{
  "fields": [{"id":"_id","type":"int"},{"id":"NewsTitle","type":"text"},{"id":"Detail","type":"text"},{"id":"NewsDate","type":"text"},{"id":"Region","type":"text"},{"id":"Province","type":"text"},{"id":"Department","type":"text"},{"id":"Link_News","type":"text"}],
  "records": [
    [1,"ผู้ว่าฯ ลำปาง น้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สร้างความมั่นคงทางอาหาร","<p><strong>นายสิธิชัย&nbsp;จินดาหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางธิติพร&nbsp;จินดาหลวง&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำปาง&nbsp;</strong>นายชาตรี&nbsp;ธินนท์&nbsp;พัฒนาการจังหวัดลำปาง&nbsp;และสมาชิกแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำปาง&nbsp;ร่วมดำเนินกิจกรรมการปลูกผักสวนครัว&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;โดยน้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;สร้างความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;มาขยายผลและต่อยอดสู่กิจกรรมตามแผนปฏิบัติการ&nbsp;90&nbsp;วัน&nbsp;ปลูกผักสวนครัว&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;รอบ&nbsp;2&nbsp;และเพื่อเป็นการบูรณาการกิจกรรม&nbsp;ที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;ให้สามารถขับเคลื่อนได้ในทุกพื้นที่&nbsp;ณ&nbsp;แปลงผักสวนครัว&nbsp;จวนผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","1/12/2021","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211201093047017"],
    [2,"จังหวัดชัยนาทจัดงานวันดินโลก ประจำปี 2564 ในหัวข้อ Halt soil salinization, boost soil productivity : พิชิตดินเค็ม เติมเต็มผลผลิต สร้างชีวิตเกษตรกร เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร","<p>&nbsp;วันนี้&nbsp;(1&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564)&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;ที่สถานีพัฒนาที่ดินชัยนาท&nbsp;อำเภอหนองมะโมง&nbsp;จังหวัดชัยนาทนายรังสรรค์&nbsp;ตันเจริญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันดินโลก&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;ในหัวข้อ&nbsp;Halt&nbsp;soil&nbsp;salinization,&nbsp;boost&nbsp;soil&nbsp;productivity&nbsp;:&nbsp;พิชิตดินเค็ม&nbsp;เติมเต็มผลผลิต&nbsp;สร้างชีวิตเกษตรกร&nbsp;เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;และเผยแพร่พระราชกรณียกิจด้านการพัฒนาทรัพยากรดินเพื่อการเกษตร&nbsp;สร้างการรับรู้เกี่ยวกับวันดินโลก&nbsp;และตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรดิน&nbsp;โดยมีนายอำเภอหนองมะโมง&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินชัยนาท&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;เกษตรกร&nbsp;หมอดินอาสา&nbsp;นักเรียน&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;หน่วยงานภาคเอกชน&nbsp;กลุ่มเกษตรกรเครือข่ายต่างๆ&nbsp;และประชาชนเข้าร่วมในงาน</p><p><br></p><p>&nbsp;โดยผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;ได้มอบใบประกาศนียบัตร&nbsp;ให้แก่หมอดินดีเด่นจังหวัดชัยนาท&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และเกษตรกรต้นแบบบัตรดินดี&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;นางสาวรัตติยา&nbsp;โตจีน&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินชัยนาท&nbsp;โดยสถานีพัฒนาที่ดินชัยนาท&nbsp;สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต&nbsp;1&nbsp;กรมพัฒนาที่ดิน&nbsp;ได้จัดกิจกรรม&nbsp;วันดินโลก&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;หัวข้อ&nbsp;พิชิตดินเค็ม&nbsp;เติมเต็มผลผลิต&nbsp;สร้างชีวิตเกษตรกร&nbsp;เพื่อเฉลิมฉลองวันดินโลกและเชิดชูพระเกียรติยศในฐานะทรงเป็นนักวิทยาศาสตร์ทางดินเพื่อมนุษยธรรมของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;รวมทั้งเพื่อสร้างการรับรู้&nbsp;และการตระหนักในความสำคัญของทรัพยากรดินให้สาธารณชนรับทราบและช่วยกันดูแลรักษาดินอย่างถูกวิธี&nbsp;พร้อมทั้งการจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;นิทรรศการวันดินโลก&nbsp;นิทรรศการจากหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;นิทรรศการกลางแจ้ง&nbsp;7&nbsp;จุด&nbsp;เช่น&nbsp;การทำการเกษตรแบบมีส่วนร่วม&nbsp;แปลงสาธิตการปลูกฟ้าทะลายโจร&nbsp;การจัดการดิน&nbsp;น้ำ&nbsp;ปุ๋ย&nbsp;เพื่อผลิตพืชสมุนไพร&nbsp;การปรับปรุงบำรุงดินด้วยปุ๋ยพืชสด/ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง&nbsp;ป่า&nbsp;3&nbsp;อย่าง&nbsp;ประโยชน์&nbsp;4&nbsp;อย่าง&nbsp;ดินในจังหวัดชัยนาท&nbsp;หญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ&nbsp;จากนั้น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;ได้เยี่ยมชมนิทรรศการวันดินโลก&nbsp;จุดเรียนรู้ของสถานีพัฒนาที่ดินชัยนาท&nbsp;และเยี่ยมชมนิทรรศการของหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;หมอดินอาสา&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;วันดินโลก&nbsp;กำหนดขึ้นตามมติขององค์การสหประชาชาติ&nbsp;เมื่อปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2556&nbsp;ให้วันที่&nbsp;5&nbsp;ธันวาคม&nbsp;ของทุกปี&nbsp;เป็นวันดินโลก&nbsp;(World&nbsp;Soil&nbsp;Day)&nbsp;เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับความสำคัญรวมทั้งการอนุรักษ์ทรัพยากรดินอย่างยั่งยืน&nbsp;และสดุดีพระเกียรติคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ในการพัฒนาทรัพยากรดิน&nbsp;</p>","1/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","ชัยนาท","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211201133913135"],
    [3,"รายการพิเศษ ศิลปินหมอลำ จังหวัดอุบลราชธานี ทำการเกษตรและใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ด้วยการยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง   ตามแนวพระราชดำริ ในหลวงรัชกาลที่ 9","<p><strong>นี่คือเสียงลำอีสานจากศิลปินหมอลำ&nbsp;อรุณี&nbsp;พูลสว่าง&nbsp;ที่บอกเล่าถึงการดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;&nbsp;ตามแนวพระราชดำริ&nbsp;ในหลวงรัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;</p><p>หมอลำอรุณี&nbsp;พูลสว่าง&nbsp;มีชื่อจริงว่า&nbsp;หรือนางอรุณรัตน์&nbsp;จำปาเทพ&nbsp;ชาวบ้านาเจริญใน&nbsp;ตำบลคันไร่&nbsp;อ.สิรินธร&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;นอกจากเป็นศิลปินหมอลำแล้ว&nbsp;ครอบครัวของเธอยังเป็นเกษตรกรชาวไร่ชาวนาอย่างเต็มตัว&nbsp;ด้วยการปลูกพืชเชิงเดี่ยวมาโดยตลอด&nbsp;พบว่า&nbsp;แต่ละปีมีค่าใช้จ่ายในการปลูกข้าวเพิ่มขึ้น&nbsp;ไม่คุ้มกับที่ลงทุนทำนา&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;จึงได้ปรับเปลี่ยนหันมาปลูกพืชผสมผสานตามทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง</strong>&nbsp;ที่ในหลวงรัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;ทรงคิดค้นพระราชทานให้แก่ประชาชน&nbsp;โดยแบ่งพื้นที่ปลูกยางพารา&nbsp;ทำนาบัว&nbsp;ปลูกไผ่&nbsp;ปลูกข้าว&nbsp;ปลูกผักสวนครัว&nbsp;เลี้ยงสัตว์&nbsp;เช่น&nbsp;กบ&nbsp;ไก่&nbsp;โค&nbsp;ปลาดุก&nbsp;และเป็นที่อยู่อาศัย&nbsp;พร้อมทั้งขุดสระกักเก็บน้ำไว้ใช้&nbsp;&nbsp;ที่สำคัญพื้นที่ทั้งหมดไม่มีสารเคมี&nbsp;เป็นเกษตรอินทรีย์ร้อยเปอร์เซ็นต์&nbsp;ทำให้มีรายได้จากการจำหน่ายผลผลิตการเกษตรเฉลี่ยเดือนละ&nbsp;3&nbsp;&nbsp;4&nbsp;หมื่นบาท&nbsp;ทำให้ครอบครัวมีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น&nbsp;</p><p><strong>ถึงแม้ว่า&nbsp;ทุกวันนี้นางอรุณรัตน์&nbsp;พร้อมครอบครัวจะมีรายได้เพิ่มขึ้น&nbsp;แต่ยังใช้ชีวิตแบบประมาณตน</strong>&nbsp;ไม่ฟุ้งเฟ้อ&nbsp;ฟุ่มเฟือย&nbsp;โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางดำเนินชีวิต&nbsp;และทุกครั้งที่เธอลงไปดูแลพื้นที่เกษตร&nbsp;เธอจะร้องหมอลำ&nbsp;ให้พืชผัก&nbsp;สัตว์เลี้ยงที่เลี้ยงไว้ให้ได้ฟังด้วย&nbsp;โดยเชื่อว่า&nbsp;จะช่วยให้มีผลผลิตที่ดี</p><p>ปัจจุบันพื้นที่การเกษตรของหมอลำ&nbsp;อรุณี&nbsp;พูลสว่าง&nbsp;หรือนางอรุณรัตน์&nbsp;จำปาเทพ&nbsp;กลายเป็นศูนย์เรียนรู้ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ตำบลคันไร่&nbsp;อ.สิรินธร&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ที่พร้อมจะต้อนรับผู้ที่สนใจเข้าเยี่ยมชม&nbsp;และนำแนวทางหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;&nbsp;ตามแนวพระราชดำริ&nbsp;ในหลวงรัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;ไปใช้ในการดำเนินชีวิต&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>เครดิต&nbsp;&nbsp;-&nbsp;กรกช&nbsp;&nbsp;ภูมี&nbsp;สวท.อุบลฯ&nbsp;รายงาน&nbsp;1&nbsp;ธ.ค.64&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","1/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อุบลราชธานี","สวท.อุบลราชธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211201164819296"],
    [4,"อำเภอวังวิเศษ จังหวัดตรัง ติดตามโครงการปลูกต้นไม้รอบบริเวณที่สาธารณะประโยชน์ของหมู่บ้านและโครงการขยายเครือข่ายการเกษตรตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง","<p><strong>นายสุภัทธ&nbsp;คงด้วง&nbsp;เกษตรอำเภอวังวิเศษ&nbsp;&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอวังวิเศษ&nbsp;ร่วมกับอำเภอวังวิเศษและผู้นำชุมชน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ติดตามโครงการปลูกต้นไม้รอบบริเวณที่สาธารณะประโยชน์ของหมู่บ้านและโครงการขยายเครือข่ายการเกษตรตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ณ&nbsp;พื้นที่หมู่ที่&nbsp;12&nbsp;ตำบลอ่าวตง&nbsp;อำเภอวังวิเศษ&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</p><p>ทั้งนี้&nbsp;โครงการดังกล่าวดำเนินการในพื้นที่สาธารณะประโยชน์ของหมู่บ้านที่มีสภาพรกร้างว่างเปล่า&nbsp;ขาดการดูแล&nbsp;โดยมีมติประชุมของหมู่บ้านให้ดำเนินการ&nbsp;เพื่อเป็นแนวเขตป้องกันการบุกรุก&nbsp;และแบ่งพื้นที่บางส่วนจัดทำแปลงผักและแปลงสมุนไพร&nbsp;ได้แก่&nbsp;กระชายขาวและฟ้าทะลายโจร&nbsp;ตามมาตรการปลูกพืชสมุนไพรสู้ภัย&nbsp;โควิด-19&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","1/12/2021","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211201170201307"],
    [5,"Young Smart Farmer ของอำเภอเมืองตรัง เลี้ยงไส้เดือนดิน และปลูกผักอินทรีย์  จำหน่ายในแบรนด์ PEN TOR ORGANIC FARM มูลไส้เดือน","<p><strong>นายประทิ่น&nbsp;วรรณงาม&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ&nbsp;รักษาราชการเกษตรอำเภอเมืองตรัง</strong>&nbsp;มอบหมาย&nbsp;นางสาวสุภาพร&nbsp;หมุนแก้ว&nbsp;นางกติญา&nbsp;เลี้ยงสกุลเวทย์&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;และนางสาวกรรณิการ์&nbsp;มาเอียด&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;&nbsp;ลงพท้นที่เยี่ยมเยียน&nbsp;นายนันธวัช&nbsp;ผดุงเกียรติ&nbsp;ผู้สมัคร&nbsp;โครงการ&nbsp;Young&nbsp;&nbsp;Smart&nbsp;&nbsp;Farmer&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ปี&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ของอำเภอเมืองตรัง&nbsp;</p><p><strong>สำหรับปีนี้&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;มีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการ&nbsp;ฯ&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;ราย</strong>&nbsp;โดยกิจกรรมหลัก&nbsp;ของนายนันธวัช&nbsp;ผดุงเกียรติ&nbsp;คือ&nbsp;การเลี้ยงไส้เดือนดิน&nbsp;และปลูกผักอินทรีย์&nbsp;&nbsp;ซึ่งชนิดของไส้เดือนที่นำมาเลี้ยงคือพันธุ์สีน้ำเงิน&nbsp;Blue&nbsp;worm&nbsp;ไส้เดือนสีน้ำเงินเป็นไส้เดือนขนาดเล็กมีลักษณะของลำตัวผอมแต่ยาว&nbsp;เมื่อโตเต็มที่มีความยาวประมาณ&nbsp;4&nbsp;นิ้ว&nbsp;น้ำหนักตัวประมาณ&nbsp;0.2&nbsp;กรัม&nbsp;ลำตัวส่วนหน้ามีสีแดงหรือสีม่วงเข้ม&nbsp;ลำตัวส่วนหลังมีสีแดงหรือสีน้ำตาล&nbsp;ไส้เดือนสีน้ำเงินมีความสามารถในการกำจัดขยะอินทรีย์และผลิตปุ๋ยหมักได้ใกล้เคียงกันกับไส้เดือนที่นิยมเลี้ยงกันทั่วโลกอีก&nbsp;4&nbsp;ชนิด&nbsp;คือไส้เดือนไทเกอร์&nbsp;ไส้เดือนไทเกอร์แดง&nbsp;ไส้เดือนยูโรและไส้เดือนแอฟริกัน&nbsp;(พันธุ์&nbsp;AF)&nbsp;ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม&nbsp;ไส้เดือนสีน้ำเงิน&nbsp;สามารถขยายพันธุ์ได้เร็วกว่ามาก&nbsp;ไส้เดือนสีน้ำเงินสามารถ&nbsp;&nbsp;ผลิตปุ๋ยหมักที่มีความละเอียด&nbsp;(เม็ดเล็ก)&nbsp;และมีลักษณะนุ่มมากกว่าพันธุ์อื่นๆ&nbsp;ปุ๋ยมูลไส้เดือน&nbsp;เหมาะสำหรับ&nbsp;ไม้ดอกประดับและบอนสี&nbsp;โดยนายนันธวัช&nbsp;ผดุงเกียรติ&nbsp;จำหน่ายในแบรนด์&nbsp;PEN&nbsp;TOR&nbsp;&nbsp;ORGANIC&nbsp;FARM&nbsp;มูลไส้เดือน&nbsp;&nbsp;สนใจติดต่อทาง&nbsp;Page&nbsp;Fackbook&nbsp;:&nbsp;เป็นต่อ&nbsp;organicfarm&nbsp;ปุ๋ยมูลไส้เดือน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","1/12/2021","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211201170352309"],
    [6,"เกษตรกรชาวย่านตาขาว  จังหวัดตรัง ปลูกสละสุมาลี  1 ไร่ สามารถสร้างรายได้เสริมให้เกษตรกรเฉลี่ยเดือนละประมาณ 7,000 บาท ผลผลิตมีจำหน่ายตลอดทั้งปี","<p><strong>นายนนท์นภนต์&nbsp;นาพอ&nbsp;เกษตรอำเภอย่านตาขาว&nbsp;มอบหมายให้นางแพรวพรรณ&nbsp;ทองพิทักษ์&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ</strong>&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนแปลงสละสุมาลีของนายประสาน&nbsp;คงแก้ว&nbsp;ที่ตั้งแปลงอยู่ที่หมู่&nbsp;1&nbsp;ตำบลทุ่งค่าย&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>สำหรับเกษตรกรรายดังกล่าว&nbsp;&nbsp;มีพื้นที่ปลูกสละสุมาลีจำนวน&nbsp;1&nbsp;ไร่&nbsp;อายุประมาณ&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;</strong>ซึ่งสามารถสร้างรายได้เสริมให้เกษตรกรเฉลี่ยเดือนละประมาณ&nbsp;7,000&nbsp;บาท&nbsp;ผลผลิตมีจำหน่ายตลอดทั้งปี&nbsp;จำหน่ายกิโลกรัมละ&nbsp;70&nbsp;บาท&nbsp;เนื่องจากเกษตรกรอย่างสม่ำเสมอ&nbsp;ทำให้ผลผลิตสละเน่าเละมีน้อย&nbsp;โดยเกษตรกรใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาอัตราดังนี้&nbsp;เชื้อราไตรโคเดอร์มาสด&nbsp;1&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;:&nbsp;รำละเอียด&nbsp;4&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;:&nbsp;ปุ๋ยหมัก&nbsp;100&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ใส่บริเวณโคน&nbsp;(สนใจติดต่อสั่งซื้อผลผลิตสละสุมาลีได้ที่&nbsp;คุณประสาน&nbsp;คงแก้ว&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;086-2742564)</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","1/12/2021","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211201170812312"],
    [7,"วิสาหกิจชุมชนรวมพลคนรักษ์ถิ่นบ้านหน้าควน ตำบลทุ่งค่าย อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง รวมกลุ่มผลิตข้าวเหนียวแก้วตามออเดอร์ สร้างรายได้ปีละกว่า 2 แสนบาท","<p><strong>นายนนท์นภนต์&nbsp;นาพอ&nbsp;เกษตรอำเภอย่านตาขาว&nbsp;มอบหมายให้</strong>&nbsp;นางแพรวพรรณ&nbsp;ทองพิทักษ์&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนและติดตามผลการดำเนินงานของวิสาหกิจชุมชนรวมพลคนรักษ์ถิ่นบ้านหน้าควน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลทุ่งค่าย&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ทางกลุ่มวิสาหกิจชุมชนรวมพลคนรักษ์ถิ่นบ้านหน้าควน&nbsp;&nbsp;ได้มีการดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง&nbsp;</strong>โดยผลิตข้าวเหนียวแก้วตามออเดอร์เป็นหลัก&nbsp;ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้แก่วิสาหกิจชุมชนประมาณ&nbsp;243,049&nbsp;บาท/ปี&nbsp;โดยครั้งนี้ได้ส่งร้านเค้กท่าปาบ&nbsp;และร้านเค้กรสเลิศ&nbsp;ในเรื่องของด้านรสชาติของข้าวเหนียวแก้ว&nbsp;คือ&nbsp;หอมหวาน&nbsp;นุ่ม&nbsp;ละมุน&nbsp;</p><p><strong>หากสนใจอยากชิมอยากลองรสชาติข้าวเหนียวแก้ว&nbsp;หรือศึกษาวิธีการทำข้าวเหนียวแก้วสามารถติดต่อได้ที่</strong>&nbsp;&nbsp;คุณวิไล&nbsp;สุขลิ้ม&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;093-7762456,&nbsp;086-5946241&nbsp;หรือทางเฟซบุ๊ก&nbsp;ข้าวเหนียวแก้วป้าไล</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","1/12/2021","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211201170927314"],
    [8,"อุบลฯ อำเภอสว่างวีระวงศ์ รณรงค์ไถกลบตอซัง  โดยจังหวัดฯ ตั้งเป้า งดการเผาในพื้นที่การเกษตร ภายในปี 2565 ให้ได้ 20 %","<p><strong>นายธนัท&nbsp;ชายทวีป&nbsp;นายอำเภอสว่างวีระวงศ์&nbsp;&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;และประชาชนเครือข่ายโคกหนองนา&nbsp;อำเภอวีระวงศ์&nbsp;</strong>เครือข่ายสวนเพียรเรียนรู้&nbsp;และบริษัทประชารัฐรักสามัคคี&nbsp;อุบล&nbsp;จำกัด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ลงแขกเกี่ยวข้าวเอามื้อสามัคคี&nbsp;รณรงค์ไถกลบตอชังข้าว&nbsp;หลังเก็บเกี่ยว&nbsp;ณ&nbsp;แปลงนาข้าว&nbsp;ของ&nbsp;นายสฤษดิ์&nbsp;วิฑูรย์&nbsp;อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ตำบลแก่งโดม&nbsp;อำเภอสว่างวีระวงศ์&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;&nbsp;เพื่อส่งเสริมงดการเผาในพื้นที่เกษตรกร&nbsp;เป็นการเพิ่มอินทรีย์วัตถุในการปรับปรุงดิน&nbsp;และลดโลกร้อน</p><p><strong>โดยจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ตั้งเป้ารณรงค์ไถกลบตอซัง&nbsp;เพื่องดการเผาในพื้นที่การเกษตร&nbsp;ทั้ง&nbsp;25&nbsp;อำเภอ</strong>&nbsp;ภายในปี&nbsp;2565&nbsp;ให้ได้&nbsp;20&nbsp;%&nbsp;โดยกิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;ถือเป็นต้นแบบที่ได้ดำเนินการ&nbsp;และจะขยายผลในกลุ่มเกษตรอินทรีย์เพื่อนำร่อง&nbsp;เป็นต้นแบบสำหรับเกษตรกร&nbsp;ต่อไป.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>เครดิต&nbsp;&nbsp;-&nbsp;&nbsp;จักรกฤษณ์&nbsp;มาลาสาย/ข่าว</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","1/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อุบลราชธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211201165458301"],
    [9,"คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา เดินทางมาศึกษาดูงานการขับเคลื่อนพื้นที่เกษตรแปลงใหญ่และศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้นเกษตร (ศพก.) ระดับประเทศ  ในพื้นที่จังหวัดชัยนาท","<p><strong>บ่ายวันนี้&nbsp;(1&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564)&nbsp;ที่โรงงานปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์และโรงสีข้าวกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเมล็ดพันธุ์ข้าวและแปรรูปข้าว</strong>&nbsp;ต.แพรกศรีราชา&nbsp;อ.สรรคบุรี&nbsp;จ.ชัยนาท&nbsp;นายรังสรรค์&nbsp;ตันเจริญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;พลเอก&nbsp;ฉัตรชัย&nbsp;สาริกัลยะ&nbsp;ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์&nbsp;วุฒิสภา&nbsp;และคณะฯ&nbsp;ในโอกาสเดินทางมาศึกษาดูงานในพื้นที่เกษตรแปลงใหญ่&nbsp;&nbsp;และศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.)&nbsp;พร้อมพบปะประธานเครือข่ายแปลงใหญ่&nbsp;ศพก.ระดับประเทศ&nbsp;จากนั้น&nbsp;คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์&nbsp;วุฒิสภา&nbsp;ได้เดินทางไปศึกษาดูงานการขับเคลื่อนกลุ่มแปลงใหญ่ข้าวบ้านวัดพระแก้ว&nbsp;โดยกลุ่มแปลงใหญ่ฯ&nbsp;กลุ่มนี้&nbsp;ได้ดำเนินการบริหารจัดการโดยวิสาหกิจชุมชน&nbsp;ในลักษณะกลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว&nbsp;และแปรรูปข้าวจังหวัดชัยนาท&nbsp;โดยนำผลผลิตเมล็ดพันธุ์&nbsp;และข้าวเปลือกของกลุ่มแปลงใหญ่&nbsp;ของบ้านวัดพระแก้ว&nbsp;มาปรับปรุงสภาพเป็นเมล็ดพันธุ์&nbsp;และสีเป็นข้าวสาร&nbsp;เพื่อจำหน่ายแก่เกษตรกร&nbsp;และผู้บริโภคทั่วไป&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การเดินทางของคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์&nbsp;วุฒิสภา&nbsp;ศึกษาดูงาน</strong>ในพื้นที่เกษตรแปลงใหญ่&nbsp;&nbsp;และศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.)&nbsp;ในจังหวัดชัยนาท&nbsp;มีกำหนด&nbsp;2&nbsp;วัน&nbsp;คือระหว่างวันที่&nbsp;1&nbsp;&nbsp;2&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;โดยในวันนี้ได้ศึกษาดูงานโรงงานปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์และโรงสีข้าวกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเมล็ดพันธุ์ข้าวและแปรรูปข้าว&nbsp;ต.แพรกศรีราชา&nbsp;อ.สรรคบุรี&nbsp;จ.ชัยนาท&nbsp;และการขับเคลื่อนกลุ่มแปลงใหญ่ข้าวบ้านวัดพระแก้ว&nbsp;ส่วนในวันพรุ่งนี้&nbsp;(2&nbsp;ธ.ค.64)&nbsp;กำหนดศึกษาดูงานที่ศูนย์เรียนรู้และพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวตำบลบางหลวง&nbsp;อำเภอสรรพยา&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;โดยจะร่วมสังเกตการณ์การประชุมแปลงใหญ่&nbsp;&nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.)&nbsp;ระดับประเทศ&nbsp;และศึกษาดูงานการวิจัยพไร่อายุสั้น&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์วิจัยพืชไร่ชัยนาท&nbsp;ตำบลบางหลวง&nbsp;อำเภอสรรพยา&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;</p><p><br></p><p>ส.ปชส.ชัยนาท</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","1/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","ชัยนาท","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211201182342347"],
    [10,"คณะกรรมาธิการเกษตรและสหกรณ์วุฒิสภา เดินทางมาศึกษาดูงานการขับเคลื่อนพื้นที่เกษตรแปลงใหญ่ฯ ที่จังหวัดชัยนาท","<p><strong>วันที่&nbsp;1&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;นายรังสรรค์&nbsp;ตันเจริญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;</strong>พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;นายอำเภอสรรคบุรี&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ&nbsp;พลเอก&nbsp;ฉัตรชัย&nbsp;สาริกัลยะ&nbsp;ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์&nbsp;วุฒิสภา&nbsp;และคณะ&nbsp;ในการเดินทางมาศึกษาดูงานการขับเคลื่อนพื้นที่เกษตรแปลงใหญ่และศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.)&nbsp;ระดับประเทศ&nbsp;ณ&nbsp;กลุ่มแปลงใหญ่ข้าวบ้านวัดพระแก้ว&nbsp;โรงงานปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์และโรงสีข้าว&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผลิตเมล็ดพันธุ์และแปรรูป&nbsp;ตำบลแพรกศรีราชา&nbsp;อำเภอสรรคบุรี&nbsp;จังหวัดชัยนาท</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","1/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","ชัยนาท","สวท.ชัยนาท","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211201192037365"],
    [11,"จังหวัดลำพูน ต่อยอดการดำเนินโครงการฝายพัชรธรรม ฟื้นฟู จิตวิญญาณลุ่มน้ำกวง ร่วมกันปลูกผักสวนครัว ตามแนวทางหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>วันนี้&nbsp;(&nbsp;1&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;)&nbsp;ที่ฝายพัชรธรรม&nbsp;บ้านศรีบุญชูวังไฮ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ต.เวียงยอง</strong>&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ลำพูน&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางปนัดดา&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดลำพูน/ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันปลูกผักสวนครัว&nbsp;ตามแนวทางหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;พริก&nbsp;ผักบุ้ง&nbsp;ผักชี&nbsp;คะน้า&nbsp;และผักกาด&nbsp;เพื่อทำให้เกิดความสวยงามและส่งเสริมอาชีพการเพาะปลูกของเกษตรกรแบบผสมผสานตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;สำหรับโครงการฝายพัชรธรรม&nbsp;สืบสานจิตวิญญาณลุ่มน้ำกวง&nbsp;พระครูภาวนาวิริยวัฒน์&nbsp;(พระอารยวังโส)&nbsp;เจ้าอาวาสวัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชยในพระราชูปถัมภ์ฯ&nbsp;จ.ลำพูน&nbsp;ได้ร่วมกับ&nbsp;ส่วนราชการในจังหวัดลำพูน&nbsp;และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมกันจัดสร้างฝายชะลอน้ำ&nbsp;ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา&nbsp;นเรนทิราเทพยวดี&nbsp;กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร&nbsp;มหาวัชรราชธิดา&nbsp;โดยร่วมกันสร้างฝายที่บริเวณลำแม่น้ำกวง&nbsp;ในพื้นที่บ้านศรีเมืองยู้&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;บ้านศรีบุญชูวังไฮ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;บ้านใหม่วังไฮ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;และพื้นที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำกวงในเขตพื้นที่เทศบาลตำบลต้นธง&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำอุปโภคบริโภคของคนในชุมชน&nbsp;ปัญหาอุทกภัย&nbsp;/&nbsp;ภัยแล้ง&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้&nbsp;การพัฒนาพื้นที่โครงการพัชรธรรม&nbsp;มุ่งให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วม&nbsp;ด้วยจิตอาสาพัฒนาที่จะแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&nbsp;</strong>ให้มีน้ำอุปโภค&nbsp;น้ำเพื่อการเกษตร&nbsp;เป็นแหล่งฟื้นฟูอนุรักษ์พันธุ์ปลาในแม่น้ำกวงตามธรรมชาติ&nbsp;อีกทั้งมีการปรับปรุงภูมิทัศน์ริมแม่น้ำกวงทั้งสองฝั่ง&nbsp;ทำให้เกิดความสวยงามและส่งเสริมอาชีพเกษตรแบบผสมผสานตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">อานนท์&nbsp;บุญมาตุ้ย&nbsp;&nbsp;ข่าว</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","1/12/2021","ภาคเหนือ","ลำพูน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211201193610373"],
    [12,"จังหวัดลำพูน ต่อยอดการดำเนินโครงการฝายพัชรธรรม ฟื้นฟู จิตวิญญาณลุ่มน้ำกวง ร่วมกันปลูกผักสวนครัว ตามแนวทางหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง","<p><strong>วันนี้&nbsp;(&nbsp;1&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;)&nbsp;ที่ฝายพัชรธรรม&nbsp;บ้านศรีบุญชูวังไฮ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ต.เวียงยอง&nbsp;</strong>อ.เมือง&nbsp;จ.ลำพูน&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางปนัดดา&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดลำพูน/ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันปลูกผักสวนครัว&nbsp;ตามแนวทางหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;พริก&nbsp;ผักบุ้ง&nbsp;ผักชี&nbsp;คะน้า&nbsp;และผักกาด&nbsp;เพื่อทำให้เกิดความสวยงามและส่งเสริมอาชีพการเพาะปลูกของเกษตรกรแบบผสมผสานตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับโครงการฝายพัชรธรรม&nbsp;สืบสานจิตวิญญาณลุ่มน้ำกวง&nbsp;พระครูภาวนาวิริยวัฒน์&nbsp;(พระอารยวังโส)&nbsp;</strong>เจ้าอาวาสวัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชยในพระราชูปถัมภ์ฯ&nbsp;จ.ลำพูน&nbsp;ได้ร่วมกับ&nbsp;ส่วนราชการในจังหวัดลำพูน&nbsp;และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมกันจัดสร้างฝายชะลอน้ำ&nbsp;ถวายเป็นพระราชกุศลแด่&nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา&nbsp;นเรนทิราเทพยวดี&nbsp;กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร&nbsp;มหาวัชรราชธิดา&nbsp;โดยร่วมกันสร้างฝายที่บริเวณลำน้ำแม่กวง&nbsp;ในพื้นที่บ้านศรีเมืองยู้&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;บ้านศรีบุญชูวังไฮ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;บ้านใหม่วังไฮ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;และพื้นที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำกวงในเขตพื้นที่เทศบาลตำบลต้นธง&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำอุปโภคบริโภคของคนในชุมชน&nbsp;ปัญหาอุทกภัย&nbsp;/&nbsp;ภัยแล้ง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การพัฒนาพื้นที่โครงการพัชรธรรม&nbsp;มุ่งให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วม&nbsp;ด้วยจิตอาสาพัฒนาที่จะแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&nbsp;</strong>ให้มีน้ำอุปโภค&nbsp;น้ำเพื่อการเกษตร&nbsp;เป็นแหล่งฟื้นฟูอนุรักษ์พันธุ์ปลาในแม่น้ำกวงตามธรรมชาติ&nbsp;อีกทั้งมีการปรับปรุงภูมิทัศน์ริมแม่น้ำกวงทั้งสองฝั่ง&nbsp;ทำให้เกิดความสวยงามและส่งเสริมอาชีพเกษตรแบบผสมผสานตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","1/12/2021","ภาคเหนือ","ลำพูน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211201192246366"],
    [13,"จังหวัดเพชรบุรี ประชุมคณะกรรมการโครงการแก้ไขปัญหาเกลือทะเล ปี 2564 ให้เกษตรกรได้รับผลตอบแทน จากการผลิตเกลือในราคาที่เหมาะสม","<p><strong>วันนี้&nbsp;(&nbsp;1&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;)&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</strong>นายสมชัย&nbsp;เลิศประสิทธิพันธ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;คณะกรรมการโครงการแก้ไขปัญหาเกลือทะเล&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2564&nbsp;นางสาวศิริวรรณ&nbsp;เครือเล็ก&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางพิมพ์นิภา&nbsp;กลัดเข็มเพชร&nbsp;หัวหน้ากลุ่มช่วยเหลือเกษตรกรและโครงการพิเศษ&nbsp;เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการโครงการแก้ไขปัญหาเกลือทะเล&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาเกลือทะเลในปีการผลิต&nbsp;2562/63&nbsp;ค้างสต็อกในแหล่งพื้นที่ผลิตสำคัญ&nbsp;และช่วยเหลือเกษตรกรให้ได้รับผลตอบแทน&nbsp;จากการผลิตเกลือทะเลในราคาที่เหมาะสม&nbsp;เป็นธรรม&nbsp;ไม่ประสบปัญหาขาดทุน&nbsp;และช่วยแก้ไขราคาเกลือทะเลโดยกลไกการตลาดยังคงทำงานได้ตามปกติ&nbsp;รวมถึงเพิ่มขีดความสามารถในการประกอบอาชีพและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร&nbsp;รวมทั้งมีการร่วมกันพิจารณาเกณฑ์การให้การสนับสนุนโครงการแก้ไขปัญหาเกลือทะเล&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ขั้นตอนการดำเนินโครงการแก้ไขปัญหาเกลือทะเล&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ตลอดจนแนวทางปฏิบัติการรับและการเบิกจ่ายเงิน&nbsp;</p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","1/12/2021","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สวท.เพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211201204816405"],
    [14,"ศรีสะเกษ !! ทีมที่ปรึกษารมต.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แจงเกษตรกรยังไม่ต้องรีบขายข้าว-ยันเติมเต็มประกันรายได้","<p><strong>จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;โดย&nbsp;ทีมที่ปรึกษารมต.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;แจงเกษตรกรยังไม่ต้องรีบขายข้าวแต่จะมีเงินเข้ากระเป๋าข้างซ้ายก่อนแล้วในส่วนของส่วนต่าง&nbsp;หลัง&nbsp;ผอ.กองตรวจสอบฯเผยปีนี้ข้าวคุณภาพไม่ดี</p><p><strong>วันที่&nbsp;1&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่แปลงนาสาธิตข้าวอินทรีย์&nbsp;บ้านโพนยาง&nbsp;ต.โพนยาง&nbsp;อ.วังหิน&nbsp;จ.ศรีสะเกษ</strong>&nbsp;นายประสงค์&nbsp;ทองพันธ์&nbsp;ผอ.กองตรวจสอบและรับรองมาตรฐานข้าว&nbsp;กรมการข้าว&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้เดินทางไปเป็นประธานลงแขกเกี่ยวข้าวและตุ้มโฮม&nbsp;ฮักมั่น&nbsp;ผูกพันด้วยใจ&nbsp;เพื่อสืบทอดวิถีชีวิตชุมชนการลงแขกเกี่ยวข้าวของชาวบ้านโพนยาง&nbsp;โดยมีผศ.ดร.ฐิตารีย์&nbsp;ไตรสรณปัญญา&nbsp;ทีมที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;นายทิวา&nbsp;รุ้งแก้ว&nbsp;ประธานคณะกรรมการประสานงานเพื่อพัฒนาจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;น.ส.ผุสดี&nbsp;บุญชัย&nbsp;ผอ.ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวศรีสะเกษ&nbsp;นายสมหวัง&nbsp;นาครินทร์&nbsp;ประธานกลุ่มนาแปลงใหญ่&nbsp;อ.วังหิน&nbsp;นำสมาชิกกลุ่มนาแปลงใหญ่&nbsp;อ.วังหินจาก&nbsp;13&nbsp;กลุ่ม&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรมลงแขกเกี่ยวข้าวและตุ้มโฮม&nbsp;ฮักมั่น&nbsp;ผูกพันด้วยใจ&nbsp;จำนวนมาก</p><p><strong>นายประสงค์&nbsp;ทองพันธ์&nbsp;ผอ.กองตรวจสอบและรับรองมาตรฐานข้าว&nbsp;กรมการข้าว&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ภายหลังการตรวจสอบพบว่าโดยภาพรวม&nbsp;คุณภาพของข้าวปีนี้ไม่ดีเท่าที่ควร&nbsp;เท่าที่ดูจากการที่พี่น้องเราไปเก็บเกี่ยวไปแล้วในการตากข้าวก็จะมีปัญหาด้านคุณภาพอยู่&nbsp;ก็เห็นใจพี่น้องชาวนาเอง&nbsp;เห็นใจทั้งพี่น้องผู้รับซื้อเองคือโรงสีเพราะข้าวที่ผลิตออกมานี้ก็ต้องยอมรับว่าช่วงแรก&nbsp;จะเป็นปัญหาเรื่องภัยแล้งพอเจอช่วงแล้งก็ทำให้มีปัญหาวัชพืชขึ้นมาในแปลงนาค่อนข้างจะเยอะ&nbsp;พอถึงเวลาเก็บเกี่ยวเราก็ใช้เครื่องจักรกลในการเก็บเกี่ยวเพราะฉะนั้นขณะที่เก็บเกี่ยวก็มีฝนตกลงมาทำให้เม็ดข้าวมีความชื้น&nbsp;เวลาเอาไปตากแดดก็จะทำให้ลักษณะทางกายภาพของข้าวไม่ค่อยได้ดี&nbsp;ดูแล้วไม่ค่อยได้มาตรฐาน&nbsp;เพราะฉะนั้นทำให้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ราคาข้าวในความรู้สึกของพี่น้องเกษตรกรจะได้ราคาต่ำ&nbsp;แต่จริงๆแล้วทางโรงสีเองก็คงมีความหนักใจเหมือนกัน&nbsp;ลักษณะนี้จะไปโทษส่วนใดส่วนหนึ่งก็คงจะไม่ได้&nbsp;เราก็คงจะต้องช่วยกันทั้งภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ตัวเกษตรกรเองและด้านผู้ประกอบการโรงสี&nbsp;ก็ขอให้ได้ช่วยเหลือกัน&nbsp;พึ่งพาอาศัยกัน&nbsp;เพราะว่าแต่ละปีปัญหาเรื่องข้าวไม่เหมือนกัน</p><p><strong>ผศ.ดร.ฐิตารีย์&nbsp;ไตรสรณปัญญา&nbsp;ทีมที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ในเรื่องของราคาข้าวที่ราคาตกมันเป็นเรื่องของกระบวนการรับซื้อข้าว&nbsp;เป็นเนื่องจากตลาดทั่วโลกที่มันมีปัญหา&nbsp;แต่แนวทางของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และกระทรวงพาณิชย์ท่านรัฐมนตรีทั้ง&nbsp;2&nbsp;ท่านก็ไม่ได้นิ่งนอนใจและโครงการกระทรวงของเราก็มีในเรื่องของการประกันรายได้ที่ดูแลเกษตรกรในช่วงเริ่มต้นเพื่อเยียวยาให้เกษตรกรอยู่ได้&nbsp;แม้กระทั่งดูแลในเรื่องของค่าเก็บเกี่ยวและค่าเก็บพืชผลด้วย&nbsp;ตรงนี้เราจะประกันรายได้ให้กับเกษตรกรเพื่อให้เกษตรกรได้ประทังอยู่ได้&nbsp;ในช่วงนี้เกษตรกรยังไม่ต้องขายข้าวแต่จะมีเงินเข้ากระเป๋าข้างซ้ายก่อนแล้วในส่วนของส่วนต่าง&nbsp;แต่โครงการของเราคือการประกันรายได้ให้กับเกษตรกร&nbsp;ตรงนี้เกษตรกรจะได้รับเติมเต็มในส่วนนี้ก่อน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","1/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211201210409434"],
    [15,"จังหวัดตรัง เตรียมการจัดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565","<p><strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;เป็นประธานการประชุม</strong>เพื่อเตรียมการจัดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&nbsp;ฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;โดยบูรณาการจัดงานร่วมกับโครงการ&nbsp;หน่วยบำบัดทุกข์&nbsp;บำรุงสุข&nbsp;สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;และหน่วยแพทย์เคลื่อนที่&nbsp;พอ.สว.&nbsp;&nbsp;โดยมีนายวสันต์&nbsp;สุขสุวรรณ&nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;เพื่อวางแผนการจัดงานให้มีความเรียบร้อย&nbsp;และเกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;</strong>ซึ่งกำหนดจัดงานในวันพฤหัสบดีที่&nbsp;16&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ณ&nbsp;โรงเรียนวัดควนเมา&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลควนเมา&nbsp;อำเภอรัษฎา&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;ฯ&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกษตรกรที่ประสบปัญหาด้านการเกษตร&nbsp;ในพื้นที่ห่างไกล&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สามารถเข้าถึงการบริการด้านวิชาการ&nbsp;และได้รับการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรอย่างครบวงจรในคราวเดียวกัน&nbsp;เป็นการบูรณาการของหน่วยงานวิชาการ&nbsp;หน่วยงานส่งเสริม&nbsp;ในการให้บริการและแก้ไขปัญหาทางการเกษตรร่วมกัน&nbsp;กิจกรรมด้านคลินิกเกษตรที่เปิดให้บริการ&nbsp;ได้แก่&nbsp;คลินิกดิน&nbsp;คลินิกพืช&nbsp;คลินิกปศุสัตว์&nbsp;คลินิกประมง&nbsp;คลินิกชลประทาน&nbsp;คลินิกสหกรณ์&nbsp;คลินิกยางพารา&nbsp;คลินิกข้าว&nbsp;และคลินิกอื่นๆ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2/12/2021","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211202092701509"],
    [16,"เกษตรกรรุ่นใหม่ อำเภอเมืองตรัง เลี้ยงแพะเสริมรายได้ในสวนยางพารา","<p><strong>นายประทิ่น&nbsp;วรรณงาม&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ</strong>&nbsp;รักษาราชการเกษตรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนเกษตรกรรุ่นใหม่&nbsp;(Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer)&nbsp;ผู้สมัครเข้าร่วมโครงการ&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ประจำปี&nbsp;&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;นางนนทพร&nbsp;วัฒกี</p><p><strong>เกษตรกรรายดังกล่าว&nbsp;ดำเนินกิจกรรมเลี้ยงแพะเสริมรายได้ในสวนยางพารา</strong>&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;2&nbsp;ไร่&nbsp;ม.1&nbsp;ตำบลนาท่ามเหนือ&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;โดยเริ่มหันมาประกอบอาชีพเกษตรเมื่อปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2563&nbsp;หลังจากลาออกจากงานบริษัทในกรุงเทพฯ&nbsp;ปัจจุบันมีการเลี้ยงแพะจำนวน&nbsp;50&nbsp;ตัว&nbsp;โดยแบ่งเป็นแพะ&nbsp;พ่อ-แม่พันธุ์&nbsp;4&nbsp;ตัว&nbsp;และลูกพันธุ์จำนวน&nbsp;40&nbsp;ตัว&nbsp;ซึ่งจำหน่ายราคาขายปลีกกิโลกรัมละ&nbsp;180&nbsp;บาท&nbsp;ราคาขายส่งกิโลกรัมละ&nbsp;140-160&nbsp;บาท&nbsp;โดยจำหน่ายให้กับเครือข่ายผู้เลี้ยงแพะจังหวัดตรังและจำหน่ายมูลแพะกระสอบละ&nbsp;40&nbsp;บาท&nbsp;(บรรจุกระสอบละ&nbsp;30&nbsp;กิโลกรัม)&nbsp;อาหารที่ใช้ในการเลี้ยงจะอาศัยอาหารสำเร็จรูปร่วมกับทางใบปาล์มและหญ้าเป็นหลัก&nbsp;โดยในอนาคตมีการวางแผนที่จะขยายจำนวนแพะ&nbsp;โรงเรือนเลี้ยงแพะเพิ่ม&nbsp;สนใจเนื้อแพะและมูลแพะ&nbsp;สามารถติดต่อ&nbsp;โทร.062-2299474</p><p><br></p><p><br></p>","2/12/2021","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211202094020521"],
    [17,"เตือนเกษตรกรชาวสวนยางพารา เฝ้าระวังโรคใบร่วงยางพารา","<p><strong>นายวสันต์&nbsp;สุขสุวรรณ&nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กลุ่มอารักขาพืชสำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;ห่วงใยเกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;เนื่องจากปัจจุบันพบการแพร่ระบาดของโรคใบร่วงยางพาราในพื้นที่&nbsp;ขอให้เกษตรกรหมั่นสังเกตอาการของต้นยางพารา&nbsp;ซึ่งลักษณะอาการใบร่วงที่เกิดจากเชื้อรา&nbsp;Pestalotiopsissp.&nbsp;เกิดรอยช้ำเป็นกลุ่มชัดเจนด้านหลังใบแก่&nbsp;จากนั้นกลายเป็นวงค่อนข้างกลม-สีเหลือง&nbsp;แล้วเปลี่ยนเป็นแผลกลมสีสนิมซีดเนื้อเยื่อสีเหลืองใหญ่ขึ้นเป็นขอบแผลดำเปลี่ยนเป็นเนื้อเยื่อแห้งสีน้ำตาลจนถึงขาวซีดจุดแผลบนใบมีมากกว่า&nbsp;1&nbsp;แผล&nbsp;แนวก้างปลา&nbsp;อาจลุกลามซ้อนกันจนเป็นแผลขนาดใหญ่จากนั้นใบจะเหลืองและร่วงในที่สุด&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่ลักษณะอาการใบร่วงที่เกิดจากเชื้อรา&nbsp;Phytophthoraspp</strong>&nbsp;ใบร่วงทั้งที่มีสีเขียวสดและสีเหลือง&nbsp;โดยที่ก้านใบช้ำสีดำมีน้ำยางเกาะติดอยู่&nbsp;เมื่อนำใบยางเป็นโรคมาสะบัดเบาๆ&nbsp;ใบย่อยจะหลุดทันที</p><p><strong>อาการโรครุนแรงและใบร่วงมากหลังมีฝนตกหนักติดต่อกันอย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;วัน</strong>&nbsp;ต้นยางอายุมากขนาดใหญ่ได้รับผลกระทบที่รุนแรงกว่าต้นยางอายุน้อยขนาดเล็ก&nbsp;&nbsp;โดยเชื้อรานี้ทำให้ใบร่วงได้กว่า&nbsp;90%&nbsp;ทำให้ผลผลิตลดลง&nbsp;30-50%&nbsp;พบในทุกพันธุ์ยางที่ปลูกและยากต่อการควบคุมป้องกัน&nbsp;แพร่ระบาดโดยลมและฝน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับคำแนะนำเบื้องต้นในการป้องกันกำจัด</strong>&nbsp;เกษตรกรควรใส่ปุ๋ยบำรุงดินตามคำแนะนำของสถาบันวิจัยยาง&nbsp;เพื่อให้ต้นยางพาราสมบูรณ์&nbsp;แข็งแรงและพ่นสารเคมีกำจัดเชื้อรา&nbsp;หากมีการตรวจพบโรคใบร่วง&nbsp;สารเคมีที่แนะนำ&nbsp;Thiophanate&nbsp;Methyl,&nbsp;Benomyl,&nbsp;Hexaconazole,&nbsp;Thiophanate&nbsp;Methyl,&nbsp;Triadimefon&nbsp;และ&nbsp;Difenoconazole&nbsp;โดยพ่นลงพื้นดินบริเวณที่พบเชื้อ&nbsp;หรือพ่นบริเวณทรงพุ่มยางพารา&nbsp;&nbsp;หากพบการระบาดเสียหายรุนแรง&nbsp;แนะนำให้เกษตรกรแจ้งประสานงานไปยังสำนักงานเกษตรอำเภอ&nbsp;หรือกลุ่มอารักขาพืช&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;โทร.&nbsp;075-218382&nbsp;เพื่อขอคำแนะนำในการแก้ไขปัญหาต่อไป</p><p><br></p><p><br></p>","2/12/2021","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211202094745531"],
    [18,"สำนักงานกองทุนฟื้นฟูเกษตรกรจังหวัดตรัง เร่งคืนความสุขให้เกษตรกรด้วยการทยอยซื้อหนี้สินเกษตรกรในรายที่ขาดความสามารถในการชำระคืนแก่เจ้าหนี้ เพื่อไม่ให้ที่ทำกินของเกษตรกรที่ค้ำประกันไว้ถูกนำไปขายทอดตลาด","<p><strong>ที่สำนักงานที่ดินจังหวัดตรัง&nbsp;นายวรพัทธ์&nbsp;มาลีสิทธินนท์&nbsp;หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูเกษตรกรจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;&nbsp;โอนโฉนดที่ดินคืนแก่เกษตรกร&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;รวม&nbsp;4&nbsp;แปลง&nbsp;ซึ่งปัจจุบันกองทุนฟื้นฟูฯ&nbsp;สาขาตรัง&nbsp;เร่งคืนความสุขให้เกษตรกรด้วยการทยอยซื้อหนี้สินเกษตรกรในรายที่ขาดความสามารถในการชำระคืนแก่เจ้าหนี้&nbsp;เพื่อไม่ให้ที่ทำกินของเกษตรกรที่ค้ำประกันไว้ถูกนำไปขายทอดตลาด&nbsp;&nbsp;หลังชำระหนี้แทนแล้ว&nbsp;หลักทรัพย์จะถูกโอนเป็นที่ดินของรัฐ&nbsp;เจ้าหนี้รายอื่นๆ(ถ้ามี)จะไม่สามารถสืบทรัพย์เพื่อนำไปขายทอดตลาดได้อีกต่อไป&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>เกษตรกรที่ได้รับการชำระหนี้แทนมาทำสัญญาเช่าซื้อคืนหลักทรัพย์แปลงดังกล่าวคืนจากกองทุนฯ&nbsp;</strong>ระยะเวลา&nbsp;5-20&nbsp;ปี&nbsp;ด้วยอัตราดอกเบี้ย&nbsp;0%&nbsp;กรณีผิดนัดชำระก็ไม่มีค่าปรับใดๆ&nbsp;\"จ่ายคืนเท่าไร&nbsp;เงินต้นลดลงเท่านั้น&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การโอนหลักประกันของเกษตรกรทั้งโอนมาเก็บรักษาที่กองทุนฯหรือโอนคืนเกษตรกร&nbsp;</strong>จะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมและภาษีอากรในการจดทะเบียนไม่ว่าในฐานะผู้โอนหรือผู้ได้รับโอนตามมาตรา&nbsp;37/10&nbsp;และยกเว้นภาษีเงินได้&nbsp;อากรแสตมป์ตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร(ฉบับ&nbsp;459)&nbsp;พ.ศ.2549&nbsp;ส่วนผลการดำเนินงานด้านจัดการหนี้สินเกษตรกร&nbsp;ของ&nbsp;กองทุนฟื้นฟูฯ&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ชำระหนี้แทนเกษตร&nbsp;18&nbsp;ราย&nbsp;ใช้งบประมาณ&nbsp;16,277,586.21&nbsp;บาท&nbsp;มีโฉนดถูกโอนมาพิทักษ์รักษาไว้ที่กองทุนฯ&nbsp;26&nbsp;แปลง&nbsp;</p><p><strong>โดยปัจจุบันกองทุนฯสามารถชำระหนี้แทนเกษตรกรได้ถึง&nbsp;5&nbsp;ล้านบาทต่อราย&nbsp;</strong>เป้าหมายการดำเนินงานด้านการจัดการหนี้&nbsp;ในปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ของกองทุนฟื้นฟูฯ&nbsp;สาขาจังหวัดตรัง&nbsp;ตั้งเป้าชำระหนี้แทนเกษตรกรจำนวน&nbsp;45&nbsp;ราย&nbsp;ด้วยงบประมาณ&nbsp;70&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กองทุนฟื้นฟูฯ&nbsp;ใช้งบประมาณไปแล้วทั้งสิ้นประมาณ&nbsp;7&nbsp;พันล้านบาท&nbsp;เพื่อชำระหนี้แทนเกษตรกรราว&nbsp;3&nbsp;หมื่นรายทั่วประเทศ&nbsp;มีผืนดินทางการเกษตรถูกพิทักษ์รักษาไว้มากกว่า&nbsp;1.7&nbsp;แสนไร่&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2/12/2021","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211202094226525"],
    [19,"หนุนเกษตรกรเข้มแข็ง ปรับตัวรับวิกฤตโควิด-19 และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ","<p><strong>?นายนราพัฒน์&nbsp;แก้วทอง&nbsp;ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;หารือร่วมกับนายไมเคิล&nbsp;มิคาลัค&nbsp;รองประธานกรรมการอาวุโสและกรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคของ&nbsp;USABC&nbsp;(Senior&nbsp;Vice&nbsp;President&nbsp;and&nbsp;Regional&nbsp;Managing&nbsp;Director,&nbsp;USABC)&nbsp;เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านเกษตรและความร่วมมือในการสนับสนุนโครงการต่างๆ&nbsp;</p><p>ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19&nbsp;เศรษฐกิจโลกได้รับผลกระทบอย่างหนักและค่อยๆ&nbsp;เริ่มฟื้นตัวขึ้น&nbsp;ภาคเกษตรของไทยได้รับผลกระทบเช่นกันและต้องมีการฟื้นฟูเพื่อให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อไป&nbsp;</p><p><strong>โดย&nbsp;GDP&nbsp;เกษตร&nbsp;ในไตรมาส&nbsp;3&nbsp;ปีนี้</strong>&nbsp;(ก.ค.&nbsp;-&nbsp;ก.ย.&nbsp;64)&nbsp;ขยายตัว&nbsp;6.5%&nbsp;เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน&nbsp;สาขาที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นคือ&nbsp;พืช&nbsp;ปศุสัตว์&nbsp;บริการทางการเกษตรและป่าไม้&nbsp;ผลผลิตพืชที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เป็นพืชเศรษฐกิจ&nbsp;เช่น&nbsp;ข้าว&nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;ยางพารา&nbsp;ปาล์มน้ำมัน&nbsp;ทุเรียน&nbsp;มังคุด&nbsp;ลำไย&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศและน้ำเอื้ออำนวย&nbsp;กลุ่มสินค้าปศุสัตว์มีปริมาณการผลิตไก่เนื้อ&nbsp;สุกร&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;น้ำนมดิบเพิ่มขึ้นตามความต้องการของตลาด&nbsp;ส่วนบริการทางการเกษตรเพิ่มขึ้นตามพื้นที่เพาะปลูกและพื้นที่เก็บเกี่ยวในพืชสำคัญที่เพิ่มขึ้น&nbsp;</p><p><strong>ในขณะที่สาขาประมง&nbsp;หดตัวร้อยละ&nbsp;3&nbsp;</strong>เนื่องจากผลผลิตประมงลดลง&nbsp;โดยเฉพาะกุ้งแวนาไมที่ลดลงประมาณ&nbsp;8%&nbsp;เพราะมีการปรับลดพื้นที่การเลี้ยงและลูกพันธุ์ช่วงโควิด-19&nbsp;&nbsp;ระบาด&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;กระทรวงเกษตรฯ&nbsp;ยังคงเน้นย้ำเดินหน้าขับเคลื่อนงานเพื่อช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรเร่งด่วน&nbsp;ทั้งการบริหารจัดการน้ำ&nbsp;การส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีนวัตกรรม&nbsp;สร้างโอกาสให้เกษตรกรรายย่อยเข้าถึงเทคโนโลยี&nbsp;สร้างมูลค่าสินค้าเกษตร&nbsp;เพิ่มช่องทางตลาดผ่านนโยบายตลาดนำการผลิตและขับเคลื่อนภาคเกษตรด้วย&nbsp;BCG&nbsp;Economy&nbsp;Model&nbsp;เป็นต้น</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211202150617714"],
    [20,"เดินหน้าโครงการต่อยอดสร้างเกษตรกรปราดเปรื่องให้เป็นผู้ประกอบการเกษตรชั้นนำ เน้นการรวมกันเป็นกลุ่มและเครือข่าย","<p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;เปิดเผยภายหลังมอบนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนเกษตรกรปราดเปรื่อง&nbsp;(Smart&nbsp;Farmer)&nbsp;ให้เป็นผู้ประกอบการ&nbsp;ว่า&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ดำเนินโครงการพัฒนา&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;ผู้ประกอบการต้นแบบ&nbsp;เพื่อยกระดับเกษตรกรเป็นผู้ประกอบการเกษตรชั้นนำ&nbsp;มีศักยภาพในการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการการผลิตและการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร&nbsp;การบริหารจัดการกิจการ&nbsp;และการตลาดสินค้าเกษตร&nbsp;อีกทั้งยังเป็นการสร้างและพัฒนาผู้ประกอบการเกษตรต้นแบบ&nbsp;เพื่อสนับสนุนและสร้างแรงจูงใจให้กับเกษตรกรรายอื่นๆ&nbsp;พัฒนาสู่การเป็นผู้ประกอบการเกษตร&nbsp;รวมถึงการเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการเกษตรต้นแบบ&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;มีนโยบายขับเคลื่อนเกษตรกรให้เป็นเกษตรกรปราดเปรื่อง&nbsp;มุ่งหวังให้เกษตรกรมีความรอบรู้ในการประกอบอาชีพด้านการเกษตร&nbsp;สามารถบริหารจัดการการผลิต&nbsp;การตลาด&nbsp;โดยยึดรูปแบบตลาดนำการผลิต&nbsp;มีทักษะในการบริหารจัดการกิจการ&nbsp;พร้อมปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน&nbsp;</p><p><strong>การพัฒนาเกษตรกรต้นแบบ</strong>&nbsp;เพื่อยกระดับเกษตรกรเป็นผู้ประกอบการเกษตรชั้นนำ&nbsp;เป็นอีกแนวทางในการสร้างแนวคิดการเป็นผู้ประกอบการเกษตรเชิงธุรกิจ&nbsp;โดยจะต้องเน้นการปรับวิธีการทำการเกษตรจากรูปแบบเดิมในปัจจุบันไปสู่การเกษตรสมัยใหม่&nbsp;ที่เน้นการผลิตสินค้าเกษตรด้วยการบริหารจัดการ&nbsp;การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการผลิต&nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&nbsp;เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;ลดต้นทุนด้านแรงงานและลดต้นทุนด้านการผลิต&nbsp;มีการบริหารจัดการปัจจัยการผลิตที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า&nbsp;ตลอดจนสามารถเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรรวมทั้งพัฒนาจนเข้าสู่มาตรฐานการรับรองทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;สู่การยกระดับเพื่อการส่งออก&nbsp;สร้างผู้นำด้านเกษตรที่เป็นเกษตรกรชั้นนำ&nbsp;เพื่อเป็นกำลังสำคัญของภาคเกษตรในอนาคต&nbsp;รวมทั้งยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้ดีขึ้น&nbsp;มีรายได้ที่มั่นคง&nbsp;สามารถเป็นต้นแบบขยายผลสู่เกษตรกรในพื้นที่</p><p><br></p><p><br></p>","2/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211202145808704"],
    [21,"การศึกษาดูงานการขับเคลื่อนพื้นที่เกษตรแปลงใหญ่และศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ระดับประเทศในพื้นที่จังหวัดชัยนาท ของคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา เป็นวันที่สอง","<p><strong>เช้าวันนี้&nbsp;(2&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564)&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมศูนย์เรียนรู้และพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว&nbsp;ตำบลบางหลวง&nbsp;</strong>อำเภอสรรพยา&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;พลเอก&nbsp;ฉัตรชัย&nbsp;สาริกัลยะ&nbsp;ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์&nbsp;วุฒิสภา&nbsp;เป็นประธานการประชุมเครือข่ายประธานแปลงใหญ่&nbsp;และศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.)&nbsp;ระดับประเทศ&nbsp;โดยมีคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์&nbsp;วุฒิสภา&nbsp;หน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ในจังหวัดชัยนาท&nbsp;และเครือข่ายประธานแปลงใหญ่&nbsp;ร่วมประชุม&nbsp;</p><p><strong>จากนั้นเวลา&nbsp;10.40&nbsp;น.&nbsp;พลเอก&nbsp;ฉัตรชัย&nbsp;สาริกัลยะ&nbsp;ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์&nbsp;วุฒิสภา&nbsp;และคณะฯ</strong>&nbsp;ได้เดินทางไปศึกษาดูงานการวิจัยพืชไร่อายุสั้น&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์วิจัยพืชไร่ชัยนาท&nbsp;ตำบลบางหลวง&nbsp;อำเภอสรรพยา&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;ก่อนที่จะเดินทางไปศึกษาดูงานด้านการเกษตรฯ&nbsp;ที่จังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;ในภาคบ่าย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;การเดินทางของ&nbsp;คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์&nbsp;วุฒิสภา&nbsp;ศึกษาดูงานในพื้นที่เกษตรแปลงใหญ่&nbsp;&nbsp;และศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้นเกษตร&nbsp;(ศพก.)&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดชัยนาท&nbsp;มีกำหนด&nbsp;2&nbsp;วัน&nbsp;คือ&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1&nbsp;&nbsp;2&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;โดยการศึกษาดูงานโรงงานปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์และโรงสีข้าวกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเมล็ดพันธุ์ข้าวและแปรรูปข้าว&nbsp;ต.แพรกศรีราชา&nbsp;อ.สรรคบุรี&nbsp;จ.ชัยนาท,&nbsp;ศึกษาดูงานการขับเคลื่อนกลุ่มแปลงใหญ่ข้าวบ้านวัดพระแก้ว,&nbsp;ศูนย์เรียนรู้และพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวตำบลบางหลวง&nbsp;อำเภอสรรพยา&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;,&nbsp;ร่วมสังเกตการณ์การประชุมแปลงใหญ่&nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.)&nbsp;ระดับประเทศ&nbsp;และศึกษาดูงานการวิจัยพืชไร่อายุสั้น&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์วิจัยพืชไร่ชัยนาท&nbsp;ตำบลบางหลวง&nbsp;อำเภอสรรพยา&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","ชัยนาท","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211202141051668"],
    [22,"คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ลงพื้นที่ศึกษาดูงานการขับเคลื่อนพื้นที่เกษตรแปลงใหญ่และศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้นเกษตร (ศพก.) ระดับประเทศ ในพื้นที่จังหวัดชัยนาท เป็นวันที่สอง","<p><strong>เช้าวันนี้&nbsp;(2&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564)&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมศูนย์เรียนรู้และพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว&nbsp;ตำบลบางหลวง</strong>&nbsp;อำเภอสรรพยา&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;พลเอก&nbsp;ฉัตรชัย&nbsp;สาริกัลยะ&nbsp;ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์&nbsp;วุฒิสภา&nbsp;เป็นประธานการประชุมเครือข่ายประธานแปลงใหญ่&nbsp;และศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.)&nbsp;ระดับประเทศ&nbsp;โดยมี&nbsp;คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์&nbsp;วุฒิสภา&nbsp;หน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ในจังหวัดชัยนาท&nbsp;และเครือข่ายประธานแปลงใหญ่&nbsp;ร่วมประชุม</p><p><strong>จากนั้นเวลา&nbsp;10.40&nbsp;น.&nbsp;พลเอก&nbsp;ฉัตรชัย&nbsp;สาริกัลยะ&nbsp;ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์&nbsp;วุฒิสภา</strong>&nbsp;และคณะฯ&nbsp;ได้เดินทางไปศึกษาดูงานการวิจัยพืชไร่อายุสั้น&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์วิจัยพืชไร่ชัยนาท&nbsp;ตำบลบางหลวง&nbsp;อำเภอสรรพยา&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;ก่อนที่จะเดินทางไปศึกษาดูงานด้านการเกษตรฯ&nbsp;ที่จังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;ในภาคบ่าย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การเดินทางของ&nbsp;คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์&nbsp;วุฒิสภา&nbsp;ศึกษาดูงานในพื้นที่เกษตรแปลงใหญ่&nbsp;&nbsp;</strong>และศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้นเกษตร&nbsp;(ศพก.)&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดชัยนาท&nbsp;มีกำหนด&nbsp;2&nbsp;วัน&nbsp;คือระหว่างวันที่&nbsp;1&nbsp;&nbsp;2&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;โดยการศึกษาดูงานโรงงานปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์และโรงสีข้าวกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเมล็ดพันธุ์ข้าวและแปรรูปข้าว&nbsp;ต.แพรกศรีราชา&nbsp;อ.สรรคบุรี&nbsp;จ.ชัยนาท,&nbsp;ศึกษาดูงานการขับเคลื่อนกลุ่มแปลงใหญ่ข้าวบ้านวัดพระแก้ว,&nbsp;ศูนย์เรียนรู้และพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวตำบลบางหลวง&nbsp;อำเภอสรรพยา&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;,&nbsp;ร่วมสังเกตการณ์การประชุมแปลงใหญ่&nbsp;/&nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.)&nbsp;ระดับประเทศ&nbsp;และศึกษาดูงานการวิจัยพืชไร่อายุสั้น&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์วิจัยพืชไร่ชัยนาท&nbsp;ตำบลบางหลวง&nbsp;อำเภอสรรพยา&nbsp;จังหวัดชัยนาท</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","ชัยนาท","สวท.ชัยนาท","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211202142540672"],
    [23,"จังหวัดชัยนาท จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ระหว่างธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร กับ สหกรณ์การเกษตร และสหกรณ์การเกษตร กับ ผู้ประกอบการค้าข้าว","<p><strong>บ่ายวันนี้&nbsp;(2&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564)&nbsp;ที่ห้องประชุมศูนย์วิจัยข้าวชัยนาท&nbsp;อำเภอเมืองชัยนาท&nbsp;</strong>จังหวัดชัยนาท&nbsp;นางสาวชไมพร&nbsp;อำไพจิตร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&nbsp;ระหว่างธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;กับสหกรณ์การเกษตร&nbsp;และสหกรณ์การเกษตร&nbsp;กับผู้ประกอบการค้าข้าว&nbsp;โดยมีสหกรณ์การเกษตร&nbsp;ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;ผู้ประกอบการค้าข้าว&nbsp;คณะกรรมการสหกรณ์&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ร่วมในพิธี&nbsp;</p><p><strong>นายกรกฏ&nbsp;ชยุตรารัตน์&nbsp;สหกรณ์จังหวัดชัยนาท&nbsp;กล่าวรายงานว่า&nbsp;</strong>กรมส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;ที่มีภารกิจในการส่งเสริมการดำเนินการของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรด้านการดำเนินธุรกิจข้าว&nbsp;จัดทำโครงการร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร&nbsp;และ&nbsp;โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี&nbsp;แบ่งเป็นการรวบรวมเพื่อขายและรวบรวมเพื่อแปรรูป&nbsp;โดยได้รับความร่วมมือด้านเงินทุนจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรและด้านการตลาดจากผู้ประกอบการค้าข้าวในการรับซื้อข้าวเปลือกของสหกรณ์&nbsp;ซึ่งผลการรวบรวมข้าวเปลือกในแต่ละปีอยู่ในปริมาณ&nbsp;150,000&nbsp;ตัน&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานสหกรณ์จังหวัดชัยนาท&nbsp;ได้จัดทำโครงการการบริหารจัดการตลาดข้าว</strong>ของสหกรณ์การเกษตรในจังหวัดชัยนาท&nbsp;เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของสหกรณ์ภาคการเกษตรและกลุ่มเกษตรกรให้มีความพร้อมที่จะเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากในระดับอำเภอและพื้นที่ชุมชน&nbsp;ตลอดจนเกิดเครือข่ายในการรวบรวมข้าวเปลือกของสถาบันเกษตรกรในจังหวัดชัยนาท&nbsp;</p><p><strong>นางสาวชไมพร&nbsp;อำไพจิตร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การลงนามในบันทึกข้อตกลงในวันนี้&nbsp;จะเป็นการเชื่อมโยงการกระจายสินค้าข้าวของเกษตรกรผ่านกระบวนการสหกรร์ที่จะทำให้สามารถเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันข้าวไทย&nbsp;ควบคู่กับการปฏิรูประบบสหกรณ์ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่จะสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรชาวนาไทยที่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศต่อไปในอนาคต&nbsp;และความร่วมมือในการลงนามในบันทึกข้อตกลงในวันนี้&nbsp;จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรไทยและผู้บริโภคต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p>ส.ปชส.ชัยนาท</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","ชัยนาท","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211202161836764"],
    [24,"สหกรณ์จังหวัดชัยนาท จับมือ ธ.ก.ส.ชัยนาทและผู้ประกอบการค้าข้าว ทำ MOU จัดการตลาดข้าวของสหกรณ์การเกษตรในจังหวัดชัยนาท","<p><strong>วันนี้&nbsp;2&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่ห้องประชุมศูนย์วิจัยข้าวชัยนาท&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ชัยนาท&nbsp;</strong>&nbsp;น.ส.ชไมพร&nbsp;อำไพจิตร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;กับสหกรณ์การเกษตร&nbsp;และสหกรณ์การเกษตร&nbsp;กับผู้ประกอบการค้าข้าว&nbsp;ในจังหวัดชัยนาท&nbsp;เพื่อการบริหารจัดการตลาดข้าวของสหกรณ์การเกษตรในจังหวัดชัยนาท&nbsp;และยังเป็นการรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าของผลผลิต&nbsp;โดยมี&nbsp;นายกรกฏ&nbsp;ชยุตรารัตน์&nbsp;สหกรณ์จังหวัดชัยนาท&nbsp;นายจินตกร&nbsp;เรืองเสน&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน&nbsp;ธ.ก.ส.จังหวัดชัยนาท&nbsp;และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมในพิธีในครั้งนี้</p><p><strong>นายกรกฏ&nbsp;ชยุตรารัตน์&nbsp;สหกรณ์จังหวัดชัยนาท&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ตามที่กรมส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;ที่มีภารกิจในการส่งเสริมการดำเนินการของสหกรณ์&nbsp;และกลุ่มเกษตรกรด้านการดำเนินธุรกิจข้าวจัดทำโครงการร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรประกอบด้วย&nbsp;โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกรและโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี&nbsp;โดยขบวนการสหกรณ์ในจังหวัดชัยนาทเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมข้าวเปลือกของสมาชิกสหกรณ์และเกษตรกรทั่วไปโดยแบ่งเป็นการรวบรวมเพื่อขายและรวบรวมเพื่อแปรรูปโดยได้รับความร่วมมือด้านเงินทุนจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรและด้านการตลาดจากผู้ประกอบการค้าข้าว&nbsp;ในการรับซื้อข้าวเปลือกของสหกรณ์&nbsp;ซึ่งผลการรวบรวมข้าวเปลือกในแต่ละปีอยู่ในปริมาณ&nbsp;150,000&nbsp;ตัน&nbsp;รวมถึงสหกรณ์ยังเป็นผู้ผลิตข้าวสารคุณภาพ&nbsp;เพื่อนำไปจำหน่ายให้กับสมาชิกและประชาชนทั่วไปได้บริโภคเป็นการสนับสนุนให้ชาวชัยนาท&nbsp;ได้บริโภคข้าวชัยนาทจะเห็นได้ว่าขบวนการสหกรณ์มีความสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรในจังหวัดชัยนาท</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานสหกรณ์จังหวัดชัยนาท&nbsp;ได้จัดทำโครงการบริหารจัดการตลาดข้าว</strong>ของสหกรณ์การเกษตรในจังหวัดชัยนาทเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของสหกรณ์ภาคการเกษตรและกลุ่มเกษตรกรให้มีความพร้อมที่จะเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากชุมชนในระดับอำเภอหรือพื้นที่ชุมชนตลอดจนเกิดเครือข่ายการรวบรวมข้าวเปลือกของสถาบันเกษตรกรในจังหวัดชัยนาท</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นายจินตกร&nbsp;เรืองเสน&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน&nbsp;ธ.ก.ส.จังหวัดชัยนาท&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;สำนักงาน&nbsp;ธ.ก.ส.จังหวัดชัยนาท&nbsp;ได้สนับสนุนสินเชื่อโครงการธุรกิจชุมชนสร้างไทย&nbsp;ให้กับสหกรณ์การเกษตร&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดชัยนาท&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;แห่ง&nbsp;วงเงินสินเชื่อรวม&nbsp;417&nbsp;ล้านบาท&nbsp;รายละเอียดโครงการสินเชื่อธุรกิจชุมชนสร้างไทย&nbsp;วงเงินสินเชื่อรวมทั้งโครงการ&nbsp;50,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;วงเงินกู้ขั้นสูงต่อรายไม่เกิน&nbsp;100&nbsp;ล้านบาท&nbsp;อัตราดอกเบี้ยเงินกู้&nbsp;ร้อยละ&nbsp;3.51&nbsp;ต่อปี&nbsp;(คิดดอกเบี้ยกับผู้กู้อัตราร้อยละ&nbsp;0.1&nbsp;ต่อปี&nbsp;รัฐบาลชดเชยดอกเบี้ยร้อยละ&nbsp;3.50&nbsp;ต่อปี&nbsp;วัตถุประสงค์การกู้เงิน&nbsp;เพื่อการขายผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;ให้สินเชื่อประเภท&nbsp;ตั๋ว&nbsp;PN&nbsp;กำหนดชำระคืนหนี้เงินกู้ไม่เกิน&nbsp;180&nbsp;วัน&nbsp;และเพื่อจัดหาวัสดุอุปกรณ์การเกษตร&nbsp;ให้สินเชื่อประเภท&nbsp;ตั๋วPN&nbsp;กำหนดชำระคืนหนี้เงินกู้ไม่เกิน&nbsp;180&nbsp;วัน&nbsp;</p><p><strong>รายละเอียดโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65</strong>&nbsp;วงเงินสินเชื่อรวมทั้งโครงการ&nbsp;20,401.9&nbsp;ล้านบาท&nbsp;วงเงินสินเชื่อสูงสุดต่อราย&nbsp;เกษตรกร&nbsp;วงเงิน&nbsp;3&nbsp;แสนบาท&nbsp;สหกรณ์การเกษตร&nbsp;วงเงิน&nbsp;300&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ระยะเวลาในการกู้เงิน&nbsp;1&nbsp;พ.ย.64&nbsp;-&nbsp;28&nbsp;ก.พ.65&nbsp;(ภาคใต้ถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;ก.ค.65)&nbsp;กำหนดชำระคืนภายใน&nbsp;5&nbsp;เดือนนับถัดจากเดือนที่รับเงินกู้&nbsp;เงื่อนไขต้องเก็บข้าวเปลือกไว้ในยุ้งฉางของตนเองเท่านั้น&nbsp;เกษตรกรเก็บยุ้งฉางตนเองรับ&nbsp;1,500&nbsp;บาท/ตัน&nbsp;ผ่านสถาบันเกษตร&nbsp;เกษตรกรรับ&nbsp;500&nbsp;บาท/ตัน&nbsp;สถาบันเกษตรรับ&nbsp;1,000&nbsp;บาท/ตัน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","ชัยนาท","สวท.ชัยนาท","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211202164556788"],
    [25,"เดินหน้าจัดสรรน้ำฤดูแล้งปี 256465 ย้ำทุกภาคส่วนต้องช่วยกันประหยัดน้ำให้เพียงพอใช้ตลอดแล้งนี้","<p><strong>นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ปัจจุบันพื้นที่ทางตอนบนของประเทศไทยได้สิ้นสุดฤดูฝนแล้ว&nbsp;ยกเว้นภาคใต้&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;ได้วางแผนจัดสรรน้ำฤดูแล้งปี&nbsp;2564/65(1&nbsp;พ.ย.&nbsp;64&nbsp;&nbsp;30&nbsp;เม.ย.&nbsp;65)&nbsp;เพื่อสนับสนุนการใช้น้ำในเขตพื้นที่ชลประทานทั้งประเทศ&nbsp;โดย&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งเป็นวันเริ่มจัดสรรน้ำฤดูแล้ง&nbsp;มีปริมาณน้ำต้นทุนทั้งประเทศรวมกันประมาณ&nbsp;37,857&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.)&nbsp;</p><p><strong>กรมชลประทาน&nbsp;วางแผนจัดสรรน้ำช่วงแล้งทั้งสิ้น&nbsp;22,280&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;</strong>โดยเฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา&nbsp;ได้วางแผนจัดสรรน้ำจาก&nbsp;4&nbsp;เขื่อนหลัก&nbsp;เพื่อสนับสนุนการใช้น้ำในช่วงฤดูแล้งในเขตชลประทานภาคกลาง&nbsp;&nbsp;22&nbsp;จังหวัด&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;5,700&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;สำหรับใช้ในการอุปโภคบริโภค&nbsp;รักษาระบบนิเวศ&nbsp;เกษตรใช้น้ำน้อยและอุตสาหกรรม&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังได้สำรองไว้ใช้ในช่วงต้นฤดูฝนปี&nbsp;2565&nbsp;อีกประมาณ&nbsp;3,044&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.ด้วย&nbsp;</p><p><strong>สำหรับมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรในช่วงฤดูแล้งปี&nbsp;2564/65</strong>&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;ดำเนินการโครงการจ้างแรงงานชลประทาน&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;โดยมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาคือ&nbsp;เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;หรือเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;สมาชิกกลุ่มผู้ใช้น้ำของกรมชลประทานในพื้นที่&nbsp;ประชาชนและผู้ใช้แรงงานทั่วไปในพื้นที่และหากแรงงานที่ต้องการในพื้นที่เป้าหมายมีไม่เพียงพอให้พิจารณาจ้างเกษตรกร&nbsp;หรือแรงงานในพื้นที่ใกล้เคียงจากหมู่บ้าน&nbsp;ตำบล&nbsp;อำเภอ&nbsp;จังหวัด&nbsp;และลุ่มน้ำ&nbsp;ตามลำดับ</p><p><strong>อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;สั่งการให้ทุกโครงการชลประทาน</strong>&nbsp;สร้างความเชื่อมั่นกับพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำของกรมชลประทาน&nbsp;ในการจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้มีประสิทธิภาพสูงสุด&nbsp;&nbsp;โดยเน้นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในทุกภาคส่วนให้มากที่สุดและประสานความร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่น&nbsp;ในการประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำและแนวทางการบริหารจัดการน้ำในแต่ละพื้นที่&nbsp;และขอให้เจ้าหน้าที่ทุกท่านปฏิบัติงานเพื่อพี่น้องประชาชนอย่างสุดกำลัง&nbsp;เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211202183538853"],
    [26,"หน่วยงานเกษตรปัตตานี เตรียมจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ ประจำปี 2565 เพื่อช่วยเหลือแก้ปัญหาทางการเกษตร","<p><strong>เมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดปัตตานี&nbsp;</strong>นายนิพันธ์&nbsp;บุญหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี&nbsp;เป็นประธานประชุมหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;เพื่อหารือการจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ของจังหวัดปัตตานี&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>นายชาลี&nbsp;สิตบุศย์&nbsp;เกษตรจังหวัดปัตตานี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้รับพระบรมราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;ให้จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&nbsp;และทรงรับไว้ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;ตั้งแต่เมื่อครั้งที่ทรงดำรงพระอิสริยยศ&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;และเปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อวันที่&nbsp;22&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2545&nbsp;ที่อำเภอดอนพุด&nbsp;จังหวัดสระบุรี&nbsp;และต่อมาได้ขยายผลไปดำเนินโครงการทั่วประเทศจนถึงปัจจุบัน&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนองพระราชดำริและเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา&nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรในพื้นที่ห่างไกล&nbsp;สามารถเข้าถึงการบริการทางการเกษตรและได้รับการแก้ไขครบวงจรในคราวเดียวกัน&nbsp;รวมทั้งเพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในการแก้ไขปัญหาทางการเกษตรด้วย&nbsp;สำหรับการประชุมในวันนี้&nbsp;ที่ประชุมได้พิจารณาวัน&nbsp;เวลา&nbsp;สถานที่ที่จะจัดโครงการในปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งในเบื้องต้นได้กำหนดจัดโครง&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ครั้ง&nbsp;ร่วมกับโครงการจังหวัดเคลื่อนที่&nbsp;แต่ในครั้งแรกจะดำเนินการในวันที่&nbsp;22&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่บริเวณสนามหน้าที่ว่าการอำเภอสายบุรี&nbsp;ซึ่งไม่ตรงกับจังหวัดเคลื่อนที่เนื่องจากได้มีการเตรียมการล่วงหน้าไว้แล้ว&nbsp;ส่วนครั้งที่&nbsp;2&nbsp;กำหนดจัดวันที่&nbsp;30&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;สนามหน้าที่ว่าการอำเภอทุ่งยางแดง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3&nbsp;วันที่&nbsp;19&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนตำบลกะรุบี&nbsp;และ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;4&nbsp;เป็นการจัดพิเศษโดยเพิ่มกิจกรรมถวายพระพร&nbsp;เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;28&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;โดยกำหนดจัดในวันที่&nbsp;26&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2564&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณโรงเรียนชุมชนบ้านปูยุด&nbsp;อำเภอเมืองปัตตานี&nbsp;ซึ่งก่อนที่จะมีการจัดโครงการแต่ละครั้ง&nbsp;จะมีผู้แทนจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้องลงไปสำรวจปัญหาทางการเกษตรที่ต้องการแก้ไขอย่างเร่งด่วนหรือเป็นความต้องการของเกษตรกร&nbsp;รวมทั้งมีการประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรได้ทราบล่วงหน้าเพื่อให้ได้เตรียมตัว&nbsp;หรือเตรียมสำรวจปัญหาทางการเกษตรของตนเองเพื่อนำไปร่วมกิจกรรมในวันจัดโครงการต่อไปด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p>ภาพ/ข่าว&nbsp;เพชรน้อย&nbsp;ส.ปชส.ปัตตานี</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2/12/2021","ภาคใต้","ปัตตานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211202182034832"],
    [27,"จังหวัดลำพูน ประชุมเตรียมความพร้อมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในเขตพื้นที่อำเภอทุ่งหัวช้าง จังหวัดลำพูน","<p><strong>วันที่&nbsp;(2&nbsp;ธ.ค.64)&nbsp;</strong>ที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลตะเคียนปม&nbsp;อำเภอทุ่งหัวช้าง&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;เป็นประธานในการประชุมเตรียมความพร้อม&nbsp;การติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;ในเขตพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;โดยมี&nbsp;ปลัดจังหวัดลำพูน&nbsp;นายอำเภอทุ่งหัวช้าง&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม</p><p><strong>ด้วย&nbsp;นายพลากร&nbsp;สุวรรณรัฐ</strong>&nbsp;<strong>องคมนตรี&nbsp;</strong>มีกำหนดการเดินทางไปติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;และลำพูน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;2-4&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งมีกำหนดการลงพื้นที่ในจังหวัดลำพูน&nbsp;ในวันที่&nbsp;4&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ณ&nbsp;โครงการอ่างเก็บน้ำบ้านป่ากล้วย&nbsp;ตำบลตะเคียนปม&nbsp;อำเภอทุ่งหัวช้าง&nbsp;จังหวัดลำพูน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ได้มีการประชุมเตรียมความพร้อม</strong>&nbsp;รวมถึงลงพื้นที่&nbsp;ตรวจเยี่ยม&nbsp;ในการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;ณ&nbsp;โครงการอ่างเก็บน้ำบ้านป่ากล้วย&nbsp;ตำบลตะเคียนปม&nbsp;อำเภอทุ่งหัวช้าง&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;และมอบหมายภารกิจ&nbsp;หน้าที่&nbsp;พิธีการต่างๆ&nbsp;ให้แก่หน่วยงานและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้รับผิดชอบในการดำเนินการเพื่อให้เกิดความเรียบร้อยต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>","2/12/2021","ภาคเหนือ","ลำพูน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211202184654873"],
    [28,"จังหวัดอุตรดิตถ์ มอบตราสัญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) สับปะรดห้วยมุ้น  แก่เกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดในพื้นที่อำเภอน้ำปาด 71 ราย","<p><strong>นายผล&nbsp;ดำธรรม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์</strong>&nbsp;เป็นประธานมอบหนังสืออนุญาตให้ใช้ตราสัญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;(GI)&nbsp;ไทย&nbsp;สับปะรดห้วยมุ่น&nbsp;(สายพันธ์ปัตตาเวีย)&nbsp;แก่เกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดในพื้นที่อำเภอน้ำปาดจำนวน&nbsp;71&nbsp;ราย&nbsp;เป็นการต่ออายุขอใช้ตราครั้งที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;65&nbsp;ราย&nbsp;และขอใช้ตราครั้งแรก&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;โดยสินค้าที่ขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;(GI)&nbsp;จะเป็นผลไม้ที่มีเอกลักษณ์&nbsp;ลักษณะพิเศษโดดเด่น&nbsp;ซึ่งมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว&nbsp;รสชาติหวาน&nbsp;แตกต่างจากแหล่งปลูกพื้นที่อื่นๆ&nbsp;</p><p><strong>สับปะรดห้วยมุ่น&nbsp;หมายถึงสับปะรดพันธุ์ปัตตาเวีย</strong>&nbsp;ที่มีผิวบาง&nbsp;ตาตี้น&nbsp;เนื้อหนานิ่มสีเหมือนน้ำผึ้ง&nbsp;รสชาติหวานหอม&nbsp;ฉ่ำน้ำ&nbsp;ไม่ระคายลิ้น&nbsp;ซึ่งปลูกในเขตพื้นที่ตำบลห้วยมุ่นและตำบลน้ำไผ่ของอำเภอน้ำปาด&nbsp;จังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;ดังนั้น&nbsp;GI&nbsp;จึงเปรียบเสมือนแบรนด์ของท้องถิ่นที่บ่งบอกถึงคุณภาพและแหล่งที่มาของสินค้า&nbsp;</p><p><strong>สำหรับสับประรดห้วยมุ่น&nbsp;(สายพันธ์ปัตตาเวีย)</strong>&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;มีเกษตรกรปลูกในพื้นที่อำเภอท่าปลา&nbsp;อำเภอบ้านโคก&nbsp;อำเภอเมืองและอำเภอน้ำปาด&nbsp;จำนวน&nbsp;13&nbsp;ตำบล&nbsp;เกษตรกร&nbsp;991&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่&nbsp;21,657&nbsp;ไร่&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;นี้คาดว่าจะให้ผลผลิตรรม&nbsp;72,094&nbsp;ตัน&nbsp;และในช่วงเดือนธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;นี้คาดว่าผลผลิตจะออกสู่ท้องตลาด&nbsp;3,604&nbsp;ตัน</p><p><br></p><p><br></p>","3/12/2021","ภาคเหนือ","อุตรดิตถ์","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุตรดิตถ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211203103028018"],
    [29,"เร่งสอบข้อเท็จจริงและพิจารณาโทษตามกฏหมายแก่ผู้ทำทารุณกรรมแมวจรจัดส้มฉุน โซดาและครอบครัว","<p><strong>นายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ตามที่มีนำเสนอข่าวตามสื่อออนไลน์เป็นที่สนใจของสังคม&nbsp;ประเด็นขอความเป็นธรรมให้แก่ลูกแมวจรจัด&nbsp;ส้มฉุน&nbsp;และโซดา&nbsp;กรณีถูกทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัสและถึงแก่ความตาย&nbsp;โดยอยากให้กรมปศุสัตว์เร่งสอบสวนหาสาเหตุข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฏหมายพิจารณาโทษแก่ผู้กระทำความผิดนั้น</p><p><strong>ขณะนี้&nbsp;พนักงานเจ้าหน้าที่ของกรมปศุสัตว์</strong>&nbsp;เร่งดำเนินการสอบสวนหาข้อเท็จจริงทันที&nbsp;โดยได้สอบถามไปยังผู้โพสต์ข้อความตามที่เป็นข่าว&nbsp;ทราบว่าเหตุเกิดในวันที่&nbsp;11&nbsp;&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;บริเวณร้านค้าหน้าร้านสะดวกซื้อ&nbsp;ตลาดรุ่งเจริญ&nbsp;แขวงบางโพงพาง&nbsp;เขตยานนาวา&nbsp;กทม.&nbsp;มีผู้พบเห็นแมวบาดเจ็บ&nbsp;คาดว่าถูกแม่ค้าขายของในตลาดสดใช้ไม้ตี&nbsp;และใช้โซดาไฟสาดใส่แม่แมวและลูกแมว&nbsp;2&nbsp;ตัว&nbsp;รวม&nbsp;3&nbsp;ตัว&nbsp;เป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส&nbsp;จากนั้นเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบ&nbsp;ณ&nbsp;สถานที่เกิดเหตุ</p><p><strong>จากการสอบสวนข้อเท็จจริงพบว่า</strong>&nbsp;ผู้ให้การช่วยเหลือแมวดังกล่าว&nbsp;ได้ให้รายละเอียดว่าในวันเกิดเหตุคือวันที่&nbsp;11&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;มีผู้มาบอกว่าแมวถูกทำร้ายจึงได้ออกไปดู&nbsp;ปรากฎว่าพบลูกแมวและแม่แมวจรจัดที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นได้รับบาดเจ็บจากการถูกตีและถูกสาดด้วยโซดาไฟ&nbsp;จึงนำแมวทั้ง&nbsp;3&nbsp;ตัว&nbsp;ไปรักษา&nbsp;โรงพยาบาลสัตว์แห่งหนึ่ง&nbsp;ซึ่งต่อมาลูกแมวชื่อส้มฉุนได้เสียชีวิต&nbsp;ส่วนลูกแมวที่ชื่อโซดายังคงรักษาตัวอยู่&nbsp;สำหรับแม่แมวเมื่อพบว่าปลอดภัยดีแล้ว&nbsp;ได้ส่งให้สถานสงเคราะห์สัตว์นำไปเลี้ยงดู&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ข้อมูลจากผู้ขายของในตลาด&nbsp;</strong>ซึ่งอยู่บริเวณดังกล่าวในฐานะพยานรอบด้าน&nbsp;ทั้งหมดให้ข้อมูลสอดคล้องกันว่าขณะเกิดเหตุไม่มีผู้ใดเห็นเหตุการณ์ดังกล่าวชัดเจน&nbsp;เพียงแต่ได้ยินเสียงแมวร้องและเห็นว่ามีแมวที่มีแผลตามตัววิ่งหนีออกมา&nbsp;ต่อมา&nbsp;ผู้ให้ความช่วยเหลือแมวดังกล่าวจึงได้ไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลบางโพงพาง&nbsp;เพื่อให้สอบสวนและดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;20&nbsp;พระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์&nbsp;พ.ศ.2557&nbsp;&nbsp;<strong>หลังจากนั้นพนักงานเจ้าหน้าที่ของกรมปศุสัตว์</strong>&nbsp;เดินทางไปที่สถานีตำรวจนครบาลบางโพงพาง&nbsp;เพื่อติดตามความก้าวหน้าทางคดีกับพนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบคดีนี้&nbsp;ทราบว่า&nbsp;คดีความอยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานทั้งหลักฐานจากคลิปวิดีโอหน้าร้านสะดวกซื้อและหลักฐานจากการสอบปากคำผู้แจ้งความร้องทุกข์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว&nbsp;โดยพนักงานสอบสวนได้นัดหมายให้สัตวแพทย์ผู้ทำการรักษาแมวไปให้รายละเอียดในวันที่&nbsp;5&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;นี้&nbsp;จึงจะสรุปรายละเอียดทำสำนวนส่งอัยการพิจารณานำส่งฟ้องศาลพิจารณาความผิดตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป</p><p><br></p><p><br></p>","3/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211203153930222"],
    [30,"จังหวัดลำพูน เดินหน้ามอบสมุดประจำตัว แก่ผู้ได้รับการคัดเลือกให้ทำกินในชุมชน พื้นที่ตำบลศรีบัวบาน อำเภอเมืองลำพูน จำนวน 80 ราย ตามนโยบายรัฐบาล เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนด้านที่ดินทำกิน","<p><strong>วันนี้&nbsp;(3&nbsp;ธ.ค.64)&nbsp;</strong>ที่อาคารส่งเสริมและฝึกอบรม&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;8&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;เป็นประธานมอบสมุดประจำตัวผู้ได้รับการคัดเลือกให้ทำกินในชุมชน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3&nbsp;ตามนโยบายรัฐบาล&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;ป่าแม่ธิ-&nbsp;แม่ตีบ-แม่สาร&nbsp;ตำบลศรีบัวบาน&nbsp;โดยมี&nbsp;นายชาตรี&nbsp;กิตติธนดิตถ์&nbsp;ปลัดจังหวัดลำพูน&nbsp;พร้อมด้วยนายดุสิต&nbsp;บริสุทธิ์ศรี&nbsp;เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดลำพูน&nbsp;นายโยธิน&nbsp;ประสงค์ความดี&nbsp;นายอำเภอเมืองลำพูน&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธี&nbsp;</p><p><strong>โอกาสนี้</strong>&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการได้ร่วมกันมอบสมุดประจำตัวฯ&nbsp;ให้แก่ประชาชนผู้ที่ได้รับการคัดเลือกในพื้นที่&nbsp;ตำบลศรีบัวบาน&nbsp;ในหมู่ที่&nbsp;1,&nbsp;2,&nbsp;7&nbsp;และ&nbsp;12&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;80&nbsp;ราย&nbsp;109&nbsp;แปลง&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ไม่มีที่ดินทำกิน&nbsp;หรือมีไม่เพียงพอ&nbsp;ช่วยให้มีที่ดินทำกินอย่างถูกต้อง&nbsp;เป็นการสร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;ประชาชนมีความมั่นคงในการ&nbsp;ดำรงชีวิต&nbsp;และนำไปสู่การขยายแนวพระราชดำริในการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;รวมไปถึงหลักทฤษฎีใหม่&nbsp;โคก&nbsp;หนองนา&nbsp;โมเดล&nbsp;อันเป็นการแก้ไขปัญหาความยากจนตามนโยบายของรัฐบาล&nbsp;และได้ร่วมกันมอบต้นกล้าผักและเมล็ดพันธุ์ผักให้แก่ประชาชน&nbsp;เพื่อนำไปปลูกและขยายพันธุ์ผักตามครัวเรือนของตนเองอีกด้วย&nbsp;</p><p><strong>นายดุสิต&nbsp;บริสุทธิ์ศรี</strong>&nbsp;เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดลำพูน&nbsp;เผยว่า&nbsp;คณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัดลำพูน&nbsp;ได้รับมอบพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;\"ป่าแม่ธิ-แม่ตีบ-แม่สาร\"&nbsp;ในท้องที่ตำบลมะเขือแจ้&nbsp;และตำบลศรีบัวบาน&nbsp;อำเภอเมืองลำพูน&nbsp;ตำบลห้วยยาบ&nbsp;และตำบลบ้านธิ&nbsp;อำเภอบ้านธิ&nbsp;เนื้อที่&nbsp;7,532-1-54&nbsp;ไร่&nbsp;เป้าหมาย&nbsp;1,888&nbsp;แปลง&nbsp;เพื่อนำมาจัดที่ดินให้แก่ราษฎร&nbsp;ตามนโยบายรัฐบาล&nbsp;โดยคัดเลือกบุคคลตามหลักเกณฑ์และคุณสมบัติของบุคคล&nbsp;ตามที่คณะอนุกรรมการจัดที่ดินกำหนดไว้&nbsp;เมื่อการดำเนินการแล้วเสร็จ&nbsp;ผลปรากฏว่ามีผู้ที่ได้รับคัดเลือกให้ทำกินในชุมชน&nbsp;จำนวน&nbsp;1,207&nbsp;ราย&nbsp;1,486&nbsp;แปลง&nbsp;เนื้อที่&nbsp;5,547-1-97&nbsp;ไร่&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;78.71&nbsp;ของพื้นที่เป้าหมาย&nbsp;ซึ่งจะต้องมอบสมุดประจำตัว&nbsp;ให้แก่ผู้ได้รับคัดเลือกให้ทำกินในชุมชนไว้เป็นหลักฐานต่อไปและเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จึงเป็นการสมควรจัดพิธีมอบสมุดประจำตัวฯ&nbsp;ออกเป็น&nbsp;4&nbsp;ครั้ง&nbsp;ในวันนี้เป็นครั้งที่&nbsp;3&nbsp;เพื่อมอบให้แก่ประชาชนตำบลศรีบัวบานในวันนี้&nbsp;</p><p><strong>นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;</strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สำหรับวันนี้เป็นการมอบสมุดประจำตัวผู้ได้รับคัดเลือกให้ทำกิน&nbsp;การจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน&nbsp;เป็นนโยบายรัฐบาล&nbsp;พลเอกประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีที่ต้องการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ไม่มีที่ดินทำกิน&nbsp;หรือมีที่ดินแต่ไม่เพียงพอ&nbsp;ช่วยให้มีที่ดินทำกินอย่างถูกต้อง&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้ให้ประชาชนมีความมั่นคงในการดำรงชีวิต&nbsp;คณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัดลำพูน&nbsp;โดยผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;เป็นประธานอนุกรรมการ&nbsp;ได้รับมอบพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;\"ป่าแม่ธิ-แม่ตีบ-แม่สาร\"&nbsp;ท้องที่ตำบลมะเขือแจ้&nbsp;และตำบลศรีบัวบาน&nbsp;อำเภอเมืองลำพูน&nbsp;ตำบลห้วยยาบ&nbsp;และตำบลบ้านธิ&nbsp;อำเภอบ้านธิ&nbsp;เนื้อที่&nbsp;7,532-1-54&nbsp;ไร่&nbsp;เป้าหมาย&nbsp;1,888&nbsp;แปลง&nbsp;เพื่อนำมาจัดที่ดินโดยพิจารณาคัดเลือกบุคคลตามหลักเกณฑ์และคุณสมบัติของบุคคล&nbsp;ตามที่คณะอนุกรรมการจัดที่ดินกำหนดไว้&nbsp;และขอให้มั่นใจได้ว่าได้ผ่านกระบวนการพิจารณาให้ความเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัดลำพูน&nbsp;โดยได้ตรวจสอบ&nbsp;และคัดกรองคุณสมบัติบุคคลจากคณะทำงานในพื้นที่&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;อย่างถูกต้อง&nbsp;โปร่งใส&nbsp;เป็นธรรม&nbsp;สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล&nbsp;และ&nbsp;คทช.&nbsp;ที่มุ่งเน้นการดำเนินการในด้านการจัดที่ดินให้ประชาชนที่ด้อยโอกาสอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม&nbsp;โดยผู้ที่ได้รับคัดเลือกผ่านความเห็นชอบจาก&nbsp;คทช.จังหวัดลำพูน&nbsp;แล้วจำนวน&nbsp;1,486&nbsp;แปลง&nbsp;เนื้อที่&nbsp;5,547-1-97&nbsp;ไร่&nbsp;ซึ่งการจัดพิธีมอบสมุดประจำตัวในวันนี้&nbsp;จัดขึ้นเป็นครั้งที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;80&nbsp;ราย&nbsp;109&nbsp;แปลง&nbsp;เนื่องด้วยสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19&nbsp;จึงต้องจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วม&nbsp;ในโอกาสนี้ขอขอบคุณคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัดลำพูน&nbsp;ที่ช่วยกันขับเคลื่อนให้การจัดที่ดินสำเร็จลุล่วงด้วยดี&nbsp;และขอขอบคุณประชาชน&nbsp;ผู้บริหารท้องถิ่น&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","3/12/2021","ภาคเหนือ","ลำพูน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211203111918062"],
    [31,"ภาพรวมการดำเนินงาน โครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่รอบปีที่ผ่านมา","<p><strong>นายขจร&nbsp;เราประเสริฐ&nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;สำหรับการดำเนินงานโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ได้เน้นการพัฒนาการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&nbsp;การบริหารจัดการกลุ่ม&nbsp;การเชื่อมโยงการตลาด&nbsp;ในขณะที่การดำเนินงานในปี&nbsp;2565&nbsp;จะเน้นไปที่การพัฒนาด้านลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&nbsp;การพัฒนาศักยภาพของเกษตรกรสู่&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;และความเข้มแข็งของเกษตรกลุ่ม/องค์กรวิสาหกิจชุมชน&nbsp;การทำตลาดและการเชื่อมโยง&nbsp;และต่อยอด&nbsp;</p><p><strong>ปัจจุบันมีแปลงใหญ่รวม&nbsp;8,319&nbsp;แปลง&nbsp;เกษตรกรรวม&nbsp;467,456&nbsp;ราย</strong>&nbsp;พื้นที่รวมกว่า&nbsp;&nbsp;7&nbsp;ล้าน&nbsp;6&nbsp;แสนไร่&nbsp;สำหรับการรับรองมาตรฐานการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;เกษตรกรแปลงใหญ่ได้รับการรับรองมาตรฐานแล้วรวม&nbsp;183,647&nbsp;ราย&nbsp;ส่วนผลการดำเนินงานของโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&nbsp;ปัจจุบันพบว่า&nbsp;มีกลุ่มแปลงใหญ่ที่แจ้งเข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น&nbsp;3,381&nbsp;แปลง&nbsp;</p><p><strong>เนื่องจากคณะกรรมการเครือข่ายแปลงใหญ่จะหมดวาระลง&nbsp;</strong>ในวันที่&nbsp;18&nbsp;ตุลาคม&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;จึงจะต้องมีการคัดเลือกคณะกรรมการเครือข่ายแปลงใหญ่ชุดใหม่&nbsp;ซึ่งจะมีวาระการดำรงตำแหน่งระหว่างปี&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;2567&nbsp;ในทุกระดับ&nbsp;โดยระดับอำเภอ&nbsp;ซึ่งจะคัดเลือกจากประธานแปลงใหญ่ภายในอำเภอ&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;จะต้องดำเนินการจัดตั้งคณะกรรมการเครือข่ายแปลงใหญ่ก่อน&nbsp;จึงมีการเลือกตั้งประธานแปลงใหญ่ระดับจังหวัดได้&nbsp;โดยสำนักงานเกษตรจังหวัด&nbsp;และสำนักงานเกษตรพื้นที่กรุงเทพมหานครทำหน้าที่ช่วยในการประสานงาน&nbsp;ระดับเขต&nbsp;จะต้องดำเนินการจัดตั้งคณะกรรมการเครือข่ายแปลงใหญ่&nbsp;และมีการเลือกตั้งประธานแปลงใหญ่ระดับเขต&nbsp;โดยมีสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;1&nbsp;-6&nbsp;ทำหน้าที่ประสานงาน&nbsp;</p><p><strong>ระดับประเทศ&nbsp;สำนักส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตร</strong>&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;จะดำเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการเครือข่ายแปลงใหญ่&nbsp;และเลือกตั้งประธานแปลงใหญ่ระดับประเทศ&nbsp;รวมถึงการรวบรวมรายชื่อผู้ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นคณะกรรมการเครือข่ายแปลงใหญ่ระดับจังหวัด&nbsp;ระดับเขต&nbsp;ระดับประเทศ&nbsp;และที่ปรึกษาคณะกรรมการเครือข่าย&nbsp;แปลงใหญ่&nbsp;เพื่อจัดทำคำสั่งแต่งตั้งเสนออธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรเพื่อพิจารณาลงนามแต่งตั้งต่อไป</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","3/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211203153558216"],
    [32,"เกษตรจังหวัดภูเก็ต สนับสนุนพันธุ์พืชแก่เกษตรกรชาวเกาะมะพร้าว กว่า 1,000 ต้น สร้างความมั่นคงทางอาหาร พร้อมเป็นต้นแบบการทำเกษตรพึ่งพาตนเอง ตามแนวทางเกาะมะพร้าว โมเดล","<p><strong>เกษตรจังหวัดภูเก็ต&nbsp;สนับสนุนพันธุ์พืชแก่เกษตรกรชาวเกาะมะพร้าว&nbsp;กว่า&nbsp;1,000&nbsp;ต้น&nbsp;</strong>สร้างความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;พร้อมเป็นต้นแบบการทำเกษตรพึ่งพาตนเอง&nbsp;ตามแนวทางเกาะมะพร้าว&nbsp;โมเดล&nbsp;</p><p><strong>นายณรงค์&nbsp;วุ่นซิ้ว&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;พร้อมด้วยเกษตรจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ลงพื้นที่เกาะมะพร้าว&nbsp;</strong>ตำบลเกาะแก้ว&nbsp;อำเภอเมืองภูเก็ต&nbsp;เพื่อมอบพันธุ์พืช&nbsp;ซึ่งเป็นปัจจัยการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;พร้อมพบปะเกษตรกรและผู้นำชุมชน&nbsp;ที่&nbsp;โรงเรียนเกาะมะพร้าว&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลเกาะแก้ว&nbsp;อำเภอเมืองภูเก็ต&nbsp;ซึ่งเกาะมะพร้าว&nbsp;เป็นหมู่บ้านที่เป็นเกาะ&nbsp;ห่างจากตัวจังหวัดภูเก็ตไปประมาณ&nbsp;2&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;มีพื้นที่ทั้งหมด&nbsp;2,620&nbsp;ไร่&nbsp;แบ่งเป็นพื้นที่เกษตร&nbsp;489&nbsp;ไร่&nbsp;มีครัวเรือน&nbsp;226&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพรับจ้าง&nbsp;ประมงชายฝั่ง&nbsp;</p><p><strong>โดยมีสินค้าเกษตรที่สำคัญ&nbsp;คือ&nbsp;ยางพารา&nbsp;มะพร้าว&nbsp;ทุเรียน&nbsp;และกล้วยหอม</strong>&nbsp;โดยเป็นการทำเกษตรแบบผสมผสาน&nbsp;มีท่าเรือ&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;ท่าเรือหน้าหาด&nbsp;ที่เป็นท่าเรือคอยต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางจากภูเก็ต&nbsp;ส่วนอีกแห่งคือท่าเรือหน้าบ้าน&nbsp;เป็นท่าเรือขนส่งสินค้าของชาวประมงในพื้นที่</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;การมอบพันธุ์พืชที่มอบกว่า&nbsp;1,000&nbsp;ต้นในครั้งนี้&nbsp;ประกอบด้วย</strong>&nbsp;ผักเหมียง&nbsp;มะพร้าวน้ำหอม&nbsp;มะนาวเหลือง&nbsp;และปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ด&nbsp;ปุ๋ยรองก้นหลุม&nbsp;ปุ๋ยสูตรต่างๆ&nbsp;กว่า&nbsp;20&nbsp;กระสอบ&nbsp;มอบให้แก่เกษตรกร&nbsp;52&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งเป็นสิ่งที่เกษตรกรชาวเกาะมะพร้าวมีความต้องการอย่างมาก</p><p><strong>นายณรงค์&nbsp;วุ่นซิ้ว&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เกาะมะพร้าว&nbsp;มีผู้ประกอบการโรงแรม&nbsp;</strong>ซึ่งเป็นโรงแรมระดับ&nbsp;5&nbsp;ดาว&nbsp;ถึง&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;จึงอยากให้ประชาชนที่อาศัยบนเกาะมะพร้าวมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&nbsp;ด้วยการส่งเสริมให้ประชาชนบนเกาะมะพร้าว&nbsp;ปลูกผักให้มีเพียงพอต่อการบริโภค&nbsp;หากเหลือจากบริโภคสามารถนำส่งขายให้กับโรงแรมที่ตั้งอยู่บนเกาะมะพร้าว&nbsp;ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งอาชีพทางเลือกในการสร้างรายได้&nbsp;ที่นอกจากอาชีพหลัก&nbsp;จะช่วยเสริมสร้างรายได้&nbsp;สร้างความเป็นอยู่ให้กับประชาชนเกาะมะพร้าวในระยะยาวอย่างมั่นคง&nbsp;โดย&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดภูเก็ต&nbsp;มีแนวคิดในการพัฒนาบ้านเกาะมะพร้าว&nbsp;ให้เป็นต้นแบบการทำเกษตรในรูปแบบการพึ่งพาตนเอง&nbsp;ตามแนวทางเกาะมะพร้าว&nbsp;โมเดล&nbsp;เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต&nbsp;พัฒนาคน&nbsp;พัฒนาท้องถิ่น&nbsp;ที่มั่นคง&nbsp;และยั่งยืน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>","3/12/2021","ภาคใต้","ภูเก็ต","สวท.ภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211203132243108"],
    [33,"ยืนยันคุมเข้มกระบวนการผลิตกุ้งทะเลไทยด้วยมาตรฐาน ความปลอดภัย ห่วงใยต่อสิ่งแวดล้อม ขอผู้บริโภคมั่นใจ","<p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;สุวรรณรักษ์&nbsp;รองอธิบดีกรมประมง&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ในปี&nbsp;2556&nbsp;สถานการณ์การผลิตกุ้งทะเลของไทยประสบวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของโรคตายด่วน&nbsp;ส่งผลให้ผลผลิตกุ้งทะเลของไทยลดลงเป็นอย่างมาก&nbsp;ประกอบกับยังคงพบการระบาดของโรคกุ้งทะเลชนิดอื่น&nbsp;จึงทำให้ผลผลิตกุ้งทะเลของไทยฟื้นตัวไม่มากนัก&nbsp;แต่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;</p><p><strong>หากแต่ในปี&nbsp;2563&nbsp;และปี&nbsp;2564</strong>&nbsp;ผลผลิตกุ้งทะเลมีปริมาณลดลงเล็กน้อย&nbsp;ซึ่งปัจจัยหนึ่งเป็นผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;โดยในปี&nbsp;2564&nbsp;มีปริมาณผลผลิตรวมโดยประมาณ&nbsp;257,000&nbsp;ตัน&nbsp;จากปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบกุ้งทะเลที่ผ่านมา&nbsp;ผู้ประกอบการห้องเย็นและโรงงานแปรรูปจึงหาแนวทางแก้ไขปัญหาโดยการนำเข้าวัตถุดิบกุ้งทะเลจากต่างประเทศเฉพาะช่วงเวลาและปริมาณผลผลิตภายในประเทศที่มีปริมาณน้อย&nbsp;เพื่อให้อุตสาหกรรมกุ้งทะเลไทยสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้และยังคงมีศักยภาพทางการแข่งขันในระดับโลก</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;กรมประมง&nbsp;กำหนดเป้าหมายและกิจกรรมการดำเนินงาน</strong>&nbsp;รวมทั้งหมด&nbsp;27&nbsp;กิจกรรมครอบคลุมการดำเนินงานตลอดห่วงโซ่การผลิต&nbsp;ตั้งแต่ต้นน้ำ&nbsp;กลางน้ำ&nbsp;และปลายน้ำ&nbsp;โดยมุ่งหวังว่า&nbsp;ผลผลิตกุ้งทะเลของไทยจะสามารถกลับฟื้นคืนมาอยู่ในระดับ&nbsp;400,000&nbsp;ตัน&nbsp;ในปี&nbsp;2566&nbsp;และร่วมกันผลักดันให้โรงเพาะฟักฯ&nbsp;ทุกแห่งผลิตลูกพันธุ์กุ้งทะเลที่ได้คุณภาพ&nbsp;ปลอดโรคและผลผลิตกุ้งทะเลปลอดสารตกค้าง&nbsp;ควบคู่กับการส่งเสริมให้ฟาร์มเลี้ยงทุกแห่งได้รับการรับรองมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;ภายในปี&nbsp;2567</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","3/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211203151817189"],
    [34,"เกษตรและสหกรณ์จังหวัดชัยภูมิ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่","<p><strong>วานนี้&nbsp;(2&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564)&nbsp;นายเจษฎา&nbsp;ขวัญแก้ว&nbsp;รักษาราชการแทน&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;</strong>พร้อมด้วยนางสาวทิพย์วรรณ&nbsp;อรุณศรี&nbsp;หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์พัฒนาการเกษตร&nbsp;และเกษตรตำบล&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอจัตุรัส&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดชัยภูมิ&nbsp;ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการ&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;รายของนางปราณี&nbsp;คงด้วง&nbsp;ในเขตพื้นที่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;13&nbsp;ตำบลส้มป่อย&nbsp;อำเภอจัตุรัส&nbsp;จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;ที่ประสบอุทกภัยที่ผ่านมา&nbsp;</p><p><strong>เพื่อสร้างขวัญและกำลังให้แก่เกษตรกรและจะผลักดันให้หน่วยงานงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในเขตพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;ได้เข้ามาปรับปรุงรูปแบบแปลงและให้การช่วยเหลือ&nbsp;ตลอดจนให้สนับสนุนการดำเนินการโครงการฯ&nbsp;ให้เกิดเป็นแปลงต้นแบบการทำเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;ตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ของอำเภอจัตุรัส&nbsp;จังหวัดชัยภูมิต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","3/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ชัยภูมิ","สวท.ชัยภูมิ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211203173017338"],
    [35,"จ.สุพรรณบุรีจัดกิจกรรม นวัตกรรมหว่านวันแม่ เกี่ยววันพ่อ","<p><strong>วันนี้&nbsp;(3&nbsp;ธ.ค.&nbsp;64)&nbsp;ที่ศูนย์สัมมาชีพต้นแบบเกษตรผสมผสานตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;</strong>ต.หนองราชวัตร&nbsp;อ.หนองหญ้าไซ&nbsp;จ.สุพรรณบุรี&nbsp;นายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรม&nbsp;นวัตกรรมหว่านวันแม่&nbsp;เกี่ยววันพ่อ&nbsp;เพื่อสืบสานประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงาม&nbsp;อาชีพการทำนาซึ่งเป็นอาชีพที่หล่อเลี้ยงคนไทยมายาวนาน&nbsp;รวมทั้งเพื่อเป็นการปลูกฝัง&nbsp;ส่งเสริมการเรียนรู้เกี่ยวกับการทำนาแก่เยาวชนคนรุ่นใหม่และผู้สนใจ&nbsp;โดยกิจกรรมดังกล่าวได้เพาะปลูกข้าวสายพันธุ์หอมมะลิ&nbsp;105&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;จำนวน&nbsp;19&nbsp;ไร่&nbsp;โดยสภาเกษตรกรจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;บูรณาการร่วมกับสมาคมศิษย์เก่าคณะเทคโนโลยีการเกษตร&nbsp;สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง&nbsp;และสมาคมเกษตรปลอดภัย&nbsp;เพื่อแปรรูปเป็นข้าวสารและน้อมเกล้าถวาย<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(32,&nbsp;33,&nbsp;36);\">สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี</span></p><p><strong>การดำเนินกิจกรรมได้ครบกำหนดการเก็บเกี่ยวในวันนี้</strong>&nbsp;ซึ่งมีกิจกรรมที่เป็นประเพณีโบราณสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่น&nbsp;ได้แก่&nbsp;การเก็บเกี่ยวช้าว&nbsp;พิธีรับขวัญข้าวเข้าบ้าน&nbsp;การตำข้าวเม่า&nbsp;เผาข้าวหลาม&nbsp;เป็นการสืบสาน&nbsp;รักษา&nbsp;และต่อยอด&nbsp;ตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ</strong>&nbsp;การวิจัยและพัฒนาเพิ่มมูลค่าไผ่&nbsp;ระหว่างสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;กับวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสุพรรณบุรี&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","3/12/2021","ภาคตะวันตก","กาญจนบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211203191647388"],
    [36,"ส้มจุก ผลไม้ยืนหนึ่งของอำเภอจะนะ ผลไม้เศรษฐกิจ ปลอดสารพิษ","<p><strong>ส้มจุก&nbsp;ผลไม้ประจำท้องถิ่น</strong>&nbsp;และมีชื่อเสียงมาตั้งแต่อดีตอยู่คู่กับอำเภอจะนะ&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;มากว่า&nbsp;100&nbsp;ปี&nbsp;แต่ปัจจุบันเริ่มสูญหายไป&nbsp;เพราะทางเลือกการเพาะปลูกของเกษตรที่มีมากขึ้น</p><p>ทำให้ส้มจุกกลายเป็นพืชที่เกือบจะถูกลืม</p><p><strong>ที่สวนของบังนี&nbsp;หรือนายดนกอนี&nbsp;เหลาะหมาน&nbsp;อายุ&nbsp;53&nbsp;ปี&nbsp;</strong>ได้ปรับพื้นที่จากสวนยางพารา&nbsp;หันมาปลูกส้มจุก&nbsp;พันธุ์พื้นเมือง&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;ไร่&nbsp;กว่า&nbsp;400&nbsp;ต้น&nbsp;ซึ่งได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าในพื้นที่และต่างจังหวัดและส่งจำหน่ายในราคาสูง&nbsp;โดยคุณภาพเกรด&nbsp;A&nbsp;จะจำหน่ายในกิโลกรัมละ&nbsp;200&nbsp;บาท&nbsp;เกรด&nbsp;B&nbsp;180&nbsp;บาท&nbsp;และเกรด&nbsp;C&nbsp;150&nbsp;บาท</p><p><strong>ส้มจุกจะนะ&nbsp;มีลักษณะที่แตกต่างจากส้มพันธุ์ทั่วๆไปคือ&nbsp;</strong>บริเวณขั้วของผลจะมีเปลือกนูนสูงคล้ายจุก&nbsp;จึงถูกเรียกว่าส้มจุก&nbsp;ด้วยรสชาติที่เป็นอัตลักษณ์เฉพาะตัว&nbsp;ผิวส้มมีกลิ่นหอม&nbsp;รสหวานอมเปรี้ยว&nbsp;ไม่หวานจัดและยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์หรือ</p><p>GI&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;อีกด้วย</p><p><strong>สำหรับความพิเศษที่มั่นใจได้ว่า&nbsp;</strong>สวนส้มจุกของบังนี&nbsp;ให้ได้มากกว่าคุณภาพคือ&nbsp;ปลอดสารพิษ&nbsp;และดูแลโดยยึดธรรมชาติเป็นหลัก&nbsp;นอกเหนือจากจำหน่ายผลสุกที่ต้องสั่งจองข้ามปีแล้ว</p><p>ยังจำหน่ายกิ่งพันธุ์ส้มจุก&nbsp;เพื่อนำไปขยายพันธุ์และเป็นการอนุรักษ์พันธุ์ส้มจุกจะนะให้คงอยู่สู่รุ่นลูกรุ่นหลานต่อไป</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ส้มจุกจะนะถือเป็นผลไม้เศรษฐกิจ&nbsp;</strong>ที่มีความต้องการในตลาดเป็นอย่างมาก</p><p>จำหน่ายได้ในราคาดีและเป็นพืชอัตลักษณ์ที่สร้างชื่อเสียงให้แก่อำเภอจะนะอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p>","4/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211204110100518"],
    [37,"แพะ-โคทั่วประเทศ ร่วมงานประกวดงานมหกรรมการเกษตร-อุตสาหกรรม ครั้งที่ 16 ที่สุพรรณบุรี เป็นจำนวนมาก","<p><strong>เช้าวันนี้&nbsp;(4&nbsp;ธ.ค.64)&nbsp;</strong>ที่สนามกีฬาพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์&nbsp;อ.ดอนเจดีย์&nbsp;จ.สุพรรณบุรี&nbsp;นายจองชัย&nbsp;เที่ยงธรรม&nbsp;อดีต&nbsp;รมช.คมนาคม&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการมหกรรมการเกษตร-อุตสาหกรรม&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;ครั้งที่&nbsp;16&nbsp;โดยมี&nbsp;นายกิตติพงษ์&nbsp;แย้มมี&nbsp;นอภ.ดอนเจดีย์&nbsp;นายวิทยา&nbsp;บุณยพัชรินทร์&nbsp;ประธานที่ปรึกษาพิเศษ&nbsp;นายก&nbsp;อบจ.สุพรรณบุรี&nbsp;นายเธียรินทร์&nbsp;ปัทมนิรันดร์กุล&nbsp;รองปลัด&nbsp;อบจ.สุพรรณบุรี&nbsp;นายจตุพร&nbsp;อุ่นวิจิตร&nbsp;ส.อบจ.อ.บางปลาม้า&nbsp;เกษตรกร&nbsp;และผู้ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมพิธี&nbsp;</p><p><strong>โดยนายเธียรินทร์&nbsp;ปัทมนิรันดร์กุล&nbsp;</strong>กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน&nbsp;ว่าเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช&nbsp;อีกทั้งให้เกษตรกรได้ศึกษาการคัดเลือกพันธุ์ในสภาพที่เป็นจริง&nbsp;ได้ศึกษาองค์ความรู้ด้านการปรับปรุงพันธุ์&nbsp;ด้านการจัดการฟาร์ม&nbsp;ด้านอาหารสัตว์&nbsp;จากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน&nbsp;เกษตรกรได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์&nbsp;ข้อคิดเห็นและมีส่วนร่วมในกิจกรรม&nbsp;ส่งเสริม&nbsp;สนับสนุนให้เกษตรกรเลี้ยงแพะเพิ่มรายได้&nbsp;ซึ่งมีการจัดประกวดแพะจำนวน&nbsp;14&nbsp;ประเภท&nbsp;โดยฟาร์มที่ชนะการประกวดในแต่ละประเภทจะได้รับเงินรางวัล&nbsp;พร้อมถ้วยรางวัลจาก&nbsp;นายจองชัย&nbsp;เที่ยงธรรม&nbsp;อดีต&nbsp;รมช.คมนาคม</p><p><strong>ด้านนายวิทยา&nbsp;บุณยพัชรินทร์</strong>&nbsp;ประธานที่ปรึกษาพิเศษ&nbsp;นายก&nbsp;อบจ.&nbsp;สุพรรณบุรี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;งานดังกล่าวจัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่&nbsp;16&nbsp;แล้ว&nbsp;สองปีที่ผ่านมาต้องงดจัด&nbsp;เพราะสถานการณ์โรคโควิด-19&nbsp;ทำให้ต้องระงับไป&nbsp;แต่ในขณะนี้สถานการณ์ในจังหวัดเริ่มคลี่คลายและดีขึ้นเรื่อยๆ&nbsp;จึงได้ดำเนินการขอจัดงานไปยังนายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;ผวจ.สุพรรณบุรี&nbsp;รวมถึงปศุสัตว์จังหวัด&nbsp;และสาธารณสุขจังหวัด&nbsp;ขณะนี้กระแสการเลี้ยงแพะกำลังเป็นที่นิยมของคนไทย&nbsp;การตอบรับจากเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะดีมาก&nbsp;เข้าร่วมงานกว่า&nbsp;200&nbsp;บูธ&nbsp;เกษตรกรส่วนใหญ่มาจากทั่วประเทศ&nbsp;ฉะนั้นทุกคนที่มาร่วมงานต้องปฏิบัติตามมาตรการของระบบสาธารณสุขอย่างเข้มงวด&nbsp;เพื่อความปลอดภัยของตัวเองและผู้มาร่วมงาน&nbsp;ภายในงานมีการซื้อขายอย่างคึกคัก&nbsp;ขณะนี้ราคาตลาดวัวในประเทศปรับขึ้น&nbsp;30-40&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;ประเทศหลักที่หันมาสนใจฮินดูบราซิลมากคือประเทศกัมพูชา&nbsp;และเวียดนาม&nbsp;ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้&nbsp;มีผู้ร่วมงานจำนวนมาก&nbsp;จะช่วยทำให้เศรษฐกิจใน&nbsp;จ.สุพรรณบุรี&nbsp;คึกคัก&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นที่พัก&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;สถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;จะกระตุ้นให้ผู้ประกอบการเหล่านี้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น&nbsp;นอกจากนี้ยังเปิดให้เกษตรกรนำต้นไม้ที่กำลังเป็นที่นิยมตอนนี้คือ&nbsp;บอนสี&nbsp;ไม้ด่าง&nbsp;และอื่นๆ&nbsp;อีกมากมาย&nbsp;ร่วมจำหน่ายในงานนี้ด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","4/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","สวท.สุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211204144527627"],
    [38,"ธ.ก.ส. พร้อมโอนเงินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 256465 เริ่มจ่าย 9-13 ธันวาคมนี้","<p><strong>นายกษาปณ์&nbsp;เงินรวง</strong>&nbsp;รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ได้เตรียมความพร้อมการจ่ายเงินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;(เพิ่มเติม)&nbsp;โดยเร่งตรวจสอบข้อมูลเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมส่งเสริมการเกษตรและได้รับสิทธิ์&nbsp;ให้เสร็จภายในวันที่&nbsp;7&nbsp;ธันวาคมนี้&nbsp;&nbsp;และเตรียมการโอนเงินให้กับเกษตรกรแต่ละรายตามสิทธิ์ที่ได้รับในวันที่&nbsp;8&nbsp;ธันวาคม&nbsp;</p><p><strong>จากนั้นในวันที่&nbsp;9&nbsp;ธันวาคมนี้&nbsp;</strong>เงินดังกล่าวจะโอนเข้าบัญชีของเกษตรกรโดยตรง&nbsp;โดยเฉพาะเกษตรกรในเขตพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;ภาคตะวันตกและภาคใต้&nbsp;จำนวนประมาณ&nbsp;7.7&nbsp;แสนราย&nbsp;ส่วนเกษตรกรในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;จะเริ่มโอนในวันที่&nbsp;10&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ประมาณ&nbsp;7.5&nbsp;แสนราย&nbsp;จากนั้นจะทยอยจ่ายตามรอบการผลิตที่แจ้งถึง&nbsp;13&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;โดยคาดว่าในรอบวันที่&nbsp;9-13&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;จะสามารถโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรตามข้อมูลที่ได้รับและผ่านการประชุมของคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงฯ&nbsp;งวดที่&nbsp;3-7&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;3.58&nbsp;ล้านราย&nbsp;คิดเป็นเงินกว่า&nbsp;64,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</p><p><strong>สำหรับโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว</strong>&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;จะเริ่มจ่ายในวันที่&nbsp;13&nbsp;&nbsp;17&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;และโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;จะเริ่มจ่ายในวันที่&nbsp;20&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;</p><p><strong>เกษตรกรสามารถตรวจสอบผลการโอนเงินได้ทางแอปพลิเคชัน</strong>&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;A-Mobile&nbsp;&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และจะมีข้อความแจ้งเตือนเงินเข้าบัญชีผ่าน&nbsp;LINE&nbsp;Official&nbsp;BAAC&nbsp;Family&nbsp;&nbsp;กรณีที่ลูกค้าสมัครใช้บริการ&nbsp;BAAC&nbsp;Connect&nbsp;รวมถึงสามารถเบิกถอนเงินสดผ่านตู้&nbsp;ATM&nbsp;&nbsp;ของ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ทั่วประเทศ</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","5/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211205122144840"],
    [39,"ห่วงชาวนา เตือนอาจประสบปัญหาข้าวกระทบหนาวจากอุณหภูมิลด แนะติดตามตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด","<p><strong>นายชาตรี&nbsp;บุญนาค&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการข้าว&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;กรมการข้าวมีความเป็นห่วงเกษตรกรที่ปลูกข้าว&nbsp;เนื่องจากขณะนี้สภาพอากาศเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงหลายพื้นที่&nbsp;มีอุณหภูมิลดต่ำลง&nbsp;ทำให้ประสบกับปัญหาข้าวกระทบหนาว\"&nbsp;ส่งผลให้ได้ผลผลิตไม่เต็มที่&nbsp;โดยพันธุ์ข้าวที่มีความอ่อนแอต่อสภาพอากาศหนาวเย็นนั้น&nbsp;ได้แก่&nbsp;พันธุ์สุพรรณบุรี&nbsp;3&nbsp;ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับข้าวทุกระยะ&nbsp;เกษตรกรควรหมั่นตรวจแปลงนาและสังเกตความผิดปกติของต้นข้าว&nbsp;เพื่อเตรียมรับสถานการณ์ที่จะเปลี่ยนแปลงได้อย่างทันท่วงที&nbsp;</p><p><strong>สำหรับอาการของต้นข้าวที่ได้รับผลกระทบจากอากาศหนาวนั้น</strong>&nbsp;จะประกอบด้วย&nbsp;ข้าวไม่งอก&nbsp;เติบโตช้า&nbsp;เหลือง&nbsp;ปลายรวงไม่พัฒนา&nbsp;อายุยืดออกไป&nbsp;เป็นหมันสูง&nbsp;ออกรวงช้าและสุกแก่ไม่พร้อมกัน&nbsp;แต่ผลกระทบส่วนใหญ่ที่พบทั่วไปคือ&nbsp;เป็นหมันสูง&nbsp;ออกรวงช้าและสุกแก่ไม่พร้อมกัน&nbsp;โดยอาการเป็นหมันนั้นจะพบในช่วงวิกฤติในอุณหภูมิ&nbsp;15&nbsp;-?&nbsp;17&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;และจะพบอาการดังกล่าวในอุณหภูมิ&nbsp;17&nbsp;-?&nbsp;19&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;สำหรับพันธุ์ข้าวที่อ่อนแอต่ออากาศหนาว</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;อุณหภูมิต่ำยังส่งผลกระทบให้การสังเคราะห์แสงของข้าวลดลงอย่างมาก&nbsp;</strong>หากอุณหภูมิของรากและอากาศต่างกัน&nbsp;5&nbsp;-&nbsp;7&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;ซึ่งส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำตาลในใบข้าวด้วยและพันธุ์ข้าวที่อ่อนแอเมื่อกระทบต่ออุณหภูมิต่ำ&nbsp;ปริมาณโปรตีนในอับเรณูของข้าวจะเปลี่ยนแปลงไปมากกว่า&nbsp;2&nbsp;เท่าและหากยังคงมีอากาศหนาวต่อเนื่อง&nbsp;อาจส่งผลกระทบต่อการออกรวงและผลผลิต&nbsp;แนวทางแก้ไขคือ&nbsp;ฉีดพ่นฮอร์โมนเพื่อกระตุ้นให้ข้าวออกรวง</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","6/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211206171029333"],
    [40,"ลำปาง เดินหน้า \"นครลำปาง นครปศุสัตว์\" จัดมหกรรมแสดงสินค้าปศุสัตว์ปลอดภัย ส่งเสริมเกษตรกรพันธุ์ดี พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนงานด้านปศุสัตว์อย่างเต็มตัว","<p><strong>จังหวัดลำปาง&nbsp;เปิดงาน&nbsp;\"นครลำปาง&nbsp;นครปศุสัตว์&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2\"&nbsp;ณ&nbsp;ลานรถม้า&nbsp;ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า&nbsp;ลำปาง&nbsp;</strong>ภายใต้โครงการสร้างสรรค์&nbsp;ปันสุข&nbsp;เกษตรสุขภาพ&nbsp;เกษตรผสมผสาน&nbsp;ส่งเสริมและพัฒนาสินค้าเกษตรปลอดภัยได้มาตรฐานแบบครบวงจรมุ่งสู่เกษตรอินทรีย์&nbsp;เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์และจำหน่ายผลผลิต/ผลิตภัณฑ์แปรรูปปศุสัตว์&nbsp;จากกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตและผู้ประกอบการ&nbsp;(โค&nbsp;แพะ&nbsp;แกะ&nbsp;สุกร&nbsp;กระบือ&nbsp;สัตว์ปีก)&nbsp;ให้ผู้ที่สนใจ&nbsp;ตลอดจนเป็นการส่งเสริมพัฒนาการเลี้ยงปศุสัตว์พันธุ์ดี&nbsp;เพิ่มศักยภาพการผลิตสู่ปศุสัตว์อินทรีย์&nbsp;โดยจังหวัดลำปางพร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนงานด้านปศุสัตว์อย่างเต็มตัว</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;นายสิธิชัย&nbsp;จินดาหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;มอบหมายให้นายจำลักษ์&nbsp;กันเพ็ชร์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;</strong>เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;พร้อมด้วยส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เครือข่ายกลุ่มเกษตรกรปศุสัตว์&nbsp;และองค์กรภาคเอกชน&nbsp;เข้าร่วมงาน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","7/12/2021","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211207081218408"],
    [41,"ช่วยเหลือฟื้นฟูเกษตรกรหลังน้ำลด มอบหญ้าอาหารสัตว์ พันธุ์กล้วยหอมทอง กล้าพริก กล้ามะเขือเปราะ","<p><strong>นายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี</strong>&nbsp;เปิดกิจกรรมการช่วยเหลือฟื้นฟูเกษตรกรหลังน้ำลด&nbsp;ของหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ในจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ที่วัดอาน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลบางใหญ่&nbsp;อำเภอบางปลาม้า&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;โดยสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ติดตามและแก้ไขปปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;พร้อมด้วยหน่วยงานทั้งในและนอกสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;จำนวน&nbsp;13&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;ร่วมบูรณาการจัดกิจกรรมโดยมอบปัจจัยการผลิตให้แก่เกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติ&nbsp;โดยเริ่มต้นจากพื้นที่อำเภอบางปลาม้า&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;ราย&nbsp;เป็นพื้นที่แรก&nbsp;เพื่อส่งกำลังใจให้เกษตรกรที่ประสบภัยพิบัติและช่วยให้เกษตรกรสามารถนำไปใช้ในฤดูกาลผลิตหลังน้ำลดได้</p><p><strong>สำหรับในวันนี้มีหน่วยงานที่ร่วมบูรณาการ</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด&nbsp;มอบหญ้าอาหารสัตว์&nbsp;จำนวน&nbsp;10,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ถุงยังชีพด้านปศุสัตว์&nbsp;อาหารสุนัข&nbsp;อาหารแมวและเวชภัณฑ์สัตว์ปีก&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;ชุด&nbsp;สถานีพัฒนาที่ดินสุพรรณบุรี&nbsp;มอบน้ำหมักชีวภาพ&nbsp;ภด.6&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;ขวด&nbsp;เพื่อใช้ในการบำบัดน้ำเสียและทำความสะอาดคอกสัตว์&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดมอบพันธุ์กล้วยหอมทอง&nbsp;กล้าพริก&nbsp;กล้ามะเขือเปราะ&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;1,100&nbsp;ต้น&nbsp;สำนักงานประมงจังหวัด&nbsp;มอบจุลินทรีย์&nbsp;ปม.1&nbsp;และเอกสารเผยแพร่&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;ชุด&nbsp;เพื่อใช้ในการปรับปรุงคุณภาพดินและน้ำในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดมอบน้ำดื่มบรรจุขวด&nbsp;จำนวน&nbsp;300&nbsp;ขวด&nbsp;และบรรจุแกลลอนจำนวน&nbsp;100&nbsp;แกลลอน</p><p><br></p><p><br></p>","7/12/2021","ภาคตะวันตก","กาญจนบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211207094723431"],
    [42,"สู่ขวัญคน เอิ้นขวัญควาย ในงานทุ่งศรีเมืองอุดรธานี สร้างกำลังใจให้ชาวเกษตร","<p><strong>นายศักดา&nbsp;เกตุแก้ว&nbsp;นายสุชัมบดี&nbsp;ขาวขำ&nbsp;รองนายก&nbsp;อบจ.อุดรธานี</strong>&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร&nbsp;อบจ.อุดรธานี&nbsp;เข้าร่วมพิธี&nbsp;สู่ขวัญคน&nbsp;เอิ้นขวัญควาย&nbsp;ในนิทรรศการวิถีคนวิถีควาย&nbsp;ณ&nbsp;งานทุ่งศรีเมืองอุดรธานี&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;โดยมี&nbsp;ดร.ทศพร&nbsp;ศรีศักดิ์&nbsp;นายกสมาคมอนุรักษ์และพัฒนาควายไทยแห่งประเทศไทย&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ทั้งภาครัฐและเอกชน&nbsp;เข้าร่วมฯ</p><p><strong>การสู่ขวัญ&nbsp;ถือเป็นประเพณีของชาวอีสานตั้งแต่โบราณ&nbsp;</strong>เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับบุคคล&nbsp;ชุมชนและสังคม&nbsp;ในการดำรงชีวิต&nbsp;โดยมีคติคำสอนต่างๆ&nbsp;และเป็นการสืบสานวัฒนธรรมประเพณี&nbsp;ในวันนี้จึงมีการจัดพิธีสู่ขวัญคน&nbsp;เอิ้นขวัญควายขึ้น&nbsp;มีเกษตรกรนำควายเข้าร่วม&nbsp;อาทิ&nbsp;เอกมงคล&nbsp;หัวแก้ว&nbsp;ช้างอุดร&nbsp;แก้วขวัญ&nbsp;แปดแสน&nbsp;กะทิ&nbsp;กะปิ&nbsp;เป็นต้น&nbsp;มูลค้ารวมสูงกว่า&nbsp;200&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และยังมีการแสดงของควาย&nbsp;สร้างความตื่นเต้นให้กับประชาชนที่เข้าร่วมงาน</p><p><strong>นายศักดา&nbsp;เกตุแก้ว&nbsp;รองนายก&nbsp;อบจ.อุดรธานี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การกระตุ้นเศรษฐกิจในปัจจุบันต้องไม่ลืมรากฐานวิถีชีวิตของท้องถิ่น&nbsp;จึงอยากสืบสานให้พี่น้องประชาชนได้เห็นถึงวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามและความผูกพันของคนและควายที่มีความรักแน่นแฟ้น&nbsp;<strong>นอกจากนี้&nbsp;การสู่ขวัญคน&nbsp;เอิ้นขวัญควาย</strong>&nbsp;ยังเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับเกษตรกร(ชาวนา)&nbsp;หลังจากฤดูเก็บเกี่ยวและเพื่อความเป็นมงคลต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์&nbsp;ตระหนักให้เห็นความสำคัญของสรรพชีวิต&nbsp;อีกทั้งประชาสัมพันธ์ถึงการจัดงานทุ่งศรีเมืองจังหวัดอุดรธานี&nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวต่อไป</p><p><br></p><p><br></p>","7/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อุดรธานี","สวท.อุดรธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211207102012446"],
    [43,"ธ.ก.ส. จัดงานตลาดนัดเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร ยกระดับให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการ SME เกษตร สู่ความเป็นมืออาชีพ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายธนารัตน์&nbsp;งามวลัยรัตน์</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ร่วมกับภาคีเครือข่าย&nbsp;จัดกิจกรรมตลาดนัดเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร&nbsp;(Investor&nbsp;Day)&nbsp;Smart&nbsp;Matching&nbsp;for&nbsp;Better&nbsp;Together&nbsp;เพื่อนำผลงานวิจัย&nbsp;เทคโนโลยีและนวัตกรรมจากส่วนงานภาคีเครือข่าย&nbsp;ไปสู่เกษตรกรและผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรให้สามารถเข้าถึงและนำไปใช้ประกอบธุรกิจ&nbsp;และการจับคู่ธุรกิจ&nbsp;ระหว่างส่วนงานที่มีผลงานวิจัย&nbsp;เทคโนโลยีและนวัตกรรมกับกลุ่มเป้าหมายที่มีความสนใจและความต้องการ&nbsp;อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรมโดยใช้ผลงานวิจัย&nbsp;เทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้าไปใช้เพื่อพัฒนาภาคการเกษตรสู่การแข่งขันในยุคดิจิทัล&nbsp;โดยภายในงาน&nbsp;จะได้พบเจ้าของผลงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมทั้งภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;รวมถึงกิจกรรม&nbsp;Matching&nbsp;แหล่งทุนกับ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ทั้งในรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์&nbsp;มุ่งหวังให้เกิดการจับคู่และนํานวัตกรรมไปขยายผลเพื่อสร้างความเข้มแข็งทั้งเกษตรกร&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;อีกทั้งมีการออกบูธนิทรรศการร่วมกับภาคีเครือข่าย&nbsp;อาทิ&nbsp;บูธยุทธศาสตร์รัฐบาล&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;บูธผลงานนวัตกรรมพร้อมใช้จากเครือข่ายร่วมงานกว่า&nbsp;50&nbsp;ผลงาน&nbsp;บูธสินเชื่อจาก&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;เป็นต้น&nbsp;รวมทั้งการเสวนาในหัวข้อ&nbsp;ก้าวข้าม&nbsp;COVID-19&nbsp;เกษตรกรปรับตัวอย่างไรในยุคเกษตรดิจิทัล&nbsp;โดยผู้แทนจากเครือข่ายที่ร่วมโครงการและเกษตรกรที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการดําเนินงาน&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">เกษตรกรที่สนใจ</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;รวมทั้งผู้ประกอบการ&nbsp;New&nbsp;Gen&nbsp;หรือ&nbsp;Startup&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;วิสาหกิจชุมชนและภาคีเครือข่าย&nbsp;สามารถรับชมกิจกรรมได้&nbsp;ผ่าน&nbsp;Facebook&nbsp;Live&nbsp;เพจ&nbsp;ตลาดนัดเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร&nbsp;Investor&nbsp;Day&nbsp;ในวันพฤหัสบดีที่&nbsp;9&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.&nbsp;16.00&nbsp;น.</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","7/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211207161257647"],
