการร่วมวางแผนการพัฒนาและขับเคลื่อนงาน&nbsp;โดยมีหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ในจังหวัดลำพูนร่วมวางแผนการดำเนินงาน&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนสู่ลำพูนโมเดล&nbsp;ในลำดับต่อไป&nbsp;</p><p><strong>การดำเนินงานในปีนี้&nbsp;สมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนลำพูน&nbsp;</strong>ได้ดำเนินการขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ในพื้นที่&nbsp;โดยลงพื้นที่ตรวจแปลง&nbsp;บันทึกข้อมูลสมาชิกที่เข้า&nbsp;รับการตรวจประเมินแปลงของสมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนในแต่ละกลุ่มอำเภอ&nbsp;และจัดการประชุมกลั่นกรองแปลงเกษตรอินทรีย์&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;รวมทั้งสิ้นจำนวน&nbsp;111&nbsp;แปลง&nbsp;รวมพื้นที่ทั้งสิ้น&nbsp;733.72&nbsp;ไร่&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;แปลงเกษตรอินทรีย์&nbsp;22&nbsp;แปลง&nbsp;มีพื้นที่จํานวน&nbsp;200.99&nbsp;ไร่&nbsp;และแปลงเกษตรอินทรีย์ระยะปรับเปลี่ยน&nbsp;4&nbsp;แปลง&nbsp;มีพื้นที่&nbsp;จํานวน&nbsp;410.83&nbsp;ไร่&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;การประชุมพิจารณาให้การรับรองแปลงเกษตรอินทรีย์&nbsp;มาตรฐานเกษตร&nbsp;อินทรีย์แบบมีส่วนร่วม&nbsp;(SDGSPGS)&nbsp;ในวันนี้ได้รับความร่วมมือจากคณะกรรมการจากหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;และภาคเอกชน&nbsp;ได้ให้เกียรติมาเป็นคณะกรรมการให้ความเห็นชอบ&nbsp;ได้รับความอนุเคราะห์สถานที่จัดประชุมฯ&nbsp;จากวิทยาลัยเกษตรกรรม&nbsp;และเทคโนโลยีลำพูน&nbsp;และสมาชิกสมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนลำพูน&nbsp;ตลอดจน&nbsp;เครือข่ายสมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนหลายจังหวัด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-04T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401121913106"],
    [7,"จังหวัดตราด จัดพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ลงสู่สระสีเสียด ภายใต้กิจกรรม 1 เมษา วันข้าราชการไทย ร่วมใจเพื่อประชาชน","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายชำนาญวิทย์&nbsp;เตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ&nbsp;ภายใต้กิจกรรม&nbsp;1&nbsp;เมษา&nbsp;วันข้าราชการไทย&nbsp;ร่วมใจเพื่อประชาชน&nbsp;ซึ่งจังหวัดตราด&nbsp;โดยสำนักงานประมงจังหวัดตราด&nbsp;ร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดตราด&nbsp;และหน่วยงานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ร่วมกันจัดขึ้น&nbsp;โดยมีข้าราชการ&nbsp;ลูกจ้างจากหน่วยงานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในจังหวัดตราดเข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;บริเวณอ่างเก็บน้ำสระสีเสียด&nbsp;ตำบลหนองเสม็ด&nbsp;อำเภอเมืองตราด</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายคนึง&nbsp;คมขำ&nbsp;ประมงจังหวัดตราด&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การจัดพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ&nbsp;ภายใต้กิจกรรม&nbsp;1&nbsp;เมษา&nbsp;วันข้าราชการไทย&nbsp;ร่วมใจเพื่อประชาชน&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;มอบหมายให้กรมประมงจัดขึ้น&nbsp;เพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจถึงบทบาทและหน้าที่ของข้าราชการในเป็นผู้ให้บริการ&nbsp;เสียสละ&nbsp;และประโยชน์ส่วนรวม&nbsp;ทั้งยังเป็นการเพิ่มปริมาสัตว์น้ำตามธรรมชาติ&nbsp;เป็นการสร้างความมั่นคงด้านอาหาร&nbsp;และเป็นแหล่งรายได้เพิ่มครัวเรือนจากการทำประมง&nbsp;โดยการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำในครั้งนี้&nbsp;เป็นการปล่อยพันธุ์ปลาน้ำจืด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ปลาอีกง&nbsp;ปลาโพง&nbsp;และปลาตะเพียนขาว&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;101,000&nbsp;ตัว&nbsp;ลงสู่อ่างเก็บน้ำสระสีเสียดแห่งนี้</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p>","2022-01-04T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401170401225"],
    [8,"สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม สำรวจผลผลิตลิ้นจี่ ปีนี้มีผลผลิตไม่มากนักประมาณกว่า 400 ตัน","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;สำรวจผลผลิตลิ้นจี่&nbsp;ปีนี้มีผลผลิตไม่มากนักประมาณกว่า&nbsp;400&nbsp;ตัน</strong></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ลิ้นจี่ถือเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของจังหวัดสมุทรสงครามอีกชนิดหนึ่ง&nbsp;</strong>ปัจจุบันมีเกษตรกรปลูกลิ้นจี่จำนวน&nbsp;1,920&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;รวมพื้นที่ประมาณ&nbsp;5,196&nbsp;ไร่&nbsp;ในพื้นที่อำเภออัมพวาและอำเภอบางคนที&nbsp;ประกอบกับในปีนี้สภาพอากาศมีการเปลี่ยนแปลง&nbsp;จากที่มีการแทงช่อดอกแทบทุกสวนเมื่อมาเจอฝนทำให้ดอกร่วงเป็นจำนวนมากเหลือไม่มากนัก&nbsp;นายวิศิษ&nbsp;บ่อสารคาม&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&nbsp;พร้อมด้วยนายเสนีย์&nbsp;ตรุยานนท์&nbsp;หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;ได้ลงพื้นที่สำรวจผลผลิตลิ้นจี่&nbsp;ที่ตำบลบางสะแก&nbsp;อำเภอบางคนที</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>โดย&nbsp;นายวิศิษ&nbsp;บ่อสารคาม&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&nbsp;&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>เริ่มแรกสภาพอากาศลิ้นจี่แทงช่อเป็นจำนวนมาก&nbsp;ต่อมาประมาณปลายเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นช่วงที่ดอกลิ้นจี่บานได้เกิดฝนตกหนักลมกรรโชกแรง&nbsp;ทำให้ดอกลิ้นจี่ร่วงเป็นจำนวนมาก&nbsp;จากการออกสำรวจของเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;พบว่าในปีนี้ผลผลิตลิ้นจี่เหลือประมาณกว่า&nbsp;400&nbsp;ตัน&nbsp;โดยจะเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตั้งแต่วันที่&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จนถึงประมาณกลางเดือนเมษายน&nbsp;2565&nbsp;เท่านั้น&nbsp;เราจะเห็นได้ว่าในท้องตลาดมีลิ้นจี่จากจังหวัดอื่นมาวางจำหน่าย&nbsp;พร้อมทั้งยืนยันว่าลิ้นจี่สมุทรสงครามมีจำนวนไม่มาก</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ด้านนายวิชัย&nbsp;กรรมาชีพ&nbsp;อายุ&nbsp;58&nbsp;ปี&nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกลิ้นจี่ในตำบลบางสะแก&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;กล่าวด้วยว่า&nbsp;ในปีนี้ผลผลิตมีจำนวนไม่มากนัก&nbsp;การดูแลค่อนข้างหนักเนื่องจากของมีน้อยค้างคาวจะมุ่งมาที่สวนที่มีลิ้นจี่&nbsp;จึงต้องมีการนำตาข่ายมาคลุมทั้งต้น&nbsp;ตอนกลางคืนต้องเปิดไฟฟ้าส่องสว่างเพื่อป้องกันค้างคาว&nbsp;ทำให้มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าปกติ&nbsp;&nbsp;สวนของตนจะเริ่มเก็บผลผลิตได้ประมาณวันที่&nbsp;10&nbsp;เมษายน&nbsp;2565นี้&nbsp;ซึ่งจะเปิดขายที่หน้าสวนไม่ไปขายที่อื่น&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคเวลาซื้อขอให้สังเกตุว่าลิ้นจี่สมุทรสงคราม&nbsp;จะมีอัตลักษณ์เฉพาะคือหนามตั้ง&nbsp;หนังตึง&nbsp;เนื้อเต่ง&nbsp;&nbsp;ล่องชาด&nbsp;เปลือกจะบางเป็นสีชมพูเรื่อๆ&nbsp;รสชาติจะหวานไม่มีน้ำ&nbsp;&nbsp;เนื้อจะแห้ง&nbsp;นี่คืออัตลักษณ์ลิ้นจี่พันธุ์ค่อมของสมุทรสงคราม&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">รุ่งนภา/ข่าว&nbsp;ธิติมา/เรียบเรียง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">ทีมงานสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p>","2022-01-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรสงคราม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401175925283"],
    [9,"จังหวัดนนทบุรีจัดงานเทศกลาชิมมะม่วงยายกล่ำของดีเมืองนนท์","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ที่วัดสวนแก้ว&nbsp;อำเภอบางใหญ่&nbsp;จังหวัดนนทบุรี</strong>&nbsp;นายราชันย์&nbsp;ซุ้นหั้ว&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี&nbsp;เป็นประธานเปิดงานเทศกาลชิมมะม่วงยายกล่ำ&nbsp;ของดีเมืองนนท์&nbsp;ณ&nbsp;วัดสวนแก้ว&nbsp;วันที่&nbsp;1-13&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;โดยร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชนและภาคประชาชน&nbsp;วัดสวนแก้ว&nbsp;ธนาคารออมสิน&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏ&nbsp;บ้านสมเด็จเจ้าพระยา&nbsp;สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวนนทบุรี&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอบางใหญ่&nbsp;สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี&nbsp;วิสาหกิจชุมชนนนทบุรี&nbsp;วิสาหกิจชุมชนสวนบัวโฮมสเตย์&nbsp;ตลาดน้ำ&nbsp;ประชารัฐสวนบัว&nbsp;บริษัท&nbsp;ศิวิไลซ์&nbsp;คาร์&nbsp;จำกัด&nbsp;และเกษตรกร&nbsp;อ.บางใหญ่&nbsp;จ.นนทบุรี&nbsp;ร่วมเปิดงานเทศกาล&nbsp;ชิมมะม่วงยายกล่ำ&nbsp;ของดีเมืองนนท์&nbsp;เพื่อเป็นการเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงเกษตร&nbsp;และเชิงวัฒนธรรมระหว่างวัดสวนแก้วและแหล่งท่องเที่ยวในชุมชนพร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ผลผลิตซึ่งเป็นสิ่งบ่งขี้ทางภูมิศาสตร์ของจังหวัดนนทบุรีให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น&nbsp;พร้อมทั้งเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรจังหวัดนนทบุรี&nbsp;ในด้านของช่องทางการจัดจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;ในงานเทศกาลชิมมะม่วงยายกล่ำ&nbsp;ของดีเมืองนนท์&nbsp;ณ&nbsp;วัดสวนแก้วนี้&nbsp;ได้มีการรับซื้อผลิตภัณฑ์ของเกษตรกรและช่วยเป็นตัวแทนจำหน่ายเพื่อให้เกษตรกรได้เกิดรายได้&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>และนอกจากนี้ยังได้มีการจัดพื้นที่เพื่อให้เกษตรกรได้มีโอกาสนำผลผลิตออกมาจัดจำหน่ายด้วยตนเอง</strong>&nbsp;ทำให้เกษตรกรเกิดรายได้&nbsp;ได้เพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย&nbsp;ป้องกันการเกิดผลผลิตที่ล้นตลาดและเพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกที่สนใจได้มีโอกาสมาอุดหนุนผลิตภัณฑ์ที่เป็นผลผลิตจากทางชุมชนอย่างแท้จริง&nbsp;ในการจัดงานในครั้งนี้จะสามารถนำไปเป็นต้นแบบในการจัดงานครั้งต่อไป&nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;กระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวและเพื่อให้แหล่งท่องเที่ยวในบริเวณโดยรอบเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","นนทบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนนทบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401182026303"],
    [10,"ความคืบหน้าการจ่ายเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำมันรั่วลงทะเลระยอง","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>บริษัท&nbsp;สตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)</strong>&nbsp;SPRC&nbsp;บริษัทต้นเหตุน้ำมันรั่วลงทะเลระยอง&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;รายงานความคืบหน้าการจ่ายเงินช่วยเหลือให้กับผู้ได้รับผลกระทบ&nbsp;โดยร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ในการตรวจสอบข้อมูลผู้มีสิทธิได้รับความช่วยเหลืออันเนื่องมาจากเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหล&nbsp;และเดินหน้าอย่างต่อเนื่องในการบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน&nbsp;กลุ่มประมงพื้นบ้าน&nbsp;ประมงพาณิชย์&nbsp;โรงแรม&nbsp;ร้านอาหารและผู้ประกอบอาชีพทั่วไป&nbsp;โดยมุ่งเน้นในการจ่ายเงินช่วยเหลืออย่างเป็นธรรม&nbsp;โปร่งใส&nbsp;สมเหตุสมผลและรวดเร็ว&nbsp;ล่าสุด&nbsp;ได้จ่ายเงินให้กลุ่มอาชีพอื่นๆ&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ณ&nbsp;อบต.เพ&nbsp;จำนวน&nbsp;281&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;4.24&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และกลุ่มโรงแรม&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;ณ&nbsp;สวนสัปรดบ้านอาจารย์บัญชา&nbsp;จำนวน&nbsp;82&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;10.70&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ส่งผลให้ตั้งแต่วันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ได้ให้ความช่วยเหลือไปแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;5,679&nbsp;ราย&nbsp;จากทั้งหมด&nbsp;14,203&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นเงินกว่า&nbsp;180&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ประกอบด้วย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;-&nbsp;&nbsp;กลุ่มประมงพื้นบ้านและประมงพาณิชย์&nbsp;จำนวน&nbsp;2,669&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;119.90&nbsp;ล้านบาท</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;-&nbsp;&nbsp;กลุ่มอาชีพื่นๆ&nbsp;จำนวน&nbsp;2,906&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;42.74&nbsp;ล้านบาท</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;-&nbsp;&nbsp;กลุ่มโรงแรม&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;จำนวน&nbsp;104&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;17.89&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นอกจากนี้&nbsp;ทางบริษัท&nbsp;ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&nbsp;1&nbsp;(จังหวัดระยอง)</strong>&nbsp;ส่งทีมเฝ้าระวังสถานการณ์บริเวณชายฝั่ง&nbsp;หาดแม่รำพึง&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;เพื่อดำเนินการสำรวจและตรวจสอบคราบน้ำมัน&nbsp;ตั้งแต่บริเวณหาดแหลมรุ่งเรือง&nbsp;,ท่าเรือ&nbsp;IRPC&nbsp;,หาดแม่รำพึง&nbsp;,หาดสวนสน&nbsp;จนถึงบริเวณปากคลองแกลง&nbsp;เป็นระยะทางรวมกว่า&nbsp;19&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ซึ่งผลการติดตามคุณภาพสิ่งแวดล้อมพบว่า&nbsp;ไม่พบคราบน้ำมัน&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำทั่วไปอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;สามารถรับประทานอาหารทะเลได้ทุกชนิด&nbsp;สำหรับความคืบหน้าการจัดทำแผนฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม&nbsp;ทางบริษัท&nbsp;ร่วมกับมหาวิทยาลัยในประเทศหลายแห่ง&nbsp;กำลังรวบรวมข้อมูลเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว&nbsp;เพื่อวางแผนในการฟื้นฟูธรรมชาติให้กับชาวระยองต่อไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-04T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สวท.ระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401183038318"],
    [11,"สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเลยจัดโครงการฝึกอบรมเกษตรกร โครงการรักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดิน (ลุ่มน้ำหมัน) ปีงบประมาณ 2565 หลักสูตร \"การสร้างกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม","<p><strong>ดร.สุวัฒน์&nbsp;มัตราช&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเลย</strong>&nbsp;มอบหมายให้กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเลย&nbsp;ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายนำโดยนายทวีพงศ์&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;และศูนย์พัฒนาปศุสัตว์ตามพระราชดำริ&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;ฝึกอบรมเกษตรกร&nbsp;โครงการรักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดิน&nbsp;(ลุ่มน้ำหมัน)&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;หลักสูตร&nbsp;\"การสร้างกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม\"&nbsp;เกษตรกรเข้ารับการอบรมฯ&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;ในหัวข้อหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ประสบการณ์การดำเนินงานของกลุ่มเกษตรกร&nbsp;หลัก&nbsp;VRIO&nbsp;Model&nbsp;และกำหนดแผนการผลิตเพื่อการบริโภคและสร้างรายได้ในอาชีพ&nbsp;ณ&nbsp;ศาลาประชาคมบ้านหมากแข้ง&nbsp;บ้านหมากแข้ง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลกกสะทอน&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-04T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401142931154"],
    [12,"รัฐบาล ใช้งบกลางแก้ปัญหาทรัพยากรน้ำจนเพิ่มแหล่งน้ำแล้วกว่า 26,000 แห่งทั่วประเทศช่วง 2 ปีที่ผ่านมา","<p><strong>รัฐบาล&nbsp;ใช้งบกลางแก้ปัญหาทรัพยากรน้ำจนเพิ่มแหล่งน้ำแล้วกว่า&nbsp;26,000&nbsp;แห่งทั่วประเทศช่วง&nbsp;2&nbsp;ปีที่ผ่านมา&nbsp;สามารถเก็บน้ำฝนใช้ประโยชน์หน้าแล้งแล้ว&nbsp;740&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสุรสีห์&nbsp;กิตติมณฑล&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;กล่าวถึงงานพัฒนาและบริหารจัดน้ำอย่างเป็นระบบและเกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;โดยเฉพาะการใช้งบกลางในภาวะจำเป็นและเร่งด่วน&nbsp;เพื่อนำมาแก้ปัญหาเชิงการป้องกันภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดขึ้น&nbsp;ทั้งน้ำท่วม&nbsp;น้ำแล้ง&nbsp;และคุณภาพน้ำของรัฐบาลว่า&nbsp;ช่วง&nbsp;2&nbsp;ปีที่ผ่านมา&nbsp;ระหว่างปี&nbsp;2563&nbsp;-&nbsp;2564&nbsp;รัฐบาลสนับสนุนงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นมาใช้ในโครงการบรรเทาผลกระทบภัยแล้งและป้องกันน้ำท่วม&nbsp;โดยเฉพาะการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็ก&nbsp;ระบบกระจายน้ำเพื่อสนับสนุนน้ำอุปโภค-บริโภค&nbsp;และการเกษตรครอบคลุมทั่วประเทศรวม&nbsp;26,830&nbsp;แห่ง&nbsp;เช่น&nbsp;การขุดเจาะบ่อบาดาล&nbsp;แหล่งน้ำสำรองเพื่อผลิตน้ำประปา&nbsp;ก่อสร้างฝายและสระเก็บน้ำเพื่อการเกษตร&nbsp;ขุดลอกคลอง&nbsp;และกำจัดวัชพืช&nbsp;เป็นต้น&nbsp;หากแล้วเสร็จทั้งหมดทุกโครงการจะส่งผลให้เก็บกักน้ำช่วงฤดูฝนใช้ประโยชน์หน้าแล้งได้รวม&nbsp;742&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;แล้วยังสามารถนำน้ำบาดาลมาใช้ได้ถึง&nbsp;91&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;และมีน้ำดิบผลิตประปาได้อีก&nbsp;62&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;ซึ่งเกิดประโยชน์โดยตรงกับประชาชนถึง&nbsp;3.65&nbsp;ล้านครัวเรือน&nbsp;ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ&nbsp;7.5&nbsp;ล้านไร่&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ภาพรวมปี&nbsp;2563&nbsp;มีโครงการพัฒนาแหล่งน้ำต่างๆภายใต้งบกลาง&nbsp;20,795&nbsp;แห่งที่ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว&nbsp;แล้วเกิดการจ้างแรงงานถึง&nbsp;184,000&nbsp;ราย&nbsp;ส่วนปี&nbsp;2564&nbsp;มีโครงการพัฒนาแหล่งน้ำรวม&nbsp;6,035&nbsp;แห่ง&nbsp;เน้นรองรับสถานการณ์ฝนตกน้อยและความต้องการใช้น้ำเพิ่มสูงขึ้นจากการอพยพกลับภูมิลำเนาเดิมของประชาชนเพื่อประกอบอาชีพเกษตรกรรม&nbsp;เนื่องจากผลกระทบจากโควิด-19&nbsp;เบื้องต้นดำเนินการเสร็จแล้ว&nbsp;3,642&nbsp;แห่ง&nbsp;อยู่ระหว่างดำเนินการ&nbsp;2,441&nbsp;แห่ง&nbsp;โดย&nbsp;สทนช.จะเร่งให้แล้วเสร็จตามแผนทั้งหมดจะมีปริมาณน้ำเก็บกักเพิ่มขึ้น&nbsp;39&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;มีปริมาณน้ำบาดาล&nbsp;44&nbsp;&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;ประชาชนได้รับประโยชน์ประมาณ&nbsp;350,000&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;และพื้นที่รับประโยชน์&nbsp;455,818&nbsp;ไร่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ส่วนปีนี้มีโครงการรองรับสถานการณ์ภัยแล้งและฝนทิ้งช่วงรวม&nbsp;2,525&nbsp;แห่ง&nbsp;หากดำเนินการแล้วเสร็จจะช่วยป้องกันและลดผลกระทบจากภัยแล้งได้&nbsp;และเป็นการเพิ่มการลงทุนภาครัฐด้วยการช่วยกระตุ้นการซื้อวัสดุและจ้างแรงงานคนในท้องถิ่นด้วย&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ยังทำโครงการสูบกลับคลองสะพาน&nbsp;&nbsp;อ่างประแสร์&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;,&nbsp;โครงการเพิ่มประสิทธิภาพน้ำห้วยแม่ประจันต์&nbsp;จ.เพชรบุรี&nbsp;,&nbsp;โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำและระบายน้ำคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งขวา&nbsp;3&nbsp;และคลองระบายน้ำ&nbsp;D9&nbsp;พร้อมอาคารประกอบที่ช่วยป้องกันผลกระทบอุทกภัย&nbsp;จ.เพชรบุรี&nbsp;,&nbsp;แบบจำลองกายภาพลุ่มน้ำ&nbsp;17&nbsp;ลุ่มน้ำ&nbsp;และโครงการจัดหาเครื่องดูดตะกอนดินและเครื่องแยกตะกอนดินเลน</p>","2022-01-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401142510149"],
    [13,"กรมโยธาธิการและผังเมือง ชี้แจงโครงการศึกษาป้องกันแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งในระบบกลุ่มหาดที่ จ.ประจวบฯ มุ่งให้การจัดการปัญหาชายฝั่งเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน","<p><strong>ที่โรงแรมเกาะหลัก&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์</strong>&nbsp;ว่าที่พันตรี&nbsp;อดิศักดิ์&nbsp;น้อยสุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;เป็นประธานเปิดการประชุมประชาสัมพันธ์โครงการ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;โครงการศึกษาเพื่อกำหนดแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง&nbsp;ระยะที่&nbsp;2&nbsp;พื้นที่ในระบบกลุ่มหาดตั้งแต่&nbsp;ต.เขาแดง&nbsp;อ.กุยบุรี&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ถึง&nbsp;ต.บางน้ำจืด&nbsp;อ.หลังสวน&nbsp;จ.ชุมพร&nbsp;จัดโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง&nbsp;เพื่อชี้แจงสรุปผลการศึกษาร่างแผนหลักแนวทางและมาตรการการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งโดยใช้ระบบกลุ่มหาด&nbsp;พร้อมรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อโครงการในพื้นที่ศึกษาตามระบบกลุ่มหาด&nbsp;โดยมีผู้แทนหน่วยงานภาครัฐเอกชน&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;และประชาชนเข้าร่วมจำนวนกว่า&nbsp;120&nbsp;คน&nbsp;มีวิทยากรจากกรมโยธาธิการและผังเมือง&nbsp;ชี้แจงรายละเอียดแนวทางการดำเนินงาน&nbsp;ซึ่งตามโครงการดังกล่าวเป็นการศึกษาออกแบบแนวป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งโดยพิจารณาความเหมาะสมของสภาพพื้นที่เพื่อป้องกันไม่ให้มีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม&nbsp;มีประสิทธิภาพ&nbsp;และเกิดความยั่งยืนในการแก้ไขปัญหา&nbsp;เช่น&nbsp;การก่อสร้างในรูปแบบกำแพงคอนกรีตกันคลื่นแบบลาดเอียง&nbsp;กำแพงคอนกรีตแบบขั้นบันได&nbsp;แนวกันคลื่นแบบหินใหญ่เรียง&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาแต่ละหน่วยงานต่างมีรูปแบบการป้องกันคลื่นกัดเซาะชายฝั่งที่หลากหลาย</strong>&nbsp;หากรูปแบบการป้องกันการกัดเซาะที่เลือกใช้ไม่เหมาะสม&nbsp;จะทำให้ไม่บรรลุวัตถุประสงค์ในการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งและสิ้นเปลืองงบประมาณ&nbsp;ดังนั้นในปี&nbsp;2557&nbsp;กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;จึงได้เสนอแนวคิดในการจัดการชายฝั่งโดยใช้ระบบกลุ่มหาดซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งในการจัดการชายฝั่งที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล&nbsp;มีการใช้หลักเกณฑ์และองค์ความรู้พื้นฐานทางด้านสมุทรศาสตร์เกี่ยวกับกระบวนการชายฝั่งเข้ามากำหนดขอบเขตพื้นที่ชายฝั่งเพื่อให้การดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งเป็นไปในลักษณะเชิงพื้นที่หรือในลักษณะระบบกลุ่มหาด&nbsp;ต่อมา&nbsp;กรมโยธาธิการและผังเมือง&nbsp;จึงได้นำแนวคิดนี้มาจัดทำ&nbsp;\"โครงการศึกษาเพื่อกำหนดแนวทางการไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง\"&nbsp;ซึ่งขณะนี้เป็นการดำเนินงานในระยะที่&nbsp;2&nbsp;ครอบคลุมพื้นที่แนวชายฝั่งประมาณ&nbsp;1,208&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;มีเป้าหมายดำเนินการใน&nbsp;4&nbsp;พื้นที่ศึกษาที่ได้รับการคัดเลือกให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาก่อน&nbsp;ได้แก่&nbsp;</p><p><strong>พื้นที่ศึกษา&nbsp;1&nbsp;</strong>ในระบบกลุ่มหาดตั้งแต่&nbsp;ต.กร่ำ&nbsp;อ.แกลง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;ถึง&nbsp;ต.หาดเล็ก&nbsp;อ.คลองใหญ่&nbsp;จ.ตราด&nbsp;ความยาวชายฝั่งรวม&nbsp;326.70&nbsp;กิโลเมตร</p><p><strong>พื้นที่ศึกษา&nbsp;2&nbsp;</strong>ในระบบกลุ่มหาดตั้งแต่&nbsp;ต.อ่างศิลา&nbsp;อ.เมืองชลบุรี&nbsp;จ.ชลบุรี&nbsp;ถึง&nbsp;ต,สัตหีบ</p><p>อ.สัตหีบ&nbsp;จ.ชลบุรี&nbsp;ความยาวชายฝั่งรวม&nbsp;161.35&nbsp;กิโลเมตร</p><p><strong>พื้นที่ศึกษา&nbsp;3</strong>&nbsp;ในระบบกลุ่มหาดตั้งแต่&nbsp;ต,เขาแดง&nbsp;อ.กุยบุรี&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ถึง&nbsp;ต.บางน้ำจืด&nbsp;อ.หลังสวน&nbsp;จ.ชุมพร&nbsp;ความยาวชายฝั่งรวมทั้งสิ้น&nbsp;412.69&nbsp;กิโลเมตร</p><p><strong>พื้นที่ศึกษา&nbsp;4&nbsp;</strong>ในระบบกลุ่มหาดตั้งแต่&nbsp;ต.พุมเรียง&nbsp;อ.ไชยา&nbsp;จ.สุราษฎร์ธานี&nbsp;ถึง&nbsp;ต.แหลมตะลุมพุก&nbsp;อ.ปากพนัง&nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&nbsp;ความยาวชายฝั่งรวม&nbsp;307.95&nbsp;กิโลเมตร</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-04T00:00:00","ภาคตะวันตก","ประจวบคีรีขันธ์","สวท.ประจวบคีรีขันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401171640231"],
    [14,"ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ยโสธร ร่วมให้ความรู้การส่งเสริม การปลูกพืชอาหารสัตว์เพื่อลดต้นทุน มีพอเพียงและได้มาตรฐาน","<p><strong>นายดำรงศักดิ์&nbsp;หงษ์ทะนี&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหาร&nbsp;สัตว์ยโสธร&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>เมื่อวานนี้&nbsp;(31&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายเศกสรรค์&nbsp;สวนกูล&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาอาหารสัตว์&nbsp;ได้มอบหมายศูนย์วิจัยและพัฒนา&nbsp;อาหารสัตว์ยโสธร&nbsp;ร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ร้อยเอ็ด&nbsp;โดยนางวัฒนาวรรณ&nbsp;มรรคสันต์&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ฯ&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่&nbsp;ร่วมบูรณาการจัดฝึกอบรมตัวแทนเกษตรกร&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจเลี้ยงโค&nbsp;กระบือ&nbsp;ตามพระราชดำริ&nbsp;ชุมชนบ้านจอก&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;บ้านจอก&nbsp;ตำบลสะพุง&nbsp;อำเภอศรีรัตนะ&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ</p><p>โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ยโสธร&nbsp;ได้บรรยายให้ความรู้&nbsp;เกี่ยวกับอาหารสัตว์&nbsp;การปลูกพืชอาหารสัตว์&nbsp;การจัดการและการใช้ประโยชน์พืชอาหารสัตว์ชนิดต่างๆ&nbsp;พร้อมมุ่งเน้นการส่งเสริมให้เกษตรกร&nbsp;ปลูกพืชอาหารสัตว์ให้มีคุณภาพตามมาตรฐานและมีปริมาณอย่างพอเพียง&nbsp;เพื่อที่จะช่วยลดต้นทุนค่าอาหารขึ้น&nbsp;ซึ่งในปัจจุบันมีราคาแพงขึ้นอย่างต่อ&nbsp;เนื่อง&nbsp;รวมถึงการบรรยายเกี่ยวกับการถนอมพืช&nbsp;อาหารสัตว์ในรูปแบบ&nbsp;ของหญ้าหมักและการสาธิตการผลิตแร่ธาตุอัดก้อนเพื่อใช้สำหรับการเลี้ยงสัตว์&nbsp;พร้อมบริการท่อนพันธุ์หญ้าแพงโกลาสำหรับการนำไปปลูกด้วย</p><p><strong>ในการจัดกิจกรรมดังกล่าว&nbsp;เกษตรกรซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่ม&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;ราย</strong>&nbsp;เลี้ยงโค&nbsp;กระบือ&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;ตัว&nbsp;ซึ่งเป็นการเลี้ยงแม่พันธุ์เพื่อผลิตลูก&nbsp;ต่างมีความตั้งใจในการรับการถ่ายทอดองค์ความรู้และมีความตั้งใจที่จะนำไปปรับใช้ในการเลี้ยงสัตว์ของตนเอง&nbsp;</p><p><br></p><p>ส.ปชส.ยโสธร&nbsp;&nbsp;ข่าว</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-04T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401174318256"],
    [15,"อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง  จัดประชุมคณะกรรมการในโครงการพัฒนาตลาดเกษตรกรระดับอำเภอย่านตาขาว","<p><strong>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565)&nbsp;นายนนท์ภนท์&nbsp;นาพอ&nbsp;เกษตรอำเภอย่านตาขาว</strong>&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอย่านตาขาว&nbsp;จัดประชุมคณะกรรมการ&nbsp;โครงการพัฒนาตลาดเกษตรกรระดับอำเภอ&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เพื่อวางแผนการดำเนินงานให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานเกษตรอำเภอย่านตาขาว&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลย่านตาขาว&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>ในการประชุมครั้งนี้&nbsp;&nbsp;ได้พิจารณาคัดเลือกคณะกรรมการบริหารตลาด</strong>&nbsp;การเพิ่มวันจำหน่ายสินค้าทุกวันอังคาร&nbsp;วันพุธ&nbsp;และวันศุกร์&nbsp;และการเพิ่มการประชาสัมพันธ์ตลาดให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น&nbsp;โดยตลาดเกษตรกรอำเภอย่านตาขาว&nbsp;มียอดการจำหน่ายสินค้าตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;70,851&nbsp;บาท&nbsp;ตลาดเกษตรกรอำเภอย่านตาขาว&nbsp;เปิดจำหน่ายสินค้าทุกวันอังคาร&nbsp;พุธ&nbsp;และศุกร์&nbsp;เวลา&nbsp;06.00&nbsp;ถึง&nbsp;10.30&nbsp;น.&nbsp;บริเวณกำแพงด้านหน้าศูนย์ราชการอำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ติดต่อจำหน่ายสินค้าโทร&nbsp;075-281241&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-04T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401175448276"],
    [16,"ใบเหลือง โตช้า แคระแกร็น รากเน่าโคนเน่า ปัญหาของผู้ปลูกพริกไทย อ.เมืองตรัง ด้านเกษตรอำเภอ แนะนำปรับแก้ด้วยวิธีผสมผสาน","<p><strong>นางนิตยา&nbsp;จันทร์ประทีป&nbsp;เกษตรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;พร้อมด้วย</strong>&nbsp;นายประทิ่น&nbsp;วรรณงาม&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนพร้อมให้คำแนะนำเกษตรกรผู้ปลูกพริกไทยตรัง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลหนองตรุด&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>เกษตรกรรายดังกล่าวปลูกพริกไทยตรัง&nbsp;จำนวน&nbsp;400&nbsp;ค้าง&nbsp;</strong>ประสบปัญหาต้นพริกไทยมีใบเหลือง&nbsp;แคระแกร็น&nbsp;เจริญเติบโตช้า&nbsp;จากการวินิจฉัยเบื้องต้นพบว่าเกิดจากการระบายน้ำในแปลงไม่ดี&nbsp;อาจเกิดอาการรากเน่าร่วมด้วย&nbsp;&nbsp;จึงแนะนำให้เกษตรกรขุดร่องรอบแปลงปลูกเพื่อลดระดับน้ำใต้ดิน&nbsp;และใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา&nbsp;หรือสารเคมีเมทาแลกซิล&nbsp;ในการป้องกันและรักษาโรครากเน่าโคนเน่า&nbsp;ควรกำจัดวัชพืชบริเวณรอบโคนต้นเพื่อไม่ให้รบกวนระบบรากของต้นพริกไทย&nbsp;และใส่ปุ๋ยสูตร&nbsp;25-7-7&nbsp;หรือ&nbsp;20-5-5&nbsp;เพื่อช่วยการเจริญเติบโตของลำต้นและใบ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-04T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401175548277"],
    [17,"เกษตรกรชาวอำเภอปะเหลียน  จังหวัดตรัง ปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกยางพารา พื้นที่ 3 ไร่ มาปลูกพริกไทยพันธุ์ปะเหลียน สร้างรายได้งดงาม","<p><strong>สำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน&nbsp;โดยนายสุภัทธ&nbsp;คงด้วง&nbsp;</strong>เกษตรอำเภอปะเหลียน&nbsp;มอบหมายให้นายอำนาจ&nbsp;เซ่งเซี่ยง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ&nbsp;และนางสาวปราณี&nbsp;แข็งแรง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;พร้อมด้วยอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&nbsp;เยี่ยมเยียนเกษตรกรผู้ปลูกพริกไทยพันธุ์ปะเหลียน&nbsp;นายจรูญ&nbsp;เสียมไหม&nbsp;(สวนบังไข)&nbsp;ตั้งอยู่บ้านเลขที่&nbsp;6&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลสุโสะ&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>โดยตั้งแต่ปี&nbsp;2560&nbsp;นายจรูญ&nbsp;เสียมไหม&nbsp;หรือบังไข</strong>&nbsp;ได้ปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกยางพารา&nbsp;พื้นที่&nbsp;3&nbsp;ไร่&nbsp;มาปลูกพริกไทยพันธุ์ปะเหลียน&nbsp;เนื่องจากในช่วงนั้นราคายางพาราตกต่ำ&nbsp;และในอดีตอำเภอปะเหลียนเป็นแหล่งปลูกพริกไทยที่สำคัญแห่งหนึ่ง&nbsp;จึงต้องการสืบสานการปลูกพริกไทยพันธุ์ปะเหลียน&nbsp;ให้อยู่คู่กับชาวปะเหลียนและเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป&nbsp;โดยพริกไทยพันธุ์ปะเหลียน&nbsp;จะมีกลิ่นหอม&nbsp;รสชาติเผ็ดร้อนเป็นเอกลักษณ์&nbsp;มีสรรพคุณทางยาสมุนไพร&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ปัจจุบันบังไข&nbsp;ปลูกพริกไทยพันธุ์ปะเหลียน&nbsp;จำนวน&nbsp;500&nbsp;ต้น</strong>&nbsp;มีระบบการผลิต&nbsp;และการจัดการสวนที่ดี&nbsp;ผลผลิตมีความปลอดภัย&nbsp;ได้รับการรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร&nbsp;การปฏิบัติที่ดี&nbsp;(GAP)&nbsp;สำหรับพืชอาหาร&nbsp;มกษ.9001-2556&nbsp;จากกรมวิชาการเกษตร&nbsp;ปีนี้เป็นปีที่&nbsp;3&nbsp;ที่ให้ผลผลิต&nbsp;โดยคาดว่า&nbsp;ผลผลิตที่ได้จะสูงขึ้นกว่าปีที่แล้ว&nbsp;ประมาณ&nbsp;800&nbsp;-&nbsp;1,000&nbsp;กิโลกรัม(พริกไทยสด)&nbsp;ซึ่งมีผลิตภัณฑ์ที่จำหน่าย&nbsp;ดังนี้&nbsp;พริกไทยสด&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;160&nbsp;บาท&nbsp;พริกไทยดำ&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;400&nbsp;บาท&nbsp;พริกไทยขาว(กระเทาะเปลือก)&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;1,200&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีการจำหน่ายต้นพันธุ์พริกไทย&nbsp;ได้แก่&nbsp;</strong>ต้นพันธุ์พริกไทย(แบบไหล)&nbsp;สูง&nbsp;30&nbsp;เซนติเมตรขึ้นไป&nbsp;ต้นละ&nbsp;50&nbsp;บาท&nbsp;ต้นพันธุ์พริกไทย(แบบตอนกิ่ง)&nbsp;สูง&nbsp;30&nbsp;เซนติเมตรขึ้นไป&nbsp;ต้นละ&nbsp;80&nbsp;บาท&nbsp;หากสนใจ&nbsp;ติดต่อได้ที่&nbsp;นายจรูญ&nbsp;เสียมไหม&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;081-6662376&nbsp;เพจเฟสบุ๊ค&nbsp;พริกไทยพันธุ์ปะเหลียน&nbsp;สวนบังไข&nbsp;สุโสะ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-04T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401175701279"],
    [18,"เกษตรอินทรีย์สมัยใหม่อำเภอเมืองตรัง ประยุกต์ใช้เทคโนโลยี ตามวิถีเกษตรกรรุ่นใหม่ (Young Smart Farmer)ดำเนินกิจกรรมด้านการเกษตรอินทรีย์ ในพื้นที่ 3 ไร่","<p><strong>นางนิตยา&nbsp;จันทร์ประทีป&nbsp;เกษตรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;มอบหมายให้</strong>&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนเกษตรกรรุ่นใหม่&nbsp;(Young&nbsp;Smart&nbsp;&nbsp;Farmer)&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;นายเฉลิมวุฒิ&nbsp;วิจิตรเวชการ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลนาท่ามเหนือ&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;ซึ่งดำเนินกิจกรรมด้านการเกษตรอินทรีย์&nbsp;ในพื้นที่ประมาณ&nbsp;3&nbsp;ไร่&nbsp;(รวมที่อยู่อาศัย)&nbsp;กิจกรรมด้านเกษตร&nbsp;ได้แก่&nbsp;การปลูกผักสลัด&nbsp;ผักคะน้าในโรงเรือนแบบยกแคร่&nbsp;&nbsp;ปลูกมะเขือเทศในโรงเรือนปิด&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เกษตรกรได้ประยุกต์ส่วนของบริเวณใต้แคร่ของโรงเรือนปลูกผักในการเลี้ยงไก่ดำทำให้สามารถลดภาระเรื่องการกำจัดวัชพืชได้&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;ยังได้ทำการเลี้ยงและเพาะขยายพันธุ์แหนแดงในกะละมัง</strong>&nbsp;โดยใช้ประโยชน์เป็นอาหารเลี้ยงไก่&nbsp;และเป็นปุ๋ยใส่ในแปลงผัก&nbsp;ทำให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนด้านอาหาร&nbsp;และปุ๋ยได้อีกทางหนึ่งการเพาะขยายพันธุ์ต้นผักเหรียงพันธ์อินโด&nbsp;(ต้นละ&nbsp;90&nbsp;บาท)&nbsp;ซึ่งต้นผักเหรียงสายพันธุ์อินโดจะมีลักษะแตกต่างจากผักเหรียงทั่วไปคือ&nbsp;มีใบใหญ่เมื่อนำมาประกอบอาหารจะมีรสชาติมันกว่า&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>การผลิตน้ำหมักชีวภาพ&nbsp;โดยใช้เศษปลาเป็นวัตถุดิบในการหมัก</strong>&nbsp;ซึ่งน้ำหมักชีวภาพสามารถผลิตเดือนละประมาณ&nbsp;500&nbsp;ลิตร&nbsp;โดยน้ำหมักที่ได้จะนำไปใช้เป็นปุ๋ยในแปลงผัก&nbsp;โดยภายในโรงเรือนปลูกผัก&nbsp;เกษตรกรได้มีการนำระบบน้ำอัจฉริยะมาใช้ในการควบคุมเวลาการให้น้ำในแปลงผัก&nbsp;โดยใช้สมาร์ทโฟนในการสั่งการทำให้สามารถลดเวลา&nbsp;และลดต้นทุนการใช้น้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;ปัจจุบันทางเกษตรกรรายดังกล่าว&nbsp;&nbsp;ได้รับจ้างออกแบบและวางระบบน้ำอัจริยะในสวนปาล์มน้ำมัน&nbsp;และแปลงไม้ผล&nbsp;และยังได้ดัดแปลงเครื่องมือในการผสมดินปลูกทำให้สะดวกในการทำงาน&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผลผลิตที่ได้จากแปลงจะจำหน่ายให้แก่ลูกค้า&nbsp;</strong>และร้านค้าประจำในเขตพื้นที่เขตเทศบาลนครตรัง&nbsp;และจำหน่ายผ่าน&nbsp;เพจเฟสบุ๊ก&nbsp;:จีโอฟาร์มเมล่อนญี่ปุ่น&nbsp;ผักปลอดสารพิษ&nbsp;&nbsp;สนใจติดต่อ&nbsp;นายเฉลิมวุฒิ&nbsp;วิจิตรเวชการโทร:&nbsp;0882464551&nbsp;หรือผ่านเพจเฟสบุ๊ก&nbsp;:จีโอฟาร์มเมล่อนญี่ปุ่น&nbsp;ผักปลอดสารพิษ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-04T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401180055284"],
    [19,"ผบ.ฉก.นราธิวาส เปิดกิจกรรม ลงแขกเกี่ยวข้าว สืบสานวิถีพหุวัฒนธรรม ต.พร่อน อ.ตากใบ","<p><strong>ผบ.ฉก.นราธิวาส&nbsp;เปิดกิจกรรม&nbsp;ลงแขกเกี่ยวข้าว&nbsp;สืบสานวิถีพหุวัฒนธรรม&nbsp;</strong>ส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น&nbsp;ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ณ&nbsp;แปลงนา&nbsp;หมู่5&nbsp;ต.พร่อน&nbsp;อ.ตากใบ&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ที่&nbsp;แปลงนา&nbsp;หมู่5&nbsp;ตำบลพร่อน&nbsp;อำเภอตากใบ&nbsp;จังหวัดนราธิวาส</strong>&nbsp;พลตรี&nbsp;เฉลิมพร&nbsp;ขำเขียว&nbsp;ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่&nbsp;15&nbsp;/&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส&nbsp;/ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;เปิดกิจกรรม&nbsp;ลงแขกเกี่ยวข้าว&nbsp;สืบสานวิถีพหุวัฒนธรรม&nbsp;ส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น&nbsp;ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;โดยมีว่าที่ร้อยตรี&nbsp;จิรัสย์&nbsp;ศิริวัลลภ&nbsp;นายอำเภอตากใบ&nbsp;ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรตากใบ&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจตำรวจนราธิวาส&nbsp;93&nbsp;ประธานองค์กรภาคประชาชนเพื่อสันติ&nbsp;และเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดนราธิวาส&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;ผู้นำท้องที่&nbsp;และพี่น้องประชาชนไทยพุทธ&nbsp;ไทยมุสลิม&nbsp;ในพื้นที่ร่วมกิจกรรมภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด&nbsp;19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นโดยความร่วมมือของหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส</strong>&nbsp;และองค์กรภาคประชาชนเพื่อสันติและ&nbsp;เศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดนราธิวาส&nbsp;เพื่อสืบสานวิถีพหุวัฒนธรรม&nbsp;\"ลงแขก&nbsp;เกี่ยวข้าว\"&nbsp;ตลอดจนฟื้นฟูรักษา&nbsp;วิถีวัฒนธรรมที่แสดงออกถึง&nbsp;ความร่วมมือ&nbsp;ร่วมใจ&nbsp;ช่วยเหลือ&nbsp;เกื้อกูลกัน&nbsp;ของสังคมพหุวัฒนธรรมระหว่างไทยพุทธ&nbsp;และมุสลิมในพื้นที่ที่มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นยาวนานในทุกๆด้าน&nbsp;โดยสร้างสังคมให้เกิดความผาสุกตามบริบทของสังคมพหุวัฒนธรรม&nbsp;กระตุ้นให้เกิดกลไก&nbsp;การจัดการ&nbsp;ชุมชน&nbsp;ตามธรรมชาติ&nbsp;พัฒนาทรัพยากรมนุษย์&nbsp;ศักยภาพผู้นํา&nbsp;และประชาชนให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่&nbsp;ทรัพยากร&nbsp;ภูมิปัญญา&nbsp;และวิถีชุมชน&nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย&nbsp;ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;ที่ต้องการให้พี่น้องประชาชน&nbsp;มีส่วนร่วมในกระบวนการเสริมสร้างสันติสุขอย่างยั่งยืน&nbsp;และพัฒนาเศรษฐกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต&nbsp;ของประชาชนให้ดีขึ้น&nbsp;เกิดความมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;นำมาสู่การอยู่ร่วมกัน&nbsp;อย่างสันติสุขที่แท้จริงในสังคม</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;พลตรี&nbsp;เฉลิมพร&nbsp;ขำเขียว&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สำหรับกิจกรรมที่จัดขึ้นมีวัตถุประสงค์สำคัญ</strong>&nbsp;คือ&nbsp;การฟื้นฟู&nbsp;รักษา&nbsp;วิถี&nbsp;ลงแขกเกี่ยวข้าว&nbsp;และการทํานาโดยใช้จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ&nbsp;และส่งเสริมการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม&nbsp;รวมถึงการแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์&nbsp;สู่แนวคิดความ&nbsp;เป็น&nbsp;\"พลเมืองไทย&nbsp;ในบริบทสังคมพหุวัฒนธรรม\"&nbsp;น้อมนําศาสตร์พระราชาและปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;มาประพฤติปฏิบัติอย่างจริงจัง&nbsp;</p><p><strong>ตลอดจนกิจกรรมลงแขกเกี่ยวข้าว&nbsp;เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สร้างให้ทั้ง&nbsp;2&nbsp;ศาสนา</strong>ได้มีความรักความสามัคคีกันได้&nbsp;ผลผลิตข้าวนำมาบริโภค&nbsp;และจำหน่ายสร้างรายได้แก่พี่น้องเกษตรกร&nbsp;อีกทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีชุมชน&nbsp;ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;และเป็นการสืบสานวัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิมของบรรพชนรุ่นก่อนให้คนรุ่นหลังหรือรุ่นปัจจุบันได้ปฏิบัติสืบเนื่องกันต่อไป&nbsp;นับว่าเป็นสิ่งที่ดี&nbsp;และที่สำคัญคือได้สร้างความมีส่วนร่วม&nbsp;ความสามัคคีปรองดองระหว่างพี่น้องประชาชนในพื้นที่&nbsp;ให้อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมสืบไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-04T00:00:00","ภาคใต้","นราธิวาส","สวท.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401180749290"],
    [20,"ทสจ.นครพนม เผย PM2.5 ของจังหวัดนครพนม อยู่ในระดับ    ** คุณภาพอากาศดีมาก **","<p><strong>สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;(ทสจ.)&nbsp;</strong>โดย&nbsp;ผอ.นายอภชัย&nbsp;ฤทธิกรรณ์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;รายงานสถานการณ์สภาพอากาศของจังหวัดนครพนมว่า&nbsp;ค่าฝุ่น&nbsp;PM2.5(ค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชม.)&nbsp;6&nbsp;มคก./ลบ.ม.&nbsp;อยู่ในเกณฑ์คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;และมีแนวโน้มทรงตัวในระดับต่ำ&nbsp;ค่าฝุ่น&nbsp;PM10&nbsp;มีค่า&nbsp;15&nbsp;มคก./ลบ.ม.&nbsp;อยู่ในเกณฑ์คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;ค่ามลพิษที่สำคัญ&nbsp;ค่าโอโซน&nbsp;ไนโตรเจนไดออกไซด์&nbsp;คาร์บอนมอนอกไซด์&nbsp;และซัลเฟอร์ไดออกไซด์&nbsp;อยู่ในเกณฑ์&nbsp;คุณภาพดีมาก&nbsp;&nbsp;ค่าดัชนีคุณภาพอากาศ(AQI)&nbsp;ของจังหวัดนครพนม&nbsp;อยู่ในระดับ&nbsp;&nbsp;คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;</p><p><strong>คำแนะนำสุขภาพ&nbsp;:&nbsp;&nbsp;เหมาะสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;และการท่องเที่ยว</strong></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-04T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401192800345"],
    [21,"จ.ศรีสะเกษ เปิดโครงการ 1 จังหวัด 1 โครงการ ผู้ประกอบการมืออาชีพด้านเกษตรอัจฉริยะ เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมภายใต้ชีวิตวิถีใหม่อย่างเสมอภาคเท่าเทียม","<p><strong>วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางสาวชนมณัฐ&nbsp;รอดบุญธรรม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการ&nbsp;1&nbsp;จังหวัด&nbsp;1&nbsp;โครงการผู้ประกอบการมืออาชีพด้านเกษตรอัจฉริยะ&nbsp;เพื่อสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมภายใต้ชีวิตวิถีใหม่อย่างเสมอภาคเท่าเทียม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;1&nbsp;อาคารฝึกอบรม&nbsp;สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานศรีสะเกษ</p><p><strong>นางทัศนี&nbsp;ขจัดมลทิน&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานศรีสะเกษ</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;โครงการ&nbsp;1&nbsp;จังหวัด&nbsp;1&nbsp;โครงการผู้ประกอบการมืออาชีพด้านเกษตรอัจฉริยะฯ&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมพัฒนากลุ่มเกษตรกร&nbsp;กลุ่มผู้มีผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร&nbsp;แรงงานนอกระบบ&nbsp;และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;ให้มีความรู้ต่อกระบวนการผลิตพืช&nbsp;การแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่ได้มาตรฐานด้วยความรู้ทางเทคโนโลยี&nbsp;และนวัตกรรมเกี่ยวกับการเพิ่มมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์ตามแนวคิดเกษตรอัจฉริยะ&nbsp;ตลอดจนช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเป้าหมายอย่างครบวงจร&nbsp;เริ่มตั้งแต่กระบวนการเพาะปลูก&nbsp;การเตรียมดิน&nbsp;การสร้างโรงเรือน&nbsp;เทคนิคการติดตั้งระบบ&nbsp;Smart&nbsp;Control&nbsp;การบรรจุผลิตภัณฑ์&nbsp;การตลาด&nbsp;และการขายของออนไลน์&nbsp;ทำให้เกิดการสร้างงาน&nbsp;มีอาชีพ&nbsp;มีรายได้ที่มั่นคง&nbsp;ส่งผลต่อเศรษฐกิจชุมชนดีขึ้น&nbsp;และนำสู่ความเข้มแข็งเศรษฐกิจของจังหวัดและประเทศต่อไป&nbsp;</p><p><strong>โดยมีหัวหน้าส่วนราชการและผู้แทนส่วนราชการเข้าร่วมพิธีเปิดโครงการ</strong>&nbsp;ดังนี้&nbsp;เกษตรจังหวัด&nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัด&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานศรีสะเกษ&nbsp;รองคณบดีคณะศิลปะศาสตรและวิทยาศาสตร์&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาเกษตรภูสิงห์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;ผู้แทนนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด&nbsp;ผู้แทนพาณิชย์จังหวัด&nbsp;ประธานสมาพันธ์&nbsp;SME&nbsp;ไทยศรีสะเกษ&nbsp;และประธานคณะกรรมการเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนจังหวัด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-04T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สวท.ศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401193047347"],
    [22,"ร้อน-แล้งซ้ำเติม ผลผลิตไข่ลด 15 %","<p>อากาศร้อนแล้ง&nbsp;ทำผลผลิตไข่เสียหาย-ปริมาณน้อยกว่าปกติ&nbsp;&nbsp;ผู้เลี้ยงถอดใจเลิกอาชีพแล้ว 10% เกษตรกรไก่ไข่ร้องรัฐปล่อยราคาตามกลไกตลาด ชี้ต้นทุนหลักวัตถุอาหารสัตว์สูงเป็นประวัติการณ์ ยังถูกซ้ำเติมด้วย</p><p><br></p><p>นางพเยาว์ อริกุล นายกสมาคมการค้าผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยภาคกลาง เปิดเผยว่า ปัญหาสภาพอากาศร้อน-แล้ง ทำให้แม่ไก่เครียด&nbsp;กินอาหารน้อย&nbsp;แม่ไก่จะมีไข่ไก่แตกในท้อง&nbsp;และมีไก่ตายวันละ 5-10 ตัว&nbsp;เปอร์เซ็นต์ไข่ที่ได้จะลดลงประมาณ 10-15 % คือ จากที่เคยมีอัตราการให้ไข่เฉลี่ยที่ 80 % เหลือเพียง 60-65 %&nbsp;&nbsp;ส่งผลให้มีเปอร์เซ็นต์ไข่ที่ได้ช่วงนี้ มีจำนวนลดน้อยลงจากปกติ&nbsp;ผู้เลี้ยงขอให้ภาครัฐเข้าใจเกษตรกร และปล่อยให้ราคาไข่ไก่เป็นไปตามกลไกตลาด&nbsp;เพราะขณะนี้เกษตรกรต้องแบกรับภาระการผลิตที่สูงขึ้น เนื่องจากข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สูงขึ้นมากอย่างที่ไม่เคยเจอ ขณะที่ต้นทุนการเลี้ยงจากวัตถุดิบอาหารสัตว์ถือเป็นต้นทุนหลักที่ 70-80 %&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><em>ปัญหาต้นทุนการเลี้ยงที่สูงเป็นประวัติการณ์นี้ ทำให้ขณะนี้เกษตรกรผู้เลี้ยงตัดสินใจเลิกอาชีพไปแล้ว 10 % เพราะไม่สามารถแบกรับภาระการขาดทุนต่อไปได้&nbsp;สำหรับสภาพอากาศที่ร้อนมากขณะนี้ แม่ไก่ไข่กินอาหารน้อย&nbsp;ทำให้ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ&nbsp;ส่งผลต่อผลผลิตไข่ที่ได้&nbsp;ซึ่งจะมีเปลือกไข่ช่วงนี้บางกว่าปกติ ง่ายต่อการร้าว และแตกได้ง่าย&nbsp;ทำให้มีสภาพไข่ไก่สมบูรณ์พร้อมขายเพียงกว่า 60 เปอร์เซ็นต์&nbsp;และผลผลิตไข่ไก่ที่ได้ในช่วงนี้ส่วนใหญ่จะเป็นขนาดกลาง-เล็ก ทำให้ผู้เลี้ยงขายไข่ได้ราคาลดลงไปด้วย</em> นางพเยาว์ กล่าว</p><p><br></p><p>นายกสมาคมการค้าผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยภาคกลาง กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันราคาไข่ที่ขายไม่มีความสมดุล&nbsp;เพราะไม่สามารถขายในราคาสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง&nbsp;และในสภาพอากาศร้อนขณะนี้&nbsp;ทำให้ไก่เครียด แทบไม่กินอาหาร&nbsp;ขนาดของไข่ไก่ที่ออกมาในช่วงนี้จึงมีเพียงขนาดกลางถึงเล็ก ที่เบอร์ 3-4-5 เท่านั้น&nbsp;จากปกติมีไข่ไก่ 6 ขนาด คือ เบอร์ 0 ใหญ่สุด และเบอร์ 5 เป็นขนาดเล็กสุด&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>สถานการณ์ภัยแล้งทำให้ผู้เลี้ยงต้องมีค่าใช้จ่ายค่าไฟเพิ่มขึ้นจากการต้องเปิดระบบน้ำพ่นฝอย เพื่อลดความร้อนภายในโรงเรือน  รวมถึงระบบน้ำและพัดลมระบายอากาศของโรงเรือน ช่วงนี้เกษตรกรต้องรับภาระค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น จากค่าไฟที่เพิ่มขึ้นประมาณ 10 %&nbsp;จึงอยากให้ทุกภาคส่วน รวมถึงผู้บริโภคเข้าใจเกษตรกรด้วย</p>","2022-01-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401195123365"],
    [23,"ครูภูมิปัญญาต่อยอด ผสมเมล่อนสายพันธุ์ใหม่ ผลผลิตรุ่นแรกลายสวยงาม","<p><strong>\"การปลูกเมล่อนจะว่ายากก็ไม่ยาก&nbsp;ง่ายก็ไม่ง่าย&nbsp;ต้องใส่ใจในการดูแล\"</strong>&nbsp;&nbsp;สำหรับเกษตรกร&nbsp;ผู้ที่สนใจหลายราย&nbsp;ที่อาจคิดว่าการปลูกเมล่อนเป็นเรื่องที่ยากและต้องใช้ทุนสูง&nbsp;ซึ่งทางเกษตรกรชาวอำเภอยะหา&nbsp;ได้หันมาใช้ภูมิปัญญาทางด้านการเกษตร&nbsp;ทำโรงเรือนขนาดเล็ก&nbsp;สำหรับปลูกเมล่อนได้&nbsp;120&nbsp;ต้น&nbsp;ด้วยการใช้ไม้ไผ่&nbsp;ซึ่งเป็นวัสดุที่หาง่ายมีอยู่ในพื้นที่&nbsp;ผสมผสานกับท่อพีวีซี&nbsp;ตาข่ายคลุมโรงเรือน&nbsp;ช่วยลดต้นทุนจากการสร้างโรงเรือนเหล็ก&nbsp;5-6&nbsp;หมื่นบาท&nbsp;เหลือเพียงหมื่นกว่าบาท&nbsp;พร้อมกับนำกระถางมาลงปลูกเมล่อนสายพันธุ์คิโมจิ&nbsp;หลังปลูกได้มาปีเศษ&nbsp;สามารถเก็บผลผลิตได้&nbsp;2&nbsp;รุ่น&nbsp;สร้างรายได้ได้เป็นอย่างดี&nbsp;แต่ด้วยความที่เป็นคนชอบทดลองได้ใช้ภูมิปัญญา&nbsp;ต่อยอดการปลูกเมล่อน&nbsp;โดยนำเมล็ดพันธุ์เมล่อนอาหรับ&nbsp;ผสมเกสรเข้าด้วยกันกับ&nbsp;สายพันธุ์คิโมจิ&nbsp;ใช้ระยะเวลา&nbsp;ลงปลูกร่วม&nbsp;2&nbsp;เดือน&nbsp;เมล่อนลูกผสมสายพันธุ์ใหม่&nbsp;ได้ให้ผลผลิตสุดสวยงาม&nbsp;&nbsp;ตอนนี้ก็เหลือแต่รอลุ้นรสชาติ&nbsp;ซึ่งผลเมล่อนรุ่นแรก&nbsp;นี้&nbsp;ก็จะสุกได้ที่&nbsp;ในวันที่&nbsp;15&nbsp;เม.ย&nbsp;65&nbsp;&nbsp;โดยมีนักชิมต่างให้ความสนใจจองแล้ว&nbsp;30&nbsp;ลูก</p><p><strong>นายดอเล๊าะ&nbsp;สะตือบา&nbsp;ประธานศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าทางการเกษตร&nbsp;(ศพก)&nbsp;อ.ยะหา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;</strong>/ภูมิปัญญาด้านการเกษตร&nbsp;&nbsp;บอกว่าเดิมที&nbsp;ตนเองก็ได้ปลูกเมล่อนสายพันธุ์ญี่ปุ่นคิโมจิ&nbsp;ตั้งแต่ปีที่แล้วประสบผลสำเร็จ&nbsp;ขายผลผลิตได้&nbsp;2&nbsp;รุ่น&nbsp;&nbsp;สำหรับเมล่อนแล้วใช้ระยะเวลาไม่ถึง&nbsp;3&nbsp;เดือนก็เก็บได้&nbsp;พอหมดรุ่นก็รื้อออกปลูกใหม่</p><p><strong>โดยจะนำความรู้ภูมิปัญญามาปรับให้เข้ากับพื้นที่ที่มีอยู่</strong>&nbsp;จนกระทั่งประสบผลสำเร็จแบบง่ายๆ&nbsp;ไม่มีเทคโนโลยีมากมายอะไร&nbsp;ใช้ถังในการปลูก&nbsp;โดยซื้อเมล็ดพันธุ์ตามท้องตลาดที่จะขายอยู่ที่เมล็ดละ&nbsp;5-8&nbsp;บาท&nbsp;นำมาเพาะและลงปลูก&nbsp;ปุ๋ยก็เป็นปุ๋ยคอก&nbsp;รดน้ำก็เป็นแบบสายลาก&nbsp;ไม่ให้เปียกมาก&nbsp;เมล่อนไม่ชอบน้ำเยอะพอประมาณ&nbsp;ถ้าเยอะจะเกิดเชื้อรา&nbsp;&nbsp;ซึ่งเราก็เป็นภูมิปัญญาอยู่แล้ว&nbsp;เพราะที่นี่เป็นศูนย์เรียนรู้ด้วย&nbsp;ถ้าเราใช้เทคโนโลยีก็ไม่มีทุน&nbsp;อย่างโรงเรือน&nbsp;ก็จะใช้ไม้ไผ่ไม้ในพื้นที่&nbsp;ลงทุนครั้งแรกก็หมื่นกว่าบาท&nbsp;แต่ไม่มากเหมือนกับการทำโรงเรือนเหล็ก&nbsp;5-6&nbsp;หมื่นบาท&nbsp;รวมถึงต้องการให้เกษตรกรที่ไม่มีทุนได้มาศึกษาจะได้นำกลับไปทำ&nbsp;มีรายได้&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ก็จะใช้ขบวนการที่เก็บลูกสวยไว้ทำพันธุ์ด้วย&nbsp;จะได้ไม่ต้องลงทุนในการซื้อเมล็ดพันธุ์&nbsp;ครั้งต่อไป&nbsp;ซึ่งราคาจะแพงสักหน่อย&nbsp;&nbsp;&nbsp;ต้นหนึ่งเมล่อนจะมีหลายลูก&nbsp;แต่ก็จะเก็บไว้เพียงลูกเดียว&nbsp;เพื่อไม่ให้ลูกอื่นแบ่งความหวานความอร่อย&nbsp;ไป</p><p><strong>ส่วนการผสมสายพันธุใหม่ได้แนวคิดพันธุ์จากการไปทำ</strong>&nbsp;อุมเราะห์&nbsp;ที่เมกกะ&nbsp;ของ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ในครั้งที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งตนเองไปในนามของเกษตรกร&nbsp;ได้ไปเจอเมล่อนที่ลูกสวย&nbsp;ซื้อในราคา&nbsp;ลูกละ&nbsp;200&nbsp;กว่าบาท&nbsp;โดยให้คนอื่นกิน&nbsp;ส่วนตนเองก็นำเมล็ดกลับมาอย่างเดียวพร้อมกับนำภูมิปัญญา&nbsp;ปู่&nbsp;ย่า&nbsp;ตายาย&nbsp;มาทดลองปลูกง่ายๆ&nbsp;ผสมไขว้เกสรดู&nbsp;คิโมจิผสมพันธุ์จากเมกกะ&nbsp;สุดท้ายประสบผลสำเร็จ&nbsp;ออกลูกมาผลของแท้จากเมกกะไม่มีลาย&nbsp;คิโมจิมีลาย&nbsp;ธรรมดา&nbsp;คิโมจิที่ปลูกขายที่นี่&nbsp;จะมีรสชาติหวาน&nbsp;หอม&nbsp;อร่อย&nbsp;เนื้อสีเขียว&nbsp;ส่วนเมกกะที่นำมาเนื้อสีส้ม&nbsp;โตสุดที่ได้ลูกตอนนี้&nbsp;ประมาณ&nbsp;2&nbsp;กก.ต่อลูก&nbsp;ส่วนรสชาติยังไม่การันตี&nbsp;บอกไม่ได้&nbsp;เพราะ&nbsp;ยังไม่ได้ชิม&nbsp;ต้องรอดูให้ถึงเวลา&nbsp;ซึ่งในวันที่&nbsp;15&nbsp;เม.ย&nbsp;ก็จะได้ตัดรุ่นแรก&nbsp;30&nbsp;ลูก&nbsp;ซึ่งลูกค้าได้จองลูกพันธุ์ผสมเข้ามา&nbsp;ทั้ง&nbsp;ในพื้นที่ยะลา&nbsp;กทม.&nbsp;นราธิวาส&nbsp;เค้าอยากชิม&nbsp;โดยจองผ่านออนไลน์&nbsp;ซึ่งตนเองก็ขายตลาดออนไลน์มาหลายปีแล้วโดยเป็นสมาทฟาร์มเมอร์&nbsp;เกษตรกรต้นแบบของ&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;คนแรกที่ขายออนไลน์&nbsp;เริ่มจากสละอินโด&nbsp;และก็มาเมล่อน&nbsp;คิโมจิ&nbsp;&nbsp;ส่วนชื่อพันธุ์ใหม่ตอนนี้&nbsp;ก็ยังไม่ได้ตั้งรอทางเกษตรก่อน&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;นายดอเล๊าะฯ&nbsp;ยังได้เตรียมขยาย</strong>&nbsp;โรงเรือนเมล่อนใหม่&nbsp;กว้าง&nbsp;4&nbsp;เมตร&nbsp;ยาว&nbsp;11&nbsp;เมตร&nbsp;เพื่อลงปลูกเมล่อนลูกผสม&nbsp;คิโมจิ-อาหรับ&nbsp;ซึ่งจะปลูกได้ประมาณ&nbsp;200&nbsp;กว่าต้น&nbsp;เป็นโรงเรือนที่มีความทนทานไม่แพ้โรงเรือนเหล็ก&nbsp;ทำจากท่อพีวีซี&nbsp;ไส้ใน&nbsp;ใส่ไม้ไผ่&nbsp;ด้วย&nbsp;เพื่อให้เกิดความคงทน&nbsp;และลดต้นทุน&nbsp;โดยบอกกว่า&nbsp;ดีใจ&nbsp;และภูมิใจมาก&nbsp;ที่ได้ใช้ความรู้&nbsp;ภูมิปัญญามาทำงานเป็นอาชีพจนถึงทุกวันนี้จนประสบความสำเร็จทางด้านการเกษตร</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-02-04T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220402072604428"],
    [24,"พัฒนาผ้าไหมลักษณะพิเศษ นุ่มพลิ้ว ไม่ยับง่าย เพิ่มมูลค่าผ้าไหมไทย","<p><strong>นายปราโมทย์&nbsp;ยาใจ&nbsp;อธิบดีกรมหม่อนไหม&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>กรมหม่อนไหมจัดทำโครงการการทำผ้าไหมต้นแบบลักษณะพิเศษ&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ภายใต้&nbsp;โครงการเทคโนโลยี&nbsp;นวัตกรรม&nbsp;เพิ่มมูลค่าสินค้าหม่อนไหมตลอดห่วงโซ่อุปทาน&nbsp;เป็นโครงการที่ดำเนินการเพื่อพัฒนาเพื่อให้ได้ผ้าไหมที่มีลักษณะพิเศษ&nbsp;มีความนุ่มพลิ้ว&nbsp;ไม่ยับง่าย&nbsp;โครงสร้างเนื้อผ้าแข็งแรงและหากสามารถพัฒนาให้มีคุณสมบัติพิเศษได้&nbsp;จะสามารถเพิ่มมูลค่าผ้าไหมไทยและทำให้มีความนิยมใช้ผ้าไหมมากขึ้น&nbsp;เนื่องจากมีเนื้อผ้าที่สวมใส่สบายและดูแลรักษาง่าย&nbsp;ที่สำคัญคือ&nbsp;เกษตรกรสามารถผลิตเองได้&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการพัฒนาผ้าไหมดังกล่าว&nbsp;</strong>กรมหม่อนไหม&nbsp;ได้ใช้รังไหมพันธุ์ไทยพื้นบ้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;พันธุ์ทับทิมสยาม&nbsp;06&nbsp;และพันธุ์วนาสวรรค์&nbsp;มาใช้ในการสาวเส้นไหม&nbsp;โดยการนำรังไหมมานำรังไหมไปต้มให้ฉ่ำน้ำ&nbsp;แล้วตักใส่กระบะสาวเครื่องยูบี&nbsp;2&nbsp;อุณหภูมิในการสาวเส้นไหมประมาณ&nbsp;40&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;กำหนดขนาดเส้นและควบคุมจำนวนรัง&nbsp;รวมทั้งการเพิ่มคุณสมบัติด้วยการควบตีเกลียวทั้งนี้&nbsp;ได้ใช้การตีเกลียวด้วยเครื่องตีเกลียวเส้นไหม&nbsp;2&nbsp;แบบ&nbsp;โดยแบ่งครึ่งสำหรับย้อมด้วยแก่นเข&nbsp;และอีกส่วนหนึ่งนำไปย้อมด้วยแก่นเขแล้วนำไปหมักโคลน&nbsp;จากนั้นนำผ้าที่ทอไปวิเคราะห์หาโครงสร้าง&nbsp;ความยืดหยุ่นและความแข็งแรง&nbsp;และเมื่อนำไปวิเคราะห์หาโครงสร้าง&nbsp;ความยืดหยุ่น&nbsp;และความแข็งแรงของผ้า&nbsp;พบว่ามีการคืนตัวดีและมีสภาพยืดหยุ่นและการทิ้งตัวได้ดี</p><p><strong>กรมหม่อนไหม&nbsp;นำองค์ความรู้ดังกล่าวนี้ไปถ่ายทอด</strong>&nbsp;โดยจะนำร่องในกลุ่มเกษตรกรจังหวัดมุกดาหารและอุบลราชธานี&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรนำไปผลิตผ้าไหมที่มีลักษณะดังกล่าวนี้ได้เองต่อไป&nbsp;ถือเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับผ้าไหมไทยอีกแนวทางหนึ่ง&nbsp;ที่ตอบสนองความต้องการของตลาดของผู้บริโภคที่ชื่นชอบผ้าไหมและการสวมใส่ที่ให้ความสบายมากยิ่งขึ้น</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-02-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220402110635465"],
    [25,"พัฒนาลุ่มน้ำยมตอนล่าง เพิ่มความมั่นคงด้านน้ำ พิษณุโลก พิจิตร","<p><strong>นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างอาคารบังคับน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำยมตอนล่าง&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;เพื่อเพิ่มศักยภาพในการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูน้ำหลาก&nbsp;ที่ไหลมาจากพื้นที่ตอนบน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ประตูระบายน้ำ&nbsp;ท่านางงาม&nbsp;อำเภอบางระกำ&nbsp;จังหวัดพิษณุโลก&nbsp;ปตร.ท่าแห&nbsp;อำเภอสามง่าม&nbsp;จังหวัดพิจิตร&nbsp;ปตร.บ้านวังจิก&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;ปตร.โพธิ์ประทับช้าง&nbsp;อำเภอโพธิ์ประทับช้าง&nbsp;เมื่อแล้วเสร็จจะสามารถเก็บกักน้ำในแม่น้ำยมและลำน้ำสาขาได้รวมประมาณกว่า&nbsp;38&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;เพิ่มพื้นที่ได้รับประโยชน์จากระบบชลประทานได้&nbsp;198,746&nbsp;ไร่&nbsp;อีกทั้งช่วยลดมวลน้ำหลากในช่วงฤดูฝน&nbsp;คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี&nbsp;2568&nbsp;ปัจจุบันมีผลงานคืบหน้าสะสมเฉลี่ยทั้งโครงการฯ&nbsp;รวมประมาณร้อยละ&nbsp;44&nbsp;ของแผนงาน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เป็นที่ทราบกันดีว่าพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำยม</strong>&nbsp;ยังไม่มีแหล่งเก็บกักน้ำที่มีศักยภาพเพียงพอที่จะใช้ในการบริหารจัดการน้ำ&nbsp;ทำให้เกิดปัญหาทั้งอุทกภัยและการขาดแคลนน้ำของประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ของลุ่มน้ำยมตอนล่างเป็นประจำ&nbsp;ขณะเดียวกันสภาพภูมิประเทศของลุ่มน้ำยมตอนล่างไม่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาหรือสร้างอ่างเก็บน้ำได้&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;จึงได้วางแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว&nbsp;ด้วยการก่อสร้างอาคารบังคับน้ำในแม่น้ำยมเป็นช่วงๆ&nbsp;แบบขั้นบันได&nbsp;เพื่อกักเก็บน้ำไว้ให้เกษตรกร&nbsp;สามารถนำน้ำไปใช้ได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งลำน้ำ&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมา&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;ดำเนินการก่อสร้างฝายยางและฝายคอนกรีต&nbsp;เพื่อใช้บริหารจัดการน้ำในลำน้ำยมตอนล่างจำนวน&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;</p><p><strong>การพัฒนาแหล่งน้ำภายใต้ข้อจำกัดของลักษณะภูมิประเทศในครั้งนี้</strong>&nbsp;จะช่วยสร้างแหล่งเก็บน้ำให้กับพื้นที่การเกษตรและชุมชนที่อาศัยอยู่ตลอดลุ่มน้ำยมตอนล่างระยะทางกว่า&nbsp;225&nbsp;&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ได้ปริมาณน้ำรวมประมาณ&nbsp;61&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;สามารถเพิ่มความมั่นคงด้านน้ำให้กับราษฎร&nbsp;ครอบคลุมพื้นที่&nbsp;5&nbsp;ตำบล&nbsp;ในเขตจังหวัดพิษณุโลก&nbsp;และอีก&nbsp;1&nbsp;ตำบลในเขตจังหวัดพิจิตรคือ&nbsp;ตำบลกำแพงดิน&nbsp;อำเภอสามง่าม&nbsp;รวมพื้นที่ได้รับประโยชน์ทั้งสิ้นกว่า&nbsp;300,000&nbsp;ไร่</p><p><br></p><p><br></p>","2022-02-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220402110513462"],
    [26,"ตลาดค้าส่งผลไม้เนินสูง จันทบุรีเริ่มคึกคักหลังผลผลิตทุเรียนพันธุ์กระดุม พันธุ์ชะนี และหมอนทองรุ่นแรก เริ่มทยอยออกสู่ตลาดราคาสูงกิโลกรัมละกว่า 200 บาท","<p><strong>ที่ตลาดเนินสูง&nbsp;ตำบลเขาวัว&nbsp;อำเภอท่าใหม่&nbsp;จังหวัดจันทบุรี&nbsp;แหล่งซื้อขายทุเรียนที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดจันทบุรี</strong>&nbsp;พบว่ามีเกษตรกรชาวสวนเริ่มนำทุเรียนใส่ท้ายรถกระบะมาขาย&nbsp;และมีพ่อค้า&nbsp;แม่ค้าเร่ที่มาดักรอซื้อไปขายต่างจังหวัดมารอรับซื้อทุเรียนของเกษตรกรไปขาย&nbsp;โดยชาวสวนจะตัดทุเรียนจากสวน&nbsp;เพื่อมาขายให้แก่พ่อค้าแม่ค้าหรือขาประจำที่ร้านรับซื้อทุเรียนอยู่ที่ตลาดแห่งนี้&nbsp;ซึ่งจังหวัดจันทบุรีมีมาตรการคุมเข้มป้องกันการนำทุเรียนอ่อนออกสู่ท้องตลาด&nbsp;เป็นการสร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภค&nbsp;สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคจะได้รับประทานทุเรียนที่มีคุณภาพ&nbsp;สำหรับทุเรียนที่ตัดได้ในช่วงนี้คือทุเรียนพันธุ์กระดุม&nbsp;และชะนีบางส่วนที่ติดดอกมาตั้งแต่ช่วงเดือนธันวาคม&nbsp;ส่วนพันธุ์หมอนทอง&nbsp;จะเริ่มตัดได้ประมาณกลางเดือนเมษายนนี้ไป&nbsp;แต่ในช่วงนี้ก็เริ่มมีทุเรียนหมอนทองตกไซร์ที่ออกดอกก่อนเริ่มทยอยออกมาสู่ท้องตลาดบ้างแล้ว&nbsp;แต่ยังไม่มากเท่าที่ควร&nbsp;ส่วนราคาที่ตกลงซื้อขายตามแต่ละขนาดรูปทรง&nbsp;และน้ำหนัก&nbsp;และสายพันธุ์ของทุเรียน&nbsp;ซึ่งจะมีราคาซื้อขายดังนี้&nbsp;หมอนทองตกไซร์&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;190-200&nbsp;บาท&nbsp;พวงมณีกิโลกรัมละ&nbsp;190&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;พันธุ์กระดุมกิโลกรัมละ&nbsp;190&nbsp;บาท&nbsp;พันธุ์ชะนี&nbsp;ราคากิโลกรัมละ&nbsp;170&nbsp;-&nbsp;185&nbsp;บาท&nbsp;ก้านยาวกิโลกรัมละ&nbsp;170&nbsp;บาทราคาจะปรับขึ้น&nbsp;&nbsp;ลงตามน้ำหนักและกลไกของตลาด</p><p><strong>&nbsp;ด้าน&nbsp;นายธนวัฒน์&nbsp;อัครภัคศิวทายิน&nbsp;อายุ&nbsp;37&nbsp;ปี&nbsp;พ่อค้ารับซื้อทุเรียน</strong>ที่นำไปขายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ผลผลิตทุเรียนจันทบุรีจะออกช้ากว่าปีที่แล้ว&nbsp;ด้วยในพื้นที่มีฝนตก&nbsp;พายุเข้าติดต่อกันมา&nbsp;2-3&nbsp;วันติด&nbsp;ทำให้ทุนเรียนออกช้า&nbsp;เสียหายจากพายุอีกจำนวนมาก&nbsp;ทำให้ชาวสวนเดือดร้อนไปตามกัน&nbsp;ผลผลิตโดยรวมทางเกษตรจังหวัดจันทบุรี&nbsp;มีความเข้มงวดเรื่องการตัดทุเรียนอ่อนมาก&nbsp;ก่อนจะตัดทุเรียนมาขายจะต้องมีใบรับประกันเปอร์เซ็นต์แป้งจากเกษตร&nbsp;ถึงจะอนุญาตให้ตัดได้&nbsp;ซึ่งช่วงต้นฤดูผลไม้จะเป็นทุเรียนเบญจพรรณ&nbsp;พวงมณี&nbsp;นกกระจิบ&nbsp;กระดุม&nbsp;ชะนี&nbsp;และหมอนทองเริ่มทยอยออกมาแล้ว&nbsp;ซึ่งคุณภาพหมอนทองก่อนตัดและถึงผู้บริโภคจะดีแน่นอนเพราะเกษตรจังหวัดจันทบุรี&nbsp;เข้มงวดเรื่องตัดทุเรียนอ่อนมาก</p><p><strong>ส่วนราคาช่วงนี้&nbsp;หมอนทองราคาสูง&nbsp;ล้งคนจีนจะซื้อไซร์&nbsp;A&nbsp;-&nbsp;B&nbsp;ในราคากิโลกรัมละ&nbsp;190&nbsp;บาท</strong>&nbsp;ส่วนราคาบริโภคจะต้องรอถึงประมาณช่วงกลางเมษายนเพราะราคาจะปรับลงเหลือประมาณกิโลกรัมละ&nbsp;140-150&nbsp;บาท&nbsp;และเลยจากเมษายนราคาอาจปรับตัวลดลงอีกเพราะผลผลิตทุเรียนเริ่มออกมามากขึ้น&nbsp;ซึ่งปีนี้ผลผลิตทุเรียนโดยรวมจะมีออกสู่ตลาดมากกว่า&nbsp;7&nbsp;แสนตัน&nbsp;วิธีสังเกตุทุเรียนแก่อย่างง่ายคือลูกค้าหรือผู้บริโภคจะต้องดูที่หนาม&nbsp;หนามทุเรียนต้องแห้ง&nbsp;ยกต้องเบา&nbsp;ขั้วทุเรียนต้องแข็งแรง&nbsp;เปล่งบวม&nbsp;เมื่อเคาะดูจะมีเสียงปุ&nbsp;ปุ&nbsp;แต่ถ้าให้ดีหากซื้อบริโภคเลยก็ให้แม่ค้า&nbsp;พ่อค้า&nbsp;ปลอกใส่ภาชนะให้เลยจะดีที่สุด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-04T00:00:00","ภาคตะวันออก","จันทบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220402085833441"],
    [27,"เร่งสำรวจความเสียหายสวนผลไม้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุวาตภัยในภาคตะวันออก","<p><strong>นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรได้รับรายงานความเสียหายจากเหตุวาตภัย&nbsp;ด้านพืช&nbsp;ในพื้นที่หลายจังหวัดทางภาคตะวันออก&nbsp;เมื่อช่วงวันที่&nbsp;28&nbsp;-29&nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&nbsp;เช่น&nbsp;จังหวัดจันทบุรี&nbsp;มีสวนทุเรียนร่วง&nbsp;ต้นโค่นล้ม&nbsp;รวม&nbsp;3&nbsp;อำเภอ&nbsp;&nbsp;มีเกษตรกรผู้ประสบภัยรวมทั้งสิ้น&nbsp;55&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่ประสบภัยรวม&nbsp;8&nbsp;ไร่&nbsp;2&nbsp;งาน&nbsp;ผลผลิตเสียหาย&nbsp;&nbsp;รวม&nbsp;67,200&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ส่วนที่จังหวัดตราด&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ม.9&nbsp;ตำบลห้วยแร้ง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;สวนผลไม้ของเกษตรกรผู้ประสบภัยรวม&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ได้รับความเสียหาย&nbsp;มีทุเรียนโค่นล้ม&nbsp;พื้นที่ประสบภัยรวมประมาณ&nbsp;2&nbsp;ไร่&nbsp;ผลผลิตเสียหายรวมประมาณ&nbsp;7&nbsp;ตัน&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร</strong>&nbsp;ลงพื้นที่เพื่อเร่งสำรวจความเสียหาย&nbsp;ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;สำหรับแนวทางการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่มีพื้นที่เพาะปลูกทุเรียนได้รับความเสียหาย&nbsp;เกษตรกรสามารถยื่นแบบแจ้งความจำนงขอรับการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติด้านพืช&nbsp;กับกำนันหรือผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;สมาชิก&nbsp;อบต.หรือเทศบาล&nbsp;อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&nbsp;ผู้แทนเกษตรกรที่ประสบภัย&nbsp;เพื่อลงตรวจสอบพื้นที่จริง&nbsp;</p><p><strong>หลังจากได้รับแจ้งเรื่อง&nbsp;</strong>คณะกรรมการอนุกรรมการตรวจสอบความเสียหายระดับหมู่บ้านจะลงพื้นที่ตรวจสอบ&nbsp;หากพบว่ามีเกษตรกรที่ผ่านหลักเกณฑ์การช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;พ.ศ.2562&nbsp;ตามหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;กำหนดให้การช่วยเหลือไม่เกินครัวเรือนละ&nbsp;30&nbsp;ไร่&nbsp;ในอัตราในอัตราไร่ละ&nbsp;4,048&nbsp;บาท</p><p><strong>อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า</strong>&nbsp;ขณะนี้กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศแจ้งเตือนในช่วงวันที่&nbsp;1&nbsp;&nbsp;2&nbsp;เมษายนนี้&nbsp;บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้&nbsp;ส่งผลทำให้มีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทย&nbsp;เข้ามาปกคลุมบริเวณดังกล่าว&nbsp;ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน&nbsp;ทำให้บริเวณดังกล่าวจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น&nbsp;</p><p><strong>กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ขอให้เกษตรกรและประชาชน&nbsp;</strong>ระมัดระวังอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น&nbsp;สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย&nbsp;โดยเฉพาะสวนไม้ผลซึ่งเป็นพืชที่ปลูกครั้งเดียวอยู่ได้นานหลายปี&nbsp;เกษตรกรจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมรับมือกับปัญหาภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้น</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-02-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220402111006471"],
    [28,"สานต่อตลาดนำการเกษตร เปิดเทศกาลมะม่วงและผองเพื่อน ปี 2 เน้นเกรดพรีเมียมตรงจากสวน","<p><strong>นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จากการเดินทางไปยังโลตัส&nbsp;สาขารามอินทรา&nbsp;เพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามความคืบหน้าโครงการ&nbsp;รับซื้อผลไม้ฤดูกาล&nbsp;&nbsp;ตรงจากเกษตรกร&nbsp;ภายใต้กิจกรรม&nbsp;มะม่วงและผองเพื่อน&nbsp;ปี&nbsp;2&nbsp;ทั้งนี้มีความร่วมมือในด้านการตลาดสินค้าเกษตรกับโลตัสมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;</p><p><strong>ฤดูกาลมะม่วงของปีนี้</strong>&nbsp;ทางโลตัสให้ความร่วมมือในการรับซื้อมะม่วงจากเกษตรกรมาจำหน่าย&nbsp;เช่นที่&nbsp;โลตัส&nbsp;รามอินทรา&nbsp;โดยผลผลิตที่นำมาจำหน่ายเป็นเกรดระดับพรีเมียมเพื่อการส่งออก&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง&nbsp;มะม่วงขายตึก&nbsp;มะม่วงทองดำ&nbsp;มะม่วงฟ้าลั่น&nbsp;และมะม่วงแรด&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์ตลาดมะม่วง&nbsp;เกรดพรีเมียมส่งออกนั้น</strong>&nbsp;ถือว่าไม่น่าเป็นห่วง&nbsp;เพราะยังมีการซื้อขายกันเป็นปกติ&nbsp;แต่ที่เป็นปัญหาและได้มีการเผยแพร่ผ่านทางสื่อนั้น&nbsp;จะเป็นส่วนของมะม่วงลูกเล็ก&nbsp;ซึ่งเป็นผลพวงจากการปลูก&nbsp;ด้วยมีขนาดที่ไม่ได้มาตรฐานตามที่กำหนด&nbsp;จึงไม่สามารถส่งออกได้และถูกนำมาจำหน่ายในราคาถูก&nbsp;</p><p><strong>ในส่วนของมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรในด้านการตลาดนั้น</strong>&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้ให้ความสำคัญและสั่งการให้กรมส่งเสริมการเกษตรดำเนินการเชิงรุกร่วมกับทุกภาคส่วนและหากกรณีเกิดปัญหาด้านผลผลิตล้นตลาดในบางช่วง&nbsp;ก็ให้เร่งดำเนินการแก้ไขอย่างเต็มที่&nbsp;ขอฝากเชิญชวนให้ช่วยกันบริโภคมะม่วง&nbsp;เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรอีกทางหนึ่ง</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-02-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220402111402476"],
    [29,"สถานีพัฒนาที่ดินสุรินทร์ ร่วมกิจกรรม โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และกิจกรรม จิตอาสา บริการ เพื่อเกษตรกร เนื่องในวันข้าราชการพลเรือน ปี 2565","<p><strong>นางปิ่นเพชร&nbsp;ดีล้อม&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินสุรินทร์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;สถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ร่วมกับกลุ่มวิเคราะห์ดิน&nbsp;สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต&nbsp;3&nbsp;โดยตนพร้อมเจ้าหน้าที่&nbsp;ได้ร่วมออกหน่วยคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ณ&nbsp;โรงเรียนสินรินทร์วิทยา&nbsp;ต.เขวาสินรินทร์&nbsp;อ.เขวาสินรินทร์&nbsp;จ.สุรินทร์&nbsp;ที่จังหวัดสุรินทร์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดขึ้น&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;24&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;มีนายสุวพงศ์&nbsp;กิติภัทย์พิบูลย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ประธานในพิธีเปิดโครงการฯ</p><p><strong>โดยสถานีพัฒนาที่ดินสุรินทร์&nbsp;ได้นำผลิตภัณฑ์กรมพัฒนาที่ดิน&nbsp;สารเร่งซุปเปอร์&nbsp;พด.1</strong>&nbsp;สารเร่งซุปเปอร์&nbsp;พด.2&nbsp;น้ำหมักชีวภาพพร้อมใช้&nbsp;เมล็ดพันธุ์พืชปุ๋ยสด&nbsp;มาให้บริการประชาชน&nbsp;พร้อมเปิดให้คำปรึกษาเรื่องการจัดการดิน&nbsp;และให้บริการวิเคราะห์ตัวอย่างดินพร้อมคำแนะนำผลการวิเคราะห์ดิน&nbsp;รวมทั้งเป็นการจัดกิจกรรม&nbsp;<strong>จิตอาสา&nbsp;บริการ&nbsp;เพื่อเกษตรกร</strong>&nbsp;เนื่องในวันข้าราชการพลเรือน&nbsp;<strong>1&nbsp;เมษา&nbsp;วันข้าราชการไทย&nbsp;ร่วมใจเพื่อประชาชน</strong>ถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตรไปสู่เกษตรกร&nbsp;เพื่อให้เกิดการใช้ที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;รวมทั้งแก้ไขปัญหาและสร้างแรงบันดาลใจ&nbsp;กระตุ้นเกษตรกรให้เกิดการตื่นตัวและยอมรับ&nbsp;นวัตกรรมในการพัฒนาอาชีพให้มีประสิทธิภาพและประสบผลสำเร็จ&nbsp;โดยมีประชาชนและเกษตรกรทั่วไปเข้าร่วมงานประมาณ&nbsp;200&nbsp;ราย&nbsp;มาขอรับบริการ&nbsp;และร่วมกิจกรรมดังกล่าว</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-04T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สุรินทร์","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220402110037459"],
    [30,"กอนช. ขอให้ประชาชนระวังเกิดฝนตกในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะภาคใต้ฝนตกหนักมากถึงวันพรุ่งนี้ แล้วจะเกิดน้ำหลากและน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ 5 จังหวัด","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนระวังเกิดฝนตกในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะภาคใต้ฝนตกหนักมากถึงวันพรุ่งนี้&nbsp;แล้วจะเกิดน้ำหลากและน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัด</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(2&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ภาคเหนือตอนบน&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง&nbsp;และภาคตะวันออกมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.อุบลราชธานี&nbsp;184&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;98&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และศรีสะเกษ&nbsp;89&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;26,711&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;46&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;20,886&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;44&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้ติดตามสภาพอากาศและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำถึงวันที่&nbsp;4&nbsp;เมษายน&nbsp;โดยเฉพาะภาคใต้หย่อมความกดอากาศต่ำเคลื่อนตัวผ่านปลายแหลมญวนลงสู่อ่าวไทย&nbsp;และเคลื่อนผ่านภาคใต้&nbsp;ประกอบกับ&nbsp;ลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงเหนือมีกำลังแรงขึ้น&nbsp;ส่งผลให้ภาคใต้จะมีฝนตกหนักมากตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่&nbsp;3&nbsp;เมษายน&nbsp;พร้อมเฝ้าระวังน้ำหลากและน้ำท่วมฉับพลันบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก&nbsp;จ.ชุมพร&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;ระนอง&nbsp;และพังงา</p>","2022-02-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220402102531449"],
    [31,"ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือปรับตัวสูงในระดับสีแดงใน จ.แม่ฮ่องสอน โดยเฉพาะ ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง สูงถึง 160 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร","<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือปรับตัวสูงในระดับสีแดงใน&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;โดยเฉพาะ&nbsp;ต.แม่คง&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;สูงถึง&nbsp;160&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(2&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พบค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นระดับสีแดงในจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;2&nbsp;พื้นที่&nbsp;บริเวณ&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;สูงกว่า&nbsp;100&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;และ&nbsp;ต.แม่คง&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;สูงถึง&nbsp;160&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;ซึ่งต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&nbsp;5&nbsp;-&nbsp;8&nbsp;เมษายน&nbsp;หากจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบนฝั่งตะวันออก&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากทุกพื้นที่&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;3&nbsp;-&nbsp;9&nbsp;เมษายน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;</p>","2022-02-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220402104247454"],
    [32,"กรมประมง เพาะขยายพันธุ์ ปลากระทิงไฟ น้อมสืบสานพระราชเสาวนีย์ พระพันปีหลวง","<p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;สุวรรณรักษ์&nbsp;อธิบดีกรมประมง&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จากพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;ที่รับสั่งให้กรมประมงฟื้นฟู&nbsp;และอนุรักษ์พันธุ์ปลาไทยหายากไว้ไม่ให้สูญพันธุ์&nbsp;กรมประมงจึงเริ่มดำเนินโครงการฟื้นฟูทรัพยากรพันธุ์ปลาและสัตว์น้ำจืดของไทยตั้งแต่ปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2533&nbsp;จนปัจจุบันสามารถเพาะพันธุ์และปล่อยคืนสู่แหล่งน้ำธรรมชาติได้มากกว่าพันล้านตัว&nbsp;</p><p><strong>ปลากระทิงไฟ&nbsp;เป็นปลาน้ำจืดพื้นเมืองของไทยชนิดหนึ่ง</strong>&nbsp;พบได้ตามแหล่งน้ำขนาดใหญ่ในภาคกลางและภาคใต้&nbsp;และได้รับความนิยมจากผู้เลี้ยงปลาสวยงามทั่วโลก&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดสุพรรณบุรี&nbsp;มีการขับเคลื่อนการดำเนินการเพาะขยายพันธุ์ปลากระทิงไฟอย่างต่อเนื่อง&nbsp;จนสามารถผลิตลูกปลาที่มีความแข็งแรงและมีอัตรารอดสูงได้ประมาณ&nbsp;1,500&nbsp;ตัว&nbsp;ในปี&nbsp;2563&nbsp;และ&nbsp;3,000&nbsp;ตัว&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;เนื่องในวโรกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;วันที่&nbsp;2&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;กรมประมงจะมีการน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพันธุ์ปลากระทิงไฟ&nbsp;&nbsp;ขนาด&nbsp;5&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;จำนวน&nbsp;900&nbsp;ตัว&nbsp;และปลาไทย&nbsp;9&nbsp;ชนิด&nbsp;จำนวน&nbsp;590,000&nbsp;ตัว&nbsp;เพื่อปล่อยเป็นพระราชกุศล&nbsp;พร้อมด้วยหนังสือ&nbsp;กระทิงไฟ..ฟื้นฟูปลาไทย&nbsp;น้อมสืบสานพระราชเสาวนีย์&nbsp;พระพันปีหลวง&nbsp;ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;ที่ทรงเห็นถึงประโยชน์ในการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำจืดของไทย&nbsp;ให้เป็นแหล่งโปรตีนอาหารชั้นดี&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;นำมาซึ่งความอุดมสมบูรณ์แห่งทรัพยากรสัตว์น้ำในแหล่งน้ำของไทย</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-02-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220402112118484"],
    [33,"อำนาจเจริญ ร่วมรับชมงานวันสถาปนากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในช่วงดำเนินกิจกรรมเหลียวหลังแลหน้า 130 ปี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผ่านระบบสื่อสารออนไลน์ Zoom Meeting","<p><strong>วานนี้&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;นายชาญวิทย์&nbsp;ธานี&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ</strong>&nbsp;มอบหมาย&nbsp;นายจิรทัต&nbsp;สวรรคทัต&nbsp;หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์พัฒนาการเกษตร&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายธวัชชัย&nbsp;นาราษฎร์&nbsp;หัวหน้ากลุ่มช่วยเหลือเกษตรกรและโครงการพิเศษ&nbsp;นางสาวปิยะพร&nbsp;สุริโยตระกูล&nbsp;หัวหน้ากลุ่มสารสนเทศการเกษตร&nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมรับชมงานวันสถาปนากระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ในช่วงดำเนินกิจกรรมเหลียวหลังแลหน้า&nbsp;130&nbsp;ปี&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;โดยมี&nbsp;ดร.ทองเปลว&nbsp;กองจันทร์&nbsp;ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เป็นผู้นำเสนอผลงานสำคัญของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เนื่องในโอกาสครบรอบ&nbsp;130&nbsp;ปี&nbsp;เพื่อให้เกิดประโยชน์กับการทำงานและประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แบบเบ็ดเสร็จ&nbsp;(Single&nbsp;Command)&nbsp;ถ่ายทอดสัญญาณผ่านระบบสื่อสารออนไลน์&nbsp;โปรแกรม&nbsp;Zoom&nbsp;Meeting&nbsp;จากห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;มายังห้องประชุม&nbsp;SWOC&nbsp;7&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ&nbsp;โครงการชลประทานอำนาจเจริญ&nbsp;ซึ่งมี&nbsp;นายมนตรี&nbsp;สีหมงคลสกุล&nbsp;ผู้อำนวยการโครงการชลประทานอำนาจเจริญ&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์/ผู้แทน&nbsp;ร่วมรับชมงานวันสถาปนากระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ครบรอบ&nbsp;130&nbsp;ปี</p><p><strong>สำหรับการประชุม&nbsp;(Single&nbsp;Command)&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;</strong>สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;โดย&nbsp;หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์พัฒนาการเกษตร&nbsp;และหัวหน้ากลุ่มสารสนเทศการเกษตร&nbsp;ได้นำเรียนต่อที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แบบเบ็ดเสร็จ&nbsp;(Single&nbsp;Command)&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ในเรื่องการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;(BIG&nbsp;DATA&nbsp;AMNATCHAROEN)&nbsp;ณ&nbsp;ห้องอำนาจเจริญ&nbsp;(M2)&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;และการเตรียมข้อมูลของแต่ละหน่วยงานในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อรวบรวมให้กับ&nbsp;ศูนย์ข้อมูลอำนาจเจริญ&nbsp;และนำเสนอพื้นที่ดำเนินการส่งเสริมด้านการเกษตรบริเวณอ่างเก็บน้ำพุทธอุทยาน&nbsp;เพื่อบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม&nbsp;โดยมี&nbsp;นายมนตรี&nbsp;สีหมงคลสกุล&nbsp;ผู้อำนวยการโครงการชลประทานอำนาจเจริญ&nbsp;เป็นประธานในการประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;SWOC&nbsp;7&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ&nbsp;โครงการชลประทานอำนาจเจริญ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-04T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220402110940470"],
    [34,"วันคล้ายวันสถาปนากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครบรอบปีที่ 130 ผ่านระบบ Zoom Meeting","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">วานนี้&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;นายมนตรี&nbsp;สีหมงคลสกุล&nbsp;ผู้อำนวยการโครงการชลประทานจังหวัดอำนาจเจริญ</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;พร้อมด้วยคณะสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ร่วมกิจกรรม&nbsp;เหลียวหลังแลหน้า&nbsp;130&nbsp;ปี&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ครบรอบปีที่&nbsp;130&nbsp;ผ่านระบบ&nbsp;Zoom&nbsp;Meeting&nbsp;โดยได้รับเกียรติจาก&nbsp;ดร.ทองเปลว&nbsp;กองจันทร์&nbsp;ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เป็นผู้บรรยายกิจกรรม&nbsp;จากห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;(ห้อง&nbsp;112&nbsp;และ&nbsp;115)&nbsp;อาคาร&nbsp;1&nbsp;ชั้น&nbsp;1&nbsp;เขตพระนคร&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;เพื่อรับชมและรับฟังที่มาความสำคัญของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหรกณ์&nbsp;ร่วมกิจกรรมเหลียวหลังแลหน้า&nbsp;130&nbsp;ปี&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยต่อไป&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;(SWOC7)&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ&nbsp;โครงการชลประทานอำนาจเจริญ</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;การเตรียมข้อมูลของแต่ละหน่วยงานในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อรวบรวมให้กับศูนย์ข้อมูลอำนาจเจริญ&nbsp;และนำเสนอพื้นที่ดำเนินการส่งเสริมด้านการเกษตรบริเวณอ่างเก็บน้ำพุทธอุทยาน&nbsp;เพื่อบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรเกษตรและสหกรณ์ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม&nbsp;โดยมี&nbsp;นายมนตรี&nbsp;สีหมงคลสกุล&nbsp;ผู้อำนวยการโครงการชลประทานอำนาจเจริญ&nbsp;เป็นประธานในการประชุม&nbsp;</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-04T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220402111213474"],
    [35,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเกือบแตะ 400 จุด ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบแนวชายแดนของไทย","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเกือบแตะ&nbsp;400&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบแนวชายแดนของประเทศไทย</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(1&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;393&nbsp;จุด&nbsp;เพิ่มขึ้นจากวันก่อนเล็กน้อย&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;166&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;142&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;63&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;13&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;8&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;1&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;249&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;39&nbsp;จุด&nbsp;และพิษณุโลก&nbsp;14&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนเกาะกลุ่มบริเวณตอนบนของประเทศในแต่ละภูมิภาค&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือมีจุดความร้อนเกิดขึ้นต่อเนื่อง&nbsp;คาดว่า&nbsp;อาจเกิดจากการเผาเพื่อหาของป่า&nbsp;หรือการเผาเพื่อล่าสัตว์จนทำให้เกิดการลุกลาม&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;พบจุดความร้อนของประเทศไทยรวม&nbsp;36,631&nbsp;จุด&nbsp;ภาพรวมวันนี้มีปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;เพิ่มขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือบางจังหวัดที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;และตาก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาวันนี้&nbsp;4,370จุด&nbsp;รองลงมาเป็นประเทศไทย&nbsp;393&nbsp;จุด&nbsp;และ&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;321&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันตก&nbsp;และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย</p>","2022-02-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220402145830557"],
    [36,"สารพัดปัญหารุมเร้า เกษตรกรแบกทุกข์เต็มบ่า","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ไทยเป็นประเทศที่เติบโตมาจากภาคเกษตรกรรม ทำให้ ภาคเกษตร กลายเป็นภาคส่วนที่มีความสำคัญที่สุดในประเทศ&nbsp;และเกษตรกรที่เป็นประชากรส่วนใหญ่ได้รับการยกย่องว่าเป็น กระดูกสันหลังของชาติ แต่เกษตรกรส่วนใหญ่กลับยากจน&nbsp;&nbsp;ต้องประสบกับปัญหาเดิมซ้ำๆ&nbsp;ทั้งผลผลิตตกต่ำ&nbsp;และราคาผันผวน กลายเป็นจุดอ่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทย</p><p><br></p><p> ทุกข์เกษตรกร แบกต้นทุนหลังแอ่น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในภาคปศุสัตว์ต้องประสบกับปัญหาต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้นมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่กลางปี 2563 ที่ผ่านมา&nbsp;ยิ่งในสถานการณ์สงครามยูเครน-รัสเซีย ซึ่งต่างเป็นผู้ผลิตและส่งออกธัญพืชรายใหญ่ของโลก&nbsp;&nbsp;กลายเป็นปัจจัยหนุนส่งผลกระทบต่อราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ทั่วโลกปรับเพิ่มขึ้นจากการขาดแคลน&nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และข้าวสาลี&nbsp;ปัจจุบันทั้งข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และข้าวสาลีมีราคาเพิ่มสูงขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 13 บาท&nbsp;&nbsp;ส่วนกากถั่วเหลืองจากเมล็ดนำเข้าราคาขึ้นไปถึงกิโลกรัมละ 23 บาท จากปกติมีราคากิโลกรัมละ 10 กว่าบาท</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะเดียวกัน เกษตรกรยังมีต้นทุนด้านการบริหารจัดการในโรงเรือน ทั้งปัญหามีน้ำไม่เพียงพอ ต้องซื้อน้ำ และต้องมีขั้นตอนปรับคุณภาพน้ำให้สะอาดก่อนนำมาใช้ในโรงเรือน&nbsp;และยังมีค่าไฟที่เพิ่มขึ้นจากการต้องเปิดระบบปรับอากาศ (EVAP) ในระยะเวลาที่ยาวนานกว่าฤดูกาลอื่นๆ เพื่อช่วยลดอุณหภูมิในโรงเรือน กลายเป็นภาระค่าใช้จ่ายที่เกษตรกรต้องเผชิญ&nbsp;และค่าใช้จ่ายจะยิ่งสูงขึ้นไปอีกเพราะค่าเอฟที่ที่ปรับขึ้นอีกครั้งในเดือนพค.นี้&nbsp;นอกจากนี้ ยังมีค่าพลังงานที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการขนส่ง&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่ราคาขายผลผลิตของเกษตรกร เพียงแค่ช่วยต่อลมหายใจให้พอมีทุนในการเดินหน้าอาชีพต่อไปเท่านั้น ไม่ได้สามารถสร้างผลกำไรให้เกษตรกรร่ำรวย</p><p><br></p><p> ร้อน-แล้งกระทบเกษตรกร&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สภาพอากาศร้อน-แล้ง ในฤดูร้อน ที่มักมีพายุฝน เริ่มส่งผลกับบางพื้นที่ที่กำลังประสบกับปัญหาอากาศแปรปรวน&nbsp;ทั้งร้อนขึ้น และอาจมีอุณหภูมิต่ำลงในช่วงค่ำถึงรุ่งเช้า&nbsp;ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญทั้งต่อไก่เนื้อ ไก่ไข่ และสุกร&nbsp;โดยสัตว์จะมีอาการเครียดและให้ผลผลิตลดลง อาจเจ็บป่วยได้ง่ายขึ้น เพราะจะมีภูมิคุ้มกันโรคต่ำ&nbsp;การกินอาหารลดน้อยกว่าปกติ&nbsp;ทำให้การเติบโตต่ำกว่ามาตรฐาน&nbsp;เมื่อสุขภาพไม่ดีจึงติดโรคได้ง่าย มีอัตราการตายแบบเฉียบพลันเพิ่มขึ้น&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในส่วนของแม่ไก่ไข่ นอกจากผลกระทบจากสภาพอากาศแล้ว ในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีการปลดแม่ไก่ยืนกรงตามรอบเป็นจำนวนมาก&nbsp;ทำให้ผลผลิตของเกษตรกรปรับลดลงจากช่วงปกติ 10-20 %&nbsp;แม้ว่าในเดือนมีนาคมนี้จะมีการปลดแม่ไก่ยืนกรงลดลง&nbsp;โดยปริมาณไข่ไก่ที่ออกสู่ตลาดในปัจจุบันมีประมาณ 40 ล้านฟองต่อวัน</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับสุกร แม่สุกรอุ้มท้องมักมีอาการแท้ง&nbsp;ลูกสุกรเสียหาย มีเปอร์เซ็นต์เข้าคลอดต่ำ&nbsp;กลายเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้น&nbsp;ลูกสุกรมีอาการอ่อนแอ&nbsp;อาจตายระหว่างแม่เลี้ยงลูก&nbsp;ปริมาณลูกสุกรหย่านมจะน้อยลง&nbsp;เมื่อนำเข้าเลี้ยงเป็นสุกรขุน&nbsp;จะทำให้ช่วงนี้มีสุกรขุนเข้าสู่ตลาดลดน้อยลง เชื่อว่าจะยิ่งเป็นการตอกย้ำให้สถานการณ์ต้นทุนสูงรุนแรงขึ้น ตามคาดการณ์ของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ที่ประเมินว่า ต้นทุนการผลิตสุกรไตรมาสที่สองของปีนี้จะสูงถึงกิโลกรัมละ 98.81 บาท</p><p><br></p><p>สาริทธิ์ สันห์ฤทัย นักวิชาการอิสระด้านปศุสัตว์</p>","2022-02-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220402163302580"],
    [37,"จังหวัดแพร่ เชิดชูเกียรติเกษตรกร บุคคลทางการเกษตร และสถาบันเกษตรกรดีเด่นระดับจังหวัด","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายสมหวัง&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่</strong>&nbsp;เป็นประธานมอบใบประกาศเกียรติคุณให้แก่เกษตรกร&nbsp;บุคคลทางการเกษตร&nbsp;และสถาบันเกษตรกรดีเด่นระดับจังหวัด&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;มีนโยบายให้คัดเลือกเกษตรกร&nbsp;บุคคลทางการเกษตร&nbsp;และสถาบันเกษตรกรที่มีผลงานดีเด่น&nbsp;ในแต่ละสาขา/ประเภท&nbsp;เพื่อยกย่องประกาศเกียรติคุณ&nbsp;และเผยแพร่ผลงานดีเด่นให้สาธารณชนทั่วไปได้รู้จัก&nbsp;และยึดถือเป็นแบบอย่างตามแนวทางการปฏิบัติงานด้านการเกษตรประจำทุกปี&nbsp;ตลอดจนเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเกิดความภาคภูมิใจในอาชีพ&nbsp;ซึ่งมีเกษตรกรที่ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้ที่มีความสามารถเชิงประจักษ์&nbsp;ทั้งในด้านมีความคิดริเริ่ม&nbsp;กล้าฟันฝ่าอุปสรรค&nbsp;มีความเป็นผู้นำ&nbsp;เสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวม&nbsp;เป็นนักอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ดำเนินกิจกรรมด้านการเกษตรอย่างขยัน&nbsp;เพื่อให้กิจกรรมด้านการเกษตรประสบผลสำเร็จ&nbsp;ตลอดจนเกิดความยั่งยืนในอาชีพการเกษตรของตนเอง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดแพร่&nbsp;ได้ดำเนินการคัดเลือกเกษตรกร</strong>&nbsp;บุคคลทางการเกษตรและสถาบันเกษตรกรดีเด่น&nbsp;ระดับจังหวัดแพร่&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ประเภท&nbsp;8&nbsp;สาขา&nbsp;ดังนี้</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>1.&nbsp;ประเภทเกษตรกรดีเด่น</strong></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">-&nbsp;สาขาอาชีพทำสวน&nbsp;ได้แก่&nbsp;นายเดชฐาปณินท์&nbsp;ฉิมภารสรินทร์&nbsp;ตำบลบ้านถิ่น&nbsp;อำเภอเมืองแพร่&nbsp;จังหวัดแพร่</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">-&nbsp;สาขาอาชีพทำไร่&nbsp;ได้แก่&nbsp;นางกาญจนา&nbsp;ชมพูวิเศษ&nbsp;ตำบลนาพูน&nbsp;อำเภอวังชิ้น&nbsp;จังหวัดแพร่</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">-&nbsp;สาขาอาชีพไร่นาสวนผสม&nbsp;ได้แก่&nbsp;นางอัมพวัน&nbsp;รุ่งเรืองเลิศ&nbsp;ตำบลป่าแดง&nbsp;อำเภอเมืองแพร่&nbsp;จังหวัดแพร่</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>2.&nbsp;ประเภทบุคคลทางการเกษตรดีเด่น</strong></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">-&nbsp;สาขาสมาชิกกลุ่มยุวเกษตรกร&nbsp;ได้แก่&nbsp;นายชลกร&nbsp;สร้อยเพชร&nbsp;สมาชิกกลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนราชประชานุเคราะห์&nbsp;25&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;ตำบลแม่ยางตาล&nbsp;อำเภอร้องกวาง&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">-&nbsp;สาขาที่ปรึกษากลุ่มยุวเกษตรกร&nbsp;ได้แก่&nbsp;นางสาวอัมธิกา&nbsp;หลวงติ๊บ&nbsp;ที่ปรึกษากลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนราชประชานุเคราะห์&nbsp;25&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;ตำบลแม่ยางตาล&nbsp;อำเภอร้องกวาง&nbsp;จังหวัดแพร่</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">-&nbsp;สาขา&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;ได้แก่&nbsp;นายวุทธิพงษ์&nbsp;เมืองมูล&nbsp;ตำบลสรอย&nbsp;อำเภอวังชิ้น&nbsp;จังหวัดแพร่</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>3.&nbsp;ประเภทสถาบันเกษตรกรดีเด่น</strong></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">-&nbsp;สาขากลุ่มยุวเกษตรกร&nbsp;ได้แก่&nbsp;กลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนราชประชานุเคราะห์&nbsp;25&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;ตำบลแม่ยางตาล&nbsp;อำเภอร้องกวาง&nbsp;จังหวัดแพร่</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">-&nbsp;สาขากลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&nbsp;ได้แก่&nbsp;กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านต้นห้า&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ตำบลป่าแมต&nbsp;อำเภอเมืองแพร่&nbsp;จังหวัดแพร่</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้ที่ได้รับคัดเลือก&nbsp;ทั้ง&nbsp;8&nbsp;สาขา&nbsp;</strong>จะเข้ารับการคัดเลือกในระดับเขตพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือ&nbsp;ที่จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;เพื่อคัดเลือกผู้ผ่านเข้ารอบไปประกวดในระดับประเทศ&nbsp;ซึ่งจะมีการจัดพิธีมอบรางวัลในวันแรกนาขวัญ&nbsp;ในช่วงเดือนพฤษภาคม&nbsp;2566</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;นายสมหวัง&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่</strong>&nbsp;ได้กล่าวแสดงความยินดีกับเกษตรกร&nbsp;บุคคลทางการเกษตรและสถาบันเกษตรกรที่ได้รับรางวัลทุกสาขา&nbsp;และกล่าวว่าพร้อมจะผลักดันเกษตรกรรายอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ให้ก้าวหน้า&nbsp;เพื่อเป็นเครือข่ายในการร่วมกันผลักดันภาคการเกษตรให้เกิดความยั่งยืนในอาชีพของตนเองต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-04T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สวท.แพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220402170705603"],
    [38,"คณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ลงพื้นที่ตรวจติดตามเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน กรณีกระบวนการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (EIA) ของโครงการโรงน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวล จังหวัดอำนาจเจริญ","<p><strong>คณะกรรมาธิการกฎหมาย&nbsp;การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน</strong>&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจติดตามเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน&nbsp;กรณีกระบวนการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม&nbsp;(EIA)&nbsp;ของโครงการโรงน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวล&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;</p><p><strong>ที่ห้องประชุมพระมงคลมิ่งเมือง&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ</strong>&nbsp;&nbsp;คณะกรรมาธิการการกฎหมาย&nbsp;การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน&nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&nbsp;นำโดย&nbsp;นายสุทัศ&nbsp;เงินหมื่น&nbsp;ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ&nbsp;นายรังสิมันต์&nbsp;โรม&nbsp;โฆษกคณะกรรมาธิการ&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ประชุมการตรวจติดตามเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน&nbsp;กรณีกระบวนการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม&nbsp;(EIA)&nbsp;ที่ประชาชนไม่มีส่วนร่วม&nbsp;ของโครงการโรงน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวล&nbsp;ตำบลน้ำปลีก&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;โดยมี&nbsp;นายธนูสินธ์&nbsp;ไชยสิริ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;นายภูษิต&nbsp;น้อยโสภากุล&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมในครั้งนี้&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการลงพื้นที่ของคณะกรรมาธิการการกฎหมาย&nbsp;</strong>การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน&nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&nbsp;ในครั้งนี้เพื่อตรวจติดตามเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน&nbsp;กรณีกระบวนการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม&nbsp;(EIA)&nbsp;ที่ประชาชนไม่มีส่วนร่วม&nbsp;ของโครงการโรงน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวล&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;รับฟังปัญหาข้อร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่&nbsp;ทั้งในส่วนที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการการก่อสร้างโรงงานน้ำตาลและโรงงานไฟฟ้าชีวมวลและประชาชนที่ได้รับประโยชน์จากการก่อสร้างดังกล่าว&nbsp;เพื่อรวบรวมข้อมูลจากประชาชนทั้งสองฝ่ายนำเสนอต่อรัฐบาลเพื่อดำเนินการตามกระบวนการ&nbsp;ขั้นตอนของกฎหมายแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นให้กับประชาชน&nbsp;ทั้งนี้ในส่วนของปัญหาที่เกิดขึ้นตามข้อร้องเรียนของประชาชนหากอยู่ในอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการในพื้นที่ก็ให้ส่วนราชการที่รับผิดชอบเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนโดยเร็ว&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-04T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220402201615662"],
    [39,"เลขานุการ รมว.ทส. ลงพื้นที่ลำปาง ติดตามการดำเนินงานแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน","<p><strong>เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;&nbsp;</strong>ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมติดตามผลการดำเนินงานเฝ้าระวังแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในเขตพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;ร่วมพบปะเจ้าหน้าที่รับฟังปัญหาอุปสรรครวบรวมข้อมูล&nbsp;เตรียมนำเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ&nbsp;หาแนวทางช่วยเหลือ</p><p><strong>นายธเนศพล&nbsp;ธนบุณยวัฒน์&nbsp;เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</strong>&nbsp;พร้อมคณะทำงาน&nbsp;ร่วมเดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมติดตามผลการดำเนินงานแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในเขตพื้นที่จังหวัดลำปาง&nbsp;และเขตพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ&nbsp;โดยร่วมทำการประชุมกับคณะผู้บริหาร&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนทุกส่วน&nbsp;รวมถึงข้าราชการและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมศูนย์ส่งเสริมการควบคุมไฟป่าลำปาง&nbsp;ตำบลแม่ทะ&nbsp;อำเภอแม่ทะ&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;เพื่อรับฟังข้อมูลรายงานสรุปผลเกี่ยวกับสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในเขตพื้นที่ทั้ง&nbsp;9&nbsp;จังหวัดภาคเหนือ&nbsp;รวมถึงการดำเนินงานแก้ไขปัญหาและอุปสรรคในด้านต่างๆ</p><p><strong>โดยจากการประชุมได้มีการสรุปสถานการณ์ภาพรวม</strong>&nbsp;ซึ่งพบว่าในปี&nbsp;2565&nbsp;สถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในเขตพื้นที่จังหวัดภาคเหนือไม่ค่อยรุนแรงเหมือนกับหลายๆ&nbsp;ปีที่ผ่านมา&nbsp;ส่วนหนึ่งเนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ได้มีการเอาจริงเอาจังในการเฝ้าระวัง&nbsp;มีการประสานการทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องรวมถึงจิตอาสาภาคประชาชน&nbsp;ในการสอดส่องดูแลพื้นที่ป่านับแต่ได้มีการเปลี่ยนฤดูย่างเข้าสู่หน้าแล้ง&nbsp;อีกทั้งได้มีการนำมาตรการทางกฎหมายมาบังคับใช้อย่างเข้มงวด&nbsp;เพื่อควบคุมสถานการณ์ในจุดพื้นที่เสี่ยงต่างๆ&nbsp;จนทำให้สถานการณ์ไฟไหม้ป่ามีจำนวนลดลง&nbsp;และปัญหามลพิษทางอากาศค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ก็ลดลงตามลำดับ&nbsp;ประกอบกับเขตพื้นที่จังหวัดภาคเหนือในปีนี้แม้จะเป็นห้วงหน้าแล้งแต่ก็ได้มีฝนตกลงมาบ่อยครั้งเป็นระยะๆ&nbsp;ทำให้หลายๆ&nbsp;พื้นที่&nbsp;รวมไปถึงในบริเวณเขตป่ามีความชุ่มชื้นเศษวัสดุเชื้อเพลิง&nbsp;ใบไม้&nbsp;กิ่งไม้&nbsp;หญ้าแห้ง&nbsp;ติดไฟได้ยากสถานการณ์ต่างๆ&nbsp;จึงดีกว่าทุกปีที่ผ่านมา&nbsp;โดยขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องยังคงไม่ประมาท&nbsp;มีการติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด&nbsp;เพราะจากสถิติข้อมูลจะพบว่าสถานการณ์ไฟป่ามักจะเกิดรุนแรงมากที่สุดในห้วงเดือนเมษายน&nbsp;ซึ่งนับหลังจากนี้ไปได้คาดการณ์ว่าสถานการณ์ไฟป่าอาจจะกลับมารุนแรงมากขึ้น</p><p><strong>สำหรับในส่วนการปฏิบัติงานในการเฝ้าระวังแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน</strong>&nbsp;ทางเจ้าหน้าที่ในส่วนงานที่เกี่ยวข้องได้รายงานถึงปัญหาอุปสรรคในการทำงาน&nbsp;ซึ่งพบว่าทางหน่วยปฏิบัติยังคงขาดแคลนงบประมาณสนับสนุน&nbsp;ในการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็น&nbsp;เช่น&nbsp;ปัจจุบันเครื่องเป่าลมส่วนใหญ่ใช้เชื้อเพลิงน้ำมัน&nbsp;และค่อนข้างมีน้ำหนักมากแบกหามเข้าไปในพื้นที่ป่า&nbsp;ที่เป็นภูเขาสูงชันได้ลำบากอีกทั้งการจัดซื้อน้ำมันมาเติมให้กับเครื่องเป่าลมมีไม่เพียงพอ&nbsp;โดยทางเจ้าหน้าที่มีความประสงค์ต้องการได้เครื่องเป่าลมที่เป็นระบบไฟฟ้าใช้แบตเตอรี่มาทดแทน&nbsp;ขณะเดียวกันมีความต้องการเครื่องโดรนที่มีประสิทธิภาพสูง&nbsp;เพื่อจะใช้ในการบินสำรวจตรวจสอบพื้นที่ค้นหาจุดควันไฟในระยะไกล&nbsp;รวมเครื่องโดรนขนาดใหญ่ที่สามารถบรรทุกสิ่งของได้&nbsp;เพื่อจะใช้บินนำสิ่งของอุปกรณ์ต่างๆ&nbsp;รวมไปถึงเสบียงอาหารและน้ำดื่ม&nbsp;ส่งให้แก่เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินที่ปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวนและดับไฟป่าอยู่ในพื้นที่ป่าลึก&nbsp;เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงชันเข้าถึงได้ยากลำบาก&nbsp;ที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่ต้องเสียเวลาถอนกำลังออกจากพื้นที่ป่า&nbsp;ก่อนที่ภารกิจจะเสร็จสิ้นเนื่องจากน้ำดื่มและเสบียงอาหารหมด&nbsp;ทำให้การดับไฟป่าแต่ละครั้งต้องใช้เวลานานนับสัปดาห์</p><p><strong>โดยจากข้อมูลที่ได้รับ</strong>&nbsp;เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ได้ขอรับไว้พิจารณาซึ่งจะได้นำข้อมูลทั้งหมดรายงานต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ&nbsp;เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือตามขั้นตอนต่อไป&nbsp;โอกาสนี้เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ได้ร่วมพบปะกับเจ้าหน้าที่เหยี่ยวไฟ&nbsp;เสือไฟ&nbsp;ที่ประจำอยู่ในฐานปฏิบัติการศูนย์ส่งเสริมการควบคุมไฟป่าลำปาง&nbsp;ทำการมอบอุปกรณ์ป้องกันและดับไฟป่า&nbsp;มอบเครื่องอุปโภค-อุปโภค&nbsp;ทั้งข้าวสารอาหารแห้ง&nbsp;และน้ำดื่มสะอาด&nbsp;เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>","2022-03-04T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220403095546717"],
    [40,"กอนช. ขอให้ประชาชนระวังเกิดฝนตกบริเวณตอนบนของประเทศและภาคใต้ โดยเฉพาะภาคใต้ฝนตกหนักถึงหนักมาก","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนระวังเกิดฝนตกบริเวณตอนบนของประเทศและภาคใต้&nbsp;โดยเฉพาะภาคใต้ฝนตกหนักถึงหนักมาก</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(3&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนอุณหภูมิจะลดลงกับมีลมแรงและมีฝนฟ้าคะนองได้บางพื้นที่&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;118&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;สุรินทร์&nbsp;112&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และเชียงใหม่&nbsp;105&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;26,607&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;46&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;20,796&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;44&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p>","2022-03-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220403100719724"],
    [41,"ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือคุณภาพอากาศดีมาก เช่นเดียวกับ กทม.และปริมณฑล หลังเกิดฝนตกในหลายพื้นที่ทั่วประเทศช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง","<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือคุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;เช่นเดียวกับกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;หลังเกิดฝนตกในหลายพื้นที่ทั่วประเทศช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(3&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;พบค่าฝุ่นปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;หลังฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&nbsp;แต่ยังต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&nbsp;5&nbsp;-&nbsp;8&nbsp;เมษายน&nbsp;หากจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบนฝั่งตะวันออก&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากทุกพื้นที่&nbsp;โดยค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;4&nbsp;-&nbsp;10&nbsp;เมษายน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;</p>","2022-03-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220403102615727"],
    [42,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงจากฝนที่ตกลงมา ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบแนวชายแดนของไทย","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงจากฝนที่ตกลงมา&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบแนวชายแดนของประเทศไทย</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(2&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;143&nbsp;จุด&nbsp;ยังคงพบมากที่สุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;57&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;48&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;24&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;9&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;78&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ตาก&nbsp;21&nbsp;จุด&nbsp;และพระนครศรีอยุธยา&nbsp;13&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนลดลงอย่างเห็นได้ชัด&nbsp;เนื่องจากมีฝนตกในหลายพื้นที่&nbsp;ทำให้พบจุดความร้อนเกิดขึ้นเพียง&nbsp;11&nbsp;จังหวัดทั่วประเทศไทย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;2&nbsp;เมษายน&nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;12,493&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;11,975&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;7,182&nbsp;จุด&nbsp;ภาพรวมปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;วันนี้ทุกจังหวัดในประเทศมีคุณภาพอากาศอยู่ในระดับดีมาก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาวันนี้&nbsp;3,350&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นประเทศไทย&nbsp;143&nbsp;จุด&nbsp;และเวียดนาม&nbsp;20&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเมียนมาส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันตก&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย</p>","2022-03-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220403134628773"],
    [43,"อากาศแปรปรวนฝนตกติดต่อกันหลายวัน ทำให้เกษตรกรจังหวัดสุรินทร์ประสบปัญหาไร่มันสำปะหลังถูกน้ำท่วมเสียหายจำนวนมาก","<p><strong>วันที่&nbsp;3&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;หลังสภาพอากาศแปรปรวน&nbsp;</strong>ทำให้ฝนตกลงมาอย่างหนักและต่อเนื่องทั้งวันทั้งคืน&nbsp;ทำให้พื้นที่อำเภอพนมดงรัก&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เกษตรกรนิยมปลูกมันสำปะหลังในนาข้าวหลังฤดูเก็บเกี่ยว&nbsp;ถูกน้ำท่วมอย่างหนัก&nbsp;ทำให้มันสำปะหลังที่ปลูกไว้ในนาข้าวเสียหาย&nbsp;</p><p><strong>สำหรับพื้นที่อำเภอพนมดงรัก&nbsp;จังหวัดสุรินทร์</strong>&nbsp;ถือว่าเป็นพื้นที่ที่มีการทำการเกษตรหลากหลาย&nbsp;ทั้ง&nbsp;อ้อย&nbsp;นาข้าว&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;สวนยางพารา&nbsp;สวนปาล์ม&nbsp;แต่สำหรับเกษตรกรที่มีพื้นที่ทำนาอย่างเดียวหลังฤดูเก็บเกี่ยวจะหันมาปลูกมันสำปะหลังต่อ&nbsp;โดยเฉพาะในปีที่ผ่านมามันสำปะหลังราคาดีสามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกร&nbsp;&nbsp;ทำให้ปีนี้มีเกษตรกรปลูกมันสำปะหลังในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น&nbsp;ซึ่งโดยปกติมันสำปะหลังที่ปลูกในนาข้าวจะเก็บเกี่ยวผลผลิตประมาณเดือนพฤษภาคม&nbsp;แต่ปีนี้สภาพอากาศแปรปรวน&nbsp;มีฝนตกลงมาก่อนฤดูกาล&nbsp;ทำให้มันสำปะหลังเน่าเสียหายจำนวนมาก&nbsp;ทำให้เกษตรกรที่ลงทุนปลูกมันสำปะหลังหลังฤดูการทำนา&nbsp;ขาดทุนอย่างหนัก&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>","2022-03-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220403143018777"],
    [44,"กรมประมง จับมือตลาดปลาจตุจักร ประกวดปลาสวยงาม กระตุ้นเศรษฐกิจ","<p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;สุวรรณรักษ์&nbsp;อธิบดีกรมประมง</strong>&nbsp;เปิดเผยหลังเป็นประธานในพิธีมอบถ้วยรางวัล&nbsp;&nbsp;การประกวดปลาสวยงาม&nbsp;ตลาดปลาจตุจักร&nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจปลาสวยงามของไทยในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ว่า&nbsp;ในช่วง&nbsp;2&nbsp;ปีที่ผ่านมา&nbsp;ธุรกิจการค้าปลาสวยงามเป็นอีกกลุ่มธุรกิจหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด19&nbsp;กรมประมงในฐานะหน่วยงานภาครัฐที่มีภารกิจด้านการส่งเสริมศักยภาพการผลิตสัตว์น้ำ&nbsp;เพิ่มขีดความสามารถของเกษตรกรให้สามารถผลิตพันธุ์สัตว์น้ำที่มีคุณภาพ&nbsp;ตรงตามมาตรฐานสามารถนำไปแข่งขันในตลาดโลกได้&nbsp;จึงร่วมกับตลาดปลาจตุจักร&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;และผู้ประกอบการภาคเอกชน&nbsp;จัด&nbsp;การประกวดปลาสวยงาม&nbsp;ตลาดปลาจตุจักร&nbsp;ขึ้น&nbsp;เพื่อเป็นการช่วยเหลือสนับสนุนและกระตุ้นธุรกิจการค้าปลาสวยงาม&nbsp;รวมถึงประชาสัมพันธ์การเลี้ยงปลาสวยงามให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย&nbsp;ซึ่งสอดรับกับนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;สนับสนุนและผลักดันธุรกิจการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสวยงามเพื่อการส่งออก&nbsp;</p><p><strong>โดยให้ดำเนินงานภายใต้ยุทธศาสตร์การบริหารเชิงรุก</strong>แบบบูรณาการกับทุกภาคส่วน&nbsp;เพื่อสร้างเสริมและพัฒนาทักษะของเกษตรกรในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ&nbsp;เพิ่มช่องทางการตลาดและยกระดับคุณภาพพันธุ์สัตว์น้ำสวยงามให้ตรงกับความต้องการของตลาด&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรมีความมั่นคงในอาชีพ&nbsp;มีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในช่วงวิกฤตดังกล่าว&nbsp;จนสามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้อย่างยั่งยืน</p><p><strong>ด้านนายธีระชัย&nbsp;ลิขิตสมบูรณ์&nbsp;ผู้จัดการตลาดปลาจตุจักร&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;ตลาดปลาจตุจักรเป็นแหล่งค้าปลีก&nbsp;-&nbsp;ค้าส่งปลาสวยงาม&nbsp;พรรณไม้น้ำ&nbsp;ตลอดจนอุปกรณ์การเลี้ยงปลาแบบครบวงจรที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศไทย&nbsp;มีผู้ประกอบการร้านค้ามากกว่า&nbsp;400&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งต่างก็ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&nbsp;เช่นเดียวกัน&nbsp;ดังนั้น&nbsp;เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการปลาสวยงามและสร้างการรับรู้แก่ประชาชนทั่วไป&nbsp;ตลาดปลาจตุจักรจึงมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้สนับสนุนพื้นที่บริเวณลานเร่&nbsp;ซึ่งมีขนาดพื้นที่กว่า&nbsp;3,000&nbsp;ตารางเมตร&nbsp;ในการจัดกิจกรรมครั้งนี้</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220403203259856"],
    [45,"กรมอุตุนิยมวิทยา ชี้แจงกรณีอิทธิพลกระแสลมวนขั้วโลก ทำให้ประเทศไทยมีอุณหภูมิลดลงในวันที่ 1-3 เมษายนนี้ ไม่เป็นความจริง","<p><strong>กรมอุตุนิยมวิทยา</strong>&nbsp;ชี้แจงกรณีการเผยแพร่ข้อความ&nbsp;\"สาเหตุที่อุณหภูมิไทยลดลง&nbsp;อากาศแปรปรวนในเดือนเมษายน&nbsp;2565&nbsp;มาจากปรากฏการณ์กระแสลมวนขั้วโลก&nbsp;(Polar&nbsp;Vortex)&nbsp;ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า&nbsp;ความแปรปรวนของสภาพอากาศวันที่&nbsp;1-3&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;มาจากอิทธิพลของความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบน&nbsp;หากมวลอากาศเย็นกำลังแรงแผ่ลงมาปกคลุมถึงภาคใต้ตอนบน&nbsp;ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีสภาพอากาศแปรปรวน&nbsp;มีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น&nbsp;โดยเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;หลังจากนั้น&nbsp;อุณหภูมิจะลดลง&nbsp;และมีลมแรง&nbsp;ซึ่งปรากฏการณ์ดังกล่าวเคยเกิดขึ้นเมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;มีนาคม&nbsp;2559&nbsp;ดังนั้นอุณหภูมิที่ลดลงในระยะนี้&nbsp;จึงไม่ได้มาจากอิทธิพลของกระแสลมวนขั้วโลก&nbsp;(Polar&nbsp;Vortex)&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220403203700862"],
    [46,"ส่งออกผลไม้ไทยไปจีนล็อตแรกด้วยรถไฟสาย จีน-ลาว ผ่านด่านโมฮ่านในมณฑลยูนนานแล้ววันนี้","<p><strong>นายอลงกรณ์&nbsp;พลบุตร&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;ในฐานะประธานคณะทำงานของคณะกรรมการบริหารจัดการผลไม้&nbsp;(Fruit&nbsp;Board)&nbsp;เปิดเผยวันนี้&nbsp;&nbsp;(3&nbsp;เม.ย)&nbsp;ว่า&nbsp;การขนส่งทุเรียน&nbsp;2&nbsp;ตู้คอนเทนเนอร์และมะพร้าวจำนวน1&nbsp;ตู้คอนเทนเนอร์ทางรถไฟ&nbsp;&nbsp;จากสถานีรถไฟมาบตาพุตจังหวัดระยองในภาคตะวันออกสู่ประเทศจีน&nbsp;โดยมีนายสาธิต&nbsp;ปิตุเตชะ&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง&nbsp;เป็นประธานการปล่อยขบวนรถเมื่อวันที่&nbsp;27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ได้ถึงช่วงสุดท้ายที่สำคัญมากคือ&nbsp;การขนส่งข้ามพรมแดนลาวที่ด่านบ่อเตนสู่แผ่นดินใหญ่จีนที่ด่านโมฮ่าน&nbsp;มณฑลยูนนานได้ในวันนี้&nbsp;โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้แสดงความพอใจแผนโลจิสติกส์เกษตรที่ประสบผลสำเร็จจากการทดสอบการขนส่งทุเรียนและมะพร้าวน้ำหอมล็อตแรกจากไทยผ่านลาวไปจีน&nbsp;ภายใต้พิธีสารผลไม้ไทย-จีนด้วยเส้นทางรถไฟจีน-ลาว&nbsp;โดยได้สั่งการให้มีการจัดประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการผลไม้&nbsp;(Fruit&nbsp;Board)&nbsp;ในวันพฤหัสบดีที่&nbsp;7&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เพื่อพิจารณาแก้ไขปัญหาทุกขั้นตอน&nbsp;เนื่องจากการขนส่งล็อตแรกยังมีความล่าช้ากว่าเป้าหมายรวม&nbsp;ทั้งการจัดการเรื่องพิธีการเอกสารของหน่วยงานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;การจองขบวนรถไฟ&nbsp;ตารางการเดินรถและค่าระวางการขนส่งในระบบ&nbsp;ราง-รถ&nbsp;ให้สามารถเพิ่มปริมาณการขนส่งผลไม้บนเส้นทาง&nbsp;หนองคาย-เวียงจันทน์-บ่อเตน-โมฮ่าน&nbsp;ให้ได้มากที่สุดและเร็วที่สุดเพื่อเป็นอีกทางเลือกใหม่ของการขนส่งผลไม้ไทยไปจีนสำหรับฤดูการผลิตปี&nbsp;2565</p><p><strong>ขณะที่โครงการขนส่งผ่านท่าเรือหวุงอ๋าง</strong>&nbsp;ขณะนี้มีความคืบหน้าอย่างมากในการประสานงานกับลาวและเวียดนาม&nbsp;ในการเปิดเส้นทางขนส่งผลไม้และสินค้าเกษตรออกทางด่านนครพนม-ด่านท่าแขกแขวงคำม่วนของลาวเข้าสู่เวียดนาม&nbsp;ได้ทำงานเชิงรุกกับหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชนภาควิชาการและภาคเกษตรกร&nbsp;ซึ่งประสบความสำเร็จในการเปิดอีสานเหนือไปแล้วทั้งเส้นทางขนส่ง&nbsp;ราง-รถ&nbsp;ผ่านด่านหนองคาย&nbsp;และงานมหกรรมพืชสวนโลกปี&nbsp;2569&nbsp;ที่จังหวัดอุดรธานี&nbsp;เป็นการโปรโมทภาคอีสานและประเทศไทย&nbsp;โดยความร่วมมือกับประเทศอาเซียนและจีน&nbsp;และยังเป็นการเชื่อมโยงตามแนวระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก&nbsp;ระหว่างไทย&nbsp;ลาว&nbsp;เวียดนาม&nbsp;และจีนหนึ่งในยุทธศาสตร์การเปิดเสรีทางการค้าของกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน&nbsp;(AEC)</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220403203505859"],
    [47,"ยกระดับบริการ เปิดรับคำขอและออกใบรับรองสัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์มเลี้ยงสัตว์แบบดิจิทัล ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายสรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;กรมปศุสัตว์เป็นหน่วยงานภาครัฐระบบราชการ&nbsp;4.0&nbsp;ที่มุ่งอำนวยความสะดวกและยกระดับคุณภาพให้บริการแก่ประชาชน&nbsp;พัฒนาระบบให้บริการอย่างต่อเนื่อง&nbsp;นำเทคโนโลยีสมัยใหม่และนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานให้มีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น&nbsp;โดยยึดผู้ใช้บริการหรือประชาชนเป็นศูนย์กลาง&nbsp;สามารถให้บริการเสร็จสิ้นเบ็ดเสร็จในจุดเดียว&nbsp;ประชาชนสามารถใช้บริการได้ตลอดเวลาและผ่านการติดต่อได้หลายช่องทางผสมผสาน&nbsp;ไม่ว่าจะมาติดต่อด้วยตนเอง&nbsp;อินเทอร์เน็ต&nbsp;เว็บไซต์&nbsp;โซเชียลมีเดีย&nbsp;หรือแอปพลิเคชันต่างๆ&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ล่าสุดได้ยกระดับการให้บริการเปิดรับคำขอ</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">และออกใบรับรองสัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์มเลี้ยงสัตว์แบบดิจิทัล&nbsp;เบ็ดเสร็จออนไลน์ผ่านระบบ&nbsp;Biz&nbsp;Portal&nbsp;จบเพียง&nbsp;5&nbsp;ขั้นตอน&nbsp;สามารถให้บริการตั้งแต่วันที่&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;การยื่นขอรับใบรับรองสัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์มเลี้ยงสัตว์แบบดิจิทัล&nbsp;ผ่านระบบการให้บริการภาครัฐแบบเบ็ดเสร็จทางอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;(Biz&nbsp;Portal)&nbsp;สามารถให้บริการทั้งการขอรับใบรับรอง/ต่ออายุใบรับรอง/ใบแทนใบรับรองสัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์มเลี้ยงสัตว์&nbsp;เพียงใน&nbsp;5&nbsp;ขั้นตอนคือ</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ขั้นตอนที่&nbsp;1&nbsp;ลงชื่อเพื่อเข้าสู่ระบบที่เว็ปไซต์</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;</span><a&nbsp;href=\"http://bizportal.go.th/\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">Bizportal.go.th</a><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;โดยเลือกเข้าระบบด้วยบัญชีประชาชน&nbsp;สำหรับท่านใดที่ยังไม่มี&nbsp;Digital&nbsp;ID&nbsp;ให้ทำการสมัครเพื่อรับ&nbsp;Digital&nbsp;ID&nbsp;ก่อน&nbsp;เพื่อสามารถเข้าสู่ระบบ&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ขั้นตอนที่&nbsp;2</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;เลือกหัวข้อ&nbsp;การขออนุญาตออนไลน์&nbsp;คลิกที่หัวข้อการขออนุญาต/งานบริการใหม่&nbsp;และเลือกหัวข้อการขอใบรับรองสัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์มเลี้ยงสัตว์&nbsp;หรือการขอใบแทนใบรับรองฯ&nbsp;หรือผู้ขอต่ออายุใบรับรองฯ</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ขั้นตอนที่&nbsp;3</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ทำการกรอกแบบฟอร์มและอัปโหลดเอกสารแนบเพื่อยื่นคำขอ</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ขั้นตอนที่&nbsp;4</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ทำการติดตามสถานะ/รับทราบผลการตรวจสอบเอกสาร&nbsp;โดยสามารถเลือกการรับแจ้งได้ทางอีเมล์และกล่องข้อความทางโทรศัพท์&nbsp;SMS</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ขั้นตอนที่&nbsp;5</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;การรับใบรับรองฯ&nbsp;อิเล็กทรอนิกส์&nbsp;ผ่านทาง&nbsp;</span><a&nbsp;href=\"http://bizportal.go.th/\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">Bizportal.go.th</a><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นับว่าเป็นการยกระดับการให้บริการที่สะดวก&nbsp;รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น&nbsp;สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน&nbsp;ตอบสนองความต้องการประชาชนสามารถใช้บริการได้ทุกเวลาและทุกสถานที่&nbsp;ปัจจุบันให้บริการครอบคลุมในฟาร์มสัตว์เลี้ยงที่ได้มาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;16&nbsp;ประเภท&nbsp;รวม&nbsp;23,246&nbsp;แห่งทั่วประเทศ&nbsp;และมีสัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์มเลี้ยงสัตว์ทั้งหมดจำนวน&nbsp;7,594&nbsp;ราย&nbsp;โดยใบรับรองฯ&nbsp;ยังไม่หมดอายุ&nbsp;2,594&nbsp;ราย</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-04-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404094816902"],
    [48,"กอนช. ขอให้ประชาชนระวังเกิดฝนตกหนักถึงหนักมากในภาคใต้ พร้อมระวังน้ำหลาก - ดินถล่มช่วง 1-2 วันนี้ใน 4 จังหวัด","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;&nbsp;ขอให้ประชาชนระวังเกิดฝนตกหนักถึงหนักมากในภาคใต้&nbsp;พร้อมระวังน้ำหลาก&nbsp;-&nbsp;ดินถล่มช่วง&nbsp;1-2&nbsp;วันนี้ใน&nbsp;4&nbsp;จังหวัด</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(4&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนอุณหภูมิสูงขึ้น&nbsp;แต่ยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้า&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.พัทลุง&nbsp;112&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;ชุมพร&nbsp;86&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และนครศรีธรรมราช&nbsp;83&nbsp;&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;พร้อมระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก&nbsp;-&nbsp;ดินถล่มช่วง&nbsp;1-2&nbsp;วันนี้&nbsp;บริเวณ&nbsp;จ.ชุมพร&nbsp;ระนอง&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;และนครศรีธรรมราช&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;26,507&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;46&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;20,687&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;43&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้ติดตามการพัฒนาลุ่มน้ำยมตอนล่าง&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาและเพิ่มความมั่นคงด้านน้ำในพื้นที่&nbsp;จ.พิษณุโลก&nbsp;และพิจิตร&nbsp;โดย&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;กำหนดแนวทางการแก้ปัญหาอุทกภัยและการขาดแคลนน้ำของประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ของลุ่มน้ำยมตอนล่าง&nbsp;ด้วยการก่อสร้างอาคารบังคับน้ำในแม่น้ำยมเป็นช่วงๆแบบขั้นบันได&nbsp;เพื่อกักเก็บน้ำไว้ให้เกษตรกรนำน้ำไปใช้ได้ต่อเนื่องตลอดทั้งลำน้ำ&nbsp;ขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างอาคารบังคับน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำยมตอนล่าง&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;เพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการน้ำช่วงหน้าน้ำหลากที่ไหลมาจากพื้นที่ตอนบน&nbsp;คือ&nbsp;ประตูระบายน้ำท่านางงาม&nbsp;อ.บางระกำ&nbsp;จ.พิษณุโลก&nbsp;//&nbsp;ประตูระบายน้ำท่าแห&nbsp;อ.สามง่าม&nbsp;จ.พิจิตร&nbsp;ปตร.บ้านวังจิก&nbsp;และ&nbsp;ประตูระบายน้ำโพธิ์ประทับช้าง&nbsp;อ.โพธิ์ประทับช้าง&nbsp;เมื่อแล้วเสร็จจะสามารถเก็บกักน้ำในแม่น้ำยมและลำน้ำสาขาได้ประมาณกว่า&nbsp;38&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;ช่วยเพิ่มพื้นที่ได้รับประโยชน์จากระบบชลประทานได้&nbsp;198,746&nbsp;ไร่&nbsp;และช่วยลดปริมาณน้ำหลากช่วงฤดูฝนด้วย&nbsp;คาดว่า&nbsp;จะแล้วเสร็จปี&nbsp;2568&nbsp;ปัจจุบันคืบหน้าแล้วร้อยละ&nbsp;44&nbsp;ของแผนงาน</p>","2022-04-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404092223892"],
    [49,"ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือลดลงและคุณภาพอากาศดี เช่นเดียวกับ กทม.และปริมณฑล หลังเกิดฝนตกในหลายพื้นที่ทั่วประเทศช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง","<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือลดลงและคุณภาพอากาศดี&nbsp;เช่นเดียวกับกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;หลังเกิดฝนตกในหลายพื้นที่ทั่วประเทศช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(4&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;พบค่าฝุ่นปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;หลังฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&nbsp;แต่ยังต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&nbsp;6&nbsp;-&nbsp;8&nbsp;เมษายน&nbsp;หากจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบนฝั่งตะวันออก&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากทุกพื้นที่&nbsp;โดยค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;5&nbsp;-&nbsp;11&nbsp;เมษายน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;</p>","2022-04-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404092529897"],
    [50,"คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหาร จังหวัดลำพูน ครั้งที่ 2 ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหารในพื้นที่ ตำบลลี้ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน","<p><strong>วันที่&nbsp;3&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ที่บ้านป่าหก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลลี้&nbsp;อำเภอลี้&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;</strong>นายวรยุทธ์&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางปนัดดา&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;นายกเหล่ากาชาดหวัดลำพูน/ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&nbsp;คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหารในพื้นที่อำเภอลี้&nbsp;โดยมี&nbsp;นายวิวัฒน์&nbsp;จันทร์โอภาส&nbsp;นายอำเภอลี้&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;อสม.และประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับ</p><p><strong>นายอำนวย&nbsp;เมาคำลี&nbsp;ประธานกรรมการโครงการมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;สำหรับผลการดำเนินงานชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;บ้านป่าหก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลลี้&nbsp;อำเภอลี้&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ด้านการบริหารจัดการที่เป็นระบบ&nbsp;มีการแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินโครงการ&nbsp;คณะกรรมการมีการวางแผนการดำเนินโครงการและจัดประชุมเพื่อสร้างการรับรู้แก่สมาชิกในหมู่บ้าน&nbsp;พร้อมทั้งมีการรายงานผลการดำเนินงานทาง&nbsp;Line&nbsp;กลุ่ม</p><p><strong>ด้านพัฒนาการของชุมชนต้นแบบ&nbsp;ประกอบด้วย</strong>&nbsp;</p><p>1.ครัวเรือนมีการปลูกผักสวนครัวเพื่อบริโภค&nbsp;ในส่วนของบ้านป่าหก&nbsp;ปัจจุบันมีจำนวนครัวเรือนทั้งหมด&nbsp;106&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ผู้นำชุมชนได้แก่&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านและสมาชิกสภาเทศบาลตำบลลี้&nbsp;ได้มีการส่งเสริมให้คนในหมู่บ้านสร้างความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;โดยการปลูกผักสวนครัวทุกครัวเรือน&nbsp;เป็นการลดรายจ่าย&nbsp;ส่วนที่เหลือจากการบริโภคก็สามารถนำไปจำหน่ายได้จำนวน&nbsp;106&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;100&nbsp;</p><p>2.ครัวเรือนมีกิจกรรมคัดแยกขยะและมีการนำวัสดุเหลือใช้มาทำเป็นปุ้ยอินทรีย์&nbsp;บ้านป่าหกมีจำนวนครัวเรือนทั้งหมด&nbsp;106&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;มีการคัดแยกขยะ&nbsp;การนำวัสดุเหลือใช้มาทำปุ๋ยอินทรีย์&nbsp;ซึ่งเป็นการนำเศษวัชพืชมาใช้ประโยชน์&nbsp;ลดการเผาลดหมอกควัน&nbsp;จำนวน&nbsp;106&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;100&nbsp;</p><p>3.ครัวเรือนมีการเลี้ยงสัตว์ไว้เพื่อบริโภค&nbsp;ประชาชนเกือบทุกครัวเรือนมีการเลี้ยงสัตว์ที่ใช้เป็นอาหารและเพื่อขาย&nbsp;ได้แก่&nbsp;ไก่พื้นเมือง&nbsp;ไก่ไข่&nbsp;ปลา&nbsp;กบ&nbsp;หมู&nbsp;และยังมีการเลี้ยงสัตว์เพื่อใช้เป็นแรงงาน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ควาย&nbsp;วัว&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;90.57&nbsp;ของครัวเรือนทั้งหมด&nbsp;</p><p>4.&nbsp;ครัวเรือนมีการถนอมอาหารและมีการแปรรูปอาหาร&nbsp;ได้แก่&nbsp;มะม่วงกวน&nbsp;มะม่วงแผ่น&nbsp;หน่อไม้ดอง&nbsp;กล้วยตาก&nbsp;มะม่วงดอง&nbsp;กระเทียมดอง&nbsp;พริกแห้ง&nbsp;เป็นต้น&nbsp;&nbsp;</p><p>5.&nbsp;คนในชุมชนได้รวมกลุ่มกันในการสร้างคลังอาหารชุมชนโดยใช้พื้นที่สาธารณประโยชน์&nbsp;โดยคนในหมู่บ้านป่าหกใช้พื้นที่บริเวณหน้าวัด&nbsp;ริมฝั่งน้ำลี้&nbsp;ปลูกพืชผักสวนครัวเพื่อการบริโภคและจำหน่ายให้ผู้ที่สนใจจะบริโภคผักปลอดสารพิษ&nbsp;โดยใช้แนวทางตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;จัดสรรพื้นที่ให้กับกลุ่มสมาชิก&nbsp;ได้เป็นผู้ดูแลแปลงผักของตนเอง&nbsp;จนเกิดผลสัมฤทธิ์สามารถเพิ่มรายได้&nbsp;ลดรายจ่ายในครัวเรือน&nbsp;และสร้างโอกาสให้กับผู้ด้อยโอกาส&nbsp;และผู้สูงอายุ&nbsp;เป็นการสร้างครัวชุมชน&nbsp;(แปลงผักรวม)&nbsp;ในการปลูกผักแปลงส่วนรวม&nbsp;คือ&nbsp;การปลูกพืชที่มีผู้ดูแลหลายคน&nbsp;ดูแลร่วมกัน&nbsp;ในพื้นที่ที่ผู้ใหญ่บ้านได้จัดสรรไว้&nbsp;อาทิ&nbsp;การปลูกมะเขือยาว&nbsp;มะเขือม่วง&nbsp;กะหล่ำปลี&nbsp;ผักสลัด&nbsp;ถั่วฝักยาว&nbsp;พริก&nbsp;ถั่วฝักยาว&nbsp;มะเขือเทศ&nbsp;ผักชี&nbsp;ผักบุ้งและผักอื่นๆ&nbsp;โดยผลผลิตที่ได้จากแปลงรวมสามารถนำไปขาย&nbsp;และนำรายได้ส่วนหนึ่งเข้าสู่หมู่บ้านอีกด้วย</p><p><strong>สำหรับโครงการชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;</strong>เป็นโครงการที่แม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูนได้จัดทำขึ้น&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารให้แก่ชุมชน&nbsp;ในสถานการณ์ปัจจุบันที่มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;โดยการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติในครัวเรือน&nbsp;ทั้งยังเป็นการลดรายจ่าย&nbsp;สร้างรายได้ทั้งในระดับครัวเรือนและชุมชน&nbsp;ซึ่งดำเนินการทั้ง&nbsp;8&nbsp;อำเภอ&nbsp;ได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน&nbsp;2563&nbsp;ในจวนผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;ขยายผลไปยังอำเภอ&nbsp;ชุมชนทั้ง&nbsp;8&nbsp;อำเภอ&nbsp;และเพื่อเป็นการต่อยอด&nbsp;ขยายผลการดำเนินงานโครงการ&nbsp;Lamphun&nbsp;Go&nbsp;Green&nbsp;กิจกรรมที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;ไปยังระดับพื้นที่ทุกอำเภอ&nbsp;ทุกหมู่บ้าน/ชุมชน&nbsp;ของจังหวัดลำพูน&nbsp;ให้มีความต่อเนื่องและยั่งยืน&nbsp;โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ดังนี้&nbsp;สำนักงานจังหวัดลำพูน&nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดลำพูน&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดลำพูน&nbsp;สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดลำพูน&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดลำพูน&nbsp;สำนักงานประมงจังหวัดลำพูน&nbsp;และอำเภอทุกอำเภอในพื้นที่จังหวัดลำพูน&nbsp;จัดกิจกรรมประกวดการทำที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;ระดับชุมชนขึ้น</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-04T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404101135912"],
    [51,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงต่อเนื่องจากฝนที่ตกลงมา ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบแนวชายแดนของไทย","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงต่อเนื่องจากฝนที่ตกลงมา&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบแนวชายแดนของประเทศไทย</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(3&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศเพียง&nbsp;98&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;53&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;38&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;5&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;54&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ตาก&nbsp;12&nbsp;จุด&nbsp;และสุโขทัย&nbsp;7&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนลดลงต่อเนื่องพบเพียง&nbsp;13&nbsp;จังหวัดทั่วประเทศไทย&nbsp;ส่วนใหญ่พบในพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;3&nbsp;เมษายน&nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;12,569&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;11,976&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;7,190&nbsp;จุด&nbsp;ภาพรวมปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM2.5&nbsp;เช้านี้เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;อากาศยังคงดีต่อเนื่อง&nbsp;ทุกจังหวัดในประเทศยังคงมีค่าคุณภาพอากาศอยู่ในระดับดีมาก&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดใน&nbsp;สปป.ลาววันนี้&nbsp;1,121&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมา&nbsp;เป็นเมียนมา&nbsp;1,084&nbsp;จุด&nbsp;และเวียดนาม&nbsp;210&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเมียนมาส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันตก&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย</p>","2022-04-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404122719977"],
    [52,"เกษตรกรรวมกลุ่มแปลงใหญ่ผลิตเมล่อนและแคนตาลูป สร้างรายได้","<p><strong>นายพิรัช&nbsp;จันทิมา&nbsp;นายอำเภอแม่ใจ&nbsp;จังหวัดพะเยา</strong>&nbsp;พร้อมด้วยกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่&nbsp;ในพื้นที่ตำบลศรีถ้อย&nbsp;อำเภอแม่ใจ&nbsp;จังหวัดพะเยา&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจดูผลผลิตเมล่อนและแคนตาลูป&nbsp;ของกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ในพื้นที่&nbsp;หลังจากทางอำเภอ&nbsp;เกษตรอำเภอ&nbsp;พาณิชย์จังหวัด&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ส่งเสริมให้เกษตรกรได้ทำการผลิตเมล่อนและแคนตาลูป&nbsp;ซึ่งถือเป็นผลิตผลที่สำคัญของพื้นที่อำเภอแม่ใจ&nbsp;ที่สามารถทำรายได้ให้กับเกษตรกรเป็นอย่างดี&nbsp;ในการดำเนินการที่จะพัฒนาคุณภาพของผลผลิตให้เป็นมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;ซึ่งปัจจุบันผลผลิตได้เริ่มออกสู่ตลาดและสามารถจำหน่ายได้ในราคาที่เหมาะสมและมีผู้เดินทางมาสั่งจองและหาซื้อกันอย่างต่อเนื่อง</p><p><strong>นายบุญเรือง&nbsp;แสงบุญเรือง</strong>&nbsp;เกษตรกรในพื้นที่หมู่ที่&nbsp;12&nbsp;ตำบลศรีถ้อย&nbsp;อำเภอแม่ใจ&nbsp;ที่เข้าร่วมโครงการเกษตรแปลงใหญ่พัฒนามาตรฐานสินค้า&nbsp;GAP&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตนเองได้ทำการปลูกแคนตาลูปจำนวนเนื้อที่ประมาณ&nbsp;5&nbsp;ไร่&nbsp;ซึ่งขณะนี้ผลผลิตเริ่มออกสู่ตลาดแล้ว&nbsp;ซึ่งปีนี้ผลผลิตค่อนข้างมีความสมบูรณ์&nbsp;โดยผลผลิตรวมคาดว่าจะมีประมาณ&nbsp;15&nbsp;ตัน&nbsp;ซึ่งหลังจากที่ได้รวมกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่&nbsp;พบว่า&nbsp;สามารถจำหน่ายผลผลิตได้&nbsp;เนื่องจากทุกภาคส่วนได้มีการส่งเสริมทั้งในเรื่องของการผลิต&nbsp;ผลผลิตแคนตาลูป&nbsp;รวมทั้งเรื่องของการตลาด&nbsp;ขณะนี้สามารถจำหน่ายได้กิโลกรัมละ&nbsp;25&nbsp;บาท&nbsp;และหลังจากที่เข้าร่วมในการผลิตตามมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;แล้วพบว่ายอดขายสามารถจำหน่ายได้อย่างต่อเนื่องและมีรายได้ดีกว่าที่ผ่านมา</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;นายพิรัช&nbsp;จันทิมา&nbsp;นายอำเภอแม่ใจ&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ทางอำเภอได้ร่วมกับทุกภาคส่วน&nbsp;ทั้งเกษตรจังหวัด&nbsp;พาณิชย์จังหวัด&nbsp;ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;พัฒนาให้เกษตรกรได้มีการรวมกลุ่มเป็นแปลงใหญ่ในการผลิตสินค้าทางด้านการเกษตร&nbsp;ซึ่งเมล่อนและแคนตาลูป&nbsp;ถือเป็นผลผลิตที่สำคัญที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;ดังนั้นจึงได้มีการส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่มในการผลิตดังกล่าวให้มีมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;ซึ่งจะทำให้สามารถจำหน่ายได้ในราคาที่เหมาะสม&nbsp;รวมทั้งไม่มีปัญหาในเรื่องของการตลาด&nbsp;ปัจจุบันทางอำเภอได้มีการส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่ม&nbsp;โดยมีผลผลิตเมล่อนที่เป็นสินค้าปลอดภัย&nbsp;ตามมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;จำนวน&nbsp;16&nbsp;โรง&nbsp;มีผลผลิตประมาณ&nbsp;30&nbsp;ตัน&nbsp;และผลผลิตจะออกตลอดทั้งปี&nbsp;เพราะมีการวางแผนการผลิต&nbsp;พร้อมกับจะทำเป็นห้วงเวลาในการผลิตที่สามารถออกสู่ตลาดตลอดทั้งปี&nbsp;ปัจจุบันสามารถที่จะจำหน่ายได้ในราคากิโลกรัมละ&nbsp;80&nbsp;บาท</p><p><strong>ขณะที่แคนตาลูปก็มีการส่งเสริมให้เกษตรกร</strong>ได้ทำการผลิตสินค้าตามมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;เช่นกัน&nbsp;ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มของเกษตรกรแปลงใหญ่&nbsp;โดยขณะนี้มีพื้นที่ร่วมโครงการประมาณ&nbsp;50&nbsp;ไร่&nbsp;และมีผลผลิตประมาณ&nbsp;300&nbsp;ตัน&nbsp;ขณะนี้เริ่มออกสู่ตลาดแล้วเช่นกัน&nbsp;โดยจะมีการวางแผนกระจายสินค้าไปในทุกช่องทาง&nbsp;ทำให้เกษตรกรสามารถจำหน่ายผลผลิตได้อย่างต่อเนื่อง</p><p><br></p><p><br></p>","2022-04-04T00:00:00","ภาคเหนือ","พะเยา","สวท.พะเยา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404104900938"],
    [53,"อำเภอทุ่งหัวช้าง คัดเลือกบ้านทุ่งหัวช้าง ดำเนินการโครงการ ชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหาร เพื่อลดรายจ่ายและสร้างรายได้ในระดับครัวเรือน และเป็นการสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน","<p><strong>วันที่&nbsp;3&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;บ้านทุ่งช้าง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลทุ่งหัวช้าง&nbsp;อำเภอทุ่งหัวช้าง&nbsp;จังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางปนัดดา&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&nbsp;นายบุญส่ง&nbsp;ไชยมณี&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน&nbsp;คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหารในพื้นที่อำเภอทุ่งหัวช้าง&nbsp;โดยมี&nbsp;นายภัทรพล&nbsp;ผัดดวงธรรม&nbsp;นายอำเภอทุ่งหัวช้าง&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;อสม.และประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับ&nbsp;</p><p><strong>นางปนัดดา&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&nbsp;เผยว่า&nbsp;</strong>สมาคมแม่บ้านมหาดไทยได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของประชาชนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;โดยหนึ่งในนโยบายสำคัญของสมาคมแม่บ้านมหาดไทย&nbsp;2564&nbsp;คือ&nbsp;นโยบาย&nbsp;ที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนปลูกผัดในครัวเรือน&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารในครัวเรือน&nbsp;โดยการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติในระดับครัวเรือน&nbsp;ในการนี้แม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูนได้จัดทำโครงการ&nbsp;Lamphun&nbsp;Go&nbsp;Green&nbsp;และจัดกิจกรรมส่งเสริมนโยบาย&nbsp;ที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;ในครัวเรือน&nbsp;เพื่อสานต่อนโยบายของสมาคมแม่บ้านมหาดไทยให้เป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยเริ่มปฏิบัติภายในจวนผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นตัวอย่างที่ถูกต้องแก่ทุกภาคส่วนราชการ&nbsp;ในจังหวัดทุกสังกัดและประชาชน&nbsp;รวมไปถึงสมาชิกแม่บ้านมหาดไทยในพื้นที่จังหวัดลำพูน&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์และสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของที่ว่างสร้างอาหารในครัวเรือน&nbsp;เพื่อเป็นการต่อยอดและขยายผลการดำเนินโครงการ&nbsp;Lamphun&nbsp;Go&nbsp;Green&nbsp;กิจกรรมที่ว่างสร้างอาหารไปยังระดับพื้นที่ในทุกอำเภอ&nbsp;ทุกหมู่บ้าน&nbsp;ชุมชนของจังหวัดลำพูนให้มีความยั่งยืน&nbsp;แม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&nbsp;ได้บรูณาการความร่วมมือกับ&nbsp;ที่ทำการปกครองจังหวัดลำพูน&nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดลำพูน&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดลำพูน&nbsp;สำนักงานส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดลำพูน&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดลำพูน&nbsp;และสำนักงานประมงจังหวัดลำพูน</p><p><strong>นายภัทรพล&nbsp;ผัดดวงธรรม&nbsp;นายอำเภอทุ่งหัวช้าง&nbsp;เผยว่า</strong>&nbsp;สำหรับอำเภอทุ่งหัวช้างได้พิจารณาคัดเลือกบ้านทุ่งหัวช้าง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลทุ่งหัวช้าง&nbsp;อำเภอทุ่งหัวช้าง&nbsp;ดำเนินการโครงการ&nbsp;ชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานภาคี&nbsp;กลุ่มองค์กรและภาคประชาสังคมในการขับเคลื่อนกิจกรรมที่ว่างสร้างอาหารบ้านทุ่งหัวช้าง&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างความต่อเนื่องในการสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน&nbsp;เพื่อลดรายจ่ายและสร้างรายได้ทั้งในระดับครัวเรือน&nbsp;ระดับชุมชนเป้าหมาย&nbsp;เป็นการสร้างจิตสำนึกของประชาชน&nbsp;ในการดำรงชีวิตตามแนวทางหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;โดยได้จัดให้มีศูนย์การเรียนรู้สำหรับประชาชนจำนวน&nbsp;4&nbsp;จุด&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;จุดที่&nbsp;1&nbsp;ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;เทศบาลทุ่งหัวช้าง&nbsp;โดยจุดดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ให้เป็นจุดสาธิตของกลุ่มชุมชนเพื่อเป็นการฝึกปฏิบัติการเรียนรู้เพื่อนำไปสู้การปฏิบัติในชุมชน&nbsp;โดยมีกิจกรรม&nbsp;ได้แก่&nbsp;1.โครงการส่งเสริมทักษะการประกอบอาชีพตามแนวทางหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;(ผู้สูงอายุปลูกผัก&nbsp;เด็กกินผัก&nbsp;ภายใต้แผนงานโครงการสืบสานเศรษฐกิจพอเพียง)โครงการปลูกผักของผู้สูงอายุและเยาวชน&nbsp;2.โครงการพัฒนาการเกษตรปลอดภัยให้แก่ชุมชน&nbsp;เทศบาลตำบลทุ่งหัวช้าง&nbsp;อำเภอทุ่งหัวช้าง&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;กับกิจกรรมปลูกผักในท่อแบบภูมิปัญญาชาวบ้าน&nbsp;จุดที่&nbsp;2&nbsp;การปลูกผักเพื่อบริโภคในครัวเรือน&nbsp;จุดที่&nbsp;1&nbsp;บ้านนายปฐม&nbsp;ติ๊บหน่อ&nbsp;และนางอัมพร&nbsp;ยาบุญทา&nbsp;เป็นการปลูกผักเพื่อบริโภคในครัวเรือนและมีการคัดแยกขยะเพื่อนำมาทำเป็นปุ๋ยอินทรียื&nbsp;นำไปใช้ในการบำรุงพืชผักสวนครัวภายในครัวเรือน&nbsp;จุดที่&nbsp;3&nbsp;เป็นครัวเรือนต้นแบบในการแปรรุปผลิตผลทางการเกษตร&nbsp;เช่น&nbsp;การแปรรูปมันฝรั่ง&nbsp;การทำกล้วยฉาบและกล้วยทอด&nbsp;บ้านนางละเอียด&nbsp;บุตรจุมปา&nbsp;และจุดที่&nbsp;4&nbsp;ศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์&nbsp;ของนายสมควร&nbsp;มาชื้น&nbsp;เป็นจุดสาธิตเกี่ยวกับโครงการ&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;การปลูกพืชผักต่างๆ&nbsp;และการเลี้ยงสัตว์&nbsp;เช่น&nbsp;แพะ&nbsp;ปลาชนิดต่างๆ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-04T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404113639960"],
    [54,"ปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรีตรวจรับรองฟาร์มสัตว์ปลอดโรค มุ่งหวังผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ปลอดภัย","<p><strong>สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;โดยกลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอหนองหญ้าปล้อง</strong>&nbsp;และสำนักงานปศุสัตว์อำเภอท่ายาง&nbsp;ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์เขต&nbsp;7&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจประเมินฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม&nbsp;GOOD&nbsp;FARMING&nbsp;MANAGEMENT&nbsp;(GFM)&nbsp;ชนิดสัตว์&nbsp;แพะ&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ฟาร์ม&nbsp;ในพื้นที่หมู่&nbsp;2&nbsp;ตำบลยางน้ำกลัดเหนือ&nbsp;และหมู่&nbsp;4&nbsp;ตำบลยางน้ำกลัดใต้&nbsp;อำเภอหนองหญ้าปล้อง&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;และพื้นที่อำเภอท่ายาง&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ฟาร์ม&nbsp;เพื่อขอรับรองสถานภาพฟาร์มปลอดโรคบรูเซลลา&nbsp;ระดับ&nbsp;A&nbsp;การรับรองสถานภาพการเป็นฟาร์มปลอดโรค&nbsp;มุ่งหวังให้สัตว์ในฟาร์มปลอดโรค&nbsp;มีสุขภาพดี&nbsp;และผู้บริโภคได้รับประทานผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ที่ปลอดภัย&nbsp;โดยการรับรองสถานภาพฟาร์มปศุสัตว์ปลอดโรค&nbsp;สัตว์เลี้ยงภายในฟาร์มจะได้รับการเก็บตัวอย่างซีรัมเพื่อตรวจโรคบรูเซลล่า&nbsp;หรือโรคแท้งติดต่อ&nbsp;ซึ่งสัตว์ทุกตัวต้องมีผลตรวจเป็นลบ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;การตรวจรับรองสถานภาพฟาร์มปลอดโรค&nbsp;มีเกณฑ์เบื้องต้นก่อนการขอรับรองคือ&nbsp;ฟาร์มจะต้องผ่านการรับรองฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคที่ดี&nbsp;(GFM)&nbsp;หรือฟาร์มที่มีการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี&nbsp;หรือฟาร์มมาตรฐาน&nbsp;(GAP)&nbsp;มาก่อนด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-04T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สวท.เพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404131336986"],
    [55,"จิตอาสาอำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ร่วมกันจัดกิจกรรมสร้างฝายชะลอน้ำ บริเวณฝายแม่แต๊ะ  เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พ.ศ.2565","<p><strong>ที่บริเวณประตูสวรรค์บุรีลี้หลวง&nbsp;ตำบลลี้&nbsp;อำเภอลี้&nbsp;จังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมจิตอาสาพระราชทาน&nbsp;เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ&nbsp;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ร่วมกันจัดกิจกรรมสร้างฝายชะลอน้ำ&nbsp;บริเวณฝายแม่แต๊ะ&nbsp;เพื่อเป็นการร่วมแสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่หาที่สุดมิได้&nbsp;โดยมี&nbsp;นางปนัดดา&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;นายกเหล่ากาชาดหวัดลำพูน/ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&nbsp;นายบุญส่ง&nbsp;ไชยมณี&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน&nbsp;นายวิวัฒน์&nbsp;จันทร์โอภาส&nbsp;นายอำเภอลี้&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และประชาชนจิตอาสาข้าร่วมในพิธี&nbsp;</p><p><strong>นายวิวัฒน์&nbsp;จันทร์โอภาส&nbsp;นายอำเภอลี้&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;ทรงห่วงใยและทรงคำนึงถึงความอยู่ดีมีสุขของประชาชนเป็นสำคัญ&nbsp;และพระองค์มีพระราชปณิธานแน่วแน่ที่จะทำให้ประเทศชาติ&nbsp;มั่นคงและประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นด้วยมีพระราชประสงค์ที่จะสืบสาน&nbsp;รักษา&nbsp;และต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;และแนวพระราชดำริต่างๆ&nbsp;ในการบำบัด&nbsp;ทุกข์และบำรุงสุขให้ประชาชนและพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า&nbsp;โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้หน่วยราชการในพระองค์ร่วมกับหน่วยราชการต่างๆ&nbsp;และ&nbsp;ประชาชนทุกหมู่เหล่าที่มีจิตอาสา&nbsp;บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ในพื้นที่ต่างๆ&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน&nbsp;และแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชน&nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดโครงการจิตอาสา&nbsp;พระราชทานเพื่อเป็นโครงการฯ&nbsp;ที่เป็นแบบอย่างในการพัฒนาสภาพแวดล้อม</p><p><strong>ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;ได้พระราชทานโครงการจิตอาสาพระราชทาน&nbsp;ด้วยทรงมุ่งหวังให้พสกนิกร&nbsp;ทุกหมู่เหล่า&nbsp;มีความสมัครสมานสามัคคี&nbsp;ร่วมมือร่วมใจประกอบกิจกรรมสาธารณะ&nbsp;เพื่อประโยชน์สุขของชุมชนส่วนรวมโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน&nbsp;เพื่อให้เกิดความรักความผูกพันใน&nbsp;4&nbsp;สถาบันหลักของชาติ&nbsp;คือ&nbsp;สถาบันชาติ&nbsp;สถาบันศาสนา&nbsp;สถาบันพระมหากษัตริย์และประชาชน&nbsp;ประกอบกับในวันที่&nbsp;5&nbsp;เมษายน&nbsp;ของทุกปีเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพ&nbsp;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;กิจกรรมจิตอาสาในวันนี้จึงเป็นกิจกรรม&nbsp;เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;พระองค์ท่านอีกทางหนึ่ง&nbsp;</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;อำเภอลี้ร่วมกับเทศบาลตำบลวังดิน&nbsp;</strong>จัดกิจกรรมจิตอาสา&nbsp;พระราชทาน&nbsp;เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกถึงพระมหา&nbsp;กรุณาธิคุณที่หาที่สุดมิได้&nbsp;กิจกรรมสร้างฝายชะลอน้ำ&nbsp;บริเวณฝายแม่แต๊ะ&nbsp;บ้านหลวง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลลี้&nbsp;อำเภอลี้&nbsp;จังหวัดลำพูนอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-04T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404115228969"],
    [56,"คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหาร จังหวัดลำพูน ครั้งที่ 2 ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหารในพื้นที่ ตำบลลี้ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน","<p><strong>วันที่&nbsp;3&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ที่บ้านป่าหก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลลี้&nbsp;อำเภอลี้&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;</strong>นายวรยุทธ์&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางปนัดดา&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;นายกเหล่ากาชาดหวัดลำพูน/ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&nbsp;คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหารในพื้นที่อำเภอลี้&nbsp;โดยมี&nbsp;นายวิวัฒน์&nbsp;จันทร์โอภาส&nbsp;นายอำเภอลี้&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;อสม.และประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับ</p><p><strong>นายอำนวย&nbsp;เมาคำลี&nbsp;ประธานกรรมการโครงการชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;สำหรับผลการดำเนินงานชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;บ้านป่าหก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลลี้&nbsp;อำเภอลี้&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ด้านการบริหารจัดการที่เป็นระบบ&nbsp;มีการแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินโครงการ&nbsp;คณะกรรมการมีการวางแผนการดำเนินโครงการและจัดประชุมเพื่อสร้างการรับรู้แก่สมาชิกในหมู่บ้าน&nbsp;พร้อมทั้งมีการรายงานผลการดำเนินงานทาง&nbsp;Line&nbsp;กลุ่ม</p><p><strong>ด้านพัฒนาการของชุมชนต้นแบบ&nbsp;ประกอบด้วย</strong>&nbsp;</p><p>1.ครัวเรือนมีการปลูกผักสวนครัวเพื่อบริโภค&nbsp;ในส่วนของบ้านป่าหก&nbsp;ปัจจุบันมีจำนวนครัวเรือนทั้งหมด&nbsp;106&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ผู้นำชุมชนได้แก่&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านและสมาชิกสภาเทศบาลตำบลลี้&nbsp;ได้มีการส่งเสริมให้คนในหมู่บ้านสร้างความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;โดยการปลูกผักสวนครัวทุกครัวเรือน&nbsp;เป็นการลดรายจ่าย&nbsp;ส่วนที่เหลือจากการบริโภคก็สามารถนำไปจำหน่ายได้จำนวน&nbsp;106&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;100&nbsp;</p><p>2.ครัวเรือนมีกิจกรรมคัดแยกขยะและมีการนำวัสดุเหลือใช้มาทำเป็นปุ้ยอินทรีย์&nbsp;บ้านป่าหกมีจำนวนครัวเรือนทั้งหมด&nbsp;106&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;มีการคัดแยกขยะ&nbsp;การนำวัสดุเหลือใช้มาทำปุ๋ยอินทรีย์&nbsp;ซึ่งเป็นการนำเศษวัชพืชมาใช้ประโยชน์&nbsp;ลดการเผาลดหมอกควัน&nbsp;จำนวน&nbsp;106&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;100&nbsp;</p><p>3.ครัวเรือนมีการเลี้ยงสัตว์ไว้เพื่อบริโภค&nbsp;ประชาชนเกือบทุกครัวเรือนมีการเลี้ยงสัตว์ที่ใช้เป็นอาหารและเพื่อขาย&nbsp;ได้แก่&nbsp;ไก่พื้นเมือง&nbsp;ไก่ไข่&nbsp;ปลา&nbsp;กบ&nbsp;หมู&nbsp;และยังมีการเลี้ยงสัตว์เพื่อใช้เป็นแรงงาน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ควาย&nbsp;วัว&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;90.57&nbsp;ของครัวเรือนทั้งหมด&nbsp;</p><p>4.&nbsp;ครัวเรือนมีการถนอมอาหารและมีการแปรรูปอาหาร&nbsp;ได้แก่&nbsp;มะม่วงกวน&nbsp;มะม่วงแผ่น&nbsp;หน่อไม้ดอง&nbsp;กล้วยตาก&nbsp;มะม่วงดอง&nbsp;กระเทียมดอง&nbsp;พริกแห้ง&nbsp;เป็นต้น&nbsp;&nbsp;</p><p>5.&nbsp;คนในชุมชนได้รวมกลุ่มกันในการสร้างคลังอาหารชุมชนโดยใช้พื้นที่สาธารณประโยชน์&nbsp;โดยคนในหมู่บ้านป่าหกใช้พื้นที่บริเวณหน้าวัด&nbsp;ริมฝั่งน้ำลี้&nbsp;ปลูกพืชผักสวนครัวเพื่อการบริโภคและจำหน่ายให้ผู้ที่สนใจจะบริโภคผักปลอดสารพิษ&nbsp;โดยใช้แนวทางตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;จัดสรรพื้นที่ให้กับกลุ่มสมาชิก&nbsp;ได้เป็นผู้ดูแลแปลงผักของตนเอง&nbsp;จนเกิดผลสัมฤทธิ์สามารถเพิ่มรายได้&nbsp;ลดรายจ่ายในครัวเรือน&nbsp;และสร้างโอกาสให้กับผู้ด้อยโอกาส&nbsp;และผู้สูงอายุ&nbsp;เป็นการสร้างครัวชุมชน&nbsp;(แปลงผักรวม)&nbsp;ในการปลูกผักแปลงส่วนรวม&nbsp;คือ&nbsp;การปลูกพืชที่มีผู้ดูแลหลายคน&nbsp;ดูแลร่วมกัน&nbsp;ในพื้นที่ที่ผู้ใหญ่บ้านได้จัดสรรไว้&nbsp;อาทิ&nbsp;การปลูกมะเขือยาว&nbsp;มะเขือม่วง&nbsp;กะหล่ำปลี&nbsp;ผักสลัด&nbsp;ถั่วฝักยาว&nbsp;พริก&nbsp;ถั่วฝักยาว&nbsp;มะเขือเทศ&nbsp;ผักชี&nbsp;ผักบุ้งและผักอื่นๆ&nbsp;โดยผลผลิตที่ได้จากแปลงรวมสามารถนำไปขาย&nbsp;และนำรายได้ส่วนหนึ่งเข้าสู่หมู่บ้านอีกด้วย</p><p><strong>สำหรับโครงการชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;</strong>เป็นโครงการที่แม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูนได้จัดทำขึ้น&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารให้แก่ชุมชน&nbsp;ในสถานการณ์ปัจจุบันที่มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;โดยการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติในครัวเรือน&nbsp;ทั้งยังเป็นการลดรายจ่าย&nbsp;สร้างรายได้ทั้งในระดับครัวเรือนและชุมชน&nbsp;ซึ่งดำเนินการทั้ง&nbsp;8&nbsp;อำเภอ&nbsp;ได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน&nbsp;2563&nbsp;ในจวนผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;ขยายผลไปยังอำเภอ&nbsp;ชุมชนทั้ง&nbsp;8&nbsp;อำเภอ&nbsp;และเพื่อเป็นการต่อยอด&nbsp;ขยายผลการดำเนินงานโครงการ&nbsp;Lamphun&nbsp;Go&nbsp;Green&nbsp;กิจกรรมที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;ไปยังระดับพื้นที่ทุกอำเภอ&nbsp;ทุกหมู่บ้าน/ชุมชน&nbsp;ของจังหวัดลำพูน&nbsp;ให้มีความต่อเนื่องและยั่งยืน&nbsp;โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ดังนี้&nbsp;สำนักงานจังหวัดลำพูน&nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดลำพูน&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดลำพูน&nbsp;สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดลำพูน&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดลำพูน&nbsp;สำนักงานประมงจังหวัดลำพูน&nbsp;และอำเภอทุกอำเภอในพื้นที่จังหวัดลำพูน&nbsp;จัดกิจกรรมประกวดการทำที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;ระดับชุมชนขึ้น</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-04T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404120409971"],
    [57,"ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน นำประชาชนในพื้นที่อำเภอทุ่งหัวช้าง จัดกิจกรรมโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูป่าและป้องกันไฟป่า ปี 2565 (การจัดทำฝ่ายชะลอน้ำ \"ลำพูน 1,300 ปี 1,300 ฝ่าย\" )","<p><strong>วันที่&nbsp;3&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ที่บริเวณลำห้วยแม่กำปอง&nbsp;บ้านทุ่งข้าวหาง&nbsp;ตำบลตะเคียนปม&nbsp;อำเภอทุ่งหัวช้าง&nbsp;จังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;นายวรยุทธ์&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม&nbsp;โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูป่าและป้องกันไฟป่า&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;(การจัดทำฝ่ายชะลอน้ำ&nbsp;\"ลำพูน&nbsp;1,300&nbsp;ปี&nbsp;1,300&nbsp;ฝ่าย\")&nbsp;โดยมี&nbsp;นางปนัดดา&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดลำพูน/ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&nbsp;นายบุญส่ง&nbsp;ไชยมณี&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน&nbsp;นายภัทรพล&nbsp;ผัดดวงธรรม&nbsp;นายอำเภอทุ่งหัวช้าง?&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;หน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ภาคประชาชน&nbsp;จิตอาสาในพื้นที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;</p><p><strong>นายอำเภอทุ่งหัวช้าง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;พื้นที่อำเภอทุ่งหัวช้างส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ป่า&nbsp;มักเกิดการเผาในที่โล่ง&nbsp;การเผาในพื้นที่ป่า&nbsp;ซึ่งในปี&nbsp;2564&nbsp;เกิดจุดความร้อนในพื้นที่อำเภอทุ่งหัวช้าง&nbsp;จำนวน&nbsp;136&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;รองลงมาคือ&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;พื้นที่เกษตรและพื้นที่ชุมชนตามลำดับ&nbsp;ส่งผลกระทบตามมาทั้งในเรื่องของเศรษฐกิจ&nbsp;การท่องเที่ยว&nbsp;และที่สำคัญ&nbsp;คือสุขภาพประชาชน&nbsp;อำเภอทุ่งหัวช้าง&nbsp;จึงร่วมกับมูลนิธิรักษ์ไทย&nbsp;หน่วยพิทักษ์ป่าแม่แสม&nbsp;เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยผาเมือง&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และองค์การบริหารส่วนตำบลตะเคียนปม&nbsp;จัดกิจกรรมอนุรักษ์ฟื้นฟูป่าและป้องกันไฟป่า&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;โดยการสร้างฝ่ายชะลอน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผืนป่า&nbsp;บ้านทุ่งข้าวหาง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลตะเคียนปม&nbsp;และทุกพื้นที่ในหมู่บ้าน/ตำบลของอำเภอทุ่งหัวช้าง&nbsp;ซึ่งอำเภอทุ่งหัวช้างตั้งเป้าหมายการจัดทำฝ่ายชะลอน้ำ&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;รวมจำนวนทั้งหมด&nbsp;90&nbsp;ฝ่าย&nbsp;แต่จากการสำรวจและได้รับการยืนยันข้อมูลทำฝายจากหน่วยงาน&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ชุมชน&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;240&nbsp;ฝาย&nbsp;ดำเนินการแล้วเสร็จ&nbsp;188&nbsp;ฝาย&nbsp;</p><p><strong>สำหรับลำห้วยที่จัดทำฝายในวันนี้&nbsp;ชื่อลำห้วยแม่กำปอง&nbsp;</strong>เป็นพื้นที่ต้นน้ำสาขาหนึ่งไหลไปรวมกับลำห้วยแม่ลาหลวงและไหลลงสู่แม่น้ำลี้ที่บ้านห้วยไร่&nbsp;ม.8&nbsp;ต.ตะเคียนปม&nbsp;ซึ่งแม่น้ำลี้เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของประชาชนอำเภอทุ่งหัวช้าง&nbsp;อ.ลี้&nbsp;อ.บ้านโฮ่ง&nbsp;อ.เวียงหนองล่อง&nbsp;ลำห้วยแม่กำปอง&nbsp;มีความยาวประมาณ&nbsp;3&nbsp;กม.โดยช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาราษฎรบ้านทุ่งข้าวหาง&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;โรงเรียน&nbsp;มูลนิธิรักษ์ไทย&nbsp;ได้ร่วมกันทำฝ่ายลำห้วยแห่งนี้เสร็จแล้วจำนวน&nbsp;28&nbsp;ฝาย&nbsp;และฝ่ายภูมิปัญญาอีก&nbsp;11&nbsp;ฝ่าย&nbsp;รวมจำนวนฝ่ายที่ทำในพื้นที่บ้านทุ่งข้าวหาง&nbsp;จำนวน&nbsp;39&nbsp;ฝาย&nbsp;โดยกิจกรรมในวันนี้เป็นการร่วมกันสร้างฝ่ายชะลอน้ำ&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ฝ่าย&nbsp;ในบริเวณพื้นที่&nbsp;ห้วยแม่กำปอง&nbsp;บ้านทุ่งข้าวหาง&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างความชุ่มชื้นให้ผืนป่า&nbsp;และป้องกันการเกิดไฟป่าในระยะยาวอย่างยั่งยืน&nbsp;และเพื่อให้สอดคล้องตาม&nbsp;แผนป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่า&nbsp;และค่าฝุ่นละออง&nbsp;(PM2.5)&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;คน</p><p><strong>ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จังหวัดลำพูนประสบปัญหามลพิษหมอกควันมาทุกปี&nbsp;โดยสาเหตุเกิดจากการเผาเป็นส่วนใหญ่&nbsp;ทั้งในพื้นที่ป่า&nbsp;พื้นที่รกร้างว่างเปล่า&nbsp;พื้นที่เกษตรกรรม&nbsp;พื้นที่ริมทาง&nbsp;การเผากิ่งไม้ใบไม้&nbsp;และการเผาขยะในชุมชน&nbsp;รวมทั้งฝุ่นควันที่เกิดจากการจราจร&nbsp;การก่อสร้าง&nbsp;ดังนั้น&nbsp;การแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่า&nbsp;ก็ต้องแก้ไขโดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน&nbsp;ซึ่งจะต้องได้รับความร่วมมือจากประชาชน&nbsp;หน่วยงานราชการ&nbsp;และภาคเอกชน&nbsp;เพื่อให้เกิดการบูรณาการการทำงานร่วมกัน&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;จึงได้กำหนดมาตรการในการแก้ไขปัญหามลพิษหมอกควันโดยแบ่งเป็น&nbsp;3&nbsp;ระยะ&nbsp;คือ&nbsp;ระยะเตรียมการ&nbsp;ระยะรับมือ&nbsp;และระยะสร้างความยั่งยืน&nbsp;เช่น&nbsp;การทำแนวกันไฟป้องกันไฟป่า&nbsp;การลาดตระเวนดับไฟป่า&nbsp;การสร้างพื้นทีปลอดฝุ่น&nbsp;(Safety&nbsp;Zone)&nbsp;โดยการดำเนินงานที่สำคัญในระยะสร้างความยั่งยืน&nbsp;ได้แก่&nbsp;มาตรการ&nbsp;\"ลำพูน&nbsp;1,300&nbsp;ปี&nbsp;1,300&nbsp;ฝ่าย\"&nbsp;ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดลำพูนได้ร่วมกันดำเนินการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี&nbsp;2563&nbsp;ที่ดำเนินการตามเป้าหมายแล้วเสร็จ&nbsp;จำนวน&nbsp;416&nbsp;ฝาย&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;ดำเนินการจำนวน&nbsp;484&nbsp;ฝาย&nbsp;และในปี&nbsp;2565&nbsp;มีเป้าหมายในการดำเนินการจำนวน&nbsp;400&nbsp;ฝาย&nbsp;เพื่อให้ครบจำนวน&nbsp;1,300&nbsp;ฝาย&nbsp;และในวันนี้เอง&nbsp;การที่หลากหลายภาคส่วน&nbsp;ทั้งภาคเอกชน&nbsp;มูลนิธิรักษ์&nbsp;หน่วยงานราชการ&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;ประชาชน&nbsp;และจิตอาสาในพื้นที่&nbsp;ที่มารวมกันในกิจกรรมการสร้างฝายชะลอน้ำเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผืนป่า&nbsp;ณ&nbsp;ที่นี้&nbsp;ถือเป็นการเริ่มต้นการบูรณาการ&nbsp;การทำงานร่วมในพื้นที่อำเภอทุ่งหัวช้าง&nbsp;ที่สามารถขยายผลสู่พื้นที่อำเภออื่นๆ&nbsp;ต่อไป&nbsp;ท้ายนี้ขอฝากให้ทุกส่วนร่วมกันเฝ้าระวัง&nbsp;ป้องกัน&nbsp;การเผาทั้งในพื้นที่ป่า&nbsp;พื้นที่การเกษตร&nbsp;พื้นที่ชุมชน&nbsp;พื้นที่รกร้างว่างเปล่า&nbsp;และพื้นที่ริมทาง&nbsp;และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติการอย่างเคร่งครัด&nbsp;โดยอัตโนมัติ&nbsp;ตามระดับของความเสี่ยงและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน&nbsp;ตามระดับของค่าดัชนีคุณภาพอากาศ&nbsp;หรือ&nbsp;AQI&nbsp;ที่แบ่งเป็น&nbsp;3&nbsp;ระดับ&nbsp;สีเหลือง&nbsp;สีส้ม&nbsp;และสีแดง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p>","2022-04-04T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404120745972"],
    [58,"อำเภอทุ่งหัวช้าง คัดเลือกบ้านทุ่งหัวช้าง ดำเนินการโครงการ ชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหาร เพื่อลดรายจ่ายและสร้างรายได้ในระดับครัวเรือน และเป็นการสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน","<p><strong>วันที่&nbsp;3&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;บ้านทุ่งช้าง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลทุ่งหัวช้าง&nbsp;อำเภอทุ่งหัวช้าง&nbsp;จังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางปนัดดา&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&nbsp;นายบุญส่ง&nbsp;ไชยมณี&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน&nbsp;คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหารในพื้นที่อำเภอทุ่งหัวช้าง&nbsp;โดยมี&nbsp;นายภัทรพล&nbsp;ผัดดวงธรรม&nbsp;นายอำเภอทุ่งหัวช้าง&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;อสม.และประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับ&nbsp;</p><p><strong>นางปนัดดา&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&nbsp;เผยว่า&nbsp;</strong>สมาคมแม่บ้านมหาดไทยได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของประชาชนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;โดยหนึ่งในนโยบายสำคัญของสมาคมแม่บ้านมหาดไทย&nbsp;2564&nbsp;คือ&nbsp;นโยบาย&nbsp;ที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนปลูกผัดในครัวเรือน&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารในครัวเรือน&nbsp;โดยการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติในระดับครัวเรือน&nbsp;ในการนี้แม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูนได้จัดทำโครงการ&nbsp;Lamphun&nbsp;Go&nbsp;Green&nbsp;และจัดกิจกรรมส่งเสริมนโยบาย&nbsp;ที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;ในครัวเรือน&nbsp;เพื่อสานต่อนโยบายของสมาคมแม่บ้านมหาดไทยให้เป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยเริ่มปฏิบัติภายในจวนผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นตัวอย่างที่ถูกต้องแก่ทุกภาคส่วนราชการ&nbsp;ในจังหวัดทุกสังกัดและประชาชน&nbsp;รวมไปถึงสมาชิกแม่บ้านมหาดไทยในพื้นที่จังหวัดลำพูน&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์และสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของที่ว่างสร้างอาหารในครัวเรือน&nbsp;เพื่อเป็นการต่อยอดและขยายผลการดำเนินโครงการ&nbsp;Lamphun&nbsp;Go&nbsp;Green&nbsp;กิจกรรมที่ว่างสร้างอาหารไปยังระดับพื้นที่ในทุกอำเภอ&nbsp;ทุกหมู่บ้าน&nbsp;ชุมชนของจังหวัดลำพูนให้มีความยั่งยืน&nbsp;แม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&nbsp;ได้บรูณาการความร่วมมือกับ&nbsp;ที่ทำการปกครองจังหวัดลำพูน&nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดลำพูน&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดลำพูน&nbsp;สำนักงานส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดลำพูน&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดลำพูน&nbsp;และสำนักงานประมงจังหวัดลำพูน</p><p><strong>นายภัทรพล&nbsp;ผัดดวงธรรม&nbsp;นายอำเภอทุ่งหัวช้าง&nbsp;เผยว่า</strong>&nbsp;สำหรับอำเภอทุ่งหัวช้างได้พิจารณาคัดเลือกบ้านทุ่งหัวช้าง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลทุ่งหัวช้าง&nbsp;อำเภอทุ่งหัวช้าง&nbsp;ดำเนินการโครงการ&nbsp;ชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานภาคี&nbsp;กลุ่มองค์กรและภาคประชาสังคมในการขับเคลื่อนกิจกรรมที่ว่างสร้างอาหารบ้านทุ่งหัวช้าง&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างความต่อเนื่องในการสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน&nbsp;เพื่อลดรายจ่ายและสร้างรายได้ทั้งในระดับครัวเรือน&nbsp;ระดับชุมชนเป้าหมาย&nbsp;เป็นการสร้างจิตสำนึกของประชาชน&nbsp;ในการดำรงชีวิตตามแนวทางหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;โดยได้จัดให้มีศูนย์การเรียนรู้สำหรับประชาชนจำนวน&nbsp;4&nbsp;จุด&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;จุดที่&nbsp;1&nbsp;ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;เทศบาลทุ่งหัวช้าง&nbsp;โดยจุดดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ให้เป็นจุดสาธิตของกลุ่มชุมชนเพื่อเป็นการฝึกปฏิบัติการเรียนรู้เพื่อนำไปสู้การปฏิบัติในชุมชน&nbsp;โดยมีกิจกรรม&nbsp;ได้แก่&nbsp;1.โครงการส่งเสริมทักษะการประกอบอาชีพตามแนวทางหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;(ผู้สูงอายุปลูกผัก&nbsp;เด็กกินผัก&nbsp;ภายใต้แผนงานโครงการสืบสานเศรษฐกิจพอเพียง)โครงการปลูกผักของผู้สูงอายุและเยาวชน&nbsp;2.โครงการพัฒนาการเกษตรปลอดภัยให้แก่ชุมชน&nbsp;เทศบาลตำบลทุ่งหัวช้าง&nbsp;อำเภอทุ่งหัวช้าง&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;กับกิจกรรมปลูกผักในท่อแบบภูมิปัญญาชาวบ้าน&nbsp;จุดที่&nbsp;2&nbsp;การปลูกผักเพื่อบริโภคในครัวเรือน&nbsp;จุดที่&nbsp;1&nbsp;บ้านนายปฐม&nbsp;ติ๊บหน่อ&nbsp;และนางอัมพร&nbsp;ยาบุญทา&nbsp;เป็นการปลูกผักเพื่อบริโภคในครัวเรือนและมีการคัดแยกขยะเพื่อนำมาทำเป็นปุ๋ยอินทรียื&nbsp;นำไปใช้ในการบำรุงพืชผักสวนครัวภายในครัวเรือน&nbsp;จุดที่&nbsp;3&nbsp;เป็นครัวเรือนต้นแบบในการแปรรุปผลิตผลทางการเกษตร&nbsp;เช่น&nbsp;การแปรรูปมันฝรั่ง&nbsp;การทำกล้วยฉาบและกล้วยทอด&nbsp;บ้านนางละเอียด&nbsp;บุตรจุมปา&nbsp;และจุดที่&nbsp;4&nbsp;ศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์&nbsp;ของนายสมควร&nbsp;มาชื้น&nbsp;เป็นจุดสาธิตเกี่ยวกับโครงการ&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;การปลูกพืชผักต่างๆ&nbsp;และการเลี้ยงสัตว์&nbsp;เช่น&nbsp;แพะ&nbsp;ปลาชนิดต่างๆ</p><p><br></p><p><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-04T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404121038974"],
    [59,"รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์สั่งเร่งเครื่อง พลิกโอกาสถั่วเหลืองไทย พืชเศรษฐกิจ สร้างความมั่นคงอาหารของประเทศ","<p><strong>นายฉันทานนท์&nbsp;วรรณเขจร&nbsp;เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร</strong>&nbsp;โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้สั่งการให้&nbsp;สศก.&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ&nbsp;เอกชน&nbsp;และ&nbsp;เกษตรกร&nbsp;ส่งเสริมการผลิตพืชเศรษฐกิจเพื่อความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;โดยเฉพาะถั่วเหลือง&nbsp;ซึ่งเป็นพืชที่ให้ทั้งโปรตีนและน้ำมัน&nbsp;และยังเป็นวัตถุดิบที่สำคัญของอุตสาหกรรมหลายประเภท&nbsp;&nbsp;ทั้งอุตสาหกรรมแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหาร&nbsp;อุตสาหกรรมสกัดน้ำมัน&nbsp;และอุตสาหกรรมอาหารสัตว์</p><p><strong>จากสถานการณ์การผลิตและการตลาดถั่วเหลืองในปีนี้&nbsp;พบว่า&nbsp;</strong>ประเทศไทยมีเนื้อที่เพาะปลูก&nbsp;85,226&nbsp;ไร่&nbsp;โดยเนื้อที่เพาะปลูกลดลงจากปีที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งมีจำนวน&nbsp;88,010&nbsp;ไร่&nbsp;เนื่องจากถั่วเหลืองเป็นพืชที่ให้ผลตอบแทนน้อยกว่าพืชอื่น&nbsp;เกษตรกรบางส่วนจึงหันไปปลูกพืชอื่นที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า&nbsp;เช่น&nbsp;ข้าว&nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><strong>ที่ผ่านมาพื้นที่เพาะปลูกถั่วเหลืองและผลผลิตถั่วเหลืองลดลงอย่างต่อเนื่องทุกปี</strong>&nbsp;ไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ภายในประเทศ&nbsp;เนื่องจาก&nbsp;ต้นทุนการผลิตที่สูง&nbsp;ขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ที่ดี&nbsp;ต้องใช้แรงงานสูงโดยเฉพาะในการเก็บเกี่ยว&nbsp;ขณะที่ความต้องการใช้ในประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ซึ่งหากพิจารณาข้อมูล&nbsp;5&nbsp;ปีย้อนหลัง&nbsp;ความต้องการใช้ถั่วเหลืองในประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;11.92&nbsp;ต่อปี&nbsp;</p><p>ในปี&nbsp;2565&nbsp;คาดว่า&nbsp;ความต้องการใช้เมล็ดถั่วเหลืองมีปริมาณ&nbsp;4.02&nbsp;ล้านตัน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;คาดว่าการนำเข้าเมล็ดถั่วเหลืองมีปริมาณ&nbsp;4.00&nbsp;ล้านตัน&nbsp;เพิ่มขึ้นตามความต้องการใช้ของภาคอุตสาหกรรมภายในประเทศ&nbsp;</p><p><strong>ด้านราคาถั่วเหลืองที่เกษตรกรขายได้&nbsp;(เกรดคละ)&nbsp;มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;1.96&nbsp;ต่อปี&nbsp;</strong>โดยในปี&nbsp;2564&nbsp;เฉลี่ยกิโลกรัมละ&nbsp;17.16&nbsp;บาท&nbsp;สูงขึ้นจากกิโลกรัมละ&nbsp;16.71&nbsp;บาท&nbsp;ในปี&nbsp;2563&nbsp;ร้อยละ&nbsp;2.69&nbsp;และปัจจุบัน&nbsp;ราคา&nbsp;ณ&nbsp;ช่วงสัปดาห์ที่&nbsp;3&nbsp;ของเดือนมีนาคม&nbsp;2565&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;20.20&nbsp;บาท&nbsp;ส่วนราคาถั่วเหลืองนำเข้า&nbsp;ณ&nbsp;ท่าเรือเกาะสีชัง&nbsp;มีแนวโน้มสูงขึ้น&nbsp;ร้อยละ&nbsp;3.62&nbsp;ต่อปี&nbsp;โดยในปี&nbsp;2564&nbsp;ราคาถั่วเหลืองนำเข้า&nbsp;ณ&nbsp;ท่าเรือเกาะสีชัง&nbsp;เฉลี่ยกิโลกรัมละ&nbsp;18.15&nbsp;บาท&nbsp;สูงขึ้นจากกิโลกรัมละ&nbsp;12.51&nbsp;บาท&nbsp;ในปี&nbsp;2563&nbsp;(สูงขึ้นร้อยละ&nbsp;45.08)&nbsp;ซึ่งราคาสูงขึ้นไปในทิศทางเดียวกับราคาในตลาดโลก</p><p><strong>จากสถานการณ์ถั่วเหลืองข้างต้น&nbsp;</strong>จะเห็นได้ว่าผลผลิตถั่วเหลืองในประเทศมีไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้เป็นจำนวนมาก&nbsp;อีกทั้งแนวโน้มราคายังมีทิศทางปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ประกอบกับสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนที่อาจกระทบต่อการนำเข้าพืชอาหารสัตว์&nbsp;ดังนั้น&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;จึงมีนโยบายเร่งส่งเสริมการผลิตถั่วเหลืองในประเทศ&nbsp;พัฒนาศักยภาพการผลิตและคุณภาพของถั่วเหลือง&nbsp;</p><p><br></p>","2022-04-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404135719009"],
    [60,"กรมปศุสัตว์แนะนำการใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์ภายในประเทศ","<p><strong>นายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ปัจจุบันสถานการณ์วัตถุดิบอาหารสัตว์มีราคาสูงขึ้น</strong>&nbsp;ประกอบกับสถานการณ์ในต่างประเทศที่มีความผันผวนของวัตถุดิบ&nbsp;ซึ่งมีผลกระทบทั้งห่วงโซ่การผลิต&nbsp;ตั้งแต่เกษตรกร&nbsp;ผู้ประกอบการด้านอาหารสัตว์&nbsp;ผู้เลี้ยงสัตว์&nbsp;และผู้บริโภค&nbsp;ดังนั้นกรมปศุสัตว์จึงสนับสนุนให้เกษตรกรผลิตอาหารสัตว์ที่ใช้วัตถุดิบภายในประเทศเพื่อทดแทนวัตถุดิบจากต่างประเทศ&nbsp;นอกเหนือจากข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ผลิตภายในประเทศ&nbsp;ซึ่งไม่เพียงพอต่อการใช้ผลิตอาหารสัตว์&nbsp;เช่น&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;ปลายข้าว&nbsp;รำข้าว&nbsp;รวมถึงข้าวเปลือก&nbsp;ข้าวกล้อง&nbsp;ผลพลอยได้ที่ได้จากอุตสาหกรรมการผลิตอาหาร&nbsp;เช่น&nbsp;กากมันสำปะหลัง&nbsp;กากเบียร์&nbsp;กากน้ำตาล&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;วัตถุดิบอาหารสัตว์เพื่อทดแทนดังกล่าวต้องคัดเลือกและตรวจสอบให้มีคุณภาพ&nbsp;มาตรฐานและความปลอดภัย&nbsp;</strong>โดยเฉพาะต้องไม่พบสิ่งปลอมปนซึ่งมาจากวัตถุดิบอื่น&nbsp;เชื้อราชนิดต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เมล็ดแตก&nbsp;เสีย&nbsp;มีกลื่นเหม็นหืน&nbsp;รวมถึงสิ่งที่ปนมา&nbsp;โดยธรรมชาติ&nbsp;เช่น&nbsp;ดิน&nbsp;หิน&nbsp;ทราย&nbsp;มีความชื้นที่เหมาะสมเพื่อป้องกันการเกิดสารพิษจากเชื้อรา&nbsp;ตลอดจนปริมาณการใช้ต้องเหมาะสมตามความต้องการด้านโภชนาการของสัตว์แต่ละชนิด&nbsp;วัตถุดิบบางชนิดไม่สามารถทดแทนกันได้ทั้งหมด&nbsp;เพื่อไม่ให้ส่งผลเสียต่อการเจริญเติบโตของสัตว์&nbsp;สุขภาพสัตว์&nbsp;รวมถึงผู้บริโภคผลิตภัณฑ์จากสัตว์&nbsp;ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นต่อประเทศคู่ค้า&nbsp;</p><p><strong>กรมปศุสัตว์จึงได้พัฒนาสูตรอาหารสัตว์ที่มีวัตถุดิบที่ผลิตได้ในประเทศไทยเป็นทางเลือกเพื่อทดแทนการนำเข้า&nbsp;</strong>เช่น&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;(มันเส้น&nbsp;กากมัน)&nbsp;ข้าว&nbsp;(ปลายข้าว&nbsp;ข้าวกล้อง&nbsp;ข้าวกระเทาะเปลือก)&nbsp;ข้าวโพด&nbsp;รำข้าว&nbsp;กากปาล์ม&nbsp;เป็นต้น&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;วัตถุดิบบางชนิดมีข้อจำกัดในการใช้ผลิตอาหารสัตว์&nbsp;หากใช้ปริมาณที่ไม่เหมาะสมในสูตรอาหารสัตว์&nbsp;อาจเกิดผลเสียต่อสุขภาพสัตว์&nbsp;ผลผลิต&nbsp;หรือคุณภาพของผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ได้</p>","2022-04-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404140730016"],
    [61,"จ.อุบลฯ นำหัวหน้าส่วนราชการ เรียนรู้การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ตามแนวทางกสิกรรมไร้สารพิษ เน้นธาตุอาหารไนโตรเจนเป็นหลัก โดย อ.ธงชนะ พรหมมิ","<p><strong>วันที่&nbsp;3&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;นายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี</strong>&nbsp;นายสมเพชร&nbsp;สร้อยสระคู&nbsp;นายทรงพล&nbsp;วิชัยขัทคะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;นางศลิษา&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;นำหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;เรียนรู้&nbsp;การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ตามแนวทางกสิกรรมไร้สารพิษ&nbsp;เน้นธาตุอาหารไนโตรเจนเป็นหลัก&nbsp;โดย&nbsp;อ.ธงชนะ&nbsp;พรหมมิ&nbsp;เพื่อขยายผลสู่เกษตรกร&nbsp;กลุ่มองค์กรและวิสาหกิจชุมชน&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์เรียนรู้กสิกรรมไร้สารพิษโนนหงส์ทอง&nbsp;ตำบลไร่น้อย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;โดยมีการรับฟังการบรรยายในการทำปุ๋ยอินทรีย์&nbsp;สูตรเฉพาะ&nbsp;และการปรับปรุงดิน&nbsp;ซึ่งศูนย์เรียนรู้กสิกรรมไร้สารพิษ&nbsp;ที่เป็นต้นแบบการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ที่สามารถเป็นแหล่งเรียนรู้ของเกษตรกร&nbsp;และผู้สนใจได้เป็นอย่างดี&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้สำนักงานเกษตรจังหวัดอุบลราชธานี</strong>&nbsp;ได้ดำเนินงานส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์อุบลราชธานี&nbsp;แห่งเกษตรอินทรีย์&nbsp;เป้าหมายพื้นที่&nbsp;600,000&nbsp;ไร่&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;การส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ปัจจัยการผลิตที่สำคัญคือปุ๋ยอินทรีย์&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมืองอุบลราชธานี</p><p><strong>นายธงชนะ&nbsp;พรหมมิ&nbsp;เป็นปราชญ์ด้านเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;</strong>รางวัลระดับประเทศปี&nbsp;2549&nbsp;เป็นคนปลูกผักตัวจริง&nbsp;ที่ประสบผลสำเร็จปลูกผักต้นยักษ์จนโด่งดัง&nbsp;จากหลักการความเข้าใจในเรื่องปุ๋ยและจุลินทรีย์&nbsp;จนกลายมาเป็นเจ้าของสิทธิบัตร&nbsp;น้ำมะพร้าวเทียม&nbsp;ตัวสร้างกองทัพจุลินทรีย์&nbsp;ป้องกันโรคพืชและแมลง</p><p><strong>นายธงชนะ&nbsp;พรหมมิ&nbsp;เปิดเผย&nbsp;ธาตุอาหารหลักของพืช&nbsp;N&nbsp;P&nbsp;K&nbsp;มีหน้าที่อย่างไรบ้าง</strong></p><p><strong>N&nbsp;:</strong>&nbsp;ไนโตเจน&nbsp;ทำหน้าที่ในการสร้างความเจริญเติบโตให้กับพืช&nbsp;ช่วยให้พืชผลิใบสีเขียวแตกยอดงาม&nbsp;เหมือนคนวัยเด็ก</p><p><strong>P&nbsp;:</strong>&nbsp;ฟอสฟอรัส&nbsp;ทำหน้าที่สะสมอาหาร&nbsp;ช่วยให้ติดตา&nbsp;ออกดอก&nbsp;ติดผล&nbsp;เหมือนวัยเจริญพันธุ์</p><p><strong>K&nbsp;:</strong>&nbsp;โพแทสเซียม&nbsp;ทำหน้าที่ให้รสชาติหวานกรอบ</p><p><strong>การเรียนรู้จักอาหารพืช&nbsp;คือพื้นฐานของการพึ่งตนเองได้ในอาชีพเกษตรกรรม&nbsp;</strong>ทุกวันนี้คนหันไปซื้อพวกกาก&nbsp;หรือมูลสัตว์&nbsp;มาทำปุ๋ย&nbsp;แต่กลับไม่ได้เรียนรู้เลยว่าวัตถุดิบที่นำมาทำปุ๋ยเลี้ยงพืชแท้จริงแล้วมาจากไหน&nbsp;ที่สำคัญยังเอามูลสัตว์ไปใส่พืชโดยตรงโดยไม่ผ่านกระบวนการหมัก&nbsp;กลับกลายว่ายิ่งซ้ำเติมพืชผัก&nbsp;สร้างโรคและแมลงให้เกิดด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์เสียอีก&nbsp;</p><p><strong>\"การที่ไปปลูกต้นไม้ไม่รู้คุณค่าของ&nbsp;N&nbsp;P&nbsp;K&nbsp;</strong>ค่าตัวไหนให้พลังงานกับพืชตัวไหน&nbsp;ถ้าไม่รู้เอาใส่สัดส่วนที่ไม่สมดุลกันไปใส่ให้พืชกินก็เหมือนใส่น้ำปลามากเกินไป&nbsp;น้ำตาลมากเกินไป&nbsp;น้ำส้มมากเกินไป&nbsp;มันก็กินไม่ได้&nbsp;พืชเช่นเดียวกัน&nbsp;คุณใส่ขี้เถ้าแกลบเยอะๆ&nbsp;คือ&nbsp;การใส่&nbsp;P&nbsp;ลงไปขณะที่พืชกำลังต้องการ&nbsp;N&nbsp;พืชก็เหลือง&nbsp;ออกดอก&nbsp;หยุดการเจริญเติบโตเพราะสะสมอาหาร&nbsp;ตราบใดที่ได้&nbsp;N&nbsp;มันงามแน่นอน&nbsp;พืชต้องการอาหารทุกชนิดแต่ห้วงเวลาแตกต่างกัน\"</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-04T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อุบลราชธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404145333059"],
    [62,"จังหวัดสระแก้วจัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี (Field Day) เพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ ปี 2565","<p><strong>ณ&nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอตาพระยา&nbsp;จังหวัดสระแก้ว&nbsp;</strong>นายธีระชัย&nbsp;ลิ้มประสิทธิศักดิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว&nbsp;เป็นประธานเปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี&nbsp;(Field&nbsp;Day)&nbsp;เพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อบริการให้ความรู้กับเกษตรกรก่อนที่จะเข้าสู่ฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;ซึ่งจังหวัดสระแก้วถ่ายทอดความรู้เทคโนโลยีการผลิตและให้บริการแก่เกษตรกรในชุมชนให้ได้รับความรู้การเข้าถึงปัจจัยการผลิตการจัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี&nbsp;(Field&nbsp;Day)&nbsp;และบริการการเกษตรของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอตาพระยา&nbsp;จังหวัดสระแก้ว&nbsp;มีเป้าหมายเพื่อยกระดับการผลิตข้าวให้มีคุณภาพ&nbsp;โดยการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่และเพิ่มมูลค่าให้เป็นที่ต้องการของตลาด&nbsp;โดยมีการจัดสถานีถ่ายทอดความรู้สถานีหลัก&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;สถานี&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;สถานีที่&nbsp;1&nbsp;เรื่อง&nbsp;การเตรียมดินในการปลูกข้าวอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;สถานีที่&nbsp;2&nbsp;เรื่อง&nbsp;การคัดเลือกเมล็ดข้าวพันธุ์ดี&nbsp;สถานีที่&nbsp;3&nbsp;เรื่อง&nbsp;การใช้ปุ๋ยในนาข้าวอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;สถานีที่&nbsp;4&nbsp;เรื่อง&nbsp;การนำนวัตกรรมใหม่โดยการใช้โดรนเพื่อการเกษตรในนาข้าว&nbsp;และ&nbsp;สถานีที่&nbsp;5&nbsp;เรื่อง&nbsp;การแปรรูปข้าวเพื่อเพิ่มมูลค่า</p><p><strong>นายธีระชัย&nbsp;ลิ้มประสิทธิศักดิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ในการเริ่มต้นฤดูการผลิตทางการเกษตร&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่ถูกต้องเหมาะสมกับชนิดพืช/สัตว์/ประมง&nbsp;หรือการแปรรูปสินค้าเกษตรเพื่อให้เกษตรกรสามารถบริหารจัดการการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;ในการลดต้นทุน&nbsp;เพิ่มผลผลิต&nbsp;เพิ่มรายได้&nbsp;และเกษตรกรมีคุณภาพชีวิต&nbsp;ดังนั้นการถ่ายทอดความรู้และทคโนโลยีครั้งนี้&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีเป้าหมายในการทำให้เกษตรกรรับรู้ถึงข้อมูล&nbsp;และนำข้อมูลไปใช้จนสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้สอดกับความรู้ที่ได้รับ&nbsp;ดังนั้น&nbsp;ผู้ถ่ายทอดความรู้จึงพิจารณาถึงความต้องการของเกษตรกร&nbsp;วิธีการและกลไกการถ่ายทอดความรู้&nbsp;และช่วงเวลาที่เหมาะสมในการถ่ายทอด&nbsp;เพื่อให้การถ่ายทอดความรู้บรรลุผลสูงสุด&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรได้ผลผลิตที่มีคุณภาพสูงสุดการลดต้นทุนตลอดกระบวนการผลิต&nbsp;และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรสามารถแข่งขันด้านราคาได้ดีขึ้นการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรด้วยการแปรรูป&nbsp;การเพิ่มมูลค่าให้กับที่ดินของตน</p><p><br></p><p>ประจัก&nbsp;สารการ&nbsp;&nbsp;สุชีวิน&nbsp;ปิยะมิตรบัณฑิต&nbsp;/ภาพ/ข่าว</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-04T00:00:00","ภาคตะวันออก","สระแก้ว","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระแก้ว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404133802998"],
    [63,"จังหวัดเพชรบูรณ์ เปิดกิจกรรม KICK OFF  เกษตรอินทรีย์ปลอดภัยเพชรบูรณ์  สู่ตลาดสากล","<p><strong>วันที่&nbsp;4&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;นายชัชวาลย์&nbsp;เบญจสิริวงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;</strong>เป็นประธานในพิธีเปิด&nbsp;กิจกรรม&nbsp;KICK&nbsp;OFF&nbsp;เกษตรอินทรีย์/ปลอดภัยเพชรบูรณ์&nbsp;สู่ตลาดสากล&nbsp;ภายใต้โครงการ&nbsp;เพชรบูรณ์พอเพียง&nbsp;ณ&nbsp;ศาลาเอนกประสงค์บ้านน้ำคำ&nbsp;ตำบลปากช่อง&nbsp;อำเภอหล่มสัก&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;</p><p><strong>นางธีรพร&nbsp;พรพฤติพันธุ์&nbsp;ประธานคณะกรรมการบริษัทประชารัฐรักสามัคคีเพชรบูรณ์(วิสาหกิจสังคม)&nbsp;จำกัด&nbsp;กล่าวรายงานว่า</strong>&nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;ได้ขับเคลื่อนการดำเนินการเรื่องอาหารปลอดภัย&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ได้ดำเนินการใน&nbsp;3&nbsp;กลุ่มงาน&nbsp;ได้แก่&nbsp;การเกษตร&nbsp;แปรรูปและการท่องเที่ยวโดยชุมชนในรูปแบบประชารัฐ&nbsp;ภายใต้แนวคิดเพื่อสังคม&nbsp;ร่วมกับบริษัทประชารัฐรักสามัคคีเพชรบูรณ์(วิสาหกิจเพื่อชุมชน)&nbsp;จำกัด&nbsp;เพื่อให้กลุ่มเป้าหมาย(กลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ผักบ้านปากช่อง&nbsp;บ้านน้ำคำ&nbsp;ตำบลปากช่อง)&nbsp;ได้รับการพัฒนาและสร้างประสิทธิภาพ&nbsp;ตั้งแต่ต้นทาง&nbsp;กลางทาง&nbsp;และปลายทาง&nbsp;ส่งเสริมและขยายผลด้านการผลิต&nbsp;การตลาดทั้งในและต่างประเทศ&nbsp;ให้กับเกษตรกรจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;ทั้งนี้การเกษตรเป็นกลไกหนึ่งที่สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน&nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;มีศักยภาพในการผลิตสินค้าด้านเกษตรปลอดภัย&nbsp;สอดคล้องกับแผนพัฒนาภาคเหนือ&nbsp;ยุทธศาสตร์ที่&nbsp;3&nbsp;เชื่อมโยงสู่อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปที่สร้างมูลค่าสูงขึ้น&nbsp;</p><p><strong>ทางด้านนายชัชวาลย์&nbsp;เบญจสิริวงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;มุ่งส่งเสริมการเกษตรอินทรีย์และเกษตรปลอดภัย&nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ใช้ศักยภาพธรรมชาติและวัฒนธรรมที่เป็นจุดเด่น&nbsp;พร้อมกับการพัฒนายกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและสังคมอย่างยั่งยืน&nbsp;เพื่อให้ไปสู่การเป็นเมืองแห่งความสุข&nbsp;โดยมีหน่วยงานราชการและองค์กรที่เกี่ยวข้องทำให้เกิดการขับเคลื่อนงานอย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;สามารถปฏิบัติให้เห็นผลกับประชาชนในจังหวัด&nbsp;มีประโยชน์อย่างต่อเนื่องวัดผลได้ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ&nbsp;จากแนวคิด&nbsp;เศรษฐกิจฐานรากมั่นคง&nbsp;และชุมชนพึ่งตนเองได้ภายในปี&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมประกอบด้วย</strong>&nbsp;การออกบูธของภาคีเครือข่าย&nbsp;จำนวน&nbsp;17&nbsp;บูธ/&nbsp;การจัดเวทีเสวนาผลิตพืชอินทรีย์&nbsp;การควบคุมมาตรฐานอินทรีย์&nbsp;และการตลาดเกษตรอินทรีย์เชิงอุตสาหกรรม/กิจกรรมตัดริ้บบิ้นปล่อยรถห้องเย็นเพื่อส่งสินค้าเกษตรอินทรีย์สู่ตลาด&nbsp;และการตรวจเยี่ยมแปลงเกษตรกร</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","เพชรบูรณ์","สวท.เพชรบูรณ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404135251006"],
    [64,"ประวิตร กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ปัญหาเรื่องที่ดินทํากินและที่อยู่อาศัยลดความเหลื่อมล้ำการถือครองที่ดินให้ประชาชน","<p><strong>รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ปัญหาเรื่องที่ดินทํากินและที่อยู่อาศัยลดความเหลื่อมล้ำการถือครองที่ดินให้ประชาชน&nbsp;พร้อมให้เร่งพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าจริม&nbsp;จังหวัดอุตรดิตถ์</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการลงพื้นที่ติดตามโครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมโยงเศรษฐกิจภูมิภาคผาเวียง&nbsp;&nbsp;ปากนาย&nbsp;ตำบลท่าแฝก&nbsp;อำเภอน้ำปาด&nbsp;จังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;พร้อมมอบสมุดประจำตัวผู้ได้รับการคัดเลือกให้ทำกินในชุมชนตามนโยบายรัฐบาลว่า&nbsp;รัฐบาล&nbsp;ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาไม่มีที่ดินทํากินและปัญหาการถือครองที่ดิน&nbsp;ด้วยการจัดที่ดินทํากินตามนโยบายรัฐบาล&nbsp;(คทช.)&nbsp;เพื่อช่วยลดความเดือดร้อนเรื่องที่ดินทํากินและที่อยู่อาศัยลดความเหลื่อมล้ำการถือครองที่ดิน&nbsp;ควบคู่กับพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน&nbsp;ในส่วนของจังหวัดอุตรดิตถ์ได้กำชับให้คณะอนุกรรมการนโยบายที่ดิน&nbsp;จังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชนและให้ทุกหน่วยงาน&nbsp;ทั้งส่วนกลาง&nbsp;ส่วนภูมิภาคและองค์กรปกครองส่วนทัองถิ่น&nbsp;เพื่อส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ&nbsp;การเข้าถึงแหล่งทุนของประชาชน&nbsp;และการนําแนวทางสหกรณ์มาใช้บริหารจัดการในพื้นที่&nbsp;คทช.ต่อเนื่อง&nbsp;แล้วสามารถต่อยอดความรู้และพึ่งพาตนเองได้&nbsp;ขณะที่กรมทรัพยากรน้ํา&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;และ&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังขอให้เร่งรัดดําเนินโครงการแก้ปัญหาแหล่งน้ําสําหรับการอุปโภค&nbsp;บริโภคที่เป็นปัญหาหลักของประชาชนด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;นางรวีวรรณ&nbsp;ภูริเดช&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ&nbsp;(สคทช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การจัดที่ดินทํากินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล&nbsp;(คทช.)&nbsp;ของ&nbsp;คณะอนุกรรมการจัดหาที่ดิน&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;ป่าจริม&nbsp;ตําบลท่าแฝก&nbsp;อําเภอน้ำปาด&nbsp;จังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;รวม&nbsp;313,125ไร่&nbsp;เบื้องต้นได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้ตามหนังสืออนุญาตให้เข้าทําประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติแล้วกว่า&nbsp;12,815&nbsp;ไร่&nbsp;เพื่อจัดที่ดินทํากินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล&nbsp;และได้รับมอบพื้นที่ได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าจริม&nbsp;จากคณะอนุกรรมการจัดหาที่ดินรวมกว่า&nbsp;12,815&nbsp;ไร่&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กรมที่ดิน&nbsp;ได้ตรวจสอบข้อมูลผู้ครอบครองทําประโยชน์และจัดทําสมุดประจําตัวผู้ได้รับการคัดเลือกให้ทํากินในชุมชนในลักษณะแปลงรวมในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าจริมเสร็จเรียบร้อยแล้ว&nbsp;691&nbsp;ราย&nbsp;เนื้อที่ประมาณ&nbsp;6,928&nbsp;ไร่&nbsp;ส่วนที่เหลือ&nbsp;371&nbsp;ราย&nbsp;รวม&nbsp;607&nbsp;แปลง&nbsp;เนื้อที่กว่า&nbsp;5,887&nbsp;ไร่&nbsp;อยู่ระหว่างตรวจสอบของคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัดอุตรดิตถ์และส่งมอบสมุดประจำตัวให้กับผู้ได้รับการคัดเลือกต่อไป</p>","2022-04-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404133602997"],
    [65,"วัดอินทารามจัดงานส้มโอดี ลิ้นจี่หวานตลอดเดือนเมษายน 2565 ต้อนรับนักท่องเที่ยว","<p><strong>ที่วัดอินทาราม&nbsp;ตำบลเหมืองใหม่&nbsp;อำเภออัมพวา&nbsp;จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;</strong>กำหนดจัดงานพุทธเกษตร&nbsp;ส้มโอดี&nbsp;ลิ้นจี่หวาน&nbsp;ตลอดเดือนเมษายน&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นายศิริศักดิ์&nbsp;ศิริมังคะลา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;และร่วมปรุงแกงเขียวหวานเป็ดย่างใส่ลิ้นจี่&nbsp;พร้อมทั้งแจกจ่ายให้ผู้มาร่วมงานได้นำกลับไปรับประทานที่บ้านพร้อมขนมจีนด้วย&nbsp;สำหรับงานพุทธเกษตรส้มโอดี&nbsp;ลิ้นจี่หวาน&nbsp;จัดขึ้นตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;นักท่องเที่ยวสามารถเลือกซื้อผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;โดยสามารถชิมก่อนซื้อได้ทุกร้าน</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;พระครูพิศิษฎ์ประชานาถ&nbsp;&nbsp;เจ้าอาวาสวัดอินทาราม</strong>&nbsp;ได้มอบทุนการศึกษาระดับ&nbsp;ปวช.&nbsp;ถึงระดับปริญญาเอก&nbsp;ให้พระสงฆ์และนักเรียน&nbsp;นักศึกษา&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;ทุน&nbsp;รวมเป็นเงิน&nbsp;1,021,000&nbsp;บาท&nbsp;และยังมอบบ้านสงฆ์เอื้ออาทรให้ผู้ยากไร้อีก&nbsp;1&nbsp;หลัง&nbsp;มูลค่า&nbsp;250,000&nbsp;บาท</p><p><br></p><p>รุ่งนภา/ข่าว&nbsp;&nbsp;/ธิติมา/เรียบเรียง</p><p>ทีมงานสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรสงคราม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404153003083"],
    [66,"กอนช. เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ภาคใต้ 8 จังหวัด ช่วงวันที่ 5  8 เม.ย.นี้","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ภาคใต้&nbsp;8&nbsp;จังหวัด&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;5&nbsp;&nbsp;8&nbsp;เมษายนนี้</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้ออกประกาศเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก&nbsp;ฉบับที่&nbsp;8&nbsp;หลังติดตามการคาดการณ์สภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาช่วงวันนี้&nbsp;ถึง&nbsp;7&nbsp;เมษายน&nbsp;พบอิทธิพลของลมตะวันออกยังคงพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้&nbsp;ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง&nbsp;เบื้องต้น&nbsp;ดลกอนช.ได้ประเมินและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำจากฝนคาดการณ์&nbsp;(ONE&nbsp;MAP)&nbsp;ของกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;ประกอบกับ&nbsp;ปัจจุบันพื้นที่ภาคใต้มีฝนตกหนักสะสม&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;มากกว่า&nbsp;150&nbsp;มิลลิเมตรในหลายพื้นที่&nbsp;จึงเน้นให้เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากบริเวณจังหวัดชุมพร&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;พัทลุง&nbsp;สงขลา&nbsp;ปัตตานี&nbsp;ยะลา&nbsp;และนราธิวาส&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;5&nbsp;&nbsp;8&nbsp;เมษายน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;จึงได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำต่อเนื่อง&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่มีฝนตกสะสมมากกว่า&nbsp;90&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ในช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมขังอยู่เป็นประจำ&nbsp;พร้อมปรับแผนบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำ&nbsp;และพิจารณาความเหมาะสมการระบายน้ำในลำน้ำ-แม่น้ำให้สอดคล้องกับการขึ้น&nbsp;&nbsp;ลงของระดับน้ำทะเลด้วย</p>","2022-04-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404152021076"],
    [67,"สุพรรณบุรีโชว์ผลสำเร็จโครงการสานฝันสร้างอาชีพและยกระดับรายได้เกษตรกร ชูฟักทองเงินล้านเมนูพืชทางเลือกสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้","<p><strong>ที่แปลงต้นแบบการปลูกฟักทอง&nbsp;ตำบลนางบวช&nbsp;อำเภอเดิมบางนางบวช</strong>&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เป็นประธานเปิดงานประชาสัมพันธ์โครงการสานฝันสร้างอาชีพและยกระดับรายได้เกษตรกร&nbsp;วันเก็บเกี่ยวฟักทองเงินล้าน&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;โดยมี&nbsp;นายชูชีพ&nbsp;พงษ์ไชย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;กล่าวให้การต้อนรับ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;และเกษตรกรเข้าร่วมงาน</p><p><strong>นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จากปัญหาที่พี่น้องเกษตรกรต้องเผชิญอยู่ในสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;รัฐบาลตระหนักและเข้าใจถึงปัญหาดังกล่าว&nbsp;จึงมีนโยบายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ดำเนินโครงการสานฝันสร้างอาชีพและยกระดับรายได้เกษตรกร&nbsp;ในการส่งเสริมอาชีพทางเลือกด้านพืช&nbsp;ประมง&nbsp;และปศุสัตว์&nbsp;โดยมีตลาดรองรับผลผลิต&nbsp;มีการประกันราคาซื้อขาย&nbsp;รวมถึงการสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;เพื่อสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้ในช่วงระยะเวลาอันสั้น&nbsp;โดยใช้จังหวัดสุพรรณบุรีเป็นพื้นที่นำร่องโครงการฯ</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นายวีรศักดิ์&nbsp;บุญเชิญ&nbsp;เกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ภายใต้โครงการสานฝันสร้างอาชีพและยกระดับรายได้เกษตรกร&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;มีบทบาทในการส่งเสริมให้พี่น้องเกษตรกรปลูกพืชที่มีอายุการเก็บเกี่ยวสั้น&nbsp;โดยเฉพาะการปลูกฟักทอง&nbsp;ซึ่งเป็นพืชที่มีการดูแลรักษาไม่ยุ่งยาก&nbsp;ใช้น้ำน้อย&nbsp;และสร้างรายได้ไม่น้อยกว่าการทำนา&nbsp;มีเกษตรกรให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;รวม&nbsp;9&nbsp;อำเภอ&nbsp;พื้นที่ดำเนินการ&nbsp;จำนวน&nbsp;2,500&nbsp;ไร่&nbsp;ซึ่งในขณะนี้อยู่ในช่วงของการเก็บเกี่ยวผลผลิต&nbsp;และคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้ให้แก่</p><p>เกษตรกรไม่น้อยกว่า&nbsp;40,000,000&nbsp;บาท</p><p><strong>เกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;ภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การเสวนาในประเด็นกลยุทธ์พิชิตฟักทองเงินล้าน&nbsp;และการถ่ายทอดความรู้ด้านการอารักขาพืช&nbsp;การเก็บเกี่ยวฟักทองในแปลงต้นแบบการปลูกฟักทอง&nbsp;พื้นที่ขนาด&nbsp;100&nbsp;ไร่&nbsp;รวมทั้งนิทรรศการโครงการสานฝันสร้างอาชีพและยกระดับรายได้เกษตรกรจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนอีกมากมาย&nbsp;ซึ่งเป็นโอกาสอันดีที่เกษตรกรจะได้มาร่วมกันเรียนรู้&nbsp;แลกเปลี่ยนประสบการณ์&nbsp;รวมถึงวางแผนการผลิตและการขยายพื้นที่ปลูกในฤดูกาลถัดไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>","2022-04-04T00:00:00","ภาคตะวันตก","กาญจนบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404163245131"],
    [68,"สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เกษตรกรขอรับบริการวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย รอบที่ 12565 และน้ำยาฆ่าเชื้อ","<p><strong>ดร.สุวัฒน์&nbsp;มัตราช&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเลย&nbsp;มอบหมายให้</strong>&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;นำโดยนายทวีพงศ์&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่าน&nbsp;เกษตรกรขอรับบริการวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย&nbsp;รอบที่&nbsp;1/2565&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;โด๊ส&nbsp;และน้ำยาฆ่าเชื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ลิตร&nbsp;เกษตรกร&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;.เป็นนายวันนา&nbsp;ทิพโสต&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;12&nbsp;บ้านห้วยมุ่น&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ตำบลกกสะทอน&nbsp;เลี้ยงกระบือ&nbsp;33&nbsp;ตัว&nbsp;ไก่พื้นเมือง&nbsp;68&nbsp;ตัว&nbsp;สุนัข&nbsp;6&nbsp;ตัว&nbsp;-&nbsp;ให้คำแนะนำ&nbsp;การผสมน้ำยาฆ่าเชื้อฯ&nbsp;การฉีดวัคซีนฯ&nbsp;การเลี้ยง&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การป้องกันโรคฯ&nbsp;แก่เกษตรกรที่มาขอรับบริการ&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;โรคปากและเท้าเปื่อย&nbsp;หรือ&nbsp;FMD&nbsp;(Foot&nbsp;and&nbsp;Mouth&nbsp;Disease)&nbsp;</strong>เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อไวรัสพบได้ในสัตว์ที่มีกีบคู่เช่น&nbsp;โค&nbsp;กระบือ&nbsp;สุกร&nbsp;แพะ&nbsp;แกะ&nbsp;และกวาง&nbsp;ยกเว้นม้า&nbsp;ไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคมีอยู่หลายชนิดและหลายสายพันธุ์&nbsp;ปัจจุบันมี&nbsp;7&nbsp;ชนิดคือ&nbsp;ชนิด&nbsp;A,O,&nbsp;C,&nbsp;SAT&nbsp;1,&nbsp;SAT&nbsp;2,&nbsp;SAT&nbsp;3&nbsp;และAsia&nbsp;1&nbsp;สำหรับในประเทศไทยพบ&nbsp;3&nbsp;ชนิดคือ&nbsp;ชนิด&nbsp;A,&nbsp;O&nbsp;และ&nbsp;&nbsp;Asia&nbsp;1&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-04T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404160024103"],
    [69,"สทนช. เร่งเตรียมพร้อมพื้นที่บึงสีไฟ ทุ่งบางระกำ และอีก 10 ทุ่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา เพื่อให้พร้อมรับน้ำหลากปีนี้","<p><strong>สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;เร่งเตรียมพร้อมพื้นที่บึงสีไฟ&nbsp;ทุ่งบางระกำ&nbsp;และอีก&nbsp;10&nbsp;ทุ่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา&nbsp;เพื่อให้พร้อมรับน้ำหลากปีนี้&nbsp;ขณะที่ภาคเหนือลุ่มน้ำน่านบางส่วนประสบภัยแล้งแล้วใน&nbsp;จ.เพชรบูรณ์&nbsp;รวม&nbsp;6&nbsp;อำเภอ</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสุรสีห์&nbsp;กิตติมณฑล&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากการลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาบึงสีไฟ&nbsp;จ.พิจิตร&nbsp;ของ&nbsp;พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาความเสี่ยงขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและน้ำเพื่อการเกษตร&nbsp;ครอบคลุมการแก้ปัญหาอุทกภัยในพื้นที่&nbsp;พร้อมเร่งรัดดำเนินโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำบึงสีไฟและโครงการฟื้นฟูแม่น้ำพิจิตรให้แล้วเสร็จตามแผน&nbsp;โดยให้&nbsp;กรมเจ้าท่า&nbsp;จัดทำแผนการขนย้ายมูลดินให้เก็บกักน้ำช่วงฤดูฝนนี้&nbsp;//&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;สำรวจและศึกษาให้บึงสีไฟเป็นแหล่งน้ำต้นทุนภาคการเกษตร&nbsp;แล้วให้จังหวัดพิจิตรปรับภูมิทัศน์และจัดโซนพื้นที่ใช้ประโยชน์รอบบึงสีไฟให้แล้วเสร็จตามแผน&nbsp;//&nbsp;กรมทรัพยากรน้ำ&nbsp;ดำเนินโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำบึงสีไฟให้สอดคล้องกับระบบนิเวศตามที่ออกแบบไว้&nbsp;โดยให้รักษาความเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำระดับนานาชาติ&nbsp;พร้อมให้กรมชลประทาน&nbsp;เร่งออกแบบปรับปรุงฟื้นฟูแม่น้ำพิจิตรให้แล้วเสร็จ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมมาตรการรับมือน้ำหลากด้วยการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ทุ่งบางระกำและอีก&nbsp;10&nbsp;ทุ่งลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง&nbsp;ซึ่งเป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;13&nbsp;มาตรการรับมือฤดูฝนปีนี้แก้ปัญหาให้กับเกษตรกรในพื้นที่ลุ่มต่ำที่ประสบปัญหาอุทกภัยเป็นประจำทุกปี&nbsp;เพื่อเป็นพื้นที่รับน้ำรวม&nbsp;1,704&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตรช่วงฤดูฝน&nbsp;เบื้องต้นกรมชลประทานได้ปรับปฏิทินการเพาะปลูกเพื่อให้เกษตรกรได้เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ทันก่อนน้ำหลาก&nbsp;โดยทุ่งบางระกำเริ่มส่งน้ำไปแล้วตั้งแต่วันที่&nbsp;15&nbsp;มีนาคม&nbsp;เพื่อเก็บเกี่ยวได้ภายในเดือนกรกฎาคม&nbsp;และทุ่งเจ้าพระยาตอนล่าง&nbsp;10&nbsp;ทุ่ง&nbsp;จะเริ่มส่งน้ำในวันที่&nbsp;15&nbsp;เมษายน&nbsp;และเก็บเกี่ยวได้ภายในวันที่&nbsp;15&nbsp;กันยายน&nbsp;รวมพื้นที่&nbsp;1.2&nbsp;ล้านไร่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;กล่าวย้ำถึงสถานการณ์น้ำพื้นที่ภาคเหนือว่า&nbsp;ปัจจุบันมีปริมาณน้ำใช้การได้รวม&nbsp;5,653&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;27&nbsp;ของน้ำใช้การ&nbsp;แม้ปริมาณน้ำต้นทุนในแหล่งน้ำต่างๆ&nbsp;ภาพรวมจะไม่มากนัก&nbsp;แต่ที่ผ่านมามีปริมาณฝนตกในพื้นที่ช่วยให้ความแห้งแล้งคลี่คลายไปได้&nbsp;โดยเบื้องต้นมีพื้นที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำในลุ่มน้ำน่านของบางพื้นที่แล้วใน&nbsp;จ.เพชรบูรณ์&nbsp;รวม&nbsp;6&nbsp;อำเภอ&nbsp;คือ&nbsp;อ.เมืองเพชรบูรณ์&nbsp;อ.ชนแดน&nbsp;อ.หล่มสัก&nbsp;อ.หนองไผ่&nbsp;อ.วังโป่ง&nbsp;และ&nbsp;อ.เขาค้อ&nbsp;ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้ความช่วยเหลือด้วยการนำรถบรรทุกน้ำแจกจ่ายน้ำแล้ว&nbsp;ทำให้ประชาชนไม่ได้รับผลกระทบ</p>","2022-04-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404161422115"],
    [70,"อากาศป่วนหนัก ร้อน แล้ง สลับหนาว กระทบสัตว์เลี้ยง เกษตรกรต้นทุนพุ่ง หวังผู้บริโภคเข้าใจ","<p>สภาพอากาศแปรปรวน ร้อนแล้งต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนมีนาคม จนเข้าเดือนเมษายน อุณหภูมิทั่วไทยกลับลดลง เกิดอากาศหนาวเย็นฉับพลันและฝนตกมากในบางพื้นที่ จากอิทธิพลของความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกําลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีน แผ่ลงมาปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบน&nbsp;</p><p>ความแปรปรวนของสภาพอากาศเช่นนี้ ส่งผลโดยตรงต่อสัตว์เลี้ยง ทั้งหมู ไก่เนื้อ และไก่ไข่ ที่ไม่สามารถปรับตัวกับอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้ จึงกระทบต่อการให้ผลผลิตและอัตราเสียหายในฟาร์มเลี้ยงสัตว์มากขึ้น</p><p><br></p><p>&gt;&gt; ไก่ไข่ กระทบร้อน ผลผลิตลด ไข่เล็ก เสียหายหนัก</p><p>ไก่เป็นสัตว์ที่ไม่มีต่อมเหงื่อช่วยระบายความร้อน และยังมีขนปกคลุมยิ่งเป็นอุปสรรคต่อการระบายความร้อนออกจากร่างกาย เมื่ออุณหภูมิสูง 26-32 องศาฯ แม่ไก่จะกินอาหารลดลง กินน้ำมากขึ้น เพื่อช่วยลดความร้อนในร่างกาย แม่ไก่เกิดความเครียดสะสม การกินอาหารน้อยทำให้สารอาหารที่ได้ไม่เพียงพอกับการสร้างฟองไข่ ผลผลิตไข่ไก่จึงลดลง ขนาดฟองไข่ที่ได้เล็กลง&nbsp;</p><p>หากอากาศร้อนจัดแม่ไก่จะเริ่มแสดงอาการหอบ อ้าปากหายใจแรงขึ้น เพื่อระบายความร้อน ทำให้ไก่สูญเสียพลังงานไปกับการหอบ และยังทำให้สูญเสีย CO2 ที่จำเป็นต้องใช้ในกระบวนการสร้างไข่ ส่งผลให้คุณภาพเปลือกไข่ด้อยลง สีซีด เปลือกบางลง แตกร้าวเสียหายง่ายขึ้น ปริมาณผลผลิตที่ลดลง คุณภาพไข่ไก่ที่ต่ำลง ไข่เสียหายมากขึ้น รวมถึงตัวแม่ไก่ที่เสียหายจากกรณีไข่แตกในท้อง ทำให้เกษตรกรมีต้นทุนสูงขึ้น เพราะมีตัวหารน้อยลง และไข่ฟองเล็กเกษตรกรจึงขายไข่ได้เฉพาะไข่คละกลางและคละเล็ก ราคาขายที่ได้จะต่ำลง รายได้จึงลดลงตามไปด้วย</p><p>ความร้อนที่เพิ่มขึ้นมีผลกับอัตราการกินน้ำของแม่ไก่ด้วย โดยอุณหภูมิในโรงเรือนที่ 18-25 องศาเซลเซียส สัดส่วนการกินน้ำต่ออาหารของแม่ไก่จะอยู่ที่ 1.8-2.0 เท่าของอาหารที่กินได้ หากอากาศร้อนขึ้น สัดส่วนการกินน้ำอาจเพิ่มขึ้นเป็นไม่น้อยกว่า 2.6 เท่าของอาหารที่กินได้ เท่ากับต้องใช้น้ำในการเลี้ยงไก่มากขึ้น</p><p><br></p><p>&gt;&gt; อากาศร้อน ไก่เนื้อ เครียดกินอาหารน้อย โตช้า ต้นทุนสูง</p><p>ไก่เนื้อที่เลี้ยงในโรงเรือนเปิดมักพบปัญหา การกินอาหารน้อยลงจากความเครียดที่เกิดขึ้น ส่งผลให้ไก่โตช้า ใช้เวลาเลี้ยงนานขึ้น มีอัตราป่วยและเปอร์เซ็นต์ตายเพิ่มขึ้น เกษตรกรต้องเน้นการเลี้ยงไม่ให้มีปริมาณหนาแน่นเกินไป&nbsp;มีการจัดการเพื่อลดความร้อนให้กับโรงเรือนเลี้ยง อาทิ สเปรย์น้ำบนหลังคา ควบคู่กับการเปิดพัดลมระบายอากาศนานขึ้น ในกรณีร้อนจัดต้องตัดสินใจลงเลี้ยงไก่ให้บางกว่าช่วงปกติ&nbsp;</p><p>กรณีเลี้ยงไก่ในโรงเรือน EVAP ที่สามารถลดอุณหภูมิในโรงเรือนได้ดีกว่า แต่ก็จำเป็นต้องปรับสภาพอากาศภายในให้เหมาะสม ทั้งการเปิดน้ำหล่อเลี้ยงระบบความเย็นและเปิดพัดลมระบายอากาศตลอดเวลา และต้องระวังความชื้นและก๊าซแอมโมเนียในโรงเรือน&nbsp;และสิ่งสำคัญที่สุดคือน้ำ ที่ต้องจัดเตรียมไว้อย่างเพียงพอตลอดเวลา น้ำต้องสะอาด เกษตรกรต้องลงทุนปรับคุณภาพน้ำให้เหมาะสม และเพิ่มต้นทุนการเสริมวิตามินอิเลคโตรไลท์ หรือโปแตสเซียมคลอไรด์ ที่มีรสเค็มเล็กน้อยเพื่อช่วยกระตุ้นการกินน้ำ ช่วยให้ระบายความร้อนจากร่างกายได้ดีขึ้น&nbsp;</p><p><br></p><p>&gt;&gt; หมู ร้อนแม่อุ้มท้องเสียหาย หมูขุนโตช้า&nbsp;</p><p>หมูเป็นสัตว์ที่ไม่มีต่อมเหงื่อ จึงระบายความร้อนออกจากร่างกายด้วยการหอบหายใจ อาการนี้หากเกิดในแม่หมูอุ้มท้อง อาจทำให้เกิดการแท้ง หรือลูกตายในท้อง มีลูกมัมมี่มากขึ้น อัตราเข้าคลอดต่ำ ลูกแรกคลอดน้อยลง แม่เครียดจากอากาศส่งผลให้การเลี้ยงลูกได้ต่ำลง อาจเกิดอาการน้ำนมแห้ง ลูกอุจจาระเหลว ส่วนลูกหมูที่รอดจะอ่อนแอ น้ำหนักหย่านมต่ำ เมื่อนำไปเลี้ยงเป็นหมูอนุบาลหรือหมูขุน อัตราการเจริญเติบโต (ADG) จะต่ำ อากาศร้อนจัดทำให้หมูอยู่ไม่สบาย จึงกินอาหารได้น้อยลง ส่งผลให้อัตราแลกเนื้อ (FCR) แย่ลง และอัตราเสียหายมักสูงขึ้นตามไปด้วย&nbsp;</p><p>อากาศร้อนรุนแรง ส่งผลให้หมูเนื้อที่เข้าสู่ตลาดมีน้ำหนักลดลงตัวละประมาณ 3-5 กิโลกรัม น้ำหนักที่หายไปกระทบกับรายได้ของเกษตรกร และมีผลโดยตรงต่อปริมาณเนื้อหมูที่ขายในท้องตลาด ซึ่งเป็นเหตุผลให้ราคาหมูค่อยๆปรับตัวสูงขึ้นเป็นลำดับ ตามปริมาณผลผลิตที่เข้าสู่ตลาดน้อยลง เมื่อผนวกกับความต้องการบริโภคที่สูงขึ้นในช่วงนี้เทศกาลสงกรานต์ด้วยแล้ว จึงมีความเป็นไปได้ที่ราคาหมูจะมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ตามกลไกตลาด&nbsp;</p><p>ทั้งหมดนี้เป็นผลกระทบจากที่เกิดจากอากาศร้อนแล้ง ที่มีผลต่อต้นทุนการเลี้ยงที่เพิ่มขึ้น ยังไม่นับต้นทุนอื่นๆ ทั้งวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ปรับตัวสูงขึ้นทุกวัน ซึ่งเกษตรกรต้องแบกรับอยู่ในขณะนี้ และค่าน้ำใช้ที่จำเป็นต้องซื้อเพิ่มในช่วงวิกฤติแล้ง และต้องมีการลงทุนปรับคุณภาพน้ำด้วย รวมถึงค่าไฟในการทำความเย็นด้วยระบบ EVAP ค่าน้ำมันสำหรับเดินมอเตอร์พัดลมท้ายโรงเรือน การใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเพื่อเปิดพัดลมในเล้าช่วยระบายอากาศ</p><p>วันนี้ผู้บริโภคอย่างเรา รวมถึงภาครัฐ ต้องเห็นความจริงเรื่องต้นทุนและผลกระทบที่เกิดขึ้นจากสภาพอากาศ และทำความเข้าใจเรื่องราคาสินค้าเกษตรว่ามีขึ้น-มีลง ตามกลไกตลาด ที่มีความต้องการบริโภคและปริมาณผลผลิตเป็นตัวกำหนด และต้องไม่ลืมว่ากว่าจะเป็นเนื้อหมู เนื้อไก่ ไข่ไก่ ให้เราได้รับประทานนั้น ย่อมมีต้นทุน ต้องใช้เวลา มีความเสี่ยงจากปัจจัยต่างๆ และเกษตรกรต้องทุ่มเทกับอาชีพ เพื่อสร้างอาหารที่เพียงพอสำหรับผู้บริโภค</p><p><br></p><p>รัฐพล ศรีเจริญ นักวิชาการอิสระ</p>","2022-04-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404161728117"],
    [71,"เกษตรกรชาวสวนทุเรียนแห่นำทุเรียนตรวจหาเปอร์เซ็นน้ำหนักแห้งกับเจ้าหน้าที่เกษตรอำเภอแกลง จังหวัดระยอง หลังมีการคุมเข้มปัญหาทุเรียนอ่อนออกสู่ตลาด","<p><strong>วันที่&nbsp;4&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ที่สำนักงานเกษตรอำเภอแกลง&nbsp;จังหวัดระยอง</strong>&nbsp;มีเกษตรกรชาวสวนผู้ปลูกทุเรียนในพื้นที่&nbsp;อำเภอแกลงนับ&nbsp;100&nbsp;ราย&nbsp;แห่นำทุเรียน&nbsp;มารับการตรวจเปอร์เซ็นน้ำหนักแห้งให้เป็นไปตามมาตรฐานก่อนเก็บเกี่ยว&nbsp;หลังเจ้าหน้าที่ได้เปิดให้เกษตรกรนำทุเรียนมาตรวจตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นมา&nbsp;เพื่อส่งขายล้งรับซื้อ&nbsp;พ่อค้าคนกลางและนำออกขาย&nbsp;ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันการตัดทุเรียนก่อนกำหนด&nbsp;หรือป้องกันการนำทุเรียนอ่อนออกสู่ตลาด&nbsp;ซึ่งผลการตรวจพบว่า&nbsp;ทุเรียนของเกษตรกรบางรายไม่ผ่านเกณฑ์&nbsp;ก็ได้แนะนำตามปฏิบัติมาตรการเว้นระยะวันเพิ่มขึ้น&nbsp;ก่อนนำมาตรวจซ้ำอีก</p><p><strong>ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้มีการประกาศให้เกษตรกร</strong>และมือตัดทุเรียนที่มีความประสงค์เก็บเกี่ยวทุเรียนก่อนวันเก็บเกี่ยวที่ประกาศ&nbsp;คือ&nbsp;พันธุ์กระดุม&nbsp;กำหนดเก็บเกี่ยววันที่&nbsp;20&nbsp;มี.ค.65&nbsp;พันธุ์ชะนีและพวงมณี&nbsp;วันที่&nbsp;10&nbsp;เม.ย.65&nbsp;และพันธุ์หมอนทอง&nbsp;วันที่&nbsp;25&nbsp;เม.ย.65&nbsp;ให้แจ้งความประสงค์เก็บเกี่ยวได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่ตั้งแปลง&nbsp;หรือสถานที่อื่นตามที่กำหนด&nbsp;พร้อมนำตัวอย่างทุเรียนในแปลงที่จะเก็บเกี่ยว&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ลูก&nbsp;มาตรวจหาเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียนอย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;วัน&nbsp;ก่อนเก็บเกี่ยว&nbsp;โดยยึดเกณฑ์ดังนี้&nbsp;พันธุ์กระดุม&nbsp;เปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียนต้องได้&nbsp;27&nbsp;%&nbsp;ขึ้นไป&nbsp;พันธุ์ชะนีและพันธุ์พวงมณี&nbsp;30%&nbsp;ของน้ำหนักแห้งขึ้นไป&nbsp;พันธุ์หมอนทอง&nbsp;32%&nbsp;ของน้ำหนักแห้งขึ้นไป&nbsp;หากตรวจพบเปอร์เซ็นต์ต่ำกว่าที่ประกาศให้ถือว่าเป็นทุเรียนด้อยคุณภาพ&nbsp;(ทุเรียนอ่อน)&nbsp;ต้องเว้นระยะ&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;จึงจะสามารถนำมาขอตรวจซ้ำได้&nbsp;โดยจะรับแจ้งความประสงค์ตั้งแต่ก่อนวันเก็บเกี่ยวไปจนถึงวันที่&nbsp;25&nbsp;เม.ย.65&nbsp;นี้&nbsp;ซึ่งเป็นวันเก็บเกี่ยวพันธุ์หมอนทอง&nbsp;ในส่วนของทุเรียนที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอจะออกใบรับรองเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียนเฉพาะตัวอย่างแนบไปกับรถขนส่งทุเรียนเข้าโรงคัดบรรจุ&nbsp;เพื่อคุมเข้มสกัดกั้นไม่ให้ทุเรียนอ่อนออกนอกพื้นที่</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-04T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404171057156"],
    [72,"ไทย-อียู ร่วมปลุกจิตสำนึกการแยกขยะให้เยาวชนภูเก็ต ในโครงการจัดการและลดพลาสติกภาคครัวเรือนและธุรกิจจังหวัดภูเก็ต","<p><strong>วันนี้&nbsp;(4&nbsp;เมษายน&nbsp;2565)&nbsp;ที่&nbsp;ห้องประชุมมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์</strong>&nbsp;วิทยาเขตภูเก็ต&nbsp;นายอำนวย&nbsp;พิณสุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการจัดการและลดพลาสติกภาคครัวเรือนและธุรกิจจังหวัดภูเก็ต&nbsp;โดยมีหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้าร่วม</p><p><strong>โครงการส่งเสริมการใช้เศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อจัดการปัญหาขยะทะเล</strong>&nbsp;ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสหภาพยุโรป&nbsp;(EU)&nbsp;และกระทรวงเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี&nbsp;(BMZ)&nbsp;ดำเนินงานโดยองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน&nbsp;(GIZ)&nbsp;ประจำประเทศไทยร่วมกับเทศบาลนครภูเก็ต&nbsp;มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&nbsp;วิทยาเขตภูเก็ต&nbsp;มูลนิธิเพื่อสิ่งแวดล้อมภูเก็ตและมูลนิธิคุณ&nbsp;(KHUN&nbsp;Foundation)&nbsp;จัดกิจกรรมเพื่อรณรงค์การลดขยะพลาสติกและการแยกขยะที่ถูกต้องผ่านการแสดงละครหุ่นเชิด&nbsp;(Puppet&nbsp;Show)&nbsp;และการเสวนาเรื่องบทบาทของเยาวชนในการลดพลาสติกและสถานการณ์การระบาดของโควิด-19&nbsp;เกิดขึ้นมาพร้อม&nbsp;ๆ&nbsp;กับปัญหาขยะพลาสติก&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เกิดจากการที่ประชาชนต้องกักตัวในบ้านหรือที่พักของตนเอง</strong>&nbsp;ส่งผลให้เกิดการใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งจำนวนมากขึ้นจากยอดคำสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ในแอพพลิเคชั่นและการสั่งอาหารจากบริการฟู๊ดเดลิเวอรี่และซื้ออาหารกลับบ้าน&nbsp;พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง&nbsp;เป็นขยะที่ย่อยสลายได้ยาก&nbsp;เมื่อเวลาผ่านไป&nbsp;พลาสติกที่ถูกแสงแดดจะทำให้พลาสติกแตกออกเป็นชิ้นเล็ก&nbsp;ๆ&nbsp;และไม่สามารถมอบเห็นได้ด้วยตาเปล่าหรือที่เรียกว่าไมโครพลาสติกและสามารถแทรกซิมลงไปในชั้นดิน&nbsp;แหล่งน้ำและปนเปื้อนลงในอาหารและน้ำดื่ม&nbsp;ซึ่งเข้าสู่ร่างกายของเราได้ง่าย&nbsp;และหากเราไม่มีการกำจัดขยะพลาสติกเหล่านี้อย่างถูกต้องจะส่งผลให้ขยะจากบกปะปนและลงสู่ทะเล&nbsp;ทำให้สัตว์ทะเลกินพลาสติกเข้าไปเกิดอาการป่วยและเสียชีวิตในที่สุด&nbsp;</p><p><strong>นายอำนวย&nbsp;พิณสุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากนโยบายสนับสนุนการท่องเที่ยว&nbsp;ส่งผลให้ภูเก็ตสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น&nbsp;ขณะเดียวกันก็ส่งผลให้ประมาณขยะมูลฝอยและขยะพลาสติกเพิ่มมากขึ้นตามอัตราการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยว&nbsp;ด้วยความตระหนักของหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;รวมไปถึงภาคประชาชนเอง&nbsp;ทำให้ภูเก็ตมีการขับเคลื่อนด้านการรณรงค์และมาตรการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในการรับมือกับปัญหาเหล่านี้ในระดับที่แต่ละฝ่ายสามารถทำได้&nbsp;และเชื่อว่าการทำงานให้สำเร็จได้นั้นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายสูงสุดเรื่องการขับเคลื่อนภูเก็ตให้เป็นเมืองที่สะอาด&nbsp;เกิดความยั่งยืนทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;เศรษฐกิจและสังคมต่อไป&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;Dr.&nbsp;Glusappe&nbsp;Busini&nbsp;อัครราชฑูต</strong>&nbsp;รองหัวหน้าคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศ&nbsp;กล่าวเสริมว่า&nbsp;ตั้งแต่นโยบายการจัดการพลาสติกของสหภาพยุโรปถูกจัดตั้งขึ้นในปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2561&nbsp;สหภาพยุโรปได้พยายามขับเคลื่อนที่จะจัดการกับปัญหามลพิษขยะพลาสติก&nbsp;โดยการจัดทำโครงการส่งเสริมการใช้เศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อจัดการปัญหาขยะทะเลขึ้น&nbsp;โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาลเยอรมันเช่นกัน&nbsp;นอกจากนี้ยังมีการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างโครงการใน&nbsp;7&nbsp;ประเทศภาคีรวมถึงระหว่างทวีปยุโรปและเอเชียด้วย&nbsp;และมีความปรารถนาดีที่จะทำงานให้กับทุกภาคส่วน</p><p><strong>ด้าน&nbsp;Dr.Bend&nbsp;Christiansen&nbsp;ที่ปรึกษาฑูตฝ่ายทหารและการเกษต</strong>ร&nbsp;สถานเอกอัครราชฑูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย&nbsp;เน้นย้ำว่า&nbsp;ปัญหามลภาวะของขยะพลาสติกในทะเลรวมถึงขยะประเภทอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;เป็นปัญหาระดับโลก&nbsp;การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและการนำระบบเศรษฐกิจแบบหมุนเวียนมาปรับใช้&nbsp;นับเป็นสองแนวปฏิบัติที่จะแก้ไขปัญหานี้ได้&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;จากการนำร่องโครงการจัดกรและลดพลาสติ</strong>กภาคครัวเรือนและธุรกิจจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ส่งผลให้ความรู้และประสบการณ์ของคนในพื้นที่ได้ถูกนำเข้ามาใช้เพื่อหาแนวทางการแก้ปัญหา&nbsp;ซึ่งทั้งสองสิ่งนี้นับเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากในกระบวนการดำเนินงานของโครงการทั้งยังเป็นกุญแจที่นำไปสู่ความสำเร็จเพื่อให้เกิดระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่และจะยังมีการค้นหาพลาสติกทางเลือกใหม่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;เพื่อลดผลกระทบเชิงลบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-04T00:00:00","ภาคใต้","ภูเก็ต","สวท.ภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220404194951213"],
    [73,"เดินหน้าพัฒนาเกษตรไทย นำผลงานวิจัย เทคโนโลยี นวัตกรรม ไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่","<p><strong>นางอัญชลี&nbsp;สุวจิตตานนท์&nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;เล็งเห็นความสำคัญของการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาภาคการเกษตร&nbsp;โดยทั้ง&nbsp;2&nbsp;&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;สนับสนุนข้อมูล&nbsp;องค์ความรู้&nbsp;ผลงานวิจัยและนวัตกรรม&nbsp;พร้อมใช้หรือแหล่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานของทั้ง&nbsp;2&nbsp;ฝ่าย&nbsp;พร้อมทั้งร่วมดำเนินการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนากลไกการส่งเสริมการเกษตร&nbsp;เพื่อให้มีการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมพร้อมนำไปใช้ประโยชน์ในการสนับสนุนการทำงาน&nbsp;หรือแก้ไขปัญหาของเกษตรกร&nbsp;ด้วยการรวบรวมความต้องการของพื้นที่&nbsp;เพื่อใช้ในการวางแผนเชิงนโยบายในการจัดสรรงบประมาณ&nbsp;หรือส่งเสริมการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมพร้อมใช้ไปใช้ประโยชน์&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาของเกษตรกรได้อย่างตรงจุด&nbsp;</p><p><strong>ที่สำคัญอีกประการคือ</strong>&nbsp;เป็นการสนับสนุนให้เกิดเครือข่ายการทำงานระหว่างหน่วยงานพันธมิตรของกรมส่งเสริมการเกษตรและหน่วยงานในระบบวิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;(ววน.)&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนโครงการสำคัญที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนา&nbsp;หรือแก้ปัญหาด้านการเกษตร</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-05-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405101921324"],
    [74,"กอนช. ขอให้ประชาชนระวังเกิดฝนตกหนักมากในภาคใต้ พร้อมระวังน้ำหลาก - ดินถล่มใน 8 จังหวัด ช่วงวันที่ 5-8 เม.ย.","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;&nbsp;ขอให้ประชาชนระวังเกิดฝนตกหนักมากในภาคใต้&nbsp;พร้อมระวังน้ำหลาก&nbsp;-&nbsp;ดินถล่มใน&nbsp;8&nbsp;จังหวัด&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;5-8&nbsp;เมษายน</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(5&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนอุณหภูมิสูงขึ้น&nbsp;แต่ยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้า&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักมาก&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;139&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;131&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และนครศรีธรรมราช&nbsp;137&nbsp;&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;พร้อมระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก&nbsp;-&nbsp;ดินถล่มบริเวณชุมพร&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;พัทลุง&nbsp;สงขลา&nbsp;ปัตตานี&nbsp;ยะลา&nbsp;และนราธิวาส&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;5-8&nbsp;เมษายน&nbsp;จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำต่อเนื่อง&nbsp;โดยเฉพาะจุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมขังอยู่เป็นประจำ&nbsp;พร้อมปรับแผนบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;26,370&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;46&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;20,562&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;43&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p>","2022-05-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405093732299"],
    [75,"เตือนประชาชนในทุกพื้นที่ให้เตรียมรับมือกับสภาพอากาศแปรปรวน ช่วงสัปดาห์นี้","<p><strong>ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;ธนะสิทธิ์&nbsp;เอี่ยมอนันชัย&nbsp;&nbsp;รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>สภาพอากาศในช่วงสัปดาห์นี้&nbsp;บริเวณประเทศไทยตอนบน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;รวมถึงกรุงเทพฯและปริมณฑล&nbsp;มีอากาศเย็นและหมอกบางในตอนเช้า&nbsp;แต่ตอนกลางวันมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด&nbsp;ส่วนภาคใต้&nbsp;ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีจนถึงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ให้ระวังฝนตกหนัก&nbsp;น้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;น้ำป่าไหลหลาก&nbsp;และคลื่นสูง&nbsp;2&nbsp;เมตร&nbsp;&nbsp;ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวดูแลสุขภาพในช่วงที่สภาพอากาศแปรปรวน</p><p><br></p><p><br></p>","2022-05-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405102249328"],
    [76,"ขอเชิญชวนร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนครั้งที่ 1 ต่อขอบเขตการศึกษาละแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการท่าเทียบเรือบริษัท เพียว ไบร์ท จำกัด ตำบลคลองฉนาก อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี","<p><strong>นายธีรวีร์&nbsp;ปาติปา&nbsp;กรรมการผู้จัดการ&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ตามที่ผู้ประกอบการท่าเทียบเรือ&nbsp;บริษัท&nbsp;เพียว&nbsp;ไบร์ท&nbsp;จำกัด&nbsp;ตั้งอยู่ที่ตำบลคลองฉนาก&nbsp;อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;&nbsp;มีความประสงค์จะขออนุญาตก่อสร้างท่าเทียบเรือเพื่อการให้บริการโดยสามารถรับเรือเกินกว่า&nbsp;500&nbsp;ตันกรอส&nbsp;เป็นไปตามระเบียบกรมเจ้าท่า&nbsp;พ.ศ.2563&nbsp;และเข้าข่ายประเภทและขนาดโครงการที่ต้องจัดทำรายงานประเมินผลกระทบ&nbsp;(EIA)&nbsp;ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2562&nbsp;</p><p><strong>จึงมอบหมายให้&nbsp;บริษัท&nbsp;สิ่งแวดล้อมสยาม&nbsp;จำกัด</strong>&nbsp;ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ได้รับอนุญาตเป็นผู้มีสิทธิจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;(EA)&nbsp;จากสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;(สผ.)&nbsp;ตามกฎหมาย&nbsp;ดำเนินการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการท่าเทียบเรือดังกล่าว&nbsp;เพื่อใช้ประกอบการการพิจารณาเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการดังที่กล่าวมาข้างตัน&nbsp;ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการกำหนดขอบเขตการศึกษาและเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลข่าวสารและมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นตั้งแต่เริ่มต้นทางโครงการ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1</strong>&nbsp;เพื่อนำเสนอขอบเขตละแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมโอกาสให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือผู้ที่มีส่วนได้เสียจากโครงการฯ&nbsp;ได้แสดงความคิดเห็นและให้ครอบคลุมประเด็นผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;รวมถึงข้อห่วงกังวลของผู้เข้าร่วม&nbsp;เพื่อนำมาพิจารณากำหนดแนวทางป้องกัน&nbsp;แก้ไข&nbsp;และลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่อาจจะเกิดจากการดำเนินโครงการฯ&nbsp;ต่อไป</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;เชิญชวนผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน</strong>&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1ต่อขอบเขตการศึกษาและแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;โครงการท่าเทียบเรือดังกล่าวในวันอังคารที่&nbsp;19&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;08.30&nbsp;-&nbsp;12.00&nbsp;ณ&nbsp;ศาลาอเนกประสงค์&nbsp;วัดท่าทองใหม่&nbsp;ตำบลบางกุ้ง&nbsp;อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ท่านสามารถสอบถามรายละเอียดทาง&nbsp;มือถือ&nbsp;095-962-4064&nbsp;หรือE-mail&nbsp;:&nbsp;piyanan.wan@siamenvi.co.th.&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-05-04T00:00:00","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405101118314"],
    [77,"ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือปรับตัวสูงขึ้นหลายพื้นที่ โดย จ.แม่ฮ่องสอน สูงในระดับสีส้ม 4 พื้นที่ ส่วน กทม.และปริมณฑลอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน","<p class=\"ql-align-justify\"><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือปรับตัวสูงขึ้นหลายพื้นที่ โดย จ.แม่ฮ่องสอน สูงในระดับสีส้ม 4 พื้นที่ ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;</strong></p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(5&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พบค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นเกินเกณฑ์มาตรฐานหลายพื้นที่&nbsp;โดยเฉพาะ ต.จองคำ อ.เมือง และ ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน สูงในระดับสีส้ม แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&nbsp;6&nbsp;-&nbsp;8&nbsp;เมษายน&nbsp;หากจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบนฝั่งตะวันออก&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;โดยค่าฝุ่นยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;6&nbsp;-&nbsp;12&nbsp;เมษายน</p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;</p>","2022-05-04T00:00:00","NULL","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405095038300"],
    [78,"ปล่อยพันธุ์ปลาน้ำจืด-กุ้งก้ามกรามกว่า 10 ล้านตัวทั่วประเทศ  ความมั่นคงทางด้านอาชีพ สร้างรายได้ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีแก่เกษตรกร","<p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;สุวรรณรักษ์&nbsp;อธิบดีกรมประมง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กรมประมงได้จัดพิธีปล่อยพันธุ์ปลาน้ำจืดและพันธุ์กุ้งก้ามกรามกว่า&nbsp;10&nbsp;ล้านตัว&nbsp;ลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติทั่วประเทศ&nbsp;ภายใต้กิจกรรมจิตอาสา&nbsp;1&nbsp;เมษา&nbsp;วันข้าราชการไทย&nbsp;ร่วมใจเพื่อประชาชน&nbsp;เนื่องในวันข้าราชการพลเรือน&nbsp;เพื่อสร้างความอุดมสมบูรณ์และฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ&nbsp;สร้างความมั่นคงทางอาหารและเพิ่มผลผลิตของทรัพยากรสัตว์น้ำในประเทศ&nbsp;ตอบสนองความต้องการของประชาชนในทุกมิติ&nbsp;ตลอดจนสร้างการรับรู้และปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำให้มีไว้ใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน&nbsp;โดยพันธุ์สัตว์น้ำจืดที่ปล่อย&nbsp;&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;พันธุ์ปลาไทยกว่า&nbsp;10&nbsp;ชนิด&nbsp;และกุ้งก้ามกราม&nbsp;รวมจำนวนกว่า&nbsp;10&nbsp;ล้านตัว&nbsp;โดยปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำลงสู่แหล่งน้ำทั่วประเทศ&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;28&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;8&nbsp;เมษายนนี้&nbsp;&nbsp;ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ที่ส่งเสริมให้มีการบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล&nbsp;มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาความมั่นคงทางอาหารให้ประชาชนอยู่ดีกินดี&nbsp;ชุมชนมีความมั่นคง&nbsp;มั่งคั่งและยั่งยืน&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;หวังว่าจะเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหา</strong>และช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในปัจจุบัน&nbsp;ส่งผลให้เกิดความมั่นคงทางด้านอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีแก่เกษตรกร&nbsp;ชาวประมงและประชาชน&nbsp;ที่อยู่ในพื้นที่ใกล้แหล่งน้ำให้อยู่ดีกินดีตลอดไป</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-05-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405105907346"],
    [79,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นกว่า 300 จุด  ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบแนวชายแดนของไทย","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นกว่า&nbsp;300&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบแนวชายแดนของประเทศไทย</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(4&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;326&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;97&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;95&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;85&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;29&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;19&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;1&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;143&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;นครพนม&nbsp;25&nbsp;จุด&nbsp;และตาก&nbsp;14&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนกลับมาเพิ่มขึ้นพบกระจายอยู่ในพื้นที่ภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;และภาคเหนือ&nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดแม่ฮ่องสอนยังพบจุดความร้อนสูงสุดต่อเนื่องหลายวัน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;4&nbsp;เมษายน&nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;12,734&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;12,050&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;7,249&nbsp;จุด&nbsp;ภาพรวมปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;วันนี้ทั่วประเทศอากาศอยู่ในระดับดีถึงดีมาก&nbsp;ยกเว้นแต่แม่ฮ่องสอนคุณภาพอากาศเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดใน&nbsp;สปป.ลาววันนี้&nbsp;2,815&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นเมียนมา&nbsp;1,716&nbsp;จุด&nbsp;และเวียดนาม&nbsp;446&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;และภาคตะวันตก&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย</p>","2022-05-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405103910334"],
    [80,"ปัตตานี-ประชุมหารือมาตรการป้องกัน แก้ไข และลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการสำรวจและออกแบบรายละเอียดทางแยกต่างระดับ จุดตัดทางหลวงหมายเลข 42 กับทางหลวง 410","<p><strong>ผู้สื่อข่าวปัตตานีรายงานวันที่&nbsp;5&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;</strong>ที่&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานกองทุนสวนยางแห่งประเทศไทย&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;นายเศวต&nbsp;เพชรนุ้ย&nbsp;นายอำเภอเมืองปัตตานี&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;ประธานเปิดการประชุมหารือมาตรการป้องกัน&nbsp;แก้ไข&nbsp;และลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;(กลุ่มย่อย&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2)&nbsp;โครงการสำรวจและออกแบบรายละเอียดทางแยกต่างระดับ&nbsp;จุดตัดทางหลวงหมายเลข&nbsp;42&nbsp;กับทางหลวง&nbsp;410&nbsp;(แยกตะลุโบะ)&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ปัตตานี&nbsp;โดยมีนายสมกิตติ์&nbsp;กิตติโศภิษฐ์&nbsp;ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงปัตตานี&nbsp;กล่าวรายงานความเป็นมาของโครงการ&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งกรมทางหลวง&nbsp;ได้ให้การสนับสนุน&nbsp;และขยายผลโครงการเมืองต้นแบบ</strong>&nbsp;เพื่อเป็นการยกระดับการพัฒนาเชิงพื้นที่ให้มีความเข้มแข็ง&nbsp;และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ&nbsp;ที่สามารถเชื่อมโยงไปยังพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ภูมิภาคอื่นๆ&nbsp;และประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;ดังนั้น&nbsp;กรมทางหลวงจึงมีแผน&nbsp;และจัดตั้งโครงการสำรวจและออกแบบทางแยกจุดตัดทางหลวงหมายเลข&nbsp;42&nbsp;กับทางหลวงหมายเลข&nbsp;410&nbsp;(แยกตะลุโบะ)&nbsp;เพื่อจะช่วยบรรเทาปัญหาบริเวณทางแยกดังกล่าว&nbsp;และการขยายผลของโครงการเมืองต้นแบบ&nbsp;</p><p><strong>โดยโครงการจะมีการสำรวจและวิเคราะห์ทางวิศวกรรมอย่างละเอียด</strong>&nbsp;ซึ่งจะต้องมีการรับฟังความคิดเห็นเพื่อการมีส่วนร่วมของประชาชน&nbsp;เพื่อนำข้อคิดเห็นมาประกอบการพิจารณาออกแบบโครงการต่อไป&nbsp;ปัจจุบันแยกตะลุโบะเป็นทางแยกจุดตัดทางหลวงหมายเลข&nbsp;42&nbsp;กับทางหลวงหมายเลข&nbsp;410&nbsp;ซึ่งอยู่ในพื้นที่อำเภอเมืองปัตตานี&nbsp;เป็นทางแยกที่มีปริมาณการจราจรหนาแน่น&nbsp;และเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง&nbsp;เนื่องจากเป็นเส้นทางหลักในการขนส่งสินค้า&nbsp;ดังนั้น&nbsp;การปรับปรุงบริเวณแยกตะลุโบะให้เป็นทางแยกต่างระดับ&nbsp;จะช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรและอุบัติแหตุดังกล่าว&nbsp;</p><p><strong>กรมทางหลวงจึงได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา&nbsp;ให้ดำเนินการสำรวจ</strong>และออกแบบรายละเอียดพร้อมทั้งจัดทำรายงาน&nbsp;ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการ&nbsp;การประชุมในวันนี้&nbsp;เพื่อนำเสนอข้อมูลความก้าวหน้าการศึกษาของโครงการโดยเฉพาะรายละเอียดของรูปแบบโครงการและผลกระทบสิ่งแวดล้อมรวมถึงมาตรการป้องกัน&nbsp;แก้ไข&nbsp;และลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;และเพื่อรับฟังความคิดเห็น&nbsp;และข้อเสนอแนะต่อผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นจากการพัฒนาโครงการ&nbsp;</p><p><strong>ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย&nbsp;หน่วยงานกรมทางหลวง</strong>&nbsp;หน่วยงานราชการ&nbsp;&nbsp;รัฐวิสาหกิจ&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;และอำเภอที่เกี่ยวข้อง&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ผู้นำระดับตำบลและหมู่บ้าน&nbsp;หน่วยงานศาสนสถาน&nbsp;สถานศึกษา&nbsp;สถานที่พื้นที่อ่อนไหวบริเวณโครงการ&nbsp;สถานประกอบการร้านค้าและประชาชนในพื้นที่โครงการตำบลตะลุโบะ&nbsp;ตำบลจะบังติกอ&nbsp;ตำบลปะกาฮะรัง&nbsp;และตำบลรูสะมิแล&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-05-04T00:00:00","ภาคใต้","ปัตตานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405114611374"],
    [81,"War Room ไฟป่าฯ ลำปาง ติดตามการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน และ Pm 2.5","<p><strong>นายสิธิชัย&nbsp;จินดาหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;พันเอกถิรวัฒน์&nbsp;ศรีสุวรรณ&nbsp;เสนาธิการมณฑลทหารบกที่&nbsp;32&nbsp;เป็นประธานการประชุมศูนย์รวบรวมข้อมูลและสั่งการ&nbsp;(War&nbsp;Room)&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;เพื่อติดตามป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน&nbsp;Pm&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดลำปาง&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;นายอำเภอ&nbsp;และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมประชุมฯ&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดลำปาง&nbsp;และผ่านระบบออนไลน์</p><p><strong>การประชุมครั้งนี้ได้รับทราบสภาวะอากาศ</strong>&nbsp;ปริมาณน้ำฝน/&nbsp;สถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและ&nbsp;Pm&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดลำปาง/&nbsp;มาตรการป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจาก&nbsp;Pm2.5&nbsp;/การรับมือสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันฯ&nbsp;เช่น&nbsp;การลาดตระเวนป้องกันเหตุลักลอบเผาในพื้นที่ต่างๆ&nbsp;การรณรงค์ประชาสัมพันธ์ในทุกรูปแบบ&nbsp;การรายงานผลการจับกุม&nbsp;การดำเนินการตามกฎหมายแก่ผู้กระทำผิดตามห้วงเวลาห้ามเผาฯ&nbsp;และการรายงานสภาพปัญหาและอุปสรรคของการปฏิบัติงานของหน่วยงานต่างๆ&nbsp;และการรายงานสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและ&nbsp;Pm&nbsp;2.5&nbsp;ของแต่ละอำเภอ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-05-04T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405115410376"],
    [82,"เกษตรกรและคนขายปุ๋ย ในอำเภอเบตง จังหวัดยะลา  พบปัญหาปุ๋ยแพง เดือดร้อนทั้งเกษตรกรและคนขาย แนวโน้มปุ๋ยยังคงปรับราคาสูงขึ้นอีก","<p><strong>เกษตรกรและคนขายปุ๋ย</strong>&nbsp;<strong>ในอำเภอเบตง</strong>&nbsp;<strong>จังหวัดยะลา</strong>&nbsp;&nbsp;พบปัญหาปุ๋ยแพง&nbsp;เดือดร้อนทั้งเกษตรกรและคนขาย&nbsp;แนวโน้มปุ๋ยยังคงปรับราคาสูงขึ้นอีก&nbsp;ล่าสุดมีการประกาศจะขึ้นอีกอย่างน้อยกระสอบละ&nbsp;100&nbsp;บาทเพิ่มขึ้นมาเท่าตัวและปุ๋ยบางสูตรขาดตลาด</p><p><strong>วันนี้&nbsp;&nbsp;5&nbsp;&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ที่ร้านบ้านเกษตร&nbsp;ในเขตเทศบาลเมืองเบตง&nbsp;</strong>อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;เจ้าของ&nbsp;ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายปุ๋ยในอำเภอเบตง&nbsp;&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ปัญหาราคาปุ๋ยแพงที่ทำให้เดือดร้อนทั้งเกษตรกรและผู้ค้า&nbsp;เพราะต้องซื้อปุ๋ยในราคาแพงเหมือนกัน&nbsp;จากเดิมเคยซื้อและขายเอากำไรกระสอบละ&nbsp;10&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;บาท&nbsp;แต่ขณะนี้ปุ๋ยทุกชนิดราคาปรับสูงขึ้นกระสอบละกว่า&nbsp;100%&nbsp;ทางร้านค้าก็ต้องซื้อในราคาที่สูงขึ้นกระสอบละกว่า&nbsp;100%&nbsp;เท่ากัน&nbsp;&nbsp;ก็นำมาขายเอากำไรกระสอบละ&nbsp;10-&nbsp;20&nbsp;บาทเท่าเดิมและที่สำคัญในขณะนี้ปุ๋ยบางตัวขาดตลาด</p><p><strong>นายยอดยิ่ง&nbsp;&nbsp;แซ่หลี&nbsp;เจ้าของร้านบ้านเกษตร&nbsp;บอกว่า</strong>&nbsp;&nbsp;ส่วนเรื่องกักตุนปุ๋ยในส่วนของร้านค้าไม่สามารถทำได้&nbsp;เพราะร้านค้าหากใครคิดจะกู้เงินมาซื้อปุ๋ยเก็บ&nbsp;เพื่อจำหน่ายในราคาแพงก็ไม่คุ้ม&nbsp;เนื่องจากว่าบริษัทผู้นำเข้าปล่อยให้ร้านค้ามาทีละน้อยๆ&nbsp;เพื่อที่จะขายให้ลูกค้าเท่านั้น&nbsp;และถ้ามาถึงไม่ขายเลยก็ไม่ได้&nbsp;เพราะต้องเปิดร้านขายทุกวัน&nbsp;และปุ๋ยราคาแพงกระทบกับยอดขายอย่างมาก&nbsp;เพราะเกษตรกรซื้อปุ๋ยน้อยลง&nbsp;โดยเฉพาะเกษตรกรชาวสวนยางชาวสนทุเรียน&nbsp;ปริมาณการใช้น้อยลงมาก&nbsp;เนื่องจากยางพาราราคาตก&nbsp;ทำให้เกษตรกรไม่มีเงินซื้อปุ๋ย&nbsp;ส่วนชาวสวนทุเรียนก็ต้องประสบทั้งราคาปุ๋ยที่แพงขึ้นอีกทั้งยังมาประสบกับดินฟ้าอากาศที่แปรปรวนโดยช่วงนี้ทางภาคใต้ฝนตกเกือบทุกวัน&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ปุ๋ยในประเทศไทยนั้นเป็นสินค้านำเข้า&nbsp;ทั้ง&nbsp;N-P-K&nbsp;</strong>หรือ&nbsp;ธาตุไนโตรเจน&nbsp;ฟอสฟอรัส&nbsp;และโพแทสเซียม&nbsp;โดยทั้งหมดต่างทยอยปรับขึ้นทีละตัว&nbsp;&nbsp;เริ่มแรกฟอสฟอรัส&nbsp;จากแหล่งของจีน&nbsp;อิสราเอล&nbsp;รัสเซีย&nbsp;ปรับขึ้น&nbsp;และตัวอื่นๆตามมา&nbsp;ซึ่งทุกตัวปรับขึ้นเกิน&nbsp;100%&nbsp;ส่งผลให้ปุ๋ยสำเร็จปรับราคาขึ้นตาม&nbsp;เกิน&nbsp;100%&nbsp;เช่นกัน&nbsp;เช่น&nbsp;ปุ๋ยยูเรีย&nbsp;46-0-0&nbsp;เดิมราคา&nbsp;500-&nbsp;600&nbsp;บาท&nbsp;ขณะนี้ราคากว่า&nbsp;1,300&nbsp;บาท&nbsp;และกำลังจะถึง&nbsp;1,400&nbsp;บาท&nbsp;ส่วนสูตร&nbsp;18-46-0&nbsp;ตัวกลางสูง&nbsp;จากกระสอบละ&nbsp;700&nbsp;บาท&nbsp;ขณะนี้เป็น&nbsp;1,500&nbsp;บาท&nbsp;และจะขึ้นอีกเรื่อยๆ&nbsp;เชื่ออาจจะถึง&nbsp;1,900&nbsp;บาท&nbsp;บางชนิดเดิมกระสอบละ&nbsp;280&nbsp;บาทขึ้นมาเป็น&nbsp;750&nbsp;บาท&nbsp;380&nbsp;เป็น&nbsp;800&nbsp;บาท,&nbsp;ราคา&nbsp;700-800&nbsp;เป็น&nbsp;1,290&nbsp;บาท,&nbsp;600-700&nbsp;บาท&nbsp;เป็น&nbsp;1,400&nbsp;จากและราคาใหม่กำลังจะมาอีกทุกตัวจะปรับขึ้นอีกประมาณกระสอบละ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งตอนนี้ทางร้านผมหยุดสั่งปุ๋ยยูเรีย&nbsp;46-0-0&nbsp;แล้วเนื่องจากราคาปรับสูงมาก&nbsp;นอกจากนี้ราคาอาหารสัตว์น้ำสัตว์บก&nbsp;ก็ปรับราคาขึ้นมา&nbsp;30&nbsp;&nbsp;50&nbsp;เปอร์เซ๋นต์&nbsp;เช่นกัน</p><p><strong>ด้านเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน&nbsp;บอกว่า&nbsp;ได้รับกระทบเยอะทั้งราคาปุ๋ยที่แพง&nbsp;</strong>ดินฟ้าอากาศ&nbsp;ที่ควบคุมไม่ได้&nbsp;&nbsp;ผมแก้ปัญหาเรื่องปุ๋ยแพง&nbsp;ก็คือเมื่อก่อนใส่ปุ๋ยทุเรียนครั้งละ&nbsp;20&nbsp;กระสอบ&nbsp;&nbsp;แต่ตอนนี้ใส่ครั้งละ&nbsp;2-&nbsp;3&nbsp;กระสอบ&nbsp;เพราะ&nbsp;ไม่ไหวกับราคาแต่ยังก็ต้องใช้เพราะฉนั้นอยู่กันไปอย่างนั้นี้เผื่ออนาคตราคาปุ๋ยอาจลดลง&nbsp;แต่คงอีกนาน&nbsp;&nbsp;ส่วนทุเรียนผมแก้ปัญหาโดยใช้ปุ๋ยอินทรีย์เอาไปผสมกันเพื่อลดต้นทุน&nbsp;&nbsp;ตอนนี้ทุเรียนเริ่มออก&nbsp;เริ่มเป็นหางแย้แล้ว&nbsp;แต่ไม่สามารถควบคุมน้ำได้เนื่องจากฝนตกทำให้แตกใบอ่อนแล้วลูกร่วงซึ่งการแตกใบอ่อนมาจากฝนที่ตกเพราะมีตัวเอ็นเยอะ&nbsp;ตัวที่ทำให้เกิดใบอ่อน&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผลผลิตจะออกเดือน&nbsp;กันยายน&nbsp;หรือไม่ก็เดือน&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งปีนี้&nbsp;ผลผลิตทุเรียน&nbsp;คงได้ผลผลิตไม่เป็นที่พอใจอย่งแน่นอนและผมทำใ</strong>จ&nbsp;ไว้แล้วเพราะไม่สามารถควบคุมน้ำฝนได้&nbsp;&nbsp;ถึงแม้ค่าปุ๋ยจะแพงมากก็ตาม&nbsp;ตอนนี้ที่ยังซื้อปุ๋ยไปใส่บำรุงคือ&nbsp;ทุเรียน&nbsp;และไม้ผล&nbsp;ที่ยังมีกำลังซื้อ&nbsp;แม้ราคาปุ๋ยจะแพงก็ยังพอซื้อ&nbsp;แต่ก็เชื่อว่าในอนาคตก็จะได้รับกระทบ&nbsp;ซึ่งอาจจะเปลี่ยนแนวในการใส่ปุ๋ย&nbsp;อาจใส่ปุ๋ยสูตรต่ำและเพิ่มปุ๋ยอินทรีย์เข้าไปเพิ่มขึ้นก็แล้วแต่สูตร&nbsp;เพื่อหาทางออกลดค่าใช้จ่าย&nbsp;เพราะแนวโน้มราคาปุ๋ยยังจะคงปรับตัวสูงขึ้นต่อไปอีก&nbsp;ล่าสุดได้รับการแจ้งว่าจะปรับราคาอีกกระสอบละ&nbsp;100&nbsp;บาทเป็นอย่างน้อย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-05-04T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405140925417"],
    [83,"เกษตรจังหวัดนนทบุรี ร่วมกับ DEPA จัดอบรมสอนนักบินโดรนเพื่อการเกษตรแบบมืออาชีพ","<p><strong>จังหวัดนนทบุรี&nbsp;โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดนนทบุรี&nbsp;</strong>ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล&nbsp;(DEPA)&nbsp;และสำนักงานเกษตรอำเภอบางใหญ่&nbsp;จัดอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร&nbsp;การสอนนักบินโดรนเพื่อการเกษตรแบบมืออาชีพ</p><p><strong>โดยมี&nbsp;นางธมลทัศน์&nbsp;ทัพพระจันทร์&nbsp;เกษตรจังหวัดนนทบุรี</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดการอบรม&nbsp;ฯ&nbsp;และดร.อภิชาติบุตร&nbsp;รอดยัง&nbsp;รักษาการผู้จัดการสาขาภาคกลางตอนกลาง&nbsp;สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล&nbsp;(DEPA)&nbsp;เข้าร่วมพบปะเกษตรกร&nbsp;สำหรับวัตถุประสงค์การอบรมเพื่อถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการใช้อากาศยานไร้คนขับ&nbsp;หรือโดรนให้แก่เกษตรกรในพื้นที่อำเภอบางใหญ่&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;เพื่อให้สามารถใช้งานโดรนได้อย่างถูกวิธี&nbsp;ส่งเสริมให้เกษตรกร&nbsp;องค์กรเกษตรกร&nbsp;วิสาหกิจชุมชน&nbsp;และบุคลากร&nbsp;มีทักษะดิจิทัลเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่การเกษตรแบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ&nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเกษตร</p><p><strong>โดรน&nbsp;(Drone)&nbsp;เพื่อการเกษตร&nbsp;ถูกนำมาใช้ในภาคการเกษตร</strong>เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&nbsp;ลดต้นทุนการผลิต&nbsp;ประหยัดเวลา&nbsp;แรงงาน&nbsp;โดยสามารถพ่นยา/ปุ๋ย&nbsp;การรดน้ำ&nbsp;การให้ฮอร์โมน&nbsp;การถ่ายภาพวิเคราะห์/ตรวจโรคพืช&nbsp;และควบคุมคุณภาพการผลิตได้อย่างแม่นยำ&nbsp;สามารถทำงาน&nbsp;โดยขึ้นบินครั้งหนึ่งได้&nbsp;20-25&nbsp;ไร่ต่อชั่วโมง&nbsp;นับเป็นหนึ่งเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทต่อรูปแบบการทำธุรกิจเชิงพาณิชย์&nbsp;ทำให้โดรนเพื่อการเกษตรเข้ามามีบทบาทในลักษณะของการทำการเกษตรแบบแม่นยำมากขึ้น</p><p><strong>สำหรับโครงการโดรนเกษตรวิถีใหม่&nbsp;ภายใต้โครงการพัฒนาจังหวัดนนทบุรี&nbsp;</strong>สู่เมืองอัจฉริยะ&nbsp;ถือเป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;7&nbsp;โครงการของจังหวัดนนทบุรี&nbsp;ที่ได้รับงบประมาณสนับสนุน&nbsp;140,910&nbsp;บาท&nbsp;จากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล&nbsp;(DEPA)&nbsp;และในวันนี้&nbsp;ถือเป็นโอกาสอันดีสำหรับเกษตรกรกลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนตำบลบ้านใหม่&nbsp;ที่เข้ารับการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ&nbsp;ฯ&nbsp;และผ่านการอบรมแบบเข้มข้น&nbsp;จะได้นำความรู้ไปใช้บินโดรนจริงในการทำการเกษตร</p><p><strong>โครงการโดรนเกษตรวิถีใหม่&nbsp;</strong>คือ&nbsp;โครงการที่สนับสนุนการนำโดรนมาเป็นทางเลือกสำหรับเป็นเครื่องมือช่วยเหลือเกษตรกรในการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูก&nbsp;ลดต้นทุนการผลิต&nbsp;ประหยัดเวลา&nbsp;และลดการใช้แรงงานคน&nbsp;ซึ่งตอบโจทย์ส่งเสริม&nbsp;สนับสนุน&nbsp;การปรับเปลี่ยนสู่เกษตรสมัยใหม่&nbsp;(Smart&nbsp;Farm)&nbsp;ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล&nbsp;ผลลัพธ์ที่ได้&nbsp;คือ&nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพในการเพาะปลูกได้อย่างน้อยร้อยละ&nbsp;7&nbsp;คิดเป็นมูลค่าประมาณ&nbsp;500,000&nbsp;บาทต่อปี&nbsp;ลดต้นทุนการเพาะปลูก&nbsp;(เวลาและแรงงานที่ใช้)&nbsp;ลงได้ร้อยละ&nbsp;30&nbsp;คิดเป็น&nbsp;มูลค่าประมาณ&nbsp;1,000,000&nbsp;บาทต่อปี</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-05-04T00:00:00","NULL","นนทบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนนทบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405144655435"],
    [84,"ผู้ว่าฯ สมุทรปราการ ลงนาม MOU ความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่คลองสำโรงไหลผ่าน เพื่อฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่คลองสำโรงให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืน","<p><strong>นายวันชัย&nbsp;คงเกษม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;</strong>เป็นประธานการลงนามบันทึกข้อตกลง&nbsp;(MOU)&nbsp;ว่าด้วยความร่วมมือโครงการ&nbsp;คลองสำโรงสายน้ำแห่งความรักและความสามัคคี&nbsp;ต้นแบบตามนโยบายจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;รักษ์น้ำ&nbsp;รักษ์คลอง&nbsp;รักสมุทรปราการ&nbsp;ระหว่างจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่คลองสำโรงไหลผ่าน&nbsp;อำเภอเมืองสมุทรปราการ&nbsp;อำเภอบางพลี&nbsp;อำเภอบางบ่อ&nbsp;อำเภอบางเสาธง&nbsp;และอำเภอพระประแดง&nbsp;เพื่อบูรณาการประสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วน&nbsp;ในการฟื้นฟู&nbsp;พัฒนา&nbsp;และดูแลรักษาคลองสำโรงให้เกิดความสะอาดสวยงามเกิดภูมิทัศน์ที่สวยงาม&nbsp;ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์จากคลองได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;จากนั้น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;พร้อมคณะฯ&nbsp;ได้ลงพื้นที่ติดตามการจัดเก็บผักตบชวาและขุดลอกตะกอนดินในคลองสำโรง</p><p><strong>คลองสำโรง&nbsp;เป็นคลองสายที่สำคัญของจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;</strong>พาดผ่านพื้นที่&nbsp;5&nbsp;อำเภอ&nbsp;17&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;เป็นเส้นทางสัญจรทางน้ำ&nbsp;แหล่งเกษตรกรรม&nbsp;การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ&nbsp;และมีความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์น้ำ&nbsp;หล่อเลี้ยงชีวิตของชาวสมุทรปราการมาช้านาน&nbsp;กระทรวงมหาดไทยได้เลือก&nbsp;คลองสำโรง&nbsp;แห่งนี้&nbsp;เป็นต้นแบบของการพัฒนาแหล่งน้ำของจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;เพื่อสืบสานพระปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;ในการฟื้นฟูแหล่งน้ำตามธรรมชาติ&nbsp;แม่น้ำคูคลอง&nbsp;หนอง&nbsp;บึง&nbsp;ให้สะอาดสวยงาม&nbsp;ลดความตื้นเขิน&nbsp;ปราศจากสิ่งปฏิกูล&nbsp;ผักตบชวา&nbsp;และวัชพืชกีดขวางลำคลอง&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;จึงได้จัดทำโครงการ&nbsp;คลองสำโรงสายน้ำแห่งความรักและความสามัคคี&nbsp;ขึ้น&nbsp;เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายในการฟื้นฟู&nbsp;พัฒนา&nbsp;และดูแลรักษาคลองสำโรงให้มีความสะอาด&nbsp;ปรับปรุงภูมิทัศน์&nbsp;ให้เกิดความสวยงาม&nbsp;ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์จากคลองในด้านต่างๆ&nbsp;และบรรลุเป้าหมายการพัฒนาจังหวัด&nbsp;สู่การเป็นเมืองอุตสาหกรรมสะอาด&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;และน่าอยู่ต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-05-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรปราการ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405145934461"],
    [85,"เกษตรจังหวัดระยอง ขอความร่วมมือเกษตรกร อย่าตัดทุเรียนก่อนกำหนด ควรส่งตัวอย่างตรวจวัดเปอร์เซ็นต์แป้งก่อนเก็บเกี่ยว ป้องกันทุเรียนอ่อนด้อยคุณภาพออกสู่ตลาด","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ตามที่&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;มีความห่วงใยในเรื่องคุณภาพของทุเรียนในภาคตะวันออก</strong>&nbsp;ที่กำลังใกล้ฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิต&nbsp;อาจมีเกษตรกรหรือผู้รับซื้อบางราย&nbsp;เร่งตัดทุเรียนด้อยคุณภาพหรือทุเรียนอ่อน&nbsp;ในช่วงต้นฤดูกาลเพื่อนำออกขายทำกำไร&nbsp;อาจเกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อทุเรียนไทยในสายตาผู้บริโภค&nbsp;และส่งผลกระทบต่อราคาทุเรียนทั้งในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;ซึ่งผู้ได้รับความเดือดร้อนมากที่สุดคงหนีไม่พ้นเกษตรกร&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นางมาริน&nbsp;สมคิด&nbsp;เกษตรจังหวัดระยอง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ขณะนี้&nbsp;ได้สั่งการให้สำนักงานเกษตรอำเภอ&nbsp;ดำเนินการป้องกันปัญหาทุเรียนอ่อนด้อยคุณภาพ&nbsp;ภายใต้การกำกับของผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;โดยการตั้งชุดเฉพาะกิจเพื่อช่วยกันสกัดกั้นทุเรียนด้อยคุณภาพ&nbsp;ให้สำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่ให้บริการตรวจสอบความสุกแก่ของทุเรียนให้ได้มาตรฐานตามที่กำหนด&nbsp;หากเกษตรกรและมือตัดทุเรียนที่มีความประสงค์เก็บเกี่ยวทุเรียนก่อนวันเก็บเกี่ยวที่ประกาศ&nbsp;คือ&nbsp;พันธุ์กระดุม&nbsp;กำหนดเก็บเกี่ยววันที่&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;พันธุ์ชะนีและพวงมณี&nbsp;วันที่&nbsp;10&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;และพันธุ์หมอนทอง&nbsp;วันที่&nbsp;25&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ให้แจ้งความประสงค์เก็บเกี่ยวได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่&nbsp;โดยนำตัวอย่างทุเรียนในแปลงที่จะเก็บเกี่ยว&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ผล&nbsp;ไปตรวจหาเปอร์เซ็นต์แป้งในเนื้อทุเรียนอย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;วัน&nbsp;ก่อนเก็บเกี่ยว&nbsp;โดยยึดเกณฑ์ดังนี้&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-พันธุ์กระดุม&nbsp;เปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียนต้องได้&nbsp;27&nbsp;%&nbsp;ขึ้นไป&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-พันธุ์ชะนีและพันธุ์พวงมณี&nbsp;30%&nbsp;ของน้ำหนักแห้งขึ้นไป&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-พันธุ์หมอนทอง&nbsp;32%&nbsp;ของน้ำหนักแห้งขึ้นไป&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>หากตรวจพบเปอร์เซ็นต์ต่ำกว่าที่ประกาศ</strong>&nbsp;ให้ถือว่าเป็นทุเรียนด้อยคุณภาพ&nbsp;ต้องเว้นระยะ&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;จึงจะสามารถนำมาขอตรวจซ้ำได้&nbsp;โดยจะรับแจ้งความประสงค์ตั้งแต่ก่อนวันเก็บเกี่ยวไปจนถึงวันที่&nbsp;25&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งเป็นวันเก็บเกี่ยวพันธุ์หมอนทอง&nbsp;สำหรับทุเรียนที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอจะออกใบรับรองเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียนเฉพาะตัวอย่างแนบไปกับรถขนส่งทุเรียนก่อนเข้าโรงคัดบรรจุ&nbsp;เพื่อคุมเข้มสกัดกั้นไม่ให้ทุเรียนอ่อนออกนอกพื้นที่</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-05-04T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สวท.ระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405150708469"],
    [86,"กรมอุทยาน รับมอบข้าวสาร 10,000 กิโลกรัมจากมูลนิธิชัยอนันต์ ส่งต่อให้เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าทั่วประเทศ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจปฏิบัติหน้าที่รักษาและปกป้องผืนป่าของประเทศอย่างแข็งแกร่ง","<p><strong>กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&nbsp;รับมอบข้าวสาร&nbsp;10,000&nbsp;กิโลกรัมจากมูลนิธิชัยอนันต์&nbsp;ส่งต่อให้เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าทั่วประเทศ&nbsp;เพื่อสร้างขวัญกำลังใจปฏิบัติหน้าที่รักษาและปกป้องผืนป่าของประเทศอย่างแข็งแกร่ง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายรัชฎา&nbsp;สุริยกุล&nbsp;ณ&nbsp;อยุธยา&nbsp;อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า&nbsp;กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&nbsp;ได้รับมอบข้าวสารหอมมะลิ10,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;คิดเป็นมูลค่า&nbsp;318,000&nbsp;บาท&nbsp;จากมูลนิธิชัยอนันต์&nbsp;เพื่อใช้ในภารกิจการคุ้มครองปกป้องผืนป่าและดูแลรักษาพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศประมาณ&nbsp;73&nbsp;ล้านไร่&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;อุทยานแห่งชาติ&nbsp;เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า&nbsp;เขตห้ามล่าสัตว์ป่า&nbsp;วนอุทยาน&nbsp;สวนพฤกษศาสตร์&nbsp;สวนรุกขชาติ&nbsp;และพื้นที่อนุรักษ์ต่างๆ&nbsp;ซึ่งมีเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าจากสำนักป้องกันปราบปรามและควบคุมไฟป่า&nbsp;สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า&nbsp;และสำนักอุทยานแห่งชาติ&nbsp;รวมกว่า&nbsp;10,000&nbsp;ราย&nbsp;ถือเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจของผู้ปฏิบัติงานได้ทำหน้าที่ดูแลทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่กับประเทศไทยต่อไป&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;นางสาวอักษราภัค&nbsp;องค์เอี่ยว&nbsp;เลขานุการมูลนิธิชัยอนันต์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;มูลนิธิชัยยอนันต์&nbsp;พร้อมสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า&nbsp;ด้วยการสนับสนุนข้าวสารหอมมะลิที่ปลูกโดยเกษตรกรจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ซึ่งข้าวที่นำมาให้นี้ไม่มีการขัดสีเพื่อให้เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่</p>","2022-05-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405143256424"],
    [87,"สถานีพัฒนาที่ดินลำพูน จัดโครงการส่งเสริมการไถกลบและผลิตปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ประจำปี 2565","<p><strong>วันที่&nbsp;5&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;แปลงสาธิต&nbsp;หมู่&nbsp;3&nbsp;บ้านจำบอน&nbsp;ตำบลศรีบัวบาน&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการส่งเสริมการไถกลบและผลิตปุ๋ยอินทรีย์&nbsp;เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสุทธิวัธน์&nbsp;นิธิสมบัติ&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินลำพูน&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลศรีบัวบาน&nbsp;หมอดินอาสา&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ประชาชนในพื้นที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมโครงการ</p><p><strong>นายสุทธิวัธน์&nbsp;นิธิสมบัติ&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินลำพูน&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;มีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบหุบเขา&nbsp;มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ&nbsp;400-800&nbsp;เมตร&nbsp;ส่วนใหญ่ประชากรในพื้นที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก&nbsp;ได้แก่&nbsp;ข้าว&nbsp;ลำไย&nbsp;มะม่วง&nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ซึ่งหลังการเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วก็ยังคงเหลือตอซังหรือเศษวัสดุของพืชอยู่&nbsp;จึงทำให้เกษตรกรเผาเศษวัสดุหรือตอซังพืชเป็นจำนวนมาก&nbsp;เพื่อให้สามารถทำการเกษตรได้อย่างต่อเนื่อง&nbsp;ซึ่งส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม&nbsp;ก่อให้เกิดมลภาวะเป็นพิษ&nbsp;ทำลายอินทรียวัตถุและโครงสร้างของดิน&nbsp;ทำให้ดินแน่นทึบ&nbsp;ขาดธาตุอาหารพืชที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช&nbsp;จึงทำให้เกษตรกรต้องพึ่งพาการใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีเป็นจำนวนมาก&nbsp;ทำให้เป็นการเพิ่มต้นทุนการผลิต&nbsp;ดังนั้น&nbsp;สถานีพัฒนาที่ดินลำพูน&nbsp;จึงจัดให้มีการรณรงค์ส่งเสริมการไถกลบและผลิตปุ๋ยอินทรีย์&nbsp;เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก&nbsp;และกระตุ้นให้เกษตรกรนำเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาทำปุ๋ยอินทรีย์&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดงานครั้งนี้&nbsp;เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นให้เกษตรกร&nbsp;ลด&nbsp;ละ&nbsp;เลิก<strong>&nbsp;</strong>การเผาเศษวัสดุทางการเกษตรในพื้นที่จังหวัดลำพูน&nbsp;และดำเนินการไถกลบเศษวัสดุทางการเกษตร&nbsp;เพื่อสร้างแรงจูงใจในการทำปุ๋ยอินทรีย์ไว้ใช้เองเป็นทางเลือกในการแก้ปัญหาหมอกควัน&nbsp;ลดการเกิดก๊าซเรือนกระจก&nbsp;รักษาความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรดิน&nbsp;รักษาสิ่งแวดล้อม&nbsp;รักษาบรรยากาศการท่องเที่ยว&nbsp;เศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่จังหวัดลำพูน</p><p><strong>ด้านนายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ในปัจจุบันนี้การเผาตอซังและวัสดุที่เหลือใช้ทางการเกษตร&nbsp;เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาหมอกควันขึ้น&nbsp;ซึ่งจังหวัดลำพูน&nbsp;ถือว่าเป็นพื้นที่หนึ่ง&nbsp;ที่มีปัญหาหมอกควันไฟเกิดขึ้นทุกปี&nbsp;และในวันนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีของผู้ที่มาร่วมงาน&nbsp;ที่จะได้รับความรู้เกี่ยวกับประโยชน์ของการไถกลบตอซัง&nbsp;ที่จะสามารถเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ดิน&nbsp;และยังช่วยฟื้นฟูและปรับปรุงดินให้มีการใช้ประโยชน์ที่ดินในการทำการเกษตร&nbsp;ให้มีความยั่งยืน&nbsp;และยังทำให้ตระหนักถึงโทษของการเผาตอซัง&nbsp;ที่มีผลกระทบต่อสภาวะแวดล้อม&nbsp;ก่อให้เกิดปัญหาหมอกควันในพื้นที่&nbsp;หวังว่าทุกท่านคงจะได้รับความรู้และประโยชน์&nbsp;เพื่อนำไปปฏิบัติขยายผลต่อไป</p><p><strong>ด้านนายจรูญ&nbsp;คำปั่นนา&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลศรีบัวบาน&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ตำบลศรีบัวบาน&nbsp;มีเนื้อที่ประมาณ&nbsp;115.42&nbsp;ตารางกิโลเมตร&nbsp;หรือประมาณ&nbsp;72,139&nbsp;ไร่&nbsp;มีเขตการปกครองจำนวน&nbsp;12&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;สภาพพื้นที่โดยทั่วไปเป็นที่ราบสูงมีภูเขาล้อมรอบ&nbsp;พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าและมีเขตป่าชุมชน&nbsp;ภูมิอากาศช่วงฤดูร้อนจะมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด&nbsp;ช่วงฤดูหนาวจะมีอากาศค่อนข้างเย็น&nbsp;ในพื้นที่เกษตรกรส่วนใหญ่&nbsp;ได้แก่&nbsp;ลำไยและข้าว&nbsp;การจัดงานในครั้งนี้&nbsp;ประชาชนในตำบลศรีบัวบานจะได้รับความรู้เพิ่มเติม&nbsp;และตระหนักถึงคุณประโยชน์ของการไถกลบตอซัง&nbsp;ที่สามารถช่วยเพิ่มปริมาณอินทรียวัตถุในดิน&nbsp;และปรับปรุงโครงสร้างของดินให้มีคุณภาพดีมากขึ้น&nbsp;ซึ่งมีส่วนร่วมในการปรับปรุงสภาพแวดล้อมภายในตำบลให้ดียิ่งขึ้น&nbsp;พร้อมทั้งรู้คุณค่าและประโยชน์ของการไม่เผาตอซังหลังการเก็บเกี่ยวผลผลิตจากการร่วมงานในวันนี้</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-05-04T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405145617451"],
    [88,"ผวจ.จันทบุรีสั่งตรวจสอบเข้มทุเรียนอ่อน","<p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีสั่งตรวจสอบอย่างละเอียดทุเรียนด้อยคุณภาพส่งล้ง&nbsp;ก่อนคัดแยกนำไปทำลายทิ้งประมาณ&nbsp;1,300&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ล้งให้ความร่วมมืออย่างดีสร้างความมั่นใจผู้บริโภค</strong></p><p><strong>จากกรณีพบทุเรียนด้อยคุณภาพตัดก่อนเวลาอันควรทำให้เปอร์เซ็นต์แป้งไม่ถึง</strong>&nbsp;ปะปนมาจำหน่ายในล้งทุเรียนที่จะส่งออกไปต่างประเทศ&nbsp;ฝ่ายปกครอง&nbsp;และตำรวจ&nbsp;สภ.ท่าใหม่&nbsp;ทีมเล็บเหยี่ยวพิทักษ์ทุเรียนไทย&nbsp;สวพ.6&nbsp;ได้เข้าตรวจสอบทุเรียนพันธุ์หมอนทองในล้งส่งออก&nbsp;ต.เนินสูง&nbsp;อ.ท่าใหม่&nbsp;จ.จันทบุรีแล้ว&nbsp;ซึ่ง&nbsp;นายสุธี&nbsp;ทองแย้ม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีได้สั่งการให้ตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อหาผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย&nbsp;ซึ่งนายชลธี&nbsp;นุ่มหนู&nbsp;ผอ.สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่&nbsp;6&nbsp;หรือ&nbsp;สวพ.6&nbsp;นำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจอย่างละเอียดซ้ำ&nbsp;และได้รับความร่วมมืออย่างดีจากผู้ประกอบการ&nbsp;มีการให้ความรู้ด้านเทคนิควิธีการเช็คเปอร์เซ็นต์แป้งในเนื้อทุเรียนเพื่อให้ผู้ประกอบการรับซื้อนำไปปฏิบัติป้องกันความเสียหายและผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากการซื้อทุเรียน&nbsp;ก่อนชำระเงินแก่ทีมมือตัด&nbsp;หรือเกษตรกรที่นำมาขายหน้าล้ง&nbsp;ทั้งนี้ทุเรียนพันธุ์หมอนทองที่ซื้อมาก่อนหน้านี้เป็นทุเรียนจากจังหวัดใกล้เคียง&nbsp;ไม่ใช่ทุเรียนของเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีรวมประมาณ&nbsp;50&nbsp;ตัน&nbsp;จากการตรวจสอบอย่างละเอียดของเจ้าหน้าที่พบมีทุเรียนด้อยคุณภาพปะปนมารวมประมาณ&nbsp;1,300&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;หรือ&nbsp;1&nbsp;ตันกว่า&nbsp;ส่วนที่เหลือเจ้าหน้าที่&nbsp;สวพ.6&nbsp;ได้ตรวจสอบแล้วสามารถส่งออกไปขายต่างประเทศได้จึงออกใบรับรองคุณภาพให้ประมาณ&nbsp;48&nbsp;ตัน&nbsp;และผลผลิตด้อยคุณภาพทั้งหมดประมาณ&nbsp;1,300&nbsp;กิโลกรัมนำไปทำลายเป็นปุ๋ยออกจากระบบตลาด</p><p><strong>โดย&nbsp;นายชลธี&nbsp;นุ่มหนู&nbsp;ผอ.&nbsp;สวพ.6&nbsp;จันทบุรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ในปีนี้ทุเรียนมีราคาดีเพราะฉะนั้นขอร้องเกษตรกรไม่ต้องรับเก็บผลผลิตหากยังไม่ถึงเวลาอันควรเพราะอาจจะทำให้มีผลผลิตด้อยคุณภาพออกสู่ตลาดได้&nbsp;และหากตรวจพบเกษตรกรเองก็จะมีความผิดไปด้วย&nbsp;ขณะที่&nbsp;นายบอล&nbsp;แซ่ลี&nbsp;ผู้ดูแลล้งส่งออกทุเรียน&nbsp;ก็พอใจกับมาตรการของจังหวัดในการตรวจทุเรียนของเจ้าหน้าที่สร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภค&nbsp;แบ่งเบาภาระของผู้รับซื้อที่อาจจะต้องมีข้อตกลงกับเกษตรกร&nbsp;และมือตัดให้รัดกุมยิ่งขึ้นป้องกันผลผลิตด้อยคุณภาพออกไปในตลาดซึ่งจะสร้างความเสียหายแก่ระบบเศรษฐกิจ&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-05-04T00:00:00","ภาคตะวันออก","จันทบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405163248551"],
    [89,"จังหวัดลำพูน กิจกรรมจิตอาสาเนื่องในวันข้าราชการพลเรือน ประจำปี พ.ศ. 2565 พัฒนาแหล่งน้ำ (ลำน้ำแม่สาร) พร้อมทั้งร่วมกันปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำบริเวณลำน้ำแม่สารจำนวนกว่า  200,000 ตัว","<p><strong>วันที่&nbsp;5&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ฝ่ายบ้านหลุก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลป่าสัก&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมจิตอาสา&nbsp;เนื่องในวันข้าราชการพลเรือน&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;และพัฒนาแหล่งน้ำ&nbsp;(ลำน้ำแม่สาร)&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;โดยมี&nbsp;นายอนุพงษ์&nbsp;วาวงศ์มูล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;นายบุญส่ง&nbsp;ไชยมณี&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;จิตอาสาพระราชทาน&nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ประชาชนในพื้นที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรม</p><p><strong>นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จังหวัดลำพูนจัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาโครงการจิตอาสา&nbsp;\"เราทำความ&nbsp;ดี&nbsp;ด้วยหัวใจ\"&nbsp;เพื่อประชาชนมีความสมัครสมานสามัคคี&nbsp;ร่วมมือ&nbsp;ร่วมใจ&nbsp;ประกอบกิจกรรมสาธารณะ&nbsp;เพื่อประโยชน์สุขของชุมชนส่วนรวม&nbsp;โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน&nbsp;เพื่อให้เกิดความรัก&nbsp;ความผูกพัน&nbsp;ใน&nbsp;4&nbsp;สถาบันหลักของชาติ&nbsp;คือ&nbsp;สถาบันชาติ&nbsp;สถาบันศาสนา&nbsp;สถาบันพระมหากษัตริย์&nbsp;และประชาชน&nbsp;เป็นที่น่ายินดียิ่งที่ในวันนี้ท่านทั้งหลายได้มาชุมนุมพร้อมเพรียงกัน&nbsp;ณ&nbsp;ที่นี้&nbsp;เพื่อร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;วันข้าราชการไทย&nbsp;ร่วมใจเพื่อประชาชน&nbsp;และร่วมพัฒนาแหล่งน้ำ&nbsp;(ลำน้ำแม่สาร)&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;โดยการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์พัฒนาแหล่งน้ำ&nbsp;ปรับภูมิทัศน์&nbsp;ทำความสะอาด&nbsp;กวาดเก็บใบไม้&nbsp;บริเวณโดยรอบพื้นที่ฝ่ายบ้านหลุก&nbsp;ตำบลป่าสัก&nbsp;อำเภอเมืองลำพูน&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;และปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำบริเวณลำน้ำแม่สารจำนวน&nbsp;200,000&nbsp;ตัว</p><p><strong>สำหรับวันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายนของทุกปี</strong>&nbsp;เป็นวันข้าราชการพลเรือน&nbsp;และกรมประมงได้มอบหมายให้สำนักงานประมงจังหวัดร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด&nbsp;ทุกจังหวัดจัดกิจกรรมจิตอาสาเนื่องในวันข้าราชการพลเรือนประจำปี&nbsp;2565&nbsp;\"&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;วันข้าราชการไทย&nbsp;ร่วมใจเพื่อประชาชน\"&nbsp;เพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจถึงบทบาทและหน้าที่ของข้าราชการในการเป็นผู้ให้บริการ&nbsp;เสียสละ&nbsp;และอุทิศเวลาเพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวม&nbsp;สร้างความมั่นคงด้านอาหารสัตว์น้ำ&nbsp;เป็นแหล่งสร้างรายได้เพิ่มในครัวเรือนจากการทำประมงของชุมชน&nbsp;สร้างความตระหนักรู้แก่ชุมชนและประชาชนในพื้นที่ให้เห็นคุณค่าของทรัพยากรสัตว์น้ำและมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์&nbsp;ฟื้นฟู&nbsp;คืนความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ลำน้ำแม่สาร&nbsp;เป็นลุ่มน้ำขนาดเล็ก&nbsp;และเป็นลุ่มน้ำย่อยของลำน้ำแม่กวง&nbsp;เกิดจากลำห้วยต่างๆ</strong>&nbsp;ไหลมาบรรจบกัน&nbsp;ต้นกำเนิดของน้ำแม่สารเป็นสันปันน้ำระหว่างอำเภอเมืองลำพูนกับอำเภอแม่ทา&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ซึ่งพื้นที่เขตป่าสงวนแม่ธิ-แม่ตีบ-แม่สาร&nbsp;เป็นแหล่งต้นน้ำสาขาของน้ำแม่ธิ&nbsp;แม่ตีบ&nbsp;และน้ำแม่สาร&nbsp;เส้นทางของลำน้ำแม่สารแบ่งได้เป็น&nbsp;3&nbsp;ส่วน&nbsp;คือ&nbsp;ตันน้ำอยู่ในเขตตำบลศรีบัวบาน&nbsp;กลางน้ำอยู่ในเขตตำบลป่าสัก&nbsp;และปลายน้ำอยู่ในเขตตำบลเวียงยอง&nbsp;ลำน้ำแม่สารไหลไปบรรจบน้ำแม่กวงที่บ้านแม่สารบ้านตอง&nbsp;ตำบลเวียงยอง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ระยะทางจากต้นน้ำแม่สารถึงปลายน้ำ&nbsp;มีระยะทาง&nbsp;28.032&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ปัจจุบันลำน้ำแม่สาร&nbsp;มีสภาพตื้นเขินและปกคลุมไปด้วยผักตบชวา&nbsp;และวัชพืชเป็นจำนวนมากส่งผลให้กักเก็บน้ำได้น้อย&nbsp;และทำให้น้ำแม่สารมีปริมาณไม่เพียงพอสำหรับใช้ในการเกษตร&nbsp;เทศบาลตำบลศรีบัวบานได้มีการดำเนินการจัดกิจกรรมบวชป่า&nbsp;สืบชะตาขุนน้ำแม่สาร&nbsp;ร่วมกับเทศบาลตำบลเวียงยอง&nbsp;และเทศบาลตำบลปาสัก&nbsp;และกลุ่มผู้ใช้น้ำ&nbsp;เป็นประจำทุกปี&nbsp;โดยจัดขึ้นบริเวณอ่างเก็บน้ำแม่สารหมู่ที่&nbsp;2&nbsp;บ้านจำขี้มด&nbsp;เพื่อสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์และปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;ก่อให้เกิดความร่วมมือความสามัคคีและช่วยเหลือเกื้อกูลกัน&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;หน่วยงานภาครัฐ&nbsp;กำนันผู้ใหญ่บ้านตลอดจนประชาชนในพื้นที่&nbsp;ได้ตระหนักถึงความสำคัญของลำน้ำแม่สาร&nbsp;จึงได้ร่วมมือกันในการพัฒนา&nbsp;ปรับปรุงภูมิทัศน์และฟื้นฟูแหล่งน้ำแม่สาร&nbsp;เพื่อให้เป็นลำน้ำที่มีความสะอาดสวยงาม&nbsp;มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-05-04T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405153552498"],
    [90,"ทช. ตั้งศูนย์บริการนักท่องเที่ยวทางทะเล ในช่วงสงกรานต์ เน้นท่องเที่ยวอย่างปลอดภัย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม","<p>นายโสภณ&nbsp;ทองดี&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(อทช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตามที่&nbsp;พลเอกประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;แสดงความห่วงใยแก่ผู้ที่เดินทางกลับภูมิลำเนาและนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางในช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์&nbsp;จึงสั่งการให้หน่วยงานต่างๆ&nbsp;ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้แก่พี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยว&nbsp;พร้อมเพิ่มมาตรการป้องกันภัยอย่างเข้มข้น&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;11-&nbsp;17&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เพื่อสร้างความปลอดภัยและความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์&nbsp;ที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจบริเวณพื้นที่ชายทะเลเป็นจำนวนมาก</p><p><br></p><p>เพื่อเป็นการตอบสนองนโยบายของรัฐบาล&nbsp;รวมถึงอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์&nbsp;กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;จัดตั้งศูนย์ประสานงานและบริการนักท่องเที่ยวประจำพื้นที่ชายหาดและสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมฯ&nbsp;จำนวน&nbsp;43&nbsp;แห่ง&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;24&nbsp;จังหวัดชายฝั่งทะเล&nbsp;พร้อมเข้าปฏิบัติหน้าที่ประจำสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเล&nbsp;เช่น&nbsp;ท่าเทียบเรือ&nbsp;หรือชายหาด&nbsp;ทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน&nbsp;มีเจ้าหน้าที่ผู้มีประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติงานทางทะเลจำนวน&nbsp;540&nbsp;คน&nbsp;ให้คำแนะนำปรึกษานักท่องเที่ยว&nbsp;แนะนำเส้นทาง&nbsp;พร้อมให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวตามความต้องการทั้งทางบกและทางทะเล</p><p><br></p><p>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ขอความร่วมมือนักท่องเที่ยว&nbsp;เที่ยวอย่างปลอดภัย&nbsp;ใส่ใจสิ่งแวดล้อม&nbsp;ช่วยกันเป็นหูเป็นตา&nbsp;ดูแลสถานที่ท่องเที่ยวทั้งทางบกและทางทะเลให้มีความสะอาด&nbsp;ไม่ทิ้งขยะ&nbsp;ไม่ทำลายสัตว์ทะเลหายากและระบบนิเวศทางทะเล&nbsp;เพื่อรักษาความสมดุลของทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งให้คงความสวยงามและอยู่คู่กับท้องทะเลไทยสืบไป</p>","2022-05-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405154933519"],
    [91,"กรมปศุสัตว์ แจ้งเตือนสภาพอากาศแปรปรวนให้ดูแลสัตว์ปีกอย่างใกล้ชิด","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;จากรายงานของผู้สื่อข่าวภูมิภาค&nbsp;จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;4&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;พื้นที่ติดเทือกเขาพังเหย&nbsp;ตำบลนายางกลัก&nbsp;อำเภอเทพสถิต&nbsp;จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;พบสัตว์ปีกของชาวบ้านที่เลี้ยงไว้เพื่อขายเสียชีวิต&nbsp;200&nbsp;กว่าตัว&nbsp;ทำให้สูญเสียรายได้จากการเลี้ยงครั้งนี้เป็นจำนวนมาก&nbsp;นายสมศรี&nbsp;กองเงินนอก&nbsp;อายุ&nbsp;54&nbsp;ปี&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;453&nbsp;ชาวบ้านหมู่ที่&nbsp;1&nbsp;และชาวบ้านห้วยหินฝน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;11&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ไก่ที่ตาย&nbsp;ส่วนมากเป็นไก่อายุประมาณ&nbsp;2-3&nbsp;สัปดาห์&nbsp;เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุการตายเกิดจากสภาพอากาศเย็ดจัดถึง&nbsp;17&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศแปรปรวนในปัจจุบัน&nbsp;ประกอบกับไม่พบบาดแผลและวิการอื่นๆ&nbsp;ที่สื่อให้ถึงการเป็นโรคระบาด&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ในปัจจุบันประเทศไทยมีสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อย&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">มีความกดอากาศสูง&nbsp;หรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน&nbsp;จากสภาพอากาศดังกล่าวส่งผลให้สัตว์ปีกเกิดความเครียด&nbsp;ภูมิคุ้มกันโรคลดลง&nbsp;อาจทำให้สัตว์ป่วยได้ง่าย&nbsp;จึงขอให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกทั่วทุกภาคของประเทศไทย&nbsp;เฝ้าระวังดูแลสุขภาพสัตว์ปีกอย่างใกล้ชิด&nbsp;โดยจัดเตรียมวิตามินและเกลือแร่ให้สัตว์มีสุขภาพแข็งแรง&nbsp;จัดเตรียมโรงเรือนเพื่อเป็นที่กำบังลม&nbsp;ฝนให้กับสัตว์ปีกในโรงเรือน</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">จึงมีความห่วงใยถึงเกษตรกรทุกรายที่ได้รับผลกระทบ</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ได้สั่งการเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในพื้นที่เข้าไปตรวจสอบ&nbsp;และตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีก&nbsp;ให้คำแนะนำการสร้างความอบอุ่นให้แก่สัตว์สัตว์ปีก&nbsp;เช่น&nbsp;จัดหาวัสดุอุปกรณ์ที่สามารถเป็นที่กำบังให้สัตว์จากสภาพอากาศหนาวหรือฝน&nbsp;เช่น&nbsp;ผ้าใบ&nbsp;และพร้อมเก็บตัวอย่างส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อทดสอบหาโรคระบาดในสัตว์ปีก&nbsp;และส่งเสริมยกระดับการเลี้ยงของเกษตรกรรายย่อยเป็นฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม&nbsp;หรือGFM&nbsp;เพื่อเพิ่มงวดความปลอดภัยทางชีวภาพมากขึ้น&nbsp;ทั้งยังสามารถป้องกันโรคระบาดต่างๆ&nbsp;ได้อีกด้วยกรมปศุสัตว์&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ขอความร่วมมือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกสังเกตอาการสัตว์อย่างใกล้ชิด&nbsp;&nbsp;</span></p><p><br></p><p><br></p>","2022-05-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405203334684"],
    [92,"รองผู้บัญชาการทหารบกลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ตรวจติดตามการปฏิบัติงาน","<p><strong>รองผู้บัญชาการทหารบกตรวจติดตามการตรวจเลือกทหารกองเกินฯ&nbsp;และการแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองในพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;ที่จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;</strong></p><p><strong>พลเอก&nbsp;อภินันท์&nbsp;คำเพราะ&nbsp;รองผู้บัญชาการทหารบก</strong>&nbsp;และคณะ&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ที่บริเวณด้านหน้าที่ว่าการอำเภอหางดง&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ซึ่งการดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและอยู่ภายใต้มาตรการป้องกันควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส&nbsp;COVID&nbsp;-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;โดยในพื้นที่ของมณฑลทหารบกที่&nbsp;33&nbsp;มียอดทหารกองเกิน&nbsp;ในพื้นที่จำนวน&nbsp;8,468&nbsp;นาย&nbsp;ขณะที่ยอดทหารกองเกินที่ต้องการเข้ากองประจำการ&nbsp;จำนวน&nbsp;2,396&nbsp;นาย&nbsp;เป็นแผนกทหารบก&nbsp;ผลัดที่&nbsp;1,&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;2,051&nbsp;นาย&nbsp;(ส่งหน่วยในพื้นที่&nbsp;มทบ.33&nbsp;(จังหวัดเชียงใหม่)&nbsp;จำนวน&nbsp;1,194&nbsp;นาย,&nbsp;ส่งช่วย&nbsp;มทบ.32&nbsp;(จังหวัดลำปาง)&nbsp;จำนวน&nbsp;187&nbsp;นาย,&nbsp;ส่งช่วย&nbsp;มทบ.310&nbsp;(จังหวัดตาก)&nbsp;จำนวน&nbsp;287&nbsp;นาย&nbsp;และ&nbsp;ส่งช่วย&nbsp;ทภ.1&nbsp;จำนวน&nbsp;383&nbsp;นาย&nbsp;และเป็นแผนกทหารอากาศ&nbsp;ผลัดที่&nbsp;1,&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;345&nbsp;นาย&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;รองผู้บัญชาการทหารบก&nbsp;และคณะ&nbsp;ได้ตรวจติดตามผลการดำเนินงาน</strong>ของกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ&nbsp;กองทัพภาคที่&nbsp;3&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;ที่สโมสรยอดทัพบันเทิง&nbsp;กองพลทหารราบที่&nbsp;7&nbsp;อำเภอแม่ริม&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมากองบัญชาการควบคุมสถานการณ์&nbsp;ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ&nbsp;กองทัพภาคที่&nbsp;3&nbsp;ได้ยึดถือนโยบายในการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง&nbsp;ซึ่งเป็นวาระแห่งชาติ&nbsp;ที่ต้องเร่งรัดแก้ไขปัญหา&nbsp;โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ทั้งภาคเอกชน&nbsp;และประชาชน&nbsp;พร้อมกำหนดเป้าหมาย&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ในการลดจำนวนวันที่ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;เกินมาตรฐาน&nbsp;ลดจำนวนพื้นที่ไฟป่า&nbsp;(Burn&nbsp;Scar)&nbsp;และลดจุดความร้อน&nbsp;(Hot&nbsp;Spot)&nbsp;จากปี&nbsp;64&nbsp;ลงมากกว่าร้อยละ&nbsp;20&nbsp;ตามเป้าหมายของรัฐบาล&nbsp;ซึ่งได้เพิ่มความเข้มข้นในการปฏิบัติงานโดยการสร้างเครือข่ายภาคประชาสังคม&nbsp;รวมถึงการใช้จิตอาสาเข้าร่วมการปฏิบัติ&nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงและพื้นที่เกิดไฟป่าซ้ำซาก&nbsp;ให้มีส่วนร่วมในการเฝ้าระวัง&nbsp;แจ้งเตือนและร่วมดับไฟป่า&nbsp;ตลอดจนควบคุมการเกิดไฟป่าและหมอกควัน&nbsp;และส่งเสริมบทบาทเครือข่ายภาคประชาชนให้เป็นกำลังสำคัญ&nbsp;ในการสนับสนุนกิจกรรมของภาครัฐ&nbsp;เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมในการปรับพฤติกรรม&nbsp;เปลี่ยนวิถีการดำรงชีพแบบดั้งเดิม&nbsp;สำหรับสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองในปัจจุบัน&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;ธ.ค.&nbsp;64&nbsp;ถึง&nbsp;มี.ค.&nbsp;65&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือ&nbsp;มีจุดความร้อน&nbsp;ลดลงร้อยละ&nbsp;65&nbsp;ส่งผลให้ค่าคุณภาพอากาศดีกว่าปีที่ผ่านมา</p><p><br></p><p>พิมลกัลย์&nbsp;เดชะชัย&nbsp;สวท.&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2022-05-04T00:00:00","ภาคเหนือ","เชียงใหม่","สวท.เชียงใหม่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405183932612"],
    [93,"มุกดาหาร  เดินหน้ารับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แก่เกษตรกร พื้นที่กว่า 700 ไร่","<p><strong>สถานีพัฒนาที่ดินมุกดาหาร&nbsp;ร่วมกับสมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนมุกดาหาร&nbsp;</strong>(SDGsPGS)&nbsp;จัดประชุมคณะทำงานรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วมจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;(SDGsPGS)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;เพื่อสรุปผลการรับรองแปลงเกษตรอินทรีย์ในปี&nbsp;2564&nbsp;และดำเนินการพิจารณารับรองแปลงเกษตรอินทรีย์ให้แก่เกษตรกรในจังหวัดมุกดาหารที่ขอรับการรับรองในปี&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;68&nbsp;ราย&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;73&nbsp;แปลง&nbsp;พื้นที่รวม&nbsp;707.25&nbsp;ไร่&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยมีการรับรองแปลงเกษตรอินทรีย์ระยะปรับเปลี่ยนปีที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;47&nbsp;ราย&nbsp;49&nbsp;แปลง&nbsp;</strong>พื้นที่&nbsp;444.25&nbsp;ไร่&nbsp;ปีที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;8&nbsp;แปลง&nbsp;พื้นที่&nbsp;61&nbsp;ไร่&nbsp;และปีที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;13&nbsp;ราย&nbsp;16&nbsp;แปลง&nbsp;พื้นที่&nbsp;202&nbsp;ไร่&nbsp;พร้อมทั้งกำหนดเป้าหมายการขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วมจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;การขอสนับสนุนงบประมาณและการเชื่อมโยงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</p><p><strong>โดยมี&nbsp;นายแพทย์ประวิตร&nbsp;ศรีบุญรัตน์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมดอกช้างน้าว&nbsp;ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-05-04T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","มุกดาหาร","สวท.มุกดาหาร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405183144607"],
    [94,"ภูเก็ตวางกรอบการดำเนินงานและแผนดำเนินงานของหน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมประจำจังหวัด","<p><strong>วันนี้&nbsp;(5&nbsp;เม.ย.&nbsp;65)&nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติ</strong>และสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต&nbsp;นายอำนวย&nbsp;พิณสุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมประจำจังหวัดภูเก็ตโดยมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม&nbsp;</p><p><strong>นายอำนวย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การประชุมในครั้งนี้เพื่อเป็นการวางกรอบแนวทาง</strong>การดำเนินงานและแผนการดำเนินงานของหน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมประจำจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ตลอดจนโครงการประกาศย่านชุมชนเก่าหินลูกเดียว&nbsp;ตำบลไม้ขาว&nbsp;อำเภอถลาง&nbsp;เป็นมรดกจังหวัด&nbsp;</p><p><strong>สำหรับชุมชนเก่าหินลูกเดียว&nbsp;ชาวมอแกนได้มีการย้ายถิ่นฐานมาอยู่กว่า</strong>&nbsp;100&nbsp;ปีแล้ว&nbsp;มีอาชีพทำการประมง&nbsp;หาหอย&nbsp;หาปลา&nbsp;มีวิถีวัฒนธรรมประเพณีความเป็นชุมชนดั้งเดิมอยู่มาก&nbsp;ปัจจุบันมีครัวเรือนอาศัยจำนวน&nbsp;52&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ประชากร&nbsp;&nbsp;287&nbsp;คน&nbsp;&nbsp;เป็นชุมชนเด็ก&nbsp;ๆ&nbsp;ที่อาศัยอยู่ในป่าชายเลนในพื้นที่จำนวน&nbsp;4&nbsp;ไร่&nbsp;และได้มีการออกโฉนดชุมชนแต่ยังอยู่ระหว่างการอนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ทั้งนี้ทางที่ประชุมได้ขอมีมติให้ไปศึกษาหลักเกณฑ์ในการจัดตั้งเป็นมรดกจังหวัดอีกครั้งก่อให้ทางคณะกรรมการพิจารณาในการประชุมครั้งต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-05-04T00:00:00","ภาคใต้","ภูเก็ต","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405180401586"],
    [95,"จังหวัดแม่ฮ่องสอน ปฏิบัติการคุมไฟป่า ทั้งน่านฟ้า และพื้นดิน","<p><strong>นายประเสริฐ&nbsp;จิตต์พลีชีพ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการป้องกันไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เพื่อกำหนดแผนปฏิบัติการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในห้วงเดือนเมษายน&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมศูนย์&nbsp;warroom&nbsp;ไฟป่าแม่ฮ่องสอน&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p><strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การกำหนดแผนปฏิบัติการในครั้งนี้&nbsp;ครอบคลุมทั้งภาคพื้นดิน&nbsp;และทางอากาศยาน&nbsp;เหนือน่านฟ้าแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละออง&nbsp;PM2.5&nbsp;ซึ่งการปฏิบัติการในครั้งนี้&nbsp;ได้รับการสนับสนุนอากาศยาน&nbsp;(เฮลิคอปเตอร์)&nbsp;จากกองการบินกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;และกองทัพภาคที่&nbsp;3&nbsp;ในการบินลาดตระเวน,&nbsp;ตรวจสภาพป่า&nbsp;และการบุกรุกป่า&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;5&nbsp;&nbsp;8&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ทั้งในพื้นที่&nbsp;อ.เมือง&nbsp;และ&nbsp;อ.แม่สะเรียง</p><p><strong>โดยพื้นที่&nbsp;อ.เมือง&nbsp;กำหนดแผนการบินลาดตระเวน,</strong>&nbsp;ตรวจสภาพป่า&nbsp;การบุกรุกป่า&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;5&nbsp;-&nbsp;7&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งวันนี้&nbsp;(5&nbsp;เมษายน&nbsp;2565)&nbsp;ปฏิบัติการบินครอบคลุม&nbsp;ต.ห้วยผา&nbsp;และ&nbsp;ต.ห้วยปูลิง&nbsp;โดยอากาศยาน&nbsp;(เฮลิคอปเตอร์)&nbsp;จากกองการบิน&nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;จากนั้นนำข้อมูลมาสรุปเพื่อกำหนดแผนปฏิบัติการภาคพื้นดิน&nbsp;นำกำลังเจ้าหน้าที่บูรณาการร่วม&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ชุดปฏิบัติการภาคพื้นดิน&nbsp;,&nbsp;ชุดปฏิบัติการลาดตระเวนทางอากาศ&nbsp;และชุดปฏิบัติการรณรงค์ประชาสัมพันธ์&nbsp;เข้าพื้นที่เป้าหมายเพื่อดำเนินการต่อไป</p><p><strong>ขณะที่ระหว่างวันที่&nbsp;6&nbsp;&nbsp;8&nbsp;เมษายน&nbsp;2565</strong>&nbsp;กำหนดแผนบินตรวจลาดตระเวน&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;ครอบคลุม&nbsp;ต.แม่คง&nbsp;ต.แม่ยวม&nbsp;และ&nbsp;ต.เสาหิน&nbsp;โดยได้รับการสนับสนุนอากาศยาน&nbsp;(เฮลิคอปเตอร์)&nbsp;จากกองทัพภาคที่&nbsp;3&nbsp;ในการปฏิบัติการ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-05-04T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405183600610"],
    [96,"แก้ปัญหาวัตถุดิบคืบหน้าแค่ครึ่งทาง ... รอบทสรุปภาษีกากถั่ว","<p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การแก้ปัญหาวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ขาดแคลนและมีราคาพุ่งสูงขึ้นมากจากภาวะสงคราม หากปล่อยให้ยืดเยื้อไปกว่านี้ประเทศไทยจะสุ่มเสี่ยงกับผลกระทบด้านความมั่นคงทางอาหารที่อาจเกิดขึ้น </p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สัปดาห์ก่อน กรมการค้าภายในเรียกประชุม 4 ฝ่ายเพื่อหาทางออกในการแก้ไขปัญหาและบริหารจัดการวัตถุดิบอาหารสัตว์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยกเลิก มาตรการ 3 : 1 เป็นการชั่วคราว ซึ่งได้ข้อสรุปว่าจากความต้องการใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในส่วนที่ขาด 1.5 ล้านตันนั้น มีมติให้สามารถนำเข้าข้าวโพด ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ ทั้งหมดทุกช่องทางได้ในช่วง 4 เดือนคือ เมษายน  กรกฎาคม 2565 โดย ราคาต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ และอาหารสัตว์ต้องไม่ขยับมากไปกว่านี้ แต่หากปริมาณยังไม่พอเพียงอีกก็สามารถปรับปรุงตัวเลขได้บนฐานข้อมูลที่ชัดเจน โดยให้มีคณะทำงาน 4 ฝ่าย ประกอบด้วย สมาคมผู้เลี้ยงสัตว์ สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย สมาคมการค้าพืชไร่ และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ทำหน้าที่ติดตามตรวจสอบการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และวัตถุดิบทดแทนจากทุกช่องทาง เป็นรายสัปดาห์ ตลอด 4 เดือน รวมถึงอนุญาตให้นำเข้าข้าวโพดภายใต้กรอบ WTO ในอัตราภาษี 0% ในปริมาณไม่เกิน 1.5 ล้านตัน โดยสินค้าต้องถึงราชอาณาจักรไทย ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2565 </p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในเบื้องต้น ถือว่ามีความคืบหน้าในการดำเนินการสำหรับการจัดหาวัตถุดิบ ประเภทข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ แม้จะยังต้องใช้เวลาอีกระยะในการดำเนินการจัดตั้งคณะทำงาน และต้องถือว่าในที่ประชุมมีความชัดเจนว่าราคาอาหารสัตว์จะไม่ขึ้นหากราคาต้นทุนวัตถุดิบไม่ขึ้น แต่ถ้าวัตถุดิบมีการขยับราคา ราคาอาหารสัตว์ก็จะขยับด้วย ซึ่งเป็นหลักการปกติที่ควรจะเป็น ไม่ใช่ตรึงราคาขายแต่ปล่อยให้ราคาต้นทุนข้าวโพดและวัตถุดิบต่างๆขึ้นไปเรื่อยๆ อย่างที่ผ่านมา &nbsp;</p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะนี้ มาตรการ 3 : 1 ได้รับการยกเลิกชั่วคราวจนถึงเดือนกรกฎาคม 2565 และควบคุมปริมาณไว้ที่ 1.5 ล้านตัน จากนี้ไปเป็นขั้นตอนของความรวดเร็วที่คณะทำงาน 4 ฝ่ายต้องเร่งดำเนินการเพื่อให้วัตถุดิบต่างๆ มาถึงประเทศไทยให้ทันเวลาบรรลุวัตถุประสงค์ในการปัญหานี้อย่างมีประสิทธิภาพ </p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อย่างไรก็ตาม ยังมีวัตถุดิบอีกชนิดหนึ่งที่สำคัญ และยังไม่ได้ข้อสรุปในการแก้ปัญหา นั่นก็คือ กากถั่วเหลือง ซึ่งจำเป็นต้องลดภาษีเป็น 0% เพื่อลดภาระต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ </p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;แหล่งข่าวจากผู้เข้าร่วมประชุมในวันนั้นระบุว่า ยังคงมีบางคนไม่เข้าใจและเกรงว่าการนำเข้ากากถั่วเหลืองด้วยภาษี 0 % จะส่งผลกระทบกับเกษตรกรไทย ซึ่งเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากมีเงื่อนไขให้โรงงานอาหารสัตว์ต้องซื้อกากถั่วเหลืองที่ผลิตจากเมล็ดภายในประเทศให้หมดเสียก่อน ซึ่งในความเป็นจริง ประเทศไทยมีความต้องการใช้กากถั่วเหลืองถึง 4,800,000 ตัน แต่มีปริมาณในประเทศเพียง 20,000 ตัน จากถือว่าขาดแคลนอย่างหนักอยู่แล้ว ส่วนกากถั่วเหลืองอีกส่วนหนึ่งทึ่ผู้ผลิตน้ำมันพืชผลิตจากเมล็ดถั่วเหลืองนำเข้าก็มีปริมาณเพียง 2 ล้านตัน ซึ่งอาหารสัตว์ก็รับซื้อมาโดยตลอด (แม้ไม่เข้าเงื่อนไขที่ต้องซื้อเพราะไม่ได้ปลูกโดยเกษตรกรไทย) กล่าวได้ว่า ผู้ผลิตน้ำมันถั่วเหลืองไม่เคยขายกากถั่วเหลืองไม่หมด จึงไม่มีอะไรน่ากังวลเลย ที่สำคัญ การเก็บภาษี 0% ก็เป็นไปเพียงชั่วคราวเท่านั้น</p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นาทีนี้บ้านเมืองกำลังต้องการความเข้าใจและช่วยเหลือกัน เพื่อให้ประเทศเดินหน้ารักษาความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งทุกคนในห่วงโซ่การผลิตอาหารจะอยู่รอดได้นั้น จำเป็นต้องร่วมกันฝ่าวิกฤตสถานการณ์ราคาวัตถุดิบและพลังงานในปัจจุบันไปให้ได้ คงไม่ยากถ้าจะทำความเข้าใจโดยแยกประโยชน์ส่วนตนเก็บไว้ก่อน และคำนึงถึงส่วนรวมและประเทศชาติให้มาก การแก้ปัญหาวัตถุดิบจะคืบหน้าแค่ครึ่งทางไม่ได้ บทสรุปของภาษีกากถั่วเหลืองจะเป็นอีกตัวแปรสำคัญของการแก้ปัญหานี้ ดังนั้น คณะทำงานชุดเล็กที่จะเข้ามาร่วมกันพิจารณาจำเป็นต้องแข่งกับเวลาเช่นกัน </p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p><p class=\"ql-align-justify\">สมรรถพล ยุทธพิชัย&nbsp;</p><p><br></p>","2022-05-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405180004582"],
    [97,"พ่อเมืองศรีสะเกษ  ขับเคลื่อนวาระจังหวัดศรีสะเกษ เกษตรบูรณาการ : โคเนื้อ","<p><strong>ที่ห้องประชุมศูนย์สาระสนเทศการพัฒนาโคเนื้อ</strong>&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนวาระจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เกษตรบูรณาการ&nbsp;:&nbsp;โคเนื้อ&nbsp;</p><p><strong>โดยประชุมคณะกรรมการดำเนินงานบูรณาการโคเนื้อ</strong>&nbsp;และผลิตภัณฑ์เนื้อโคแบบครบวงจร&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;โดยมีประเด็นสำคัญ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การติดตามผลการดำเนินงาน&nbsp;ปัญหา&nbsp;และอุปสรรค&nbsp;แนวทางแก้ไข&nbsp;และการพัฒนาโคเนื้อศรีสะเกษ&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;สถานการณ์โคเนื้อจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;,&nbsp;BCG&nbsp;โคเนื้อศรีสะเกษ&nbsp;&nbsp;การติดตามภารกิจงานด้านสุขภาพโคเนื้อ&nbsp;,&nbsp;GFM&nbsp;โคเนื้อ&nbsp;,&nbsp;สถานการณ์การเคลื่อนย้ายโคเนื้อภายในจังหวัด/ต่างจังหวัด&nbsp;การติดตามภารกิจงานด้านโรงฆ่าสัตว์(โคเนื้อ)&nbsp;การรับรองฟาร์มปลอดสารเร่งเนื้อแดง&nbsp;(โคเนื้อ)&nbsp;,&nbsp;GAP&nbsp;โคเนื้อ&nbsp;รวมทั้งการติดตามการดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจาก&nbsp;Lumpy&nbsp;Skin&nbsp;disease&nbsp;</p><p><strong>โดยมี&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัด&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัด&nbsp;สหกรณ์จังหวัด</strong>&nbsp;ผู้แทนหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัด&nbsp;หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัด&nbsp;นายชิดชัย&nbsp;จิณะแสน&nbsp;ประธาน&nbsp;&nbsp;ศพก.&nbsp;จังหวัด&nbsp;ผู้แทนผู้อำนวยการ&nbsp;ธกส.&nbsp;ศรีสะเกษ&nbsp;รองประธานหอการค้าจังหวัด&nbsp;ผู้แทนประธานโคเนื้อดอกลำดวน&nbsp;คณะกรรมการขับเคลื่อนวาระจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เกษตรบูรณาการ&nbsp;:&nbsp;โคเนื้อ&nbsp;และผู้เกี่ยวข้องร่วมประชุม</p><p>&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-05-04T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สวท.ศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405194728650"],
    [98,"อุดรธานีประชุมเตรียมแผนการดำเนินงานจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก พ.ศ.2569","<p><strong>จังหวัดอุดรธานี&nbsp;ประชุมร่วมกรมวิชาการเกษตร&nbsp;</strong>สำนักงานส่งเสริมการประชุมและนิทรรศการ(องค์กรมหาชน)&nbsp;เตรียมแผนการดำเนินงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี&nbsp;พ.ศ.2569&nbsp;วันที่&nbsp;5&nbsp;เมษายน&nbsp;2565</p><p><strong>ที่ห้องประชุมกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม&nbsp;ชั้น&nbsp;5</strong>&nbsp;ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี&nbsp;นายระพีภัทร์&nbsp;จันทรศรีวงศ์&nbsp;อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&nbsp;เป็นประธานการประชุมเตรียมแผนการดำเนินงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี&nbsp;พ.ศ.2569&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2556&nbsp;โดยมี&nbsp;นายจิรุตถ์&nbsp;อิศรางกูร&nbsp;ณ&nbsp;อยุธยา&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;ทีเส็บ&nbsp;,นายสยาม&nbsp;ศิริมงคล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี&nbsp;พร้อมด้วยนายวันชัย&nbsp;จันทร์พร&nbsp;นายจำรัส&nbsp;กังน้อย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี&nbsp;ร่วมประชุมและมีการถ่ายทอดการประชุมผ่านระบบออนไลน์ไปยังผู้เกี่ยวข้อง</p><p><strong>การประชุมครั้งนี้ที่ประชุมได้ร่วมกันหารือถึงขั้นตอนการดำเนินการ</strong>ในการขับเคลื่อนงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี&nbsp;พ.ศ.2569&nbsp;,โครงสร้างและองค์ประกอบของการตั้งสำนักงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;ณ&nbsp;กรมวิชาการเกษตร&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และจังหวัดอุดรธานี,&nbsp;แนวทางการบริหารงบประมาณการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี&nbsp;พร้อมกันนี้ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณามอบหมายผู้ประสานงานหลักร่วมกับสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ&nbsp;หรือ&nbsp;AIPH</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ทีมข่าวส.ปชส.อด.&nbsp;ศรีภูมิ&nbsp;ทองใหญ่&nbsp;ณ&nbsp;อยุธยา&nbsp;ข่าว/ภาพ</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-05-04T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อุดรธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405201310667"],
    [99,"เกษตรยะลา ประชุมวางแผนทดสอบการใช้ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง","<p><strong>นายกัสมัน&nbsp;ยะมาแล&nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ในสังกัด</strong>&nbsp;ร่วมประชุมวางแผนการทดสอบการใช้ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง&nbsp;ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ที่ส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยอินทรีย์ทดแทนการใช้ปุ๋ยเคมี&nbsp;เพื่อลดต้นทุนการผลิต&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อวางแผนทดสอบการใช้ปุ๋ย&nbsp;</strong>และการคัดเลือกแปลงต้นแบบ&nbsp;และการเก็บข้อมูลผลการใช้ปุ๋ย&nbsp;โดยมี&nbsp;จ่าเอกเฉลิมพล&nbsp;ญาณสุทธิสกุล&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดยะลา&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดยะลา</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-05-04T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405202352677"],
    [100,"เกษตรยะลา ให้ความรู้ การเพาะเลี้ยงไส้เดือน แก่ผู้สูงอายุในชุมชน","<p><strong>นายกัสมัน&nbsp;ยะมาแล&nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;มอบหมายให้นายฟิกรี&nbsp;มาหะมะ&nbsp;เจ้าพนักงานการเกษตร&nbsp;กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;ร่วมเป็นวิทยากรบรรยายการเพาะเลี้ยงไส้เดือน&nbsp;โครงการพัฒนาศักยภาพและส่งเสริมการเรียนรู้ผู้สูงอายุในชุมชน&nbsp;เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ให้ผู้สูงอายุ&nbsp;และยังสามารถนำไปประกอบอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้เสริมได้&nbsp;ณ&nbsp;โรงเรียนผู้สูงอายุชายแดนใต้&nbsp;ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ&nbsp;บ้านทักษิณ&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ตำบลสะเตง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดยะลา</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-05-04T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405202436679"],
    [101,"เกษตรจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับเกษตรอำเภอขามทะเลสอจัดพิธีมอบเงินเยียวยาเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (อุทกภัย) ด้านพืช ปี 2564","<p><strong>นายวิเชียร&nbsp;จันทรโณทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบเงินให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;(อุทกภัย)&nbsp;ด้านพืช&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;โดยมีนายคณกร&nbsp;ทองสุขนอก&nbsp;เกษตรจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางสาวอรวรรณ&nbsp;มีใหม่&nbsp;นายอำเภอขามทะเลสอ&nbsp;นายสุโภค&nbsp;ควงขุนทด&nbsp;เกษตรอำเภอขามทะเลสอและเกษตรกร&nbsp;ร่วมพิธี</p><p>นายคณกร&nbsp;ทองสุขนอก&nbsp;เกษตรจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การมอบเงินครั้งนี้มีวงเงินช่วยเหลือ&nbsp;18,957,829&nbsp;บาท&nbsp;(สิบแปดล้านเก้าแสนห้าหมื่นเจ็ดพันแปดร้อยยี่สิบเก้าบาทถ้วน)&nbsp;โดยเกษตรกรได้รับผลกระทบ&nbsp;จำนวน&nbsp;1,303&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหาย&nbsp;จำนวน&nbsp;9,&nbsp;825.25&nbsp;ไร่</p><p><strong>โดยการจัดงานในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนด้วยดี</strong>จากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;ตลอดจนอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านและผู้บริหารส่วนท้องถิ่นเป็นอย่างดียิ่ง&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมโรงเรียนขามทะเลสอวิทยา&nbsp;อำเภอขามทะเลสอ&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-05-04T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220405211457698"],
    [102,"ปลูกเลมอนมะนาว ข้างบ้าน เสริมรายได้","<p><strong>เกษตรกรต้นแบบ&nbsp;ชาวบ้านบาโร๊ะ&nbsp;หมู่&nbsp;8</strong>&nbsp;อำเภอยะหา&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;นายดอเล๊าะ&nbsp;สะตือบา&nbsp;&nbsp;ได้ใช้เนื้อที่ว่างข้างบ้านปลูกมะนาวเลมอนไว้&nbsp;3-4&nbsp;ต้นให้ผลผลิตดี&nbsp;เหลือจากเก็บรับประทานกันในครอบครัว&nbsp;ยังได้เก็บขายเป็นรายได้เสริม&nbsp;ขณะเดียวกันได้ต่อยอดตอนกิ่งไว้สำหรับขายให้กับผู้ที่สนใจจะปลูก&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้ปลูกมะนาวแป้นเพื่อขายผลผลิต</strong>&nbsp;ยิ่งช่วงนี้มะนาวแพงสามารถเก็บผลผลิตไว้ทานและขาย&nbsp;มีรายได้จากการเก็บผลผลิตขายเป็นค่าใช้จ่าย&nbsp;หมุนเวียนในครอบครัวตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงทำให้ลดผลกระทบในช่วงภาวะค่าครองชีพสูง&nbsp;เศรษฐกิจตกต่ำในปัจจุบันไปได้มาก</p><p><strong>นายดอเล๊าะ&nbsp;สะตือบา&nbsp;บอกว่า</strong>&nbsp;ตอนแรกก็ได้นำพันธุ์มะนาวเลมอนมาลองปลูกดูหลายปีแล้วให้ผลผลิตดี&nbsp;โดยใช้เนื้อที่ข้างบ้านให้เป็นประโยชน์ซึ่งชาวบ้านแถวนี้ก็ไม่มีใครปลูกกัน&nbsp;โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;มีทุกอย่างให้หลากหลาย&nbsp;ปลูกหลายอย่างที่กินได้&nbsp;เหลือจากกินก็เก็บขาย&nbsp;ขายแบบง่ายๆ&nbsp;ให้กับชาวบ้านแถวนี้&nbsp;รวมทั้งรถปลาที่ผ่านมา&nbsp;ขายราคาไม่แพง&nbsp;เราปลูกเอง&nbsp;&nbsp;ไม่ต้องไปรอขายโน้นขายดี&nbsp;จะได้มีรายได้สลับหมุนเวียนกัน&nbsp;</p><p><strong>นอกจากมะนาวพันธุ์เลมอนแล้ว</strong>&nbsp;ก็ยังมีมะนาวแป้นอยู่หลายต้น&nbsp;สามารถเก็บขายเป็นรายได้ดีตลอด&nbsp;รวมถึงได้ตอนกิ่งมะนาวพันธุ์เลมอนไว้ขาย&nbsp;ต้นละ&nbsp;30-40&nbsp;บาทด้วย&nbsp;ขายได้เรื่อยๆ&nbsp;บางคนชอบซื้อไปปลูกไว้ที่บ้าน&nbsp;ไว้กินน้ำมะนาวเลมอนนำไปผสมกับชาต่างๆ&nbsp;เป็นเครื่องดื่ม&nbsp;ซึ่งมะนาวเลมอนมีประโยชน์มากมายหลายอย่างต่อสุขภาพ</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;นายดอเล๊าะฯ&nbsp;&nbsp;</strong>ยังได้ปลูกทุเรียนหมอนทองไว้ที่สวนและได้ต่อยอดการปลูกทุเรียน&nbsp;เพาะต้นทุเรียนหมอนทอง&nbsp;3&nbsp;ขา&nbsp;4&nbsp;ขา&nbsp;ไว้ขาย&nbsp;ซึ่งขายดี&nbsp;โดยชาวบ้านให้ความสนใจซื้อนำไปปลูกกันมาก</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-06-04T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220406081203734"],
    [103,"ห่วงพี่น้องชาวนา เตือนเฝ้าระวังน้ำท่วมภาคใต้ตั้งแต่วันที่ 5  8 เมษายนนี้","<p><strong>นายณัฏฐกิตติ์&nbsp;ของทิพย์&nbsp;อธิบดีกรมการข้าว&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จากการคาดการณ์สภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่&nbsp;7&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;พบว่าอิทธิพลของลมตะวันออกยังคงพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้&nbsp;ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;&nbsp;ขานรับนโยบายตามประกาศของกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;ฉบับที่&nbsp;8/2565&nbsp;แจ้งเตือนให้เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;น้ำป่าไหลหลาก&nbsp;ในช่วงวันที่&nbsp;5&nbsp;&nbsp;8&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;บริเวณจังหวัดชุมพร&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;พัทลุง&nbsp;สงขลา&nbsp;ปัตตานี&nbsp;ยะลา&nbsp;และนราธิวาส&nbsp;จึงได้สั่งการให้ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวและศูนน์วิจัยข้าวในพื้นที่&nbsp;ติดตามสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง&nbsp;และกำชับให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เข้าไปช่วยเหลือ&nbsp;ให้คำแนะนำพี่น้องชาวนาและคอยติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องชาวนาในภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยในครั้งนี้&nbsp;พร้อมได้กำชับให้ศูนย์วิจัยข้าวและศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวในจังหวัดที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่เข้าไปช่วยเหลือ&nbsp;ให้คำแนะนำพี่น้องชาวนาและคอยติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องชาวนาในภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยในครั้งนี้</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-06-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220406105741773"],
    [104,"เดินหน้าปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพหัวงานฝายแม่ยม บรรเทาปัญหาขาดแคลนน้ำ","<p><strong>นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;โครงการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพหัวงานฝายแม่ยม&nbsp;ตำบลบ้านหนุน&nbsp;อำเภอสอง&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;เป็นโครงการที่กรมชลประทาน&nbsp;โดยสำนักพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;ได้ดำเนินการปรับปรุงหัวงานฝายแม่ยม&nbsp;ด้วยการก่อสร้างประตูระบายทรายแห่งใหม่&nbsp;บริเวณใกล้เคียงกับฝายเดิม&nbsp;เนื่องจากการก่อสร้างประตูระบายทรายแห่งใหม่&nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม&nbsp;ประกอบกับฝายยางมีอายุการใช้งานมานานและเกิดความเสียหายไม่สามารถใช้การได้&nbsp;โดยมีระยะเวลาดำเนินการทั้งโครงการ&nbsp;5&nbsp;ปี(ระหว่างปี&nbsp;2562&nbsp;&nbsp;2566)&nbsp;เฉพาะในส่วนของงานปรับปรุงตัวฝายแม่ยม&nbsp;มีผลงานคืบหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ&nbsp;80&nbsp;เร็วกว่าแผนที่กำหนดไว้&nbsp;คาดว่าจะแล้วเสร็จตามแผนในเดือนกรกฎาคมนี้&nbsp;</p><p><strong>หากแล้วเสร็จทั้งโครงการฯจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ</strong>&nbsp;ในการบริหารจัดการน้ำของฝายแม่ยมได้ดียิ่งขึ้น&nbsp;สามารถส่งน้ำให้กับพื้นที่การเกษตรของประชาชนในเขตอำเภอสอง&nbsp;อำเภอหนองม่วงไข่&nbsp;อำเภอเมืองแพร่&nbsp;อำเภอสูงเม่น&nbsp;และอำเภอเด่นชัย&nbsp;ในช่วงฤดูฝนประมาณ&nbsp;196,000&nbsp;ไร่&nbsp;และในช่วงหน้าแล้งได้ประมาณ&nbsp;27,500&nbsp;ไร่&nbsp;รวมถึงส่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคให้แก่ประชาชนกว่า&nbsp;27,500&nbsp;ครัวเรือนได้อย่างเพียงพอในช่วงแล้งอีกด้วย</p><p><strong>อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;ยังได้กำชับติดตามและเร่งรัดงานการก่อสร้างให้เสร็จโดยเร็ว</strong>&nbsp;ตามแผนที่กำหนดไว้&nbsp;ด้วยการเสริมทั้งกำลังคน&nbsp;เครื่องจักรและเครื่องมือต่างๆ&nbsp;อย่างเต็มศักยภาพ&nbsp;เพื่อให้พี่น้องชาวเมืองแพร่&nbsp;ได้ใช้ประโยชน์จากฝายแม่ยมได้ในเร็ววัน&nbsp;ช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำให้กับพี่น้องชาวเมืองแพร่ได้มากยิ่งขึ้น</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-06-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220406110340778"],
    [105,"กรมชลประทาน กำหนดประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการ \"โครงการศึกษาความเหมาะสมและประมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม อ่างเก็บน้ำน้ำงาว อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดลำปาง\" 7 เมษายนนี้","<p><strong>นางสาวธนกร&nbsp;จาตะวงษ์&nbsp;ผู้เชี่ยวชาญด้านวิเคราะห์เศรษฐกิจโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ตามที่กรมชลประทาน&nbsp;โดยสำนักบริหารโครงการได้ว่าจ้างบริษัทปัญญา&nbsp;คอนซันแตนท์&nbsp;จำกัด&nbsp;ดำเนินการศึกษาโครงการศึกษาความเหมาะสมและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมอ่างเก็บน้ำน้ำงาว&nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริอำเภองาว&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;ซึ่งตามแผนงานการประชาสัมพันธ์โครงการได้กำหนดให้มีการจัดประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการ&nbsp;เพื่อนำเสนอผลการศึกษาความเหมาะสมและร่างรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการ&nbsp;มาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ&nbsp;ให้มีผู้ส่วนเกี่ยวข้องได้รับทราบ&nbsp;พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและเสนอแนะเพื่อนำไปปรับปรุงผลการศึกษาโครงการให้มีความครบถ้วนสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนต่อไป&nbsp;</p><p><strong>กรมชลประทานได้กำหนดประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการ&nbsp;</strong>\"โครงการศึกษาความเหมาะสมและประมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;อ่างเก็บน้ำน้ำงาว&nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;จังหวัดลำปาง\"&nbsp;วันที่&nbsp;7&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00-12.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมที่ว่าการอำเภองาว&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;และผ่านระบบออนไลน์ด้วยโปรแกรม&nbsp;Zoom&nbsp;Meeting&nbsp;โดยมี&nbsp;Meeting&nbsp;ID&nbsp;คือ&nbsp;860&nbsp;5757&nbsp;2810&nbsp;และ&nbsp;Passcode&nbsp;คือ&nbsp;941522&nbsp;ทั้งนี้สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม&nbsp;โทร&nbsp;08&nbsp;2313&nbsp;7652,&nbsp;0&nbsp;2943&nbsp;9638&nbsp;&nbsp;ต่อ&nbsp;1626</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2022-06-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220406101123754"],
    [106,"ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือปรับตัวสูงขึ้นหลายพื้นที่ โดย ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน สูงในระดับสีแดง ส่วน กทม.และปริมณฑลเกินมาตรฐานระดับสีส้ม 27 พื้นที่","<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือปรับตัวสูงขึ้นหลายพื้นที่&nbsp;โดย&nbsp;ต.แม่คง&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;สูงในระดับสีแดง&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเกินมาตรฐานระดับสีส้ม&nbsp;27&nbsp;พื้นที่</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(6&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พบค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นระดับสีแดงบริเวณ&nbsp;ต.แม่คง&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;กว่า&nbsp;130&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&nbsp;7&nbsp;-&nbsp;9&nbsp;เมษายน&nbsp;หากจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบนฝั่งตะวันออก&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นในระดับสีส้ม&nbsp;27&nbsp;พื้นที่&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;7&nbsp;-&nbsp;13&nbsp;เมษายน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;</p>","2022-06-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220406100735752"],
    [107,"กอนช.  ขอให้ประชาชนภาคใต้ระวังเกิดฝนตกหนักมาก พร้อมระวังน้ำท่วมฉับพลัน - น้ำป่าไหลหลากใน 5 จังหวัด","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;&nbsp;ขอให้ประชาชนภาคใต้ระวังเกิดฝนตกหนักมาก&nbsp;พร้อมระวังน้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;-&nbsp;น้ำป่าไหลหลากใน&nbsp;5&nbsp;จังหวัด</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(6&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนอุณหภูมิสูงขึ้น&nbsp;แต่ยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้า&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนลดลงและมีฝนตกหนักบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.พัทลุง&nbsp;164&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;ชุมพร&nbsp;132&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และนครศรีธรรมราช&nbsp;290&nbsp;&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;พร้อมระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;-&nbsp;น้ำป่าไหลหลากบริเวณจังหวัดนราธิวาส&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;พัทลุง&nbsp;และชุมพร&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กอนช.ยังให้กรมชลประทานกำชับให้โครงการชลประทานในพื้นที่ติดตามสภาพอากาศต่อเนื่องและให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากอย่างใกล้ชิด&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่มีฝนตกสะสมมากกว่า&nbsp;90&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ในช่วงเวลา&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขัง&nbsp;พร้อมปรับแผนบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำ&nbsp;โดยให้พิจารณาความเหมาะสมการระบายน้ำในลำน้ำหรือแม่น้ำให้สอดคล้องกับการขึ้น&nbsp;ลงของระดับน้ำทะเล&nbsp;ส่วนกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;ขอให้ประสานจังหวัดชุมพร&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;พัทลุง&nbsp;สงขลา&nbsp;ปัตตานี&nbsp;ยะลา&nbsp;และนราธิวาสเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;26,240&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;45&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;20,440&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;43&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p>","2022-06-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220406101102753"],
    [108,"จังหวัดแม่ฮ่องสอน ปฏิบัติการคุมไฟป่าทั้งภาคพื้นดินและอากาศ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วานนี้&nbsp;(5&nbsp;เม.ย.&nbsp;65)&nbsp;นายประเสริฐ&nbsp;จิตต์พลีชีพ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอนสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เพื่อสรุปผลการบินลาดตระเวน&nbsp;และวางแผนการดำเนินการปฏิบัติการยุทธการดับไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอนทั้งภาคพื้นดินและอากาศ&nbsp;ในห้วงวันที่&nbsp;5-8&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมือง&nbsp;และอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;โดยได้สนธิกำลังทุกภาคส่วนจัดตั้งเป็นชุดปฏิบัติการ&nbsp;เพื่อเป็นการบูรณาการร่วมกันในการแก้ปัญหาหมอกควันและไฟป่า&nbsp;และฝุ่นละอองของจังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การกำหนดแผนปฏิบัติการในครั้งนี้&nbsp;ครอบคลุมทั้งภาคพื้นดินและทางอากาศยานเหนือน่านฟ้าแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกคว้น&nbsp;และฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ซึ่งการปฏิบัติการในครั้งนี้&nbsp;ได้รับการสนับสนุนอากาศยาน&nbsp;(เฮลิคอปเตอร์)&nbsp;จากกองการบิน&nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;และกองทัพภาคที่&nbsp;3&nbsp;ในการบินลาดตระเวนและตรวจสภาพป่า&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;5-8&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ทั้งในพื้นที่อำเภอเมือง&nbsp;และอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;โดยพื้นที่อำเภอเมืองกำหนดแผนการบินลาดตระเวน&nbsp;,&nbsp;ตรวจสภาพป่า&nbsp;การบุกรุกป่า&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;5-7&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งวันนี้&nbsp;(5&nbsp;เม.ย.&nbsp;65)&nbsp;ปฏิบัติการบินครอบคลุมตำบลห้วยผา&nbsp;และจากตำบลห้วยปูลิง&nbsp;โดยอากาศยาน&nbsp;(เฮลิคอปเตอร์)&nbsp;กองการบิน&nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;จากนั้น&nbsp;นำข้อมูลมาสรุปเพื่อกำหนดแผนปฏิบัติการภาคพื้นดิน&nbsp;นำกำลังเจ้าหน้าที่บูรณาการร่วมประกอบด้วย&nbsp;ชุดปฏิบัติการภาคพื้นดิน&nbsp;,&nbsp;ชุดปฏิบัติการลาดตระเวนทางอากาศและชุดปฏิบัติการรณรงค์ประชาสัมพันธ์&nbsp;เข้าพื้นที่เป้าหมายเพื่อดำเนินการต่อไป</p><p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;6-8&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;</strong>กำหนดแผนบินตรวจลาดตระเวนในพื้นที่อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;ครอบคลุมตำบลแม่คง&nbsp;ตำบลแม่ยวม&nbsp;และตำบลเสาหิน&nbsp;โดยได้รับการสนับสนุนอากาศยาน&nbsp;(เฮลิคอปเตอร์)&nbsp;จากกองทัพภาคที่&nbsp;3&nbsp;ในการปฏิบัติการ</p>","2022-06-04T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220406103754762"],
    [109,"ผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม ลงสวนลิ้นจี่ให้กำลังใจเกษตรกรชาวสวนคาดว่าลิ้นจี่จะเก็บผลผลิตหมดภายในวันที่ 15 เมษายนนี้","<p><strong>ที่ตำบลแควอ้อม&nbsp;อำเภออัมพวา&nbsp;จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;</strong>นายขจร&nbsp;&nbsp;ศรีชวโนทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายกรกฎ&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;นางสาวสุกานดา&nbsp;ปานะสุทธะ&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดฯ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกระบวนการจัดเก็บลิ้นจี่&nbsp;จากต้นจนถึงการจำหน่ายสู่ผู้บริโภคที่หน้าสวนของตนเอง</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จากสถานการณ์ผลผลิตลิ้นจี่แม่กลองในปีนี้ที่ค่อนข้างมีน้อย&nbsp;จากสภาพอากาศแปรเปลี่ยน&nbsp;เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่เกษตรกรชาวสวนลิ้นจี่&nbsp;และส่งเสริมการบริโภคลิ้นจี่คุณภาพของจังหวัดสมุทรสงครามโดยลิ้นจี่พันธุ์ค่อมสมุทรสงคราม&nbsp;&nbsp;ขึ้นชื่อว่าเป็นลิ้นจี่ที่มีรสชาติหวาน&nbsp;เนื้อหนากรอบมีสีขาวอมชมพู&nbsp;เนื้อแห้งไม่แฉะ&nbsp;ลำต้นไม่สูงมากนัก&nbsp;เมื่อลิ้นจี่แก่จัดเปลือกด้านในจะเป็นสีชมพู&nbsp;หรือที่ชาวบ้านส่วนใหญ่เรียกกันว่าร่องชาด&nbsp;ส่วนราคานั้นปีนี้ค่อนข้างสูงกว่าทุกปีที่ผ่านมา&nbsp;อยู่ที่กิโลกรัมละไม่ต่ำกว่า&nbsp;250&nbsp;บาทขึ้นไปตามขนาดของผล&nbsp;ทั้งนี้ภายในจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;มีลิ้นจี่จากจังหวัดอื่นมาวางจำหน่ายเช่นกัน&nbsp;แต่จะติดป้ายแสดงว่าเป็นลิ้นจี่จากจังหวัดใด&nbsp;ขอให้ผู้บริโภคตรวจสอบก่อนซื้อด้วย&nbsp;หากมีการแอบอ้างก่อให้เกิดความเข้าใจผิดแก่ผู้บริโภค&nbsp;จะมีความผิดตามกฎหมายอาญามีโทษจำคุกไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;หรือปรับไม่เกิน&nbsp;60,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ</p><p><strong>ด้านนายยงยุทธ&nbsp;นามสุวรรณ&nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกลิ้นจี่&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ปีนี้ผลผลิตมีน้อยมีเพียงรุ่นเดียวเท่านั้น&nbsp;การดูแลเอาใจใส่สูง&nbsp;รวมถึงค่าแรงงานในการเก็บมีราคาแพง&nbsp;ทำให้ปีนี้ลิ้นจี่มีราคาสูงกว่าทุกปี&nbsp;ในปีนี้เกษตรกรส่วนใหญ่จะเก็บผลิตมาวางจำหน่ายหน้าสวนตนเองไม่ได้ไปจำหน่ายที่อื่น&nbsp;และคาดว่าลิ้นจี่สมุทรสงครามจะเก็บเกี่ยวหมดภายในวันที่&nbsp;15&nbsp;เมษายนนี้</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2022-06-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรสงคราม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220406124127847"],
    [110,"ศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์สิ่งแวดล้อม เร่งตรวจสอบการกำจัดของเสียอุตสาหกรรมไม่ถูกต้องในพื้นที่ปราจีนบุรี หลังพบการร้องเรียนลักลอบทิ้งกากของเสียอุตสาหกรรม","<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์สิ่งแวดล้อม&nbsp;เร่งตรวจสอบการกำจัดของเสียอุตสาหกรรมไม่ถูกต้องในพื้นที่ปราจีนบุรี&nbsp;หลังพบการร้องเรียนลักลอบทิ้งกากของเสียอุตสาหกรรม</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานอำนวยการศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์สิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ได้ให้เจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบเรื่องร้องเรียนกรณีการลักลอบทิ้งกากของเสียอุตสาหกรรมในพื้นที่ตำบลลาดตะเคียน&nbsp;อำเภอกบินทร์บุรี&nbsp;จังหวัดปราจีนบุรี&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่&nbsp;4&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร&nbsp;(กอ.รมน.)&nbsp;กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(บก.ปทส.)&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ&nbsp;(พยัคฆ์ไพร)&nbsp;กรมป่าไม้&nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;7&nbsp;สระบุรี&nbsp;สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดปราจีนบุรี&nbsp;และองค์การบริหารส่วนตำบลลาดตะเคียน&nbsp;ซึ่งจากการเข้าตรวจสอบ&nbsp;บริษัท&nbsp;เวสต์&nbsp;2&nbsp;เอ็นเนอร์ยี่&nbsp;จำกัด&nbsp;พบเมื่อวันที่&nbsp;12&nbsp;มีนาคม&nbsp;นำน้ำเสียไปทิ้งนอกโรงงาน&nbsp;เป็นบ่อดินปูด้วยแผ่นพลาสติก&nbsp;4&nbsp;บ่อ&nbsp;ลึกประมาณ&nbsp;4&nbsp;-&nbsp;7&nbsp;เมตร&nbsp;โดยตัวแทนบริษัทแจ้งว่าเป็นน้ำเสียน้ำชะขยะจากโรงงานประเภท&nbsp;105&nbsp;ขณะตรวจสอบเมื่อวานนี้&nbsp;(5&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;พบมีการนำน้ำเสียกลับเข้าในระบบบำบัดน้ำเสียของโรงงานแล้ว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;การกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิด&nbsp;คือ&nbsp;การนำน้ำเสียจากการประกอบกิจกรรมประเภท&nbsp;105&nbsp;ออกนอกโรงงาน&nbsp;ผิดเงื่อนไขการอนุญาตประกอบกิจการข้อที่&nbsp;1.9&nbsp;ให้&nbsp;คพ.&nbsp;ทำหนังสือแจ้งกรมโรงงานอุตสาหกรรมและจังหวัดปราจีนบุรีดำเนินการตามอำนาจหน้าที่&nbsp;//&nbsp;มีการขุดดินทำบ่อบำบัดน้ำเสียโดยไม่ได้แจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติขุดดินและถมดิน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2543&nbsp;ก่อนดำเนินการให้ตรวจสอบว่าเข้าข่ายเป็นความผิด&nbsp;อบต.ลาดตะเคียนจะไปแจ้งความดำเนินคดีภายในวันที่&nbsp;8&nbsp;เมษายนนี้&nbsp;//&nbsp;ให้กรมป่าไม้ตรวจสอบการครอบครองที่ดินบริเวณก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียภายนอกโรงงานได้มาอย่างถูกต้องหรือไม่&nbsp;โดยกรมป่าไม้ประสานกรมที่ดินดำเนินการภายใน&nbsp;15&nbsp;วัน&nbsp;//&nbsp;พื้นที่การประกอบกิจการประเภทที่&nbsp;105&nbsp;ไม่ตรงกับเลขโฉนดตามใบอนุญาตให้&nbsp;คพ.&nbsp;ตรวจสอบกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม&nbsp;//&nbsp;ผลการเก็บตัวอย่างน้ำเสียของเสียของกรมควบคุมมลพิษจะแจ้งและให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมดำเนินการต่อไป&nbsp;//&nbsp;คพ.&nbsp;จะทำหนังสือถึง&nbsp;บริษัท&nbsp;เวสต์&nbsp;2&nbsp;เอ็นเนอร์ยี่&nbsp;จำกัด&nbsp;ขอเอกสารหลักฐานการนำเข้าของเสียและคุณสมบัติของของเสียที่นำเข้ามาประกอบกิจการประเภท&nbsp;106&nbsp;และสุดท้าย&nbsp;อาจเป็นการขยายระบบบำบัดน้ำเสียโดยไม่ได้รับอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม&nbsp;ซึ่ง&nbsp;คพ.&nbsp;จะแจ้งกรมโรงงานอุตสาหกรรมตรวจสอบต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;การตรวจสอบครั้งนี้ได้รับความยินยอมจากเจ้าของหรือผู้ครอบครองหรือผู้แทนของสถานประกอบการข้างต้น&nbsp;ซึ่งเจ้าหน้าที่และคณะได้ลงลายมือชื่อผู้ตรวจสอบผู้ร่วมตรวจสอบและผู้นำตรวจสอบไว้เป็นหลักฐานแล้ว&nbsp;</p>","2022-06-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220406124058846"],
    [111,"จิสด้าใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นกว่า400จุดส่วนจุดความร้อนจาก สปป.ลาว วันนี้สูงเกือบ 8,000 จุด","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นกว่า&nbsp;400&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจาก&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;วันนี้สูงเกือบ&nbsp;8,000&nbsp;จุด</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(5&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;424&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;158&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;113&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;83&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;32&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;32&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;6&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด:คือ&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;104&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;แพร่&nbsp;44&nbsp;จุด&nbsp;และอุตรดิตถ์&nbsp;25&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนที่กระจายตัวอยู่ทางตอนบนของประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือพบสูงสุดในจังหวัดแม่ฮ่องสอนต่อเนื่องหลายวัน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;5&nbsp;เมษายน&nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;12,949&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;12,129&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;7,337&nbsp;จุด&nbsp;ภาพรวมปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;หลายจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลางพบค่าฝุ่นอยู่ที่ระดับปานกลางถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดใน&nbsp;สปป.ลาววันนี้มากถึง&nbsp;7,859&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นเมียนมา&nbsp;4,349&nbsp;จุด&nbsp;และเวียดนาม&nbsp;413&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;และภาคตะวันตก&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย</p>","2022-06-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220406130848861"],
    [112,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าในภาคเหนือพบมีพื้นที่3จังหวัดเสี่ยงสูงเกิดไฟป่าต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าในภาคเหนือพบมีพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดเสี่ยงสูงเกิดไฟป่า&nbsp;ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียม&nbsp;MODIS&nbsp;แสดงให้เห็นพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือที่เป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าช่วง&nbsp;7&nbsp;วันนี้&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;4&nbsp;-&nbsp;10&nbsp;เมษายน&nbsp;พบมี&nbsp;3&nbsp;จังหวัดมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดไฟป่า&nbsp;คือ&nbsp;ตาก&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;และลำปาง&nbsp;โดยสัปดาห์นี้ทุกจังหวัดมีตัวเลขคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงสูงต่อการเกิดไฟป่าลดลง&nbsp;ซึ่งพบน้อยกว่าสัปดาห์ก่อนประมาณ&nbsp;4&nbsp;ล้านไร่&nbsp;ส่วนพื้นที่เสี่ยงสูงเกิดไฟป่าอันดับหนึ่งยังคงเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;รองลงมาเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและที่ชุมชนและพื้นที่อื่นๆ&nbsp;โดยสาเหตุอาจเกิดจากการเผาในกิจกรรมการเกษตร&nbsp;การเผาเพื่อหาของป่า&nbsp;หรือการเผาเพื่อล่าสัตว์จนทำให้เกิดการลุกลาม&nbsp;สำหรับข้อมูลดังกล่าวจะถูกส่งต่อให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำไปวางแผนจัดการเชื้อไฟ&nbsp;และจัดทำแนวกันไฟในพื้นที่เสี่ยง&nbsp;ซึ่งจะช่วยลดความรุนแรงและความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>","2022-06-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220406130941862"],
    [113,"ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันไฟป่าแม่ฮ่องสอน ปฏิบัติการคู่ขนานทั้งทางอากาศและภาคพื้นดิน เพื่อป้องกันและดับไฟป่าพื้นที่อำเภอเมือง และอำเภอแม่สะเรียง","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(6&nbsp;เม.ย.&nbsp;65)&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;ภายใต้ข้อสั่งการของนายประเสริฐ&nbsp;จิตต์พลีชีพ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ปล่อยแถวชุดปฏิบัติการป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;เพื่อปฏิบัติการป้องกันและดับไฟป่าพื้นที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ชุดปฏิบัติการภาคพื้นดิน&nbsp;2&nbsp;ชุด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ชุดปฏิบัติการบ้านห้วยตอง&nbsp;และชุดปฏิบัติการบ้านไมโครเวฟ&nbsp;พร้อมด้วยชุดปฏิบัติการเหยี่ยวไฟ&nbsp;เสือไฟ&nbsp;เพื่อปฏิบัติการลาดตระเวนดับไฟป่าตามจุดเป้าหมายที่กำหนด&nbsp;โดยมีชุดปฏิบัติการลาดตระเวนทางอากาศได้รับการสนับสนุนอากาศยาน&nbsp;(เฮลิคอปเตอร์)&nbsp;จากกองการบินกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เพื่อบินลาดตระเวนตรวจหาจุดเกิดไฟป่า&nbsp;และตรวจสภาพป่าและการบุกรุก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ขณะที่&nbsp;ในพื้นที่อำเภอแม่สะเรียง</strong>&nbsp;ได้รับการสนับสนุนอากาศยาน&nbsp;(เฮลิคอปเตอร์)&nbsp;KA&nbsp;32&nbsp;จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;เพื่อปฏิบัติภารกิจดับไฟป่าทางอากาศ&nbsp;ครอบคลุพื้นที่ตำบลแม่ยวม&nbsp;ตำบลแม่คง&nbsp;และตำบลเสาหิน&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอนขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนงดการเผาในที่โล่งทุกชนิด</strong>&nbsp;ยกเว้นพื้นที่บริหารจัดการเชื้อเพลิง&nbsp;ตามประกาศจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;20&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ถึง&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เพื่อลดปริมาณหมอกควันไฟป่าและปริมาณฝุ่นควัน&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพลูกหลานชาวแม่ฮ่องสอน&nbsp;รวมทั้งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของแม่ฮ่องสอน&nbsp;อีกด้วย</p>","2022-06-04T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220406140458887"],
    [114,"ปศุสัตว์ชัยภูมิ ผ่าตัดทำหมันสุนัข-แมว ตามโครงการ \"สัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย จากโรคพิษสุนัขบ้า\" ตามพระปณิธานศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วานนี้&nbsp;(5&nbsp;เม.ย.&nbsp;65)&nbsp;สพ.ญ.ศรีสมัย&nbsp;โชติวนิช&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ</strong>&nbsp;มอบหมายให้กลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์&nbsp;และสำนักงานปศุสัตว์อำเภอเมืองชัยภูมิ&nbsp;ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลหนองนาแซง&nbsp;ให้บริการผ่าตัดทำหมันถาวรในสุนัข-แมว&nbsp;เพื่อเป็นการควบคุมประชากรสุนัขและแมวภายในพื้นที่&nbsp;ภายใต้โครงการ&nbsp;\"สัตว์ปลอดโรค&nbsp;คนปลอดภัย&nbsp;จากโรคพิษสุนัขบ้า\"&nbsp;ตามพระปณิธานศาสตราจารย์&nbsp;ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯ&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลหนองนาแซง&nbsp;อำเภอเมืองชัยภูมิ&nbsp;จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;มีผู้มารับบริการทั้งสิ้น&nbsp;จำนวน&nbsp;22&nbsp;ราย&nbsp;สุนัข-แมว&nbsp;รวมทั้งหมด&nbsp;จำนวน&nbsp;36&nbsp;ตัว&nbsp;แยกเป็นสุนัขเพศผู้&nbsp;3&nbsp;ตัว&nbsp;,&nbsp;สุนัขเพศเมีย&nbsp;10&nbsp;ตัว&nbsp;แมวเพศผู้&nbsp;2&nbsp;ตัว&nbsp;และแมวเพศเมีย&nbsp;21&nbsp;ตัว</p>","2022-06-04T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ชัยภูมิ","สวท.ชัยภูมิ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220406143018912"],
    [115,"อุตุฯ ศรีสะเกษ เตือนอิสานใต้มีอุณหภูมิสูงขึ้น แต่ยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้า","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายจำเริญ&nbsp;ทองละมุล&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาศรีสะเกษ</strong>&nbsp;รายงานสภาพอากาศประจำวันพฤหัสบดีที่&nbsp;6&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ดังนี้&nbsp;ลักษณะอากาศทั่วไปเมื่อเวลา&nbsp;04.00&nbsp;น.&nbsp;วันนี้&nbsp;บริเวณความกดอากาศสูงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังปานกลาง&nbsp;ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างมีอุณหภูมิสูงขึ้น&nbsp;แต่ยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้า&nbsp;พยากรณ์อากาศตั้งแต่เวลา&nbsp;06.00&nbsp;น.&nbsp;วันนี้&nbsp;ถึงเวลา&nbsp;06.00&nbsp;น.&nbsp;วันพรุ่งนี้&nbsp;บริเวณจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ลักษณะอากาศ&nbsp;อากาศเย็นในตอนเช้า&nbsp;ลมผิวพื้น&nbsp;ลมตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ความเร็ว&nbsp;10-20&nbsp;กม./ชม.&nbsp;คาดว่าอุณหภูมิสูงสุดบ่ายวันนี้&nbsp;ประมาณ&nbsp;33&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;อุณหภูมิต่ำสุดเช้าพรุ่งนี้&nbsp;ประมาณ&nbsp;21&nbsp;องศาเซลเซียส</p>","2022-06-04T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220406161450945"],
    [116,"คุมเข้มห้ามตัดทุเรียนอ่อนขาย พร้อมเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นทุเรียนไทย ผ่านมาตรฐาน GAP และ GMP Plus","<p><strong>นายระพีภัทร์&nbsp;จันทรศรีวงศ์&nbsp;อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และนางสาวมนัญญา&nbsp;ไทยเศรษฐ์&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เน้นย้ำถึงคุณภาพและมาตรฐานของผลไม้และสินค้าเกษตรโดยเฉพาะทุเรียน&nbsp;โดยตั้งแต่มีมาตรการเข้มงวดคุณภาพ&nbsp;กรมวิชาการเกษตรร่วมกับจังหวัดจันทบุรี&nbsp;กำหนดมาตรการทุเรียนด้อยคุณภาพ&nbsp;หรือทุเรียนอ่อนมาต่อเนื่อง&nbsp;</p><p><strong>จังหวัดจันทบุรีกำหนดวันเก็บเกี่ยวทุเรียน</strong>&nbsp;แบ่งตามชนิดหลัก&nbsp;อาทิ&nbsp;พันธ์ทุเรียนกระดุม&nbsp;สามารถเก็บเกี่ยวได้หลังวันที่&nbsp;20&nbsp;มีนาคมเป็นต้นไป&nbsp;ส่วนพันธุ์ชนี&nbsp;วันที่&nbsp;10&nbsp;เมษายนนี้และหมอนทอง,ก้านยาว&nbsp;วันที่&nbsp;25&nbsp;เมษายนนี้&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ยังพบการส่งทุเรียนอ่อนเข้าสู้ล้งก่อนส่งต่อไปต่างประเทศ&nbsp;ที่ผ่านมาได้ติดตามร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจังหวัดจันทบุรีอย่างใกล้ชิด&nbsp;สามารถจับกุมแล้ว&nbsp;2-3&nbsp;ครั้ง&nbsp;โดยภาพรวมการผลิตผลไม้ภาคตะวันออก&nbsp;ข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร&nbsp;แจ้งว่าจะมีทุเรียนกว่า&nbsp;7.4&nbsp;แสนตัน&nbsp;มีผลผลิตเพิ่มขึ้น&nbsp;เนื่องจากเกษตรกรหลายคนปลูกทุเรียนแทนยางพาราเนื่องจากราคาทุเรียนดีกว่าอยู่&nbsp;200&nbsp;บาท/กิโลกรัม&nbsp;ส่วนมังคุดและเงาะ&nbsp;มีปริมาณการผลิตที่&nbsp;2.2&nbsp;แสนตัน&nbsp;ส่งผลให้ภาพรวมการส่งออกผลไม้ภาคตะวันออกมีปริมาณผลไม้ประมาณ&nbsp;1&nbsp;ล้านตัน&nbsp;ซึ่งในตัวเลขปริมาณดังกล่าวมีทุเรียนอ่อนเพียงร้อยละ&nbsp;1&nbsp;ยืนยันว่ามาตรการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ที่ออกมาเป็นมาตรการที่เข้มงวดและที่ผ่านมาปฎิบัติได้ดี&nbsp;รวมถึงจับกุมผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง&nbsp;</p><p><strong>กรมวิชาการเกษตร&nbsp;ลงพื้นที่ให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการ&nbsp;ล้ง</strong>&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรการ&nbsp;Zero&nbsp;Covid&nbsp;ที่ประเทศจีนได้เข้มงวดเป็นพิเศษ&nbsp;ที่ห้ามตรวจพบเจอโรคโควิด&nbsp;จึงได้ทำงานตรวจโรงงานให้ได้มาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;,&nbsp;GMP&nbsp;Plus&nbsp;ควบคุมการผลิตที่คำนึงโรคโควิด&nbsp;ปัจจุบันมีโมเดลต้นแบบ&nbsp;4&nbsp;โรงงานที่จังหวัดจันทบุรี&nbsp;เตรียมขยายผลโรงงานต้นแบบให้ครอบคลุมหลายจังหวัด&nbsp;เพื่อสามารถเตรียมส่งสินค้าไปต่างประเทศได้</p><p><strong>อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&nbsp;กล่าวอีกว่า</strong>&nbsp;ได้รับข่าวดีถึงการส่งออกล็อตแรก&nbsp;เป็นสินค้าทุเรียนและมะพร้าว&nbsp;ปัจจุบันถึงด่านกว้างโจรเรียบร้อยแล้ว&nbsp;นับเป็นเรื่องที่ดี&nbsp;แต่ยังคงมีความกังวลเนื่องจากสถานการณ์การแพร่บาดโควิด-19&nbsp;ระลอกใหม่ในจีนเพิ่มมากขึ้น&nbsp;ทำให้การส่งสินค้ายากขึ้น&nbsp;แต่ความโชคดีที่ประเทศไทยผลไม้ยังผลิตออกมาไม่มาก&nbsp;ยังคงมีเวลา&nbsp;ซึ่งคาดการณ์ประมาณ&nbsp;1&nbsp;เดือน&nbsp;สถานการณ์จะคลี่คลายลง&nbsp;โดยการส่งออกทางเครื่องบินและเรือ&nbsp;เป็นการส่งทางตรงที่มีโอกาส&nbsp;รวมถึงมองหาตลาดใหม่ช่วยกระจายสินค้าไปยังภูมิภาคอาเซียน&nbsp;อาทิ&nbsp;ประเทศมาเลเชีย&nbsp;สิงคโปร์&nbsp;เป็นต้น</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-06-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220406194633027"],
    [117,"ปศุสัตว์แจ้งเตือนสภาพอากาศแปรปรวนให้ดูแลสัตว์ปีกอย่างใกล้ชิด","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ในปัจจุบันประเทศไทยมีสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อย&nbsp;มีความกดอากาศสูง&nbsp;หรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>จากสภาพอากาศดังกล่าว</strong>&nbsp;ส่งผลให้สัตว์ปีกเกิดความเครียด&nbsp;ภูมิคุ้มกันโรคลดลง&nbsp;อาจทำให้สัตว์ป่วยได้ง่าย&nbsp;จึงขอให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกทั่วทุกภาคของประเทศไทย&nbsp;เฝ้าระวังดูแลสุขภาพสัตว์ปีกอย่างใกล้ชิด&nbsp;โดยจัดเตรียมวิตามินและเกลือแร่ให้สัตว์มีสุขภาพแข็งแรง&nbsp;จัดเตรียมโรงเรือนเพื่อเป็นที่กำบังลม&nbsp;ฝนให้กับสัตว์ปีกในโรงเรือน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นอกจากนี้&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์</strong>&nbsp;ได้สั่งการเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในพื้นที่เข้าไปตรวจสอบ&nbsp;และตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีก&nbsp;ให้คำแนะนำการสร้างความอบอุ่นให้แก่สัตว์สัตว์ปีก&nbsp;เช่น&nbsp;จัดหาวัสดุอุปกรณ์ที่สามารถเป็นที่กำบังให้สัตว์จากสภาพอากาศหนาวหรือฝน&nbsp;เช่น&nbsp;ผ้าใบ&nbsp;และพร้อมเก็บตัวอย่างส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อทดสอบหาโรคระบาดในสัตว์ปีก&nbsp;และส่งเสริมยกระดับการเลี้ยงของเกษตรกรรายย่อยเป็นฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม&nbsp;เพื่อเพิ่มงวดความปลอดภัยทางชีวภาพมากขึ้น&nbsp;ทั้งยังสามารถป้องกันโรคระบาดต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ได้อีกด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นอกจากนี้&nbsp;กรมปศุสัตว์&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;ขอความร่วมมือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกสังเกตอาการสัตว์อย่างใกล้ชิด&nbsp;หากพบสัตว์ปีกป่วยตายผิดปกติ&nbsp;อย่านำสัตว์ปีกไปจำหน่ายจ่ายแจก&nbsp;หรือนำไปประกอบอาหารโดยเด็ดขาด&nbsp;ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอ&nbsp;อาสาปศุสัตว์&nbsp;อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน&nbsp;เจ้าหน้าปศุสัตว์ในพื้นที่ทันที&nbsp;เพื่อจะได้เร่งดำเนินการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อได้ที่</strong>&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอหรือสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดใกล้บ้าน&nbsp;สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;สำนักควบคุม&nbsp;ป้องกันและบำบัดโรคสัตว์&nbsp;(สคบ.)&nbsp;กรมปศุสัตว์&nbsp;หรือสายด่วนกรมปศุสัตว์&nbsp;โทร.06-3225-6888&nbsp;หรือแจ้งผ่าน&nbsp;Application&nbsp;:&nbsp;DLD&nbsp;4.0&nbsp;ได้ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p>","2022-06-04T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","บุรีรัมย์","สวท.บุรีรัมย์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220406184725008"],
    [118,"จนท.ควบคุมไฟป่าปางตองฯ สนธิกำลังลาดตระเวนตรวจหาไฟป่า การลักลอบเผาป่า พร้อมสร้างความเข้าในใจการจัดการเชื้อเพลิง ในพื้นที่ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายสำราญ&nbsp;ธรรมตา&nbsp;หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าปางตองฯ&nbsp;สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;16&nbsp;สาขาแม่สะเรียง&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;วันที่&nbsp;6&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เจ้าหน้าที่สถานีฯ&nbsp;ร่วมกันเก็บใบไม้ใส่ในคอกเก็บใบไม้&nbsp;ตามโครงการชิงเก็บลดเผา&nbsp;บริเวณหน้าส่วนอิ่มใจ&nbsp;บ้านกุงไม้สัก&nbsp;หมู่&nbsp;2&nbsp;ตำบลปางหมู&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ในเวลาต่อมา&nbsp;เจ้าหน้าที่สถานีฯ&nbsp;สนธิกำลังร่วมกับหลายหน่วยงาน&nbsp;</strong>ตามแผนยุทธการดับไฟป่า&nbsp;เข้าตรวจสอบไฟป่า&nbsp;ประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจในการจัดการเชื้อเพลิง&nbsp;บริเวณ&nbsp;บ้านไมโครเวฟ&nbsp;หมู่&nbsp;11&nbsp;ตำบลห้วยโป่ง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>หลังจากนั้น&nbsp;เจ้าหน้าที่สถานีฯ&nbsp;ออกลาดตระเวนตรวจหาไฟป่า</strong>&nbsp;การลักลอบเผาป่า&nbsp;และประชาสัมพันธ์แจกโปสเตอร์ในท้องที่ตำบงหมอกจำแป่&nbsp;ตำบลห้วยผา&nbsp;ตำบลปางหมู&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-06-04T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220406192715023"],
    [119,"ชุมชนบ้านป่าเปา อำเภอบ้านธิ สร้างความมั่นคงทางอาหาร ตามโครงการ ชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหาร","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(6&nbsp;เม.ย.&nbsp;65)&nbsp;ที่วัดป่าเปา&nbsp;ตำบลบ้านธิ&nbsp;อำเภอบ้านธิ&nbsp;จังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;พร้อมด้วยนางปนัดดา&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&nbsp;นายบุญส่ง&nbsp;ไชยมณี&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน&nbsp;คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหารในพื้นที่อำเภอทุ่งหัวช้าง&nbsp;โดยมีนายจักรินทร์&nbsp;สิรินทรภูมิ&nbsp;ปลัดอำเภอ&nbsp;หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง&nbsp;รักษาราชการแทนนายอำเภอบ้านธิ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;อสม.&nbsp;และประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นางปนัดดา&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&nbsp;เผยว่า</strong>&nbsp;สมาคมแม่บ้านมหาดไทยได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของประชาชนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;โดยหนึ่งในนโยบายสำคัญของสมาคมแม่บ้านมหาดไทย&nbsp;2564&nbsp;คือ&nbsp;นโยบาย&nbsp;ที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนปลูกผัดในครัวเรือน&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารในครัวเรือน&nbsp;โดยการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติในระดับครัวเรือน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ในการนี้&nbsp;แม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;ได้จัดทำโครงการ&nbsp;Lamphun&nbsp;Go&nbsp;Green&nbsp;และจัดกิจกรรมส่งเสริมนโยบาย&nbsp;ที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;ในครัวเรือน&nbsp;เพื่อสานต่อนโยบายของสมาคมแม่บ้านมหาดไทยให้เป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยเริ่มปฏิบัติภายในจวนผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นตัวอย่างที่ถูกต้องแก่ทุกภาคส่วนราชการ&nbsp;ในจังหวัดทุกสังกัดและประชาชน&nbsp;รวมไปถึงสมาชิกแม่บ้านมหาดไทยในพื้นที่จังหวัดลำพูน&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์และสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของที่ว่างสร้างอาหารในครัวเรือน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับชุมชนบ้านป่าเปา&nbsp;มีครัวเรือนจำนวนทั้งสิ้น&nbsp;128&nbsp;ครัวเรือน</strong>&nbsp;ประชาชนในชุมชนยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นหลักการดำเนินชีวิต&nbsp;พร้อมทั้งนำหลักความรู้&nbsp;\"ที่ว่างสร้างอาหาร\"&nbsp;มาปรับใช้ในชุมชน&nbsp;โดยทุกครัวเรือยมีการคัดแยกขยะ&nbsp;และนำขยะเปียกหรือเศษอาหารมาทำปุ๋ยอินทรีย์&nbsp;นำวัสดุที่เหลือใช้มาดัดแปลงให้เกิดประโยชน์&nbsp;มีการเลี้ยงสัตว์ไว้เพื่อบริโภค&nbsp;ผลผลิตเหลือสามารถจำหน่าย&nbsp;สร้างรายได้ให้กับครอบครัวได้เป็นอย่างดี</p>","2022-06-04T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220406192252021"],
    [120,"เปิดยุทธการดับไฟป่าที่อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน พบปัญหาไฟป่าและหมอกควัน","<p><strong>เปิดยุทธการดับไฟป่า&nbsp;ออกปฏิบัติการทางอากาศ&nbsp;จัดชุดดับไฟทางพื้นดิน&nbsp;ในเขตอุทยานแห่งชาติสาละวิน&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;หลังพบปัญหาไฟป่าและหมอกควันสูงในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong></p><p><br></p><p><strong>วันนี้&nbsp;(6&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ที่กรมทหารพรานที่&nbsp;36&nbsp;ค่ายเทพสิงห์&nbsp;ตำบลบ้านกาศ&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;&nbsp;นายพรเทพ&nbsp;เจริญสืบสกุล&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;16&nbsp;สาขาแม่สะเรียง&nbsp;เป็นประธานปล่อยแถวออกปฏิบัติการ&nbsp;จากกำลังพลของหน่วยงาน&nbsp;โดยมี&nbsp;นายเรืองฤทธิ์&nbsp;ผลดี&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณุภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;พันเอก&nbsp;สมภพ&nbsp;ใจบุญ&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;36&nbsp;นายธติทัศน์&nbsp;ฉลอม&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนควบคุมและปฏิบัติการไฟป่า&nbsp;นายมิตร&nbsp;อุตมะ&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์และป้องกันทรัพยกรป่าไม้&nbsp;สบอ.16&nbsp;สาขาแม่สะเรียง&nbsp;นายตวงสิทธิ์&nbsp;ประทินสุขอำไพ&nbsp;ปลัดอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;ฝ่ายความมั่นคง&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;พร้อมจัดแบ่งกำลังเจ้าหน้าที่ออกเป็น&nbsp;2&nbsp;ส่วน&nbsp;คือปฏิบัติการทางอากาศยาน&nbsp;และการปฏิบัติการทางภาคพื้นที่ดินเข้าปฏิบัตการดับไฟป่า&nbsp;ในเขตอุทยานแห่งชาติสาละวิน&nbsp;และเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;มีพื้นที่เป้าหมายที่&nbsp;อยู่ห่างไกล&nbsp;ที่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าถึงในพื้นที่&nbsp;ตำบลแม่คง&nbsp;ตำบลเสาหิน&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมายยังพบจุดความร้อนกระจายในพื้นที่ภูเขาสูง</p><p><strong>จากการปฏิบัติการแก้ไขปัญหาดับไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่เสี่ยงในครั้งนี้ส่งเฮลิคอปเตอร์&nbsp;KA32-01&nbsp;ของกองบิน&nbsp;กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;(ปภ.)&nbsp;</strong>ร่วมกับกองทัพบก&nbsp;ได้ออกปฏิบัติการ&nbsp;ขึ้นบินทิ้งน้ำไฟป่าครั้งละ&nbsp;3,000&nbsp;ลิตร&nbsp;เป็นจำนวน&nbsp;6&nbsp;ครั้ง&nbsp;รวมปริมาณน้ำที่ใช้ดับไฟป่า&nbsp;จำนวน&nbsp;18,000&nbsp;ลิตร&nbsp;โดยได้ปฏิบัติการควบคู่กับชุดภาคพื้นดินที่กระจายกำลังดับไฟป่า&nbsp;จากการบูรณาการกำลังร่วมจากเจ้าหน้าที่ขอหน่วยสถานีควบคุมไฟป่าแม่สะเรียง&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าเสือไฟ&nbsp;ชุดเหยี่ยวไฟกรมป่าไม้&nbsp;เจ้าหน้าที่อุทยานฯสาละวิน&nbsp;เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวิน&nbsp;อุทยานแห่งชาติสาขาแม่สะเรียง&nbsp;เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;36&nbsp;ตชด.ที่&nbsp;337&nbsp;และกำลังพล&nbsp;อส.แม่สะเรียง&nbsp;เข้าร่วมปฏิบัติการดับไฟในพื้นที่เป้าหมาย</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์ไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;พบจุดความร้อนสะสมตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;จนถึงวันที่&nbsp;5&nbsp;เมษายน&nbsp;2565</strong>&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;4,191&nbsp;จุด&nbsp;โดยอำเภอที่มีจุดความร้อนสูงสุดได้แก่&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;รวม&nbsp;1,176&nbsp;จุด&nbsp;คุณภาพอากาศในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;6&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ที่สถานีตรวจวัดอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;พบค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM2.5&nbsp;เท่ากับ&nbsp;88&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;เกินเกณฑ์มาตรฐานรวมจำนวน&nbsp;32&nbsp;วัน&nbsp;ซึ่งมีค่าสูงสุดที่วัดได้&nbsp;142&nbsp;มคก.ต่อ&nbsp;ลบ.ม&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ส่วนที่สถานีวัดอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;พบค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM2.5&nbsp;เท่ากับ&nbsp;134&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;เกินเกณฑ์มาตรฐานรวมจำนวน&nbsp;16&nbsp;วัน&nbsp;ทำให้มีผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน</p><p><br></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(52,&nbsp;58,&nbsp;64);\">#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>","2022-06-04T00:00:00","ภาคเหนือ","เชียงราย","สวท.เชียงราย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220406202934042"],
    [121,"เกษตรโคราชร่วมกับเกษตรอำเภอพิมาย จัดพิธีมอบเงินเยียวยาเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (อุทกภัย) ด้านพืช ปี 2564","<p><strong>วันนี้&nbsp;(6&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.นายตติรัฐ&nbsp;รัตนเศรษฐ&nbsp;เลขารัฐมนตรีช่วยว่าการคมนาคม&nbsp;</strong>เป็นประธานในพิธีมอบเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;อุทกภัย&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมอำเภอพิมาย&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;มีอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านเป็นตัวแทนเกษตรกรผู้ประสบอุกทกภัยรับมอบ&nbsp;ซึ่งอำเภอพิมาย&nbsp;มีเกษตรกรได้รับการช่วยเหลือ&nbsp;จำนวน&nbsp;11&nbsp;ตำบล&nbsp;&nbsp;129&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;5,593&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่เสียหาย&nbsp;74,461.25&nbsp;ไร่&nbsp;วงเงินช่วยเหลือ&nbsp;100,313,628&nbsp;บาท&nbsp;โดยมีพันจ่าโท&nbsp;ทวี&nbsp;พิมพ์อุบล&nbsp;นายอำเภอพิมาย&nbsp;นายวรกร&nbsp;เปรื่องค้า&nbsp;หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;กำนัน&nbsp;และ&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านร่วมในพิธีด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-06-04T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220406224445058"],
    [122,"เกษตรอำเภอวังน้ำเขียวจัดกิจกรรมส่งเสริมเกษตรอินทรีย์จังหวัดนครราชสีมา","<p><strong>วันนี้&nbsp;(6&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.นายชูศักดิ์&nbsp;ชุนเกาะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมส่งเสริมเกษตรอินทรีย์จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ณ&nbsp;อ่างเก็บน้ำบ้านสุขสมบูรณ์&nbsp;อำเภอวังน้ำเขียว&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมการเป็นเมืองเกษตรอัจฉริยะ&nbsp;(Smart&nbsp;City)&nbsp;และร่วมเสวนาหัวข้อ&nbsp;แนวทางการส่งเสริมเกษตรอินทรีย์จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;โดยนายณัฐนาท&nbsp;สันทัดพร้อม&nbsp;เกษตรอำเภอวังน้ำเขียว&nbsp;ได้นำเสนอข้อมูลเกษตรอินทรีย์ในพื้นที่อำเภอวังน้ำเขียว&nbsp;</p><p><strong>โดยมีการเสวนาหัวข้อ&nbsp;แนวทางการส่งเสริมเกษตรอินทรีย์จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;</strong>ได้นำเสนอข้อมูลแนวทางการส่งเสริมเกษตรอินทรีย์&nbsp;ด้วยมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ขั้นพื้นฐานจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;หรือ&nbsp;Korat&nbsp;Organic&nbsp;Standard&nbsp;:&nbsp;KOS&nbsp;ด้วยระบบการผลิต&nbsp;&nbsp;เกษตรอินทรีย์&nbsp;5&nbsp;ดี&nbsp;วิถีคนโคราช&nbsp;ได้แก่&nbsp;พันธุ์ดี&nbsp;ดินดี&nbsp;น้ำดี&nbsp;การจัดการดี&nbsp;และคนดี&nbsp;พร้อมสนับสนุนเกษตรกรที่มีศักยภาพ&nbsp;ในการรับรองมาตรฐานสากลต่อไป&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี&nbsp;</strong>ได้นำเสนอ&nbsp;ผลการพัฒนาระบบเพื่อใช้ในการเชื่อมโยงเกษตรกรผู้ผลิตและผู้ค้า&nbsp;ให้สามารถตรวจเช็คปริมาณผลผลิตและซื้อขายกันได้โดยตรง&nbsp;ซึ่งจะดำเนินการขับเคลื่อน&nbsp;ขยายผลไปยังผู้ใช้งานในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-06-04T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220406224225057"],
    [123,"เร่งแก้ไขปัญหาท่อส่งน้ำอ่างเก็บน้ำห้วยโป่ง แม่ฮ่องสอน ตะกอนอุดตัน สามารถใช้งานได้แล้ว","<p><strong>นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;มอบหมายให้โครงการชลประทานแม่ฮ่องสอนดำเนินการร่วมกับกลุ่มเกษตรกร&nbsp;ช่วยกันอัดน้ำเข้าท่อส่งน้ำของอ่างเก็บน้ำห้วยโป่ง&nbsp;เพื่อไล่ตะกอนดินที่อุดตันในท่อส่งน้ำออก&nbsp;จนประสบผลสำเร็จสามารถส่งน้ำได้ตามปกติแล้ว&nbsp;หลังพบตะกอนดินทับถมหน้าอ่างเก็บน้ำจนปิดท่อส่งน้ำทำให้ไม่สามารถส่งน้ำได้&nbsp;</p><p><strong>ตลอดหลายปีที่ผ่านมา&nbsp;โครงการชลประทานแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;ดำเนินการไล่ตะกอนในท่อส่งน้ำ&nbsp;อ่างเก็บน้ำห้วยโป่ง&nbsp;มาแล้วหลายครั้งตั้งแต่ปี&nbsp;2546&nbsp;เนื่องจากมีการตัดถนนในบริเวณพื้นที่รับน้ำของตัวอ่างเก็บน้ำด้านบนและมีการตัดภูเขารวมทั้งดันดินเพื่อเปิดเส้นทาง&nbsp;ทำให้มีปริมาณตะกอนดินไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำห้วยโป่งเป็นจำนวนมาก&nbsp;อีกทั้งในช่วงฤดูฝนที่มีฝนตก&nbsp;ได้ชะล้างดินที่มีการไถเปิดทางไว้&nbsp;ไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำอีกด้วย&nbsp;ประกอบกับพื้นที่ด้านบนของอ่างเก็บน้ำเป็นพื้นที่รับน้ำ&nbsp;มีการบุกเบิกของประชาชนในการเพาะปลูกเป็นจำนวนมาก&nbsp;จึงเป็นสาเหตุให้เกิดตะกอนดินทรายไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำแห่งนี้&nbsp;ต่อมาในปี&nbsp;2548&nbsp;ได้เริ่มมีการอุดตันของท่อส่งน้ำเป็นครั้งแรก&nbsp;โครงการชลประทานแม่ฮ่องสอน&nbsp;ได้เข้าไปดำเนินการแก้ไขโดยใช้วิธีสูบน้ำจากด้านท้ายล้างดินตะกอนที่อยู่ในอ่างฯ&nbsp;ตลอดจนจ้างเหมาบริษัทเข้าไปดำเนินการขุดลอกและกำจัดดินตะกอนเป็นระยะๆ&nbsp;จนถึงปี&nbsp;2563</p><p><strong>สำหรับในปี&nbsp;2565&nbsp;สั่งการให้โครงการชลประทานแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;ประสานงานร่วมกับส่วนบริหารเครื่องจักรกลที่&nbsp;1&nbsp;สำนักเครื่องจักรกล&nbsp;ดำเนินการตั้งแผนงานขุดลอกอ่างเก็บน้ำห้วยโป่ง&nbsp;ให้เสร็จภายในปีนี้&nbsp;เพื่อป้องกันปัญหาท่ออุดตันที่จะเกิดขึ้นอีกในอนาคต</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-07-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407113224116"],
    [124,"กอนช. ขอให้ประชาชนภาคใต้ระวังเกิดฝนตกหนักถึงหนักมาก พร้อมระวังน้ำท่วมฉับพลัน - น้ำป่าไหลหลากใน 8 จังหวัด ถึงวันที่ 8 เม.ย.นี้","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;&nbsp;ขอให้ประชาชนภาคใต้ระวังเกิดฝนตกหนักถึงหนักมาก&nbsp;พร้อมระวังน้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;-&nbsp;น้ำป่าไหลหลากใน&nbsp;8&nbsp;จังหวัด&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;8&nbsp;เมษายนนี้</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(7&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุณหภูมิสูงขึ้น&nbsp;แต่ยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้า&nbsp;ส่วนภาคเหนือและภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้บางพื้นที่&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.สตูล&nbsp;104&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;พังงา&nbsp;89&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และยะลา&nbsp;65&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;พร้อมระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากบริเวณจังหวัดชุมพร&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;พัทลุง&nbsp;สงขลา&nbsp;ปัตตานี&nbsp;ยะลา&nbsp;และนราธิวาสถึงวันที่&nbsp;8&nbsp;เมษายน&nbsp;กอนช.&nbsp;จึงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;อย่างจังหวัดสุราษฎร์ธานีให้กรมชลประทานร่วมกับจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;แจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำริมคลองท่าทองเฝ้าระวัง&nbsp;เนื่องจากระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น&nbsp;//&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ให้กรมชลประทานเร่งระบายน้ำท่วมขังโดยยกบานประตูระบายน้ำคลองคูพาย&nbsp;ประตูระบายน้ำคลองป่าเหล้า&nbsp;ประตูระบายน้ำคลองนครน้อย&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;อ.เมือง&nbsp;พร่องน้ำรอรับปริมาณน้ำที่จะไหลมาเติมในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช&nbsp;ส่วนพื้นที่&nbsp;อ.ชะอวด&nbsp;และ&nbsp;อ.ปากพนัง&nbsp;ได้เร่งระบายน้ำผ่านทางประตูระบายน้ำคลองชะอวด-แพรกเมือง&nbsp;และประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิตามจังหวะการขึ้นลงของน้ำทะเลลงสู่ทะเลอ่าวไทยเพื่อลดผลกระทบน้ำท่วมขังในพื้นที่&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กอนช.ยังติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำต่อเนื่อง&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมขังอยู่เป็นประจำและปรับแผนบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;26,113&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;45&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;20,320&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;43&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p>","2022-07-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407093341078"],
    [125,"ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือปรับตัวสูงขึ้นในระดับสีแดงบริเวณ ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน และ ต.ห้วยโก๋น อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน","<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือปรับตัวสูงขึ้นในระดับสีแดงบริเวณ&nbsp;ต.แม่คง&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;และ&nbsp;ต.ห้วยโก๋น&nbsp;อ.เฉลิมพระเกียรติ&nbsp;จ.น่าน</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(7&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พบค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นระดับสีแดงบริเวณ&nbsp;ต.แม่คง&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;และ&nbsp;ต.ห้วยโก๋น&nbsp;อ.เฉลิมพระเกียรติ&nbsp;จ.น่าน&nbsp;กว่า&nbsp;100&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&nbsp;8&nbsp;-&nbsp;10&nbsp;เมษายน&nbsp;หากจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบนฝั่งตะวันออก&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีถึงปานกลาง&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;8&nbsp;-&nbsp;14&nbsp;เมษายน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;</p>","2022-07-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407093835080"],
    [126,"กรมส่งเสริมการเกษตร เพิ่มผลผลิต ลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยให้แก่เกษตรกร","<p><strong>นางอัญชลี&nbsp;สุวจิตตานนท์&nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร</strong>&nbsp;กล่าวถึงผลสำเร็จของโครงการพัฒนาธุรกิจบริการดินและปุ๋ยเพื่อชุมชน&nbsp;หรือ&nbsp;One&nbsp;Stop&nbsp;Service&nbsp;ในงานแถลงข่าว&nbsp;OSS&nbsp;เคสดี&nbsp;ต้องมีโชว์&nbsp;ว่า&nbsp;ผลการดำเนินการของศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน&nbsp;ที่ได้เข้าไปช่วยเหลือเกษตรกรในการลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมีในการทำการเกษตรสำหรับการปลูกพืชเศรษฐกิจสำคัญ&nbsp;ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก&nbsp;โดยเกษตรกรจำนวน&nbsp;108,036&nbsp;ราย&nbsp;จาก&nbsp;394&nbsp;ศูนย์&nbsp;ใน&nbsp;63&nbsp;จังหวัด&nbsp;พื้นที่กว่า&nbsp;1&nbsp;ล้านไร่&nbsp;ได้รับประโยชน์&nbsp;ปริมาณการใช้ปุ๋ยลดลง&nbsp;59,047&nbsp;ตัน&nbsp;ที่สามารถลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมีเฉลี่ยในพืชเศรษฐกิจต่างๆ&nbsp;ไม่น้อยกว่าร้อยละ&nbsp;36&nbsp;คิดเป็นมูลค่ามากถึง&nbsp;244&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และเพิ่มผลผลิตได้จริง&nbsp;</p><p><strong>โดยผลผลิตของเกษตรกรที่ใช้ปุ๋ย</strong>&nbsp;ตามค่าวิเคราะห์ดินเพิ่มขึ้นช่วยสร้างรายได้เพิ่มขึ้น&nbsp;และเกิดการจ้างงานในธุรกิจบริการดินและปุ๋ยเพื่อชุมชน&nbsp;ประมาณ&nbsp;2,600&nbsp;คน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ในด้านการให้บริการเชิงธุรกิจ&nbsp;ทั้ง&nbsp;394&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้จดทะเบียนผู้ขายปุ๋ย&nbsp;เพื่อให้สามารถจำหน่ายปุ๋ยให้กับเกษตรกรทั่วไปได้&nbsp;ได้ให้บริการตรวจวิเคราะห์ดิน&nbsp;นับได้ว่าโครงการดังกล่าวมีส่วนสำคัญในการช่วยพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของสมาชิกเครือข่าย&nbsp;รวมถึงเกษตรกรทั่วไปให้สามารถลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมีและได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น&nbsp;ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ในเรื่องการลดต้นทุนการผลิต&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยการผลิต&nbsp;เช่น&nbsp;ปุ๋ย&nbsp;รวมถึงการส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน&nbsp;ลดการใช้ปุ๋ยเคมี&nbsp;รวมทั้งให้ทุกหน่วยงานเร่งสร้างความรู้ความเข้าใจ&nbsp;แนวทางการใช้ปุ๋ยที่เหมาะสม&nbsp;มีประสิทธิภาพ</p><p><br></p>","2022-07-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407112830111"],
    [127,"ความคืบหน้าการจ่ายเงินช่วยเหลือให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำมันรั่วลงทะเลระยอง ล่าสุดมีผู้ได้รับความช่วยเหลือ 5,540 ราย จาก 14,203 ราย เป็นเงินกว่า 179 ล้านบาท","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>หลังจากเกิดเหตุการณ์น้ำมันรั่วลงทะเลระยอง&nbsp;เมื่อคืนวันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;</strong>ศูนย์ดำรงค์ธรรมจังหวัดระยอง&nbsp;และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ได้เปิดลงทะเบียนผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุดังกล่าว&nbsp;เพื่อรับความช่วยเหลือรายละ&nbsp;15,000&nbsp;บาท&nbsp;ถึง&nbsp;45,000&nbsp;บาท&nbsp;ขึ้นอยู่กับอาชีพและขนาดของกิจการ&nbsp;โดยให้บริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;ต้นเหตุน้ำมันรั่ว&nbsp;เป็นผู้จ่ายเงินช่วยเหลือ&nbsp;ซึ่งมีด้วยกัน&nbsp;3&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ได้แก่&nbsp;กลุ่มประมง&nbsp;กลุ่มโรงแรม/ร้านอาหาร&nbsp;และกลุ่มอาชีพอื่นๆ&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;14,203&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;ล่าสุดได้จ่ายเงินช่วยเหลือให้ผู้ได้รับผลกระทบไปแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;5,540&nbsp;ราย&nbsp;รวม&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;179.5&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ประกอบด้วย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;ประมงพื้นบ้าน&nbsp;และกลุ่มประมงพาณิชย์&nbsp;จำนวน&nbsp;2,663&nbsp;ลำ&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;119.67&nbsp;ล้านบาท</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;อาชีพอื่นๆ&nbsp;2,892&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;42.58&nbsp;ล้านบาท</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;โรงแรม&nbsp;และร้านอาหาร&nbsp;85&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;17.3&nbsp;ล้านบาท</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ส่วนความคืบหน้าผลการตรวจสอบคราบน้ำมัน&nbsp;ตั้งแต่บริเวณหาดแหลมรุ่งเรือง&nbsp;หาดแม่รำพึง</strong>&nbsp;หาดสวนสน&nbsp;จนถึงบริเวณปากคลองแกลง&nbsp;ระยะทางกว่า&nbsp;19&nbsp;กิโลเมตรไม่พบคราบน้ำมัน&nbsp;ขณะที่คุณภาพน้ำทั่วไป&nbsp;อยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;และขณะนี้ทางบริษัทกำลังให้ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยในประเทศไทยหลายแห่ง&nbsp;รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว&nbsp;เพื่อวางแผนในการฟื้นฟูธรรมชาติต่อไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-07-04T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สวท.ระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407120956152"],
    [128,"สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย มอบใบรับรองสถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์ ตามโครงการเนื้อสัตว์ปลอดภัย ใส่ใจผู้บริโภค (ปศุสัตว์ OK) และตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ","<p><strong>สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายนำโดยนายทวีพงศ์</strong>&nbsp;&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;ปสุสัตว์อำเภอด่านซ้ายมอบใบรับรองสถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์&nbsp;ตามโครงการเนื้อสัตว์ปลอดภัย&nbsp;ใส่ใจผู้บริโภค&nbsp;(ปศุสัตว์&nbsp;OK)&nbsp;แก่ผู้ประกอบการฯ&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;แห่งได้แก่.&nbsp;ห้างหุ้นส่วนจำกัดรุ่งเรืองฟาร์ม&nbsp;สาขาโคกงาม&nbsp;เลขที่&nbsp;113&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลโคกงาม&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;และ&nbsp;บริษัทรุ่งเรืองสยาม&nbsp;สาขาอำเภอด่านซ้าย&nbsp;เลขที่&nbsp;26/1-2&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลด่านซ้าย&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;ตรวจเยี่ยม&nbsp;ให้คำแนะนำการเลี้ยง</strong>&nbsp;การให้อาหาร&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การจัดการและเฝ้าระวังป้องกันโรคฯ&nbsp;แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เป็นนายศักดา&nbsp;ศรีมาลา&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;45&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลนาหอ&nbsp;เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ตัว&nbsp;รักษาโคป่วย&nbsp;1&nbsp;ตัว&nbsp;และ&nbsp;นายอุดม&nbsp;เหมือนศรีชัย&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;47&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลนาดี&nbsp;เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ตัว&nbsp;รักษาโคป่วย&nbsp;1&nbsp;ตัว&nbsp;ที่บ้านบุ่งกุ่ม&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลนาหอ&nbsp;บ้านนาหมูม่น&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลนาดี&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-07-04T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407111724110"],
    [129,"เกษตรและสหกรณ์จังหวัดชัยภูมิ ลงพื้นที่ตรวจรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร และการปฏิบัติที่ดีสำหรับโรงรวบรวมผักและผลไม้สด ภายใต้การกำกับดูแลของกรมวิชาการเกษตร","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นางศศิมาภรณ์&nbsp;พันธโคตร&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดชัยภูมิ</strong>&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ในสังกัดสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ&nbsp;และผู้แทนห้างสรรพสินค้าโลตัส&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร&nbsp;และการปฏิบัติที่ดีสำหรับโรงรวบรวมผักและผลไม้สด&nbsp;ภายใต้การกำกับดูแลของกรมวิชาการเกษตร&nbsp;ให้กับ&nbsp;นายทองพูน&nbsp;วงษา&nbsp;ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนส้มโอแปลงใหญ่และเกษตรกรกลุ่มวิสาหกิจชุมชนส้มโอแปลงใหญ่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;บ้านหนองผักหลอด&nbsp;ตำบลบ้านแท่น&nbsp;อำเภอบ้านแท่น&nbsp;จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;(ห้างหุ้นส่วนจำกัด&nbsp;วิสาหกิจชุมชนส้มโอทองดีแปลงใหญ่บ้านแห่น)&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้กลุ่มเกษตรกรที่มีโรงรวบรวมผักและผลไม้สด&nbsp;มีระบบควบคุมงานที่เป็นมาตรฐานสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตรและสามารถส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-07-04T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ชัยภูมิ","สวท.ชัยภูมิ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407131354167"],
    [130,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นกว่า 400 จุด ส่วนจุดความร้อนจากเมียนมาวันนี้สูงเกือบ 5,000 จุด","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นกว่า&nbsp;400&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากเมียนมาวันนี้สูงเกือบ&nbsp;5,000&nbsp;จุด</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(6&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;451&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;183&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;102&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;88&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;38&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;36&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;4&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;148&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ตาก&nbsp;30&nbsp;จุด&nbsp;และน่าน&nbsp;28&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับการประเมินพื้นที่เสี่ยงสูงเกิดไฟป่าล่วงหน้า&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;4&nbsp;-&nbsp;10&nbsp;เมษายน&nbsp;โดยจุดความร้อนยังคงกระจายตัวอยู่ทางตอนบนของประเทศไทย&nbsp;โดยเฉพาะแม่ฮ่องสอนที่ยังพบจุดความร้อนสูงสุดต่อเนื่องหลายวัน&nbsp;รองลงมาภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;6&nbsp;เมษายน&nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;13,164&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;12,184&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;7,453&nbsp;จุด&nbsp;ภาพรวมปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM2.5&nbsp;วันนี้น่าเป็นห่วงหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลางพบค่าฝุ่นอยู่ที่ระดับปานกลาง&nbsp;(สีเหลือง)&nbsp;ถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;(สีแดง)&nbsp;โดยเฉพาะบริเวณ&nbsp;อ.ปาย&nbsp;และ&nbsp;อ.ปางมะผ้า&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;,&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;และตาก&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาวันนี้มากถึง&nbsp;4,904&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมา&nbsp;เป็น&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;3,546&nbsp;จุด&nbsp;และประเทศไทย&nbsp;451&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;และภาคตะวันตก&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย</p>","2022-07-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407125743166"],
    [131,"กรมชลประทาน จัดประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการ \"โครงการศึกษาความเหมาะสมและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม อ่างเก็บน้ำน้ำงาว อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดลำปาง\"","<p><strong>วันที่&nbsp;7&nbsp;เมษายน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;กรมชลประทาน</strong>&nbsp;จัดประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการ&nbsp;\"โครงการศึกษาความเหมาะสมและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;อ่างเก็บน้ำน้ำงาว&nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;จังหวัดลำปาง\"&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมที่ว่าการอำเภองาว&nbsp;อำเภองาว&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;และผ่านระบบออนไลน์ด้วยโปรแกรม&nbsp;Zoom&nbsp;Meeting&nbsp;โดยมี&nbsp;นายจำลักษ์&nbsp;กันเพ็ชร์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางเป็นประธานเปิดการประชุม&nbsp;และมีผู้แทนกรมชลประทาน&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และประชาชนในพื้นที่&nbsp;เข้าร่วมการประชุมและรับฟังการนำเสนอสรุปผลการศึกษาความเหมาะสมโครงการ&nbsp;การนำเสนอร่างรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;การนำเสนอสรุปผลการประชาสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมของประชาชน&nbsp;ตลอดจนการรับความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมประชุม</p><p><strong>โครงการอ่างเก็บน้ำน้ำงาว&nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;จังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;สืบเนื่องจากนายอดิศักดิ์&nbsp;ศักดิ์นภารัตน์&nbsp;ขอพระราชทานพระมหากรุณาในการก่อสร้าง&nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่งาว&nbsp;บริเวณบ้านแม่หยวก&nbsp;ม.4&nbsp;ต.หลวงเหนือ&nbsp;อ.งาว&nbsp;จ.&nbsp;ลำปาง&nbsp;เนื่องจากพื้นที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลของอำเภองาว&nbsp;ได้แก่&nbsp;ตำบลบ้านร้อง&nbsp;ตำบลปงเตา&nbsp;ตำบลนาแก&nbsp;ตำบลหลวงเหนือ&nbsp;ตำบลหลวงใต้&nbsp;และตำบลบ้านโป่ง&nbsp;มักจะประสบปัญหาภัยแล้งและอุทกภัยเป็นประจำ&nbsp;หากสามารถดำเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำน้ำงาวฯ&nbsp;ได้&nbsp;จะเป็นแหล่งเก็บกักน้ำไว้ใช้เพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตรได้ตลอดทั้งปี&nbsp;อีกทั้งยังสามารถบรรเทาความเสียหายจากปัญหาอุทกภัยในพื้นที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลดังกล่าวด้วย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;</strong>โดยสำนักบริหารโครงการได้ว่าจ้างบริษัทปัญญา&nbsp;คอนซันแตนท์&nbsp;จำกัด&nbsp;ดำเนินการศึกษาโครงการศึกษาความเหมาะสมและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;อ่างเก็บน้ำน้ำงาว&nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;อำเภองาว&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;ซึ่งตามแผนงานการประชาสัมพันธ์โครงการได้กำหนดให้มีการจัดประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการ&nbsp;เพื่อนำเสนอผลการศึกษาความเหมาะสมและร่างรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการ&nbsp;มาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ&nbsp;ให้มีผู้ส่วนเกี่ยวข้องได้รับทราบ&nbsp;พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและเสนอแนะเพื่อนำไปปรับปรุงผลการศึกษาโครงการให้มีความครบถ้วนสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-07-04T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407135729174"],
    [132,"บริษัท สยามนาวี จำกัด จังหวัดสุราษฎร์ธานี ต้องการปรับปรุงท่าเทียบเรือ ก่อสร้างท่าเรือ และเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์การให้บริการให้สามารถรองรับเรือขนาดเกินกว่า 500 ตันกรอส","<p><strong>นายธีรวีร์&nbsp;ปาติปา&nbsp;กรรมการผู้จัดการ&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ผู้ประกอบการท่าเทียบเรือ&nbsp;บริษัท&nbsp;สยามนาวี&nbsp;จำกัด&nbsp;ให้บริการขนถ่ายสินค้าประเภทอเนกประสงค์&nbsp;มีความประสงค์ดำเนินการปรับปรุงท่าเทียบเรือ&nbsp;ก่อสร้างท่าเรือ&nbsp;และเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์การให้บริการให้สามารถรองรับเรือขนาดเกินกว่า&nbsp;500&nbsp;ตันกรอส&nbsp;ซึ่งเป็นไปตามระเบียบกรมเจ้าท่า&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2563&nbsp;และเข้าข่ายประเภทและขนาดโครงการที่ต้องจัดทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;(EIA)&nbsp;ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;2562&nbsp;ผู้ประกอบการท่าเทียบเรือ&nbsp;จึงมอบหมายให้บริษัท&nbsp;สิ่งแวดล้อมสยาม&nbsp;จำกัด&nbsp;ดำเนินการจัดทำรายงานการประเมินผลกระต่อสิ่งแวดล้อมโครงการท่าเทียบเรือเพื่อใช้ประกอบการการพิจารณาเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการดังกล่าว</p><p><strong>ในการนี้การจัดทำรายงานประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม</strong>&nbsp;ได้รวบรวมข้อเสนอแนะ&nbsp;ข้อห่วงกังวลที่ได้จาการสำรวจสภาพเศรษฐกิจสังคมและจัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนครั้งที่&nbsp;1&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;14&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ณ&nbsp;อาคารอเนกประสงค์&nbsp;วัดท่าทองใหม่&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;โดยกำหนดแนวทางป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นจากการพัฒนาโครงการ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ขอเชิญชวนเข้าร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็นประชาชนครั้งที่&nbsp;2</strong>&nbsp;ต่อมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;&nbsp;โครงการท่าเทียบเรือดังกล่าวฯ&nbsp;ในวันพฤหัสบดีที่&nbsp;21&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;08.30-12.00&nbsp;ณ&nbsp;ศาลาอเนกประสงค์&nbsp;วัดท่าทองใหม่&nbsp;ตำบลบางกุ้ง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;</p><p><strong>หากมีข้อสงสัยหรือต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม</strong>สามารถติดต่อสอบถามได้ที่นางสาว&nbsp;ปิยะนันท์&nbsp;วรรณชาลี&nbsp;ผู้ประสานงานโครงการ&nbsp;มือถือ&nbsp;095-962-4064&nbsp;&nbsp;E-mail&nbsp;:&nbsp;piyanan.wan@siamenvi.co.th.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>","2022-07-04T00:00:00","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407141216185"],
    [133,"บริษัท เพียว ไบร์ท จำกัด จังหวัดสุราษฎร์ธานี ขออนุญาตก่อสร้างท่าเทียบเรือ ที่เข้าข่ายประเภทและขนาดโครงการที่ต้องจัดทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม","<p><strong>นายธีรวีร์&nbsp;ปาติปา&nbsp;กรรมการผู้จัดการ&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ผู้ประกอบการท่าเทียบเรือในพื้นที่จังหวัด&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;บริษัท&nbsp;เพียว&nbsp;ไบร์ท&nbsp;จำกัด&nbsp;ตั้งอยู่ที่ตำบล&nbsp;คลองฉนาก&nbsp;อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;มีความประสงค์จะขออนุญาตก่อสร้างท่าเทียบเรือ&nbsp;ที่เข้าข่ายประเภทและขนาดโครงการที่ต้องจัดทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;(EIA)ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;2561&nbsp;ผู้ประกอบการท่าเทียบเรือ&nbsp;จึงมอบหมายให้บริษัทสิ่งแวดล้อมสยาม&nbsp;จำกัด&nbsp;ดำเนินการจัดทำรายงานการประเมินผลกระพบสิ่งแวดล้อมโครงการท่าเทียบเรือดังกล่าว&nbsp;เพื่อใช้ประกอบการการพิจารณาก่อสร้างท่าเทียบเรือ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อให้ประชาชนได้ทราบรายละเอียดโครงการข่าวสาร</strong>และยังมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นตั้งแต่เริ่มโครงการ&nbsp;และเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากโครงการเพื่อพิจารณากำหนดแนวทางป้องกัน&nbsp;แก้ไข&nbsp;และลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่อาจจะเกิดจากโครงการต่อไป&nbsp;หากท่านมีข้อสงสัยหรือต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่นางสาว&nbsp;ปิยะนันท์&nbsp;วรรณชาลี&nbsp;ผู้ประสานงานโครงการมือถือ&nbsp;095-962-4064&nbsp;E-mail&nbsp;:&nbsp;piyanan.wan@siamenvi.co.th.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-07-04T00:00:00","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407141321187"],
    [134,"รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ลงพื้นที่ตรวจติดตามการบริหารจัดการน้ำพื้นที่ลุ่มต่ำฝั่งซ้ายคลองชัยนาท-ป่าสัก อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ดร.เฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;พร้อมคณะ</strong>&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจติดตามการบริหารจัดการน้ำพื้นที่ลุ่มต่ำฝั่งซ้ายคลองชัยนาท-ป่าสัก&nbsp;อำเภอบ้านหมี่&nbsp;จังหวัดลพบุรี&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>โดยมี&nbsp;นายกกชัย&nbsp;ฉายรัศมีกุล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี</strong>&nbsp;ได้กล่าวต้อนรับ&nbsp;โดยมี&nbsp;นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;กล่าวรายงานสถานการณ์น้ำและผลการเพาะปลูกในพื้นที่จังหวัดลพบุรี&nbsp;รวมถึงพื้นที่ลุ่มต่ำฝั่งซ้ายคลองชัยนาท-ป่าสัก&nbsp;ซึ่งพื้นที่ลุ่มต่ำดังกล่าวจะมีความลาดเทเข้าหาตัวคลองชัยนาท-ป่าสัก&nbsp;ดังนั้นในช่วงฤดูน้ำหลากจะมีน้ำป่าจากพื้นที่ตอนบน&nbsp;ได้แก่&nbsp;พื้นที่อำเภอโคกเจริญ&nbsp;อำเภอสระโบสถ์&nbsp;อำเภอหนองม่วง&nbsp;และอำเภอโคกสำโรง&nbsp;ไหลลงมาปะทะกับแนวคันคลองชัยนาท-ป่าสัก&nbsp;ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังพื้นที่การเกษตรในเขตอำเภอบ้านหมี่ซ้ำซากเป็นประจำทุกปี&nbsp;และเนื่องจากพื้นที่เป็นที่ลุ่มต่ำกว่าบริเวณอื่นและไม่สามารถระบายน้ำท่วมขังลงคลองชัยนาท-ป่าสักได้&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>กรมชลประทาน&nbsp;จึงได้กำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหา</strong>&nbsp;โดยก่อสร้างสถานีสูบน้ำริมคลองฝั่งซ้ายของคลองชัยนาท-ป่าสัก&nbsp;เพื่อสูบระบายน้ำท่วมขังลงสู่คลองชัยนาท-ป่าสัก&nbsp;พร้อมปรับปฏิทินการเพาะปลูกข้าวนาปีของพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งฝั่งซ้ายของคลองชัยนาท-ป่าสัก&nbsp;เพื่อส่งน้ำให้เกษตรกรทำนาปี&nbsp;และทันเก็บเกี่ยวต้นเดือนกันยายนของทุกปี&nbsp;จากนั้นจะใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นทุ่งรับน้ำหลากที่ไหลลงมาจากพื้นที่ตอนบนในลักษณะแก้มลิงธรรมชาติ&nbsp;พื้นที่ประมาณ&nbsp;72,680&nbsp;ไร่&nbsp;สามารถตัดยอดน้ำหลากได้&nbsp;116&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;นอกจากนี้จะเป็นการจัดจราจรน้ำในคลองชัยนาท-ป่าสัก&nbsp;ให้สอดคล้องกับช่วงระยะเวลาที่น้ำป่าไหลหลากลงมาและเร่งรัดการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ตอนบน&nbsp;เพื่อตัดยอดน้ำหลากของพื้นที่ตอนบนที่จะไหลหลากลงมา&nbsp;และเก็บกักน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งด้วย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>หลังจากนั้น&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ลงพื้นที่แปลงนา&nbsp;</strong>เพื่อร่วมกันเกี่ยวข้าวในพื้นที่แปลงนาของ&nbsp;นายพัลลภ&nbsp;โพธิ์อยู่&nbsp;รวมพื้นที่&nbsp;25&nbsp;ไร่&nbsp;ปลูกข้าวพันธุ์ปทุมธานี&nbsp;1&nbsp;โดยเริ่มปลูกเมื่อวันที่&nbsp;3&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;และเก็บเกี่ยวในวันที่&nbsp;7&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ใช้ระยะเวลาในการปลูกประมาณ&nbsp;4&nbsp;เดือน&nbsp;พร้อมให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเกี่ยวกับประเด็นการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำ&nbsp;และเน้นย้ำให้ทุกภาคส่วน&nbsp;ใช้น้ำให้คุ้มค่า&nbsp;รวมถึงการดำเนินการตามข้อสั่งการด้วยความห่วงใยของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เพื่อดูแลช่วยเหลือผู้ใช้น้ำทั้งภาคครัวเรือนและภาคการเกษตรให้เกิดประโยชน์สูงสุดด้วย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-07-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ลพบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407164120279"],
    [135,"จ.พิจิตร สถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ยังไม่เกินค่ามาตรฐาน สภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ดี ขณะที่การรับมือภัยแล้ง เตรียมพร้อมสนับสนุนเครื่องจักรกล ช่วยเหลือประชาชนพื้นที่เสี่ยงประสบภัย","<p><strong>วันที่&nbsp;7&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;นายสิงหราช&nbsp;วงษ์เสงี่ยม&nbsp;ปลัดจังหวัดพิจิตร</strong>&nbsp;ร่วมประชุมคณะกรรมการกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพิจิตร&nbsp;เพื่อป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;และภัยแล้งจังหวัดพิจิตร&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดพิจิตร&nbsp;โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรณรงค์หยุดเผาในที่โล่งทุกประเภท&nbsp;และงดเผาในพื้นที่การเกษตร&nbsp;พร้อมทั้งให้อำเภอติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สถานการณ์ไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;จ.พิจิตร&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;ม.ค.-5&nbsp;เม.ย.65&nbsp;&nbsp;มีจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;627&nbsp;จุด&nbsp;เปรียบเทียบปี&nbsp;2564&nbsp;มีจุดความร้อน&nbsp;892&nbsp;จุด&nbsp;ลดลงร้อยละ&nbsp;29.71&nbsp;ค่า&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ยังไม่เกินค่ามาตรฐาน&nbsp;คุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ปานกลางถึงดี</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;การป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง</strong>&nbsp;พบพื้นที่เสี่ยงสูง&nbsp;2&nbsp;อำเภอ&nbsp;5&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;คือ&nbsp;อ.ทับคล้อ&nbsp;ต.เขาทราย&nbsp;ม.6-8,&nbsp;ม.18&nbsp;และ&nbsp;อ.วชิรบารมี&nbsp;ต.บ้านนา&nbsp;ม.7&nbsp;โดยเตรียมพร้อมสนับสนุนเครื่องจักรกลให้การช่วยเหลือ&nbsp;จัดหาแหล่งน้ำสำรอง&nbsp;เร่งสร้างฝายกักเก็บน้ำ&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;รณรงค์ให้ประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัดและคุ้มค่า</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>","2022-07-04T00:00:00","ภาคเหนือ","พิจิตร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพิจิตร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407165715301"],
    [136,"ม.ราชภัฏเพชรบุรี เป็นเจ้าภาพจัดประชุมหัวหน้าหน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมท้องถิ่น 76 จังหวัดทั่วประเทศ มุ่งหวังให้เกิดกระบวนการขับเคลื่อนอนุรักษ์ ให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืน","<p><strong>ผศ.พจนารถ&nbsp;บัวเขียว&nbsp;รองอธิการบดีมาหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ม.ราชภัฏเพชรบุรีมีพันธกิจในการเรียนการสอนแล้วยังเป็นหน่วยงานประสาน&nbsp;การดูแลศิลปวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมของจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ในครั้งนี้ได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมหัวหน้าหน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมท้องถิ่น&nbsp;เป็นการประชุมหัวหน้าหน่วย&nbsp;76&nbsp;จังหวัดทั่วประเทศ&nbsp;จัดขึ้นที่โรงแรมลองบีช&nbsp;ชะอำ&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;7&nbsp;-&nbsp;9&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประสานความร่วมมือของหัวหน้าหน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมท้องถิ่นทั่วประเทศ&nbsp;เกิดการประสานงาน&nbsp;แลกเปลี่ยน&nbsp;ความร่วมมือร่วมกันแก้ปัญหาด้านต่างๆ&nbsp;มุ่งหวังให้เกิดกระบวนการขับเคลื่อนอนุรักษ์&nbsp;ให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืน&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สิ่งที่ชาวจังหวัดเพชรบุรีจะได้จากการจัดประชุมในครั้งนี้</strong>&nbsp;จำนวนสมาชิกจากทั่วประเทศกว่า&nbsp;250&nbsp;คน&nbsp;จับจ่ายใช้สอยในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ศึกษาดูงานตามสถานที่ต่างๆ&nbsp;ในจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;เช่น&nbsp;ศึกษาดูงานศูนย์ศึกษาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;ท่องเที่ยวชุมชนถ้ำรงค์&nbsp;สวนตาลลุงถนอม&nbsp;เยี่ยมชมวิถีชีวิตชุมชน&nbsp;ชมศิลปะวัฒนะธรรมวัดใหญ่สุวรรณาราม&nbsp;วัดมหาธาตุวรวิหาร&nbsp;จึงขอเชิญชวนชาวจังหวัดเพชรบุรีร่วมเป็นเจ้าบ้านต้อนรับคณะผู้เข้าร่วมประชุม&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-07-04T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สวท.เพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407203101432"],