    [44,"วิสาหกิจชุมชนโรงสีข้าวชาวนาตราด จัดกิจกรรมเกี่ยวข้าวด้วยมือ พร้อมสาธิตการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพจำหน่ายให้เกษตรกรในราคาประหยัด","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>(7&nbsp;ธ.ค.&nbsp;64)&nbsp;ที่บริเวณแปลงนาผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว&nbsp;ของวิสาหกิจชุมชนโรงสีข้าวชาวนาตราด</strong>&nbsp;ตำบลเนินทราย&nbsp;อำเภอเมืองตราด&nbsp;เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดตราด&nbsp;และสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดตราด&nbsp;ร่วมกิจกรรมเกี่ยวข้าวด้วยมือ&nbsp;ซึ่งทางศูนย์ข้าวชุมชนตำบลเนินทราย&nbsp;ร่วมกับวิสาหกิจชุมชนโรงสีข้าวชาวนาตราด&nbsp;จัดขึ้น&nbsp;พร้อมกันนี้ยังร่วมกันชมการสาธิตการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพ&nbsp;ที่ผ่านมาตรฐานการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวจาก&nbsp;ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวชลบุรี&nbsp;กรมการข้าว&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายจรูญ&nbsp;เกศโกวิท&nbsp;กรรมการจัดซื้อจัดจ้าง&nbsp;วิสาหกิจชุมชนโรงสีข้าวชาวนาตราด&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;&nbsp;ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชน&nbsp;วิสาหกิจชุมชนโรงสีข้าวชาวนาตราด&nbsp;เริ่มต้นจากการผลิตเมล็ดพันธ์ข้าวจำหน่ายให้กับสมาชิก&nbsp;จนเมื่อ&nbsp;2&nbsp;ปีที่ผ่านมา&nbsp;ได้รับการสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวจากกรมการข้าวในการแจกจ่ายให้กับสมาชิก&nbsp;เพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว&nbsp;โดยมีการพิจารณาพื้นที่&nbsp;ที่เหมาะสมในการปลูกข้าวเพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์&nbsp;โดยกระบวนการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว&nbsp;เริ่มตั้งแต่กระบวนการนำเมล็ดพันธุ์ข้าวเข้าสู่กระบวนการ&nbsp;การตรวจวัดความชื้นให้อยู่ระหว่างร้อยละ&nbsp;21&nbsp;-23&nbsp;การคัดแยกสิ่งเจือปนออกจากเมล็ดพันธุ์ข้าว&nbsp;การอบเมล็ดพันธุ์&nbsp;การจัดเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าว&nbsp;จากนั้นในช่วงเดือนมีนาคม&nbsp;จะทำการเพาะพันธุ์ข้าว&nbsp;โดยจะต้องมีอัตราการงอกของเมล็ดพันธุ์ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ&nbsp;95&nbsp;ขึ้นไป&nbsp;จากนั้นจะทำการคัดแยกเมล็ดพันธุ์ที่งอกก่อนที่จะจำหน่ายให้กับเกษตรกรต่อไป&nbsp;ทั้งนี้เกษตรกรที่สนใจเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพ&nbsp;สามารถสั่งจองได้ที่&nbsp;วิสาหกิจชุมชนโรงสีข้าวชาวนาตราดในราคาที่เป็นธรรมเฉลี่ยกิโลกรัมละ&nbsp;16&nbsp;-17&nbsp;บาทเท่านั้น&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","7/12/2021","ภาคตะวันออก","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211207160542642"],
    [45,"เกษตรจังหวัดตรัง ติดตามโครงการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยเข้าสู่ระบบเกษตรอินทรีย์เพื่อสร้างรายได้แก่เกษตรกร","<p><strong>วันนี้&nbsp;(&nbsp;7&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;)นายวสันต์&nbsp;สุขสุวรรณ&nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;มอบหมายให้</strong>&nbsp;นางสาวลินดา&nbsp;ดำคง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางสาวสุภักษร&nbsp;หลงละเลิง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;เยี่ยมเยียน&nbsp;ติดตามการดำเนินงานโครงการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยสู่ระบบมาตรฐานเกษตรอินทรีย์&nbsp;เพื่อสร้างรายได้แก่เกษตรกร&nbsp;กิจกรรมส่งเสริมการผลิตแตงโมคุณภาพ&nbsp;ณ&nbsp;ตำบลหาดสำราญ&nbsp;อำเภอหาดสำราญ&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากการพูดคุยสอบถามข้อมูลเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการพบว่า&nbsp;</strong>มีการนำปัจจัยการผลิตไปใช้ในโครงการได้เป็นอย่างดี&nbsp;ในส่วนของบล็อครูปทรงต่างๆ&nbsp;เกษตรกรคาดว่าจะมีการจัดรูปทรงในสัปดาห์หน้า&nbsp;เนื่องจากต้องรอให้ผลแตงโมโตในขนาดที่เหมาะสม&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","7/12/2021","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211207164757679"],
    [46,"เกษตรอำเภอวังวิเศษ จังหวัดตรัง ตรวจแปลงขอใช้ไฟฟ้าเพื่อการเกษตรและตรวจแปลงข้าวไร่ในตำบลวังมะปรางเหนือ","<p><strong>วันนี้&nbsp;(&nbsp;7&nbsp;ธันวาคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;)&nbsp;นายสุภัทธ&nbsp;คงด้วง&nbsp;เกษตรอำเภอวังวิเศษ&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;</strong>เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอวังวิเศษ&nbsp;ตรวจแปลงขอใช้ไฟฟ้าเพื่อการเกษตรในหมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลวังมะปรางเหนือ&nbsp;อำเภอวังวิเศษ&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ณ&nbsp;พื้นที่หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;และหมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลวังมะปรางเหนือ&nbsp;อำเภอวังวิเศษ&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;แปลงดังกล่าวมีกิจกรรมปลูกพืชหลากหลายชนิดแต่ยังขาดไฟฟ้า</strong>เพื่อนำติดตั้งเครื่องสูบน้ำมาใช้ในกิจกรรมในแปลง&nbsp;และตรวจแปลงข้าวไร่&nbsp;ซึ่งแปลงข้าวไร่ดังกล่าวส่วนใหญ่ปลูกแซมในแปลงยางพาราและแปลงปาล์มน้ำมันอายุ&nbsp;1-3&nbsp;ปี&nbsp;กิจกรรมดังกล่าวสามารถสร้างรายได้ให้เกษตรและทำให้เกษตรกรมีข้าวปลอดสารพิษไว้บริโภคตลอดทั้งปี&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","7/12/2021","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211207165109681"],
    [47,"เกษตรอำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ติดตามเยี่ยมเยียนอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน หมู่ที่ 4 ตำบลคลองชีล้อม พร้อมแนะนำแนวทางการทำงานของอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านในปี 2565","<p><strong>วันนี้(&nbsp;7&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;)&nbsp;นายสรวง&nbsp;พรหมบุญทอง&nbsp;เกษตรอำเภอกันตัง&nbsp;</strong>มอบหมายให้นางบุญญาพร&nbsp;กายเพ็ชร&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการและนายสมุห์ภัทร์&nbsp;สังข์ไชย&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;ติดตามเยี่ยมเยียน&nbsp;นายวิจิตร&nbsp;ชิตพงษ์&nbsp;อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลคลองชีล้อม&nbsp;อำเภอกันตัง&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้แนะนำแนวทางการทำงานของอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านในปี&nbsp;2565</strong>&nbsp;และได้ติดตามเยี่ยมเยียนพื้นที่การเกษตรด้วยโดยนายวิจิตร&nbsp;ชิตพงษ์&nbsp;&nbsp;&nbsp;มีพื้นที่ปลูกข้าวไร่พันธุ์ดอกข่า&nbsp;ปลูกมันสำปะหลัง&nbsp;ปลูกปาล์มน้ำมันและมีการขุดร่องระหว่างแถวปาล์มน้ำมันเพื่อเลี้ยงปลา&nbsp;และได้มีการเพาะพันธุ์แหนแดงเพื่อใช้เป็นอาหารปลาเป็นการลดต้นทุนได้อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","7/12/2021","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211207165208682"],
    [48,"ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจังหวัดบุรีรัมย์ เผย ข้อมูลการโอนเงินในโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2564/2565","<p><strong>นายวิชัย&nbsp;ปักษา&nbsp;ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงาน&nbsp;เปิดเคยกรณีการโอนเงินในโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปี&nbsp;2564/2565</strong>&nbsp;โดย&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;10&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ธนาคาร&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ได้เตรียมโอนเงินให้กับ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;สาขาระกา,ละหานทราย,ลำปลายมาศ,&nbsp;สตึก,&nbsp;หนองกี่,&nbsp;หนองหงส์,&nbsp;อิสาณ</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;11&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;เตรียมโอนเงินให้กับ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;สาขาบุรีรัมย์,&nbsp;ประโคนชัย,&nbsp;ปะคำ,&nbsp;พลับพลาชัย,&nbsp;พุทไธสง,&nbsp;เมืองตลุง</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;12&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;เตรียมโอนเงินให้กับ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;สาขานาโพธิ์,&nbsp;โนนดินแดง,&nbsp;โนนสุวรรณ,&nbsp;บ้านกรวด,&nbsp;บ้านด่าน,&nbsp;บ้านใหม่ไชยพจน์</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;13&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;เตรียมโอนเงินให้กับ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;สาขากระสัง,&nbsp;คูเมือง,&nbsp;แคนดง,&nbsp;เฉลิมพระเกียรติ,&nbsp;ชำนิ,&nbsp;นางรอง&nbsp;และสาขาห้วยราช</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ยืนยันหลังจากที่&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ส่วนกลางทำการโอนเงินให้&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;</strong>แต่ละสาขาแล้ว&nbsp;จะทำการโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกร&nbsp;ที่แจ้งทำการเก็บเกี่ยวข้าวในงวดที่&nbsp;3&nbsp;ถึง&nbsp;งวดที่&nbsp;7&nbsp;ทันที&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","8/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","บุรีรัมย์","สวท.บุรีรัมย์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211208092651855"],
    [49,"จ.ลำปาง เตรียมจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร 16 ธันวาคม นี้","<p><strong>นายสิธิชัย&nbsp;จินดาหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;มอบหมายให้</strong>นายจำลักษ์&nbsp;กันเพ็ชร์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;ร่วมกับคณะกรรมการโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมการจัดงานโครงการฯ&nbsp;ในพื้นที่กลุ่มเป้าหมายที่ประชุมได้กำหนดแนวทางและบูรณาการทำงานร่วมระหว่างหน่วยงาน&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนการจัดงานคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ฯ&nbsp;ทั้ง&nbsp;4&nbsp;ไตรมาส&nbsp;ในปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;4&nbsp;อำเภอ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;อำเภอแม่เมาะ&nbsp;อำเภอแม่พริก&nbsp;อำเภอเมืองปาน&nbsp;และอำเภอห้างฉัตร&nbsp;</p><p><strong>โดยมีกำหนดการจัดงานครั้งแรกในวันที่&nbsp;16&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;นี้&nbsp;ณ&nbsp;พื้นที่อำเภอแม่เมาะ&nbsp;</strong>ซึ่งภายในงานจะมีการให้บริการคลินิกเกษตร&nbsp;มากกว่า&nbsp;12&nbsp;คลินิก&nbsp;อาทิ&nbsp;คลินิกข้าว&nbsp;คลินิกประมง&nbsp;คลินิกปศุสัตว์&nbsp;คลินิกสหกรณ์&nbsp;และคลินิกกฎหมาย&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","8/12/2021","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211208093825859"],
    [50,"กรมส่งเสริมสหกรณ์ วางมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้สินสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร","<p><strong>นายวิศิษฐ์&nbsp;ศรีสุวรรณ์&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของสหกรณ์ภาคการเกษตร&nbsp;ซึ่งในปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ปริมาณธุรกิจสหกรณ์ภาคการเกษตรลดลงกว่า&nbsp;7,555&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เนื่องจากไม่สามารถจำหน่ายผลผลิตการเกษตรได้เหมือนเช่นสถานการณ์ปกติ&nbsp;รวมถึงผู้ส่งออก&nbsp;ชะลอการรับซื้อสินค้าจากสหกรณ์เพื่อส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่สมาชิกสหกรณ์ส่วนหนึ่งต้องกู้เงินจากสหกรณ์ที่ตัวเองสังกัด</strong>&nbsp;หรือแหล่งเงินกู้ทั้งในระบบและนอกระบบ&nbsp;เพื่อนำมาลงทุนทำการเกษตร&nbsp;ส่งผลให้สมาชิกสหกรณ์ภาคการเกษตรมีภาระหนี้สินเพิ่มมากขึ้น&nbsp;จึงมีนโยบายในการบรรเทาและแก้ไขปัญหาหนี้สินของสมาชิกสหกรณ์ภาคการเกษตรและ&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;</p><p><strong>โดยในปี&nbsp;2564&nbsp;ดำเนินการ&nbsp;3&nbsp;โครงการหลัก</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;โครงการช่วยเหลือด้านหนี้สินสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร&nbsp;เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อย&nbsp;โดยให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้กับสมาชิกสหกรณ์&nbsp;กลุ่มเกษตรกรที่มีหนี้เงินกู้จากการทำการเกษตร&nbsp;โดยมีต้นเงินกู้ขอรับการชดเชยไม่เกิน&nbsp;300,000&nbsp;บาทแรก&nbsp;อัตราร้อยละ&nbsp;3&nbsp;เป็นระยะเวลาชดเชยดอกเบี้ย&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;โดยในปี&nbsp;2562&nbsp;&nbsp;2564&nbsp;กรมฯ&nbsp;ได้ชดเชยดอกเบี้ยให้แก่สมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรแล้ว&nbsp;</p><p><strong>โครงการแก้ไขปัญหาหนี้ค้างชำระของสมาชิกสหกรณ์</strong>&nbsp;เนื่องจากกรมฯ&nbsp;ได้เห็นถึงความสำคัญของปัญหาหนี้ค้างชำระของสมาชิกสหกรณ์ที่ได้รับผลกระทบจากการประกอบอาชีพและการแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;จึงมีนโยบายแก้ไขปัญหาดังกล่าวมาตั้งแต่ปี&nbsp;2562&nbsp;และต่อเนื่องมาจนถึงปี&nbsp;2564&nbsp;โดยจัดอบรมถ่ายทอดความรู้แก่ฝ่ายจัดการของสหกรณ์&nbsp;741&nbsp;แห่ง&nbsp;3,920&nbsp;ราย&nbsp;ให้มีความรู้ความเข้าใจในการบริหารจัดการธุรกิจสินเชื่อที่มีประสิทธิภาพ&nbsp;แก้ไขปัญหาหนี้ค้างชำระของสมาชิก&nbsp;</p><p><strong>สำหรับมาตรการที่&nbsp;3&nbsp;เป็นการช่วยเหลือบรรเทาภาระหนี้&nbsp;</strong>ให้แก่สมาชิกสหกรณ์และสหกรณ์ที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;โดยได้ออกประกาศนายทะเบียนสหกรณ์&nbsp;ให้สหกรณ์ใช้เป็นแนวทางในการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของสมาชิกสหกรณ์&nbsp;โดยขอความร่วมมือสหกรณ์ผ่อนผัน&nbsp;การชำระหนี้ให้กับสมาชิก&nbsp;ทั้งขยายเวลาชำระหนี้หรือพักชำระหนี้เป็นการชั่วคราว&nbsp;รวมถึงการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และการปรับปรุงโครงสร้างหนี้&nbsp;จนกว่าจะเข้าสู่สถานการณ์ปกติ&nbsp;ผลจากการให้ความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของสมาชิกในปี&nbsp;2564&nbsp;มีสหกรณ์ที่เข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือบรรเทาหนี้&nbsp;ให้สมาชิก&nbsp;3,994&nbsp;แห่ง</p><p><br></p><p><br></p>","8/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211208103946897"],
    [51,"ตรัง  - เครือข่ายสถาบันเกษตรกรที่จัดซื้อเครื่องจักรทำเสาหลักนำทาง และทำแผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีต  ส่งขายให้กับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม เพื่อใช้ในการเพิ่มความปลอดภัยทางถนน ตามนโยบายส่งเสริมการใช้ยางในหน่วยงานภาครัฐ","<p><strong>ตรัง&nbsp;-&nbsp;เครือข่ายสถาบันเกษตรกรที่จัดซื้อเครื่องจักรทำเสาหลักนำทาง&nbsp;และทำแผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีต</strong>&nbsp;ส่งขายให้กับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม&nbsp;เพื่อใช้ในการเพิ่มความปลอดภัยทางถนน&nbsp;ตามนโยบายส่งเสริมการใช้ยางในหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ส่งเสริมการใช้ยางภายในประเทศลดปริมาณการส่งออก&nbsp;ช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;แต่ถูกกระทรวงคมนาคมเท...&nbsp;หยุดสั่งซื้อกลางคัน&nbsp;ไม่ต่องบประมาณ&nbsp;ทำสถาบันเกษตรกร&nbsp;ชุมนุมสหกรณ์&nbsp;สหกรณ์&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;และวิสาหกิจชุมชน&nbsp;ที่ลงทุนซื้อเครื่องจักร&nbsp;ทั้ง&nbsp;18&nbsp;กลุ่ม&nbsp;เสียหายนับ&nbsp;100&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ร้องเรียนสื่อ&nbsp;ใครจะรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น</p><p><strong>ที่สหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านหนองครก&nbsp;ต.หนองปรือ&nbsp;อ.รัษฎา&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;นายมนัส&nbsp;หมวดเมือง&nbsp;&nbsp;ผู้จัดการสหกรณ์ฯ&nbsp;</strong>พร้อมด้วยนายถนอมเกียรติ&nbsp;ยิ่งฉ้วน&nbsp;ที่ปรึกษาเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;และนายประทบ&nbsp;สุขสนาน&nbsp;รองประธานเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย&nbsp;ร้องเรียนถูกกระทรวงคมนาคมเท..&nbsp;ไม่จัดสรรงบประมาณ&nbsp;เพื่อสานต่อโครงการตามนโนบายส่งเสริมการใช้ยางในหน่วยงานภาครัฐของรัฐบาล&nbsp;ทั้งการใช้แผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีต&nbsp;(Rubber&nbsp;FenderBarrier&nbsp;:&nbsp;RFB)&nbsp;&nbsp;และเสาหลักนำทางยางธรรมชาติ&nbsp;(Rubber&nbsp;&nbsp;Guide&nbsp;&nbsp;Post&nbsp;:&nbsp;RGP)&nbsp;&nbsp;หลังกระทรวงคมนาคม&nbsp;และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้มีการทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการนำอุปกรณ์ทางด้านการจราจรและอำนวยความปลอดภัยทางถนนที่ผลิตจากยางพาราจากร้านสหกรณ์โดยตรงเริ่มโครงการตั้งแต่ปีงบประมาณ&nbsp;2563&nbsp;ผูกพันถึงปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>จากนั้นได้มีชุมนุมสหกรณ์&nbsp;สหกรณ์&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;และวิสาหกิจชุมชน&nbsp;จำนวน&nbsp;18&nbsp;กลุ่มทั่วประเทศ</strong>&nbsp;ได้ทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้างกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมในพื้นที่ของแต่ละสถาบันเกษตรกร&nbsp;พร้อมซื้อเครื่องจักรกลสำหรับผลิตเสาหลักนำทาง&nbsp;และทำแผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีต&nbsp;เพื่อส่งขาย&nbsp;แต่ปรากฏว่า&nbsp;กระทรวงคมนาคมจัดซื้อตามบันทึกข้อตกลงในปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;ได้เพียงแค่ปีเดียว&nbsp;หลังจากนั้นจนถึงขณะนี้ก็ล้มเลิกโครงการ&nbsp;ไม่จัดสรรงบประมาณเพื่อสานต่อโครงการ&nbsp;ทำให้สถาบันเกษตรกรทั้ง&nbsp;18&nbsp;แห่ง&nbsp;ต้องเสียหาย&nbsp;เพราะจัดซื้อเครื่องจักรกลมาแล้ว&nbsp;หวังผลิตชิ้นงานที่ได้คุณภาพที่ผ่านการทดสอบและรับรองมาตรฐานแล้ว&nbsp;ไปจนถึงปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ตาม&nbsp;MOU&nbsp;ที่&nbsp;2&nbsp;กระทรวงใหญ่ได้ทำไว้&nbsp;จึงร้องเรียนสื่อมวลชน&nbsp;ถามหาความรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดจากหน่วยงานภาครัฐกระทรวงคมนาคมดังกล่าว&nbsp;ตามนโยบายของรัฐบาล&nbsp;</p><p><strong>โดยสภาพทุกแห่งขณะนี้ต้องทิ้งร้างเครื่องจักรกลทั้งหมด&nbsp;ทั้งอุปกรณ์ผสม&nbsp;ตู้นึ่ง&nbsp;แม่พิมพ์&nbsp;ชั้นวาง&nbsp;</strong>เสียหายแต่ละแห่งหลายล้านบาท&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;18&nbsp;แห่ง&nbsp;มูลค่าความเสียหายประมาณ&nbsp;100&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เฉพาะที่สหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านหนองครก&nbsp;ซึ่งเป็นโรงงานผลิตยางแผ่นควัน&nbsp;และโรงงานผลิตหมอนยางพารา&nbsp;ส่วนที่ใช้ไม่ได้&nbsp;ก็ทิ้งร้างจนขึ้นสนิมตามภาพที่ปรากฏ&nbsp;แต่บางส่วนได้นำมาประยุกต์ใช้กับโรงงานผลิตยางแผ่นรมควัน&nbsp;และผลิตหมอนยางพารา&nbsp;</p><p><strong>ด้านนายมนัส&nbsp;หมวดเมือง&nbsp;ผู้จัดการสหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านหนองครก&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ความเสียหายดังกล่าวอยากให้กระทรวงคมนาคม&nbsp;และรัฐบาล&nbsp;ต้องแสดงความรับผิดชอบ&nbsp;เพราะงบประมาณที่ทุกสถาบันนำมาจัดซื้อเครื่องจักร&nbsp;เป็นเงินของเกษตรกรที่นำมาลงทุน&nbsp;แต่ถูกเทโครงการ&nbsp;จัดซื้อเพียงครั้งเดียวคือ&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;2563&nbsp;ส่งมอบปี&nbsp;2564&nbsp;ได้แค่ครั้งเดียว&nbsp;โดยของตนเองทำสัญญาไว้กับ&nbsp;2&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;คือ&nbsp;ทางหลวงชนบท&nbsp;จ.นครศรีฯ&nbsp;และที่แขวงทางหลวง&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;โดยทั้ง&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;ตนเองส่งมอบงานไปครบเรียบร้อยแล้ว&nbsp;และไม่ได้ทำสัญญากับหน่วยไหนอีกเลย&nbsp;เพราะห่วงว่าจะทำงานหรือส่งมอบงานไม่ทัน&nbsp;แต่รอทำตามปีงบประมาณ&nbsp;แต่ปรากฎว่าปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;และความจริงจะต้องต่อเนื่องไปจนถึงปี&nbsp;2567&nbsp;กระทรวงคมนาคมได้หยุดกลางคัน&nbsp;จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับความชัดเจนจากกระทรวงคมนาคมแต่อย่างใดว่าจะว่าจ้างสถาบันทั้ง&nbsp;18&nbsp;แห่ง&nbsp;ทำงานต่อหรือไม่&nbsp;จึงได้สร้างความเสียหายอย่างมาก&nbsp;ภาพรวมทั้ง&nbsp;18&nbsp;แห่ง&nbsp;ไม่ต่ำกว่า&nbsp;100&nbsp;ล้านบาท&nbsp;&nbsp;ของตนเองอาจเสียหายไม่มาก&nbsp;เพราะมีโรงงานผลิตยางแผ่นรมควัน&nbsp;และโรงงานทำหมอนยางพาราอยู่แล้ว&nbsp;จึงลงทุนน้อยกว่าที่อื่น&nbsp;แต่สถาบันอื่นที่ลงทุน&nbsp;เพื่อการนี้โดยเฉพาะ&nbsp;ยังไม่ถึงจุดคุ้มทุนตาม&nbsp;MoU&nbsp;ที่ให้สถาบันลงทุน&nbsp;แต่มาถูกทิ้งกลางคัน&nbsp;พวกเขาจะอยู่อย่างไร&nbsp;เพราะใช้เงินไปจำนวนมาก&nbsp;ถูกทิ้งโดยไม่มีใครมาเหลียวแลเลย&nbsp;เพราะทุกแห่งทำได้แค่ปีเดียว&nbsp;ยังไม่ถึงจุดคุ้มทุนตามที่ตกลงกันไว้ว่าจะต้องทำต่อเนื่องกันไปจนถึงประมาณปี&nbsp;2567&nbsp;</p><p>ที่ผ่านมา&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;16&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;ตัวแทนเกษตรกรได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียน&nbsp;พร้อมเสนอข้อเรียกร้อง&nbsp;ถึง&nbsp;พล.อ.ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ที่เดินทางมาปฏิบัติภารกิจเปิดสะพานท่าเทียบเรือปากเมงแล้ว&nbsp;แต่ยังไม่มีความคืบหน้า</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;โครงการใช้ยางในหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;เพื่อช่วยเกษตรกรชาวสวนยางใช้ยางภายในประเทศ&nbsp;กระทรวงคมนาคม&nbsp;เป็นหน่วยงานหลัก</strong>&nbsp;&nbsp;โดยเริ่มโครงการตั้งแต่ปีงบประมาณ&nbsp;2563&nbsp;&nbsp;ผูกพันถึงปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;โดยกระทรวงคมนาคม&nbsp;และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้มีการทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการนำอุปกรณ์ทางด้านการจราจรและอำนวยความปลอดภัยทางถนนที่ผลิตจากยางพาราจากร้านสหกรณ์โดยตรง&nbsp;&nbsp;ปรากฎว่ามีชุมนุมสหกรณ์&nbsp;สหกรณ์&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;และวิสาหกิจชุมชน&nbsp;จำนวน&nbsp;18&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ที่ร่วมผลิตผลิตภัณฑ์ความปลอดภัยทางถนนจากยางพาราดังกล่าว&nbsp;มีสมาชิกกว่า&nbsp;10,000&nbsp;คน&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;2&nbsp;ล้านครัวเรือน&nbsp;ปรากฏว่า&nbsp;กระทรวงคมนาคมจัดซื้อตามบันทึกข้อตกลงในปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;โดยการจัดซื้อ&nbsp;RFB&nbsp;ประมาณ&nbsp;&nbsp;176&nbsp;&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;และ&nbsp;RGP&nbsp;ประมาณ&nbsp;322,000&nbsp;ต้น&nbsp;มูลค่ารวมไม่กว่า&nbsp;1,200&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ซึ่งจากการทำสัญญาดังกล่าว&nbsp;ส่งผลให้มีการใช้ยางในประเทศเพิ่มขึ้นกว่า&nbsp;11,000&nbsp;ตัน&nbsp;และช่วยให้ราคายางพารา&nbsp;มีแนวโน้มที่สูงขึ้น&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;หากในปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;กระทรวงคมนาคม&nbsp;ดำเนินการแผนงานก่อสร้าง&nbsp;RFB&nbsp;และ&nbsp;RGP</strong>&nbsp;ตามที่เสนอคณะรัฐมนตรี&nbsp;จะมีการใช้ยางในประเทศเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า&nbsp;184,000&nbsp;ตัน&nbsp;และราคายางพาราจะมีเสถียรภาพมากขึ้น&nbsp;แต่ปรากฏว่าในปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;กระทรวงคมนาคม&nbsp;ไม่ดำเนินโครงการต่อ&nbsp;จะส่งผลกระทบต่อราคายางพารา&nbsp;และยังส่งผลต่อสถาบันเกษตรกรที่เป็นองค์กรของเกษตรกรเกิดความเสียหาย&nbsp;เนื่องจากได้รับสัญญาเป็นผู้ผลิต&nbsp;RFB&nbsp;และ&nbsp;RGP&nbsp;โดยมีการลงทุนในเครื่องจักรต่างๆ&nbsp;เพื่อการผลิตผลิตภัณฑ์ทั้ง&nbsp;2&nbsp;ชนิดไปแล้ว&nbsp;แต่ดำเนินการได้เพียง&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;&nbsp;การดำเนินการยังไม่ถึงจุดคุ้มทุน&nbsp;สร้างความเสียหายต่อสถาบันเกษตรกรอย่างมาก&nbsp;โดยข้อเรียกร้องที่ยื่นต่อนายกรัฐมนตรีมีทั้งหมด&nbsp;2&nbsp;ข้อ&nbsp;คือ</p><p>&nbsp;1.&nbsp;ขอให้หน่วยงานของกระทรวงคมนาคม&nbsp;นำงบประมาณของกระทรวงคมนาคม&nbsp;ที่เหลือในปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ประมาณ&nbsp;5&nbsp;&nbsp;6&nbsp;พันล้านบาท&nbsp;มาใช้เป็นงบผูกพันในโครงการนี้ต่อไป&nbsp;ในระยะ&nbsp;3&nbsp;&nbsp;5&nbsp;ปี</p><p>&nbsp;2.&nbsp;ออกเป็นกฎหมายบังคับใช้เพิ่มการใช้ยางในประเทศ&nbsp;ใช้ยางพาราผสมบนถนนไม่น้อยกว่า&nbsp;5&nbsp;%&nbsp;&nbsp;ตามที่ทางรัฐบาล&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;ได้กำหนดเป้าหมาย&nbsp;35&nbsp;%&nbsp;ของผลผลิตยางในประเทศ&nbsp;นำมาใช้&nbsp;หรือผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ได้ตามเป้าหมาย&nbsp;เพื่อให้เกิดการดำเนินการต่อเนื่องในระยะยาว&nbsp;ยกระดับรายได้แก่เกษตรกรเชิงถาวรต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>","8/12/2021","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211208112707932"],
    [52,"สำนักงานประมงจังหวัดยะลา จัดโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะเลี้ยงปลาสลิดดอนนาแบบครบวงจร กิจกรรมส่งเสริมการเพิ่มผลผลิตปลาสลิดดอนนา หลักสูตร การเพาะเลี้ยงปลาสลิดดอนนา แก่เกษตรกร เพิ่มรายได้เสริมให้กับครอบครัวของเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดยะลา","<p><strong>วันนี้&nbsp;(&nbsp;8&nbsp;ธ.ค.64)&nbsp;ที่ห้องประชุม&nbsp;3&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;นายอำนาจ&nbsp;ชูทอง&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะเลี้ยงปลาสลิดดอนนาแบบครบวงจร&nbsp;กิจกรรมส่งเสริมการเพิ่มผลผลิตปลาสลิดดอนนา&nbsp;หลักสูตร&nbsp;การเพาะเลี้ยงปลาสลิดดอนนา&nbsp;โดยการรับสมัครเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ&nbsp;จำนวน&nbsp;60&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;อำเภอเมืองยะลา&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอธารโต&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอรามัน&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;และอำเภอยะหา&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ราย</p><p><strong>นายสมปอง&nbsp;แสงทอง&nbsp;สำนักงานประมงจังหวัดยะลา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>กลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน&nbsp;ได้อนุมัติงบประมาณจำนวน&nbsp;997,733&nbsp;บาท&nbsp;ให้สำนักงานประมงจังหวัดยะลา&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ดำเนินการโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะเลี้ยงปลาสลิดดอนนาแบบครบวงจร&nbsp;เพื่อเพิ่มแหล่งเลี้ยงปลาสลิดดอนนาที่มีคุณภาพ&nbsp;เป็นวัตถุดิบปลาสลิดสดสำหรับการแปรรูป&nbsp;เช่น&nbsp;ปลาสลิดแดดเดียว&nbsp;น้ำพริกปลาสลิด&nbsp;ปั้นสิบไส้ปลาสลิด&nbsp;ฯลฯ&nbsp;ช่วยเพิ่มรายได้&nbsp;และพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำในพื้นที่จังหวัดยะลา&nbsp;โดยโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะเลี้ยงปลาสลิดดอนนาแบบครบวงจร&nbsp;ซึ่งโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะเลี้ยงปลาสลิดดอนนาแบบครบวงจร&nbsp;กิจกรรมส่งเสริมการเพิ่มผลผลิตปลาสลิดดอนนา&nbsp;หลักสูตร&nbsp;การเพาะเลี้ยงปลาสลิดดอนนากำหนดให้มีการฝึกอบรมบุคคลภายนอก&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;รุ่น&nbsp;รุ่นที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;ราย&nbsp;และรุ่นที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;โดยทั้ง&nbsp;2&nbsp;รุ่น&nbsp;ได้รับการสนับสนุนวิทยากรจากศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยง&nbsp;สัตว์น้ำจืดปัตตานี&nbsp;สำหรับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯจะได้รับการสนับสนุนปัจจัยการผลิต&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;รายการ&nbsp;ดังนี้&nbsp;ลูกพันธุ์ปลาสลิด&nbsp;รายละ&nbsp;2,000&nbsp;ตัว&nbsp;อาหารปลาดุกเล็กพิเศษ&nbsp;รายละ&nbsp;15&nbsp;ถุง&nbsp;อาหารปลาดุกเล็ก&nbsp;รายละ&nbsp;18&nbsp;กระสอบ&nbsp;&nbsp;ปูนขาว&nbsp;รายละ&nbsp;5&nbsp;ถุง&nbsp;สำหรับปรับสภาพน้ำ&nbsp;ฟางข้าว&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;ก้อน&nbsp;ปุยเคมี&nbsp;รายละ&nbsp;1&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;สำหรับสร้างอาหารธรรมชาติ&nbsp;และอวนมุ้งไนลอน&nbsp;รายละ&nbsp;7&nbsp;ม้วน&nbsp;ปัจจัยที่ได้รับเพียงพอต่อการเลี้ยงปลาสลิดตลอดรอบของการเลี้ยงซึ่งคาดว่าจะได้ปลาสลิดสด&nbsp;จำนวน&nbsp;140&nbsp;-&nbsp;150&nbsp;กิโลกรัมต่อราย&nbsp;มีผลผลิต&nbsp;รวมประมาณ&nbsp;8.4&nbsp;-&nbsp;9&nbsp;ตัน</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นายอำนาจ&nbsp;ชูทอง&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;</strong>ได้แสดงความยินดีกับเกษตรกรทุกท่านที่ผ่านการพิจารณาคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการ&nbsp;จะเห็นว่าเป็นโครงการที่ดี&nbsp;เกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรของจังหวัดยะลา&nbsp;เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมด้านเทคโนโลยี&nbsp;ในการเลี้ยงปลาสลิดที่ต้องมีการเอาใจใส่มากกว่าปลาชนิดอื่นที่คุ้นเคย&nbsp;เช่น&nbsp;ปลาดุก&nbsp;ปลานิล&nbsp;และปลาตะเพียน&nbsp;เป็นต้น&nbsp;การเลี้ยงปลาสลิดดอนนาที่มีคุณภาพ&nbsp;และนำผลผลิตไปทำการแปรรูป&nbsp;เพิ่มรายได้เสริมให้กับครอบครัวของเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดยะลา&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>","8/12/2021","ภาคใต้","ยะลา","สวท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211208111229925"],
    [53,"สานฝันสร้างอาชีพ มุ่งยกระดับรายได้เกษตรกร สนับสนุนอาชีพเกษตรกรไทย","<p><strong>นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;เปิดเผยหลังเป็นประธานพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ&nbsp;โครงการสานฝันสร้างอาชีพและยกระดับรายได้เกษตรกร&nbsp;ระหว่างกรมปศุสัตว์&nbsp;กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;ว่าโครงการดังกล่าวนับว่าเป็นการส่งเสริมรายได้ให้เกษตรกร&nbsp;เป็นความตั้งใจของนายกรัฐมนตรี&nbsp;ที่เน้นช่วยเหลือเกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น&nbsp;เนื่องจากที่ผ่านมาเกษตรกรได้รับผลกระทบจากภัยเเล้ง&nbsp;น้ำท่วมและประสบปัญหาโควิด&nbsp;-19&nbsp;ดังนั้นอาชีพเป็นสิ่งสำคัญที่เสริมรายได้ให้ชาวเกษตรกร&nbsp;จึงเน้นโครงการครั้งนี้&nbsp;โดยนำร่องกรมปศุสัตว์และขยายไปยังกรมอื่นๆต่อไป&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้พบว่าเกษตรกรให้ความสนใจและร่วมมือสูงสุดคือ</strong>&nbsp;การทำปศุสัตว์&nbsp;โดยกรมปศุสัตว์&nbsp;จะให้ความรู้&nbsp;พร้อมหาช่องทางตลาดให้เกษตรกรและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;สนับสนุนวงเงินที่เกษตรกรสามารถเข้าถึงได้&nbsp;โดยเป็นเกษตรกรทั้งลูกค้า&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;เดิม&nbsp;หรือเกษตรกรรายใหม่&nbsp;สามารถยื่นกู้ได้&nbsp;ตั้งเป้าหมายจะมีเกษตรกรประมาณกว่า&nbsp;1&nbsp;แสนคนเข้าร่วมโครงการ</p><p><strong>อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ที่ผ่านด้านปศุสัตว์</strong>&nbsp;มีการเติบโตด้านเศรษฐกิจสูงมาต่อเนื่อง&nbsp;แม้จะเกิดภัยพิบัติต่างๆ&nbsp;โดยกรมปศุสัตว์&nbsp;ทำหน้าที่ดูแลเกษตรกรที่ได้รับวงเงินสินเชื่อจากธ.ก.ส.ครั้งนี้&nbsp;โดยเกษตรกร&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;สามารถกู้ได้ไม่เกิน&nbsp;1&nbsp;แสนบาท&nbsp;หลังจากนั้นกรมจะดูแลเกษตรกรทั้งการเริ่มต้นเลี้ยงดูสัตว์&nbsp;ถึงกานแปรรูป&nbsp;ยืนยันว่าโครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่ตั้งใจขจัดความยากจนตามนโยบาลของรัฐบาลชุดนี้</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","8/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211208114228948"],
    [54,"รองผู้ว่าฯสมุทรสงคราม ประชุมคณะกรรมการติดตามกำกับดูแลการบริหารจัดการข้าวระดับจังหวัดติดตามการช่วยเหลือเกษตรกรตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล","<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;ธ.ค.&nbsp;64)นายศิริศักดิ์&nbsp;ศิริมังคะลา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;เป็นประธาน</strong>ประชุมคณะกรรมการติดตามกำกับดูแลการบริหารจัดการข้าวระดับจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดฯ&nbsp;โดยมีนายอนุกูล&nbsp;เรือนแก้ว&nbsp;ปลัดจังหวัด&nbsp;นางกฤษญาพร&nbsp;สุนทรพจน์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม&nbsp;</p><p><strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;แจ้งว่า&nbsp;ด้วยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;</strong>อนุมัติในหลักการโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกพืช&nbsp;ปี2564/65&nbsp;และมาตรการคู่ขนานของพืชจำนวน&nbsp;3&nbsp;สินค้า&nbsp;ได้แก่&nbsp;ข้าว&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;และข้าวโพดดเลี้ยงสัตว์&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล&nbsp;สำหรับจังหวัดสมุทรสงครามมีเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2563/64&nbsp;จำนวน&nbsp;115&nbsp;ราย&nbsp;พื้นทีการเพาะปลูกรวม&nbsp;2,086.50&nbsp;ไร่&nbsp;เป็นเกษตรกรตำบลวัดประดู่&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่&nbsp;628.25&nbsp;ไร่&nbsp;ตำบลแพรกหนามแดง&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;85&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่&nbsp;1,427.25&nbsp;ไร่&nbsp;และตำบลบางแค&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่&nbsp;30&nbsp;ไร่&nbsp;เกษตรกรได้รับเงินช่วยเหลือตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปี&nbsp;2563/64&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;115&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;927,363.27&nbsp;บาท&nbsp;และช่วยเหลือตามโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2563/64&nbsp;จำนวน&nbsp;115&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;1,895,465&nbsp;บาท</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;ได้รายงานถึงสถานการณ์การผลิตข้าว&nbsp;ปี2564/65</strong>&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;มีเกษตรกรขึ้นทะเบียน&nbsp;111&nbsp;ราย&nbsp;238&nbsp;แปลง&nbsp;พื้นที่เพาะปลูก&nbsp;1,969.50&nbsp;ไร่&nbsp;&nbsp;แยกเป็นตำบลวัดประดู่&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;ราย&nbsp;80&nbsp;แปลง&nbsp;พื้นที่&nbsp;602.75&nbsp;ไร่&nbsp;ตำบลแพรกหนามแดง&nbsp;81&nbsp;ราย&nbsp;156&nbsp;แปลง&nbsp;พื้นที่&nbsp;1,336.75&nbsp;ไร่&nbsp;ตำบลบางแค&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;2&nbsp;แปลง&nbsp;พื้นที่&nbsp;30&nbsp;ไร่&nbsp;พันธุ์ข้าวที่ปลูก&nbsp;ได้แก่&nbsp;กข.31,กข.41,กข.47&nbsp;กข.49,กข.61,กข.79,&nbsp;ปทุมธานี1,ชัยนาท1,พิษณุโลก2,สุพรรณบุรี1,เหลืองประทิว&nbsp;123&nbsp;และข้าวไรซ์เบอรี่&nbsp;ซึ่งการเก็บเกี่ยวเริ่มมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;จะสิ้นสุดลงในเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","8/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรสงคราม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211208121918960"],
    [55,"ประมงจังหวัดยะลา จัดโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะเลี้ยงปลาสลิดดอนนาแบบครบวงจร","<p><strong>วันนี้&nbsp;(&nbsp;8&nbsp;ธ.ค.64)&nbsp;ที่ห้องประชุม&nbsp;3&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;</strong>นายอำนาจ&nbsp;ชูทอง&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะเลี้ยงปลาสลิดดอนนาแบบครบวงจร&nbsp;กิจกรรมส่งเสริมการเพิ่มผลผลิตปลาสลิดดอนนา&nbsp;หลักสูตร&nbsp;&nbsp;การเพาะเลี้ยงปลาสลิดดอนนา&nbsp;โดยการรับสมัครเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ&nbsp;จำนวน&nbsp;60&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;อำเภอเมืองยะลา&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอธารโต&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอรามัน&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;และอำเภอยะหา&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ราย</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นายสมปอง&nbsp;แสงทอง&nbsp;ประมงจังหวัดยะลา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>กลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน&nbsp;&nbsp;ได้อนุมัติงบประมาณจำนวน&nbsp;997,733บาท&nbsp;ให้สำนักงานประมงจังหวัดยะลา&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ดำเนินการโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะเลี้ยงปลาสลิดดอนนาแบบครบวงจร&nbsp;เพื่อเพิ่มแหล่งเลี้ยงปลาสลิดดอนนาที่มีคุณภาพ&nbsp;เป็นวัตถุดิบปลาสลิดสดสำหรับการแปรรูป&nbsp;เช่น&nbsp;ปลาสลิดแดดเดียว&nbsp;น้ำพริกปลาสลิด&nbsp;ปั้นสิบไส้ปลาสลิด&nbsp;ฯลฯ&nbsp;เพื่อช่วยเพิ่มรายได้&nbsp;และพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำในพื้นที่จังหวัดยะลา&nbsp;</p><p><strong>สำหรับโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะเลี้ยงปลาสลิดดอนนาแบบครบวงจร&nbsp;</strong>เป็นกิจกรรมส่งเสริมการเพิ่มผลผลิตปลาสลิดดอนนา&nbsp;ในหลักสูตร&nbsp;การเพาะเลี้ยงปลาสลิดดอนนากำหนดให้มีการฝึกอบรมบุคคลภายนอก&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;รุ่น&nbsp;รุ่นที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;40&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;และรุ่นที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;โดยทั้ง&nbsp;2&nbsp;รุ่น&nbsp;ได้รับการสนับสนุนวิทยากรจากศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยง&nbsp;สัตว์น้ำจืดปัตตานี&nbsp;สำหรับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯจะได้รับการสนับสนุนปัจจัยการผลิต&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;รายการ&nbsp;ดังนี้&nbsp;ลูกพันธุ์ปลาสลิด&nbsp;รายละ&nbsp;2,000&nbsp;ตัว&nbsp;&nbsp;อาหารปลาดุกเล็กพิเศษ&nbsp;รายละ&nbsp;15&nbsp;ถุง&nbsp;อาหารปลาดุกเล็ก&nbsp;รายละ&nbsp;18&nbsp;กระสอบ&nbsp;&nbsp;ปูนขาว&nbsp;&nbsp;รายละ&nbsp;&nbsp;5&nbsp;ถุง&nbsp;สำหรับปรับสภาพน้ำ&nbsp;ฟางข้าวจำนวน&nbsp;12&nbsp;ก้อน&nbsp;ปุยเคมี&nbsp;รายละ&nbsp;1&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;&nbsp;สำหรับสร้างอาหารธรรมชาติ&nbsp;และอวนมุ้งไนลอน&nbsp;รายละ&nbsp;7&nbsp;ม้วน&nbsp;ปัจจัยที่ได้รับเพียงพอต่อการเลี้ยงปลาสลิดตลอดรอบของการเลี้ยงซึ่งคาดว่าจะได้ปลาสลิดสดจำนวน&nbsp;140&nbsp;-&nbsp;150&nbsp;&nbsp;กิโลกรัมต่อราย&nbsp;มีผลผลิต&nbsp;รวมประมาณ&nbsp;8.4-9&nbsp;ตัน</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นายอำนาจ&nbsp;ชูทอง&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;ได้แสดงความยินดีกับเกษตรกรทุกท่านที่ผ่านการพิจารณาคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการ&nbsp;จะเห็นว่าเป็นโครงการที่ดี&nbsp;เกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรของจังหวัดยะลา&nbsp;เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมด้านเทคโนโลยี&nbsp;ในการเลี้ยงปลาสลิดที่ต้องมีการเอาใจใส่มากกว่าปลาชนิดอื่นที่คุ้นเคย&nbsp;เช่นปลาดุก&nbsp;ปลานิล&nbsp;และปลาตะเพียน&nbsp;เป็นต้น&nbsp;การเลี้ยงปลาสลิดดอนนาที่มีคุณภาพ&nbsp;และนำผลผลิตไปทำการแปรรูป&nbsp;เพิ่มรายได้เสริมให้กับครอบครัวของเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดยะลา&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","8/12/2021","ภาคใต้","ยะลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211208141343005"],
    [56,"เกษตรอำเภอนาโยง จังหวัดตรัง  ลงพื้นที่ติดตามการใช้ปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์-ทู ในนาข้าว","<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;)&nbsp;นายอำนาจ&nbsp;เซ่งเซี่ยง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ</strong>&nbsp;รักษาราชการแทน&nbsp;เกษตรอำเภอนาโยง&nbsp;&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอนาโยง&nbsp;ลงพื้นที่แปลงนาข้าวของนางยุพลักษณ์&nbsp;คงหมุน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ต.นาหมื่นศรี&nbsp;&nbsp;&nbsp;และแปลงของนางพรเพ็ญ&nbsp;มากชัย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ต.โคกสะบ้า&nbsp;อ.นาโยง&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;แปลงเรียนรู้การใช้ปุ๋ยเคมีจากงานวิจัย&nbsp;มทร.ศรีวิชัย&nbsp;วิทยาเขตนครศรีธรรมราช&nbsp;ร่วมกับปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์-ทู&nbsp;ในนาข้าว&nbsp;และแปลงเปรียบเทียบการใช้ปุ๋ยตามวิธีของเกษตรกร&nbsp;เพื่อติดตามและเก็บข้อมูลการเจริญเติบโตทางลำต้น&nbsp;พบว่า&nbsp;ในการใช้ปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์-ทู&nbsp;ช่วยเพิ่มปริมาณรากข้าวได้ดีกว่า&nbsp;ส่งผลต่อการดูดน้ำและปุ๋ย&nbsp;ทำให้ต้นข้าวแข็งแรงเจริญเติบโตได้ดี&nbsp;</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;ปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์-ทู&nbsp;(PGPR)&nbsp;เป็นปุ๋ยชีวภาพที่ประกอบด้วย&nbsp;แบคทีเรีย&nbsp;2&nbsp;ชนิด</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;Azospirillum&nbsp;brasilense&nbsp;(อะโรสไปริลลัม&nbsp;บราซิเลน)&nbsp;และ&nbsp;Burkholderia&nbsp;&nbsp;vietnamiensis&nbsp;&nbsp;(เบอร์โคลเดอเรีย&nbsp;เวียตนามเมนซิส)ที่อาศัยอยู่ในดินบริเวณรอบรากพืชโดยแบคทีเรียกลุ่มนี้มีความสามารถในการตรึงไนโตรเจน&nbsp;ช่วยในการละลายฟอสฟอรัสและโพแทสเซียม&nbsp;ผลิตสารคล้ายฮอร์โมนพืชเพิ่มปริมาณราก&nbsp;20%&nbsp;เพิ่มการดูดน้ำและปุ๋ย&nbsp;15&nbsp;%&nbsp;ส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืชได้ดี&nbsp;ลดการใช้ปุ๋ยเคมี&nbsp;25%&nbsp;และเพิ่มผลผลิตข้าว&nbsp;10%&nbsp;เป็นการลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มผลผลิตให้แก่เกษตรกรได้อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","8/12/2021","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211208144305024"],
    [57,"เกษตรย่านตาขาว จังหวัดตรัง ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนแปลงทุเรียนของเกษตรกรตำบลโพรงจระเข้หลังจากเกิดน้ำป่าไหลหลาก พร้อมทั้งมอบเชื้อราไตรโคเดอร์มา เพื่อป้องกันเชื้อราสาเหตุโรคพืช","<p><strong>นายนนท์นภนต์&nbsp;นาพอ&nbsp;เกษตรอำเภอย่านตาขาว&nbsp;มอบหมายให้นางแพรวพรรณ&nbsp;ทองพิทักษ์</strong>&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนแปลงทุเรียนหลังจากเกิดน้ำป่าไหลหลากเมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ของนางอารี&nbsp;คงเศรษฐกุล&nbsp;ที่ตั้งแปลงอยู่ที่หมู่&nbsp;1&nbsp;ตำบลโพรงจระเข้&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เกษตรกรรายดังกล่าวมีพื้นที่ปลูกทุเรียน&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;ไร่&nbsp;2&nbsp;งาน&nbsp;และได้มอบเชื้อราไตรโคเดอร์มา</strong>&nbsp;เพื่อใช้ป้องกันเชื้อราไฟท๊อปธอร่าซึ่งเป็นสาเหตุของโรครากเน่าโคนเน่าทุเรียน&nbsp;โดยให้คำแนะนำการใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา&nbsp;ทางดิน&nbsp;โดยผสมเชื้อสด&nbsp;1&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;:&nbsp;รำละเอียด&nbsp;4&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;:&nbsp;ปุ๋ยหมัก&nbsp;100&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;โรยรอบโคนต้น&nbsp;ต้นละ&nbsp;1&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;หรือใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา&nbsp;1&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ต่อน้ำสะอาด&nbsp;100-200&nbsp;ลิตร&nbsp;ฉีดพ่นบริเวณโคนต้นทุเรียน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","8/12/2021","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211208144352025"],
    [58,"เกษตรรัษฎา จังหวัดตรัง ประชุมชี้แจงการขับเคลื่อนการดำเนินงานขจัดความยากจน และพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง","<p><strong>วันนี้(&nbsp;8&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;)&nbsp;นายฉลวย&nbsp;เวียนคำ&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ</strong>&nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรอำเภอรัษฎา&nbsp;ร่วมประชุมชี้แจงการขับเคลื่อนการดำเนินงานขจัดความยากจน&nbsp;และพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมคอซิมบี้&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;ที่ว่าการอำเภอรัษฎา</p><p><strong>สำหรับการประชุมเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานขจัดความยากจน&nbsp;และพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง</strong>&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อชี้แจงการดำเนินงานสร้างความรู้ความเข้าใจ&nbsp;ตามแนวทางการดำเนินงานฯ&nbsp;และแผนปฏิบัติการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;(1&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564-&nbsp;30&nbsp;&nbsp;กันยายน&nbsp;2566)&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","8/12/2021","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211208145245031"],
    [59,"จังหวัดตราด กำหนดจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ โดยบูรณาการร่วมกับ โครงการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้กับประชาชน","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>(8&nbsp;ธ.ค.&nbsp;64)&nbsp;นายชำนาญวิทย์&nbsp;เตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดตราด&nbsp;ได้กำหนดจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ไตรมาสที่&nbsp;1/2565&nbsp;โดยจะมีการบูรณาการกับ&nbsp;โครงการบำบัดทุกข์&nbsp;บำรุงสุข&nbsp;สร้างรอยยิ้มให้กับประชาชน&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;โดยกำหนดจัดโครงการขึ้นในวันอังคารที่&nbsp;14&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ที่วัดวังตะเคียน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลวังตะเคียน&nbsp;อำเภอเขาสมิง&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อให้บริการแก่เกษตรกรในการแก้ไขปัญหาด้านการผลิต&nbsp;การเกษตร</strong>&nbsp;มุ่งเน้นให้สอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร&nbsp;โดยมีการบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานวิชาการ&nbsp;หน่วยงานส่งเสริมและหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้องในการ่วมพัฒนาฟื้นฟูเกษตรกรให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน&nbsp;ในการนี้จังหวัดตราดจึงขอเชิญชวนเกษตรกรในพื้นที่ตำบลวังตะเคียน&nbsp;และพื้นที่ใกล้เคียงเข้ารับบริการคลินิกเกษตรด้านต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในวันและเวลาดังกล่าว</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p>","8/12/2021","ภาคตะวันออก","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211208144806028"],
    [60,"ปศุสัตว์จังหวัดชัยนาทเสริมสร้างความเข้มแข็งของกลุ่มเกษตรกรและองค์กรเครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะคุณภาพมุ่งสู่อุตสาหกรรมอาหารฮาลาล","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>8&nbsp;ธ.ค.64&nbsp;นายสัตวแพทย์บุญฤทธิ์&nbsp;ทองสม&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดชัยนาท&nbsp;</strong>เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมกิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตแพะคุณภาพดีเพื่อเสริมสร้างเศรษฐกิจใหม่รองรับอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล&nbsp;หลักสูตร&nbsp;การเสริมสร้างความเข้มเข้มแข็งของกลุ่มเกษตรกรและองค์กรเครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะคุณภาพมุ่งสู่อุตสาหกรรมอาหารฮาลาล&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมศูนย์วิจัยข้าวชัยนาท&nbsp;ตำบลเขาท่าพระ&nbsp;อำเภอเมืองชัยนาท&nbsp;จังหวัดชัยนาท</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายธนยศ&nbsp;นงบาง&nbsp;หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศการปศุสัตว์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ด้วยจังหวัดชัยนาท&nbsp;ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญและการแก้ไขปัญหาของสินค้าเกษตร&nbsp;ที่สำคัญของจังหวัดชัยนาท&nbsp;(16Product&nbsp;Champion)&nbsp;นั่นคือ&nbsp;แพะเนื้อ&nbsp;โคเนื้อ&nbsp;และพืชอาหารสัตว์&nbsp;(หญ้าแพงโกลา)&nbsp;จึงได้อนุมัติงบประมาณภายใต้โครงการพัฒนาจังหวัดชัยนาท&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;โครงการ&nbsp;คือ&nbsp;โครงการส่งเสริมและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตปศุสัตว์เพื่อการเสริมสร้างเศรษฐกิจใหม่แบบครบวงจร&nbsp;(เจ้าพระยา&nbsp;บีฟ&nbsp;ซิตี้)&nbsp;รวม&nbsp;3&nbsp;กิจกรรมหลัก&nbsp;งบประมาณรวม&nbsp;3,677,100&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งในวันนี้เป็นการดำเนินงานตามกิจกรรมหลักส่งเสริมและพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตแพะคุณภาพดีเพื่อเสริมสร้างเศรษฐกิจใหม่รองรับอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล&nbsp;เพื่อส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะในจังหวัดชัยนาทสู่ความเข้มแข็งและยั่งยืน&nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตแพะให้ได้มาตรฐาน&nbsp;มีคุณภาพ&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;และเป็นการตอบสนองต่อยุทธศาสตร์จังหวัดในการพัฒนาการผลิต&nbsp;การแปรรูป&nbsp;การตลาดและระบบ&nbsp;Logistics&nbsp;สินค้าเกษตรมาตรฐาน&nbsp;ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>จังหวัดชัยนาท&nbsp;มีการส่งเสริมการเลี้ยงแพะเนื้อในพื้นที่มาอย่างจริงจังและต่อเนื่องตั้งแต่ปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2558&nbsp;</strong>จนถึงปัจจุบันมีเกษตรกรให้ความสนใจหันมาเลี้ยงแพะเนื้อเป็นจำนวนมากถึง&nbsp;1,035&nbsp;ราย&nbsp;หรือคิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;3&nbsp;ซึ่งมีการเลี้ยงกันมากที่อำเภอสรรคบุรี&nbsp;จำนวน&nbsp;11,111&nbsp;ตัว&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;29.21&nbsp;รองลงมา&nbsp;คือ&nbsp;อำเภอเมืองชัยนาท&nbsp;จำนวน&nbsp;6,811&nbsp;ตัว&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;17.90&nbsp;ตามลำดับ&nbsp;และมีแผนการส่งเสริมเพื่อเพิ่มการผลิตแพะในปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;อีกจำนวน&nbsp;100&nbsp;ราย&nbsp;โดยมีการส่งเสริมและพัฒนากลุ่มเกษตรกรและเครือข่ายผู้ผลิตแพะคุณภาพดีรองรับธุรกิจเพื่อการส่งออกและอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเป้าหมาย&nbsp;รวม&nbsp;7&nbsp;อำเภอ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ในการนี้&nbsp;เพื่อเป็นการสนับสนุนให้เกษตรกรรายย่อย</strong>&nbsp;ได้มีโอกาสเข้าถึงธุรกิจการเลี้ยงแพะ&nbsp;มีแหล่งเงินทุน&nbsp;และเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรให้มีความสามารถในการแข่งขันได้&nbsp;ตลอดจนเพื่อส่งเสริมและพัฒนากลุ่มเกษตรกรและเครือข่ายผู้ผลิตแพะคุณภาพดีรองรับธุรกิจเพื่อการส่งออกและอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล&nbsp;อีกไม่น้อยกว่า&nbsp;6&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดชัยนาทที่ส่งออกแพะมีชีวิตเพื่อการค้าแล้ว&nbsp;ยังมีแผนการส่งออกแพะเนื้อเข้าสู่โรงฆ่าสัตว์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานฮาลาลในพื้นที่จังหวัดใกล้เคียง&nbsp;ซึ่งคิดเป็นมูลค่าการผลิตได้เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า&nbsp;7.8&nbsp;ล้านบาท&nbsp;นับว่าเป็นอาชีพด้านปศุสัตว์อาชีพหนึ่งที่ทำรายได้ให้กับเกษตรกรอย่างคุ้มค่า&nbsp;ให้ผลตอบแทนที่สูงคุ้มค่ากับการลงทุนและมีช่องทางการตลาดที่ชัดเจน&nbsp;มีความต้องการสูง&nbsp;สามารถตอบสนองต่อนโยบายรัฐบาลได้อีกทางหนึ่ง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","8/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","ชัยนาท","สวท.ชัยนาท","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211208155447086"],
    [61,"โรงเรียนวัดราษฎร์สโมสร ตำบลถ้ำ อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา บูรณาการกับมหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต อบรมเชิงปฏิบัติการและการส่งเสริมการพัฒนาอาชีพใหม่การเพาะเห็ดอินทรีย์และสร้างแหล่งเรียนรู้ชุมชน","<p><strong>โรงเรียนวัดราษฎร์สโมสร&nbsp;ตำบลถ้ำ&nbsp;อำเภอตะกั่วทุ่ง&nbsp;จังหวัดพังงา</strong>&nbsp;บูรณาการกับมหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต&nbsp;อบรมเชิงปฏิบัติการและการส่งเสริมการพัฒนาอาชีพใหม่การเพาะเห็ดอินทรีย์และสร้างแหล่งเรียนรู้ชุมชน</p><p><strong>นางสาวขวัญฤทัย&nbsp;ทองแท้&nbsp;ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดราษฎร์สโมสร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;โรงเรียนวัดราษฎร์สโมสร&nbsp;ได้รับความอนุเคราะห์จากคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต&nbsp;ในการเข้าร่วมโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการและการส่งเสริมการพัฒนาอาชีพใหม่การเพาะเห็ดอินทรีย์และสร้างแหล่งเรียนรู้ชุมชน&nbsp;จาก&nbsp;3&nbsp;ภาคี&nbsp;(บ้าน&nbsp;โรงเรียน&nbsp;ชุมชน)&nbsp;ภายใต้กิจกรรมการพัฒนาสัมมาชีพเดิมของชุมชนการสร้างอาชีพใหม่&nbsp;การนำองค์ความรู้ไปช่วยบริการชุมชน&nbsp;ในโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;มหาวิทยาลัย&nbsp;(มหาวิทยาลัยสู่ตำบล&nbsp;สร้างรากแก้วให้ประเทศ)&nbsp;ในพื้นที่ตำบลถ้ำ&nbsp;อำเภอตะกั่วทุ่ง&nbsp;จังหวัดพังงา</p><p><strong>โดยกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;6&nbsp;&nbsp;7&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564</strong>&nbsp;มีการเรียนรู้การเพาะเห็ดอินทรีย์&nbsp;การสร้างโรงเพาะเห็ด&nbsp;และมอบก้อนเห็ด&nbsp;ให้กับโรงเรียน&nbsp;โดยคาดว่านักเรียนจะมีแหล่งอาหารภายในโรงเรียนเพื่อความยั่งยืนต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","8/12/2021","ภาคใต้","พังงา","สวท.ตะกั่วป่า จ.พังงา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211208170058148"],
    [62,"สุพรรณบุรี พร้อมต้อนรับนายกรัฐมนตรี ในโอกาสเป็นประธาน Kick off พิธีจ่ายเงินประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว 9 ธ.ค.นี้","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่&nbsp;30&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;และมติที่ประชุมคณะกรรมการ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;</strong>เมื่อวันที่&nbsp;3&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;เห็นชอบกรอบแนวทางการดำเนินงานเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี&nbsp;2564/65&nbsp;(เพิ่มเติม)&nbsp;พร้อมอนุมัติวงเงินงบประมาณ&nbsp;จำนวน&nbsp;74,569.31&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยมีเป้าหมายเกษตรกรที่ได้รับประโยชน์กว่า&nbsp;4.69&nbsp;ล้านครัวเรือน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ในส่วนของ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ได้มีการเตรียมความพร้อม&nbsp;โดยตรวจสอบข้อมูลเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียน</strong>ไว้กับกรมส่งเสริมการเกษตรและได้รับสิทธิ์เรียบร้อยแล้ว&nbsp;โดยเงินดังกล่าวจะโอนเข้าบัญชีให้กับเกษตรกรโดยตรงในวันที่(9&nbsp;ธ.ค.64)&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;โดย&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;จะลงพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เพื่อเป็นประธาน&nbsp;Kick&nbsp;off&nbsp;การจ่ายเงินมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวและมาตรการคู่ขนาน&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;ณ&nbsp;ตลาดกลางสินค้าเกษตรสุพรรณบุรี&nbsp;ตำบลวังน้ำซับ&nbsp;อำเภอศรีประจันต์&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;9.30&nbsp;&nbsp;12.00&nbsp;น.&nbsp;ซึ่งคาดว่าจะมีพี่น้องเกษตรกรชาวสุพรรณบุรี&nbsp;มารอให้การต้อนรับกว่า&nbsp;3&nbsp;พันคน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>กำหนดการ&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;เฮลิคอปเตอร์นายกฯ&nbsp;ถึงสนามบินเฮลิคอปเตอร์สุพรรณบุรี</strong>&nbsp;ตำบลสนามชัย&nbsp;อำเภอเมืองสุพรรณบุรี&nbsp;จากนั้น&nbsp;09.15&nbsp;น.&nbsp;ออกเดินทางโดยรถยนต์&nbsp;ระยะทาง&nbsp;13&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ใช้เวลาประมาณ&nbsp;15&nbsp;นาที&nbsp;ตลาดกลางสินค้าเกษตรสุพรรณบุรี&nbsp;ตำบลวังน้ำซับ&nbsp;อำเภอศรีประจันต์&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;จากนั้น&nbsp;นายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;กล่าวต้อนรับ&nbsp;จากนั้นรับชมวิดีทัศน์&nbsp;นโยบายการพัฒนาภาคเกษตรกรรมที่นายกรัฐมนตรีแถลงต่อรัฐสภา&nbsp;จากนั้น&nbsp;นายกรัฐมนตรีมอบเงินมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวและมาตรการคู่ขนาน&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;แก่เกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;1,000&nbsp;คน&nbsp;ก่อนจะพบปะกับเกษตรกรและประชาชน&nbsp;พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการของหน่วยงานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เช่น&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;กรมการข้าว</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">กรมปศุสัตว์&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรและหน่วยสนับสนุน&nbsp;กรมประมง&nbsp;นิทรรศการการรวบรวมข้าว&nbsp;เมล็ดพันธุ์ข้าว&nbsp;เกษตรอัจฉริยะเรื่องข้าวแบบครบวงจร&nbsp;โครงการสานฝันสร้างอาชีพฯ&nbsp;โค&nbsp;แพะ&nbsp;ไก่พื้นเมือง&nbsp;พืชอาหารสัตว์&nbsp;การใช้ประโยชน์จากฟางข้าว&nbsp;การปลูกพืชหลังนา&nbsp;ต้นกล้าพร้อมแจก&nbsp;(พริก&nbsp;มะเขือ)&nbsp;และการเลี้ยงกุ้งก้ามกราม</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>โดยสำนักประชาสัมพันธ์เขต&nbsp;8&nbsp;จะ&nbsp;LIVE&nbsp;ผ่านเพจ&nbsp;สำนักประชาสัมพันธ์เขต&nbsp;8&nbsp;กาญจนบุรี&nbsp;และ&nbsp;สวท.สุพรรณบุรี&nbsp;จะถ่ายทอดเสียงผ่านคลื่น&nbsp;FM&nbsp;102.25&nbsp;MHz.&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;9.00&nbsp;จนเสร็จสิ้นกิจกรรม&nbsp;</strong></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้&nbsp;การโอนเงินประกันรายได้ชาวนาวันที่&nbsp;9&nbsp;ธ.ค.64&nbsp;จะเริ่มโอนให้เกษตรกร</strong>ในพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;ภาคตะวันตกและภาคใต้&nbsp;จำนวนประมาณ&nbsp;7.7&nbsp;แสนราย&nbsp;ส่วนเกษตรกรในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;จะเริ่มโอนในวันที่&nbsp;10&nbsp;ธ.ค.64&nbsp;ประมาณ&nbsp;7.5&nbsp;แสนราย&nbsp;จากนั้นจะทยอยจ่ายตามรอบการผลิตที่แจ้งถึง&nbsp;13&nbsp;ธ.ค.64</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำหรับโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65</strong>&nbsp;จะเริ่มจ่ายในวันที่&nbsp;13-17&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;และโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;จะเริ่มจ่ายในวันที่&nbsp;20&nbsp;ธ.ค.64&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ทั้งนี้เกษตรกรสามารถตรวจสอบผลการโอนเงินได้ทางแอปพลิเคชั่น&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;A-Mobile&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และจะมีข้อความแจ้งเตือนเงินเข้าบัญชีผ่าน&nbsp;LINE&nbsp;Official&nbsp;BAAC&nbsp;Family&nbsp;กรณีที่ลูกค้าสมัครใช้บริการ&nbsp;BAAC&nbsp;Connect&nbsp;รวมถึงสามารถเบิกถอนเงินสดผ่านตู้&nbsp;ATM&nbsp;ของ&nbsp;ธ.ก.ส.ทั่วประเทศ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","8/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","สวท.สุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211208170500154"],
    [63,"เกษตรยะลา จัดกิจกรรม Smart Group Model  พัฒนาศักยภาพกลุ่มยุวเกษตรกรต้นแบบ อ.ยะหา","<p><strong>วันนี้(8&nbsp;ธ.ค&nbsp;64)&nbsp;นางสาวไหมอุมา&nbsp;บัวแก้ว&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร</strong>&nbsp;มอบหมายให้นางสาวศศิภา&nbsp;แก้วศรีสุข&nbsp;นักวิชาการส่งการเกษตรชำนาญการ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางสาวจุฑาทิพย์&nbsp;โพชนุกูล&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;นางสาวนูยูดา&nbsp;นิเลาะ&nbsp;เจ้าพนักงานเคหกิจเกษตร&nbsp;และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเกษตรอำเภอยะหา&nbsp;ได้จัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพกลุ่มยุวเกษตรกรต้นแบบ&nbsp;โครงการสร้างความเข็มแข็งกลุ่มการผลิตด้านการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;โรงเรียนบ้านตันหยง&nbsp;ต.บาโร๊ะ&nbsp;อ.ยะหา&nbsp;จ.ยะลา</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","8/12/2021","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211208171541162"],
    [64,"การยางแห่งประเทศไทยจังหวัดตรัง ลงพื้นที่ซับน้ำตาให้กับเกษตรกรและประชาชนผู้ประสบภัยน้ำป่าไหลหลาก พร้อมสำรวจความเสียหายเพื่อที่จะดำเนินการให้การช่วยเหลือเยียวยา","<p><strong>การยางแห่งประเทศไทยจังหวัดตรัง&nbsp;(กยท.)&nbsp;รุดเยี่ยมเกษตรกรชาวสวนยางประสบภัยน้ำป่าไหลหลาก</strong>&nbsp;ที่หมู่&nbsp;1&nbsp;และหมู่&nbsp;4&nbsp;ต.โพรงจระเข้&nbsp;อ.ย่านตาขาว&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;สืบเนื่องจาก&nbsp;ช่วงกลางดึกของวันที่&nbsp;1&nbsp;ธันวาคม&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วม&nbsp;บ้านเรือนชาวบ้านจำนวนมากพังเสียหาย&nbsp;ทรัพย์สินภายในบ้าน&nbsp;เครื่องใช้ไฟฟ้า&nbsp;รถจักรยานยนต์&nbsp;รถยนต์ถูกกระแสน้ำพัดพาจนเสียหายจำนวนมาก&nbsp;รวมไปถึงสัตว์เลี้ยง&nbsp;และสวนยางพาราที่มีความเสียหา&nbsp;</p><p><strong>ขณะนี้ระดับน้ำได้ลดลงกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว&nbsp;แต่ชาวบ้านบางส่วนยังไม่สามารถกลับเข้าบ้านไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ</strong>&nbsp;หรือประกอบอาชีพทางการเกษตรยังไม่ได้เพราะพืชสวนไร่นา&nbsp;สวนยางพาราเกิดความเสียหายอยู่ทางการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;ร่วมกันสมทบทุนจัดซื้อเครื่องนอนที่ประกอบไปด้วยหมอนยางพารา&nbsp;ผ้าห่ม&nbsp;ผ้าขนหนู&nbsp;ผ้าขาวม้ามาแจกจ่ายให้เกษตรกรและประชาชนที่ได้รับความเสียหาย&nbsp;จำนวน&nbsp;120&nbsp;ชุด&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น&nbsp;</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นายภานุวัฒน์&nbsp;จินกระวี&nbsp;ผอ.กยท.ส.ย่านตาขาว&nbsp;รุดลงพื้นที่&nbsp;ต.โพรงจระเข้&nbsp;อ.ย่านตาขาว&nbsp;จ.ตรัง</strong>&nbsp;เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้วยการมอบถุงยังชีพที่ประกอบไปด้วยช้างสารอาหารแห้งน้ำดื่ม&nbsp;กว่า&nbsp;100&nbsp;ชุด&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;20,500&nbsp;บาท&nbsp;และนายเจษฎา&nbsp;จิตรหลัง&nbsp;ผช.ผอ.กยท.จ.ตรัง&nbsp;และคณะพนักงาน&nbsp;กยท.จ.ตรัง&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่ลงสำรวจความเสียหายเบื้องต้นพบว่า&nbsp;บ้านเรือนเสียสภาพอย่างสิ้นเชิงประมาณ&nbsp;30&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;น้ำท่วมขังประมาณ&nbsp;300&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;พื้นที่ทำการเกษตรเสียหาย&nbsp;แบ่งเป็นสวนยางพารา&nbsp;50&nbsp;ไร่&nbsp;ปาล์มน้ำมัน&nbsp;30&nbsp;ไร่&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;นายภิรม&nbsp;หนูรอด&nbsp;ผอ.กยท.จ.ตรัง&nbsp;นำคณะผู้บริหาร&nbsp;พนักงาน&nbsp;กยท.จ.ตรัง&nbsp;</strong>พร้อมด้วยตัวแทนเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางระดับจังหวัด&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;ต.โพรงจระเข้&nbsp;&nbsp;อ.ย่านตาขาว&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;เพื่อมอบ&nbsp;หมอนหนุนยางพาราพร้อมปลอก&nbsp;ผ้าขนหนู&nbsp;และผ้าขาวม้า&nbsp;จำนวน&nbsp;120&nbsp;ชุด&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;62,400&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งเป็นธารน้ำใจทั้งหมดนี้จากคณะผู้บริหาร&nbsp;พนักงาน&nbsp;กยท.&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;และ&nbsp;จากเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางระดับจังหวัด&nbsp;(จ.ตรัง)&nbsp;การยางแห่งประเทศไทย&nbsp;ร่วมเป็นกำลังใจให้แก่ผู้ประสบภัยน้ำป่าไหลหลากในครั้งนี้&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;หากสวนยางของเกษตรกรได้รับความเสียหาย&nbsp;เกษตรกรชาวสวนยาง</strong>&nbsp;สามารถยื่นคำขอรับเงินช่วยเหลือ&nbsp;จากเงินกองทุนพัฒนายาง&nbsp;มาตรา&nbsp;49&nbsp;(5)&nbsp;กรณีสวนยางประสบภัยพิบัติ&nbsp;ได้&nbsp;ที่&nbsp;กยท.&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ใกล้บ้านท่าน&nbsp;เพื่อขอรับเงินเยี่ยวยาจากภัยพิบัติรายละ&nbsp;3,000&nbsp;บาท&nbsp;ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขของข้อกฏหมายต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","8/12/2021","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211208181852196"],
    [65,"สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง มอบกล่องบรรจุภัณฑ์แก่เกษตรกรที่มาขอรับกล่องเพื่อนำไปใช้บรรจุผลิตภัณฑ์ด้านการเกษตรจำหน่ายออนไลน์แก่ลูกค้าทั้งในและต่างจังหวัด","<p><strong>วันนี้(&nbsp;8&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;)&nbsp;นายวสันต์&nbsp;สุขสุวรรณ&nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;</strong>พร้อมด้วยนางอุไร&nbsp;แสงภักดี&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&nbsp;มอบกล่องบรรจุภัณฑ์แก่เกษตรกรที่มาขอรับกล่องเพื่อนำไปใช้บรรจุผลิตภัณฑ์ด้านการเกษตรจำหน่ายออนไลน์แก่ลูกค้าทั้งในและต่างจังหวัด&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;การส่งมอบกล่องบรรจุภัณฑ์ดังกล่าวเพื่อสนับสนุนให้แก่เกษตรมีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ด้านการเกษตร</strong>ผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้นและช่วยรักษาคุณภาพของผลผลิตในระหว่างการขนส่งถึงมือผู้บริโภค&nbsp;รวมทั้งช่วยลดต้นทุนด้านการขนส่งให้แก่เกษตรกร&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;หากเกษตรกรท่านใดสนใจ&nbsp;สามารถติดต่อมาขอรับกล่องบรรจุภัณฑ์ได้ที่</strong>&nbsp;คุณกันยารัตน์&nbsp;ก้านจันทร์&nbsp;&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการสำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;ในวันและเวลาราชการ&nbsp;โทร.&nbsp;075-218382</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","8/12/2021","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211208182355199"],
    [66,"สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง ลงพื้นที่ตำบลเกาะสุกร เพื่อติดตามงานโครงการเสริมสร้างและพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยเข้าสู่ระบบเกษตรอินทรีย์เพื่อสร้างรายได้แก่เกษตรกร","<p><strong>นายวสันต์&nbsp;สุขสุวรรณ&nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;มอบหมายให้กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต</strong>โดยนางกันยารัตน์&nbsp;ก้านจันทร์&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน&nbsp;ลงพื้นที่ตำบลเกาะสุกร&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เพื่อติดตามงานโครงการเสริมสร้างและพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยเข้าสู่ระบบเกษตรอินทรีย์เพื่อสร้างรายได้แก่เกษตรกร&nbsp;กิจกรรมส่งเสริมการผลิตแตงโมคุณภาพ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;การติดตามจะมี&nbsp;2&nbsp;รูปแบบ&nbsp;ได้แก่&nbsp;การติดตามรายกลุ่มด้วยแบบสัมภาษณ์</strong>&nbsp;และการลงติดตามเยี่ยมเยียนแปลงปลูกเพื่อประเมินการนำความรู้ไปปฏิบัติและให้คำแนะนำปรึกษา&nbsp;ตลอดจนเก็บรวบรวมปัญหาที่พบในระหว่างการผลิต&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ในวันนี้(&nbsp;8&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;)&nbsp;ได้มีการจัดเวทีเพื่อปรับโครงสร้างกลุ่มผู้ผลิตแตงโมเกาะสุกรให้มีความเข้มแข็งและเป็นเอกภาพ&nbsp;วางแผนการจัดการคุณภาพตามระบบมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;และวางแผนรองรับผลผลิตที่จะออกสู่ตลาดโดยเจ้าหน้าที่จากเบทาโกร&nbsp;เข้ามีส่วนร่วมบูรณาการพัฒนาแตงโมเกาะสุกรเข้าสู่ตลาดสินค้าเกษตรปลอดภัย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>&nbsp;<strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","8/12/2021","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211208182504200"],
    [67,"สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง จัดประชุมเชื่อมโยงการดำเนินงานคณะกรรมการเครือข่ายแปลงใหญ่ จังหวัดตรัง","<p><strong>วันนี้&nbsp;(&nbsp;8&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;)&nbsp;นายวสันต์&nbsp;สุขสุวรรณ&nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;เป็นประธานในการเปิดการประชุมเกษตรตรังประชุมเชื่อมโยงการดำเนินงานคณะกรรมการเครือข่ายแปลงใหญ่&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;และมอบหมายให้นางสาวสุมนรัตน์&nbsp;ตรึกตรอง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;จัดประชุมเชื่อมโยงการดำเนินงานคณะกรรมการเครือข่ายแปลงใหญ่&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;เพื่อวางแผนการดำเนินงานแปลงใหญ่ของจังหวัดตรัง&nbsp;ดังนี้</strong></p><p>1.สรุปแนวทางการรวบรวมผลผลิตปาล์มน้ำมันของกลุ่มแปลงใหญ่&nbsp;แนวทางการขอรับรองมาตรฐาน&nbsp;RSPO</p><p>2.การแลกเปลี่ยนปัจจัยการผลิตของกลุ่มแปลงใหญ่ในจังหวัดตรัง</p><p>3.สรุปผลการดำเนินงานและผลการติดตามการดำเนินงานและการบริหารจัดการสู่ความยั่งยืนของโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ระยะที่&nbsp;1และระยะที่&nbsp;2</p><p>4.การเสนอความความต้องการพัฒนาโครงการยกระดับเกษตรแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่&nbsp;และเชื่อมโยงตลาด&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ระยะที่&nbsp;2</p><p>5.&nbsp;ชี้แจงโครงการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหยญ่&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565</p><p>6.&nbsp;การแลกเปลี่ยนผลการดำเนินงานและปัจจัยการผลิตของกลุ่มแปลงใหญ่ของ&nbsp;10&nbsp;อำเภอ</p><p>7.แนวทางการคัดเลือกคณะกรรมการแปลงใหญ่&nbsp;ของหน่วยงานบูรณาการในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</p><p>8.แนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมการเครือข่ายแปลงใหญ่และแนวทางขับเคลื่อนแปลงใหญ่ในปี&nbsp;2565&nbsp;ในจังหวัดตรัง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","8/12/2021","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211208182644202"],
    [68,"เกษตรย่านตาขาว จังหวัดตรัง ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายของเกษตรกรผู้ประสบภัยด้านพืช ด้วยเหตุอุทกภัยเนื่องจากน้ำป่าไหลหลากตำบลโพรงจระเข้","<p><strong>วันนี้(&nbsp;8&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;)&nbsp;นายนนท์นภนต์&nbsp;นาพอ&nbsp;เกษตรอำเภอย่านตาขาว&nbsp;</strong>มอบหมายให้นางแพรวพรรณ&nbsp;ทองพิทักษ์&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญ&nbsp;พร้อมด้วยนายธีรยุทธิ์&nbsp;กิ้มแก้ว&nbsp;อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&nbsp;ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายของเกษตรกรหมู่&nbsp;4&nbsp;ตำบลโพรงจระเข้&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;21&nbsp;แปลง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;พบว่า&nbsp;พื้นที่ปลูกยางพารามีความเสียหายอย่างสิ้นเชิงจำนวน&nbsp;2-3-0&nbsp;ไร่&nbsp;</strong>พื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันมีความเสียหายอย่างสิ้นเชิงจำนวน&nbsp;2-0-0&nbsp;ไร่&nbsp;พื้นที่ปลูกต้นกล้ายางพารามีความเสียหายอย่างสิ้นเชิงจำนวน&nbsp;38-3-0&nbsp;ไร่&nbsp;พื้นที่ปลูกพืชผักมีความเสียหายอย่างสิ้นเชิงจำนวน&nbsp;1-2-0&nbsp;ไร่&nbsp;และพื้นที่ปลูกกาแฟมีความเสียหายอย่างสิ้นเชิงจำนวน&nbsp;3-0-0&nbsp;ไร่&nbsp;ด้วยเหตุอุทกภัยเนื่องจากน้ำป่าไหลหลาก&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งทางสำนักงานเกษตรอำเภอย่านตาขาวจะดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติตามหลักเกณฑ์&nbsp;และวิธีการที่การคลังกำหนดต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","8/12/2021","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211208182757203"],
    [69,"รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดคลอง 26 ขวา อำเภอหนองแค สระบุรี และปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำคืนชีวิตชุมชนหลังตื้นเขินมายาวนานไม่เคยได้รับการรื้อและขุดลอกนานกว่า 50 ปี","<p><strong>ดร.เฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;พร้อมคณะผู้ติดตาม&nbsp;</strong>ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานขุดลอกคลองระบายน้ำที่&nbsp;26&nbsp;ขวา&nbsp;บริเวณตำบลหนองโรง&nbsp;อำเภอหนองแค&nbsp;จังหวัดสระบุรี&nbsp;และพบปะประชาชนและเกษตรกร&nbsp;และปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ&nbsp;โดยมี&nbsp;นางอังคณา&nbsp;ชิตะติตติ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี&nbsp;ส่วนราชการในพื้นที่&nbsp;พี่น้องเกษตรกรให้การต้อนรับ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้กล่าวเปิดงาน</strong>และมอบนโยบาย&nbsp;แก่ข้าราชการผู้นำท้องถิ่นเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;พร้อมมอบเงินชดเชยส่วนต่างๆ&nbsp;ตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;2564/65&nbsp;มอบพันธุ์ปลาให้เกษตรกร&nbsp;และเยี่ยมชมนิทรรศการจากหน่วยงานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;และร่วมปล่อยพันธุ์ปลา&nbsp;จำนวน&nbsp;1,200,000&nbsp;ตัว&nbsp;และกุ้งกร้ามกรามอีก&nbsp;200,000&nbsp;ตัว&nbsp;เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล&nbsp;เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;วันชาติ&nbsp;และวันพ่อแห่งชาติ&nbsp;5&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564</p><p><strong>สำหรับคลองระบายน้ำที่&nbsp;26&nbsp;ขวา&nbsp;เป็นคลองระบายน้ำสายหลักของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาป่าสักใต้</strong>&nbsp;มีระยะทางประมาณ&nbsp;26.54&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;มีช่วงต้นคลองอยู่ที่ตำบลหนองสรวง&nbsp;อำเภอวิหารแดง&nbsp;จังหวัดสระบุรี&nbsp;และปลายคลองระบายน้ำลงสู่คลองหกที่ตำบลวังจุฬา&nbsp;อำเภอวังน้อย&nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ซึ่งทำหน้าที่ส่งน้ำให้พื้นที่การเกษตรกว่า&nbsp;20,000&nbsp;ไร่&nbsp;ในเขตตำบลหนองหมู&nbsp;อำเภอวิหารแดง&nbsp;ตำบลหนองจระเข้&nbsp;ตำบลหนองโรง&nbsp;อำเภอหนองแค&nbsp;จังหวัดสระบุรี&nbsp;และรวมไปถึงพื้นที่ของตำบลสนับทึบ&nbsp;ตำบลชะแมบ&nbsp;ตำบลวังจุฬา&nbsp;ตำบลข้าวงาม&nbsp;อำเภอวังน้อย&nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ซึ่งชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนและปัญหาเรื่องน้ำมานานกว่า&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;ซึ่งประชาชนกลุ่มเกษตรกรคลอง&nbsp;26&nbsp;ขวา&nbsp;เดือดร้อนหนักและได้ร้องเรียนผ่าน&nbsp;นายทรงกรด&nbsp;ใสแก้ว&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;</p><p><strong>กรมชลประทาน&nbsp;โดยสำนักเครื่องจักรกล&nbsp;จึงได้เข้ามาดำเนินการขุดลอกคลองดังกล่าว</strong>ในปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;เนื่องจากลำคลองมีสภาพตื้นเขินเป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำในช่วงฤดูน้ำหลาก&nbsp;ปัจจุบันดำเนินการขุดลอกแล้วเสร็จ&nbsp;สามารถส่งน้ำให้กับเกษตรกรได้ใช้เพาะปลูกพืชในช่วงฤดูแล้งนี้ได้อย่างเพียงพอ&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้ยังได้ประสานความร่วมมือกับเกษตรกรผ่านผู้นำชุมชนในพื้นที่&nbsp;ให้ร่วมใจกันใช้น้ำอย่างประหยัด&nbsp;โดยได้มีการจัดรอบเวรการใช้น้ำชลประทาน&nbsp;ซึ่งผ่านมติของคณะกรรมการจัดการชลประทาน&nbsp;เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้งเป็นไปอย่างทั่วถึงและเพียงพอ</p><p><strong>ดร.เฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;</strong>ได้กล่าวกับพี่น้องประชาชนว่า&nbsp;ทางกระทรวงเกษตรฯ&nbsp;พร้อมที่จะเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนและพี่น้องเกษตรกร&nbsp;งบประมาณที่กระทรวงเกษตรฯ&nbsp;จัดสรรมาจะต้องสร้างประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนให้มากที่สุด&nbsp;ซึ่งในวันนี้พูดได้เต็มปากว่าวันที่รับปากว่าจะทำให้พี่น้องชาวหนองแคเราทำได้จริง&nbsp;และจะดำเนินการในพื้นที่ใกล้เคียงต่อไป&nbsp;หรือหากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ไหนเดือดร้อนก็สามารถร้องเรียนหรือขอรับความช่วยเหลือเข้ามาได้</p><p><strong>และสำหรับในอนาคตทางกรมชลประทานจะได้จัดสรรงบประมาณมาดำเนินการการก่อสร้างประตูระบายน้ำ</strong>เพื่อที่จะสามารถให้พี่น้องประชาชนได้สมารถเก็บกักน้ำไว้ใช้ได้ตลอดทั้งปีอีกด้วย&nbsp;ส่วนโครงการที่ขอเร่งด่วน&nbsp;ที่จะสามารถช่วยเหลือพี่น้องในพื้นที่ได้&nbsp;ได้มอบหมายให้กรมชลประทานพิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินการโดยเร่งด่วน&nbsp;ส่วนทางด้านการช่วยเหลือเกษตรกรในเรื่องราคาข้าวนั้นขณะนี้รัฐบาล&nbsp;ได้อนุมัติโครงการ&nbsp;\"ประกันรายได้เกษตรกร\"&nbsp;ผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;ไปแล้ว&nbsp;ซึ่งเป็นเงินเยียวยา&nbsp;ช่วยเหลือชาวนา&nbsp;ซึ่งทางธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;ก็ได้เร่งรัดโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากของพี่น้องเกษตรกร</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","8/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","สระบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211208194508222"],
    [70,"เกษตรกรผู้ปลูกข้าวสามารถตรวจสอบผลการรับการสนับสนุนตามโครงการรัฐบาล","<p><strong>เกษตรกรผู้ปลูกข้าวสามารถตรวจสอบผลการรับการสนับสนุนตามโครงการรัฐบาล</strong>&nbsp;แบบง่ายๆ&nbsp;ผ่านเว็บไซต์&nbsp;ดังนี้</p><p>1.&nbsp;ตรวจสอบสถานะความเป็นเกษตรกร&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ได้ที่&nbsp;<a&nbsp;href=\"http://www.farmer.doae.go.th/?fbclid=IwAR3HS95XM0qgF82n8EykbiBZLFuFyN1UEPLB0G7CVRzeiNkOqkFFR0XSw8k\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;var(--blue-link);&nbsp;background-color:&nbsp;transparent;\">http://www.farmer.doae.go.th/</a></p><p>2.&nbsp;หากขึ้นข้อความแบบในรูป&nbsp;&nbsp;(โครงการ&nbsp;สนับสนุน&nbsp;ค่าบริหาร&nbsp;ฯลฯ)</p><p>3.&nbsp;ให้รอรับเงินโอน&nbsp;จาก&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ได้เลย</p><p><strong>ตรวจสอบสถานการณ์โอนเงิน</strong>&nbsp;ผ่าน&nbsp;ลิงค์&nbsp;<a&nbsp;href=\"https://l.facebook.com/l.php?u=http%3A%2F%2Fchongkho.inbaac.com%2F%3Ffbclid%3DIwAR2xhTAxefOzVRbP_YaAseAxSpVYnnhTHVROz16A6hZUcW2HKJb-CIuObWM&amp;h=AT3bHH2VV2UdfJjX2AdCRWUY7UVhHJYumFZRCScbnQsqxRXrvhQUKVf1TTiBitarBrCXXn09LsdqIwx41iBnDk7FAncXfObnJBr8P6C6RZj5aHz_5BwBwZsDpc8RIHRUYAzR&amp;__tn__=-UK-R&amp;c[0]=AT3rupIXsHbfpcieYxXhH6uhGgmG2eU8daXl2fgQ6rIh954TS5Ok-zeSuNs-nzY_wXHgG7aDoBO1-kTskvtkcwHm9RXp0KGldWAx3kM2YcUiUjLujE0vJ7kR7RV_X70O9ipbiA6qUGtouOpcghb4e44MqWyCrjX3OGE4GJD3t2pLjGIGBTfnmVMx8tV3Ctbhk7jBAmGx\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;var(--blue-link);&nbsp;background-color:&nbsp;transparent;\">chongkho.inbaac.com</a>&nbsp;โดยไม่ต้องไปธนาคารตามขั้นตอน&nbsp;ดังนี้</p><p>1.&nbsp;กรอกเลขบัตรประจำตัวประชาชน</p><p>2.&nbsp;กดค้นหา</p><p>3.&nbsp;ระบบจะแจ้งว่า&nbsp;ชื่อโครงการ/เลขที่บัญชี/วันที่โอน/สาขา&nbsp;ธ.ก.ส./สถานะ&nbsp;ให้ท่านทราบ</p><p><strong>นอกจากนี้ยังสามารถตรวจสอบผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;A-Mobile&nbsp;ของธนาคาร&nbsp;ธ.ก.ส.</strong></p><p>สำหรับเกษตรกรที่สมัคร&nbsp;BAAC&nbsp;Connect&nbsp;จะได้รับข้อความแจ้งเตือนผ่าน&nbsp;LINE&nbsp;Official&nbsp;BAAC&nbsp;Family&nbsp;เมื่อเงินเข้าบัญชีเรียบร้อยแล้ว</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","8/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211208201023226"],
    [71,"ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเกษตรกรร่วมโครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ ณ พื้นที่ตำบลโพนทอง ตำบลนาแต้ และตำบลสร้างนกทา จังหวัดอำนาจเจริญ","<p><strong>สนง.กษ.อำนาจเจริญ&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเกษตรกรร่วมโครงการ&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่</strong>&nbsp;ณ&nbsp;พื้นที่ตำบลโพนทอง&nbsp;ตำบลนาแต้&nbsp;และตำบลสร้างนกทา&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;&nbsp;วันพุธที่&nbsp;8&nbsp;ธันวาคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;นายนาวิน&nbsp;ป้องกัน&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;มอบหมาย&nbsp;นางสาวอุทัยวรรณ&nbsp;เพ็งธรรม&nbsp;นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ&nbsp;และนางสาวพีชญา&nbsp;ปัญญามาตร์&nbsp;เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเกษตรกรร่วมโครงการ&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;ณ&nbsp;พื้นที่ตำบลโพนทอง&nbsp;ตำบลนาแต้&nbsp;และตำบลสร้างนกทา&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ได้แก่</p><p>1.นางดวงศรี&nbsp;โสเสมอ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;บ้านน้อยดอกหญ้า&nbsp;ต.โพนทอง&nbsp;อ.เสนางคนิคม&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ</p><p>2.นายประยงค์&nbsp;ทานะปัตย์&nbsp;หมู่ที&nbsp;9&nbsp;บ้านโพนทอง&nbsp;ต.โพนทอง&nbsp;อ.เสนางคนิคม&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ</p><p>3.นางระเบียบ&nbsp;ปทุมวัน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;บ้านนาแต้&nbsp;ต.นาแต้&nbsp;อ.เมืองอำนาจเจริญ&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ</p><p>4.นางราตรี&nbsp;บุญหาญ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;บ้านสร้างนกทา&nbsp;ต.สร้างนกทา&nbsp;อ.เมืองอำนาจเจริญ&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>Cr#สนง.เกษตรและสหกรณ์อำนาจเจริญ</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","8/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211208204928237"],
    [72,"จัดประชุมให้ความรู้แก่เกษตรกร โครงการส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ด้านการประมง ปี 2565","<p><strong>ว่าที่&nbsp;ร้อยตรี&nbsp;ชัยรัตน์&nbsp;พุ่มช่วย&nbsp;ประมงจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>สำนักงานประมงจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;ดำเนินการจัดประชุมโครงการส่งเสริมอาชีพประมงกิจกรรมส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ด้านการประมง&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;3&nbsp;-&nbsp;8&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;พื้นที่&nbsp;9&nbsp;อำเภอ&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;93&nbsp;ราย&nbsp;เพื่อส่งเสริมองค์ความรู้แก่เกษตรกรในการเลี้ยงปลากินพืชในบ่อดิน&nbsp;แนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;สร้างแนวความคิดด้านเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;และให้ความรู้เพิ่มเติมในหัวข้อ&nbsp;การเพิ่มมูลค่าผลผลิตสัตว์น้ำโดยการแปรรูปให้กับเกษตรกรที่เข้าร่วมประชุม&nbsp;ดังนี้</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พื้นที่อำเภอศรีเทพ&nbsp;ดำเนินการโดย&nbsp;&nbsp;นางสาวสมมาศ&nbsp;บุญยวง&nbsp;ประมงอำเภอศรีเทพ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;สุวรรรณศรี&nbsp;หมวกชา&nbsp;เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน&nbsp;จัดประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการแปลงใหญ่ปลาตะเพียนขาวบ้านกองทุนที่ดินหมู่ที่&nbsp;20&nbsp;ตำบลนาสนุ่น&nbsp;อำเภอศรีเทพ&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;ให้กับเกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;ราย</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พื้นที่อำเภอหล่มเก่า&nbsp;ดำเนินการโดย&nbsp;นายสมใจ&nbsp;เวชประสิทธิ์&nbsp;ประมงอำเภอหล่มเก่า&nbsp;จัดประชุม&nbsp;ณ&nbsp;นุชจรีย์ฟาร์ม&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลบ้านเนิน&nbsp;อำเภอหล่มเก่า&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;ให้กับเกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พื้นที่อำเภอหนองไผ่&nbsp;ดำเนินการโดย&nbsp;นางสาวศรัญญา&nbsp;เหลืองกระโทก&nbsp;ประมงอำเภอหนองไผ่&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายณัฐพล&nbsp;ชมภูแสน&nbsp;เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน&nbsp;จัดประชุม&nbsp;ณ&nbsp;วัดบ้านกลาง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลวังท่าดี&nbsp;อำเภอหนองไผ่&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;ให้กับเกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ราย</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พื้นที่อำเภอชนแดน&nbsp;ดำเนินการโดย&nbsp;นางสุภารัตน์&nbsp;ศรีสังข์&nbsp;ประมงอำเภอชนแดน&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางสาวชลกนก&nbsp;ยมะสมิต&nbsp;เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน&nbsp;จัดประชุมณ&nbsp;สำนักงานประมงอำเภอชนแดน&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;ให้กับเกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;19&nbsp;ราย</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พื้นที่อำเภอหล่มสัก&nbsp;ดำเนินการโดย&nbsp;นางณิชปภา&nbsp;สารารักษ์&nbsp;ประมงอำเภอหล่มสัก&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ว่าที่ร้อยตรีหญิง&nbsp;เกศรา&nbsp;สวัสดี&nbsp;เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน&nbsp;จัดประชุมณ&nbsp;กองทุนหมู่บ้านห้วยคนทา&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;ตำบลบุ่งน้ำเต้า&nbsp;อำเภอหล่มสัก&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;ให้กับเกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;ราย</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พื้นที่อำเภอบึงสามพัน&nbsp;ดำเนินการโดย&nbsp;&nbsp;นายพงศ์ธร&nbsp;อินทร์อักษร&nbsp;ประมงอำเภอวิเชียรบุรี&nbsp;จัดประชุมณ&nbsp;ศาลาประชาคมวัดพิกุลใต้&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลวังพิกุล&nbsp;อำเภอบึงสามพัน&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;ให้กับเกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พื้นที่อำเภอเมืองเพชรบูรณ์&nbsp;ดำเนินการโดย&nbsp;นายอัศวิน&nbsp;แก้วคง&nbsp;ประมงอำเภอเมืองเพชรบูรณ์&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายเอกรัตน์&nbsp;มาตรทอง&nbsp;เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน&nbsp;จัดประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่&nbsp;11&nbsp;ตำบลนางั่ว&nbsp;อำเภอเมืองเพชรบูรณ์&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;ให้กับเกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ราย</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>เครดิต&nbsp;-&nbsp;เพลินจิต&nbsp;&nbsp;สวนศิลป์พงศ์&nbsp;/&nbsp;สวท.เพชรบูรณ์</p><p>แหล่งข้อมูล&nbsp;:&nbsp;สนง.ประมง&nbsp;จ.พช.</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","8/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","เพชรบูรณ์","สวท.เพชรบูรณ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211208225645252"],
    [73,"จัดประชุมให้ความรู้แก่เกษตรกร โครงการส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ด้านการประมง ปี 2565","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);\">ว่าที่&nbsp;ร้อยตรี&nbsp;ชัยรัตน์&nbsp;พุ่มช่วย&nbsp;ประมงจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);\">สำนักงานประมงจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;ดำเนินการจัดประชุมโครงการส่งเสริมอาชีพประมงกิจกรรมส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ด้านการประมง&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;3&nbsp;-&nbsp;8&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;พื้นที่&nbsp;9&nbsp;อำเภอ&nbsp;จำนวน&nbsp;93&nbsp;ราย&nbsp;เพื่อส่งเสริมองค์ความรู้แก่เกษตรกรในการเลี้ยงปลากินพืชในบ่อดิน&nbsp;แนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;สร้างแนวความคิดด้านเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;และให้ความรู้เพิ่มเติมในหัวข้อ&nbsp;การเพิ่มมูลค่าผลผลิตสัตว์น้ำโดยการแปรรูปให้กับเกษตรกรที่เข้าร่วมประชุม&nbsp;ดังนี้</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">พื้นที่</strong><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;blue;\">อำเภอศรีเทพ&nbsp;</strong><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">ดำเนินการโดย&nbsp;&nbsp;</strong><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);\">นางสาวสมมาศ&nbsp;บุญยวง&nbsp;ประมงอำเภอศรีเทพ&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);\">พร้อมด้วย&nbsp;คุณสุวรรรณศรี&nbsp;หมวกชา&nbsp;เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน&nbsp;จัดประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการแปลงใหญ่ปลาตะเพียนขาวบ้านกองทุนที่ดิน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;20&nbsp;ตำบลนาสนุ่น&nbsp;อำเภอศรีเทพ&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;&nbsp;ให้กับเกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;</span><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">พื้นที่</strong><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;blue;\">อำเภอหล่มเก่า&nbsp;</strong><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">ดำเนินการโดย</strong><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);\">&nbsp;นายสมใจ&nbsp;เวชประสิทธิ์&nbsp;ประมงอำเภอหล่มเก่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);\">&nbsp;จัดประชุม&nbsp;ณ&nbsp;นุชจรีย์ฟาร์ม&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลบ้านเนิน&nbsp;อำเภอหล่มเก่า&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;ให้กับเกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">พื้นที่</strong><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;blue;\">อำเภอหนองไผ่&nbsp;</strong><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">ดำเนินการโดย</strong><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);\">&nbsp;นางสาวศรัญญา&nbsp;เหลืองกระโทก&nbsp;ประมงอำเภอหนองไผ่&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);\">พร้อมด้วย&nbsp;นายณัฐพล&nbsp;ชมภูแสน&nbsp;เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน&nbsp;จัดประชุม&nbsp;ณ&nbsp;วัดบ้านกลาง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลวังท่าดี&nbsp;อำเภอหนองไผ่&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;ให้กับเกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ราย</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">พื้นที่</strong><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;blue;\">อำเภอชนแดน&nbsp;</strong><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">ดำเนินการโดย</strong><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);\">&nbsp;นางสุภารัตน์&nbsp;ศรีสังข์&nbsp;ประมงอำเภอชนแดน</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);\">&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางสาวชลกนก&nbsp;ยมะสมิต&nbsp;เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน&nbsp;จัดประชุมณ&nbsp;สำนักงานประมงอำเภอชนแดน&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;ให้กับเกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;19&nbsp;ราย</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">พื้นที่</strong><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;blue;\">อำเภอหล่มสัก&nbsp;</strong><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">ดำเนินการโดย</strong><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);\">&nbsp;นางณิชปภา&nbsp;สารารักษ์&nbsp;ประมงอำเภอหล่มสัก</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);\">&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ว่าที่ร้อยตรีหญิง&nbsp;เกศรา&nbsp;สวัสดี&nbsp;เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน&nbsp;จัดประชุมณ&nbsp;กองทุนหมู่บ้านห้วยคนทา&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;ตำบลบุ่งน้ำเต้า&nbsp;อำเภอหล่มสัก&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;ให้กับเกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;ราย</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">พื้นที่</strong><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;blue;\">อำเภอบึงสามพัน&nbsp;</strong><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">ดำเนินการโดย&nbsp;</strong><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;blue;\">&nbsp;</strong><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);\">นายพงศ์ธร&nbsp;อินทร์อักษร&nbsp;ประมงอำเภอวิเชียรบุรี</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);\">&nbsp;จัดประชุมณ&nbsp;ศาลาประชาคมวัดพิกุลใต้&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลวังพิกุล&nbsp;อำเภอบึงสามพัน&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);\">&nbsp;ให้กับเกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">พื้นที่</strong><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;blue;\">อำเภอเมืองเพชรบูรณ์&nbsp;</strong><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">ดำเนินการโดย&nbsp;</strong><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);\">นายอัศวิน&nbsp;แก้วคง&nbsp;ประมงอำเภอเมืองเพชรบูรณ์</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);\">&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายเอกรัตน์&nbsp;มาตรทอง&nbsp;เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน&nbsp;จัดประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่&nbsp;11&nbsp;ตำบลนางั่ว&nbsp;อำเภอเมืองเพชรบูรณ์&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;ให้กับเกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ราย</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);\">&nbsp;</span></p><p>เพลินจิต&nbsp;&nbsp;สวนศิลป์พงศ์&nbsp;&nbsp;&nbsp;สวท.เพชรบูรณ์</p><p>แหล่งข้อมูล&nbsp;:&nbsp;สำนักงานประมง<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);\">จังหวัดเพชรบูรณ์</span></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","8/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","เพชรบูรณ์","สวท.เพชรบูรณ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211208230757253"],
    [74,"กฟผ.แม่เมาะ ผนึกกำลังชุมชน เกี่ยวข้าวพันธุ์พระราชทาน สืบสานปณิธานตามรอยพ่อ","<p><strong>การผลิตโรงไฟฟ้า&nbsp;(กฟผ.)&nbsp;แม่เมาะ&nbsp;จัดกิจกรรมเกี่ยวข้าวโครงการ&nbsp;กฟผ.ปลูกข้าวสืบสานปณิธานตามรอยพ่อ&nbsp;</strong>เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก&nbsp;พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว&nbsp;รัชกาลที่&nbsp;10&nbsp;โดยมี&nbsp;นายพัฒนพงศ์&nbsp;ขันทา&nbsp;ผู้อำนวยการฝ่ายการผลิตโรงไฟฟ้าแม่เมาะ&nbsp;พร้อมด้วยผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&nbsp;(กฟผ.)&nbsp;&nbsp;แม่เมาะ&nbsp;&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;นายพนมพร&nbsp;ตุ้ยกาศ&nbsp;นายอำเภอแม่เมาะ&nbsp;เป็นประธานในพิธี&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการอำเภอแม่เมาะ&nbsp;กองร้อยฝึกรบพิเศษที่&nbsp;3&nbsp;ค่ายฝึกรบพิเศษประตูผา&nbsp;สถานีตำรวจภูธรแม่เมาะ&nbsp;สถานีตำรวจภูธรเกาะคา&nbsp;เทศบาลตำบลแม่เมาะ&nbsp;และเครือข่ายชุมชน&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์ศึกษาและพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;กฟผ.แม่เมาะ&nbsp;อ.แม่เมาะ&nbsp;จ.ลำปาง</p><p><strong>ศูนย์ศึกษาและพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;กฟผ.แม่เมาะ&nbsp;ได้นำเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ไรซ์เบอร์รี่พระราชทาน</strong>และพันธุ์ข้าวหอมใบเตย&nbsp;62&nbsp;พันธุ์ข้าว&nbsp;กข&nbsp;43&nbsp;ซึ่งเป็นหนึ่งใน&nbsp;5&nbsp;พันธุ์ข้าวเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก&nbsp;พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว&nbsp;รัชกาลที่&nbsp;10&nbsp;มาปลูกในแปลงนาสาธิต&nbsp;ตั้งแต่เดือนสิงหาคม&nbsp;2564&nbsp;และครบวาระการเก็บเกี่ยวในเดือนนี้&nbsp;โดยเมล็ดพันธุ์ข้าวที่เก็บเกี่ยวแล้วจะถูกส่งต่อให้แก่หน่วยงานและชุมชนในพื้นที่เพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กฟผ.แม่เมาะ&nbsp;ได้รับการคัดเลือกให้เป็นพื้นที่ร่วมปลูกข้าวพันธุ์พระราชทาน&nbsp;เป็นปีที่&nbsp;5&nbsp;&nbsp;</strong>โดยที่ผ่านมาศูนย์ศึกษาและพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;กฟผ.แม่เมาะ&nbsp;เป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชนในการทำการเกษตรรูปแบบการทำนาแบบประณีต&nbsp;ปลอดสารเคมี&nbsp;และประยุกต์ใช้จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ&nbsp;ทั้งยังเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ดูงานของประชาชนทั่วไป&nbsp;ตลอดจนสามารถผลิตพันธุ์ข้าวอินทรีย์ที่สมบูรณ์&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;เป็นเมล็ดพันธุ์ชั้นดี&nbsp;ซึ่งเป็นตัวชี้วัดได้ว่า&nbsp;พื้นที่อำเภอแม่เมาะเป็นพื้นที่ปลอดภัย&nbsp;เหมาะสมต่อการเพาะปลูก</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","9/12/2021","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211209082959292"],
    [75,"กองร้อยฝึกรบพิเศษที่ 3 ค่ายฝึกรบพิเศษประตูผา เยี่ยมชมโครงการ Biomass Co-firing กฟผ.แม่เมาะ ลำปาง ที่สามารถลดการเกิดก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 6,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี","<p><strong>นายพัฒนพงศ์&nbsp;ขันทา&nbsp;ผู้อำนวยการฝ่ายการผลิตโรงไฟฟ้าแม่เมาะ</strong>&nbsp;พร้อมด้วยผู้ปฏิบัติงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&nbsp;(กฟผ.)&nbsp;แม่เมาะ&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;พันตรี&nbsp;ภาณุพันธ์&nbsp;จานแก้ว&nbsp;ผู้บัญชาการกองร้อยฝึกรบพิเศษที่3&nbsp;และเจ้าหน้าที่ทหารกองร้อยฝึกรบพิเศษที่&nbsp;3&nbsp;ค่ายฝึกรบพิเศษประตูผา&nbsp;เข้าเยี่ยมชมโครงการศึกษาและทดสอบการนำเชื้อเพลิงชีวมวลอัดแท่งมาเผาไหม้ร่วมกับถ่านหิน&nbsp;(Biomass&nbsp;Co-firing)&nbsp;</p><p>เพื่อศึกษากระบวนการผลิตชีวมวลอัดแท่งจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร&nbsp;และเศษไม้&nbsp;พร้อมทั้งหารือถึงความเป็นไปได้ในการนำเศษไม้และใบไม้ในพื้นที่ค่ายทหารมาผลิตเป็นเชื้อเพลิงชีวมวลอัดแท่งเผาไหม้ร่วมกับถ่านหินในการผลิตกระแสไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนแม่เมาะเครื่องที่&nbsp;12&nbsp;และ&nbsp;13&nbsp;ณ&nbsp;อาคาร&nbsp;Biomass&nbsp;Pellets&nbsp;การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&nbsp;(กฟผ.)&nbsp;แม่เมาะ&nbsp;อ.แม่เมาะ&nbsp;จ.ลำปาง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การใช้เชื้อเพลิงชีวมวลร่วมกับถ่านหินในกระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้า&nbsp;</strong>จะช่วยลดกิจกรรมการเผาเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรในพื้นที่อำเภอแม่เมาะที่เป็นสาเหตุการเกิดหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในช่วงต้นปีตลอดจนยังช่วยให้ชุมชนในพื้นที่อำเภอแม่เมาะมีรายได้จากการขายเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรของชุมชนอีกด้วย&nbsp;</p><p>ซึ่งจากการคำนวณเชิงเศรษฐศาสตร์&nbsp;โครงการดังกล่าวสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นสาเหตุของการเกิดก๊าซเรือนกระจกได้ถึง&nbsp;6,000&nbsp;ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","9/12/2021","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211209083148293"],
    [76,"ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจังหวัดบุรีรัมย์ เตรียมโอนเงินโครงการค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2564/2565","<p>ธ.ก.ส.บุรีรัมย์&nbsp;เตรียมโอนเงินโครงการค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปี&nbsp;2564/2565&nbsp;สนับสนุนเงินให้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65</p><p>ไร่ละ&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;สูงสุดไม่เกิน&nbsp;20&nbsp;ไร่&nbsp;(ไม่เกิน&nbsp;20,000&nbsp;บาท)</p><p>วันที่&nbsp;14&nbsp;ธ.ค.&nbsp;64=&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;สาขาชำนิ,โนนดินแดง,บ้านด่าน,บ้านใหม่ไชยพจน์,พลับพลาชัย,ระกา</p><p>วันที่&nbsp;15&nbsp;ธ.ค.&nbsp;64=&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;สาขาแคนดง,&nbsp;โนนสุวรรณ,&nbsp;ปะคำ,&nbsp;เมืองตลุง,&nbsp;หนองหงส์,&nbsp;ห้วยราช,&nbsp;อิสาณ</p><p>วันที่&nbsp;16&nbsp;ธ.ค.&nbsp;64=&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;สาขากระสัง,&nbsp;คูเมือง,&nbsp;เฉลิมพระเกียรติ,&nbsp;นาโพธิ์,&nbsp;บ้านกรวด,&nbsp;ละหายทราย,&nbsp;สตึก</p><p>วันที่&nbsp;17&nbsp;ธ.ค.&nbsp;64=&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;สาขานางรอง,&nbsp;บุรีรัมย์,&nbsp;ประโคนชัย,&nbsp;พุทไธสง,&nbsp;ลำปลายมาศ,&nbsp;หนองกี่</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","9/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.บุรีรัมย์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211209083858294"],
    [77,"ธ.ก.ส. พร้อมโอนเงินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว วันนี้","<p><strong>นายกษาปณ์&nbsp;เงินรวง&nbsp;รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ธ.ก.ส.&nbsp;ได้เตรียมความพร้อม&nbsp;จ่ายเงินโครงการประกันรายได้เกษตรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;ในวันนี้&nbsp;เงินดังกล่าวจะโอนเข้าบัญชีของเกษตรกรโดยตรง&nbsp;โดยเฉพาะเกษตรกรในเขตพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;ภาคตะวันตก&nbsp;และภาคใต้&nbsp;จำนวนประมาณ&nbsp;7.7&nbsp;แสนราย&nbsp;เกษตรกรในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;จะเริ่มโอนในวันที่&nbsp;10&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ประมาณ&nbsp;7.5&nbsp;แสนราย</p><p><strong>หลังจาก&nbsp;การตรวจสอบข้อมูลเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนไว้กับ&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;แล้วเสร็จ</strong>และโอนเงินให้กับเกษตรแต่ละรายตามสิทธิ์ที่ได้รับ&nbsp;จากนั้นจะทยอยจ่ายตามรอบการผลิตที่แจ้งถึง&nbsp;13&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;โดยคาดว่าในรอบวันที่&nbsp;9-13&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;จะสามารถโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรตามข้อมูลที่ได้รับและผ่านการประชุมของ&nbsp;คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิง&nbsp;งวดที่&nbsp;3-7&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;3.58&nbsp;ล้านราย&nbsp;คิดเป็นเงินกว่า&nbsp;64,000&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เกษตรกรสามารถตรวจสอบผลการโอนเงินได้ทางแอปพลิเคชัน&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;A-Mobile&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</strong>&nbsp;รวมถึงสามารถเบิกถอนเงินสดผ่านตู้&nbsp;ATM&nbsp;ของ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ทั่วประเทศ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","9/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.มุกดาหาร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211209084312297"],
    [78,"นายกรัฐมนตรี เตรียมมอบเงินตามมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวให้ตัวแทนเกษตรกรที่จังหวัดสุพรรณบุรี","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ลงพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เพื่อเป็นประธานในพิธีมอบเงินตามมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวและมาตรการคู่ขนาน&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;ณ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;สาขาตลาดกลางสินค้าเกษตรสุพรรณบุรี&nbsp;ตำบลวังน้ำซับ&nbsp;อำเภอศรีประจันต์&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;โดยนายกรัฐมนตรี&nbsp;ทำพิธีส่งมอบเงินตามมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวและมาตรการคู่ขนานปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;ให้กับกลุ่มเกษตรกรทั่วประเทศ&nbsp;ซึ่งในส่วนของจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;มีเกษตรกรผู้ปลูกข้าวได้รับเงินโอนโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;38,717&nbsp;ราย&nbsp;เป็นจำนวนเงิน&nbsp;829,808,027.98&nbsp;บาท&nbsp;และมีเกษตรกรได้รับเงินโอนโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;จำนวน&nbsp;59,674&nbsp;ราย&nbsp;เป็นจำนวนเงิน&nbsp;883,126,641.75&nbsp;บาท</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นอกจากนี้&nbsp;นายกรัฐมนตรี</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ได้เป็นสักขีพยานในโอกาสที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมอบเงินตามมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวและมาตรการคู่ขนานปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;ให้กับผู้แทนเกษตรกรจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;และผู้แทนสหกรณ์การเกษตร&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ทั้งนี้การจัดงานดังกล่าว&nbsp;ปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด&nbsp;ผู้เข้าร่วมงานต้องแสดงผลตรวจ&nbsp;ATK</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","9/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211209094616326"],
    [79,"กระทรวงการคลัง เดินหน้าเยียวยาเกษตรกรที่ประสบปัญหาผลผลิตทางการเกษตรราคาตกต่ำ อนุมัติกรอบวงเงินกว่า 138,224 ล้านบาท ","<p><strong>นายอาคม&nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง</strong>&nbsp;ในฐานะประธานกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;หรือ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำลง&nbsp;ทำให้เกษตรกรได้รับผลกระทบมีรายได้ลดลง&nbsp;รัฐบาลโดยพลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;มีความห่วงใยในปัญหาที่เกิดขึ้น&nbsp;ได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;ในส่วนของ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ได้อนุมัติวงเงินงบประมาณกว่า&nbsp;138,224&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรครอบคลุม&nbsp;3&nbsp;โครงการ&nbsp;ประกอบด้วย</p><p><strong>โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;(เพิ่มเติม)&nbsp;</strong>วงเงินประมาณ&nbsp;74,569&nbsp;&nbsp;ล้านบาท&nbsp;มีเกษตรกรได้รับประโยชน์กว่า&nbsp;4.69&nbsp;ล้านครัวเรือน&nbsp;โดย&nbsp;ธ.ก.ส.เริ่มโอนเงินประกันรายได้เข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;9&nbsp;&nbsp;13&nbsp;ธันวาคมนี้&nbsp;</p><p><strong>โครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว</strong>&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากภาระต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นและจูงใจให้เกษตรกรดูแลรักษาข้าวให้มีคุณภาพดี&nbsp;โดยสนับสนุนเงินให้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;กับกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ในอัตราไร่ละ&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;สูงสุดไม่เกิน&nbsp;20&nbsp;ไร่&nbsp;หรือไม่เกิน&nbsp;20,000&nbsp;บาทต่อครัวเรือน&nbsp;วงเงินประมาณ&nbsp;53,871&nbsp;ล้านบาท&nbsp;กลุ่มเกษตรเป้าหมาย&nbsp;4.57&nbsp;ล้านครัวเรือน&nbsp;โดยจะเริ่มโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรระหว่างวันที่&nbsp;13&nbsp;&nbsp;17&nbsp;&nbsp;ธันวาคมนี้&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;ระยะที่&nbsp;3</strong>&nbsp;&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรชาวสวนยางมีรายได้ที่แน่นอนจากการประกันรายได้&nbsp;ตามการผลิตแต่ละประเภท&nbsp;วงเงินงบประมาณ&nbsp;&nbsp;9,783&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เป้าหมายเกษตรกร&nbsp;1.88&nbsp;ล้านราย&nbsp;พื้นที่สวนยางกว่า&nbsp;19.16&nbsp;ล้านไร่&nbsp;โดยจะเริ่มโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรในวันที่&nbsp;20&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นไป</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ในวันนี้&nbsp;(9&nbsp;ธ.ค.)&nbsp;ธ.ก.ส.เริ่มโอนเงินเข้าบัญชีของเกษตรกรโดยตรง</strong>&nbsp;เฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;ภาคตะวันตก&nbsp;และภาคใต้&nbsp;&nbsp;ประมาณ&nbsp;770,000&nbsp;ราย&nbsp;ส่วนเกษตรกรในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;จะเริ่มโอนในวันที่&nbsp;10&nbsp;ธันวาคมนี้&nbsp;ประมาณ&nbsp;750,000&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;จากนั้นจะทยอยจ่ายเงินตามรอบการผลิตที่แจ้งไปจนถึงวันที่&nbsp;13&nbsp;ธันวาคมนี้&nbsp;โดยคาดว่าในรอบวันที่&nbsp;&nbsp;9-13&nbsp;ธันวาคมนี้&nbsp;จะสามารถโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกร&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;&nbsp;3.58&nbsp;ล้านราย&nbsp;คิดเป็นเงินกว่า&nbsp;&nbsp;64,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;จากนั้น&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;จะเริ่มจ่ายเงินในส่วนของโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;13&nbsp;&nbsp;17&nbsp;ธันวาคมนี้&nbsp;ส่วนโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;จะเริ่มจ่ายในวันที่&nbsp;20&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นไป</p><p><br></p><p><br></p>","9/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211209122203393"],
    [80,"นายกรัฐมนตรี มอบเงินตามมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ยืนยันรัฐบาลให้ความสำคัญภาคการเกษตรและส่งเสริมให้เกิดรายได้ที่มั่นคง","<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong>&nbsp;เป็นประธานพิธีมอบเงินตามมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;และมาตรการคู่ขนาน&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;ที่&nbsp;ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;หรือ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;สาขาตลาดกลางสินค้าเกษตรสุพรรณบุรี&nbsp;อำเภอศรีประจันต์&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;รู้สึกยินดีที่ได้มาเป็นประธานในการมอบเงินช่วยเหลือเกษตรกรในครั้งนี้&nbsp;เพราะเป็นการนำร่องจ่ายเงินให้กับเกษตรกรทั่วประเทศ&nbsp;ถือเป็นการส่งความสุขและเป็นของขวัญรับปีใหม่&nbsp;ซึ่งรัฐบาลห่วงใยเกษตรกรทุกคนและให้ความสำคัญกับภาคการเกษตร&nbsp;เนื่องจากเป็นภาคการผลิตที่ทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโต&nbsp;จึงมุ่งมั่นส่งเสริมให้เกษตรกรมีความมั่นคงทางราย&nbsp;ทั้งนี้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ&nbsp;เบื้องต้นประกันรายได้สินค้าเกษตร&nbsp;5&nbsp;ชนิดและมีแนวทางจะส่งเสริมการตลาดแบบครบวงจร&nbsp;รวมถึงผลักดันการยกระดับคุณภาพข้าวไทย&nbsp;อาทิ&nbsp;ลดต้นทุนการผลิต&nbsp;ส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่ทำการเกษตรมากขึ้น&nbsp;โดยมีรูปแบบเป็นการเกษตรแนวใหม่ที่อาศัยเทคโนโลยีมาช่วยการผลิต&nbsp;การปลูกข้าวปลอดภัย&nbsp;การทำสมาร์ทฟาร์มเมอร์&nbsp;การแปรรูปข้าวเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าและการทำการตลาดในประเทศให้เข้มแข็งตลอดจนการรวมกลุ่มวิสาหกิจ&nbsp;ซึ่งหากทำได้สำเร็จ&nbsp;จะช่วยให้เกษตรกรมีความมั่นคงและไม่มีปัญหาหนี้สิน</p><p><strong>ด้านตัวแทนเกษตรกรจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>รู้สึกขอบคุณรัฐบาลที่มีโครงการประกันรายได้สินค้าเกษตร&nbsp;เพื่อชดเชยราคาข้าวที่ตกต่ำ&nbsp;ซึ่งทำให้เกษตรกรมีรายได้&nbsp;พร้อมเสนอให้รัฐบาลช่วยหามาตรการลดต้นทุนการผลิตและแจกพันธุ์ข้าวอย่างดี&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ที่ยั่งยืนต่อไป&nbsp;ซึ่งการจัดงานดังกล่าว&nbsp;ปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด&nbsp;ผู้เข้าร่วมงานต้องแสดงผลตรวจ&nbsp;ATK</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","9/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211209115959366"],
    [81,"กยท.จังหวัดนราธิวาส สร้างการรับรู้ให้เกษตรกรชาวสวนยางรับมือเกี่ยวกับโรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพารา","<p><strong>เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสประสบปัญหาการระบาดของโรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพาราจังหวัดนราธิวาส&nbsp;</strong>ซึ่งเป็นจังหวัดแรกที่เป็นหน้าด่านที่ติดชายแดนกับประเทศมาเลเซียโดยโรคนี้พบในเดือนกันยายน&nbsp;2562&nbsp;ที่อำเภอแว้งกับระแงะ&nbsp;ซึ่งโรคนี้กระทบกับต้นยางทำให้ต้นยางแสดงอาการเป็นโรคใบร่วงขึ้นมา&nbsp;พอเข้าในช่วงฤดูฝนต้นยางแสดงอาการเป็นใบจุด&nbsp;แสดงอาการภายใน&nbsp;2-3&nbsp;สัปดาห์&nbsp;และจะสัมพันธ์กับปริมาณน้ำฝน&nbsp;ถ้าปริมาณที่ฝนตกชุก&nbsp;ความรุนแรงของโรคนี้ก็จะรุนแรงมากขึ้นเรื่อย&nbsp;ๆ&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งในปีนี้สังเกตว่าในช่วงเดือน&nbsp;ตุลาคม&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;ธันวาคม&nbsp;ถ้าเราเข้าไปในสวนยางก็จะเห็นว่า&nbsp;</strong>ต้นยางไม่ค่อยมีใบเหลือเท่าไหร่ซึ่งอยู่ในสถานการณ์ที่รุนแรงมาก&nbsp;โรคนี้ระบาดกินพื้นที่ประมาณ&nbsp;60&nbsp;%&nbsp;ของพื้นที่&nbsp;พบเจอโรคนี้ทุกอำเภอ&nbsp;เพียงแต่ว่าความรุนแรงของโรคก็แตกต่างกัน&nbsp;ส่วนอำเภอที่มีความรุนแรงน้อยก็จะมีอำเภอตากใบ&nbsp;สุไหงโก-ลก&nbsp;และบาเจาะ&nbsp;เพราะเป็นอำเภอเลียบชายทะเล&nbsp;ส่วนอำเภออื่น&nbsp;ๆ&nbsp;เช่น&nbsp;ยี่งอ&nbsp;เมือง&nbsp;มีความรุนแรงในระดับปานกลาง&nbsp;ส่วนที่เหลือก็จะมีความรุนแรงหนักที่สุด&nbsp;เช่น&nbsp;รือเสาะ&nbsp;ศรีสาคร&nbsp;แว้ง&nbsp;สุคิริน&nbsp;และจะแนะ&nbsp;ถ้าเข้าไปในพื้นที่ก็เห็นสวนยางใบร่วงเกือบหมดแล้ว&nbsp;โดยเฉพาะช่วงนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายพนัสพล&nbsp;โกสิยาภรณ์&nbsp;ผอ.กยท.จังหวัดนาธิวาสได้เปิดเผยว่าได้สร้างการรับรู้ให้กับเกษตรกร</strong>ให้รู้ว่ามีโรคนี้ระบาดในพื้นที่แล้ว&nbsp;จะต้องตระหนักถึงความสำคัญของโรค&nbsp;ว่าโรคนี้มีผลต่อผลผลิต&nbsp;ต่อต้นยางอย่างไร&nbsp;เกษตรกรก็จะต้องไปดูแลส่วนตัวเอง&nbsp;เราให้คำแนะนำของการกำจัดวัชพืชในสวยยาง&nbsp;เพื่อให้เกิดความโล่ง&nbsp;คือง่ายก็ทำความสะอาดสวนยาง&nbsp;ในเรื่องของการดูแลรักษาสวนยางก็คือการใส่ปุ๋ยตามหลักวิชาการ&nbsp;พอต้นยางเป็นโรคก็จะเกิดการเสื่อมโทรมเสียหาย&nbsp;เราก็ต้องไปบำรุงเพื่อลดความรุนแรงของโรค&nbsp;ส่วนในเรื่องของการใช้สารเคมี&nbsp;ลดปริมาณเชื้อ&nbsp;การใช้เชื้อไตรโคเดอร์ม่าเพื่อลดปริมาณเชื้อในพื้นดิบ&nbsp;เราก็พยายามให้คำแนะนำในสวนของเกษตรกรเอง&nbsp;และในส่วนของความช่วยเหลือต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เช่น&nbsp;การพัฒนาอาชีพ&nbsp;พอเกิดโรคนี้ทำให้ผลผลิตลดลง&nbsp;รายได้ลดลง&nbsp;เราก็พยายามพัฒนาอาชีพในเรื่องของการแนะนำอาชีพเสริมต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่จะช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;ให้คำแนะนำในเรื่องของแหล่งเงินกู้&nbsp;เงินทุน&nbsp;ก็จะช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางได้สวนหนึ่ง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p><p><strong>&nbsp;</strong></p>","9/12/2021","ภาคใต้","นราธิวาส","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211209142832445"],
    [82,"รัฐบาล Kick off เริ่มจ่ายเงินโครงการประกันรายได้ชาวสวนยาง เฟส 3 ล็อตแรกเป็นเงินกว่า 1.4 พันล้านบาท","<p><strong>นายณกรณ์&nbsp;ตรรกวิรพัท&nbsp;ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ตามมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;30&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;เห็นชอบให้ดำเนินการโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;วงเงินรวมงบประมาณเพื่อจ่ายส่วนต่างประกันรายได้ยาง&nbsp;ทั้ง&nbsp;3&nbsp;ชนิด&nbsp;ทั้งสิ้นประมาณ&nbsp;10,065&nbsp;ล้านบาท&nbsp;สำหรับเกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;(กยท.)&nbsp;ซึ่งจะได้รับการชดเชยส่วนต่างตามรูปแบบผลผลิตที่เกษตรกรขาย&nbsp;โดยกำหนดราคาประกันรายได้&nbsp;3&nbsp;ชนิด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ยางแผ่นดิบคุณภาพดี&nbsp;ราคา&nbsp;60&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;น้ำยางสด&nbsp;(DRC&nbsp;100%)&nbsp;ราคา&nbsp;57&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;และยางก้อนถ้วย&nbsp;(DRC&nbsp;50%)&nbsp;ราคา&nbsp;23&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ซึ่งมีระยะเวลาดำเนินการทั้งสิ้น&nbsp;6&nbsp;เดือนคือ&nbsp;ตั้งแต่เดือนตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;-&nbsp;เดือนมีนาคม&nbsp;2565&nbsp;รายละไม่เกิน&nbsp;25&nbsp;ไร่&nbsp;เริ่มจ่ายพร้อมกัน&nbsp;2&nbsp;งวด&nbsp;(ตุลาคมและพฤศจิกายน&nbsp;2564)&nbsp;ในวันนี้&nbsp;(9&nbsp;ธ.ค.64)&nbsp;รวมเป็นเงินประมาณ&nbsp;1,400&nbsp;ล้านบาท&nbsp;หลังจากนั้นจะจ่ายเดือนละครั้งจนถึงเดือนเมษายน&nbsp;2565&nbsp;โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;จะโอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ของเกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับ&nbsp;กยท.&nbsp;เดือนละ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;</p><p><strong>เกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนและแจ้งข้อมูลสวนยางไว้กับ&nbsp;กยท.&nbsp;</strong>สามารถตรวจสอบสิทธิ์การเข้าร่วมโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;ได้ที่เว็บไซต์&nbsp;ตรวจสอบสถานะการขึ้นทะเบียนเกษตรกรสวนยาง</p><p><strong>ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;กล่าวอีกว่า</strong>&nbsp;โครงการประกันรายได้ครั้งนี้&nbsp;เป็นหนึ่งในมาตรการของรัฐบาล&nbsp;เพื่อดูแลพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;โดยสาเหตุที่เร่งดำเนินการมาตรการดังกล่าวในช่วงนี้และจ่ายเงินประกันรายได้พร้อมกัน&nbsp;2&nbsp;งวด&nbsp;เพื่อรองรับราคายางในช่วงปลายปีของทุกปีที่อาจปรับตัวลงบ้าง&nbsp;เนื่องจากโรงงานหลายแห่งชะลอการผลิต&nbsp;ในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่&nbsp;ในขณะที่ผลผลิตน้ำยางสดยังออกมาต่อเนื่องและมีอายุจัดเก็บค่อนข้างสั้น&nbsp;ต่างจากยางแผ่นดิบและยางก้อนถ้วยที่จะได้รับผลกระทบไม่มากนัก&nbsp;</p><p><strong>การยางแห่งประเทศไทย&nbsp;ดำเนินโครงการอื่นคู่ขนานเพื่อรองรับสถานการณ์</strong>&nbsp;&nbsp;ได้แก่&nbsp;&nbsp;โครงการชะลอการขายยาง&nbsp;ซึ่งเริ่มดำเนินการรับซื้อน้ำยางจากสถาบันเกษตรกรแล้วในพื้นที่ภาคใต้&nbsp;สามารถช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้เกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;ไม่ต้องเร่งระบายผลผลิตยางและสามารถเก็บผลผลิตยางไว้ขายในช่วงที่ราคายางสูงขึ้นอยู่ในระดับที่เหมาะสม</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","9/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211209145752469"],