    [137,"ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวแพร่ นำเสนอการบริหารจัดการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวให้กับคณะสมาชิกวุฒิสภา พร้อมพบปะผู้ผลิตข้าวคำหอมและผู้ผลิตพืชผักปลอดภัย ของจังหวัดแพร่","<p><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(7&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;เวลา&nbsp;13.10&nbsp;น.&nbsp;</strong>ที่ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวแพร่&nbsp;อำเภอร้องกวาง&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;ทาง&nbsp;พลเอก&nbsp;สกนธ์&nbsp;สัจจานิตย์&nbsp;รองประธานกรรมการคนที่หนึ่ง&nbsp;พร้อมคณะสมาชิกวุฒิสภาตามโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ&nbsp;(ตอนบน)&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;พลเอก&nbsp;ทวีป&nbsp;เนตรนิยม,&nbsp;พลตำรวจเอก&nbsp;ชัชวาลย์&nbsp;สุขสมจิตร์,&nbsp;นายมณเฑียร&nbsp;บุญตัน,&nbsp;นายอภิชาติ&nbsp;โตดิลกเวชช์,&nbsp;พลเอก&nbsp;สมเจตต์&nbsp;บุญถนอม,&nbsp;นางสุมิตรา&nbsp;อติศัพท์&nbsp;ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีเขต&nbsp;16&nbsp;และคณะ&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวแพร่&nbsp;โดยมีนายวิเชียร&nbsp;อนุสาสนนันท์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;พร้อมด้วยนางสาวศรีสกุล&nbsp;ทำดี&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวแพร่&nbsp;บรรยายสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวแพร่&nbsp;ซึ่งปัจจุบันได้ร่วมกับกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดแพร่และจังหวัดอุตรดิตถ์ในการส่งเสริมการปลูกข้าวเพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว&nbsp;เพื่อนำไปจำหน่ายให้กับเกษตรกร&nbsp;และเป็นแหล่งเมล็ดพันธุ์ข้าวให้กับรัฐ&nbsp;กรณีเกิดภัยพิบัติหรือภัยธรรมชาติ&nbsp;</p><p><strong>ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวแพร่เปิดดำเนินการเมื่อวันที่&nbsp;14&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2529&nbsp;</strong>ในชื่อศูนย์ขยายเมล็ดพันธุ์พืชที่&nbsp;14&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;สังกัดกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;และเปลี่ยนชื่อเป็นศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวแพร่สังกัดกรมการข้าว&nbsp;เมื่อวันที่16&nbsp;มีนาคม&nbsp;2549&nbsp;มีภารกิจหลักคือผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว&nbsp;ชั้นพันธุ์ขยายและชั้นพันธุ์จำหน่าย&nbsp;เพื่อสนับสนุนส่งเสริมและกระจายพันธุ์ข้าว&nbsp;ตามนโยบายคณะกรรมการข้าวแห่งชาติ,&nbsp;ส่งเสริมเผยแพร่และกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีไปสู่เกษตรกร&nbsp;โดยดำเนินงานภายใต้เงินทุนหมุนเวียน&nbsp;เพื่อผลิตและขยายพันธุ์พืชโดยแต่ละปีจะใช้เงินทุนหมุนเวียน&nbsp;เพื่อดำเนินการ&nbsp;80,152,840&nbsp;บาท,&nbsp;ส่งเสริมและพัฒนาการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวของท้องถิ่น&nbsp;และสนับสนุนการดำเนินธุรกิจเมล็ดพันธุ์ของเอกชน&nbsp;ตลอดจนศึกษาวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิต&nbsp;การใช้และการตลาดเมล็ดพันธุ์ข้าว,&nbsp;ถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านวิทยาการเมล็ดพันธุ์&nbsp;และปฏิบัติงานอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ตามที่ได้รับมอบหมาย</p><p><strong>ในการนี้คณะสมาชิกวุฒิสภา&nbsp;</strong>ตามโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน&nbsp;ได้พบปะกลุ่มผู้ผลิตข้าวคำหอม&nbsp;และพบกลุ่มผู้ผลิตพืชผักปลอดภัย&nbsp;ของกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดแพร่&nbsp;เยี่ยมชมกิจการการดำเนินงานของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวแพร่</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-07-04T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407164436282"],
    [138,"ส.ป.ก.อยุธยา จัดงานนวัตกรรมยกระดับชุมชนข้าวประจำถิ่น และผลิตภัณฑ์ข้าวคุณภาพ พร้อมมอบเอกสารสัญญาเช่าซื้อที่ดิน และมอบสินเชื่อเพื่อการเกษตรให้แก่เกษตรกร ในพื้นที่อำเภอลาดบัวหลวง","<p><strong>ณ&nbsp;ศูนย์จัดการที่ดินพระราชทาน&nbsp;ตำบลพระยาบันลือ&nbsp;อำเภอลาดบัวหลวง</strong>&nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&nbsp;บางเขน&nbsp;จัดงานนวัตกรรมยกระดับชุมชนข้าวประจำถิ่น&nbsp;และผลิตภัณฑ์ข้าวคุณภาพ&nbsp;พร้อมมอบเอกสารสัญญาเช่าซื้อที่ดินเพื่อเกษตรกรรม&nbsp;จำนวน&nbsp;11&nbsp;ราย&nbsp;และมอบสินเชื่อเงินกองทุนปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร&nbsp;จำนวน&nbsp;760,000&nbsp;บาท&nbsp;ให้แก่เกษตรกร&nbsp;16&nbsp;ราย&nbsp;ในพื้นที่ปฏิรูปที่ดินจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;โดยมี&nbsp;น.ส.พจนันท์&nbsp;กองมาก&nbsp;ปฏิรูปที่ดินจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;นายอดิเรก&nbsp;อุ่นโอสถ&nbsp;นายอำเภอลาดบัวหลวง&nbsp;ผศ.ดร.นิคม&nbsp;แหลมสัก&nbsp;รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&nbsp;นายอนันต์&nbsp;ภู่สิทธิกุล&nbsp;กรรมการส่งเสริมกิจการ&nbsp;มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&nbsp;นายพิสิฐ&nbsp;พรหมนารท&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวพระนครศรีอยุธยา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ส.ป.ก.5&nbsp;จังหวัดในที่ดินพระราชทานและส่วนราชการ&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;เจ้าหน้าที่และเกษตรกรที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;</p><p><strong>สำหรับงานนวัตกรรมยกระดับชุมชนข้าวประจำถิ่น&nbsp;และผลิตภัณฑ์ข้าวคุณภาพ&nbsp;มีกิจกรรมที่น่าสนใจ</strong>&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;กิจกรรม&nbsp;Rice&nbsp;Knowledge&nbsp;Sharing&nbsp;:&nbsp;ลานแลกเปลี่ยนเรียนรู้&nbsp;ในหัวข้อ&nbsp;\"ข้าวประจำถิ่น&nbsp;ข้าวคุณภาพ...สีกิน&nbsp;ที่เหลือขาย&nbsp;สร้างรายได้ที่มั่นคง\"&nbsp;กิจกรรมบูรณาการพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิต&nbsp;:&nbsp;ต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำของห่วงโซ่คุณค่าการพัฒนาธุรกิจข้าวประจำถิ่นและ&nbsp;การเสวนา&nbsp;นวัตกรรมยกระดับชุมชนข้าวประจำถิ่น&nbsp;ผลิตภัณฑ์ข้าวคุณภาพและมีการเรียนรู้กิจกรรมผ่านสถานีการเรียนรู้ที่สนับสนุนเกษตรกรในการทำการเกษตร&nbsp;อาทิ&nbsp;การปลูกข้าวปลอดภัย&nbsp;ส่งเสริมการใช้นวัตกรรม&nbsp;เช่น&nbsp;อากาศยานไร้คนขับ&nbsp;(โดรน)&nbsp;และการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ&nbsp;การสร้างเงินออม&nbsp;การปลูกพืชผักปลอดภัย&nbsp;การทำการเกษตรครบวงจร&nbsp;เพื่อเป็นการยกระดับชาวนาให้มีความรู้และมุ่งสู่วิถีใหม่ที่มุ่งการผลิตที่ปลอดภัย&nbsp;ห่วงใยสุขภาพและคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม&nbsp;<strong>โดยกิจกรรมนี้&nbsp;หวังให้เกษตรกรปรับลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตที่เหมาะสม&nbsp;</strong>ส่งเสริมการรวมกลุ่มเกษตรกร&nbsp;สร้างความเข้มแข็งและพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือระหว่างกลุ่มเกษตรกร&nbsp;ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพเกษตรกรให้สามารถใช้ประโยชน์ในที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;และให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบตลาดที่เชื่อมโยงผลผลิตของเกษตรกรสู่ผู้ประกอบการ&nbsp;ตลอดจนสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตให้กับเกษตรกร&nbsp;การส่งเสริมให้เกษตรกรมีองค์ความรู้ในการปรับลดต้นทุนการผลิตด้วยการใช้สารกำจัดศัตรูพืชอย่างปลอดภัยและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตที่เหมาะสม&nbsp;นำมาปรับใช้ในการผลิตในพื้นที่จะช่วยส่งผลดีต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในอนาคต&nbsp;อีกทั้งการส่งเสริมให้เกษตรกรมีการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่มุ่งเน้นให้เกษตรกรปลูกข้าวที่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ผลิต&nbsp;ห่วงใยสุขภาพผู้บริโภคและคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งที่เกษตรกรไทยต้องเรียนรู้และปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบันอีกด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p>ข่าว&nbsp;:&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;</p><p>เว็บไซต์&nbsp;:&nbsp;<a&nbsp;href=\"https://ayutthaya.prd.go.th/&nbsp;\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\">https://ayutthaya.prd.go.th/&nbsp;</a></p><p>IG&nbsp;:&nbsp;<a&nbsp;href=\"https://www.instagram.com/prd.ayutthaya/\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\">https://www.instagram.com/prd.ayutthaya/</a></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-07-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","พระนครศรีอยุธยา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407171244320"],
    [139,"เตรียมยื่นคำขอ  \"มังคุดในสายหมอกเบตง\"เป็นพืช GI จ.ยะลา ชนิดใหม่","<p><strong>เกษตรยะลา&nbsp;เตรียมยื่นคำขอ&nbsp;\"มังคุดในสายหมอกเบตง\"&nbsp;</strong>เป็นพืช&nbsp;GI&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ชนิดใหม่&nbsp;วันนี้&nbsp;7&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;นายกัสมัน&nbsp;ยะมาแล&nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;การประชุมคณะอนุกรรมการสิ่งชี้บ่งทางภูมิศาสตร์&nbsp;(GI)&nbsp;ไทย&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ซึ่งจัดโดยสำนักงานพานิชย์จังหวัดยะลา&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;พื่อร่วมพิจารณาการยื่นคำขออนุญาตใช้ตราสัญลักษณ์&nbsp;GI&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;มติที่ประชุมได้เห็นชอบมังคุดในสายหมอกเบตง</strong>&nbsp;เป็นพืชชนิดใหม่ที่จะยื่นคำขอ&nbsp;GI&nbsp;โดยให้สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;ดำเนินการจัดทำรายละเอียดเสนอต่อคณะกรรมการอำนวยการ&nbsp;เพื่อบรรจุเป็นชนิดพืชที่จะขอ&nbsp;GI&nbsp;ของจังหวัดยะลาต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-07-04T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407164133280"],
    [140,"เขตสุขภาพที่ 10 จัดการประชุมวิชาการกัญชาทางการแพทย์ ปลดล็อก กัญชา กัญชง สร้างสุขภาพ สร้างรายได้ หายเจ็บ หายจน รวมพลคนรักกัญ และการปาฐกถาพิเศษ โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข ณ จังหวัดศรีสะเกษ ระหว่างวันที่ 8-10 เมษายน 2565","<p><strong>เขตสุขภาพที่&nbsp;10&nbsp;กำหนดจัดการประชุมวิชาการกัญชาทางการแพทย์ภายใต้สโลแกน&nbsp;</strong>ปลดล็อก&nbsp;กัญชา&nbsp;กัญชง&nbsp;สร้างสุขภาพ&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;หายเจ็บ&nbsp;หายจน&nbsp;รวมพลคนรักกัญ&nbsp;ภายในงานจะมีการเสวนาเรื่องการปลดล็อกพืชกัญชากัญชงออกจากรายชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท&nbsp;5&nbsp;การให้บริการคลินิกกัญชาทางการแพทย์&nbsp;การส่งต่อองค์ความรู้จากภาครัฐ&nbsp;นวัฒกรรมการสร้างเศรษฐกิจด้วยพืชกัญชา&nbsp;กัญชง</p><p><strong>งานดังกล่าวมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;8-10&nbsp;เมษายน&nbsp;2565</strong>&nbsp;ณ&nbsp;อาคารสถาบันภาษาศิลปะและวัฒนธรรม&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฎศรีสะเกษ&nbsp;โดยได้รับเกียรติจาก&nbsp;นายอนุทิน&nbsp;ชาญวีรกูล&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิด&nbsp;ในวันที่&nbsp;9&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;พร้อมการปาฐกถาพิเศษ</p><p><strong>ทั้งนี้ผู้ที่เดินทางมาร่วมงานจะต้องแสดงหลักฐานฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;</strong>ผลการตรวจหาเชื้อในวันงาน&nbsp;พร้อมบัตรประจำตัวประชาชน&nbsp;หากไม่มีผลตรวจหาเชื้อ&nbsp;ภายในงานจะมีจุดให้บริการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเข้างาน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-07-04T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สวท.ศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407181030339"],
    [141,"จังหวัดชลบุรี  พบคราบน้ำมันลอยเกยชายฝั่งเกาะสีชัง เป็นระยะทางรวมเกือบกิโลเมตร คาดเรือขนส่งลักลอบทิ้ง","<p><strong>พบคราบน้ำมันเตาลอยเกยชายฝั่งเกาะสีชัง&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;เป็นระยะทางยาวเกือบ&nbsp;1&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ตลอดแนวหาดหน้าท่าเทียบเรือ&nbsp;และบริเวณท่าวัง&nbsp;ได้รับความเสียหาย&nbsp;เจ้าหน้าที่เร่งเก็บตัวอย่างตรวจสอบ&nbsp;และทำความสะอาด&nbsp;คาดน่าจะมาจากเรือขนส่งสินค้าแอบปล่อยน้ำมันทิ้ง&nbsp;เตรียมแจ้งความดำเนินคดี</strong></p><p><strong>ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า&nbsp;พบคราบน้ำมันเตาเป็นจำนวนมากลอยเกยชายหาดในพื้นที่เกาะสีชัง</strong>&nbsp;อำเภอเกาะสีชัง&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;เป็นระยะทางเกือบ&nbsp;1&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือบริเวณอ่าวท่าวังภายในพระจุฑาธุชราชฐาน&nbsp;หาดทรายแก้ว&nbsp;หาดท่ายายทิม&nbsp;และบริเวณหาดหน้าสถานีตำรวจภูธรเกาะสีชัง&nbsp;โดยเจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;ศูนย์วิจัย&nbsp;ทช.&nbsp;อ่าวไทยตอนบนฝั่งตะวันออก&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาชลบุรี&nbsp;ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจังหวัดชลบุรี&nbsp;(ศรชล.)&nbsp;ทสจ.ชลบุรี&nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;13&nbsp;(ชลบุรี)&nbsp;และสำนักงาน&nbsp;ทช.ที่&nbsp;2&nbsp;(ชลบุรี)&nbsp;สำรวจบริเวณพื้นที่เกาะสีชัง&nbsp;อ.เกาะสีชัง&nbsp;จ.ชลบุรี</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>โดยเจ้าหน้าที่ได้ลงเรือสำรวจรอบ&nbsp;ๆ&nbsp;บริเวณเกาะสีชังโดยรอบ</strong>&nbsp;เพื่อเก็บตัวอย่างน้ำมัน&nbsp;และนำน้ำทะเลไปตรวจสอบวิเคราะห์ปริมาณปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนรวม&nbsp;และเก็บตัวอย่างคราบน้ำมันบริเวณชายหาดเพื่อส่งวิเคราะห์องค์ประกอบของน้ำมันต่อไป&nbsp;บริเวณท่าเทียบเรือหน้าสถานีตำรวจภูธรเกาะสีชังพบคราบน้ำมันเป็นทางยาวประมาณ&nbsp;100&nbsp;เมตร&nbsp;ส่วนอีกจุดที่บริเวณอ่าวท่าวังภายในพระจุฑาธุชราชฐาน&nbsp;พบคราบน้ำมันสองจุด&nbsp;จุดแรกมีคราบน้ำมันยาวประมาณ&nbsp;330&nbsp;เมตร&nbsp;และจุดที่สองพบคราบน้ำมันยาวประมาณ&nbsp;300&nbsp;เมตร&nbsp;จึงได้ให้เจ้าหน้าที่ทำความสะอาดชายหาดและพ่นสารเคมีทำลายคราบน้ำมันบางสวนอยู่&nbsp;ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบความเสียหายของสัตว์น้ำและปะการังในบริเวณดังกล่าว&nbsp;ซึ่งจะต้องตรวจสอบโดยละเอียดอีกครั้ง&nbsp;โดยเบื้องต้นเป็นน้ำมันเตาที่ผ่านการใช้แล้ว&nbsp;ซึ่งคาดว่าน้ำมันที่มาเกยชายหาดในครั้งนี้น่าจะมาจากเรือสินค้าขนาดใหญ่แอบปล่อยน้ำมันลงทะเลในช่วงเวลากลางคืน&nbsp;ก่อนคราบน้ำมันจะลอยเข้าติดชายฝั่งทะเลเกาะสีชังดังกล่าว</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้&nbsp;นายธเนศ&nbsp;ผ่องใส&nbsp;นายกเทศมนตรีเกาะสีชัง</strong>&nbsp;ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมประชุมเพื่อแก้ไขสถานการณ์ดังกล่าวแล้วอย่างเร่งด่วน&nbsp;พร้อมมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานแล้ว</p><p><br></p><p>บัณฑิต&nbsp;มันปาฏิ...ภาพ/ข่าว</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-right\"><br></p><p><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-right\">&nbsp;</p>","2022-07-04T00:00:00","ภาคตะวันออก","ชลบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407192015385"],
    [142,"จังหวัดภูเก็ต นำจิตอาสาและประชาชนจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับกำจัดวัชพืชริมกำแพงคลองบางใหญ่ เพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำ และปรับภูมิทัศน์ให้สวยงามเหมาะสมต่อการท่องเที่ยวในเขตกลางเมืองภูเก็ต","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">นายอานุภาพ&nbsp;รอดขวัญ&nbsp;ยอดระบำ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">&nbsp;นำจิตอาสาและประชาชนชาวจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;ชมรมรักษ์บางใหญ่&nbsp;กำจัดวัชพืช&nbsp;และเก็บขยะในคลองบางใหญ่&nbsp;บริเวณด้านข้างลานมังกร&nbsp;และศูนย์การค้าไลม์ไลท์อเวนิวภูเก็ต&nbsp;ตำบลตลาดใหญ่&nbsp;กลางเมืองภูเก็ต&nbsp;เพื่อให้มีความสะอาด&nbsp;สวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อย&nbsp;และเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ&nbsp;ป้องกันปัญหาน้ำท่วมขัง&nbsp;และเพื่อความเหมาะสมต่อการท่องเที่ยวทางน้ำในอนาคต&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">ทั้งนี้&nbsp;คลองบางใหญ่&nbsp;เป็นแหล่งน้ำที่สำคัญและถือเป็นลำคลองสายหลัก</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">ของจังหวัดภูเก็ต&nbsp;โดยมีต้นน้ำในเขตน้ำตกกะทู้ไหลผ่านตัวเมืองภูเก็ตไปออกสู่ทะเลและบริเวณปลายแหลมสะพานหิน&nbsp;มีความยาวกว่า&nbsp;20&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;คลองบางใหญ่จึงเปรียบเสมือนสายโลหิตหลักของการตั้งถิ่นฐานชุมชนตั้งแต่อดีต&nbsp;จนถึงปัจจุบัน&nbsp;เป็นเมืองท่าของการเดินเรือที่มีชื่อเสียงในการค้าขายโดยเฉพาะการทำเหมืองแร่</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">นายอานุภาพ&nbsp;รอดขวัญ&nbsp;ยอดระบำ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">การพัฒนาคลองบางใหญ่&nbsp;จากความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่ร่วมกันปรับสภาพพื้นที่ให้มีความสวยงาม&nbsp;เพื่อประชาชนมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืน&nbsp;ซึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้คือความร่วมมือของประชาชนบริเวณโดยรอบคลองบางใหญ่&nbsp;ที่จะต้องช่วยดูแลรักษาให้มีความสวยงามตลอดไป</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-07-04T00:00:00","ภาคใต้","ภูเก็ต","สวท.ภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407200046414"],
    [143,"มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี จัดประชุมประจำปีภาคีอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมกลุ่มจังหวัด พ.ศ. 2565","<p><strong>นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี</strong>&nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์&nbsp;ดร.เสนาะ&nbsp;&nbsp;กลิ่นงาม&nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้แทนจากหน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมท้องถิ่น&nbsp;ทั้ง&nbsp;76&nbsp;จังหวัด&nbsp;ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะอนุกรรมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรม&nbsp;คณะอนุกรรมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมประจำจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ครู&nbsp;และนักศึกษา&nbsp;เข้าร่วมประชุมประจำปีภาคีอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมกลุ่มจังหวัด&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรมลองบีช&nbsp;ชะอำ&nbsp;ตำบลชะอำ&nbsp;อำเภอชะอำ&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p><strong>การประชุมครั้งนี้&nbsp;เป็นการดำเนินงานภายใต้ภารกิจของกระทรวงทรัพยากร&nbsp;ธรรมชาติ</strong>และสิ่งแวดล้อมที่ได้ให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม&nbsp;ธรรมชาติและศิลปกรรม&nbsp;ซึ่งเป็นมรดกของชาติ&nbsp;โดยเป็นการดำเนินงานสืบเนื่องมาจาก&nbsp;มติคณะรัฐมนตรี&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;28&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2527&nbsp;ที่เห็นชอบแผนพัฒนาการอนุรักษ์&nbsp;สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรม&nbsp;โดยกำหนดให้มีหน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม&nbsp;ธรรมชาติและศิลปกรรมท้องถิ่นจังหวัด&nbsp;76&nbsp;จังหวัด&nbsp;(ยกเว้นกรุงเทพมหานคร)&nbsp;เป็นกลไกในการดำเนินงานในท้องถิ่น&nbsp;โดยทำหน้าที่เป็นหน่วยเฝ้าระวังและติดตาม&nbsp;สถานการณ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมจนถึงปัจจุบัน&nbsp;ซึ่งการดำเนินงานที่ผ่านมาสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ได้ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่าย&nbsp;สร้างกระบวนการเรียนรู้&nbsp;ให้คำแนะนำด้าน&nbsp;เทคนิควิชาการ&nbsp;และแนวทางการบริหารจัดการ&nbsp;อนุรักษ์&nbsp;คุ้มครองและฟื้นฟูคุณภาพ&nbsp;สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมศิลปกรรมมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;กระตุ้นและส่งเสริมให้มีการพัฒนาการดำเนินงานของหน่วยอนุรักษ์&nbsp;สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมท้องถิ่นทั่วประเทศ&nbsp;เกิดการประสานงาน&nbsp;แลกเปลี่ยนความคิดเห็น&nbsp;และความร่วมมือ&nbsp;ในการแก้ไขปัญหาการทำลายและความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรม&nbsp;รวมทั้งสร้างเสริมความร่วมมือของหน่วยงานในทุกภาคส่วน&nbsp;ร่วมเป็นเครือข่ายในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรม&nbsp;เพื่อให้เกิดกระบวนการขับเคลื่อนงานอนุรักษ์ฯ&nbsp;ให้เกิดประสิทธิผล&nbsp;และยั่งยืน&nbsp;การประชุมประจำปีภาคีอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมกลุ่มจังหวัดมีประจำทุกปี&nbsp;โดยปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;หน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมท้องถิ่นจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี&nbsp;กลุ่มที่&nbsp;12&nbsp;เพชรสมุทรคีรี&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เพชรบุรี&nbsp;ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;สมุทรสงครามและสมุทรสาคร&nbsp;ได้รับมอบหมายร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;7-9&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม&nbsp;จำนวน&nbsp;200&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งจะมีกิจกรรมประกอบด้วย&nbsp;การประชุมประจำปีภาคีหน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมกลุ่มจังหวัด&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;การบรรยายพิเศษ&nbsp;การถอดบทเรียนงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรม&nbsp;การมอบโล่แก่ผู้ที่ทำคุณประโยชน์ให้หน่วยอนุรักษ์ฯ&nbsp;และการศึกษาดูงานการจัดการสิ่งแวดล้อมศิลปกรรมในจังหวัดเพชรบุรี</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-07-04T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407200359416"],
    [144,"สถานีพัฒนาที่ดินนครราชสีมา  มอบปัจจัยการผลิต โดโลไมท์ (Dolomite) ให้กับหมอดินอาสา และเกษตรกร อ.ด่านขุนทด อ.เทพารักษ์ อ.สีคิ้ว และ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา","<p><strong>นายนพดล&nbsp;การดี&nbsp;นักวิชาการเกษตร</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางสาวประนัฐญา&nbsp;นีพลกรัง&nbsp;นักวิชาการเกษตร&nbsp;สถานีพัฒนาที่ดินนครราชสีมา&nbsp;ลงพื้นที่!&nbsp;มอบปัจจัยการผลิต&nbsp;โดโลไมท์&nbsp;(Dolomite)&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;ตัน&nbsp;ให้กับหมอดินอาสา&nbsp;และเกษตรกร&nbsp;อำเภอด่านขุนทด&nbsp;อำเภอเทพารักษ์&nbsp;อำเภอสีคิ้ว&nbsp;และอำเภอปากช่อง&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;ประปาหมู่บ้านหนองบัวตะเกียด&nbsp;หมู่ที่&nbsp;10&nbsp;ตำบลหนองบัวตะเกียด&nbsp;อำเภอด่านขุนทด&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ซึ่งเป็นการมอบปัจจัยการผลิต&nbsp;โดโลไมท์&nbsp;(Dolomite)&nbsp;พร้อมสาธิตการตรวจสอบความเป็นกรด&nbsp;&nbsp;ด่างของดิน&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจให้เกษตรกรตระหนักถึงประโยชน์ของการปรับปรุงคุณภาพดิน&nbsp;ที่ส่งผลต่อการทำการเกษตร&nbsp;และสามารถพัฒนาคุณภาพดินในพื้นที่จัดการปัญหาที่ดินทำกิน&nbsp;โดยการสนับสนุนส่งเสริมการปรับปรุงบำรุงคุณภาพดินพื้นที่ดินกรด&nbsp;ด้วยการใช้ปูน&nbsp;โดโลไมท์&nbsp;(Dolomite)&nbsp;&nbsp;เพื่อการเกษตรในการแก้ไขปรับปรุงคุณภาพดินกรด&nbsp;ให้มีสภาพเหมาะสมในการทำเกษตรกรรมเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;และมีการใช้ประโยชน์ที่ดินได้อย่างยั่งยืน&nbsp;</p><p><strong>โดโลไมท์&nbsp;(dolomite)&nbsp;เป็นแร่ธาตุที่มีประโยชน์หลากหลาย&nbsp;</strong>ในการเกษตรและการทำสวนปาล์มน้ำมัน&nbsp;แร่โดโลไมท์&nbsp;ถูกนำมาผลิตเป็นปูนโดโลไมท์หรือโดโลไมท์เพื่อใช้ลดความเป็นกรดของดินและน้ำ&nbsp;และช่วยเพิ่มธาตุอาหารในดิน&nbsp;โดโลไมท์มีทั้งชนิดผงและชนิดเม็ด&nbsp;แรกเริ่มจะมีลักษณะเป็นผงฝุ่น&nbsp;ต่อมาได้มีพัฒนาการเป็นชนิดอัดเม็ด&nbsp;มีขนาดใกล้เคียงกับเม็ดปุ๋ยเคมี&nbsp;เพื่อความสะดวกต่อการใช้งานทางด้านเกษตร&nbsp;เช่น&nbsp;ใส่ไปกับเครื่องหยอดปุ๋ยหรือเครื่องพ่นปุ๋ยได้&nbsp;ในขั้นตอนปั้นเม็ดของผู้ผลิตบางรายได้มีการเพิ่มธาตุอาหารที่เป็นประโยชน์แก่พืชลงไป&nbsp;เพื่อให้ผลผลิตทางด้านเกษตรกรรมดีขึ้นด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-07-04T00:00:00","NULL","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407204012436"],
    [145,"พาณิชย์สุรินทร์ เตรียมจัดตลาดนัดข้าวเปลือก เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว","<p><strong>วันที่&nbsp;7&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;</strong>นางพิรุณวรรณน์&nbsp;จงใจภักดิ์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;และ&nbsp;นางวิยะดา&nbsp;เฮ่ประโคน&nbsp;หัวหน้ากลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;เข้าพบผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรเพี่อการตลาดลูกค้า&nbsp;ธ.ก.ส.สุรินทร์&nbsp;จำกัด&nbsp;เพื่อประสานเตรียมการจัดตลาดนัดข้าวเปลือก&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;ที่จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่&nbsp;19&nbsp;-&nbsp;21&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า&nbsp;ธ.ก.ส.สุรินทร์&nbsp;จำกัด&nbsp;สาขารัตนบุรี&nbsp;&nbsp;โอกาสนี้&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ได้เยี่ยมชมกระบวนการผลิตข้าวโรงสีสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า&nbsp;ธ.ก.ส.สุรินทร์&nbsp;จำกัด&nbsp;ตำบลตาอ็อง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสุรินทร์ด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2022-07-04T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สุรินทร์","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220407231407480"],
    [146,"ผู้ตรวจราชการกรมประมง ตรวจติดตาม การดำเนินงานศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดเพชรบูรณ์","<p><strong>วานนี้&nbsp;(7&nbsp;เมษายน&nbsp;พ.ศ.2565)&nbsp;เวลา&nbsp;15.30&nbsp;น.&nbsp;นายประเทศ&nbsp;ซอรักษ์&nbsp;</strong>ผู้ตรวจราชการกรมประมง&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;ชัยรัตน์&nbsp;พุ่มช่วย&nbsp;ประมงจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;เข้าตรวจเยี่ยม&nbsp;ติดตาม&nbsp;ให้คำแนะนำ&nbsp;ในการดำเนินงานโครงการตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์,&nbsp;โครงการตามยุทธศาสตร์ของจังหวัดเพชรบูรณ์,&nbsp;โครงการตามแผนงานของกรมประมง&nbsp;และปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงาน&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดเพชรบูรณ์&nbsp;</p><p><strong>โดยมี&nbsp;นายเมธา&nbsp;คชาภิชาติ&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการ</strong>เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดเพชรบูรณ์&nbsp;และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดเพชรบูรณ์&nbsp;รายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการตามแผนตรวจราชการ&nbsp;ซึ่งการดำเนินงานมีความคืบหน้าเป็นไปตามแผนที่กำหนด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>Cr.&nbsp;สนง.ประมง&nbsp;จ.พช.</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-08-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","เพชรบูรณ์","สวท.เพชรบูรณ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408094601511"],
    [147,"ชลประทานลำปาง เปิดปัจฉิมนิเทศศึกษาความเหมาะสมการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำน้ำงาว","<p><strong>ชลประทานที่&nbsp;2&nbsp;ลำปาง&nbsp;ลงพื้นที่จัดประชุมปัจฉิมนิเทศ</strong>&nbsp;เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนผู้มีส่วนได้เสีย&nbsp;ศึกษาความเหมาะสมและประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม&nbsp;โครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำน้ำงาว&nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริ</p><p><strong>นายศุภชัย&nbsp;พินิจสุวรรณ&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนวิศวกรรม&nbsp;สำนักงานชลประทานที่&nbsp;2&nbsp;ลำปาง</strong>&nbsp;นำทีมเจ้าหน้าที่คณะทำงานในส่วนงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และทีมบริษัทว่าจ้างที่ปรึกษา&nbsp;ร่วมลงพื้นเปิดเวทีจัดการประชุมสัมมนาปัจฉิมนิเทศนำเสนอรายงานสรุปผลการศึกษาความเหมาะสมและประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม&nbsp;(EIA)&nbsp;โครงการ&nbsp;\"การก่อสร้างอ่างเก็บน้ำน้ำงาว&nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;อำเภองาว&nbsp;จังหวัดลำปาง\"&nbsp;พร้อมเปิดพื้นที่ให้ประชาชนชาวบ้านผู้มีส่วนได้เสียได้ร่วมแสดงความคิดเห็นเพื่อประเมินความเหมาะสมเพิ่มเติมในการดำเนินโครงการฯ&nbsp;ณ&nbsp;อาคารหอประชุมที่ว่าการอำเภองาว&nbsp;ตำบลนาแก&nbsp;อำเภองาว&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;</p><p><strong>มีนายจำลักษ์&nbsp;กันเพ็ชร์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;</strong>เป็นประธานเปิดการสัมมนาปัจฉิมนิเทศ&nbsp;พร้อมร่วมรับฟังรายงานการนำเสนอสาระสำคัญขอบเขตและรูปแบบแนวทางที่จะดำเนินงานตามโครงการฯ&nbsp;โดยมีตัวแทนประชาชนผู้มีส่วนได้เสียกว่า&nbsp;150&nbsp;คน&nbsp;จาก&nbsp;7&nbsp;กลุ่ม&nbsp;&nbsp;เข้าร่วมประชุมสัมมนาและแสดงความคิดเห็น&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;กลุ่มประชาชนผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงในเขตพื้นที่,&nbsp;กลุ่มหน่วยงานรับผิดชอบศึกษาความเหมาะสมและประเมินผลกระทบ,&nbsp;กลุ่มหน่วยงานภาคราชการ,&nbsp;กลุ่มหน่วยงานด้านสาธารณสุขและการแพทย์,&nbsp;กลุ่มองค์กรเอกชนด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;สถานศึกษา&nbsp;ศาสนสถาน&nbsp;นักวิชาการอิสระ,&nbsp;กลุ่มสื่อมวลชน&nbsp;และกลุ่มประชาชนทั่วไป&nbsp;ซึ่งในการประชุมสัมมนา&nbsp;สำนักงานชลประทานที่&nbsp;2&nbsp;ลำปาง&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;&nbsp;และกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาดำเนินการศึกษาความเหมาะสมและจัดทำรายงานประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม&nbsp;(EIA)&nbsp;ได้มีการนำเสนอสาระสำคัญของผลการศึกษาโครงการฯ&nbsp;ซึ่งอาจส่งผลกระทบและต้องมีการดำเนินการแก้ไขในด้านต่างๆ&nbsp;ทั้งด้านทรัพยากรกายภาพและชีวภาพ&nbsp;ที่อาจมีผลกระทบต่อ&nbsp;สภาพภูมิประเทศ&nbsp;น้ำผิวดิน&nbsp;ป่าไม้&nbsp;สัตว์ป่า&nbsp;พื้นที่ชั้นผิวดิน&nbsp;ระบบนิเวศวิทยาทางน้ำ&nbsp;รวมไปถึงการศึกษาในด้านคุณค่าการใช้ประโยชน์ที่จะมีผลกระทบต่อการใช้ประโยชน์ในที่ดิน&nbsp;การคมนาคมขนส่ง&nbsp;และด้านคุณค่าต่อคุณภาพชีวิต&nbsp;ที่จะมีผลต่อสภาพเศรษฐกิจ-สังคม</p><p><strong>โดยการจัดประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการดังกล่าว&nbsp;</strong>เพื่อเป็นการนำเสนอผลการศึกษาความเหมาะสมและร่างรายงานประกอบการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมของโครงการฯ&nbsp;รวมถึงมาตรการแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาผลกระทบในด้านต่างๆ&nbsp;ให้ประชาชนผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ&nbsp;พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ร่วมแสดงความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมเพื่อจะได้นำไปปรับปรุงรายละเอียดในรายงานผลการศึกษาให้มีความเหมาะสมครบถ้วน&nbsp;สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน&nbsp;โดยรายงานผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม&nbsp;(EIA)&nbsp;ฉบับนี้&nbsp;ทางกรมชลประทานจะได้นำเสนอ&nbsp;ต่อสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ&nbsp;ประกอบการขอผ่อนผันการใช้พื้นที่ลุ่มน้ำชั้น&nbsp;1A&nbsp;และขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าไม้&nbsp;เพื่อก่อสร้างโครงการฯ&nbsp;ต่อไป</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำหรับโครงการอ่างเก็บน้ำน้ำงาว&nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;</strong>เป็นโครงการที่ประชาชนในพื้นที่อำเภองาว&nbsp;ได้นำความกราบบังคมทูลขอพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณในการก่อสร้าง&nbsp;มาตั้งแต่ปี&nbsp;2537&nbsp;แต่เนื่องจากความเห็นต่างของคนในพื้นที่ทำให้โครงการฯ&nbsp;ยืดเยื้อไม่สามารถดำเนินการได้มาจนถึงปัจจุบัน&nbsp;นับเป็นเวลารวมกว่า&nbsp;28&nbsp;ปี&nbsp;โดยโครงการอ่างเก็บน้ำน้ำงาวฯ&nbsp;ที่จะดำเนินการก่อสร้างนี้&nbsp;เป็นโครงการอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง&nbsp;มีจุดสถานที่ตั้งก่อสร้างอยู่ในเขตพื้นที่บ้านข่อย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;และบ้านท่าเจริญ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;ตำบลบ้านร้อง&nbsp;อำเภองาว&nbsp;&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;โดยจุดที่ตั้งจะอยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น&nbsp;1A&nbsp;ประมาณ&nbsp;199.70&nbsp;ไร่&nbsp;และอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่งาวฝั่งซ้าย&nbsp;กับ&nbsp;ป่าแม่โป่ง&nbsp;ในเขตพื้นที่ป่าโซน&nbsp;C&nbsp;อีกประมาณ&nbsp;773.45&nbsp;&nbsp;ไร่&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งอ่างเก็บน้ำน้ำงาวจะมีเขื่อนหลักขวางกั้นลำน้ำงาว&nbsp;ขนาดความยาว&nbsp;360&nbsp;เมตร</strong>&nbsp;สูง&nbsp;35.5&nbsp;เมตร&nbsp;มีพื้นที่รับน้ำฝน&nbsp;251.47&nbsp;ตร.กม.&nbsp;มีขนาดความจุระดับกักเก็บ&nbsp;13&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;และในพื้นที่จะมีการก่อสร้างเขื่อนปิดกั้นช่องเขาต่ำ&nbsp;ขนาดความยาว&nbsp;505&nbsp;เมตร&nbsp;สูง&nbsp;22&nbsp;เมตร&nbsp;เพื่อป้องกันน้ำท่วมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข&nbsp;1&nbsp;ส่วนพื้นที่ระหว่างถนนกับเขื่อนปิดกั้นช่องเขาต่ำ&nbsp;จะมีการก่อสร้างระบบสูบน้ำจากลำห้วยคืนสู่อ่างเก็บน้ำน้ำงาวด้วย&nbsp;ซึ่งหากโครงการฯ&nbsp;ได้ดำเนินการก่อสร้างจนแล้วเสร็จ&nbsp;ก็จะสามารถกักเก็บน้ำส่งช่วยเหลือสนับสนุนพื้นที่ทำการเกษตรได้มากกว่า&nbsp;8,477&nbsp;ไร่&nbsp;ในฤดูฝน&nbsp;และสนับสนุนพื้นที่ทำการเกษตรในช่วงหน้าแล้งได้มากกว่า&nbsp;7,724&nbsp;ไร่&nbsp;โดยมีชุมชนพื้นที่อย่างน้อย&nbsp;20&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;2&nbsp;ตำบล&nbsp;ทั้งตำบลบ้านร้องและตำบลปงเตา&nbsp;รวมกว่า&nbsp;20,086&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ที่จะได้รับประโยชน์จากโครงการฯ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง&nbsp;</p><p>นายชาญณรงค์&nbsp;ปันเต</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-08-04T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408100147518"],
    [148,"กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่งเฮลิคอปเตอร์ เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่าในพื้นที่จังหวัดพร้อม บูรณาการกำลังทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาโดยปีนี้สถานการณ์หมอกควันไฟป่าลดลงมากกว่าทุกปี","<p><strong>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ส่งเฮลิคอปเตอร์&nbsp;</strong>เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่าในพื้นที่จังหวัดพร้อม&nbsp;บูรณาการกำลังทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาโดยปีนี้สถานการณ์หมอกควันไฟป่าลดลงมากกว่าทุกปี</p><p><strong>จากสถานการณ์ปัญหาไฟป่าและหมอกควันไฟในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;พบยังมีจุดฮอตสปอตกระจายเป็นบริเวณกว้าง&nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าของ&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;และ&nbsp;อำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p><strong>นายพรเทพ&nbsp;เจริญสืบสกุล&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;16</strong>&nbsp;สาขาแม่สะเรียง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;นายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ได้สั่งการให้มีการระดมการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยล่าสุดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ส่งเฮลิคอปเตอร์&nbsp;เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่าในพื้นที่&nbsp;ร่วม&nbsp;ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ป่าบริเวณ&nbsp;อุทยานแห่งชาติสาละวิน&nbsp;และอุทยานแห่งชาติแม่เงา&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;และพื้นที่ป่าห้วยทราย&nbsp;อำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;มีการการประชุมบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วนในการป้องกัน</strong>และแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟ&nbsp;โดยจัดแบ่งกำลังเจ้าหน้าที่ออกเป็น&nbsp;2&nbsp;ส่วน&nbsp;คือ&nbsp;ปฏิบัติการทางอากาศยาน&nbsp;และ&nbsp;การปฏิบัติการทางภาคพื้นที่ดิน&nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมายที่ยังพบจุดความร้อนกระจายในพื้นที่ภูเขาสูงชัน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การปฏิบัติการดังกล่าวว่ามีการบินดับไฟป่ากว่า&nbsp;18&nbsp;เที่ยว</strong>&nbsp;ในการขึ้นบินทิ้งน้ำดับไฟป่าในพื้นที่เป้าหมาย&nbsp;9,000&nbsp;ลิตร&nbsp;โดยใช้แหล่งน้ำในพื้นที่</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-08-04T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408100343520"],
    [149,"กรมปศุสัตว์ แนะนำเกษตรกรรับมือโรคสัตว์ที่สำคัญที่เกิดขึ้นตามฤดูกาล","<p><strong>นายสัตวแพทย์&nbsp;บุญญกฤช&nbsp;ปิ่นประสงค์&nbsp;</strong>ผู้อำนวยการสำนักควบคุมป้องกันและบำบัดโรคสัตว์&nbsp;กรมปศุสัตว์&nbsp;เปิดเผยถึงการรับมือโรคสัตว์ต่างๆ&nbsp;ที่เกิดขึ้นตามฤดูกาลที่สำคัญ&nbsp;ได้แก่&nbsp;โรคปากเท้าเปื่อยในสัตว์กีบคู่&nbsp;รวมถึงโรคคอบวม&nbsp;ปากเท้าเปื่อย&nbsp;ลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;และโรคไข้ขาดำ&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงในช่วงรอยต่อฤดูฝนไปสูฤดูหนาว&nbsp;จะมีผลต่อการปรับตัวของสัตว์&nbsp;ทำให้สัตว์มีความไวต่อโรคได้&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีโรคที่เกิดกับสัตว์ที่ควรเฝ้าระวังคือ</strong>&nbsp;โรคพิษสุนัขบ้าในสุนัข&nbsp;หรือที่มักเกิดช่วงฤดูร้อน&nbsp;สุกร&nbsp;ได้แก่&nbsp;โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;โรคพีอาอาร์เอส&nbsp;โรคอหิวาต์สุกร&nbsp;และโรคปากเท้าเปื่อย&nbsp;แพะ&nbsp;แกะ&nbsp;ได้แก่&nbsp;โรคแท้งติดต่อที่อาจมีความรุนแรงเมื่อติดต่อสู่คน&nbsp;ม้า&nbsp;ได้แก่&nbsp;โรค&nbsp;African&nbsp;Horse&nbsp;Sickness&nbsp;สัตว์ปีก&nbsp;ได้แก่&nbsp;Newcastle&nbsp;IBR&nbsp;และไข้หวัดนก&nbsp;<strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;เกษตรกรควรมีการเฝ้าระวังโรคทั้งเชิงรุกและเชิงรับ</strong>&nbsp;โดยการเฝ้าระวังเชิงรับจะเป็นการจัดทำระบบรายงานโรค&nbsp;เมื่อสงสัยว่าสัตว์ของตนเป็นโรคระบาดควรติดต่อเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์&nbsp;เพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบแหล่งที่มาและเก็บตัวอย่างรอยโรคเพื่อดำเนินการวินิจฉัยโรคและควบคุมป้องกันโรคได้อย่างถูกต้อง&nbsp;หากสัตว์เกิดโรคต้องทำการการุณยฒาตสัตว์&nbsp;โดยจะต้องมีคณะกรรมการในระดับต่างๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลร่วมกัน&nbsp;หากสัตว์ล้มตายห้ามนำสัตว์ไปจำหน่าย&nbsp;เมื่อต้องขุดฝังซากระยะห่างจากปากหลุมจนถึงซากที่สูงที่สุดต้องห่างกันอย่างน้อย&nbsp;50&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;ต้องพ่นยาฆ่าเชื้อและโรยปูนขาวและต้องให้ดินพูนสุงขึ้นจากพื้น&nbsp;50&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้หลุมฝังซากระเบิดเมื่อเกิดแก๊สจากหลุมฝัง&nbsp;ทั้งนี้เกษตรกรสามารถติดต่อกรมปศุสัตว์&nbsp;ได้ทาง&nbsp;Application&nbsp;DlD&nbsp;4.0&nbsp;และสายด่วนกรมปศุสัตว์&nbsp;063-225-6888&nbsp;หรือติดต่อเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ใกล้บ้านโดยตรง&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2022-08-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408102514533"],
    [150,"กอนช. ขอให้ประชาชนภาคเหนือและภาคใต้ระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่ พร้อมระวังระดับน้ำในแม่น้ำโขงเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันช่วงวันนี้ถึง 14 เม.ย.","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;&nbsp;ขอให้ประชาชนภาคเหนือและภาคใต้ระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่&nbsp;พร้อมระวังระดับน้ำในแม่น้ำโขงเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันช่วงวันนี้ถึง&nbsp;14&nbsp;เมษายน&nbsp;หลังเขื่อนจิ่งหงของจีนปรับเพิ่มการระบายน้ำ</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(8&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;มีอากาศเย็นในตอนเช้า&nbsp;ส่วนภาคเหนือและส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้บางพื้นที่แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;62&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;48&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และพังงา&nbsp;46&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;25,970&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;45&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;20,190&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;42&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้ติดตามสถานการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำโขงเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;8&nbsp;14&nbsp;เมษายน&nbsp;เนื่องจากการเพิ่มการระบายน้ำของเขื่อนจิ่งหง&nbsp;สาธารณรัฐประชาชนจีน&nbsp;พบเมื่อวานนี้&nbsp;(7&nbsp;เม.ย.&nbsp;65)&nbsp;ระดับน้ำที่สถานีจิ่งหงเพิ่มขึ้น&nbsp;19&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;โดยมีอัตราการระบายน้ำจากเดิม&nbsp;2,030&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&nbsp;เพิ่มเป็น&nbsp;2,192&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&nbsp;อาจส่งผลกระทบในพื้นที่&nbsp;คือ&nbsp;ช่วงเหนือเขื่อนไซยะบุรี&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;บริเวณสถานีเชียงแสน&nbsp;อ.เชียงแสน&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;คาดการณ์ช่วงวันที่&nbsp;810&nbsp;เมษายน&nbsp;ระดับน้ำแม่น้ำโขงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นประมาณ&nbsp;60&nbsp;-&nbsp;70&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;//&nbsp;ช่วงท้ายเขื่อนไซยะบุรี&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;บริเวณ&nbsp;อ.เชียงคาน&nbsp;จ.เลย&nbsp;,&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.หนองคาย&nbsp;,&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.นครพนม&nbsp;,&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.มุกดาหาร&nbsp;และ&nbsp;อ.โขงเจียม&nbsp;จ.อุบลราชธานี&nbsp;คาดการณ์ช่วงวันที่&nbsp;11&nbsp;14&nbsp;เมษายน&nbsp;ระดับน้ำแม่น้ำโขงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นประมาณ&nbsp;50&nbsp;&nbsp;60&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;โดยขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนไซยะบุรี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กอนช.ขอให้จังหวัดบริเวณริมแม่น้ำโขงประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำในแม่น้ำโขงและแจ้งเตือนให้ประชาชนที่สัญจรและประกอบกิจกรรมบริเวณแม่น้ำโขง&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ผู้ที่อาศัยอยู่บริเวณ&nbsp;8&nbsp;จังหวัดริมแม่น้ำโขงติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด&nbsp;พร้อมเฝ้าระวังผลกระทบที่ีอาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำในแม่น้ำโขงอย่างฉับพลันด้วย</p>","2022-08-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408093916509"],
    [151,"กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนประชาชนทุกพื้นที่เตรียมรับมือกับสภาพอากาศร้อน ","<p><strong>ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;ธนะสิทธิ์&nbsp;เอี่ยมอนันชัย&nbsp;รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>สภาพอากาศในช่วงสุดสัปดาห์นี้บริเวณภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;รวมทั้งกรุงเทพฯและปริมณฑล&nbsp;มีอากาศร้อนและฟ้าหลัวในตอนกลางวัน&nbsp;แต่ช่วงเช้ายังมีอากาศเย็น&nbsp;รวมถึงมีฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรงบางแห่ง&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนตกหนักในบางพื้นที่&nbsp;คลื่นสูงมากกว่า&nbsp;1&nbsp;เมตร&nbsp;และระวังน้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;น้ำป่าไหลหลาก&nbsp;ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง&nbsp;</p><p><strong>ขอให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว&nbsp;</strong>ดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงและติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด</p><p><br></p><p><br></p>","2022-08-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408102145529"],
    [152,"ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือปรับตัวสูงขึ้นในระดับสีแดงบริเวณ ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน และ ต.ระแหง อ.เมือง จ.ตาก  ส่วน กทม.และปริมณฑลค่าฝุ่นเกิดระดับสีส้ม 14 พื้นที่","<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือปรับตัวสูงขึ้นในระดับสีแดงบริเวณ&nbsp;ต.ในเวียง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.น่าน&nbsp;และ&nbsp;ต.ระแหง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ตาก&nbsp;&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลค่าฝุ่นเกิดระดับสีส้ม&nbsp;14&nbsp;พื้นที่</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(8&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พบค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นระดับสีแดงบริเวณ&nbsp;ต.ในเวียง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.น่าน&nbsp;และ&nbsp;ต.ระแหง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ตาก&nbsp;&nbsp;กว่า&nbsp;100&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&nbsp;9&nbsp;-&nbsp;10&nbsp;เมษายน&nbsp;หากจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบนฝั่งตะวันออก&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หลังวันที่&nbsp;11&nbsp;เมษายนสถานการณ์ภาคเหนือจะมีแนวโน้มดีขึ้น&nbsp;แต่ต้องควบคุมจุดความร้อนทั้งภายในและภายนอกประเทศควบคู่กันไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นหลายพื้นที่&nbsp;พบเกินมาตรฐานระดับสีส้ม&nbsp;14&nbsp;พื้นที่&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;9&nbsp;-&nbsp;15&nbsp;เมษายน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;</p>","2022-08-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408095515513"],
    [153,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง ส่วนจุดความร้อนจาก สปป.ลาว วันนี้สูงเกือบ 5,000 จุด","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจาก&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;วันนี้สูงเกือบ&nbsp;5,000&nbsp;จุด</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(7&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;352&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&nbsp;166&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;65&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;42&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;37&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;36&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;6&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;พิจิตร&nbsp;27&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;พระนครศรีอยุธยา&nbsp;25&nbsp;จุด&nbsp;และกาญจนบุรี&nbsp;24&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนเกิดขึ้นส่วนใหญ่ในพื้นที่ภาคกลาง&nbsp;คาดว่า&nbsp;เกิดจากการเผาในกิจกรรมการเกษตร&nbsp;ส่วนภาคเหนือจุดความร้อนลดลง&nbsp;เนื่องจากมีฝนตกในบางพื้นที่&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;7&nbsp;เมษายน&nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;13,200&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;12,252&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;7,650&nbsp;จุด&nbsp;ภาพรวมปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;วันนี้มีปริมาณเพิ่มมากขึ้นทั้งประเทศตั้งแต่ระดับปานกลาง&nbsp;(สีเหลือง)&nbsp;ไปจนถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;(สีส้ม)&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;คาดว่า&nbsp;เกิดจากจุดความร้อนที่เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องของประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;ประกอบกับ&nbsp;มีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดใน&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;วันนี้มากถึง&nbsp;4,746&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นเมียนมา&nbsp;3,583&nbsp;จุด&nbsp;และเวียดนาม&nbsp;424&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในประเทศไทย&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย</p>","2022-08-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408100850524"],
    [154,"กรมชลประทาน ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง แม้ภาคใต้ฝนตกน้อยลงแล้ว","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ&nbsp;มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ&nbsp;46,974&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&nbsp;62&nbsp;ของความจุอ่างฯรวมกัน&nbsp;มีน้ำใช้การได้ประมาณ&nbsp;23,036&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม&nbsp;ภาพรวมสถานการณ์น้ำอยู่ในเกณฑ์ดี&nbsp;การบริหารจัดการน้ำเป็นไปตามแผนที่กำหนด&nbsp;แม้ว่าปริมาณฝนที่ตกในพื้นที่ภาคใต้จะลดลงบ้างแล้วในบางพื้นที่&nbsp;แต่ยังคงกำชับให้โครงการชลประทานในเขตสำนักงานชลประทานที่&nbsp;14-17&nbsp;เฝ้าระวังและติดตามสภาพอากาศ&nbsp;จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด&nbsp;เพื่อนำมาวิเคราะห์ในการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องเหมาะสม&nbsp;รวมถึงเน้นย้ำอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำร้อยละ&nbsp;80&nbsp;ของความจุอ่างฯ&nbsp;ให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษโดยเฉพาะ&nbsp;อ่างเก็บน้ำขนาดกลางทางภาคใต้&nbsp;ให้บริหารจัดการตามบริบททางสิ่งแวดล้อมในพื้นที่นั้นๆ&nbsp;พร้อมบริหารจัดการน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด&nbsp;รวมทั้งตรวจสอบอาคารชลประทาน&nbsp;ให้พร้อมใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพ&nbsp;หมั่นกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำอย่างสม่ำเสมอ&nbsp;ที่สำคัญให้ทำการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้เกษตรกรและประชาชนในพื้นที่รับทราบถึงสถานการณ์และปริมาณน้ำที่มีอยู่ในอ่างเก็บน้ำ&nbsp;รวมถึงแผนเพาะปลูกในพื้นที่ต่างๆ&nbsp;ที่สำนักงานชลประทานดูแลอยู่&nbsp;เพื่อให้เกิดประโยชน์และลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนให้ได้มากที่สุด</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-08-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","กรมประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408160733743"],
    [155,"ผู้ตรวจราชการกรมประมง ตรวจติดตามการดำเนินงานศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดเพชรบูรณ์","<p><strong>นายประเทศ&nbsp;ซอรักษ์&nbsp;ผู้ตรวจราชการกรมประมง</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;ชัยรัตน์&nbsp;พุ่มช่วย&nbsp;ประมงจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;เข้าตรวจเยี่ยม&nbsp;ติดตาม&nbsp;ให้คำแนะนำ&nbsp;ในการดำเนินงานโครงการตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์,&nbsp;โครงการตามยุทธศาสตร์ของจังหวัดเพชรบูรณ์,&nbsp;โครงการตามแผนงานของกรมประมง&nbsp;และปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงาน&nbsp;</p><p><strong>วันที่&nbsp;7&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;15.30&nbsp;น.&nbsp;</strong>ณ&nbsp;ห้องประชุมศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดเพชรบูรณ์&nbsp;โดยมี&nbsp;นายเมธา&nbsp;คชาภิชาติ&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดเพชรบูรณ์&nbsp;และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดเพชรบูรณ์&nbsp;รายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการตามแผนตรวจราชการ&nbsp;ซึ่งการดำเนินงานมีความคืบหน้าเป็นไปตามแผนที่กำหนด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-08-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","เพชรบูรณ์","สวท.เพชรบูรณ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408105747561"],
    [156,"องคมนตรี ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ณ โครงการก่อสร้างแก้มลิงห้วยใหญ่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ","<p><strong>นายประเทศ&nbsp;ซอรักษ์&nbsp;ผู้ตรวจราชการกรมประมง&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;ชัยรัตน์&nbsp;พุ่มช่วย&nbsp;ประมงจังหวัดเพชรบูรณ์,&nbsp;นายเมธา&nbsp;คชาภิชาติ&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดเพชรบูรณ์&nbsp;และเจ้าหน้าที่ของกรมประมงภายในจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับการมาติดตามและขับเคลื่อนโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;ในเขตพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;ของนายพลากร&nbsp;สุวรรณรัฐ&nbsp;องคมนตรี&nbsp;และได้ร่วมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ&nbsp;จำนวน&nbsp;100,000&nbsp;ตัว&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;พันธุ์ปลาตะเพียนขาว&nbsp;จำนวน&nbsp;50,000&nbsp;ตัว&nbsp;และพันธุ์ปลาบ้า&nbsp;จำนวน&nbsp;50,000&nbsp;ตัว&nbsp;ลงสู่โครงการก่อสร้างแก้มลิงห้วยใหญ่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;ตำบลห้วยใหญ่&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;วันที่&nbsp;7&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น&nbsp;เพื่อเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ&nbsp;สร้างความมั่นคงด้านอาหารสัตว์น้ำ&nbsp;และเป็นแหล่งสร้างรายได้เพิ่มในครัวเรือนจากการทำประมงของชุมชน&nbsp;สร้างความตระหนักรู้แก่ชุมชนและประชาชนในพื้นที่&nbsp;ให้เห็นคุณค่าของทรัพยากรสัตว์น้ำจืด&nbsp;และมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์&nbsp;ฟื้นฟู&nbsp;คืนความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำ&nbsp;ในแหล่งน้ำให้มีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น&nbsp;อันก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-08-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","เพชรบูรณ์","สวท.เพชรบูรณ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408110715571"],
    [157,"จังหวัดสุราษฎร์ธานีติดตามการรายงานผลและวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมในเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม ป้องกันทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมถูกทำลายและเสื่อมโทรม","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ที่ห้องตาปี&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;</strong>นายสุทธิพงษ์&nbsp;คล้ายอุดม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ได้รับมอบหมายจาก&nbsp;นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ให้เป็นประธานประชุมคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;ในเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3/2565&nbsp;เพื่อหารือและติดตามการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสิ่งปลูกสร้าง&nbsp;ที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมได้</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>โดยการนี้ที่ประชุมได้ร่วมพิจารณาโครงการที่บริษัทเอกชน&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย</strong>&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเกาะพะงัน&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;&nbsp;ที่ได้ยื่นเรื่องขออนุญาตดำเนินโครงการประเภทโรงแรม&nbsp;ที่พัก&nbsp;หรือรีสอร์ท&nbsp;ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ในพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม&nbsp;ได้แก่&nbsp;โครงการโรงแรมบุรีบีช&nbsp;และโครงการ&nbsp;Villa&nbsp;Cha&nbsp;Cha&nbsp;Chaloklum&nbsp;1&nbsp;เพื่อพิจารณาว่าโครงการก่อสร้างดังกล่าว&nbsp;เป็นไปตามหลักของการกำหนดมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมหรือไม่&nbsp;ทั้งนี้เพื่อสงวนรักษาไว้ซึ่งความสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่มิให้ถูกทำลายเสียหาย&nbsp;และเสื่อมโทรมมากขึ้น</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-08-04T00:00:00","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408114818590"],
    [158,"(EIA) ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม การปรับปรุงท่าเรือ ก่อสร้างท่าเรือ และเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ การให้บริการให้สามารถรองรับเรือขนาด เกินกว่า 500 ตันกรอส ของ พี.ซี สยามปิโตรเลียม จำกัด ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี","<p><strong>นายธีรวีร์&nbsp;ปาติปา&nbsp;กรรมการผู้จัดการ&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ผู้ประกอบการท่าเทียบเรือ&nbsp;พี.ซี&nbsp;สยามปิโตรเลียม&nbsp;จำกัด&nbsp;ให้บริการขนถ่ายสินค้าประเภทอเนกประสงค์ทั่วไป&nbsp;มีความประสงค์จะดำเนินการปรับปรุงท่าเรือ&nbsp;ก่อสร้างท่าเรือ&nbsp;และเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์&nbsp;การให้บริการให้สามารถรองรับเรือขนาด&nbsp;เกินกว่า&nbsp;500&nbsp;ตันกรอส&nbsp;ซึ่งเป็นไประเบียบกรมเจ้าท่า&nbsp;พ.ศ&nbsp;2563&nbsp;และเข้าข่ายประเภทและขนาดโครงการที่ต้องการจัดทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;(EIA)&nbsp;ตามประกาศทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;พ.ศ.2562&nbsp;จึงมอบหมายให้บริษัทสิ่งแวดล้อมสยาม&nbsp;จำกัด&nbsp;ดำเนินการจัดทำรายการประเมินผลสิ่งแวดล้อมโครงการเทียบเรือดังกล่าว&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้ในการศึกษาและจัดทำรายงานการประเมินผลสิ่งแวดล้อม</strong>&nbsp;ที่ปรึกษาฯ&nbsp;ได้รวบรวมข้อเสอนแนะ&nbsp;ข้อห่วงกังวลที่ได้จากการสำรวจสภาพเศรษฐกิจสังคมและการจัดการประชุม&nbsp;รับฟังความคิดเห็นครั้งที่&nbsp;1&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;15&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ณ&nbsp;ศาลาเอกประสงค์&nbsp;วัดท่าทองใหม่&nbsp;นำมากำหนดแนวทางป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นจากการพัฒนาโครงการท่าเทียบเรือ</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;บริษัทฯ&nbsp;ขอเชิญเข้าร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;</strong>ต่อร่างมาตรการป้องกันปละแก้ไขผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;โครงการท่าเทียบเรือดังกล่าวฯ&nbsp;ในวันที่&nbsp;22&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;08.30-12.00น.&nbsp;ณ&nbsp;ศาลาอเนกประสงค์&nbsp;วัดท่าทองใหม่&nbsp;ตำบลบางกุ้ง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;หากมีข้อสงสัยหรือต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่<strong>&nbsp;</strong>นางสาว&nbsp;ปิยะนันท์&nbsp;วรรณชาลี&nbsp;ผู้ประสานงานโครงการ&nbsp;มือถือ&nbsp;095-962-4064&nbsp;E-mail:piyanan.wan@siamenvi.co.th</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-08-04T00:00:00","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408143035654"],
    [159,"วิสาหกิจชุมชนธนาคารปูม้าบ้านนาชุมเห็ด ต่อยอดนำปูม้ามาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม และของชุมชน เพิ่มมูลค่าให้แก่วัตถุดิบในท้องถิ่นและเป็นการสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่สมาชิก","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายธีรพงศ์&nbsp;มนต์แก้ว&nbsp;เกษตรอำเภอหาดสำราญ&nbsp;</strong>มอบหมายให้&nbsp;นางสาวพัทธนันท์&nbsp;บุญคง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;เยี่ยมเยียนวิสาหกิจชุมชนธนาคารปูม้าบ้านนาชุมเห็ด&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลตะเสะ&nbsp;อำเภอหาดสำราญ&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำหรับ&nbsp;วิสาหกิจชุมชนธนาคารปูม้าบ้านนาชุมเห็ด&nbsp;</strong>มีกิจกรรมอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำชายฝั่ง&nbsp;ธนาคารปูม้า&nbsp;และได้มีการต่อยอดนำปูม้ามาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม&nbsp;และของชุมชน&nbsp;ด้วยการทำน้ำพริกไข่ปู&nbsp;น้ำพริกปูม้าสมุนไพรคั่วแห้ง&nbsp;และจ๊อปู&nbsp;เป็นการเพิ่มมูลค่าให้แก่วัตถุดิบในท้องถิ่นและเป็นการสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่สมาชิกและคนในชุมชนได้เป็นอย่างดี&nbsp;และได้ร่วมกันวางแผนแนวทางในการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ต่อไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-08-04T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408135443625"],
    [160,"จังหวัดตรัง ติดตามการดำเนินงานวิสาหกิจชุมชนที่ได้รับงบประมาณโครงการยกระดับผลิตภัณฑ์และมาตรฐานสินค้าเกษตรแปรรูปเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชน","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายธีรพงศ์&nbsp;มนต์แก้ว&nbsp;เกษตรอำเภอหาดสำราญ</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางสาวพัทธนันท์&nbsp;บุญคง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;ติดตามการดำเนินงานวิสาหกิจชุมชนที่ได้รับงบประมาณโครงการยกระดับผลิตภัณฑ์และมาตรฐานสินค้าเกษตรแปรรูปเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชน&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ประกอบด้วย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">1.&nbsp;วิสาหกิจชุมชนกลุ่มจักสานเส้นพลาสติกบ้านโคกออก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลตะเสะ&nbsp;อำเภอหาดสำราญ&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;มีกิจกกรมจักสานเส้นพลาสติกและทำขนมพื้นบ้าน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">2.วิสาหกิจชุมชนควนวิไลฟาร์มสเตย์&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลตะเสะ&nbsp;อำเภอหาดสำราญ&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;มีกิจกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ&nbsp;แปรรูปอาหารทะเล&nbsp;และทำขนมตามเทศกาล</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ซึ่งทั้ง&nbsp;2&nbsp;กลุ่มได้รับประโยชน์จากโครงการ&nbsp;</strong>โดยได้รับการสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจกรรม&nbsp;ช่วยให้สามารถพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้น&nbsp;และสมาชิกมีรายได้เพิ่มขึ้น</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-08-04T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408135714628"],
    [161,"วิสาหกิจชุมชนนาโปหนับ อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง ใช้พื้นที่ในสวนปาล์มน้ำมันเลี้ยงหอยเชอรี่สีทองหรือหอยโข่งเหลืองสัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่ที่เลี้ยงง่าย สร้างรายได้และมีตลาดในการรองรับผลผลิตที่แน่นอน","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายสุภัทธ&nbsp;คงด้วง&nbsp;เกษตรอำเภอปะเหลียน</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน&nbsp;เยี่ยมวิสาหกิจชุมชนนาโปหนับ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลแหลมสอม&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;โดยมี&nbsp;นายภักดี&nbsp;คงวัน&nbsp;(สมาชิกวิสาหกิจชุมชน)&nbsp;พาชมกิจกรรมการเลี้ยงหอยเชอรี่สีทองหรือหอยโข่งเหลือง&nbsp;ซึ่งใช้พื้นที่ในสวนปาล์มน้ำมัน&nbsp;ประมาณ&nbsp;200&nbsp;ตารางเมตร&nbsp;สร้างโรงเรือนมุงด้วยผ้าใบพลาสติก&nbsp;สูง&nbsp;3-4&nbsp;เมตร&nbsp;ทำบ่อพลาสติก&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;บ่อ&nbsp;พร้อมติดตั้งระบบเติมน้ำและระบบน้ำออกจากบ่อ&nbsp;โดยใช้ระยะเวลาในการเลี้ยงประมาณ&nbsp;4&nbsp;เดือน&nbsp;เริ่มจับขายได้ในราคา&nbsp;กิโลละ&nbsp;150&nbsp;บาท&nbsp;(&nbsp;80-90&nbsp;ตัว&nbsp;/กิโลกรัม&nbsp;)&nbsp;และมีตลาดในการรองรับผลผลิตที่แน่นอน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำหรับหอยเชอรี่สีทองนับว่าเป็นสัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่ที่เลี้ยงง่าย</strong>&nbsp;อัตราการตายน้อย&nbsp;กินพืชผัก&nbsp;เช่น&nbsp;ผักบุ้ง&nbsp;ใบตำลึง&nbsp;ใบหม่อน&nbsp;ชะพลู&nbsp;โตเร็ว&nbsp;เนื้อกรุบ&nbsp;ๆ&nbsp;นุ่ม&nbsp;หวานมัน&nbsp;ไม่เหนียว&nbsp;ไม่มีกลิ่นคาว&nbsp;รสชาติคล้ายหมึก&nbsp;และได้ชื่อว่าเป็นหอยเป่าฮื้อน้ำจืด&nbsp;สามารถนำไปทำเมนู&nbsp;ยำ&nbsp;ต้ม&nbsp;ผัด&nbsp;แกง&nbsp;ทอดหรือลวกจิ้มได้&nbsp;นอกจากนี้วิสาหกิจชุมชนนาโปหนับ&nbsp;มีกิจกรรมอื่นๆ&nbsp;ได้แก่&nbsp;กิจกรรมด้านปศุสัตว์&nbsp;เลี้ยงแพะ&nbsp;เลี้ยงโค&nbsp;เลี้ยงเป็ด&nbsp;เลี้ยงไก่&nbsp;กิจกรรมด้านประมง&nbsp;เลี้ยงปลา&nbsp;เลี้ยงหอยเชอรี่&nbsp;เลี้ยงกบ&nbsp;กิจกรรมด้านการเกษตร&nbsp;ปลูกข้าว&nbsp;ปลูกผัก</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-08-04T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408140014633"],
    [162,"อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง ติดตามโครงการยกระดับผลิตภัณฑ์และมาตรฐานสินค้าเกษตรแปรรูปเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชน","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายสุภัทธ&nbsp;คงด้วง&nbsp;เกษตรอำเภอปะเหลียน&nbsp;จังหวัดตรัง</strong>&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน&nbsp;ร่วมกับกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;ติดตามการดำเนินงานวิสาหกิจชุมชนที่ได้รับงบประมาณโครงการยกระดับผลิตภัณฑ์และมาตรฐานสินค้าเกษตรแปรรูปเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชน&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;กลุ่ม&nbsp;คือ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>1.วิสาหกิจชุมชนไตปลาคั่วกลิ้งพริกไทยปะเหลียน&nbsp;</strong>หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลบางด้วน&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;ผลิตภัณฑ์เด่นของกลุ่ม&nbsp;คือ&nbsp;ไตปลาแห้ง&nbsp;พริกไทยแท้พันธุ์ปะเหลียน&nbsp;ให้รสชาติเข้มข้น&nbsp;ถึงรสพริกไทย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>2.วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเครื่องแกงบ้านสันติราษฎร์&nbsp;</strong>หมู่ที่&nbsp;14&nbsp;ตำบลปะเหลียน&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;ผลิตภัณฑ์เด่นของกลุ่ม&nbsp;คือ&nbsp;เครื่องแกง&nbsp;(แกงกะทิ&nbsp;แกงส้ม&nbsp;แกงพริก&nbsp;แกงผัดเผ็ด)</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">ทั้ง&nbsp;2&nbsp;กลุ่มได้รับประโยชน์จากโครงการ&nbsp;โดยได้รับการสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจกรรม&nbsp;ช่วยให้สามารถพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้น</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-08-04T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408144622668"],
    [163,"คณะกรรมการคัดเลือกระดับจังหวัดตรัง ลงพื้นที่คัดเลือกและพิจารณาคัดกรองบุคคลและหน่วยงานดีเด่น ประเภทเกษตรตำบลดีเด่น ระดับจังหวัด ประจำปี","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นางนิตยา&nbsp;จันทร์ประทีป&nbsp;เกษตรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ร่วมต้อนรับคณะกรรมการเพื่อพิจารณาคัดกรองบุคคลและหน่วยงานดีเด่น&nbsp;ประเภทเกษตรตำบลดีเด่น&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;ประจำปี&nbsp;โดยมี&nbsp;นางพรทิพย์&nbsp;ศรีสมโภชน์&nbsp;หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ&nbsp;พร้อมด้วยคณะกรรมการคัดเลือกระดับจังหวัด&nbsp;ลงพื้นที่คัดเลือกและพิจารณา&nbsp;ณ&nbsp;ศาลาอเนกประสงค์หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;บ้านทุ่งครก&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ทางสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;ได้คัดเลือก&nbsp;นางกติญา&nbsp;เลี้ยงสกุลเวทย์&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;เข้าร่วมคัดเลือก&nbsp;ซึ่งผลการดำเนินงานเด่นด้านส่งเสริมการเกษตรในตำบลนาท่ามเหนือ&nbsp;ได้แก่</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">1.การพัฒนาศักยภาพวิสาหกิจชุมชนบ้านทุ่งครก</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">2.การส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพกลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนบ้านบางยาง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">3.การพัฒนาศักยภาพแปลงใหญ่ผึ้งโพรงตำบลนาท่ามเหนือ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ยังได้ติดตามและเยี่ยมเยียนกิจกรรมการผลิตเครื่องแกงของวิสาหกิจชุมชนบ้านทุ่งครกอีกด้วย</strong>&nbsp;ทั้งนี้กิจกรรมการคัดเลือกเกษตรตำบลดีเด่น&nbsp;นับเป็นกิจกรรมที่ก่อให้เกิดการพัฒนาของบุคลากรได้เป็นอย่างดี&nbsp;เพราะเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญ&nbsp;ในการพัฒนาเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่&nbsp;ให้มีความพร้อมในการปฏิบัติงาน&nbsp;มีความรู้&nbsp;ทักษะ&nbsp;และความเชี่ยวชาญ&nbsp;และยังสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์และปรับใช้ให้เหมาะกับสถานการณ์เพื่อพัฒนางานส่งเสริมการเกษตรและเกษตรกรให้เกิดผลงานอย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;และเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรอีกด้วย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-08-04T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408140650640"],
    [164,"จ.สุโขทัย ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน ควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมในที่โล่งแจ้ง","<p><strong>จังหวัดสุโขทัยค่าคุณภาพอากาศฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;</strong>เกินค่ามาตรฐานฯ&nbsp;อยู่ระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;ควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมในที่โล่งแจ้ง&nbsp;</p><p><strong>ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดสุโขทัย&nbsp;รายงานว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(8&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;เวลา&nbsp;07.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>ค่าคุณภาพอากาศฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;เฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ณ&nbsp;สถานีตรวจวัดเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสุโขทัย&nbsp;มีค่าเท่ากับ&nbsp;72&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;เกินค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้&nbsp;50&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;ถือว่าอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พร้อมขอให้ประชาชนทุกคนเฝ้าระวังสุขภาพ&nbsp;หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมในที่โล่งแจ้ง&nbsp;และสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กเมื่อมีความจำเป็นต้องดำเนินกิจกรรมในที่โล่ง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;ระบุว่า</strong>&nbsp;พื้นที่ภาคเหนือระหว่างวันที่&nbsp;5-13&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;การระบายอากาศอยู่ในเกณฑ์ไม่ดี&nbsp;นอกจากนี้ยังพบจุดความร้อนเกิดเพิ่มขึ้นในพื้นที่จังหวัดสุโขทัยและจังหวัดใกล้เคียง&nbsp;ประกอบกับกลุ่มควันขนาดใหญ่จากการเผาในที่โล่งปกคลุมภูมิภาคตอนบนของประเทศไทย&nbsp;ส่งผลให้จังหวัดสุโขทัยพบค่าฝุ่นละออง&nbsp;ขนาดเล็กเริ่มเกินค่ามาตรฐาน&nbsp;สำหรับจุดความร้อน&nbsp;(hotspot)&nbsp;สะสม&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;2-8&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;มีจำนวนรวม&nbsp;59&nbsp;จุด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-08-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุโขทัย","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุโขทัย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408134000621"],
    [165,"อร่อย ปลอดภัย ใส่ใจสุขภาพ มนต์เสน่ห์และเครื่องหมายการันตีในการสร้างคุณภาพของมังคุดในสายหมอกเบตง ขณะที่เกษตรยะลา เตรียมยื่นคำขอ เป็นพืช GI จ.ยะลา ชนิดใหม่","<p><strong>นายสวรรค์&nbsp;วุฒิพิทักษ์ศักดิ์&nbsp;เกษตรกรเจ้าของสวนมังคุด&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;สำหรับเหล่าสมาชิกแปลงใหญ่มังคุดในสายหมอกในพื้นที่ใต้สุดแดนสยามแห่งนี้&nbsp;ประกอบด้วยเกษตรกรชาวสวนมังคุดหัวก้าวหน้า&nbsp;44&nbsp;คน&nbsp;รวมพื้นที่&nbsp;250&nbsp;ไร่&nbsp;ที่มองเห็นถึงความสำคัญของการนำเทคโนโลยีการบริการจัดการสวนสมัยใหม่เข้ามาใช้&nbsp;อีกทั้งยังเน้นรูปแบบการเกษตรที่สร้างความปลอดภัยด้านอาหารให้กับผู้บริโภคด้วยการดำเนินในแนวทางของเกษตรอินทรีย์ที่เน้นการสร้างผลผลิตที่ปลอดสารพิษ&nbsp;ซึ่งความ&nbsp;อร่อย&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;ใส่ใจสุขภาพ&nbsp;คือสโลแกนที่ทางแปลงใหญ่มังคุดแห่งนี้ได้ยึดมั่น&nbsp;จนกลายเป็นมนต์เสน่ห์และเครื่องหมายการันตีในการสร้างคุณภาพของผลผลิต&nbsp;ที่มาจากต้นมังคุดในสวนที่ปลูกเรียงรายไปตามเนินเขาสูงริมชายแดน&nbsp;โดยในช่วงเช้าก่อน&nbsp;9&nbsp;โมง&nbsp;จะปกคลุมไปด้วยสายหมอกสีขาวตลอดทั้งปี&nbsp;ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยส่งเสริมทำให้เกิดผลผลิตคุณภาพ</p><p><strong>จากสภาพอากาศและการจัดการดูแลอย่างเป็นระบบ</strong>ภายใต้แนวทางการของเกษตรอินทรีย์ที่เน้นทุกอย่างจากธรรมชาติ&nbsp;เช่น&nbsp;การใช้ปุ๋ยคอกทดแทนปุ๋ยเคมี&nbsp;เป็นต้น&nbsp;รวมถึงสภาพพื้นที่และอากาศของเบตง&nbsp;จึงทำให้ผลมังคุดที่มีลักษณะเนื้อแห้ง&nbsp;เนื้อไม่เปียก&nbsp;ถึงแม้จะเก็บสุกจนขั้วแดงแล้ว&nbsp;ยังสามารถเก็บไว้ได้หลายวัน&nbsp;และเพื่อให้มีความหวานอร่อยตามธรรมชาติ&nbsp;จึงจะเน้นการเก็บผลสุกที่เป็นสีม่วง&nbsp;ขั้วเขียว&nbsp;เท่านั้น</p><p><strong>ด้วยความโดดเด่นอันสืบเนื่องมาจากปัจจัยต่างๆ</strong>&nbsp;รวมถึงการสร้างความแตกต่างนี้เองจึงได้รับการขนานนามว่าเป็น&nbsp;มังคุดในสายหมอก&nbsp;ซึ่งแม้มังคุดเบตงนั้น&nbsp;ผิวอาจไม่สวย&nbsp;แต่รับรองว่า&nbsp;อร่อย&nbsp;ทานแล้วปลอดภัย&nbsp;100%&nbsp;การพัฒนาผลผลิตมังคุดที่มีคุณภาพ&nbsp;ปลอดสารพิษจากการใช้ยาเคมีฉีดพ่น&nbsp;จึงเป็นเป้าหมายสำคัญที่สมาชิกทุกคนร่วมกันยึดเป็นหลักสำคัญ&nbsp;จนสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคทั่วประเทศ</p><p><strong>เกษตรกรสมาชิกล้วนแต่มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาทั้งด้านเทคโนโลยีการผลิต</strong>&nbsp;และการพัฒนาด้านการตลาด&nbsp;ที่ไม่ยอมแพ้กับการที่ราคาผลผลิตต้องขึ้นอยู่กับพ่อค้าคนกลาง&nbsp;เกษตรกรได้มีการพัฒนาเพื่อขายตรงให้กับผู้บริโภคทั่วประเทศในระบบออนไลน์&nbsp;สิ่งเหล่านี้นับเป็นจุดเด่นที่สำคัญของเกษตรกรผู้ปลูกมังคุดในสายหมอกของอำเภอเบตงแห่งนี้</p><p><strong>ด้านนายกัสมัน&nbsp;ยะมาแล&nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;</strong>ได้ประชุมคณะอนุกรรมการสิ่งชี้บ่งทางภูมิศาสตร์&nbsp;(GI)&nbsp;ไทย&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ซึ่งจัดโดยสำนักงานพานิชย์จังหวัดยะลา&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;พื่อร่วมพิจารณาการยื่นคำขออนุญาตใช้ตราสัญลักษณ์&nbsp;GI</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;มติที่ประชุมได้เห็นชอบมังคุดในสายหมอกเบตง&nbsp;</strong>เป็นพืชชนิดใหม่ที่จะยื่นคำขอ&nbsp;GI&nbsp;โดยให้สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;ดำเนินการจัดทำรายละเอียดเสนอต่อคณะกรรมการอำนวยการ&nbsp;เพื่อบรรจุเป็นชนิดพืชที่จะขอ&nbsp;GI&nbsp;ของจังหวัดยะลาต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-08-04T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408143329655"],
    [166,"ขนส่งกรุงเก่าฯ นำร่องปฏิบัติการเชิงรุก ร่วมกับ บริษัท เอ็นเอ็มบี  มินีแบ ไทย จำกัด ตรวจสอบค่ามลพิษ (ควันดำ) รถรับ-ส่ง พนักงานหวังแก้ไขปัญหาPM 2.5  เพื่อป้องกันมลพิษทางอากาศในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา","<p><strong>นายไฟซอน&nbsp;อับดุลสมัด&nbsp;ขนส่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยา</strong>&nbsp;มอบหมายผู้ตรวจการขนส่งนำร่องลงพื้นที่บูรณาการร่วมกับ&nbsp;บริษัท&nbsp;เอ็นเอ็มบี-มินีแบ&nbsp;ไทย&nbsp;จำกัด&nbsp;ในการตรวจสอบค่ามลพิษ&nbsp;(ควันดำ)&nbsp;ของรถรับ-ส่ง&nbsp;พนักงาน&nbsp;ทุกบริษัทฯในเครือ&nbsp;เนื่องจากกลุ่มบริษัทฯ&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;เป็นโรงงานขนาดใหญ่ที่มีพนักงานปฏิบัติงานจำนวนมาก&nbsp;และต้องใช้รถในการรับ-ส่งพนักงานจำนวนมากเช่นเดียวกัน&nbsp;</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ภายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;</strong>และเป็นการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทางมาปฏิบัติงานของพนักงาน&nbsp;สำนักงานขนส่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;จึงได้ร่วมกับ&nbsp;บริษัท&nbsp;เอ็นเอ็มบี-มินีแบ&nbsp;ไทย&nbsp;จำกัด&nbsp;ดำเนินการตรวจวัดค่ามลพิษของรถรับ-ส่งพนักงาน&nbsp;ซึ่งดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือน&nbsp;มีนาคม&nbsp;-&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;สรุปตรวจรถไปแล้วทั้งสิ้น&nbsp;จำนวน&nbsp;277&nbsp;คัน&nbsp;ในจำนวนนี้พบรถที่มีค่าควันดำเกินกว่าค่ามาตรฐาน&nbsp;40%&nbsp;จำนวน&nbsp;123&nbsp;คัน&nbsp;ซึ่งได้ตักเตือนผู้ประกอบการให้ดำเนินการแก้ไข&nbsp;ปรับปรุง&nbsp;บำรุงรักษารถให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานด้วยแล้ว&nbsp;</p><p><br></p><p>ข่าว&nbsp;:&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;</p><p>เว็บไซต์&nbsp;:&nbsp;<a&nbsp;href=\"https://ayutthaya.prd.go.th/&nbsp;\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\">https://ayutthaya.prd.go.th/&nbsp;</a></p><p>IG&nbsp;:&nbsp;<a&nbsp;href=\"https://www.instagram.com/prd.ayutthaya/\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\">https://www.instagram.com/prd.ayutthaya/</a></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-08-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","พระนครศรีอยุธยา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408145403677"],
    [167,"ผู้ว่าฯ สมุทรปราการ ปล่อยพันธุ์ลูกปูทะเลคืนสู่ธรรมชาติ เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรสัตว์น้ำ ส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้ให้กับชุมชนประมง","<p><strong>นายวันชัย&nbsp;คงเกษม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;</strong>เป็นประธานพิธีมอบพันธุ์ลูกปูทะเลให้กับกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและชายฝั่งบ้านขุนสมุทรจีน&nbsp;และร่วมปล่อยพันธุ์ลูกปูทะเลคืนสู่ทะเล&nbsp;ตามโครงการพัฒนาอาชีพและส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนประมงประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นายชัยพจน์&nbsp;จรูญพงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;นายเจนเจตน์&nbsp;เจนนาวิน&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;นายประทีป&nbsp;นทีทวีวัฒน์&nbsp;ปลัดจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;นายโยธิน&nbsp;เทอดวงศ์วรกุล&nbsp;รักษาการแทนประมงจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าร่วม&nbsp;ณ&nbsp;วัดขุนสมุทรทราวาส&nbsp;หมู่&nbsp;9&nbsp;ตำบลแหลมฟ้าผ่า&nbsp;อำเภอพระสมุทรเจดีย์&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ</p><p><strong>ปัจจุบันปริมาณของทรัพยากรสัตว์น้ำชายฝั่งอ่าวไทยในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ</strong>&nbsp;มีปริมาณลดน้อยลง&nbsp;และมีการจับสัตว์น้ำที่เพิ่มมากขึ้นทุกปี&nbsp;ทำให้ชาวประมงประสบปัญหาจับสัตว์น้ำได้น้อยลงและมีรายได้ลดน้อยลงด้วย&nbsp;สำนักงานประมงจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;จึงได้ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลแหลมฟ้าผ่าและกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและชายฝั่งบ้านขุนสมุทรจีน&nbsp;การจัดโครงการดังกล่าวขึ้น&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรสัตว์น้ำ&nbsp;เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมชุมชนประมงในการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน&nbsp;รวมทั้งสร้างจิตสำนึกในการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรสัตว์น้ำและสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนประมง&nbsp;โดยการปล่อยลูกพันธุ์ปูทะเลขนาด&nbsp;20-25&nbsp;ตัวต่อกิโลกรัม&nbsp;รวมพันธุ์ปูทะเลกว่า&nbsp;5,500&nbsp;ตัว&nbsp;เป็นการเพิ่มประมาณสัตว์น้ำในทะเลอ่าวไทย&nbsp;บริเวณชายฝั่งของตำบลแหลมฟ้าผ่า&nbsp;อำเภอพระสมุทรเจดีย์&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;อีกทั้งเป็นการส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้ให้กับชุมชนอีกทางหนึ่ง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-08-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรปราการ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408174855814"],
    [168,"รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี  พร้อมสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำรวจความเสียหายด้านการเกษตร เพื่อเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ","<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;เม.ย.&nbsp;65)&nbsp;เวลา09.30&nbsp;น.&nbsp;ดร.เฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน</strong>&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;นำคณะลงพื้นที่&nbsp;ตำบลท่าอุแท&nbsp;อำเภอกาญจนดิษฐ์&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ติดตามการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย&nbsp;พร้อมมอบถุงยังชีพเพื่อเป็นกำลังใจและบรรเทาความเดือดร้อน&nbsp;โดยมี&nbsp;นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;นายพูลศักดิ์&nbsp;โสภณปทุมรักษ์&nbsp;นายอำเภอกาญจนดิษฐ์&nbsp;นายนายสมศักดิ์&nbsp;ขาวหนูนา&nbsp;ป้องกันละบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;เขต&nbsp;11&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;นายจำนง&nbsp;สวัสดิ์วงศ์&nbsp;หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และประชาชนในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;อำเภอกาญจนดิษฐ์&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี</strong>&nbsp;มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากฝนที่ตกต่อเนื่อง&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;4&nbsp;-7&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งตำบลท่าอุแทและตำบลท่าทอง&nbsp;เป็นพื้นที่รับน้ำจากอำเภอดอนสัก&nbsp;ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน&nbsp;12&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;210&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ราษฎร&nbsp;450&nbsp;คน&nbsp;โดยนายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;จนสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ</p><p><strong>ดร.เฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ได้สั่งการให้หน่วยงานในพื้นที่เร่งสำรวจความเสียหาย&nbsp;ทั้งพื้นที่การเกษตร&nbsp;รวมทั้งกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์&nbsp;โดยผู้ว่าราชการจังหวัดฯ&nbsp;สามารถเบิกจ่ายงบประมาณจังหวัดเยียวยาทันที&nbsp;แต่หากเกินกว่าอำนาจจังหวัด&nbsp;สามารถส่งเรื่องให้ส่วนกลางจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมได้&nbsp;ยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมให้ความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องเกษตรกรอย่างเต็มที่</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-08-04T00:00:00","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408152317722"],
    [169,"ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ภัยจากไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จังหวัดตาก ปี 2564-2565 แถลงข่าวผลการดำเนินงานแก้ไขปัญหาและป้องกันไฟป่า หมอกควัน และ PM 2.5 ของจังหวัดตาก ครั้งที่ 1","<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;เม.ย.&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตาก</strong>&nbsp;นายสมชัย&nbsp;กิจเจริญรุ่งโรจน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก&nbsp;เป็นประธานการแถลงข่าวผลการดำเนินงานแก้ไขปัญหาและป้องกันไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ของจังหวัดตาก&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสาธิต&nbsp;มณฑาทิพย์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดตาก&nbsp;พันเอก&nbsp;เรืองเดช&nbsp;ฟูปินวงศ์&nbsp;รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดตาก&nbsp;(ฝ่ายทหาร)&nbsp;พันตำรวจเอกชูสิทธิ์&nbsp;วงษ์บุรี&nbsp;รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตาก&nbsp;นางสาวจิตรา&nbsp;ราชแก้ว&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดตาก&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;สาคร&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตาก&nbsp;นายประสิทธิ์&nbsp;ท่าช้าง&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่&nbsp;4&nbsp;(ตาก)&nbsp;และนายนิติกรณ์&nbsp;ไชยสิทธิ์&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนควบคุมและปฎิบัติการไฟป่า&nbsp;สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;14&nbsp;(ตาก)&nbsp;ร่วมแถลงข่าว</p><p><strong>โดยผู้ว่าราชการจังหวัดตาก&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จังหวัดตากเป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;19&nbsp;จังหวัดภาคเหนือ&nbsp;</strong>ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาไฟป่าและหมอกควัน&nbsp;เนื่องจากสภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าไม้ถึงร้อยละ&nbsp;72&nbsp;ของพื้นที่จังหวัด&nbsp;มีภูเขาสูงชัน&nbsp;สภาพภูมิประเทศคล้ายแอ่งกระทะ&nbsp;อีกทั้งยังมี&nbsp;อาณาเขตติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;จึงทำให้ประสบปัญหาไฟป่าและหมอกควันที่รุนแรงในห้วงเดือนมกราคมถึงพฤษภาคมของทุกปี&nbsp;ซึ่งก็มีสาเหตุมาจากการเผาในพื้นที่โล่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;การเผาเพื่อหาของป่า&nbsp;การเผาเพื่อล่าสัตว์&nbsp;การเผาขยะ&nbsp;และการเผาเศษวัสดุทางการเกษตรในการเตรียมการเพาะปลูกรอบปีถัดไป</p><p><strong>ซึ่งในปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดตากได้มีมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;</strong>ในพื้นที่จังหวัดตาก&nbsp;โดยเน้นประชาสัมพันธ์&nbsp;แบบเคาะประตูบ้าน&nbsp;,&nbsp;การกำหนดแผนการจัดระเบียบการบริหารจัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่เกษตรกรรม&nbsp;ในช่วงก่อนและหลังประกาศห้ามเผาเด็ดขาดโดยเคร่งครัด&nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะหมอกควันสะสม&nbsp;,&nbsp;การควบคุมผู้มีอาชีพเก็บหาของป่าผู้มีวิถีชีวิตอยู่กับป่า&nbsp;โดยดำเนินการสำรวจรายชื่อราษฎรในพื้นที่จังหวัดตากในทุกอำเภอ&nbsp;จำนวน&nbsp;863&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;และมอบหมายกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;ควบคุมดูแลผู้มีอาชีพเก็บหา&nbsp;ของป่าในแต่ละชุมชนอย่างใกล้ชิดดึงมาเป็นแนวร่วมในการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่&nbsp;การบริหารจัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่ป่า&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;และพื้นที่ชุมชน&nbsp;โดยการกำหนดห้วงเวลาในการห้ามเผาเด็ดขาดในพื้นที่จังหวัดตาก&nbsp;&nbsp;การดำเนินงานร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชนจำนวน&nbsp;215&nbsp;เครือข่าย&nbsp;และการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดตากได้กำหนดตัวชี้วัดในการดำเนินงานประจำปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;</strong>จำนวน&nbsp;2&nbsp;ตัวชี้วัดคือ&nbsp;การลดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ลง&nbsp;30&nbsp;%&nbsp;จากค่าเฉลี่ย&nbsp;3&nbsp;ปีย้อนหลัง&nbsp;คือไม่เกิน&nbsp;7,595&nbsp;จุด&nbsp;และจำนวนวันที่มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;เกินมาตรฐาน&nbsp;ลง&nbsp;30&nbsp;%&nbsp;จากค่าเฉลี่ย&nbsp;3&nbsp;ปีย้อนหลัง&nbsp;คือไม่เกิน&nbsp;45&nbsp;วัน&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;จังหวัดตากได้ดำเนินการตามมาตรการที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัดส่งผลให้ตั้งแต่มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ถึงปัจจุบัน&nbsp;สามารถลดจุดความร้อนลงได้มากถึง&nbsp;78.76%&nbsp;และสามารถควบคุมค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ไม่ให้เกินค่ามาตรฐานที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยรวมของประชาชนชาวจังหวัดตาก&nbsp;ลดลงได้มากถึง&nbsp;64.44&nbsp;%</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;จังหวัดตากยังได้ออกประกาศจังหวัดตาก</strong>&nbsp;ห้ามเผาเด็ดขาด&nbsp;ในห้วงเวลาระหว่างวันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;-&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;หากผู้ใดฝ่าฝืนเผาในที่โล่งหรือพื้นที่เกษตรหรือเผาป่า&nbsp;จะมีความผิดตามกฎหมาย&nbsp;ตามแต่กรณีแต่ละพื้นที่ที่ได้กำหนดไว้&nbsp;โดยมีบทกำหนดโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;ปรับไม่เกิน&nbsp;2&nbsp;ล้านบาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;และปัจจุบันจังหวัดตากได้ดำเนินตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดกับผู้ฝ่าฝืนประกาศจังหวัดตาก&nbsp;โดยไม่มีข้อยกเว้น&nbsp;ซึ่งตั้งแต่ห้ามเผาเด็ดขาด&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;-&nbsp;7&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;สามารถจับกุมและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดได้ทั้งสิ้น&nbsp;7&nbsp;คดี&nbsp;ผู้ต้องหา&nbsp;6&nbsp;คน&nbsp;ว่ากล่าวตักเตือน&nbsp;เยาวชน&nbsp;1&nbsp;ราย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดตากได้ดำเนินการบูรณาการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</strong>&nbsp;ทั้งภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ภาคประชาชน&nbsp;เข้าร่วมแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดตากอย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อเป้าหมายสูงสุดคือการลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับประชาชนชาวจังหวัดตาก&nbsp;รวมทั้งป้องกัน&nbsp;รักษา&nbsp;อนุรักษ์&nbsp;ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่จังหวัดตากอย่างยั่งยืน&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-08-04T00:00:00","ภาคตะวันตก","ตาก","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตาก","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408185251867"],
    [170,"สนง.พาณิชย์จังหวัดแพร่ จัดสัมมนาโครงการประชาสัมพันธ์ และติดตามการดำเนินโครงการประกันรายได้สินค้าเกษตรและมาตรการคู่ขนาน ปีการผลิต 2564/65","<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ห้องนครา&nbsp;พาวิเลียน&nbsp;โรงแรมแพร่นครา&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแพร่</strong>&nbsp;นายสมหวัง&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางสาวนิติยา&nbsp;พงษ์พานิช&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;เป็นประธานงานสัมมนาโครงการประชาสัมพันธ์&nbsp;และติดตามการดำเนินโครงการประกันรายได้สินค้าเกษตร&nbsp;และมาตรการคู่ขนาน&nbsp;โดยคณะอนุกรรมการบริหารจัดการข้าวระดับจังหวัด&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรรับทราบและเข้าใจนโยบายของรัฐบาล&nbsp;รวมทั้งเป็นการติดตามผลการดำเนินงาน&nbsp;ปัญหาอุปสรรคในการดำเนินโครงการฯ&nbsp;โดยมีวิทยากรจากผู้แทนคณะอนุกรรมการระดับจังหวัด&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;และผู้แทนกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;และมันสำปะหลัง&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;รวม&nbsp;50&nbsp;คน&nbsp;ร่วมงาน</p><p><strong>ทั้งนี้คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564</strong>&nbsp;อนุมัติในหลักการโครงการประกันรายได้สินค้าเกษตร&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;&nbsp;และมาตรการคู่ขนาน&nbsp;ตามข้อเสนอของท่านจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฎ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ในการประกันรายได้สินค้าเกษตร&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;สินค้า&nbsp;ได้แก่&nbsp;ข้าว&nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;ปาล์มน้ำมัน&nbsp;และยางพารา&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นคงทางรายได้ในช่วงที่ราคาผลผลิตตกต่ำ&nbsp;เป็นการช่วยเหลือเกษตรกรและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย&nbsp;โดยจังหวัดแพร่&nbsp;มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;ปาล์มน้ำมันและยางพาราปี&nbsp;2564/65&nbsp;รวมประมาณ&nbsp;63,708&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งงานสัมมนาฯครั้งนี้&nbsp;จะทำให้เกษตรกรในพื้นที่ได้รับทราบ&nbsp;และได้รับประโยชน์จากการดำเนินโครงการฯ&nbsp;อย่างแท้จริง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>","2022-08-04T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408184329864"],
    [171,"สนง.พาณิชย์จังหวัดแพร่ จัดสัมมนาโครงการประชาสัมพันธ์ และติดตามการดำเนินโครงการประกันรายได้สินค้าเกษตรและมาตรการคู่ขนาน ปีการผลิต 2564/65","<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ห้องนครา&nbsp;พาวิเลียน&nbsp;โรงแรมแพร่นครา&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแพร่</strong>&nbsp;นายสมหวัง&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางสาวนิติยา&nbsp;พงษ์พานิช&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;เป็นประธานงานสัมมนาโครงการประชาสัมพันธ์&nbsp;และติดตามการดำเนินโครงการประกันรายได้สินค้าเกษตร&nbsp;และมาตรการคู่ขนาน&nbsp;โดยคณะอนุกรรมการบริหารจัดการข้าวระดับจังหวัด&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรรับทราบและเข้าใจนโยบายของรัฐบาล&nbsp;รวมทั้งเป็นการติดตามผลการดำเนินงาน&nbsp;ปัญหาอุปสรรคในการดำเนินโครงการฯ&nbsp;โดยมีวิทยากรจากผู้แทนคณะอนุกรรมการระดับจังหวัด&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;และผู้แทนกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;และมันสำปะหลัง&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;รวม&nbsp;50&nbsp;คน&nbsp;ร่วมงาน</p><p><strong>ทั้งนี้คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564</strong>&nbsp;อนุมัติในหลักการโครงการประกันรายได้สินค้าเกษตร&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;&nbsp;และมาตรการคู่ขนาน&nbsp;ตามข้อเสนอของท่านจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฎ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ในการประกันรายได้สินค้าเกษตร&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;สินค้า&nbsp;ได้แก่&nbsp;ข้าว&nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;ปาล์มน้ำมัน&nbsp;และยางพารา&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นคงทางรายได้ในช่วงที่ราคาผลผลิตตกต่ำ&nbsp;เป็นการช่วยเหลือเกษตรกรและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย&nbsp;โดยจังหวัดแพร่&nbsp;มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;ปาล์มน้ำมันและยางพาราปี&nbsp;2564/65&nbsp;รวมประมาณ&nbsp;63,708&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งงานสัมมนาฯครั้งนี้&nbsp;จะทำให้เกษตรกรในพื้นที่ได้รับทราบ&nbsp;และได้รับประโยชน์จากการดำเนินโครงการฯ&nbsp;อย่างแท้จริง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>","2022-08-04T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408184329865"],
    [172,"ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง เชิญสิ่งของพระราชทาน มอบแก่เกษตรกรที่ได้ผลกระทบจากการระบาดของโรคสุกรในพื้นที่จังหวัดพัทลุง","<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;เวลา&nbsp;14.00&nbsp;น.&nbsp;ที่หอประชุมจังหวัดพัทลุง</strong>&nbsp;ศาลากลางจังหวัดพัทลุง&nbsp;สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&nbsp;อัครราชกุมารี&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;โปรดให้นายกู้เกียรติ&nbsp;วงศ์กระพันธุ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง&nbsp;เป็นผู้เชิญสิ่งของพระราชทาน&nbsp;มอบให้แก่เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคในสุกรพื้นที่จังหวัดพัทลุง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ของปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นายบุญส่ง&nbsp;รัตนพร&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดพัทลุง<strong>&nbsp;</strong>เป็นตัวแทนเข้ารับมอบ&nbsp;เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์&nbsp;และ&nbsp;นำส่งต่อยังเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;49&nbsp;กล่อง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;8&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ</strong>&nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&nbsp;อัครราชกุมารี&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;โปรดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง&nbsp;เชิญสิ่งของพระราชทานมอบแก่เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคสุกร&nbsp;ไปแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;กล่อง&nbsp;รวม&nbsp;2&nbsp;ครั้งเป็นจำนวน&nbsp;149&nbsp;กล่อง&nbsp;สำหรับเกษตรกรทั้งหมด&nbsp;149&nbsp;คน&nbsp;คือเกษตรกรที่&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเข้าไปทำลายสุกร&nbsp;เพื่อการควบคุมโรคและขอค่าชดเชยในการทำลายสุกร&nbsp;เนื่องจากจังหวัดพัทลุง&nbsp;เริ่มมีการระบาดของโรคระบาดในสุกรตั้งแต่ช่วงเดือน&nbsp;มีนาคม&nbsp;2564&nbsp;และ&nbsp;ได้ประกาศเขตโรคระบาดสัตว์ชั่วคราว&nbsp;ชนิดโรคพื&nbsp;อาร์&nbsp;อาร์&nbsp;เอส&nbsp;ครั้งแรกเมื่อวันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่&nbsp;อ.บางแก้ว&nbsp;และยังพบการระบาดของโรคเรื่อยมาในเขตอำเภอ&nbsp;ต่างๆ&nbsp;รวม&nbsp;8&nbsp;อำเภอ&nbsp;และในวันที่&nbsp;21&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ได้ประกาศเขตโรคระบาดสัตว์ชั่วคราวชนิดอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;หรือ&nbsp;ASF&nbsp;ในเขตพื้นที่&nbsp;อ.ควนขนุนครั้งแรก&nbsp;และปัจจุบัน&nbsp;มีการระบาดทั้งสิ้น&nbsp;4&nbsp;อำเภอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;อ.ควนขนุน&nbsp;อ.เมืองพัทลุง&nbsp;อ.ศรีบรรพต&nbsp;และ&nbsp;อ.ปากพะยูน</p><p><strong>จากปัญหาดังกล่าว&nbsp;สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&nbsp;</strong>อัครราชกุมารี&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;ทรงห่วงใยพสกนิกร&nbsp;จึงพระราชทานสิ่งของพระราชทาน&nbsp;จำนวน&nbsp;49&nbsp;ชุด&nbsp;เพื่อช่วยเหลือ&nbsp;บรรเทาความเดือดร้อน&nbsp;และเป็นขวัญกำลังใจให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้&nbsp;ยังความปลาบปลื้มและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น&nbsp;ที่พระองค์ท่านทรงมีพระเมตตาต่อเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-08-04T00:00:00","ภาคใต้","พัทลุง","สวท.พัทลุง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408165021763"],
    [173,"ภาคเอกชนรับฟังความคิดเห็นของประชาชน กรณีการศึกษา ร่างมาตรการป้องกัน แก้ไข ติดตาม ตรวจสอบ ผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการท่าเทียบเรือหมายเลข 5 ของบริษัท พี.เอส.พี.สเปเชียลตี้ส์ จำกัด","<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;เม.ย.&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ที่วัดน้อยนางหงษ์&nbsp;ต.ท่าจีน&nbsp;</strong>อ.เมืองฯ&nbsp;จ.สมุทรสาคร&nbsp;ร.ต.ประพันธ์&nbsp;ถึกสกุล&nbsp;นายอำเภอเมืองสมุทรสาคร&nbsp;เป็นประธานเปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ต่อผลการศึกษาและร่างมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;โครงการท่าเทียบเรือบริษัท&nbsp;พี.เอส.พี.สเปเชียลตี้ส์&nbsp;จำกัด&nbsp;(ท่าเทียบเรือหมายเลข&nbsp;5)&nbsp;โดยมี&nbsp;นายรังสรรค์&nbsp;เจียระไน&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลท่าจีน&nbsp;นายเทพภิฑูรย์&nbsp;สมวงศ์ษา&nbsp;ผู้จัดการส่วนการผลิต&nbsp;พี.เอส.พี.สเปเชียลตี้ส์&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้นำท้องที่&nbsp;และประชาชนในเขตอำเภอเมือง&nbsp;9&nbsp;ตำบล&nbsp;ได้แก่&nbsp;ต.ท่าจีน&nbsp;ต.&nbsp;ท่าฉลอม&nbsp;ต.มหาชัย&nbsp;ต.โกรกกราก&nbsp;ต.บางหญ้าแพรก&nbsp;ต.บางกระเจ้า&nbsp;&nbsp;ต.ท่าทราย&nbsp;&nbsp;ต.บ้านเกาะ&nbsp;และต.นาดี&nbsp;เข้าร่วมงาน</p><p><strong>นายเทพภิฑูรย์&nbsp;สมวงศ์ษา&nbsp;ผู้จัดการส่วนการผลิต&nbsp;พี.เอส.พี.สเปเชียลตี้ส์</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ทางบริษัทฯ&nbsp;ได้เปิดดำเนินการตั้งแต่ปี&nbsp;32&nbsp;ดำเนินการบริการผลิตน้ำมันหล่อลื่นจาระบี&nbsp;ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม&nbsp;ผลิตน้ำมันหม้อแปลง&nbsp;บริการรับและจัดเก็บ&nbsp;และจัดจ่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมให้กับลูกค้า&nbsp;โดยมีท่าเทียบเรือเพื่อการขนถ่ายน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานของตนเอง&nbsp;และเนื่องจากกิจการการขนส่งทางน้ำของประเทศมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น&nbsp;จึงส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อผู้ประกอบการเดินเรือบรรทุกสินค้าทั่วประเทศ&nbsp;ทางบริษัทฯ&nbsp;มีความจำเป็นต้องปรับปรุงท่าเรือและก่อสร้างท่าเรือเพื่อให้รองรับเทียบเรือขนาดเกินกว่า&nbsp;500&nbsp;ตันกรอสได้</p><p>ทั้งนี้&nbsp;ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เรื่อง&nbsp;กำหนดประเภทโครงการ&nbsp;กิจการ&nbsp;หรือการดำเนินการ&nbsp;ซึ่งต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;และหลักเกณฑ์&nbsp;วิธีการ&nbsp;และเงื่อนไขในการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;ฉบับที่&nbsp;2&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2562&nbsp;ได้กำหนดให้&nbsp;โครงการประเภทท่าเทียบเรือที่รองรับเรือขนาดตั้งแต่&nbsp;500&nbsp;ตันกรอสขึ้นไป&nbsp;หรือมีความยาวหน้าท่าตั้งแต่&nbsp;100&nbsp;เมตร&nbsp;แต่ไม่ถึง&nbsp;300&nbsp;เมตร&nbsp;หรือมีพื้นที่ท่าเทียบเรือรวม&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;1,000&nbsp;ตารางเมตร&nbsp;แต่ไม่ถึง&nbsp;10,000&nbsp;ตารางเมตร&nbsp;ต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและเพื่อให้เป็นไปตามประกาศฯ&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;จึงได้มอบหมายให้&nbsp;บริษัท&nbsp;สิ่งแวดล้อมสยาม&nbsp;จำกัด&nbsp;ดำเนินการศึกษาและจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;เพื่อนำเสนอให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;(สผ.)&nbsp;และเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลข่าวสารและมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นตั้งแต่เริ่มต้น</p><p><strong>ทางโครงการฯ&nbsp;จึงได้จัดให้มีการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน&nbsp;</strong>ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอผลการศึกษาการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;พร้อมทั้งร่างมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;และร่างมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมรวมถึงรับฟังความคิดเห็น&nbsp;ข้อห่วงกังวล&nbsp;และข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้เสียต่อการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากโครงการ&nbsp;และร่างมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;และร่างมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมตลอดจนรวบรวมข้อคิดเห็น&nbsp;ข้อห่วงกังวล&nbsp;และข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้เสียที่มีต่อโครงการฯ&nbsp;มาปรับปรุงรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;และมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;ให้มีความครบถ้วนสมบูรณ์&nbsp;ก่อนนำเสนอต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพิจารณา</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-08-04T00:00:00","ภาคตะวันตก","สมุทรสาคร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาคร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408172914794"],
    [174,"ผลลัพธ์ จากมาตรการลดใช้ถุงพลาสติกและทิศทางในอนาคต","<p><strong>มาตรการลดใช้ถุงพลาสติกอย่างจริงจัง</strong> งดแจกถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวจากร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ เริ่มใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม  2563 ตลอดกว่า 2 ปีที่ผ่านมา ผู้คนในสังคมไทยได้ตระหนักรู้จากสื่อและจากการใช้ชีวิตประจำวันของแต่ละคนถึงการให้ความร่วมมือของประชาชนทั่วไปและความร่วมมือของร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ซุปเปอร์มาร์เก็ตฯ เป็นอย่างดี</p><p><strong>แต่ยังมีข้อสงสัยบางประการเกี่ยวกับมาตรการนี้เกิดขึ้นอยู่</strong>  ไปดูที่มา ผลลัพธ์และทิศทางในอนาคตของมาตรการนี้กัน</p><p><strong>กระแสงดใช้พลาสติกทั่วโลกและที่มาของมาตรการในไทย</strong></p><p><strong>มาตรการงดใช้พลาสติก</strong> เป็นกระแสที่ส่งแรงกระเพื่อมในสังคมโลกมามากกว่าสิบปีแล้ว เนื่องจากชาวโลกเห็นถึงผลกระทบจากการใช้ถุงพลาสติกที่มากเกินไป กลายเป็นขยะที่ย่อยสลายไม่ได้ทางชีวภาพ ธรรมชาติไม่ว่าพื้นที่ป่าไม้ ทะเลและบรรดาสัตว์ต่างๆ ทั้งในน้ำและบนบก ต่างได้รับผลกระทบจากพลาสติก รวมทั้งขยะจากพลาสติกยังเป็นส่วนทำให้เกิดสภาวะโลกร้อน หลายต่อหลายประเทศจึงมีมาตรการและตั้งเป้าหมายต่างๆ ออกมา เพื่อลดการใช้ไปจนถึงการเป็นประเทศปลอดการใช้ถุงพลาสติก กล่องโฟม หรือภาชนะต่างๆ ที่ทำจากพลาสติกที่ย่อยสลายไม่ได้ทางชีวภาพ ขณะที่ไทยเราก็มีไทม์ไลน์ของมาตรการลดใช้ถุงพลาสติกโดยสรุปดังนี้</p><p>&nbsp;<strong>ปี 2561 เริ่มมีแนวคิดที่จะลดละเลิกถุงพลาสติก</strong>ตามหน่วยงานราชการและเอกชน เช่น ผู้ขายสินค้าต่างๆ อันเป็นรูปแบบการรณรงค์โดยสมัครใจ ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติในประเทศไทยหลายแห่งเริ่มปรากฏให้เห็นถึงผลกระทบจากพลาสติกที่กลายเป็นขยะตกค้างและส่งผลต่อสัตว์ที่อาศัยอยู่โดยรอบ โดยเฉพาะพื้นที่ทะเล จนต้องมีประกาศปิดสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติบางแห่ง</p><p>&nbsp;ปี 2562 เริ่มมาตรการลดถุงพลาสติกอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นมาตรการเชิงรุก อย่างการห้ามให้พลาสติกหุ้มฝาเครื่องดื่ม มาตรการการห้ามใช้ถุงพลาสติกในสถานศึกษา การรณรงค์ไม่รับถุงพลาสติก</p><p><strong>1 มกราคม 2563 เริ่มใช้มาตรการลดใช้ถุงพลาสติกอย่างจริงจัง</strong> งดแจกถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวจากร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ มาตรการนี้เป็นไปในลักษณะการขอความร่วมมือ มีร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ หลายแห่งเข้าร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</p><p><strong>ผลการใช้มาตรการลดใช้ถุงพลาสติกฯ</strong></p><p><strong>กว่า 2 ปีที่ผ่านมากับการใช้มาตรการลดใช้ถุงพลาสติกอย่างจริงจัง</strong> งดแจกถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวจากร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ หลายต่อหลายคนได้เห็นภาพ หรือได้สัมผัสด้วยตัวเองจากการใช้ชีวิตประจำวันถึงการตื่นตัวและการให้ความร่วมมือจากประชาชนและร้านค้า อย่างการได้เห็นผู้คนหันมาใช้ถุงผ้านำไปใส่ของเองเมื่อไปซื้อของตามร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ ร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้า หรือแม้กระทั่งในตลาดสด ก็มีผู้คนนำถุงผ้าไปใช้แทนถุงพลาสติกมากขึ้น ขณะที่ร้านค้าก็ลดการแจกถุงพลาสติกสำหรับใส่สินค้าได้มากขึ้น ด้วยวิธีการที่หลากหลาย อย่างร้านสะดวกซื้อไม่แจกถุงพลาสติกให้ผู้ซื้อสินค้าหากมูลค่าสินค้าที่ซื้อรวมไม่ถึง 150 บาท แต่หากลูกค้ายังต้องการถุงพลาสติกก็ต้องซื้อถุงเอง ราคาราวใบละ 2-3 บาท โดยมิได้บังคับซื้อ หรือซุปเปอร์มาร์เก็ตของห้างสรรพสินค้าบางแห่งไม่แจกถุงพลาสติกทุกกรณี ลูกค้าต้องนำถุงผ้าส่วนตัวไปใช้เอง หรือใช้กล่องกระดาษที่ทางซุปเปอร์มาร์เก็ตจัดไว้ให้ใช้แทนถุงพลาสติก เป็นต้น ซึ่งพฤติกรรมเช่นนี้พอตีความได้ว่า เป็นผลลัพธ์ที่ได้กลับมาในทางที่ดี เพราะประชาชนและผู้ประกอบการมีจิตสำนึกร่วมรับผิดชอบและใส่ใจร่วมแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น</p><p><strong>ขณะที่ผลลัพธ์ในเชิงตัวเลข</strong> มีข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พบว่า ตั้งแต่ดำเนินมาตรการมาจนถึงขณะนี้ ลดจำนวนการใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วไปได้กว่า 341 ล้านใบ ถือว่าลดลงได้อย่างน่าพอใจไม่น้อย</p><p>&nbsp;<strong>ผลกระทบและข้อสงสัย จากมาตรการลดใช้ถุงพลาสติก</strong></p><p><strong>ทุกนโยบายทุกมาตรการ ล้วนก่อให้เกิดผลประโยชน์</strong> ผลกระทบและข้อสงสัยต่างๆ ตามมา มาตรการลดใช้ถุงพลาสติกฯ ก็เช่นกัน ในแง่ของผลกระทบ อย่างเช่นในระยะแรกประชาชนยังไม่รับรู้ถึงแนวทางปฏิบัติ พอไปถึงแหล่งซื้อสินค้ากลับไม่มีถุงพลาสติกให้ได้ใช้ฟรีเหมือนเดิม นำมาซึ่งความไม่สะดวกพอควร แต่ผ่านไปสักระยะหนึ่งประชาชนส่วนใหญ่เริ่มปรับตัวได้ ปัญหานี้จึงคลี่คลาย มาตรการก็เดินหน้าราบรื่นขึ้น&nbsp;ส่วนผู้ที่ได้รับผลกระทบหลักๆอีกส่วนหนึ่งน่าจะเป็นผู้ประกอบการผลิตและจำหน่ายถุงพลาสติก ส่วนนี้ได้รับผลกระทบโดยตรง เพราะเมื่อมีความต้องการใช้น้อยลง การผลิตและจำหน่ายก็ย่อมน้อยลงตาม ส่งผลต่อการประกอบธุรกิจในส่วนนี้</p><p><strong>ขณะที่ข้อสงสัยต่างๆ ก็มีมาตั้งแต่ก่อนจะเริ่มใช้มาตรการจนถึงขณะนี้</strong> อย่างคำถามที่ว่า มาตรการลดใช้ถุงพลาสติกจะไปเอื้อนายทุนค้าปลีกหรือไม่ เพราะร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ ร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้าฯ น่าจะมีผลพลอยได้สามารถลดต้นทุนการค้าจากการลดแจกฟรีถุงพลาสติก หรือได้กำไรจากการขายถุงพลาสติกให้แก่ลูกค้าที่มีความจำเป็นต้องใช้หรือไม่&nbsp;ข้อสงสัยเหล่านี้ อยากให้ไปดูที่เจตนาและเป้าหมายของนโยบายและมาตรการ ว่า ต้องการปลูกค่านิยมให้ประชาชนนำถุงมาใช้เองแทนถุงพลาสติก มากกว่าหวังผลทางอื่นหรือไม่ และหลายประเทศ อย่างประเทศในยุโรป&nbsp;ไต้หวัน ฮ่องกง ญี่ปุ่น และเพื่อนบ้านเรากัมพูชา ก็มีมาตรการลักษณะคล้ายกันออกมานานแล้ว แถมเรียกเก็บค่าถุงพลาสติกสำหรับผู้ไม่มีถุงส่วนตัวแต่จำเป็นต้องใช้ถุงพลาสติกในอัตราที่แพงกว่าบ้านเราเสียอีก </p><p><strong>ทิศทางและเป้าหมาย การลดใช้พลาสติกในอนาคต</strong></p><p><strong>ไทยเรามี Roadmap การจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561  2573</strong> ที่ผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีแล้ว ดังนั้นมาตรการลดใช้ถุงพลาสติกก็เป็นไปตาม Roadmap นี้ ซึ่งเป้าหมายใน Roadmap กำหนดให้มีการเลิกใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว 4 ชนิด ภายในปี 2565 นี้ ได้แก่ </p><p>1. ถุงพลาสติกหูหิ้วแบบบาง ความหนาน้อยกว่า 36 ไมครอน </p><p>2. กล่องโฟมบรรจุอาหาร</p><p>3. แก้วพลาสติก ความหนาน้อยกว่า 100 ไมครอน </p><p>4. หลอดพลาสติก </p><p><strong>ทั้งนี้ จะมีการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาทดแทนพลาสติก 4 ชนิดดังกล่าว </strong>แต่ก็ยังจะมีการส่งเสริมให้มีการนำพลาสติกบางชนิดกลับมารีไซเคิลใช้ประโยชน์ใหม่ด้วย</p><p><strong>ขณะที่การประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2565</strong> ที่พึ่งผ่านมา ได้เห็นชอบหลักการขยายเวลามาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการลดปริมาณการใช้พลาสติกที่ย่อยสลายได้ยาก คาดว่าผู้ประกอบการจะเปลี่ยนมาใช้เม็ดพลาสติกชีวภาพเพื่อการผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ ประมาณ 10% ต่อปี หรือ 68,978 ตัน ของปริมาณบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่มีการผลิตอยู่ในปัจจุบันจำนวน 689,785 ตัน </p><p><strong>การขยายเวลามาตรการภาษีดังกล่าว </strong>ได้กำหนดให้บริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลสามารถนำรายจ่ายค่าซื้อผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพตามประเภทที่กำหนดและได้รับใบรับรองผลิตภัณฑ์ จากสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม มาหักเป็นรายจ่ายได้เพิ่มอีก 25% สำหรับรายจ่าย ที่ได้จ่ายไปตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 ถึง 31 ธันวาคม 2567&nbsp;เชื่อว่าการขยายเวลามาตรการทางภาษีนี้ จะเป็นส่วนสำคัญอย่างหนึ่งในการลดใช้พลาสติกที่ย่อยสลายไม่ได้ทางชีวภาพได้อย่างมากด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>","2022-08-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408163905759"],
    [175,"ขยายต้นกล้ากระท่อมพันธุ์ดี พืชสมุนไพรพื้นบ้านใช้ในครัวเรือน พัฒนาอาชีพเป็นพืชทางเลือกในอนาคตเกิดรายได้","<p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและขยายกระท่อมพันธุ์ดี&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;4&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ว่า&nbsp;จากความต้องการพืชกระท่อมของเกษตรกรและผู้สนใจทั่วไปมีจำนวนมาก&nbsp;จึงได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรจัดทำโครงการผลิตและขยายต้นกล้ากระท่อมพันธุ์ดี&nbsp;ซึ่งผลิตกระท่อมโดยการนำเมล็ดในสภาพปลอดเชื้อมาเพาะเลี้ยงด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ&nbsp;เพื่อเพาะพันธุ์กระท่อมพันธุ์ดีไว้เป็นพืชสมุนไพรพื้นบ้านเพื่อใช้ในครัวเรือน&nbsp;และสามารถนำไปพัฒนาอาชีพเป็นพืชทางเลือกในอนาคต&nbsp;ก่อให้เกิดการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและชุมชน&nbsp;ตลอดจนเป็นการพัฒนานวัตกรรมการผลิตและขยายกระท่อมพันธุ์ดี&nbsp;สำหรับรองรับความต้องการในอนาคต&nbsp;</p><p><strong>ปัจจุบันกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;โดยกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;จัดทำโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและขยายกระท่อมพันธุ์ดี&nbsp;โดยมีศูนย์ขยายพันธุ์พืช&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;แห่ง&nbsp;ซึ่งได้ดำเนินการผลิตต้นกล้ากระท่อมพันธุ์ดีแล้ว&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;210,000&nbsp;ต้น&nbsp;เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนต้นกล้ากระท่อมพันธุ์ดีพร้อมองค์ความรู้ให้แก่สมาชิกศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.)&nbsp;ทั้ง&nbsp;882&nbsp;ศูนย์ทั่วประเทศไทย&nbsp;โดยสนับสนุนรายละ&nbsp;3&nbsp;ต้น&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;รายต่อศูนย์&nbsp;ทำให้มีสมาชิก&nbsp;ศพก.&nbsp;ที่ได้รับการสนับสนุน&nbsp;จำนวน&nbsp;26,460&nbsp;ราย&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;79,380&nbsp;ต้น&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังเป็นแหล่งเรียนรู้การผลิตและขยายพืชกระท่อมพันธุ์ดีภายในชุมชน</strong>&nbsp;มีประชาชนที่สนใจ&nbsp;ได้รับการสนับสนุนจำนวนทั้งสิ้น&nbsp;130,620&nbsp;ต้น&nbsp;พร้อมต่อยอดไปสู่การผลิตขยายพืชกระท่อมพันธุ์ดีเชิงพาณิชย์&nbsp;หรือเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือกต่อไปในอนาคต</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-08-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408201009881"],
    [176,"ผู้ตรวจฯ พม. ลงพื้นที่จ.ตราดติดตามการปฏิบัติราชการของหน่วยงานในสังกัด พร้อมมอบบ้านตามโครงการปรับสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกของผู้สูงอายุ ฯ","<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;เม.ย.&nbsp;65)&nbsp;นายโชคชัย&nbsp;วิเชียรชัยยะ&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคม</strong>และความมั่นคงของมนุษย์&nbsp;พร้อมคณะเดินทงลงพื้นที่จังหวัดตราดเพื่อตรวจติดตามการปฏิบัติราชการของหน่วยงานในสังกัดในพื้นที่จังหวัดตราด&nbsp;ที่ห้องประชุมตราดสีทอง&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตราด&nbsp;โดยก่อนหน้าการติดตรวจติดตาม&nbsp;ได้เข้าพบนายชำนาญวิทย์&nbsp;เตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&nbsp;เพื่อหารือข้อราชการ&nbsp;โดยมีนางสาวจรัสพร&nbsp;ชนะศุภบวร&nbsp;พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตราด&nbsp;โดยมีนางสาวจรัสพร&nbsp;ชนะศุภบวร&nbsp;พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตราด&nbsp;เข้าร่วม</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์</strong>&nbsp;เขตตรวจราชการที่&nbsp;9&nbsp;ยังได้เดินทางตรวจเยี่ยมหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในจังหวัดตราด&nbsp;พร้อมทั้งเป็นประธานในการมอบบ้าน&nbsp;และเครื่องอุปโภคบริโภค&nbsp;แก่ผู้สูงอายุที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณ&nbsp;ตามโครงการปรับสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกของผู้สูงอายุให้เหมาะสมและปลอดภัย&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ได้แก่&nbsp;ในพื้นที่ตำบลด่านชุมพล&nbsp;อำเภอบ่อไร่&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยมีนางสาวจรัสพร&nbsp;ชนะศุภบวร&nbsp;พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตราด</strong>&nbsp;พร้อมทีม&nbsp;พม.ตราด&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลด่านชุมพล&nbsp;พร้อมคณะผู้บริหาร&nbsp;เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&nbsp;ชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธิน&nbsp;ที่&nbsp;1&nbsp;และภาคีเครือข่ายในพื้นที่เข้าร่วมอีกด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>","2022-08-04T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408175817829"],
    [177,"ผลักดันและพัฒนาโคเนื้อในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นสู่มาตรฐานโคเนื้อสากล เพื่อรองรับการส่งออกโคเนื้อสู่ประเทศเพื่อนบ้าน","<p><strong>ที่ห้องประชุมคุวานันท์&nbsp;อาคารหอการค้าจังหวัดขอนแก่น&nbsp;นายปรีชา&nbsp;พันธ์นิกุล&nbsp;รองประธานอาวุโสหอการค้าจังหวัดขอนแก่น</strong>&nbsp;พร้อมด้วยหน่วยงานภาคีเครือข่าย&nbsp;ร่วมกันประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น&nbsp;เสนอแนะ&nbsp;และกำหนดแผนการดำเนินการในการส่งเสริมเศรษฐกิจเกษตรปศุสัตว์&nbsp;โคเนื้อขอนแก่น&nbsp;ก่อนจะมีการทำพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&nbsp;(MOU)&nbsp;โครงการ&nbsp;โคขุนเมืองดอกคูณ&nbsp;ภายใต้โครงการ&nbsp;ไดโน่โมเดล&nbsp;ซึ่งเป็นโครงการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์และปลูกพืชเศรษฐกิจของจังหวัดขอนแก่น&nbsp;โดยเฉพาะการเลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;ได้มีการนำโมเดลธุรกิจเกษตรเชิงอุตสาหกรรมของ&nbsp;SWPGROUP&nbsp;หรือสุวพัชร์ฟาร์ม&nbsp;ตั้งอยู่ที่ตำบลสระแก้ว&nbsp;อำเภอเปือยน้อย&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;มาเป็นโมเดลในการสร้างแหล่งผลิตโคเนื้อชั้นดี&nbsp;ที่ส่งเสริมเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;โดยจะใช้แม่พันธุ์ของเกษตรกรร่วมกับแม่พันธุ์ของทางฟาร์มที่ผลิตมาจากพ่อพันธุ์อย่างดี&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;เลี้ยงวัวยุคใหม่&nbsp;ไม่ใช่ทางเลือกแต่คือทางรอด</p><p><strong>นายปรีชา&nbsp;พันธ์นิกุล&nbsp;รองประธานอาวุโสหอการค้าจังหวัดขอนแก่น&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จากที่ประเทศจีนให้โควต้านำเข้าโคมีชีวิตจาก&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;500,000&nbsp;ตัวต่อปี&nbsp;และ&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;มีนำเข้าจากประเทศไทย&nbsp;ประมาณ&nbsp;60%&nbsp;จึงถือเป็นโอกาสดีของอุตสาหกรรมเนื้อโคไทยในอาเซียน&nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดขอนแก่น&nbsp;ซึ่งเป็นแหล่งที่มีองค์ความรู้ในเรื่องของการส่งออกและความรู้เรื่องการเลี้ยงดูโค&nbsp;ถือเป็นสร้างการเกษตรให้มีมูลค่าสูง&nbsp;โดยการพัฒนาภาคการเกษตรให้เป็น&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;หอการค้าจังหวัดขอนแก่น&nbsp;พร้อมที่จะร่วมมือกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายในการผลักดันเศรษฐกิจด้านการเกษตร&nbsp;ด้านปศุสัตว์โคเนื้อ&nbsp;ซึ่งมีศักยภาพในด้านธุรกิจสูง&nbsp;ตั้งแต่ต้นน้ำ&nbsp;คือ&nbsp;วัตถุดิบอาหารสัตว์&nbsp;ยา&nbsp;และสายพันธุ์&nbsp;ไปกลางน้ำ&nbsp;คือ&nbsp;การเลี้ยงแม่โค&nbsp;ลูกโค&nbsp;และนำเข้าโรงขุนให้ได้คุณภาพ&nbsp;จนถึงปลายน้ำ&nbsp;คือ&nbsp;ความต้องการของผู้ซื้อ&nbsp;ทั้งผู้บริโภค&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;ภัตตาคาร&nbsp;ผู้ค้าส่ง&nbsp;ค้าปลีก&nbsp;ซึ่งล้วนต้องการสินค้า&nbsp;อาหาร&nbsp;ที่มีคุณภาพดี&nbsp;และยังมีโอกาสถึงตลาดต่างประเทศ&nbsp;เช่น&nbsp;ลาว&nbsp;เวียดนาม&nbsp;และ&nbsp;จีน&nbsp;ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่รองรับการผลิตได้ทั้งหมด&nbsp;แต่สิ่งสำคัญ&nbsp;ที่จะทำให้สำเร็จ&nbsp;คือ&nbsp;ความรู้&nbsp;นวัตกรรม&nbsp;ในการเพาะเลี้ยงและดูแล&nbsp;ซึ่งภาครัฐและภาควิชาการ&nbsp;จะต้องมีความพร้อมสูง&nbsp;ทั้งการหาแหล่งเงินทุนหมุนเวียน&nbsp;โดยเฉพาะช่วงที่เลี้ยง&nbsp;ซึ่งเกษตรกรจะยังไม่มีรายได้&nbsp;การหาตลาดรองรับไว้ล่วงหน้า&nbsp;ซึ่งหากทำงานประสานความร่วมมือกัน&nbsp;ก็จะประกันความสำเร็จ</p><p><strong>ด้านนายเชิดศักดิ์&nbsp;พิสวาด&nbsp;ผู้ประกอบการฟาร์มโคเนื้อ&nbsp;สุวพัชร์&nbsp;ฟาร์ม&nbsp;อ.เปือยน้อย&nbsp;จ.ขอนแก่น&nbsp;กล่าวว่</strong>า&nbsp;ในช่วง&nbsp;2&nbsp;ปีที่ผ่านมา&nbsp;ตนเองได้พยายามทุ่มเทในการพัฒนาเนื้อในช่วงต้นน้ำ&nbsp;นั้นคือ&nbsp;การพัฒนาพ่อแม่พันธุ์&nbsp;เพราะเราเห็นว่าการเลี้ยงโคเนื้อในช่วงต้นน้ำยังมีช่องว่างและโอกาส&nbsp;อีกทั้งหลายๆ&nbsp;คน&nbsp;ยังมองว่าการเลี้ยงโคเนื้อในช่วงต้นน้ำค่อนข้างใช้เวลานาน&nbsp;ไม่คุ้มค่าต่อการรอคอย&nbsp;แต่เรามองสวนทางกับคนอื่น&nbsp;คือ&nbsp;ยิ่งไม่มีคนทำ&nbsp;พอเรามาทำมันก็กลายเป็นโอกาส&nbsp;หากทำสำเร็จที่นี่ก็จะกลายเป็นแหล่งผลิตโคเนื้อในช่วงต้นน้ำที่ดีที่สุดและมีคุณภาพที่สุด&nbsp;และกลายเป็นพื้นฐานให้กับคนอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ที่ไปเลี้ยงกลางน้ำหรือปลายน้ำได้&nbsp;เพราะทุกวันนี้ตลาดโคเนื้อยังเต็มไปด้วยโอกาส&nbsp;แต่ยังมีปัจจัยและอุปสรรคค่อนข้างมาก&nbsp;เช่น&nbsp;เราจะทำอย่างไรให้เนื้อโคมีคุณภาพที่นิ่ง&nbsp;มีปริมาณที่เพียงพอ&nbsp;และสร้างเอกลักษณ์ที่แตกต่าง&nbsp;สามารถสร้างมูลค่าจากการเลี้ยงวัวให้มีความแตกต่างขึ้นมาให้ได้&nbsp;ถ้าเราสร้างการเปลี่ยนแปลงของการเลี้ยงวัวให้ตอบโจทย์ตลาดโคเนื้อในบ้านเราได้&nbsp;เชื่อว่าบ้านเราจะหนีไม่ไกลคำว่าอุตสาหกรรมโคเนื้อได้อย่างแน่นอน&nbsp;ซึ่งทั้งหมดนี้จะต้องมีการพัฒนาและส่งเสริมให้ถูกทาง&nbsp;เพราะการเลี้ยงวัวเนื้อสามารถเป็นอาชีพที่มั่นคงและสร้างรายได้ได้&nbsp;เนื่องจากการเลี้ยงโคเนื้อนั้นมีตลาดรองรับที่ชัดเจน&nbsp;เพียงแต่ว่าเราจะต้องเลี้ยงวัวที่มีคุณภาพที่ดีพอ&nbsp;และเพียงพอสำหรับความต้องการของตลาด&nbsp;โดยเป้าหมายของฟาร์มฯ&nbsp;คือ&nbsp;อยากเป็นแหล่งผลิตโคเนื้อที่มีคุณภาพที่ดีที่สุด&nbsp;เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภค&nbsp;และเป็นความหวังให้กับเกษตรกร&nbsp;อย่างน้อยก็ได้เป็นแหล่งผลิตโคเนื้อหรืออุตสาหกรรมโคเนื้อให้กับภาคอีสาน&nbsp;เพราะเราอยากจะส่งเสริมเกษตรกรผู้เลี้ยงวัวให้มีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&nbsp;</p><p><strong>เพื่อเป็นการผลักดันและพัฒนาโคเนื้อในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น</strong>&nbsp;สู่การเป็นอุตสาหกรรมโคเนื้อที่ได้มาตรฐานและเป็นที่ยอมรับของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;หอการค้าจังหวัดขอนแก่นและหน่วยงานภาคีเครือข่าย&nbsp;ได้มีกำหนดแผนในการพัฒนาในระยะสั้น&nbsp;ได้แก่&nbsp;การจัดอบรมให้กับเกษตรกรผู้สนใจการเลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;ให้เข้าใจและรับรู้ถึงความร่วมมือ&nbsp;การสนับสนุน&nbsp;และเตรียมความพร้อมสู่การผลิต&nbsp;การจัดสัมมนาด้านเศรษฐกิจและการตลาดของโคเนื้อ&nbsp;เพื่อให้เห็นยุทธศาสตร์ชัดเจน&nbsp;และได้รับความร่วมมือในวงกว้าง&nbsp;การจัดงาน&nbsp;ชิมเนื้อโคไทย&nbsp;ให้คนได้รับรู้ถึงคุณภาพ&nbsp;และได้สัมผัสด้วยตนเอง&nbsp;โดยจัดงานเทศกาลอาหารร่วมกับร้านอาหารในขอนแก่น&nbsp;การรวบรวมแหล่งผลิตและจำหน่าย&nbsp;เป็นทำเนียบ&nbsp;เผยแพร่&nbsp;และมอบประกาศนียบัตรรับรองมาตรฐาน&nbsp;ให้เป็นที่ยอมรับทั่วกัน&nbsp;และจัดกิจกรรมหาคู่ค้ากับตลาดต่างประเทศเบื้องต้น&nbsp;คือ&nbsp;เวียงจันทน์&nbsp;หนานหนิง&nbsp;ฟูเจี้ยน&nbsp;ที่จังหวัดขอนแก่นมีพันธะเมืองคู่ไว้</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>","2022-08-04T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ขอนแก่น","สวท.ขอนแก่น","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408184105863"],
    [178,"จังหวัดกระบี่จัดโครงการศึกษาความเหมาะสม สำรวจ ออกแบบ โครงการอนุรักษ์ ฟื้นฟู พัฒนาแหล่งน้ำชุมชนและระบบกระจายน้ำ ตำบลเขาต่อ อำเภอปลายพระยา จังหวัดกระบี่","<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;เมษายน&nbsp;2565)&nbsp;นายพสิษฐ์&nbsp;เอี๋ยวพานิช&nbsp;</strong>รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ&nbsp;พร้อม&nbsp;ดร.ประยุทธ์&nbsp;ไกรปราบ&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาแหล่งน้ำ&nbsp;และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงานจ้างที่ปรึกษา&nbsp;เข้าร่วมประชุมปฐมนิเทศโครงการศึกษาความเหมาะสม&nbsp;สำรวจ&nbsp;ออกแบบ&nbsp;โครงการอนุรักษ์&nbsp;ฟื้นฟู&nbsp;พัฒนาแหล่งน้ำชุมชนและระบบกระจายน้ำ&nbsp;ตำบลเขาต่อ&nbsp;อำเภอปลายพระยา&nbsp;&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;โดยมี&nbsp;นายวินัย&nbsp;ดินแดง&nbsp;นายอำเภอปลายพระยา&nbsp;&nbsp;เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุม&nbsp;และมีผู้เข้าร่วมประชุมซึ่งเป็นผู้แทนจากภาคราชการ&nbsp;คณะกรรมการลุ่มน้ำ&nbsp;ประชาชนในพื้นที่&nbsp;และสื่อมวลชน&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสาคร&nbsp;เกี่ยวข้อง&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;เพื่อติดตามการดำเนินโครงการ&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลเขาต่อ&nbsp;อำเภอปลายพระยา&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายพสิษฐ์&nbsp;เอี๋ยวพานิช&nbsp;รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ประชาชนในพื้นที่ประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำในการทำการเกษตร&nbsp;และน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค&nbsp;ในช่วงฤดูแล้ง&nbsp;เนื่องด้วยแหล่งน้ำธรรมชาติในพื้นที่มีสภาพตื้นเขิน&nbsp;ขาดการอนุรักษ์ฟื้นฟูมานาน&nbsp;รวมถึงขาดแคลนแหล่งกักเก็บน้ำที่มีศักยภาพ&nbsp;จึงเกิดโครงการนำร่อง&nbsp;งานอนุรักษ์&nbsp;ฟื้นฟู&nbsp;คลองบางเท่าแม่&nbsp;และคลองลาว&nbsp;ให้เป็นแหล่งน้ำต้นทุนเพื่อการอุปโภคบริโภค&nbsp;และการเกษตร&nbsp;ให้ประชาชนในพื้นที่ตำบลเขาต่อ&nbsp;อำเภอปลายพระยา&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;และตำบลคลองชะอุ่น&nbsp;อำเภอพนม&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;รวมถึงปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่&nbsp;ต่อไป&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ดร.ประยุทธ์&nbsp;ไกรปราบ&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาแหล่งน้ำ&nbsp;กล่าว</strong>&nbsp;โครงการนำร่องนี้&nbsp;มีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต&nbsp;ครอบคลุมมิติด้านเศรษฐกิจ&nbsp;สังคม&nbsp;สิ่งแวดล้อม&nbsp;โดยแนวคิดของโครงการ&nbsp;คือ&nbsp;การพัฒนา&nbsp;อนุรักษ์&nbsp;และฟื้นฟูแหล่งน้ำ&nbsp;รวมถึงการเชื่อมโยงแหล่งน้ำธรรมชาติในพื้นที่อย่างเป็นระบบ&nbsp;เพื่อเพิ่มน้ำต้นทุนสำหรับการอุปโภคบริโภคและการเกษตร&nbsp;การลดรายจ่ายโดยส่งน้ำด้วยแรงโน้มถ่วงแทนการใช้ไฟฟ้า&nbsp;การส่งเสริมการเพาะปลูกพืชใช้น้ำน้อย&nbsp;หรือพืชมูลค่าสูงที่เหมาะสมกับสภาพดิน&nbsp;รวมถึงการพัฒนาปรับปรุงน้ำตกบางเท่าแม่&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งใหม่ของจังหวัดกระบี่&nbsp;โดยการปรับปรุงภูมิทัศน์ให้สวยงาม&nbsp;มีความโดดเด่น&nbsp;และเชื่อมโยงกับสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;เช่น&nbsp;วัดมหาธาตุวชิรมงคล&nbsp;(วัดบางโทง)&nbsp;ซึ่งจะเป็นโครงการสำคัญที่สามารถดึงความสนใจนักท่องเที่ยวให้เข้ามาในพื้นที่&nbsp;และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดกระบี่ให้ดีขึ้นอย่างแน่นอน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-08-04T00:00:00","ภาคใต้","กระบี่","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408181152843"],
    [179,"รมต.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดตัวโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและขยายกระท่อมพันธุ์ดี แจกจ่ายกระท่อมพันธุ์ดี กว่า 2 แสนต้น ให้เกษตรกรทั่วประเทศ หวังให้เป็นพืชสมุนไพร","<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ที่ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;4&nbsp;อำเภอนาบอน</strong>&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;<strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและขยายกระท่อมพันธุ์ดี<strong>&nbsp;</strong>โดยมีนายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;นายไกรศร&nbsp;วิศิษฐ์วงศ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;คณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;และประชาชน&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม</p><p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;จากความต้องการพืชกระท่อมของเกษตรกรและผู้สนใจทั่วไป&nbsp;จึงมอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรจัดทำโครงการผลิตและขยายต้นกล้ากระท่อมพันธุ์ดี&nbsp;ผลิตกระท่อมโดยการเพาะเมล็ดในสภาพปลอดเชื้อด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช&nbsp;เพื่อเพาะพันธุ์กระท่อมพันธุ์ดีไว้เป็นพืชสมุนไพรพื้นบ้านเพื่อใช้ในครัวเรือน&nbsp;และสามารถนำไปพัฒนาอาชีพเป็นพืชทางเลือกในอนาคต&nbsp;ก่อให้เกิดการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและชุมชน&nbsp;ตลอดจนเป็นการพัฒนานวัตกรรมการผลิตและขยายกระท่อมพันธุ์ดีสำหรับรองรับความต้องการในอนาคต&nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับแผนแม่บทแห่งชาติว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรไทย&nbsp;ฉบับที่&nbsp;1&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2560&nbsp;&nbsp;2564&nbsp;พร้อมต่อยอดการเรียนรู้และขับเคลื่อนไปสู่การผลิตพืชเชิงพาณิชย์หรือเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือก</p><p><strong>นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>กรมส่งเสริมการเกษตรได้จัดทำโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและขยายกระท่อมพันธุ์ดี&nbsp;โดยศูนย์ขยายพันธุ์พืช&nbsp;ทั้ง&nbsp;10&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;1&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;2&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;4&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;6&nbsp;จังหวัดพิษณุโลก&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;7&nbsp;จังหวัดมหาสารคาม&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;8&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;9&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;และศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;10&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;ได้ดำเนินการผลิตต้นกล้ากระท่อมพันธุ์ดี&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;210,000&nbsp;ต้น&nbsp;เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนต้นกล้ากระท่อมพันธุ์ดีพร้อมองค์ความรู้ให้แก่สมาชิกศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;และเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้การผลิตและขยายพืชกระท่อมพันธุ์ดีภายในชุมชน&nbsp;ทั้ง&nbsp;882&nbsp;ศูนย์ทั่วประเทศ&nbsp;โดยสามารถติดต่อขอรับต้นกล้ากระท่อมพันธุ์ดีได้&nbsp;ณ&nbsp;จุดบริการพืชพันธุ์&nbsp;Doae&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชใกล้บ้าน&nbsp;ได้รายละ&nbsp;3&nbsp;ต้น&nbsp;ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนกว่าจะหมด</p><p><strong>พร้อมกันนี้&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;</strong>ได้มอบต้นกล้ากระท่อมให้กับเกษตรจังหวัด&nbsp;ตัวแทนศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;และตัวแทนเกษตรกร&nbsp;เยี่ยมชมนิทรรศการจากหน่วยงานภาคีเครือข่าย&nbsp;และโรงเรียนอนุบาลพันธุ์พืชกระท่อม&nbsp;และร่วมปลูกต้นกระท่อมเป็นที่ระลึกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-08-04T00:00:00","ภาคใต้","นครศรีธรรมราช","สวท.นครศรีธรรมราช","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408183658862"],
    [180,"ททท.สมุทรสงคราม ชวนปลูกผักสวนครัว สร้างความมั่นคงทางอาหาร","<p><strong>มมท.&nbsp;สมุทรสงคราม&nbsp;ชวนปลูกผักสวนครัว</strong>&nbsp;สร้างความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;และจัดกิจกรรม&nbsp;ที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;ตามแนวทางหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง</p><p><strong>นายกรกฎ&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม</strong>&nbsp;และนางณัฐสุดา&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;เปิดบ้านพักให้ข้าราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;&nbsp;เยี่ยมชมแปลงผักสวนครัว&nbsp;พร้อมทั้งได้แบ่งปันผักที่ปลูกไว้&nbsp;ตามแผนปฏิบัติการ&nbsp;90&nbsp;วัน&nbsp;ปลูกผักสวนครัว&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;และกิจกรรม&nbsp;\"ที่ว่างสร้างอาหาร\"&nbsp;ตามแนวทางหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง</p><p><strong>โดยจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;ได้น้อมนำแนวพระราชดำริ</strong>ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;สร้างความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;มาขยายผลและต่อยอดสู่กิจกรรมตามแผนปฏิบัติการ&nbsp;90&nbsp;วัน&nbsp;ปลูกผักสวนครัว&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;ซึ่งทุกคนสามารถนำไปทำในครัวเรือนของตนเองได้&nbsp;พร้อมทั้งส่งเสริมให้ทุกหมู่บ้าน&nbsp;และทุกครัวเรือน&nbsp;ปลูกผักสวนครัว&nbsp;เพื่อให้&nbsp;ทุกครัวเรือน&nbsp;คือ&nbsp;คลังอาหาร&nbsp;ทุกหมู่บ้าน&nbsp;คือ&nbsp;ศูนย์แบ่งปัน&nbsp;และเพื่อเป็นการบูรณาการกิจกรรม&nbsp;ที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;ให้สามารถขับเคลื่อนได้ในทุกพื้นที่&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-08-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรสงคราม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408193737875"],
    [181,"รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แจกกระท่อม 2 แสนต้น รับได้ที่ศูนย์ขยายพันธุ์พืชทั่วประเทศ","<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;เมษายน&nbsp;2565)&nbsp;ดร.&nbsp;เฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน</strong>&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;และนายอนุชา&nbsp;ยาอีด&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ลงพื้นที่ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;4&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;เปิดตัวโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและขยายกระท่อมพันธุ์ดี&nbsp;แจกจ่ายกระท่อมพันธุ์ดี&nbsp;รวมกว่า&nbsp;2&nbsp;แสนต้น&nbsp;ให้เกษตรกร&nbsp;ผ่านศูนย์ขยายพันธุ์พืช&nbsp;ของกรมส่งสริมการเกษตร&nbsp;ทั้ง&nbsp;10&nbsp;ศูนย์&nbsp;ทั่วประเทศ&nbsp;หวังให้เป็นพืชสมุนไพรใช้ในครัวเรือน&nbsp;โดยการนำเมล็ดในสภาพปลอดเชื้อมาเพาะเลี้ยงด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ&nbsp;เพื่อเพาะพันธุ์กระท่อมพันธุ์ดีไว้เป็นพืชสมุนไพรพื้นบ้านเพื่อใช้ในครัวเรือน&nbsp;และสามารถนำไปพัฒนาอาชีพเป็นพืชทางเลือกในอนาคต&nbsp;ก่อให้เกิดการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและชุมชน</p><p><strong>ตลอดจนเป็นการพัฒนานวัตกรรมการผลิต</strong>และขยายกระท่อมพันธุ์ดีสำหรับรองรับความต้องการในอนาคตซึ่งสอดคล้องกับแผนแม่บทแห่งชาติว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรไทย&nbsp;ฉบับที่&nbsp;1&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2560&nbsp;&nbsp;2564&nbsp;พร้อมต่อยอดการเรียนรู้และขับเคลื่อนไปสู่การผลิตพืชเชิงพาณิชย์หรือเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือก</p><p><strong>นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรได้จัดทำโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและขยายกระท่อมพันธุ์ดี&nbsp;โดยศูนย์ขยายพันธุ์พืช&nbsp;ทั้ง&nbsp;10&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;1&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;2&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;4&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;6&nbsp;จังหวัดพิษณุโลก&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;7&nbsp;จังหวัดมหาสารคาม&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;8&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;9&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;และศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;10&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;ได้ดำเนินการผลิตต้นกล้ากระท่อมพันธุ์ดี&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;210,000&nbsp;ต้น&nbsp;เพื่อส่งเสริมและสนับสนุน&nbsp;ต้นกล้ากระท่อมพันธุ์ดีพร้อมองค์ความรู้ให้แก่สมาชิกศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.)&nbsp;</p><p><strong>เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้การผลิตและขยายพืชกระท่อมพันธุ์ดี</strong>ภายในชุมชน&nbsp;รายละ&nbsp;3&nbsp;ต้น&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;รายต่อศูนย์&nbsp;ทั้ง&nbsp;882&nbsp;ศูนย์&nbsp;ทั่วประเทศไทย&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;79,380&nbsp;ต้น&nbsp;สมาชิก&nbsp;ศพก.ที่ได้รับการสนับสนุน&nbsp;จำนวน&nbsp;26,460&nbsp;ราย&nbsp;และสนับสนุนให้สมาชิกวิสาหกิจชุมชน/Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer/&nbsp;Smart&nbsp;Farmer/อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&nbsp;หน่วยงานราชการที่มีภารกิจ&nbsp;ในการส่งเสริมอาชีพการเกษตรและประชาชนที่สนใจ&nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;130,620&nbsp;ต้น&nbsp;</p><p><strong>โดยสามารถติดต่อขอรับต้นกล้ากระท่อมพันธุ์ดีได้</strong>&nbsp;ณ&nbsp;จุดบริการพืชพันธุ์&nbsp;Doae&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชใกล้บ้านท่าน&nbsp;รายละ&nbsp;3&nbsp;ต้น&nbsp;ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนกว่าของจะหมด&nbsp;</p><p><strong>การขยายพันธุ์พืชกระท่อมมีอยู่หลายวิธี&nbsp;</strong>ได้แก่&nbsp;การเพาะเมล็ด&nbsp;การตอนกิ่ง&nbsp;การปักชำ&nbsp;การเสียบยอด&nbsp;และการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช&nbsp;โดยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชนั้นเป็นวิธีที่ได้ต้นพันธุ์ที่ปลอดเชื้อ&nbsp;สามารถขยายเพิ่มจำนวนได้ปริมาณมากในระยะเวลาอันสั้น&nbsp;โดยนิยมใช้ส่วนเนื้อเยื่อเจริญของพืช&nbsp;ได้แก่&nbsp;ตายอด&nbsp;และตาข้าง</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;สำหรับพืชกระท่อมนั้น&nbsp;การใช้ตายอด</strong>&nbsp;ตาข้าง&nbsp;เป็นชิ้นส่วนในการเข้าเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ&nbsp;จะพบการปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียค่อนข้างมาก&nbsp;กองขยายพันธุ์พืช&nbsp;โดยศูนย์ขยายพันธุ์พืชจึงได้ทดสอบการเพาะเมล็ดในสภาพปลอดเชื้อ&nbsp;ด้วยการนำเมล็ดกระท่อมมาฟอกฆ่าเชื้อ&nbsp;และเพาะเมล็ดบนอาหารเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ&nbsp;พบว่ามีการปนเปื้อนที่น้อย&nbsp;ต้นพันธุ์มีความสมบูรณ์&nbsp;สามารถคัดเลือกต้นพันธุ์ที่ดีไปขยายต่อได้&nbsp;โดยเมื่อต้นพันธุ์เจริญเติบโตได้ระยะหนึ่งจึงตัดขยายเพิ่มจำนวนจนได้ปริมาณ&nbsp;ตามที่ต้องการ&nbsp;และตัดย้ายลงในอาหารสูตรชักนำราก&nbsp;ก่อนนำไปอนุบาลจนพร้อมปลูกในสภาพธรรมชาติต่อไป&nbsp;โดยผลกลุ่ม&nbsp;1&nbsp;ผล&nbsp;จะได้ต้นพันธุ์พร้อมปลูก&nbsp;จำนวนไม่น้อยกว่า&nbsp;2,000&nbsp;ต้น&nbsp;ใช้ระยะเวลาในการเพาะเมล็ดในสภาพปลอดเชื้อ&nbsp;5&nbsp;&nbsp;7&nbsp;เดือน&nbsp;และระยะอนุบาลจนพร้อมปลูก&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;รวมระยะเวลาทั้งสิ้น&nbsp;10&nbsp;เดือน</p><p><strong>สำหรับการปลูกนิยมปลูกระยะชิดเพื่อให้ได้จำนวนต้น</strong>ต่อพื้นที่ปริมาณมากร่วมกับการปลูกพืชอื่นในระยะแรกเพื่อเป็นร่มเงา&nbsp;เช่น&nbsp;กล้วย&nbsp;โดยขุดหลุม&nbsp;กว้าง&nbsp;x&nbsp;ยาว&nbsp;x&nbsp;ลึก&nbsp;&nbsp;ประมาณ&nbsp;&nbsp;50&nbsp;x&nbsp;50&nbsp;x&nbsp;50&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;รองก้นหลุมด้วยหินฟอสเฟต&nbsp;ประมาณ&nbsp;200&nbsp;กรัม&nbsp;และนำดินชั้นบนผสมกับปุ๋ยหมักใส่ภายในหลุม&nbsp;คลุมโคนด้วยวัสดุคลุมดิน&nbsp;เช่น&nbsp;เศษหญ้าแห้ง&nbsp;ทะลายปาล์มเก่า&nbsp;เป็นต้น&nbsp;นำไม้ค้ำต้น&nbsp;ทำมุม&nbsp;45&nbsp;องศากับพื้นดินเพื่อช่วยพยุงต้น&nbsp;รดน้ำ&nbsp;5&nbsp;&nbsp;10&nbsp;ลิตร/สัปดาห์ในช่วงแรกของการปลูก&nbsp;แนะนำให้ใส่ปุ๋ย&nbsp;สูตร&nbsp;15-15-15&nbsp;อัตรา&nbsp;150&nbsp;กรัมต่อต้น&nbsp;และสูตร&nbsp;46-0-0&nbsp;อัตรา&nbsp;50&nbsp;กรัมต่อต้น&nbsp;แบ่งใส่&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;ในช่วงต้นฤดูฝนและปลายฤดูฝน&nbsp;และเพิ่มปริมาณปุ๋ยปีละประมาณร้อยละ&nbsp;25&nbsp;ของปีก่อนหน้า</p><p><strong>ผู้ปลูกสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้หลังจากปลูก&nbsp;1&nbsp;&nbsp;15&nbsp;ปี</strong>&nbsp;โดยเก็บใบคู่ที่&nbsp;3&nbsp;และ&nbsp;4&nbsp;นับจากยอด&nbsp;เว้นคู่ที่&nbsp;1&nbsp;และ&nbsp;2&nbsp;ไว้&nbsp;โดยจะสามารถเก็บเกี่ยวรอบต่อไปได้ในอีก&nbsp;10&nbsp;วัน&nbsp;นับจาก&nbsp;เก็บเกี่ยวครั้งก่อนหน้า&nbsp;ซึ่งน้ำหนักสดเฉลี่ยประมาณ&nbsp;15&nbsp;กรัม/ใบ&nbsp;หรือประมาณ&nbsp;600&nbsp;ใบ/กิโลกรัม</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-08-04T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สทท.สงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408201032884"],
    [182,"สสก.5 สงขลา พัฒนาความรู้เจ้าหน้าที่และเกษตรกรผู้ปลูกไม้ผลอัตลักษณ์ภาคใต้   จัดอบรมถ่ายทอดสดข้ามภูมิภาค","<p><strong>นายอนุชา&nbsp;ยาอีด&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;5</strong>&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ผลไม้นับเป็นสินค้าเกษตรที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจชนิดหนึ่งของประเทศไทย&nbsp;สร้างรายได้ให้กับประเทศเป็นอย่างมาก&nbsp;ซึ่งไทยเป็นผู้นำการผลิตและส่งออกผลไม้เมืองร้อนที่สำคัญและมีชื่อเสียงที่สุดในภูมิภาคอาเซียน&nbsp;ในส่วนภาคใต้&nbsp;เป็นแหล่งผลิตผลไม้ที่สำคัญเป็นอันดับสองรองจากภาคตะวันออก&nbsp;เนื่องจากมีลักษณะภูมิประเทศประกอบด้วยพื้นที่ราบ&nbsp;ป่าไม้&nbsp;ภูเขา&nbsp;ขนาบด้วยท้องทะเลทั้งสองฝั่ง&nbsp;ทำให้มีลักษณะภูมิอากาศที่เหมาะสำหรับการปลูกไม้ผลอัตลักษณ์ที่สำคัญ&nbsp;</p><p><strong>ในปี&nbsp;2565&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ได้จัดทำ&nbsp;โครงการส่งเสริม</strong>อาชีพด้านการเกษตรตามอัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่น&nbsp;เนื่องจากเล็งเห็นว่าไม้ผลหลายชนิด&nbsp;</p><p>เช่น&nbsp;ทุเรียน&nbsp;ลำไย&nbsp;มังคุด&nbsp;มะม่วง&nbsp;เงาะ&nbsp;ลองกอง&nbsp;ส้มโอ&nbsp;สละ&nbsp;จำปาดะ&nbsp;ล้วนแล้วแต่เป็นผลไม้ประจำท้องถิ่นหรือที่เรียกกันว่า&nbsp;อัตลักษณ์ผลไม้&nbsp;มีความสำคัญทางเศรษฐกิจตามบริบทของพื้นที่&nbsp;จึงทำให้เหมาะสมที่จะส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและพัฒนาคุณภาพให้มีมาตรฐาน&nbsp;เกิดการเพิ่มมูลค่าให้กับการสร้างอัตลักษณ์ผลไม้ซึ่งเป็นสินค้าที่มีศักยภาพและมีความเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีการพัฒนาการผลิตไม้ผล&nbsp;ให้มากขึ้น&nbsp;โดยการสร้างเรื่องราว&nbsp;(Story)&nbsp;คุณค่า&nbsp;คุณประโยชน์&nbsp;และแหล่งที่มาที่ถูกต้องของผลไม้&nbsp;จนส่งผลให้เกิดการเพิ่มมูลค่าจากการสร้างอัตลักษณ์ผลไม้ที่มีคุณภาพดี&nbsp;มีมาตรฐาน&nbsp;และสร้างรายได้ให้กับชุมชนในพื้นที่ต่อไปในอนาคต</p><p><strong>โดยบริหารจัดการผ่านกระบวนการเกษตรแปลงใหญ่อย่างครบวงจร</strong>&nbsp;ตั้งแต่กระบวนการผลิตสินค้าคุณภาพจากสวนที่ได้มาตรฐาน&nbsp;เตรียมพร้อมสู่มาตรฐานการส่งออก&nbsp;ยกระดับเกรดของสินค้าด้วยการรับรองคุณภาพ&nbsp;GAP&nbsp;การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ทันสมัย&nbsp;และสื่อสารเข้าใจง่ายสำหรับผู้บริโภคต่างท้องถิ่น&nbsp;ตลอดจนให้มีการแปรรูปเพิ่มมูลค่า&nbsp;รวมทั้งการเชื่อมโยงตลาดกับผู้บริโภคและผู้ประกอบการ</p><p><strong>นายอนุชา&nbsp;ยาอีด&nbsp;ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า&nbsp;ตามโครงการดังกล่าว</strong>&nbsp;สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ได้จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการพัฒนาความรู้แก่เกษตรกรและเจ้าหน้าที่ในการพัฒนาสินค้าไม้ผลอัตลักษณ์กับแหล่งผลิตอื่นในรูปแบบ&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;โดยได้คัดเลือกพื้นที่ภาคตะวันออก&nbsp;ซึ่งมีการปลูกไม้ผลคุณภาพตามรูปแบบที่เกษตรกรในภาคใต้สามารถเรียนรู้และพัฒนารูปแบบการผลิตได้&nbsp;ถ่ายทอดสดผ่านระบบ&nbsp;Zoom&nbsp;meeting&nbsp;ไปยังเจ้าหน้าที่&nbsp;และเกษตรกร&nbsp;ซึ่งรับฟังอยู่&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัด&nbsp;14&nbsp;จังหวัดภาคใต้&nbsp;และ&nbsp;Live&nbsp;ผ่าน&nbsp;Facebook&nbsp;ให้ผู้สนใจทั่วไปเข้าร่วม&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;350&nbsp;คน</p><p><strong>เนื้อหาประกอบด้วย&nbsp;การบรรยายเทคนิคการผลิตมังคุดมาตรฐานส่งออก</strong>&nbsp;การพัฒนาไม้ผลอัตลักษณ์ตามมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;โดย&nbsp;นายชวิศร์&nbsp;สวัสดิสาร&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรนครศรีธรรมราช&nbsp;และได้รับเกียรติจาก&nbsp;คุณมงคลเกียรติ&nbsp;ควรกิจ&nbsp;ผู้จัดการฝ่ายสรรหาและพัฒนาสินค้าจากแหล่งผลิต&nbsp;บริษัท&nbsp;ไทย&nbsp;แอ็กโกร&nbsp;เอ็กซเชนจ์&nbsp;จำกัด&nbsp;(ตลาดไท)&nbsp;บรรยายให้ความรู้เรื่องแนวโน้มการตลาดผลไม้คุณภาพสูงในประเทศ&nbsp;ปี&nbsp;2565</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;มีการเสวนา&nbsp;เรื่อง&nbsp;การจัดการสวนทุเรียนคุณภาพ</strong>&nbsp;พร้อมทั้งลงพื้นที่ศึกษาดูงานแปลงทุเรียนคุณภาพของนายสันติ&nbsp;สายสุวรรณ&nbsp;ซี่งเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ที่ทำสวนทุเรียนต่อจากรุ่นพ่อแม่&nbsp;ใช้หลักการผสมผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่ร่วมกับวิถีการทำเกษตรแบบดั้งเดิม&nbsp;เป็นการทำสวนแบบปราณีต&nbsp;ใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;โดยบริหารจัดการทรัพยากร&nbsp;และแรงงานในครัวเรือน&nbsp;ช่วยกันดำเนินการ&nbsp;จุดเด่นของสวนคุณสันติ&nbsp;คือ&nbsp;คุณภาพของผลผลิตที่สม่ำเสมอสามารถใช้หลักตลาดนำการผลิตได้อย่างชัดเจน&nbsp;ผลผลิตทุเรียนทุกผลในพื้นที่&nbsp;20&nbsp;ไร่เศษ&nbsp;จำหน่ายหน้าสวนและลูกค้าโทรจองล่วงหน้าตั้งราคาเองโดยไม่พึ่งพาระบบตลาดทั่วไป</p><p><strong>คาดว่าผลจากการสัมมนาครั้งนี้&nbsp;เจ้าหน้าที่และเกษตรกรจะนำความรู้</strong>ที่ได้ไปพัฒนาการผลิตไม้ผลอัตลักษณ์ในพื้นที่ของตนเอง&nbsp;และขยายผลองค์ความรู้ไปยังเกษตรกรรายอื่นของภาคใต้&nbsp;ซึ่งกำลังเข้าสู่ฤดูกาลไม้ผลในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมนี้&nbsp;โดยจะให้ผลผลิตต่อเนื่องจากภาคตะวันออก&nbsp;และได้ศึกษาเรียนรู้ปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานภายใต้สถานการณ์&nbsp;covid-19&nbsp;และในขณะนี้ภาคใต้มีฝนและมรสุมเป็นบางช่วงทำให้ไม้ผลที่กำลังติดดอก&nbsp;อาจจะมีการร่วงไปต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;โดยได้วางแผนการบริหารจัดการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้องและการเชื่อมโยงเครือข่ายเกษตรกรกับพ่อค้าผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อเตรียมบริการจัดการสถานการณ์ผลไม้ที่กำลังออกสู่ตลาดในเร็วๆ&nbsp;นี้&nbsp;นายอนุชา&nbsp;กล่าวทิ้งท้าย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-08-04T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สทท.สงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220408202544900"],
    [183,"กอนช.  ขอให้ประชาชนภาคเหนือระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่ ส่วนภาคใต้ฝนเริ่มลดลง","<p class=\"ql-align-justify\"><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;&nbsp;ขอให้ประชาชนภาคเหนือระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่&nbsp;ส่วนภาคใต้ฝนเริ่มลดลง</strong></p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(9&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนอุณหภูมิสูงขึ้นและมีฝนฟ้าคะนอง โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ ส่วนภาคใต้ฝนลดลง แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.เชียงราย 75 มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;เชียงใหม่ 70 มิลลิเมตร&nbsp;และพังงา&nbsp;49&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด 25,818 ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;45 และแหล่งน้ำขนาดใหญ่ 20,058 ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;42 จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p>","2022-09-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220409083552959"],
    [184,"ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือปรับตัวสูงขึ้นในระดับสีแดง 5 พื้นที่ สูงสุดบริเวณ ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน  ส่วน กทม.และปริมณฑลค่าฝุ่นเกิดระดับสีแดง 3 พื้นที่","<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือปรับตัวสูงขึ้นในระดับสีแดง&nbsp;5&nbsp;พื้นที่&nbsp;สูงสุดบริเวณ&nbsp;ต.ในเวียง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.น่าน&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลค่าฝุ่นเกิดระดับสีแดง&nbsp;3&nbsp;พื้นที่&nbsp;สูงสุดบริเวณริมถนนมาเจริญ&nbsp;เพชรเกษม&nbsp;81&nbsp;เขตหนองแขม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(9&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศปานกลางถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พบค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นระดับสีแดง&nbsp;5&nbsp;พื้นที่&nbsp;คือ&nbsp;ต.สุเทพ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;&nbsp;,&nbsp;ต.ในเวียง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.น่าน&nbsp;,&nbsp;ต.นาจักร&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แพร่&nbsp;,&nbsp;ต.ระแหง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ตาก&nbsp;และ&nbsp;ต.ในเมือง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.พิษณุโลก&nbsp;โดยบางพื้นที่สูงกว่า&nbsp;100&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&nbsp;10&nbsp;-&nbsp;11&nbsp;เมษายน&nbsp;หากจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบนฝั่งตะวันออก&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หลังวันที่&nbsp;11&nbsp;เมษายนสถานการณ์ภาคเหนือจะมีแนวโน้มดีขึ้น&nbsp;แต่ต้องควบคุมจุดความร้อนทั้งภายในและภายนอกประเทศควบคู่กันไป&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นทุกพื้นที่&nbsp;พบเกินมาตรฐานระดับสีแดง&nbsp;3&nbsp;พื้นที่&nbsp;คือ&nbsp;ริมถนนพุทธมณฑล&nbsp;1&nbsp;เขตตลิ่งชัน&nbsp;,&nbsp;ริมถนนคลองทวีวัฒนา&nbsp;เขตทวีวัฒนา&nbsp;และริมถนนมาเจริญ&nbsp;เพชรเกษม&nbsp;81&nbsp;เขตหนองแขม&nbsp;โดยบางพื้นที่สูงกว่า&nbsp;100&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;10&nbsp;-&nbsp;16&nbsp;เมษายน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;</p>","2022-09-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220409090247961"],
    [185,"องค์การสวนสัตว์ ชวนร่วมสืบสานวัฒนธรรมไทย เที่ยวช่วงสงกรานต์ในสวนสัตว์ 6 แห่ง และโครงการคชอาณาจักร จังหวัดสุรินทร์ ช่วงวันที่ 13  17 เม.ย.นี้","<p><strong>องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;(อสส.)&nbsp;ชวนร่วมสืบสานวัฒนธรรมไทย&nbsp;เที่ยวช่วงสงกรานต์ในสวนสัตว์&nbsp;6&nbsp;แห่ง&nbsp;และโครงการคชอาณาจักร&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;13&nbsp;&nbsp;17&nbsp;เมษายนนี้&nbsp;ภายใต้มาตรการโควิด-19&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพร&nbsp;ศรีเหรัญ&nbsp;ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย&nbsp;กล่าวถึงการจัดกิจกรรมช่วงเทศกาลวันสงกรานต์ปีนี้ว่า&nbsp;องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;จะจัดกิจกรรมปีใหม่ไทยในสวนสัตว์&nbsp;6&nbsp;แห่ง&nbsp;และโครงการคชอาณาจักร&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;เพื่อสร้างความสุขให้ประชาชนภายใต้มาตรการโควิด-19&nbsp;และมาตรการเว้นระยะห่างส่วนบุคคล&nbsp;โดยให้สวนสัตว์แต่ละแห่งเน้นกิจกรรมประเพณีทางวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่นระหว่างวันที่&nbsp;13&nbsp;-&nbsp;17&nbsp;เมษายน&nbsp;คือ&nbsp;สวนสัตว์เปิดเขาเขียว&nbsp;จัดกิจกรรมชวนสวมใส่ผ้าไทยลายดอกฉลองสงกรานต์ทำบุญ&nbsp;สรงน้ำพระบรมสารีริกธาตุจากประเทศศรีลังกา&nbsp;กิจกรรม&nbsp;Khao&nbsp;Kheow&nbsp;Night&nbsp;Zoo&nbsp;ในพื้นที่ป่าธรรมชาติ&nbsp;//&nbsp;สวนสัตว์เชียงใหม่&nbsp;จัดกิจกรรมชวนร่วมสืบสานอนุรักษ์วัฒนธรรม&nbsp;ม่วนจ๋ายปีใหม่เมือง&nbsp;ชม&nbsp;Mini&nbsp;Zoo&nbsp;ชมความน่ารักลูกสัตว์นานาชนิด&nbsp;กิจกรรมสรงน้ำพระ&nbsp;ขนทราย&nbsp;และประกวดก่อกองทรายรูปสัตว์บริเวณวัดกู่เขาดิน&nbsp;//&nbsp;สวนสัตว์นครราชสีมา&nbsp;จัดกิจกรรมลานบุญเสริมสิริมงคล&nbsp;ชมการแสดงความสามารถสัตว์นานาชนิดและแมวน้ำแสนรู้&nbsp;//&nbsp;สวนสัตว์สงขลา&nbsp;จัดกิจกรรมเที่ยวชมประเพณีไทยโบราณและร่วมทำบุญสงกรานต์ดูแลสัตว์ป่านานาชนิดเพื่อเสริมสิริมงคล&nbsp;ชมขบวนแห่และสรงน้ำพระพุทธสิหิงค์ร่วมทำบุญ&nbsp;12&nbsp;นักษัตร&nbsp;และการบริการให้อาหารสัตว์ในโครงการอุปถัมภ์สัตว์ป่า&nbsp;//&nbsp;สวนสัตว์อุบลราชธานี&nbsp;จัดกิจกรรม&nbsp;ลานบุญ&nbsp;ตุ้มโฮม&nbsp;ฮักแพง&nbsp;อีสานบ้านเฮา&nbsp;เพื่อเสริมสิริมงคล&nbsp;การป้อนอาหารสัตว์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับช่วงระหว่างวันที่&nbsp;13&nbsp;&nbsp;15&nbsp;เมษายน&nbsp;สวนสัตว์ขอนแก่น&nbsp;จัดกิจกรรมสงกรานต์อีสาน&nbsp;ม่วนซื่น&nbsp;อิ่มบุญ&nbsp;อิ่มใจ&nbsp;ร่วมสืบสานประเพณีวัฒนธรรมไทยไว้พระขอพร&nbsp;สรงน้ำพระพุทธศิลามณี&nbsp;ชมส่วนจัดแสดงสัตว์แอฟริกา&nbsp;และโครงการคชอาณาจักร&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;จัดกิจกรรมร่วมโอบกอดช้างและสัมผัสธรรมชาติในรูปแบบท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์&nbsp;ไหว้พระขอพรองค์พระครูปะกำที่ใหญ่ที่สุดในโลก&nbsp;นั่งช้างชมไพรพาช้างอาบน้ำบริเวณลำน้ำชี&nbsp;จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมกิจกรรมสร้างความสุขและสนุกสนาน&nbsp;เพื่อร่วมสืบสานประเพณีวัฒนธรรมไทย&nbsp;โดยแต่ละแห่งมีรูปแบบกิจกรรมที่แตกต่างกันตามเอกลักษณ์ของสวนสัตว์</p>","2022-09-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220409105519976"],
    [186,"สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 1 เผย ฝุ่นควันข้ามแดนส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศเชียงใหม่ ไปจนถึงวันที่ 10 เม.ย. 65","<p><strong>สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;1&nbsp;ชี้แจง&nbsp;ค่าคุณภาพอากาศ</strong>ของจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ในระยะนี้จะสูงเกินค่ามาตรฐาน&nbsp;จนถึงวันที่&nbsp;10&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เนื่องจากฝุ่นควันข้ามแดน&nbsp;นางดวงใจ&nbsp;ดวงทิพย์&nbsp;นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการพิเศษ&nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;1&nbsp;เปิดเผยถึงสถานการณ์คุณภาพอากาศในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบ&nbsp;ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนแนวโน้มค่า&nbsp;PM2.5&nbsp;มีค่าเพิ่มขึ้น&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งมีผลโดยตรงกับพื้นที่&nbsp;ในภาพรวมของภาคเหนือ</strong>ทั้งจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;เชียงราย&nbsp;ลำพูน&nbsp;และจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ค่าคุณภาพอากาศเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;เนื่องจากว่ามีจุด&nbsp;Hot&nbsp;Spot&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;ในช่วงวันที่&nbsp;5&nbsp;เม.ย.&nbsp;65&nbsp;เกิดขึ้นเกือบ&nbsp;8,000&nbsp;จุด&nbsp;ทิศทางลมในระดับ&nbsp;25,000&nbsp;ฟุตขึ้นไป&nbsp;นำพาฝุ่นควันขนาดเล็กเข้ามาในพื้นที่&nbsp;</p><p><strong>จากการที่ได้ประเมินสถานการณ์ฝุ่นกลุ่มนี้</strong>จะเคลื่อนเข้าสู่ภาคเหนืออย่างแน่นอน&nbsp;ในวันที่&nbsp;8&nbsp;-&nbsp;9&nbsp;เม.ย.&nbsp;65&nbsp;เนื่องจากทิศทางลมพัดสอบจากทางทิศตะวันออกมาทางทิศตะวันตก&nbsp;อย่างไรก็ตามในวันที่&nbsp;8&nbsp;เม.ย.&nbsp;65&nbsp;มีเมฆมากไม่สามารถถ่ายภาพจุด&nbsp;Hot&nbsp;Spot&nbsp;ในพื้นที่ได้ชัด&nbsp;ภาพที่ถ่ายได้ดูเหมือนมีน้อย&nbsp;แต่ความจริงแล้วในพื้นที่&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;ยังมีจุด&nbsp;Hot&nbsp;Spot&nbsp;เป็นจำนวนมาก&nbsp;รวมทั้งกลุ่มควันที่ลมพัดพาเข้ามาทำให้คุณภาพอากาศมีค่าเกินมาตรฐาน&nbsp;และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น&nbsp;คาดว่า&nbsp;จะเพิ่มสูงขึ้นไป&nbsp;จนถึงวันที่&nbsp;10&nbsp;เม.ย.&nbsp;65&nbsp;จากนั้นคุณภาพอากาศก็จะดีขึ้น&nbsp;</p><p><strong>สำหรับประเด็นของฝนที่ตกลงมาในพื้นที่ช่วงหนึ่ง</strong>ถึงสองวันก่อน&nbsp;ก็ช่วยลดค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในอากาศได้บ้าง&nbsp;แต่เป็นช่วงสั้นๆ&nbsp;แค่&nbsp;&nbsp;24&nbsp;&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;แต่เนื่องจากฝุ่นสะสมอยู่เป็นจำนวนมาก&nbsp;พอเคลื่อนตัวเข้ามาก็จะเข้ามาแทนที่ทันที&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ก็จะเพิ่มขึ้นได้เหมือนเดิม&nbsp;&nbsp;ระยะเวลาที่ฝนตกทำให้คุณภาพอากาศดีขึ้นได้อย่างมากไม่เกิน&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงช่วงที่มีฝน&nbsp;และพื้นที่ได้รับผลจากฝนก็แค่ร้อยละ&nbsp;20&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จากข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม&nbsp;&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;5&nbsp;เม.ย.&nbsp;65</strong>&nbsp;ซึ่งกลุ่มประเทศอาเซียนใช้ร่วมกันรายงานจำนวนจุดความร้อน&nbsp;Hot&nbsp;Spot&nbsp;รายประเทศ&nbsp;ระบุว่า&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;จำนวน&nbsp;7,859&nbsp;จุด&nbsp;เมียนมาร์&nbsp;จำนวน&nbsp;4,349&nbsp;จุด&nbsp;เวียดนาม&nbsp;จำนวน&nbsp;431&nbsp;จุด&nbsp;ประเทศไทย&nbsp;จำนวน&nbsp;424&nbsp;จุด&nbsp;กัมพูชา&nbsp;จำนวน&nbsp;115&nbsp;จุด&nbsp;และมาเลเซีย&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;จุด&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>พิมลกัลย์&nbsp;เดชะชัย&nbsp;สวท.&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;9&nbsp;เม.ย.&nbsp;65</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-09-04T00:00:00","ภาคเหนือ","เชียงใหม่","สวท.เชียงใหม่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220409103225974"],
    [187,"เตรียมต่อยอด ผลิต-ขยาย พืชกระท่อมพันธุ์ดี ทางเลือกใหม่ ให้เกษตรกร จ.ยะลา","<p><strong>นายกัสมัน&nbsp;ยะมาแล&nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;</strong>พร้อมด้วยเกษตรกรเป้าหมายในพื้นจังหวัดยะลา&nbsp;ได้เข้าร่วมงาน&nbsp;โครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและขยายกระท่อมพันธุ์ดี&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;4&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;เพื่อรับฟังนโยบายและแนวทางการดำเนินงานเกี่ยวพืชกระท่อมของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;โดยดร.เฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้มอบต้นกระท่อมพันธุ์ดีให้กับเกษตรจังหวัดและเกษตรกรเป้าหมายตามโครงการดังกล่าว</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้นโดยกรมส่งเสริมการเกษตร</strong>&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการรับรู้และเป็นการประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรกลุ่มเป้าหมายรับทราบ&nbsp;และส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชกระท่อมเป็นพืชสมุนไพรประจำครัวเรือน&nbsp;เพื่อเป็นการเรียนรู้/ทดสอบการผลิตและขยายพันธุ์พืชกระท่อมในชุมชน&nbsp;ให้พร้อมสำหรับการต่อยอดการผลิตและขยายพืชกระท่อมพันธุ์ดีในเชิงพาณิชย์&nbsp;หรือเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือกต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-09-04T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220409114252995"],
    [188,"เกษตรลำปาง มุ่งยกระดับตลาดเกษตรกร เป็นสถานที่จำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ขนาดใหญ่ของจังหวัดและภาคเหนือ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(9&nbsp;เม.ย.&nbsp;65)&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์เรียนรู้การบริหารจัดการสินค้าเกษตร&nbsp;(ตลาดเกษตรกร)&nbsp;จังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดลำปาง&nbsp;และคณะกรรมการบริหารศูนย์เรียนรู้การบริหารจัดการสินค้าเกษตร&nbsp;(ตลาดเกษตรกร)&nbsp;จัดพิธีมอบใบรับรองเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม&nbsp;(PGS)&nbsp;ให้เกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;67&nbsp;ราย&nbsp;และใบรับรองระยะปรับเปลี่ยนเป็นเกษตรอินทรีย์&nbsp;จำนวน&nbsp;23&nbsp;ราย&nbsp;รวมทั้งหมด&nbsp;90&nbsp;ราย&nbsp;อันจะทำให้ศูนย์เรียนรู้ฯ&nbsp;เป็นสถานที่จำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่ได้มาตรฐานของจังหวัดลำปาง&nbsp;และทำให้ประชาชนได้มีสินค้าเกษตรอินทรีย์เพื่อบริโภคอย่างทั่วถึงและเพียงพอ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายณัฐวุฒิ&nbsp;แก้วอ่อน&nbsp;ประธานศูนย์เรียนรู้การบริหารจัดการสินค้าเกษตร&nbsp;(ตลาดเกษตรกร)&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ตามที่กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ได้อนุมัติงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2561&nbsp;ให้จังหวัดลำปาง&nbsp;โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดลำปาง&nbsp;ดำเนินการโครงการตลาดเกษตรกร&nbsp;กิจกรรม&nbsp;ก่อสร้างศูนย์เรียนรู้ฯ&nbsp;เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้และเป็นแหล่งจำหน่ายหลักสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพ&nbsp;ปลอดภัยและได้มาตรฐาน&nbsp;พัฒนาเกษตรกร/กลุ่มเกษตรกรให้มีศักยภาพในด้านการผลิต&nbsp;ด้านการแปรรูป&nbsp;ด้านการบรรจุภัณฑ์&nbsp;และด้านการตลาด&nbsp;พัฒนายกระดับให้เกษตรกรเป็นผู้ประกอบการด้านการเกษตร&nbsp;รวมถึงเพื่อสร้างเครือข่ายด้านการผลิตและเชื่อมโยงการตลาดสินค้าเกษตร&nbsp;โดยก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อวันที่&nbsp;24&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2562&nbsp;ใช้งบประมาณในก่อสร้าง&nbsp;13,050,000&nbsp;บาท&nbsp;และเริ่มเปิดจำหน่ายสินค้าวันแรก&nbsp;วันเสาร์ที่&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2562&nbsp;นับถึงปัจจุบันเป็นระยะเวลา&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;ที่คณะกรรมการบริหารศูนย์เรียนรู้ฯ&nbsp;ได้ดำเนินการขับเคลื่อนพัฒนาเกษตรกรที่ผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์&nbsp;ให้ได้การรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์&nbsp;ที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่ให้การยอมรับในระดับประเทศ&nbsp;โดยสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร&nbsp;หรือ&nbsp;มกอช.&nbsp;ให้การยอมรับมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม&nbsp;หรือ&nbsp;PGS&nbsp;ของเครือข่ายมูลนิธิเกษตรอินทรีย์ไทย&nbsp;หรือ&nbsp;TOAF</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ด้าน&nbsp;นายธีระพงษ์&nbsp;ฤทธิโชติ&nbsp;เกษตรจังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;ประธานในพิธีมอบใบรับรองเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม&nbsp;(PGS)&nbsp;และใบรับรองระยะปรับเปลี่ยนเป็นเกษตรอินทรีย์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากการดำเนินงานของคณะกรรมการศูนย์เรียนรู้ฯ&nbsp;ที่ได้ผลักดันเกษตรกรที่เข้ามาจำหน่ายสินค้าในศูนย์เรียนรู้ฯ&nbsp;เป็นเกษตรกรที่ผลิตสินค้าปลอดภัยและสินค้าเกษตรอินทรีย์&nbsp;ให้ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับของระดับประเทศ&nbsp;ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี&nbsp;อันจะส่งผลต่อการพัฒนาด้านเกษตรอินทรีย์ของจังหวัดลำปาง&nbsp;และส่งเสริมให้ศูนย์เรียนรู้ฯ&nbsp;แห่งนี้&nbsp;เป็นสถานที่ที่จำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์แห่งใหญ่ของจังหวัดลำปาง</p>","2022-09-04T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220409123254014"],
    [189,"อบต.ปาล์มพัฒนา นำทีมลงพื้นที่สำรวจความเสียหายศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สังกัดองค์การบริหารส่วนตำบลปาล์มพัฒนา เตรียมซ่อมบำรุงสถานที่รองรับการการเปิดภาคเรียนในอนาคต","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วานนี้&nbsp;(8&nbsp;เม.ย.&nbsp;65)&nbsp;นายภาณุ&nbsp;เพ็ชรประดับ&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลปาล์มพัฒนา</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนายสุรินทร์&nbsp;ปรีดาพาก&nbsp;รองนายกฯ&nbsp;,&nbsp;นายอนันต์&nbsp;วารีคาม&nbsp;ปลัด&nbsp;อบต.&nbsp;,&nbsp;หัวหน้าส่วนงานและเจ้าหน้าที่&nbsp;อบต.ปาล์มพัฒนา&nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมลงพื้นที่สำรวจความเสียหายศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก&nbsp;สังกัดองค์การบริหารส่วนตำบลปาล์มพัฒนาที่เกิดความเสียหายชำรุดจากการใช้งานรวม&nbsp;6&nbsp;ศูนย์&nbsp;เพื่อจะเตรียมปรับปรุงซ่อมแซมให้มีสภาพปกติ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>โดยจากการลงพื้นที่พบว่า</strong>&nbsp;ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในสังกัดเกิดการชำรุดมากบ้าง&nbsp;น้อยบ้าง&nbsp;เนื่องจากส่วนหนึ่งมาจากการใช้งานอย่างต่อเนื่อง&nbsp;และบางส่วนได้รับผลจากภัยธรรมชาติ&nbsp;หลังคารั่วเสียหาย&nbsp;ฝ้าเพดานมีร่องรอยน้ำฝนที่รั่วจากหลังคา&nbsp;หน้าต่างชำรุดมีสภาพผุพัง&nbsp;โอกาสนี้&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลปาล์มพัฒนา&nbsp;และเจ้าหน้าที่ซักถามถึงสภาพพื้นที่และปัญหาที่เกิดขึ้นจากคณะครูศูนย์เด็กเล็ก&nbsp;โดยส่วนหนึ่งเกิดจากการไม่ได้เปิดการเรียนการสอนอย่างเต็มที่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค&nbsp;COVID-19</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;จากการลงพื้นที่สำรวจดังกล่าว</strong>&nbsp;อบต.ปาล์มพัฒนา&nbsp;จะประชุมหารือเพื่อกำหนดการซ่อมแซมศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทั้ง&nbsp;6&nbsp;แห่งและการดำเนินการส่วนที่เร่งด่วนเรื่องอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมสถานที่ให้สามารถรองรับการเปิดภาคเรียนได้ในอนาคต</p>","2022-09-04T00:00:00","ภาคใต้","สตูล","สวท.สตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220409140029033"],
    [190,"เกาะโลซิน ต.บ้านน้ำบ่อ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ได้รับการประกาศกฎกระทรวงให้เป็นพื้นที่คุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแล้ว จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 ก.ค.นี้เป็นต้นไป","<p><strong>เกาะโลซิน&nbsp;ต.บ้านน้ำบ่อ&nbsp;อ.ปะนาเระ&nbsp;จ.ปัตตานี&nbsp;ได้รับการประกาศกฎกระทรวงให้เป็นพื้นที่คุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแล้ว&nbsp;จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่&nbsp;28&nbsp;กรกฎาคมนี้เป็นต้นไป&nbsp;เพื่อป้องกันและรักษาทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลให้คงความสมบูรณ์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ราชกิจจานุเบกษา&nbsp;ได้ออกประกาศกฎกระทรวงกำหนดให้บริเวณเกาะโลซิน&nbsp;ต.บ้านน้ำบ่อ&nbsp;อ.ปะนาเระ&nbsp;จ.ปัตตานี&nbsp;เป็นพื้นที่คุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;โดยได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา&nbsp;แล้วเมื่อวันที่&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จะมีผลบังคับใช้วันที่&nbsp;28&nbsp;กรกฎาคมนี้เป็นต้นไป&nbsp;หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;ปรับไม่เกิน&nbsp;100,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;เนื่องจากเกาะโลซินเป็นพื้นที่มีความสำคัญและเปราะบางมาก&nbsp;นับเป็นพื้นที่คุ้มครองทรัพยากรทางทะเลแห่งที่&nbsp;2&nbsp;ต่อจากพื้นที่เกาะกระ&nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&nbsp;ที่ประกาศเมื่อปี&nbsp;2564&nbsp;เช่นกัน&nbsp;ซึ่งกลางปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมาได้รับบทเรียนกรณีพบอวนประมงขนาดใหญ่ขาดติดบริเวณแนวปะการังตรงเกาะโลซิน&nbsp;รวมน้ำหนักกว่า&nbsp;800&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ปกคลุมแนวปะการังกว่า&nbsp;2,750&nbsp;ตารางเมตร&nbsp;สร้างความเสียหายรุนแรงกว่า&nbsp;550&nbsp;ตารางเมตร&nbsp;จนเกิดปะการังฟอกขาวและปะการังซีดจางบางส่วน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้เร่งรัดให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;ดำเนินการประกาศพื้นที่คุ้มครองทรัพยากรทางทะเลที่สำคัญแห่งอื่นๆต่อไป&nbsp;สิ่งสำคัญต้องผ่านความเห็นชอบจากประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้วย&nbsp;สำหรับมาตรการทางกฎหมายเป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งในการกำกับและบังคับใช้เพื่อรักษาความสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติในช่วงระยะเวลาที่กำหนด&nbsp;แต่จิตสำนึกและความร่วมมือของทุกคนเป็นหัวใจสำคัญทำให้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมคงอยู่อย่างสมดุลและยั่งยืน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;นายโสภณ&nbsp;ทองดี&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;พื้นที่โดยรอบเกาะโลซินพบปะการังหลากหลายชนิด&nbsp;ทั้งปะการังแข็ง&nbsp;ปะการังอ่อน&nbsp;และกัลปังหา&nbsp;ที่เป็นแหล่งอาศัยของฉลามวาฬ&nbsp;และปลาน้อยใหญ่อีกกว่า&nbsp;116&nbsp;ชนิด&nbsp;และหอยกว่า&nbsp;54&nbsp;ชนิด&nbsp;โดยกฎกระทรวงดังกล่าวได้กำหนดบริเวณพื้นที่บังคับไว้&nbsp;2&nbsp;บริเวณ&nbsp;กำหนดกิจกรรมที่ห้ามดำเนินการแตกต่างกัน&nbsp;คือ&nbsp;บริเวณที่&nbsp;1&nbsp;แผ่นดินบนเกาะโลซินและพื้นที่ทะเลรอบเกาะเนื้อที่ประมาณ&nbsp;1&nbsp;ตารางกิโลเมตร&nbsp;ระยะทางห่างรอบเกาะจากฝั่งประมาณ&nbsp;500&nbsp;เมตร&nbsp;ห้ามก่อมลพิษ&nbsp;ห้ามกระทำความเสียหายต่อปะการัง&nbsp;สัตว์น้ำ&nbsp;ซากปะการัง&nbsp;กัลปังหา&nbsp;ห้ามทอดสมอเรือ&nbsp;ห้ามประกอบการประมง&nbsp;ห้ามก่อสร้าง&nbsp;ห้ามนำสัตว์หรือพืชจากที่อื่นเข้าไปในบริเวณ&nbsp;และห้ามขุดเจาะและทำเหมืองแร่&nbsp;และบริเวณที่&nbsp;2&nbsp;เป็นพื้นที่ในทะเล&nbsp;ห่างจากเกาะประมาณ&nbsp;6&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;เนื้อที่รวมประมาณ&nbsp;143&nbsp;ตารางกิโลเมตร&nbsp;ห้ามก่อมลพิษ&nbsp;ห้ามกระทำการที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อแนวปะการัง&nbsp;สัตว์ทะเล&nbsp;และซากปะการัง&nbsp;ห้ามขุดเจาะและทำเหมืองแร่&nbsp;ห้ามถมทะเลและขุดลอกร่องน้ำ&nbsp;และทำประมงยกเว้นการใช้เบ็ดมือ&nbsp;ส่วนกิจกรรมอื่นๆอย่างการดำน้ำและการท่องเที่ยว&nbsp;กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;จะกำหนดแนวทาง&nbsp;มาตรการ&nbsp;และแผนการบริหารจัดการในพื้นที่ต่อไป&nbsp;แล้วจะประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชนชายฝั่งร่วมดำเนินการตามมาตรการที่ได้บังคับด้วย</p>","2022-09-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220409141911041"],
    [191,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง ส่วนจุดความร้อนจาก สปป.ลาว วันนี้สูงกว่า 10,000 จุด","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจาก&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;วันนี้สูงกว่า&nbsp;10,000&nbsp;จุด</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(8&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;259&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&nbsp;114&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;45&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;41&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;39&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;17&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;สกลนคร&nbsp;34&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;อุดรธานี&nbsp;28&nbsp;จุด&nbsp;และยโสธร&nbsp;23&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนเกิดขึ้นเล็กน้อยในพื้นที่ภาคกลางและกระจายตัวเพิ่มขึ้นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ส่วนภาคเหนือพบจุดความร้อนเล็กน้อย&nbsp;เนื่องจากมีฝนตกในบางพื้นที่&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;8&nbsp;เมษายน&nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;13,206&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;12,455&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;7,685&nbsp;จุด&nbsp;ภาพรวมปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;วันนี้ค่อยข้างสูง&nbsp;โดยเฉพาะหลายจังหวัดทางตอนบนของประเทศที่มีค่าฝุ่นเพิ่มขึ้นตั้งแต่ระดับปานกลาง&nbsp;(สีเหลือง)&nbsp;ไปจนถึงระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;(สีแดง)&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดใน&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;วันนี้มากถึง&nbsp;10,167&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นเมียนมา&nbsp;1,935&nbsp;จุด&nbsp;และเวียดนาม&nbsp;1,150&nbsp;จุด&nbsp;ตามลำดับ&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในประเทศไทย&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย</p>","2022-09-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220409145518042"],
    [192,"ติดตามสภาพปัญหาคลองท่าดี อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช มอบกรมชลประทาน ก่อสร้างอาคารป้องกันตลิ่ง ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ติดตามสภาพปัญหาคลองท่าดี&nbsp;ณ&nbsp;โรงเรียนวัดดินดอน&nbsp;ตำบลท่าดี&nbsp;อำเภอลานสกา&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ซึ่งคลองท่าดีเป็นคลองธรรมชาติ&nbsp;ที่ได้ประกาศเป็นทางน้ำชลประทาน&nbsp;มีความยาวคลอง&nbsp;38.323&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;มีแหล่งต้นน้ำจากเทือกเขาหลวงตัดผ่านพื้นที่การเกษตรหลายพื้นที่ซึ่งในฤดูน้ำหลากคลองท่าดีมีปริมาณน้ำจำนวนมาก&nbsp;ก่อให้เกิดการกัดเซาะตลิ่งทั้งสองฝั่ง&nbsp;ทำให้พื้นที่การเกษตรและที่พักอาศัยในพื้นที่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลท่าดี&nbsp;อำเภอลานสกา&nbsp;ได้รับความเดือดร้อน&nbsp;กระทรวงเกษตรฯ&nbsp;โดยกรมชลประทาน&nbsp;พิจารณาจัดทำโครงการอาคารป้องกันตลิ่งบ้านดินดอน&nbsp;เพื่อช่วยเหลือราษฎรและบรรเทาความเดือดร้อนจากน้ำกัดเซาะแนวตลิ่งจนพังเสียหาย&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">จากการตรวจสอบสภาพภูมิประเทศในพื้นที่</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;และตรวจสอบผลการคำนวณทางด้านวิศวกรรม&nbsp;พร้อมทั้งศึกษาข้อมูลต่างๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เห็นสมควรให้ก่อสร้างอาคารป้องกันตลิ่งชนิดลวดตาข่ายบรรจุหิน&nbsp;ความยาวประมาณ&nbsp;250&nbsp;เมตร&nbsp;ซึ่งจะทำให้สามารถป้องกันตลิ่งบริเวณแนวคลองท่าดีได้&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังติดตามโครงการอาคารป้องกันตลิ่งคลองท่าดี&nbsp;บ้านวัดสมอ&nbsp;ตำบลกำโลน&nbsp;อำเภอลานสกา&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ที่มีแนวโน้มเกิดความเสียหายเพิ่มขึ้นจากการถูกน้ำกัดเซาะ&nbsp;จึงมีโครงการก่อสร้าง&nbsp;อาคารป้องกันตลิ่งชนิดลวดตาข่ายบรรจุหิน&nbsp;ความยาวประมาณ&nbsp;600&nbsp;เมตร&nbsp;ซึ่งกรมชลประทานได้มีการจัดทำแผนพัฒนาลุ่มน้ำประชารัฐ&nbsp;โดยได้บรรจุแผนงานป้องกันตลิ่งและฝายชะลอน้ำเข้าไปด้วย&nbsp;และนำโครงการปรับปรุงอาคารป้องกันตลิ่งและฝายชะลอน้ำคลองท่าดี&nbsp;บ้านวัดสมอ&nbsp;เข้าอยู่ในแผนด้วย&nbsp;หากดำเนินการแล้วเสร็จจะสามารถป้องกันการกัดเซาะของตลิ่งจากน้ำหลากบริเวณบ้านวัดสมอในช่วงฤดูน้ำหลากและเก็บกักน้ำไว้ใช้ในช่วงแล้ง</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-09-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220409210911136"],
    [193,"ศกพ. เฝ้าระวังค่าฝุ่น PM  2.5 สูงเกินมาตรฐานในภาคเหนือ กทม. และปริมณฑลถึงวันที่ 11 เม.ย.นี้ จากสภาพอากาศปิดและผลกระทบจากหมอกควันข้ามแดน","<p><strong>ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;เฝ้าระวังค่าฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินมาตรฐานในภาคเหนือ&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;และปริมณฑลถึงวันที่&nbsp;11&nbsp;เมษายนนี้&nbsp;จากสภาพอากาศปิดและผลกระทบจากหมอกควันข้ามแดน&nbsp;หลังพบจุดความร้อนเพิ่มขึ้นและจากแหล่งกำเนิด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;เกินค่ามาตรฐานหลายพื้นที่ในภาคเหนือ&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;และปริมณฑล&nbsp;สาเหตุเกิดจากแหล่งกำเนิดในพื้นที่และพบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ที่กระจายตัวในประเทศและประเทศอนุภูมิภาคแม่โขง&nbsp;คือ&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;เมียนมา&nbsp;เวียดนาม&nbsp;และกัมพูชา&nbsp;ประกอบกับ&nbsp;สภาพอุตุนิยมวิทยาไม่เอื้อต่อการระบายของฝุ่นในพื้นที่&nbsp;สภาพอากาศที่นิ่ง&nbsp;และลมอ่อน&nbsp;อาจส่งผลให้ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ช่วงวันนี้ถึง&nbsp;11&nbsp;เมษายน&nbsp;ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;จากสภาพอุตุนิยมวิทยาไม่เอื้อต่อการระบายของฝุ่นในพื้นที่&nbsp;สภาพอากาศที่นิ่ง&nbsp;และการยกตัวของอากาศต่ำ&nbsp;หากจุดความร้อนมีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ค่าฝุ่นสูงขึ้น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หลังวันที่&nbsp;11&nbsp;เมษายน&nbsp;ค่าฝุ่นจะมีแนวโน้มดีขึ้น&nbsp;ซึ่งต้องดำเนินการควบคุมจุดความร้อนทั้งภายในประเทศและภายนอกประเทศควบคู่กันไป&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอให้ประชาชนระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;งดกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;แล้วสวมใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์ผ่านทางเว็บไซต์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;</p>","2022-09-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220409161038059"],
    [194,"ก.ทรัพย์ ทำโครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรแปลงใหญ่ช่วยเหลือเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่บ้านโนนเจริญศิลป์ จ.สกลนคร เพื่อให้มีน้ำกินน้ำใช้ตลอดปี","<p><strong>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ทำโครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรแปลงใหญ่ช่วยเหลือเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่บ้านโนนเจริญศิลป์&nbsp;จ.สกลนคร&nbsp;เพื่อให้มีน้ำกินน้ำใช้ตลอดปี&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม?&nbsp;ได้ลงพื้นที่ส่งมอบโครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรแปลงใหญ่&nbsp;พื้นที่&nbsp;500&nbsp;ไร่&nbsp;บริเวณบ้านโนนเจริญศิลป์&nbsp;ต.หนองแวงใต้&nbsp;อ.วานรนิวาส&nbsp;จ.สกลนคร&nbsp;ซึ่งโครงการนี้เกิดจากการรวมกลุ่มของเกษตรกรในรูปแบบขนาดใหญ่&nbsp;เพื่อใช้น้ำบาดาลประกอบอาชีพการเกษตรกรรมและบริหารจัดการทรัพยากรน้ำบาดาลร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ซึ่งเป็นการสร้างความมั่นคงด้านแหล่งน้ำเพื่อการผลิตภาคการเกษตรให้มีน้ำใช้ตลอดฤดูกาล&nbsp;ควบคู่กับ&nbsp;แก้ปัญหาความยากจน&nbsp;เพิ่มขีดความสามารถการผลิต&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้ดีขึ้น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จ.สกลนคร&nbsp;มีน้ำใต้ดินที่มีศักยภาพ&nbsp;เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่มีน้ำกินน้ำใช้&nbsp;การเกษตร&nbsp;และสร้างรายได้ให้เกษตรกร&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับโครงการเกษตรแปลงใหญ่ในพื้นที่บ้านโนนเจริญศิลป์แห่งนี้&nbsp;พบมีเกษตรกรได้รับประโยชน์&nbsp;39&nbsp;ราย&nbsp;ครอบคลุมพื้นที่กว่า&nbsp;519&nbsp;ไร่&nbsp;ส่วนใหญ่ใช้น้ำบาดาลเพาะปลูกพืชตามความเหมาะสมของพื้นที่&nbsp;เช่น&nbsp;กล้วย&nbsp;ฝรั่งกิมจู&nbsp;ฟักทอง&nbsp;หญ้าเนเปียร์&nbsp;โดยโครงการของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลนี้ประกอบด้วยบ่อน้ำบาดาลที่มีระดับความลึก&nbsp;62&nbsp;เมตร&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;บ่อ&nbsp;พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำไฟฟ้าแบบจุ่มใต้น้ำ&nbsp;ขนาด&nbsp;3&nbsp;แรงม้า&nbsp;ระบบพลังงานแสงอาทิตย์&nbsp;ขนาดไม่น้อยกว่า&nbsp;4,800&nbsp;วัตต์&nbsp;และเครื่องผลิตไฟฟ้าขนาด&nbsp;8&nbsp;กิโลวัตต์&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;ชุด&nbsp;แต่ละบ่อให้ปริมาณน้ำ&nbsp;24&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง&nbsp;พร้อมถังเหล็กเก็บน้ำ&nbsp;ขนาดความจุ&nbsp;120&nbsp;ลูกบาศก์เมตร&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ถัง&nbsp;และ&nbsp;ท่อกระจายน้ำ&nbsp;ความยาวรวม&nbsp;3,200&nbsp;เมตร</p>","2022-09-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220409164706062"],
    [195,"รองผู้ว่าฯ ยโสธร เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดยโสธร","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วานนี้&nbsp;(8&nbsp;เม.ย.&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.</strong>&nbsp;นายชัยวัฒน์&nbsp;แสงศรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;เป็นประธานประชุมคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดยโสธร&nbsp;เพื่อพิจารณาคำขออนุญาตและเห็นชอบแผนงานซึ่งอยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมฯ&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมข้าวหอมมะลิอินทรีย์&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดยโสธร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>จากนั้น&nbsp;เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคัดเลือกกรรมการผู้แทนเกษตรกรในคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดยโสธร&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;เพื่อพิจารณาคัดเลือกกรรมการผู้แทนเกษตรกรในคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดยโสธร&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมข้าวหอมมะลิอินทรีย์&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดยโสธร</p>","2022-09-04T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สวท.ยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220409165658065"],
    [196,"วัตถุดิบอาหารสัตว์ราคาแพง ภาคปศุสัตว์พัง ยกเลิกมาตรการไปไม่สุด","<p>พิษของสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ยืดเยื้อมากกว่า 1 เดือน ส่งผลให้ทั่วโลกขาดแคลนสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในห่วงโซ่การผลิตอาหาร อาทิ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ข้าวสาลี เรฟซีดออยล์ นอกจากนี้ทั้งสองประเทศยังประกาศห้ามส่งออกสินค้าธัญพืชดังกล่าว ตามด้วยบราซิล อีกหนึ่งในผู้ผลิตรายใหญ่ของโลกประกาศเก็บภาษีส่งออกวัตถุดิบอาหารสัตว์ดังกล่าวเช่นกัน สำรองไว้เพื่อความมั่นคงทางอาหารของประเทศในระหว่างที่สงครามยังไม่สงบ ไม่ต่างกับภาคปศุสัตว์ไทยเจรจากันมากกว่า 2 สัปดาห์ แต่ข้อสรุปที่ได้มา คือ เปิดนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เสรี แบบมีเงื่อนไข</p><p><br></p><p>เงื่อนไขที่ว่า คือ นำเข้าข้าวโพดจากประเทศใดก็ได้ภายใต้เงื่อนไขขององค์การการค้าโลก (World Trade Organization : WTO) ที่ภาษี 0% แต่จะต้องนำเข้ามาในราชอาณาจักรไทยภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2565 และไม่เกินปริมาณที่รัฐบาลกำหนด คือ 1.5 ล้านตัน เท่ากับผู้นำเข้ามีเวลาประมาณ 3 เดือน ในการนำเข้าให้เสร็จสิ้น นับว่าเฉียดฉิวกับสต๊อกวัตถุดิบของผู้ผลิตอาหารสัตว์ที่ว่ากันว่าเหลือผลิตได้อีก 2 เดือน ขออวยพรให้หาแหล่งนำเข้าได้และดำเนินการได้ทันตามระยะเวลาที่รัฐบาลกำหนด เพราะกว่าเงื่อนไขการนำเข้าฉบับสมบูรณ์จะออกมาคงกินเวลาอีกไม่น้อยกว่า 15 วัน พิจารณาแล้วเวลาที่เหลือไม่น่าจะนำเข้าได้ในปริมาณที่ต้องการ</p><p><br></p><p>นอกจากนี้ วัตถุดิบอาหารสัตว์ที่สำคัญอีก 1 ชนิด ที่ยังไม่มีบทสรุปในการยกเลิกมาตรการภาษี คือ กากถั่วเหลือง รัฐไปไม่สุดหยุดภาษีนำเข้าไว้ที่ 2% เก็บไว้เป็นกุศโลบายถ่วงดุล</p><p><br></p><p>ปัจจุบันข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ขาดแคลนและแพงจนยากจะเข้าถึง โดยราคาเฉลี่ยปรับสูงขึ้นไปถึง 13 บาท/กก. เมื่อเทียบกับราคาประกันขั้นต่ำที่รัฐบาลกำหนด 8.50 บาท/กก. ถือว่าเป็นราคาที่สูงเป็นประวัติการณ์ ตลอดจนวัตถุดิบอื่น เช่น ข้าวสาลี ราคาปรับขึ้นไปเป็น 13 บาท/กก. เท่ากับข้าวโพด ทั้งที่ราคาเมื่อเดือนธันวาคม 2564 อยู่ที่ 8.91 บาท/กก. จึงไม่จูงใจให้นำเข้ามาเป็นวัตถุดิบทดแทนในอาหารสัตว์เพื่อแก้ปัญหาข้าวโพดขาดแคลนอีกต่อไป&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>ไทย ในฐานะหนึ่งในประเทศผู้ผลิตและผู้ส่งออกอาหารชั้นนำระดับโลก กำลังแก้ปัญหาวัตถุดิบอาหารสัตว์ขาดแคลนและมีราคาสูง โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงที่ผลผลิตในประเทศมีเพียง 5 ล้านตัน ขณะที่ความต้องการอยู่ที่ 8 ล้านตัน ต้องมีการนำเข้าทดแทนส่วนที่ขาด 3 ล้านตัน/ปี ซึ่งเป็นการนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมา เป็นหลักประมาณปีละ 1.5-1.8 ล้านตัน แต่หนทางการนำเข้าก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะรัฐบาลกำหนดเงื่อนไขไว้หลายชั้นทั้งสัดส่วนการนำเข้าและภาษีนำเข้า เป็นเกราะป้องกันเกษตรกรชาวไร่ในประเทศ&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>การพิจารณาใช้มาตรการทางภาษีและโควต้านำเข้านั้นเหมาะกับสถานการณ์ปกติ แต่สถานการณ์ขาดแคลนและราคาแพงในปัจจุบันอยู่ในภาวะไม่ปกติ จึงจำเป็นต้องมีการพิจารณาผ่อนปรนเงื่อนไข ให้อุปทาน (Supply) หล่อเลี้ยงห่วงโซ่การผลิตอย่างเพียงพอและราคาไม่สูงจนเกินไป และเมื่อผลิตเป็นสินค้าออกมาต้องอนุญาตให้ปรับราคาได้ตามสมควร หากขาดปัจจัยเหล่านี้เกษตรกรจะขาดความมั่นใจในการลงทุน</p><p><br></p><p>เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2565 กระทรวงพาณิชย์ประกาศยกเลิกมาตรการซื้อข้าวโพดในประเทศ 3 ส่วน เพื่อนำเข้าข้าวสาลี 1 ส่วน เป็นการชั่วคราว จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2565 ซึ่งเป็นช่วงที่รัฐบาลกำหนดให้มีการนำเข้าในแต่ละปี เพื่อไม่ให้กระทบกับผลผลิตในประเทศที่จะออกสู่ตลาดช่วงเดือนกันยายน การให้นำเข้าครั้งนี้เปรียบเสมือนการอนุญาตเชิงสัญลักษณ์มากกว่า&nbsp;</p><p><br></p><p>ตอนนี้ งานหลักของกรมปศุสัตว์อีกหนึ่งงาน คือ การตรวจสอบจับกุมโรงงานผลิตอาหารสัตว์เถื่อนและการลักลอบนำเข้าวัตถุดิบมาผลิต นับเป็นการซ้ำเติมเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ที่มีโอกาสได้อาหารสัตว์ไม่มีคุณภาพ สัตว์ไม่โตตามวัย จนต้องใช้เวลาเลี้ยงนานขึ้นซึ่งมีผลต่อต้นทุนการผลิตให้สูงขึ้น การแก้ปัญหาของรัฐครั้งนี้จึงไม่น่าตอบโจทย์และล่าช้าเกินไป&nbsp;</p><p><br></p><p>ปัญหาการขาดแคลนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศจึงยังคาราคาซัง หาที่ร่อนลงแบบนุ่มนวลไม่ได้ (soft landing) สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ ย้ำว่าสต๊อกข้าวโพดสมาชิกที่มีอยู่จะผลิตอาหารสัตว์ได้อีกประมาณ 2 เดือน หากยังไม่สามารถนำเข้าได้ในเร็ววันนี้ ผู้ผลิตอาหารสัตว์อาจจะต้องหยุดการผลิตชั่วคราว ห่วงโซ่การผลิตภาคปศุสัตว์จะหยุดชะงัก ความเดือดร้อนจะบังเกิดกับผู้บริโภคที่ต้องเผชิญของขาดของแพงอีกครั้ง</p><p><br></p><p><br></p><p>แทนขวัญ มั่นธรรมะ</p>","2022-09-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220409165931067"],
    [197,"สว. ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างฝายยาง พร้อมเยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้อันเนื่องมาจากพระราชดำริสวนอินทผลัม คุณไข่ อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลพุเตย&nbsp;ตำบลพุเตย&nbsp;อำเภอวิเชียรบุรี&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์</strong>&nbsp;คณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ&nbsp;(ตอนล่าง)&nbsp;นำโดยพลอากาศเอก&nbsp;อดิศักดิ์&nbsp;กลั่นเสนาะ&nbsp;สมาชิกวุฒิสภา&nbsp;ในฐานะรองประธานกรรมการ&nbsp;คนที่หนึ่ง&nbsp;พร้อมด้วยสมาชิกวุฒิสภา&nbsp;ผู้แทนผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;และนายปกรณ์&nbsp;ตั้งใจตรง&nbsp;นายอำเภอวิเชียรบุรี&nbsp;เข้าร่วมหารือกับหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างฝายยาง&nbsp;บ้านพุเตย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลพุเตย&nbsp;อำเภอวิเชียรบุรี&nbsp;โดยมีนางจินตนา&nbsp;ทองใจสด&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลพุเตย&nbsp;นำเสนอข้อมูลโครงการก่อสร้างฝายยาง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;โครงการก่อสร้างฝายยางขณะนี้อยู่ในระหว่างการขออนุญาตก่อสร้างสิ่งล่วงล้ำ&nbsp;ลำน้ำป่าสัก&nbsp;</strong>และได้มีการบรรจุเข้าแผนงานในการดำเนินการก่อสร้างได้ในปี&nbsp;2566&nbsp;ซึ่งหากมีการก่อสร้างแล้วเสร็จจะเกิดประโยชน์ต่อประชาชนใน&nbsp;2&nbsp;อำเภอ&nbsp;คือ&nbsp;อำเภอศรีเทพ&nbsp;และอำเภอวิเชียรบุรี&nbsp;โดยขนาดของฝายยางดังกล่าว&nbsp;สามารถเก็บกักน้ำได้ประมาณ&nbsp;220,000&nbsp;ลูกบาศก์เมตร&nbsp;และพื้นที่ที่ได้รับประโยชน์&nbsp;ประมาณ&nbsp;2,000&nbsp;ไร่&nbsp;ซึ่งจากการรับฟังและข้อเสนอของประชาชนในพื้นที่เป็นไปในทิศทางที่ดี&nbsp;เนื่องจากโครงการก่อสร้างฝายยางดังกล่าว&nbsp;เอื้อประโยชน์ให้แก่ประชาชนในพื้นที่เป็นจำนวนมากในการบรรเทาการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรและอุปโภคบริโภค</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นอกจากนี้&nbsp;ตัวแทนภาคประชาชนได้ให้ข้อมูลข้อเสนอแนะเพิ่มเติมในประเด็นเกี่ยวกับอ้อย</strong>&nbsp;เช่น&nbsp;การขนส่งอ้อยของเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่อยู่ไกลจากโรงหีบอ้อย&nbsp;การขาดแคลนแรงงานทำไร่อ้อย&nbsp;ประเด็นเรื่องการขอจัดทำโครงการของท้องถิ่น&nbsp;ที่ไม่ได้รับอนุญาตเนื่องจากอยู่ในพื้นที่&nbsp;สปก.&nbsp;และประเด็นเรื่องการขอให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยตัดอ้อยสดไม่เผาอ้อยเพื่อลดฝุ่นพิษ&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;เช่น&nbsp;เดียวกับฤดูหีบปี&nbsp;2563/64&nbsp;ซึ่งจะต้องหาแหล่งทุนสนับสนุน&nbsp;120&nbsp;บาทต่อตัน&nbsp;โดยใช้แหล่งเงินทุนจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;เป็นต้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>จากนั้น&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.</strong>&nbsp;พลอากาศเอก&nbsp;อดิศักดิ์&nbsp;กลั่นเสนาะ&nbsp;สมาชิกวุฒิสภา&nbsp;ในฐานะรองประธานกรรมการ&nbsp;คนที่หนึ่ง&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ลงพื้นที่ศูนย์เรียนรู้อันเนื่องมาจากพระราชดำริสวนอินทผลัม&nbsp;คุณไข่&nbsp;บ้านโคกหนองแจง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลสระประดู่&nbsp;อำเภอวิเชียรบุรี&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;เยี่ยมชมการดำเนินงานของศูนย์เรียนรู้ฯ&nbsp;เช่น&nbsp;การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;และการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงการเกษตร&nbsp;โดยศูนย์ฯ&nbsp;ดังกล่าวได้มีการนำหัวใจสำคัญของการพัฒนามาใช้บริหารจัดการศูนย์&nbsp;อาทิ&nbsp;การวางแผนบริหารจัดการน้ำตามระบบการรดน้ำของประเทศอิสราเอล&nbsp;นำความรู้การใช้เทคโนโลยีในการให้น้ำอินทผลัม&nbsp;เพิ่มการระบายอากาศและเพิ่มออกซิเจนในน้ำ&nbsp;การใช้เครื่องจักรอันทันสมัยเพื่อลดต้นทุนด้านแรงงาน&nbsp;ใช้น้ำหมักชีวภาพที่ทำขึ้นเองและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;คิดค้นสร้างนวัตกรรมใหม่&nbsp;ๆ&nbsp;มาใช้ในการให้บริการลูกค้าให้ได้รับความประทับใจ&nbsp;และนำส่วนต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ของต้นอินทผลัมกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์เป็น&nbsp;Zero&nbsp;Waste&nbsp;ตลอดทั้งได้มีการขยายผลโดยใช้ศูนย์ฯ&nbsp;เป็นสถานที่ถ่ายทอดความรู้&nbsp;ศึกษาดูงาน&nbsp;และฝึกงานของนักเรียน&nbsp;เกษตรกร&nbsp;และบุคคลทั่วไปทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>โดยทางศูนย์ได้มีข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการด้วย</strong>&nbsp;อาทิ&nbsp;ขอรับการสนับสนุน&nbsp;ส่งเสริมให้อินทผลัมเป็นพืช&nbsp;ที่สามารถส่งออกได้&nbsp;การขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลในการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรในสถานการณ์การแพร่ระบาดของ&nbsp;COVID-19&nbsp;โดยคณะกรรมการฯ&nbsp;จะนำข้อคิดเห็น&nbsp;ข้อเสนอแนะ&nbsp;ไปดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจของวุฒิสภา&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p>","2022-09-04T00:00:00","ภาคเหนือ","เพชรบูรณ์","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบูรณ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220409171207070"],