    [83,"กรมปศุสัตว์ มั่นใจมาตรการควบคุมและป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรของไทยมีประสิทธิภาพ","<p><strong>นายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงมาตรการควบคุม&nbsp;ป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรของประเทศไทยที่กรมปศุสัตว์ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องว่า&nbsp;กรมปศุสัตว์ได้แต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมงานวิจัยโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรขึ้นโดยเป้าหมายแรกของคณะกรรมการชุดนี้ที่จะดำเนินการคือ&nbsp;การผลักดันการวิจัยโดยเฉพาะการเร่งวิจัยวัคซีนที่ใช้ในการป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมของห้องปฏิบัติการซึ่งจะต้องได้รับการรับรองมาตรฐานระดับ&nbsp;Animal&nbsp;BSL3&nbsp;เพื่อใช้สำหรับทดสอบความปลอดภัยและประสิทธิภาพของวัคซีนที่ผลิตขึ้น&nbsp;และจากนั้นจะเป็นขั้นตอนในการพัฒนาวัคซีนให้สามารถนำมาใช้ได้จริงในอุตสาหกรรมการผลิตสุกรในอนาคตทั้งในประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;กรมปศุสัตว์ได้ขออนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565</strong>&nbsp;&nbsp;งบกลาง&nbsp;รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น&nbsp;เพื่อป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรและโรคระบาดร้ายแรงในสุกรหรือหมูป่าซึ่งงบประมาณในส่วนนี้เป็นการเตรียมความพร้อมของกรมปศุสัตว์สำหรับในการดำเนินการควบคุม&nbsp;ป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรทุกมิติให้มีประสิทธิภาพ&nbsp;เป็นการรักษามูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการผลิตสุกรและอุตสาหกรรมที่ต่อเนื่องอีกทั้งป้องกันการขาดแคลนเนื้อสุกรเพื่อการบริโภค&nbsp;อันเป็นการรักษาความมั่นคงด้านอาหารของประเทศ</p><p><strong>?อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;ช่วงเวลานี้ขอแนะนำให้เกษตรกรปรับปรุงระบบความปลอดภัยทางชีวภาพในฟาร์มเลี้ยงสุกรให้มีประสิทธิภาพ&nbsp;เช่น&nbsp;ควรทำการกักแยกสุกรที่นำเข้ามาเลี้ยงใหม่เพื่อสังเกตอาการก่อนปล่อยเข้าร่วมฝูง&nbsp;ทำความสะอาดฟาร์มด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคที่มีประสิทธิภาพ&nbsp;เข้มงวดการทำลายเชื้อโรคในน้ำที่ใช้ในฟาร์มก่อนนำไปใช้เลี้ยงสุกร&nbsp;ยานพาหนะที่เข้า&nbsp;-&nbsp;ออกฟาร์มจะต้องผ่านการฆ่าเชื้อโรคทุกครั้ง&nbsp;ไม่นำสุกรที่ไม่ทราบประวัติเข้าสู่ฟาร์มโดยเฉพาะจากพื้นที่ที่เคยมีการระบาดโรคต่างๆ&nbsp;มาก่อน&nbsp;เป็นต้น&nbsp;รวมทั้งขอความร่วมมือพี่น้องเกษตรกรเพิ่มเติมในการเป็นเครือข่ายการเฝ้าระวังโรคระบาดในสุกรเพื่อสามารถควบคุมการระบาดของโรคให้อยู่ในวงจำกัด</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","9/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211209150059474"],
    [84,"เกษตรยะลาจัดกิจกรรม Big Cleaning Day","<p><strong>วันนี้(&nbsp;9&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564)&nbsp;นางสาวไหมอุมา&nbsp;บัวแก้ว&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนางสาวนูยูดา&nbsp;นิเลาะ&nbsp;เจ้าพนักงานเคหกิจเกษตร&nbsp;และเจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;ได้ร่วมมือกับตลาดเกษตรกรจังหวัดยะลา&nbsp;จัดกิจกรรม&nbsp;BigCleaning&nbsp;day&nbsp;บริเวณตลาดเกษตรกร&nbsp;เพื่อความปลอดภัยและไม่ให้เป็นแหล่งกระจายเชื้อโรค&nbsp;สร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","9/12/2021","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211209161630561"],
    [85,"เกษตรยะลา ลงพื้นที่จัดเวทีเตรียมความพร้อมเข้าสู่สังคมเกษตรสูงวัย","<p><strong>วันนี้(&nbsp;9&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564)&nbsp;นายกัสมัน&nbsp;ยะมาแล&nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;นางสาวณพัทร์&nbsp;อาจหาญณรงค์&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;ลงพื้นที่จัดเวที&nbsp;สร้างการรับรู้&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่สังคมเกษตรสูงวัย&nbsp;และถ่ายความรู้ด้านเคหกิจเกษตรเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตในครัวเรือนเกษตรสูงวัย&nbsp;ณ&nbsp;ตำบลตาชี&nbsp;อำเภอยะหา&nbsp;จังหวัดยะลา</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","9/12/2021","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211209162315566"],
    [86,"ชาวนาสุพรรณยิ้มได้ นายกฯ มอบเงินประกันรายได้ชาวนาถึงมือ","<p><strong>วันนี้&nbsp;(9&nbsp;ธ.ค.64)&nbsp;เวลาประมาณ&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;ที่&nbsp;ตลาดกลางสินค้าเกษตรสุพรรณบุรี&nbsp;ตำบลวังน้ำซับ</strong>&nbsp;อำเภอศรีประจันต์&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เกษตรกรชาวสุพรรณบุรีจำนวนกว่า&nbsp;3,000&nbsp;คน&nbsp;มารอต้อนรับ&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ในโอกาสเดินทางมามอบเงินมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวและมาตรการคู่ขนาน&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;ซึ่งถือเป็นการ&nbsp;Kick&nbsp;off&nbsp;การจ่ายเงินมาตรการฯ&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;ให้กับพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าวทั่วประเทศ&nbsp;โดยเกษตรกรชาวสุพรรณบุรีที่เข้ารับมอบเงินประกันรายได้ชาวนาจากมือนายกรัฐมนตรี&nbsp;วันนี้ต่างมีสีหน้ายิ้มแย้ม&nbsp;พร้อมกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า&nbsp;รู้สึกดีใจที่นายกรัฐมนตรีห่วงใยและคอยดูแลเกษตรกรให้มีความมั่นคงทางรายได้และมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&nbsp;ถือเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของชาวนาจากสถานการณ์ต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;น้ำท่วม&nbsp;และโรคโควิด-19</p><p><strong>โดยนอกจาก&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีแล้ว</strong>&nbsp;ยังมี&nbsp;พลเอก&nbsp;อนุพงษ์&nbsp;เผ่าจินดา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;นายอาคม&nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง&nbsp;นายสันติ&nbsp;พร้อมพัฒน์&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง&nbsp;นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;นายธนารัฐ&nbsp;งามวลัยรัตน์&nbsp;ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;โดยต่างมาร่วมเป็นสักขีพยานในการมอบเงินประกันรายได้ชาวนาในครั้งนี้</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้พูดคุยปราศรัยกับพี่น้องเกษตรกรชาวสุพรรณบุรี&nbsp;โดยกล่าวว่า</strong>&nbsp;เมื่อมาถึงสุพรรณบุรี&nbsp;ภาพที่เห็นคือบ้านเรือนที่สะอาดสะอ้าน&nbsp;การมาสุพรรณบุรีในครั้งนี้&nbsp;ถือเป็นการมาเยี่ยมประชาชน&nbsp;ซึ่งเมื่อพูดถึงสุพรรณบุรี&nbsp;สิ่งแรกที่นึกถึงคือ&nbsp;เพลงเลือดสุพรรณ&nbsp;ที่ประพันธ์โดยหลวงวิจิตรวาทการ&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ยังกล่าวอีกด้วยว่า&nbsp;มีความยินดีที่มามอบเงินประกันรายได้ชาวนาให้ชาวสุพรรณและถือเป็นการ&nbsp;kick&nbsp;off&nbsp;การมอบเงินดังกล่าวแก่พี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศ&nbsp;โดยตนมีความห่วงใยเกษตรกร&nbsp;และเข้าใจดีว่าเป็นอาชีพที่มีความยากลำบาก&nbsp;ต้องอาศัยความอดทน&nbsp;และการรอเวลาในการให้ได้ผลผลิต&nbsp;ภาคการเกษตรถือเป็นภาคที่สำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;โดยอยากให้พี่น้องเกษตรกร&nbsp;มีกระดูกสันหลังตั้งตรง&nbsp;แข็งแรง&nbsp;มีรอยยิ้ม&nbsp;มีความมั่นคงทางรายได้&nbsp;ซึ่งรัฐบาลมีหลายมาตรการที่จะมาช่วยเหลือเกษตรกรให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&nbsp;เช่นการประกันราคาผลผลิต&nbsp;การส่งเสริมการผลิตข้าวครบวงจร&nbsp;การลดต้นทุนการผลิต&nbsp;ค่าเช่านา&nbsp;ค่าปุ๋ย&nbsp;ค่ายาปราบศัตรูพืช&nbsp;เน้นการผลิตข้าวปลอดภัย&nbsp;การส่งเสริมให้เกษตรกรเป็น&nbsp;smart&nbsp;farmer&nbsp;ฝากให้ช่วยกันสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้&nbsp;ทำนาอย่างมีหลักคิดมีปราชญ์ชาวบ้านเป็นองค์ความรู้&nbsp;มีการปรับตัว&nbsp;มีการใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์&nbsp;มีการเพิ่มมูลค่าข้าวให้มากขึ้น&nbsp;อาจจะนำไปแปรรูป&nbsp;หรืออื่น&nbsp;ๆ&nbsp;โดยสรุปคือ&nbsp;อยากให้เกษตรกรทุกคนมีรอยยิ้ม</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้อวยพรปีใหม่พี่น้องเกษตรกรที่มาต้อนรับ</strong>และชาวสุพรรณบุรีทุกคน&nbsp;โดยขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย&nbsp;และพระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อมของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์&nbsp;จงดลบันดาลประทานพรให้ทุกคนมีความสุขความเจริญสุขภาพร่างกายแข็งแรงตลอดไป</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้พบปะพูดคุยกับพี่น้องเกษตรกรที่มาต้อนรับอย่างเป็นกันเอง&nbsp;</strong>โดยมีช่วงหนึ่งสั้นๆ&nbsp;ที่ได้เปิดหน้ากากอนามัยให้พี่น้องเกษตรกรได้เห็นรอยยิ้ม&nbsp;บรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่น</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรีมีเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ได้รับเงินโอนโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;</strong>ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;38,717&nbsp;ราย&nbsp;เป็นจำนวนเงินกว่า&nbsp;829&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และมีเกษตรกรได้รับเงินโอนโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;จำนวน&nbsp;59,674&nbsp;ราย&nbsp;เป็นจำนวนเงินกว่า&nbsp;883&nbsp;ล้านบาท</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","9/12/2021","ภาคตะวันตก","กาญจนบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211209162602569"],
    [87,"เทศบาลตำบลแม่ตาว จังหวัดตาก จัดกิจกรรมส่งเสริมการเลี้ยงไส้เดือน ลดปริมาณขยะและสร้างรายได้ ตามโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วานนี้&nbsp;8&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;นายศรศักดิ์&nbsp;ดวงมณี&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลแม่ตาว</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรมการส่งเสริมการเลี้ยงไส้เดือน&nbsp;ลดปริมาณขยะและสร้างรายได้&nbsp;ตามโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ&nbsp;(1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;มหาวิทยาลัย)&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์แบ่งปันบ้านดอนไชย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลแม่ตาว&nbsp;อำเภอแม่สอด&nbsp;จังหวัดตาก&nbsp;โดยมีนางสาวจิรนันท์&nbsp;ชัยชอุ่ม&nbsp;นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ&nbsp;กองสาธารณสุขเทศบาลตำบลแม่ตาว&nbsp;เป็นวิทยากรให้ความรู้&nbsp;และอาจารย์ณัฐภาณี&nbsp;บัวดี&nbsp;อาจารย์ราววาด&nbsp;ยิ้มสวัสดิ์&nbsp;จากมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชรแม่สอด&nbsp;เป็นที่ปรึกษาโครงการ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับกิจกรรมการส่งเสริมการเลี้ยงไส้เดือน&nbsp;</strong>เพื่อส่งเสริมพัฒนาและฟื้นฟูทรัพยากรดิน&nbsp;เป็นโครงการที่มุ่งหวังให้คนในชุมชนได้มีส่วนร่วมในการลดปริมาณขยะ&nbsp;เป็นการแก้ไขปัญหาขยะในครัวเรือนและชุมชน&nbsp;อีกทั้ง&nbsp;เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน&nbsp;ซึ่งมูลไส้เดือนสามารถที่จะนำไปเป็นปุ๋ยใช้ในการปลูกพืชผักสวนครัว&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารได้อีกด้วย&nbsp;</p>","9/12/2021","ภาคตะวันตก","ตาก","สวท.แม่สอด จ.ตาก","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211209170058590"],
    [88,"ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com  สร้างรายได้รวมให้กับเกษตรกรแล้วกว่า 300 ล้านบาท มุ่งจัดโปรโมชันรับปีใหม่","<p><strong>นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จากนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ที่ต้องการส่งเสริมสนับสนุนให้เกษตรกรขยายช่องทางการจำหน่ายสินค้าเกษตรกรผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น&nbsp;โดยให้เน้นเรื่องความซื่อสัตย์ต่อตนเองและผู้บริโภค&nbsp;ด้วยการรักษาคุณภาพและมาตรฐานสินค้าเกษตร&nbsp;ประกอบกับความมุ่งมั่นที่จะช่วยแก้ไขปัญหาตลาดจำหน่ายสินค้าเกษตรต้องหยุดให้บริการในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด&nbsp;-19&nbsp;</p><p><strong>กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;จึงได้เปิดตัวเว็บไซต์</strong>&nbsp;www.ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2563&nbsp;เพื่อเป็นช่องทางสำหรับเกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรที่กรมส่งเสริมการเกษตรได้เข้าไปส่งเสริมและพัฒนา&nbsp;และมีความพร้อมในการจำหน่ายแบบออนไลน์ได้มีโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่&nbsp;เป็นเว็บไซต์สื่อกลางในการรวบรวมข้อมูลสินค้าเกษตรคุณภาพที่มีช่องทางการติดต่อซื้อขายแบบออนไลน์&nbsp;และผ่านการคัดสรรจากคณะทำงานฯ&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;กำกับด้วยคณะกรรมการระดับประเทศ&nbsp;ทำให้สินค้าเกษตรคุณภาพดีจากเกษตรกรตัวจริง&nbsp;จากทั่วประเทศ&nbsp;ไปถึงมือผู้บริโภคถึงบ้านในราคายุติธรรม&nbsp;ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง</p><p><strong>สำหรับผลการดำเนินการในภาพรวมของเว็บไซต์</strong>&nbsp;www.ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com&nbsp;ประสบความสำเร็จและได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี&nbsp;โดยตั้งแต่เปิดให้บริการเมื่อวันที่&nbsp;29&nbsp;เมษายน&nbsp;2563&nbsp;จนถึงปัจจุบันสามารถสร้างรายได้รวมให้กับเกษตรกรแล้วมากกว่า&nbsp;300&nbsp;ล้านบาท&nbsp;รวมทั้งยังช่วยให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการมีทักษะในการจำหน่ายสินค้าแบบออนไลน์มากยิ่งขึ้น&nbsp;</p><p><strong>ในโอกาสเข้าสู่เทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;และฉลองยอดขายรวม&nbsp;300&nbsp;ล้านบาท</strong>&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรได้เตรียมจัดโปรโมชั่นพิเศษคืนความสุขให้แก่ลูกค้าทุกท่าน&nbsp;โดยเกษตรกรเจ้าของสินค้าได้ร่วมกิจกรรมจัดโปรโมชั่นพิเศษหลายแบบ&nbsp;ได้แก่&nbsp;สินค้าราคาพิเศษ&nbsp;ซื้อสินค้าที่กำหนดพร้อมรับของแถม&nbsp;สินค้าจัดชุดเหมาะสำหรับเป็นของขวัญปีใหม่ส่งให้ญาติมิตร&nbsp;ค่าส่งฟรีหรือส่วนลดค่าขนส่ง&nbsp;และซื้อสินค้าพร้อมบริการพิมพ์การ์ดส่งความสุข&nbsp;ดีเดย์เริ่มวันที่&nbsp;12&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;-&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดโปรโมชันเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;เว็บไซต์&nbsp;www.ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com</p><p><br></p><p><br></p>","10/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211210111305817"],
    [89,"กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  มีการสาธิตการทำอาหารปั้นก้อน","<p><strong>&nbsp;วันพฤหัสบดี&nbsp;ที่&nbsp;9&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;กลุ่มบริหารจัดการด้านการประมง&nbsp;</strong>และประมงอำเภอพนา&nbsp;สำนักงานประมงจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ร่วมกิจกรรมประเพณีฮีตสิบสองและงานประจำปีจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;ณ&nbsp;ซุ้มประมง&nbsp;(กระทรวงเกษตรและสหกรณ์)&nbsp;มีการสาธิตการทำอาหารปั้นก้อน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;มีผู้เข้าเยี่ยมชมการจัดกิจกรรมด้านประมงและให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","10/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211210093728789"],
    [90,"แนะนำเกษตรกรในการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมช่วงฤดูหนาว ควรปลูกพืชคลุมดินให้ต้นหม่อน ป้องกันการระเหยของน้ำจากดิน ","<p><strong>นายปราโมทย์&nbsp;ยาใจ&nbsp;อธิบดีกรมหม่อนไหม&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ในช่วงนี้ระเทศไทยมีอากาศหนาวเย็นและมีสภาพอากาศแห้งแล้ง&nbsp;ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมในบางพื้นที่&nbsp;อาจจะประสบปัญหาต้นหม่อนขาดน้ำ&nbsp;เนื่องจากดินที่ปลูกหม่อนขาดความชื้น&nbsp;ต้นหม่อนมีการคายน้ำมาก&nbsp;ทำให้ชะงักการเจริญเติบโต&nbsp;ปริมาณใบหม่อนที่ได้ไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงไหมและมีคุณภาพต่ำ&nbsp;เกษตรกรจึงควรหมั่นดูแลแปลงหม่อนอย่างสม่ำเสมอ&nbsp;โดยใส่อินทรียวัตถุและปุ๋ยคอกในแปลงหม่อนเพื่อให้ดินร่วน&nbsp;น้ำสามารถซึมลงผิวดินและซับน้ำไว้ได้ดี&nbsp;ใช้วัสดุคลุมผิวดินเพื่อรักษาความชื้น&nbsp;ป้องกันความร้อนจากแสงแดด&nbsp;อาทิ&nbsp;ฟางข้าว&nbsp;เปลือกถั่ว&nbsp;ซังข้าวโพด&nbsp;แกลบดิบ&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ส่วนการให้น้ำ&nbsp;ควรให้น้ำต้นหม่อนอย่างน้อยสัปดาห์ละ&nbsp;1&nbsp;&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;โดยวิธีเปิดร่องปล่อยน้ำเข้าแปลง&nbsp;หรือใช้ระบบสปริงเกอร์รดน้ำในแปลงหม่อน&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ควรทำแนวป้องกันไฟรอบๆ&nbsp;แปลงหม่อน</strong>&nbsp;และควรหมั่นสำรวจแปลงหม่อนอย่างสม่ำเสมอ&nbsp;อย่างน้อยสัปดาห์ละ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;และถ้าพบการระบาดของโรคต่างๆ&nbsp;ให้เก็บใบและตัดกิ่งหม่อนที่เกิดโรคเผาทำลายทิ้ง&nbsp;เพื่อป้องกันการระบาดของโรค&nbsp;สำหรับการเลี้ยงไหมในฤดูหนาวนั้น&nbsp;สภาพแวดล้อม&nbsp;อย่างเช่นอุณหภูมิและความชื้น&nbsp;เป็นปัจจัยที่มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของหนอนไหม&nbsp;</p><p><strong>เกษตรกรควรเลี้ยงไหมให้เหมาะสมตามสภาพอากาศและความชื้น</strong>&nbsp;โดยในสภาพอากาศเย็นและความชื้นต่ำ&nbsp;ให้นำเตาถ่านก่อไฟที่หมดควันแล้วตั้งในห้องเลี้ยงไหมและวางกะละมังหรือถังที่มีน้ำสะอาด&nbsp;เพื่อเพิ่มอุณหภูมิและความชื้นให้สูงขึ้น&nbsp;ปิดหน้าต่างและประตูหรือคลุมห้องเลี้ยงไหมให้มิดชิด&nbsp;และใช้ผ้าชุบน้ำสะอาดคลุมใบหม่อนเพื่อไม่ให้แห้งเกินไป&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;หากสภาพอากาศเย็นและความชื้นสูง&nbsp;</strong>นอกจากนำเตาถ่านก่อไฟที่หมดควันแล้วตั้งไว้ในห้องเลี้ยงไหมเพื่อเพิ่มอุณหภูมิให้สูงขึ้นแล้ว&nbsp;การให้ปริมาณใบหม่อนที่ใช้เลี้ยงในแต่ละมื้อก็ควรให้พอดีหรือใกล้เคียงกับความต้องการของหนอนไหม&nbsp;ควรถ่ายมูลไหมและเศษใบหม่อนที่เหลือออกทิ้งให้บ่อยขึ้น&nbsp;โรยแกลบเผาหรือปูนขาวในช่วงไหมนอนและเก็บใบหม่อนในสภาพที่มีอากาศถ่ายเทได้ดีและไม่อับชื้น&nbsp;เพื่อลดความชื้นในห้องเลี้ยงไหมด้วย</p><p><br></p><p><br></p>","10/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211210112804839"],
    [91,"ขณะนี้เริ่มเข้าช่วงแล้งแล้ว เตรียมเร่งเก็บกักน้ำสำรองใช้อย่างเพียงพอ","<p><strong>นายทวีศักดิ์&nbsp;ธนเดโชพล&nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ&nbsp;มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น&nbsp;59,&nbsp;080&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&nbsp;78&nbsp;ของความจุอ่างฯ&nbsp;รวมกัน&nbsp;ภาพรวมสถานการณ์น้ำอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ส่วนสถานการณ์อุทกภัย&nbsp;ในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา&nbsp;ลุ่มน้ำชี-มูล&nbsp;กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว&nbsp;สำหรับพื้นที่ลุ่มน้ำท่าจีนและพื้นที่ภาคใต้&nbsp;บริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราชและสุราษฎร์ธานี&nbsp;ยังคงมีพื้นที่น้ำท่วมบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำอยู่บางส่วน&nbsp;คาดว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติภายในสองสัปดาห์นี้&nbsp;</p><p><strong>จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา</strong>&nbsp;พบว่าในช่วงวันที่&nbsp;7&nbsp;-&nbsp;8&nbsp;ธันวาคมที่ผ่านมา&nbsp;ความกดอากาศสูง&nbsp;หรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนยังคงปกคลุมประเทศไทย&nbsp;&nbsp;ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;มีอากาศเย็นถึงหนาว&nbsp;ส่วนภาคกลาง&nbsp;และภาคตะวันออก&nbsp;มีอากาศเย็น&nbsp;สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย&nbsp;ภาคใต้&nbsp;และทะเลอันดามันมีกำลังอ่อนลง&nbsp;ทำให้บริเวณภาคใต้มีฝนลดน้อยลง&nbsp;นั้น&nbsp;จึงได้เน้นย้ำให้โครงการชลประทานทุกพื้นที่&nbsp;พิจารณาเก็บกักน้ำไว้ในแหล่งน้ำธรรมชาติและอ่างเก็บน้ำต่างๆ&nbsp;ไว้ให้ได้มากที่สุด&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา&nbsp;ที่ต้องสำรองน้ำไว้&nbsp;เพื่อปรับปฏิทินการเพาะปลูกข้าวนาปี&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ลดผลกระทบจากสถานการณ์น้ำหลาก&nbsp;ตามข้อสั่งการของรัฐบาล&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","10/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211210105738799"],
    [92,"กรมส่งเสริมสหกรณ์ห่วงโควิดกระทบรายได้สมาชิกสหกรณ์การเกษตรและกลุ่มเกษตรกร  เผยปี 65 วางมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้สินสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร","<p><strong>นายวิศิษฐ์&nbsp;ศรีสุวรรณ์&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของสหกรณ์ภาคการเกษตร&nbsp;ซึ่งในปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ปริมาณธุรกิจสหกรณ์ภาคการเกษตรลดลงกว่า&nbsp;7,555&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เนื่องจากไม่สามารถจำหน่ายผลผลิตการเกษตรได้เหมือนเช่นสถานการณ์ปกติ&nbsp;รวมถึงผู้ส่งออก&nbsp;ชะลอการรับซื้อสินค้าจากสหกรณ์เพื่อส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ&nbsp;ขณะที่สมาชิกสหกรณ์ส่วนหนึ่งต้องกู้เงินจากสหกรณ์ที่ตัวเองสังกัด&nbsp;หรือแหล่งเงินกู้ทั้งในระบบและนอกระบบ&nbsp;เพื่อนำมาลงทุนทำการเกษตร&nbsp;ส่งผลให้สมาชิกสหกรณ์ภาคการเกษตรมีภาระหนี้สินเพิ่มมากขึ้น</p><p><strong>กรมส่งเสริมสหกรณ์จึงมีนโยบายในการบรรเทาและแก้ไขปัญหาหนี้สิน</strong>ของสมาชิกสหกรณ์ภาคการเกษตรและกลุ่มเกษตรกร&nbsp;โดยในปี&nbsp;2564&nbsp;ได้ดำเนินการ&nbsp;3&nbsp;โครงการหลัก&nbsp;ได้แก่&nbsp;โครงการช่วยเหลือด้านหนี้สินสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร&nbsp;เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อย&nbsp;ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่&nbsp;24&nbsp;เมษายน&nbsp;2562&nbsp;ซึ่งเป็นช่วงที่โรคไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;เริ่มระบาดในปีแรก&nbsp;โดยให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้กับสมาชิกสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกรที่มีหนี้เงินกู้จากการทำการเกษตร&nbsp;โดยมีต้นเงินกู้ขอรับการชดเชยไม่เกิน&nbsp;300,000&nbsp;บาทแรก&nbsp;อัตราร้อยละ&nbsp;3&nbsp;เป็นระยะเวลาชดเชยดอกเบี้ย&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;(สัญญาเงินกู้ตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2561&nbsp;&nbsp;31&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2562)&nbsp;โดยในปี&nbsp;2562&nbsp;&nbsp;2564&nbsp;กรมฯ&nbsp;ได้ชดเชยดอกเบี้ยให้แก่สมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;384,775&nbsp;ราย&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;77&nbsp;จังหวัด&nbsp;สหกรณ์&nbsp;1,093&nbsp;แห่ง&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;319&nbsp;แห่ง&nbsp;รวม&nbsp;1,412&nbsp;แห่ง&nbsp;และในปี&nbsp;2565&nbsp;มีแผนชดเชยดอกเบี้ยให้สมาชิกที่ได้รับยังไม่เต็มจำนวนอีก&nbsp;353,445&nbsp;ราย</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้ดำเนินโครงการแก้ไขปัญหาหนี้ค้างชำระของสมาชิกสหกรณ์</strong>&nbsp;เนื่องจากกรมฯได้เห็นถึงความสำคัญของปัญหาหนี้ค้างชำระของสมาชิกสหกรณ์ที่ได้รับผลกระทบจากการประกอบอาชีพและการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโครนา&nbsp;2019&nbsp;ซึ่งส่งผลต่อรายได้และการดำรงชีพของสมาชิกสหกรณ์&nbsp;จึงมีนโยบายแก้ไขปัญหาดังกล่าวมาตั้งแต่ปี&nbsp;2562&nbsp;และต่อเนื่องมาจนถึงปี&nbsp;2564&nbsp;โดยจัดอบรมถ่ายทอดความรู้แก่ฝ่ายจัดการของสหกรณ์&nbsp;741&nbsp;แห่ง&nbsp;&nbsp;3,920&nbsp;ราย&nbsp;ให้มีความรู้ความเข้าใจในการบริหารจัดการธุรกิจสินเชื่อที่มีประสิทธิภาพ&nbsp;แก้ไขปัญหาหนี้ค้างชำระของสมาชิก&nbsp;และส่งเสริมให้สมาชิกมีความรู้ในการบริหารจัดการหนี้ของตนเอง&nbsp;รู้จักวางแผนทางการเงิน&nbsp;สามารถชำระหนี้ค้างได้&nbsp;และเสริมสร้างอาชีพเสริมให้สมาชิก&nbsp;2,496&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>สมาชิกสหกรณ์ที่มีหนี้ค้างชำระ&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;751.095&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</strong>ลดลงเหลือ&nbsp;727.783&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;31&nbsp;สิงหาคม&nbsp;&nbsp;2564&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;7.03&nbsp;พร้อมทั้งได้สนับสนุนเงินกู้ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ&nbsp;1&nbsp;จากกองทุนพัฒนาสหกรณ์&nbsp;วงเงิน&nbsp;25&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ภายใต้โครงการสนับสนุนเงินทุนเพื่อแก้ปัญหาหนี้และฟื้นฟูอาชีพสมาชิกสหกรณ์&nbsp;เพื่อให้สหกรณ์ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนให้สมาชิกกู้ยืมรายละไม่เกิน&nbsp;30,000&nbsp;บาท&nbsp;อัตราดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ&nbsp;3&nbsp;ต่อปี&nbsp;ระยะเวลาให้กู้ต่อเนื่อง&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;เพื่อให้สมาชิกที่มีปัญหาภาระหนี้&nbsp;ใช้เป็นทุนในการประกอบอาชีพและสร้างรายได้ระยะสั้น&nbsp;</p><p><strong>โดยสหกรณ์จะช่วยหาตลาดรองรับผลิตผลล่วงหน้า&nbsp;ตามนโยบายตลาดนำการผลิต</strong>&nbsp;ปัจจุบันมีสหกรณ์ขอกู้เงินจากกพส.แล้ว&nbsp;83&nbsp;แห่ง&nbsp;วงเงิน&nbsp;16.415&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และจากการติดตามผลการแก้ไขปัญหาหนี้ค้างชำระของสมาชิกสหกรณ์ที่ดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี&nbsp;2562&nbsp;พบว่า&nbsp;ในภาพรวมสมาชิกสหกรณ์ยังมีหนี้ค้างชำระ&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;30&nbsp;กันยายน&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;189,254&nbsp;ราย&nbsp;มูลหนี้ค้างรวม&nbsp;30,030.639&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ลดลงจากเดือนเมษายน&nbsp;2564&nbsp;ที่มีจำนวน&nbsp;205,676&nbsp;ราย&nbsp;และมูลหนี้ค้างรวม&nbsp;33,752.427&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ผลจากการดำเนินโครงการดังกล่าว&nbsp;ส่งผลให้สมาชิกมีหนี้ค้างลดลง&nbsp;จำนวน&nbsp;16,422&nbsp;ราย&nbsp;มูลหนี้ค้างลดลง&nbsp;3,721.733&nbsp;ล้านบาท&nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&nbsp;11.03</p><p><strong>สำหรับมาตรการที่&nbsp;3&nbsp;เป็นการช่วยเหลือบรรเทาภาระห้แก่สมาชิกสหกรณ์และสหกรณ์</strong>ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ออกประกาศนายทะเบียนสหกรณ์&nbsp;ให้สหกรณ์ใช้เป็นแนวทางในการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของสมาชิกสหกรณ์&nbsp;โดยขอความร่วมมือสหกรณ์ผ่อนผัน&nbsp;การชำระหนี้ให้กับสมาชิก&nbsp;ทั้งขยายเวลาชำระหนี้หรือพักชำระหนี้เป็นการชั่วคราว&nbsp;รวมถึงการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้&nbsp;และการปรับปรุงโครงสร้างหนี้&nbsp;ส่วนการชำระค่าหุ้นของสมาชิก&nbsp;ขอให้ปรับลดหรืองดส่งค่าหุ้นรายเดือนเป็นการชั่วคราว&nbsp;หรืองดหักส่งค่าหุ้นตามส่วนของเงินกู้&nbsp;จนกว่าจะเข้าสู่สถานการณ์ปกติ&nbsp;</p><p><strong>ผลจากการให้ความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของสมาชิกจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019</strong>&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;มีสหกรณ์ที่เข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือบรรเทาหนี้ให้สมาชิก&nbsp;3,994&nbsp;แห่ง&nbsp;โดยพักชำระหนี้ให้สมาชิก&nbsp;261,009&nbsp;ราย&nbsp;มูลหนี้รวม&nbsp;63,710.90&nbsp;ล้านบาท&nbsp;มีการลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้สมาชิก&nbsp;789,874&nbsp;ราย&nbsp;ลดภาระหุ้นโดยปรับลด/งดค่าหุ้นชั่วคราวให้สมาชิก&nbsp;315,865&nbsp;ราย&nbsp;มูลค่า&nbsp;1,390.31&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ปรับโครงสร้างหนี้ให้สมาชิก&nbsp;57,560&nbsp;ราย&nbsp;โดยสหกรณ์รับภาระหนี้แทน&nbsp;6,652.04&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และลดค่าใช้จ่ายให้กับสมาชิกสหกรณ์&nbsp;314,996&nbsp;ราย&nbsp;มูลค่า&nbsp;429.67&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>ในปัจจุบันเราต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า&nbsp;สถานการณ์ของสหกรณ์ภาคการเกษตร&nbsp;หลาย&nbsp;ๆ&nbsp;สหกรณ์</strong>มีปัญหาเรื่องของธุรกิจสินเชื่อค่อนข้างมาก&nbsp;หรือแม้แต่ธุรกิจรวบรวมผลผลิตและธุรกิจจัดหาสินค้ามาจำหน่ายก็เหมือนกัน&nbsp;ซึ่งก็เป็นผลกระทบจากสถานการณ์โรคไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;และส่งผลต่อเนื่องถึงตัวสมาชิกสหกรณ์&nbsp;รายได้จากการผลิตสินค้าของเขาก็มีปัญหา&nbsp;มันก็เป็นเรื่องที่ต่อเนื่องกัน&nbsp;แต่ในวิกฤติก็ย่อมต้องมีโอกาส&nbsp;เพราะว่าจากการที่ได้ลงไปเยี่ยมเยียนในต่างจังหวัดหลาย&nbsp;ๆ&nbsp;แห่ง&nbsp;สหกรณ์ที่เขามีศักยภาพในการส่งเสริมให้สมาชิกประกอบอาชีพและรวบรวมผลผลิตออกจำหน่าย&nbsp;สหกรณ์เหล่านี้ยังมีศักยภาพแล้วสมาชิกก็ทำจริง&nbsp;มีรายได้จริง&nbsp;ซึ่งเป็นสิ่งที่กรมฯพร้อมให้การสนับสนุนให้สมาชิกสหกรณ์พัฒนาอาชีพและสร้างรายได้&nbsp;เพื่อจะได้มีเงินเลี้ยงครอบครัวและส่งชำระหนี้คืนสหกรณ์ได้&nbsp;ทำให้ปัญหาเรื่องหนี้ค้างชำระลดลงในที่สุด&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;กล่าว</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","10/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211210104207798"],
    [93,"เกษตรจังหวัดบุรีรัมย์ จัดประชุมคณะอนุกรรมการอ้อยระดับท้องถิ่นเขต 13 จังหวัดบุรีรัมย์วางมาตรการและแนวทางการแก้ไขปัญหาอ้อยไฟไหม้","<p><strong>นายดำรง&nbsp;ปลั่งกลาง&nbsp;เกษตรจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;ในการประชุมคณะอนุกรรมการอ้อย</strong>ระดับท้องถิ่นเขต&nbsp;13&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;โดยมีคณะอนุกรรมการฯ&nbsp;จากส่วนราชการภาครัฐและเอกชน&nbsp;ร่วมประชุมด้วยความพร้อมเพรียงกัน&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;พร้อมทั้งร่วมรับรองการจดทะเบียนชาวไร่/หัวหน้ากลุ่มชาวไร่อ้อย&nbsp;วางมาตรการและแนวทางการแก้ไขปัญหาอ้อยไฟไหม้&nbsp;</p><p><strong>ตามมติคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย&nbsp;(กอน.)&nbsp;ได้เห็นชอบในหลักการ</strong>โครงการส่งเสริมเกษตรกรชาวไร่อ้อย&nbsp;ที่ส่งอ้อยสดคุณภาพดีให้แก่โรงงานน้ำตาล&nbsp;ประจำฤดูการผลิต&nbsp;ปี&nbsp;&nbsp;2564/2565&nbsp;ซึ่งเงินดังกล่าวจะพิจารณาให้กับชาวไร่อ้อยที่ส่งอ้อยสดคุณภาพดีให้แก่โรงงานน้ำตาลเท่ากันทุกตันอ้อย&nbsp;ในอัตรา&nbsp;120&nbsp;บาทต่อตันอ้อย&nbsp;และกรณีชาวไร่อ้อยที่ส่งอ้อยไฟไหม้เข้าโรงงาน&nbsp;ในฤดูการผลิต&nbsp;ปี&nbsp;2564/2565&nbsp;จะถูกหักเงินค่าอ้อยจากราคาอ้อยชั้นต้นไว้ตันละ&nbsp;30&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>โดยเก็บไว้ที่คณะทำงานควบคุมการผลิตประจำโรงงาน</strong>&nbsp;และเมื้อสิ้นสุดฤดูการผลิตจะนำเงินไปเฉลี่ยจ่ายคืนชาวไร่อ้อยที่ส่งอ้อยคุณภาพดีทุกตันอ้อยแบบรายโรงงาน&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ได้ให้คำแนะนำสำหรับเกษตรกรว่า&nbsp;การเผาอ้อย&nbsp;เป็นการทำลายปุ๋ยในดิน&nbsp;ทำให้เกษตรกรต้องใช้ปุ๋ยเคมีเพิ่มขึ้นแล้ว&nbsp;ยังสร้างฝุ่น&nbsp;PM2.5&nbsp;ด้วย&nbsp;ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงกับสุขภาพของเกษตรกร&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","10/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","บุรีรัมย์","สวท.บุรีรัมย์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211210124724859"],
    [94,"ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรส่วนกลาง เริ่มโอนเงินในโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 25642565 งวด 3 - 7 ผ่าน ธ.ก.ส. 7 สาขาในบุรีรัมย์","<p><strong>วันนี้&nbsp;(10&nbsp;ธ.ค.&nbsp;2564)&nbsp;สำนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร</strong>เริ่มโอนเงินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปี&nbsp;2564/2565&nbsp;ให้&nbsp;ธนาคาร&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;สาขาระกา,ละหานทราย,ลำปลายมาศ,&nbsp;สตึก,&nbsp;หนองกี่,&nbsp;หนองหงส์,&nbsp;อิสาณ&nbsp;มีเกษตรกรได้รับเงินในโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;2564/65&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;72,914&nbsp;ราย&nbsp;ยอดเงิน&nbsp;รวมกว่า&nbsp;1&nbsp;พัน&nbsp;4&nbsp;ร้อย&nbsp;75&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>ส่วนพรุ่งนี้&nbsp;(วันที่&nbsp;11&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564)&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;จะโอนเงินให้แก่เกษตรกร&nbsp;</strong>ที่ขึ้นบัญชีกับ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;สาขาบุรีรัมย์,&nbsp;ประโคนชัย,&nbsp;ปะคำ,&nbsp;พลับพลาชัย,&nbsp;พุทไธสง,&nbsp;เมืองตลุง&nbsp;รวม&nbsp;43,443&nbsp;ราย</p><p>วันที่&nbsp;12&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;โอนเงินให้แก่เกษตรกร&nbsp;ที่ขึ้นบัญชีกับ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;สาขานาโพธิ์,&nbsp;โนนดินแดง,&nbsp;โนนสุวรรณ,&nbsp;บ้านกรวด,&nbsp;บ้านด่าน,&nbsp;บ้านใหม่ไชยพจน์&nbsp;รวม&nbsp;23,747&nbsp;ราย</p><p>และวันที่&nbsp;13&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;โอนเงินให้แก่เกษตรกร&nbsp;ที่ขึ้นบัญชีกับ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;สาขากระสัง,&nbsp;คูเมือง,&nbsp;แคนดง,&nbsp;เฉลิมพระเกียรติ,&nbsp;ชำนิ,&nbsp;นางรอง&nbsp;และสาขาห้วยราช&nbsp;รวม&nbsp;50,192&nbsp;ราย</p><p><strong>เกษตรกรสามารถตรวจสอบผลการโอนเงินได้ทางแอปพลิเคชัน&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;A-Mobile&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;</strong>และจะมีข้อความแจ้งเตือนเงินเข้าบัญชีผ่าน&nbsp;LINE&nbsp;Official&nbsp;BAAC&nbsp;Family&nbsp;กรณีที่ลูกค้าสมัครใช้บริการ&nbsp;BAAC&nbsp;Connect&nbsp;รวมถึงสามารถเบิกถอนเงินสดผ่านตู้&nbsp;ATM&nbsp;ของ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ทั่วประเทศ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","10/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","บุรีรัมย์","สวท.บุรีรัมย์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211210124845862"],
    [95,"สำนักงานพาณิชย์จังหวัดบุรีรัมย์ ประกาศส่วนต่างประกันรายได้ข้าว ปีการผลิต 256465 งวดที่ 9","<p><strong>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ขณะนี้กรมการค้าภายใน</strong>&nbsp;ได้ประกาศส่วนต่างประกันรายได้ข้าว&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;งวดที่&nbsp;9&nbsp;แล้ว&nbsp;โดยเป็นของเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนปลูกข้าวและกำหนดวันที่จะเก็บเกี่ยวระหว่างวันที่&nbsp;3&nbsp;-&nbsp;9&nbsp;ธ.ค.&nbsp;2564&nbsp;ที่มีความชื้นไม่เกิน&nbsp;15%&nbsp;</p><p>ซึ่งราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงของข้าวเปลือกหอมมะลิอยู่ที่&nbsp;11,149.06&nbsp;บาท/ตัน&nbsp;ส่วนต่างอยู่ที่&nbsp;3,850.64&nbsp;บาท/ตัน&nbsp;,&nbsp;ราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงของข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่&nbsp;อยู่ที่&nbsp;10,825.03&nbsp;บาท/ตัน&nbsp;ส่วนต่างอยู่ที่&nbsp;3,174.97&nbsp;บาท&nbsp;,&nbsp;ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี&nbsp;อยู่ที่&nbsp;9,886.87&nbsp;บาท/ตัน&nbsp;ชดเชยตันละ&nbsp;1,113.13&nbsp;บาท&nbsp;,&nbsp;ข้าวเปลือกเจ้า&nbsp;อยู่ที่ตันละ&nbsp;8,078.39&nbsp;บาท&nbsp;ชดเชยตันละ&nbsp;1,921.61&nbsp;บาท&nbsp;,&nbsp;ข้าวเปลือกเหนียว&nbsp;อยู่ที่ตันละ&nbsp;8,494.99&nbsp;บาท&nbsp;ชดเชยตันละ&nbsp;3,505.01บาท</p><p><strong>สำหรับจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;จะเริ่มโอนเงินในโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปี&nbsp;2564/2565</strong>&nbsp;ให้กับเกษตรกร&nbsp;ที่แจ้งเก็บเกี่ยวระหว่างงวดที่&nbsp;3&nbsp;ถึง&nbsp;7&nbsp;ในวันที่&nbsp;10&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;โดยโอนเงินไปยังธนาคาร&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;สาขาระกา,ละหานทราย,ลำปลายมาศ,&nbsp;สตึก,&nbsp;หนองกี่,&nbsp;หนองหงส์,&nbsp;และสาขาอิสาณ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","10/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","บุรีรัมย์","สวท.บุรีรัมย์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211210125127865"],
    [96,"กรมปศุสัตว์ แจ้งเตือนเฝ้าระวังโรคในสัตว์ปีก จีนพบผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นจากไข้หวัดนก H5N6","<p><strong>นายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กระทรวงสาธารณสุขของจีนออกแถลงการณ์ว่า&nbsp;พบผู้หญิง&nbsp;อายุ&nbsp;54&nbsp;ปี&nbsp;มีภูมิลำเนาอยู่ที่เมืองจื้อกง&nbsp;ในมณฑลเสฉวน&nbsp;ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน&nbsp;เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดนกสายพันธุ์&nbsp;H5N6&nbsp;โดยผู้ป่วยได้มีอาการในวันที่&nbsp;17&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;โดยมีประวัติสัมผัสสัตว์ปีกป่วยตายก่อนเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;21&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;ต่อมาได้เสียชีวิตเมื่อวันที่&nbsp;23&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ประกอบกับที่องค์การสุขภาพสัตว์โลก&nbsp;(OIE)&nbsp;รายงานพบการระบาดของโรคไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงสูง&nbsp;ในต่างประเทศอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมกราคมนี้ถึงปัจจุบัน&nbsp;พบว่ามีการระบาดมากถึง&nbsp;4,578&nbsp;จุด&nbsp;โดยเป็นผู้ป่วยที่พบสายพันธุ์&nbsp;H5N6&nbsp;จำนวน&nbsp;61&nbsp;ราย&nbsp;และในประเทศจีน&nbsp;ส่วนใหญ่อยู่ที่มณฑลเสฉวน&nbsp;นอกจากนั้นกระจายอยู่ในเทศบาลนครฉงชิ่ง&nbsp;เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง&nbsp;มณฑลกวางตุ้ง&nbsp;มณฑลอานฮุยและมณฑลหูหนาน&nbsp;</p><p><strong>สำหรับกรมปศุสัตว์&nbsp;ยังคงมาตรการชะลอการนำเข้า&nbsp;นำออก&nbsp;</strong>หรือผ่านราชอาณาจักร&nbsp;สำหรับประเทศที่พบการรายงานการเกิดไข้หวัดนกชนิดรุนแรง&nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้มีการปนเปื้อนเชื้อมาสู่ประเทศไทย&nbsp;ส่วนในประเทศไทยปัจจุบันไม่พบการติดเชื้อไข้หวัดนกทั้งในคนและสัตว์&nbsp;โดยปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสภาพอากาศทำให้สัตว์ปีกปรับตัวได้ยาก&nbsp;อาจส่งผลต่อสุขภาพสัตว์ปีก&nbsp;ทำให้สัตว์ปีกอ่อนแอ&nbsp;</p><p><strong>กรมปศุสัตว์&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;จึงมีคำสั่งการให้สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดและปศุสัตว์อำเภอทั่วประเทศเข้มงวด&nbsp;ในการดำเนินมาตรการ&nbsp;เฝ้าระวังและป้องกันโรคในพื้นที่&nbsp;สั่งให้เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์เข้าตรวจเยี่ยมเกษตรกรทุกรายและรายงานสถานการณ์สัตว์ปีกทุกวัน&nbsp;พร้อมเน้นย้ำให้เฝ้าระวังโรคสัตว์ตามแนวชายแดนอย่างเข้มงวดและขอความร่วมมือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกสังเกตอาการสัตว์อย่างใกล้ชิด&nbsp;หากพบสัตว์ปีกป่วยตายผิดปกติ&nbsp;อย่านำสัตว์ปีก&nbsp;ไปจำหน่ายจ่ายแจก&nbsp;หรือนำไปประกอบอาหารโดยเด็ดขาด</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","10/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211210201157966"],
    [97,"อุบลฯ โอนเงินส่วนต่างโครงการประกันรายได้เกษตรกร","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>จ.อุบลราชธานี&nbsp;โอนเงินส่วนต่างโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปี&nbsp;2564/2564&nbsp;&nbsp;งวดที่&nbsp;3&nbsp;&nbsp;7&nbsp;</strong></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายปัญญา&nbsp;สัมพะวงศ์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;เปิดเผยถึงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี&nbsp;2564/2565&nbsp;ว่า</strong>&nbsp;ขณะนี้&nbsp;สำนักงาน&nbsp;ธ.ก.ส.จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ได้ดำเนินการโอนเงินส่วนต่างงวดที่&nbsp;3&nbsp;&nbsp;7&nbsp;เข้าบัญชีเกษตรกร&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;10&nbsp;&nbsp;13&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;271,223&nbsp;ราย&nbsp;ยอดเงินรวมจำนวนกว่า&nbsp;5,400&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ดังนี้&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">โดยวันที่&nbsp;10&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;โอนเงินผ่านบัญชีสาขากุดข้าวปุ้น&nbsp;สาขาเขมราฐ&nbsp;สาขาเขื่องใน&nbsp;สาขาคำเจริญ&nbsp;สาขาชัยมงคล&nbsp;และสาขาสำโรง&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">วันที่&nbsp;11&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;สาขาดอนจิก&nbsp;สาขาเดชอุดม&nbsp;สาขาตระการพืชผล&nbsp;สาขาตาลสุม&nbsp;สาขาทุ่งศรีอุดม&nbsp;สาขาสิรินธร&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">วันที่&nbsp;12&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;สาขานาจะหลวย&nbsp;สาขาน้ำขุ่น&nbsp;สาขาน้ำยืน&nbsp;สาขาบ้านกอก&nbsp;สาขาบุณริก&nbsp;สาขาเหล่าเสือโก้ก&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">วันที่&nbsp;13&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;สาขาพิบูลมังสาหาร&nbsp;สาขาโพธิ์ไทร&nbsp;สาขาม่วงสามสิบ&nbsp;สาขาวารินชำราบ&nbsp;สาขาศรีเมืองใหม่&nbsp;สาขาสว่างวีระวงศ์&nbsp;สาขาอุบลราชธานี&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำหรับงวดที่&nbsp;8&nbsp;และการจ่ายเงินช่วยปรับปรุงคุณภาพข้าวหรือค่าไถหว่านจะโอนให้เกษตรกรในลำดับถัดไป&nbsp;</strong>&nbsp;เกษตรกรสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;โทร.&nbsp;045&nbsp;&nbsp;242904&nbsp;หรือ&nbsp;สำนักงาน&nbsp;ธ.ก.ส.ใกล้บ้านทุกแห่ง&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">กรกช&nbsp;ภูมี&nbsp;สวท.อุบลราชธานี&nbsp;&nbsp;รายงาน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","10/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อุบลราชธานี","สวท.อุบลราชธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211210141443889"],
    [98,"ปศุสัตว์แพร่ ชี้แจงหลักเกณฑ์โครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ","<p><strong>สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดแพร่&nbsp;ดำเนินการชี้แจงหลักเกณฑ์โครงการธนาคารโค-กระบือ</strong>&nbsp;เพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ&nbsp;&nbsp;</p><p>นายสัตวแพทย์&nbsp;ดร.สมพร&nbsp;พรวิเศษศิริกุล&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดแพร่&nbsp;พร้อมด้วยนางสาวอาทิยา&nbsp;แปลงใจ&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดแพร่&nbsp;ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอสูงเม่น&nbsp;ดำเนินการชี้แจงหลักเกณฑ์โครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร&nbsp;ตามพระราชดำริ&nbsp;ให้เกษตรกรรายใหม่ที่ขอรับสัตว์ในโครงการธนาคารโค-กระบือ&nbsp;เพื่อเกษตรกร&nbsp;ตามพระราชดำริ&nbsp;(ธคก.)&nbsp;ให้แก่กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโค&nbsp;ตำบลสูงเม่น&nbsp;อำเภอสูงเม่น&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการเกษตรกรผู้เลี้ยงโค&nbsp;ตำบลสูงเม่น&nbsp;อำเภอสูงเม่น&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;การดูแลโค-กระบือหลังจากได้รับมอบแล้ว&nbsp;ต้องให้อาหาร&nbsp;การสุขาภิบาล&nbsp;การป้องกันโรค</strong>&nbsp;และการผสมพันธุ์สัตว์ให้เป็นไปตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์&nbsp;การดูแลลูกสัตว์ที่เกิดใหม่&nbsp;ให้แจ้งประธานกลุ่มภายใน&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;แจ้งปศุสัตว์อำเภอภายใน&nbsp;30&nbsp;วัน&nbsp;การดูแลสัตว์ป่วย&nbsp;สัตว์ตาย&nbsp;หรือสัตว์สูญหาย&nbsp;ให้แจ้งประธานกลุ่ม&nbsp;และปศุสัตว์อำเภอภายใน&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ได้ชี้แจงทำความเข้าใจการดำเนินการตามหลักเกณฑ์ต่างๆ</strong>&nbsp;โครงการธนาคารโค-กระบือ&nbsp;เพื่อเกษตรกร&nbsp;ตามพระราชดำริให้กับกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่อำเภอสูงเม่น&nbsp;จังหวัดแพร่</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","10/12/2021","ภาคเหนือ","แพร่","สวท.แพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211210151134908"],
    [99,"การเคหะแห่งชาติ รับมอบเมล็ดพืชพันธุ์ผักสวนครัว ส่งต่อให้ผู้อาศัยในชุมชนการเคหะพัฒนาเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน","<p><strong>นายทวีพงษ์&nbsp;วิชัยดิษฐ&nbsp;ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ</strong>&nbsp;รับมอบเมล็ดพืชพันธุ์ผักสวนครัว&nbsp;จากนายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;จำนวน&nbsp;1,200&nbsp;ชุด&nbsp;แต่ละชุดประกอบด้วยเมล็ดพันธุ์พืช&nbsp;5&nbsp;ชนิด&nbsp;ได้แก่&nbsp;แตงกวา&nbsp;มะเขือเปราะ&nbsp;กระเพรา&nbsp;พริกขี้หนูและถั่วฝักยาว&nbsp;เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับผู้อยู่อาศัยในชุมชนของการเคหะแห่งชาติ&nbsp;ตามโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง&nbsp;ซึ่งการเคหะแห่งชาติ&nbsp;กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&nbsp;ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;และเอกชนอื่นๆ&nbsp;เพื่อผลิตอาหารที่มั่นคง&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;พัฒนาตลาดสีเขียว&nbsp;รวมถึงเป็นการสร้างรายได้ให้ชุมชนด้วย</p><p><strong>โครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนสอดคล้อง&nbsp;4&nbsp;มิติ</strong>&nbsp;เพื่อการพัฒนาชุมชนต้นแบบสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;ทั้งมิติสิ่งแวดล้อม&nbsp;คือการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับชุมชน/เพิ่มอากาศที่ดีในชุมชน&nbsp;ใช้พื้นที่ในชุมชนให้เกิดประโยชน์&nbsp;มิติเศรษฐกิจ&nbsp;คือ&nbsp;นำผลผลิตที่ได้จากการปลูกพืชผักมาจำหน่าย&nbsp;เกิดรายได้สู่ครัวเรือน&nbsp;สู่ชุมชน&nbsp;/ลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน&nbsp;มิติการมีส่วนร่วม&nbsp;คือ&nbsp;เกิดความร่วมมือ&nbsp;ร่วมแรง&nbsp;ร่วมใจ&nbsp;ในการทำกิจกรรมร่วมกันของคนในครัวเรือน&nbsp;/ชุมชน&nbsp;สร้างความสามัคคีกลมเกลียว&nbsp;และมิติสุขภาพ&nbsp;คือ&nbsp;ผู้อยู่อาศัยในชุมชนได้บริโภคผลิตผลที่ดี&nbsp;มีประโยชน์&nbsp;ปลอดสารพิษ&nbsp;รวมถึงการทำกิจกรรมการปลูกผักเสมือนเป็นการออกกำลังกายอีกวิธีหนึ่งด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","10/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211210200622959"],
    [100,"ศูนย์หม่อนไหมฯขอนแก่น ประชาพิจารณ์และคัดเลือกเกษตรกรฝึกอบรมในโครงการของกรมหม่อนไหม ปีงบประมาณ 2565 ในพื้นที่ จ.ขอนแก่น","<p><strong>ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;โดยนางสาวพิมลรัตน์&nbsp;เมธินธรังสรรค์&nbsp;</strong>นักวิชาการเกษตรชำนาญการ&nbsp;นายวีระพงค์&nbsp;ศรีหาพล&nbsp;นักวิชาการเกษตร&nbsp;และนางสาวนงลักษณ์&nbsp;เชี่ยวชาญ&nbsp;เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานด้านมาตรฐานหม่อนไหม&nbsp;ประชาพิจารณ์โครงการของกลุ่มงานบริการวิชาการและถ่ายทอดเทคโนโลยีหม่อนไหม&nbsp;ในปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ของกรมหม่อนไหม&nbsp;ได้แก่&nbsp;โครงการส่งเสริมการผลิตหม่อนไหมหัตถกรรม&nbsp;3&nbsp;หลักสูตร&nbsp;ดังนี้</p><p>1.หลักสูตร&nbsp;ส่งเสริมและพัฒนากลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตเส้นไหมไทยพื้นบ้านอีสานตามมาตรฐาน&nbsp;GI&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;ราย</p><p>2.หลักสูตร&nbsp;การส่งเสริมและพัฒนากลุ่มผู้ผลิตเส้นไหมตามมาตรฐานสินค้าเกษตร&nbsp;มกษ.8000-2559&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;ราย</p><p>3.โครงการการพัฒนาความเข้มแข็งของกลุ่มเกษตรกรปลูกหม่อนเลี้ยงไหม&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;ราย</p><p><strong>โดยเกษตรกรที่เข้าร่วมการประชาพิจารณ์&nbsp;ให้ความสนใจในการชี้แจงโครงการเป็นอย่างมาก</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;บ้านผักแว่นคำ&nbsp;บ้านคำไฮ&nbsp;บ้านเวียงแก้ว&nbsp;อ.กระนวน&nbsp;และบ้านซำจาน&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ขอนแก่น&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","10/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ขอนแก่น","สวท.ขอนแก่น","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211210192713951"],
    [101,"ธ.ก.ส.เริ่มโอนวันนี้ให้ชาวนาสำหรับวันนี้  ธ.ก.ส. แบ่งโอนเงินตามภูมิภาค โดยเริ่มทยอยโอน","<p><strong>สำหรับวันนี้&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;แบ่งโอนเงินตามภูมิภาค</strong>&nbsp;โดยเริ่มทยอยโอนตั้งแต่เมื่อวานนี้&nbsp;(9&nbsp;ธ.ค.)&nbsp;ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;ระบุว่า&nbsp;ในวันนี้&nbsp;(9&nbsp;ธ.ค.)&nbsp;จะโอนเงินช่วยเหลือเกษตรกรตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปี&nbsp;2564-65&nbsp;โดยเฉพาะเกษตรกรในเขตพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;ภาคตะวันตกและภาคใต้&nbsp;จำนวนประมาณ&nbsp;7.7&nbsp;แสนราย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>Cr#&nbsp;ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร</p>","10/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211211001003001"],
    [102,"สหกรณ์พัฒนาพื้นที่สูงฯ ชวนชิม หัวมันท้องถิ่น ที่ปลูกในแปลงเสาวรส ของชนเผ่าพื้นที่สูงใน อ.สบเมย สดใหม่ โภชนาการแน่น","<p><strong>สหกรณ์พัฒนาพื้นที่สูง&nbsp;แบบโครงการหลวงสบเมย&nbsp;จำกัด&nbsp;ชวนชิม</strong>&nbsp;หัวมันท้องถิ่น&nbsp;ของกินพื้นบ้าน&nbsp;แต่มีประโยชน์และคุณค่าทางโภชนาการ&nbsp;ที่ซ่อนกลิ่นไอความเป็นชนเผ่าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว&nbsp;สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน&nbsp;ตั้งแต่บรรพบุรุษจนถึงปัจจุบัน&nbsp;</p><p>โดยหัวมันท้องถิ่น&nbsp;ที่ชาวบ้านพื้นที่สูง&nbsp;นิยมปลูกกันในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;ตำบล&nbsp;ได้แก่&nbsp;ต.สบเมย&nbsp;ต.แม่สามแลบ&nbsp;ต.แม่สวด&nbsp;อ.สบเมย&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;ในอดีตและปัจจุบันนิยมปลูกกันในพื้นที่ไร่หมุนเวียน&nbsp;เพื่อเก็บเอาไว้กินในฤดูร้อนเพราะหัวมันสามารถเก็บเอาไว้ได้นานหลายเดือน&nbsp;</p><p><strong>แต่ปัจจุบันนี้&nbsp;มีเกษตรกรที่เข้าร่วมปลูกเสาวรสกับโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงสบเมย</strong>&nbsp;จึงมีความคิดที่เปลี่ยนแปลงไป&nbsp;นำหัวมันมาปลูกในหลุมต้นเสาวรส&nbsp;เพื่อเก็บไว้กินเองและหวังเพื่อสร้างรายได้ให้ตัวเองและคนในครอบครัวอีกทางหนึ่ง&nbsp;ชาวบ้านจะตัดส่วนที่แก่ออกเพื่อเอาไปปลูกต่อและเอาส่วนที่อ่อนเอาไปบริโภค&nbsp;ซึ่งหัวมันสามารถนำไปปรุงเป็นอาหารหลากหลายตามความชอบ&nbsp;สามารถปรับเปลี่ยนเมนูได้หลากหลายเมนู&nbsp;เช่น&nbsp;มันบด&nbsp;เฟรนซ์ฟราย&nbsp;ต้มและทำแกงใส่เนื้อสัตว์ต่างๆตามใจชอบ&nbsp;</p><p>สำหรับผู้ที่สนใจอยากลิ้มลองความอร่อย&nbsp;ความสดใหม่ของหัวมันท้องถิ่น&nbsp;จากมือเกษตรกร&nbsp;และสนับสนุนรายได้แก่เกษตรกรอำเภอสบเมย&nbsp;สามารถติดต่อได้ที่&nbsp;เฟซบุ๊ก&nbsp;สหกรณ์พัฒนาพื้นที่สูง&nbsp;แบบโครงการหลวงสบเมย&nbsp;จำกัด&nbsp;หรือ&nbsp;เพจฌ่ายไน่&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;30บาท&nbsp;มีจำนวนจำกัด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>&nbsp;#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","11/12/2021","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211211131713084"],
    [103,"จ.ตาก จัดงาน \"ตลาดกลางลำไย ของดีอำเภอวังเจ้า\" เปิดโอกาสให้เกษตรกรขายผลผลิตให้กับผู้บริโภคโดยตรง","<p><strong>จังหวัดตาก&nbsp;จัดงาน&nbsp;\"ตลาดกลางลำไย&nbsp;ของดีอำเภอวังเจ้า\"&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์ผลผลิตลำไยที่มีคุณภาพ&nbsp;เปิดโอกาสให้เกษตรกรขายผลผลิตให้กับผู้บริโภคโดยตรง&nbsp;เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร&nbsp;จากภาวะราคาผลผลิตตกต่ำ</strong></p><p><br></p><p><strong>วันนี้&nbsp;ที่ตลาดชาติพันธุ์&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลเชียงทอง&nbsp;อำเภอวังเจ้า&nbsp;จังหวัดตาก</strong>&nbsp;นายสมชัย&nbsp;กิจเจริญรุ่งโรจน์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก&nbsp;รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดตาก&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;\"ตลาดกลางลำไย&nbsp;ของดีอำเภอวังเจ้า\"&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางวรรณฤดี&nbsp;กิจเจริญรุ่งโรจน์&nbsp;รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดตาก&nbsp;รักษาการแทนนายกเหล่ากาชาดจังหวัดตาก&nbsp;โดยมี&nbsp;นายเอกสิฏฐ์&nbsp;วิไลศิลป์&nbsp;นายอำเภอวังเจ้า&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และประชาชน&nbsp;เข้าร่วมงาน</p><p><strong>เนื่องด้วยในช่วงเดือนธันวาคมของทุกปีจะเป็นช่วงเวลาที่ผลผลิตลำไยของเกษตรกรชาวสวน&nbsp;ในพื้นที่อำเภอวังเจ้า</strong>&nbsp;จังหวัดตาก&nbsp;ออกสู่ตลาดจำนวนมาก&nbsp;ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถส่งออกลำไยไปจำหน่ายยังต่างประเทศได้&nbsp;ส่งผลให้ผลผลิตล้นตลาดและราคาตกต่ำ&nbsp;ทำให้เกษตรกรได้รับความเดือนร้อน</p><p><strong>จังหวัดตาก&nbsp;โดยอำเภอวังเจ้า&nbsp;จึงร่วมกับส่วนราชการต่างๆ&nbsp;</strong>องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง&nbsp;ภาคเอกชนและประชาชนในพื้นที่&nbsp;จัดงาน&nbsp;\"ตลาดกลางลำไย&nbsp;ของดีอำเภอวังเจ้า\"&nbsp;ขึ้น&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;10&nbsp;&nbsp;12&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ณ&nbsp;ตลาดชาติพันธุ์&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลเชียงทอง&nbsp;อำเภอวังเจ้า&nbsp;โดยภายในงาน&nbsp;มีการจัดจำหน่ายลำไย&nbsp;ผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปจากลำไย&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์ผลผลิตลำไยที่มีคุณภาพให้นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปได้รับทราบ&nbsp;เปิดโอกาสให้เกษตรกรชาวสวนลำไย&nbsp;ได้ขายผลผลิตให้กับผู้บริโภคโดยตรง&nbsp;ซึ่งจะทำให้ได้รับราคาที่เป็นธรรมและเหมาะสม&nbsp;และช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนลำไย&nbsp;จากภาวะราคาผลผลิตตกต่ำ</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ภายในงานฯ&nbsp;ยังมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านของชาวอำเภอวังเจ้า&nbsp;</strong>และการแข่งขันรับประทานลำไยของผู้นำท้องที่&nbsp;โดยได้รับความร่วมมือจากตัวแทนเกษตรกรผู้ปลูกลำไยแปลงใหญ่&nbsp;นำผลผลิตลำไยที่มีคุณภาพดีมาวางจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภค&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;โดยคาดว่า&nbsp;จะสามารถจำหน่ายลำไยได้ประมาณ&nbsp;25,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;คิดเป็นเงินที่เกษตรกรจะได้รับไม่ต่ำกว่า&nbsp;800,00&nbsp;บาท</p><p><strong>จังหวัดตาก&nbsp;จึงขอเชิญชวนประชาชน&nbsp;ชาวจังหวัดตาก&nbsp;และใกล้เคียง&nbsp;รวมถึงนักท่องเที่ยว&nbsp;เที่ยวชมงาน&nbsp;\"ตลาดกลางลำไย&nbsp;ของดีอำเภอวังเจ้า\"</strong>&nbsp;ตั้งแต่วันนี้&nbsp;จนถึงวันที่&nbsp;12&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ณ&nbsp;ตลาดชาติพันธุ์&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลเชียงทอง&nbsp;อำเภอวังเจ้า&nbsp;จังหวัดตาก</p><p><br></p><p>ภาพ/ข่าว&nbsp;:&nbsp;สนง.ประชาสัมพันธ์&nbsp;จ.ตาก</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","11/12/2021","ภาคตะวันตก","ตาก","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตาก","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211211155210152"],
    [104,"ทหารพันธุ์ดี วิถีสามหมอก นพค.36 ลงมือทำฟาร์มต้นแบบ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและแหล่งถ่ายทอดความรู้ด้านเกษตรสร้างอาชีพให้แก่ราษฎร","<p><strong>กองบัญชาการกองทัพไทย&nbsp;โดยกำลังพลหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่&nbsp;36&nbsp;สำนักงานพัฒนาภาค&nbsp;3&nbsp;หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;(นพค.36&nbsp;สนภ.3&nbsp;นทพ.)&nbsp;ได้ดำเนินการทำฟาร์มต้นแบบ&nbsp;หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา&nbsp;\"ทหารพันธุ์ดี&nbsp;วิถีสามหมอก\"&nbsp;เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร&nbsp;รวมทั้งเป็นแหล่งอาหารในชุมชนและเป็นแหล่งถ่ายทอดเทคโนโลยีความรู้&nbsp;ด้านการเกษตรที่เหมาะสม&nbsp;ให้กับกำลังพลและราษฎรในพื้นที่&nbsp;นำไปใช้ประโยชน์กับครอบครัวของตนเองได้&nbsp;ณ&nbsp;หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่&nbsp;36&nbsp;สำนักงานพัฒนาภาค&nbsp;3&nbsp;หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา&nbsp;บ้านคอนผึ้ง&nbsp;ม.5&nbsp;ต.แม่คะตวน&nbsp;อ.สบเมย&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน</p><p><strong>ขณะนี้ได้ดำเนินการติดตั้งระบบน้ำหยดในส่วนของการปลูกมะกรูด&nbsp;และมะนาวในบ่อซีเมนต์</strong>&nbsp;ปลูกไม้ผล&nbsp;ปล่อยพันธุ์ปลากินพืชในบ่อเก็บน้ำ&nbsp;HDPE&nbsp;จำนวน&nbsp;2,000&nbsp;ตัว&nbsp;เกี่ยวข้าว&nbsp;ตีข้าว&nbsp;จากพื้นที่ดำเนินการ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;งาน&nbsp;ได้ผลผลิตเป็นข้าวเปลือก&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ถัง&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณพื้นที่ฐานกิจกรรมของศูนย์การเรียนรู้&nbsp;70&nbsp;พรรษา&nbsp;ฯ&nbsp;ในพื้นที่โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;และจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องในระยะยาว</p><p><strong>สำหรับการทำเกษตรแบบผสมผสานนี้&nbsp;เป็นกิจกรรมหนึ่งที่หน่วยบัญชาการทหารพัฒนาดำเนินการเพื่อสนับสนุนรัฐบาล</strong>ในการแก้ไขปัญหาสำคัญของชาติด้านการพัฒนาประเทศ&nbsp;และการช่วยเหลือประชาชน&nbsp;เป็นการพัฒนาเพื่อการส่งเสริมอาชีพต่อราษฎรแบบรายบุคคล&nbsp;เพื่อลดรายจ่าย&nbsp;เพิ่มรายได้ให้กับผู้ยากจน&nbsp;โดยส่งเสริมให้มีการดำเนินชีวิตตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;สร้างความมั่นคงในการดำรงชีพ&nbsp;นำไปสู่การยกระดับความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตคน&nbsp;และชุมชนได้อย่างยั่งยืน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","11/12/2021","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211211163130163"],
    [105,"กำนันตำบลบางปู อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี เปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาสจาก บ่อกุ้งร้าง เป็น บ่อเลี้ยงปูดำ กระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่","<p><strong>นายอับดุลมาน๊ะ&nbsp;สาและ&nbsp;กำนันตำบลบางปู&nbsp;อ.ยะหริ่ง&nbsp;จ.ปัตตานี</strong>&nbsp;รองประธานกลุ่ม&nbsp;วิสาหกิจชุมชนการเลี้ยงปูดำในบ่อดิน&nbsp;ที่&nbsp;ม.1&nbsp;บ้านโต๊ะโสม&nbsp;ต.บางปู&nbsp;อ.ยะหริ่ง&nbsp;จ.ปัตตานี&nbsp;ดีใจที่&nbsp;สื่อมวลชนให้ความสนใจ&nbsp;การปรับเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาสโดยกล่าวว่า&nbsp;ตนในฐานะเจ้าของพื้นที่&nbsp;และเป็นรองประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเลี้ยงปูดำในบ่อดิน&nbsp;ซึ่งเป็นบ่อกุ้งร้างเดิม&nbsp;มีความภาคภูมิใจเป็นอย่างมาก&nbsp;สืบเนื่องมาจากสมาชิกกลุ่มประสบความสำเร็จในการเลี้ยงปูดำ&nbsp;ที่ตั้งของกลุ่มเลี้ยงปูดำ&nbsp;อยู่ที่&nbsp;หมู่&nbsp;1&nbsp;บ้านโต๊ะโสม&nbsp;ต.บางปู&nbsp;อ.ยะหริ่ง&nbsp;จ.ปัตตานี&nbsp;มีสมาชิก&nbsp;15&nbsp;คน&nbsp;โดยมีจุดเริ่มต้นเมื่อปี&nbsp;2561&nbsp;ทางกลุ่ม&nbsp;ได้เลี้ยงปลากะพง&nbsp;แต่ประสบปัญหาเรื่องตลาด&nbsp;และอาหารปลามีราคาสูง&nbsp;ประจวบเหมาะกับ&nbsp;สมาชิกบางส่วนเป็นชาวประมงพื้นบ้าน&nbsp;ไปหาปลาและได้ปูตัวเล็กกลับมาด้วย&nbsp;ไม่อยากทิ้งจึงนำมาปล่อยในบ่อกุ้งร้าง&nbsp;ไม่ได้ดูแลอะไรเลย&nbsp;เนื่องจากในบ่อกุ้งร้างมี&nbsp;พืชสาหร่ายซึ่งเป็นอาหารปูอยู่แล้ว&nbsp;ทิ้งไปประมาณ&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;ตนและสมาชิกกลุ่ม&nbsp;ต่างแปลกใจที่ปูมีขนาดใหญ่ขึ้นมาก&nbsp;หลังจากนั้นเป็นต้นมา&nbsp;ทางกลุ่มได้ตัดสินใจ&nbsp;เปลี่ยนจากการเลี้ยงปลากะพง&nbsp;มาเป็นการเลี้ยงปูดำแทน</p><p><strong>ต่อมา&nbsp;เมื่อสมาชิกกลุ่มได้ลูกปูม้า&nbsp;ทางกลุ่มจะรับซื้อลูกปูในราคา&nbsp;5-15&nbsp;บาท&nbsp;ต่อ&nbsp;1&nbsp;ตัว&nbsp;</strong>แล้วแต่ขนาด&nbsp;หลังจากนั้น&nbsp;มาปล่อยในบ่อ&nbsp;ส่วนอาหารนั้น&nbsp;เป็น&nbsp;ปลาหมอเทศ&nbsp;กับ&nbsp;สาหร่ายผมนาง&nbsp;ขณะนี้มีบ่อ&nbsp;8&nbsp;บ่อ&nbsp;แต่เลี้ยงจริง&nbsp;อยู่ที่&nbsp;4&nbsp;บ่อ&nbsp;ระดับน้ำสำหรับเลี้ยงปูเป็นน้ำตื้น&nbsp;ประมาณ&nbsp;80&nbsp;ซม.ถึง&nbsp;2&nbsp;ม.&nbsp;1&nbsp;บ่อเลี้ยงปูประมาณ&nbsp;5,000&nbsp;ตัว&nbsp;ซึ่งความจุสามารถเลี้ยงได้&nbsp;ถึง&nbsp;20,000&nbsp;ตัว</p><p><strong>ด้านการตลาด&nbsp;ขณะนี้ไปส่งได้แค่เจ้าเดียว&nbsp;ที่&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.สงขลา</strong>&nbsp;เนื่องจากผลผลิตมีจำนวนจำกัดไม่พอส่งให้เจ้าอื่น&nbsp;ราคาขาย&nbsp;ปูไข่ตัวเมีย&nbsp;1&nbsp;กก.ได้&nbsp;3&nbsp;ถึง&nbsp;4&nbsp;ตัว&nbsp;ขายในราคา&nbsp;550&nbsp;บาท&nbsp;ถ้าเป็นปูเนื้อตัวผู้&nbsp;3&nbsp;ตัวต่อ&nbsp;1&nbsp;กก.&nbsp;ราคา&nbsp;350&nbsp;ถึง&nbsp;400&nbsp;บาท</p><p><strong>ท้ายสุด&nbsp;นายอับดุลมาน๊ะ&nbsp;สาและกำนันตำบลบางปู&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>อยากให้มีการเลี้ยงปูกันมากขึ้นเพราะเป็นที่ต้องการของตลาด&nbsp;มีนักธุรกิจชาวจีนต่อต่อมา&nbsp;แต่บ่อของตนเป็นเพียงต้นแบบเท่านั้น&nbsp;หาก&nbsp;ชาวตำบลบางปูที่มีนากุ้งร้างและปรับมาเลี้ยงปูจะดีมาก&nbsp;เพราะผลผลิตของเรามีคุณภาพ&nbsp;พื้นที่เหมาะกับการเลี้ยงปู&nbsp;สมชื่อ&nbsp;ตำบลบางปู&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","11/12/2021","ภาคใต้","ปัตตานี","สวท.ปัตตานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211211170354172"],
    [106,"พ่อเมืองศรีสะเกษ  ลงพื้นที่ยกระดับคุณภาพชีวิตพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมพร้อมติดตามงานวาระจังหวัด \"เกษตรบูรณาการ : หอมแดง\"","<p><strong>วันนี้&nbsp;(11&nbsp;ธ.ค.&nbsp;2564)&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;</strong>ร่วมกับ&nbsp;นางสาววิราภรณ์&nbsp;มงคลไชยสิทธิ์&nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร&nbsp;พร้อมด้วยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.)&nbsp;และบริษัทไทยวา&nbsp;จำกัด(มหาชน)&nbsp;ศึกษาดูงานในพื้นที่อำเภอยางชุมน้อย&nbsp;ภายใต้โปรแกรมการยกระดับคุณภาพชีวิตพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ด้วยวิทยาศาสตร์&nbsp;เทคโนโลยีและนวัตกรรม</p><p><strong>พร้อมทั้งตรวจเยี่ยมติดตามการดำเนินงานวาระจังหวัด&nbsp;(10&nbsp;Agenda&nbsp;Sisaket)&nbsp;</strong>ประเด็น&nbsp;เกษตรบูรณาการ&nbsp;:&nbsp;หอมแดง&nbsp;โดยแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการดำเนินงานตั้งกระบวนการผลิต&nbsp;การแปรรูป&nbsp;การจำหน่าย&nbsp;ความร่วมมือเรื่องการตลาด&nbsp;หอมแดงสด&nbsp;หอมแดงแห้ง&nbsp;หอมแดงตัดแต่ง&nbsp;หอมแดงมัดจุก&nbsp;พริกแห้ง&nbsp;ชาหอมแดง&nbsp;หอมแดงเจียว&nbsp;กระเทียมเจียว&nbsp;ณ&nbsp;กลุ่มแปลงใหญ่หอมแดงตำบลคอนกาม&nbsp;อำเภอยางชุมน้อย&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;(วิสาหกิจชุมชนกลุ่มออมทรัพย์พัฒนาสตรีบ้านเมืองแสน)&nbsp;มี&nbsp;นางวิลาวัลย์&nbsp;แก้วคำ&nbsp;เป็นประธานกลุ่ม&nbsp;มีสมาชิก&nbsp;67&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่ปลูกประมาณ&nbsp;200&nbsp;ไร่&nbsp;มีมาตรฐานการผลิต&nbsp;ประกอบด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;มาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;40&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่&nbsp;80&nbsp;ไร่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;ได้รับอนุญาตให้ใช้ตราสัญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์(GI)&nbsp;หอมแดงจำนวน&nbsp;19&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่&nbsp;57&nbsp;ไร่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;ระยะปรับเปลี่ยนเพื่อขอการรับรองมาตรฐานอินทรีย์&nbsp;ปีที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่&nbsp;6&nbsp;ไร่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;เข้าสู่ระยะปรับเปลี่ยนปีที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;16&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่&nbsp;16&nbsp;ไร่</p><p><strong>ในการพัฒนาศักยภาพด้านการตลาดโดยความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ</strong>&nbsp;ได้กำหนดแนวทางจัดอบรมการตลาดออนไลน์เพื่อเพิ่มมูลค่าและยอดจำหน่ายให้แก่กลุ่มดังกล่าว&nbsp;โดยมี&nbsp;เกษตรจังหวัด&nbsp;ผู้แทนหัวหน้าสำนักงานจังหวัด&nbsp;ผู้แทนเกษตรและสหกรณ์จังหวัด&nbsp;รักษาราชการแทนนายอำเภอยางชุมน้อย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการอำเภอ&nbsp;คณาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ผู้ปกครองท้องที่&nbsp;อสม.&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;เข้าร่วม</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>&nbsp;#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","11/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สวท.ศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211211193133202"],
    [107,"ธ.ก.ส. เดินหน้าโอนเงินประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ระยะที่ 3","<p>&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;เริ่มจ่ายเงินตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;แก่เจ้าของสวนยางและคนกรีดยาง&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นคงด้านรายได้และบรรเทาความเดือดร้อนจากปัญหาราคายางพาราตกต่ำ&nbsp;อันเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจและการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;โดยประกันราคายางพาราแผ่นดิบ&nbsp;60&nbsp;บาท/กก.&nbsp;น้ำยางสด&nbsp;57&nbsp;บาท/กก.&nbsp;และยางก้อนถ้วย&nbsp;23&nbsp;บาท/กก.&nbsp;เป้าหมายเกษตรกร&nbsp;1.88&nbsp;ล้านราย&nbsp;วงเงินกว่า&nbsp;9,700&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยโอนเงิน&nbsp;2&nbsp;งวดเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรงแล้วกว่า&nbsp;381,000&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเงินกว่า&nbsp;739&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>สำหรับหลักเกณฑ์การจ่ายเงินประกันรายได้&nbsp;เกษตรกรชาวสวนยางต้องขึ้นทะเบียน</strong>และแจ้งข้อมูลพื้นที่การปลูกยางกับการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;(กยท.)&nbsp;โดยเป็นสวนยางพาราอายุ&nbsp;7&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;ที่เปิดกรีดแล้ว&nbsp;รายละไม่เกิน&nbsp;25&nbsp;ไร่&nbsp;กำหนดปริมาณผลผลิตยางที่จะประกันรายได้&nbsp;ผลผลิตยางแห้ง&nbsp;(DRC&nbsp;100%)&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;กิโลกรัม/ไร่/เดือน&nbsp;และผลผลิตยางก้อนถ้วย&nbsp;(DRC&nbsp;50%)&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;40&nbsp;กิโลกรัม/ไร่/เดือน&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การยางแห่งประเทศไทยจะทำการตรวจสอบและรับรองสิทธิ์&nbsp;</strong>พร้อมทั้งประมวลผล&nbsp;ส่งมายัง&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;เพื่อให้โอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง&nbsp;ซึ่งเงินค่าประกันรายได้ในแต่ละเดือน&nbsp;=&nbsp;(ราคายางที่ประกันรายได้-ราคาอ้างอิงการขาย)&nbsp;X&nbsp;ปริมาณผลผลิตยางตามเนื้อที่กรีดยาง&nbsp;โดยแบ่งสัดส่วนรายได้&nbsp;หากเจ้าของสวนกรีดเองจะได้รับส่วนต่างประกันรายได้ทั้งจำนวน&nbsp;กรณีจ้างกรีดยาง&nbsp;เจ้าของสวนยางจะได้ร้อยละ&nbsp;60&nbsp;และคนกรีดจะได้ร้อยละ&nbsp;40&nbsp;ของรายได้ทั้งหมด&nbsp;โดยมีการประกาศราคากลางอ้างอิงทุกเดือน&nbsp;และจะมีการจ่ายเงินเดือนละครั้ง&nbsp;ตั้งแต่บัดนี้ถึงเดือนกันยายน&nbsp;2565</p><p><strong>ซึ่งเกษตรกรสามารถตรวจสอบการโอนเงินได้ผ่านทางแอปพลิเคชัน&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;A-Mobile&nbsp;</strong>ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;หรือที่&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ทุกสาขาทั่วประเทศ&nbsp;และกรณีที่เกษตรกรลูกค้าสมัครใช้บริการ&nbsp;BAAC&nbsp;Connect&nbsp;จะได้รับข้อความแจ้งเตือนผ่าน&nbsp;LINE&nbsp;Official&nbsp;BAAC&nbsp;Family&nbsp;เมื่อเงินเข้าบัญชีของท่านแล้ว</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>.</p><p>ที่มา:&nbsp;กระทรวง?การคลัง</p><p>Cr#ธกส&nbsp;#ประกันรายได้&nbsp;#ชาวสวนยาง</p><p>Cr#สวท_อำนาจเจริญ</p><p><strong>&nbsp;#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","11/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211211213028213"],
    [108,"จ.แม่ฮ่องสอน ไม่มีการจ่ายเงินส่วนต่างให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 256465 (งวดที่ 1) เนื่องจากราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงในครั้งนี้สูงกว่าราคาเป้าหมาย","<p><strong>นายศิริวัฒน์&nbsp;บุปผาเจริญ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong>รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;แจ้งว่าคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้&nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;มีมติเมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;เห็นชอบการกำหนดราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงและชดเชยส่วนต่างราคาตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;(งวดที่1)&nbsp;ดังนี้&nbsp;</p><p><strong>ราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงประจำวันที่&nbsp;20&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564</strong>&nbsp;เพื่อใช้ในการชดเชยส่วนต่างตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;(งวดที่&nbsp;1)&nbsp;สำหรับเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์กับกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;โดยมีวันเพาะปลูกตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มิถุนายน&nbsp;&nbsp;2564&nbsp;และระบุวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวก่อนวันที่&nbsp;20&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;</p><p><strong>สำหรับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เมล็ดความชื่นไม่เกิน&nbsp;15.5&nbsp;เปอร์เซ็น&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;9.45</strong>&nbsp;ในส่วนของการจ่ายเงินชดเชยส่วนต่าง&nbsp;เมื่อคำนวณส่วนต่างจากราคาเป้าหมายกับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงแล้ว&nbsp;ราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงในครั้งนี้สูงกว่าราคาเป้าหมาย&nbsp;(กิโลกรัมละ&nbsp;8.50&nbsp;บาท)&nbsp;จึงไม่มีการจ่ายเงินส่วนต่างให้แก่เกษตรกร</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","12/12/2021","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211212111636286"],
    [109,"ศรีสะเกษ !! รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมชมและติดตามโครงการแปลงใหญ่   ที่อำเภอศรีรัตนะ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">นายนวนิตย์&nbsp;พลเคน&nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">&nbsp;และช่วยศาสตราจารย์&nbsp;ดร.ฐิตารีย์&nbsp;ไตรสรณปัญญา&nbsp;(ดร.จุ๋ม)&nbsp;คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และคณะ&nbsp;ได้ลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมชมและติดตามโครงการแปลงใหญ่&nbsp;ที่อำเภอศรีรัตนะ&nbsp;ภายใต้งบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;โดยมี&nbsp;นายวิชัย&nbsp;ศรีโพธิ์งาม&nbsp;เกษตรจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;และนายภัทรนันท์&nbsp;บุญมานัด&nbsp;นายอำเภอศรีรัตนะ&nbsp;นำเกษตรอำเภอทั้ง&nbsp;22&nbsp;อำเภอ&nbsp;และเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในเขตอำเภอศรีรัตนะ&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับและสาธิตการผลิตอาหารข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;และสาธิตการหยอดปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ด้วยรถยนต์หยอดเมล็ดข้าวโพด&nbsp;และชมนิทรรศการผลิตภัณฑ์สินค้ากลุ่มแม่ในเขตอำเภอศรีรัตนะ&nbsp;ทั้งนี้เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์โครงการแปลงใหญ่&nbsp;ภายใต้งบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ของอำเภอศรีรัตนะ&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ให้เป็นที่รู้จักทั่วไป</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดรฐิตารีย์&nbsp;ไตรสรณปัญญา&nbsp;(ดร.จุ๋ม)&nbsp;คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">&nbsp;ดร.เฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้ขับเคลื่อนงบประมาณเพื่อกระจายสู่เกษตรกรชาวแปลงใหญ่&nbsp;ให้ได้รับการสนับสนุนและส่งเสริมเพื่อลดต้นทุนการผลิต&nbsp;นำเทคโนโลยีทันสมัยเข้ามาใช้และเชื่อมโยงการตลาด&nbsp;ซึ่งจังหวัดศรีสะเกษเราได้รับการอนุมัติงบประมาณแปลงใหญ่มา&nbsp;ประมาณ&nbsp;287&nbsp;แปลง&nbsp;ซึ่งเกษตรกรชาวแปลงใหญ่ตอบรับโครงการอยู่ประมาณ&nbsp;237&nbsp;แปลง&nbsp;คิดเป็นมูลค่าเงิน&nbsp;ประมาณ&nbsp;600&nbsp;กว่าล้านบาท&nbsp;ได้รับการสนับสนุนและซื้อเครื่องจักรเพื่อลดต้นทุน&nbsp;นำเทคโนโลยีทันสมัยเข้ามาใช้เพื่อให้เกิดการพัฒนาและเกิดประสิทธิภาพในการผลิต&nbsp;และมีการทำ&nbsp;packaging&nbsp;สร้างแบรนด์เพื่อให้เชื่อมโยงกับการตลาด&nbsp;โครงการนี้เป็นโครงการที่ดีมากซึ่งโครงการนี้เป็นโครงการที่ให้เกษตรกร&nbsp;ได้คิดและลงมือเลือกสิ่งของเครื่องไม้เครื่องมือเลือกการพัฒนาตนเองตามที่ตนเองและกลุ่มต้องการอย่างแท้จริง&nbsp;และขณะนี้โครงการได้สำเร็จเสร็จสิ้นไปในโครงการแรกประชาชนตอบรับดีมีความดีใจและภาคภูมิใจจังหวัดศรีสะเกษเป็นจังหวัดที่ได้รับงบประมาณจัดสรรเป็นจำนวนมาก&nbsp;ระดับต้นๆของประเทศ&nbsp;เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่&nbsp;ดร.จุ๋ม&nbsp;ได้ร่วมแรงร่วมใจขับเคลื่อนและผลักดันช่วยเกษตรกรแปลงใหญ่มาโดยตลอดได้เห็นความสำเร็จ&nbsp;ได้เห็นพี่น้องเกษตรกรแปลงใหญ่ได้รับงบประมาณแต่เราต้องเดินหน้าต่อ&nbsp;เนื่องจากเกษตรกรต้องไปต่อสู่ความยั่งยืน&nbsp;โดยแปลงใหญ่จะมีการต่อยอด&nbsp;ให้เป็นผู้ประกอบการหรือเป็นนักธุรกิจเกษตรจากการจดทะเบียนนิติบุคคลตามเงื่อนไขของแปลงใหญ่&nbsp;เราจะช่วยกันขับเคลื่อน&nbsp;เพื่อให้&nbsp;เกษตรกรเป็นนักธุรกิจเกษตร&nbsp;โดยการรวบรวม&nbsp;นิติบุคคลของแปลงใหญ่&nbsp;ผนึกกำลังผลักดันผลผลิตที่ได้&nbsp;จากการพัฒนาต่อยอดงบประมาณสู่การตลาดแบบยั่งยืน&nbsp;นอกจากนี้ยังมีโครงการที่รัฐมนตรีได้ส่งต่อให้พี่น้องชาวเกษตรกรอีก&nbsp;คือนโยบายส่งเสริมงบประมาณให้วิสาหกิจชุมชนสนับสนุนเรื่องการแปรรูปโดยเฉพาะโครงการนี้จะมีงบประมาณมาให้วิสาหกิจชุมชนละ&nbsp;3&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อให้ต่อยอดแปรรูปให้เกิดความเป็นมาตรฐานและเป็นที่ต้องการของตลาด&nbsp;รวมถึงการท่องเที่ยวเชิงเกษตร&nbsp;ให้เกิดภาพรวมในระดับเศรษฐกิจมหภาคในอนาคตต่อไป</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-center\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-center\"><br></p>","12/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211212133907341"],
    [110,"ศรีสะเกษ เร่งพัฒนายกระดับผลผลิต หอมแดง ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพิ่มมูลค่า-ยอดขาย ยกคุณภาพชีวิตปชช","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">ที่กลุ่มแปลงใหญ่หอมแดงตำบลคอนกาม&nbsp;(วิสาหกิจชุมชนกลุ่มออมทรัพย์พัฒนาสตรีบ้านเมืองแสน)</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">&nbsp;อ.ยางชุมน้อย&nbsp;จ.ศรีสะเกษ&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผวจ.ศรีสะเกษ&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;น.ส.วิราภรณ์&nbsp;มงคลไชยสิทธิ์&nbsp;ผอ.สถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร&nbsp;พร้อมด้วยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ&nbsp;(สวทช.)&nbsp;และบริษัทไทยวา&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;เดินทางลงพื้นที่ศึกษาดูงานในเขตอำเภอยางชุมน้อย&nbsp;ภายใต้โปรแกรมการยกระดับคุณภาพชีวิตพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ด้วยวิทยาศาสตร์&nbsp;เทคโนโลยีและนวัตกรรม&nbsp;โดยมี&nbsp;นางวิลาวัลย์&nbsp;แก้วคำ&nbsp;ประธานกลุ่มฯ&nbsp;พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับและร่วมกิจกรรม</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">นายวัฒนา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กลุ่มแปลงใหญ่หอมแดงตำบลคอนกาม</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">&nbsp;(วิสาหกิจชุมชนกลุ่มออมทรัพย์พัฒนาสตรีบ้านเมืองแสน)&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;มี&nbsp;นางวิลาวัลย์&nbsp;แก้วคำ&nbsp;เป็นประธานกลุ่ม&nbsp;มีสมาชิก&nbsp;67&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่ปลูกประมาณ&nbsp;200&nbsp;ไร่&nbsp;มีมาตรฐานการผลิต&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;มาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;40&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่&nbsp;80&nbsp;ไร่&nbsp;ได้รับอนุญาตให้ใช้ตราสัญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;(GI)&nbsp;หอมแดง&nbsp;จำนวน&nbsp;19&nbsp;ราย&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;57&nbsp;ไร่&nbsp;ระยะปรับเปลี่ยนเพื่อขอการรับรองมาตรฐานอินทรีย์&nbsp;ปีที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่&nbsp;6&nbsp;ไร่&nbsp;และเข้าสู่ระยะปรับเปลี่ยนปีที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;16&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่&nbsp;16&nbsp;ไร่</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">ซึ่งในการพัฒนาศักยภาพด้านการตลาด&nbsp;ได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">&nbsp;ได้กำหนดแนวทางจัดอบรมการตลาดออนไลน์&nbsp;เพื่อเพิ่มมูลค่าและยอดจำหน่ายให้แก่กลุ่มดังกล่าว&nbsp;โอกาสนี้ได้ตรวจเยี่ยมติดตามการดำเนินงานวาระจังหวัด&nbsp;(10&nbsp;Agenda&nbsp;Sisaket)&nbsp;ประเด็น&nbsp;เกษตรบูรณาการ&nbsp;หอมแดง&nbsp;โดยแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการดำเนินงานตั้งกระบวนการผลิต&nbsp;การแปรรูป&nbsp;การจำหน่าย&nbsp;ความร่วมมือเรื่องการตลาด&nbsp;หอมแดงสด&nbsp;หอมแดงแห้ง&nbsp;หอมแดงตัดแต่ง&nbsp;หอมแดงมัดจุก&nbsp;พริกแห้ง&nbsp;ชาหอมแดง&nbsp;หอมแดงเจียว&nbsp;และกระเทียมเจียว&nbsp;อีกด้วย</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-center\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-center\"><br></p>","12/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211212140214356"],
    [111,"เดินหน้าฟื้นฟูเศรษฐกิจครัวเรือนคนพิการ จ.ยะลา ด้วยเกษตรสมัยใหม่  \"เกษตรปลอดสารเลี้ยงไก่ไข่\"","<p><strong>คุณสือนะ&nbsp;ดีสะเอะ&nbsp;อุปนายกสมาคมคนพิการภาคใต้&nbsp;</strong>เข้าร่วม&nbsp;โครงการอบรมฟื้นฟูเศรษฐกิจครัวเรือนคนพิการด้วยเกษตรสมัยใหม่และยกระดับการแปรรูปผลิตภัณฑ์และอาหาร&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;กิจกรรม&nbsp;การเกษตรปลอดสารเลี้ยงไก่ไข่และการจัดการพื้นที่เกษตรตัวอย่างสำหรับคนพิการ&nbsp;โดยการสนับสนุนของมูลนิธิสภาศูนย์ดำรงชีวิตอิสระประเทศไทย&nbsp;สนง.สภาพัฒนาการเศรษฐกิจ&nbsp;และสังคมแห่งชาติฯ&nbsp;คณะกรรมการว่าด้วยสิทธิคนพิการสหประชาชาติ&nbsp;&nbsp;โดยมี&nbsp;นายวิมุตติ&nbsp;อำนักมณี&nbsp;นายอำเภอกรงปินัง&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการ&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;กำนันตำบลสะเอะ&nbsp;ผู้แทนผอ.รร.บ้านสะเอะใน&nbsp;&nbsp;ผู้แทนผบ.ร้อย.ทพ.4714&nbsp;เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง&nbsp;&nbsp;และผู้พิการในพื้นที่เข้าร่วม&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;ร.ร.บ้านสะเอะใน&nbsp;ต.สะเอะ&nbsp;อ.กรงปินัง&nbsp;จ.ยะลา</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","12/12/2021","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211212144503369"],
    [112,"ม.แม่โจ้แพร่ จับมือ อบจ.แพร่ และ ทต.ช่อแฮ ยกระดับสินค้าเกษตรปลอดภัย เปิด กาดม่วนใจ ใส่ใจสุขภาพ","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>มหาวิทยาลัยแม่โจ้-แพร่&nbsp;เฉลิมพระเกียรติ&nbsp;ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่และเทศบาลตำบลช่อแฮ</strong>&nbsp;เปิด&nbsp;โครงการกาดม่วนใจ&nbsp;ใส่ใจสุขภาพ&nbsp;การประกวด&nbsp;Product&nbsp;Champion&nbsp;League&nbsp;ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาสินค้าเกษตรปลอดภัยสู่เกษตรอินทรีย์ของตำบลช่อแฮ&nbsp;อำเภอเมืองแพร่&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;เพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรในตำบลและเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปและนักท่องเที่ยว&nbsp;ทั้งชาวไทยและต่างชาติ&nbsp;โดยเป็นการนำเสนอผลิตภัณฑ์ของตำบลช่อแฮ&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;อีกทั้งเป็นการพัฒนาและสร้างมูลค่าของผลิตภัณฑ์&nbsp;สร้างคู่ค้าทางด้านธุรกิจผลิตภัณฑ์เกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์&nbsp;ซึ่งได้รับความร่วมมือจากกลุ่มเกษตรกร&nbsp;กลุ่มผู้ผลิตสินค้าชุมชน&nbsp;และหน่วยงานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ตลอดจนสถานศึกษา&nbsp;คณะสงฆ์ตำบลช่อแฮ&nbsp;ให้การสนับสนุนและเข้าร่วมโครงการ&nbsp;ส่งผลิตภัณฑ์ชุมชนเข้าทำการคัดสรร</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำหรับโครงการกาดม่วนใจใส่ใจสุขภาพ</strong>&nbsp;การประกวด&nbsp;Product&nbsp;Champion&nbsp;League&nbsp;ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาสินค้าเกษตรปลอดภัยสู่เกษตรอินทรีย์ของตำบลช่อแฮ&nbsp;อำเภอเมืองแพร่&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;เกิดขึ้นเนื่องจากปัจจุบันการนำเข้าสารเคมีการเกษตรของประเทศไทยพบว่ามีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ทำให้อุตสาหกรรมเคมีทางการเกษตรเติบโตอย่างมาก&nbsp;เกษตรกรเข้าถึงสารเคมีได้ง่ายและมีการใช้มากเกินความพอดี&nbsp;จึงมีความจำเป็นต้องมีการพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรและอาหารปลอดภัยได้มาตรฐาน&nbsp;โดยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและเพิ่มมูลค่าสินค้าทางการเกษตร&nbsp;ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการส่งเสริมและพัฒนาสินค้าเกษตรปลอดภัยให้เป็นที่รู้จักของคนทั่วไปและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","12/12/2021","ภาคเหนือ","แพร่","สวท.แพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211212150701376"],
    [113,"ผู้ว่าฯ ลำปาง นำทีมตรวจเยี่ยมฟาร์มตัวอย่าง สานต่อโครงการโคกหนองนาฯ ให้เป็นจุดเรียนรู้","<p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;นำทีมเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เยี่ยมชมพื้นที่ฟาร์มตัวอย่างบ้านแม่ต๋ำ&nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ&nbsp;ติดตามผลสัมฤทธิ์การดำเนินงานโครงการ&nbsp;หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;เกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;\"โคกหนองนาโมเดล\"&nbsp;เตรียมสานต่อเปิดให้เป็นจุดเรียนรู้ด้านการเกษตรแบบครบวงจร</strong></p><p><br></p><p><strong>นายสิธิชัย&nbsp;จินดาหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;</strong>และเจ้าหน้าที่ในสังกัดหน่วยงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;รวมถึงหน่วยงานอื่นๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมเดินทางลงพื้นที่ไปยังบริเวณสถานที่ดำเนินโครงการต้นแบบแหล่งเรียนรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ชุมชนบ้านแม่ต๋ำ&nbsp;ตำบลเสริมซ้าย&nbsp;อำเภอเสริมงาม&nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ทางจังหวัดลำปางได้ทำการริเริ่มบุกเบิกเปิดพื้นที่กว่า&nbsp;22&nbsp;ไร่&nbsp;ภายในบริเวณฟาร์มตัวอย่างบ้านแม่ต๋ำ&nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;ปรับสภาพพื้นที่จัดตั้งให้เป็นศูนย์เรียนรู้ในเรื่องวิถีการทำสวนเกษตรตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;\"โคกหนองนาโมเดล\"&nbsp;ภายใต้กิจกรรมโครงการ&nbsp;\"ฟาร์มตัวอย่าง...ต้านภัย&nbsp;COVID-19\"&nbsp;เพื่อช่วยเหลือส่งเสริมการสร้างงานให้กับพี่น้องประชาชนในชุมชนพื้นที่รอบโครงการฯ&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ&nbsp;\"COVID-19\"&nbsp;โดยจังหวัดลำปาง&nbsp;ได้ดำเนินโครงการดังกล่าวเสร็จสิ้นไปแล้วเมื่อปี&nbsp;2563&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;มีประชาชนจิตอาสากว่า&nbsp;60&nbsp;ราย&nbsp;ได้เข้ารับการฝึกพัฒนาอาชีพเรียนรู้หลักทฤษฎีวิถีแนวทาง&nbsp;การทำการเกษตรตามแบบเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ที่เน้นหลักของการพึ่งพาตนเอง&nbsp;รู้จักจัดสรรและใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างรู้คุณค่า&nbsp;ทำการผลิตให้พออยู่พอกินสร้างความมั่นคงให้เกิดความยั่งยืนเพื่อเป็นรากฐานสำคัญของระบบสังคม&nbsp;พร้อมทั้งฝึกปฏิบัติตามหลักทฤษฎีทำสวนเกษตรผสมผสาน&nbsp;\"โคกหนองนาโมเดล\"&nbsp;เพื่อศึกษา&nbsp;สืบสาน&nbsp;รักษา&nbsp;และต่อยอด&nbsp;ตามรอยศาสตร์พระราชา</p><p><strong>ที่ผ่านมา&nbsp;ตั้งแต่ได้ริเริ่มโครงการเมื่อปี&nbsp;2563&nbsp;พื้นที่กว่า&nbsp;22&nbsp;ไร่&nbsp;ภายในบริเวณฟาร์มตัวอย่างบ้านแม่ต๋ำ&nbsp;</strong>อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถแห่งนี้&nbsp;ก็ได้มีการปรับสภาพพื้นที่ให้เป็นที่โคกสูงเพื่อสำหรับไว้เพาะปลูกพืช&nbsp;ทั้งพืชไม้ผล&nbsp;ไม้ยืนต้น&nbsp;ไม้เศรษฐกิจ&nbsp;และปลูกพืชผักสวนครัว&nbsp;เลี้ยงสัตว์&nbsp;รวมทั้งได้ทำการขุดหลุม&nbsp;ขุดหนอง&nbsp;เพื่อเป็นพื้นที่กักเก็บน้ำสำหรับไว้ใช้ในยามหน้าแล้ง&nbsp;และยังเป็นที่รับน้ำในยามน้ำหลาก&nbsp;พร้อมจัดทำคลองระบายน้ำ&nbsp;หรือ&nbsp;\"คลองไส้ไก่\"&nbsp;ให้คดเคี้ยวไปตามสภาพพื้นที่เพื่อจะให้น้ำไหลกระจายไปอยู่ตามจุดต่างๆ&nbsp;ซึ่งจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับพื้นที่&nbsp;และใช้สำหรับรดต้นไม้ที่ได้ทำการเพาะปลูก&nbsp;นอกจากนี้พื้นที่บางส่วนยังได้ถูกจัดแบ่งไว้เพื่อเป็นพื้นที่แปลงนาสำหรับปลูกข้าว&nbsp;โดยปัจจุบันพื้นที่ดำเนินโครงการต้นแบบสวนเกษตรตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;\"โคกหนองนาโมเดล\"&nbsp;ชุมชนบ้านแม่ต๋ำ&nbsp;ได้มีความอุดมสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น&nbsp;ตามบริเวณพื้นที่โครงการมีทั้งแหล่งน้ำที่สามารถใช้ในการทำประมง&nbsp;และพื้นที่ตามโคกสูงที่มีการปลูกพืชไม้ผลต่างๆ&nbsp;ไว้&nbsp;บางชนิดได้เริ่มให้ดอกออกผลสามารถสร้างรายได้ให้กับฟาร์มตัวอย่างบ้านแม่ต๋ำแล้ว</p><p><strong>จากความสำเร็จในการดำเนินโครงการที่เห็นผลได้อย่างเป็นรูปธรรม</strong>&nbsp;นายสิธิชัย&nbsp;จินดาหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;ได้กล่าวว่า&nbsp;สำหรับสวนเกษตร&nbsp;\"โคกหนองนาโมเดล\"&nbsp;ของฟาร์มตัวอย่างบ้านแม่ต๋ำ&nbsp;ถือเป็นพื้นที่สวนเกษตรแบบผสมผสาน&nbsp;ที่มีความสมบูรณ์ในทุกมิติ&nbsp;มีการดำเนินกิจกรรมวิถีการเกษตรแบบรอบด้าน&nbsp;ทั้งเรื่องพืช&nbsp;ปศุสัตว์&nbsp;ประมง&nbsp;ดิน&nbsp;น้ำ&nbsp;และปุ๋ย&nbsp;ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งที่จะใช้เป็นสถานที่ต้นแบบ&nbsp;ในการถ่ายทอดองค์ความรู้ส่งเสริมพัฒนาอาชีพด้านการเกษตรให้กับเกษตรกรชาวบ้านในชุมชนท้องที่&nbsp;โดยต่อไปทางจังหวัดจะได้มีการผลักดันส่งเสริมให้สวนเกษตร&nbsp;\"โคกหนองนาโมเดล\"&nbsp;ที่ฟาร์มตัวอย่างบ้านแม่ต๋ำแห่งนี้&nbsp;ได้เป็นศูนย์เรียนรู้สวนเกษตรผสมผสาน&nbsp;แบบครบวงจรตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของจังหวัด&nbsp;โดยจะให้มีการเปิดพื้นที่ให้ชาวบ้านเกษตร&nbsp;หรือผู้ที่สนใจได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้ดูเป็นแบบอย่าง&nbsp;เพื่อจะได้นำเอาความรู้เรื่องเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;\"โคกหนองนาโมเดล\"&nbsp;ไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ตามศักยภาพ&nbsp;ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นคงทั้งในด้านอาชีพ&nbsp;สร้างความยั่งยืนพัฒนาคุณภาพชีวิตแก่ครอบครัวเกษตรกร&nbsp;ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้&nbsp;มีอยู่&nbsp;มีกิน&nbsp;มีใช้&nbsp;อย่างพอเพียง</p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง&nbsp;นายชาญณรงค์&nbsp;ปันเต</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","12/12/2021","ภาคเหนือ","ลำปาง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211212153030383"],
    [114,"อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ ประชาคมทบทวนตรวจสอบข้อมูลการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว 2 จังหวัดสุรินทร์-ศรีสะเกษ","<p><strong>นายคเณศวร&nbsp;เกษอินทร์&nbsp;นายอำเภอรัตนบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ได้รับรายงานผลการดำเนินการตรวจสอบและประชาคมรับรองข้อมูลเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;โดย&nbsp;นายขวัญเมือง&nbsp;พรมสอน&nbsp;เกษตรอำเภอรัตนบุรี&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นส.วรรณิศา&nbsp;หวังใจ&nbsp;เจ้าหน้าที่รับผิดชอบงานขึ้นทะเบียนและปรับปรุงข้อมูลทะเบียนเกษตรกร&nbsp;และ&nbsp;ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;ไพรัตน์&nbsp;เชื้อเดิม&nbsp;เกษตรตำบลดอนแรด&nbsp;ร่วมกันจัดประชาคมเพื่อตรวจสอบและรับรองข้อมูลทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2563/2564&nbsp;ของเกษตรกรบ้านบัวเสียว&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลดอนแรด&nbsp;อำเภอรัตนบุรี&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;และเกษตรกรจากอำเภอบึงบูรณ์&nbsp;และอำเภอราษีไศล&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ที่มีพื้นที่ปลูกข้าวในหมู่บ้านบัวเสียว&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลดอนแรด&nbsp;อำเภอรัตนบุรี&nbsp;ประมาณ&nbsp;280&nbsp;คน&nbsp;กรณีมีประชาชนแจ้งให้สำนักงานเกษตรอำเภอรัตนบุรี&nbsp;ดำเนินการการตรวจสอบและรับรองข้อมูลดังกล่าวทั้งหมู่บ้านอีกครั้ง&nbsp;ตามขั้นตอน&nbsp;และวิธีการที่กำหนด&nbsp;โดยได้ชี้แจงทำความเข้าใจความเป็นมาและเหตุผลให้ผู้เข้าร่วมประชาคมได้รับทราบแล้ว&nbsp;จึงให้<strong>เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามขั้นตอน&nbsp;ดังนี้</strong></p><p>1)&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เรียกขานรายชื่อเกษตรกรทุกราย&nbsp;จำนวน&nbsp;260&nbsp;ราย</p><p>2)&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เรียกขานข้อมูลรายแปลงทุกแปลง&nbsp;จำนวน&nbsp;408&nbsp;แปลง</p><p>3)&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เรียกขานจำนวนพื้นที่(ไร่-งาน)&nbsp;ทุกแปลง&nbsp;จำนวน&nbsp;2,467&nbsp;ไร่</p><p><strong>ผลการประชาคมในครั้งนี้&nbsp;</strong>ที่ประชุมตรวจสอบและรับรองข้อมูลครบถ้วนถูกต้องตามข้อมูลเดิมทุกราย&nbsp;และทุกแปลง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การจัดประชาคมครั้งนี้&nbsp;เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง&nbsp;ได้เข้าอำนวยความสะดวกให้กิจกรรมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;โดย</strong>&nbsp;นายสนธยา&nbsp;เทิดธีรธรรม&nbsp;ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง&nbsp;นำกำลังสมาชิก&nbsp;อส.&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก&nbsp;สภ.ดอนแรด&nbsp;กำนันตำบลดอนแรด&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;คณะกรรมการหมู่บ้าน&nbsp;อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&nbsp;(อกม)&nbsp;ร่วมดำเนินการและอำนวยความสะดวกในการการประชาคมจนเสร็จขั้นตอนด้วยความเรียบร้อย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","12/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สุรินทร์","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211212155257388"],
    [115,"อำเภอรัตนบุรี เตรียมเยียวยาช่วยเหลือเกษตรกรด้านประมง จากผลกระทบแม่น้ำมูลเอ่อล้นตลิ่ง พร้อมขับเคลื่อนโครงการยกระดับมาตรฐานสินค้าการเกษตร","<p><strong>นายคเณศวร&nbsp;เกษอินทร์&nbsp;นายอำเภอรัตนบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>นายกฤติศักดิ์&nbsp;อันภักดี&nbsp;ประมงอำเภอรัตนบุรี&nbsp;ได้เข้าติดตามการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ทำการประมง&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำหลากท่วมบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ&nbsp;และดำเนินการรับสมัครคัดเลือกเกษตรรายใหม่เพื่อเข้าร่วมโครงการยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตร&nbsp;กิจกรรมพัฒนาคุณภาพสินค้าประมงเข้าสู่มาตรฐานการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดี&nbsp;(GAP.&nbsp;)&nbsp;Good&nbsp;Agriculture&nbsp;Practice&nbsp;พื้นที่ตำบลทับใหญ่&nbsp;และ&nbsp;ตำบลกุดขาคีม&nbsp;อำเภอรัตนบุรี</p><p><strong>ก่อนหน้านี้&nbsp;ประมงอำเภอรัตนบุรี&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;คณะอนุกรรมการตรวจสอบความเสียหายด้านการเกษตร</strong>ระดับหมู่บ้าน&nbsp;(อ.ช.ภ.ม.)&nbsp;ซึ่งได้รับมอบหมายจาก&nbsp;ก.ช.ภ.อ.รัตนบุรี&nbsp;เข้าร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริงความเสียหายด้านพืชผลการเกษตร&nbsp;ประมง&nbsp;ปศุสัตว์&nbsp;และรวบรวมหลักฐานการแจ้งความเสียหาย&nbsp;ที่มีผู้นำท้องที่&nbsp;หรือผู้นำท้องถิ่น&nbsp;รับรองความเสียหาย&nbsp;นำเสนอต่อ&nbsp;ก.ช.ภ.ต.&nbsp;และ&nbsp;ตรวจสอบคำนวนมูลค่าความช่วยเหลือ&nbsp;เพื่อรวบรวมนำเสนอต่อ&nbsp;ก.ช.ภ.อ.รัตนบุรี&nbsp;&nbsp;พิจารณาการให้ความช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;2562&nbsp;และหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;2564&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","12/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สุรินทร์","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211212155838391"],
    [116,"ธ.ก.ส. เริ่มโอนเงินลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพข้าวไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 20 ไร่ ให้เกษตรกร","<p><strong>ธ.ก.ส.&nbsp;เริ่มโอนเงินลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพข้าวไร่ละ&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;20&nbsp;ไร่&nbsp;ให้เกษตรกร&nbsp;13-17&nbsp;ธันวาคม&nbsp;64&nbsp;นี้</strong></p><p><br></p><p><strong>ธ.ก.ส.พร้อมโอนเงิน&nbsp;ลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าว&nbsp;ไร่ละ&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;</strong>ครัวเรือนละ&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;20&nbsp;ไร่&nbsp;จำนวน&nbsp;20,000&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;13&nbsp;-&nbsp;17&nbsp;&nbsp;ธันวาคม&nbsp;64&nbsp;นี้&nbsp;&nbsp;โดยมีเกษตรกรได้รับประโยชน์กว่า&nbsp;4.45&nbsp;ล้านครัวเรือน&nbsp;วงเงินกว่า&nbsp;53,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</p><p><strong>นายกษาปณ์&nbsp;เงินรวง&nbsp;รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ตามที่&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการมาตการช่วยเหลือชาวนา&nbsp;ซึ่งได้รับการอนุมัติวงเงินงบประมาณเพิ่มเติมจากคณะรัฐมนตรี&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;30&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;และคณะกรรมการ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ได้เห็นชอบกรอบการดำเนินงาน&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;3&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งในส่วนของ&nbsp;โครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;เป็นอีกหนึ่งมาตรการ&nbsp;ที่จะเข้าไปช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรจากภาระต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น&nbsp;รวมถึงเป็นการจูงใจให้เกษตรกรดูแลรักษาข้าวให้มีคุณภาพดี&nbsp;เพื่อที่จะมีโอกาสขายข้าวในราคาที่สูงและมีรายได้มากขึ้น&nbsp;โดยรัฐบาลสนับสนุนเงินให้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;กับกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ในอัตราไร่ละ&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;สูงสุดไม่เกิน&nbsp;20&nbsp;ไร่&nbsp;หรือไม่เกิน&nbsp;20,000&nbsp;&nbsp;บาทต่อครัวเรือน&nbsp;วงเงินงบประมาณจำนวน&nbsp;53,871.84&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เป้าหมายเกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;4.69&nbsp;&nbsp;&nbsp;ล้านครัวเรือน&nbsp;โดยจะเริ่มโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;13&nbsp;&nbsp;-&nbsp;17&nbsp;&nbsp;ธันวาคม&nbsp;&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ&nbsp;ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่จะเริ่มโอนในวันที่&nbsp;14&nbsp;-&nbsp;17&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;โดยมีเกษตรกรได้รับเงินจำนวน&nbsp;4,452,805&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;51,988&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เกษตรกรสามารถตรวจสอบผลการโอนเงินได้ทางแอปพลิเคชัน&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;A-Mobile&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</strong>&nbsp;และจะมีข้อความแจ้งเตือนเงินเข้าบัญชีผ่าน&nbsp;LINE&nbsp;Official&nbsp;&nbsp;BAAC&nbsp;&nbsp;Family&nbsp;กรณีที่ลูกค้าสมัครใช้บริการ&nbsp;BAAC&nbsp;Connect&nbsp;รวมถึงสามารถเบิกถอนเงินสดผ่านตู้&nbsp;ATM&nbsp;ของ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ทั่วประเทศ</p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","12/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211212205412434"],
    [117,"ปศุสัตว์แจ้งเตือนเฝ้าระวังโรคในสัตว์ปีก จีนพบผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นจากไข้หวัดนก H5N6","<p><strong>นายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>กระทรวงสาธารณสุขของจีนออกแถลงการณ์ว่า&nbsp;พบผู้หญิง&nbsp;อายุ&nbsp;54&nbsp;ปี&nbsp;มีภูมิลำเนาอยู่ที่เมืองจื้อกง&nbsp;ในมณฑลเสฉวน&nbsp;ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน&nbsp;เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดนกสายพันธุ์&nbsp;H5N6&nbsp;ประกอบองค์การสุขภาพสัตว์โลก&nbsp;(OIE)&nbsp;รายงานพบการระบาดของโรคไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงสูง&nbsp;(HPAI)&nbsp;ในต่างประเทศอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมกราคม&nbsp;2564&nbsp;ถึงปัจจุบัน&nbsp;พบว่ามีการระบาดมากถึง&nbsp;4,578&nbsp;จุด&nbsp;โดยเป็นผู้ป่วยที่พบสายพันธุ์&nbsp;H5N6&nbsp;จำนวน&nbsp;61&nbsp;ราย&nbsp;และในประเทศจีน&nbsp;ส่วนใหญ่อยู่ที่มณฑลเสฉวน&nbsp;นอกจากนั้นกระจายอยู่ในเทศบาลนครฉงชิ่ง&nbsp;เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง&nbsp;มณฑลกวางตุ้ง&nbsp;มณฑลอานฮุย&nbsp;และมณฑลหูหนาน</p><p><strong>กรมปศุสัตว์&nbsp;ยังคงมีมาตรการชะลอการนำเข้า-ออก&nbsp;หรือผ่านราชอาณาจักร</strong>&nbsp;สำหรับประเทศที่พบการรายงานการเกิดไข้หวัดนกชนิดรุนแรง&nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้มีการปนเปื้อนเชื้อมาสู่ประเทศไทย&nbsp;และสั่งการให้สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดและปศุสัตว์อำเภอทั่วประเทศเข้มงวดในการดำเนินมาตรการ&nbsp;เฝ้าระวังและป้องกันโรคในพื้นที่&nbsp;ให้เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์เข้าตรวจเยี่ยมเกษตรกรทุกราย&nbsp;และรายงานสถานการณ์สัตว์ปีกทุกวัน&nbsp;ซึ่งในประเทศไทยปัจจุบันไม่พบการติดเชื้อไข้หวัดนกทั้งในคนและสัตว์</p><p><strong>ขอความร่วมมือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกสังเกตอาการสัตว์อย่างใกล้ชิด&nbsp;</strong>หากพบสัตว์ปีกป่วยตายผิดปกติ&nbsp;อย่านำสัตว์ปีกไปจำหน่ายจ่ายแจก&nbsp;หรือนำไปประกอบอาหารโดยเด็ดขาด&nbsp;ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ทันที&nbsp;เพื่อจะได้เร่งดำเนินการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน</p><p>หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อได้ที่&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ&nbsp;,&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดใกล้บ้าน&nbsp;,&nbsp;สายด่วนกรมปศุสัตว์&nbsp;โทร.&nbsp;063-225-6888&nbsp;หรือ&nbsp;Application:&nbsp;DLD&nbsp;4.0&nbsp;ได้ตลอดเวลา</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","12/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211212221759439"],
    [118,"ต่อเนื่อง มุ่งเน้นการรณรงค์ เผยแพร่และประชาสัมพันธ์กระตุ้นจิตสำนึกของเกษตรกรให้หยุดเผาในพื้นที่เกษตร","<p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>รัฐบาลได้ให้ความสำคัญต่อสถานการณ์ปัญหาวิกฤติหมอกควันที่ปกคลุมพื้นที่ภาคเหนือตอนบนของไทยที่มักจะเกิดขึ้นในช่วงระหว่างเดือนมกราคม-เมษายนของทุกปี&nbsp;ซึ่งพบว่าสาเหตุหนึ่งมาจากการเผาเศษวัสดุทางการเกษตรในพื้นที่เพาะปลูก&nbsp;ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;รวมทั้งส่งผลเสียต่อการทำอาชีพการเกษตรโดยตรง&nbsp;ทำให้ดินเสื่อมโทรมขาดความอุดมสมบูรณ์&nbsp;ต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้นและผลผลิตที่ได้รับต่ำกว่าที่ควรจะเป็น&nbsp;จึงได้มอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินการควบคุมการเผาในพื้นที่การเกษตร&nbsp;โดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;มุ่งเน้นการรณรงค์&nbsp;เผยแพร่และประชาสัมพันธ์กระตุ้นจิตสำนึกของเกษตรกรให้หยุดเผาในพื้นที่เกษตร&nbsp;นำเสนอทางเลือกต่างๆ&nbsp;แก่เกษตรกรเพื่อทดแทนการเผา&nbsp;รวมถึงการใช้กลไกเครือข่ายความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการหยุดเผาที่ยั่งยืน</p><p><strong>นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร</strong>&nbsp;<strong>กล่าวว่า</strong>&nbsp;ในปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรได้ดำเนินการโครงการส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่เกษตร&nbsp;ระหว่างเดือนมกราคม&nbsp;&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;สามารถขยายเครือข่ายเกษตรกรปลอดการเผาแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตร&nbsp;รวม&nbsp;280&nbsp;เครือข่าย&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;60&nbsp;จังหวัด&nbsp;</p><p><strong>ในจำนวนนี้&nbsp;จังหวัดสระบุรี</strong>&nbsp;มีผลการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมเป็นที่น่าพอใจ&nbsp;จากการติดตามสถานการณ์จุดความร้อนของจังหวัดสระบุรี&nbsp;ในช่วงเดือนมกราคม-&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;พบว่าจุดความร้อนในพื้นที่เกษตรลดลงจากช่วงเดียวกันของปี&nbsp;2563&nbsp;จากจํานวน&nbsp;70&nbsp;จุด&nbsp;เหลือเพียง&nbsp;31&nbsp;จุด&nbsp;และในภาพรวมทั้งประเทศจาก&nbsp;6,285&nbsp;จุด&nbsp;เหลือ&nbsp;3,320&nbsp;จุด&nbsp;ลดลงคิดเป็นร้อยละ&nbsp;47&nbsp;เนื่องจากที่จังหวัดสระบุรี&nbsp;เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรได้ลงพื้นที่สร้างการรับรู้แก่เกษตรกรให้รู้ถึงผลกระทบจากการเผา&nbsp;และสร้างเครือข่ายปลอดการเผาในพื้นที่เกษตรอย่างต่อเนื่อง&nbsp;รวมถึงมีการสาธิตเทคโนโลยีการจัดการเศษวัสดุการเกษตรทดแทนการเผาให้แก่เกษตรกร&nbsp;ส่งผลให้เกษตรกรมีการปรับเปลี่ยนทัศนคติและเกิดจิตสำนึกยอมรับการทำเกษตรแบบปลอดการเผามากขึ้น</p><p><br></p><p><br></p>","13/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211213124356549"],
    [119,"เกษตรอำเภอเบตงจัดอบรมพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรสู่มาตรฐาน GAP และศึกษาดูงาน ภายใต้โครงการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรตามมาตรฐาน GAP","<p><strong>วันนี้&nbsp;13&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;นายอารีฟ&nbsp;มหัศนียนนท์&nbsp;เกษตรอำเภอเบตง&nbsp;</strong>พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเบตง&nbsp;จัดอบรมเกษตรกรเข้าสู่ระบบมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;และศึกษาดูงาน&nbsp;ภายใต้โครงการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรตามมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;ในกิจกรรมพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรสู่มาตรฐาน&nbsp;ณ&nbsp;หมู่&nbsp;6&nbsp;ตำบลยะรม&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;เป็นกิจกรรมให้ความรู้&nbsp;สร้างความเข้าใจในการขอมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;(Good&nbsp;Agricultural&nbsp;Practices)&nbsp;และได้เชิญวิทยากรจากศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรยะลามาให้ความรู้เกี่ยวกับGAP&nbsp;โดยเป็นการผลิตสินค้าเกษตรเพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดีและปลอดภัยตามมาตรฐานที่กำหนด&nbsp;โดยขบวนการผลิตจะต้อง&nbsp;ปลอดภัยต่อเกษตรกรและผู้บริโภค&nbsp;ปราศจากการปนเปื้อนของสารเคมีไม่ทำให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมมีการใช้&nbsp;ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้ผลผลิตสูงคุ้มค่าการลงทุน</p><p><strong>นายอารีฟ&nbsp;มหัศนียนนท์&nbsp;เกษตรอำเภอเบตง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การผลิตตามมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;ก่อให้เกิดความยั่งยืน&nbsp;ทางการเกษตร&nbsp;สิ่งแวดล้อม&nbsp;เศรษฐกิจ&nbsp;และสังคม&nbsp;มีทั้งหมด&nbsp;8&nbsp;ด้านคือ</p><p>1.&nbsp;แหล่งน้ำ&nbsp;-&nbsp;แหล่งน้ำต้องสะอาด&nbsp;ไม่มีการปนเปื้อนของวัตถุหรือสิ่งที่เป็นอันตราย&nbsp;</p><p>2.&nbsp;พื้นที่ปลูก&nbsp;&nbsp;ต้องไม่มีวัตถุหรือสิ่งที่เป็นอันตรายที่จะทำให้เกิดการตกค้างหรือปนเปื้อน&nbsp;</p><p>3.&nbsp;การใช้วัตถุอันตรายทางการเกษตร&nbsp;&nbsp;ใช้ตามคำแนะนำ&nbsp;หรืออ้างอิงของกรมวิชาการเกษตร&nbsp;หรือตามฉลากที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องกับกรมวิชาการเกษตร&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ใช้สารเคมีที่ประเทศคู่ค้าอนุญาตให้ใช้&nbsp;ห้ามใช้วัตถุอันตรายที่ระบุในทะเบียนวัตถุอันตรายที่ทางราชการห้ามใช้&nbsp;</p><p>4.&nbsp;การจัดการกระบวนการผลิตเพื่อให้ได้ผลิตผลคุณภาพ&nbsp;&nbsp;ปฏิบัติและจัดการการผลิตตามแผนควบคุมการผลิต&nbsp;</p><p>5.&nbsp;การเก็บเกี่ยวและการปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยว&nbsp;-&nbsp;เก็บเกี่ยวผลผลิตในระยะเวลาที่เหมาะสมตามแผนควบคุมการผลิต&nbsp;อุปกรณ์ภาชนะบรรจุที่ใช้รวมถึงวิธีการเก็บเกี่ยว&nbsp;ต้องสะอาด&nbsp;ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อคุณภาพของ&nbsp;ผลิตผล&nbsp;และไม่ปนเปื้อนสิ่งอันตรายที่มีผลต่อการบริโภค&nbsp;คัดแยกผลิตผลที่ไม่มีคุณภาพไว้ต่างหาก</p><p>6.&nbsp;การเก็บรักษาและการขนย้ายผลิตผลภายในแปลงเพาะปลูก&nbsp;-&nbsp;สถานที่เก็บรักษาต้องสะอาด&nbsp;อากาศถ่ายเทได้ดี&nbsp;สามารถป้องกันการปนเปื้อนของวัตถุ&nbsp;แปลกปลอม&nbsp;วัตถุอันตราย&nbsp;และสัตว์พาหะนำโรค&nbsp;อุปกรณ์และพาหนะในการขนย้ายต้องสะอาด&nbsp;ปราศจากการปนเปื้อนสิ่งอันตรายที่มีผล&nbsp;ต่อ&nbsp;ความปลอดภัยในการบริโภค&nbsp;ต้องขนย้ายผลิตผลอย่างระมัดระวัง</p><p>7.&nbsp;สุขลักษณะส่วนบุคคล&nbsp;-&nbsp;ผู้ปฏิบัติงานต้องมีความรู้ที่เหมาะสม&nbsp;หรือผ่านกระบวนการอบรมการปฏิบัติที่ถูกต้อง&nbsp;และถูกสุขลักษณะ&nbsp;มีการดูแลสุขลักษณะส่วนบุคคล&nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้ผลิตผลเกิดการปนเปื้อนจากผู้ที่สัมผัสกับผลิตผล&nbsp;โดยตรง&nbsp;โดยเฉพาะในขั้นการเก็บเกี่ยวและหลังการเก็บเกี่ยวสำหรับพืชที่ใช้บริโภคสด</p><p>8.&nbsp;การบันทึกข้อมูล&nbsp;-&nbsp;บันทึกข้อมูลเกี่ยวกับปัจจัยการผลิต&nbsp;การใช้วัตถุอันตรายทางการเกษตร&nbsp;ข้อมูลการขยายผลผลิต&nbsp;รวมถึงการปฏิบัติในทุกขั้นตอน&nbsp;ต้องมีการบันทึกข้อมูลการสำรวจและการป้องกันการกำจัดศัตรูพืช&nbsp;ต้องมีการบันทึกข้อมูลผู้รับซื้อผลิตผล&nbsp;หรือแหล่งที่น้ำผลิตผลในแต่ละรุ่นไปจำหน่าย&nbsp;ในส่วนของการศึกษาดูงานนั้น&nbsp;ได้ไปศึกษาดูงานที่&nbsp;หมู่&nbsp;11&nbsp;ตำบลอัยเยอร์เวง&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;เป็นการไปเรียนรู้&nbsp;ดูงานของเกษตรกรที่ผ่านมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;และเป็นบุคคลต้นแบบในการผลิตทุเรียนในพื้นทีอำเภอเบตง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","13/12/2021","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211213133928572"],
    [120,"เกษตรอำเภอเบตงจัดการประเมินศักยภาพวิสาหกิจชุมชน ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาวิสาหกิจชุมชน","<p><strong>วันนี้&nbsp;13&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่อาคารเอนกประสงค์&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา</strong>&nbsp;นายอารีฟ&nbsp;มหัศนียนนท์&nbsp;เกษตรอำเภอเบตง&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเบตง&nbsp;จัดกิจกรรมจัดทำแผนพัฒนากิจการวิสาหกิจชุมชน&nbsp;และการประเมินศักยภาพวิสาหกิจชุมชน&nbsp;โดยคัดเลือกวิสาหกิจชุมชนเป้าหมายจำนวน&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาวิสาหกิจชุมชน&nbsp;กิจกรรมส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพวิสาหกิจชุมชน</p><p><strong>นายอารีฟ&nbsp;มหัศนียนนท์&nbsp;เกษตรอำเภอเบตง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;&nbsp;การประเมินศักยภาพวิสาหกิจชุมชน</strong>&nbsp;เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน&nbsp;ทางเกษตรอำเภอเบตงได้ส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบกิจการวิสาหกิจชุมชน&nbsp;ให้มีความสามารถในการประกอบกิจการที่เหมาะสมกับศักยภาพและสถานการณ์&nbsp;&nbsp;ได้มีการส่งเสริมการดำเนินงานวิสาหกิจชุมชนด้านการพัฒนาสินค้าเกษตรแปรรูปขั้นต้น&nbsp;และสนับสนุนการดำเนินงานวิสาหกิจชุมชนด้านการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรแปรรูป&nbsp;พร้อมสอบถามปัญหา&nbsp;อุปสรรคในการดำเนินงานของกลุ่ม&nbsp;เพื่อช่วยกันวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาต่างๆ&nbsp;และสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมของกลุ่ม&nbsp;นำไปสู่การพัฒนากิจการและศักยภาพสมาชิกวิสาหกิจชุมชนให้มีความสามารถในการบริหารจัดการทั้งด้านการผลิต&nbsp;การพัฒนาคุณภาพสินค้า&nbsp;เพื่อสร้างรายได้แก่วิสาหกิจชุมชน&nbsp;สมาชิกและนำไปสู่กิจการในระดับที่สูงขึ้น&nbsp;เกิดความเข้มแข็งกับชุมชน&nbsp;และสังคมในอนาคต</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","13/12/2021","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211213140113578"],
    [121,"ร้อยเอ็ด รมว.กระทรวงการคลัง มอบเงินมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวและมาตรการคู่ขนาน","<p><strong>วันนี้&nbsp;(13&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;นายอาคม&nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง</strong>&nbsp;มอบเงินมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวและมาตรการคู่ขนานปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายภูสิต&nbsp;สมจิตต์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้บริหาร&nbsp;ธกส.&nbsp;และพี่น้องเกษตรกรชาวจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;เข้าร่วมงาน&nbsp;ที่&nbsp;สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า&nbsp;ธ.ก.ส.สาขาเหล่าหลวง&nbsp;อำเภอเกษตรวิสัย&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด</p><p><strong>โดย&nbsp;นายอาคม&nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ตามที่คณะรัฐมนตรี&nbsp;ได้มีมติเห็นชอบโครงการประกันรายได้เกษตรกรปี&nbsp;2564/2565&nbsp;เพื่อลดความเสี่ยงด้านราคาให้กับพี่น้องเกษตรกรโดยเฉพาะโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ได้ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวทั่วประเทศ&nbsp;4.69&nbsp;ล้านครัวเรือน&nbsp;ซึ่งจะกำหนดราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงทุกๆ&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;จำนวน&nbsp;33&nbsp;งวด&nbsp;ที่ข้าวความชื้นไม่เกิน&nbsp;15%&nbsp;โดยโอนเงินส่วนต่างราคาประกันเข้าบัญชีของเกษตรกรโดยตรง&nbsp;ซึ่งยังมีมาตรการคู่ขนานในการรักษาเสถียรภาพราคาข้าว&nbsp;ที่จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากภาระต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น&nbsp;จูงใจให้เกษตรกรดูแลรักษาข้าวให้มีคุณภาพดี&nbsp;แก่เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าวกับกรมส่งเสริมการเกษตรกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในอัตราไร่ละ&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;สูงสุดไม่เกิน&nbsp;20&nbsp;ไร่หรือไม่เกิน&nbsp;20,000&nbsp;บาท&nbsp;ต่อครัวเรือน&nbsp;เพื่อเป็นการบรรเทาให้พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยและโควิด-19&nbsp;ได้รับการเยียวยาช่วยเหลือ&nbsp;ต่อไป</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ดมีพื้นที่ทั้งหมด&nbsp;5,187,156&nbsp;ไร่เป็นพื้นที่เกษตรกรรม&nbsp;3,417,652&nbsp;ไร่&nbsp;</strong>คิดเป็น65.88%&nbsp;ของพื้นที่ทั้งหมด&nbsp;เป็นพื้นที่ปลูกข้าว&nbsp;3,103,938&nbsp;ไร่พืชไร่&nbsp;157,442&nbsp;ไร่พืชสวน&nbsp;111,260&nbsp;ไร่พืชผัก&nbsp;12,898&nbsp;ไร่พื้นที่เกษตรกรรมอื่นๆ&nbsp;32,114&nbsp;ไร่&nbsp;โดยมีพื้นที่เกษตรกรรมในเขตชลประทาน&nbsp;679,876&nbsp;ไร่&nbsp;และพื้นที่เกษตรกรรมนอกเขตชลประทาน&nbsp;2,737,776&nbsp;ไร่&nbsp;ซึ่งจากการดำเนินนโยบายประกันรายได้&nbsp;ทำให้เกษตรกรของจังหวัดร้อยเอ็ดที่ได้รับความเดือดร้อน&nbsp;ได้รับการช่วยเหลืออย่างครอบคลุมและทั่วถึง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>เครดิต&nbsp;&nbsp;-&nbsp;&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด</p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","13/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ร้อยเอ็ด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211213162531675"],
    [122,"ประเทศไทย หนึ่งเดียวในอาเซียนที่คงสถานะปลอดโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร","<p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;</strong>รายงานถึงความสำเร็จในการควบคุมโรคระบาดในสัตว์ที่เกิดขึ้นใหม่ในประเทศไทย&nbsp;ต่อ&nbsp;พล.อ.&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ว่า&nbsp;การระบาดของโรคต่างๆ&nbsp;เริ่มคลี่คลายมีแนวโน้มที่ดีขึ้น&nbsp;สามารถควบคุมการเกิดโรคและป้องกันได้อย่างสำเร็จ</p><p><strong>กรณี&nbsp;โรคกาฬโรคแอฟริกาม้า&nbsp;(AHS)&nbsp;ซึ่งพบรายงานครั้งแรกเมื่อ&nbsp;เดือน&nbsp;มี.ค.63&nbsp;</strong>ที่ส่งผลต่ออุตสาหกรรมการเลี้ยงม้าและค้าม้าในประเทศอย่างมาก&nbsp;ด้วยมาตรการการดูแลที่เข้มข้นของกระทรวงฯ&nbsp;และความร่วมมือกับเครือข่ายทุกภาคส่วน&nbsp;ผนวกกับแผนปฏิบัติการกำจัดกาฬโรคแอฟริกาในม้า&nbsp;ทำให้ประเทศไทยไม่พบรายงานโรค&nbsp;AHS&nbsp;ตั้งแต่เดือน&nbsp;ก.ย.&nbsp;63&nbsp;มั่นใจว่าขอคืนสถานภาพปลอดโรคจากองค์การสุขภาพสัตว์โลก&nbsp;(OIE)&nbsp;ภายในปี&nbsp;66&nbsp;ได้แน่นอน</p><p><strong>โรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;(Lumpy&nbsp;skin)&nbsp;ในโค-กระบือ&nbsp;พบรายงานครั้งแรกในปี&nbsp;2564</strong>&nbsp;ด้วยมาตรการควบคุมโรคให้สงบอย่างรวดเร็ว&nbsp;ทำให้ปัจจุบันสามารถจำกัดพื้นที่การแพร่ระบาดของโรคได้&nbsp;และลดความเสียหายจากการเกิดโรค&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;กระทรวงฯ&nbsp;ยังคงมาตรการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด&nbsp;กรมปศุสัตว์ได้ทำการวิจัยและพัฒนาวัคซีนโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ซึ่งขณะนี้ได้วัคซีนต้นแบบแล้ว&nbsp;และอยู่ระหว่างการนำไปฉีดเพื่อทดสอบประสิทธิภาพการสร้างภูมิคุ้มกันในโค</p><p><strong>โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;(ASF)&nbsp;ซึ่งเป็นโรคที่พบการระบาดทั่วโลก</strong>&nbsp;สร้างความเสียหายแก่อุตสาหกรรมการผลิตสุกรอย่างมาก&nbsp;แต่ยังไม่พบการระบาดในประเทศไทย&nbsp;ด้วยมาตรการการป้องกันอย่างเคร่งครัดและความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;มหาวิทยาลัย&nbsp;สมาคม&nbsp;และเกษตรกรผู้เลี้ยง&nbsp;ทำให้ไทยยังคงสถานะปลอดโรค&nbsp;ASF&nbsp;เป็นประเทศหนึ่งเดียวในอาเซียน</p><p><strong>ซึ่งแม้ยังไม่พบการเกิดโรค&nbsp;ASF&nbsp;ในไทย&nbsp;แต่ด้วยยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรคนี้&nbsp;</strong>ประเทศไทยก็อาจมีความเสี่ยงได้&nbsp;ทางกรมปศุสัตว์จึงได้เร่งดำเนินการพัฒนาวัคซีน&nbsp;ASF&nbsp;ในสุกรต้นแบบ&nbsp;เพื่อเป็นประโยชน์แก่เกษตรกรประเทศเพื่อนบ้านในอนาคตต่อไป</p><p><br></p><p>Cr#&nbsp;สำนักประชาสัมพันธ์เขต&nbsp;2</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","13/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211213171600699"],
    [123,"เกษตรยะลา ร่วมเวที next normal สู่ชีวิต วิธีถัดไป เพื่อขับเคลื่อนภาคการเกษตรจังหวัดยะลา","<p><strong>วันนี้(13&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564)&nbsp;นายกัสมัน&nbsp;ยะมาแล&nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;</strong>มอบหมายให้&nbsp;นางสาวจารุภา&nbsp;คงชะนะ&nbsp;หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ&nbsp;เข้าร่วมเสวนาเวที&nbsp;next&nbsp;normal&nbsp;สู่ชีวิต&nbsp;วิธีถัดไป&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนภาคการเกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.ธารโต)&nbsp;ซึ่งจัดโดยศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตร&nbsp;สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่&nbsp;8&nbsp;อีกทั้งยังมีเกษตรกรในพื้นที่อำเภอธารโต&nbsp;เกษตรกรในพื้นที่อำเภอเบตง&nbsp;และผู้ประกอบการส่งออกไม้ผล&nbsp;มาร่วมกันพูดคุยกันในหัวข้อ&nbsp;ต้องการเห็นภาคการเกษตรของจังหวัดยะลาในอีก&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;เป็นอย่างไร&nbsp;มีกลไกลขับเคลื่อนให้สำเร็จได้อย่างไร&nbsp;ข้อเสนอแนะกับภาควิจัยอย่างไร</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลาได้ให้ข้อมูลด้านพื้นที่ปลูกพืชเศรษฐกิจสำคัญในจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;ปริมาณผลผลิต&nbsp;ปัญหาหาและอุปสรรที่พบเจอในผลผลิตการเกษตร&nbsp;อาทิ&nbsp;ปัญหาหนอนเจาะผลทุเรียน&nbsp;หรือโรคพืชต่างๆที่มีอาจเกิดขึ้นได้&nbsp;รวมไปถึงความได้เปรียบเรื่องลักษณะภูมิประเทศและสภาพภูมิอากาศของจังหวัดยะลาที่ที่เหมาะต่อการปลูกพืชเศรษฐกิจหลัก&nbsp;เช่น&nbsp;ทุเรียน&nbsp;มังคุด&nbsp;กาแฟ&nbsp;โกโก้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","13/12/2021","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211213180843726"],