    [198,"รมว.ทส.ลงพื้นที่นครพนม ส่งมอบโครงการพัฒนาน้ำบาดาลให้เกษตรกรแปลงใหญ่ตำบลบ้านค้อ","<p><strong>วันที่&nbsp;9&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ที่จังหวัดนครพนม&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;</strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;พร้อมคณะลงพื้นที่บ้านห้วยไหพัฒนา&nbsp;หมู่ที่&nbsp;17&nbsp;ตำบลบ้านค้อ&nbsp;อำเภอโพนสวรรค์&nbsp;เพื่อส่งมอบโครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรแปลงใหญ่&nbsp;พื้นที่&nbsp;500&nbsp;ไร่&nbsp;รูปแบบที่&nbsp;2&nbsp;งบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;(งบเงินกู้)&nbsp;ให้กับกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ตำบลบ้านค้อได้ใช้งาน&nbsp;ตามแนวทางการเพิ่มศักยภาพการผลิตภาคเกษตรกรรมไทย&nbsp;สร้างแนวทางช่วยแก้ปัญหาความยากจนให้เกษตรกร&nbsp;ทำให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&nbsp;และเป็นการส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมให้มีความมั่นคง&nbsp;โดยมุ่งพื้นที่เป้าหมายเป็นเกษตรกรชุมชนนอกเขตชลประทานและพื้นที่หาน้ำยาก&nbsp;เพราะต้องการที่จะช่วยเหลือประชาชนให้ได้ครอบคลุมมากที่สุด&nbsp;</p><p><strong>ภายหลังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</strong>&nbsp;โดยกรมทรัพยากรน้ำบาดาล&nbsp;ดำเนินการเจาะบ่อบาดาล&nbsp;รวมถึงติดตั้งระบบสูบน้ำและส่งน้ำจนแล้วเสร็จ&nbsp;โดยมีนายชาธิป&nbsp;รุจนเสรี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&nbsp;พร้อมด้วยคณะหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และประชาชนในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับและเป็นสักขีพยานในการส่งมอบ&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ต้องถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่ง&nbsp;ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;ได้ทรงมีพระราชดำริพระราชทานแนวทางในการแก้ปัญหาน้ำ&nbsp;เพื่อการอุปโภคบริโภคให้กับพสกนิกรชาวไทยโดยการใช้น้ำบาดาล&nbsp;</p><p><strong>รวมถึงเป็นนโยบายของรัฐบาล&nbsp;ที่ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</strong>บูรณาการการทำงานร่วมกัน&nbsp;เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้งขาดแคลนน้ำ&nbsp;โดยมีเป้าหมายสำคัญ&nbsp;คือ&nbsp;ให้ประชาชนกินดีอยู่ดี&nbsp;มีความสุข&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ำกินน้ำใช้&nbsp;หรือน้ำเพื่อการเกษตรก็ตาม&nbsp;ซึ่งในวันนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;โดยกรมทรัพยากรน้ำบาดาลและกรมทรัพยากรน้ำ&nbsp;ได้น้อมนำแนวพระราชดำริดังกล่าวมาดำเนินการตามพื้นที่ต่าง&nbsp;ๆ</p><p><strong>ซึ่งในจังหวัดนครพนมและในภาคอีสานนั้น</strong>&nbsp;ยังมีศักยภาพน้ำอย่างมหาศาลในหลายๆ&nbsp;พื้นที่&nbsp;อย่างในอำเภอโพนสวรรค์แห่งนี้เจาะลงไปเพียง&nbsp;60&nbsp;กว่าเมตร&nbsp;หรือบางบ่อ&nbsp;50&nbsp;กว่าเมตรก็เจอน้ำแล้ว&nbsp;เพราะฉะนั้นจึงอยากฝากให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับประโยชน์จากน้ำนี้&nbsp;ขอให้ใช้อย่างประหยัดเพราะน้ำบาดาลไม่ใช่ว่าใช้แล้วไม่มีวันหมด&nbsp;จึงอยากให้เกิดประสิทธิภาพและประโยชน์มากที่สุดในการใช้น้ำบาดาล&nbsp;เพื่อการพัฒนาไม่ว่าจะเป็น&nbsp;เศรษฐกิจในพื้นที่&nbsp;และความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน&nbsp;</p><p><strong>และด้วยเทคโนโลยีใหม่ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</strong>&nbsp;มีเข้ามา&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการขุดเจาะน้ำบาดาล&nbsp;ที่ลึกขึ้น&nbsp;หรือการสำรวจการขุดเจาะที่แม่นยำขึ้น&nbsp;ทำให้มั่นใจว่าในปีนี้จะสามารถ&nbsp;แก้ปัญหาน้ำอุปโภคเพื่อการอุปโภคบริโภค&nbsp;รวมถึงน้ำเพื่อการเกษตรได้อีกหลายพื้นที่ในจังหวัดนครพนมและในประเทศ&nbsp;สำหรับโครงการที่เดินทางมามอบในวันนี้เป็นการขุดบ่อบาดาลที่มีขนาดความลึก&nbsp;56&nbsp;-&nbsp;62&nbsp;เมตร&nbsp;พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำ&nbsp;ขนาด&nbsp;5.5&nbsp;แรงม้า&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;4&nbsp;บ่อ&nbsp;ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดไม่น้อยกว่า&nbsp;4,800&nbsp;วัตต์&nbsp;พร้อมเครื่องผลิตไฟฟ้าขนาด&nbsp;8&nbsp;กิโลวัตต์&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ชุด&nbsp;ถังเก็บน้ำขนาดความจุ&nbsp;120&nbsp;ลูกบาศก์เมตร&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ถัง&nbsp;และท่อกระจายน้ำความยาวรวม&nbsp;2,400&nbsp;เมตร&nbsp;</p><p><strong>โดยภายหลังการส่งมอบในวันนี้&nbsp;</strong>กรมทรัพยากรน้ำบาดาลจะเข้ามาดูแลบำรุงรักษา&nbsp;รวมถึงถ่ายทอดความรู้&nbsp;เทคนิควิธีการใช้งานให้กับกลุ่มเกษตรกรเป็นระยะเวลา&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;จากนั้นจะมีการส่งมอบต่อให้กับองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านค้อเพื่อรับผิดชอบต่อ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ภาพ/ข่าว/ส.ปชส.นครพนม</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong>&nbsp;</p>","2022-09-04T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220409201422117"],
    [199,"ผู้ว่าฯลำพูน พร้อม แม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินกิจกรรมสร้างความมั่นคงทางอาหาร ตามโครงการ ชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหาร บ้านป่าดำ อำเภอบ้านโฮ่ง และบ้านป่าเบาะ อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน","<p><strong>นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางปนัดดา&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&nbsp;นายบุญส่ง&nbsp;ไชยมณี&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน&nbsp;และคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินกิจกรรมสร้างความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;ตามโครงการ&nbsp;ชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;ชุมชนบ้านป่าดำ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;13&nbsp;ต.บ้านโฮ่ง&nbsp;อ.บ้านโฮ่ง&nbsp;จ.ลำพูน&nbsp;โดยมีการนำเสนอข้อมูล&nbsp;ผลการดำเนินงานของชุมชน&nbsp;พร้อมลงพื้นที่ตรวจประเมินการดำเนินการของสมาชิก&nbsp;และคนในชุมชนที่ได้&nbsp;ปลูกผักในครัวเรือน&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;ให้แก่ตนเอง&nbsp;และครอบครัว&nbsp;ได้&nbsp;โดยมีนายอำเภอในพื้นที่&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการประจำอำเภอ&nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;อสม.และประชาชนในพื้นที่&nbsp;ให้การต้อนรับ</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;ได้ลงพื้นที่&nbsp;บ้านป่าเบาะ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ตำบลแม่แรง</strong>&nbsp;อำเภอป่าซาง&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่มีการขับเคลื่อนกิจกรรมด้านการปลูกผักสวนครัว&nbsp;เพื่อลด&nbsp;รายจ่ายในครัวเรือนอยู่อย่างต่อเนื่อง&nbsp;และส่งเสริมให้คนในชุมชนรู้จักการคัดแยกขยะ&nbsp;นอกจากนั้นหมู่บ้าน&nbsp;ป่าเบาะยังรณรงค์ให้คนในชุมชนรู้จักใช้วัสดุตามธรรมชาติแทนการใช้โฟม&nbsp;พลาสติก&nbsp;เศษอาหารรวบรวม&nbsp;ปุ๋ยหมัก&nbsp;ใช้ถุงผ้า&nbsp;หรือตะกร้าไปจ่ายตลาด&nbsp;กินผักที่ปลูก&nbsp;ปลูกผักที่กิน&nbsp;อีกด้วย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นางปนัดดา&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สมาคมแม่บ้านมหาดไทย&nbsp;เล็งเห็นถึงความสำคัญของพี่น้องประชาชน&nbsp;ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;โดยหนึ่งในนโยบายสำคัญของสมาคมแม่บ้านมหาดไทย&nbsp;2564&nbsp;คือ&nbsp;นโยบาย&nbsp;ที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;ในการนี้ชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูนได้จัดทำโครงการ&nbsp;Lamphun&nbsp;Go&nbsp;Green&nbsp;ที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;และจัดกิจกรรมส่งเสริมนโยบาย&nbsp;ที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;ในครัวเรือน&nbsp;เพื่อให้คนในชุมชนใช้พื้นที่ว่างเปล่าในชุมชนให้เกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;</p><p><strong>โดยการสร้างแหล่งอาหารของ&nbsp;คนในชุมชน&nbsp;ด้วยการปลูกพืชผักปลอดสารพิษ</strong>&nbsp;ผักอินทรีย์&nbsp;เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดโรค&nbsp;และเป็นจุดนัดพบของคนสามวัย&nbsp;ให้ทำกิจกรรมร่วมกันอย่างสร้างสรรค์&nbsp;ทั้งเป็นการสานต่อนโยบายของสมาคมแม่บ้านมหาดไทยให้เป็นรูปธรรม&nbsp;อย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยเริ่มปฏิบัติภายในจวนผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นตัวอย่างที่ถูกต้อง&nbsp;แก่ทุกภาคส่วนราชการ&nbsp;ในจังหวัด&nbsp;และประชาชน&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;รวมไปถึงสมาชิกแม่บ้านมหาดไทยในจังหวัดลำพูน&nbsp;เพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของที่ว่างสร้างอาหารในครัวเรือน</p><p><strong>และสำหรับการลงพื้นที่ดังกล่าว&nbsp;เป็นการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและตรวจประเมินผล</strong>การดำเนินการในแต่ละชุมชนที่เข้าร่วม&nbsp;เพื่อให้ผลการดำเนินงานได้ตรงตามหลักเกณฑ์ของโครงการฯ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ทางส่วนของคณะกรรมการ&nbsp;ได้ให้คำแนะนำเพิ่มเติม&nbsp;ในการดำเนินงานอย่างถูกต้อง&nbsp;และพร้อมสนับสนุน&nbsp;ส่งเสริม&nbsp;เพื่อให้คนในชุมชน&nbsp;มาร่วมกัน&nbsp;ปลูกผักสวนครัว&nbsp;พืชกินได้ในครัวเรือน&nbsp;เพื่อลดภาระ&nbsp;ลดรายจ่าย&nbsp;และมีความมั่นคงทางอาหารแก่ตนเอง&nbsp;ครอบครัวและชุมชนต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong>&nbsp;&nbsp;</p>","2022-09-04T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220409204258130"],
    [200,"รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดงานมหกรรมยางพารา 2564 นครแห่งวัตกรรมยางพาราโลก ที่นครศรีธรรมราช ........ระบุพร้อมผักดันจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นศูนย์กลางยางพารา","<p><strong>วันนี้&nbsp;(9&nbsp;เมษายน&nbsp;2565)&nbsp;ที่การยางแห่งประเทศไทยเขตภาคใต้ตอนกลาง</strong>&nbsp;อำเภอช้างกลาง&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ดร.เฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เป็นประธานเปิดงานมหกรรมยางพารา&nbsp;2564&nbsp;นครแห่งวัตกรรมยางพาราโลก&nbsp;นายไกรศร&nbsp;วิศิษฎ์วงศ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;กล่าวต้อนรับ&nbsp;นายณกรณ์&nbsp;ตรรกวิรพัท&nbsp;ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;(กยท.)&nbsp;กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน&nbsp;โดยมี&nbsp;นายชัยชนะ&nbsp;เดชเดโช&nbsp;นางสาวพิมพ์ภัทรา&nbsp;วิชัยกุล&nbsp;นายประกอบ&nbsp;รัตนพันธ์&nbsp;สส.นครศรีธรรมราช&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;เกษตรกรชาวสวนยางในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;และจังหวัดใกล้เคียง&nbsp;ร่วมในพิธีเปิดงานปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่&nbsp;ระบาดของโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้กล่าวถึง</strong>&nbsp;นวัตกรรมยางพาราไทย&nbsp;กับเศรษฐกิจยุคใหม่&nbsp;ว่า&nbsp;ด้วยศักยภาพของประเทศไทยที่ครองแชมป์ผู้ส่งออกยางพารา&nbsp;อันดับ&nbsp;1&nbsp;และส่งออกผลิตภัณฑ์ยางเป็น&nbsp;อันดับ&nbsp;4&nbsp;ของโลกในปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;รวมมูลค่า&nbsp;กว่า&nbsp;6.65&nbsp;แสนล้านบาท&nbsp;แต่การที่จะทำให้ประเทศไทยยืนหนึ่งเรื่องยางพาราในเวทีโลกได้&nbsp;จำเป็นต้องพัฒนานวัตกรรมในอุตสาหกรรมยางพารา&nbsp;ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ&nbsp;ซึ่ง&nbsp;กยท.&nbsp;มีแนวคิดส่งเสริมอุตสาหกรรมยางพารา&nbsp;โดยใช้พื้นที่&nbsp;กว่า&nbsp;40000&nbsp;ไร่&nbsp;ใน&nbsp;ต.กรุงหยัน&nbsp;อ.ทุ่งใหญ่&nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&nbsp;เป็น&nbsp;Rubber&nbsp;Innovation&nbsp;หรือ&nbsp;อาณาจักรด้านยางพาราทั้งระบบครบวงจร&nbsp;เพื่อเป็นศูนย์กลางด้านแหล่งข้อมูล&nbsp;เรียนรู้การผลิต&nbsp;การแปรรูป&nbsp;การส่งออก&nbsp;ตลอดจนเป็นแหล่งศึกษา&nbsp;ค้นคว้า&nbsp;วิจัย&nbsp;นวัตกรรมด้านยางพารา&nbsp;รวมถึงรองรับการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้&nbsp;หรือ&nbsp;SEC&nbsp;ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดระนอง&nbsp;ชุมพร&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;และสุราษฎร์ธานี&nbsp;ที่มุ่งเน้นพัฒนาไปสู่การเป็น&nbsp;ประตูเศรษฐกิจแห่งภูมิภาค&nbsp;ที่มีศักยภาพในการเชื่อมโยงโครงข่ายการคมนาคมขนส่งและการค้าของประเทศ&nbsp;ต่อไป</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;งานมหกรรมยางพารา&nbsp;2564&nbsp;นครแห่งวัตกรรมยางพาราโลก</strong>&nbsp;กยท.&nbsp;จัดขึ้น&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;8-10&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ที่สนามการยางแห่งประเทศไทยเขตภาคใต้ตอนกลาง&nbsp;อ.ช้างกลาง&nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีการแปรรูปยางพารา&nbsp;เพื่อแสดงให้เห็นถึงคุณภาพ&nbsp;มาตรฐาน&nbsp;การวิจัย&nbsp;และแนวคิดการต่อยอดพัฒนานวัตกรรมให้เกิดความหลากหลายในการใช้ยางพาราใน&nbsp;ภาคอุตสาหกรรมไทย&nbsp;และ&nbsp;เพื่อเป็นเวทีเจรจาธุรกิจ&nbsp;แสวงหาพันธมิตรคู่ค้าใหม่ในตลาดยางพารา&nbsp;การยางแห่งประเทศไทย&nbsp;ขณะที่&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ประกาศผักดันจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;เป็นศูนย์กลางยางพารา&nbsp;โดยภายในงานมีการจัดแสดงนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์จากยางพารา&nbsp;การแข่งขันกรีดยางพาราชิงแชมป์แห่งประเทศไทย&nbsp;และการประกวดยางแผนดิบคุณภาพ&nbsp;การแสดงนำเสนอการวิจัยและการต่อยอดพัฒนายางพารา&nbsp;รวมถึงเป็นเวทีเจรจาธุรกิจแสวงหาพันธมิตรคู่ค้าในตลาดยางพารา.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>พรรณี&nbsp;มณีวรรณ/ภาพ-ข่าว&nbsp;/บุณณดา&nbsp;ภัทรธันยพงศ์/ภาพ</p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช</p><p>9&nbsp;เมษายน&nbsp;2565</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-09-04T00:00:00","ภาคใต้","นครศรีธรรมราช","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220410082152163"],
    [201,"รมต.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดงานมหกรรมยางพารา 2564 นครแห่งนวัตกรรมยางพาราโลก\" โชว์ศักยภาพไทยเป็นศูนย์กลางการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีการแปรรูปยางพาราของโลก","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(9&nbsp;เม.ย.&nbsp;65)&nbsp;นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;</strong>เป็นประธานเปิดงานมหกรรมยางพารา&nbsp;2564&nbsp;นครแห่งนวัตกรรมยางพาราโลก\"&nbsp;จัดโดยการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;หรือ&nbsp;กยท.&nbsp;ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;8-10&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;โดยมีนายไกรศร&nbsp;วิศิษฐ์วงศ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;นายณกรณ์&nbsp;ตรรกวิรพัท&nbsp;ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;คณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;สื่อมวลชน&nbsp;เกษตรกรและประชาชน&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรมที่สนามการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;เขตภาคใต้ตอนกลาง&nbsp;อำเภอช้างกลาง&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ภาคการเกษตรคือส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศให้เติบโต&nbsp;และรัฐบาลภายใต้การนำของ&nbsp;พล.อ.ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้ให้ความสำคัญกับภาคการเกษตร&nbsp;ซึ่งหมายรวมถึงยางพารา&nbsp;มาโดยตลอด&nbsp;พร้อมกับมอบหมายภารกิจให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ดำเนินการส่งเสริม&nbsp;สนับสนุน&nbsp;ออกนโยบายและมาตรการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรไทยให้มีรายได้ดีขึ้น&nbsp;ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&nbsp;โดยเศรษฐกิจไทย&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;แม้ภาพรวมจะชะลอตัวจากการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;แต่ภาคการเกษตรจะเห็นว่ามีการฟื้นตัวต่อเนื่อง&nbsp;โดยรายได้เกษตรกรจากพืชเศรษฐกิจ&nbsp;5&nbsp;ชนิด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ปาล์มน้ำมัน&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;ยางพารา&nbsp;อ้อย&nbsp;และข้าว&nbsp;มีมูลค่ารวมกันที่&nbsp;7.63&nbsp;แสนล้านบาท&nbsp;เพิ่มขึ้นกว่า&nbsp;19.2%&nbsp;จากปี&nbsp;2563&nbsp;และยางพารา&nbsp;คาดการณ์ว่า&nbsp;รายได้เกษตรกรจะเพิ่มขึ้นเป็น&nbsp;2.89&nbsp;แสนล้านบาท&nbsp;หรือขยายตัว&nbsp;12.3%&nbsp;โดยปริมาณผลผลิตคาดว่าจะทรงตัวจากปีก่อน&nbsp;แต่ราคายางพาราคาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้น&nbsp;12.0%&nbsp;จากอานิสงส์ของราคาน้ำมันดิบที่ปรับสูงขึ้น&nbsp;ทำให้ผู้ผลิตยางรถยนต์ปรับสัดส่วนการใช้ยางสังเคราะห์มาเป็นยางธรรมชาติมากขึ้น&nbsp;รวมถึงความต้องการยางพาราที่เพิ่มขึ้น&nbsp;ทั้งจากตลาดในประเทศและตลาดส่งออกหลัก&nbsp;เช่น&nbsp;จีน&nbsp;มาเลเซีย&nbsp;ที่ต้องการนำไปผลิตเป็นสินค้าขั้นปลาย&nbsp;ได้แก่&nbsp;ยางรถยนต์&nbsp;และถุงมือยางทางการแพทย์&nbsp;มากขึ้น&nbsp;ซึ่งในปี&nbsp;2564&nbsp;ไทยยังครองแชมป์ผู้ส่งออกยางพาราอันดับ&nbsp;1&nbsp;ของโลก&nbsp;และส่งออกผลิตภัณฑ์ยางเป็นอันดับ&nbsp;4&nbsp;ของโลก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>การที่ประเทศไทยจะยืนหนึ่งเรื่องยางพาราบนเวทีโลกได้นั้น</strong>&nbsp;ส่วนสำคัญ&nbsp;คือ&nbsp;ต้องพัฒนานวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยางพารา&nbsp;ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงดินและพัฒนาระบบน้ำ&nbsp;เพื่อให้สามารถปลูกยางพาราให้ได้ผลผลิตดี&nbsp;การปรับปรุงพัฒนาสายพันธุ์&nbsp;เพื่อให้ได้ผลผลิตน้ำยางที่ดีมีคุณภาพ&nbsp;การนำเทคโนโลยี&nbsp;4.0&nbsp;มาใช้ในขั้นตอนต่างๆ&nbsp;เป็นต้น&nbsp;โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีนโยบายใหม่&nbsp;คือ&nbsp;เรื่องศูนย์&nbsp;EEC&nbsp;เทคโนโลยีเพื่อการเกษตรในทุกจังหวัด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นอกจากนี้&nbsp;การยางแห่งประเทศไทย&nbsp;(กยท.)&nbsp;ภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;ยังได้มีแนวคิดส่งเสริมอุตสาหกรรมยางพารา&nbsp;โดยใช้พื้นที่กว่า&nbsp;40,000&nbsp;ไร่&nbsp;ภายใต้การกำกับดูแลของการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;ที่ตำบลกรุงหยัน&nbsp;อำเภอทุ่งใหญ่&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;สร้างเป็น&nbsp;Rubber&nbsp;Innovation&nbsp;หรืออาณาจักรด้านยางพาราทั้งระบบครบวงจร&nbsp;เพื่อเป็นศูนย์กลางของอาเซียน&nbsp;ด้านแหล่งข้อมูล&nbsp;เรียนรู้การผลิต&nbsp;การแปรรูป&nbsp;การส่งออก&nbsp;ตลอดจนเป็นแหล่งศึกษาค้นคว้าวิจัยนวัตกรรมเฉพาะด้านยางพาราครบวงจร&nbsp;เพื่อรองรับการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้อีกด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับการจัดงานมหกรรมยางพารา&nbsp;2564&nbsp;นครแห่งนวัตกรรมยางพาราโลก&nbsp;ครั้งนี้</strong>&nbsp;เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการพัฒนานวัตกรรม&nbsp;และเทคโนโลยีการแปรรูปยางพารา&nbsp;แสดงให้เห็นถึงคุณภาพ&nbsp;มาตรฐาน&nbsp;การวิจัย&nbsp;และแนวคิดการต่อยอดพัฒนานวัตกรรมให้เกิดความหลากหลายในการใช้ยางพาราในภาคอุตสาหกรรมไทย&nbsp;และเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;สถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;ผู้ประกอบกิจการยางพารามีช่องทางการจำหน่าย&nbsp;และแสวงหาพันธมิตรคู่ค้าใหม่ในตลาดยางพารา</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>โดยกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย</strong>&nbsp;การจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่&nbsp;10&nbsp;เมืองแห่งยางพารา&nbsp;นวัตกรรมและเทคโนโลยียางพารา&nbsp;การอบรมส่งเสริมอาชีพ&nbsp;จุดบริการข้อมูล&nbsp;จับคู่ธุรกิจ/นัดหมายเจรจาการค้า&nbsp;และออกร้านจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ยางพารา&nbsp;สินค้าอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;รวมทั้งการจัดนิทรรศการเทคโนโลยียางพาราและงานแสดงสินค้าผลิตภัณฑ์ของดี&nbsp;7&nbsp;เขต&nbsp;การเสวนาวิชาการ&nbsp;การแข่งขันกรีดยางพาราชิงแชมป์ประเทศไทย&nbsp;ซึ่งการจัดงานดังกล่าวได้ดำเนินการภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p>","2022-09-04T00:00:00","ภาคใต้","นครศรีธรรมราช","สวท.นครศรีธรรมราช","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220409214358149"],
    [202,"มหกรรมยางพารา 2564 จังหวัดนครศรีธรรมราช แห่งนวัตกรรมยางพารา ผลักดันนครศรีธรรมราชเป็นเมืองหลวงยางพารา","<p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ภาคการเกษตรคือส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศให้เจริญเติบโต&nbsp;ซึ่งรัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับภาคการเกษตรเป็นอย่างมาก&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;จึงได้ดำเนินการส่งเสริมสนับสนุนนโยบายและมาตรการต่างๆ&nbsp;เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรไทยให้มีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&nbsp;ซึ่งปัจจุบันกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีการดำเนินงานร่วมกับมหาวิทยาลัยต่างๆ&nbsp;ที่มีองค์ความรู้ทางวิชาการเข้ามาร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมในการแปรรูปยางพารา&nbsp;เพื่อเพิ่มมูลค่าของยางและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ยางพาราแปรรูป&nbsp;</p><p><strong>ขณะเดียวกัน&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;พร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างจริงจังต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อส่งเสริมสนับสนุนอุตสาหกรรมยางพาราให้เติบโตยิ่งขึ้น&nbsp;ด้วยความพร้อมของจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;จึงอยากผลักดันให้กลายเป็นเมืองหลวงยางพารา&nbsp;และชูให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีการแปรรูปยางพาราของโลก&nbsp;เตรียมความพร้อมทั้งในเรื่องการส่งเสริมการแปรรูป&nbsp;การตลาด&nbsp;การรักษาคุณภาพของน้ำยางและการรักษาเสถียรภาพราคายางให้มีความมั่นคง&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>สำหรับมหกรรมยางพารา&nbsp;2564&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช</strong>&nbsp;แห่งนวัตกรรมยางพารา&nbsp;จัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;8&nbsp;&nbsp;10&nbsp;เมษายนนี้&nbsp;และที่สนามการยางแห่งประเทศไทยเขตภาคใต้ตอนกลาง&nbsp;อำเภอช้างกลาง&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;โดยการจัดงานดังกล่าว&nbsp;เป็นการโชว์ศักยภาพไทยในการเป็นศูนย์กลางการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีการแปรรูปยางพาราของโลกและเป็นเวทีการเจรจาเพื่อแสวงหาพันธมิตรคู่ค้าใหม่ในตลาดยางพาราระดับนานาชาติ</p><p><br></p><p><br></p>","2022-10-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220410141847252"],
    [203,"กรมชลประทาน เผย สรุปประชุมกลุ่มย่อยโครงการประตูระบายน้ำแม่น้ำวังบ้านเหล่า อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำนักบริหารโครงการ&nbsp;ส่วนวางโครงการที่&nbsp;1&nbsp;กรมชลประทาน</strong>&nbsp;เปิดเผยข้อสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน&nbsp;ภายใต้โครงการประตูระบายน้ำแม่น้ำวังบ้านเหล่า&nbsp;อำเภอเถิน&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;ซึ่งได้ดำเนินการจัดการประชุมกลุ่มย่อยครั้งที่&nbsp;1&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;15&nbsp;มีนาคมคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00-12.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมใหญ่&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;อาคารสำนักงานเทศบาลเมืองล้อมแรด&nbsp;ตำบลล้อมแรด&nbsp;อำเภอเถิน&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;โดยมีนายบัณฑิต&nbsp;ขันพล&nbsp;ปลัดอำเภอเถิน&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;นายพรมงคล&nbsp;ชิดชอบ&nbsp;ผวค.1&nbsp;บก.&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;เข้าร่วมการระชุมและกล่าวรายงานต่อที่ประชุม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>กลุ่มผู้มีส่วนเกี่ยวข้องประกอบด้วย</strong>&nbsp;หน่วยงานระดับจังหวัด&nbsp;หน่วยงานในสังกัดกรมชลประทาน&nbsp;หน่วยงานระดับอำเภอ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ผู้นำชุมชนในพื้นที่&nbsp;สถาบันการศึกษา/โรงพยาบาล/สถานศาสนา&nbsp;ตัวแทนองค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม&nbsp;และสื่อมวลชน&nbsp;มีผู้เข้าร่วมประชุมรวม&nbsp;120&nbsp;คน&nbsp;โดยในจำนวนดังกล่าวมี&nbsp;23&nbsp;คน&nbsp;เข้าร่วมประชุมผ่านระบบออนไลน์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>การประชุมครั้งนี้&nbsp;ได้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้แสดงความคิดเห็นต่อโครงการผ่านแบบสอบถามทัศนคติ</strong>&nbsp;จำนวน&nbsp;65&nbsp;ชุด&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;81.25&nbsp;ของผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหมด&nbsp;80&nbsp;คน&nbsp;(โดยไม่นับรวมผู้แทนจากกรมชลประทานและกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;คน)&nbsp;สามารถสรุปในภาพรวมได้&nbsp;ดังนี้&nbsp;ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีความคิดเห็นเกี่ยวกับระดับการเก็บกักน้ำของประตูระบายน้ำแม่น้ำวังบ้านเหล่าว่าควรจะเก็บกักน้ำที่ระดับ&nbsp;+163.00&nbsp;ม.รทก.&nbsp;(ความจุเก็บกักในลำน้ำวัง&nbsp;4.41&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร)&nbsp;จำนวน&nbsp;33&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;50.77&nbsp;รองลงมาคือควรจะเก็บกักน้ำที่ระดับ&nbsp;+164.00&nbsp;ม.รทก.&nbsp;(ความจุเก็บกักในลำน้ำวัง&nbsp;5.85&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร)&nbsp;จำนวน&nbsp;14&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;21.54&nbsp;โดยมีการให้เหตุผลประกอบการเลือกที่ระดับ&nbsp;+163.00&nbsp;ม.รทก.ว่าครอบคลุมวัตถุประสงค์ของโครงการคือเพื่อการเกษตร/น้ำเพื่ออุปโภคบริโภคมีผลกระทบที่น้อย&nbsp;ประหยัดงบประมาณในการสร้างคันกั้นน้ำล้น&nbsp;ประกอบกับปริมาณน้ำอยู่ในระดับที่เหมาะสม</p><p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากข้อคิดเห็นต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในที่ประชุมเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานของกรมชลประทานและคณะที่ปรึกษา</strong>&nbsp;รวมทั้งสอดคล้องกับแนวทางการศึกษาโครงการ&nbsp;โดยจะนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆ&nbsp;มาประกอบในการศึกษา&nbsp;ทั้งนี้รายละเอียดของโครงการจะได้นำเสนอในกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของเวทีการประชุมกลุ่มย่อยครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ในครั้งต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;หากผู้สนใจมีข้อสงสัย&nbsp;หรือต้องการแก้ไข&nbsp;หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม&nbsp;</strong>สามารถติดต่อได้ที่&nbsp;สำนักบริหารโครงการ&nbsp;ส่วนวางโครงการที่&nbsp;1&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;เลขที่&nbsp;811&nbsp;ถนนสามเสน&nbsp;แขวงนครไชยศรี&nbsp;เขตดุสิต&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;10300&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;0-2241-3354&nbsp;หรือทางอีเมล&nbsp;wangbanlao.2022@gmail.com&nbsp;หรือ&nbsp;Line&nbsp;Official&nbsp;:&nbsp;@wangbanlao</p>","2022-10-04T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220410084922166"],
    [204,"กอนช. ขอให้ประชาชนภาคเหนือตอนบนระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่ ส่วนภาคใต้ฝนเริ่มลดลง","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;&nbsp;ขอให้ประชาชนภาคเหนือตอนบนระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่&nbsp;ส่วนภาคใต้ฝนเริ่มลดลง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(10&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนอากาศร้อน&nbsp;โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือตอนบนมีฝนฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่&nbsp;ส่วนภาคใต้ฝนลดลง&nbsp;ช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;99&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;55&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และปัตตานี&nbsp;50&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั่วประเทศทุกขนาด&nbsp;25,678&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;44&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p>","2022-10-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220410093406173"],
    [205,"ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือปรับตัวสูงขึ้นในระดับสีแดง 2 พื้นที่ สูงสุดบริเวณ ต.นาจักร อ.เมือง จ.แพร่","<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือปรับตัวสูงขึ้นในระดับสีแดง&nbsp;2&nbsp;พื้นที่&nbsp;สูงสุดบริเวณ&nbsp;ต.นาจักร&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แพร่&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลค่าฝุ่นเกิดระดับสีแดง&nbsp;1&nbsp;พื้นที่&nbsp;บริเวณริมถนนมาเจริญ&nbsp;เพชรเกษม&nbsp;81&nbsp;เขตหนองแขม</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(10&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศปานกลางถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พบค่าฝุ่นสูงระดับสีแดง&nbsp;2&nbsp;พื้นที่&nbsp;คือ&nbsp;ต.นาจักร&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แพร่&nbsp;และ&nbsp;ต.ท่าอิฐ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.อุตรดิตถ์&nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&nbsp;16&nbsp;-&nbsp;17&nbsp;เมษายน&nbsp;หากจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือฝั่งตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หลังวันที่&nbsp;11&nbsp;เมษายนสถานการณ์ภาคเหนือจะมีแนวโน้มดีขึ้น&nbsp;แต่ต้องควบคุมจุดความร้อนทั้งภายในและภายนอกประเทศควบคู่กันไป&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศปานกลางถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นทุกพื้นที่&nbsp;พบเกินมาตรฐานระดับสีแดง&nbsp;1&nbsp;พื้นที่&nbsp;บริเวณริมถนนมาเจริญ&nbsp;เพชรเกษม&nbsp;81&nbsp;เขตหนองแขม&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;11&nbsp;-&nbsp;17&nbsp;เมษายน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;</p>","2022-10-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220410095612175"],
    [206,"สุรสีห์ ย้ำ ปีนี้จะไม่เกิดน้ำท่วมใหญ่เหมือนกับปี 54 จากสภาพอากาศที่แปรปรวน โดยการคาดการณ์ปริมาณฝนช่วงน้ำหลากยังต่ำกว่าค่าปกติ","<p><strong>เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;ย้ำ&nbsp;ปีนี้จะไม่เกิดน้ำท่วมใหญ่เหมือนกับปี&nbsp;2554&nbsp;จากสภาพอากาศที่แปรปรวน&nbsp;โดยการคาดการณ์ปริมาณฝนช่วงน้ำหลากยังต่ำกว่าค่าปกติ&nbsp;และแหล่งน้ำต่างๆยังสามารถเก็บน้ำได้อีกจำนวนมาก</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสุรสีห์&nbsp;กิตติมณฑล&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;ในฐานะรองผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;กล่าวถึงสภาพอากาศปรวนปรวน&nbsp;มีฝนตกหนักและอากาศหนาวเย็นช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมาคล้ายกับเมื่อปี&nbsp;2554&nbsp;จนทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับสถานกาณ์น้ำช่วงฤดูฝนนี้&nbsp;อาจเกิดน้ำท่วมใหญ่ได้ว่า&nbsp;กอนช.&nbsp;ได้ติดตามสภาพภูมิอากาศต่อเนื่องพบอากาศค่อนข้างแปรปรวนตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคม&nbsp;มีปริมาณฝนตกมากกว่าค่าปกติร้อยละ&nbsp;107&nbsp;เช่นเดียวกับปริมาณฝนช่วงเดือนเมษายนและมิถุนายน&nbsp;ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดการณ์ปริมาณฝนจะตกมากกว่าค่าปกติ&nbsp;ส่วนเดือนพฤษภาคมและช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายนคาดการณ์ปริมาณฝนจะตกน้อยกว่าค่าเฉลี่ยปกติและน้อยกว่าปริมาณฝนที่ตกในปี&nbsp;2554&nbsp;ด้วย&nbsp;ขณะที่ปริมาณน้ำต้นทุนในแหล่งน้ำต่างๆทั่วประเทศ&nbsp;ช่วงต้นเดือนเมษายนมีปริมาณ&nbsp;58,525&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;62&nbsp;ของปริมาณการกักเก็บ&nbsp;สามารถรองรับน้ำหลากได้อีกถึง&nbsp;28,000&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;โดยเฉพาะในลุ่มน้ำเจ้าพระยา&nbsp;ลุ่มน้ำมูล&nbsp;ลุ่มน้ำชี&nbsp;แหล่งน้ำธรรมชาติที่เตรียมการขุดลอกเพื่อรองรับน้ำหลาก&nbsp;และแหล่งน้ำที่พัฒนาเพิ่มเติมช่วงปี&nbsp;2563&nbsp;-&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากการสนับสนุนงบกลางของรัฐบาลที่กระจายอยู่ทั่วประเทศกว่า&nbsp;26,000&nbsp;แห่ง&nbsp;จะเป็นส่วนสำคัญเข้ามาช่วยเก็บกักน้ำฝนชะลอน้ำหลากได้&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หากพิจารณาจากปริมาณฝนที่จะตก&nbsp;และขีดความสามารถการกักเก็บน้ำของแหล่งน้ำที่มีอยู่แล้ว&nbsp;มองว่าสถานการณ์น้ำปีนี้จะไม่ซ้ำรอยหรือเกิดวิกฤตเหมือนปี&nbsp;2554&nbsp;แน่นอน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;กล่าวถึงการเตรียมพร้อมรับมือสภาพอากาศที่แปรปรวนว่า&nbsp;สทนช.และหน่วยงานด้านน้ำที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันทบทวนบทเรียนการบริหารจัดการน้ำฤดูฝนปีที่ผ่านมา&nbsp;เพื่อนำมาปรับปรุงแนวการบริหารจัดการรับมือปีนี้&nbsp;ทั้งมาตรการเดิมทำให้หน่วยงานต่างๆเข้าไปป้องกันผลกระทบล่วงหน้าและเกิดประโยชน์กับประชาชน&nbsp;เช่น&nbsp;คาดการณ์พื้นที่เสี่ยง&nbsp;ปรับปรุงเกณณ์การบริหารจัดการน้ำเขื่อนเก็บกักน้ำ&nbsp;เขื่อนระบายน้ำ&nbsp;เตรียมเครื่องจักรเครื่องและมีการกำหนดเกณฑ์ค่าชดเชยค่าเสียหายในการผันน้ำเข้าพื้นที่ลุ่มต่ำเพื่อลดผลกระทบน้ำท่วม&nbsp;ขณะนี้อยู่ในช่วงรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ลุ่มน้ำ&nbsp;พร้อมทั้ง&nbsp;เร่งรัดการจัดทำแผนปฏิบัติการของแต่ละหน่วยงานให้สอดคล้องตาม&nbsp;13&nbsp;มาตรการของรัฐบาลให้แล้วเสร็จก่อนจะเข้าสู่ฤดูฝนปีนี้&nbsp;เพื่อเตรียมพร้อมรับมือและสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่า&nbsp;สถานการณ์น้ำปีนี้จะไม่รุนแรงเหมือนปี&nbsp;2554&nbsp;</p>","2022-10-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220410100925179"],
    [207,"หอการค้าจังหวัดสมุทรสงครามจัดกิจกรรมจัดเดินวิ่ง โกงกางรันรายได้มอบให้กองทุนอนุรักษ์และพัฒนาป่าชายเลนตำบลบางแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อใช้ในกิจกรรมส่งเสริมการปลูกป่าชายเลน","<p><strong>หอการค้าจังหวัดสมุทรสงครามจัดกิจกรรมจัดเดินวิ่ง</strong>&nbsp;โกงกางรันรายได้มอบให้กองทุนอนุรักษ์และพัฒนาป่าชายเลนตำบลบางแก้ว&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;&nbsp;จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;เพื่อใช้ในกิจกรรมส่งเสริมการปลูกป่าชายเลน&nbsp;ที่บริเวณมหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา&nbsp;ศูนย์การศึกษาจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;</p><p><strong>นายขจร&nbsp;ศรีชวโนทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม</strong>&nbsp;เป็นประธานกล่าวต้อนรับคณะนักวิ่งกิจกรรมเดินวิ่งโกงกางรัน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;กว่า&nbsp;2,000&nbsp;คน&nbsp;จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;พร้อมด้วยนายศิริศักดิ์&nbsp;ศิริมังคะลา&nbsp;นายกรกฎ&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;เป็นประธานปล่อยตัวนักวิ่ง&nbsp;ระยะทาง&nbsp;10&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;5&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;และ&nbsp;3&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;พร้อมรองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ได้ร่วมเดินวิ่งเพื่อสุขภาพด้วย&nbsp;โดยใช้เส้นทางถนนริมป่าชายเลนจากศูนย์การศึกษาจังสมุทรสงคราม&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา&nbsp;ไปยังโรงเรียนธรรมชาติป่าชายเลน&nbsp;ตำบลบางแก้ว&nbsp;แล้วกลับมายังจุดเริ่มต้น</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้ที่เข้าเส้นชัยทุกคนได้รับเหรียญที่ระลึก&nbsp;</strong>สำหรับผู้ชนะจะได้รับถ้วยรางวัล&nbsp;ส่วนรายได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายจะมอบให้กับกิจกรรมส่งเสริมการปลูกป่าชายเลนและการพัฒนาที่เกี่ยวข้องอันจะทำให้ป่าชายเลนในจังหวัดสมุทรสงครามเป็นแหล่งธรรมชาติที่สมบูรณ์และเป็นแหล่งเรียนรู้ให้เยาวชนและผู้สนใจ&nbsp;</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การจัดกิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;นอกจากทุกคนจะได้ร่วมกันออกกำลังกายแล้ว&nbsp;ยังเป็นการส่งเสริมและกระตุ้นเศรษฐกิจสังคมและการท่องเที่ยวของจังหวัดสมุทรสงครามอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>รุ่งนภา/ข่าว&nbsp;ธิติมา/เรียบเรียง&nbsp;10&nbsp;เมษายน&nbsp;2565</p><p>ทีมงานสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-10-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรสงคราม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220410103111180"],
    [208,"รองผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน ประชาสัมพันธ์การขยายระยะเวลาโครงการลดราคาเคมีเกษตร ช่วยเกษตรกร (ระยะที่ 2) ถึงวันที่ 31 พ.ค. 65","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายสืบพงษ์&nbsp;นิ่มพูลสวัสดิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;ประชาสัมพันธ์การขยายระยะเวลาโครงการลดราคาเคมีเกษตร&nbsp;ช่วยเกษตรกร&nbsp;โดยกรมการค้าภายใน&nbsp;ร่วมกับกรมส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;กรมวิชาการเกษตร&nbsp;สมาคมไทยธุรกิจเกษตร&nbsp;สมาคมการค้านวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย&nbsp;จัดให้มีการจำหน่ายยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืชในราคาถูกกว่าท้องตลาดให้กับสถาบันเกษตรกร&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;29&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;ถึง&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;และขณะนี้เกษตรกรยังมีความต้องการใช้ปุ๋ยเคมีในฤดูกาลเพาะปลูกอย่างต่อเนื่อง&nbsp;จึงมีการขยายระยะเวลาโครงการลดราคาเคมีเกษตร&nbsp;ช่วยเกษตรกร&nbsp;ไปจนถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>โดยมีสินค้าโครงการลดราคาเคมีเกษตร&nbsp;ช่วยเกษตรกร&nbsp;(ระยะที่&nbsp;2)&nbsp;จำนวน&nbsp;75&nbsp;รายการ&nbsp;56&nbsp;สาร</strong>&nbsp;อาทิ&nbsp;ประเภทกำจัดวัชพืช&nbsp;ได้แก่&nbsp;ไกลโฟเซต&nbsp;,&nbsp;2,4-ดี-ไดเมททิลแอมโมเนีย&nbsp;,&nbsp;กลูโฟซิเนต&nbsp;,&nbsp;เพ็นดิเมนทาลิน&nbsp;,&nbsp;ไดยูรอน&nbsp;ประเภทกำจัดแมลง&nbsp;ได้แก่&nbsp;อะบาเมกติน,&nbsp;อีมาเมกติน&nbsp;เบนโซเอต&nbsp;,&nbsp;ฟีโพรนิล&nbsp;,&nbsp;ไซเปอร์เม็ททริน&nbsp;,&nbsp;ไทอะมีท็อกแซม&nbsp;ประเภทป้องกันและกำจัดโรคพืช&nbsp;ได้แก่&nbsp;คาเบนดาซิม&nbsp;,&nbsp;แมนโคเซบ&nbsp;,&nbsp;เฮ็กซาโคนาโซน&nbsp;,&nbsp;ไดฟีโนโคนาโซน&nbsp;,&nbsp;คลอโรทาโลนิน&nbsp;เป็นต้น&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-10-04T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220410120328205"],
    [209,"ตรัง เกษตรกรปลูกทุเรียนเมืองพระยา อ.รัษฎา จ.ตรัง สุดช้ำ ที่มีสมาชิกกว่า 40 ราย และมีเนื้อที่กว่า 500 ไร่ ในพื้นที่ อ.รัษฎา ต่างเครียดหนัก หลังเจอฝนผิดฤดูถล่ม จนดอกทุเรียนร่วงไปถึง 80% ทำให้ผลผลิตเสียหายจำนวนมาก","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>เมื่อวันที่&nbsp;8&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ที่สวนทุเรียนหมอนทอง&nbsp;มาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;ปลอดสารพิษ&nbsp;</strong>ของนายมนตรี&nbsp;แสงแก้ว&nbsp;อายุ&nbsp;63&nbsp;ปี&nbsp;สมาชิกกลุ่มสวนทุเรียนเมืองพระยา&nbsp;ตั้งอยู่เลขที่&nbsp;117&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลเขาไพร&nbsp;อำเภอรัษฎา&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;บอกว่า&nbsp;นับตั้งแต่ปลูกทุเรียนมาก็ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน&nbsp;เพราะเกิดฝนตกลงมาผิดฤดู&nbsp;ทั้งที่ปกติจะเป็นหน้าแล้ง&nbsp;แถมยังตกหนักมาก&nbsp;จนทำให้ดอกทุเรียนร่วงไปถึง&nbsp;80%&nbsp;หรือเกือบหมดต้น&nbsp;และคงไม่ได้คาดหวังว่าจะได้กำไรแต่อย่างใด&nbsp;ขอแค่ให้ได้ทุนกลับก็ถือว่าดีที่สุดแล้ว&nbsp;และคาดว่าปีนี้จะได้ผลผลิตน้อยกว่าทุก&nbsp;ๆ&nbsp;ปี&nbsp;จากที่เคยได้ถึง&nbsp;50&nbsp;ตัน&nbsp;น่าจะเหลือแค่&nbsp;10-15&nbsp;ตัน&nbsp;ซึ่งคงต้องรอดูสถานการณ์ไปก่อน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับทุเรียนที่ปลูกไปในสวนทั้งหมดนั้น&nbsp;มีประมาณ&nbsp;500&nbsp;กว่าต้น</strong>&nbsp;ซึ่งปกติจะเก็บผลผลิตได้ในช่วงประมาณต้นเดือนกรกฎาคม&nbsp;โดยทุเรียนต้นใหญ่ที่มีอายุมากถึง&nbsp;10&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;ยังคงให้ผลผลิตค่อนข้างดีอยู่&nbsp;ไม่มีผลกระทบจากฝนผิดฤดู&nbsp;แต่สำหรับทุเรียนต้นที่มีอายุไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;ขณะนี้ดอกร่วงหมดแล้ว&nbsp;จากที่เคยให้ผลผลิตได้ต้นละ&nbsp;50-60&nbsp;ลูก&nbsp;แต่ปีนี้จะให้ผลผลิตได้ไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ลูกเท่านั้น&nbsp;ทำให้ชาวเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนในจังหวัดตรัง&nbsp;คงต้องทำใจ&nbsp;เพราะมันเป็นเรื่องของธรรมชาติ&nbsp;แต่ก็ยังโชคดีที่ต้นไม่เสียหาย&nbsp;และอาจจะกลับมาให้ผลผลิตอีก&nbsp;แต่คงล่าช้าหน่อย&nbsp;ต้องคอยลุ้นกัน&nbsp;ทั้งที่ทุเรียนของสวนแห่งนี้&nbsp;จะเป็นทุเรียนเกรด&nbsp;A&nbsp;ส่งออกต่างประเทศ&nbsp;แต่ปีนี้คงต้องเลื่อนการส่งออกไปก่อน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ส่วนรายได้ของสวนทุเรียน&nbsp;จากทุก&nbsp;ๆ&nbsp;ปีที่เคยได้&nbsp;5&nbsp;ล้านกว่าบาท</strong>&nbsp;แต่ปีนี้คงได้มาประมาณ&nbsp;1-2&nbsp;ล้านบาท&nbsp;จากที่ลงทุนไปก่อนหน้านี้ประมาณ&nbsp;5&nbsp;แสนบาทแล้ว&nbsp;เนื่องจากปุ๋ยแพง&nbsp;และของทุกอย่างขึ้นราคาหมด&nbsp;รวมทั้งอันเนื่องมาจากสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน&nbsp;ทำให้ชาวเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนได้รับผลกระทบอย่างมาก&nbsp;โดยเฉพาะเรื่องปุ๋ย&nbsp;จากราคาเดิมกระสอบละ&nbsp;500&nbsp;บาท&nbsp;ตอนนี้เป็นกระสอบละ&nbsp;1,500-2,000&nbsp;บาท&nbsp;ขณะที่ราคาทุเรียนในปีนี้&nbsp;จะสามารถปรับขึ้นตามราคาต้นทุนได้หรือไม่&nbsp;คงต้องรอดูราคาจากทางตลาดทั่วไปก่อน&nbsp;ซึ่งจากสถานการณ์ฝนผิดฤดูที่เกิดขึ้นในครั้งนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทำให้เกษตรกรชาวสวนทุเรียนในกลุ่มสวนทุเรียนเมืองพระยา</strong>&nbsp;เป็นการรวมกลุ่มทุเรียนแปลงใหญ่&nbsp;มีสมาชิกกว่า&nbsp;40&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งมีเนื้อที่ปลูกทุเรียนกว่า&nbsp;500&nbsp;ไร่&nbsp;ในพื้นที่อำเภอรัษฎา&nbsp;ต่างต้องประสบปัญหาและรู้สึกเครียดหนักเหมือนกันทุกคน</p>","2022-10-04T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220410122451207"],
    [210,"จังหวัดชุมพร จัดมหกรรม เศรษฐกิจสร้างสรรค์กระท่อมไทยของดีเมืองชุมพร ผลักดันกระท่อมก้านแดงชุมพรเป็นพืชเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้เกษตรกร","<p><strong>นายโชตินรินทร์&nbsp;เกิดสม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดมหกรรม&nbsp;เศรษฐกิจสร้างสรรค์&nbsp;กระท่อมไทยของดีเมืองชุมพร&nbsp;เพื่อส่งเสริมภาคเศรษฐกิจของจังหวัดชุมพร&nbsp;และประชาสัมพันธ์พืชกระท่อม&nbsp;โดยเฉพาะสายพันธุ์ก้านแดงชุมพรให้เป็นที่รู้จักของประชาชนทั่วไป&nbsp;โดยมี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร,&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ,&nbsp;เกษตรกรและประชาชนชาวจังหวัดชุมพรเข้าร่วมงานจำนวนมาก&nbsp;</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จังหวัดชุมพร&nbsp;</strong>มีศักยภาพที่เหมาะสมในการปลูกพืชกระท่อม&nbsp;โดยเฉพาะสายพันธุ์ก้านแดง&nbsp;ซึ่งหากมีการส่งเสริมการปลูกและประชาสัมพันธ์ถึงประโยชน์ของพืชกระท่อมอย่างต่อเนื่อง&nbsp;คาดว่าพืชกระท่อมจะเป็นพืชเศรษฐกิจใหม่&nbsp;ที่สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรในจังหวัดชุมพร&nbsp;สอดคล้องกับจุดประสงค์ของรัฐบาลที่จะผลักดันให้กระท่อมให้เป็น&nbsp;พืชเศรษฐกิจ&nbsp;เพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกรไทย&nbsp;และเสริมเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;&nbsp;แต่ปัจจุบันการปลูกพืชกระท่อม&nbsp;ยังมีความไม่แน่นอนอยู่มาก&nbsp;เพราะอยู่ในช่วงทดสอบตลาด&nbsp;</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;เกษตรกรที่สนใจหันมาลงทุนปลูกพืชกระท่อม</strong>&nbsp;ต้องวางแผนเพื่อตัดสินใจในการปลูกอย่างรอบคอบ&nbsp;เพราะนอกจากการตอบรับความต้องการในระยะแรกแล้ว&nbsp;ยังมีเงื่อนไขสำคัญคือเงินลงทุนในการเริ่มปลูก&nbsp;เงินทุนหมุนเวียนระหว่างรอเก็บเกี่ยวผลผลิต&nbsp;ระยะเวลาคืนทุน&nbsp;และความเสี่ยงของราคาขาย&nbsp;จึงมีความจำเป็นที่จะต้องให้ความรู้แก่เกษตรกร&nbsp;ทั้งด้านการปลูก&nbsp;การดูแลรักษา&nbsp;มาตรฐานพืชกระท่อม&nbsp;การใช้ประโยชน์ทางการแพทย์&nbsp;โอกาสกระท่อมไทยในตลาดโลก&nbsp;นโยบายและกฎหมายที่เกี่ยวกับพืชกระท่อม&nbsp;ตลอดจนการแปรรูป&nbsp;ซึ่งจะทำให้ผลผลิตพืชกระท่อมมีมูลค่าเพิ่มขึ้น&nbsp;</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นายธีระศักดิ์&nbsp;ยมสวัสดิ์&nbsp;เกษตรจังหวัดชุมพร&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จังหวัดชุมพร&nbsp;มีเกษตรกรปลูกพืชกระท่อม&nbsp;3,921&nbsp;ราย&nbsp;โดยเป็นเกษตรกรที่ปลูกพืชกระท่อม&nbsp;สายพันธุ์ก้านแดง&nbsp;มากถึงร้อยละ&nbsp;95.87&nbsp;คิดเป็นพื้นที่ปลูกประมาณ&nbsp;3,943&nbsp;ไร่&nbsp;และมีแนวโน้มที่จะปลูกเพิ่มมากขึ้น&nbsp;ทางจังหวัดชุมพรจึงได้ตระหนักและเห็นความสำคัญของการส่งเสริมให้พืชกระท่อม&nbsp;โดยเฉพาะสายพันธุ์ก้านแดงชุมพร&nbsp;เป็นพืชเศรษฐกิจใหม่และสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรในจังหวัดชุมพร&nbsp;จึงได้ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเกษตรกรชาวจังหวัดชุมพร&nbsp;จัดงานมหกรรม&nbsp;เศรษฐกิจสร้างสรรค์&nbsp;กระท่อมไทยของดีเมืองชุมพร&nbsp;ขึ้น&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์&nbsp;เพื่อเป็นการส่งเสริมภาคเศรษฐกิจของจังหวัดชุมพร&nbsp;ประชาสัมพันธ์พืชกระท่อม&nbsp;โดยเฉพาะสายพันธุ์ก้านแดงชุมพร&nbsp;ให้เป็นที่รู้จักของประชาชนโดยทั่วไป&nbsp;และเพื่อให้เกษตรกรได้นำเอาความรู้ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ไปปรับใช้ในการประกอบอาชีพ&nbsp;เป็นปัจจัยหนุนเสริมให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมภายในงาน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การจัดนิทรรศการ</strong>และการแสดงผลงานทางวิชาการ&nbsp;การเสวนาทางวิชาการ&nbsp;เกี่ยวกับกระท่อมก้านแดงชุมพร&nbsp;&nbsp;และพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดชุมพร&nbsp;การประกวดต้นกระท่อมพันธุ์ดี&nbsp;ก้านแดงชุมพร&nbsp;ไก่ชน&nbsp;วัวชน&nbsp;การจำหน่ายผลผลิตและผลิตภัณฑ์ชุมชน&nbsp;และกิจกรรมด้านความบันเทิงอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;8-17&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชุมพร&nbsp;ตำบลตะโก&nbsp;อำเภอทุ่งตะโก&nbsp;จังหวัดชุมพร&nbsp;โดยขอความร่วมมือผู้เข้าร่วมงานทุกท่าน&nbsp;ฉีดวัคซีนให้ครบ&nbsp;3&nbsp;เข็ม&nbsp;และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-10-04T00:00:00","ภาคใต้","ชุมพร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชุมพร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220410125336211"],
    [211,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้น ส่วนจุดความร้อนจาก สปป.ลาว วันนี้สูงกว่า 2,000 จุด","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้น&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจาก&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;วันนี้สูงกว่า&nbsp;2,000&nbsp;จุด</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(9&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;353&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&nbsp;147&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;67&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;52&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;46&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;36&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;5&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;เพชรบูรณ์&nbsp;24&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;อุตรดิตถ์&nbsp;21&nbsp;จุด&nbsp;และพิษณุโลก&nbsp;20&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนที่กลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้งในพื้นที่ภาคกลางพบมากสุดในพื้นที่เกษตรกรรม&nbsp;คาดว่า&nbsp;อาจเกิดจากการเผาเพื่อเตรียมพื้นที่&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;9&nbsp;เมษายน&nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;13,257&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;12,510&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;7,875&nbsp;จุด&nbsp;ภาพรวมปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;วันนี้ยังน่าเป็นห่วงหลายจังหวัดทางตอนบนของประเทศพบค่าฝุ่นเพิ่มมากขึ้น&nbsp;โดยเริ่มตั้งแต่ระดับปานกลาง&nbsp;(สีเหลือง)&nbsp;ไปจนถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;(สีแดง)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดใน&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;วันนี้มากถึง&nbsp;2,612&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นเมียนมา&nbsp;2,384&nbsp;จุด&nbsp;และเวียดนาม&nbsp;920&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในประเทศไทย&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย</p>","2022-10-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220410133528221"],
    [212,"กอนช. เร่งทำแผนแก้ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมบางปูยั่งยืน ทั้งการปรับปรุงเครื่องสูบน้ำและปรับปรุงคลอง 7 สาย","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;เร่งทำแผนแก้ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมบางปูยั่งยืน&nbsp;ทั้งการปรับปรุงเครื่องสูบน้ำและปรับปรุงคลอง&nbsp;7&nbsp;สาย</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสุรสีห์&nbsp;กิตติมณฑล&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;ในฐานะรองผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมบางปู&nbsp;จ.สมุทรปราการ&nbsp;ปีนี้ว่า&nbsp;ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนเผชิญเหตุเตรียมพร้อมรับมือฤดูฝนปีนี้&nbsp;พร้อมให้เร่งรัดจัดทำแผนการแก้ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมบางปูแบบยั่งยืน&nbsp;อย่างกรมชลประทานกำหนดแนวทางแก้ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมบางปู&nbsp;ด้วยการจัดหาเครื่องสูบน้ำทดแทนเครื่องเดิมที่มีอายุการใช้งานมากกว่า&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;//&nbsp;จัดหาเครื่องเก็บขยะอัตโนมัติของสถานีสูบน้ำทดแทนของเดิม&nbsp;//&nbsp;ปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพระบบควบคุมเครื่องสูบน้ำและระบบโทรมาตร&nbsp;//&nbsp;ปรับปรุงประตูระบายน้ำพร้อมสถานีสูบน้ำเดิมและใหม่&nbsp;และสุดท้าย&nbsp;ปรับปรุงคลองชลประทานภายใต้แผนหลักการบรรเทาอุทกภัยในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างปี&nbsp;2567</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับระยะเร่งด่วน&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;ได้เร่งดำเนินการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องสูบน้ำทั้งหมด&nbsp;ส่วนระยะกลางมีแผนปรับปรุงคลอง&nbsp;7&nbsp;สาย&nbsp;คือ&nbsp;คลองพระองค์ไชยานุชิต&nbsp;คลองปีกกา&nbsp;คลองสำโรง&nbsp;คลองด่าน&nbsp;คลองประเวศน์บุรีรมย์&nbsp;คลองอุดมชลขจร&nbsp;และคลองชวดพร้าว-เล้าหมู-บางพลีน้อย&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ยังวางแผนป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างบริเวณสะพานน้ำยกระดับสถานีสูบน้ำสุวรรณภูมิ&nbsp;พื้นที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชลหารพิจิตร&nbsp;และขุดลอกคลองเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำของคลองต่างๆด้วย</p>","2022-10-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220410134701222"],
    [213,"สหกรณ์โคราช ชวนซื้อสินค้าตลาดสินค้าสหกรณ์ เกลียวใจ ช้อปอิ่มใจ ปลอดภัย ทั้งครอบครัว สู่ชุมชน ทุกวันพฤหัสบดีสุดท้ายของเดือน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายวัฒนะ&nbsp;สัตยวงศ์ทิพย์&nbsp;สหกรณ์จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;สำนักงานสหกรณ์จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ร่วมกับขบวนการสหกรณ์ในจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ขอเชิญประชาชนร่วมซื้อสินค้าในตลาดสินค้าสหกรณ์&nbsp;เกลียวใจ&nbsp;ช้อปอิ่มใจ&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;ทั้งครอบครัว&nbsp;เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรที่มีคุณภาพปลอดภัย&nbsp;สู่ผู้บริโภค&nbsp;โดยมีสหกรณ์ในจังหวัดนครราชสีมานำผลผลิตสินค้าเกษตรที่ปลอดภัยมาร่วมจำหน่ายให้กับประชาชน&nbsp;โดยจะจำหน่ายทุกวันพฤหัสบดีสุดท้ายของเดือน&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณสำนักงานสหกรณ์จังหวัดนครราชสีมา</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับการจัด&nbsp;ตลาดเกลียวใจ&nbsp;ช้อปอิ่มใจ&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;ทั้งครอบครัว</strong>&nbsp;เป็นไปตามโครงการส่งเสริมการพัฒนาระบบตลาดภายในสำหรับสินค้าเกษตรของกรมส่งเสริมสหกรณ์ที่ต้องการขยายตลาด&nbsp;เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานให้แก่เกษตรกรหรือผู้ผลิตโดยตรง&nbsp;ซึ่งได้บูรณาการและขยายความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายในการพัฒนาเพิ่มช่องทางเชื่อมโยงตลาดสินค้าเกษตร&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้เปิดโอกาสให้เกษตรกรมีรายได้จากการนำสินค้ามาจำหน่ายและผู้บริโภคได้เลือกสินค้าที่มีคุณภาพปลอดภัย&nbsp;ราคายุติธรรมอีกด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สหกรณ์จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;การจัดตลาดครั้งนี้&nbsp;มีร้านค้าเครือข่ายสหกรณ์&nbsp;กลุ่มอาชีพสหกรณ์&nbsp;สมาชิกสหกรณ์&nbsp;และเกษตรกรตามโครงการนำลูกหลานกลับบ้าน&nbsp;สานต่ออาชีพการเกษตร&nbsp;นำสินค้าผลิตภัณฑ์ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เช่น&nbsp;ข้าวสารสหกรณ์&nbsp;นมปากช่องเฟรชมิลล์นมโคราชปุ๋ย&nbsp;อาหารสัตว์&nbsp;ผักปลอดสารพิษ&nbsp;หมี่โคราช&nbsp;ผ้าฝ้ายพื้นเมือง&nbsp;พันธุ์ไม้&nbsp;และอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;กว่า&nbsp;30&nbsp;ร้านค้า&nbsp;และกำหนดให้ร้านค้าดำเนินการตามนโยบายของจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;โคราชสังคมไร้เงินสด&nbsp;(Korat&nbsp;Cashless&nbsp;Society)&nbsp;ซึ่งจะมีการเปิดตลาดครั้งแรกในวันที่&nbsp;12&nbsp;เมษายนนี้&nbsp;และครั้งต่อไปจะมีเฉพาะวันพฤหัสบดี&nbsp;สุดท้ายของเดือนเท่านั้นตั้งแต่เวลา&nbsp;08.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;จึงขอเชิญประชาชนและผู้สนใจมาเลือกซื้อสินค้าจากตลาดสหกรณ์กันได้&nbsp;หรือหากต้องการเข้ามาจำหน่ายสินค้าภายในตลาดสหกรณ์สอบถามรายละเอียดได้ที่&nbsp;สำนักงานสหกรณ์จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;โทร.0-4424-2091&nbsp;ต่อ&nbsp;18&nbsp;ในวันและเวลาราชการ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-10-04T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220410151759282"],
    [214,"เรียนรู้ศาสตร์ JAPO Model ต้นแบบการฝึกทักษะอาชีพให้แก่ครัวเรือนที่มีรายได้น้อยแบบครบวงจร ตำบลลำใหม่ จังหวัดยะลา","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ลงพื้นที่ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนต้นแบบลำใหม่&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;เรียนรู้ศาสตร์&nbsp;JAPO&nbsp;Model&nbsp;เกษตรผสมผสานในชุมชน&nbsp;ฝึกทักษะอาชีพให้แก่ครัวเรือนที่มีรายได้น้อยแบบครบวงจร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วานนี้&nbsp;(9&nbsp;เม.ย.&nbsp;65)&nbsp;นายศรัทธา&nbsp;คชพลายุกต์&nbsp;รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(ศอ.บต.)</strong>&nbsp;ลงพื้นที่ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนต้นแบบ&nbsp;(Local&nbsp;Lab)&nbsp;และรับฟังผลการดำเนินงานโครงการ&nbsp;JAPO&nbsp;Model&nbsp;พัฒนาคุณภาพชีวิตและยกระดับรายได้ให้ประชาชนต้นแบบในพื้นที่&nbsp;ตำบลลำใหม่&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;พร้อมรับฟังการใช้นวัตกรรมเกษตรผสมผสาน&nbsp;JAPO&nbsp;Model&nbsp;ในการแก้ไขปัญหาความยากจนและขยายผลให้ผู้อื่นในชุมชน&nbsp;โดยนำองค์ความรู้ของมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาบูรณาการใช้นวัตกรรมการพัฒนาเชิงพื้นที่&nbsp;ซึ่งมี&nbsp;ดร.นิรันดิ์เกียรติ&nbsp;ลิ่วคุณูปการ&nbsp;รองอธิการบดีฝ่ายนโยบายและแผน&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;และคณะทำงาน&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายอาดิลัน&nbsp;อาลีอิสเฮาะ&nbsp;ส.ส.ยะลา&nbsp;เขต&nbsp;1&nbsp;พรรคพลังประชารัฐ&nbsp;เป็นผู้แทนโครงการนำเสนอ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับโครงการ&nbsp;JAPO&nbsp;Model&nbsp;เป็นการฝึกทักษะอาชีพให้แก่ครัวเรือนที่มีรายได้น้อยแบบครบวงจร</strong>&nbsp;มีการเลี้ยงสัตว์และปลูกพืชผักรวมกัน&nbsp;อาทิ&nbsp;การเลี้ยงไก่เบตง&nbsp;ผึ้งชันโรง&nbsp;ผสมกับการปลูกเห็ดนางฟ้าและผักสวนครัวหรือผักงอก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>โดยภายในกิจกรรมมีการสัมภาษณ์ถอดบทเรียนความสำเร็จ&nbsp;</strong>จากนายซามซูดิง&nbsp;อาลี&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านหมู่&nbsp;5&nbsp;ตำบลลำใหม่&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ซึ่งเป็นนวัตกรชุมชนและเป็นผู้ขยายผลสู่ศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบในชุมชน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบเป็น&nbsp;Best&nbsp;Practice&nbsp;ของโครงการฯ&nbsp;คือ&nbsp;ผลผลิตทางการเกษตรที่ได้สามารถนำมาลดรายจ่าย&nbsp;สร้างรายได้ให้ครัวเรือน&nbsp;และลดต้นทุนการผลิตของภาครัฐและประชาชนในพื้นที่&nbsp;เพื่อให้เกิดการกระจายอาชีพแก่ท้องถิ่น&nbsp;ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้&nbsp;นำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำและการพัฒนาท้องถิ่นให้มีความยั่งยืน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับ&nbsp;JAPO&nbsp;Model&nbsp;คำว่า&nbsp;\"JAPO\"&nbsp;เป็นภาษามลายูถิ่นที่ใช้พูดกันในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้</strong>&nbsp;แปลว่า&nbsp;การผสม&nbsp;หรือรวบรวมเอาความเชี่ยวชาญ&nbsp;ศาสตร์&nbsp;องค์ความรู้มาใช้&nbsp;เนื่องจากมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลานำศาสตร์ดังกล่าวมาใช้ในการเกษตรแบบผสมผสานในครั้งนี้</p>","2022-10-04T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220410153717286"],
    [215,"กรมอุทยาน ขอเชิญชวนร่วมเป็นพ่อแม่อุปถัมภ์สัตว์ป่าในสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าและศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่า เพื่อช่วยเหลือสัตว์ป่าชนิดต่างๆได้ถึงวันที่ 31 ธ.ค.นี้","<p><strong>กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&nbsp;ขอเชิญชวนร่วมเป็นพ่อแม่อุปถัมภ์สัตว์ป่าในสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าและศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่า&nbsp;เพื่อช่วยเหลือสัตว์ป่าชนิดต่างๆได้ถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคมนี้</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายเผด็จ&nbsp;ลายทอง&nbsp;ผู้อำนว?ยการ?สำนัก?อนุรักษ์?สัตว์ป่า?&nbsp;กล่าวว่า?&nbsp;กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&nbsp;ทำโครงการพ่อแม่อุปถัมภ์สัตว์ป่าในสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าและศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่า&nbsp;เพื่อเปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกได้มีส่วนร่วมดูแลรักษาคุ้มครองทรัพยากรสัตว์ป่าของชาติให้คงอยู่&nbsp;เพิ่มจิตสำนึกเน้นคุณค่าชีวิตสัตว์ป่า&nbsp;และปลูกฝังให้ประชาชนมีเมตตาต่อสัตว์ป่า&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;เป็นการสนับสนุนการให้บริการ&nbsp;หรือสงเคราะห์สัตว์ป่าให้ได้รับการดูแลอย่างถูกต้องเหมาะสมตามหลักสุขาภิบาลสัตว์ตลอดอายุขัย&nbsp;ปัจจุบันกรมอุทยานฯได้พยายามถนอมรักษาสัตว์ป่าชนิดต่างๆให้คงอยู่ไม่ให้สูญพันธุ์&nbsp;ด้วยการอนุรักษ์ภายในถิ่นที่อยู่อาศัยในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;ทั้งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า&nbsp;เขตห้ามล่าสัตว์ป่า&nbsp;อุทยานแห่งชาติ&nbsp;ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;และการดูแลสัตว์ป่าในกรงเลี้ยง&nbsp;ซึ่งเป็นสัตว์ป่าที่ทำการเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์เพื่อปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาติ&nbsp;รวมถึง&nbsp;สัตว์ป่าของกลางที่ได้รับมาจากการตรวจยึด&nbsp;จับกุม&nbsp;หรือสัตว์ป่าพลัดหลง&nbsp;และสัตว์ป่าที่ได้รับส่งคืนจากผู้ได้รับใบอนุญาตครอบครอง&nbsp;และสัตว์ป่าจากการยกเลิกกิจการสวนสัตว์&nbsp;โดยสัตว์ป่าดังกล่าวอยู่ในความดูแลของสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าและศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่า&nbsp;จะเป็นหน่วยงานที่รับดูแลสัตว์ป่าและศูนย์การเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้เข้ามาศึกษาและมีส่วนร่วมการอนุรักษ์สัตว์ป่าด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอเชิญหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;องค์กร&nbsp;มูลนิธิ&nbsp;บริษัท&nbsp;กลุ่มบุคคล&nbsp;หรือบุคคลทั่วไป&nbsp;ร่วมเป็นส่วนหนึ่งช่วยเหลือเป็นพ่อแม่อุปถัมภ์สัตว์ป่าในสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าและศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่า&nbsp;ด้วยการโอนเงินบริจาคเข้าบัญชี&nbsp;ธนาคารกรุงไทย&nbsp;สาขามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์บางเขน&nbsp;เลขที่บัญชี&nbsp;980-216-5379&nbsp;ชื่อบัญชีโครงการพ่อแม่อุปถัมภ์สัตว์ป่าในสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า&nbsp;เพื่อนำมาเป็นค่าอาหาร&nbsp;ค่าปรับ?ปรุง?ซ่อมแซม?กรงเลี้ยง?หรือปรับภูมิ?ทัศน์?กรงเลี้ยง?&nbsp;ซึ่งการรับบริจาคดังกล่าวได้รับการอนุญาตจากคณะกรรมการควบคุมการเรี่ยไรของหน่วยงานของรัฐ&nbsp;(กคร.)&nbsp;สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;22&nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&nbsp;และมีระยะเวลาการรับบริจาคถึงวันที่?&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม?นี้</p>","2022-10-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220410154530289"],
    [216,"รองเลขาธิการ ศอ.บต. ลงพื้นที่ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนต้นแบบลำใหม่ จ.ยะลา เรียนรู้ศาสตร์ JAPO Model เกษตรผสมผสานในชุมชน","<p><strong>นายศรัทธา&nbsp;คชพลายุกต์&nbsp;รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้</strong>&nbsp;(ศอ.บต.)&nbsp;ลงพื้นที่ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนต้นแบบ&nbsp;&nbsp;(Local&nbsp;Lab)&nbsp;และรับฟังผลการดำเนินงานโครงการ&nbsp;JAPO&nbsp;Model&nbsp;พัฒนาคุณภาพชีวิตและยกระดับรายได้ให้ประชาชนต้นแบบในพื้นที่&nbsp;ตำบลลำใหม่&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;พร้อมรับฟังการใช้นวัตกรรมเกษตรผสมผสาน&nbsp;JAPO&nbsp;Model&nbsp;ในการแก้ไขปัญหาความยากจนและขยายผลให้ผู้อื่นในชุมชน&nbsp;โดยนำองค์ความรู้ของมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาบูรณาการใช้นวัตกรรมการพัฒนาเชิงพื้นที่&nbsp;ซึ่งมีดร.นิรันดิ์เกียรติ&nbsp;ลิ่วคุณูปการ&nbsp;รองอธิการบดีฝ่ายนโยบายและแผน&nbsp;&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;และคณะทำงาน&nbsp;เป็นผู้แทนโครงการนำเสนอ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายอาดิลัน&nbsp;อาลีอิสเฮาะ&nbsp;ส.ส.ยะลา&nbsp;เขต&nbsp;1&nbsp;พรรคพลังประชารัฐ</p><p><strong>สำหรับโครงการ&nbsp;JAPO&nbsp;Model&nbsp;เป็นการฝึกทักษะอาชีพให้แก่ครัวเรือนที่มีรายได้</strong>น้อยแบบครบวงจร&nbsp;มีการเลี้ยงสัตว์และปลูกพืชผักรวมกัน&nbsp;อาทิ&nbsp;การเลี้ยงไก่เบตง&nbsp;ผึ้งชันโรง&nbsp;ผสมกับการปลูกเห็ดนางฟ้าและผักสวนครัวหรือผักงอก</p><p><strong>ภายในกิจกรรมมีการสัมภาษณ์ถอดบทเรียนความสำเร็จ</strong>จากนายซามซูดิง&nbsp;อาลี&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านหมู่&nbsp;5&nbsp;ตำบลลำใหม่&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ซึ่งเป็นนวัตกรชุมชนและเป็นผู้ขยายผลสู่ศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบในชุมชน&nbsp;ทั้งนี้ศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบเป็น&nbsp;Best&nbsp;Practice&nbsp;ของโครงการฯ&nbsp;คือ&nbsp;ผลผลิตทางการเกษตรที่ได้สามารถนำมาลดรายจ่าย&nbsp;สร้างรายได้ให้ครัวเรือน&nbsp;และลดต้นทุนการผลิตของภาครัฐและประชาชนในพื้นที่&nbsp;เพื่อให้เกิดการกระจายอาชีพแก่ท้องถิ่น&nbsp;ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้&nbsp;นำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำและการพัฒนาท้องถิ่นให้มีความยั่งยืน</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;JAPO&nbsp;Model&nbsp;คำว่า&nbsp;\"JAPO\"&nbsp;</strong>เป็นภาษามลายูถิ่นที่ใช้พูดกันในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;แปลว่า&nbsp;การผสม&nbsp;หรือรวบรวมเอาความเชี่ยวชาญ&nbsp;ศาสตร์&nbsp;องค์ความรู้มาใช้&nbsp;เนื่องจากมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;นำศาสตร์ดังกล่าวมาใช้ในการทำเกษตรแบบผสมผสานในครั้งนี้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-10-04T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220410155926294"],
    [217,"ทช. ตั้งศูนย์บริการนักท่องเที่ยวทางทะเลช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อคุมเข้มความปลอดภัยผู้ที่เดินทางกลับภูมิลำเนาและนักท่องเที่ยว","<p><strong>กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;ตั้งศูนย์บริการนักท่องเที่ยวทางทะเลช่วงเทศกาลสงกรานต์&nbsp;เพื่อคุมเข้มความปลอดภัยผู้ที่เดินทางกลับภูมิลำเนาและนักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆทั้งบนบกและทะเล</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายโสภณ&nbsp;ทองดี&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;ได้จัดตั้งศูนย์บริการนักท่องเที่ยวทางทะเลช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้&nbsp;เพื่อคุมเข้มความปลอดภัยผู้ที่เดินทางกลับภูมิลำเนาและนักท่องเที่ยวพร้อมดูแลตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และเพิ่มมาตรการป้องกันภัยอย่างเข้มข้น&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;11&nbsp;&nbsp;17&nbsp;เมษายน&nbsp;ถือเป็นการสร้างความปลอดภัยและความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นช่วงเทศกาลสงกรานต์&nbsp;เพราะระยะเวลาดังกล่าวจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวและพักผ่อนบริเวณพื้นที่ชายทะเลเป็นจำนวนมาก&nbsp;อาจจะเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินหรืออุบัติเหตุทางทะเลขึ้นได้&nbsp;จึงจำเป็นต้องอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยว&nbsp;ผ่านศูนย์ประสานงานและบริการนักท่องเที่ยวประจำพื้นที่ชายหาดและสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลที่อยู่ในความรับผิดชอบ&nbsp;43&nbsp;แห่ง&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;24&nbsp;จังหวัดชายฝั่งทะเล&nbsp;พร้อมเข้าปฏิบัติหน้าที่ประจำสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเล&nbsp;เช่น&nbsp;ท่าเทียบเรือ&nbsp;หรือชายหาด&nbsp;ทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จะมีเจ้าหน้าที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติงานทางทะเล&nbsp;540&nbsp;คน&nbsp;และยานพาหนะ&nbsp;เช่น&nbsp;รถยนต์&nbsp;57&nbsp;คัน&nbsp;เรือ&nbsp;35&nbsp;ลำ&nbsp;และน้ำดื่ม&nbsp;เสื้อชูชีพ&nbsp;อุปกรณ์ช่วยชีวิตอื่นๆ&nbsp;เพื่อเป็นศูนย์บริการข้อมูลการท่องเที่ยว&nbsp;ให้คำแนะนำปรึกษานักท่องเที่ยวที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ&nbsp;แนะนำเส้นทาง&nbsp;และจัดทำคู่มือแนะนำแหล่งท่องเที่ยวทั้งทางบกและทางทะเล</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;อยากขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวทุกคนใส่ใจการปฏิบัติตามมาตราการป้องกันโควิด-19&nbsp;โดยดูแลตนเองและคนรอบตัวทั้งการสวมหน้ากากอนามัย&nbsp;ล้างมือ&nbsp;หรือทำความสะอาดด้วยแอลกอฮอล์&nbsp;ปฏิบัติตามคำแนะนำจากหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่&nbsp;และขอความร่วมมือท่องเที่ยวอย่างปลอดภัยใส่ใจสิ่งแวดล้อม&nbsp;ช่วยกันเป็นหูเป็นตา&nbsp;ดูแลสถานที่ท่องเที่ยวทั้งทางบกและทางทะเลให้มีความสะอาด&nbsp;ไม่ทิ้งขยะ&nbsp;ไม่ทำลายสัตว์ทะเลหายากและระบบนิเวศทางทะเล</p>","2022-10-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220410155627293"],
    [218,"รัฐบาล เตรียมพร้อมรับมืออากาศแปรปรวน มั่นใจสถานการณ์น้ำไม่ท่วมซ้ำรอยปี 54 แน่นอน","<p><strong>นางสาวรัชดา&nbsp;ธนาดิเรก&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จากสภาพอากาศแปรปรวน&nbsp;มีฝนตกหนักและอากาศหนาวเย็นในช่วงต้นเดือน&nbsp;เม.ย.65&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งสถานการณ์คล้ายคลึงกับเมื่อปี&nbsp;54&nbsp;จนทำให้หลายฝ่ายเกิดความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำในช่วงฤดูฝนที่กำลังมาถึง&nbsp;อาจซ้ำรอยมหาอุทกภัยน้ำท่วมใหญ่ในปี&nbsp;2554&nbsp;&nbsp;ในเรื่องนี้&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;รายงานว่า&nbsp;การคาดการณ์ปริมาณฝนช่วงน้ำหลากยังต่ำกว่าค่าปกติและแหล่งน้ำยังสามารถเก็บน้ำได้อีกจำนวนมาก&nbsp;ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นมาตรการเตรียมความพร้อมรับมือฤดูฝนของรัฐบาล&nbsp;จะไม่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมซ้ำรอยปี&nbsp;2554&nbsp;อย่างแน่นอน</p><p><strong>กอนช.&nbsp;ติดตามสภาพภูมิอากาศอย่างต่อเนื่อง&nbsp;</strong>พบว่า&nbsp;อากาศค่อนข้างแปรปรวนตั้งแต่ช่วงเดือน&nbsp;ม.ค.-มี.ค.65&nbsp;มีปริมาณฝนตกมากกว่าค่าปกติ&nbsp;107%&nbsp;เช่นเดียวกับปริมาณฝนในช่วงเดือน&nbsp;เม.ย.65&nbsp;และ&nbsp;มิ.ย.65&nbsp;ที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดการณ์ปริมาณฝนจะตกมากกว่าค่าปกติ&nbsp;สำหรับเดือน&nbsp;พ.ค.65&nbsp;และช่วงเดือน&nbsp;ก.ค.-ก.ย.65&nbsp;ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดภาวะน้ำท่วมใหญ่ในปี&nbsp;54&nbsp;คาดการณ์ปริมาณฝนจะตกน้อยกว่าค่าเฉลี่ยปกติ&nbsp;และน้อยกว่าปริมาณฝนที่ตกในปี&nbsp;54&nbsp;สำหรับปริมาณน้ำต้นทุนในแหล่งน้ำต่างๆ&nbsp;ทั่วประเทศ&nbsp;ช่วงต้นเดือน&nbsp;เม.ย.65&nbsp;มีปริมาณ&nbsp;58,525&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;หรือ&nbsp;62&nbsp;%&nbsp;ของปริมาณการกักเก็บ&nbsp;สามารถรองรับน้ำหลากได้อีกถึง&nbsp;28,000&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.</p><p><strong>รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;ยังกล่าวอีกว่า</strong>&nbsp;นายกรัฐมนตรีได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้บูรณาการและติดตามการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง&nbsp;พร้อมทั้งให้เร่งรัดการจัดทำแผนปฏิบัติการของแต่ละหน่วยงานให้แล้วเสร็จก่อนที่จะเข้าสู่ฤดูฝนปี&nbsp;65&nbsp;เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมรับมือและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่า&nbsp;สถานการณ์น้ำปีนี้จะไม่เหมือนปี&nbsp;54&nbsp;อย่างแน่นอน</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-11-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220411104443395"],
    [219,"กอนช. ขอให้ประชาชนภาคเหนือและภาคใต้ระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;&nbsp;ขอให้ประชาชนภาคเหนือและภาคใต้ระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่&nbsp;</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(11&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวันและมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่&nbsp;ช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.กาญจนบุรี&nbsp;75&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;47&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และเชียงราย&nbsp;44&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;25,550&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;44&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p>","2022-11-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220411091923363"],
    [220,"ค่าฝุ่นPM2.5ในภาคเหนือปรับตัวสูงขึ้นในระดับสีแดง3พื้นที่สูงสุดบริเวณต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลกส่วน กทม.และปริมณฑลค่าฝุ่นเกินระดับสีส้ม49พื้นที่","<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือปรับตัวสูงขึ้นในระดับสีแดง&nbsp;3&nbsp;พื้นที่&nbsp;สูงสุดบริเวณ&nbsp;ต.ในเมือง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.พิษณุโลก&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลค่าฝุ่นเกินระดับสีส้ม&nbsp;49&nbsp;พื้นที่</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(11&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศปานกลางถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พบค่าฝุ่นสูงระดับสีแดง&nbsp;3&nbsp;พื้นที่&nbsp;คือ&nbsp;ต.ท่าอิฐ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.อุตรดิตถ์&nbsp;,&nbsp;ต.ในเมือง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.พิษณุโลก&nbsp;และ&nbsp;ต.ท่าหลวง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.พิจิตร&nbsp;โดยบางพื้นที่พบสูงเกิน&nbsp;100&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&nbsp;17&nbsp;-&nbsp;18&nbsp;เมษายน&nbsp;หากจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือฝั่งตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศปานกลางถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นทุกพื้นที่&nbsp;พบเกินมาตรฐานระดับสีส้ม&nbsp;49&nbsp;พื้นที่&nbsp;เช่น&nbsp;ริมถนนลาดพร้าว&nbsp;ซอยลาดพร้าว&nbsp;95&nbsp;เขตวังทองหลาง&nbsp;,&nbsp;ริมถนนเพชรเกษม&nbsp;เขตภาษีเจริญ&nbsp;,&nbsp;แขวงทุ่งวัดดอน&nbsp;เขตสาทร&nbsp;,&nbsp;ริมถนนพหลโยธิน&nbsp;แยก&nbsp;ม.เกษตรศาสตร์&nbsp;เขตจตุจักร&nbsp;,&nbsp;ต.คลองหนึ่ง&nbsp;อ.คลองหลวง&nbsp;จ.ปทุมธานี&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;12&nbsp;-&nbsp;18&nbsp;เมษายน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;</p>","2022-11-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220411094813366"],
    [221,"เตือนประชาชนเกือบทุกภาค ระวังพายุฤดูร้อน 16-18 เมษายนนี้","<p><strong>ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;ธนะสิทธิ์&nbsp;เอี่ยมอนันชัย&nbsp;รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา</strong>&nbsp;กล่าวถึงสภาพอากาศในช่วงสัปดาห์นี้&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;รวมถึงกรุงเทพฯ&nbsp;และปริมณฑล&nbsp;มีอากาศร้อนและฟ้าหลัวในตอนกลางวัน&nbsp;แต่จะมีฝนเล็กน้อยด้านตะวันตกของภาคกลางและชายฝั่งภาคตะวันออก&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนลดลง&nbsp;ส่วนหลังสงกรานต์&nbsp;วันที่&nbsp;16-18&nbsp;เมษายนนี้&nbsp;จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น&nbsp;เริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;รวมถึงกรุงเทพฯ&nbsp;และปริมณฑล&nbsp;รวมถึงภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้น&nbsp;</p><p><strong>ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากลมกระโชกแรง&nbsp;ฝนตกหนัก</strong>&nbsp;และมีลูกเห็บตกบางพื้นที่&nbsp;รวมถึงฟ้าผ่า&nbsp;ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้สิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรงและงดใช้เครื่องมือสื่อสารขณะเกิดฝนฟ้าคะนอง</p><p><br></p><p><br></p>","2022-11-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220411103344378"],
    [222,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง ส่วนจุดความร้อนจาก สปป.ลาว วันนี้สูงกว่า 5,000 จุด","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจาก&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;วันนี้สูงกว่า&nbsp;5,000&nbsp;จุด</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(10&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;299&nbsp;จุด&nbsp;ลดลงจากวันก่อนเล็กน้อย&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&nbsp;131&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;52&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;43&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;34&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;33&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;6&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;พระนครศรีอยุธยา&nbsp;34&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;พิษณุโลก&nbsp;17&nbsp;จุด&nbsp;และอุตรดิตถ์&nbsp;13&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนกระจายตัวอยู่ทางตอนบนของประเทศไทยพบมากในพื้นที่เกษตรบริเวณภาคกลาง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;10&nbsp;เมษายน&nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;13,295&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;12,614&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;7,992&nbsp;จุด&nbsp;ภาพรวมปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;วันนี้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือพบค่าฝุ่นพุ่งสูงขึ้นตั้งแต่ระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;(สีส้ม)&nbsp;ไปจนถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;(สีแดง)&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดใน&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;ติดต่อกัน&nbsp;8&nbsp;วัน&nbsp;วันนี้มากถึง&nbsp;5,251&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นเมียนมา&nbsp;1,797&nbsp;จุด&nbsp;และเวียดนาม&nbsp;473&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในประเทศไทย&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย</p>","2022-11-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220411134928473"],
    [223,"เดินหน้าจ้างแรงงานชลประทาน สร้างรายได้ทดแทนให้เกษตรกรช่วงแล้ง","<p><strong>นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงความก้าวหน้าโครงการจ้างแรงงานชลประทาน&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;ว่า&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;ดำเนินการตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ด้วยการดำเนินโครงการจ้างแรงงานชลประทาน&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;เพื่อซ่อมแซม&nbsp;บำรุงรักษา&nbsp;ขุดลอก&nbsp;ปรับปรุงงานชลประทาน&nbsp;โครงการส่งเสริมการดำเนินงานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;ก่อสร้างแหล่งน้ำและระบบส่งน้ำเพื่อชุมชน/ชนบท&nbsp;แก้มลิง&nbsp;การจัดการคุณภาพน้ำ&nbsp;และโครงการป้องกันและบรรเทาภัยจากน้ำ&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ทดแทนจากการว่างเว้นการทำการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง&nbsp;</p><p><strong>โดยในปี&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;มีแผนจัดจ้างแรงงานทั้งสิ้น&nbsp;75,000&nbsp;คน</strong>&nbsp;วงเงินงบประมาณ&nbsp;4,465&nbsp;&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ระยะเวลาการจ้างแรงงานอยู่ระหว่าง&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;10&nbsp;เดือน&nbsp;วงเงินจ้างแรงงาน/คน&nbsp;จะอยู่ที่ประมาณ&nbsp;8,700&nbsp;&nbsp;87,000&nbsp;บาท(ขึ้นอยู่กับระยะเวลาการจ้าง/คน)&nbsp;ปัจจุบันมีการจ้างแรงงานแล้ว&nbsp;60,182&nbsp;คน&nbsp;จังหวัดที่มีผลการจ้างแรงงานมากที่สุด&nbsp;3&nbsp;ลำดับคือ&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;3,552&nbsp;คน&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;3,005&nbsp;คน&nbsp;และจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;2,926&nbsp;คน&nbsp;</p><p><strong>กรมชลประทาน&nbsp;ยังคงเดินหน้ารับสมัครจ้างแรงงานอย่างต่อเนื่อง</strong>&nbsp;อีกเกือบ&nbsp;&nbsp;15,000&nbsp;คน&nbsp;เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้&nbsp;หากเกษตรกร&nbsp;หรือประชาชนคนใดที่สนใจเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;สามารถติดต่อสอบถาม&nbsp;หรือสมัครได้ที่&nbsp;โครงการชลประทานใกล้บ้าน&nbsp;หรือทางสายด่วนกรมชลประทาน&nbsp;1460</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-11-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220411143541489"],
    [224,"จตุพร ย้ำ ทุกฝ่ายเตรียมพร้อมการเป็นเจ้าภาพจัดประชุมรัฐมนตรีเอเปคด้านป่าไม้ เพื่อสร้างโอกาสการเป็นผู้นำภาคการป่าไม้ในภูมิภาคของไทยปีนี้","<p><strong>ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ย้ำ&nbsp;ทุกฝ่ายเตรียมพร้อมการเป็นเจ้าภาพจัดประชุมรัฐมนตรีเอเปคด้านป่าไม้&nbsp;เพื่อสร้างโอกาสการเป็นผู้นำภาคการป่าไม้ในภูมิภาคของประเทศไทยปีนี้</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายจตุพร&nbsp;บุรุษพัฒน์&nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากการประชุมคณะกรรมการอำนวยการเตรียมการจัดประชุมรัฐมนตรีเอเปคด้านป่าไม้และการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ช่วงที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปคปี&nbsp;2565&nbsp;เบื้องต้นได้พิจารณาเห็นชอบแผนการดำเนินงานของคณะทำงานเพื่อเตรียมการและจัดการประชุมรัฐมนตรีเอเปคด้านป่าไม้&nbsp;และการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้องปีนี้&nbsp;รวมถึง&nbsp;เห็นชอบร่างกำหนดการที่มีกำหนดจัดประชุมระหว่างวันที่&nbsp;23&nbsp;-&nbsp;25&nbsp;สิงหาคมนี้&nbsp;และเห็นชอบการเปลี่ยนสถานที่จัดการประชุมเป็นจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;เพื่อให้เป็นสถานที่เดียวกับการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปค&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3&nbsp;(SOM3)&nbsp;และการประชุมกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อต้านการค้าไม้ที่ผิดกฎหมาย&nbsp;และการค้าอื่นๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;22&nbsp;(EGILAT22)&nbsp;โดยให้กรมป่าไม้และคณะทำงานด้านพิธีการและอำนวยการ&nbsp;ดูแลอำนวยความสะดวกด้านการเดินทาง&nbsp;การต้อนรับคณะผู้แทนจากเขตเศรษฐกิจต่างๆ&nbsp;และการคัดเลือกโรงแรมสำหรับการจัดการประชุม&nbsp;พร้อมกำหนดหัวข้อการศึกษาดูงานให้มีความเหมาะสมต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ที่ประชุมฯ&nbsp;ยังได้พิจารณาร่างถ้อยแถลงระดับรัฐมนตรี&nbsp;(Draft&nbsp;Ministerial&nbsp;Statement)&nbsp;ถือเป็นเอกสารสำคัญที่เป็นผลลัพธ์จากการประชุมรัฐมนตรีเอเปคด้านการป่าไม้&nbsp;ครั้งที่&nbsp;5&nbsp;ที่เขตเศรษฐกิจต่างๆและไทยจะได้นำไปดำเนินการต่อให้บรรลุตามเป้าหมาย&nbsp;จึงให้ฝ่ายเลขานุการฯ&nbsp;นำความคิดเห็นจากที่ประชุมฯ&nbsp;ไปปรับแก้และดำเนินการต่อไป&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้เน้นทุกฝ่ายให้ความสำคัญการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้กับประชาชนในพื้นที่&nbsp;เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบถึงโอกาสที่ไทยจะได้แสดงบทบาทการเป็นผู้นำภาคการป่าไม้ของภูมิภาค&nbsp;การบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้เพื่อเป็นฐานการพัฒนาสังคม&nbsp;สิ่งแวดล้อม&nbsp;เศรษฐกิจ&nbsp;รวมถึง&nbsp;การมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนผ่านการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน</p>","2022-11-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220411153354535"],
    [225,"ชาวสวนยางตรัง ยอมโค่นยางทิ้งประมาณ 1 ไร่ นำพื้นที่มาใช้เลี้ยงแพะขายสร้างรายได้งามปีละกว่า 3 แสน  มีรายได้มากกว่ายางทั้งแปลง","<p><strong>นายประเสริฐ&nbsp;ทองชู&nbsp;อายุ&nbsp;59&nbsp;ปี&nbsp;อยู่บ้านเลขที่&nbsp;91/1</strong>&nbsp;หมู่&nbsp;8&nbsp;ต.ท่างิ้ว&nbsp;อ.ห้วยยอด&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;นำผู้สื่อข่าวดูพื้นที่ที่ใช้สำหรับการเลี้ยงแพะขาย&nbsp;โดยเมื่อประมาณ&nbsp;4&nbsp;ปีที่ผ่านมา&nbsp;ช่วงราคายางพาราตกต่ำ&nbsp;ยอมตัดใจโค่นยางทิ้งประมาณ&nbsp;1&nbsp;ไร่&nbsp;จากเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ&nbsp;3&nbsp;ไร่&nbsp;เพื่อทำคอกเลี้ยงแพะส่งขาย&nbsp;</p><p><strong>โดยขณะนี้มีแพะอยู่ทั้งหมดกว่า&nbsp;120&nbsp;ตัว&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;แม่พันธุ์&nbsp;</strong>&nbsp;จำนวน&nbsp;64&nbsp;ตัว&nbsp;พ่อพันธุ์&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ตัว&nbsp;และลูกๆรวมกว่า&nbsp;60&nbsp;ตัว&nbsp;แต่หลังจากเลี้ยงไป&nbsp;ปรากฏว่าสามารถสร้างรายได้เสริมให้เป็นอย่างดี&nbsp;ตลาดความต้องการภายในจังหวัดดีมาก&nbsp;มีเท่าไรไม่พอขาย&nbsp;ผลิตไม่ทัน&nbsp;โดยตลาดรับซื้อไม่ต้องไปไกล&nbsp;เพียงภายในจังหวัดตรังก็ไม่พอขาย&nbsp;เช่น&nbsp;อ.กันตัง&nbsp;&nbsp;อ.ปะเหลียน&nbsp;&nbsp;อ.ย่านตาขาว&nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มพี่น้องมุสลิม&nbsp;ในราคาขายกิโลกรัมละ&nbsp;200&nbsp;บาท&nbsp;ขนาดที่ตลาดต้องการไม่เกิน&nbsp;30&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;แต่ละปีสามารถผลิตแพะขายได้ปีละประมาณ&nbsp;100&nbsp;ตัว&nbsp;หรือมีรายได้ปีละกว่า&nbsp;300,000&nbsp;บาท&nbsp;หักต้นทุนแล้วได้กำไรประมาณ&nbsp;200,000&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งถือว่าเป็นรายได้ที่งามมาก&nbsp;กว่ายางพารารวมกันทั้งแปลง&nbsp;</p><p><strong>จึงคิดว่าตัดสินใจถูกที่หันมาเลี้ยงแพะขาย</strong>&nbsp;แม้จะต้องให้เวลากับการเลี้ยงมากกว่ายางพารา&nbsp;แต่ก็คุ้มค่า&nbsp;แต่ขณะนี้ต้นทุนการผลิต&nbsp;อาหารสูงมากจากวันละ&nbsp;200&nbsp;&nbsp;300&nbsp;บาท&nbsp;ขึ้นเป็นวันละประมาณ&nbsp;&nbsp;500&nbsp;บาท&nbsp;โดยต้นทุนดังกล่าวมาจากอาหาร&nbsp;ยารักษาโรค&nbsp;อาหารขึ้นประมาณ&nbsp;30&nbsp;&nbsp;40&nbsp;%&nbsp;&nbsp;จึงต้องใช้วิธีออกไปเก็บทางปาล์มน้ำมันที่เจ้าของสวนเก็บผลผลิต&nbsp;และตัดแต่งลำต้น&nbsp;นำมาทำเป็นนั่งร้านวางไว้ด้านบน&nbsp;เพื่อให้แพะได้เล็มกินใบไม้ตามธรรมชาติ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เป็นการเลี้ยงแบบปิด&nbsp;ให้อยู่แต่ในคอก</strong>&nbsp;เพราะพื้นที่ด้านนอกก็มีการโค่นยางพารากันมาก&nbsp;ไม่มีหญ้าธรรมชาติให้กิน&nbsp;จึงเลี้ยงด้วยอาหาร&nbsp;และใบไม้จากปาล์มน้ำมันเป็นหลัก&nbsp;โดยแพะจะเล็มกินใบไม้เป็นอาหารในตอนเช้า&nbsp;ส่วนตอนเย็นให้กินอาหาร&nbsp;เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย&nbsp;ถ้าไม่ได้เอาทางปาล์มน้ำมันมาให้แพะกินจะต้องเพิ่มอาหารให้กินอีกจำนวน&nbsp;1&nbsp;เท่าตัว&nbsp;จึงต้องประหยัดต้นทุนการผลิตโดยวิธีการนี้&nbsp;ทำให้แต่ละปีเมื่อหักต้นทุนแล้วได้กำไรประมาณกว่า&nbsp;2&nbsp;แสนบาท&nbsp;เป็นอาชีพเสริม&nbsp;จากอาชีพหลักคือ&nbsp;ทำสวนยางพารา&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งแนวโน้มการตลาดแพะ&nbsp;ยังดีมาก&nbsp;ความต้องการสูง</strong>&nbsp;มีไม่พอขาย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ตัวพ่อพันธุ์สั่งซื้อมาจากต่างจังหวด&nbsp;ส่วนแม่พันธุ์เดิมก็ซื้อมา&nbsp;หลังจากนั้นเมื่อออกลูกมา&nbsp;หากเป็นตัวเมียถ้าดูลักษณะแล้วจะต้องเป็นแม่พันธุ์ดี&nbsp;ก็จะเลี้ยงไว้เป็นแม่พันธุ์ต่อไป&nbsp;ส่วนตัวผู้ก็เลี้ยงส่งขาย&nbsp;เพื่อลดปัญหาการซื้อแม่พันธุ์บ่อย&nbsp;เนื่องจากหากซื้อแม่พันธุ์มาบ่อยกลัวจะนำเชื้อติดมาด้วย&nbsp;จึงใช้วิธีขยายพันธุ์เอง&nbsp;โดยมีทั้งพันธ์บอร์&nbsp;พันธุ์บอร์ผสม&nbsp;พันธุ์แองโกลนูเบียน&nbsp;พันธุ์คาราผสมแองโกล&nbsp;ตัวที่แพงที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;ตัวที่กักไว้ทำพ่อพันธุ์&nbsp;แม่พันธุ์&nbsp;แต่ถ้ามีคนมาซื้อก็ขายไปในราคาแพง&nbsp;ส่วนมูลแพะ&nbsp;ก็โกยใส่กระสอบปุ๋ยขายกระสอบละ&nbsp;40&nbsp;บาท&nbsp;แต่ละปีขายมูลแพะได้ปีละประมาณ&nbsp;60,000&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งขณะนี้มูลแพะเป็นที่ต้องการของตลาด&nbsp;เพราะปุ๋ยเคมีมีราคาแพง&nbsp;เกษตรกรต้องการนำไปใส่บำรุงต้นไม้&nbsp;เพื่อประหยัดเงินค่าปุ๋ยเคมี</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>","2022-12-04T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412084847769"],
    [226,"กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ช่วยเหลือพื้นที่เกษตร วางแผนปฏิบัติการช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์","<p><strong>นายสำเริง&nbsp;แสงภู่วงค์&nbsp;อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จากสัปดาห์ที่ผ่านมา&nbsp;กรมฝนหลวงและการบินเกษตรมีการปรับแผนการตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;&nbsp;ประจำเดือนเมษายน&nbsp;2565&nbsp;โดยตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงทั่วทุกภูมิภาค&nbsp;&nbsp;11&nbsp;หน่วยฯ&nbsp;&nbsp;เพื่อรองรับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงและความต้องการใช้น้ำของพื้นที่การเกษตรที่เริ่มมีการเพาะปลูก&nbsp;&nbsp;หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงทุกแห่ง&nbsp;ติดตามสภาพอากาศเป็นประจำทุกวันและวางแผนปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่ดังกล่าว&nbsp;</p><p><strong>ช่วงวันที่&nbsp;4-10&nbsp;เมษายนที่ผ่านมา</strong>&nbsp;หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;จังหวัดตาก&nbsp;มีการขึ้นบินปฏิบัติการช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร&nbsp;ดับไฟป่าและเติมน้ำให้พื้นที่ลุ่มรับน้ำ&nbsp;ทำให้มีฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลางบริเวณพื้นที่เกษตร&nbsp;พื้นที่ป่าไม้&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;มีฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลางบริเวณพื้นที่ลุ่มรับน้ำเขื่อนภูมิพล&nbsp;จังหวัดตาก&nbsp;และมีฝนตกเล็กน้อยบริเวณพื้นที่ประสบปัญหาหมอกควันและไฟป่า&nbsp;จังหวัดตาก&nbsp;</p><p><strong>ด้านหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;จังหวัดลพบุรี</strong>&nbsp;ขึ้นบินปฏิบัติการช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรและพื้นที่ป่าไม้&nbsp;ทำให้มีฝนตกเล็กน้อยบริเวณพื้นที่เกษตร&nbsp;จังหวัดอุทัยธานี&nbsp;&nbsp;พื้นที่ป่าไม้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง&nbsp;จังหวัดอุทัยธานี&nbsp;และหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;ขึ้นบินปฏิบัติการช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร&nbsp;ทำให้มีฝนตกเล็กน้อยบริเวณพื้นที่การเกษตรบางส่วนของ&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;</p><p><strong>ในช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์</strong>&nbsp;กรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;ยังคงปฏิบัติงานและมีการติดตามสภาพอากาศเป็นประจำทุกวัน&nbsp;เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนและพื้นที่การเกษตรที่ต้องการน้ำอย่างต่อเนื่อง&nbsp;สำหรับการติดตามสภาพอากาศในสัปดาห์นี้&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;11-17&nbsp;เมษายนนี้&nbsp;ควรระวังเกี่ยวกับสภาพอากาศในช่วงเทศกาลสงกรานต์&nbsp;ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงที่จะเกิดขึ้น&nbsp;สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย&nbsp;โดยจากลักษณะดังกล่าว&nbsp;กรมฝนหลวงและการบินเกษตรมีโอกาสวางแผนบินปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อเพิ่มปริมาณฝนในพื้นที่การเกษตร&nbsp;รวมทั้งการทำฝนในพื้นที่ลุ่มรับน้ำเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักของเขื่อนต่างๆ&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-12-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412100813796"],
    [227,"กรมชลประทาน ติดตามบริหารจัดการน้ำอย่างต่อเนื่อง หลังปริมาณฝนตกลดลงในทุกพื้นที่","<p><strong>นายทวีศักดิ์&nbsp;ธนเดโชพล&nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ&nbsp;มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ&nbsp;46,433&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;&nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&nbsp;61&nbsp;ของความจุอ่างฯรวมกัน&nbsp;มีภาพรวมสถานการณ์น้ำอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;&nbsp;และจากการคาดการณ์ของกรมอุทกศาสตร์&nbsp;กองทัพเรือ&nbsp;ในช่วงวันที่&nbsp;19-20&nbsp;&nbsp;เมษายนนี้&nbsp;จะเกิดสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูง&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;จึงได้ปรับเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์&nbsp;จากอัตรา&nbsp;45&nbsp;ลบ.ม.ต่อวินาที&nbsp;เป็นอัตรา&nbsp;60&nbsp;ลบ.ม.ต่อวินาที&nbsp;ตั้งเเต่วันที่&nbsp;10&nbsp;เมษายนที่ผ่านมา&nbsp;เวลา&nbsp;16.00&nbsp;น.&nbsp;ไปจนถึงวันที่&nbsp;18&nbsp;เมษายนนี้&nbsp;เวลา&nbsp;06.00&nbsp;น.หลังจากนั้นจะปรับลดการระบายน้ำให้เหลือ&nbsp;50&nbsp;ลบ.ม.ต่อวินาที&nbsp;พร้อมปรับปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนพระรามหกจากอัตรา&nbsp;20&nbsp;ลบ.ม.ต่อวินาที&nbsp;เป็นอัตรา&nbsp;30&nbsp;ลบ.ม.ต่อวินาที&nbsp;ในช่วงวันที่&nbsp;11&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ไปจนถึงวันที่&nbsp;17&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;หลังจากนั้นลดปริมาณน้ำไหลผ่านเหลือ&nbsp;20&nbsp;ลบ.ม.ต่อวินาที&nbsp;เพื่อควบคุมคุณภาพน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด&nbsp;</p><p><strong>จากกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า&nbsp;</strong>ปริมาณฝนจะลดลงในทุกพื้นที่ของประเทศ&nbsp;แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังและติดตามสภาพอากาศ&nbsp;จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด&nbsp;พร้อมบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์และพื้นที่&nbsp;รวมทั้งจัดระบบการเพาะปลูกข้าวนาปี&nbsp;ในพื้นที่ลุ่มต่ำเจ้าพระยาตอนล่างให้พร้อมส่งน้ำได้ตั้งแต่วันที่&nbsp;15&nbsp;เมษายนเป็นต้นไป&nbsp;และได้กำชับให้โครงการชลประทานในพื้นที่ตรวจสอบอาคารชลประทาน&nbsp;ให้พร้อมใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพ&nbsp;ส่วนวันหยุดยาวช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;&nbsp;ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดต่อไป</p><p><br></p><p><br></p>","2022-12-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412101213807"],
    [228,"จังหวัดลำปาง ขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรระดับจังหวัด มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน","<p><strong>นางสาวรตนพร&nbsp;กิติกาศ&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรระดับจังหวัด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมอาลัมภางค์&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดลำปาง&nbsp;เพื่อทราบสถานการณ์น้ำจังหวัดลำปาง,&nbsp;การแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&nbsp;ด้านการเกษตรจังหวัดลำปาง&nbsp;และผลการดำเนินงานการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันจังหวัดลำปาง&nbsp;ปี&nbsp;2565,&nbsp;โครงการ&nbsp;ยกระดับรายได้และความเป็นอยู่ของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวเหนียวด้วยเกษตรสมัยใหม่&nbsp;บนเส้นทางสายวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง&nbsp;(BCG&nbsp;Naga-Belt&nbsp;Road),&nbsp;โครงการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.)&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;และโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;และพิจารณาการสมัครเข้าร่วมโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;(เพิ่มเติม)</p><p><strong>ที่ประชุมมีมติเห็นชอบรับรองแปลงใหญ่</strong>&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;แปลง&nbsp;ได้แก่&nbsp;แปลงใหญ่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ตำบลบ้านค่า&nbsp;อำเภอเมืองลำปาง/แปลงใหญ่กระเทียม&nbsp;ตำบลหลวงใต้&nbsp;อำเภองาว/แปลงใหญ่ผัก&nbsp;ตำบลห้างฉัตร&nbsp;อำเภอห้างฉัตร/แปลงใหญ่สมุนไพร&nbsp;ตำบลวอแก้ว&nbsp;อำเภอห้างฉัตร&nbsp;และแปลงใหญ่ข้าวตำบลบ้านเอื้อม&nbsp;ตำบลบ้านเอื้อม&nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2022-12-04T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412101322811"],
    [229,"กอนช. ขอให้ประชาชนภาคเหนือและภาคใต้ระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่ พร้อมเฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูงในแม่น้ำเจ้าพระยา ช่วงวันที่ 19 - 20 เม.ย.","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนภาคเหนือและภาคใต้ระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่&nbsp;พร้อมเฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูงในแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;19&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;เมษายน</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(12&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน&nbsp;และมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้บางพื้นที่&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนน้อย&nbsp;โดยมีฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;ช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.กาญจนบุรี&nbsp;68&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;67&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และราชบุรี&nbsp;59&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั่วประเทศทุกขนาด&nbsp;25,409&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;44&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้ติดตามสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูง&nbsp;หลังกรมอุทกศาสตร์&nbsp;กองทัพเรือ&nbsp;คาดการณ์ช่วงวันที่&nbsp;19&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;เมษายนจะเกิดน้ำทะเลหนุนสูง&nbsp;ทำให้เฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูงและความเค็มรุกตัวบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;โดยให้กรมชลประทานปรับเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์&nbsp;จากอัตรา&nbsp;45&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&nbsp;เพิ่มเป็นอัตรา&nbsp;60&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;18&nbsp;เมษายน&nbsp;จากนั้นจะปรับลดการระบายน้ำให้เหลือ&nbsp;50&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&nbsp;พร้อมทั้ง&nbsp;ปรับปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนพระรามหกจากอัตรา&nbsp;20&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&nbsp;เพิ่มเป็นอัตรา&nbsp;30&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;17&nbsp;เมษายน&nbsp;จากนั้นลดปริมาณน้ำไหลผ่านเหลือ&nbsp;20&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&nbsp;เพื่อควบคุมคุณภาพน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด</p>","2022-12-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412092959774"],
    [230,"ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือสูงระดับสีส้ม 18 พื้นที่ สูงสุดบริเวณ ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน ส่วน กทม.และปริมณฑลค่าฝุ่นเกินระดับสีส้ม 23 พื้นที่","<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือสูงระดับสีส้ม&nbsp;18&nbsp;พื้นที่&nbsp;สูงสุดบริเวณ&nbsp;ต.ในเวียง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.น่าน&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลค่าฝุ่นเกินระดับสีส้ม&nbsp;23&nbsp;พื้นที่</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(12&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พบค่าฝุ่นสูงระดับสีส้ม&nbsp;18&nbsp;พื้นที่&nbsp;เช่น&nbsp;ต.ในเวียง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.น่าน&nbsp;,&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;,&nbsp;ต.ในเมือง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.พิษณุโลก&nbsp;,&nbsp;ต.ท่าหลวง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.พิจิตร&nbsp;,&nbsp;ต.ในเมือง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.เพชรบูรณ์&nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&nbsp;18&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;เมษายน&nbsp;หากจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือฝั่งตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พบเกินมาตรฐานระดับสีส้ม&nbsp;23&nbsp;พื้นที่&nbsp;เช่น&nbsp;ริมถนนเพชรเกษม&nbsp;เขตภาษีเจริญ&nbsp;,&nbsp;ริมถนนมาเจริญ&nbsp;เพชรเกษม&nbsp;81&nbsp;เขตหนองแขม&nbsp;,&nbsp;แขวงบางซื่อ&nbsp;เขตบางซื่อ&nbsp;,&nbsp;แขวงทุ่งวัดดอน&nbsp;เขตสาทร&nbsp;,&nbsp;ริมถนนลาดพร้าว&nbsp;ซอยลาดพร้าว&nbsp;95&nbsp;เขตวังทองหลาง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;13&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;เมษายน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;</p>","2022-12-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412094802784"],
    [231,"สนับสนุนการทำเกษตรชีวภาพ ลดปริมาณปุ๋ยเคมี ใช้ปุ๋ยอินทรีย์เพิ่มไม่กระทบต่อการเจริญเติบโต","<p><strong>นายณกรณ์&nbsp;ตรรกวิรพัท&nbsp;ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จากสถานการณ์ราคาปุ๋ยเคมีที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและการขาดแคลนเคมีที่นำมาเป็นส่วนผสม&nbsp;ทำให้ราคาแม่ปุ๋ยสูตรต่างๆ&nbsp;ปรับราคาสูงขึ้นจากเดิม&nbsp;เพื่อลดผลกระทบดังกล่าว&nbsp;ได้มีแนวทางการบริหารจัดการปุ๋ยในปีรอบต้นฤดูฝนปี&nbsp;2565&nbsp;ดำเนินการจัดหาปุ๋ยให้เกษตรกรผู้รับการปลููกแทนด้วยยางพันธุ์ดี&nbsp;ส่วนปัญหาปุ๋ยเคมีขาดแคลน&nbsp;แก้ไขโดยปรับลดอัตราการใส่ปุ๋ยเคมีลงครึ่งหนึ่งเพื่อให้สามารถจัดหาปุ๋ยได้ง่ายขึ้นและเพียงพอกับความต้องการ&nbsp;ร่วมกับใส่ปุ๋ยอินทรีย์ที่มีคุณภาพได้มาตรฐานตามหลักวิชาการในอัตรา&nbsp;2&nbsp;กิโลกรัม/ต้น/ปี&nbsp;จากเดิมที่ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ในอัตรา&nbsp;1&nbsp;กิโลกรัม/ต้น/ปี&nbsp;ซึ่งมีหลักฐานทางวิชาการยืนยันว่า&nbsp;จะไม่กระทบต่อการเจริญเติบโตของต้นยาง&nbsp;</p><p><strong>สำหรับปุ๋ยอินทรีย์ที่มีคุณภาพได้มาตรฐานที่จะต้องจัดหาเพิ่มขึ้นนั้น</strong>&nbsp;สามารถจัดหาได้ง่ายภายในประเทศ&nbsp;มีปริมาณเพียงพอกับความต้องการอย่างแน่นอน&nbsp;สอดคล้องกับการทำเกษตรชีวภาพ&nbsp;ตามนโยบาย&nbsp;BCG&nbsp;MODEL&nbsp;ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;การทำเกษตรกรรมปลอดภัย&nbsp;ลดการใช้สารเคมี&nbsp;ไร้สารพิษตกค้างและต้นทุนต่ำลงจากการลดการใช้สารเคมีในการทำเกษตรกรรม&nbsp;ตั้งแต่การบำรุงพืชด้วยปุ๋ยชีวภาพและวิธีการกำจัดศัตรูพืชด้วยสารชีวภาพ&nbsp;โดยจะเร่งประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้เกษตรกรที่รับการปลูกแทนด้วยยางพันธุ์ดีอย่างทั่วถึงในวิธีการใส่ปุ๋ยและอัตราการแนะนำใหม่&nbsp;ซึ่งจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;ลดผลกระทบจากวิกฤติการณ์ปุ๋ยเคมีที่มีราคาแพงและขาดแคลนได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-12-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412104953856"],
    [232,"สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ตรวจท้อง และตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ","<p><strong>สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย</strong>นำโดยนายทวีพงศ์&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายตรวจท้องโคเนื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ตัว&nbsp;และตรวจเยี่ยมให้คำแนะนำการเลี้ยง&nbsp;การให้อาหาร&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การจัดการและเฝ้าระวังป้องกันโรคฯ&nbsp;แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;รายเป็นนายวินัย&nbsp;สิทธิจันทร์&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;370&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลด่านซ้าย&nbsp;เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ตัว&nbsp;ที่บ้านด่านซ้าย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลด่านซ้าย&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p><strong>ก่อนหน้านั้น&nbsp;ตรวจเยี่ยม&nbsp;ให้คำแนะนำการเลี้ยง</strong>&nbsp;การให้อาหาร&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การจัดการและเฝ้าระวังป้องกันโรคฯ&nbsp;แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;รายเป็นนายศรรักษ์&nbsp;พรหมรักษา&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;64&nbsp;หมู่ที่&nbsp;10&nbsp;ตำบลด่านซ้าย&nbsp;เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ตัว&nbsp;บ้านนาสีเทียน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;10&nbsp;ตำบลด่านซ้าย&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-12-04T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412112844876"],
    [233,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง ส่วนจุดความร้อนจาก สปป.ลาว วันนี้สูงเกือบ 4,000 จุด","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจาก&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;วันนี้สูงเกือบ&nbsp;4,000&nbsp;จุด</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(11&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;258&nbsp;จุด&nbsp;ลดลงจากวันก่อนเล็กน้อย&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;83&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;80&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;44&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;28&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;22&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;1&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;ตาก&nbsp;33&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;21&nbsp;จุด&nbsp;และเชียงใหม่&nbsp;18&nbsp;จุด&nbsp;สอดคล้องกับการประเมินพื้นที่เสี่ยงสูงเกิดไฟป่าล่วงหน้า&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;11&nbsp;-&nbsp;17&nbsp;เมษายน&nbsp;โดยจุดความร้อนกระจายตัวเล็กน้อยทางพื้นที่ตอนบนของประเทศไทย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;11&nbsp;เมษายน&nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;13,365&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;12,663&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;8,076&nbsp;จุด&nbsp;ภาพรวมปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;วันนี้หลายพื้นที่มีปริมาณฝุ่นลดลง&nbsp;แต่บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือฝุ่นยังอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;(สีส้ม)&nbsp;ถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;(สีแดง)&nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดหนองคาย&nbsp;,&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;และนครพนม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดใน&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;ติดต่อกัน&nbsp;9&nbsp;วัน&nbsp;วันนี้มากถึง&nbsp;3,604&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นเมียนมา&nbsp;3,324&nbsp;จุด&nbsp;และเวียดนาม&nbsp;420&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในประเทศไทย&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย</p>","2022-12-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412125827912"],
    [234,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าในภาคเหนือพบมีพื้นที่ 3 จังหวัดเสี่ยงสูงเกิดไฟป่า ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าในภาคเหนือพบมีพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดเสี่ยงสูงเกิดไฟป่า&nbsp;ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียม&nbsp;MODIS&nbsp;แสดงให้เห็นพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือที่เป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าช่วง&nbsp;7&nbsp;วันนี้&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;11&nbsp;-&nbsp;17&nbsp;เมษายน&nbsp;พบมี&nbsp;3&nbsp;จังหวัดมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดไฟป่า&nbsp;คือ&nbsp;ตาก&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;และลำปาง&nbsp;โดยสัปดาห์นี้คาดการณ์พื้นที่เสี่ยงสูงยังคงลดลงต่อเนื่องอยู่ที่ประมาณ&nbsp;19&nbsp;ล้านไร่&nbsp;ส่วนพื้นที่เสี่ยงสูงเกิดไฟป่าอันดับหนึ่งยังคงเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;รองลงมาเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและที่ชุมชนและพื้นที่อื่นๆ&nbsp;สาเหตุอาจเกิดจากการเผาในกิจกรรมการเกษตร&nbsp;การเผาเพื่อหาของป่า&nbsp;หรือการเผาเพื่อล่าสัตว์&nbsp;จนทำให้เกิดการลุกลาม&nbsp;สำหรับข้อมูลดังกล่าวจะถูกส่งต่อให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำไปวางแผนจัดการเชื้อไฟ&nbsp;และจัดทำแนวกันไฟในพื้นที่เสี่ยง&nbsp;ซึ่งจะช่วยลดความรุนแรงและความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>","2022-12-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412125652911"],
    [235,"โคราช ขานรับนโยบาย รมว.เกษตร แจกจ่ายต้นกระท่อมพันธุ์แก่เกษตรกร หวังเป็นพืชสมุนไพรใช้ในครัวเรือนและเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือกในอนาคต","<p><strong>วันนี้&nbsp;(12&nbsp;เม.ย&nbsp;65)&nbsp;ที่ว่าการอำเภอเมืองยาง&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;นายไพรัตน์&nbsp;อินทร์ปัญญา&nbsp;นายอำเภอเมืองยาง&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา</strong>&nbsp;เป็นประธานแจกจ่ายต้นกระท่อมพันธุ์ดีแก่เกษตรกร&nbsp;เกษตรกรเป้าหมายที่รับกล้ากระท่อม&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;และเครือข่ายเกษตรกรโครงการส่งเสริมการเกษตรรูปแบบแปลงใหญ่&nbsp;อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&nbsp;สมาชิกศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน&nbsp;&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;สนับสนุนรายละ&nbsp;3&nbsp;ต้น&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;ราย&nbsp;โดยมีนายจารพัฒน์&nbsp;ไตรพัฒนจันทร์&nbsp;รักษาการเกษตรอำเภอเมืองยาง&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอฯ&nbsp;ร่วมในพิธีมอบกล้ากระท่อมให้เกษตรกร</p><p><strong>นายจารพัฒน์&nbsp;ไตรพัฒนจันทร์&nbsp;รักษาการเกษตรอำเภอเมืองยาง&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองยาง&nbsp;ได้สนองตอบต่อนโยบายของนายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ที่ต้องขยายกระท่อมพันธุ์ดีให้ไว้เป็นพืชสมุนไพรพื้นบ้านเพื่อใช้ในครัวเรือน&nbsp;และสามารถนำไปพัฒนาอาชีพเป็นพืชทางเลือกในอนาคต&nbsp;ก่อให้เกิดการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและชุมชน&nbsp;ตลอดจนเป็นการพัฒนานวัตกรรมการผลิตและขยายกระท่อมพันธุ์ดีสำหรับรองรับความต้องการในอนาคต&nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับแผนแม่บทแห่งชาติว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรไทย&nbsp;ฉบับที่&nbsp;1&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2560-2564&nbsp;ซึ่งการแจกจ่ายกล้ากระท่อมในวันนี้ได้รับการสนับสนุนจากศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ซึ่งได้ผลิตต้นกระท่อมพันธุ์ดี&nbsp;เพื่อสนับสนุนเกษตรกรพร้อมองค์ความรู้&nbsp;เกษตรกรที่ได้รับแจกจ่ายกล้าไม้สามารถปลูกไว้เป็นพืชสมุนไพรพื้นบ้านเพื่อใช้ในครัวเรือน&nbsp;สามารถนำไปพัฒนาอาชีพเป็นทางเลือกในอนาคต</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-12-04T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412151307986"],
    [236,"ครม. เห็นชอบให้ไทยเข้าร่วมปฏิญญากลาสโกว์ของผู้นำด้านป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน หวังหยุดยั้งการสูญเสียพื้นที่ป่าไม้ภายในปี 73","<p><strong>คณะรัฐมนตรี&nbsp;เห็นชอบให้ประเทศไทยเข้าร่วมปฏิญญากลาสโกว์ของผู้นำด้านป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน&nbsp;หวังหยุดยั้งการสูญเสียพื้นที่ป่าไม้ภายในปี&nbsp;2573&nbsp;พร้อมส่งเสริมการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างยั่งยืน</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;คณะรัฐมนตรี&nbsp;ได้มีมติเห็นชอบให้ประเทศไทยเข้าร่วมปฏิญญากลาสโกว์ของผู้นำด้านป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน&nbsp;เพื่อแสดงออกถึงความตั้งใจของประเทศไทยที่จะหยุดยั้งการสูญเสียป่าไม้และความเสื่อมโทรมของที่ดินภายในปี&nbsp;2573&nbsp;พร้อมสร้างความสมดุลระหว่างการปล่อยและการดูดกลับก๊าซเรือนกระจก&nbsp;และรักษาไว้ซึ่งการบริการของระบบนิเวศร่วมกับอีก&nbsp;143&nbsp;ประเทศ&nbsp;ในการเดินหน้าอนุรักษ์ป่าไม้และระบบนิเวศบนบก&nbsp;,&nbsp;การสนับสนุนนโยบายการค้าและการพัฒนาที่เชื่อมโยงกับการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน&nbsp;,&nbsp;การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับชุมชนท้องถิ่น&nbsp;,&nbsp;การดำเนินนโยบายการเกษตรยั่งยืนและความมั่นคงด้านอาหาร&nbsp;,&nbsp;การสนับสนุนด้านการเงินเพื่อการเกษตรและการจัดการป่าไม้ที่ยั่งยืน&nbsp;และการอำนวยความสะดวกให้เกิดเงินทุนหมุนเวียนให้สอดคล้องกับเป้าหมายการฟื้นฟูพื้นที่ป่าและที่ดินจากความเสื่อมโทรม&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;การเข้าร่วมปฏิญญาดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่จะให้ประเทศไทยพัฒนาด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของประเทศเพิ่มพื้นที่สีเขียวทุกประเภทให้ได้ร้อยละ&nbsp;55&nbsp;ตามยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2561&nbsp;-&nbsp;2580&nbsp;และเป็นไปตามนโยบายป่าไม้แห่งชาติ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;การเข้าร่วมปฏิญญากลาสโกว์ของผู้นำด้านป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดินนี้จะเป็นการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี&nbsp;2593&nbsp;และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี&nbsp;2608&nbsp;ตามที่&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้กล่าวถ้อยแถลงบนเวทีการประชุมสุดยอดผู้นำโลกช่วงการประชุม&nbsp;COP&nbsp;26&nbsp;เมื่อเดือนพฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;จากนี้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;(สผ.)&nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;จะเร่งแจ้งการเข้าร่วมปฏิญญากลาสโกว์ฯ&nbsp;ต่อประธานการประชุม&nbsp;COP&nbsp;26&nbsp;และสำนักเลขาธิการกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพื่อทราบต่อไป</p>","2022-12-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412132350921"],
    [237,"กลไกตลาด ทางรอดเกษตรกร ฝ่าวิกฤตร้อนแล้ง วัตถุดิบอาหารสัตว์พุ่ง","<p>เทศกาลสงกรานต์เวียนมาอีกครั้ง และเป็นประจำทุกปีที่ช่วงนี้ราคาสินค้าทุกชนิดจะปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะสินค้าเกษตรและปศุสัตว์ จาก 3 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ปริมาณผลผลิตที่น้อยลงจากผลกระทบของสภาพอากาศ ปริมาณการบริโภคที่สูงขึ้นในช่วงเทศกาล และต้นทุนการผลิตของเกษตรกรที่เพิ่มขึ้น</p><p><br></p><p>? ปริมาณผลผลิตที่น้อยลงจากผลกระทบของสภาพอากาศ&nbsp;</p><p>สภาพอากาศร้อนปรอทแตกในช่วงมีนาคม-เมษายน-พฤษภาคม ส่งผลต่อความเป็นอยู่ของสัตว์ ทำให้เกิดความเครียดสะสมจากความร้อนที่เกิดขึ้นในร่างกาย โดยเฉพาะหมูและไก่ ที่ไม่มีต่อมเหงื่อช่วยระบายความร้อนออกจากร่างกาย หากอากาศร้อนจัดสัตว์จะเริ่มแสดงอาการหอบ หายใจแรง เมื่ออุณหภูมิสูง 26-32 องศาฯ หมูจะลดการกินอาหารลง แต่กินน้ำมากขึ้น เพื่อช่วยลดความร้อนในร่างกาย การกินอาหารน้อยทำให้สารอาหารที่ได้ไม่เพียงพอกับแม่หมูอุ้มทอง ความร้อนในร่างกายอาจทำให้แม่หมูแท้ง ลูกตายในท้องมากขึ้น อัตราเข้าคลอดลดลง ส่วนในหมูขุนลูกหมูกินอาหารลดลงอัตราการเจริญเติบโตจึงต่ำ ใช้เวลาเลี้ยงนานขึ้น หรือเกษตรกรต้องขายหมูเล็ก รวมทั้งการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นได้มากกว่าปกติ จากความเครียดสะสมเมื่อต้องอยู่ในสภาพอากาศร้อนตัด เมื่อปริมาณผลผลิตลดลงย่อมทำให้ต้นทุรการเลี้ยงของเกษตรกรเพิ่มขึ้นตามไปด้วย</p><p><br></p><p>ส่วนในแม่ไก่ไข่สารอาหารที่ไม่เพียงพอกระทบกับการสร้างฟองไข่ ผลผลิตไข่ไก่จึงลดลง ขนาดฟองไข่เล็กลง ไข่ไก่คละหน้าฟาร์มเกษตรกร เป็นไข่คละกลางและคละเล็กเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งราคาขายจะต่ำกว่าราคาประกาศของสมาคมผู้ผลิตผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่ ส่วนไก่เนื้อเมื่อการกินได้ลดลง อัตราเติบโตต่ำลงๆ อัตราเสียหายในฟาร์มมากขึ้น</p><p><br></p><p>? ปริมาณการบริโภคที่สูงขึ้นในช่วงเทศกาล&nbsp;</p><p>เดือนเมษายนของทุกปี เป็นช่วงที่ประชาชนเดินทางท่องเที่ยวและกลับภูมิลำเนา ทั้งในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างโรงแรม ห้างสรรพสินค้า และร้านอาหาร คึกคักมากขึ้น และยังมีเทศกาลเช็งเม้ง ที่ความต้องการบริโภคเนื้อหมูเพิ่มขึ้น ขณะที่ปริมาณผลผลิตลดลงดังกล่าวข้างต้น ทำให้แนวโน้มราคาสินค้าสูงขึ้น ตามหลักอุปสงค์และอุปทาน</p><p><br></p><p>? ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น วัตถุดิบอาหารสัตว์ราคาพุ่ง</p><p>ต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ ที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงกลางปี 2563 จนถึงปัจจุบัน ประกอบกับแรงกดดันจากปัญหาการสู้รบระหว่างรัสเซียและยูเครน สองประเทศผู้ผลิตและส่งออกธัญพืชอาหารสัตว์รายใหญ่ของโลก ที่ทำให้ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ทั่วโลกปรับเพิ่มขึ้นเป็นประวัติการณ์ และยังกระทบกับต้นทุนด้านพลังงาน ส่งผลให้ค่าขนส่งสินค้าปรับตัวสูงขึ้นอีก ส่วนในภาคการเลี้ยงสัตว์กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤติภัยแล้ง ที่กระทบกับปริมาณน้ำกินน้ำใช้ในฟาร์มหลายพื้นที่ต้องซื้อน้ำมาใช้ ต้องเสียค่าใช้จ่ายการปรับปรุงคุณภาพน้ำให้เหมาะสม สะอาด ปลอดภัยกับสัตว์ รวมถึงต้นทุนค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นจากการต้องเปิดระบบการควบคุมและระบายอากาศในช่วงฤดูร้อนนี้</p><p><br></p><p>ปัจจัยทั้งหมด ส่งผลกับการผลิตสินค้าเกษตรปศุสัตว์โดยตรง เมื่อปริมาณผลผลิตลดลง สวนทางกับการบริโภคที่เพิ่มขึ้น ทำให้ราคาปรับขึ้น \"ตามกลไกตลาด\" ในช่วงเวลานี้ ซึ่งไม่ได้ทำให้เกษตรกรผู้ผลิตร่ำรวยขึ้นจากสถานการณ์นี้ และต้องไม่ลืมว่าที่ผ่านมานั้นเกษตรกรต้องแบกรับภาระขาดทุนและต้นทุนการผลิตสูงขึ้นมาตลอด&nbsp;</p><p><br></p><p>ภาคผู้ซื้อปลายทาง รวมทั้งภาครัฐต้องทำความเข้าใจกับธรรมชาติของสินค้าเกษตรว่า ราคามีขึ้นย่อมมีลงเป็นธรรมดา ดังนั้น \"การปล่อยให้กลไกตลาดทำงานอย่างเสรี\" เปิดทางให้อุปสงค์อุปทานได้ทำงาน ให้ความต้องการตลาดเป็นตัวชี้นำราคา และควรยกเลิกมาตรการควบคุมราคาสินค้าตลอดห่วงโซ่การผลิต ถือเป็นทางออกและทางรอดของเกษตรกร เพื่อให้พวกเขาได้ผลิตและจำหน่ายสินค้าในราคาที่สะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้น ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรได้ผลิตสินค้าตามกำลังของตนเองต่อไป และกลไกตลาดเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้พวกเขาสามารถวางแผนการผลิต รองรับการบริโภคของประชาชนคนไทย ถือเป็นแนวทางในการสร้างความมั่นคงทางอาหาร ด้วยฝีมือเกษตรกรไทย เพื่อคนไทยอย่างแท้จริง</p><p><br></p><p>ผู้เขียน : กัญจาฤก แว่นแก้ว นักวิชาการด้านปศุสัตว์</p><p><br></p>","2022-12-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412143639966"],
    [238,"เริ่มแล้ว! กระทรวงเกษตรแจกต้นกล้ากระท่อมพันธุ์ดี 2 แสนต้น รับได้ฟรีที่ศูนย์ขยายพันธุ์พืช 10 แห่งทั่วประเทศ","<p><a&nbsp;href=\"https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%AB%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZVFrkgwDZsok1cpso53KZPd7q0nVlAO5N4MbVz7mcVS2hrNx5HiwsVQGYw26og0MvkGOPLpEBL7l_uL8TlZY0ZAvUNQi25UEEa8ZjYlVx6zCRDjH0MtxJUcpLdmEI1YKFU56_vqPGpMRNV60A5tvoAs&amp;__tn__=*NK-R\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;var(--accent);&nbsp;background-color:&nbsp;transparent;\"><strong>#กระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong></a><strong>&nbsp;เปิดตัวโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและขยายกระท่อมพันธุ์ดี&nbsp;เพื่อเพาะพันธุ์&nbsp;</strong><a&nbsp;href=\"https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZVFrkgwDZsok1cpso53KZPd7q0nVlAO5N4MbVz7mcVS2hrNx5HiwsVQGYw26og0MvkGOPLpEBL7l_uL8TlZY0ZAvUNQi25UEEa8ZjYlVx6zCRDjH0MtxJUcpLdmEI1YKFU56_vqPGpMRNV60A5tvoAs&amp;__tn__=*NK-R\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;var(--accent);&nbsp;background-color:&nbsp;transparent;\"><strong>#กระท่อม</strong></a><strong>&nbsp;พันธุ์ดี&nbsp;</strong>ไว้ใช้เป็นสมุนไพรในครัวเรือนและนำไปพัฒนาอาชีพเป็นพืชทางเลือกในอนาคต&nbsp;ช่วยสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและชุมชน&nbsp;</p><p><strong>โครงการนี้เป็นการแจกต้นกล้ากระท่อมพันธุ์ดีรวมกว่า&nbsp;2.1&nbsp;แสนต้น&nbsp;</strong>ให้กับเกษตรกรและประชาชนที่สนใจ&nbsp;เช่น&nbsp;สมาชิกศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;รายต่อศูนย์&nbsp;รวม&nbsp;882&nbsp;ศูนย์ทั่วประเทศไทย&nbsp;สมาชิกวิสาหกิจชุมชน/Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer/&nbsp;Smart&nbsp;Farmer/อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&nbsp;หน่วยงานราชการที่มีภารกิจในการส่งเสริมอาชีพการเกษตร&nbsp;และประชาชนทั่วไป</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้สนใจสามารถติดต่อขอรับต้นกล้ากระท่อมพันธุ์ดีรายละ&nbsp;3&nbsp;ต้น</strong>&nbsp;ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปหรือจนกว่าของจะหมด&nbsp;รับที่จุดบริการพืชพันธุ์&nbsp;Doae&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืช&nbsp;10&nbsp;แห่งทั่วประเทศ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;1&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;2&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;4&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;6&nbsp;จังหวัดพิษณุโลก&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;7&nbsp;จังหวัดมหาสารคาม&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;8&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;9&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;และศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;10&nbsp;จังหวัดอุดรธานี</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-12-04T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412160240028"],
    [239,"กรมปศุสัตว์ เร่งให่การช่วยเหลือควายน้ำทะเลน้อยและเกษตรกรผู้ได้รับความเดือดร้อนในพื้นที่พัทลุง","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายสรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;กล่าวว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ตามที่ได้รับข่าวแจ้งว่ามีควายน้ำทะเลน้อยลอยน้ำตายเป็นจำนวนมากกลางทะเลสาบ&nbsp;ต.ทะเลน้อย&nbsp;อ.ควนขนุน&nbsp;จ.พัทลุง&nbsp;หลังขาดอาหารนาน&nbsp;จากน้ำท่วมขัง&nbsp;จึงได้สั่งการด่วนให้ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาอาหารสัตว์พร้อมด้วย&nbsp;ทีมปศุสัตว์จังหวัดพัทลุง&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและเร่งให้การช่วยเหลือควายทะเลน้อยและเกษตรกรผู้ได้รับความเดือดร้อนที่เป็นข่าวตามสื่อโดยเร็ว&nbsp;นั้น</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">จากการเข้าตรวจสอบในพื้นที่ป่าชื้นเขตอนุรักษ์ห้ามล่าทะเลน้อย&nbsp;280,000&nbsp;ไร่</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;มีควาย&nbsp;4,000&nbsp;ตัว&nbsp;เกษตรกรจำนวน&nbsp;300&nbsp;ราย&nbsp;มีการเลี้ยงควายแบบปล่อยหาอาหารกินเองตามธรรมชาติ&nbsp;อยู่กันเป็นกลุ่มเป็นฝูง&nbsp;นอนในที่สูงกว่าระดับน้ำทั่วไป&nbsp;บางฝูงเจ้าของมากั้นคอกให้นอนพัก&nbsp;มีการผสมแบบเลือดชิด&nbsp;ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่น้ำท่วม&nbsp;แหล่งพืชอาหารสัตว์ที่ควายหากินทุกปีในเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน&nbsp;หลังน้ำลดควายก็หากินตามพื้นที่ชุมน้ำเป็นปกติ&nbsp;แต่ในปี&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;เนื่องจากเหตุกระทบน้ำท่วมขังนานตั้งแต่ตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นมาจนถึงตอนนี้&nbsp;ระยะเวลาร่วม&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;จึงกระทบต่อพืชอาหารสัตว์ที่หากินได้ตามปกติ&nbsp;ทำให้แม่ควายลูกอ่อนได้กินอาหารน้อยลง&nbsp;ร่างกายผอมจึงให้นมน้อยและบางตัวก็ทิ้งลูกทำให้ลูกอ่อนแอและตาย&nbsp;สะสมมา&nbsp;จากการสอบถามเกษตรกรผู้เลี้ยงควาย&nbsp;3&nbsp;ฝูงในพื้นที่พัทลุง&nbsp;ในช่วง&nbsp;6&nbsp;เดือนที่ผ่านมา&nbsp;ลูกควายอ่อนแอและตายสะสม&nbsp;89&nbsp;ตัว&nbsp;และพบแม่ควายแก่ที่มีอายุมากตายไป&nbsp;2&nbsp;ตัว&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">จากการสอบสวนเกษตรกรในพื้นที่ตำบลทะเลน้อยที่ประสบปัญหา&nbsp;1&nbsp;ราย</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;เบื้องต้นพบสาเหตุการตายไม่ได้เกิดจากโรคระบาด&nbsp;สำหรับข้อเท็จจริงความสูญเสียในพื้นที่โดยรวมจะต้องตรวจสอบและรวบรวมจากเกษตรกรทุกรายในพื้นที่ต่อไป&nbsp;กรมปศุสัตว์มีความห่วงใยพี่น้องเกษตรกรทุกราย&nbsp;ได้ทำการช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว&nbsp;โดยมอบหญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน&nbsp;600&nbsp;ฟ่อน&nbsp;มอบยาบำรุงยาถ่ายพยาธิแร่ธาตุเวชภัณฑ์&nbsp;และน้ำยาฆ่าเชื้อโรคในเบื้องต้น&nbsp;100&nbsp;ชุด&nbsp;และประสานหัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อยเพื่อขออนุญาตสร้างสถานที่พักสัตว์&nbsp;คลังเก็บเสบียงสัตว์ให้กับควายลูกอ่อนได้มีที่พัก</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-12-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412211601234"],
    [240,"กรุงเทพมหานครเร่งแก้ไขสิ่งก่อสร้างรุกล้ำลำน้ำพร้อมเตรียมการป้องกันน้ำท่วมย้ำไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน","<p><strong>นายขจิต&nbsp;ชัชวานิชย์&nbsp;ปลัดกรุงเทพมหานคร</strong>&nbsp;ประชุมติดตามผลการดำเนินการบริหารจัดการสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำแนวคลองและการเตรียมความพร้อมการป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;โดยที่ประชุมได้แจ้งคำสั่งนายกรัฐมนตรี&nbsp;ที่&nbsp;222/2563&nbsp;ลงวันที่&nbsp;23&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2563&nbsp;เรื่อง&nbsp;แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการสิ่งก่อสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ&nbsp;โดยมี&nbsp;พล.อ.ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน&nbsp;และปลัดกรุงเทพมหานคร&nbsp;เป็นกรรมการและเลขานุการร่วม&nbsp;โดยมีหน้าที่ในการกำหนดนโยบาย&nbsp;มาตรการ&nbsp;กำกับติดตามผลการดำเนินงานของส่วนราชการต่างๆ&nbsp;ในการบริหารจัดการสิ่งก่อสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะให้บรรลุเป้าหมาย&nbsp;เตรียมความพร้อมป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร&nbsp;รวมถึงประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนน้ำท่วมผ่านทางเว็บไซต์และสื่อสังคมออนไลน์&nbsp;</p><p>โดยจะทำรายงานผลการดำเนินงานการบริหารจัดการสิ่งก่อสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ&nbsp;แจ้งประธานคณะกรรมการฯทราบอย่างต่อเนื่อง&nbsp;และมอบหมายสำนักงานเขต&nbsp;50&nbsp;เขต&nbsp;เร่งสำรวจการรุกล้ำลำน้ำสาธารณะให้แล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;พร้อมทั้งตรวจสอบปัญหาการอุดตันของท่อระบายน้ำในพื้นที่&nbsp;ทิศทางการไหลของน้ำ&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้อง&nbsp;</p><p><strong>&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังศึกษาระเบียบกระทรวงมหาดไทย&nbsp;</strong>ว่าด้วยวิธีการเกี่ยวกับการขุดลอกแหล่งน้ำสาธารณะประโยชน์ที่ตื้นเขิน&nbsp;พ.ศ.2547&nbsp;เพื่อพิจารณาแนวทางขุดลอกแหล่งน้ำสาธารณประโยชน์ที่ตื้นเขินโดยหน่วยงานภาคเอกชน</p><p><br></p><p><br></p>","2022-12-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412211131230"],
    [241,"สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง จัดประชุมหารือแนวทางการพัฒนาคุณภาพแตงโมเกาะสุกร","<p><strong>นายวสันต์&nbsp;สุขสุวรรณ&nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;เป็นประธานในการประชุม</strong>หารือแนวทางการพัฒนาคุณภาพแตงโมเกาะสุกร&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้แก่&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรตรัง&nbsp;สถานีพัฒนาที่ดินตรัง&nbsp;มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&nbsp;วิทยาเขตตรัง&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะสุกร&nbsp;คุณดำรงค์&nbsp;สินไชย&nbsp;และตัวแทนเกษตรกรผู้ปลูกแตงโมตำบลเกาะสุกร&nbsp;เข้าร่วม</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;สาระสำคัญของประชุมเพื่อให้เกษตรกรผู้ผลิตแตงโม</strong>ในพื้นที่สะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ให้หน่วยงานต่างๆ&nbsp;รับทราบ&nbsp;เพื่อวางแผนแก้ไขปัญหาตลอดห่วงโซ่อุปทาน&nbsp;&nbsp;ประเด็นหารือประกอบ&nbsp;การบริการจัดการกลุ่ม&nbsp;การแก้ไขปัญหาผลผลิตด้อยคุณภาพ&nbsp;การรับรองมาตรฐาน&nbsp;การบริจัดการตลาด&nbsp;และการขึ้นทะเบียนเกษตรกร&nbsp;สรุปผลการประชุมหารือ&nbsp;&nbsp;แนวทางการพัฒนาขับเคลื่อนได้รับความเห็นจากหน่วยงานที่เข้าร่วมประชุมและเกษตรกรที่เข้าร่วมเห็นด้วยกับแนวทางที่นำเสนอในที่ประชุมโดยการทำงานด้วยแบบบูรการด้วยกันทุกภาคส่วน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานจังหวัดตรังจะนำข้อสรุปดังกล่าวไปนำเสนอในเวทีชุมชนในเดือนพฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อวางแผนการผลิตในฤดูกาลถัดไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-12-04T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412171441110"],
    [242,"เกษตรอำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนและติดตามการห่อผลทุเรียน เพื่อควบคุมหนอนเจาะผลทุเรียนของ Young Smart Farmer ตำบลโพรงจระเข้","<p><strong>วันนี้(&nbsp;12&nbsp;เมษายน&nbsp;2565)&nbsp;นายนนท์นภนต์&nbsp;นาพอ</strong>&nbsp;เกษตรอำเภอย่านตาขาว&nbsp;มอบหมายให้นางแพรวพรรณ&nbsp;ทองพิทักษ์&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนและติดตามการห่อผลทุเรียน&nbsp;เพื่อควบคุมหนอนเจาะผลทุเรียนของ&nbsp;นายสุรเชษฐ&nbsp;เส็นฤทธิ์&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลโพรงจระเข้&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;นายสุรเชษฐ&nbsp;เส็นฤทธิ์&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;เริ่มห่อผลทุเรียนด้วยถุงพลาสติก&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่ผลทุเรียนอายุประมาณ&nbsp;20&nbsp;วันหลังดอกบาน&nbsp;หรือระยะติดผลเล็ก&nbsp;</strong>(ผลทุเรียนขนาดไข่กระทา)&nbsp;โดยใช้ถุงพลาสติกขนาด&nbsp;6x14&nbsp;นิ้ว&nbsp;และในช่วงประมาณ&nbsp;30-40&nbsp;วันหลังดอกบาน&nbsp;หรือระยะติดผลกลาง&nbsp;(ผลทุเรียนขนาดกระป๋องนม)&nbsp;จะทำการคัดเลือกผลทุเรียนที่สมบูรณ์&nbsp;พร้อมทั้งห่อผลทุเรียนด้วยถุงพลาสติกขนาด&nbsp;16x26&nbsp;นิ้ว&nbsp;ซึ่งสามารถควบคุมหนอนเจาะผลได้ถึง&nbsp;95&nbsp;เปอร์เซนต์&nbsp;และเป็นวิธีการที่สามารถควบคุมหนอนเจาะผลทุเรียนได้ในขั้นตอนเดียว&nbsp;ผลผลิตปลอดสารเคมี&nbsp;100&nbsp;เปอร์เซนต์&nbsp;และผลผลิตจากสวนจำหน่ายให้แก่เพื่อนบ้านบริเวณใกล้เคียง&nbsp;และต่างจังหวัด&nbsp;ในราคากิโลกรัมละ&nbsp;150&nbsp;บาท&nbsp;สามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรเฉลี่ยปีละประมาณ&nbsp;18,000&nbsp;บาท/ต้น&nbsp;(สนใจสามารถติดต่อสั่งจองทุเรียนหมอนทองไร้สารเคมีได้ที่&nbsp;คุณสุรเชษฐ&nbsp;เส็นฤทธิ์&nbsp;โทร&nbsp;086-0455116)</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-12-04T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412171606112"],
    [243,"อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง จัดประชุมคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ (ก.ช.ภ.อ.) (โรคระบาดในสัตว์ โรคลัมปี สกิน ในโค-กระบือ)","<p><strong>วันนี้(&nbsp;12&nbsp;เมษายน&nbsp;2565)&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอห้วยยอด</strong>&nbsp;โดยนางสุชิราอินทอง&nbsp;เกษตรอำเภอห้วยยอด&nbsp;มอบหมายให้นางสาวกรกช&nbsp;เรืองศรี&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ&nbsp;(ก.ช.ภ.อ.)&nbsp;(โรคระบาดในสัตว์&nbsp;โรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ในโค-กระบือ)&nbsp;อำเภอห้วยยอด&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมอำเภอห้วยยอด&nbsp;ชั้น&nbsp;2</p><p><strong>ตามที่ได้เกิดโรคระบาดในสัตว์&nbsp;ในพื้นที่ตำบลเขากอบ,</strong>&nbsp;ลำภูรา,&nbsp;นาวง,&nbsp;ท่างิ้ว&nbsp;และทุ่งต่อ&nbsp;ซึ่งเป็นภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของประชาชน&nbsp;มีจำนวนสัตว์ที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;8&nbsp;ตัว&nbsp;ของเกษตรกรจำนวน&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;วงเงินช่วยเหลือรวม&nbsp;161,000&nbsp;บาท&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;คณะกรรมการให้ความเห็นชอบให้มีการช่วยเหลือผู้ประสบภัย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-12-04T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412171714113"],
    [244,"เกษตรอำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง นำสื่อมวลชนเยี่ยมชมการเลื้ยงหอยเชอรี่สีทอง ของนายภักดี คงวัน สมาชิกวิสาหกิจชุมชนนาโปหนับ","<p><strong>วันนี้&nbsp;(&nbsp;12&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;)&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน</strong>&nbsp;โดยนายสุภัทธ&nbsp;คงด้วง&nbsp;เกษตรอำเภอปะเหลียน&nbsp;มอบหมายให้นางสาวปราณี&nbsp;แข็งแรง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;และนางบุหลัน&nbsp;ทักษิณาวาณิชย์&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;นำสื่อมวลชนเยี่ยมชมการเลี้ยงหอยเชอรี่สีทอง&nbsp;ของนายภักดี&nbsp;คงวัน&nbsp;สมาชิกวิสาหกิจชุมชนนาโปหนับ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลแหลมสอม&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>สำหรับวิสาหกิจชุมชนนาโปหนับ&nbsp;ประกอบด้วยสมาชิก&nbsp;23&nbsp;คน</strong>&nbsp;มีการดำเนินกิจกรรมทั้งด้านพืช&nbsp;ประมง&nbsp;ปศุสัตว์&nbsp;ได้แก่&nbsp;การทำนา&nbsp;การปลูกพืชผักตามฤดูกาล&nbsp;เลี้ยงโค&nbsp;เลี้ยงแพะ&nbsp;และการเลี้ยงหอยเชอรี่สีทอง&nbsp;ซึ่งสมาชิกจะแบ่งกันทำกิจกรรมตามความถนัด&nbsp;และความเหมาะสมของตัวสมาชิกเอง&nbsp;แล้วมีการวางแผนการผลิต&nbsp;ตามความต้องการของตลาด&nbsp;และมีการเปิดตลาดนัดชุมชนอาทิตย์ละครั้ง&nbsp;เพื่อจำหน่ายผลผลิต&nbsp;ในส่วนของกิจกรรมการเลี้ยงหอยเชอรี่สีทอง&nbsp;นายภักดี&nbsp;คงวัน&nbsp;แบ่งพื้นที่ประมาณ&nbsp;200&nbsp;ตารางเมตร&nbsp;บริเวณสวนปาล์มน้ำมัน&nbsp;ทำโรงเรือนกางสแลนสีเขียว&nbsp;ภายในโรงเรือนแบ่งเป็นบ่อพลาสติกย่อยๆ&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;บ่อ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;บ่อสำหรับให้พ่อพันธุ์แม่พันธุ์วางไข่&nbsp;บ่ออนุบาล&nbsp;และบ่อขุน&nbsp;โดยให้กินพืชที่หาได้ในท้องถิ่น&nbsp;เช่น&nbsp;ผักบุ้ง&nbsp;ตำลึง&nbsp;ใบหม่อน&nbsp;ชะพลู&nbsp;มันเทศ&nbsp;เป็นอาหาร&nbsp;โดยเริ่มจำหน่ายได้เมื่ออายุ&nbsp;2&nbsp;เดือนครึ่งเป็นต้นไป&nbsp;เน้นจำหน่าย&nbsp;เป็นพ่อพันธุ์&nbsp;แม่พันธุ์&nbsp;ราคาคู่ละ&nbsp;20-300&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;สามารถนำมาทำเป็นอาหารได้หลายเมนู&nbsp;</strong>ไม่ว่าจะเป็นลวกจิ้ม&nbsp;แกงกะทิ&nbsp;ผัดเผ็ด&nbsp;&nbsp;โดยรอบนี้&nbsp;นายภักดีเริ่มเลี้ยงหอยเชอรี่สีทองตั้งแต่กลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา&nbsp;จนถึงปัจจุบันมีรายได้จากการเลี้ยงหอยเชอรี่สีทองประมาณ&nbsp;8,000&nbsp;-&nbsp;9,000&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่&nbsp;นายภักดี&nbsp;คงวัน&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;095-3151907&nbsp;&nbsp;นายอุดม&nbsp;อุ่นนวล&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;093-7521367</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-12-04T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412171813114"],
    [245,"ผู้เลี้ยงหมูชี้อากาศแปรปรวน ทำเกษตรกรมีต้นทุนเพิ่ม ขอความเข้าใจราคาสุกรขายได้ต่ำกว่าทุน","<p>นายสิทธิพันธ์ ธนาเกียรติภิญโญ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยว่า ศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร คาดการณ์สถานการณ์ภัยแล้งปี 2565 อาจมีแนวโน้มขาดแคลนน้ำ&nbsp;โดยประเทศไทยเริ่มเข้าสู่ช่วงหน้าแล้งตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นมา อุณหภูมิเริ่มสูงขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม และอาจแล้งต่อเนื่องยาวนานไปจนถึงกลางเดือนพฤษภาคม 2565 จะทำให้ปริมาณน้ำทั้งในแหล่งน้ำธรรมชาติและแหล่งน้ำชลประทานแห้งลง&nbsp;&nbsp;ซึ่งผู้เลี้ยงประสบปัญหาภัยแล้งกันมาตลอด จากบทเรียนทุกปีที่ผ่านมา ทางเกษตรกรจึงกักเก็บน้ำไว้ใช้สำหรับฤดูแล้ง</p><p><br></p><p><em>ปีนี้อากาศค่อนข้างแปรปรวน ตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา&nbsp;เดี๋ยวหนาว เดี๋ยวร้อน หมูปรับตัวไม่ได้ เกิดความเครียดสะสม ทำให้มีอัตราเสียหายมากขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนการเลี้ยงสูงขึ้น ขณะเดียวกันจากประสิทธิภาพในการทำให้โรงเรือนมีความเย็นในระดับคงที่ตามที่กำหนดไว้&nbsp;บางฟาร์มใช้การปั่นมอเตอร์พัดลม โดยใช้น้ำมันต้องเสียค่าใช้จ่ายด้านพลังงานเพิ่ม เพื่อให้ความเย็นในโรงเรือนอยู่ในระดับที่กำหนดไว้ จำเป็นต้องใช้น้ำมากขึ้นใช้ไฟฟ้าเดินระบบมากขึ้นช่วงฤดูร้อนจึงเป็นช่วงที่ผู้เลี้ยงต้องดูแลหมูมากกว่าปกติ ทั้งหมดนี้ล้วนทำให้ต้นทุนการเลี้ยงเพิ่มขึ้น โดยคณะอนุกรรมการต้นทุนการผลิตสุกร ได้ประเมินต้นทุนการผลิตสุกรขุนไตรมาส 2/2565 ที่กิโลกรัมละ&nbsp;98.81 บาท เป็นต้นทุนที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์</em> นายสิทธิพันธ์ กล่าว</p><p><br></p><p>นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า ปัจจุบันราคาสุกรหน้าฟาร์มมีราคากิโลกรัมละ 92-98 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำกว่าต้นทุนแล้ว&nbsp;สำหรับความเสียหายของสุกรที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปลายปี 2564 ที่ผ่านมา และยังมีอัตราเสียหายจากการเลี้ยง ที่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศแปรปรวนดังกล่าว ทำให้ปัจจุบันมีปริมาณสุกรขุนที่ออกสู่ตลาดขณะนี้มีจำนวนลดน้อยลง และมีน้ำหนักต่อตัวต่ำกว่า 100 กิโลกรัม ส่งผลต่อรายได้ของเกษตรกรที่ต่ำลงตามไปด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p>นายสิทธิพันธ์ฯ กล่าวด้วยว่า หากประสบปัญหาแล้ง ผู้เลี้ยงจะมีค่าน้ำเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งปกติจะมีการใช้น้ำอยู่ที่ 30-40 ลิตรต่อตัวต่อวัน โดยจะทำให้มีค่าน้ำเพิ่มเป็น 300-600 บาทต่อสุกรขุน 1 ตัว หรือ 3-6 บาทต่อสุกร 1 กิโลกรัม จากเฉลี่ยแล้วราคาน้ำต่อเที่ยวจะอยู่ที่ประมาณ 3,000 บาทต่อน้ำ 1 หมื่นลิตร สำหรับฟาร์มขนาดเล็กต้องใช้น้ำราว 2 เที่ยวต่อวัน ต้นทุนในส่วนนี้จะเพิ่มขึ้นถึง 6,000 บาทต่อวัน หากเป็นฟาร์มใหญ่ขาดแคลนนํ้ามาก ต้นทุนจะสูงขึ้นมากขึ้นไปอีก กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบกับต้นทุนการเลี้ยงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้</p>","2022-12-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412175844142"],
    [246,"กรมอุทยานฯ ตั้งศูนย์ช่วยเหลือจุดบริการนักท่องเที่ยวทั่วประเทศช่วงสงกรานต์ พร้อมเปิดให้เข้าท่องเที่ยวฟรีอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ในวันครอบครัว 14 เม.ย.","<p><strong>กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&nbsp;ตั้งศูนย์ช่วยเหลือจุดบริการนักท่องเที่ยวทั่วประเทศช่วงเทศกาลสงกรานต์&nbsp;พร้อมเปิดให้เข้าท่องเที่ยวฟรีอุทยานแห่งชาติ&nbsp;เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า&nbsp;และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า&nbsp;ในวันครอบครัว&nbsp;14&nbsp;เมษายน</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายรัชฎา&nbsp;สุริยกุล&nbsp;ณ&nbsp;อยุธยา&nbsp;อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&nbsp;ได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการและช่วยเหลือนักท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์ทั่วประเทศ&nbsp;295&nbsp;แห่ง&nbsp;อยู่ในอุทยานแห่งชาติ&nbsp;เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า&nbsp;เขตห้ามล่าสัตว์ป่า&nbsp;และหน่วยงานต่างๆในสังกัด&nbsp;พร้อมตั้งจุดบริการบนถนนสายหลักและสายรอง&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;13&nbsp;-&nbsp;17&nbsp;เมษายน&nbsp;เพื่อเป็นจุดบริการน้ำดื่ม&nbsp;และช่วยเหลือดูแลความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวหากมีเหตุฉุกเฉินต่างๆ&nbsp;โดยได้จัดเจ้าหน้าที่พร้อมยานพาหนะ&nbsp;อุปกรณ์การกู้ชีพ&nbsp;กู้ภัย&nbsp;และอุปกรณ์การสื่อสาร&nbsp;อำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และผ่านสายด่วนพิทักษ์ป่า&nbsp;1362&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ยังได้ออกประกาศยกเว้นค่าบริการในการเข้าอุทยานแห่งชาติ&nbsp;เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า&nbsp;และเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทั่วประเทศให้กับบุคคลชาวไทยและยานพาหนะในวันที่&nbsp;14&nbsp;เมษายน&nbsp;ตรงกับวันครอบครัวและเป็นวันหยุดช่วงเทศกาลสงกรานต์&nbsp;เพื่อให้เกิดกิจกรรมการท่องเที่ยว&nbsp;สานสัมพันธ์ในครอบครัว&nbsp;ปลูกจิตสำนึกให้เยาวชนได้ศึกษาธรรมชาติและเห็นความสำคัญการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยวและศึกษาธรรมชาติ&nbsp;ปัจจุบันมีอุทยานแห่งชาติได้การรับรองมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;แล้ว&nbsp;151&nbsp;แห่ง&nbsp;และมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;Plus&nbsp;แล้ว&nbsp;109&nbsp;แห่ง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ยังได้กำชับเจ้าหน้าที่ทุกแห่งเตรียมความพร้อมการรองรับการท่องเที่ยวของอุทยานแห่งชาติช่วงสงกรานต์&nbsp;ด้วยการดูแลนักท่องเที่ยวให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อบังคับ&nbsp;ภายใต้มาตรการควบคุมโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;</p>","2022-12-04T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220412180513148"],
    [247,"เจ้าหน้าที่ ตชด. อส. ป่าไม้ จับชายบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติป่าเบตง ปลูกผลไม้ ปลูกยางพารา 2 จุด พร้อมอาวุธปืน 1 กระบอก อ้างมีไว้ยิงกระรอกที่จะมากินผลไม้","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(13&nbsp;เม.ย.&nbsp;65)&nbsp;ร.ต.อ.มาตุภูมิ&nbsp;ธรรมเนียม&nbsp;หัวหน้าชุดปฏิบัติการการข่าว&nbsp;ร้อย&nbsp;ฉก.ตชด.445</strong>&nbsp;สืบทราบว่ามีชาวบ้านบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเบตง&nbsp;หลายแปลง&nbsp;จึงประสาน&nbsp;พ.ต.ท.อรรถพล&nbsp;จินตาคม&nbsp;ผบ.ร้อย&nbsp;ตชด.445&nbsp;,&nbsp;นายพิชัย&nbsp;แก้วจำรัส&nbsp;ปลัดอำเภอเบตง&nbsp;นำกำลังเจ้าหน้าที่&nbsp;ตชด.445&nbsp;,&nbsp;ชุดเฝ้าตรวจชายแดน4405&nbsp;,&nbsp;ฉก.ตชด.445&nbsp;,&nbsp;อส.อำเภอเบตง&nbsp;ออกลาดตระเวนตรวจปราบปรามการกระทำผิด&nbsp;โดยขี่รถจักรยานยนต์ไปตามเส้นทางบ้านบ่อน้ำร้อน-บ้านเหมือง&nbsp;จนไปถึงบริเวณบ้านบาเร็ตตู้&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลตาเนาะแมเราะ&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้เดินเท้าตามเส้นทางสวนยางพาราสวนผลไม้&nbsp;ขึ้นเขาสูงชันประมาณ&nbsp;2&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ก็พบพื้นที่ป่าถูกบุกรุก&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;แปลง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>แปลงแรก&nbsp;พบนายฉัตรชัย&nbsp;ชุมปลา&nbsp;อายุ&nbsp;47&nbsp;ปี</strong>&nbsp;อยู่บ้านเลขที่&nbsp;112/3&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลตาเนาะแมเราะ&nbsp;กำลังพรวนดินรอบๆต้นทุเรียน&nbsp;ตรวจสอบมีการแผ่วถางปลูกผลไม้&nbsp;ทั้งทุเรียน&nbsp;มังคุด&nbsp;สภาพป่าที่ถูกบุกรุกทำลาย&nbsp;มีการโค่นต้นไม้&nbsp;กานต้นไม้&nbsp;เพื่อจะให้ต้นไม้ยืนต้นตาย&nbsp;พบของกลาง&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;รายการ&nbsp;1.&nbsp;มีดและเลื่อย&nbsp;เจ้าหน้าที่ตรวจที่เพิงพักก็ยังพบอาวุธปืนยาว&nbsp;ขนาด&nbsp;.22&nbsp;รุ่น&nbsp;CZ452-2EZKM&nbsp;และ&nbsp;2.เครื่องกระสุน&nbsp;ขนาด.22&nbsp;แอลอาร์&nbsp;จำนวน&nbsp;31&nbsp;นัด&nbsp;เจ้าหน้าที่จึงประสานเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่&nbsp;ยล.4&nbsp;(บ่อน้ำร้อน-จันทรัตน์)&nbsp;เข้ามาตรวจวัดพื้นที่ป่า&nbsp;พบว่า&nbsp;พื้นที่ป่าถูกบุกรุกแผ้วถาง&nbsp;เนื้อที่จำนวน&nbsp;2-3-47&nbsp;ไร่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>จุดที่&nbsp;2&nbsp;อยู่ห่างจากจุดแรกประมาณ&nbsp;500&nbsp;เมตร</strong>&nbsp;พบมีการโค่นปลูกยางใหม่&nbsp;พื้นที่ถูกบุกรุกแผ้วถาง&nbsp;เนื้อที่จำนวน&nbsp;1-3-40&nbsp;ไร่&nbsp;แปลงนี้ยังมีต้นกระถินณรงค์ต้นใหญ่หลงเหลืออยู่&nbsp;ซึ่งหน่วยงานรัฐได้ร่วมกันปลูกนานมาแล้ว&nbsp;หลังจากที่พื้นที่ป่าบริเวณนี้เคยถูกบุกรุก&nbsp;และทางเจ้าหน้าที่เคยทำการตรวจยึดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว&nbsp;และได้ปลูกต้นกระถินณรงค์ไว้เพื่อฟื้นฟูสภาพป่า&nbsp;แต่ก็มาถูกบุกรุกซ้ำ&nbsp;สอบถามนายฉัตรชัย&nbsp;ก็ทราบว่าเป็นที่ของตนเช่นกัน&nbsp;เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงมอบหมายให้&nbsp;เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่&nbsp;ยล.4&nbsp;เป็นผู้ร้องทุกข์&nbsp;ต่อพนักงานสอบสวน&nbsp;สภ.เบตง&nbsp;ต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;ในขณะที่เจ้าหน้าที่อีกชุดซึ่งแยกไปอีกเส้นทาง</strong>&nbsp;ก็พบพื้นที่ป่าถูกบุกรุกเป็นหย่อม&nbsp;ๆ&nbsp;ยิ่งเมื่อเจ้าหน้าที่เดินขึ้นไปบนภูเขาสูง&nbsp;ก็ยิ่งมองเห็นพื้นที่ป่าถูกบุกรุกได้อย่างชัดเจน&nbsp;บางแห่งพื้นที่ป่าถูกบุกรุกเกือบถึงเขตแดนประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;ซึ่งในพื้นที่อำเภอเบตง&nbsp;ชาวบ้านที่บุกรุกป่า&nbsp;ส่วนใหญ่จะค่อย&nbsp;ๆ&nbsp;โค่นป่าที่ติดกับสวนของตนไปทีละเล็กทีละน้อย&nbsp;โดยใช้วิธีกานต้นไม้&nbsp;รอบโค่นแล้วทายาเพื่อให้ต้นไม้ยืนต้นตาย&nbsp;ประกอบกับสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชัน&nbsp;ซึ่งยากแก่การเข้าตรวจสอบจับกุมของเจ้าหน้าที่&nbsp;เพราะเมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงผู้บุกรุกก็หนีหายไปหมดแล้ว&nbsp;เจ้าหน้าที่ก็ทำได้เพียงตรวจยึด&nbsp;จากนั้น&nbsp;ผู้บุกรุกก็จะย้อนกลับมาดำเนินการทำต่อ&nbsp;จนปัจจุบันพื้นที่ป่าในอำเภอเบตงเหลือน้อยลงทุกที&nbsp;เพราะพอมีโครงการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ของรัฐเข้ามา&nbsp;ชาวบ้านก็จะมาเข้าร่วมโครงการ&nbsp;เพื่อทำให้ที่ป่าซึ่งเป็นพื้นที่บุกรุก&nbsp;จะได้ถูกต้องตามกฎหมาย&nbsp;เจ้าหน้าที่ก็จะไม่สามารถดำเนินการจับกุมได้อีกเพราะมีเอกสารสิทธิ์&nbsp;ทั้ง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่&nbsp;เมื่อวัดพิกัด&nbsp;จีพีเอส&nbsp;จากดาวเทียม&nbsp;พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเบตง</p>","2022-04-13T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220413064646280"],
    [248,"กรมการข้าว มุ่งพัฒนาลดต้นทุนการปลูกข้าว ตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำ ให้พี่น้องชาวนาอยู่ดีกินดี","<p><strong>นายณัฏฐกิตติ์&nbsp;ของทิพย์&nbsp;อธิบดีกรมการข้าว&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรมการข้าวมีความห่วงใยและตระหนักถึงปัญหาด้านต้นทุนการผลิตของชาวนาไทยมาโดยตลอด&nbsp;ซึ่งเรื่องต้นทุนการผลิตข้าวนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย&nbsp;ทั้งปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก&nbsp;รวมไปถึงในส่วนที่กรมการข้าวรับผิดชอบโดยตรงและที่ภาคส่วนอื่นรับผิดชอบ&nbsp;โดยกรมการข้าวมีส่วนที่รับผิดชอบและดูแลในเรื่องต้นทุนการผลิตด้านต่างๆ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ด้านพัฒนาพันธุ์ข้าว&nbsp;กรมการข้าวได้พัฒนาข้าวพันธุ์ดี&nbsp;ผลผลิตสูง&nbsp;มีคุณภาพดี&nbsp;ต้านทานโรคและแมลง&nbsp;ทนต่อสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงและสามารถเจริญเติบโตให้ผลผลิตได้ในทุกนิเวศการผลิต&nbsp;อีกทั้งยังพัฒนาพันธุ์เพื่อความมั่นคง&nbsp;เพื่ออุตสาหกรรมอาหารสัตว์&nbsp;ในการที่จะลดต้นทุนการผลิต&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนั้น&nbsp;ยังมีด้านเมล็ดพันธุ์</strong>&nbsp;ซึ่งศูนย์วิจัยข้าวและศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวของกรมการข้าว&nbsp;มีระบบการขยายเมล็ดพันธุ์&nbsp;เพื่อตอบสนองความต้องการในทุกนิเวศ&nbsp;ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ&nbsp;ซึ่งหากเกษตรกรมีความสนใจสามารถขอรับการสนับสนุน&nbsp;หรือซื้อหาได้ตามระเบียบ&nbsp;รวมไปถึงมีเครือข่ายศูนย์ข้าวชุมชน&nbsp;ธนาคารเมล็ดพันธุ์&nbsp;ที่เกษตรกรสามารถติดต่อประสานรับการสนับสนุนได้</p><p>ตามระบบกระจายอยู่ทุกภูมิภาค&nbsp;นอกจากนี้ยังมีการถ่ายทอดองค์ความรู้เพื่อการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวไว้ใช้เองซึ่งเป็นการลดต้นทุนได้อย่างยั่งยืนอีกทางหนึ่ง</p><p><strong>นอกจากนั้น&nbsp;ในด้านของเทคโนโลยีการจัดการผลิตข้าว</strong>&nbsp;กรมการข้าวได้นำเทคโนโลยีมาพัฒนา&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมการจัดการผลิต&nbsp;การจัดการปุ๋ยที่มีประสิทธิภาพ&nbsp;การจัดการน้ำที่คุ้มค่า&nbsp;การป้องกันกำจัดศัตรูข้าวที่เหมาะสม&nbsp;ทำให้ได้ข้าวมีคุณภาพดี&nbsp;ตลอดจนการแปรรูปข้าวเพื่อเพิ่มมูลค่าและการเชื่อมโยงตลาดด้วยระบบกลุ่มทีแบ่งปัน&nbsp;การบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อบริการให้ข้อมูล&nbsp;สนับสนุนการผลิต&nbsp;ลดความเสี่ยงในเรื่องของน้ำท่วม&nbsp;น้ำแล้ง&nbsp;การระบาดของโรคและแมลง&nbsp;ตลอดจนเป็นการยกระดับคุณภาพผลผลิตข้าว&nbsp;ทั้งข้าวที่มีระบบการผลิตดีที่เหมาะสม&nbsp;(GAP)&nbsp;ข้าวอินทรีย์&nbsp;ข้าวตลาดเฉพาะ</p><p><br></p><p><br></p>","2022-04-13T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220413113920345"],
    [249,"คณะรัฐมนตรี เห็นชอบปรับเงื่อนไขในการพิจารณาสินเชื่อของสถาบันการเงินแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทะเล เข้าถึงแหล่งเงินทุนมากยิ่งขึ้น","<p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;สุวรรณรักษ์&nbsp;อธิบดีกรมประมง&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ตามที่นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;มอบนโยบายให้กรมประมงเร่งหาแนวทางในการช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทะเลเกี่ยวกับเงื่อนไขข้อจำกัดการสนับสนุนสินเชื่อในการประกอบอาชีพจากสถาบันการเงิน&nbsp;ตามมติคณะรัฐมนตรี&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;30&nbsp;กันยายน&nbsp;2546&nbsp;เรื่อง&nbsp;การขอให้ธนาคารแห่งประเทศไทยและธนาคารพาณิชย์สนับสนุนสินเชื่อแก่เกษตรกรและผู้ประกอบกิจการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;(Good&nbsp;Aquaculture&nbsp;Practice&nbsp;)&nbsp;และ&nbsp;CoC&nbsp;(Code&nbsp;of&nbsp;Conduct)&nbsp;ซึ่งเดิมมีเงื่อนไขว่าจะต้องเป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทะเลที่ได้การรับรองมาตรฐานทั้ง&nbsp;GAP&nbsp;และ&nbsp;CoC&nbsp;ส่งผลให้มีเกษตรกรจำนวนมากได้รับผลกระทบ&nbsp;ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุนเพื่อการประกอบอาชีพได้กรมประมง&nbsp;ได้พยายามหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยได้รับการผลักดันจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เพื่อยื่นเสนอเรื่องขอทบทวนมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวข้างต้น&nbsp;</p><p><strong>โดยมีเหตุผลว่า&nbsp;การรับรองเพียงมาตรฐานเดียว&nbsp;</strong>หรือมาตรฐานใดมาตรฐานหนึ่ง&nbsp;เหมาะสมเพียงพอต่อการที่จะขอรับการสนับสนุนสินเชื่อจากสถาบันการเงิน&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;จึงนำเรื่องดังกล่าวเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อขอความเห็นชอบ&nbsp;ซึ่งในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;วันที่&nbsp;12&nbsp;เมษายนที่ผ่านมามีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ&nbsp;เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้งทะเลเกิดความคล่องตัวในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อช่วยให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคงต่อไป</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-04-13T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220413114338350"],
    [250,"สหภาพยุโรปยอมรับข้อเสนอวิธีกำจัดแมลงวันผลไม้ พริก มะเขือ มะละกอ ฝรั่ง น้อยหน่า ของไทย หลังแจ้งปรับกฎระเบียบนำเข้าใหม่","<p><strong>นายระพีภัทร์&nbsp;จันทรศรีวงศ์&nbsp;อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ตามที่สหภาพยุโรปมีการปรับกฎระเบียบ&nbsp;Regulation&nbsp;(EU)&nbsp;2019/2072&nbsp;ใหม่&nbsp;กำหนดให้มีผลบังคับใช้วันที่&nbsp;11&nbsp;เมษายน&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งส่งผลกระทบต่อการส่งออกพืช&nbsp;5&nbsp;ชนิดจากประเทศไทยได้แก่&nbsp;พริก&nbsp;มะเขือ&nbsp;มะละกอ&nbsp;&nbsp;ฝรั่งและน้อยหน่า&nbsp;จากเดิมที่เน้นการตรวจศัตรูพืชที่แปลงผลิต&nbsp;โรงคัดบรรจุและหน้าด่านตรวจพืชก่อนการส่งออก&nbsp;แต่กฎระเบียบใหม่กำหนดให้ประเทศไทย&nbsp;หรือทุกประเทศที่ไม่ใช่สมาชิกของสหภาพยุโรปและมีรายงานการแพร่ระบาดของแมลงวันผลไม้ในสกุล&nbsp;Bactrocera&nbsp;ชนิดที่สหภาพยุโรปกำหนดจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบใหม่ที่ประกาศใช้ดังกล่าว&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>กรมวิชาการเกษตร&nbsp;ประชุมหารือเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</strong>&nbsp;รีบจัดทำข้อมูลเสนอให้คณะกรรมาธิการยุโรปด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยอาหาร&nbsp;พิจารณาพร้อมเร่งประสานกับสหภาพยุโรป&nbsp;โดยวิธีการที่ประเทศไทยเลือกคือ&nbsp;พืช&nbsp;4&nbsp;ชนิดได้แก่&nbsp;พริก&nbsp;มะเขือ&nbsp;น้อยหน่าและฝรั่ง&nbsp;บริหารจัดการตั้งแต่ในสวน&nbsp;การขนส่งจากแปลงไปโรงคัดบรรจุและการบริหารจัดการในโรงคัดบรรจุ&nbsp;รวมทั้งการรับรองสุขอนามัยพืชก่อนการส่งอออก&nbsp;ส่วนมะละกอ&nbsp;เสนอใช้วิธีการเก็บเกี่ยวที่ระยะเวลา&nbsp;90-120&nbsp;วัน&nbsp;หลังดอกบาน&nbsp;และมะละกอสุกจะต้องผ่านการแช่น้ำร้อน&nbsp;หรือผ่านการอบไอน้ำปรับสภาพความชื้นสัมพัทธ์ก่อนการส่งออก&nbsp;</p><p><strong>ภายหลังจากที่ได้ลงนามในหนังสือแจ้งให้&nbsp;DG&nbsp;SANTE</strong>&nbsp;พิจารณาเมื่อวันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;ได้มีการประสานงานกับสำนักที่ปรึกษาการเกษตรประจำกรุงบรัสเซลส์มาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ทันต่อระยะเวลาที่กฎระเบียบของอียูจะมีผลบังคับใช้&nbsp;โดยได้รับรายงานว่าสหภาพยุโรปรับพิจารณาข้อมูลของประเทศไทยแล้ว&nbsp;ส่งผลให้เกษตรกร&nbsp;ผู้ส่งออก&nbsp;สามารถส่งออกพืชทั้ง&nbsp;5&nbsp;ชนิดได้อย่างต่อเนื่องภายใต้เงื่อนไขที่กรมวิชาการเกษตรกำหนด</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-04-13T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220413113630341"],
    [251,"กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ขอให้ประชาชนภาคเหนือและภาคใต้ระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนภาคเหนือและภาคใต้ระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่&nbsp;</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(13&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน&nbsp;และมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้บางพื้นที่&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;ช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&nbsp;69&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;พัทลุง&nbsp;60&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และตรัง&nbsp;54&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;25,246&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;44&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p>","2022-04-13T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220413095221310"],
    [252,"ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือสูงระดับสีแดงบริเวณ ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย กว่า 100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วน กทม.และปริมณฑลค่าฝุ่นเกินระดับสีส้ม 7 พื้นที่","<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือสูงระดับสีแดงบริเวณ&nbsp;ต.เวียงพางคำ&nbsp;อ.แม่สาย&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;กว่า&nbsp;100&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลค่าฝุ่นเกินระดับสีส้ม&nbsp;7&nbsp;พื้นที่</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(13&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพดีถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พบค่าฝุ่นสูงระดับสีแดง&nbsp;1&nbsp;พื้นที่&nbsp;บริเวณ&nbsp;ต.เวียงพางคำ&nbsp;อ.แม่สาย&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;กว่า&nbsp;100&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&nbsp;18&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;เมษายน&nbsp;หากจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือฝั่งตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พบเกินมาตรฐานระดับสีส้ม&nbsp;7&nbsp;พื้นที่&nbsp;เช่น&nbsp;ริมถนนดินแดง&nbsp;เขตดินแดง&nbsp;,&nbsp;ริมถนนลาดพร้าว&nbsp;ซอยลาดพร้าว&nbsp;95&nbsp;เขตวังทองหลาง&nbsp;,&nbsp;ริมถนนเพชรเกษม&nbsp;เขตภาษีเจริญ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;14&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;เมษายน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;</p>","2022-04-13T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220413102241315"],
    [253,"สถานการณ์ราคาทุเรียนจังหวัดระยอง เริ่มผันผวน หลังพ่อค้าคนกลางปั่นราคา อ้างล้งหยุดรับซื้อ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สถานการณ์ราคาทุเรียนของภาคตะวันออก&nbsp;เริ่มปรับลดราคาลงอย่างต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน</strong>&nbsp;จากเดิมทุเรียนพันธุ์หมอนทองหน้าสวน&nbsp;ราคา&nbsp;140-150&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ลดเหลือ&nbsp;90-110&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;โดยมีสาเหตุจากมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;ของจีน&nbsp;ที่มีการตรวจสินค้านำเข้าอย่างเข้มงวด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>และมีรายงานว่า&nbsp;ด่านโมฮ่านของจีนออกประกาศระงับการนำเข้าทุเรียนไทย&nbsp;3&nbsp;วัน</strong>&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;12-14&nbsp;เมษายน&nbsp;เนื่องจากตรวจพบการปนเปื้อนเชื้อโควิด-19&nbsp;ในตู้คอนเทนเนอร์ที่ขนส่งทุเรียนจากไทยผ่านลาว&nbsp;เข้าด่านโมฮ่านทางตอนใต้ของมณฑลยูนนานเกินมาตรฐาน&nbsp;ส่งผลกระทบต่อกระบวนการส่งออก&nbsp;จึงเป็นเหตุให้พ่อค้าคนกลางและผู้ประกอบการส่งออก&nbsp;ลดความเสี่ยง&nbsp;โดยการซื้อทุเรียนถูกลง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นางมาริน&nbsp;สมคิด&nbsp;เกษตรจังหวัดระยอง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ทุเรียนในจังหวัดระยองยังไม่แก่เต็มที่&nbsp;ล้งรับซื้อต้องการทุเรียนแก่เท่านั้น&nbsp;จากการตรวจวัดเปอร์เซ็นต์แป้งในทุเรียนของเกษตรกรใน&nbsp;อำเภอแกลง&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;จำนวน&nbsp;32&nbsp;ราย&nbsp;พบทุเรียนสุกเพียง&nbsp;17&nbsp;ราย&nbsp;ที่เหลือ&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;เป็นทุเรียนอ่อน&nbsp;เป็นเหตุให้เกิดการปั่นราคาโดยอ้างว่าล้งปิดการรับซื้อ&nbsp;หากจะรับซื้อ&nbsp;จะซื้อในราคาที่ถูกลง&nbsp;ทำให้เกษตรกรเร่งตัดทุเรียนออกขายทั้งที่ทุเรียนยังอ่อน&nbsp;เมื่อนำไปขายล้งก็จะไม่รับซื้อ&nbsp;เกษตรกรก็จะนำทุเรียนออกมาขายตามท้องตลาด&nbsp;เป็นเหตุให้ราคาลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ขอเน้นย้ำให้เกษตรกรและผู้ประกอบการ&nbsp;</strong>ปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;GAP&nbsp;Plus&nbsp;ไม่ให้มีเชื้อโควิด&nbsp;เพื่อช่วยให้การส่งออกรวดเร็วยิ่งขึ้น&nbsp;และช่วยป้องกันราคาลดต่ำลง</p>","2022-04-13T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สวท.ระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220413113831344"],
    [254,"คพ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ตรวจจับรถควันดำทั่วประเทศแล้วกว่า 240,000 คัน โดยวันนี้เป็นวันแรกเริ่มตรวจจับมาตรฐานควันดำรถยนต์สูงขึ้นร้อยละ 15","<p><strong>กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้ตรวจจับรถควันดำทั่วประเทศแล้วกว่า&nbsp;240,000&nbsp;คัน&nbsp;โดยวันนี้เป็นวันแรกเริ่มตรวจจับมาตรฐานควันดำรถยนต์สูงขึ้นร้อยละ&nbsp;15&nbsp;เพื่อลดฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;โดยเฉพาะในเขตเมืองลง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากปัญหาฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;เศรษฐกิจและสุขภาพของประชาชนที่มีสาเหตุแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่&nbsp;ซึ่งในเขตเมืองอย่างกรุงเทพมหานครมีแหล่งกำเนิดหลักมาจากการขนส่งทางถนน&nbsp;โดยรัฐบาลให้ความสำคัญแก้ปัญหาการระบายมลพิษจากแหล่งกำเนิดต่างๆและแหล่งกำเนิดจากยานพาหนะ&nbsp;จึงได้กำหนดให้เพิ่มความเข้มงวดมาตรฐานและวิธีการตรวจวัดการระบายมลพิษจากรถยนต์เป็นแนวทางหนึ่งแก้ปัญหาดังกล่าวตามแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ&nbsp;\"การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง\"&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;-&nbsp;11&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ได้ตรวจควันดำทั่วประเทศ&nbsp;คือ&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;ตรวจสอบ&nbsp;164,560&nbsp;คัน&nbsp;พบเกินมาตรฐาน&nbsp;46,176&nbsp;คัน&nbsp;ห้ามใช้&nbsp;682&nbsp;คัน&nbsp;ตรวจโดยกองบังคับการตำรวจจราจร&nbsp;กรมการขนส่งทางบก&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;และกรุงเทพมหานคร&nbsp;และพื้นที่ต่างจังหวัด&nbsp;ตรวจสอบ&nbsp;82,096&nbsp;คัน&nbsp;พบเกินมาตรฐาน&nbsp;1,165&nbsp;คัน&nbsp;ห้ามใช้&nbsp;1,165&nbsp;คัน&nbsp;ตรวจโดยสำนักงานขนส่งจังหวัด&nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค&nbsp;ตำรวจภูธร&nbsp;และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ได้ปรับปรุงค่ามาตรฐานควันดำ&nbsp;เพื่อเพิ่มความเข้มงวดและประสิทธิภาพการควบคุมมลพิษและแก้ปัญหา&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;จากแหล่งกำเนิดมลพิษประเภทรถยนต์&nbsp;ด้วยการออกประกาศเรื่องกำหนดมาตรฐานค่าควันดำของรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์แบบจุดระเบิดด้วยการอัด&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ที่กำหนดค่าความทึบแสงไม่เกินร้อยละ&nbsp;30&nbsp;จากเดิมไม่เกินร้อยละ&nbsp;45&nbsp;และค่ากระดาษกรองไม่เกินร้อยละ&nbsp;40&nbsp;จากเดิมไม่เกินร้อยละ&nbsp;50&nbsp;มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันนี้&nbsp;(13&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;จึงขอแจ้งผู้ประกอบการและประชาชนดูแลบำรุงรักษาเครื่องยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;เพื่อป้องกันการเกิดฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;และปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนดด้วย</p>","2022-04-13T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220413125321388"],
    [255,"ห่วงใยควายน้ำและเกษตรกร ปศุสัตว์เร่งช่วยเหลือควายทะเลน้อย พัทลุง อย่างต่อเนื่อง","<p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;มีความเป็นห่วงควายน้ำและเกษตรกรที่เดือดร้อน&nbsp;โดยเร่งให้กรมปศุสัตว์ดำเนินการให้การช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องและยั่งยืน&nbsp;โดยอธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;มอบหมายให้นายสัตวแพทย์ชัยวัตน์&nbsp;โยธคล&nbsp;รองอธิบดีกรมปศัตว์&nbsp;&nbsp;ลงพื้นที่พบปะเกษตรกรผู้เลี้ยงควายทะเลน้อย&nbsp;ร่วมกับนายวิญญ์&nbsp;สิทธิเชนทร์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง&nbsp;ผู้แทนของผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง&nbsp;พร้อมมอบหญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;8,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ยาบำรุงยาถ่ายพยาธิ&nbsp;แร่ธาตุเวชภัณฑ์&nbsp;น้ำยาฆ่าเชื้อให้กับตัวแทนเกษตรกร&nbsp;</p><p><strong>ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการทางโลหิตวิทยาในเลือดกระบือทะเลน้อย</strong>ที่ประสบปัญหาสุขภาพ&nbsp;โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคใต้&nbsp;ยืนยันได้ว่ากระบือมีภาวะโลหิตจางที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ&nbsp;สอดคล้องกับประวัติการขาดอาหาร&nbsp;สรุปปัญหาสุขภาพของกระบือทะเลน้อย&nbsp;จังหวัดพัทลุง&nbsp;ตามที่มีรายงานข่าวในขณะนี้ไม่ได้เกิดจากโรคติดเชื้อ/โรคระบาด&nbsp;การแก้ไขปัญหามี&nbsp;3&nbsp;ระยะคือ&nbsp;ระยะสั้น&nbsp;ระยะกลาง&nbsp;ระยะยาว&nbsp;</p><p><strong>สำหรับระยะสั้น&nbsp;ที่เร่งด่วนคือ</strong>&nbsp;การช่วยเหลือด้านอาหารสัตว์และฟื้นฟูสุขภาพแก่ควายดังกล่าว&nbsp;จะบูรณาการทีมเจ้าหน้าที่ของกรมปศุสัตว์และของคณะสัตวแพทย์&nbsp;มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&nbsp;ดำเนินการอย่างเร่งด่วน</p><p><strong>ระยะกลาง&nbsp;ส่งเสริมให้เกษตรผู้เลี้ยงควายรวมกลุ่ม</strong>&nbsp;จัดองค์กรเพื่อประสานงานการพัฒนาการเลี้ยง&nbsp;ปรับปรุงพันธุ์ด้วยผสมเทียมและสนับสนุนพ่อพันธุ์คุมฝูง&nbsp;ลดปัญหาเรื่องการผสมเลือดชิด&nbsp;สร้างอาสาปศุสัตว์ประจำกลุ่ม&nbsp;สร้างเครือข่ายแจ้งข่าวสารและเตือนภัย&nbsp;</p><p><strong>ระยะยาว&nbsp;จัดทำคอกพักสัตว์จุดอพยพ</strong>&nbsp;ในยามน้ำในทะเลน้อยมีระดับสูง&nbsp;สำหรับบริหารจัดการดูแลควายของแต่ละกลุ่ม</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-04-13T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","นนทบุรี","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220413195903592"],
    [256,"ไทย มุ่งมั่นแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนในอนุภูมิภาคแม่โขง และผลักดันให้ประเทศสมาชิกอาเซียนลดจำนวนจุดความร้อนในภูมิภาคปีนี้ลงอย่างน้อยร้อยละ 20","<p><strong>ประเทศไทย&nbsp;มุ่งมั่นแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนในอนุภูมิภาคแม่โขง&nbsp;และผลักดันให้ประเทศสมาชิกอาเซียนลดจำนวนจุดความร้อนในภูมิภาคปีนี้ลงอย่างน้อยร้อยละ&nbsp;20</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่าปัญหาหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่เกิดขึ้นช่วงนี้&nbsp;ส่วนหนึ่งมาจากหมอกควันข้ามแดนของประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;เบื้องต้นประเทศไทยหนึ่งในคณะกรรมการภายใต้รัฐมนตรีประเทศภาคีต่อข้อตกลงอาเซียนว่าด้วยมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน&nbsp;ได้แจ้งสำนักเลขาธิการอาเซียนให้ประเทศในอนุภูมิภาคแม่โขงยกระดับการดำเนินการแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนอย่างเร่งด่วน&nbsp;พร้อมขอความร่วมมือกระทรวงการต่างประเทศแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนอีกทางหนึ่ง&nbsp;คาดว่า&nbsp;การยกระดับความร่วมมือครั้งนี้จะสามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้โดยเร็ว&nbsp;สำหรับภาพรวมจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ในอนุภูมิภาคแม่โขงปีนี้ดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา&nbsp;โดยจำนวนจุดความร้อนสะสมตั้งแต่มกราคมจนถึงปัจจุบันลดลงถึงร้อยละ&nbsp;38&nbsp;ที่ผ่านมาประเทศไทยได้เป็นผู้นำการขับเคลื่อนพยายามผลักดันให้ประเทศสมาชิกอาเซียนลดจำนวนจุดความร้อนในภูมิภาคปีนี้ลงจากปีก่อนอย่างน้อยร้อยละ&nbsp;20&nbsp;พร้อมทั้ง&nbsp;ขยายโรดแมปอาเซียนปลอดหมอกควัน&nbsp;(Haze&nbsp;Free&nbsp;ASEAN&nbsp;Roadmap)&nbsp;สำหรับภูมิภาคอาเซียนและแผนปฏิบัติการเชียงราย&nbsp;2017&nbsp;สำหรับอนุภูมิภาคแม่โขง&nbsp;โดยแผนปฎิบัติการเชียงรายได้ถูกขยายไปอีก&nbsp;5&nbsp;ปี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ไทยมุ่งหวังให้การป้องกันและแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนในภูมิภาคอาเซียนมีผลในทางปฏิบัติให้มากขึ้น&nbsp;แล้วพร้อมให้ความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อป้องกันแก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรม</p>","2022-04-13T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220413132115399"],
    [257,"ปภ.พระนครศรีอยุธยา ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์เหตุเพลิงไหม้ โรงงานผลิตหลอมเม็ดพลาสติก ตำบลตาเสา อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ปภ.พระนครศรีอยุธยา&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์เหตุเพลิงไหม้&nbsp;โรงงานผลิตหลอมเม็ดพลาสติก&nbsp;ตำบลตาเสา&nbsp;อำเภอวังน้อย&nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(13&nbsp;เม.ย.&nbsp;65)&nbsp;นายวีระชัย&nbsp;นาคมาศ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา</strong>&nbsp;มอบหมายให้นายกฤษณ์&nbsp;แก้วทองหลาง&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันบรรเทาสารธภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์&nbsp;เหตุเพลิงไหม้&nbsp;บริษัท&nbsp;mme&nbsp;โรงงานผลิตหลอมเม็ดพลาสติก&nbsp;และที่จัดเก็บพลาสติก&nbsp;เลขที่&nbsp;136&nbsp;หมู่&nbsp;8&nbsp;ตำบลลำตาเสา&nbsp;อำเภอวังน้อย&nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;โดยเหตุการณ์เกิดเมื่อเวลา&nbsp;07.30&nbsp;น.&nbsp;และเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้&nbsp;ในช่วงเวลา&nbsp;10.30&nbsp;น.&nbsp;สถานที่ดังกล่าวมีเนื้อที่ประมาณ&nbsp;2&nbsp;ไร่&nbsp;เปิดดำเนินกิจการตั้งแต่&nbsp;ปี&nbsp;2554&nbsp;มีพนักงานในบริษัท&nbsp;15&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>โดยสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากตู้เบรคเกอร์ไฟฟ้าของโรงงานระเบิด&nbsp;</strong>ทำให้เกิดประกายไฟลุกไหม้ขึ้น&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการอพยพผู้ที่อาศัยอยู่บริเวณโดยรอบที่ได้รับผลกระทบจากควันไฟ&nbsp;มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ได้นำส่งโรงพยาบาลวังน้อย&nbsp;ส่วนความเสียหายอยู่ระหว่างดำเนินการสำรวจ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;มีหน่วยงานที่ร่วมปฏิบัติหน้าที่&nbsp;จำนวน&nbsp;22&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;รถดับเพลิง&nbsp;24&nbsp;คัน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา</strong>&nbsp;ได้ประสานสาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ดำเนินการเข้าตรวจสภาพอากาศและดูแลสุขภาพประชาชนที่อยู่ในรัศมีใกล้เคียงต่อไป&nbsp;</p>","2022-04-13T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","พระนครศรีอยุธยา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220413143717428"],
    [258,"ไทย ประสบความสำเร็จติด 1 ใน 5 ของโลกการอนุบาลลูกเต่ามะเฟืองวัยอ่อนในบ่อเลี้ยงเกิน 1 ปี เพื่ออนุรักษ์และเพิ่มประชากรสัตว์ทะเลหายากที่ใกล้สูญพันธุ์จากโลก","<p><strong>ประเทศไทย&nbsp;ประสบความสำเร็จติด&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;5&nbsp;ของโลกการอนุบาลลูกเต่ามะเฟืองวัยอ่อนในบ่อเลี้ยงเกิน&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;เพื่ออนุรักษ์และเพิ่มประชากรสัตว์ทะเลหายากที่ใกล้สูญพันธุ์จากโลก</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายโสภณ&nbsp;ทองดี&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน&nbsp;แหลมพันวา&nbsp;จ.ภูเก็ต&nbsp;ประสบความสำเร็จการอนุบาลเต่ามะเฟืองวัยอ่อนในบ่อเลี้ยงเกิน&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;จนประเทศไทยอยู่&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;5&nbsp;ของโลกที่ทำสำเร็จแล้ว&nbsp;คือ&nbsp;ศรีลังกา&nbsp;อเมริกา&nbsp;ฝรั่งเศส&nbsp;แคนาดา&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาไทยใช้ความพยายามทดลองเลี้ยงเต่ามะเฟืองในบ่อเลี้ยง&nbsp;แต่ยังไม่สามารถอนุบาลเป็นเวลานานได้&nbsp;เพราะเต่ามะเฟืองเป็นสัตว์ทะเลหายากที่ใกล้สูญพันธุ์จากโลก&nbsp;(Critically&nbsp;endangered)&nbsp;และเป็นสัตว์สงวนของไทยที่เป็นเต่าทะเลน้ำลึกต่างกับเต่าทะเลสายพันธุ์อื่นๆ&nbsp;เมื่อนำมาอนุบาลในบ่อเลี้ยงเต่าจะว่ายชนบ่อเลี้ยงจนติดเชื้อและตาย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เต่ามะเฟืองมีบทบาทสำคัญในการควบคุมปริมาณแมงกะพรุน&nbsp;แล้วอาศัยอยู่ในทะเลลึกเกือบตลอดชีวิตและจะกลับมาชายหาดเฉพาะตอนวางไข่เท่านั้น&nbsp;โดยปี&nbsp;2561&nbsp;-&nbsp;2564&nbsp;พบเต่ามะเฟืองกลับมาวางไข่ที่พังงาและภูเก็ตอีกครั้ง&nbsp;มีโดยมีลูกเต่ามะเฟืองฟักตัวจากไข่ออกสู่ทะเลมากกว่า&nbsp;1,000&nbsp;ตัว&nbsp;ตามสถิติลูกเต่า&nbsp;1,000&nbsp;ตัวจะมีเพียง&nbsp;1&nbsp;ตัว&nbsp;เท่านั้นจะมีชีวิตรอดไปเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ได้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับผลพลอยได้จากโครงการทดลองอนุบาลเต่ามะเฟืองครั้งนี้&nbsp;คือ&nbsp;ความสำเร็จการเพาะขยายพันธุ์แมงกะพรุนหนังลายจุดและแมงกะพรุนลอดช่อง&nbsp;//&nbsp;การสร้างระบบเลี้ยงสำหรับลูกเต่ามะเฟือง&nbsp;โดยเฉพาะคอกป้องกันไม่ให้เต่าเกิดบาดแผล&nbsp;และสุดท้าย&nbsp;งานวิจัยการอนุบาลเต่ามะเฟืองในวารสารวิชาการระดับนานาชาติอย่างน้อย&nbsp;1&nbsp;เล่ม&nbsp;สิ่งสำคัญการศึกษาวิจัยเพื่อเรียนรู้ธรรมชาติของเต่ามะเฟืองยังเป็นการเพิ่มโอกาสการมีชีวิตรอดท่ามกลางธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงในปัจจุบันนี้ด้วย</p>","2022-04-13T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220413151110450"],
    [259,"จังหวัดลพบุรีย้ำให้ทุกอำเภอชี้แจงเกษตรกร ชะลอการเข้าพื้นที่การเกษตรช่วงนี้","<p><strong>วันที่&nbsp;13&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>ที่ห้องประชุมพระปรางค์สามยอด&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดลพบุรี&nbsp;นายสุภกิณห์&nbsp;แวงชิน&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี&nbsp;เป็นประธานประชุมคณะอนุกรรมการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดลพบุรี&nbsp;เพื่อติดตามการปฏิบัติงานการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนเทศกาลสงกรานต์&nbsp;2565&nbsp;ของทุกอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</p><p><strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี</strong>&nbsp;ย้ำให้ทุกอำเภอชี้แจงเกษตรกร&nbsp;ชะลอการเข้าพื้นที่การเกษตรช่วงนี้และติดตั้งป้ายสัญญาณต่างๆ&nbsp;ในพื้นที่ชุมชน&nbsp;เพื่อให้ผู้เดินทางทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่ได้เห็นอย่างเด่นชัด&nbsp;พร้อมทั้งกำชับให้ด่านชุมชน&nbsp;ด่านครอบครัวทุกอำเภอดูแลกวดขันสมาชิกในครอบครัว&nbsp;ชุมชน&nbsp;หมู่บ้านที่จัดเลี้ยงสังสรรค์&nbsp;เมาแล้วห้ามขับรถออกมา&nbsp;รวมทั้งเข้มงวดการสวมหมวกกันน็อคด้วย</p><p><strong>สำหรับสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์&nbsp;2565&nbsp;</strong>ของจังหวัดลพบุรี&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;12&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งเป็นวันที่&nbsp;2&nbsp;ของการรณรงค์ฯ&nbsp;เกิดอุบัติเหตุทางถนน&nbsp;8&nbsp;ครั้ง&nbsp;มีผู้ได้รับบาดเจ็บ&nbsp;7&nbsp;คน&nbsp;ชาย&nbsp;5&nbsp;คน&nbsp;หญิง&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;และอำเภอที่ไม่เกิดอุบัติเหตุมี&nbsp;5&nbsp;อำเภอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอท่าหลวง&nbsp;อำเภอสระโบสถ์&nbsp;อำเภอหนองม่วง&nbsp;อำเภอบ้านหมี่&nbsp;และอำเภอโคกเจริญ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-13T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ลพบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220413145922438"],
    [260,"ราคาหมูขยับจากปัจจัยรอบด้าน เป็นไปตามกลไกตลาด","<p>การผลิตอาหารเพื่อประชากรโลก มีห่วงโซ่การผลิตหรือ Supply Chain ที่ยาวมาก และแน่นอนว่าต้องมีผู้คนมากมายเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งปกติแล้ว กลไกตลาด จะเป็นตัวกำหนดสมดุลราคาขายที่เหมาะสม กล่าวคือถ้ามีความต้องการมากผลผลิตน้อยราคาจะสูง ถ้ามีผลผลิตมากแต่ความต้องการน้อยราคาจะตกต่ำ แน่นอนว่าวัฏจักรสินค้าแต่ละชนิดจะมีปัจจัยเข้ามากระทบในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งจะกระทบราคาขายในช่วงนั้นๆ ยิ่งถ้ามีปัจจัยผิดปกติเข้ามากระทบต้นทุนการผลิต และเกิดการแทรกแซงในขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งของห่วงโซ่ นั่นย่อมส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ดังเช่นที่ ขณะนี้มีปัจจัยรอบด้านเข้ามาส่งผลให้ต้นทุนการผลิตของเกษตรกรภาคปศุสัตว์สูงขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เช่น เกษตรกรผู้เลี้ยงหมู&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>ประการแรก :&nbsp;วัตถุดิบอาหารสัตว์&nbsp;&nbsp;</p><p>ปัจจัยที่เกินคาดคิดอย่างผลพวงจากสงครามยูเครน-รัสเซีย ทำให้วัตถุดิบอาหารสัตว์ถีบตัวสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นราคาข้าวโพดอาหารสัตว์ ราคาข้าวสาลี กากถั่วเหลือง เนื่องจาก 2 ประเทศ เป็นผู้ส่งออกธัญพืชรายใหญ่ของโลก ส่งผลให้ทั่วโลกได้รับผลกระทบจากสถานการณ์นี้ รวมถึงราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น กลายเป็นต้นทุนค่าขนส่งที่ทวีคูณขึ้นไปอีก นอกจากนี้ยังส่งผลต่อระดับราคาวัตถุดิบในประเทศที่ดันราคาให้สูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ก่อความเดือดร้อนอย่างหนักให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ เนื่องจากอาหารเป็นต้นทุนหลักของการผลิตสัตว์ถึง 70% ทีเดียว นับเป็นต้นทุนหลักที่หากรัฐไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทันการณ์ จะส่งผลให้เกษตรกรอยู่ไม่ได้ และชะลอหรือยุติการเลี้ยงสัตว์&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>ประการที่สอง : มาตรการป้องกันโรค&nbsp;&nbsp;</p><p>ช่วงปีที่ผ่านมา ประเทศไทยประสบปัญหาโรคระบาด ASF ทำให้ปริมาณแม่พันธุ์สุกรหายไปจากระบบจากเดิม 1.1 ล้านตัว เหลือเพียง 5 แสนตัว และลูกสุกรจาก 28 ล้านตัวเหลือเพียง 12-13 ล้านตัว ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตเนื้อหมูหายไปจากตลาดเป็นจำนวนมาก รวมถึงเกษตรกรทก็หายไปจากระบบจาก 2 แสนรายเหลือเพียง 8 หมื่นราย เกษตรกรที่เหลืออยู่จำเป็นต้องวางมาตรการป้องกันโรคอย่างเข้มงวด ซึ่งเป็นต้นทุนที่สูงมาก เพื่อห้สามารถเลี้ยงสุกรได้ตลอดรอดฝั่ง&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>ประการที่สาม : สภาพภูมิอากาศ&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;ภาวะอากาศร้อนแล้งและเปลี่ยนแปลงบ่อย&nbsp;สภาพอากาศแปรปรวนส่งผลโดยตรงต่อการเลี้ยงสุกรมีอาการเครียด กินอาหารได้น้อยลง เสี่ยงต่อการแท้ง&nbsp;อัตราการเจริญเติบโต (ADG) ต่ำ และอัตราแลกเนื้อ (FCR) แย่ลง รวมถึงอัตราเสียหายที่มักสูงขึ้น&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;ประการที่สี่ : เทศกาลรื่นเริง&nbsp;&nbsp;</p><p>เทศกาลสงกรานต์ หรือ เทศกาลรื่นเริงต่างๆ มีผลต่อความต้องการบริโภคที่สูงขึ้นสวนทางกับผลผลิตที่ลดลง&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>ทั้งหมดนี้ เป็นต้นทุนการผลิตรวมที่สูงขึ้นทุกทิศทาง ส่งผลให้ราคาหมูหน้าฟาร์มขยับตัวสูงขึ้น ซึ่งก็จะอยู่ในระดับสูงไปจนกว่าปัจจัยที่เข้ามากระทบจะค่อยๆลดระดับลง เช่น สงครามสงบ ล่วงเลยเวลาช่วงเทศกาล หรือมีวัคซีนป้องกันโรค ASF ขึ้นมา และแม้ปัจจัยต่างๆ จะยังคงอยู่ แต่ถ้าผู้บริโภคไม่มีกำลังซื้อ หรือหันไปบริโภคโปรตีนอื่นทดแทน ระดับราคาเนื้อหมูก็จะลดลงเองหรือที่เรียกว่า กลไกตลาดทำงาน โดยที่รัฐไม่จำเป็นต้องเข้าไปแทรกแซงหรือตรึงราคาขายใดๆ&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>ขอเพียงรัฐทำหน้าที่ช่วยลดต้นทุนให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ โดยพิจารณารายละเอียดโครงสร้างอุตสาหกรรม ควบคู่กับการสนับสนุนกำลังซื้อ...ทุกอย่างจะเข้าสู่ภาวะสมดุลได้เองด้วยกลไกตลาด&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>โดย ลักขณา นิราวัลย์</p>","2022-04-13T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220413183128554"],
    [261,"อุตุฯ ศรีสะเกษ เตือนอิสานใต้ มีอากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน และมีฝนฟ้าคะนองได้บางแห่ง","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;โดยสำนักงานอุตุนิยมวิทยาศรีสะเกษ&nbsp;เตือนอิสานใต้&nbsp;ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นและระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองที่เกิดขึ้นในระยะนี้ไว้ด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายจำเริญ&nbsp;ทองละมุล&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาศรีสะเกษ</strong>&nbsp;รายงานสภาพอากาศ&nbsp;ประจำวันพุธที่&nbsp;13&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ดังนี้&nbsp;ลักษณะอากาศทั่วไปเมื่อเวลา&nbsp;04.00&nbsp;น.&nbsp;วันนี้&nbsp;ความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน&nbsp;ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้กำลังอ่อนพัดปกคลุมบริเวณดังกล่าว&nbsp;ลักษณะเช่นนี้จะทำให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างมีอากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน&nbsp;และมีฝนฟ้าคะนองได้บางแห่ง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>พยากรณ์อากาศตั้งแต่เวลา&nbsp;06.00&nbsp;น.&nbsp;วันนี้&nbsp;ถึงเวลา&nbsp;06.00&nbsp;น.&nbsp;วันพรุ่งนี้</strong>&nbsp;บริเวณจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ลักษณะอากาศ&nbsp;อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน&nbsp;โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ&nbsp;10&nbsp;ของพื้นที่&nbsp;ลมผิวพื้น&nbsp;ลมใต้&nbsp;ความเร็ว&nbsp;10-15&nbsp;กิโลเมตรต่อชั่วโมง&nbsp;คาดว่า&nbsp;อุณหภูมิสูงสุดบ่ายวันนี้&nbsp;ประมาณ&nbsp;36&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;อุณหภูมิต่ำสุดเช้าพรุ่งนี้&nbsp;ประมาณ&nbsp;25&nbsp;องศาเซลเซียส</p>","2022-04-13T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220413200507601"],
    [262,"กอนช. ขอให้ประชาชนภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่ พร้อมระวังความแปรปรวนของสภาพอากาศช่วงวันที่ 14 - 17 เม.ย.นี้จนเกิดฝนตก","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนภาคเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;และภาคใต้ระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่&nbsp;พร้อมระวังความแปรปรวนของสภาพอากาศช่วงวันที่&nbsp;14&nbsp;-&nbsp;17&nbsp;เมษายนนี้จนเกิดฝนตก</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(14&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนหลายพื้นที่กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน&nbsp;,&nbsp;ภาคเหนือและภาคกลางบางแห่งมีอากาศร้อนจัดและมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้บางพื้นที่&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;ช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&nbsp;79&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;สงขลา&nbsp;64&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และยะลา&nbsp;62&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั่วประเทศทุกขนาด&nbsp;25,096&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;43&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้ติดตามสภาพอากาศและเฝ้าระวังสถานการณน้ำช่วงวันที่&nbsp;14&nbsp;-&nbsp;17&nbsp;เมษายนนี้&nbsp;เนื่องจากลมตะวันตกนำความชื้นเข้าสู่ประเทศไทยตอนบน&nbsp;ประกอบกับ&nbsp;ความกดอากาศสูงจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือตอนบนช่วงวันที่&nbsp;15&nbsp;เมษายน&nbsp;ส่งผลให้ประเทศไทยตอนบนและภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเกิดขึ้นได้บางแห่ง</p>","2022-04-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220414094311722"],
    [263,"ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือสูงระดับสีแดงบริเวณ ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย และ รพ.เทพรัตนฯ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ สูงกว่า 100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร","<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือสูงระดับสีแดงบริเวณ&nbsp;ต.เวียงพางคำ&nbsp;อ.แม่สาย&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;และ&nbsp;รพ.เทพรัตนฯ&nbsp;อ.แม่แจ่ม&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;สูงกว่า&nbsp;100&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลค่าฝุ่นลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(14&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพดีถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พบค่าฝุ่นสูงระดับสีแดง&nbsp;2&nbsp;พื้นที่&nbsp;บริเวณ&nbsp;ต.เวียงพางคำ&nbsp;อ.แม่สาย&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;และ&nbsp;รพ.เทพรัตนฯ&nbsp;อ.แม่แจ่ม&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;สูงกว่า&nbsp;100&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&nbsp;20&nbsp;-&nbsp;21&nbsp;เมษายน&nbsp;หากจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือฝั่งตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;พร้อมคาดการณ์จะเกิดฝนตกหลายพื้นที่ในภาคเหนือด้วยช่วงวันที่&nbsp;17&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;เมษายน&nbsp;อาจช่วยลดการสะสมของฝุ่นละอองลงได้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดเอื้อต่อการรระบายของฝุ่นได้ดีขึ้น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;15&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;เมษายน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;</p>","2022-04-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220414095055726"],
    [264,"อุตุฯ ศรีสะเกษ เตือนอิสานใต้ มีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง รวมถึงอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้บางพื้นที่","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;โดยสำนักงานอุตุนิยมวิทยาศรีสะเกษ&nbsp;เตือนอิสานใต้&nbsp;ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นและระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองที่เกิดขึ้นในระยะนี้ไว้ด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายจำเริญ&nbsp;ทองละมุล&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาศรีสะเกษ</strong>&nbsp;รายงานสภาพอากาศ&nbsp;ประจำวันพฤหัสบดีที่&nbsp;14&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ดังนี้&nbsp;ลักษณะอากาศทั่วไปเมื่อเวลา&nbsp;04.00&nbsp;น.&nbsp;วันนี้&nbsp;ความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน&nbsp;ในขณะที่ลมใต้และลมตะวันตกเฉียงใต้กำลังอ่อนพัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน&nbsp;ลักษณะเช่นนี้จะทำให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างมีอากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน&nbsp;โดยมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้บางพื้นที่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>อนึ่ง&nbsp;ในช่วงวันที่&nbsp;16-18&nbsp;เมษายน&nbsp;2565</strong>&nbsp;บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้&nbsp;ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน&nbsp;ในขณะที่บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน&nbsp;ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น&nbsp;โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;และลูกเห็บตกบางแห่ง&nbsp;รวมถึงอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้บางพื้นที่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>พยากรณ์อากาศตั้งแต่เวลา&nbsp;06.00&nbsp;น.&nbsp;วันนี้&nbsp;ถึงเวลา&nbsp;06.00&nbsp;น.&nbsp;วันพรุ่งนี้</strong>&nbsp;บริเวณจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ลักษณะอากาศ&nbsp;อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน&nbsp;โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ&nbsp;10&nbsp;ของพื้นที่&nbsp;ลมผิวพื้น&nbsp;ลมใต้&nbsp;ความเร็ว&nbsp;10-15&nbsp;กิโลเมตรต่อชั่วโมง&nbsp;คาดว่าอุณหภูมิสูงสุดบ่ายวันนี้&nbsp;ประมาณ&nbsp;37&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;อุณหภูมิต่ำสุดเช้าพรุ่งนี้&nbsp;ประมาณ&nbsp;26&nbsp;องศาเซลเซียส</p>","2022-04-14T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220414173519887"],
    [265,"ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนและทางทะเล จังหวัดชุมพร เพิ่มความเข้มงวดช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2565","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(14&nbsp;เม.ย.&nbsp;65)&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดชุมพร</strong>&nbsp;ได้จัดชุดส่วนราชการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจ&nbsp;มอบสิ่งของแก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานประจำจุดตรวจ&nbsp;จุดบริการประชาชน&nbsp;เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;โดยได้เน้นย้ำให้ดูแลความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน&nbsp;ทั้งด้านอำนวยความสะดวกและการบังคับใช้กฎหมาย&nbsp;รวมทั้งการเฝ้าระวัง&nbsp;ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ซึ่งในครั้งนี้&nbsp;คณะชุดทำงานตรวจเยี่ยมและติดตามจุดตรวจ&nbsp;จุดบริการ&nbsp;และด่านชุมชน&nbsp;เดินทางออกตรวจเยี่ยมจุดตรวจบริการประชาชน&nbsp;และนักท่องเที่ยวในเขตพื้นที่อำเภอพะโต๊ะ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>โดยก่อนการลงพื้นที่&nbsp;นายสมพร&nbsp;ปัจฉิมเพ็ชร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร</strong>&nbsp;เป็นประธานการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดชุมพร&nbsp;พร้อมติดตามผลการดำเนินงานของศูนย์ปฏิบัติการร่วมฯ&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดชุมพร&nbsp;เพื่อรับทราบข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุ&nbsp;ปัญหาต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;พร้อมกำหนดแผนการดำเนินงาน&nbsp;และแนวทางแก้ไข&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม&nbsp;ซึ่งได้สรุปรายงานการเกิดอุบัติเหตุในพื้นที่จังหวัดชุมพร&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;11-13&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดชุมพรมีอุบัติเหตุสะสม&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;รวม&nbsp;7&nbsp;ครั้ง&nbsp;มีผู้บาดเจ็บ&nbsp;(Admit)&nbsp;5&nbsp;คน&nbsp;มีผู้เสียชีวิต&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;สาเหตุที่เกิดอุบัติเหตุ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ไม่สวมหมวกนิรภัย&nbsp;ขับรถเร็วเกินกำหนด&nbsp;หลับใน&nbsp;ซึ่งประเภทยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด&nbsp;ได้แก่&nbsp;รถมอเตอร์ไซค์ส่วนบุคคล</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>หลังจากนั้น&nbsp;ได้มีการประชุมและสั่งการร่วมมือบูรณาการ&nbsp;ตามประเด็นข้อสั่งการของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน</strong>&nbsp;โดยให้เพิ่มความเข้มงวดกวดขันตลอดจนอำนวยความสะดวกในการจราจรช่วง&nbsp;โดยเพิ่มความระมัดระวังบริเวณทางแยก&nbsp;จุดตัด&nbsp;จุดกลับรถ&nbsp;รวมถึงการเพิ่มความเข้มงวดในเรื่องของความเร็วบนถนนสายหลัก&nbsp;สำหรับถนนสายรอง&nbsp;ให้ด่านชุมชน&nbsp;คนในหมู่บ้านดูแลกันภายใน&nbsp;ก่อนออกมาจากชุมชน&nbsp;หากพบผู้ที่สภาพร่างกายไม่พร้อม&nbsp;ให้ตรวจสอบ&nbsp;และควรใช้ด่านครอบครัว&nbsp;ซึ่งมีความสำคัญเป็นอย่างมาก&nbsp;ด้วยการให้คนในครอบครัวตักเตือนกันเอง&nbsp;ดูแลกันเอง&nbsp;และในเส้นทางสถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;ให้เพิ่มการดูแล&nbsp;เนื่องจากมีจำนวนนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก&nbsp;โดยเฉพาะในจุดอันตรายต้องมีการแจ้งเตือน&nbsp;และต้องมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับพื้นที่ในตัวเมือง&nbsp;พื้นที่ชุมชน&nbsp;จะพบว่าร้านอาหารจะมีการสังสรรค์</strong>&nbsp;ให้ตำรวจและฝ่ายปกครอง&nbsp;ตั้งจุดตรวจและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดจริงจัง&nbsp;ควบคู่กับมาตรการป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;ทั้งมาตรการส่วนบุคคล&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;และสำหรับกิจการ&nbsp;กิจกรรมต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ต้องมี&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;นอกจากนี้ยังฝากถึงพี่น้องประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนผ่านเส้นทางหลัก-เส้นทางรองในพื้นที่จังหวัดชุมพร&nbsp;หากรู้สึกเมื่อยล้า&nbsp;อ่อนเพลีย&nbsp;และง่วงจากการเดินทาง&nbsp;ขอให้แวะพักผ่อนได้ที่จุดบริการ&nbsp;จุดพักรถ&nbsp;ซึ่งจังหวัดชุมพรตั้งจุดบริการไว้ตลอดเส้นทาง</p>","2022-04-14T00:00:00","ภาคใต้","ชุมพร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชุมพร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220414174246890"],
    [266,"กอนช. ขอให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือภัยแล้งและการขาดแคลนน้ำจากความแปรปรวนของสภาพอากาศ","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือภัยแล้งและการขาดแคลนน้ำจากความแปรปรวนของสภาพอากาศ</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(15&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนอากาศร้อนหลายพื้นที่และอากาศร้อนจัดบางแห่ง&nbsp;ส่วนภาคใต้ฝนน้อย&nbsp;ช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&nbsp;59&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;นราธิวาส&nbsp;70&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และสงขลา&nbsp;58&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;24,933&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;43&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมมาตรการรับมือปัญหาขาดแคลนน้ำหน้าแล้งปีนี้&nbsp;อย่างกรมฝนหลวงและการบินเกษตรปรับแผนการตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงประจำเดือนเมษายน&nbsp;โดยตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงทั่วทุกภูมิภาค&nbsp;11&nbsp;หน่วยฯ&nbsp;เพื่อรองรับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงและความต้องการใช้น้ำของพื้นที่การเกษตรที่เริ่มเพาะปลูก&nbsp;แล้วให้หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงทุกแห่งติดตามสภาพอากาศเป็นประจำทุกวันและวางแผนปฏิบัติการฝนหลวงเพิ่มปริมาณฝนในพื้นที่การเกษตร&nbsp;และพื้นที่ลุ่มรับน้ำเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักของเขื่อนต่างๆ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;ให้โครงการชลประทานเชียงใหม่ระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำแม่จอกที่สำรองใช้หน้าแล้งให้การประปาส่วนภูมิภาค&nbsp;สาขาเชียงใหม่&nbsp;เพื่อสนับสนุนน้ำสำหรับนำไปผลิตประปาที่สถานีผลิตน้ำอุโมงค์&nbsp;8&nbsp;สถานี&nbsp;รวมกว่า&nbsp;1&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;สำหรับจ่ายน้ำให้ประชาชนในพื้นที่&nbsp;อ.เมืองเชียงใหม่&nbsp;และพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;ให้มีน้ำเพียงพอต่อการอุปโภค-บริโภค&nbsp;และส่งน้ำจากอ่างเก็บน้ำและแก้มลิงโดยส่งลงคลองแม่แตง&nbsp;เพื่อเป็นแหล่งน้ำสำรองผลิตประปา&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ได้เตรียมพร้อมเครื่องจักรเครื่องมือช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยแล้ง&nbsp;ซึ่งมีแผนติดตั้งเครื่องสูบน้ำทั้งหมด&nbsp;82&nbsp;เครื่อง&nbsp;รถบรรทุกน้ำ&nbsp;16&nbsp;คัน&nbsp;รถขุด&nbsp;5&nbsp;คัน&nbsp;รถบรรทุก&nbsp;6&nbsp;ล้อ&nbsp;25&nbsp;คัน&nbsp;รถแทรกเตอร์&nbsp;1&nbsp;คัน&nbsp;และเครื่องจักรกลสนับสนุนอื่นๆ&nbsp;12&nbsp;หน่วย</p>","2022-04-15T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220415093924014"],
    [267,"ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือสูงระดับสีแดงบริเวณ ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ส่วน กทม.และปริมณฑลค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่","<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือสูงระดับสีแดงบริเวณ&nbsp;ต.เวียงพางคำ&nbsp;อ.แม่สาย&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(15&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพดีถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พบค่าฝุ่นสูงระดับสีแดง&nbsp;1&nbsp;พื้นที่&nbsp;บริเวณ&nbsp;ต.เวียงพางคำ&nbsp;อ.แม่สาย&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&nbsp;20&nbsp;-&nbsp;22&nbsp;เมษายน&nbsp;หากจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือฝั่งตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;พร้อมคาดการณ์จะเกิดฝนตกหลายพื้นที่ในภาคเหนือด้วยช่วงวันที่&nbsp;17&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;เมษายน&nbsp;อาจช่วยลดการสะสมของฝุ่นละอองลงได้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดเอื้อต่อการรระบายของฝุ่นได้ดีขึ้น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;16&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;เมษายน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;</p>","2022-04-15T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220415094941018"],
    [268,"รัฐบาล สามารถแก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจัดหาน้ำต้นทุนได้เพิ่มขึ้นเกือบ 2,000 ล้านลูกบาศก์เมตร มีประชาชนได้รับประโยชน์มากกว่า 1 ล้านครัวเรือน","<p><strong>รัฐบาล&nbsp;สามารถแก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;โดยจัดหาน้ำต้นทุนได้เพิ่มขึ้นเกือบ&nbsp;2,000&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;มีประชาชนได้รับประโยชน์มากกว่า&nbsp;1&nbsp;ล้านครัวเรือน</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสุรสีห์&nbsp;กิตติมณฑล&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ความคืบหน้าจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;(ปี&nbsp;2561-2580)&nbsp;โดยเฉพาะให้ทุกหมู่บ้านมีน้ำสะอาดอุปโภค-บริโภค&nbsp;น้ำเพื่อการผลิตมั่นคง&nbsp;ความเสียหายจากอุทกภัยลดลง&nbsp;คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;และบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน&nbsp;ภายใต้การพัฒนาอย่างสมดุล&nbsp;โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน&nbsp;ปัจจุบันสามารถเพิ่มประสิทธิภาพประปาหมู่บ้าน&nbsp;4,675&nbsp;แห่ง&nbsp;จัดหาปริมาณน้ำต้นทุนเพิ่มขึ้น&nbsp;1,797&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;การพัฒนาแหล่งน้ำผิวดินทั้งในพื้นที่ชลประทานและพื้นที่เกษตรน้ำฝนได้ปริมาณน้ำต้นทุนถึง&nbsp;1,452&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;,&nbsp;พัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรได้ปริมาณน้ำ&nbsp;124&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;และปฏิบัติการฝนหลวงเติมน้ำให้แหล่งน้ำอีก&nbsp;221&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;สามารถเพิ่มพื้นที่ชลประทานได้&nbsp;1.17&nbsp;ล้านไร่&nbsp;มีประชาชนได้รับประโยชน์&nbsp;1.08&nbsp;ล้านครัวเรือน&nbsp;และยังได้พัฒนาระบบป้องกันอุทกภัยมีพื้นที่ได้รับการป้องกัน&nbsp;9,556&nbsp;ไร่&nbsp;ประชาชนได้รับการป้องกัน&nbsp;10,893&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;สร้างระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสียรวมของชุมชน&nbsp;13&nbsp;แห่ง&nbsp;อนุรักษ์ฟื้นฟูป่าต้นน้ำ&nbsp;156,070&nbsp;ไร่&nbsp;และพัฒนาระบบติดตามประเมินผลด้านน้ำของประเทศไทย&nbsp;(TWA)&nbsp;ซึ่งจะเป็นเครื่องมือชี้วัดความสำเร็จการบริหารจัดการน้ำได้อย่างชัดเจน&nbsp;ตรวจสอบได้&nbsp;ลดความซ้ำซ้อนของโครงการ&nbsp;จึงขอให้ประชาชนมั่นใจมีโครงการพัฒนาแหล่งน้ำกระจายทุกพื้นที่ทั่วประเทศตามความจำเป็นเร่งด่วนแน่นอน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;สทนช.จะพิจารณาแผนงานโครงการโดยยึดปัญหาด้านน้ำเชิงพื้นที่อย่างเป็นระบบ&nbsp;(Area&nbsp;Based)&nbsp;เป็นเกณฑ์สำคัญ&nbsp;มีแผนหลักเป็น&nbsp;Road&nbsp;map&nbsp;การแก้ปัญหาและขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;เช่น&nbsp;แผนบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมบริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง&nbsp;ปัจจุบันมีความคืบหน้าแล้วร้อยละ&nbsp;35&nbsp;//&nbsp;โครงการพัฒนาแหล่งน้ำและจัดการทรัพยากรน้ำรองรับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก&nbsp;(EEC)&nbsp;ขับเคลื่อนแล้ว&nbsp;21&nbsp;โครงการ&nbsp;อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อม&nbsp;17&nbsp;โครงการ&nbsp;เพื่อรองรับการใช้น้ำในอีก&nbsp;20&nbsp;ปีข้างหน้า&nbsp;//&nbsp;โครงการฟื้นฟูแหล่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่&nbsp;เช่น&nbsp;บึงบอระเพ็ด&nbsp;จ.นครสวรรค์&nbsp;,&nbsp;บึงราชนก&nbsp;จ.พิษณุโลก&nbsp;,&nbsp;บึงสีไฟ&nbsp;จ.พิจิตร&nbsp;หนองหาร&nbsp;จ.สกลนคร</p>","2022-04-15T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220415105031044"],
    [269,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยกว่า 400 จุด ส่วนจุดความร้อนจากเมียนมาสูงเกือบ 3,000 จุด","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยกว่า&nbsp;400&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากเมียนมาสูงเกือบ&nbsp;3,000&nbsp;จุด</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(14&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;442&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;154&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;132&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;83&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;36&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;25&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;12&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;96&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;แพร่&nbsp;25&nbsp;จุด&nbsp;และพระนครศรีอยุธยา&nbsp;23&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนเริ่มกลับมากระจายตัวเพิ่มขึ้นในภาคเหนือและภาคกลาง&nbsp;ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือพบจุดความร้อนเล็กน้อย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;14&nbsp;เมษายน&nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;14,046&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;12,831&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;8,679&nbsp;จุด&nbsp;ภาพรวมปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;วันนี้ภาคเหนือมีปริมาณฝุ่นลดลงเล็กน้อยจากวันก่อน&nbsp;แต่ยังคงอยู่ในระดับที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;(สีส้ม)&nbsp;และมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;(สีแดง)&nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;และตาก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมา&nbsp;2,708&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็น&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;1,480&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในประเทศไทย&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย</p>","2022-04-15T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220415110307047"],
    [270,"คณะอนุกรรมการกำกับดูแลฯ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จ.แม่ฮ่องสอน ปี 6465 งวดที่ 5 เผย ราคาประกันรายได้ฯ สำหรับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เมล็ดความชื่นไม่เกิน 15.5 เปอร์เซ็น กิโลกรัมละ 10.60 บาท","<p><strong>นายสืบพงษ์&nbsp;นิ่มพูลสวัสดิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการ&nbsp;ปฏิบัติราชการแทน&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;แจ้งประกาศคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;เรื่องการกำหนดราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงและชดเชยส่วนต่างราคาตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;(งวดที่&nbsp;5)&nbsp;ดังนี้&nbsp;ราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงประจำวันที่&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อใช้ในการชดเชยส่วนต่างตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;(งวดที่&nbsp;)&nbsp;</p><p><strong>สำหรับเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์</strong>กับกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ที่มีวันเพาะปลูกตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;และระบุวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวตั้งแต่วันที่&nbsp;20&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;19&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;สำหรับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เมล็ดความชื่นไม่เกิน&nbsp;15.5&nbsp;เปอร์เซ็น&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;10.60&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;การจ่ายเงินชดเชยส่วนต่าง&nbsp;เมื่อคำนวณส่วนต่างจากราคาเป้าหมายกับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงแล้ว&nbsp;ราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงในครั้งนี้สูงกว่าราคาเป้าหมาย&nbsp;(กิโลกรัมละ&nbsp;8.50&nbsp;บาท)&nbsp;จึงไม่มีการจ่ายเงินส่วนต่างให้แก่เกษตรกร</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-15T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220415120413071"],
    [271,"จังหวัดตราด กำหนดจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ ฯ ที่วัดแหลมมะขาม ตำบลแหมงอบ","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">นายชยุทกฤดิ&nbsp;นนทแก้ว&nbsp;เกษตรจังหวัดตราด</strong><strong>&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;โดยหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และส่วนราชการต่างๆ&nbsp;กำหนดจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ไตรมาสที่&nbsp;3&nbsp;/&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;ขึ้นในวันพุธที่&nbsp;27&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ที่วัดแหลมมะขาม&nbsp;ตำบลแหลมงอบ&nbsp;อำเภอแหลมงอบ&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำหรับการจัดโครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการวิชาการแก่เกษตรกร</strong>&nbsp;องค์กรเกษตรกร&nbsp;ชุมชน&nbsp;ให้สามารถดำเนินกิจการได้อย่างต่อเนื่อง&nbsp;มีการบริหารจัดการที่เป็นระบบสามารถแก้ไขปัญหาในการประกอบอาชีพทางด้านการเกษตรให้กับเกษตรกรได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;&nbsp;สำหรับกิจกรรมหลัก&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;คลินิกพืช&nbsp;คลินิกดิน&nbsp;คลินิกสัตว์&nbsp;และคลินิกประมง&nbsp;นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเสริม&nbsp;ได้แก่&nbsp;คลินิกบัญชี&nbsp;คลินิกชลประทาน&nbsp;คลินิกสหกรณ์คลินิกกฎหมาย&nbsp;(สปก.)&nbsp;คลินิกตรวจเลือดหาสารตกค้างให้กับเกษตรกร&nbsp;จึงขอเชิญชวนเกษตรกร&nbsp;และประชาชน&nbsp;เข้ารับบริการจากการจัดโครงการดังกล่าว</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p>","2022-04-15T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220415131601109"],
    [272,"เริ่มใช้เกณฑ์ตรวจวัดควันดำจากท่อไอเสียใหม่ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป หากพบปรับสูงสุด 5,000 บาท","<p><strong>นายเสกสม</strong>&nbsp;<strong>อัครพันธุ์</strong>&nbsp;<strong>รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก</strong>และโฆษกกรมการขนส่งทางบก&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ได้ออกประกาศกำหนดมาตรฐานค่าควันดำของรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์แบบจุดระเบิดด้วยการอัด&nbsp;ปรับปรุงการกำหนดมาตรฐานค่าควันดำของรถยนต์ให้มีความเข้มงวดมากขึ้น&nbsp;เพื่อลดการปล่อยควันดำให้น้อยลง&nbsp;ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมมลพิษ&nbsp;แก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;จากแหล่งกำเนิดมลพิษประเภทรถยนต์และเป็นไปตามมาตรฐานสากล&nbsp;มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่&nbsp;13&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เป็นมา&nbsp;</p><p><strong>กรมการขนส่งทางบก</strong>&nbsp;ดำเนินการปรับปรุงมาตรฐานการตรวจวัดค่าควันดำจากท่อไอเสียของรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกและกฎหมายว่าด้วยรถยนต์&nbsp;ให้สอดคล้องตามเกณฑ์มาตรฐานค่าควันดำและวิธีการตรวจวัดที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกำหนด&nbsp;โดยมีสาระสำคัญ&nbsp;กรณีการตรวจวัดควันดำด้วยเครื่องวัดควันดำระบบวัดความทึบแสง&nbsp;ขณะเครื่องยนต์ไม่มีภาระ&nbsp;ค่าควันดำสูงสุดไม่เกินร้อยละ&nbsp;30&nbsp;จากเดิม&nbsp;ร้อยละ&nbsp;45&nbsp;และหากตรวจวัดควันดำด้วยเครื่องวัดควันดำระบบกระดาษกรอง&nbsp;ขณะเครื่องยนต์ไม่มีภาระ&nbsp;ค่าควันดำสูงสุดไม่เกินร้อยละ&nbsp;40&nbsp;จากเดิม&nbsp;ร้อยละ&nbsp;50&nbsp;ซึ่งเกณฑ์การตรวจควันดำใหม่&nbsp;เริ่มมีผลบังคับใช้กับการตรวจวัดควันดำรถที่มาดำเนินการตรวจสภาพรถก่อนจดทะเบียน&nbsp;หรือตรวจสภาพรถก่อนชำระภาษีประจำปีที่สำนักงานขนส่งและสถานตรวจสภาพรถ&nbsp;(ตรอ.)&nbsp;ทุกแห่งแล้ว&nbsp;ดังนั้นตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป&nbsp;หากตรวจวัดควันดำด้วยระบบวัดความทึบแสง&nbsp;แล้วมีค่าควันดำเกินร้อยละ&nbsp;30&nbsp;หรือตรวจวัดควันดำด้วยระบบกระดาษกรอง&nbsp;แล้วมีค่าควันดำ&nbsp;เกินร้อยละ&nbsp;40&nbsp;จะถูกเปรียบเทียบปรับสูงสุด&nbsp;5,000&nbsp;บาท&nbsp;และสั่งห้ามใช้รถด้วยการพ่นข้อความ&nbsp;ห้ามใช้&nbsp;จนกว่าเจ้าของรถจะนำรถไปแก้ไขสภาพเครื่องยนต์ไม่ให้มีค่าควันดำเกินกำหนดและนำมาตรวจสภาพอีกครั้งจนผ่านการตรวจวัดจึงจะนำไปใช้งานได้</p><p><strong>รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;การปรับปรุงมาตรฐานการตรวจวัดค่าควันดำดังกล่าวนอกจากมีผลบังคับใช้กับสำนักงานขนส่งและสถานตรวจสภาพรถแล้ว&nbsp;ยังนำไปใช้กับการตรวจควันดำบนถนนสายหลักและสายรองทั่วประเทศ&nbsp;ซึ่งเป็นการดำเนินการตามมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;โดยกรมการขนส่งทางบกได้ดำเนินการมาอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง&nbsp;จัดผู้ตรวจการออกตรวจวัดควันดำจากท่อไอเสียของรถบรรทุกและรถโดยสาร&nbsp;ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลและเพิ่มความถี่ในการปฏิบัติงานออกตรวจวัดควันดำทั่วประเทศ&nbsp;&nbsp;โดยเฉพาะบนถนนสายหลักและสายรองที่เข้า-ออกกรุงเทพมหานคร&nbsp;ดังนั้น&nbsp;ผู้ประกอบการขนส่งและเจ้าของรถ&nbsp;ควรให้ความสำคัญกับการบำรุงรักษาเครื่องยนต์ให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์อยู่เสมอ&nbsp;&nbsp;รวมถึงการปรับพฤติกรรมการขับขี่ที่อาจก่อให้เกิดการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ของเครื่องยนต์&nbsp;เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ที่เกิดจากยานพาหนะ</p><p><br></p><p><br></p>","2022-04-15T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","นนทบุรี","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220415211559285"],
    [273,"เปิดสวนชิมเมล่อน คิโมจิ- อาหรับ พันธุ์ใหม่  หวาน หอม อร่อย","<p><strong>เปิดสวน&nbsp;ชิมเมล่อน&nbsp;คิโมจิ-&nbsp;อาหรับ&nbsp;พันธุ์ใหม่&nbsp;</strong>ทยอยสุกจนเกือบเต็มแปลง&nbsp;หลังใช้เวลาการปลูกและดูแลมา&nbsp;ร่วม&nbsp;45&nbsp;วัน&nbsp;ตั้งแต่เดือนมกราคมจนกระทั่งถึงขณะนี้&nbsp;โดยทางเกษตรกร&nbsp;เริ่มตัดผลผลิตรุ่นแรก&nbsp;30&nbsp;ลูก&nbsp;ส่งให้กับลูกค้า&nbsp;ที่ชื่นชอบเมล่อน&nbsp;ต้องการชิมรสชาติ&nbsp;ความอร่อยและได้สั่งจองผ่านออนไลน์ไว้&nbsp;ในราคา&nbsp;กก.ละ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งมีทั้งสั่งจองลูกเดียว&nbsp;ไปจนถึงหลายลูก&nbsp;แต่ละลูก&nbsp;จะมีน้ำหนักไม่เท่ากัน&nbsp;ตั้งแต่กิโลกรัมกว่าไปจนถึง&nbsp;2&nbsp;กิโลกรัม</p><p><strong>ด้านนายอมร&nbsp;ชุมช่วย&nbsp;นายอำเภอยะหา&nbsp;ปลัดอำเภอยะหา&nbsp;</strong>พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมชมแปลงปลูกเมล่อนสายพันธุ์ใหม่&nbsp;ที่ผลผลิตกำลังทยอยสุก&nbsp;แต่ละลูกก็จะมีสีส้ม&nbsp;สวยงาม&nbsp;พร้อมทั้งได้ตัดผลเมล่อนและร่วมกันชิมรสชาติเมล่อนสายพันธุ์ใหม่หน้าแปลง&nbsp;ซึ่งก็ไม่ผิดหวัง&nbsp;ทุกคนต้องยกนิ้วให้&nbsp;ด้วยความหอม&nbsp;เนื้อนุ่มสีส้มและความอร่อยของรสชาติ&nbsp;ที่หวานพอดี&nbsp;&nbsp;โดยเชื่อมั่นว่าจะสามารถเปิดตลาดเมล่อนพันธุ์ใหม่&nbsp;สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างดี</p><p><strong>นายดอเล๊าะ&nbsp;สะตือบา&nbsp;ประธานศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าทางการเกษตร&nbsp;</strong>(ศพก)&nbsp;อำเภอยะหา&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ครูภูมิปัญญาด้านการเกษตร&nbsp;&nbsp;บอกว่า&nbsp;&nbsp;&nbsp;หลังจากที่ได้ต่อยอด&nbsp;นำเกสร&nbsp;ของเมล็ดพันธุ์เมล่อน&nbsp;อาหรับ&nbsp;ผสมเกสรกับ&nbsp;สายพันธุ์คิโมจิ&nbsp;มาร่วม&nbsp;2&nbsp;เดือน&nbsp;ซึ่งเดิม&nbsp;เมล่อน&nbsp;อาหรับ&nbsp;จะมีผลเป็นสีเหลือง&nbsp;ไม่หอม&nbsp;ส่วนคิโมจิผลจะเป็นสีเขียวไม่มีเหลือง&nbsp;&nbsp;พอนำมาผสมกัน&nbsp;ลูกก็จะออกมาเป็นสีเหลือง&nbsp;เมกกะ&nbsp;เนื้อในเดิม&nbsp;&nbsp;คิโมจิ&nbsp;สีเขียว&nbsp;ก็จะออกมาเป็นสีส้ม&nbsp;&nbsp;โดยสายพันธุ์ใหม่จะมีกลิ่นหอมของคิโมจิ&nbsp;ส่วนรสชาติหลายๆ&nbsp;คนได้ชิมแล้ว&nbsp;บอกว่า&nbsp;โอเค&nbsp;ผ่าน&nbsp;</p><p><strong>สำหรับความสำเร็จในครั้งนี้&nbsp;เป็นความภาคภูมิใจที่ตนเองได้ใช้ภูมิปัญญา&nbsp;ทางด้านการเกษตรมาต่อยอดทดลองปลูกเมล่อน</strong>&nbsp;ตะวันออกกลางที่มาปลูกบ้านเรามาผสมกับคิโมจิ&nbsp;จนประสบความสำเร็จครึ่งหนึ่ง&nbsp;ต่อไปก็จะขยายต่อเป็นพันธุ์ลูกผสม&nbsp;&nbsp;หลังได้ผลผลิตเป็นอย่างดี&nbsp;ทั้งผลและรสชาติความอร่อย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2022-04-16T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220416075025326"],
    [274,"แปลงใหญ่กาแฟเทพเสด็จ เชื่อมโยงการทำงานร่วมกันด้านองค์ความรู้ การผลิต การตลาด","<p><strong>นายนวนิตย์&nbsp;พลเคน&nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การศึกษาดูงานเป็นหนึ่งในกิจกรรมการประชุมเชื่อมโยงการดำเนินงานของคณะกรรมการเครือข่ายศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.)&nbsp;และแปลงใหญ่&nbsp;ระดับประเทศ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;ที่สำนักงานส่งเสริมและพัฒนากรเกษตรที่&nbsp;6&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;จัดขึ้น&nbsp;โดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้กำหนดจัดการประชุมคณะกรรมการเครือข่ายฯ&nbsp;ระดับประเทศ&nbsp;ปีละ&nbsp;4&nbsp;ครั้ง&nbsp;เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงการดำเนินงานของทั้งสองเครือข่ายอย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;สามารถ&nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรแปลงใหญ่&nbsp;ตลอดจนเป็นที่บ่มเพาะเกษตรกรรุ่นใหม่&nbsp;เข้าเป็นสมาชิกแปลงใหญ่ได้อย่างแท้จริง&nbsp;สำหรับแปลงใหญ่กาแฟเทพเสด็จดำเนินการและบริหารงานในรูปแบบวิสาหกิจชุมชนกาแฟสดแม่ตอนซึ่งนับเป็นศูนย์เครือข่ายหนึ่งที่เชื่อมโยงการทำงานร่วมกันในระดับพื้นที่ทั้งด้านองค์ความรู้&nbsp;การผลิตและการตลาด</p><p><strong>นายสุวรรณ&nbsp;เทโวขัติ&nbsp;ประธานแปลงใหญ่กาแฟเทพเสด็จ&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;แปลงใหญ่กาแฟเทพเสด็จ&nbsp;ได้สมัคร&nbsp;เข้าร่วมโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาดกับกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;และได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์สำหรับวิธีการแปรรูปเป็นไปอย่างพิถีพิถันทุกขั้นตอน&nbsp;ทำให้กาแฟเทพเสด็จมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว&nbsp;มีรสชาติหอมหวาน&nbsp;มีกลิ่นหอมของดอกไม้ป่าและปัจจุบันกาแฟเทพเสด็จ&nbsp;ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;หรือ&nbsp;GI&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p>","2022-04-16T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220416120448377"],
    [275,"กอนช. คาดการณ์ภาคใต้ฝนลดลง พร้อมเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่ 3 แห่ง","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;คาดการณ์ภาคใต้ฝนลดลง&nbsp;พร้อมเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(16&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนอากาศร้อนหลายพื้นที่และอากาศร้อนจัดบางแห่ง&nbsp;ส่วนภาคใต้ฝนน้อย&nbsp;ช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&nbsp;85&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;ปัตตานี&nbsp;60&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และสงขลา&nbsp;57&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั่วประเทศทุกขนาด&nbsp;24,771&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;43&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p>","2022-04-16T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220416094748341"],
    [276,"ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือสูงระดับสีส้ม 16 พื้นที่ สูงสุดยังคงเป็นบริเวณ ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย","<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือสูงระดับสีส้ม&nbsp;16&nbsp;พื้นที่&nbsp;สูงสุดยังคงเป็นบริเวณ&nbsp;ต.เวียงพางคำ&nbsp;อ.แม่สาย&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(16&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพดีถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พบค่าฝุ่นสูงระดับสีส้ม&nbsp;16&nbsp;พื้นที่&nbsp;เช่น&nbsp;ต.เวียงพางคำ&nbsp;อ.แม่สาย&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;,&nbsp;ต.สุเทพ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;,&nbsp;ต.ช้างเผือก&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;,&nbsp;ต.พระบาท&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ลำปาง&nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&nbsp;21&nbsp;-&nbsp;23&nbsp;เมษายน&nbsp;หากจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือตอนล่างและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;พร้อมคาดการณ์จะเกิดฝนตกหลายพื้นที่ในภาคเหนือด้วยช่วงวันที่&nbsp;17&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;เมษายน&nbsp;อาจช่วยลดการสะสมของฝุ่นละอองลงได้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;โดยค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดเอื้อต่อการระบายของฝุ่นได้ดีขึ้น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;17&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;เมษายน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;</p>","2022-04-16T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220416101114346"],
    [277,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงเล็กน้อย ส่วนจุดความร้อนจาก สปป.ลาว สูงกว่า 2,000 จุด","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงเล็กน้อย&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจาก&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;สูงกว่า&nbsp;2,000&nbsp;จุด</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(15&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;372&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;127&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;120&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;59&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;29&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;28&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;9&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;30&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;28&nbsp;จุด&nbsp;และแพร่&nbsp;28&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนยังคงกระจายตัวอยู่ในพื้นที่ทางตอนบนของประเทศไทย&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคกลาง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;15&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;14,185&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;12,893&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;8,811&nbsp;จุด&nbsp;ภาพรวมปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;วันนี้&nbsp;ภาคเหนือมีปริมาณฝุ่นลดลงเล็กน้อยอยู่ที่ระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;(สีส้ม)&nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;และตาก&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดใน&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;2,250&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นเมียนมา&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;1,259&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในประเทศไทย&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย</p>","2022-04-16T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220416125240412"],
    [278,"รัฐบาล เดินหน้าโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญ 43 โครงการ ช่วยเพิ่มแหล่งเก็บกักน้ำได้กว่า 600 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยช่วยลดความเสียหายจากภัยแล้งและน้ำท่วมลงได้มาก","<p><strong>รัฐบาล&nbsp;เดินหน้าโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญ&nbsp;43&nbsp;โครงการ&nbsp;ช่วยเพิ่มแหล่งเก็บกักน้ำได้กว่า&nbsp;600&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;โดยช่วยลดความเสียหายจากภัยแล้งและน้ำท่วมลงได้มากจากแผนการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสุรสีห์&nbsp;กิตติมณฑล&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;รัฐบาล&nbsp;ได้เร่งรัดขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญรวม&nbsp;43&nbsp;โครงการ&nbsp;เพื่อเพิ่มแหล่งเก็บกักน้ำได้อีก&nbsp;646&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;มีพื้นที่ได้รับประโยชน์&nbsp;1.56&nbsp;ล้านไร่&nbsp;ประชาชนมีน้ำใช้ในกิจกรรมต่างๆกว่า&nbsp;262,000&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;และบำบัดน้ำเสียได้&nbsp;1.36&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน&nbsp;เช่น&nbsp;โครงการอ่างเก็บน้ำลำสะพุงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;จ.ชัยภูมิ&nbsp;//&nbsp;โครงการปรับปรุงคลองยม-น่าน&nbsp;//&nbsp;โครงการประตูระบายน้ำพุง-น้ำก่ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;จ.สกลนคร&nbsp;//&nbsp;โครงการพัฒนาลุ่มน้ำห้วยหลวงตอนล่าง&nbsp;//&nbsp;โครงการขยายเขต&nbsp;กปภ.บ้านฉาง&nbsp;รองรับ&nbsp;EEC&nbsp;//&nbsp;โครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองนครศรีธรรมราชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;แผนหลักการพัฒนาฟื้นฟูคลองแสนแสบ&nbsp;โดยทำควบคู่กับการปรับโครงสร้างการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;ยกระดับการมีส่วนร่วม&nbsp;สร้างความเข้มแข็งขององค์กรด้านน้ำตั้งแต่ระดับพื้นที่ผ่านองค์กรผู้ใช้น้ำ&nbsp;อนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัด&nbsp;คณะกรรมการลุ่มน้ำจนถึงระดับนโยบาย&nbsp;คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กนช.)&nbsp;พร้อมทั้ง&nbsp;ยังได้พัฒนากลไกการกำกับดูแลและจัดการน้ำทั้งในภาวะปกติและภาวะวิกฤติ&nbsp;และพัฒนาเครื่องมือการบริหารจัดการน้ำ&nbsp;คือ&nbsp;ผังน้ำ&nbsp;คลังข้อมูลน้ำในรูปแบบ&nbsp;One&nbsp;Map&nbsp;ผ่านเว็บไซต์&nbsp;และ&nbsp;application&nbsp;National&nbsp;Thai&nbsp;Water&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;การดำเนินงานดังกล่าวทำให้สถิติความเสียหายจากอุทกภัยลดลงอย่างชัดเจน&nbsp;อย่างปี&nbsp;2562&nbsp;ที่เกิดภัยแล้งรุนแรงมาก&nbsp;แต่การบริหารจัดการน้ำในเชิงป้องกัน&nbsp;วิเคราะห์พื้นที่เสี่ยง&nbsp;และหาแหล่งน้ำสำรอง&nbsp;ส่งผลให้มีหมู่บ้านประกาศภัยแล้งปี&nbsp;2562&nbsp;เพียง&nbsp;30&nbsp;จังหวัด&nbsp;891&nbsp;ตำบล&nbsp;ใน&nbsp;7,662&nbsp;หมู่บ้านเท่านั้น&nbsp;ซึ่งน้อยกว่าการบริหารจัดการน้ำในหลายปีที่ผ่านมา&nbsp;โดยปี&nbsp;2564/65&nbsp;ยังไม่มีการประกาศภัยแล้ง&nbsp;ส่วนปัญหาอุทกภัยได้แจ้งเตือนล่วงหน้าและบริหารจัดการน้ำร่วมกันทำให้ความเสียหายน้อยลง&nbsp;แล้วยังป้องกันพื้นที่เศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย&nbsp;</p>","2022-04-16T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220416164434482"],
    [279,"จุรินทร์ ออนทัวร์ ภาคใต้ ติดตามความคืบหน้าโครงการประกันรายได้เกษตรกร จ.สุราษฎร์ธานี กว่า 2 แสนราย พร้อมมอบเช็คชำระหนี้และโฉนดกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สืบสานนโยบายอดีตนายกฯ ชวน","<p><strong>วันนี้&nbsp;(16&nbsp;เม.ย.65&nbsp;)&nbsp;เวลา&nbsp;15.00&nbsp;น.&nbsp;นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์&nbsp;&nbsp;</strong>รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายสินิตย์&nbsp;เลิศไกร&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ลงพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ติดตามความคืบหน้าโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกยางพารา&nbsp;และปาล์มน้ำมัน&nbsp;พร้อมเป็นประธานมอบเช็คชำระหนี้และมอบโฉนดที่ดินของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;ที่ศาลาประชาคม&nbsp;ที่ว่าการอำเภอท่าชนะ&nbsp;อำเภอท่าชนะ&nbsp;จ.สุราษฎร์ธานี&nbsp;โดยมี&nbsp;นายพูนพงษ์&nbsp;นัยนาภากรณ์&nbsp;รองปลัดกระทรวงพาณิชย์&nbsp;นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;นายอุดม&nbsp;ศรีสมทรง&nbsp;รองอธิบดีกรมการค้าภายใน&nbsp;นายสไกร&nbsp;พิมพ์บึง&nbsp;เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูฯ&nbsp;หัวส่วนราชการ&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;ประชาชน&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย&nbsp;</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้เดินทางต่อไปยังวัดกลางเก่า&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.สุราษฎร์ธานี</strong>&nbsp;เพื่อพบกับสมาคมซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า&nbsp;ท่ามกลางบรรยากาศการต้อนรับที่อบอุ่น&nbsp;โดยมีพี่น้องประชาชนได้มารอมอบดอกกุหลาบ&nbsp;และถือป้ายขอบคุณนโยบายประกันรายได้เกษตรกรเป็นจำนวนมาก&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;และคณะ&nbsp;ได้มอบถุงน้ำใจบรรเทาทุกข์&nbsp;แก่ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ทั้ง&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;เพื่อการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเบื้องต้น</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>นโยบายประกันรายได้&nbsp;เป็นนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์และเป็นเงื่อนไขสำคัญในการเข้าร่วมรัฐบาล&nbsp;ให้เกษตรกรชาวสวนยางและชาวสวนปาล์ม&nbsp;ได้มีหลักประกันให้ปาล์มน้ำมันกิโลกรัมละ&nbsp;4&nbsp;บาท&nbsp;และยางแผ่นดิบชั้น&nbsp;3&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;60&nbsp;บาท&nbsp;น้ำยางข้นกิโลกรัมละ&nbsp;57&nbsp;บาท&nbsp;ขี้ยางหรือยางก้อนถ้วย&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;23&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งทางพรรคได้ดำเนินการมา&nbsp;3&nbsp;ปีแล้ว&nbsp;ตอนนี้ราคาทะลุเพดาน&nbsp;ปาล์มกิโลกรัมละ&nbsp;10&nbsp;บาทโดยประมาณ&nbsp;อีกทั้งมีมาตรการช่วยเหลือหลายมาตรการจนสามารถช่วยให้ราคาดีขึ้น&nbsp;เช่น&nbsp;มาตรการห้ามนำเข้าปาล์มทางบก&nbsp;เพื่อไม่ให้ปาล์มของประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาปนในตลาด&nbsp;ต้องนำเข้าทางเรือเท่านั้น&nbsp;และตนพาผู้ประกอบการไปเปิดตลาดที่ประเทศอินเดีย&nbsp;ส่งผลให้วันนี้การส่งออกน้ำมันปาล์มไปอินเดียเพิ่มขึ้นกว่า&nbsp;40%&nbsp;ทำให้ราคาปาล์มดีขึ้น&nbsp;แต่การประกันรายได้จะเป็นหลักประกัน&nbsp;เผื่อว่าวันไหนปาล์มและยางราคาตก&nbsp;อย่างน้อยจะมีหลักประกันให้แก่พี่น้องประชาชน&nbsp;ซึ่งที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;โครงการประกันรายได้&nbsp;ช่วยเกษตรกร&nbsp;3&nbsp;ปีได้&nbsp;177,800&nbsp;ราย&nbsp;โอนเงินส่วนต่างแล้วเฉพาะคนสุราษฎร์&nbsp;4,920&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</p><p><strong>เกษตรกรของบางคนเป็นหนี้และไปขึ้นทะเบียนเป็นสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;</strong>(กฟก.)&nbsp;ซึ่งเป็นนโยบายที่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่นายชวน&nbsp;หลีกภัย&nbsp;เป็นนายกรัฐมนตรีครั้งที่&nbsp;2&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรที่เป็นหนี้ให้ไปเป็นสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ&nbsp;ไม่ให้โดนยึดที่ดินทำกิน&nbsp;ให้เป็นหนี้กองทุนแทน&nbsp;ด้วยดอกเบี้ยพิเศษ&nbsp;จากเมื่อก่อน&nbsp;1%&nbsp;วันนี้เหลือ&nbsp;0%&nbsp;และจะไม่ยึดที่ดินทำกินของพี่น้อง&nbsp;เมื่อชำระครบก็จะคืนโฉนดให้กับพี่น้อง&nbsp;โดยวันนี้ตนเป็นประธานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;ซึ่งจะเดินหน้าต่อไปเพราะเป็นประโยชน์กับพี่น้อง&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;กล่าว</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-04-16T00:00:00","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220416211508564"],
    [280,"กอนช. คาดการณ์ภาคใต้ฝนลดลง พร้อมเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่ 3 แห่ง","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;คาดการณ์ภาคใต้ฝนลดลง&nbsp;พร้อมเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;3&nbsp;แห่ง</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(17&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนอากาศร้อนหลายพื้นที่และอากาศร้อนจัดบางแห่ง&nbsp;ส่วนภาคใต้ฝนน้อย&nbsp;ช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&nbsp;85&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;ปัตตานี&nbsp;60&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และสงขลา&nbsp;57&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;24,771&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;43&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p>","2022-04-17T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220417102517593"],
    [281,"ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือสูงระดับสีส้ม 8 พื้นที่ สูงสุดยังคงเป็นบริเวณ ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่","<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือสูงระดับสีส้ม&nbsp;8&nbsp;พื้นที่&nbsp;สูงสุดยังคงเป็นบริเวณ&nbsp;ต.ศรีภูมิ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(17&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพดีถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พบค่าฝุ่นสูงระดับสีส้ม&nbsp;8&nbsp;พื้นที่&nbsp;เช่น&nbsp;ต.ศรีภูมิ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.เชียงใหม่,&nbsp;ต.ช้างเผือก&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;,&nbsp;ต.สุเทพ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&nbsp;21&nbsp;-&nbsp;24&nbsp;เมษายน&nbsp;หากจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือตอนล่างและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;พร้อมคาดการณ์จะเกิดฝนตกหลายพื้นที่ในภาคเหนือด้วยช่วงวันที่&nbsp;18&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;เมษายน&nbsp;อาจช่วยลดการสะสมของฝุ่นละอองลงได้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;โดยค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดเอื้อต่อการระบายของฝุ่นได้ดีขึ้น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;18&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;เมษายน&nbsp;และวันที่&nbsp;23&nbsp;-&nbsp;24&nbsp;เมษายน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;</p>","2022-04-17T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220417102703594"],
    [282,"จุรินทร์ ออนทัวร์ ติดตามโครงการประกันรายได้ 3 ปี ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ขณะเดียวกันเผยถึงการเร่งแก้ปัญหาส่งออกทุเรียนคุณภาพหลังจีนชะลอการนำเข้า","<p><strong>วันนี้&nbsp;(17&nbsp;เมย&nbsp;65&nbsp;)เวลา&nbsp;9.50&nbsp;น.นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฎ์&nbsp;</strong>รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;นายสินิตย์&nbsp;เลิศไกร&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;อำเภอเวียงสระ&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เพื่อติดตามความคืบหน้าการประกันรายได้เกษตรกรสวนยางพารา&nbsp;และสวนปาล์มน้ำมัน&nbsp;ณ&nbsp;อาคารอเนกประสงค์โรงเรียนเวียงสระ&nbsp;&nbsp;พร้อมมอบ&nbsp;ถุงน้ำใจบรรเทาทุกข์&nbsp;เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยโควิด-19&nbsp;โดยนายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายนันธวัช&nbsp;เจริญวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;นายเจริญศักดิ์&nbsp;วงศ์สุวรรณ&nbsp;นายอำเภอเวียงสระ&nbsp;ผู้นำท้องที่&nbsp;ท้องถิ่น&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าให้การต้อนรับคณะรองนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้</p><p><strong>สำหรับนโยบายประกันรายได้&nbsp;เป็นนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์</strong>&nbsp;และเป็นเงื่อนไขสำคัญในการเข้าร่วมรัฐบาล&nbsp;โดยมีประกันปาล์มน้ำมัน&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;4&nbsp;บาท&nbsp;และประกันยางแผ่นดิบชั้น&nbsp;3&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;60&nbsp;บาท&nbsp;น้ำยางข้นกิโลกรัมละ&nbsp;57&nbsp;บาท&nbsp;ขี้ยาง&nbsp;หรือยางก้อนถ้วยกิโลกรัมละ&nbsp;23&nbsp;บาท&nbsp;ดำเนินการมา&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;ตอนนี้ปาล์มน้ำมันราคาเกินราคาประกัน&nbsp;อยู่ที่กิโลกรัมละ&nbsp;&nbsp;10&nbsp;บาทจากหลายมาตรการ&nbsp;เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรที่ปลูกพืชดังกล่าว</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้กล่าวถึง&nbsp;ปัญหาราคาปุ๋ย</strong>&nbsp;ราคาอาหารสัตว์&nbsp;และราคาน้ำมัน&nbsp;ที่ปัจจุบันมีราคาแพงขึ้น&nbsp;เนื่องจากประเทศผู้ผลิตสารตั้งต้นหลักๆ&nbsp;ของโลก&nbsp;อยู่ในภาวะสงคราม&nbsp;โดยเฉพาะรัสเซีย&nbsp;จึงส่งผลกระทบไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการขนส่งก็ดีล้วนแต่เป็นปัจจัยสำคัญทั้งสิ้น&nbsp;โดยทางรัฐบาลได้พิจารณาเป็นกรณี&nbsp;และหาแนวทางว่าจะทำอย่างไรต่อไปให้ประชาชนได้รับผลประโยชน์มากที่สุด</p><p><strong>ขณะเดียวกัน&nbsp;นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฎ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;</strong>เปิดเผยถึง&nbsp;กรณีในสัปดาห์ที่ผ่านมาเนื่องจากมีการตรวจสอบสารตกค้างในทุเรียน&nbsp;ส่งผลให้ประสบปัญหาหาการส่งออกทุเรียนไปยังประเทศจีน&nbsp;ติดค้างเป็นระยะทางกว่า&nbsp;10&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ทั้งนี้ทางรัฐบาลไทยได้หาแนวทางและดำเนินการช่วยเหลือผ่านทูตพาณิชย์ของจีนอย่างทันที&nbsp;จนปัจจุบันสามารถค้าขายได้ตามปกติ&nbsp;และในอนาคตข้างหน้าได้ช่องทางการขนส่งทางเรือเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเพื่อให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-04-17T00:00:00","NULL","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220417152352728"],
    [283,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ส่วนจุดความร้อนจากเมียนมาสูงกว่า 2,000 จุด","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากเมียนมาสูงกว่า&nbsp;2,000&nbsp;จุด&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(16&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;397&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;186&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;84&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;68&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;34&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;23&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;81&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;35&nbsp;จุด&nbsp;และเชียงราย&nbsp;30&nbsp;จุด&nbsp;สอดคล้องกับการประเมินพื้นที่เสี่ยงสูงเกิดไฟป่าล่วงหน้า&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;11&nbsp;-&nbsp;17&nbsp;เมษายน&nbsp;โดยจุดความร้อนยังคงกระจายตัวอยู่ในพื้นที่ทางตอนบนของประเทศไทย&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือที่มีจุดความร้อนเพิ่มขึ้น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;16&nbsp;เมษายน&nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;14,401&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;12,932&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;8,916&nbsp;จุด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมา&nbsp;2,093&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็น&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;1,275&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณชายแดนภาคเหนือ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย</p>","2022-04-17T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220417154005729"],
    [284,"จุรินทร์ ลงนครศรีธรรมราช ติดตามความคืบหน้าโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกยางพารา และปาล์มน้ำมัน พร้อมมอบโฉนดกองทุนฟื้นฟูฯ และจัดถุงน้ำใจช่วยผู้ประสบภัยโควิด-19","<p><strong>วันนี้&nbsp;(17&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ที่ศาลาประชาคมอำเภอท่าศาลา&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;</strong>นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบมอบโฉนดที่ดินของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;และมอบถุงน้ำใจบรรเทาทุกข์เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยโควิด-19&nbsp;โดยมี&nbsp;นายไตรรัตน์&nbsp;ไชยรัตน์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงพาณิชย์&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราขให้การต้อนรับ</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>นโยบายประกันรายได้&nbsp;เป็นนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์และเป็นเงื่อนไขสำคัญในการเข้าร่วมรัฐบาล&nbsp;ให้ชาวสวนยางกับชาวสวนปาล์มได้มีหลักประกัน&nbsp;ปาล์มน้ำมันกิโลกรัมละ&nbsp;4&nbsp;บาท&nbsp;และประกันยางแผ่นดิบชั้น&nbsp;3&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;60&nbsp;บาท&nbsp;น้ำยางข้นกิโลกรัมละ&nbsp;57&nbsp;บาท&nbsp;ขี้ยางหรือยางก้อนถ้วยกิโลกรัมละ&nbsp;23&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งเราทำมา&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;ตอนนี้ราคาทะลุเพดาน&nbsp;ปาล์มกิโลกรัมละ&nbsp;10&nbsp;บาทโดยประมาณ&nbsp;ไม่ใช่เรื่องบังเอิญเพราะมาตรการที่ลงไปทำ&nbsp;ช่วยให้ราคาดีขึ้น&nbsp;เช่น&nbsp;มาตรการห้ามนำเข้าปาล์มทางบก&nbsp;เพื่อไม่ให้ปาล์มของประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาปนในตลาด&nbsp;ต้องนำเข้าทางเรือเท่านั้น&nbsp;และตนพาผู้ประกอบการไปเปิดตลาดที่ประเทศอินเดีย&nbsp;วันนี้ส่งออกน้ำมันปาล์มไปอินเดียเพิ่มขึ้นกว่า&nbsp;400%&nbsp;ทำให้ราคาปาล์มดีขึ้น&nbsp;แต่ประกันรายได้จะเป็นหลักประกันเผื่อวันไหนที่ปาล์มและยางราคาตก&nbsp;อย่างน้อยจะมีหลักประกัน&nbsp;ซึ่งยังคงอยู่และทำมา&nbsp;3&nbsp;ปีแล้ว&nbsp;ยางพาราก็ราคาดีเกินกว่ารายได้ที่ประกัน&nbsp;พร้อมกันนี้ภายในงานได้มีการมอบถุงน้ำใจบรรเทาทุกข์&nbsp;เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยโควิด-19&nbsp;จำนวน&nbsp;350&nbsp;ชุดด้วย</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;และคณะได้เดินทางต่อไปยังตลาดรอมฎอน</strong>&nbsp;บ้านต้นโหนด&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลนาเคียน&nbsp;อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช&nbsp;เพื่อติดตามโครงการพาณิชย์&nbsp;ลดราคา&nbsp;ช่วยประชาชนและให้กำลังใจพี่น้องชาวไทยมุสลิมในโอกาสเดือนรอมฎอนเป็นลำดับต่อไป</p><p><br></p><p>อุไรวรรณ/ข่าว/ภาพ&nbsp;&nbsp;&nbsp;จุรีรัตน์/ภาพ</p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-04-17T00:00:00","ภาคใต้","นครศรีธรรมราช","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220417203140797"],
    [285,"สิงห์บุรี ปลูกผักบุ้งไต้หวันแทนนาข้าวรายได้ดี","<p><strong>สิงห์บุรี&nbsp;ปลูกผักบุ้งไต้หวันแทนการทำนาข้าวรายได้ดี&nbsp;</strong></p><p><strong>สองพี่น้องเกษตรกรชาวสิงห์บุรี&nbsp;ปรับเปลี่ยนนาข้าวเป็นแปลงผักบุ้ง&nbsp;พื้นที่&nbsp;2&nbsp;ไร่&nbsp;</strong>เก็บขายส่งพ่อค้าทุกวัน&nbsp;มีรายได้เฉลี่ยวันละ&nbsp;500&nbsp;บาทต่อคน&nbsp;นางกนกทิพย์&nbsp;เมืองช้าง&nbsp;อายุ&nbsp;44&nbsp;ปี&nbsp;(เสื้อสีน้ำเงิน)&nbsp;และ&nbsp;นางนัยนา&nbsp;สาริศรี&nbsp;(&nbsp;เสื้อสีม่วง)&nbsp;อายุ&nbsp;46&nbsp;ปี&nbsp;สองพี่น้องชาวตำบลต้นโพธิ์&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;เดิมทีมีอาชีพทำนา&nbsp;แต่ได้ทำการทดลองปรับเปลี่ยนพื้นที่&nbsp;จากการทำนามาเป็นแปลงปลูกผักบุ้ง&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ไร่&nbsp;ลงทุนปลูกผักบุ้งพันธุ์ไต้หวัน&nbsp;ส่งขายตามท้องตลาด&nbsp;จนกระทั่งปัจจุบันมีพ่อค้าตลาดอ่างทองมาติดต่อรับซื้อผักบุ้งจนถึงบ้านไม่ต้องออกไปขาย&nbsp;</p><p><strong>นางกนกทิพย์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เดิมทีทำนาข้าว</strong>&nbsp;แต่กว่าจะได้เห็นผลกำไรจากหยาดเหงื่อ&nbsp;ก็ต้องรอเวลาประมาณ&nbsp;3-4&nbsp;เดือน&nbsp;จึงจะได้เก็บเกี่ยวผลผลิต&nbsp;จึงตัดสินใจทดลองปรับเปลี่ยนพื้นที่นาจำนวน&nbsp;2&nbsp;ไร่&nbsp;มาทำแปลงปลูกผักบุ้งไต้หวันแทน&nbsp;โดยเบื้องต้นลงทุนไปประมาณ&nbsp;4,000-5,000&nbsp;บาท&nbsp;ในการย่ำแปลงและซื้อเมล็ดพันธุ์&nbsp;ใช้เวลาประมาณ&nbsp;1&nbsp;เดือน&nbsp;ก็สามารถเก็บยอดผักบุ้งจำหน่ายได้&nbsp;โดยสามารถเก็บยอดผักบุ้งได้ทุกวัน&nbsp;จำหน่ายให้แก่พ่อค้าที่เดินทางมารับซื้อถึงบ้าน&nbsp;โดยผักบุ้งที่เก็บมาจะมัดเป็นกำๆ&nbsp;ละ&nbsp;10-15&nbsp;ยอด&nbsp;รวม&nbsp;10&nbsp;กำ&nbsp;จัดใส่ถุงพลาสติกใส&nbsp;หนึ่งถุงจำหน่ายในราคาถุงละ&nbsp;50-60&nbsp;บาท&nbsp;โดยจะมีพ่อค้าออเดอร์สั่งมาทุกวันละ&nbsp;20-40&nbsp;ถุง&nbsp;สร้างรายได้เฉลี่ยวันละ&nbsp;1,000-2,000&nbsp;บาท&nbsp;เมื่อแบ่งกันแล้วก็จะเหลืออย่างน้อยวันละ&nbsp;500&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งก็ดีกว่าการทำนา&nbsp;ตรงที่มีรายได้ใช้จ่ายในครอบครัวทุกวัน&nbsp;สำหรับปัญหาที่พบก็คือ&nbsp;ปัญหาน้ำที่ไม่สะอาด&nbsp;ทำให้ผักบุ้งมีก้านสีดำ&nbsp;และปัญหาอีกอย่างคือการขาดแคลนแรงงานในการเก็บยอดผักบุ้ง&nbsp;ซึ่งหากวันไหนที่พ่อค้ารับซื้อออเดอร์มา&nbsp;30-50&nbsp;ถุง&nbsp;ก็ต้องตื่นมาเก็บตั้งแต่เวลา&nbsp;03.00&nbsp;น.&nbsp;เพื่อที่จะได้จำนวนตามที่ลูกค้าต้องการ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สิงห์บุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสิงห์บุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220418094554853"],
    [286,"กอนช. ขอให้ประชาชนทั่วประเทศระวังการเกิดพายุฤดูร้อนจากความแปรปรวนของสภาพอากาศ","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนทั่วประเทศระวังการเกิดพายุฤดูร้อนจากความแปรปรวนของสภาพอากาศ</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(18&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดทำให้วันนี้&nbsp;(18&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;บริเวณภาคเหนือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;และภาคใต้&nbsp;มีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นมีพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;และมีลูกเห็บตกบางแห่ง&nbsp;โดยฝนตกหนักและอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้&nbsp;เนื่องจากความกดอากาศสูงกำลังปานกลางได้แผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้แล้ว&nbsp;ช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;113&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;บึงกาฬ&nbsp;80&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และยะลา&nbsp;79&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั่วประเทศทุกขนาด&nbsp;24,445&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;42&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p>","2022-04-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220418095627858"],
    [287,"ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือสูงระดับสีส้ม 3 พื้นที่ สูงสุดยังคงเป็นบริเวณ ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่","<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือสูงระดับสีส้ม&nbsp;3&nbsp;พื้นที่&nbsp;สูงสุดยังคงเป็นบริเวณ&nbsp;ต.ศรีภูมิ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(18&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พบค่าฝุ่นสูงระดับสีส้ม&nbsp;3&nbsp;พื้นที่&nbsp;บริเวณ&nbsp;ต.ศรีภูมิ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.เชียงใหม่,&nbsp;ต.พระบาท&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ลำปาง&nbsp;และ&nbsp;ต.แม่คง&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&nbsp;21&nbsp;-&nbsp;24&nbsp;เมษายน&nbsp;หากจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือตอนล่างและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;พร้อมคาดการณ์จะเกิดฝนตกหลายพื้นที่ในภาคเหนือด้วยช่วงวันที่&nbsp;19&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;เมษายน&nbsp;อาจช่วยลดการสะสมของฝุ่นละอองลงได้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;โดยค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดเอื้อต่อการระบายของฝุ่นได้ดีขึ้น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;23&nbsp;-&nbsp;25&nbsp;เมษายน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;</p>","2022-04-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220418101259861"],
    [288,"จ.ลำปาง สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ สสจ.ลำปาง แนะประชาชนดูแลสุขภาพ","<p><strong>สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;รายงานสถานการณ์ฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;18&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น&nbsp;พบว่าที่สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศตำบลพระบาท&nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&nbsp;วัดได้&nbsp;54&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;(อยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ)&nbsp;สถานีตรวจวัดฯ&nbsp;ตำบลแม่เมาะ&nbsp;อำเภอแม่เมาะ&nbsp;วัดได้&nbsp;47&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;สถานีตรวจวัดฯ&nbsp;ตำบลสบป้าด&nbsp;อำเภอแม่เมาะ&nbsp;วัดได้&nbsp;47&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;และสถานีตรวจวัดฯ&nbsp;ตำบลบ้านดง&nbsp;อำเภอแม่เมาะ&nbsp;วัดได้&nbsp;46&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร</p><p><strong>สำหรับข้อแนะนำการปฏิบัติตัวเมื่อคุณภาพอากาศเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;สำหรับประชาชนทั่วไป</strong>&nbsp;ให้หลีกเลี่ยงกิจกรรมหรือออกกำลังกายกลางแจ้ง&nbsp;สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่นอกบ้าน&nbsp;หากมีอาการผิดปกติควรพบแพทย์&nbsp;และสำหรับกลุ่มเด็กเล็ก&nbsp;หญิงมีครรภ์&nbsp;ผู้สูงอายุ&nbsp;และผู้มีโรคประจำตัว&nbsp;ให้ลดเวลาทำกิจกรรมนอกบ้าน&nbsp;สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่นอกบ้าน&nbsp;หากมีอาการผิดปกติให้รีบพบแพทย์&nbsp;และผู้มีโรคประจำตัวควรเตรียมยาและอุปกรณ์ที่จำเป็น</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่</strong>&nbsp;กลุ่มงานอนามัยสิ่งแวดล้อมและอาชีวอนามัย&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;0&nbsp;5422&nbsp;7526&nbsp;-&nbsp;9&nbsp;ต่อ&nbsp;117</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-18T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220418120108916"],
    [289,"จ.ระยอง เตรียมกระจายผลไม้ไปยังตลาดภายในประเทศ หลังประสบปัญหาการส่งออก","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">นางมาริน&nbsp;สมคิด&nbsp;เกษตรจังหวัดระยอง&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">&nbsp;ตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนนี้เป็นต้นไป&nbsp;เป็นช่วงผลไม้ในภาคตะวันออกเริ่มออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้น&nbsp;โดยเฉพาะทุเรียนจะเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตตั้งแต่&nbsp;25&nbsp;เมษายน&nbsp;โดยมีปริมาณผลผลิตรวม&nbsp;140,000&nbsp;ตัน&nbsp;ส่วนมังคุด&nbsp;มีปริมาณผลผลิตเพิ่มขึ้นกว่า&nbsp;22,000&nbsp;ตัน&nbsp;ยกเว้นเงาะและลองกอง&nbsp;ให้ผลผลิตลดลง&nbsp;เนื่องจากเกษตรกรโค่นเงาะและลองกอง&nbsp;หันมาปลูกทุเรียนที่ได้ราคาคุ้มกว่า&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทำให้ผลผลิตผลไม้ทั้ง&nbsp;4&nbsp;ชนิด&nbsp;มีปริมาณรวม&nbsp;174,000&nbsp;ตัน&nbsp;แต่ด้วยสถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโควิด-19&nbsp;ทำให้การส่งออกลดลงจากร้อยละ&nbsp;80&nbsp;เหลือร้อยละ&nbsp;60-70&nbsp;หรืออาจจะมากกว่านี้&nbsp;ที่หลือจำเป็นต้องบริโภคภายในประเทศ&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">ซึ่งขณะนี้&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดระยอง&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">ได้ประสานกับสภาอุตสาหกรรม&nbsp;ช่วยประสานไปยังผู้ประกอบการอุตสาหกรรม&nbsp;ในการรับซื้อผลผลิตป้อนเข้าสู่โรงงาน&nbsp;พร้อมทั้งประสานงานกับพาณิชย์จังหวัด&nbsp;,สหกรณ์การเกษตร&nbsp;,&nbsp;ธกส.,&nbsp;และบริษัทไปรษณีย์ไทย&nbsp;รวมถึงห้างค้าปลีกค้าส่ง&nbsp;ร่วมทำการค้าแบบพรีออเดอร์กับเกษตรแปลงใหญ่ในพื้นที่จังหวัดระยอง&nbsp;เพื่อจำหน่ายทุเรียนและมังคุดจากสวนของเกษตรกรสู่ผู้บริโภคโดยตรง&nbsp;ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง&nbsp;โดยขนส่งผ่านบริษัทไปรษณีย์ไทยและเอกชน&nbsp;แต่เนื่องจากช่วงเดือนเมษายนราคายังค่อนข้างสูง&nbsp;จำเป็นต้องปรับราคาให้เหมาะสม&nbsp;เพื่อดึงดูดผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">&nbsp;</span>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-18T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สวท.ระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220418132657954"],
    [290,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นกว่า 400 จุด ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคเหนือของไทย","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นกว่า&nbsp;400&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคเหนือของไทย</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(17&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;420&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;180&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;112&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;71&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;32&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;22&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;66&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;40&nbsp;จุด&nbsp;และแพร่&nbsp;37&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนกระจายตัวอยู่ในภาคเหนือและภาคกลาง&nbsp;ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือพบจุดความร้อนเล็กน้อย&nbsp;เนื่องจากมีฝนตกจากพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;17&nbsp;เมษายน&nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;14,606&nbsp;จุด&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;12,940&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;9,075&nbsp;จุด&nbsp;ภาพรวมปริมาณฝุ่นละอองวันนี้อากาศกลับมาดีอีกครั้ง&nbsp;ยกเว้น&nbsp;4&nbsp;จังหวัดภาคเหนือยังพบค่าฝุ่นอยู่ในระดับปานกลาง&nbsp;คือ&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;ตาก&nbsp;และลำพูน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมา&nbsp;1,544&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็น&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;326&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณชายแดนภาคเหนือ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;</p>","2022-04-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220418144913007"],
    [291,"พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประกาศประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2564/65 รอบที่ 1 (งวดที่ 22)","<p><strong>นางสาวยุพา&nbsp;นาคา&nbsp;พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong>แจ้งประกาศคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์การอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ในการชดเชยส่วนต่างตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;(งวดที่&nbsp;22)&nbsp;ที่ระบุวันคาดว่าจะเก็บเกี่ยวระหว่างวันที่&nbsp;4&nbsp;-&nbsp;10&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;สำหรับข้าวเปลือกชนิดต่างๆ&nbsp;ณ&nbsp;ความชื้นไม่เกิน&nbsp;15%&nbsp;และการชดเชยส่วนต่างระหว่างราคาประกับรายได้กับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิง&nbsp;มีอัตราส่วนต่างที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรใช้ในการจ่ายให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว</p><p><strong>สำหรับการจ่ายเงินงวดที่&nbsp;22&nbsp;ในวันที่&nbsp;11&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ดังนี้</strong>&nbsp;ข้าวเปลือกหอมมะลิ&nbsp;สิ้นสุดฤดูเก็บเกี่ยว,&nbsp;ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่&nbsp;ตันละ&nbsp;11,994.39&nbsp;บาท&nbsp;ชดเชยตันละ&nbsp;2,005.61&nbsp;บาท,&nbsp;ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี&nbsp;ตันละ&nbsp;10,485.53&nbsp;บาท&nbsp;ชดเชยตันละ&nbsp;514.47,&nbsp;ข้าวเปลือกเจ้า&nbsp;ตันละ&nbsp;8,414.12&nbsp;บาท,&nbsp;ชดเชยตันละ&nbsp;1,585.88&nbsp;บาท&nbsp;และข้าวเปลือกเหนียว&nbsp;ตันละ&nbsp;9,572.11&nbsp;บาท&nbsp;ชดเชยตันละ&nbsp;2,427.89&nbsp;บาท</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-18T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220418153501055"],
    [292,"รองผู้ว่าฯ สงขลา ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ควายน้ำตำบลบ้านขาว อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา พร้อมมอบหญ้าอาหารสัตว์พระราชทานแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงกระบือที่ประสบอุทกภัย จำนวน 200 ฟ่อน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น","<p><strong>นายอำพล&nbsp;พงศ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา</strong>&nbsp;เป็นประธานมอบหญ้าอาหารสัตว์พระราชทานแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงกระบือ&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;200&nbsp;ฟ่อน&nbsp;&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่เกษตรกรในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย&nbsp;โดยมีนายสัตวแพทย์กิติกรณ์&nbsp;เจนไพบูลย์&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดสงขลา&nbsp;นายวรรณรพ&nbsp;ส่องสว่าง&nbsp;นายก&nbsp;อบต.บ้านขาว&nbsp;นายสวัสดิ์&nbsp;กิตติโชควัฒนา&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอระโนด&nbsp;นายวัฒนพล&nbsp;พลอยมีค่า&nbsp;หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศการปศุสัตว์&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสงขลา&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ตลอดจนเกษตรกรผู้เลี้ยงกระบือเข้าร่วม&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านขาว&nbsp;อำเภอระโนด&nbsp;จังหวัดสงขลา</p><p><strong>สืบเนื่องจากเกิดฝนตกหนักตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน&nbsp;2564</strong>&nbsp;ทำให้เกิดน้ำท่วมขัง&nbsp;น้ำทะเลหนุนในพื้นที่ตำบลบ้านขาว&nbsp;อำเภอระโนด&nbsp;ส่งผลกระทบต่อพืชอาหารสัตว์เน่าเสีย&nbsp;และกระบือขาดแคลนอาหาร&nbsp;ทำให้แม่กระบือลูกอ่อนกินอาหารน้อยลง&nbsp;ร่างกายผอมและตายกว่า&nbsp;100&nbsp;ตัว&nbsp;มีเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อน&nbsp;จำนวน&nbsp;35&nbsp;ราย&nbsp;กระบือ&nbsp;937&nbsp;ตัว&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสงขลา&nbsp;ได้ร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์สตูล&nbsp;ให้การสนับสนุนหญ้าอาหารสัตว์&nbsp;โดยกรมปศุสัตว์ได้จัดเตรียมหญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน&nbsp;จำนวน&nbsp;750&nbsp;ฟ่อน&nbsp;ซึ่งส่งมอบไปแล้วเมื่อวันที่&nbsp;12&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;200&nbsp;ฟ่อน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่เกษตรกรในพื้นที่เบื้องต้น</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;นายอำพล&nbsp;พงศ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;</strong>เป็นประธานประชุมโครงการอนุรักษ์ควายน้ำตำบลบ้านขาว&nbsp;เพื่อการท่องเที่ยวเชิงเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านขาว&nbsp;อำเภอระโนด&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศของชุมชน&nbsp;เชื่อมโยงกับวิถีเกษตรควายน้ำตำบลบ้านขาว&nbsp;ตามนโยบายของกรมปศุสัตว์&nbsp;มีการจัดกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมวิถีชีวิตต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;การให้นักท่องเที่ยวยืนถ่ายรูป&nbsp;การนั่งหลังควาย&nbsp;การลงเรือนำชมการยกยอ&nbsp;คอกควายเผือก&nbsp;เป็นต้น&nbsp;โดยมีกลุ่มชาวบ้านในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการผลักดัน&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังเป็นการสร้างรายให้เกิดภายในชุมชนอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ณิชารีย์&nbsp;หนูบุญ/ข่าว/ภาพ&nbsp;&nbsp;18&nbsp;เม.ย.&nbsp;65</p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-18T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220418154324068"],
    [293,"กรมชลประทาน ติดตามการบริหารจัดการน้ำ รับมือเฝ้าระวังพายุฤดูร้อนในระยะนี้","<p><strong>นายทวีศักดิ์&nbsp;ธนเดโชพล&nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน</strong>&nbsp;เปิดเผยหลังเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ&nbsp;ผ่านระบบ&nbsp;Video&nbsp;Conference&nbsp;ไปยังสำนักงานชลประทานที่&nbsp;1-17&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ว่า&nbsp;ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ&nbsp;มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ&nbsp;45,368&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&nbsp;60&nbsp;ของความจุอ่างฯรวมกัน&nbsp;ภาพรวมสถานการณ์น้ำอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;</p><p><strong>จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;</strong>บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางได้แผ่ลงมาปกคลุมถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ด้านตะวันออกของภาคเหนือของประเทศไทยและทะเลจีนใต้&nbsp;ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด&nbsp;ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น&nbsp;โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรงและมีลูกเห็บตกบางแห่ง&nbsp;รวมทั้งจะมีฝนตกหนักและฟ้าผ่าเกิดได้&nbsp;โดยยังมีคงมีผลกระทบถึงวันนี้&nbsp;เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ทั้งในเขตชลประทาน&nbsp;และนอกเขตชลประทาน&nbsp;ได้กำชับให้ทุกโครงการชลประทานติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ในที่ประชุมให้เตรียมพร้อมรับมือฤดูฝนที่กำลังจะมาถึง&nbsp;</strong>โดยเน้นย้ำให้ดำเนินการปฏิบัติตาม&nbsp;13&nbsp;มาตรการรับมือฤดูฝนปี&nbsp;2565&nbsp;ของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด&nbsp;รวมทั้งให้แต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนแผนการระบายน้ำอย่างเป็นระบบ&nbsp;เพื่อเตรียมรับมือปริมาณฝนที่อาจจะตกหนักในบางพื้นที่และลดความเสี่ยงการเกิดอุทกภัย&nbsp;พร้อมยังได้เน้นย้ำให้มีการตรวจสอบอาคารชลประทานให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานตลอดเวลา&nbsp;การบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุม&nbsp;โดยพิจารณาปรับการระบายน้ำให้เหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น&nbsp;รวมทั้งหมั่นกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำอย่างสม่ำเสมอ</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-04-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220418190004161"],
    [294,"กรมส่งเสริมการเกษตร เดินหน้าคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;เป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้กำหนดให้เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญและดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน&nbsp;ด้วยสามารถทำให้การบริการทางวิชาการและการถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตรแก่เกษตรกรในพื้นที่ห่างไกล&nbsp;สามารถเข้าถึงการบริการและได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้อง&nbsp;ครบถ้วนในคราวเดียวกัน&nbsp;โดยประกอบด้วยกิจกรรมด้านคลินิกเกษตรที่เปิดให้บริการถึง&nbsp;12&nbsp;คลินิก&nbsp;สำหรับในปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;มีเป้าหมายคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;ฯ&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;4&nbsp;ครั้ง&nbsp;กำหนดเป้าหมายเกษตรกรที่เข้าร่วมรวม&nbsp;30,800&nbsp;ราย&nbsp;ขณะนี้ได้จัดกิจกรรมให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในไตรมาสที่&nbsp;1&nbsp;ครบถ้วนตามเป้าหมายแล้ว&nbsp;ใน&nbsp;77&nbsp;จังหวัด&nbsp;และอยู่ในระหว่างดำเนินการจัดงานในไตรมาสที่&nbsp;2&nbsp;ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่วันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์จนถึงขณะนี้ได้จัดแล้วทั้งสิ้น&nbsp;114&nbsp;ครั้ง&nbsp;และที่สำคัญได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี&nbsp;มีเกษตรกรสนใจเข้าร่วมกว่า&nbsp;39,038&nbsp;คน&nbsp;โดยหลังจากนี้จะมีการจัดกิจกรรมให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในไตรมาสที่&nbsp;3&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;77&nbsp;จังหวัด&nbsp;และในไตรมาสที่&nbsp;4&nbsp;กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;25&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;&nbsp;5&nbsp;สิงหาคมนี้&nbsp;เฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา&nbsp;28&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2565&nbsp;ภายใต้โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;เฉลิมพระเกียรติ&nbsp;เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา&nbsp;28&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2565&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;77&nbsp;จังหวัด</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-04-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220418195902180"],
    [295,"สทนช. กำชับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านทรัพยากรน้ำเดินหน้า 13 มาตรการรับมือฤดูฝนปีนี้อย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันและลดผลกระทบก่อนเกิดอุทกภัย","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;&nbsp;background-color:&nbsp;white;\">เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;กำชับ&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านทรัพยากรน้ำเดินหน้า&nbsp;13&nbsp;มาตรการรับมือฤดูฝนปีนี้อย่างเข้มงวด&nbsp;เพื่อป้องกันและลดผลกระทบก่อนเกิดอุทกภัย&nbsp;พร้อมเตรียมกักเก็บน้ำช่วงฤดูฝนนี้ไว้ใช้แล้งหน้า</strong></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;&nbsp;background-color:&nbsp;white;\">นายสุรสีห์&nbsp;กิตติมณฑล&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;กล่าวถึงหลักเกณฑ์โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในช่วงฤดูฝนปี&nbsp;2565&nbsp;และกักเก็บน้ำหน้าแล้ง&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;-&nbsp;2566&nbsp;หลังคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติเห็นชอบมาตรการฤดูฝนปี&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;13&nbsp;มาตรการว่า&nbsp;มาตรการรับมือกับฤดูฝนปีนี้ได้เพิ่มเป็น&nbsp;13&nbsp;มาตรการ&nbsp;ซึ่งได้เพิ่มการจัดตั้งศูนย์ล่วงหน้าก่อนเกิดภัย&nbsp;//&nbsp;การสร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์&nbsp;และติดตามประเมินผลปรับมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์&nbsp;โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเตรียมความพร้อมการจัดทำข้อเสนอแผนงานโครงการให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติการขอรับการสนับสนุนงบประมาณตามแผนงานโครงการเร่งด่วนของงบกลางที่ต้องมีแผนงานและเป้าหมายที่ชัดเจน&nbsp;หากได้รับการจัดสรรงบประมาณคาดว่าจะอยู่ในวงเงินประมาณ&nbsp;10,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน&nbsp;120&nbsp;วัน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สทนช.&nbsp;ได้พิจารณาและจัดกลุ่มแผนงานโครงการให้สอดคล้องกับการดำเนินงานแต่ละกิจกรรม&nbsp;5&nbsp;กิจกรรม&nbsp;คือ&nbsp;การซ่อมแซม/ปรับปรุงอาคารชลศาสตร์&nbsp;//&nbsp;การปรับปรุงแก้ไขสิ่งกีดขวางทางน้ำและกำจัดผักตบชวา&nbsp;//&nbsp;การขุดลอกคูคลอง&nbsp;//&nbsp;การเตรียมวางแผนเครื่องจักรเครื่องมือ&nbsp;และการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนเพื่อกักเก็บไว้ใช้ช่วงหน้าแล้ง&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;&nbsp;background-color:&nbsp;white;\">เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;ปีนี้มีพื้นที่บางส่วนใน&nbsp;73&nbsp;จังหวัด&nbsp;อาจจะได้รับผลกระทบจากฤดูฝนนี้&nbsp;ซึ่งต้องประเมินสถานการณ์อีกครั้งช่วงใกล้ฤดูฝน&nbsp;หรือประมาณกลางเดือนพฤษภาคมนี้&nbsp;โดย&nbsp;สทนช.&nbsp;จะทำหน้าที่กำกับติดตามผลการปฏิบัติงานของทุกหน่วยงานให้สอดคล้องตามมาตรการป้องกันและแก้ปัญหาการเกิดอุทกภัย&nbsp;จากนั้นจะรายงาน&nbsp;กนช.&nbsp;และคณะรัฐมนตรีรับทราบ&nbsp;เพื่อดำเนินตามแผนให้ได้ตามเป้าหมายและเกิดประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเกิดอุทกภัย</span></p>","2022-04-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220418191318170"],
    [296,"แล้งนี้ เกษตรกรมีหนาว รับภาระต้นทุนรอบด้าน กัดฟันขายสินค้าขาดทุน","<p>ศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร คาดการณ์สถานการณ์ภัยแล้งปี 2565 นี้ มีแนวโน้มขาดแคลนน้ำ จากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ โดยประเทศไทยเข้าสู่ช่วงหน้าแล้งตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ และอาจแล้งต่อเนื่องยาวนานไปจนถึงกลางเดือนพฤษภาคม 2565 ซึ่งจะทำให้ปริมาณน้ำทั้งในแหล่งน้ำธรรมชาติและแหล่งน้ำชลประทานเหือดแห้งลง</p><p><br></p><p>ยิ่งมีอากาศร้อนมาสมทบกับภัยแล้ง ก็ยิ่งมีผลต่อการเลี้ยงสัตว์ทุกชนิด โดยเฉพาะการเลี้ยงแบบปล่อย หรือเลี้ยงในโรงเรือนเปิดที่ไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้ จะได้รับผลกระทบและเกิดความเสียหายต่อฝูงสัตว์อย่างมาก&nbsp;</p><p><br></p><p>จากธรรมชาติของสัตว์ ทั้งหมู ไก่เนื้อ ไก่ไข่ ที่การระบายความร้อนออกจากร่างกายต้องใช้วิธีการหอบหายใจเท่านั้น เนื่องจากสัตว์เหล่านี้ไม่มีต่อมเหงื่อที่ช่วยระบายความร้อนเหมือนคน ซึ่งอาการหอบจะส่งผลต่อเนื่องกับตัวสัตว์ ยิ่งในแม่หมูอุ้มท้อง ความร้อนในร่างกายที่สูงเกินไปประกอบกับมีอาการหอบทำให้เกิดภาวะแท้งเฉียบพลัน รวมถึงลูกมัมมี่ หรือลูกที่ตายในท้องแม่มากขึ้น ส่งผลให้เปอร์เซ็นต์เข้าคลอดต่ำ จำนวนลูกแรกคลอดลดลง มีผลต่อเนื่องไปถึงจำนวนลูกหย่านม และปริมาณหมูขุนที่มีจำนวนน้อยลงตามไปด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p>ขณะเดียวกัน อุณหภูมิในอากาศที่สูงขึ้นระหว่าง 26-32 องศาเซลเซียส จะทำให้สัตว์เริ่มกินอาหารลดลงและกินน้ำได้มากขึ้น การกินอาหารลดลงทำให้สัตว์ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ในแม่หมูอุ้มท้องจะส่งผลให้ลูกแรกคลอดมีน้ำหนักต่ำ ทำให้น้ำหนักลูกหย่านมต่ำตามไปด้วย ส่วนในหมูขุนการกินได้น้อย ส่งผลให้อัตราการเจริญเติบโตต่ำลง ใช้ระยะเวลาในการเลี้ยงนานขึ้น เกษตรกรอาจต้องขายหมูขุนตัวเล็กลง ที่สำคัญความเครียดสะสมมีผลให้อัตราเจ็บป่วยในหมูทุกๆ รุ่นเกิดขึ้นได้มากกว่าปกติ กลายเป็นต้นทุนการเลี้ยงของเกษตรกรที่ต้องเพิ่มสูงขึ้นอย่างยากจะหลีกเลี่ยง</p><p><br></p><p>ในไก่เนื้อและไก่ไข่ก็ได้รับผลจากสภาพอากาศไม่ต่างกัน โดยเฉพาะอาการหอบที่มีผลต่ออัตราการให้ผลผลิตที่จะลดลง และอัตราเสียหายที่เพิ่มขึ้น อาทิ ปริมาณแม่ไก่ไข่คัดทิ้งจากกรณีไข่แตกในท้องมากขึ้น แม่พันธุ์อ่อนแอมีอัตราเจ็บป่วยและตายเพิ่ม แม่ไก่เครียดจนไม่ออกไข่ ขณะที่การกินอาหารน้อยทำให้มีสารอาหารไม่เพียงพอสำหรับการผลิตฟองไข่ จึงเกิดไข่แตก บุบ ร้าว ได้ง่ายขึ้น ผลผลิตไข่ไก่ลดลง ฟองไข่ที่ผลิตได้เล็กลง การขายเป็นไข่ไก่คละหน้าฟาร์มได้ไข่คละเล็กและคละกลางเป็นส่วนใหญ่ รายได้ของเกษตรกรจึงต่ำลง&nbsp;</p><p><br></p><p>ส่วนไก่เนื้อการเจริญเติบโตจะต่ำลงจากการกินอาหารได้ลดลง ความเสียหายจากภาวะอากาศจะเพิ่มขึ้น ปริมาณไก่จับออกได้น้อยลง การเลี้ยงไก่ให้ได้น้ำหนักจับออกตามมาตรฐานต้องยืดระยะเวลาออกไปอีก ทำให้ต้นทุนการเลี้ยงเพิ่มขึ้น แต่กลับได้ผลผลิตน้อยลง</p><p><br></p><p>ผลกระทบจากภาวะแล้งและอากาศร้อนเช่นนี้ นอกจากจะทำให้อัตราเสียหายมาก ปริมาณผลผลิตลดลง มีต้นทุนที่สูงขึ้นแล้ว ยังมีต้นทุนแฝงอีกโดยเฉพาะค่าน้ำที่จำเป็นต้องซื้อมาให้สัตว์ในฟาร์มได้กินได้ใช้ เนื่องจากภัยแล้งที่กำลังคุกคามในหลายพื้นที่ทั้งในเขตภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือหลายจังหวัด ส่งผลต่อต้นทุนการผลิตที่ต้องสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่นในการเลี้ยงหมูขุนที่ต้องมีต้นทุนเพิ่มขึ้นอีก 300-600 บาทต่อตัว ขณะที่สถานการณ์ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ยังคงไม่คลี่คลาย การสู้รบระหว่างรัสเซียและยูเครนยังคงยืดเยื้อ ข้อเสนอของรัสเซียให้ทหารยูเครนวางอาวุธ ก็ถูกปฏิเสธและยูเครนยังคงยืนยันว่าจะต่อสู้จนถึงที่สุด เมื่อสองประเทศยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตและส่งออกธัญพืชของโลกห้ำหั่นกัน ประเทศอื่นๆที่พึ่งพาการนำเข้าธัญพืชจากทั้งสองประเทศย่อมได้รับผลกระทบเป็นธรรมดา แม้แต่พืชอาหารสัตว์ชนิดอื่นๆ ก็พลอยราคาปรับขึ้นตามไปด้วย ผู้ใช้ผลผลิตเพื่อทำเป็นอาหารสัตว์และภาคเกษตรกรต้องก้มหน้ารับผลกระทบนี้ไปอย่างไม่อาจหลีกหนีได้&nbsp;</p><p><br></p><p>ยังไม่นับผลกระทบด้านพลังงานที่นับวันราคาพลังงานยิ่งจะปรับขึ้น จากผลพวงของการสู้รบดังกล่าว ในไทยเองก็โดนหางเลขไปด้วย เมื่อล่าสุดรัฐบาลไทยต้องยอมยกธงขาว ตัดสินใจเลิกอุ้มน้ำมันดีเซลตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมนี้ เป็นต้นไป ทำให้ต้นทุนด้านการขนส่งต้องปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งหมายรวมถึงต้นทุนในภาคการเกษตรที่ต้องพุ่งขึ้นเช่นกัน เช่นในภาคผู้เลี้ยงสัตว์ที่อาศัยเครื่องยนต์น้ำมันในการหมุนมอเตอร์พัดลมในโรงเรือนปิดแบบ EVAP ก็ต้องมีต้นทุนค่าน้ำมันเพิ่มขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย</p><p><br></p><p>ภาระหนักอึ้งทั้งราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ ค่าน้ำมันในภาคขนส่งและการใช้พลังงานภายในฟาร์ม ค่าน้ำที่จำเป็นต้องซื้อมาใช้ ค่าไฟฟ้าที่ต้องใช้ในการเดินระบบการทำความเย็นในฟาร์ม กลายเป็นปัญหาเฉพาะหน้าที่เกษตรกรต้องแบกรับ ในขณะที่การขายสินค้าเกษตรยังคงต่ำกว่าต้นทุนการผลิต&nbsp;</p><p><br></p><p>อย่างเช่น การเลี้ยงหมูที่ขณะนี้ต้นทุนสูงถึง 98.81 บาทต่อกิโลกรัมแล้ว ขณะที่เกษตรกรขายหมูขุนมีชีวิตหน้าฟาร์มได้เพียง 94 - 98 บาทต่อกิโลกรัมเท่านั้น ส่วนเกษตรกรเลี้ยงไก่เนื้อยังถูกขอให้รักษาระดับราคาขายไก่หน้าฟาร์มไว้ที่ 40 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งเท่ากับต้นทุนการเลี้ยงที่ 40 บาทต่อกิโลกรัม ด้านผู้เลี้ยงไก่ไข่ก็ทุกข์ไม่แพ้กัน จากประกาศราคาขายไข่ไก่คละหน้าฟาร์มที่ฟองละ 3.40 บาท ผู้เลี้ยงยังคงตรึงราคาขายไข่ไว้ที่ 3.30  3.40 บาทต่อฟอง ตามที่กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ขอความร่วมมือไว้ โดยผลผลิตไข่ไก่ช่วงนี้เป็นไข่ไก่คละเล็กและคละกลาง จึงขายได้ราคาต่ำกว่าราคาประกาศดังกล่าว&nbsp;</p><p><br></p><p>ทางออกที่ดีที่สุดของเกษตรกรคือ การปล่อยให้กลไกตลาดได้ทำงาน และให้ผู้เลี้ยงสามารถขายสินค้าที่สะท้อนต้นทุนการผลิตได้ ก่อนที่เกษตรกรจะม้วนเสื่อเลิกเลี้ยงสัตว์เพราะรับภาระต้นทุนสูงแต่ต้องขายสินค้าขาดทุนไม่ไหว ถึงวันนั้นความมั่นคงทางอาหารย่อมสั่นคลอนแน่นอน</p><p><br></p><p>โดย จิตรา ศุภาพิชญ์ นักวิชาการอิสระ ศึกษาด้านการเกษตร</p>","2022-04-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220418202536185"],
    [297,"เกษตรนครพนม ติดตามนิเทศงานขับเคลื่อนการเกษตรในพื้นที่ ใช้เทคโนโลยีสื่อสารทางไกลส่งเสริมการเกษตร","<p><strong>วันนี้&nbsp;(18&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ที่ศูนย์สารสนเทศยางพารานครพนม&nbsp;</strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;นางสาวกัญณฐา&nbsp;อภินนท์ธนา&nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;เป็นประธานเปิดเวทีการติดตามนิเทศงานตามระบบส่งเสริมการเกษตร&nbsp;เพื่อติดตามการดำเนินงานตามระบบส่งเสริมการเกษตรและการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรในพื้นที่&nbsp;ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ทำให้การปรับเปลี่ยนวิธีการและปรับตัวในการทำงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่&nbsp;โดยเฉพาะสำนักงานเกษตรอำเภอที่เป็นหน่วยงานในพื้นที่ที่ใกล้ชิดกับเกษตรกรและผู้มารับบริการด้านการเกษตรต่างๆ&nbsp;โดยมีอำเภอจำนวน&nbsp;6&nbsp;อำเภอที่เข้าร่วมการประชุมออนไลน์ในครั้งนี้&nbsp;ได้แก่&nbsp;อ.ท่าอุเทน&nbsp;อ.โพนสวรรค์&nbsp;อ.ธาตุพนม&nbsp;อ.เรณูนคร&nbsp;อ.บ้านแพง&nbsp;และ&nbsp;อ.นาทม</p><p><strong>นางสาวกัญณฐา&nbsp;อภินนท์ธนา&nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนมในสถานการณ์ของโลกในปัจจุบันได้มีการปรับเปลี่ยนไปมาก&nbsp;โดยเฉพาะเทคโนโลยีต่างๆ&nbsp;สิ่งสำคัญคือการสื่อสารที่นับว่ามีความสำคัญมาก&nbsp;เพราเนื่องจากรูปแบบการสื่อสารแบบใหม่ที่ผ่านสื่อออนไลน์ทำให้ง่าย&nbsp;รวดเร็ว&nbsp;สะดวก&nbsp;ประหยัดเวลา&nbsp;และสามารถทำได้ง่าย&nbsp;ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถสื่อสารการทำงานและขับเคลื่อนการทำงานส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น&nbsp;สิ่งสำคัญเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานจะต้องเรียนรู้และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่มีอยู่อย่างมากให้เกิดประโยชน์&nbsp;เกิดการต่อยอดไปสู่การสื่อสารในระดับกลุ่มเกษตรกร&nbsp;เพื่อสร้างความเข้าใจและช่วยเหลือด้านการเกษตรอย่างเท่าทันสถานการณ์&nbsp;โดยจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ทำให้ทางสำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;ได้ยึดแนวทางการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในการทำงานและมุ่งสู่การแก้ไขปัญหาและส่งเสริมภาคการเกษตรอย่างต่อเนื่องและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อเกษตรกรในพื้นที่</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-18T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220418225551198"],
    [298,"กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เร่งช่วยเหลือประชาชนขึ้นบินบรรเทาความรุนแรงของพายุลูกเห็บ และบรรเทาปัญหาหมอกควันและไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือ","<p><strong>นายสำเริง&nbsp;แสงภู่วงค์&nbsp;อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จากข้อมูลสภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา&nbsp;ทางตอนบนของประเทศไทยยังคงมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด&nbsp;ขณะที่ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ที่มีความชื้นยังคงพัดปกคลุมทางตอนบนของประเทศ&nbsp;ทำให้บริเวณภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;และภาคกลางของประเทศมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้บางพื้นที่&nbsp;ส่วนภาคใต้ลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุม&nbsp;ทำให้ภาคใต้มีฝนตกตลอดสัปดาห์&nbsp;สภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวโดยทั่วไปของประเทศไทย&nbsp;อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน&nbsp;จึงขอให้ประชาชนในประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากความแปรปรวนของสภาพอากาศในระยะนี้ไว้ด้วย&nbsp;สภาวะอากาศดังกล่าว&nbsp;ส่งผลให้มีแนวโน้มในการปฏิบัติการฝนหลวงได้โดยเมื่อ&nbsp;17&nbsp;เมษายนที่ผ่านมา&nbsp;กรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;ได้วางแผนบินปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;หน่วยปฏิบัติการ&nbsp;เพื่อช่วยบรรเทาความรุนแรงของพายุลูกเห็บให้กับบางพื้นที่ของ&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;ลพบุรี&nbsp;ชัยภูมิ&nbsp;เพชรบูรณ์&nbsp;นครสวรรค์&nbsp;บรรเทาปัญหาหมอกควันและไฟป่าบริเวณพื้นที่&nbsp;อ.สามเงา&nbsp;จ.ตาก&nbsp;เพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักให้กับเขื่อน&nbsp;รวมถึงช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรบางส่วนของ&nbsp;จ.กาญจนบุรี&nbsp;สุพรรณบุรี&nbsp;สระบุรี&nbsp;ลพบุรี&nbsp;นครสวรรค์&nbsp;อุดรธานี&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;ชลบุรี&nbsp;และสระแก้ว&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการติดตามสภาพอากาศในวานนี้&nbsp;</strong>จากการตรวจสภาพอากาศของกรมฝนหลวงและการบินเกษตรทั่วทุกภูมิภาค&nbsp;พบว่า&nbsp;ระยะนี้ความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศมีมากกว่า&nbsp;60%&nbsp;และสภาพอากาศเข้าเงื่อนไข&nbsp;จึงมีแผนขึ้นบินเพื่อปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพี่น้องประชาชน&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;หน่วยฯ&nbsp;ในขณะที่อีก&nbsp;6&nbsp;หน่วยปฏิบัติการ&nbsp;ยังคงติดตามสภาพอากาศระหว่างวันอย่างใกล้ชิด&nbsp;หากสภาพอากาศมีการเปลี่ยนแปลง&nbsp;เข้าเงื่อนไขการปฏิบัติการ&nbsp;ทุกหน่วยฯ&nbsp;มีความพร้อมสามารถวางแผนขึ้นบินปฏิบัติการได้ทันที</p>","2022-04-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220419092905232"],
    [299,"กรมชลประทาน รับฟังข้อมูลชาวสวนทุเรียน เดินหน้าพัฒนาอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด จ.จันทบุรี","<p><strong>นายเฉลิมเกียรติ&nbsp;คงวิเชียรวิฒน์&nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>กรมชลประทานให้ความสำคัญกับทุกภาคส่วน&nbsp;ในการบริหารจัดการน้ำภาคตะวันออกอย่างเป็นระบบโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด&nbsp;พัฒนาให้ชุมชนได้ประโยชน์&nbsp;&nbsp;โดยหลังจากผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ&nbsp;ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการขอใช้พื้นที่จากกรมป่าไม้&nbsp;และกรมอุทยานแห่งชาติ&nbsp;สัตว์ป่า&nbsp;และพันธุ์พืช&nbsp;เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ&nbsp;จะสามารถเพิ่มพื้นที่ชลประทานเพื่อสนับสนุนภาคเกษตรที่ได้รับประโยชน์ครอบคลุม&nbsp;3&nbsp;อำเภอ&nbsp;อีกทั้งโครงการดังกล่าว&nbsp;ยังสามารถลดผลกระทบความเสียหายจากอุทกภัยและภัยแล้ง&nbsp;ในพื้นที่เกษตร&nbsp;อีกด้วย</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;ยังได้มีแผนการจัดการน้ำในอนาคต&nbsp;</strong>โดยเฉพาะพื้นที่โครงการพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก&nbsp;(EEC)&nbsp;จะมีการผันน้ำส่วนเกินในฤดูน้ำหลาก&nbsp;เข้าสู่อ่างเก็บน้ำประแสร์&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;และอ่างเก็บน้ำบางพระ&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;ทั้งนี้ต้องผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการและภาคประชาชนในพื้นที่พิจารณาความเหมาะสมและเห็นชอบต่อไป</p>","2022-04-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220419093538233"],
    [300,"ติดตั้งเครื่องสูบน้ำช่วยเหลือประชาชน 5 ตำบล ในพื้นที่อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ หลังประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ","<p><strong>นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จากสถานการณ์น้ำในเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;จังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ทำให้ไม่สามารถส่งน้ำไปช่วยเหลือการอุปโภคบริโภค&nbsp;ให้กับแปลงอพยพจากการสร้างเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ในเขตพื้นที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลของอำเภอท่าปลา&nbsp;โครงการชลประทานอุตรดิตถ์&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;กฟผ.(เขื่อนสิริกิติ์)&nbsp;นำเครื่องสูบน้ำไปติดตั้ง&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;เครื่อง&nbsp;เป็นเครื่องสูบน้ำขนาด&nbsp;10&nbsp;นิ้ว&nbsp;1&nbsp;เครื่อง&nbsp;อัตราการสูบ&nbsp;600&nbsp;ลบ.ม./ชม.&nbsp;และเครื่องสูบน้ำขนาด&nbsp;6&nbsp;นิ้ว&nbsp;อีก&nbsp;1&nbsp;เครื่อง&nbsp;อัตราการสูบ&nbsp;400&nbsp;ลบ.ม./ชม.&nbsp;สูบน้ำจากเขื่อนสิริกิติ์ลงสู่คลองสิงห์&nbsp;ก่อนส่งไปให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตจัดสรรช่วยเหลือผู้อพยพท้ายเขื่อนสิริกิติ์ในพื้นที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลดังกล่าว&nbsp;ได้ใช้ในการอุปโภคบริโภค&nbsp;คิดเป็นปริมาณน้ำประมาณ&nbsp;9,700&nbsp;ลบ.ม./วัน&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้สูบน้ำไปช่วยเหลือ</strong>&nbsp;การผลิตน้ำประปาของการประปาสุขาภิบาล&nbsp;อำเภอท่าปลา&nbsp;อัตราวันละประมาณ&nbsp;357&nbsp;ลบ.ม./วันอีกด้วย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;การสูบน้ำได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่&nbsp;11&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;จนถึงปัจจุบัน&nbsp;รวมปริมาณน้ำที่สูบไปช่วยเหลือรวมทั้งสิ้นประมาณ&nbsp;64,000&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;ซึ่งปัจจุบันอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;&nbsp;ก่อสร้างแล้วเสร็จ&nbsp;ซึ่งจะสามารถเก็บกักน้ำได้แล้ว&nbsp;ขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างระบบท่อส่งน้ำ&nbsp;หากดำเนินการแล้วเสร็จจะช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำได้</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-04-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220419100824250"],
    [301,"ค่าฝุ่น PM 2.5 ภาคเหนือ กทม. ปริมณฑล ลดลงหลังเกิดฝนตก ทุกพื้นที่คุณภาพอากาศดี","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(19&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพดีมากถึงปานกลาง&nbsp;ทโดยค่าปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่หลังเกิดฝนตกลงมา&nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&nbsp;21&nbsp;-&nbsp;24&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;หากจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">คุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;โดยค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดเอื้อต่อการระบายของฝุ่นได้ดีขึ้น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;22&nbsp;-&nbsp;26&nbsp;เมษายน&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชน&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">บำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่งและขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;</span><a&nbsp;href=\"http://bangkokairquality.com/\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">bangkokairquality.com</a><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">&nbsp;</span></p><p><br></p><p><br></p>","2022-04-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220419100353249"],
    [302,"กรมปศุสัตว์ เดินหน้าตรวจห้องเย็นรอบใหม่อย่างต่อเนื่อง ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายสรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;กรมปศุสัตว์&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;พร้อมเครือข่ายปฏิบัติงานเร่งตรวจสอบห้องเย็นเพื่อแก้ปัญหาในเรื่องดังกล่าว&nbsp;กรมปศุสัตว์&nbsp;กระทรวงเกษตรฯ&nbsp;พร้อมหน่วยงานเครือข่ายสนองนโยบาย&nbsp;สนธิกำลังไล่ตรวจสอบห้องเย็นรอบใหม่ทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์-18&nbsp;เมษายนนี้&nbsp;สรุปผลการตรวจสอบและการดำเนินการตามกฎหมาย&nbsp;พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์&nbsp;พ.ศ.2558&nbsp;ตรวจสอบห้องเย็นประจำวันที่&nbsp;18&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;พื้นที่ที่เข้าตรวจสอบรอบใหม่จำนวน&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;ในจังหวัดชลบุรีและสุราษฎร์ธานี&nbsp;ตรวจพบซากสุกรจำนวน&nbsp;704&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;รวมจำนวนตรวจพบซากสุกรที่พบในห้องเย็นรอบใหม่รวมสะสมตั้งแต่วันที่&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-18&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;รวมกว่า&nbsp;19&nbsp;ล้านกิโลกรัม&nbsp;จากห้องเย็นทั้งหมด&nbsp;738&nbsp;แห่ง</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">สำหรับรายงานข้อมูลสภาวะตลาดสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์ม</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ&nbsp;ประกาศราคาสุกรขุนมีชีวิตหน้าฟาร์ม&nbsp;ณ&nbsp;วันพระที่&nbsp;16&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;การบริโภคชิ้นส่วนสุกรดีขึ้นในช่วงสงกรานต์&nbsp;แต่หลายภูมิภาคยังคงราคาสุกรขุนหน้าฟาร์มเท่ากับวันพระก่อนหน้า&nbsp;ต้นทุนการผลิตไตรมาส&nbsp;2/2565&nbsp;อยู่ที่&nbsp;98.81&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;สำหรับมติการนำเข้าข้าวโพดตามกรอบ&nbsp;WTO&nbsp;และลดอากรขาเข้าที่&nbsp;0%&nbsp;ยังคงต้องผ่านขั้นตอนการเห็นชอบ&nbsp;ก่อนเข้าอนุมัติคณะรัฐมนตรีในขั้นสุดท้าย&nbsp;เพื่อให้มีผลบังคับใช้ตามกฎหมายสำหรับการนำเข้ามาแก้ปัญหาต้นทุนวัตถุดิบอาหารให้ทันตามกรอบเวลาที่กำหนดเมษายนถึงกรกฎาคม&nbsp;นี้&nbsp;สำหรับราคาสุกรขุนหน้าฟาร์มในแต่ละภาคนั้น&nbsp;ภาคตะวันตก&nbsp;96&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;98&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ภาคอีสาน&nbsp;94&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;96&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;และภาคใต้&nbsp;94&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;สำหรับราคาลูกสุกรเล็กขุนขนาด&nbsp;16&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;วันจันทร์ที่&nbsp;11&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ราคา&nbsp;3,200&nbsp;บาท&nbsp;บวกลบ&nbsp;92&nbsp;บาท</span></p><p><br></p><p><br></p>","2022-04-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220419175156506"],
    [303,"กอนช. ขอให้ประชาชนทั่วประเทศระวังการเกิดผลตกจากผลกระทบของพายุฤดูร้อนจากความแปรปรวนของสภาพอากาศโดยเฉพาะภาคเหนือและภาคใต้จะเกิดฝนตกหนัก","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนทั่วประเทศระวังการเกิดผลตกจากผลกระทบของพายุฤดูร้อนจากความแปรปรวนของสภาพอากาศ</strong>&nbsp;<strong>โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคใต้จะเกิดฝนตกหนัก</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(19&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ภาคเหนือฝนตกหนักในบางแห่ง&nbsp;,&nbsp;ตะวันตกของภาคกลางและภาคใต้ตอนบนมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางพื้นที่&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคใต้ฝั่งตะวันออก&nbsp;ช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.เลย&nbsp;151&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;ตาก&nbsp;123&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และพะเยา&nbsp;121&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั่วประเทศทุกขนาด&nbsp;24,309&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;42&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p>","2022-04-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220419101850258"],
    [304,"ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง  ดำเนินกิจกรรมในรูปแบบการจัดการแบบไร่นาสวนผสม กลายเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตรในทุกด้านของตำบลนาโยงเหนือ","<p><strong>นางสาวรัชนี&nbsp;นิลละออ&nbsp;เกษตรอำเภอนาโยง&nbsp;&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอนาโยง&nbsp;เยี่ยมศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;&nbsp;(ศพก.หลัก)&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลนาโยงเหนือ&nbsp;อำเภอนาโยง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ประธานศูนย์&nbsp;คือ&nbsp;นายประกิจ&nbsp;จิตรใจภักดิ์&nbsp;ภายในศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพ</strong>การผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.หลัก)&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลนาโยงเหนือ&nbsp;อำเภอนาโยง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;มีการดำเนินกิจกรรมในรูปแบบการจัดการแบบไร่นาสวนผสม&nbsp;มีฐานการเรียนรู้ที่หลากหลาย&nbsp;ได้แก่&nbsp;ระบบน้ำอัจฉริยะ&nbsp;สู่การทำเกษตรสมัยใหม่&nbsp;การปลูกพืชผสมผสาน&nbsp;ปลูกพืชผักอินทรีย์&nbsp;ปลูกผักบนกระเบื้อง&nbsp;การขยายพันธุ์พืช&nbsp;การทำประมง&nbsp;เลี้ยงสัตว์&nbsp;และการทำปุ๋ยหมัก&nbsp;ดินปลูก&nbsp;โดยมีรายได้รายวันขั้นต่ำ&nbsp;300&nbsp;บาท&nbsp;จากการขายผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;ส่งขายแม่ค้าในตลาดสดทุกวัน&nbsp;ปัจจุบันพื้นที่ไร่นาสวนผสมบนพื้นที่กว่า&nbsp;10&nbsp;ไร่&nbsp;กลายเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตรในทุกด้านของตำบลนาโยงเหนือ&nbsp;ที่เปิดให้เกษตรกร&nbsp;ผู้สนใจเข้าชมและเรียนรู้&nbsp;สามารถติดต่อได้ที่&nbsp;081-0993651</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-19T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220419111723281"],
    [305,"สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เกษตรกรขอรับบริการวัคซีนนิวคาสเซิลและหลอดลมอักเสบติดต่อในไก่","<p><strong>ดร.สุวัฒน์&nbsp;มัตราช&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเลย</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;นำโดยนายทวีพงศ์&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;เกษตรกรขอรับบริการวัคซีนรวมนิวคาสเซิลและหลอดลมอักเสบติดต่อในไก่&nbsp;จำนวน&nbsp;200&nbsp;โด๊ส&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;รายให้คำแนะนำการทำวัคซีนไก่พื้นเมือง&nbsp;การเลี้ยง&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่พื้นเมือง&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เป็นนายอนงค์&nbsp;พุฒิมา&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;444&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;โคกงาม&nbsp;เลี้ยงไก่พื้นเมือง&nbsp;จำนวน&nbsp;270&nbsp;ตัว&nbsp;พร้อมให้คำแนะนำการทำวัคซีนฯ&nbsp;การใช้ยาปฏิชีวนะละลายน้ำ&nbsp;การเลี้ยง&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การถ่ายพยาธิ&nbsp;การป้องกันโรคฯ&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรสร้างความเข้มแข็งในการเลี้ยงด้วยตนเอง&nbsp;แก่เกษตรกรผู้ขอรับบริการฯ&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-19T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220419112547286"],
    [306,"จ.ระยอง เปิดสวนผลไม้ให้นักท่องเที่ยวเข้าชมสวน มีทั้งแบบบุฟเฟ่ต์ และแบบ ซื้อ-ชั่ง-นั่งทาน คิดราคาตั้งแต่หัวละ 400 ถึง 690 บาท","<p><strong>หลังจากไวรัสโควิด-19&nbsp;แพร่ระบาดในช่วง&nbsp;3&nbsp;ปีที่ผ่านมา</strong>&nbsp;ทุกภาคส่วนได้ให้ความร่วมมือในการป้องกันการระบาด&nbsp;ตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ในส่วนของผู้ประกอบการสวนท่องเที่ยวเชิงเกษตรจังหวัดระยอง&nbsp;ได้งดกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวเข้าชมผลไม้ในสวนมาเป็นเวลา&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;แต่ในปีนี้จะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมสวนผลไม้ได้เป็นครั้งแรก&nbsp;โดยในช่วงปลายเดือนเมษายนถึง&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นฤดูผลไม้ในภาคตะวันออกให้ผลผลิตมากที่สุด&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดระยอง&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้ประชุมร่วมกันในการกระจายผลไม้ออกสู่ตลาด&nbsp;เป็นการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ&nbsp;และช่วยไม่ให้ราคาผลไม้ตกต่ำจนเกินไป&nbsp;หลังจากจีนมีมาตรการโควิด-19&nbsp;เป็นศูนย์&nbsp;โดยการตรวจผลไม้นำเข้าจากภาคตะวันออกของไทยอย่างเข้มงวด&nbsp;ส่งผลให้การส่งออกผลไม้ไปต่างประเทศลดลง&nbsp;</p><p><strong>นางมาริน&nbsp;สมคิด&nbsp;เกษตรจังหวัดระยอง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ในปีนี้&nbsp;จ.ระยอง</strong>&nbsp;โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดระยอง&nbsp;ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยหรือ&nbsp;ททท.&nbsp;สำนักงานระยอง&nbsp;และผู้ประกอบการสวนท่องเที่ยวเชิงเกษตร&nbsp;เปิดสวนผลไม้&nbsp;เพื่อให้นักท่องเที่ยวเข้าชมผลไม้ภายในสวน&nbsp;เพื่อเป็นการกระตุ้นการบริโภคผลไม้ภายในประเทศ&nbsp;และส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคตะวันออก&nbsp;มีผู้ประกอบการสนใจเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมสวนแล้วจำนวน&nbsp;31&nbsp;แห่ง&nbsp;มีทั้งแบบบุฟเฟ่ต์เหมาจ่ายเป็นรายหัว&nbsp;และแบบ&nbsp;ซื้อ-ชั่ง-นั่งทาน&nbsp;คิดราคาตั้งแต่หัวละ&nbsp;400&nbsp;ถึง&nbsp;690&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>ด้านนายโชติชัย&nbsp;บัวดิษฐ์&nbsp;&nbsp;ประธานชมรมสวนท่องเที่ยวเชิงเกษตรจังหวัดระยอง&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;หากในปีนี้ประสบปัญหาการส่งออก&nbsp;จะทำให้ทุเรียนตกค้างภายในประเทศจำนวนมาก&nbsp;ราคาค่าเข้าชมสวนจะถูกลง&nbsp;แต่ถ้าส่งออกไปตามปกติ&nbsp;ค่าเข้าชมสวนจะอยู่ที่&nbsp;690&nbsp;บาท&nbsp;แต่สามารถรับประทานผลไม้ได้เหมือนกัน&nbsp;จะเริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-19T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สวท.ระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220419122423323"],
    [307,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นกว่า400จุดส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคเหนือของไทย","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นกว่า&nbsp;400&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคเหนือของไทย</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(18&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;414&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;205&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;101&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;74&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;18&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;16&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;129&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;65&nbsp;จุด&nbsp;และ&nbsp;ตาก&nbsp;36&nbsp;จุด&nbsp;สอดคล้องกับการประเมินพื้นที่เสี่ยงสูงเกิดไฟป่าล่วงหน้า&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;18&nbsp;-&nbsp;24&nbsp;เมษายน&nbsp;โดยจุดความร้อนยังกระจายตัวอยู่ในภาคกลางและภาคเหนือ&nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดแม่ฮ่องสอนพบจุดความร้อนสูงสุดต่อเนื่องหลายวัน&nbsp;ส่วนบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังพบจุดความร้อนเล็กน้อย&nbsp;เนื่องจากมีฝนตกจากพายุฝนฟ้าคะนองช่วยลดการสะสมของฝุ่นลงได้&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;18&nbsp;เมษายน&nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;14,838&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;12,943&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;9,208&nbsp;จุด&nbsp;ภาพรวมทั่วประเทศมีค่าเฉลี่ยปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;อยู่ในระดับดีมาก&nbsp;(สีฟ้า)&nbsp;ยกเว้นจังหวัดแม่ฮ่องสอนยังพบฝุ่นในระดับปานกลาง&nbsp;(สีเหลือง)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านสูงสุดในเมียนมา&nbsp;1,629&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นราชอาณาจักรกัมพูชา&nbsp;266&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเมียนมาส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณชายแดนภาคเหนือ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;</p>","2022-04-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220419123238327"],
    [308,"สพด.มุกดาหาร MOU สยามแม็คโครมุกดาหาร  ผลิตน้ำหมักชีวภาพ สนับสนุนเกษตรกรลดต้นทุนการผลิต","<p><strong>นายอธิวัฒน์&nbsp;สิทธิภิญญาพัฒน์</strong>&nbsp;&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินมุกดาหาร&nbsp;พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่&nbsp;ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือ&nbsp;(MOU)&nbsp;กับนายปัณธนวิชญ์&nbsp;บุมี&nbsp;ผู้จัดการ&nbsp;บมจ.&nbsp;สยามแม็คโคร&nbsp;สาขามุกดาหาร&nbsp;&nbsp;ในการร่วมกันผลิตน้ำหมักชีวภาพ&nbsp;เพื่อสนับสนุนเกษตรกรในการนำไปใช้ประโยชน์ในกระบวนผลิตทางการเกษตร&nbsp;ลดต้นทุนการผลิต&nbsp;โดย&nbsp;บมจ.&nbsp;สยามแม็คโคร&nbsp;สาขามุกดาหาร&nbsp;สนับสนุนขยะสด&nbsp;วันละ&nbsp;300&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ส่งมอบสถานีพัฒนาที่ดินมุกดาหาร&nbsp;นำไปผลิตเป็นน้ำหมักชีวภาพ&nbsp;โดยใช้สารเร่งซุปเปอร์&nbsp;พด.&nbsp;2&nbsp;โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่&nbsp;18&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป</p><p><strong>สำหรับความร่วมมือดังกล่าว</strong>&nbsp;เป็นการหมุนเวียนการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;(Zero&nbsp;Waste)&nbsp;สร้างมูลค่าเพิ่ม&nbsp;ลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;และที่สำคัญเพื่อนำผลิตภัณฑ์ที่ได้ไปสนับสนุนเกษตรกรในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทางการเกษตร&nbsp;ลดต้นทุนการผลิตในภาวะปุ๋ยเคมีราคาแพง&nbsp;และเป็นการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์การขับเคลื่อน&nbsp;BCG&nbsp;&nbsp;Model&nbsp;กับงานพัฒนาที่ดินสู่เศรษฐกิจใหม่&nbsp;ให้บรรลุตามเป้าหมาย&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-19T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","มุกดาหาร","สวท.มุกดาหาร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220419150737388"],
    [309,"คพ. และ วช. ดึงสถาบันการศึกษานำผลงานวิจัยแหล่งที่มาของฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑลมากำหนดนโยบายภาครัฐ","<p><strong>กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ&nbsp;(วช.)&nbsp;ดึงสถาบันการศึกษานำผลงานวิจัยแหล่งที่มาของฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลมากำหนดนโยบายภาครัฐ</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวในการประชุมสัมมนาโครงการแหล่งที่มาของฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลว่า&nbsp;กรุงเทพมหานครและปริมณฑลเคยประสบปัญหาคุณภาพอากาศ&nbsp;โดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;อาจจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน&nbsp;จึงร่วมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหน่วยงานราชการและสถาบันการศึกษาสนับสนุนข้อมูลประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบายให้ภาครัฐเพื่อขับเคลื่อนการแก้ปัญหาอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ&nbsp;โดยเฉพาะการควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษที่สำคัญ&nbsp;แต่ข้อมูลแหล่งกำเนิดในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีน้อยมาก&nbsp;ทำให้&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี&nbsp;ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ&nbsp;(วช.)&nbsp;ทำงานวิจัยศึกษาและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ&nbsp;เพื่อนำผลที่ได้ไปใช้แก้ปัญหาฝุ่นละออง&nbsp;ซึ่งโครงการการศึกษานี้ได้เก็บตัวอย่าง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในบรรยากาศพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;5&nbsp;จังหวัด&nbsp;คือ&nbsp;สมุทรปราการ&nbsp;นนทบุรี&nbsp;ปทุมธานี&nbsp;นครปฐม&nbsp;และสมุทรสาคร&nbsp;พร้อมเก็บตัวอย่าง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;จากปล่องโรงงานอุตสาหกรรม&nbsp;11&nbsp;ประเภท&nbsp;และเตาเผาศพ&nbsp;แล้วนำตัวอย่างฝุ่นมาวิเคราะห์หาองค์ประกอบทางเคมี&nbsp;เช่น&nbsp;อินทรีย์คาร์บอน&nbsp;,&nbsp;ธาตุคาร์บอนไอออนที่ละลายน้ำ&nbsp;และธาตุอื่นๆ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับการทำข้อมูลแหล่งที่มาเพื่อหาสัดส่วนแหล่งที่มาของ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ผลการศึกษาพบแหล่งกำเนิดหลักมาจากแหล่งกำเนิดทุตยภูมิ&nbsp;การเผาในที่โล่ง&nbsp;การจราจร&nbsp;ภาคอุตสาหกรรม&nbsp;และอื่นๆ&nbsp;ขึ้นอยู่กับกิจกรรมในพื้นที่และสภาพอุตุนิยมวิทยา&nbsp;ซึ่งผลการศึกษาครั้งนี้จะนำไปสู่การกำหนดนโยบายเพื่อแก้ปัญหา&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;โดย&nbsp;คพ.&nbsp;และ&nbsp;วช.&nbsp;จะจัดประชุมสัมมนาวิชาการเรื่องแหล่งที่มาของ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;เพื่อบูรณาการผลการศึกษาและนำมาใช้ประโยชน์ต่อไป</p>","2022-04-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220419141746352"],
    [310,"สหกรณ์จังหวัดตาก จัดประชุมเชิงปฏิบัติการส่งเสริมและพัฒนางานสหกรณ์ในพื้นที่โครงการหลวงเลอตอ","<p><strong>นายนำโชค&nbsp;ศิลกุล&nbsp;สหกรณ์จังหวัดตาก&nbsp;</strong>มอบหมายให้&nbsp;นางสินีนาถ&nbsp;อ่อนนวล&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มจัดตั้งและส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;พร้อมด้วยทีมงานดำเนินการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการส่งเสริมการมีส่วนร่วมกับชุมชนให้กับกลุ่มหมู่บ้านในพื้นที่โครงการหลวง&nbsp;ณ&nbsp;ศาลาเอนก&nbsp;ประสงค์หมู่บ้านเลอตอ&nbsp;ตำบลแม่ตื่น&nbsp;อำเภอแม่ระมาด&nbsp;จังหวัดตาก</p><p><strong>การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อให้กลุ่มเกษตรกร&nbsp;ได้รับทราบแนวทาง</strong>การส่งเสริมและพัฒนางานสหกรณ์ในพื้นที่โครงการหลวง&nbsp;โดยประยุกต์ใช้รูปแบบของการสหกรณ์เข้าไปในการดำเนินกิจกรรม&nbsp;เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับอุดมการณ์&nbsp;หลักการ&nbsp;และวิธีการสหกรณ์&nbsp;การรวมกลุ่ม&nbsp;และจัดทำฐานข้อมูลกลุ่มหมู่บ้านเป้าหมายให้เป็นปัจจุบัน&nbsp;โดยที่ผ่านมากรมส่งเสริมสหกรณ์ได้จัดทำโครงการส่งเสริมและพัฒนาสหกรณ์ในพื้นที่โครงการหลวง&nbsp;เพื่อสนองพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของราษฎรชาวไทยภูเขาให้ดีขึ้น&nbsp;โดยวิธีการสหกรณ์&nbsp;เช่น&nbsp;การส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับอุดมการณ์&nbsp;หลักการ&nbsp;และวิธีการสหกรณ์แก่ประชาชนในพื้นที่โครงการหลวง&nbsp;ให้เกิดการรวมกลุ่ม&nbsp;ส่งเสริมให้มีการจัดตั้งสหกรณ์ตามความพร้อมของชุมชน&nbsp;แนะนำการดำเนินกิจกรรมของสหกรณ์ตามความต้องการของสมาชิก&nbsp;โดยการดำเนินการจะดำเนินอย่างเป็นขั้นเป็นตอนอย่างต่อเนื่อง&nbsp;บนพื้นฐานความสมัครใจและความพร้อมของสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร&nbsp;ผ่านกลไกการให้ความรู้&nbsp;การแลกเปลี่ยนประสบการณ์และเรียนรู้&nbsp;การจัดกิจกรรมสร้างความร่วมมือระหว่างสหกรณ์และสมาชิกสหกรณ์</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ตาก","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตาก","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220419173604488"],
    [311,"ครม. อนุมัติ 2,054 ล้านบาท ฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากและชุมชนในภาคเกษตร วิสาหกิจชุมชน","<p><strong>นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</strong> เผยว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ อนุมัติงบประมาณจำนวน 2,054.054 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการช่วยเหลือเกษตร ที่ประสบปัญหาจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยให้การสนับสนุนโครงการของสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ 4 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ประกอบด้วย 5 โครงการย่อย ได้แก่</p><p><strong>โครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการส่งเสริมการพัฒนายกระดับทักษะอาชีพ</strong>ในภาคเกษตรกรรมเพื่อสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากของชุมชน โดยมหาวิทยาลัยมหาสารคาม โดยกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนจำนวน 3,500 กลุ่ม</p><p><strong>โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ชุมชน</strong> เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่นและชุมชน โดยมหาวิทยาลัยมหาสารคาม กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 1,200 กลุ่ม</p><p><strong>โครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านเกษตรกรรมและสมุนไพร</strong> สร้างความมั่นคงทางอาหารและสุขภาพสู่ชุมชน เพื่อเพิ่มมูลค่าเสริมสร้างความเข้มแข็ง ของเศรษฐกิจฐานรากในภาวะวิกฤตโควิด-19 กลุ่มเป้าหมายได้แก่ เกษตรกร ชุมชน และกลุ่มวิสาหกิจชุมชน จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 3,700 กลุ่ม</p><p><strong>โครงการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ </strong>แก่เกษตรกรไทยฝ่าวิกฤติโควิด 19 ด้วยเทคโนโลยีนวัตกรรม เกษตรสมัยใหม่ (Modern Agriculture -BCG) โดยมหาวิทยาลัยแม่โจ้ กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ หมู่บ้านวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่น จำนวน 5,001 กลุ่ม</p><p><strong>โครงการวิจัยและพัฒนาการสร้างอาชีพ</strong> สร้างรายได้เพื่อฟื้นฟู เศรษฐกิจฐานราก จากผลกระทบการระบาดของโรคโควิด-19 สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน อสม. กลุ่มสหกรณ์การเกษตร และกลุ่ม OTOP ในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ จำนวน จำนวน 3,300 กลุ่ม</p><p><br></p><p><br></p>","2022-04-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220419173905490"],
    [312,"ครม. อนุมัติ 159.69 ล้านบาท ช่วยเกษตรกรผู้เพาะปลูกยาสูบและผู้บ่มอิสระ","<p><strong>นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</strong> แถลงมติคณะรัฐมนตรีอนุมัติงบกลาง จำนวน 159.69 ล้านบาท&nbsp;เป็นค่าใช้จ่ายในโครงการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้เพาะปลูกต้นยาสูบและผู้บ่มอิสระที่ได้รับผลกระทบจากการลดปริมาณการรับซื้อใบยาสูบของการยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) ฤดูการผลิต 2562/2563 ที่ขึ้นทะเบียนไว้กับ ยสท. และกรมสรรพสามิต รวมจำนวน 14,292 ราย&nbsp;แบ่งออกเป็น 3 ประเภทใบยาคือ ใบยาเวอร์ยิเนีย&nbsp;ประกอบด้วย ชาวไร่ 2,378 ราย ผู้บ่มอิสระ 54 ราย ชาวไร่ใบยาสด 1,807 ราย ใบยาเบอร์เลย์ ชาวไร่ 6,562 ราย และใบยาเตอร์กิช ชาวไร่ 3491 ราย</p><p><strong>รัฐบาลให้ความช่วยเหลือโดยจ่ายเงินช่วยเหลือ</strong>ให้เกษตรกรผู้เพาะปลูกต้นยาสูบและผู้บ่มอิสระในอัตราร้อยละ 70 ของรายได้ที่หายไป โดยคำนวณเงินช่วยเหลือจากปริมาณโควตาการผลิตใบยาที่ลดลงในฤดูการผลิต 2562/2563 เปรียบเทียบกับปริมาณโควตาที่ได้รับในฤดูการผลิต 2560/2561 คูณด้วยร้อยละ 70 ของรายได้ที่หายไป&nbsp;โดยเกษตรกรผู้ปลูกต้นยาสูบจะได้รับเงินช่วยเหลือตามปริมาณการรับซื้อใบยาสูบที่ลดลงจริงในแต่ละประเภทใบยาและปัจจุบันในพื้นที่ดังกล่าวต้องไม่มีการปลูกยาสูบทดแทนด้วย&nbsp;&nbsp;โดยจะมีคณะกรรมการฯ ตรวจสอบ รวบรวมข้อมูล ส่งให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝาก ธ.ก.ส. ของเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบที่ได้รับสิทธิ์ภายใต้โครงการดังกล่าว โดยมีระยะเวลาดำเนินการ ภายใน 150 วัน นับตั้งแต่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>","2022-04-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220419174111497"],
    [313,"กรมการข้าวปลื้มมิลลิ (Milli) จุดกระแส ข้าวเหนียวมะม่วง ฟีเวอร์ ช่วยชาวนาขายข้าวเหนียวได้ดีขึ้น","<p><strong>นายณัฏฐกิตติ์&nbsp;ของทิพย์&nbsp;อธิบดีกรมการข้าว&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จากกระแสที่น้องมิลลิ&nbsp;แรปเปอร์สาวมากความสามารถ&nbsp;ได้ขึ้นไปแสดงบนเวทีระดับโลกอย่างเวทีโคเชลลา&nbsp;&nbsp;(Coachella)&nbsp;ที่สหรัฐอเมริกา&nbsp;และได้นำเมนูอย่างข้าวเหนียวมะม่วงซึ่งถือเป็นเมนูขนมหวานขึ้นชื่อของประเทศไทยไปทานบนเวทีคอนเสิร์ต&nbsp;ถือเป็นการประกาศให้ชาวต่างชาติและคนทั้งโลกได้รับรู้ว่าประเทศไทยไม่ได้มีดีแต่เมนูต้มยำกุ้ง&nbsp;แต่ยังมีผลไม้และอาหารหวานอย่างข้าวเหนียวมะม่วงที่อร่อยและสามารถทานได้ที่ประเทศไทยและจากกระแสดังกล่าวส่งผลให้มีผู้สั่งซื้อมะม่วงอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย&nbsp;สร้างความหวังให้กับพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วง&nbsp;ที่ก่อนหน้าประสบกับปัญหาราคามะม่วงตกต่ำให้สามารถเพิ่มมูลค่าการจำหน่ายให้สูงขึ้นกว่าเดิมและเป็นที่ต้องการของตลาดในตอนนี้&nbsp;</p><p><strong>ในส่วนของข้าวเหนียวก็มีความต้องการในตลาดด้วยเช่นกัน</strong>&nbsp;ส่งผลให้ชาวนาผู้ปลูกข้าวเหนียวได้รับประโยชน์จากกระแสในครั้งนี้ไปด้วย&nbsp;ซึ่งกรมการข้าวมีพันธุ์ข้าวเหนียวมากมายหลายพันธุ์ที่ผ่านการรับรอง&nbsp;อาทิเช่น&nbsp;ข้าวเหนียวพันธุ์&nbsp;กข6&nbsp;กข18&nbsp;ข้าวเหนียวเขี้ยวงู&nbsp;และพันธุ์สันป่าตอง1&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ที่เหมาะกับการนำมาทำข้าวเหนียวมูลในการทานคู่กับมะม่วง&nbsp;</p><p><strong>สำหรับข้าวเหนียวพันธุ์&nbsp;กข6&nbsp;นั้นให้ผลผลิตสูง</strong>&nbsp;คุณภาพการหุงต้มดี&nbsp;มีกลิ่นหอม&nbsp;ข้าวเหนียวพันธุ์&nbsp;กข18&nbsp;คุณภาพการหุงต้มและรับประทานดีใกล้เคียงกับพันธุ์&nbsp;กข6&nbsp;และเป็นที่ยอมรับของเกษตรกร&nbsp;ในส่วนของข้าวเหนียวเขี้ยวงู&nbsp;เมื่อนึ่งสุกแล้วข้าวมีความขาว&nbsp;นุ่ม&nbsp;เหนียวติดกันแต่ไม่เละ&nbsp;มีความเลื่อมมันค่อนข้างมาก&nbsp;มีกลิ่นหอมและข้าวเหนียวพันธุ์&nbsp;สันป่าตอง1&nbsp;ให้ผลผลิตสูง&nbsp;เป็นข้าวเหนียวที่สามารถปลูกได้ตลอดปี</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-04-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220420103114611"],
    [314,"เล็งตั้ง\"ฟาร์มเมอร์ มาร์เก็ต\" ในกรุงเทพฯ 50 เขต ภายใต้โครงการเกษตรกรรมยั่งยืนเน้นอาหารปลอดภัย ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">นายอลงกรณ์&nbsp;พลบุตร&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">&nbsp;และในฐานะประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมืองในพื้นที่กรุงเทพมหานคร&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;กรุงเทพมหานครมีการพัฒนาเมืองอย่างรวดเร็วทำให้ประชากรและชุมชนเพิ่มขึ้นประสบปัญหาความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;เพราะมีพื้นที่เกษตรน้อยและมีพื้นที่สีเขียวไม่ได้สัดส่วนกับจำนวนประชากรกระทบต่อระบบนิเวศทางธรรมชาติและคุณภาพชีวิตของประชาชน&nbsp;จึงวางโครงสร้างและระบบเป็นกลไกแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาภาคการเกษตรในพื้นที่กรุงเทพมหานคร&nbsp;ด้วยโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง&nbsp;มุ่งเน้นการพัฒนากรุงเทพมหานครให้เป็น&nbsp;มหานครสีเขียวแห่งอนาคต&nbsp;ในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในกรุงเทพฯ&nbsp;อีกทั้งยังสอดรับกับโครงการธนาคารสีเขียว&nbsp;ที่ส่งเสริมการปลูกไม้เศรษฐกิจ&nbsp;ซึ่งช่วยให้เกิดการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมืองเพิ่มขึ้น&nbsp;เป็นการสร้างการขับเคลื่อนให้เกิดในลักษณะองค์รวม&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">โดยมีตัวอย่างบางโครงการ&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">ที่ได้เปิดตัวโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมืองพื้นที่วัด&nbsp;ณ&nbsp;ธรรมสถานวัดพระราม&nbsp;9&nbsp;กาญจนภิเษก&nbsp;รวมถึงวัดพระยาสุเรนทร์&nbsp;บนความร่วมมือระหว่างบ้าน&nbsp;วัดและโรงเรียน&nbsp;(บ.ว.ร.)&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้คนในชุมชนเมืองใกล้วัดร่วมทำการเกษตรพัฒนาอาหารปลอดภัย&nbsp;สร้างจิตสำนึกให้คนในชุมชนเกิดการแบ่งปัน&nbsp;รวมถึงเป็นรายได้ให้แก่ชุมชนด้วย&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">ล่าสุดพิจารณาแนวทางการจัดตั้งตลาดเกษตรกรในกรุงเทพมหานคร</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">&nbsp;ทั้งรูปแบบจัดตั้งในเขตชุมชนเมืองและตลาดเกษตรกรออนไลน์&nbsp;โดยการจองล่วงหน้าและมารับผลิตผล&nbsp;ณ&nbsp;พื้นที่จัดงาน&nbsp;ผ่านแพลตฟอร์ม&nbsp;อาทิ&nbsp;แพลตฟอร์มจ่ายตลาด&nbsp;เพื่อช่วยในเรื่องการกระจายสินค้าที่ทั่วถึง&nbsp;ซึ่งหากนำทั้ง&nbsp;2&nbsp;รูปแบบมาผสมผสานกันจะทำให้การจัด&nbsp;Farmer&nbsp;Market&nbsp;มีการกระจายตัวของเกษตรกรและผลิตผลถึงมือประชาชนได้อย่างทั่วถึง&nbsp;ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบแนวทางการจัด&nbsp;Farmer&nbsp;Market&nbsp;ในเขตกรุงเทพมหานคร&nbsp;และมอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการฯ&nbsp;จัดทำบัญชีรายชื่อพื้นที่ที่สามารถดำเนินการได้&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่เอกชน&nbsp;พื้นที่ว่างสาธารณะ&nbsp;พื้นที่การเคหะรวมถึงวัดและสถานศึกษาโดยขอให้กระจายให้ครบทั้ง&nbsp;50&nbsp;เขต</span></p><p><br></p><p><br></p>","2022-04-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220420101155601"],
    [315,"กอนช. ขอให้ประชาชนภาคเหนือและภาคใต้ระวังเกิดฝนตก พร้อมระวังระดับน้ำในแม่น้ำโขงเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันจากการเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนจิ่งหงของจีน อาจกระทบพื้นที่ริมแม่น้ำโขง","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนภาคเหนือและภาคใต้ระวังเกิดฝนตก&nbsp;พร้อมระวังระดับน้ำในแม่น้ำโขงเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันจากการเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนจิ่งหงของจีน&nbsp;อาจกระทบพื้นที่ริมแม่น้ำโขง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(20&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวันกับมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางพื้นที่&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง&nbsp;ช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.น่าน&nbsp;120&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;73&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และสุราษฎร์ธานี&nbsp;72&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั่วประเทศทุกขนาด&nbsp;24,179&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;42&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้ติดตามสถานการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำโขงเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน&nbsp;เนื่องจากการเพิ่มการระบายน้ำของเขื่อนจิ่งหง&nbsp;สาธารณรัฐประชาชนจีน&nbsp;และมีฝนตกบริเวณท้ายเขื่อน&nbsp;โดยเมื่อวานนี้&nbsp;(19&nbsp;เม.ย.&nbsp;65)&nbsp;ระดับน้ำที่สถานีจิ่งหง&nbsp;สาธารณรัฐประชาชนจีน&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;91&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;มีอัตราการระบายน้ำจากเดิม&nbsp;970&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&nbsp;เพิ่มเป็น&nbsp;1,626&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&nbsp;อาจส่งผลกระทบในพื้นที่บริเวณสถานีเชียงแสน&nbsp;อ.เชียงแสน&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;คาดการณ์ช่วงวันที่&nbsp;2021&nbsp;เมษายน&nbsp;ระดับน้ำแม่น้ำโขงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นประมาณ&nbsp;7080&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;ส่วน&nbsp;อ.เชียงคาน&nbsp;จ.เลย&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.หนองคาย&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.นครพนม&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.มุกดาหาร&nbsp;และ&nbsp;อ.โขงเจียม&nbsp;จ.อุบลราชธานี&nbsp;คาดการณ์ช่วงวันที่&nbsp;2225&nbsp;เมษายน&nbsp;ระดับน้ำแม่น้ำโขงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นประมาณ&nbsp;60&nbsp;&nbsp;70&nbsp;เซนติเมตร</p>","2022-04-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220420101321604"],
    [316,"กรมชลประทาน ส่งน้ำช่วยเกษตรกรบางระกำ เริ่มเพาะปลูกแล้วกว่า 5 หมื่นไร่","<p><strong>นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;หลังจากที่กรมชลประทานได้เริ่มส่งน้ำเข้าสู่พื้นที่ทุ่งบางระกำ&nbsp;ครอบคลุมพื้นที่อำเภอพรหมพิราม&nbsp;บางระกำ&nbsp;เมือง&nbsp;&nbsp;วัดโบสถ์&nbsp;จังหวัดพิษณุโลก&nbsp;และอำเภอกงไกรลาศ&nbsp;จังหวัดสุโขทัย&nbsp;รวม&nbsp;265,000&nbsp;ไร่&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;15&nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&nbsp;ปัจจุบันมีการส่งน้ำเข้าทุ่งไปแล้ว&nbsp;46&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;หรือคิดเป็นประมาณร้อยละ&nbsp;15&nbsp;จากแผนจัดสรรน้ำทั้งหมด&nbsp;310&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;มีการเพาะปลูกข้าวนาปีไปแล้ว&nbsp;55,319&nbsp;ไร่&nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&nbsp;20&nbsp;ของพื้นที่ทุ่งบางระกำทั้งหมด&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;จะเดินหน้าส่งน้ำ</strong>&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรได้เพาะปลูกข้าวนาปีตามเป้าหมายที่ได้วางไว้และเก็บเกี่ยวผลผลิตให้แล้วเสร็จก่อนที่ฤดูน้ำหลากปี&nbsp;2565&nbsp;จะมาถึง&nbsp;ช่วยลดความเสี่ยงนาข้าวเสียหายจากการถูกน้ำท่วมและหลังจากเก็บเกี่ยวแล้วเสร็จ&nbsp;จะใช้ทุ่งบางระกำเป็นแก้มลิงธรรมชาติ&nbsp;รองรับน้ำในช่วงฤดูน้ำหลาก&nbsp;ช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกและสุโขทัย&nbsp;รวมทั้งพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างอีกด้วย</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-04-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220420105826635"],
    [317,"ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือคุณภาพอากาศดีมาก ส่วน กทม.และปริมณฑค่าฝุ่นสูงขึ้นระดับสีส้ม 14 พื้นที่ สูงสุดบริเวณริมถนนมาเจริญ เพชรเกษม 81 เขตหนองแขม","<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือคุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑค่าฝุ่นสูงขึ้นระดับสีส้ม&nbsp;14&nbsp;พื้นที่&nbsp;สูงสุดบริเวณริมถนนมาเจริญ&nbsp;เพชรเกษม&nbsp;81&nbsp;เขตหนองแขม</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(20&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพดีมาก&nbsp;โดยต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&nbsp;21&nbsp;-&nbsp;24&nbsp;เมษายน&nbsp;หากจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นระดับสีส้ม&nbsp;14&nbsp;พื้นที่&nbsp;เช่น&nbsp;ริมถนนมาเจริญ&nbsp;เพชรเกษม&nbsp;81&nbsp;เขตหนองแขม&nbsp;,&nbsp;ริมถนนดินแดง&nbsp;เขตดินแดง&nbsp;,&nbsp;ริมถนนพระราม&nbsp;2&nbsp;เขตบางขุนเทียน&nbsp;,&nbsp;ริมถนนบางนา-ตราด&nbsp;เขตบางนา&nbsp;,&nbsp;ต.ปากน้ำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.สมุทรปราการ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;22&nbsp;-&nbsp;27&nbsp;เมษายน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;</p>","2022-04-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220420102002607"],
    [318,"สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเลย จัดโครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธาน ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ประจำปี 2565","<p><strong>ที่องค์การบริหารส่วนตำบลนาหอ</strong>&nbsp;ตำบลนาหอ&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;ดร.สุวัฒน์&nbsp;มัตราช&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเลย&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;กลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเลย&nbsp;ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลนาหอ&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;,&nbsp;เชียงคาน&nbsp;,&nbsp;ภูหลวง&nbsp;,&nbsp;ภูกระดึง&nbsp;,&nbsp;ภูเรือ&nbsp;บูรณาการร่วมกันปฏิบัติงานฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;และผ่าตัดทำหมันสุนัข-แมว&nbsp;ตามโครงการสัตว์ปลอดโรค&nbsp;คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;ตามพระปณิธาน&nbsp;ศาสตราจารย์&nbsp;ดร.&nbsp;สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&nbsp;อัครราชกุมารี&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;มีการให้บริการการผ่าตัดทำหมันสุนัข-แมว&nbsp;สุนัขเพศผู้&nbsp;6&nbsp;ตัว&nbsp;สุนัขเพศเมีย&nbsp;4&nbsp;ตัว&nbsp;แมวเพศผู้&nbsp;5&nbsp;ตัว&nbsp;เพศเมีย&nbsp;16&nbsp;ตัว&nbsp;รวม&nbsp;31&nbsp;ตัว&nbsp;ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าแก่&nbsp;สุนัข-แมว&nbsp;รวม&nbsp;31&nbsp;ตัว&nbsp;บริการรักษาแมวป่วย&nbsp;2&nbsp;ตัว&nbsp;มีผู้มารับบริการ&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;ราย</p><p><strong>ศาสตราจารย์&nbsp;ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณลัยลักษณ์</strong>&nbsp;อัครราชกุมารี&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;ทรงมีพระเมตตาต่อพสกนิกรชาวไทยและสรรพชีวิต&nbsp;โดยทรงห่วงใยปัญหาโรคพิษสุนัขบ้าที่เป็นปัญหาสำคัญของชาติ&nbsp;และทรงมีพระประสงค์ให้โรคพิษสุนัขบ้าหมดไปจากประเทศไทยนับเป็นพระวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล&nbsp;ทรงโปรดให้ดำเนินการโครงการสัตว์ปลอดโรค&nbsp;คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;ตามพระปณิธาน&nbsp;ศาสตราจารย์&nbsp;ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณลัยลักษณ์อัครราชกุมารี&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;รขัตติยราชนารี&nbsp;ในระยะต่อไป&nbsp;ปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;-&nbsp;2568&nbsp;โดยกรมปศุสัตว์ได้จัดทำโครงการสัตว์ปลอดโรค&nbsp;คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขข้า&nbsp;ตามพระปณิธาน&nbsp;ศาสตราจารย์&nbsp;ตร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณลัยลักษณ์&nbsp;อัครราชกุมารี&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรชัตติยราชนารี&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ขึ้น</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>","2022-04-20T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220420103911618"],
    [319,"เกษตรกรในตำบลแหลมสอม อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง ใช้พื้นที่ว่างในสวนปาล์มน้ำมัน ทำบ่อเลี้ยงหอยเชอรี่สีทองหรือหอยโข่งเหลือง โดยมีความคิดริเริ่มที่จะใช้พื้นที่ว่างให้เกิดประโยชน์ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9","<p><strong>ที่บ้านเลขที่&nbsp;92/3&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลแหลมสอม&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</strong>ซึ่งเป็นบ้านของ&nbsp;นายภักดี&nbsp;คงวัน&nbsp;เกษตรกรที่ทำอาชีพสวนปาล์มน้ำมันและเกษตรผสมผสาน&nbsp;ทั้งนี้นายภักดี&nbsp;คงวัน&nbsp;เกษตรกรได้มีความสนใจในการเลี้ยงหอยเชอรี่สีทองหรือหอยโข่งเหลือง&nbsp;เพื่อเป็นอาชีพเลริมและสร้างรายได้ให้กับครอบครัว&nbsp;ในช่วงการแพร่ระบาดโควิด&nbsp;-19&nbsp;</p><p><strong>นายภักดี&nbsp;คงวัน&nbsp;เกษตรกร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ได้ดูรายการทางโทรทัศน์เห็นการเลี้ยงหอยเชอรี่สีทองหรือหอยโข่งเหลือง&nbsp;จึงมีความต้องการเลี้ยง&nbsp;เนื่องจากการเลี้ยงไม่ยุ่งยาก&nbsp;ใช้พื้นที่ไม่มาก&nbsp;จึงไปซื้อพ่อพันธุ์แม่พันธุ์หอยเชอรี่สีทองหรือหอยโข่งเหลือง&nbsp;ในพื้นที่อำเภอนาโยง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ซึ่งมีเกษตรกรเลี้ยงอยู่เพียงรายเดียว&nbsp;โดยใช้งบลงทุนในการซื้อพ่อพันธุ์แม่พันธุ์หอยเชอรี่สีทองหรือหอยโข่งเหลือง&nbsp;จำนวน&nbsp;300&nbsp;คู่&nbsp;และบ่อสำเร็จรูป&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;บ่อ&nbsp;จำนวน&nbsp;20,000&nbsp;บาท&nbsp;โดยเริ่มเลี้ยงตั้งแต่วันที่&nbsp;18&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;จนถึงปัจจุบัน&nbsp;ซึ่งเลี้ยงประมาณ&nbsp;2&nbsp;เดือนครึ่งก็สามารถจับขายได้&nbsp;ซึ่งขายในราคากิโลกรัมละ&nbsp;150-180&nbsp;บาท&nbsp;ส่วนพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ขายคู่ละ&nbsp;20-300&nbsp;บาท&nbsp;มีประชาชนให้ความสนใจมาซื้อหอยเชอรี่สีทองหรือหอยโข่งเหลืองกันอย่างต่อเนื่อง&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการเลี้ยงจะเลี้ยงบ่อสำเร็จรูป</strong>&nbsp;เปลี่ยนถ่ายน้ำ&nbsp;3&nbsp;วันต่อ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;ในส่วนของอาหารจะใช้ใบชะพูล&nbsp;ใบหมอน&nbsp;ใบตำลึง&nbsp;โดยมีความคิดริเริ่มที่จะใช้พื้นที่ว่างให้เกิดประโยชน์ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;และมีความคิดในการแปรรูปหอยเชอรี่สีทองหรือหอยโข่งเหลือง&nbsp;เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า&nbsp;หากเกษตรมีความสนใจหรือประชาชนต้องการซื้อหอยเชอรี่สีทองหรือหอยโข่งเหลือง&nbsp;สามารรถเดินทางมาศึกษาดูงานได้ที่บ้านเลขที่&nbsp;92/3&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลแหลมสอม&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;หรือติดต่อที่&nbsp;โทร&nbsp;095-315907&nbsp;</p><p><strong>ทางด้านนายสุภัทธ&nbsp;คงด้วง&nbsp;เกษตรอำเภอปะเหลียน&nbsp;</strong>มอบหมายให้นางสาวปราณี&nbsp;แข็งแรง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการและนางบุหลัน&nbsp;ทักษิณาวานิช&nbsp;นักวิชาการส่งเสรมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;มาให้ความรู้กับเกษตรกร&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน&nbsp;พร้อมทั้งกล่าวว่านายภักดี&nbsp;คงวัน&nbsp;(สมาชิกวิสาหกิจชุมชน)&nbsp;พาชมกิจกรรมการเลี้ยงหอยเชอรี่สีทองหรือหอยโข่งเหลือง)&nbsp;เป็นเกษตรหัวก้าวหน้า&nbsp;มีความคิดริเริ่มในการทำการเกษตร&nbsp;จึงใช้พื้นที่ในสวนปาล์มน้ำมัน&nbsp;ประมาณ&nbsp;200&nbsp;ตารางเมตร&nbsp;สร้างโรงเรือนมุงด้วยผ้าใบพลาสติกสูง&nbsp;3-4&nbsp;เมตร&nbsp;ทำบ่อพลาสติก&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;บ่อ&nbsp;</p><p><strong>สำหรับหอยเชอรี่สีทองนับว่าเป็นสัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่ที่เลี้ยงง่าย</strong>&nbsp;อัตราการตายน้อย&nbsp;กินพืชผัก&nbsp;เช่น&nbsp;ผักบุ้ง&nbsp;ใบตำลึง&nbsp;ใบหม่อน&nbsp;ชะพลู&nbsp;โตเร็ว&nbsp;เนื้อกรุบ&nbsp;ๆ&nbsp;นุ่ม&nbsp;หวานมัน&nbsp;ไม่เหนียว&nbsp;ไม่มีกลิ่นคาว&nbsp;รสชาติคล้ายหมึก&nbsp;และได้ชื่อว่าเป็นหอยเป่าฮื้อน้ำจืด&nbsp;สามารถนำไปทำเมนู&nbsp;ยำ&nbsp;ต้ม&nbsp;ผัด&nbsp;แกง&nbsp;ทอดหรือลวกจิ้มได้&nbsp;นอกจากนี้วิสาหกิจชุมชนนาโปหนับ&nbsp;มีกิจกรรมอื่นๆ&nbsp;ได้แก่&nbsp;กิจกรรมด้านปศุสัตว์&nbsp;เลี้ยงแพะ&nbsp;เลี้ยงโค&nbsp;เลี้ยงเป็ด&nbsp;เลี้ยงไก่&nbsp;กิจกรรมด้านประมง&nbsp;เลี้ยงปลา&nbsp;เลี้ยงหอยเชอรี่&nbsp;เลี้ยงกบ&nbsp;กิจกรรมด้านการเกษตร&nbsp;ปลูกข้าว&nbsp;ปลูกผัก</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-04-20T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220420113256677"],
    [320,"สุดเจ๋ง จังหวัดสุราษฎร์ธานี สานต่อโครงการ โคก หนอง นา เป็นกิจกรรม เอามื้อสามัคคี  เสริมสร้างคุณภาพทางอาหาร ลดรายจ่าย สร้างรายได้คนในชุมชน","<p><strong>นายวิชวุทย์&nbsp;&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;อำเภอดอนสัก&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;&nbsp;มีแปลงโคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;แปลง&nbsp;และมีแนวทางในการจัดกิจกรรมเครือข่ายเดือนละ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;เพื่อสานต่อโครงการฯและพัฒนาคุณภาพทางอาหาร&nbsp;ลดรายจ่าย&nbsp;สร้างรายได้ให้คนในชุมชน&nbsp;ในกิจกรรม&nbsp;เอามื้อสามัคคี&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้นายจักรกฤษณ์&nbsp;&nbsp;ฝั่งชลจิตร์&nbsp;นายอำเภอดอนสัก</strong>&nbsp;และนายสมยศ&nbsp;คงทอง&nbsp;รักษาราชการแทนพัฒนาการอำเภอดอนสัก&nbsp;พร้อมกับคณะกรรมการเครือข่ายโคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;ได้ดำเนินการ&nbsp;เอามื้อสามัคคี&nbsp;ประจำเดือนเมษายน&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;แปลง&nbsp;นายธาดา&nbsp;ชูแสง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;ตำบลปากแพรก&nbsp;อำเภอดอนสัก&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;โดยกิจกรรมดังกล่าว&nbsp;มีทั้งการลงแขกทำปุ๋ยหมัก&nbsp;ปลูกต้นเสาวรส&nbsp;และปูพลาสติกบ่อน้ำ&nbsp;เพื่อกักเก็บน้ำไว้เลี้ยงปลา</p><p><strong>นอกจากนั้นยังมีกิจกรรม&nbsp;</strong>การแลกเปลี่ยนพันธุ์ไม้&nbsp;แลกเปลี่ยนผลผลิตจาก&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;ในแต่ละแปลง&nbsp;รวมไปถึงการพูดคุยเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินโครงการ&nbsp;โดยนายอำเภอดอนสัก&nbsp;ได้ร่วมให้คำแนะนำในการทำกิจกรรมในครั้งนี้เพื่อให้สมาชิกสามารถสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;และพัฒนาคุณภาพชีวิต&nbsp;ในกิจกรรมเอามื้อสามัคคีได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน&nbsp;ตามแนวทางปรัญชาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่&nbsp;9</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-04-20T00:00:00","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220420120129690"],
    [321,"อบก. และ สมอ. ประสบความสําเร็จการรับรองระบบงาน \"หน่วยตรวจสอบความใช้ได้และทวนสอบก๊าซเรือนกระจก\" โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของไทย","<p><strong>องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;อบก.&nbsp;และสํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม&nbsp;(สมอ.)&nbsp;ประสบความสําเร็จการรับรองระบบงาน&nbsp;\"หน่วยตรวจสอบความใช้ได้และทวนสอบก๊าซเรือนกระจก\"&nbsp;โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายเกียรติชาย&nbsp;ไมตรีวงษ์&nbsp;ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊ซเรือนกระจก&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;อบก.&nbsp;และสํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม&nbsp;(สมอ.)&nbsp;ได้ประสบความสําเร็จการรับรองระบบงาน&nbsp;(Accreditation)&nbsp;\"หน่วยตรวจสอบความใช้ได้และทวนสอบก๊าซเรือนกระจก\"&nbsp;และการขึ้นทะเบียนผู้ประเมินภายนอกสําหรับโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย&nbsp;หรือ&nbsp;โครงการ&nbsp;T-VER&nbsp;และคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร&nbsp;(CFO)&nbsp;โดยจะเชิญชวนหน่วยงานต่างๆ&nbsp;มาขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประเมินภายนอกเพิ่มเติม&nbsp;เพื่อรองรับโครงการ&nbsp;T-VER&nbsp;และ&nbsp;CFO&nbsp;ที่มีเพิ่มมากขึ้น&nbsp;รวมถึง&nbsp;เป็นการยกระดับมาตรฐานการตรวจสอบความใช้ได้และการทวนสอบสําหรับกลไกภายในประเทศให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;อบก.ได้พัฒนาโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทยและส่งเสริมการจัดทําคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร&nbsp;เพื่อให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกผ่านโครงการ&nbsp;T-VER&nbsp;และการประเมินผลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรตนเอง&nbsp;ด้วยการจัดทํำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรเพื่อขอเครื่องหมายรับรอง&nbsp;CFO&nbsp;ซึ่งกลไกทั้ง&nbsp;2&nbsp;ของ&nbsp;อบก.ต้องมีมาตรฐานการตรวจสอบความใช้ได้ของโครงการและการทวนสอบปริมาณก๊าซเรือนกระจกให้คาร์บอนเครดิตที่ได้จากโครงการ&nbsp;T-VER&nbsp;หรือผลการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรมีความน่าเชื่อถือและได้รับการยอมรับในระดับสากล</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊ซเรือนกระจก&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;การรับรองระบบงานหน่วยตรวจสอบความใช้ได้และทวนสอบก๊าซเรือนกระจก&nbsp;ถือเป็นเครื่องมือสําคัญในการสร้างมาตรฐานของคาร์บอนเครดิตในประเทศ&nbsp;เพื่อสร้างโอกาสการใช้คาร์บอนเครดิตของประเทศไทยผ่านกลไกระหว่างประเทศ&nbsp;เช่น&nbsp;CORSIA&nbsp;ปัจจุบันมีหน่วยงานที่ได้รับการรับรองระบบงานหน่วยตรวจสอบความใช้ได้และทวนสอบก๊าซเรือนกระจกตาม&nbsp;ISO&nbsp;14065&nbsp;และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยงานผู้ประเมินภายนอกสําหรับโครงการ&nbsp;T-VER&nbsp;และ&nbsp;CFO&nbsp;แล้ว&nbsp;7&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;คือ&nbsp;ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านกลยุทธ์ธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&nbsp;(T-VER,&nbsp;CFO)&nbsp;//&nbsp;วิทยาลัยพลังงานทดแทนและสมาร์ตกริดเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยนเรศวร&nbsp;(T-VER)&nbsp;//&nbsp;หน่วยรับรองการจัดการก๊าซเรือนกระจก&nbsp;มหาวิทยาลัยพะเยา&nbsp;(T-VER,&nbsp;CFO)&nbsp;//&nbsp;บริษัท&nbsp;เอสจีเอส&nbsp;(ประเทศไทย)&nbsp;จํากัด&nbsp;(T-VER,&nbsp;CFO)&nbsp;//&nbsp;บริษัท&nbsp;บูโรเวอริทัส&nbsp;เซอทิฟิเคชั่น&nbsp;(ประเทศไทย)&nbsp;จํากัด&nbsp;(T-VER,&nbsp;CFO)&nbsp;//&nbsp;บริษัท&nbsp;อีซีอีอี&nbsp;จํากัด&nbsp;(T-VER,&nbsp;CFO)&nbsp;และบริษัท&nbsp;เอ็นพีซี&nbsp;เซฟตี้&nbsp;แอนด์&nbsp;เอ็นไวรอนเมนทอล&nbsp;เซอร์วิส&nbsp;จํากัด&nbsp;(CFO)</p>","2022-04-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220420153715787"],
    [322,"จิสด้าใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงมากส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคเหนือของไทย","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงมาก&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคเหนือของไทย</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(19&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;109&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&nbsp;56&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;28&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและพื้นที่อื่นๆ&nbsp;13&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;9&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;24&nbsp;จุด&nbsp;นครพนม14&nbsp;จุด&nbsp;และยโสธร&nbsp;13&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนบริเวณประเทศไทยลดลงอย่างเห็นได้ชัด&nbsp;เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากพายุฤดูร้อนทำให้บางพื้นมีฝนตกต่อเนื่อง&nbsp;แต่ยังมีจุดความร้อนกระจายตัวอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือของประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดแม่ฮ่องสอนยังพบจุดความร้อนสูงสุดต่อเนื่อง&nbsp;ภาพรวมปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;อยู่ในระดับดีมาก&nbsp;(สีฟ้า)&nbsp;แต่ยังมีบางพื้นที่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลพบค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;(สีส้ม)&nbsp;สูงบริเวณเขตหนองแขม&nbsp;,&nbsp;เขตบางนา&nbsp;,&nbsp;เขตประเวศ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาวันนี้&nbsp;806&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็น&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;775&nbsp;จุด&nbsp;และกัมพูชา&nbsp;526&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเมียนมาส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณชายแดนภาคเหนือ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;</p>","2022-04-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220420120701695"],
    [323,"สวทช. จับมือ อคส. ร่วมขับเคลื่อนการวิจัยและพัฒนา เพิ่มมูลค่า แปรรูปสินค้าเกษตรอย่างยั่งยืน","<p><strong>น.สพ.สนัด&nbsp;วงศ์ทวีทอง</strong>&nbsp;รองผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านวิจัยและพัฒนา&nbsp;เพื่อส่งเสริมนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการเกษตรเพื่อการค้าอย่างยั่งยืน&nbsp;โดยมีนายอัมพร&nbsp;โพธิ์ใย&nbsp;ผู้อำนวยการ&nbsp;ศูนย์บริการปรึกษาการออกแบบและวิศวกรรม&nbsp;สวทช.&nbsp;และนายเกรียงศักดิ์&nbsp;ประทีปวิศรุต&nbsp;ผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า&nbsp;เป็นผู้ลงนาม&nbsp;ณ&nbsp;อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย&nbsp;จังหวัดปทุมธานี</p><p><strong>ผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ภายใต้ยุทธศาสตร์&nbsp;แก้มลิง++&nbsp;ของ&nbsp;อคส.&nbsp;จะเร่งเพิ่มจำนวนสาขาของคลังสินค้า&nbsp;อคส.&nbsp;ในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง&nbsp;พัฒนายกระดับให้สอดรับกับนโยบายของรัฐและกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เรื่อง&nbsp;เกษตรผลิต&nbsp;พาณิชย์ตลาด&nbsp;ซึ่งการที่&nbsp;สวทช.&nbsp;สนับสนุนให้เกิดการวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ๆ&nbsp;จะสามารถยกระดับผลผลิตต้นน้ำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด&nbsp;จึงนับเป็นโอกาสอันดีที่จะได้ร่วมกับโครงการในการต่อยอดและขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนในพื้นที่เพื่อตอบโจทย์ที่ทาง&nbsp;อคส.&nbsp;ต้องการ</p><p><strong>ผู้อำนวยการ&nbsp;ศูนย์บริการปรึกษาการออกแบบและวิศวกรรม&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ภาคการเกษตร&nbsp;เป็นรากฐานการผลิตที่สำคัญในการพัฒนาประเทศ&nbsp;สวทช.ได้วิจัย&nbsp;พัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;นำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้เกษตรกรไทย&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;DECC&nbsp;มีงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ทั้งการพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารผ่านงานวิจัย&nbsp;</p><p><strong>ความร่วมมือครั้งนี้</strong>&nbsp;จะเป็นการผนึกกำลังและใช้จุดแข็งของทั้งสององค์กรสามารถตอบโจทย์ตามนโยบายของกระทรวงพาณิชย์&nbsp;และนโยบายภาครัฐ&nbsp;และตอบโจทย์&nbsp;BCG&nbsp;Economy&nbsp;Model&nbsp;โมเดลเศรษฐกิจใหม่&nbsp;ที่เป็นวาระแห่งชาติของประเทศไทยที่จะช่วยขับเคลื่อนและพัฒนาเศรษฐกิจไทยให้มีรายได้สูง&nbsp;เพื่อพ้นจากกับดักรายได้ปานกลางและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในประเทศอย่างทั่วถึงและยั่งยืน</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-04-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220420153544782"],
    [324,"อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ตรวจเยี่ยมติดตามการดำเนินงานของด่านตรวจพืชในจังหวัดสงขลา เน้นให้เกิดผลสัมฤทธิ์สนับสนุนการส่งออกสินค้าเกษตรมูลค่า 7 หมื่นล้านบาทต่อปี","<p><strong>วันนี้&nbsp;(20&nbsp;เมษายน&nbsp;2565)&nbsp;นายระพีภัทร์&nbsp;จันทรศรีวงศ์</strong>&nbsp;อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามผลการปฏิบัติงานและมอบนโยบายแก่ด่านตรวจพืชพื้นที่จังหวัดสงขลา&nbsp;ในการตรวจสอบและควบคุมการนำเข้า&nbsp;-&nbsp;ส่งออก&nbsp;สินค้าเกษตร&nbsp;(พืช)&nbsp;และปัจจัยการผลิตทางการเกษตร&nbsp;โดนเน้นย้ำให้ป้องกันและปราบปราม&nbsp;การจำหน่ายปุ๋ย&nbsp;ยาป้องกันและกำจัดศัตรูพืชปลอม&nbsp;ผิดมาตราฐาน&nbsp;รวมถึงการลักลอบนำเข้าสินค้าพืชและปัจจัยการผลิตทางการเกษตร&nbsp;โดยให้ด่านตรวจพืชดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับของกรมวิชากรเกษตร&nbsp;และกฎหมายอื่นๆ&nbsp;ที่ได้รับมอบหมายอย่างเข้มงวด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>พร้อมกันนี้&nbsp;ได้มอบนโยบายให้มีการปฏิบัติงานที่เกิดผลสัมฤทธิ์</strong>&nbsp;เกิดประโยชน์ต่อการนำเข้าส่งออกสินค้าเกษตร&nbsp;โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าเกษตรที่สำคัญผ่านทางด่านศุลกากรในพื้นที่จังหวัดสงขลา&nbsp;เช่น&nbsp;ยางและผลิตภัณฑ์ยางพารา&nbsp;มะม่วง&nbsp;พริกสด&nbsp;ขิง&nbsp;กล้วย&nbsp;ส้ม&nbsp;ทุเรียน&nbsp;ชมพู่&nbsp;เป็นต้น&nbsp;มีมูลค่าการส่งออกปีละประมาณ&nbsp;7&nbsp;หมื่นล้านบาท&nbsp;นอกจากนี้ยังได้มีการบูรณาการเชื่อมโยงกับการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;เขตภาคใต้ตอนล่าง&nbsp;ซึ่งยางจะเป็นสินค้าส่งออกสำคัญ&nbsp;และมีการหารือแนวทางการบูรณาการด้านการวิจัยและพัฒนายางพาราและการแก้ปัญหาโรคใบร่วงยางพาราชนิดใหม่ด้วย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&nbsp;ยังได้เน้นยำเรื่องการดำเนินงาน</strong>แบบบรูณาการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;ตำรวจ&nbsp;ทหาร&nbsp;และกรมศุลกากร&nbsp;รวมถึงการทำงานบนพื้นฐานแนวคิด&nbsp;&nbsp;DOA&nbsp;TOGETHER&nbsp;\"รวมใจเป็นหนึ่ง\"&nbsp;การร่วมใจปฏิบัติงานอย่างแข็งขันรวมกันทุกหน่วยงานภายในกรมวิชาการเกษตร&nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่จากด่านตรวจพืชในจังหวัดสงขลาจำนวน&nbsp;&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;ประกอบไปด้วยด่านตราจพืชท่าเรือสงขลา&nbsp;ด่านตรวจพืชท่าอากาศยานฯหาดใหญ่&nbsp;ด่านตรวจพืชบ้านประกอบ&nbsp;ด่านตรวจพืชปาดังเบซาร์&nbsp;และด่านตรวจพืชสะเดา&nbsp;เข้าร่วมการรับฟังการมอบนโยบายดังกล่าว&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-20T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สวท.สงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220420144622757"],
    [325,"พาณิชย์ จ.อุบลฯ แจ้งชาวสวนปาล์ม รีบขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรให้เป็นปัจจุบัน เพื่อเข้าร่วมโครงการประกันรายได้ ปี 2564-2565","<p><strong>นายปัญญา&nbsp;สัมพะวงศ์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;รัฐบาลช่วยเหลือเกษตรกรสวนปาล์มน้ำมัน&nbsp;ภายใต้โครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;โดยจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างระหว่างราคาเป้าหมายที่กิโลกรัมละ&nbsp;4&nbsp;บาท&nbsp;กับราคาตลาดอ้างอิงให้แก่เกษตรกรทุกวันที่&nbsp;15&nbsp;และจะจ่ายเร็วขึ้น&nbsp;หากตรงกับวันหยุด&nbsp;ตลอดโครงการฯจนถึงสิ้นเดือนสิงหาคม&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>จึงขอเชิญชวนเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน</strong>&nbsp;ขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรให้เป็นปี&nbsp;2565&nbsp;ที่สำนักงานเกษตรอำเภอ&nbsp;หรือผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;FARMBOOK&nbsp;เพื่อรับสิทธิ์เข้าร่วมโครงการประกันรายได้รายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน&nbsp;แล้วรอรับการแจ้งเตือนเงินเข้าผ่านแอพพลิเคชั่น&nbsp;A-Mobile&nbsp;ของ&nbsp;ธ.ก.ส.</p><p>เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน&nbsp;หรือผู้สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;โทร.&nbsp;045&nbsp;-&nbsp;242904&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p>","2022-04-20T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อุบลราชธานี","สวท.อุบลราชธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220420151223769"],
    [326,"ประธาน กมธ.วิสามัญพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภานำคณะเปิดงานเก็บเกี่ยวข้าวในโครงการสืบสานและต่อยอดพระราชปณิธานด้านพื้นที่ตั้งโฉนดที่ดินฉบับแรกของประเทศไทยรูปแบบเกษตรทฤษฎีใหม่ ณ แปลงโฉนดที่ดินฉบับแรกของประเทศไทย โฉนดเลขที่ 1 อ.บางปะอิน","<p><strong>วันที่&nbsp;20&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;แปลงโฉนดที่ดินฉบับแรกของประเทศไทย&nbsp;โฉนดเลขที่&nbsp;1</strong>&nbsp;ตำบลวัดยม&nbsp;อ.บางปะอิน&nbsp;นายประทีป&nbsp;การมิตรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;นายสุวพันธุ์&nbsp;ตันยุวรรธนะ&nbsp;ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์&nbsp;วุฒิสภา&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงานเก็บเกี่ยวข้าวในโครงการสืบสานและต่อยอดพระราชปณิธานด้านพื้นที่ตั้ง&nbsp;โฉนดที่ดินฉบับแรก&nbsp;ของประเทศไทยรูปแบบเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายวิทยา&nbsp;ผิวผ่อง&nbsp;สมาชิกวุฒิสภา&nbsp;คณะกรรมาธิการฯ&nbsp;นายวิณะโรจน์&nbsp;ทรัพย์ส่งสุข&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;ส.ป.ก.&nbsp;รวมทั้งผู้แทนภาคส่วนต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;และผู้แทนเกษตรกรในพื้นที่ได้ร่วมกันรายงานผลการดำเนินงาน&nbsp;การสนับสนุนด้านการปลูกข้าว&nbsp;การเก็บเกี่ยวการพัฒนาและการส่งเสริมเกษตรกรตามระบบเกษตรอัจฉริยะ&nbsp;Thai&nbsp;Ha&nbsp;Intelligent&nbsp;Farm&nbsp;ตลอดจนแนวทางการพัฒนาพื้นที่&nbsp;103&nbsp;ไร่&nbsp;บริเวณโดยรอบพื้นที่ตั้งโฉนดที่ดินฉบับแรกของประเทศไทย&nbsp;จากนั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญร่วมกับผู้แทนส่วนราชการในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาบริษัทไทยฮา&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น&nbsp;จำกัด&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลวัดยม&nbsp;เกษตรกรในพื้นที่&nbsp;ได้ร่วมกิจกรรมปล่อยปลา&nbsp;และกิจกรรมปลูกต้นไม้ประจำจังหวัด&nbsp;5&nbsp;จังหวัด&nbsp;ซึ่งเป็นที่ดินพระราชทาน&nbsp;5&nbsp;จังหวัด&nbsp;พื้นที่จำนวน&nbsp;90,000&nbsp;ไร่&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ฉะเชิงเทรา&nbsp;ปทุมธานี&nbsp;นครนายก&nbsp;และจังหวัดนครปฐม&nbsp;</p><p><strong>สำหรับโครงการสืบสานและต่อยอดพระราชปณิธานด้านพื้นที่ตั้งโฉนดที่ดิน</strong>ฉบับแรกของประเทศไทยรูปแบบเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;เป็นการดำเนินงานโครงการแบบบูรณาการร่วมกันของคณะกรรมาธิการวิสามัญร่วมกับส่วนราชการในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;บริษัทไทยฮา&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น&nbsp;จำกัด&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลวัดยม&nbsp;และเกษตรกรในพื้นที่เพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ของเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;ตลอดจนการพัฒนาบูรณฟื้นฟูและปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่ตั้งโฉนดที่ดินฉบับแรกของประเทศไทยให้เป็นสถานที่สำคัญเกี่ยวกับพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;โฉนดที่ดินฉบับแรกของประเทศไทย&nbsp;แห่งนี้&nbsp;มีพระนาม&nbsp;\"สมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์\"&nbsp;</strong>ทรงถือกรรมสิทธิ์&nbsp;เป็นโฉนดเลขที่&nbsp;1&nbsp;เลขที่ดิน&nbsp;117&nbsp;ระวาง&nbsp;17ต&nbsp;3&nbsp;อ&nbsp;ตำบลบ้านแป้ง&nbsp;อำเภอพระราชวัง&nbsp;แขวงเมืองกรุงเก่า&nbsp;เมืองกรุงเก่า&nbsp;(จังหวัดพระนครศรีอยุธยาในปัจจุบัน)&nbsp;เนื้อที่&nbsp;89&nbsp;-&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;52&nbsp;ไร่&nbsp;ออกเมื่อวันที่&nbsp;1&nbsp;ตุลาคม&nbsp;ร.ศ.&nbsp;120&nbsp;(พ.ศ.&nbsp;2444)&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม&nbsp;(ส.ป.ก.)&nbsp;ได้รับโอนมาจากกระทรวงการคลัง&nbsp;เพื่อประโยชน์ในการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;8&nbsp;ตุลาคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2533&nbsp;เนื้อที่รังวัดปัจจุบัน&nbsp;91&nbsp;ไร่&nbsp;1&nbsp;งาน&nbsp;99&nbsp;ตารางวา&nbsp;</p><p><br></p><p>ข่าว&nbsp;:&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;</p><p>เว็บไซต์&nbsp;:&nbsp;<a&nbsp;href=\"https://ayutthaya.prd.go.th/&nbsp;\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\">https://ayutthaya.prd.go.th/</a></p><p>IG&nbsp;:&nbsp;<a&nbsp;href=\"https://www.instagram.com/prd.ayutthaya\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\">https://www.instagram.com/prd.ayutthaya</a></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","พระนครศรีอยุธยา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220420173223875"],
    [327,"ควายตายที่ทะเลน้อยเตรียมเยี่ยวยาสูงสุดตัวละ 25000 กว่าบาท","<p><strong>สถานการณ์ความตายในพื้นทะเลน้อยดีขึ้น&nbsp;หลังเจ้าหน้าที่</strong>ปศุสัตว์ลงพื้นที่ดูแลนำอาหารเสริม&nbsp;และนำฟางข้าวอัดก้อนแก้ปัญหาการขาดแคลนแหล่งหญ้าในทะเลน้อย&nbsp;ล่าสุดนำฟางข้าวอัดก้อนแจกเพิ่มเติม&nbsp;และหลังประกาศเขตช่วยเหลือปศุสัตว์จังหวัดตรียมเยี่ยวยาควายที่ตาย</p><p><strong>กรณีที่ฝูงควายน้ำทะเลน้อย&nbsp;ซึ่งเกษตรกรนำมาเลี้ยงไว้</strong>ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย&nbsp;โดยเฉพาะใต้สะพานเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;80&nbsp;พรรษา&nbsp;ซึ่งเป็นสะพานยกระดับที่เชื่อมระหว่าง&nbsp;อ.ควนขนุน&nbsp;จ.พัทลุง&nbsp;กับ&nbsp;อ.ระโนด&nbsp;จ.สงขลา&nbsp;ทำให้ควายน้ำได้ล้มตายลงมากกว่า&nbsp;100&nbsp;ตัว&nbsp;จากสาเหตุสำคัญการขาดแคลนอาหารสัตว์&nbsp;เนื่องจากในช่วงเดือน&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;มีฝนตกมาอย่างต่อเนื่องและเกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่การเลี้ยงควายน้ำ&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ครั้ง&nbsp;ซึ่งทางกรมปศุสัตว์ได้เร่งให้การช่วยเหลือเหตุดังกล่าว&nbsp;</p><p><strong>ล่าสุดวันนี้&nbsp;20&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ที่สะพานยกระดับเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;80&nbsp;พรรษา</strong>&nbsp;เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ได้นำฟางข้าวอันก้อนที่ได้รับสนับสนุนจาก&nbsp;ดร.อภัย&nbsp;จันทนจุลกะ&nbsp;อดีตปลัดกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม&nbsp;และนายกู้เกียรติ&nbsp;วงศ์กระพันธ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง&nbsp;จำนวน&nbsp;250&nbsp;ก้อน&nbsp;เพื่อแจกจ่ายกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงควายในพื้นที่ตำบลพนางตุง&nbsp;และตำบลทะเลน้อย&nbsp;อำเภอควนขนุน&nbsp;ที่นำความเลี้ยงในพื้นที่ทะเลสาบและประสบกับปัญหาการขาดแคลนอาหารโดยเฉพาะแหล่งหญ้าใต้น้ำที่เป็นแหล่งอาหาร&nbsp;จากการเกิดสภาวะฝนตกต่อเนื่องและเกิดน้ำท่วมจากปลายปี&nbsp;2564&nbsp;จนวันที่&nbsp;5&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ทำให้เกิดอุทกภัยในพื้นที่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ต.พนางตุง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ต.ทะเลน้อย&nbsp;และตั้งแต่วันนี้ทีมเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จังหวัดพัทลุง&nbsp;กว่า&nbsp;30&nbsp;&nbsp;นาย&nbsp;ลงพื้นที่คอกเลี้ยงควายของเกษตรกร&nbsp;เพื่อตรวจสุขภาพควายจำนวนกว่า&nbsp;800&nbsp;ตัว&nbsp;ที่ยังมีอาการอ่อนแอ่&nbsp;จากการขาดอาหาร&nbsp;และอาการต่างๆที่จะเกิดขึ้นตามมา</p><p><strong>ทางด้านนายบุญส่ง&nbsp;รัตนพร&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดจังหวัดพัทลุง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ขณะนี้สถานการณ์ควายของเกษตรกรที่เลี้ยงบริเวณพื้นที่ทะเลสาบและเสียชีวิตเกือบ&nbsp;100&nbsp;ตัว&nbsp;จากการขาดแคลนอาหารแหล่งหญ้าใต้น้ำ&nbsp;เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น&nbsp;ตอนนี้สถานการณ์เริ่มดีขึ้นอัตราการเสียชีวิตของควายลดน้อยลง&nbsp;เนื่องจากได้รับการช่วยเหลือโดยเฉพาะฟางข้างอันก้อนและอาหารเสริม&nbsp;ที่เกษตรกรผู้เลี้ยงได้รับการช่วยเหลือจากสำนักงานปศุสัตว์&nbsp;และจากการสนับสนุนดร.อภัย&nbsp;จันทนจุลกะ&nbsp;อดีตปลัดกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม&nbsp;และนายกู้เกียรติ&nbsp;วงศ์กระพันธ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง&nbsp;และเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ได้ลงดูแลสุขภาพของควายที่อ่อนแอ่&nbsp;อีกกว่า&nbsp;800&nbsp;ตัว&nbsp;</p><p><strong>ขณะเดียวกัน&nbsp;หลังจากการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือ</strong>ผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน(อุทกภัย)&nbsp;ทางสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดพัทลุงจะเยี่ยวยาควายของเกษตรกรที่เสียชีวิต&nbsp;รายละไม่เกิน&nbsp;5&nbsp;ตัว&nbsp;สูงสุดตัวละไม่เกิน&nbsp;25,000&nbsp;บาท&nbsp;ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงการคลังกำหนด&nbsp;และหลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์&nbsp;จะทำการพูดคุยกับเจ้าของผู้เลี้ยงควายอย่างใกล้ชิด&nbsp;เพื่อไม่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นในอนาคตข้างหน้า</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง&nbsp;074&nbsp;612404</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-20T00:00:00","ภาคใต้","พัทลุง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220420153719788"],
    [328,"จ.นครปฐม จัดกิจกรรมการบังคับใช้มาตรฐานค่าควันดำ ภายในศูนย์ราชการ","<p><strong>ที่กองบังคับการอาสารักษาดินแดนจังหวัดนครปฐม</strong>&nbsp;นายคมสัน&nbsp;เจริญอาจ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม&nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรมประชาสัมพันธ์การบังคับใช้มาตรฐานค่าควันดำ&nbsp;ฉบับใหม่&nbsp;ภายในศูนย์ราชการ&nbsp;โดยมี&nbsp;นางวราภรณ์&nbsp;เจริญศิริโชติ&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และเจ้าหน้าที่ร่วมกิจกรรม&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์และรณรงค์ให้หน่วยงานราชการในศูนย์ราชการ&nbsp;ควบคุม&nbsp;ดูแลรักษารถยนต์ราชการให้เป็นไปตามประกาศกำหนดมาตรฐานค่าควันดำ&nbsp;(ฉบับใหม่)&nbsp;และเป็นตัวอย่างที่ดีในการร่วมมือดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก</p><p><strong>นายสมเกียรติ&nbsp;สุสัณพูลทอง&nbsp;ผอ.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครปฐม&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;สืบเนื่องจากการเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจและการขยายตัวของอุตสาหกรรมด้านต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในหลากหลายประการ&nbsp;ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM2.5&nbsp;เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ได้ทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ&nbsp;สร้างผลเสียต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน&nbsp;รัฐบาลได้เล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าวจึงได้มีมติคณะรัฐมนตรี&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;1&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2562&nbsp;เห็นชอบแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ&nbsp;\"การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง\"&nbsp;ใช้กลไกการจัดการแบบเบ็ดเสร็จ&nbsp;(Single&nbsp;&nbsp;Command)&nbsp;ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์&nbsp;กำหนดสถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;แบ่งออกเป็น&nbsp;4&nbsp;ระดับ&nbsp;ตามความรุนแรงของปัญหาและกำหนดมาตรการแก้ไขในแต่ละระดับอย่างชัดเจน&nbsp;</p><p><strong>สำหรับจังหวัดนครปฐม&nbsp;ช่วงเวลาที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษอยู่ระหว่างห้วงเดือนพฤศจิกายน&nbsp;-&nbsp;มีนาคม</strong>&nbsp;โดยในปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;มีค่า&nbsp;PM25&nbsp;เกินมาตรฐาน&nbsp;50&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;จำนวน&nbsp;13&nbsp;วัน&nbsp;ลดลงจากปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;วัน&nbsp;หรือคิดเป็น&nbsp;38.10%&nbsp;ค่าเฉลี่ยสูงสุด&nbsp;60&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;อยู่ในระดับที่&nbsp;2&nbsp;ต้องเพิ่มระดับมาตรการให้เข้มงวดขึ้นในการเฝ้าระวังเพื่อให้การไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละอองเกิดประสิทธิภาพ&nbsp;และได้ผลอย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น&nbsp;</p><p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</strong>จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา&nbsp;55&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2535&nbsp;โดยคำแนะนำของคณะกรรมการควบคุมมลพิษและโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ&nbsp;ออกประกาศ&nbsp;เรื่องกำหนดมาตรฐานค่าควันดำของรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์แบบจุดระเบิดด้วยการอัด&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;กำหนดค่าความทึบแสงจากเดิมไม่เกิน&nbsp;45%&nbsp;เป็นไม่เกิน&nbsp;30%&nbsp;และค่ากระดาษกรอง&nbsp;จากเดิมไม่เกิน&nbsp;50%&nbsp;เป็นไม่เกิน&nbsp;40%&nbsp;ตรวจวัดขณะเครื่องยนต์ไม่มีภาระ&nbsp;ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่&nbsp;13&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา</p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม&nbsp;&nbsp;ภาพ/ข่าว</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-04-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","นครปฐม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220420163304847"],
    [329,"สภาเกษตรกรจังหวัดนครปฐม ลงพื้นที่เพื่อติดตามผลจากการที่เกษตรกรร่วมโครงการนวัตกรรมการแปรรูปนมแพะไร้กลิ่น","<p><strong>สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดนครปฐม&nbsp;ลงพื้นที่เพื่อติดตามผลจากการที่เกษตรกรร่วมโครงการนวัตกรรมการแปรรูปนมแพะไร้กลิ่น</strong>&nbsp;ซึ่งเกษตรกรมีการนำความรู้ที่ได้&nbsp;มาแปรรูปจากผลผลิตนมแพะดิบของตนเอง&nbsp;โดยการนำวัตถุดิบนมแพะที่มีอยู่ในครัวเรือนนั้นมาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าน้ำนมแพะดิบ&nbsp;เพิ่มทักษะการแปรรูป&nbsp;และเพื่อบริโภคภายในครัวเรือน&nbsp;หรือจำหน่ายเพิ่มรายได้ต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","นครปฐม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220420164411853"],
    [330,"จังหวัดสุราษฎร์ธานี จัดงานรณรงค์การป้องกันกำจัดหนอนปลอกเล็กในปาล์มน้ำมันแบบผสมผสาน เพื่อสร้างการรับรู้ให้แก่พี่น้องเกษตรกรสวนปาล์มในพื้นที่","<p><strong>วันนี้&nbsp;(20&nbsp;เมย&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;13.00&nbsp;น.&nbsp;นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต</strong>&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;มอบหมายให้นายศักดาพร&nbsp;รัตนสุภา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เป็นประธานในการเปิดกิจกรรมการรณรงค์การป้องกันกำจัดหนอนปลอกเล็กในปาล์มน้ำมันแบบผสมผสาน&nbsp;เพื่อสร้างการรับรู้&nbsp;สร้างความเข้าใจให้แก่เกษตรกรสวนปาล์ม&nbsp;เกี่ยวกับการป้องกันกำจัดหนอนปลอกเล็กในปาล์มน้ำมัน&nbsp;พร้อมสาธิตวิธีการกำจัดหนอนปลอกเล็ก&nbsp;ณ&nbsp;ลานร้านค้าชุมชนนาวะ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลเสวียด&nbsp;อำเภอท่าฉาง&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;โดยมี&nbsp;นายชัยพร&nbsp;นุภักดิ์&nbsp;เกษตรจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;นายสุกิจ&nbsp;มีพริ้ง&nbsp;นายอำเภอท่าฉาง&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ภาคีเครือข่ายภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และเกษตรกรสวนปาล์มน้ำมันในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย</p><p><strong>นายศักดาพร&nbsp;รัตนสุภา&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ในพื้นที่ของอำเภอท่าฉาง</strong>พบการแพร่ระบาดของหนอนปลอกเล็กในปาล์มน้ำมัน&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ตำบล&nbsp;ได้แก่&nbsp;ตำบลท่าฉาง&nbsp;ตำบลเขาถ่าน&nbsp;ตำบลเสวียด&nbsp;และตำบลคลองไทร&nbsp;คิดเป็นพื้นที่&nbsp;1,523&nbsp;ไร่&nbsp;ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตและปริมาณผลผลิตของปาล์มน้ำมัน&nbsp;ทำให้เกษตรกรได้รับผลกระทบกว่า&nbsp;72&nbsp;ราย&nbsp;และอาจจะมีแนวโน้มในการแพร่ระบาดเพิ่มมากขึ้น&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เกษตรจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ได้หาแนวทางในกำจัด</strong>และลดผลกระทบให้แก่เกษตรสวนปาล์มน้ำมัน&nbsp;โดยจัดกิจกรรมดังกล่าว&nbsp;เพื่อสร้างการรับรู้&nbsp;ในการป้องกันกำจัดหนอนให้แก่เกษตรกรในพื้นที่อย่างถูกวิธี&nbsp;ด้วยการสาธิตวิธีการป้องกันกำจัดเพื่อเป็นตัวอย่างให้แก่เกษตรกรนำความรู้ที่ได้ไปปฏิบัติจริง&nbsp;เพื่อรักษาคุณภาพในด้านของปริมาณของผลผลิตที่ปัจจุบันมีความต้องการในท้องตลาดสูง&nbsp;เนื่องจากปาล์มน้ำมันถือได้ว่าเป็นพื้นเศรษฐกิจหลักของจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ในขณะเดียวกันจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้มีการขับเคลื่อนและพัฒนาปาล์มน้ำมันไปสู่&nbsp;Oil&nbsp;Palm&nbsp;City&nbsp;ต่อไปในอนาคต</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220418151148024</p>","2022-04-20T00:00:00","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220420163902850"],
    [331,"รองเลขานุการคณะกรรมาธิการและโฆษกคณะกรรมาธิการ และคณะ ลงพื้นที่ศึกษาดูงานและติดตามความคืบหน้าการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรแปลงใหญ่ ที่ อ.วังน้ำเขียว","<p><strong>นายรณวริทธิ์&nbsp;ปริยฉัตรตระกูล&nbsp;รองเลขานุการคณะกรรมาธิการและโฆษกคณะกรรมาธิการ&nbsp;และคณะ</strong>&nbsp;ลงพื้นที่ศึกษาดูงานและติดตามความคืบหน้าการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรแปลงใหญ่&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;วิสาหกิจชุมชนผักอินทรีย์แปลงใหญ่นิคมเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;บ้านคลองบงพัฒนา&nbsp;อำเภอวังน้ำเขียว&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อติดตามการดำเนินงานโครงการยกระดั<span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span>บแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่</strong>และเชื่อมโยงตลาดในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;การดำเนินการขับเคลื่อน&nbsp;แนวทางการส่งเสริมพัฒนา&nbsp;ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงาน&nbsp;โดยมี&nbsp;นายคณกร&nbsp;ทองสุขนอก&nbsp;เกษตรจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายสุพจน์&nbsp;แสนมี&nbsp;นายอำเภอวังน้ำเขียว&nbsp;นายณัฐนาท&nbsp;สันทัดพร้อม&nbsp;เกษตรอำเภอวังน้ำเขียว&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ร่วมต้อนรับ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-20T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220420194918908"],
    [332,"จังหวัดนนทบุรีจัดประชุมคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านอาคารการจัดสรรที่ดินและการบริการชุมชน","<p><strong>ที่ห้องราชพฤกษ์&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดนนทบุรี&nbsp;นางสาวอโรชา&nbsp;นันทมนตรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี</strong>&nbsp;เป็นประธานประชุมคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านอาคารการจัดสรรที่ดินและการบริการชุมชน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;/2565&nbsp;เพื่อศึกษารายละเอียดโครงการต่างๆ&nbsp;การใช้น้ำ&nbsp;การจัดการน้ำเสีย&nbsp;การจารจร&nbsp;พื้นที่สีเขียวและสุนทรีภาพ&nbsp;การป้องกันอัคคีภัย&nbsp;การมีส่วนร่วมของประชาชน&nbsp;การดำเนินการก่อสร้าง&nbsp;การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้เป็นไปตาม&nbsp;พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;2)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2561&nbsp;วันที่&nbsp;18&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2561</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-04-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","นนทบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนนทบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220420232019976"],
    [333,"เกษตรยะลา มอบปัจจัยการผลิตพร้อมสาธิตการใช้สารเคมี  สารชีวภัณฑ์ในต้นทุเรียน","<p><strong>เกษตรยะลา&nbsp;มอบปัจจัยการผลิตด้านเกษตรและสาธิต</strong>การใช้สารเคมี&nbsp;สารชีวภัณฑ์ในต้นทุเรียน&nbsp;โครงการพัฒนาและขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ</p><p><strong>นายกัสมัน&nbsp;ยะมาแล&nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;มอบหมายให้</strong>&nbsp;นางวีระ&nbsp;สมศิริ&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&nbsp;และเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;นางสาวปุณญิสา&nbsp;เซ่งซิ้ว&nbsp;เกษตรอำเภอธารโต&nbsp;และเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอธารโต&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;หมู่&nbsp;6&nbsp;บ้านสันติ2&nbsp;ตำบลแม่หวาด&nbsp;อำเภอธารโต&nbsp;เพื่อมอบปัจจัยด้านการเกษตรตามโครงการพัฒนาและขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริจังหวัดยะลา&nbsp;แก่เกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;พร้อมทั้งสาธิตการใช้สารเคมีและสารชีวภัณฑ์ในการป้องกันโรครากเน่า&nbsp;โคนเน่าในทุเรียน&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านสันติ&nbsp;2&nbsp;หมู่&nbsp;6&nbsp;ต.แม่หวาด&nbsp;อ.ธารโต&nbsp;จ.ยะลา</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-21T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220421095852999"],
    [334,"กอนช. ขอให้ประชาชนทั่วประเทศระวังเกิดฝนตก โดยเฉพาะภาคใต้เกิดฝนตกหนัก","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนทั่วประเทศระวังเกิดฝนตก&nbsp;โดยเฉพาะภาคใต้เกิดฝนตกหนัก </strong></p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(21&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ว่า&nbsp;<span style=\"color: black;\">ประเทศไทยตอนบนอากาศร้อนกับฟ้าหลัวในตอนกลางวัน , ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเกิดฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกบางพื้นที่ ส่วนภาคใต้ฝนตกหนักบางแห่ง</span> ช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.<span style=\"color: black;\">พังงา 85 </span>มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;<span style=\"color: black;\">เพชรบูรณ์ 69</span>มิลลิเมตร&nbsp;และสุราษฎร์ธานี&nbsp;68&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวม<span style=\"color: black;\">ปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั่วประเทศทุกขนาด 24,054 </span>ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ<span style=\"color: black;\"> 41 </span>จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p>","2022-04-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220421093544992"],
    [335,"ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือคุณภาพอากาศดีมาก ส่วน กทม.และปริมณฑค่าฝุ่นสูงขึ้นระดับสีส้ม 3 พื้นที่ สูงสุดบริเวณริมถนนเพชรเกษม เขตภาษีเจริญ","<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือคุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑค่าฝุ่นสูงขึ้นระดับสีส้ม&nbsp;3&nbsp;พื้นที่&nbsp;สูงสุดบริเวณริมถนนเพชรเกษม&nbsp;เขตภาษีเจริญ</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(21&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพดีมาก&nbsp;โดยต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&nbsp;23&nbsp;-&nbsp;24&nbsp;เมษายน&nbsp;หากจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;หากควบคุมการเกิดจุดความร้อนได้ดีจะช่วยลดการสะสมของฝุ่นลงได้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นระดับสีส้ม&nbsp;3&nbsp;พื้นที่&nbsp;คือ&nbsp;ริมถนนเพชรเกษม&nbsp;เขตภาษีเจริญ&nbsp;,&nbsp;ริมถนนลาดพร้าว&nbsp;ซอยลาดพร้าว&nbsp;95&nbsp;เขตวังทองหลาง&nbsp;และ&nbsp;ต.คลองหนึ่ง&nbsp;อ.คลองหลวง&nbsp;จ.ปทุมธานี&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;23&nbsp;-&nbsp;28&nbsp;เมษายน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;</p>","2022-04-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220421095628996"],
    [336,"เน้นเติมน้ำเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ รองรับความต้องการใช้น้ำในพื้นที่ภาคเหนือ","<p><strong>นายสำเริง&nbsp;แสงภู่วงค์&nbsp;อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;โดยหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;จำนวน&nbsp;11&nbsp;หน่วยฯ&nbsp;ทั่วประเทศ&nbsp;ยังคงวางแผนและเดินหน้าปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่ที่มีความต้องการน้ำอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อให้พี่น้องประชาชนมีปริมาณน้ำเพียงพอทั้งในด้านการเกษตร&nbsp;การอุปโภค-บริโภค&nbsp;และด้านอื่นๆ&nbsp;</p><p><strong>โดยในช่วงนี้กรมฝนหลวงฯ</strong>&nbsp;เน้นภารกิจเติมน้ำให้กับเขื่อนภูมิพล&nbsp;จังหวัดตาก&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;จังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;เพื่อรองรับการใช้น้ำของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;&nbsp;เนื่องจากเขื่อนภูมิพลเป็นเขื่อนกักเก็บน้ำสำหรับการจัดสรรเพื่อการเกษตรและการผลิตกระแสไฟฟ้าให้เพียงพอในพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;ส่วนเขื่อนสิริกิติ์เป็นเขื่อนที่มีความสำคัญในการเก็บน้ำเพื่อกระจายไปยังพื้นที่เพาะปลูกในทุ่งราบสองฝั่งแม่น้ำน่านกับพื้นที่ทุ่งเจ้าพระยาทั้งในฤดูฝนและฤดูแล้ง</p><p><strong>จากข้อมูลปริมาณน้ำในเขื่อน&nbsp;พบว่า</strong>&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;มีปริมาณน้ำ&nbsp;45&nbsp;ล้าน.ลบ.ม.&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;มีปริมาณน้ำ&nbsp;40&nbsp;ล้าน.ลบ.ม.&nbsp;ซึ่งมีปริมาณน้ำใช้การต่ำกว่า&nbsp;50%&nbsp;กรมฝนหลวงฯ&nbsp;จึงได้มีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและวางแผนปฏิบัติการช่วยเหลือในพื้นที่ดังกล่าว&nbsp;โดยจากผลการปฏิบัติการฝนหลวงในช่วงวันที่&nbsp;16&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;จังหวัดตาก&nbsp;พิษณุโลก&nbsp;และจังหวัดแพร่&nbsp;ได้ขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักให้กับเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์อย่างต่อเนื่องในด้านการช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรปัจจุบัน&nbsp;จากข้อมูลพื้นที่ขอรับบริการฝนหลวง&nbsp;จากทั่วทุกภูมิภาค&nbsp;พบว่า&nbsp;มีจำนวนรวม&nbsp;31&nbsp;จังหวัด&nbsp;71&nbsp;อำเภอ&nbsp;โดยมีผู้ขอรับบริการฝนหลวง&nbsp;จำนวนรวม&nbsp;87&nbsp;ราย</p><p><strong>สำหรับแผนการปฏิบัติการฝนหลวงเมื่อวานนี้</strong>&nbsp;(20&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;หน่วยฯ&nbsp;ในภาคเหนือ&nbsp;ภาคกลางและภาคใต้ตอนบน&nbsp;มีแผนบินปฏิบัติการเพื่อช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรและเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักเขื่อนสิริกิติ์และอ่างเก็บน้ำในพื้นที่&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;รวมถึงปฏิบัติภารกิจยับยั้งและบรรเทาความรุนแรงของการเกิดพายุลูกเห็บ&nbsp;&nbsp;บริเวณภาคเหนือตอนล่าง&nbsp;สำหรับหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;อีก&nbsp;5&nbsp;หน่วยฯ&nbsp;ยังคงเฝ้าติดตามสภาพอากาศ&nbsp;รวมถึงสถานการณ์ของพายุลูกเห็บและปัญหาฝุ่นละออง&nbsp;หมอกควัน-ไฟป่า&nbsp;&nbsp;เพื่อเตรียมพร้อมวางแผนปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบทันที&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-04-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220421110116029"],
    [337,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคอีสานของไทย","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(20&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;134&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&nbsp;55&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;30&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;21&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;18&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;5&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;5&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;สกลนคร&nbsp;12&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ตาก&nbsp;9&nbsp;จุด&nbsp;และนครพนม&nbsp;9&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนที่มีปริมาณลดลง&nbsp;เนื่องจากเกิดฝนตกจากพายุฝนฟ้าคะนองในหลายพื้นที่&nbsp;แต่ยังพบกระจายตัวเบาบางในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;คาดว่า&nbsp;เกิดจากการเผาในกิจกรรมการเกษตร&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;20&nbsp;เมษายน&nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;14,872&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;13,099&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;9,241&nbsp;จุด&nbsp;ภาพรวมปริมาณฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ทั่วประเทศมีอากาศดี&nbsp;โดยเฉพาะตอนบนของประเทศ&nbsp;ยกเว้นกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอยู่ในระดับปานกลาง&nbsp;(สีเหลือง)&nbsp;สูงในเขตบางกะปิ&nbsp;เขตบึงกุ่ม&nbsp;และเขตคันนายาว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาวันนี้&nbsp;491&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็น&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;249&nbsp;จุด&nbsp;และกัมพูชา&nbsp;171&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นใน&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;ส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;</p>","2022-04-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220421101644012"],
    [338,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าในภาคเหนือพบมีพื้นที่ 3 จังหวัดเสี่ยงสูงเกิดไฟป่า ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าในภาคเหนือพบมีพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดเสี่ยงสูงเกิดไฟป่า&nbsp;ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียม&nbsp;MODIS&nbsp;แสดงให้เห็นพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือที่เป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าช่วง&nbsp;7&nbsp;วันนี้&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;18&nbsp;&nbsp;24&nbsp;เมษายน&nbsp;พบมี&nbsp;3&nbsp;จังหวัดมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดไฟป่า&nbsp;คือ&nbsp;ตาก&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;และลำปาง&nbsp;โดยสัปดาห์นี้คาดการณ์พื้นที่เสี่ยงสูงเพิ่มขึ้น&nbsp;โดยเฉพาะเชียงใหม่&nbsp;ตาก&nbsp;และน่าน&nbsp;ส่วนพื้นที่เสี่ยงสูงเกิดไฟป่าอันดับหนึ่งยังคงเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;รองลงมาเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;และพื้นที่ชุมชนและพื้นที่อื่นๆ&nbsp;สาเหตุอาจเกิดจากการเผาในกิจกรรมการเกษตร&nbsp;การเผาเพื่อหาของป่า&nbsp;หรือการเผาเพื่อล่าสัตว์&nbsp;จนทำให้เกิดการลุกลาม&nbsp;สำหรับข้อมูลดังกล่าวจะถูกส่งต่อให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำไปวางแผนจัดการเชื้อไฟ&nbsp;และจัดทำแนวกันไฟในพื้นที่เสี่ยง&nbsp;ซึ่งจะช่วยลดความรุนแรงและความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>","2022-04-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220421102854017"],
    [339,"จังหวัดยโสธร ขับเคลื่อนเสริมสร้างและพัฒนาองค์ความรู้แก่ผู้ประกอบการภายใต้ชีวิตวิถีใหม่","<p><strong>นายชลธี&nbsp;ยังตรง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร</strong>&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดงานโครงการพัฒนาเกษตร&nbsp;กิจกรรมหลัก&nbsp;ยกระดับการแปรรูปอุตสาหกรรมเกษตรอินทรีย์และเครือข่ายเกษตรอินทรีย์&nbsp;กิจกรรมย่อย&nbsp;:&nbsp;พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ&nbsp;หลักสูตร&nbsp;\"เสริมสร้างองค์ความรู้แก่ผู้ประกอบการภายใต้ชีวิตวิถีใหม่&nbsp;รุ่นที่&nbsp;1\"&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565</p><p><strong>โดยมี&nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัด&nbsp;พาณิชย์จังหวัด</strong>&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัด&nbsp;ผู้แทนหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;วิทยากร&nbsp;และผู้ประกอบการ&nbsp;ร่วมในพิธีเปิด&nbsp;ณ&nbsp;ห้องอมราวดี&nbsp;2&nbsp;โรงแรมเดอะกรีนปาร์ค&nbsp;แกรนด์&nbsp;อ.เมืองยโสธร&nbsp;จ.ยโสธร</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จัดหวัดยโสธร&nbsp;โดย&nbsp;สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดยโสธร</strong>&nbsp;จัดงานดังกล่าว&nbsp;เพื่อเป็นการพัฒนาผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม&nbsp;SMEs&nbsp;วิสาหกิจชุมชน&nbsp;กลุ่มผู้ประกอบการสินค้าโอทอป&nbsp;และสถาบันเกษตรกร&nbsp;ให้มีความรู้ในการบริหารจัดการและสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืน&nbsp;จึงมีความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาผู้ประกอบการควบคู่ไปกับพัฒนาเกษตรอินทรีย์และผลิตภัณฑ์ต่างๆ&nbsp;และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกำหนดอบรมระหว่างวันที่&nbsp;20-22&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;มีกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;คือ&nbsp;ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม&nbsp;(SMEs)&nbsp;วิสาหกิจชุมชน&nbsp;กลุ่ม&nbsp;OTOP&nbsp;และสถาบันเกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;คน&nbsp;เข้ารับความรู้เพื่อนำไปพัฒนาการบริหารจัดการธุรกิจเพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดสมัยใหม่&nbsp;เพิ่มมูลค่า&nbsp;กระจายรายได้สู่ท้องถิ่นต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-21T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สวท.ยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220421112706044"],
    [340,"จังหวัดลำพูนมุ่งดำเนินการแก้ไขปัญหาผักตบชวาในแม่น้ำกวง โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 11 แห่ง ที่มีพื้นที่ติดแม่น้ำกวง รับผิดชอบดำเนินการแก้ไขปัญหาผักตบชวา เพื่อให้เกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ","<p><strong>วันนี้&nbsp;(21&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ที่ห้องประชุมผู้บริหาร&nbsp;(มหันตยศ)&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;ศาลากลางจังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะทำงานแก้ไขปัญหาผักตบชวาในแม่น้ำกวง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;เพื่อปฏิบัติการแก้ไขปัญหาผักตบชวาในแม่น้ำกวงเกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ&nbsp;โดยมี&nbsp;นายอนุพงษ์&nbsp;วาวงศ์มูล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นข้าร่วมประชุม</p><p><strong>นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;เผยว่า</strong>&nbsp;การกำจัดผักตบชวา&nbsp;เป็นนโยบายที่สำคัญของรัฐบาลเพราะปัญหาผักตบชวาเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิต&nbsp;และความเป็นอยู่อย่างปกติสุขของประชาชน&nbsp;เนื่องจาก&nbsp;ผักตบชวา&nbsp;เป็นวัชพืชที่แพร่ขยายพันธ์ได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;โดยผักตบชวาเพียง&nbsp;1&nbsp;ต้น&nbsp;อาจขยายพันธุ์ได้มากถึง&nbsp;1,000&nbsp;ต้น&nbsp;ในห้วงระยะเพียง&nbsp;1&nbsp;เดือน&nbsp;หรือถึงแม้ว่าน้ำจะแห้งจนต้นตาย&nbsp;แต่เมล็ดของมันจะยังมีชีวิตต่อไปได้นานถึง&nbsp;10-15&nbsp;ปี&nbsp;และพร้อมที่จะแตกหน่อเป็นต้นใหม่ทันที&nbsp;ที่เมล็ดได้รับน้ำเพียงพอ&nbsp;ซึ่งกลายเป็นปัญหาสำคัญที่มีผลกระทบต่อแหล่งน้ำ&nbsp;เช่นการทำให้แหล่งน้ำตื้นเขิน&nbsp;เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมหรือน้ำเน่าเสีย&nbsp;และกีดขวางการสัญจรทางน้ำ&nbsp;สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนรวมทั้ง&nbsp;ก่อให้เกิดภูมิทัศน์หรือทัศนียภาพที่ไม่สวยงาม&nbsp;รัฐบาลได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว&nbsp;และให้ความสำคัญในการแก้ไขโดยกำหนดให้ปัญหาผักตบชวา&nbsp;เป็นวาระแห่งชาติ&nbsp;ที่จะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนร่วมแก้ไขปัญหา&nbsp;โดยได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลักรับผิดชอบบูรณาการแก้ไขปัญหาให้เกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน</p><p><strong>สำหรับจังหวัดลำพูน&nbsp;ปัจจุบันแหล่งน้ำในพื้นที่จังหวัด</strong>&nbsp;เกิดการแพร่กระจายของผักตบชวาและวัชพืชอย่างรวดเร็ว&nbsp;ก่อให้เกิดทัศนียภาพที่ไม่สวยงาม&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;สร้างความตื้นเขินในแหล่งกักเก็บน้ำ&nbsp;ตลอดจนการกีดขวางการไหลระบายของน้ำ&nbsp;ส่งผลให้เกิดปัญหาด้านคุณภาพน้ำ&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งแม่น้ำกวง&nbsp;ซึ่งถือว่าเป็นแม่น้ำสายสำคัญของจังหวัดลำพูน&nbsp;ในช่วงฤดูแล้งจะมีปริมาณน้ำน้อยและนิ่ง&nbsp;ทำให้มีสภาพที่เอื้อต่อการแพร่ขยายพันธุ์ของผักตบชวา&nbsp;ทำให้มีปริมาณผักตบชวาแพร่กระจายอย่างหนาแน่นในหลายจุดตั้งแต่เขตอำเภอบ้านธิถึงอำเภอป่าซาง&nbsp;เช่น&nbsp;ด้านหน้าฝายแม่ร่องน้อย&nbsp;เขตรับผิดชอบของเทศบาลตำบลอุโมงค์&nbsp;สะพานข้ามแม่น้ำกวงบริเวณทางหลวงแผ่นดินหมายเลข&nbsp;11&nbsp;เขตรับผิดชอบของเทศบาลตำบลมะเขือแจ้&nbsp;และด้านหน้าฝายบ้านศรีเมืองยู้&nbsp;เขตรับผิดชอบของเทศบาลเมืองลำพูน&nbsp;และเทศบาลตำบลเวียงยอง&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ดังนั้น&nbsp;เพื่อให้การแก้ไขปัญหาผักตบชวาในแม่น้ำกวงเกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ&nbsp;จึงได้เรียนเชิญคณะทำงานฯ&nbsp;มาร่วมประชุมเพื่อพิจารณาแนวทางและกำหนดแผนงานในการกำจัดผักตบชวาในวันนี้</p><p><strong>จังหวัดลำพูน&nbsp;ได้แบ่งพื้นที่ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;จำนวน&nbsp;11&nbsp;แห่ง</strong>&nbsp;ที่มีพื้นที่ติดแม่น้ำกวง&nbsp;รับผิดชอบดำเนินการกำจัดผักตบชวาและวัชพืชในแม่น้ำกวง&nbsp;ตั้งแต่อำเภอบ้านธิ&nbsp;ถึงอำเภอป่าซางในช่วงที่ผ่านมา&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เทศบาลตำบลบ้านธิ&nbsp;ดำเนินการช่วงรอยต่ออำเภอสารภี-สะพานครูบาแสนอนุสรณ์&nbsp;เทศบาลตำบลอุโมงค์&nbsp;ดำเนินการช่วงสะพานครูบาแสนอนุสรณ์-ฝายบ้านแม่ร่องน้อย&nbsp;เทศบาลตำบลมะเขือแจ้&nbsp;ดำเนินการช่วงฝ่ายบ้านแม่ร่องน้อย-สะพานข้ามลำน้ำกวง&nbsp;(ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข&nbsp;11)&nbsp;&nbsp;เทศบาลตำบลเหมืองง่า&nbsp;ดำเนินการช่วงสะพานข้ามลำน้ำกวง&nbsp;(ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข&nbsp;11)-สะพานศรีวิชัย&nbsp;2&nbsp;(ศรีบุญยืน)&nbsp;&nbsp;เทศบาลตำบลบ้านกลาง&nbsp;ดำเนินการช่วงสะพานศรีวิชัย&nbsp;2&nbsp;(ศรีบุญยืน)-สะพานมนตรี&nbsp;&nbsp;เทศบาลเมืองลำพูน&nbsp;ดำเนินการช่วงสะพานมนตรี-สะพานรถไฟ&nbsp;(สะพานดำ)&nbsp;&nbsp;เทศบาลเมืองลำพูน/เทศบาลตำบลเวียงยอง&nbsp;ดำเนินการช่วงสะพานรถไฟ&nbsp;(สะพานดำ)-สะพานบ้านศรีเมืองผู้&nbsp;เทศบาลตำบลต้นธง/เทศบาลตำบลเวียงยอง&nbsp;ดำเนินการช่วงสะพานบ้านศรีเมืองยู้-สะพานท่าจักร&nbsp;เทศบาลตำบลบ้านแป้น&nbsp;ดำเนินการช่วงสะพานท่าจักร-สะพานครัวสวนไผ่&nbsp;เทศบาลตำบลท่าเชียงทอง&nbsp;ดำเนินการช่วงสะพานครัวสวนไผ่-ฝ่ายสบทา&nbsp;เทศบาลตำบลป่าซาง&nbsp;ดำเนินการช่วงฝ่ายสบทา-จุดเชื่อมแม่น้ำปิง.</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-21T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220421115801067"],
    [341,"เกษตรกร 4 อำเภอใน จ.ประจวบฯ ร่วมเรียนรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสับปะรดในงาน Field Day ครั้งที่ 2","<p><strong>ที่ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ </strong>นายเสถียร&nbsp;เจริญเหรียญ ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field Day) ปี 2565 ครั้งที่ 2 เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกรได้เรียนรู้เทคโนโลยีการผลิตใหม่ๆ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร และการเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ของตนเอง ตลอดจนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเกษตรกรด้วยกันเอง รวมทั้งนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ ซึ่งเป็นตัวแทนจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และการจัดงาน Field day ถือเป็นสัญญาณของการเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ในปีการผลิต 2565/66 โดยการจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีเกษตรกรในพื้นที่ อ.หัวหิน อ.ปราณบุรี อ.สามร้อยยอด และ อ.กุยบุรี เข้าร่วมจำนวน 120 คน มีกิจกรรมหลัก คือ การส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสับปะรด โดยมีการจัดสถานีถ่ายทอดความรู้ จำนวน 4 สถานีเรียนรู้ ประกอบด้วย สถานีเรียนรู้ที่ 1 การขยายและการคัดพันธุ์สับปะรดผลสด  สถานีเรียนรู้ที่ 2 เทคโนโลยีการผลิตสับปะรดคุณภาพ  สถานีเรียนรู้ที่ 3 เทคโนโลยี HandySense ในแปลงสับปะรด  สถานีเรียนรู้ที่ 4 การจัดการตลาด และการสร้างมูลค่าเพิ่ม นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอองค์ความรู้ และบริการการเกษตรอื่นๆ จากหน่วยงานต่างๆ ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมการแสดงและจำหน่ายสินค้าของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร/วิสาหกิจชุมชน และเกษตรกรรุ่นใหม่ (Young Smart Farmer)&nbsp;รวมทั้งการแสดงความยินดีกับ นายรุ่งเรือง ไล้รักษา เกษตรกรผู้ปลูกสับปะรด หมู่ที่ 11 ต.หินเหล็กไฟ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่ได้รับการประกาศจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เป็นเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาอาชีพทำไร่ เข้ารับพระราชทานโล่รางวัลในงานพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2565 ที่พลับพลาที่ประทับมณฑลพิธีท้องสนามหลวง</p><p><strong>ทั้งนี้ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้จัดตั้งศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร</strong> หรือ ศพก. ทุกอำเภอ รวม 8 ศูนย์ และมีศูนย์เรียนรู้เครือข่าย จำนวน 155 ศูนย์ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรของชุมชนที่สอดคล้องกับสินค้าเกษตร หลัก และเหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่ ซึ่งองค์ความรู้ของ ศพก. นั้น เป็นการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีสมัยใหม่ และภูมิปัญญาท้องถิ่น ตลอดจนน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเป็นแนวทางในการทำการเกษตรและการดำเนินชีวิตของเกษตรกร ขยายผลนำไปประยุกต์ใช้ได้กว้างขวางยิ่งขึ้น รวมทั้งยังเป็นจุดที่ให้บริการข้อมูลข่าวสารและบริการด้านการเกษตรต่าง ๆ กับเกษตรกรในพื้นที่</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND</p>","2022-04-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.ประจวบคีรีขันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220421120254072"],