    [124,"กษ.อำนาจเจริญ ร่วมประชุมชี้แจงโครงการขับเคลื่อนการเกษตรระดับหมู่บ้านสู่การผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูง ผ่านระบบทางไกลออนไลน์ Application Zoom","<p><strong>วันที่&nbsp;13&nbsp;ธันวาคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.ที่ห้องประชุมสำนักงานเกษตร</strong>และสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ศาลากลาง&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;นายนาวิน&nbsp;ป้องกัน&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;&nbsp;พร้อมด้วยนางสาวอุทัยวรรณ&nbsp;เพ็งธรรม&nbsp;นักวิเคราะห์นโยบายและแผน&nbsp;ชำนาญการ&nbsp;และนางสาวพีชญา&nbsp;ปัญญามาตร์&nbsp;เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน&nbsp;เข้าร่วมประชุมชี้แจงโครงการขับเคลื่อนการเกษตรระดับหมู่บ้านสู่การผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูง&nbsp;ผ่านระบบทางไกลออนไลน์&nbsp;Application&nbsp;Zoom&nbsp;โดยประธานแจ้งที่ประชุมทราบดังต่อไปนี้</p><p>1.ภาพรวมโครงการขับเคลื่อนการเกษตรระดับหมู่บ้านสู่การผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูง</p><p>2.แนวทางการดำเนินงานโครงการขับเคลื่อนการเกษตรระดับหมู่บ้านสู่การผลิตสินค้ามูลค่าสูง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>Cr#&nbsp;สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","13/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211213180025719"],
    [125,"เกษตรกรชื่นมื่น ธ.ก.ส.หนองบัวลำภูโอนเงินประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวกว่า 900 ล้านบาท","<p><strong>วันนี้&nbsp;(13&nbsp;ธ.ค.&nbsp;64)&nbsp;ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;</strong>จังหวัดหนองบัวลำภูโอนเงินประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวทั้ง&nbsp;6&nbsp;อำเภอในจังหวัด&nbsp;จำนวน&nbsp;56,050&nbsp;ราย&nbsp;รวมเงินทั้งสิ้น&nbsp;968,619,145.71&nbsp;บาท&nbsp;โดยมีเกษตรกรเดินทางมาใช้บริการเครื่องรับจ่ายเงินอัตโนมัติ&nbsp;หรือ&nbsp;ATM&nbsp;อย่างเนืองแน่น&nbsp;และต่างก็ชื่นชมว่าโครงการที่ช่วยเหลือเกษตรกรเช่นนี้เป็นโครงการที่ดี</p><p><strong>นายเสรี&nbsp;ปัตถา&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;จังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;เผยว่า&nbsp;</strong>ในวันนี้มีเกษตรกรมาติดต่อใช้บริการที่สำนักงาน&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;เป็นจำนวนมาก&nbsp;เนื่องจากมีการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของเกษตรกรถึง&nbsp;56,050&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งรวมถึงรอบแรกที่โอนเงินไปเมื่อวันที่&nbsp;9&nbsp;ธ.ค.&nbsp;64&nbsp;ที่ผ่านมาด้วย&nbsp;และได้แสดงความห่วงใยถึงเกษตรกรที่เดินทางมาใช้บริการ&nbsp;ATM&nbsp;ว่าสามารถใช้บริการได้ที่สาขาใกล้บ้านของทุกท่าน&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งทั่วทั้งจังหวัดหนองบัวลำภูมีถึง&nbsp;9&nbsp;สาขาด้วยกัน&nbsp;รวมถึงสามารถใช้บริการตู้&nbsp;ATM</strong>&nbsp;ต่างธนาคารได้เช่นกัน&nbsp;เพื่อลดความแออัดในการใช้บริการ&nbsp;และลดความเสี่ยงในติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;หรือสามารถตรวจสอบยอดเงิน&nbsp;และโอนเงินผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;A-mobile&nbsp;ได้ด้วยเช่นกัน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","13/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","หนองบัวลำภู","สวท.หนองบัวลำภู","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211213193725771"],
    [126,"กลุ่มจังหวัดอิงฟ้าล้านนาตะวันออก ยกทัพสินค้าเกษตรปลอดภัยสู่เมืองอุดรธานี","<p><strong>กลุ่มจังหวัดอิงฟ้าล้านนาตะวันออก&nbsp;ยกทัพสินค้าเกษตรปลอดภัยสู่เมืองอุดรธานี</strong>&nbsp;กลุ่มจังหวัดอิงฟ้าล้านนาตะวันออก&nbsp;ยกขบวนสินค้าเกษตรปลอดภัย&nbsp;จัดแสดงและจำหน่ายเชื่อมโยงตลาดสินค้าเกษตรปลอดภัยที่จังหวัดอุดรธานี&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;13&nbsp;-&nbsp;16&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;วันที่&nbsp;13&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่บริเวณลานนาข่า&nbsp;ชั้น&nbsp;1&nbsp;ศูนย์การค้าเซนทรัลพลาซ่าจังหวัดอุดรธานี&nbsp;</p><p><strong>นายวิบูรณ์&nbsp;แววบัณฑิต&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงานมหกรรมแสดงสินค้าเกษตรปลอดภัย</strong>และเชื่อมโยงงตลาดลินค้าเกษตรปลอดภัยกลุ่มอิงฟ้าล้านนาตะวันออก&nbsp;โดยมีนายจำรัส&nbsp;กังน้อย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานีและหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ประชาชนร่วมพิธี&nbsp;นายศักดิ์สิทธิ์&nbsp;ศรีวิชัย&nbsp;เกษตรจังหวัดน่าน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กลุ่มจังหวัดอิงฟ้าล้านนาตะวันออก&nbsp;(กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน&nbsp;2)&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;จังหวัดเชียงราย,&nbsp;พะเยา,&nbsp;แพร่,&nbsp;และน่าน&nbsp;เป็นจังหวัดที่มีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์จึงเป็นเมืองเกษตรกรรม&nbsp;</p><p><strong>โดยมีโครงสร้างเศรษฐกิจมาจากภาคเกษตรกรรมส่วนใหญ่ผลผลิตที่สำคัญคือ</strong>&nbsp;ข้าว&nbsp;ลำไย&nbsp;ลิ้นจี่&nbsp;ชา&nbsp;กาแฟ&nbsp;ฯลฯ&nbsp;โดยนำแนวคิดการดำเนินโครงการพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;และอาหารปลอดภัยได้มาตรฐาน&nbsp;\"4&nbsp;Green&nbsp;Network\"&nbsp;มีความสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาจังหวัดในภาคเหนือและแผนยุทธศาสตร์การจัดการอาหารของประเทศไทย&nbsp;ในการผลิตอาหารที่มีคุณภาพและปลอดภัย&nbsp;สร้างความมั่นคงด้านอาหารในท้องถิ่นอย่างยั่งยืนสร้างมูลค่าเพิ่มของเศรษฐกิจในท้องถิ่นเชื่อมโยงสู่การค้าภูมิภาคลุ่มน้ำโขงและประชาคมอาเซียน&nbsp;ซึ่งปัจจุบันความปลอดภัยด้านอาหาร&nbsp;ได้ถูกยกขึ้นเป็นประเด็นสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศให้มีคุณภาพและสร้างโอกาสการค้าในระดับสากล&nbsp;ตามที่ประชาคมโลกได้ให้ความสำคัญต่อสุขภาพมากขึ้น&nbsp;</p><p><strong>การจัดงาน&nbsp;\"งานมหกรรมแสดงสินค้าและเชื่อมโยงตลาดสินค้าเกษตรปลอดภัยกลุ่มอิงฟ้าล้านนาตะวันออก\"&nbsp;</strong>มีวัตถุประสงค์&nbsp;เพื่อส่งเสริมการขยายตลาดสินค้าเกษตรเกี่ยวเนื่องของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน&nbsp;2&nbsp;สนับสนุนการเป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัย&nbsp;การบริโภคสินค้าเกษตรปลอดภัย&nbsp;รองรับการตลาดท่องเที่ยวเชิงสุขภาพส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน&nbsp;2&nbsp;ให้เป็นที่รู้จักและเป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ๆ&nbsp;เป็นการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ศักยภาพความพร้อมของสินค้าเกษตรของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน&nbsp;2&nbsp;&nbsp;ให้แก่กลุ่มเป้าหมายผู้ซื้อในต่างภูมิภาค&nbsp;ตลอดจนส่งเสริมการเชื่อมโยงและการตลาดสินค้าเกษตรของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน&nbsp;2&nbsp;ไปยังตลาดภูมิภาคอื่น&nbsp;ที่มีโอกาสและศักยภาพ&nbsp;</p><p><strong>ภายในงาน&nbsp;พบกับ&nbsp;การแสดงและจำหน่ายสินค้าเกษตรปลอดภัยและสินค้าแปรรูปทางการเกษตร&nbsp;กว่า&nbsp;40&nbsp;ร้านค้า&nbsp;</strong>นิทรรศการองค์ความรู้ด้านเกษตรปลอดภัย&nbsp;การเจรจาธุรกิจ&nbsp;(Business&nbsp;Matching)&nbsp;การสาธิตการทำอาหารเมืองเหนือ&nbsp;การแสดงศิลปวัฒนธรรมล้านนาตะวันออก&nbsp;กิจกรรมส่งเสริมการขาย&nbsp;และลุ้นรับของรางวัลภายในงาน&nbsp;จึงขอเชิญชวนประชาชน&nbsp;ชม&nbsp;ชิม&nbsp;ช้อป&nbsp;สินค้าเกษตรปลอดภัย&nbsp;ในงานมหกรรมแสดงสินค้าและเชื่อมโยงตลาดสินค้าเกษตรปลอดภัย&nbsp;กลุ่มอิงฟ้าล้านนาตะวันออก&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;13&nbsp;-&nbsp;16&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ณ&nbsp;ลานนาข่า&nbsp;ชั้น&nbsp;1&nbsp;ศูนย์การค้าเซนทรัลพลาซ่า&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;และช่องทางการ&nbsp;ชม&nbsp;ช้อป&nbsp;แบบออนไลน์&nbsp;Facebook&nbsp;:&nbsp;เกษตรอิงฟ้าล้านนาตะวันออก&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ทีมข่าว&nbsp;ส.ปชส.อด.&nbsp;ศรีภูมิ&nbsp;ทองใหญ่&nbsp;ณ&nbsp;อยุธยา&nbsp;ข่าว/ภาพ</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","13/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อุดรธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211213205240794"],
    [127,"โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 64/65   ข้อมูลเตรียมโอนเงินวันที่ 10-13 ธันวาคม 2564","<p><strong>โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี&nbsp;64/65&nbsp;ข้อมูลเตรียมโอนเงินวันที่&nbsp;10-13&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ</strong></p><p><br></p><p><strong>วันที่&nbsp;10&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;-&nbsp;&nbsp;อำเภอชานุมาน&nbsp;จำนวน&nbsp;7,101&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;119,467,659.75&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;-&nbsp;อำเภอปทุมราชวงศา&nbsp;จำนวน&nbsp;8,940&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;202,747,692.26&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>วันที่&nbsp;11&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564</strong></p><p>&nbsp;-&nbsp;อำเภอลืออำนาจ&nbsp;จำนวน&nbsp;7,795&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;178,867,333.14&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;-&nbsp;อำเภอพนา&nbsp;จำนวน&nbsp;6,308&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;138,099,078.89&nbsp;บาท</p><p><strong>วันที่&nbsp;12&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564</strong></p><p>-&nbsp;อำเภอเสนางนิคม&nbsp;จำนวน&nbsp;8,037&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;168,533,531.01&nbsp;บาท</p><p>-ห้วยไร่&nbsp;จำนวน&nbsp;9,522&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;195,901,937.35&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>วันที่&nbsp;13&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;-&nbsp;เมืองอำนาจเจริญ&nbsp;จำนวน&nbsp;13,248&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;252,395,333.96&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;-&nbsp;หัวตะพาน&nbsp;จำนวน&nbsp;9,738&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;216,790,372.04&nbsp;บาท</p><p><strong>รวมทั้งสิ้น&nbsp;7,0687&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;1,472,802,938.40&nbsp;บาท</strong></p><p><br></p><p><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","13/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211213222256820"],
    [128,"พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์ตรวจติดตามโครงการประกันรายได้เกษตรกร","<p><strong>วันที่&nbsp;13&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;นางพิรุณวรรณน์&nbsp;จงใจภักดิ์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;</strong>พร้อมผู้อำนวยการกลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนและติดตามผลการโอนเงินให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ในพื้นที่ตำบลตาอ๊อง&nbsp;อำเภอเมืองสุรินทร์&nbsp;ตำบลลำดวน&nbsp;อำเภอลำดวน&nbsp;และ&nbsp;ตำบลตรึม&nbsp;อำเภอศีขรภูมิ&nbsp;ซึ่งเกษตรกรทั้ง&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ดีใจอย่างมากที่มีโครงการดีๆ&nbsp;อย่างนี้มาช่วยเหลือพี่น้องชาวนาให้มีเงินใช้สอยในช่วงที่ราคาข้าวตกต่ำ&nbsp;จากผลกระทบของโควิด-19&nbsp;และเชื่อว่าราคาข้าวจะดีขึ้นอย่างแน่นอน&nbsp;ทั้งนี้ระหว่างวันที่&nbsp;10&nbsp;-&nbsp;13&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;มีเกษตรกรได้รับเงินส่วนต่าง&nbsp;จำนวน&nbsp;190,620&nbsp;ราย&nbsp;จำนวนเงิน&nbsp;3,845,395,907.27&nbsp;บาท</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","13/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211213222516821"],
    [129,"ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรส่วนกลาง เริ่มโอนเงินในโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 25642565 งวด 3 - 7 ผ่าน ธ.ก.ส. 7 สาขาในบุรีรัมย์","<p><strong>วันนี้&nbsp;(13&nbsp;ธ.ค.&nbsp;2564)&nbsp;สำนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร</strong>เริ่มโอนเงินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปี&nbsp;2564/2565&nbsp;ให้แก่เกษตรกร&nbsp;ที่ขึ้นบัญชีกับ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;สาขากระสัง,&nbsp;คูเมือง,&nbsp;แคนดง,&nbsp;เฉลิมพระเกียรติ,&nbsp;ชำนิ,&nbsp;นางรอง&nbsp;และสาขาห้วยราช&nbsp;รวม&nbsp;50,192&nbsp;ราย</p><p><strong>ส่วนวันพรุ่งนี้&nbsp;ธ.ก.ส.จะเริ่มโอนเงิน&nbsp;โครงการค่าบริหารจัดการ</strong>และพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปี&nbsp;2564/2565&nbsp;โดยโอนเงิน&nbsp;สนับสนุนเงินให้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;ไร่ละ&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;สูงสุดไม่เกิน&nbsp;20&nbsp;ไร่&nbsp;(ไม่เกิน&nbsp;20,000&nbsp;บาท)</p><p><strong>วันที่&nbsp;14&nbsp;ธ.ค.&nbsp;64&nbsp;</strong>จะเริมโอนเงินให้เกษตรกร&nbsp;ที่ขึ้นบัญชีกับ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;สาขาชำนิ,โนนดินแดง,บ้านด่าน,บ้านใหม่ไชยพจน์,พลับพลาชัย,ระกา</p><p><strong>วันที่&nbsp;15&nbsp;ธ.ค.&nbsp;64&nbsp;</strong>จะเริมโอนเงินให้เกษตรกร&nbsp;ที่ขึ้นบัญชีกับ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;สาขาแคนดง,&nbsp;โนนสุวรรณ,&nbsp;ปะคำ,&nbsp;เมืองตลุง,&nbsp;หนองหงส์,&nbsp;ห้วยราช,&nbsp;อิสาณ</p><p><strong>วันที่&nbsp;16&nbsp;ธ.ค.&nbsp;64</strong>&nbsp;จะเริมโอนเงินให้เกษตรกร&nbsp;ที่ขึ้นบัญชีกับ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;สาขากระสัง,&nbsp;คูเมือง,&nbsp;เฉลิมพระเกียรติ,&nbsp;นาโพธิ์,&nbsp;บ้านกรวด,&nbsp;ละหายทราย,&nbsp;สตึก</p><p><strong>วันที่&nbsp;17&nbsp;ธ.ค.&nbsp;64</strong>&nbsp;จะเริมโอนเงินให้เกษตรกร&nbsp;ที่ขึ้นบัญชีกับ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;สาขานางรอง,&nbsp;บุรีรัมย์,&nbsp;ประโคนชัย,&nbsp;พุทไธสง,&nbsp;ลำปลายมาศ&nbsp;และ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;สาขาหนองกี่</p><p><strong>เกษตรกรสามารถตรวจสอบผลการโอนเงินได้ทางแอปพลิเคชัน&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;A-Mobile&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;</strong>และจะมีข้อความแจ้งเตือนเงินเข้าบัญชีผ่าน&nbsp;LINE&nbsp;Official&nbsp;BAAC&nbsp;Family&nbsp;กรณีที่ลูกค้าสมัครใช้บริการ&nbsp;BAAC&nbsp;Connect&nbsp;รวมถึงสามารถเบิกถอนเงินสดผ่านตู้&nbsp;ATM&nbsp;ของ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ทั่วประเทศ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","14/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","บุรีรัมย์","สวท.บุรีรัมย์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211214080703844"],
    [130,"จังหวัดบุรีรัมย์เข้ม มาตรการลดฝุ่น PM2.5 เตรียมปรับเงินเกษตรกรส่งอ้อยไฟไหม้ เสริมเกษตรกรผู้ส่งอ้อยคุณภาพ","<p><strong>คณะอนุกรรมการอ้อยระดับท้องถิ่นเขต&nbsp;13&nbsp;จังหวัด&nbsp;วางมาตรการและแนวทางการแก้ไขปัญหาอ้อยไฟไหม้&nbsp;</strong>ตามมติคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย&nbsp;(กอน.)&nbsp;ได้เห็นชอบในหลักการโครงการส่งเสริมเกษตรกรชาวไร่อ้อย&nbsp;ที่ส่งอ้อยสดคุณภาพดีให้แก่โรงงานน้ำตาล&nbsp;ประจำฤดูการผลิต&nbsp;ปี&nbsp;2564/2565&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งเงินดังกล่าวจะพิจารณาให้กับชาวไร่อ้อยที่ส่งอ้อยสดคุณภาพดีให้แก่โรงงานน้ำตาล</strong>เท่ากันทุกตันอ้อย&nbsp;ในอัตรา&nbsp;120&nbsp;บาทต่อตันอ้อย&nbsp;และกรณีชาวไร่อ้อยที่ส่งอ้อยไฟไหม้เข้าโรงงาน&nbsp;ในฤดูการผลิต&nbsp;ปี&nbsp;2564/2565&nbsp;จะถูกหักเงินค่าอ้อยจากราคาอ้อยชั้นต้นไว้ตันละ&nbsp;30&nbsp;บาท&nbsp;โดยเก็บไว้ที่คณะทำงานควบคุมการผลิตประจำโรงงาน&nbsp;และเมื้อสิ้นสุดฤดูการผลิตจะนำเงินไปเฉลี่ยจ่ายคืนชาวไร่อ้อยที่ส่งอ้อยคุณภาพดีทุกตันอ้อยแบบรายโรงงาน&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ได้ให้คำแนะนำสำหรับเกษตรกรว่า&nbsp;การเผาอ้อย&nbsp;เป็นการทำลายปุ๋ยในดิน</strong>&nbsp;ทำให้เกษตรกรต้องใช้ปุ๋ยเคมีเพิ่มขึ้นแล้ว&nbsp;ยังสร้างฝุ่น&nbsp;PM2.5&nbsp;ด้วย&nbsp;ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงกับสุขภาพของเกษตรกร</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","14/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","บุรีรัมย์","สวท.บุรีรัมย์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211214081320845"],
    [131,"จังหวัดลำปาง รณรงค์ไถกลบตอซังพืชลดการเผา ส่งเสริมวิถีเกษตรกรรมแบบยั่งยืน","<p><strong>สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดลำปาง&nbsp;ร่วมบูรณาการกับหน่วยงานในสังกัด</strong>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;หน่วยงานองค์กรภาครัฐและภาคเอกชนในพื้นที่จังหวัดลำปาง&nbsp;จัดกิจกรรมแบบมีส่วนร่วมเดินหน้าสานต่องานนโยบายรัฐ&nbsp;ด้านการส่งเสริมลดการเผาในพื้นที่ทำการเกษตรและที่โล่งแจ้ง&nbsp;ลดผลกระทบจาก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แก้ปัญหามลพิษจากหมอกควันไฟ&nbsp;ร่วมกันปฏิบัติสาธิตวิธีการไถกลบตอซังข้าว&nbsp;เศษซากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรทดแทนการเผา&nbsp;ซึ่งได้มีการจัดกิจกรรมนำตัวแทนเกษตรกรชาวนาเข้าศึกษาเรียนรู้ดูวิธีการไถกลบเศษซากวัสดุเหลือใช้&nbsp;ณ&nbsp;ที่บริเวณแปลงนาสาธิตหมู่บ้านนำร่องต้นแบบ&nbsp;ชุมชนบ้านทุ่งฝาย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลทุ่งฝาย&nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&nbsp;</p><p><strong>นายสิธิชัย&nbsp;จินดาหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;</strong>เปิดกิจกรรมรณรงค์ส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อลดการเผา&nbsp;&nbsp;เพื่อสนองตอบนโยบายของรัฐบาลและของจังหวัดลำปาง&nbsp;ตามยุทธศาสตร์&nbsp;\"การจัดการเศษซากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรกรรม&nbsp;เพื่อควบคุมและลดการเผาในพื้นที่โล่งแจ้ง\"&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ในการจัดงานยังได้มีการเปิดพื้นที่จัดบูธนิทรรศการคลินิกทางการเกษตร&nbsp;</strong>ให้เกษตรกรได้เข้าไปศึกษาเรียนรู้หลักวิชาการทางการเกษตรที่เกี่ยวกับการทำเกษตรวิถีใหม่&nbsp;โดยมีองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องทั้งด้านพืช&nbsp;ปศุสัตว์&nbsp;ประมง&nbsp;การพัฒนาที่ดินและความรู้อื่นๆ&nbsp;</p><p><br></p>","14/12/2021","ภาคเหนือ","ลำปาง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211214085258856"],
    [132,"เกษตรวิชญา น้อมนำแนวพระราชดำริสู่การปฏิบัติ ส่งผลให้ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่เพิ่มสูงขึ้น เกษตรกรสามารถพึ่งพาตัวเองได้","<p><strong>นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;มีภารกิจสำคัญในการขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและสนับสนุนกระบวนการเรียนรู้&nbsp;และถ่ายทอดเทคโนโลยีในพื้นที่โครงการ&nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;โดยในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรได้ร่วมดำเนินการโครงการเกษตรวิชญา&nbsp;ที่จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ซึ่งเป็นโครงการตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เข้ามาดำเนินการในพื้นที่ส่วนราชการลักษณะเป็นคลินิกเกษตร&nbsp;เผยแพร่ผลงานวิจัยและเทคโนโลยีการเกษตรจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;อำเภอดอยสะเก็ด&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ในรูปแบบของศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีชุมชน&nbsp;ทำหน้าที่เป็นศูนย์ฝึกอบรมและวิจัยพัฒนาการเกษตรให้เหมาะสมกับพื้นที่&nbsp;รวมทั้งเพื่อการฟื้นฟูและอนุรักษ์สภาพแวดล้อมให้เกิดเป็นระบบนิเวศที่สมบูรณ์&nbsp;เป็นแหล่งผลิตอาหารธรรมชาติและมีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน&nbsp;</p><p><strong>ในส่วนของกรมส่งเสริมการเกษตร</strong>&nbsp;ได้เริ่มดำเนินการแปลงสาธิตผลิตพืชและไม้ผลที่สูงมาตั้งแต่ปี&nbsp;2562&nbsp;ด้วยการจัดสรรพื้นที่ส่วนราชการ&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ไร่&nbsp;เป็นแปลงการพืชผลไม้ต่างๆ&nbsp;ผลจากการดำเนินงานโครงการเกษตรวิชญาในปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรได้จัดอบรมเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;จำนวน&nbsp;60&nbsp;ราย&nbsp;ให้เกิดองค์ความรู้ทั้งในเรื่องการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีทางพืชอาหาร&nbsp;(GAP)&nbsp;การใช้สารชีวภัณฑ์เพื่อการป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืชและคลังอาหารจากพืช&nbsp;การส่งเสริมการผลิตพืชผักปลอดภัย&nbsp;การดูแลแปลงสาธิตด้านการเกษตรเพื่อเป็นต้นแบบในการถ่ายทอดองค์ความรู้แก่เกษตรกรและผู้ที่สนใจ&nbsp;ส่งผลให้เกษตรกรสามารถน้อมนำแนวพระราชดำริไปปรับใช้&nbsp;เกิดความตระหนักถึงการใช้ประโยชน์จากทรัพยากร&nbsp;ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;20&nbsp;รายได้เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;10&nbsp;และสามารถพึ่งพาตัวเองได้อย่างยั่งยืน</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","14/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211214105032898"],
    [133,"กรมประมง เตือนเกษตรกรเฝ้าระวังโรคและอาการขี้ขาวในกุ้งขาวแวนนาไม","<p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;สุวรรณรักษ์&nbsp;รองอธิบดีกรมประมง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ด้วยในช่วงระยะนี้สภาพอากาศของประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน&nbsp;โดยบางพื้นที่มีอากาศหนาวในตอนเช้าและร้อนขึ้นในตอนกลางวัน&nbsp;และบางแห่งยังคงมีฝนตกชุกอยู่&nbsp;ซึ่งสภาพอากาศเช่นนี้จะส่งผลกระทบต่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ&nbsp;โดยเฉพาะสัตว์น้ำที่มีการเลี้ยงอย่างหนาแน่นในบ่อดินแบบระบบเปิด&nbsp;เช่น&nbsp;</p><p><strong>กุ้งขาวแวนนาไม&nbsp;</strong>ซึ่งเป็นกุ้งทะเลที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ&nbsp;โดยอาจทำให้เกิดโรคจากเชื้อก่อโรค&nbsp;เช่น&nbsp;แบคทีเรียกลุ่มวิบริโอและไวรัส&nbsp;ในระหว่างการเลี้ยงได้&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังพบอาการขี้ขาว&nbsp;ซึ่งเป็นอาการผิดปกติแบบเรื้อรัง&nbsp;โดยมักพบในบ่อเลี้ยงกุ้งขาวที่มีการเลี้ยงอย่างหนาแน่น&nbsp;เปลี่ยนถ่ายน้ำน้อย&nbsp;ซึ่งทำให้ระบบทางเดินอาหาร&nbsp;เซลล์ตับ&nbsp;ตับอ่อนและลำไส้ของกุ้งเกิดการอักเสบจากติดเชื้อแบคทีเรีย&nbsp;ส่งผลต่อประสิทธิภาพการดูดซึมอาหารที่ลดต่ำลง</p><p><strong>เกษตรกรสามารถสังเกตอาการขี้ขาวของกุ้งขาวแวนาไมได้จากตัวกุ้ง</strong>&nbsp;โดยในส่วนของลำไส้จะมีสีขาว&nbsp;หรืออาหารไม่เต็มลำไส้และพบขี้ขาวลอยอยู่บนผิวน้ำจำนวนมาก&nbsp;กุ้งกินอาหารน้อยลง&nbsp;เปลือกบาง&nbsp;โตช้า&nbsp;ขนาดตัวเริ่มแตกต่างและจะทยอยตายลงเรื่อยๆ&nbsp;&nbsp;สามารถพบได้ทุกช่วงอายุ&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;เดือนจนกระทั่งใกล้จับขาย&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;นักวิจัยหลายท่านให้ความเห็นว่า&nbsp;</strong>อาการขี้ขาวเกิดได้จากหลากหลายสาเหตุ&nbsp;ซับซ้อน&nbsp;ไม่สามารถชี้ชัดได้ว่ามีอะไรเป็นสาเหตุสำคัญ&nbsp;ซึ่งอัตราการตายขึ้นอยู่กับปริมาณและความรุนแรงเชื้อแบคทีเรีย&nbsp;การติดเชื้อร่วมกับเชื้อก่อโรค&nbsp;คุณภาพน้ำที่เลี้ยง&nbsp;&nbsp;และความสามารถในการจัดการแก้ไขปัญหา&nbsp;รวมถึงความพร้อมและความรวดเร็วของการแก้ไขปัญหาของผู้เลี้ยง&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>กรมประมง&nbsp;ขอให้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้งทะเล&nbsp;เฝ้าระวัง</strong>&nbsp;ป้องกันและรักษาอาการขี้ขาวตามคำแนะนำ&nbsp;เตรียมบ่อ&nbsp;โดยควรกำจัดเลนและตากบ่อ&nbsp;ฆ่าเชื้อ&nbsp;เตรียมน้ำใช้ที่ดี&nbsp;หมั่นตรวจสุขภาพกุ้งอยู่เสมอ&nbsp;หากพบอาการผิดปกติ&nbsp;ให้รีบหาสาเหตุและแก้ไขตามสาเหตุที่พบทันที&nbsp;ควบคุมคุณภาพและปริมาณการให้อาหารให้เหมาะสม&nbsp;กรณีพบกุ้งกินอาหารน้อยลง&nbsp;ให้ลดปริมาณอาหาร&nbsp;ควบคู่กับการควบคุมคุณภาพน้ำให้เหมาะสม&nbsp;ตรวจสอบปริมาณแบคทีเรียในน้ำ&nbsp;หากพบว่ามีปริมาณมากกว่าค่ามาตรฐาน&nbsp;ให้ใช้สารฆ่าเชื้อ&nbsp;พร้อมย้ำเตือนให้เกษตรกรไม่ควรนำมายาม่วงมาใช้ในการรักษาโรคสัตว์น้ำที่นำมาบริโภค&nbsp;เพราะอาจจะส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้บริโภคและการค้าสัตว์น้ำระหว่างประเทศได้</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","14/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211214110324909"],
    [134,"เกาะสุกร สวรรค์ท้องนาแห่งทะเลอันดามัน ที่สวยงามแปลกตาแวดล้อมไปวัว ควาย และท้องทุ่งนาที่ต้นข้าวกำลังออกรวงสีเหลืองอร่าม เกาะสวรรค์ที่อุดมสมบูรณ์ ให้ชาวบ้านได้พึ่งพาตนเอง รักษาสืบทอดอาชีพกระดูกสันหลังของชาติ  เชิญชวนนักท่องเที่ยวไปเที่ยวชมวิถีชุมชนที่มีเพียงหนึ่งเดียวในไทย จะพาไปเที่ยวชมความสวยงาม สวรรค์บนดิน วัว ควาย แพะ และท้องทุ่งนา","<p><strong>พื้นที่ที่ชาวบ้านพึ่งพาตนเอง&nbsp;โดยเกาะสุกร&nbsp;เกาะเล็กที่สุดของทะเลอันดามัน&nbsp;ตั้งอยู่&nbsp;ต.เกาะสุกร&nbsp;อ.ปะเหลียน&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;มีประชากรประมาณ&nbsp;2,700&nbsp;คน</strong>&nbsp;แบ่งพื้นที่ออกเป็น&nbsp;4&nbsp;หมู่บ้านเท่านั้น&nbsp;ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม&nbsp;ชาวบ้านประกอบอาชีพ&nbsp;ทำประมง&nbsp;ชายฝั่ง&nbsp;ทำสวน&nbsp;การเกษตร&nbsp;รับจ้าง&nbsp;&nbsp;โดยประชาชนอยู่อาศัยแบบพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน&nbsp;มีวิถีชีวิตที่เรียบง่าย&nbsp;สามารถพึ่งพาตนเองได้เต็มที่&nbsp;ในน้ำมีสัตว์ทะเลที่อุดมสมบูรณ์&nbsp;ในนามีข้าว&nbsp;โดยพี่น้องชาวเกาะส่วนหนึ่งมีพื้นที่นาเป็นของตนเองและยังคงอนุรักษ์สืบสานยึดอาชีพกระดูกสันหลังของชาติเอาไว้&nbsp;ควบคู่กับการเลี้ยงสัตว์&nbsp;เพื่อหล่อเลี้ยงพี่น้องชาวเกาะ</p><p><strong>ขณะที่ภาพมุมสูง&nbsp;เผยให้เห็นภาพบนเกาะที่สวยงามจากท้องทุ่งนาสีเขียวขจี&nbsp;สลับสีเหลืองอร่าม</strong>&nbsp;และการเร่งเก็บเกี่ยวข้าวของชาวบ้าน&nbsp;โดยทุกปีชาวบ้านจะทำนาปลูกข้าวเลี้ยงประชากรบนเกาะ&nbsp;และนักท่องเที่ยว&nbsp;โดยไม่ต้องพึ่งพาซื้อข้าวสารจากบนฝั่งแต่อย่างใด&nbsp;&nbsp;โดยขณะนี้ทุ่งนาบนเกาะสุกร&nbsp;กำลังทยอยสุก&nbsp;รวงข้าวใหญ่สมบูรณ์เหลืองอร่าม&nbsp;ทำให้ชาวบ้านเจ้าของนาที่สุกแล้ว&nbsp;เร่งรีบที่จะเก็บเกี่ยวข้าว&nbsp;โดยการว่าจ้างแรงงานคนบนเกาะ&nbsp;มาช่วยในการเกี่ยวข้าว&nbsp;จากนั้นก็นวดข้าวด้วยเครื่องจักร&nbsp;ก่อนที่ใครก็สามารถเก็บฟางไปเลี้ยงวัว&nbsp;เลี้ยงควายได้&nbsp;ส่วนเมล็ดข้าวก็เก็บใส่กระสอบปุ๋ย&nbsp;เพื่อนำไปเตรียมตากแดดเก็บไว้ทำเมล็ดพันธุ์ปีต่อไป&nbsp;และนำไปสีข้าวเก็บไว้กิน&nbsp;เหลือก็เอาไว้ขายให้พี่น้องในเกาะด้วยกันในราคาถูกเพียงกิโลกรัมละ&nbsp;40&nbsp;-50&nbsp;บาทขึ้นอยู่สายพันธุ์&nbsp;โดยในชุมชนก็จะมีโรงสีข้าวชุมชน&nbsp;ไว้สำหรับสีข้าวของชาวบ้านบนเกาะ&nbsp;หรือหากจะจำหน่ายนักท่องเที่ยวที่เดินทางท่องเที่ยวบ้าง&nbsp;ก็จำกัดเพียงคนละไม่เกิน&nbsp;5&nbsp;กิโลกรัมเท่านั้น&nbsp;เพราะไม่ได้ต้องการขายออกนอกเกาะ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ชาวบ้านปลูกข้าวบนเกาะทั้งหมดประมาณ&nbsp;6&nbsp;สายพันธุ์&nbsp;ควบคู่กับการเลี้ยงสัตว์&nbsp;ทั้ง&nbsp;วัว&nbsp;ควาย&nbsp;เป็ด&nbsp;ไก่&nbsp;แพะ&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ซึ่งข้าวสารของเกาะสุกรได้ชื่อว่า&nbsp;หอม&nbsp;นุ่ม&nbsp;อร่อยมาก&nbsp;โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิ&nbsp;ทั้งข้าวหอมมะลิขาว&nbsp;และข้าวหอมมะลิแดง</p><p><strong>ด้านคุณยายขลิบ&nbsp;หลงหลำ&nbsp;อายุ&nbsp;89&nbsp;&nbsp;ปี&nbsp;(นั่งหน้าบ้าน)&nbsp;ชาวบ้านหมู่&nbsp;2&nbsp;ซึ่งทำนามาโดยตลอด&nbsp;บอกว่า&nbsp;</strong>ยายทำนาปลูกข้าวไว้ทั้งหมด&nbsp;3&nbsp;ไร่&nbsp;เอาไว้กินเอง&nbsp;เหลือก็ขายด้วย&nbsp;ที่ผ่านมาไม่ต้องซื้อข้าวสารเลย&nbsp;เพราะทำกินทุกปี&nbsp;มีแค่เพียง&nbsp;3&nbsp;ไร่&nbsp;แต่ก็พอกินไม่ต้องซื้อเพิ่มแต่อย่างใด</p><p><strong>นางพรทิพา&nbsp;จิตรหลัง&nbsp;อายุ&nbsp;48&nbsp;ปี&nbsp;(&nbsp;คนยืน&nbsp;เสื้อลายสก๊อตน้ำเงินแดง)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ตนเองมีที่นาทั้งหมด&nbsp;3&nbsp;ไร่&nbsp;ปลูกข้าวทั้งหมด&nbsp;3&nbsp;ชนิด&nbsp;คือ&nbsp;ข้าวหอมมะลิขาว&nbsp;ข้าวหอมมะลิแดง&nbsp;และข้าวไรเบอร์รี่&nbsp;โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิแดง&nbsp;จะมีสีแดงเข้ม&nbsp;จะหอมนุ่มอร่อย&nbsp;แต่ละปีได้ข้าวสารประมาณ&nbsp;30&nbsp;กระสอบ&nbsp;โดยทำเอาไว้กินเองในครอบครัว&nbsp;เหลือก็แบ่งขาย&nbsp;แต่ละปีขายได้ประมาณ&nbsp;10,000&nbsp;&nbsp;20,000&nbsp;บาท&nbsp;ไม่ต้องซื้อข้าวกิน&nbsp;ส่วนที่นาข้าวอุดมสมบูรณ์&nbsp;โดยไม่ต้องใช้ปุ๋ยบำรุง&nbsp;เนื่องจากว่าพอชาวบ้านเกี่ยวข้าวเสร็จ&nbsp;ก็จะมีการปล่อยวัว&nbsp;ควาย&nbsp;รวมทั้งแพะ&nbsp;ให้หากินเองตามธรรมชาติเป็นเวลานานตามท้องทุ่ง&nbsp;จนกว่าจะถึงฤดูทำนาใหม่&nbsp;เจ้าของจึงจะมาจับวัว&nbsp;ควาย&nbsp;กลับไปผูกไว้&nbsp;ระหว่างนั้นทำให้วัว&nbsp;ควาย&nbsp;กินไปถ่ายไป&nbsp;เป็นปุ๋ยให้ดิน&nbsp;ทำให้ดินปรับสภาพเองตามธรรมชาติ&nbsp;ดินจึงอุดมสมบูรณ์เหมาะสำหรับการทำนา&nbsp;รวงข้าวใหญ่&nbsp;มีน้ำหนัก&nbsp;เมล็ดเสียน้อย&nbsp;ได้ผลผลิตเต็มเม็ดเต็มหน่วยทุกรวงชาวบ้านที่มีนา&nbsp;จึงยังอนุรักษ์พื้นที่นาไว้&nbsp;เพื่อทำนาปลูกข้าวไว้กินเอง</p><p><strong>นายประศาสตร์&nbsp;ศรีวุ่น&nbsp;อายุ&nbsp;57&nbsp;ปี&nbsp;หมู่&nbsp;2&nbsp;ชาวบ้าน&nbsp;ซึ่งทำนาด้วย</strong>&nbsp;ทั้งของตัวเอง&nbsp;และเช่าของคนอื่นทำ&nbsp;และเลี้ยงควายขายด้วย&nbsp;โดยนาทำไว้รวม&nbsp;3&nbsp;ไร่&nbsp;2&nbsp;งาน&nbsp;ปลูกข้าวหอมปทุม&nbsp;และข้าวหอมมะลิ&nbsp;แต่ละปีได้ข้าวสารประมาณ&nbsp;120&nbsp;ถังหรือประมาณ&nbsp;&nbsp;800&nbsp;&nbsp;900&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;เอาไว้กิน&nbsp;และไว้แจกจ่ายญาติพี่น้อง&nbsp;โดยชาวบ้านเกาะสุกรที่มีพื้นที่นา&nbsp;จะพยายามเก็บรักษาไว้ทำนา&nbsp;ปลูกข้าว&nbsp;ไว้กิน&nbsp;ไว้ขายกินกันในเกาะ&nbsp;ไม่ต้องซื้อข้าวสารจากฝั่งมากิน&nbsp;โดยชาวบ้านบนเกาะที่ทำนา&nbsp;จะควบคู่กับการเลี้ยง&nbsp;วัว&nbsp;ควาย&nbsp;ไว้ขาย&nbsp;ของตนเองมีวัวทั้งหมด&nbsp;11&nbsp;ตัว&nbsp;ซึ่งวัวควายที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้ทั้งเกาะมีนับพันตัว&nbsp;ส่วนใหญ่ไว้ขาย&nbsp;เพื่อมีรายได้เสริม&nbsp;โดยวัว&nbsp;ควาย&nbsp;ราคาขายค่อนข้างแพงตัวละ&nbsp;10,000&nbsp;&nbsp;40,000&nbsp;บาท&nbsp;ขึ้นอยู่กับขนาด&nbsp;โดยควายชาวบ้านเกาะจะมีการอนุรักษ์ไว้</p><p>ทางด้านนางสาวชลนา&nbsp;ปากบารา&nbsp;อายุ&nbsp;49&nbsp;ปี&nbsp;ชาวบ้าน&nbsp;หมู่&nbsp;2&nbsp;ซึ่งกำลังรับจ้างเกี่ยวข้าว&nbsp;พร้อมกับเพื่อนบ้านคนอื่นๆ&nbsp;ซึ่งเป็นแม่บ้าน&nbsp;ส่วนผู้ชายจะไปออกทะเลหาปลา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;พอถึงช่วงเกี่ยวข้าวของทุกปี&nbsp;แม่บ้านส่วนใหญ่ก็จะวางมืองานอื่น&nbsp;ออกมารับจ้างเกี่ยวข้าว&nbsp;ซึ่งแต่ละคนก็เกี่ยวได้ประมาณ&nbsp;3&nbsp;&nbsp;4&nbsp;รอบต่อวัน&nbsp;โดยเจ้าของนาจะจ้างเป็นรอบๆรอบละ&nbsp;3&nbsp;ชม.&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;บาท/รอบ&nbsp;&nbsp;เช่น&nbsp;รอบ&nbsp;06.00&nbsp;&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;แต่ละคนทำได้ประมาณวันละ&nbsp;3-4&nbsp;รอบ&nbsp;ได้ค่าจ้างวันละประมาณ&nbsp;300&nbsp;&nbsp;400&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งจะต้องรับจ้างเก็บจนกว่าจะหมดนาข้าว&nbsp;หลังจากนั้นทุกคนก็จะกลับไปปลูกแตงโมต่อในพื้นที่นาข้าวเดิม&nbsp;ทำให้ช่วงหน้าเกี่ยวข้าวก็จะมีรายได้เสริมช่วยครอบครัว&nbsp;จากการออกทะเลหาปลา&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>ทางด้านนายธวัชชัย&nbsp;ไข่มุสิก&nbsp;อายุ&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;ประธานกลุ่มวิสาหกิจแตงโมเกาะสุกรปลอดสารพิษ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;พื้นที่ทำนา&nbsp;กับพื้นที่ปลูกแตงโมบนเกาะสุกร&nbsp;คือ&nbsp;พื้นที่เดียวกันมีประมาณ&nbsp;270&nbsp;ไร่&nbsp;หรือ<strong>ประมาณ&nbsp;80&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่หมู่&nbsp;2&nbsp;และหมู่&nbsp;3&nbsp;โดยชาวบ้านพยายามจะรักษาพื้นที่นา</strong>&nbsp;และการทำนาไว้&nbsp;เพื่อไว้ปลูกข้าวไว้กินกันเองบนเกาะ&nbsp;ไม่ต้องซื้อข้าวสารจากบนฝั่ง&nbsp;เพราะกว่าจะเดินทางมาเกาะจะแพงกว่าบนฝั่ง&nbsp;เนื่องจากการขนส่งเดินทางที่ยากลำบาก&nbsp;&nbsp;ชาวบ้านจึงพร้อมใจกันอนุรักษ์พื้นที่นาไว้ปลูกข้าวไว้กินเอง&nbsp;และเหลือขายในเกาะ&nbsp;โดยข้าวที่ปลูกหลายสายพันธุ์&nbsp;ทั้งพื้นที่ดอนก็จะปลูกข้าวเบา&nbsp;ส่วนพื้นที่ลุ่มก็ปลูกข้าวหนักมีทั้งหมดประมาณ&nbsp;6&nbsp;สายพันธุ์&nbsp;เช่น&nbsp;ข้าวหอมมะลิ&nbsp;105&nbsp;ข้าวหอมปทุม&nbsp;ข้าวหอมสุพรรณบุรี&nbsp;ข้าวหอมพันธุ์เฉี้ยง&nbsp;ข้าวหอมราชินี&nbsp;ข้าวไร้เบอร์รี่&nbsp;ข้าวสังข์หยด&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ซึ่งข้าวแต่ละสายพันธุ์ก็พยายามรักษาสืบทอดไว้&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>","14/12/2021","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211214112659934"],
    [135,"อุตุฯ สุพรรณบุรี เตือนเกษตรกรควรที่เลี้ยงสัตว์ควรควบคุมอุณหภูมิภายในโรงเรือนอย่าให้เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว เพื่อป้องกันสัตว์เลี้ยงปรับตัวไม่ทัน อ่อนแอ และเป็นโรคได้ง่าย","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายสมนึก&nbsp;สวนดอกไม้&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาสุพรรณบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ระยะบริเวณความกดอากาศสูงระลอกใหม่&nbsp;จากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน&nbsp;ทำให้บริเวณภาคเหนือ&nbsp;และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;มีอากาศเย็นถึงหนาว&nbsp;กับมีลมแรงโดยอุณหภูมิจะลดลง&nbsp;13&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;ส่วนภาคกลาง&nbsp;และภาคตะวันออก&nbsp;มีอากาศเย็นในตอนเช้า&nbsp;โดยบริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศหนาวเย็น&nbsp;เกษตรกรควรดูแลรักษาสุขภาพ&nbsp;ส่วนช่วงวันที่&nbsp;16-17&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;จะมีหมอกในตอนเช้า&nbsp;เกษตรกรควรใช้รถใช้ถนนด้วยความระมัดระวัง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">คำแนะนำสำหรับการเกษตรในภาคกลาง&nbsp;ระยะนี้อากาศเย็น&nbsp;เกษตรกรควรดูแลสุขภาพให้แข็งแรง</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">เพื่อป้องกันการเจ็บป่วย&nbsp;สำหรับพื้นที่การเกษตรที่อยู่นอกเขตชลประทาน&nbsp;เกษตรกรควรวางแผนการใช้น้ำที่เก็บกักไว้ให้มีประสิทธิภาพเพื่อจะได้มีน้ำไว้ใช้ทางด้านการเกษตรในช่วงแล้ง&nbsp;ส่วนผู้ที่เลี้ยงสัตว์ควรควบคุมอุณหภูมิภายในโรงเรือนอย่าให้เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว&nbsp;เพื่อป้องกันสัตว์เลี้ยงปรับตัวไม่ทัน&nbsp;อ่อนแอ&nbsp;และเป็นโรคได้ง่าย&nbsp;สำหรับสภาพอากาศที่แห้งและมีลมแรง&nbsp;เกษตรกรที่ปลูกพืชในโรงเรือนควรทำแผงกำบังลม&nbsp;เพื่อป้องกันลมโกรกโรงเรือน&nbsp;ลดการคายระเหยของน้ำ&nbsp;ป้องกันพืชขาดน้ำ&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","14/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","สวท.สุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211214125347971"],
    [136,"เกษตรอำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง ติดตามโครงการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยสู่ระบบมาตรฐานเกษตรอินทรีย์เพื่อสร้างรายได้แก่เกษตรกร","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำนักงานเกษตรอำเภอห้วยยอด&nbsp;</strong>โดย&nbsp;นายสมเดช&nbsp;ว่องทั่ง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ&nbsp;รักษาราชการเกษตรอำเภอห้วยยอด&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางสาวกชกมล&nbsp;ปิ่นแก้ว&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;นายสหชัย&nbsp;เสาวิไล&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&nbsp;ติดตามโครงการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยสู่ระบบมาตรฐานเกษตรอินทรีย์เพื่อสร้างรายได้แก่เกษตรกร&nbsp;กิจกรรมการส่งเสริมการผลิตข้าวพื้นเมืองคุณภาพ&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;และ&nbsp;9&nbsp;ตำบลเขากอบ&nbsp;พื้นที่หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลปากแจ่ม&nbsp;อำเภอห้วยยอด&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>โครงการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยสู่ระบบมาตรฐานเกษตรอินทรีย์เพื่อสร้างรายได้แก่เกษตรกร</strong>&nbsp;กิจกรรมการส่งเสริมการผลิตข้าวพื้นเมืองคุณภาพ&nbsp;&nbsp;มีเกษตรกรเข้าร่วมจำนวน&nbsp;26&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่&nbsp;106&nbsp;ไร่&nbsp;โดยเกษตรกรได้รับการสนับสนุนพันธุ์ข้าวเล็บนกปัตตานี&nbsp;ข้าวเบายอดม่วง&nbsp;ซึ่งเป็นข้าวพื้นเมืองของจังหวัดตรัง&nbsp;และได้รับสนับสนุนปุ๋ยอินทรีย์&nbsp;เพื่อพัฒนาต่อยอดไปสู่มาตรฐานเกษตรอินทรีย์&nbsp;ปัจจุบันแปลงนาข้าวที่เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;อยู่ในระยะออกรวง&nbsp;พร้อมทั้งนี้ได้ให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ได้ดำเนินการตอบแบบสัมภาษณ์เพื่อประเมินผลการนำความรู้ไปปฏิบัติ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p>","14/12/2021","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211214132105992"],
    [137,"เกษตรอำเภอกันตัง จังหวัดตรัง จัดอบรมเกษตรกรโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ประจำปีงบประมาณ 2565","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">นายสรวง&nbsp;พรหมบุญทอง&nbsp;เกษตรอำเภอกันตัง&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางบุญญาพร&nbsp;กายเพ็ชร&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;จัดอบรมเกษตรกรโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;กิจกรรมย่อย&nbsp;บริหารจัดการถ่ายทอดความรู้&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการกลุ่มแปลงใหญ่ต้นจาก&nbsp;ม.4&nbsp;ต.บางหมาก&nbsp;อ.กันตัง&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;โดยมีการจัดเก็บข้อมูลพื้นฐานรายบุคล&nbsp;(สมาชิกแปลงใหญ่)&nbsp;การวิเคราะห์ศักยภาพ&nbsp;และการจัดทำแผนธุรกิจของกลุ่มแปลงใหญ่ฯ&nbsp;โดยมีข้อสรุปในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใบจาก&nbsp;ภาชนะใบจาก&nbsp;ซึ่งมีการคำนวณต้นทุน&nbsp;การผลิต&nbsp;การกำหนดราคา&nbsp;แนวทางการบริหารจัดการผลิตภัณฑ์สินค้า&nbsp;และแนวทางการแปรรูปเป็นสินค้าอื่นๆ&nbsp;โดยมีตัวแทนจาก&nbsp;บริษัท&nbsp;ตรัง&nbsp;โอทอป&nbsp;อินเตอร์เทรดเดอร์&nbsp;จำกัด&nbsp;และอาจารย์จาก&nbsp;มทร.ศรีวิชัย&nbsp;มาร่วมวิเคราะห์และจัดทำแผนฯ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำหรับ&nbsp;&nbsp;โครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;&nbsp;</strong>เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรมีการรวมกลุ่มและบริหารจัดการร่วมกัน&nbsp;&nbsp;ทำให้เกิดการรวมกันผลิตและรวมกันจำหน่าย&nbsp;โดยมีตลาดรองรับที่แน่นอน&nbsp;&nbsp;ทำให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนการผลิตและมีผลผลิตต่อหน่วยเพิ่มขึ้น&nbsp;&nbsp;รวมทั้งผลผลิตที่ได้ก็มีคุณภาพได้มาตรฐาน&nbsp;&nbsp;ภายใต้การบูรณาการของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","14/12/2021","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211214133002998"],
    [138,"กระเช้าของขวัญ สินค้าคุณภาพจากเกษตรกรโดยตรง ส่งความสุขในเทศกาลปีใหม่ ","<p><strong>นายวิศิษฐ์&nbsp;ศรีสุวรรณ์&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์</strong>&nbsp;กล่าวถึงโครงการส่งความสุขในเทศกาลปีใหม่ด้วยสินค้าสหกรณ์&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ส่งความสุข&nbsp;ส่งความห่วงใย&nbsp;จากใจสินค้าสหกรณ์&nbsp;ว่าได้คัดสรรผลผลิตและสินค้าหลากหลายชนิดจากสหกรณ์ทั่วประเทศมานำเสนอ&nbsp;เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สำคัญสำหรับประชาชนได้ซื้อหาไปเป็นของขวัญของฝาก&nbsp;ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่นำมาจัดลงในกระเช้าของขวัญปีใหม่&nbsp;ล้วนมาจากแหล่งผลิตที่มีคุณภาพ&nbsp;ได้มาตรฐานและปลอดภัย&nbsp;โดยในช่วงเทศกาลปีใหม่แต่ละปี&nbsp;จะมีประชาชนให้ความสนใจโทรเข้ามาสอบถามและสั่งซื้อกระเช้าของขวัญจากสินค้าสหกรณ์ไม่ต่ำกว่าปีกว่า&nbsp;1&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ส่งผลให้เกิดการส่งเสริมการผลิต&nbsp;การพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์&nbsp;การพัฒนาธุรกิจของสหกรณ์&nbsp;และการสร้างรายได้ให้กับสมาชิกสหกรณ์เพิ่มมากขึ้น&nbsp;สำหรับสินค้าสหกรณ์ที่นำมาจำหน่ายและจัดลงกระเช้าของขวัญปีใหม่ในปีนี้มีหลากหลายประเภท&nbsp;อาทิ&nbsp;สินค้าประเภทข้าว&nbsp;</p><p><strong>นกจากนี้&nbsp;ยังมีสินค้าอาหารแปรรูปและผลไม้แปรรูป</strong>&nbsp;น้ำพริกประเภทต่างๆ&nbsp;รวมไปถึงสินค้าเครื่องดื่มประเภทสมุนไพร&nbsp;ซึ่งล้วนมาจากการนำวัตถุดิบที่มีอยู่ในแต่ละท้องถิ่นมาแปรรูป&nbsp;นอกจากนั้นยังมีสินค้ากลุ่มสินค้าผ้าไหม&nbsp;ผ้าฝ้าย&nbsp;ผ้าคลุมไหล่&nbsp;ผ้าขาวม้า&nbsp;ผ้าห่ม&nbsp;ผ้าพันคอ&nbsp;ที่มาจากกลุ่มสตรีสังกัดสหกรณ์&nbsp;กลุ่มสินค้าหัตถกรรม&nbsp;ผลิตภัณฑ์เครื่องเบญจรงค์&nbsp;แก้วมุก&nbsp;สินค้าประเภทนมและเครื่องดื่ม&nbsp;และผลิตภัณฑ์จากโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา&nbsp;ทั้งนี้กระเช้าสินค้าสหกรณ์จะวางจำหน่ายที่กรมส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;เทเวศร์&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;15&nbsp;ธันวาคม&nbsp;นี้&nbsp;-&nbsp;15&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เปิดจำหน่ายทุกวัน&nbsp;ราคากระเช้าเริ่มตั้งแต่&nbsp;600&nbsp;บาทขึ้นไปจนถึง&nbsp;3,000&nbsp;บาท&nbsp;และในช่วงสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ประชาชนจะมีช่องทางซื้อสินค้าผ่านระบบออนไลน์ได้อีกด้วย&nbsp;โดยสามารถดูตัวอย่างกระเช้าของขวัญและสินค้าสหกรณ์ช่องทาง&nbsp;Facebook&nbsp;:&nbsp;COOP&nbsp;Market&nbsp;และช่องทางเว็บไซด์&nbsp;<a&nbsp;href=\"http://coopshopth.com/\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);\">coopshopth.com</a>&nbsp;ซึ่งหากท่านใดซื้อสินค้าตั้งแต่&nbsp;5,000&nbsp;บาทขึ้นไป&nbsp;มีบริการจัดส่งฟรีในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล</p><p><br></p><p><br></p>","14/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211214151050081"],
    [139,"สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดชัยนาท จัดทำแผนพัฒนาอาชีพในระดับตำบล บูรณาการสร้างความเข้มแข็งเกษตรกรเศรษฐกิจฐานรากแบบมีส่วนร่วม","<p><strong>สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดชัยนาท&nbsp;จัดทำแผนพัฒนาอาชีพในระดับตำบล&nbsp;บูรณาการสร้างความเข้มแข็งเกษตรกรเศรษฐกิจฐานรากแบบมีส่วนร่วม&nbsp;ด้วยเครือข่ายชุมชน&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;โดยรับฟังปัญหาของเกษตรกรเพื่อนำไปสู่แนวทางแก้ไข&nbsp;</strong></p><p><br></p><p><strong>นางณัฐิกา&nbsp;ใหม่นิถะ&nbsp;หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดชัยนาท&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดชัยนาท&nbsp;ได้ดำเนินโครงการจัดทำแผนพัฒนาอาชีพในระดับตำบล&nbsp;บูรณาการสร้างความเข้มแข็งเกษตรกรเศรษฐกิจฐานรากแบบมีส่วนร่วม&nbsp;ด้วยเครือข่ายชุมชน&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ร่วมกับปศุสัตว์จังหวัดชัยนาท&nbsp;และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน&nbsp;ณ&nbsp;ศาลา&nbsp;SML&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ตำบลท่าฉนวน&nbsp;อำเภอมโนรมย์&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;13&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;เพื่อรับฟังปัญหาของเกษตรกรที่ร่วมสะท้อนปัญหาและหาแนวทางแก้ไขที่แท้จริง&nbsp;อันนำไปสู่การวางแผนการพัฒนาด้านการเกษตรฯ&nbsp;ที่สอดคล้องและยั่งยืนในอนาคต&nbsp;โดยมีผู้นำชุมชน&nbsp;ตัวแทนเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;เข้าร่วมการดำเนินกิจกรรมดังกล่าว&nbsp;โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผลสรุปจากการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้มีการสะท้อนปัญหาด้านการเกษตร&nbsp;</strong>ของเกษตรกรในตำบลท่าฉนวน&nbsp;อำเภอมโนรมย์&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;เพื่อนำมาเป็นแนวทางในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;ให้ตรงกับความต้องการ&nbsp;ภายใต้โครงการจัดทำแผนพัฒนาอาชีพในระดับตำบล&nbsp;กิจกรรมการบูรณาการสร้างความเข้มแข็งเกษตรกรเศรษฐกิจฐานรากแบบมีส่วนร่วม&nbsp;ด้วยเครือข่ายชุมชน&nbsp;โดยประชาชนในพื้นที่ตำบลท่าฉนวนได้ร่วมกันจัดทำแผนพัฒนาอาชีพในระดับตำบล&nbsp;ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของเกษตรกร&nbsp;ร่วมระดมความคิดเห็น&nbsp;เพื่อส่งเสริมพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ&nbsp;สังคม&nbsp;และสิ่งแวดล้อม&nbsp;ปัญหาที่ดินทำกิน&nbsp;หนี้สิน&nbsp;แหล่งน้ำและกำหนดสวัสดิการของเกษตรกร&nbsp;และมีโครงการต่างๆ&nbsp;ที่นำเสนอเข้าแผนพัฒนาเกษตรกรรมตำบลท่าฉนวน&nbsp;ต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p>ส.ปชส.ชัยนาท</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","14/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","ชัยนาท","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211214151905095"],
    [140,"เกษตรอำเภอเมืองตรัง ติดตามโครงการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยสู่ระบบมาตรฐานเกษตรอินทรีย์เพื่อสร้างรายได้แก่เกษตรกร","<p><strong>เกษตรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;ติดตามโครงการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัย</strong>สู่ระบบมาตรฐานเกษตรอินทรีย์เพื่อสร้างรายได้แก่เกษตรกร&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(14&nbsp;ธันวาคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564)&nbsp;&nbsp;นายประทิ่น&nbsp;วรรณงาม&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ&nbsp;รักษาราชการเกษตรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;ติดตามโครงการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยสู่ระบบมาตรฐานเกษตรอินทรีย์เพื่อสร้างรายได้แก่เกษตรกร&nbsp;กิจกรรมการส่งเสริมการผลิตข้าวพื้นเมืองคุณภาพ&nbsp;ในพื้นที่หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลนาโยงใต้&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ณ&nbsp;ศาลาหมู่บ้าน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ต.นาโยงใต้&nbsp;อ.เมืองตรัง&nbsp;จ.ตรัง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;โครงการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยสู่ระบบมาตรฐานเกษตรอินทรีย์</strong>เพื่อสร้างรายได้แก่เกษตรกร&nbsp;กิจกรรมการส่งเสริมการผลิตข้าวพื้นเมืองคุณภาพ&nbsp;มีเกษตรกรเข้าร่วมจำนวน&nbsp;16&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่&nbsp;40&nbsp;ไร่&nbsp;โดยเกษตรกรได้รับการสนับสนุนพันธุ์ข้าวเบายอดม่วง&nbsp;ซึ่งเป็นข้าวพื้นเมืองของจังหวัดตรัง&nbsp;และได้รับสนับสนุนปุ๋ยอินทรีย์&nbsp;เพื่อพัฒนาต่อยอดไปสู่มาตรฐานเกษตรอินทรีย์&nbsp;ปัจจุบันแปลงนาข้าวที่เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;อยู่ในระยะออกรวง&nbsp;พร้อมทั้งนี้ได้ให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ได้ดำเนินการตอบแบบสัมภาษณ์เพื่อประเมินผลการนำความรู้ไปปฏิบัติ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","14/12/2021","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211214154914135"],
    [141,"จังหวัดสตูล เปิดกิจกรรมลงแขกเก็บเกี่ยวข้าวไร่ ประจำปี 2564 เพื่อสืบสาน อนุรักษ์วิถีชีวิตดั้งเดิม","<p><strong>วันนี้&nbsp;(14&nbsp;ธ.ค.&nbsp;64)&nbsp;ที่แปลงปลูกข้าวไร่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลปาล์มพัฒนา&nbsp;อำเภอมะนัง&nbsp;</strong>จังหวัดสตูล&nbsp;นายสุพจน์&nbsp;รอดเรือง&nbsp;ณ&nbsp;หนองคาย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรมลงแขกเก็บเกี่ยวข้าวไร่&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;โดยมี&nbsp;นายธีระยุทธ&nbsp;นาวีเดล&nbsp;นายอำเภอมะนัง&nbsp;พร้อมด้วยผู้นำศาสนา&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วม&nbsp;โดยภายในกิจกรรมประกอบด้วย&nbsp;การให้ความรู้ถึงขั้นตอนและวิธีการเก็บเกี่ยวข้าวไร่&nbsp;และการลงแขกเกี่ยวข้าว&nbsp;</p><p><strong>นายภิเชฐ&nbsp;อุทัยรังษี&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลปาล์มพัฒนา&nbsp;อำเภอมะนัง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;แปลงปลูกข้าวไร่&nbsp;มีพื้นที่ปลูกทั้งหมด&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;ไร่&nbsp;แบ่งเป็นพื้นที่ปลูกข้าวเจ้าพันธุ์ดอกพะยอม&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;ไร่&nbsp;ปลูกข้าวเหนียวดำ&nbsp;พันธุ์พื้นเมือง&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ไร่&nbsp;ทำการปลูกด้วยการลงแขกหนำข้าว&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2564&nbsp;ด้วยความร่วมมือร่วมใจของพี่น้องชาวพุทธและมุสลิม&nbsp;ตามวิถีการดำเนินชีวิตของหมู่บ้านที่ว่า&nbsp;\"ชาวพุทธใจงาม&nbsp;อิสลามใจดี&nbsp;ตามวิถีพหุวัฒนธรรม\"&nbsp;โดยการทำแปลงปลูกข้าวไร่แห่งนี้เพื่อจัดทำเป็นแปลงเรียนรู้ต้นแบบในการทำข้าวไร่&nbsp;และสืบสาน&nbsp;อนุรักษ์วิถีชีวิตดั้งเดิมให้กับลูกหลานได้เรียนรู้ผลผลิตที่ได้&nbsp;นำไปสีด้วยเครื่องสีข้าวของหมู่บ้านเอง&nbsp;แล้วจำหน่ายให้กับพี่น้องในหมู่บ้านในราคาถูก&nbsp;ซึ่งก่อนหน้านี้ทางหมู่บ้านต้องไปซื้อข้าวเปลือกจากจังหวัดพัทลุงมาสีเป็นข้าวสาร&nbsp;ซึ่งผลกำไรจากการดำเนินการสามารถนำไปช่วยเหลือ&nbsp;หรือกิจกรรมสาธารณะต่างๆ&nbsp;ของหมู่บ้านอยู่เป็นประจำ&nbsp;รวมทั้งแจกจ่ายช่วยเหลือ&nbsp;ให้กับผู้ด้อยโอกาสในหมู่บ้าน&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ฟางข้าวที่เหลือสามารถสนับสนุนให้กับกลุ่มเกษตรกรเลี้ยงโคในพื้นที่&nbsp;เพื่อใช้เป็นอาหาร&nbsp;ช่วยลดต้นทุนในการผลิตอีกด้วย&nbsp;</p><p><strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ขอชื่นชมผู้นำท้องถิ่น&nbsp;และพี่น้องกลุ่มเกษตรกรที่ได้ปรับพื้นที่สาธารณะว่างเปล่าให้เกิดประโยชน์สูงสุดให้กับหมู่บ้าน&nbsp;ชุมชน&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;ลดรายจ่ายให้กับประชาชน&nbsp;น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;และพระราชปณิธาน&nbsp;สืบสาน&nbsp;รักษา&nbsp;ต่อยอด&nbsp;ของในหลวงรัชกาลปัจจุบัน&nbsp;มาปฏิบัติให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับหมู่บ้าน&nbsp;ชุมชนอื่นต่อไป&nbsp;ทราบอีกว่าผลผลิตที่ได้จากน้ำพักน้ำแรงของพี่น้องกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ประมาณ&nbsp;8&nbsp;ไร่นี้&nbsp;สามารถนำไปแปรรูปสีเป็นข้าวสารปลอดสารพิษโดยโรงสีข้าวของหมู่บ้านเอง&nbsp;จำหน่ายให้กับพี่น้องในหมู่บ้าน&nbsp;ในราคาถูก&nbsp;ช่วยลดรายจ่าย&nbsp;และรักษาสุขภาพให้กับประชาชน&nbsp;ตลอดจนแจกจ่ายช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในโอกาสต่างๆ&nbsp;ต่อไปด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","14/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211214154929136"],
    [142,"จังหวัดตราดจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ บูรณาการร่วมกับ โครงการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้กับประชาชน และโครงการหน่วยแพทย์ พอ.สว.","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>(14&nbsp;ธ.ค.&nbsp;64)&nbsp;นายชำนาญวิทย์&nbsp;เตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&nbsp;</strong>เป็นประธานเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&nbsp;ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ประจำไตรมาสที่&nbsp;1/2565&nbsp;ซึ่งจังหวัดตราด&nbsp;โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดตราด&nbsp;พร้อมด้วยหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ร่วมกันจัดขึ้นที่วัดวังตะเคียน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลวังตะเคียน&nbsp;อำเภอเขาสมิง&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;โดยบูรณาการกับ&nbsp;โครงการบำบัดทุกข์&nbsp;บำรุงสุข&nbsp;สร้างรอยยิ้มให้กับประชาชน&nbsp;และการจัดโครงการหน่วยแพทย์&nbsp;พอ.สว.&nbsp;โดยมีประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมโครงการภายใต้มาตรการป้องกันปัญหาโควิด&nbsp;-19</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำหรับการจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในครั้งนี้</strong>&nbsp;มีวัตถุประสงค์ในการให้บริการทางวิชาการแก่เกษตรกร&nbsp;องค์กรเกษตรกรชุมชน&nbsp;ให้สามารถดำเนินกิจการได้อย่างต่อเนื่อง&nbsp;มีการบริหารจัดการที่เป็นระบบสามารถแก้ไขปัญหาในการประกอบอาชีพทางด้านการเกษตรให้กับเกษตรกรได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;รวมทั้งเป็นการดูแลรักษาสุขภาพให้กับประชาชนที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;โดยมีกิจกรรมคลินิกต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เช่น&nbsp;คลินิกพืช&nbsp;คลินิกดิน&nbsp;คลินิกประมง&nbsp;คลินิกสหกรณ์&nbsp;คลินิก&nbsp;สปก.&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้การจัดโครงการบำบัดทุกข์&nbsp;บำรุงสุข&nbsp;สร้างรอยยิ้มให้กับประชาชน&nbsp;ยังมีหน่วยงานภาครัฐในระดับจังหวัด&nbsp;จัดหน่วยให้บริการประชาชนถึงในพื้นที่&nbsp;โดยมุ่งแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;พร้อมทั้งเป็นการนำนโยบายของภาครัฐที่สำคัญในการแก้ไขปัญหาต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;มาชี้แจงให้กับประชาชน&nbsp;รวมทั้งมีการจัดหน่วยแพทย์&nbsp;พอ.สว.&nbsp;ออกหน่วยแพทย์ให้บริการประชาชน&nbsp;ทั้งการตรวจสุขภาพ&nbsp;ตรวจรักษาโรค&nbsp;การมอบทุนการศึกษาให้กับเยาวชน&nbsp;เบี้ยยังชีพ&nbsp;และการมอบถุงยังชีพให้กับผู้ยากไร้อีกด้วย&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","14/12/2021","ภาคตะวันออก","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211214161955162"],
    [143,"รองผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม เปิดโครงการคลินิกเกษรเคลื่อนในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เพื่อให้เกษตรกรได้เข้าถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์   ","<p><strong>วันนี้&nbsp;(15&nbsp;ธ.ค.64)&nbsp;นายสุพจน์&nbsp;ยศสิงห์คำ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;</strong>รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;บริเวณวัดไทร&nbsp;ตำบลกระดังงา&nbsp;อำเภอบางคนที&nbsp;โดยนายวิศิษ&nbsp;บ่อสารคาม&nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรจังหวัด&nbsp;กล่าวรายงาน&nbsp;นายวุฒิชัย&nbsp;ยามโคกสูง&nbsp;นายอำเภอบางคนที&nbsp;กล่าวต้อนรับ&nbsp;และมีส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;เกษตรกร&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;ผู้นำท้องที่และประชาชน&nbsp;เข้าร่วนกิจกรรมฯ&nbsp;พร้อมมอบประกาศนียบัตรผู้ชนะการประกวดศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนระดับจังหวัดและระดับเขต&nbsp;,ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชนดีเด่นระดับจังหวัด/ระดับเขต,ผู้ชนะการประกวดดแปลงใหญ่ดีเด่นระดับจังหวัดและเขต&nbsp;และมอบพันธุ์ผักให้กับกำนันผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ตำบลกระดังงา&nbsp;เพื่อนำไปมอบให้กับประชาชนในตำบล</p><p><strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;เป็นโครงการสำคัญตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ดังกล่าว&nbsp;อยู่ในพระราชานุเคราะห์ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&nbsp;ฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ซึ่งโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ฯ&nbsp;เป็นวิธีการดำเนินงานที่สามารถให้บริการทางวิชาการและการถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เป็นการปฏิบัติงานในเชิงรุกที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหา&nbsp;ให้ได้รับบริการทางการเกษตรอย่างรวดเร็ว&nbsp;ทั่วถึง&nbsp;และครบถ้วน</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;และคณะ&nbsp;ได้เยี่ยมชมหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;มาจัดแสดงและให้บริการพี่น้องประชาชน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การทำหมันสุนัขและแมว&nbsp;,การแจกน้ำหมัก&nbsp;ชีวภาพ&nbsp;,การให้ความรู้ด้านการประมง,ด้านสหกรณ์,ด้านดิน,ปุ๋ย&nbsp;และกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;ที่นำผลผลิตในพื้นที่จำหน่าย&nbsp;ภายใต้มาตรการการป้องกันไวรัสโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>","15/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรสงคราม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211215130416447"],
    [144,"รองผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม เปิดโครงการคลินิกเกษรเคลื่อนในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เพื่อให้เกษตรกรได้เข้าถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","<p><strong>วันนี้&nbsp;(15&nbsp;ธ.ค.64)&nbsp;นายสุพจน์&nbsp;ยศสิงห์คำ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม</strong>&nbsp;รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการคลินิกเกษรเคลื่อนในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;บริเวณวัดไทร&nbsp;ตำบลกระดังงา&nbsp;อำเภอบางคนที&nbsp;โดยนายวิศิษ&nbsp;บ่อสารคาม&nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรจังหวัด&nbsp;กล่าวรายงาน&nbsp;</p><p><strong>นายวุฒิชัย&nbsp;ยามโคกสูง&nbsp;นายอำเภอบางคนที&nbsp;กล่าวต้อนรับ</strong>&nbsp;และมีส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;เกษตรกร&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;ผู้นำท้องที่และประชาชน&nbsp;เข้าร่วนกิจกรรมฯ&nbsp;พร้อมมอบประกาศนียบัตรผู้ชนะการประกวดศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนระดับจังหวัดและระดับเขต&nbsp;,ศูนย์จัดการดดินปุ๋ยชุมชนดีเด่นระดับจังหวัด/ระดับเขต,ผู้ชนะการประกวดแปลงใหญ่ดีเด่นระดับจังหวัดและเขต&nbsp;และมอบพันธุ์ผักให้กับกำนันผู้ใหญ่บ้านตำบลกระดังงา&nbsp;เพื่อนำไปมอบให้กับประชาชนในตำบล</p><p><strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์</strong>&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&nbsp;ฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;เป็นโครงการสำคัญตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้โครงการคลินิกเคลื่อนที่ดังกล่าว&nbsp;อยู่ในพระราชานุเคราะห์ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&nbsp;ฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ซึ่งโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ฯ&nbsp;เป็นวิธีการดำเนินงานที่สามารถให้บริการทางวิชาการและการถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เป็นการปฏิบัติงานในเชิงรุกที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหา&nbsp;ให้ได้รับบริการทางการเกษตรอย่างรวดเร็ว&nbsp;ทั่วถึง&nbsp;และครบถ้วน</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;และคณะ&nbsp;ได้เยี่ยมชมหน่วยงาน</strong>ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;มาจัดแสดงและให้บริการพี่น้องประชาชน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การทำหมันสุนัขและแมว&nbsp;,การแจกน้ำหมัก&nbsp;ชีวิภาพ&nbsp;,การให้ความรู้ด้านการประมง,ด้านสหกรณ์,ด้านดิน,ปุ๋ย&nbsp;และกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;ที่นำผลผลิตในพื้นที่จำหน่าย&nbsp;ภายใต้มาตรการการป้องกันไวรัสโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","15/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรสงคราม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211215132747468"],
    [145,"กรมส่งเสริมการเกษตร เดินหน้าสร้างมาตรฐานเกลือทะเลไทย แนะเกษตรกรทำนาเกลือตามคู่มือ เพื่อยื่นขอ GAP","<p><strong>นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ประเทศไทยมีแหล่งผลิตเกลือทะเลแหล่งใหญ่อยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกและภาคตะวันตก&nbsp;มีเกษตรกรประกอบอาชีพทำนาเกลือและผลิตเกลือทะเลเพื่อใช้ประโยชน์มาอย่างยาวนาน&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้กำหนดยุทธศาสตร์เกลือทะเลไทย&nbsp;(พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;2568)เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาเกลือทะเลไทย&nbsp;</p><p><strong>โดยมีเป้าหมาย&nbsp;4&nbsp;ประการคือ</strong>&nbsp;พัฒนาเกลือทะเลไทยให้มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล&nbsp;&nbsp;สร้างตลาดที่มีความหลากหลาย&nbsp;&nbsp;รักษาเสถียรภาพราคาเกลือทะเลไทย&nbsp;และมีการบริหารจัดการพื้นที่ทำนาเกลือทะเลที่ดี&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;เมื่อปี&nbsp;2562&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ประกาศใช้มาตรฐานสินค้าเกษตร&nbsp;เรื่องเกลือทะเลธรรมชาติ&nbsp;(มกษ.8402-2562)&nbsp;และมาตรฐานสินค้าเกษตร&nbsp;เรื่องการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับการทำนาเกลือทะเล&nbsp;(มกษ.9055-2562)&nbsp;ซึ่งเป็นมาตรฐานทั่วไป&nbsp;สำหรับใช้ในการส่งเสริมสินค้าเกลือทะเลให้ได้มาตรฐาน&nbsp;มีคุณภาพและปลอดภัย&nbsp;</p><p><strong>กรมส่งเสริมการเกษตร</strong>&nbsp;ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาเกลือทะเลไทย&nbsp;มีบทบาทสำคัญในการช่วยส่งเสริมให้เกษตรกรผู้ทำนาเกลือสามารถพัฒนาการประกอบอาชีพการทำนาเกลือให้ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล&nbsp;โดยการส่งเสริมความรู้&nbsp;ทักษะ&nbsp;และเตรียมความพร้อมทั้งในด้านกระบวนการผลิต&nbsp;และขั้นตอนการขอรับรองมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;เกษตรกรที่สนใจจะขอรับการรับรองมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;เกลือทะเล&nbsp;จะต้องพัฒนาการผลิตเกลือทะเลตลอดกระบวนการให้มีความสะอาดปลอดภัยตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด&nbsp;โดยสามารถศึกษาคู่มือการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับการทำนาเกลือทะเล&nbsp;(มกษ.9055-2562)&nbsp;หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมในการเตรียมความพร้อมสำหรับการขอรับการรับรองมาตรฐานได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน</p><p><br></p><p><br></p>","15/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211215192301664"],
    [146,"จังหวัดภูเก็ต จัดกิจกรรม วันดินโลก (World Soil Day) ปี 2564 \"พิชิตดินเค็ม เติมเต็มผลผลิต สร้างชีวิตเกษตรกร\" น้อมรำลึกและสำนึกพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร","<p><strong>จังหวัดภูเก็ต&nbsp;จัดกิจกรรม&nbsp;วันดินโลก&nbsp;(World&nbsp;Soil&nbsp;Day)&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;\"</strong>พิชิตดินเค็ม&nbsp;เติมเต็มผลผลิต&nbsp;สร้างชีวิตเกษตรกร\"&nbsp;น้อมรำลึกและสำนึกพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร</p><p><strong>วันที่&nbsp;15&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่&nbsp;สถานีพัฒนาที่ดินภูเก็ต&nbsp;ตำบลศรีสุนทร&nbsp;อำเภอถลาง&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;</strong>นายอำนวย&nbsp;พิณสุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรม&nbsp;วันดินโลก&nbsp;(World&nbsp;Soil&nbsp;Day)&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;พร้อมกล่าวคำน้อมรำลึกและเทิดพระเกียรติ&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;โดยมี&nbsp;นายปัญญา&nbsp;ใจสมุทร&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินภูเก็ต&nbsp;นายจักรี&nbsp;สุจริตธรรม&nbsp;อดีตอธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ภาคประชาชน&nbsp;และ&nbsp;ภาคีเครือข่ายผู้นำต้นแบบ&nbsp;ร่วมกิจกรรมจำนวมากภายใต้มาตรการป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;วันดินโลก&nbsp;(Word&nbsp;Soil&nbsp;day)&nbsp;ตรงกับวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;</strong>มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;เพื่อสดุดีพระเกียรติคุณของพระองค์&nbsp;ซึ่งถือเป็นวันสำคัญในการขับเคลื่อนกิจกรรมรณรงค์และเผยแพร่ความรู้ทางด้านดินและสร้างความอยู่รอดของมวลมนุษยชาติและสภาพแวดล้อม&nbsp;ที่มีความจำเป็นที่จะต้องมีการจัดการทรัพยากรดินอย่างยั่งยืน</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;ยุทธศาสตร์เกษตรและสหกรณ์&nbsp;มุ่งส่งเสริมให้มีการพัฒนาภาคการเกษตรในระยะยาว</strong>&nbsp;เพื่อบรรลุวิสัยทัศน์&nbsp;เกษตรมั่นคง&nbsp;ภาคการเกษตรมั่งคั่ง&nbsp;ทรัพยากรการเกษตรยั่งยืน&nbsp;ส่งเสริมให้มีการบูรณาการทางการผลิต&nbsp;การอนุรักษฺทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;การสร้างความหลากหลายทางชีวภาพ&nbsp;และตลอดระยะเวลา&nbsp;70&nbsp;ปี&nbsp;แห่งการครองราชย์พระองค์ได้ทรงดำรงมั่นอยู่ในทศพิธราชธรรมและทรงยึดมั่นในพระปฐมบรมราชโองการ&nbsp;เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม&nbsp;เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม&nbsp;</p><p><strong>อีกทั้งทรงพระวิริยอุตสาหะปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่นานัปการ</strong>&nbsp;ทรงทุ่มเทพระวรกาย&nbsp;เพื่อประชาชนให้ได้รับความร่มเย็น&nbsp;ตลอดจนทุกคราที่ชาติบ้านเมืองประสบความทุกข์ยาก&nbsp;จากวิกฤตภัยต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;พระองค์ได้ทรงพระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์และพระราชทานแนวทางเพื่อคลี่คลาย&nbsp;ขจัดปัญหาให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี&nbsp;นำความผาสุกมาสู่ประเทศโดยถ้วนหน้า&nbsp;บนหลักของการเข้าใจ&nbsp;เข้าถึง&nbsp;และพัฒนา&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างบูรณาการ&nbsp;ก่อให้เกิดประโยชน์สุขต่อชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรและความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม&nbsp;เป็นที่มาของการทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัล&nbsp;นักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม/&nbsp;(Humanitarian&nbsp;Soil&nbsp;Scientist)&nbsp;เป็นพระองค์แรกของโลก&nbsp;โดยสหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติ/&nbsp;หรือ&nbsp;IUSS&nbsp;&nbsp;(International&nbsp;&nbsp;Union&nbsp;&nbsp;of&nbsp;Soil&nbsp;Science)/&nbsp;และองค์การสหประชาติ&nbsp;(UN)&nbsp;ได้มีมติรับรองให้วันที่&nbsp;5&nbsp;ธันวาคมของทุกปีเป็นวันดินโลก&nbsp;(World&nbsp;Soil&nbsp;Day)&nbsp;เพื่อใช้เป็นโอกาสในการขับเคลื่อนกิจกรรมเผยแพร่ความรู้ทางด้านดินและสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของดินทั้งในระดับประเทศ&nbsp;และระดับโลก&nbsp;</p><p><strong>นายปัญญา&nbsp;ใจสมุทร&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินภูเก็ต&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;องค์การสหประชาชาติ&nbsp;</strong>ได้ประกาศให้วันที่&nbsp;5&nbsp;ธันวาคม&nbsp;ของทุกปี&nbsp;เป็นวันดินโลก&nbsp;เพื่อประกาศเกียรติคุณ&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณีกิจกับการพัฒนาที่ดินมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน&nbsp;ปรากฏผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์อย่างกว้างขวาง&nbsp;ทั้งในประเทศและนานาชาติ&nbsp;และเพื่อสร้างการรับรู้และตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรดิน&nbsp;ต่อการพัฒนาด้านการเกษตรโภชนาการ&nbsp;และความมั่งคงทางอาหาร&nbsp;ทั้งในระดับประเทศ</p><p>และระดับโลก&nbsp;&nbsp;โดยในวันที่&nbsp;5&nbsp;ธันวาคม&nbsp;ของทุกปี&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;โดยกรมพัฒนาที่ดิน&nbsp;ได้จัดงานวันดินโลก&nbsp;เพื่อน้อมรำลึกถึง&nbsp;พระมหากรุณาธิคุณและเชิดชูเกียรติยศในฐานะทรงเป็น</p><p>นักวิทยาสตร์ดินเพื่อมนุษย์ธรรม</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;กลุ่มสมาชิกความร่วมมือทรัพยากรดินโลก&nbsp;(Global&nbsp;Soil&nbsp;Partnership&nbsp;:GSP)&nbsp;</strong>&nbsp;ได้กำหนดจัดงาน&nbsp;หัวข้อ&nbsp;\"&nbsp;Halt&nbsp;soil&nbsp;salinization,&nbsp;boost&nbsp;soil&nbsp;&nbsp;productivity&nbsp;:&nbsp;&nbsp;พิชิตดินเค็ม&nbsp;เติมเต็มผลผลิต&nbsp;สร้างชีวิตเกษตรกร&nbsp;เน้นที่การจัดการดินเค็มเพื่อฟื้นฟูผลิตภาพของดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ที่เหมาะสมกับการปลูกพืช&nbsp;โดยจังหวัดภูเก็ต&nbsp;กำหนดจัดกิตกรรมระหว่างวันที่&nbsp;15-16&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งมีกิจกรรมหลากหลาย&nbsp;เช่น&nbsp;กิจกรรมน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;,&nbsp;นิทรรศการวันดินโลก&nbsp;จากภาคีเครือข่ายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;การสาธิต&nbsp;สร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;ด้านการเกษตร&nbsp;การจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าเกษตร</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","15/12/2021","ภาคใต้","ภูเก็ต","สวท.ภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211215150651536"],
    [147,"เกษตรกรเจ้าของสวนทุเรียนรายใหญ่ทำทุเรียนนอกฤดูกาลราคาสูง","<p><strong>เกษตรกรสวนเขาน้อย&nbsp;เจ้าของสวนทุเรียนรายใหญ่จังหวัดพัทลุง&nbsp;</strong>ประสบความสำเร็จทำให้ต้นทุเรียนพันธุ์หมอนทองออกผลผลิตนอกฤดูกาล&nbsp;3&nbsp;ปีติดต่อกัน&nbsp;หลังเข้ารับซื้อส่งจีนราคาสูงลิ่วกิโลกรัมละ&nbsp;180&nbsp;บาท&nbsp;พร้อมเปิดเป็นศูนย์เรียนรู้ให้เกษตรกร</p><p><strong>จังหวัดพัทลุง&nbsp;เป็นจังหวัดหนึ่งที่มีความพร้อมทางด้านการเกษตร&nbsp;พื้นที่มีลักษณะราบลุ่ม</strong>&nbsp;มีแหล่งน้ำต้นทุนบริเวณเทือกเขาบรรทัดเป็นของตนเอง&nbsp;มีการผลิตทางด้านการเกษตรที่หลากหลาย&nbsp;อาทิ&nbsp;ทำนา&nbsp;ทำสวนยางพารา&nbsp;ทำสวนผลไม้&nbsp;ประมงน้ำจืด&nbsp;และปศุสัตว์&nbsp;ทำให้เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพทางด้านการเกษตร&nbsp;โดยมีโครงสร้างการผลิตทางด้านการเกษตรร้อยละ&nbsp;32.67&nbsp;แต่กลับมีรายได้ต่อหัวที่น้อย&nbsp;โดยมีรายได้ต่อหัวอยู่ที่&nbsp;71,298&nbsp;ต่อคนต่อปี&nbsp;เป็นอันดับที่&nbsp;13&nbsp;ใน&nbsp;14&nbsp;จังหวัดภาคใต้&nbsp;ดังนั้นในการพัฒนาทางการเกษตร&nbsp;คือการที่เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดี&nbsp;ทรัพยากรการเกษตรมีความสมดุลและยั่งยืน&nbsp;โดยน้อมนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินงาน&nbsp;จังหวัดพัทลุงจึงได้กำหนดนโยบายสำคัญในการขับเคลื่อนงานเกษตรกรรมยั่งยืนเพื่อเพิ่มพื้นที่เกษตรอินทรีย์ของจังหวัดพัทลุง</p><p><strong>นายชากรี&nbsp;รอดไฝ&nbsp;อดีตข้าราชการกรมป่าไม้&nbsp;หลังเกษียณอายุจากรับราชการ&nbsp;</strong>หันมาทำอาชีพสวนผลไม้อย่างเต็มตัวในพื้นที่&nbsp;สวนเขาน้อย&nbsp;หมูที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลบ้านนา&nbsp;อำเภอศรีนครินทร์&nbsp;จังหวัดพัทลุง&nbsp;เนื้อกว่า&nbsp;50&nbsp;ไร่&nbsp;ใกล้เส้นทางถนนสานเพชรเกษม&nbsp;ช่วงพัทลุง&nbsp;&nbsp;ตรัง&nbsp;เดิมทีบริเวณดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นพื้นที่สวนยางพารา&nbsp;และสวนผลไม้แบบประสมผสาน&nbsp;แต่ในช่วง&nbsp;6&nbsp;ปีที่ผ่านมา&nbsp;ได้น้อมนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการทำเกษตรเพื่อเพิ่มผลผลิต&nbsp;เพิ่มรายได้&nbsp;ปัจจุบันพื้นที่ส่วนใหญ่ปลูกต้นทุเรียนพันธุ์หมอนทอง&nbsp;จำนวนหลายแปลงทั้งต้นที่เริ่มเพาะปลูกอายุประมาณ&nbsp;1&nbsp;ปีกว่า&nbsp;แปลงที่ต้นทุเรียนกำลังเจริญเติบโตอายุประมาณ&nbsp;3&nbsp;ปีกว่า&nbsp;และขณะนี้แปลงที่ได้รับผลผลิตมีต้นทุเรียนจำนวน&nbsp;200&nbsp;ต้น</p><p><strong>นายชากรี&nbsp;รอดไฝ&nbsp;อดีตข้าราชการเกษียณ&nbsp;สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่&nbsp;12&nbsp;กรมป่าไม้&nbsp;กล่าวว่า</strong>พื้นที่ของจังหวัดพัทลุง&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่ของอำเภอศรีนครินทร์&nbsp;อำเภอกงหรา&nbsp;และอำเภออื่นๆตามแนวเทือกเขาบรรทัด&nbsp;เป็นพื้นที่เหมาะสมสำหรับทำการเกษตรดินอุดมสมบูรณ์ไปด้วยแร่ธาตุ&nbsp;จึงเหมาะกับการทำสวนผลไม้ตนเองได้ปลูกต้นทุเรียนพันธุ์หมอนทอง&nbsp;ทั้งหมดในเนื้อที่กว่า&nbsp;50&nbsp;ไร่&nbsp;ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดสูงมาก&nbsp;ปัจจุบันทุเรียน&nbsp;สวนเขาน้อย&nbsp;ศรีนครินทร์&nbsp;แปลงที่ต้นทุเรียนให้ผลผลิตอายุประมาณ&nbsp;5&nbsp;ปีกว่า&nbsp;และเมื่อช่วงทุเรียนอายุประมาณ&nbsp;4&nbsp;ปี&nbsp;เริ่มทำทวายต้นทุเรียน&nbsp;เพื่อให้ผลผลิตออกนอกฤดูกาล&nbsp;ที่สวนเขาน้อย&nbsp;ศรีนครินทร์&nbsp;ทำทวายให้ต้นทุเรียนออกผลผลิตในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน&nbsp;แลต้นเดือนธันวาคม&nbsp;ซึ่งสามารถจำหน่ายได้ในราคาที่สูง&nbsp;ครั้งนี้เป็นครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ของการทำให้ต้นทุเรียนจำนวน&nbsp;200&nbsp;ต้น&nbsp;ออกผลผลิตนอกฤดูกาล&nbsp;ปีแรกได้ผลผลิตจำนวน&nbsp;10&nbsp;ตัน&nbsp;และคาดว่าปีนี้จะได้ผลผลิตประมาณ&nbsp;30&nbsp;ตัน&nbsp;ซึ่งขณะนี้หลังผู้รับซื้อจากจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;นำคนงานเข้าตัดทุเรียนที่กำลังจะสุกประมาณ&nbsp;70&nbsp;&nbsp;80&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;ราคาออกจากสวนช่วงเดือนนี้กิโลกรัมละ&nbsp;180&nbsp;บาท&nbsp;และคาดว่าในช่วงเดือนมกราคม&nbsp;ปีหน้าราคาอาจจะทะลุ&nbsp;200&nbsp;บาท&nbsp;ทั้งนี้หลังที่เข้ารับเพื่อนำจำหน่ายต่อไปยังประเทศจีน&nbsp;</p><p><strong>นายชากรี&nbsp;รอดไฝ&nbsp;อดีตข้าราชการเกษียณ&nbsp;สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่&nbsp;12&nbsp;กรมป่าไม้&nbsp;กล่าวอีกว่า</strong>ที่สวนเขาน้อย&nbsp;ศรีนครินทร์&nbsp;พร้อมเปิดเป็นแหล่งเรียนรู้ให้เกษตรกร&nbsp;ที่รักอาชีพทำสวนผลไม้โดยเฉพาะสวนทุเรียน&nbsp;ดังนั้นทางราชการโดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;น่าจะสนับสนุนเกษตรกรในพื้นที่ของจังหวัดพัทลุง&nbsp;และจังหวัดอื่นหันมาปลูกทุเรียน&nbsp;และทำให้ผลผลิตออกนอกฤดูกาล&nbsp;เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรชาวสวนผลไม้</p><p>ขณะที่วันนี้&nbsp;15&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;นายกู้เกียรติ&nbsp;&nbsp;วงศ์กระพันธุ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดพัทลุง&nbsp;ได้มอบใบรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร&nbsp;\"การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืชอาหาร&nbsp;:GAP\"&nbsp;ให้กับ&nbsp;นายชากรี&nbsp;รอดไฝ&nbsp;เจ้าของสวนทุเรียน&nbsp;&nbsp;สวนเขาน้อย&nbsp;ศรีนครินทร์&nbsp;ซึ่งกรมวิชาการทางเกษตร&nbsp;จะตรวจสอบ&nbsp;ติดตาม&nbsp;และสุ่มตรวจทุกระยะ&nbsp;อายุของใบรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรจะมีอายุเพียง&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;เท่านั้น&nbsp;จากนั้นเจ้าหน้าที่จะตรวจมาตรฐานใหม่อีกครั้งเพื่อออกใบรับรองดังกล่าว</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง&nbsp;074&nbsp;612404</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","15/12/2021","ภาคใต้","พัทลุง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211215174324604"],
    [148,"เกษตรกรกลุ่มแปลงใหญ่ทุเรียนเกาะช้าง จัดแถลงข่าว ทุเรียน GI ชะนีเกาะช้าง และมอบรางวัลให้กับเด็กนักเรียนที่ชนะประกวดออกแบบโลโก้","<p><strong>วันที่&nbsp;15&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.)&nbsp;เกาะช้าง</strong>&nbsp;(สวนสมโภชน์เกาะช้าง)&nbsp;ได้จัดการแถลงข่าว&nbsp;ทุเรียน&nbsp;GI&nbsp;ชะนีเกาะช้าง&nbsp;และมอบรางวัลให้กับเด็กนักเรียนที่ชนะประกวดออกแบบโลโก้&nbsp;โดยมี&nbsp;นายชาญชัย&nbsp;พชระวรางกูร&nbsp;ปลัดอำเภอ&nbsp;รักษาราชการแทนนายอำเภอเกาะช้าง&nbsp;ร่วมมาให้การต้อนรับ&nbsp;พร้อมทั้งนี้&nbsp;มี&nbsp;นายชยุทกฤดิ&nbsp;นนทแก้ว&nbsp;เกษตรจังหวัดตราด&nbsp;นางวรัญญา&nbsp;ถนอมพันธ์พาณิชย์จังหวัดตราด&nbsp;นายสารพล&nbsp;ประศาสน์ศิลป์&nbsp;ที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการแก้ปัญหาราคาผลิตผลเกษตรกรรม&nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&nbsp;และเกษตรกรชาวสวนทุเรียน&nbsp;ผู้สื่อข่าว&nbsp;คณะครู&nbsp;และนักเรียนในพื้นที่&nbsp;อ.เกาะช้าง&nbsp;เข้าร่วม</p><p><strong>ด้านนายเฉลิมพล&nbsp;ทัศมากร&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;ได้กล่าวว่า&nbsp;</strong>ขณะนี้กลุ่มทุเรียนชะนีเกาะช้าง&nbsp;ได้ผ่านการรับรองและขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;หรือ&nbsp;Geographical&nbsp;Indications&nbsp;(GI)&nbsp;จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;จำนวน&nbsp;18&nbsp;สวน&nbsp;เป็นที่เรียบร้อย&nbsp;และได้มีการจัดประกวดออกแบบตราสัญลักษณ์&nbsp;(Logo)&nbsp;เพื่อนำไปใช้เป็นสัญลักษณ์ประจำกลุ่ม&nbsp;โดยให้นักเรียนในพื้นที่อำเภอเกาะช้างส่งผลงานเข้าประกวด&nbsp;และตัดสินผลงานเป็นที่เรียบร้อย&nbsp;ทางกลุ่มจึงได้จัดให้มี&nbsp;งานแถลงข่าว&nbsp;ทุเรียน&nbsp;GI&nbsp;ชะนีเกาะช้าง&nbsp;และพิธีมอบรางวัลเป็นทุนการศึกษา&nbsp;ให้กับนักเรียนเจ้าของผลงานที่ได้รับรางวัล&nbsp;สำหรับนักเรียนที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ด.ช.สาริน&nbsp;นอย&nbsp;เด็กนักเรียนชั้น&nbsp;ม.2&nbsp;โรงเรียนบ้านคลองพร้าว&nbsp;ได้รับรางวัลชนะเลิศ&nbsp;เงินรางวัล&nbsp;5,000&nbsp;บาท&nbsp;ได้ออกแบบโลโก้จากความชื่นชอบ&nbsp;รับประทานทุเรียนชะนี&nbsp;เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว&nbsp;และหาข้อมูลรายละเอียดจากอินเทอร์เน็ตเพิ่มเติม&nbsp;และนำมาออกแบบเรียบง่าย&nbsp;ตามสไตล์ของตนเอง&nbsp;และดีใจที่ภาพวาดโลโก้ของตนเองจะได้นำมาทำเป็นโลโก้สัญลักษณ์ของทุเรียนชะนีเกาะช้าง</p><p><br></p><p>สุนิสา&nbsp;สังข์ทอง&nbsp;สวท.ตราด&nbsp;</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","15/12/2021","ภาคตะวันออก","ตราด","สวท.ตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211215190525641"],
    [149,"ประชุมคณะกรรมการบริหารสวนยางพาราและสวนปาล์มน้ำมัน ครั้งที่ 12565","<p><strong>วันนี้&nbsp;(15&nbsp;ธ.ค.&nbsp;64)&nbsp;นายบุ่นเล้ง&nbsp;โล่สถาพรพิพิธ&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง&nbsp;</strong>เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสวนยางพาราและสวนปาล์มน้ำมัน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;เพื่อบริหารจัดการสวนยางพาราและสวนปาล์มน้ำมันเป็นไปด้วยความเรียบร้อย</p><p><strong>ที่ประชุมมีการรายงานผลผลิตยางพารา&nbsp;แปลงตำบลวังมะปรางเหนือ</strong>&nbsp;อำเภอวังวิเศษ&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ซึ่งได้เริ่มเปิดกรีดประจำฤดูกาลผลิต&nbsp;2564&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;-&nbsp;กันยายน&nbsp;2564&nbsp;ได้ผลผลิตน้ำยางและเศษยาง&nbsp;มีผลกำไร&nbsp;จำนวน&nbsp;200,222.78&nbsp;บาท&nbsp;และรายงานผลผลิตปาล์มน้ำมัน&nbsp;แปลงตำบลวังมะปรางเหนือ&nbsp;อำเภอวังวิเศษ&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2563&nbsp;-&nbsp;30&nbsp;กันยายน&nbsp;2564&nbsp;สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้&nbsp;17&nbsp;ครั้ง&nbsp;มีผลกำไร&nbsp;จำนวน&nbsp;4,258,268&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>มีเรื่องเพื่อพิจารณา&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การจ้างบุคคลเพื่อเป็นผู้จัดการสวนยางพาราและสวนปาล์มน้ำมัน</strong>&nbsp;การจ้างบุคคลเพื่อเป็นผู้ควบคุมงานสวนปาล์มน้ำมันและยางพารา&nbsp;ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามเสนอ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","15/12/2021","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211215181017611"],
    [150,"เกษตรอำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายของเกษตรกรผู้ประสบภัยด้านพืช ด้วยเหตุอุทกภัยเนื่องจากน้ำป่าไหลหลาก ตำบลโพรงจระเข้ และตำบลนาชุมเห็ด","<p><strong>วันนี้(&nbsp;15&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;)&nbsp;นายนนท์นภนต์&nbsp;นาพอ&nbsp;เกษตรอำเภอย่านตาขาว&nbsp;</strong>มอบหมายให้นางแพรวพรรณ&nbsp;ทองพิทักษ์&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญ&nbsp;พร้อมด้วยนายวิทยา&nbsp;สมบัติทอง&nbsp;อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&nbsp;ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายด้านพืชของเกษตรกรหมู่&nbsp;1&nbsp;ตำบลโพรงจระเข้&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;6&nbsp;แปลง&nbsp;โดยพื้นที่ปลูกยางพาราได้รับความเสียหายอย่างสิ้นเชิงจำนวน&nbsp;0-1-0&nbsp;ไร่&nbsp;พื้นที่ปลูกต้นปาล์มน้ำมันได้รับความเสียหายอย่างสิ้นเชิงจำนวน&nbsp;1-2-0&nbsp;ไร่&nbsp;พื้นที่ปลูกกล้ายางพาราได้รับความเสียหายอย่างสิ้นเชิง&nbsp;จำนวน&nbsp;6-2-72&nbsp;ไร่&nbsp;พื้นที่ปลูกทุเรียนได้รับความเสียหายอย่างสิ้นเชิง&nbsp;จำนวน&nbsp;0-1-0&nbsp;ไร่&nbsp;และพื้นที่ปลูกมะพร้าวได้รับความเสียหายอย่างสิ้นเชิง&nbsp;จำนวน&nbsp;0-1-0&nbsp;ไร่&nbsp;ด้วยเหตุอุทกภัยเนื่องจากน้ำป่าไหลหลาก&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;ยังได้มอบหมายให้นายธีรภัทร์&nbsp;บุญฤทธิ์&nbsp;และนายฮูสรี&nbsp;หีมมะหมัด</strong>&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;พร้อมด้วยนายคะนอง&nbsp;นิ่มเพ็ง&nbsp;อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&nbsp;ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายด้านพืชของเกษตรกรหมู่&nbsp;4&nbsp;และ&nbsp;8&nbsp;ตำบลนาชุมเห็ด&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;2&nbsp;แปลง&nbsp;โดยพื้นที่ปลูกกล้วยไข่ได้รับความเสียหายอย่างสิ้นเชิง&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;1&nbsp;งาน&nbsp;และพื้นที่ปลูกกาแฟในสวนยางพาราได้รับความเสียหายอย่างสิ้นเชิง&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;งาน&nbsp;ด้วยเหตุอุทกภัยเนื่องจากน้ำป่าไหลหลาก&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งทางสำนักงานเกษตรอำเภอย่านตาขาวจะดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติตามหลักเกณฑ์&nbsp;และวิธีการที่การคลังกำหนดต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","15/12/2021","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211215182015615"],
    [151,"เกษตรเมืองตรัง ลงพื้นที่ให้คำแนะนำด้านโรคพืชแก่เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน ตำบลควนปริง","<p><strong>วันนี้(&nbsp;15&nbsp;ธันวาคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564)&nbsp;นายประทิ่น&nbsp;วรรณงาม&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ</strong>&nbsp;รักษาราชการเกษตรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;และผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่&nbsp;4&nbsp;และ&nbsp;6&nbsp;ตำบล&nbsp;ควนปริง&nbsp;ลงพื้นที่ให้คำแนะนำให้คำปรึกษาเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันตำบลควนปริง&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;พบว่าปาล์มน้ำมันมีลักษณะผิดปกติบริเวณใบล่าง&nbsp;จากการวิเคราะห์เบื้องต้นสาเหตุเกิดจากโรคราสนิมเหล็ก</strong>&nbsp;ทั้งนี้ได้ให้คำแนะนำให้เกษตรกรประเมินความคุ้มค่ากับระดับความรุนแรงในการระบาด&nbsp;หากการระบาดรุนแรงเพิ่มขึ้น&nbsp;แนะนำให้ใช้สารเคมีเบนโนมิลโอดี&nbsp;-50&nbsp;ควบคุมด้วยการฉีดพ่น&nbsp;1-2&nbsp;ครั้งหากกัน&nbsp;15&nbsp;วัน&nbsp;6-12&nbsp;กรัมต่อน้ำ&nbsp;20&nbsp;ลิตร&nbsp;หรือใช้ตามคำแนะนำของ</p><p>ผลิตภัณฑ์</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","15/12/2021","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211215182120616"],
    [152,"สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 9 กรมพัฒนาที่ดิน จัดงานวันดินโลก ระดับจังหวัด  เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและเชิดชูพระเกียรติของในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้านการพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรดินมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน ปรากฏเป็นผลสำเร็จอย่างกว้างขวาง","<p><strong>วันที่&nbsp;15&nbsp;ธ.ค.64&nbsp;ที่&nbsp;สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต&nbsp;9&nbsp;กรมพัฒนาที่ดิน</strong>&nbsp;นายกฤชเพชร&nbsp;เพชระบูรณิน&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์&nbsp;เป็นประธานเปิดงานกิจกรรมวันดินโลก&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;ประจำประจำปี&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;พิชิตดินเค็ม&nbsp;เติม&nbsp;เต็ม&nbsp;ผลผลิต&nbsp;สร้างชีวิต&nbsp;เกษตรกร</p><p><strong>นายสุรินทร์&nbsp;ไวยเจริญ&nbsp;รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต&nbsp;9&nbsp;กรมพัฒนาที่ดิน&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;เพื่อร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและเชิดชูพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร.&nbsp;ที่&nbsp;ทรงปฏิบัติพฺระราชกรณียกิจเกี่ยวกับการพัฒนาที่ดินมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน&nbsp;ปรากฏผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์อย่างกว้างขวาง&nbsp;และเพื่อสร้างการรับรู้&nbsp;และความตระหนักถึงความสำคัญของการทรัพยากรดิน&nbsp;ต่อการพัฒนาด้านการพัฒนาทรัพยากรดินเพื่อการเกษตรและเกิดจิตสำนึกในการช่วยกันอนุรักษ์ทรัพยากรดินอย่างยั่งยืน</p><p><strong>ภายในงานประกอบด้วย&nbsp;นิทรรศการด้านทรัพยากรดิน&nbsp;พิพิธภัณฑ์ดิน&nbsp;</strong>นิทรรศการด้านการจัดการดินเค็ม&nbsp;นิทรรศการการปรับปรุงดิน&nbsp;การเสวนาเรื่อง&nbsp;การปรับปรุงบำรุงดิน&nbsp;โดยหมอดินอาสา&nbsp;3&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ได้แก่</p><p>1.&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางชลาลัย&nbsp;ทับสิงห์&nbsp;หมอดินอาสาบ้านปางตางู&nbsp;ตำบลปางสวรรค์&nbsp;อำเภอชุมตาบง&nbsp;จังหวัดนครสวรรค์</p><p>2.&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายจำลอง&nbsp;สงวนสุข&nbsp;หมอดินอาสาบ้านลำพยนต์&nbsp;ตำบลลำพยนต์&nbsp;อำเภอตากฟ้า&nbsp;จังหวัดนครสวรรค์</p><p>3.&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางราตรี&nbsp;บัวพนัส&nbsp;หมอดินอาสาบ้านดงมัน&nbsp;ตำบลจันเสน&nbsp;อำเภอตาคลี&nbsp;จังหวัดนครสวรรค์</p><p><strong>การจัดงานครั้งนี้เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงาน&nbsp;ซึ่งประกอบด้วย&nbsp;เ</strong>กษตรกร&nbsp;หมอดินอาสา&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;ประชาชนทั่วไป&nbsp;รวมทั้งสื่อมวลชน&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;คน&nbsp;ได้รับความรู้เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจด้านการพัฒนาที่ดิน&nbsp;และตระหนักถึงความสำคัญของการร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรดินให้มีความอุดมสมบูรณ์รวมทั้งช่วยกันเผยแพร่ขยายผลไปปรับใช้กับพื้นที่ในท้องถิ่นต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p>","15/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","นครสวรรค์","สวท.นครสวรรค์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211215213858744"],
    [153,"จ.มหาสารคาม จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร","<p><strong>จ.มหาสารคาม&nbsp;จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์</strong>&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;15&nbsp;ธ.ค.&nbsp;64&nbsp;ที่โรงเรียนบ้านหนองรูแข้&nbsp;ต.บัวสันตุ&nbsp;อ.ยางสีสุราช&nbsp;จ.มหาสารคาม&nbsp;</p><p><strong>นายเกียรติศักดิ์&nbsp;ตรงศิริ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่</strong>ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;โดยมี&nbsp;นายธัญญวัฒน์&nbsp;ชาญพินิจ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายนพดล&nbsp;พลซื่อ&nbsp;นายอำเภอยางสีสุราช&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;หน่วยงานภาคีเครือข่าย&nbsp;และประชาชน&nbsp;เข้าร่วม&nbsp;ภายใต้มาตรการด้านสาธารณสุขเพื่อป้องการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&nbsp;ฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;</strong>จัดขึ้นมีวัตถุประสงค์&nbsp;เพื่อให้บริการแก่เกษตรกร&nbsp;ในการแก้ไขปัญหาด้านการผลิตทางการเกษตรให้ได้อย่างรวดเร็วและสอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร&nbsp;ซึ่งเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง&nbsp;หน่วยงานวิชาการ&nbsp;หน่วยงานส่งเสริม&nbsp;และหน่วยงาน&nbsp;อื่นๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมกันพัฒนาฟื้นฟูเกษตรกร&nbsp;และแก้ไขปัญหาร่วมกัน&nbsp;ในรูปกิจกรรมการ&nbsp;ให้บริการเคลื่อนที่&nbsp;ทำให้การผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน&nbsp;สำหรับกิจกรรมให้บริการประชาชน&nbsp;อาทิ&nbsp;คลินิกข้าว&nbsp;คลินิกพืช&nbsp;คลินิกดิน&nbsp;คลินิกสัตว์&nbsp;คลินิกประมง&nbsp;คลินิกกฎหมาย&nbsp;ส.ป.ก.&nbsp;คลินิกบัญชี&nbsp;คลินิกสหกรณ์&nbsp;คลินิกชลประทาน&nbsp;คลินิกหม่อนไหม&nbsp;คลินิกสุขภาพ&nbsp;คลินิกซ่อมบำรุงเครื่องยนต์เล็ก&nbsp;คลินิกฝนหลวง&nbsp;และการมอบ&nbsp;พันธุ์ปลา&nbsp;พันธุ์พืช&nbsp;และการบริการจากหน่วยงานต่างๆ&nbsp;โดยไม่มีค่าใช้จ่าย&nbsp;</p><p><strong>มีการจำหน่ายสินค้าและผลิตผลทางการเกษตร&nbsp;จากวิสาหกิจชุมชน&nbsp;กลุ่มแม่บ้าน</strong>&nbsp;และกลุ่มส่งเสริมอาชีพต่างๆ&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;ได้ออกหน่วยบริการฉีดวัคซีนป้องกัน&nbsp;Covid-19&nbsp;ภายในงานอีกด้วย&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมหาสารคาม</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","15/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","มหาสารคาม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมหาสารคาม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211215200133689"],
    [154,"จ.อุทัยธานี กรมปศุสัตว์ดำเนินโครงการสัตวแพทย์พระราชทานในพระราชดำริ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง","<p><strong>วันนี้&nbsp;(15&nbsp;ธ.ค.64)&nbsp;ที่หอประชุมเทศบาลตำบลลานสัก&nbsp;อำเภอลานสัก&nbsp;จังหวัดอุทัยธานี&nbsp;</strong>นายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;เป็นประธานเปิดพิธีโครงการสัตวแพทย์พระราชทานในพระราชดำริ&nbsp;สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;โดยมี&nbsp;นายขจรเกียรติ&nbsp;รักพานิชมณี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี&nbsp;นายประสงค์&nbsp;เรืองสวัสดิ์&nbsp;รักษาราชการแทนปศุสัตว์จังหวัดอุทัยธานี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;ให้การต้อนรับ</p><p><strong>โดย&nbsp;ในโครงการ&nbsp;มีกิจกรรมต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;การตรวจรักษาพยาบาลสัตว์&nbsp;</strong>ให้คำแนะนำด้านปศุสัตว์&nbsp;ฉีดวัคซีนป้องกันโรคในสัตว์&nbsp;ผ่าตัดทำหมันสุนัขและแมว&nbsp;การจัดแสดงนิทรรศการให้ความรู้&nbsp;แนะนำการเลี้ยงสัตว์</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;นายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>การดำเนินโครงการดังกล่าว&nbsp;เป็นงานสนองพระราชดำริ&nbsp;สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;เป็นการสร้างคุณประโยชน์ให้แก่เกษตรกรผู้ยากไร้&nbsp;อยู่ห่างไกลและขาดโอกาส</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การดำเนินโครงการสัตวแพทย์พระราชทานฯ&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี&nbsp;</strong>จะออกหน่วยให้บริการในพื้นที่&nbsp;ตำบลลานสัก&nbsp;ตำบลระบำ&nbsp;ตำบลน้ำรอบ&nbsp;และตำบลทุ่งนางาม&nbsp;อำเภอลานสัก&nbsp;โดยมีเป้าหมายเกษตรกรมารับบริการไม่น้อยกว่า&nbsp;200&nbsp;ราย&nbsp;และสัตว์เลี้ยงของเกษตรกรไม่น้อยกว่า&nbsp;400&nbsp;ตัว</p><p><br></p><p>ข่าว/ภาพ&nbsp;:&nbsp;ส.ปชส.อุทัยธานี</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;</p>","15/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","อุทัยธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุทัยธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211215200754699"],
    [155,"ธกส.หนองบัวลำภูเดินหน้ามาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2564-65 เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาข้าว และช่วยเหลือเกษตรกรในจังหวัดหนองบัวลำภู","<p><strong>วันนี้&nbsp;(15&nbsp;ธ.ค.&nbsp;64)&nbsp;นายสุวิทย์&nbsp;จันทร์หวร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;เป็นประธาน</strong>ในการมอบเงินมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวและมาตรการคู่ขนาน&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เกษตรกร&nbsp;และประชาชนผู้สนใจเข้าร่วมในงานครั้งนี้&nbsp;ณ&nbsp;ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;สาขาหนองบัวลำภู&nbsp;อ.หนองบัวลำภู&nbsp;จ.หนองบัวลำภู</p><p><strong>นายเสรี&nbsp;ปัตถา&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;จังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;กล่าวรายงานว่า</strong>ตามมติคณะรัฐมนตรี&nbsp;และมติที่ประชุมคณะกรรมการ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;เห็นชอบให้&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ดำเนิน&nbsp;โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2563/64<strong>&nbsp;</strong>เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้ได้รับผลตอบแทนจากการผลิตที่เหมาะสม&nbsp;ป้องกันความเสี่ยงด้านราคาไม่ให้เกษตรกรประสบปัญหาขาดทุน&nbsp;และช่วยแก้ไขปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลก&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;และอุทกภัย&nbsp;ซึ่ง&nbsp;ธ.ก.ส.จังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;ได้โอนเงินเข้าบัญชีของเกษตรกรโดยตรง&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;9&nbsp;-&nbsp;13&nbsp;ธ.ค.&nbsp;64&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;58,963&nbsp;ราย&nbsp;เป็นจำนวนเงิน&nbsp;1,014,360,727.89&nbsp;บาท</p><p><strong>พร้อมกันนี้รัฐบาลได้มอบหมายให้&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ดำเนินโครงการภายใต้มาตรการคู่ขนานเพื่อรักษาเสถียร</strong>ภาพราคาข้าวในการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ประกอบด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.&nbsp;โครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากภาระต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น&nbsp;และจูงใจให้เกษตรกรดูแลรักษาข้าวให้มีคุณภาพดี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรมีเงินทุนหมุนเวียนระหว่างชะลอการขายข้าว&nbsp;ไม่ต้องเร่งขายขาวเปลือกในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมากและราคาตกต่ำ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.&nbsp;โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกรปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;เพื่อนำไปพัฒนายคุณภาพผลผลิต&nbsp;เช่น&nbsp;การลดความชื้น&nbsp;การแปรรูปผลผลิตเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม</p><p><strong>นายสุวิทย์&nbsp;จันทร์หวร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;เผยว่าสถานการณ์ในช่วงที่ผ่านมา&nbsp;</strong>ไม่ว่าจะปัญหาการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;หรือปัญหาอุทกภัย&nbsp;ได้สร้างความยากลำบากให้กับประชาชน&nbsp;โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกร&nbsp;ซึ่งรัฐบาลก็ได้หาแนวทางในการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนมาโดยตลอด&nbsp;จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวและมาตรการคู่ขนาน&nbsp;จะมีส่วนช่วยให้เกษตรกรในจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;ได้รับความช่วยเหลืออย่างทั่วถึง&nbsp;และขอขอบคุณ&nbsp;ผู้บริหาร&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และประชาชนที่มีส่วนช่วยผลักดันโครงการฯ&nbsp;นี้&nbsp;เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนชาวจังหวัดหนองบัวลำภู</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","15/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","หนองบัวลำภู","สวท.หนองบัวลำภู","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211215201230703"],
    [156,"ภารกิจนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี  ส่งเสริมเกษตรกรเลี้ยงปูทะเลเป็นรายได้ พร้อมผลักดันให้จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นแหล่งปูดำทะเลโลก","<p><strong>วันนี้&nbsp;(15&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564)&nbsp;ที่&nbsp;บ่อเลี้ยงปูดำ&nbsp;บ้านโต๊ะโสม&nbsp;หมู่&nbsp;1&nbsp;ต.บางปู&nbsp;ภาคส่วนราชการ</strong>&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และสมาชิกเกษตรกรกลุ่มเลี้ยงปูดำในพื้นที่&nbsp;ต.บางปู,&nbsp;กลุ่มชุมชนท่องเที่ยว&nbsp;ต.บางปู&nbsp;อ.ยะหริ่ง&nbsp;จ.ปัตตานี&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;พล.อ.ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ที่เดินทางมาปฏิบัติราชการในพื้นที่&nbsp;ผลักดันให้พื้นที่บ่อปู&nbsp;เป็นแหล่งเรียนรู้ชุมชน&nbsp;และพัฒนาอาชีพการเลี้ยงปูดำของจังกวัดชายแดนภาคใต้ไปสู่เมืองปูโลก&nbsp;</p><p><strong>พล.อ.ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;เผยว่า&nbsp;</strong>การลงพื้นที่ในครั้งนี้เป็นการลงมาเยี่ยมให้กำลังใจพี่น้องประชาชน&nbsp;โดยการดำเนินงานของทางรัฐบาลกำลังเร่งแก้ไขปัญหาความยากจนรายครัวเรือน&nbsp;ซึ่งต้องใช้การวางแผนอย่าครอบคลุมในหลายมิติ&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนทุกๆ&nbsp;ด้านเกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน&nbsp;ในส่วนของพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้มีวางแผนพัฒนาโครงการเกษตรแนวใหม่&nbsp;ส่งเสริมอาชีพการปลูกผลไม้ท้องถิ่น&nbsp;และการเลี้ยงสัตว์&nbsp;เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ&nbsp;ในขณะเดียวสำหรับการพัฒนาส่งเสริมการเลี้ยงปูจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;สู่เมืองปูโลก&nbsp;โดยการนำร่องในพื้นที่จังหวัดปัตตานีในครั้งนี้&nbsp;เป็นการส่งเสริมให้ชาวบ้านได้มีอาชีพเลี้ยงปู</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;นายกรัฐมนตรียังได้ลงมือปรุงปูผัดผงกะหรี่ด้วยตนเอง</strong>&nbsp;วัตถุดิบหลักคือใช้ปูดำทะเลของที่นี่อีกด้วย&nbsp;ภายหลังจากเยี่ยมชมนิทรรศการการเลี้ยงปูแบบครบวงจร&nbsp;โดยมีตัวแทนเกษตรผู้เลี้ยงปูทะเลคอยให้ข้อมูล&nbsp;ซึ่งปัจจุบันจากการขับเคลื่อนนำร่องการเลี้ยงปูจังหวัดชายแดนภาคใต้สู่เมืองปูโลก&nbsp;ของ&nbsp;ศอ.บต.กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;นำไปสู่วิธีการเลี้ยง&nbsp;3&nbsp;ประเภท&nbsp;คือปล่อยตามธรรมชาติ&nbsp;(ป่าชายเลน)&nbsp;วิธีที่&nbsp;2&nbsp;เลี้ยงในบ่อร้าง&nbsp;และเลี้ยงแบบคอนโด&nbsp;หลังจากนั้นนายกฯ&nbsp;ได้พบปะกับประชาชน&nbsp;พร้อมมอบพันธุ์ลูกปู&nbsp;และไม้โกงกางให้กับเกษตรกร</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>","15/12/2021","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211215191224648"],
    [157,"กรมปศุสัตว์ ให้บริการประชาชนสนองงานตามโครงการสัตวแพทย์พระราชทานในพระราชดำริ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงฯ ณ จังหวัดอุทัยธานี","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดโครงการสัตวแพทย์พระราชทาน&nbsp;ในพระราชดำริสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;ที่จังหวัดอุทัยธานี&nbsp;โดยครั้งนี้ถือเป็นการดำเนินงานครั้งแรกของปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;เริ่มคลี่คลาย&nbsp;กำหนดออกปฏิบัติงาน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;14&nbsp;&nbsp;16&nbsp;ธันวาคมนี้&nbsp;โดยมีการออกหน่วยให้บริการในเขตพื้นที่อำเภอลานสัก&nbsp;จังหวัดอุทัยธานี&nbsp;ให้บริการด้านปศุสัตว์และด้านสัตว์เลี้ยงโครงการสัตวแพทย์พระราชทานฯ&nbsp;ดำเนินงานมาตั้งแต่ปี&nbsp;2550&nbsp;โดยจะมีการจัดกิจกรรมปีละ&nbsp;4&nbsp;ครั้ง&nbsp;การดำเนินงานโครงการสัตวแพทย์พระราชทานฯ&nbsp;เป็นงานสนองพระราชดำริ&nbsp;สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;เป็นการแบ่งเบาพระราชกรณียกิจอีกทางหนึ่ง&nbsp;สร้างคุณประโยชน์ให้แก่เกษตรกรผู้ยากไร้&nbsp;ที่อยู่ห่างไกลและขาดโอกาส&nbsp;เป็นการปฏิบัติงานโดยความร่วมมือร่วมใจระหว่างภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;รวมทั้งคณะสัตวแพทยศาสตร์ของมหาวิทยาลัย&nbsp;และวิชาชีพอื่นๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้องในการให้บริการแก่เกษตรกรที่อยู่ห่างไกล&nbsp;มีการใช้เทคโนโลยีและวิชาการทันสมัยของแขนงต่างๆ&nbsp;เพื่อบริการประชาชนให้ได้ผลสำเร็จ&nbsp;มีกิจกรรมต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;การตรวจรักษาพยาบาลสัตว์&nbsp;ให้บริการผสมเทียม&nbsp;ให้คำปรึกษาแนะนำด้านปศุสัตว์&nbsp;ฉีดวัคซีนป้องกันโรคในสัตว์&nbsp;กำจัดพยาธิภายในภายนอก&nbsp;เช่น&nbsp;เห็บ&nbsp;เหา&nbsp;หมัด&nbsp;การแจกยาและเวชภัณฑ์สำหรับสัตว์&nbsp;การผ่าตัดทำหมันสุนัขและแมว&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพี่อมุ่งสร้างความกินดี&nbsp;อยู่ดีให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์&nbsp;ช่วยพัฒนาสุขภาพสัตว์เลี้ยงของชาวบ้านให้มีความสมบูรณ์แข็งแรง&nbsp;ที่สำคัญเป็นการป้องกันโรคระบาดสัตว์และโรคติดต่อระหว่างสัตว์และคน&nbsp;โดยกำหนดจุดให้บริการในวันที่&nbsp;15&nbsp;บริการเกษตรกรผู้เลี้ยงปศุสัตว์ในพื้นที่&nbsp;และในวันที่&nbsp;16&nbsp;บริการเกษตรกรผู้เลี้ยงปศุสัตว์ในพื้นที่&nbsp;บ้านบึงแห้งและบ้านบุ่งกะเชอ&nbsp;จัดอบรมเสวนาความรู้เรื่องการจัดการด้านสุขภาพแพะแกะที่ทำการกลุ่มผู้เลี้ยงแพะลานสักหมู่&nbsp;10&nbsp;และให้บริการด้านสัตว์เล็กในพื้นที่องค์กรบริหารส่วนตำบลทุ่งนางามและตำบลน้ำรอบการดำเนินการโครงการสัตวแพทย์พระราชทานฯ&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี&nbsp;มีเป้าหมายเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์มารับบริการไม่น้อยกว่า&nbsp;200&nbsp;ราย&nbsp;และสัตว์เลี้ยงของเกษตรกรไม่น้อยกว่า&nbsp;400&nbsp;ตัว</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","15/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211215200011688"],
    [158,"พ่อเมืองศรีสะเกษ เปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารประจำปี 2565  ที่อำเภอกันทรารมย์","<p><strong>วันนี้&nbsp;(15&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;)&nbsp;ที่โดมเทศบาลตำบลกันทรารมย์&nbsp;อำเภอกันทรารมย์&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&nbsp;ฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีนายวิชัย&nbsp;ศรีโพธิ์งาม&nbsp;เกษตรจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายปราจิต&nbsp;แก้วลา&nbsp;นายอำเภอกันทรารมย์&nbsp;&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดศรีสะเกษในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เกษตรอำเกษตรอำเภอทั้ง&nbsp;22&nbsp;อำเภอ&nbsp;และเกษตรกรในพื้นที่อำเภอกันทรารมย์&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยเป็นการดำเนินงานในลักษณะบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างนักวิชาการเกษตร</strong>ของหน่วยงานต่างๆในแต่ละสาขา&nbsp;ทั้งด้านพีช&nbsp;สัตว์&nbsp;ประมง&nbsp;ดิน&nbsp;และน้ำ&nbsp;</p><p><strong>โดยมีหน่วยงานเปิดให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่แก่เกษตรกรและผู้สนใจ</strong>&nbsp;ประกอบไปด้วย&nbsp;</p><p>ศูนย์วิจัยพืชส่วนศรีสะเกษ&nbsp;และศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;ให้บริการคลินิกพืช&nbsp;&nbsp;</p><p>สถานีพัฒนาที่ดินศรีสะเกษ&nbsp;ให้บริการคลินิกดิน&nbsp;</p><p>สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;และสถานีวิจัยทดสอบพันธุ์สัตว์ศรีสะเกษ&nbsp;ให้บริการคลินิกสัตว์&nbsp;</p><p>ศูนย์วิจัยบำรุงพันธุ์สัตว์และสำนักงานประมงจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;และศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดศรีสะเกษ&nbsp;ให้บริการคลินิกประมง&nbsp;</p><p>สำนักงานสหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ให้บริการคลินิกสหกรณ์&nbsp;&nbsp;</p><p>สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ศรีสะเกษ&nbsp;ให้บริการคลินิกบัญชี&nbsp;</p><p>โครงการชลประทานศรีสะเกษ&nbsp;ให้บริการคลินิกชลประทาน&nbsp;&nbsp;</p><p>สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ให้บริการคลินิกกฎหมาย&nbsp;</p><p>สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ให้บริการคลินิกเกษตรและสหกรณ์&nbsp;</p><p>ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวศรีสะเกษ&nbsp;ให้บริการคลินิกข้าว&nbsp;</p><p>ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;(ศรีสะเกษ)&nbsp;ให้บริการคลินิกหม่อนไหม&nbsp;</p><p>การย่างแห่งประเทศไทยจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ให้บริการคลินิกยางพารา&nbsp;</p><p>สำนักงานเกษตรจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;และสำนักงานเกษตรอำเภอกันทรารมย์&nbsp;ให้บริการด้านการเกษตรสาชาพืช&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อเป็นการให้บริการแก่เกษตรกรในการแก้ไขปัญหาการเกษตรในพื้นที่ห่างไกล</strong>&nbsp;สามารถเข้าถึงบริการทางวิชาการและได้รับแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรอย่างครบวงจรในคราวเดียวกันให้คล้องกับปัญหาความต้องการของเกษตรกร&nbsp;เพื่อให้บริการแก่เกษตรกรในการแก้ไขปัญหาด้านการผลิตทางการเกษตรได้อย่างรวดเร็วและทันเหตุการณ์&nbsp;และเพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานวิชาการ&nbsp;หน่วยงานส่งเสริมและศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลในการพัฒนาฟื้นฟูเกษตรกร&nbsp;ให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมี&nbsp;ประสิทธิภาพและยั่งยืนต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>มลฤดี&nbsp;ลูกอินทร์&nbsp;/&nbsp;สวท.ศรีสะเกษ&nbsp;/&nbsp;ข่าว&nbsp;15&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","15/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สวท.ศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211215201855707"],
    [159,"รองผู้ว่าฯ สตูล เปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ครั้งที่ 1 ปีงบประมาณ 2565 และงานวันดินโลก ปี 2564","<p><strong>วันนี้&nbsp;15&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่สถานีพัฒนาที่ดินสตูล&nbsp;ตำบลควนกาหลง&nbsp;อำเภอควนกาหลง&nbsp;จังหวัดสตูล</strong>&nbsp;นายสุพจน์&nbsp;รอดเรือง&nbsp;ณ&nbsp;หนองคาย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;เป็นประธานพิธีโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;และงานวันดินโลก&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;โดยมีนายยงยุทธ&nbsp;ถนอมศรีมงคล&nbsp;นายอำเภอควนกาหลง&nbsp;นายอำนวย&nbsp;แออุดม&nbsp;รักษาการแทนเกษตรจังหวัดสตูล&nbsp;นายวีระพจน์&nbsp;เรืองมี&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินสตูล&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และเกษตรกร&nbsp;กว่า&nbsp;&nbsp;160&nbsp;คน&nbsp;เข้าร่วมฯ&nbsp;พร้อมกันนี้&nbsp;ประธานในพิธีได้เดินตรวจเยี่ยม&nbsp;บูธนิทรรศการให้ความรู้&nbsp;และการให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ด้านต่างๆ&nbsp;อีกด้วย</p><p><strong>สำหรับโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ</strong>&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;และงานวันดินโลก&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;เพื่อให้บริการแก่เกษตรกรในการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;ทั่วพื้นที่โดยที่เกษตรกรไม่ต้องเดินทางไปหาเจ้าหน้าที่&nbsp;และสอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร&nbsp;ตลอดจนสร้างการรับรู้&nbsp;ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติและเกิดจิตสำนึกในการช่วยกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน&nbsp;ซึ่งมีการบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานวิชาการ&nbsp;หน่วยงานส่งเสริมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมให้บริการเกษตรกรให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน&nbsp;โดยเป็นการปฏิบัติงาน&nbsp;ในเชิงรุกที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหา&nbsp;ให้ได้รับบริการทางการเกษตร&nbsp;เช่น&nbsp;การวิเคราะห์ดิน&nbsp;การวินิจฉัยโรคพืช&nbsp;โรคสัตว์&nbsp;โรคสัตว์น้ำ&nbsp;รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและฝึกอบรมความรู้การเกษตรเสริมเพิ่มเติมควบคู่กันไปด้วย&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ในส่วนของงานวันดินโลก&nbsp;ตามที่&nbsp;องค์การสหประชาชาติ&nbsp;(UN)&nbsp;ได้ประกาศให้วันที่&nbsp;5&nbsp;ธันวาคมของ&nbsp;ทุกปี&nbsp;</strong>เป็นวันดินโลก&nbsp;(World&nbsp;Soil&nbsp;Day)&nbsp;เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ&nbsp;เกี่ยวกับการพัฒนาที่ดินมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน&nbsp;ปรากฏผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์&nbsp;อย่างกว้างขวางทั้งในประเทศและนานาชาติ&nbsp;และเพื่อสร้างการรับรู้และความตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรดินต่อการพัฒนาด้านการเกษตร&nbsp;โภชนาการ&nbsp;และความมั่นคงทางอาหารให้ประชากรโลก&nbsp;ทั้งในระดับประเทศ&nbsp;และระหว่างประเทศ&nbsp;โดยเริ่มตั้งแต่ปี&nbsp;2557&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ภายในงานมีกิจกรรม&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;นิทรรศการให้ความรู้&nbsp;การถ่ายทอดความรู้ด้านการเกษตร&nbsp;</strong>และเปิดให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ด้านต่างๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;คลินิกพืช&nbsp;คลินิกปศุสัตว์&nbsp;คลินิกดิน&nbsp;คลินิกประมง&nbsp;คลินิกปฏิรูปที่ดิน&nbsp;คลินิกสหกรณ์&nbsp;คลินิกชลประทาน&nbsp;คลินิกยางพารา&nbsp;คลินิกตรวจบัญชี&nbsp;คลินิกสุขภาพ&nbsp;คลินิกประเมินผลและการให้บริการของหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","15/12/2021","ภาคใต้","สตูล","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211215193653672"],
    [160,"จ.จันทบุรี เดินหน้าหาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนทุเรียน","<p><strong>วันนี้&nbsp;(&nbsp;16&nbsp;ธ.ค.64&nbsp;)&nbsp;ที่ห้องประชุมสื่อสาร&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี</strong>&nbsp;นายสุธี&nbsp;ทองแย้ม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี&nbsp;เป็นประธานนำหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมรับฟังข้อเสนอระบบป้องกันการสวมสิทธิ์&nbsp;ทุเรียน&nbsp;จากบริษัทวิเดฟซอฟท์&nbsp;จำกัด&nbsp;ที่นำเสนอแอปพลิเคชันการเข้าถึงของเกษตรกร&nbsp;ผู้ปลูกทุเรียน&nbsp;ตามนโยบายของจังหวัดจันทบุรีที่มุ่งหวังป้องกัน&nbsp;แก้ไขปัญหาการสวมสิทธิทุเรียนเมืองจันท์ให้ทันสถานการณ์โดยเฉพาะปัญหาซ้ำซากในการส่งออกทุเรียนให้ราบรื่น&nbsp;คล่องตัว&nbsp;เป็นประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกร&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดจันทบุรีมีมาตรการในการส่งเสริมเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนให้มีคุณภาพ</strong>ตามที่ตลาดต้องการ&nbsp;รวมทั้งได้วางแผนการตลาด&nbsp;การรับรองสินค้าคุณภาพที่&nbsp;สวพ.6&nbsp;ออกใบรับรอง&nbsp;GAP&nbsp;แก่เกษตรกรที่บันทึกกิจกรรม&nbsp;8&nbsp;ข้อตามเกณฑ์&nbsp;GAP&nbsp;ส่วนแอปที่บริษัทมานำเสนอในครั้งนี้จะเป็นการนำข้อมูลเข้าระบบด้วยตัวเกษตรกรผู้ผลิตเอง&nbsp;ข้อมูลที่เป็นจริง&nbsp;ไม่ซ้ำซ้อน&nbsp;ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงข้อมูลแหล่งผลิต&nbsp;การบำรุงรักษาผลผลิต&nbsp;อายุการเก็บเกี่ยว&nbsp;และข้อมูลอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้องซึ่งจะสร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภคเพิ่มขึ้น&nbsp;ส่งผลดีต่อราคาผลผลิตและรายได้ของเกษตรกร&nbsp;ทั้งนี้จังหวัดจันทบุรีจะได้มีการพิจารณาข้อเสนอของบริษัทที่มานำเสนอเรื่องของแอปพลิเคชัน&nbsp;ระบบป้องกันการสวมสิทธิ์ทุเรียนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในโอกาสต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","16/12/2021","ภาคตะวันออก","จันทบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211216133437897"],
    [161,"สุพรรณบุรีเปิดงานประชาสัมพันธ์โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาดสอดคล้องตามยุทธศาสตร์ชาติในการสร้างฐานรากให้มั่นคงในระดับท้องถิ่นและชุมชน","<p><strong>(16&nbsp;ธ.ค.64)&nbsp;ที่โรงบรรจุผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ของกลุ่มแปลงใหญ่ผัก&nbsp;</strong>หมู่ที่&nbsp;13&nbsp;ตำบลบ่อสุพรรณ&nbsp;อำเภอสองพี่น้อง&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดงานประชาสัมพันธ์โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&nbsp;พร้อมกล่าวว่า&nbsp;โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาดเป็นหนึ่งในโครงการของรัฐบาลที่มุ่งหวังว่ากลุ่มเกษตรแปลงใหญ่จะสามารถนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาและบริหารจัดการแปลงใหญ่&nbsp;เพื่อต่อยอดด้านคุณภาพ&nbsp;มาตรฐาน&nbsp;การแปรรูป&nbsp;การสร้างมูลค่าเพิ่ม&nbsp;เชื่อมโยงตลาด&nbsp;เพื่อสร้างโอกาสในการเพิ่มคุณภาพผลผลิต&nbsp;ลดต้นทุนการผลิต&nbsp;และเพิ่มรายได้อย่างยั่งยืนต่อไป</p><p><strong>ด้านนายวีรศักดิ์&nbsp;บุญเชิญ&nbsp;เกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรีมีกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่เสนอความต้องการเข้าร่วมโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&nbsp;จำนวน&nbsp;24&nbsp;แปลง&nbsp;ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;3&nbsp;แปลง&nbsp;และกรมการข้าว&nbsp;21&nbsp;แปลง&nbsp;ซึ่งกลุ่มแปลงใหญ่ผัก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;13&nbsp;ตำบลบ่อสุพรรณ&nbsp;อำเภอสองพี่น้อง&nbsp;มีสมาชิกจำนวน&nbsp;85&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่รวม&nbsp;320&nbsp;ไร่&nbsp;ปัจจุบันได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม&nbsp;PGS&nbsp;&nbsp;ครบทั้ง&nbsp;85&nbsp;ราย&nbsp;ได้รับมาตรฐานอินทรีย์&nbsp;Organic&nbsp;Thailand&nbsp;45&nbsp;ราย&nbsp;และได้รับมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>มีการวางแผนการผลิตโดยใช้ระบบตลาดนำการผลิต&nbsp;</strong>เพื่อให้เติบโตอย่างยั่งยืนผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตภาคการเกษตรหรือปรับเข้าสู่เกษตรแปลงใหญ่และเกษตรสมัยใหม่&nbsp;&nbsp;การแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าอุตสาหกรรมอาหารและเศรษฐกิจ&nbsp;และได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากโครงการฯ&nbsp;ทำให้สามารถลดต้นทุน&nbsp;เพิ่มคุณภาพ&nbsp;เพิ่มกำลังการผลผลิต&nbsp;และเพิ่มช่องทางการจำหน่าย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","16/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","สวท.สุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211216161850973"],
    [162,"พัฒนาชุมชนอำเภอปราณบุรี จ.ประจวบฯ เร่งส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนแปรรูปใบสับปะรด สร้างมูลค่าเพิ่มสร้างรายได้จากวัตถุดิบเหลือใช้ทางการเกษตร พร้อมส่งเสริมการทำตลาดออนไลน์","<p><strong>(16&nbsp;ธ.ค.64)&nbsp;น.ส.วลัยลักษณ์&nbsp;มูลมิรัตน์&nbsp;นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ&nbsp;</strong>สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอปราณบุรี&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;วิสาหกิจชุมชนแม่บ้านเกษตรกรวังยาวพัฒนา&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;บ้านวังยาว&nbsp;ต.วังก์พง&nbsp;อ.ปราณบุรี&nbsp;จัดตั้งขึ้นตั้งแต่ปี&nbsp;2527&nbsp;เพื่อเรียนรู้การแปรรูปวัตถุดิบในชุมชน&nbsp;โดยนำต้นสับปะรดที่เหลือทิ้งจากการเกษตรมาสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการทำเป็นกระดาษใยสับปะรด&nbsp;ปัจจุบันได้รับการคัดเลือกให้เป็นสินค้าโอทอประดับ&nbsp;3&nbsp;ดาวของ&nbsp;จ.ประจวบฯ&nbsp;มีการจำหน่ายให้กับผู้ประกอบการนำไปทำเป็นบรรจุภัณฑ์ของฝากของที่ระลึก&nbsp;หรือนำไปทำผลิตภัณฑ์ของใช้ของตกแต่งต่างๆ&nbsp;สามารถสร้างรายได้เสริมให้กับคนในพื้นที่ซึ่งมีอาชีพการเกษตรเป็นอาชีพหลักได้เป็นอย่างดี&nbsp;<strong>นอกจากนี้&nbsp;ทางกลุ่มยังมีการต่อยอดนำกระดาษใยสับปะรดมาพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์</strong>หลายรูปแบบจำหน่ายเองด้วย&nbsp;อาทิ&nbsp;กล่องใส่กระดาษทิชชู&nbsp;กล่องของขวัญ&nbsp;สมุดบันทึก&nbsp;กรอบรูป&nbsp;งานเปเปอร์มาเช่ภาพนูนต่ำ&nbsp;ซึ่งคุณสมบัติเด่นของกระดาษใยสับปะรดอยู่ที่ความเหนียว&nbsp;ทนทาน&nbsp;สามารถย้อมสีได้หลากหลายสีสันตามต้องการ</p><p><strong>น.ส.วลัยลักษณ์&nbsp;มูลมิรัตน์&nbsp;กล่าวอีกว่า&nbsp;</strong>ที่ผ่านมาหน่วยงานภาครัฐหลายหน่วยงานให้การสนับสนุนวิสาหกิจชุมชนแม่บ้านเกษตรกรวังยาวพัฒนา&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวัสดุอุปกรณ์&nbsp;การอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลายมากขึ้น&nbsp;โดยล่าสุดทางกลุ่มได้มีการนำใบสับปะรดมาผ่านกระบวนการทำเป็นเส้นใยแล้วถักเข้ากับลูกปัด&nbsp;ประดิษฐ์เป็นสร้อยข้อมือ&nbsp;สร้อยคอ&nbsp;พวงกุญแจ&nbsp;หมวก&nbsp;ได้รับการตอบรับค่อนข้างดีจากการออกร้านจำหน่ายในงานต่างๆ&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอปราณบุรี&nbsp;ได้ส่งเสริมสมาชิกกลุ่มให้มีความรู้เกี่ยวกับการทำการตลาดออนไลน์&nbsp;นำสินค้าไปขายในช้อปปี้&nbsp;ลาซาด้า&nbsp;เว็บไซต์โอทอปสามอ่าว&nbsp;รวมทั้งมีการจัดทำเพจเฟซบุ๊ก&nbsp;กระดาษใยสับปะรดและสินค้าแปรรูป&nbsp;ถือเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่มีศักยภาพ&nbsp;มีความเข้มแข็ง&nbsp;มีการบริหารจัดการกลุ่มที่ดี&nbsp;โดยได้รับการคัดเลือกให้เป็นวิสาหกิจชุมชนดีเด่น&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;ประจำปี&nbsp;2562&nbsp;และได้รับรางวัลวิสาหกิจชุมชนดีเด่น&nbsp;รองชนะเลิศอันดับ&nbsp;1&nbsp;ระดับเขต&nbsp;ประจำปี&nbsp;2562&nbsp;และจะส่งเสริมให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ในสถานศึกษา&nbsp;กศน.&nbsp;มาอบรมเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะอาชีพ&nbsp;เกิดการส่งต่องานจากรุ่นสู่รุ่น</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","16/12/2021","ภาคตะวันตก","ประจวบคีรีขันธ์","สวท.ประจวบคีรีขันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211216163410990"],