    [342,"บวงสรวงคันไถในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปี 2565 เพื่อความเป็นสิริมงคล","<p><strong>นายทองเปลว&nbsp;กองจันทร์&nbsp;ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;เป็นประธานพิธีบวงสรวงคันไถในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;โดยพิธีบวงสรวงคันไถ&nbsp;ได้เริ่มในเวลา&nbsp;11.39&nbsp;น.&nbsp;ประธานในพิธีจุดเทียนธูปบูชาเครื่องสังเวยบวงสรวงคันไถ&nbsp;&nbsp;พราหมณ์พิธีกล่าวนำคำอธิษฐานจิต&nbsp;จากนั้นประธานปักธูปบนเครื่องสังเวยบวงสรวงคันไถ&nbsp;&nbsp;ผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ปักธูปบนเครื่องสังเวยบวงสรวงคันไถ&nbsp;ต่อมาประธานโปรยข้าวตอกดอกไม้บริเวณปะรำพิธีที่ตั้งคันไถ&nbsp;พราหมณ์พิธีประพรมน้ำเทพมนตร์และเจิมแป้ง&nbsp;ประธานนำมาลัยคล้องคันไถและผู้บริหารที่ร่วมในพิธีนำมาลัยมาวางบนพานหน้าคันไถเป็นอันเสร็จพิธี&nbsp;</p><p><strong>ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การปลูกข้าวเป็นอาชีพหลักของคนไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน&nbsp;ข้าวเป็นพืชสำคัญแก่การดำรงชีวิต&nbsp;ความเป็นอยู่และเศรษฐกิจของประเทศทุกสมัย&nbsp;ในอดีตคันไถเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการเตรียมดินก่อนปลูกข้าว&nbsp;โดยใช้แรงงานสัตว์ในการขับเคลื่อน&nbsp;ซึ่งถูกนำมาใช้ประกอบพิธีไถหว่านในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ&nbsp;พระราชพิธีฯ&nbsp;มีมาแต่โบราณตั้งแต่กรุงสุโขทัยเป็นราชธานีจนกระทั่งกรุงรัตนโกสินทร์&nbsp;ในสมัยรัชการที่&nbsp;4&nbsp;ได้โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มีพิธีสงฆ์&nbsp;จึงมีพิธีพืชมงคลรวมกับพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญเป็นพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญตั้งแต่นั้นมา&nbsp;</p><p><strong>พระราชพิธีดังกล่าว&nbsp;</strong>มีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นตัวอย่างแก่ราษฎรในการทำนา&nbsp;ชักนำให้มีความมั่นใจความเป็นสิริมงคลและบำรุงขวัญในแก่เกษตรกร&nbsp;กำหนดจัดขึ้นในเดือนหก&nbsp;หรือเดือนพฤษภาคมของทุกปี&nbsp;โดยวันที่จะกำหนดตามฤกษ์ยามที่เหมาะสมตามปฏิทินหลวง&nbsp;ซึ่งเป็นระยะเวลาเหมาะสมแก่การเริ่มต้นการทำนาของทุกปี</p><p><br></p><p><br></p>","2022-04-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220421145816161"],
    [343,"ทช. เฝ้าระวังอุณหภูมิน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้นอาจเกิดปะการังฟอกขาวบริเวณเกาะทะลุ แต่ต้องเฝ้าระวังช่วงเดือนพฤษภาคมที่มีโอกาสเกิดปะการังฟอกขาวได้","<p><strong>กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;เฝ้าระวังอุณหภูมิน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้นอาจเกิดปะการังฟอกขาวบริเวณเกาะทะลุ&nbsp;แต่ต้องเฝ้าระวังช่วงเดือนพฤษภาคมที่มีโอกาสเกิดปะการังฟอกขาวได้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายโสภณ&nbsp;ทองดี&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบนฝั่งตะวันตก&nbsp;ได้สำรวจและเก็บข้อมูลอุณหภูมิน้ำทะเลระยะยาวด้วย&nbsp;เครื่องบันทึกอุณหภูมิ&nbsp;(Temperature&nbsp;Data&nbsp;Logger)&nbsp;&nbsp;เพื่อเฝ้าระวังการเกิดปะการังฟอกขาวบริเวณแนวปะการังเกาะทะลุ&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ผลคุณภาพน้ำทะเลเบื้องต้นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานและคุณภาพน้ำทะเลประเภทที่&nbsp;2&nbsp;เพื่อการอนุรักษ์แหล่งปะการัง&nbsp;ข้อมูลอุณหภูมิน้ำทะเลบริเวณเกาะทะลุ&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;29&nbsp;มีนาคม&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;เมษายน&nbsp;พบอุณหภูมิน้ำทะเลอยู่ที่&nbsp;28.75&nbsp;&nbsp;31.67&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;จากข้อมูลพบอุณหภูมิน้ำทะเลมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม&nbsp;แต่จากการสำรวจแนวปะการังเบื้องต้นยังไม่พบการฟอกขาว&nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับองค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติ&nbsp;หรือ&nbsp;NOAA&nbsp;(โนอา)&nbsp;ประเมินแนวโน้มการเกิดปะการังฟอกขาวที่ได้คาดการณ์เดือนมีนาคม-เมษายนปะการังจะยังไม่ได้รับผลกระทบจากอุณหภูมิน้ำทะเล&nbsp;แต่&nbsp;NOAA&nbsp;(โนอา)&nbsp;ได้คาดการณ์อาจเกิดปะการังฟอกขาวบริเวณชายฝั่งทะเลอ่าวไทยในเดือนพฤษภาคมนี้&nbsp;ซึ่งจะต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง</p>","2022-04-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220421153125180"],
    [344,"องคมนตรี สนองพระราชดำริ สืบสาน รักษา ต่อยอดโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","<p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;วันนี้&nbsp;(21&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.นายจรัลธาดา&nbsp;กรรณสูต&nbsp;ประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;นายอำพน&nbsp;กิตติอำพน&nbsp;รองประธานอนุกรรมการฯ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายสมศักดิ์&nbsp;เพิ่มเกษร&nbsp;รองเลขาธิการ&nbsp;กปร.และคณะอนุกรรมการฯ&nbsp;ลงพื้นที่เพื่อติดตามเร่งรัดการดำเนินโครงการขุดลอกแก้มลิงหนองแสงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;ตำบลท่าศาลา&nbsp;อำเภอมัญจาคีรี&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;โดยรับฟังบรรยายสรุปแผนการดำเนินงานฯ&nbsp;จากผู้แทนกรมชลประทาน&nbsp;โอกาสนี้ได้ร่วมพิจารณาเสนอแนะแนวทางในการขับเคลื่อนโครงการฯ&nbsp;ให้แล้วสร็จ&nbsp;ตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;เพื่อสร้างประโยชน์ให้แก่พี่น้องประชาชน&nbsp;จากนั้นเยี่ยมชมบริเวณพื้นที่โครงการฯ&nbsp;พร้อมพบปะพี่น้องประชาชนเพื่อรับทราบความเป็นอยู่การประกอบอาชีพและความต้องการการใช้น้ำเพื่อนำไปขยายผลต่อยอดโครงการให้เกิดประโยชน์อย่างกว้างขวางยิ่งขึ้นต่อไป</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;นางปณิตตา&nbsp;หอมโคกค้อ&nbsp;1&nbsp;ในเกษตรกร&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;บ้านท่าสวรรค์&nbsp;ตำบลท่าศาลา&nbsp;อำเภอมัญจาคีรี&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงที่ผ่านมาอาศัยน้ำตามแหล่งน้ำสาธารณะ&nbsp;5&nbsp;แหล่งน้ำบริเวณรอบหมู่บ้าน&nbsp;และน้ำจากลำน้ำชีที่ไหลผ่าน&nbsp;ในการนำไปใช้เพื่อการเกษตร&nbsp;ทำให้บางช่วงประสบปัญหาทั้งน้ำท่วมและน้ำแล้ง&nbsp;ส่งผลกระทบกับพืชผลทางการเกษตรอย่างมาก&nbsp;ซึ่งมีหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;เข้ามาให้ความช่วยเหลือ&nbsp;มาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;และเมื่อมีโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;ส่งผลดีและเกิดประโยชน์กับประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่อย่างมาก&nbsp;ยังความปลาบปลื้มและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้&nbsp;</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;จากนั้นช่วงบ่าย&nbsp;คณะฯ&nbsp;ได้เดินทางมาที่โครงการอ่างเก็บน้ำลำสะพุงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;ตำบลหนองแวง&nbsp;อำเภอหนองบัวแดง&nbsp;จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;ซึ่ง&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;พระราชทานพระราชดำริเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่อาศัยอยู่โดยรอบพื้นที่ราบเชิงภูเขียว&nbsp;โอกาสนี้คณะฯ&nbsp;รับฟังบรรยายสรุปผลความก้าวหน้าการดำเนินงานพร้อมเยี่ยมชมโครงการฯ&nbsp;และพบปะพี่น้องประชาชนในพื้นที่</span></p>","2022-04-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422173400644"],
    [345,"เนื้อหมู ไม่แพงอย่างที่คิด ฝ่าวิกฤตวัตถุดิบพุ่ง น้ำมันแพง","<p>สงกรานต์ที่ผ่านมาหลายคนต้องระวังค่าใช้จ่ายมากขึ้น เพราะต้องเตรียมพร้อมรับมือสินค้าอุปโภคบริโภคที่ประกาศจะพาเหรดขึ้นราคายกแผง เพราะอั้นกับมาตรการตรึงราคาสินค้ามานาน สวนทางกับต้นทุนการผลิตที่ปรับขึ้นมาตลอด โดยเฉพาะ 1 เดือน ที่ผ่านมา ภาวะสงครามในยูเครนส่งผลกระทบต่อต้นทุนวัตถุดิบในการผลิตหลายรายการและราคาน้ำมันดิบทะยานขึ้นไปเกิน 100 เหรียญสหรัฐต่อบาเรล ซึ่งเป็นต้นทุนหลักในภาคการผลิตและบริการ รวมถึงต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ทั้งข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และข้าวสาลีที่พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ประมาณ 30%</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p>องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (UN Food and Agriculture Organization : FAO) รายงานว่า รัสเซียและยูเครนรวมกันส่งออกข้าวโพดคิดเป็น 30% และข้าวสาลีรวม 20% ของตลาดโลก แต่สงครามทำให้การค้าธัญพืชโลกหยุดชะงักและเป็นชนวนให้ราคาวัตถุดิอาหารสัตว์ปรับสูงขึ้นแรงมากเป็นประวัติการณ์ ปัจจัยดังกล่าวส่งผลต่อราคาเนื้อสัตว์ต้องปรับตัวสูงขึ้นตามภาระต้นทุน โดยเฉพาะราคาเนื้อสัตว์ทั้งเนื้อหมูและเนื้อไก่ปรับราคาสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยราคาเนื้อหมูเฉลี่ยเดือนมีนาคมปรับสูงขึ้น 4.8% เนื่องจากผลผลิตขาดแคลนในกลุ่มประเทศทางตะวันตก ขณะที่ราคาเนื้อสัตว์ปีกปรับตัวสูงขึ้นในทิศทางเดียวกัน เนื่องจากประเทศผู้ผลิตสำคัญปรับลดการผลิตจากความเสี่ยงของโรคไข้หวัดนก ส่งผลให้ราคาเนื้อสัตว์ปรับตามกลไกตลาดเกือบทุกประเทศ</p><p><br></p><p><br></p><p>สำหรับประเทศไทย ภาคปศุสัตว์และสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ให้ความร่วมมือกับภาครัฐมาโดยตลอด ด้วยการประกาศตรึงราคาหมูหน้าฟาร์มช่วงที่ขาดแคลนจากโรค ASF ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ไว้ที่ 110 บาท/กก. ขณะที่ราคาหน้าฟาร์มมีการปรับลดลงตามกลไกตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยราคาหน้าฟาร์มเฉลี่ยล่าสุดเมื่อวันที่ 16 เมษายน 2565 อยู่ที่ 94-98 บาท/กก. และราคายืนแข็งเป็นสัปดาห์ที่ 3 เป็นไปตามต้นทุนราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่สูงขึ้นเฉลี่ย 30-40 % ซึ่งราคาหน้าฟาร์มใกล้แตะระดับต้นทุนของเกษตรกร จึงจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาหน้าฟาร์มบ้างเพื่อความอยู่รอด</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p>ล่าสุดคณะอนุกรรมการต้นทุนการผลิตสุกร รายงานว่า ปัจจุบันต้นทุนเฉลี่ยการผลิตสุกรมีชีวิตอยู่ที่กิโลกรัมละ 99 บาท ซึ่งเป็นราคาที่เกษตรกรแบกรับภาระขาดทุนเมื่อเทียบกับราคาเฉลี่ยหน้าฟาร์มที่ 94-98 บาท/กก. ขณะที่ราคาหน้าเขียงเป็นราคาที่กระทรวงพาณิชย์กำกับดูแลให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ซึ่งราคาเนื้อแดงเฉลี่ยปัจจุบันอยู่ที่ 190 บาท/กก.&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p>นอกจากนี้ ฤดูร้อนปีนี้อากาศแปรปรวนกว่าปกติมีผลต่อการกินอาหารของสัตว์น้อยลง ทำให้สัตว์โตช้า ประกอบกับโรค ASF ทำให้เกษตรกรหายไปจากระบบ 50% ผลผลิตจึงออกสู่ตลาดน้อยไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ราคาจึงอาจปรับสูงกว่าราคาเฉลี่ยในบางพื้นที่</p><p><br></p><p><br></p><p>สำหรับผู้เลี้ยงไก่เนื้อและไข่ไก่ ก็เผชิญอุปสรรคด้านต้นทุนการผลิตไม่แตกต่างจากผู้เลี้ยงหมู&nbsp;หากแต่ปัญหาหลักที่เจอคือต้องตรึงราคาสินค้าตามที่ภาครัฐขอความร่วมมือ ซึ่งคนไทยนับว่ามีโอกาสดีกว่าผู้บริโภคในหลายประเทศที่สามารถเข้าถึงอาหารได้หลากหลายและในราคาที่เหมาะสม จากความร่วมมือของเกษตรกรและผู้ผลิตในการตรึงราคาสินค้าเพื่อฝ่าวิกฤตอาหารไปด้วยกัน ขอเพียงผู้บริโภคเข้าใจว่าราคาเนื้อสัตว์ของไทยไม่ได้แพงเกินความเป็นจริง</p>","2022-04-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220421175533271"],
    [346,"โครงการอ่างเก็บน้ำลำสะพุงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ มีความก้าวหน้า ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;กล่าวถึงความก้าวหน้าการดำเนินโครงการอ่างเก็บน้ำลำสะพุงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;อำเภอหนองบัวแดง&nbsp;จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;ว่า&nbsp;ในการพัฒนาแหล่งน้ำในลุ่มน้ำชี&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;ได้น้อมนำแนวพระราชดำริของ&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;มาศึกษา&nbsp;กำหนดเป็นแนวทาง&nbsp;ตั้งแต่ต้นน้ำ&nbsp;กลางน้ำและปลายน้ำ&nbsp;โดยขณะนี้มีความก้าวหน้าและคาดจะแล้วเสร็จในปี&nbsp;2567&nbsp;ซึ่งจะเกิดประโยชน์กับประชาชนในพื้นที่อย่างมาก</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">หนึ่งในประชาชนในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;นายเฉลิม&nbsp;สมัตถะ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น&nbsp;ที่พระองค์เห็นถึงความสำคัญของประชาชน&nbsp;โดยประชาชนในพื้นที่ต่างรู้สึกดีใจ&nbsp;ที่มีโครงการพระราชดำริ&nbsp;เกิดขึ้นในพื้นที่&nbsp;เนื่องจากจะเกิดประโยชน์กับประชาชนในพื้นที่หลายเรื่องอย่างมาก&nbsp;</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-04-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220421211745338"],
    [347,"อบรมโครงการพัฒนาเกษตรกรสู่มืออาชีพฯ ปีงบ 65 ณ ศพก.อำเภอชานุมาน จังหวัดอำนาจเจริญ","<p><strong>วันที่&nbsp;21&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;นายชาญวิทย์&nbsp;ธานี&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดอบรมโครงการพัฒนาเกษตรกรสู่มืออาชีพ&nbsp;โดยระบบเกษตรกรรมยั่งยืน&nbsp;ด้วยหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;กิจกรรมสนับสนุนการทำเกษตรกรรมยั่งยืนตามแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;พร้อมมอบแนวทางการทำการเกษตร&nbsp;โดยระบบเกษตรกรรมยั่งยืนด้วยหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงแก่เกษตรกรร่วมโครงการฯ&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอชานุมาน&nbsp;โดยมีนางสาวอุทัยวรรณ&nbsp;เพ็งธรรม&nbsp;นักวิเคราะห์นโยบายและแผน&nbsp;ชำนาญการ&nbsp;และเจ้าหน้าที่กลุ่มยุทธศาสตร์พัฒนาการเกษตร&nbsp;สำนักงานฯ&nbsp;เป็นผู้ดำเนินการจัดฝึกอบรม&nbsp;ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้การทำเกษตรกรรมยั่งยืนด้วยหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;โดยประธานศูนย์เครือข่ายปราชญ์ชาวบ้านจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;อาจารย์วีระพล&nbsp;กมลรัตน์&nbsp;และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี&nbsp;นวัตกรรมและภูมิปัญญาในการพัฒนาสินค้าเกษตร&nbsp;เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม&nbsp;มาตรฐานของสินค้าเกษตรให้ปลอดภัยต่อผู้ผลิต-ผู้บริโภค&nbsp;และการผลิตสินค้าเกษตรโดยใช้หลักการตลาดนำการผลิต&nbsp;สู่การเชื่อมโยงการตลาด&nbsp;โดย&nbsp;นายฤทธิรงค์&nbsp;โคตะพันธ์&nbsp;ผู้บริหารบริษัท&nbsp;วินเทจ&nbsp;ฟาร์มดี&nbsp;มีเป้าหมายเพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;มีความรู้ในการประกอบอาชีพด้านการเกษตรที่หลากหลาย&nbsp;สามารถแก้ปัญหาทางการเกษตรและดำเนินชีวิตด้วยการพึ่งพาตนเอกตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ลดรายจ่าย&nbsp;เพิ่มรายได้ในครัวเรือน&nbsp;ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงได้และเพิ่มพื้นที่เกษตรกรรมยั่งยืนในจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาคีเครือข่ายเป็นอย่างดี&nbsp;ประธาน&nbsp;ศพก.อ.ชานุมาน&nbsp;และเกษตรเป้าหมายเข้าร่วมอบรม&nbsp;โครงการพัฒนาเกษตรกรสู่มืออาชีพฯ&nbsp;ปีงบ&nbsp;2565<strong>&nbsp;</strong>โดยความร่วมมือของสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;สำนักงานประมงจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรอำนาจเจริญ&nbsp;และการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;สาขาอำนาจเจริญ&nbsp;ดำเนินการในพื้นที่&nbsp;7&nbsp;อำเภอ&nbsp;เกษตรกรเป้าหมาย&nbsp;650&nbsp;ราย&nbsp;เพิ่มพื้นที่เกษตรผสมผสาน&nbsp;550&nbsp;ไร่&nbsp;กิจกรรมสนับสนุนการทำเกษตรกรรมยั่งยืนตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;พัฒนาการผลิตโคเนื้อในพื้นที่เกษตรกรมยั่งยืน&nbsp;ส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์น้ำแบบเกษตรผสมผสานด้วยหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;และการส่งเสริมการผลิตโกโก้คุณภาพโดยเกษตรกรมีส่วนร่วมในสวนยางพารา</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2022-04-21T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220421185109297"],
    [348,"กอนช. ขอให้ประชาชนเฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำโขงเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน หลังเขื่อนจิ่งหงของประเทศจีนปรับเพิ่มการระบายน้ำและมีฝนตกท้ายเขื่อน","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนเฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำโขงเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน&nbsp;หลังเขื่อนจิ่งหงของประเทศจีนปรับเพิ่มการระบายน้ำและมีฝนตกท้ายเขื่อน</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้ออกประกาศแจ้งเตือนระดับน้ำในแม่น้ำโขงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;ฉบับที่&nbsp;9&nbsp;หลังพบสถานการณ์แม่น้ำโขงมีระดับน้ำที่สถานีเขื่อนจิ่งหง&nbsp;ประเทศจีน&nbsp;เพิ่มขึ้นสะสมต่อเนื่อง&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;18&nbsp;&nbsp;21&nbsp;เมษายน&nbsp;ประมาณ&nbsp;2&nbsp;เมตร&nbsp;หรืออัตราการระบายน้ำสะสมอยู่ที่&nbsp;1,590&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&nbsp;เนื่องจากการระบายน้ำเพิ่มขึ้นและมีฝนตกบริเวณท้ายเขื่อน&nbsp;เบื้องต้น&nbsp;กอนช.ได้ประเมินระดับน้ำในแม่น้ำโขงจากสถานการณ์ดังกล่าวคาดการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำโขงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องช่วงวันที่&nbsp;22&nbsp;&nbsp;29&nbsp;เมษายนนี้&nbsp;โดยช่วงเหนือเขื่อนไซยะบุรี&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;บริเวณสถานีเชียงแสน&nbsp;จังหวัดเชียงราย&nbsp;ระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องรวมระดับน้ำเพิ่มขึ้นสะสมในช่วงเวลาดังกล่าวประมาณ&nbsp;1.90&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;เมตร&nbsp;และช่วงท้ายเขื่อนไซยะบุรี&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;ตั้งแต่สถานีเชียงคาน&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;ลงมาถึงสถานีโขงเจียม&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องมากกว่า&nbsp;50&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;ซึ่งขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนไซยะบุรี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้จังหวัดริมแม่น้ำโขงเร่งประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำในแม่น้ำโขง&nbsp;พร้อมแจ้งเตือนให้ประชาชนที่สัญจรทางน้ำและประกอบกิจกรรมบริเวณแม่น้ำโขง&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ผู้ที่อาศัยอยู่บริเวณริมแม่น้ำโขง&nbsp;8&nbsp;จังหวัดติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด&nbsp;พร้อมเฝ้าระวังผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำในแม่น้ำโขงด้วย</p>","2022-04-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220421202752316"],
    [349,"สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์ จัดตลาดนัดข้าวเปลือก ปีการผลิต 2564/65","<p><strong>วันที่&nbsp;21&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;นางพิรุณวรรณน์&nbsp;จงใจภักดิ์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่</strong>&nbsp;ดำเนินการจัดตลาดนัดข้าวเปลือก&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;19-21&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;08.30-17.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า&nbsp;ธ.ก.ส.สุรินทร์&nbsp;จำกัด&nbsp;สาขารัตนบุรี&nbsp;การจัดตลาดนัดข้าวเปลือก&nbsp;เพื่อเป็นแหล่งเชื่อมโยงซื้อขายข้าวเปลือกระหว่างเกษตรกรกับโรงสี&nbsp;ช่วยให้เกิดการแข่งขันรับซื้อผลผลิต&nbsp;ทำให้เกษตรกรได้ราคาสูงขึ้น&nbsp;มีทางเลือกและอำนาจต่อรองในการขายข้าวเปลือกมากขึ้น&nbsp;รวมทั้งเป็นการส่งเสริมให้การซื้อขายเกิดความเป็นธรรมด้านราคา&nbsp;การชั่งน้ำหนัก&nbsp;และการตรวจสอบคุณภาพ&nbsp;โดยในวันนี้&nbsp;มีเกษตรกรมาขาย&nbsp;48&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ซื้อ&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ชนิดข้าวเปลือกหอมมะลิ&nbsp;ข้าวชัยนาท&nbsp;และข้าวปทุมธานี&nbsp;ปริมาณข้าวรวม&nbsp;167.466&nbsp;ตัน&nbsp;มูลค่ารวม&nbsp;1,523,603.35&nbsp;บาท&nbsp;มียอดสะสม&nbsp;(19-21&nbsp;เมย.65)&nbsp;มีเกษตรกรมาขายรวม&nbsp;182&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ซื้อ&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ชนิดข้าวเปลือกหอมมะลิ&nbsp;ข้าวชัยนาท&nbsp;และข้าวปทุมธานี&nbsp;ปริมาณข้าวรวม&nbsp;464.274&nbsp;ตัน&nbsp;มูลค่ารวม&nbsp;4,149,032.45&nbsp;บาท&nbsp;</p><p>ทั้งนี้ชาวเกษตรกรพึงพอใจขายข้าวในตลาดนัดได้ราคาสูงกว่าตลาดทั่วไปไม่น้อยกว่าตันละ&nbsp;200-300&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>สำหรับกำหนดการจัดตลาดนัดข้าวเปลือก&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65</strong>&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;จะจัดขึ้นในวันที่&nbsp;10-12&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า&nbsp;ธ.ก.ส.สุรินทร์&nbsp;จำกัด&nbsp;สาขาจอมพระ&nbsp;อำเภอจอมพระ&nbsp;จังหวัดสุรินทร์</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-21T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สุรินทร์","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220421204528319"],
    [350,"เกษตรจังหวัดบุรีรัมย์แจ้งเตือนเกษตรกร ไม่ให้ลงมือเพาะปลูกข้าวเร็วเกินไป อาจทำให้เกิดผลเสียตามมา","<p><strong>นายดำรง&nbsp;ปลั่งกลาง&nbsp;เกษตรจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ในปีนี้ได้เกิดพายุฤดูร้อนขึ้น&nbsp;โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ทำให้มีฝนตกหลายท้องที่ในเขตจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ซึ่งในปีการผลิตที่ผ่านมามีเกษตรกรหลายรายได้เริ่มลงมือเพาะปลูกข้าวตั้งแต่เดือนเมษายน&nbsp;ซึ่งถือว่าเป็นการเพาะปลูกข้าวที่เร็วเกินไป&nbsp;เนื่องจากยังไม่เข้าสู่ฤดูฝน&nbsp;ดังนั้น&nbsp;ข้าวที่เกษตรกรเพาะปลูกลงไป&nbsp;จึงมีความเสี่ยงต่อปัญหาฝนแล้งหรือฝนทิ้งช่วง&nbsp;ซึ่งมักจะเกิดขึ้นในช่วงเดือน&nbsp;&nbsp;มิถุนายน-กรกฎาคมของทุกปี&nbsp;อาจทำให้ข้าวตายได้&nbsp;และข้าวที่เพาะปลูกเร็วเกินไปยังจะต้องประสบปัญหาวัชพืชขึ้นในนาข้าวเป็นปริมาณมาก&nbsp;ส่งผลให้ผลผลิตข้าวลดต่ำลงประมาณ&nbsp;30%&nbsp;ทำให้ต้องเพิ่มต้นทุนในการกำจัดวัชพืช&nbsp;ต้นทุนการผลิตข้าวจึงสูงขึ้นและผลผลิตข้าวที่ได้จะมีคุณภาพต่ำ&nbsp;มีสิ่งเจือปนสูงทำให้จำหน่ายได้ในราคาต่ำตามมาอีกด้วย&nbsp;ดังนั้น&nbsp;เพื่อหลีกเสี่ยงปัญหาดังกล่าว&nbsp;จึงขอเตือนให้พี่&nbsp;น้องเกษตรกร&nbsp;อย่าเร่งรีบลงมือเพาะปลูกข้าวเร็วเกินไป&nbsp;โดยช่วงเวลาที่เหมาะสมในการปลูกข้าวนาปีคือ&nbsp;ช่วงกลางเดือนพฤษภาคม&nbsp;ถึง&nbsp;ปลายเดือนมิถุนายน&nbsp;ของทุกปี&nbsp;</p><p><strong>สำหรับจังหวัดบุรีรัมย์มีการปลูกข้าวหอมมะลิมากที่สุด&nbsp;</strong>โดยมีพื้นที่ปลูกมากกว่า&nbsp;2.6&nbsp;ล้านไร่&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;90&nbsp;ของพื้นที่เพาะปลูกข้าวทั้งจังหวัด&nbsp;จึงถือได้ว่า&nbsp;ข้าวหอมมะลิเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;โดยในแต่ละปีจะมีผลผลิตประมาณ&nbsp;1&nbsp;ล้านตันข้าวเปลือก&nbsp;คิดเป็นมูลค่า&nbsp;20,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;จึงควรวางแผนช่วงการปลูกให้เหมาะสมกับช่วงฤดูแต่ไม่เกินเดือนสิงหาคม</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-21T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","บุรีรัมย์","สวท.บุรีรัมย์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220421210637332"],
    [351,"จ.ประจวบฯ เร่งหาแนวทางรับมือปัญหาราคาสับปะรดตกต่ำในช่วงเดือน พ.ค.- มิ.ย.นี้ หลังคาดการณ์ว่าจะมีปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดมากถึง 150,000 ตัน","<p><strong>นายวันชัย&nbsp;นิลวงศ์&nbsp;เกษตรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จากการติดตามสถานการณ์การผลิตสับปะรดในพื้นที่ช่วงเดือน&nbsp;พ.ค.-&nbsp;มิ.ย.65&nbsp;ประมาณการว่าจะมีปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดมากถึง&nbsp;150,000&nbsp;ตัน&nbsp;โดยปัจจุบันราคารับซื้อหน้าแผงอยู่ที่&nbsp;กก.ละ&nbsp;6-7&nbsp;บาท&nbsp;ต้นทุนการผลิตของเกษตรกรอยู่ที่&nbsp;กก.ละ&nbsp;5.89&nbsp;บาท&nbsp;จึงได้มีการหารือทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวป้องปัญหาผลผลิตส่วนเกินในระบบจนทำให้มีปัญหาด้านราคา&nbsp;โดยขอความร่วมมือให้โรงงานแปรรูปช่วยเพิ่มกำลังการผลิตและช่วยเหลือด้วยการตรึงราคารับซื้อที่&nbsp;กก.ละ&nbsp;7&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมาก&nbsp;และให้ภาครัฐช่วยสนับสนุนงบประมาณให้แก่โรงงานสามารถรับซื้อผลผลิตส่วนต่างในช่วงที่มีปริมาณมากเพื่อแปรรูปสับปะรดไว้จำหน่ายภายหลัง&nbsp;ในช่วงที่สับปะรดลดน้อยลง&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;จะมีการกระจายสับปะรดไปจำหน่ายทั้งในและนอกพื้นที่ในรูปของสับปะรดบริโภคผลสด&nbsp;</strong>ส่วนการสร้างเสถียรภาพด้านราคาในระยะยาว&nbsp;ต้องเน้นแนวทางเกษตรพันธสัญญา&nbsp;หรือคอนแทร็ก&nbsp;ฟาร์มมิ่ง&nbsp;และการส่งเสริมให้เกษตรกรแบ่งพื้นที่ในไร่มาปลูกสับปะรดผลสดเพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาการปลูกสับปะรดเพื่อส่งเข้าสู่โรงงานแปรรูปเพียงอย่างเดียว</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-22T00:00:00","ภาคตะวันตก","ประจวบคีรีขันธ์","สวท.ประจวบคีรีขันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422095211388"],
    [352,"ขนส่งจังหวัดสมุทรปราการ จัดชุดปฏิบัติการด้านคมนาคมขนส่งได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5","<p><strong>นางสุนิสา&nbsp;อนันตกูล&nbsp;ขนส่งจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;</strong>หัวหน้าชุดปฏิบัติการด้านคมนาคมขนส่ง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สำนักงานขนส่งจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;จัดชุดปฏิบัติการด้านคมนาคมขนส่ง&nbsp;ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง&nbsp;PM2.5&nbsp;โดยได้ประชาสัมพันธ์แนะนำและกำชับผู้มาติดต่อดำเนินการด้านใบอนุญาตขับรถ&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานขนจังหวัดฯ&nbsp;และขนส่งสาขาพระประแดง&nbsp;ให้ประชาชนและผู้ประกอบการหมั่นตรวจสอบและบำรุงรักษาเครื่องยนต์ของรถให้มีค่าควันดำไม่เกินกำหนด&nbsp;กรณีใช้รถบรรทุกสินค้าหรือสิ่งของให้ปิดคลุมป้องกันการตกหล่นรั่วไหลให้เรียบร้อยด้วย&nbsp;และหากพบเห็นรถควันดำ&nbsp;หรือไม่ปิดคลุมป้องกันสินค้าหรือสิ่งของที่บรรทุก&nbsp;โปรดแจ้งข้อมูลร้องเรียนทาง&nbsp;Facebook&nbsp;1584&nbsp;ร้องเรียนรถโดยสารสาธารณะ&nbsp;หรือสายด่วน&nbsp;โทร.&nbsp;1584</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานขนจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;ขนส่งสาขาพระประแดง</strong>&nbsp;และสถานตรวจสภาพรถ&nbsp;(ตรอ.)&nbsp;ได้ตรวจวัดควันดำรถที่เข้ารับตรวจเพื่อดำเนินการทางทะเบียนและภาษี&nbsp;537&nbsp;คัน&nbsp;พบว่ามีค่าควันดำไม่เกินกำหนด&nbsp;526&nbsp;คัน&nbsp;และมีค่าควันดำเกินกำหนด&nbsp;11&nbsp;คัน&nbsp;(ให้ปรับปรุงแก้ไขก่อนนำรถเข้าตรวจสอบใหม่)&nbsp;และได้ตรวจวัดควันดำรถตามโครงการตรวจสอบมลพิษทางอากาศและเสียงรถราชการ&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;คัน&nbsp;ไม่พบว่ามีค่าควันดำเกินกำหนด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรปราการ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422110441436"],
    [353,"เดินหน้าโครงการสินค้าภายใต้แบรนด์ อ.ต.ก. เชื่อมโยงตลาดสินค้าเกษตร คัดสรรผลิตผลคุณภาพสู่ผู้บริโภค","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายปณิธาน&nbsp;มีไชยโย&nbsp;ผู้อำนวยการองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;นโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ภายใต้การนำของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ในการแก้ไขจุดอ่อนเสริมจุดแข็งและพัฒนาภาคการเกษตรในระยะยาว&nbsp;ตามวิสัยทัศน์&nbsp;เกษตรกรมั่นคง&nbsp;ภาคการเกษตรมั่งคั่ง&nbsp;ทรัพยากรการเกษตรยั่งยืน&nbsp;ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร&nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&nbsp;ยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร&nbsp;(อ.ต.ก.)</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่ดำเนินการขับเคลื่อนนโยบาย&nbsp;พร้อมช่วยเหลือ&nbsp;ส่งเสริมและสนับสนุนเกษตรกร&nbsp;สถาบันเกษตรกร&nbsp;อีกทั้งเป็นแหล่งกลางในการซื้อขายผลิตผลหรือผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร&nbsp;ตลอดจนการปรับปรุงคุณภาพ&nbsp;สร้างมาตรฐานและการผลิตให้ตรงกับความต้องการของตลาด&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">การบูรณาการความร่วมมือกันระหว่าง</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร&nbsp;(อ.ต.ก.)&nbsp;และสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า&nbsp;ธ.ก.ส.สุรินทร์&nbsp;จำกัด&nbsp;(สกต.สุรินทร์)&nbsp;ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการสินค้าภายใต้แบรนด์&nbsp;อ.ต.ก.&nbsp;ที่ทั้งสองฝ่ายดึงศักยภาพทางด้านการเกษตรร่วมกันเชื่อมโยงผลผลิตในพื้นที่สู่ตลาดในทุกระดับ&nbsp;ส่งเสริมอาชีพกสิกรรม&nbsp;สนับสนุนให้เกษตรกรเกิดการพัฒนา&nbsp;การสร้างรายได้&nbsp;โดยคัดสรรผลิตผลข้าวหอมมะลิที่มีคุณภาพสูงจากเกษตรกร&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;วิสาหกิจชุมชนและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์&nbsp;เพื่อดำเนินการแปรรูปเป็นข้าวหอมมะลิ&nbsp;100%&nbsp;บรรจุถุงจำหน่าย&nbsp;สร้างมาตรฐานภายใต้แบรนด์&nbsp;อ.ต.ก.&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">อ.ต.ก.จะเป็นศูนย์กลางในการจัดหาช่องทางจำหน่าย</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ส่งเสริมด้านการตลาด&nbsp;สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าโดยใช้หลักการตลาดนำการผลิต&nbsp;ก่อให้เกิดตลาดสินค้าเกษตรคุณภาพแบบถาวรและยั่งยืน&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">สำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรภายใต้แบรนด์&nbsp;อ.ต.ก.</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;รูปแบบ&nbsp;Co-Brand&nbsp;ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจในครั้งนี้&nbsp;อ.ต.ก.เล็งเห็นโอกาสเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันยกระดับสินค้าเกษตร&nbsp;เนื่องจากจังหวัดสุรินทร์เป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียงด้านการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว&nbsp;มีปริมาณมากที่สุดในประเทศไทย&nbsp;อ.ต.ก.&nbsp;จึงได้คัดสรรข้าวหอมมะลิในพื้นที่ที่ดีที่สุดของประเทศ&nbsp;ภายใต้แบรนด์&nbsp;อ.ต.ก.&nbsp;สู่ผู้บริโภคโดยตรง</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-04-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422110059427"],
    [354,"เดินหน้าโครงการสินค้าภายใต้แบรนด์ อ.ต.ก. เชื่อมโยงตลาดสินค้าเกษตร คัดสรรผลิตผลคุณภาพสู่ผู้บริโภค","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายปณิธาน&nbsp;มีไชยโย&nbsp;ผู้อำนวยการองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;นโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ภายใต้การนำของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ในการแก้ไขจุดอ่อนเสริมจุดแข็งและพัฒนาภาคการเกษตรในระยะยาว&nbsp;ตามวิสัยทัศน์&nbsp;เกษตรกรมั่นคง&nbsp;ภาคการเกษตรมั่งคั่ง&nbsp;ทรัพยากรการเกษตรยั่งยืน&nbsp;ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร&nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&nbsp;ยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร&nbsp;(อ.ต.ก.)</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่ดำเนินการขับเคลื่อนนโยบาย&nbsp;พร้อมช่วยเหลือ&nbsp;ส่งเสริมและสนับสนุนเกษตรกร&nbsp;สถาบันเกษตรกร&nbsp;อีกทั้งเป็นแหล่งกลางในการซื้อขายผลิตผลหรือผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร&nbsp;ตลอดจนการปรับปรุงคุณภาพ&nbsp;สร้างมาตรฐานและการผลิตให้ตรงกับความต้องการของตลาด&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">การบูรณาการความร่วมมือกันระหว่าง</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร&nbsp;(อ.ต.ก.)&nbsp;และสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า&nbsp;ธ.ก.ส.สุรินทร์&nbsp;จำกัด&nbsp;(สกต.สุรินทร์)&nbsp;ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการสินค้าภายใต้แบรนด์&nbsp;อ.ต.ก.&nbsp;ที่ทั้งสองฝ่ายดึงศักยภาพทางด้านการเกษตรร่วมกันเชื่อมโยงผลผลิตในพื้นที่สู่ตลาดในทุกระดับ&nbsp;ส่งเสริมอาชีพกสิกรรม&nbsp;สนับสนุนให้เกษตรกรเกิดการพัฒนา&nbsp;การสร้างรายได้&nbsp;โดยคัดสรรผลิตผลข้าวหอมมะลิที่มีคุณภาพสูงจากเกษตรกร&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;วิสาหกิจชุมชนและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์&nbsp;เพื่อดำเนินการแปรรูปเป็นข้าวหอมมะลิ&nbsp;100%&nbsp;บรรจุถุงจำหน่าย&nbsp;สร้างมาตรฐานภายใต้แบรนด์&nbsp;อ.ต.ก.&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">อ.ต.ก.จะเป็นศูนย์กลางในการจัดหาช่องทางจำหน่าย</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ส่งเสริมด้านการตลาด&nbsp;สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าโดยใช้หลักการตลาดนำการผลิต&nbsp;ก่อให้เกิดตลาดสินค้าเกษตรคุณภาพแบบถาวรและยั่งยืน&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">สำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรภายใต้แบรนด์&nbsp;อ.ต.ก.</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;รูปแบบ&nbsp;Co-Brand&nbsp;ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจในครั้งนี้&nbsp;อ.ต.ก.เล็งเห็นโอกาสเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันยกระดับสินค้าเกษตร&nbsp;เนื่องจากจังหวัดสุรินทร์เป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียงด้านการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว&nbsp;มีปริมาณมากที่สุดในประเทศไทย&nbsp;อ.ต.ก.&nbsp;จึงได้คัดสรรข้าวหอมมะลิในพื้นที่ที่ดีที่สุดของประเทศ&nbsp;ภายใต้แบรนด์&nbsp;อ.ต.ก.&nbsp;สู่ผู้บริโภคโดยตรง</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-04-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422110059430"],
    [355,"เน้นย้ำ สำนักงานชลประทานทั่วประเทศ เตรียมพร้อมรับฤดูฝนที่กำลังจะมาถึงอย่างเคร่งครัด","<p><strong>นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ&nbsp;มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น&nbsp;44,964&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;&nbsp;59&nbsp;ของความจุอ่างฯ&nbsp;รวมกัน&nbsp;ภาพรวมสถานการณ์น้ำอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้เน้นย้ำให้สำนักงานชลประทานทั่วประเทศเตรียมพร้อมรับมือฤดูฝนที่กำลังจะมาถึง&nbsp;โดยเน้นย้ำให้ดำเนินการปฏิบัติตาม&nbsp;13&nbsp;มาตรการรับมือฤดูฝนปี&nbsp;2565&nbsp;ของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด&nbsp;รวมทั้งให้แต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนแผนการระบายน้ำอย่างเป็นระบบ&nbsp;เพื่อเตรียมรับมือปริมาณฝนที่อาจจะตกหนักในบางพื้นที่และลดความเสี่ยงการเกิดอุทกภัย&nbsp;พร้อมกันนี้ได้ให้สำนักเครื่องจักรกล&nbsp;ดำเนินการถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการใช้งานและการบำรุงรักษาเครื่องจักร-เครื่องมือต่างๆ&nbsp;ให้กับบุคลากรของหน่วยงานในทุกพื้นที่&nbsp;ให้สามารถบำรุงรักษาและใช้งานเครื่องจักร-เครื่องมือได้อย่างเต็มศักยภาพ&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้เน้นย้ำให้มีการตรวจสอบ</strong>&nbsp;อาคารชลประทานให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานตลอดเวลา&nbsp;การบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุม&nbsp;โดยพิจารณาปรับการระบายน้ำให้เหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น&nbsp;รวมทั้งหมั่นกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำอย่างสม่ำเสมอ&nbsp;ติดตาม&nbsp;วิเคราะห์สภาพอากาศ&nbsp;สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ&nbsp;แหล่งน้ำ&nbsp;แม่น้ำสายหลักต่างๆ&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์ถึงสถานการณ์น้ำให้ประชาชนรับรู้รับทราบอย่างต่อเนื่องและทั่วถึง</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-04-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422105348416"],
    [356,"กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนประชาชนทุกภาคเตรียมรับสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ","<p><strong>ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;ธนะสิทธิ์&nbsp;เอี่ยมอนันชัย&nbsp;รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>วันนี้พื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;มีอากาศร้อนกับฟ้าหลัวในตอนกลางวัน&nbsp;และมีฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงบางแห่ง&nbsp;ส่วนภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้&nbsp;</p><p><strong>สำหรับวันที่&nbsp;23-27&nbsp;เมษายนนี้</strong>&nbsp;บริเวณประเทศไทยตอนบน&nbsp;มีอากาศร้อนถึงร้อนจัด&nbsp;รวมถึงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;แต่ภาคใต้มีฝนลดลง&nbsp;ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลรักษาสุขภาพ&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง&nbsp;รวมถึงระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันความเสียหายจากผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2022-04-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422105632421"],
    [357,"กอนช. ขอให้ประชาชนทั่วประเทศระวังเกิดฝนตก พร้อมระวังระดับน้ำในแม่น้ำโขงเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน หลังเขื่อนจิ่งหงของประเทศจีนปรับเพิ่มการระบายน้ำและมีฝนตกท้ายเขื่อน","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนทั่วประเทศระวังเกิดฝนตก&nbsp;พร้อมระวังระดับน้ำในแม่น้ำโขงเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน&nbsp;หลังเขื่อนจิ่งหงของประเทศจีนปรับเพิ่มการระบายน้ำและมีฝนตกท้ายเขื่อน</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(22&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนกับมีฟ้าหลัว&nbsp;,&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;และภาคตะวันออกเกิดฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่&nbsp;ส่วนภาคใต้เกิดฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.ชลบุรี&nbsp;97&nbsp;&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;81&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และอุตรดิตถ์&nbsp;68&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;23,800&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;41&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้เฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำโขงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;หลังเขื่อนจิ่งหงของประเทศจีนเพิ่มขึ้นสะสมต่อเนื่องจากวันที่&nbsp;18&nbsp;21&nbsp;เมษายนประมาณ&nbsp;2&nbsp;เมตร&nbsp;หรืออัตราการระบายน้ำสะสม&nbsp;1,590&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&nbsp;เนื่องมาจากการระบายน้ำเพิ่มขึ้นและมีฝนตกบริเวณท้ายเขื่อน&nbsp;เบื้องต้นได้ประเมินระดับน้ำในแม่น้ำโขงจากสถานการณ์ดังกล่าวคาดการณ์ว่าระดับน้ำในแม่น้ำโขงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องช่วงวันที่&nbsp;22&nbsp;&nbsp;29&nbsp;เมษายน&nbsp;โดยช่วงเหนือเขื่อนไซยะบุรี&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;บริเวณสถานีเชียงแสน&nbsp;จังหวัดเชียงราย&nbsp;ระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องรวมระดับน้ำเพิ่มขึ้นสะสมในช่วงเวลาดังกล่าวประมาณ&nbsp;1.90&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;เมตร&nbsp;และช่วงท้ายเขื่อนไซยะบุรี&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;ตั้งแต่สถานีเชียงคาน&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;ลงมาถึงสถานีโขงเจียม&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องมากกว่า&nbsp;50&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;ซึ่งขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนไซยะบุรี</p>","2022-04-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422105721425"],
    [358,"ก.ทรัพย์ และภาคเอกชนผู้ประกอบการร้านกาแฟทั่วประเทศ ประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือร้านกาแฟที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมการลดการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก เนื่องในวันคุ้มครองโลก ประจำปี 65","<p><strong>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;และภาคเอกชนผู้ประกอบการร้านกาแฟทั่วประเทศ&nbsp;ประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือร้านกาแฟที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;เพื่อส่งเสริมการลดการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก&nbsp;เนื่องในวันคุ้มครองโลก&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;(Earth&nbsp;Day&nbsp;2022)</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;(สส.)&nbsp;ได้จัดกิจกรรมวันคุ้มครองโลก&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;(Earth&nbsp;Day&nbsp;2022)&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;Invest&nbsp;In&nbsp;Our&nbsp;Planet&nbsp;:&nbsp;ทำเพื่อโลกวันนี้&nbsp;อนาคตที่ดี&nbsp;เป็นของเรา&nbsp;สร้างความตื่นตัวในสังคมกับวิกฤติจากขยะพลาสติกที่มีจำนวนมหาศาลในปัจจุบัน&nbsp;โดยให้เห็นความสำคัญการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;พร้อมร่วมกับภาคเอกชนและผู้ประกอบการร้านกาแฟในประเทศประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือร้านกาแฟที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;(Green&nbsp;Coffee&nbsp;Shop)&nbsp;เพื่อส่งเสริมการลดการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก&nbsp;หรือภาชนะแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งร่วมเป็นส่วนหนึ่งการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทางและนำทรัพยากรกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลให้มากที่สุด&nbsp;สิ่งสำคัญให้เกิดการปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริการ&nbsp;และการบริโภควิถีใหม่ที่คำนึงถึงการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างคุ้มค่าก้าวสู่การบริโภคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมนำไปสู่ความสำเร็จการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;เนื่องจากมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นจากพฤติกรรมการบริโภค&nbsp;และการเติบโตทางเศรษฐกิจในกลุ่มธุรกิจร้านกาแฟและตลาดกาแฟในประเทศไทย&nbsp;และเพื่อเป็นการสร้างความยั่งยืนในการจัดการขยะพลาสติก&nbsp;รวมทั้งการดำเนินงานเพื่อให้สอดคล้องกับ&nbsp;Roadmap&nbsp;การจัดการขยะพลาสติก&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2561&nbsp;&nbsp;2573&nbsp;ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมให้มีการผลิต&nbsp;การบริการ&nbsp;และการบริโภคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;นำทรัพยากรกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล&nbsp;หรือหมุนเวียนกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่&nbsp;ด้วยระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน&nbsp;(Circular&nbsp;Economy)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;นายเฉลิมชัย&nbsp;ปาปะทา&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือ&nbsp;ร้านกาแฟที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;มีหน่วยงานและร้านกาแฟเข้าร่วม&nbsp;30&nbsp;แห่ง&nbsp;เพื่อร่วมกันส่งเสริมให้เกิดภาคีความร่วมมือกับผู้ประกอบการภาคธุรกิจ&nbsp;ผู้ผลิต&nbsp;และผู้ให้บริการร้านกาแฟวางแนวทางหรือนโยบายประกอบกิจการที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;พร้อมร่วมรณรงค์สร้างการรับรู้และส่งเสริมให้เกิดกระบวนการมีส่วนร่วมของลูกค้าหรือผู้บริโภคลดปริมาณขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว&nbsp;ถือเป็นการช่วยกันลดปริมาณขยะต้นทางและการจัดการขยะพลาสติกหลังการบริโภค&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ยังได้ประกาศเจตนารมณ์งดจำหน่ายภาชนะบรรจุภัณฑ์ประเภทโฟมแบบใช้ครั้งเดียว&nbsp;โดย&nbsp;บริษัท&nbsp;สยามแม็คโคร&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;และพันธมิตรร่วมโครงการ&nbsp;5&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;ร่วมงดจำหน่ายภาชนะบรรจุภัณฑ์ประเภทโฟมแบบใช้ครั้งเดียวในห้างแม็คโครทุกสาขาทั่วประเทศ&nbsp;และส่งเสริมการใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเข้ามาทดแทนด้วย</p>","2022-04-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422113343459"],
    [359,"จังหวัดลำพูน มุ่งส่งเสริมและแก้ไขปัญหาผลผลิตทางการเกษตรของเกษตรกรและผู้ประกอบการ ปี 2565 เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกรและสอดคล้องกับปริมาณผลผลิตในปีที่ผ่านมา","<p><strong>วันนี้&nbsp;(22&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ห้องประชุมหริภุญชัย&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศูนย์ราชการจังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;นายภาษเดช&nbsp;หงส์ลดารมภ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลิตผลการเกษตรระดับจังหวัด(คพจ.)&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3/2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นางกนกรัตน์&nbsp;ยุกติรัตน์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดลำพูน&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม</p><p><strong>พาณิชย์จังหวัดลำพูน&nbsp;เผยว่า</strong>&nbsp;คณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลิตผลการเกษตรระดับจังหวัด&nbsp;จังหวัดลำพูนได้ดำเนินโครงการกระจายผลผลิตมะม่วงออกนอกแหล่งผลิต&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;เป้าหมายผลผลิตจำนวน&nbsp;5,000&nbsp;ตัน&nbsp;งบประมาณ&nbsp;15,000,000&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อเชื่อมโยงกระจายมะม่วงออกนอกแหล่งผลิต&nbsp;โดยรับซื้อผลผลิตมะม่วงจากเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดลำพูนในราคานำตลาดไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ&nbsp;1.50&nbsp;บาท&nbsp;และจำกัดปริมาณการรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรแต่ละรายไม่เกินรายละ&nbsp;3,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ดำเนินการรับสมัครผู้สนใจเข้าร่วมโครงการระหว่างวันที่&nbsp;5-12&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;บัดนี้&nbsp;สิ้นสุดระยะเวลาการรับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการแล้ว&nbsp;มีเกษตรกรและผู้ประกอบการสมัครเข้าร่วมโครงการๆ&nbsp;จำนวน&nbsp;65&nbsp;ราย&nbsp;เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์&nbsp;สามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;คณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลิตผลการเกษตรระดับจังหวัด&nbsp;จังหวัดลำพูนจึงได้ร่วมกันประชุม&nbsp;เพื่อพิจารณาอนุมัติรายชื่อและจัดสรรโควตาให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการกระจายผลผลิตมะม่วงออกนอกแหล่งผลิต&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;พร้อมทั้งพิจารณาร่างหลักเกณฑ์&nbsp;เงื่อนไข&nbsp;และวิธีการดำเนินการโครงการกระจายลำไยออกนอกแหล่งผลิต&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;และร่างหลักเกณฑ์&nbsp;เงื่อนไข&nbsp;และวิธีการดำเนินการโครงการขยายช่องทางการตลาดลำไยสด&nbsp;(รูดร่วง)&nbsp;เข้าสู่โรงงานแปรรูป&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-22T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422112120453"],
    [360,"ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือ กทม. และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมาก หลังฝนตกหลายพื้นที่ช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง","<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือ&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;หลังฝนตกหลายพื้นที่ช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(22&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพดีมาก&nbsp;โดยต้องเฝ้าระวังวันที่&nbsp;24&nbsp;เมษายน&nbsp;หากจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;หากควบคุมการเกิดจุดความร้อนได้ดีจะช่วยลดการสะสมของฝุ่นลงได้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดี&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;24&nbsp;-&nbsp;29&nbsp;เมษายน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;</p>","2022-04-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422112314455"],
    [361,"สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้เกษตรกรปรับตัวเพิ่มมากขึ้น โดยเกษตรที่เลี้ยงวัว หันมาเลี้ยงแพะเพิ่มขึ้น เนื่องจากเนื้อแพะยังไม่เพียงพอต่อผู้บริโภค และยังเป็นที่ต้องการของตลาดอีกมาก","<p><strong>ที่สวนปาล์มน้ำมันหมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลแหลมสอม&nbsp;อำเภอปะเหลียน</strong>&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;นายสมัย&nbsp;ชื่นแก้ว&nbsp;อยู่บ้านเลขที่&nbsp;73&nbsp;&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลแหลมสอม&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เกษตรกรปลูกปาล์มน้ำมันและเลี้ยงวัวในสวนปาล์มน้ำมันเป็นอาชีพเสริม&nbsp;แต่จากการแพร่ระบาดของวิด&nbsp;-19&nbsp;นั้นส่งผลกระทบต่ออาชีพเกษตรกรเป็นอย่างมาก&nbsp;ถึงแม้ว่าช่วงนี้ปาล์มน้ำมันจะมีราคาดีก็ตาม&nbsp;ต้นทุนการใส่ปุ๋ยก็เพิ่มตามมาด้วย&nbsp;แต่เพื่อความไม่ประมาทได้เลี้ยงวัวเนื้อภายในสวนปาล์มน้ำมัน&nbsp;และในขณะนี้ได้เลี้ยงแพะเพิ่มอีกในการสร้างรายได้ให้กับครอบครัว</p><p><strong>นายสมัย&nbsp;ชื่นแก้ว&nbsp;เกษตรกรกล่าวว่า&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด&nbsp;-19</strong>&nbsp;ทำให้ตนเองและประชาชนทั่วไปต้องมีการปรับตัว&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นด้านอาชีพ&nbsp;หรือการใช้ชีวิตประจำวัน&nbsp;รวมถึงการเดินทางไปสถานที่ต่างๆ&nbsp;ตนเองนั้นไม่ค่อยได้ออกนอกพื้นที่&nbsp;จึงใช้เวลาว่างมาเลี้ยงแพะ&nbsp;พันธุ์บอร์ลูกผสมและพันธุ์แอโกลูกผสม&nbsp;แพะนั้นจะตั้งท้องประมาณ&nbsp;5&nbsp;เดือนก็สามารถให้ลูกได้แล้ว&nbsp;ขณะนี้มีพ่อพันธุ์จำนวน&nbsp;2&nbsp;ตัว&nbsp;แม่พันธุ์&nbsp;30&nbsp;ตัว&nbsp;ขณะนี้เริ่มออกลูกแพะแล้ว&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ส่วนการให้อาหารหรือการเลี้ยงนั้น&nbsp;จะเลี้ยงลักษณะกึ่งปล่อ</strong>ยหากไม่มีฝนตกก็จะให้กินหญ้าภายในสวนปาล์ม&nbsp;หากฝนตกก็จะนำหญ้ามาให้แพะ&nbsp;หารก็เป็นหญ้าเนเปียและอื่นๆ&nbsp;ได้เริ่มเลี้ยงมาประมาณ&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;ได้ลูกแล้ว&nbsp;แต่จะเก็บไว้เป็นแม่พันธุ์โดยตั้งเป้าแม่พันธุ์ประมาณ&nbsp;80&nbsp;ตัว&nbsp;ส่วนราคาเนื้อแพะอยู่ที่&nbsp;80-200&nbsp;บาท&nbsp;จะมีพ่อค้ามารับซื้อถึงที่&nbsp;สถานการณ์วามต้องการเนื้อแพะพบว่ายังไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-22T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422114421473"],
    [362,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคอีสานของไทย","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(21&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศเพียง&nbsp;60&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&nbsp;27&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;15&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;8&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;7&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;5&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;สุพรรณบุรี&nbsp;12&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;สระบุรี&nbsp;5&nbsp;จุด&nbsp;และนครพนม&nbsp;4&nbsp;จุด&nbsp;ภาพรวมจุดความร้อนลดลง&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือจุดความร้อนเป็นศูนย์&nbsp;เนื่องจากเกิดฝนตกในหลายพื้นที่&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;21&nbsp;เมษายน&nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;14,872&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;13,123&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;9,265&nbsp;จุด&nbsp;ภาพรวมวันนี้ทั่วประเทศคุณภาพอากาศดีต่อเนื่อง&nbsp;ยกเว้นจังหวัดอุบลราชธานีและขอนแก่นยังพบค่าฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;อยู่ในระดับปานกลาง&nbsp;อาจส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจกับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพได้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาวันนี้&nbsp;388&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็น&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;379&nbsp;จุด&nbsp;และกัมพูชา&nbsp;116&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นใน&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;ส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;</p>","2022-04-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422134251504"],
    [363,"ประวิตร กำชับ สทนช. พิจารณาโครงการไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสานะคามและเขื่อนภูงอย สปป.ลาว อย่างรอบคอบให้ประเทศได้รับประโยชน์สูงสุด","<p><strong>รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;กำชับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;พิจารณาโครงการไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสานะคามและเขื่อนภูงอย&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;อย่างรอบคอบให้ประเทศได้รับประโยชน์สูงสุด&nbsp;โดยต้องได้รับข้อมูลที่เพียงพอและประชาชนรับทราบก่อนตัดสินใจ</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสุรสีห์&nbsp;กิตติมณฑล&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากการประชุมคณะกรรมการแม่น้ำโขงแห่งชาติไทย&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ที่มี&nbsp;พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;ได้พิจารณาแนวทางดำเนินการตามกระบวนการปรึกษาหารือล่วงหน้าภายใต้ระเบียบปฏิบัติคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง&nbsp;เรื่องการแจ้ง&nbsp;การปรึกษาหารือล่วงหน้า&nbsp;และข้อตกลง&nbsp;(PNPCA)&nbsp;โครงการไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสานะคาม&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศไทย&nbsp;ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้&nbsp;สทนช.&nbsp;ยืนยันจะขอรับข้อมูลที่เพียงพอจาก&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;หรือ&nbsp;MRCS&nbsp;ต่อการประเมินผลกระทบข้ามพรมแดนของชุมชนท้ายน้ำและการประเมินผลกระทบต่อเขตแดน&nbsp;เพื่อนำเสนอกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนที่เป็นไปตามกระบวนการ&nbsp;PNPCA&nbsp;โดยให้&nbsp;สทนช.&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาข้อมูลที่&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;จะจัดส่งให้เป็นข้อมูลเพิ่มเติมกับประเทศไทยต่อไป&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาฝ่ายไทยได้ดำเนินการต่อเนื่องทั้งการชี้แจงข้อมูลโครงการและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับประชาชน&nbsp;จัดประชุมระดับนโยบายร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และได้ประชุมร่วมกับสปป.ลาว&nbsp;และ&nbsp;สำนักงานเลขาธิการคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง&nbsp;(MRCS)&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายนที่ผ่านมา&nbsp;โดยได้กำหนดแนวทางการดำเนินการต่อไปของกระบวนการ&nbsp;PNPCA&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ยังได้พิจารณาโครงการไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนภูงอย&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;ที่&nbsp;สปป.&nbsp;ลาวเสนอให้เริ่มกระบวนการ&nbsp;PNPCA&nbsp;โดยให้&nbsp;สทนช.&nbsp;ในฐานะฝ่ายเลขานุการ&nbsp;TNMC&nbsp;พิจารณาความเหมาะสมข้อมูลโครงการ&nbsp;โดยเฉพาะผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับไทย&nbsp;สำหรับการดำเนินการตามกระบวนการปรึกษาหารือล่วงหน้า&nbsp;เพื่อแจ้งข้อบกพร่องของข้อมูลต่อ&nbsp;MRCS&nbsp;หากข้อมูลมีความครบถ้วนตามวัตถุประสงค์สามารถพิจารณาเริ่มกระบวนการปรึกษาหารือล่วงหน้าได้&nbsp;ภาพรวมไทยต้องทำงานอย่างรอบคอบคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในทุกมิติที่จะปกป้องและรักษาผลประโยชน์ของประเทศอย่างสูงสุด&nbsp;ด้วยการนำข้อมูลความคืบหน้าต่างๆที่เกิดขึ้นมาเปิดเผยให้ประชาชนรับทราบต่อเนื่องและตรงไปตรงมา</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;ที่ประชุมยังได้ติดตามความก้าวหน้าของร่างแนวคิดการดำเนินการตามระเบียบปฏิบัติเรื่อง&nbsp;การติดตาม&nbsp;ตรวจสอบการใช้น้ำ&nbsp;(PWUM)&nbsp;อยู่ระหว่างการพัฒนาโดยคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง&nbsp;(MRC)&nbsp;และประเทศภาคีสมาชิก&nbsp;4&nbsp;ประเทศ&nbsp;เพื่อเป็นกรอบการทำงานสร้างระบบติดตามตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพในการใช้น้ำในแม่น้ำโขงสายประธานและแม่น้ำสาขาหลักของแม่น้ำโขง&nbsp;แล้วยังช่วยส่งเสริมความเข้าใจที่ดีและความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกผ่านระบบการติดตามตรวจสอบการใช้น้ำที่โปร่งใส&nbsp;โดยให้&nbsp;สทนช.&nbsp;ติดตามการดำเนินการให้อยู่ภายในขอบเขตของความตกลงว่าด้วยการพัฒนาลุ่มน้ำโขงอย่างยั่งยืน&nbsp;(Mekong&nbsp;Agreement&nbsp;1995)&nbsp;ระเบียบปฏิบัติ&nbsp;และแนวปฏิบัติเกี่ยวข้องที่กำหนดให้ติดตามตรวจสอบการใช้น้ำที่มีขอบเขตเฉพาะการใช้น้ำที่อาจส่งผลกระทบสำคัญต่อการไหลของแม่น้ำโขงเท่านั้น&nbsp;ซึ่งจะไม่รวมการใช้ในครัวเรือนและการใช้ส่วนน้อยที่ไม่มีผลกระทบสำคัญ</p>","2022-04-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422145501555"],
    [364,"ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน สั่งเร่งแก้ไขปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ประสบภัย โดยระดมกำลังทุกภาคส่วนในการร่วมกันแก้ไขปัญหาให้กับชาวบ้าน","<p><strong>วันที่&nbsp;22&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;นายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายเรืองฤทธิ์&nbsp;ผลดี&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ร่วมกับอำเภอปาย&nbsp;และจิตอาสาพระราชทาน&nbsp;ในการระดมความร่วมมือในกิจกรรมโครงการป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;เหตุการณ์ภัยแล้ง</p><p><strong>ทั้งนี้หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอนเปิดเผยว่า&nbsp;เนื่องด้วยอำเภอปาย&nbsp;</strong>ขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;งบเชิงป้องกันและยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;เหตุภัยแล้ง&nbsp;สำหรับพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภคและบริโภค&nbsp;ปี&nbsp;๒๕๖๕&nbsp;โดยในเบื้องต้นผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ได้เห็นชอบในการแก้ไขปัญหาให้กับชาวบบ้านที่ประสบภัยแล้ง&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;โครงการ&nbsp;มีพื้นที่ดำเนินการในพื้นที่&nbsp;๒&nbsp;หมู่บ้านประกอบด้วย&nbsp;บ้านป่าซาง&nbsp;(บ้านบริวาล)&nbsp;บ้านห้วยหก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;๖&nbsp;ตำบลเวียงเหนือ&nbsp;อำเภอปาย&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;และบ้านห้วยเดื่อ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;๓&nbsp;ตำบลโป่งสา&nbsp;อำเภอปาย&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p><strong>ทั้งนี้เพื่อให้การดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน&nbsp;</strong>ของราษฎรเป็นไปด้วยความรวดเร็วทันต่อเหตุการณ์&nbsp;อำเภอปายได้ร่วมมือกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ร่วมทั้งชาวบ้าน&nbsp;จึงได้ร่วมมือในกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน&nbsp;ประชาชนจิตอาสา&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมกิจกรรมโครงการป้อง&nbsp;กันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;เหตุการณ์ภัยแล้ง&nbsp;โดยมีการนำร่องแก้ไขปัญหาในพื้นที่&nbsp;บ้านห้วยเดื่อ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลโป่งสา&nbsp;อำเภอปาย&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นจุดแรกก่อนที่จะขยายไปยังหมู่บ้านที่ประสบปัญหาต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>","2022-04-22T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422151243562"],
    [365,"ผู้ว่าฯ อยุธยา เปิดประชุมติดตามการแก้ไขปัญหาน้ำเสียในพื้นที่คลองเปรมประชากร เตรียมจัดกิจกรรมรณรงค์การมีส่วนร่วมของชาวริมสองฝั่งคลองและจิตอาสารักษ์คลองเปรมประชากร","<p><strong>นายวีระชัย&nbsp;นาคมาศ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;</strong>เป็นประธานการประชุมคณะทำงานแก้ไขปัญหาน้ำเสียในพื้นที่คลองเปรมประชากร&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นายประพันธ์&nbsp;ตรีบุบผา&nbsp;ปลัดจังหวัด&nbsp;นายสิทธิวีร์&nbsp;วรรณพฤกษ์&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัด&nbsp;นางพิศมัย&nbsp;เลิศอิทธิบาท&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัด&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ประชุมมงคลบพิตร&nbsp;2&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา</p><p><strong>นายวีระชัย&nbsp;นาคมาศ&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;โครงการพัฒนาและปรับปรุงคลองเปรมประชากรนี้เป็นโครงการของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย&nbsp;โดยทาง&nbsp;ศอญ.&nbsp;ได้รับมาดำเนินการ&nbsp;และแจ้งจังหวัดที่คลองเปรมประชากรเส้นนี้ได้ไหลผ่าน&nbsp;ประมาณ&nbsp;56&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ปทุมธานี&nbsp;นนทบุรี&nbsp;และกรุงเทพมหานคร&nbsp;ในส่วนที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;รับผิดชอบระยะทาง&nbsp;8&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;โดยมอบให้คณะทำงานฯ&nbsp;ที่ได้แต่งตั้งไปกำหนดวิธีแก้ไขปัญหาน้ำเสียในพื้นที่คลองเปรมประชากร&nbsp;ตั้งแต่ระดับครัวเรือนไปสู่ชุมชน&nbsp;เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;โดยมีหน่วยงานที่มีส่วนรับผิดชอบ&nbsp;อาทิ&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัด&nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัด&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;โครงการชลประทานจังหวัด&nbsp;โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษารังสิตเหนือ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;อำเภอบางปะอิน&nbsp;อำเภอบางไทร&nbsp;องค์การจัดการน้ำเสีย&nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;6&nbsp;ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด&nbsp;และประชาสัมพันธ์จังหวัด&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ที่ประชุมได้รายงานความก้าวหน้า&nbsp;สถานการณ์คุณภาพน้ำ&nbsp;การบำบัดน้ำเสีย</strong>&nbsp;ความก้าวหน้าการก่อสร้างสะพานข้ามคลองเปรมประชากร&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;และรายงานปัญหาอุปสรรคในการรื้อถอนสะพานไม้ชั่วคราว&nbsp;ต.บางกระสั้น&nbsp;และ&nbsp;ต.เชียงรากน้อย&nbsp;อ.บางปะอิน&nbsp;รวมทั้งเสนอแผนเตรียมจัดกิจกรรมจิตอาสารักษ์คลองเปรมประชากร&nbsp;ในวันที่&nbsp;29&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ตำบลบางกระสั้น&nbsp;เพื่อเป็นการสืบสาน&nbsp;รักษา&nbsp;และต่อยอด&nbsp;ตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว</p><p><br></p><p>ข่าว&nbsp;:&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา</p><p>เว็บไซต์&nbsp;:<a&nbsp;href=\"&nbsp;https://ayutthaya.prd.go.th/\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\">&nbsp;https://ayutthaya.prd.go.th/</a></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","พระนครศรีอยุธยา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422181845665"],
    [366,"กรมชลประทาน เตรียมพร้อมส่งน้ำให้เกษตรกรพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งเชียงราก เพาะปลูกข้าวนาปี ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ได้สั่งการให้สำนักเครื่องจักรกล&nbsp;เร่งนำเครื่องสูบน้ำเข้าติดตั้ง&nbsp;บริเวณปากคลองส่งน้ำ&nbsp;6&nbsp;ขวา&nbsp;ต.หนองหม้อ&nbsp;อ.ตาคลี&nbsp;จ.นครสวรรค์&nbsp;เพื่อสูบน้ำจากคลองชัยนาท-ป่าสัก&nbsp;เข้าสู่คลองส่งน้ำ&nbsp;6&nbsp;ขวา&nbsp;สำหรับให้เกษตรกรในพื้นที่ลุ่มต่ำเชียงราก&nbsp;อ.ตาคลี&nbsp;จ.นครสวรรค์&nbsp;อ.สรรพยา&nbsp;จ.ชัยนาท&nbsp;และอ.อินทร์บุรี&nbsp;จ.สิงห์บุรี&nbsp;ได้เริ่มเพาะปลูก&nbsp;ตามการปรับปฏิทินการเพาะปลูกให้เร็วขึ้น&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรสามารถเก็บเกี่ยวแล้วเสร็จก่อนฤดูน้ำหลากจะมาถึง&nbsp;เป็นการลดความเสี่ยงผลผลิตทางการเกษตรเสียหาย&nbsp;จากนั้นจะใช้พื้นที่ลุ่มต่ำเป็นพื้นที่รับน้ำหลาก&nbsp;ลดผลกระทบพื้นที่ตอนล่างในระยะต่อไป&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นอกจากนี้&nbsp;ยังได้สั่งการให้โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามโนรมย์</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;เร่งกำจัดวัชพืชและขุดลอกตะกอนดินในคลอง&nbsp;6&nbsp;ขวา&nbsp;เพื่อให้การลำเลียงน้ำมายังพื้นที่ลุ่มต่ำเชียงราก&nbsp;เป็นไปอย่างเต็มศักยภาพ&nbsp;สามารถส่งน้ำให้เกษตรกรได้เพาะปลูกตามแผนที่กำหนดไว้ได้อย่างทั่วถึง</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-04-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422200624740"],
    [367,"เกษตรปะเหลียน ลงพื้นที่ให้บริการปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรประจำปี 2565 ในพื้นที่ตำบลปะเหลียน","<p><strong>สำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน&nbsp;โดยนายสุภัทธ&nbsp;คงด้วง&nbsp;เกษตรอำเภอปะเหลียน</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางสาวศัลยา&nbsp;มานะกล้า&nbsp;และ&nbsp;นางบุหลัน&nbsp;ทักษิณาวาณิชย์&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;ร่วมกับผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&nbsp;ลงพื้นที่หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;,7&nbsp;ตำบลปะเหลียน&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์&nbsp;สร้างการรับรู้เกี่ยวกับหลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนเกษตรกร&nbsp;และการปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้ได้มีเกษตรกรมาเข้ารับบริการปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;104&nbsp;ราย&nbsp;</strong>ณ&nbsp;ศาลาเอนกประสงค์&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;บ้านลำปลอก&nbsp;และที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;บ้านวังเจริญ&nbsp;ตำบลปะเหลียน&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-22T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422185638686"],
    [368,"มหกรรมอาหารทะเลยิ่งใหญ่ จังหวัดสงขลา พลิกวิกฤตเป็นโอกาสกระจายสินค้าประมงคุณภาพดีสู่ครัวเรือนผู้บริโภค","<p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดมหกรรมอาหาร&nbsp;2&nbsp;ทะเล&nbsp;3&nbsp;น้ำและการกระจายสินค้าประมงพื้นบ้านสู่ผู้บริโภคจังหวัดสงขลา&nbsp;(Fisherman&nbsp;Market)&nbsp;ว่า&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;โดยกรมประมง&nbsp;ดำเนินการช่วยเหลือชาวประมงพื้นบ้านชาวประมงในพื้นที่จังหวัดชายทะเลทั้ง&nbsp;23&nbsp;จังหวัด&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ด้วยการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ&nbsp;กระจายสินค้าประมงพื้นบ้านสู่ผู้บริโภค&nbsp;เพื่อสร้างรายได้พลิกคืนเศรษฐกิจครัวเรือนชาวประมงพื้นบ้านที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ให้เร็วที่สุด&nbsp;</p><p>กรมประมง&nbsp;เริ่มดำเนินโครงการดังกล่าว&nbsp;มาตั้งแต่วันที่&nbsp;17&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ผ่านมา&nbsp;จนถึงปัจจุบัน&nbsp;เกิดประโยชน์ต่อชาวประมงพื้นบ้าน&nbsp;รวมไปถึงผู้ประกอบการประมงทั้ง&nbsp;23&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้เป็นอย่างดี&nbsp;ทำให้ชาวประมงพื้นบ้านมีช่องทางตลาดเพิ่มขึ้น&nbsp;ทำให้การกระจายผลผลิตไปสู่ผู้บริโภคเป็นไปอย่างทั่วถึง&nbsp;โดยกำหนดเปิดจุดจำหน่ายสินค้าประมงขึ้น&nbsp;ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค&nbsp;โดยเปิดโอกาสให้ชาวประมงพื้นบ้านและผู้ประกอบการได้นำสินค้าและผลิตภัณฑ์ประมงต่างๆ&nbsp;มาจำหน่ายให้กับผู้บริโภคโดยตรง&nbsp;ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี&nbsp;</p><p><strong>การจัดกิจกรรมในครั้งนี้</strong>&nbsp;จะเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ตลาดปลาแห่งนี้เป็นตลาดขายสินค้าประมงที่มีคุณภาพของจังหวัดสงขลา&nbsp;ซึ่งหลังจากที่มาตรการต่างๆ&nbsp;เริ่มผ่อนคลาย&nbsp;เชื่อว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาจังหวัดสงขลาเป็นจำนวนมาก&nbsp;สินค้าที่ดีมีคุณภาพจะเป็นจุดขายของจังหวัด&nbsp;จึงอยากให้พี่น้องชาวประมงรักษามาตรฐานที่ดีแบบนี้เอาไว้&nbsp;โดยกรมประมงจะมาช่วยตรวจสอบคุณภาพสินค้า&nbsp;ซึ่งถือเป็นการการันตีคุณภาพของสินค้าได้&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;มุ่งหวังจะให้มี&nbsp;Fisherman&nbsp;Market&nbsp;ทุกจังหวัด&nbsp;เพื่อเพิ่มช่องทางให้กับชาวประมง&nbsp;โดยเฉพาะชาวประมงพื้นบ้านได้มีช่องทางการกระจายสินค้าสู่ผู้บริโภคต่อไป</p><p><strong>ด้านนายเฉลิมชัย&nbsp;สุวรรณรักษ์&nbsp;อธิบดีกรมประมง&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;กิจกรรมในวันนี้&nbsp;มีการจัดนิทรรศการของหน่วยงานกรมประมงในจังหวัดสงขลา&nbsp;ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;กลุ่มแปลงใหญ่ปลากะพงขาว&nbsp;องค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นและการจำหน่ายสินค้าจากร้านค้าของกลุ่มประมงพื้นบ้านและวิสาหกิจชุมชนกว่า&nbsp;40&nbsp;ร้าน&nbsp;ที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;ภายใต้ความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่มาร่วมงานในวันนี้ไม่น้อยกว่า&nbsp;300&nbsp;คน&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้เตรียมพันธุ์สัตว์น้ำ</strong>&nbsp;จำนวน&nbsp;4,012,000&nbsp;ตัว&nbsp;ได้แก่&nbsp;ปูม้า&nbsp;3,000,000&nbsp;ตัว&nbsp;กุ้งแชบ๊วย&nbsp;1,000,000&nbsp;ตัว&nbsp;ปลาตะกรับ&nbsp;10,000&nbsp;และปลากะพงขาว&nbsp;2,000&nbsp;ตัว&nbsp;เพื่อปล่อยลงสู่แหล่งน้ำชุมชน&nbsp;มุ่งหวังให้เกิดประโยชน์ต่อไปในอนาคตด้วย</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-04-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422193414703"],
    [369,"จนท.ภาครัฐ และประชาชนจิตอาสา อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ร่วมกิจกรรมโครงการป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติ กรณีฉุกเฉินเหตุการณ์ภัยแล้ง","<p><strong>วันที่&nbsp;22&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;13.00&nbsp;น.</strong>&nbsp;นายทศพล&nbsp;สินยบุตร&nbsp;นายอำเภอปาย&nbsp;ได้มอบหมายให้&nbsp;นายภูรีภัทร&nbsp;พิพัฒน์พงศธร&nbsp;ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงอำเภอปาย&nbsp;และนายพิเชษฐ&nbsp;พุ่มนวน&nbsp;ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคงอำเภอปาย&nbsp;นำกำลังสมาชิก&nbsp;อส.&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;นายเรืองฤทธิ์&nbsp;ผลดี&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;(ปภ.จ.มส.),&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลโป่งสา,&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน,&nbsp;ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน,&nbsp;ทหาร&nbsp;และประชาชนจิตอาสา&nbsp;ตำบลโป่งสา&nbsp;อำเภอปาย&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอนจำนวน&nbsp;กว่า&nbsp;50&nbsp;คน&nbsp;ร่วมกิจกรรมโครงการป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติ&nbsp;กรณีฉุกเฉิน&nbsp;เหตุการณ์ภัยแล้ง&nbsp;ภายใต้โครงการ&nbsp;ราษฏร์&nbsp;รัฐ&nbsp;ร่วมใจ&nbsp;&nbsp;ป้องกันภัยแล้ง&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;บ้านห้วยเดื่อ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลโป่งสา&nbsp;อำเภอปาย&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;กิจกรรมดังกล่าวได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;โดยนายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ซึ่งเป็นงบเชิงป้องกันและยับยั้งภัยพิบัติ&nbsp;กรณีฉุกเฉิน&nbsp;เหตุการณ์ภัยแล้ง&nbsp;สำหรับพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภคและบริโภค&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;โดยการดำเนินการซ่อมแซมท่อน้ำประปาที่เสียหาย&nbsp;ชำรุด&nbsp;วางระบบน้ำจากลำห้วยต้นน้ำส่งเข้าหมู่บ้าน&nbsp;เพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภค&nbsp;ในส่วนของอำเภอปาย&nbsp;ได้รับอนุมัติโครงการดังกล่าวจำนวน&nbsp;&nbsp;2&nbsp;โครงการ&nbsp;งบประมาณทั้งสิ้น&nbsp;857,600&nbsp;บาท&nbsp;มีพื้นที่ดำเนินการ&nbsp;2&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;บ้านป่าซาง&nbsp;(บ้านบริวาล)&nbsp;บ้านห้วยหก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลเวียงเหนือ&nbsp;และบ้านห้วยเดื่อ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลโป่งสา&nbsp;อำเภอปาย&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p><strong>โดยสถานการณ์ปัญหาภัยแล้งปี&nbsp;2564&nbsp;</strong>ได้ส่งผลกระทบให้กับประชาชนเป็นจำนวนมาก&nbsp;โดยเฉพาะราษฏรบนพื้นที่สูง&nbsp;ซึ่งประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก&nbsp;ขาดแคลนน้ำอุปโภค&nbsp;บริโภคเป็นจำนวนมาก&nbsp;การจัดกิจกรรมโครงการดังกล่าว&nbsp;ทางจังหวัดคาดว่าจะสามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในช่วงภัยแล้งได้เป็นอย่างดี</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-04-22T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422183517670"],
    [370,"รมว.เกษตร เปิด \"มหกรรมอาหาร 2 ทะเล 3 น้ำ\" 22-24 เมษายนนี้ ประเดิม Fisherman Market สงขลา ยกทัพสินค้าประมงพื้นบ้าน เพิ่มช่องทางกระจายผลผลิตสู่ผู้บริโภค และเปิดตลาด อบจ.สงขลา ตลาดปลาสงขลา Night market","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ดร.เฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;</strong>เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;\"มหกรรมอาหาร&nbsp;2&nbsp;ทะเล&nbsp;3&nbsp;น้ำ&nbsp;และการกระจายสินค้าประมงพื้นบ้านสู่ผู้บริโภคจังหวัดสงขลา&nbsp;(Fisherman&nbsp;Market\"&nbsp;ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;22&nbsp;-&nbsp;24&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ตลาดโคกไร่&nbsp;ตำบลพะวง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;โดยมี&nbsp;นายเฉลิมชัย&nbsp;สุวรรณรักษ์&nbsp;อธิบดีกรมประมง&nbsp;นายเจษฎา&nbsp;จิตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;นายไพเจน&nbsp;มากสุวรรณ์&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา&nbsp;เรือโท&nbsp;นพดล&nbsp;จันทรมณี&nbsp;ประมงจังหวัดสงขลา&nbsp;และประชาชนในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;สุวรรณรักษ์&nbsp;อธิบดีกรมประมง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>\"มหกรรมอาหาร&nbsp;2&nbsp;ทะเล&nbsp;3&nbsp;น้ำ&nbsp;และการกระจายสินค้าประมงพื้นบ้านสู่ผู้บริโภคจังหวัดสงขลา&nbsp;(Fisherman&nbsp;Market)\"&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องชาวประมงพื้นบ้านในจังหวัดสงขลา&nbsp;ตามนโยบายของ&nbsp;ดร.เฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ที่สั่งการให้กรมประมงเร่งดำเนินการช่วยเหลือชาวประมงพื้นบ้านในพื้นที่&nbsp;23&nbsp;จังหวัดชายทะเลที่ได้รับผลกระทบจากการขาดช่องทางการจำหน่ายสินค้าสัตว์น้ำ&nbsp;กรมประมงจึงได้มีการดำเนินงานภายใต้โครงการกระจายสินค้าประมงพื้นบ้านสู่ผู้บริโภค&nbsp;(Fisherman&nbsp;Market)&nbsp;มาตั้งแต่วันที่&nbsp;17&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;จนถึงปัจจุบัน&nbsp;เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ&nbsp;โดยการจัดหาพื้นที่จำหน่ายสินค้า&nbsp;พร้อมทั้งสนับสนุนองค์ความรู้ด้านการแปรรูปสินค้าและการพัฒนาบรรจุภัณฑ์</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>การจัดกิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;เกิดจากความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานสังกัดกรมประมง</strong>&nbsp;หน่วยงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในพื้นที่จังหวัดสงขลา&nbsp;และองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา&nbsp;โดยภายในงานมีการเปิดตลาด&nbsp;Fisherman&nbsp;Market&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;เพื่อเป็นพื้นที่ในการจำหน่ายสินค้าจากกลุ่มประมงพื้นบ้านและวิสาหกิจชุมชนกว่า&nbsp;40&nbsp;ร้าน&nbsp;พร้อมนิทรรศการให้ความรู้จากส่วนราชการและองค์กรภาคประชาชนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังมีการมอบแผ่นป้ายเงินอุดหนุนโครงการพัฒนาอาชีพและส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนประมง&nbsp;(กิจกรรมพัฒนาอาชีพชุมชนประมง)&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ให้แก่ผู้แทนองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นในเขตจังหวัดสงขลา&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;กลุ่ม&nbsp;กลุ่มละ&nbsp;100,000&nbsp;บาท&nbsp;และกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ&nbsp;จำนวน&nbsp;2,012,000&nbsp;ตัว&nbsp;ได้แก่&nbsp;ปูม้า&nbsp;1&nbsp;ล้านตัว&nbsp;กุ้งแชบ๊วย&nbsp;1&nbsp;ล้านตัว&nbsp;ปลาตะกรับ&nbsp;10,000&nbsp;ตัว&nbsp;และปลากะพงขาว&nbsp;2,000&nbsp;ตัว&nbsp;บริเวณหลังวิทยาลัยประมงติณสลานนท์&nbsp;เพื่อปลุกจิตสำนึกการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำในพื้นที่จังหวัดสงขลาอีกด้วย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>อธิบดีกรมประมง&nbsp;กล่าวทิ้งท้ายว่า&nbsp;กรมประมงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า&nbsp;การจัดกิจกรรมในครั้งนี้</strong>จะเป็นการประชาสัมพันธ์สินค้าสัตว์น้ำและสินค้าประมงแปรรูปที่สำคัญของจังหวัดสงขลาให้เป็นที่รู้จัก&nbsp;สามารถแก้ปัญหาการขาดช่องทางจำหน่ายสินค้าประมงพื้นบ้านในจังหวัดสงขลา&nbsp;ชาวประมงสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์พร้อมกับพัฒนาทักษะการขาย&nbsp;การแปรรูป&nbsp;และบรรจุภัณฑ์&nbsp;อันจะนำไปสู่การสร้างคุณค่า&nbsp;และเพิ่มมูลค่าสินค้าสัตว์น้ำจนสามารถพลิกฟื้นเศรษฐกิจระดับครัวเรือนได้ต่อไปในอนาคต</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-22T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สวท.สงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422193135702"],
    [371,"อากาศแปรปรวน น้ำมันเตรียมขยับ กดดันต้นทุนการเลี้ยงสัตว์พุ่ง เกษตรกรขอความเข้าใจ ปล่อยให้กลไกตลาดทำงาน","<p>สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่แปดริ้ว จำกัด สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่สุพรรณบุรี จำกัด สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ชลบุรี จำกัด และชมรมผู้เลี้ยงไก่ไข่จังหวัดเชียงใหม่ลำพูน ประกาศปรับราคาแนะนำไข่ไก่คละ ณ หน้าฟาร์มเกษตรกร ขึ้นอีกฟองละ 10 สตางค์ จากราคา 3.40 บาทต่อฟอง เป็น 3.50 บาทต่อฟอง ด้วยปัญหาสะสมจากต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่มีราคาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยังไม่มีทีท่าว่าจะคลี่คลายในเร็ววันนี้ เป็นประเด็นหลักที่กดดันให้เกษตรกรต้องตัดสินใจปรับราคาขึ้นในครั้งนี้</p><p><br></p><p>นายสุเทพ สุวรรณรัตน์ นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ภาคใต้ กล่าวถึงสาเหตุที่เกษตรกรจำเป็นต้องปรับราคาไข่ไก่ขึ้น เนื่องจากปัญหาต้นทุนการเลี้ยงต่างๆ เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่สูงขึ้นมาตลอด แต่กลับไม่ได้รับการช่วยเหลือใดๆ จากภาครัฐ ยิ่งช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน สภาพอากาศของไทยเกิดแปรปรวนอย่างหนัก อากาศร้อนจัด สลับพายุฝน ผลผลิตไข่ไก่และแม่ไก่เสียหายมาก แม่ไก่ไม่ออกไข่ มีบางส่วนเจ็บป่วยล้มตายไป เพราะปรับตัวไม่ทันกับสภาพอากาศ จนทำให้ปริมาณผลผลิตไข่ลดลงประมาณ 10% สวนทางกับการบริโภคที่คึกคักในช่วงเทศกาลวันหยุดยาวที่ผ่านมา การปรับเพิ่มราคาเป็นเพียงการสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงเท่านั้น</p><p><br></p><p>เรื่องราคาอาหารที่ปรับขึ้นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในบ้านเรา แต่เกิดขึ้นกับทุกประเทศทั่วโลก จากปัจจัยภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น หลังจากการระบาดของโควิด-19 ผนวกกับภาวะขาดแคลนสินค้าจากปัญหาห่วงโซ่อุปทานโลกชะงักงัน ที่ผลักดันให้ต้นทุนราคาสินค้าและอาหารปรับสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา และยังมีสถานการณ์การสู่รบระหว่างรัสเซียกับยูเครน กดดันให้ราคาสินค้าทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นไปอีก</p><p><br></p><p>ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ สหรัฐอเมริกา ชาติมหาอำนาจและผู้นำด้านการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคของโลก ที่ขณะนี้กำลังเผชิญหน้ากับปัญหาการแพร่ระบาดของไข้หวัดนกครั้งใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่ปี 2558 โดยกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ ยืนยันการแพร่ระบาดของโรคใน 27 รัฐ นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซ้ำความต้องการบริโภคไข่ก็เพิ่มสูงขึ้นในช่วงอีสเตอร์ รวมถึงสงครามยูเครนที่ยังคงยืดเยื้อ สร้างแรงกระเพื่อมอันหนักหน่วงต่อห่วงโซ่อุปทานในสหรัฐฯ ส่งผลให้ราคาไข่ไก่พุ่งสูงขึ้นรุนแรงที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา&nbsp;</p><p><br></p><p>กลับมาที่ภาคปศุสัตว์ไทยที่ยังมีปัญหาใหญ่ในประเทศ จากวิกฤติวัตถุดิบขาดแคลน โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในภาคการผลิตอาหารสัตว์ ที่ยังไม่มีทางออกว่าภาครัฐจะแก้ปัญหานี้อย่างไร เนื่องจากประเทศไทยผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ได้เพียง 5 ล้านตันต่อปี ไม่เพียงพอกับความต้องการใช้ในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ที่มากถึง 8 ล้านตัน โดยมีมาตรการรัฐที่ยังคงเป็นอุปสรรค ทั้งมาตรการข้าวโพด 3:1 และภาษีนำเข้ากากถั่วเหลือง 2% รวมถึงปัญหาของโลกจากสถานการณ์สู้รบในยูเครน ที่ผลักดันให้ราคาธัญพืชทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ พบว่าต้นทุนการผลิตส่วนนี้เพิ่มขึ้นมากกว่า 30  40% แล้ว และมีแนวโน้มที่จะปรับตัวสูงขึ้นอีก ตราบใดที่การสู้รบระหว่างสองประเทศผู้ผลิตและส่งออกธัญพืชรายสำคัญของโลก ยังไม่อาจบรรลุข้อตกลงระหว่างกันได้&nbsp;</p><p><br></p><p>ปัญหานี้ไม่ได้กระทบเพียงราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์เท่านั้น หากแต่ยังลุกลามไปถึงปัญหาด้านพลังงาน เนื่องจากรัสเซียเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อันดับสามของโลก รองจากสหรัฐฯ และซาอุดีอาระเบีย รัสเซียมีการส่งออกน้ำมันดิบราว 5 ล้านบาร์เรลต่อวัน มากกว่าครึ่งหนึ่งถูกส่งไปยังสหภาพยุโรป ขณะที่ก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียคิดเป็น 40% ของการนำเข้าก๊าซธรรมชาติทั้งหมดในสหภาพยุโรป การประกาศจำกัดการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากรัสเซีย ของสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และสหภาพยุโรป ย่อมทำให้ราคาพลังงานที่สูงอยู่แล้วมีโอกาสพุ่งขึ้นไปอีก&nbsp;</p><p><br></p><p>เท่ากับต้นทุนด้านพลังงานที่เป็นหนึ่งในต้นทุนสำคัญในภาคการขนส่งสินค้าเกษตรและการเลี้ยงสัตว์ ต้องปรับสูงขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย ล่าสุดภาคขนส่งของไทยส่งสัญญาณว่า จำเป็นต้องปรับขึ้นค่าขนส่งทั่วประเทศขั้นต่ำ 15% หรืออาจมากกว่า 20% เพื่อให้เป็นไปตามกลไกตลาดและราคาน้ำมันดีเซล หลังจากที่รัฐบาลจะเลิกตรึงราคา 30 บาทต่อลิตร ในวันที่ 1 พฤษภาคม ที่จะถึงนี้</p><p><br></p><p>ปัญหาเบื้องหน้าที่กำลังรอเกษตรกรอยู่นี้ เปรียบเหมือนมรสุมลูกใหญ่ที่ท้าทายภาคผู้เลี้ยงอีกระรอก ยังไม่นับปัญหาภัยแล้งที่มาเยือนเช่นทุกปี ที่เกษตรกรจะต้องเตรียมรับมือด้วยการจัดหาน้ำใช้สำหรับสัตว์ในฟาร์ม อย่างเช่น การเลี้ยงไก่ไข่ที่ปกติไก่หนึ่งตัวจะกินน้ำเป็น 3 เท่าของการกินอาหาร ตามมาตรฐานไก่กินอาหารที่ 120 กรัมต่อวัน เท่ากับจะต้องกินน้ำ 360 ซีซีต่อวัน แต่ในช่วงอากาศร้อนไก่จะกินน้ำเพิ่มเป็นกว่า 400 ซีซีต่อวัน ยกตัวอย่างการเลี้ยงไก่จำนวน 100,000 ตัว จำเป็นต้องใช้น้ำประมาณ 40,000 ลิตรต่อวัน กลายเป็นภาระการจัดซื้อน้ำที่เกษตรกรไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ รวมทั้งต้นทุนด้านอื่นๆด้วย</p><p><br></p><p>เกษตรกรขอให้ผู้บริโภคเข้าใจในภาระและปัญหาสะสมที่พวกเขาต้องเผชิญ การเพิ่มขึ้นของราคาไข่ไก่แผงละ 3 บาท (ต่อ 30 ฟอง) ที่เป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยของผู้บริโภคนี้ เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยต่อชีวิตผู้เลี้ยงให้สามารถฝ่าฟันปัญหาต่างๆไปได้ เพื่อให้คนไทยมีโปรตีนคุณภาพดีราคาถูกไว้บริโภคต่อไป ที่สำคัญการปล่อยให้กลไกตลาดทำงาน ให้เกษตรกรได้มีโอกาสขายสินค้าในราคาที่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง คือแนวทางแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนของเรื่องนี้</p>","2022-04-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422184121676"],
    [372,"ผลกระทบรอบด้าน กดดันเกษตรกร","<p>ภาคปศุสัตว์ต้องประสบกับต้นทุนการเลี้ยงสัตว์ที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2563 โดยเฉพาะต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่เพิ่มขึ้น 30-40 % และยังคงสูงเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งส่วนนี้คิดเป็นต้นทุนการเลี้ยงสัตว์ 70-80 % ยิ่งเมื่อประสบกับภาวะสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน ที่ต่างก็เป็นผู้ส่งออกธัญพืชรายใหญ่ของโลก ยิ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นให้ราคาธัญพืชทั้งข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และข้าวสาลี เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p>สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาได้ส่งผลต่อต้นทุนการเลี้ยงสัตว์ที่เพิ่มสูงขึ้น&nbsp;เนื่องจากทิศทางวัตถุดิบอาหารสัตว์มีราคาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ประเทศไทยสามารถผลิตได้ประมาณ 5 ล้านตันต่อปี ต่ำกว่าความต้องการใช้ที่มีอยู่รวม 8 ล้านตันต่อปี&nbsp;ทำให้ต้องมีการนำเข้าอีกจำนวน 3 ล้านตันต่อปี&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย เสนอให้ภาครัฐพิจารณายกเลิกภาษีนำเข้ากากถั่วเหลือง 2 % ยกเลิกมาตรการควบคุมการนำเข้าข้าวสาลี 3:1 ส่วน และเปิดนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายใต้กรอบ WTO, AFTA เป็นการชั่วคราว โดยยกเลิกโควต้าภาษีและค่าธรรมเนียมให้สามารถนำเข้าในปริมาณที่ขาดแคลนสำหรับปี 2565 นี้&nbsp;เพื่อช่วยลดต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ ตั้งแต่เดือนมกราคม 2565 ที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย บอกว่า จนถึงขณะนี้แนวทางที่มีการนำเสนอดังกล่าว ยังไม่มีข้อสรุปใดออกมา ทั้งที่กรมการค้าภายในมีข้อมูลมากพอที่จะตัดสินใจได้อยู่แล้ว</p><p><br></p><p>ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์หลักอย่างข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากปี 2564 ที่ราคากิโลกรัมละ 10 บาท ได้ปรับมาเป็นกิโลกรัมละ 12  13 บาท หรือปรับเพิ่มขึ้นแล้ว 30%&nbsp;ผลที่เกิดขึ้นตามมาส่งผลต่อต้นทุนการเลี้ยงของเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ทั่วประเทศเพิ่มขึ้น ล่าสุด คณะอนุกรรมการต้นทุนการผลิตสุกร ได้ประเมินต้นทุนการผลิตสุกรขุนไตรมาส 2/2565 ที่กิโลกรัมละ&nbsp;98.81 บาท นับเป็นต้นทุนที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์</p><p><br></p><p>ยิ่งสภาพอากาศของประเทศไทยในช่วงฤดูร้อนนี้ ไม่เพียงตัวสัตว์จะต้องเผชิญกับอากาศที่ร้อนอย่างมากเท่านั้น หากแต่ศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร คาดการณ์สถานการณ์ภัยแล้งปี 2565 ว่า อาจมีแนวโน้มขาดแคลนน้ำ&nbsp;โดยไทยเริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูแล้งตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นมา อุณหภูมิเริ่มสูงขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม และอาจต่อเนื่องยาวนานจนถึงกลางเดือนพฤษภาคมนี้&nbsp;แถมสภาพอากาศที่ค่อนข้างแปรปรวน หนาวสลับร้อน ในหลายพื้นที่ยังต้องเสี่ยงภัยกับฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรง&nbsp;&nbsp;ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของสัตว์ เป็นอุปสรรคต่อการปรับตัว ทำให้สัตว์เกิดความเครียดสะสม&nbsp;และมีอัตราเสียหายมากขึ้น ยิ่งส่งผลให้มีต้นทุนการเลี้ยงสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำให้โรงเรือนมีความเย็นในระดับคงที่&nbsp;ต้องใช้ไฟฟ้าในการเดินระบบในการควบคุมและระบายอากาศมากขึ้น ขณะที่บางฟาร์มใช้การปั่นมอเตอร์พัดลม ด้วยน้ำมัน ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายด้านพลังงานเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งยังต้องใช้น้ำมากขึ้นทั้งน้ำกินและน้ำใช้&nbsp;ยิ่งในพื้นที่ที่เคยประสบปัญหาภัยแล้ง มีความจำเป็นต้องซื้อน้ำใช้ จะมีต้นทุนเพิ่ม 3,000-6,000 บาทต่อวัน งานนี้เรียกว่าเป็นวิกฤตซ้อนวิกฤตสำหรับภาคปศุสัตว์&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>ขณะที่เกษตรกรขายสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มได้เพียง 94 - 98 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนเกษตรกรเลี้ยงไก่เนื้อยังถูกขอให้รักษาระดับราคาขายไก่หน้าฟาร์มไว้ที่ 40 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งเท่ากับต้นทุนการเลี้ยงที่ 40 บาทต่อกิโลกรัม ด้านผู้เลี้ยงไก่ไข่ก็ทุกข์ไม่แพ้กัน เพราะต้องตรึงราคาขายไข่ไก่คละหน้าฟาร์มที่ฟองละ 3.40 บาท ตามที่ภาครัฐขอความร่วมมือไว้ โดยผลผลิตไข่ไก่ช่วงนี้เป็นไข่ไก่คละเล็กและคละกลาง ทำให้ขายได้ในราคาต่ำกว่าราคาประกาศ&nbsp;เกษตรกรจึงไม่สามารถขายผลผลิตได้ตามราคาที่สะท้อนต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง</p><p><br></p><p>การปล่อยให้ความต้องการของตลาดเป็นปัจจัยชี้นำราคา&nbsp;ถือเป็นแนวทางที่จะช่วยให้เกษตรกรสามารถอยู่รอดในอาชีพได้อย่างยั่งยืน และยังเป็นการเสริมสร้างความมั่นคงอาหารที่เข้มแข็งเพื่อคนไทย</p><p><br></p><p>สาริทธิ์ สันห์ฤทัย</p>","2022-04-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422184153677"],
    [373,"ผู้ว่าฯ อยุธยา เปิดประชุมติดตามการแก้ไขปัญหาน้ำเสียในพื้นที่คลองเปรมประชากร เตรียมจัดกิจกรรมรณรงค์การมีส่วนร่วมของชาวริมสองฝั่งคลองและจิตอาสารักษ์คลองเปรมประชากร","<p><strong>นายวีระชัย&nbsp;นาคมาศ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะทำงานแก้ไขปัญหาน้ำเสียในพื้นที่คลองเปรมประชากร&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นายประพันธ์&nbsp;ตรีบุบผา&nbsp;ปลัดจังหวัด&nbsp;นายสิทธิวีร์&nbsp;วรรณพฤกษ์&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัด&nbsp;นางพิศมัย&nbsp;เลิศอิทธิบาท&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัด&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมมงคลบพิตร&nbsp;2&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;</p><p><strong>นายวีระชัย&nbsp;นาคมาศ&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;โครงการพัฒนาและปรับปรุงคลองเปรมประชากรนี้เป็นโครงการของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย&nbsp;โดยทาง&nbsp;ศอญ.&nbsp;ได้รับมาดำเนินการ&nbsp;และแจ้งจังหวัดที่คลองเปรมประชากรเส้นนี้ได้ไหลผ่าน&nbsp;ประมาณ&nbsp;56&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ปทุมธานี&nbsp;นนทบุรี&nbsp;และกรุงเทพมหานคร&nbsp;ในส่วนที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;รับผิดชอบระยะทาง&nbsp;8&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;โดยมอบให้คณะทำงานฯ&nbsp;ที่ได้แต่งตั้งไปกำหนดวิธีแก้ไขปัญหาน้ำเสียในพื้นที่คลองเปรมประชากร&nbsp;ตั้งแต่ระดับครัวเรือนไปสู่ชุมชน&nbsp;เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;โดยมีหน่วยงานที่มีส่วนรับผิดชอบ&nbsp;อาทิ&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัด&nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัด&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;โครงการชลประทานจังหวัด&nbsp;โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษารังสิตเหนือ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;อำเภอบางปะอิน&nbsp;อำเภอบางไทร&nbsp;องค์การจัดการน้ำเสีย&nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;6&nbsp;ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด&nbsp;และประชาสัมพันธ์จังหวัด&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ที่ประชุมได้รายงานความก้าวหน้า&nbsp;สถานการณ์คุณภาพน้ำ&nbsp;การบำบัดน้ำเสีย&nbsp;</strong>ความก้าวหน้าการก่อสร้างสะพานข้ามคลองเปรมประชากร&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;และรายงานปัญหาอุปสรรคในการรื้อถอนสะพานไม้ชั่วคราว&nbsp;ต.บางกระสั้น&nbsp;และ&nbsp;ต.เชียงรากน้อย&nbsp;อ.บางปะอิน&nbsp;รวมทั้งเสนอแผนเตรียมจัดกิจกรรมจิตอาสารักษ์คลองเปรมประชากร&nbsp;ในวันที่&nbsp;29&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ตำบลบางกระสั้น&nbsp;เพื่อเป็นการสืบสาน&nbsp;รักษา&nbsp;และต่อยอด&nbsp;ตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;</p><p><br></p><p>ข่าว&nbsp;:&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;</p><p>เว็บไซต์&nbsp;:&nbsp;<a&nbsp;href=\"https://ayutthaya.prd.go.th/\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\">https://ayutthaya.prd.go.th/</a></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","พระนครศรีอยุธยา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422194019717"],
    [374,"ภาคีเครือข่ายสิ่งแวดล้อมร่วมตรวจสอบผลกระทบจากการประกอบกิจการโรงงานรีไซเคิลยางรถยนต์ จังหวัดนครราชสีมา","<p><strong>วันนี้&nbsp;(22&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;นายบัญชา&nbsp;ขุนสูงเนิน&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;11&nbsp;</strong>พร้อมด้วยนางสงกรานต์&nbsp;ประจันตะเสน&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนสิ่งแวดล้อม&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ร่วมกับผู้แทนสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;อำเภอขามสะแกแสง&nbsp;และองค์การบริหารส่วนตำบลพะงาด&nbsp;ตรวจสอบข้อเท็จจริงผลกระทบจากการประกอบกิจการโรงงานรีไซเคิลยางรถยนต์เก่าเพื่อผลิตเป็นเชื้อเพลิงทดแทน&nbsp;ในพื้นที่ตำบลพะงาด&nbsp;อำเภอขามสะแกแสง&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ผลการตรวจสอบสรุปได้&nbsp;ดังนี้</p><p>1.&nbsp;ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน&nbsp;ลำดับที่&nbsp;106&nbsp;ทำน้ำมันเชื้อเพลิงทดแทนจากยางใช้แล้วและเศษยางทั่วไป&nbsp;โดยผู้ประกอบการได้ก่อสร้างปรับปรุงโรงงานใหม่&nbsp;และเริ่มเดินเครื่องจักรทำการผลิตตั้งแต่วันที่&nbsp;16&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;</p><p>2.&nbsp;ไม่พบใบอนุญาตให้ประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ&nbsp;จึงมอบหมายให้องค์การบริหารส่วนตำบลพะงาดดำเนินการกำกับควบคุมตามอำนาจหน้าที่ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข&nbsp;พ.ศ.2535</p><p>3.&nbsp;เข้าตรวจสอบในโรงงานพบว่ามีเตาเผายางจำนวน&nbsp;12&nbsp;เตา&nbsp;ใช้เชื้อเพลิงน้ำมันทดแทนที่ผลิตเองโดยกระบวนการ&nbsp;Pyrolysis&nbsp;มีระบบบำบัดมลพิษทางอากาศชนิด&nbsp;Bag&nbsp;filter&nbsp;house&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;ชุด&nbsp;มีถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงทดแทนที่ผลิตได้&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ใบ&nbsp;รวมความจุ&nbsp;2,000&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;และมีระบบบำบัดไอระเหยจากถังเก็บกักด้วยถังกรอง&nbsp;โดยใช้วัสดุกรอง&nbsp;Activated&nbsp;Carbon&nbsp;ไม่มีการใช้น้ำในกระบวนการผลิต</p><p>4.&nbsp;จากการสำรวจชุมชนบริเวณด้านทิศตะวันออก&nbsp;และทิศตะวันตกของโรงงาน&nbsp;บริเวณบ้านหนองไอ้เผือก&nbsp;หมู่&nbsp;8&nbsp;ประชาชนให้ข้อมูลว่าจะได้รับผลกระทบกลิ่นเหม็นฉุนเป็นบางครั้งคราวโดยเฉพาะขณะที่มีลมพัด&nbsp;และได้รับผลกระทบเสียงดังจากกระบวนการผลิตในช่วงเวลากลางคืน</p><p>5.&nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;11&nbsp;จะสุ่มลงพื้นที่ตรวจวัดก๊าซอันตรายและผลกระทบเสียงรบกวน&nbsp;บริเวณชุมชนที่อยู่ใกล้เคียงโรงงาน&nbsp;และส่งผลการตรวจวัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายและกำกับควบคุมการประกอบกิจการมิให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-04-22T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422201808751"],
    [375,"ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ วุฒิสภาประชุมหารือการดำเนินโครงการปลูกป่าต้นยางนาและไม้มีค่าเฉลิมพระเกียรติที่จังหวัดนครราชสีมา","<p><strong>วันนี้&nbsp;(22&nbsp;เม.ย.65)เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.พลเอกสนั่น&nbsp;มะเริงสิทธิ์&nbsp;ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ&nbsp;วุฒิสภา</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมหารือการดำเนินโครงการปลูกป่าต้นยางนาและไม้มีค่าเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;เพื่อหารือแนวทางการดำเนินโครงการปลูกยางนา&nbsp;เสริมพื้นที่ป่าปลูกไม้ผล&nbsp;ไม้ยืนต้น&nbsp;ประดู่&nbsp;มะค่า&nbsp;ฯลฯ&nbsp;ทั้งนี้เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่า&nbsp;และพื้นที่สีเขียว&nbsp;เป็นกิจกรรมการปลูกฝังจิตสำนึกในการอนุรักษ์ต้นไม้&nbsp;และทรัพยากรป่าไม้ให้กับประชาชน&nbsp;โดยการประชุมในครั้งนี้มีหน่วยงานราชการและสถาบันการศึกษา&nbsp;อาทิ&nbsp;กองทัพภาคที่&nbsp;2/มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา/มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานและ&nbsp;มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี&nbsp;เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วย&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์นวัตกรรมแปรรูปและพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรแบบครบวงจรตามแนวพระราชดำริ&nbsp;(APIC&nbsp;-&nbsp;100&nbsp;ไร่)&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-04-22T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422204657754"],
    [376,"จ.ศรีสะเกษจัดกิจกรรมจิตอาสาจัดทำฝายชะลอน้ำ โครงการ \"รักษ์น้ำฟื้นป่า ฉลอง 130 ปี แห่งการสถาปนากระทรวงมหาดไทย","<p><strong>วันนี้&nbsp;(22&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;</strong>มอบหมายให้&nbsp;นายสำรวย&nbsp;เกษกุล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมจิตอาสาจัดทำฝายชะลอน้ำ&nbsp;ณ&nbsp;ลำห้วยโผ่น&nbsp;ตำบลโนนค้อ&nbsp;อำเภอโนนคูณ&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ตามโครงการ&nbsp;\"รักษ์น้ำฟื้นป่า&nbsp;ฉลอง&nbsp;130&nbsp;ปี&nbsp;แห่งการสถาปนากระทรวงมหาดไทย</p><p><strong>กระทรวงมหาดไทยได้กำหนดจัดกิจกรรมเป็นการพิเศษเนื่องในโอกาสการสถาปนากระทรวงมหาดไทย&nbsp;ครบ&nbsp;130&nbsp;ปี&nbsp;</strong>ในวันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เพื่อร่วมน้อมรำลึกถึงคุณูปการอเนกอนันต์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ&nbsp;กรมพระยาดำรงราชานุภาพ&nbsp;องค์ปฐมเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย&nbsp;โดยกระทรวงมหาดไทยมอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดจัดกิจกรรมลักษณะพิเศษ&nbsp;เน้นการดำเนินกิจกรรมที่เป็นสาธารณประโยชน์และสามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน&nbsp;และกรมการปกครองได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;จึงน้อมนำแนวทางศาสตร์พระราชาในการแก้ไขปัญหาที่สำคัญในพื้นที่&nbsp;จึงได้เสนอโครงการ&nbsp;\"รักษ์น้ำ&nbsp;ฟื้นป่าฉลอง&nbsp;๑๓๐&nbsp;ปี\"แห่งการสถาปนากระทรวงมหาดไทย&nbsp;</p><p><strong>จังหวัดศรีสะเกษได้รับการกำหนดเป็นพื้นที่เป้าหมายในพื้นที่&nbsp;อำเภอโนนคูณ</strong>&nbsp;จึงได้คัดเลือกพื้นที่จัดทำฝายชะลอน้ำ&nbsp;ณลำห้วยโผ่น&nbsp;หมู่ที่&nbsp;13&nbsp;ตำบลโนนค้อ&nbsp;เนื่องจากลำห้วยโผ่นเป็นลำห้วยที่ไหลผ่านหลายหมู่บ้านในพื้นที่ตำบลโนนค้อ&nbsp;ทำให้ประชาชนในพื้นที่&nbsp;มีน้ำใช้เพื่อการเกษตร&nbsp;บริเวณที่จัดทำฝายชะลอน้ำเดิมมีคันคูกั้นน้ำ&nbsp;แต่เมื่อปีที่แล้วมีกระแสน้ำไหลแรงทำให้คันคูขาดไม่สามารถกักเก็บน้ำได้&nbsp;ทำให้ประชาชนในพื้นที่มีน้ำไม่เพียงพอในการทำการเกษตร&nbsp;การจัดทำฝายชะลอน้ำจะทำให้สามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ในภัยแล้งได้อย่างเพียงพอ&nbsp;กิจกรรมในวันนี้ได้รับความร่วมมือจากจิตอาสาประชาชนในพื้นที่และส่วนที่เกี่ยวข้องทำฝายชะลอน้ำดังกล่าว&nbsp;โดยมีผู้แทนปลัดจังหวัด&nbsp;นายอำเภอโนนคูณ&nbsp;ผู้แทนพัฒนาการจังหวัด&nbsp;ผู้แทนเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด&nbsp;ผู้แทนหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด&nbsp;ผู้แทนท้องถิ่นจังหวัด&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการประจำอำเภอ&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ประชาชนและภาคเอกชน&nbsp;จิตอาสา&nbsp;ร่วมงานดังกล่าว</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;</p>","2022-04-22T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สวท.ศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422231734771"],
    [377,"จ.ศรีสะเกษ เปิดโครงการบ่อบำบัดสิ่งปฏิกูลเทศบาลตำบลปรางค์กู่  อำเภอปรางค์กู่  แก้ปัญหารถดูดส้วมไม่มีที่ทิ้งสิ่งปฏิกูล สาเหตุการแพร่เชื้อโรคและพยาธิ","<p><strong>วันนี้&nbsp;(22&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการบ่อบำบัดสิ่งปฏิกูลเทศบาลตำบลปรางค์กู่&nbsp;อำเภอปรางค์กู่&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนการจัดการสิ่งปฏิกูลอย่างถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล&nbsp;อันเป็น&nbsp;1&nbsp;ใน10&nbsp;&nbsp;วาระขับเคลื่อนจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ประเด็น&nbsp;คนศรีสะเกษสุขภาพดี&nbsp;กำจัดโรคพยาธิใบไม้ในตับ&nbsp;ซึ่งเกิดจากการรับประทานอาหารสุกๆดิบๆ&nbsp;ที่มีตัวพยาธิ&nbsp;ปนอยู่ในอุจจาระและถ่ายลงส้วม&nbsp;จากนั้นรถดูดส้วมสิ่งปฏิกูลนำไปทิ้งที่สาธารณะ&nbsp;เช่น&nbsp;ป่าร้าง&nbsp;สวน&nbsp;ไร่&nbsp;นา&nbsp;และปลา&nbsp;หอยกินเข้าไป&nbsp;และคนนำสัตว์พวกนี้มารับประทานเป็นอาหาร&nbsp;โดยไม่ผ่านการปรุงสุก&nbsp;ทำให้คนเกิดโรคพยาธิใบไม้ในตับและมะเร็งท่อน้ำดี&nbsp;โดยบ่อบำบัดสิ่งปฏิกูลเทศบาลตำบลปรางค์กู่&nbsp;เป็นโครงการบ่อบำบัดแห่งที่&nbsp;4&nbsp;ของจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;โดยใช้งบประมาณในการก่อสร้างทั้งสิ้นจำนวน&nbsp;497,000&nbsp;บาท&nbsp;โดยรวมกับการทำถนนและปรับสภาพภูมิทัศน์</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;เป็นประธานในกิจกรรมมหกรรม&nbsp;คนปรางค์กู่สุขภาพดี&nbsp;ปลอดโรคพยาธิใบไม้และมะเร็งท่อน้ำดี&nbsp;</strong>บูรณาการงานก้าวท้าใจ&nbsp;SEASON&nbsp;4&nbsp;ซึ่งอำเภอปรางค์กู่ได้รับเลือกให้เป็นอำเภอ&nbsp;Best&nbsp;practice&nbsp;ในการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคพยาธิใบไม้ตับ&nbsp;และมะเร็งท่อน้ำดีในปี&nbsp;2565&nbsp;กิจกรรมประกอบด้วย</p><p>1.&nbsp;การเยี่ยมชมการจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับโรคพยาธิใบไม้ตับ</p><p>2.&nbsp;การแสดงและจัดทำอาหารที่ถูกสุขลักษณะ&nbsp;</p><p>3.&nbsp;การแสดงและจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง&nbsp;ผลิตภัณฑ์สินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;</p><p>4.&nbsp;กิจกรรมการเต้นแอโรบิคแด๊นซ์&nbsp;ประกอบจังหวะ&nbsp;โดยทีม&nbsp;อสม.&nbsp;ในพื้นที่อำเภอปรางค์กู่</p><p><strong>การดำเนินกิจกรรมดังกล่าวปฏิบัติตามมาตรการ</strong>ภายใต้การควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;โดยมี&nbsp;นายแพทย์ปกรณ์&nbsp;ตุงคะเสรีรักษ์&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่&nbsp;10&nbsp;&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;นายอำเภอปรางค์กู่&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดอำเภอปรางค์กู่&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลปรางค์กู่&nbsp;ผู้บริหารสถานศึกษา&nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;อสม.&nbsp;และพี่น้องประชาชนอำเภอปรางค์กู่&nbsp;ร่วมในกิจกรรม</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-04-22T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สวท.ศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220422232058773"],
    [378,"สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ดร.สุวัฒน์&nbsp;มัตราช&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเลย&nbsp;มอบหมายให้สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย</strong>&nbsp;นำโดยนายทวีพงศ์&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;ตรวจเยี่ยมให้คำแนะนำการเลี้ยง&nbsp;การให้อาหาร&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การจัดการและเฝ้าระวังป้องกันโรคฯ&nbsp;แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงแพะ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เป็นนายภาณุพงศ์&nbsp;ศรีบุญ&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;65&nbsp;หมู่ที่&nbsp;10&nbsp;ตำบลโป่ง&nbsp;เลี้ยงแพะ&nbsp;จำนวน&nbsp;25&nbsp;ตัว&nbsp;ที่บ้านกกกระบาก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;10&nbsp;ตำบลโป่ง&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>แพะถือเป็นสัตว์ที่น่าเลี้ยงน่าสนใจน่าศึกษาอีกประเภทหนึ่ง</strong>&nbsp;เพราะว่าสามารถเลี้ยงเพื่อขายได้ทั้งเนื้อ&nbsp;นม&nbsp;ขน&nbsp;หรือแม้กระทั่งเขา&nbsp;แถมราคายังดีอีกด้วย&nbsp;แพะเป็นสัตว์เลี้ยงที่เชื่องที่สุดในจำนวนสัตว์ชนิดที่ใกล้เคียงกัน&nbsp;และตอนนี้ก็เป็นที่นิยมเลี้ยงกันในกลุ่มเกษตรกรในแต่ละพื้นที่&nbsp;มีทั้งเลี้ยงแบบเป็นรายได้เสริมและเลี้ยงแบบเป็นอาชีพหลักเปิดเป็นฟาร์มเลยก็มี&nbsp;และที่สำคัญในเรื่องการทำตลาดแพะสามารถทำได้หลากหลายช่องทาง&nbsp;เช่น&nbsp;แพะสวยงาม&nbsp;นำไปประกอบอาหารและผลิตลูกพันธุ์ดีให้กับผู้ที่สนใจเลี้ยงต่อไป&nbsp;เพราะแพะสามารถให้ลูกได้ไว&nbsp;โดย&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;อาจผลิตลูกได้เฉลี่ย&nbsp;3-4&nbsp;ครอก&nbsp;จึงได้ผลตอบแทนและคืนทุนให้กับผู้เลี้ยงได้ไม่ยาก</p>","2022-04-23T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220423093838791"],
    [379,"กอนช. ขอให้ประชาชนทั่วประเทศระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่ พร้อมระวังน้ำน้อย 2 เขื่อนขนาดใหญ่","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนทั่วประเทศระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่&nbsp;พร้อมระวังน้ำน้อย&nbsp;2&nbsp;เขื่อนขนาดใหญ่</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(23&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ภาคเหนือตอนล่าง&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;และภาคตะวันออกมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่&nbsp;ส่วนภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น&nbsp;ช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.จันทบุรี&nbsp;87&nbsp;&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;นครสวรรค์&nbsp;81&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และอุทัยธานี&nbsp;70&nbsp;&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;23,701&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;41&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p>","2022-04-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220423095544793"],
    [380,"ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือ กทม. และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากต่อเนื่องถึงวันที่ 30 เมษายน หลังฝนตกหลายพื้นที่ช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง","<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือ&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากต่อเนื่องถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;หลังฝนตกหลายพื้นที่ช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(23&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพดีมากหลายพื้นที่&nbsp;แนวโน้มค่าฝุ่นจะอยู่ในเกณฑ์ดีช่วงวันที่&nbsp;25&nbsp;-&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;แต่ต้องควบคุมการเกิดจุดความร้อนเพื่อช่วยลดการสะสมของฝุ่นลงได้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;25&nbsp;-&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;</p>","2022-04-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220423095922794"],
    [381,"โคราชชูศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน ผลิตปุ๋ยสั่งตัดและปุ๋ยอินทรีย์เคมี แก้ปัญหาชาวนายุคปุ๋ยแพง","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(23&nbsp;เม.ย.&nbsp;65)?&nbsp;นายจารพัฒน์&nbsp;ไตรพัฒนจันทร์&nbsp;รักษาการเกษตรอำเภอเมืองยาง&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา</strong>&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอ&nbsp;ลงพื้นที่ติดตาม&nbsp;เยี่ยมเยียนศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน&nbsp;(ศดปช.)&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลโนนอุดม&nbsp;อำเภอเมืองยาง&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;เพื่อติดตามการดำเนินงานของศูนย์ฯ&nbsp;พร้อมรับฟังปัญหาอุปสรรค&nbsp;และร่วมกันแก้ไขปัญหาให้ทันสถานการณ์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>รักษาการเกษตรอำเภอเมืองยาง&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอ&nbsp;ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกับคณะกรรมการฯ&nbsp;และสมาชิก&nbsp;ศดปช.</strong>&nbsp;จากนั้น&nbsp;เยี่ยมชมพื้นที่&nbsp;วัสดุอุปกรณ์ในการผลิตปุ๋ยสั่งตัดและปุ๋ยอินทรีย์เคมี&nbsp;พร้อมให้แนวทางในการผลิตปุ๋ยสั่งตัด&nbsp;ปุ๋ยอินทรีย์เคมีเพื่อจำหน่ายแก่เกษตรกรในชุมชนและเกษตรกรที่สนใจให้เพียงพอต่อความต้องการ&nbsp;ซึ่ง&nbsp;ศดปช.&nbsp;ตำบลโนนอุดม&nbsp;มีสมาชิก&nbsp;227&nbsp;คนจาก&nbsp;9&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;กำลังการผลิตปุ๋ยอินทรีย์เคมีในปีนี้&nbsp;120&nbsp;ตัน&nbsp;โดยขี้วัวที่นำมาผลิตรับซื้อจากเกษตรกรในชุมชนเพื่อเพิ่มรายได้อีกทางให้เกษตรกรผู้เลี้ยงวัว&nbsp;ขี้วัวเป็นทุนแลกปุ๋ยได้&nbsp;1&nbsp;รถ?&nbsp;ผลการดำเนินงานเป็นที่น่าพอใจมากเพราะเป็นศูนย์ฯ&nbsp;ที่มีการดำเนินงานมาตั้งแต่ปี&nbsp;2549&nbsp;มีการปันผลให้สมาชิก&nbsp;และช่วยเกษตรกรลดต้นทุนจากการซื้อปุ๋ยตามท้องตลาดมากกว่า&nbsp;20%&nbsp;โดยเฉพาะในปี&nbsp;2565&nbsp;ราคาปุ๋ยเคมีในท้องตลาดราคาสูงขึ้นถึง&nbsp;100%&nbsp;เกษตรกรที่เป็นสมาชิกจะยังสมารถซื้อปุ๋ยอินทรีย์เคมีในราคาเดิม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ปัญหาที่ประสบในช่วงนี้คือไม่สามารถซื้อแม่ปุ๋ย&nbsp;มาผลิตปุ๋ยสั่งตัดได้</strong>&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอฯ&nbsp;จะได้นำข้อมูลนี้เพื่อหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดับจังหวัด&nbsp;เพื่อให้&nbsp;ศดปช.&nbsp;สามารถดำเนินการผลิตปุ๋ยสั่งตัดเพื่อเกษตรกรอำเภอเมืองยางได้มีปุ๋ยใช้ในฤดูกาลผลิตนี้ต่อไป</p><p><br></p>","2022-04-23T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220423113559814"],
    [382,"กรมชลประทาน ร่วมมือ ADCA ภายใต้การสนับสนุนจากรัฐบาลญี่ปุ่น ศึกษาวิจัยแนวทางบริหารจัดการน้ำที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;ร่วมมือกับ&nbsp;Agriculture&nbsp;Development&nbsp;Consultant&nbsp;Association&nbsp;(ADCA)&nbsp;แห่งรัฐบาลญี่ปุ่น&nbsp;ดำเนินการศึกษาวิจัยแนวทางบริหารจัดการน้ำที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย&nbsp;โดยเลือกจังหวัดชลบุรี&nbsp;ที่แนวโน้มความต้องการใช้น้ำเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อพัฒนาด้านอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว&nbsp;ในการศึกษาวิจัยครั้งนี้&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">จังหวัดชลบุรี&nbsp;เป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;3&nbsp;จังหวัดในเขตพื้นที่พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(EEC)</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ที่มีความต้องการใช้น้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เนื่องจากเป็นที่ตั้งของท่าเรือแหลมฉบัง&nbsp;ท่าเรือขนส่งสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังเป็นที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง&nbsp;นิคมอุตสาหกรรมอมตะนครและเมืองพัทยา&nbsp;เมืองท่องเที่ยวที่สำคัญของไทย&nbsp;หากไม่มีการเสริมความมั่นคงให้น้ำต้นทุนและดูแลคุณภาพน้ำ&nbsp;ในอนาคตย่อมเกิดความเสี่ยงต่อปัญหาการขาดแคลนน้ำได้&nbsp;โดยมีอ่างเก็บน้ำบางพระ&nbsp;เป็นแหล่งน้ำต้นทุนขนาดใหญ่&nbsp;ที่จะใช้สนับสนุนการใช้น้ำของทุกภาคส่วน&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการอุปโภคบริโภค&nbsp;การอุตสาหกรรม&nbsp;การท่องเที่ยวและการเกษตร&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">สำหรับการศึกษาวิจัยในครั้งนี้</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี&nbsp;2560&nbsp;โดย&nbsp;ADCA&nbsp;ได้นำเทคโนโลยีการวัดปริมาณน้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำ&nbsp;พร้อมระบบประมวลผล&nbsp;มาติดตั้งบริเวณลำห้วยต่างๆ&nbsp;ที่ไหลลงอ่างเก็บน้ำบางพระ&nbsp;รวมทั้งการติดตั้งสถานีวัดน้ำฝน&nbsp;การติดตั้งระบบการวัดคุณภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำและการวัดปริมาณน้ำไหลออก&nbsp;สำหรับเทคโนโลยีที่&nbsp;ACDA&nbsp;นำมาใช้&nbsp;ทำให้ได้ข้อมูลที่สามารถนำมากำหนดเวลาที่เหมาะสมในการผันน้ำมาใช้ในแต่ละช่วงเวลาของปี&nbsp;รวมไปถึงการส่งน้ำที่มีคุณภาพเหมาะสมต่อทุกกิจกรรมใช้น้ำ&nbsp;ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำในระบบอ่างฯพวงได้เป็นอย่างดี&nbsp;และภายในปี&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;ADCA&nbsp;จะส่งมอบอุปกรณ์ต่างๆ&nbsp;พร้อมจัดทำคู่มือดูแลบำรุงรักษา&nbsp;Software&nbsp;และ&nbsp;Hardware&nbsp;ทั้งระบบให้กับกรมชลประทาน&nbsp;เพื่อใช้งานต่อไป&nbsp;ปัจจุบันการบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำ&nbsp;จะให้ความสำคัญกับน้ำกินน้ำใช้เป็นอันดับต้นๆ&nbsp;เนื่องจากมีความต้องการใช้สูงขึ้นเรื่อยๆ&nbsp;ในขณะที่แหล่งเก็บกักน้ำต้นทุนมีจำกัด&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">หากสามารถควบคุม&nbsp;จัดการน้ำต้นทุนที่มีอยู่อย่างมีคุณภาพได้</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;จะช่วยขับเคลื่อนการใช้น้ำในทุกภาคส่วนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดอย่างพอเพียง&nbsp;สอดรับกับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-04-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220423205129929"],
    [383,"พอใจผลการเยือนลาว เพิ่มการขนส่งสินค้าเกษตรบนเส้นทางรถไฟ จีน-ลาว จับมือท่าบกท่านาแล้งเคลียร์ปัญหาคอขวด","<p><strong>นายอลงกรณ์&nbsp;พลบุตร&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;เปิดเผยวันนี้ภายหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจการเยือน&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;21&nbsp;-&nbsp;22&nbsp;เมษายนนี้&nbsp;ว่า&nbsp;พอใจต่อผลการเจรจาความร่วมมือกับบริษัทเวียงจันทน์โลจิสติกส์ปาร์คและบริษัทท่าบกท่านาแล้ง&nbsp;ในการเพิ่มศักยภาพระบบรถไฟ&nbsp;ลาว-จีน&nbsp;ในการขนส่งสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้นและแก้ปัญหาคอขวดของระบบโลจิสติกส์&nbsp;</p><p><strong>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;มีนโยบายอีสานเกตเวย์เชื่อมไทย&nbsp;เชื่อมลาว&nbsp;เชื่อมโลก&nbsp;โดยความร่วมมือระหว่าง&nbsp;3&nbsp;ประเทศ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ไทย-ลาว-จีน&nbsp;ในการพัฒนาการขนส่งระบบใหม่คือ&nbsp;รถไฟลาว-จีนให้เป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการค้าระหว่างประเทศ&nbsp;ด้วยระบบโลจิสติกส์ผสมผสาน&nbsp;ราง-รถ&nbsp;ในการขนส่งสินค้าต่างๆ&nbsp;โดยเฉพาะสินค้าเกษตรจากไทยไปสู่จีน&nbsp;เอเซียกลาง&nbsp;ตะวันออกกลางและยุโรปภายใต้การทำงานเชิงรุกร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน&nbsp;</p><p><strong>การเจรจากับประธานบริหารบริษัทเวียงจันทน์โลจิสปาร์ค</strong>&nbsp;และคณะผู้บริหารบริษัทท่าบกท่านาแล้ง&nbsp;เห็นพ้องต้องกันในการเพิ่มขบวนรถไฟ&nbsp;การเพิ่มตู้สินค้า&nbsp;การอำนวยความสะดวกการขนส่งสินค้าผ่านแดน&nbsp;การเชื่อมโยงท่าบกท่านาแล้วกับสถานีเวียงจันทน์ใต้&nbsp;การพัฒนาสถานีขนถ่ายสินค้า&nbsp;การพัฒนาระบบการจองขบวนรถสินค้าและการเพิ่มตู้คอนเทนเนอร์และการเปิดบริการด่านตรวจโรคพืชที่ด่านรถไฟโมฮ่าน&nbsp;ภายในเดือนมิถุนายน&nbsp;หรือพฤษภาคมปีนี้&nbsp;จะทำให้การขนส่งผลไม้ภายใต้พิธีสารไทย-จีนด้วยระบบรางสะดวกรวดเร็วมากขึ้นโดยจะใช้เวลาเพียง&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;วันจากเวียงจันทน์ถึงคุนหมิง&nbsp;รวมไปถึงข้อเสนอเพิ่มเติมเรื่องการพัฒนาระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างด่านหนองคายกับท่าบกท่านาแล้งเพื่อแก้ปัญหาความล่าช้าของพิธีการเอกสารและการจราจรที่ติดขัดบริเวณพรมแดน&nbsp;ซึ่งเป็นปัญหาคอขวดมานานโดยจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด&nbsp;รวมทั้งข้อเสนอให้เปิดด่าน&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;โดยจะรายงานผลการเจรจาให้กับนายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป</p><p><br></p>","2022-04-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220423201536919"],
    [384,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(22&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศเพียง&nbsp;93&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&nbsp;45&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;14&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;13&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;12&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;8&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;1&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;ตาก&nbsp;14&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;พระนครศรีอยุธยา&nbsp;10&nbsp;จุด&nbsp;และพิจิตร&nbsp;6&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนเพิ่มขึ้นจากวันก่อนเล็กน้อย&nbsp;เนื่องจากเกิดฝนตกในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;22&nbsp;เมษายน&nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;14,876&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;13,135&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;9,318&nbsp;จุด&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาวันนี้&nbsp;724&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็น&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;139&nbsp;จุด</p>","2022-04-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220423133730844"],
    [385,"พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประกาศประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2564/65 รอบที่ 1 (งวดที่ 23)","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นางสาวยุพา&nbsp;นาคา&nbsp;พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;แจ้งประกาศคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์การอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ในการชดเชยส่วนต่างตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;(งวดที่&nbsp;23)&nbsp;ที่ระบุวันคาดว่าจะเก็บเกี่ยวระหว่างวันที่&nbsp;11-17&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;สำหรับข้าวเปลือกชนิดต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ณ&nbsp;ความชื้นไม่เกิน&nbsp;15&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;และการชดเชยส่วนต่างระหว่างราคาประกับรายได้กับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิง&nbsp;มีอัตราส่วนต่างที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรใช้ในการจ่ายให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;สำหรับการจ่ายเงินงวดที่&nbsp;23&nbsp;ในวันที่&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ดังนี้&nbsp;ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่&nbsp;ตันละ&nbsp;12,100.95&nbsp;บาท&nbsp;ชดเชยตันละ&nbsp;1,899.05&nbsp;บาท&nbsp;,&nbsp;ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี&nbsp;ตันละ&nbsp;10,805.13&nbsp;บาท&nbsp;ชดเชยตันละ&nbsp;194.87&nbsp;,&nbsp;ข้าวเปลือกเจ้า&nbsp;ตันละ&nbsp;8,673.09&nbsp;บาท&nbsp;,&nbsp;ชดเชยตันละ&nbsp;1,326.91&nbsp;บาท&nbsp;และข้าวเปลือกเหนียว&nbsp;ตันละ&nbsp;9,473.79&nbsp;บาท&nbsp;ชดเชยตันละ&nbsp;2,526.21&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;</p>","2022-04-23T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220423142844850"],
    [386,"อยุธยาเมืองต้นน้ำ จัดพัฒนาคลองสวยน้ำใส เตรียมปรับภูมิทัศน์เป็นแหล่งท่องเที่ยวตลาดนัดชุมชนริมคลองเปรมเร็วๆนี้","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายวีระชัย&nbsp;นาคมาศ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;โครงการพัฒนาและปรับปรุงคลองเปรมประชากรนี้เป็นโครงการของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย&nbsp;โดยทาง&nbsp;ศอญ.&nbsp;ได้รับมาดำเนินการ&nbsp;และแจ้งจังหวัดที่คลองเปรมประชากรเส้นนี้ได้ไหลผ่าน&nbsp;ประมาณ&nbsp;56&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ปทุมธานี&nbsp;นนทบุรี&nbsp;และกรุงเทพมหานคร&nbsp;ในส่วนที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;รับผิดชอบระยะทาง&nbsp;8&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;โดยมอบให้คณะทำงานฯ&nbsp;ที่ได้แต่งตั้งไปกำหนดวิธีแก้ไขปัญหาน้ำเสียในพื้นที่คลองเปรมประชากร&nbsp;ตั้งแต่ระดับครัวเรือนไปสู่ชุมชน&nbsp;เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;โดยมีหน่วยงานที่มีส่วนรับผิดชอบ&nbsp;อาทิ&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัด&nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัด&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;โครงการชลประทานจังหวัด&nbsp;โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษารังสิตเหนือ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;อำเภอบางปะอิน&nbsp;อำเภอบางไทร&nbsp;องค์การจัดการน้ำเสีย&nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;6&nbsp;ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด&nbsp;และประชาสัมพันธ์จังหวัด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;ที่ประชุมได้รายงานความก้าวหน้า&nbsp;สถานการณ์คุณภาพน้ำ&nbsp;การบำบัดน้ำเสีย&nbsp;ความก้าวหน้าการก่อสร้างสะพานข้ามคลองเปรมประชากร&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;แห่ง</strong>&nbsp;และรายงานปัญหาอุปสรรคในการรื้อถอนสะพานไม้ชั่วคราว&nbsp;ตำบลบางกระสั้น&nbsp;และตำบลเชียงรากน้อย&nbsp;อำเภแบางปะอิน&nbsp;รวมทั้งเสนอแผนเตรียมจัดกิจกรรมจิตอาสารักษ์คลองเปรมประชากร&nbsp;ในวันที่&nbsp;29&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ตำบลบางกระสั้น&nbsp;เพื่อเป็นการสืบสาน&nbsp;รักษา&nbsp;และต่อยอด&nbsp;ตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว</p>","2022-04-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","พระนครศรีอยุธยา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220423155214858"],
    [387,"ย้ำจีนเชื่อมั่นมาตรการ GMP plus ป้องกันทุเรียนส่งออกปนเปื้อนโควิด-19","<p><strong>นายระพีพัฒน์&nbsp;จันทรศรีวงศ์&nbsp;อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ตามที่นางสาวมนัญญา&nbsp;&nbsp;ไทยเศรษฐ์&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรีเพื่อติดตามมาตรการจัดการส่งออกผลไม้ตามที่นายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยสถานกาณ์การส่งออกผลไม้ทุเรียนในภาคตะวันออกในฤดูการผลิตปี&nbsp;2565&nbsp;โดยได้มอบหมายให้กรมวิชาการเกษตรและผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีกำกับดูแลให้มีการใช้มาตรการ&nbsp;GMP&nbsp;plus&nbsp;กับโรงคัดบรรจุและให้ความรู้กับเกษตรกรที่ได้รับการรับรอง&nbsp;GAP&nbsp;ที่ผลิตผลไม้ส่งออกไปจีนเพื่อป้องกันไม่ให้มีเชื้อโควิด&nbsp;-19&nbsp;&nbsp;ปนเปื้อนไปกับตู้สินค้า&nbsp;บรรจุภัณฑ์และผลไม้&nbsp;ซึ่งจะทำให้สินค้าถูกทำลาย&nbsp;หรือถูกระงับการส่งออก&nbsp;ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงต่อการส่งออกผลไม้ที่เป็นข้อห่วงใยของทุกภาคส่วนในปัจจุบัน&nbsp;&nbsp;เนื่องจากผลผลิตทุเรียนในปี&nbsp;2565&nbsp;นี้มีจำนวนเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาจำนวนมาก&nbsp;และยืนยันว่า&nbsp;นางมนัญญา&nbsp;กำชับให้กรมวิชาการเกษตรควบคุมกำกับดูแลดำเนินการฆ่าเชื้อและตรวจสอบการปนเปื้อนเชื้อโควิด&nbsp;-19&nbsp;ภายใต้มาตรการ&nbsp;GMP&nbsp;plus&nbsp;เท่านั้น&nbsp;ซึ่งเป็นมาตรการที่หน่วยงานศุลกากรแห่งชาติจีน&nbsp;(GACC)&nbsp;ได้ติดตามสุ่มตรวจประเมินโรงคัดบรรจุผลไม้หรือทุเรียนมาแล้ว&nbsp;</p><p><strong>ผลการประเมินอยู่ในระดับที่น่าพอใจของ&nbsp;GACC&nbsp;</strong>ดังนั้นโรงคัดบรรจุ&nbsp;หรือผู้ส่งออกจึงไม่มีความจำเป็นต้องได้รับการรับรองจากหน่วยงานอื่นๆ&nbsp;เช่น&nbsp;องค์กรตรวจสอบและรับรองมาตรฐานจีน&nbsp;(CCIC)&nbsp;เนื่องจากจะทำให้โรงคัดบรรจุมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น&nbsp;ทั้งนี้ขอย้ำทำความเข้าใจกับผู้ส่งออกและเจ้าของโรงคัดบรรจุให้เข้มงวดตามมาตรการ&nbsp;GMP&nbsp;plus&nbsp;ก็เพียงพอแล้ว&nbsp;&nbsp;และกรมวิชาการเกษตรไม่ได้สนับสนุนให้โรงคัดบรรจุ&nbsp;หรือผู้ส่งออกต้องนำผลผลิตเข้ารับการฆ่าเชื้อและติดสติกเกอร์ของ&nbsp;CCIC&nbsp;เพิ่มเติมในการส่งออกผลไม้&nbsp;หรือทุเรียนส่งออกไปจีน&nbsp;รวมทั้งกรมวิชาการเกษตรยังไม่ได้ให้การรับรองมาตรฐานให้กับ&nbsp;CCIC&nbsp;ด้วย</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-04-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220423200721912"],
    [388,"ทช. แจ้งความดำเนินคดีกรมชลประทาน บุกรุกป่าชายเลนที่กำลังก่อสร้างโครงการแก้มลิงเกาะพระทอง ด้าน \"วราวุธ\" เตือนให้หน่วยงานรัฐอย่าข้ามขั้นตอนกฎหมายขอใช้พื้นที่ป่าชายเลน","<p><strong>กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;แจ้งความดำเนินคดีกรมชลประทาน&nbsp;บุกรุกป่าชายเลนที่กำลังก่อสร้างโครงการแก้มลิงเกาะพระทอง&nbsp;(โครงการฟื้นฟูหนองน้ำทุ่งอุ่น)&nbsp;ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เตือนให้หน่วยงานรัฐอย่าข้ามขั้นตอนกฎหมายขอใช้พื้นที่ป่าชายเลน</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายโสภณ&nbsp;ทองดี&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;กล่าวถึงการร้องเรียนโครงการแก้มลิงเกาะพระทอง&nbsp;(โครงการฟื้นฟูหนองน้ำทุ่งอุ่น)&nbsp;พร้อมอาคารประกอบบริเวณตำบลเกาะพระทอง&nbsp;อำเภอคุระบุรี&nbsp;จังหวัดพังงา&nbsp;ขององค์การบริหารส่วนตำบลเกาะพระทองและสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่&nbsp;15&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำในพื้นที่เกาะพระทอง&nbsp;ได้บุกรุกป่าชายเลนและป่าสงวนโดยไม่ได้รับอนุญาตก่อนดำเนินการเนื้อที่กว่า&nbsp;428&nbsp;ไร่&nbsp;วงเงินงบประมาณกว่า&nbsp;350&nbsp;ล้านบาทว่า&nbsp;พื้นที่ทั้งหมดอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเลนและเขตป่าไม้ถาวรทั้งแปลง&nbsp;ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่คาบเกี่ยวกับเขตป่าชายเลนตามมติคณะรัฐมนตรี&nbsp;พบต้นไม้ถูกทำลายตลอดทั้งแปลง&nbsp;โดยหน่วยงานที่เข้าดำเนินการอ้างมีเอกสารเป็นหนังสือสำคัญที่หลวงและสามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องขออนุญาต&nbsp;แต่ในความเป็นจริงการดำเนินการในที่ดินที่ทำให้เสื่อมสภาพป่า&nbsp;แผ้วถาง&nbsp;เผาป่า&nbsp;ทำไม้&nbsp;หรือกระทำด้วยประการใดๆอันเป็นการทำลายป่าในที่ดินสาธารณประโยชน์ที่ยังมิได้มีบุคคลใดได้มาตามประมวลกฎหมายที่ดินนั้นที่ดินดังกล่าวยังคงอยู่ภายใต้บังคับกฎหมายป่าไม้&nbsp;ซึ่งต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่&nbsp;จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;ไม่พบเอกสารคำขออนุญาตใช้ประโยชน์มายังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เพื่อขอยกเว้นมติคณะรัฐมนตรีในการใช้พื้นที่แม้จะเป็นโครงการเพื่อสาธารณะประโยชน์ก็ตาม&nbsp;ถือเป็นการบุกรุกแผ้วถาง&nbsp;ทำลายป่าชายเลนโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่&nbsp;จึงได้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรคุระบุรีลงวันที่&nbsp;22&nbsp;เมษายน&nbsp;มีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2484&nbsp;และพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2507&nbsp;,&nbsp;พระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2558&nbsp;,&nbsp;พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2535&nbsp;แล้วยังขัดต่อมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่&nbsp;23&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2534&nbsp;และวันที่&nbsp;17&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2543&nbsp;ที่ห้ามมิให้อนุญาตการใช้ประโยชน์ในเขตป่าชายเลนทุกกรณีทั้งภาครัฐและเอกชน&nbsp;หากมีความจำเป็นจะต้องเข้าใช้ประโยชน์โดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้ต้องขอยกเว้นมติคณะรัฐมนตรีเป็นกรณีๆไป&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้เร่งรัดทั้งคดีอาญาและคดีแพ่งในการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายและ&nbsp;ทช.ได้มีหนังสือแจ้งไปยังอธิบดีกรมชลประทานให้ระงับการดำเนินการโครงการดังกล่าวในทันทีตามอำนาจมาตรา&nbsp;17&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2558&nbsp;สำหรับการประเมินความเสียหายเบื้องต้นจากการบุกรุกทำลายป่าชายเลนมีมูลค่ากว่า&nbsp;29&nbsp;ล้านบาท&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตนเองเข้าใจในความประสงค์ดีขององค์การบริหารส่วนตำบลเกาะพระทองและกรมชลประทานที่ต้องการช่วยเหลือประชาชนที่ขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภคและน้ำเพื่อการเกษตร&nbsp;แต่ควรต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัดเช่นกัน&nbsp;หากกระทำผิดต้องอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมาย&nbsp;จึงกำชับอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;อย่างชัดเจนให้ดำเนินการตรวจสอบและพิจารณาตามข้อกฎหมายอย่างเร่งด่วนและเป็นธรรม&nbsp;รวมถึง&nbsp;ให้เร่งปลูกป่าชายเลนฟื้นฟูสภาพป่าให้กลับมาสมบูรณ์เช่นเดิมและไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำอีก&nbsp;โดยขอให้พื้นที่นี้เป็นตัวอย่างให้กับพื้นที่และโครงการอื่นๆของทุกส่วนราชการทั่วประเทศขอให้ตรวจสอบข้อกฎหมายทุกอย่างให้ชัดเจนก่อนดำเนินการตามแผนงาน</p>","2022-04-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220423180034886"],
    [389,"เกษตรกรพ้อต้นทุนเลี้ยงหมูสูงเป็นประวัติการณ์ ซ้ำต้องขายขาดทุน ชี้ร้อน-เลี้ยงนานขึ้น","<p>นายสุนทราภรณ์ สิงห์รีวงศ์ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคเหนือ เปิดเผยว่า เกษตรกรกำลังเผชิญปัญหารอบด้าน โดยเฉพาะต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นถึง 98.81 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งถือว่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ราคาประกาศสุกรขุนมีชีวิตหน้าฟาร์มอยู่ที่ 94 - 98 บาทต่อกิโลกรัม เท่ากับว่าเกษตรกรยังคงแบกรับภาระขาดทุน แต่ผู้เลี้ยงยังยืนหยัดสู้เพื่อรักษาอาชีพเดียวนี้ไว้และประคับประคองการผลิตสุกรต่อไปเพื่อไม่ให้กระทบกับผู้บริโภค ทั้งที่ในภาคการเลี้ยงต่างได้รับผลกระทบจากภาวะต้นทุนการเลี้ยงที่สูงมาก จากปัจจัยราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ปรับตัวอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่กลางปี 2563 และถูกซ้ำเติมด้วยวิกฤติสงครามในยูเครน ที่ผลักดันให้ธัญพืชอาหารสัตว์ทุกชนิดราคาเพิ่มขึ้น และกระทบกับปัจจัยราคาน้ำมันที่สูงขึ้นด้วย ทั้งยังมีปัญหาสภาพอากาศร้อนแล้งและอากาศแปรปรวนที่ส่งผลต่อผลผลิต ทำให้มีอัตราเสียหายเพิ่มขึ้น สุกรโตช้า จำนวนสุกรจับออกน้อยลง ต้นทุนการเลี้ยงจึงสูงขึ้น และยังต้องซื้อน้ำสำหรับใช้ในฟาร์มในช่วงฤดูแล้งอีกด้วย</p><p><br></p><p><em>ราคาหมูเนื้อแดงในตลาดสดขณะนี้ประมาณ 160-180 บาทต่อกิโลกรัม ถือว่าเป็นราคาที่สมเหตุสมผลกับทุกฝ่าย ทั้งผู้เลี้ยง ผู้ขายหน้าเขียง และผู้บริโภค ขณะที่สมาคมผู้เลี้ยงสุกรในภูมิภาคต่างๆ ก็ให้ความร่วมมือกับห้างค้าปลีก-ค้าส่ง จำหน่ายหมูเนื้อแดงในราคา 154-155 บาทต่อกิโลกรัม เป็นทางเลือกและช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับผู้บริโภคอีกทางหนึ่ง ขณะเดียวกัน ทั้งสมาคมผู้เลี้ยงสุกร เกษตรกร และผู้ผลิตอาหารสัตว์ ต่างร่วมมือกันอย่างเต็มที่ในการสนับสนุนเกษตรกรผู้เพาะปลูกพืชอาหารสัตว์ ด้วยการซื้อข้าวโพดภายในประเทศ แม้ว่าต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่แพงทั่วโลก เกษตรกรก็ยังคงช่วยกันประคับประคองราคาหน้าฟาร์มไม่ให้เกินกิโลกรัมละ 100 บาท มาโดยตลอด หากเปรียบเทียบราคาหมูของไทยแล้ว ยังถูกกว่าประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ กัมพูชาที่ราคาขึ้นไปที่กิโลกรัมละ 100 กว่าบาทแล้ว ตามกลไกตลาดที่เกิดขึ้นจริงจากปริมาณหมูที่ไม่เพียงพอกับการบริโภค </em>นายสุนทราภรณ์ กล่าว</p><p><br></p><p>นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคเหนือ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ปริมาณผลผลิตสุกรลดลงจากปัญหาโรคระบาดเมื่อช่วงก่อนหน้า ผู้เลี้ยงที่มีระบบการป้องกันโรคที่ไม่ดีพอก็จะเสียหายมาก และกว่าจะกลับมาเลี้ยงรอบใหม่ได้ต้องใช้เวลาอีก 6-12 เดือน รายที่ยังสามารถเลี้ยงต่อไปได้ ก็เพราะให้ความสำคัญกับการยกระดับด้านการป้องกันโรคและระบบการเลี้ยงที่เป็นมาตรฐาน ทั้งเกษตรกรรายเล็กและรายกลาง ที่ปรับสู่มาตรฐาน GFM รวมถึงผู้ประกอบการและบริษัทเอกชน ที่ใช้มาตรฐาน GAP ตามที่กรมปศุสัตว์ผลักดัน ปัจจุบันอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกร ยังคงมีกลุ่มผู้เลี้ยงที่หลากหลาย ทั้งรายเล็ก รายกลาง และรายใหญ่ นอกจากนี้ผู้เลี้ยงยังปรับตัวกับสถานการณ์ ด้วยการเลี้ยงสุกรใหญ่ขึ้น จากปกติสุกรขุนจับออกจำหน่ายที่น้ำหนัก 100 กิโลกรัม เป็น 110-120 กิโลกรัม ทำให้ใช้ระยะเวลาเลี้ยงนานขึ้น อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงเวลาก็ต้องจับออก ไม่มีการกักหมูไว้เพื่อเก็งกำไร เพราะนั่นคือต้นทุนการผลิตที่ต้องเพิ่มขึ้นเช่นกัน ขอให้ผู้บริโภคเข้าใจภาระที่เกษตรกรต้องแบกรับ ซึ่งการบริโภคเนื้อสุกรของคนไทยที่ 19 กิโลกรัมต่อคนต่อปี หรือราว 1 กิโลกรัมกว่าๆ ต่อเดือนนั้น ทำให้ค่าครองชีพในส่วนนี้เพิ่มขึ้นเพียงไม่กี่บาท แต่กลับช่วยต่อลมหายใจให้เกษตรกรได้มีแรงทำอาชีพนี้ต่อ ไม่ต้องเลิกเลี้ยงไปจนหมด ซึ่งจะกระทบกับความมั่นคงอาหารของประเทศอย่างแน่นอน</p>","2022-04-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220423204405925"],
    [390,"ผอ.สวพ.6 เผย แนวฏิบัติหลังครบกำหนดวันตัดทุเรียนหมอนทอง","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายชลธี&nbsp;นุ่มหนู&nbsp;ผู้อำนวยสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่&nbsp;6&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;เนื่องจากวันที่&nbsp;25&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;จะครบกำหนดวันเก็บเกี่ยวทุเรียนหมอนทอง&nbsp;ตามคำสั่งจังหวัดจันทบุรี&nbsp;เพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน&nbsp;และเพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปในทิศทางเดียวกัน&nbsp;จึงขอให้ชี้แจงการทำงานของทีมเล็บเหยี่ยว&nbsp;ดังนี้&nbsp;วันที่&nbsp;24&nbsp;เมษายน&nbsp;ทีมเล็บเหยี่ยวจะตรวจ&nbsp;%&nbsp;แป้ง&nbsp;ก่อนปิดตู้ส่งออก&nbsp;(ตรวจทุกตู้)&nbsp;เป็นวันสุดท้าย&nbsp;และตั้งแต่วันที่&nbsp;25&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;จะจัดกลุ่มล้ง&nbsp;สีแดง&nbsp;สีเหลือง&nbsp;สีเขียว&nbsp;โดยจะสุ่มตรวจกลุ่มล้งสีแดงกับสีเหลืองเท่านั้น&nbsp;และล้งที่ได้รับแจ้งเบาะแส&nbsp;ส่วนการตรวจ&nbsp;GMP+&nbsp;ยังคงตรวจต่อเนื่องจนกว่าจะครบตามจำนวนล้งที่เปิดรับซื้อผลไม้&nbsp;และจัดชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็ว&nbsp;เข้าตรวจสอบล้งเมื่อได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ด่านตรวจพืชว่าพบทุเรียนอ่อน</p>","2022-04-24T00:00:00","ภาคตะวันออก","จันทบุรี","สวท.จันทบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220424075539954"],
    [391,"กอนช. ขอให้ประชาชนตอนบนของประเทศและภาคใต้ระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่ พร้อมเร่งส่งน้ำให้พื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งเชียงรากเพาะปลูกข้าวนาปี เพื่อได้เก็บเกี่ยวก่อนหน้าน้ำหลาก","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนตอนบนของประเทศและภาคใต้ระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่&nbsp;พร้อมเร่งส่งน้ำให้พื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งเชียงรากเพาะปลูกข้าวนาปี&nbsp;เพื่อได้เก็บเกี่ยวก่อนหน้าน้ำหลาก</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(24&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีฝนน้อยแต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;ช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.จันทบุรี&nbsp;71&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;53&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และเพชรบูรณ์&nbsp;49&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั่วประเทศทุกขนาด&nbsp;23,585&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;41&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้ติดตามการเตรียมส่งน้ำเข้าพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งเชียงราก&nbsp;เพื่อพร้อมรับมือฤดูฝนปีนี้&nbsp;โดยให้กรมชลประทาน&nbsp;เตรียมพร้อมส่งน้ำให้เกษตรกรพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งเชียงรากเพาะปลูกข้าวนาปี&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรได้เก็บเกี่ยวข้าวก่อนหน้าน้ำหลาก&nbsp;ด้วยการเร่งนำเครื่องสูบน้ำเข้าติดตั้งบริเวณปากคลองส่งน้ำ&nbsp;6&nbsp;ขวา&nbsp;ต.หนองหม้อ&nbsp;อ.ตาคลี&nbsp;จ.นครสวรรค์&nbsp;สูบน้ำจากคลองชัยนาท-ป่าสัก&nbsp;เข้าสู่คลองส่งน้ำ&nbsp;6&nbsp;ขวา&nbsp;สำหรับให้เกษตรกรในพื้นที่ลุ่มต่ำเชียงราก&nbsp;บริเวณ&nbsp;อ.ตาคลี&nbsp;จ.นครสวรรค์&nbsp;อ.สรรพยา&nbsp;จ.ชัยนาท&nbsp;และอ.อินทร์บุรี&nbsp;จ.สิงห์บุรี&nbsp;ซึ่งเริ่มเพาะปลูกตามการปรับปฏิทินการเพาะปลูกให้เร็วขึ้น&nbsp;โดยเกษตรกรสามารถเก็บเกี่ยวแล้วเสร็จก่อนหน้าน้ำหลากจะมาถึงนี้&nbsp;ถือเป็นการลดความเสี่ยงผลผลิตทางการเกษตรเสียหาย&nbsp;จากนั้นจะใช้พื้นที่ลุ่มต่ำเป็นพื้นที่รับน้ำหลากลดผลกระทบพื้นที่ตอนล่างต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;ยังให้โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามโนรมย์&nbsp;เร่งกำจัดวัชพืชและขุดลอกตะกอนดินในคลอง&nbsp;6&nbsp;ขวา&nbsp;เพื่อให้การลำเลียงน้ำมายังพื้นที่ลุ่มต่ำเชียงรากเป็นไปอย่างเต็มศักยภาพ&nbsp;สามารถส่งน้ำให้เกษตรกรได้เพาะปลูกตามแผนที่กำหนดได้อย่างทั่วถึง</p>","2022-04-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220424101544965"],
    [392,"ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือ กทม. และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากต่อเนื่องถึง 1 พ.ค. หลังฝนตกหลายพื้นที่ช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง","<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือ&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากต่อเนื่องถึงวันที่&nbsp;1&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;หลังฝนตกหลายพื้นที่ช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(24&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพดีมากถึงปานกลาง&nbsp;แนวโน้มค่าฝุ่นจะอยู่ในเกณฑ์ดีช่วงวันที่&nbsp;26&nbsp;เมษายน&nbsp;-&nbsp;1&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;แต่ต้องควบคุมการเกิดจุดความร้อนเพื่อช่วยลดการสะสมของฝุ่นลงได้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;26&nbsp;เมษายน&nbsp;-&nbsp;1&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;</p>","2022-04-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220424101749966"],
    [393,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้น ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคเหนือของไทย","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้น&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคเหนือของไทย</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(23&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;278&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&nbsp;99&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;84&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;34&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;30&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;22&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;9&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;49&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ตาก&nbsp;22&nbsp;จุด&nbsp;และสุพรรณบุรี&nbsp;20&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนเริ่มกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง&nbsp;ส่วนใหญ่พบมากบริเวณภาคเหนือและภาคกลาง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;23&nbsp;เมษายน&nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;14,969&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;13,164&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;9,410&nbsp;จุด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมา&nbsp;1,777&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็น&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;436&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในเมียนมา&nbsp;ส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณชายแดนภาคเหนือ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;</p>","2022-04-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220424102820967"],
    [394,"ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี ห่วงใยนักท่องเที่ยวทางทะเล หวั่นโดนพิษแมงกะพรุน สั่งการเจ้าหน้าเตรียมพร้อมช่วยเหลือทันทีเมื่อนักท่อเที่ยวประสบเหตุ เน้นย้ำ นักท่องเที่ยวเชื่อฟังคำแนะนำอย่างเคร่งครัด","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ได้รับรายงานการพบแมงกะพรุนบางชนิดในพื้นที่เขตรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทองมีพิษ&nbsp;ที่อาจจะสร้างความไม่ปลอดภัยให้แก่บรรดานักท่องเที่ยว&nbsp;ที่เดินทางมาพักผ่อนหย่อนใจในพื้นที่เขตรับผิดชอบของอุทยานฯซึ่งเป็นสถานที่ยอดฮิตในหมู่นักท่องเที่ยวในขณะนี้&nbsp;จึงได้สั่งการให้นายสาธิต&nbsp;ตันติกฤตยา&nbsp;นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ&nbsp;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง&nbsp;เตรียมความพร้อมในการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวจากแมงกะพรุนพิษ&nbsp;โดยให้เจ้าหน้าที่เตรียมความพร้อมและรับมือ&nbsp;เพื่อดูแลความปลอดภัยด้วยการ&nbsp;ติดตั้งป้ายเตือน&nbsp;พร้อมนำตาข่ายมาดักแมงกะพรุน&nbsp;พร้อมด้วยน้ำส้มสายชูและอุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้นในการดูแลผู้ที่ถูกพิษจากแมงกะพรุนไว้ให้ทันท่วงทีเมื่อเกิดเหตุการณ์&nbsp;รวมทั้งจัดเจ้าหน้าที่คอยลาดตระเวนตรวจสอบแมงกะพรุนในบริเวณพื้นที่เล่นน้ำ&nbsp;และพื้นที่ดำน้ำดูปะการัง&nbsp;ในทุกแหล่งท่องเที่ยว&nbsp;จัดเจ้าหน้าที่ประจำชายหาด&nbsp;ท่าเทียบเรือ&nbsp;หอสังเกตการณ์&nbsp;และห้องปฐมพยาบาล&nbsp;เพื่อคอยดูแลความปลอดภัย&nbsp;แจ้งเตือน&nbsp;และให้การช่วยเหลือนักท่องเที่ยว&nbsp;หากเกิดเหตุฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;จึงขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวที่ประกอบกิจกรรมว่ายน้ำ&nbsp;ดำน้ำ&nbsp;พายเรือคายัค&nbsp;ในเส้นทางและแนวทุ่นไข่ปลา&nbsp;ที่ทางอุทยานแห่งชาติกำหนดไว้&nbsp;พร้อมทั้งปฏิบัติตามกฎและระเบียบ&nbsp;และคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ฯ&nbsp;เพื่อความปลอดภัยตลอดทริปการท่องเที่ยวอย่างมีความสุข&nbsp;</p>","2022-04-24T00:00:00","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220424123957996"],
    [395,"สหกรณ์การเกษตรบ่อไร่ จำกัด เดินหน้ากระจายผลไม้ของเกษตรกรในจังหวัดตราด สู่ห้างสรรพสินค้า และตลาดปลายทางในประเทศตามจังหวัดต่าง ๆ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(24&nbsp;เม.ย.&nbsp;65)&nbsp;เจ้าหน้าที่สหกรณ์การเกษตรบ่อไร่&nbsp;จำกัด</strong>&nbsp;ร่วมกันดำเนินการคัดเลือก&nbsp;และบรรจุสับปะรดตราดสีทองที่รับซื้อจากเกษตรกรในตำบลด่านชุมพล&nbsp;เพื่อเตรียมสำหรับการนำส่งไปยังห้างสรรพสินค้าในกรุงเทพฯ&nbsp;ซึ่งเป็นหนึ่งในผลไม้หลายชนิดที่สหกรณ์การเกษตรบ่อไร่&nbsp;จำกัด&nbsp;ตั้งจุดรับซื้อผลผลิตผลไม้ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;จากสมาชิกเกษตรกร&nbsp;เพื่อกระจายผลผลิตไปยังจังหวัดปลายทาง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายเสกสรรค์&nbsp;คำปลิว&nbsp;ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรบ่อไร่&nbsp;จำกัด&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ผลผลิตสับปะรดตราดสีทองที่บรรจุในครั้งนี้ทางสหกรณ์&nbsp;ได้รับซื้อจากสมาชิกในตำบลด่าชุมพลเพื่อเตรียมจัดส่งให้กับห้างสรรพสินค้าเดอะมออล์กรุ๊ป&nbsp;ที่ทางสหกรณ์การเกษตรบ่อไร่&nbsp;จำกัด&nbsp;ทำสัญญาซื้อขายขายไว้&nbsp;ซึ่งนอกจากสับปะรดตราดสีทองแล้วทางสหกรณ์ฯ&nbsp;ยังได้จัดส่งผลไม้ชนิดต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นเงาะโรงเรียน&nbsp;เงาะสีทอง&nbsp;มังคุด&nbsp;มังคุดออร์แกนิก&nbsp;ลองกอง&nbsp;ลองกองออร์แกนิก&nbsp;ส่งไปยังห้างสรรสินค้าดังกล่าว&nbsp;ที่เปิดโอกาสให้ทางสหกรณ์ฯ&nbsp;รวบรวมผลผลิตจากเกษตรกรสมาชิกโดยตรงเพื่อส่งไปขายยังห้างสรรพสินค้า&nbsp;ซึ่งเป็นการช่วยยกระดับคุณภาพ&nbsp;และราคาให้กับสมาชิกเกษตรกร&nbsp;เป็นการตอบโจทย์ที่คณะกรรมการสหกรณ์การเกษตรบ่อไร่&nbsp;จำกัด&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสนับสนุนให้เกษตรกรสมาชิกผลิตผลไม้ที่มีคุณภาพ&nbsp;เป็นการช่วยยกระดับราคาสินค้าให้เกษตรกรได้อย่างดี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรบ่อไร่&nbsp;จำกัด&nbsp;กล่าว่าอีกว่า</strong>&nbsp;นอกจากห้างสรรพสินค้าเดอะมออล์กรุ๊ป&nbsp;ที่เป็นลูกค้าหลักของสหกรณ์การเกษตรบ่อไร่&nbsp;จำกัด&nbsp;แล้ว&nbsp;ทางสหกรณ์ยังได้ส่งผลไม้ไปยังพื้นที่ปลายทาง&nbsp;ผ่านกลไกสหกรณ์&nbsp;รวมทั้งพ่อค้าทั่วไปที่อยู่ในตลาดค้าส่งต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นตลาดไทย&nbsp;ตลาดไอยรา&nbsp;จังหวัดปทุมธานี&nbsp;ตลาดศรีเมือง&nbsp;จังหวัดราชบุรี&nbsp;ตลาดศรีนคร&nbsp;จังหวัดนครสวรรค์&nbsp;รวมทั้งตลาดไทยเจริญ&nbsp;จังหวัดพิษณุโลก&nbsp;และจังหวัดต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;จังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;และจังหวัดสกลนคร&nbsp;เป็นต้น&nbsp;โดยผลไม้ส่วนใหญ่ที่ทางสหกรณ์การเกษตรบ่อไร่&nbsp;จำกัด&nbsp;จัดส่งไปยังตลาดปลายทาง&nbsp;นอกจากสับปะรดตราดสีทองแล้ว&nbsp;ยังมีเงาะที่เกษตรกรในพื้นที่อำเภอบ่อไร่ปลูกอยู่จำนวนมาก</p>","2022-04-24T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220424132746013"],
    [396,"เปิดศักราชใหม่อีสานเกตเวย์ ส่งออกสินค้าเกษตรด้วยรถไฟ ลาว-จีน เร่งสร้างรายได้เข้าประเทศ","<p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;</strong>ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้(Fruit&nbsp;Board&nbsp;)เปิดเผยวันนี้&nbsp;(24&nbsp;เม.ย.)&nbsp;ว่าขอแสดงความชื่นชมต่อความสำเร็จในการส่งออกทุเรียนไทยล็อตใหญ่ที่สุด&nbsp;500&nbsp;ตัน&nbsp;27&nbsp;ตู้คอนเทนเนอร์ของฤดูการผลิตผลไม้ปี&nbsp;2565&nbsp;ที่ขนส่งบนเส้นทางรถไฟสายลาว-จีน&nbsp;ตามนโยบายอีสานเกตเวย์และเป็นการเปิดศักราชใหม่ของการขนส่งผลไม้ไทยด้วยระบบรางภายใต้พิธีสารการนำเข้าส่งออกผลไม้ระหว่างไทย-จีน&nbsp;โดยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนของไทย-ลาวและจีน&nbsp;หลังจากทดสอบการส่งออกทุเรียน&nbsp;2&nbsp;ตู้คอนเทนเนอร์และมะพร้าวน้ำหอม&nbsp;1&nbsp;ตู้คอนเทนเนอร์เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา&nbsp;จากนี้จะขยายไปสู่การขนส่งผลไม้และสินค้าเกษตรอื่นๆ&nbsp;เช่น&nbsp;มังคุด&nbsp;ลำไย&nbsp;ข้าว&nbsp;ยางพารา&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;น้ำตาล&nbsp;มะม่วง&nbsp;เป็นต้น&nbsp;เพื่อเร่งสร้างรายได้เข้าประเทศ</p><p><strong>ด้านนายอลงกรณ์&nbsp;พลบุตร</strong>&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ในฐานะประธานคณะทำงานของคณะกรรมการบริหารจัดการผลไม้&nbsp;(Fruit&nbsp;Board)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ทุเรียนล็อตใหญ่ล็อตแรกมาจากจังหวัดจันทบุรีจำนวน&nbsp;27&nbsp;ตู้&nbsp;ซึ่งเป็นการขนส่งระบบผสมผสาน&nbsp;ราง-รถ&nbsp;โดยรถบรรทุกคอนเทนเนอร์รุ่นใหม่บรรทุกทุเรียนที่ผ่านการตรวจสอบโรคพืชไม่มีทุเรียนอ่อนและปลอดการปนเปื้อนโควิดเดินทางจากภาคตะวันอออกถึงจังหวัดหนองคายข้ามแม่น้ำโขงที่สะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่&nbsp;1&nbsp;ไปถ่ายตู้ที่ท่าบกท่านาแล้ง&nbsp;ก่อนลำเลียงไปขึ้นแคร่รถไฟที่สถานีเวียงจันทน์ใต้แล้วเดินทางไปยังสถานีรถไฟนาเตยในแขวงหลวงน้ำทา&nbsp;ก่อนยกขึ้นรถบรรทุกคอนเทนเนอร์เดินทางต่อไปด่านบ่อเต็นข้ามพรมแดน&nbsp;ลาว-จีน&nbsp;ไปตรวจโรคพืชและโควิดที่ด่านโมฮ่านในมณฑลยูนนาน</p><p><strong>การขนส่งทุเรียนภายใต้พิธีสารไทย-จีนล็อตนี้</strong>&nbsp;ใช้เวลาเพียงวันครึ่งนับแต่ออกจากสถานีเวียงจันทน์ใต้ผ่านพิธีการสินค้าผ่านแดนจนถึงด่านโมฮ่านร่นเวลาได้เร็วกว่าเดิมเกินเท่าตัวเมื่อเทียบกับการทดสอบเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ในสัปดาห์หน้าจะมีทุเรียนล็อตใหญ่จากจังหวัดตราดและจังหวัดภาคตะวันออกอีกอย่างน้อย&nbsp;25&nbsp;ตู้&nbsp;ที่จะส่งออกโดยรถไฟสาย&nbsp;ลาว-จีน&nbsp;หลังจากประสบความสำเร็จในการประเดิมการขนส่งแบบเต็มขบวนรถไฟในวันนี้เป็นครั้งแรก</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-04-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220424212733091"],
    [397,"เกษตรกรแนะเร่งกวาดล้าง ขบวนการลักลอบนำเข้าหมู บ่อนทำลายเกษตรกร-ผู้บริโภค-เศรษฐกิจชาติ","<p>นายสิทธิพันธ์&nbsp;ธนาเกียรติภิญโญ&nbsp;นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;เปิดเผยถึงสถานการณ์อุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรในปัจจุบันว่า&nbsp;จากปัญหา&nbsp;ASF&nbsp;โรคระบาดในสุกรที่พบในประเทศไทยเมื่อปลายปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ปัจจุบันยังคงพบปัญหานี้บางพื้นที่&nbsp;ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงต่างระมัดระวังและบริหารความเสี่ยงด้วยการหยุดเข้าเลี้ยงสุกรไปก่อน&nbsp;ส่วนในรายที่ยังคงเลี้ยงสุกรอยู่ต้องปรับวิธีการเลี้ยงและการจัดการป้องกันโรคอย่างเข้มงวดขึ้นกว่าเดิม&nbsp;กลายเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้นประมาณ&nbsp;300&nbsp;บาทต่อตัว&nbsp;ซึ่งเกษตรกรยินดีแบกรับค่าใช้จ่ายส่วนนี้&nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคระบาดในฝูงสัตว์ของตนเอง&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;กลับพบว่ายังคงมี&nbsp;ขบวนการลักลอบ&nbsp;นำเนื้อสุกรและชิ้นส่วนผิดกฎหมายจากหลายประเทศ&nbsp;อาทิ&nbsp;เยอรมัน&nbsp;บราซิล&nbsp;แคนาดา&nbsp;อิตาลี&nbsp;เกาหลี&nbsp;เบลเยียม&nbsp;และสหรัฐอเมริกา&nbsp;โดยสำแดงเท็จว่าเป็นสินค้าอื่น&nbsp;อาทิ&nbsp;เป็นวัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง&nbsp;และอาหารทะเล&nbsp;นำมากระจายขายปะปนกับหมูไทยทั่วประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะตลาดแถวนครปฐมและราชบุรี&nbsp;ซึ่งถือเป็นการบ่อนทำลายเกษตรกรไทย&nbsp;ผู้บริโภค&nbsp;และเศรษฐกิจชาติ</p><p><br></p><p><em>ในขณะที่ทุกคนในวงการเลี้ยงหมูต่างพยายามป้องกันโรค&nbsp;ASF&nbsp;และพยายามผลักดันให้ผู้เลี้ยงหมูรายย่อยกลับมาเลี้ยงหมูรอบใหม่ให้เร็วที่สุด&nbsp;ซึ่งทั้งเกษตรกร&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และทุกคนในแวดวงผู้เลี้ยงได้ช่วยกันในทุกด้าน&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับเกษตรกรกลับเข้าสู่ระบบอย่างมั่นใจและรวดเร็ว&nbsp;แต่กลับมี&nbsp;ไอ้โม่ง&nbsp;ที่ทำมาหาทำกินบนความทุกข์ของคนเลี้ยงหมูและคนไทย&nbsp;ขบวนการนี้ใช้วิกฤติเพื่อหาผลประโยชน์ให้กับตนเอง&nbsp;โดยไม่สนใจว่าเนื้อหมูที่ลักลอบนำเข้านั้น&nbsp;มีโรคหมูที่เป็นความเสี่ยงอย่างยิ่งต่อระบบการเลี้ยงหมูของไทย&nbsp;และยังปนเปื้อนสารอันตรายอย่างเช่นสารเร่งเนื้อแดงซึ่งเป็นสารต้องห้ามและผิดกฎหมายไทย&nbsp;ตามพ.ร.บ.ควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์&nbsp;และยังก่อผลกระทบร้ายแรงต่อผู้บริโภค&nbsp;ที่สำคัญรัฐต้องสูญเสียรายได้จากสินค้าที่ไม่ได้เสียภาษีตามระบบ&nbsp;เกษตรกรจึงขอเรียกร้องให้ภาครัฐที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ทั้งกรมศุลกากร&nbsp;และกรมปศุสัตว์&nbsp;เร่งสกัดกั้นและกวาดล้างขบวนการนี้ให้สิ้นซาก&nbsp;ถ้ายังปล่อยให้หมูเถื่อนลอยนวล&nbsp;คนเลี้ยงหมูก็ตายสนิท&nbsp;คนไทยก็ตายผ่อนส่ง&nbsp;เศรษฐกิจไทยย่ำแย่แน่นอน&nbsp;</em>นายสิทธิพันธ์&nbsp;กล่าว&nbsp;</p><p><br></p><p>สำหรับสถานการณ์ราคาสุกร&nbsp;นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ราคาสุกรยังคงทรงตัวอยู่ที่ระดับ&nbsp;94-98&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;โดยการปรับราคาขึ้นอยู่กับปริมาณผลผลิตและการบริโภคในแต่ละภูมิภาคเป็นตัวกำหนด&nbsp;ตามกลไกตลาดที่แท้จริง&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาเกษตรกรทั่วประเทศต่างร่วมกันบริหารจัดการผลผลิตให้เพียงพอต่อความต้องการ&nbsp;และคงระดับราคาไว้ไม่เกิน&nbsp;100&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน&nbsp;แม้ว่าจะมีภาระต้นทุนที่สูงขึ้น&nbsp;ทั้งจากการปรับปรุงระบบการเลี้ยงและการป้องกันโรค&nbsp;ต้นทุนค่าวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ปรับตัวสูงขึ้นมาตลอด&nbsp;ค่าไฟ&nbsp;ค่าพลังงาน&nbsp;โดยเฉพาะค่าน้ำมันที่รัฐบาลจะเลิกตรึงราคา&nbsp;30&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;ในวันที่&nbsp;1&nbsp;พฤษภาคมที่จะถึงนี้&nbsp;และยังมีภาระค่าใช้จ่ายค่าน้ำใช้&nbsp;ที่เกษตรกรหลายพื้นที่ต้องซื้อน้ำใช้แล้วจากผลกระทบของภัยแล้ง&nbsp;รวมถึงอากาศร้อนและแปรปรวนส่งผลต่ออัตราสูญเสียในฟาร์มเลี้ยงที่สูงขึ้น&nbsp;ทำให้ผู้เลี้ยงมีต้นทุนสูงถึงกว่า&nbsp;98&nbsp;บาทต่อกิโลกรัมแล้ว&nbsp;การปล่อยให้กลไกตลาดทำงานจึงถือเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเกษตรกร</p>","2022-04-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425092310138"],
    [398,"ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือ กทม. และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากต่อเนื่องถึง 2 พ.ค. หลังฝนตกหลายพื้นที่ช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง","<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือ&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากต่อเนื่องถึงวันที่&nbsp;2&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;หลังฝนตกหลายพื้นที่ช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(25&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพดีมากถึงปานกลาง&nbsp;หลังหลายพื้นที่มีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง<strong>&nbsp;</strong>แนวโน้มค่าฝุ่นจะอยู่ในเกณฑ์ดีช่วงวันที่&nbsp;27&nbsp;เมษายน&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;แต่ต้องควบคุมการเกิดจุดความร้อนเพื่อช่วยลดการสะสมของฝุ่นลงได้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;27&nbsp;เมษายน&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;</p>","2022-04-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425093459142"],
    [399,"กอนช. ขอให้ประชาชนตอนบนของประเทศและภาคใต้ระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่ พร้อมเร่งเพิ่มแหล่งน้ำต้นทุนแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำให้กับประชาชน","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนตอนบนของประเทศและภาคใต้ระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่&nbsp;พร้อมเร่งเพิ่มแหล่งน้ำต้นทุนแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำให้กับประชาชน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(25&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน&nbsp;แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่งเช่นกัน&nbsp;ช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.จันทบุรี49&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;พังงา&nbsp;79&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และเชียงราย&nbsp;43&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั่วประเทศทุกขนาด&nbsp;23,442&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;40&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้ติดตามโครงการบริหารจัดการน้ำเพิ่มแหล่งน้ำต้นทุนแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำในพื้นที่&nbsp;อย่างโครงการพัฒนาแหล่งน้ำบริเวณบ้านฝายพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;ต.เขาแหลม&nbsp;อ.ชัยบาดาล&nbsp;จ.ลพบุรี&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;ได้ปรับปรุงระบบส่งน้ำฝายห้วยหินและปรับปรุงระบบท่อส่งน้ำจากอ่างเก็บน้ำห้วยหิน&nbsp;หากแล้วเสร็จจะส่งน้ำให้พื้นที่การเกษตร&nbsp;1,250&nbsp;ไร่&nbsp;และโครงการเกษตรวิชญาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;บ้านกองแหะ&nbsp;ต.โป่งแยง&nbsp;อ.แม่ริม&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;ได้ปรับปรุงสระเก็บน้ำห้วยปางหมี&nbsp;เพื่อสนับสนุนน้ำโครงการเกษตรวิชญาฯและพื้นที่การเกษตรบ้านกองแหะ&nbsp;378&nbsp;ไร่&nbsp;ประชาชนได้รับประโยชน์&nbsp;286&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ปัจจุบันคืบหน้าแล้วร้อยละ&nbsp;95&nbsp;ส่วนโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูเพิ่มประสิทธิภาพระบบโครงข่ายน้ำจากอ่างเก็บน้ำวังมะกัก&nbsp;ต.เขาแหลม&nbsp;อ.ชัยบาดาล&nbsp;จ.ลพบุรี&nbsp;กรมทรัพยากรน้ำ&nbsp;ได้เชื่อมต่อพื้นที่สาธารณประโยชน์&nbsp;318&nbsp;ไร่&nbsp;พร้อมระบบกระจายน้ำสนับสนุน</p>","2022-04-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425100743159"],
    [400,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงเล็กน้อย ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคเหนือและภาคอีสานของไทย","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงเล็กน้อย&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(24&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;240&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&nbsp;113&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;58&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;29&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;20&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;18&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;ตาก&nbsp;28&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;สกลนคร&nbsp;19&nbsp;จุด&nbsp;และแม่ฮ่องสอน&nbsp;15&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนกลับมากระจายตัวบริเวณตอนบนของประเทศไทยอีกครั้ง&nbsp;โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;คาดว่า&nbsp;เป็นการเผาในกิจกรรมการเกษตร&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;24&nbsp;เมษายน&nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;15,000&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;13,274&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;9,461&nbsp;จุด&nbsp;ภาพรวมปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;อย่างแม่ฮ่องสอน&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;ตาก&nbsp;และเชียงราย&nbsp;พบค่าเฉลี่ยปริมาณฝุ่นละอองอยู่ที่ระดับปานกลาง&nbsp;(สีเหลือง)&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมา&nbsp;1,219&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็น&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;จำนวน&nbsp;612&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;</p>","2022-04-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425111624191"],
    [401,"เตือนประชาชนทุกภาคระวังสภาพอากาศแปรปรวน เนื่องจากเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านจากฤดูร้อนเข้าสู่ฤดูฝน","<p><strong>ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;ธนะสิทธิ์&nbsp;เอี่ยมอนันชัย&nbsp;รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา</strong>&nbsp;กล่าวถึงสภาพอากาศในช่วงต้นสัปดาห์&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;รวมถึงกรุงเทพฯและปริมณฑล&nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;มีอากาศร้อนถึงร้อนจัด&nbsp;มีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่&nbsp;40&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;และมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ&nbsp;10-20&nbsp;ของพื้นที่&nbsp;ส่วนภาคใต้&nbsp;มีฝนตกร้อยละ&nbsp;20-30&nbsp;ของพื้นที่&nbsp;ซึ่งลักษณะของสภาพอากาศร้อนและมีฝนตกจะยังเกิดขึ้นอีก&nbsp;1-2&nbsp;วัน&nbsp;</p><p><strong>สำหรับวันที่&nbsp;28-30&nbsp;เมษายนนี้</strong>&nbsp;จะมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;รวมถึงอาจเกิดฟ้าผ่าร่วมด้วย&nbsp;ซึ่งสภาพอากาศในลักษณะนี้จะเกิดขึ้นจนถึงช่วงกลางเดือนพฤษภาคม&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สภาพอากาศของประเทศไทยมีความแปรปรวน&nbsp;เนื่องจากเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านจากฤดูร้อนเข้าสู่ฤดูฝน</p><p><br></p><p><br></p>","2022-04-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425105919174"],
    [402,"กรมชลประทาน จัดกิจกรรม วันอาสาสมัครชลประทาน รำลึกถึงการจัดตั้งอาสาสมัครชลประทาน 25 เมษายน","<p><strong>นายทวีศักดิ์&nbsp;ธนเดโชพล&nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ตามที่กรมชลประทานได้เห็นชอบกำหนดให้วันที่&nbsp;25&nbsp;เมษายน&nbsp;ของทุกปี&nbsp;เป็นวันอาสาสมัครชลประทาน&nbsp;ซึ่งปีนี้&nbsp;เป็นปีแรกที่ได้กำหนดขึ้น&nbsp;เพื่อเป็นวันที่จะรำลึกถึงวันแรกที่มีการจัดตั้งอาสาสมัครชลประทาน&nbsp;เป็นการให้ความสำคัญของอาสาสมัครชลประทานและสร้างขวัญกำลังใจของอาสาสมัครชลประทาน&nbsp;และประชาสัมพันธ์ให้กับกลุ่มเป้าหมายต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ได้แก่&nbsp;เจ้าหน้าที่ชลประทาน&nbsp;กลุ่มผู้ใช้น้ำชลประทาน&nbsp;อาสาสมัครชลประทาน&nbsp;ยุวชลกร&nbsp;และประชาชนทั่วไป&nbsp;เพื่อแสดงว่า&nbsp;กรมชลประทานได้ตระหนักถึงความสำคัญของอาสาสมัครชลประทาน&nbsp;ในการเข้ามาร่วมเป็นหุ้นส่วนการบริหารจัดการน้ำชลประทาน&nbsp;ตลอด&nbsp;15&nbsp;ปีที่ผ่านมา&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การบริหารจัดการน้ำเป็นภารกิจที่ท้าทาย&nbsp;เต็มไปด้วยปัจจัยที่ควบคุมได้ยาก&nbsp;</strong>เราจึงต้องการกำลังคนมากมายจากหลายๆส่วนมาร่วมมือกัน&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นบุคลากรของกรมชลประทานเอง&nbsp;เกษตรกร&nbsp;กลุ่มบริหารการใช้น้ำ&nbsp;กลุ่มผู้ใช้น้ำ&nbsp;และกลไกสำคัญที่ขาดไม่ได้คือ&nbsp;อาสาสมัครชลประทาน&nbsp;ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในภารกิจการจัดการน้ำทุกๆครั้ง&nbsp;อาสาสมัครชลประทาน&nbsp;คือตัวกลางที่จะคอยเชื่อมประสานระหว่างเกษตรกรหรือประชาชนในพื้นที่กับเจ้าหน้าที่ชลประทาน&nbsp;ให้สามารถทำงานสอดรับและตอบโจทย์ความต้องการซึ่งกันและกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมในวันนี้&nbsp;มีสำนักงานชลประทานที่&nbsp;1&nbsp;&nbsp;17&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียงกันทั่วประเทศ&nbsp;</strong>โดยจะมีการมอบเสื้ออาสาสมัครชลประทาน&nbsp;ให้แก่ผู้แทนอาสาสมัครชลประทาน&nbsp;เพื่อแสดงความขอบคุณ&nbsp;ที่ได้เสียสละ&nbsp;ทุ่มเท&nbsp;มุ่งมั่นทำงาน&nbsp;เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม&nbsp;เป็นเสมือนเพื่อนคนสำคัญของชาวชลประทาน&nbsp;ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของภารกิจการจัดการน้ำทั้งประเทศตลอดมา&nbsp;หลังจากนี้จะได้มีการจัดกิจกรรมจิตอาสาในแต่ละพื้นที่ต่อไป</p><p><br></p>","2022-04-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425131513254"],
    [403,"ฤดูกาลหมอนทอง ดีเลิศที่คุณภาพ ดีเยี่ยมเพื่อส่งออก ประกาศยืนหนึ่งทุเรียนไทยมีคุณภาพดีที่สุดในโลก ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;เปิดเผยในโอกาสเป็นประธานพิธีเปิดงานประชาสัมพันธ์&nbsp;Eastern&nbsp;Monthong&nbsp;Best&nbsp;Quality&nbsp;&nbsp;เปิดฤดูกาลทุเรียนหมอนทองตะวันออก&nbsp;ดีเลิศที่คุณภาพ&nbsp;ดีเยี่ยมเพื่อส่งออก&nbsp;ที่สวนทุเรียนน้ำกร่อย&nbsp;อำเภอนายายอาม&nbsp;จังหวัดจันทบุรี&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยเป็นผู้นำด้านการผลิตและการส่งออกผลไม้เมืองร้อนที่สำคัญและมีชื่อเสียงที่สุดในภูมิภาคอาเซียน&nbsp;มีมูลค่าการส่งออกเป็นอันดับหนึ่งในภูมิภาคอาเซียน&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">อย่างไรก็ตาม&nbsp;สถานการณ์ปัจจุบัน&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ประเทศไทยเราประสบปัญหาภาวการณ์แข่งขันที่มีข้อกำหนดและเงื่อนไขทางการค้าที่เข้มงวดขึ้น&nbsp;รวมถึงการควบคุมสินค้าให้มีคุณภาพและปัญหาผลไม้ราคาตกต่ำในช่วงผลผลิตกระจุกตัว&nbsp;ดังนั้น&nbsp;แนวทางที่จะพัฒนาภาคเกษตร&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุเรียน&nbsp;จึงต้องพัฒนาทั้งระบบด้วยความร่วมมือของทุกฝ่ายบูรณาการทำงานร่วมกันทั้งเกษตรกร&nbsp;ล้ง&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;หน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ตั้งแต่การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&nbsp;เน้นการผลิตที่สอดคล้องกับตลาดโดยยึดหลักตลาดนำการผลิต&nbsp;สร้างและขยายตลาดโดยเฉพาะตลาดภายในประเทศให้มากยิ่งขึ้นและที่สำคัญคือ&nbsp;การแปรรูปสินค้าเกษตรเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มแลเเนื่องจากในช่วงเวลานี้เป็นฤดูกาลผลผลไม้ของภาคตะวันออก&nbsp;ซึ่งจะมีผลไม้เศรษฐกิจที่สำคัญออกสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะทุเรียน&nbsp;ซึ่งขณะนี้มีความเป็นห่วงในเรื่องของ&nbsp;COVID&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;และปัญหาทุเรียนอ่อน&nbsp;จึงได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ดำเนินมาตรการป้องกันการระบาดของโรคติดเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ตั้งแต่ระดับสวนเกษตรกรและมาตรการควบคุมป้องกันแก้ไขทุเรียนอ่อนภาคตะวันออกปี&nbsp;2565&nbsp;ระดับสวนเกษตรกร&nbsp;เพื่อใช้เป็นมาตรฐานให้ทุกสวนผลไม้ส่งออกได้ยึดถือปฏิบัติ&nbsp;และเป็นแนวทางให้ทุกฝ่ายได้ดำเนินการไปในทิศทางเดียวกัน&nbsp;เพื่อเป้าหมายให้ทุเรียนไทยมีคุณภาพดีที่สุดในโลกและมีมาตรฐานความปลอดภัย&nbsp;ยอมรับการจัดงานครั้งนี้&nbsp;ถือว่าเป็นการเน้นย้ำความมีคุณภาพของทุเรียนตะวันออกที่เป็นสินค้าเกษตรให้เป็นที่เชื่อมั่นของผู้บริโภคทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ขอยืนยันว่าหากทุเรียนไทยเรายังรักษาคุณภาพไว้ได้&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ก็จะไม่มีปัญหาเรื่องการส่งออกอย่างแน่นอน&nbsp;จึงต้องขอความร่วมมือทุกฝ่ายช่วยกันรักษาคุณภาพทุเรียนไทยและไม่ให้มีการตัดทุเรียนอ่อนอย่างเด็ดขาด&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;เตรียมจะขยายช่องทางส่งทางรางรถไฟขนส่งไปจีน&nbsp;คาดว่า&nbsp;1-2&nbsp;เดือนจะแล้วเสร็จ&nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวกได้มากขึ้น</span></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>","2022-04-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425152006335"],
    [404,"สทนช. และ กรมชลประทาน ช่วยกันแก้ปัญหาท่อส่งน้ำของอ่างเก็บน้ำห้วยโป่ง จ.แม่ฮ่องสอน อุดตันจากฝนตกชะล้างดินตะกอนลงมาปิดทาง","<p><strong>สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;และ&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;ช่วยกันแก้ปัญหาท่อส่งน้ำของอ่างเก็บน้ำห้วยโป่ง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;อุดตันจากฝนตกชะล้างดินตะกอนลงมาปิดทาง&nbsp;พร้อมเตรียมแผนระยะยาวให้ประชาชนในพื้นที่ใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำเต็มศักยภาพ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสุรสีห์&nbsp;กิตติมณฑล&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;กล่าวถึงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็กที่กระจายอยู่ทุกพื้นที่ทั่วประเทศว่า&nbsp;รัฐบาลเน้นให้ทุกหน่วยงานด้านน้ำให้ความสำคัญการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็ก&nbsp;เนื่องจากเป็นแหล่งน้ำที่ประชาชนในชุมชนใช้ประโยชน์โดยตรงที่ช่วยกักเก็บน้ำฝนไว้ใช้ช่วงหน้าแล้ง&nbsp;โดยเฉพาะน้ำเพื่ออุปโภค-บริโภค&nbsp;อย่างพื้นที่&nbsp;ต.ห้วยโป่ง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;ประชาชนประสบปัญหาไม่สามารถใช้น้ำในอ่างเก็บน้ำห้วยโป่งได้&nbsp;เพราะท่อส่งน้ำตัน&nbsp;สนทช.&nbsp;จึงให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค&nbsp;1&nbsp;และโครงการชลประทานแม่ฮ่องสอน&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;จากการตรวจสอบพบการอุดตันของระบบส่งน้ำเกิดจากช่วงฤดูฝนมีฝนตกและได้ชะล้างดินที่มีการไถเปิดไว้ไหลลงสู่อ่าง&nbsp;ประกอบกับ&nbsp;พื้นที่ด้านบนของอ่างเก็บน้ำเป็นพื้นที่รับน้ำและมีการเพาะปลูกพืชของเกษตรกรค่อนข้างมาก&nbsp;จึงเป็นสาเหตุทำให้เกิดตะกอนดินทรายไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำแห่งนี้เป็นจำนวนมาก&nbsp;ที่ผ่านมาโครงการชลประทานแม่ฮ่องสอนได้เข้าไปสูบน้ำจากด้านท้าย&nbsp;ฉีดล้างดินตะกอนที่อยู่ในท่อ&nbsp;และฉีดจนดินที่อยู่ในอ่างบริเวณหน้าท่อออก&nbsp;ส่งผลให้น้ำสามารถส่งต่อได้พร้อมสอนวิธีการบริหารจัดการท่อส่งน้ำ&nbsp;เพื่อไม่ให้ท่อส่งน้ำตันอีก&nbsp;ซึ่งมีกลุ่มผู้ใช้น้ำในพื้นที่เข้ามาร่วมอัดน้ำเข้าท่อด้วย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับการแก้ปัญหาให้กับประชาชนในพื้นที่มีน้ำใช้อย่างมั่นคงในระยะยาวกำหนดไว้&nbsp;2&nbsp;ระยะ&nbsp;คือ&nbsp;ระยะเร่งด่วน&nbsp;ส่งเจ้าหน้าที่ออกไปสำรวจและคุยกับกลุ่มผู้ใช้น้ำ&nbsp;เบื้องต้นจะเริ่มดำเนินการอัดน้ำเข้าท่อส่งน้ำ&nbsp;ซึ่งได้เริ่มส่งน้ำได้ตั้งแต่วันที่&nbsp;12&nbsp;เมษายนที่ผ่านมาแล้ว&nbsp;ส่วนระยะต่อไป&nbsp;จะประสานงานกับส่วนบริหารเครื่องจักรกลที่&nbsp;1&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;เสนอแผนปรับปรุงระบบส่งน้ำอ่างเก็บน้ำห้วยโป่งเพิ่มเติมจากของเดิมให้สามารถดำเนินการได้ภายในปี&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งจะเร็วขึ้นจากแผนเดิมที่จะเริ่มในปี&nbsp;2566&nbsp;เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ใช้ประโยชน์จากอ่างเก็บน้ำได้เต็มศักยภาพโดยเร็วที่สุด</p>","2022-04-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425144523296"],
    [405,"เทศบาลนครระยองจัดเครื่องจักรกลเก็บผักตบปรับภูมิทัศน์ริมชายคลองคาชุมชนสองพี่น้อง","<p><strong>ที่ศาลาสวนป่าเฉลิมพระเกียรติบริเวณชายคลองคาชุมชนสองพี่น้อง&nbsp;เขตเทศบาลนครระยอง</strong>&nbsp;ต.เชิงเนิน&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;จ่าเอกวินัย&nbsp;บุตรชัยพงษ์&nbsp;หัวหน้าฝ่ายปกครองรักษาการหัวหน้าปลัดเทศบาลนครระยอง&nbsp;นายปรีชา&nbsp;สาลี&nbsp;ผู้อำนวยการกองช่างเทศบาลนครระยอง&nbsp;นายนิมิตร&nbsp;มากศิริ&nbsp;ประธานชุมชนสองพี่น้อง&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลนครระยองและเจ้าหน้าที่กองช่างฝ่ายโยธา&nbsp;นำเครื่องจักรกล&nbsp;เก็บผักตบชวาในคลองคานอกจากนี้ยังได้ปรับภูมิทัศน์ถนนเลียบชายคลอง&nbsp;ให้ดูสะอาดตาเตรียมพร้อมในการจัดงานทำบุญกลางบ้าน&nbsp;ส่งท้ายเทศกาลสงกรานต์ของชุมชนสองพี่น้อง&nbsp;</p><p><strong>นายนิมิตร&nbsp;มากศิริ&nbsp;ประธานชุมชนสองพี่น้อง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จากที่คณะกรรมการชุมชนไดประสานทางเทศบาลนครระยองที่ได้นำเครื่องจักรกลเข้ามาปรับภูมิทัศน์บริเวณคลองคาให้ดูสะอาดเป็นที่พักผ่อนของชาวบ้านในชุมชนสองพี่น้องและยังเป็นการเตรียมสถานที่ในการจัดงานทำบุญกลางบ้าน&nbsp;รดน้ำขอพรผู้สูงอายุสืบสานประเพณีไทย&nbsp;เชื่อมความสามัคคีในชุมชนในวันเสาร์ที่&nbsp;30&nbsp;เม.ย.65&nbsp;โดยได้รับเกียรติจาก&nbsp;นายวิชิต&nbsp;ศรีชลา&nbsp;นายกเทศมนตรีนครระยองให้เกียรติมาเป็นประธานในงานครั้งนี้&nbsp;นอกจากนี้ยังมีสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยองและสมาชิกสภาเทศบาลนครระยองมาร่วมงานด้วยและขอขอบคุณนายกเทศมนตรีนครระยอง&nbsp;เจ้าหน้าที่ฝ่ายกองช่าง&nbsp;เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลนครระยอง&nbsp;ที่เข้ามาดำเนินการปรับภูมิทัศน์การเตรียมสถานที่จัดงานครั้งนี้</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-25T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425164009400"],
    [406,"จังหวัดแพร่มอบใบรับรองมาตรฐานเกษตรกรรมยั่งยืน SDGSPGS","<p><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงาน&nbsp;วันที่&nbsp;25&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;</strong>เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.&nbsp;ที่สมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนจังหวัดแพร่&nbsp;ตำบลดอนมูล&nbsp;อำเภอสูงเม่น&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่มอบหมายให้นางสาวนิติยา&nbsp;พงษ์พานิช&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่เป็นประธานในพิธีมอบใบรับรองมาตรฐานเกษตรกรรมยั่งยืน&nbsp;SDGSPGS&nbsp;แก่เกษตรกร&nbsp;เพื่อเป็นการแสดงความยินดีในความมุ่งมั่นแก่สมาชิกสมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนจังหวัดแพร่&nbsp;ที่ได้สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรอินทรีย์</p><p><strong>สำหรับเกษตรกรรมยั่งยืน&nbsp;(Sustainable&nbsp;Agriculture)</strong>&nbsp;คือระบบการเกษตรที่ครอบคลุมถึงวิถีชีวิตเกษตรกร&nbsp;กระบวนการผลิต&nbsp;และการจัดการทุกรูปแบบ&nbsp;เพื่อให้เกิดความสมดุลทางเศรษฐกิจ&nbsp;สังคมสิ่งแวดล้อม&nbsp;และระบบนิเวศซึ่งนําไปสู่การพึ่งตนเองและการพัฒนา&nbsp;คุณภาพชีวิตของเกษตรกรและผู้บริโภค&nbsp;เกษตรกรรมยั่งยืนครอบคลุมเกษตรธรรมชาติ&nbsp;เกษตรอินทรีย์&nbsp;วนเกษตร&nbsp;เกษตรผสมผสาน&nbsp;และเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;</p><p><strong>เกษตรกรรมยั่งยืนแบบมีส่วนร่วม&nbsp;SDGsPGS</strong>&nbsp;เป็นเครื่องมือหนึ่งในการพัฒนาและรับรองแปลง&nbsp;รับรองผลิตผลเกษตรเกิดการเชื่อมโยง&nbsp;และการจัดการนําผลผลิตออกสู่ตลาดอย่างเป็นระบบทั้งห่วงโซ่อุปทาน&nbsp;ครบวงจรอย่างเป็นระบบ&nbsp;เครือข่าย&nbsp;SDGsPGS&nbsp;ได้พัฒนากลไกการขับเคลื่อนระดับจังหวัดขึ้นมา&nbsp;4&nbsp;กลไก&nbsp;ได้แก่&nbsp;กลไกคณะทำงานตรวจแปลงเกษตรกรรมยั่งยืน&nbsp;กลไกธุรกิจ&nbsp;กลไกคณะกรรมการรับรองมาตรฐานเกษตรกรรมยั่งยืนแบบมีส่วนร่วม&nbsp;และกลไกเพื่อดูแลการบริหารจัดการข้อมูลในระบบฐานข้อมูล&nbsp;SDGsPGS&nbsp;SAN&nbsp;(Sustainable&nbsp;Agriculture&nbsp;Network)&nbsp;ใช้ตลาดนําการผลิต&nbsp;ทำให้สามารถช่วยเกษตรกรจัดการผลิตเพื่อการค้าสู่ตลาดได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-25T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425155224367"],
    [407,"ว.อาชีวศึกษาขอนแก่น จับมือ ศูนย์โอทอปขอนแก่น แปรรูปมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง แยมมะม่วงผสมเกลือไดโนเสาร์ พัฒนาต่อยอดช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วง","<p><strong>ที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาขอนแก่น&nbsp;น.ส.กรรณิกา&nbsp;ยอดสง่า&nbsp;</strong>ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาขอนแก่น&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายสมเกียรติ&nbsp;ปันจันดา&nbsp;ประธาน&nbsp;บริษัท&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;โอทอป&nbsp;อินเตอร์เทรดเดอร์&nbsp;จำกัด&nbsp;และนางสิริพร&nbsp;จังตระกุล&nbsp;นายกเหล่ากาชาด&nbsp;จ.ขอนแก่น&nbsp;ที่ปรึกษาศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาสินค้าโอทอป&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือส่งเสริมพัฒนาวิสาหกิจชุมชน&nbsp;จ.ขอนแก่น&nbsp;ในการแปรรูปผลิตภัณฑ์การเกษตร&nbsp;ระหว่างวิทยาลัยอาชีวศึกษาขอนแก่น&nbsp;กับ&nbsp;บริษัทขอนแก่น&nbsp;โอทอป&nbsp;อินเตอร์เทรดเดอร์&nbsp;จำกัด&nbsp;ในการผลิตแยมมะม่วงจากมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง&nbsp;ของวิสาหกิจชุมชนบ้านป่าปอ&nbsp;อ.บ้านไผ่&nbsp;จ.ขอนแก่น&nbsp;โดยมีเกษตรกร&nbsp;รวมทั้งวิชาการและนักโภชนาการทางอาหารร่วมเป็นสักขีพยานอย่างพร้อมเพรียง</p><p><strong>นางสิริพร&nbsp;จังตระกุล&nbsp;ที่ปรึกษาศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาสินค้าโอทอป</strong>&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง&nbsp;เป็นผลไม้ไทยที่มีชื่อเสียงระดับโลก&nbsp;ซึ่งขอนแก่น&nbsp;เป็นพื้นที่ปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศเป็นลำดับต้นๆ&nbsp;ของไทย&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;มีเกษตรที่ปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง&nbsp;ที่เป็นเกษตรแปลงใหญ่&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;2,300&nbsp;ไร่&nbsp;มีการจดทะเบียนจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนอย่างถูกต้อง&nbsp;7&nbsp;แห่ง&nbsp;และในปี&nbsp;2565&nbsp;มีผลผลิตออกสู่ตลาดมากถึง&nbsp;1,300&nbsp;ตัน&nbsp;โดยในปีที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าประสบปัญหามะม่วงล้นตลาด&nbsp;หรือการส่งจำหน่ายมะม่วงไม่ได้จากผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ทำให้ในปีนี้คณะทำงานร่วมทุกฝ่าย&nbsp;จึงได้กำหนดแผนงานในการแปรรูปมะม่วงเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;โดยได้รับการสนับสนุนจากวิทยาลัยอาชีวศึกษาขอนแก่น&nbsp;สาขาอาหารและโภชนาการ&nbsp;ที่มีคณาจารย์และคณะทำงานด้านโภชนาการและคหกรรมที่โดดเด่น&nbsp;จึงได้ร่วมกันผลิตและคิดค้นสูตรแยมมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง&nbsp;ที่เป็นสูตรของคนขอนแก่น&nbsp;ได้สำเร็จ&nbsp;และขณะนี้เข้าสู่กระบวนการผลิต&nbsp;ชุดที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;400&nbsp;กก.</p><p><strong>\"&nbsp;โครงการแปรรูปแยมมะม่วง&nbsp;ที่คิดค้นขึ้นจากผลผลิตของขอนแก่น</strong>และสูตรของขอนแก่น&nbsp;โดยชุดแรกที่จัดทำขึ้นนั้นได้นำมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง&nbsp;400&nbsp;กก.&nbsp;จากวิสาหกิจชุมชนบ้านป่าปอ&nbsp;อ.บ้านไผ่&nbsp;จ.ขอนแก่น&nbsp;มาจัดทำเป็นแยมบรรจุในขวดขนาด&nbsp;230&nbsp;กรัม&nbsp;รวมชุดแรก&nbsp;1,500&nbsp;กระปุกจำหน่ายประปุกละ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;โดยแยมมะม่วงขอนแก่น&nbsp;ที่คิดค้นขึ้นนี้นั้นมีส่วนผสมจากเกลือสินเธาว์&nbsp;จาก&nbsp;อ.ภูเวียง&nbsp;ซึ่งเป็นเกลือในยุคจูลาสิคพาร์คหลายร้อยล้านปี&nbsp;ที่เป็นส่วนผสมที่มีเรื่องราวและคงอัตลักษณ์ของขอนแก่นได้อย่างลงตัว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่สูตรการทำแยมมะม่วงนั้น&nbsp;คณะทำงานก็ไม่หวงสูตร&nbsp;โดยสูตรมามาเร็ตมะม่วง&nbsp;เราใช้มะม่วง&nbsp;400&nbsp;กก.&nbsp;ซึ่งเมื่อนำมาปลอกเปลือก&nbsp;นำเมล็ดออกและหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมก็จะได้เนื้อมะม่วงประมาณ&nbsp;3,000&nbsp;กรัม&nbsp;ขณะที่ส่วนผสมมีไม่มาก&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;น้ำตาลทรายขาว&nbsp;1,200&nbsp;กรัม,ผงเพคติน&nbsp;50&nbsp;กรัม,น้ำเปล่า&nbsp;1,000&nbsp;กรัม,น้ำสับประรด&nbsp;500&nbsp;กรัม,น้ำเลมอน&nbsp;50&nbsp;กรัม,ผิวเลมอน&nbsp;15&nbsp;กรัม&nbsp;และ&nbsp;กรด&nbsp;35&nbsp;กรัม\"</p><p><strong>นางสิริพรฯ&nbsp;กล่าวต่ออีกว่า&nbsp;วิธีการทำแยมมะม่วงมามาเร็ตขอนแก่น&nbsp;</strong>คือนำมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง&nbsp;มาปลอดเปลือก&nbsp;หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมขนาดเล็ก&nbsp;จากนั้นใส่ลงหม้อ&nbsp;จากนั้นนำผงเพคตินแช่กับน้ำเปล่าทิ้งไว้&nbsp;ขั้นตอนต่อมาคือการนำน้ำเปล่ากับผงเพคตินที่แช่ไว้มาผสมกับน้ำตาลทรายขาว&nbsp;และน้ำสับประรด&nbsp;เมื่อผสมเสร็จนำตั้งไฟในระดับความร้อนปานกลาง&nbsp;ใส่มะม่วงลงไปเคี่ยวจนมะม่วงมีความข้น&nbsp;หนืด&nbsp;เหมือนซอส&nbsp;ซึ่งจะเคี่ยวประมาณ&nbsp;1-2&nbsp;ชม.&nbsp;เมื่อเคี่ยวจนได้ที่เหมือนซอสแล้ว&nbsp;ให้ปิดไฟแล้วเติมน้ำเลมอน&nbsp;และผิวเลมอนเข้าไปผสม&nbsp;พักไว้ให้อุ่นและเข้าสู่ขั้นตอนบรรจุ&nbsp;ซึ่งในการบรรจุนั้น&nbsp;ขวดและฝา&nbsp;ที่นำมาบรรจุนั้นต้องผ่านการลวกน้ำร้อนเพื่อฆ่าเชื้อ&nbsp;เนื่องจากแยมมะม่วงของเรานั้นไม่ใช้วัตถุกันเสียหรือใส่สารกันบูด&nbsp;ซึ่งเมื่อบรรจุแล้วก็จะต้องทำการน็อคเย็นและเข้าสู่กระบวนการปิดฝาและซีลฝาทันที&nbsp;ซึ่งจะคงความหอม&nbsp;อร่อย&nbsp;และความเป็นแยมมะม่วงสูตรขอนแก่นได้อย่างลงตัว</p><p><strong>&nbsp;\"แยมมะม่วงขอนแก่น&nbsp;หรือมามาเร็ตมะม่วง&nbsp;ที่คิดค้นสูตรขึ้นมานี้</strong>เกิดขึ้นจากความร่วมมือของทุกฝ่ายที่ต้องการช่วยเหลือเกษตรกรในภาวะฤดูผลผลิตของมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง&nbsp;โดยชุดแรกมะม่วง&nbsp;400&nbsp;กก.&nbsp;จัดทำแยมได้&nbsp;1,500&nbsp;กระปุกจำหน่ายกระปุกละ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;ที่ศูนย์โอทอป&nbsp;ข้างศาลากลางจังหวัดขอนแก่น&nbsp;หรือที่สายด่วน&nbsp;085-8536169&nbsp;และหลังจากเปิดฝามามาเร็ตมะม่วงแล้วสามารถจัดเก็บไว้ในตู้เย็นประมาณ&nbsp;1&nbsp;เดือน&nbsp;ซึ่งจากการทดลองรับประทานพบว่าเหมาะสำหรับการทานคู่กับขนมปัง&nbsp;ทั้งขนมปังแผ่นและขนมปังญวณ&nbsp;หรือขนมปังเวียดนาม&nbsp;อย่างไรก็ตามหลังสิ้นสุดการดำเนินงานตามโครงการดังกล่าวหากวิสาหกิจชุมชนใดหรือกลุ่มเกษตรกรกลุ่มใดต้องการนำสุูตรของคณะทำงานไปต่อยอดผลผลิต&nbsp;หรือนำไปแปรรูปผลิตภัณฑ์เพื่อก่อให้เกิดรายได้โดยไม่สงวนลิขสิทธิ์\"</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-25T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ขอนแก่น","สวท.ขอนแก่น","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425160516379"],
    [408,"กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผนึกกำลังทุกภาคส่วน คุมเข้มมาตรการ Zero Covid ผลไม้ไทยทั้งระบบ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;กล่าวภายหลังเป็นประธานพิธีเปิดงานมาตรการ&nbsp;Zero&nbsp;Covid&nbsp;ระบบห้องเย็น&nbsp;ผลไม้ไทยทั้งระบบ&nbsp;ว่า&nbsp;ทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าและสร้างรายได้เป็นผลไม้อันดับ&nbsp;1&nbsp;ให้กับประเทศไทย&nbsp;ปีละกว่าแสนล้านบาท&nbsp;เพราะทุเรียนไทยมีคุณภาพที่ดีที่สุดในโลก&nbsp;โดยจีนเป็นตลาดส่งออกอันดับ&nbsp;1&nbsp;ของไทย&nbsp;แต่จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ที่เกิดขึ้น&nbsp;ทำให้การส่งออกทุเรียนได้รับผลกระทบ&nbsp;แต่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงทีเพราะทุกฝ่ายร่วมมือกัน&nbsp;ดังนั้นจึงขอให้เกษตรกร&nbsp;ล้ง&nbsp;หน่วยงานราชการ&nbsp;ทำงานและร่วมมือกันทำให้ทุเรียนไทย&nbsp;เป็นที่ยอมรับในต่างประเทศ&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ขณะเดียวกันได้เน้นย้ำให้มีการส่งเสริมการขายภายในประเทศ</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ซึ่งประเทศไทยมีความเข้มงวดในการดำเนินมาตรการ&nbsp;Zero&nbsp;Covid&nbsp;และใช้มาตรการ&nbsp;GAP&nbsp;Plus&nbsp;ที่สวนทุเรียน&nbsp;และ&nbsp;GMP&nbsp;Plus&nbsp;ที่ล้ง&nbsp;เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทุเรียนไทยทุกลูกต้องมีความปลอดภัย&nbsp;หากเราเดินในแนวทางเดียวกันก็จะไม่เกิดปัญหา&nbsp;จึงขอฝากผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เดินหน้ามาตรการต่างๆ&nbsp;ตั้งแต่วันนี้&nbsp;เพื่อเตรียมรับมือผลผลิตผลไม้อื่นๆ&nbsp;ที่จะออกในเดือนหน้า</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ด้านนายสุธี&nbsp;ทองแย้ม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;กล่าวถึงมาตรการที่จังหวัดได้ดำเนินการอย่างเข้มข้น&nbsp;ว่า&nbsp;จังหวัดจันทบุรี&nbsp;ร่วมกับสมาคมทุเรียนไทย&nbsp;ได้เตรียมการประชุมร่วมกันตั้งแต่เดือนธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;และได้ออกมาตรการที่เข้มข้นตั้งแต่สวนทุเรียน&nbsp;ต้องตัดทุเรียนที่มีคุณภาพและเปอร์เซ็นแป้งต้องเป็นไปตามหลักวิชาการ&nbsp;กำหนดวันตัดทุเรียนแต่ละพันธุ์&nbsp;ในส่วนของล้งมีการดำเนินการทำความสะอาด&nbsp;และตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทุกวันศุกร์&nbsp;เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผลผลิตทุเรียนที่ส่งออกจากล้งปลอดเชื้อเชื้อโควิด-19</span></p><p><br></p><p><br></p>","2022-04-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425211230531"],
    [409,"คบจ.มหาสารคาม บูรณาการส่งเสริม พัฒนา และยกระดับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมันแกวบ้านพงโพด-พงสว่าง ลดต้นทุน เพิ่มช่องทางการจำหน่าย สร้างรายได้อย่างยั่งยืน","<p><strong>วันนี้&nbsp;(25&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ที่&nbsp;ศูนย์ประชุมบ้านพงโพด-พงสว่าง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;10</strong>&nbsp;ต.หนองสิม&nbsp;อ.บรบือ&nbsp;จ.มหาสารคาม&nbsp;นายธรรมนูญ&nbsp;แก้วคำ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการบูรณาการส่งเสริม&nbsp;พัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นจังหวัด&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;โดยมีคณะผู้บริหารการคลังประจำจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;นายอำเภอบรบือ&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;ตลอดจนกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมันแกวบ้านพงโพด-พงสว่าง&nbsp;เข้าร่วมภายในงาน&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19</p><p><strong>นายธรรมนูญ&nbsp;แก้วคำ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;อ.บรบือ&nbsp;ถือเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพด้านการผลิตมันแกว&nbsp;และหัวไชเท้า&nbsp;ซึ่งจากที่&nbsp;คบจ.มหาสารคาม&nbsp;ได้ลงพื้นที่สำรวจ&nbsp;มีปัญหาด้านต้นทุนการผลิต&nbsp;และเมล็ดพันธุ์&nbsp;ศึกษากระบวนการการผลิตที่จะทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ออกมามีคุณภาพ&nbsp;รวมถึงการให้ความรู้ด้านการแปรรูป&nbsp;และการจัดทำบรรจุภัณฑ์ต่างๆ&nbsp;ซึ่งในครั้งนี้&nbsp;มีทั้งหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;และเอกชน&nbsp;ก็คือ&nbsp;บริษัท&nbsp;ประชารัฐรักสามัคคีมหาสารคาม&nbsp;(วิสาหกิจเพื่อชุมชน)&nbsp;จำกัด&nbsp;ที่เข้ามาให้การสนับสนุน&nbsp;พร้อมด้วยสถาบันการเงินที่เป็นหน่วยงานของรัฐ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ธนาคารออมสิน&nbsp;ธกส.&nbsp;SMEs&nbsp;มาร่วมให้การสนับสนุนในโครงการนี้&nbsp;ซึ่งหากประสบผลสำเร็จ&nbsp;คาดว่าจะทำให้ต้นทุนในการผลิตของเกษตรกรลดลง&nbsp;ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพมากขึ้น&nbsp;โดยเน้นคุณภาพในเรื่องของสินค้าเกษตรอินทรีย์&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;ที่จะตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้</p><p><strong>ด้าน&nbsp;น.ส.จารุพร&nbsp;ตามกลาง&nbsp;คลังจังหวัดมหาสารคาม</strong>&nbsp;ประธานคณะผู้บริหารการคลังประจำจังหวัด&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;คบจ.มหาสารคาม&nbsp;ได้ลงพื้นที่ศึกษาความต้องการของกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมันแกว&nbsp;ซึ่งได้รับทราบปัญหาและความต้องการเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของมันแกวและหัวไชเท้า&nbsp;จึงได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภาครัฐ&nbsp;และเอกชน&nbsp;จัดโครงการบูรณาการส่งเสริม&nbsp;พัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นจังหวัด&nbsp;โดยต้องการช่วยเหลือกลุ่มเกษตรกร&nbsp;ให้มีรายได้&nbsp;ลดต้นทุน&nbsp;และสามารถพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน&nbsp;เป็นการให้ความช่วยเหลือ&nbsp;ด้านเงินทุนสำรองในการจัดหาเมล็ดพันธุ์มันแกว&nbsp;และช่วยหาตลาด&nbsp;เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่าย&nbsp;&nbsp;ให้ความรู้ด้านการจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย&nbsp;และภาษีที่ถูกต้อง&nbsp;</p><p><strong>พร้อมทั้งการให้ความรู้ในกระบวนการผลิตเป็นสินค้าเกษตรปลอดภัย</strong>&nbsp;และได้การรับรองจากหน่วยงานที่มีมาตรฐาน&nbsp;เรื่องการแปรรูปผลิตภัณฑ์ให้หลากหลาย&nbsp;รวมถึงประชาสัมพันธ์ผลผลิตให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-25T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","มหาสารคาม","สวท.มหาสารคาม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425173426434"],
    [410,"ชาวบุรีรัมย์เตรียมชิมทุเรียนของดี ใกล้เข้าสู่ ช่วงทุเรียนน้ำแร่ธรรมชาติ ดินภูเขาไฟ ออกผลพร้อมกินแล้ว","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;นั้นมีของดีของเด่นที่ได้รับการยอมรับมากมาย&nbsp;ไม่ว่าจะเป็น&nbsp;ผ้าไหม&nbsp;ผ้าซิ่น&nbsp;กุ้งจ่อม&nbsp;กระยาสารท&nbsp;ลูกชิ้นยืนกิน</strong>&nbsp;รวมถึงข้าวหอมมะลิดินภูเขาไฟบุรีรัมย์&nbsp;ที่ได้รับผลักดันการคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์หรือ&nbsp;GI&nbsp;&nbsp;โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;ล่าสุดอีกหนึ่งสินค้า&nbsp;ที่จะได้รับการผลักดันให้เป็น&nbsp;สินค้า&nbsp;GI&nbsp;ก็คือ&nbsp;ทุเรียนน้ำแร่ธรรมชาติ&nbsp;ดินภูเขาไฟบุรีรัมย์&nbsp;ซึ่งในช่วงเดือนหน้านี้&nbsp;ผลทุเรียนน้ำแร่ในสวนของชาวบ้านหลายพื้นที่&nbsp;ก็คงเริ่มสุก&nbsp;เนื้อทุเรียนเหลืองอร่าม&nbsp;พร้อมรับประทานกันแล้ว&nbsp;อย่างทุเรียนน้ำแร่ในสวนของผู้ใหญ่สุพจน์&nbsp;เจริญรัมย์&nbsp;บ้านโคกมะม่วง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ต.โคกมะม่วง&nbsp;อ.ปะคำ&nbsp;จ.บุรีรัมย์&nbsp;ที่ได้ร่วมกันกับชาวบ้านกว่า&nbsp;100&nbsp;คน&nbsp;ในตำบลทำวิสาหกิจชุมชนทุเรียนตำบลโคกม่วง&nbsp;พลิกผืนดินที่เคยปลูกข้าว&nbsp;ปลูกอ้อย&nbsp;ปลูกมัน&nbsp;เปลี่ยนเป็นสวนทุเรียน&nbsp;มากกว่า&nbsp;3,000&nbsp;ไร่&nbsp;ที่ปลูกโดยใช้ดินภูเขาไฟที่ผ่านการวิจัยแล้วว่าอุดมด้วยแร่ธาตุ&nbsp;รดน้ำด้วยน้ำแร่ใต้ดิน&nbsp;และใส่ปุ๋ยอินทรีย์ตามค่าวิเคราะห์ดิน&nbsp;ดูแลอย่างดีเพื่อให้ได้ทุเรียนที่มีคุณภาพมากที่สุด&nbsp;โดยจุดเด่นของทุเรียนน้ำแร่&nbsp;ดินภูเขาไฟบุรีรัมย์&nbsp;ตำบลโคกม่วง&nbsp;ก็คือ&nbsp;ผิวนอกกรอบ&nbsp;เนื้อในนุ่มเหมือนคัสตาดครีม&nbsp;รสชาติหวานมัน&nbsp;เนื้อแห้งไม่มีน้ำเยิ้ม&nbsp;ซึ่งวิสาหกิจชุมชนจะส่งขายในพื้นที่ภาคอีสาน&nbsp;หรือใครที่สนใจก็มาสั่งซื้อที่สวนของวิสาหกิจชุมชนได้เลยในราคากิโลกรัมละ&nbsp;200&nbsp;บาท&nbsp;และขายในช่วงกลางเดือนหน้า&nbsp;ล่าสุด&nbsp;มีคนจากนอกพื้นที่ไม่ว่าจะเป็น&nbsp;โซนภาคอีสาน&nbsp;หรือภาคกลางอย่าง&nbsp;กทม.&nbsp;มาจองไว้ตั้งแต่ออกผล&nbsp;สำหรับท่านใดสนใจทุเรียนน้ำแร่&nbsp;ดินภูเขาไฟบุรีรัมย์&nbsp;สามารถติดต่อได้ที่&nbsp;เบอร์&nbsp;084-828-6127&nbsp;วิสาหกิจชุมชนทุเรียนตำบลโคกม่วง&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ในส่วนของการส่งเสริม&nbsp;ขณะนี้&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์</strong>&nbsp;โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;กำลังผลักดันให้เป็นสินค้า&nbsp;GI&nbsp;ซึ่งคาดว่าจะได้ขึ้นทะเบียนในปี&nbsp;2566</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-25T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","บุรีรัมย์","สวท.บุรีรัมย์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425185616466"],