    [163,"เกษตรกรชาวอำเภอรัษฎา จังหวัดตรัง หันมาทำกระถางต้นไม้ทรงกางเกงขาย หลังจากขายฝรั่งมานานหลายปี  เจอพิษโควิด-19 ทำรายได้ลดลงกว่าครึ่ง","<p><strong>เกษตรกรชาวอำเภอรัษฎา&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;หันมาทำกระถางต้นไม้ทรงกางเกงขาย</strong>&nbsp;หลังจากขายฝรั่งมานานหลายปี&nbsp;&nbsp;เจอพิษโควิด-19&nbsp;ทำรายได้ลดลงกว่าครึ่ง&nbsp;&nbsp;นายพงษ์ชัย&nbsp;หนูเจริญ&nbsp;&nbsp;อายุ&nbsp;47&nbsp;ปี&nbsp;&nbsp;ใช้พื้นที่ว่างหน้าร้านขายฝรั่งแป้นสีทองและฝรั่งกิมจู&nbsp;เลขที่&nbsp;161&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ต.ควนเมา&nbsp;อ.รัษฎา&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;มาสร้างความฮือฮาให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนที่ผ่านไปมา&nbsp;ด้วยการโชว์หุ่นคน&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;&nbsp;ซึ่งทำมาจากเสื้อและกางเกงที่ไม่ใช้แล้ว&nbsp;คลุกเคล้าด้วยปูนซีเมนต์ที่ใช้ทำกระถางต้นไม้ทั่วไป&nbsp;ไม่ใช้ปูนพลาสเตอร์หรือเลซิ่นแต่อย่างใด&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งตัวที่เสร็จสมบูรณ์จะสวมหมวกสวมแมส&nbsp;วางหน้าร้านเพื่อเรียกลูกค้าและเป็นหุ่นจากผ้าขี้ริ้วต้นแบบ</strong>ที่สร้างแรงบันดาลใจ&nbsp;พร้อมต่อยอดมาทำกระถางต้นไม้ทรงกางเกง&nbsp;ซึ่งมีทั้งกางเกงขาสั้นและขายาว&nbsp;&nbsp;สามารถใช้งานได้จริง&nbsp;เหมาะสำหรับนำไปปลูกต้นไม้ประเภทบอนสี&nbsp;ไม้ด่างหรือไม้มงคล&nbsp;ใช้ประดับตกแต่งบ้านเรือน&nbsp;อาคารสถานที่และรีสอร์ทต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;</p><p><strong>ส่วนไอเดียการทำกระถางต้นไม้ได้มาจากยูทูป&nbsp;และการเรียนรู้ด้วยตนเอง&nbsp;</strong>ก่อนจะดัดแปลงเป็นรูปหุ่นคน&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งใช้ลูกมะพร้าวครอบทำส่วนหัว&nbsp;ส่วนขาใช้ต้นกล้วยใส่ลงไปค้ำยัน&nbsp;โยงด้วยเชือกจนกว่ากางเกงจะแข็งตัวเป็นรูปกระถางทรงกางเกง&nbsp;ซึ่งมีเพียงเจ้าเดียวในจังหวัดตรัง&nbsp;ทำให้ประชาชนให้ความสนใจแวะมาสั่งซื้ออย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยสนนราคาขายกระถางต้นไม้ทรงกางเกง&nbsp;กระถางละ&nbsp;250-500&nbsp;บาทเท่านั้น&nbsp;&nbsp;ทำขายมาแล้วไม่ถึง&nbsp;1&nbsp;เดือน&nbsp;ยอดขายอยู่ที่ไม่ต่ำกว่าวันละ&nbsp;600-700&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>ส่วนกระถางต้นไม้จากผ้าขี้ริ้วแบบอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ราคาตั้งแต่&nbsp;20-100&nbsp;บาท</strong>&nbsp;หรือใครอยากจะได้กระถางต้นไม้รูปทรงแปลก&nbsp;ๆ&nbsp;ก็ให้เอาแบบมา&nbsp;แล้วนายพงษ์ชัยฯ&nbsp;จะทำให้ในราคาที่จับต้องได้&nbsp;โดยใช้เวลาประมาณ&nbsp;2-5&nbsp;วัน&nbsp;แล้วแต่เสื้อผ้าหรือแสงแดดที่สาดส่องในแต่ละวัน&nbsp;หรือติดต่อสอบถามได้ที่หมายเลขโทรศัพท์&nbsp;085-6584365</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","16/12/2021","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211216170850033"],
    [164,"เกษตรอำเภอหาดสำราญ จังหวัดตรัง  ลงพื้นที่ธนาคารปูม้าบ้านนาชุมเห็ด ตำบลตะเสะ เพื่อประเมินศักยภาพและจัดทำแผนพัฒนากิจการวิสาหกิจชุมชน","<p><strong>เกษตรอำเภอหาดสำราญ&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;ลงพื้นที่ธนาคารปูม้าบ้านนาชุมเห็ด&nbsp;ตำบลตะเสะ</strong>&nbsp;เพื่อประเมินศักยภาพและจัดทำแผนพัฒนากิจการวิสาหกิจชุมชน&nbsp;นางสาววรรณธิดา&nbsp;เบญจกุล&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรอำเภอหาดสำราญ&nbsp;พร้อมด้วยนางสาวพัทธนันท์&nbsp;บุญคง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;จัดอบรมโครงการส่งเสริมและพัฒนาวิสาหกิจชุมชน&nbsp;&nbsp;&nbsp;กิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาวิสาหกิจชุมชน&nbsp;&nbsp;กิจกรรมย่อย&nbsp;การประเมินศักยภาพและการจัดทำแผนพัฒนากิจการวิสาหกิจชุมชนให้แก่วิสาหกิจชุมชนธนาคารปูม้าบ้านนาชุมเห็ด&nbsp;โดยได้ดำเนินกิจกรรมประเมินศักยภาพวิสาหกิจชุมชน&nbsp;และวิเคราะห์ความต้องการเพื่อจัดทำแผนพัฒนากิจการวิสาหกิจชุมชนต่อไป&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการวิสาหกิจชุมชนธนาคารปูม้าบ้านนาชุมเห็ด&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลตะเสะ&nbsp;อำเภอหาดสำราญ&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;วิสาหกิจชุมชนเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจในการผลิตสินค้าและบริการ&nbsp;ที่เกิดจากการร่วมกันคิด</strong>&nbsp;ร่วมกันทำของคนในชุมชนบนพื้นฐานของความรู้&nbsp;ทุน&nbsp;ทรัพยากร&nbsp;ประสบการณ์&nbsp;ตลอดจนศักยภาพของชุมชนโดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างรายได้และให้ชุมชนพึ่งตนเองได้มากกว่าการมุ่งหาผลกำไรสูงสุด&nbsp;ดังนั้น&nbsp;การพัฒนาวิสาหกิจชุมชนเพื่อให้เกิดความเข้มแข็งและก้าวหน้านั้น&nbsp;จำเป็นจะต้องมีแผนพัฒนาวิสาหกิจชุมชน&nbsp;ที่มีกระบวนการขั้นตอนการดำเนินงานที่ชัดเจน&nbsp;สามารถตอบสนองหรือแก้ไขปัญหาที่วิสาหกิจชุมชนต้องการพัฒนาให้สามารถดำเนินกิจการได้อย่างต่อเนื่องและมีความก้าวหน้ายิ่งขึ้น</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","16/12/2021","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211216171012036"],
    [165,"เกษตรอำเภอเมืองตรัง  ลงพื้นที่ติดตามวิสาหกิจชุมชนเหล็กขึ้นรูปตำบลควนปริง ได้พัฒนาต่อยอดจากโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งมหาวิทยาลัย","<p><strong>เกษตรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามวิสาหกิจชุมชนเหล็กขึ้นรูปตำบลควนปริง&nbsp;</strong>ได้พัฒนาต่อยอดจากโครงการหนึ่งตำบล&nbsp;หนึ่งมหาวิทยาลัย&nbsp;&nbsp;วันนี้(16&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564)&nbsp;นายประทิ่น&nbsp;วรรณงาม&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ&nbsp;รักษาราชการเกษตรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;มอบหมาย&nbsp;นางสาวสุภาพร&nbsp;หมุนแก้ว&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;และนางสาวปรัศนีย์&nbsp;รัตนพงศ์มณี&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมเยียน&nbsp;วิสาหกิจชุมชนเหล็กขึ้นรูปตำบลควนปริง&nbsp;159/2&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ตำบลควนปริง&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p><strong>สำหรับวิสาหกิจชุมชนเหล็กขึ้นรูปตำบลควนปริง&nbsp;ได้พัฒนาต่อยอดจากโครงการหนึ่งตำบล</strong>&nbsp;หนึ่งมหาวิทยาลัย&nbsp;วัตถุประสงค์ของวิสาหกิจชุมชน&nbsp;เพื่อ&nbsp;สืบสาน&nbsp;รักษาและพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์จากเหล็กขึ้นรูปของดีของตำบลควนปริง&nbsp;จัดเป็นที่ศึกษาดูงานถึงความเป็นมาของ&nbsp;วิธีการ&nbsp;ขั้นตอน&nbsp;และวัสดุอุปกรณ์&nbsp;และประวัติของช่างตีเหล็กในพื้นที่ตำบลควนปริง&nbsp;และวิสาหกิจชุมชนได้มีการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลายเข้ากับยุคสมัยปัจจุบัน&nbsp;ได้แก่&nbsp;เคียวพร้า&nbsp;เคียวพร้ารูปทรงได้รับแรงบันดาลใจมาจากเคียวผสมกับหัวมัดพร้าซึ่งเป็นสินค้าที่อัตลักษณ์ของควนปริง&nbsp;ทำมาจากเหล็กแหนบ&nbsp;ทำให้มีความคม&nbsp;ทน&nbsp;เหมาะแก่การใช้งานรานกิ่ง&nbsp;แต่งกิ่งไม้&nbsp;เกี่ยวหญ้า&nbsp;ด้ามมีความเหมาะแก่การใช้งาน&nbsp;&nbsp;,&nbsp;พร้าโอหัวตัด&nbsp;พร้าโอหัวตัด&nbsp;ทำมาจากเหล็กกล้าไร้สนิม&nbsp;เป็นมีดพร้าทรงโบราณที่กำลังจะสูญหายไป&nbsp;</p><p><strong>เนื่องจากขั้นตอนการผลิตมีความประณีต&nbsp;ซับซ้อน&nbsp;จึงต้องใช้ช่างผู้ชำนาญการ&nbsp;</strong>เป็นมีดพร้าที่มีเอกลักษณ์อยู่ที่คอมีดพร้า&nbsp;มีความโค้งงอ&nbsp;มีอัตลักษณ์เฉพาะตัว&nbsp;&nbsp;เหมาะแก่การเก็บสะสมและประดับตกแต่งอาคารสถานที่&nbsp;,&nbsp;&nbsp;จอบสองหน้า&nbsp;จอบสองหน้า&nbsp;ทำมาจากเหล็ก&nbsp;75&nbsp;มีคุณสมบัติคล้ายเหล็กจานไถ&nbsp;มีความทนทาน&nbsp;คมนานใช้งานได้ในระยะยาว&nbsp;ทั้งขุดดินเกลี่ยดิน&nbsp;พรวนดิน&nbsp;และถากหญ้า&nbsp;สามารถต่อความยาวด้ามได้ตามความเหมาะสมแก่การใช้งาน&nbsp;&nbsp;,&nbsp;ชุดเพาะปลูก&nbsp;ชุดเพาะปลูก&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ช้อนปลูก&nbsp;จอบขุด&nbsp;ช้อนสำหรับงัดพืชหัวทำมาจากเหล็กแหนบ&nbsp;มีความทนทาน&nbsp;มีอายุการใช้งานได้ในระยะยาว&nbsp;ใช้สำหรับการพรวนดิน&nbsp;ตักดิน&nbsp;ขุดดิน&nbsp;และ&nbsp;พวงกุญแจมีดพร้า&nbsp;พวงกุญแจมีดพร้า&nbsp;มีให้เลือก&nbsp;3&nbsp;แบบ&nbsp;1.พร้าหัวแหลม&nbsp;หลังงอ&nbsp;2.พร้าหัวตัด&nbsp;หลังตรง&nbsp;3.พร้าหัวตัด&nbsp;หลังงอ&nbsp;เหมาะสำหรับเป็นของฝากและของที่ระลึก&nbsp;&nbsp;ผู้สนใจสามารถสนใจติดต่อทาง&nbsp;Page&nbsp;Fackbook&nbsp;:&nbsp;วิสาหกิจชุมชนเหล็กขึ้นรูป&nbsp;ตำบลควนปริง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","16/12/2021","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211216174647082"],
    [166,"เกษตรอำเภอกันตัง  จังหวัดตรัง จัดอบรมเกษตรกรโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ประจำปีงบประมาณ 2565","<p><strong>เกษตรอำเภอกันตัง&nbsp;&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;จัดอบรมเกษตรกรโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;</strong>ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;วันนี้(&nbsp;16&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;)&nbsp;นายสรวง&nbsp;พรหมบุญทอง&nbsp;เกษตรอำเภอกันตัง&nbsp;พร้อมด้วยนางบุญญาพร&nbsp;กายเพ็ชร&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;นางสาวบุณยานุช&nbsp;หาดสุด&nbsp;และนางสาวอมรรัตน์&nbsp;ชูเมฆ&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;จัดอบรมเกษตรกรโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;กิจกรรมย่อย&nbsp;บริหารจัดการถ่ายทอดความรู้&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการกลุ่มแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมันตำบลบางหมาก&nbsp;ม.3&nbsp;ต.บางหมาก&nbsp;อ.กันตัง&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ได้มีการจัดเก็บข้อมูลพื้นฐานรายบุคคล&nbsp;(สมาชิกแปลงใหญ่)&nbsp;การวิเคราะห์ศักยภาพ</strong>&nbsp;การบริหารจัดการกลุ่ม&nbsp;การจัดทำแผนธุรกิจของกลุ่มแปลงใหญ่ฯ&nbsp;โดยมติข้อตกลงของกลุ่มให้มีการเปิดบัญชีและการทำบัญชีของกลุ่ม&nbsp;การระดมหุ้นของสมาชิกกลุ่ม&nbsp;โดยทางกลุ่มจะเป็นผู้สั่งซื้อปุ๋ยมาเพื่อจำหน่ายแก่สมาชิกกลุ่มด้วย&nbsp;สำหรับ&nbsp;&nbsp;โครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;&nbsp;เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรมีการรวมกลุ่มและบริหารจัดการร่วมกัน&nbsp;&nbsp;ทำให้เกิดการรวมกันผลิตและรวมกันจำหน่าย&nbsp;โดยมีตลาดรองรับที่แน่นอน&nbsp;&nbsp;ทำให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนการผลิตและมีผลผลิตต่อหน่วยเพิ่มขึ้น&nbsp;&nbsp;รวมทั้งผลผลิตที่ได้ก็มีคุณภาพได้มาตรฐาน&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","16/12/2021","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211216174756086"],
    [167,"จังหวัดตรัง  จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565","<p><strong>จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;</strong>ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;&nbsp;วันนี้(16&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564)&nbsp;&nbsp;นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;เป็นประธานในพิธีโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;โดยมีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;ณ&nbsp;โรงเรียนวัดควนเมา&nbsp;ตำบลควนเมา&nbsp;อำเภอรัษฎา&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เพื่อให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&nbsp;อาทิ&nbsp;คลินิกดิน&nbsp;คลินิกพืช&nbsp;คลินิกข้าว&nbsp;คลินิกปศุสัตว์&nbsp;คลินิกประมง&nbsp;คลินิกชลประทาน&nbsp;คลินิกสหกรณ์&nbsp;คลินิกบัญชี&nbsp;ฯลฯ</p><p><strong>ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;และร่วมแสดงความจงรักภักดีต่อ&nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว</strong>&nbsp;ที่ทรงเมตตาต่อพสกนิกรโดยเฉพาะเรื่องการเกษตรในพื้นที่ห่างไกล&nbsp;และยากลำบากต่อการรับบริการต่อทางราชการ&nbsp;&nbsp;จึงมีพระราชดำริให้จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ออกบริการแก่เกษตรกรพื้นที่ห่างไกล&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรที่มีปัญหาด้านการเกษตร&nbsp;สามารถเข้าถึงการบริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้รับการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรอย่างครบวงจรในเวลาเดียวกัน&nbsp;ตลอดจนเป็นการสร้างภาพพจน์&nbsp;และภาพลักษณ์ด้านวิชาการ&nbsp;นวัตกรรม&nbsp;และเทคโนโลยี&nbsp;ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ต่อประชาชน&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","16/12/2021","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211216175034091"],
    [168,"ห่วงชาวนา อาจประสบปัญหาข้าวกระทบหนาว จากอุณหภูมิลด แนะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด","<p><strong>นายชาตรี&nbsp;บุญนาค&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการข้าว&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;กรมการข้าวมีความเป็นห่วงเกษตรกรที่ปลูกข้าว&nbsp;เนื่องจากขณะนี้สภาพอากาศเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงหลายพื้นที่&nbsp;มีอุณหภูมิลดต่ำลง&nbsp;ทำให้ประสบกับปัญหาข้าวกระทบหนาว\"&nbsp;ส่งผลให้ได้ผลผลิตไม่เต็มที่&nbsp;โดยพันธุ์ข้าวที่มีความอ่อนแอต่อสภาพอากาศหนาวเย็นนั้น&nbsp;ได้แก่&nbsp;พันธุ์สุพรรณบุรี&nbsp;3&nbsp;ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับข้าวทุกระยะ&nbsp;เกษตรกรควรหมั่นตรวจแปลงนาและสังเกตความผิดปกติของต้นข้าว&nbsp;เพื่อเตรียมรับสถานการณ์ที่จะเปลี่ยนแปลงได้อย่างทันท่วงที&nbsp;</p><p><strong>สำหรับอาการของต้นข้าว</strong>&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากอากาศหนาวนั้นจะประกอบด้วย&nbsp;ข้าวไม่งอก&nbsp;เติบโตช้า&nbsp;เหลือง&nbsp;ปลายรวงไม่พัฒนา&nbsp;อายุยืดออกไป&nbsp;เป็นหมันสูง&nbsp;ออกรวงช้า&nbsp;และสุกแก่ไม่พร้อมกัน&nbsp;แต่ผลกระทบส่วนใหญ่ที่พบทั่วไปคือ&nbsp;เป็นหมันสูง&nbsp;ออกรวงช้าและสุกแก่ไม่พร้อมกัน&nbsp;โดยอาการเป็นหมันนั้นจะพบในช่วงวิกฤติในอุณหภูมิ&nbsp;15&nbsp;-&nbsp;17&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;&nbsp;และจะพบอาการดังกล่าวในอุณหภูมิ&nbsp;17&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;สำหรับพันธุ์ข้าวที่อ่อนแอต่ออากาศหนาว</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;อุณหภูมิต่ำยังส่งผลกระทบให้การสังเคราะห์แสงของข้าวลดลง</strong>&nbsp;อย่างมากหากอุณหภูมิของรากและอากาศต่างกัน&nbsp;5&nbsp;-&nbsp;7&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;ซึ่งส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำตาลในใบข้าวด้วยและพันธุ์ข้าวที่อ่อนแอเมื่อกระทบต่ออุณหภูมิต่ำ&nbsp;ปริมาณโปรตีนในอับเรณูของข้าวจะเปลี่ยนแปลงไปมากกว่า&nbsp;2&nbsp;เท่าและหากยังคงมีอากาศหนาวต่อเนื่อง&nbsp;อาจส่งผลกระทบต่อการออกรวง&nbsp;และผลผลิต&nbsp;แนวทางแก้ไขคือ&nbsp;ฉีดพ่นฮอร์โมน&nbsp;เพื่อกระตุ้นให้ข้าวออกรวง</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","17/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211217104726303"],
    [169,"สภาเกษตรกรฯ หนุนใช้นาโนแคลเซียมคาร์บอเนต ชนิดแขวนลอย เพิ่มผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์","<p><strong>นายเติมศักดิ์&nbsp;บุญชื่น ประธานคณะทำงานด้านพืชไร่ สภาเกษตรกรแห่งชาติ</strong>&nbsp;และประธานสภาเกษตรกรจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า สภาเกษตรกรจังหวัดนครราชสีมา สำรวจข้อมูลปัญหา ความต้องการ แนวทางการพัฒนาพืชหลักของเกษตรกรในจังหวัด พบว่าเกษตรกรทำเกษตรกรรมโดยใช้ความรู้ดั้งเดิม ขาดการศึกษาถึงปัญหาที่แท้จริง ส่งผลต่อผลผลิต เมื่อผลผลิตไม่เป็นไปตามที่คาดหวังก็จะปรับเปลี่ยนโดยการเพิ่มปุ๋ยหรือสารเคมีเพื่อบำรุง ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น และดิน เป็นกรดจากการที่ใช้สารเคมีที่มากเกินไป&nbsp;</p><p><strong>สภาเกษตรกรแห่งชาติ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์</strong> โดย ศูนย์วิจัยข้าวโพดข้าวฟ่างแห่งชาติ (ไร่สุวรรณ) และมูลนิธิอุษรินทร์ ทำการศึกษาวิจัย และทดลองพื้นที่การเกษตรด้วยนาโนแคลเซียมคาร์บอเนต ชนิดแขวนลอย ในแปลงเกษตรกร 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดลพบุรี สระบุรี ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา และนครราชสีมา ผลที่ได้เปอร์เซ็นต์ในไร่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เกษตรกรเพิ่มขึ้น 18 - 28% ภายใต้การทำเกษตรกรรมของเกษตรกรปกติเหมือนเดิมทุกประการ&nbsp;</p><p><strong>แคลเซียมคาร์บอเนตที่เป็นเทคโนโลยีนาโน ชนิดแขวนลอย </strong>เป็นสารที่มีอนุภาคเป็นบวก บดในส่วนที่เป็นโมเลกุลไม่เกิน 0.5 ไมครอน ใช้วิธีการวัดค่าดินเป็นหลัก วิธีการ คือ ผสมน้ำฉีดพ่นที่ดิน จากการทดสอบ เก็บข้อมูลเรื่องของผลผลิตต่อไร่ที่สูงขึ้น โดยใช้ในปริมาณที่ไม่มาก เช่น ถ้าวัดค่าดินมี PH 5 จะใช้นาโนแคลเซียมคาร์บอเนต ชนิดแขวนลอย ประมาณ 5 ลิตร/ไร่ ต้นทุนการผลิตประมาณ 300 บาท/ไร่&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้ ส่งผลต่อภาคอุตสาหกรรมอาหารสัตว์</strong> เช่น ไก่ไข่ ไข่จะเป็นสีแดงมากขึ้น สุกร เนื้อจะเป็นสีชมพู สารสีธรรมชาติจากข้าวโพดไม่ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรหรือผู้บริโภค ไม่ต้องพึ่งสารเร่งเนื้อแดงซึ่งเป็นอันตราย</p><p><strong>สภาเกษตรกรฯ ได้ร่วมวิจัยกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เพิ่มผลผลิตมันสำปะหลังต่อไร่ให้สูงขึ้น </strong>จังหวัดนครราชสีมา มีพื้นที่การปลูกประมาณ 1,600,000 ไร่ เกิดปัญหาไวรัสใบด่างประมาณ 500,000 ไร่ ใน 4 อำเภอหลัก ได้แก่ อำเภอโชคชัย เสิงสาง ครบุรี หนองบุญมาก จึงนำนาโนแคลเซียมคาร์บอเนต ชนิดแขวนลอยไปทดสอบวิจัยทั้งในแปลงเกษตรกรและแปลงในมหาวิทยาลัย ปรากฏว่า ผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะ เกษตรกรเคยปลูกได้ผลผลิตประมาณ 3 ตัน กลับเพิ่มขึ้นเท่าตัว เป็น 6 ตัน/ไร่/รอบ/ปี รวมทั้งผลข้างเคียง (Side effect) ที่ไปกระตุ้นให้พืชเกิดสภาพต้านทาน(resistor) สร้างสารโปรตีนขึ้น 2 ชนิด&nbsp;ชนิดแรกเป็นตัวทำลายไวรัสใบด่างชนิดที่ 2 ทำให้มันสำปะหลังสร้างฮอร์โมนขึ้นมาแล้วไปกระตุ้นกลิ่นที่มีอยู่ในมันสำปะหลัง ซึ่งแมลงไม่ชอบ ในแปลงที่ฉีดพ่นนาโนแคลเซียมคาร์บอเนต ชนิดแขวนลอยจะพบแมลงหวี่ขาวน้อยมาก การระบาดของโรคใบด่างก็จะลดลง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND</p>","17/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211217105343308"],
    [170,"กรมส่งเสริมการเกษตรเผยเกษตรกรปลื้ม One Stop Service - ธุรกิจดินปุ๋ย สำเร็จตามเป้า เร่งผลักดันต่อเนื่องระยะที่ 2","<p><strong>นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง</strong>&nbsp;<strong>อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้กรมส่งเสริมการเกษตรดำเนินโครงการพัฒนาธุรกิจบริการดินและปุ๋ยเพื่อชุมชน&nbsp;&nbsp;(One&nbsp;Stop&nbsp;Service)&nbsp;ภายใต้แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;โดยผ่านศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน&nbsp;(ศดปช.)&nbsp;ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรได้จัดตั้งขึ้นตั้งแต่ปี&nbsp;2558&nbsp;ปัจจุบันทั่วประเทศมี&nbsp;ศดปช.&nbsp;จำนวน&nbsp;882&nbsp;ศูนย์&nbsp;และต่อมาในปี&nbsp;2560&nbsp;ศดปช.&nbsp;ถูกจัดให้เป็นเครือข่ายของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.)&nbsp;ด้านดินและปุ๋ยในพื้นที่&nbsp;ให้บริการตรวจวิเคราะห์ดินด้วยชุดตรวจสอบ&nbsp;N&nbsp;P&nbsp;K&nbsp;และ&nbsp;pH&nbsp;ในดินแบบรวดเร็ว&nbsp;บริการวิชาการด้านดินและปุ๋ย&nbsp;ให้คำแนะนำการจัดการดินและการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน&nbsp;ซึ่งเป็นการใช้ปุ๋ยที่ถูกต้องในปริมาณที่เหมาะสมกับปริมาณธาตุอาหารที่มีอยู่ในดินและความต้องการของพืช&nbsp;นั้น&nbsp;ขณะนี้ทุกจังหวัดที่เข้าร่วมโครงการได้ดำเนินการใกล้เสร็จสิ้นแล้ว&nbsp;และกำลังเข้าสู่การดำเนินงานโครงการในระยะที่&nbsp;2&nbsp;ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรได้สำรวจกลุ่มเป้าหมายที่ประสงค์เข้าร่วมโครงการเรียบร้อยแล้ว&nbsp;กำลังอยู่ในระหว่างการนำเสนอข้อมูลเพื่อขอรับการจัดสรรงบประมาณต่อไป&nbsp;</p><p><strong>นายอนุชา&nbsp;ยาอีด&nbsp;</strong>ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า&nbsp;ในส่วนภาคใต้&nbsp;มี&nbsp;ศดปช.&nbsp;จำนวน&nbsp;177&nbsp;ศูนย์&nbsp;เป็นศูนย์หลัก&nbsp;151&nbsp;ศูนย์&nbsp;และศูนย์เครือข่าย&nbsp;26&nbsp;ศูนย์&nbsp;มี&nbsp;ศดปช.เข้าร่วมโครงการ&nbsp;จำนวน&nbsp;58&nbsp;ศูนย์&nbsp;ครอบคลุมพื้นที่&nbsp;10&nbsp;จังหวัด&nbsp;งบประมาณรวม&nbsp;24,231,840&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;โดยเบื้องต้นมีการสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ชุดตรวจวิเคราะห์ดิน&nbsp;(Soil&nbsp;test&nbsp;kit)&nbsp;แม่ปุ๋ย&nbsp;และเครื่องผสมปุ๋ยแก่&nbsp;ศดปช.&nbsp;ที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;เพื่อให้บริการตรวจวิเคราะห์ดิน&nbsp;แปลผลให้คำแนะนำการจัดการดินและการใช้ปุ๋ยเบื้องต้น&nbsp;จัดหาปุ๋ยคุณภาพดี&nbsp;และบริการผสมปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน&nbsp;แก่&nbsp;สมาชิกศดปช.&nbsp;กลุ่มแปลงใหญ่&nbsp;และเกษตรกรทั่วไป&nbsp;ขณะนี้ได้ให้บริการตรวจวิเคราะห์ดินให้กับเกษตรกรแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;16,617&nbsp;ตัวอย่าง&nbsp;จากเป้าหมาย&nbsp;15,776&nbsp;ตัวอย่าง&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;105.33&nbsp;ให้บริการผสมปุ๋ยแล้ว&nbsp;1,114.91&nbsp;ตัน&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;320.38&nbsp;และจำหน่ายปุ๋ยให้เกษตรกรแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;22,680&nbsp;กระสอบ&nbsp;จากเป้าหมาย&nbsp;6,960&nbsp;กระสอบ&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;325.86&nbsp;ซึ่ง&nbsp;ศดปช.&nbsp;ที่ให้บริการมีใบอนุญาตขายปุ๋ยกับกรมวิชาการเกษตรอย่างถูกต้อง&nbsp;พร้อมให้บริการดินและปุ๋ยเพื่อชุมชนแก่พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;และ&nbsp;ศดปช.&nbsp;ที่เข้าร่วมโครงการต้องมีการวางแผนธุรกิจในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง&nbsp;หน่วยงานจึงเร่งขับเคลื่อนพัฒนาต่อยอดให้มีต้นแบบ&nbsp;ศดปช.&nbsp;1&nbsp;จังหวัด&nbsp;1&nbsp;โมเดลธุรกิจบริการดินและปุ๋ยเพื่อชุมชน&nbsp;ตัวอย่าง&nbsp;เช่น&nbsp;ศดปช.ตำบลราชกรูด&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดระนอง&nbsp;สามารถดำเนินการได้เป็นอย่างดี&nbsp;สำหรับความต้องการในการเข้าร่วมโครงการ&nbsp;One&nbsp;Stop&nbsp;Service&nbsp;ในระยะที่&nbsp;2&nbsp;ของภาคใต้มีเกษตรกรให้ความสนใจแสดงความประสงค์ขอเข้าร่วมโครงการแล้วจำนวน&nbsp;12&nbsp;จังหวัด&nbsp;รวม&nbsp;46&nbsp;ศูนย์&nbsp;ซึ่งเป็นเกษตรกรสมาชิก&nbsp;ศดปช.&nbsp;แปลงใหญ่&nbsp;และเกษตรกรทั่วไป&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;4,141&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;24,387&nbsp;ไร่</p><p><br></p><p><strong>ด้านดาบตำรวจสมนึก&nbsp;โมราศิลป์&nbsp;ประธาน&nbsp;ศดปช.ตำบลราชกรูด&nbsp;เผยว่า</strong>&nbsp;แรกเริ่มได้นำเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรในแปลงปาล์มน้ำมันมาทำปุ๋ยหมัก&nbsp;และเป็นฐานเรียนรู้ของ&nbsp;ศพก.&nbsp;ต่อมาได้จัดตั้งเป็น&nbsp;ศดปช.&nbsp;เดิมมีสมาชิกที่ร่วมถือหุ้นจำนวน&nbsp;64&nbsp;ราย&nbsp;มีเงินทุนเรือนหุ้น&nbsp;330,000&nbsp;บาท&nbsp;มีศูนย์เครือข่ายจำนวน&nbsp;2&nbsp;ศูนย์&nbsp;(ตำบลหงาวและตำบลหาดส้ม)&nbsp;ปัจจุบันเปิดรับสมาชิกใหม่เพิ่มเติม&nbsp;รวมเป็น&nbsp;108&nbsp;ราย&nbsp;ศูนย์ฯ&nbsp;ได้มีแผนการดำเนินธุรกิจให้บริการรวบรวมและจัดหาแม่ปุ๋ย&nbsp;ผสมปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดินให้แก่สมาชิก&nbsp;ศดปช.&nbsp;แปลงใหญ่ปาล์มน้ำมัน&nbsp;แปลงใหญ่มังคุด&nbsp;และเกษตรกรทั่วไปในชุมชน&nbsp;รวมพื้นที่ประมาณ&nbsp;500&nbsp;ไร่&nbsp;มีการเชื่อมโยงกับ&nbsp;ศพก.หลัก&nbsp;และแปลงใหญ่&nbsp;โดย&nbsp;ศดปช.&nbsp;มีจุดเด่น&nbsp;คือ&nbsp;คณะกรรมการเข้มแข็งมีความมุ่งมั่นเสียสละ&nbsp;มีการประชุมวางแผนทุกขั้นตอน&nbsp;มอบหมายหน้าที่ปฏิบัติงานที่ชัดเจน&nbsp;ทั้งการบริการตรวจวิเคราะห์ดิน&nbsp;แปลผลและให้คำแนะนำ&nbsp;เปิดบริการผสมปุ๋ยทุกวันพุธ&nbsp;คิดค่าผสมปุ๋ยกระสอบละ&nbsp;20&nbsp;บาท&nbsp;โดยได้ให้บริการผสมปุ๋ยไปแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;1,553&nbsp;กระสอบ&nbsp;หรือ&nbsp;77,650&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;และมีใบสั่งซื้ออย่างต่อเนื่อง&nbsp;</p><p><strong>หลังจากได้เข้าร่วมโครงการในช่วงเวลา&nbsp;7&nbsp;เดือนที่ผ่านมา&nbsp;เกษตรกรใส่ปุ๋ยปาล์มน้ำมันจำนวน&nbsp;2&nbsp;รอบ&nbsp;</strong>พบว่าราคาปุ๋ยผสมถูกกว่าท้องตลาดเฉลี่ยกระสอบละ&nbsp;110&nbsp;บาท&nbsp;สามารถลดต้นทุนให้เกษตรกรในพื้นที่&nbsp;500&nbsp;ไร่&nbsp;ได้ร้อยละ&nbsp;12.4&nbsp;ต่อไร่ต่อปี&nbsp;คิดเป็นมูลค่าประมาณ&nbsp;500,000&nbsp;บาทต่อปี&nbsp;นอกจากนี้ยังให้บริการขนส่งสำหรับเกษตรกรที่ไม่สามารถมารับปุ๋ยที่&nbsp;ศดปช.&nbsp;ได้&nbsp;โดยคิดค่าบริการ&nbsp;100&nbsp;บาทต่อปริมาณปุ๋ย&nbsp;1&nbsp;ตัน&nbsp;และสมาชิกจะได้รับเงินปันผลทุกปี&nbsp;ขณะนี้กลุ่มได้เปิดรับสมัครสมาชิกใหม่&nbsp;เพื่อเพิ่มเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงานธุรกิจ&nbsp;เป็นการสร้างเครือข่ายโดยรักษากลุ่มลูกค้าเดิม&nbsp;และขยายผลไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่&nbsp;ผ่านการประชาสัมพันธ์ช่องทางออนไลน์&nbsp;และช่องทางต่างๆ&nbsp;การสำรวจราคาปุ๋ยแต่ละบริษัทโดยเลือกบริษัทที่มีการจำหน่ายปุ๋ยคุณภาพ&nbsp;สามารถจัดส่งปุ๋ยได้และราคาถูกกว่าท้องตลาด&nbsp;และติดตามให้ความรู้และให้บริการดินและปุ๋ยเพื่อชุมชนกับเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดระนอง&nbsp;ภายใต้<strong>สโลแกน&nbsp;ศดปช.ราชกรูด&nbsp;ถ่ายทอดความรู้คู่เทคโนโลยี&nbsp;นำความสมบูรณ์คืนให้ดิน</strong>&nbsp;และมีแผนที่จะพัฒนาต่อเนื่อง&nbsp;ดังนี้</p><p>1)&nbsp;ปรับปรุงพื้นที่จัดหาวัสดุ&nbsp;อุปกรณ์&nbsp;ได้แก่&nbsp;เครื่องผสมปุ๋ยอัดเม็ด&nbsp;เครื่องสับย่อย&nbsp;รถยนต์บริการ</p><p>2)&nbsp;เพิ่มสมาชิกโดยดึงเกษตรกรรุ่นใหม่&nbsp;YSF&nbsp;เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนา</p><p>3)&nbsp;ขยายเครือข่ายเพิ่มกลุ่มลูกค้าให้มากกว่า&nbsp;1&nbsp;กลุ่มต่อปี&nbsp;โดยขยายครอบคลุมทุกตำบล</p><p>4)&nbsp;เพิ่มทุนโดยการระดมหุ้น</p><p>5)&nbsp;เพิ่มสูตรปุ๋ยให้มีความหลากหลายทุกชนิดพืช</p><p>6)&nbsp;ขยายการผลิตปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ด</p><p>7)&nbsp;การรับรองมาตรฐานโดยให้ได้รับใบอนุญาตผลิตปุ๋ยมีแบรนด์สินค้าภายในปี&nbsp;2566</p><p><strong>จากผลการดำเนินงานที่ผ่านมาเกษตรกรมีความพึงพอใจมาก&nbsp;ขอขอบคุณกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ที่นำโครงการดีๆ&nbsp;มาช่วยเหลือเกษตรกรในช่วงสถานการณ์โควิด&nbsp;19&nbsp;โดยเฉพาะพืชปาล์มน้ำมัน&nbsp;ซึ่งใช้ปุ๋ยปริมาณมากในการผลิต&nbsp;โครงการนี้ช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุนการผลิตลงได้มาก&nbsp;ดาบตำรวจสมนึก&nbsp;กล่าวทิ้งท้าย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","17/12/2021","ภาคใต้","สงขลา","สทท.สงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211217140530406"],
    [171,"เกษตรชวนอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการเกษตรเพื่อเสริมสร้างอัตลักษณ์พื้นถิ่น  หนุนท่องเที่ยวเชิงเกษตรสร้างรายได้ให้ชุมชน","<p><strong>นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ภูมิปัญญาท้องถิ่น&nbsp;เป็นองค์ความรู้ที่เกิดจากการสั่งสมประสบการณ์และการเรียนรู้&nbsp;</strong>เพื่อปรับใช้ให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม&nbsp;ธรรมชาติ&nbsp;สังคม&nbsp;และวัฒนธรรมในแต่ละยุคสมัย&nbsp;ซึ่งเริ่มสูญหายไปตามกาลเวลา&nbsp;เนื่องจากขาดผู้สืบทอด&nbsp;ไม่มีผู้นำกลับมาใช้ประโยชน์&nbsp;และมีเทคโนโลยีใหม่เข้ามาทดแทน&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรได้เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการเกษตร&nbsp;จึงได้ศึกษารวบรวมและจัดทำฐานข้อมูลองค์ความรู้จากภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านเกษตร&nbsp;เพื่อนำมาอนุรักษ์&nbsp;รื้อฟื้น&nbsp;ประยุกต์&nbsp;และพัฒนาต่อยอดสร้างนวัตกรรมที่เหมาะสมกับอัตลักษณ์ของพื้นที่&nbsp;ใช้ให้เกิดประโยชน์ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&nbsp;ลดต้นทุน&nbsp;เพื่อสร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้น&nbsp;รวมทั้งการบริหารจัดการทรัพยากรการเกษตรอย่างยั่งยืน&nbsp;&nbsp;โดยกล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;เกาะพยาม&nbsp;เป็นตำบลหนึ่งในเขตอำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดระนอง&nbsp;ตั้งอยู่ในทะเลอันดามัน&nbsp;มีสภาพภูมิศาสตร์และความอุดมสมบูรณ์ของฐานทรัพยากรเดิมในชุมชนที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อของจังหวัดระนอง&nbsp;รวมทั้งเป็นแหล่งปลูกมะม่วงหิมพานต์&nbsp;หรือกาหยู&nbsp;แหล่งใหญ่ของภาคใต้&nbsp;ปัจจุบันจังหวัดระนองมีพื้นที่ปลูกมะม่วงหิมพานต์&nbsp;จำนวน&nbsp;6,000&nbsp;ไร่&nbsp;โดยจำนวน&nbsp;4,614&nbsp;ไร่&nbsp;ปลูกในพื้นที่เกาะพยาม&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรได้สนับสนุนให้เกษตรกรรวมกลุ่มเป็นแปลงใหญ่&nbsp;และส่งเสริมให้เกษตรกรหันกลับมาปลูกพันธุ์ดั้งเดิมอย่าง&nbsp;พันธุ์เกาะพยาม&nbsp;ซึ่งเป็นพืชอัตลักษณ์ในพื้นที่</p><p><strong>ปัจจุบันแปลงใหญ่มะม่วงหิมพานต์เกาะพยาม&nbsp;มีสมาชิก&nbsp;40&nbsp;คน&nbsp;พื้นที่&nbsp;1,256&nbsp;ไร่&nbsp;มีการบริหารจัดการกลุ่มที่เข้มแข็ง&nbsp;</strong>มีการพัฒนาตามประเด็นแปลงใหญ่&nbsp;5&nbsp;ด้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ลดต้นทุนการผลิต&nbsp;จะเน้นการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้&nbsp;การตัดแต่งกิ่งหลังการเก็บเกี่ยว&nbsp;ส่งเสริมให้เกษตรกรขยายพื้นที่ปลูก&nbsp;โดยคัดเลือกเมล็ดพันธุ์จากต้นพันธุ์ดีมีคุณภาพ&nbsp;เพาะขยายพันธุ์เอง&nbsp;ส่งเสริมให้ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ใช้เอง&nbsp;และใช้สารชีวภัณฑ์ในการป้องกันกำจัดศัตรูพืช&nbsp;ทำให้สามารถลดต้นทุนจากเดิมไร่ละ&nbsp;800&nbsp;บาท&nbsp;เหลือไร่ละ&nbsp;400&nbsp;บาท&nbsp;ผลผลิตจากเดิมไร่ละ&nbsp;50-60&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;เพิ่มขึ้นเป็น&nbsp;110&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ได้รับการรับรองคุณภาพตามมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;และสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;สามารถแปรรูปจำหน่ายได้ราคาดี&nbsp;มีการบริหารจัดการตลาด&nbsp;โดยรวบรวมผลผลิตในรูปแบบกลุ่มส่งตลาด&nbsp;สร้างตลาดเครือข่ายรวบรวมสินค้า&nbsp;การตลาดออนไลน์&nbsp;</p><p><strong>มีการต่อยอดเป็นวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรชุมชนเกาะพยาม&nbsp;และขยายผลไปที่เกษตรกรรายใหม่ๆ</strong>&nbsp;เข้ามาเรียนรู้ร่วมกับแปลงใหญ่และรวบรวมสมาชิกเพิ่มเติม&nbsp;มีแปลงต้นแบบที่เป็นแหล่งเรียนรู้&nbsp;และร่วมกันจัดทำแผนที่เชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยว&nbsp;ระหว่างแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติกับแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร&nbsp;(สวนมะม่วงหิมพานต์)&nbsp;เริ่มจากพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร&nbsp;ต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ&nbsp;พร้อมบริการที่พัก&nbsp;การจัดกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวศึกษาดูงานด้านการเกษตรการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;เกิดการสร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่&nbsp;รับนักท่องเที่ยวได้ปีละ&nbsp;700-800&nbsp;คน&nbsp;</p><p><strong>การพัฒนาแปรรูปพืชผลทางการเกษตรโดยเฉพาะมะม่วงหิมพานต์&nbsp;</strong>ในรูปแบบของการเผาแบบโบราณ&nbsp;แบบคั่วเกลือ&nbsp;และแบบอบธรรมชาติ&nbsp;ทำให้มีรสชาติหอม&nbsp;หวาน&nbsp;มัน&nbsp;อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว&nbsp;อีกทั้งยังมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ&nbsp;เช่น&nbsp;น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น&nbsp;เทียนหอม&nbsp;สมุนไพรไล่ยุง&nbsp;สะตอดอง&nbsp;เป็นต้น&nbsp;จำหน่ายให้แก่นักท่องเที่ยว&nbsp;และจัดส่งขายตามตลาดต่างๆ&nbsp;เพื่อสร้างรายได้เสริมอีกหนึ่งช่องทาง&nbsp;เพื่อช่วยลดความเสี่ยงด้านการท่องเที่ยว&nbsp;ส่วนกิจกรรมส่งเสริมการเกษตรเชิงท่องเที่ยว&nbsp;เน้นสัมผัสวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนเกาะพยาม&nbsp;เที่ยวชมตลาดใต้ม่วง&nbsp;ตลาดจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ชุมชนจากเกษตรกรโดยตรง&nbsp;จัดกิจกรรมทัวร์สวนกาหยู&nbsp;ชมการสาธิตและให้นักท่องเที่ยวได้ทดลองต้ม&nbsp;อบ&nbsp;คั่ว&nbsp;เผา&nbsp;กะเทาะ&nbsp;ซึ่งเป็นกระบวนการผลิตแบบดั้งเดิม&nbsp;คือ&nbsp;ใช้เตาฟืน&nbsp;จะทำให้ได้กลิ่นหอมน่ารับประทาน&nbsp;เป็นการนำเอาทรัพยากรที่มีอยู่ในพื้นที่มาต่อยอด&nbsp;ก่อให้เกิดรายได้ต่อชุมชนและตัวเกษตรกรเอง&nbsp;รวมทั้งเป็นการทำการเกษตรเชิงอนุรักษ์ควบคู่ไปกับการท่องเที่ยวไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม&nbsp;</p><p><strong>ด้านนายอดิศักดิ์&nbsp;ขาวผ่อง&nbsp;ประธานวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรชุมชนเกาะพยาม</strong>&nbsp;ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;โดยสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;และสำนักงานเกษตรจังหวัดระนอง&nbsp;ได้ร่วมกันจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อจัดทำฐานข้อมูลองค์ความรู้จากภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านเกษตร&nbsp;และแนวทางการพัฒนามะม่วงหิมพานต์เกาะพยาม&nbsp;โดยชุมชนต้องการผลักดันพัฒนาให้มะม่วงหิมพานต์เกาะพยามเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;(GI)&nbsp;เพื่อขยายช่องทางการตลาดให้มากขึ้น&nbsp;และอนุรักษ์พันธุ์ดั้งเดิมโดยการขยายพันธุ์ด้วยการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นและขยายพื้นที่ปลูก&nbsp;ตลอดจนการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้มีความหลากหลาย</p><p><strong>วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรชุมชนเกาะพยาม&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดระนอง&nbsp;</strong>จะร่วมบูรณาการกับหน่วยงานต่างๆ&nbsp;จัดอบรมให้ความรู้แก่สมาชิกของกลุ่มเพิ่มเติม&nbsp;และเชื่อมโยงกิจกรรมต่างๆ&nbsp;ด้วยทรัพยากรที่มีในท้องถิ่น&nbsp;สร้างความหลากหลาย&nbsp;โดยเฉพาะกิจกรรมการคั่วมะม่วงหิมพานต์แบบโบราณ&nbsp;นับเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการเกษตรที่เป็นอัตลักษณ์ของชุมชน&nbsp;และได้จัดตั้งเป็นแหล่งเรียนรู้การผลิตมะม่วงหิมพานต์แบบครบวงจร&nbsp;เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้ถึงวิถีชีวิต&nbsp;และภูมิปัญญาท้องถิ่นต่อไป&nbsp;จึงอยากเชิญชวนให้ทุกคนมาเที่ยวชมเกาะพยาม&nbsp;ท่านจะได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของคนในชุมชนที่นี่รับรองว่าจะมีรอยยิ้มกลับไปแน่นอน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","17/12/2021","ภาคใต้","สงขลา","สทท.สงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211217140237403"],
    [172,"ตลาด Fisherman Market  ช่วยชาวประมงพื้นบ้าน จำหน่ายสินค้า ผลิตภัณฑ์สู่ผู้บริโภคโดยตรง","<p><strong>นายสมชวน&nbsp;รัตนมังคลานนท์&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;รักษาราชการแทนอธิบดีกรมประมง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากความห่วงใยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ถึงกรณีที่ชาวประมงพื้นบ้านได้ประสบปัญหาในการประกอบอาชีพ&nbsp;&nbsp;โดยเฉพาะด้านช่องทางการจัดจำหน่ายผลผลิต&nbsp;เนื่องจากผลกระทบของสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;โดยในระยะเร่งด่วนนี้กรมประมงได้จัดทำโครงการ&nbsp;กระจายสินค้าประมงพื้นบ้านสู่ผู้บริโภค&nbsp;เพื่อเปิดช่องทางการตลาดสำหรับกระจายผลผลิต&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดชายทะเล&nbsp;ทั้ง&nbsp;23&nbsp;จังหวัด&nbsp;ซึ่งจะทำการประสานงานกับห้างสรรพสินค้าทั้งค้าส่ง&nbsp;และค้าปลีก&nbsp;สถานีบริการน้ำมัน&nbsp;โรงงานแปรรูป&nbsp;รวมทั้งตลาดในชุมชน&nbsp;เพื่อช่วยเหลือชาวประมงพื้นบ้านให้ได้มีพื้นที่ในการจำหน่ายสินค้าสัตว์น้ำเพื่อให้มีรายได้ที่เพียงพอต่อการเลี้ยงชีพ&nbsp;</p><p><strong>กรมประมง&nbsp;เปิดตลาด&nbsp;Fisherman&nbsp;Market</strong>&nbsp;โซนด้านหน้าอาคาร&nbsp;FMC&nbsp;กรมประมง&nbsp;ในทุกวันศุกร์ของสัปดาห์&nbsp;เพื่อให้ชาวประมงพื้นบ้านได้นำสินค้าและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ&nbsp;&nbsp;คุณภาพดี&nbsp;มีมาตรฐาน&nbsp;มาวางจำหน่ายให้ผู้บริโภคได้ร่วมอุดหนุนในราคาสุดพิเศษ&nbsp;โดยในงานมีสินค้ามาวางจำหน่ายมากมายหลายรายการ&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;กรมประมง&nbsp;ยังได้กำหนดให้มีการกระจายการจัดจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ประมงพื้นบ้านให้ครอบคลุมทุกชุมชนของ&nbsp;23&nbsp;จังหวัดชายทะเลอีกด้วย</p><p><br></p>","17/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211217144603441"],
    [173,"กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขับเคลื่อนโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด ","<p><strong>นางสาวมนัญญา&nbsp;ไทยเศรษฐ์&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;เปิดเผยหลังเป็นประธานเปิดงานกิจกรรมมอบเครื่องจักรกลการเกษตร&nbsp;สิ่งก่อสร้างและวัสดุครุภัณฑ์ให้กับกลุ่มแปลงใหญ่&nbsp;โครงการประชาสัมพันธ์การขับเคลื่อนโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&nbsp;จังหวัดอุทัยธานี&nbsp;ว่า&nbsp;จากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ที่ส่งผลต่อภาวะเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะเกษตรกรที่เป็นกําลังหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ&nbsp;</p><p><strong>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;จึงได้ดำเนินงานโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาดขึ้น&nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&nbsp;ลดต้นทุนการผลิตให้กับกลุ่มเกษตรกร&nbsp;โดยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสม&nbsp;เพื่อยกระดับการผลิตไปสู่สินค้าที่มีคุณภาพมาตรฐาน&nbsp;สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและอุตสาหกรรมต่อเนื่องที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;</p><p><strong>การนำหลักเกษตรสมัยใหม่และเทคโนโลยีการเกษตรที่เหมาะสมมาพัฒนาต่อยอด</strong>&nbsp;จะช่วยให้กลุ่มแปลงใหญ่เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรให้ดียิ่งขึ้น&nbsp;มีความเข้มแข็งในการบริหารจัดการกลุ่ม&nbsp;สร้างโอกาสในการเพิ่มคุณภาพผลผลิต&nbsp;ลดต้นทุนการผลิต&nbsp;และพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน&nbsp;สำหรับการช่วยเหลือ&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;เนื่องจากภาระต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น&nbsp;รัฐบาลได้มีโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;และโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิต&nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกข้าวเพื่อช่วยสร้างแรงจูงใจ&nbsp;ให้เกษตรกรมีการผลิตและดูแลผลผลิตให้มีคุณภาพดีมีโอกาสขายข้าวในราคาที่สูงขึ้น&nbsp;ทำให้เกษตรกรมีรายได้มากขึ้นและมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น</p><p><br></p><p><br></p>","17/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211217144955446"],
    [174,"จังหวัดตรังและกรมประมง จัดพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ภายใต้โครงการเพิ่มผลผลิตกุ้งก้ามกรามในแหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อสร้างรายได้จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID  19)","<p><strong>ที่บริเวณคลองหินขวาง&nbsp;ตำบลท่าพญา&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;นางสาวสุณัฐชา&nbsp;โล่สถาพรพิพิธ</strong>&nbsp;(เลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาคลื่นทะเลกัดเซาะชายฝั่งและการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลอย่างเป็นระบบ&nbsp;และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;เขต&nbsp;3&nbsp;จังหวัดตรัง)&nbsp;เป็นประธานในพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ&nbsp;ภายใต้โครงการเพิ่มผลผลิตกุ้งก้ามกรามในแหล่งน้ำธรรมชาติ&nbsp;เพื่อสร้างรายได้จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID&nbsp;&nbsp;19)&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;นายบัญชา&nbsp;สุขแก้ว&nbsp;รองอธิบดีกรมประมง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019</strong>&nbsp;(COVID&nbsp;-&nbsp;19)&nbsp;ที่ได้เริ่มในช่วงปลายปี&nbsp;2562&nbsp;และขยายความรุนแรงมากยิ่งขึ้นในปี&nbsp;2564&nbsp;จนกลายเป็นมหาวิกฤติครั้งใหญ่ของประเทศ&nbsp;ที่ส่งผลกระทบต่อการดำรงวิถีชีวิตของราษฎรและการถดถอยทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างมาก&nbsp;ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งหมดเกิดการชะลอตัวจนกระทั่งบางกิจกรรมต้องหยุดชะงักไป&nbsp;ส่งผลกระทบต่อรายได้พี่น้องประชาชน&nbsp;คนทำมาหากิน&nbsp;หรือคนค้าขาย&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><strong>ดร.เฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้มอบหมายให้กรมประมง</strong>จัดทำโครงการเพิ่มผลผลิตกุ้งก้ามกรามในเหล่งน้ำธรรมชาติ&nbsp;เพื่อสร้างรายได้จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID&nbsp;-&nbsp;19)&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาและให้ความช่วยเหลือพี่น้องชาวประมง&nbsp;ประชาชนที่ประสบความเดือดร้อนดังกล่าว&nbsp;โดยดำเนินการจัดหาและปล่อยพันธุ์กุ้งก้ามกรามลงในแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีความเหมาะสม&nbsp;ตามความต้องการของชุมชนประมงในพื้นที่&nbsp;16&nbsp;จังหวัด&nbsp;เพื่อเพิ่มผลผลิตทรัพยากรสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์&nbsp;ชาวประมงและประชาชน&nbsp;มีความมั่นคงทางด้านอาหาร&nbsp;สามารถเข้าถึงทรัพยากรสัตว์น้ำได้อย่างทั่วถึง&nbsp;ทำให้ชาวประมงและประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น&nbsp;และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนต่อไป&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งจังหวัดตรังและกรมประมงได้มีการกำหนดการร่วมปล่อยพันธุ์กุ้งก้ามกราม&nbsp;ขนาดตั้งแต่&nbsp;5&nbsp;เซนติเมตรขึ้นไป</strong>&nbsp;จำนวน&nbsp;700,000&nbsp;ตัว&nbsp;และพันธุ์ปลาน้ำจืด&nbsp;จำนวน&nbsp;100,000&nbsp;ตัวได้แก่&nbsp;พันธุ์ปลาสุลต่าน&nbsp;จำนวน&nbsp;50,000&nbsp;ตัว&nbsp;และปลาตะเพียนขาว&nbsp;จำนวน&nbsp;50,000&nbsp;ตัว&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณคลองหินขวาง&nbsp;ตำบลท่าพญา&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>เนื่องด้วยคลองหินขวางแห่งนี้มีสายน้ำเชื่อมต่อกับคลองปะเหลียน&nbsp;ไหลลงสู่ปากแม่น้ำปะเหลียน</strong>&nbsp;เป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีลักษณะทางกายภาพเป็นคลองน้ำกร่อย&nbsp;เป็นพื้นที่รอยต่อระหว่างน้ำจืดและน้ำเค็ม&nbsp;จึงอุดมไปด้วยอินทรียสาร&nbsp;แพลงก์ตอน&nbsp;เป็นแหล่งอาหารที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของกุ้งก้ามกราม&nbsp;ในบริเวณลำคลองแห่งนี้มีลักษณะเป็นโขดหินตลอดลำคลอง&nbsp;จึงเหมาะสมเป็นแหล่งอาศัย&nbsp;หลบซ่อนจากศัตรูในธรรมชาติ&nbsp;&nbsp;จนกลายเป็นแหล่งทรัพยากรประมงอันทรงคุณค่าที่ก่อให้เกิดประโยชน์&nbsp;เป็นแหล่งอาหารโปรตีน&nbsp;ทำให้ชาวประมงและประชาชนจับสัตว์น้ำได้เพิ่มขึ้น&nbsp;เกิดการสร้างรายได้&nbsp;มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&nbsp;และก่อให้เกิดการฟื้นฟูเศรษฐกิจของชุมชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำปะเหลียน&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส&nbsp;โคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID&nbsp;-&nbsp;19)&nbsp;ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","17/12/2021","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211217155111489"],
    [175,"จังหวัดนนทบุรีเปิดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ไตรมาสที่ 1","<p><strong>วันที่&nbsp;17&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;นางสาวอโรชา&nbsp;นันทมตรี&nbsp;</strong>เป็นประธานเปิดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&nbsp;ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&nbsp;ฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ไตรมาสที่&nbsp;1&nbsp;เพื่อให้บริการแก่เกษตรกรในการแก้ไขปัญหาการผลิตด้านการเกษตรได้อย่างรวดเร็วอย่างทั่วถึงและสอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร&nbsp;ซึ่งมีการบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานวิชาการ&nbsp;หน่วยงานส่งเสริมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมพัฒนาฟื้นฟูเกษตรกรให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน&nbsp;โดยเป็นการปฏิบัติงานในเชิงรุกที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหาให้ได้รับบริการทางการเกษตร&nbsp;เช่น&nbsp;การวิเคราะห์ดิน&nbsp;การวินิจฉัยโรคพืช&nbsp;โรคสัตว์&nbsp;โรคสัตว์น้ำ&nbsp;รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและฝึกอบรมความรู้การเกษตรเสริมเพิ่มเติมควบคู่กันไปด้วย</p><p><strong>โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&nbsp;ได้กำหนดจัดงาน&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;4&nbsp;ไตรมาส&nbsp;</strong>โดยในการจัดงานครั้งนี้อยู่ใน&nbsp;ไตรมาสที่&nbsp;1&nbsp;ภายในงานกิจกรรม&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;นิทรรศการด้านการเกษตร&nbsp;การฝึกอบรมอาชีพด้านการเกษตร&nbsp;และเปิดให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;คลินิก&nbsp;ได้แก่&nbsp;คลินิกพืช&nbsp;คลินิกข้าว&nbsp;คลินิกดิน&nbsp;คลินิกปศุสัตว์&nbsp;คลินิกประมง&nbsp;คลินิกชลประทาน&nbsp;คลินิกสหกรณ์&nbsp;คลินิกบัญชี&nbsp;และคลินิกอื่นๆ&nbsp;การให้บริการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</p><p><strong>โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;นายอำเภอไทรน้อย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการในระดับอำเภอ</strong>&nbsp;เกษตรอำเภอ&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;และเกษตรกร&nbsp;เข้าร่วมงานจำนวน&nbsp;200&nbsp;ราย&nbsp;ณ&nbsp;วัดยอดพระพิมล&nbsp;ตำบลขุนศรี&nbsp;อำเภอไทรน้อย&nbsp;จังหวัดนนทบุรี</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","17/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","นนทบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนนทบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211217154648485"],
    [176,"ผู้ว่าฯยะลา ประชุมหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จังหวัดยะลา เตรียมความพร้อมจัดโครงการคลีนิคเกษตรเคลื่อนที่ในพระบรมราชานุเคราะห์ ระดับจังหวัด ครั้งที่ 12565 ณ วัดทุ่งยอ ต.ตาเซะ อ.เมือง จ.ยะลา","<p><strong>วันนี้&nbsp;17ธ.ค.64&nbsp;ที่ห้องประชุม&nbsp;3&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;</strong>นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;ได้เป็นประชุมคณะกรรมการโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระบรมราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมารี&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมการจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&nbsp;&nbsp;เฉลิมพระเกียรติ&nbsp;พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว&nbsp;รวมทั้งให้เกษตรกรที่มีปัญหาด้านการเกษตรในพื้นที่ห่างไกล&nbsp;สามารถเข้าถึงบริการทางวิชาการ&nbsp;และได้รับแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรอย่างครบวงจรในคราวเดียว&nbsp;โดยมีนายกัสมัน&nbsp;ยะมาแล&nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;นายธราวุธ&nbsp;ช่วยเกิด&nbsp;นายอำเภอเมืองยะลา&nbsp;และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหมกรณ์&nbsp;17&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;เข้าร่วม</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;ได้กำหนดจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระบรมราชานุเคราะห์</strong>&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมารี&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ณ&nbsp;วัดทุ่งยอ&nbsp;ต.ตาเซะ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ในวันอังคาร&nbsp;ที่&nbsp;28&nbsp;ธ.ค.64&nbsp;โดยจะมีการให้บริการเกษตรกร&nbsp;และประชาชนที่สนใจบริการทางวิชาการด้านต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;คลินิกดิน&nbsp;คลินิกพืช&nbsp;คลินิกปศุสัตว์&nbsp;คลินิกประมง&nbsp;คลินิกชลประทาน&nbsp;คลินิกสหกรณ์&nbsp;คลินิกบัญชี&nbsp;คลินิกกฎหมาย&nbsp;คลินิกยาง&nbsp;คลินิกเงินทุน&nbsp;คลินิกธงฟ้า&nbsp;การจำหน่ายสินค้ากลุ่มแม่บ้าน&nbsp;วิสาหกิจชุมชน&nbsp;คลินิคเงินทุน&nbsp;และคลินิกสุขภาพ&nbsp;เป็นต้น</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","17/12/2021","ภาคใต้","ยะลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211217162907547"],
    [177,"ยะลา เตรียมจัดโครงการคลีนิคเกษตรเคลื่อนที่ในพระบรมราชานุเคราะห์","<p><strong>วันนี้&nbsp;17ธ.ค.64&nbsp;ที่ห้องประชุม&nbsp;3&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ยะลา</strong>&nbsp;นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;ได้เป็นประชุมคณะกรรมการโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระบรมราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมารี&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมการจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&nbsp;เฉลิมพระเกียรติ&nbsp;พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว&nbsp;รวมทั้งให้เกษตรกรที่มีปัญหาด้านการเกษตรในพื้นที่ห่างไกล&nbsp;สามารถเข้าถึงบริการทางวิชาการ&nbsp;และได้รับแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรอย่างครบวงจรในคราวเดียว&nbsp;โดยมีนายกัสมัน&nbsp;ยะมาแล&nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;นายธราวุธ&nbsp;ช่วยเกิด&nbsp;นายอำเภอเมืองยะลา&nbsp;และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหมกรณ์&nbsp;17&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;เข้าร่วม</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;ได้กำหนดจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระบรมราชานุเคราะห์</strong>&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมารี&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ณ&nbsp;วัดทุ่งยอ&nbsp;ต.ตาเซะ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ในวันอังคาร&nbsp;ที่&nbsp;28&nbsp;ธ.ค.64&nbsp;โดยจะมีการให้บริการเกษตรกร&nbsp;และประชาชนที่สนใจบริการทางวิชาการด้านต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;คลินิกดิน&nbsp;คลินิกพืช&nbsp;คลินิกปศุสัตว์&nbsp;คลินิกประมง&nbsp;คลินิกชลประทาน&nbsp;คลินิกสหกรณ์&nbsp;คลินิกบัญชี&nbsp;คลินิกกฎหมาย&nbsp;คลินิกยาง&nbsp;คลินิกเงินทุน&nbsp;คลินิกธงฟ้า&nbsp;การจำหน่ายสินค้ากลุ่มแม่บ้าน&nbsp;วิสาหกิจชุมชน&nbsp;คลินิคเงินทุน&nbsp;และคลินิกสุขภาพ&nbsp;เป็นต้น</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","17/12/2021","ภาคใต้","ยะลา","สวท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211217164759561"],
    [178,"กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ ปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี จัดฝึกอบรมอาสาปศุสัตว์ หลักสูตร พื้นฐานอาสาปศุสัตว์ พร้อมตรวจประเมินการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มเลี้ยงสัตว์","<p><strong>กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;จัดฝึกอบรมอาสาปศุสัตว์&nbsp;หลักสูตร</strong>&nbsp;พื้นฐานอาสาปศุสัตว์&nbsp;พร้อมตรวจประเมินการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มเลี้ยงสัตว์&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรีโดยกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์&nbsp;จัดการฝึกอบรมอาสาปศุสัตว์&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;หลักสูตร&nbsp;พื้นฐานอาสาปศุสัตว์&nbsp;กลุ่มเป้าหมายเป็นอาสาใหม่หรืออาสาเดิมจำนวน&nbsp;13&nbsp;ราย&nbsp;จาก&nbsp;8&nbsp;อำเภอ&nbsp;</p><p><strong>โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เรื่องบทบาทอาสาปศุสัตว์และกรอบงานของกลุ่มต่างๆ&nbsp;</strong>โดยวิทยากรจากกลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์&nbsp;กลุ่มพัฒนาคุณภาพสินค้าปศุสัตว์&nbsp;และกลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศการปศุสัตว์&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรีบรรยายให้ความรู้แก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ส่วนในภาคปฏิบัติปศุสัตว์อำเภอทุกอำเภอรับไปฝึกอบรมในพื้นที่ต่อไป&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;กลุ่มพัฒนาคุณภาพสินค้าปศุสัตว์&nbsp;ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอท่ายาง</strong>&nbsp;ปฏิบัติหน้าที่เข้าตรวจประเมินการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มเลี้ยงสัตว์&nbsp;ชนิดต่ออายุ&nbsp;ฟาร์มโคนม&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ฟาร์ม&nbsp;ณ&nbsp;โครงการชั่งหัวมัน&nbsp;ตามพระราชดำริ&nbsp;ผลการตรวจไม่พบข้อบกพร่องเป็นไปตามข้อกำหนดของหลักเกณฑ์การตรวจประเมิน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี/17&nbsp;ธ.ค.64</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","17/12/2021","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สวท.เพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211217214640648"],
    [179,"เกษตรนครพนม เปิดเวทีเชื่อมโยงเครือข่าย ศพก. และแปลงใหญ่ ระดับจังหวัด","<p><strong>วันที่&nbsp;17&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่ศูนย์สารสนเทศยางพารานครพนม&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม</strong>&nbsp;เปิดเวทีการประชุมเชื่อมโยงการดำเนินงานคณะกรรมการเครือข่ายศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;หรือ&nbsp;ศพก.&nbsp;และแปลงใหญ่&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;ภายใต้โครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;เชื่อมโยงเครือข่ายคณะกรรมการ&nbsp;ศพก.&nbsp;และแปลงใหญ่&nbsp;เน้นเรียนรู้เทคโนโลยี&nbsp;นำไปสู่การพัฒนาภาคการเกษตรในพื้นที่</p><p><strong>นายวินัย&nbsp;คงยืน&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;เปิดเวทีการประชุมเชื่อมโยงการดำเนินงานคณะกรรมการเครือข่ายศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;หรือ&nbsp;ศพก.&nbsp;และแปลงใหญ่&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;ภายใต้โครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงการดำเนินงานของคณะกรรมการแปลงใหญ่&nbsp;คณะกรรมการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;ในการรับทราบถึงปัญหาและอุปสรรคในการขับเคลื่อนงานในพื้นที่&nbsp;รวมถึงการกำหนดทิศทางการดำเนินงานให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล&nbsp;โดยมีบุคคลเป้าหมาย&nbsp;คือ&nbsp;ประธาน&nbsp;ศพก.&nbsp;ประธานแปลงใหญ่&nbsp;และเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลแปลงใหญ่ในพื้นที่แต่ละอำเภอ&nbsp;เข้าร่วมการประชุม&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการจัดประชุมเชื่อมโยงการดำเนินงานคณะกรรมการ&nbsp;ศพก.&nbsp;และแปลงใหญ่&nbsp;</strong>เพื่อร่วมกันบูรณาการการขับเคลื่อนงานในพื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพรวมถึงการสร้างการรับรู้งานตามนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาภาคการเกษตร&nbsp;โดยเน้นให้เกิดการรวมกลุ่มกันผลิต&nbsp;ลดต้นทุนในการผลิต&nbsp;ทำให้ผลผลิตมีคุณภาพ&nbsp;มีความปลอดภัยเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค&nbsp;โดยใช้หลักการตลาดนำการผลิต&nbsp;ซึ่งจะต้องมีการวางแผนการผลิตที่ชัดเจนและพัฒนาผลผลิตให้มีคุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาดร่วมกัน&nbsp;สำหรับการตลาดที่ประสบความสำเร็จ&nbsp;ทั้งศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;การส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;แต่ละอำเภอจะต้องมีการจัดทำแผนร่วมกันถึงทิศทางการดำเนินงานที่ชัดเจน&nbsp;การจัดทำแผนการผลิตทั้งรายบุคคลและรายแปลง&nbsp;เพื่อให้ข้อมูลเป็นระบบ&nbsp;สามารถใช้ประโยชน์ได้ง่ายในการพัฒนาภาคการเกษตรในพื้นที่</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การขับเคลื่อนงานโครงการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;</strong>ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรที่ผ่านมา&nbsp;นับว่าประสบความสำเร็จในการพัฒนาให้มีการสร้างเครือข่ายและรวมกลุ่มกันอย่างเข้มแข็ง&nbsp;ซึ่งต้องเร่งผลักดันและดำเนินการขับเคลื่อนการพัฒนาและยกระดับสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพเป็นความต้องการของตลาด&nbsp;สร้างรายได้อย่างยั่งยืน&nbsp;โดยพัฒนาสินค้าเด่นให้มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น</p><p><br></p><p>ภาพ/ข่าว&nbsp;:&nbsp;ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;อาทิตย์&nbsp;อุ่นนาแซง</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","17/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211217222714664"],
    [180,"ร้อยเอ็ด รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามการส่งเสริมอาชีพให้เกษตรกรหลังน้ำลดและมอบถุงยังชีพเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชน","<p><strong>วันศุกร์ที่&nbsp;17&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;</strong>ลงพื้นที่ติดตามการส่งเสริมอาชีพให้เกษตรกรหลังน้ำลดและมอบถุงยังชีพเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชน&nbsp;ณ&nbsp;บ้านหนองแก่ง&nbsp;ตำบลพลับพลา&nbsp;อำเภอเชียงขวัญ&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;โดยมี&nbsp;ดร.รณวริทธิ์&nbsp;ปริยฉัตรตระกูล&nbsp;สมาชิกวุฒิสภา&nbsp;,นายภูสิต&nbsp;สมจิตต์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;,&nbsp;ดร.เอกภาพ&nbsp;พลซื่อ&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;,&nbsp;นายอนุรักษ์&nbsp;จุรีมาศ&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด,&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่และใกล้เคียง&nbsp;เข้าร่วมงาน&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ตามนโยบายของคณะรัฐมนตรี&nbsp;ที่ต้องการให้เกษตรกรมีอาชีพเสริมและมีรายได้เพิ่มขึ้น&nbsp;หลังจากการเก็บเกี่ยวข้าว&nbsp;โดยจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;ได้เริ่มจากในเขตอำเภอโพธิ์ชัยและเชียงขวัญ&nbsp;ซึ่งมีน้ำที่สมบูรณ์&nbsp;มีพื้นที่เหมาะสำหรับการส่งเสริมอาชีพต่างๆ&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีนโยบายที่จะให้เกษตรกรยืมเงินตามมาตรการ&nbsp;การส่งเสริมอาชีพให้เกษตรกรหลังน้ำลด&nbsp;รายละไม่เกิน&nbsp;100,000&nbsp;บาท&nbsp;โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์&nbsp;แต่ใช้บุคคล&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;มาค้ำประกัน&nbsp;เพื่อให้เกษตรเกิดอาชีพอย่างจริงจังและมีประสิทธิผล&nbsp;โดยมอบให้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;เป็นแม่งานสำคัญ&nbsp;และได้ส่งเสริมให้มีการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว&nbsp;โดยกรมการข้าวจะเป็นผู้รับซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าว&nbsp;เพื่อส่งเสริมการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวให้เป็นไปตามนโยบายที่ต้องการลดต้นทุน&nbsp;เพิ่มผลผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวให้กับชาวนาทั้งภาคอีสาน&nbsp;โดยให้ไร่ละ&nbsp;15&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;คนหนึ่งไม่เกิน&nbsp;30&nbsp;ไร่&nbsp;และได้มอบถุงยังชีพให้แก่เกษตรกรชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยหลังน้ำลด&nbsp;</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด</strong>&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;พร้อมผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;และคณะ&nbsp;ได้ประชุมติดตามความก้าวหน้า&nbsp;โครงการนิคมปศุสัตว์&nbsp;ซึ่งโครงการจะมีการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;มาตั้งหน่วยบริการและให้ความรู้แก่ชาวบ้าน&nbsp;เพื่อให้การเลี้ยงสัตว์มีการเจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพและปลอดภัยจากโรค&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เวลา&nbsp;15.00&nbsp;น.&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และคณะ&nbsp;</strong>เดินทางไปยัง&nbsp;บ้านสงเปลือย&nbsp;อำเภอเมืองร้อยเอ็ด&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;ได้ตรวจเยี่ยมกลุ่มข้าวเกษตรอินทรีย์พร้อมให้นโยบายตามโครงการสานฝันสร้างอาชีพและยกระดับรายได้แก่พี่น้องประชาชน&nbsp;ให้มีอาชีพเสริมในระยะสั้นและมีรายได้ที่แน่นอน&nbsp;เช่น&nbsp;การเลี้ยงกุ้งฝอย&nbsp;การปลูกฟักทอง&nbsp;เพื่อเป็นต้นทุนให้เกษตรกรที่สนใจและมีตลาดรองรับที่ชัดเจนในการทำเกษตร&nbsp;ซึ่งสามารถที่จะเสริมสร้างรายได้ในระยะสั้นและยังทำให้ความเป็นอยู่ของชาวบ้านดียิ่งขึ้น&nbsp;หากเกษตรกรสนใจ&nbsp;สามารถยื่นขอสมัครเข้าร่วมโครงการ&nbsp;ที่&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ได้ทันที&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","17/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ร้อยเอ็ด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211217233356675"],
    [181,"กรมพัฒนาที่ดินหนุนปลูกปอเทือง ผลิตเมล็ดพันธุ์ บำรุงดิน เพิ่มผลผลิต เสริมรายได้","<p><strong>นางสาวเบญจพร&nbsp;ชาครานนท์&nbsp;อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;สภาพพื้นที่นาดอนเกษตรกรใช้พื้นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;หลังเก็บเกี่ยวข้าวโพดไม่มีการใช้ประโยชน์ที่ดินที่จะก่อให้เกิดรายได้ใดๆ&nbsp;จึงเกิดการรวมกลุ่มโดยมีหมอดินอาสาเป็นผู้นำการปลูกปอเทืองเป็นพืชที่สอง&nbsp;สถานีพัฒนาที่ดินพะเยามีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนให้เกษตรกรปลูกพืชตระกูลถั่วเพื่อปรับปรุงบำรุงดิน&nbsp;เพิ่มรายได้และรณรงค์ให้ไถกลบเศษวัสดุพืชในแปลงปลูก&nbsp;ลดการเผา&nbsp;ซึ่งก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศและการทำลายหน้าดิน&nbsp;ปอเทืองบ้านบ่อเบี้ยให้ผลผลิต&nbsp;100-200&nbsp;กิโลกรัมต่อไร่&nbsp;ใช้ระยะเวลาการปลูก&nbsp;4&nbsp;เดือน&nbsp;(สิงหาคม-พฤศจิกายน)&nbsp;เกษตรกรมีรายได้เฉลี่ยไม่น้อยกว่า&nbsp;2,000&nbsp;บาทต่อไร่</p><p><strong>เดือนพฤศจิกายน/ธันวาคม&nbsp;เป็นช่วงเวลาที่ปอเทืองออกดอกเต็มที่</strong>&nbsp;ทุ่งนากว้างมองไปสุดลูกหูลูกตา&nbsp;ดอกปอเทืองสีเหลืองพริ้วไหวล้อลมเต็มพื้นที่&nbsp;สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้พบเห็น&nbsp;เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม&nbsp;เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของจังหวัดพะเยา&nbsp;/เกษตรกรบ้านบ่อเบี้ย&nbsp;รวมกลุ่มสมาชิกในหมู่บ้านจำนวน&nbsp;30&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ปลูกปอเทืองกว่า&nbsp;200&nbsp;ไร่&nbsp;คาดการณ์ผลผลิตรวมกว่า&nbsp;30&nbsp;ตัน&nbsp;ผลิตเมล็ดพันธุ์ปอเทือง&nbsp;เพื่อจำหน่ายเป็นพืชปุ๋ยสดบำรุงดิน</p><p><strong>ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวไปชมความงาม</strong>&nbsp;หากสนใจติดต่อซื้อเมล็ดพันธุ์ได้ที่แหล่งผลิต&nbsp;หรือติดต่อสถานีพัฒนาที่ดินพะเยา</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","18/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","NULL","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211218111148748"],
    [182,"ชวนอุดหนุนของดีจากเกษตรกรตัวจริง ในงานโอทอปไทย สู้ภัยโควิด-19 ที่เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี","<p><strong>นายนวนิตย์&nbsp;พลเคน&nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนมีภารกิจในการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;ครอบครัวเกษตรกร&nbsp;องค์กรเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชน&nbsp;รวมทั้งดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และเพื่อเป็นการส่งเสริมอาชีพให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;</p><p><strong>กรมส่งเสริมการเกษตร</strong>&nbsp;จึงร่วมนำทัพสินค้าเกษตรคุณภาพดีของทุกภูมิภาคทั่วประเทศจากเกษตรกรตัวจริง&nbsp;ร่วมจำหน่ายในงานโอทอป&nbsp;ไทย&nbsp;สู้ภัยโควิด-19&nbsp;ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;18&nbsp;&nbsp;26&nbsp;ธันวาคมนี้&nbsp;ที่อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์&nbsp;1-3&nbsp;ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค&nbsp;เมืองทองธานี&nbsp;จังหวัดนนทบุรี&nbsp;</p><p><strong>ภายในงานมีสินค้าหลากหลายจากทั่วประเทศ</strong>&nbsp;มาจัดแสดงและจําหน่ายกว่า&nbsp;2,000&nbsp;ร้านค้า&nbsp;และสามารถจัดเป็นของขวัญของฝากช่วงเทศกาลปีใหม่เพื่อส่งมอบความสุขให้แก่กัน&nbsp;ซึ่งมีความสุขใจทั้งผู้ผลิตผู้ให้ผู้ที่ได้รับมอบของขวัญกระจาย&nbsp;รายได้สู่ท้องถิ่น&nbsp;ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนฐานรากให้มีความเข้มแข็งตามนโยบายของรัฐบาลและช่วยบรรเทาผลกระทบของผู้ผลิตจากวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;</p><p><strong>สำหรับสินค้าของวิสาหกิจชุมชนและกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร</strong>&nbsp;ที่กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นำมาร่วมจำหน่ายภายในงาน&nbsp;จะอยู่ในโซนใกล้กับเวที&nbsp;&nbsp;(แถว&nbsp;A&nbsp;-&nbsp;N)&nbsp;&nbsp;โดยมีสินค้าหลากหลายประเภท&nbsp;ได้แก่&nbsp;ผักผลไม้&nbsp;อาหาร&nbsp;ผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูป&nbsp;สมุนไพร&nbsp;งานจักสานหัตถกรรมตกแต่งบ้าน&nbsp;ผ้าและเครื่องแต่งกาย&nbsp;</p><p><strong>กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกท่าน</strong>&nbsp;ร่วมสนับสนุนสินค้าวิสาหกิจชุมชนในงานโอทอปไทย&nbsp;สู้ภัยโควิด-19&nbsp;พร้อมพบกับความหลากหลายของสินค้าที่คัดสรรจากทั่วทุกภูมิภาคของไทยมาให้&nbsp;ชม&nbsp;ชิม&nbsp;ช้อป&nbsp;กันอย่างเพลิดเพลิน&nbsp;เพื่อเป็นกําลังใจให้ผู้ประกอบการชุมชนในการก้าว&nbsp;ผ่านวิกฤติโควิด-19&nbsp;และช่วยให้ส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศไปด้วยกัน</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","18/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","NULL","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211218110727736"],
    [183,"สมาคมเครือข่ายธุรกิจ Biz Club Tak ร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ บูม.! โคพันธุ์ตาก เชื่อมโยงการค้า สู่ ตลาดไทยและตลาดโลก","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สมาคมเครือข่ายธุรกิจ&nbsp;Biz&nbsp;Club&nbsp;Tak&nbsp;ร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;บูม.!&nbsp;โคพันธุ์ตาก&nbsp;สินค้าคุณภาพ&nbsp;เกรดพรีเมี่ยม&nbsp;เชื่อมโยงการค้าสู่ตลาดไทย&nbsp;และตลาดโลก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายสุรชัย&nbsp;วีระสมเกียรติ&nbsp;ประธานสมาคมการค้า&nbsp;เครือข่ายธุรกิจ&nbsp;เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก&nbsp;Biz&nbsp;Club&nbsp;TAK</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนางสาวสุวดี&nbsp;อำไพ&nbsp;รองประธาน&nbsp;ร่วมกับนายสุริยา&nbsp;มาเกิด&nbsp;ประธานกลุ่มเครือข่ายพัฒนาโคเนื้อตาก&nbsp;ประธานอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรจังหวัดตาก&nbsp;พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายกลุ่มสมาชิกโคพันธุ์ตาก&nbsp;สภาเกษตรกรจังหวัดตาก&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตาก&nbsp;เข้าร่วมประชุมมิสเตอร์เซลล์แมน&nbsp;เพื่อหาแนวทาง&nbsp;พัฒนาการตลาดเนื้อโคคุณภาพเกรดพรีเมี่ยม&nbsp;โคพันธุ์ตาก&nbsp;ให้เชื่อมโยงกลุ่มผู้บริโภคตามเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;เชื่อมโยงการค้าสู่ตลาดไทยและตลาดโลกในรูปแบบการค้าออฟไลน์และออนไลน์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สมาคมเครือข่ายธุรกิจ&nbsp;เขตเศรษฐกิจพิเศษตาก&nbsp;หรือ&nbsp;Biz&nbsp;Club&nbsp;Tak</strong>&nbsp;เป็นองค์กรที่มีเครือข่ายพันธมิตรทางการค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;ในการประชาสัมพันธ์สินค้าและการขายสินค้า&nbsp;จึงมีแนวคิดที่จะส่งเสริมพัฒนาสินค้าด้านการปศุสัตว์และด้านการเกษตรแปรรูป&nbsp;นำร่อง&nbsp;โครงการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรไทยในพื้นที่ชังหวัดตาก&nbsp;ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;โดยเน้นผลิตภัณฑ์เนื้อโคพันธุ์ตากเป็นหลัก&nbsp;สอดแทรกสินค้าทางการเกษตร&nbsp;สินค้าแปรรูป&nbsp;และส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยในพื้นที่จังหวัดตาก&nbsp;เพื่อช่วยแก้ปัญหาด้านการตลาด&nbsp;ลดต้นทุน&nbsp;เพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า&nbsp;เชื่อมโยงการขายสินค้าของผู้ประกอบการ&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดตาก&nbsp;เพื่อร่วมสานพลังสู้ภัยโควิด-19&nbsp;เพื่อสนับสนุนการทำงานของคณะเซลล์แมนจังหวัดตาก&nbsp;ภายใต้นโยบายของกระทรวงพาณิชย์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>เมนูอาหารท้าให้ลอง</strong>&nbsp;ต้อง!&nbsp;สเต็กเนื้อโคพันธุ์ตาก&nbsp;กลุ่มเครือข่ายพัฒนาโคเนื้อตาก&nbsp;ต้อนรับเทศกาลท่องเที่ยวจังหวัดตากในช่วงไฮซีซั่น&nbsp;(High&nbsp;Season)&nbsp;2565</p>","18/12/2021","ภาคตะวันตก","ตาก","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตาก","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211218095008712"],
    [184,"ยกระดับขบวนการสหกรณ์ ผลักดันให้เกิดความเข้มแข็งกับสหกรณ์ทั่วประเทศ","<p><strong>นางสาวมนัญญา&nbsp;ไทยเศรษฐ์&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;กล่าวในโอกาสลงพื้นที่&nbsp;ตรวจเยี่ยมสหกรณ์การเกษตรปักธงชัย&nbsp;ว่า&nbsp;สหกรณ์ในจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ได้ขับเคลื่อนนโยบายสำคัญและงานเร่งด่วนตามนโยบายรัฐบาลได้หลายเรื่อง&nbsp;อาทิ&nbsp;โครงการส่งเสริมการดำเนินธุรกิจร้านค้าสหกรณ์ในรูปแบบซูเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์&nbsp;ซึ่งได้ดำเนินการขับเคลื่อนพัฒนาร้านค้าสหกรณ์ให้เป็นจุดจำหน่ายสินค้าของเกษตรกร&nbsp;โครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน&nbsp;สานต่ออาชีพการเกษตร&nbsp;เพื่อสนับสนุนให้ลูกหลานสมาชิกสหกรณ์หรือบุคคลทั่วไปที่จากบ้านไปประกอบอาชีพในต่างจังหวัด&nbsp;กลับมาทำการเกษตรที่บ้านเกิด&nbsp;โดยมีสหกรณ์การเกษตรในพื้นที่คอยเป็นพี่เลี้ยง&nbsp;ตลอดจนการจัดหาตลาดรองรับ&nbsp;โครงการปรับโครงสร้างการผลิต&nbsp;การรวบรวมและการแปรรูปของสถาบันเกษตรกร&nbsp;รองรับผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;เพื่อยกระดับศักยภาพสถาบันเกษตรกรให้เป็นศูนย์กลางในการบริหารจัดการผลผลิตทางการเกษตรตลอดห่วงโซ่การผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;นโยบายการใช้ระบบตลาดนำการผลิต&nbsp;โดยการขยายช่องทางการตลาดสินค้าเกษตร&nbsp;พัฒนาความรู้และศักยภาพของเกษตรกร&nbsp;ส่งเสริมให้มีการเชื่อมโยงตลาดข้าวอินทรีย์และข้าว&nbsp;GMP&nbsp;</p><p><strong>กระทรวงเกษตรและสกรณ์&nbsp;มีความมุ่งมั่นผลักดันให้เกิดความเข้มแข็งกับสหกรณ์ทั่วประเทศ</strong>&nbsp;ขอขอบคุณสหกรณ์ทุกแห่งที่ร่วมแรงร่วมใจกันพัฒนาสหกรณ์ให้เข้มแข็ง&nbsp;ช่วยกันส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรให้เป็นสินค้าเกษตรปลอดภัย&nbsp;พร้อมขับเคลื่อนงานเพื่อให้สมาชิกสหกรณ์มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&nbsp;มีรายได้เพิ่มและมีความมั่นคงในอาชีพ&nbsp;ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ&nbsp;โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์และกรมวิชาการเกษตรพร้อมเป็นพี่เลี้ยงให้ความรู้กับเกษตรกร</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","18/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211218190230878"],
    [185,"เกษตรกรอำเภอวังยาง ปลูกฟักทองญี่ปุ่น พืชใช้น้ำน้อยราคาดี ตลาดต้องการ สร้างรายได้กว่า 80,000 บาท","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เกษตรกรอำเภอวังยาง&nbsp;ปลูกฟักทองญี่ปุ่น&nbsp;พืชใช้น้ำน้อยราคาดี&nbsp;ตลาดต้องการ&nbsp;สร้างรายได้กว่า&nbsp;80,000&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ฟักทองญี่ปุ่น&nbsp;เป็นพืชอายุสั้น&nbsp;เก็บเกี่ยวผลผลิตได้เร็ว&nbsp;และที่สำคัญในช่วงนี้กำลังเป็นที่ต้องการของตลาด</strong>&nbsp;เนื่องจากฟักทองญี่ปุ่นมีรสชาติที่อร่อย&nbsp;มัน&nbsp;เนื้อนุ่มกว่าฟักทองชนิดอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ทำให้ผู้บริโภคเริ่มหาซื้อมารับประทานกันจำนวนมาก&nbsp;โดยราคาขณะนี้อยู่ที่&nbsp;30-50&nbsp;บาทต่อกิโลกรัมเลยทีเดียว&nbsp;ทำให้เกษตรกรหลายรายหันปลูกฟักทองญี่ปุ่นหลังการเก็บเกี่ยวข้าว&nbsp;โดยมองว่าเป็นพืชที่ใช้น้ำน้อยและมีความต้องการของตลาดที่สูง&nbsp;อีกทั้ง&nbsp;ยังดูแลง่าย&nbsp;ช่วยสร้างรายได้เสริมในช่วงฤดูแล้งได้ดี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นางปิยธิดา&nbsp;แก้วดี&nbsp;เกษตรกรอำเภอวังยาง&nbsp;รายหนึ่ง</strong>&nbsp;ที่หันปลูกพืชใช้น้ำน้อยในช่วงฤดูแล้ง&nbsp;สร้างรายได้เสริมด้วยการปลูกฟักทองญี่ปุ่นในพื้นที่&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ไร่&nbsp;ประมาณ&nbsp;3,500&nbsp;ต้น&nbsp;และมีประสบการณ์ในการปลูกฟักทองญี่ปุ่นมากกว่า&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;ทำให้มีความรู้และความเชี่ยวชาญในการปลูกฟักทองญี่ปุ่นมาเป็นอย่างดี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นางปิยธิดาฯ&nbsp;เล่าว่า&nbsp;ตนเองตัดสินใจที่จะปลูกพืชใช้น้ำน้อยหลังการเก็บเกี่ยวข้าวในทุก&nbsp;ๆ&nbsp;ปี</strong>&nbsp;เช่น&nbsp;ฟักทองญี่ปุ่น&nbsp;พริก&nbsp;แตงกวา&nbsp;และแตงโม&nbsp;เพราะมองว่าพืชเหล่านี้เป็นพืชที่ใช้น้ำน้อย&nbsp;ตลาดมีความต้องการและมีราคาที่สูง&nbsp;อีกทั้ง&nbsp;ยังเป็นการช่วยสร้างรายเสริมให้กับครอบครัว&nbsp;สำหรับการปลูกฟักทองญี่ปุ่น&nbsp;ตนเองเลือกฟักทองญี่ปุ่นพันธุ์&nbsp;F1&nbsp;ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่เจริญเติบโตได้ดี&nbsp;ไม่มีแมลงศัตรูพืชรบกวนมากนัก&nbsp;และผู้บริโภคก็ให้ความนิยมเป็นอย่างมาก&nbsp;ซึ่งการปลูกฟักทองญี่ปุ่นตนเองได้มีการนำติดตั้งระบบน้ำหยด&nbsp;เพื่อให้น้ำอย่างเพียงพอ&nbsp;ทำให้ผลของฟักทองญี่ปุ่นมีขนาดที่โตสมบูรณ์&nbsp;สำหรับต้นทุนการผลิตมในพื้นที่&nbsp;1&nbsp;ไร่&nbsp;จะมีค่าใช้จ่ายประมาณ&nbsp;17,000&nbsp;บาท&nbsp;และสามารถจำหน่ายผลผลิตได้ในกิโลกรัมละ&nbsp;30-50&nbsp;บาท&nbsp;อยู่ที่ขนาดและคุณภาพของผล&nbsp;ซึ่งทำให้ตนและครอบครัวมีรายได้&nbsp;ประมาณ&nbsp;80,000-90,000&nbsp;บาทต่อไร่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับด้านการตลาด&nbsp;จะมีพ่อค้าคนกลางที่เดินทางมาจากจังหวัดสกลนครที่เข้ามารับซื้อผลผลิตถึงที่สวนเป็นประจำในทุกปี</strong>&nbsp;ทำให้ไม่ประสบปัญหาด้านราคาและการตลาด&nbsp;จึงอยากเชิญชวนเกษตรกรที่กำลังมองหาพืชใช้น้ำน้อยที่น่าสนใจ&nbsp;จะปลูกหลังการเก็บเกี่ยวข้าว&nbsp;ได้หันมาปลูกพืชใช้น้ำน้อยที่ช่วยสร้างรายได้เสริม&nbsp;ทดแทนการปลูกข้าวนาปรังหรือพืชชนิดอื่นที่มีความเสี่ยงด้านราคา&nbsp;และผลกระทบจากปริมาณน้ำที่อาจจะไม่เพียงพอในเพาะปลูกพืช</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นางสาวกัญณฐา&nbsp;อภินนท์ธนา&nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนมดำเนินการส่งเสริมและเชิญชวนเกษตรกรให้หันมาปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย&nbsp;มีราคาที่ดี&nbsp;เพื่อที่จะมีรายได้และมีอาชีพเสริมให้กับตนเองและครอบครัว&nbsp;โดยเน้นให้เกษตรกรปลูกผักแบบปลอดภัย&nbsp;ลดการใช้สารเคมี&nbsp;หันมาใช้สารชีวภัณฑ์และน้ำหมักชีวภาพแทน&nbsp;ซึ่งนอกจากจะเป็นการลดต้นทุนการผลิตแล้ว&nbsp;ยังเป็นการรักษาสุขภาพของตัวเกษตรกรเองและผู้บริโภคด้วย&nbsp;สำหรับพืชที่เหมาะสมต่อการปลูกในหน้าแล้งควรเป็นพืชที่มีอายุสั้น&nbsp;การปลูกพืชผักอายุสั้นใช้เงินลงทุนต่อรุ่นต่ำ&nbsp;แต่สามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรได้&nbsp;2-3&nbsp;รอบต่อรุ่น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;การปลูกพืชระยะสั้นไม่ใช่เรื่องยาก</strong>&nbsp;เริ่มจากเตรียมเมล็ดพันธุ์&nbsp;ปรับดินเตรียมแปลงปลูก&nbsp;และเพื่อให้ประหยัดน้ำเกษตรกรควรลงทุนทำระบบน้ำหยดเพื่อให้น้ำถูกส่งผ่านทางท่อ&nbsp;และปล่อยน้ำออกทางหัวหยดน้ำ&nbsp;ซึ่งติดตั้งไว้บริเวณโคนต้นพืช&nbsp;น้ำจะหยดซึมลงมาที่บริเวณรากของต้นพืชอย่างช้า&nbsp;ๆ&nbsp;และสม่ำเสมอ&nbsp;ช่วยให้ดินมีความชื้นคงที่&nbsp;พืชได้รับน้ำในปริมาณที่เหมาะสมและสม่ำเสมอทั้งแปลง&nbsp;ช่วยประหยัดเวลาและแรงงาน&nbsp;บำรุงรักษาระบบง่าย&nbsp;แถมควบคุมวัชพืชได้ง่าย&nbsp;ส่วนข้อควรระวังในการปลูกพืชหน้าแล้ง&nbsp;นอกจากเรื่องน้ำแล้ว&nbsp;ยังจะต้องดูความต้องการของตลาด&nbsp;และดูความเหมาะสมว่าสภาพแวดล้อมที่ปลูกเหมาะต่อพืชที่ต้องการจะปลูกหรือไม่&nbsp;ถ้านำพืชชอบอากาศหนาวมาปลูกในพื้นที่ร้อนก็จะไม่ได้ผลผลิต</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นับว่าเป็นสิ่งที่ดี&nbsp;ที่มีเกษตรกรรายหลายเริ่มปรับเปลี่ยนแนวคิด</strong>&nbsp;และให้ความสนใจในการปลูกพืชใช้น้ำน้อยสร้างรายได้เสริมทดแทนการทำนาปรัง&nbsp;และปล่อยพื้นที่การเกษตรว่างเปล่าไม่มีการใช้ประโยชน์&nbsp;เป็นการทำการเกษตรในยุคใหม่ที่เน้น&nbsp;การผลิตในพื้นที่&nbsp;แต่ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า&nbsp;และใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงเข้ามาปรับใช้ในการทำการเกษตร&nbsp;ทำให้เกษตรกรมีรายได้และมีคุณภาพชีวิตที่ดีเพิ่มขึ้น</p>","18/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211218203922920"],
    [186,"เกษตรนครพนมเปิดเวทีการประชุมเชื่อมโยงการดำเนินงานคณะกรรมการเครือข่ายศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร","<p><strong>วันที่&nbsp;17&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564</strong>&nbsp;ที่ศูนย์สารสนเทศยางพารานครพนม&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;เปิดเวทีการประชุมเชื่อมโยงการดำเนินงานคณะกรรมการเครือข่ายศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;หรือ&nbsp;ศพก.&nbsp;และแปลงใหญ่&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;ภายใต้โครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;เชื่อมโยงเครือข่ายคณะกรรมการ&nbsp;ศพก.และแปลงใหญ่&nbsp;เน้นเรียนรู้เทคโนโลยี&nbsp;นำไปสู่การพัฒนาภาคการเกษตรในพื้นที่</p><p><strong>นายวินัย&nbsp;คงยืน&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;เปิดเวทีการประชุมเชื่อมโยงการดำเนินงานคณะกรรมการเครือข่ายศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;หรือ&nbsp;ศพก.&nbsp;และแปลงใหญ่&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;ภายใต้โครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงการดำเนินงานของคณะกรรมการแปลงใหญ่&nbsp;คณะกรรมการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;ในการรับทราบถึงปัญหาและอุปสรรคในการขับเคลื่อนงานในพื้นที่&nbsp;รวมถึงการกำหนดทิศทางการดำเนินงานให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล&nbsp;โดยมีบุคคลเป้าหมาย&nbsp;คือ&nbsp;ประธาน&nbsp;ศพก.&nbsp;ประธานแปลงใหญ่&nbsp;และเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลแปลงใหญ่ในพื้นที่แต่ละอำเภอ&nbsp;เข้าร่วมการประชุม&nbsp;สำหรับการจัดประชุมเชื่อมโยงการดำเนินงานคณะกรรมการ&nbsp;ศพก.&nbsp;และแปลงใหญ่&nbsp;เพื่อร่วมกันบูรณาการการขับเคลื่อนงานในพื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพรวมถึงการสร้างการรับรู้งานตามนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาภาคการเกษตร&nbsp;โดยเน้นให้เกิดการรวมกลุ่มกันผลิต&nbsp;ลดต้นทุนในการผลิต&nbsp;ทำให้ผลผลิตมีคุณภาพ&nbsp;มีความปลอดภัยเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค&nbsp;โดยใช้หลักการตลาดนำการผลิต&nbsp;ซึ่งจะต้องมีการวางแผนการผลิตที่ชัดเจนและพัฒนาผลผลิตให้มีคุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาดร่วมกัน&nbsp;สำหรับการตลาดที่ประสบความสำเร็จ&nbsp;ทั้งศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;การส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;แต่ละอำเภอจะต้องมีการจัดทำแผนร่วมกันถึงทิศทางการดำเนินงานที่ชัดเจน&nbsp;การจัดทำแผนการผลิตทั้งรายบุคคลและรายแปลง&nbsp;เพื่อให้ข้อมูลเป็นระบบ&nbsp;สามารถใช้ประโยชน์ได้ง่ายในการพัฒนาภาคการเกษตรในพื้นที่</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การขับเคลื่อนงานโครงการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่</strong>&nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;ที่ผ่านมานับว่าประสบความสำเร็จในการพัฒนาให้มีการสร้างเครือข่ายและรวมกลุ่มกันอย่างเข้มแข็ง&nbsp;ซึ่งต้องเร่งผลักดันและดำเนินการขับเคลื่อนการพัฒนาและยกระดับสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพเป็นความต้องการของตลาด&nbsp;สร้างรายได้อย่างยั่งยืน&nbsp;โดยพัฒนาสินค้าเด่นให้มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","18/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211218203637916"],
    [187,"เกษตรนครพนมแนะเกษตรกร เช็คเงินช่วยเหลือชาวนาปี 2564 ผ่าน chongkho.inbaac.com ที่เดียวจบ","<p><strong>เงินช่วยเหลือชาวนาปี&nbsp;2564/65&nbsp;ไร่ละ&nbsp;1,000&nbsp;บาท</strong>&nbsp;หรือโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;เป็นหนึ่งในมาตรช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;ที่คณะรัฐมนตรี&nbsp;ได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;มีเป้าหมายการจ่ายเงินให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;จำนวน&nbsp;4.69&nbsp;ล้านครัวเรือน&nbsp;โดยมีเงื่อนไขการจ่ายเงินช่วยเหลือชาวนาปี&nbsp;2564&nbsp;จ่ายเงินเยียวยาให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ไร่ละ&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;ไม่เกินครัวเรือนละ&nbsp;20&nbsp;ไร่&nbsp;หรือไม่เกิน&nbsp;20,000&nbsp;บาท</p><p><strong>เกษตรกรผู้ปลูกข้าวสามารถตรวจสอบผลการรับการสนับสนุนตามโครงการรัฐ&nbsp;แบบง่ายๆ</strong>&nbsp;ผ่านเว็บไซต์&nbsp;chongkho.inbaac.com&nbsp;โดยไม่ต้องไปธนาคารตามขั้นตอน</p><p>1.&nbsp;เข้าไปที่&nbsp;<a&nbsp;href=\"https://chongkho.inbaac.com/%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%88\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\">https://chongkho.inbaac.com/หรือคลิกที่นี่</a></p><p>&nbsp;2.&nbsp;กรอกเลขบัตรประจำตัวประชาชน</p><p>&nbsp;3.&nbsp;กดค้นหา</p><p>4.&nbsp;ระบบจะแจ้งว่า&nbsp;ชื่อโครงการ/เลขที่บัญชี/วันที่โอน/สาขา&nbsp;ธกส./สถานะ&nbsp;ให้ท่านทราบ</p><p><strong>นางสาวกัญณฐา&nbsp;อภินนท์ธนา&nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;</strong>เปิดเผยว่า&nbsp;ในช่วงนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่เกษตรกรยิ้มได้จากมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐตามโครงการต่างๆ&nbsp;และทำให้เกษตรกรเดินทางเข้ามาติดต่อสอบถามข้อมูลที่สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;หรือที่สำนักงานเกษตรอำเภอทั้ง&nbsp;12&nbsp;แห่ง&nbsp;เป็นจำนวนมาก&nbsp;จึงอยากจะประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรได้ทราบถึงวิธีในการตรวจสอบผลการรับการสนับสนุนตามโครงการรัฐ&nbsp;ที่สามารถทำเองได้ง่ายๆที่บ้านผ่านโทรศัพท์มือถือ&nbsp;ผ่านทางเว็บไซต์&nbsp;https://chongkho.inbaac.com/&nbsp;ซึ่งจะสะดวกและไม่เสียเวลาในการเดินทาง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้ในการจ่ายเงินทางธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;</strong>จะดำเนินการตามแผนในการจ่ายเงินในแต่ละพื้นที่ต่างกัน&nbsp;เพื่อให้บริการอย่างทั่วถึงกับผู้ใช้บริการที่มีจำนวนมาก&nbsp;เพื่อความสะดวกสบาย&nbsp;สำหรับลูกค้าที่มี&nbsp;ATM&nbsp;สามารถถอนเงินสดจากตู้&nbsp;ATM&nbsp;ได้ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชม.เกษตรกร&nbsp;สามารถรับแจ้งเตือนเงินโอนเข้า&nbsp;-&nbsp;ออก&nbsp;บัญชีได้โดยผ่านบริการ&nbsp;BAAC&nbsp;SMS&nbsp;Alert&nbsp;โดยติดต่อได้ที่&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ทุกสาขาทั่วประเทศสมัครใช้บริการ&nbsp;ธ.ก.ส.A-mobile&nbsp;เพื่อความสะดวกธนาคารบนมือถือช่องทางการตรวจสอบผลการโอน&nbsp;https://chongkho.inbaac.com/&nbsp;(สามารถตรวจสอบผลได้ตามวันที่ประกาศโอนเงินของแต่ละพื้นที่)</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","18/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211218204202921"],
    [188,"ปลาสลิดดอนนา อาชีพทางเลือกสร้างรายได้","<p><strong>ปลาสลิดดอนนา</strong>&nbsp;ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นปลาพระราชทาน&nbsp;ที่ทางศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดปัตตานี&nbsp;รวมถึงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้เข้าไปส่งเสริมให้เกษตรกรมีอาชีพที่ยั่งยืน&nbsp;สามารถผลิตได้อย่างครบวงจร&nbsp;ทั้งการเพาะพันธุ์&nbsp;การแปรรูปและการตลาด&nbsp;จนปัจจุบันได้กลายมาเป็นกลุ่มเลี้ยงปลาสลิดดอนนาบ้านนาเกตุ&nbsp;อาชีพรูปแบบใหม่และยังเป็นอัตลักษณ์&nbsp;แบรนด์สินค้าที่ขึ้นชื่อของดี&nbsp;จังหวัดปัตตานี</p><p>เ<strong>กษตรกรต้นแบบเลี้ยงปลาสลิดดอนนา&nbsp;นายเจริญ&nbsp;ทองปล้องโต&nbsp;บอกว่า</strong>&nbsp;ได้เริ่มเลี้ยง&nbsp;จากตอนแรกที่มีร่องสวน&nbsp;2&nbsp;ข้าง&nbsp;เพื่อใช้รดน้ำต้นไม้&nbsp;หลังจากศูนย์ประสานงานจุฬาภรณพัฒนา&nbsp;6&nbsp;มาส่งเสริมให้เลี้ยงปลาสลิดดอนนาดู&nbsp;เริ่มแรก&nbsp;โดยได้สนับสนุนพันธุ์ปลา&nbsp;อาหาร&nbsp;เลี้ยงมาตั้งแต่ปี&nbsp;2559&nbsp;ได้ผลตามลำดับ&nbsp;จนมีบ่อต้นแบบ&nbsp;พื้นที่&nbsp;1&nbsp;งาน&nbsp;4&nbsp;บ่อ&nbsp;ปัจจุบันเลี้ยงมาได้&nbsp;4&nbsp;รุ่นแล้ว&nbsp;ปี&nbsp;2561&nbsp;ได้ผลผลิตปลา&nbsp;317&nbsp;กก.&nbsp;ปี&nbsp;2562&nbsp;รุ่น&nbsp;2&nbsp;ได้&nbsp;672&nbsp;กก.&nbsp;รุ่น&nbsp;3&nbsp;ได้&nbsp;730&nbsp;กก.&nbsp;และที่กำลังเลี้ยงรุ่น&nbsp;4&nbsp;คาดว่าจะได้ผลผลิตใกล้เคียงกัน&nbsp;&nbsp;เราได้จัดตั้งเป็นกลุ่มแปลงใหญ่&nbsp;มีสมาชิก&nbsp;32&nbsp;คน&nbsp;ทุกคนมีบ่อเลี้ยงปลาหมด&nbsp;ทำอย่างถูกสุขลักษณะ&nbsp;ได้รับ&nbsp;GAP&nbsp;มาตรฐานอาหารปลอดภัย&nbsp;เพื่อให้เป็นหลักประกันกับผู้บริโภค&nbsp;ส่วนตลาดก็จะส่งให้ทาง&nbsp;รพ.ปัตตานี&nbsp;เมืองปัตตานี&nbsp;มีลูกค้าต่างจังหวัด&nbsp;สั่งซื้อมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ซึ่งในกลุ่มก็จะแบ่งส่ง&nbsp;กระจายผลผลิตออกสู่ตลาด&nbsp;รวมถึงส่งออกต่างประเทศ&nbsp;บางส่วน&nbsp;ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี&nbsp;ปัจจุบันผลผลิต&nbsp;ยังมีไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด&nbsp;ตลาดมีมากกว่าผลผลิต</p><p><strong>สำหรับจุดเด่นของปลาสลิดดอนนา&nbsp;เป็นปลาที่ชื่อแปลกชื่อใหม่</strong>&nbsp;เอกลักษณ์ของปัตตานี&nbsp;ผลิตจากปลาสด&nbsp;ไม่วางขายในท้องตลาด&nbsp;ออเดอร์มาก็ส่ง&nbsp;ส่วนรสชาติ&nbsp;ไม่เค็ม&nbsp;ไม่จืด&nbsp;สดอร่อย&nbsp;ผู้สูงอายุจะทานกันมาก&nbsp;จนกลายเป็นอาหารสุขภาพที่ได้รับความนิยม&nbsp;สำหรับผู้ที่สนใจก็สามารถสั่งซื้อปลาสลิดดอนนา&nbsp;ได้ที่&nbsp;Facebook&nbsp;ปลาสลิดดอนนา&nbsp;คุณแม่สาคร&nbsp;ของดีเมืองปัตตานี&nbsp;หรือที่กลุ่มเกษตรแปลงใหญ่&nbsp;72/1&nbsp;ตำบลนาเกต&nbsp;อำเภอโคกโพธิ์&nbsp;จังหวัดปัตตานี</p><p><strong>นายฉลาด&nbsp;แก้วขาว&nbsp;เกษตรและสหกรณ์&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;เผยว่า</strong>&nbsp;กลุ่มเลี้ยงปลาสลิดดอนนา&nbsp;&nbsp;เป็นเกษตรเชิงอัตลักษณ์พื้นที่&nbsp;ซึ่งทางเราได้เข้ามาส่งเสริม&nbsp;การเลี้ยงปลาสลิด&nbsp;สินค้าแห่งอัตลักษณ์&nbsp;เพื่อให้มีมูลค่าสูงตลอดห่วงโซ่&nbsp;คุณภาพ&nbsp;เริ่มต้นด้วยการพัฒนาเกษตรกร&nbsp;การแปรรูป&nbsp;สู่การตลาด&nbsp;มีตลาดที่ชัดเจน&nbsp;มีการพัฒนาตามลำดับขั้นตอน&nbsp;จนเป็นแปลงใหญ่&nbsp;โดยมีส่วนราชการบูรณาการช่วยเหลือ&nbsp;ตอนนี้&nbsp;ตลาดมีความต้องการมากผลผลิตไม่เพียงพอ&nbsp;ซึ่งขณะนี้กำลังเร่งเพิ่มเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงให้มากขึ้น&nbsp;โดยจะกระจายไปยังพื้นที่นราธิวาส&nbsp;รวมถึงยะลา&nbsp;เพื่อมาเป็นฐานการผลิตเลี้ยงปลาสลิดดอนนาให้มากขึ้น&nbsp;ส่วนปัญหาโควิด&nbsp;ที่ผ่านมานั้น&nbsp;ไม่กระทบกับทางด้านการตลาดของปลาสลิดดอนนา</p><p><br></p><p><br></p>","19/12/2021","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211219084132984"],
    [189,"เกษตรกรอำเภอนาหว้า ปรับแนวคิดเพิ่มมูลค่าฟางข้าว ต่อยอดด้วยการอัดฟางก้อนเลี้ยงควายสวยงาม สร้างรายได้หลักแสนต่อปี","<p><strong>\"ฟางข้าว&nbsp;นับเป็นเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรที่มีอยู่ทั่วไปเป็นจำนวนมาก&nbsp;</strong>ภายหลังการเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวของชาวนา&nbsp;ซึ่งมีอยู่ในพื้นที่นาของเกษตรกรโดยส่วนใหญ่แล้วจะนิยมเผาฟางข้าวเพื่อทำการเพาะปลูกข้าวหรือพืชฤดูแล้งในพื้นที่การทำนาเดิม&nbsp;ซึ่งทำให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก&nbsp;แต่ก็มีเกษตรกรบางรายที่ปรับเปลี่ยนแนวคิดนำฟางข้าวที่เปล่าประโยชน์มาอัดก้อนไว้สำหรับการเลี้ยงสัตว์&nbsp;ลดต้นทุนด้านอาหาร&nbsp;และช่วยสร้างรายได้จากการจำหน่ายฟางอัดก้อนให้กับกลุ่มเกษตรกรที่เลี้ยงโค-กระบือ&nbsp;ในพื้นที่เป็นอย่างมาก</p><p><strong>นายสอนชัย&nbsp;เพชรฤทธิ์</strong>&nbsp;อีกหนึ่งเกษตรกรที่มีแนวความคิดใหม่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลนาหว้า&nbsp;อำเภอนาหว้า&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;ที่เริ่มมองเห็นโอกาสจากการเพิ่มมูลค่าและสร้างรายได้จากฟางข้าว&nbsp;ด้วยการต่อยอดอัดก้อนฟางข้าวไว้เป็นอาหารสัตว์และมีการปลูกพืชใช้น้ำน้อยเพื่อสร้างรายได้เสริม&nbsp;รวมถึงการปรับเปลี่ยนพื้นที่ในการทำการเกษตรแบบผสมผสาน&nbsp;<strong>นายสอนชัยฯ&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ตนเองเป็นเกษตรและทำอาชีพการเกษตรมามากกว่า&nbsp;10&nbsp;ปีแล้ว&nbsp;และมองเห็นว่าชาวนาทั่วไปเมื่อทำการเก็บเกี่ยวข้าวแล้วเสร็จ&nbsp;ก็ทำการเผาฟางข้าวทิ้งเพื่อในบางพื้นที่ต้องการที่จะทำนาปรังหรือปลูกพืชใช้น้ำน้อย&nbsp;เช่น&nbsp;ข้าวโพด&nbsp;แตงโม&nbsp;ฟักทอง&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ทำให้เกิดมลพิษและไม่ก่อให้เกิดรายได้ใดๆ&nbsp;ตนเองซึ่งเลี้ยงควายสวยงามอยู่แล้ว&nbsp;จึงมองว่าน่าจะเพิ่มมูลค่าและสร้างรายได้จากฟางข้าวได้&nbsp;ด้วยการนำมาอัดก้อนจำหน่าย&nbsp;หรือนำมาเป็นอาหารเลี้ยงสัตว์&nbsp;ช่วยลดต้นทุนการผลผลิตได้เป็นอย่างดี&nbsp;สิ่งสำคัญในการอัดฟางก้อน&nbsp;จะต้องเก็บเกี่ยวข้าวด้วยมือ&nbsp;เพราะฟางข้าวที่ได้จะไม่มีเศษดิน&nbsp;หินต่างๆ&nbsp;ปนมา&nbsp;ทำให้เวลานำไปให้ควายกินดีจะมีสุขภาพที่ดี&nbsp;สำหรับฟางข้าวที่อัดก้อนแล้วจะมีราคาประมาณ&nbsp;35&nbsp;-&nbsp;45&nbsp;บาท/ก้อน&nbsp;และจะมีราคาสูงมากในช่วงฤดูฝน&nbsp;ประมาณ&nbsp;40&nbsp;-&nbsp;50&nbsp;บาท/ก้อน&nbsp;ซึ่งปีนี้มียอดสั่งจองจากกลุ่มเกษตรกรที่เลี้ยงโค&nbsp;-&nbsp;กระบือ&nbsp;มากกว่า&nbsp;5,000&nbsp;ก้อน&nbsp;แต่ก็มีไม่เพียงพอกับความต้องการ&nbsp;เพราะตนเองก็เลี้ยงควายสวยงาม&nbsp;ทำให้ต้องเตรียมสำรองไว้เป็นอาหารในช่วงฤดูแล้งนี้ด้วยเช่นกัน&nbsp;</p><p><strong>นายสอนชัยฯ&nbsp;เล่าต่อว่า&nbsp;</strong>อยากให้เกษตรกรที่เผาฟางข้าว&nbsp;หรือวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรต่างๆในพื้นที่การเกษตร&nbsp;ได้มองเห็นประโยชน์และโอกาสที่จะสร้างรายได้และเพิ่มมูลค่าจากวัสดุเหล่านี้&nbsp;โดยเฉพาะฟางข้าวอยากให้เก็บนำมาอัดเป็นก้อนเลี้ยงสัตว์&nbsp;หรือหากมีเยอะก็นำมาอัดก้อนจำหน่าย&nbsp;ซึ่งมีความต้องการเป็นอย่างมาก&nbsp;ช่วยสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างดี&nbsp;นอกจากนี้ตนยังได้นำฟางอัดก้อนมาเลี้ยงควายสวยงาม&nbsp;ซึ่งได้มีการพัฒนาสายพันธุ์ควายเอง&nbsp;และเริ่มเข้าสู่เวทีการประกวดความสวยงามเกือบทั่วประเทศ&nbsp;และยังเคยได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดควายสวยงาม&nbsp;ระดับจังหวัดของจังหวัดนครพนม&nbsp;มาแล้ว&nbsp;ในขณะนี้ก็มีคนเข้ามาติดต่อขอซื้อลูกควาย&nbsp;และขอคำแนะนำในการเลี้ยงความสวยงามอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ซึ่งแต่ละตัวที่ฟาร์มก็จะมีลักษณะที่โดดเด่นตามสายพันธุ์&nbsp;เป็นที่ต้องการของตลาดควายสวยงาม&nbsp;ซึ่งแต่ละตัวต้องบอกว่าราคาหลักแสนขึ้นไป&nbsp;ทำให้ตนเองและครอบครัวมีรายได้เพิ่มจากการทำนาในแต่ละปีได้เป็นอย่างดี</p><p><strong>นายวิชา&nbsp;คำมุงคุณ&nbsp;เกษตรอำเภอนาหว้า</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ในพื้นที่อำเภอนาหว้า&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอนาหว้า&nbsp;ได้มีการส่งเสริมและถ่ายทอดความรู้ให้กับเกษตรในการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตรและเห็นถึงประโยชน์และความสำคัญของวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร&nbsp;ด้วยการเพิ่มมูลค่าและสร้างรายได้จากฟางข้าว&nbsp;เช่น&nbsp;การทำปุ๋ยหมัก&nbsp;ฟางอัดก้อน&nbsp;การเพาะเห็ดฟาง&nbsp;เป็นต้น&nbsp;สำหรับพื้นที่อำเภอนาหว้าโดยส่วนใหญ่นอกจากจะมีการทำนาข้าว&nbsp;ยังมีการเลี้ยงปศุสัตว์เป็นจำนวนมาก&nbsp;ได้แก่&nbsp;โค-กระบือ&nbsp;ซึ่งสิ่งจำเป็นและสำคัญคือแหล่งอาหารที่จะต้องเพียงพอกับความต้องการของสัตว์เลี้ยง&nbsp;การที่เกษตรกรหันมาใช้ประโยชน์จากฟางข้าวด้วยการอัดฟางก้อนไว้เป็นอาหารสัตว์&nbsp;จะช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุนด้านอาหารมากกว่า&nbsp;30%&nbsp;ทำให้เกษตรกรมีต้นทุนการผลิตที่ลดลง&nbsp;มีรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการเพิ่มมูลค่าจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรในพื้นที่ได้เพิ่มขึ้น</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","19/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211219160149112"],
    [190,"จ.นราธิวาส ย้ำเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เร่งยื่นแบบขอรับความช่วยเหลือจากทางราชการ ภายในวันที่ 4 ม.ค.65","<p><strong>วันนี้&nbsp;(20&nbsp;ธ.ค.64)&nbsp;นายเทอดศักดิ์&nbsp;&nbsp;รัญจวน&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดนราธิวาส&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ตามที่จังหวัดนราธิวาสได้เกิดอุทกภัย&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;1&nbsp;ธันวาคม&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งเป็นภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน&nbsp;อาคารบ้านเรือน&nbsp;พื้นที่การเกษตร&nbsp;เป็นต้น&nbsp;และทางจังหวัดได้ประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินไปแล้วจำนวน&nbsp;7&nbsp;อำเภอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอยี่งอ&nbsp;ระแงะ&nbsp;สุคิริน&nbsp;เมืองนราธิวาส&nbsp;รือเสาะ&nbsp;เจาะไอร้อง&nbsp;และบาเจาะ&nbsp;รวม&nbsp;27&nbsp;ตำบล&nbsp;99&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้เกษตรกรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ประกาศเขตให้ความช่วยเหลือดังกล่าว</strong>&nbsp;และผลผลิตด้านการเกษตรเสียหาย&nbsp;สามารถแจ้งขอรับความช่วยเหลือได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอที่ตั้งแปลงปลูก//สำนักงานประมงอำเภอที่ตั้งฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ//สำนักงานปศุสัตว์อำเภอที่ตั้งฟาร์มเลี้ยงสัตว์&nbsp;โดยเตรียมเอกสารหลักฐานดังนี้&nbsp;สมุดทะเบียนเกษตรกร&nbsp;สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน&nbsp;สำเนาทะเบียนบ้าน&nbsp;สำเนาเอกสารสิทธิ์ที่ดิน&nbsp;(ถ้ามี)&nbsp;สำเนาหน้าสมุดบัญชีเงินฝาก&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ที่มีการเคลื่อนไหวธุรกรรมทางการเงิน&nbsp;และภาพถ่ายประกอบความเสียหาย&nbsp;</p><p><strong>สามารถยื่นขอรับความช่วยเหลือตามแบบ&nbsp;กษ.01&nbsp;พร้อมหลักฐานที่กำหนด&nbsp;ตั้งแต่บัดนี้&nbsp;จนถึงวันที่&nbsp;4&nbsp;มกราคม&nbsp;256</strong>5&nbsp;โดยทางราชการจะให้การช่วยเหลือเฉพาะเกษตรกรที่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรไว้แล้วเท่านั้น&nbsp;และหากพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าว&nbsp;ถือว่าไม่ประสงค์จะขอรับความช่วยเหลือ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","20/12/2021","ภาคใต้","นราธิวาส","สวท.นราธิวาส","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211220083550187"],
    [191,"เกษตรอำเภอสิเกา จังหวัดตรัง  จัดเวทีวิเคราะห์จัดทำแผนแปลงใหญ่ยางพาราบ้านพรุจูด ตำบลบ่อหิน","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">นายญันยงค์&nbsp;ปล้องอ่อน&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรอำเภอสิเกา&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอสิเกา&nbsp;จัดเวทีวิเคราะห์จัดทำแผน&nbsp;และเก็บข้อมูลพื้นฐานรายบุคคล&nbsp;แปลงใหญ่ยางพาราบ้านพรุจูด&nbsp;ตำบลบ่อหิน&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;การจัดเวทีในครั้งนี้&nbsp;สมาชิกแปลงใหญ่ยางพาราบ้านพรุจูด&nbsp;ร่วมกันวิเคราะห์จัดทำแผนและกำหนดเป้าหมายการพัฒนาของกลุ่มแปลงใหญ่&nbsp;ตามการบริหารจัดการรูปแบบแปลงใหญ่&nbsp;ณ&nbsp;กลุ่มแปลงใหญ่บ้านพรุจูด&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลบ่อหิน&nbsp;อำเภอสิเกา&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำหรับ&nbsp;&nbsp;โครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;&nbsp;</strong>เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรมีการรวมกลุ่มและบริหารจัดการร่วมกัน&nbsp;&nbsp;ทำให้เกิดการรวมกันผลิตและรวมกันจำหน่าย&nbsp;โดยมีตลาดรองรับที่แน่นอน&nbsp;&nbsp;ทำให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนการผลิตและมีผลผลิตต่อหน่วยเพิ่มขึ้น&nbsp;&nbsp;รวมทั้งผลผลิตที่ได้ก็มีคุณภาพได้มาตรฐาน&nbsp;&nbsp;ภายใต้การบูรณาการของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน&nbsp;ซึ่งระบบการส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่&nbsp;&nbsp;จะทำให้เกิดความร่วมมือในการผลิตโดยเกษตรกรและองค์กรเกษตรกรในพื้นที่ที่ติดต่อกันเป็นแปลงใหญ่&nbsp;&nbsp;ทำให้เกิดขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่&nbsp;เพิ่มอำนาจการต่อรองของเกษตรกรตลอดกระบวนการผลิตและห่วงโซ่อุปทาน&nbsp;ได้แก่&nbsp;การจัดการปัจจัยการผลิต&nbsp;การผลิต&nbsp;เทคโนโลยีการเก็บเกี่ยว&nbsp;การจัดการหลังการผลิต&nbsp;การแปรรูปเบื้องต้นและการตลาด</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","20/12/2021","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211220155149434"],
    [192,"เกษตรอำเภอย่านตาขาว  จังหวัดตรัง ลงพื้นที่จัดเวทีวิเคราะห์ความต้องการในการพัฒนาความรู้ด้านแมลงเศรษฐกิจ ตำบลทุ่งค่าย","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">น<strong>ายนนท์นภนต์&nbsp;นาพอ&nbsp;เกษตรอำเภอย่านตาขาว&nbsp;</strong>มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอย่านตาขาว&nbsp;ลงพื้นที่จัดเวทีวิเคราะห์ความต้องการในการพัฒนาความรู้ด้านแมลงเศรษฐกิจ&nbsp;ภายใต้โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตแมลงเศรษฐกิจ&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลทุ่งค่าย&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เพื่อทำความเข้าใจให้แก่เกษตรกรประเด็นความสำคัญของการรวมกลุ่ม&nbsp;และแนวทางการดำเนินการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;พร้อมทั้งวิเคราะห์&nbsp;SWOT&nbsp;เพื่อกำหนดกลยุทธ์เพื่อพัฒนากลุ่มเกษตรกร&nbsp;และวิเคราะห์หาความต้องการของกลุ่มเกษตรกร&nbsp;รวมไปถึงจัดทำแผนการพัฒนากลุ่ม&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้กลุ่มเกษตรกรมีความเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;</strong>&nbsp;เป็นหน่วยงานหลักที่มีบทบาทภารกิจในการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรด้านแมลงเศรษฐกิจ&nbsp;และสนับสนุนเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยงแมลงเศรษฐกิจให้แก่เกษตรกรมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยเริ่มดำเนินการส่งเสริมการเลี้ยงผึ้ง&nbsp;มาตั้งแต่ปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2523&nbsp;เพื่อส่งเสริมและพัฒนาการเลี้ยงผึ้งให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ&nbsp;และขยายผลส่งเสริมการเลี้ยงผึ้งไปยังเกษตรกรทั่วประเทศ&nbsp;ต่อมาได้พัฒนาและขยายงานส่งเสริมแมลงเศรษฐกิจไปยังแมลงชนิดอื่นๆ&nbsp;ที่มีศักยภาพ&nbsp;ซึ่งสามารถพัฒนาเป็นอาชีพเสริม&nbsp;หรืออาชีพทางเลือกที่มั่นคงให้กับเกษตรกรได้&nbsp;เช่น&nbsp;การเลี้ยงผึ้งนอกจากจะเป็นการเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งจากการขายผลิตภัณฑ์จากผึ้งแล้ว&nbsp;เกษตรกร&nbsp;ผู้ปลูกพืชยังได้ประโยชน์จากผึ้งในการช่วยผสมเกสรให้กับพืชที่ปลูก&nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้กับไม้ผล&nbsp;ส่วนการเลี้ยงจิ้งหรีดที่เป็นแหล่งอาหารใหม่&nbsp;(Novel&nbsp;food)&nbsp;ให้โปรตีนสูงที่กำลังเป็นที่นิยมในตลาดโลกอยู่ในขณะนี้</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","20/12/2021","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211220160341443"],
    [193,"เกษตรอำเภอวังวิเศษ จังหวัดตรัง  จัดอบรมโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแปลงใหญ่ เพื่อวางแผนการดำเนินงานของแปลงใหญ่ในปีงบประมาณ 2565","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">วันนี้(&nbsp;20&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;)&nbsp;นายสุภัทธ&nbsp;คงด้วง&nbsp;เกษตรอำเภอวังวิเศษ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางสาวศรินทร&nbsp;แก่นแก้ว&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;และนางสาวศศิธร&nbsp;รักษ์เจริญ&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอวังวิเศษ&nbsp;จัดอบรมโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแปลงใหญ่&nbsp;กิจกรรมหลัก:ระบบส่งเสริมการเกษตรแปลงใหญ่&nbsp;กิจกรรมย่อย:บริหารจัดการถ่ายทอดความรู้&nbsp;(ครั้งที่&nbsp;1)&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมันตำบลวังมะปราง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;10&nbsp;ตำบลวังมะปราง&nbsp;อำเภอวังวิเศษ&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;เพื่อวางแผนการดำเนินงานของแปลงใหญ่ในปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;สำหรับ&nbsp;&nbsp;โครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;&nbsp;เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรมีการรวมกลุ่มและบริหารจัดการร่วมกัน&nbsp;&nbsp;ทำให้เกิดการรวมกันผลิตและรวมกันจำหน่าย&nbsp;โดยมีตลาดรองรับที่แน่นอน&nbsp;&nbsp;ทำให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนการผลิตและมีผลผลิตต่อหน่วยเพิ่มขึ้น&nbsp;&nbsp;รวมทั้งผลผลิตที่ได้ก็มีคุณภาพได้มาตรฐาน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","20/12/2021","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211220161713450"],
    [194,"เกษตรอำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง จัดประชุมคณะกรรมการเครือข่ายศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) และแปลงใหญ่ ระดับอำเภอ","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">วันนี้&nbsp;(&nbsp;20&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;)&nbsp;&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน&nbsp;โดย&nbsp;นางนิตยา&nbsp;จันทร์ประทีป&nbsp;เกษตรอำเภอปะเหลียน&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางสาวปราณี&nbsp;แข็งแรง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;และนางสาวศัลยา&nbsp;มานะกล้า&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการจัดประชุมคณะกรรมการเครือข่ายศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.)&nbsp;และแปลงใหญ่ระดับอำเภอ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมอำเภอปะเหลียน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลท่าข้าม&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;เพื่อจัดทำแผนการดำเนินงานและขับเคลื่อนโครงการ</strong>ของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.)&nbsp;และแปลงใหญ่&nbsp;ตามโครงการส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อให้การดำเนินงานของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.)&nbsp;และแปลงใหญ่ดำเนินงานไปอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;และได้ติดตามผลการดำเนินงานขับเคลื่อนโครงการของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.)&nbsp;และแปลงใหญ่ในปีงบประมาณที่ผ่านมา</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","20/12/2021","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211220161903452"],
    [195,"เกษตรอำเภอหาดสำราญ จังหวัดตรัง จัดประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดตลาดเกษตรกรระดับอำเภอหาดสำราญ ตามโครงการพัฒนาตลาดเกษตรกรระดับอำเภอ จังหวัดตรัง","<p><strong>วันนี้(&nbsp;20&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;)&nbsp;นางสาววรรณธิดา&nbsp;เบญจกุล&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรอำเภอหาดสำราญ</strong>&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอหาดสำราญ&nbsp;จัดประชุมคณะกรรมการตลาดเกษตรกรอำเภอหาดสำราญ&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดตลาดเกษตรกรระดับอำเภอหาดสำราญ&nbsp;ตามโครงการพัฒนาตลาดเกษตรกรระดับอำเภอ&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอหาดสำราญ&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;ที่ประชุมมีการคัดเลือกคณะกรรมการ&nbsp;และกำหนดกฎระเบียบ&nbsp;ข้อบังคับต่างๆ</strong>&nbsp;พร้อมทั้งวางแนวทางการดำเนินงานภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;และมีมติให้เปิดจำหน่ายสินค้าสัปดาห์ละ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;ทุกวันจันทร์&nbsp;เวลา&nbsp;9.00-14.00&nbsp;น.&nbsp;โดยเริ่มเปิดตลาดครั้งแรกวันจันทร์&nbsp;ที่&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;บริเวณหน้าธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;ตำบลหาดสำราญ&nbsp;อำเภอหาดสำราญ&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","20/12/2021","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211220162720458"],
    [196,"เกษตรอำเภอนาโยง จังหวัดตรัง  จัดอบรมประเมินศักยภาพและการจัดทำแผนพัฒนากิจการวิสาหกิจชุมชน ครั้งที่ 1 ณ วิสาหกิจชุมชนบ้านทุ่งส้มป่อย","<p><strong>วันนี้(&nbsp;20&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564)&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอำนาจ&nbsp;เซ่งเซี่ยง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ&nbsp;รักษาราชการแทน</strong>&nbsp;เกษตรอำเภอนาโยง&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางสุมาลี&nbsp;เสมอเชื้อ&nbsp;และนางจรัสศรี&nbsp;แก้วนิลประเสริฐ&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอนาโยง&nbsp;จัดอบรมโครงการส่งเสริมและพัฒนาวิสาหกิจชุมชน&nbsp;กิจกรรม&nbsp;ส่งเสริมและพัฒนาวิสาหกิจชุมชน&nbsp;กิจกรรมย่อย&nbsp;การประเมินศักยภาพและการจัดทำแผนพัฒนากิจการวิสาหกิจชุมชน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;แก่สมาชิกวิสาหกิจชุมชนบ้านทุ่งส้มป่อย&nbsp;เพื่อให้วิสาหกิจชุมชนทราบถึงปัญหาและนำไปจัดทำแผนพัฒนากิจการและยกระดับกิจการของวิสาหกิจชุมชนให้มีศักยภาพสูงขึ้น&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการวิสาหกิจชุมชนบ้านทุ่งส้มป่อย&nbsp;หมู่&nbsp;4&nbsp;ตำบลละมอ&nbsp;อำเภอนาโยง&nbsp;จังหวัดตรัง<strong>&nbsp;</strong></p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;วิสาหกิจชุมชนเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจในการผลิตสินค้าและบริการ&nbsp;</strong>ที่เกิดจากการร่วมกันคิด&nbsp;ร่วมกันทำของคนในชุมชนบนพื้นฐานของความรู้&nbsp;ทุน&nbsp;ทรัพยากร&nbsp;&nbsp;ประสบการณ์&nbsp;&nbsp;ตลอดจนศักยภาพของชุมชนโดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างรายได้และให้ชุมชนพึ่งตนเองได้มากกว่าการมุ่งหาผลกำไรสูงสุด&nbsp;ดังนั้น&nbsp;การพัฒนาวิสาหกิจชุมชนเพื่อให้เกิดความเข้มแข็งและก้าวหน้านั้น&nbsp;จำเป็นจะต้องมีแผนพัฒนาวิสาหกิจชุมชน&nbsp;ที่มีกระบวนการขั้นตอนการดำเนินงานที่ชัดเจน&nbsp;สามารถตอบสนองหรือแก้ไขปัญหาที่วิสาหกิจชุมชนต้องการพัฒนาให้สามารถดำเนินกิจการได้อย่างต่อเนื่องและมีความก้าวหน้ายิ่งขึ้น</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","20/12/2021","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211220162817460"],
    [197,"รับฟังปัญหาเกษตรกรทุ่งเจ้าเจ็ดและทุ่งโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโพธิ์พระยา","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;เปิดเผยหลังเป็นประธานเปิดงานการสัมมนา&nbsp;เรื่อง&nbsp;แนวทางการแก้ไขปัญหาการระบายน้ำของกรมชลประทานเข้าทุ่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา&nbsp;(แก้มลิง)&nbsp;จนส่งผลกระทบต่อผลิตผลเกษตรกรรมว่า&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;มีพื้นที่ทุ่งเจ้าเจ็ดและทุ่งโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโพธิ์พระยา&nbsp;เป็นพ้นที่ลุ่มต่ำ&nbsp;มักจะถูกน้ำท่วมเป็นประจำทุกปี&nbsp;ซึ่งกรมชลประทานได้นำแนวทางหลักการของโครงการแก้มลิงมาปรับใช้ในพื้นที่&nbsp;โดยกำหนดให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่รองรับน้ำ&nbsp;เพื่อกักเก็บไว้ในช่วงฤดูน้ำหลากแล้วระบายออกตอนน้ำลดและน้ำต้องไม่ท่วมหมู่บ้านและชุมชน&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ทั้งนี้&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรีมีพื้นที่ประสบปัญหาอุทกภัยกว่า&nbsp;10&nbsp;อำเภอ</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;เนื่องจากกรมชลประทานระบายน้ำเข้าพื้นที่จนเกินศักยภาพของพื้นที่&nbsp;ประกอบกับน้ำในแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณมาก&nbsp;ส่งผลให้น้ำเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่ทางการเกษตรของประชาชน&nbsp;นอกจากปัญหาอุทกภัยแล้ว&nbsp;เกษตรกรที่อยู่บริเวณทุ่งเจ้าเจ็ดและทุ่งโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโพธิ์พระยา&nbsp;ยังประสบปัญหาขาดแคลนน้ำทำการเกษตรในฤดูแล้ง&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">การสัมมนาในวันนี้จึงจัดขึ้น</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;เพื่อระดมความคิดเห็นและรับฟังปัญหาของเกษตรกรที่อาศัยอยู่ในพ้นที่ดังกล่าวฯ&nbsp;รวมถึงหาแนวทางแก้ไข&nbsp;และนำเสนอหน่วยงานที่รับผิดชอบต่อไป&nbsp;ทั้งนี้หลังจากรับฟังปัญหาต่างๆ&nbsp;ของเกษตรกรในพื้นที่แล้ว&nbsp;มีหลายเรื่องที่สามารถแก้ไขได้ทันที&nbsp;จึงได้สั่งการไปแล้ว&nbsp;อาทิ&nbsp;การกำหนดระยะเวลาทำนาของเกษตรกร&nbsp;2&nbsp;ครั้ง/ปี&nbsp;โดยครั้งแรกเริ่ม&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;16&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;และครั้งที่&nbsp;2&nbsp;เริ่ม&nbsp;1&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยให้กรมชลประทานรับผิดชอบในการปล่อยน้ำเข้าพื้นที่ตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;30&nbsp;กันยายน&nbsp;2565&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรมีน้ำในการเพาะปลูก&nbsp;และสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ทันก่อนฤดูน้ำหลากของจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;และยังได้สั่งการให้ดำเนินการขุดลอกคูคลอง&nbsp;ขุดลอกแก้มลิงทุ่งเจ้าเจ็ดและทุ่งโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโพธิ์พระยา&nbsp;และแม่น้ำท่าจีน&nbsp;เพื่อให้พร้อมสำหรับการระบายน้ำและการกักน้ำในช่วยฤดูน้ำหลาก&nbsp;รวมถึงให้กรมชลประทานตรวจสอบ&nbsp;ซ่อมบำรุง&nbsp;ดูแลรักษาประตูระบายน้ำและเครื่องผลักดันน้ำ&nbsp;และเครื่องสูบน้ำในพื้นที่&nbsp;ให้สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ&nbsp;เพื่อเตรียมรับสถานการณ์ในปี&nbsp;2565&nbsp;ต่อไป&nbsp;</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","20/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211220192552561"],
    [198,"สถานีพัฒนาที่ดินตราด จัดงานวันดินโลก World Soil Day 2021 ภายใต้คอนเซ็ปท์ \"พิชิตดินเค็ม เติมเต็มผลผลิต สร้างชีวิตเกษตรกร\"","<p><strong>วันนี้&nbsp;(20&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564)&nbsp;สถานีพัฒนาที่ดินตราด&nbsp;ตำบลทุ่งนนทรี&nbsp;อำเภอเขาสมิง</strong>&nbsp;จัดกิจกรรมงานวันดินโลกปี&nbsp;2564&nbsp;ภายใต้คอนเซ็ปท์&nbsp;\"พิชิตดินเค็ม&nbsp;เติมเต็มผลผลิต&nbsp;สร้างชีวิตเกษตรกร&nbsp;;&nbsp;halt&nbsp;soil&nbsp;salinization&nbsp;;&nbsp;boost&nbsp;soil&nbsp;productivity\"&nbsp;โดยมี&nbsp;นายชำนาญวิทย์&nbsp;เตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&nbsp;เป็นประธานในพิธี&nbsp;กล่าวถวายสดุดีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;พระบาทสมเด็จพระชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;\"นักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม\"&nbsp;พร้อมด้วยนายณัฐพงษ์&nbsp;สงวนจิตร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&nbsp;ตลอดจนส่วนราชการ&nbsp;หมอดินอาสา&nbsp;เกษตรกร&nbsp;และประชาชนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ภายในกิจกรรมประกอบด้วย&nbsp;การจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;การปล่อยพันธุ์ปลาสุลต่าน</strong>&nbsp;ซึ่งเป็นปลาน้ำจืดกินพืช&nbsp;ที่สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร&nbsp;และการร่วมกันไถกลบตอซังและหว่านปอเทือง&nbsp;บนพื้นที่กว่า&nbsp;1&nbsp;ไร่ภายในสถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดตราด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","20/12/2021","ภาคตะวันออก","ตราด","สวท.ตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211220182849533"],
    [199,"เกษตรกรจังหวัดนครพนม เตือนเกษตรกรเฝ้าระวังหนอนชอนใบมะเขือเทศ พร้อมแนะวิธีเกษตรกรรับมือหากพบเข้าทำลาย","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เกษตรกรจังหวัดนครพนม&nbsp;เตือนเกษตรกรเฝ้าระวังหนอนชอนใบมะเขือเทศ&nbsp;พร้อมแนะวิธีเกษตรกรรับมือหากพบเข้าทำลาย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ในช่วงนี้เกษตรกรที่ปลูกมะเขือเทศ&nbsp;อาจะต้องเฝ้าระวังหนอนผีเสื้อชอนใบมะเขือเทศ</strong>&nbsp;ซึ่งเป็นศัตรูพืชที่มีความร้ายแรงระดับโลก&nbsp;เนื่องจากสามารถทำลายและสร้างความเสียหายต่อพืชเศรษฐกิจหลายชนิด&nbsp;หนอนผีเสื้อชอนใบมะเขือเทศ&nbsp;เป็นแมลงศัตรูพืชสำคัญที่สร้างความเสียหายต่อพืชเศรษฐกิจในหลายประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะพืชวงศ์มะเขือ&nbsp;เช่น&nbsp;มะเขือเทศ&nbsp;มะเขือ&nbsp;มันฝรั่ง&nbsp;พริก&nbsp;ยาสูบ&nbsp;รวมทั้งวงศ์ถั่ว&nbsp;และกะหล่ำ&nbsp;โดยการกัดกินชอนไชใบ&nbsp;ลำต้น&nbsp;และผล&nbsp;ทำให้ผลผลิตลดลงถึง&nbsp;90&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;จากสถานการณ์ระบาดอย่างรวดเร็ว&nbsp;และสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงในแหล่งปลูกมะเขือเทศหลายประเทศในทวีปอเมริกาใต้และทวีปยุโรป&nbsp;รวมทั้งเริ่มพบการระบาดของหนอนผีเสื้อชอนใบมะเขือเทศในทวีปเอเชียแล้ว&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังเป็นแมลงที่ต้านทานต่อสารกำจัดศัตรูพืชทำให้การป้องกันกำจัดยาก&nbsp;และเสียค่าใช้จ่ายในการป้องกันกำจัดสูงตามไปด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นางสาวกัญณฐา&nbsp;อภินนท์ธนา&nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;หนอนผีเสื้อชอนใบมะเขือเทศ&nbsp;มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศเปรู&nbsp;ต่อมาพบการระบาดและสร้างความเสียหายอย่างมากในแหล่งปลูกมะเขือเทศหลายประเทศในทวีปอเมริกาใต้&nbsp;รวมทั้งหลายพื้นที่ของทวีปยุโรป&nbsp;สำหรับในทวีปเอเชียมีรายงานพบการระบาดของหนอนผีเสื้อชอนใบมะเขือเทศครั้งแรกที่ประเทศอินเดีย&nbsp;และเนปาล&nbsp;ล่าสุดได้รับการยืนยันจากหน่วยงาน&nbsp;World&nbsp;Vegetable&nbsp;Center&nbsp;และ&nbsp;The&nbsp;Center&nbsp;for&nbsp;Agriculture&nbsp;and&nbsp;Bioscience&nbsp;International&nbsp;(CAB)&nbsp;พบการระบาดของหนอนผีเสื้อชอนใบมะเขือเทศในบริเวณภาคเหนือของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาแล้ว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>การป้องกันกำจัดผีเสื้อหนอนชอนใบมะเขือเทศ&nbsp;แบบผสมผสาน</strong>&nbsp;ในขั้นตอนของการเตรียมดิน&nbsp;ให้ไถพรวนและตากดิน&nbsp;เพื่อกำจัดระยะดักแด้ที่อยู่ในดิน&nbsp;ทำความสะอาดโรงเรือนและวัสดุปลูก&nbsp;เพื่อกำจัดดักแด้ที่ติดอยู่ภายในวัสดุปลูก&nbsp;และเมื่อมีการเก็บเกี่ยวเสร็จแล้วให้เผาทำลาย&nbsp;ฝังกลบต้นพืช&nbsp;เพื่อกำจัดแมลงมี่ยังตกค้างอยู่ในต้นพืช&nbsp;ในระยะก่อนปลูกให้ใช้ต้นกล้าและวัสดุปลูกที่ปราศจากหนอนชอนใบมะเขือเทศ&nbsp;และหลังปลูกลงในแปลงไปแล้วหมั่นสำรวจแปลงปลูกตั้งแต่เริ่มปลูกโดยสังเกตรอยทำลายบนต้นพืชหรือใช้กับดักกาวเหนียวสีเหลืองหรือกับดักฟีโรโมน&nbsp;3-4&nbsp;กับดักต่อไร่&nbsp;เมื่อพบตัวผีเสื้อบนกับดัก&nbsp;3-4&nbsp;ตัวต่อกับดักต่อสัปดาห์ให้ติดตั้งกับดักฟีโรโมน&nbsp;ดักจับตัวเต็มวัยเพศผู้&nbsp;6-8&nbsp;กับดักต่อไร่&nbsp;เพื่อลดประชากรผีเสื้อหนอนชอนใบมะเขือเทศ&nbsp;แนะนำให้เกษตรกรใช้สารชีวภัณฑ์&nbsp;โดยการพ่นด้วยเชื้อแบคทีเรียบาซิลลัส&nbsp;ทรูริงเยน&nbsp;และเมื่อพบการแพร่ระบาดในระยะเริ่มต้นควรพ่นสารชีว-ภัณฑ์ในช่วงเย็น&nbsp;เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด&nbsp;และหากพบว่ามีการระบาดที่รุนแรงให้ใช้สารเคมีป้องกันกำจัดแมลงตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตร&nbsp;และอีกวิธี&nbsp;คือ&nbsp;การปลูกพืชหมุนเวียนที่ไม่ใช่พืชอาศัยของหนอนชอนใบมะเขือเทศเพื่อตัดวงจรการระบาดเพิ่มขึ้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>&nbsp;สำหรับในพื้นที่จังหวัดนครพนมมีหลายพื้นที่อำเภอที่มีการปลูกมะเขือเทศ&nbsp;เช่น</strong>&nbsp;อำเภอปลาปาก&nbsp;อำเภอธาตุพนม&nbsp;และอำเภอบ้านแพง&nbsp;เป็นต้น&nbsp;แม้จะยังไม่มีรายการพบการระบาดในพื้นที่&nbsp;แต่ได้มีการเตรียมการในการสร้างการรับรู้กับเกษตรกรในพื้นที่และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเกษตรอำเภอทั้ง&nbsp;12&nbsp;อำเภอ&nbsp;เพื่อดำเนินการติดตามและลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อมให้คำแนะนำกับเกษตรกรอย่างใกล้ชิด&nbsp;เพื่อเป็นการเฝ้าระวังและป้องกันการเข้าทำลายของผีเสื้อหนอนชอนใบมะเขือเทศในจังหวัดนครพนม&nbsp;และหากเกษตรกรมีข้อสงสัยเกี่ยวกับผีเสื้อหนอนชอนใบมะเขือเทศ&nbsp;สามารถเข้าไปติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม&nbsp;ได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน</p>","20/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211220213204595"],
    [200,"เกษตรจังหวัดนครพนม เตือนเกษตรกรปลูกกะหล่ำ เฝ้าระวังโรคราน้ำค้างในพืชตระกูลกะหล่ำเข้าทำลาย","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>อากาศเริ่มเย็น&nbsp;มีความชื้นสูงในตอนเช้า&nbsp;สำหรับช่วงนี้พร้อมทั้งมีอากาศร้อนในเวลากลางวันช่วงนี้</strong>&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;จึงแนะเกษตรกรผู้ปลูกพืชผักตระกูลกะหล่ำและผักกาด&nbsp;อาทิ&nbsp;กวางตุ้ง&nbsp;กะหล่ำปลี&nbsp;กะหล่ำดอก&nbsp;คะน้า&nbsp;ผักกาดขาว&nbsp;ผักกาดหอม&nbsp;และบรอกโคลี&nbsp;ให้เตรียมรับมือการระบาดของโรคราน้ำค้าง&nbsp;ที่สามารถพบได้ในทุกระยะการเจริญเติบโตของพืช&nbsp;จะพบอาการของโรคบนใบที่อยู่บริเวณด้านล่างของต้นก่อน&nbsp;จากนั้น&nbsp;แผลจะขยายลุกลามไปยังใบที่อยู่ด้านบนของต้นพืช&nbsp;โดยมีอาการเริ่มแรกบริเวณด้านบนใบเป็นจุดแผลสีเหลือง&nbsp;หรืออาจเป็นปื้นสีเหลือง&nbsp;ซึ่งเมื่อเข้าทำลายแล้วจะทำให้ผลผลิตกะหล่ำลดลง&nbsp;และเมื่อสภาพอากาศมีความชื้นสูงในตอนเช้า&nbsp;มักพบเส้นใยเชื้อราเป็นขุยสีขาวถึงเทาตรงแผลด้านใต้ใบ&nbsp;หากพบโรคระบาดรุนแรง&nbsp;แผลจะลามขยายใหญ่ทำให้เนื้อใบเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล&nbsp;ต่อมาใบจะเหลืองและแห้งตาย&nbsp;กรณีพบโรคในระยะต้นกล้า&nbsp;ใบเลี้ยงจะเกิดจุดแผลสีน้ำตาล&nbsp;ทำให้ต้นแคระแกร็นและตายในที่สุด&nbsp;ส่วนในกะหล่ำดอกและบรอกโคลี&nbsp;ถ้าพบเชื้อราเข้าทำลายรุนแรง&nbsp;ก้านดอกจะยืดและดอกอาจจะบิดเบี้ยวเสียรูปทรงได้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นางสาวกัญณฐา&nbsp;อภินนท์ธนา&nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;สาเหตุของโรคนี้เกิดจากเชื้อรา&nbsp;Peronospora&nbsp;parasitica&nbsp;ชนิดพืชที่เกิดโรคได้แก่&nbsp;กวางตุ้ง&nbsp;กะหล่ำดอก&nbsp;กะหล่ำปลี&nbsp;คะน้า&nbsp;บร๊อคโคลี่&nbsp;ผักกาดขาวปลี&nbsp;ผักกาดเขียว&nbsp;และผักกาดหัว&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ซึ่งจะพบกลุ่มของเชื้อราเป็นผงสีขาวหรือสีเทาบนใบ&nbsp;ด้านหลังใบจะเกิดแผลสีเหลืองต่อมาเป็นสีน้ำตาล&nbsp;แผลค่อนข้างเป็นสี่เหลี่ยมขอบไม่แน่นอน&nbsp;ถ้าเป็นรุนแรง&nbsp;แผลจะมีจำนวนมาก&nbsp;ใบจะเหลืองและแห้งตาย&nbsp;ใบที่อยู่ตอนล่างๆ&nbsp;จะมีแผลเกิดก่อน&nbsp;แล้วลามระบาดไปยังใบที่สูงกว่า&nbsp;ในต้นอ่อนจะเริ่มมีแผลสีเหลืองที่ใบเลี้ยงและจะหลุดร่วงไป&nbsp;อาจจะทำให้&nbsp;ต้นเติบโตช้า&nbsp;โทรมอ่อนแอและตายได้&nbsp;ในผักที่ใบห่อเป็นหัว&nbsp;ใบที่ห่อจะเกิดเป็นแผลจุดสีดำเป็นแอ่งลงไป&nbsp;อาจมีขนาดเล็กถึงใหญ่&nbsp;ในกะหล่ำดอกและบร๊อคโคลี่&nbsp;เชื้ออาจเข้าทำลายที่ช่อดอก&nbsp;ทำให้เกิดแผลสี&nbsp;น้ำตาลดำที่ผิวนอกสุด&nbsp;เป็นหย่อมๆ&nbsp;หรือทั่วทั้งดอก&nbsp;ถ้าเป็นโรครุนแรง&nbsp;ถ้าโรคระบาดในระยะติดฝักอ่อน&nbsp;ก็มีแผลเช่นเดียวกับแผลที่เกิดบนใบ&nbsp;ฝักไม่สมบูรณ์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับการแพร่ระบาด&nbsp;สปอร์ของเชื้อราจะปลิวไปตามลม&nbsp;หรือติดไปกับสิ่งเคลื่อนไหวต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;แล้วตกลงบนใบพืชเข้าทำลายพืชทาง&nbsp;ปากใบ</strong>&nbsp;อยู่ข้ามฤดูปลูกโดยสร้างสปอร์&nbsp;(ส่วนขยายพันธุ์)&nbsp;ผนังหนา&nbsp;(Oospora)&nbsp;ซึ่งติดอยู่ตามเศษซากพืชหรืออาศัยกับ&nbsp;ต้นที่งอกเองนอกฤดู&nbsp;และติดไปกับเมล็ดที่ใช้ทำพันธุ์สภาพที่เหมาะต่อการเกิดโรค&nbsp;ความชื้นสูง&nbsp;อุณหภูมิระหว่าง&nbsp;20-24&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;มีหมอกหรือน้ำค้างลงจัด</p><p>แนวทางในการการป้องกันและกำจัด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.ใช้เมล็ดพันธุ์ปราศจากเชื้อ&nbsp;หรือแช่เมล็ดในน้ำร้อน&nbsp;50&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;20-30&nbsp;นาที&nbsp;ก่อนปลูก&nbsp;หรือคลุกเมล็ดด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืช&nbsp;เมตาแลกซิล&nbsp;หรือเมตาแลกซิล+แมนโคเซบ&nbsp;ก่อนปลูก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.ไม่ปลูกผักซ้ำที่เดิมเคยมีการระบาดของโรค&nbsp;โดยปลูกพืชหมุน&nbsp;เวียนอย่างต่ำ&nbsp;3-4&nbsp;ปี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.ควรปลูกพืชให้มีระยะห่างพอสมควรอย่าให้แน่นเกินไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4.หลังจากเก็บเกี่ยวควรทำลายเศษซากพืช&nbsp;หรือพืชที่งอกเองให้หมด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;5.เมื่อพบอาการบนใบควรพ่นด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืช&nbsp;เช่น&nbsp;บาซิลัส&nbsp;ซับทิลิส&nbsp;,&nbsp;เมตาแลกซิล+แมนโคเซบ&nbsp;,&nbsp;ไซบ็อกซามิล+แมนโคเซบ&nbsp;,&nbsp;ออกซาไดซิล+แมนโคเซบ&nbsp;,&nbsp;โพรพิเนบ+ไซม็อกซามิล&nbsp;เป็นต้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>โรคนี้ไม่ทำให้ต้นตาย&nbsp;ผักรับประทานใบ&nbsp;เช่น</strong>&nbsp;คะน้า&nbsp;ผักกาด&nbsp;น้ำหนักลด&nbsp;เพราะต้องตัดใบเป็นโรคออกเสีย&nbsp;ทำให้ผลผลิตตกต่ำ&nbsp;กะหล่ำปลีมักเสียหายในระยะก่อนห่อเป็นหัว&nbsp;เมล็ดจากผักที่เป็นโรคไม่ควรเก็บไว้ทำพันธุ์&nbsp;ผักหลายชนิดในตระกูลนี้พบเป็นโรคเดียวกัน&nbsp;และเพื่อเป็นการเฝ้าระวังและป้องกันการเข้าทำลายของโรคราน้ำค้างในพืชตระกูลกะหล่ำเข้าทำลายในจังหวัดนครพนม&nbsp;เกษตรกรควรรีบแจ้งข้อมูลการระบาดหรือหากมีข้อสงสัย&nbsp;สามารถเข้าไปติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม&nbsp;ได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน</p>","20/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211220214149597"],
    [201,"ผู้ว่าฯสระแก้ว เยี่ยมสวนผลไม้ เมล่อน  ลำไย Young Smart Famer พื้นที่อำเภอเขาฉกรรจ์  ส่งเสริมการสร้างงานสร้างอาชีพ รายได้ให้เกษตรกร","<p><strong>นายปริญญา&nbsp;โพธิสัตย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วพร้อมหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมชมสวนผลไม้</strong>ในพื้นที่อำเภอเขาฉกรรจ์&nbsp;จุดแรกที่สวนนายโย&nbsp;เขาฉกรรจ์&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;บ้านสันติสุข&nbsp;ตำบลเขาฉกรรจ์&nbsp;ปลูกเมล่อน&nbsp;4&nbsp;สายพันธุ์&nbsp;มีนายภิญโญ&nbsp;พงษ์โชติ&nbsp;เจ้าของสวน&nbsp;จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว&nbsp;ได้ทำการตัดเมล่อน&nbsp;ตรวจวัดค่าความหวาน&nbsp;และชิมเมล่อน&nbsp;&nbsp;ทั้ง&nbsp;4&nbsp;สายพันธุ์&nbsp;ซึ่งมีรสชาติกรอบ&nbsp;หอม&nbsp;หวาน</p><p><strong>สวนนายโย&nbsp;เขาฉกรรจ์&nbsp;เป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการผลิตผัก&nbsp;และผลไม้&nbsp;ปลอดภัยในโรงเรือน</strong>&nbsp;ได้รับมาตรฐานความปลอดภัย&nbsp;GAP&nbsp;ปีหนึ่งเก็บผลผลิตได้&nbsp;3&nbsp;ครั้ง&nbsp;จึงเป็นเมล่อนเกรดพรีเมียม&nbsp;ผู้สนใจสามารถสั่งจองได้ทาง&nbsp;เพจนายโย&nbsp;เขาฉกรรจ์&nbsp;หรือ&nbsp;โทร&nbsp;081&nbsp;922&nbsp;6694&nbsp;หรือจะมาเที่ยวชมได้ที่สวนนายโย&nbsp;เขาฉกรรจ์&nbsp;ได้เช่นกัน</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;เดินทางเยี่ยมชมสวน&nbsp;ตัว&nbsp;น.&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;สวนลำไยปลอดสารพิษเพื่อการส่งออก&nbsp;</strong>ที่บ้านภูเงิน&nbsp;ตำบลพระเพลิง&nbsp;พบปะเกษตรกร&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Famer&nbsp;และกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่&nbsp;ปลูกต้นไม้และตัดและชิมลำไยจากต้น&nbsp;สำหรับสวนลำไยแห่งนี้&nbsp;มีการจัดการพื้นที่ตามแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;ใช้หลักกสิกรรมธรรมชาติ&nbsp;มีการถ่ายทอดความรู้&nbsp;ภูมิปัญญาให้กับคนในชุมชนและผู้ที่สนใจได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้การทำการเกษตรแบบปลอดภัย&nbsp;เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแบบครบวงจร&nbsp;ตั้งแต่การผลิตจนถึงการส่งเสริมช่องทางการตลาด&nbsp;มีการปลูกพืชเศรษฐกิจหลากชนิด&nbsp;อาทิ&nbsp;ลำไย&nbsp;กล้วย&nbsp;มะขามหวานพันธุ์สีทอง&nbsp;ฝรั่ง&nbsp;ควบคุมการผลิตแบบปลอดภัย&nbsp;ใช้การทำเกษตรอินทรีย์นอกจากปลอดภัยทั้งเกษตรกรและผู้บริโภคแล้ว&nbsp;ยังเป็นการลดต้นทุนการผลิต&nbsp;เช่น&nbsp;การพ่นขมิ้นใส่ผลลำไยเพื่อเคลือบผิว&nbsp;ให้ผิวสวยงามและกันเชื้อรา&nbsp;ทุกปีจะส่งออกลำไยกับต่างประเทศ</p><p><strong>ภายหลังการพบปะเกษตรกรสวนผลไม้&nbsp;นายปริญญา&nbsp;โพธิสัตย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ทำอย่างไรการทำเกษตร&nbsp;จะมีการสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;จากความรู้ที่มีอยู่พัฒนาให้เกิดมูลค่าเพิ่ม&nbsp;และเผยแพร่องค์ความรู้ให้กับพี่น้องเกษตรกรอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;โดยเฉพาะผลไม้เมล่อนจะเป็นผลผลิตที่สำคัญอย่างหนึ่งของจังหวัดสระแก้ว&nbsp;อนาคตจะมีการจดทะเบียนเป็น&nbsp;GI&nbsp;ของจังหวัดสระแก้ว&nbsp;ต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>เครดิต&nbsp;&nbsp;-&nbsp;&nbsp;ดุลยศักดิ์&nbsp;ไชยรัตน์&nbsp;ส.ปชส.สระแก้ว&nbsp;ภาพ&nbsp;-&nbsp;ข่าว</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;</p>","21/12/2021","ภาคตะวันออก","สระแก้ว","สวท.สระแก้ว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211221090250619"],
    [202,"มุ่งสร้างเกษตรกรกว่า 3 แสนราย ผลักดันเกษตรแปลงใหญ่ ชูสมุนไพรอินทรีย์ ลุยตลาด 50,000 ล้านบาท","<p><strong>นายอลงกรณ์&nbsp;พลบุตร&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กำหนดนโยบายส่งเสริมสมุนไพรเป็นพืชเศรษฐกิจแห่งอนาคต&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรมีอาชีพทางเลือกและมีรายได้เพิ่มขึ้น&nbsp;รวมทั้งสนับสนุนการแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม&nbsp;โดยร่วมมือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและทุกภาคีภาคส่วน&nbsp;ถือเป็นหนึ่งในเกษตรมูลค่าสูง&nbsp;โดยส่งเสริมสนับสนุนตั้งแต่การวิจัยและพัฒนา&nbsp;ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำการตลาด</p><p><strong>จากนโยบายส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพร</strong>&nbsp;ทำให้มีความคืบหน้าอย่างมาก&nbsp;โดยในปัจจุบันมีเกษตรกร&nbsp;369,353&nbsp;รายขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ด้านพืชสมุนไพร&nbsp;เครื่องเทศ&nbsp;พืชสมุนไพรที่เป็นพืชอาหาร&nbsp;รวม&nbsp;82&nbsp;ชนิด&nbsp;ดำเนินการปลูกพืชสมุนไพรบนพื้นที่รวมประมาณ&nbsp;1&nbsp;ล้านไร่&nbsp;มีกลุ่มเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่พืชสมุนไพร&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2559&nbsp;&nbsp;2564&nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;37&nbsp;แปลง&nbsp;จำนวนเกษตรกร&nbsp;1,565&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่&nbsp;7,913&nbsp;ไร่&nbsp;ใน&nbsp;22&nbsp;จังหวัด&nbsp;และในปี&nbsp;2565&nbsp;ได้มีกลุ่มเกษตรกรขอเข้าร่วมโครงการอีกจำนวน&nbsp;15&nbsp;กลุ่ม&nbsp;</p><p><strong>อีกทั้งกระทรวงเกษตรฯ</strong>&nbsp;ยังมีโครงการส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสมุนไพรปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีเป้าหมายเกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;1,110&nbsp;ราย&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;37&nbsp;จังหวัด&nbsp;และจัดทำแปลงขยายและรวบรวมพันธุ์สมุนไพรในศูนย์ปฏิบัติการ&nbsp;จำนวน&nbsp;16&nbsp;ศูนย์&nbsp;เพื่อพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานวัตถุดิบ&nbsp;ส่งเสริมการผลิตสมุนไพร&nbsp;ตลอดจนเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพรตามแนวเกษตรปลอดภัย&nbsp;สร้างรายได้แก่เกษตรกรและเพิ่มมูลค่าการส่งออกอย่างมั่นคงและยั่งยืน&nbsp;ขณะที่ตลาดผลิตภัณฑ์สมุนไพรกลับมาขยายตัวอีกครั้งตั้งแต่ปี&nbsp;2564&nbsp;ด้วยอัตราการเจริญเติบโตเฉลี่ยร้อยละ4&nbsp;ใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิด&nbsp;Covid-19&nbsp;ที่มูลค่าตลาดประมาณ&nbsp;54,500&nbsp;ล้านบาท</p><p><br></p><p><br></p>","21/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211221100630652"],
    [203,"นายกรัฐมนตรี ห่วงใยพี่น้องเกษตรกร ทุ่ม 3 หมื่นล้านบาทผ่าน ธ.ก.ส. สานฝันสร้างอาชีพ ยกระดับรายได้ ขจัดความยากจนภาคเกษตร","<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ได้เน้นย้ำให้ความสำคัญและติดตามการเร่งแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรเพื่อให้เกิดการสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;ได้ดำเนิน&nbsp;โครงการสานฝันสร้างอาชีพและยกระดับรายได้เกษตรกร&nbsp;วงเงินกว่า&nbsp;30,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;สนับสนุนเงินกู้เป็นเงินทุนหมุนเวียนให้กับเกษตรกร&nbsp;เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการประกอบอาชีพด้านการเกษตรให้กับเกษตรกรหรือประชาชนที่มีความสนใจประกอบอาชีพ&nbsp;เน้นอาชีพที่มีตลาดรองรับ&nbsp;มีการประกันราคารับซื้อผลผลิต&nbsp;ให้สามารถสร้างรายได้ในระยะสั้น&nbsp;4&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;ซึ่งจะมีผลตอบแทนเบื้องต้นเพียงพอต่อการดำรงชีพ</p><p><strong>โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;โครงการสานฝันสร้างอาชีพและยกระดับรายได้เกษตรกร&nbsp;ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้&nbsp;ถือเป็นโครงการที่จะทำให้เกษตรกรที่ประสบปัญหาน้ำท่วม&nbsp;ภัยแล้งและวิกฤตโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;รวมทั้งที่เก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วมีช่วงว่างงาน&nbsp;&nbsp;สามารถเข้าถึงเเหล่งเงินทุนได้รายละไม่เกิน&nbsp;100,000&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อนำเงินทุนนี้ไปสร้างอาชีพตามที่ตลาดต้องการได้&nbsp;ปล่อยกู้เป็นรายบุคคล&nbsp;ใช้บุคคลหรือหลักทรัพย์ค้ำประกันได้โดยไม่ต้องเขียนโครงการ&nbsp;เพียงต้องแจ้งว่าจะนำเงินทุนไปทำอะไร&nbsp;ขายให้ใครและราคาเท่าไหร่&nbsp;</p><p><strong>สามารถยื่นสมัครโครงการฯ&nbsp;ได้ที่&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ทั่วประเทศ</strong>&nbsp;โดยเริ่มจ่ายเงินตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2564&nbsp;ถึงวันที่วันที่&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2567&nbsp;ซึ่งระยะ&nbsp;1-3&nbsp;ปีแรก&nbsp;อัตราดอกเบี้ยร้อยละ&nbsp;&nbsp;4&nbsp;และปีที่&nbsp;4&nbsp;-&nbsp;5&nbsp;ดอกเบี้ยตามปกติของธนาคาร</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","21/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211221095848640"],
    [204,"จังหวัดชัยนาท จัดกิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เพื่อพัฒนาเกษตรกรเข้าสู่กระบวนการผลิตสินค้าเกษตรตามมาตรฐานด้านประมง","<p><strong>วันนี้&nbsp;(21&nbsp;ธ.ค.&nbsp;64)&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;ที่ห้องประชุมศูนย์วิจัยข้าวชัยนาท&nbsp;ตำบลเขาท่าพระ&nbsp;</strong>อำเภอเมืองชัยนาท&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;นายรังสรรค์&nbsp;ตันเจริญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดการฝึกอบรมหลักสูตร&nbsp;การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อเข้าสู่กระบวนการรับรองมาตรฐาน&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ</p><p><strong>นางสาวจารุรินทร์&nbsp;กุลทนันท์&nbsp;หัวหน้ากลุ่มพัฒนาและส่งเสริมอาชีพการประมง</strong>&nbsp;รักษาราชการแทนประมงจังหวัดชัยนาท&nbsp;เป็นผู้กล่าวรายงาน&nbsp;โดยการอบรมในวันนี้ได้จัดขึ้นตามโครงการพัฒนาจังหวัด&nbsp;งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;โครงการพัฒนาศักยภาพการผลิตการเพิ่มมูลค่าและการตลาดสินค้าประมงแบบครบวงจร&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;กิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำให้ได้รับการรับรองมาตรฐานวงเงิน&nbsp;599,100&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;เพื่อพัฒนาเกษตรกรเข้าสู่กระบวนการผลิตสินค้าเกษตรตามมาตรฐานด้านประมง&nbsp;โดยมีผู้เข้ารับการฝึกอบรมจำนวน&nbsp;100&nbsp;ราย&nbsp;จากเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในเขตจังหวัดชัยนาท&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;อำเภอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอเมืองชัยนาท&nbsp;อำเภอมโนรมย์&nbsp;อำเภอวัดสิงห์&nbsp;อำเภอหนองมะโมง&nbsp;อำเภอหันคา&nbsp;และอำเภอสรรคบุรี&nbsp;<strong>สำหรับการฝึกอบรมในครั้งนี้&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเกษตรกรเข้าสู่กระบวนการผลิต</strong>สินค้าเกษตรตามมาตรฐานด้านประมง&nbsp;และเพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรม&nbsp;สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพ&nbsp;โดยมีคณะวิทยากรจาก&nbsp;บริษัท&nbsp;ศูนย์ห้องปฏิบัติการและวิจัยทางการแพทย์และการเกษตรแห่งเอเชีย&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ให้แก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรม</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","21/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","ชัยนาท","สวท.ชัยนาท","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211221105124681"],
    [205,"ประมงจังหวัดชัยนาท จัดอบรมเกษตรกรเพื่อพัฒนาเข้าสู่กระบวนการผลิตและการรับรองมาตรฐานด้านการประมง","<p><strong>วันนี้&nbsp;(21&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564)&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;ที่ห้องประชุมศูนย์วิจัยข้าวชัยนาท&nbsp;</strong>ตำบลเขาท่าพระ&nbsp;อำเภอเมืองชัยนาท&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;นายรังสรรค์&nbsp;ตันเจริญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดการฝึกอบรม&nbsp;หลักสูตร&nbsp;การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อเข้าสู่กระบวนการรับรองมาตรฐาน&nbsp;การส่งเสริมและพัฒนาฟาร์มให้ได้มาตรฐานแก่เกษตรกร&nbsp;ตามโครงการพัฒนาศักยภาพการผลิต&nbsp;การเพิ่มมูลค่า&nbsp;และการตลาดสินค้าประมงแบบครบวงจร&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่กลุ่มเกษตรกร&nbsp;โดยมีรักษาราชการแทนประมงจังหวัดชัยนาท&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;ร่วมในพิธีเปิด&nbsp;<strong>นางสาวจารุลินทร์&nbsp;กุลทนันท์&nbsp;รักษาราชการแทนประมงจังหวัดชัยนาท&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การฝึกอบรมหลักสูตร&nbsp;การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อเข้าสู่กระบวนการรับรองมาตรฐาน&nbsp;ตามโครงการพัฒนาจังหวัดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;โครงการพัฒนาศักยภาพการผลิต&nbsp;การเพิ่มมูลค่า&nbsp;และการตลาดสินค้าประมงแบบครบวงจร&nbsp;กิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำให้ได้รับการรับรอง&nbsp;เพื่อพัฒนาเกษตรกรไปสู่กระบวนการผลิตสินค้าเกษตรตามมาตรฐานด้านประมง&nbsp;โดยมีผู้เข้ารับการอบรมเป็นเกษตรกรในจังหวัดชัยนาท&nbsp;6&nbsp;อำเภอ&nbsp;คือ&nbsp;อำเภอเมืองฯ&nbsp;มโนรมย์&nbsp;วัดสิงห์&nbsp;หนองมะโมง&nbsp;หันคา&nbsp;และสรรคบุรี&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;คน&nbsp;โดยมีวิทยากรจากบริษัท&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการและวิจัยทางการแพทย์และการเกษตรแห่งเอเชีย&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;มาถ่ายทอดความรู้ซึ่งผู้เข้ารับการอบรมสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพต่อไป&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;ได้ย้ำเรื่องมาตรฐานสินค้าเกษตร&nbsp;GAP&nbsp;</strong>หรือแนวทางในการทำการเกษตร&nbsp;เพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดีมีคุณภาพ&nbsp;และปลอดภัยตามมาตรฐานที่กำหนดทั้งต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค&nbsp;โดยกระบวนการผลิตจะต้องปลอดภัย&nbsp;ปราศจากการปนเปื้อนของสารเคมีไม่ทำให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;มีการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;ได้ผลผลิตที่สูงและคุ้มค่า&nbsp;มีความยั่งยืนทางการเกษตร&nbsp;สิ่งแวดล้อม&nbsp;เศรษฐกิจ&nbsp;และสังคม&nbsp;</p><p><br></p><p>ส.ปชส.ชัยนาท</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","21/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","ชัยนาท","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211221113833699"],
    [206,"พังงา อ.เกาะยาว งานวัน Field day และวันข้าวใหม่ปลามันอำเภอเกาะยาว ปี 2565","<p><strong>พังงา&nbsp;อ.เกาะยาว&nbsp;งานวัน&nbsp;Field&nbsp;day&nbsp;และวันข้าวใหม่ปลามันอำเภอเกาะยาว&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;</strong>อำเภอเกาะยาว&nbsp;กำหนดจัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;(Field&nbsp;day)&nbsp;&nbsp;ประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรทางเลือก&nbsp;และวันข้าวใหม่ปลามันอำเภอเกาะยาว&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลพรุใน&nbsp;อำเภอเกาะยาว&nbsp;จังหวัดพังงา&nbsp;เพื่อถ่ายทอดความรู้ให้เกษตรกร&nbsp;ประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรทางเลือกและของดีอำเภอเกาะยาว&nbsp;พิธีเปิดงานโดย&nbsp;นางกันตวรรณ&nbsp;ตันเถียร&nbsp;กุลจรรยาวิวัฒน์&nbsp;ประธานกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กล่าวรายงานการจัดงานโดยนายประคอง&nbsp;อุสาห์มัน&nbsp;เกษตรจังหวัดพังงา</p><p>นางอุษณี&nbsp;เจียมรา&nbsp;เกษตรอำเภอเกาะยาว&nbsp;จังหวัดพังงา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;อำเภอเกาะยาว&nbsp;กำหนดจัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;(Field&nbsp;day)&nbsp;ประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรทางเลือก&nbsp;และวันข้าวใหม่ปลามันอำเภอเกาะยาว&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลพรุใน&nbsp;อำเภอเกาะยาว&nbsp;จังหวัดพังงา&nbsp;เพื่อถ่ายทอดความรู้ให้เกษตรกร&nbsp;&nbsp;ประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรทางเลือกและของดีอำเภอเกาะยาว&nbsp;</p><p><strong>กิจกรรมประกอบด้วย&nbsp;การถ่ายทอดความรู้ให้เกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;สถานี</strong>&nbsp;ประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรทางเลือก&nbsp;(หมาก)&nbsp;การจัดนิทรรศการของส่วนราชการ&nbsp;การแสดงลิเกฮูลูเกาะยาวบ้านเรา&nbsp;การลงแขกเกี่ยวข้าวด้วยแกะ&nbsp;สาธิตการหาบข้าวด้วยไม้หาบโบราณ&nbsp;หุ่นไล่กา&nbsp;พังกับดักหนูแบโบราณ&nbsp;แข่งขันยิงสะบ้า&nbsp;การผลิตสบู่สมุนไพรจากใบฝิ่นห่อ&nbsp;การเผาถ่าน</p><p>ด้วยถัง&nbsp;200&nbsp;ลิตร&nbsp;การผสมปุ๋ยใช้เอง&nbsp;นิทรรศการ&nbsp;ชม&nbsp;ช้อป&nbsp;ชิม&nbsp;ผลิตผลและผลิตภัณฑ์การเกษตร&nbsp;</p><p><strong>โดยมีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมงาน&nbsp;จำนวน&nbsp;150&nbsp;คน&nbsp;</strong>เนื่องจากเกษตรกรได้รับประโยชน์&nbsp;สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ในไร่นาของตนเอง&nbsp;อีกทั้งสร้างความภาคภูมิใจในการเป็นเกษตรกรและสามารถเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับผลิตผลและผลิตภัณฑ์ได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","21/12/2021","ภาคใต้","พังงา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211221153539863"],
    [207,"จังหวัดนครปฐมจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร","<p><strong>วันที่&nbsp;21&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่โรงเรียนวัดหนองโพธิ์&nbsp;ตำบลห้วยหมอนทอง</strong>&nbsp;อำเภอกำแพงแสน&nbsp;จังหวัดนครปฐม&nbsp;นายสุรศักดิ์&nbsp;เจริญศิริโชติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&nbsp;ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นายอำเภอกำแพงแสน&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้นำท้องที่&nbsp;และประชาชน&nbsp;เข้าร่วมโครงการ&nbsp;ทั้งนี้เพื่อให้เกษตรกรที่ประสบปัญหาด้านการเกษตร&nbsp;สามารถเข้าถึงบริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&nbsp;ได้รับรู้ด้านวิชาการและได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างครบวงจร&nbsp;ซึ่งมีการบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานวิชาการ&nbsp;หน่วยงานส่งเสริม&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมพัฒนาฟื้นฟูเกษตรกรให้สามารถประกอบอาชีพเกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน&nbsp;โดยการปฏิบัติงานเชิงรุกที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายได้รับบริการทางการเกษตร&nbsp;เช่น&nbsp;การวิเคราะห์ดิน&nbsp;การวินิจฉัยโรคพืช&nbsp;โรคสัตว์&nbsp;โรคสัตว์น้ำ&nbsp;รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและฝึกอบรมความรู้การเกษตรเสริมเพิ่มเติมไปด้วยกัน</p><p><strong>โดยมีกิจกรรม&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&nbsp;จำนวน&nbsp;14&nbsp;คลินิก&nbsp;</strong>ได้แก่&nbsp;คลินิกพืช&nbsp;คลินิกข้าว&nbsp;คลินิกดิน&nbsp;คลินิกปศุสัตว์&nbsp;คลินิกประมง&nbsp;คลินิกบัญชี&nbsp;คลินิกชลประทาน&nbsp;คลินิกสหกรณ์&nbsp;คลินิกกฎหมาย&nbsp;และคลินิกอื่นๆ&nbsp;อีกทั้งมีกิจกรรมส่งเสริมอาชีพเพื่อเพิ่มรายได้&nbsp;และการให้บริการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;โดยมีเกษตรกร&nbsp;และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","21/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","นครปฐม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211221161051891"],
    [208,"ครม.อนุมัติโครงการดูแลเกษตรกร วงเงิน 141,018 ล้านบาท","<p><strong>ครม.อนุมัติโครงการดูแลเกษตรกร&nbsp;วงเงิน&nbsp;141,018&nbsp;ล้านบาท</strong>&nbsp;ภายใต้&nbsp;3&nbsp;โครงการ&nbsp;ดังนี้</p><p>1.โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี&nbsp;2564/65&nbsp;เพิ่มเติมวงเงิน&nbsp;76,080.95&nbsp;ล้านบาท</p><p>2.โครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;วงเงิน&nbsp;54,972.72&nbsp;ล้านบาท</p><p>3.โครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;วงเงิน&nbsp;10,065.69&nbsp;ล้านบาท</p><p>การอนุมัติวงเงินประกันรายได้ข้าวที่ต้องจ่ายให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวตั้งแต่งวดที่&nbsp;3&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;วงเงินรวม&nbsp;76,080.95&nbsp;ล้านบาท&nbsp;แบ่งเป็นวงเงินจ่ายชดเชยให้เกษตรกรจำนวน&nbsp;74,569.31&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และค่าใช้จ่าย&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;จำนวน&nbsp;1,511.64&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อแก้กฎหมายขยายเพดานภาระแบงก์รัฐได้&nbsp;35%&nbsp;จากเดิม&nbsp;30%&nbsp;ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี</p><p>สำหรับราคาการประกันรายได้ข้าว&nbsp;64/65</p><p>ข้าวเปลือกหอมมะลิ&nbsp;15,000&nbsp;บาท/ตัน</p><p>ข้าวหอมมะลินอกพื้นที่&nbsp;14,000&nbsp;บาท/ตัน</p><p>ข้าวหอมปทุมธานี&nbsp;11,000&nbsp;บาท/ตัน</p><p>ข้าวเจ้า&nbsp;10,000&nbsp;บาท/ตัน</p><p>ข้าวเหนียว&nbsp;12,000&nbsp;บาท/ตัน</p><p>ความชื้น&nbsp;ณ&nbsp;15&nbsp;%</p><p><strong>การช่วยเหลือเงินค่าปรับปรุงคุณภาพไร่ละ&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;</strong>ครัวเรือนละไม่เกิน&nbsp;20&nbsp;ไร่&nbsp;รวมวงเงิน&nbsp;54,972.72&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยกลุ่มเป้าหมายคือ&nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต&nbsp;2564&nbsp;/65&nbsp;ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;โดยระยะเวลาจ่ายเงินตั้งแต่เดือน&nbsp;ก.ย.&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;เม.ย.&nbsp;2565</p><p><strong>โครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;ระยะที่&nbsp;3</strong>&nbsp;วงเงิน&nbsp;10,065.69&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ถือเป็นการประกันรายได้ให้เกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนและเกษตรกรที่แจ้งข้อมูลพื้นที่ปลูกยางกับการยางแห่งประเทศไทยภายในวันที่&nbsp;14&nbsp;มิ.ย.2564&nbsp;จำนวน&nbsp;1,880,458&nbsp;ราย&nbsp;โดยพื้นที่สวนยางกรีดได้&nbsp;19.16&nbsp;ล้านไร่&nbsp;และประกันรายได้ในระหว่าง&nbsp;ต.ค.&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;มี.ค.&nbsp;2565</p><p>หลักเกณฑ์และข้อกำหนดโครงการมีดังนี้</p><p>เป็นสวนยางอายุ&nbsp;7&nbsp;ปีขึ้นไปที่เปิดกรีดแล้ว&nbsp;รายละไม่เกิน&nbsp;25&nbsp;ไร่</p><p>ผลผลิตยางแห้ง&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;กิโลกรัม/ไร่/เดือน&nbsp;รายละไม่เกิน&nbsp;25&nbsp;ไร่</p><p>ผลผลิตยางก้อนถ้วย&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;กิโลกรัม/ไร่/เดือน&nbsp;รายละไม่เกิน&nbsp;25&nbsp;ไร่</p><p>กำหนดเงินค่าประกันรายได้&nbsp;โดยราคายางแผ่นดิบคุณภาพดี&nbsp;60&nbsp;บาท/กิโลกรัม&nbsp;น้ำยางสด&nbsp;(DRC&nbsp;100%)&nbsp;57&nbsp;บาท/กิโลกรัม&nbsp;ยางก้อนถ้วย&nbsp;(DRC&nbsp;50%)&nbsp;23&nbsp;บาท/กิโลกรัม</p><p>แบ่งสัดส่วนรายได้เจ้าของส่วนร้อยละ&nbsp;60&nbsp;และคนกรีดร้อยละ&nbsp;40&nbsp;ของรายได้ทั้งหมด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>Cr#สวท.อำนาจเจริญ</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","21/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211221164555921"],
    [209,"ศรีสะเกษ !! เปิดครั้งแรกหลังปิดยาว นอภ.อุทุมพรพิสัย คุมเข้มตลาดนัดโค-กระบือ เกษตรกรเฮได้ซื้อ-ขาย","<p><strong>นายพรชัย&nbsp;วงศ์งาม&nbsp;นอภ.อุทุมพรพิสัย&nbsp;จ.ศรีสะเกษ&nbsp;ได้อนุญาตให้เปิดตลาดโค-กระบือ</strong>&nbsp;หลังมีการปิดตลาดมายาวยานหลายเดือน&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;พร้อมวางมาตรการตามที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ศบค.กำหนด&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;</p><p><strong>นายพรชัย&nbsp;วงศ์งาม&nbsp;นอภ.อุทุมพรพิสัย&nbsp;จ.ศรีสะเกษ&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ขณะนี้&nbsp;อ.อุทุมพรพิสัย&nbsp;ได้อนุญาตให้เปิดตลาดนัดซื้อ-ขาย-แลกเปลี่ยน&nbsp;โค-กระบือ&nbsp;หลังมีการปิดตลาดมายาวยานหลายเดือน&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&nbsp;โดยได้มีการวางมาตรการเข้มตามที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;และ&nbsp;ศบค.กำหนด&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ผู้ที่จะเดินทางเข้ามาในบริเวณตลาดนัด&nbsp;ต้องแสดงเอกสารหลักฐานรับรองการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;รวมถึงผู้ที่มาจากพื้นที่เสี่ยงต้องมีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีน&nbsp;ครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;และต้องมีผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ที่เป็นลบ&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และห้ามนำสัตว์ป่วยเข้ามาในตลาดนัดโค-กระบือ&nbsp;เด็ดขาด&nbsp;</p><p><strong>โดยเบื้องต้นได้เริ่มเปิดตลาดเป็นครั้งแรก&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;20&nbsp;ธ.ค.&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;</strong>และจะเปิดตลาดนัดดังกล่าว&nbsp;ทุกวันจันทร์&nbsp;และวันศุกร์&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;05.00-12.00&nbsp;น.&nbsp;ทั้งนี้ได้มอบหมายให้&nbsp;นายมนัสพล&nbsp;ไชยโยธา&nbsp;ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;เจ้าหน้าที่ปกครอง&nbsp;สมาชิก&nbsp;กองร้อย&nbsp;อส.อ.อุทุมพรพิสัย&nbsp;ที่&nbsp;7&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;นายเทวัญ&nbsp;ศรีสุธัญญาวงศ์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภออุทุมพรพิสัย&nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจ&nbsp;สภ.อุทุมพรพิสัย&nbsp;กำนัน&nbsp;และผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเข้มและแนะนำมาตรการป้องกันโรคตามที่ราชการกำหนด&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;อย่างเข้มงวดอีกด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","21/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211221181921964"],
    [210,"สำนักงานสหกรณ์ จ.นราธิวาส ร่วมกับสหกรณ์ อรบ.นราธิวาสรักษ์บ้านเกิด จำกัด ให้การสนับสนุนกระจายผลผลิต \"ลำไย ของสมาชิกสหกรณ์การเกษตรจอมทอง จำกัด เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภาวะราคาผลผลิตตกต่ำ","<p><strong>วันนี้&nbsp;(21&nbsp;ธ.ค.&nbsp;64)&nbsp;เวลา&nbsp;14.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานสหกรณ์&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;</strong>นางสาวโสภิดา&nbsp;ศรัทธารัตน์&nbsp;หัวหน้าสหกรณ์&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;นายคงภพ&nbsp;ขวัญเอียด&nbsp;ผู้จัดการสหกรณ์&nbsp;อรบ.&nbsp;นราธิวาสรักษ์บ้านเกิด&nbsp;และ&nbsp;นายสุชาติ&nbsp;บัวกิ่ง&nbsp;ประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรนราธิวาส&nbsp;จำกัด&nbsp;ให้การสนับสนุนกระจายผลผลิต&nbsp;\"ลำไย&nbsp;ของสมาชิกสหกรณ์การเกษตรจอมทอง&nbsp;จำกัด&nbsp;เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภาวะราคาผลผลิตตกต่ำ&nbsp;ซึ่งปัญหาของเกษตรกรในตอนนี้&nbsp;คือผลผลิตลำไยออกมานอกฤดูส่วนหนึ่ง&nbsp;และปรากฏว่าไม่สามารถส่งออกในต่างประเทศได้</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานสหกรณ์เชียงใหม่&nbsp;ได้รับประสานงานจากสหกรณ์การเกษตร&nbsp;</strong>ว่าจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา-19&nbsp;ทำให้ผู้ประกอบการไม่เข้าพื้นที่เพื่อรับซื้อผลผลิตลำไยสดช่อ&nbsp;(พันธุ์อีดอ)&nbsp;ของเกษตรกรสมาชิก&nbsp;ทำให้ส่งผลกระทบต่อการจำหน่ายผลผลิต&nbsp;และทางสหกรณ์ฯ&nbsp;ได้ดำเนินการรวบรวมผลผลิตฯ&nbsp;ของสมาชิกและเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;เพื่อเป็นการช่วยเหลือและสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรสมาชิก&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้ราคาสามารถคงอยู่ได้</p><p><strong>โดย&nbsp;นางสาวโสภิดา&nbsp;ศรัทธารัตน์&nbsp;หัวหน้าสหกรณ์&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>เบื้องต้นกระบวนการสหกรณ์จังหวัดนราธิวาส&nbsp;ได้รวบรวมผลผลิตลำไยทั้งหมด&nbsp;3&nbsp;ตัน&nbsp;ก่อน&nbsp;ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมปริมาณการสั่งซื้อเพิ่มเติม&nbsp;ซึ่งได้รับความร่วมมือจากกระบวนการสหกรณ์ในจังหวัดนราธิวาส&nbsp;ส่วนใหญ่จะเป็นสหกรณ์ภาคเกษตรที่ช่วยในเรื่องของการซื้อ&nbsp;และในส่วนของสหกรณ์ออมทรัพย์บางส่วน&nbsp;และต่อไปหน่วยงานราชการในจังหวัดนราธิวาสให้ความร่วมมือเช่นเดียวกัน&nbsp;ซึ่งทางสำนักงานสหกรณ์จังหวัดมีการขายร่วมกันกับกระบวนสหกรณ์ทั่วไปอยู่แล้ว&nbsp;ซึ่งเป็นการทำเครือข่ายร่วมกัน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","21/12/2021","ภาคใต้","นราธิวาส","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211221184441984"],
    [211,"เกษตรแม่ฮ่องสอน เปิดโครงการพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ให้เป็น Young Smart Farmer ประจำปี 2565","<p><strong>วันที่&nbsp;20-21&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;นายพยุงศักดิ์&nbsp;สิทธิลภ&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต</strong>&nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;มอบหมายให้นายเจษฎา&nbsp;กาพย์ไชย&nbsp;&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ให้เป็น&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกร&nbsp;สามารถวิเคราะห์ศักยภาพของตนเองให้สอดคล้องกับสินค้าและพื้นที่&nbsp;เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนงาน&nbsp;สร้างเครือข่ายการดำเนินงานร่วมกัน&nbsp;สู่ความมั่นคงทางอาชีพ&nbsp;และสามารถพัฒนาเป็นต้นแบบแก่เกษตรกรรายอื่นต่อไป&nbsp;</p><p><strong>โดยการอบรมในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมอบรม&nbsp;ได้แก่&nbsp;เกษตรกรรุ่นใหม่&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;ราย</strong>&nbsp;และผู้ที่ผ่านการประเมินเป็น&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;แล้ว&nbsp;ในปี&nbsp;2557&nbsp;-2564&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;35&nbsp;ราย&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","21/12/2021","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211221184008980"],
    [212,"ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (ศพท.) จัดงานวันดินโลก ประจำปี 2564 ภายใต้แนวคิด Halt soil salinization, boost soil productivity : พิชิตดินเค็ม เติมเต็มผลผลิต สร้างชีวิตเกษตรกร ในรูปแบบออนไลน์","<p><strong>ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;(ศพท.)&nbsp;</strong>จัดงานวันดินโลก&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;Halt&nbsp;soil&nbsp;salinization,&nbsp;boost&nbsp;&nbsp;soil&nbsp;&nbsp;productivity&nbsp;:&nbsp;พิชิตดินเค็ม&nbsp;เติมเต็มผลผลิต&nbsp;สร้างชีวิตเกษตรกร&nbsp;ในรูปแบบออนไลน์&nbsp;</p><p>วันนี้21&nbsp;ธ.ค.64&nbsp;ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ&nbsp;จัดพิธีเปิดงานวันดินโลก&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;Halt&nbsp;soil&nbsp;salinization,&nbsp;boost&nbsp;soil&nbsp;productivity&nbsp;&nbsp;:&nbsp;&nbsp;พิชิตดินเค็ม&nbsp;เติมเต็มผลผลิต&nbsp;สร้างชีวิตเกษตรกร&nbsp;ในรูปแบบออนไลน์&nbsp;ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;21-22&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ&nbsp;&nbsp;และเผยแพร่การถ่ายทอดสดผ่านเพจ&nbsp;facebook&nbsp;ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร</strong>&nbsp;และเพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการดินเค็มหนึ่งในสาเหตุหลักของดินเสื่อมโทรมที่ส่งผลกระทบต่อปริมาณและคุณภาพของผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;และความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;โดยมี&nbsp;นายศรีศักดิ์&nbsp;ธานี&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต&nbsp;12&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;และนางสายหยุด&nbsp;เพ็ชรสุข&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ&nbsp;เป็นผู้กล่าวรายงาน&nbsp;</p><p><strong>โดยภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย&nbsp;เช่น&nbsp;นิทรรศการประวัติความเป็นมาวันดินโลก</strong>&nbsp;พิพิธภัณฑ์ดิน&nbsp;พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติมีชีวิต&nbsp;อาทิ&nbsp;โครงการแกล้งดิน&nbsp;สารคดีสั้นเกี่ยวกับดินเค็ม&nbsp;และคลิป&nbsp;VDO&nbsp;Good&nbsp;soil&nbsp;Good&nbsp;life&nbsp;พลิกดินเปรี้ยว&nbsp;สู่ความยั่งยืน&nbsp;ในการนี้มีหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เกษตรกร&nbsp;สถานศึกษาต่างๆ&nbsp;ร่วมงานในครั้งนี้ด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","21/12/2021","ภาคใต้","นราธิวาส","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211221200757040"],
    [213,"สระแก้วจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมารแก้ไขปัญหาด้านเกษตรในพื้นที่ห่างไกล","<p><strong>จังหวัดสระแก้ว&nbsp;จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;</strong>แก้ไขปัญหาด้านเกษตรในพื้นที่ห่างไกล&nbsp;วันนี้&nbsp;(21&nbsp;ธ.ค.&nbsp;64)&nbsp;ที่&nbsp;ศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;บ้านหนองปรือ&nbsp;ตำบลทัพราช&nbsp;อำเภอตาพระยา&nbsp;จังหวัดสระแก้ว&nbsp;นายปริญญา&nbsp;โพธิสัตย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมงกุฎราชกุมาร&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งการออกให้บริการของคลินิกเกษตรเคลื่อนที่เป็นวิธีการดำเนินงานที่ให้บริการ</strong>ทางวิชาการและการถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;โดยเป็นการปฏิบัติงานในเชิงรุกทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหาได้รับการบริการทางการเกษตรอย่างรวดเร็วทั่วถึงและครบถ้วนสำหรับโครงการในครั้งนี้มีการเปิดให้บริการคลินิกได้แก่&nbsp;คลินิกดิน&nbsp;คลินิกพืช&nbsp;คลินิกสัตว์&nbsp;คลินิกประมง&nbsp;คลินิกชลประทาน&nbsp;คลินิกสหกรณ์&nbsp;คลินิกบัญชี&nbsp;คลินิกกฎหมายและคลินิกข้าว&nbsp;พร้อมทั้งมีบริการคลินิกเสริมอื่นๆ</p><p><strong>สำหรับโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกษตรกรที่มีปัญหาด้านการเกษตร</strong>ในพื้นที่ห่างไกลสามารถเข้าถึงการบริการทางวิชาการและได้รับการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรอย่างครบวงจรเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานวิชาการหน่วยงานส่งเสริมการเกษตรในระดับพื้นที่และศูนย์บริการและการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรในการให้บริการและแก้ไขปัญหาทางการเกษตรร่วมกัน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ประจัก-สุชีวิน&nbsp;/ภาพ/ข่าว</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>","21/12/2021","ภาคตะวันออก","สระแก้ว","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระแก้ว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211221200952041"],
    [214,"คุมเข้มสวัสดิภาพสัตว์และการผลิตตลอดห่วงโซ่ มั่นใจไก่ไทยตอบโจทย์ตลาดโลก","<p><strong>?นายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกเนื้อไก่และผลิตภัณฑ์เป็นอันดับ&nbsp;4&nbsp;ของโลก&nbsp;มีการกำกับควบคุมคุณภาพมาตรฐานสินค้าปศุสัตว์เป็นที่ยอมรับในระดับโลก&nbsp;ประเทศคู่ค้าให้ความเชื่อมั่นในระบบการผลิตอาหารปลอดภัยที่สอดคล้องตามมาตรฐานสากลและข้อกำหนดของประเทศคู่ค้า&nbsp;โดยมีตลาดส่งออกหลักคือ&nbsp;กลุ่มสหภาพยุโรปและประเทศญี่ปุ่น&nbsp;ซึ่งเป็นประเทศที่จากให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยอาหารแล้ว&nbsp;ยังเน้นการจัดการด้านสวัสดิภาพสัตว์เป็นอย่างมากด้วย&nbsp;</p><p><strong>กรมปศุสัตว์&nbsp;เป็นหน่วยงานที่กำกับควบคุมดูแลและสนับสนุน</strong>&nbsp;การผลิตปศุสัตว์ตลอดห่วงโซ่อาหาร&nbsp;ตั้งแต่ฟาร์มเลี้ยงสัตว์&nbsp;อาหารสัตว์&nbsp;โรงฆ่าสัตว์&nbsp;โรงงานแปรรูป&nbsp;สถานที่จำหน่าย&nbsp;จนถึงเนื้อสัตว์สู่ผู้บริโภค&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของการเลี้ยงไก่เนื้อที่กว่า&nbsp;99%&nbsp;เป็นไก่เนื้อในภาคอุตสาหกรรมที่สามารถตรวจสอบมาตรฐานต่างๆ&nbsp;ได้อย่างครบถ้วน&nbsp;รวมถึงมาตรฐานหลักสวัสดิภาพสัตว์&nbsp;ซึ่งกำกับควบคุมดูแลใช้เป็นมาตรฐานเดียวกันในไก่เนื้อทั้งที่บริโภคภายในประเทศและส่งออกต่างประเทศ&nbsp;จึงมั่นใจได้ว่าภาคธุรกิจอุตสาหกรรมไก่เนื้อในประเทศไทยมีกระบวนการผลิตเนื้อไก่และผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องตามมาตรฐานระดับสากล&nbsp;ไม่ว่าจะเป็น&nbsp;ร้านไก่ทอด&nbsp;ร้านไก่ย่าง&nbsp;หรือร้านอาหารต่างๆ&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ยังได้ให้ความสำคัญในการปรับปรุงและทบทวนการจัดการด้านสวัสดิภาพสัตว์ในฟาร์มปศุสัตว์ให้เป็นปัจจุบันและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล</p><p><strong>?อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;กรมปศุสัตว์ได้ให้ความสำคัญด้านสวัสดิภาพสัตว์มาโดยตลอด&nbsp;ได้ดำเนินการทำฟาร์มเชิงปราณีตที่ใส่ใจในทุกมิติ&nbsp;ทั้งระบบความปลอดภัยทางชีวภาพเพื่อป้องกันโรคต่างๆ&nbsp;เข้าสู่ฟาร์ม&nbsp;ดังความสำเร็จของระบบคอมพาร์ทเมนต์ในอุตสาหกรรมสัตว์ปีกไทยที่ทำให้ไทยปลอดไข้หวัดนกมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน&nbsp;ผลักดันให้อุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ของประเทศไทยสู่มาตรฐานสากล&nbsp;มีการห่วงใยใส่ใจสัตว์ตามหลักสวัสดิภาพสัตว์&nbsp;คำนึงถึงความปลอดภัยของเนื้อสัตว์&nbsp;และใส่ใจสิ่งแวดล้อมเพื่อให้คนไทยทุกคนมีสุขภาพที่ดี&nbsp;ส่งเสริมเพิ่มศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันของไก่เนื้อไทยในตลาดโลกได้อย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน</p><p><br></p><p><br></p>","22/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211222105634169"],
    [215,"เดินหน้าพัฒนากรุงเทพ สู่ มหานครสีเขียว มุ่งยกระดับสุขภาพคน คุณภาพเมือง พร้อมชูแนวทางเกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง","<p><strong>นายอลงกรณ์&nbsp;พลบุตร</strong>&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ในฐานะประธานคณะกรรมการโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง&nbsp;กล่าวในโอกาสร่วมบรรยายพิเศษในงาน&nbsp;Bangkok&nbsp;City&nbsp;Talk&nbsp;2021&nbsp;Bangkok&nbsp;Conference&nbsp;on&nbsp;Academic&nbsp;Argument&nbsp;ในหัวข้อ&nbsp;\"เกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง&nbsp;:&nbsp;อนาคตของกรุงเทพมหานคร\"&nbsp;ผ่านระบบออนไลน์&nbsp;ว่า&nbsp;ในปี&nbsp;2562&nbsp;ประเทศไทยมีประชากรในเมืองมากกว่าในชนบทเป็นครั้งแรก&nbsp;สะท้อนถึงการขยายตัวของเมือง&nbsp;ในประเทศและเป็นเหตุผลสำคัญที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในยุคปัจจุบันต้องเร่งขับเคลื่อนพัฒนาการเกษตรในเมือง&nbsp;โดยเฉพาะในสถานการณ์โควิด-19&nbsp;และยุคต่อไป&nbsp;ที่ต้องให้ความสำคัญระบบนิเวศน์เมืองเรื่องสุขภาพคนและคุณภาพเมือง&nbsp;</p><p><strong>สำหรับกรุงเทพมหานครมีการพัฒนาเมืองอย่างรวดเร็ว</strong>&nbsp;ทำให้พื้นที่เกษตรลดลงเหลือเพียงแสนกว่าไร่เป็นเมืองที่มีความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;น้อยมากและพื้นที่สีเขียวยังไม่ได้สัดส่วนกับจำนวนประชากร&nbsp;คณะกรรมการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;จึงวางโครงสร้างและระบบเป็นกลไกแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาภาคการเกษตรในพื้นที่กรุงเทพมหานคร&nbsp;ด้วยโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง&nbsp;ตามนโยบายของ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาระบบเกษตรกรรมยั่งยืนซึ่งได้กำหนดยุทธศาสตร์&nbsp;3s(Safety-Security-Sustainability-เกษตรปลอดภัย&nbsp;เกษตรมั่นคงและเกษตรยั่งยืน&nbsp;</p><p><strong>โดยโครงการดังกล่าวมุ่งเน้นการการพัฒนากรุงเทพมหานครให้เป็น</strong>&nbsp;มหานครสีเขียวแห่งอนาคตและเป้าหมายของโครงการกรุงเทพสีเขียว&nbsp;2030&nbsp;ในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในกรุงเทพฯ&nbsp;เป็น&nbsp;10&nbsp;ตารางเมตรต่อคน&nbsp;สามารถเข้าถึงพื้นที่สีเขียวได้ในทุกระยะ&nbsp;400&nbsp;เมตร&nbsp;และเพิ่มพื้นที่ร่มไม้ต่อพื้นที่เมืองให้เป็น&nbsp;1.3&nbsp;แสนไร่&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการทำเกษตรในเมืองตามแนวทางเกษตรกรรมยั่งยืนมี&nbsp;5&nbsp;ประเภท</strong>&nbsp;สำหรับชุมชนในกรุงเทพมหานครจะได้รับการสนับสนุนในการสร้างอาชีพเกษตรกรรมในเมืองเพื่อสร้างรายได้เสริมและลดค่าครองชีพอีกทางหนึ่ง&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;จะมีตลาดเกษตร&nbsp;เป็นตลาดจำหน่ายสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร&nbsp;ขณะนี้&nbsp;ได้จัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนกรุงเทพมหานครแล้วให้ครบทั้ง&nbsp;50&nbsp;เขตเป็นกลไกขับเคลื่อนระดับพื้นที่&nbsp;เช่น&nbsp;กรีนตลิ่งชัน&nbsp;กรีนบางกะปิ&nbsp;กรีนบางนา&nbsp;กรีนห้วยขวาง&nbsp;กรีนบางแค&nbsp;และวันที่&nbsp;24&nbsp;ธันวาคมนี้&nbsp;จะคิกออฟโครงการวัดสีเขียว&nbsp;คลองสามวาสีเขียว&nbsp;ที่วัดพระยาสุเรนทร์&nbsp;เป็นที่แรกบนความร่วมมือระหว่างวัด&nbsp;บ้านและโรงเรียน&nbsp;(บ.ว.ร.)&nbsp;ในเขตคลองสามวา</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","22/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211222103655145"],
    [216,"รมว.เกษตรและสหกรณ์ เตรียมแถลงความสำเร็จโครงการเกษตรแปลงใหญ่ 24 ธ.ค.64 ที่ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ต.หินเหล็กไฟ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ","<p><strong>รมว.เกษตรและสหกรณ์&nbsp;เตรียมแถลงความสำเร็จโครงการเกษตรแปลงใหญ่&nbsp;24&nbsp;ธ.ค.64&nbsp;ที่ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;ต.หินเหล็กไฟ&nbsp;อ.หัวหิน&nbsp;จ.ประจวบฯ</strong></p><p><br></p><p><strong>(22&nbsp;ธ.ค.64)&nbsp;นายวันชัย&nbsp;นิลวงศ์&nbsp;เกษตรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดฯ&nbsp;กำหนดจัดโครงการประชาสัมพันธ์ยกระดับเกษตรแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&nbsp;ในวันที่&nbsp;24&nbsp;ธ.ค.64&nbsp;ที่ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;ต.หินเหล็กไฟ&nbsp;อ.หัวหิน&nbsp;เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การขับเคลื่อนโครงการเกษตรแปลงใหญ่ในภาพรวมของประทศไทย&nbsp;โดยมี&nbsp;นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เป็นประธานแถลงความสำเร็จของโครงการดังกล่าวซึ่งมีการขับเคลื่อนต่อเนื่องเป็นปีที่&nbsp;6&nbsp;ปัจจุบันมีพื้นที่แปลงใหญ่ทั่วประเทศรวมกว่า&nbsp;6,000&nbsp;แปลง&nbsp;ช่วยเสริมศักยภาพการผลิตการตลาดให้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างมาก&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ภายในงานจะมีการจัดแสดงนิทรรศการด้านการเกษตร&nbsp;ประมง&nbsp;พืช&nbsp;ปศุสัตว์&nbsp;</strong>พร้อมการสาธิตนวัตกรรมเทคโนโลยีการเกษตรตามแนวทางการพัฒนาเกษตรอัจฉริยะให้เกษตรกรและประชาชนที่ร่วมงานได้ชมด้วย&nbsp;โดยปัจจุบัน&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;มีพื้นที่แปลงใหญ่รวม&nbsp;74&nbsp;แปลง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ด้านพืช&nbsp;ประมง&nbsp;ปศุสัตว์&nbsp;ในปี&nbsp;2563&nbsp;ได้รับงบประมาณขับเคลื่อนเกษตรแปลงใหญ่&nbsp;19&nbsp;แปลง&nbsp;งบประมาณรวมกว่า&nbsp;55&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ซึ่งผลจากการขับเคลื่อนโครงการที่ผ่านมาพบว่า&nbsp;สามารถช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุน&nbsp;เพิ่มผลผลิต&nbsp;พัฒนาสินค้าให้มีมาตรฐาน&nbsp;เพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถการแข่งขันทางการตลาดให้กับเกษตรกร</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","22/12/2021","ภาคตะวันตก","ประจวบคีรีขันธ์","สวท.ประจวบคีรีขันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211222133832247"],
    [217,"จ.สุราษฎร์ธานีร่วมแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรผู้ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาช้างป่าบุกรุกพื้นที่การเกษตรในพื้นที่หมู่ 15 16 และ 17 ตำบลประสงค์","<p><strong>จ.สุราษฎร์ธานีร่วมแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรผู้ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาช้างป่าบุกรุก</strong>พื้นที่การเกษตรในพื้นที่หมู่&nbsp;15&nbsp;16&nbsp;และ&nbsp;17&nbsp;ตำบลประสงค์&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ที่สำนักสงฆ์บ้านไร่ยาว&nbsp;หมู่&nbsp;16&nbsp;ตำบลประสงค์&nbsp;อำเภอท่าชนะ&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;</strong>นายสุทธิพงษ์&nbsp;คล้ายอุดม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ประชุมแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรผู้ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาช้างป่าบุกรุกพื้นที่การเกษตร&nbsp;ในพื้นที่หมู่&nbsp;15&nbsp;16&nbsp;และ&nbsp;17&nbsp;ตำบลประสงค์&nbsp;อำเภอท่าชนะ&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;โดยได้ขอให้ทุกฝ่ายช่วยเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหา&nbsp;หาวิธีการที่ดีที่สุด&nbsp;เช่น&nbsp;การทำแหล่งอาหารให้กับช้าง&nbsp;ฯลฯ&nbsp;ภายใต้หลักการคนที่อยู่ในพื้นที่จะรู้ปัญหาดีที่สุด&nbsp;และเพื่อให้ชาวบ้านและเกษตรกรได้อยู่ร่วมกับช้างได้อย่างสงบสุข&nbsp;</p><p><strong>พร้อมขอให้ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ช่วยสนับสนุนงบประมาณในการแก้ไขปัญหา</strong>&nbsp;และให้ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด&nbsp;โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;9&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;พิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาช้างป่าบุกรุกทำลายพืชผลทางการเกษตรโดยมีสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;สำนักงานบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;4&nbsp;(สุราษฎร์ธานี)&nbsp;สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่&nbsp;11&nbsp;(สุราษฎร์ธานี)&nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ร่วมช่วยพิจารณาการแก้ไขปัญหาต่อไป.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","22/12/2021","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211222140110258"],
    [218,"เกษตรจังหวัดพังงาจัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (field day) ปี 2565","<p><strong>วันที่&nbsp;22&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;พันจ่าโท&nbsp;อนันต์&nbsp;บุญสำราญ&nbsp;ปลัดจังหวัดพังงา&nbsp;</strong>เป็นประธานเปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;(field&nbsp;day)&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;&amp;&nbsp;ประชาสัมพันธ์สินค้าทางเลือกจังหวัดพังงา&nbsp;โดยมีนายประคอง&nbsp;อุสาห์มัน&nbsp;เกษตรจังหวัดพังงา&nbsp;ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และเกษตรกร&nbsp;ร่วมงาน&nbsp;จัดที่สวนถุงแป้ง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลตากแดด&nbsp;อำเภอเมืองพังงา&nbsp;จังหวัดพังงา&nbsp;กิจกรรมมี&nbsp;4&nbsp;ส่วนหลักๆ&nbsp;ประกอบด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ส่วนที่&nbsp;1&nbsp;การถ่ายทอดเทคโนโลยี</strong>&nbsp;เรื่องส้ม&nbsp;สินค้าเกษตรทางเลือกที่มีศักยภาพของจังหวัดพังงา</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ส่วนที่&nbsp;2&nbsp;จัดให้เกษตรกรเข้าเรียนรู้</strong>ตามสถานีต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;สถานี&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สถานีที่&nbsp;1&nbsp;การปลูกและการขยายพันธุ์พืชตระกูลส้ม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สถานีที่&nbsp;2&nbsp;เทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิตพืชที่ถูกต้องเหมาะสม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สถานีที่&nbsp;3&nbsp;การจัดการดินปุ๋ยในสวนไม้ผล</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สถานีที่&nbsp;4&nbsp;การป้องกันกำจัดศัตรูพืชโดยใช้สารชีวภัณฑ์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ส่วนที่&nbsp;3&nbsp;การจัดนิทรรศการทางด้าน</strong>การเกษตร&nbsp;จากทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ส่วนที่&nbsp;4&nbsp;การจำหน่ายผลผลิตและผลิตภัณฑ์</strong>ด้านการเกษตร&nbsp;จากหน่วยงานภาครัฐและสถาบันเกษตรกร&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนของจังหวัดพังงา&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","22/12/2021","ภาคใต้","พังงา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211222140313259"],
    [219,"กรมส่งเสริมการเกษตร ส่งสุขปีใหม่ 2565 พร้อมให้บริการเกษตรกรออนไลน์ตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึงวางขาย","<p><strong>นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรได้เตรียมของขวัญพิเศษสำหรับเกษตรกรไว้&nbsp;3&nbsp;ส่วนคือ&nbsp;ให้บริการเกษตรกรแบบออนไลน์ตลอดห่วงโซ่การผลิต&nbsp;ให้บริการแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและโปรโมชันสินค้าเกษตรในเว็บไซต์&nbsp;www.ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com&nbsp;โดยการให้บริการเกษตรกรแบบออนไลน์ตลอดห่วงโซ่การผลิต&nbsp;อาทิ&nbsp;แอปพลิเคชัน&nbsp;Farmbook&nbsp;ให้บริการสมุดทะเบียนเกษตรกรดิจิทัล&nbsp;</p><p><strong>เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรผู้ปลูกพืชกับกรมส่งเสริมการเกษตร</strong>&nbsp;สามารถปรับปรุงข้อมูลการเพาะปลูกได้ด้วยตนเอง&nbsp;/แอปพลิเคชัน&nbsp;รู้ดินรู้ปุ๋ย&nbsp;ให้บริการให้คำแนะนำการใช้ปุ๋ยตามวิเคราะห์ดิน&nbsp;การคำนวณต้นทุนและผลผลิต&nbsp;และจัดการร้านค้าของศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน&nbsp;การสั่งจองปุ๋ยผ่านศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชนภายใต้โครงการ&nbsp;One&nbsp;Stop&nbsp;Service&nbsp;/แอปพลิเคชัน&nbsp;DOAE&nbsp;Pest&nbsp;Forecast&nbsp;เครื่องมือในการช่วยวินิจฉัย&nbsp;พยากรณ์การระบาดและแจ้งเตือนเฝ้าระวัง&nbsp;พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการจัดการเพื่อป้องกันการระบาดเป็นรายชนิดศัตรูพืช&nbsp;</p><p>สำหรับพืชเศรษฐกิจหลัก&nbsp;8&nbsp;ชนิด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ข้าว&nbsp;ข้าวโพด&nbsp;อ้อย&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;มะพร้าว&nbsp;ทุเรียน&nbsp;และพืชผัก&nbsp;และเว็บไซต์&nbsp;www.ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com&nbsp;ที่เป็นรวบรวมข้อมูลสินค้าเกษตร&nbsp;ทั้งผลผลิตสด&nbsp;สินค้าแปรรูป&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;หมวด&nbsp;ได้รับการรับรองมาตรฐานต่างๆ&nbsp;พร้อมข้อมูลช่องทางการติดต่อซื้อขายแบบออนไลน์โดยตรงกับเกษตรกร&nbsp;นอกจากนี้ยังให้บริการแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร&nbsp;</p><p><strong>กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;เปิดศูนย์ปฏิบัติการของกรมส่งเสริมการเกษตร</strong>&nbsp;รอต้อนรับนักท่องเที่ยว&nbsp;จำนวน&nbsp;14&nbsp;แห่ง&nbsp;อาทิ&nbsp;ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร&nbsp;(พืชสวน)&nbsp;3&nbsp;แห่งคือจังหวัดกระบี่&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;และจังหวัดจันทบุรี&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืช&nbsp;10&nbsp;แห่ง&nbsp;ที่เปิดให้เข้าเรียนรู้การขยายพันธุ์พืชพันธุ์ดีทั้ง&nbsp;4&nbsp;สายการผลิตคือ&nbsp;การเพาะเมล็ด&nbsp;การผลิตท่อนพันธุ์&nbsp;การผลิตต้นพันธุ์&nbsp;และการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อและมีกิจกรรมมากๆ&nbsp;เพื่อรับพันธุ์พืชฟรีได้ทุกศูนย์ฯ&nbsp;ตามเงื่อนไข&nbsp;รวมทั้งมีจุดจำหน่ายพืชพันธุ์ดี&nbsp;ที่มีคุณภาพให้แก่ผู้ที่สนใจ&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีวิสาหกิจชุมชนที่เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร</strong>&nbsp;จำนวน&nbsp;95&nbsp;แห่งทั่วประเทศ&nbsp;พร้อมเปิดบริการรับนักท่องเที่ยว&nbsp;ส่วนโปรโมชั่นสินค้าเกษตรผ่านเว็บไซต์&nbsp;www.ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรได้คัดสรรสินค้าคุณภาพกว่า&nbsp;160&nbsp;รายการมาลดราคาพิเศษ&nbsp;หรือซื้อสินค้าที่กำหนดพร้อมรับของแถม&nbsp;หรือจัดส่งฟรี&nbsp;ผู้สนใจสามารถเลือกซื้อสินค้าโปรโมชั่นพิเศษได้ตั้งแต่วันที่&nbsp;12&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;-&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ผ่านเว็บไซต์&nbsp;www.ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com</p><p><strong>ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมส่งความสุขปีใหม่ไปกับกรมส่งเสริมการเกษตร</strong>&nbsp;เพื่อมอบความสุขต่อให้เกษตรกรตามสถานที่และช่องทางดังกล่าว</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","22/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211222163114374"],
    [220,"เดินหน้าสร้างการรับรู้ หลังปลดล็อกพืชกระท่อมสู่พืชเศรษฐกิจ ให้แก่ภาคอุตสาหกรรมเกษตร ส่งเสริมอาชีพ สร้างรายได้","<p><strong>ที่อาคารสำนักงาน&nbsp;บริษัท&nbsp;ข่าวสด&nbsp;จำกัด&nbsp;</strong>นายสัมศักดิ์&nbsp;เทพสุทิน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม&nbsp;พร้อมด้วยนายวิชัยไชยมงคล&nbsp;เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมเสวนาในหัวข้อ&nbsp;อนาคตกระท่อม&nbsp;กับการปลดล็อกสู่พืชเศรษฐกิจ&nbsp;สร้างการรับรู้แก่ภาคอุตสาหกรรม&nbsp;ภาคเกษตรและประชาชนทั่วไป</p><p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;หลังจากผลักดันให้มีการปลดล็อกพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติดประเภทที่&nbsp;5&nbsp;ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่&nbsp;24&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;&nbsp;ประชาชนสามารถเพาะปลูก&nbsp;ครอบครองและจำหน่ายใบพืชกระท่อมได้อย่างเสรี&nbsp;แต่การนำใบกระท่อมไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์&nbsp;อาทิ&nbsp;รักษาโรค&nbsp;อาหาร&nbsp;หรือผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางนั้น&nbsp;ต้องได้รับใบอนุญาตและทำตามกฎหมายของกระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด&nbsp;</p><p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม&nbsp;กล่าวอีกว่า</strong>&nbsp;การจัดสัมมนาเพื่อชี้ถึงอนาคตพืชกระท่อมทุกกระบวนการ&nbsp;ตั้งแต่เพาะปลูกไปจนถึงภาคส่วนของอุตสาหกรรมกระท่อมในอนาคต&nbsp;รวมทั้งรับฟังความคิดเห็นของแต่ละภาคส่วนเพื่อร่วมใจกันเดินหน้าพืชกระท่อมในฐานะพืชเศรษฐกิจไทยอย่างเต็มรูปแบบ&nbsp;และในปี&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งคาดว่าจะเป็นปีที่สถานการณ์ต่างๆ&nbsp;จะเอื้ออำนวยต่อการเดินหน้าโครงสร้างอุตสาหกรรมกระท่อมมากขึ้น</p><p><br></p><p><br></p>","22/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211222164414393"],
    [221,"จังหวัดชัยนาท จัดกิจกรรม เอามื้อสามัคคี ตามโครงการ โคก หนอง นา โมเดล ขับเคลื่อนหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงให้เป็นต้นแบบในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน","<p><strong>วันนี้&nbsp;22&nbsp;ธ.ค.&nbsp;64&nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&nbsp;ที่บริเวณ&nbsp;ศูนย์เรียนรู้พื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่</strong>ประยุกต์สู่&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;สวรรค์ไร่&nbsp;ปลายนา&nbsp;ฟาร์ม&nbsp;ม.3&nbsp;ต.หนองขุ่น&nbsp;อ.วัดสิงห์&nbsp;จ.ชัยนาท&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายรังสรรค์&nbsp;ตันเจริญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;เป็นประธานในกิจกรรม&nbsp;เอามื้อสามัคคี&nbsp;โครงการ&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;อำเภอวัดสิงห์&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสมชาย&nbsp;ศาตมานนท์&nbsp;นายอำเภอวัดสิงห์&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายอัคศวัฒน์&nbsp;&nbsp;ทรัพย์บริบูรณ์&nbsp;เจ้าของโครงการ&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;สวรรค์ไร่&nbsp;ปลายนา&nbsp;ฟาร์ม&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ</p><p><strong>ตามที่กรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ</strong>&nbsp;และการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่&nbsp;ประยุกต์สู่&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;ให้เกิดกระบวนการการเรียนรู้การประยุกต์ใช้ทฤษฎีใหม่&nbsp;ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ในการพัฒนาชีวิตผ่านการลงมือทำให้ประชาชนเห็น&nbsp;อีกทั้งเป็นการขยายผลแนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปสู่ประชาชน&nbsp;และน้อมนำไปปฏิบัติติให้เป็นวิถีชีวิต&nbsp;สามารถขับเคลื่อนหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงให้เป็นต้นแบบในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น&nbsp;เป็นหมู่บ้านอยู่เย็นเป็นสุข&nbsp;และพัฒนาพื้นที่&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;ให้เป็นจุดตัวอย่างเป็นต้นแบบในการบริหารจัดการพื้นที่การเกษตร&nbsp;บริหารจัดการน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;และเป็นกิจกรรมที่ตอบสนองนโยบายของกระทรวงมหาดไทย&nbsp;ในการบำบัดทุกข์&nbsp;บำรุงสุข&nbsp;เพื่อสร้างทางรอดแก่ประชาชนในการเผชิญกับผลกระทบจากวิกฤตการต่างๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;วิกฤตของเศรษฐกิจ&nbsp;การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&nbsp;ภัยแล้งและอุบัติภัย</p><p><strong>ในโอกาสนี้&nbsp;นายรังสรรค์&nbsp;ตันเจริญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;ได้ร่วมกิจกรรม&nbsp;ปลูกผักสวนครัว</strong>&nbsp;การทำปุ๋ยหมักชีวภาพ&nbsp;และการห่มดิน&nbsp;นอกจากนั้น&nbsp;ยังได้เยี่ยมชมฐานการเรียนรู้&nbsp;โรงเรือนเพาะเห็ด&nbsp;การเลี้ยงไก่&nbsp;เป็นต้น&nbsp;อีกทั้งยังให้กำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติติงานในระดับต่างๆ&nbsp;ที่ช่วยกันพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่&nbsp;ประยุกต์สู่&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;ให้เป็นศูนย์เรียนรู้ต้นแบบ&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;สร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;แก้ไขปัญหาความยากจนของประชาชน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","22/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","ชัยนาท","สวท.ชัยนาท","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211222152819326"],
    [222,"คณะอนุกรรมการฯ กำหนดราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงและการชดเชยส่วนต่างราคาตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2564/65 งวดที่ 2","<p><strong>คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;กำหนดราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงและการชดเชยส่วนต่างราคาตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;งวดที่&nbsp;2&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้มีรายได้เพิ่มสูงขึ้น</strong></p><p><br></p><p><strong>นายผกายเนติ์&nbsp;เล่งอี้&nbsp;พาณิชย์จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ได้กำหนดราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงและการชดเชยส่วนต่างราคาตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;งวดที่&nbsp;2&nbsp;เพื่อใช้ในการชดเชยส่วนต่างตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;งวดที่&nbsp;2&nbsp;</p><p><strong>สำหรับเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์</strong>กับกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;โดยมีวันเพาะปลูกตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;และระบุวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวตั้งแต่วันที่&nbsp;20&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;โดยมีสิทธิ์ได้รับการชดเชยส่วนต่างรอบวันที่&nbsp;20&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;สำหรับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เมล็ดความชื้นไม่เกิน&nbsp;14.5&nbsp;%&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;9.42&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งราคาเกณฑ์การอ้างอิงในครั้งนี้สูงกว่าราคาเป้าหมาย&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;8.50&nbsp;บาท&nbsp;จึงไม่มีการจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างให้แก่เกษตรกร&nbsp;หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือมีข้อสงสัย&nbsp;สามารถติดต่อสอบถามได้ที่&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;โทร.034-564294</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","22/12/2021","ภาคตะวันตก","กาญจนบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211222162203361"],
    [223,"แนะนำเรือฝึก ปลาลัง เรือฝึกประมงอเนกประสงค์ ลดต้นทุน ยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีของลูกเรือ","<p><strong>นายสมชวน&nbsp;รัตนมังคลานนท์&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;รักษาราชการแทนอธิบดีกรมประมง&nbsp;เปิดเผยหลังร่วมชมการสาธิตและสังเกตการณ์การทำประมงด้วยเรือฝึกปลาลัง&nbsp;ณ&nbsp;ท่าเทียบเรือประมงศรีราชา&nbsp;(ท่าเรือจรินทร์)&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;ว่า&nbsp;การเยี่ยมชมเรือฝึกปลาลังในครั้งนี้&nbsp;ได้รับชมการสาธิตการใช้เครื่องมือช่วยทำการประมงอวนลาก&nbsp;อวนลอยและลอบ&nbsp;โดยเริ่มตั้งแต่กระบวนการปล่อยอวนไปจนถึงการเก็บและกู้อวนด้วยเครื่องมือทุ่นแรงระบบไฮดรอลิกส์&nbsp;การใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือช่วยทำการประมงประเภทอื่นๆ&nbsp;รวมไปถึงการมีพื้นที่ที่ถูกสุขลักษณะ&nbsp;ปลอดภัยสำหรับแรงงานและลูกเรือ&nbsp;แสดงให้เห็นถึงศักยภาพรอบด้าน&nbsp;</p><p><strong>กรมประมงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า&nbsp;</strong>ความร่วมมือระหว่างกรมประมงและศูนย์พัฒนาการประมงแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้&nbsp;(SEAFDEC)&nbsp;ผ่านเรือฝึก&nbsp;ปลาลังนี้&nbsp;จะเป็นประโยชน์ต่อชาวประมง&nbsp;ให้สามารถใช้เรือฝึกปลาลังเป็นต้นแบบ&nbsp;หรือเป็นแนวความคิด&nbsp;โดยในอนาคต&nbsp;จะมีโครงการเพื่อสาธิตการทำประมงโดยใช้เรือประมงต้นแบบนี้ให้กับชาวประมงในจังหวัดระยองและตราดในช่วงเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับเรือประมงของตนเองได้อย่างเหมาะสม&nbsp;ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนด้านแรงงาน&nbsp;เชื้อเพลิง&nbsp;และรักษาคุณภาพสัตว์น้ำบนเรือประมง&nbsp;ส่งผลให้มีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรสัตว์น้ำที่จับได้อย่างคุ้มค่าต่อไป</p><p><strong>สำหรับผู้ที่สนใจติดตามข้อมูลเรือฝึกปลาลัง</strong>&nbsp;สามารถติดตามได้ที่&nbsp;Facebook&nbsp;Page&nbsp;เรือปลาลัง&nbsp;-&nbsp;ซีฟเดค&nbsp;ซึ่งทางศูนย์พัฒนาการประมงแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้จัดทำขึ้น&nbsp;เพื่อเป็นช่องทางในการสื่อสารและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับผู้ที่สนใจ&nbsp;เพื่อให้เกิดการพัฒนาความรู้และเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าต่อไป</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","22/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211222191120468"],
    [224,"ความสำเร็จพัฒนาคุณภาพกาแฟสหกรณ์ดอยสะเก็ดเชียงใหม่ หลังร่วมกันพัฒนากระบวนการผลิตจนได้คุณภาพเกรดพรีเมียม","<p><strong>นายวิศิษฐ์&nbsp;ศรีสุวรรณ์&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์</strong>&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามโครงการการจัดการหลังเก็บเกี่ยวและการพัฒนาฐานชุมชนสำหรับผลิตภัณฑ์ชุมชน&nbsp;(กาแฟอาราบิกา)&nbsp;ณ&nbsp;สหกรณ์การเกษตรดอยสะเก็ดพัฒนา&nbsp;จำกัด&nbsp;อำเภอดอยสะเก็ด&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;พร้อมกับ&nbsp;Mr.Takahiro&nbsp;Morita&nbsp;หัวหน้าผู้แทนสำนักงานไจก้าประเทศไทย&nbsp;</p><p><strong>อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ได้รับความร่วมมือกันทำโครงการดังกล่าวต่อเนื่องมาปีที่&nbsp;2&nbsp;และจะเริ่มดำเนินการต่อไปเป็นปีที่&nbsp;3&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อเป็นการขยายผลไปสู่การยกระดับกาแฟของสหกรณ์การเกษตรดอยสะเก็ดพัฒนา&nbsp;จำกัดของไทยไปสู่เวทีกาแฟเกรดพรีเมี่ยมในตลาดระดับประเทศและระดับนานาชาติ&nbsp;เพื่อเป็นการประกาศถึงศักยภาพของกาแฟไทยที่มีคุณภาพสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภค&nbsp;อีกทั้งเป็นกาแฟที่เป็นไปตามหลักของการส่งเสริมการผลิตที่ยั่งยืนไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม&nbsp;ส่งผลให้เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟคุณภาพมีรายได้เพิ่มขึ้นและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&nbsp;</p><p><strong>การจับมือกับไจก้า&nbsp;ในการพัฒนากาแฟอาราบิกาคุณภาพ</strong>&nbsp;ซึ่งไจก้ามีส่วนสำคัญที่ทำให้กาแฟในพื้นที่สหกรณ์การเกษตรดอยสะเก็ดพัฒนา&nbsp;จำกัด&nbsp;ประสบความสำเร็จ&nbsp;โดยได้ช่วยเหลือด้านวิชาการ&nbsp;ถ่ายทอดความรู้และให้คำแนะนำสมาชิกสหกรณ์ในการพัฒนาการผลิตกาแฟให้มีคุณภาพ&nbsp;ตั้งแต่กระบวนการปลูก&nbsp;การแปรรูป&nbsp;การทำกาแฟพิเศษ&nbsp;และกาแฟจากแหล่งเพาะปลูกเดียว&nbsp;โดยกาแฟของสหกรณ์ปลูกอยู่ในตำบลเทพเสด็จ&nbsp;ซึ่งเป็นแหล่งปลูกกาแฟที่ได้รับการรับรองให้เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์(จีไอ)&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้ส่งเสริมให้เกษตรกร&nbsp;</strong>เก็บกาแฟที่มีลักษณะสุกจัดเพื่อให้ได้เมล็ดกาแฟที่มีคุณภาพดี&nbsp;โดยการทำริสแบนด์ติดที่ข้อมือเกษตรกร&nbsp;เพื่อให้เป็นคู่มือเทียบสีในขณะเก็บเกี่ยวกาแฟ&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรสามารถเลือกเก็บเมล็ดกาแฟที่มีระดับความสุกที่เหมาะสม&nbsp;ซึ่งจะทำให้ได้เมล็ดกาแฟที่มีคุณภาพสูง&nbsp;โดยความร่วมมือในปีที่&nbsp;3&nbsp;จะมีเป้าหมายการขยายผลไปสู่การพัฒนาการตลาด&nbsp;การจับคู่ธุรกิจ&nbsp;</p><p><strong>เบื้องต้นกรมฯได้สนับสนุนให้มีการจับคู่ธุรกิจผ่านระบบออนไลน์</strong>&nbsp;กับบริษัทญี่ปุ่น&nbsp;4&nbsp;บริษัท&nbsp;ที่ให้ความสนใจ&nbsp;นอกจากนี้หากสถานการณ์โควิดดีขึ้นในปีหน้า&nbsp;กรมฯยังได้วางแผนการจัดงานเปิดบ้านสหกรณ์&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์กาแฟที่ได้รับการพัฒนาคุณภาพของสหกรณ์&nbsp;จากนั้นจะขยายผลองค์ความรู้ด้านการพัฒนาคุณภาพกาแฟไปสู่ไปยังสหกรณ์ผู้ปลูกกาแฟอื่นๆ&nbsp;เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในการส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพกาแฟของสหกรณ์ทั้งระบบ</p><p><br></p><p><br></p>","22/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211222190948464"],
    [225,"ชูนโยบายเทคโนโลยีเกษตร 4.0 เพิ่มผลผลิต พัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน","<p><strong>นายณัฏฐกิตติ์&nbsp;ของทิพย์&nbsp;รองอธิบดีกรมการข้าว&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ข้าวถือได้ว่าเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศทั้งในด้านการบริโภคและการส่งออกสำคัญของประเทศไทย&nbsp;อีกทั้งยังมีความสำคัญต่อภาวะเศรษฐกิจภูมิภาคเนื่องจากเป็นพืชหลักของประเทศที่ครอบคลุมพื้นที่เพาะปลูกมากที่สุด&nbsp;ในช่วงที่ผ่านมาพื้นที่ทำนามักประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ&nbsp;ทั้งอุทกภัย&nbsp;ภัยแล้งและฝนทิ้งช่วง&nbsp;ทำให้ผลผลิตเสียหายเป็นจำนวนมาก&nbsp;รวมถึงปัญหาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ที่ส่งผลกระทบไปทุกภาคส่วนไม่เว้นแม้แต่การทำนา&nbsp;นโยบายการพัฒนาการเกษตรของประเทศในปัจจุบันจึงจำเป็นต้องพัฒนาไปในเชิงเกษตรอุตสาหกรรม&nbsp;เพื่อรองรับการพัฒนาเศรษฐกิจไทยและการเพิ่มขึ้นของประชากรโลก&nbsp;การปรับเปลี่ยนรูปแบบของการทำการเกษตรหรือการทำนาจึงจำเป็นต้องมีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ&nbsp;มาใช้ในในกระบวนการผลิตที่หลากหลายเพื่อให้เกิดผลสำเร็จ&nbsp;จึงถึงเวลาที่ชาวนาของประเทศต้องเปลี่ยนแปลงไปสู่การทำเกษตรรูปแบบใหม่คือ&nbsp;การพัฒนาคุณภาพข้าวภายใต้การทำเกษตรอัจฉริยะ&nbsp;(Smart&nbsp;Farming)&nbsp;หรือเกษตร&nbsp;4.0&nbsp;ตามนโยบายที่ภาครัฐสนับสนุนให้ภาคการเกษตรนำเทคโนโลยีมาใช้ในการเพิ่มผลผลิต&nbsp;พัฒนาภาคการเกษตรให้ยั่งยืนในอนาคต&nbsp;</p><p><strong>โดยเปลี่ยนจากการเกษตรแบบดั้งเดิม</strong>&nbsp;(Traditional&nbsp;Farming)&nbsp;สู่การเกษตรสมัยใหม่เน้นการบริหารจัดการผสมผสานเทคโนโลยีและประยุกต์ใช้อย่างเข้าใจ&nbsp;เข้าถึงและพัฒนา&nbsp;จึงจะสามารถทำให้&nbsp;หลุดพ้นจากกับดักความยากจนได้&nbsp;จึงเป็นโอกาสของชาวนาและโอกาสของประเทศที่ภาครัฐต้องการให้ภาคเกษตรกรรมมีการพัฒนาเพื่อลดต้นทุนในกระบวนการผลิต&nbsp;เพิ่มคุณภาพมาตรฐานการผลิตและการลด&nbsp;ความเสี่ยงที่เกิดจากการระบาดของศัตรูพืชและจากภัยธรรมชาติและการจัดการองค์ความรู้&nbsp;โดยนำเทคโนโลยีสารสนเทศจากการวิจัยประยุกต์ไปสู่การพัฒนาในทางปฏิบัติอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรมต่อไป</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","23/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211223101207561"],
    [226,"ภาวะเศรษฐกิจการเกษตรปี 64 ขยายตัวร้อยละ 1.5 ส่วน ปี 65 คาดว่าจะขยายตัวอยู่ในช่วงร้อยละ 2.0  3.0","<p><strong>สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร&nbsp;จัดงานสัมมนา</strong>&nbsp;ภาวะเศรษฐกิจการเกษตรปี&nbsp;2564&nbsp;และแนวโน้มปี&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งภายในงานมีการจัดเสวนาในหัวข้อ&nbsp;Booster&nbsp;เกษตรไทย&nbsp;สู่&nbsp;เกษตรมูลค่าสูง&nbsp;และการรายงานภาวะเศรษฐกิจการเกษตรตลอดปี&nbsp;2564&nbsp;และแนวโน้มในปี&nbsp;2565&nbsp;โดยนายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้กล่าวเปิดงานสัมมนาผ่านวีดิทัศน์&nbsp;ว่า&nbsp;ภาคเกษตรถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;เป็นรากฐานด้านความมั่นคงทางอาหารของประเทศและของโลก&nbsp;รวมทั้งช่วยรองรับและโอบอุ้มเศรษฐกิจไทยในวิกฤตต่างๆ&nbsp;จนถึงการระบาดของโควิด-19&nbsp;</p><p><strong>การดำเนินงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในช่วงที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน</strong>&nbsp;ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาภาคเกษตรให้เติบโตและยกระดับความสามารถในการแข่งขัน&nbsp;โดยเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;ที่มีเป้าหมายสำคัญให้&nbsp;GDP&nbsp;ภาคเกษตรและผลิตภาพการผลิตของภาคเกษตรเพิ่มขึ้น&nbsp;รวมทั้งปรับเปลี่ยนการผลิตไปสู่สินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง&nbsp;ครอบคลุมตั้งแต่ด้านการผลิต&nbsp;การแปรรูปและการตลาด</p><p><strong>สำหรับด้านการผลิต&nbsp;ส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรการผลิต</strong>&nbsp;ให้เกิดความยั่งยืน&nbsp;ลดต้นทุนการผลิตด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม&nbsp;พัฒนากระบวนการผลิตให้เข้าสู่มาตรฐาน&nbsp;ส่งเสริมสินค้ามูลค่าสูง&nbsp;เช่น&nbsp;สมุนไพรและสินค้าเกษตรเพื่อสุขภาพ&nbsp;ด้านการแปรรูป&nbsp;ผลักดันให้มีการแปรรูปสินค้าเกษตรเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง&nbsp;ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยสินค้าเกษตรและอาหาร&nbsp;โดยมีระบบตรวจสอบย้อนกลับและด้านการตลาด&nbsp;พัฒนาสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด&nbsp;สร้างเรื่องราวและจุดเด่นให้กับตราสินค้าและยกระดับระบบโลจิสติกส์เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มคุณภาพการบริการแก่ผู้บริโภค</p><p><strong>นายฉันทานนท์&nbsp;วรรณเขจร&nbsp;เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร</strong>&nbsp;ได้รายงานถึงภาวะเศรษฐกิจการเกษตร&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งพบว่า&nbsp;ขยายตัวร้อยละ&nbsp;1.5&nbsp;เมื่อเทียบกับปี&nbsp;2563&nbsp;&nbsp;โดยมีปัจจัยสนับสนุน&nbsp;จากปริมาณน้ำฝนที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ปลายปี&nbsp;2563&nbsp;ต่อเนื่องถึงปี&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งเพียงพอต่อการเพาะปลูกพืชและประมง&nbsp;ประกอบกับราคาสินค้าเกษตรหลายชนิดที่ปรับตัวดีขึ้นจูงใจให้เกษตรกรเพิ่มการผลิตและบำรุงรักษาที่ดี&nbsp;รวมไปถึงการดำเนินนโยบายและมาตรการของภาครัฐ&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก</strong>และการผ่อนคลายมาตรการการควบคุมการระบาดของโควิด-19&nbsp;ทำให้การส่งออกสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ขยายตัวมากขึ้นเช่นกันหากพิจารณาในแต่ละสาขา&nbsp;พบว่า&nbsp;สาขาพืช&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;ขยายตัวร้อยละ&nbsp;3.3&nbsp;เมื่อเทียบกับปี&nbsp;2563&nbsp;โดยพืชสำคัญที่มีผลผลิตเพิ่มขึ้น&nbsp;ได้แก่&nbsp;ข้าวนาปรัง&nbsp;มีผลผลิตเพิ่มขึ้น&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่สาขาปศุสัตว์&nbsp;หดตัวร้อยละ&nbsp;2.4</strong>&nbsp;โดยผลผลิตสินค้าปศุสัตว์ที่สำคัญลดลง&nbsp;ได้แก่&nbsp;ไก่เนื้อ&nbsp;สุกร&nbsp;และไข่ไก่&nbsp;ผลผลิตไก่เนื้อลดลง&nbsp;เนื่องจากความต้องการบริโภคที่ชะลอตัวจากการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ผลผลิตสุกรลดลง&nbsp;เนื่องจากเกษตรกรปรับลดปริมาณการเลี้ยงสุกรจากต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ปรับตัวสูงขึ้นและความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ระบาดของโรคในประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;แต่พบว่าผลผลิตโคเนื้อเพิ่มขึ้น&nbsp;ซึ่งเป็นผลมาจากนโยบายส่งเสริมการเลี้ยงโคเนื้อของรัฐบาลที่มีอย่างต่อเนื่อง&nbsp;และผลผลิตน้ำนมดิบเพิ่มขึ้น&nbsp;</p><p><strong>ส่วนสาขาประมง&nbsp;หดตัวร้อยละ&nbsp;3.0</strong>&nbsp;เป็นผลจากผลผลิตประมงทะเลในส่วนของปริมาณสัตว์น้ำที่นำขึ้นท่าเทียบเรือลดลง&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศมีความแปรปรวน&nbsp;รวมทั้งปัญหาการขาดแคลนแรงงานในภาคประมง</p><p><strong>แนวโน้มเศรษฐกิจการเกษตรในปี&nbsp;2565</strong>&nbsp;คาดว่าจะขยายตัวอยู่ในช่วงร้อยละ&nbsp;2.0-3.0&nbsp;&nbsp;แต่อย่างไรก็ตาม&nbsp;ยังต้องเฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม&nbsp;ไม่ว่าจะเป็น&nbsp;ภัยธรรมชาติและความแปรปรวนของสภาพอากาศ&nbsp;สถานการณ์ของโรคโควิด-19&nbsp;ที่อาจเกิดการระบาดในระลอกใหม่&nbsp;ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน&nbsp;จะส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันทางการค้าสินค้าเกษตรไทยและราคาน้ำมันดิบที่มีทิศทางเพิ่มขึ้น&nbsp;ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้นไปด้วย</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","23/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211223102457576"],
    [227,"จังหวัดระยอง จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>เมื่อเช้าวันที่&nbsp;23&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;นายชาญนะ&nbsp;เอี่ยมแสง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระบรมราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ณ&nbsp;อาคารเอนกประสงค์วัดหนองตะแบก&nbsp;ต.ชากบก&nbsp;อ.บ้านค่าย&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;มีนายโอภาส&nbsp;กว้างมาก&nbsp;หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช&nbsp;ปฏิบัติราชการแทนเกษตรจังหวัดระยอง&nbsp;นายดาระใน&nbsp;ยี่ภู่&nbsp;นายอำเภอบ้านค่าย&nbsp;พร้อมด้วยหน่วยราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;และเกษตรกรกว่า&nbsp;100&nbsp;คนเข้าร่วมงาน&nbsp;ภายในงาน&nbsp;นอกจากมีการจัดนิทรรศการของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้ว&nbsp;ยังมีการแจกพันธุ์พืช&nbsp;พันธุ์ปลา&nbsp;และการทำหมันสุนัขและแมวอีกด้วย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายโอภาส&nbsp;กว้างมาก&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;มีความสำนึกในพระมหา</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">กรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์&nbsp;จึงได้จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;เพื่อแสดงถึงความจงรักภักดี&nbsp;โดยการบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานวิชาการ&nbsp;หน่วยงานส่งเสริมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมพัฒนาฟื้นฟูเกษตรกรให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน&nbsp;โดยกิจกรรมภายในงานได้เปิดให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&nbsp;ได้แก่&nbsp;คลินิกปศุสัตว์&nbsp;คลินิกพืช&nbsp;คลินิกประมง&nbsp;คลินิกดิน&nbsp;คลินิกชลประทาน&nbsp;คลินิกบัญชี&nbsp;คลินิกปฏิรูปที่ดิน&nbsp;คลินิกสหกรณ์&nbsp;คลินิกกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง&nbsp;คลินิกสาธารณสุข&nbsp;คลินิกพืชสวน&nbsp;และคลินิกอารักขาพืช&nbsp;และการให้บริการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้แก่&nbsp;คลินิกสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดระยอง&nbsp;สวนพฤกษาศาสตร์จังหวัดระยอง&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายชาญนะ&nbsp;เอี่ยมแสง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&nbsp;เป็นรูปแบบหนึ่งของการแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;พร้อมกับถ่ายทอดความรู้ให้แก่เกษตรกรไปในคราวเดียวกัน&nbsp;เป็นโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรเป็นอย่างยิ่ง&nbsp;เพราะเกษตรกรจะได้รับบริการแบบครบวงจรในทุกๆ&nbsp;ด้าน&nbsp;เป็นการนำบุคลากร&nbsp;และองค์ความรู้ด้านการเกษตรมาให้บริการแก่พี่น้องเกษตรกรถึงในพื้นที่&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","23/12/2021","ภาคตะวันออก","ระยอง","สวท.ระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211223143434744"],
    [228,"เกษตรจังหวัดระยอง จับมือหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระบรมราชานุเคราะห์?ฯ ให้บริการปรึกษาอาชีพด้านการเกษตรแก่เกษตรกรในพื้นที่","<p><strong>เมื่อเวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.?&nbsp;วันที่?&nbsp;23?&nbsp;ธ.ค.64&nbsp;ที่อาคารเอนกประสงค์&nbsp;?โรงเรียนวัดหนองตะแบก?&nbsp;ต.ตาขัน?&nbsp;อ.บ้านค่าย?&nbsp;จ.ระยอง</strong>&nbsp;นายชาญนะ?&nbsp;เอี่ยม?แสง?&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระบรมราชานุเคราะห์?<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(77,&nbsp;81,&nbsp;86);\">&nbsp;</span><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(234,&nbsp;67,&nbsp;53);\">สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยาม</span><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(77,&nbsp;81,&nbsp;86);\">มกุฎราชกุมาร&nbsp;</span>&nbsp;ให้บริการแก่เกษตรกรและประชาชนในพื้นที่ตำบลตาขัน&nbsp;อ.เมืองระยอง&nbsp;ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานเกษตรจังหวัดระยอง&nbsp;หน่วยงานสังกัด?กระทรวง?เกษตร?และ?สหกรณ์?&nbsp;กระทรวง?มหาดไทย?&nbsp;และกระทรวงสาธารณสุข?ใน?จังหวัดระยอง&nbsp;ภายในงานมีการให้บริการแก้ไขปัญหาทางการเกษตร&nbsp;เช่น&nbsp;คลินิกดิน&nbsp;พืช&nbsp;ปศุสัตว์&nbsp;ประมง?&nbsp;ชลประทาน?&nbsp;กองทุนสงเคราะห์?การทำสวนยาง?&nbsp;ปฏิรูป?ที่ดิน?&nbsp;อารักขาพืช?&nbsp;สหกรณ์&nbsp;บัญชี&nbsp;พืชสวนยางพารา&nbsp;สาธารณสุข&nbsp;นอกจากนี้ยังมีการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ&nbsp;ลงในแหล่งน้ำธรรมชาติ&nbsp;การออกร้านค้าจำหน่ายและสาธิตการแปรรูปของกลุ่มส่งเสริมอาชีพ&nbsp;กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&nbsp;วิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ด้วย</p><p><strong>นายโอภาส&nbsp;กว้างมาก&nbsp;รักษาราชการเกษตรจังหวัดระยอง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อ?&nbsp;เป็นการให้เกษตรกรที่มีปัญหาด้านการเกษตรในพื้นที่ห่างไกลสามารถเข้าถึงการบริการทางวิชาการและได้รับการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรอย่างครบวงจรในคราวเดียวกัน&nbsp;รวมทั้งเพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานวิชาการ&nbsp;หน่วยงานส่งเสริมและศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรในการให้บริการและแก้ไขปัญหาทางการเกษตรร่วมกันในการที่จะสร้างประโยชน์ให้กับเกษตรกร?&nbsp;และ?ประชาชน?ในพื้นที่อีกด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","23/12/2021","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211223143938747"],
    [229,"จ.ลำพูนเปิดศูนย์เรียนรู้ชุมชนปลอดขยะ (Zero Waste) ชุมชนบ้านไร่ ตำบลอุโมงค์ สร้างชุมชนปลอดขยะต้นแบบการบริหารจัดการขยะมูลฝอยภายในชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ","<p><strong>วันนี้&nbsp;(23&nbsp;ธ.ค.64)</strong>&nbsp;นายอนุพงษ์&nbsp;วาวงศ์มูล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;เป็นประธานเปิดศูนย์เรียนรู้ชุมชนปลอดขยะ&nbsp;(Zero&nbsp;Waste)&nbsp;ชุมชนบ้านไร่&nbsp;ตำบลอุโมงค์&nbsp;อำเภอเมืองลำพูน&nbsp;เพื่อสร้างเป็นชุมชนปลอดขยะต้นแบบที่ดีในการบริหารจัดการขยะมูลฝอยภายในชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;โดยมี&nbsp;ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและเผยแพร่&nbsp;กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;นายอำเภอเมืองลำพูน&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลอุโมงค์&nbsp;และประชาชนร่วมงาน&nbsp;</p><p><strong>นายจักรชัย&nbsp;ชุ่มจิตต์&nbsp;ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและเผยแพร่ฯ&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ได้นำแนวคิด&nbsp;Zero&nbsp;Waste&nbsp;การจัดการขยะเหลือศูนย์&nbsp;โดยใช้หลัก&nbsp;3Rs&nbsp;มาเผยแพร่ให้แก่ชุมชน&nbsp;ผ่านโครงการชุมชนปลอดขยะ&nbsp;(Zero&nbsp;Waste)&nbsp;เพื่อเป็นการขยายผลและสร้างความยั่งยืนในการดำเนินโครงการด้านการส่งเสริมการคัดแยกขยะมูลฝอย&nbsp;การจัดการขยะมูลฝอยในชุมชนให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;20&nbsp;ปีของประเทศ&nbsp;ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;ซึ่งได้กำหนดประเด็นสำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนความร่วมมือและการมีส่วนร่วมของเครือข่ายชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดการขยะมูลฝอยแบบครบวงจร&nbsp;โดยเริ่มจากการจัดการขยะจากต้นทางแหล่งกำเนิดขยะการลดปริมาณขยะการนำกลับมาใช้ใหม่&nbsp;การจัดการกลางทางโดยผ่านระบบการบริหารจัดการขยะมูลฝอยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและการจัดการปลายทางคือการกำจัดที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ&nbsp;จึงมีแนวคิดที่จะสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ชุมชนปลอดขยะ&nbsp;(Zero&nbsp;Waste)&nbsp;ปี&nbsp;2563&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;ชุมชนบ้านไร่&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ชุมชนบ้านคุยมะม่วง&nbsp;จังหวัดกำแพงเพชร&nbsp;ชุมชนบ้านท่าใหม่&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;ซึ่งทั้ง&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;เป็นชุมชนปลอดขยะที่ชนะเลิศการประกวดระดับประเทศ&nbsp;รางวัลถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร&nbsp;มหาวชิราลงกรณ&nbsp;พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว&nbsp;ปี&nbsp;2563&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาต่อยอดชุมชนปลอดขยะเป็นศูนย์เรียนรู้ชุมชนปลอดขยะ&nbsp;(Zero&nbsp;Waste)&nbsp;ที่สามารถใช้เป็นพื้นที่เรียนรู้และถ่ายทอดการดำเนินงานชุมชนปลอดขยะ&nbsp;เพื่อสร้างความยั่งยืนในการดำเนินโครงการด้านการส่งเสริมการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและหน่วยงานอื่นๆ&nbsp;ที่สนใจเข้ามาศึกษาดูงาน&nbsp;</p><p><strong>โดยในวันนี้&nbsp;</strong>จึงได้จัดให้มีการเปิดศูนย์เรียนรู้ชุมชนปลอดขยะ&nbsp;(Zero&nbsp;Waste)&nbsp;ชุมชนบ้านไร่&nbsp;ซึ่งกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;ได้ให้การสนับสนุนองค์ประกอบที่สำคัญและจำเป็นสำหรับการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้เช่น&nbsp;ป้ายให้ความรู้ประจำฐานการเรียนรู้&nbsp;นิทรรศการ&nbsp;สื่อประชาสัมพันธ์&nbsp;อุปกรณ์จำเป็นในการดำเนินงานของศูนย์เรียนรู้&nbsp;เช่น&nbsp;ชุดโปรเจคเตอร์&nbsp;ชุดเครื่องเสียง&nbsp;และจัดอบรมให้ความรู้ในการบริหารจัดการศูนย์เรียนรู้&nbsp;เป็นต้น&nbsp;สำหรับชุมชุนบ้านไร่&nbsp;มีนโยบายและการสนับสนุนจากเทศบาลในการส่งเสริมสิ่งแวดล้อมของชุมชนตามแนวทางเมืองน่าอยู่&nbsp;ชุมชนน่าอยู่&nbsp;เน้นการมีส่วนร่วมของสมาชิกชุมชนและเครือข่ายสิ่งแวดล้อม&nbsp;เช่น&nbsp;กลุ่มอาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก&nbsp;อาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน&nbsp;กลุ่มสารวัตรขยะชุมชนบ้านไร่&nbsp;เป็นต้น&nbsp;มีคณะกรรมการชุมชนที่เข้มแข็งและจริงจัง&nbsp;มีครัวเรือนตัวอย่าง&nbsp;ร้านค้าต้นแบบลดใช้โฟมและถุงพลาสติก&nbsp;หอพักจัดการขยะที่ดี&nbsp;รวมทั้งการประยุกต์นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาช่วยในการสร้างแรงจูงใจและส่งเสริมการจัดการขยะของชุมชน&nbsp;เช่น&nbsp;ร้านวนแพ็กเกจและการใช้แอปพลิเคชันอีโค่ไลฟ์&nbsp;เป็นต้น&nbsp;และกิจกรรมอื่นๆที่สามารถเป็นต้นแบบการจัดการขยะให้กับชุมชนและสังคมได้&nbsp;มีฐานการเรียนรู้&nbsp;จำนวน&nbsp;22&nbsp;ฐานเรียนรู้&nbsp;ได้แก่&nbsp;1.ฐานศูนย์บริหารจัดการขยะ&nbsp;2.ฐานหอพักจัดการขยะ&nbsp;3.ฐานน้ำหมักธรรมชาติ&nbsp;4.ฐานเลี้ยงไส้เดือนดิน&nbsp;5.ฐานถังขยะเปียกลดโลกร้อน&nbsp;6&nbsp;ฐานโก๋นผึ้งลดโลกร้อน&nbsp;7.ฐานผักปลอดสารพิษ&nbsp;8&nbsp;ฐานน้ำหมักชีวภาพ&nbsp;9.ฐานลำไยอบแห้ง&nbsp;10.ฐานครัวเรือนสะอาด&nbsp;11.ฐานสิ่งประดิษฐ์จากวัสดุรีไซเคิล&nbsp;12.ฐานหอพักสะอาด&nbsp;13.งานบุญลดขยะ&nbsp;14.ฐานร้านค้าลดโลกร้อน&nbsp;15.สารวัตขยะ&nbsp;16.สิ่งประดิษฐ์จากวัสดุธรรมชาติ&nbsp;17.ธนาคารขยะบุญ&nbsp;18.เสวียนลดโลกร้อน&nbsp;19.ฐานคลองสวยน้ำใส&nbsp;20.EM&nbsp;Ball&nbsp;เปลือกลำไย&nbsp;21.บ้านไร่่มือสอง&nbsp;(ออนไลน์)&nbsp;22.ร้านวนแพ็คเกจ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","23/12/2021","ภาคเหนือ","ลำพูน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211223150646758"],
    [230,"เทศกาลโคนมแห่งชาติ ประจำปี 2565 สืบสาน รักษา ต่อยอด โคนมอาชีพพระราชทาน 3-7 มกราคมนี้","<p><strong>นางสาวมนัญญา&nbsp;ไทยเศรษฐ์</strong>&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เปิดเผยภายหลังเป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน&nbsp;เทศกาลโคนมแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ว่า&nbsp;&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;มีนโยบายส่งเสริมองค์ความรู้ฝึกอบรมเกษตรกรโคนมไทยเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในอาชีพ&nbsp;ยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้มีความมั่นคงกระจายความเท่าเทียมและเติบโตอย่างมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น&nbsp;รวมทั้งส่งเสริมนโยบายให้เกษตรกรโคนมไทยมีศักยภาพและยกระดับอุตสาหกรรมโคนมไทยสู่ระดับนานาชาติ&nbsp;โดยองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย&nbsp;(อ.ส.ค.)&nbsp;ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ตนกำกับดูแลได้ขับเคลื่อนภารกิจให้การสนับสนุนทุกด้านการเลี้ยงโคนมเพื่อสร้างความยั่งยืนให้แก่เกษตรกร&nbsp;สร้างความสามารถในการแข่งขันให้เกษตรกรไทย&nbsp;ตลอดจนน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในพระราชกรณียกิจพระปรีชา&nbsp;พระวิริยะอุตสาหะของ&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;(ในหลวงรัชกาลที่&nbsp;9)&nbsp;ได้ทรงพระราชทานอาชีพการเลี้ยงโคนมแก่ปวงชนชาวไทย&nbsp;จึงทรงได้รับการน้อมเกล้าฯ&nbsp;ถวายพระราชสมัญญาว่า&nbsp;พระบิดาแห่งการโคนมไทย&nbsp;จนถึงในหลวงรัชกาลที่&nbsp;10&nbsp;ได้ทรงสืบสาน&nbsp;รักษา&nbsp;ต่อยอดโคนมอาชีพพระราชทานเพื่อความยั่งยืนใน&nbsp;โคนมอาชีพพระราชทาน&nbsp;ที่ถือกำเนิดขึ้นมากว่า&nbsp;60&nbsp;ปี</p><p><strong>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;จึงเตรียมจัดงาน&nbsp;เทศกาลโคนมแห่งชาติประจำปี&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;ภายใต้หัวข้อ&nbsp;นวัตกรรมและเทคโนโลยีโคนมไทยสู่&nbsp;NEXT&nbsp;NORMAL&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;3&nbsp;-&nbsp;7&nbsp;มกราคมนี้&nbsp;ซึ่งพิธีเปิดในวันที่&nbsp;3&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงานฯ&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณเชิงเขาตาแป้น&nbsp;องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย&nbsp;(อ.ส.ค.)&nbsp;อำเภอมวกเหล็ก&nbsp;จังหวัดสระบุรี</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","23/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211223152404766"],
    [231,"จังหวัดชัยนาท จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565","<p><strong>วันนี้&nbsp;(23&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564)&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลกะบกเตี้ย&nbsp;อำเภอเนินขาม</strong>&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;นายรังสรรค์&nbsp;ตันเจริญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;เพื่อให้บริการแก่เกษตรกร&nbsp;ในการแก้ไขปัญหาการผลิตด้านการเกษตรได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;ทั่วถึง&nbsp;และสอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร&nbsp;โดยมีเกษตรและสหกรณ์จังหวัดชัยนาท&nbsp;เกษตรจังหวัดชัยนาท&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;นายอำเภอเนินขาม&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกะบกเตี้ย&nbsp;และกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;เข้าร่วมงาน&nbsp;</p><p><strong>การจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;</strong>ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ครั้งนี้&nbsp;มีการบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานวิชาการ&nbsp;หน่วยงานส่งเสริม&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมพัฒนาฟื้นฟูเกษตรกร&nbsp;ให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน&nbsp;โดยเป็นการปฏิบัติงานในเชิงรุกที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหา&nbsp;ให้ได้รับบริการทางการเกษตร&nbsp;ซึ่งประกอบด้วย&nbsp;การเปิดให้บริการคลินิกเกษตรด้านต่างๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;คลินิกดิน&nbsp;คลินิกพืช&nbsp;คลินิกปศุสัตว์&nbsp;คลินิกประมง&nbsp;คลินิกชลประทาน&nbsp;คลินิกสหกรณ์&nbsp;คลินิกบัญชี&nbsp;คลินิกกฎหมาย&nbsp;คลินิกข้าว&nbsp;คลินิกส่งเสริมอาชีพ&nbsp;คลินิกเศรษฐกิจการเกษตร&nbsp;คลินิกบริหารศัตรูพืช&nbsp;คลินิกเครื่องจักรกล&nbsp;เป็นต้น&nbsp;โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมให้บริการจำนวน&nbsp;24&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;</p><p><br></p><p>ส.ปชส.ชัยนาท</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","23/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","ชัยนาท","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211223154747792"],
    [232,"เกษตรหาดสำราญ จังหวัดตรัง จัดประชุมการขับเคลื่อนงานแม่บ้านเกษตรกรระดับอำเภอ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2565","<p><strong>วันนี้(&nbsp;23&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564)&nbsp;&nbsp;นางสาววรรณธิดา&nbsp;เบญจกุล&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ</strong>&nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรอำเภอหาดสำราญ&nbsp;พร้อมด้วยนางสาวพัทธนันท์&nbsp;บุญคง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;จัดประชุมการขับเคลื่อนงานแม่บ้านเกษตรกรระดับอำเภอ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อชี้แจงผลการขับเคลื่อนงานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&nbsp;ระดับอำเภอ&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;และแนวทางการขับเคลื่อนงานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&nbsp;ระดับอำเภอ&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอหาดสำราญ&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;ที่ประชุมมีเลือกตั้งคณะกรรมการกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรอำเภอชุดใหม่ทดแทนชุดเดิม</strong>ที่จะหมดวาระการดำรงตำแหน่งในปี&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ตามระเบียบกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;&nbsp;ว่าด้วยคณะกรรมการกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&nbsp;พ.ศ.2557&nbsp;เพื่อให้การดำเนินงานส่งเสริมและพัฒนาแม่บ้านเกษตรกรเป็นไปอย่างมีคณะกรรมการเลือกตั้งประธานกรรมการกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&nbsp;ระดับตำบลและระดับอำเภอได้ดำเนินการเลือกตั้งและมีมติรับรองผลการเลือกตั้งเป็นที่เรียบร้อยและจะดำเนินการจัดทำประกาศแต่งตั้งคณะกรรมการการกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรระดับตำบลและอำเภอต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","23/12/2021","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211223171358854"],
    [233,"เกษตรย่านตาขาว จังหวัดตรัง ลงพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมทบทวนแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชน ชุมชนบ้านลำขนุน ตำบลนาชุมเห็ด","<p><strong>วันนี้&nbsp;(23&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564)&nbsp;นายนนท์นภนต์&nbsp;นาพอ&nbsp;เกษตรอำเภอย่านตาขาวมอบหมายให้</strong>&nbsp;นางสาวเกศรินทร์&nbsp;สุวรรณวัฒน์&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฎิบัติ&nbsp;ลงพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมทบทวนแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชน&nbsp;ชุมชนบ้านลำขนุน&nbsp;ซึ่งจัดโดยองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่ง(อพท)&nbsp;ณ&nbsp;อาคารอเนกประสงค์ชุมชน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ตำบลนาชุมเห็ด&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;การจะพัฒนาการท่องเที่ยวให้เกิดประโยชน์กับชุมชนท้องถิ่นนั้น&nbsp;จำเป็นอย่างยิ่ง</strong>ที่ชุมชนจะต้องเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น&nbsp;จึงต้องพัฒนาศักยภาพของชุมชนท้องถิ่นให้มีความรู้&nbsp;และทักษะที่จำเป็นในการเข้ามามีส่วนร่วมในการท่องเที่ยว&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการรู้เท่าทันข้อดีและข้อเสียของการท่องเที่ยว&nbsp;การบริหารจัดการและการเพิ่มมูลค่าทรัพยากรท้องถิ่น&nbsp;การเป็นเจ้าบ้านที่ดี&nbsp;การเล็งเห็นถึงโอกาสในการเชื่อมโยงชุมชนกับการท่องเที่ยว&nbsp;เป็นต้น&nbsp;เพื่อมุ่งพัฒนาในระดับชุมชนเป็นหลักเพื่อให้เกิดการกระจายประโยชน์จากการท่องเที่ยวไปสู่เศรษฐกิจฐานรากอย่างแท้จริง&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","23/12/2021","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211223171455856"],
    [234,"จังหวัดตรัง ประชุมเตรียมการบริหารงานตามยุทธศาสตร์ผลไม้ ภายใต้โครงการส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตรตามอัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่น ปี 2565","<p><strong>วันนี้(&nbsp;23&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;)&nbsp;นายวสันต์&nbsp;สุขสุวรรณ&nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;</strong>มอบหมายให้กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&nbsp;โดยนางกันยารัตน์&nbsp;ก้านจันทร์&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;จัดประชุมเตรียมการ&nbsp;การบริหารงานตามยุทธศาสตร์ผลไม้&nbsp;ภายใต้โครงการส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตรตามอัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่น&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ศาลาหมู่บ้าน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลปากแจ่ม&nbsp;อำเภอห้วยยอด&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>โครงการส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตรตามอัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่น&nbsp;</strong>เน้นส่งเสริมให้เกษตรกรใช้เทคโนโลยีและภูมิปัญญาท้องถิ่นในการพัฒนาการผลิตและเพิ่มมูลค่าผลผลิต&nbsp;ตลอดจนแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย&nbsp;สามารถยกระดับเข้าสู่การรับรองมาตรฐานสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;(GI)&nbsp;รวมถึงวางแผนการการจัดทำข้อมูลและติดตามคาดคะเนสถานการณ์ไม้ผลในฤดูกาลผลิต&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;รวมถึงการวางแผนพัฒนาสินค้าไม้ผลอัตลักษณ์ของจังหวัดตรังต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","23/12/2021","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211223172027859"],
    [235,"เกษตรอำเภอเมืองตรัง ร่วมส่งมอบวัสดุอุปกรณ์ภายใต้โครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 (งบกลาง)","<p><strong>วันนี้(&nbsp;23&nbsp;ธันวาคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;)&nbsp;นายประทิ่น&nbsp;วรรณงาม&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ&nbsp;</strong>รักษาราชการเกษตรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางกติญา&nbsp;เลี้ยงสกุลเวทย์&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;ส่งมอบชั้นวางสแตนเลส&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ชั้นวาง&nbsp;3&nbsp;ชั้น&nbsp;ยาว&nbsp;2เมตร&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;2.45&nbsp;เมตร&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ตัว&nbsp;ชั้นวาง&nbsp;1&nbsp;ชั้น&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ตัว&nbsp;ให้แก่&nbsp;วิสาหกิจชุมชนบ้านทุ่งครก&nbsp;ม.2&nbsp;ต.นาท่ามเหนือ&nbsp;อ.เมืองตรัง&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;ภายใต้โครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;(งบกลาง)&nbsp;โครงการยกระดับผลิตภัณฑ์และมาตรฐานสินค้าแปรรูปเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชน&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมวิทยาลัยเทคโนโลยีเกษตรตรัง&nbsp;ต.นาท่ามเหนือ&nbsp;อ.เมืองตรัง&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;</p><p><strong>โดยทางกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านทุ่งครกได้ดำเนินกิจกรรมผลิตเครื่องแกงส่งจำหน่าย</strong>ในเขตพื้นที่อำเภอเมืองตรัง&nbsp;สำหรับชั้นวางสแตนเลสที่ทางกลุ่มฯ&nbsp;ไดรับทางกลุ่มได้นำไปจัดวางวัตถุดิบ&nbsp;เครื่องมือ&nbsp;และสิ่งของต่างๆภายในกลุ่มฯเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานคุณภาพสินค้า&nbsp;GMP&nbsp;และการรับรองเครื่องหมาย&nbsp;อ.ย.&nbsp;ในอนาคตต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","23/12/2021","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211223172237860"],
    [236,"จังหวัดตรัง ส่งมอบพัสดุโครงการยกระดับผลิตภัณฑ์และมาตรฐานสินค้าเกษตรแปรรูปเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชน จังหวัดตรัง ให้แก่วิสาหกิจชุมชนจำนวน 21 แห่ง","<p><strong>วันนี้&nbsp;(23&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;)&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;โดยนายวสันต์&nbsp;สุขสุวรรณ</strong>&nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;มอบหมายให้นางสาวกำไลทิพย์&nbsp;เศรษฐ์วิชัย&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่&nbsp;ดำเนินการส่งมอบพัสดุ&nbsp;โครงการยกระดับผลิตภัณฑ์และมาตรฐานสินค้าเกษตรแปรรูปเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชน&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ให้แก่วิสาหกิจชุมชนจำนวน&nbsp;21&nbsp;แห่ง&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมขุนสิทธิไชยภักดีวิทยาลัย&nbsp;วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีตรัง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;เพื่อใช้ในการยกระดับพัฒนาผลิตภัณฑ์ของวิสาหกิจชุมชนให้ได้มาตรฐาน</strong>&nbsp;และเพิ่มมูลค่าสินค้า&nbsp;สร้างรายได้แก่สมาชิกและคนในชุมชน&nbsp;รวมทั้งการขยายตลาดสินค้าเกษตรออกสู่ตลาดต่างๆ&nbsp;ให้เป็นที่รู้จักในวงที่กว้างขึ้น&nbsp;โดยมีตัวแทนสมาชิกวิสาหกิจชุมชนทั้ง&nbsp;21&nbsp;แห่ง&nbsp;มารับมอบพัสดุดังกล่าว&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","23/12/2021","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211223172515864"],
    [237,"จ.สกลนคร เปิดงานวันดินโลก พิชิตดินเค็ม เติมเต็มผลผลิต สร้างชีวิตเกษตรกร ประจำปี 2564","<p><strong>จังหวัดสกลนคร&nbsp;เปิดงานวันดินโลก&nbsp;พิชิตดินเค็ม&nbsp;เติมเต็มผลผลิต&nbsp;สร้างชีวิตเกษตรกร</strong>&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(23&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;)&nbsp;นายชานน&nbsp;วาสิกศิริ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร&nbsp;เป็นประธานเปิดงานวันดินโลก&nbsp;(world&nbsp;Soil&nbsp;Day)&nbsp;&nbsp;Halt&nbsp;soil&nbsp;salinization,&nbsp;boost&nbsp;soil&nbsp;productivity:&nbsp;พิชิตดินเค็ม&nbsp;เติมเต็มผลผลิต&nbsp;สร้างชีวิตเกษตรกร&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์วิจัยข้าวสกลนคร&nbsp;อำเภอเมืองสกลนคร&nbsp;</p><p><strong>โดยมี&nbsp;นายกิตติ&nbsp;ไชยนิมิตร&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินสกลนคร</strong>&nbsp;พร้อมด้วยหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;หมอดินอาสา&nbsp;และภาคเอกชน&nbsp;เข้ารวมพิธี&nbsp;เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;&nbsp;และเผยแพร่พระราชกรณียกิจด้านการพัฒนาทรัพยากรดินเพื่อการเกษตร&nbsp;&nbsp;&nbsp;สร้างการรับรู้และความเข้าใจถึงความสำคัญของวันดินโลก&nbsp;(World&nbsp;Soil&nbsp;Day)&nbsp;&nbsp;พร้อมน้อมนำแนวพระราชดำริตามศาสตร์พระราชา&nbsp;ด้านการดูแลทรัพยากรดินอย่างยั่งยืนมาขยายผล&nbsp;&nbsp;&nbsp;และสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการดูแลรักษาทรัพยากรดินอย่างยั่งยืน&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายชานน&nbsp;วาสิกศิริ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>วันที่&nbsp;5&nbsp;ธันวาคมของทุกปีเป็น&nbsp;วันดินโลก&nbsp;(world&nbsp;Soil&nbsp;Day)&nbsp;โดยได้มีการบรรจุในปฏิทินปฏิบัติงานขององค์การสหประชาชาติอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี&nbsp;2557&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;&nbsp;เพื่อยกย่องและสดุดีพระเกียรติคุณที่ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ&nbsp;ด้วยพระปรีชาสามารถในการพัฒนาทรัพยากรดิน&nbsp;ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการผลิตทางการเกษตร&nbsp;การดำรงชีวิตของมนุษย์ให้สามารถใช้เป็นแหล่งผลิตปัจจัยสี่&nbsp;โดยเฉพาะการผลิตอาหารที่ปลอดภัย&nbsp;มีคุณภาพ&nbsp;และเพียงพอกับความต้องการของประชากรโลก&nbsp;บนพื้นฐานความสมดุลของระบบนิเวศ&nbsp;ดิน&nbsp;น้ำ&nbsp;ป่าไม้&nbsp;พันธุ์พืช&nbsp;และสิ่งมีชีวิต&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมภายในงาน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การไถกลบตอซังพืช</strong>&nbsp;และหว่านเมล็ดพันธุ์พืชปุ๋ยสด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;เส้นทางสู่วันดินโลก&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นิทรรศการ&nbsp;Halt&nbsp;soil&nbsp;salinization,&nbsp;boost&nbsp;soil&nbsp;productivity:&nbsp;พิชิตดินเค็ม&nbsp;เติมเต็มผลผลิต&nbsp;สร้างชีวิตเกษตรกร&nbsp;&nbsp;และนิทรรศการความรู้จากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","23/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สกลนคร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสกลนคร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211223181816915"],
    [238,"เกษตรอำเภอเมืองตรัง จัดอบรมเกษตรกรโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ (แปลงใหญ่ยางพารา และแปลงใหญ่ผึ้งโพรง)","<p><strong>วันนี้(&nbsp;23&nbsp;ธันวาคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564)&nbsp;&nbsp;นายประทิ่น&nbsp;วรรณงาม&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ</strong>&nbsp;รักษาราชการเกษตรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;จัดอบรมเกษตรกรโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;กิจกรรม&nbsp;บริหารจัดการถ่ายทอดความรู้&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ให้แก่สมาชิกแปลงใหญ่ยางพารา&nbsp;และแปลงใหญ่ผึ้งโพรง&nbsp;&nbsp;&nbsp;กลุ่มแปลงใหญ่ยางพารา&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลควนปริง&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;แปลงใหญ่ปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการแปลงใหญ่ฯ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลควนปริง&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;ในช่วงบ่าย&nbsp;&nbsp;จัดอบรมเกษตรกรโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่</strong>&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;กลุ่มแปลงใหญ่กลุ่มส่งเสริมอาชีพการเกษตรกลุ่มเลี้ยงผึ้งโพรง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;10&nbsp;ตำบลนาท่ามเหนือ&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;แปลงใหญ่ปี&nbsp;2564&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการแปลงใหญ่ฯ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;10&nbsp;ตำบลนาท่ามเหนือ&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;ได้ดำเนินการชี้แจงแนวทางการดำเนินโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่</strong>ตามวัตถุประสงค์&nbsp;5&nbsp;ด้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;การลดต้นทุน&nbsp;การเพิ่มผลผลิต&nbsp;การเพิ่มมูลค่า&nbsp;การตลาด&nbsp;และการบริหารจัดการ&nbsp;วิเคราะห์ปัญหา&nbsp;จัดทำแผนการดำเนินงาน&nbsp;และความต้องการพัฒนา&nbsp;ตลอดจนทบทวนคณะกรรมการแปลงใหญ่</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","23/12/2021","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211223172748867"],
    [239,"เกษตรอำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง ส่งมอบวัสดุครุภัณฑ์ให้แก่วิสาหกิจชุมชนกองทุนฟื้นฟูอาชีพตำบลห้วยนาง และวิสาหกิจชุมชนแม่บ้านเกษตรกรบ้านไร่เหนือ","<p><strong>วันนี้&nbsp;(&nbsp;23&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;)&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอห้วยยอด</strong>&nbsp;โดยนายสมเดช&nbsp;ว่องทั่ง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ&nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรอำเภอห้วยยอด&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางสาวกชกมล&nbsp;ปิ่นแก้ว&nbsp;ร่วมส่งมอบวัสดุครุภัณฑ์ให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกองทุนฟื้นฟูอาชีพตำบลห้วยนาง&nbsp;และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแม่บ้านเกษตรกรบ้านไร่เหนือ&nbsp;ณ&nbsp;วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีตรัง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;ได้รับการสนับสนุนวัสดุและอุปกรณ์สำหรับทำเครื่องแกง&nbsp;</strong>จากโครงการยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์และมาตรฐานสินค้าเกษตรแปรรูปเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชนจังหวัดตรัง&nbsp;ได้รับการสนับสนุนเครื่องมือและอุปกรณ์ทำเครื่องแกง&nbsp;เช่น&nbsp;เครื่องโม่พริก&nbsp;เครื่องหั่นตะไคร้&nbsp;เครื่องตีกะปิ&nbsp;เครื่องซีลปากถุงแบบสายสะพานต่อเนื่อง&nbsp;โต๊ะสแตนแลส&nbsp;ขวดบรรจุขนาด&nbsp;&nbsp;7&nbsp;Oz.&nbsp;กล่องบรรจุเครื่องแกง&nbsp;โต้ะสแตนเลส&nbsp;สติ๊กเกอร์&nbsp;เพื่อช่วยยกระดับผลิตภัณฑ์และมาตรฐานการแปรรูปให้มีคุณภาพ&nbsp;มีความปลอดภัย&nbsp;ทันสมัย&nbsp;ช่วยเพิ่มปริมาณการผลิต&nbsp;ลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมเครื่องมือเก่า&nbsp;อีกทั้งปรับรูปแบบผลิตภัณฑ์ตามความต้องการของลูกค้ากลุ่มใหม่&nbsp;เช่น&nbsp;ตลาดออนไลน์</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","23/12/2021","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211223172915868"],
    [240,"อำเภอห้วยยอด  จังหวัดตรัง จัดประชุมการขับเคลื่อนงานแม่บ้านเกษตรกร ระดับอำเภอ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2565","<p><strong>วันนี้&nbsp;(23&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;)&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอห้วยยอด&nbsp;โดยนายสมเดช&nbsp;ว่องทั่ง&nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรอำเภอห้วยยอด</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนางสาวณัฎนิชา&nbsp;เมืองกาญจน์&nbsp;และนางสาวจิราพร&nbsp;จำปา&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;ดำเนินการจัดประชุมคณะกรรมการกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรระดับอำเภอ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;เพื่อชี้แจงผลการขับเคลื่อนงานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&nbsp;ระดับอำเภอ&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;และเลือกตั้งคณะกรรมการกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรอำเภอชุดใหม่ทดแทนชุดเดิมที่จะหมดวาระการดำรงตำแหน่งในปี&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ตามระเบียบกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ว่าด้วยคณะกรรมการกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&nbsp;พ.ศ.2557&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานเกษตรอำเภอห้วยยอด&nbsp;อำเภอห้วยยอด&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อให้การดำเนินงานส่งเสริมและพัฒนาแม่บ้านเกษตรกร</strong>เป็นไปอย่างมีคณะกรรมการเลือกตั้งประธานกรรมการกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&nbsp;ระดับตำบลและระดับอำเภอได้ดำเนินการเลือกตั้งและมีมติรับรองผลการเลือกตั้งเป็นที่เรียบร้อยและจะดำเนินการจัดทำประกาศแต่งตั้งคณะกรรมการการกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรระดับตำบลและอำเภอต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","23/12/2021","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211223173020869"],
    [241,"เทศบาลตำบลผือใหญ่ ลุยยกระดับกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม","<p><strong>จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;โดย&nbsp;เทศบาลตำบลผือใหญ่&nbsp;จัดโครงการความเข้มแข็งกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม</strong>เพื่อส่งเสริมการรวมกลุ่มเพื่อผลิตผ้าไหมให้ได้คุณภาพ</p><p><strong>นายประยูร&nbsp;เดชหาญ&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลผือใหญ่</strong>&nbsp;เดินทางไปเป็นประธานเปิดงานโครงการความเข้มแข็งกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม&nbsp;เพื่อส่งเสริมการรวมกลุ่มเพื่อผลิตผ้าไหมให้ได้คุณภาพโดยการปรับปรุงการออกแบบลวดลายให้มีอัตลักษณ์ที่ร่วมสมัยและเทคนิคการย้อมสีธรรมชาติ&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;22-&nbsp;24&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564</p><p><strong>โดยมีคณะผู้บริหาร&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านสวาย&nbsp;หมู่&nbsp;9&nbsp;ประชาขนในเขตตำบลผือใหญ่&nbsp;</strong>และ&nbsp;ส.ท.เขต&nbsp;1,2&nbsp;เข้าร่วมพิธีเปิดงานครั้งนี้&nbsp;ณ&nbsp;กลุ่มทอผ้าไหมบ้านสวายหมู่&nbsp;9&nbsp;ตำลผือใหญ่&nbsp;อำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;การดำเนินกิจกรรมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;ทั้งนี้ได้ถือปฏิบัติ&nbsp;ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค&nbsp;covid-19&nbsp;ของทางราชการอย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","23/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211223181400910"],
    [242,"อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง จัดอบรมเกษตรกรโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ แปลงใหญ่ยางพาราบ้านบางสัก","<p><strong>นายสรวง&nbsp;พรหมบุญทอง&nbsp;เกษตรอำเภอกันตัง&nbsp;มอบหมายให้นายปิยวุฒิ&nbsp;แดงเหมือน</strong>&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;ร่วมกับการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;สาขากันตัง&nbsp;และบริษัท&nbsp;ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;สาขาตรัง&nbsp;จัดอบรมเกษตรกรโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;กิจกรรม&nbsp;บริหารจัดการถ่ายทอดความรู้&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;กลุ่มแปลงใหญ่ยางพาราบ้าน&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการกลุ่มฯ&nbsp;หมู่ที่1&nbsp;ตำบลบางสัก&nbsp;อำเภอกันตัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;เพื่อร่วมกันวิเคราะห์ปัญหา&nbsp;ศักยภาพ&nbsp;การทบทวนคณะกรรมการกลุ่มและบทบาทหน้าที่</strong>&nbsp;พร้อมจัดทำแผนการดำเนินงานและความต้องการพัฒนา&nbsp;สรุปผลประกอบการกลุ่มและการปันผลให้แก่สมาชิก&nbsp;ตลอดจนการกำหนดวันเปิด-ปิดจุดรับซื้อน้ำยางในช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;และแนะนำการใช้แอปพลิเคชั่นบนมือถือ&nbsp;\"ศรีตรัง&nbsp;เพื่อนชาวสวน\"&nbsp;เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารด้านยางพารา&nbsp;วิธีการวิเคราะห์ตลาดและราคาน้ำยางสดในแต่ละวัน&nbsp;ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรได้รับทราบข้อมูลข่าวสารได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;สามารถที่จะวางแผนการซื้อขายน้ำยางสดของกลุ่มได้ด้วยตนเอง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","23/12/2021","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211223173113870"],