    [411,"เกษตรกรจังหวัดนครพนม เตือนเกษตรกรเฝ้าระวังโรคใบขาวอ้อย แนะหมั่นสำรวจแปลง หากพบแจ้งเจ้าหน้าที่ด่วน","<p><strong>นางสาวกัญณฐา&nbsp;อภินนท์ธนา&nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากสภาพอากาศเข้าสู่ภาวะร้อนชื้นเอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อไฟโตพลาสมา&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;ได้ประกาศแจ้งเตือนเกษตรกรชาวไร่อ้อยเฝ้าระวังการระบาดของโรคใบขาว&nbsp;หรือที่เรียกกันว่า&nbsp;โรคเอดส์ในอ้อย&nbsp;อาการเริ่มแรกจะพบใบมีสีขาวตามแนวยาวของเส้นกลางใบจากนั้นใบจะลายเป็นเส้นสีขาวหรือสีเหลืองสลับสีเขียวขนานไปตามเส้นกลางใบ&nbsp;จนกระทั่งแสดงอาการใบขาวทั่วทั้งใบ&nbsp;ลำต้นแคระแกร็น&nbsp;ต้นไม่เจริญเติบโตเป็นลำที่สมบูรณ์&nbsp;หากพบอาการรุนแรง&nbsp;จะทำให้ใบขาวทั้งกอ&nbsp;และต้นอ้อยแห้งตายในที่สุดบางพื้นที่การปลูกอ้อยพบการระบาดของโรคใบขาวอ้อยระบาด&nbsp;ส่งผลให้ผลผลิตอ้อยของพี่น้องเกษตรกรลดลง</p><p><strong>สำหรับในพื้นที่จังหวัดนครพนม&nbsp;แม้ในขณะนี้จะยังไม่พบการรายงาน</strong>ว่าพบการระบาด&nbsp;แต่ทางสำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนมได้แจ้งเตือนไปยังสำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่ให้ประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้ให้กับเกษตรกรที่ปลูกอ้อยได้รับทราบ&nbsp;และเตรียมการในการเฝ้าระวังป้องกัน&nbsp;ซึ่งสาเหตุที่สำคัญของโรคใบขาวอ้อยเกิดจากเชื้อไฟโตพลาสมา&nbsp;ลักษณะอาการใบขาวนั้นสามารถเกิดขึ้นได้กับอ้อยทุกระยะการเจริญเติบโต&nbsp;อ้อยที่เป็นโรคจะแสดงอาการผิดปกติได้ตั้งแต่เริ่มงอกไปจนกระทั่งเก็บเกี่ยว&nbsp;โดยอาการจะปรากฏให้เห็นได้ชัดเจนในระยะกล้าอ้อยจะแตกกอฝอยมีหน่อเล็กๆ&nbsp;ที่มีใบสีขาวจำนวนมาก&nbsp;คล้ายกอหญ้า&nbsp;หน่อไม่เจริญเป็นลำ&nbsp;หากอาการโรครุนแรงอ้อยจะแห้งตายทั้งกอในที่สุด&nbsp;หากหน่ออ้อยในกอเจริญเป็นลำได้&nbsp;ลำอ้อยที่ได้จะไม่สมบูรณ์&nbsp;อาจมีใบขาวที่ปลายยอด&nbsp;หรือมีหน่อขาวเล็กๆ&nbsp;งอกจากตาข้างของลำ&nbsp;บางครั้งอาการของโรคจะมีลักษณะแฝง&nbsp;พบเสมอในอ้อยที่ปลูกปีแรก&nbsp;ซึ่งอ้อยที่เป็นโรคจะเจริญเติบโตเป็นลำ&nbsp;มีใบสีเขียวคล้ายอ้อยปกติ&nbsp;มีเพียงหน่อขาวเล็กๆ&nbsp;ที่โคนกอ&nbsp;แต่อาการโรคจะปรากฏให้เห็นได้ชัดเจนในอ้อยตอในระยะเวลาต่อมา&nbsp;ซึ่งเมื่อนำอ้อยที่มีอาการแฝงคล้ายอ้อยปกติดังกล่าวไปปลูกต่อก็จะทำให้โรคระบาดต่อไปอย่างกว้างขวาง&nbsp;แปลงอ้อยที่ปลูกในช่วงหน้าฝนจะพบอาการโรคระบาดรุนแรง</p><p><strong>สำหรับวิธีการป้องกันกำจัดโรคใบขาวอ้อย&nbsp;หากเกิดการแพร่ระบาด</strong>&nbsp;ทางสำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;แนะนำให้ทำลายด้วยการขุดทิ้ง&nbsp;และกรณีที่พบการระบาดมากให้ไถทิ้งทั้งแปลง&nbsp;แล้วปลูกพืชตระกูลถั่วหมุนเวียนก่อนปลูกอ้อยรอบใหม่&nbsp;เพื่อตัดวงจรของโรคและแมลงพาหะ&nbsp;เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีอ้อยพันธุ์ต้านทาน&nbsp;การขุดทำลายกออ้อยที่เป็นโรคออกจากแปลงแล้วนำไปเผาทำลายทิ้ง&nbsp;หรืออาจใช้สารกำจัดวัชพืชพ่นต้นที่เป็นโรค&nbsp;การกำจัดวัชพืชรอบๆ&nbsp;แปลงไปพร้อมกับการทำลายกอเป็นโรค&nbsp;เพื่อทำลายแหล่งอาศัยของแมลงพาหะนำโรค&nbsp;การให้ความร่วมมือกันกำจัดโรคใบขาวอย่างต่อเนื่องตลอดฤดูการผลิตและตลอดไปจนกว่าโรคใบขาวจะหมดไป&nbsp;ซึ่งเกษตรกรสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน&nbsp;และสำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;โดยจะมีเจ้าหน้าที่คอยให้บริการและคำแนะนำในการป้องกันและกำจัดอย่างถูกต้อง&nbsp;ทำให้ควบคุมการแพร่ระบาดของโรคใบขาวอ้อยได้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-25T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425190723477"],
    [412,"เกษตรกรจังหวัดนครพนม เตือนเกษตรกรปลูกมะพร้าวเฝ้าระวังแมลงดำหนามมะพร้าว พร้อมแนะวิธีรับมือ","<p><strong>นางสาวกัญณฐา&nbsp;อภินนท์ธนา&nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;เตือนเกษตรกรที่ปลูกมะพร้าว</strong>ให้ระวังแมลงดำหนามมะพร้าว&nbsp;เนื่องจากบางพื้นที่พบการเข้าทำลาย&nbsp;จึงขอแจ้งให้เกษตรกรหมั่นสำรวจต้นมะพร้าวและเฝ้าระวังการระบาดของโรคเมื่อเริ่มพบใบมะพร้าวแห้งเหี่ยวสีน้ำตาล&nbsp;ให้เตรียมการป้องกันหรือขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอ&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดเพื่อหาทางควบคุมป้องกันกำจัดก่อนเกิดการระบาดรุนแรง&nbsp;ลักษณะการทำลาย&nbsp;ตัวหนอนและตัวเต็มวัยจะกัดกินยอดอ่อนที่สุดของมะพร้าวที่ยังไม่คลี่&nbsp;โดยซ่อนตัวในใบอ่อนที่พับอยู่&nbsp;และจะย้ายไปกินใบอ่อนอีกใบหลังจากที่ใบเดิมคลี่ออก&nbsp;ทำให้ยอดอ่อนของมะพร้าวชะงักการเจริญเติบโต&nbsp;เมื่อมีการทำลายรุนแรงหลายๆ&nbsp;ใบในแต่ละต้นจะมองเห็นเป็นสีขาวโพลนชัดเจน&nbsp;ซึ่งชาวสวนมะพร้าว&nbsp;เรียกว่า&nbsp;โรคหัวหงอก&nbsp;ระยะตัวหนอนสำคัญที่สุด&nbsp;เพราะทำลายได้รุนแรงกว่าตัวเต็มวัย&nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีอากาศแห้งแล้งและขาดน้ำ</p><p><strong>การแพร่ระบาดแมลงดำหนามมะพร้าวเป็นแมลงศัตรูสำคัญของพืชตระกูลปาล์ม</strong>พบระบาดรุนแรงในมะพร้าว&nbsp;ทำให้ผลผลิตมะพร้าวไม่มีคุณภาพและมีปริมาณลดลง&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังให้ทัศนียภาพที่งดงามของแหล่งท่องเที่ยวขาดความสวยงามเนื่องจากมะพร้าวเป็นโรคหัวหงอก&nbsp;แมลงดำหนามมะพร้าวระบาดทำลายยอดมะพร้าวทั้งต้นเล็กและต้นสูงที่ให้ผลผลิตแล้วมักพบทั้งตัวหนอนและตัวเต็มวัยในยอดเดียวกันเป็นจำนวนมากและในมะพร้าวที่ให้ผลแล้วจะทำให้ผลผลิตลดลงมาก</p><p><strong>วิธีการป้องกันกำจัด</strong>&nbsp;1.&nbsp;ในมะพร้าวต้นเตี้ย&nbsp;ตัดยอดที่ถูกแมลงกัดกินมาเก็บไข่&nbsp;หนอน&nbsp;และตัวเต็มวัยไปทำลาย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;ใช้ตัวห้ำ&nbsp;ตัวเบียน&nbsp;และเชื้อจุลินทรีย์&nbsp;เช่น&nbsp;แมลงหางหนีบ&nbsp;แตนเบียนแมลงดำหนามมะพร้าว&nbsp;และเชื้อเมตตาไรเซียม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>แมลงหางหนีบกินไข่&nbsp;หนอน&nbsp;และดักแด้</strong>&nbsp;ปล่อยแมลงหางหนีบ&nbsp;อัตรา&nbsp;200&nbsp;ตัว&nbsp;ต่อไร่</p><p><strong>แตนเบียนแมลงดำหนามมะพร้าว</strong>&nbsp;(Asecodeshipinarum)&nbsp;ช่วยทำลายหนอนแมลงดำหนามมะพร้าว&nbsp;พฤติกรรมการเข้าทำลายของแตนเบียน&nbsp;เกิดจากเพศเมียที่ผสมพันธุ์แล้วจะใช้อวัยวะวางไข่แทงเข้าไปในลำตัวของหนอนแมลงดำหนามมะพร้าว&nbsp;หนอนแตนเบียนที่เกิดขึ้นภายในตัวแมลงดำหนามมะพร้าวฟักออกเป็นไข่ดูดกินของเหลว&nbsp;แล้วเข้าทำลายตัวแมลงในที่สุด&nbsp;ระยะการเจริญหนอนแมลงดำหนามมะพร้าวถูกแตนเบียนทำลาย&nbsp;เติบโตตั้งแต่ไข่จนถึงตัวเต็มวัยประมาณ&nbsp;17-20&nbsp;วัน&nbsp;ปล่อยแตนเบียนอะซิโคเดส&nbsp;อัตรา&nbsp;5&nbsp;กก./ไร่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.ใช้สารเคมี&nbsp;ใช้สารเคมีที่มีอันตรายน้อยและสลายตัวเร็ว&nbsp;เช่น&nbsp;คาร์บาริล&nbsp;(เซฟวิน&nbsp;85%&nbsp;wp)&nbsp;อัตรา&nbsp;30&nbsp;กรัม&nbsp;ต่อน้ำ&nbsp;20&nbsp;ลิตร&nbsp;ฉีดพ่นในแปลงเพาะกล้าพืชตระกูลปาล์ม&nbsp;ก่อนการเคลื่อนย้ายจากแหล่งที่มีการระบาดทุกครั้ง</p><p><strong>สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่</strong>&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน&nbsp;หรือสำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-25T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425193328485"],
    [413,"เกษตรกรจังหวัดนครพนม เตือนเกษตรกรเฝ้าระวังโรคใบขาวอ้อย แนะหมั่นสำรวจแปลงพบแจ้งเจ้าหน้าที่","<p><strong>สภาพอากาศเข้าสู่ภาวะร้อนชื้น&nbsp;เอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อไฟโตพลาสมา</strong>&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;ประกาศเตือนเกษตรกรชาวไร่อ้อยเฝ้าระวังการระบาดของโรคใบขาว&nbsp;หรือที่เรียกกันว่า&nbsp;โรคเอดส์ในอ้อย&nbsp;อาการเริ่มแรกจะพบใบมีสีขาวตามแนวยาวของเส้นกลางใบจากนั้นใบจะลายเป็นเส้นสีขาวหรือสีเหลืองสลับสีเขียวขนานไปตามเส้นกลางใบ&nbsp;จนกระทั่งแสดงอาการใบขาวทั่วทั้งใบ&nbsp;ลำต้นแคระแกร็น&nbsp;ต้นไม่เจริญเติบโตเป็นลำที่สมบูรณ์&nbsp;หากพบอาการรุนแรง&nbsp;จะทำให้ใบขาวทั้งกอ&nbsp;และต้นอ้อยแห้งตายในที่สุด</p><p><strong>นางสาวกัญณฐา&nbsp;อภินนท์ธนา&nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>บางพื้นที่การปลูกอ้อยพบการระบาดของโรคใบขาวอ้อยระบาด&nbsp;ส่งผลให้ผลผลิตอ้อยของพี่น้องเกษตรกรลดลง&nbsp;สำหรับในพื้นที่จังหวัดนครพนม&nbsp;แม้ในขณะนี้จะยังไม่พบการรายงานว่าพบการระบาด&nbsp;แต่ทางสำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนมได้แจ้งเตือนไปยังสำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่ให้ประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้ให้กับเกษตรกรที่ปลูกอ้อยได้รับทราบ&nbsp;และเตรียมการในการเฝ้าระวังป้องกัน&nbsp;สาเหตุที่สำคัญของโรคใบขาวอ้อยเกิดจากเชื้อไฟโตพลาสมา&nbsp;ลักษณะอาการใบขาวนั้นสามารถเกิดขึ้นได้กับอ้อยทุกระยะการเจริญเติบโต&nbsp;อ้อยที่เป็นโรคจะแสดงอาการผิดปกติได้ตั้งแต่เริ่มงอกไปจนกระทั่งเก็บเกี่ยว&nbsp;โดยอาการจะปรากฏให้เห็นได้ชัดเจนในระยะกล้าอ้อยจะแตกกอฝอยมีหน่อเล็กๆ&nbsp;ที่มีใบสีขาวจำนวนมาก&nbsp;คล้ายกอหญ้า&nbsp;หน่อไม่เจริญเป็นลำ&nbsp;หากอาการโรครุนแรงอ้อยจะแห้งตายทั้งกอในที่สุด&nbsp;หากหน่ออ้อยในกอเจริญเป็นลำได้&nbsp;ลำอ้อยที่ได้จะไม่สมบูรณ์&nbsp;อาจมีใบขาวที่ปลายยอด&nbsp;หรือมีหน่อขาวเล็กๆ&nbsp;งอกจากตาข้างของลำ&nbsp;บางครั้งอาการของโรคจะมีลักษณะแฝง&nbsp;พบเสมอในอ้อยที่ปลูกปีแรก&nbsp;ซึ่งอ้อยที่เป็นโรคจะเจริญเติบโตเป็นลำ&nbsp;มีใบสีเขียวคล้ายอ้อยปกติ&nbsp;มีเพียงหน่อขาวเล็กๆ&nbsp;ที่โคนกอ&nbsp;แต่อาการโรคจะปรากฏให้เห็นได้ชัดเจนในอ้อยตอในระยะเวลาต่อมา&nbsp;ซึ่งเมื่อนำอ้อยที่มีอาการแฝงคล้ายอ้อยปกติดังกล่าวไปปลูกต่อก็จะทำให้โรคระบาดต่อไปอย่างกว้างขวาง&nbsp;แปลงอ้อยที่ปลูกในช่วงหน้าฝนจะพบอาการโรคระบาดรุนแรง</p><p><strong>สำหรับวิธีการป้องกันกำจัดโรคใบขาวอ้อย&nbsp;หากเกิดการแพร่ระบาด&nbsp;</strong>ทางสำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;แนะนำให้ทำลายด้วยการขุดทิ้ง&nbsp;และกรณีที่พบการระบาดมากให้ไถทิ้งทั้งแปลง&nbsp;แล้วปลูกพืชตระกูลถั่วหมุนเวียนก่อนปลูกอ้อยรอบใหม่&nbsp;เพื่อตัดวงจรของโรคและแมลงพาหะ&nbsp;เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีอ้อยพันธุ์ต้านทาน&nbsp;การขุดทำลายกออ้อยที่เป็นโรคออกจากแปลงแล้วนำไปเผาทำลายทิ้ง&nbsp;หรืออาจใช้สารกำจัดวัชพืชพ่นต้นที่เป็นโรค&nbsp;การกำจัดวัชพืชรอบๆ&nbsp;แปลงไปพร้อมกับการทำลายกอเป็นโรค&nbsp;เพื่อทำลายแหล่งอาศัยของแมลงพาหะนำโรค&nbsp;การให้ความร่วมมือกันกำจัดโรคใบขาวอย่างต่อเนื่องตลอดฤดูกาลผลิตและตลอดไปจนกว่าโรคใบขาวจะหมดไป&nbsp;ซึ่งเกษตรกรสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน&nbsp;และสำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;โดยจะมีเจ้าหน้าที่คอยให้บริการและคำแนะนำในการป้องกันและกำจัดอย่างถูกต้อง&nbsp;ทำให้ควบคุมการแพร่ระบาดของโรคใบขาวอ้อยได้</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-25T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425194057486"],
    [414,"เกษตรจังหวัดนครพนม แจ้งมาตรการการจำกัดการใช้สารไกลโฟเซต ก่อนใช้ต้องมีความรู้","<p><strong>คณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติเห็นชอบให้จำกัดการใช้สารเคมี&nbsp;3&nbsp;ชนิด</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;พาราควอต&nbsp;ไกลโฟเซต&nbsp;และคลอร์ไพริฟอส&nbsp;โดยมีประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ออกมาทั้งหมด&nbsp;5&nbsp;ฉบับ&nbsp;3&nbsp;ประเด็นสำคัญ&nbsp;ได้แก่&nbsp;1)&nbsp;การจำกัดการใช้&nbsp;การกำหนดฉลาก&nbsp;และภาชนะบรรจุ&nbsp;วัตถุอันตรายที่เกี่ยวกับ&nbsp;พาราควอต&nbsp;ไกลโฟเซต&nbsp;และคลอร์ไพริฟอส&nbsp;2)&nbsp;การกำหนดหลักเกณฑ์&nbsp;วิธีการ&nbsp;และเงื่อนไขในการผลิต&nbsp;การนำเข้า&nbsp;การส่งออก&nbsp;การมีไว้ในครอบครอง&nbsp;และกำหนดให้มีบุคลากร&nbsp;เฉพาะรับผิดชอบในการควบคุมการขาย&nbsp;ซึ่งวัตถุอันตรายที่เกี่ยวกับ&nbsp;พาราควอต&nbsp;ไกลโฟเซต&nbsp;และคลอร์ไพริฟอส&nbsp;3&nbsp;ชนิดนี้&nbsp;3)&nbsp;การแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่&nbsp;ตาม&nbsp;พ.ร.บ.วัตถุอันตราย&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2535&nbsp;เฉพาะวัตถุอันตรายที่เกี่ยวกับ&nbsp;พาราควอต&nbsp;ไกลโฟเซต&nbsp;และคลอร์ไพริฟอส&nbsp;3&nbsp;ชนิดนี้&nbsp;โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้&nbsp;ในวันที่&nbsp;20&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2562&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ประกาศทั้ง&nbsp;5&nbsp;ฉบับ&nbsp;จะมีผลกระทบต่อผู้ที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีทั้ง&nbsp;3&nbsp;ชนิด&nbsp;ได้แก่&nbsp;เกษตรกรผู้ใช้&nbsp;ผู้รับจ้างพ่น&nbsp;ผู้ขาย&nbsp;ผู้ผลิต/ผู้นำเข้า/ผู้ผลิต&nbsp;และพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าว&nbsp;โดยเฉพาะเกษตรกรผู้ใช้และผู้รับจ้างพ่นสารเคมีทั้ง&nbsp;3&nbsp;ชนิด&nbsp;ต้องผ่านการอบรม&nbsp;และหรือผ่านการทดสอบความรู้ตามหลักสูตรการใช้สารเคมีอย่างถูกต้องและปลอดภัย&nbsp;</p><p><strong>นางสาวกัญณฐา&nbsp;อภินนท์ธนา&nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;คณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติเห็นชอบให้จำกัดการใช้สารเคมี&nbsp;3&nbsp;ชนิด&nbsp;ได้แก่&nbsp;พาราควอต&nbsp;ไกลโฟเซต&nbsp;และคลอร์ไพริฟอส&nbsp;โดยในส่วนราชสารพาราควอต&nbsp;และคลอร์ไพริฟอส&nbsp;นั้น&nbsp;ไม่อนุญาตให้เกษตรกรใช้&nbsp;แต่ในส่วนของสารไกลโฟเซต&nbsp;นั้นได้มีการจำกัดการใช้ตามมาตรการ&nbsp;คือ&nbsp;หากเกษตรกรที่มีความประสงค์ต้องการใช้สารไกลโฟเซต&nbsp;จะต้องดำเนินการติดต่อเข้ารับการอบรมและทดสอบความรู้โดยตรงจากหน่วยงานของกรมวิชาการเกษตรทั่วประเทศ&nbsp;เพื่อเข้าใจและมีความรู้ในการใช้สารที่ถูกต้องและปลอดภัยตามมาตรการที่ควบคุม</p><p>ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับสารเคมี&nbsp;3&nbsp;ชนิด</p><p><strong>พาราควอต&nbsp;เป็นสารกำจัดวัชพืชแบบสัมผัส&nbsp;และไม่เลือกทำลาย</strong>&nbsp;ใช้ฉีดพ่นสำหรับวัชพืชหลังงอก&nbsp;สามารถใช้ในการควบคุมวัชพืชได้ทั้งใบแคบและใบกว้าง&nbsp;สารเข้าสู่ต้นพืชได้ทางใบและลำต้น&nbsp;มีกลไกการทำลายในพืชโดยยับยั้งกระบวนการสังเคราะห์แสง&nbsp;ออก</p><p>ฤทธิ์ทำลายเฉพาะส่วนของพืชที่มีสีเขียว</p><p><strong>ไกลโฟเซต&nbsp;เป็นสารกำจัดวัชพืชแบบดูดซึม&nbsp;และไม่เลือกทำลาย&nbsp;</strong>ใช้ฉีดพ่นสำหรับวัชพืชหลังงอก&nbsp;สามารถใช้ในการควบคุมวัชพืชได้ทั้งใบแคบและใบกว้าง&nbsp;โดยเข้าสู่เนื้อเยื่อสีเขียวของใบและลำต้นของวัชพืชโดยดูดซึมผ่านราก&nbsp;เหง้า&nbsp;ลำต้น&nbsp;ที่ทอดยาวตามพื้นที่&nbsp;เข้าสู่ระบบลำเลียงน้ำของพืช&nbsp;กลไกการทำงานของไกลโฟเซตคือ&nbsp;การยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสร้างกรดอะมิโนจำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตของพืช</p><p><strong>คลอร์ไพริฟอส&nbsp;เป็นสารเคมีกำจัดแมลงศัตรูพืช&nbsp;ในกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต&nbsp;</strong>ใช้กำจัดแมลงศัตรูพืชได้หลากหลายทั้งแมลงปากดูด&nbsp;แมลงปากกัด&nbsp;มีคุณสมบัติทั้งถูกตัวตายหรือสัมผัส&nbsp;กินตาย&nbsp;การซึมผ่านใบ&nbsp;และเป็นไอระเหย&nbsp;มีการใช้ประโยชน์ทั้งการพ่นสารทางใบ&nbsp;การใช้การพ่นหรือราดลงดิน&nbsp;รองก้นหลุม&nbsp;การฉีดเข้าต้นตามรูเจาะของแมลง&nbsp;หรือใช้สำหรับรักษาเมล็ดพันธุ์พืชเพื่อป้องกันแมลงศัตรูในโรงเก็บ&nbsp;เช่น&nbsp;การคลุกเมล็ดพันธุ์&nbsp;และชุบกระสอบ&nbsp;การออกฤทธิ์เมื่อได้รับการสัมผัส&nbsp;กินหรือรับไอสาร&nbsp;โดยจะยับยั้งการทำงานของเอนไซม์อะเซทิลโคลีนเอสเทอเรส&nbsp;ในระบบประสาท&nbsp;ทำให้เกิดอาการชักและเป็นอัมพาตได้</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-25T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425195005487"],
    [415,"คพ. จัดอบรมตำรวจจราจรยกระดับมาตรฐานการตรวจวัดรถเสียงดัง หลังพบการร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องรถแต่งซิ่งมาขับจนส่งมลพิษทางเสียงให้กับประชาชนช่วงเวลากลางคืนมากขึ้น","<p><strong>กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;จัดอบรมตำรวจจราจรยกระดับมาตรฐานการตรวจวัดรถเสียงดัง&nbsp;หลังพบการร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องรถแต่งซิ่งมาขับจนส่งมลพิษทางเสียงให้กับประชาชนช่วงเวลากลางคืนมากขึ้น&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายพรศักดิ์&nbsp;ภู่อิ่ม&nbsp;รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;,&nbsp;สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ&nbsp;และกองบังคับการตำรวจจราจร&nbsp;(บก&nbsp;จร.)&nbsp;ได้ร่วมกันจัดอบรมเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรยกระดับศักยภาพการตรวจวัดและห้ามใช้รถเสียงดัง&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;25-28&nbsp;เมษายน&nbsp;เพื่อให้ความรู้&nbsp;ปรับมาตรฐานการตรวจวัดเสียงให้เทียบเท่าระดับสากล&nbsp;และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น&nbsp;โดยเฉพาะรถแต่งซิ่งที่นำมาขับขี่แข่งขันกันเวลากลางคืน&nbsp;หลังพบการร้องเรียนเข้ามาเป็นจำนวนมาก&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;คพ.&nbsp;ได้ปรับปรุงการกำหนดมาตรฐานระดับเสียงของรถจักรยานยนต์แบบใหม่ที่ประกาศบังคับใช้ตั้งแต่วันที่&nbsp;5&nbsp;มกราคม&nbsp;2564&nbsp;โดยปรับวิธีการตรวจวัดให้มีประสิทธิภาพสอดคล้องกับเทคโนโลยี&nbsp;เป็นไปตามมาตรฐานสากล&nbsp;และปรับปรุงการกำหนดค่ามาตรฐานระดับเสียงให้สัมพัทธ์กับค่าผลการทดสอบระดับเสียงขณะอยู่กับที่ที่ได้รับการรับรองแบบจากกรมการขนส่งทางบก&nbsp;ที่ผ่านมามีความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง&nbsp;ซึ่งการอบรมครั้งนี้เน้นการถ่ายทอดเทคโนโลยีการตรวจวัดที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นจากผู้รู้เทคโนโลยีการวัดสู่ผู้บังคับใช้กฎหมาย&nbsp;คือ&nbsp;กองบังคับการตำรวจจราจร&nbsp;(บก.จร.)&nbsp;,&nbsp;กรมการขนส่งทางบก&nbsp;และกรุงเทพมหานคร&nbsp;ที่จะถ่ายทอดองค์ความรู้ทั้งด้านทฤษฎีและการฝึกปฏิบัติจริง&nbsp;เพื่อยกระดับความสามารถให้กับพนักงานเจ้าหน้าที่&nbsp;เพิ่มความน่าเชื่อถือในผลการตรวจวัดและลดข้อโต้แย้งที่อาจเกิดขึ้น&nbsp;สิ่งสำคัญเตรียมความพร้อมการบังคับใช้กฎหมายตรวจสอบและออกคำสั่งห้ามใช้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่มีเสียงดังเกินมาตรฐาน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ยังขอความร่วมมือกับเจ้าของรถที่ใช้รถที่ผลิตและมีอุปกรณ์ส่วนควบ&nbsp;หรือท่อไอเสียในสภาพเดิมจากโรงงาน&nbsp;เพื่อความปลอดภัยและลดปัญหาด้านเสียงดังรบกวน&nbsp;สำหรับผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดค่ามาตรฐานและวิธีการตรวจวัดระดับเสียงของรถยนต์และรถจักรยานยนต์&nbsp;โดยดาวน์โหลดคู่มือการตรวจวัดระดับเสียงของรถยนต์และคู่มือการตรวจวัดระดับเสียงของรถจักรยานยนต์ได้ทางเว็บไซต์ของกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;หรือ&nbsp;www.pcd.go.th&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;พันตำรวจเอกชัยณรงค์&nbsp;ทรัพยสาร&nbsp;ผู้ดำกับการ&nbsp;5&nbsp;กองบังคับการตำรวจจราจร&nbsp;(บก&nbsp;จร.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การนำเจ้าหน้าที่มาอบรมจะช่วยเพิ่มศักยภาพการตรวจวัดเสียงยานพาหนะ&nbsp;เนื่องมาจากที่ผ่านมามีกลุ่มเด็กแว๊นจักรยานยนต์เข้าไปขับรถและแข่งกันสร้างมลพิษทางเสียงในพื้นที่เขตพระราชทาน&nbsp;โดยเดิมตั้งด่านตรวจจับ&nbsp;แต่ครั้งนี้จะต้องลงไปดูแลควบคุมการตรวจจับอย่างเข้มงวดมากขึ้น&nbsp;ซึ่งตามกฎหมายผู้ใช้รถจักรยานยนต์ที่มีเสียงเกินมาตรฐาน&nbsp;95&nbsp;เดซิเบล&nbsp;มีความผิดตามพระราชบัญญัติการจราจรทางบก&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2535&nbsp;มีโทษปรับตามมาตรา&nbsp;152&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;1,000&nbsp;บาท</p>","2022-04-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425200314490"],
    [416,"กรมอุตุนิยมวิทยา ชี้แจงเรื่องประเทศไทยเตรียมเข้าสู่ฤดูฝนในวันที่ 1-3 พฤษภาคม 2565 ไม่เป็นความจริง","<p><strong>กรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;ชี้แจงกรณีที่มีการเผยแพร่&nbsp;</strong>ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์&nbsp;เรื่อง&nbsp;&nbsp;ประเทศไทยเตรียมเข้าสู่ฤดูฝนช่วงวันที่&nbsp;1-3&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;ไม่ได้มีที่มาจากข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;แต่เป็นข้อความจากบุคคลที่ไม่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง&nbsp;และไม่มีแหล่งที่มาของข้อมูล&nbsp;จึงทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ช่วงเวลาดังกล่าวอยู่ในช่วงปลายฤดูร้อนและกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ฤดูฝน&nbsp;ซึ่งทำให้อากาศแปรปรวน&nbsp;โดยปัจจัยที่ทำให้ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝนนั้น&nbsp;พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศจะต้องมีฝนตกชุกต่อเนื่องประกอบกับทิศทางลมระดับผิวพื้นถึงความสูง&nbsp;3.5&nbsp;กิโลเมตรจะเปลี่ยนทิศเป็นลมตะวันตกเฉียงใต้&nbsp;ซึ่งพัดนำความชื้นจากทะเลอันดามันเข้าปกคลุมประเทศไทยอย่างต่อเนื่องและลมชั้นบนตั้งแต่ระดับความสูง&nbsp;5&nbsp;กิโลเมตรขึ้นไป&nbsp;จะเปลี่ยนทิศเป็นลมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมประเทศไทย&nbsp;</p><p><strong>กรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;จะทำการคาดหมายและประกาศ&nbsp;</strong>วันเริ่มต้นฤดูฝนให้ทุกคนทราบล่วงหน้า&nbsp;ผ่านเว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยาและศูนย์ภูมิอากาศต่อไป&nbsp;ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2022-04-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425205612505"],
    [417,"เกษตรจังหวัดนครพนม แจ้งมาตรการการจำกัดการใช้สารไกลโฟเซต หากต้องการใช้ ต้องทดสอบความรู้ก่อน","<p><strong>นางสาวกัญณฐา&nbsp;อภินนท์ธนา&nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;</strong>เปิดเผยว่า&nbsp;ตามที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติเห็นชอบให้จำกัดการใช้สารเคมี&nbsp;3&nbsp;ชนิด&nbsp;ได้แก่&nbsp;พาราควอต&nbsp;ไกลโฟเซต&nbsp;และคลอร์ไพริฟอส&nbsp;โดยมีประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ออกมาทั้งหมด&nbsp;5&nbsp;ฉบับ&nbsp;3&nbsp;ประเด็นสำคัญ&nbsp;ได้แก่&nbsp;</p><p>1)&nbsp;การจำกัดการใช้&nbsp;การกำหนดฉลาก&nbsp;และภาชนะบรรจุ&nbsp;วัตถุอันตรายที่เกี่ยวกับ&nbsp;พาราควอต&nbsp;ไกลโฟเซต&nbsp;และคลอร์ไพริฟอส&nbsp;</p><p>2)&nbsp;การกำหนดหลักเกณฑ์&nbsp;วิธีการ&nbsp;และเงื่อนไขในการผลิต&nbsp;การนำเข้า&nbsp;การส่งออก&nbsp;การมีไว้ในครอบครอง&nbsp;และกำหนดให้มีบุคลากร&nbsp;เฉพาะรับผิดชอบในการควบคุมการขาย&nbsp;ซึ่งวัตถุอันตรายที่เกี่ยวกับ&nbsp;พาราควอต&nbsp;ไกลโฟเซต&nbsp;และคลอร์ไพริฟอส&nbsp;3&nbsp;ชนิดนี้&nbsp;</p><p>3)&nbsp;การแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่&nbsp;ตาม&nbsp;พ.ร.บ.วัตถุอันตราย&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2535&nbsp;เฉพาะวัตถุอันตรายที่เกี่ยวกับ&nbsp;พาราควอต&nbsp;ไกลโฟเซต&nbsp;และคลอร์ไพริฟอส&nbsp;3&nbsp;ชนิดนี้&nbsp;เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่&nbsp;20&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2562&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งประกาศทั้ง&nbsp;5&nbsp;ฉบับ&nbsp;มีผลกระทบต่อผู้ที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีทั้ง&nbsp;3&nbsp;ชนิด</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;เกษตรกรผู้ใช้&nbsp;ผู้รับจ้างพ่น&nbsp;ผู้ขาย&nbsp;ผู้ผลิต/ผู้นำเข้า/ผู้ผลิต&nbsp;และพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าว&nbsp;โดยเฉพาะเกษตรกรผู้ใช้และผู้รับจ้างพ่นสารเคมีทั้ง&nbsp;3&nbsp;ชนิด&nbsp;ต้องผ่านการอบรม&nbsp;และหรือผ่านการทดสอบความรู้ตามหลักสูตรการใช้สารเคมีอย่างถูกต้องและปลอดภัย&nbsp;โดยในส่วนราชการสารพาราควอต&nbsp;และคลอร์ไพริฟอส&nbsp;นั้นไม่อนุญาตให้เกษตรกรใช้&nbsp;แต่ในส่วนของสารไกลโฟเซต&nbsp;นั้นได้มีการจำกัดการใช้ตามมาตรการ&nbsp;คือ&nbsp;หากเกษตรกรที่มีความประสงค์ต้องการใช้สารไกลโฟเซต&nbsp;จะต้องดำเนินการติดต่อเข้ารับการอบรมและทดสอบความรู้โดยตรงจากหน่วยงานของกรมวิชาการเกษตรทั่วประเทศ&nbsp;เพื่อเข้าใจและมีความรู้ในการใช้สารที่ถูกต้องและปลอดภัยตามมาตรการที่ควบคุม</p><p><strong>ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับสารเคมี&nbsp;3&nbsp;ชนิด</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พาราควอต&nbsp;เป็นสารกำจัดวัชพืชแบบสัมผัส&nbsp;และไม่เลือกทำลาย&nbsp;ใช้ฉีดพ่นสำหรับวัชพืชหลังงอก&nbsp;สามารถใช้ในการควบคุมวัชพืชได้ทั้งใบแคบและใบกว้าง&nbsp;สารเข้าสู่ต้นพืชได้ทางใบและลำต้น&nbsp;มีกลไกการทำลายในพืชโดยยับยั้งกระบวนการสังเคราะห์แสง&nbsp;ออกฤทธิ์ทำลายเฉพาะส่วนของพืชที่มีสีเขียว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ไกลโฟเซต&nbsp;เป็นสารกำจัดวัชพืชแบบดูดซึม&nbsp;และไม่เลือกทำลาย&nbsp;ใช้ฉีดพ่นสำหรับวัชพืชหลังงอก&nbsp;สามารถใช้ในการควบคุมวัชพืชได้ทั้งใบแคบและใบกว้าง&nbsp;โดยเข้าสู่เนื้อเยื่อสีเขียวของใบและลำต้นของวัชพืชโดยดูดซึมผ่านราก&nbsp;เหง้า&nbsp;ลำต้น&nbsp;ที่ทอดยาวตามพื้นที่&nbsp;เข้าสู่ระบบลำเลียงน้ำของพืช&nbsp;กลไกการทำงานของไกลโฟเซตคือ&nbsp;การยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสร้างกรดอะมิโนจำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตของพืช</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คลอร์ไพริฟอส&nbsp;เป็นสารเคมีกำจัดแมลงศัตรูพืช&nbsp;ในกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต&nbsp;ใช้กำจัดแมลงศัตรูพืชได้หลากหลายทั้งแมลงปากดูด&nbsp;แมลงปากกัด&nbsp;มีคุณสมบัติทั้งถูกตัวตายหรือสัมผัส&nbsp;กินตาย&nbsp;การซึมผ่านใบ&nbsp;และเป็นไอระเหย&nbsp;มีการใช้ประโยชน์ทั้งการพ่นสารทางใบ&nbsp;การใช้การพ่นหรือราดลงดิน&nbsp;รองก้นหลุม&nbsp;การฉีดเข้าต้นตามรูเจาะของแมลง&nbsp;หรือใช้สำหรับรักษาเมล็ดพันธุ์พืชเพื่อป้องกันแมลงศัตรูในโรงเก็บ&nbsp;เช่น&nbsp;การคลุกเมล็ดพันธุ์&nbsp;และชุบกระสอบ&nbsp;การออกฤทธิ์เมื่อได้รับการสัมผัส&nbsp;กินหรือรับไอสาร&nbsp;โดยจะยับยั้งการทำงานของเอนไซม์อะเซทิลโคลีนเอสเทอเรส&nbsp;ในระบบประสาท&nbsp;ทำให้เกิดอาการชักและเป็นอัมพาตได้</p><p><br></p><p><strong>**&nbsp;หากเกษตรกรมีข้อสงสัย&nbsp;หรือสนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;หรือติดต่อที่สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน</strong></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-25T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425205858511"],
    [418,"อำนาจเจริญ จัดกิจกรรมรณรงค์เผยแพร่และประชาสัมพันธ์การหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร","<p><strong>นายทวีป&nbsp;บุตรโพธิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;</strong>เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันรณรงค์เผยแพร่และประชาสัมพันธ์การหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร&nbsp;พร้อมมอบใบประกาศแต่งตั้งวิทยากรด้านการทำการเกษตรปลอดการเผา&nbsp;และนำกล่าวปฏิญาณตนหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร&nbsp;พร้อมทั้งปล่อยคาราวานรถแห่ประชาสัมพันธ์&nbsp;ณ&nbsp;แปลงนาเกษตรกร&nbsp;บ้านโคกเลาะ&nbsp;ตำบลหนองแก้ว&nbsp;อำเภอหัวตะพาน&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ผู้บริหารท้องถิ่น&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้</p><p><strong>นายพรเทพ&nbsp;เพชรน้อย&nbsp;นายอำเภอหัวตะพาน&nbsp;ได้กล่าวถึงการจัดงาน</strong>ในวันนี้ว่าตามที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง&nbsp;2&nbsp;ได้กำหนดเป้าหมายการพัฒนาด้าน&nbsp;\"อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปและเกษตรอินทรีย์เพิ่มมูลค่า&nbsp;การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ&nbsp;และการค้าชายแดนใต้มาตรฐานสากล\"&nbsp;ในด้านการพัฒนาการเกษตรเน้นการส่งเสริมเกษตรอินทรีย์&nbsp;โดยมีเป้าหมายขยายพื้นที่เกษตรอินทรีย์ได้,&nbsp;ล้านไร่&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>แต่ยังพบว่าเกษตรกรส่วนใหญ่ขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการ</strong>ปฏิบัติและความรู้เกี่ยวกับมาตรฐานเกษตรอินทรีย์&nbsp;โดยเฉพาะปัญหาการเผาในพื้นที่การเกษตร&nbsp;อันเนื่องมาจากการเผาตอซัง&nbsp;ฟางข้าว&nbsp;และเศษซากพืชที่เหลือใช้หลังการเก็บเกี่ยว&nbsp;ทำให้ดินเสื่อมโทรม&nbsp;ขาดความอุดมสมบูรณ์&nbsp;ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น&nbsp;เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;สภาพแวดล้อม&nbsp;และเศรษฐกิจอีกด้วย&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;มีพื้นที่ปลูกข้าวประมาณ&nbsp;1&nbsp;ล้านไร่&nbsp;ประมาณ&nbsp;หนึ่งแสนสี่หมื่นไร่หรือคิดเป็นร้อยละ&nbsp;14&nbsp;เป็นพื้นที่ทำนาที่เข้าร่วมการทำเกษตรอินทรีย์ปลอดการเผา&nbsp;</p><p><strong>การสร้างการตระหนักรู้ในการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร</strong>จะช่วยให้เกษตรกรเข้าใจหลักการการผลิตพืชให้ได้มาตรฐานอินทรีย์&nbsp;ซึ่งเป็นต้นน้ำที่สำคัญในการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ตามแนวทางการพัฒนาจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ภาคการเกษตร&nbsp;รวมถึงสนับสนุนขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ของจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;\"เมืองธรรมเกษตร&nbsp;เขตพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;เส้นทางการค้าสู่อาเซียน\"&nbsp;ดังนั้น&nbsp;เพื่อให้การดำเนินงานการป้องกันและเฝ้าระวังการเผาเศษซากพืชหรือวัชพืช&nbsp;และเศษวัสดุทางการเกษตรในพื้นที่การเกษตร&nbsp;ในจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;และเกิดความยั่งยืน&nbsp;พร้อมทั้งกำหนดแนวทางในการจัดการดินเชิงพื้นที่&nbsp;วิถีอำนาจเจริญตามมาตรการ&nbsp;3&nbsp;ต้อง&nbsp;คือ&nbsp;ต้อง&nbsp;ร่วมมือกันไถกลบตอซังข้าว&nbsp;และหว่านพืชปุ๋ยสด&nbsp;(ถั่วพร้า)&nbsp;ต้องนำเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;เช่น&nbsp;นำฟางข้าวมาทำวัสดุคลุมดิน&nbsp;เพาะเห็ดฟาง&nbsp;ทำปุ๋ยหมัก&nbsp;เลี้ยงสัตว์&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ต้องไม่&nbsp;เผาตอซังข้าวและเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรอย่างเด็ดขาด&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการจัดงานวันรณรงค์เผยแพร่และประชาสัมพันธ์การหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร&nbsp;</strong>ในวันนี้&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างจิตสำนึกให้พี่น้องเกษตรกรชาวหัวตะพานและทุกอำเภอในจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ตระหนักถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรดิน&nbsp;ไม่เผาตอซังข้าว&nbsp;โดยการไถกลบตอซัง&nbsp;และหว่านพืชปุ๋ยสดเพื่อปรับปรุงบำรุงดิน&nbsp;มีกิจกรรมในงานประกอบด้วย&nbsp;การปฏิญาณตนหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร&nbsp;มอบใบประกาศแต่งตั้งวิทยากรการทำเกษตรปลอดการเผา&nbsp;ปล่อยคาราวานรถแห่ประชาสัมพันธ์หยุดเผา&nbsp;กิจกรรมฐานเรียนรู้&nbsp;4&nbsp;ฐาน&nbsp;การใช้เทคโนโลยีเครื่องจักรกลทางการเกษตร&nbsp;ตลอดจนการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-25T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425210145516"],
    [419,"เกษตรจังหวัดนครพนมเตือนเกษตรกรปลูกมะพร้าวเฝ้าระวังแมลงดำหนามมะพร้าว พร้อมแนะวิธีรับมือ","<p><strong>นางสาวกัญณฐา&nbsp;อภินนท์ธนา&nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;</strong>แจ้งเตือนเกษตรกรที่ปลูกมะพร้าวให้ระวังแมลงดำหนามมะพร้าว&nbsp;เนื่องจากบางพื้นที่พบการเข้าทำลาย&nbsp;ขอให้เกษตรกรหมั่นสำรวจต้นมะพร้าวและเฝ้าระวังการระบาดของโรคเมื่อเริ่มพบใบมะพร้าวแห้งเหี่ยวสีน้ำตาล&nbsp;ให้เตรียมการป้องกันหรือขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอ&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัด&nbsp;เพื่อหาทางควบคุมป้องกันกำจัดก่อนเกิดการระบาดรุนแรง&nbsp;ลักษณะการทำลาย&nbsp;ตัวหนอนและตัวเต็มวัยจะกัดกินยอดอ่อนที่สุดของมะพร้าวที่ยังไม่คลี่&nbsp;โดยซ่อนตัวในใบอ่อนที่พับอยู่&nbsp;และจะย้ายไปกินใบอ่อนอีกใบหลังจากที่ใบเดิมคลี่ออก&nbsp;ทำให้ยอดอ่อนของมะพร้าวชะงักการเจริญเติบโต&nbsp;เมื่อมีการทำลายรุนแรงหลายๆ&nbsp;ใบในแต่ละต้นจะมองเห็นเป็นสีขาวโพลนชัดเจน&nbsp;ซึ่งชาวสวนมะพร้าว&nbsp;เรียกว่า&nbsp;โรคหัวหงอก&nbsp;ระยะตัวหนอนสำคัญที่สุด&nbsp;เพราะทำลายได้รุนแรงกว่าตัวเต็มวัย&nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีอากาศแห้งแล้งและขาดน้ำ</p><p><strong>การแพร่ระบาด&nbsp;แมลงดำหนามมะพร้าวเป็นแมลงศัตรูสำคัญของพืชตระกูลปาล์ม</strong>พบระบาดรุนแรงในมะพร้าว&nbsp;ทำให้ผลผลิตมะพร้าวไม่มีคุณภาพและมีปริมาณลดลง&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังให้ทัศนียภาพที่งดงามของแหล่งท่องเที่ยวขาดความสวยงามเนื่องจากมะพร้าวเป็นโรคหัวหงอก&nbsp;แมลงดำหนามมะพร้าวระบาดทำลายยอดมะพร้าวทั้งต้นเล็กและต้นสูงที่ให้ผลผลิตแล้วมักพบทั้งตัวหนอนและตัวเต็มวัยในยอดเดียวกันเป็นจำนวนมากและในมะพร้าวที่ให้ผลแล้วจะทำให้ผลผลิตลดลงมาก&nbsp;</p><p><strong>วิธีการป้องกันกำจัด&nbsp;ในมะพร้าวต้นเตี้ย&nbsp;ตัดยอดที่ถูกแมลงกัดกินมาเก็บไข่&nbsp;หนอน&nbsp;</strong>และตัวเต็มวัยไปทำลาย&nbsp;ใช้ตัวห้ำ&nbsp;ตัวเบียน&nbsp;และเชื้อจุลินทรีย์&nbsp;เช่น&nbsp;แมลงหางหนีบกินไข่&nbsp;หนอน&nbsp;และดักแด้&nbsp;ปล่อยแมลงหางหนีบ&nbsp;อัตรา&nbsp;200&nbsp;ตัวต่อไร่&nbsp;แตนเบียนแมลงดำหนามมะพร้าว&nbsp;(Asecodeshipinarum)&nbsp;ช่วยทำลายหนอนแมลงดำหนามมะพร้าว&nbsp;พฤติกรรมการเข้าทำลายของแตนเบียน&nbsp;เกิดจากเพศเมียที่ผสมพันธุ์แล้วจะใช้อวัยวะวางไข่แทงเข้าไปในลำตัวของหนอนแมลงดำหนามมะพร้าว&nbsp;หนอนแตนเบียนที่เกิดขึ้นภายในตัวแมลงดำหนามมะพร้าวฟักออกเป็นไข่ดูดกินของเหลว&nbsp;แล้วเข้าทำลายตัวแมลงในที่สุด&nbsp;ระยะการเจริญหนอนแมลงดำหนามมะพร้าวถูกแตนเบียนทำลาย&nbsp;เติบโตตั้งแต่ไข่จนถึงตัวเต็มวัยประมาณ&nbsp;17-20&nbsp;วัน&nbsp;ปล่อยแตนเบียนอะซิโคเดส&nbsp;อัตรา&nbsp;5&nbsp;กก./ไร่&nbsp;ใช้เชื้อเมตตาไรเซียม&nbsp;หรือใช้สารเคมีที่มีอันตรายน้อยและสลายตัวเร็ว&nbsp;เช่น&nbsp;คาร์บาริล&nbsp;(เซฟวิน&nbsp;85%&nbsp;wp)&nbsp;อัตรา&nbsp;30&nbsp;กรัม&nbsp;ต่อน้ำ&nbsp;20&nbsp;ลิตร&nbsp;ฉีดพ่นในแปลงเพาะกล้าพืชตระกูลปาล์ม&nbsp;ก่อนการเคลื่อนย้ายจากแหล่งที่มีการระบาดทุกครั้ง</p><p><strong>เกษตรกรสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่</strong>&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน&nbsp;หรือสำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-25T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220425211704535"],
    [420,"กอนช. ขอให้ประชาชนระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่ของประเทศ พร้อมระวังน้ำน้อยใน 3 แหล่งน้ำขนาดใหญ่","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่ของประเทศ&nbsp;พร้อมระวังน้ำน้อยใน&nbsp;3&nbsp;แหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(26&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน&nbsp;,&nbsp;ภาคเหนือและภาคกลางมีอากาศร้อนจัดในบางพื้นที่&nbsp;ส่วนภาคเหนือตอนล่าง&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;และภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;ช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.ตราด&nbsp;60&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;59&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และน่าน&nbsp;51&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;23,310&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;40&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;</p>","2022-04-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426091109552"],
    [421,"ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือสูงขึ้นระดับสีส้มบริเวณ ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ส่วน กทม.และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากต่อเนื่อง","<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือสูงขึ้นระดับสีส้มบริเวณ&nbsp;ต.เวียงพางคำ&nbsp;อ.แม่สาย&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากต่อเนื่อง</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(26&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพดีมากถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยเกินมาตรฐานระดับสีส้ม&nbsp;1&nbsp;พื้นที่&nbsp;บริเวณ&nbsp;ต.เวียงพางคำ&nbsp;อ.แม่สาย&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;มีแนวโน้มค่าฝุ่นจะอยู่ในเกณฑ์ดีช่วงวันที่&nbsp;28&nbsp;เมษายน&nbsp;-&nbsp;3&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;แต่ต้องควบคุมการเกิดจุดความร้อนเพื่อช่วยลดการสะสมของฝุ่นลงได้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;28&nbsp;เมษายน&nbsp;-&nbsp;3&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com</p>","2022-04-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426095950564"],
    [422,"คพ. เร่งพัฒนาศักยภาพบุคลากรเกี่ยวกับการจัดการมลพิษเนื่องจากน้ำมันและการบ่งชี้แหล่งที่มาของน้ำมัน พร้อมพัฒนาฐานข้อมูลลายนิ้วมือน้ำมันดิบมาใช้แก้ปัญหาน้ำมันรั่วในประเทศและหาผู้กระทำผิด","<p><strong>กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;เร่งพัฒนาศักยภาพบุคลากรเกี่ยวกับการจัดการมลพิษเนื่องจากน้ำมันและการบ่งชี้แหล่งที่มาของน้ำมัน&nbsp;คราบน้ำมัน&nbsp;และก้อนน้ำมันดิน&nbsp;พร้อมพัฒนาฐานข้อมูลลายนิ้วมือน้ำมันดิบ&nbsp;(Oil&nbsp;Fingerprint)&nbsp;มาใช้แก้ปัญหาน้ำมันรั่วในประเทศและหาผู้กระทำผิด</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กองจัดการคุณภาพน้ำ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้จัดอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางวิชาการ&nbsp;เรื่อง&nbsp;\"การจัดการมลพิษเนื่องจากน้ำมันและการบ่งชี้แหล่งที่มาของน้ำมัน&nbsp;คราบน้ำมัน&nbsp;ก้อนน้ำมันดิน\"&nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันและแก้ปัญหาน้ำมันรั่วไหลจะช่วยให้การจัดการปัญหามลพิษเห็นผลมากขึ้น&nbsp;พร้อมพัฒนาศักยภาพการจัดการน้ำมันด้านต่างๆในประเทศไทย&nbsp;แล้วนำไปประยุกต์ใช้ป้องกันการเกิดน้ำมันรั่วไหล&nbsp;เนื่องจากปัญหาการรั่วไหลของน้ำมันลงทะเลส่งผลให้เกิดคราบน้ำมันบริเวณชายหาดและก้อนน้ำมันดินตรงแนวชายฝั่งขึ้น&nbsp;กระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเล&nbsp;ทรัพยากรทางทะเล&nbsp;ระบบเศรษฐกิจ&nbsp;การท่องเที่ยว&nbsp;การประมง&nbsp;และการใช้ชีวิตของประชาชนในพื้นที่ที่ต้องใช้เวลายาวนานฟื้นฟูให้กับคืนความสมบูรณ์&nbsp;ส่วนใหญ่ปัญหาที่เกิดขึ้นยังไม่สามารถบ่งชี้แหล่งที่มาของการรั่วไหลหรือผู้ที่กระทำความผิดได้&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;คพ.&nbsp;ได้พัฒนาฐานข้อมูลลายนิ้วมือน้ำมันดิบ&nbsp;(Oil&nbsp;Fingerprint)&nbsp;ถือเป็นเอกลักษณ์ของน้ำมันที่จะนำมาใช้บ่งชี้แหล่งที่มาของน้ำมันได้&nbsp;และผลิตภัณฑ์น้ำมันที่เกี่ยวข้องในประเทศไทยภายใต้กรอบมาตรฐานสากล&nbsp;ภาพรวมจากการสำรวจพบสาเหตุการรั่วไหลของน้ำมันในประเทศไทยระหว่างปี&nbsp;2516&nbsp;-&nbsp;2564&nbsp;เกิดจากอุบัติเหตุไม่ทราบสาเหตุสูงถึงร้อยละ&nbsp;35&nbsp;จึงจำเป็นต้องพัฒนาเทคโนโลยีหรือเครื่องมือในการบ่งชี้แหล่งที่มาของคราบน้ำมันและก้อนน้ำมันดิน&nbsp;เพื่อให้ผู้กระทำความผิดมารับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ&nbsp;โดยเฉพาะการจ่ายค่าฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมให้กลับสู่สภาพเดิม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;ปัจจุบันได้ใช้การพิมพ์ลายนิ้วมือน้ำมันดิบ&nbsp;(Oil&nbsp;Fingerprint)&nbsp;เพื่อเปรียบเทียบความเหมือนของคราบน้ำมันหรือก้อนน้ำมันกับแหล่งกำเนิดมลพิษที่ต้องสงสัย&nbsp;โดยจะนำมาใช้บ่งชี้แหล่งที่มาของน้ำมันของประเทศไทยต่อไป&nbsp;แล้วจะตรวจสอบจากตัวชี้วัดทางชีวภาพที่คงทนและไม่เสื่อมสลายไปกับกระบวนการทางธรรมชาติเพื่อย้อนกลับไปบ่งชี้แหล่งที่มา&nbsp;ซึ่งมั่นใจว่าจะสามารถนำมาจัดการมลพิษทางน้ำจากการรั่วไหลของน้ำมัน&nbsp;คราบน้ำมัน&nbsp;และก้อนน้ำมันดินที่เกิดในประเทศให้ลดน้อยลง&nbsp;พร้อมร่วมกับประเทศต่างๆควบคุมการลักลอบการระบายน้ำมันและคราบน้ำมันลงสู่สิ่งแวดล้อมต่อไป</p>","2022-04-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426104309588"],
    [423,"จังหวัดสมุทรสงครามจัดกิจกรรม น่าบ้าน น่ามอง  ร่วมกันทำความสะอาดหน้าบ้านและพื้นที่สาธารณะ","<p><strong>ที่บริเวณองค์การบริหารส่วนตำบลบางนางลี่&nbsp;อำเภออัมพวา&nbsp;จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;</strong>นายขจร&nbsp;&nbsp;ศรีชวโนทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรม&nbsp;น่าบ้าน&nbsp;น่ามอง&nbsp;&nbsp;ร่วมกันทำความสะอาด&nbsp;หน้าบ้านตนเอง&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายกรกฎ&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;&nbsp;พันเอก&nbsp;จิระโรจน์&nbsp;กองวารี&nbsp;&nbsp;รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;ผู้นำท้องที่&nbsp;จิตอาสา&nbsp;ร่วมกันทำความสะอาดคลองบางแค&nbsp;อำเภออัมพวา</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ปัจจุบันทุกพื้นที่มีกิจกรรมลงแขกลงคลองทุกๆ&nbsp;เดือนอยู่แล้ว&nbsp;เพื่อร่วมกันสร้างต้นแบบให้กับประชาชนได้เห็นถึงความสำคัญในการรักษาความสะอาดบ้านเรือนของตนเอง&nbsp;เป็นการสร้างความประทับใจให้กับผู้ที่ได้พบเห็น&nbsp;อีกทั้งเพื่อขับเคลื่อนนโยบายเมืองสะอาด&nbsp;ซึ่งเป็นการสร้างวินัยให้แก่คนในชุมชน&nbsp;ในการรักษาความสะอาดของหน้าบ้าน&nbsp;และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในการกำจัดขยะ&nbsp;และลดปริมาณการทิ้งขยะในแต่ละวัน&nbsp;ตลอดจนช่วยกันรักษาความสะอาดถนน&nbsp;สถานที่สาธารณะ&nbsp;แหล่งท่องเที่ยว&nbsp;กำจัดวัชพืช&nbsp;และสิ่งปฏิกูลในแม่น้ำลำคลอง&nbsp;และปรับสภาพภูมิทัศน์ในชุมชนให้สวยงาม&nbsp;ชุมชนน่าอยู่&nbsp;หน้าบ้านน่ามอง&nbsp;คลองสวยน้ำใสอย่างยั่งยืนต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>รุ่งนภา/ข่าว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ธิติมา/เรียบเรียง</p><p>ทีมงานสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-04-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรสงคราม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426104507590"],
    [424,"กรมฝนหลวงฯ จัดอบรมหลักสูตรเทคโนโลยีการดัดแปรสภาพอากาศ สำหรับบุคลากรของไทยและมองโกเลีย ระหว่างวันที่ 25  28 เมษายน นี้ มุ่งเพิ่มพูนความรู้ ส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยกับประเทศมองโกเลีย","<p><strong>นายภักดี&nbsp;จันทร์เกษ&nbsp;ผู้อำนวยการกองวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีฝนหลวง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>โครงการฝึกอบรมหลักสูตรเทคโนโลยีการดัดแปรสภาพอากาศอยู่ภายใต้กรอบความร่วมมือทางวิชาการด้านการดัดแปรสภาพอากาศ&nbsp;เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ด้านการดัดแปรสภาพอากาศ&nbsp;เสริมสร้างขีดความสามารถการดัดแปรสภาพอากาศ&nbsp;และลดความเสี่ยงต่อภัยธรรมชาติ&nbsp;สำหรับใช้บรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำของราษฎร&nbsp;โดยการอบรมครั้งนี้ช่วยเพิ่มพูนทักษะเกี่ยวกับเทคโนโลยีฝนหลวง&nbsp;ตลอดจนเทคโนโลยีการดัดแปรสภาพอากาศ&nbsp;โดยมุ่งเน้นให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของทั้งสองประเทศ&nbsp;และเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยกับมองโกเลีย&nbsp;และการอบรมครั้งนี้ได้มีนักวิชาการด้านอุตุนิยมวิทยาและการดัดแปรสภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาและติดตามสภาพอากาศแห่งประเทศมองโกเลีย&nbsp;เข้าร่วมจำนวน&nbsp;22&nbsp;คน&nbsp;และนักวิทยาศาสตร์&nbsp;กรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;จำนวน&nbsp;55&nbsp;คน&nbsp;ด้วยเช่นกัน&nbsp;</p><p><strong>สำหรับเนื้อหาในการให้ความรู้ครั้งนี้ประกอบด้วย&nbsp;</strong>ประวัติความเป็นมาของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;ประวัติของเทคโนโลยีฝนหลวง&nbsp;ขั้นตอนการปฏิบัติการฝนหลวงในประเทศไทย&nbsp;คุณลักษณะทางฟิสิกส์ของเมฆในประเทศไทย&nbsp;การเลือกเมฆเพื่อการปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;การตัดสินใจเพื่อการปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;การพัฒนาระบบประเมินผลการปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;ระบบประเมินพื้นที่ได้รับประโยชน์จากการปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;และวิธีการประเมินคุณภาพน้ำฝนจากการปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;</p><p><strong>คาดหวังว่าการอบรมครั้งนี้บุคลากรของไทยและมองโกเลีย&nbsp;จะได้รับความรู้ที่สามารถนำไปใช้พัฒนาเทคโนโลยีการดัดแปรสภาพอากาศของประเทศตนเอง</strong>&nbsp;เพื่อบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำของประชาชน&nbsp;รวมถึงการสร้างเครือข่ายความมือด้านการดัดแปรสภาพอากาศระหว่างประเทศไทยกับประเทศมองโกเลีย&nbsp;ซึ่งนับว่าเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือระหว่างประเทศที่ได้น้อมนำแนวทางศาสตร์ฝนหลวงพระราชทาน&nbsp;เพื่อบรรเทาภัยแล้งให้แก่ชาวต่างประเทศ</p>","2022-04-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426132054654"],
    [425,"ปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ เข้าตรวจต่ออายุการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสําหรับสถานที่ฟักไข่สัตว์ปีก (GAP) โรงฟักชัยภูมิ","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>วานนี้&nbsp;25&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;สพ.ญ.ศรีสมัย&nbsp;โชติวนิช&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;</strong>มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กลุ่มพัฒนาคุณภาพสินค้าปศุสัตว์&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;เข้าตรวจต่ออายุการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสําหรับสถานที่ฟักไข่สัตว์ปีก&nbsp;(GAP)&nbsp;โรงฟักชัยภูมิ&nbsp;ของบริษัท&nbsp;ซีพีเอฟ&nbsp;(ประเทศไทย)&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;นายฐาภพ&nbsp;อำมาตย์&nbsp;ที่ตั้ง&nbsp;296&nbsp;หมู่&nbsp;4&nbsp;ต.นาเสียว&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ชัยภูมิ&nbsp;พื้นที่สถานประกอบการ&nbsp;70&nbsp;ไร่&nbsp;จำนวนไข่เข้าฟัก&nbsp;384,000&nbsp;ฟอง/สัปดาห์&nbsp;จำนวนลูกสัตว์ปีก&nbsp;288,000&nbsp;ตัว/สัปดาห์</p><p><strong>จากการเข้าตรวจพบว่าโดยรวมองค์ประกอบฟาร์มส่วนใหญ่เป็นไปตามหลักเกณฑ์&nbsp;</strong>แต่ยังมีจุดที่ต้องแก้ไขเล็กน้อย&nbsp;เอกสารการบันทึกยังมีบางส่วนที่ไม่ครบถ้วน&nbsp;ไม่สามารถทวนสอบได้&nbsp;จึงได้แนะนำให้ผู้ประกอบการแก้ไขข้อบกพร่องต่างๆ&nbsp;ให้แล้วเสร็จ&nbsp;แล้วรวบรวมรูปถ่ายพร้อมเอกสารส่งให้คณะผู้ตรวจฯ&nbsp;เพื่อส่งให้คณะผู้ตรวจรับรองประจำ&nbsp;สนง.ปศข.3&nbsp;พิจารณาให้การต่ออายุ&nbsp;GAP&nbsp;โรงฟักไข่สัตว์ปีก&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-26T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ชัยภูมิ","สวท.ชัยภูมิ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426112823617"],
    [426,"แกนนำเกษตรกรชาวสวนปาล์ม ขอบคุณและให้กำลังใจ พลเอก ประวิตร ช่วยป้องกันการเอาเปรียบจากกลุ่มทุน","<p><strong>พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;</strong>ให้การต้อนรับนายสุพิท&nbsp;มีแก้ว&nbsp;ประธานชมรมคนปลูกปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย&nbsp;พร้อมแกนนำเกษตรกรชาวสวนปาล์ม&nbsp;เข้าพบ&nbsp;ณ&nbsp;ห้องรับรอง&nbsp;ทำเนียบรัฐบาล&nbsp;เพื่อให้กำลังใจและแสดงความขอบคุณ&nbsp;ในฐานะประธานกรรมการปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย&nbsp;ที่ได้ช่วยแก้ปัญหาปาล์มน้ำมันให้มีเสถียรภาพมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เป็นระยะเวลา&nbsp;7&nbsp;ปี&nbsp;จนมูลค่าผลผลิตเพิ่มขึ้นจาก&nbsp;5&nbsp;หมื่นล้านบาทในปี&nbsp;2562&nbsp;เป็น&nbsp;1.1&nbsp;แสนล้านบาทในปี&nbsp;2564</p><p><strong>นาย&nbsp;สุพิทฯ&nbsp;กล่าวขอบคุณ</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;และคณะกรรมการปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย&nbsp;ที่ได้สานต่อแก้ปัญหาปาล์มน้ำมันได้ลุล่วงทั้งระบบ&nbsp;ด้วยการรับฟังข้อมูล&nbsp;ปัญหาจากเกษตรกรชาวสวนปาล์มและเปิดการมีส่วนร่วมของเกษตรกรร่วมแก้ปัญหา&nbsp;พร้อมไปกับการป้องกันการกดราคาจากกลุ่มทุนใหญ่และผลักดันพลังงานทางเลือกจากปาล์มน้ำมัน&nbsp;ส่งผลให้ราคาน้ำมันมีเสถียรภาพมากขึ้น&nbsp;พร้อมกับเสนอให้ช่วยผลักดันจัดทำโครงสร้างราคาน้ำมันทั้งระบบ&nbsp;การติดตั้งมิเตอร์วัดคุณภาพน้ำมัน&nbsp;การควบคุมน้ำมันปาล์มลักลอบข้ามแดน&nbsp;รวมทั้งการช่วยเหลือบรรเทาราคาปุ๋ยที่สูงขึ้นต่อไป</p><p><strong>พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;กล่าวแสดงความขอบคุณ</strong>&nbsp;พร้อมย้ำว่ารัฐบาล&nbsp;โดยคณะกรรมการฯ&nbsp;พยามรักษาเสถียรภาพปาล์มน้ำมัน&nbsp;ด้วยการควบคุมสต๊อกและราคาที่เหมาะสมตามกลไกตลาด&nbsp;ส่งเสริมการส่งออกและถ่วงดุล&nbsp;รวมทั้งอยู่ระหว่างเร่งรัดจัดทำโครงสร้างราคาให้เป็นธรรมกับทุกฝ่าย&nbsp;ควบคู่กับการติดตั้งมิเตอร์วัดระดับน้ำมันปาล์ม&nbsp;เพื่อรักษาคุณภาพและควบคุมความถูกต้อง&nbsp;นอกจากนั้นได้ตั้งคณะทำงาน&nbsp;ดูแลในการยกร่าง&nbsp;พ.ร.บ.&nbsp;เพื่อนำไปใช้ในการแก้ปัญหาที่ติดขัด&nbsp;พร้อมทั้งได้พยายามขับเคลื่อนให้เกิดความต้องการในการผลิตสินค้ามูลค่าเพิ่มต่างๆ&nbsp;ทั้งการผลิตเพื่อใช้ในประเทศและเพื่อการส่งออกอีก&nbsp;8&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;พร้อมยืนยันว่า&nbsp;จะผลักดันขับเคลื่อนกลไกปาล์มน้ำมันทั้งระบบ&nbsp;ร่วมกับเกษตรกรชาวสวนปาล์มต่อไป&nbsp;เพื่อเสถียรภาพของปาล์มน้ำมันและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนปาล์มทั้งประเทศ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2022-04-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426112347613"],
    [427,"ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตรวจราชการตามแผนการตรวจราชการและการขับเคลื่อนแบบบูรณาการในพื้นที่ จังหวัดอ่างทอง","<p><strong>เมื่อวานนี้&nbsp;25&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;นายสุรเดช&nbsp;สมิเปรม&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;</strong>และนางณัฐธัญ&nbsp;กาหลง&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอ่างทอง&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในระดับพื้นที่&nbsp;เข้าพบ&nbsp;นายวิระศักดิ์&nbsp;วิจิตร์แสงศรี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง&nbsp;หารือข้อราชการด้านการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;ห้องปฏิบัติราชการผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;ศาลากลางจังหวัดอ่างทอง&nbsp;จากนั้นได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียน&nbsp;สร้างขวัญกำลังใจให้แก่เกษตร&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;จุดแรก&nbsp;เยี่ยมชม&nbsp;บริษัทอเนก&nbsp;ฟาร์ม&nbsp;จำกัด&nbsp;ผู้ผลิตและจำหน่ายนกกระทาแบบครบวงจร&nbsp;ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน&nbsp;(นายอเนก&nbsp;สีเขียวสด)&nbsp;พร้อมด้วยประธานสภาเกษตร&nbsp;และผู้ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ต.ป่างิ้ว&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.อ่างทอง&nbsp;ได้รับความร่วมมือจากหลายส่วน&nbsp;ในการจัดทำนวัตกรรมการทำไข่แดงเซ็นเตอร์&nbsp;ภายบ่ายตรวจเยี่ยม&nbsp;แปลงใหญ่ชะอม&nbsp;ต.โพธิ์รังนก&nbsp;อ.โพธิ์ทอง&nbsp;จ.อ่างทอง&nbsp;และดูงานแปลงชะอม&nbsp;โดยมี&nbsp;นายพยง&nbsp;คุ้มสกุลณี&nbsp;ประธานกลุ่ม&nbsp;มีสมาชิก&nbsp;71&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่&nbsp;180&nbsp;ไร่&nbsp;กลุ่มแปลงใหญ่&nbsp;ทางกลุ่มเกษตรกรมุ่งเน้นเรื่องการลดต้นทุนการผลิต&nbsp;เพิ่มผลผลิต&nbsp;และจัดหาช่องทางการตลาด&nbsp;โดยได้รับการสนับสนุนและการตอบรับจากส่วนราชการเป็นอย่างดี&nbsp;ผลผลิตยอดชะอม&nbsp;ทำเป็นธุรกิจมีการพัฒนา&nbsp;และมีช่องทางการตลาด&nbsp;มีรถห้องเย็นไปจัดส่งตลาดไท</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;ได้สั่งการให้หน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทุกภาคส่วนในพื้นที่บูรณาการร่วมกันเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;และขอให้ปศุสัตว์จังหวัดและสถานีพัฒนาที่ดินจังหวัด&nbsp;บูรณาการร่วมกันในการจัดทำปุ๋ยจากมูลแพะ&nbsp;โดยเริ่มทดลองใช้ในโครงการแปลงใหญ่ชะอมภายใน&nbsp;เดือนพฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","อ่างทอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอ่างทอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426122802636"],
    [428,"คนเลี้ยงหมูใต้ โอดแบงก์ไม่ปล่อยสินเชื่อ อุปสรรคเข้าเลี้ยงรอบใหม่ ซ้ำมีขบวนการลักลอบนำเข้าหมู เสี่ยงโรค-สารเร่ง-ทุบอุตสาหกรรมหมู","<p>นายปรีชา กิจถาวร นายกสมาคมการค้าผู้เลี้ยงสุกรภาคใต้ เปิดเผยว่า ปัจจุบันเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร กำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากที่สุดในอาชีพ นับตั้งแต่ได้รับผลกระทบจากภาวะโรคในสุกรที่ผ่านมา ทำให้เกษตรกรต้องเลิกเลี้ยง หรือหยุดการเลี้ยงไว้ก่อน แต่กลับต้องมีต้นทุนการป้องกันโรคอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้สามารถกลับมาเข้าเลี้ยงสุกรรอบใหม่ได้ และปัญหาสำคัญที่สุดในขณะนี้คือ เกษตรกรขาดเงินทุนเพื่อการประกอบอาชีพ จากภาระหนี้สินสะสมตลอดเวลาเกือบ 4 ปีที่ผ่านมา และหนักที่สุดในช่วงปีนี้ที่ต้นทุนการผลิตพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 98.81 บาทต่อกิโลกรัม เนื่องจากทั้งวัตถุดิบอาหารสัตว์ ราคาน้ำมัน ค่าไฟ ค่าน้ำใช้ ปรับราคาเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ภาคการเลี้ยงยังประสบปัญหาอากาศแปรปรวนร้อนสลับฝน เมื่อสัตว์ปรับตัวไม่ได้จึงมีอัตราเสียหายมากขึ้น ผลผลิตที่ได้ลดลง โดยเกษตรกรขายสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มอยู่ที่ 96  98 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งต่ำกว่าต้นทุนการเลี้ยงแล้ว ที่สำคัญทุกครั้งที่ราคาปรับตัวในระดับที่เกษตรกรผู้เลี้ยงพออยู่ได้ ภาครัฐจะเข้ามามีส่วนในการกำหนดราคา แทนที่จะปล่อยให้ราคาเป็นไปตามกลไกตลาดสะท้อนต้นทุนการผลิตที่แท้จริง ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความอยู่รอดของเกษตรกร</p><p><br></p><p><em>ขณะนี้เกษตรกรผู้เลี้ยงหมู กำลังมีทุกข์หนักเนื่องจากการเลี้ยงหมูต้องหยุดชะงักลง เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงจากภาวะโรคระบาด เกษตรกรจึงไม่สามารถขอกู้เงินในระบบได้ เนื่องจากสถาบันการเงินไม่อนุมัติสินเชื่อเพื่อการประกอบอาชีพ เพราะคนเลี้ยงไม่มีรายได้และยังไม่มีหลักประกันในอาชีพ วันนี้เกษตรกรขาดที่พึ่ง แม้อยากทำอาชีพเลี้ยงหมูต่อก็ต้องมีอุปสรรคเพราะไม่มีต้นทุน การจะเริ่มการเลี้ยงหมูรอบใหม่ที่ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมากจากการต้องปรับปรุงระบบการเลี้ยงและการป้องกันโรคให้ได้มาตรฐาน จึงแทบเป็นไปไม่ได้เลย บางรายที่พอมีแรงไปต่อก็ต้องอาศัยต้นทุนนจำนวนมากเพื่อการเลี้ยงให้ได้มาตรฐาน หมูปลอดภัย ปลอดโรค&nbsp;ถ้ายังไม่ได้รับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ก็ยิ่งกระทบกับปริมาณหมูที่ลดลงมากยิ่งขึ้น เท่ากับความมั่นคงทางอาหารโปรตีนของประเทศก็จะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากด้วยเช่นกัน เกษตรกรจึงขอความเห็นใจจากธนาคารและภาครัฐที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหานี้</em> นายปรีชา กล่าว</p><p><br></p><p>นายกสมาคมการค้าผู้เลี้ยงสุกรภาคใต้ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้มี กลุ่มผู้กระทำความผิดลักลอบนำเข้าเนื้อสุกรจากต่างประเทศ เข้ามาสวมเป็นสุกรไทย จำหน่ายในพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศ ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับประเทศไทย ทั้งในแง่เศรษฐกิจ ทำให้รัฐสูญเสียรายได้จากการเก็บภาษีอากร และความเสี่ยงของผู้บริโภคจากสารเร่งเนื้อแดงที่อาจปนเปื้อนมากับผลิตภัณฑ์สุกรต่างประเทศ ขณะที่เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรกว่า 2 แสนราย และเกษตรกรในห่วงโซ่การผลิต โดยเฉพาะผู้เพาะปลูกพืชอาหารสัตว์ ก็มีความเสี่ยงในอาชีพจากกลไกสินค้าที่ถูกบิดเบือนจากผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ต่างประเทศดังกล่าว จึงขอเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งกวาดล้างขบวนการนี้ให้หมดไปโดยเร็วที่สุด</p><p><br></p><p>ทั้งนี้ อุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกร ยังทำหน้าที่ปกป้องพี่น้องเกษตรกรผู้เพาะปลูกพืชวัตถุดิบอาหารสัตว์ ทั้งข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง และปลายข้าว ร่วม 7 ล้านครัวเรือน รวมไปถึงเป็นห่วงโซ่สำคัญของภาคเวชภัณฑ์ ผู้ผลิตอุปกรณ์การเลี้ยง ระบบขนส่ง และภาคธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง หากเกษตรกรเลี้ยงสุกรต้องล่มสลาย จากการไม่มีต้นทุนซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการประกอบอาชีพ และเนื้อสุกรลักลอบนำเข้าที่เข้ามาตีตลาดสุกรไทย ย่อมส่งผลกระทบต่อเนื่องอย่างแน่นอน</p>","2022-04-26T00:00:00","NULL","กรุงเทพมหานคร","สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426120551626"],
    [429,"เหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่ จัดกิจกรรมเก็บขยะ ปรับปรุงภูมิทัศน์และทำความสะอาดชายหาด เนื่องในวันสถาปนาสภากาชาดไทย ครบ 129 ปี","<p><strong>วันนี้&nbsp;26&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;นางสุภาเพ็ญ&nbsp;ศิริมาตย์&nbsp;</strong>นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่&nbsp;พร้อมด้วยสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่&nbsp;ร่วมกิจกรรมเก็บขยะ&nbsp;ปรับปรุงภูมิทัศน์และทำความสะอาดชายหาด&nbsp;เนื่องในวันสถาปนาสภากาชาดไทย&nbsp;ครบ&nbsp;129&nbsp;ปี&nbsp;ณ&nbsp;สวนสาธารณะธารา&nbsp;อำเภอเมืองกระบี่&nbsp;มีระยะทางประมาณ&nbsp;600&nbsp;เมตร&nbsp;มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมประมาณ&nbsp;100&nbsp;คน&nbsp;สาเก็บขยะได้ประมาณ&nbsp;100&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นางสุภาเพ็ญ&nbsp;ศิริมาตย์&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สภากาชาดไทย&nbsp;ดำเนินการเพื่อมนุษยธรรมตามหลักการกาชาดสากลและเป็นองค์การสาธารณกุศลระดับชาติคู่สังคมไทยมาอย่างยาวนาน&nbsp;ถือกำเนิดขึ้นในรัตนโกสินทรศก&nbsp;112&nbsp;ขณะนั้นได้เกิดกรณีพิพาทระหว่างสยามกับฝรั่งเศส&nbsp;เรื่องดินแดนฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง&nbsp;หรือที่เรียกกันว่า&nbsp;วิกฤตการณ์&nbsp;&nbsp;ร.ศ.112&nbsp;เหตุการณ์ทวีความรุนแรงจนเกิดการสู้รบและส่งผลให้มีทหารบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก&nbsp;แต่ไม่มีองค์กรการกุศลใด&nbsp;ๆ&nbsp;ให้ความช่วยเหลือและให้การรักษาพยาบาลทหารที่บาดเจ็บเหล่านั้น&nbsp;</p><p><strong>ท่านผู้หญิงเปลี่ยน&nbsp;ภาสกรวงศ์&nbsp;จึงได้ชักชวนและรวบรวมสตรีอาสาสมัคร</strong>&nbsp;เรี่ยไรทุนทรัพย์&nbsp;จัดตั้งสภาอุณาโลมแดง&nbsp;เพื่อจัดซื้อยา&nbsp;สิ่งของที่ควรแก่การพยาบาลทหารและประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บต่อมา&nbsp;เมื่อความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท&nbsp;พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว&nbsp;ได้พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดตั้ง&nbsp;สภาอุณาโลมแดงแห่งชาติสยาม&nbsp;&nbsp;ขึ้น&nbsp;ในวันที่&nbsp;26&nbsp;เมษายน&nbsp;ร.ศ.112&nbsp;หรือพุทธศักราช&nbsp;2436&nbsp;ซึ่งถือเป็นวันสถาปนาสภากาชาดไทย&nbsp;ภายหลังชื่อ&nbsp;สภาอุณาโลมแดงแห่งชาติสยาม&nbsp;ได้เปลี่ยนชื่อเป็น&nbsp;สภากาชาดสยาม&nbsp;&nbsp;ในปี&nbsp;2449&nbsp;และเปลี่ยนชื่อเป็น&nbsp;สภากาชาดไทย&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2482&nbsp;จวบจนปัจจุบัน&nbsp;26&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;สภากาชาดไทยครบรอบ&nbsp;129&nbsp;ปี&nbsp;ยังคงสร้างความเชื่อมั่นและดำเนินการภายใต้พันธกิจหลัก&nbsp;4&nbsp;ด้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;การบริการทางการแพทย์และสุขภาพอนามัย&nbsp;การบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัย&nbsp;การบริการโลหิต&nbsp;และการส่งเสริมคุณภาพชีวิต&nbsp;ตามหลักการกาชาดสากล&nbsp;7&nbsp;ประการ&nbsp;&nbsp;ได้แก่&nbsp;มนุษยธรรม&nbsp;ความไม่ลำเอียง&nbsp;ความเป็นกลาง&nbsp;ความเป็นอิสระ&nbsp;บริการอาสาสมัคร&nbsp;ความเป็นเอกภาพ&nbsp;และความเป็นสากล&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ในส่วนของการดำเนินงานที่ผ่านมาในรอบปีของสำนักงานเหล่ากาชาด</strong>จังหวัดกระบี่ได้มีการช่วยเหลือการบรรเทาทุกข์&nbsp;ภัยพิบัติต่างๆ&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นไฟไหม้&nbsp;น้ำท่วม&nbsp;วาตภัย&nbsp;&nbsp;อุทกภัย&nbsp;และ&nbsp;covid-19&nbsp;โดยเฉพาะโรค&nbsp;covid-19&nbsp;ทางสภากาชาดไทยถึอว่าเป็นภัยอันดับหนึ่งที่ประชาชนเดือดร้อนเมื่อมีการกักตัว&nbsp;การรักษาตัว&nbsp;ก็จะเร่งเข้าไปช่วยเหลือทันที&nbsp;นอกจากนี้ยังมีในเรื่องการบริจาคโลหิตในสภาวะที่โลหิตขาด&nbsp;ก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากทุกภาคส่วนทำให้สภาวะขาดแคลนเลือดเบาบางลง&nbsp;ในส่วนของโครงการพระราชดำริทางเหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่ได้เข้าไปสนับสนุนในทุกๆโครงการด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-26T00:00:00","ภาคใต้","กระบี่","สวท.กระบี่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426130929648"],
    [430,"เกษตรอำเภอนาโยง จังหวัดตรัง ให้คำแนะนำการกำจัดเพลี้ยหอยในสวนทุเรียน ตำบลนาโยงเหนือ","<p><strong>นางสาวรัชนี&nbsp;นิลละออ&nbsp;เกษตรอำเภอนาโยง&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นางสาวนงลักษณ์&nbsp;เงารัตนพันธิกุล&nbsp;และนางจรัสศรี&nbsp;แก้วนิลประเสริฐ&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอนาโยง&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;นายประกิจ&nbsp;จิตรใจภักดิ์&nbsp;(อกม.&nbsp;ม.5&nbsp;ต.นาโยงเหนือ)&nbsp;ลงพื้นที่สวนทุเรียนของ&nbsp;ร.ต.ทักษิณ&nbsp;สัมฤทธิ์&nbsp;เกษตรกร&nbsp;ม.5&nbsp;ต.นาโยงเหนือ&nbsp;อ.นาโยง&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;เนื่องจากได้รับแจ้งจากนายประกิจ&nbsp;จิตรใจภักดิ์&nbsp;พบการเข้าทำลายของเพลี้ยหอยในสวนทุเรียน&nbsp;พันธุ์หมอนทอง&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;ต้น&nbsp;อายุ&nbsp;2-4&nbsp;ปี&nbsp;บนพื้นที่&nbsp;1.5&nbsp;ไร่</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;พบว่าลักษณะการเข้าทำลาย</strong>&nbsp;เข้าดูดกินน้ำเลี้ยงบริเวณ?ใต้ใบทุเรียน&nbsp;ทำให้ใบเหลืองเป็นจุดๆ&nbsp;ที่หน้าใบ&nbsp;ใบทุเรียนจะโทรมแห้งและร่วงหล่นใต้โคน&nbsp;เบื้องต้นเกษตรกรได้ฉีดพ่นสารเคมี&nbsp;ชื่อสามัญ&nbsp;อะซีทามิพริด&nbsp;ช่วยลดปริมาณเพลี้ยหอยลงได้ในระยะแรก&nbsp;แต่ยังคงมีการเข้าทำลายหลังจากใช้ไปแล้ว&nbsp;2&nbsp;สัปดาห์&nbsp;ทางสำนักงานเกษตรอำเภอนาโยง&nbsp;ได้แนะนำให้ใช้สารป้องกันกำจัด&nbsp;ในกลุ่มปิโตเลียมออยต์&nbsp;และไวต์ออยต์&nbsp;ปริมาณการใช้ตามคำแนะนำบนฉลาก&nbsp;พร้อมแนะนำให้ตัดแต่งกิ่งและจัดทรงพุ่มในแปลงทุเรียน&nbsp;เพื่อให้อากาศถ่ายเทสะดวก&nbsp;เป็นการลดความชื้น?&nbsp;เพิ่มแสงสว่างส่องถึงทรงพุ่ม&nbsp;จัดเก็บใบที่ร่วงหล่นใต้โคนทำลายนอกแปลง&nbsp;และควรหมั่นสำรวจแปลงสม่ำเสมอ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-26T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426140432675"],
    [431,"เกษตรกรในอำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง ปลูกสละสุมาลีสร้างรายได้กว่า 350,000 บาทต่อปี","<p><strong>วันนี้&nbsp;(26&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;นายนนท์นภนต์&nbsp;นาพอ&nbsp;เกษตรอำเภอย่านตาขาว&nbsp;</strong>มอบหมายให้นางแพรวพรรณ&nbsp;ทองพิทักษ์&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนแปลงสละสุมาลีของนายสังคม&nbsp;ทองโอ&nbsp;ที่ตั้งแปลงอยู่ที่หมู่&nbsp;1&nbsp;ตำบลทุ่งค่าย&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p><strong>เกษตรกรรายดังกล่าวมีพื้นที่ปลูกสละประมาณ&nbsp;3-3-0&nbsp;ไร่&nbsp;</strong>อายุประมาณ&nbsp;3.6&nbsp;ปี&nbsp;และสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้หลังจากผสมเกสร&nbsp;220&nbsp;วัน&nbsp;(ความหวานอยู่ในช่วงที่เหมาะสมตรงตามความต้องการของตลาด)&nbsp;จำหน่ายกิโลกรัมละ&nbsp;70&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรเฉลี่ยต่อปีประมาณ&nbsp;352,000&nbsp;บาท&nbsp;และได้สาธิตวิธีการผสมเกสรสละ&nbsp;แต่เกษตรกรมีปัญหาเชื้อราเข้าทำลายผลสละ&nbsp;เนื่องจากในช่วงนี้มีฝนตกสลับกับแดดจัด&nbsp;เหมาะต่อการเจริญเติบโตของเชื้อราซึ่งเป็นสาเหตุโรคผลเน่าเละของสละสุมาลี&nbsp;ซึ่งผลสละที่มีเชื้อราเข้าทำลาย&nbsp;จะมีอาการคือเปลือกผลสละจะมีสีน้ำตาลเข้มถึงดำ&nbsp;เน่าลามทั้งผล&nbsp;พบเส้นใยบนผลเมื่อมีความชื้นสูง&nbsp;เนื้อภายในผลเริ่มแรกเป็นแผลสีน้ำตาลและเน่าเละเป็นสีน้ำตาลถึงดำ&nbsp;ซึ่งสร้างความเสียหายให้เเก่เกษตรกรค่อนข้างสูง&nbsp;จึงได้แนะนำให้เกษตรกรใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาทุก&nbsp;ๆ&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;โดยใช้ในอัตราดังนี้&nbsp;&nbsp;-ทางดิน&nbsp;โดยผสมเชื้อสด&nbsp;1&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;:&nbsp;รำละเอียด&nbsp;4&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;:&nbsp;ปุ๋ยหมัก&nbsp;100&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;โรยรอบโคนต้น&nbsp;ต้นละ&nbsp;1&nbsp;กิโลกรัม,&nbsp;-&nbsp;ทางน้ำ&nbsp;ใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา&nbsp;1&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ต่อน้ำสะอาด&nbsp;100-200&nbsp;ลิตร&nbsp;ฉีดพ่นให้ทั่วแปลง&nbsp;&nbsp;พร้อมทั้งแนะนำให้มีการแขวนช่อผลผลิตสละให้สูงจากพื้นดิน&nbsp;เพื่อลดการเข้าทำลายของโรคและแมลงศัตรูพืช&nbsp;สนใจเยี่ยมชมสวนสละสุมาลี&nbsp;หรือสั่งซื้อผลผลิตสละได้ที่&nbsp;คุณสังคม&nbsp;ทองโอ&nbsp;โทร.&nbsp;099-3864179</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-26T00:00:00","NULL","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426143000702"],
    [432,"จิสด้าใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเล็กน้อยส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคเหนือและภาคอีสานของไทย","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(25&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;250&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&nbsp;83&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;82&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;33&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;26&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;17&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;9&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;เชียงราย&nbsp;31&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ตาก&nbsp;28&nbsp;จุด&nbsp;และแม่ฮ่องสอน&nbsp;16&nbsp;จุด&nbsp;สอดคล้องกับการประเมินพื้นที่เสี่ยงสูงเกิดไฟป่าล่วงหน้า&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;25&nbsp;เมษายน&nbsp;ถึง&nbsp;1&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;โดยจุดความร้อนยังคงกระจายตัวบริเวณตอนบนของประเทศ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;25&nbsp;เมษายน&nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;15,083&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;13,291&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;9,561&nbsp;จุด&nbsp;ภาพรวมปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ภาคเหนือยังคงมีปริมาณฝุ่นอยู่ในระดับปานกลาง&nbsp;(สีเหลือง)&nbsp;โดยเฉพาะแม่ฮ่องสอน&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;เชียงราย&nbsp;และตาก&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณอากาศอยู่ในระดับดีถึงดีมาก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมา&nbsp;1,870&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็น&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;585&nbsp;จุด&nbsp;และเวียดนาม&nbsp;383&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;</p>","2022-04-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426140324674"],
    [433,"ขนผลไม้คุณภาพส่งออกนานาชนิดจากสวนเกษตรกรถึงมือผู้บริโภค","<p><strong>นายอลงกรณ์&nbsp;พลบุตร</strong>&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เปิดเผยภายหลังเป็นประธานพิธีเปิดเทศกาลผลไม้ไทย&nbsp;คุณภาพดี&nbsp;ส่งตรงจากสวน&nbsp;ที่แม็คโคร&nbsp;สาขาสามเสน&nbsp;ว่า&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;&nbsp;และผู้แทนเกษตรกร&nbsp;กำหนดมาตรการในการบริหารจัดการผลไม้ฤดูการผลิต&nbsp;2565&nbsp;โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่ผลผลิตจากผลไม้ภาคตะวันออก&nbsp;ที่จะมีผลผลิตออกมาประมาณ&nbsp;1.1&nbsp;ล้านตัน&nbsp;เป็นทุเรียน&nbsp;7&nbsp;แสนตัน&nbsp;เงาะ&nbsp;2.1&nbsp;แสนตัน&nbsp;และมังคุด&nbsp;2.1&nbsp;แสนตัน&nbsp;และลองกอง&nbsp;1.8&nbsp;หมื่นตัน&nbsp;โดยมีแหล่งผลิตสำคัญคือ&nbsp;ระยอง&nbsp;จันทบุรี&nbsp;และตราด&nbsp;ซึ่งถือเป็นฤดูกาลใหญ่ฤดูกาลแรกของปี&nbsp;จากนั้นจะเป็นลำไยภาคเหนือ&nbsp;ลงไปที่ผลไม้ภาคใต้&nbsp;และจะวนกลับมาอีกครั้งหนึ่งที่ลำไยของภาคตะวันออก</p><p><strong>สำหรับโครงการกระจายสินค้าออกจากแหล่งผลิตสู่ผู้บริโภค</strong>&nbsp;เป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;18&nbsp;มาตรการที่ทาง&nbsp;Fruit&nbsp;Board&nbsp;กำหนดไว้&nbsp;โดยจะส่งเสริมให้มีการบริโภคภายในประเทศเพิ่มมากขึ้น&nbsp;จากเดิมคือ&nbsp;จะส่งออก&nbsp;70%&nbsp;และบริโภคภายในประเทศ&nbsp;30%&nbsp;แต่ปีนี้กำหนดเป้าหมายใหม่คือ&nbsp;ให้มีการบริโภคในประเทศเพิ่มขึ้นเป็น&nbsp;40%&nbsp;เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ระลอกใหม่ในประเทศจีน&nbsp;ซึ่งเป็นตลาดส่งออกผลไม้ใหญ่ที่สุดของไทย&nbsp;ดังนั้นเพื่อเป็นการบริหารความเสี่ยงและช่วยเกษตรกรและผู้ประกอบการในการสร้างรายได้อย่างมั่นคง&nbsp;จึงได้กำหนดเป้าหมายใหม่นี้ขึ้นมา&nbsp;ซึ่งโครงการการกระจายสินค้าออกจากแหล่งผลิต&nbsp;สู่ผู้บริโภคนี้&nbsp;จะเป็นการนำผลไม้คุณภาพระดับส่งออกมาจำหน่ายให้กับผู้บริโภค&nbsp;ในราคาที่สมเหตุสมผล&nbsp;โดยมาจากสวนของเกษตรกรโดยตรง</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;มุ่งเน้นในเรื่องคุณภาพและมาตรฐาน&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค&nbsp;ตลอดจนเรื่องความปลอดภัยจากเชื้อโควิด&nbsp;ซึ่งนอกจากผู้บริโภคจะได้สินค้าที่ดีมีคุณภาพแล้ว&nbsp;ยังถือเป็นการช่วยสนับสนุนเกษตรกรของไทยด้วย</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-04-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426142346692"],
    [434,"สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรังร่วมกับคณะกรรมการแปลงใหญ่ผึ้งโพรงตำบลนาท่ามเหนือ จัดชั้นคุณภาพแปลงใหญ่ ประจำปีงบประมาณ 2565","<p><strong>นางนิตยา&nbsp;จันทร์ประทีป&nbsp;เกษตรอำเภอเมืองตรัง</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนักวิชาการส่งเสริมการเกษตร&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;ร่วมกับคณะกรรมการแปลงใหญ่ผึ้งโพรงตำบลนาท่ามเหนือ&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;&nbsp;จัดชั้นคุณภาพแปลงใหญ่&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;เพื่อประเมินการจัดชั้นคุณภาพและกำหนดแนวทาง</strong>การพัฒนา/ปรับปรุงการดำเนินงานของแปลงใหญ่แต่ละแปลง&nbsp;และเพื่อทราบผลการดำเนินงานและได้องค์ความรู้การของแปลงใหญ่ภายหลังไม่ได้รับงบประมาณสนับสนุน&nbsp;โดยให้กลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ได้มีส่วนร่วมในการประเมินการจัดชั้นคุณภาพและหาแนวทางการพัฒนาปรับปรุงการดำเนินงานของกลุ่ม&nbsp;เพื่อประสิทธิภาพในการดำเนินงานและการบริหารจัดการกลุ่ม</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-26T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426143807707"],
    [435,"สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรัง ติดตามสถานการณ์ผลผลิตทุเรียน ตำบลนาท่ามเหนือ พร้อมเปิดช่องทางการขายใหม่","<p><strong>นางนิตยา&nbsp;จันทร์ประทีป&nbsp;เกษตรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;พร้อมด้วย</strong>&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;&nbsp;&nbsp;เยี่ยมเยียน&nbsp;และติดตามสถานการณ์ผลผลิตทุเรียน&nbsp;&nbsp;แปลงทุเรียน&nbsp;นายสมชาย&nbsp;สมาธิ&nbsp;และนางอารมณ์&nbsp;สมาธิ&nbsp;เกษตรกร&nbsp;หมู่ที่&nbsp;13&nbsp;ต.นาท่ามเหนือ&nbsp;อ.เมืองตรัง&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;ซึ่งได้โค่นยางพาราจำนวน&nbsp;20&nbsp;ไร่&nbsp;เพื่อปลูกทุเรียนพันธุ์หมอนทอง&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;300&nbsp;ต้น&nbsp;ในปี&nbsp;2560&nbsp;</p><p><strong>โดยปัจจุบันแปลงทุเรียนอายุประมาณ&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;จากการติดตา</strong>มสถานการณ์ทุเรียนระยะผลอ่อน&nbsp;และพัฒนาผล&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;2&nbsp;รุ่น&nbsp;ระยะพัฒนาผลให้ผลผลิตประมาณ&nbsp;3,000&nbsp;&nbsp;ลูก&nbsp;เก็บเกี่ยวได้ในช่วงเดือนมิถุนายน&nbsp;ในส่วนระยะผลอ่อนให้ผลผลิตประมาณ&nbsp;2000&nbsp;ลูก&nbsp;สามารถเก็บเกี่ยวได้ประมาณสิงหาคม&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทางสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรังได้ดำเนินการถ่าย</strong>จัดทำวิดิโอเพื่อประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ในการดูและ&nbsp;จัดการสวนทุเรียนให้มีคุณภาพ&nbsp;และหากสนใจทุเรียนทางสวนยินดีรับเปิดจองทุเรียนล่วงหน้า&nbsp;โดยสามารถเปิดจองผ่าน&nbsp;เพจ&nbsp;Facebook&nbsp;&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;ได้อีกช่องทางหนึ่ง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-26T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426144113710"],
    [436,"จ.ศรีสะเกษ จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาทำความสะอาด เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประจำปีพุทธศักราช 2565","<p><strong>นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาทำความสะอาด&nbsp;เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช&nbsp;ประจำปีพุทธศักราช&nbsp;2565&nbsp;โดยทำความสะอาดปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณโดยรอบศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ให้สะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อย&nbsp;สร้างความประทับใจแก่ประชาชนที่มาใช้บริการ&nbsp;การจัดกิจกรรมภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019(COVID-19)&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>โดยมี&nbsp;นายอนุรัตน์&nbsp;ธรรมประจำจิต</strong>&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;วัฒนธรรมจังหวัด&nbsp;รักษาราชการแทนหัวหน้าสำนักงานจังหวัด&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการจังหวัด&nbsp;ส่วนราชการอำเภอ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;นักศึกษา&nbsp;นักเรียน&nbsp;และจิตอาสาพระราชทาน&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-26T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สวท.ศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426154815754"],
    [437,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าในภาคเหนือพบมีพื้นที่ 3 จังหวัดเสี่ยงสูงเกิดไฟป่า ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าในภาคเหนือพบมีพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดเสี่ยงสูงเกิดไฟป่า&nbsp;ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียม&nbsp;MODIS&nbsp;แสดงให้เห็นพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือที่เป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าช่วง&nbsp;7&nbsp;วันนี้&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;25&nbsp;เมษายน&nbsp;-&nbsp;1&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;พบมี&nbsp;3&nbsp;จังหวัดมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดไฟป่า&nbsp;คือ&nbsp;ตาก&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;และลำปาง&nbsp;โดยสัปดาห์นี้คาดการณ์พื้นที่เสี่ยงสูงเพิ่มขึ้นทำให้ตัวเลขสูงสุดนับตั้งแต่ต้นปี&nbsp;ซึ่งมากกว่าสัปดาห์ที่ผ่านมาประมาณ&nbsp;5.9&nbsp;ล้านไร่&nbsp;ส่วนพื้นที่เสี่ยงสูงเกิดไฟป่าอันดับหนึ่งยังคงเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;รองลงมาเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและพื้นที่ชุมชนและพื้นที่อื่นๆ&nbsp;สาเหตุอาจเกิดจากการเผาในกิจกรรมการเกษตร&nbsp;การเผาเพื่อหาของป่า&nbsp;หรือการเผาเพื่อล่าสัตว์&nbsp;จนทำให้เกิดการลุกลาม&nbsp;สำหรับข้อมูลดังกล่าวจะถูกส่งต่อให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำไปวางแผนจัดการเชื้อไฟ&nbsp;และจัดทำแนวกันไฟในพื้นที่เสี่ยง&nbsp;ซึ่งจะช่วยลดความรุนแรงและความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>","2022-04-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426155215760"],
    [438,"พร้อมจัดงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2565 เพื่อความเป็นสิริมงคลและบำรุงขวัญแก่เกษตรกรไทย","<p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงการเตรียมการจัดงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ&nbsp;ประจำปีพุทธศักราช&nbsp;2565&nbsp;ว่า&nbsp;ในปีนี้กำหนดวันพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ&nbsp;ซึ่งประกอบด้วยพระราชพิธี&nbsp;2&nbsp;พิธีรวมกันคือ&nbsp;พระราชพิธีพืชมงคล&nbsp;เป็นพระราชพิธีทางสงฆ์&nbsp;โดยจะประกอบพระราชพิธี&nbsp;ในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม&nbsp;ในพระบรมมหาราชวัง&nbsp;ในวันพฤหัสบดีที่&nbsp;12&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;และถือเป็นวันเกษตรกรด้วย</p><p><strong>สำหรับในวันถัดมาของการประกอบพระราชพิธีคือ</strong>&nbsp;พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ&nbsp;(วันไถหว่าน)&nbsp;อันเป็นพิธีพราหมณ์จะประกอบพระราชพิธีในวันศุกร์ที่&nbsp;13&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;มณฑลพิธีท้องสนามหลวง&nbsp;พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ&nbsp;ถือเป็นพระราชพิธีซึ่งกระทำขึ้นเพื่อความเป็นสิริมงคลและส่งเสริมบำรุงขวัญเกษตรกร&nbsp;เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการเพาะปลูก&nbsp;โดยกำหนดจัดขึ้นในราวเดือนหกของทุกปี&nbsp;หรือเดือนพฤษภาคมที่มีฤกษ์ยามที่เหมาะสมต้องตามประเพณี&nbsp;ให้จัดขึ้นในเวลานั้นอันถือเป็นเวลาที่เหมาะสมในการเริ่มต้นฤดูกาลแห่งการทำนา</p><p><strong>สำหรับในปีพุทธศักราช&nbsp;2565&nbsp;นี้</strong>&nbsp;ผู้ทำหน้าที่พระยาแรกนาคือ&nbsp;นายทองเปลว&nbsp;กองจันทร์&nbsp;ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เทพีคู่หาบทอง&nbsp;ได้แก่&nbsp;นางสาวณัฐชยา&nbsp;ศรีสุขสวัสดิ์&nbsp;นักวิชาการปฏิรูปที่ดินชำนาญการพิเศษ&nbsp;สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม&nbsp;และนางสาวอาทิตยา&nbsp;ทองแกมแก้ว&nbsp;นักวิชาการเกษตรชำนาญการ&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;เทพีคู่หาบเงิน&nbsp;ได้แก่&nbsp;นางสาวกันยารัตน์&nbsp;เศวตนันทิกุล&nbsp;นักทรัพยากรบุคคลชำนาญการพิเศษ&nbsp;สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และนางสาวชลธิชา&nbsp;ทองอ่อน&nbsp;นายสัตวแพทย์ชำนาญการ&nbsp;กรมปศุสัตว์&nbsp;คู่เคียงในกระบวนแห่อิสริยยศพระยาแรกนา&nbsp;จำนวน&nbsp;16&nbsp;ราย&nbsp;และผู้เชิญเครื่องอิสริยยศ&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;พระโคแรกนา&nbsp;ได้แก่&nbsp;พระโคพอและพระโคเพียง&nbsp;พระโคสำรอง&nbsp;ได้แก่&nbsp;พระโคเพิ่ม&nbsp;และพระโคพูล&nbsp;</p><p><strong>สำหรับในปีนี้&nbsp;กรมการข้าว</strong>&nbsp;ทำหน้าที่ในการจัดเตรียมพันธุ์ข้าวพระราชทานและพันธุ์พืช&nbsp;ซึ่งนำมาใช้ในงานพระราชพิธีฯ&nbsp;โดยขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตนำพันธุ์ข้าวทรงปลูกในฤดูนาปี&nbsp;2564&nbsp;โครงการนาทดลองในโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดามาใช้ในงานพระราชพิธีฯ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ข้าวนาสวน&nbsp;6&nbsp;พันธุ์&nbsp;เมล็ดพันธุ์ข้าวเปลือกที่นำเข้าในพระราชพิธีมีน้ำหนักรวมทั้งสิ้น&nbsp;1,728&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;และจัดเป็น&nbsp;พันธุ์ข้าวทรงปลูกพระราชทาน&nbsp;บรรจุในซองพลาสติกแจกจ่ายให้บรรดาพสกนิกร&nbsp;ประชาชนผู้สนใจ&nbsp;และชาวนาทั่วประเทศรับไปเป็นมิ่งขวัญและสิริมงคลในการประกอบอาชีพการเกษตรตามประเพณีนิยม&nbsp;เพื่อให้เป็นไปตามพระราชประสงค์สืบไป&nbsp;</p><p><strong>สำหรับในปี&nbsp;2565&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;</strong>และภายใต้มาตรการป้องกันควบคุม&nbsp;ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนงดการเดินทางมายังมณฑลพิธีท้องสนามหลวง&nbsp;เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสฯ&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ประชาชนยังสามารถติดตามรับชมการถ่ายทอดสดงานพระราชพิธีฯ&nbsp;ทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-04-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426192220887"],
    [439,"อบจ.กำแพงเพชร จัดกิจกรรมส่งเสริมคุณภาพชีวิตประชาชนและผู้สูงอายุ เข้าศึกษาดูแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรทึ่ \"สวนเกษตรลุงฮุย  สวนทุเรียนแห่งแรกในกำแพงเพชร","<p><strong>วันที่&nbsp;26&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;นายสุนทร&nbsp;รัตนากรนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร&nbsp;</strong>ได้มอบหมายให้&nbsp;น.ส.ดาหวัน&nbsp;อินทพงษ์&nbsp;สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชรนำคณะศึกษาดูงานตามโครงการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนและผู้สูงอายุในเขตพื้นที่อำเภอพรานกระต่ายจำนวน&nbsp;50&nbsp;คน&nbsp;เดินทางมาศึกษาและดูงานแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่สวนเกษตรลุงฮุย&nbsp;ซึ่งมีนายวศิน&nbsp;ศรีงาม&nbsp;ทายาทลุงฮุยให้การต้อนรับและอธิบายถึงแนวทางการปลูกทุเรียนท่ามกลางความเสี่ยง&nbsp;\"ปลูกอย่างไร?&nbsp;ถึงจะรอด&nbsp;ซึ่งทำให้ผู้ที่เข้าร่วมศึกษาดูงานได้ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก&nbsp;</p><p><strong>สำหรับสวนเกษตรลุงฮุยเป็นสวนเกษตรที่ได้ทำการปลูกทุเรียนและเงาะ&nbsp;</strong>เป็นสวนแห่งแรกของจังหวัดกำแพงเพชรโดยมีอายุกว่า&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;โดยมีนายฮุย&nbsp;จันทร์เจริญ&nbsp;ปัจจุบันเสียชีวิตแล้วได้ริเริ่มทดลองทำการปลูกทุเรียน&nbsp;เงาะ&nbsp;มะไฟ&nbsp;มังคุด&nbsp;ชมพู่&nbsp;ลองกอง&nbsp;กระท้อน&nbsp;รวมกว่า&nbsp;500&nbsp;ต้น&nbsp;บนพื้นที่&nbsp;21&nbsp;ไร่&nbsp;ในพื้นที่หมู่&nbsp;2&nbsp;บ้านหนองกรด&nbsp;ตำบลสระแก้ว&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดกำแพงเพชร&nbsp;และในระหว่างช่วงปลายเดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป&nbsp;จะมีลูกค้าทั้งภายในและต่างจังหวัดเดินทางมาเยี่ยมชมสวนวันละนับร้อยคน&nbsp;อีกทั้งยังเป็นแหล่งเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้นักเรียน&nbsp;เยาวชนตลอดจนผู้สนใจได้มาศึกษาดูงานเรียนรู้ด้านการเกษตรพืชสวนอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.กำแพงเพชร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426160906768"],
    [440,"กรมปศุสัตว์ คัดเลือกพระโคเพื่อใช้ประกอบพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ","<p><strong>นายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์</strong>&nbsp;กล่าวถึงพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ&nbsp;ว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้กรมปศุสัตว์&nbsp;เป็นหน่วยงานคัดเลือกพระโคเพื่อใช้ในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ&nbsp;โดยศูนย์วิจัยการผสมเทียมและเทคโนโลยีชีวภาพราชบุรี&nbsp;สังกัดสำนักเทคโนโลยีชีวภาพการผลิต&nbsp;ปศุสัตว์&nbsp;</p><p><strong>กรมปศุสัตว์จะดำเนินการคัดเลือกโค</strong>&nbsp;เพื่อเป็นพระโคตามหลักเกณฑ์&nbsp;กล่าวคือ&nbsp;จะต้องเป็นโคที่มีลักษณะดี&nbsp;รูปร่างสมบูรณ์&nbsp;มีความสูงไม่น้อยกว่า&nbsp;150&nbsp;ซ.ม.&nbsp;ความยาวลำตัวไม่น้อยกว่า&nbsp;120&nbsp;ซ.ม.ความสมบูรณ์รอบอกไม่น้อยกว่า&nbsp;180&nbsp;ซ.ม.&nbsp;โคทั้งคู่จะต้องมีสีเดียวกัน&nbsp;ผิวสวย&nbsp;ขนเป็นมัน&nbsp;กิริยามารยาทเรียบร้อย&nbsp;ฝึกง่าย&nbsp;สอนง่ายไม่ดุร้าย&nbsp;เขาลักษณะโค้งสวยงามเท่ากัน&nbsp;ตาแจ่มใส&nbsp;หูไม่มีตำหนิ&nbsp;หางยาวสวยงามดี&nbsp;มีขวัญหน้า&nbsp;ขวัญทัดดอกไม้ซ้ายขวาและขวัญหลังถูกต้อง&nbsp;มีขาและกีบข้อเท้าแข็งแรง&nbsp;มองดูด้านข้างลำตัวจะเป็นสี่เหลี่ยม</p><p><strong>ในปีพ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;</strong>กรมปศุสัตว์ได้ทำการคัดเลือกพระโคเพื่อใช้ในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ&nbsp;2&nbsp;คู่&nbsp;เป็นพระโคแรกนาขวัญ&nbsp;1&nbsp;คู่&nbsp;คือ&nbsp;พระโคพอ&nbsp;มีความสูง&nbsp;165&nbsp;ซ.ม.&nbsp;ความยาวลำตัว&nbsp;225&nbsp;ซ.ม.&nbsp;ความสมบูรณ์รอบอก&nbsp;214&nbsp;ซ.ม.&nbsp;อายุ&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;พระโคเพียง&nbsp;มีความสูง&nbsp;169&nbsp;ซ.ม.&nbsp;ความยาวลำตัว&nbsp;238&nbsp;ซ.ม.&nbsp;ความสมบูรณ์รอบอก&nbsp;209&nbsp;ซ.ม.&nbsp;อายุ&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;พระโคสำรอง&nbsp;1&nbsp;คู่&nbsp;คือ&nbsp;พระโคเพิ่ม&nbsp;มีความสูง&nbsp;159&nbsp;ซ.ม.&nbsp;ความยาวลำตัว&nbsp;233&nbsp;ซ.ม.&nbsp;ความสมบูรณ์รอบอก&nbsp;201&nbsp;ซ.ม.&nbsp;อายุ&nbsp;12&nbsp;ปี&nbsp;พระโคพูล&nbsp;มีความสูง&nbsp;157&nbsp;ซ.ม.&nbsp;ความยาวลำตัว&nbsp;238&nbsp;ซ.ม.&nbsp;ความสมบูรณ์รอบอก&nbsp;205&nbsp;ซ.ม.อายุ&nbsp;12&nbsp;ปี&nbsp;ซึ่งเป็นโคพันธุ์ขาวลำพูน&nbsp;มีสีผิวขาวอมชมพู&nbsp;ขนสีขาวสะอาด&nbsp;ทั้งลำตัวไม่มีจุดด่างดำ&nbsp;หรือสีอื่นบนลำตัว&nbsp;เขามีสีขาว&nbsp;เป็นลำเทียน&nbsp;เขาทั้งสองข้างมีลักษณะโค้งสวยงาม&nbsp;ดวงตาแจ่มใสสีน้ำตาลอ่อน&nbsp;ขนตาสีชมพู&nbsp;บริเวณจมูกขาว&nbsp;กีบสีขาว&nbsp;ขนหางเป็นพวงสีขาวยาว&nbsp;ลำตัวช่วงขาหลังและกีบมีความสมบูรณ์แข็งแรง&nbsp;เวลายืนและเดินสง่า</p><p><strong>นายสมชาย&nbsp;ดำทะมิส&nbsp;บริจาคทรัพย์ซื้อพระโคพอ</strong>&nbsp;มอบให้กรมปศุสัตว์นำน้อมเกล้าฯ&nbsp;ถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช&nbsp;และนายอาคม&nbsp;วัฒนากูล&nbsp;บริจาคทรัพย์ซื้อพระโคเพียง&nbsp;มอบให้กรมปศุสัตว์นำน้อมเกล้าฯ&nbsp;ถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช&nbsp;ใช้เป็นพระโคแรกนาขวัญประจำปีพุทธศักราช&nbsp;2565&nbsp;นายทฤษดี&nbsp;ชาวสวนเจริญ&nbsp;อดีตอธิบดีกรมปศุสัตว์บริจาคทรัพย์ซื้อพระโคเพิ่ม&nbsp;มอบให้กรมปศุสัตว์นำน้อมเกล้าฯ&nbsp;ถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช&nbsp;และนายวิจารณ์&nbsp;ภุกพิบูลย์&nbsp;มอบพระโคพูลให้กรมปศุสัตว์นำน้อมเกล้าฯ&nbsp;ถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช&nbsp;ใช้เป็นพระโคสำรองประจำปีพุทธศักราช&nbsp;2565</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-04-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426192921898"],
    [441,"จังหวัดสงขลา ส่งเสริมเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้เรียนรู้การขายสินค้าในตลาดออนไลน์และวิธีการส่งออกผลผลิตไปต่างประเทศ","<p><strong>จังหวัดสงขลา&nbsp;ส่งเสริมเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้เรียนรู้การขายสินค้า</strong>ในตลาดออนไลน์และวิธีการส่งออกผลผลิตไปต่างประเทศ&nbsp;เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในฤดูกาลผลไม้ที่จะมาถึงนี้&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสงขลาได้จัดอบรมการพัฒนาศักยภาพด้านตลาดออนไลน์&nbsp;&nbsp;และการส่งออกสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้&nbsp;&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;&nbsp;โรงแรมบุรีศรีภูฯ&nbsp;อ.หาดใหญ่&nbsp;&nbsp;&nbsp;จ.สงขลา&nbsp;โดย&nbsp;นายอำพล&nbsp;พงศ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;เป็นประธานเปิดการอบรม&nbsp;เมื่อวันที่26&nbsp;เมษายน&nbsp;2565</p><p><strong>นายอำพล&nbsp;พงศ์สุวรรณ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์</strong>&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ได้กำหนดมาตรการบริหารจัดการผลไม้เชิงรุก&nbsp;ปี2565&nbsp;เพื่อบริหารจัดการผลไม้ฤดูกาลผลิตปี&nbsp;2565&nbsp;อย่างเป็นระบบ&nbsp;รวม&nbsp;18&nbsp;มาตรการโดยกำหนดให้มีการจัดอบรมความรู้แก่เกษตรกรในเรื่อง&nbsp;การค้าออนไลน์เพื่อจำหน่ายผลไม้โดยตรงแก่ผู้บริโภค&nbsp;และความรู้เกี่ยวกับการส่งออกเบื้องต้น&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;</strong>ส่งผลกระทบหลายด้านทั้งด้านเศรษฐกิจ&nbsp;ด้านสังคม&nbsp;การดำเนินชีวิตประจำวัน&nbsp;โดยเฉพาะภาคการส่งออก&nbsp;ซึ่งขณะนี้ผลผลิตผลไม้ภาคตะวันออกกำลังออกสู่ตลาด&nbsp;เช่น&nbsp;ทุเรียน&nbsp;แต่เนื่องจากการส่งออกในต่างประเทศขณะนี้&nbsp;โดยเฉพาะประเทศจีนมีอุปสรรคในการขนส่งเป็นอย่างมาก&nbsp;เช่นการปิดด่าน&nbsp;(ตงซิง)&nbsp;รถขนส่งผลไม้ต้องปลอดโควิด&nbsp;ตู้คอนเทนเนอร์ที่ไม่เพียงพอเป็นต้น&nbsp;</p><p><strong>โดยในส่วนของจังหวัดสงขลา&nbsp;มีพื้นที่ปลูกผลไม้หลักที่สำคัญทางเศรษฐกิ</strong>จ&nbsp;เช่น&nbsp;ทุเรียนมังคุด&nbsp;เงาะ&nbsp;ลองกอง&nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอสะบ้าย้อย&nbsp;อำเภอเทพา&nbsp;อำเภอจะนะอำเภอสะเดา&nbsp;อำเภอนาทวี&nbsp;อำเภอคลองหอยโข่ง&nbsp;อำเภอรัตภูมิ&nbsp;ซึ่งผลผลิตจะเริ่มออกสู่ตลาดในช่วงเดือนมิถุนายน-ตุลาคม&nbsp;ในเรื่องการตลาดเช่นเดียวกัน&nbsp;เมื่อไม่สามารถดำเนินการแบบปกติได้&nbsp;ก็ต้องปรับวิธีการค้าใหม่&nbsp;ซึ่งทางกรมการค้าภายใน&nbsp;กระทรวงมากพานิชย์&nbsp;ได้มอบโอกาสดีๆ&nbsp;ให้กับเกษตรกรในครั้งนี้&nbsp;จะได้มีการพัฒนาตลาดการค้าออนไลน์&nbsp;เช่น&nbsp;การซื้อสินค้า&nbsp;เครื่องใช้ต่างๆ&nbsp;ผ่านผู้ให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์&nbsp;เช่นลาซาด้า&nbsp;ช้อปปี้&nbsp;หรือเจดีเซ็นทรัล&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-26T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426164323812"],
    [442,"เกษตรจังหวัดภูเก็ต เชิญชมและเลือกซื้อสินค้า ผ่านตลาดเกษตรกรออนไลน์ เกษตรกรจริงจริง ทุกสิ่งปลอดภัย เพียงคุณสั่ง เราพร้อมส่ง เพิ่มช่องทางการตลาดให้แก่เกษตรกรได้กระจายผลผลิต ในช่วงที่มีผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก","<p><strong>นายสุบรรณ์&nbsp;รักษ์ทอง&nbsp;เกษตรจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดภูเก็ต&nbsp;และสำนักงานเกษตรอำเภอ&nbsp;ได้ร่วมจำหน่ายสินค้าเกษตร&nbsp;ในโครงการส่งเสริมตลาดออนไลน์ของกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;เพื่อยกระดับเกษตรกรให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี&nbsp;สามารถจำหน่ายสินค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่มีอยู่ในปัจจุบัน&nbsp;และเป็นการเพิ่มช่องทางการตลาดให้เกษตรกรกระจายผลผลิต&nbsp;ส่งผลให้เกิดการพัฒนาสินค้าเกษตรให้ตรงกับความต้องการของตลาด&nbsp;และสามารถนำเสนอสินค้าที่มีคุณภาพในราคาที่สมเหตุสมผลจากเกษตรกรสู่ผู้บริโภคโดยตรง</p><p><strong>อีกทั้งวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส&nbsp;COVID-19</strong>&nbsp;ประชาชนส่วนใหญ่อยู่บ้าน&nbsp;การแนะนำแหล่งจำหน่ายสินค้าเกษตรในช่องทางออนไลน์&nbsp;จึงเป็นวิธีที่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน&nbsp;ในรูปแบบของเว็บไซต์ชื่อ&nbsp;www.ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com&nbsp;ภายใต้สโลแกน&nbsp;เกษตรกรจริงจริง&nbsp;ทุกสิ่งปลอดภัย&nbsp;เพียงคุณสั่ง&nbsp;เราพร้อมส่ง&nbsp;โดยทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางรวบรวมข้อมูล&nbsp;และช่องทางการติดต่อซื้อขายสินค้าเกษตรแบบออนไลน์&nbsp;ที่ผ่านการคัดสรรจากคณะทำงานโครงการส่งเสริมตลาดออนไลน์ระดับจังหวัด&nbsp;ประกอบด้วยสินค้าเกษตรจำนวน&nbsp;9&nbsp;หมวด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ข้าวและธัญพืช&nbsp;ผัก&nbsp;ผลไม้&nbsp;ไม้ดอกไม้ประดับ&nbsp;อาหารแปรรูปและเครื่องดื่มสมุนไพรและเครื่องสำอาง&nbsp;ผ้าและเครื่องแต่งกาย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;หัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์&nbsp;และสินค้าอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ในส่วนของจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ได้คัดเลือกสินค้าคุณภาพดี</strong>&nbsp;จากเกษตรกร/องค์กรเกษตรกร,&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชน,&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;,&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer,&nbsp;และกลุ่มแปลงใหญ่&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ชนิด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ชาดาวอินคา&nbsp;,น้ำมันถั่วดาวอินคาสกัดเย็น,&nbsp;ก้อนเห็ดอินทรีย์&nbsp;และ&nbsp;สับปะรดภูเก็ต&nbsp;เข้าร่วมจำหน่ายผ่านระบบ&nbsp;online&nbsp;ในโครงการนี้</p><p><strong>จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน&nbsp;เยี่ยมชมและเลือกซื้อสินค้าในเว็บไซต์</strong>ตลาดเกษตรกรออนไลน์&nbsp;เพียงค้นหาด้วยการพิมพ์คำว่า&nbsp;ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com&nbsp;ก็จะสามารถเลือกซื้อสินค้าเกษตรคุณภาพดี&nbsp;ผลิตจากใจเกษตรกรตัวจริง&nbsp;พร้อมส่งถึงบ้าน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-26T00:00:00","ภาคใต้","ภูเก็ต","สวท.ภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426163628803"],
    [443,"สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 11 สำรวจและประเมินสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดนครราชสีมา","<p><strong>วันนี้&nbsp;(26&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;นางสาวปวีณา&nbsp;ด่านกุล&nbsp;นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการพิเศษ</strong>&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่&nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;11&nbsp;ลงพื้นที่สำรวจและประเมินการบริหารจัดการสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยเทศบาลเมืองบัวใหญ่&nbsp;อำเภอบัวใหญ่&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;พบว่ายังมีขยะสะสมตกค้าง&nbsp;และขยะปลิว&nbsp;โดย&nbsp;อปท.&nbsp;มีแผนยกระดับพัฒนาปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยเพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;และดำเนินการกลบขยะสะสมในพื้นที่&nbsp;สสภ.11&nbsp;จึงได้&nbsp;มีข้อเสนอแนะในเบื้องต้น&nbsp;ดังนี้&nbsp;</p><p>(1)&nbsp;ให้ดำเนินการฝังกลบขยะมูลฝอยอย่างสม่ำเสมอ&nbsp;และปรับปรุงสถานที่กำจัดขยะเพื่อป้องกันมลพิษด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;&nbsp;</p><p>(2)&nbsp;ดำเนินการขออนุญาตใช้พื้นที่สาธารณประโยชน์เพื่อกำจัดขยะมูลฝอยชุมชนให้ถูกต้อง&nbsp;</p><p>(3)&nbsp;งดเผาขยะมูลฝอย&nbsp;และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่มาทิ้งขยะ&nbsp;เข้าใจถึงปัญหา&nbsp;รวมทั้งหมั่นตรวจตราดูแลสถานที่กำจัดขยะ&nbsp;เพื่อป้องกันการลักลอบเผาขยะ&nbsp;และเตรียมความพร้อมรับมือหากเกิดเหตุเพลิงไหม้สถานที่กำจัดขยะมูลฝอย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-26T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426205641945"],
    [444,"สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 11 ติดตามตรวจสอบ และประเมินประสิทธิภาพระบบบำบัดน้ำเสีย จังหวัดนครราชสีมา","<p><strong>วันนี้&nbsp;(26&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;นางสาวปวีณา&nbsp;ด่านกุล&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนยุทธศาสตร์สิ่งแวดล้อม</strong>&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;11&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามตรวจสอบ&nbsp;และประเมินประสิทธิภาพการเดินระบบบำบัดน้ำเสีย&nbsp;เทศบาลเมืองบัวใหญ่&nbsp;อำเภอบัวใหญ่&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เทศบาลเมืองบัวใหญ่&nbsp;ร่วมลงพื้นที่&nbsp;</p><p><strong>สำหรับระบบบำบัดน้ำเสียเทศบาลเมืองบัวใหญ่&nbsp;</strong>สามารถรองรับน้ำเสียได้วันละ&nbsp;3,000&nbsp;ลูกบาศก์เมตร&nbsp;ปัจจุบันมีน้ำเสียเข้าระบบประมาณ&nbsp;2,780&nbsp;ลูกบาศก์เมตร&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;92.66&nbsp;ของที่ออกแบบไว้&nbsp;จากการติดตามประสิทธิภาพของระบบบำบัดน้ำเสีย&nbsp;มีการเดินระบบปกติ&nbsp;น้ำเสียที่ผ่านการบำบัดแล้วปล่อยลงสู่ห้วยลึก&nbsp;และห้วยกสิกรรม&nbsp;ทั้งนี้สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;11&nbsp;(นครราชสีมา)&nbsp;ได้ให้ข้อเสนอแนะในการวางท่อรวบรวมน้ำเสียให้ครอบคลุมทุกพื้นที่เขตการปกครอง&nbsp;เนื่องจากปัจจุบันมีพื้นที่ให้บริการจัดการน้ำเสียเพียง&nbsp;5.5&nbsp;ตารางกิโลเมตร&nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานระบบบำบัดน้ำได้อย่างต่อเนื่อง&nbsp;และเสนอให้เทศบาลเมืองบัวใหญ่&nbsp;เก็บข้อมูลด้านพลังงาน&nbsp;และข้อมูลด้านป่าไม้เพื่อเข้าร่วมโครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก&nbsp;(LESS)&nbsp;สร้างความตระหนักในการมีส่วนร่วมในการลดก๊าซเรือนกระจก&nbsp;และดำเนินกิจกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-26T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426205824947"],
    [445,"จ.สุรินทร์  ลงพื้นที่ติดตามโครงการสุรินทร์รุ่งเรือง เมืองเกษตรอินทรีย์ ณ อำเภอกาบเชิง","<p><strong>วันที่&nbsp;26&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;11.20&nbsp;น.&nbsp;นางทรงลักษณ์&nbsp;วรภัย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์</strong>&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่&nbsp;ลงพื้นที่อำเภอกาบเชิงเยี่ยมชม&nbsp;ทุเรียนเมืองช้าง&nbsp;ทุเรียนอินทรีย์คุณภาพของจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ณ&nbsp;สวนเกษตรผสมผสาน&nbsp;ลุงสงวน-ป้าแสงจันทร์&nbsp;ศาลางาม&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;78&nbsp;บ้านโนนทอง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลโคกตะเคียน&nbsp;อำเภอกาบเชิง&nbsp;จังหวัดสุรินทร์</p><p><strong>ลุงสงวน&nbsp;ศาลางาม&nbsp;คือหนึ่งในเกษตรกรผู้ริเริ่มการปลูกทุเรียนในจังหวัดสุรินทร์&nbsp;</strong>จากพื้นที่ทำเกษตรทั้งหมด&nbsp;14&nbsp;ไร่&nbsp;โดยแต่เดิมปลูกข้าว&nbsp;แต่ผลผลิตไม่ดี&nbsp;ขายไม่ได้ราคา&nbsp;ต่อมาเมื่อปี&nbsp;2554&nbsp;ได้หันมาทดลองปลูกทุเรียนพันธุ์หมอนทองประมาณ&nbsp;8&nbsp;ต้น&nbsp;โดยนำพันธุ์มาจากจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ซึ่งเป็นการลองผิดลองถูก&nbsp;ปรากฏว่าต้นทุเรียนเติบโตได้ดีจนออกลูกให้เก็บได้ในปีแรกนี้&nbsp;จำนวน&nbsp;16&nbsp;ลูก&nbsp;และสามารถจำหน่ายได้&nbsp;จึงตั้งใจจะปลูกทุเรียนเพิ่มอีกไม่น้อยกว่า&nbsp;50&nbsp;ต้น&nbsp;ซึ่งนอกจากทุเรียนแล้ว&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;14&nbsp;ไร่&nbsp;ของนายสงวน&nbsp;ศาลางาม&nbsp;ยังปลูกพืชไร่และผลไม้อื่นๆ&nbsp;อีก&nbsp;เช่น&nbsp;กล้วย&nbsp;อ้อย&nbsp;เงาะ&nbsp;ลองกอง&nbsp;อินทผาลัม&nbsp;น้อยหน่า&nbsp;ฝรั่ง&nbsp;ซึ่งแต่ละชนิดก็กำลังเจริญเติบโตคาดว่าจะให้ผลผลิตในเร็วๆ&nbsp;นี้&nbsp;เช่นกัน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-26T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สุรินทร์","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220426224920948"],
    [446,"เกษตรยะลา ติดตามสถานการณ์การระบาดของโรคเหี่ยวในกล้วย","<p><strong>นายกัสมัน&nbsp;ยะมาแล&nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กลุ่มอารักขาพืช&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอรามัน&nbsp;ติดตามสถานการณ์การระบาดของโรคเหี่ยวในกล้วย&nbsp;ณ&nbsp;บ้านปาแตรายอ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลเกะรอ&nbsp;อำเภอรามัน&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;โดยทางเจ้าหน้าที่ได้ให้คำแนะนำการจัดการการระบาดโรคเหี่ยวในกล้วย&nbsp;ทั้งการปลูกในแปลงเดิมและการปลูกในแปลงใหม่&nbsp;นอกจากนี้ยังได้&nbsp;แนะนำเรื่องสารชีวภัณฑ์และการจัดการศัตรูพืชในทุเรียน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-27T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427090820963"],
    [447,"ค่าฝุ่นPM2.5ในภาคเหนือสูงขึ้นระดับสีส้มบริเวณต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน และ ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย","<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือสูงขึ้นระดับสีส้มบริเวณ&nbsp;ต.ในเวียง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.น่าน&nbsp;และ&nbsp;ต.เวียงพางคำ&nbsp;อ.แม่สาย&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีต่อเนื่อง</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(27&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพดีมากถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยเกินมาตรฐานระดับสีส้ม&nbsp;2&nbsp;พื้นที่&nbsp;บริเวณ&nbsp;ต.ในเวียง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.น่าน&nbsp;และ&nbsp;ต.เวียงพางคำ&nbsp;อ.แม่สาย&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;ซึ่งแนวโน้มค่าฝุ่นจะอยู่ในเกณฑ์ดีช่วงวันที่&nbsp;29&nbsp;เมษายน&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;แต่ต้องควบคุมการเกิดจุดความร้อนเพื่อช่วยลดการสะสมของฝุ่นลงได้&nbsp;แต่ต้องเฝ้าระวังค่าฝุ่นสูงขึ้นบริเวณภาคเหนือตอนบนช่วงวันที่&nbsp;28&nbsp;-&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีถึงดีมาก&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;29&nbsp;เมษายน&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com</p>","2022-04-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427091951968"],
    [448,"กอนช. ขอให้ประชาชนระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่ของประเทศพร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมรับมือฤดูฝนปีนี้","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่ของประเทศ&nbsp;พร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมรับมือฤดูฝนปีนี้</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(27&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน&nbsp;,&nbsp;ภาคเหนือและภาคกลางมีอากาศร้อนจัดในบางพื้นที่&nbsp;ส่วนภาคเหนือตอนล่าง&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;และภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;ช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.พัทลุง&nbsp;90&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;63&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และตรัง&nbsp;60&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;23,160&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;40&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมรับมือฤดูฝนปีนี้&nbsp;อย่างกรมชลประทานเตรียมพร้อมรับมือฤดูฝนที่กำลังจะมาถึง&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;พร้อมติดตามสภาพอากาศ&nbsp;สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ&nbsp;แหล่งน้ำ&nbsp;แม่น้ำสายหลักต่างๆ&nbsp;,&nbsp;ตรวจสอบอาคารชลประทานให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานตลอดเวลา&nbsp;การบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุม&nbsp;โดยพิจารณาปรับการระบายน้ำให้เหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น&nbsp;แล้วเร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำอย่างสม่ำเสมอ&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานคร&nbsp;เร่งเก็บขยะและวัชพืชในเขตบางเขน&nbsp;มีนบุรี&nbsp;คลองสามวา&nbsp;และบางคอแหลม&nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำพร้อมรับมือฝน</p>","2022-04-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427092241969"],
    [449,"จังหวัดสมุทรสงคราม ประชุมติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาน้ำเสียคลองวัดประดู่ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม","<p><strong>ที่ห้องประชุมชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม</strong>&nbsp;นายขจร&nbsp;ศรีชวโนทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการและคณะทำงานการแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียคลองวัดประดู่&nbsp;โดยมีพันเอกจิระโรจน์&nbsp;กองวารี&nbsp;รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด,นายอนุกูล&nbsp;เรือนแก้ว&nbsp;ปลัดจังหวัดฯ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;คณะทำงานด้านต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;และภาคประชาชน&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;เพื่อติดตามความคืบหน้าผลการดำเนินงานของคณะกรรมการอำนวยการ,คณะทำงานด้านการติดตามและเฝ้าระวังน้ำเสีย,คณะทำงานการกำจัดตะกอนที่ตกค้างสะสมในคลอง,คณะทำงานด้านการกำจัดผักตบชวา,คณะทำงานด้านการตรวจสอบแหล่งน้ำเสีย,คณะทำงานด้านการประชาสัมพันธ์และคณะทำงานด้านติดตามและประเมินผล</p><p><strong>โดยที่ประชุมให้คณะทำงานด้านการติดตามและเฝ้าระวังน้ำเสีย</strong>&nbsp;เพิ่มจำนวน&nbsp;จุดตรวจคุณภาพน้ำจากเดิม&nbsp;8&nbsp;จุด&nbsp;และ&nbsp;10&nbsp;จุด&nbsp;ตรงบริเวณคลองจอมประทัด&nbsp;และคลองบางนางสูญ&nbsp;เพื่อนำน้ำมาวิเคราะห์คุณภาพ&nbsp;ส่วนด้านการกำจัดตะกอนเลนที่ตกค้างและสะสมในคลอง&nbsp;ผลจากการทดลองของกรมชลประทานนำเรือเครื่องจักรกลและเรือดูดเลนของภูมิปัญญาชาวบ้าน&nbsp;ผลปรากฏว่าเรือดูดเลนของภูมิปัญญาชาวบ้านสามารถดูดเลนได้ปริมาณที่มากกว่าและใช้แรงงานน้อยกว่า&nbsp;ค่าใช้จ่ายน้อยกว่า&nbsp;ด้านการกำจัดวัชพืชจากการสำรวจตั้งแต่ปากคลองวัดประดู่จนถึงเขตติดต่อกับจังหวัดราชบุรีและเพชรบุรี&nbsp;มีจุดที่ผักตบชวาหนาแน่นถึง&nbsp;4&nbsp;จุด&nbsp;ทั้งนี้ได้ประสานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ดำเนินการขุดลอกแล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคมนี้</p><p><strong>ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การตรวจค่าน้ำถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก&nbsp;เพื่อเราจะได้วิเคราะห์ว่าคุณภาพน้ำแต่ละจุดมีค่าแบคทีเรียมาจากกลุ่มใด&nbsp;จากพืชหรือสัตว์เลือดอุ่น&nbsp;เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรมการประชุมครั้งต่อไปขอให้ทางสำนักงานทรัพยากรน้ำภาค&nbsp;8&nbsp;ราชบุรี&nbsp;และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;ประสานความร่วมมือกัน&nbsp;พร้อมทั้งแจ้งว่าการประชุมครั้งต่อไป&nbsp;หน่วยงานใดมีข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาน้ำเสียคลองวัดประดู่&nbsp;ขอให้นำตัวอย่างหรือรายละเอียดมานำเสนอด้วยเพื่อจะร่วมกันพิจารณานำไปแก้ไขปัญหาต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรสงคราม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427101814982"],
    [450,"จ.ระยอง ออกมาตรการด้านความปลอดภัยจากเชื้อโควิด-19 ในผลไม้ส่งออก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคชาวไทยและต่างประเทศ","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายชาญนะ&nbsp;เอี่ยมแสง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;</strong>ออกคำสั่งจังหวัดระยอง&nbsp;เรื่องมาตรการด้านความปลอดภัยจากเชื้อโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในผลไม้เพื่อการส่งออกของจังหวัดระยอง&nbsp;หลังจากพบการปนเปื้อนของเชื้อโควิด-19&nbsp;ในตู้สินค้าและบรรจุภัณฑ์ผลไม้ที่ส่งออกไปยังประเทศจีนเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา&nbsp;จนส่งผลให้มีการระงับการส่งออกผลไม้บริเวณด่านชายแดนจีน&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;13-15&nbsp;เมษายนที่ผ่านมา&nbsp;ตามมาตรการ&nbsp;Zero&nbsp;COVID&nbsp;ของจีน&nbsp;ทำให้เกิดความเสียหายและกระทบด้านความเชื่อมั่นต่อผลไม้ส่งออกในพื้นที่ภาคตะวันออกของไทย&nbsp;โดยเฉพาะทุเรียนและมังคุดที่กำลังเริ่มเก็บเกี่ยวตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;จึงกำหนดมาตรการ&nbsp;Zero&nbsp;COVID&nbsp;Rayong&nbsp;Fruit&nbsp;(ZCRF)&nbsp;โดยให้เกษตรกรชาวสวนผลไม้ส่งออก&nbsp;ล้งรับซื้อผลไม้&nbsp;ผู้ปฏิบัติงาน&nbsp;รวมถึงผู้ประกอบการขนส่งผลไม้&nbsp;และผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดระยอง&nbsp;ปฏิบัติตามมาตรการเพื่อป้องกันการปนเปื้อนเชื้อโควิด-19&nbsp;หากพบการติดเชื้อหรือมีความเสี่ยงในการติดเชื้อ&nbsp;ให้แจ้งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อในพื้นที่ให้ทราบทันที&nbsp;ก่อนจัดเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อลงพื้นที่สุ่มตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;ในผู้ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>หากผู้ใดฝ่าฝืน&nbsp;ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง&nbsp;อาจมีความผิดตาม&nbsp;พ.ร.บ.โรคติดต่อ&nbsp;</strong>และพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน&nbsp;พ.ศ.2548&nbsp;มาตรา&nbsp;18&nbsp;ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;หรือปรับไม่เกิน&nbsp;4&nbsp;หมื่นบาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;ทั้งนี้ตั้งแต่&nbsp;วันที่&nbsp;25&nbsp;เม.ย.&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-27T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สวท.ระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427104713990"],
    [451,"นายกรัฐมนตรี ประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าว ระบุ แก้ปัญหาข้าวมีความคืบหน้า ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เร้นท์&nbsp;โดยนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวก่อนเริ่มการประชุมว่า&nbsp;ขอขอบคุณทุกคนที่ได้ร่วมแก้ปัญหาเรื่องข้าวกันมาตลอดหลายปี&nbsp;ทำให้หลายอย่างมีความคืบหน้า&nbsp;โดยยังคงต้องทำต่อไปและต้องมีการปรับเปลี่ยน&nbsp;ซึ่งคิดว่าทุกคนคงเข้าใจกันดีว่าเป็นภาระอันหนักที่ต้องดูแลประชาชนและเกษตรกรชาวนาให้สามารถอยู่ได้&nbsp;เพราะวันนี้ก็มีสถานการณ์หลายอย่าง&nbsp;ที่เพิ่มผลกระทบเข้ามาทั้งในเรื่องของแรงงาน&nbsp;สถานการณ์โควิด-19&nbsp;และสถานการณ์สงครามความขัดแย้ง&nbsp;ซึ่งแต่ละปัญหามีความยากขึ้นเรื่อยๆ&nbsp;แต่ยังคงเชื่อมั่นว่า&nbsp;คณะกรรมการทุกคนจะหาวิธีการที่เหมาะสมให้ดีที่สุด&nbsp;ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกที่มีการพัฒนาพอสมควร</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-04-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427190323255"],
    [452,"สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสมุทรคราม ร่วมกับสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ จัดสัมมนาระบบ QR trace on cloud ตรวจสอบย้อนกลับสินค้าเกษตรมาตรฐานและตลาดไร้คนกลาง","<p><strong>สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;</strong>ร่วมกับสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ&nbsp;จัดสัมมนาระบบ&nbsp;QR&nbsp;trace&nbsp;on&nbsp;cloud&nbsp;ระบบตรวจสอบย้อนกลับสินค้าเกษตรมาตรฐานและตลาดไร้คนกลาง&nbsp;dgt&nbsp;ฟาร์ม&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรมริเวอร์ตัน&nbsp;อัมพวา&nbsp;โดยมีนายชนวัฒน์&nbsp;สิทธิธูรณ์&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;เป็นประธานเปิดการสัมมนา&nbsp;เป็นการจับคู่ธุรกิจยุคใหม่ที่เกษตรกรไทยและผู้บริโภคจะมาพบกันในโลกออนไลน์&nbsp;โดยมีเกษตรกรเข้ารับการอบรม&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;เพื่อส่งเสริมระบบตรวจสอบย้อนกลับสินค้าเกษตร&nbsp;และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าในตลาดออนไลน์</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>จากนั้น&nbsp;นายชนวัฒน์&nbsp;สิทธิธูรณ์&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสมุทรสวงคราม</strong>&nbsp;พร้อคณะเจ้าหน้าที่สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติลงพื้นที่จัดทำประชาสัมพันธ์&nbsp;ถึงมาตรฐานของส้มโอขาวใหญ่&nbsp;สมุทรสงคราม&nbsp;โดยนายประวิตร&nbsp;คุ้มสิน&nbsp;ประธานศูนย์เรียนรู้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;นำเยี่ยมชมแปลงส้มโอขาวใหญ่ที่ได้รับมาตรฐาน&nbsp;พร้อมให้ข้อมูล&nbsp;ตอบข้อซักถาม&nbsp;ในการจัดทำประชาสัมพันธ์&nbsp;เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ส้มโอขาวใหญ่จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์เรียนรู้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอบางคนที&nbsp;ตำบลบางสะแก&nbsp;อำเภอบางคนที</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">รุ่งนภา/ข่าว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ธิติมา/เรียบเรียง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">ทีมงานสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p>","2022-04-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรสงคราม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427105050993"],
    [453,"อุตุฯ สุพรรณบุรี เตือนเกษตรกรควรระวังและป้องกันการระบาดของศัตรูพืชจำพวกหนอนในพืชไร่ ไม้ผล และพืชผัก","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายสมนึก&nbsp;สวนดอกไม้&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาสุพรรณบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดในบางพื้นที่&nbsp;เกษตรกรควรหลีกเลี่ยงการทำงานในที่โล่งแจ้งในช่วงแดดจัดเป็นเวลานาน&nbsp;ด้วยหย่อมความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน&nbsp;ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวันโดยทั่วไป&nbsp;กับมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ในภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;ในขณะที่ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบนมีกำลังอ่อนลง&nbsp;ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนน้อย&nbsp;แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>คำแนะนำสำหรับการเกษตรในภาคกลาง&nbsp;ระยะนี้ฝนที่ตกและหยุดตกสลับกัน</strong>&nbsp;เกษตรกรควรระวังและป้องกันการระบาดของศัตรูพืชจำพวกหนอนในพืชไร่&nbsp;ไม้ผล&nbsp;และพืชผัก&nbsp;ซึ่งจะกัดกินส่วนที่อ่อนของพืช&nbsp;ทำให้ต้นพืชชะงักการเจริญเติบโต&nbsp;ผลผลิตลดลงและด้อยคุณภาพ&nbsp;แม้จะมีฝนตกบางพื้นที่&nbsp;แต่ปริมาณไม่เพียงพอกับความต้องการของพืช&nbsp;โดยเฉพาะทางตอนล่างของภาค&nbsp;เกษตรกรควรดูแลให้น้ำอย่างเพียงพอ&nbsp;เพราะหากได้รับน้ำไม่เพียงพอจะทำให้พืชชะงักการเจริญเติบโตผลผลิตลดลง&nbsp;และด้อยคุณภาพ&nbsp;ถ้าขาดน้ำจะทำให้ต้นพืชตายสูญเสียผลผลิตโดยสิ้นเชิง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","สวท.สุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427112256010"],
    [454,"ผอ.สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ย้ำ ไทยจำเป็นต้องใช้ลายนิ้วมือน้ำมันดิบมาสืบค้นหาแหล่งที่มาของน้ำมันและผู้กระทำมารับผิดชอบความเสียหายกรณีเกิดเหตุน้ำมันดิบรั่วไหล","<p><strong>ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย&nbsp;ย้ำ&nbsp;ประเทศไทยจำเป็นต้องใช้ลายนิ้วมือน้ำมันดิบ&nbsp;(Oil&nbsp;Fingerprint)&nbsp;มาสืบค้นหาแหล่งที่มาของน้ำมันและผู้กระทำมารับผิดชอบความเสียหายกรณีเกิดเหตุน้ำมันดิบรั่วไหล</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวิจารย์&nbsp;สิมาฉายา&nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย&nbsp;กล่าวถึงการจัดการมลพิษเนื่องจากน้ำมันและการพัฒนาฐานข้อมูลลายนิ้วมือน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่เกี่ยวข้องในประเทศไทยว่า&nbsp;ปัญหามลพิษจากคราบน้ำมันรั่วไหลลงทะเลเป็นเรื่องสำคัญส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและประชาชนในพื้นที่เกิดเหตุ&nbsp;ทำให้การพิสูจน์หาแหล่งที่มาของน้ำมันและผู้กระทำผิดเป็นเรื่องจำเป็นมาก&nbsp;ด้วยการใช้ฐานข้อมูลลายนิ้วมือน้ำมันดิบ&nbsp;(Oil&nbsp;Fingerprint)&nbsp;มาสืบค้นหาแหล่งที่มา&nbsp;โดยเฉพาะผู้ที่ต้องรับผิดชอบค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเพื่อฟื้นฟูผลกระทบจากน้ำมันที่ต้องใช้ระยะเวลาและงบประมาณจำนวนมาก&nbsp;แต่ขึ้นอยู่กับชนิดน้ำมันและปริมาณน้ำมันที่รั่วไหลด้วย&nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;20&nbsp;ปีและกรอบความร่วมมืออาเซียนในการป้องกันและขจัดปัญหามลพิษอันเนื่องมาจากน้ำมันในภูมิภาคของอาเซียน&nbsp;เพราะปัญหามลพิษจากคราบน้ำมันเป็นปัญหาข้ามพรมแดนลักษณะเช่นเดียวกับปัญหาหมอกควัน&nbsp;จึงจำเป็นต้องพัฒนาเทคโนโลยีหรือเครื่องมือในการบ่งชี้แหล่งที่มาของคราบน้ำมันและก้อนน้ำมันดิน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;คพ.&nbsp;ได้พัฒนาฐานข้อมูลลายนิ้วมือน้ำมันดิบ&nbsp;(Oil&nbsp;Fingerprint)&nbsp;ถือเป็นเอกลักษณ์ของน้ำมันที่จะนำมาใช้บ่งชี้แหล่งที่มาของน้ำมันได้&nbsp;และผลิตภัณฑ์น้ำมันที่เกี่ยวข้องในประเทศไทยภายใต้กรอบมาตรฐานสากล</p>","2022-04-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427111125999"],
    [455,"สำนักงานเกษตรอำเภอกันตัง จังหวัดตรัง  ลงพื้นที่ให้บริการขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร ปี 2565","<p><strong>นายสรวง&nbsp;พรหมบุญทอง&nbsp;เกษตรอำเภอกันตัง</strong>&nbsp;มอบหมายให้นางสาวบุณยานุช&nbsp;หาดสุดและนางสาวอมรรัตน์&nbsp;ชูเมฆ&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;ลงพื้นที่ให้บริการขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;พื้นที่หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลโคกยาง&nbsp;อำเภอกันตัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;โดยมีผู้มาใช้บริการจำนวน&nbsp;50&nbsp;ราย&nbsp;เพื่อให้ข้อมูลการปลูกพืชในพื้นที่มีความถูกต้อง&nbsp;เป็นปัจจุบันและเพื่อรองรับโครงการหรือมาตรการของต่างๆ&nbsp;จากทางภาครัฐ&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร</strong>ในพื้นที่อำเภอกันตังนั้น&nbsp;เกษตรกรจะต้องนำเอกสารสิทธิ์ที่ดินตัวจริงหรือในกรณีติดจำนอง&nbsp;ให้นำสำเนาที่มีการรับรองจากสถาบันการเงินนั้นๆ&nbsp;มายื่นแสดงเพื่อขอปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปีปัจจุบัน&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอกันตัง&nbsp;ได้ในวันและเวลาราชการ&nbsp;หรือที่จุดให้บริการในพื้นที่&nbsp;ที่มีการให้บริการตามความเหมาะสม&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การแจ้งขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร</strong>เป็นประจำทุกปี&nbsp;ข้อมูลจะมีความครบถ้วน&nbsp;เป็นปัจจุบันทำให้เกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรเป็นอย่างยิ่ง&nbsp;เนื่องจากทำให้ภาครัฐ&nbsp;สามารถวางแผนการผลิต&nbsp;การตลาด&nbsp;ส่งเสริมสนับสนุนเกษตรกรได้อย่างถูกต้องเหมาะสมและจัดทำโครงการมาตรการต่างๆ&nbsp;เพื่อให้ความช่วยเหลือเกษตรกรได้อีกด้วย&nbsp;ดังจะเห็นได้จากการที่หน่วยงานภาครัฐเชื่อมโยงข้อมูลทะเบียนเกษตรกรไปใช้เป็นข้อมูลประกอบโครงการและมาตรการเพื่อให้การสนับสนุน&nbsp;และช่วยเหลือเกษตรกรเป็นจำนวนมาก</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-27T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427112718015"],
    [456,"สำนักงานเกษตรอำเภอรัษฎา จังหวัดตรัง เปิดตลาดเกษตรกรอำเภอรัษฎา เพื่อจำหน่ายผลผลิตและผลิตภัณฑ์ของเกษตรกรในพื้นที่ คุณภาพดี ปลอดสารพิษ","<p><strong>วันนี้&nbsp;(27&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;)&nbsp;นางฉลวย&nbsp;เวียนคำ&nbsp;เกษตรอำเภอรัษฎา&nbsp;</strong>พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอรัษฎา&nbsp;เยี่ยมชมตลาดเกษตรกรอำเภอรัษฎา&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณหน้าสำนักงานเกษตรอำเภอรัษฎา&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เปิดขายทุกวันพุธของสัปดาห์&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;06.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;เพื่อจำหน่ายผลผลิตและผลิตภัณฑ์ของเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;คุณภาพดี&nbsp;ปลอดสารพิษ&nbsp;สินค้าที่วางจำหน่ายวันนี้&nbsp;เช่น&nbsp;ผักสลัด&nbsp;ผักพื้นบ้าน&nbsp;ขนมไทย&nbsp;ฝรั่ง&nbsp;สละ&nbsp;แกงขมิ้น&nbsp;ข้าวกล่อง&nbsp;ขนมจีน&nbsp;และสินค้าอื่นๆ&nbsp;อีกมากมาย&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรังดำเนินงานโครงการ</strong>พัฒนาตลาดเกษตรกรระดับอำเภอจังหวัดตรัง&nbsp;ดำเนินการในพื้นที่&nbsp;10&nbsp;อำเภอ&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรปลอดภัย&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;สินค้าแปรรูป&nbsp;และสินค้าหัตถกรรมที่ดีมีคุณภาพ&nbsp;และเพื่อพัฒนาศักยภาพและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรของเกษตรกร&nbsp;และเพื่อพัฒนาตลาดเกษตรกรระดับอำเภอให้เป็นแหล่งจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรหลักของเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;และรวมถึงให้ภาคเอกชนได้มีโอกาสเข้ามาร่วมมือในการจัดตลาดเกษตรกร&nbsp;&nbsp;โดยให้เกษตรกรสถาบันเกษตรกรผู้ผลิตมาจำหน่ายด้วยตนเอง&nbsp;มีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาจำหน่ายอย่างทั่วถึง&nbsp;ตามสโลแกนเกษตรกรจริง&nbsp;ๆ&nbsp;ทุกสิ่งปลอดภัย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-27T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427112826017"],
    [457,"กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผย สถานการณ์ภัยแล้งในปีนี้ไม่รุนแรงมากนัก ขณะที่เตรียมแผนรองรับสถานการณ์ฝนทิ้งช่วงในหลายพื้นที่","<p><strong>นายสำเริง&nbsp;แสงภู่วงศ์&nbsp;อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;เปิดเผย</strong>ในปีนี้ปฏิบัติการฝนหลวงได้เริ่มตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาโดยหลายพื้นที่&nbsp;ที่ได้ขึ้นปฏิบัติการพบร้อยละ&nbsp;90&nbsp;ที่ปะสบความสำเร็จแต่ปริมาณน้ำยังไม่มากพอเหมือนหน้าฝน&nbsp;ขณะที่สถานการณ์ในภาพรวมในปีนี้จะไม่รุนแรงเหมือนปีที่ผ่านมาแต่ยังคงมีพื้นที่&nbsp;ที่อาจเกิดฝนทิ้งช่วงและปริมาณน้ำในแหล่งน้ำหรือน้ำผิวดินมีไม่เพียงพอโดยเฉพาะพื้นที่นอกเขตชลประทานที่ใช้น้ำฝนในการทำเกษตรกรรม&nbsp;ดังนั้นกรมฝนหลวงและการบินเกษตรจึงจำเป็นต้องวางแผนช่วยเหลือประชาชนที่จะได้รับผลกระทบเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน&nbsp;ทั้งนี้ในการขึ้นบินแต่ละครั้งต้องดูความชื้นสัมพัทธ์&nbsp;สภาพอากาศ&nbsp;ทิศทางของลม&nbsp;และปริมาณเมฆ&nbsp;เพื่อให้สามารถโปรยสารเคมีได้&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;กรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;ได้จัดตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงเพิ่มเติม&nbsp;3&nbsp;หน่วยปฏิบัติการ&nbsp;</strong>ได้แก่&nbsp;หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;จ.ลพบุรี&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;และจ.นครราชสีมา&nbsp;และขณะนี้&nbsp;มีหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ&nbsp;เพื่อให้แผนการปฏิบัติการฝนหลวงสอดคล้องกับสถานการณ์&nbsp;และครอบคลุมพื้นที่เพื่อเติมน้ำให้กับเขื่อนและอ่างเก็บน้ำให้มีปริมาณน้ำเพียงพอ</p><p><strong>อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตรย้ำปีนี้จะเกิดภัยแล้งไม่รุนแรงมากนัก&nbsp;</strong>พร้อมเตรียมแผนรองรับสถานการณ์ด้วยการทำฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่เกิดภัยแล้ง&nbsp;</p><p><strong>อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;&nbsp;กล่าวถึงแผนรับมือภัยแล้งปีนี้ว่า</strong>&nbsp;ภัยแล้งจะไม่รุนแรงเหมือนกับปีที่ผ่านมา&nbsp;ยกเว้นบางพื้นที่อาจเกิดฝนทิ้งช่วงและปริมาณน้ำในแหล่งน้ำหรือน้ำผิวดินมีไม่เพียงพอ&nbsp;จึงจำเป็นต้องวางแผนช่วยเหลือประชาชนที่จะได้รับผลกระทบ&nbsp;โดยปีนี้จะต้องวางจุดขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวงให้ตรงกับพื้นที่ที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ&nbsp;ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เบื้องต้นมียื่นขอฝนหลวงมาแล้ว&nbsp;33&nbsp;จังหวัด&nbsp;ควบคู่กับดูแผนการเพาะปลูกประจำปีด้วยเพื่อให้เพาะปลูกสอดคล้องกับปริมาณน้ำที่มี&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;การขึ้นบินแต่ละครั้งต้องดูความชื้นสัมพัทธ์&nbsp;สภาพอากาศ&nbsp;ทิศทางของลม&nbsp;และปริมาณเมฆ&nbsp;เพื่อให้สามารถโปรยสารเคมีได้&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>","2022-04-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427121357028"],
    [458,"กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มไม้กวาด หมู่ที่ 5 บ้านแตะหรำ ตำบลกันตังใต้ ผลิตไม้กวาดดอกหญ้าจำหน่ายเป็นรายได้เสริมในครัวเรือน","<p><strong>นายสรวง&nbsp;พรหมบุญทอง&nbsp;เกษตรอำเภอกันตัง</strong>&nbsp;มอบหมายให้นางสาวสุคน&nbsp;ศรีเกตุ&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มไม้กวาด&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;บ้านแตะหรำ&nbsp;ตำบลกันตังใต้&nbsp;โดยกลุ่มมีสมาชิกจำนวน&nbsp;11&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนดังกล่าว&nbsp;ทำกิจกรรมผลิตไม้กวาด</strong>ดอกหญ้าจำหน่ายเป็นรายได้เสริมในครัวเรือน&nbsp;โดยเก็บหญ้าดอกในชุมชนมาเพิ่มมูลค่าเป็นไม้กวาดดอกหญ้า&nbsp;สำหรับใช้ทำความสะอาดในครัวเรือน&nbsp;โดยการนำช่อดอกมาตากให้แห้ง&nbsp;พร้อมสลัดดอกให้ร่วงหมดด้วยมือ&nbsp;ก่อนนำมามัดร้อยให้เป็นผืน&nbsp;และถักติดกับด้ามไม้กวาด&nbsp;โดยมีกำลังผลิตเดือนละ&nbsp;&nbsp;100&nbsp;ด้าม&nbsp;ปีละประมาณ&nbsp;500&nbsp;ด้าม&nbsp;เนื่องจากวัตถุดิบในชุมชนมีไม่เพียงพอ&nbsp;และไม่มีเงินทุนในการซื้อดอกหญ้ามาผลิต&nbsp;โดยจำหน่ายด้ามละ&nbsp;70&nbsp;บาท&nbsp;วัสดุมีความคงทน&nbsp;ใช้งานได้ยาวนาน&nbsp;&nbsp;&nbsp;สนใจติดต่อได้ที่&nbsp;(นางเร๊าะเสียะ&nbsp;เสียมไหม&nbsp;ประธานกลุ่มฯ&nbsp;)&nbsp;เบอร์ติดต่อ&nbsp;090-2257872</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-27T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427113851020"],
    [459,"บริษัท พีทีที แอลเอ็นจี จำกัด ร่วมกับวิสาหกิจชุมชนชมรมประมงเรือเล็กพื้นบ้าน อ.เมืองและ อ.บ้านฉางสามัคคี โดยกลุ่มประมงเรือเล็กเก้ายอดตลอดจนส่วนราชการในพื้นที่ จัดกิจกรรม \"ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำปีที่ 13 จำนวน 120,300 ตัว","<p><strong>ที่ชุมชนปากน้ำ&nbsp;1&nbsp;บริเวณกลุ่มประมงเรือเล็กเก้ายอด&nbsp;ถ.เลียบชายฝั่ง&nbsp;ต.ปากน้ำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;</strong>ว่าที่&nbsp;ร.ต.พิรุณ&nbsp;เหมะรักษ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;เป็นประธานเปิดงานปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ&nbsp;โดยมี&nbsp;นายรัตติกูล&nbsp;ปิยะวงค์วาณิชย์&nbsp;กรรมการผู้จัดการใหญ่&nbsp;บริษัท&nbsp;พีทีที&nbsp;แอลเอ็นจี&nbsp;จำกัด&nbsp;นายภูษิต&nbsp;ไชยฉ่ำ&nbsp;รองนายกเทศมนตรีนครระยอง&nbsp;นายเสรี&nbsp;เรือนหล้า&nbsp;ประมงจังหวัดระยอง&nbsp;นายวีระ&nbsp;จิสุวรรณ&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทะเลระยอง&nbsp;ว่าที่&nbsp;ร.ต.วิษณุพงศ์&nbsp;วิเชียรรัตนกุล&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล(ทช.)&nbsp;นายกุมพล&nbsp;ชวนชม&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง&nbsp;น.ส.ดวงกมล&nbsp;ร่มรื่น&nbsp;ประธานกลุ่มประมงเรือเล็กเก้ายอด&nbsp;รวมถึงนักศึกษา&nbsp;ประชาชนกลุ่มประมงเรือเล็กและพนักงานจิตอาสาของ&nbsp;PTTLNG&nbsp;ให้การต้อนรับ</p><p><strong>นายรัตติกูล&nbsp;ปิยะวงค์วาณิชย์&nbsp;กรรมการผู้จัดการใหญ่&nbsp;บริษัท&nbsp;พีทีที&nbsp;แอลเอ็นจี&nbsp;จำกัด&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเป็นหนึ่งในกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมที่&nbsp;PITTLNG&nbsp;มีความตั้งใจในการทำร่วมกับกลุ่มประมงเรือเล็กพื้นบ้านในพื้นที่จังหวัดระยองเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการอนุรักษ์และช่วยเพิ่มทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;รวมถึงสร้างสมดุลระบบนิเวศทางทะเล&nbsp;ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เราทำมาเป็นประจำอย่างต่อเนื่องในทุกๆ&nbsp;ปี&nbsp;โดยกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำดังกล่าว&nbsp;ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและะเอกชนหลายๆ&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;ตลอดจนพนักงานจิตอาสาของ&nbsp;PTTLNG&nbsp;ร่วมกันปล่อยกุ้งกุลาดำ&nbsp;ปลาเก๋า&nbsp;ปูดำ&nbsp;และหอยหวาน&nbsp;รวมทั้งสิ้นจำนวน&nbsp;120,300&nbsp;ตัว</p><p><strong>PTTLNG&nbsp;ในฐานะผู้ดำเนินการสถานีแอลเอ็นจี</strong>&nbsp;นอกจากภารกิจหลักซึ่งมีหน้าที่ในการจัดหาพลังงานเพื่อความมั่นคงของประเทศแล้ว&nbsp;การให้ความร่วมมือและส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมต่างๆ&nbsp;ที่เกิดประโยชน์ต่อสังคมและชุมชนในพื้นที่จังหวัดระยอง&nbsp;ถือเป็นความรับผิดชอบต่อสังคมที่บริษัทฯ&nbsp;ตระหนักและให้ความสำคัญอยู่เสมอในการเดินหน้าควบคู่กันไป&nbsp;ทั้งนี้ไม่ว่าะเป็นการดำเนินการเอง&nbsp;และร่วมกับกลุ่ม&nbsp;ปตท.&nbsp;มาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ซึ่งบริษัทหวังเป็นอย่างยิ่งว่า&nbsp;การจัดกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำในวันนี้&nbsp;อย่างน้อยจะเป็นการช่วยอนุรักษ์&nbsp;และเพิ่มจำนวนทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;ตลอดจนเพิ่มรายได้ให้กับกลุ่มประมงในพื้นที่จังหวัดระยองได้อีกช่องทางหนึ่ง&nbsp;ซึ่งเป็นความมุ่งมั่นและตั้งใจของ&nbsp;PTTING&nbsp;ในการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;ควบคู่ไปกับการมุ่งมั่นและดูแลช่วยเหลือสังคมและชุมชนอย่างยั่งยืน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2022-04-27T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427131808051"],
    [460,"PTT LNG ร่วมกับกลุ่มประมงเรือเล็กเก้ายอดและส่วนราชการ จัดกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ เพิ่มปริมาณพันธุ์สัตว์น้ำสู่ระบบนิเวศ","<p><strong>ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;พิรุณ&nbsp;เหมะรักษ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;</strong>เป็นประธานในพิธีเปิดงานปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ&nbsp;จำนวน&nbsp;120,300&nbsp;ตัว&nbsp;มี&nbsp;นายรัตติกูล&nbsp;ปิยะวงค์วาณิชย์&nbsp;กรรมการผู้จัดการใหญ่&nbsp;บริษัท&nbsp;พีทีที&nbsp;แอลเอ็นจี&nbsp;จำกัด&nbsp;นายภูษิต&nbsp;ไชยฉ่ำ&nbsp;รองนายกเทศมนตรีนครระยอง&nbsp;นายเสรี&nbsp;เรือนหล้า&nbsp;ประมงจังหวัดระยอง&nbsp;นายวีระ&nbsp;จิสุวรรณ&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทะเลระยอง&nbsp;ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;วิษณุพงศ์&nbsp;วิเชียรรัตนกุล&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล&nbsp;ทช.&nbsp;นายกุมพล&nbsp;ชวนชม&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง&nbsp;นางสาวดวงกมล&nbsp;ร่มรื่น&nbsp;ประธานกลุ่มประมงเรือเล็กเก้ายอด&nbsp;นักศึกษา&nbsp;ประชาชนกลุ่มประมงเรือเล็ก&nbsp;และพนักงานจิตอาสาร่วมพิธี&nbsp;</p><p><strong>นายรัตติกูล&nbsp;ปิยะวงค์วาณิชย์&nbsp;กรรมการผู้จัดการใหญ่&nbsp;PTT&nbsp;LNG&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเป็นหนึ่งในกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมที่&nbsp;PTT&nbsp;LNG&nbsp;ได้ตั้งใจในการทำกิจกรรมร่วมกับกลุ่มประมงเรือเล็กพื้นบ้านในพื้นที่จังหวัดระยอง&nbsp;เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการอนุรักษ์และช่วยเพิ่มทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;รวมถึงสร้างสมดุลระบบนิเวศทางทะเล&nbsp;ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ทำมาเป็นประจำทุกปีอย่างต่อเนื่อง&nbsp;กิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชนหลายหน่วยงานร่วมกันปล่อยกุ้งกุลาดำ&nbsp;ปลาเก๋า&nbsp;ปูดำ&nbsp;และหอยหวาน&nbsp;รวมทั้งสิ้นจำนวน&nbsp;120,300&nbsp;ตัว&nbsp;ซึ่ง&nbsp;PTT&nbsp;LNG&nbsp;นอกจากจะมีภารกิจหลักในการจัดหาพลังงานเพื่อความมั่นคงของประเทศแล้ว&nbsp;การให้ความร่วมมือและส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมต่างๆ&nbsp;ที่เกิดประโยชน์ต่อสังคมและชุมชนในพื้นที่จังหวัดระยอง&nbsp;ถือเป็นความรับผิดชอบต่อสังคมที่บริษัทได้ตระหนักและให้ความสำคัญอยู่เสมอในการเดินหน้าควบคู่กันไป&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินการเองหรือดำเนินกิจกรรมร่วมกับกลุ่ม&nbsp;ปตท.&nbsp;โดยบริษัทได้มุ่งมั่นและตั้งใจในการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;ควบคู่ไปกับการมุ่งมั่นและดูแลช่วยเหลือสังคมและชุมชนอย่างยั่งยืน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-27T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427132756058"],
    [461,"กรมชลประทาน เดินหน้าขุดลอกแม่น้ำบางขาม แหล่งน้ำสายสำคัญที่ใช้หล่อเลี้ยงชีวิตชาวลพบุรี ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินโครงการขุดลอกแม่น้ำบางขาม&nbsp;จังหวัดลพบุรี&nbsp;ว่า&nbsp;เมื่อปี&nbsp;2562&nbsp;และ&nbsp;2563&nbsp;ในพื้นที่ภาคกลางเกิดภาวะฝนตกน้อยกว่าปกติประมาณร้อยละ&nbsp;37&nbsp;ส่งผลให้แม่น้ำบางขาม&nbsp;มีปริมาณน้ำน้อย&nbsp;บางช่วงแห้งขอดประมาณ&nbsp;10&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก&nbsp;จึงได้มอบหมายให้สำนักงานชลประทานที่&nbsp;10&nbsp;และสำนักเครื่องจักรกล&nbsp;ดำเนินการร่วมกับจังหวัดลพบุรี&nbsp;โดยการนำของนายนิวัติ&nbsp;รุ่งสาคร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี&nbsp;ดำเนินโครงการขุดลอกแม่น้ำบางขาม&nbsp;ตั้งแต่บริเวณสะพานท่าเรือ&nbsp;ตำบลมหาสอน&nbsp;อำเภอบ้านหมี่&nbsp;ไปจนถึงบริเวณวัดเทพอำไพ&nbsp;ตำบลบางขาม&nbsp;อำเภอบ้านหมี่&nbsp;รวมระยะทางประมาณ&nbsp;10&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ปัจจุบันมีผลงานคืบหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ&nbsp;38&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;หากดำเนินการขุดลอกแล้วเสร็จ&nbsp;จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำของแม่น้ำบางขามในช่วงฤดูน้ำหลาก&nbsp;รวมทั้งเพิ่มปริมาณเก็บกักน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งได้มากถึง&nbsp;21&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;มีพื้นที่รับประโยชน์&nbsp;40,000&nbsp;ไร่&nbsp;ทำให้ประชาชนในพื้นที่&nbsp;อำเภอท่าวุ้ง&nbsp;อำเภอบ้านหมี่&nbsp;และอำเภอเมืองลพบุรี&nbsp;รวมไปถึงผู้ที่อาศัยอยู่ทั้ง&nbsp;2&nbsp;ฝั่งของแม่น้ำบางขาม&nbsp;มีน้ำอุปโภคบริโภค&nbsp;ผลิตน้ำประปา&nbsp;และทำการเกษตร&nbsp;ไว้ใช้อย่างเพียงพอตลอดทั้งปี&nbsp;ช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำและอุทกภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-04-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427190218254"],
    [462,"เกษตรจังหวัดภูเก็ต เตือนเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยระวังโรคเหี่ยวของกล้วยที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ที่กำลังระบาดหนักในแปลงกล้วยหินแถวจังหวัดยะลา สร้างความเสียหายหลายพันไร่","<p><strong>นายสุบรรณ์&nbsp;รักษ์ทอง&nbsp;เกษตรจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ในระยะนี้ขอแจ้งเตือนเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยในพื้นที่&nbsp;ให้ระวังโรคเหี่ยวกล้วยที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย&nbsp;ซึ่งระบาดหนักในแปลงกล้วยหินแถวจังหวัดยะลา&nbsp;ที่สร้างความเสียหายแล้วหลายพันไร่&nbsp;และขณะนี้โรคเหี่ยวกล้วยขยายการระบาดในหลายพื้นที่ภาคใต้&nbsp;จากเดิมที่พบเป็นเฉพาะกล้วยหินที่ยะลา&nbsp;แต่มาในขณะนี้พบสร้างความเสียหายแล้วทั้งกล้วยหินและกล้วยน้ำว้า&nbsp;และคาดว่าถ้าควบคุมการระบาดไม่ได้&nbsp;โรคนี้จะมีการระบาดในพื้นที่ปลูกกล้วยทั่วประเทศ</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;โรคเหี่ยวของกล้วยเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย&nbsp;โดยมีลักษณะอาการ</strong>&nbsp;คือ&nbsp;ใบจะเหี่ยวบริเวณใบธง&nbsp;(ใบอ่อน)&nbsp;ใบจะเปลี่ยนสีเป็นสีเหลือง&nbsp;ปลีกล้วยจะแคระแกร็น&nbsp;เมื่อตัดดูลักษณะภายในลำต้นเทียมจะเห็นท่อน้ำท่ออาหารเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล&nbsp;เพราะแบคทีเรียชนิดนี้จะเข้าไปทำลายและอาศัยอยู่ข้างใน&nbsp;ซึ่งหากติดผลเนื้อภายในจะเป็นสีดำ&nbsp;ถ้ามีอาการที่รุนแรงมากจะยืนต้นตาย&nbsp;ไม่สามารถเก็บผลผลิตได้&nbsp;โดยการแพร่ระบาดของโรค&nbsp;เกิดจากดิน&nbsp;น้ำ&nbsp;ลม&nbsp;ต้นพันธุ์&nbsp;มีด&nbsp;เครื่องมือทางการเกษตร&nbsp;และแมลงที่ดูดน้ำหวาน&nbsp;หรือแมลงผสมเกสรจากดอกกล้วย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ในส่วนของวิธีการป้องกันกำจัด&nbsp;ได้แก่</strong>&nbsp;</p><p>1.ทำลายต้นที่เป็นโรคนำชิ้นส่วนที่ตัดไปกองให้ห่างจากกอ&nbsp;แล้วโรยด้วยปูนขาว&nbsp;หรือใช้วิธีการรมดินด้วยยูเรีย&nbsp;และปูนขาว&nbsp;เพื่อกำจัดเชื้อสาเหตุที่อยู่ในดิน&nbsp;</p><p>2.ไม่นำหน่อกล้วยที่เป็นโรคไปปลูกในแหล่งอื่น&nbsp;</p><p>3.ต้นกล้วยที่เป็นโรคเมื่อตัดแล้วห้ามนำไปทิ้งบริเวณทางน้ำ&nbsp;หรือในแหล่งน้ำ&nbsp;</p><p>4.ตัดปลีกล้วยในระยะตีนเต่าเพื่อป้องกันแมลงนำเชื้อโรคเข้าทำลายในระยะผสมเกสร&nbsp;</p><p>5.ทำความสะอาดกอกล้วยให้โปร่งเพื่อลดแหล่งสะสมของโรคและแมลง&nbsp;</p><p>6.ใส่ปุ๋ยบำรุงต้นเพื่อเพิ่มความแข็งแรง&nbsp;และใช้ชีวภัณฑ์บาซิลลัส&nbsp;ซับทีลิส&nbsp;(BS-DOA&nbsp;24&nbsp;)&nbsp;ทุกเดือน&nbsp;เพื่อควบคุมโรค&nbsp;</p><p>7.&nbsp;ทำความสะอาดเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการ</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;หากพบการระบาดให้รีบทำลายกล้วยทันที&nbsp;</strong>หรือให้รีบแจ้งสำนักงานเกษตรจังหวัดและสำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน&nbsp;เพื่อเร่งดำเนินการตรวจสอบและหาแนวทางการแก้ไขปัญหาต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-27T00:00:00","ภาคใต้","ภูเก็ต","สวท.ภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427132301053"],
    [463,"กรมการข้าว เตรียมแจก 6 พันธุ์ข้าวทรงปลูกพระราชทาน เนื่องในวันพืชมงคล","<p><strong>นายณัฏฐกิตติ์&nbsp;ของทิพย์&nbsp;อธิบดีกรมการข้าว&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;เนื่องในวันพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคลแรกนาขวัญปีนี้&nbsp;กรมการข้าว&nbsp;ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต&nbsp;จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;นำเมล็ดพันธุ์ข้าวทรงปลูกพระราชทานทั้งหมด&nbsp;6&nbsp;พันธุ์&nbsp;จำนวน&nbsp;1,728&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;นำเข้าพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ&nbsp;ที่จะจัดขึ้นในวันที่&nbsp;13&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;</p><p><strong>ขาวดอกมะลิ&nbsp;105</strong>&nbsp;เป็นข้าวเจ้าที่ทนแล้งได้ดีพอสมควร&nbsp;เมล็ดข้าวสารใส&nbsp;แกร่ง&nbsp;คุณภาพการสีดี&nbsp;คุณภาพการหุงต้มดี&nbsp;อ่อนนุ่ม&nbsp;มีกลิ่นหอม&nbsp;ทนต่อสภาพดินเปรี้ยวและดินเค็ม&nbsp;จำนวน&nbsp;245&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;</p><p><strong>ปทุมธานี&nbsp;1&nbsp;เป็นข้าวเจ้าผลผลิตสูง</strong>&nbsp;คุณภาพเมล็ดคล้ายพันธุ์ขาวดอกมะลิ&nbsp;105&nbsp;ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและเพลี้ยกระโดดหลังขาว&nbsp;ต้านทานโรคไหม้และโรคขอบใบแห้ง&nbsp;จำนวน&nbsp;399&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;</p><p><strong>กข43&nbsp;เป็นข้าวเจ้าไม่ไวต่อช่วงแสง</strong>&nbsp;คุณภาพของเมล็ดทางการหุงต้มรับประทาน&nbsp;ดี&nbsp;ข้าวสุกนุ่ม&nbsp;มีกลิ่นหอมอ่อน&nbsp;ค่อนข้างต้านทานต่อโรคไหม้และเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล&nbsp;จำนวน&nbsp;125&nbsp;กิโลกรัม</p><p><strong>กข6&nbsp;เป็นข้าวเหนียวให้ผลผลิตสูงและทนแล้ง&nbsp;</strong>ดีกว่าพันธุ์เหนียวสันป่าตอง&nbsp;คุณภาพการหุงต้มดี&nbsp;มีกลิ่นหอม&nbsp;คุณภาพการสีดี&nbsp;ต้านทานโรคใบจุดสีน้ำตาล&nbsp;จำนวน&nbsp;70&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;</p><p><strong>กข87&nbsp;เป็นพันธุ์ข้าวประเภทพื้นนุ่ม</strong>&nbsp;ลักษณะเด่นพิเศษ&nbsp;ข้าวสุกนุ่ม&nbsp;ค่อนข้างเหนียว&nbsp;คุณภาพเมล็ดทางกายภาพดี&nbsp;ท้องไข่น้อย&nbsp;คุณภาพการสีดีมาก&nbsp;เหมาะสำหรับปลูกในพื้นที่นาชลประทานภาคกลางและภาคเหนือตอนล่าง&nbsp;จำนวน&nbsp;300&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;</p><p><strong>กข85&nbsp;เป็นข้าวเจ้าพื้นแข็ง</strong>&nbsp;เป็นข้าวเจ้าไม่ไวต่อช่วงแสง&nbsp;ปลูกได้ทั้งนาปีและนาปรัง&nbsp;ทนต่อสภาพอากาศเย็น&nbsp;คุณภาพการสีดีมาก&nbsp;ท้องไข่น้อย&nbsp;ให้ผลผลิตสูงถึง&nbsp;862&nbsp;กิโลกรัมต่อไร่&nbsp;จำนวน&nbsp;589&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;</p><p><strong>สำหรับพันธุ์ข้าวพระราชทานทั้ง&nbsp;6&nbsp;พันธุ์</strong>&nbsp;จะนำไปบรรจุซองพลาสติกเพื่อแจกจ่ายให้พสกนิกรผู้สนใจและชาวนาทั่วประเทศ&nbsp;รับไปเป็นมิ่งขวัญและสิริมงคลในการประกอบอาชีพการเกษตรของตนตามประเพณีนิยม&nbsp;เพื่อให้เป็นไปตามพระราชประสงค์สืบไป&nbsp;โดยท่านใดที่สนใจพันธุ์ข้าวพระราชทาน&nbsp;สามารถสอบถามได้ที่&nbsp;กรมการข้าว&nbsp;กองเมล็ดพันธุ์ข้าวที่เบอร์โทรศัพท์&nbsp;02-561-3794&nbsp;และศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวทั้ง&nbsp;29&nbsp;แห่ง&nbsp;ศูนย์วิจัยข้าวทั้ง&nbsp;27&nbsp;แห่ง&nbsp;และสถาบันวิทยาศาสตร์ข้าว&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี</p><p><strong>พระราชพิธีจรดพระนังคลแรกนาขวัญ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565</strong>&nbsp;จะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่&nbsp;13&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;08.00&nbsp;น.&nbsp;ผ่านทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย&nbsp;สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย&nbsp;และสื่อโซเชียลมีเดีย&nbsp;เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดโควิด-19</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-04-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427154016138"],
    [464,"จังหวัดตราดจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ ในพื้นที่อำเภอแหลมงอบ","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายชำนาญวิทย์&nbsp;เตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิด<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ไตรมาสที่&nbsp;3&nbsp;/&nbsp;2565&nbsp;</span>ซึ่งจังหวัดตราด&nbsp;โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดตราด&nbsp;พร้อมด้วยหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ร่วมกันจัดขึ้น<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">&nbsp;ที่วัดแหลมมะขาม&nbsp;&nbsp;ตำบลแหลมงอบ&nbsp;อำเภอแหลมงอบ&nbsp;</span>โดยมีประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมโครงการภายใต้มาตรการป้องกันปัญหาโควิด&nbsp;-19</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำหรับการจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในครั้งนี้</strong>&nbsp;มีวัตถุประสงค์ในการให้บริการทางวิชาการแก่เกษตรกร&nbsp;องค์กรเกษตรกร&nbsp;ชุมชน&nbsp;ให้สามารถดำเนินกิจการได้อย่างต่อเนื่อง&nbsp;มีการบริหารจัดการที่เป็นระบบสามารถแก้ไขปัญหาในการประกอบอาชีพทางด้านการเกษตรให้กับเกษตรกรได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;รวมทั้งเป็นการดูแลรักษาสุขภาพให้กับประชาชนที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;โดยมีกิจกรรมคลินิกต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เช่น&nbsp;คลินิกพืช&nbsp;<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">คลินิกสัตว์&nbsp;</span>คลินิกดิน&nbsp;คลินิกประมง&nbsp;คลินิกอารักขาพืช&nbsp;<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเสริม&nbsp;ได้แก่&nbsp;คลินิกบัญชี&nbsp;คลินิกสหกรณ์&nbsp;คลินิกกฎหมาย&nbsp;(สปก.)&nbsp;คลินิกตรวจเลือดหาสารตกค้างให้กับเกษตรกร&nbsp;</span>รวมทั้งการออกหน่วยแพทย์ให้บริการประชาชนอีกด้วย&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-27T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427132103052"],
    [465,"สพป.กระบี่ ร่วมลงนาม MOU ขับเคลื่อนการบริหารจัดการขยะและขยะพลาสติกในพื้นที่เกาะลันตาอย่างมีส่วนร่วมและยั่งยืน","<p><strong>วันที่&nbsp;27&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;ที่ห้องทำงาน&nbsp;ผอ.สพป.กระบี่&nbsp;</strong>นายสพล&nbsp;ชูทอง&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่&nbsp;ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&nbsp;(Memorandum&nbsp;Of&nbsp;Understanding&nbsp;:&nbsp;MOU)&nbsp;การขับเคลื่อนการบริหารจัดการขยะและขยะพลาสติกในพื้นที่เกาะลันตาอย่างมีส่วนร่วมและยั่งยืน&nbsp;ร่วมกับสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย&nbsp;</p><p><strong>โดย&nbsp;นางสาวพวงผกา&nbsp;&nbsp;ขาวกระโทก&nbsp;ผู้จัดการโครงการ</strong>&nbsp;สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย&nbsp;นายประดิษฐ&nbsp;บุญปลอด&nbsp;นักวิจัย&nbsp;สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย&nbsp;&nbsp;และนางสาวอุมาพร&nbsp;ทองหรบ&nbsp;เจ้าหน้าที่โครงการ&nbsp;สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย&nbsp;ร่วมเป็นสักขีพยาน&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งบันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว&nbsp;เป็นการประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือ</strong>ในการดำเนินการขับเคลื่อนการบริหารจัดการขยะและขยะพลาสติกในพื้นที่เกาะลันตา&nbsp;ภายใต้โครงการการพัฒนาความร่วมมือในห่วงโซ่คุณค่า&nbsp;(Value&nbsp;Chain)&nbsp;การจัดการขยะและขยะพลาสติกด้วยแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่เกาะของประเทศไทย&nbsp;กรณีศึกษาพื้นที่เกาะลันตาของสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย&nbsp;เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการมีส่วนร่วมภาคส่วนต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในพื้นที่ให้เกิดการเรียนรู้และรู้จักวิธีการทิ้งและคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี&nbsp;เพื่อป้องกันการหลุดรอดสู่สิ่งแวดล้อมและทะเล&nbsp;รวมถึงการร่วมกันพัฒนาแนวปฏิบัติที่ดีในการจัดการขยะและขยะพลาสติก&nbsp;บนพื้นฐานความร่วมมือของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและสภาพพื้นที่ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน&nbsp;ร่วมกันพัฒนาโมเดล&nbsp;สนับสนุนและส่งเสริมการนำโมเดลความร่วมมือในห่วงโซ่คุณค่าการจัดการขยะและขยะพลาสติก&nbsp;ด้วยแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน&nbsp;สู่การปฏิบัติและขยายผลในระดับพื้นที่ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>วาสนา&nbsp;บัวทอง&nbsp;สวท.กระบี่&nbsp;รายงาน/27&nbsp;เม.ย.2565</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-27T00:00:00","ภาคใต้","กระบี่","สวท.กระบี่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427132801059"],
    [466,"กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดตัวเกษตรกร สถาบันเกษตรกร สหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ และปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน เตรียมเข้ารับพระราชทานโล่ประกาศเกียรติคุณในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี พ.ศ. 2565","<p><strong>นายทองเปลว&nbsp;กองจันทร์&nbsp;ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีนโยบายให้ส่วนราชการในสังกัดดำเนินการคัดเลือกเกษตรกร&nbsp;สถาบันเกษตรกรและสหกรณ์ที่มีผลงานดีเด่น&nbsp;สาขาอาชีพ/ประเภทที่กำหนดเป็นเกษตรกร&nbsp;สถาบันเกษตรกร&nbsp;และสหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ&nbsp;เพื่อยกย่องประกาศเกียรติคุณ&nbsp;และเผยแพร่ผลงานดีเด่นให้สาธารณชนทั่วไปได้รู้จัก&nbsp;ยึดถือเป็นแบบอย่างในแนวทางการปฏิบัติงานด้านการเกษตร</p><p><strong>โดยในปี&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;มีเกษตรกร&nbsp;สถาบันเกษตรกร&nbsp;และสหกรณ์ดีเด่น&nbsp;ที่ได้รับการคัดเลือกจะได้เข้ารับพระราชทานโล่ประกาศเกียรติคุณในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565</strong>&nbsp;ในวันศุกร์ที่&nbsp;13&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;นี้&nbsp;โดยเกษตรกรและบุคคลทางการเกษตรดีเด่นแห่งชาติ&nbsp;จำนวน&nbsp;16&nbsp;ราย&nbsp;สถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ&nbsp;จำนวน&nbsp;11&nbsp;กลุ่ม&nbsp;สหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;สหกรณ์&nbsp;และปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;สาขา&nbsp;สำหรับวันพระราชพิธีพืชมงคล&nbsp;ในปีนี้ตรงกับวันพฤหัสบดีที่&nbsp;12&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อให้ผู้มีอาชีพทางการเกษตรได้ตระหนักถึงความสำคัญของการเกษตร&nbsp;และร่วมกันตั้งจิตอธิษฐานในการประกอบพระราชพิธีมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ&nbsp;เพื่อความเป็นสิริมงคลและความเจริญรุ่งเรืองแก่อาชีพของตน&nbsp;เนื่องด้วยการเกษตรเป็นภาคการผลิตและเป็นรากฐานทางเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ&nbsp;คณะรัฐมนตรีจึงได้กำหนดให้จัดงานวันเกษตรกรควบคู่กับวันพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ&nbsp;เพื่อบำรุงขวัญแก่เกษตรกรนับแต่นั้นเป็นต้นมา</p>","2022-04-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427141555083"],
    [467,"สำนักงานเกษตรจังหวัดกาญจนบุรี จัดงานรณรงค์เผยแพร่สินค้าเกษตรปลอดภัย                        ณ ตลาดหน้าฟาร์ม ตามโครงการพัฒนาศักยภาพสินค้าเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์ ในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1","<p><strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;จัดงานรณรงค์เผยแพร่สินค้าเกษตรปลอดภัย&nbsp;ณ&nbsp;ตลาดหน้าฟาร์ม&nbsp;ตามโครงการพัฒนาศักยภาพสินค้าเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง&nbsp;1&nbsp;</strong></p><p><strong>ที่&nbsp;ศูนย์เครือข่ายการเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.)&nbsp;</strong>บานาน่าฟาร์ม&nbsp;ตำบลทุ่งสมอ&nbsp;อำเภอพนมทวน&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;นายประสาน&nbsp;ปานคง&nbsp;เกษตรจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;เป็นประธานเปิดงานรณรงค์เผยแพร่สินค้าเกษตรปลอดภัย&nbsp;ณ&nbsp;ตลาดหน้าฟาร์ม&nbsp;ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพสินค้าเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดภาคกลางตอนล่าง&nbsp;1&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรเกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวทางในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&nbsp;การลดต้นทุนการผลิต&nbsp;การพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรให้ได้มาตรฐาน&nbsp;การส่งเสริมและสร้างเครือข่ายเกษตรกร&nbsp;ของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง&nbsp;1&nbsp;อีกทั้งเป็นการประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรปลอดภัยและสินค้า&nbsp;ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากขึ้น&nbsp;โดยมี&nbsp;นายวันชัย&nbsp;ศรีวงษ์ญาติดี&nbsp;นายอำเภอพนมทวน&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงเกษตร&nbsp;และสหกรณ์&nbsp;เกษตรกรในกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง&nbsp;1&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;จังหวัดราชบุรี&nbsp;และจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เข้าร่วม&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>กิจกรรมภายในงานมีการบรรยาย&nbsp;เรื่อง&nbsp;ความเป็นมา&nbsp;การบริหารจัดการ&nbsp;</strong>การวางแผนการตลาด&nbsp;การเชื่อมโยงผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;และการรวบรวมผลผลิตกล้วยเพื่อเข้าสู่โรงงานแปรรูป&nbsp;กระบวนการแปรรูปกล้วย&nbsp;และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูป&nbsp;โดยคุณจินตนา&nbsp;สระสำอาง&nbsp;ประธานศูนย์เครือข่าย&nbsp;ศพก.&nbsp;ตำบลทุ่งสมอ&nbsp;(บานาน่า&nbsp;ฟาร์ม)&nbsp;การจำหน่ายผลผลิตและสินค้าเกษตร&nbsp;ซึ่งได้มีมาตรการป้องกัน&nbsp;การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;</p><p><br></p><p>ณัฏฐภัส&nbsp;เหลืองพฤกษชาติ&nbsp;/&nbsp;สวท.กาญจนบุรี</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-27T00:00:00","ภาคตะวันตก","กาญจนบุรี","สวท.กาญจนบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427155023152"],
    [468,"นบข.เห็นชอบโครงการประกันภัยข้าวนาปี","<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong>&nbsp;&nbsp;ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ&nbsp;(นบข.)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;โดยขอบคุณคณะกรรมการ&nbsp;นบข.&nbsp;ทุกคน&nbsp;ที่ได้ร่วมกันแก้ปัญหาเรื่องข้าวร่วมกันมาตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา&nbsp;โดยงานหลายอย่างมีความคืบหน้า&nbsp;ซึ่งเชื่อมั่นในคณะกรรมการทุกคนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ที่จะหาวิธีการที่เหมาะสมในการเดินหน้าพัฒนางานบริหารข้าวให้ดีที่สุด&nbsp;ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบัน&nbsp;</p><p><strong>ประเทศไทยมีศักยภาพเรื่องข้าวอยู่แล้ว</strong>&nbsp;ยืนยันรัฐบาลจะเดินหน้าแก้ไขปัญหาความยากจนรายครัวเรือน&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังให้ความสำคัญกับการวิจัย&nbsp;พัฒนาพันธุ์&nbsp;และเทคโนโลยีการผลิตข้าว&nbsp;ซึ่งเป็นกิจกรรมสำคัญภายใต้ยุทธศาสตร์ข้าว&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ด้านการผลิต&nbsp;ที่ขณะนี้มีความคืบหน้าในการรับรองพันธุ์ข้าวไม่น้อยกว่า&nbsp;14&nbsp;พันธุ์&nbsp;พร้อมกำชับว่าในการดำเนินงานการใช้จ่ายงบประมาณทุกอย่าง&nbsp;จะต้องเป็นไปตามระเบียบและกฎหมายทุกประการ</p><p><strong>สำหรับมติ&nbsp;นบข.&nbsp;ที่สำคัญคือ&nbsp;</strong>เห็นชอบโครงการประกันภัยข้าวนาปี&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;และมอบหมายให้กระทรวงการคลังนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กระทรวงการคลัง&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการพิจารณาแนวทางการดำเนินโครงการประกันภัยข้าวนาปี&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2565&nbsp;โดยกำหนดหลักการให้เกษตรกรที่เป็นลูกค้าสินเชื่อเพื่อการเพาะปลูกข้าวนาปีของ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ได้รับความคุ้มครองจากระบบการประกันภัยตามกฎของจำนวนมาก&nbsp;(Law&nbsp;of&nbsp;Large&nbsp;Numbers)&nbsp;เช่นเดียวกับการดำเนินโครงการฯ&nbsp;ในปีการผลิต&nbsp;2559&nbsp;-&nbsp;2564&nbsp;และคงรูปแบบการรับประกันภัยส่วนเพิ่ม&nbsp;(Tier&nbsp;2)&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;มีส่วนร่วมในการรับภาระค่าเบี้ยประกันภัย&nbsp;เช่นเดียวกับโครงการฯ&nbsp;ในปีการผลิต&nbsp;2564&nbsp;</p><p><strong>โครงการฯ&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2565</strong>&nbsp;มีหลักการและรายละเอียดในการรับประกันภัย&nbsp;ด้านแนวโน้มสถานการณ์การส่งออกข้าวไทย&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;กรมการค้าต่างประเทศและสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยได้กำหนดเป้าหมายการส่งออกไว้ประมาณ&nbsp;7&nbsp;ล้านตัน&nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;14.38&nbsp;จากปริมาณการส่งออกปี&nbsp;2564&nbsp;โดยมีปัจจัยสนับสนุน&nbsp;ได้แก่&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;เริ่มคลี่คลาย&nbsp;ทำให้เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวและมีการบริโภคมากขึ้น&nbsp;</p><p><strong>ขณะเดียวกัน&nbsp;ความสัมพันธ์ทางการทูต&nbsp;</strong>ระหว่างไทยกับซาอุดีอาระเบียได้รับการฟื้นฟู&nbsp;ซึ่งนับเป็นโอกาสที่ดีทางการค้าข้าวของไทย&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังมีเส้นทางการขนส่งเพิ่มขึ้นใหม่อย่างเส้นทางรถไฟจีน&nbsp;-&nbsp;ลาว&nbsp;และคาดว่าสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย&nbsp;-&nbsp;ยูเครน&nbsp;จะไม่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกข้าวไทยมากนัก</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-04-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427155231153"],
    [469,"เปิดโลกการค้า เจรจาธุรกิจ พิชิตตลาดส่งออก 2022","<p><strong>นายธนารัตน์&nbsp;งามวลัยรัตน์</strong>&nbsp;ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;เปิดงานสัมมนา&nbsp;เปิดโลกการค้า&nbsp;เจรจาธุรกิจ&nbsp;พิชิตตลาดส่งออก&nbsp;2022&nbsp;(e&nbsp;-&nbsp;Commerce&nbsp;Episode)&nbsp;จัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;27-28&nbsp;เมษายน&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรม&nbsp;ทีเค&nbsp;พาเลซ&nbsp;&amp;&nbsp;คอนเวนชั่น&nbsp;เพื่อให้ผู้ประกอบการได้แลกเปลี่ยน&nbsp;เรียนรู้&nbsp;นำความรู้ไปขยายผลในทางการปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรม&nbsp;ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจอย่างมีกระบวนการและรูปแบบที่เป็นระบบ&nbsp;ผ่านการถ่ายทอดความรู้โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญที่จะนำผู้ประกอบการไปสู่เส้นทางแห่งความสำเร็จ&nbsp;พร้อมเรียนรู้แนวคิดการพัฒนาเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;ที่เชื่อมโยงสอดรับกับการดำเนินธุรกิจในด้านต่างๆ</p><p><strong>นางชุติมา&nbsp;เอี่ยมโชติชวลิต</strong>&nbsp;ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย&nbsp;(วว.)&nbsp;กล่าวถึงแนวทางความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างต่อเนื่อง&nbsp;ในการพัฒนาผู้ประกอบการ&nbsp;SMEs&nbsp;ภาคการเกษตร&nbsp;ตั้งแต่ระดับต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ&nbsp;สร้างโอกาสทางการตลาดต่างประเทศ&nbsp;ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถส่งออกได้มากขึ้นและสร้างผู้ประกอบการส่งออกรายใหม่&nbsp;</p><p><strong>โดยในปี&nbsp;2565&nbsp;วว.&nbsp;จะเป็นเพื่อนคู่คิดในการประกอบธุรกิจให้สำเร็จ</strong>&nbsp;&nbsp;หรือ&nbsp;Partner&nbsp;for&nbsp;your&nbsp;Success&nbsp;ของผู้ประกอบทั้งหลาย&nbsp;ภายใต้ความร่วมมือ&nbsp;โครงการเปิดโลกการค้า&nbsp;เจรจาธุรกิจ&nbsp;พิชิตตลาดส่งออก&nbsp;2022&nbsp;เป็นการสร้างโอกาสทางการตลาดต่างประเทศ&nbsp;จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถส่งออกได้มากขึ้น&nbsp;สร้างผู้ประกอบการส่งออกรายใหม่ได้&nbsp;เชื่อมั่นว่าความร่วมมือที่เข้มแข็งของทั้ง&nbsp;3&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;และภาคีเครือข่ายพันธมิตร&nbsp;จะสามารถบ่มเพาะ&nbsp;ยกระดับและต่อยอดให้กับผู้ประกอบการ&nbsp;SMEs&nbsp;ให้มีความเข้มแข็ง&nbsp;ทรงพลังและยั่งยืนต่อไป</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-04-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427154743147"],
    [470,"ประมงอำเภอด่านซ้าย จัดเวทีถ่ายทอดความรู้ด้านประมงแก่เกษตรกร ตามโครงการเตรียมความพร้อมเกษตรกรเพื่อเริ่มต้นฤดูการผลิตใหม่ (Field day) พื้นที่อำเภอด่านซ้าย   จังหวัดเลย","<p><strong>นายสายัน&nbsp;อาสาวัง&nbsp;ประมงอำเภอวังสะพุง</strong>&nbsp;รักษาการประมงอำเภอด่านซ้าย&nbsp;จัดเวทีถ่ายทอดความรู้ด้านประมงแก่เกษตรกร&nbsp;ตามโครงการเตรียมความพร้อมเกษตรกรเพื่อเริ่มต้นฤดูการผลิตใหม่&nbsp;(Field&nbsp;day)&nbsp;พื้นที่อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;จำนวนเกษตรกร&nbsp;30&nbsp;ราย&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;เครือข่ายด้านการประมง&nbsp;ปี&nbsp;64&nbsp;ม&nbsp;3&nbsp;ต&nbsp;นาดี&nbsp;อ&nbsp;ด่านซ้าย&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กรมประมงได้ร่วมบูรณาการพัฒนา</strong>&nbsp;ศพก.หลัก&nbsp;มาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;พร้อมทั้งได้จัดตั้งและพัฒนา&nbsp;ศพก.เครือข่ายด้านการประมง&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;ศูนย์ต่ออำเภอ&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;6,174&nbsp;ศูนย์&nbsp;เป็นแหล่งเรียนรู้และให้บริการด้านการประมงของชุมชน&nbsp;ซึ่งกรมประมงได้คัดเลือก&nbsp;ศพก.เครือข่ายด้านการประมง&nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;567&nbsp;ศูนย์&nbsp;ที่มีผลการดำเนินกิจกรรมด้านการประมงที่โดดเด่นมายกระดับและพัฒนาให้เป็นศูนย์ต้นแบบด้านการประมงระดับจังหวัด&nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง&nbsp;(Coaching&nbsp;คอยให้คำแนะนำ&nbsp;สนับสนุน&nbsp;ติดตาม&nbsp;แก้ไขปัญหา&nbsp;และอุปสรรคต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อให้การดำเนินโครงการฯ&nbsp;เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพตามแผนการปฏิบัติงาน&nbsp;และบรรลุ&nbsp;ตามวัตถุประสงค์ของโครงการฯ&nbsp;ที่กำหนดไว้&nbsp;ดังนั้น&nbsp;กองโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและกิจกรรมพิเศษ&nbsp;จึงได้จัดทำคู่มือปฏิบัติการโครงการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;กิจกรรมศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าประมง&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565</p><p>&nbsp;</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-04-27T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427142548086"],
    [471,"รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเวทีเครือข่ายเลกเปลี่ยนเรียนรู้อาสาสมัครเกษตร ภาคตะวันตก ที่จังหวัดนครปฐม","<p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เปิดเวทีเครือข่ายเลกเปลี่ยนเรียนรู้อาสาสมัครเกษตร&nbsp;ภาคตะวันตก&nbsp;ที่จังหวัดนครปฐม&nbsp;เพื่อเพิ่มศักยภาพอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&nbsp;และสานงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;อย่างมีประสิทธิภาพ</strong></p><p><strong>ดร.เฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดเวทีเครือข่ายเลกเปลี่ยนเรียนรู้อาสาสมัครเกษตร&nbsp;ระดับเขต&nbsp;ภาคตะวันตก&nbsp;ณ&nbsp;แสนปาล์ม&nbsp;เทรนนิ่งโฮม&nbsp;ตำบลกำแพงแสน&nbsp;อำเภอกำแพงแสน&nbsp;จังหวัดนครปฐม&nbsp;โดยมี&nbsp;นายรัฐศาสตร์&nbsp;ชิดชู&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ผู้บริหารกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;เขต&nbsp;1&nbsp;ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมงานในครั้งนี้&nbsp;ซึ่งสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;2&nbsp;จังหวัดราชบุรี&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดนครปฐม&nbsp;และเครือข่ายอาสาสมัครเกษตร&nbsp;หรือ&nbsp;อกม.&nbsp;เขต&nbsp;2&nbsp;จาก&nbsp;8&nbsp;จังหวัดภาคตะวันตก&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;สุพรรณบุรี&nbsp;นครปฐม&nbsp;ราชบุรี&nbsp;สมุทรสาคร&nbsp;สมุทรสงคราม&nbsp;เพชรบุรี&nbsp;และประจวบคีรีขันธ์&nbsp;จัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้น&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;27-28&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เพื่อยกย่อง&nbsp;เชิดชูเกียรติ&nbsp;และประชาสัมพันธ์ผลงานของอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&nbsp;หรือ&nbsp;อกม.&nbsp;ให้มีขวัญกำลังใจ&nbsp;ในการปฏิบัติงาน&nbsp;มีระบบการทำงานตามบทบาทหน้าที่&nbsp;อีกทั้งสร้างบทบาทการมีส่วนร่วมในการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่&nbsp;สามารถเชื่อมโยงกับเครือข่ายต่างๆ&nbsp;ได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;ตลอดจนกำหนดกิจกรรมด้านการเกษตรที่จะดำเนินการ&nbsp;และเกิดเครือข่ายการบริการแก่เกษตรกรในชุมชนได้ต่อไป</p><p><strong>ดร.เฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การขับเคลื่อนงาน&nbsp;อกม.&nbsp;ถือเป็นนโยบายหลักของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ที่ต้องดำเนินการให้เกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรม&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมา&nbsp;อกม.&nbsp;ได้ปฏิบัติงานจัดเก็บรวบรวมและรายงานข้อมูลพื้นฐานด้านการเกษตรประสานงานในการถ่ายทอดความรู้และการแก้ไขปัญหาของเกษตรกรในหมู่บ้าน&nbsp;พร้อมทั้งติดตามสถานการณ์การเกษตรในหมู่บ้านและรายงานเหตุการณ์ฉุกเฉินเร่งด่วนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&nbsp;ได้ร่วมลงพื้นที่กับเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการเกษตรในการประชาสัมพันธ์ชี้แจงข้อมูลโครงการเยียวยาเกษตรกร&nbsp;อีกทั้งตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร&nbsp;เพื่อดำเนินการขึ้นทะเบียนช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องเกษตรกรด้วยความเรียบร้อย&nbsp;ทั่วถึง&nbsp;และรวดเร็ว</p><p><strong>สำหรับการจัดเวทีเครือข่ายเลกเปลี่ยนเรียนรู้อาสาสมัครเกษตรในครั้งนี้&nbsp;</strong>มีการมอบเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติแก่&nbsp;อกม.&nbsp;ทั้ง&nbsp;8&nbsp;จังหวัด&nbsp;การแสดงนิทรรศการผลงานของเครือข่าย&nbsp;อกม.&nbsp;ในหัวข้อ&nbsp;บทบาทหน้าที่ของ&nbsp;อกม.&nbsp;ต่อการพัฒนาการเกษตร&nbsp;ในภาคตะวันตก&nbsp;อีกทั้งเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานของ&nbsp;อกม.&nbsp;การบรรยายในหัวข้อ&nbsp;อาสาสมัครเกษตรผู้ปิดทองหลังพระ,&nbsp;เครือข่ายข่าวประชาชน&nbsp;และการใช้&nbsp;Line&nbsp;Ads&nbsp;ในติดต่อสื่อสารผ่านกลุ่มและองค์กร&nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายแลกเปลี่ยนเรียนรู้&nbsp;สร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานของ&nbsp;อกม.&nbsp;ให้มีความรู้ความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของตนเอง&nbsp;และเกิดต้นแบบการทำงานต่อไป</p><p><br></p><p><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม&nbsp;-&nbsp;ภาพ/ข่าว</strong></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-27T00:00:00","ภาคตะวันตก","นครปฐม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427155919158"],
    [472,"รายงานข้อมูลคาดการณ์และแจ้งเตือนภัยทุกภาคของประเทศไทย","<p><strong>รายงานข้อมูลคาดการณ์และแจ้งเตือนภัย&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;27&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;08.00&nbsp;น.&nbsp;พื้นที่เฝ้าระวังอากาศร้อนจัด&nbsp;</strong></p><p><strong>ภาคเหนือ</strong>&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;(อ.เมืองฯ&nbsp;แม่สะเรียง)/จ.ลำพูน&nbsp;(อ.เมืองฯ)/จ.ลำปาง&nbsp;(อ.เมืองฯ&nbsp;เถิน)/จ.แพร่&nbsp;(อ.เมืองฯ)/จ.ตาก&nbsp;(อ.เมืองฯ&nbsp;สามเงา)/จ.สุโขทัย&nbsp;(อ.ศรีสำโรง)/จ.อุตรดิตถ์&nbsp;(อ.เมืองฯ)&nbsp;และ&nbsp;จ.กำแพงเพชร&nbsp;(อ.เมืองฯ)</p><p><strong>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;</strong>จ.อุดรธานี&nbsp;(อ.เมืองฯ)&nbsp;และ&nbsp;จ.มหาสารคาม&nbsp;(อ.เมืองฯ)</p><p><strong>ภาคกลาง</strong>&nbsp;จ.ลพบุรี&nbsp;(อ.เมืองฯ)&nbsp;</p><p><strong>แนะนำให้ประชาชนดื่มน้ำบ่อยๆ</strong>&nbsp;ลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;และระวังอาการโรคลมแดด&nbsp;(Heat&nbsp;Stroke)&nbsp;</p><p><strong>พื้นที่เฝ้าระวังคุณภาพอากาศ&nbsp;(PM&nbsp;2.5)</strong>&nbsp;ระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ</p><p><strong>ภาคเหนือ</strong>&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;(อ.แม่สาย)&nbsp;และ&nbsp;จ.น่าน&nbsp;(อ.เมืองฯ)</p><p><strong>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;</strong>จ.หนองคาย&nbsp;(อ.เมืองฯ)&nbsp;</p><p>ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลสภาวะอากาศและข่าวสารจากทางราชการ&nbsp;ลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางที่โล่งแจ้ง&nbsp;สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา</p><p><br></p><p><br></p>","2022-04-27T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427160603160"],
    [473,"จังหวัดตรัง ประชุมคณะกรรมการเพื่อการปลูกป่าและบำรุงรักษาสวนป่าของรัฐจังหวัดตรัง","<p><strong>นายไพบูลย์&nbsp;โอมาก&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการเพื่อการปลูกป่าและบำรุงรักษาสวนป่าของรัฐจังหวัดตรัง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องศรีตรัง&nbsp;&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;</p><p><strong>ตามที่&nbsp;&nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</strong>ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อการปลูกป่าและบำรุงรักษาสวนป่าของรัฐ&nbsp;โดยมีคณะกรรมการภายใต้คณะกรรมการเพื่อการปลูกป่าและบำรุงรักษาสวนป่าของรัฐ&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;คณะคือ&nbsp;คณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแล&nbsp;และคณะกรรมการพิจารณาการปลูกป่าระดับพื้นที่&nbsp;โดยการประชุมเสนอพิจารณาเสนอพื้นที่แปลงปลูกป่าชายเลน&nbsp;เพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิต&nbsp;และเสนอพื้นที่แปลงปลูกป่าชายเลนทดแทนเพื่อการอนุรักษ์และรักษาสภาพแวดล้อม&nbsp;กรณีการดำเนินการโครงการใด&nbsp;ๆ&nbsp;ของหน่วยงานของรัฐ&nbsp;ที่มีความจำเป็นต้องเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าชายเลน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-27T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427162538172"],
    [474,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคเหนือและภาคอีสานของไทย","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(26&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;166&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;53&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;53&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;22&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;20&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;17&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;1&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;20&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ตาก&nbsp;11&nbsp;จุด&nbsp;และเชียงราย&nbsp;10&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนลดลงจากวันก่อน&nbsp;แต่ยังคงกระจายตัวทางตอนบนของประเทศ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;26&nbsp;เมษายน&nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;15,141&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;13,331&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;9,603&nbsp;จุด&nbsp;ภาพรวมปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;หลายจังหวัดในภาคเหนือพบอยู่ที่ระดับปานกลาง&nbsp;(สีเหลือง)&nbsp;ถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;(สีส้ม)&nbsp;โดยเฉพาะเชียงรายและน่าน&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณอากาศอยู่ในระดับดีถึงดีมาก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดใน&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;2,835&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นเมียนมา&nbsp;2,257&nbsp;จุด&nbsp;และเวียดนาม&nbsp;421&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;</p>","2022-04-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427174931223"],
    [475,"ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เขตตรวจราชการที่ 17 ติดตามผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนแบบบูรณาการในพื้นที่ อ.สามเงา จ.ตาก","<p><strong>วันนี้&nbsp;(27&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;นายขจร&nbsp;เราประเสริฐ&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เขตตรวจราชการที่&nbsp;17&nbsp;</strong>พร้อมด้วยนายนำโชค&nbsp;ศิลกุล&nbsp;สหกรณ์จังหวัดตาก?&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และเจ้าหน้าที่สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จังหวัดตากที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;(ลำไย)&nbsp;เยี่ยมชมโรงงานแปรรูปลำไย&nbsp;และพบปะกลุ่มเกษตรกร?&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลสามเงา&nbsp;อำเภอสามเงา&nbsp;จังหวัดตาก</p><p><strong>การผลิตลำไยของอำเภอสามเงา&nbsp;จังหวัดตาก</strong>&nbsp;ได้มีการรวมกันเป็นแปลงใหญ่ตามคำแนะนำของกระทรวงเกษตรฯ&nbsp;มีสมาชิกประมาณ&nbsp;50&nbsp;ราย&nbsp;เฉลี่ยพื้นที่ปลูกรายละ&nbsp;20-30&nbsp;ไร่&nbsp;ซึ่งแนวทางการขับเคลื่อนในรูปแปลงใหญ่มุ่งเน้นให้เกษตรรวมกันซื้อ&nbsp;รวมกันขายผลผลิตทางการเกษตรและจัดซื้อปัจจัยการผลผลิต&nbsp;เพื่อให้สามารถลดต้นทุนการผลิตให้ได้อย่างน้อย&nbsp;20%&nbsp;และเพิ่มผลผลิตให้ได้&nbsp;20%</p><p><strong>จากนั้นช่วงบ่าย&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เขตตรวจราชการที่&nbsp;17&nbsp;และคณะ&nbsp;</strong>ได้ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;(ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์)&nbsp;หมู่ที่&nbsp;12&nbsp;ตำบลยกกระบัตร&nbsp;อำเภอสามเงา&nbsp;จังหวัดตาก&nbsp;พบปะกลุ่มเกษตรกร&nbsp;เยี่ยมชมแปลงข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และอาคารแปรรูปอาหารสัตว์&nbsp;ซึ่งมีการแปรรูปขนมทองม้วนจากข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ด้วย&nbsp;โดยกลุ่มเกษตรกรมีการพัฒนากลุ่มและการดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง&nbsp;มีเป้าหมายในการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;การแปรรูปข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้เป็นอาหารสัตว์และขนมขบเคี้ยว&nbsp;เพื่อเพิ่มรายได้และพัฒนาความเป็นอยู่ของสมาชิกให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน&nbsp;อีกทั้งการแปรรูปข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ยังเป็นการลดการเผาที่เป็นสาเหตุของปัญหาหมอกควันอีกด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ตาก","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตาก","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427163928184"],
    [476,"นอภ.เมืองยโสธร นำคณะลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขปัญหาด้านมลพิษของโรงงานผลิตยางพาราไม่พบปัญหาด้านกลิ่น","<p><strong>เวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.&nbsp;วันนี้&nbsp;(27&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;นายสมชัยบูรณะ&nbsp;นายอำเภอเมืองยโสธร&nbsp;พร้อมคณะฯ&nbsp;</strong>ได้ลงพื้นที่ออกตรวจติดตามกระบวนการผลิตยางพารา&nbsp;ส่งออกของโรงงานไทยฮั้ว&nbsp;ยางพารา&nbsp;ตำบลเดิด&nbsp;อำเภอเมืองยโสธร&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเกี่ยวกับมลภาวะทางกลิ่น</p><p><strong>จากการลงพื้นที่ในวันนี้</strong>&nbsp;พบว่าบริษัทไทยฮั้ว&nbsp;ยางพารา&nbsp;ได้นำเข้ายางพาราเทียมจากประเทศจีนและนำมากองไว้ส่วนหนึ่ง&nbsp;ไม่น่าส่งกลิ่นถึงหมู่บ้านและชุมชน&nbsp;ซึ่งนายอำเภอเมืองยโสธรได้แนะนำให้บริษัทฯ&nbsp;หาอุปกรณ์มาปิดยางเทียมไว้ก่อนใช้งาน&nbsp;อีกทั้งได้ตรวจสอบรายการผลิตที่ก่อให้เกิดปัญหากลิ่น&nbsp;ที่เกิดจากกระบวนการผลิตยางพารา&nbsp;ซึ่งบริษัท&nbsp;ไทยฮั้ว&nbsp;ยางพารา&nbsp;ได้ติดตั้งปล่องควันจำนวนสองปล่อง&nbsp;ซึ่งมีระบบบำบัดกลิ่นแล้ว&nbsp;แต่ยังไม่เพียงพอ&nbsp;และบริษัทได้แจ้งว่า&nbsp;ขณะนี้กำลังดำเนินการก่อสร้างระบบบำบัดกลิ่นเพิ่มอีกสองปล่อง&nbsp;เพื่อลดควันและกลิ่นออกสู่อากาศ&nbsp;งบประมาณการก่อสร้างกว่าสองล้านบาท&nbsp;ขณะนี้อยู่ระหว่าง&nbsp;ดำเนินการก่อสร้าง</p><p><strong>พร้อมนี้&nbsp;นายอำเภอเมือยโสธร&nbsp;ได้แนะนำให้บริษัทฯ</strong>&nbsp;ใช้ฝอยละอองน้ำบนปากปล่องควันเพื่อลดควันและกลิ่นก่อนปล่อยสู่บรรยากาศ&nbsp;นอกจากนี้ยังได้&nbsp;ตรวจสอบบ่อระบบบำบัดน้ำเสีย&nbsp;ซึ่งตรวจสอบแล้วมีกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน&nbsp;กลิ่นน้ำเสียค่อนข้างจะเบาบางไม่น่าส่งผลกระทบกับประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;และเมื่อวานนี้&nbsp;(26&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;นายอำเภอเมืองยโสธรได้มอบหมายให้คณะทำงาน&nbsp;ลงพื้นที่สุ่มตรวจมลภาวะทางกลิ่น&nbsp;ใน&nbsp;4&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งยังไม่พบมีกลิ่นรบกวนประชาชนในพื้นที่&nbsp;เช่น&nbsp;บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านใหม่ชุมพร/บริเวณบ้านโนนยาง&nbsp;ต.ขวาว&nbsp;อ.เสลภูมิ&nbsp;จ.ร้อยเอ็ด/ภายในหมู่บ้าน&nbsp;บ้านสะทอน&nbsp;ม.14&nbsp;ต.ขวาว&nbsp;อ.เสลภูมิ&nbsp;จ.ร้อยเอ็ด&nbsp;และปากทางเข้าหมู่บ้าน&nbsp;บ.คำแดง&nbsp;ต.เดิด&nbsp;อ.เมืองยโสธร</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-27T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427162224170"],
    [477,"รองผู้ว่าฯ ตรัง ประชุมคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจน (อบก.) ส่วนจังหวัด","<p><strong>นายภูวนัฐ&nbsp;สมใจ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;เป็นประธานในการประชุม</strong>คณะอนุกรรมการบริหารกองทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจน&nbsp;(อบก.)&nbsp;ส่วนจังหวัด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3/2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมมรกต&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>จังหวัดตรัง&nbsp;ได้จัดประชุมคณะคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนหมุนเวียน</strong>เพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจน&nbsp;(อบก.)&nbsp;ส่วนจังหวัด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่&nbsp;21&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งในการประชุมได้พิจารณาคำขอกู้ของเกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;มติที่ประชุมเห็นชอบจำนวน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ไม่เห็นชอบจำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และมีมติให้ทบทวนจำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>โดยที่ประชุมมอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการ&nbsp;อบก&nbsp;.ส่วนจังหวัด</strong>&nbsp;ทำหนังสือแจ้งผู้ขอกู้และเจ้าหน้าที่ทั้ง&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ไปให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดตรัง&nbsp;และมอบหมายให้สำนักงาน&nbsp;ธ.ก.ส.จังหวัดตรัง&nbsp;จัดทำข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนของรายได้และรายจ่ายเฉพาะตัวของผู้ขอกู้เพื่อประกอบในการพิจารณาของคณะอนุกรรมการ&nbsp;และจัดทำข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนของคดีหมายเลขแดงลูกหนี้ว่าคดีพิพากษาและอายุความสิ้นสุดเมื่อไหร่&nbsp;พร้อมตรวจสอบเงื่อนไขในการชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความเพื่อมอบฝ่ายเลขาฯ&nbsp;นำเข้าที่ประชุม&nbsp;อบก.ส่วนจังหวัดเพื่อพิจารณาในการประชุม&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-27T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427163531180"],
    [478,"จังหวัดตรัง ประชุมคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจน (อบก.) ส่วนจังหวัด","<p><strong>วันนี้&nbsp;(27&nbsp;เม.ย.2565)&nbsp;นายภูวนัฐ&nbsp;สมใจ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;เป็นประธานในการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจน&nbsp;&nbsp;(อบก.)&nbsp;&nbsp;ส่วนจังหวัด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3/2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมมรกต&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>จังหวัดตรัง&nbsp;ได้จัดประชุมคณะคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนหมุนเวียน</strong>เพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจน&nbsp;(อบก.)&nbsp;ส่วนจังหวัด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่&nbsp;21&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งในการประชุมได้พิจารณาคำขอกู้ของเกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;มติที่ประชุมเห็นชอบจำนวน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ไม่เห็นชอบจำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และมีมติให้ทบทวนจำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>โดยที่ประชุมมอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการ&nbsp;อบก.ส่วนจังหวัด&nbsp;</strong>ทำหนังสือแจ้งผู้ขอกู้และเจ้าหน้าที่ทั้ง&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ไปให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดตรัง&nbsp;และมอบหมายให้สำนักงาน&nbsp;ธ.ก.ส.จังหวัดตรัง&nbsp;จัดทำข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนของรายได้และรายจ่ายเฉพาะตัวของผู้ขอกู้เพื่อประกอบในการพิจารณาของคณะอนุกรรมการ&nbsp;และจัดทำข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนของคดีหมายเลขแดงลูกหนี้ว่าคดีพิพากษาและอายุความสิ้นสุดเมื่อไหร่&nbsp;พร้อมตรวจสอบเงื่อนไขในการชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความเพื่อมอบฝ่ายเลขาฯ&nbsp;นำเข้าที่ประชุม&nbsp;อบก.ส่วนจังหวัดเพื่อพิจารณาในการประชุม</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-27T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427165033191"],
    [479,"งานตลาดนัดข้าวเปลือก ปีการผลิต 2564/65 วันที่ 2 ยังคงได้รับความสนใจจากเกษตรกรชาวบุรีรัมย์ ภาพรวมวันแรก มีเกษตรกรมาใช้บริการแล้วมากกว่า 40 ราย","<p><strong>บรรยากาศการรับซื้อข้าวเปลือก&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65</strong>&nbsp;ในวันที่&nbsp;2&nbsp;ณ&nbsp;ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรบุรีรัมย์&nbsp;จำกัด&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ยังคงมีเกษตรกรนำข้าวมาขายอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ซึ่งข้อมูลล่าสุดมีเกษตรกรชาวนาในอำเภอเมืองบุรีรัมย์&nbsp;ที่ทราบข่าวจำนวนกว่า&nbsp;40&nbsp;ราย&nbsp;ทยอยนำข้าวเปลือกมาจำหน่ายให้กับทางชุมนุมสหกรณ์การเกษตรบุรีรัมย์&nbsp;ซึ่งได้มีการรับซื้อข้าวเปลือกในราคา&nbsp;12,000-13,000&nbsp;บาทต่อตัน&nbsp;ในขณะที่ขั้นตอนการซื้อขายข้าวเปลือก&nbsp;ในการจัดงานตลาดนัดข้าวเปลือก&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;ครั้งนี้&nbsp;เกษตรกรชาวนาจะต้องนำข้าวมาตรวจคุณภาพข้าว&nbsp;จากนั้นจะมีการนำตัวอย่างของข้าวมาตรวจสอบคุณภาพ&nbsp;เพื่อประเมินราคาข้าวต่อไป&nbsp;หากตรวจสอบข้าวแล้วพบว่า&nbsp;ข้าวนั้นมีคุณภาพดี&nbsp;อาจจะจำหน่ายได้ในราคาที่สูงกว่าที่กำหนดไว้</p><p><strong>ทั้งนี้สำหรับการเปิดตลาดนัดข้าวเปลือก&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65</strong>&nbsp;จะเปิดรับซื้อข้าวเปลือกให้ราคาสูงจำนวน&nbsp;4&nbsp;ครั้งด้วยกัน&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;4&nbsp;อำเภอโดยครั้งแรกระหว่างวันที่&nbsp;26-28&nbsp;เม.ย.65&nbsp;ที่ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรบุรีรัมย์&nbsp;จำกัด&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.บุรีรัมย์,&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ในวันที่&nbsp;4-6&nbsp;พ.ค.65&nbsp;ที่สหกรณ์การเกษตรคูเมือง&nbsp;(บ้านโนนเพกา)&nbsp;อ.คูเมือง&nbsp;จ.บุรีรัมย์,&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3&nbsp;ในวันที่&nbsp;11-13&nbsp;พ.ค.65&nbsp;ที่สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า&nbsp;ธ.ก.ส.บุรีรัมย์&nbsp;จำกัด&nbsp;อ.หนองหงส์&nbsp;จ.บุรีรัมย์&nbsp;และครั้งที่&nbsp;4&nbsp;ในวันที่&nbsp;18-20&nbsp;พ.ค.65&nbsp;ที่สหกรณ์การเกษตรกระสัง&nbsp;อ.กระสัง&nbsp;จ.บุรีรัมย์</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-27T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","บุรีรัมย์","สวท.บุรีรัมย์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427164521187"],
    [480,"วราวุธ ขอเจ้าหน้าที่ตรวจสอบยูทูบเบอร์ชื่อดังจับปูเสฉวนไปเลี้ยงกระทำผิดในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหรือไม่ พร้อมกังวลเยาวชนจะทำตาม","<p><strong>รัฐมนตรีว่าการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ขอเจ้าหน้าที่ตรวจสอบยูทูบเบอร์ชื่อดังจับปูเสฉวนไปเลี้ยงกระทำผิดในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหรือไม่&nbsp;พร้อมกังวลเยาวชนจะทำตาม</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวถึงกรณียูทูบเบอร์ชื่อดังทำคอนเทนต์จับปูเสฉวน&nbsp;15&nbsp;ตัว&nbsp;จากทะเลกลับไปเลี้ยงและมียอดวิวกว่า&nbsp;700,000&nbsp;ครั้ง&nbsp;ณ&nbsp;เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.&nbsp;ของวันที่&nbsp;27&nbsp;เมษายนว่า&nbsp;เป็นการสร้างค่านิยมที่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติและคุกคามทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;เบื้องต้นปูเสฉวนยังไม่อยู่ในรายชื่อพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2562&nbsp;จึงไม่ได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายยกเว้นในเขตอุทยานแห่งชาติ&nbsp;จึงให้ตรวจสอบยูทูบเบอร์ได้กระทำการในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติหรือไม่&nbsp;หากเกิดเหตุในเขตอุทยานแห่งชาติจะมีความผิดจำคุกสูงสุด&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;ปรับ&nbsp;500,000&nbsp;บาท&nbsp;หากกรณีไม่สามารถสืบหาหลักฐานยืนยันว่ากระทำในเขตอุทยานแห่งชาติหรือไม่จำเป็นต้องมีมาตรการทางสังคมสำหรับเรื่องนี้แน่นอน&nbsp;เพราะปูเสฉวนกำลังถูกคุกคามจากการจับมาซื้อขายเป็นสัตว์เลี้ยงจำนวนมาก&nbsp;เนื่องจากไม่สามารถเพาะขยายพันธุ์ในฟาร์มได้&nbsp;แล้วปูเสฉวนค่อนข้างมีความอ่อนไหว&nbsp;เปราะบาง&nbsp;และมีความยุ่งยากในการเลี้ยง&nbsp;ทำให้ปูเสฉวนที่นำเลี้ยงส่วนใหญ่ตายลงก่อนอายุขัยตามธรรมชาติ&nbsp;ดังนั้น&nbsp;บุคคลที่มีชื่อเสียงและมีอิทธิพลในการส่งต่อแนวคิดและพฤติกรรมสู่สังคมและเยาวชน&nbsp;เช่น&nbsp;ยูทูบเบอร์&nbsp;ควรต้องมีจิตสำนึก&nbsp;มีความรับผิดชอบ&nbsp;และใช้ความระมัดระวังในกระบวนการผลิตเนื้อหาเป็นอย่างมาก&nbsp;ซึ่งไม่ควรส่งต่อค่านิยมที่ผิดและเป็นอันตรายต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ผู้ติดตามช่องยูทูบนี้ส่วนใหญ่เป็นเยาวชน&nbsp;700,000&nbsp;คนหากมีผู้ทำตามไปเที่ยวทะเลแล้วเก็บปูเสฉวนกลับมาคนละตัวจะเท่ากับมีปูเสฉวนต้องเสี่ยงตายจากการถูกพรากมาจากธรรมชาติ&nbsp;เพราะวิดีโอชิ้นนี้ถึง&nbsp;700,000&nbsp;ตัว&nbsp;จึงขอเรียกร้องให้โปรดนำปูเสฉวนส่งกลับคืนสู่ธรรมชาติ&nbsp;หรือส่งคืนกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;หรือกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชโดยเร็วที่สุด&nbsp;เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีและไม่สนับสนุนการสร้างคอนเทนต์ผิดๆให้กับสังคม&nbsp;โดยเฉพาะเยาวชนที่ติดตามรับชมช่องยูทูบนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รัฐมนตรีว่าการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;อยากขอเรียกร้องให้แบรนด์ธุรกิจที่เป็นสปอนเซอร์สนับสนุนการโฆษณาผ่านช่องทางยูทูบได้โปรดพิจารณายกเลิกการจ่ายเงินสนับสนุนเนื้อหาที่ไม่รับผิดชอบต่อสังคมและเป็นภัยคุกคามต่อทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นสมบัติส่วนรวมของประเทศ&nbsp;พร้อมขอเรียกร้องให้สังคม&nbsp;ผู้รับชม&nbsp;เยาวชน&nbsp;เลิกรับชม&nbsp;เลิกติดตาม&nbsp;และเลิกสนับสนุน&nbsp;บุคคลที่ใช้ชื่อเสียงมาสร้างกระแสและสร้างรายได้&nbsp;ด้วยการผลิตเนื้อหาที่สร้างค่านิยมเป็นภัยคุกคามต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</p>","2022-04-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427173457216"],
    [481,"ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรบุรีรัมย์ จำกัด นำผลไม้คัดคุณภาพ เกรด A มาจำหน่ายในราคาถูกกว่าท้องตลาด เชื่อมโยงเครือข่ายสินค้าสหกรณ์ เพื่อช่วยเหลือสมาชิกกระจายผลไม้ไปสู่ผู้บริโภคโดยตรง","<p><strong>วันที่&nbsp;27&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรบุรีรัมย์&nbsp;จำกัด&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์</strong>&nbsp;นางรุ่งอรุณ&nbsp;เชาวกรกุล&nbsp;ผู้จัดการสหกรณ์ชุมนุมการเกษตรบุรีรัมย์&nbsp;จำกัด&nbsp;ได้นำ&nbsp;มังคุด&nbsp;,เงาะสีทอง&nbsp;และทุเรียนหมอนทอง&nbsp;คุณภาพเกรด&nbsp;A&nbsp;จากสหกรณ์การเกษตรเมืองขลุง&nbsp;จำกัด&nbsp;จังหวัดจันทบุรี&nbsp;มาขายให้ประชาชนชาวบุรีรัมย์ในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นมังคุดคัดเกรดคุณภาพ&nbsp;60&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;นำมาขายในราคากิโลกรัมละ&nbsp;65&nbsp;บาท,&nbsp;ทุเรียนหมอนทอง&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;ลูก&nbsp;400-500&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;นำมาขายในราคากิโลกรัมละ&nbsp;150&nbsp;บาท&nbsp;และเงาะสีทอง&nbsp;360&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;นำมาขายในราคากิโลกรัมละ&nbsp;35&nbsp;บาท&nbsp;3&nbsp;กิโล&nbsp;100&nbsp;บาท</p><p><strong>โดยนางรุ่งอรุณ&nbsp;เชาวกรกุล&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>การเชื่อมโยงสินค้าในครั้งนี้&nbsp;ทางชุมนุมสหกรณ์การเกษตรบุรีรัมย์&nbsp;ได้นำข้าวหอมมะลิคุณภาพดี&nbsp;100%&nbsp;จำนวน&nbsp;9.7&nbsp;ตัน&nbsp;มูลค่ากว่า&nbsp;291,000&nbsp;บาท&nbsp;ไปเชื่อมโยงกับผลไม้ขึ้นชื่อของจังหวัดจันทบุรี&nbsp;ซึ่งผลไม้ทุกชนิดที่นำมาขายในวันนี้&nbsp;เป็นผลผลิตจากสวนของสมาชิกสหกรณ์ทั้งหมด&nbsp;การันตีด้านคุณภาพอย่างแน่นอน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;การเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างข้าวสารหอมมะลิ&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;กับผลไม้คุณภาพจากจังหวัดจันทบุรี&nbsp;เป็นการเชื่อมโยงเครือข่ายตามโครงการสนับสนุนการกระจายผลไม้ของสถาบันเกษตรกร&nbsp;เพื่อรองรับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19&nbsp;ซึ่งเป็นมาตรการเร่งด่วนที่ต้องการผลักดันให้เครือข่ายสหกรณ์ได้ร่วมกันระบายผลผลิตสู่ผู้บริโภคโดยเร็ว&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ทำให้ไม่สามารถส่งออกผลไม้ไปประเทศคู่ค้าได้&nbsp;เนื่องจากเกิดปัญหาด้านการขนส่ง&nbsp;ทำให้ผลไม้กระจุกตัวและส่งผลให้ราคาผลผลิตตกต่ำ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-27T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","บุรีรัมย์","สวท.บุรีรัมย์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427172515208"],
    [482,"เกษตรยะลา เยี่ยมเยียนแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร บ้านเหมืองลาบู","<p><strong>เกษตรยะลา&nbsp;เยี่ยมเยียนแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร&nbsp;</strong>วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวบ้านเหมืองลาบู&nbsp;</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(27&nbsp;เมษายน&nbsp;2565)&nbsp;นายกัสมัน&nbsp;ยะมาแล&nbsp;</strong>เกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางสาวอพิชญา&nbsp;พรหมแก้ว&nbsp;พร้อมด้วยนางสาวจุฑาทิพย์&nbsp;โพชนุกูล&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;และเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอยะหา&nbsp;เยี่ยมเยียนวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวบ้านเหมืองลาบู&nbsp;ตำบลปะแต&nbsp;อำเภอยะหา&nbsp;โดยได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลการดำเนินกิจกรรมและร่วมให้คำแนะนำ&nbsp;พร้อมทั้งวางแผนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร&nbsp;เพื่อยกระดับมาตรฐานคุณภาพแหล่งท่องเที่ยวให้เป็นไปตามระดับมาตรฐานที่กำหนดไว้ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-27T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427173017212"],
    [483,"จังหวัดมุกดาหารเปิดการฝึกอบรมเลี้ยงปลากดแก้ว เตรียมพร้อมรับรองมาตรฐานการผลิตปลากดแก้ว ตามมาตรฐานการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดี (GAP)\"","<p><strong>วันนี้&nbsp;(27&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;เวลา&nbsp;11.30&nbsp;น.&nbsp;ที่ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดนมุกดาหาร&nbsp;</strong>ตำบลบางทรายใหญ่&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายบุญเรือง&nbsp;เมฆฉิม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรมเกษตรกร&nbsp;ผู้เลี้ยงปลากดแก้ว&nbsp;หลักสูตร&nbsp;\"พัฒนาการเลี้ยงปลากดแก้วและการเตรียมความพร้อมในการรับรองมาตรฐานการผลิตปลากดแก้ว&nbsp;ตามมาตรฐานการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดี&nbsp;(GAP)\"&nbsp;เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ให้กับเกษตรกร&nbsp;และเพิ่มมูลค่าของสัตว์น้ำ&nbsp;โครงการส่งเสริมและพัฒนาผลิตประมงจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;กิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาการเลี้ยงปลากดแก้ว&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;โดยจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;และสำนักงานประมงจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;การฝึกอบรมดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;27-28&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;โดยวิทยากรจากสำนักงานประมงจังหวัดมุกดาหาร</p><p><strong>ปลากดแก้ว&nbsp;หรือปลากดคัง&nbsp;</strong>เป็นปลาน้ำจืดที่ไม่มีเกล็ด&nbsp;มีชื่อเรียกตามท้องถิ่นยังมีอีกหลายชื่อ&nbsp;เช่น&nbsp;ปลากดเขี้ยว&nbsp;กดหางแดง&nbsp;กดข้างหม้อ&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ปลากดแก้ว&nbsp;จัดเป็นปลาขนาดใหญ่ที่พบได้ตามธรรมชาติในแม่น้ำของไทยทุกภาค&nbsp;เช่น&nbsp;แม่น้ำโขง&nbsp;แม่น้ำมูล&nbsp;และในแหล่งน้ำนิ่งขนาดใหญ่ในประเทศไทย&nbsp;เมื่อเติบโตเต็มที่จะมีความยาวตัวราว&nbsp;1.5&nbsp;เมตร&nbsp;หนักได้ถึง&nbsp;100&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;แต่ที่พบโดยเฉลี่ยจะมีขนาดประมาณ&nbsp;50-60&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;ลำตัวมีสีดำเทาอ่อนอมฟ้าหรือเขียวมะกอก&nbsp;ครีบหางและครีบอื่นๆ&nbsp;มีสีแดงสดหรือสีส้มสด&nbsp;มีรูปทรงยาวเพรียว&nbsp;ส่วนหัวแบนกว้าง&nbsp;ด้านบนของหัวเรียบ&nbsp;ปากกว้าง&nbsp;จะงอยปากทู่&nbsp;มีหนวด&nbsp;4&nbsp;คู่&nbsp;ครีบหูมีสีเทาดำ&nbsp;ปัจจุบันจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ได้ประกาศให้ปลากดแก้ว&nbsp;เป็นปลาประจำจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรได้เลี้ยง&nbsp;เพื่อสร้างอาชีพ&nbsp;และรายได้ให้กับเกษตรกรมากขึ้น&nbsp;เนื่องจากปลาดังกล่าว&nbsp;เป็นที่ต้องการของตลาด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>","2022-04-27T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","มุกดาหาร","สวท.มุกดาหาร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427190404256"],