    [243,"เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสตูล ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์กาแฟจังหวัดสตูล เพื่อการวางแผนพัฒนาการเกษตรรายสินค้าของจังหวัดสตูล ปี 2565","<p><strong>วันที่&nbsp;23&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;นางปิยรัตน์&nbsp;ลัภกิตโร&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสตูล</strong>&nbsp;มอบหมายเจ้าหน้าที่กลุ่มสารสนเทศการเกษตร&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์กาแฟของจังหวัดสตูล&nbsp;ณ&nbsp;กลุ่มโกปี๊นาข่า&nbsp;บ้านนาข่าเหนือ&nbsp;หมู่&nbsp;4&nbsp;ตำบลเขาขาว&nbsp;อำเภอละงู&nbsp;จังหวัดสตูล</p><p><strong>โกปี๊นาข่า&nbsp;เป็นกาแฟโบราณที่ได้รับการถ่ายทอดกรรมวิธีการผลิตจากภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดกันมา</strong>&nbsp;กว่า&nbsp;4&nbsp;ช่วงอายุคน&nbsp;เป็นกาแฟที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์&nbsp;ผ่านกระบวนการคั่วแบบโบราณ&nbsp;ด้วยเมล็ดกาแฟพื้นถิ่นสตูล&nbsp;สายพันธ์โรบัสต้า&nbsp;อันอุดมไปด้วยแร่ธาติจากภูเขาหินปูนยุคออโดวีเซียนอายุกว่า&nbsp;450&nbsp;ล้านปี&nbsp;เพราะถูกปลูกขึ้นในพื้นที่อุทยานธรณีโลก&nbsp;จังหวัดสตูล</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","23/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211223201827965"],
    [244,"ศูนย์หม่อนไหมฯ ขอนแก่น ฝึกอบรมโครงการสร้างทายาทหม่อนไหม ปี 2565","<p><strong>นายฉัตรชัย&nbsp;อาภรณ์รัตน์&nbsp;นักวิชาการเกษตรชำนาญการ&nbsp;รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;</strong>ขอนแก่น&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางอมรรัตน์&nbsp;โวหาร&nbsp;นักวิชาการเกษตรชำนาญการ&nbsp;และนางสาวพัชรา&nbsp;วงษ์คำอุด&nbsp;นักวิชาการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;จัดฝึกอบรมโครงการสร้างทายาทหม่อนไหม&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ในกิจกรรมส่งเสริมอาชีพด้านหม่อนไหมในโรงเรียน&nbsp;หลักสูตร&nbsp;การปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเบื้องต้น&nbsp;2&nbsp;วัน&nbsp;ที่&nbsp;โรงเรียนหนองบัวทวิคามบำรุง&nbsp;ตำบลโสกนกเต็น&nbsp;อำเภอพล&nbsp;จังหวัด&nbsp;ขอนแก่น</p><p><strong>โดยมีนักเรียนเข้าอบรมจำนวน&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;เพื่อให้ความรู้ทางวิชาการเรื่องการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม</strong>&nbsp;การดูแลรักษาแปลงหม่อนเบื้องต้น&nbsp;ซึ่งในการฝึกอบรมนักเรียนผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","23/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ขอนแก่น","สวท.ขอนแก่น","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211223201438962"],
    [245,"คณะทำงานขับเคลื่อนโครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ ร่วมประชุมติดตามข้อมูลโครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ ผ่านระบบประชุมทางไกลออนไลน์ APPLICATION ZOOM","<p><strong>วันที่&nbsp;23&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;-&nbsp;16.30&nbsp;น.&nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงานเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ศาลากลาง&nbsp;ชั้น&nbsp;3</strong>&nbsp;นายจิรทัต&nbsp;สวรรคทัต&nbsp;นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ&nbsp;รักษาการแทนเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางสาวอุทัยวรรณ&nbsp;เพ็งธรรม&nbsp;นักวิเคราะห์นโยบายและแผน&nbsp;ชำนาญการ&nbsp;และนางสาวพีชญา&nbsp;ปัญญามาตร์&nbsp;เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน&nbsp;สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;นายวรฤทธิ์&nbsp;การะจักร&nbsp;นักวาชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการร่วมประชุมติดตามข้อมูลโครงการ&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;ผ่านระบบประชุมทางไกลออนไลน์&nbsp;Application&nbsp;Zoom&nbsp;โดยมี&nbsp;นายอภัย&nbsp;สุทธิสังข์&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เขต&nbsp;14&nbsp;เป็นประธานการประชุมฯ</p><p><strong>ในส่วนของจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ได้ตรวจสอบรายชื่อเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;</strong>1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่จากฐานข้อมูล&nbsp;ของกรมพัฒนาที่ดินตาม&nbsp;QR&nbsp;Code&nbsp;และยืนยันข้อมูลร่วมกับสถานีพัฒนาที่ดินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;พร้อมทั้งบันทึกข้อมูลเกษตรกรในระบบ&nbsp;Ntag&nbsp;ทั้ง&nbsp;3&nbsp;ระบบเป็นปัจจุบัน&nbsp;และตรวจสอบรายชื่อเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยจากฐานข้อมูลของกรมพัฒนาที่ดิน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p>","23/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211223223954986"],
    [246,"คณะทำงานขับเคลื่อนโครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ ร่วมประชุมติดตามข้อมูลโครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ ผ่านระบบประชุมทางไกลออนไลน์ APPLICATION ZOOM","<p><strong>วันที่&nbsp;23&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;-&nbsp;16.30&nbsp;น.&nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงานเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ศาลากลาง&nbsp;ชั้น&nbsp;3</strong>&nbsp;นายจิรทัต&nbsp;สวรรคทัต&nbsp;นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ&nbsp;รักษาการแทนเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางสาวอุทัยวรรณ&nbsp;เพ็งธรรม&nbsp;นักวิเคราะห์นโยบายและแผน&nbsp;ชำนาญการ&nbsp;และนางสาวพีชญา&nbsp;ปัญญามาตร์&nbsp;เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน&nbsp;สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;นายวรฤทธิ์&nbsp;การะจักร&nbsp;นักวาชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการร่วมประชุมติดตามข้อมูลโครงการ&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;ผ่านระบบประชุมทางไกลออนไลน์&nbsp;Application&nbsp;Zoom&nbsp;โดยมี&nbsp;นายอภัย&nbsp;สุทธิสังข์&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เขต&nbsp;14&nbsp;เป็นประธานการประชุมฯ</p><p><strong>ในส่วนของจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ได้ตรวจสอบรายชื่อเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;</strong>1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่จากฐานข้อมูล&nbsp;ของกรมพัฒนาที่ดินตาม&nbsp;QR&nbsp;Code&nbsp;และยืนยันข้อมูลร่วมกับสถานีพัฒนาที่ดินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;พร้อมทั้งบันทึกข้อมูลเกษตรกรในระบบ&nbsp;Ntag&nbsp;ทั้ง&nbsp;3&nbsp;ระบบเป็นปัจจุบัน&nbsp;และตรวจสอบรายชื่อเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยจากฐานข้อมูลของกรมพัฒนาที่ดิน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p>","23/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211223223954987"],
    [247,"ศูนย์หม่อนไหมฯ ขอนแก่น จัดอบรมการสาวไหมให้ได้คุณภาพแก่เกษตรกร อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น","<p><strong>นายฉัตรชัย&nbsp;อาภรณ์รัตน์&nbsp;นักวิชาการเกษตรชำนาญการ</strong>&nbsp;รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางอารีย์รัตน์&nbsp;พระภูวงศ์&nbsp;นักวิชาการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;นายสุพจน์&nbsp;บรรเทา&nbsp;ช่างต้นแบบสิ่งทอ&nbsp;พร้อมด้วยวิทยากร&nbsp;นางสาวพิมลรัตน์&nbsp;เมธินธรังสรรค์&nbsp;นักวิชาการเกษตรชำนาญการ&nbsp;ลงพื้นที่เพื่อจัดอบรมเกษตรกรโครงการพระราชดำริและโครงการพิเศษ&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ในโครงการเพิ่มศักยภาพการผลิตหม่อนไหมแบบครบวงจรเพื่อแก้ปัญหาความยากจนของประชาชนตามแนวพระราชดำริ<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(32,&nbsp;33,&nbsp;36);\">สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;</span>อำเภอหนองสองห้อง&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;หลักสูตร&nbsp;การสาวไหมให้ได้คุณภาพ&nbsp;(2&nbsp;วัน)&nbsp;มีเกษตรกรในพื้นที่เข้าร่วมอบรม&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;ณ&nbsp;บ้านหนองกุงใหม่&nbsp;ต.คึมชาด&nbsp;อ.หนองสองห้อง&nbsp;จ.ขอนแก่น</p><p><strong>โดยวิทยากรได้ให้ความรู้กับเกษตรกรเกี่ยวกับเทคนิคในการสาวไหม</strong>ให้ได้คุณภาพเพื่อเพิ่มมูลค่าเส้นไหมให้กับเกษตรกรเพื่อผลิตเส้นไหมจำหน่ายหรือทอผ้าไหมที่มีคุณภาพต่อไป</p><p><strong>นอกจากนี้มีการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับลายหมี่&nbsp;แคนค้ำคูน&nbsp;</strong>ซึ่งเป็นลายใหม่ของจังหวัดขอนแก่น&nbsp;เพื่อส่งเสริมรายได้จากการทอผ้าไหมให้กับเกษตรกรในจังหวัดขอนแก่นอีกทางหนึ่งด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","23/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ขอนแก่น","สวท.ขอนแก่น","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211224001447005"],
    [248,"เกษตรอำเภอปลาปาก รณรงค์ลดการเผาในท้องถิ่น ชู !! การใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เพิ่มมูลค่า....สร้างรายได้","<p><strong>ปัจจุบันประเทศไทย&nbsp;ประสบปัญหาหมอกควันปกคลุมพื้นที่และเกิดมลพิษทางอากาศเป็นประจำทุกปี&nbsp;</strong>โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเผาในพื้นที่โล่ง&nbsp;และพื้นที่ทางการเกษตร&nbsp;ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนทั่วไป&nbsp;และเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างมาก&nbsp;รวมทั้งยังส่งผลเสียต่อการประกอบอาชีพการเกษตรโดยตรง&nbsp;กล่าวคือ&nbsp;ทำให้ดินเสื่อมโทรม&nbsp;ขาดความอุดมสมบูรณ์&nbsp;สิ่งสำคัญคือการเสริมสร้างความรู้&nbsp;และความเข้าใจให้เกษตรกรได้ตระหนัก&nbsp;ถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น&nbsp;และนำเสนอทางเลือกในการใช้เทคโนโลยีทดแทนการเผา&nbsp;สร้างการมีส่วนร่วมของเกษตรกรในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผา&nbsp;รวมทั้งสร้างต้นแบบในการทำการเกษตรปลอดการเผา&nbsp;เพื่อสนับสนุนการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร</p><p><strong>นายพจน์&nbsp;สมแพง&nbsp;เกษตรอำเภอปลาปาก&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สำหรับการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกร</strong>ในพื้นที่มีความรู้ความเข้าใจในการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร&nbsp;และการสร้างมูลค่าเพิ่มในการจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร&nbsp;โดยได้มีการถ่ายทอดความรู้และพัฒนาศักยภาพเกษตรกร&nbsp;ให้เป็นวิทยากรด้านการทำการเกษตรปลอดการเผา&nbsp;ภายใต้โครงการส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>โดยมีเกษตรกรเป้าหมายที่เข้าร่วม&nbsp;จำนวน&nbsp;60&nbsp;ราย&nbsp;ร่วมกิจกรรมโดยกล่าวคำปฎิญาณตน&nbsp;</strong>ให้สัตยาบันหยุดการเผา&nbsp;เพื่อเป็นการแสดงเจตจำนงในการร่วมกันหยุดเผา&nbsp;และจัดการวัสดุการเกษตร&nbsp;รวมไปถึงการใช้ประโยชน์และสร้างมูลค่าเพิ่มจากเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรทั้งหลาย&nbsp;ถ่ายทอดความรู้การไถกลบตอซังข้าวและสาธิตการปลูกปอเทือง&nbsp;เพื่อปรังปรุงบำรุงดินให้มีความอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูกพืช&nbsp;การจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรทดแทนการเผาทำลาย&nbsp;โดยการสาธิตการทำปุ๋ยหมักแบบไม่กลับกอง&nbsp;และการผลิตเห็ดฟางในตะกร้า</p><p><strong>โดยในแต่ละกิจกรรมเป็นการเน้นให้เกษตรกรได้เห็นถึงความสำคัญในการหยุดเผา</strong>ในพื้นที่การเกษตร&nbsp;และเกิดการสร้างรายได้จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรในพื้นที่&nbsp;ที่มีอยู่ปริมาณมาก&nbsp;อีกทั้งยังเป็นการปรับเปลี่ยนแนวคิดและวิธีการทำการเกษตรแบบเดิม&nbsp;หันมาทำการเกษตรที่ปลอดการเผาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;เพื่อเป็นการหยุดการเผาในพื้นที่การเกษตรเกิดการสร้างรายได้และอาชีพให้กับเกษตรกรได้อย่างมั่นคง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","24/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211224084012020"],
    [249,"เกษตรเรณูนคร รณรงค์หยุดเผาอย่างต่อเนื่อง ชู ไบโอชาร์ ช่วยลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร","<p><strong>ที่บริเวณศาลาเอนกประสงค์&nbsp;บ้านดอนสวัสดิ์&nbsp;หมู่ที่&nbsp;10&nbsp;ตำบลนางาม&nbsp;อำเภอเรณูนคร</strong>&nbsp;เกษตรอำเภอเรณูนคร&nbsp;ถ่ายทอดความรู้และพัฒนาศักยภาพเกษตรกร&nbsp;ให้เป็นวิทยากร&nbsp;ด้านการทำการเกษตรปลอดการเผา&nbsp;ภายใต้โครงการส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีเกษตรกรเข้าร่วม&nbsp;จำนวน&nbsp;60&nbsp;ราย&nbsp;เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์และสร้างจิตสำนึกในการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร&nbsp;และเกิดการใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเพิ่มมากขึ้น&nbsp;อีกทั้งยังเป็นการพัฒนาและยกระดับเกษตรกรให้เป็นวิทยากรที่มีความรู้ในการทำการเกษตรที่ปลอดการเผาและสามารถจัดการกับวัสดุการเกษตรในการสร้างมูลค่าเพิ่มและก่อให้เกิดรายได้เพิ่มขึ้น&nbsp;</p><p><strong>นายมนูญ&nbsp;ผุดเกตุ&nbsp;เกษตรอำเภอเรณูนคร&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สำหรับการจัดกิจกรรมนี้</strong>&nbsp;นอกจากจะเป็นการสร้างการรับรู้และสร้างความเข้าใจให้กับเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;ในการหยุดเผาในการทำการเกษตรแล้ว&nbsp;ยังเป็นการปรับเปลี่ยนแนวคิดของเกษตรกรในการหันมาทำการเกษตรที่ปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;เพราะจากสถานการณ์การเผาในพื้นที่การเกษตรในปัจจุบัน&nbsp;เกษตรกรบางรายยังมีแนวความคิดในการทำการเกษตรแบบเดิมๆ&nbsp;คือการเผาเศษวัสดุทางการเกษตรก่อนที่จะเริ่มทำการเพาะปลูกพืชในฤดูกาลต่อไป&nbsp;ทำให้เกิดปัญหาฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;และเกิดปัญหาด้านสุขภาพกับประชาชนทั่วไป&nbsp;จึงการถ่ายทอดความรู้เรื่องการสาธิตการเพาะเห็ดฟางในตะกร้า&nbsp;ที่เป็นการนำฟางข้าวมาเพาะเห็ดฟาง&nbsp;เพื่อบริโภคและจำหน่ายก่อให้เกิดรายได้กับเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;การผลิตเมล็ดพันธุ์พืชที่ปลอดภัย&nbsp;การผลิตสารชีวภัณฑ์&nbsp;ลดต้นทุนการผลิต&nbsp;การผลิตถ่านไบโอชาร์&nbsp;เป็นการจัดการและเพิ่มมูลค่าเพิ่มของวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร</p><p><strong>สำหรับถ่านไบโอชาร์&nbsp;(biochar)&nbsp;นั้น&nbsp;มีคุณสมบัติที่ดี&nbsp;ซึ่งเมื่อนำไปปรับปรุงสภาพดินแล้ว</strong>&nbsp;จะทำให้ดินมีรูระบายอากาศมากขึ้น&nbsp;สามารถอุ้มน้ำได้ดีขึ้น&nbsp;ดูดซับแร่ธาตุ&nbsp;ที่เป็นอาหารสำคัญต่อการเจริญเติบโตของพืชได้ดี&nbsp;ทั้งยังลดความเป็นกรดเป็นด่างของดิน&nbsp;ที่สำคัญคือเป็นที่อยู่ของจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของพืช&nbsp;จากสถานการณ์การทำเกษตรในปัจจุบัน&nbsp;มีการใช้ปุ๋ยเคมีในภาคเกษตรกรรมจำนวนมาก&nbsp;ทำให้เกิดปัญหาดินเป็นกรดและดินมีสภาพเสื่อมโทรม&nbsp;</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;การทำให้ดินปรับคืนสู่สภาพเป็นวัสดุที่อุดมไปด้วยคาร์บอนที่ผลิตจากการให้ความร้อน&nbsp;</strong>มวลชีวภาพ&nbsp;ซึ่งใช้ออกซิเจนน้อยมาก&nbsp;เป็นกระบวนการแยกสลายด้วยความร้อน&nbsp;ที่เรียกว่ากระบวนการไพโรไลซิส&nbsp;(Pyrolysis)&nbsp;ทำให้ถ่านที่มีประจุไฟฟ้าและความพรุนสูง&nbsp;สามารถใช้ในการปรับปรุงดิน&nbsp;ช่วยดูยึดธาตุอาหาร&nbsp;ปลดปล่อยธาตุอาหารให้แก่พืชแบบช้าๆ&nbsp;ทำให้ลดการสูญเสียธาตุอาหาร&nbsp;ช่วยดูดซับความชื้นในดินได้เป็นอย่างดี&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังช่วยคุณภาพของปุ๋ยอินทรีย์ให้สูงขึ้น&nbsp;ทำให้การประหยัดการใช้ปุ๋ย&nbsp;ลดต้นทุน</strong>&nbsp;เพิ่มรายได้&nbsp;เพิ่มผลผลิต&nbsp;&nbsp;สภาพดินได้รับการปรับปรุงอยู่ตลอดเวลา&nbsp;ที่สำคัญช่วยลดปัญหาภาวะโลกร้อนได้ทางหนึ่ง&nbsp;จึงเหมาะที่จะนำมาใช้กับภาคเกษตรกรรมของประเทศไทย&nbsp;เพื่อให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้และมีความยั่งยืน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","24/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211224084749021"],
    [250,"ผู้ว่าฯลำปาง ติดตามเร่งรัดโครงการ คทช. แก้ปัญหาเรื่องที่ทำกินช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่","<p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชุมชนติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานแก้ปัญหา</strong>เรื่องที่ทำกินของราษฎรในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ยางแม่อาง&nbsp;เร่งรัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือตามนโยบายรัฐ&nbsp;โครงการจัดพื้นที่ทำกินให้กับชุมชน</p><p><strong>นายสิธิชัย&nbsp;จินดาหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายนฤพนธ์&nbsp;ทิพย์มณฑา</strong>&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดลำปาง&nbsp;ร่วมนำทีมเจ้าหน้าที่ในส่วนงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เดินทางลงพื้นที่ออกตรวจเยี่ยมพบปะกับพี่น้องประชาชนชาวบ้าน&nbsp;เกษตรกรชาวไร่กลุ่มผู้ปลูกสับปะรดในเขตท้องที่บ้านแม่อาง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลบ้านแลง&nbsp;และบ้านจำค่า&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลบ้านเสด็จ&nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&nbsp;เพื่อตรวจติดตามผลความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาเรื่องที่ทำกินของราษฎรที่อยู่ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ยางแม่อาง&nbsp;โดยพื้นที่ดังกล่าวเป็นบริเวณพื้นที่ที่ได้ปรากฎร่องรอยการใช้ประโยชน์ของราษฎรมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี&nbsp;2541&nbsp;และอยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น&nbsp;3,&nbsp;4,&nbsp;5&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งทางจังหวัดจะต้องเร่งดำเนินการยื่นขออนุญาตใช้ประโยชน์พื้นที่ให้ถูกต้อง&nbsp;</strong>จากคณะกรรมการพิจารณาการใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;ภายใต้หลักการการจัดที่ดินทำกินให้กับชุมชนตามนโยบายของรัฐบาล&nbsp;ซึ่งได้มุ่งเน้นในการที่จะจัดที่ดินทำกินให้กับชุมชนแบบแปลงรวม&nbsp;โดยมิให้กรรมสิทธิ์แต่อนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินของรัฐในลักษณะเป็นกลุ่ม&nbsp;หรือชุมชน&nbsp;ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่&nbsp;คทช.&nbsp;กำหนด</p><p><strong>โดยจังหวัดลำปางมีพื้นที่ป่าแม่ยางแม่อาง&nbsp;เป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;24&nbsp;ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;</strong>ที่กรมป่าไม้ได้ดำเนินการจัดที่ดินทำกินให้กับชุมชน&nbsp;ซึ่งทางจังหวัดลำปางกำลังจัดเตรียมที่จะยื่นคำขออนุญาตใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;ป่าแม่ยางแม่อาง&nbsp;เพื่อจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน&nbsp;ตามระเบียบคณะกรรมการพิจารณาการใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;โดยขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการรวบรวมเอกสารข้อมูลและหลักฐานที่ปรากฎร่องรอยการใช้ประโยชน์ในเขตพื้นที่ป่า&nbsp;เพื่อให้ทางเจ้าหน้าที่หน่วยงานพื้นที่จังหวัด&nbsp;ทั้งสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด&nbsp;และเจ้าหน้าที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่&nbsp;3&nbsp;(ลำปาง)&nbsp;ได้จัดทำรายงานรายละเอียดการตรวจสอบสภาพป่าพร้อมจัดทำแผนที่ประกอบ&nbsp;เพื่อนำเสนอต่อกรมป่าไม้และคณะกรรมการอนุญาตฯ&nbsp;ให้พิจารณาอนุมัติการเข้าใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ยางแม่อาง&nbsp;</p><p><strong>โดยปัจจุบันเอกสารทั้งหมดได้มีการรวบรวมเกือบจะครบถ้วน&nbsp;ขาดเพียงหนังสือมติสภาท้องถิ่น</strong>ที่ให้ความเห็นชอบขอใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติฯ&nbsp;เพื่อดำเนินโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล&nbsp;ในการนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;ได้เน้นกำชับให้หน่วยงานท้องถิ่นในเขตรับผิดชอบทั้งองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านแลง&nbsp;และองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเสด็จ&nbsp;ได้เร่งดำเนินการจัดประชุมสภาพิจารณาให้มติเห็นชอบในเรื่องดังกล่าว&nbsp;เพื่อทางจังหวัดจะได้ดำเนินการยื่นขออนุญาตใช้ประโยชน์พื้นที่ให้ถูกต้องตามขั้นตอนต่อไป</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำหรับจังหวัดลำปาง&nbsp;ในปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;ทางกรมป่าไม้&nbsp;ได้มีการสำรวจพื้นที่ป่า</strong>&nbsp;เพื่อเข้าร่วมโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนทั้งจังหวัดรวมพื้นที่ทั้งหมด&nbsp;47,000&nbsp;กว่าไร่&nbsp;โดยป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ยางแม่อาง&nbsp;มีพื้นที่ที่จะเข้าร่วมโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน&nbsp;รวมกว่า&nbsp;1,883&nbsp;ไร่&nbsp;แบ่งเป็นพื้นที่ทำกินประมาณกว่า&nbsp;1,836&nbsp;ไร่&nbsp;และพื้นที่ผนวกสาธารณูปโภครวมกว่า&nbsp;43&nbsp;ไร่&nbsp;ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวจะมีการนำไปจัดเป็นที่ดินทำกินให้แก่ราษฎร&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;405&nbsp;ราย&nbsp;โดยจะแบ่งเป็นที่ดินทำกินให้แก่ราษฎรตำบลบ้านแลง&nbsp;4&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;&nbsp;ได้แก่&nbsp;บ้านแตะ&nbsp;หมู่&nbsp;6,&nbsp;บ้านปู่จ้อย&nbsp;หมู่&nbsp;7,&nbsp;บ้านแม่อาง&nbsp;หมู่&nbsp;4,&nbsp;บ้านดง&nbsp;หมู่&nbsp;5&nbsp;รวมพื้นที่กว่า&nbsp;1,100&nbsp;ไร่&nbsp;และจะแบ่งเป็นที่ดินทำกินให้แก่ราษฎรตำบลบ้านเสด็จอีก&nbsp;6&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;บ้านจำค่า&nbsp;หมู่&nbsp;2,&nbsp;บ้านทรายทอง&nbsp;หมู่&nbsp;3,&nbsp;บ้านปงอ้อม&nbsp;หมู่&nbsp;4,&nbsp;บ้านห้วยน้ำเค็ม&nbsp;หมู่&nbsp;7,&nbsp;บ้านทรายทองพัฒนา&nbsp;หมู่&nbsp;10&nbsp;และบ้านลู&nbsp;หมู่&nbsp;8&nbsp;รวมพื้นที่อีกกว่า&nbsp;800&nbsp;ไร่</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง&nbsp;</p><p>นายชาญณรงค์&nbsp;ปันเต</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","24/12/2021","ภาคเหนือ","ลำปาง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211224085527024"],
    [251,"เกษตรกรปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 256465 (งวดที่2) ไม่ได้รับเงินส่วนต่าง เนื่องจากราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงในครั้งนี้สูงกว่าราคาเป้าหมาย","<p><strong>นางสาวยุพา&nbsp;นาคา&nbsp;พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;แจ้งประกาศกระทรวงพาณิชย์</strong>&nbsp;เรื่องการกำหนดราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงและชดเชยส่วนต่างราคาตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;(งวดที่2)&nbsp;ว่านายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฎ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;แถงราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;(งวดที่&nbsp;2)&nbsp;</p><p><strong>สำหรับเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์กับกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;</strong>ที่มีวันเพาะปลูกตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;31&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;และมีกำหนดเก็บเกี่ยวก่อนวันที่&nbsp;20&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยมีสิทธิ์ได้รับการชดเชยส่วนต่างรอบวันที่&nbsp;20&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564สำหรับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เมล็ดความชื่นไม่เกิน&nbsp;15.5&nbsp;เปอร์เซ็น&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;9.42&nbsp;ซึ่งราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงในครั้งนี้สูงกว่าราคาเป้าหมาย&nbsp;(กิโลกรัมละ&nbsp;8.50&nbsp;บาท)&nbsp;จึงไม่มีการจ่ายเงินส่วนต่างให้แก่เกษตรกร</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","24/12/2021","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211224090330028"],
    [252,"เกษตรแม่ฮ่องสอน เตือนการระบาดศัตรูพืช โรคเน่าคอดิน ทำให้ต้นกล้าเหี่ยวทั้งต้น หักล้มและตายก่อนแตกใบจริง","<p><strong>นายพยุงศักดิ์&nbsp;สิทธิลภ&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;เตือนการระบาดศัตรูพืช&nbsp;โรคเน่าคอดิน&nbsp;สาเหตุเกิดจากเชื้อราพิเทียม&nbsp;พบการระบาดในผักตระกูลกระหล่ำและผักกาด&nbsp;(เช่น&nbsp;กะหล่ำปี&nbsp;กระหล่ำดอก&nbsp;บรอกโคลี&nbsp;ผักกาดขาว&nbsp;ผักกาดหัว&nbsp;ผักฮ่องเต้&nbsp;ผักหางหงส์&nbsp;ผักกวางตุ้ง&nbsp;คะน้า)&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศในช่วงนี้อากาศเย็นในตอนกลางคืนและมีหมอกในตอนเช้า&nbsp;</p><p><strong>ลักษณะอาการ&nbsp;บริเวณโคนติดกับผิวดิน&nbsp;มีลักษณะช้ำน้ำสีน้ำตาลเข้ม&nbsp;เมื่ออาการรุนแรง&nbsp;</strong>เนื้อเยื่อจะเกิดเป็นแผลเน่าลาม&nbsp;ทำให้ต้นกล้าเหี่ยวทั้งต้น&nbsp;หักล้มและตายก่อนแตกใบจริง&nbsp;บางครั้งเชื้อราอาจจะเข้าทำลายเมล็ดก่อนงอกพ้นดิน&nbsp;ทำให้เมล็ดไม่งอก&nbsp;หรืองอกออกมาแต่ไม่มีใบเลี้ยง</p><p><strong>แนวทางป้องกันแก้ไข&nbsp;การเพาะกล้าในกระบะเพาะกล้า&nbsp;ควรใช้วัสดุที่สะอาดจากแหล่งที่ไม่มีการระบาดของโรค</strong>,&nbsp;แปลงปลูกควรไถพลิกกลับหน้าดินตากแดด&nbsp;เพื่อลดปริมาณเชื้อราสาเหตุโรคในดินก่อนปลูก,&nbsp;คลุกเมล็ดพันธุ์ด้วยสารเมทาแลกซิล&nbsp;35&nbsp;เปอร์เซ็น&nbsp;ดีเอส&nbsp;อัตรา&nbsp;7&nbsp;กรัมต่อเมล็ดพันธุ์&nbsp;1&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ก่อนเพาะกล้า,&nbsp;ควรเพาะเมล็ดในระดับที่ไม่ลึกมาก&nbsp;และไม่แน่นจนเกินไป,&nbsp;ไม่ควรให้น้ำในแปลงเพาะกล้า&nbsp;จนชื้นแฉะเกินไป&nbsp;และเมื่อพบต้นที่เป็นโรค&nbsp;ถอนและนำไปทำลายนอกแปลงปลูกทันที&nbsp;และราดดินบริเวณที่เป็นโรค&nbsp;และบริเวณใกล้เคียงด้วยสาร&nbsp;โพรพาโมคาร์บไฮโรคลอไรด์&nbsp;72.2&nbsp;เปอร์เซ็น&nbsp;เอสแอล&nbsp;6-12&nbsp;มิลลิลิตรต่อน้ำ&nbsp;20&nbsp;ลิตร&nbsp;หรือ&nbsp;ไฮเมกชาโชล&nbsp;36&nbsp;เปอร์เซ็น&nbsp;เอสแอล&nbsp;อัตรา&nbsp;22-26&nbsp;มิลลิลิตรต่อน้ำ&nbsp;20&nbsp;ลิตร</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","24/12/2021","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211224090443029"],
    [253,"บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด (BLCP) จัดกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 19 สานพันธกิจเครือข่ายเข้มแข็ง ร่วมกันเพิ่มทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งพื้นที่จังหวัดระยอง ประจำปี 2564","<p><strong>นายอรัญ&nbsp;ใจตั้ง&nbsp;รองนายกเทศมนตรีเมืองมาบตาพุด&nbsp;ประธานในพิธีเปิดกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ</strong>?&nbsp;ซึ่ง?จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่&nbsp;19?แล้ว?&nbsp;โดยในปีนี้&nbsp;BLCP&nbsp;ได้จัดกิจกรรมในรูปแบบออนไลน์&nbsp;เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดจากการแพร่ระบาดของ?COVID-19</p><p><strong>BLCP&nbsp;ได้ร่วมกับวิสาหกิจชุมชน&nbsp;ชมรมประมงเรือเล็กพื้นบ้าน&nbsp;อ.เมืองและอ&nbsp;</strong>บ้านฉางสามัคคี&nbsp;กลุ่มบริษัท&nbsp;จีพีเอสซี,บริษัท&nbsp;เอสซีจี&nbsp;เคมีคอลส์&nbsp;จำกัด,กลุ่มบริษัท&nbsp;ปตท.,สำนักงานท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด,บริษัท&nbsp;สตาร์&nbsp;ปิโตเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน),บริษัท&nbsp;กรุงเทพ&nbsp;ซินธิติกส์&nbsp;จำกัด&nbsp;บริษัท&nbsp;โคเวสโตร&nbsp;(ประเทศไทย)&nbsp;จำกัด&nbsp;และบริษัท&nbsp;ไทยอาซาฮีเคมีภัณฑ์&nbsp;จำกัด&nbsp;ร่วมกันจัด&nbsp;กิจกรรม?ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ&nbsp;เพิ่มทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งพื้นที่จังหวัดระยองขึ้น&nbsp;เพื่อเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกด้านการดูแลและรักษาสิ่งแวดล้อม&nbsp;เพิ่มศักยภาพการผลิตสัตว์น้ำในทะเลและชายฝั่ง&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;รายได้ที่มั่นคง&nbsp;และความยั่งยืนให้กับประชาชนจังหวัดระยอง?&nbsp;</p><p><strong>แม้ว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;จะยังคงมีอยู่?&nbsp;แต่กลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมมาบตาพุด</strong>&nbsp;ยังดำเนินการขับเคลื่อนกิจกรรมตามพันธกิจที่มีร่วมกันกับเครือข่ายที่มีทั้งภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;(ผู้ประกอบการอุตสาหกรรม)และชุมชนในพื้นที่มาตั้งแต่ต้น&nbsp;โดยกิจกรรมในครั้งนี้จัดในรูปแบบออนไลน์&nbsp;เพื่อเป็นไปตามมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;โดยผู้ที่สนใจรับชมบรรยากาศของกิจกรรม&nbsp;สามารถรับชมย้อนหลังผ่านทางเฟสบุ๊คแฟนเพจ&nbsp;ครอบครัวข่าว&nbsp;3&nbsp;ระยอง&nbsp;</p><p><strong>กิจกรรมครั้งนี้&nbsp;ถือเป็นกิจกรรมที่มุ่งมั่นที่จะรักษาสิ่งแวดล้อมทางทะเล&nbsp;</strong>เพื่อเพิ่มปริมาณพันธุ์สัตว์น้ำที่อาศัยอยู่ในทะเล&nbsp;สร้างสมดุลระบบนิเวศวิทยา&nbsp;และเพิ่มรายได้ให้กับกลุ่มประมงโดยรอบอย่างยั่งยืน&nbsp;จำนวนพันธุ์สัตว์น้ำที่ปล่อยลงสู่ทะเลมี&nbsp;2&nbsp;ชนิด&nbsp;คือ&nbsp;กุ้งกุลาดำ&nbsp;จำนวน&nbsp;300,000&nbsp;ตัว&nbsp;และลูกไรปูม้า&nbsp;จำนวน&nbsp;3,500,000&nbsp;ตัว?&nbsp;โดยพันธุ์สัตว์น้ำทั้งหมดนี้นำมาจากฟาร์มเพาะพันธุ์สัตว์น้ำกลุ่มประมงเรือเล็กบ้านพยูน&nbsp;ภายใต้วิสาหกิจชุมชนประมงเรือเล็กพื้นบ้าน&nbsp;อ.เมือง&nbsp;และ&nbsp;อ.บ้านฉางสามัคคี?&nbsp;\"BLCP&nbsp;ร่วมสร้างสรรค์สังคมน่าอยู่&nbsp;เคียงคู่ชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน\"&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","24/12/2021","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211224091804035"],
    [254,"กรมปศุสัตว์คุมเข้มสวัสดิภาพสัตว์และการผลิตตลอดห่วงโซ่ มั่นใจไก่ไทยตอบโจทย์ตลาดโลก","<p><strong>นายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกเนื้อไก่และผลิตภัณฑ์เป็นอันดับ&nbsp;4&nbsp;ของโลก&nbsp;มีการกำกับควบคุมคุณภาพมาตรฐานสินค้าปศุสัตว์เป็นที่ยอมรับในระดับโลก&nbsp;ประเทศคู่ค้าให้ความเชื่อมั่นในระบบการผลิตอาหารปลอดภัยที่สอดคล้องตามมาตรฐานสากลและข้อกำหนดของประเทศคู่ค้า&nbsp;โดยมีตลาดส่งออกหลักคือกลุ่มสหภาพยุโรปและประเทศญี่ปุ่น&nbsp;ซึ่งเป็นประเทศที่จากให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยอาหารแล้ว&nbsp;ยังเน้นการจัดการด้านสวัสดิภาพสัตว์เป็นอย่างมากด้วย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>กรมปศุสัตว์เป็นหน่วยงานที่กำกับควบคุมดูแลและสนับสนุนการผลิตปศุสัตว์ตลอดห่วงโซ่อาหาร</strong>&nbsp;ตั้งแต่ฟาร์มเลี้ยงสัตว์&nbsp;อาหารสัตว์&nbsp;โรงฆ่าสัตว์&nbsp;โรงงานแปรรูป&nbsp;สถานที่จำหน่าย&nbsp;จนถึงเนื้อสัตว์สู่ผู้บริโภค&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของการเลี้ยงไก่เนื้อที่กว่า&nbsp;99%&nbsp;เป็นไก่เนื้อในภาคอุตสาหกรรมที่สามารถตรวจสอบมาตรฐานต่างๆ&nbsp;ได้อย่างครบถ้วน&nbsp;รวมถึงมาตรฐานหลักสวัสดิภาพสัตว์&nbsp;หรือ&nbsp;Animal&nbsp;Welfare&nbsp;ซึ่งกำกับควบคุมดูแลใช้เป็นมาตรฐานเดียวกันในไก่เนื้อทั้งที่บริโภคภายในประเทศและส่งออกต่างประเทศ&nbsp;จึงมั่นใจได้ว่าภาคธุรกิจอุตสาหกรรมไก่เนื้อในประเทศไทยมีกระบวนการผลิตเนื้อไก่และผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องตามมาตรฐานระดับสากล&nbsp;ไม่ว่าจะเป็น&nbsp;ร้านไก่ทอด&nbsp;ร้านไก่ย่าง&nbsp;หรือ&nbsp;ร้านอาหารต่างๆ&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ยังได้ให้ความสำคัญในการปรับปรุงและทบทวนการจัดการด้านสวัสดิภาพสัตว์ในฟาร์มปศุสัตว์</strong>ให้เป็นปัจจุบันและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล&nbsp;โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ดำเนินการพัฒนาและปรับปรุงระบบการเลี้ยงสัตว์&nbsp;กรมปศุสัตว์ได้ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อยกร่างมาตรฐานสินค้าเกษตรเรื่องหลักการด้านสวัสดิภาพสัตว์&nbsp;เพื่อให้ผู้ประกอบการเลี้ยงสัตว์&nbsp;ได้นำไปใช้ปรับปรุงการเลี้ยงสัตว์ให้มีสวัสดิภาพสัตว์ที่ดี&nbsp;ซึ่งอ้างอิงสอดคล้องตามมาตรฐานสากลของหลักสวัสดิภาพสัตว์&nbsp;5&nbsp;ประการ&nbsp;(FIVE&nbsp;FREEDOM)&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;1.&nbsp;สัตว์ที่เลี้ยงมีอิสระจากความหิว&nbsp;กระหาย&nbsp;และการให้อาหารที่ไม่ถูกต้อง&nbsp;(Freedom&nbsp;from&nbsp;hungry&nbsp;and&nbsp;thirsty)&nbsp;2.&nbsp;สัตว์มีอิสระจากความไม่สะดวกสบายอันเนื่องมาจากสภาวะแวดล้อม&nbsp;(Freedom&nbsp;from&nbsp;discomfort)&nbsp;3.&nbsp;สัตว์มีอิสระจากความเจ็บปวด&nbsp;การบาดเจ็บ&nbsp;หรือเป็นโรค&nbsp;(Freedom&nbsp;from&nbsp;pain,&nbsp;injury&nbsp;and&nbsp;disease)&nbsp;โดยมีระบบการป้องกันโรคที่ดี&nbsp;หรือการใช้อุปกรณ์อย่างเหมาะสม&nbsp;พื้นที่การเลี้ยงที่สอดคล้องกับธรรมชาติของสัตว์&nbsp;4.&nbsp;สัตว์มีอิสระจากความกลัวและความทุกข์ทรมาน&nbsp;(Freedom&nbsp;from&nbsp;fear&nbsp;and&nbsp;distress)&nbsp;ด้วยสภาวะการเลี้ยงดูที่ไม่ทำให้เกิดความทุกข์ทรมานทางจิตใจ&nbsp;และ&nbsp;5.&nbsp;สัตว์มีอิสระในการแสดงพฤติกรรมตามปกติของสัตว์&nbsp;(Freedom&nbsp;to&nbsp;express&nbsp;normal&nbsp;behavior)&nbsp;คือมีอิสระการเป็นอยู่อย่างธรรมชาติ&nbsp;และมีความสบายตามชนิดของสัตว์นั้นๆ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;</strong>กรมปศุสัตว์ได้ให้ความสำคัญด้านสวัสดิภาพสัตว์มาโดยตลอด&nbsp;ได้ดำเนินการทำฟาร์มเชิงปราณีตที่ใส่ใจในทุกมิติ&nbsp;ทั้งระบบความปลอดภัยทางชีวภาพเพื่อป้องกันโรคต่างๆ&nbsp;เข้าสู่ฟาร์ม&nbsp;ดังความสำเร็จของระบบคอมพาร์ทเมนต์ในอุตสาหกรรมสัตว์ปีกไทยที่ทำให้ไทยปลอดไข้หวัดนกมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี&nbsp;2549&nbsp;รวมทั้งพัฒนาการด้านการจัดการสวัสดิภาพสัตว์ให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ตลอดจนการควบคุมไม่มีการใช้ฮอร์โมนเร่งโต&nbsp;และลดการใช้ยาปฎิชีวนะในฟาร์มเพื่อป้องกันการเกิดเชื้อดื้อยา&nbsp;ซึ่งจะส่งผลต่อสุขภาพคน&nbsp;สัตว์และสิ่งแวดล้อมได้&nbsp;โดยมาตรการต่างๆ&nbsp;ทั้งด้านสวัสดิภาพสัตว์&nbsp;และการควบคุมการใช้ยาปฏิชีวนะในฟาร์มเลี้ยงสัตว์&nbsp;เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน&nbsp;ทั้งหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;กระทรวงอุตสาหกรรม&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และภาคเอกชน&nbsp;ร่วมกันผลักดันให้อุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ของประเทศไทยสู่มาตรฐานสากล&nbsp;มีการห่วงใยใส่ใจสัตว์ตามหลักสวัสดิภาพสัตว์&nbsp;คำนึงถึงความปลอดภัยของเนื้อสัตว์&nbsp;และใส่ใจสิ่งแวดล้อมเพื่อให้คนไทยทุกคนมีสุขภาพที่ดี&nbsp;โดยส่งเสริมให้เกษตรกรและภาคอุตสาหกรรมปฏิบัติตามมาตรฐานที่ตรวจสอบย้อนกลับได้&nbsp;ส่งเสริมเพิ่มศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันของไก่เนื้อไทยในตลาดโลกได้อย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">ปริญญา&nbsp;ข่าว/ภาพ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","24/12/2021","ภาคตะวันออก","ชลบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211224150334229"],
    [255,"รมว.เกษตรและสหกรณ์ คิ๊กอ๊อฟโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่ จ.ประจวบฯ เสริมศักยภาพการผลิต สร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรภายใต้หลักการตลาดนำการผลิต","<p><strong>(24&nbsp;ธ.ค.64)&nbsp;นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการประชาสัมพันธ์โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&nbsp;ที่ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.)&nbsp;หมู่ที่&nbsp;11&nbsp;ตำบลหินเหล็กไฟ&nbsp;อำเภอหัวหิน&nbsp;จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;โดยมี&nbsp;นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ผู้บริหารหน่วยงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการในจังหวัด&nbsp;เกษตรกร&nbsp;และประชาชนรวมประมาณ&nbsp;200&nbsp;คน&nbsp;ร่วมกิจกรรม&nbsp;มีการจัดแสดงผลการดำเนินงานโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;นิทรรศการแสดงผลงานความสำเร็จของโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&nbsp;จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;การออกร้านจำหน่ายสินค้าเกษตรจากแปลงใหญ่&nbsp;และสินค้าเกษตรในพื้นที่&nbsp;มุ่งส่งเสริมให้เกษตรกรเกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายที่เข้มแข็ง</p><p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การดำเนินงานระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;เป็นกลไกการขับเคลื่อนหลักในการพัฒนาภาคการเกษตรของไทย&nbsp;ซึ่งมุ่งเน้นการรวมกลุ่มของเกษตรกรรายย่อยที่อยู่บริเวณพื้นที่ใกล้เคียงกัน&nbsp;มีความพร้อมจะพัฒนาการผลิตและการตลาดร่วมกัน&nbsp;เน้นการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด&nbsp;ตามนโยบายการตลาดนำการผลิต&nbsp;โดยการนำหลักเกษตรสมัยใหม่ร่วมกับการเชื่อมโยงตลาด&nbsp;ผลักดันให้เกษตรกรรวมกลุ่มการผลิตเพื่อมีอำนาจการต่อรองทางการตลาด&nbsp;รวมถึงร่วมกันการจัดหาปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพดี&nbsp;ราคาถูกและการใช้เทคโนโลยีการเกษตรที่เหมาะสมผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพสูงเป็นที่ต้องการของตลาด&nbsp;ซึ่งการจัดกิจกรรมในวันนี้จะเป็นแรงผลักดันสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายและสร้างการรับรู้ให้เกษตรกร&nbsp;ผู้ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และประชาชนทั่วไปได้รับทราบผลงานของกลุ่มแปลงใหญ่&nbsp;พร้อมนำไปเป็นแบบอย่างในการพัฒนาให้กับกลุ่มแปลงใหญ่อื่นๆ&nbsp;เกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายแปลงใหญ่ที่เข้มแข็ง&nbsp;เกิดพลังในการปฏิรูปภาคการเกษตรให้ทันสมัย&nbsp;ทันสถานการณ์&nbsp;ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทุกระดับ&nbsp;ทำให้เกษตรกรมีรายได้อย่างมั่นคง&nbsp;และยั่งยืน&nbsp;</p><p><strong>สำหรับจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;มีการดำเนินงานโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;</strong>จนถึงปัจจุบัน&nbsp;จำนวน&nbsp;71&nbsp;แปลง&nbsp;ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง&nbsp;8&nbsp;อำเภอ&nbsp;โดยมีกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่เข้าร่วม</p><p><strong>โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&nbsp;จำนวน&nbsp;19&nbsp;แปลง</strong>สมาชิก&nbsp;1,408&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่กว่า&nbsp;17,800&nbsp;ไร่&nbsp;งบประมาณสนับสนุนจากรัฐกว่า&nbsp;55&nbsp;ล้านบาท&nbsp;มีสินค้าเกษตรที่เข้าร่วมโครงการทั้งด้านพืช&nbsp;และด้านปศุสัตว์&nbsp;โดยมีการยกระดับกลุ่มแปลงใหญ่ขึ้นเป็นวิสาหกิจชุมชนประเภทนิติบุคคล&nbsp;ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์&nbsp;</p><p><strong>ส่วนที่อำเภอหัวหิน&nbsp;เป็นแหล่งปลูกสับปะรดที่สำคัญโดยมีพื้นที่ปลูก&nbsp;70,495&nbsp;ไร่</strong>&nbsp;มากที่สุดของจังหวัด&nbsp;ซึ่งเกษตรกรในตำบลหินเหล็กไฟ&nbsp;ได้รวมตัวกันจัดตั้งเป็นกลุ่มแปลงใหญ่สับปะรด&nbsp;ในปี&nbsp;2562&nbsp;มีสมาชิก&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่ทั้งหมด&nbsp;จำนวน&nbsp;385.20&nbsp;ไร่&nbsp;เป็นจุดสาธิตเทคโนโลยีการผลิตสับปะรด&nbsp;มีการสร้างเครือข่ายกับเกษตรกรพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;ร่วมกันบริหารจัดการ&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;การผลิต&nbsp;แปรรูป&nbsp;การตลาด&nbsp;และคาดว่าจะมีการขยายผลให้เกิดการรวมกลุ่มแปลงใหญ่ครอบคลุมพื้นที่ทั้งอำเภอต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","24/12/2021","ภาคตะวันตก","ประจวบคีรีขันธ์","สวท.ประจวบคีรีขันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211224145710216"],
    [256,"จังหวัดพังงาจัดสัมมนาหลักสูตรสินค้าเกษตรทางเลือกที่มีศักยภาพให้เกษตรกร","<p><strong>จังหวัดพังงา&nbsp;จัดสัมมนาหลักสูตรสินค้าเกษตรทางเลือกที่มีศักยภาพในจังหวัด&nbsp;วันนี้&nbsp;(24&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564)</strong>&nbsp;พันจ่าโท&nbsp;อนันต์&nbsp;บุญสำราญ&nbsp;ปลัดจังหวัดพังงา&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดการสัมมนาหลักสูตร&nbsp;สินค้าเกษตรทางเลือกที่มีศักยภาพในจังหวัดพังงา&nbsp;ตามโครงการส่งเสริมการปลูกพืชทางเลือกใหม่และแมลงเศรษฐกิจที่มีศักยภาพ&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมโรงแรม&nbsp;กะทะทอง&nbsp;กอล์ฟ&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;แอนด์&nbsp;สปา&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดพังงา&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรได้เรียนรู้การเพาะปลูกพืชและเลี้ยงแมลงเศรษฐกิจที่สำคัญเป็นทางเลือกในการประกอบอาชีพเสริมให้กับเกษตรกรในจังหวัดได้ในระยะยาว&nbsp;ทำให้เกิดความหลากหลายและความมั่นคงด้านรายได้ให้กับอาชีพทางเกษตรของจังหวัดพังงา&nbsp;</p><p><strong>กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย&nbsp;การนำเสนอนิทรรศการพืชทางเลือกที่มีศักยภาพในจังหวัดพังงา</strong>&nbsp;การเสวนาเรื่อง&nbsp;พืชทางเลือกที่มีศักยภาพในจังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ไผ่&nbsp;พืชผัก&nbsp;ข้าว&nbsp;ผึ้งโพรง&nbsp;ไม้ดอกไม้ประดับ&nbsp;พืชสมุนไพร&nbsp;ทุเรียนสาลิกาและมังคุดทิพย์พังงา</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","24/12/2021","ภาคใต้","พังงา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211224154207293"],
    [257,"เกษตรอำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง ร่วมกับการยางแห่งประเทศไทย สาขาปะเหลียน จัดอบรมเกษตรกรโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่?","<p><strong>วันนี้(&nbsp;24&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;)&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน&nbsp;โดยนางนิตยา&nbsp;จันทร์ประทีป</strong>&nbsp;เกษตรอำเภอปะเหลียน&nbsp;มอบหมายให้นางสาวปราณี&nbsp;แข็งแรง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;และนางสาวชุติมา&nbsp;อ่องศรี&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่การยางแห่งประเทศไทย&nbsp;สาขาปะเหลียน&nbsp;จัดอบรมเกษตรกรโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;กิจกรรม&nbsp;บริหารจัดการถ่ายทอดความรู้&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;กลุ่มแปลงใหญ่ยางพาราบ้านหนองกะเส็ม&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลบ้านนา&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;แปลงใหญ่ปี&nbsp;2563&nbsp;ณ&nbsp;มัสยิดบ้านนา&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลบ้านนา&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;เพื่อชี้แจงแนวทางการดำเนินโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ตามวัตถุประสงค์&nbsp;5&nbsp;ด้าน?</strong>&nbsp;ได้แก่?&nbsp;การลดต้นทุน?&nbsp;การเพิ่มผลผลิต?&nbsp;การเพิ่มมูลค่า?&nbsp;การตลาด&nbsp;และการบริหารจัดการ?&nbsp;วิเคราะห์ปัญหา&nbsp;จัดทำแผนการดำเนินงาน&nbsp;และความต้องการพัฒนา&nbsp;พร้อมทั้งมีการทบทวนคณะกรรมการแปลงใหญ่</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","24/12/2021","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211224164734334"],
    [258,"เกษตรอำเภอสิเกา จังหวัดตรัง  จัดกระบวนการเรียนรู้ให้กับเกษตรกรผู้นำ ครั้งที่ 1","<p><strong>วันนี้&nbsp;(24&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;)&nbsp;นายญันยงค์&nbsp;ปล้องอ่อน&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการรักษาราชการแทนเกษตรอำเภอสิเกา&nbsp;</strong>พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอสิเกา&nbsp;จัดกระบวนการเรียนรู้ให้กับเกษตรกรผู้นำครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ภายใต้โครงการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรตำบลนาเมืองเพชร&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลนาเมืองเพชร&nbsp;อำเภอสิเกา&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;เป้าหมายเน้นเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;ราย&nbsp;ในกิจกรรมมีการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับความสำคัญ</strong>ของการจัดทำบัญชีครัวเรือนต่อการประกอบอาชีพทำการเกษตร&nbsp;โดยนายเกรียงศักดิ์&nbsp;นุ้ยสี&nbsp;ประธานศูนย์&nbsp;ศพก.&nbsp;ซึ่งมีบทบาทเป็นครูบัญชีอาสาด้วย&nbsp;จากนั้นเป็นการบรรยายให้ความรู้ในการปลูกและดูแลการรักษาทุเรียน&nbsp;โดยนายอรรถพล&nbsp;รุกขพันธ์&nbsp;นักวิชาการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;จากศูนย์วิจัยพืชสวนตรัง&nbsp;ซึ่งการจัดอบรมในวันนี้ต่างได้รับความสนใจจากเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนในอำเภอสิเกาเป็นอย่างยิ่ง&nbsp;และเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนในอำเภอสามารถร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ได้ที่&nbsp;กลุ่มไลน์&nbsp;\"กลุ่มผู้ปลูกทุเรียน&nbsp;สิเกา\"&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","24/12/2021","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211224164829335"],
    [259,"กรมส่งเสริมการเกษตร แนะอบอุ่นบ่อเลี้ยงจิ้งหรีด สร้างรายได้สูงในฤดูหนาว","<p><strong>นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา&nbsp;แมลงหรือที่เรียกว่า&nbsp;อาหารใหม่&nbsp;(Novel&nbsp;Food)&nbsp;เป็นสินค้าดาวรุ่งที่ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้บริโภคชาวยุโรปมากขึ้น&nbsp;เนื่องจากแมลงเป็นอาหารทางเลือกที่มีโปรตีนสูง&nbsp;ราคาไม่สูง&nbsp;อีกทั้งยังสามารถผลิตได้ง่ายในท้องถิ่นและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;ทั้งยังมีแนวโน้มความต้องการเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ&nbsp;ในอนาคต&nbsp;</p><p><strong>กรมส่งเสริมการเกษตร</strong>&nbsp;สนับสนุนให้เกษตรกรเพาะเลี้ยงแมลงเพื่อสร้างรายได้เพิ่มขึ้นในครัวเรือน&nbsp;โดยเฉพาะ&nbsp;จิ้งหรีด&nbsp;ซึ่งเป็นแมลงที่เลี้ยงง่าย&nbsp;ทำรายได้เร็ว&nbsp;เจริญเติบโตได้ดีในช่วงอุณหภูมิ&nbsp;25&nbsp;&nbsp;35&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;โดยปกติเลี้ยงเพียง&nbsp;45&nbsp;&nbsp;50&nbsp;วัน&nbsp;ก็สามารถจับจำหน่ายได้&nbsp;และช่วงฤดูหนาวบางพื้นที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า&nbsp;10&nbsp;&nbsp;20&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;จิ้งหรีดจะชะงักการเจริญเติบโต&nbsp;ตัวจะโตไม่สม่ำเสมอ&nbsp;ไม่ออกไข่&nbsp;ขยายพันธุ์ไม่ได้&nbsp;ทำให้รอบการเก็บผลผลิตมีระยะเวลายาวนานขึ้น&nbsp;และที่สำคัญคือ&nbsp;อาจมีจิ้งหรีดตายเป็นจำนวนมาก&nbsp;</p><p><strong>กรมส่งเสริมการเกษตร</strong>&nbsp;ขอแนะนำให้เกษตรกรให้ความอบอุ่นแก่จิ้งหรีด&nbsp;โดยเทแกลบดิบรองบ่อให้หนากว่าปกติ&nbsp;1&nbsp;นิ้ว&nbsp;นำหลอดไฟต่อลงในบ่อเลี้ยงจิ้งหรีด&nbsp;บ่อละ&nbsp;1&nbsp;หลอด&nbsp;โดยห้อยด้วยไม้แกนกลาง&nbsp;ให้สูงจากตัวแผงไข่ไก่ที่เป็นที่อยู่ประมาณ&nbsp;20&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;เปิดไฟที่หลอดเป็นช่วงกลางคืนที่อุณหภูมิเริ่มลดลงจากช่วงเวลากลางวัน&nbsp;เป็นเวลา&nbsp;1-2&nbsp;ชั่วโมง/ครั้ง&nbsp;รวมทั้งการคลุมบ่อด้วยพลาสติก&nbsp;หรือผ้าคลุม&nbsp;เพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้แก่จิ้งหรีด&nbsp;จะช่วยป้องกันไม่ให้จิ้งหรีดตายและสามารถจับจิ้งหรีดจำหน่ายได้ในระยะการเลี้ยงปกติ&nbsp;ทั้งนี้ช่วงฤดูหนาวนี้&nbsp;จิ้งหรีดจะมีราคาสูง&nbsp;ราคาขายส่งประมาณกิโลกรัมละ&nbsp;200&nbsp;บาท</p><p><strong>สำหรับพันธุ์จิ้งหรีดที่เกษตรกรนิยมเลี้ยงมี&nbsp;3&nbsp;สายพันธุ์</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;พันธุ์ทองดำ&nbsp;พันธุ์ทองแดง&nbsp;และพันธุ์ทองแดงลาย&nbsp;หรือสะดิ้ง&nbsp;แต่ละสายพันธุ์มีความแตกต่างกัน</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","25/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","NULL","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211225103604544"],
    [260,"จังหวัดแพร่ช่วยเกษตรกรนำส้มเขียวหวานขายส่งห้างสรรพสินค้าสร้างรายได้เพิ่มถึง 4 เท่าของราคาตลาดทั่วไป","<p><strong>นายสมหวัง&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่</strong>&nbsp;เปิดเผยกับทีมข่าวสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่&nbsp;ว่า&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดแพร่เป็นที่ปรึกษาและหาช่องทางการตลาดใหม่ๆ&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกส้มเขียวหวานจนนำมาสู่การขายในห้างสรรพสินค้า&nbsp;ร้านค้าปลีกขนาดใหญ่&nbsp;ตลาดออนไลน์&nbsp;จนสามารถช่วยยกระดับราคาให้สูงขึ้น&nbsp;มากกว่าราคาส้มเขียวหวานทั่วไป&nbsp;4-7&nbsp;เท่าทำให้เกษตรกรมีช่องทางการจำหน่ายและรายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างมั่นคงยั่งยืน</p><p><strong>ผลผลิตส้มเขียวหวานจังหวัดแพร่&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;จังหวัดแพร่มีการเชื่อมโยงสู่บริษัทสยามแม็คโครจำกัด&nbsp;(มหาชน)</strong>&nbsp;ได้เชื่อมโยงส้มเขียวหวาน&nbsp;GAP&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร&nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพสินค้าเกษตร&nbsp;ตำบลนาพูน&nbsp;อำเภอวังชิ้น&nbsp;มีสมาชิก&nbsp;13&nbsp;รายพื้นที่ปลูก&nbsp;100&nbsp;ไร่&nbsp;เข้าสู่&nbsp;บริษัทสยามแม็คโคร&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ขนาดส้มเขียวหวานเบอร์&nbsp;1&nbsp;ถึงเบอร์&nbsp;0&nbsp;ราคากิโลกรัมละ&nbsp;28&nbsp;บาท&nbsp;และได้จัดส่ง&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์กระจายสินค้า&nbsp;บริษัทสยามแม็คโคร&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่เพื่อกระจายไปในแต่ละสาขา&nbsp;ปริมาณสะสม&nbsp;4,948.80&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;เป็นมูลค่า&nbsp;138,566.40&nbsp;บาท&nbsp;สามารถยกระดับราคาสินค้าสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิตและสร้างรายได้เพิ่มให้สมาชิกกลุ่มได้ถึง&nbsp;4&nbsp;เท่าของราคาทั่วไป</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดแพร่เป็นแหล่งเพาะปลูกส้มเขียวหวานอันดับ&nbsp;3&nbsp;ของประเทศ&nbsp;</strong>รองจากจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;จังหวัดสุโขทัย&nbsp;เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดโดยในปี&nbsp;2564&nbsp;มีเกษตรกรปลูกส้มเขียวหวานจำนวน&nbsp;2,690&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;พื้นที่ให้ผลผลิต&nbsp;16,424&nbsp;ไร่&nbsp;ปริมาณผลผลิต&nbsp;15,241.46&nbsp;ตัน&nbsp;ผลผลิตเฉลี่ย&nbsp;928&nbsp;กิโลกรัมต่อไร่&nbsp;ปลูกมากพื้นที่อำเภอวังชิ้น&nbsp;อำเภอลอง&nbsp;ผลผลิตออกสู่ตลาดปีละ&nbsp;3&nbsp;รุ่น&nbsp;คือ&nbsp;รุ่นที่&nbsp;1&nbsp;เดือนตุลาคม-มกราคม&nbsp;รุ่นที่&nbsp;2&nbsp;เดือนกุมภาพันธ์-เมษายน&nbsp;รุ่นที่&nbsp;3&nbsp;เดือนพฤษภาคม-เดือนสิงหาคม&nbsp;โดยผลผลิตออกสู่ตลาดมากในช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม&nbsp;ของทุกปี(ร้อยละ&nbsp;60)&nbsp;ส่วนใหญ่จะขายผ่านล้งที่จุดรับซื้อในพื้นที่และจังหวัดสุโขทัยซึ่งเป็นพื้นที่ติดต่อกันโดยราคาและปริมาณจำหน่ายได้จะขึ้นอยู่กับล้งเป็นผู้กำหนด&nbsp;จนกระทั่งจังหวัดแพร่ได้เชื่อมโยงสู่บริษัทสยามแม็คโคร&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;สู่การขายในห้างสรรพสินค้า&nbsp;และร้านค้าปลีกจนถึงปัจจุบัน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","25/12/2021","ภาคเหนือ","แพร่","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211225084250511"],
    [261,"เจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์แม่ฮ่องสอน พ่นยาฆ่าเชื้อสัตว์ ป้องกันโรคระบาดสัตว์ ในพื้นที่อ.เมืองแม่ฮ่องสอน","<p>เ<strong>จ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์แม่ฮ่องสอน&nbsp;ได้ดำเนินการพ่นยาฆ่าเชื้อสัตว์&nbsp;ป้องกันโรคระบาดสัตว์</strong>&nbsp;ให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์อย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยล่าสุด&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;22&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;เจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์แม่ฮ่องสอน&nbsp;พื้นที่อำเภอเมือง&nbsp;ดำเนินการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ&nbsp;พร้อมทั้งยาฆ่าแมลงแบบหมอกควัน&nbsp;ให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์&nbsp;และสถานที่เลี้ยงสัตว์ปีก&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;</p><p><strong>โดยเป็นมาตรการเฝ้าระวัง&nbsp;และป้องกันโรคลัมปี&nbsp;สกิน</strong>&nbsp;,&nbsp;โรคไข้หวัดนก&nbsp;และ&nbsp;โรคระบาดสัตว์อื่นๆ&nbsp;พร้อมทั้งมอบน้ำยา&nbsp;ฆ่าเชื้อ&nbsp;และประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการป้องกันโรคระบาดให้แก่เกษตรกร&nbsp;ดังนี้&nbsp;เกษตรกรผู้เลี้ยงโค&nbsp;-&nbsp;กระบือ&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;และเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีก&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;ราย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","25/12/2021","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211225104236562"],
    [262,"ผลักดัน \"สุพรรณบุรีโมเดล\" เป็นตัวอย่างการดำเนินโครงการสานฝันสร้างอาชีพ และยกระดับรายได้เกษตรกร","<p><strong>นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;เปิดเผยหลังเป็นประธานการประชุมหารือความร่วมมือโครงการ&nbsp;\"สานฝันสร้างอาชีพ&nbsp;และยกระดับรายได้เกษตรกร\"&nbsp;&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ว่า&nbsp;สำหรับโครงการสานฝันสร้างอาชีพฯ&nbsp;ที่จะสนับสนุนในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;จะทำเป็น&nbsp;\"สุพรรณบุรีโมเดล\"&nbsp;ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ&nbsp;ได้จัดหาตลาดรับซื้อผลผลิต&nbsp;โดยขณะนี้มีการหารือกับผู้ประกอบการ&nbsp;และมีการประสานงานเรื่องตลาดรองรับผลผลิตทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว&nbsp;และมีการประกันราคารับซื้อให้กับเกษตรกรที่ชัดเจนแล้ว&nbsp;</p><p><strong>อาชีพที่มีการส่งเสริมสนับสนุนการประกอบอาชีพคือ</strong>&nbsp;ด้านพืช&nbsp;มีด้วยกัน&nbsp;3&nbsp;เมนู&nbsp;1.ฟักทอง&nbsp;&nbsp;2.แฟง&nbsp;3.พริก&nbsp;ด้านปศุสัตว์&nbsp;มี&nbsp;3&nbsp;เมนู&nbsp;1.โคขุน&nbsp;2.แพะกับแกะ&nbsp;3.ไก่พื้นเมือง&nbsp;ด้านประมง&nbsp;มี&nbsp;2&nbsp;เมนู&nbsp;&nbsp;1.กุ้งก้ามกลาม&nbsp;2.ปลาตะเพียน&nbsp;โดยบางเมนูอาชีพ&nbsp;กระทรวงเกษตรฯ&nbsp;ได้หารือกับผู้ประกอบการเรียบร้อยและพร้อมจะให้การสนับสนุนตั้งแต่ต้นทาง&nbsp;ด้วยการสนับสนุนตั้งแต่เมล็ดพันธ์ุ&nbsp;พันธ์ุสัตว์&nbsp;&nbsp;อาหาร&nbsp;ปุ๋ย&nbsp;ยา&nbsp;และจะหักต้นทุนคืนหลังจากเกษตรกรขายผลผลิตแล้ว&nbsp;ซึ่งวันนี้ผู้ประกอบการด้านต่างๆ&nbsp;ได้มาหารือร่วมกัน&nbsp;และพร้อมแล้วสำหรับการผลักดัน&nbsp;\"สุพรรณบุรีโมเดล\"&nbsp;เป็นตัวอย่างการดำเนินโครงการสานฝันสร้างอาชีพ&nbsp;และยกระดับรายได้เกษตรกร&nbsp;ให้กับทุกจังหวัดทั่วประเทศไทยด้วย</p><p><strong>โครงการสานฝันสร้างอาชีพและยกระดับรายได้เกษตรกร&nbsp;</strong>เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;โดยกรมปศุสัตว์&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;จะส่งเสริมสนับสนุนการให้สินเชื่อแก่เกษตรกรรายย่อย&nbsp;โดยใช้บุคคลค้ำประกันเงินกู้&nbsp;ภายใต้หลักการ&nbsp;3&nbsp;คนร่วมมือ&nbsp;1&nbsp;คนกู้&nbsp;2&nbsp;คนค้ำ&nbsp;หนี้เสียสามารถกู้ได้&nbsp;เงินได้ไม่เกินรายละ&nbsp;100,000&nbsp;บาท&nbsp;สำหรับใช้ในการประกอบอาชีพด้านการเกษตร&nbsp;(พืช&nbsp;ปศุสัตว์&nbsp;ประมง)&nbsp;ที่มีตลาดรองรับชัดเจน&nbsp;หรืออาชีพที่มีลักษณะการลงทุนค้าขายเพื่อเลี้ยงชีพในครัวเรือน&nbsp;วงเงินกู้ทั้งหมด&nbsp;&nbsp;30,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;อัตราดอกเบี้ยร้อยละ&nbsp;4&nbsp;ต่อปี&nbsp;ระยะเวลาปล่อยเงินกู้ตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;ถึง&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2567&nbsp;ผู้สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้ที่&nbsp;ธ.ก.ส.สาขาใกล้บ้าน</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","25/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211225193840721"],
    [263,"ทุกภาคส่วนของจังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดสุพรรณบุรีในอีก 5 ปีข้างหน้า","<p><strong>วันนี้&nbsp;&nbsp;(24&nbsp;ธ.ค.64)&nbsp;ที่ห้องกาลพฤกษ์&nbsp;1&nbsp;โรงแรมสองพันบุรี&nbsp;อำเภอเมืองสุพรรณบุรี</strong>&nbsp;นายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เป็นประธานการแถลงยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;พร้อมกล่าวว่า&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรีได้กำหนดเป้าหมายการพัฒนาจังหวัดไว้ว่า&nbsp;\"เกษตรกรรมยั่งยืน&nbsp;เศรษฐกิจเข้มแข็ง&nbsp;คุณภาพชีวิตดี&nbsp;สังคมมีสุข\"&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดในอีก&nbsp;5&nbsp;ปีข้างหน้า&nbsp;คือระหว่างปี&nbsp;2566-2570&nbsp;โดยให้ความสำคัญตั้งแต่การพัฒนาระดับชุมชน&nbsp;ตำบล&nbsp;ท้องถิ่น&nbsp;สู่ระดับอำเภอและจังหวัด&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาในด้านต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่เป็นอัตลักษณ์ของจังหวัด&nbsp;ผ่านแบรนด์น้องเหน่อ&nbsp;</strong>รวมทั้งกำหนดแนวทางพัฒนาให้สอดคล้องกับสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ในรูปแบบ&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;โดยคาดหวังว่าผู้เข้าร่วมกิจกรรมซึ่งประกอบด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ประชาสังคม&nbsp;และสื่อมวลชน&nbsp;จำนวน&nbsp;200&nbsp;คน&nbsp;จะได้นำสิ่งที่ได้รับในครั้งนี้ไปใช้ในการปฏิบัติงาน&nbsp;ขับเคลื่อนองค์กรให้บรรลุเป้าหมาย&nbsp;และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่จังหวัดต่อไป</p><p><strong>สำหรับการจัดแถลงยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดสุพรรณบุรี</strong>&nbsp;มีเป้าหมายเพื่อให้การพัฒนาจังหวัด&nbsp;ในช่วงปี&nbsp;2566-2570&nbsp;การขับเคลื่อนและส่งเสริมแบรนด์น่องเหน่อให้เป็นอัตลักษณ์จังหวัด&nbsp;ตลอดจนการพัฒนาจุดเน้นของจังหวัด&nbsp;5&nbsp;ด้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;เมืองอาหารปลอดภัย&nbsp;เมืองประวัติศาสตร์และความหลากหลายทางชาติพันธุ์&nbsp;เมืองสมุนไพร&nbsp;เมืองดนตรีและเมืองกีฬา&nbsp;ให้บรรลุตามเป้าหมายการพัฒนาจังหวัดผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนมุ่งสู่ความเข้มแข็งของชุมชนในจังหวัดสุพรรณบุรีอย่างยั่งยืนโดยกิจกรรมในครั้งนี้นอกจากการแสดงผลงานโครงการที่โดดเด่นของจังหวัดแล้วยังมีการเสวนาหัวข้อ&nbsp;\"ก้าวต่อไป&nbsp;สุพรรณบุรี\"&nbsp;</p><p><strong>โดยนายชูชีพ&nbsp;พงษ์ไชย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบถรี&nbsp;ทันตแพทย์อนุศักดิ์&nbsp;คงมาลัย&nbsp;</strong>สมาชิกวุฒิสภา&nbsp;นางสาวธิติยา&nbsp;ภัทรโกศล&nbsp;ประธานกลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่&nbsp;&nbsp;หอการค้าจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;นายเกษมชัย&nbsp;แสงสว่าง&nbsp;ประธานเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้านจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;และพิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณ&nbsp;ผู้ทำคุณประโยชน์ก้านการประชาสัมพันธ์เพื่อพัฒนาจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ให้แก่สื่อมวลชนด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","25/12/2021","ภาคตะวันตก","กาญจนบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211225162330645"],
    [264,"อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานสหกรณ์ฯ ที่นครพนม","<p><strong>วานนี้&nbsp;25&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;นายวิศิษฐ์&nbsp;ศรีสุวรรณ์&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;พร้อมด้วยนางสาววัชรี&nbsp;ปุกหุต&nbsp;สหกรณ์จังหวัดนครพนม&nbsp;และคณะ</strong>&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของสหกรณ์การเกษตรเรณูนคร&nbsp;จำกัด&nbsp;โดยมีนายอดุลย์&nbsp;คำไพ&nbsp;ประธานกรรมการสหกรณ์&nbsp;นายธนเดช&nbsp;ยะสะกะ&nbsp;ผู้จัดการสหกรณ์&nbsp;พนักงาน&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;ณ&nbsp;สหกรณ์การเกษตรเรณูนคร&nbsp;จำกัด&nbsp;ตำบลโพนทอง&nbsp;อำเภอเรณูนคร&nbsp;จังหวัดนครพนม</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;ได้ให้คำแนะนำในการบริหารจัดการและการดำเนินธุรกิจของสหกรณ์&nbsp;</strong>ส่งเสริมให้สมาชิกเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินธุรกิจ&nbsp;ส่งเสริมอาชีพให้สมาชิกเพื่อสร้างรายได้&nbsp;ทั้งนี้ที่ผ่านมาสหกรณ์การเกษตรเรณูนคร&nbsp;จำกัด&nbsp;ได้ส่งเสริมสมาชิกเลี้ยงโคขุน&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2553&nbsp;ส่งชำแหละที่สหกรณ์โพนยางคำ&nbsp;จำกัด&nbsp;สหกรณ์การเกษตรหนองสูง&nbsp;จำกัด&nbsp;และส่งเสริมสมาชิกเลี้ยงโคสายพันธุ์ชาร์โรเล่ส์&nbsp;แองกัส&nbsp;และวากิว&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ส่งเสริมให้สมาชิกปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนา&nbsp;มีสมาชิกเข้าร่วมโครงการจำนวน&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่&nbsp;32&nbsp;ไร่&nbsp;รวมทั้งให้สมาชิกลดต้นทุนการผลิตด้านเกษตรและปศุสัตว์&nbsp;โดยสหกรณ์ผลิตอาหารโคเนื้อ&nbsp;และผลิตมูลโคอัดเม็ดเพื่อจำหน่ายให้แก่สมาชิกสหกรณ์อีกด้วย</p><p><strong>ที่ผ่านมา&nbsp;กรมส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;โดย&nbsp;สำนักงานสหกรณ์จังหวัดนครพนม</strong>&nbsp;ได้จัดสรรงบประมาณและอุปกรณ์การตลาดที่จำเป็นให้กับสหกรณ์&nbsp;อาทิ&nbsp;&nbsp;สนับสนุนเงินอุดหนุน&nbsp;จัดซื้อรถโฟล์คลิฟท์&nbsp;ตามโครงการพัฒนาศักยภาพการดำเนินธุรกิจสหกรณ์&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;และธุรกิจชุมชน&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;คัน&nbsp;&nbsp;ฉาง&nbsp;ขนาด&nbsp;&nbsp;500&nbsp;ตัน&nbsp;เครื่องชั่ง&nbsp;ขนาด&nbsp;40&nbsp;ตัน&nbsp;ลานตาก&nbsp;ขนาด&nbsp;3,200&nbsp;ตารางเมตร&nbsp;ชุดตรวจคุณภาพข้าว&nbsp;ตู้แช่แข็ง&nbsp;ตู้โชว์&nbsp;โรงพักโค&nbsp;ซึ่งได้รับสนับสนุนงบประมาณจากกกรมส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;เป็นต้น&nbsp;และสนับสนุนด้านเงินกู้กองทุนพัฒนาสหกรณ์โครงการต่างๆ&nbsp;รวมทั้งหน่วยงานอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ได้เข้าไปสนับสนุนองค์ความรู้&nbsp;คำแนะนำในการดำเนินงาน&nbsp;ทุนดำเนินงาน&nbsp;เช่น&nbsp;สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์จังหวัดนครพนม&nbsp;และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;</p><p><strong>สหกรณ์การเกษตรเรณูนคร&nbsp;จำกัด&nbsp;จดทะเบียนจัดตั้งเป็นสหกรณ์เมื่อวันที่&nbsp;15&nbsp;มกราคม&nbsp;2514</strong>&nbsp;ปัจจุบันมีสมาชิก&nbsp;1,579&nbsp;ราย&nbsp;มีทุนดำเนินงานมากกว่า&nbsp;&nbsp;481&nbsp;&nbsp;ล้านบาท&nbsp;สหกรณ์ดำเนินธุรกิจหลัก&nbsp;5&nbsp;ด้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ธุรกิจสินเชื่อ&nbsp;ธุรกิจรับฝากเงินจากสมาชิก&nbsp;ธุรกิจจัดหาสินค้ามาจำหน่าย&nbsp;ธุรกิจรวบรวมผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;และธุรกิจแปรรูปผลผลิตและผลิตสินค้า</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","26/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211226073034756"],
    [265,"ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และคณะผู้บริหาร เยี่ยมชมติดตามการดำเนินงานรัฐวิสาหกิจชุมชน กลุ่มแปลงใหญ่แมลงเศรษฐกิจ (จิ้งหรีด) ที่นครพนม","<p><strong>วานนี้&nbsp;(25&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564)&nbsp;นายทองเปลว&nbsp;กองจันทร์&nbsp;ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;นายวิศิษฐ์&nbsp;ศรีสุวรรณ์&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;พร้อมด้วยคณะผู้บริหารหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ลงพื้นที่ศึกษาดูงานรัฐวิสาหกิจชุมชน&nbsp;กลุ่มแปลงใหญ่แมลงเศรษฐกิจ&nbsp;(จิ้งหรีด)&nbsp;เพื่อเป็นการติดตามและให้คำแนะนำในการพัฒนาและยกระดับการบริหาร&nbsp;จัดการกลุ่ม&nbsp;การผลิตที่มีคุณภาพและมีการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีไปใช้ในกระบวนการผลิตที่มีคุณภาพและเกิดการรวมกลุ่มและต่อยอดอย่างเข้มแข็งในอนาคต&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งคณะกรรมการ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ร่วมเยี่ยมชมการดำเนินงาน&nbsp;โดยมีว่าที่ร้อยตรี&nbsp;ภูมิศักดิ์&nbsp;ขำปู่</strong>&nbsp;นายอำเภอเรณูนคร&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มแปลงใหญ่&nbsp;&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;&nbsp;นางสาวกัญณฐา&nbsp;อภินนท์ธนา&nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;เเละนางสาววัชรี&nbsp;ปุกหุต&nbsp;สหกรณ์จังหวัดนครพนม&nbsp;ร่วมให้ข้อมูลการดำเนินงาน&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;รัฐวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปลงใหญ่แมลง&nbsp;(จิ้งหรีด)&nbsp;ตำบลโพนทอง&nbsp;อำเภอเรณูนคร&nbsp;จังหวัดนครพนม</p><p><strong>ปัจจุบันกลุ่มแปลงใหญ่แมลงเศรษฐกิจ&nbsp;(จิ้งหรีด)&nbsp;มีสมาชิกจำนวน&nbsp;31&nbsp;คน</strong>&nbsp;พื้นที่การเลี้ยง&nbsp;300&nbsp;ไร่&nbsp;เลี้ยงจิ้งหรีดสายพันธุ์ทองดำ&nbsp;ทองแดง&nbsp;สะดิ้ง&nbsp;และจี้โกร่ง&nbsp;โดยได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของสมาชิกภายในกลุ่ม&nbsp;ซึ่งการเลี้ยงในแต่ละรอบนั้น&nbsp;จะต้องมีการวางแผนการผลิตให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า&nbsp;มุ่งเน้นลดต้นทุนการผลิต&nbsp;ซึ่งก็คืออาหารสัตว์&nbsp;โดยนำวัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่น&nbsp;เช่น&nbsp;รำข้าว&nbsp;ข้าวโพดบด&nbsp;และกากถั่วเหลือง&nbsp;มาเป็นส่วนผสม&nbsp;ซึ่งหาซื้อได้ง่าย&nbsp;มีราคาถูกแล้ว&nbsp;และยังเป็นการช่วยอุดหนุนเกษตรกรในพื้นที่ให้มีรายได้อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","26/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211226073233757"],
    [266,"พ่อเมืองอุบลฯ พร้อมคณะติดตามการดำเนินโครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ สร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร  สู้ภัยโควิด 19","<p><strong>นายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;นางศลิษา&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;</strong>ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;นายสมเพชร&nbsp;สร้อยสระคู&nbsp;นายทรงพล&nbsp;วิชัยขัทคะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ส่วนราชการระดับอำเภอ&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินโครงการ&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;ณ&nbsp;แปลงเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;นายพนม&nbsp;พิมพ์รัตน์&nbsp;ตำบลตาลสุม&nbsp;อำเภอตาลสุม&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี</p><p><strong>โดยรับฟังสรุปการบรรยายผลการดำเนินโครงการฯ&nbsp;และมอบแนวทางการส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่</strong>&nbsp;ให้ยั่งยืน&nbsp;และร่วมกิจกรรมปล่อยพันธุ์ปลากินพืช&nbsp;ลงในสระเก็บน้ำ&nbsp;ร่วมรณรงค์หยุดการเผาในพื้นที่ทำการเกษตร&nbsp;ด้วยการหว่าน&nbsp;และไถกลบ&nbsp;เมล็ดปอเทือง&nbsp;ในแปลงข้าวหลังการเก็บเกี่ยว&nbsp;กิจกรรมปลูกผักสวนครัว&nbsp;โดยหว่านเมล็ดพันธุ์ผักพระราชทาน&nbsp;คือ&nbsp;คะน้าและผักบุ้ง&nbsp;ปลูกพริกพันธุ์จินดา&nbsp;กิจกรรมเก็บผักสวนครัว&nbsp;เก็บผักกาด&nbsp;และถั่วฝักยาว&nbsp;เพื่อประกอบอาหารกลางวัน&nbsp;ซึ่งคัดสรรวัตถุดิบที่ปลอดภัยจากแปลงของเกษตรกร&nbsp;ที่เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;สำหรับรายการอาหารปลอดภัยในวันนี้&nbsp;คือ&nbsp;ผัดผักกุ้งสด&nbsp;และไข่เจียวกุ้งสับ&nbsp;รวมถึงได้ร่วมรับฟังการบรรยาย&nbsp;การทำปุ๋ยหมักแบบไม่พลิกกลับกอง&nbsp;จาก&nbsp;ผักตบชวา&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้มีการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;อีกด้วย</p><p><strong>โครงการ&nbsp;1&nbsp;ตาบล&nbsp;1&nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;โดยน้อมนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง</strong>และเกษตรทฤษฎีใหม่มาเป็นแนวทางในการดาเนินงานโครงการ&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;บรรเทาปัญหาการว่างงาน&nbsp;ลดปัญหาการเคลื่อนย้ายแรงงานภาคการเกษตรกรรมไปสู่ภาคอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;และสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนในท้องถิ่นให้มีความมั่นคงในการเป็นแหล่งผลิตอาหาร&nbsp;ได้มีทางเลือก&nbsp;มีอาหาร&nbsp;มีอาชีพ&nbsp;มีความอุดมสมบูรณ์&nbsp;มีความอบอุ่นจากครอบครัว&nbsp;แล้วความสุขตามวิถีชีวิตพอเพียงก็จะเกิดขึ้นกับชุมชน&nbsp;ซึ่งเป็นศาสตร์ที่เป็นทางรอดของเกษตรกรไทย&nbsp;เพื่อมุ่งสู่ระบบเกษตรกรรมยั่งยืน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;โครงการดังกล่าว&nbsp;</p><p><strong>นอกจากจะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจในระยะสั้นแล้ว&nbsp;ยังช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจไทย</strong>ในระยะยาวเกษตรกรสามารถเลี้ยงตนเองและสร้างรายได้ให้กับครอบครัวได้อย่างพอเพียงและยั่งยืน.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","26/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อุบลราชธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211226094512778"],
    [267,"กรมชลประทาน สนองนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขยายผลโครงการสาธิตการทำนาแบบเปียกสลับแห้ง (แกล้งข้าว) รณรงค์เกษตรกรพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา ทำนาแบบใช้น้ำน้อย ลดต้นทุนเพิ่มผลผลิต","<p><strong>วันนี้&nbsp;(&nbsp;26&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;)&nbsp;เวลา&nbsp;10.30&nbsp;น.&nbsp;ที่สำนักงานชลประทานที่&nbsp;12&nbsp;จังหวัดชัยนาท</strong>&nbsp;นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เป็นประธานการประชุมและติดตามการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้ง&nbsp;2564/65&nbsp;และการส่งเสริมแนวทางการทำนาแบบเปียกสลับแห้งในเขตพื้นที่สำนักงานชลประทานที่&nbsp;12&nbsp;โดยมี&nbsp;ดร.ทวีศักดิ์&nbsp;ธนเดโชพล&nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;ดร.วัชระ&nbsp;เสือดี&nbsp;ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรมชลประทาน&nbsp;(ด้านบำรุงรักษา)&nbsp;ดร.ธเนศร์&nbsp;สมบูรณ์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา&nbsp;นายกฤษฎา&nbsp;ศรีเพิ่มพันธ์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่&nbsp;12&nbsp;นายเนรมิตร&nbsp;เทพนอก&nbsp;รองผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่&nbsp;12&nbsp;นายชวลิต&nbsp;ฉลอม&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา&nbsp;นายวิวัฒน์&nbsp;มณีอินทร์&nbsp;ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน&nbsp;และผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;</p><p><strong>นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>กรมชลประทาน&nbsp;ได้เริ่มโครงการสาธิตการทำนาแบบเปียกสลับแห้งในปี&nbsp;2558&nbsp;ภายใต้โครงการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าปวงประชาถวายพ่อของแผ่นดิน&nbsp;ตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;โดยมีพื้นที่นำร่อง&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;โครงการชลประทานเชียงใหม่,&nbsp;โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่แตง&nbsp;จ.เชียงใหม่,&nbsp;โครงการชลประทานอุบลราชธานี,&nbsp;โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโดมน้อย&nbsp;จ.อุบลราชธานี&nbsp;รณรงค์การใช้น้ำอย่างประหยัดด้วยการทำนาแบบเปียกสลับแห้ง&nbsp;(แกล้งข้าว)&nbsp;หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า&nbsp;การทำนาแบบใช้น้ำน้อย&nbsp;เป็นวิธีการบริหารจัดการน้ำในการทำนา&nbsp;โดยไม่ส่งผลกระทบต่อผลผลิตข้าว&nbsp;สามารถลดปริมาณการใช้น้ำได้มากถึงร้อยละ&nbsp;28&nbsp;ของปริมาณน้ำที่ใช้ในการทำนาแบบทั่วไป&nbsp;ซึ่งโดยปกติจะใช้น้ำประมาณ&nbsp;1,200&nbsp;ลบ.ม.ต่อไร่&nbsp;แต่ถ้าทำนาแบบแกล้งข้าว&nbsp;จะใช้น้ำเพียงประมาณ&nbsp;860&nbsp;ลบ.ม.ต่อไร่&nbsp;เท่านั้น&nbsp;นอกจากจะลดปริมาณการใช้น้ำลงแล้ว&nbsp;ยังช่วยลดต้นทุนการใช้ปุ๋ย&nbsp;สารเคมี&nbsp;และน้ำมันเชื้อเพลิง&nbsp;สามารถลดต้นทุนการผลิตข้าวลง&nbsp;จากไร่ละประมาณ&nbsp;5,600&nbsp;บาท&nbsp;เหลือประมาณ&nbsp;3,400&nbsp;บาท&nbsp;ที่สำคัญยังทำให้คุณภาพข้าวดีขึ้น&nbsp;เพิ่มปริมาณผลผลิตได้สูงกว่าไร่ละ&nbsp;1,200&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ได้อีกด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p>ส.ปชส.ชัยนาท</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","26/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","ชัยนาท","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211226125924844"],
    [268,"กรมชลประทานเชิญชวนเกษตรกรลุ่มเจ้าพระยา ทำนาแบบเปียกสลับแห้ง ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต","<p><strong>กรมชลประทาน&nbsp;สนองนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ขยายผลโครงการสาธิตการทำนาแบบเปียกสลับแห้ง(แกล้งข้าว)รณรงค์เกษตรกรพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา&nbsp;ทำนาแบบใช้น้ำน้อย&nbsp;ลดต้นทุนเพิ่มผลผลิต&nbsp;</strong></p><p>&nbsp;</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(26&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564)&nbsp;นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมและติดตามการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้ง&nbsp;2564/65&nbsp;และการส่งเสริมแนวทางการทำนาแบบเปียกสลับแห้งในเขตพื้นที่สำนักงานชลประทานที่&nbsp;12&nbsp;โดยมี&nbsp;ดร.ทวีศักดิ์&nbsp;ธนเดโชพล&nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;ดร.วัชระ&nbsp;เสือดี&nbsp;ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรมชลประทาน&nbsp;(ด้านบำรุงรักษา)&nbsp;ดร.ธเนศร์&nbsp;สมบูรณ์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา&nbsp;นายกฤษฎา&nbsp;ศรีเพิ่มพันธ์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่&nbsp;12&nbsp;นายเนรมิตร&nbsp;เทพนอก&nbsp;รองผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่12&nbsp;นายชวลิต&nbsp;ฉลอม&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา&nbsp;นายวิวัฒน์&nbsp;มณีอินทร์&nbsp;ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน&nbsp;และผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานชลประทานที่&nbsp;12&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;</p><p><strong>นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;ได้เริ่มโครงการสาธิตการทำนาแบบเปียกสลับแห้งในปี&nbsp;2558&nbsp;ภายใต้โครงการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าปวงประชาถวายพ่อของแผ่นดิน&nbsp;ตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;โดยมีพื้นที่นำร่อง&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;โครงการชลประทานเชียงใหม่,&nbsp;โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่แตง&nbsp;จ.เชียงใหม่,&nbsp;โครงการชลประทานอุบลราชธานี,&nbsp;โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโดมน้อย&nbsp;จ.อุบลราชธานี&nbsp;รณรงค์การใช้น้ำอย่างประหยัดด้วยการทำนาแบบเปียกสลับแห้ง&nbsp;(แกล้งข้าว)&nbsp;หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า&nbsp;การทำนาแบบใช้น้ำน้อย&nbsp;เป็นวิธีการบริหารจัดการน้ำในการทำนา&nbsp;โดยไม่ส่งผลกระทบต่อผลผลิตข้าว&nbsp;สามารถลดปริมาณการใช้น้ำได้มากถึงร้อยละ&nbsp;28&nbsp;ของปริมาณน้ำที่ใช้ในการทำนาแบบทั่วไป&nbsp;ซึ่งโดยปกติจะใช้น้ำประมาณ&nbsp;1,200&nbsp;ลบ.ม.ต่อไร่&nbsp;แต่ถ้าทำนาแบบแกล้งข้าว&nbsp;จะใช้น้ำเพียงประมาณ&nbsp;860&nbsp;ลบ.ม.ต่อไร่&nbsp;เท่านั้น&nbsp;นอกจากจะลดปริมาณการใช้น้ำลงแล้ว&nbsp;ยังช่วยลดต้นทุนการใช้ปุ๋ย&nbsp;สารเคมี&nbsp;และน้ำมันเชื้อเพลิง&nbsp;สามารถลดต้นทุนการผลิตข้าวลง&nbsp;จากไร่ละประมาณ&nbsp;5,600&nbsp;บาท&nbsp;เหลือประมาณ&nbsp;3,400&nbsp;บาท&nbsp;ที่สำคัญยังทำให้คุณภาพข้าวดีขึ้น&nbsp;เพิ่มปริมาณผลผลิตได้สูงกว่าไร่ละ&nbsp;1,200&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ได้อีกด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","26/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","ชัยนาท","สวท.ชัยนาท","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211226140356871"],
    [269,"รมว.คลัง และปลัดกระทรวงเกษตรพร้อมคณะผู้บริหารฯ ตรวจเยี่ยมศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านพิมาน ที่นครพนม","<p><strong>วันที่&nbsp;26&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;นายอาคม&nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง&nbsp;</strong>นายทองเปลว&nbsp;กองจันทร์&nbsp;ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;นายวิศิษฐ์&nbsp;ศรีสุวรรณ์&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศึกษาดูงาน&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านพิมาน&nbsp;ตำบลพิมาน&nbsp;อำเภอนาแก&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;โดยมี&nbsp;นายพีรพล&nbsp;ลือล่า&nbsp;นายอำเภอนาแก&nbsp;นางสาวกัญณฐา&nbsp;อภินนท์ธนา&nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;นายชุมพล&nbsp;แย้มวิจิตรจรรยา&nbsp;หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช&nbsp;ข้าราชการ/เจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;อปท.&nbsp;ในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับ</p><p><strong>โดยการลงพื้นที่ในครั้งนี้เพื่อเป็นการติดตามและให้คำแนะนำในการพัฒนาและยกระดับ&nbsp;ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านพิมาน</strong>&nbsp;ให้มีการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในชุมชนมาปรับใช้อย่างเข้มแข็ง&nbsp;และสามารถพัฒนาอาชีพด้านการเกษตรด้วยการพึ่งพาตนเองและชุมชนได้อย่างยั่งยืน&nbsp;รวมทั้งการพัฒนาอาชีพและต่อยอดสินค้าในชุมชนให้มีคุณภาพและเอกลักษณ์ของชุมชนในพื้นที่</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","26/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211226201256959"],
    [270,"โคราชพร้อมขยายผล ต่อยอด บจธ. โมเดลที่พิมาย แก้ปัญหาที่ดินทำกิน 32 อำเภอ","<p><strong>วันนี้&nbsp;(26&nbsp;ธ.ค.64)&nbsp;ที่โรงแรมอิมพีเรียล&nbsp;โฮเท็ล&nbsp;แอนด์&nbsp;คอนเวนชั่น&nbsp;เซ็นเตอร์&nbsp;โคราช&nbsp;</strong>นายสมเกียรติ&nbsp;วิริยะกุลนันท์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;กล่าวในการแถลงข่าว&nbsp;บจธ.มอบที่ดินทำกิน&nbsp;ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;เมื่อกล่าวถึงการแก้ปัญหาที่ดินทำกิน&nbsp;โดยการสนับสนุนจากรัฐบาล&nbsp;และมอบหมายสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;บจธ.&nbsp;ดำเนินการ&nbsp;และสามารถบริหารจัดการที่ดินทำกินโดยเฉพาะพื้นที่วิสาหกิจชุมชนไร่นาสวนผสมเกษตรกรฐานรากช่องโคพัฒนา&nbsp;ต.รังกาใหญ่&nbsp;อ.พิมาย&nbsp;จ.นครราชสีมา&nbsp;ที่ใช้แนวคิดเกษตรทฤษฎีใหม่เป็นแนวทาง&nbsp;</p><p>โดยจังหวัดนครราชสีมาจะใช้โมเดล&nbsp;บจธ.&nbsp;ไปแก้ปัญหาที่ดินทำกินในจังหวัดทั้ง&nbsp;12&nbsp;อำเภอ&nbsp;จะให้หน่วยงานในจังหวัดไปต่อยอด&nbsp;ทั้งเรื่องอาชีพ&nbsp;และวิธีการใช้ประโยชน์&nbsp;เราจะทำงานแบบบูรณาการกันอย่างใกล้ชิด</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;นายกุลพัชร&nbsp;ภูมิใจอวด&nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;(บจธ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>บจธ.&nbsp;บริหารจัดการที่ดินแบบแปลงรวม&nbsp;โดยมียุทธศาสตร์สำคัญโดยการใช้พื้นที่และเกษตรกรเป็นตัวตั้ง&nbsp;มีกระบวนการตั้งแต่ต้นน้ำ&nbsp;กลางน้ำ&nbsp;ปลายน้ำ&nbsp;มีการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารสิทธิกับทุกหน่วยงานก่อนจัดซื้อที่ดิน&nbsp;เกษตรกรจะมีส่วนร่วมทุกขั้นตอน&nbsp;และนำเงินงบประมาณมาจัดซื้อที่ดิน&nbsp;ซึ่ง&nbsp;อ.พิมายเป็นตัวอย่างที่ดี&nbsp;เกษตรกรเสียค่าเช่าไร่ละ&nbsp;300&nbsp;บาทต่อปี&nbsp;ถ้าทำสัญญาเช่าซื้อก็จะเสียดอกเบี้ยถูกมาร้อยละ&nbsp;3&nbsp;เรามีต้นแบบแบบนี้อีกหลายที่&nbsp;เราจึงเตรียมผลักดันกฎหมายจัดตั้งหน่วยงานที่ถาวรเพื่อแก้ปัญหาที่ดิน&nbsp;&nbsp;นายกุลพัชรกล่าวและกล่าวขอบคุณจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ที่เข้าใจการทำงานของ&nbsp;บจธ.&nbsp;เพราะ&nbsp;บจธ.&nbsp;ทำงานหน่วยงานเดียวไม่ได้&nbsp;ต้องทำงานร่วมกับหน่วยงานเป็นสิบ&nbsp;เราจะใช้เป็นแนวทางในการทำงานในทุกวิสาหกิจ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;บจธ.&nbsp;ให้ความช่วยเหลือจัดซื้อที่ดินตามที่กลุ่มเกษตรกรรวมตัวกันในนามวิสาหกิจชุมชนไร่นาสวนผสม</strong>เกษตรกรฐานรากช่องโคพัฒนา&nbsp;ต.รังกาใหญ่&nbsp;อ.พิมาย&nbsp;จ.&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;เป็นที่ดินทำกินในรูปแบบแปลงรวมเนื้อที่&nbsp;150&nbsp;ไร่เศษ&nbsp;สมาชิก&nbsp;45&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ในรูปแบบสัญญาเช่าเป็นระยะเวลา&nbsp;2-3&nbsp;ปี&nbsp;แล้วจึงเปลี่ยนเป็นสัญญาเช่าซื้อ&nbsp;เป็นดำเนินการในรูปแบบใหม่&nbsp;ที่ไม่ซ้ำซ้อนกับการดำเนินงานของหน่วยงานอื่นที่มีอยู่แล้ว&nbsp;โดยวันที่&nbsp;27&nbsp;ธันวาคมนี้&nbsp;พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;จะมาเป็นประธานในงาน&nbsp;&nbsp;บจธ.&nbsp;มอบสิทธิที่ดินทำกิน&nbsp;ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ณ&nbsp;วิสาหกิจชุมชนไร่นาสวนผสมเกษตรกรฐานรากช่องโคพัฒนา&nbsp;อย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง&nbsp;ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งสถาบันบริหารจัดการที่ดินและกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน&nbsp;พ.ศ",null,null,null,null,null],
    [271,".&nbsp;ที่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ&nbsp;หรือ&nbsp;คทช.&nbsp;แล้ว&nbsp;และเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาในเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;นี้อีกด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p>","26/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211226221604973",null],
    [272,"ประธานกรรมการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดินลงพื้นที่ติดตามความพร้อมการจัดงาน บจธ.มอบที่ดินทำกินที่พิมาย","<p><strong>วันนี้&nbsp;(26&nbsp;ธ.ค.64)&nbsp;พลตำรวจเอก&nbsp;เฉลิมเกียรติ&nbsp;ศรีวรขาน&nbsp;ประธานกรรมการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;</strong>ลงพื้นที่ติดตามความพร้อมการจัดงาน&nbsp;\"บจธ.&nbsp;มอบที่ดินทำกิน&nbsp;ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง\"&nbsp;ณ&nbsp;วิสาหกิจชุมชนไร่นาสวนผสมเกษตรกรฐานรากช่องโคพัฒนา&nbsp;ต.รังกาใหญ่&nbsp;อ.พิมาย&nbsp;จ.นครราชสีมา&nbsp;ซึ่ง&nbsp;พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;จะเป็นประธานในพิธีเปิดในวันที่&nbsp;27&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;</p><p><strong>พลตำรวจเอก&nbsp;เฉลิมเกียรติ&nbsp;ยังมีโอกาสพบปะพูดคุยกับเกษตรกรสมาชิกวิสาหกิจชุมชนบริเวณตลาดนัดชุมชน</strong>&nbsp;พร้อมสนับสนุนผลผลิต&nbsp;และผลิตภัณฑ์&nbsp;ทั้งผักสลัด&nbsp;กะหล่ำดอก&nbsp;น้ำอ้อย&nbsp;มะพร้าว&nbsp;กล้วย&nbsp;แตงโม&nbsp;ฝรั่ง&nbsp;อาหารพื้นเมืองโคราช&nbsp;ปลาส้ม&nbsp;รวมทั้งไม้ดอกเช่นดาวเรือง</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;พลตำรวจเอก&nbsp;เฉลิมเกียรติ&nbsp;จึงสำรวจการใช้ประโยชน์ที่ดินของสมาชิกทั้ง&nbsp;45&nbsp;ครัวเรือน</strong>&nbsp;ในเนื้อที่&nbsp;150&nbsp;ไร่&nbsp;ภายใต้โครงการบริหารจัดการที่ดินอย่างยั่งยืน&nbsp;โดยมี&nbsp;นายกุลพัชร&nbsp;ภูมิใจอวด&nbsp;ผู้อำนวยการ&nbsp;บจธ.&nbsp;นายเอก&nbsp;วรรณประทีป&nbsp;รองผู้อำนวยการ&nbsp;บจธ.&nbsp;และผู้บริหาร&nbsp;บจธ.&nbsp;พาชมพื้นที่&nbsp;ที่มีการบริหารจัดการจนเป็นต้นแบบโครงการฯ&nbsp;ที่เป็นรูปธรรม&nbsp;และสนับสนุนการผลักดันร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งสถาบันบริหารจัดการที่ดินและกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน&nbsp;พ.ศ..ต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","26/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211226233910978"],
    [273,"ส้ม (สายน้ำผึ้ง)ห้วยโป่ง ยืน 1 เรื่องคุณภาพ 1 สัปดาห์ยอดขายกว่า 200,000 บาท เตรียมยกระดับสู่ Modern Trade","<p><strong>นางสาวยุพา&nbsp;นาคา&nbsp;พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;เร่งหารือนายพยุงศักดิ์&nbsp;สิทธิลภ&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เพื่อผลักดันและวางแผนการตลาดส้ม(สายน้ำผึ้ง)&nbsp;ห้วยโป่ง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ออกสู่ตลาด&nbsp;หลังจากได้ทำการทดสอบตลาดโดยการจำหน่ายทั้งรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ในงานแสดงสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;ไทย&nbsp;สู้ภัย&nbsp;โควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;ณ&nbsp;อาคารอิมแพ็ค&nbsp;เมืองทองธานี&nbsp;ชาเลนเจอร์&nbsp;3&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;18&nbsp;-&nbsp;26&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;และตลาดนัดสวัสดิการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ได้รับความสนใจจากลูกค้าเกินคาด&nbsp;โดยใช้เวลาเพียง&nbsp;5&nbsp;วัน&nbsp;ยอดจำหน่ายแล้วกว่า&nbsp;200,000&nbsp;บาท&nbsp;และได้รับความสนใจจากลูกค้าในการสั่งจองส้มฯ&nbsp;ในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่จะถึงนี้&nbsp;รวมทั้งอยู่ระหว่างขั้นตอนการเจรจาเพื่อนำเข้าจำหน่ายใน&nbsp;Modern&nbsp;Trade&nbsp;ต่อไป</p><p><strong>ความพิเศษของส้มห้วยโป่งคือ</strong>&nbsp;น้ำที่ใช้รดต้นส้มนั้นมาจาก&nbsp;น้ำแร่ธรรมชาติที่เกิดขึ้นเองในหมู่บ้าน&nbsp;ที่ทำให้ส้มที่นี่รสชาติดีเป็นพิเศษ&nbsp;เปลือกแกะง่าย&nbsp;ผิวส้มบาง&nbsp;ไม่เหนียว&nbsp;เนื้อในฉ่ำหวานอมเปรี้ยว&nbsp;รสกลมกล่อม&nbsp;จนเป็นที่นิยมของผู้บริโภค&nbsp;โดยจัดจำหน่ายตั้งแต่&nbsp;40&nbsp;บาทขึ้นไป&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","27/12/2021","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211227095609020"],
    [274,"กรมปศุสัตว์ คุมเข้มตรวจสอบการลักลอบนำเข้าสัตว์ หรือซากสัตว์ ทุกด่านเข้า-ออก","<p><strong>นายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จากกรณีที่มีการเสนอข่าวผ่านสื่อออนไลน์&nbsp;ว่ามีขบวนการลักลอบนำเข้าเนื้อสุกรแช่แข็งเข้ามาในประเทศไทย&nbsp;โดยสำแดงเท็จว่าเป็นสินค้าชนิดอื่น&nbsp;มีการจัดจำหน่ายทั้งแบบบรรจุภัณฑ์ที่ลักลอบมาจากต่างประเทศ&nbsp;และกระจายสินค้าเพื่อจำหน่ายปะปนกับเนื้อสุกรไทย&nbsp;ถือเป็นการบ่อนทำลายภาคอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรของประเทศ&nbsp;ขอให้ภาครัฐที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เร่งตรวจสอบหาข้อเท็จจริงและดำเนินการจับกุมเอาผิดผู้ที่กระทำผิดกฎหมาย&nbsp;ทั้งความผิดทางศุลกากรและผิดกฎหมายว่าด้วยโรคระบาดสัตว์&nbsp;โดยเฉพาะความเสี่ยงเรื่องโรคสุกรที่อาจติดมากับผลิตภัณฑ์ที่ไม่รู้แหล่งที่มา&nbsp;ซึ่งไม่มีใบขออนุญาตนำเข้าซากสัตว์และไม่ผ่านการกักตรวจโรคก่อนนำเข้ามาในราชอาณาจักร&nbsp;</p><p><strong>กรมปศุสัตว์&nbsp;ในฐานะหน่วยงานรับผิดชอบ</strong>&nbsp;ในการตรวจสอบและพิจารณาอนุญาตการนำเข้า&nbsp;ส่งออก&nbsp;หรือนำผ่านราชอาณาจักรซึ่งสัตว์&nbsp;หรือซากสัตว์&nbsp;ภายใต้กฎหมายพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2558&nbsp;เพื่อการป้องกันและควบคุมโรคระบาดที่อาจติดมากับสัตว์หรือซากสัตว์&nbsp;โดยปฏิบัติภายใต้มาตรา&nbsp;31&nbsp;มาตรา&nbsp;32&nbsp;และมาตรา&nbsp;33&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว&nbsp;กำหนดให้ผู้นำเข้าราชอาณาจักรซึ่งสัตว์&nbsp;หรือซากสัตว์ต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;หรือผู้ซึ่งอธิบดีกรมปศุสัตว์มอบหมายทุกครั้ง&nbsp;กำหนดวิธีการขออนุญาตและออกใบอนุญาต&nbsp;กำหนดให้ต้องนำสัตว์หรือซากสัตว์เข้า&nbsp;ออก&nbsp;หรือผ่านที่ท่าเข้า-ท่าออกซี่งมีทั้งหมด&nbsp;46&nbsp;แห่ง&nbsp;กำหนดให้ต้องทำเครื่องหมายประจำตัวสัตว์&nbsp;และเครื่องหมายประจำตัวสัตว์สำหรับซากสัตว์สัตว์ในขั้นตอนการนำเข้า&nbsp;และมีหลักเกณฑ์&nbsp;วิธีการ&nbsp;และเงื่อนไขการนำเข้า&nbsp;ส่งออก&nbsp;หรือนำผ่านราชอาณาจักรซึ่งสัตว์หรือซากสัตว์&nbsp;ซึ่งหากประเทศต้นทางมีโรคระบาดหรือสงสัยว่ามีโรคระบาด&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์จะประกาศชะลอการนำเข้าหรือนำผ่านจากประเทศนั้น&nbsp;และมีคำสั่งมอบหมายให้ผู้อำนวยการกองสารวัตรและกักกัน&nbsp;และหัวหน้าด่านกักกันสัตว์ท่าเข้า-ท่าออก&nbsp;พิจารณาอนุญาตนำเข้า&nbsp;ส่งออก&nbsp;หรือนำผ่านราชอาณาจักรซึ่งสัตว์หรือซากสัตว์&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;กรมปศุสัตว์ได้มีมาตรการที่เข้มงวดในการป้องกันการลักลอบการนำเข้าสินค้าปศุสัตว์&nbsp;(ซากสัตว์)&nbsp;อย่างเข้มงวด</p><p>??<strong>อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำ&nbsp;จึงสั่งการให้กองสารวัตรและกักกันดำเนินการตรวจสอบการลักลอบนำเข้าซากสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาตอยู่เป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ&nbsp;ทำการซักซ้อม&nbsp;ขั้นตอนและวิธีปฏิบัติงานสำหรับการนำเข้า&nbsp;ส่งออก&nbsp;หรือนำผ่าน&nbsp;ราชอาณาจักรซึ่งสัตว์หรือซากสัตว์&nbsp;ทำการเผยแพร่สร้างการรับรู้ที่ถูกต้องแก่ผู้นำเข้าสินค้าปศุสัตว์&nbsp;(ซากสัตว์)&nbsp;จากต่างประเทศและตรวจติดตามการปฏิบัติงานนำเข้า&nbsp;ส่งออก&nbsp;หรือนำผ่านราชอาณาจักรซึ่งสัตว์&nbsp;หรือซากสัตว์&nbsp;อยู่เป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","27/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211227140709183"],
    [275,"ผู้ว่าฯ ตรัง เปิดงานวันดินโลก ปี 2564 พิชิตดินเค็ม เติมเต็มผลผลิต สร้างชีวิตเกษตรกร : Halt soil salinization boost soil productivity","<p><strong>วันนี้&nbsp;(27&nbsp;ธ.ค.2564)&nbsp;ที่สถานีพัฒนาที่ดินตรัง&nbsp;ตำบลบ้านควน&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันดินโลก&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;พิชิตดินเค็ม&nbsp;เติมเต็มผลผลิต&nbsp;สร้างชีวิตเกษตรกร&nbsp;:&nbsp;Halt&nbsp;soil&nbsp;salinization&nbsp;boost&nbsp;soil&nbsp;productivity&nbsp;และมอบเกียรติบัตรแก่หมอดินอาสาที่มีผลงานดีเด่น&nbsp;ซึ่งปฏิบัติตามแนวพระราชดำริด้านการพัฒนาที่ดิน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ตามที่องค์การสหประชาชาติ&nbsp;(UN)&nbsp;มีมติรับรองให้วันที่&nbsp;5&nbsp;ธันวาคมของทุกปี&nbsp;เป็นวันดินโลก&nbsp;</strong>(World&nbsp;Soil&nbsp;Day)&nbsp;ด้วยซาบซึ้งในพระปรีชาสามารถและพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดช&nbsp;มหาราชบรมนาถบพิตร&nbsp;ที่ได้ทรงศึกษาค้นคว้าวิธีการจัดการดิน&nbsp;และการแก้ไขปัญหาทรัพยากรดิน&nbsp;จนเป็นที่ประจักษ์ไปทั่วโลกว่า&nbsp;ผลสำเร็จของการดำเนินงาน&nbsp;ตามแนวพระราชดำริก่อให้เกิดประโยชน์สุขต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน&nbsp;และความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมเป็นวิถีนำไปสู่ความปลอดภัย&nbsp;และความมั่นคงของอาหารและในปี&nbsp;2564&nbsp;กลุ่มสมัชชาความร่วมมือทรัพยากรดินโลก&nbsp;(Global&nbsp;Soil&nbsp;Partnership&nbsp;:&nbsp;GSP)&nbsp;ได้กำหนดหัวข้อ&nbsp;พิชิตดินเค็ม&nbsp;เติมเต็มผลผลิต&nbsp;สร้างชีวิตเกษตรกร&nbsp;&nbsp;:&nbsp;&nbsp;Halt&nbsp;&nbsp;soil&nbsp;salinization&nbsp;boost&nbsp;soil&nbsp;productivity&nbsp;</p><p><strong>โดยเน้นที่การจัดการดินเค็มเพื่อฟื้นฟูผลิตภาพของดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ที่เหมาะสมกับการปลูกพืช</strong>&nbsp;กรมพัฒนาที่ดิน&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ร่วมกับสมาคมดินและปุ๋ยแห่งประเทศไทย&nbsp;และ&nbsp;FAO&nbsp;ได้มีนโยบายให้หน่วยงานในสังกัด&nbsp;ดำเนินการขับเคลื่อนงานวันดินโลก&nbsp;เพื่อเผยแพร่พระราชกรณียกิจ&nbsp;ด้านการพัฒนาทรัพยากรดิน&nbsp;เพื่อการเกษตร&nbsp;รวมทั้งสร้างการรับรู้เกี่ยวกับวันดินโลก&nbsp;จังหวัดตรังและหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;</p><p><strong>โดยสถานีพัฒนาที่ดินตรัง&nbsp;ได้ดำเนินการตามนโยบายของกรมพัฒนาที่ดิน&nbsp;</strong>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกำหนดจัดกิจกรรมวันดินโลก&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ขึ้นในวันนี้&nbsp;โดยมีการจัดกิจกรรมประกอบด้วย&nbsp;นิทรรศการกลางแจ้ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;การจัดนิทรรศการพระอัจฉริยภาพด้านการพัฒนาทรัพยากรดิน&nbsp;พิพิธภัณฑ์ดิน&nbsp;และฐานเรียนรู้ด้านการพัฒนาที่ดิน&nbsp;นิทรรศการร่วมจากหน่วยงานในจังหวัด&nbsp;ผลงานเด่นหมอดินอาสา&nbsp;และตลาดสินค้าเกษตรของหมอดินอาสา&nbsp;จำหน่ายพืชผลทางการเกษตรจากแปลงของเกษตรกรหมอดินที่ผ่านการปรับปรุงบำรุงดินด้วยเทคโนโลยีการพัฒนาที่ดิน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","27/12/2021","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211227133720138"],
    [276,"สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดฉะเชิงเทรา สรุปโครงการสัตว์ปลอดโรคคนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า ประจำปี 2564","<p><strong>สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;สรุปโครงการสัตว์ปลอดโรคคนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;การฉีดวัคซีน&nbsp;ทำหมันสุนัขและแมวได้ตามเป้าหมาย&nbsp;&nbsp;โดยปี&nbsp;2565&nbsp;ฉะเชิงเทรา&nbsp;เตรียมระวังเข้ม&nbsp;สุนัขและแมวจรจัดในสถานที่ท่องเที่ยว</strong></p><p><br></p><p><strong>นายมนัส&nbsp;เทพรักษ์&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;ได้กล่าวว่า&nbsp;</strong>จากการทำงานเชิงบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;จังหวัดฉะเชิงเทรามีจำนวนสุนัขและแมวประมาณ&nbsp;200,000&nbsp;ตัว&nbsp;สำรวจจากระบบ&nbsp;One&nbsp;Rabic&nbsp;Data&nbsp;ซึ่งพัฒนาโดย&nbsp;มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&nbsp;ซึ่งมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่เป็นหน่วยงานที่ป้อนข้อมูลให้&nbsp;และได้ดำเนินการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;90&nbsp;และยังลดจำนวนสุนัขและแมวจรจัดด้วยการทำหมันให้จำนวน&nbsp;2,800&nbsp;ตัว&nbsp;ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่กรมปศุสัตว์กำหนด&nbsp;ส่วนปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;เป้าหมายเหมือนเดิม&nbsp;แต่จะเข้มข้น&nbsp;เฝ้าระวังสุนัขและแมวจรจัดในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ&nbsp;ๆ&nbsp;ในจังหวัดฉะเชิงเทรา</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;มีวิสัยทัศน์ของจังหวัดคือ&nbsp;เมืองน่าอยู่&nbsp;น่าเที่ยว&nbsp;น่าลงทุน&nbsp;มุ่งสู่การเป็นเมืองสมาร์ทซิตี้</strong>&nbsp;และ&nbsp;EEC&nbsp;โครงการสัตว์ปลอดโรคคนปลอดภัย&nbsp;มีส่วนสำคัญสนับสนุนให้คนเดินทางมาท่องเที่ยวที่ฉะเชิงเทรา&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด&nbsp;-19&nbsp;และยังปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้าอีกด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","27/12/2021","ภาคตะวันออก","ฉะเชิงเทรา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดฉะเชิงเทรา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211227172649364"],
    [277,"กลุ่มเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงหอยอำเภอกาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี ร้องทุกข์ขอความเป็นธรรม หลังได้รับความเดือดร้อนจากคำสั่งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างล่วงล้ำลำน้ำ","<p><strong>วันนี้&nbsp;(27&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564)&nbsp;นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฏร์ธานี</strong>&nbsp;มอบหมายให้นายสุทธิพงษ์&nbsp;คล้ายอุดม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;รับหนังสือขอความเป็นธรรมจากกลุ่มเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงหอย&nbsp;อำเภอกาญจนดิษฐ์&nbsp;นำโดยนางสาววาริชา&nbsp;วรสิทธิกร&nbsp;กรณีได้รับความเสียหายจากคำสั่งให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างล่วงล้ำลำน้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต&nbsp;(ขนำคอกหอย)&nbsp;ซึ่งผู้ร้องและกลุ่มเกษตรกร&nbsp;ได้รับความเดือดร้อนจากคำสั่งทางปกครองของกรมเจ้าท่า&nbsp;ที่ออกคำสั่งให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง</p><p><strong>เบื้องต้นผู้ร้องทุกข์&nbsp;ได้ขอให้กรมเจ้าท่า&nbsp;เสนอเสนอมาตรการแก้ไขเพื่อลดผลกระทบจากการบังคันใช้กฎหมายใน&nbsp;4&nbsp;เรื่อง</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;1.ชะลอการดำเนินคดีต่อผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากคำสั่งทางปกครอง&nbsp;โดยเสนอไปยังกระทรวงคมนาคม&nbsp;เพื่อบรรเทาความเสียหายให้แก่ผู้ร้องทุกข์ไปก่อน&nbsp;2.ค่าปรับ&nbsp;3.กำหนดรายละเอียดของสิ่งล่วงล้ำลำแม่น้ำที่จะพึ่งพิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาตไว้ให้ชัดเจน&nbsp;และ&nbsp;4.กำหนดแจ้งสิ่งปลูกสร้างล่วงล้ำลำแม่น้ำใหม่&nbsp;ให้มีการดำเนินการทบทวนสิ่งปลูกสร้างใหม่&nbsp;เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกันตามรัฐธรรมนูญ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง&nbsp;เพื่อเป็นการเยียวยาและหามาตรการ</strong>เพื่อให้เถิดความเป็นธรรมแก่ผู้ร้องทุกข์และบุคคลอื่น&nbsp;ที่ได้รับความเสียหายในทำนองเดียวกัน.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","27/12/2021","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211227170708349"],
    [278,"รอง ผวจ.นครศรีธรรมราช ติดตามผลการดำเนินโครงการเพิ่มขีดความสามารถผลิตกุ้งทะเล ระบุสามารถบรรเทาความเดือดร้อนแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งชาวนครศรีธรรมราช จากปัญหาราคากุ้งตกต่ำ และมีกำลังในการเลี้ยงกุ้งป้อนตลาดได้ต่อเนื่อง","<p><strong>รอง&nbsp;ผวจ.นครศรีธรรมราช&nbsp;ติดตามผลการดำเนินโครงการเพิ่มขีดความสามารถผลิตกุ้งทะเล&nbsp;</strong>ระบุสามารถบรรเทาความเดือดร้อนแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งชาวนครศรีธรรมราช&nbsp;จากปัญหาราคากุ้งตกต่ำ&nbsp;และมีกำลังในการเลี้ยงกุ้งป้อนตลาดได้ต่อเนื่อง</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(27&nbsp;ธ.ค.&nbsp;64)&nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงานประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;</strong>ตำบลนาเคียน&nbsp;อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช&nbsp;นายไตรรัตน์&nbsp;ไชยรัตน์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ได้ร่วมประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ทั้ง&nbsp;สำนักงานประมงจังหวัด&nbsp;สำนักงานเกษตรกรและสหกรณ์&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัด&nbsp;สำนักงานสหกรณ์&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;และสหกรณ์ผู้เลี้ยงกุ้งลุ่มน้ำปากพนัง&nbsp;เพื่อติดตามรับฟังสรุปผลการดำเนินโครงการในช่วง&nbsp;4&nbsp;ปีที่ผ่านมา</p><p><strong>โดย&nbsp;นายพรศักดิ์&nbsp;ศักดิ์ธานี&nbsp;ประมงจังหวัดจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จากการดำเนินโครงการ&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2561-2564&nbsp;ใน&nbsp;3&nbsp;กิจกรรม&nbsp;ได้แก่&nbsp;การจัดหาลูกพันธุ์กุ้งคุณภาพเพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตกุ้งทะเล&nbsp;ซึ่งภาครัฐสนับสนุนค่าลูกพันธุ์กุ้ง&nbsp;ร้อยละ&nbsp;90&nbsp;แต่ไม่เกิน&nbsp;40,000&nbsp;บาทต่อราย&nbsp;ส่วนที่เหลืออีก&nbsp;ร้อยละ&nbsp;10&nbsp;เกษตรกรเป็นผู้รับผิดชอบ&nbsp;แต่ทั้งนี้หากเกษตรกรไม่มีทุนเพียงพอก็สามารถขอสินเชื่อได้จาก&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;วงเงินกู้รายละไม่เกิน&nbsp;300,000&nbsp;บาท&nbsp;ในปีที่&nbsp;1&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;150,000&nbsp;บาท&nbsp;ในปีที่&nbsp;2&nbsp;และ&nbsp;ปีที่&nbsp;3&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;จะช่วยชดเชยดอกเบี้ยให้&nbsp;ในอัตราร้อยละ&nbsp;3&nbsp;ทั้งนี้พบว่า&nbsp;มีเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในจังหวัดนครศรีธรรมราชที่ผ่านการอนุมัติเข้าร่วมโครงการ&nbsp;จำนวน&nbsp;448&nbsp;ราย&nbsp;มีสถาบันการเกษตร&nbsp;ชมรม&nbsp;และวิสาหกิจชุมชน&nbsp;เข้าร่วม&nbsp;4&nbsp;องค์กร&nbsp;ได้จ่ายเงินชดเชยให้เกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;11,279,588&nbsp;บาท&nbsp;และมีเกษตรกรขอสินเชื่อจาก&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;เพื่อใช้ในการลงทุนและค่าดำเนินการเลี้ยงกุ้ง&nbsp;จำนวน&nbsp;64&nbsp;ราย&nbsp;วงเงินกู้&nbsp;กว่า&nbsp;13&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;รัฐบาลโดยคณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;หรือ&nbsp;คชก.&nbsp;</strong>ได้อนุมัติงบประมาณ&nbsp;เพื่อให้&nbsp;กรมประมง&nbsp;ดำเนินโครงการเพิ่มขีดความสามารถด้านการผลิตการตลาดกุ้งทะเล&nbsp;ปี&nbsp;2561-2564&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งชาวในจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;จากปัญหาราคากุ้งตกต่ำ&nbsp;และสามารถเลี้ยงกุ้งป้อนตลาดได้ต่อเนื่อง&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2561-2564&nbsp;ซึ่งโครงการมีกำหนดจะเสร็จสิ้นในวันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>อุไรวรรณ/ข่าว&nbsp;&nbsp;สุดา/ข่าว/ภาพ&nbsp;27&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564</p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","27/12/2021","ภาคใต้","นครศรีธรรมราช","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211227174645377"],
    [279,"เกษตรอำเภอหาดสำราญ จังหวัดตรัง  ติดตามโครงการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยเข้าสู่ระบบเกษตรอินทรีย์เพื่อสร้างรายได้แก่เกษตรกร","<p><strong>วันนี้(&nbsp;27&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;)&nbsp;นางสาววรรณธิดา&nbsp;เบญจกุล&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ</strong>&nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรอำเภอหาดสำราญพร้อมด้วยนางสาวจันจิรา&nbsp;ขันเงิน&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;ติดตามการดำเนินงานโครงการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยสู่ระบบมาตรฐานเกษตรอินทรีย์&nbsp;เพื่อสร้างรายได้แก่เกษตรกร&nbsp;กิจกรรมส่งเสริมการผลิตแตงโมคุณภาพ&nbsp;ในพื้นที่หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ตำบลหาดสำราญ&nbsp;อำเภอหาดสำราญ&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;พื้นที่ดังกล่าว&nbsp;&nbsp;มีเกษตรกรจำนวน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ปลูกแตงโมพันธุ์เมญ่า&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;ไร่</strong>&nbsp;สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ประมาณ&nbsp;50&nbsp;ตัน&nbsp;โดยแบ่งขนาดแตงโมออกเป็น&nbsp;3&nbsp;ขนาด&nbsp;คือ&nbsp;&nbsp;ขนาดเล็ก&nbsp;น้ำหนักน้อยกว่า&nbsp;2&nbsp;กิโลกรัมต่อผล&nbsp;ราคา&nbsp;4&nbsp;&nbsp;6&nbsp;บาท&nbsp;ขนาดกลาง&nbsp;น้ำหนัก&nbsp;2-&nbsp;2.5&nbsp;กิโลกรัมต่อผล&nbsp;ราคา&nbsp;6-10&nbsp;บาท&nbsp;ขนาดใหญ่&nbsp;น้ำหนักมากกว่า&nbsp;2.5&nbsp;กิโลกรัมต่อผล&nbsp;ราคา&nbsp;11&nbsp;&nbsp;15&nbsp;บาท&nbsp;สนใจแตงโมสามารถติดต่อได้ที่&nbsp;คุณประทุม&nbsp;พรมจันทร์&nbsp;โทร.&nbsp;099-3080111&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","27/12/2021","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211227181509399"],
    [280,"เกษตรอำเภอย่านตาขาว ร่วมกับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุ่งค่าย ตรวจคัดกรองความเสี่ยงด้านสุขภาพของเกษตรกรในพื้นที่ ตำบลทุ่งค่าย","<p><strong>วันนี้&nbsp;(&nbsp;27&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;)&nbsp;&nbsp;นายนนท์นภนต์&nbsp;นาพอ&nbsp;เกษตรอำเภอย่านตาขาว</strong>&nbsp;มอบหมายให้นางแพรวพรรณ&nbsp;ทองพิทักษ์&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุ่งค่าย&nbsp;ดำเนินการตรวจคัดกรองความเสี่ยงด้านสุขภาพของเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่ตำบลทุ่งค่าย&nbsp;ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยเข้าสู่ระบบเกษตรอินทรีย์เพื่อสร้างรายได้แก่เกษตรกร&nbsp;ซึ่งมีเกษตรกรเข้ารับการตรวจคัดกรองความเสี่ยงด้านสุขภาพ&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;คน&nbsp;ณ&nbsp;โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุ่งค่าย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลทุ่งค่าย&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม&nbsp;เกษตรกรอาจมีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชเพิ่มขึ้น</strong>&nbsp;เนื่องจากรูปแบบการเกษตรเปลี่ยนแปลงไปจากรูปแบบเดิม&nbsp;จากการเกษตรทำเพื่อการบริโภคมาเป็นการเกษตรเศรษฐกิจ&nbsp;เกษตรกรต้องการเพิ่มผลผลิตและรักษาคุณภาพของสินค้า&nbsp;ซึ่งอาจ&nbsp;ส่งผลให้เกิดสารพิษตกค้างในผัก&nbsp;&nbsp;ทำให้ร่างกายที่ได้รับสารพิษ&nbsp;และอาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมาได้&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดังนั้น&nbsp;ในการตรวจคัดกรองค้นหาความเสี่ยงสุขภาพประชาชน&nbsp;จากภัยสารเคมี&nbsp;ศัตรูพืชจึงเป็นการเฝ้าระวังป้องกันและลดอันตรายจากการใช้สารเคมีในการกำจัดศัตรูพืชในประชาชน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","27/12/2021","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211227181639402"],
    [281,"เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง ลงพื้นที่จัดเวทีสร้างการรับรู้เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่สังคมเกษตรผู้สูงวัยและถ่ายทอดความรู้ด้านเคหกิจเกษตร กลุ่มผู้สูงอายุบ้านหนองชุมแสง ตำบลย่านตาขาว","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">วันนี้&nbsp;(27&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564)&nbsp;นายนนท์นภนต์&nbsp;นาพอ&nbsp;เกษตรอำเภอย่านตาขาว&nbsp;มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอย่านตาขาว&nbsp;ลงพื้นที่จัดเวทีที่&nbsp;1&nbsp;สร้างการรับรู้เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่สังคมเกษตรผู้สูงวัย&nbsp;โครงการส่งเสริมเคหกิจเกษตรในครัวเรือนเกษตรผู้สูงวัย&nbsp;กิจกรรมส่งเสริมเคหกิจเกษตรเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตในครัวเรือนเกษตรสูงวัย&nbsp;ณ&nbsp;อาคารสวนสาธารณะหนองชุมแสง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลย่านตาขาว&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำหรับกิจกรรมในวันนี้&nbsp;&nbsp;มีการถ่ายทอดความรู้ในเรื่อง&nbsp;การเตรียมความพร้อมเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและการดูแลสุขภาพ</strong>ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;โดยได้รับเกียรติจาก&nbsp;นางสาวประไพ&nbsp;ติ่งซุ่ยกุล&nbsp;นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ&nbsp;สาธารณสุขอำเภอย่านตาขาว&nbsp;ให้เกียรติเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้&nbsp;พร้อมทั้งมีกิจกรรมถ่ายทอดความรู้&nbsp;และสาธิตการแปรรูปไตปลาแห้ง&nbsp;เพื่อส่งเสริมเคหกิจเกษตรและพัฒนาคุณภาพชีวิตในครัวเรือนเกษตรสูงวัย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","27/12/2021","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211227181833406"],
    [282,"อำเภอรัษฎา  จังหวัดตรัง จัดเวทีวิเคราะห์จัดทำแผนและปรับปรุงข้อมูลของกลุ่มแปลงใหญ่ยางพาราสหกรณ์กองทุนสวนยางคลองปาง","<p><strong>วันนี้(&nbsp;27&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564)&nbsp;&nbsp;นายฉลวย&nbsp;เวียนคำ&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ</strong>&nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรอำเภอรัษฎา&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอรัษฎา&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ลงพื้นที่จัดเวทีวิเคราะห์จัดทำแผนและปรับปรุงข้อมูล&nbsp;ภายใต้โครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ยางพาราสหกรณ์กองทุนสวนยางคลองปาง&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอรัษฎา&nbsp;หมู่ที่&nbsp;15&nbsp;ตำบลควนเมา&nbsp;อำเภอรัษฎา&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;เพื่อวิเคราะห์จัดทำแผนรายแปลงและจัดทำแผนธุรกิจ&nbsp;จัดเวทีวิเคราะห์ของกลุ่มแปลงใหญ่</strong>&nbsp;เพื่อทบทวนและปรับปรุงแผนและเป้าหมายการพัฒนาของกลุ่มแปลงใหญ่ยางพาราสหกรณ์กองทุนสวนยางคลองปาง&nbsp;โดยใช้ข้อมูลแผนการผลิตรายบุคคล&nbsp;(IFPP)&nbsp;ประกอบการวิเคราะห์&nbsp;เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย&nbsp;5&nbsp;ด้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;การลดต้นทุนการผลิต&nbsp;การเพิ่มผลผลิต&nbsp;การพัฒนาคุณภาพ&nbsp;การตลาด&nbsp;และการบริหารจัดการ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","27/12/2021","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211227181751404"],
    [283,"จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ครั้งที่ 1 ณ อำเภอบางสะพาน","<p><strong>จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์</strong>&nbsp;<strong>สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;</strong>ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ณ&nbsp;อำเภอบางสะพาน&nbsp;บ่ายวันนี้&nbsp;(27&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564)&nbsp;นายเสถียร&nbsp;เจริญเหรียญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;โดยมีนายประมวล&nbsp;พงศ์ถาวราเดช&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;เขต&nbsp;3&nbsp;จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;นายอำเภอบางสะพาน&nbsp;เกษตรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;&nbsp;เกษตรกร&nbsp;&nbsp;ประชาชน&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมพิธีเปิด&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ณ&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลกำเนิดนพคุณ&nbsp;อำเภอบางสะพาน&nbsp;จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;</p><p><strong>โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลกำเนิดนพคุณ</strong>&nbsp;ได้กำหนดจัดทำโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ขึ้น&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรที่มีปัญหาด้านการเกษตรในพื้นที่ห่างไกล&nbsp;สามารถเข้าถึงการบริการทางวิชาการ&nbsp;และได้รับการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรอย่างครบวงจรในคราวเดียวกัน&nbsp;ซึ่งเป็นการนำบุคลากร&nbsp;อุปกรณ์&nbsp;เครื่องมือ&nbsp;และองค์ความรู้ด้านการเกษตรมาให้บริการแก่พี่น้องเกษตรกรถึงในพื้นที่&nbsp;โดยเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานวิชาการ&nbsp;หน่วยงานส่งเสริม&nbsp;และหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ในการให้บริการและแก้ไขปัญหาทางการเกษตรร่วมกัน&nbsp;เพื่อพัฒนาฟื้นฟูเกษตรกรให้สามารถผลิต&nbsp;ผลิตผลทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน&nbsp;</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมภายในงานในวันนี้&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;คลินิกพืชโดยสำนักงานเกษตรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์</strong>&nbsp;และศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรชุมพร&nbsp;คลินิกปศุสัตว์โดยสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;คลินิกยางพารา&nbsp;คลินิกเกษตรและสหกรณ์&nbsp;คลินิก&nbsp;สปก.&nbsp;คลินิกประมง&nbsp;และกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;รวมทั้งได้จัดให้มีนิทรรศการ&nbsp;การสาธิต&nbsp;การฝึกอาชีพ&nbsp;การจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;และผลิตภัณฑ์&nbsp;แปรรูปผลผลิตการเกษตร&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;นายเสถียร&nbsp;เจริญเหรียญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ได้เป็นตัวแทนมอบหนังสืออนุญาต</strong>ให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน&nbsp;แก่เกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;มอบกล้าพันธ์&nbsp;อาทิ&nbsp;พริก&nbsp;กระเพรา&nbsp;และฟ้าทะลายโจร&nbsp;เป็นต้น&nbsp;รวมทั้งยังได้มอบพันธ์ปลาแก่ผู้แทนเกษตรกร&nbsp;เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับพี่น้องเกษตรกรในการออกหน่วยคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ในครั้งนี้อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","27/12/2021","ภาคตะวันตก","ประจวบคีรีขันธ์","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211227195532467"],
    [284,"จังหวัดบึงกาฬ จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ บูรณาการหน่วยงาน ร่วมให้บริการเกษตรกรแบบครบจบที่เดียว","<p><strong>วันนี้&nbsp;(27&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564)&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;นายธาตรี&nbsp;บุญมาก&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;พร้อมด้วยหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ร่วมกันจัดขึ้นที่บริเวณองค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์หมากแข้ง&nbsp;อำเภอบึงโขง&nbsp;</p><p><strong>โดยมีนายวัฒนศักดิ์&nbsp;โพธิ์บาย&nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์</strong>ของการจัดงาน&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมพิธี&nbsp;ซึ่งมีเกษตรกรในพื้นที่มารับบริการจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;จำนวนประมาณ&nbsp;100&nbsp;คน&nbsp;นอกจากนี้ยังได้มอบพันธุ์ปลานิล&nbsp;50,000&nbsp;ตัว&nbsp;ไตรโครเดอร์ม่า&nbsp;พันธุ์พืช&nbsp;มอบ&nbsp;สปก.4-01&nbsp;ให้ตัวแทนเกษตรกร&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;และออกหน่วยบริการตามภารกิจหน่วยงาน&nbsp;เพื่อให้บริการด้านการเกษตรแบบครบวงจร&nbsp;รวดเร็ว&nbsp;ถูกต้อง&nbsp;ซึ่งการจัดงานดำเนินการภายใต้มาตรการป้องกันปัญหาโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>นายวัฒนศักดิ์&nbsp;โพธิ์บาย&nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;สำหรับการจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในครั้งนี้&nbsp;มีวัตถุประสงค์ในการให้บริการทางวิชาการแก่เกษตรกร&nbsp;องค์กรเกษตรกรชุมชน&nbsp;ให้สามารถดำเนินกิจการได้อย่างต่อเนื่อง&nbsp;มีการบริหารจัดการที่เป็นระบบสามารถแก้ไขปัญหาในการประกอบอาชีพทางด้านการเกษตรให้กับเกษตรกรได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;รวมทั้งเป็นการดูแลรักษาสุขภาพให้กับประชาชนที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;ซึ่งมีการบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานวิชาการ&nbsp;หน่วยงานส่งเสริม&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมพัฒนา&nbsp;แก้ไขปัญหาให้แก่เกษตรกรให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน&nbsp;</p><p><strong>โดยเป็นการปฏิบัติงานในเชิงรุกที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหา</strong>ได้รับบริการทางการเกษตร&nbsp;รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและฝึกอบรมความรู้การเกษตรเสริมเพิ่มเติมควบคู่กันไป&nbsp;ซึ่งภายในงานได้จัดแสดงนิทรรศการและให้บริการจากคลินิกต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;มากกว่า&nbsp;15&nbsp;คลินิก&nbsp;ได้แก่&nbsp;คลินิกพืช&nbsp;คลินิกดิน&nbsp;&nbsp;คลินิกปศุสัตว์&nbsp;คลินิกประมง&nbsp;คลินิกบัญชี&nbsp;คลินิกชลประทาน&nbsp;คลินิกสหกรณ์&nbsp;คลินิก&nbsp;ส.ป.ก.&nbsp;คลินิกยางพารา&nbsp;คลินิกแก้จน&nbsp;คลินิกข้าว&nbsp;คลินิกขยายพันธุ์พืช&nbsp;&nbsp;คลินิกหม่อนไหม&nbsp;คลินิกสุขภาพ&nbsp;คลินิกบริหารศัตรูพืช&nbsp;มุ่งแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;พร้อมทั้งเป็นการนำนโยบายของภาครัฐที่สำคัญในการแก้ไขปัญหาต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;มาชี้แจงให้กับประชาชน&nbsp;และบริการอื่นๆแบบจบครบที่เดียวอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>","27/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","บึงกาฬ","สวท.บึงกาฬ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211227205839478"],
    [285,"อ.บัวเชด จัดโครงการพัฒนาและส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ครบวงจรจังหวัดสุรินทร์ \"การปลูกหญ้าเนเปียร์\" ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเพื่อยกระดับรายได้ให้แก่เกษตรกร","<p><strong>วันนี้&nbsp;(27&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564)&nbsp;แปลงปลูกหญ้าเนเปียร์&nbsp;ของนายจรัส&nbsp;คำสนวน</strong>&nbsp;สมาชิกกลุ่มผู้เลี้ยงโคเนื้อบ้านบัวขุนจง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลบัวเชด&nbsp;อำเภอบัวเชด&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ได้ดำเนินโครงการพัฒนาและส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ครบวงจรจังหวัดสุรินทร์&nbsp;กิจกรรมหลัก&nbsp;:&nbsp;ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเพื่อยกระดับรายได้ให้แก่เกษตรกร&nbsp;\"การปลูกหญ้าเนเปียร์\"&nbsp;</p><p><strong>เพื่อพัฒนาศักยภาพเกษตรกรให้มีองค์ความรู้ด้านการผลิตและการตลาด</strong>&nbsp;เพิ่มผลผลิตสัตว์เศรษฐกิจ&nbsp;ผลิตปศุสัตว์ปลอดภัย&nbsp;ได้มาตรฐาน&nbsp;ตรงตามความต้องการของตลาด&nbsp;และสร้างรายได้ให้เกษตรกรเป็นอาชีพเสริม&nbsp;สามารถพึ่งพาตนเองได้ตามหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;โดยมีนายพิศาล&nbsp;เค้ากล้า&nbsp;นายอำเภอบัวเชด&nbsp;ได้มอบหมายให้&nbsp;นายบรรลุ&nbsp;สุวรรณดี&nbsp;ปลัดอำเภออาวุโส&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการฯ</p><p><strong>นายเชษฐา&nbsp;สงวนศิริ&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอบัวเชด&nbsp;กล่าวรายงานว่า&nbsp;โครงการดังกล่าว&nbsp;</strong>เป็นงบประมาณเหลือจ่ายตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัด&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งปัจจุบันจากสภาพปัญหาเกษตรกรยังขาดทักษะการเลี้ยงสัตว์และองค์ความรู้ค้านการผลิต&nbsp;การตลาด&nbsp;การจัดการแปลงหญ้า&nbsp;ซึ่งเกษตรกรจังหวัดสุรินทร์&nbsp;เลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจที่สำคัญ&nbsp;โดยเฉพาะ&nbsp;โค&nbsp;กระบือ&nbsp;ตลาดมีความต้องการสูง&nbsp;ตลาดกว้าง&nbsp;คู่แข่งทางการตลาดน้อย&nbsp;ให้ราคาสูงกำลังผลิตไม่เพียงพอ&nbsp;</p><p><strong>โดยเฉพาะโควากิวให้ผลตอบแทนสูงสุด&nbsp;ราคาขายซากเมื่อเข้าโรงฆ่าแล้วเฉลี่ยตัวละ&nbsp;100,000&nbsp;บาท</strong>&nbsp;การปลูกหญ้าเนเปียร์&nbsp;เพื่อเป็นอาหารหยาบโปรตีนใช้ในการเลี้ยงสัตว์และขายเป็นหญ้าสด&nbsp;สำหรับเกษตรกรผู้เลี้ยงช้างและเลี้ยงสัตว์กระเพาะรวม&nbsp;ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพด้านปศุสัตว์จะช่วยให้เกษตรกรมีงานทำและรายได้ตลอดปี</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","27/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สุรินทร์","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211227224347485"],