    [484,"เกษตรโพนสวรรค์ ถ่ายทอดความรู้หยุดเผาในพื้นที่การเกษตร ส่งเสริมการรวมกลุ่มและสร้างเครือข่ายปลอดการเผา","<p><strong>วันนี้&nbsp;(27&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ศูนย์เครือข่ายศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลโพนบก&nbsp;อำเภอโพนสวรรค์&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;</strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;ร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอโพนสวรรค์&nbsp;จัดกิจกรรมส่งเสริมการรวมกลุ่ม&nbsp;และสร้างเครือข่ายเกษตรปลอดการเผา&nbsp;ภายใต้โครงการส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร&nbsp;เพื่อเป็นการถ่ายทอดความรู้และส่งเสริมให้เกิดเครือข่ายที่เข้มแข็งในการปลอดการเผาในพื้นที่&nbsp;อีกทั้งยังเปิดเวทีในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นถึงแนวทางในการป้องกันและมาตรการที่จะดำเนินการในพื้นที่ร่วมกัน&nbsp;โดยมีนายนิพพิชฌน์&nbsp;อติอนวรรตน์&nbsp;นายอำเภอโพนสวรรค์&nbsp;เป็นประธานในพิธี&nbsp;ซึ่งมีเกษตรกรเป้าหมายเข้าร่วม&nbsp;จำนวน&nbsp;60&nbsp;ราย</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์การทำการเกษตรในปัจจุบันเกษตรกรมีการเผาในพื้นที่การเกษตร&nbsp;</strong>หรือการเผาเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร&nbsp;ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;และสุขภาพของประชาชน&nbsp;ก่อให้เกิดฝุ่นมลพิษในอากาศเพิ่มขึ้น&nbsp;อีกทั้งการเผาก่อให้เกิดอันตรายต่อทรัพย์สินผู้อื่น&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;220&nbsp;คือ&nbsp;ผู้ใดกระทำให้เกิดเพลิงให้แก่วัตถุใดๆ&nbsp;แม้เป็นของตนเอง&nbsp;จนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์สินของผู้อื่น&nbsp;ต้องระวางโทษ&nbsp;จำคุกไม่เกิน&nbsp;7&nbsp;ปี&nbsp;และปรับไม่เกิน&nbsp;14,000&nbsp;บาท&nbsp;(ประมวลกฎหมายอาญา&nbsp;พ.ศ.2499)&nbsp;และหากยังมีการเผาต่อเนื่องจะทำให้ผิดกฎหมาย&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;74&nbsp;คือ&nbsp;ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา&nbsp;21&nbsp;มาตรา&nbsp;22&nbsp;มาตรา&nbsp;27&nbsp;วรรคหนึ่ง&nbsp;หรือมาตรา&nbsp;28&nbsp;วรรคหนึ่ง&nbsp;หรือวรรคสาม&nbsp;หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศ&nbsp;ที่ออกตามมาตรา&nbsp;28/1&nbsp;วรรคสอง&nbsp;โดยไม่มีเหตุหรือขัดข้อแก้ตัวอันสมควร&nbsp;หรือขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา&nbsp;23&nbsp;มาตรา&nbsp;27&nbsp;วรรคสอง&nbsp;หรือมาตรา&nbsp;28&nbsp;วรรคสองต้องระวางโทษ&nbsp;จำคุกไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;หรือปรับไม่เกิน&nbsp;25000&nbsp;บาท&nbsp;หรือ&nbsp;ทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;(แก้ไขเพิ่มเติมโดย&nbsp;พ.ร.บ.การสาธารณสุข&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;3)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2560)</p><p><strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;ร่วมขับเคลื่อนกับสำนักงานเกษตรอำเภอโพนสวรรค์</strong>&nbsp;ได้ดำเนินการรณรงค์หยุดเผาในพื้นที่การเกษตรมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยเน้นการถ่ายทอดความรู้พร้อมแนะนำการใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร&nbsp;ที่ช่วยสร้างอาชีพและรายได้ให้กับเกษตรกร&nbsp;เช่น&nbsp;การไถกลบตอซัง&nbsp;การทำปุ๋ยหมัก&nbsp;การเพาะเห็ดฟาง&nbsp;และการทำอาหารสัตว์&nbsp;ซึ่งเน้นในการลดต้นทุนการผลิตเป็นหลัก&nbsp;และสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรนในพื้นที่&nbsp;ทั้งนี้เกษตรกรที่เข้าร่วมกิจกรรมจะได้รับความรู้ถึงผลกระทบจากการเผาในพื้นที่การเกษตรเพิ่มมากขึ้น&nbsp;ก่อให้เกิดการสำนึกและรับผิดชอบต่อส่วนรวม&nbsp;เกิดการใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร&nbsp;โดยการสร้างมูลค่าเพิ่ม&nbsp;ช่วยสร้างอาชีพและรายได้ให้กับเกษตรกรในช่วงฤดูแล้ง&nbsp;อีกทั้งยังช่วยแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่การเกษตรให้ลดลงในอนาคต&nbsp;สำหรับการดำเนินกิจกรรมในครั้งนี้ได้มีการกล่าวคำสัตยาบัน&nbsp;ร่วมกันในการหยุดการเผา&nbsp;รวมทั้งได้มีการแลกเปลี่ยนและเสนอแนะข้อคิดเห็นต่างๆในการเป็นพื้นที่ที่ปลอดการเผาอย่างสมบูรณ์แบบ&nbsp;ก่อให้เกิดการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาใช้ประโยชน์&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;และรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ได้อย่างมั่นคง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-04-27T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427190612257"],
    [485,"ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ตัวแปรกำหนดราคาสินค้าปศุสัตว์","<p>สถานการณ์วัตถุดิบข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ปรับราคาขึ้นต่อเนื่อง นับตั้งแต่กลางปี 2563 เรื่อยมา จนกระทั่งวิกฤติปะทุหนักพร้อมเสียงปืนนัดแรกที่รัสเซียยิงตกในแผ่นดินยูเครน การสู่รบในครั้งนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ราคาธัญพืชทั่วโลกพุ่งขึ้นเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากสองประเทศเป็นผู้ผลิตและผู้ส่งออกธัญพืชสำคัญของโลก&nbsp;</p><p><br></p><p>แม้ว่าไทยจะห่างไกลจากพื้นที่สงคราม แต่หางเลขก็ตกมาถึงเช่นกัน โดยเฉพาะราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ที่ราคาปรับตัวอย่างไม่อาจคาดเดา ว่าจะสิ้นสุดที่จุดไหน วิเคราะห์ข้อมูลราคาวัตถุดิบ (แสดงในตาราง) เมื่อเทียบราคาปี 2563 กับปัจจุบัน จะเห็นว่าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ราคาปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง ราคาสูงขึ้นถึง 41.48 % ส่วนธัญพืชนำเข้า อย่างข้าวสาลี ราคาพุ่งไปถึง 76.15% ส่วนกากถั่วเหลืองราคาเพิ่มขึ้น 67.66% ขณะที่ปลาป่นที่เป็นวัตถุดิบสำคัญอีกชนิด ราคาก็ขึ้นไปแล้วถึง 30.20% ทั้งหมดนี้คิดเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้นแล้ว 25-30%</p><p><br></p><p>สาเหตุที่ทำให้ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปรับขึ้นไปขนาดนี้ นอกจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกแล้ว ปัจจัยภายในประเทศที่สำคัญคือ ปัญหาขาดแคลนผลผลิต จากความต้องการใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในไทยราว 8 ล้านตันต่อปี แต่มีผลผลิตในประเทศเพียง 5 ล้านตันต่อปี ขาดแคลนถึง 3 ล้านตันต่อปี ในจำนวนนี้ 1.3-1.5 ตันนำเข้าจากประเทศอาเซียนภายใต้กรอบ AFTA (ภาษีเป็นศูนย์) ส่วนที่ยังขาดไปอีกครึ่งหนึ่ง ผู้ผลิตจำเป็นต้องหาวัตถุดิบทดแทน แต่กลับมีมาตรการของรัฐที่เป็นอุปสรรค ทั้งมาตรการ 3:1 ที่กำหนดให้ต้องซื้อข้าวโพด 3 ส่วนก่อน จึงจะนำเข้าข้าวสาลีได้ 1 ส่วนได้ ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2561&nbsp;</p><p><br></p><p>ขณะเดียวกัน รัฐมีมาตรการสนับสนุนเกษตรกรผู้เพาะปลูกข้าวโพด ด้วยโครงการประกันรายได้เกษตรกร ที่มีมาตรการควบคุมราคาขั้นต่ำ (Floor Price) กิโลกรัมละ 8.50 บาท (ความชื้นไม่เกิน 14.5%) แต่รัฐกลับไม่ได้กำหนดเพดานราคา (Ceiling Price) เป็นที่มาของราคาข้าวโพดที่สูงเกือบ 13 บาทต่อกิโลกรัมในปัจจุบัน ซึ่งสูงกว่าราคาตลาดโลก นอกจากนี้ การนำเข้าข้าวโพดภายใต้กรอบข้อตกลงองค์การการค้าโลก (WTO) มียังมีภาษีที่สูงมาก โดยการนำเข้าภายใต้โควตาเก็บภาษีนำเข้า 20% กรณีนำเข้านอกโควตาเก็บภาษีสูงถึง 70% ซึ่งแพงเกินกว่าจะนำเข้าได้ รวมทั้งรัฐยังมีมาตรการเก็บภาษีนำเข้ากากถั่วเหลือง 2% กลายเป็นต้นทุนการผลิตที่ผู้ผลิตต้องแบกรับมาตลอด</p><p><br></p><p>เรื่องนี้ภาคผู้ผลิตได้ทำหนังสือแสดงถึงความเดือดร้อนถึงกระทรวงพาณิชย์ ตั้งแต่ วันที่ 19 มีนาคม 2564&nbsp;จนเกิดความประชุมหลายครั้ง จนถึงการประชุมร่วมระหว่างภาครัฐ เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด ข้าว มันสำปะหลัง เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ และโรงงานอาหารสัตว์ เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2565 มีมติเห็นชอบให้ยกเลิก มาตรการ 3 : 1 เป็นการชั่วคราว เพื่อให้มีวัตถุดิบเพียงพอต่อการผลิต และบรรเทาภาระต้นทุนการผลิตของต้นน้ำ ที่เชื่อมโยงถึงเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์กลางน้ำก็ตาม แต่การประชุมวันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา กลับมีมติให้ยกเลิกมาตรการชั่วคราวดังกล่าว จนถึงวันนี้ก็ไร้บทสรุป และยังไม่สามารถดำเนินการเรื่องนี้ต่ออย่างเป็นรูปธรรม พูดง่ายๆ ยังไม่มีข้าวโพดแม้แต่เมล็ดเดียวที่นำเข้ามาได้ เป็น 13 เดือนที่ไม่มีความคืบหน้าใดๆ</p><p><br></p><p>ภาคผู้ผลิตและเกษตรกรกำลังรอคอยคำตอบจากภาครัฐ ว่าจะมีมาตรการอย่างไรเพื่อช่วยเหลือผู้ผลิตและเกษตรกร ก่อนที่ราคาข้าวโพดจะขยับขึ้นไปสูงกว่านี้ เพราะต้องไม่ลืมข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ใช้ในสูตรอาหารสัตว์มากกว่า 50%&nbsp;จึงถือเป็นตัวแปรสำคัญและเป็นตัวชี้วัดต้นทุนการเลี้ยงสัตว์ ว่าจะสูงขึ้นหรือต่ำลง หากราคาข้าวโพดฯ ลดลง ก็จะทำให้ต้นทุนการผลิตในส่วนนี้ต่ำลง ทั้งหมดนี้ต้องรอให้รัฐลงมือปลดดล็อกปัญหา คลายมาตรการที่รัดตรึง รวมทั้งปล่อยให้กลไกตลาดทำงานอย่างเสรี เพื่อให้เกษตรกรหายใจหายคอสะดวกขึ้น เพราะคนสุดท้ายที่จะได้ประโยชน์นจากเรื่องนี้ ก็คือผู้บริโภคคนไทย</p><p><br></p><p><br></p><p>เรื่องโดย บรรจบ สุขชาวไทย นักวิชาการอิสระ&nbsp;</p>","2022-04-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427195803279"],
    [486,"รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ สั่งการด่วนให้อำเภอสะเมิงตรวจสอบ หลังอากาศยานตรวจพบมือเผาในพื้นที่ตำบลสะเมิงใต้","<p><strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่</strong>&nbsp;สั่งการให้อำเภอสะเมิงลงตรวจสอบอย่างเร่งด่วน&nbsp;หลังอากาศยานของกองทัพอากาศสามารถบันทึกภาพคนจุดไฟในเขตป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;ในพื้นที่ตำบลสะเมิงใต้&nbsp;ขณะเดียวกันผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้&nbsp;ที่&nbsp;1&nbsp;ส่งเจ้าหน้าที่ป่าไม้เข้าตรวจสอบพื้นที่อย่างเร่งด่วน&nbsp;</p><p><strong>นายวรวิทย์&nbsp;ชัยสวัสดิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จากการประชุมคณะกรรมการศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอควัน&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ซึ่งในที่ประชุมผู้แทนจากกองทัพอากาศ&nbsp;ได้ชี้แจงการตรวจพบจุดเกิดไฟ&nbsp;ซึ่งได้เป็นภาพถ่ายจากอากาศยานของกองทัพอากาศ&nbsp;โดยมีจุดเกิดไฟป่าในช่วงเช้าวันที่&nbsp;27&nbsp;เม.ย&nbsp;65&nbsp;เกิดขึ้นจำนวน&nbsp;4&nbsp;จุด&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;อำเภอสันกำแพง&nbsp;และอำเภอดอยสะเก็ด&nbsp;พร้อมกันนี้&nbsp;ยังได้รายงานอีกว่า&nbsp;อากาศยานสามารถบันทึกภาพคนจุดไฟในพื้นที่ป่าได้&nbsp;ซึ่งตามพิกัดทางการบินที่ได้รับแจ้งในที่ประชุมตรวจสอบพบว่าเป็นพื้นที่ตำบลสะเมิงใต้&nbsp;อำเภอสะเมิง&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;จึงได้สั่งการให้อำเภอสะเมิงทำการตรวจสอบ&nbsp;ทั้งพื้นที่และคนที่ปรากฏตามภาพที่กองทัพอากาศบันทึกได้&nbsp;ซึ่งอำเภอสะเมิงได้รับทราบข้อสั่งการนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเร่งด่วน&nbsp;</p><p><strong>พร้อมกันนี้&nbsp;นายกมล&nbsp;นวลใย&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้&nbsp;ที่&nbsp;1&nbsp;(เชียงใหม่)&nbsp;</strong>ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า&nbsp;จากการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้ในพื้นที่ทราบว่าจุดพิกัดดังกล่าว&nbsp;เป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าสะเมิง&nbsp;และได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ทำการตรวจสอบกรณีตามที่ปรากฎตามภาพโดยด่วนและให้รายงานผลการตรวจสอบภายในวันที่&nbsp;28&nbsp;เม.ย.&nbsp;65&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-04-27T00:00:00","ภาคเหนือ","เชียงใหม่","สวท.เชียงใหม่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427203542291"],
    [487,"สทนช. รับฟังความเห็นจัดทำผังน้ำ ลุ่มน้ำโขงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","<p><strong>วันที่&nbsp;27&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ที่โรงแรมฟอร์จูน&nbsp;วิวโขง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดนครพนม</strong>&nbsp;นายชาญชัย&nbsp;คงทัน&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&nbsp;เป็นประธานเปิดการประชุมโครงการจัดทำผังน้ำ&nbsp;ลุ่มน้ำโขงตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;จากพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ&nbsp;พ.ศ.2561&nbsp;กำหนดให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;หรือ&nbsp;สทนช.&nbsp;ในฐานะเลขานุการของคณะกรรมการทรัพยากรน้ำ(กนช.)&nbsp;มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน&nbsp;ให้เป็นจัดทำผังน้ำภาย&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;จัดทำผังน้ำ&nbsp;ลุ่มน้ำโขงตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;เพื่อนำข้อมูลผังน้ำ&nbsp;ลุ่มน้ำโขงภาคตะวันออกเฉียงเหนือมาประกอบการพิจารณาการใช้ประโยชน์ที่ดินที่อยู่ในระบบทางน้ำ&nbsp;เพื่อจัดทำแผนปรับปรุง&nbsp;ฟื้นฟูทางน้ำและแหล่งน้ำตามธรรมชาติที่เชื่อมโยงกับทางน้ำสายหลัก&nbsp;เพื่อจัดทำแนวทางการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำโขงตะวันออกเฉียงเหนือทั้งฤดูน้ำหลากและภัยแล้ง&nbsp;เพื่อเป็นมาตรฐานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องน้ำข้อมูลการศึกษาไปใช้อย่างสอดคล้องเชื่อมโยงกัน&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาพื้นที่ลุ่มน้ำโขงตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ประสบวิกฤติอุทกภัยและภัยแล้งบ่อยครั้งจากหลายปัจจัย&nbsp;ทั้งแหล่งเก็บกักน้ำในพื้นที่ไม่เพียงพอ&nbsp;การบุกรุกแหล่งน้ำสาธารณะ&nbsp;การบุกรุกพื้นที่ต้นน้ำลำธาร&nbsp;ตลอดจนสามารถในการระบายน้ำของลำน้ำมีจำกัดเกิดการบุกรุกพื้นที่ชุมชน&nbsp;และการตื้นเขินจากการตกตะกอนในลำน้ำ&nbsp;ปัญหาต่างมีแนวโน้มทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น&nbsp;สทนช.จึงทำการแก้ไขปัญหาทั้งระบบ&nbsp;โดยการศึกษาโครงการจัดทำผังน้ำ&nbsp;ลุ่มน้ำโขงตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ซึ่งโครงการฯ&nbsp;ได้ทำการศึกษามาระยะหนึ่งแล้ว&nbsp;และในครั้งนี้เป็นการประชุมครั้งที่&nbsp;2&nbsp;วัตถุประสงค์เพื่อให้ภาคส่วนต่างๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้องได้ร่วมตรวจสอบความถูกต้อง&nbsp;ความสมบูรณ์ของข้อมูล&nbsp;ต่อร่างผังน้ำครั้งที่&nbsp;1&nbsp;และรายการประกอบร่าง&nbsp;1&nbsp;เพื่อจัดทำผังน้ำและรายการประกอบสำหรับนำไปใช้ในราชกิจจานุเบกษา&nbsp;ข้อมูลสนับสนุนผังน้ำ&nbsp;เพื่อให้ประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนในพื้นที่ผังน้ำ&nbsp;ได้เข้ามามีส่วนร่วมและมีการเตรียมความพร้อมในด้านการใช้ประโยชน์ที่ดิน&nbsp;ในระบบทางน้ำของผังน้ำ&nbsp;และช่วยลดความเสียหายของชีวิตและทรัพย์สินจากภาวะน้ำท่วม&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>","2022-04-27T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220427234438331"],
    [488,"หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จังหวัดอุดรธานี เติมน้ำเขื่อนห้วยหลวง ช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร","<p><strong>นายสำเริง&nbsp;แสงภู่วงค์&nbsp;อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จากการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;17/2565&nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่&nbsp;25&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ที่ประชุมได้ยืนยันให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;ปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือเติมน้ำต้นทุนให้กับเขื่อนห้วยหลวง&nbsp;ซึ่งขณะนี้มีปริมาณน้ำกักเก็บ&nbsp;43&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;(ร้อยละ&nbsp;32)&nbsp;</p><p><strong>กรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;</strong>โดยหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดอุดรธานี&nbsp;วางแผนปฏิบัติการฝนหลวงเมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;&nbsp;26&nbsp;เมษายนที่ผ่านมา&nbsp;ส่งผลให้มีฝนตกบริเวณพื้นที่รับน้ำเขื่อนห้วยหลวง&nbsp;รวมทั้งช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร&nbsp;ได้แก่&nbsp;พื้นที่ปลูกอ้อย&nbsp;มันสำปะหลังและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน&nbsp;ใน&nbsp;9&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;อุดรธานี&nbsp;หนองบัวลำภู&nbsp;หนองคาย&nbsp;บึงกาฬ&nbsp;นครพนม&nbsp;กาฬสินธุ์&nbsp;มุกดาหาร&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;</p><p><strong>ในขณะที่ทางภาคเหนือเมื่อวันที่&nbsp;26&nbsp;เมษายนนี้</strong>&nbsp;หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ปฏิบัติภารกิจดับไฟป่า&nbsp;ด้วยเฮลิคอปเตอร์ฝนหลวง&nbsp;ในบริเวณพื้นที่อำเภอแม่ออน&nbsp;อำเภอสันทราย&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;เที่ยว&nbsp;โดยใช้น้ำจำนวน&nbsp;4,000&nbsp;ลิตร&nbsp;จากเขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงอีก&nbsp;8&nbsp;หน่วยฯ</strong>&nbsp;ได้ช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรที่ขาดแคลนน้ำทั่วทุกภูมิภาค&nbsp;ทำให้มีฝนตกในพื้นที่บางส่วนของจังหวัดแพร่&nbsp;กาญจนบุรี&nbsp;สระบุรี&nbsp;ลพบุรี&nbsp;นครสวรรค์&nbsp;อุดรธานี&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;ชัยภูมิ&nbsp;ศรีสะเกษ&nbsp;ยโสธร&nbsp;ฉะเชิงเทรา&nbsp;ชลบุรี&nbsp;และเพชรบุรี&nbsp;เป็นต้น</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-04-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428112010414"],
    [489,"กอนช. ขอให้ประชาชนทั่วประเทศระวังเกิดฝนตกจากพายุฤดูร้อนช่วงวันที่ 28 เม.ย.  2 พ.ค.","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนทั่วประเทศระวังเกิดฝนตกจากพายุฤดูร้อนช่วงวันที่&nbsp;28&nbsp;เมษายน&nbsp;&nbsp;2&nbsp;พฤษภาคม</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(28&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;28&nbsp;เมษายน&nbsp;&nbsp;2&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;บริเวณประเทศไทยตอนบนในภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;และปริมณฑลจะเกิดพายุฤดูร้อนขึ้น&nbsp;ช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.นครราชสีมา&nbsp;50&nbsp;&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;เลย&nbsp;41&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และราชบุรี&nbsp;39&nbsp;&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั่วประเทศทุกขนาด&nbsp;23,009&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;40&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;</p>","2022-04-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428092744341"],
    [490,"ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือสูงขึ้นระดับสีส้มสูงสุดบริเวณ ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ส่วน กทม.และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีต่อเนื่อง","<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือสูงขึ้นระดับสีส้มสูงสุดบริเวณ&nbsp;ต.เวียงพางคำ&nbsp;อ.แม่สาย&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีต่อเนื่อง</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(28&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพดีมากถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยเกินมาตรฐานระดับสีส้ม&nbsp;6&nbsp;พื้นที่&nbsp;บริเวณ&nbsp;ต.พระบาท&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ลำปาง&nbsp;,&nbsp;ต.เวียง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;,&nbsp;ต.ในเวียง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.น่าน&nbsp;,&nbsp;ต.เวียงพางคำ&nbsp;อ.แม่สาย&nbsp;จ.เชียงราย,&nbsp;ต.แม่คง&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;และ&nbsp;ต.เวียง&nbsp;อ.เชียงของ&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;ซึ่งแนวโน้มค่าฝุ่นจะอยู่ในเกณฑ์ดีช่วงวันที่&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;-&nbsp;5&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;แต่ต้องควบคุมการเกิดจุดความร้อนเพื่อช่วยลดการสะสมของฝุ่นลงได้&nbsp;แต่ต้องเฝ้าระวังค่าฝุ่นสูงขึ้นบริเวณภาคเหนือตอนบนช่วงวันที่&nbsp;29&nbsp;-&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;-&nbsp;5&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com</p>","2022-04-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428101614357"],
    [491,"ปศุสัตว์อำเภอหนองหญ้าปล้อง รณรงค์ทำความสะอาดและทำลายเชื้อโรคไข้หวัดนกในพื้นที่เสี่ยง พร้อมส่งเสริมสนับสนุนการป้องกันโรคในสัตว์ปีกอย่างมีประสิทธิภาพ","<p><strong>สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;โดยสำนักงานปศุสัตว์อำเภอหนองหญ้าปล้อง</strong>&nbsp;ลงพื้นที่รณรงค์ทำความสะอาดและทำลายเชื้อโรคไข้หวัดนกในพื้นที่เสี่ยง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3/2565&nbsp;ในพื้นที่หมู่&nbsp;3,9&nbsp;ตำบลหนองหญ้าปล้อง&nbsp;และหมู่&nbsp;2,6&nbsp;ตำบลท่าตะคร้อ&nbsp;อำเภอหนองหญ้าปล้อง&nbsp;&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;โดยมี&nbsp;นางสาวรัชฎาภรณ์&nbsp;วงษ์สมาจารย์&nbsp;นายอำเภอหนองหญ้าปล้อง&nbsp;ประธานคณะกรรมการเฝ้าระวัง&nbsp;ควบคุมและป้องกันโรคไข้หวัดนกจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ระดับอำเภอ&nbsp;พร้อมด้วยปศุสัตว์อำเภอ&nbsp;ปลัดอำเภออาวุโส&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;มิสเตอร์ไข้หวัดนก&nbsp;อาสาปศุสัตว์&nbsp;และเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอหนองหญ้าปล้อง&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;พร้อมส่งมอบใบรับรองระบบการเลี้ยงและการป้องกันโรคที่เหมาะสม(GFM)&nbsp;มอบยาฆ่าเชื้อโรค&nbsp;ให้คำแนะป้องกันโรคและสาธิตการทำวัคซีนป้องกันโรคในสัตว์ปีกให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่พื้นเมือง&nbsp;เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการป้องกันโรคในสัตว์ปีกอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;<strong>นอกจากนี้&nbsp;นางสาวรัชฎาภรณ์&nbsp;วงษ์สมาจารย์&nbsp;นายอำเภอหนองหญ้าปล้อง&nbsp;</strong>ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมฟาร์มเกษตรกรเลี้ยงโคเนื้อให้คำแนะนำด้านการผลิตโคต้นน้ำและด้านอาหารสัตว์&nbsp;พร้อมมอบใบรับรองระบบการเลี้ยงสัตว์และการป้องกันโรคที่เหมาะสม(GFM)&nbsp;โคเนื้อ&nbsp;ให้กับเกษตรกร&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ได้แก่&nbsp;จักรีฟาร์ม&nbsp;หมู่&nbsp;3&nbsp;ตำบลหนองหญ้าปล้อง&nbsp;โคเนื้อ&nbsp;32&nbsp;ตัว&nbsp;</p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2022-04-28T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สวท.เพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428110940405"],
    [492,"ย้อนรำลึก 8 ทศวรรษ 80 ปี วิถีชาวปศุสัตว์สู่การพัฒนาประเทศ เดินหน้าส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงสัตว์ สร้างมาตรฐานสากลต่อเนื่อง","<p><strong>นายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์</strong>&nbsp;เป็นประธานการแถลงข่าวการจัดงานวันสถาปนากรมปศุสัตว์ครบรอบ&nbsp;80&nbsp;ปี&nbsp;ว่า&nbsp;งานวันสถาปนากรมปศุสัตว์&nbsp;ครบรอบ&nbsp;80&nbsp;ปี&nbsp;ภายใต้หัวข้อ&nbsp;ย้อนรำลึก&nbsp;8&nbsp;ทศวรรษ&nbsp;80&nbsp;ปี&nbsp;วิถีชาวปศุสัตว์สู่การพัฒนาประเทศ&nbsp;สืบสานงานตามพระราชปณิธานตามรอยพ่อของแผ่นดินกรมได้ทำการไถ่ชีวิตโค&nbsp;กระบือจำนวนทั้งสิ้น&nbsp;80&nbsp;ตัว&nbsp;โดยนำไปมอบให้เกษตรกรในโครงการธนาคารโคกระบือ&nbsp;เพื่อเกษตรกรตามพระราชดําริ&nbsp;ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;เป็นโคจำนวน&nbsp;30&nbsp;ตัว&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เป็นโคจำนวน&nbsp;30&nbsp;ตัวและจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;เป็นกระบือจำนวน&nbsp;20&nbsp;ตัว&nbsp;เปิดตัวโครงการธนาคารโค&nbsp;-&nbsp;กระบือเพื่อเกษตรกร&nbsp;ตามพระราชดำริ&nbsp;แก่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดที่มีผลการดำเนินงานดีเด่น&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;กรมปศุสัตว์ได้จัดกิจกรรม&nbsp;CSR</strong>&nbsp;ผ่านโครงการแบ่งปันความสุข&nbsp;แต่งเติมรอยยิ้ม&nbsp;คืนความดีสู่สังคม&nbsp;โดยนำเครื่องอุปโภคและบริโภคที่จำเป็นมอบแก่&nbsp;มูลนิธิ&nbsp;สมาคมและสถานสงเคราะห์เด็กอ่อน&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;แห่ง&nbsp;พร้อมยืนยันจะส่งเสริมและพัฒนางานด้านปศุสัตว์&nbsp;ให้มีความเจริญก้าวหน้า&nbsp;มีประสิทธิภาพ&nbsp;ได้มาตรฐานและปลอดภัยสำหรับการบริโภคทั้งภายในประเทศและส่งออกไปต่างประเทศ&nbsp;จึงถือเป็นหน่วยงานหนึ่งที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลที่สร้างความเข้มแข็งของภาคปศุสัตว์ไทย&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งในปี&nbsp;2565&nbsp;กรมปศุสัตว์</strong>&nbsp;มีแนวทางการขับเคลื่อนที่สามารถนำไปต่อยอดได้&nbsp;อาทิ&nbsp;ด้านการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงสัตว์&nbsp;ด้านการป้องกันและควบคุมโรค&nbsp;ด้านการสร้างมาตรฐานการผลิตปศุสัตว์เพื่อความปลอดภัยให้แก่ผู้บริโภคและเป็นไปตามมาตรฐานสากล&nbsp;และ<strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีการใช้ระบบการตลาดนำการผลิต</strong>&nbsp;การลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มคุณภาพเพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงปศุสัตว์&nbsp;รวมทั้งการสร้างความเข้มแข็งให้องค์กรเกษตรกรผู้เลี้ยงปศุสัตว์สามารถนำความรู้ไปพัฒนาอาชีพต่อไป</p><p><br></p><p><br></p>","2022-04-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428112408417"],
    [493,"ปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี ส่งเสริมการทำปศุสัตว์อินทรีย์ สนับสนุนงบอุดหนุนเพื่อปรับระบบมาตรฐานปศุสัตว์อินทรีย์","<p><strong>สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;โดยกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์&nbsp;</strong>ตรวจเยี่ยมฟาร์มเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่แบบปล่อยอิสระ&nbsp;(ไก่ไข่อารมณ์ดี)&nbsp;เพื่อเข้าร่วมโครงการส่งเสริมมาตรฐานปศุสัตว์อินทรีย์&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ฟาร์มได้แก่&nbsp;</p><p>1.&nbsp;เขาหลวงฟาร์ม&nbsp;ตำบลธงชัย&nbsp;อำเภอเมืองเพชรบุรี&nbsp;เลี้ยงไก่ไข่พันธุ์ไฮบริด&nbsp;และ&nbsp;พันธุ์เล็กฮอร์น&nbsp;ในระยะปรับเปลี่ยน&nbsp;ใช้ผักสลัดเป็นส่วนเสริมให้ไก่ไข่&nbsp;ตั้งเป้าหมายเปิดร้านกาแฟสำหรับคนรุ่นใหม่&nbsp;และจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ&nbsp;อาทิ&nbsp;ไข่ไก่..ผักสลัด&nbsp;และเครื่องดื่มตัวใหม่&nbsp;โซดาคราฟรสผลไม้&nbsp;แบรนด์เขาหลวงฟาร์ม&nbsp;ซึ่งจะเปิดตัวเร็วๆ&nbsp;นี้</p><p>2.&nbsp;สวนเพชรรีสอร์ท&nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.)&nbsp;เครือข่ายด้านปศุสัตว์&nbsp;ตำบลท่าไม้รวก&nbsp;อำเภอท่ายาง&nbsp;</p><p>3.&nbsp;เสรีฟาร์ม&nbsp;ประธานสมาพันธ์เกษตรอินทรีย์เพชรบุรี&nbsp;ตำบลท่าคอย&nbsp;อำเภอท่ายาง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ทุกฟาร์มมีความพร้อม&nbsp;เป็นโคกหนองนาโมเดล&nbsp;และพร้อมยื่นขอรับรองมาตรฐานปศุสัตว์อินทรีย์ไก่ไข่</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี/28&nbsp;เม.ย.65</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-28T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สวท.เพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428121202458"],
    [494,"เกษตรลำปาง หนุนเกษตรกรถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ พื้นที่อำเภอเสริมงาม","<p><strong>นายธีระพงศ์&nbsp;ฤทธิโชติ&nbsp;เกษตรจังหวัดลำปาง&nbsp;</strong>ร่วมเป็นเกียรติในงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;(Field&nbsp;Day)&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;วัดนาศาลา&nbsp;หมู่&nbsp;3&nbsp;ตำบลเสริมซ้าย&nbsp;อำเภอเสริมงาม&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;โดยมี&nbsp;นายเชาว์ทวีพัฒน์&nbsp;ดนัยนันท์&nbsp;นายอำเภอเสริมงามเป็นประธาน&nbsp;นางสาวจงจิตร&nbsp;มาลีเดช&nbsp;เกษตรอำเภอเสริมงาม&nbsp;กล่าวรายงาน&nbsp;พร้อมหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่&nbsp;เข้าร่วมงาน&nbsp;พร้อมเกษตรกรเป้าหมาย&nbsp;จำนวน&nbsp;70&nbsp;ราย</p><p><strong>การจัดงาน&nbsp;Field&nbsp;day&nbsp;มีวัตถุประสงค์&nbsp;</strong>เพื่อให้ความรู้เทคโนโลยีและภูมิปัญญาที่มีความเหมาะสมแก่เกษตรกรในการเริ่มต้นการผลิตในปีการเพาะปลูกใหม่&nbsp;ผ่านศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรให้เหมาะสมกับชนิดพืชและพื้นที่&nbsp;โดยการบูรณาการความรู้จากหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ร่วมให้บริการ&nbsp;และมีกิจกรรมการจัดกระบวนการเรียนรู้&nbsp;ได้แก่&nbsp;สถานีที่&nbsp;1&nbsp;การพัฒนาคุณภาพข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;สถานีที่&nbsp;2&nbsp;การลดต้นทุนและการเพิ่มผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;สถานีที่&nbsp;3&nbsp;การบริหารจัดการโรคและแมลงศัตรูพืชข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ตลอดจนนิทรรศการของหน่วยงานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-28T00:00:00","NULL","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428110840401"],
    [495,"ตรัง ท่าเรือโชคชัยกันตัง จัดทำ EIA-ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม รองรับเรือขนาด เกินกว่า 500 ตันกรอส","<p><strong>ท่าเรือโชคชัยกันตังพอร์ต&nbsp;จัดเวทีประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน</strong>&nbsp;เพื่อประกอบการขออนุญาตเปลี่ยนวัตถุประสงค์การใช้ท่าเทียบเรือให้สามารถรองรับเรือขนาดตั้งแต่&nbsp;500&nbsp;ตันกรอส&nbsp;ขึ้นไปได้&nbsp;โดยไม่มีการก่อสร้างท่าเทียบเรือใหม่และไม่มีการขยายขนาดท่าเรือ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ที่อาคารเอนกประสงค์&nbsp;อบต.บ่อน้ำร้อน&nbsp;อ.กันตัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</strong>บริษัทโชคชัยกันตังพอร์ต&nbsp;จำกัด&nbsp;ได้จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ต่อขอบเขตการศึกษาและจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;โครงการท่าเทียบเรือโชคชัยกันตังพอร์ต&nbsp;พร้อมทั้งรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ&nbsp;&nbsp;จากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย&nbsp;ให้เป็นไปตามแนวทางการมีส่วนร่วมของประชาชน&nbsp;ในกระบวนการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;ตามที่กรมเจ้าท่าได้ออกระเบียบกรม&nbsp;ว่าด้วยการขอเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์หรือประเภทการใช้ท่าเรือขนาดไม่เกิน&nbsp;500&nbsp;ตันกรอส&nbsp;ให้สามารถเทียบเรือเกิน&nbsp;500&nbsp;ตันกรอสได้&nbsp;พ.ศ.2563&nbsp;ส่งผลให้ท่าเรือที่มีขนาดที่มีขนาดเรือเกิน&nbsp;500&nbsp;ตัน&nbsp;และต้องการเปลี่ยนให้สามารถใช้เรือขนาดเกิน&nbsp;500&nbsp;ตันกรอสได้&nbsp;ต้องยื่นเอกสารที่เกี่ยวข้อง&nbsp;</p><p><strong>และที่ต้องจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม</strong>&nbsp;ตามประกาศของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เพื่อใช้ประกอบการขออนุญาตเปลี่ยนวัตถุประสงค์การใช้ท่าเทียบเรือให้สามารถรองรับเรือขนาดตั้งแต่&nbsp;500&nbsp;ตันกรอส&nbsp;ขึ้นไปได้&nbsp;โดยไม่มีการก่อสร้างท่าเทียบเรือใหม่และไม่มีการขยายขนาดท่าเรือโดยประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ&nbsp;คือ&nbsp;การดูแลชุมชน&nbsp;การจ้างงานในชุมชน&nbsp;ท้องถิ่นมีรายได้จากภาษีท่าเรือ&nbsp;และส่งเสริม&nbsp;สนับสนุน&nbsp;กิจกรรมของชุมชน&nbsp;สำรับการจัดเวทีในครั้งนี้&nbsp;มีประชาชนตำบลบ่อน้ำร้อน&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;อสม.&nbsp;และ&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;เข้าร่วมจำนวน&nbsp;50&nbsp;คน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายไชยงค์&nbsp;ไชยกุล&nbsp;กำนันตำบลบ่อน้ำร้อน&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ผลกระทบที่ส่งผลต่อชาวบ้าน&nbsp;1&nbsp;คือเรื่องฝุ่นละออง&nbsp;ซึ่งตนอยากให้แก้ปัญหาอย่างถาวร&nbsp;โดยตนยอมรับว่าการมีท่าเรือในพื้นที่มีผลดี&nbsp;เพราะเกิดการจ้างงาน&nbsp;สร้างรายได้ให้ชุมชน&nbsp;บุตรที่เรียนจบมาได้ทำงานใกล้บ้าน&nbsp;และทางท่าเรือโชคชัยกันตังมีส่วนร่วมกับกิจกรรมชุมชนในตำบลบ่อน้ำร้อนเป็นอย่างดี&nbsp;และที่ผ่านมายังให้ความช่วยเหลือผู้เดือดร้อนจากสถานการณ์โควิด19&nbsp;การเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นตนในฐานะผู้นำตำบลบ่อน้ำร้อนต้องเข้ามาเสนอแนะแนวทางต่างๆ&nbsp;ให้ผู้ประกอบการได้นำไปพิจารณาและปฏิบัติ&nbsp;หากความคิดเห็นของประชาชนที่มาร่วมในเวทีนี้&nbsp;ทางบริษัทรับฟังและนำไปปฏิบัติได้ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี&nbsp;</p><p><strong>นายไพโรจน์&nbsp;แซ่ซี่&nbsp;กรรมการบริษัทโชคชัยกันตังพอร์ต&nbsp;จำกัด&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;เมื่อกฎหมายสิ่งแวดล้อมมีความเข้มข้นขึ้น&nbsp;ท่าเรือต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด&nbsp;เสียงสะท้อนที่ได้จากเวลาทีรับฟังความคิดเห็นของชาวบ้านในครั้งนี้&nbsp;ประเด็นหลักๆ&nbsp;คือเรื่องฝุ่นละออง&nbsp;ปัญหาการใช้ถนนหนทางร่วมกันระหว่างรถขนาดใหญ่&nbsp;และรถของประชาชน&nbsp;ด้วยเพราะถนนแคบอาจก่อให้เกิดปัญหาอุบัติเหตุได้&nbsp;การจัดเวทีวันนี้ทางบริษัทได้รวบรวมข้อคิดเห็น&nbsp;และปัญหาที่ชาวบ้านสะท้อนมา&nbsp;เพื่อนำไปสู่การแก้ไข&nbsp;และวางมาตรการในอนาคต</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-28T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428113427427"],
    [496,"รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เปิดประชุมรับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 2 โครงการออกแบบและศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเล ระยะที่ 3 พื้นที่บริเวณวัดโคกเปี้ยว หมู่ 5 ต.เกาะยอ อ.เมือง จ.สงขลา เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบต่อไป","<p><strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;เปิดประชุมรับฟังความคิดเห็น&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;</strong>โครงการออกแบบและศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเล&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;พื้นที่บริเวณวัดโคกเปี้ยว&nbsp;หมู่&nbsp;5&nbsp;ต.เกาะยอ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.สงขลา&nbsp;เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบต่อไป</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(28&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;เวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.&nbsp;นายวงศกร&nbsp;นุ่นชูคันธ์</strong>&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;เป็นประธานการประชุมรับฟังความคิดเห็น&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;โครงการออกแบบและศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเล&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;พื้นที่บริเวณวัดโคกเบี้ยว&nbsp;หมู่&nbsp;5&nbsp;ตำบลเกาะยอ&nbsp;อำเภอเมืองสงขลา&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;โดยมีพระครูโกศลอรรถกิจ&nbsp;เจ้าอาวาสวัดโคกเปรี้ยว&nbsp;นายวฤทธิ์&nbsp;อินทรกุล&nbsp;ผู้แทนกรมโยธาธิการและผังเมือง&nbsp;ร้อยตำรวจโทโกวิทย์&nbsp;รัชนียะ&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะยอ&nbsp;นายจารุวิทย์&nbsp;เสถียรรังสฤษดิ์&nbsp;วิศวกรโยธาชำนาญการพิเศษ&nbsp;วิทยากร&nbsp;ตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;บริษัทที่ปรึกษา&nbsp;และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วม&nbsp;ณ&nbsp;อาคารอเนกประสงค์&nbsp;โรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดโคกเปี้ยว&nbsp;ตำบลเกาะยอ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;และผ่านระบบ&nbsp;Video&nbsp;Conference</p><p><strong>นายวงศกร&nbsp;นุ่นชูคันธ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;พื้นที่บริเวณวัดโคกเปี้ยว&nbsp;ตำบลเกาะยอ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;มีลักษณะเป็นเกาะถูกล้อมรอบด้วยทะเลสาบสงขลาตอนล่าง&nbsp;เป็นพื้นที่ที่พบปัญหาการกัดเซาะเกิดจากกระแสน้ำในร่องน้ำรอบเกาะยอบริเวณวัดโคกเปี้ยว&nbsp;ลม&nbsp;และคลื่นในช่วงฤดูมรสุม&nbsp;ประกอบกับการสัญจรของเรือต่างๆ&nbsp;ทำให้เกิดการพัดพาของคลื่นเข้าสู่ตลิ่งส่งผลให้แนวตลิ่งบริเวณวัดได้รับความเสียหายจากการกัดเซาะ&nbsp;ซึ่งหากไม่มีการดำเนินการใดๆ&nbsp;เพื่อป้องกันตลิ่ง&nbsp;อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งปลูกสร้างของวัดโคกเปี้ยวได้</p><p><strong>องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะยอ&nbsp;ได้ขอรับการสนับสนุนงบประมาณ</strong>การก่อสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะตลิ่งและปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณวัดโคกเปี้ยว&nbsp;กรมโยธาธิการและผังเมืองได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว&nbsp;และได้ตระหนักถึงปัญหาการกัดเซาะและได้รับงบประมาณเพื่อดำเนินการออกแบบและศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเล&nbsp;&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;จึงได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;บริษัท&nbsp;แมคโครคอนซัลแตนส์&nbsp;จำกัด&nbsp;,&nbsp;บริษัท&nbsp;เอส&nbsp;ที&nbsp;เอส&nbsp;เอ็นจิเนียริ่ง&nbsp;คอนซัลแตนท์&nbsp;จำกัด&nbsp;และบริษัท&nbsp;ออโรร่า&nbsp;เทคโนโลยี&nbsp;&nbsp;แอนด์&nbsp;เอ็นจีเนียริ่ง&nbsp;คอนซัลแตนท์&nbsp;จำกัด&nbsp;ให้เป็นผู้ดำเนินการศึกษา&nbsp;เพื่อให้การดำเนินโครงการก่อให้เกิดผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมชุมชน&nbsp;สังคมและวัฒนธรรม&nbsp;อาชีพ&nbsp;ความปลอดภัย&nbsp;&nbsp;และวิถีชีวิตให้น้อยที่สุด&nbsp;จึงมีความจำเป็นต้องทำการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการสำรวจออกแบบรายละเอียด</p><p><strong>ซึ่งกรมโยธาธิการและผังเมืองได้ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชน</strong>&nbsp;โดยจะดำเนินการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและลดผลกระทบต่อประชาชน&nbsp;และให้ผู้มีส่วนได้เสียได้รับทราบถึงการดำเนินโครงการ&nbsp;ให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกัน&nbsp;และนำเสนอข้อมูลทางเลือกที่เหมาะสม&nbsp;แบบร่างและรายละเอียดของโครงสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะพื้นที่บริเวณวัดโคกเปี้ยว&nbsp;รวมถึงนำเสนอผลการศึกษาการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;มาตรการป้องกัน&nbsp;การแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;พร้อมรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่มีต่อโครงการ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ณิชารีย์&nbsp;หนูบุญ/ข่าว/ภาพ&nbsp;28&nbsp;เม.ย.&nbsp;2565</p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-28T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428114405438"],
    [497,"กรมปศุสัตว์แจ้งเตือน จีนพบไข้หวัดนกสายพันธุ์ H3N8 ในคนเป็นครั้งแรก","<p><strong>นายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;26&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติประกาศพบผู้ป่วยไข้หวัดนก&nbsp;H3N8&nbsp;ในมณฑลเหอหนาน&nbsp;ประเทศจีน&nbsp;เป็นเด็กชาย&nbsp;อายุ&nbsp;4&nbsp;ขวบ&nbsp;มีอาการมีไข้และมีอาการอื่นๆ&nbsp;โดยบ้านผู้ป่วยได้เลี้ยงไก่และกา&nbsp;อีกทั้งมีเป็ดป่าอยู่รอบๆ&nbsp;บ้าน&nbsp;ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของจีนได้ดำเนินการสังเกตอาการและสุ่มตัวอย่างจากการสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยและไม่พบความผิดปกติใดๆ&nbsp;ก่อนหน้านี้เคยมีการตรวจพบเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์&nbsp;H3N8&nbsp;ในม้า&nbsp;สุนัข&nbsp;นก&nbsp;และแมวน้ำ&nbsp;จากทั่วโลก&nbsp;แต่ยังไม่มีรายงานผู้ป่วย&nbsp;H3N8&nbsp;ในมนุษย์มาก่อน&nbsp;</p><p><strong>คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จากการประเมินเบื้องต้นระบุว่า&nbsp;เชื้อดังกล่าวมีความสามารถในการแพร่เชื้อสู่มนุษย์และความเสี่ยงของการแพร่ระบาดในวงกว้างอยู่ในระดับต่ำองค์การสุขภาพสัตว์โลก&nbsp;(OIE)&nbsp;รายงานพบการระบาดของโรคไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงสูง&nbsp;(HPAI)&nbsp;ในต่างประเทศทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ตั้งแต่เดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;ถึงปัจจุบัน&nbsp;พบว่ามีการระบาดมากถึง&nbsp;2,064&nbsp;จุด&nbsp;รวมถึงพบการระบาดของโรคไข้หวัดนกในประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ประเทศเวียดนาม&nbsp;ซึ่งพบสายพันธุ์&nbsp;H5N1&nbsp;และ&nbsp;H5N8&nbsp;เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา</p><p><strong>อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;</strong>อย่างไรก็ตามแม้ว่าประเทศไทยจะไม่พบรายงานการเกิดโรคไข้หวัดนกมาแล้วเป็นระยะเวลา&nbsp;14&nbsp;ปี&nbsp;แต่กรมปศุสัตว์ก็ยังคงเตรียมความพร้อมและป้องกันโรคไข้หวัดนกเข้าสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง&nbsp;พร้อมทั้งขอความร่วมมือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกสังเกตอาการสัตว์อย่างใกล้ชิด&nbsp;หากพบสัตว์ปีกป่วยตายผิดปกติ&nbsp;อย่านำสัตว์ปีกไปจำหน่ายจ่ายแจก&nbsp;หรือนำไปประกอบอาหารโดยเด็ดขาด&nbsp;ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอ&nbsp;อาสาปศุสัตว์&nbsp;อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านทันที&nbsp;เพื่อเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและดำเนินมาตรการ&nbsp;ควบคุมโรคทันที</p><p><br></p><p><br></p>","2022-04-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428171114664"],
    [498,"พาณิชย์แพร่แจ้งความคืบหน้าชดเชยส่วนต่างราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 64/65","<p><strong>นางอารีย์&nbsp;เหลืองหิรัญ&nbsp;พาณิชย์จังหวัดแพร่</strong>&nbsp;รายงานความคืบหน้าการชดเชยส่วนต่างราคาตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;ว่า&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแพร่&nbsp;ในฐานะเลขานุการคณะอนุกรรมการกำกับดูแลการดำเนินการบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ระดับจังหวัด&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;ได้แจ้งราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงและการขดเชยส่วนต่างราคาตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;งวดที่&nbsp;5&nbsp;และงวดที่&nbsp;6&nbsp;คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ได้ออกประกาศฯ&nbsp;กำหนดราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงและการชดเชยส่วนต่างราคาให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ประชาชน&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ</p><p><strong>โดยในงวดที่&nbsp;5&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;ใช้ในการชดเชยส่วนต่างตามโครงการฯ&nbsp;ที่ระบุวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวตั้งแต่วันที่&nbsp;20&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ความชื้นไม่เกินร้อยละ&nbsp;14.59&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;10.60&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งราคาอ้างอิงดังกล่าวสูงกว่าราคาเป้าหมายที่กิโลกรัมละ&nbsp;8.50&nbsp;บาท&nbsp;จึงไม่มีการจ่ายเงินส่วนต่างให้เกษตรกร&nbsp;ส่วนงวดที่&nbsp;6&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;20&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ใช้ในการชดเชยส่วนต่างตามโครงการฯ&nbsp;ที่ระบุวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวตั้งแต่วันที่&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ความชื้นไม่เกินร้อยละ&nbsp;14.5&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;11.56&nbsp;บาท&nbsp;โดยราคาอ้างอิงดังกล่าวสูงกว่าราคาเป้าหมายที่กิโลกรัมละ&nbsp;8.50&nbsp;บาท&nbsp;จึงไม่มีการจ่ายเงินส่วนต่างให้เกษตรกร&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-28T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สวท.แพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428120832454"],
    [499,"มอบรถยนต์เพื่อการเกษตรและยางห้ามล้อที่ผลิตจากยางพารา","<p><strong>พิธีมอบรถยนต์เพื่อการเกษตรแก่สถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง</strong>และยางห้ามล้อที่ผิตจากยางพาราแกหน่วยงานราชการในจังหวัดพัทลุง</p><p><strong>วันที่&nbsp;28&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;08.49&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;การยางแห่งประเทศไทยจังหวัดพัทลุง</strong>&nbsp;โดยมี&nbsp;นายนริศ&nbsp;ขำนุรักษ์&nbsp;ประธานที่ปรึกษา&nbsp;กมธ.&nbsp;เกษตรและสหกรณ์&nbsp;นางสุพัชรี&nbsp;ธรรมเพชร&nbsp;ผู้ช่วยเลขารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;นายสุขทัศน์&nbsp;ต่างวิริยกุล&nbsp;รองผู้ว่าการด้สนปฏิบัติการการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;นายณรงศักดิ์&nbsp;ใจสมุทร&nbsp;ผอ.กยท.เขตภาคใต้ตอนกลาง&nbsp;และแขกผู้มีเกียรติ&nbsp;เข้าร่วมพิธี</p><p><strong>ในช่วงเช้าจัดพิธีบวงสรวงสักการะอนุสาวรีย์พระยารัษฎานุประดิษฐ์&nbsp;มหิศรภักดี&nbsp;</strong>(คอซิมบี้&nbsp;ณ&nbsp;ระนอง)&nbsp;บิดาแห่งยางพาราไทย&nbsp;เพื่อความเป็นศิริมงคล&nbsp;ต่อไปได้มอบยางห้ามล้อที่พัฒนาขึ้นจากยางพาราและมอบรถยนต์บรรทุก&nbsp;ซึ่งได้รับการอุดหนุนจากกองทุนพัฒนายางพารา&nbsp;เพื่อส่งเสริมสนับสนุนเกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;สถาบันเกษตรกรชาวสวนยางและผู้ประกอบการกิจการยาง&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;49(3)&nbsp;หมวดเงินอุดหนุน&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่เกษตรกรชาวสวนยางและสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;เพื่อดำเนินโครงการส่งเสริมและพัฒนาการใช้ยางพาราภายในประเทศไทย</p><p><strong>สำหรับการรับมอบรถยนต์บรรทุกเพื่อการเกษตรแก่สถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง</strong>&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;สถาบัน&nbsp;ได้แก่สหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านลำสินธุ์&nbsp;จำกัด&nbsp;และกลุ่มเกษตรกรทำสวน&nbsp;กยท.บ้านชข่างทอง&nbsp;เพื่อส่งเสริมสนับสนุนและปรับปรุงคุณภาพผลผลิต&nbsp;การแปรรูป&nbsp;การอุตสาหกรรม&nbsp;การตลอด&nbsp;และการประกอบธุรกิจ&nbsp;เพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;การยางแห่งประเทศไทยจังหวัดพัทลุง&nbsp;</strong>ยังได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยทักษิณ&nbsp;วิทยาเขตพัทลุง&nbsp;ออกแบบและผลิตยางห้ามล้อที่พัฒนาขึ้นจากยางพารา&nbsp;ซึ่งใช้ยางพาราจากเกษตรกรโดยการรวบรวมของสหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านบางหล่อ&nbsp;จำกัด&nbsp;ตำบลเกาะเต่า&nbsp;อำเภอป่าพะยอมจังหวัดพัทลุง&nbsp;และให้ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยียางเพื่อชุมชน&nbsp;คณะวิศวกรรมศาสตร์&nbsp;มหาวิทยาลัยทักษิณ&nbsp;วิทยาเขตพัทลุง&nbsp;ออกแบบสูตรและผลิตเป็นยางห้ามล้อเพื่อมอบให้แก่ส่วนราชการในจังหวัดพัทลุง&nbsp;ตามโครงการส่งเสริมและพัฒนาการใช้ยางพาราภายในประเทศ&nbsp;ซึ่งสามารถผลิตยางห้ามล้อได้จำนวน&nbsp;300&nbsp;ชุด&nbsp;โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการใช้ยางภายในประเทศ&nbsp;สร้างมูลค่าเพิ่มแก่ยางพารา&nbsp;นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมขององค์กร&nbsp;หรือ&nbsp;Corporate&nbsp;Social&nbsp;Responsibility&nbsp;(CSR)</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง&nbsp;074612404</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-28T00:00:00","ภาคใต้","พัทลุง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428132530479"],
    [500,"จังหวัดลำปาง หลายภาคส่วนร่วมสนับสนุนเครื่องเติมอากาศพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อพลิกฟื้นแม่น้ำวังให้สะอาดสวยงาม ตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว","<p><strong>วันที่&nbsp;28&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;</strong>ในการประชุมคณะกรมการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;ณ&nbsp;อาคารหอประชุมจังหวัดลำปาง&nbsp;โดยหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;รัฐวิสาหกิจ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;และประชาชน&nbsp;ร่วมสนับสนุนเครื่องเติมอากาศพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับการเติมอากาศให้กับแม่น้ำวัง&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสิธิชัย&nbsp;จินดาหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;เป็นผู้รับมอบ&nbsp;ซึ่งสอดรับข้อสั่งการจากกระทรวงมหาดไทย&nbsp;ที่ให้ทุกจังหวัดดำเนินการตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;ในการฟื้นฟูแหล่งน้ำตามธรรมชาติ&nbsp;แม่น้ำ&nbsp;คูคลอง&nbsp;หนอง&nbsp;บึง&nbsp;ให้สะอาดสวยงาม&nbsp;พร้อมทั้งเสนอชื่อแหล่งน้ำที่จะดำเนินการฟื้นฟู&nbsp;เพื่อเป็นต้นแบบของการพัฒนาแหล่งน้ำในแต่ละจังหวัด&nbsp;โดยจังหวัดลำปางได้ดำเนินการพื้นที่ลุ่มน้ำวัง&nbsp;เหนือเขื่อนยาง&nbsp;ระยะทาง&nbsp;6&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;(สะพานเสตุวารีถึงฝายยางเฉลิมพระเกียรติ)</p><p><strong>จังหวัดลำปาง&nbsp;มีแผนงานการพัฒนา&nbsp;ฟื้นฟู&nbsp;และแก้ไขปัญหาแม่น้ำวัง&nbsp;3&nbsp;ระยะ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;</strong>ระยะเร่งด่วน&nbsp;เช่น&nbsp;การขุดลอกจอก&nbsp;แหน&nbsp;วัชพืชบก&nbsp;วัชพืชน้ำ&nbsp;หรือเศษขยะที่อยู่ในแม่น้ำ,&nbsp;ใช้จุลินทรีย์ในการบำบัดน้ำเสีย,&nbsp;การรักษาระดับแม่น้ำวัง,&nbsp;ต่อลมหายใจแม่น้ำวังโดยใช้เครื่องพ่นน้ำ,&nbsp;การบำบัดน้ำเสียปลายท่อแม่น้ำวัง&nbsp;รวมไปถึงการจัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาบำเพ็ญประโยชน์ในแม่น้ำคูคลอง&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ระยะพัฒนา&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การควบคุมปริมาณและรักษาระดับน้ำ&nbsp;(ฝายชะลอน้ำ,&nbsp;ประตูระบายน้ำ,แก้มลิงแม่น้ำวัง)&nbsp;ปรับภูมิทัศน์และรักษาเอกลักษณ์&nbsp;(เส้นทางจักรยาน,&nbsp;สวนสาธารณะริมเขื่อนยาง,พัฒนาพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำ)&nbsp;เติมลมหายใจให้แม่น้ำวัง&nbsp;(ระบบเติมอากาศให้แม่น้ำวัง)&nbsp;เป้าหมาย&nbsp;30&nbsp;เครื่อง&nbsp;และระบบรวบรวมน้ำเสีย&nbsp;เป็นต้น&nbsp;และระยะยาวสู่ความยั่งยืน&nbsp;ในการวางระบบเฝ้าระวัง&nbsp;สร้างการมีส่วนร่วมชุมชน&nbsp;ในการร่วมป้องกันและแก้ไขปัญหาสภาพและคุณภาพน้ำแม่น้ำวัง&nbsp;ที่มีคุณภาพน้ำที่เสื่อมโทรมให้กลับมามีชีวิตและสวยงามอีกครั้ง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-28T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428140903515"],
    [501,"ก.ทรัพย์ เร่งผลักดันผู้ประกอบการในธุรกิจรับซื้อทองแดงหรือรับซื้อวัสดุมีค่าทั่วประเทศจริงจังไม่รับซื้อวัสดุมีค่าจากการเผาซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์","<p><strong>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เร่งผลักดันผู้ประกอบการในธุรกิจรับซื้อทองแดงหรือรับซื้อวัสดุมีค่าทั่วประเทศจริงจังไม่รับซื้อวัสดุมีค่าจากการเผาซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์&nbsp;เพื่อตัดวงจรการเผาที่ก่อมลพิษในประเทศ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;และและภาคีเครือข่าย&nbsp;ทั้งภาคราชการ&nbsp;สมาคมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;สมาคมและองค์กรเอกชน&nbsp;และผู้ประกอบการในธุรกิจรับซื้อทองแดงหรือรับซื้อวัสดุมีค่าทั่วประเทศ&nbsp;118&nbsp;แห่ง&nbsp;ร่วมกันลงนามบันทึกความร่วมมือ&nbsp;การไม่รับซื้อวัสดุมีค่าจากการเผาซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์&nbsp;เพื่อนำมาสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆที่มีมูลค่าสูง&nbsp;เช่น&nbsp;ทองแดงที่ผ่านกระบวนการรีไซเคิลหรือหลอมนำกลับไปเป็นวัตถุดิบการผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้า&nbsp;ธุรกิจก่อสร้าง&nbsp;เครื่องจักร&nbsp;และยานยนต์&nbsp;แต่วิธีการให้ได้มาซึ่งวัสดุมีค่าต้องเป็นวิธีการที่ถูกต้องด้วย&nbsp;ดังนั้น&nbsp;แหล่งชุมชนหรือสถานที่ถอดแยกต้องคัดแยกอย่างถูกต้อง&nbsp;โดยไม่เผาวัสดุและต้องส่งขายไปยังศูนย์รับซื้อหรือโรงงานรีไซเคิลที่ถูกต้อง&nbsp;และต้องส่งเศษซากหรือวัสดุที่ไม่มีค่าไปกำจัดอย่างถูกต้องด้วย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หลายพื้นที่พบมีการเผาและจัดการเศษขยะไม่ถูกต้อง&nbsp;และการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ลักลอบกระทำความผิดยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร&nbsp;จึงเห็นว่าหากผู้ประกอบการยินดีร่วมมือไม่รับซื้อวัสดุมีค่าที่มาจากการเผาเริ่มจากผลิตภัณฑ์ทองแดงที่มาจากการเผาสายไฟ&nbsp;จะเป็นการตัดวงจรการเผาดีที่สุดและเป็นการใช้ความร่วมมือแทนการบังคับใช้กฎหมาย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมาประเทศไทยมีปริมาณซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เกิดขึ้นประมาณ&nbsp;435,000&nbsp;ตัน&nbsp;ถูกเก็บรวบรวมไปกำจัดอย่างถูกต้องเพียง&nbsp;70&nbsp;ตันเท่านั้น&nbsp;ซึ่งซากผลิตภัณฑ์ฯที่มีค่าส่วนใหญ่จะถูกขายให้ซาเล้ง&nbsp;รถเร่&nbsp;หรือร้านรับซื้อของเก่า&nbsp;ส่วนซากผลิตภัณฑ์ฯที่ไม่มีค่าจะถูกทิ้งรวมกับขยะชุมชนทั่วไป&nbsp;</p>","2022-04-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428143933542"],
    [502,"เกษตรย่านตาขาว ร่วมกับเกษตรตรัง ลงพื้นที่ส่งมอบพร้อมให้คำแนะนำการใช้ถุงห่อทุเรียน Magik Growth เพื่อป้องกันหนอนเจาะผลทุเรียน เพลี้ยแป้ง และราดำ ของ Young Smart Farmer ตำบลโพรงจระเข้","<p><strong>วันนี้&nbsp;(&nbsp;28&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;)&nbsp;นายนนท์นภนต์&nbsp;นาพอ</strong>&nbsp;เกษตรอำเภอย่านตาขาว&nbsp;มอบหมายให้นางแพรวพรรณ&nbsp;ทองพิทักษ์&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่กลุ่มอารักขาพืช&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;ลงพื้นที่ส่งมอบถุงห่อทุเรียน&nbsp;Magik&nbsp;Growth&nbsp;เพื่อควบคุมหนอนเจาะผลทุเรียน&nbsp;เพลี้ยแป้ง&nbsp;และราดำ&nbsp;ของนายสุรเชษฐ&nbsp;เส็นฤทธิ์&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลโพรงจระเข้&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;พร้อมให้คำแนะนำการใช้ถุงห่อทุเรียน&nbsp;Magik&nbsp;Growth&nbsp;ดังนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>1.&nbsp;ควรห่อผลในช่วง&nbsp;50-60&nbsp;วัน&nbsp;หลังดอกบาน-หลังตัดแต่งไว้ผล&nbsp;รอบสุดท้าย-ขนาดผลสูงประมาณขวดโค้ก&nbsp;0.5&nbsp;ลิตร&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>2.&nbsp;ก่อนห่อผล-ฉีดล้างผลด้วยสารเคมี/สารชีวภัณฑ์ไล่แมลง&nbsp;ก่อนห่อ&nbsp;1-2&nbsp;วัน&nbsp;เพื่อล้างไข่&nbsp;หรือตัวอ่อนแมลงที่อาจเกาะอยู่ที่ผลทุเรียนออกก่อน-ควรไว้ลูกที่ห่อเป็นลูกเดี่ยว&nbsp;เวลาห่อแล้วไม่ติดกัน&nbsp;แมลงมักวางไข่ตามซอกมุม-ทำการป้องกันมดที่โคนต้นทุเรียน&nbsp;ไม่ให้มดสามารถพาไข่เพลี้ยแป้งขึ้นมาจากดินได้-ควรคัดลูกที่ทรงสวยสาหรับห่อ&nbsp;เนื่องจากหลังจากห่อ&nbsp;จะไม่สามารถปรับปรุง&nbsp;รูปทรงทุเรียนได้-แต่ละรุ่นทุเรียนที่ห่อ&nbsp;ควรมีรุ่นที่ไม่ห่อเปรียบเทียบ&nbsp;และทาเครื่องหมายบนถุงไว้&nbsp;เพื่อสะดวกในการสังเกต&nbsp;ช่วงที่สามารถตัดได้&nbsp;เนื่องจากคนตัด&nbsp;จะไม่สามารถดูจากสีหนามได้&nbsp;ต้องอาศัยการเคาะหรือ&nbsp;วัดปริมาณแป้ง&nbsp;เป็นหลัก&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>3.&nbsp;ก่อนเก็บผล-ถ้าต้องการผลสีเขียวเข้ม-น้าตาล&nbsp;ควรแกะถุงห่อก่อนตัด&nbsp;1&nbsp;อาทิตย์-ถ้าถอดถุงห่อวันที่ตัดผล&nbsp;จะได้ทุเรียนร่องหนามใส&nbsp;ผิวสะอาด&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;เหมาะกับการขายเป็นทุเรียนเกรดพรีเมี่ยม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>4.&nbsp;วันตัดผล-ควรตัดผลเมื่อ&nbsp;%แป้ง&nbsp;มากกว่า&nbsp;32%-ควรถอดถุงห่อออกและปล่อยลงมาก่อน&nbsp;เทเศษเปลือกทุเรียนออกและพับเก็บ&nbsp;ในกรณีที่มีคราบสกปรก&nbsp;สามารถนาไปซักหรือแช่น้ายาฆ่าเชื้อโรคอ่อนๆได้&nbsp;ตากให้แห้งและเก็บสาหรับใช้ในฤดูกาลถัดไป&nbsp;</p><p><strong>ซึ่ง&nbsp;YSF&nbsp;เริ่มห่อผลทุเรียนด้วยถุงพลาสติก</strong>&nbsp;ขณะที่ผลทุเรียนอายุประมาณ&nbsp;20&nbsp;วันหลังดอกบาน&nbsp;หรือระยะติดผลเล็ก&nbsp;(ผลทุเรียนขนาดไข่กระทา)&nbsp;โดยใช้ถุงพลาสติกขนาด&nbsp;6x14&nbsp;นิ้ว&nbsp;เนื่องจากมีหนอนเข้าทำลายในระยะดังกล่าว&nbsp;และในช่วงประมาณ&nbsp;50-50&nbsp;วันหลังดอกบาน&nbsp;จะทำการคัดเลือกผลทุเรียนที่สมบูรณ์&nbsp;และห่อด้วยถุงห่อทุเรียน&nbsp;Magik&nbsp;Growth&nbsp;</p><p><strong>วิธีการห่อผลทุเรียนดังกล่าว&nbsp;YSF&nbsp;มีความมั่นใจว่าสามาร</strong>ถควบคุมหนอนเจาะผลได้ถึง&nbsp;95&nbsp;เปอร์เซนต์&nbsp;และเป็นวิธีการที่สามารถควบคุมหนอนเจาะผลทุเรียนได้ในขั้นตอนเดียว&nbsp;ผลผลิตปลอดสารเคมี&nbsp;100&nbsp;เปอร์เซนต์&nbsp;ผลผลิตจากสวนจำหน่ายให้แก่เพื่อนบ้านบริเวณใกล้เคียง&nbsp;และต่างจังหวัด&nbsp;ในราคากิโลกรัมละ&nbsp;150&nbsp;บาท&nbsp;สามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรเฉลี่ยปีละประมาณ&nbsp;18,000&nbsp;บาท/ต้น&nbsp;(สนใจสามารถติดต่อสั่งจองทุเรียนหมอนทองไร้สารเคมีได้ที่&nbsp;คุณสุรเชษฐ&nbsp;เส็นฤทธิ์&nbsp;โทร&nbsp;086-0455116)&nbsp;</p><p><strong>ถุงห่อทุเรียน&nbsp;Magik&nbsp;Growth&nbsp;&nbsp;เป็นนวัตกรรมถุงห่อผลไม้นอนวูฟเวน</strong>&nbsp;มีสมบัติให้น้ำและอากาศผ่านเข้าออกได้โดยง่าย&nbsp;รวมถึงมีสมบัติการคัดเลือกช่วงแสงที่เหมาะสมกับเซลล์รับแสงที่ผิวผลไม้&nbsp;เมื่อนำไปห่อทุเรียนสามารถป้องกันหนอนเจาะผลทุเรียน&nbsp;เพลี้ยแป้ง&nbsp;และราดำ&nbsp;ตลอดจนมีสีของเปลือกที่สวยเป็นสีเขียวแกมเหลือง&nbsp;ซึ่งเป็นธรรมชาติของสีผิวของผลไม้ที่ห่อถุง&nbsp;เปลือกสวย&nbsp;ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก&nbsp;ดร.ณัฐภพ&nbsp;สุวรรณเมฆ&nbsp;นักวิจัยทีมวิจัยสิ่งทอ&nbsp;กลุ่มวิจัยเทคโนโลยีโพลิเมอร์ขั้นสูง&nbsp;ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ&nbsp;(เอ็มเทค)&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ&nbsp;(สวทช.)&nbsp;ร่วมกับศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืชจังหวัดสงขลา&nbsp;และเจ้าหน้าที่กลุ่มอารักขาพืช&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-28T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428160103588"],
    [503,"จังหวัดตรัง   ขับเคลื่อนงานอนุรักษ์พันธุกรรมพืช (ทุเรียนพื้นบ้าน) เพื่อบูรณาการงานอนุรักษ์พันธุกรรมพืชตามพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี","<p><strong>วันนี้&nbsp;(28&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;)&nbsp;นายวสันต์&nbsp;สุขสุวรรณ&nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;มอบหมายให้นางกันยารัตน์&nbsp;ก้านจันทร์&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;เข้าร่วมให้ข้อมูลและแนวทางการพัฒนาพันธุ์ทุเรียนพื้นบ้านเพื่อบูรณาการงานอนุรักษ์พันธุกรรมพืชตามพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;เพื่อคัดเลือกทุเรียนพื้นบ้านที่มีลักษณะดีเด่น&nbsp;ร่วมกับศูนย์วิจัยพืชสวนตรัง&nbsp;ณ&nbsp;บ้านนายเกษม&nbsp;ทองรอด&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลนาชุมเห็ด&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเกษตรอำเภอย่านตาขาว&nbsp;เข้าร่วมให้ข้อมูลและกำหนดแนวทางพัฒนาร่วมกัน&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;แนวทางการพัฒนาที่มาจากการกำหนดเป้าหมายร่วมกัน</strong>ที่ต้องการดำเนินการในปี&nbsp;2565&nbsp;คือ&nbsp;การคัดเลือกสายพันธุ์ดีและพัฒนาชุมชนต้นแบบทุเรียนพื้นบ้าน&nbsp;เบื้องต้น&nbsp;โดยเกษตรกรในพื้นที่ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลวางแผนลงสำรวจและรวบรวมทุเรียนพื้นบ้านสายพันธุ์ดีตามคำบอกเล่า&nbsp;เพื่อนำผลทุเรียนมาพิจารณาและคัดเลือกสายพันธุ์จากการพิจารณาเนื้อผลและรสชาติอีกครั้งในช่วงทุเรียนสุกหล่น&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-28T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428160215589"],
    [504,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้น ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคเหนือของไทย","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้น&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคเหนือของไทย&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(27&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;244&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;107&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;59&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;45&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;20&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;11&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;เชียงราย&nbsp;52&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;น่าน&nbsp;33&nbsp;จุด&nbsp;และแม่ฮ่องสอน&nbsp;27&nbsp;จุด&nbsp;สอดคล้องกับการประเมินพื้นที่เสี่ยงสูงเกิดไฟป่าล่วงหน้า&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;25&nbsp;เมษายน&nbsp;ถึง&nbsp;1&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;โดยจุดความร้อนที่กระจายตัวเพิ่มขึ้นในภาคเหนือ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;27&nbsp;เมษายน&nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;15,280&nbsp;จุด&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;13,342&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;9,656&nbsp;จุด&nbsp;ภาพรวมปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;หลายจังหวัดในภาคเหนือพบอยู่ที่ระดับปานกลาง&nbsp;(สีเหลือง)&nbsp;ถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;(สีส้ม)&nbsp;โดยเฉพาะเชียงราย&nbsp;น่าน&nbsp;และแม่ฮ่องสอน&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณอากาศอยู่ในระดับดีมากถึงปานกลาง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดใน&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;4,268&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นเมียนมา&nbsp;2,644&nbsp;จุด&nbsp;และเวียดนาม&nbsp;439&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณชายแดนภาคเหนือ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;</p>","2022-04-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428155217583"],
    [505,"สำนักงานเกษตรอำเภอรัษฎา   จังหวัดตรัง ลงพื้นที่ปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร เพื่อให้ข้อมูลมีความครบถ้วน เป็นปัจจุบันทำให้เกิดประโยชน์ต่อเกษตรกร","<p><strong>วันนี้(&nbsp;28&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;)&nbsp;นางฉลวย&nbsp;เวียนคำ</strong>&nbsp;เกษตรอำเภอรัษฎา&nbsp;&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอรัษฎา&nbsp;ร่วมกับผู้นำชุมชน&nbsp;และอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&nbsp;(นายปราโมทย์&nbsp;ไชยมณี)&nbsp;ลงพื้นที่ปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรให้กับเกษตรกรในพื้นที่หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;และหมู่ที่&nbsp;15&nbsp;ตำบลควนเมา&nbsp;ณ&nbsp;ศาลาอเนกประสงค์&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลควนเมา&nbsp;อำเภอรัษฎา&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;และกำหนดลงพื้นที่ครั้งถัดไปในวันพฤหัสบดีที่&nbsp;12&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อให้บริการเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4,&nbsp;10&nbsp;และ&nbsp;11&nbsp;ตำบลควนเมา&nbsp;ณ&nbsp;ศาลาอเนกประสงค์&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลควนเมา&nbsp;อำเภอรัษฎา&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การแจ้งขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรเป็นประจำทุกปี</strong>&nbsp;ข้อมูลจะมีความครบถ้วน&nbsp;เป็นปัจจุบันทำให้เกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรเป็นอย่างยิ่ง&nbsp;เนื่องจากทำให้ภาครัฐ&nbsp;สามารถวางแผนการผลิต&nbsp;การตลาด&nbsp;ส่งเสริมสนับสนุนเกษตรกรได้อย่างถูกต้องเหมาะสมและจัดทำโครงการมาตรการต่างๆ&nbsp;เพื่อให้ความช่วยเหลือเกษตรกรได้อีกด้วย&nbsp;ดังจะเห็นได้จากการที่หน่วยงานภาครัฐเชื่อมโยงข้อมูลทะเบียนเกษตรกรไปใช้เป็นข้อมูลประกอบโครงการและมาตรการเพื่อให้การสนับสนุน&nbsp;และช่วยเหลือเกษตรกรเป็นจำนวนมาก&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-28T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428160304591"],
    [506,"จังหวัดพังงา เปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร","<p><strong>นายเถลิงศักดิ์&nbsp;นุชประหาร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&nbsp;ฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;เพื่อให้บริการแก่พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ตำบลบางนายสี&nbsp;อำเภอตะกั่วป่า&nbsp;ในการแก้ไขปัญหาการผลิตด้านการเกษตรสอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกรในพื้นที่ให้ได้รับการบริการทางการเกษตรอย่างรวดเร็ว&nbsp;ทั่วถึง&nbsp;และครบถ้วน&nbsp;ให้เกษตรกรสามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน&nbsp;โดยมีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ให้คำแนะนำ</p><p><strong>กิจกรรมภายในงานมีการให้บริการทางด้านการเกษตร</strong>&nbsp;เช่น&nbsp;คลินิกดิน&nbsp;คลินิกสัตว์&nbsp;คลินิกพืช&nbsp;คลินิกประมง&nbsp;คลินิกชลประทาน&nbsp;คลินิกสหกรณ์&nbsp;คลินิกบัญชี&nbsp;คลินิกกฎหมาย&nbsp;และคลินิกเสริมจากหน่วยงานภาคีเครือข่าย&nbsp;การจำหน่ายสินค้าเกษตรจากกลุ่มเกษตรกร&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&nbsp;และเกษตรกรรุ่นใหม่&nbsp;(YSF)&nbsp;ซึ่งมีเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงให้ความสนใจร่วมงานจำนวนมาก</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-28T00:00:00","ภาคใต้","พังงา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428161011595"],
    [507,"เกษตรจังหวัดพังงา จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ไตรมาส 3 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ที่ศาลาอเนกประสงค์เทศบาลตำบลบางนายสี","<p><strong>เกษตรจังหวัดพังงา&nbsp;จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่</strong>ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&nbsp;ฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ไตรมาส&nbsp;3&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ที่ศาลาอเนกประสงค์เทศบาลตำบลบางนายสี&nbsp;อำเภอตะกั่วป่า&nbsp;จังหวัดพังงา&nbsp;โดยมีนายเถลิงศักดิ์&nbsp;นุชประหาร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิด&nbsp;ฯ</p><p><strong>นายณรงค์&nbsp;แก้วพิพัฒน์&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมเกษตรชำนาญชำนาญการพิเศษ</strong>&nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรจังหวัดพังงา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการแก่เกษตรกรในการแก้ไขปัญหาการผลิตด้านการเกษตรได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;อย่างทั่วถึงและสอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร&nbsp;ซึ่งมีการบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานวิชาการ&nbsp;หน่วยงานส่งเสริมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมพัฒนาฟื้นฟูเกษตรกร&nbsp;ให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน&nbsp;โดยเป็นการปฏิบัติงานในเชิงรุก&nbsp;ที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหาให้ได้รับบริการทางการเกษตร&nbsp;รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและฝึกอบรมความรู้การเกษตรเพิ่มเติมควบคู่กันไปด้วย&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ภายในงานมีกิจกรรม&nbsp;เช่น&nbsp;</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คลินิกพืช&nbsp;บริการให้ความรู้เกี่ยวกับการปลูกพืช&nbsp;โรคทางพืชต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ศัตรูพืช&nbsp;ศัตรูธรรมชาติ&nbsp;ฯลฯ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คลินิกปศุสัตว์&nbsp;บริการทำหมันสุนัขและแมว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คลินิกประมง&nbsp;บริการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำ&nbsp;แจกพันธ์ปลากินพืช&nbsp;ฯลฯ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คลินิกกฎหมาย&nbsp;บริการให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมาย&nbsp;ที่ดิน&nbsp;สปก.</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คลินิกบัญชี&nbsp;บริการให้คำปรึกษาการทำบัญชีครัวเรือน&nbsp;บัญชีรายรับ-จ่าย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คลินิกชลประทาน&nbsp;บริการให้คำปรึกษาการใช้น้ำของเกษตรกร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คลินิกให้คำปรึกษาทางด้านสุขภาพจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบางนายสี&nbsp;บริการตรวจหาสารพิษในกระแสเลือด</p><p><strong>การจำหน่ายสินค้าจากกลุ่มเกษตรกร&nbsp;YSF&nbsp;</strong>กลุ่มวิสาหกิจชุมชนและกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&nbsp;แจกฟรีพันธุ์ปลาน้ำจืด&nbsp;สารชีวิภัณฑ์&nbsp;จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง&nbsp;มวนพิฆาต&nbsp;แหนแดง&nbsp;ปุ๋ยยางพารา&nbsp;ต้นผักเหมียง&nbsp;ต้นมะเขือ&nbsp;ต้นถั่วฝักยาว&nbsp;ต้นหมาก&nbsp;เป็นต้น</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-28T00:00:00","ภาคใต้","พังงา","สวท.ตะกั่วป่า จ.พังงา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428163354615"],
    [508,"เทศบาลนครตรัง ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินการพัฒนาแก้ไขปัญหาน้ำขัง ทำให้เน่าเสียและส่งกลิ่นเหม็นรบกวนประชาชนในพื้นที่","<p><strong>วันนี้(&nbsp;28&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;)&nbsp;ดร.สัญญา&nbsp;ศรีวิเชียร</strong>&nbsp;นายกเทศมนตรีนครตรัง&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายถนอมพงศ์&nbsp;หลีกภัย&nbsp;รองนายกเทศมนตรีนครตรัง&nbsp;และ&nbsp;เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่ถนนห้วยยอด&nbsp;ซอย&nbsp;9&nbsp;ติดตามการดำเนินการพัฒนาแก้ไขปัญหาน้ำขัง&nbsp;ทำให้เน่าเสียและส่งกลิ่นเหม็นรบกวนประชาชนในพื้นที่&nbsp;</p><p><strong>เทศบาลนครตรัง&nbsp;ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักช่าง</strong>&nbsp;ดำเนินการขุดร่องและขยายทางระบายน้ำ&nbsp;เพื่อให้น้ำที่ขังสามารถระบายได้&nbsp;โดยขอความอนุเคราะห์ที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำขังดังกล่าว&nbsp;ทั้งนี้เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในเบื้องต้น&nbsp;พร้อมกันนี้&nbsp;ยังได้ดำเนินการเสริมผิวจราจรเพื่อให้มีช่องทางรถในการสัญจรของพี่น้องประชาชนให้ได้รับความสะดวกยิ่งขึ้น&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งการดำเนินงานฯ&nbsp;จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน</strong>&nbsp;โดยในอนาคต&nbsp;เทศบาลนครตรัง&nbsp;จะร่วมกันหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาในระยะยาว&nbsp;ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการศึกษาออกแบบ&nbsp;เพื่อนำน้ำไปสู่บ่อบำบัดน้ำเสียต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-28T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428162830609"],
    [509,"ผู้ประกอบการโรงงานคัดแยกขยะเพื่อรีไซเคิล เห็นด้วยกับมาตรการไม่รับซื้อวัสดุมีค่าจากการเผาซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของภาครัฐ พร้อมอยากให้ส่งเสริมการจัดการขยะที่เป็นระบบและลดขั้นตอนที่ยุ่งยากลง","<p><strong>ผู้ประกอบการโรงงานคัดแยกขยะเพื่อรีไซเคิล&nbsp;เห็นด้วยกับมาตรการไม่รับซื้อวัสดุมีค่าจากการเผาซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของภาครัฐ&nbsp;พร้อมอยากให้ส่งเสริมการจัดการขยะที่เป็นระบบและลดขั้นตอนที่ยุ่งยากลง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสมไทย&nbsp;วงษ์เจริญ&nbsp;ประธานบริหารกลุ่มวงษ์พาณิชย์&nbsp;กรุ๊ป&nbsp;ในฐานะผู้ประกอบการโรงงานคัดแยกขยะเพื่อรีไซเคิล&nbsp;กล่าวถึงมาตรการไม่รับซื้อวัสดุมีค่าจากการเผาซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของภาครัฐว่า&nbsp;เห็นด้วยกับภาครัฐในเรื่องนี้และจะเกิดประโยชน์มากขึ้น&nbsp;เพราะการเผาสายไฟก่อให้เกิดมลพิษที่เป็นสารก่อมะเร็ง&nbsp;ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมจากนี้จะเร่งทำความเข้าใจและติดป้ายหยุดรับซื้อทองแดงจากการเผา&nbsp;พร้อมติดป้ายประกาศไม่รับซื้อทองแดงผิดกฎหมายจากการลักทรัพย์&nbsp;โดยมีสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคดำเนินการตรวจสอบกิจการคู่ขนานกันไป&nbsp;ส่วนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้เริ่มออกเทศบัญญัติห้ามเผาขยะอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;แต่มีอุปสรรคสำคัญเกี่ยวกับการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;คือ&nbsp;กลไกและมาตรการของภาครัฐ&nbsp;โครงสร้างภาษีที่ไม่เอื้อต่อการประกอบกิจการร้านขายของเก่า&nbsp;โรงงานรีไซเคิล&nbsp;และกฎหมายผังเมืองที่ไม่อนุญาตให้ตั้งโรงงานรีไซเคิลในเมือง&nbsp;ซึ่งล้าสมัย&nbsp;และไม่เอื้ออำนวยต่อการรวบรวมจัดส่งขยะอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;หากภาครัฐส่งเสริมภาคเอกชนดำเนินการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างเต็มที่ในอนาคตประเทศไทยจะไม่มีมลพิษ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับกลุ่มวงษ์พาณิชย์&nbsp;มีเครือข่ายทั่วประเทศไทย&nbsp;2,222&nbsp;ราย&nbsp;ที่ผ่านมาสามารถรีไซเคิลได้&nbsp;2.5&nbsp;ล้านตันต่อปี&nbsp;ถือเป็นตลาดใหญ่ที่ประกาศเจตนารมณ์ชัดเจนหยุดรับซื้อ&nbsp;โดยได้ทำมาก่อนหน้าที่แล้วมีปริมาณการรับซื้ออยู่ที่&nbsp;3,000&nbsp;ตันต่อปี&nbsp;รวมเป็นมูลค่ากว่า&nbsp;1,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ประกาศหยุดซื้อทองแดงเผาแต่ไม่กระทบการดำเนินงาน&nbsp;เพราะยังมีการถอดแยกซากอย่างถูกต้อง&nbsp;ซึ่งคุณภาพและราคารับซื้อดีกว่าทองแดงจากการเผาด้วยอยู่ที่กิโลกรัมละ&nbsp;310&nbsp;บาทฃ</p>","2022-04-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428163743617"],
    [510,"ต้นทุนหมูแพงเพราะเหตุ 4 เด้ง ขอผู้บริโภคโปรดเข้าใจ","<p class=\"ql-align-justify\">เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2565 คณะอนุกรรมการต้นทุน Pig Board รายงานต้นทุนการผลิตสุกรขุน 98.81 บาทต่อกิโลกรัม นับว่าเป็นต้นทุนการผลิตสุกรขุนที่สูงเป็นประวัติการณ์เรียกได้ว่าฟาร์มต้องกุมขมับ เพราะราคาสุกรขุนหน้าฟาร์มมีชีวิตตามประกาศของสมาคมฯ คือ 96-98 บาท/กิโลกรัม ซื้อขายจริงในบางพื้นที่ทะลุ 100 บาท/กิโลกรัมเป็นที่เรียบร้อย</p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p class=\"ql-align-justify\"><strong>คำถามคือที่มาของตัวเลขต้นทุนที่สูงปรี๊ดขณะนี้มาจากอะไรบ้าง &nbsp;</strong></p><p class=\"ql-align-justify\">สาเหตุที่ตัวเลขต้นทุนการผลิตสุกรสูงในขณะนี้เกิดจากสถานการณ์ 4 เด้ง</p><p class=\"ql-align-justify\">เด้งแรก ผลพวงของการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกันในสุกรหรือ ASF ปริมาณแม่พันธุ์ยังไม่เพียงพอ ทำให้อัตรากำลังการผลิตสุกรน้อยกว่าปีก่อน ผลผลิตสุกรเข้าสู่ตลาดลดลงราคาย่อมต้องปรับตัวเพิ่มขึ้นตามความต้องการที่มากกว่าอัตราการผลิตได้</p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p><p class=\"ql-align-justify\">เด้งที่ 2 ผลต่อเนื่องจากเด้งแรก คือต้นทุนลูกสุกร เนื้อหมูที่วางขายอยู่ในตลาดช่วงนี้ต้องย้อนไปเดือนมกราคม 2565 หากเราจำกันได้ เป็นช่วงที่ราคาเนื้อสุกรแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ ทำให้ราคาลูกสุกรก็แพงที่สุดเช่นกัน โดยราคาเฉลี่ยลูกสุกรเดือนมกราคม 3,650 บาท/ตัว ทำให้สัดส่วนต้นทุนลูกสุกรสูงถึง 40.65% ของต้นทุนการผลิตสุกรขุน </p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p><p class=\"ql-align-justify\">เด้งที่ 3 ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นจากสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งสองประเทศนี้เป็นแหล่งวัตถุดิบอาหารสัตว์สำคัญของโลก ผลพวงจากสถานการณ์นี้ทำให้ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ทุกชนิดปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งก่อนเกิดสงครามวัตถุดิบก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่แล้ว โดยตั้งแต่ต้นปี ในเวลาเพียง 3 เดือน ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพิ่มขึ้น 17.1% กากถั่วเหลืองเพิ่มขึ้น 13.6% ข้าวสาลีเพิ่มขึ้น 8.3% ปลาป่นเพิ่มขึ้น 19.3% (ภาพที่ 1) (อันที่จริงปรับขึ้นมาตั้งแต่ปี 2563 ด้วยซ้ำ) ถึงกับมีการแซวกันว่า ราคาวัตถุดิบขึ้นโหดเหมือนโกรธคนเลี้ยง</p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p><p class=\"ql-align-justify\">ในการขุนสุกรให้ได้น้ำหนักประมาณ 100 กิโลกรัม ต้องใช้อาหารสุกรประมาณ 248 กิโลกรัม คิดเป็นต้นทุนค่าอาหารไม่น้อยกว่า 4,000 บาท หรือประมาณ 45.09% ของต้นทุนทั้งหมด ซึ่งผู้เลี้ยงจำนวนไม่น้อยขยายเวลาเลี้ยงนานขึ้นจาก 100 กิโลกรัม เป็น 110  120 กิโลกรัม แน่นนอนต้นทุนอาหารก็เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว</p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p><p class=\"ql-align-justify\">เด้งที่ 4 สภาพอากาศที่ร้อน สุกรจะกินอาหารน้อยกว่าปกติ ทำให้โตช้า ฟาร์มต้องเลี้ยงนานขึ้น ทำให้ต้นทุนอาหารในช่วงหน้าร้อนสูงกว่าปกติ&nbsp;</p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p><p class=\"ql-align-justify\">หากถามว่าเด้งไหนที่รัฐพอจะบรรเทาปัญหาได้คือ เด้งที่ 2 การแก้ปัญหาราคาวัตถุดิบ โดยทางสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทยได้เสนอแนวทางแก้ไข 3 ข้อไปตั้งแต่เดือนมกราคม 2565 ได้แก่</p><p class=\"ql-align-justify\">1.&nbsp;ยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้ากากถั่วเหลือง 2% </p><p class=\"ql-align-justify\">2.&nbsp;ยกเลิกมาตรการควบคุมการนำเข้าข้าวสาลี 3 : 1 </p><p class=\"ql-align-justify\">3.&nbsp;เปิดให้นำเข้าข้าวโพดภายใต้กรอบ WTO, AFTA ยกเลิกโควต้า ภาษีและค่าธรรมเนียม ในปริมาณขาดแคลนชั่วคราว ในปี 2565&nbsp;</p><p><br></p><p class=\"ql-align-justify\">ข้อเสนอทั้ง 3 ได้รับการตอบสนองเพียงส่วนเดียว ซึ่งยังไม่มีข้อสรุปที่แน่นอน หรือเป็นที่ยอมรับของภาคปศุสัตว์และอาหารสัตว์ กล่าวคือการผ่อนปรนให้นำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ได้ตามกรอบ WTO &nbsp;ไม่เกิน 0.38 ล้านตัน ในช่วงเมษายน  กรกฎาคม 2565 ซึ่งขณะนี้กำลังจะหมดเดือนเมษายน แต่ก็ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ เป็นรูปธรรม อย่างไรก็ตาม การอนุญาตนำเข้าข้าวโพดอาจมีส่วนช่วยให้ผู้กักตุนข้าวโพดขณะนี้ยอมคายผลผลิตที่กักตุนไว้เก็งกำไรได้ </p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p><p class=\"ql-align-justify\">ข้อเท็จจริงอีกข้อคือ ราคาข้าวสาลีในขณะนี้สูงเทียบเท่าข้าวโพดแล้ว จึงไม่มีแรงจูงใจให้เกิดการนำเข้าข้าวสาลีมาเป็นวัตถุดิบทดแทนตามมาตรการควบคุมการนำเข้าข้าวสาลี 3:1 ส่วน ส่วนมาตรการยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้ากากถั่วเหลือง 2% ซึ่งจัดการได้ง่ายที่สุด และสามารถยกเลิกได้ทันที แต่มาตรการนี้ก็ถูกยื้อไว้นานที่สุด โดยที่ยังไม่มีการตอบสนองใดๆ &nbsp;</p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p><p class=\"ql-align-justify\">สำหรับมาตรการควบคุมการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้าน ควรต้องผ่อนปรนมากขึ้น หากรัฐไม่ต้องการซ้ำเติมปัญหาให้แก้ยากไปกว่านี้ เนื่องจากรัฐได้กำหนดนโยบายประกันรายได้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ 8.5 บาท/กิโลกรัม และรับซื้อเมล็ดถั่วเหลืองในประเทศ 19.75 บาท/กิโลกรัม เหล่านี้เป็นสิ่งที่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดและถั่วเหลืองได้รับการดูแลอยู่แล้ว จึงควรปล่อยให้กลไกตลาดทำงานอย่างเสรี </p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p><p class=\"ql-align-justify\">เนื่องจากสถานการณ์สงครามรัสเซียยูเครนยังคงยืดเยื้อ และกำลังการผลิตของผู้ผลิตถั่วเหลืองและข้าวโพดสำคัญ เช่น สหรัฐอเมริกา อาร์เจนตินา บราซิล น่าจะมีปัญหาในปีการผลิตปัจจุบันเนื่องจากต้นทุนน้ำมันและปุ๋ยแพง เหล่านี้จะทำให้ราคาต้นทุนการผลิตสุกรไม่น่าจะลดลงได้ &nbsp;นั่นหมายถึงราคาเนื้อสุกรคงต้องแพงขึ้นอีก นอกจากนี้ รัฐต้องเข้มงวดกวดขันการลักลอบนำเข้าเนื้อหมูเถื่อนอีกปัจจัยสำคัญที่จะเป็นตัวบ่อนทำลายเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูไทย ซึ่งจะกระทบไปยังเกษตรกรพืชไร่อีกหลายแสนรายด้วยอย่างแน่นอน</p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p><p class=\"ql-align-justify\">เมื่อรัฐไม่มีความสามารถแก้ปัญหาต้นทางจัดการต้นทุนวัตถุดิบได้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปล่อยให้กลไกตลาดทำหน้าที่ มิเช่นนั้นเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูที่เหลืออยู่ไม่ถึงแสนราย คงต้องเซย์กู้ดบายถาวรเพราะต้นทุนที่แบกรับกันอยู่ตอนนี้ แบกกันแอ่นจนหลังจะหักแล้ว สำหรับผู้บริโภคคงได้เพียงบริหารจัดการเงินในกระเป๋า ใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น เพราะการตรึงราคาสุกรหน้าฟาร์มคงไม่สามารถสั่งได้เหมือนในอดีต และในอีกไม่กี่วันนี้ก็จะต้องเผชิญกับการปรับราคาสินค้าอุปโภคบริโภคหลายชนิด&nbsp;</p><p class=\"ql-align-justify\"><br></p><p class=\"ql-align-justify\">เรื่องโดย ดร.สุวรรณา สายรวมญาติ</p><p class=\"ql-align-justify\">ภาควิชาเศรษฐศาสตร์เกษตรและทรัพยากร คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์</p><p class=\"ql-align-justify\"><br></p><p><br></p>","2022-04-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428202309725"],
    [511,"ผลผลิตลด บริโภคเพิ่ม ต้นทุนพุ่ง ขบวนการลักลอบนำเข้าสุกรซ้ำเติม ขอกลไกตลาดทำงาน","<p>ปัจจุบันอุตสาหกรรมสุกรทั้งประเทศมีผลผลิตสุกรลดลง 40-50 % นับแต่ได้รับผลกระทบจากโรค ASFในสุกรช่วงก่อนหน้านี้&nbsp;เป็นผลให้มีปริมาณไม่สอดคล้องกับความต้องการบริโภคที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่มีวันหยุดยาว&nbsp;&nbsp;สำหรับสถานการณ์การเลี้ยงสุกรขณะนี้ เกษตรกรยังไม่มั่นใจกับภาวะโรคที่เกิดขึ้น&nbsp;ผู้เลี้ยงส่วนหนึ่งจึงลดความเสี่ยงในการนำสุกรเข้าเลี้ยง ขณะที่บางรายก็ยังงดการนำสุกรเข้าเลี้ยง&nbsp;ในรายที่ยังเลี้ยงอยู่ก็ลดปริมาณการเลี้ยงไม่เต็มประสิทธิภาพ&nbsp;กลายเป็นปัจจัยที่ซ้ำเติมให้สถานการณ์ผลผลิตลดลงไปอีก&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>คณะอนุกรรมการต้นทุนการผลิตสุกรได้ประเมินต้นทุนการเลี้ยงสุกรไตรมาส 2/2565 ที่กิโลกรัมละ 98.81 บาท กลายเป็นวิกฤตของเกษตรกร&nbsp;จากต้นทุนที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์&nbsp;โดยมีหลายปัจจัย ได้แก่&nbsp;</p><p><br></p><p>ประการแรก ต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์&nbsp;</p><p><br></p><p>ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ราคาปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่กลางปี 2563 เป็นต้นมา ยิ่งเมื่อมีสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ต่างก็เป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกธัญพืชรายใหญ่ของโลก กลายเป็นปัจจัยที่ผลักดันให้ราคาธัญพืชทั่วโลกยิ่งปรับสูงขึ้นไปอีก&nbsp;ทำให้ต้นทุนวัตถุดิบเพื่อผลิตเป็นอาหารสำหรับสุกรสูงขึ้นเฉลี่ย 25-30%&nbsp;&nbsp;ขณะที่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นธัญพืชที่ไทยสามารถผลิตได้เองปีละประมาณ 5 ล้านตัน&nbsp;น้อยกว่าความต้องการใช้ที่มีอยู่จริงปีละ 8 ล้านตัน&nbsp;เท่ากับยังขาดแคลนอีก 3 ล้านตัน&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>ประการที่สอง ต้นทุนป้องกันโรค&nbsp;</p><p><br></p><p>นายสิทธิพันธ์&nbsp;ธนาเกียรติภิญโญ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า จากการระบาด ASF ในสุกร เกษตรกรผู้เลี้ยงจึงลงทุนในการทำระบบป้องกันโรคระบาดในฟาร์มอย่างเข้มงวด&nbsp;พร้อมกับยกระดับความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity)&nbsp;มีการพักคอก ปรับปรุงโรงเรือน และใช้ยาฆ่าเชื้อเพื่อเตรียมระบบการเลี้ยงก่อนการนำสุกรเข้ามาเลี้ยงใหม่&nbsp;ซึ่งเป็นต้นทุนที่สูงมาก เพื่อให้สามารถเลี้ยงสุกรได้อย่างปลอดภัย</p><p><br></p><p>ประการที่สาม&nbsp;ต้นทุนค่าน้ำ-ไฟ-น้ำมัน&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บอกว่า ขณะนี้ประเทศไทยอยู่ช่วงฤดูร้อน เกษตรกรต้องดูแลสภาพอากาศในโรงเรือนเพื่อคงประสิทธิภาพในการทำให้โรงเรือนมีความเย็นในระดับคงที่ตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ โดยต้องเปิดระบบทำความเย็นแทบทั้งวัน&nbsp;จึงจำเป็นต้องใช้น้ำและไฟฟ้าเพื่อเดินระบบมากขึ้น บางฟาร์มมีระบบปั่นมอเตอร์พัดลมโดยใช้น้ำมัน ก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายด้านพลังงานเพิ่ม ยิ่งรัฐบาลจะเลิกพยุงราคาน้ำมันดีเซลในวันที่ 1 พ.ค.2565 นี้ ภาระหนักก็จะตกที่เกษตรกร เพราะต้องใช้น้ำมันทั้งในการเลี้ยงและขนส่งสุกร</p><p><br></p><p>นอกจากนี้ สภาพอากาศที่ค่อนข้างแปรปรวน ตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา&nbsp;ทำให้สุกรที่ปรับตัวไม่ได้ เกิดความเครียดสะสม ทำให้มีอัตราเสียหายมากขึ้น&nbsp;ผลผลิตที่ได้ลดลง&nbsp;ต้นทุนการเลี้ยงก็ยิ่งสูงขึ้น เกือบ 99 บาทต่อกิโลกรัมดังกล่าวข้างต้น ขณะที่ประกาศราคาแนะนำสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มเกษตรกรในปัจจุบันอยู่ที่ 96-98 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำกว่าต้นทุน&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาภาคผู้เลี้ยงทั่วประเทศต่างให้ความร่วมมือกับภาครัฐ&nbsp;ในการพยุงราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มไม่ให้เกิน 100 บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;เพื่อดูแลค่าครองชีพผู้บริโภค ทั้งที่เกษตรกรต้องแบกรับภาระขาดทุนก็ตาม</p><p><br></p><p>ประการที่สี่ แบงก์ไม่ปล่อยสินเชื่อ</p><p><br></p><p>นายปรีชา&nbsp;กิจถาวร นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภายใต้ ให้ข้อมูลเรื่องนี้ว่า วันนี้เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากที่สุดในอาชีพ&nbsp;หลังจากพบโรค ASF ในสุกร&nbsp;ทำให้การเลี้ยงสุกรต้องหยุดชะงัก เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงจากภาวะโรคระบาด&nbsp;และขณะนี้เกษตรกรยังไม่สามารถขอกู้เงินในระบบได้ เนื่องจากสถาบันการเงินไม่อนุมัติสินเชื่อเพื่อการประกอบอาชีพ เพราะผู้เลี้ยงไม่มีรายได้และยังไม่มีหลักประกันในอาชีพ&nbsp;&nbsp;เรียกง่ายๆว่า เกษตรกรขาดที่พึ่ง แม้จะอยากทำอาชีพเลี้ยงสุกรต่อ แต่ก็มีอุปสรรคเพราะไม่มีทุน การจะเริ่มเลี้ยงสุกรรอบใหม่ที่ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก จากการต้องปรับปรุงระบบการเลี้ยงและการป้องกันโรคให้ได้มาตรฐาน จึงแทบเป็นไปไม่ได้เลย เรื่องนี้ภาครัฐต้องเร่งพิจารณาช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน</p><p><br></p><p>ประการที่ห้า ขบวนการลักลอบนำเข้าเนื้อสุกรซ้ำเติม</p><p><br></p><p>เรื่องนี้ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคใต้ชี้ให้เห็นว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกร ยังคงมีกลุ่มผู้เลี้ยงที่หลากหลาย ทั้งรายเล็ก รายกลาง และรายใหญ่ ที่ปรับตัวกับสถานการณ์ ด้วยการเลี้ยงหมูขุนใหญ่ขึ้น จับออกขายที่น้ำหนัก 110-120 กิโลกรัม ทำให้ใช้ระยะเวลาเลี้ยงนานขึ้น ซึ่งเมื่อถึงเวลาก็ต้องจับออก ไม่มีการกักหมูไว้เพื่อเก็งกำไร หากแต่ยังพบว่ามีการลักลอบนำเข้าเนื้อสุกรผิดกฎหมายจากหลายประเทศมาสวมเป็นเนื้อสุกรไทย&nbsp;เพื่อฉวยโอกาสทำกำไร ซึ่งเป็นภัยร้ายกับผู้บริโภคโดยตรงเพราะหลายประเทศในตะวันตกยังอนุญาตให้ใช้สารเร่งเนื้อแดงในการเลี้ยงสัตว์ได้ ขณะเดียวกันผู้เลี้ยงยังเสี่ยงต่อโรคต่างถิ่นที่อาจติดมากับสินค้าเหล่านี้&nbsp;ภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมศุลกากร และกรมปศุสัตว์ ต้องเร่งปราบปราม ขบวนการลักลอบนำเข้าเนื้อสุกร&nbsp;เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค และอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรไทยในระยะยาว และปกป้องเศรษฐกิจชาติที่ต้องเสียหายจากขบวนการลักลอบ</p><p><br></p><p>บทสรุป</p><p><br></p><p>ปัญหารอบด้านที่เกิดขึ้น ทั้งผลผลิตลด ต้นทุนเพิ่ม และขบวนการลักลอบนำเข้าสุกรที่ซ้ำเติม ทั้งสองสมาคมผู้เลี้ยงสุกรย้ำว่า เกษตรกรขอเพียงความเข้าใจจากผู้บริโภคและภาครัฐ&nbsp;ปล่อยให้กลไกตลาดทำงานอย่างเสรี โดยไม่มีการควบคุม&nbsp;ให้เกษตรกรสามารถขายสุกรในราคาที่สะท้อนต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น&nbsp;&nbsp;ซึ่งเป็นทางออกของปัญหา และทางรอดของเกษตรกร</p>","2022-04-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428202250724"],
    [512,"ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรบุรีรัมย์ จำกัด นำผลไม้คัดคุณภาพ เกรด A มาจำหน่ายในราคาถูกกว่าท้องตลาด เชื่อมโยงเครือข่ายสินค้าสหกรณ์ เพื่อช่วยเหลือสมาชิกกระจายผลไม้ไปสู่ผู้บริโภคโดยตรง","<p><strong>วันที่&nbsp;27&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ที่ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรบุรีรัมย์&nbsp;จำกัด&nbsp;</strong>อำเภอมือง&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;นางรุ่งอรุณ&nbsp;เชาวกรกุล&nbsp;ผู้จัดการสหกรณ์ชุมนุมการเกษตรบุรีรัมย์&nbsp;จำกัด&nbsp;ได้นำมังคุด&nbsp;,เงาะสีทอง&nbsp;และทุเรียนหมอนทอง&nbsp;คุณภาพเกรด&nbsp;A&nbsp;จากสหกรณ์การเกษตรเมืองขลุง&nbsp;จำกัด&nbsp;จังหวัดจันทบุรี&nbsp;มาขายให้ประชาชนชาวบุรีรัมย์ในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด&nbsp;ไม่ว่าจะเป็น&nbsp;มังคุดคัดเกรดคุณภาพ&nbsp;60&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;นำมาขายในราคากิโลกรัมละ&nbsp;65&nbsp;บาท,&nbsp;ทุเรียนหมอนทอง&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;ลูก&nbsp;400-500&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;นำมาขายในราคากิโลกรัมละ&nbsp;150&nbsp;บาท&nbsp;และเงาะสีทอง&nbsp;360&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;นำมาขายในราคากิโลกรัมละ&nbsp;35&nbsp;บาท&nbsp;3&nbsp;กิโล&nbsp;100&nbsp;บาท</p><p><strong>โดยนางรุ่งอรุณ&nbsp;เชาวกรกุล&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;การเชื่อมโยงสินค้าในครั้งนี้&nbsp;ทางชุมนุมสหกรณ์การเกษตรบุรีรัมย์&nbsp;ได้นำข้าวหอมมะลิคุณภาพดี&nbsp;100%&nbsp;จำนวน&nbsp;9.7&nbsp;ตัน&nbsp;มูลค่ากว่า&nbsp;291,000&nbsp;บาท&nbsp;ไปเชื่อมโยงกับผลไม้ขึ้นชื่อของจังหวัดจันทบุรี&nbsp;ซึ่งผลไม้ทุกชนิดที่นำมาขายในวันนี้&nbsp;เป็นผลผลิตจากสวนของสมาชิกสหกรณ์ทั้งหมด&nbsp;การันตีด้านคุณภาพอย่างแน่นอน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;การเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างข้าวสารหอมมะลิ&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;กับผลไม้คุณภาพจากจังหวัดจันทบุรี&nbsp;เป็นการเชื่อมโยงเครือข่ายตามโครงการสนับสนุนการกระจายผลไม้ของสถาบันเกษตรกร&nbsp;เพื่อรองรับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19&nbsp;ซึ่งเป็นมาตรการเร่งด่วนที่ต้องการผลักดันให้เครือข่ายสหกรณ์ได้ร่วมกันระบายผลผลิตสู่ผู้บริโภคโดยเร็ว&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ทำให้ไม่สามารถส่งออกผลไม้ไปประเทศคู่ค้าได้&nbsp;เนื่องจากเกิดปัญหาด้านการขนส่ง&nbsp;ทำให้ผลไม้กระจุกตัวและส่งผลให้ราคาผลผลิตตกต่ำ</p><p><strong>ผู้ใดสนใจสามารถไปซื้อได้ที่ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรบุรีรัมย์&nbsp;</strong>ตั้งอยู่เยื้องกับตลาดกลางยางพารา&nbsp;ถนนสายบุรีรัมย์-สตึก&nbsp;หรือโทรติดต่อสอบถามและสั่งซื้อผลไม้ได้ที่&nbsp;081-6606020&nbsp;,&nbsp;044-611601&nbsp;&nbsp;</p>","2022-04-28T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","บุรีรัมย์","สวท.บุรีรัมย์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220428231409781"],
    [513,"กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ขอให้ประชาชนทั่วประเทศระวังเกิดฝนตกจากพายุฤดูร้อนถึงวันที่ 2 พฤษภาคมนี้","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนทั่วประเทศระวังเกิดฝนตกจากพายุฤดูร้อนถึงวันที่&nbsp;2&nbsp;พฤษภาคมนี้</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(29&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;28&nbsp;เมษายน&nbsp;&nbsp;2&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;บริเวณประเทศไทยตอนบนในภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;และปริมณฑลจะเกิดพายุฤดูร้อนขึ้น&nbsp;ช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.พิจิตร&nbsp;167&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;ปราจีนบุรี&nbsp;112&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และกำแพงเพชร&nbsp;104&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั่วประเทศทุกขนาด&nbsp;22,856&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;39&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามการแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำและเพิ่มพื้นที่เก็บกักน้ำให้มีน้ำอุปโภค-บริโภคตลอดทั้งปี&nbsp;อย่างกรมชลประทาน&nbsp;และ&nbsp;จ.ลพบุรี&nbsp;ได้ร่วมกันทำโครงการขุดลอกแม่น้ำบางขาม&nbsp;ตั้งแต่บริเวณสะพานท่าเรือ&nbsp;ต.มหาสอน&nbsp;อ.บ้านหมี่&nbsp;ไปจนถึงบริเวณวัดเทพอำไพ&nbsp;ต.บางขาม&nbsp;อ.บ้านหมี่&nbsp;รวมระยะทางประมาณ&nbsp;10&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;คืบหน้าแล้วกว่าร้อยละ&nbsp;38&nbsp;คาดว่า&nbsp;จะแล้วเสร็จภายในปีนี้&nbsp;หากขุดลอกแล้วเสร็จจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำของแม่น้ำบางขามช่วงหน้าน้ำหลาก&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;เพิ่มปริมาณเก็บกักน้ำไว้ใช้ช่วงหน้าแล้งได้มากถึง&nbsp;21&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;มีพื้นที่รับประโยชน์&nbsp;40,000&nbsp;ไร่&nbsp;ทำให้ประชาชนในพื้นที่&nbsp;อ.ท่าวุ้ง&nbsp;อ.บ้านหมี่&nbsp;และ&nbsp;อ.เมืองลพบุรี&nbsp;รวมถึงผู้ที่อาศัยอยู่ทั้ง&nbsp;2&nbsp;ฝั่งของแม่น้ำบางขามมีน้ำอุปโภค-บริโภค&nbsp;ผลิตน้ำประปา&nbsp;และทำการเกษตรไว้ใช้อย่างเพียงพอตลอดทั้งปี</p>","2022-04-29T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220429102423829"],
    [514,"จังหวัดนนทบุรีลงพื้นที่ตรวจประเมินแปลงกระท้อนบางกร่างเพื่อขอใช้ตราสัญญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI)","<p><strong>ที่พื้นที่อำเภอบางกร่าง&nbsp;จังหวัดนนทบุรี</strong>&nbsp;เจ้าหน้าที่ฯ&nbsp;สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดนนทบุรี&nbsp;พร้อมคณะกรรมการลงพื้นที่ตรวจประเมินแปลงกระท้อนบางกร่างของผู้ปลูกกระท้อนในจังหวัดนนทบุรีและมีผลผลิตออกในปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งได้สมัครขออนุญาตใช้ตราสัญลักษณ์&nbsp;GI&nbsp;\"กระท้อนบางกร่าง\"&nbsp;ไว้ตราสัญญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์หรือ&nbsp;(GI)&nbsp;คือตราสัญลักษณ์ที่เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทยที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาออกให้แก่ผู้ผลิตสินค้า&nbsp;เพื่อรับรองว่าเป็นสินค้าที่มาจากแหล่งภูมิศาสตร์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนไว้&nbsp;วัตถุประสงค์หลักของตราสัญลักษณ์&nbsp;GI&nbsp;เพื่อสร้างเกณฑ์ด้านคุณภาพให้กับสินค้า&nbsp;สร้างความเชื่อถือในด้านคุณภาพและมาตรฐานสินค้า&nbsp;สำหรับกระท้อนบางกร่างเป็นอีกหนึ่งผลไม้ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดนนทบุรีมาตั้งแต่ในอดีต&nbsp;แต่เนื่องจากปัญหาอุทกภัยในช่วงที่ผ่านมา&nbsp;ประกอบกับราคาที่ดินที่เพิ่มสูงขึ้น&nbsp;เกษตรกรบางส่วนจึงขายที่ดิน&nbsp;หรือเกษตรกรที่ยังคงทำสวนอยู่ก็มักจะขาดทายาทรุ่นใหม่มาสานต่อ&nbsp;อันส่งผลให้ในปัจจุบันจังหวัดนนทบุรีมีพื้นที่ปลูกกระท้อนอยู่จำนวนไม่มาก&nbsp;แต่ทั้งนี้&nbsp;ยังมีเกษตรกรอีกหลายรายรวมถึงคุณศิริพันธ์ฯที่ยังคงมุ่งมั่นตั้งใจในการทำสวนกระท้อน&nbsp;โดยใช้วิธีปลูกแบบดั้งเดิมผสมผสานกับการใช้ความรู้วิทยาการสมัยใหม่&nbsp;ผลิตกระท้อนที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับ&nbsp;สร้างความประทับใจให้กับผู้บริโภค&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กระท้อนห่อบางกร่าง&nbsp;เป็นผลไม้ที่ได้รับตราเครื่องหมายรับรอง&nbsp;GI&nbsp;</strong>(สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์)&nbsp;ถึงแนวโน้มการทำเกษตรยุคใหม่ในจังหวัดนนทบุรีที่ปลูกพืชผักผลไม้จำนวนไม่มาก&nbsp;แต่มีคุณภาพและราคาสูง&nbsp;มีมาตรฐานรับรอง&nbsp;โดยเน้นการบริหารจัดการที่ดี&nbsp;ปลูกพืชผักผลไม้หลายประเภทผสมผสาน&nbsp;เพื่อสร้างรายได้ตลอดทั้งปี</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-29T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","นนทบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนนทบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220429114203872"],
    [515,"ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือสูงขึ้นระดับสีส้มสูงสุดบริเวณ ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย พร้อมเฝ้าระวังปัญหาหมอกควันข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้านช่วงวันที่ 1 - 6 พ.ค.กระทบไทย","<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือสูงขึ้นระดับสีส้มสูงสุดบริเวณ&nbsp;ต.เวียงพางคำ&nbsp;อ.แม่สาย&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;พร้อมเฝ้าระวังปัญหาหมอกควันข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้านช่วงวันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;พฤษภาคมกระทบไทย</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(29&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพดีมากถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยเกินมาตรฐานระดับสีส้ม&nbsp;5&nbsp;พื้นที่&nbsp;บริเวณ&nbsp;ต.เวียง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;,&nbsp;ต.ในเวียง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.น่าน&nbsp;,&nbsp;ต.เวียงพางคำ&nbsp;อ.แม่สาย&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;,&nbsp;ต.แม่นะ&nbsp;อ.เชียงดาว&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;และ&nbsp;ต.เวียง&nbsp;อ.เชียงของ&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;ซึ่งแนวโน้มค่าฝุ่นช่วงวันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;ต้องเฝ้าระวังปัญหาหมอกควันข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;แต่ต้องควบคุมการเกิดจุดความร้อนภายในประเทศด้วยเพื่อช่วยลดการสะสมของฝุ่นลงได้&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบนฝั่งตะวันออกช่วงวันที่&nbsp;4&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;หากจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านด้านตะวันออกเฉียงเหนือยังคงสะสมจำนวนมากจะมีโอกาสเคลื่อนตัวมากระทบ&nbsp;จ.เชียงใหม่และน่านได้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;เนื่องจากฝนตกลงมาในหลายพื้นที่ลดการสะสมของฝุ่นลง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com</p>","2022-04-29T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220429103143833"],
    [516,"ตลาดเกษตรกรจังหวัดสงขลา ทางเลือกในการซื้อสินค้าพืชผักผลไม้สดจากสวนในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาดเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน","<p><strong>วันนี้&nbsp;(29&nbsp;เมษายน&nbsp;2565)&nbsp;ตลาดเกษตรจังหวัดสงขลา&nbsp;</strong>เปิดตลาดวันอังคาร&nbsp;และวันศุกร์สุดสัปดาห์ยังคงขายสินค้าจากเกษตรกรที่นำพืชผักสดๆ&nbsp;จากสวนมาวางขายกันสดๆโดยมีร้านขายอาหาร&nbsp;พ่อค้าแม่ค้า&nbsp;รวมทั้งประชาชนทั่วไป&nbsp;มาหาซื้อพืชผักผลไม้ของเกษตรกรที่นำมาจากสวนกันสดๆ&nbsp;เนื่องจากสร้างความเชื่อถือให้กับลูกค้ามาเป็นเวลานานหลายปี&nbsp;โดยลูกค้าที่มาซื้อ&nbsp;นอกจากจะได้รับพืชผักสดๆ&nbsp;จากสวนแล้ว&nbsp;ในส่วนของราคา&nbsp;ก็มีราคาถูกกว่าในท้องตลาดทั่วไป&nbsp;เนื่องจากเกษตรกรนำผลผลิตมาขายถึงมือผู้บริโภคโดยตรงไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง&nbsp;จึงทำให้ราคาผลผลิตที่นำมาขาย&nbsp;ราคาถูกกว่าราคาท้องตลาดทั่วไป&nbsp;อีกทั้งการจัดการตลาดจัดเป็นแถวเดียวไม่มีการรวมกลุ่มโดยประชาชนจะเว้นระยะห่างกันเอง&nbsp;สวมหน้ากากอนามัยทุกคน&nbsp;ทั้งพ่อค้าแม่ค้าและลูกค้า&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;อย่างเข้มงวด&nbsp;</p><p><strong>รวมทั้ง&nbsp;ทุกร้านเข้าโครงการคนละครึ่ง&nbsp;จึงช่วยให้การตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น</strong>&nbsp;สำหรับโครงการคนละครึ่ง&nbsp;เฟส&nbsp;4&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ก็ได้ช่วยให้พ่อค้าแม่ค้ามีรายได้เพิ่มขึ้น&nbsp;ช่วยกระตุ้นให้ประชาชนตัดสินใจในการออกมาจับจ่ายมากขึ้น&nbsp;วันนี้โครงการคนละครึ่งโค้งสุดท้าย&nbsp;เฟส&nbsp;4&nbsp;จะสิ้นสุดลงในวันที่&nbsp;30&nbsp;เม.ย.&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;</p><p><strong>ในส่วนของพืชผักและผลไม้นั้นจะต้องเป็นมาตรฐานเกษตรอินทรีย์&nbsp;GAP</strong>&nbsp;หรือออแกร์นิค&nbsp;ในส่วนของประเภทอาหารแปรรูปจะต้องผ่านมาตรฐาน&nbsp;อย.&nbsp;ฮาลาลในส่วนของไข่ไก่ต้องจดทะเบียนกับกรมปศุสัตว์และการดำเนินงานของตลาดเกษตรกรจังหวัดสงขลาจะอยู่ภายใต้สโลแกน&nbsp;เกษตรกรจริงๆทุกสิ่งปลอดภัย</p><p><strong>ตลาดเกษตรกรจังหวัดสงขลา&nbsp;เกษตรกรจริงๆ&nbsp;ทุกสิ่งปลอดภัย</strong>&nbsp;เปิดจำหน่ายทุกวันอังคารและวันศุกร์เวลา&nbsp;06.30&nbsp;น.ถึง&nbsp;11.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณด้านข้างสำนักงานเกษตรจังหวัดสงขลา&nbsp;เขตเทศบาลนครสงขลา</p><p><strong>จะเห็นได้ว่าในช่วงวันศุกร์&nbsp;ลูกค้าส่วนใหญ่จะแห่กันมาซื้อผลผลิต</strong>ทางการเกษตรที่ตลาดเกษตรกรจังหวัดสงขลาแห่งนี้&nbsp;กันอย่างคึกคัก&nbsp;เนื่องจากมีความมั่นใจสินค้าของเกษตรกรที่นำมาขายเป็นสินค้าที่ปลอดสารพิษและได้มีการรับรองคุณภาพ&nbsp;จากทางสำนักงานเกษตรจังหวัดสงขลาทุกร้านมั่นใจในความปลอดภัยไม่มีสารเคมีเจือปน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-29T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220429113055857"],
    [517,"เร่งแผนปฏิบัติการฯ ระยะ 5 ปี ดันภาคเกษตรไทยสู่เกษตรมูลค่าสูง เกษตรกรมั่นคงในอาชีพ","<p><strong>นายฉันทานนท์&nbsp;วรรณเขจร&nbsp;เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร&nbsp;(สศก.)</strong>&nbsp;&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;การขับเคลื่อนการพัฒนาภาคเกษตรของประเทศต้องมีการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานในหลายประเด็นสำคัญ&nbsp;อาทิ&nbsp;การบริหารจัดการแรงงานภาคเกษตร&nbsp;การแปรรูปสินค้าเกษตร&nbsp;การพัฒนาผู้ประกอบการ&nbsp;ธุรกิจเกษตร&nbsp;การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านการเกษตร&nbsp;การสนับสนุนแหล่งทุนให้กับเศรษฐกิจชุมชน&nbsp;การบริหารจัดการที่ดินทำกินแก่เกษตรกร&nbsp;การส่งเสริมการผลิตและบริโภคอย่างยั่งยืน&nbsp;</p><p><strong>โดยในปัจจุบันมีแผนพัฒนาการเกษตร</strong>&nbsp;ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ&nbsp;ฉบับที่&nbsp;12&nbsp;(พ.ศ.&nbsp;2560&nbsp;-&nbsp;2565)&nbsp;เป็นกรอบแนวทางในการดำเนินการร่วมกัน&nbsp;ซึ่งแผนดังกล่าวจะสิ้นสุดลงในปี&nbsp;2565&nbsp;จึงจำเป็นต้องมีการจัดทำแผนฉบับใหม่&nbsp;และได้ปรับเปลี่ยนชื่อ&nbsp;แผนพัฒนาการเกษตร&nbsp;ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่...&nbsp;เป็น&nbsp;แผนปฏิบัติการด้านการเกษตรและสหกรณ์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;....&nbsp;ทั้งนี้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร&nbsp;ได้ยกร่างแผนปฏิบัติการด้านการเกษตรและสหกรณ์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2566&nbsp;-&nbsp;2570&nbsp;เสนอต่อที่ประชุมเพื่อพิจารณา&nbsp;โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการของร่างแผนปฏิบัติการฯ&nbsp;และเห็นควรให้เพิ่มเติมและปรับปรุงในประเด็นต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;ความเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ชาติทั้ง&nbsp;6&nbsp;ด้าน&nbsp;ความสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ&nbsp;รวมทั้งการกำหนดตัวชี้วัด&nbsp;ค่าเป้าหมายและเพิ่มเติมแนวทางการพัฒนาในแต่ละประเด็นการพัฒนาให้ครอบคลุมในทุกมิติ&nbsp;เพื่อให้การบูรณาการการทำงานระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงอื่นๆ&nbsp;มีประสิทธิภาพมากขึ้น</p><p><strong>สำหรับร่างแผนปฏิบัติการด้านการเกษตรและสหกรณ์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2566&nbsp;&nbsp;2570</strong>&nbsp;กำหนดวิสัยทัศน์คือ&nbsp;เกษตรไทย&nbsp;&nbsp;สู่เกษตรมูลค่าสูง&nbsp;เกษตรกรมีรายได้สูง&nbsp;มีความมั่นคงในการประกอบอาชีพ&nbsp;เน้นการพัฒนา&nbsp;4&nbsp;ประเด็น&nbsp;ได้แก่&nbsp;1.&nbsp;ยกระดับศักยภาพเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรสู่ผู้ประกอบการเกษตรแห่งอนาคต&nbsp;2.&nbsp;ส่งเสริมและพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูง&nbsp;3.&nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทรัพยากรทางการเกษตร&nbsp;และ&nbsp;4.&nbsp;พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวก&nbsp;&nbsp;ด้านการเกษตร&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร</strong>&nbsp;จะปรับปรุงประเด็นต่างๆ&nbsp;ตามข้อคิดเห็นของคณะอนุกรรมการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านการเกษตรและสหกรณ์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2566&nbsp;-&nbsp;2570&nbsp;&nbsp;และจะดำเนินการจัดสัมมนาเพื่อระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;เพื่อปรับแผนให้มีความครอบคุลมและครบถ้วน&nbsp;ก่อนเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบและเสนอแผนฉบับสมบูรณ์ต่อสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ&nbsp;&nbsp;เพื่อทราบและนำแผนเข้าสู่ระบบติดตามและประเมินผลแห่งชาติ&nbsp;พร้อมทั้งประกาศใช้ภายในเดือนกันยายน&nbsp;2565&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-04-29T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220429114550874"],
    [518,"ศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน สรุปผลการดำเนินงานป้องกัน และแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง PM 2.5","<p><strong>วันนี้&nbsp;(29&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;นายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายประเสริฐ&nbsp;จิตต์พลีชีพ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เพื่อสรุปผลการดำเนินการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่า&nbsp;ช่วยเหลือประชาชน&nbsp;ทั้งด้านผลกระทบต่อสุขภาพอนามัย&nbsp;และเศรษฐกิจการท่องเที่ยว&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ที่ประชุมสรุปสถานการณ์ไฟป่าฯ&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;ถึง&nbsp;27&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;มีจุดความร้อนสะสม&nbsp;5,145&nbsp;จุด&nbsp;น้อยกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา&nbsp;และสามารถควบคุมให้น้อยกว่าค่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ให้ลดลง&nbsp;ร้อยละ&nbsp;20&nbsp;จากจุดความร้อนเมื่อปี&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;11,945&nbsp;จุด&nbsp;&nbsp;โดยต้องไม่เกิน&nbsp;9,556&nbsp;จุด</p><p><strong>ขณะที่พื้นที่เกิดจุดความร้อนสูงสุด</strong>&nbsp;ที่อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;จำนวน&nbsp;1,359&nbsp;จุด,&nbsp;&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จำนวน&nbsp;1,268&nbsp;จุด&nbsp;และอำเภอขุนยวม&nbsp;จำนวน&nbsp;638&nbsp;จุด&nbsp;โดยเกิดขึ้นสูงสุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;จำนวน&nbsp;2,647&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นพื้นที่ป่าสงวน&nbsp;จำนวน&nbsp;2,341&nbsp;จุด&nbsp;&nbsp;และพื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;จำนวน&nbsp;101&nbsp;จุด&nbsp;ตามลำดับ&nbsp;</p><p><strong>ด้านคุณภาพอากาศ&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;28&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;</strong>ค่า&nbsp;PM2.5&nbsp;ณ&nbsp;สถานีตรวจวัดอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;เท่ากับ&nbsp;49&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;ขณะที่สถานีตรวจวัดอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;เท่ากับ&nbsp;24&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;โดยปี&nbsp;2565&nbsp;มีค่า&nbsp;PM2.5&nbsp;เกินมาตรฐานที่&nbsp;142&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;ลดลงจากปี&nbsp;2564&nbsp;ที่มีค่า&nbsp;PM2.5&nbsp;เกินเกณฑ์อยู่ที่&nbsp;329&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;ถือว่าคุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับดีเพิ่มขึ้นถึง&nbsp;ร้อยละ&nbsp;207.1&nbsp;</p><p><strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่าฯ&nbsp;ของจังหวัดแม่ฮ่องสอนในปีนี้&nbsp;สามารถดำเนินการได้ดีกว่าแผนงานที่ตั้งไว้&nbsp;โดยได้รับความร่วมมือจากทุกหน่วยงาน&nbsp;และพี่น้องประชาชนชาวแม่ฮ่องสอน&nbsp;ในการลดกิจกรรมการเผา&nbsp;อย่างไรก็ตามแม้ปัจจุุบันสถานการณ์หมอกควันไฟป่าฯ&nbsp;ของจังหวัดแม่ฮ่องสอนจะดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;แต่คณะทำงานทุกหน่วย&nbsp;ทุกระดับ&nbsp;จะยังคงปฏิบัติการเฝ้าระวังต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-29T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220429133957957"],
    [519,"แมลงเศรษฐกิจสร้างรายได้กว่า 7 พันล้านบาท เดินหน้าติวเจ้าหน้าที่ สนองนโยบายอาหารแห่งอนาคต","<p><strong>นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ประเทศไทยมีเกษตรกรผู้เลี้ยงแมลงเศรษฐกิจประมาณ&nbsp;69,176&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;เกษตรกรมีรายได้จากการเลี้ยงแมลงเศรษฐกิจ&nbsp;อาทิ&nbsp;ผึ้งพันธุ์&nbsp;ผึ้งโพรง&nbsp;ชันโรง&nbsp;จิ้งหรีด&nbsp;ครั่ง&nbsp;ซึ่งสร้างประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม&nbsp;คิดเป็นมูลค่ากว่า&nbsp;7,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</p><p><strong>โดยที่ผ่านมาได้เน้นการส่งเสริมพัฒนา</strong>&nbsp;และรับรองระบบมาตรฐานสินค้าเกษตรชีวภาพตลอดโซ่คุณค่าตั้งแต่ต้นทาง&nbsp;กลางทางและปลายทาง&nbsp;เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามนโยบายการพัฒนาประเทศของรัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</p><p><strong>ล่าสุด&nbsp;ได้นำผลิตภัณฑ์จากจิ้งหรีด</strong>&nbsp;ซึ่งเป็นแมลงกินได้ที่สำคัญไปจัดแสดงในงานนิทรรศการระดับโลก&nbsp;ได้แก่&nbsp;งานมหกรรมพืชสวนโลก&nbsp;หรือ&nbsp;EXPO&nbsp;2022&nbsp;Floriade&nbsp;Almere&nbsp;ณ&nbsp;ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์&nbsp;และงาน&nbsp;World&nbsp;Expo&nbsp;Dubai&nbsp;ณ&nbsp;สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์แมลงเศรษฐกิจ&nbsp;ได้เป็นสินค้าชนิดหนึ่งในแผนเกษตรชีวภาพตามยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;ที่นับวันจะยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น&nbsp;ด้วยเป็นสินค้าทางเลือกเพื่อสุขภาพ&nbsp;ถือเป็น&nbsp;Future&nbsp;Food&nbsp;ที่ตลาดทั้งในและต่างประเทศต้องการ</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ยังมีประเด็นท้าทายคือ</strong>&nbsp;การสร้างองค์ความรู้ให้กับเกษตรกรในการผลิตสินค้าเกษตรชีวภาพที่มีโอกาสทางการตลาด&nbsp;เข้าสู่ระบบมาตรฐานและการเชื่อมโยงข้อมูลด้านตลาดเพื่อใช้ประโยชน์ในการตัดสินใจในการผลิต&nbsp;รวมถึงการนำผลงานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์มาผสมผสานกับการดึงจุดเด่นของผลิตภัณฑ์เพื่อประยุกต์ใช้ให้เกิดผลในเชิงพาณิชย์&nbsp;สร้างรายได้ให้กับเกษตรกร&nbsp;ชุมชนและผู้ประกอบการ&nbsp;</p><p><strong>เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรด้านแมลงเศรษฐกิจคือ</strong>&nbsp;ผู้มีบทบาทสำคัญในการสร้างองค์ความรู้ให้กับเกษตรกรและการสนับสนุนเพื่อให้เข้าสู่ระบบมาตรฐาน&nbsp;การเชื่อมโยงข้อมูลด้านตลาด&nbsp;รวมถึงการนำผลงานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์มาผสมผสานกับการดึงจุดเด่นของผลิตภัณฑ์เพื่อประยุกต์ใช้ให้เกิดผลในด้านการบริหารจัดการการผลิต&nbsp;โดยเฉพาะในช่วงต้นทางการผลิต&nbsp;ที่ต้องมีความรู้&nbsp;ทันต่อเหตุการณ์&nbsp;ทราบถึงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของโลก&nbsp;พร้อมทั้งมีการใช้เทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ&nbsp;หรือ&nbsp;Smart&nbsp;farming&nbsp;การแปรรูป&nbsp;การสร้างช่องทางตลาด&nbsp;เกิดผลในเชิงพาณิชย์&nbsp;สร้างรายได้ให้กับเกษตรกร</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-04-29T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220429145202994"],
    [520,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้น ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคเหนือของไทย","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้น&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคเหนือของไทย&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(28&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;471&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;203&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;115&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;74&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;39&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;36&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;4&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;เชียงราย&nbsp;65&nbsp;จุด&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;55&nbsp;จุด&nbsp;และน่าน&nbsp;52&nbsp;จุด&nbsp;สอดคล้องกับการประเมินพื้นที่เสี่ยงสูงเกิดไฟป่าล่วงหน้า&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;25&nbsp;เมษายน&nbsp;ถึง&nbsp;1&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;โดยจุดความร้อนที่กระจายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลาง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;28&nbsp;เมษายน&nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;15,524&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;13,365&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;9,785&nbsp;จุด&nbsp;ภาพรวมปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ภาคเหนือฝุ่นเพิ่มขึ้นต่อเนื่องที่ระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;(สีส้ม)&nbsp;โดยเฉพาะเชียงราย&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;และ&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณอากาศอยู่ในระดับดีมาก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดใน&nbsp;สปป.&nbsp;ลาว&nbsp;3,553&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นเมียนมา&nbsp;2,263&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณชายแดนภาคเหนือ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;</p>","2022-04-29T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220429150510005"],
    [521,"ผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม เยี่ยมเกษตรกรชาวสวนทุเรียนสามน้ำแม้จะปลูกแซมสวนมะพร้าวแต่สร้างรายได้มูลค่าปีละกว่า 1 ล้านบาท","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ที่หมู่&nbsp;3&nbsp;ตำบลบ้านปราโมทย์&nbsp;อำเภอบางคนที</strong>&nbsp;นายขจร&nbsp;ศรีชวทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายวุฒิชัย&nbsp;ยามโคกสูง&nbsp;นายอำเภอบางคนที&nbsp;พัฒนาการจังหวัด&nbsp;ผู้แทนเกษตรจังหวัด&nbsp;ผู้แทนท้องถิ่นจังหวัด&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมสวนทุเรียนสามน้ำ&nbsp;ของนายเอกชัย&nbsp;เทียนไชย&nbsp;เกษตรกรที่ปลูกทุเรียนหมอนทอง&nbsp;ก้านยาว&nbsp;แซมในสวนมะพร้าว</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายเอกชัย&nbsp;เทียนไชย&nbsp;เจ้าของสวนทุเรียน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ตนปลูกทุเรียนพันธุ์หมอนทองมากว่า&nbsp;10&nbsp;ปีแล้ว&nbsp;โดยปลูกแซมตามร่องสวนบนพื้นที่&nbsp;20&nbsp;ไร่&nbsp;จำนวน&nbsp;1,000&nbsp;ต้น&nbsp;มีผลผลิตออกจำหน่ายแล้วกว่า&nbsp;40&nbsp;ต้น&nbsp;ทั้งนี้เนื่องจากจังหวัดสมุทรสงครามเป็นเมือง&nbsp;3&nbsp;น้ำ&nbsp;คือมีทั้งน้ำจืด&nbsp;น้ำเค็มและน้ำกร่อย&nbsp;ทำให้ทุเรียนเจริญเติบโต&nbsp;&nbsp;ได้ดีและมีรสชาดอร่อย&nbsp;ใครกินแล้วก็จะติดใจและสั่งจองล่วงหน้าทุกปี&nbsp;เมื่อมีผลผลิตมากขึ้นทำให้มีรายได้ในการจำหน่ายทุเรียนปีละไม่น้อยกว่า&nbsp;1,000,000&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งทุเรียนของที่สวนสามารถเก็บผลผลิตได้ประมาณกลางเดือนพฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;นี้</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จังหวัดสมุทรสงครามมีผลไม้ขึ้นชื่อและทำรายได้ให้กับเกษตรกรในจังหวัดหลายชนิด&nbsp;ไม่ว่าจะเป็น&nbsp;ส้มโอขาวใหญ่&nbsp;ลิ้นจี่&nbsp;กล้วย&nbsp;มะพร้าวน้ำหอม&nbsp;ปัจจุบันเกษตรกรหันมาปลูกทุเรียนแซมในสวนจำนวน&nbsp;178&nbsp;ไร่&nbsp;187&nbsp;ราย&nbsp;ถึงแม้จะดูไม่มากนัก&nbsp;แต่จากการดูแลเอาใส่ใจของเกษตรกร&nbsp;ประกอบกับสมุทรสงคราม&nbsp;เป็นเมืองน้ำเค็ม&nbsp;น้ำกร่อย&nbsp;น้ำจืดทำให้ทุเรียนของจังหวัดสมุทรสงครามมีรสชาติดี&nbsp;และราคาสูง&nbsp;จึงกลายเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่สร้างรายได้ไม่น้อยไปกว่าส้มโอและลิ้นจี่&nbsp;ผู้ที่ชื่นชอบการบริโภคทุเรียน&nbsp;สามารถหาชื้อได้ที่ตลาดน้ำสามอำเภอ&nbsp;ตำบลบ้านปราโมทย์&nbsp;อำเภอบางคนที&nbsp;เริ่มมีจำหน่ายตั้งแต่วันที่&nbsp;14&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;นี้เป็นต้น(เฉพาะวันเสาร์และวันอาทิตย์)&nbsp;และในปีนี้ทางสวนของนายเอกชัยได้นำทุเรียนในสวนมอบให้กับจังหวัด&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ลูก&nbsp;ซึ่งทางจังหวัดจะนำไปประมูลในงานเทศกาลผลไม้และของดีของจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;17&nbsp;&nbsp;26&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2565&nbsp;ที่หน้าศาลากลางจังหวัด&nbsp;รายได้จากการประมูลจะมอบให้กับเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนครอบครัวที่เปราะบางในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงครามต่อไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">รุ่งนภา/ข่าว</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">ทีมงานสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-29T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรสงคราม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220429154232036"],
    [522,"รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและรับฟังปัญหาของเกษตร จังหวัดนครราชสีมา พร้อมชวนเกษตรกรทำประกันภัยโคเนื้อ โคนม เป็นหลักประกันความเสี่ยง บรรเทาความเสียหายกรณีโคตาย","<p><strong>นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและรับฟังปัญหาของเกษตร&nbsp;</strong>พร้อมชี้แจงโครงการ&nbsp;สานฝันสร้างอาชีพ&nbsp;และยกระดับรายได้เกษตรกร\"&nbsp;ณ&nbsp;โรงเรียนบ้านพลกรัง&nbsp;อำเภอเมืองนครราชสีมา&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;โดย&nbsp;อำเภอเมืองนครราชสีมานั้น&nbsp;เป็นอำเภอที่มีจำนวนประชากรมากที่สุดเป็นอันดับ&nbsp;1&nbsp;ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;จำนวน&nbsp;466,848&nbsp;คน&nbsp;โดยมีเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์&nbsp;7,744&nbsp;ราย&nbsp;ถือว่าเป็นอำเภอปศุสัตว์ที่สำคัญของประเทศไทย&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;นับเป็นเมืองหลวงของการปศุสัตว์&nbsp;ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;มีการเลี้ยงสัตว์ที่หลากหลาย&nbsp;ดังนั้น&nbsp;การมาลงพื้นที่ในวันนี้&nbsp;ได้นำโครงการ&nbsp;สานฝันสร้างอาชีพ&nbsp;และยกระดับรายได้เกษตรกร&nbsp;มาชี้แจงกับข้าราชการและเกษตรกรโดยขอความร่วมมือกับผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;เร่งทำประชาสัมพันธ์โครงการ&nbsp;และสนับสนุนเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ&nbsp;ซึ่งโครงการดังกล่าว&nbsp;จะเน้นการส่งเสริมอาชีพที่เหมาะสมให้กับเกษตรกร&nbsp;สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในระยะเวลา&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;และสามารถต่อยอดเป็นอาชีพที่มั่นคงต่อไปได้ในอนาคต&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้มีการเเนะนำโครงการประกันภัยโคเนื้อและโคนม&nbsp;ให้กับเกษตรกร</strong>&nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยง&nbsp;ช่วยบรรเทาความเสียหายของเกษตรกรผู้เลี้ยงโค&nbsp;อันเนื่องมาจากการตายของโค&nbsp;ไม่ว่าจะเกิดจากการเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุ&nbsp;ให้สามารถพยุงตัวได้และมีทุนเหลือเพียงพอต่อการเริ่มต้นใหม่&nbsp;</p><p><strong>สำหรับโคเนื้อ&nbsp;จ่ายค่าประกันที่&nbsp;400&nbsp;บาท&nbsp;คุ้มครอง&nbsp;6&nbsp;เดือน</strong>&nbsp;หากมีการตายทุกกรณี&nbsp;ประกันจะจ่ายเงินชดเชยให้กับเกษตรกร&nbsp;30,000&nbsp;บาท/ตัว&nbsp;และโคนม&nbsp;จ่ายค่าประกัน&nbsp;810&nbsp;บาท&nbsp;คุ้มครอง&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;หากมีการตายทุกกรณี&nbsp;ประกันจะจ่ายเงินชดเชยให้กับเกษตรกร&nbsp;30,000&nbsp;บาท/ตัว&nbsp;เกษตรกรที่สนใจ&nbsp;สามารถสอบถามรายละเอียด&nbsp;และซื้อกรมธรรม์ได้ที่ธนาคาร&nbsp;ธกส.&nbsp;ทุกสาขา</p>","2022-04-29T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220429154908048"],
    [523,"สำนักงานปศุสัตว์ จังหวัดเลยมอบปัจจัยการผลิต (พันธุ์ไก่ไข่) โครงการรักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดิน (ลุ่มน้ำหมัน) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565","<p><strong>วันที่&nbsp;29&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;13.00&nbsp;น.&nbsp;ดร.สุวัฒน์&nbsp;มัตราช</strong>&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเลย&nbsp;มอบหมายให้กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเลย&nbsp;ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;นำโดย&nbsp;นายทวีพงศ์&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;มอบปัจจัยการผลิต&nbsp;(พันธุ์ไก่ไข่)&nbsp;โครงการรักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดิน&nbsp;(ลุ่มน้ำหมัน)&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;แก่เกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;เป็นพันธุ์ไก่ไข่&nbsp;รายละ&nbsp;8&nbsp;ตัว&nbsp;รวมพันธุ์ไก่ไข่&nbsp;80&nbsp;ตัว&nbsp;และอาหารไก่ไข่&nbsp;รายละ&nbsp;30&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;รวม&nbsp;300&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ที่ศาลาประชาคมบ้านหมากแข้ง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลกกสะทอน&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-29T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220429171407124"],
    [524,"ยะลา ประชุมเกษตรอำเภอ ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการส่งเสริมการเกษตร","<p><strong>วันนี้&nbsp;29&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;นายกัสมัน&nbsp;ยะมาเเล&nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;</strong>เป็นประธานการประชุมเกษตรอำเภอประจำเดือนเมษายน&nbsp;2565&nbsp;(ครั้งที่&nbsp;4/2565)&nbsp;โดยมีหัวหน้ากลุ่ม/หัวหน้าฝ่าย&nbsp;และเกษตรอำเภอ&nbsp;8&nbsp;อำเภอ&nbsp;เข้าร่วมการประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;1&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา</p><p><strong>สำหรับการประชุมครั้งนี้&nbsp;เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการส่งเสริมการเกษตร&nbsp;</strong>งานตามยุทธศาสตร์จังหวัด/กลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน&nbsp;ผลการเบิกจ่ายงบประมาณ&nbsp;การติดตามการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคม&nbsp;-11&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เรื่องแจ้งของกลุ่ม/ฝ่ายและสำนักงานเกษตรอำเภอ&nbsp;และได้นำเสนอแผนปฏิบัติงานบูรณาการของสำนักงานเกษตรจังหวัด&nbsp;เพื่อเป็นเเนวทางในการดำเนินงานให้เเก่สำนักงานเกษตรอำเภอต่อไป&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยทาง&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลาได้มอบรางวัลผลการดำเนินงาน</strong>การขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรที่มีผลงานโดดเด่น&nbsp;แก่สำนักงานเกษตรอำเภอกรงปินัง&nbsp;และประเภทผลงานดีเด่น&nbsp;แก่สำนักงานเกษตรอำเภอกาบัง&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน&nbsp;พร้อมทั้ง&nbsp;ได้ร่วมเเสดงความยินดีเเก่นางสาวปุณญิสา&nbsp;เซ่งซิ้ว&nbsp;เกษตรอำเภอธารโต&nbsp;ในโอกาสสำเร็จการศึกษา&nbsp;ศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต&nbsp;(การบริหารการพัฒนาสังคม)&nbsp;เกียรตินิยม&nbsp;สถาบันบัณฑิตพัฒนาบริหารศาสตร์</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-29T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220429170545116"],
    [525,"ขอเชิญเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดยโสธรขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน ปี 2564-2565","<p><strong>นายชัยวัฒน์&nbsp;แสงศรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัด</strong>&nbsp;ปฏิบัติราชการแทน&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;ได้รับแจ้งจากกรมการค้าภายใน&nbsp;ว่าคณะอนุกรรมการบริหารโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน&nbsp;ปี&nbsp;2564-2565&nbsp;ได้มีมติในการประชุม&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;24&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;มอบกรมการค้าภายใน&nbsp;บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในส่วนกลางและภูมิภาคดำเนินการสร้างการรับรู้ให้แก่เกษตรกรและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;รับทราบเกี่ยวกับนโยบายประกันรายได้และประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรมาขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;โดยด่วนเพื่อรับสิทธิรับเงินประกันรายได้ตามโครงการฯ&nbsp;ปี&nbsp;2564-2565</p><p><strong>จังหวัดยโสธร&nbsp;ขอเชิญชวนเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดยโสธร</strong>&nbsp;ได้มาขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;โดยด่วน&nbsp;เพื่อรับสิทธิรับเงินประกันรายได้ตามโครงการฯ&nbsp;ปี&nbsp;2564-2565&nbsp;</p><p><strong>หลักเกณฑ์&nbsp;เงื่อนไข&nbsp;วิธีการดำเนินโครงการประกันรายได้</strong>เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน&nbsp;ปี&nbsp;2564-2565&nbsp;แจ้งขึ้นทะเบียน/ปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ให้ข้อมูลเป็นปัจจุบัน&nbsp;เพื่อเข้าร่วมโครงการประกันรายได้ฯ&nbsp;ปี&nbsp;64-65&nbsp;ปริมาณผลผลิตที่ชดเชย&nbsp;ใช้ปริมาณผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ต่อปีทั้งประเทศ&nbsp;ของ&nbsp;สศก.&nbsp;เฉลี่ยย้อนหลัง&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;(36&nbsp;เดือน)&nbsp;ก.ย.61-ส.ค.64&nbsp;เท่ากับ&nbsp;2,774&nbsp;กก./ไร่/ปี&nbsp;(231.17&nbsp;กก./ไร่/งวด)&nbsp;เท่ากัน&nbsp;ทุกจังหวัด</p><p><strong>ราคาตลาดอ้างอิง&nbsp;กำหนดโดยคณะอนุกรรมการบริหารโครงการ</strong>ประกันรายได้ฯ&nbsp;ปี&nbsp;64-65&nbsp;เท่ากันสำหรับทุกจังหวัดแหล่งผลิต&nbsp;ผลปาล์มทะลาย&nbsp;4&nbsp;บาท/กก.&nbsp;(คุณภาพน้ำมัน&nbsp;18%)&nbsp;การช่วยเหลือ&nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับ&nbsp;กสก.&nbsp;,ได้รับเงินชดเชยตามพื้นที่ปลูกจริงไม่เกินครัวเรือนละ&nbsp;25&nbsp;ไร่&nbsp;และต้องเป็นพื้นที่ปลูกปาล์มที่ให้ผลผลิตแล้ว&nbsp;อายุไม่น้อยกว่า&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;การจ่ายเงิน&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;จ่ายเงินชดเชยเป็นงวด&nbsp;งวดละ&nbsp;30&nbsp;วัน&nbsp;,&nbsp;จ่ายทุกวันที่&nbsp;15&nbsp;ของเดือน&nbsp;(วันหยุดจ่ายเร็วขึ้น)</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ส.ปชส.ยโสธร/ข่าว&nbsp;29&nbsp;เมษายน&nbsp;2565</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-29T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220429195939200"],
    [526,"กอนช. เฝ้าระวังน้ำหลากและน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ภาคอีสาน ภาคตะวันออก และภาคใต้ช่วงวันที่ 1  5 พ.ค.นี้ ผลกระทบจากพายุฤดูร้อน","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;เฝ้าระวังน้ำหลากและน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;และภาคใต้ช่วงวันที่&nbsp;1&nbsp;&nbsp;5&nbsp;พฤษภาคมนี้&nbsp;ผลกระทบจากพายุฤดูร้อน</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้ออกประกาศเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลากและน้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;ฉบับที่&nbsp;10&nbsp;หลังกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์สภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;พบช่วงวันที่&nbsp;29&nbsp;เมษายน&nbsp;&nbsp;3&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้น&nbsp;ประกอบกับช่วงวันที่&nbsp;1&nbsp;&nbsp;4&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;และทะเลจีนใต้&nbsp;ขณะที่ประเทศไทยตอนบนอากาศร้อนถึงร้อนจัด&nbsp;ทำให้มีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;อิทธิพลของลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้นช่วงวันที่&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;&nbsp;3&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง&nbsp;เบื้องต้นได้ประเมินสถานการณ์น้ำจากฝนคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ(องค์การมหาชน)&nbsp;พบมีพื้นที่เสี่ยงน้ำไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;1&nbsp;&nbsp;5&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;บริเวณจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ศรีสะเกษ&nbsp;บุรีรัมย์&nbsp;และสุรินทร์&nbsp;//&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;บริเวณจังหวัดตราด&nbsp;และภาคใต้&nbsp;บริเวณจังหวัดชุมพร&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;และกระบี่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมรับมือติดตามสภาพอากาศและสภาพน้ำต่อเนื่อง&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่มีฝนตกสะสมมากกว่า&nbsp;90&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ในช่วงเวลา&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมขังอยู่เป็นประจำ&nbsp;พร้อมตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงและความสามารถใช้งานของอ่างเก็บน้ำ&nbsp;อาคารบังคับน้ำ&nbsp;แนวคันบริเวณริมแม่น้ำและกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ&nbsp;เพื่อเตรียมพร้อมรับน้ำหลากป้องกันน้ำท่วมให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>","2022-04-29T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220429182955152"],
    [527,"หนองคาย อากาศร้อนจัดคลายร้อนให้ไก่ไข่","<p><strong>อากาศร้อนจัด&nbsp;เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ในเขตอำเภอศรีเชียงใหม่</strong>&nbsp;จังหวัดหนองคาย&nbsp;ทำปริงเกอร์บนหลังคาโรงเรือนเลี้ยงไก่ไข่&nbsp;และเปิดเพลง&nbsp;เพื่อคลายร้อนให้กับไก่ไข่&nbsp;ทำให้ไก่ที่เลี้ยงไม่ช็อกตายจากอากาศที่ร้อนจัด&nbsp;ส่งผลให้ไก่อารมณ์ดี&nbsp;ทำให้อัตราการไข่ดีตามไปด้วย</p><p><strong>จากอากาศที่ร้อนจัดติดต่อกันหลายวัน&nbsp;บางวันอุณหภูมิสูง</strong>เกือบแตะ&nbsp;40&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;อากาศที่ร้อนจัดไม่ได้ส่งผลกระทบกับพืชผลการเกษตรเท่านั้น&nbsp;ยังส่งผลต่อไก่ไข่ที่เกษตรกรเลี้ยงในจังหวัดหนองคาย&nbsp;ที่มีกว่า&nbsp;5&nbsp;แสนตัว&nbsp;ทำให้มีไก่น็อกตายจากอากาศร้อนทุกวัน&nbsp;เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ต้องหาวิธีคลายความร้อนให้กับไก่ที่เลี้ยง&nbsp;โดยเฉพาะเกษตรกรที่เลี้ยงไก่ไข่ในเขตอำเภอศรีเชียงใหม่&nbsp;ที่เลี้ยงไก่ไข่จำนวน&nbsp;13&nbsp;ฟาร์ม&nbsp;ไก่ไข่กว่า&nbsp;15,000&nbsp;ตัว&nbsp;ได้คลายความร้อนให้กับไก่โดยติดตั้งระบบปริงเกอร์บนหลังคาโรงเรือนที่เลี้ยงไก่ไข่&nbsp;เปิดในช่วงที่อากาศร้อน&nbsp;ซึ่งช่วงนี้ต้องเปิดทั้งวันคือตั้งแต่&nbsp;08.00&nbsp;น.-&nbsp;19.00&nbsp;น.&nbsp;และถ้าวันไหนร้อนจัดก็เปิดยาวจนถึง&nbsp;20.00&nbsp;น.&nbsp;มีการเปิดพัดลมภายในโรงเรือนเพื่อให้ไล่อากาศร้อน&nbsp;นอกจากนี้ยังได้&nbsp;เปิดเพลงให้กับไก่เพื่อเป็นการผ่อนคลายหรือคลายเครียดให้กับไก่อีกด้วย&nbsp;ส่งผลให้ไก่ที่เลี้ยงไม่ช็อกตายจากอากาศที่ร้อนจัดในช่วงนี้&nbsp;และยังอารมณ์ดี&nbsp;ออกไข่สูงไม่ต่ำกว่าร้อยละ&nbsp;95&nbsp;อีกด้วย</p><p><strong>นายจันทร์เรือง&nbsp;ศรีคำ&nbsp;เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่&nbsp;บ้านนาโพธิ์</strong>&nbsp;ต.หนองปลาปาก&nbsp;อ.ศรีเชียงใหม่&nbsp;บอกว่า&nbsp;ช่วงฤดูร้อนที่อากาศร้อนจัด&nbsp;ตนได้ทำระบบสปริงเกอร์ที่หลังคาโรงเรือนที่เลี้ยงไก่&nbsp;เพราะไก่ร้อนมากจะทำให้ไก่น็อกตาย&nbsp;ออกไข่น้อยและฟองเล็ก&nbsp;ตอนแรกที่ทำ&nbsp;เสียงเครื่องสูบน้ำค่อนข้างดังไก่ก็ตกใจบ้าง&nbsp;แต่สักพักไก่ก็จะชินไม่ตกใจ&nbsp;อีกทั้งยังได้มีการเปิดเพลงให้ไก่ฟังทุกวันเพื่อเป็นการคลายเครียดให้กับไก่ที่เลี้ยง&nbsp;ให้เป็นไก่อารมณ์ดี&nbsp;ในช่วงที่อากาศร้อนจัดคืออุณหภูมิตั้งแต่&nbsp;35&nbsp;องศาเซลเซียสจะมีผลกับไก่ไข่ที่เลี้ยงทันที&nbsp;ก็จะเปิดสปริงเกอร์ทั้งวัน&nbsp;คือตั้งแต่เวลา&nbsp;08.00&nbsp;น.&nbsp;&nbsp;19.00&nbsp;น.&nbsp;ซึ่งจากประสบการณ์การเลี้ยงไก่ไข่มานานมากกว่า&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;พบว่าไก่ก็ไม่ต่างจากคน&nbsp;อากาศร้อนก็จะเครียดและหงุดหงิด&nbsp;จนทำให้ไก่ช็อกตาย&nbsp;การทำสปริงเกอร์บนหลังคาโรงเรือน&nbsp;และการเปิดเพลงให้ไก่ฟัง&nbsp;ในช่วงที่อากาศร้อนจัด&nbsp;เป็นวิธีการที่ช่วยคลายร้อนและคลายเครียดให้ไก่ไข่ที่เลี้ยงในฟาร์มได้ดีที่สุด&nbsp;ทำให้ไก่ไม่น็อกตาย&nbsp;อัตราการไข่ของไก่ก็ยังเป็นปกติอีกด้วย&nbsp;หากหลายฟาร์มที่ไม่ทำหากอากาศร้อนจัดก็จะทำให้มีไก่ช็อกตายได้&nbsp;ซึ่งฤดูหนาวเป็นฤดูที่เหมาะกับการเลี้ยงไก่ไข่มากที่สุด&nbsp;เพราะไก่ไข่ชอบอากาศที่เย็นสบาย&nbsp;เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ก็ไม่ต้องเปิดระบบสปริงเกอร์&nbsp;เป็นการลดต้นทุนการเลี้ยง&nbsp;ประหยัดค่าไฟฟ้า&nbsp;และค่าน้ำมัน&nbsp;ที่ช่วงนี้กำลังแพงอีกด้วย</p><p><strong>ทางด้านนายเปรมปรี&nbsp;นนทฤทธิ์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอศรีเชียงใหม่</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ไก่ไข่จะไม่มีต่อมเหงื่อที่จะช่วยในการระบายความร้อนเหมือนมนุษย์&nbsp;นอกจากนั้นก็ยังมีขนที่ปกคลุมที่เป็นอุปสรรคในการระบายความร้อนให้กับร่างกายของไก่&nbsp;สำหรับแนวทางที่จะลดความร้อนก็ทำได้โดยการทำปริงเกอร์บนหลังคาโรงเรือนเลี้ยงไก่ไข่&nbsp;ในส่วนของการให้อาหารก็ให้มีการปรับเวลาเป็นในช่วงเช้า&nbsp;ๆ&nbsp;เพราะช่วงเช้าอากาศจะเย็น&nbsp;ไก่ก็จะกินอาหารได้มาก&nbsp;คือช่วงเวลา&nbsp;06.00&nbsp;น.&nbsp;&nbsp;07.00&nbsp;น.&nbsp;ส่วนในช่วงเย็นก็จะเลื่อนไปเป็นช่วง&nbsp;17.00&nbsp;น.-&nbsp;18.00&nbsp;น.&nbsp;ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศไม่ร้อนจัดแล้ว&nbsp;น้ำที่ให้ไก่กินก็ควรจะเพิ่มวิตามินและกรดอะมิโนที่จำเป็นเพิ่มมากขึ้น&nbsp;เพราะช่วงฤดูร้อนไก่กินอาหารได้น้อยลง&nbsp;ที่จะส่งผลต่อคุณภาพของไข่&nbsp;ที่อาจจะเปลือกบาง&nbsp;เปลือกย่น&nbsp;และปริมาณการออกไข่ลดลง&nbsp;โรคของไก่ไข่ในช่วงอากาศร้อนคือโรคความเครียดจากความร้อน&nbsp;ถ้าอุณหภูมิสูง&nbsp;ๆ&nbsp;เกิน&nbsp;39&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;ก็จะทำให้ไก่ตายได้&nbsp;ส่วนสัตว์อื่น&nbsp;ๆ&nbsp;เช่นโค&nbsp;กระบือ&nbsp;หรือสุกร&nbsp;ในช่วงฤดูร้อนก็ให้เตรียมพร้อมในเรื่องของอาหาร&nbsp;และน้ำ&nbsp;ให้เพียงพอ&nbsp;ซึ่งพื้นที่อำเภอศรีเชียงใหม่&nbsp;เป็นพื้นที่&nbsp;ๆ&nbsp;มีความอุดมสมบูรณ์ไม่ขาดแคลนในเรื่องน้ำ.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>จุมพล&nbsp;/&nbsp;หนองคาย&nbsp;</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-29T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","หนองคาย","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220429193545184"],
    [528,"รวช. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบเงินเยียวยาให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือ ชาวจังหวัดสกลนคร ที่ประสบภัยโรคลัมปี สกิน (Lumpy Skin Disease)","<p><strong>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;มอบเงินเยียวยาให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือ&nbsp;ชาวจังหวัดสกลนคร&nbsp;ที่ประสบภัยโรคระบาดสัตว์&nbsp;โรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;(Lumpy&nbsp;Skin&nbsp;Disease)&nbsp;นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและมอบเงินเยียวยาให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือ&nbsp;จำนวน&nbsp;801&nbsp;ราย&nbsp;ที่ประสบภัยโรคระบาดสัตว์&nbsp;โรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;(Lumpy&nbsp;Skin&nbsp;Disease)&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดสกลนคร&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมโรงเรียนสว่างแดนดิน&nbsp;อำเภอสว่างแดนดิน&nbsp;จังหวัดสกลนคร&nbsp;</p><p><strong>โดยมีนายพิสิษฐ์&nbsp;แร่ทอง&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร</strong>&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;และเกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือ&nbsp;ในเขตพื้นที่อำเภอสว่างแดนดิน&nbsp;อำเภอส่องดาว&nbsp;อำเภอวาริชภูมิ&nbsp;อำเภอพังโคน&nbsp;อำเภอคำตากล้า&nbsp;อำเภอบ้านม่วง&nbsp;และอำเภอเจริญศิลป์&nbsp;ร่วมต้อนรับ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สืบเนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;(Lumpy&nbsp;Skin&nbsp;Disease)&nbsp;</strong>ในพื้นที่จังหวัดสกลนคร&nbsp;ทำให้โค-กระบือ&nbsp;ของเกษตรกรเจ็บป่วยและตายเป็นจำนวนมาก&nbsp;ทางจังหวัดจึงได้ประกาศเขตพื้นที่ประสบภัยพิบัติด้านปศุสัตว์&nbsp;ชนิดโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;พร้อมทั้งบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เร่งให้ความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว&nbsp;เป็นไปตามระเบียบหลักเกณฑ์ของทางราชการ&nbsp;ซึ่งคณะกรรมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัด&nbsp;(ก.ช.ภ.จ.)&nbsp;ได้ประชุมพิจารณาเห็นชอบให้ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยในครั้งนี้จำนวน&nbsp;2,396&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;จำนวนสัตว์&nbsp;2,646&nbsp;ตัว&nbsp;วงเงินช่วยเหลือ&nbsp;57,462,000&nbsp;บาท&nbsp;(ห้าสิบเจ็ดร้าน&nbsp;สี่แสน&nbsp;หกหมื่น&nbsp;สองพันบาท)&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;ยังได้ชี้แจงโครงการสานฝันสร้างอาชีพ&nbsp;ยกระดับรายได้เกษตรกร&nbsp;ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ต้องการส่งเสริมให้ประชาชนได้ประกอบอาชีพด้านเกษตรกรรม&nbsp;(พืช&nbsp;ปศุสัตว์&nbsp;ประมง)&nbsp;อย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยการปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ&nbsp;ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;สำหรับใช้ในการประกอบอาชีพการเกษตร&nbsp;หรืออาชีพนอกภาคเกษตร&nbsp;หรือการลงทุนค้าขาย&nbsp;เพื่อเลี้ยงชีพในครัวเรือน&nbsp;เน้นอาชีพที่มีตลาดรองรับชัดเจน&nbsp;มีการประกันราคารับซื้อผลผลิต&nbsp;สามารถสร้างรายได้ในระยะเวลา&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;มีผลตอบแทนเบื้องต้นเพียงพอต่อการดำรงชีพ&nbsp;สามารถต่อยอดเป็นอาชีพที่มั่นคงต่อไปได้ในอนาคต&nbsp;พร้อมขอเชิญชวนเกษตรผู้สนใจสามารถติดต่อขอสินเชื่อได้ที่&nbsp;ธนาคาร&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;สาขาใกล้บ้าน&nbsp;ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-29T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สกลนคร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสกลนคร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220429213930218"],
    [529,"รมช.ประภัตร พาทีมเกษตรฯ บุกเมืองคาวบอย ประสานพ่อเมืองโคราชช่วยผลักดันโครงการ \"สานฝันสร้างอาชีพ\" พร้อมชวนเกษตรกรทำประกันภัยโคเนื้อ โคนม เป็นหลักประกันความเสี่ยง บรรเทาความเสียหายกรณีโคตาย","<p><strong>วันนี้&nbsp;(29เม.ย.65)&nbsp;นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน</strong>&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและรับฟังปัญหาของเกษตร&nbsp;พร้อมชี้แจงโครงการ&nbsp;\"สานฝันสร้างอาชีพ&nbsp;และยกระดับรายได้เกษตรกร\"&nbsp;ณ&nbsp;โรงเรียนบ้านพลกรัง&nbsp;อำเภอเมืองนครราชสีมา&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;โดยมีนายวิวัฒน์&nbsp;ไชยชะอุ่ม&nbsp;ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์&nbsp;กรมปศุสัตว์&nbsp;ร่วมคณะ&nbsp;และมีนายวิเชียร&nbsp;จันทรโณทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่&nbsp;และผู้นำภาคประชาชน&nbsp;ตลอดจนเกษตรกรในพื้นที่ให้การต้อนรับ</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;อำเภอเมืองนครราชสีมานั้น&nbsp;เป็นอำเภอที่มี</strong>จำนวนประชากรมากที่สุดเป็นอันดับ&nbsp;1&nbsp;ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;จำนวน&nbsp;466,848&nbsp;คน&nbsp;โดยมีเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์&nbsp;7,744&nbsp;ราย&nbsp;มีปริมาณการเลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;18,360&nbsp;ตัว&nbsp;โคนม&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;5,565&nbsp;ตัว&nbsp;กระบือ&nbsp;จำนวน&nbsp;2,785&nbsp;ตัว&nbsp;&nbsp;สุกร&nbsp;จำนวน&nbsp;11,611&nbsp;ตัว&nbsp;&nbsp;ไก่พื้นเมือง&nbsp;จำนวน&nbsp;350,310&nbsp;ตัว&nbsp;แพะเนื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;2,870&nbsp;ตัว&nbsp;แพะนม&nbsp;จำนวน&nbsp;1,358&nbsp;ตัว&nbsp;ถือว่าเป็นอำเภอปศุสัตว์ที่สำคัญของประเทศไทย</p><p><strong>จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;นับเป็นเมืองหลวงของการปศุสัตว์</strong>&nbsp;ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;มีการเลี้ยงสัตว์ที่หลากหลาย&nbsp;ดังนั้น&nbsp;การมาลงพื้นที่ในวันนี้&nbsp;ได้นำโครงการ&nbsp;\"สานฝันสร้างอาชีพ&nbsp;และยกระดับรายได้เกษตรกร\"&nbsp;&nbsp;มาชี้แจงกับข้าราชการและเกษตรกรโดยขอความร่วมมือกับผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;&nbsp;เร่งทำประชาสัมพันธ์โครงการ&nbsp;และสนับสนุนเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ&nbsp;ซึ่งโครงการดังกล่าว&nbsp;จะเน้นการส่งเสริมอาชีพที่เหมาะสมให้กับเกษตรกร&nbsp;สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในระยะเวลา&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;และสามารถต่อยอดเป็นอาชีพที่มั่นคงต่อไปได้ในอนาคต&nbsp;โดยร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;ซึ่งได้รับอนุมัติงบจากรัฐบาล&nbsp;30,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อเป็นสินเชื่อสำหรับใช้ในการประกอบอาชีพการเกษตร&nbsp;หรืออาชีพนอกภาคเกษตร&nbsp;หรือการลงทุนค้าขาย&nbsp;เพื่อเสริมรายได้ในครัวเรือน&nbsp;โดยเน้นอาชีพที่มีตลาดรองรับชัดเจน</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้มีการเเนะนำโครงการประกันภัยโคเนื้อและโคนม&nbsp;</strong>ให้กับเกษตรกร&nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยง&nbsp;ช่วยบรรเทาความเสียหายของเกษตรกรผู้เลี้ยงโค&nbsp;อันเนื่องมาจากการตายของโค&nbsp;ไม่ว่าจะเกิดจากการเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุ&nbsp;ให้สามารถพยุงตัวได้และมีทุนเหลือเพียงพอต่อการเริ่มต้นใหม่&nbsp;สำหรับโคเนื้อ&nbsp;จ่ายค่าประกันที่&nbsp;400&nbsp;บาท&nbsp;คุ้มครอง&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;หากมีการตายทุกกรณี&nbsp;ประกันจะจ่ายเงินชดเชยให้กับเกษตรกร&nbsp;30,000&nbsp;บาท/ตัว&nbsp;และโคนม&nbsp;จ่ายค่าประกัน&nbsp;810&nbsp;บาท&nbsp;คุ้มครอง&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;หากมีการตายทุกกรณี&nbsp;ประกันจะจ่ายเงินชดเชยให้กับเกษตรกร&nbsp;30,000&nbsp;บาท/ตัว&nbsp;เกษตรกรที่สนใจ&nbsp;สามารถสอบถามรายละเอียด&nbsp;และซื้อกรมธรรม์ได้ที่ธนาคาร&nbsp;ธกส.&nbsp;ทุกสาขา</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-29T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220429214104219"],
    [530,"สถานีพัฒนาที่ดินเชียงใหม่ จัดโครงการรณรงค์การผลิตปุ๋ยอินทรีย์เพื่อลดการเผาลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);&nbsp;background-color:&nbsp;white;\">นายสิทธิศักดิ์&nbsp;อภิกุลชัยสุทธิ์&nbsp;นายอำเภอแม่อาย&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);&nbsp;background-color:&nbsp;white;\">&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;เปิดโครงการรณรงค์การผลิตปุ๋ยอินทรีย์เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;โดยสถานีพัฒนาที่ดินเชียงใหม่&nbsp;ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตอน&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอแม่อาย&nbsp;จัดขึ้น&nbsp;เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นให้เกษตรกร&nbsp;ลด&nbsp;ละ&nbsp;เลิก&nbsp;การเผาเศษวัสดุทางการเกษตรในพื้นที่โครงการร้อยใจรักษ์&nbsp;หลังจากนั้น&nbsp;ได้ร่วมกับส่วนราชการอำเภอที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมกันทำปุ๋ยหมักอินทรีย์&nbsp;และเยี่ยมชมนิทรรศการกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้&nbsp;และกลุ่มผู้ผลิตพืชผักผลไม้ปลอดภัย</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-04-30T00:00:00","ภาคเหนือ","เชียงใหม่","สวท.ฝาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220430080252269"],
    [531,"กอนช. ขอให้ประชาชนทั่วประเทศระวังเกิดฝนตกจากพายุฤดูร้อน พร้อมระวังเกิดน้ำหลากและน้ำท่วมฉับพลันจากพายุฤดูร้อนช่วง 1 - 5 พ.ค.ในภาคอีสาน ภาคตะวันออก และภาคใต้","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนทั่วประเทศระวังเกิดฝนตกจากพายุฤดูร้อน&nbsp;พร้อมระวังเกิดน้ำหลากและน้ำท่วมฉับพลันจากพายุฤดูร้อนช่วงวันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;5&nbsp;พฤษภาคมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;และภาคใต้</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(30&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;และปริมณฑลจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น&nbsp;ช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.หนองคาย&nbsp;106&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;94&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และยะลา&nbsp;92&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั่วประเทศทุกขนาด&nbsp;22,739&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;39&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังเฝ้าระวังน้ำหลากและน้ำท่วมฉับพลันจากพายุฤดูร้อนช่วงวันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;5&nbsp;พฤษภาคมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;บริเวณ&nbsp;จ.อุบลราชธานี&nbsp;ศรีสะเกษ&nbsp;บุรีรัมย์&nbsp;และสุรินทร์&nbsp;//&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;บริเวณ&nbsp;จ.ตราด&nbsp;และภาคใต้&nbsp;บริเวณ&nbsp;จ.ชุมพร&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;และกระบี่&nbsp;จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสภาพอากาศและสภาพน้ำต่อเนื่อง&nbsp;เตรียมแผนรับน้ำหลาก&nbsp;เตรียมความพร้อมบุคลากร&nbsp;เครื่องจักรเครื่องมือ&nbsp;พร้อมประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำ&nbsp;และแจ้งเตือนล่วงหน้า&nbsp;และเตรียมการอพยพได้ทันท่วงทีหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน</p>","2022-04-30T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220430103252298"],
    [532,"ค่าฝุ่นPM2.5ในภาคเหนือสูงขึ้นระดับสีส้มสูงสุดบริเวณต.เวียงพางคำอ.แม่สายจ.เชียงรายส่วน กทม.และปริมณฑลสูงระดับสีส้มบริเวณริมถนนบางนา-ตราด เขตบางนา","<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือสูงขึ้นระดับสีส้มสูงสุดบริเวณ&nbsp;ต.เวียงพางคำ&nbsp;อ.แม่สาย&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลสูงระดับสีส้มบริเวณริมถนนบางนา-ตราด&nbsp;เขตบางนา</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(30&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพดีมากถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยเกินมาตรฐานระดับสีส้ม&nbsp;2&nbsp;พื้นที่&nbsp;บริเวณ&nbsp;ต.เวียง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;และ&nbsp;ต.เวียงพางคำ&nbsp;อ.แม่สาย&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;ซึ่งแนวโน้มค่าฝุ่นช่วงวันที่&nbsp;4&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;ต้องเฝ้าระวังปัญหาหมอกควันข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;แต่ต้องควบคุมการเกิดจุดความร้อนภายในประเทศด้วยเพื่อช่วยลดการสะสมของฝุ่นลงได้&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบนฝั่งตะวันออก&nbsp;หากจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านด้านตะวันออกเฉียงเหนือยังคงสะสมจำนวนมากจะมีโอกาสเคลื่อนตัวมากระทบ&nbsp;จ.เชียงรายและน่านได้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พบเกินมาตรฐานระดับสีส้ม&nbsp;1&nbsp;พื้นที่&nbsp;บริเวณริมถนนบางนา-ตราด&nbsp;เขตบางนา&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;2&nbsp;-&nbsp;7&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com</p>","2022-04-30T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220430103910299"],
    [533,"รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  เปิดงานการใช้ห้องตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำยางสดของสหกรณ์การเกษตรย่านตาขาว จำกัด  จังหวัดตรัง เพิ่มมาตรฐานให้กับศูนย์รวบรวมน้ำยางสด","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>วันนี้&nbsp;(30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565)&nbsp;นายอาคม&nbsp;&nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&nbsp;&nbsp;&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงานการใช้ห้องตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำยางสดของสหกรณ์การเกษตรย่านตาขาว&nbsp;จำกัด&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;&nbsp;โรงรมหนองสาม&nbsp;ห้อง&nbsp;&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ตำบลเกาะเปียะ&nbsp;&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ซึ่งห้องตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำยางสด&nbsp;&nbsp;พร้อมอุปกรณ์ดังกล่าว&nbsp;สหกรณ์การเกษตรย่านตาขาว&nbsp;จำกัด&nbsp;&nbsp;ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนสนับสนุนการพัฒนาการตลาดลูกค้า&nbsp;ธกส.&nbsp;จำนวน&nbsp;1,000,000&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;&nbsp;เพื่อเพิ่มมาตรฐานให้กับศูนย์รวบรวมน้ำยางสดและเพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่เกษตรกรสมาชิก&nbsp;เครือข่ายสหกรณ์&nbsp;รวมถึงบริษัทคู่ค้าผู้ร่วมธุรกิจตลาดน้ำยางสด&nbsp;ส่งผลให้สหกรณ์สามารถลดความเสี่ยงทางธุรกิจจากความผันผวนของราคาและคุณภาพของน้ำยาง&nbsp;ทำให้สหกรณ์เกิดความมั่นคงและเป็นที่พึ่งของสมาชิกได้</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำหรับโรงรมยางหนองสามห้อง&nbsp;ตั้งอยู่ที่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ตำบลเกาะเปียะ&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;</strong>จังหวัดตรัง&nbsp;เป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;3&nbsp;โรงรมยางของสหกรณ์การเกษตรย่านตาขาว&nbsp;จำกัด&nbsp;ที่สร้างขึ้นตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการรักษาเสถียรภาพยางพาราและเพิ่มมูลค่าการผลิตและเป็นการส่งเสริมการรวมกลุ่มที่เข้มแข็ง&nbsp;เพื่อเพิ่มอำนาจในการต่อรองราคาจากพ่อค้าคนกลาง&nbsp;โดยมี&nbsp;&nbsp;การยางแห่งประเทศไทยจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;&nbsp;เป็นผู้ส่งมอบให้สหกรณ์การเกษตรย่านตาขาว&nbsp;จำกัด&nbsp;นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์&nbsp;&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรสมาชิกและเกษตรกรผู้ประกอบอาชีพการทำสวนยางในชุมชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน&nbsp;โรงรมหนองสามห้อง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดำเนินธุรกิจการรวบรวมน้ำยางสดจากเกษตรกรสมาชิกเพื่อจำหน่ายในรูปแบบของน้ำยางสดซึ่งมีปริมาณการรับซื้อเฉลี่ยอยู่ที่วันละประมาณ&nbsp;5,000&nbsp;ถึง&nbsp;20,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;โดยจะนำน้ำยางสด&nbsp;&nbsp;ส่งขายผ่านบริษัทที่ร่วม&nbsp;MOU&nbsp;กับตลาดกลางยางพาราจังหวัดสงขลา&nbsp;เช่น&nbsp;บริษัท&nbsp;&nbsp;ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี&nbsp;จำกัด&nbsp;หรือ&nbsp;บริษัท&nbsp;&nbsp;ถาวรอุตสาหกรรมยางพารา&nbsp;จำกัด&nbsp;เป็นต้น&nbsp;&nbsp;&nbsp;และอีกส่วนจะนำไปแปรรูปผลผลิตเป็นยางแผ่นรมควัน&nbsp;&nbsp;มีอัตรากำลังการผลิตอยู่ที่&nbsp;3000-5000&nbsp;กิโลกรัมต่อวันโดยจะนำไปจำหน่าย&nbsp;ณ&nbsp;&nbsp;&nbsp;ตลาดกลางยางพาราของสำนักงานสหกรณ์ย่านตาขาว&nbsp;สาขาทุ่งค่าย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-04-30T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220430122827334"],
    [534,"รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดงานการใช้ห้องตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำยางสดของสหกรณ์การเกษตรย่านตาขาว  จำกัด  จังหวัดตรัง  เพิ่มมาตรฐานให้กับศูนย์รวบรวมน้ำยางสด","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายอาคม&nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงานการใช้ห้องตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำยางสดของสหกรณ์การเกษตรย่านตาขาว&nbsp;จำกัด&nbsp;ณ&nbsp;โรงรมหนองสามห้อง&nbsp;&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ตำบลเกาะเปียะ&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;โดยมี&nbsp;นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรงพร้อมคณะให้การต้อนรับ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ซึ่งห้องตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำยางสดพร้อมอุปกรณ์ดังกล่าว</strong>&nbsp;สหกรณ์การเกษตรย่านตาขาว&nbsp;จำกัด&nbsp;ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนสนับสนุนการพัฒนาการตลาดลูกค้า&nbsp;ธกส.&nbsp;จำนวน&nbsp;1,000,000&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อเพิ่มมาตรฐานให้กับศูนย์รวบรวมน้ำยางสดและเพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่เกษตรกรสมาชิก&nbsp;เครือข่ายสหกรณ์&nbsp;รวมถึงบริษัทคู่ค้าผู้ร่วมธุรกิจตลาดน้ำยางสด&nbsp;ส่งผลให้สหกรณ์สามารถลดความเสี่ยงทางธุรกิจจากความผันผวนของราคาและคุณภาพของน้ำยาง&nbsp;ทำให้สหกรณ์เกิดความมั่นคงและเป็นที่พึ่งของสมาชิกได้</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำหรับโรงรมยางหนองสามห้อง&nbsp;ตั้งอยู่ที่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ตำบลเกาะเปียะ&nbsp;อำเภอย่านตาขาว</strong>&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;3&nbsp;โรงรมยางของสหกรณ์การเกษตรย่านตาขาว&nbsp;จำกัด&nbsp;ที่สร้างขึ้นตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการรักษาเสถียรภาพยางพาราและเพิ่มมูลค่าการผลิตและเป็นการส่งเสริมการรวมกลุ่มที่เข้มแข็ง&nbsp;เพื่อเพิ่มอำนาจในการต่อรองราคาจากพ่อค้าคนกลาง&nbsp;โดยมี&nbsp;การยางแห่งประเทศไทยจังหวัดตรังเป็นผู้ส่งมอบให้สหกรณ์การเกษตรย่านตาขาว&nbsp;จำกัด&nbsp;นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรสมาชิกและเกษตรกรผู้ประกอบอาชีพการทำสวนยางในชุมชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน&nbsp;โรงรมหนองสามห้องดำเนินธุรกิจการรวบรวมน้ำยางสดจากเกษตรกรสมาชิกเพื่อจำหน่ายในรูปแบบของน้ำยางสดซึ่งมีปริมาณการรับซื้อเฉลี่ยอยู่ที่วันละประมาณ&nbsp;5,000&nbsp;ถึง&nbsp;20,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;โดยจะนำน้ำยางสดส่งขายผ่านบริษัทที่ร่วม&nbsp;MOU&nbsp;กับตลาดกลางยางพาราจังหวัดสงขลา&nbsp;เช่น&nbsp;บริษัท&nbsp;&nbsp;ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี&nbsp;จำกัด&nbsp;หรือ&nbsp;บริษัท&nbsp;ถาวรอุตสาหกรรมยางพารา&nbsp;จำกัด&nbsp;เป็นต้น&nbsp;และอีกส่วนจะนำไปแปรรูปผลผลิตเป็นยางแผ่นรมควันมีอัตรากำลังการผลิตอยู่ที่&nbsp;3,000-5,000&nbsp;กิโลกรัมต่อวัน&nbsp;โดยจะนำไปจำหน่าย&nbsp;ณ&nbsp;&nbsp;&nbsp;ตลาดกลางยางพาราของสำนักงานสหกรณ์ย่านตาขาว&nbsp;สาขาทุ่งค่าย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-04-30T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220430123939339"],
    [535,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคเหนือของไทย","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านกระทบแนวชายแดนภาคเหนือของไทย&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(29&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;123&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;83&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;17&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;10&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;7&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;4&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;น่าน&nbsp;64&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;แพร่&nbsp;25&nbsp;จุด&nbsp;และลำปาง&nbsp;7&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนที่ลดลงเนื่องมาจากหลายพื้นที่มีฝนตกจากพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ทำให้วานนี้พบจุดความร้อนในประเทศเพียง&nbsp;18&nbsp;จังหวัดเท่านั้น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;29&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;พบภาคเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;15,631&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;13,375&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;9,790&nbsp;จุด&nbsp;ภาพรวมปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ภาคเหนือฝุ่นอยู่ที่ระดับปานกลาง&nbsp;(สีเหลือง)&nbsp;ถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;(สีส้ม)&nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;และเชียงราย&nbsp;&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณอากาศอยู่ในระดับดีมาก&nbsp;แต่มีบางพื้นที่ฝุ่นเพิ่มขึ้นเล็กน้อย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมา&nbsp;1,679&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็น&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;837&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณชายแดนภาคเหนือ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;</p>","2022-04-30T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220430134703353"],
    [536,"หนองคาย จัดกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม Olympic Day 2022","<p><strong>คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยฯ&nbsp;ร่วมกับจังหวัดหนองคาย</strong>&nbsp;,&nbsp;อบจ.หนองคาย&nbsp;และ&nbsp;อบต.หนองกอมเกาะ&nbsp;จัดกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;โครงการปลูกป่า&nbsp;Olympic&nbsp;Day&nbsp;2022&nbsp;ตามนโยบายคณะกรรมการโอลิมปิกระหว่างประเทศ&nbsp;(IOC)&nbsp;ที่ส่งเสริมให้ประเทศสมาชิกเน้นการจัดกิจกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิประเทศ&nbsp;โลกร้อน</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(30&nbsp;เม.ย.&nbsp;65)&nbsp;ณ&nbsp;หนองกอมเกาะ&nbsp;ต.หนองกอมเกาะ</strong>&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.หนองคาย&nbsp;พล.ต.ท.ชัยวัฒน์&nbsp;โชติมา&nbsp;รองประธานอนุกรรมการฝ่ายกีฬามวลชนและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กรรมการและเลขานุการ&nbsp;คณะกรรมการจัดกิจกรรม&nbsp;เดิน&nbsp;&nbsp;วิ่ง&nbsp;Olympic&nbsp;Day&nbsp;2022&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;โครงการปลูกป่า&nbsp;Olympic&nbsp;Day&nbsp;2022&nbsp;โดยมีนายมนต์สิทธิ์&nbsp;ไพศาลธนวัฒน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย&nbsp;,&nbsp;นายณัฐวัสส์&nbsp;วิริยานภาภรณ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย&nbsp;,&nbsp;นางสาวสิริมา&nbsp;วัฒโน&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย&nbsp;,&nbsp;นายกิตติคุณ&nbsp;บุตรคุณ&nbsp;ปลัดจังหวัดหนองคาย&nbsp;,&nbsp;นายยุทธนา&nbsp;ศรีตะบุตร&nbsp;นายก&nbsp;อบจ.หนองคาย&nbsp;,พล.ต.ต.พุฒิพงศ์&nbsp;มุสิกูล&nbsp;ผบก.ภ.จว.หนองคาย&nbsp;พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และทุกภาคส่วนในจังหวัดหนองคาย&nbsp;ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย</p><p><strong>นางสุภา&nbsp;นันทะมีชัย&nbsp;นายก&nbsp;อบต.หนองกอมเกาะ&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ตามที่คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยฯ&nbsp;ได้กำหนดจัดกิจกรรม&nbsp;Olympic&nbsp;Day&nbsp;2022&nbsp;ขึ้นที่จังหวัดหนองคาย&nbsp;ในวันที่&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;65&nbsp;นี้&nbsp;และกำหนดให้มีการจัดกิจกรรมตามนโยบายคณะกรรมการโอลิมปิกระหว่างประเทศ&nbsp;(IOC)&nbsp;ที่ส่งเสริมให้ประเทศสมาชิกเน้นการจัดกิจกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิประเทศ&nbsp;โลกร้อน&nbsp;เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนให้น้อยที่สุดนั้น&nbsp;คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยฯ&nbsp;จึงได้ร่วมกับจังหวัดหนองคาย&nbsp;,&nbsp;อบจ.หนองคาย&nbsp;และ&nbsp;อบต.หนองกอมเกาะ&nbsp;จัดกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;โครงการปลูกป่า&nbsp;Olympic&nbsp;Day&nbsp;2022&nbsp;ในครั้งนี้ขึ้นในพื้นที่ตำบลหนองกอมเกาะ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;&nbsp;จ.หนองคาย&nbsp;โดยมีการปลูกป่า&nbsp;จำนวน&nbsp;500&nbsp;ต้น&nbsp;และปล่อยพันธุ์ปลา&nbsp;จำนวน&nbsp;100,000&nbsp;ตัว&nbsp;มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;ประมาณ&nbsp;500&nbsp;คน.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>จุมพล&nbsp;/&nbsp;หนองคาย</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-30T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","หนองคาย","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220430140153358"],
    [537,"หนองคาย จัดกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม Olympic Day 2022","<p><strong>คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยฯ&nbsp;ร่วมกับจังหวัดหนองคาย</strong>&nbsp;,&nbsp;อบจ.หนองคาย&nbsp;และ&nbsp;อบต.หนองกอมเกาะ&nbsp;จัดกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;โครงการปลูกป่า&nbsp;Olympic&nbsp;Day&nbsp;2022&nbsp;ตามนโยบายคณะกรรมการโอลิมปิกระหว่างประเทศ&nbsp;(IOC)&nbsp;ที่ส่งเสริมให้ประเทศสมาชิกเน้นการจัดกิจกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิประเทศ&nbsp;โลกร้อน</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(30&nbsp;เม.ย.&nbsp;65)&nbsp;ณ&nbsp;หนองกอมเกาะ&nbsp;ต.หนองกอมเกาะ</strong>&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.หนองคาย&nbsp;พล.ต.ท.ชัยวัฒน์&nbsp;โชติมา&nbsp;รองประธานอนุกรรมการฝ่ายกีฬามวลชนและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กรรมการและเลขานุการ&nbsp;คณะกรรมการจัดกิจกรรม&nbsp;เดิน&nbsp;&nbsp;วิ่ง&nbsp;Olympic&nbsp;Day&nbsp;2022&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;โครงการปลูกป่า&nbsp;Olympic&nbsp;Day&nbsp;2022&nbsp;โดยมีนายมนต์สิทธิ์&nbsp;ไพศาลธนวัฒน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย&nbsp;,&nbsp;นายณัฐวัสส์&nbsp;วิริยานภาภรณ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย&nbsp;,&nbsp;นางสาวสิริมา&nbsp;วัฒโน&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย&nbsp;,&nbsp;นายกิตติคุณ&nbsp;บุตรคุณ&nbsp;ปลัดจังหวัดหนองคาย&nbsp;,&nbsp;นายยุทธนา&nbsp;ศรีตะบุตร&nbsp;นายก&nbsp;อบจ.หนองคาย&nbsp;,พล.ต.ต.พุฒิพงศ์&nbsp;มุสิกูล&nbsp;ผบก.ภ.จว.หนองคาย&nbsp;พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และทุกภาคส่วนในจังหวัดหนองคาย&nbsp;ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย</p><p><strong>นางสุภา&nbsp;นันทะมีชัย&nbsp;นายก&nbsp;อบต.หนองกอมเกาะ&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ตามที่คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยฯ&nbsp;ได้กำหนดจัดกิจกรรม&nbsp;Olympic&nbsp;Day&nbsp;2022&nbsp;ขึ้นที่จังหวัดหนองคาย&nbsp;ในวันที่&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;65&nbsp;นี้&nbsp;และกำหนดให้มีการจัดกิจกรรมตามนโยบายคณะกรรมการโอลิมปิกระหว่างประเทศ&nbsp;(IOC)&nbsp;ที่ส่งเสริมให้ประเทศสมาชิกเน้นการจัดกิจกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิประเทศ&nbsp;โลกร้อน&nbsp;เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนให้น้อยที่สุดนั้น&nbsp;คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยฯ&nbsp;จึงได้ร่วมกับจังหวัดหนองคาย&nbsp;,&nbsp;อบจ.หนองคาย&nbsp;และ&nbsp;อบต.หนองกอมเกาะ&nbsp;จัดกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;โครงการปลูกป่า&nbsp;Olympic&nbsp;Day&nbsp;2022&nbsp;ในครั้งนี้ขึ้นในพื้นที่ตำบลหนองกอมเกาะ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.หนองคาย&nbsp;โดยมีการปลูกป่า&nbsp;จำนวน&nbsp;500&nbsp;ต้น&nbsp;และปล่อยพันธุ์ปลา&nbsp;จำนวน&nbsp;100,000&nbsp;ตัว&nbsp;มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;ประมาณ&nbsp;500&nbsp;คน.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>จุมพล&nbsp;/&nbsp;หนองคาย</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-30T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","หนองคาย","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220430142122365"],
    [538,"Fisherman Shop @nakhonphanom ชูของดีจังหวัดนครพนม ลูกอ๊อด-กบแช่แข็ง นำร่องเปิดช่องทางกระจายสินค้าสัตว์น้ำแดนอีสาน","<p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;สุวรรณรักษ์&nbsp;อธิบดีกรมประมง</strong>&nbsp;เปิดร้าน&nbsp;Fisherman&nbsp;Shop&nbsp;@nakhonphanom&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณหน้าสำนักงานประมงจังหวัดนครพนม&nbsp;ซึ่งเป็นที่แรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;พร้อมกล่าวว่า&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ที่ส่งผลให้เกษตรกรและพี่น้องชาวประมงได้รับผลกระทบในการประกอบอาชีพ&nbsp;ขาดช่องทางในการจำหน่ายสินค้า&nbsp;จึงได้มีนโยบายแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรและกลุ่มชาวประมงเพื่อให้มีช่องทางการจำหน่ายสินค้าสัตว์น้ำ&nbsp;</p><p><strong>กรมประมง&nbsp;ขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวสู่การปฏิบัติ</strong>&nbsp;โดยจัดหาพื้นที่สำหรับจำหน่ายสินค้าสัตว์น้ำให้เกษตรกรและกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านสามารถจำหน่ายแก่ผู้บริโภคได้โดยตรง&nbsp;พร้อมทั้งช่วยสนับสนุนองค์ความรู้&nbsp;เพื่อเพิ่มทักษะด้านการขาย&nbsp;การแปรรูป&nbsp;การบรรจุผลิตภัณฑ์&nbsp;ควบคู่ไปกับการประชาสัมพันธ์สินค้า&nbsp;อันจะนำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าได้อย่างยั่งยืน&nbsp;</p><p><strong>ล่าสุด&nbsp;กรมประมงจัดตั้งร้าน&nbsp;Fisherman&nbsp;Shop</strong>&nbsp;เพื่อเป็นช่องทางจำหน่ายผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำทั้งในรูปแบบของสดและแปรรูปที่ได้รับการตรวจและรับรองคุณภาพด้วยมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;จากกรมประมง&nbsp;สร้างความมั่นใจกับให้ผู้บริโภคว่าจะได้รับสินค้าที่มีคุณภาพ&nbsp;สดสะอาด&nbsp;สำหรับสำนักงานประมงจังหวัดนครพนม&nbsp;จัดตั้งร้าน&nbsp;Fisherman&nbsp;Shop&nbsp;@Nakhonphanom&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณหน้าสำนักงานประมงจังหวัดนครพนม&nbsp;ตำบลหนองแสง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;เพื่อเป็นจุดจำหน่ายสินค้าประมงแห่งแรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;โดยจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำคุณภาพจากเกษตรกรและชาวประมงในจังหวัดนครพนมและจังหวัดใกล้เคียง&nbsp;รวมไปถึงผลิตภัณฑ์จากโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;</p><p><strong>สินค้าทุกชิ้นล้วนได้รับการคัดสรร&nbsp;</strong>ให้เป็นสินค้าประมงระดับพรีเมียมของจังหวัดนครพนม&nbsp;&nbsp;อาทิ&nbsp;ลูกอ๊อดแช่แข็ง&nbsp;กบแช่แข็ง&nbsp;ปลาร้าแม่น้ำ&nbsp;ปลาดุกแดดเดียว&nbsp;น้ำพริกปลานิลกลิ่นแมงดา&nbsp;ก้างปลาเห็ดโคนทอดกรอบ&nbsp;ข้าวเกรียบหอยแมลงภู่&nbsp;หอยแมลงภู่ทอดกรอบ&nbsp;ซอสราดปลาทอด&nbsp;ปลาต้มเค็มหวาน&nbsp;เป็นต้น&nbsp;โดยเปิดให้บริการทุกวันจันทร์-ศุกร์&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.-17.00&nbsp;น.&nbsp;</p><p><strong>นับเป็นก้าวแรกของความสำเร็จสำหรับร้าน&nbsp;Fisherman&nbsp;Shop&nbsp;สาขาบางเขน</strong>&nbsp;ที่สามารถขยายผลไปสู่ระดับภูมิภาคได้อย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;ซึ่งจะเป็นการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและชาวประมงของจังหวัดนครพนม&nbsp;และในอนาคตจะเพิ่มผลิตภัณฑ์สินค้าประมงจากภาคอื่นๆ&nbsp;มาจำหน่ายในร้านให้มีความหลากหลายยิ่งขึ้น&nbsp;ถือเป็นช่องทางการเชื่อมโยงสินค้าประมงจากแต่ละพื้นที่ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายและจะเป็นโมเดลต้นแบบสำหรับการจัดตั้งร้าน&nbsp;Fisherman&nbsp;Shop&nbsp;ในภาคอีสานและจังหวัดอื่นๆ&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p>","2022-04-30T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220430200844433"],
    [539,"ธ.ก.ส.เดินหน้านโยบายสร้างรายได้เพิ่มให้เกษตรกร เติมทุนสนับสนุนการสร้างห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีให้แก่สหกรณ์การเกษตรย่านตาขาว จำกัด เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตและเพิ่มมูลค่าให้ผลผลิตยางพารา","<p><strong>ณ&nbsp;โรงรมหนองสามห้อง&nbsp;สหกรณ์การเกษตรย่านตาขาว&nbsp;ตำบลเกาะเปียะ&nbsp;</strong>อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;นายอาคม&nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและประธานกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีสำหรับตรวจสอบคุณภาพน้ำยางพาราสดของ&nbsp;สหกรณ์การเกษตรย่านตาขาว&nbsp;จำกัด&nbsp;&nbsp;&nbsp;และเยี่ยมชมการดำเนินธุรกิจรวบรวมน้ำยางสดจากเกษตรกรลูกค้า&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;และเครือข่ายชาวสวนยาง&nbsp;เพื่อนำไปตรวจสอบคุณภาพผ่านห้องปฏิบัติการและรับรองคุณภาพน้ำยางพาราผ่านการบ่งชี้ค่าทางเคมีต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ไม่ว่าจะเป็น&nbsp;การหาค่า&nbsp;DRC&nbsp;(Dry&nbsp;Rubber&nbsp;Content)&nbsp;และค่าความบูดของน้ำยางสด&nbsp;VFA&nbsp;(Volatile&nbsp;Fatty&nbsp;Acid)&nbsp;เพื่อประเมินราคาให้เทียบเท่ามาตรฐานสากลในการจำหน่ายไปยังตลาดและเกษตรกรไม่ถูกเอาเปรียบจากพ่อค้าคนกลาง&nbsp;โดยมี&nbsp;นายจำเริญ&nbsp;โพธิยอด&nbsp;รองปลัดกระทรวงการคลัง&nbsp;นายวิศิษฐ์&nbsp;ศรีสุวรรณ์&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์และกรรมการ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;นายธนารัตน์&nbsp;งามวลัยรัตน์&nbsp;ผู้จัดการ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;นายมณฑล&nbsp;รัตนแคล้ว&nbsp;ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการสาขาภาคใต้ตอนล่าง&nbsp;นายชาญยุทธ&nbsp;กาญจนพรหม&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน&nbsp;ธ.ก.ส.จังหวัดตรัง&nbsp;และพนักงานในพื้นที่เข้าร่วมพิธีในครั้งนี้</p><p><strong>นายธนารัตน์&nbsp;งามวลัยรัตน์&nbsp;ผู้จัดการ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ตระหนักถึงสภาพการณ์ปัญหากลไกราคายางพาราเสถียรภาพและความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนจากยางแผ่นรมควันและยางแท่ง&nbsp;เป็นน้ำยางพาราสด&nbsp;ทำให้สหกรณ์การเกษตรย่านตาขาวต้องปรับธุรกิจให้สอดคล้องกับความต้องการตลาด&nbsp;จึงได้พัฒนา&nbsp;LAB&nbsp;หรือห้องปฏิบัติการสำหรับตรวจสอบคุณภาพน้ำยางที่สามารถบ่งชี้ค่าทางเคมีต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ได้อย่างมีมาตรฐาน&nbsp;เช่น&nbsp;การตรวจสอบกรณีน้ำยางบูด&nbsp;ค่าความเข้มข้นของน้ำยางที่สมาชิกนำส่ง&nbsp;ต้องมีค่าใกล้เคียงกับที่บริษัทผู้รับซื้อต้องการ&nbsp;ซึ่งถือเป็นการพัฒนาคุณภาพผลผลิตให้ผู้รับซื้อเชื่อมั่นและ&nbsp;ลดปัญหาการถูกกดราคาในการรับซื้อ&nbsp;ขณะเดียวกันยังสร้างความเชื่อมั่นให้กับเกษตรกรในการรักษาคุณภาพการผลิตและสร้างรายได้อย่างยั่งยืน&nbsp;</p><p><strong>ผู้จัดการ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;</strong>ทั้งนี้ในช่วงฤดูการผลิตที่ผ่านมา&nbsp;สหกรณ์การเกษตร&nbsp;ย่านตาขาว&nbsp;จำกัด&nbsp;ทำธุรกิจรวบรวมผลผลิตน้ำยางสด&nbsp;ยางแห้ง&nbsp;ยางแผ่นรมควัน&nbsp;จากเกษตรกรสมาชิกผู้ปลูกยางพารา&nbsp;ประมาณ&nbsp;10,866&nbsp;ตัน&nbsp;มูลค่ากว่า&nbsp;467&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และดำเนินธุรกิจการแปรรูปผลผลิตยางแผ่นรมควันอัดก้อน&nbsp;น้ำยางสด&nbsp;และยางแผ่นรมควัน&nbsp;ประมาณ&nbsp;2,686&nbsp;ตัน&nbsp;มูลค่ากว่า&nbsp;158&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ซึ่งการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาพัฒนาห้อง&nbsp;LAB&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ร่วมสนับสนุนเงินทุนในวงเงิน&nbsp;1&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการผลิต&nbsp;เสริมสร้างความเข้มแข็งของกลไกการเชื่อมโยงตลอดห่วงโซ่อุปทาน&nbsp;(Supply&nbsp;Chain)&nbsp;เพิ่มพูนโอกาสในการแข่งขันทางการตลาด&nbsp;ทำให้เกษตรกรสมาชิกกว่า&nbsp;5,600&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;มีรายได้เพิ่มมากขึ้น&nbsp;รวมถึงสามารถแก้ไขปัญหาด้านราคาที่&nbsp;ผันผวนได้อย่างยั่งยืน</p><p><strong>อย่างไรก็ตามจากความสำเร็จในการดำเนินโครงการของสหกรณ์การเกษตรย่านตาขาว&nbsp;</strong>จำกัด&nbsp;ถือเป็นหนึ่งในนโยบายของการขับเคลื่อนงาน&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ที่มุ่งเน้นการพัฒนา&nbsp;ฟื้นฟูและยกระดับคุณภาพการผลิต&nbsp;เพื่อสร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้เพิ่ม&nbsp;ลดปัญหาภาระหนี้สินครัวเรือน&nbsp;ทำให้ภาคเกษตรกรรมและระบบเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ&nbsp;เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนอีกต่อไป&nbsp;นายธนารัตน์&nbsp;งามวลัยรัตน์ฯ&nbsp;กล่าว</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-30T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220430161549389"],
    [540,"ผู้เลี้ยงไก่มั่นใจผลิตไก่เนื้อเพียงพอต่อความต้องการ ในราคาสมเหตุผล","<p>สมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;ย้ำกำลังการผลิตไก่เนื้อมีเพียงพอต่อความต้องการในราคาที่เข้าถึงได้&nbsp;และเป็นแหล่งโปรตีนทางเลือกช่วงเนื้อสัตว์และอาหารปรับราคาตามต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน&nbsp;สร้างหลักประกันอาหารปลอดภัยให้ผู้บริโภค&nbsp;ด้วยมาตรการเลี้ยงและระบบป้องกันโรคตามมาตรฐานสากล&nbsp;</p><p><br></p><p>นางฉวีวรรณ&nbsp;คำพา&nbsp;นายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ในช่วงที่ภาคปศุสัตว์ต้องเผชิญกับสถานการณ์วิกฤตซ้อนวิกฤตถึง&nbsp;2&nbsp;ชั้น&nbsp;คือ&nbsp;1.โรคระบาดโควิด-19&nbsp;ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลกต่อเนื่องมากกว่า&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;2.ผลกระทบจากการบุกรุกของรัสเซียในยูเครน&nbsp;ทำให้ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ปรับสูงขึ้นทั่วโลกเป็นประวัติการณ์โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และข้าวสาลีประมาณ&nbsp;30%&nbsp;ตลอดจนน้ำมันดิบปรับสูงขึ้นเกิน&nbsp;100&nbsp;เหรียญสหรัฐต่อบาเรล&nbsp;</p><p><br></p><p>สำหรับอุตสาหกรรมไก่เนื้อ&nbsp;แม้จะต้องเผชิญปัญหาจากวิกฤตซ้อนวิกฤตเช่นเดียวกัน&nbsp;แต่ผู้เลี้ยงไก่พยายามบริหารจัดการธุรกิจและต้นทุนอย่างเต็มประสิทธิภาพ&nbsp;เสริมแหล่งโปรตีนทางเลือกให้กับผู้บริโภค&nbsp;ที่สำคัญราคาเข้าถึงได้&nbsp;แม้จำเป็นต้องปรับราคาหน้าฟาร์มเพื่อให้เกษตรกรไม่ขาดทุนจากเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ราคา&nbsp;39&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;เป็น&nbsp;42&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ในปัจจุบันนั้น&nbsp;เป็นการปรับอย่างสมเหตุผลให้การผลิตเดินหน้าโดยไม่ให้หยุดชะงักและมีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการ</p><p><br></p><p><em>สิ่งที่ภาคปศุสัตว์เป็นกังวลและจะส่งผลกระทบต่อการผลิตในระดับสูง&nbsp;คือ&nbsp;ราคาเนื้อสัตว์ไม่เป็นไปตามกลไกตลาด&nbsp;เนื่องจากรัฐบาลต้องรักษาสมดุลทางเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อ&nbsp;จึงขอความร่วมมือผู้เลี้ยงในการตรึงราคาไว้&nbsp;แต่เมื่อต้นทุนการผลิตปรับขึ้นรอบด้านในสถานการณ์ไม่ปกติแบบนี้&nbsp;ควรให้กลไกตลาดทำงานเพื่อให้เกษตรกรสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้&nbsp;และเกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย&nbsp;</em>นางฉวีวรรณ&nbsp;กล่าว&nbsp;</p><p><br></p><p>นางฉวีวรรณ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ผู้เลี้ยงไก่ก็ประสบปัญหาขาดทุนไม่ต่างกับผู้เลี้ยงสัตว์อื่นๆ&nbsp;โดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ทำให้ความต้องการเนื้อไก่ลดลงมากและราคาตกต่ำ&nbsp;เนื่องจากผู้บริโภคไม่มั่นใจรวมถึงการประกาศให้ทำงานที่บ้านและการเรียนออนไลน์ของโรงเรียนทั่วประเทศ&nbsp;ทำให้ผู้เลี้ยงต้องชะลอการเลี้ยงและการจับสัตว์&nbsp;ทั้งที่ต้องแบกรับภาระต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่เพิ่มขึ้น&nbsp;เพื่อสร้างสมดุลปริมาณที่ออกสู่ตลาดและราคาไม่ให้ตกต่ำมากจนเกษตรกรอยู่ไม่ได้&nbsp;</p><p><br></p><p>ในฐานะผู้ส่งออกเนื้อไก่รายใหญ่อันดับ&nbsp;4&nbsp;ของโลก&nbsp;แสดงให้เห็นถึงการยอมรับมาตรการอุตสาหกรรมการเลี้ยงไก่เนื้อไทยในเรื่องคุณภาพและความปลอดภัยทางอาหารตามมาตรฐานสากลทั้งระบบตลอดห่วงโซ่การผลิต&nbsp;ตั้งแต่ฟาร์มเลี้ยงสัตว์กระบวนการผลิตและแปรรูป&nbsp;และสามารถส่งออกไปยังประเทศที่มีกฎเกณฑ์ด้านสุขอนามัยสูง&nbsp;เช่น&nbsp;อังกฤษ&nbsp;ประเทศสมาชิกในสหภาพยุโรป&nbsp;และญี่ปุ่น&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;</p><p><em>เนื้อไก่มีโปรตีนสูงและราคาถูกกว่าเนื้อสัตว์ชนิดอื่น&nbsp;และเนื้อไก่ที่จำหน่ายในประเทศเป็นมาตรฐานเดียวกันกับมาตรฐานส่งออก&nbsp;และเป็นโปรตีนทางเลือกที่สามารถหาซื้อได้ทั่วไป</em>&nbsp;นางฉวีวรรณ&nbsp;กล่าว&nbsp;</p><p><br></p><p>สำหรับราคาเนื้อไก่และชิ้นส่วนต่างๆ&nbsp;ในตลาดสดยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับต้นทุนการเลี้ยงที่เพิ่มสูงขึ้น&nbsp;โดยราคา&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;28&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ไก่ทั้งตัวเฉลี่ยต่อกิโลกรัมอยู่ที&nbsp;75&nbsp;บาท&nbsp;อกไก่&nbsp;85&nbsp;บาท&nbsp;น่องไก่&nbsp;65&nbsp;บาท&nbsp;ขณะที่ราคาไก่หน้าฟาร์มอยู่ที่&nbsp;42&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ซึ่งเนื้อไก่สามารถปรุงอาหารได้หลากหลายเมนูไม่ต่างจากเนื้อหมู&nbsp;และเป็นทางเลือกในช่วงที่เนื้อสัตว์ประเภทอื่นมีราคาแพง</p><p><br></p><p>ทั้งนี้&nbsp;สมาคมฯ&nbsp;ขอเรียกร้องให้ภาครัฐพิจารณามาตรการสนับสนุนต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์&nbsp;ให้มีการนำเข้าในส่วนที่ขาดแคลนและยกเลิกอุปสรรคการนำเข้า&nbsp;เช่น&nbsp;ภาษีและโควต้านำเข้า&nbsp;และให้ราคาเนื้อปรับขึ้นลงตามกลไกการตลาดและมีมาตรการป้องกันโรคที่เคร่งครัด&nbsp;เพื่อรักษามาตรการผลิตและส่งออกเนื้อไก่ของไทยตามมาตรฐานสากล&nbsp;สร้างหลักประกันอาหารปลอดภัยให้กับผู้บริโภค</p>","2022-04-30T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220430160726385"],
    [541,"รองผู้ว่าฯ พังงา ลงพื้นที่ปลูกมังคุด ติดตามการดำเนินงานบริหารจัดการมังคุดทิพย์พังงา","<p><strong>นายเถลิงศักดิ์&nbsp;นุชประหาร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;</strong>เป็นประธานการประชุมระดมความคิดเห็นแนวทางการพัฒนาคุณภาพมังคุด&nbsp;จังหวัดพังงา&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3&nbsp;เพื่อติดตามการดำเนินงานบริหารจัดการมังคุดทิพย์พังงา&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;29-30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บ้านสวนจำลองรีสอร์ท&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลท่านา&nbsp;อำเภอกะปง&nbsp;จังหวัดพังงา&nbsp;โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม&nbsp;อาทิ&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดพังงา&nbsp;เกษตรจังหวัดพังงา&nbsp;สหกรณ์จังหวัดพังงา&nbsp;พาณิชย์จังหวัดพังงา&nbsp;ผู้เเทนท้องถิ่นจังหวัดพังงา&nbsp;พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพังงา&nbsp;สถิติจังหวัดพังงา&nbsp;ผู้อำนวยการ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;จังหวัดพังงา&nbsp;ผู้เเทนหัวหน้าไปรษณีย์จังหวัดพังงา&nbsp;ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดพังงา&nbsp;ผู้เเทนประธานกรรมการบริษัทประชารัฐรักสามัคคีพังงา&nbsp;ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;พังงา&nbsp;จำกัด&nbsp;และตัวแทนเกษตรกรชาวสวนมังคุดอำเภอกะปง&nbsp;จำนวนประมาณ&nbsp;20&nbsp;คน</p><p><strong>ซึ่งสรุปสาระสำคัญแผนการจัดการมังคุดของอำเภอกะปง&nbsp;ได้ดังนี้&nbsp;</strong></p><p>1.&nbsp;กำหนดจุดรวบรวมกลางของอำเภอ&nbsp;คือ&nbsp;สหกรณ์สภาเกษตรกรเพื่อเกษตรกรพังงา&nbsp;ตั้งอยู่หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลเหมาะ&nbsp;อำเภอกะปง&nbsp;จังหวัดพังงา</p><p>2.&nbsp;การกำหนดเกรดเพื่อให้ได้มังคุดทิพย์พังงาที่มีคุณภาพ&nbsp;</p><p>3.&nbsp;การหาช่องทางการกระจายผลผลิต&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรได้ราคาที่ยุติธรรมและเหมาะสม&nbsp;</p><p>4.&nbsp;การจัดทำระบบตรวจสอบย้อนกลับ&nbsp;(QR&nbsp;code)&nbsp;เพื่อให้รู้แหล่งที่มาและสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาและคณะได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมสวน</strong>ของ&nbsp;นายฐิติกร&nbsp;เอี๋ยวสกุล&nbsp;และ&nbsp;สวนของ&nbsp;นายบุญรัตน์&nbsp;ศรีนวล&nbsp;ด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-04-30T00:00:00","ภาคใต้","พังงา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220430223234456"],
    [542,"","",null,"","","",""],
    [543,"","",null,"","","",""],
    [544,"","",null,"","","",""],
    [545,"","",null,"","","",""],
    [546,"","",null,"","","",""],
    [547,"","",null,"","","",""],
    [548,"","",null,"","","",""],
    [549,"","",null,"","","",""],
    [550,"","",null,"","","",""],
    [551,"","",null,"","","",""],
    [552,"","",null,"","","",""],
    [553,"","",null,"","","",""],
    [554,"","",null,"","","",""],
    [555,"","",null,"","","",""],
    [556,"","",null,"","","",""],
    [557,"","",null,"","","",""],
    [558,"","",null,"","","",""],
    [559,"","",null,"","","",""],
    [560,"","",null,"","","",""],
    [561,"","",null,"","","",""],
    [562,"","",null,"","","",""],
    [563,"","",null,"","","",""],
    [564,"","",null,"","","",""],
    [565,"","",null,"","","",""],
    [566,"","",null,"","","",""],
    [567,"","",null,"","","",""],
    [568,"","",null,"","","",""],
    [569,"","",null,"","","",""],
    [570,"","",null,"","","",""],
    [571,"","",null,"","","",""],
    [572,"","",null,"","","",""],
    [573,"","",null,"","","",""],
    [574,"","",null,"","","",""],
    [575,"","",null,"","","",""],
    [576,"","",null,"","","",""],
    [577,"","",null,"","","",""],
    [578,"","",null,"","","",""],
    [579,"","",null,"","","",""],
    [580,"","",null,"","","",""],
    [581,"","",null,"","","",""],
    [582,"","",null,"","","",""],
    [583,"","",null,"","","",""],
    [584,"","",null,"","","",""],
    [585,"","",null,"","","",""],
    [586,"","",null,"","","",""],
    [587,"","",null,"","","",""],
    [588,"","",null,"","","",""],
    [589,"","",null,"","","",""],
    [590,"","",null,"","","",""],
    [591,"","",null,"","","",""],
    [592,"","",null,"","","",""],
    [593,"","",null,"","","",""],
    [594,"","",null,"","","",""],
    [595,"","",null,"","","",""],
    [596,"","",null,"","","",""],
    [597,"","",null,"","","",""],
    [598,"","",null,"","","",""],
    [599,"","",null,"","","",""],
    [600,"","",null,"","","",""],
    [601,"","",null,"","","",""],
    [602,"","",null,"","","",""],
    [603,"","",null,"","","",""],
    [604,"","",null,"","","",""],
    [605,"","",null,"","","",""],
    [606,"","",null,"","","",""],
    [607,"","",null,"","","",""],
    [608,"","",null,"","","",""],
    [609,"","",null,"","","",""],
    [610,"","",null,"","","",""],
    [611,"","",null,"","","",""],
    [612,"","",null,"","","",""],
    [613,"","",null,"","","",""],
    [614,"","",null,"","","",""],
    [615,"","",null,"","","",""],
    [616,"","",null,"","","",""],
    [617,"","",null,"","","",""],
    [618,"","",null,"","","",""],
    [619,"","",null,"","","",""],
    [620,"","",null,"","","",""],
    [621,"","",null,"","","",""],
    [622,"","",null,"","","",""],
    [623,"","",null,"","","",""],
    [624,"","",null,"","","",""],
    [625,"","",null,"","","",""],
    [626,"","",null,"","","",""],
    [627,"","",null,"","","",""],
    [628,"","",null,"","","",""],
    [629,"","",null,"","","",""],
    [630,"","",null,"","","",""],
    [631,"","",null,"","","",""],
    [632,"","",null,"","","",""],
    [633,"","",null,"","","",""],
    [634,"","",null,"","","",""],
    [635,"","",null,"","","",""],
    [636,"","",null,"","","",""],
    [637,"","",null,"","","",""],
    [638,"","",null,"","","",""],
    [639,"","",null,"","","",""],
    [640,"","",null,"","","",""],
    [641,"","",null,"","","",""],
    [642,"","",null,"","","",""],
    [643,"","",null,"","","",""],
    [644,"","",null,"","","",""],
    [645,"","",null,"","","",""],
    [646,"","",null,"","","",""],
    [647,"","",null,"","","",""],
    [648,"","",null,"","","",""],
    [649,"","",null,"","","",""],
    [650,"","",null,"","","",""],
    [651,"","",null,"","","",""],
    [652,"","",null,"","","",""],
    [653,"","",null,"","","",""],
    [654,"","",null,"","","",""],
    [655,"","",null,"","","",""],
    [656,"","",null,"","","",""],
    [657,"","",null,"","","",""],
    [658,"","",null,"","","",""],
    [659,"","",null,"","","",""],
    [660,"","",null,"","","",""],
    [661,"","",null,"","","",""],
    [662,"","",null,"","","",""],
    [663,"","",null,"","","",""],
    [664,"","",null,"","","",""],
    [665,"","",null,"","","",""],
    [666,"","",null,"","","",""],
    [667,"","",null,"","","",""],
    [668,"","",null,"","","",""],
    [669,"","",null,"","","",""],
    [670,"","",null,"","","",""],
    [671,"","",null,"","","",""],
    [672,"","",null,"","","",""],
    [673,"","",null,"","","",""],
    [674,"","",null,"","","",""],
    [675,"","",null,"","","",""],
    [676,"","",null,"","","",""],
    [677,"","",null,"","","",""],
    [678,"","",null,"","","",""],
    [679,"","",null,"","","",""],
    [680,"","",null,"","","",""],
    [681,"","",null,"","","",""],
    [682,"","",null,"","","",""],
    [683,"","",null,"","","",""],
    [684,"","",null,"","","",""],
    [685,"","",null,"","","",""],
    [686,"","",null,"","","",""],
    [687,"","",null,"","","",""],
    [688,"","",null,"","","",""],
    [689,"","",null,"","","",""],
    [690,"","",null,"","","",""],
    [691,"","",null,"","","",""],
    [692,"","",null,"","","",""],
    [693,"","",null,"","","",""],
    [694,"","",null,"","","",""],
    [695,"","",null,"","","",""],
    [696,"","",null,"","","",""],
    [697,"","",null,"","","",""],
    [698,"","",null,"","","",""],
    [699,"","",null,"","","",""],
    [700,"","",null,"","","",""],
    [701,"","",null,"","","",""],
    [702,"","",null,"","","",""],
    [703,"","",null,"","","",""],
    [704,"","",null,"","","",""],
    [705,"","",null,"","","",""],
    [706,"","",null,"","","",""],
    [707,"","",null,"","","",""],
    [708,"","",null,"","","",""],
    [709,"","",null,"","","",""],
    [710,"","",null,"","","",""],
    [711,"","",null,"","","",""],
    [712,"","",null,"","","",""],
    [713,"","",null,"","","",""],
    [714,"","",null,"","","",""],
    [715,"","",null,"","","",""],
    [716,"","",null,"","","",""],
    [717,"","",null,"","","",""],
    [718,"","",null,"","","",""],
    [719,"","",null,"","","",""],
    [720,"","",null,"","","",""],
    [721,"","",null,"","","",""],
    [722,"","",null,"","","",""],
    [723,"","",null,"","","",""],
    [724,"","",null,"","","",""],
    [725,"","",null,"","","",""],
    [726,"","",null,"","","",""],
    [727,"","",null,"","","",""],
    [728,"","",null,"","","",""],
    [729,"","",null,"","","",""],
    [730,"","",null,"","","",""],
    [731,"","",null,"","","",""],
    [732,"","",null,"","","",""],
    [733,"","",null,"","","",""],
    [734,"","",null,"","","",""],
    [735,"","",null,"","","",""],
    [736,"","",null,"","","",""],
    [737,"","",null,"","","",""],
    [738,"","",null,"","","",""],
    [739,"","",null,"","","",""],
    [740,"","",null,"","","",""],
    [741,"","",null,"","","",""],
    [742,"","",null,"","","",""],
    [743,"","",null,"","","",""],
    [744,"","",null,"","","",""],
    [745,"","",null,"","","",""],
    [746,"","",null,"","","",""],
    [747,"","",null,"","","",""],
    [748,"","",null,"","","",""],
    [749,"","",null,"","","",""],
    [750,"","",null,"","","",""],
    [751,"","",null,"","","",""],
    [752,"","",null,"","","",""],
    [753,"","",null,"","","",""],
    [754,"","",null,"","","",""],
    [755,"","",null,"","","",""],
    [756,"","",null,"","","",""],
    [757,"","",null,"","","",""],
    [758,"","",null,"","","",""],
    [759,"","",null,"","","",""],
    [760,"","",null,"","","",""],
    [761,"","",null,"","","",""],
    [762,"","",null,"","","",""],
    [763,"","",null,"","","",""],
    [764,"","",null,"","","",""],
    [765,"","",null,"","","",""],
    [766,"","",null,"","","",""],
    [767,"","",null,"","","",""],
    [768,"","",null,"","","",""],
    [769,"","",null,"","","",""],
    [770,"","",null,"","","",""],
    [771,"","",null,"","","",""],
    [772,"","",null,"","","",""],
    [773,"","",null,"","","",""],
    [774,"","",null,"","","",""],
    [775,"","",null,"","","",""],
    [776,"","",null,"","","",""],
    [777,"","",null,"","","",""],
    [778,"","",null,"","","",""],
    [779,"","",null,"","","",""],
    [780,"","",null,"","","",""],
    [781,"","",null,"","","",""],
    [782,"","",null,"","","",""],
    [783,"","",null,"","","",""],
    [784,"","",null,"","","",""],
    [785,"","",null,"","","",""],
    [786,"","",null,"","","",""],
    [787,"","",null,"","","",""],
    [788,"","",null,"","","",""],
    [789,"","",null,"","","",""],
    [790,"","",null,"","","",""],
    [791,"","",null,"","","",""],
    [792,"","",null,"","","",""],
    [793,"","",null,"","","",""],
    [794,"","",null,"","","",""],
    [795,"","",null,"","","",""],
    [796,"","",null,"","","",""],
    [797,"","",null,"","","",""],
    [798,"","",null,"","","",""],
    [799,"","",null,"","","",""],
    [800,"","",null,"","","",""],
    [801,"","",null,"","","",""],
    [802,"","",null,"","","",""],
    [803,"","",null,"","","",""],
    [804,"","",null,"","","",""],
    [805,"","",null,"","","",""],
    [806,"","",null,"","","",""],
    [807,"","",null,"","","",""],
    [808,"","",null,"","","",""],
    [809,"","",null,"","","",""],
    [810,"","",null,"","","",""],
    [811,"","",null,"","","",""],
    [812,"","",null,"","","",""],
    [813,"","",null,"","","",""],
    [814,"","",null,"","","",""],
    [815,"","",null,"","","",""],
    [816,"","",null,"","","",""],
    [817,"","",null,"","","",""],
    [818,"","",null,"","","",""],
    [819,"","",null,"","","",""],
    [820,"","",null,"","","",""],
    [821,"","",null,"","","",""],
    [822,"","",null,"","","",""],
    [823,"","",null,"","","",""],
    [824,"","",null,"","","",""],
    [825,"","",null,"","","",""],
    [826,"","",null,"","","",""],
    [827,"","",null,"","","",""],
    [828,"","",null,"","","",""],
    [829,"","",null,"","","",""],
    [830,"","",null,"","","",""],
    [831,"","",null,"","","",""],
    [832,"","",null,"","","",""],
    [833,"","",null,"","","",""],
    [834,"","",null,"","","",""],
    [835,"","",null,"","","",""],
    [836,"","",null,"","","",""],
    [837,"","",null,"","","",""],
    [838,"","",null,"","","",""]
]}