    [286,"การฝึกอบรมเกษตรกรโครงการพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง (Smart Farmer) หลักสูตร พัฒนาเกษตรกรสู่ Smart Farmer","<p><strong>วันนี้&nbsp;(27&nbsp;ธันวาคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;</strong>โดยกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์&nbsp;จัดฝึกอบรมเกษตรกร&nbsp;โครงการพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง&nbsp;(Smart&nbsp;Farmer)&nbsp;หลักสูตร&nbsp;พัฒนาเกษตรกรสู่&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;</p><p><strong>โดยมีนายธานินทร์&nbsp;จุฑาทิพย์ชาติกุล&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เป็นประธานในพิธี</strong>เปิดการฝึกอบรม&nbsp;พร้อมทั้งได้ให้ความรู้ในการพัฒนาเกษตรกรสู่&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;เพื่อพัฒนาเกษตรกร&nbsp;ให้เป็นเกษตรกรปราดเปรื่อง&nbsp;(Smart&nbsp;Farmer)&nbsp;ที่สามารถเป็นแบบอย่างในการเรียนรู้&nbsp;สามารถถ่ายทอดความรู้&nbsp;และเทคโนโลยีด้านปศุสัตว์กับเกษตรกรด้วยกันได้&nbsp;และศึกษาดูงานการเลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;การสาธิตผสมอาหารโคเนื้อ&nbsp;และการทำแร่ธาตุก้อน&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์อำนาจเจริญ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>Cr#สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอำนาจเจริญ</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","27/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211227224454486"],
    [287,"โครงการฝึกอบรมเกษตรกร  โครงการพัฒนาเกษตรกรสู่มืออาชีพ โดยระบบเกษตรกรรมยั่งยืนด้วยหลัก  ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง","<p><strong>วันนี้&nbsp;(27&nbsp;ธันวาคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564)&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;นายธานินทร์&nbsp;จุฑาทิพย์ชาติกุล&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดอำนาจเจริญ</strong>&nbsp;เป็นประธานในการฝึกอบรมเกษตรกรโครงการพัฒนาเกษตรกรสู่มืออาชีพ&nbsp;โดยระบบเกษตรกรรมยั่งยืนด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;กิจกรรม&nbsp;:&nbsp;การพัฒนาการผลิตโคเนื้อในพื้นที่เกษตรกรรมยั่งยืน&nbsp;ซึ่งเป็นโครงการภายใต้แผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัด&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565</p><p><strong>เกษตรกรที่เข้ารับการอบรมในวันนี้เป็นเกษตรกรรุ่นที่&nbsp;1&nbsp;เกษตรกรจากอำเภอเมืองอำนาจเจริญ</strong>&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;ราย&nbsp;เข้าร่วมทำการฝึกอบรม&nbsp;ณ&nbsp;ศาลารวมใจ&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;และศึกษาดูงานที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์อำนาจเจริญ&nbsp;ในการฝึกอบรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์&nbsp;ดังนี้</p><p>1.ส่งเสริมการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตจากพืชเชิงเดี่ยวไปสู่เกษตรกรรมยั่งยืน</p><p>2.&nbsp;เพื่อส่งเสริมการรวมกลุ่มอาชีพการเลี้ยงโคเนื้อเพื่อสร้างรายได้</p><p>3.&nbsp;เพื่อปรับปรุงพันธุ์โคเนื้อให้ตรงกับความต้องการของตลาด&nbsp;เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม&nbsp;</p><p>4.&nbsp;เพื่อยกระดับการเลี้ยงโคเนื้อสู่ระบบมาตรฐานฟาร์ม</p><p>5.&nbsp;เพื่อส่งเสริมการนำมูลโคซึ่งเป็นปุ๋ยอินทรีย์มาใช้ประโยชน์ในการเกษตร</p><p><strong>พร้อมทั้งให้เกษตรกรสามารถนำไปปฏิบัติใช้ในการพัฒนาผลิตโคเนื้อในพื้นที่&nbsp;</strong>ให้เกิดประสิทธิผลตามวัตถุประสงค์ของโครงการ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","27/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211227224715488"],
    [288,"เพิ่มสุขปีใหม่ เที่ยวทั่วไทย สุขใจกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อำนาจเจริญ","<p><strong>ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดอำนาจเจริญ&nbsp;จัดกิจกรรม&nbsp;เพิ่มสุขปีใหม่&nbsp;เที่ยวทั่วไทย</strong>&nbsp;สุขใจกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;&nbsp;บ.หนองเรือ&nbsp;&nbsp;ต.นาหมอม้า&nbsp;อ.เมืองอำนาจเจริญ&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;045-525662&nbsp;ปรับภูมิทัศน์&nbsp;จัดแสดงข้อมูลด้านการพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดเศรษฐกิจ&nbsp;และมอบพันธุ์สัตว์น้ำจืด&nbsp;99&nbsp;ตัว/คน/วัน&nbsp;วันละไม่เกิน&nbsp;20&nbsp;ท่าน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;15&nbsp;ธ.ค.&nbsp;64-15&nbsp;ม.ค.&nbsp;65&nbsp;ในวันและเวลาราชการ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","27/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211227225028491"],
    [289,"พล.อ.ประวิตร มอบป้ายสัญลักษณ์แทนสิทธิในที่ดินของบจธ.หนุนที่ทำกินเกษตรกรบ้านช่องโคพัฒนาพร้อมเปิดป้ายหมู่บ้านพิมายอุดมสุขเมืองโคราชเน้นวิถีเศรษฐกิจพอเพียง ย้ำเร่งแก้ปัญหาช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ยากจน ให้มีที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยครอบคลุมทั่วประเทศโดยเร็ว","<p><strong>วันนี้&nbsp;(27&nbsp;ธ.ค.&nbsp;64)&nbsp;เวลา&nbsp;10.00น.&nbsp;พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;</strong>นำคณะตรวจราชการเดินทางไปที่วิสาหกิจชุมชนไร่นาสวนผสมเกษตรฐานราก&nbsp;ช่องโคพัฒนา&nbsp;ต.รังกาใหญ่&nbsp;อ.พิมาย&nbsp;จ.นครราชสีมา&nbsp;ในงาน&nbsp;บจธ.&nbsp;มอบที่ดินทำกินตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;โดยมี&nbsp;พลตำรวจเอก&nbsp;เฉลิมเกียรติ&nbsp;ศรีวรขาน&nbsp;ประธานกรรมการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;นางรวีวรรณ&nbsp;ภูริเดช&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ&nbsp;นายวิเชียร&nbsp;จันทรโณทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;พร้อมตัวแทนหน่วยงานราชการ&nbsp;คณะส.ส.ในพื้นที่และเกษตรกรกว่า&nbsp;400&nbsp;คน&nbsp;ให้การต้อนรับภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;เข้มงวด</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;ได้รับฟังรายงาน&nbsp;ความคืบหน้าและความสำเร็จ&nbsp;ของสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน</strong>&nbsp;(บจธ.)&nbsp;ที่ให้การช่วยเหลือประชาชนให้มีที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของตนเอง&nbsp;และ&nbsp;โครงการแก้ปัญหาการสูญเสียสิทธิ์ในที่ดินทำกินของเกษตรกรและผู้ยากจน&nbsp;โดยสนับสนุนสินเชื่อให้เกษตรกร&nbsp;นำไปไถ่ถอนที่ดิน&nbsp;จากการจำนอง&nbsp;ขายฝาก&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรกลับมามีที่ดินทำกินและที่อาศัยของตนเองแล้ว&nbsp;387&nbsp;ราย&nbsp;การช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาที่ดิน&nbsp;จากนโยบายรัฐโดยสนับสนุนสินเชื่อจัดซื้อที่ดินให้ผู้ได้รับผลกระทบในรูปแบบแปลงรวมถือกรรมสิทธิ์ร่วม&nbsp;ด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่และ&nbsp;โครงการธนาคารที่ดินนำร่องในพื้นที่&nbsp;5&nbsp;ชุมชน&nbsp;ให้เกษตรกรและผู้ยากจน&nbsp;มีที่ดินทำกินที่เหมาะสมตามรูปแบบที่กำหนดจำนวน&nbsp;500&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;ได้มอบป้ายสัญลักษณ์แทนสิทธิในที่ดินให้แก่ตัวแทนวิสาหกิจชุมชน</strong>ไร่นาสวนผสมเกษตรกรฐานรากช่องโคพัฒนา&nbsp;จาก&nbsp;สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;บจธ.&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;พร้อมมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน&nbsp;(ส.ป.ก.&nbsp;4-01)&nbsp;ให้กับเกษตรกรกว่า&nbsp;3,250&nbsp;ราย&nbsp;โดยผู้แทนเกษตรจำนวน&nbsp;4&nbsp;รายเข้ารับมอบแทน&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งหลังจากมอบแล้ว&nbsp;พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;ได้กล่าวกับผู้แทนเกษตรกรทั้ง&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;</strong>ว่ารู้สึกยินดีที่ได้มอบของขวัญปีใหม่&nbsp;คือที่ดินทำกินให้กับเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน&nbsp;จ.นครราชสีมาในวันนี้&nbsp;โดยขอให้ผู้ได้รับสิทธินั้น&nbsp;เข้าทำประโยชน์ได้อย่างเต็มที่&nbsp;โดยคำนึงถึงระเบียบ&nbsp;และกฏหมายของ&nbsp;ส.ป.ก.&nbsp;และสืบทอดที่ดินให้ลูกหลานได้มีที่ทำกินต่อไป&nbsp;และทำพิธีเปิดป้ายหมู่บ้าน&nbsp;พิมายอุดมสุข&nbsp;ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ก่อนขึ้นรถเยี่ยมชมนิทรรศการตลาดนัดชุมชน&nbsp;ผลผลิตของเกษตรกรซึ่งได้มาจากการทำเกษตรตามหลักการเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;และเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;ในโครงการบริหารจัดการที่ดินอย่างยั่งยืน&nbsp;ของ&nbsp;บจธ.&nbsp;แปลงเกษตรตามแนวทางของเกษตรทฤษฎีใหม่ของเกษตรกร&nbsp;กลุ่มประมงเลี้ยงปลา&nbsp;กลุ่มผลิตปุ๋ยจุลินทรีย์ชีวภาพ&nbsp;และกลุ่มผลิตผักปลอดสารพิษ&nbsp;ก่อนจะเดินทางต่อไปยังบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำมูล&nbsp;ต.ในเมือง&nbsp;อ.พิมาย&nbsp;นครราชสีมาเพื่อตรวจเยี่ยมพื้นที่เพื่อก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำมูล&nbsp;ตามลำดับ</p><p><strong>สำหรับผู้แทนเกษตรกรที่ได้รับ&nbsp;ส.ป.ก.&nbsp;4-01&nbsp;ในวันนี้&nbsp;เป็นผู้แทนเกษตรกรจากเขตปฏิรูปที่ดินจำนวน&nbsp;3,250&nbsp;ราย</strong>&nbsp;เนื้อที่ประมาณ&nbsp;8,465-3-11&nbsp;ไร่&nbsp;&nbsp;จาก&nbsp;11&nbsp;อำเภอใน&nbsp;จ.นครราชสีมา&nbsp;ประกอบไปด้วย&nbsp;อ.แก้งสนามนาง&nbsp;อ.จักราช&nbsp;อ.เฉลิมพระเกียรติ&nbsp;อ.ชุมพวง&nbsp;อ.บ้านเหลื่อม&nbsp;อ.พระทองคำ&nbsp;อ.พิมาย&nbsp;อ.เมืองนครราชสีมา&nbsp;อ.ลำทะเมนชัย&nbsp;อ.หนองบุญมาก&nbsp;และ&nbsp;อ.ห้วยแถลง&nbsp;ซึ่ง&nbsp;ส.ป.ก.&nbsp;นครราชสีมานั้น&nbsp;มีพื้นที่ประกาศเขตปฏิรูปที่ดินทั้งสิ้น&nbsp;25&nbsp;อำเภอ&nbsp;เนื้อที่รวมประมาณ&nbsp;3,235,411&nbsp;ไร่&nbsp;จัดที่ดินให้เกษตรกรเข้าทำประโยชน์ไปแล้วทั้งสิ้น&nbsp;2,245&nbsp;ราย&nbsp;2,543&nbsp;แปลง&nbsp;เนื้อที่ประมาณ&nbsp;31,315&nbsp;ไร่&nbsp;โดย&nbsp;ส.ป.ก.&nbsp;จะเร่งดำเนินการจัดที่ดินที่ยังมิได้ดำเนินการให้กับเกษตรกรที่ได้ขึ้นทะเบียนขอที่ดินทำกิน&nbsp;เพื่อสนองต่อนโยบายของรัฐบาลในการจัดที่ดินทำกิน&nbsp;เพื่อลดความเหลื่อมล้ำให้กับผู้ไร้ที่ดินทำกินต่อไป</p><p><strong>โดยพลเอกประวิตร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ขอบคุณ&nbsp;บจธ.ที่เร่งขับเคลื่อนแก้ปัญหาช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ยากจน</strong>ในการแก้ปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย&nbsp;ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล&nbsp;ด้านเศรษฐกิจฐานรากที่ต้องการให้การบริหารจัดการที่ดินและกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม&nbsp;พร้อมย้ำว่า&nbsp;ยังมีเกษตรกรและผู้ยากจนอีกจำนวนมาก&nbsp;ที่ไร้ที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน&nbsp;ขอให้เร่งขยายผลความสำเร็จดังกล่าว&nbsp;ให้ครอบคลุมทั่วประเทศโดยเร็วและขอให้พี่น้องประชาชน&nbsp;นำที่ดินที่ได้รับไปทำประโยชน์จริง&nbsp;เพื่อลดความเหลื่อมล้ำด้านที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินและเกิดประโยชน์สูงสุดในการบริหารจัดการที่ดินร่วมกันอย่างยั่งยืน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","27/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211227225334493"],
    [290,"กรมชลประทานส่งความสุขให้พี่น้องชาวไทย มอบของขวัญปีใหม่ 2565","<p><strong>กรมชลประทาน&nbsp;เตรียมมอบของขวัญปีใหม่ให้พี่น้องชาวไทยทุกคน&nbsp;ภายใต้นโยบายของ&nbsp;ดร.เฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน</strong>&nbsp;รัฐมนตรีว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ในกิจกรรม&nbsp;ส่งความสุขปีใหม่&nbsp;มอบให้เกษตรกร&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;โครงการชลประทานในหลายพื้นที่&nbsp;พร้อมส่งคืนความสุขให้คนไทยทั่วประเทศ</p><p><strong>นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ตามที่&nbsp;ดร.เฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน</strong>&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ร่วมกันจัดกิจกรรม&nbsp;ส่งความสุขปีใหม่&nbsp;มอบให้เกษตรกร&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ผ่าน&nbsp;3&nbsp;กิจกรรมหลัก&nbsp;ได้แก่&nbsp;มอบของขวัญเกษตรกรไทย&nbsp;มีกิน&nbsp;มีใช้&nbsp;มีรายได้พอเพียง&nbsp;,&nbsp;เพิ่มพลังปีใหม่&nbsp;จำหน่ายสินค้าราคาพิเศษ&nbsp;สินค้าเกษตรคุณภาพ&nbsp;และ&nbsp;ปีใหม่เที่ยวทั่วไทย&nbsp;สุขใจไปกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เพื่อมอบความสุขในช่วงเทศกาลปีใหม่ให้กับพี่น้องชาวไทยทุกคน</p><p><strong>ในส่วนของกรมชลประทาน&nbsp;ได้จัดกิจกรรม&nbsp;เพื่อร่วมส่งความสุขให้กับเกษตรกรและประชาชน</strong>&nbsp;</p><p><strong>-</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>กิจกรรมแรก</strong>&nbsp;เป็นการมอบของขวัญเกษตรกรไทย&nbsp;มีกิน&nbsp;มีใช้&nbsp;มีรายได้พอเพียง&nbsp;&nbsp;พัฒนา/ปรับปรุง/ซ่อมแซมแหล่งน้ำและระบบชลประทาน&nbsp;อาทิ&nbsp;อ่างเก็บน้ำ&nbsp;แก้มลิง&nbsp;อาคารบังคับน้ำ&nbsp;สถานีสูบน้ำพร้อมระบบส่งน้ำ&nbsp;ฯลฯ&nbsp;ครอบคลุม&nbsp;&nbsp;68&nbsp;จังหวัด&nbsp;กว่า&nbsp;2,479&nbsp;รายการ&nbsp;&nbsp;ปรับปรุงคันคลองและกำจัดวัชพืชคลองชลประทาน&nbsp;ปรับปรุงแก้มลิงและกำจัดวัชพืชในพื้นที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษา&nbsp;เพื่อให้คันคลองส่งน้ำใช้งานได้ดี&nbsp;สามารถส่งน้ำให้แก่พื้นที่เพาะปลูกได้ตามเป้าหมาย&nbsp;รวมทั้งสามารถใช้เป็นเส้นทางขนส่งผลผลิตทางการเกษตรออกสู่ตลาดได้สะดวก&nbsp;&nbsp;รวดเร็ว&nbsp;และปลอดภัย&nbsp;</p><p><strong>-</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>กิจกรรมที่สอง&nbsp;</strong>สินค้าราคาพิเศษ&nbsp;สินค้าเกษตรคุณภาพ&nbsp;เปิดสถานที่ให้เกษตรกรนำสินค้าทางการเกษตร&nbsp;อาทิ&nbsp;ผักปลอดสารพิษ&nbsp;มาขายในสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่&nbsp;13&nbsp;ต.บ้านเก่า&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.กาญจนบุรี&nbsp;</p><p><strong>-</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>และกิจกรรมสุดท้าย</strong>&nbsp;เพิ่มสุขปีใหม่&nbsp;เที่ยวทั่วไทย&nbsp;สุขใจไปกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เปิดสถานที่ราชการ&nbsp;ปรับภูมิทัศน์รองรับนักท่องเที่ยว&nbsp;(ศูนย์ศึกษา/ศูนย์เรียนรู้/แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร)&nbsp;จำนวน&nbsp;17&nbsp;แห่ง&nbsp;เปิดสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรให้ประชาชนเข้าชมฟรี&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;ขอเชิญชวนให้พี่น้องประชาชน&nbsp;รวมทั้งนักท่องเที่ยว</strong>&nbsp;ที่เดินทางกลับภูมิลำเนาหรือท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆ&nbsp;ทั่วประเทศ&nbsp;ในช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;แวะพักผ่อนตามสถานที่ต่างๆ&nbsp;ไม่ว่าจะเป็น&nbsp;อ่างเก็บน้ำ&nbsp;เขื่อนทดน้ำ&nbsp;หรือแหล่งน้ำต่างๆ&nbsp;ของกรมชลประทานที่เปิดให้บริการทั่วประเทศ&nbsp;ท้ายที่สุดนี้&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;ขอให้นักท่องเที่ยวและประชาชนทุกท่าน&nbsp;เดินทางท่องเที่ยวและไปกลับภูมิลำเนาโดยสวัสดิภาพ&nbsp;และขอความสุขสวัสดีจงมีแด่ทุกท่านในเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ปี&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>Cr#กรมชลประทาน&nbsp;Cr#&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์</p><p>Cr#&nbsp;RIDTEAM&nbsp;#กรมชลประทาน&nbsp;#ของขวัญปีใหม่</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><h2><br></h2>","28/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211228084613512"],
    [291,"เข้มงวดนำเข้าผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้าน ล่าสุด พักขึ้นทะเบียนผู้นำเข้าที่ไม่ผ่านเกณฑ์ 6 ราย","<p><strong>นายพิทักษ์&nbsp;อุดมวิชัยวัฒน์&nbsp;อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;เริ่มทยอยออกสู่ตลาดมากขึ้น&nbsp;จึงได้กำชับเจ้าหน้าที่เข้มงวดการตรวจสอบมาตรฐานการนำเข้าผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;เพื่อให้ได้วัตถุดิบที่มีคุณภาพไว้ใช้ในประเทศ&nbsp;โดยความชื้นต้องไม่เกินร้อยละ&nbsp;14&nbsp;และปริมาณดินทรายที่ติดกับหัวมันสำปะหลังไม่เกินร้อยละ&nbsp;3&nbsp;</p><p><strong>โดยได้จัดชุดเคลื่อนที่เร็ว&nbsp;ตรวจสอบการนำเข้าฯ</strong>&nbsp;ณ&nbsp;ด่านศุลกากรอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ซึ่งหากพบผู้กระทำผิด&nbsp;จะดำเนินการพักการขึ้นทะเบียนเป็นผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังทันที&nbsp;และผู้นำเข้าต้องไปปรับปรุงคุณภาพสินค้าให้ได้มาตรฐานที่กำหนด&nbsp;จึงจะสามารถนำเข้าต่อไปได้&nbsp;</p><p><strong>ล่าสุด&nbsp;ในเดือนธันวาคม&nbsp;2564</strong>&nbsp;ได้พักการขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการนำเข้าผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังที่คุณภาพไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งมาตรการดังกล่าว&nbsp;จะช่วยให้ได้ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังที่มีคุณภาพป้อนเข้าสู่อุตสาหกรรมมันสำปะหลังของไทย&nbsp;อีกทั้งไม่กระทบต่อราคาผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังในประเทศ&nbsp;ทำให้มีเสถียรภาพดีขึ้น&nbsp;โดยราคาหัวมันสดปัจจุบัน&nbsp;เฉลี่ย&nbsp;2.55&nbsp;บาท/กิโลกรัม&nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;21.43&nbsp;จากช่วงเดียวกันของปีก่อน&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;หากพบเบาะแสผู้กระทำผิดเกี่ยวกับการลักลอบนำเข้าผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;สามารถแจ้งสายด่วนกรมการค้าต่างประเทศ&nbsp;โทร.&nbsp;1385&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","28/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211228143703669"],
    [292,"อุตุฯ สุพรรณบุรี เตือนเกษตรกรควรระวังศัตรูพืชจำพวกหนอนในพืชไร่ ไม้ผลและพืชผักต่าง ๆ","<p><strong>นายสมนึก&nbsp;สวนดอกไม้&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาสุพรรณบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ระยะนี้บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน&nbsp;ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศเย็นถึงหนาวกับมีลมแรง&nbsp;โดยอุณหภูมิจะลดลง&nbsp;24&nbsp;องศาเซลเซียสขอให้ประชาชนบริเวณบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพ&nbsp;เนื่องจากอากาศที่เปลี่ยนแปลง</p><p><strong>คำแนะนำสำหรับการเกษตรในภาคกลาง&nbsp;ระยะนี้มีอากาศเย็นถึงหนาว&nbsp;กับมีลมแรงในบางช่วง&nbsp;</strong>เกษตรกรควรระวังศัตรูพืชจำพวกหนอนในพืชไร่&nbsp;ไม้ผลและพืชผักต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;โดยเฉพาะหนอนใยผักในพืชผักตระกูลกะหล่ำและผักกาด&nbsp;เป็นต้น&nbsp;สำหรับเกษตรที่เลี้ยงสัตว์น้ำควรควบคุมปริมาณการให้อาหารอย่างเหมาะสม&nbsp;โดยเฉพาะในช่วงวันที่&nbsp;28-29&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;อุณหภูมิจะลดลง&nbsp;2-4&nbsp;องเซลเซียส&nbsp;เพราะในช่วงที่อุณหภูมิลดต่ำลง&nbsp;ทำให้สัตว์น้ำกินอาหารได้น้อย&nbsp;และเศษอาหารเหลือจะส่งผลให้น้ำเน่าเสียได้</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","28/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","สวท.สุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211228114945591"],
    [293,"เกษตรกรหมูช้ำขาดทุนสะสม 3 ปี ต้นทุนพุ่ง ข้าวโพด-ถั่วเหลืองแพง ป้องกันโรคเข้ม หมูขาดแคลน วอนผู้บริโภคเห็นใจ","<p><strong>นายสุนทราภรณ์&nbsp;สิงห์รีวงศ์</strong>&nbsp;<strong>นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคเหนือ</strong>&nbsp;กล่าวถึงสถานการณ์สุกรในปัจจุบันว่า&nbsp;เกษตรกรผู้เลี้ยงกำลังประสบปัญหาต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;จากราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ทุกประเภทปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;ซึ่งเป็นปัญหาที่ภาคปศุสัตว์ทั่วโลกกำลังประสบอยู่&nbsp;โดยเฉพาะราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของประเทศเพื่อนบ้านทั้ง&nbsp;กัมพูชา&nbsp;ลาว&nbsp;เวียดนาม&nbsp;ที่ราคาปรับขึ้นไปอยู่ในระดับ&nbsp;11.20-12.20&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ซึ่งเป็นราคาสูงสุดในรอบ&nbsp;10&nbsp;กว่าปี&nbsp;ขณะที่จีนราคาสูงถึง&nbsp;12.80&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ส่วนประเทศไทยเคยมีราคาสูงถึง&nbsp;12.50&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;กลายเป็นต้นทุนสะสมที่เพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้&nbsp;ผนวกกับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาผู้เลี้ยงต้องประสบภาวะขาดทุนอย่างหนัก&nbsp;จากการขายหมูต่ำกว่าต้นทุนเพื่อลดความเสี่ยงเรื่องโรค&nbsp;กระทั่งเคยขายสุกรราคาต่ำสุดเพียง&nbsp;50&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ขณะที่ต้นทุนสูงถึง&nbsp;80&nbsp;บาท&nbsp;เป็นการซ้ำเติมภาวะขาดทุนจากที่ต้องแบกรับมาตลอด&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;เพื่อประคับประคองอาชีพเดียวนี้ไว้</p><p><strong>นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคเหนือ&nbsp;กล่าวอีกว่า&nbsp;</strong>ปัจจุบันผู้เลี้ยงสุกรในภาคเหนือหายไปจากระบบแล้วมากกว่า&nbsp;50%&nbsp;จากผลกระทบของโรคในหมูและภาวะขาดทุนสะสม&nbsp;ทำให้ต้องหยุดเลี้ยงหมูปล่อยเล้าว่างเพื่อรอดูสถานการณ์&nbsp;ขณะที่เกษตรกรที่ยังเดินหน้าเลี้ยงต่อไปต้องแบกภาระต้นทุนที่สูงขึ้น&nbsp;จากราคาวัตถุดิบที่พุ่งไม่หยุดทั้งข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;กากถั่วเหลืองนำเข้า&nbsp;และปลายข้าว&nbsp;ซึ่งวัตถุดิบอาหารสัตว์เป็นต้นทุนหลักคิดเป็น&nbsp;60-70%&nbsp;ของการเลี้ยงสัตว์&nbsp;รวมถึงต้องยกระดับระบบป้องกันโรคให้เข้มแข็งขึ้น&nbsp;ทำให้มีต้นทุนเพิ่มเกือบ&nbsp;500&nbsp;บาทต่อตัว&nbsp;และยังต้องเตรียมเงินทุนจำนวนมาก&nbsp;เพื่อปรับเข้าสู่ระบบมาตรฐานทั้ง&nbsp;GFM&nbsp;และ&nbsp;GMP&nbsp;แม้รู้ว่าต้นทุนต้องเพิ่มขึ้น&nbsp;แต่เกษตรกรยินดีทำเพื่อรักษาความมั่นคงทางอาหารโปรตีนให้ผู้บริโภคในประเทศ</p><p>&nbsp;<strong>สำหรับการบริโภคของประชาชนในปัจจุบันปรับเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก</strong>&nbsp;เนื่องจากห้างร้านต่างๆกลับมาเปิดดำเนินการได้ตามปกติ&nbsp;ไทยเปิดรับนักท่องเที่ยวในช่วงก่อนนี้&nbsp;โรงเรียนเปิดทำการเรียนการสอนและยังเข้าสู่ช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่&nbsp;ส่งผลในเชิงจิตวิทยาทำให้คนเริ่มออกมาจับจ่ายมากขึ้น&nbsp;สวนทางกับปริมาณผลผลิตสุกรขุนลดลงมากกว่า&nbsp;30%&nbsp;ราคาสุกรจึงเป็นไปตามกลไกตลาด&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;พบว่าประเทศอื่นๆที่มีปัญหาขาดแคลนสุกรระดับราคาต่างปรับขึ้นต่อเนื่อง&nbsp;อย่างเช่น&nbsp;จีนราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มอยู่ที่&nbsp;90-103&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;และฟิลิปปินส์&nbsp;ราคา&nbsp;137-147&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;เกษตรกรขอความเห็นใจในปัญหาที่ต้องเผชิญกับภาวะราคาหมูตกต่ำมานานกว่า&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;ขอให้กลไกตลาดได้ทำงานเสรี&nbsp;เพื่อให้สามารถไปต่อในอาชีพนี้ได้&nbsp;ขณะที่ประชาชนยังมีทางเลือกบริโภคอาหารอื่นทดแทน&nbsp;ทั้งปลา&nbsp;ไข่&nbsp;ไก่&nbsp;ซึ่งถือเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรอย่างแท้จริง</p><p><br></p><p><br></p>","28/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","กรมประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211228143935672"],
    [294,"สิงห์บุรีจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์","<p><strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้&nbsp;ส่งเสริมการตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์&nbsp;ให้เป็นทางเลือกใหม่ของเกษตรกรรุ่นใหม่&nbsp;</strong></p><p><br></p><p><strong>นายสัมฤทธิ์&nbsp;กองเงิน&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;\"การจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเชื่อมโยงด้านการตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์\"&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลโพกรวม&nbsp;อำเภอเมืองสิงห์บุรี&nbsp;จังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;ตามที่สำนักงานเกษตรจังหวัดสิงห์บุรีจัดขึ้น&nbsp;ภายใต้โครงการพัฒนาจังหวัด&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;เพื่อเป็นการขับเคลื่อนและเพิ่มช่องทางการผลิตและจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ให้มากขึ้น&nbsp;</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;การส่งเสริมการเกษตรอินทรีย์อย่างจริงจัง&nbsp;จังหวัดสิงห์บุรีเริ่มส่งเสริมมาตั้งแต่ปี&nbsp;2558</strong>&nbsp;มีเกษตรกรเริ่มสมัครขอรับรองมาตรฐาน&nbsp;จนได้รับใบรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์&nbsp;(Organic&nbsp;Thailand)&nbsp;เมื่อปี&nbsp;2562&nbsp;ปัจจุบันมีเกษตรกรที่ได้รับใบรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรอินทรีย์แล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;17&nbsp;ราย&nbsp;รวมพื้นที่&nbsp;86&nbsp;ไร่&nbsp;ประเภทสินค้า&nbsp;ได้แก่&nbsp;ผัก&nbsp;ผลไม้&nbsp;และข้าว&nbsp;โดยตลาดหลักจัดจำหน่ายอยู่ที่&nbsp;คือตลาดเกษตรกรบริเวณสี่แยกบุ้งกี๋&nbsp;ตลาดจริงใจ&nbsp;Tops&nbsp;Plaza&nbsp;สิงห์บุรี&nbsp;และจำหน่ายหน้าสวนของเกษตรเอง&nbsp;ซึ่งมีมูลค่าการตลาดปัจจุบันอยู่ที่&nbsp;1.49&nbsp;ล้านบาทต่อ&nbsp;ปี&nbsp;ในการขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์&nbsp;จะทำได้ช้าแต่ก็มีจำนวนเกษตรกรและปริมาณสินค้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ&nbsp;และส่วนใหญ่เป็นสินค้าสด&nbsp;จึงจำเป็นต้องส่งเสริมการตลาดเพื่อให้มีช่องทางและรูปแบบในการจัดจำหน่ายมากขึ้น&nbsp;ในการจัดงานจึงได้เชิญเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จ&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเชื่อมโยงด้านการตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์&nbsp;ให้เกษตรกรที่มาร่วมงานได้รับฟังเพื่อนำไปเป็นแนวทางในการผลิตและจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ของตนเองต่อไป</p><p><br></p><p>วีรยุทธ&nbsp;รวดเร็ว&nbsp;/&nbsp;ข่าว</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","28/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","สิงห์บุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสิงห์บุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211228133505623"],
    [295,"การยางแห่งประเทศไทย เดินหน้าโครงการชะลอยางพารา เก็บผลผลิตและขายในช่วงที่ราคาเหมาะสม เพิ่มสภาพคล่องให้ชาวสวนยาง","<p><strong>นายสุขทัศน์&nbsp;ต่างวิริยกุล&nbsp;รองผู้ว่าการด้านปฏิบัติการ&nbsp;เผยว่า</strong>&nbsp;การยางแห่งประเทศไทย&nbsp;&nbsp;(กยท.)&nbsp;เดินหน้าโครงการชะลอยางของสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางฯ&nbsp;ซึ่งเริ่มดำเนินการรับซื้อผลผลิตยาง&nbsp;(ยางก้อนถ้วยและน้ำยางสด)&nbsp;จากสถาบันเกษตรกรแล้วในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ&nbsp;ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน&nbsp;2563&nbsp;ซึ่งสามารถช่วยให้ราคายางปรับตัวเพิ่มขึ้น&nbsp;เพิ่มสภาพคล่องให้เกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;ไม่ต้องเร่งขายผลผลิตยาง&nbsp;สามารถเก็บไว้ขายในช่วงที่ราคายางสูงขึ้นอยู่ในระดับที่เหมาะสมได้&nbsp;ซึ่งคณะกรรมการ&nbsp;กยท.&nbsp;สั่งการให้นำมาตรการดังกล่าวมาใช้อย่างต่อเนื่อง&nbsp;ควบคู่กับการบริหารจัดการน้ำยางสดที่ส่งเสริมให้แปรรูปเป็นยางแผ่นรมควันและซื้อขายผ่านตลาดกลางที่เป็นตลาดข้อตกลงส่งมอบจริงล่วงหน้า&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;ช่วยในการบริหารต้นทุนการแปรรูปยาง&nbsp;และลดความเสี่ยงด้านราคายางลงได้&nbsp;เป็นอีกมาตรการที่ช่วยสนับสนุนและเพิ่มความต้องการใช้น้ำยางสดให้สูงขึ้นได้&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;ราคาน้ำยางสดเฉลี่ยช่วงธันวาคม</strong>&nbsp;(&nbsp;124&nbsp;ธ.ค.&nbsp;64&nbsp;)&nbsp;อยู่ที่&nbsp;54.59&nbsp;บาท/กก.โดยช่วงต้นเดือนธันวาคม&nbsp;&nbsp;ราคายางขยับตัวสูงขึ้นเกินกว่าราคาเฉลี่ยในช่วงเดียวกันของปีก่อน&nbsp;สาเหตุจากผลผลิตยางออกสู่ตลาดน้อย&nbsp;เพราะมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;คาดว่าราคาน้ำยางสดช่วงสิ้นเดือนนี้อาจย่อตัวลงเล็กน้อยเป็นปกติในช่วงปลายปีของทุกปี&nbsp;เนื่องจากโรงงานหลายแห่งชะลอการผลิตช่วงวันหยุดยาวเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่&nbsp;ธุรกิจและธุรกรรมทางการเงินของโลกโดยส่วนใหญ่หยุดดำเนินการ&nbsp;โรงงานอุตสาหกรรมยางลดกำลังการผลิตลงเพื่อรองรับวันหยุดยาว&nbsp;ประกอบกับสถานการณ์น้ำท่วมในประเทศมาเลเซีย&nbsp;สร้างความกังวลในหมู่ผู้ผลิต&nbsp;ในขณะที่ผลผลิตน้ำยางสดยังออกสู่ตลาดต่อเนื่อง&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;รัฐบาลมีมาตรการเข้ามาช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง</strong>และรองรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น&nbsp;ผ่านโครงการประกันรายได้ฯ&nbsp;ระยะ&nbsp;3&nbsp;ซึ่งจะเร่งจ่ายเงินชดเชยประจำเดือนธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ให้ถึงมือเกษตรกรช่วงต้นเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;นอกจากกนี้&nbsp;เกษตรกรชาวสวนยางยังมีอีกหนึ่งทางเลือกคือ&nbsp;การเก็บผลผลิตยางไว้จำหน่ายในช่วงที่ราคายางเหมาะสมได้&nbsp;ด้วยการเข้าร่วมโครงการชะลอยาง</p><p><strong>รองผู้ว่าการด้านปฏิบัติการ&nbsp;กล่าวอีกว่า</strong>&nbsp;ขณะนี้สถานการณ์ยางกำลังมีทิศทางที่ดีขึ้น&nbsp;โดยในเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;มีปัจจัยบวกที่สนับสนุนเนื่องจาก&nbsp;ประเทศเวียดนามและจีนเข้าสู่ช่วงปิดกรีดยางแล้ว&nbsp;ฤดูหนาวทุกปี&nbsp;จึงเกิดปัญหาการขาดแคลนอุปทานตามฤดูกาล&nbsp;ในขณะที่ความต้องการนำเข้ายางของจีนมากขึ้นและบริษัทผู้ผลิตเริ่มตุนสต็อกยางธรรมชาติก่อนถึงเทศกาลตรุษจีน&nbsp;คาดว่าการบริโภครายเดือนจะสูงถึง&nbsp;500,000&nbsp;ตัน&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ความต้องการยางในประเทศอื่นๆ&nbsp;ก็เพิ่มสูงขึ้น&nbsp;โดยมีรายงานยอดการผลิตรถยนต์เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ&nbsp;5.4&nbsp;หรือประมาณ&nbsp;25.7&nbsp;ล้านคัน&nbsp;ในปี&nbsp;2565</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","28/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211228144405681"],
    [296,"สภาเกษตรยะลา จัดเสวนายกระดับเกษตรกรในพื้นที่ นำหัวหน้าส่วนราชการ 11 หน่วยงาน ให้ความรู้การพัฒนาการเกษตรด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล","<p><strong>วันนี้&nbsp;(28&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564)&nbsp;สภาเกษตรกร&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;</strong>จัดการประชุมการขับเคลื่อนนวัตกรรมการเกษตรและการเตรียมความพร้อมกลุ่มเกษตรกร&nbsp;ในการยกระดับสู่วิสาหกิจชุมชน&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมอาคารศูนย์ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ตำบลสะเตง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;โดยมี&nbsp;นายอำนวย&nbsp;ศรีระแก้ว&nbsp;ผู้ช่วยเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;เป็นประธานเปิดการประชุม&nbsp;และมีหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมกว่า&nbsp;11&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;และมีสมาชิกเกษตรกรในพื้นที่เข้าร่วมรับฟังการเสวนา&nbsp;พัฒนากลุ่มเกษตรกรเพื่อยกระดับสู่ความยั่งยืน&nbsp;และการยกระดับการเกษตรสูตรนวัตกรรมดิจิทัล&nbsp;พร้อมกับเสวนาการขับเคลื่อนการปลูกกัญชงเพื่อการแพทย์&nbsp;</p><p><strong>นายอับดุลเลาะ&nbsp;คอปิ&nbsp;ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดยะลา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>สภาเกษตรกรจังหวัดยะลา&nbsp;เล็งเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาการเกษตร&nbsp;เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น&nbsp;จึงได้ร่วมบูรณาการขับเคลื่อนการเกษตรร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคประชาชนในพื้นที่&nbsp;พร้อมร่วมบูรณาการกับสำนักเศรษฐกิจดิจิทัล&nbsp;ดำเนินมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนคูปองดิจิทัล&nbsp;เพื่อประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลให้เกษตรกรสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อผลิตผลทางการเกษตรที่มีประสิทธิภาพ&nbsp;ประสิทธิผลและยกระดับเกษตรกรอย่างแท้จริง</p><p><strong>นายอำนวย&nbsp;ศรีระแก้ว&nbsp;ผู้ช่วยเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;เผยว่า</strong>&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ในฐานะหน่วยนำการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;พร้อมขับเคลื่อน&nbsp;ส่งเสริมและยกระดับคุณภาพด้านการเกษตร&nbsp;ซึ่งมีเป้าหมายในการพัฒนาเศรษฐกิจระดับฐานราก&nbsp;และสังคมสันติสุขให้มีความมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;โดยมีสภาเกษตรกรแต่ละจังหวัดเป็นหน่วยงานดำเนินการ&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;และ&nbsp;2565&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;มีนโยบายสนับสนุนการปลูกพืช&nbsp;เน้นหนัก&nbsp;3&nbsp;ส่วน&nbsp;คือ&nbsp;รณรงค์ปลูกพืชเศรษฐกิจ&nbsp;เพื่อส่งออกประเทศเพื่อนบ้านและทั่วโลก&nbsp;ส่งเสริมการปลูกพืชพลังงานทดแทน&nbsp;เพื่อเป็นทางเลือกให้โรงงานและโรงไฟฟ้า&nbsp;และส่งเสริมปลูกพืชสนองความต้องการทางการตลาด&nbsp;อาทิ&nbsp;โกโก้&nbsp;หมาก&nbsp;ต้นพลู&nbsp;เป็นต้น</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","28/12/2021","ภาคใต้","ยะลา","สวท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211228145631696"],
    [297,"เกษตรยะลา ร่วมขับเคลื่อนนวัตกรรมการเกษตรและเตรียมความพร้อมกลุ่มเกษตรกร เพื่อยกระดับสู่วิสาหกิจชุมชน","<p><strong>วันนี้&nbsp;(28&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564)&nbsp;นายกัสมัน&nbsp;ยะมาแล&nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;</strong>นางสาวไหมอุมา&nbsp;บัวแก้ว&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;เข้าร่วมการประชุม&nbsp;การขับเคลื่อนนวัตกรรมการเกษตรและการเตรียมความพร้อมกลุ่มเกษตรกร&nbsp;ในการพัฒนายกระดับสู่วิสาหกิจชุมชน&nbsp;และร่วมเสวนาการพัฒนากลุ่มด้วยการยกระดับสู่ความยั่งยืน&nbsp;</p><p><strong>โดยมีนายอำนวย&nbsp;ศรีระแก้ว&nbsp;ผู้ช่วยเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมศูนย์ราชการจังหวัดชายแดนใต้ตอนล่าง&nbsp;ชั้น&nbsp;1&nbsp;อำเภอเมืองยะลา&nbsp;จังหวัดยะลา</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","28/12/2021","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211228151250712"],
    [298,"อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง  จัดประชุมคณะอนุกรรมการกลั่นกรองและติมตามการดำเนินงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีอำเภอ (อกส.อ.)","<p><strong>วันนี้(&nbsp;28&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;)&nbsp;นายนนท์นภนต์&nbsp;นาพอ&nbsp;เกษตรอำเภอย่านตาขาว</strong>&nbsp;มอบหมายให้นางแพรวพรรณ&nbsp;ทองพิทักษ์&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;เข้าร่วมประชุมคณะอนุกรรมการกลั่นกรองและติดตามการดำเนินงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีอำเภอ&nbsp;(อกส.อ.)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;4/2564&nbsp;โดยมีนางจิราวัลย์&nbsp;ธนาเจริญสกุล&nbsp;เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการ&nbsp;เป็นประธานในที่ประชุม&nbsp;ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประชุม&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;มหาราช&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;เพื่อกลั่นกรองและพิจารณาให้ความเห็นชอบโครงการประเภทเงินทุนหมุนเวียนจำนวน&nbsp;4&nbsp;โครงการ</strong>&nbsp;คือ&nbsp;กลุ่มเลี้ยงโคพันธุ์พื้นเมือง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลเกาะเปียะ&nbsp;กลุ่มเลี้ยงโคพันธุ์พื้นเมือง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;ตำบลในควน&nbsp;กลุ่มเลี้ยงโคพันธุ์พื้นเมือง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลนาชุมเห็ด&nbsp;และกลุ่มเลี้ยงโคพันธุ์พื้นเมือง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลนาชุมเห็ด&nbsp;ในที่ประชุมมีมติให้ผ่านการพิจารณาทั้ง&nbsp;4&nbsp;โครงการ&nbsp;เป็นเงินจำนวน&nbsp;785,000&nbsp;บาท&nbsp;และได้พิจารณาอนุมัติโครงการประเภทเงินอุดหนุน&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;โครงการ&nbsp;คือ&nbsp;โครงการประดิษฐ์กระเป๋าบาติก&nbsp;เป็นเงินจำนวน&nbsp;20,630&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;และโครงการทำผ้ามัดย้อม&nbsp;เป็นเงินจำนวน&nbsp;22,160&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","28/12/2021","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211228160302766"],
    [299,"อำเภอห้วยยอด  จังหวัดตรัง   จัดประชุมคณะอนุกรรมการกลั่นกรองและติดตามการดำเนินงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี","<p><strong>วันนี้&nbsp;(&nbsp;28&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;)นายสำคัญ&nbsp;อรทัย&nbsp;นายอำเภอห้วยยอด&nbsp;เป็นประธาน</strong>ในที่ประชุมคณะอนุกรรมการกลั่นกรองและติดตามการดำเนินงานของกองทุนพัฒนาบทบาทตรี&nbsp;โดยมีสำนักงานเกษตรอำเภอห้วยยอด&nbsp;โดยนายสมเดช&nbsp;ว่องทั่ง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ&nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรอำเภอห้วยยอด&nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมศรีพุธ&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;ที่ว่าการอำเภอห้วยยอด&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>ด้วย&nbsp;ทางจังหวัดตรัง&nbsp;ได้อนุมัติงบประมาณการประชุมคณะอนุกรรมการกลั่นกรอง</strong>และติดตามการดำเนินงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;เพื่อตรวจสอบ&nbsp;กลั่นกรอง&nbsp;และให้ความเห็นชอบโครงการที่สมาชิกขอรับการสนับสนุนโครงการประเภทเงินทุนหมุนเวียน&nbsp;และโครงการประเภทเงิน&nbsp;อุดหนุน&nbsp;เพื่อให้การดำเนินงานของตามโครงการฯเป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;บรรลุตาม&nbsp;วัตถุประสงค์&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","28/12/2021","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211228160422768"],
    [300,"สำนักงานประมงจังหวัดตรัง  เดินหน้าโครงการกระจายสินค้าประมงพื้นบ้านสู่ผู้บริโภค","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>วันนี้&nbsp;(28&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;)&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายโกวิทย์&nbsp;เก้าเอี้ยน&nbsp;ประมงจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>สำนักงานประมงจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;&nbsp;ได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับตลาดเกษตรกรจังหวัดตรัง&nbsp;ให้กับกลุ่มชาวประมงพื้นบ้าน&nbsp;ที่เกษตรกรสามารถนำสินค้าทางการเกษตรมาวางจำหน่ายได้&nbsp;โดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง&nbsp;โดยตลาดเกษตรกรจังหวัดตรัง&nbsp;ตั้งอยู่หน้าสำนักงานสหกรณ์จังหวัดตรัง&nbsp;เปิดทุกวันอังคารและวันศุกร์&nbsp;เวลา&nbsp;06.00-10.00&nbsp;น.</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;ตามที่&nbsp;ดร.เฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;ได้มอบนโยบายให้กรมประมงดำเนินการจัดหาตลาดจำหน่ายสินค้าประมงพื้นบ้าน&nbsp;ตามโครงการกระจายสินค้าประมงพื้นบ้านสู่ผู้บริโภค&nbsp;ให้กลุ่มชาวประมงพื้นบ้าน&nbsp;กลุ่มองค์กรชุมชมประมงท้องถิ่นเพื่อแก้ไขปัญหาสินค้าประมงราคาตกต่ำ&nbsp;จากผลกระทบของโรคระบาดไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(covid-19)&nbsp;ให้มีประสิทธิภาพและความต่อเนื่อง&nbsp;และกรมประมงได้มอบหมายให้ประมงจังหวัดดำเนินการจัดหาพื้นที่จำหน่ายสินค้าสัตว์น้ำให้แก่ชาวประมงพื้นบ้าน&nbsp;นั้น</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำหรับกลุ่มบริหารจัดการด้านการประมงกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแม่บ้านเกษตรกรทุ่งรวงทอง&nbsp;</strong>ซึ่งได้จดทะเบียนองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นด้านการแปรรูปสัตว์น้ำ&nbsp;ได้ดำเนินการกิจกรรมด้านการแปรรูปมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;มีผลิตภัณฑ์หลากหลาย&nbsp;อาทิ&nbsp;กะปิแท้ท่าข้าม&nbsp;กุ้งแห้ง&nbsp;ปลาเค็มกางมุ้ง&nbsp;ปลาส้ม&nbsp;เคยฉลู&nbsp;และมีช่องทางการจำหน่ายหลากหลายช่องทาง&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการตั้งขายหน้าร้านในตลาดเกษตรกรจังหวัดตรัง&nbsp;ช่องทางสื่อโซเชียลมีเดีย&nbsp;เพจเฟชบุ๊กและในบางครั้งมีการไลฟ์สดขาย&nbsp;และมีการออกบูธจำหน่ายตามงานต่างๆ&nbsp;ซึ่งทุกช่องทางผู้บริโภคให้การตอบรับอย่างดีมาโดยตลอด</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","28/12/2021","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211228161233779"],
    [301,"จังหวัดสตูล ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนจังหวัดสตูล","<p><strong>วันนี้&nbsp;(28&nbsp;ธ.ค.&nbsp;64)&nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดสตูล&nbsp;นายสุพจน์&nbsp;รอดเรือง</strong>&nbsp;ณ&nbsp;หนองคาย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนจังหวัดสตูล&nbsp;โดยมีนายชาตรี&nbsp;ณ&nbsp;ถลาง&nbsp;ปลัดจังหวัดสตูล&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และคณะกรรมการฯ&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;</p><p><strong>ในการประชุมคณะกรรมการได้ทราบร่วมกันในประเด็น&nbsp;ดังนี้&nbsp;</strong>ความก้าวหน้าการจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชน&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งปัจจุบันมีวิสาหกิจชุมชนที่จดทะเบียนในจังหวัดสตูล&nbsp;จำนวน&nbsp;493&nbsp;แห่ง&nbsp;จำนวนสมาชิก&nbsp;7,810&nbsp;คน&nbsp;,&nbsp;การประเมินศักยภาพวิสาหกิจชุมชนเพื่อให้ชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทราบระดับความเข้มแข็งและผลลัพธ์ของการดำเนินงานวิสาหกิจชุมชน&nbsp;สามารถวางแผนพัฒนาได้ตามความพร้อมของแต่ละวิสาหกิจชุมชน&nbsp;,&nbsp;ผลการคัดเลือกวิสาหกิจชุมชนดีเด่น&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;ที่มีศักยภาพในการบริหารจัดการที่ดี&nbsp;มีความเข้มแข็ง&nbsp;พึ่งตนเองได้&nbsp;ได้รับรางวัลชนะเลิศ&nbsp;ได้แก่&nbsp;วิสาหกิจชุมชนร้านคนจับปลา&nbsp;อำเภอละงู&nbsp;รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่&nbsp;1&nbsp;ได้แก่&nbsp;วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตภัณฑ์ผ้าเครื่องแต่งกายมุสลิม&nbsp;อำเภอควนโดน&nbsp;และรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่&nbsp;2&nbsp;ได้แก่&nbsp;วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเลี้ยงผึ้งโพรง&nbsp;มุสลิมทุ่งพญา&nbsp;อำเภอเมืองสตูล&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ได้ร่วมพิจารณาการคัดเลือกวิสาหกิจชุมชนจังหวัดสตูล&nbsp;ปี&nbsp;2565</strong>&nbsp;ที่กรมส่งเสริมการเกษตรกำหนดให้มีการคัดเลือกวิสาหกิจชุมชนดีเด่นเป็นประจำทุกปี&nbsp;อีกด้วย&nbsp;ด้านรองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;ได้เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดูแลเรื่องการตลาดของเกษตรกรให้มากยิ่งขึ้น&nbsp;รวมถึงการประชาสัมพันธ์ประชาชนทั่วให้รู้จักสินค้า/ผลิตภัณฑ์ของเกษตรกรกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;เพื่อเพิ่มรายได้ช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","28/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211228162238788"],
    [302,"สวนส้มโชกุนรายใหญ่ในจังหวัดตรัง ปรับกลยุทธ์ขายส้มเป็นของขวัญของฝากปีใหม่ ให้ลูกค้าผ่านระบบออนไลน์ พร้อมส่งทั่งประเทศ","<p><strong>นายอดิเรก&nbsp;คงวิทยา&nbsp;อายุ&nbsp;55&nbsp;ปี&nbsp;เจ้าของไร่วังน้ำค้าง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;11&nbsp;ต.ปะเหลียน&nbsp;อ.ปะเหลียน&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;</strong>ซึ่งปลูกส้มโชกุนรายใหญ่ที่สุดในจังหวัดตรัง&nbsp;บนเนื้อที่กว่า&nbsp;70&nbsp;ไร่&nbsp;ได้ปรับกลยุทธ์ในการขายส้มโชกุนในช่วงของสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&nbsp;โดยผ่านทางระบบออนไลน์และพร้อมส่งมั่วประเทศ&nbsp;ซึ่งแตกต่างจากทุกปีที่ผ่านมา&nbsp;</p><p><strong>โดยสวนส้มแห่งนี้ได้รับการรับรองมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;ของกรมวิชาการเกษตรสร้างความมั่นใจ</strong>ให้กับลูกค้าว่าส้มโชกุนจากไร่วังน้ำค้าง&nbsp;นอกจากจะปลอดภัยจากการใช้สารเคมีแล้ว&nbsp;ยังปลอดภัยจากการติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ด้วย&nbsp;ซึ่งเป็นความโชคดีที่ปีนี้ส้มโชกุนให้ผลผลิตเร็วกว่าทุกปีที่ผ่านมา&nbsp;โดยเก็บขายในช่วงเทศกาลปีใหม่กว่า&nbsp;20,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;นับตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;และคาดจะเก็บเกี่ยวได้วันละไม่ต่ำกว่า&nbsp;2,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ไปจนถึงช่วงเทศกาลตรุษจีนเลยทีเดียว&nbsp;</p><p><strong>โดยยังเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวชม&nbsp;เลือกเก็บผลส้มจากต้นกินสดจากต้นได้เลย</strong>&nbsp;ส้มโชกุนเป็นผลไม้มงคลที่ชาวไทยเชื้อสายจีนและนักท่องเที่ยวทั่วไป&nbsp;นิยมซื้อไปรับประทาน&nbsp;เป็นของขวัญของฝากในเทศกาลต่างๆ&nbsp;โดยเฉพาะเทศกาลปีใหม่&nbsp;แต่ปีนี้ลูกค้าประจำสั่งซื้อคนละ&nbsp;5-10&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ส่วนลูกค้าต่างจังหวัดที่สั่งซื้อผ่านระบบออนไลน์เพิ่มมากขึ้น&nbsp;ส่วนราคาทางนายอดิเรก&nbsp;คงวิทยา&nbsp;ประกาศลดราคาลงกิโลกรัมละ&nbsp;10&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าและช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายให้กับลูกค้า&nbsp;แต่ยังคงคุณภาพเหมือนเดิม&nbsp;โดยมีราคาตตั้งแต่&nbsp;50-150&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ขึ้นอยู่กับขนาดของผลส้มโชกุน&nbsp;และยังใส่กล่องบรรจุสีแดงรูปมังกรเพื่อเป็นสิริมงคล</strong>แก่ผู้รับในช่วงเทศกาลปีใหม่ไปจนถึงวันที่&nbsp;10&nbsp;มกราคมนี้&nbsp;ส่วนใครสนใจสามารถสั่งซื้อได้ที่เพจไร่วังน้ำค้าง&nbsp;อ.ปะเหลียน&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;หรือที่หมายเลขโทรศัพท์&nbsp;075-221130และ&nbsp;087-2715052&nbsp;</p><p><strong>นายอดิเรก&nbsp;คงวิทยา&nbsp;เจ้าของสวน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ส้มโชกุนวังน้ำค้างมีคุณสมบัติพิเศษรสชาติจะดี&nbsp;</strong>หวานอมเปรี้ยว&nbsp;ไม่ใช่เปรี้ยวอมหวาน&nbsp;ชานจะนิ่ม&nbsp;แปลงปลูกโอบล้อมไปด้วยภูเขา&nbsp;น้ำมาจากภูเขา&nbsp;อากาศดี&nbsp;ดินมีโพแทสเซียมสูง&nbsp;เหมาะแก่การปลูกส้ม&nbsp;และส้มเป็นผลไม้มงคลเหมาะแก่การเป็นของขวัญของฝากแก่ญาติผู้ใหญ่&nbsp;พ่อแม่&nbsp;ซึ่งเป็นบุคคลที่เป็นที่เคารพรัก&nbsp;ซื้อส้ม&nbsp;5&nbsp;กก.&nbsp;แถมกล่องมังกรคู่ให้ด้วยไม้ต้องไปจัดเป็นกระเช้าอีก&nbsp;และพิเศษช่วงเทศกาลปีใหม่นี้&nbsp;จะมีการลดราคาลง&nbsp;10&nbsp;บาท&nbsp;ทุกขนาด&nbsp;เช่นเดิมเบอร์&nbsp;0&nbsp;ขาย&nbsp;150&nbsp;ลดเหลือ&nbsp;140&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;เป็นต้น&nbsp;&nbsp;สนใจสามารถติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์&nbsp;087-2715052&nbsp;หรือ&nbsp;075-221130</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","28/12/2021","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211228163720800"],
    [303,"อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จัดพิธีรับเมล็ดพันธุ์ผักพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี","<p><strong>อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู</strong> จัดพิธีรับเมล็ดพันธุ์ผักพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งเป็นพันธุ์ผักที่ผลิตจากศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์ เพ็ญศิริ ให้แก่ชุมชนบ้านหินลับ ตำบลหนองสวรรค์ อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู จำนวน 120 ครัวเรือน โดยมีนางศิวพร ฉั่วสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู เป็นประธานในพิธีฯ </p><p><strong>พร้อมกันนั้น มีพระเดชพระคุณพระราชวชิรธาดา </strong>ดร. เจ้าคณะจังหวัดหนองบัวลำภู นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ผศ.ดร.ชัยฤทธิ์ ศิลาเดช อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง นายประยูร อรัญรุท นายอำเภอเมืองหนองบัวลำภู พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและชุมชนเข้าร่วมพิธีฯ เพื่อให้ชุมชนนำไปปลูกกินเอง เพื่อลดรายจ่ายในครัวเรือนและเพื่อนำไปขยายพันธุ์ให้ชุมชนอื่นๆ ในพื้นที่ ซึ่งวันนี้จัดพิธีฯ ณ ศาลาอเนกประสงค์โครงการพัฒนาแหล่งน้ำ พระราชทานวชิรธาดานุสรณ์ บ้านหินลับ ตำบลหนองสวรรค์ อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู</p><p>&nbsp;&nbsp;</p>","28/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211228184805857"],
    [304,"เรือนจำจังหวัดหนองบัวลำภู เปิดศูนย์ขยายเมล็ดพันธุ์ผักพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี","<p><strong>นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์</strong> เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์ขยายเมล็ดพันธุ์ผักพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เรือนจำชั่วคราวบ้านห้วยเตย มีพระเดชพระคุณพระราชวชิรธาดา ดร. เจ้าคณะจังหวัดหนองบัวลำภู นางศิวพร ฉั่วสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู นายประยูร อรัญรุท นายอำเภอเมืองหนองบัวลำภู ผู้บังคับบัญชาการเรือนจำจังหวัดหนองบัวลำภู หัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ร่วมกิจกรรม ณ ศูนย์เรียนรู้เรือนจำชั่วคราวบ้านห้วยเตย ตำบลหนองหว้า อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู</p><p><strong>จากนั้นมีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ </strong>โครงการจัดการศึกษาระดับประกาศนียบัตร อนุปริญญาและปริญญาตรี สำหรับผู้ต้องราชทัณฑ์เรือนจำชั่วคราวบ้านห้วยเตย วัดพัชรกิติยาภาราม จังหวัดหนองบัวลำภู ด้วยระบบการสะสมหน่วยกิต (Credit Bank) ระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง&nbsp;จังหวัดราชบุรีกับกรมราชทัณฑ์ โดยเรือนจำจังหวัดหนองบัวลำภูและวัดพัชรกิติยาภาราม โดยพระราชวชิรธาดา ดร.เจ้าคณะจังหวัดหนองบัวลำภู ร่วมพิธีลงนามความร่วมมือ กับนายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ผศ.ดร.ชัยฤทธิ์ ศิลาเดช อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ซึ่งมีนางศิวพร ฉั่วสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู นายประยูร อรัญรุท นายอำเภอเมืองหนองบัวลำภู นายพีรศักดิ์&nbsp;วงศ์ธนเวทย์ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดหนองบัวลำภู คณะผู้บริหารของมหาวิทยาลัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นสักขีพยานในครั้งนี้</p><p><strong>บันทึกข้อตกลความร่วมมือในครั้งนี้</strong> ทุกหน่วยงานได้ตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการศึกษาและการพัฒนาผู้ต้องราชทัณฑ์ในเรือนจำให้มีศักยภาพที่สูงขึ้น ได้รับการพัฒนาด้านความรู้วิชาการ วิชาชีพ คุณธรรม จริยธรรมที่ดีงาม เพื่อการเป็นพลเมืองที่เข้มแข็งของสังคม สำหรับสาระสำคัญของความร่วมมือ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง จะจัดการศึกษาทั้งระบบการเรียนในชั้นเรียน การเรียนแบบออนไลน์ การเรียนแบบผสมผสาน การเทียบโอนประสบการณ์ เพื่อให้ผู้เรียนได้รับความรู้และประสบการณ์ เพื่อให้ได้รับสัมฤทธิบัตร หรือประกาศนียบัตร หรือคุณวุฒิระดับอนุปริญญา หรือระดับปริญญาตรี โดยผ่านการเรียนในระบบการสะสมหน่วยกิต (Credit Bank) ตามความถนัด ความสนใจ และศักยภาพของผู้เรียน มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง จะร่วมมือกับกรมราชทัณฑ์ และวัดพัชรกิติยาภาราม รวมถึงหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องในการวิจัยและพัฒนา เพื่อสร้างรูปแบบการจัดการศึกษาที่เหมาะสมในลักษณะแหล่งเรียนรู้สัมมาชีพให้กับผู้ต้องราชทัณฑ์ ให้มีวิชาชีพและทัศนคติที่ดีต่อบ้านเมือง เป็นพลเมืองที่เข้มแข็งของประเทศชาติ มีความจงรักภักดีต่อสถาบัน เพื่อเป็นต้นแบบในการขยายผลต่อไป ณ เรือนจำชั่วคราวบ้านห้วยเตย ตำบลหนองหว้า อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู</p><p><br></p><p><br></p>","28/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211228185658858"],
    [305,"ทุเรียนกวนตาชี  ผลผลิตแปรรูปทุเรียนพื้นบ้าน ของดีเมืองยะลา การันตีความอร่อย","<p><strong>เมื่อหมดฤดูผลไม้ของจังหวัดยะลา&nbsp;&nbsp;ทุเรียนที่ได้ผ่านการฟรีซดรายเพื่อไว้สำหรับนำมาแปรรูป&nbsp;</strong>ตามออเดอร์ที่ลูกค้าสั่ง&nbsp;รวมไปถึงส้มแขกก็ถึงเวลานำมาใช้ทำผลิตภัณฑ์ต่างๆ&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นทุเรียนทอด&nbsp;ทุเรียนกวน&nbsp;ส้มแขกแช่อิ่ม&nbsp;ทางกลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์การเกษตร&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;ม.2&nbsp;ตำบลตาชี&nbsp;อำเภอยะหา&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นที่ยอมรับของประชาชนโดยทั่วไปที่แปรรูปผลผลิตทางการเกษตรมานานถึง&nbsp;16&nbsp;ปี&nbsp;ปัจจุบันมีสมาชิกกว่า&nbsp;20&nbsp;คน&nbsp;โดยผลิตภัณฑ์เด่น&nbsp;หนึ่งในนั้นที่ขึ้นชื่อรสชาติ&nbsp;ความอร่อย&nbsp;ก็จะเป็นการนำทุเรียนบ้านมาแปรรูปเป็นทุเรียนกวน&nbsp;ติดระดับ&nbsp;5&nbsp;ดาว&nbsp;ของจังหวัดยะลา&nbsp;จะมีลูกค้าสั่งมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ซึ่งการทำทุเรียนกวนของที่นี่ในส่วนของการผลิตก็จะใช้เครื่องในการกวนทุเรียน&nbsp;ระยะเวลาการกวน&nbsp;ประมาณ&nbsp;2-3&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ถึงจะนำไปบรรจุเป็นผลิตภัณฑ์&nbsp;ซึ่งจะมีสมาชิกของทางกลุ่มร่วมกันทำ</p><p><strong>นายกมล&nbsp;พูลสวัสดิ์&nbsp;ประธานกลุ่มฯ&nbsp;บอกว่า&nbsp;</strong>ปัจจุบันกลุ่มมีสมาชิกกว่า&nbsp;20&nbsp;คน&nbsp;จะแปรรูปเกี่ยวกับผลผลิตทางการเกษตรเป็นส่วนใหญ่&nbsp;โดยเป็นผลผลิตในชุมชนตาชี&nbsp;เพื่อต้องการช่วยชุมชนให้ขายผลผลิตแข่งกับพ่อค้าคนกลางที่กดราคาบางช่วง&nbsp;&nbsp;ช่วยชาวบ้านในชุมชนที่เลิกจากการกรีดยาง&nbsp;ให้มีรายได้เสริม&nbsp;บางคนพอถึงฤดูกาลทุเรียน&nbsp;ก็จะหยุดกรีดยางมาทำทุเรียน&nbsp;ซึ่งทางกลุ่มจะเน้นไปที่ช่วยเหลือชุมชน&nbsp;ประเทศชาติ&nbsp;ศาสนา&nbsp;พระมหากษัตริย์&nbsp;รวมไปถึงสิ่งแวดล้อมเป็นที่ตั้ง</p><p><strong>ผลิตภัณฑ์ของทางกลุ่มก็จะมีหลายอย่าง&nbsp;ทั้งทุเรียนกวน&nbsp;ทุเรียนทอดกรอบ</strong>&nbsp;มังคุดกวน&nbsp;ส้มแขกแช่อิ่มผสมน้ำผึ้ง&nbsp;ซึ่งได้&nbsp;5&nbsp;ดาวแล้ว&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ก็ยังมีขิงกรอบ&nbsp;ซึ่งเป็นที่ยอมรับของลูกค้าว่ากรอบจริง&nbsp;อร่อยจริง&nbsp;จะไว้ทานจิบกับน้ำชาเป็นสมุนไพรสุขภาพ&nbsp;ขิงชาชง&nbsp;สะตอดอง&nbsp;อบ&nbsp;เย็นแช่ฟรีซดรายตามลูกค้าต้องการ&nbsp;ที่จะนำไปแกง&nbsp;ผัด&nbsp;ธัญพืชบดเพื่อสุขภาพ&nbsp;ข้าวกล้อง&nbsp;งาดำขาวข้าวโอ๊ด&nbsp;บาเล่ย์&nbsp;และอีกหลายๆ&nbsp;อย่าง&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","29/12/2021","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211229085701928"],
    [306,"เร่งเสริมสนับสนุนการนำเทคโนโลยี นวัตกรรม ผลักดันด้านค่าตอบแทน สร้างขวัญและกำลังใจแก่อาสาสมัครเกษตร","<p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;งานอาสาสมัครเกษตร&nbsp;มีความสำคัญในการขับเคลื่อนงานและถือเป็นนโยบายหลักของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ที่ผ่านมาอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านได้ปฏิบัติงานจัดเก็บรวบรวมและรายงานข้อมูลพื้นฐานด้านการเกษตร&nbsp;ประสานงานในการถ่ายทอดความรู้และการแก้ไขปัญหาของเกษตรกรในหมู่บ้าน&nbsp;รวมทั้งติดตามสถานการณ์การเกษตรในหมู่บ้านพร้อมรายงานเหตุการณ์ฉุกเฉินเร่งด่วนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ด้วยความทุ่มเท&nbsp;เสียสละ&nbsp;&nbsp;และมีจิตอาสาอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด&nbsp;และในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านได้ช่วยปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง&nbsp;โดยได้ลงพื้นที่ทำงานเคียงข้างกับเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรเพื่อประชาสัมพันธ์ชี้แจงข้อมูลโครงการเยียวยาเกษตรกรฯ&nbsp;ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร&nbsp;เก็บรวบรวม&nbsp;เพื่อดำเนินการขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรส่งข้อมูลให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;สำหรับจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องเกษตรกรด้วยความเรียบร้อย&nbsp;ทั่วถึงและรวดเร็ว</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;จะส่งเสริมสนับสนุนการนำเทคโนโลยี&nbsp;&nbsp;นวัตกรรมให้แก่พี่น้อง&nbsp;อาสาสมัครเกษตร&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจในการทำงาน&nbsp;โดยจะมีเจ้าหน้าที่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เป็นพี่เลี้ยงเพี่อร่วมกันทำงาน&nbsp;สำหรับแนวทางการพัฒนางานด้าน&nbsp;งานอาสาสมัครเกษตร&nbsp;ของกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ได้ดำเนินโครงการพัฒนาอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&nbsp;เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&nbsp;ที่ช่วยสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","29/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211229103122956"],
    [307,"กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ และเจ้าหน้าที่งานปศุสัตว์ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทราย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ประชุมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร จัดเวที 35 ประสานแบบมีส่วนร่วม ภายใต้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ","<p><strong>กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์&nbsp;และเจ้าหน้าที่งานปศุสัตว์ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทราย&nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;ประชุมเชิงปฏิบัติการ&nbsp;หลักสูตร&nbsp;จัดเวที&nbsp;3/5&nbsp;ประสานแบบมีส่วนร่วม&nbsp;ภายใต้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;</strong></p><p><br></p><p><strong>วานนี้&nbsp;(&nbsp;28&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564)&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;โดยกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์</strong>&nbsp;และเจ้าหน้าที่งานปศุสัตว์ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทราย&nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;เข้าร่วมประชุมโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ&nbsp;หลักสูตร&nbsp;จัดเวที&nbsp;3/5&nbsp;ประสานแบบมีส่วนร่วม&nbsp;ภายใต้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;กิจกรรมศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ&nbsp;และศูนย์สาขา&nbsp;จัดโดยกองงานพระราชดำริและกิจกรรมพิเศษ&nbsp;กรมปศุสัตว์&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและต่อยอดธุรกิจของกลุ่มเกษตรกร&nbsp;ผู้เข้าร่วมประชุม&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ผู้ใหญ่อุดร&nbsp;หมันมณี&nbsp;ประธานกลุ่มผู้เลี้ยงแพะตำบลสามพระยา&nbsp;และสมาชิกกลุ่มจำนวน&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;เจ้าหน้าที่ส่วนส่งเสริมสำนักงานปศุสัตว์เขต&nbsp;7&nbsp;นครปฐม&nbsp;เจ้าหน้าที่งานขยายผล&nbsp;ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายฯ&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;หมู่&nbsp;8&nbsp;บ้านโครงการพัฒนา&nbsp;ตำบลสามพระยา&nbsp;อำเภอชะอำ&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จัดประชุมภายใต้มาตรการด้านสาธารณสุข</strong>เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคเพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดทั้งผู้ใช้บริการผู้ให้บริการและสถานประกอบการด้วยมาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร(COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting)</p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","29/12/2021","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สวท.เพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211229094902943"],
    [308,"นายก อบจ.ลำปาง เยี่ยมชมฟาร์มผักปลอดภัยสารพิษ ?\"ลุงไว\" หวังขยายผลสู่การเรียนรู้ เพื่อสร้างอาชีพและรายได้แก่ผู้สนใจ","<p><strong>นางสาว?ตวง?รัตน์?&nbsp;?โล่ห์?สุนทร?&nbsp;นายก?องค์?การบริหาร?ส่วน?จัง?ห?วัด?ลำ?ปาง?</strong>&nbsp;พร้อมคณะเยี่ยมชมฟาร์มผักปลอดภัยสารพิษของนายไว?&nbsp;ต่ายพลู&nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกผักมานานกว่า?&nbsp;20?&nbsp;ปี&nbsp;ในพื้นที่บ้านสบแหง?&nbsp;?หมู่?&nbsp;1?&nbsp;ต.หลวง?เหนือ&nbsp;อ.งาว&nbsp;จ.ลำปางลุงไว&nbsp;?หรือนายไว?&nbsp;ต่ายพลู&nbsp;ปลูกผักปลอดสารพิษแบบกางมุ้งบนเนื้อที่&nbsp;2?&nbsp;งาน?&nbsp;ใช้วิธีการทางธรรมชาติร่วมกับวิธีการอื่นๆ&nbsp;ที่ปลอดภัย&nbsp;หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีและยาปราบศัตรูพืช&nbsp;สามารถป้องกันในเรื่องของแมลงได้เป็นอย่างดี&nbsp;ผักที่?ปลูก?มีทั้ง&nbsp;ผักคะน้า?&nbsp;สลัด&nbsp;กระหล่ำดอก&nbsp;&nbsp;ผักกาดขาว?&nbsp;ฯลฯ?&nbsp;สร้างรายได้อย่างงดงาม?&nbsp;จากการเยี่ยม?ชมแปลงเกษตรในครั้งนี้&nbsp;</p><p><strong>นายก&nbsp;อบจ.ลำปาง&nbsp;?ได้สอบถามลุงไวด้วยความสนใจ</strong>&nbsp;เพื่อเป็นแนวทางในการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้เกษตรอัจฉริยะที่&nbsp;อบจ.ลำปาง&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรได้ศึกษาแลกเปลี่ยนเรียนรู้และนำไปปรับใช้ในแปลงเกษตรของตนเองได้อย่างเหมาะสม&nbsp;เพื่อสร้างงานอาชีพสร้างรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีต่อประขาชน&nbsp;ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายและแผนดำเนินการพัฒนาองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง&nbsp;ในปี?&nbsp;2565</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","29/12/2021","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211229135943096"],
    [309,"จ.ลำพูนจัดงานวันดินโลก ประจำปี 2564","<p><strong>จังหวัดลำพูนจัดงานวันดินโลก&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;</strong>ภายใต้แนวคิด&nbsp;Halt&nbsp;soil&nbsp;salinization,&nbsp;boost&nbsp;soil&nbsp;productivity&nbsp;หรือพิชิตดินเค็ม&nbsp;เติมเต็มผลผลิต&nbsp;สร้างชีวิตเกษตรกร&nbsp;โดยน้อมนำแนวพระราชดำริตามศาสตร์พระราชาด้านการดูแลรักษาทรัพยากรดินอย่างยั่งยืน&nbsp;</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(29&nbsp;ธ.ค.64)&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดงานวันดินโลก&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสุทธิวัธน์&nbsp;นิธิสมบัติ&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินลำพูน&nbsp;กล่าวรายงาน&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;หมอดินอาสา&nbsp;หน่วยงานภาคเอกชน&nbsp;กลุ่มเกษตรกรเครือข่ายต่างๆ&nbsp;และประชาชนทั่วไปเข้าร่วมงาน&nbsp;ณ&nbsp;สถานีพัฒนาที่ดินลำพูน&nbsp;ตำบลศรีบัวบาน&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;</p><p><strong>นายสุทธิวัธน์&nbsp;นิธิสมบัติ&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินลำพูน&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;วันที่&nbsp;5&nbsp;ธันวาคมของทุกปี&nbsp;เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;และยังเป็นวันที่ผู้บริหารสหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติได้ขอพระราชทานให้&nbsp;วันที่&nbsp;5&nbsp;ธันวาคมของทุกปีเป็นวันดินโลก&nbsp;หรือ&nbsp;World&nbsp;Soil&nbsp;Day&nbsp;เพื่อสดุดีพระเกียรติคุณให้เป็นที่ประจักษ์ถึงพระวิสัยทัศน์และพระราชกรณียกิจ&nbsp;เกี่ยวกับการพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรดินอย่างยั่งยืน&nbsp;จึงได้จัดงานวันดินโลกประจำปี&nbsp;2564&nbsp;ขึ้น&nbsp;เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบถึงจุดเริ่มต้นของวันดินโลก&nbsp;เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของ&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร&nbsp;และเผยแพร่พระราชกรณียกิจ&nbsp;ด้านการพัฒนาทรัพยากรดินเพื่อการเกษตร&nbsp;และเพื่อสร้างการรับรู้&nbsp;ความเข้าใจ&nbsp;ถึงความสำคัญของวันดินโลก&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการจัดงานวันดินโลกในปีนี้</strong>&nbsp;จัดภายใต้แนวคิด&nbsp;Halt&nbsp;soil&nbsp;salinization,&nbsp;boost&nbsp;soil&nbsp;productivity/หรือพิชิตดินเค็ม&nbsp;เติมเต็มผลผลิต&nbsp;สร้างชีวิตเกษตรกร&nbsp;โดยน้อมนำแนวพระราชดำริตามศาสตร์พระราชาด้านการดูแลรักษาทรัพยากรดินอย่างยั่งยืน&nbsp;กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย&nbsp;การมอบรางวัลให้กับหมอดินอาสา&nbsp;นิทรรศการของหน่วยงานราชการ&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;รวมทั้งได้รับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการปฏิบัติพระราชกรณียกิจ&nbsp;ด้านการพัฒนาที่ดิน&nbsp;และตระหนักถึงความสำคัญของการที่ต้องร่วมกัน&nbsp;อนุรักษ์ทรัพยากรดินให้มีความอุดมสมบูรณ์&nbsp;</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;</strong>ได้ปล่อยพันธุ์ปลาลงสู่แหล่งน้ำเพื่อขยายพันธุ์ต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","29/12/2021","ภาคเหนือ","ลำพูน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211229153000165"],
    [310,"เนื้อหมูแพงจากหลายปัจจัย ส่งผลให้ระบบผลิตได้ลดลง แต่ความต้องการยังคงเพิ่มต่อเนื่อง","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">?นายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;เปิดเผยถึงกรณีมีการนำเสนอข่าวในประเด็นเนื้อหมูปรับราคาแพงสูงขึ้นในท้องตลาด&nbsp;โดยสาเหตุมาจากปัจจัยเรื่องต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เช่น&nbsp;อาหารสัตว์&nbsp;ยาในการรักษาโรค&nbsp;แล้วยังมีปัจจัยเรื่องการพบโรคระบาดในสุกรที่ก่อความเสียหายต่อสุกรมีชีวิตที่จะเข้าสู่ตลาดเนื่องจากต้องมีการทำลายสุกรมีชีวิตเพื่อควบคุมโรค&nbsp;ส่งผลทำให้สุกรขาดตลาด&nbsp;รวมทั้งก่อนหน้านี้เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายเล็ก&nbsp;รายย่อยและรายกลางเกิดความตื่นตระหนกต่อข่าวของการเกิดโรคระบาดในสุกร&nbsp;จึงได้เร่งขายสุกรมีชีวิตออกจากฟาร์มทำให้ปัจจุบันสุกรมีชีวิตในระบบการผลิตมีปริมาณที่ลดลง&nbsp;จึงทำให้ปัจจุบันราคาจำหน่ายเนื้อสุกรเพื่อการบริโภคมีราคาที่สูงขึ้น?กรมปศุสัตว์ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านสุขภาพสัตว์&nbsp;ได้ดำเนินการกำจัด&nbsp;ควบคุม&nbsp;ป้องกันและเฝ้าระวังโรคระบาดในสัตว์อย่างต่อเนื่อง&nbsp;รายงานสถานการณ์ของโรคระบาดในสุกรของประเทศไทยจากระบบการเฝ้าระวังโรคระบาดทั้งเชิงรุกและเชิงรับ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ถึงแม้ว่าปัจจุบันประเทศไทยยังคงสถานะปลอดจากโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;แต่ยังคงมีความเสี่ยงสูงเนื่องจากมีการเกิดโรค&nbsp;ASF&nbsp;ในประเทศเพื่อนบ้านโดยรอบ&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">กรมปศุสัตว์&nbsp;จึงมิได้นิ่งนอนใจ&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ยังคงดำเนินงานตามแผนเตรียมความพร้อมรับมือโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรอย่างเข้มข้นและต่อเนื่องเพื่อเป็นการรักษามูลค่าของอุตสาหกรรมการผลิตสุกรไม่น้อยกว่า&nbsp;150,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;สำหรับกรณีราคาเนื้อสุกรที่ปรับสูงขึ้นในท้องตลาดนั้น&nbsp;แนวโน้มเนื่องจากปัจจัยเสี่ยงปัญหาด้านสุขภาพสัตว์ในฟาร์มสุกรที่ต้องมีการควบคุมและกำจัดสุกรที่มีความเสี่ยงในการเกิดโรคระบาดตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์&nbsp;พ.ศ.2558&nbsp;ทำให้มีปริมาณสุกรที่ลดลง&nbsp;ต้องมีการพักคอกสัตว์ก่อนทำการเลี้ยงรุ่นการผลิตใหม่&nbsp;และต้นทุนการผลิตที่ปรับเพิ่มขึ้นจากราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์&nbsp;และการปรับระบบการเลี้ยงให้มีความปลอดภัยทางชีวภาพ&nbsp;เพื่อเป็นการควบคุมโรคซึ่งเป็นข้อจำกัดในเกษตรกรผู้เลี้ยงรายย่อยซึ่งบางรายไม่มีระบบการควบคุมโรคทำให้ไม่นำสุกรมาลงเลี้ยงเพราะเสี่ยงต่อการเกิดโรคทำให้เสียหาย&nbsp;จึงส่งผลให้ปริมาณในระบบการผลิตสุกรในประเทศไทยลดลงแต่ยังมีความต้องการในตลาดที่สูง&nbsp;ดังนั้นจึงทำให้ราคาเนื้อสุกรในท้องตลาดปรับตัวเพิ่มมากขึ้น&nbsp;เพื่อเป็นการแก้ปัญหาดังกล่าว&nbsp;กรมปศุสัตว์จะได้หารือร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน&nbsp;สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ&nbsp;กรมการค้าภายใน&nbsp;กรมการค้าระหว่างประเทศ&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;เพื่อกำหนดหาแนวทางแก้ไขต่อไป</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">?อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;เพื่อเป็นการควบคุมโรคและลดความเสียหายให้เกิดน้อยที่สุด&nbsp;ขอความร่วมมือพี่น้องเกษตรกรเป็นเครือข่ายการเฝ้าระวังโรคระบาดในสุกรเพื่อสามารถควบคุมการระบาดของโรคให้อยู่ในวงจำกัด&nbsp;และขอให้ติดตามข่าวสารการแพร่ระบาดของโรคอย่างใกล้ชิดจากกรมปศุสัตว์</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","29/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211229175404248"],
    [311,"ยะลา เปิดคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร","<p><strong>วันนี้&nbsp;(29&nbsp;ธ.ค.&nbsp;64)&nbsp;เวลา&nbsp;14.30&nbsp;น.วัดทุ่งยอ&nbsp;ตำบลตาเซะ&nbsp;อำเภอเมืองยะลา&nbsp;จังหวัดยะลา</strong>&nbsp;นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&nbsp;ฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ผู้แทนส่วนราชการ&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;ตลอดจนพี่น้องประชาชนในพื้นที่เข้าร่วม</p><p><strong>นายกัสมัน&nbsp;ยะมาแล&nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&nbsp;ฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์&nbsp;3&nbsp;ประการ&nbsp;คือ&nbsp;เพื่อให้บริการแก่เกษตรกรและประชาชนในการแก้ไขปัญหาทางการเกษตรได้อย่างเบ็ดเสร็จ&nbsp;ณ&nbsp;จุดเดียว&nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน&nbsp;ในการรับทราบปัญหาและแก้ไขปัญหาของประชาชนในพื้นที่&nbsp;และ&nbsp;เพื่อบูรณาการส่วนราชการต่างๆ&nbsp;ได้นำปัญหาที่เกิดขึ้น&nbsp;ไปพิจารณาดำเนินการแก้ไขต่อไป&nbsp;สำหรับการดำเนินงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>จังหวัดยะลาได้กำหนดจัดกิจกรรม&nbsp;รวม&nbsp;4&nbsp;ครั้ง&nbsp;เป้าหมายครั้งละ&nbsp;100&nbsp;คน&nbsp;</strong>โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติม&nbsp;จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา&nbsp;และมีการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;รัฐวิสาหกิจ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ทั้งระดับจังหวัดและระดับอำเภอทุกภาคส่วน&nbsp;โดยอาศัยเครื่องมืออุปกรณ์&nbsp;บุคลากรเข้าช่วยในการปฏิบัติงานให้บริการเกษตรกรและประชาชน&nbsp;ณ&nbsp;จุดเดียว</p><p><strong>เกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;ภายในงานกำหนดให้มีบริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;คลินิกพืช&nbsp;คลินิกดิน&nbsp;คลินิกสัตว์&nbsp;คลินิกประมง&nbsp;คลินิกบัญชี&nbsp;คลินิกชลประทาน&nbsp;คลินิกสหกรณ์&nbsp;คลินิกกฎหมาย&nbsp;คลินิกยางพารา&nbsp;และการให้บริการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เช่น&nbsp;คลินิกเงินทุน&nbsp;คลินิกธงฟ้า&nbsp;คลินิกสุขภาพ&nbsp;รวมทั้งยังมีนิทรรศการวิชาการของหน่วยงานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เช่น&nbsp;โรคเหี่ยวในกล้วยหิน&nbsp;โรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพารา&nbsp;โรครากเน่าโคนเน่าทุเรียน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","29/12/2021","ภาคใต้","ยะลา","สวท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211229181441255"],
    [312,"พาณิชย์ยะลาแจ้งประกาศ เรื่อง กำหนดราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 256465  งวดที่ 10","<p><strong>นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่ากระทรวงพาณิชย์</strong>&nbsp;แถลงราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี&nbsp;2564/65&nbsp;งวดที่&nbsp;10&nbsp;&nbsp;สำหรับเกษตรกรที่เก็บเกี่ยวระหว่างวันที่&nbsp;10-16&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;สำหรับข้าวเปลือกชนิดต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ดังนี้&nbsp;</p><p>ข้าวเปลือกหอมมะลิ&nbsp;เกณฑ์กลางตันละ&nbsp;11,191.17&nbsp;บาท&nbsp;ชดเชยตันละ&nbsp;3,808.83&nbsp;&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;ได้รับชดเชยสูงสุดครัวเรือนละ&nbsp;53,323.63&nbsp;บาท,</p><p>ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่&nbsp;เกณฑ์กลาง&nbsp;ตันละ&nbsp;10,827.59&nbsp;บาท&nbsp;ชดเชยตันละ&nbsp;3,172.41&nbsp;บาท&nbsp;ได้รับชดเชยสูงสุดครัวเรือนละ50,758.56&nbsp;บาท&nbsp;,&nbsp;</p><p>ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี&nbsp;เกณฑ์กลางตันละ&nbsp;9,943.92&nbsp;บาท&nbsp;ชดเชยตันละ&nbsp;1,056.08&nbsp;บาท&nbsp;ได้รับชดเชยสูงสุดครัวเรือนละ&nbsp;26,402.00&nbsp;บาท&nbsp;,&nbsp;</p><p>ข้าวเปลือกเจ้า&nbsp;เกณฑ์กลางตันละ&nbsp;8,135.30&nbsp;บาท&nbsp;ชดเชยตันละ&nbsp;1,864.70&nbsp;บาท&nbsp;ได้รับชดเชยสูงสุดครัวเรือนละ55,941.00&nbsp;บาท&nbsp;</p><p>และข้าวเปลือกเหนียว&nbsp;เกณฑ์กลางตันละ&nbsp;8,826.89&nbsp;บาท&nbsp;ชดเชยตันละ&nbsp;3,173.11&nbsp;บาท&nbsp;ได้รับชดเชยสูงสุดครัวเรือนละ50,769.76&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;</p><p>โดยมีเกษตรกรได้รับชดเชยตามข้อมูลของกรมส่งเสริมการเกษตรงวดนี้&nbsp;จำนวน&nbsp;67,798&nbsp;ครัวเรือน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานพาณิชย์ยะลา&nbsp;จึงขอประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว</strong>&nbsp;และผู้เกี่ยวข้องได้รับทราบ&nbsp;ราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี&nbsp;2564/65</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","29/12/2021","ภาคใต้","ยะลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211229181715256"],
    [313,"จ.ยะลา  เปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ-อำเภอยิ้ม อำนวยความสะดวกประชาชนรับบริการหน่วยงานรัฐ","<p><strong>วันนี้&nbsp;(29&nbsp;ธ.ค.&nbsp;64)&nbsp;ที่&nbsp;วัดทุ่งยอ&nbsp;ต.ตาเซะ&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;</strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;พร้อมด้วยหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กระทรวงกลาโหม&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา&nbsp;และหน่วยงานระดับจังหวัดทุกหน่วยงาน&nbsp;ตลอดจนกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และผู้นำชุมชนในพื้นที่&nbsp;&nbsp;&nbsp;เพื่อเป็นศูนย์กลางการบริการและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้อมูลข่าวสารของหน่วยงานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;กับเกษตรกรในชุมชน&nbsp;</p><p><strong>โดยการดำเนินการในพื้นที่&nbsp;ของเกษตรกรที่ประสบผลสำเร็จ</strong>&nbsp;สามารถเป็นแบบบอย่างให้กับเกษตรกรในชุมชน&nbsp;ในการปรับเปลี่ยนหรือปรับปรุงกิจกรรมการเกษตรที่สำคัญในพื้นที่ตั้งแต่การผลิต&nbsp;บริหารจัดการ&nbsp;จนถึงการตลาด&nbsp;และในด้านการผลิตเน้นยึดในเรื่องของลดต้นทุนการผลิตการพัฒนาคุณภาพผลผลิตสิ่งแวดล้อม&nbsp;รวมถึงการบริการและแก้ไขปัญหาด้านการเกษตร</p><p>สำหรับโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&nbsp;ฯสยามมกุฏราชกุมาร&nbsp;ดำเนินการเพื่อให้บริการแก่เกษตรกรและประชาชนในการแก้ไขปัญหาทางการเกษตรได้อย่างเบ็ดเสร็จ&nbsp;ณ&nbsp;จุดเดียว&nbsp;อำนวยความสะดวกให้กับประชาชน&nbsp;ในการรับทราบปัญหาและแก้ไขปัญหาของประชาชนในพื้นที่&nbsp;และบูรณาการส่วนราชการต่างๆ&nbsp;ได้นำปัญหาที่เกิดขึ้น&nbsp;ไปพิจารณาดำเนินการแก้ไขต่อไปโดยการทำงานบูรณาการร่วมกันกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดยะลา&nbsp;ทั้งระดับจังหวัดและระดับอำเภอทุกภาคส่วน&nbsp;มีการอาศัยเครื่องมืออุปกรณ์&nbsp;บุคลากรเข้าช่วยในการปฏิบัติงานให้บริการเกษตรกรและประชาชน&nbsp;ณ&nbsp;จุดเดียว&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งภายในงานกำหนดให้มีบริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&nbsp;ได้แก่&nbsp;คลินิกพืช&nbsp;คลินิกดิน&nbsp;</strong>คลินิกสัตว์&nbsp;คลินิกประมง&nbsp;คลินิกบัญชี&nbsp;คลินิกชลประทาน&nbsp;คลินิกสหกรณ์&nbsp;คลินิกกฎหมาย&nbsp;คลินิกยางพารา&nbsp;คลินิกกองทุนช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;และการให้บริการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่น&nbsp;คลินิกเงินทุน&nbsp;คลินิกธงฟ้า&nbsp;คลินิกสุขภาพ&nbsp;รวมทั้งยังมีนิทรรศการวิชาการของหน่วยงานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เช่น&nbsp;โรคเหี่ยวในกล้วยหิน&nbsp;โรคใบร่วง&nbsp;ชนิดใหม่ในยางพารา&nbsp;โรครากเน่าโคนเน่าทุเรียน&nbsp;และอำเภอยิ้มเคลื่อนที่&nbsp;มีเกษตรกรมาร่วมงานจำนวน&nbsp;100&nbsp;คน&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>","29/12/2021","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211229185345283"],
    [314,"ยะลา เปิดคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร","<p><strong>วันนี้&nbsp;(29&nbsp;ธ.ค.64)&nbsp;เวลา&nbsp;14.30&nbsp;น.&nbsp;วัดทุ่งยอ&nbsp;ตำบลตาเซะ&nbsp;อำเภอเมืองยะลา&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;</strong>นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&nbsp;ฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ผู้แทนส่วนราชการ&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;ตลอดจนพี่น้องประชาชนในพื้นที่เข้าร่วม</p><p><strong>นายกัสมัน&nbsp;ยะมาแล&nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&nbsp;ฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์&nbsp;3&nbsp;ประการ&nbsp;คือ&nbsp;เพื่อให้บริการแก่เกษตรกรและประชาชนในการแก้ไขปัญหาทางการเกษตรได้อย่างเบ็ดเสร็จ&nbsp;ณ&nbsp;จุดเดียว&nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน&nbsp;ในการรับทราบปัญหาและแก้ไขปัญหาของประชาชนในพื้นที่&nbsp;และเพื่อบูรณาการส่วนราชการต่างๆ&nbsp;ได้นำปัญหาที่เกิดขึ้น&nbsp;ไปพิจารณาดำเนินการแก้ไขต่อไป&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการดำเนินงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ</strong>&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดยะลาได้กำหนดจัดกิจกรรม&nbsp;รวม&nbsp;4&nbsp;ครั้ง&nbsp;เป้าหมายครั้งละ&nbsp;100&nbsp;คน&nbsp;โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติม&nbsp;จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา&nbsp;และมีการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;รัฐวิสาหกิจ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ทั้งระดับจังหวัดและระดับอำเภอทุกภาคส่วน&nbsp;โดยอาศัยเครื่องมืออุปกรณ์&nbsp;บุคลากรเข้าช่วยในการปฏิบัติงานให้บริการเกษตรกรและประชาชน&nbsp;ณ&nbsp;จุดเดียว</p><p><strong>เกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;</strong>ภายในงานกำหนดให้มีบริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&nbsp;ได้แก่&nbsp;คลินิกพืช&nbsp;คลินิกดิน&nbsp;คลินิกสัตว์&nbsp;คลินิกประมง&nbsp;คลินิกบัญชี&nbsp;คลินิกชลประทาน&nbsp;คลินิกสหกรณ์&nbsp;คลินิกกฎหมาย&nbsp;คลินิกยางพารา&nbsp;และการให้บริการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เช่น&nbsp;คลินิกเงินทุน&nbsp;คลินิกธงฟ้า&nbsp;คลินิกสุขภาพ&nbsp;รวมทั้งยังมีนิทรรศการวิชาการของหน่วยงานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เช่น&nbsp;โรคเหี่ยวในกล้วยหิน&nbsp;โรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพารา&nbsp;โรครากเน่าโคนเน่าทุเรียน&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","29/12/2021","ภาคใต้","ยะลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211229230143398"],
    [315,"ผู้ว่าฯ ยะลา เปิดคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ครั้งที่ 1 ปีงบประมาณ 2565 ให้บริการแก่เกษตรกรและประชาชนในการแก้ไขปัญหาทางการเกษตร","<p><strong>วันนี้&nbsp;29&nbsp;ธ.ค.64&nbsp;เวลา&nbsp;14.30&nbsp;น.&nbsp;วัดทุ่งยอ&nbsp;ต.ตาเซะ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ยะลา</strong>&nbsp;นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;ได้เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นายกัสมัน&nbsp;ยะมาแล&nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;นายธราวุธ&nbsp;ช่วยเกิด&nbsp;นายอำเภอเมืองยะลา&nbsp;พร้อมหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดยะลา&nbsp;ผู้แทนส่วนราชการ&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;ตลอดจนพี่น้องประชาชนในพื้นที่เข้าร่วม</p><p><strong>โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&nbsp;ฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;</strong>จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์&nbsp;3&nbsp;ประการ&nbsp;คือ&nbsp;เพื่อให้บริการแก่เกษตรกรและประชาชนในการแก้ไขปัญหาทางการเกษตรได้อย่างเบ็ดเสร็จ&nbsp;ณ&nbsp;จุดเดียว&nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน&nbsp;ในการรับทราบปัญหาและแก้ไขปัญหาของประชาชนในพื้นที่&nbsp;และเพื่อบูรณาการส่วนราชการต่างๆ&nbsp;ได้นำปัญหาที่เกิดขึ้น&nbsp;ไปพิจารณาดำเนินการแก้ไขต่อไป&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการดำเนินงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ</strong>&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดยะลาได้กำหนดจัดกิจกรรม&nbsp;รวม&nbsp;4&nbsp;ครั้ง&nbsp;เป้าหมายครั้งละ&nbsp;100&nbsp;คน&nbsp;โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติม&nbsp;จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา&nbsp;และมีการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;รัฐวิสาหกิจ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ทั้งระดับจังหวัดและระดับอำเภอทุกภาคส่วน&nbsp;โดยอาศัยเครื่องมืออุปกรณ์&nbsp;บุคลากรเข้าช่วยในการปฏิบัติงานให้บริการเกษตรกรและประชาชน&nbsp;ณ&nbsp;จุดเดียว&nbsp;</p><p><strong>เกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;</strong>ภายในงานกำหนดให้มีบริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&nbsp;ได้แก่&nbsp;คลินิกพืช&nbsp;คลินิกดิน&nbsp;คลินิกสัตว์&nbsp;คลินิกประมง&nbsp;คลินิกบัญชี&nbsp;คลินิกชลประทาน&nbsp;คลินิกสหกรณ์&nbsp;คลินิกกฎหมาย&nbsp;คลินิกยางพารา&nbsp;และการให้บริการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เช่น&nbsp;คลินิกเงินทุน&nbsp;คลินิกธงฟ้า&nbsp;คลินิกสุขภาพ&nbsp;รวมทั้งยังมีนิทรรศการวิชาการของหน่วยงานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เช่น&nbsp;โรคเหี่ยวในกล้วยหิน&nbsp;โรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพารา&nbsp;โรครากเน่าโคนเน่าทุเรียน&nbsp;พร้อมทั้งการออกหน่วยของอำเภอยิ้ม&nbsp;บริการพี่น้องประชาชน&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","29/12/2021","ภาคใต้","ยะลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211229231024400"],
    [316,"หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมประชุมหัวหน้าส่วนราชการ ฯลฯ จังหวัดอำนาจเจริญ ครั้งที่ 122564","<p><strong>วันที่&nbsp;29&nbsp;ธันวาคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;ที่หอประชุมพญานาครินทร์&nbsp;ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ</strong>&nbsp;หน่วยงานในสังกัดกระทรวง&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เข้าร่วมประชุมหัวหน้าส่วนราชการและหัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ&nbsp;ฯลฯ&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;12/2564&nbsp;โดยมีนายทวีป&nbsp;&nbsp;<strong>บุตรโพธิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เป็นประธานการประชุม</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนายธนูสินธ์&nbsp;ไชยสิริ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการและหัวหน้าหน่วยงานจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เข้าร่วมประชุมเพื่อรับทราบผลการดำเนินงานโครงการฯ/กิจกรรมที่สำคัญ&nbsp;ของจังหวัดอำนาจเจริญในรอบเดือนธันวาคม&nbsp;&nbsp;2564&nbsp;</p><p><strong>วาระก่อนการประชุม&nbsp;การมอบเครื่องหมาย&nbsp;รักษาดินแดนยิ่งชีพ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;</strong>การมอบโล่รางวัลและใบประกาศเกียรติคุณการประกวดกองทุนแม่ของแผ่นดินดีเด่นระดับจังหวัด&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;แห่ง&nbsp;การมอบใบประกาศเกียรติคุณ&nbsp;กิจกรรมการจัดงานเดินแบบผ้าไทยการกุศล&nbsp;ในงานประเพณีฮีตสิบสองและงานประจำปีจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;มอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีกับจังหวัด/ชมรม&nbsp;TO&nbsp;BE&nbsp;NUMBER&nbsp;&nbsp;ONE&nbsp;&nbsp;และบุคลากรTO&nbsp;BE&nbsp;NUMBER&nbsp;ONE&nbsp;ระดับประเทศ&nbsp;ประสบความสำเร็จในมหกรรม&nbsp;รวมพลสมาชิก&nbsp;TO&nbsp;BE&nbsp;NUMBR&nbsp;ONE&nbsp;ระดับประเทศ&nbsp;ณ&nbsp;HALL9&nbsp;อิมแพ็ค&nbsp;เมืองทองธานี&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;รางวัล&nbsp;การมอบโล่ผู้ฝึกสอนและนักกีฬาดีเด่น&nbsp;ในงานวันกีฬาแห่งชาติประจำปี&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;วีดีทัศน์สรุปผลดำเนินงานประจำเดือนธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ข้าราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ย้ายมาดำรงตำแหน่งใหม่&nbsp;ได้แก่&nbsp;นางจันจิรา&nbsp;สายรอด&nbsp;เกษตรจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;และว่าที่ร้อยโท&nbsp;ปุณณกิจ&nbsp;เชาว์น้อย&nbsp;สหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เกษตรจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;และสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ</strong>&nbsp;ได้แนะนำตัวต่อที่ประชุมในโอกาสที่ย้ายมาดำรงตำแหน่งใหม่ที่จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;&nbsp;พร้อมปฏิบัติงานเพื่อขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรและสหกรณ์ให้เกิดประโยชน์ต่อพี่น้องเกษตรกร&nbsp;ตามนโยบายท่านผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>Cr#&nbsp;สนง.เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","29/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211230060733422"],
    [317,"สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง จัดประชุมกลุ่มเกษตรกรผลิตผักปลอดภัยในโรงเรือนผักยกแคร่ ณ ศูนย์การเรียนรู้วิถีชุมชนบ้านโคกแค (Happy Farm)","<p><strong>นายวสันต์&nbsp;สุขสุวรรณ&nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;มอบหมายให้นางกันยารัตน์&nbsp;ก้านจันทร์&nbsp;</strong>นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&nbsp;จัดประชุมกลุ่มเกษตรกรผลิตผักปลอดภัยในโรงเรือนผักยกแคร่&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์การเรียนรู้วิถีชุมชนบ้านโคกแค&nbsp;(Happy&nbsp;Farm)&nbsp;ตำบลเขาขาว&nbsp;อำเภอห้วยยอด&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;เพื่อวางแผนการผลิตผักปลอดภัยไว้บริโภคในครัวเรือน&nbsp;แลกเปลี่ยนความรู้&nbsp;แบ่งปันเมล็ดพันธุ์&nbsp;และต้นกล้า&nbsp;</strong>ให้สมาชิกกลุ่มนำไปปลูกในโรงเรือน&nbsp;มติที่ประชุมเห็นชอบให้มีจัดประชุมกลุ่มอย่างต่อเนื่องทุกเดือน&nbsp;เดือนละ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;ณ&nbsp;บ้านของสมาชิกแต่ละคน&nbsp;หมุนเวียนกันไป&nbsp;เพื่อให้กลุ่มความเข้มแข็งนำไปสู่การขยายผลและต่อยอดโครงการต่อไป&nbsp;</p><p><strong>โดยได้มีการลงเยี่ยมเยียนแปลงสมาชิกที่ได้รับโรงเรือน&nbsp;เกษตรกรได้มีนำกล้าผักมาเพาะปลูกในโรงเรือนแล้ว</strong>&nbsp;ผลการสอบถามความพึงพอใจ&nbsp;พบว่า&nbsp;เกษตรกรมีความพึงพอใจต่อภาพรวมของโครงการและต้องการให้มีการขยายผลและต่อยอดโครงการดังกล่าวด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","30/12/2021","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211230094932471"],
    [318,"กลุ่มอารักขาพืช  สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง ติดตามการระบาดโรคใบร่วงยางพาราชนิดใหม่ ในพื้นที่ตำบลโพรงจระเข้","<p><strong>นายวสันต์&nbsp;สุขสุวรรณ&nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มอารักขาพืช&nbsp;ลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์โรคใบร่วงยางพาราชนิดใหม่&nbsp;ในพื้นที่ตำบลโพรงจระเข้&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เบื้องต้นได้แนะนำลักษณะอาการ&nbsp;กลไกการเกิดโรค&nbsp;ให้แก่เกษตรกรเจ้าของแปลงและร่วมกันวางแผนการสร้างการรับรู้โรคใบร่วงยางพาราชนิดใหม่ให้กับเกษตรกรชาวสวนยางในพื้นที่ต่อไปและแนะนำให้ใส่ปุ๋ย&nbsp;เพื่อบำรุงต้นและใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาอย่างสม่ำเสมอ</p><p><strong>โรคใบร่วงยางพาราชนิดใหม่</strong>&nbsp;&nbsp;เกิดจากเชื้อรา&nbsp;แพร่ระบาดโดยการฟุ้งกระจายในอากาศ&nbsp;&nbsp;อาการของโรคปรากฏบนใบยางแก่&nbsp;ลักษณะเป็นแผลกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางส่วนใหญ่มากกว่า&nbsp;0.5&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;ช่วงเริ่มแรกบนผิวใบเป็นรอยสีเหลืองค่อนข้างกลม&nbsp;(chlorosis)&nbsp;และต่อมาเนื้อเยื่อรอยสีเหลืองจะตายแห้ง&nbsp;(necrosis)&nbsp;เป็นแผลกลมสีสนิมซีด&nbsp;อาจพบอาการจุดแผลต่อใบยางมากกว่า&nbsp;1&nbsp;แผล&nbsp;ตอมาใบจะเหลืองและร่วงในที่สุด&nbsp;อาการโรครุนแรงและใบร่วงมากหลังมีฝนตกหนัก&nbsp;ติดต่อกัน&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;วัน&nbsp;โดยแปลงยางใหญ่ได้รับผลกระทบที่รุนแรง&nbsp;มากกว่าแปลงยางขนาดเล็ก</p><p><strong>สำหรับแนวทางการป้องกันและกำจัดโรค</strong>&nbsp;&nbsp;กลุ่มอารักขาพืช&nbsp;&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;มีคำแนะนำในการป้องกันกำจัดโรคที่เกษตรกรต้องปฏิบัติเมื่อพบโรคนี้ระบาดคือ&nbsp;ฉีดพ่นด้วยสารป้องกันและกำจัดโรคพืช&nbsp;ได้แก่&nbsp;เบโนมิล&nbsp;คาร์เบนดาซิม&nbsp;ไดฟิโคนาโซล&nbsp;โพรพิโคนาโซล&nbsp;เฮกซะโคนาโซล&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;/&nbsp;1-2&nbsp;สัปดาห์&nbsp;ตามอัตราแนะนำ&nbsp;ใบที่เป็นโรค&nbsp;เก็บรวบรวมทำลายโดย&nbsp;ฝังกลบหรือกองรวม&nbsp;โรยทับกองใบยางที่เป็นโรคด้วยปูนขาวหรือปูนโดโลไมทให้ทั่ว&nbsp;หว่านตามด้วยยูเรียปริมาณร้อยละ10&nbsp;ของน้ำหนักปูน&nbsp;แล้วรดน้ำตาม</p><p>ใส่ปุ๋ยเพื่อบำรุงต้นยางให้แข็งแรง</p><p><br></p><p><br></p>","30/12/2021","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211230095456474"],
    [319,"สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง ส่งมอบเมล็ดพันธุ์และต้นกล้าพืชผักให้แก่เกษตรกรที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัย","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายวสันต์&nbsp;สุขสุวรรณ&nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางสาวกำไนทิพย์&nbsp;เศรษฐ์วิชัย&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;และเจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;ลงพื้นที่ส่งมอบเมล็ดพันธุ์&nbsp;และต้นกล้าพืชผัก&nbsp;ซึ่งได้รับการสนับสนุนต้นกล้าพืชผักจากศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;2&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ให้แก่เกษตรกรที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัย&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรปลูกไว้รับประทานในครัวเรือน&nbsp;ที่เหลือสามารถจำหน่ายเพื่อเป็นอาชีพเสริมให้เกษตรกรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีและยั่งยืนต่อไป&nbsp;ณ&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลโพรงจระเข้&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;จากฝนที่ตกต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ตำบลโพรงจระเข้และตำบลนาชุมเห็ด&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;ส่งผลให้จังหวัดตรังได้รับผลกระทบใน&nbsp;2&nbsp;อำเภอ&nbsp;3&nbsp;ตำบล&nbsp;8&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;289&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;1446&nbsp;คน&nbsp;มีผู้เสียชีวิต&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;โค/กระบือ&nbsp;8&nbsp;ตัว&nbsp;รถยนต์ส่วนบุคคล&nbsp;15&nbsp;คัน&nbsp;และรถจักรยานยนต์&nbsp;150&nbsp;คันอพยพ&nbsp;1&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ถนนในหมู่บ้าน&nbsp;1&nbsp;สาย&nbsp;&nbsp;ฝายน้ำล้น&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;&nbsp;โดยอำเภอย่านตาขาว&nbsp;มีพื้นที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;บ้านโคกทราย&nbsp;,&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;บ้านโหล๊ะคล้า&nbsp;ตำบลโพรงจระเข้&nbsp;พื้นที่หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;บ้านไทรงาม&nbsp;,&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;บ้านลำพิกุล&nbsp;,&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;บ้านทอนพลา&nbsp;,&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;บ้านลำขนุน&nbsp;ตำบลนาชุมเห็ด&nbsp;ในขณะที่&nbsp;&nbsp;พื้นที่อำเภอนาโยง&nbsp;&nbsp;มีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบในหมู่ที่&nbsp;2&nbsp;บ้านเกาะปุด&nbsp;,&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;บ้านหนองคล้า&nbsp;ตำบลนาข้าวเสีย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","30/12/2021","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211230094615468"],
    [320,"กยท.จ.ยะลา แจงความคืบหน้าโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ระยะที่ 3 คาดการณ์แนวโน้มยางราคาดีขึ้น","<p><strong>นายศานติ&nbsp;พันธุ์มณี&nbsp;&nbsp;ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทยจังหวัดยะลา&nbsp;</strong>ชี้แจงความคืบหน้าโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;ที่คณะรัฐมนตรี&nbsp;มีมติเห็นชอบอนุมัติโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;30&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;เห็นชอบให้ดำเนินการโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;ประกันรายได้ยาง&nbsp;</p><p><strong>สำหรับเกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;(กยท.)&nbsp;</strong>ซึ่งจะได้รับการชดเชยส่วนต่างตามรูปแบบผลผลิตที่เกษตรกรขาย&nbsp;โดยกำหนดราคาประกันรายได้&nbsp;3&nbsp;ชนิด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ยางแผ่นดิบคุณภาพดีราคาประกันอยู่ที่&nbsp;60&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;&nbsp;น้ำยางสด&nbsp;(DRC&nbsp;100%)&nbsp;ราคาประกัน&nbsp;57&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;และยางก้อนถ้วย&nbsp;(DRC&nbsp;50%)&nbsp;ราคาประกัน&nbsp;23&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ซึ่งมีระยะเวลาดำเนินการทั้งสิ้น&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;คือ&nbsp;ตั้งแต่เดือนตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;-&nbsp;เดือนมีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยให้รายละไม่เกิน&nbsp;25&nbsp;ไร่&nbsp;โดยกำหนดปริมาณผลผลิตยางที่จะประกันรายได้&nbsp;คือ&nbsp;ยางแผ่นดิบและน้ำยางสด&nbsp;(DRC&nbsp;100%)&nbsp;จำนวนไม่เกิน&nbsp;20&nbsp;กิโลกรัม/ไร่/เดือน&nbsp;และผลผลิตยางก้อนถ้วย&nbsp;(DRC&nbsp;50%)&nbsp;จำนวนไม่เกิน&nbsp;40&nbsp;กิโลกรัม/ไร่/เดือน&nbsp;</p><p><strong>สำหรับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;จะต้องขึ้นทะเบียนกับการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;(กยท.)&nbsp;เป็นสวนยางอายุ&nbsp;7&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;</strong>ที่เปิดกรีดยางไปแล้ว&nbsp;รายละไม่เกิน&nbsp;25&nbsp;ไร่&nbsp;มีสัดส่วนแบ่งรายได้ระหว่างเจ้าของ&nbsp;60%&nbsp;และคนกรีดยาง&nbsp;40%&nbsp;และตอนนี้ได้เริ่มจ่ายไปแล้วให้กับเกษตรกรทั่วประเทศไทย&nbsp;2&nbsp;งวดด้วยกัน&nbsp;คือเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;9&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;เป็นเงินจำนวน&nbsp;1.4&nbsp;พันล้านบาท&nbsp;หลังจากนั้นจะจ่ายเดือนละครั้งจนถึงเดือนเมษายน&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;</strong>จะโอนเงินเข้าบัญชีของเกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับ&nbsp;กยท.&nbsp;เดือนละ&nbsp;&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;&nbsp;(งวดที่&nbsp;1&nbsp;และ&nbsp;2&nbsp;คือเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน&nbsp;ยางก้อนถ้วยไม่ได้เงินชดเชยเพราะราคากลางอ้างอิงสูงกว่าราคาประกันรายได้)&nbsp;แสดงว่าช่วงนั้นราคายางก้อนถ้วยราคาดี&nbsp;และงวดที่&nbsp;3&nbsp;จะเร่งจ่ายเงินชดเชยประจำเดือนธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ให้ถึงมือเกษตรกรช่วงต้นเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดยะลาเกษตรกรที่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ&nbsp;(บัตรเขียว&nbsp;)จำนวน&nbsp;33,169&nbsp;ราย&nbsp;รวมพื้นที่&nbsp;จำนวน&nbsp;506,254&nbsp;ไร่&nbsp;โอนเงินแล้วร้อยละ&nbsp;88.97&nbsp;(บัตรชมพู)&nbsp;เกษตรกรที่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ&nbsp;19,624&nbsp;ราย&nbsp;ไร่รวมพื้นที่&nbsp;จำนวน&nbsp;254,095&nbsp;ไร่&nbsp;โอนเงินแล้วร้อยละ&nbsp;64.36&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนและแจ้งข้อมูลสวนยางไว้กับ&nbsp;กยท.&nbsp;สามารถตรวจสอบสิทธิ์การเข้าร่วมโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;ได้ที่ลิงค์&nbsp;http://www.raot.co.th/gir/index/</p><p><strong>สำหรับโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;เป็นหนึ่งในมาตรการของรัฐบาล</strong>&nbsp;เพื่อดูแลพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;โดยสาเหตุที่เร่งดำเนินการมาตรการดังกล่าว&nbsp;เพื่อรองรับราคายางในช่วงปลายปีของทุกปีที่อาจปรับตัวลงบ้าง&nbsp;เนื่องจากโรงงานหลายแห่งชะลอการผลิต&nbsp;ในช่วงวันหยุดยาวปีใหม่&nbsp;และตอนนี้&nbsp;กยท.&nbsp;ได้เดินหน้าโครงการชะลอยางฯ&nbsp;(โครงการชะลอการขายยางของสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง)&nbsp;ที่เกษตรกรสามารถเก็บผลผลิตและขายในช่วงที่ราคาเหมาะสม&nbsp;เพิ่มสภาพคล่องให้ชาวสวนยาง&nbsp;ควบคู่ประกันรายได้เยียวยาในช่วงทีราคายางย่อตัว&nbsp;โครงการชะลอยางของสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางฯ&nbsp;ซึ่งเริ่มดำเนินการรับซื้อผลผลิตยาง&nbsp;(ยางก้อนถ้วยและน้ำยางสด)&nbsp;จากสถาบันเกษตรกรแล้วในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ&nbsp;ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน&nbsp;2563&nbsp;ซึ่งสามารถช่วยให้ราคายางปรับตัวเพิ่มขึ้น&nbsp;เพิ่มสภาพคล่องให้เกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;ไม่ต้องเร่งขายผลผลิตยาง&nbsp;สามารถเก็บไว้ขายในช่วงที่ราคายางสูงขึ้นอยู่ในระดับที่เหมาะสมได้&nbsp;</p><p><strong>ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทยจังหวัดยะลา&nbsp;ยังระบุอีกว่า&nbsp;ในช่วงนี้บ้านเราเข้าหน้าฝน</strong>&nbsp;ฝนตกเยอะ&nbsp;ประสบปัญหาโรคใบร่วงยาง&nbsp;ผลผลิตยังไม่มาก&nbsp;รวมถึงภาวะเศรษฐกิจโควิด&nbsp;เริ่มผ่อนคลาย&nbsp;คิดว่าในตลาดโลก&nbsp;ต่างประเทศ&nbsp;และไทย&nbsp;ราคาอยู่ทรงตัว&nbsp;แนวโน้มน่าจะดีขึ้น&nbsp;ถ้าหากว่ามีมาตรการระมัดระวังช่วยกัน&nbsp;ภาพรวมราคาน่าจะดีขึ้น&nbsp;แต่อย่างใดก็ตาม&nbsp;ราคายางก็จะต้องดูเป็นระยะๆ&nbsp;ไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","30/12/2021","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211230111835529"],
    [321,"กยท.จ.ยะลา ชี้แจงความคืบหน้าโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ระยะที่ 3","<p><strong>กยท.จ.ยะลา&nbsp;ชี้แจงความคืบหน้าโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;</strong>วันนี้&nbsp;(30&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564)&nbsp;นายศานติ&nbsp;พันธุ์มณี&nbsp;&nbsp;ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทยจังหวัดยะลา&nbsp;ชี้แจงความคืบหน้าโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;ที่คณะรัฐมนตรี&nbsp;มีมติเห็นชอบอนุมัติโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;30&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;เห็นชอบให้ดำเนินการโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;ประกันรายได้ยาง&nbsp;สำหรับเกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;(กยท.)&nbsp;ซึ่งจะได้รับการชดเชยส่วนต่างตามรูปแบบผลผลิตที่เกษตรกรขาย&nbsp;</p><p><strong>โดยกำหนดราคาประกันรายได้&nbsp;3&nbsp;ชนิด&nbsp;ได้แก่&nbsp;</strong>ยางแผ่นดิบคุณภาพดีราคาประกันอยู่ที่&nbsp;60&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;&nbsp;น้ำยางสด&nbsp;(DRC&nbsp;100%)&nbsp;ราคาประกัน&nbsp;57&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;และยางก้อนถ้วย&nbsp;(DRC&nbsp;50%)&nbsp;ราคาประกัน&nbsp;23&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ซึ่งมีระยะเวลาดำเนินการทั้งสิ้น&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;คือ&nbsp;ตั้งแต่เดือนตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;-&nbsp;เดือนมีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยให้รายละไม่เกิน&nbsp;25&nbsp;ไร่&nbsp;โดยกำหนดปริมาณผลผลิตยางที่จะประกันรายได้&nbsp;คือ&nbsp;ยางแผ่นดิบและน้ำยางสด&nbsp;(DRC&nbsp;100%)&nbsp;จำนวนไม่เกิน&nbsp;20&nbsp;กิโลกรัม/ไร่/เดือน&nbsp;และผลผลิตยางก้อนถ้วย&nbsp;(DRC&nbsp;50%)&nbsp;จำนวนไม่เกิน&nbsp;40&nbsp;กิโลกรัม/ไร่/เดือน&nbsp;</p><p><strong>สำหรับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;จะต้องขึ้นทะเบียนกับการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;(กยท.)&nbsp;เป็นสวนยางอายุ7&nbsp;ปีขึ้นไป</strong>&nbsp;ที่เปิดกรีดยางไปแล้ว&nbsp;รายละไม่เกิน&nbsp;25&nbsp;ไร่&nbsp;มีสัดส่วนแบ่งรายได้ระหว่างเจ้าของ&nbsp;60%&nbsp;และคนกรีดยาง&nbsp;40%&nbsp;และตอนนี้ได้เริ่มจ่ายไปแล้วให้กับเกษตรกรทั่วประเทศไทย&nbsp;2&nbsp;งวดด้วยกัน&nbsp;คือเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;9&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;เป็นเงินจำนวน&nbsp;1.4&nbsp;พันล้านบาท&nbsp;หลังจากนั้นจะจ่ายเดือนละครั้งจนถึงเดือนเมษายน&nbsp;2565&nbsp;โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;จะโอนเงินเข้าบัญชีของเกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับ&nbsp;กยท.&nbsp;เดือนละ&nbsp;&nbsp;&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;&nbsp;(งวดที่&nbsp;1&nbsp;และ&nbsp;2&nbsp;คือเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน&nbsp;ยางก้อนถ้วยไม่ได้เงินชดเชยเพราะราคากลางอ้างอิงสูงกว่าราคาประกันรายได้)&nbsp;แสดงว่าช่วงนั้นราคายางก้อนถ้วยราคาดี&nbsp;และงวดที่&nbsp;3&nbsp;จะเร่งจ่ายเงินชดเชยประจำเดือนธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ให้ถึงมือเกษตรกรช่วงต้นเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดยะลาเกษตรกรที่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ&nbsp;(บัตรเขียว&nbsp;)จำนวน&nbsp;33,169&nbsp;ราย&nbsp;รวมพื้นที่&nbsp;จำนวน&nbsp;506,254&nbsp;ไร่&nbsp;โอนเงินแล้วร้อยละ&nbsp;88.97&nbsp;(บัตรชมพู)&nbsp;เกษตรกรที่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ&nbsp;19,624&nbsp;ราย&nbsp;ไร่รวมพื้นที่&nbsp;จำนวน&nbsp;254,095&nbsp;ไร่&nbsp;โอนเงินแล้วร้อยละ&nbsp;64.36&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนและแจ้งข้อมูลสวนยางไว้กับ&nbsp;กยท.&nbsp;สามารถตรวจสอบสิทธิ์การเข้าร่วมโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;ได้ที่ลิงค์&nbsp;&nbsp;<a&nbsp;href=\"http://www.raot.co.th/gir/index/\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(66,&nbsp;133,&nbsp;244);\">http://www.raot.co.th/gir/index/</a></p><p><strong>นายศานติ&nbsp;พันธุ์มณี&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่าโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;เป็นหนึ่งในมาตรการของรัฐบาล</strong>&nbsp;เพื่อดูแลพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;โดยสาเหตุที่เร่งดำเนินการมาตรการดังกล่าว&nbsp;เพื่อรองรับราคายางในช่วงปลายปีของทุกปีที่อาจปรับตัวลงบ้าง&nbsp;เนื่องจากโรงงานหลายแห่งชะลอการผลิต&nbsp;ในช่วงวันหยุดยาวปีใหม่&nbsp;และตอนนี้&nbsp;กยท.&nbsp;ได้เดินหน้าโครงการชะลอยางฯ&nbsp;(โครงการชะลอการขายยางของสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง)&nbsp;ที่เกษตรกรสามารถเก็บผลผลิตและขายในช่วงที่ราคาเหมาะสม&nbsp;เพิ่มสภาพคล่องให้ชาวสวนยาง&nbsp;ควบคู่ประกันรายได้เยียวยาในช่วงทีราคายางย่อตัว&nbsp;โครงการชะลอยางของสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางฯ&nbsp;ซึ่งเริ่มดำเนินการรับซื้อผลผลิตยาง&nbsp;(ยางก้อนถ้วยและน้ำยางสด)&nbsp;จากสถาบันเกษตรกรแล้วในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ&nbsp;ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน&nbsp;2563&nbsp;ซึ่งสามารถช่วยให้ราคายางปรับตัวเพิ่มขึ้น&nbsp;เพิ่มสภาพคล่องให้เกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;ไม่ต้องเร่งขายผลผลิตยาง&nbsp;สามารถเก็บไว้ขายในช่วงที่ราคายางสูงขึ้นอยู่ในระดับที่เหมาะสมได้&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการกำหนดราคากลางอ้างอิง&nbsp;ตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;ประจำเดือน&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564</strong></p><p>รายการ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ยางแผ่นดิบคุณภาพดี&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;น้ำยางสด&nbsp;DRC&nbsp;100%&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ยางก้อนถ้วย&nbsp;DRC&nbsp;50%</p><p>ราคาประกันรายได้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;60&nbsp;บาท/กก.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;57&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;23</p><p>ราคากลางอ้างอิง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;52.33&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;51.05&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;24.21</p><p>ราคาชดเชย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;7.67&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;5.95&nbsp;&nbsp;ราคากลางอ้างอิง&nbsp;ตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;รอบที่&nbsp;2&nbsp;ประจำเดือน&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564</p><p>รายการ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ยางแผ่นดิบคุณภาพดี&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;น้ำยางสด&nbsp;DRC&nbsp;100%&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ยางก้อนถ้วย&nbsp;DRC&nbsp;50%</p><p>ราคาประกันรายได้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;60&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;57&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;23</p><p>ราคากลางอ้างอิง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;54.15&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;53.69&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;24.22</p><p>ราคาชดเชย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;5.85&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.31&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","30/12/2021","ภาคใต้","ยะลา","สวท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211230120216551"],
    [322,"ตรัง เปิดเส้นทางเที่ยวชมวิถีเกาะสุกรชิมแตงโมชายหาดสีแดงหวานกรอบสดอร่อยถึงแปลง","<p><strong>วันนี้&nbsp;(30&nbsp;ธ.ค.2564)&nbsp;เกษตรกรตัดแตงโมเกาะสุกรรุ่นแรก&nbsp;รสชาติหวานกรอบสดอร่อยออกสู่ตลาด</strong>&nbsp;ขณะที่&nbsp;ททท.นำผู้ประกอบการร้านกาแฟ&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;อุดหนุนแตงโมเกาะสุกร&nbsp;พร้อมประชาสัมพันธ์และชวนนักท่องเที่ยวกินแตงถึงแปลง&nbsp;และเยี่ยมชมวิถีชีวิตประมงพื้นบ้านนั่งแกะปู&nbsp;ปลา&nbsp;เพื่อนำมาประกอบอาหารหาเลี้ยงครอบครัว&nbsp;และทางร้านอาหารในเกาะสุกรจัดเมนูเด็ดแตงโมปลาร้าหวาน&nbsp;รสชาติแซ่บ&nbsp;วัตถุดิบเด่นของเกาะสุกรขึ้นโต๊ะให้นักท่องเที่ยวลิ้มลอง</p><p><strong>การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานตรัง&nbsp;ได้ลงสำรวจเพื่อประชาสัมพันธ์เปิดเส้นทางท่องเที่ยวเกาะสุกร</strong>&nbsp;พร้อมหนุนเสริมการตลาด&nbsp;ให้กับเกษตรกรที่ปลูกแตงโมเกาะสุกร&nbsp;เชื่อว่านักท่องเที่ยวจะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว&nbsp;มากินแตงโมที่เกาะสุกรกันมากในช่วงวันหยุดยาวส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่&nbsp;ซึ่ง&nbsp;น.ส.ลดาวัลย์&nbsp;ช่วยชาติ&nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานตรัง&nbsp;พาผู้ประกอบการร้านกาแฟในจังหวัดตรัง&nbsp;และผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่บ้านแหลมจีน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ต.เกาะสุกร&nbsp;อ.ปะเหลียน&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;เพื่อเยี่ยมชมแปลงแตงโมชายหาด&nbsp;โดยมีนายธวัชชัย&nbsp;ไข่มุสิก&nbsp;เป็นเจ้าของแปลงแตงโมชายหาด&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งวันนี้เป็นวันแรกที่เริ่มเก็บผลผลิตแตงโมชายหาดรุ่นแรกของฤดูกาลแตงโม</strong>&nbsp;พบว่าแตงโมที่ปลูกลูกโต&nbsp;น้ำหนักอยู่ที่&nbsp;2-5&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;มีความหวานอยู่ที่&nbsp;11-12&nbsp;Brix&nbsp;โดยเกษตรกรที่นี่จะทำการปลูกแตงโม&nbsp;2&nbsp;รุ่น&nbsp;รุ่นแรกปลูกและเก็บผลผลิตได้ช่วงเดือนปลายเดือนธันวาคมถึงต้นมกราคมของทุกปี&nbsp;ระยะเวลาปลูกให้ผลผลิต&nbsp;60-70&nbsp;วัน&nbsp;แต่ปีนี้เกษตรกรประสบปัญหาฝนตกทั้งปีและเกิดน้ำทะเลหนุนสูงทำน้ำท่วมถึงหาดทรายที่ปลูกแตงโม&nbsp;ทำให้ต้นแตงโมตายไปจำนวนมาก&nbsp;และผลผลิตปีนี้จึงออกมาน้อย&nbsp;แต่เมื่อเริ่มเก็บผลผลิตก็มี&nbsp;ลูกค้าในตัวเมืองตรังและที่อื่น&nbsp;สั่งซื้อแตงโมเข้ามาเป็นจำนวนมาก&nbsp;ซึ่งมีราคาขายปลีกบนเกาะสุกร&nbsp;ตกกิโลกรัมละ&nbsp;15-17&nbsp;บาท&nbsp;หากเป็นราคาส่งกิโลกรัมละ&nbsp;12&nbsp;บาท</p><p><strong>และเมื่อเกษตรกรที่ทำนาได้เก็บเกี่ยวข้าวจนเสร็จ&nbsp;ก็จะเริ่มเตรียมดินปลูกแตงโมในนาข้าวต่อ</strong>&nbsp;โดยจะเริ่มปลูกตั้งแต่ประมาณช่วงเดือนมกราคม&nbsp;เก็บผลผลิตประมาณ&nbsp;ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;ถึง&nbsp;เมษายนของทุกปี&nbsp;ขึ้นอยู่กับพันธุ์แตงโม&nbsp;ที่นำมาปลูก&nbsp;มีสายพันธุ์ที่นิยมปลูก&nbsp;คือพันธุ์เมญ่า&nbsp;โบอิ้ง&nbsp;กินรี&nbsp;และซุปเปอร์ส่วนพันธุ์พื้นเมืองลูกกลมเนื้อสีแดงตลาดไม่ค่อยนิยม&nbsp;ตลาดนิยมแตงโตไข่จระเข้&nbsp;หรือ&nbsp;ทอปิโด&nbsp;ปีนี้เมื่อเกษตรกรปลูกแตงโมในนาข้าวและชายหาด&nbsp;รอบสองผลผลิตจะออกมามากช่วงปลายกุมภาพันธ์ถึงต้นเมษายน&nbsp;จะสร้างรายได้ให้สมาชิกในกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกแตงโมได้ดีโดยมีเกษตรกรปลูกแตงโมบนเกาะสุกรมีพื้นที่ในการปลูกแตงโม&nbsp;ทั้งบนชายหาดและในนาข้าว&nbsp;มีกว่า&nbsp;300&nbsp;ไร่</p><p>ทางด้าน&nbsp;น.ส.ลดาวัลย์&nbsp;ช่วยชาติ&nbsp;ผอ.ททท.ตรัง&nbsp;ได้สาธิตการผ่าแตงโมให้ทุกคนได้ชิม&nbsp;พบว่าขณะที่ผ่าแตงโม&nbsp;จะมีเสียงดังกรอบออกมาได้ยินเสียงชัดเจน&nbsp;สื่อให้เห็นถึงความกรอบหวานอร่อยของแตงโมคุณภาพดี&nbsp;เนื้อสีแดงหวานเข้ม&nbsp;ทำให้ผู้ที่ไปเยี่ยมชมแปลงแตงโมถึงกับตะลึง&nbsp;พร้อมร่วมกันชิมแตงโมด้วยความสดกรอบหวานอร่อยในแปลงแตงโมชายหาดอย่างเอร็ดอร่อย</p><p><strong>จากนั้นได้ไปเยี่ยมชมที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแตงโมเกาะสุกร&nbsp;ซึ่งเป็นจุดรวบรวมแตงโม&nbsp;</strong>และวางจำหน่าย&nbsp;พร้อมแพ็กเก็จจิ้งสวยงามเพิ่มมูลค่าให้แตงโมเกาะสุกร&nbsp;ซึ่งมีสมาชิกที่ปลูกแตงโม&nbsp;จำนวน&nbsp;110&nbsp;คน&nbsp;ส่วนที่สะพานท่าเรือบ้านตะเสะ&nbsp;ต.ตะเสะ&nbsp;อ.หาดสำราญ&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;เกษตรกรชาวเกาะสุกร&nbsp;ช่วยกันขนแตงโม&nbsp;จากเรือหางยาวขึ้นรถยนต์กระบะ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ตัน&nbsp;โดยมีแม่ค้าพ่อค้าจากตัวเมืองตรังและพื้นที่อื่น&nbsp;ๆ&nbsp;มารับซื้อแตงโมจากเกาะสุกรอย่างต่อเนื่องเพื่อนำออกไปขายสู่ท้องตลาด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","30/12/2021","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211230120730555"],
    [323,"จ.จันทบุรีจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร อำนวยความสะดวกประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่ ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด -19","<p><strong>วันนี้&nbsp;(&nbsp;30&nbsp;ธ.ค.&nbsp;64&nbsp;)&nbsp;ที่เทศบาลตำบลปัถวี&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ต.ปัถวี&nbsp;อ.มะขาม&nbsp;จ.จันทบุรี&nbsp;นายสุธี&nbsp;ทองแย้ม&nbsp;</strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี&nbsp;เป็นประธานนำส่วนราชการ&nbsp;หน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เหล่ากาชาดจังหวัด&nbsp;หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;และองค์กรภาคเอกชน&nbsp;ออกให้บริการโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด&nbsp;-19&nbsp;มุ่งเน้นให้บริการทางวิชาการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการเกษตร&nbsp;โดยการบูรณาการการปฏิบัติงานของหน่วยงานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับภาคการเกษตร&nbsp;ในการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนที่เกิดขึ้นในพื้นที่เป้าหมายและพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;รวมทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการผลิตทางการเกษตร&nbsp;การใช้เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าทันสมัยให้กับเกษตรกร&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมในการแข่งขันด้านการตลาดและเทคโนโลยีเกษตรกรจึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยน&nbsp;มาทำสวนผสมมากขึ้น&nbsp;เพื่อลดความเสี่ยงในการผลิตพืช&nbsp;เกษตรกรจึงต้องการความรู้&nbsp;ด้านการปรับปรุงบำรุงดินให้เหมาะสมกับการผลิตพืช&nbsp;การวางระบบน้ำ&nbsp;ตลอดจนความรู้ด้านการเลี้ยงสัตว์&nbsp;การเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อการบริโภคในครัวเรือน&nbsp;ภายในงานมีการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้บริการและแก้ไขปัญหาทางการเกษตรให้กับเกษตรกรด้านการส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ด้านปศุสัตว์&nbsp;พืช&nbsp;ดิน&nbsp;ประมง&nbsp;ชลประทาน&nbsp;ข้าว&nbsp;ยางพารา&nbsp;สหกรณ์&nbsp;&nbsp;บัญชี&nbsp;&nbsp;กฎหมาย&nbsp;&nbsp;หม่อนไหม&nbsp;เป็นต้น&nbsp;อีกทั้งมีการลงทะเบียนเกษตรกรและประชาชนทั่วไปที่เข้าร่วมงานรับเมล็ดพันธุ์พืชผัก&nbsp;&nbsp;ต้นไม้&nbsp;&nbsp;ปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพ&nbsp;&nbsp;&nbsp;สารปรับปรุงบำรุงดิน&nbsp;เป็นต้น&nbsp;รวมทั้งส่งเสริมการประกอบอาชีพเสริมเพิ่มรายได้และการจัดนิทรรศการเสริมสร้างความรู้ของหน่วยงานต่างๆ&nbsp;</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี&nbsp;ได้กล่าวเน้นย้ำเรื่องการบริหารจัดการน้ำ</strong>เพื่อการเกษตรขอนำแนวทางการบริหารจัดการน้ำ&nbsp;ธนาคารน้ำใต้ดิน&nbsp;เตรียมจัดตั้งหมู่บ้านตัวอย่างบริหารน้ำแบบธนาคารน้ำใต้ดิน&nbsp;พร้อมอวยพรปีใหม่ให้เกษตรกรและประชาชนปลอดภัยจากโรคภัยไข้เจ็บ&nbsp;ฝากช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;การ์ดอย่าตก&nbsp;ปฏิบัติตัวตามมาตรการป้องกันและลดการแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ป้องกันการติดเชื้อสายพันธุ์&nbsp;โอมิครอน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","30/12/2021","ภาคตะวันออก","จันทบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211230151627665"],
    [324,"ปั้น Cluster Farm Outlet ต่อยอดความสำเร็จ สนับสนุนศูนย์จำหน่ายสินค้าเกษตรชุมชนระดับภาค","<p><strong>?นายอุดม&nbsp;ศรีสมทรง&nbsp;รองอธิบดีกรมการค้าภายใน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2552&nbsp;กรมฯ&nbsp;ได้ดำเนินโครงการส่งเสริมและพัฒนาศูนย์จำหน่ายสินค้าเกษตรชุมชน&nbsp;(Farm&nbsp;Outlet)&nbsp;เป็นศูนย์กลางให้กับเกษตรกรได้นำผลผลิตทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์แปรรูปมาจำหน่าย&nbsp;&nbsp;โดยไม่ผ่านคนกลาง&nbsp;ควบคู่ไปกับการพัฒนาชุมชนให้มีความเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้&nbsp;</p><p><strong>ในปี&nbsp;2564&nbsp;ได้จัดตั้ง&nbsp;ศูนย์จำหน่ายสินค้าเกษตรชุมชนระดับภาค</strong>&nbsp;ภายใต้ชื่อ&nbsp;Cluster&nbsp;Farm&nbsp;Outlet&nbsp;เพื่อต่อยอด&nbsp;พัฒนา&nbsp;เชื่อมโยงและยกระดับศูนย์&nbsp;Farm&nbsp;Outlet&nbsp;ให้เป็นศูนย์กระจายสินค้าเกษตรที่มีประสิทธิภาพและศักยภาพสามารถแข่งขันในตลาดได้&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;โอทอป&nbsp;น่าน&nbsp;(ศูนย์แสดงและจำหน่ายสินค้าโอทอปประชารัฐ&nbsp;จังหวัดน่าน)&nbsp;คลัสเตอร์ภาคเหนือ&nbsp;ร้านหนูจวบ&nbsp;OTOP&nbsp;&amp;&nbsp;Farm&nbsp;Outlet&nbsp;จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;คลัสเตอร์ภาคกลาง&nbsp;ร้านออร์แกนิคฟาร์มเอาท์เล็ท&nbsp;อุทยานบัว&nbsp;จังหวัดสกลนคร&nbsp;คลัสเตอร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;&nbsp;และร้านทางไทย&nbsp;Farm&nbsp;Outlet&nbsp;(บ้านทางไทย&nbsp;โฮมสเตย์)&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;คลัสเตอร์ภาคใต้</p><p>?<strong>นอกจากนี้&nbsp;กรมฯ&nbsp;ได้ให้การสนับสนุนศูนย์จำหน่ายสินค้าเกษตรชุมชนระดับภาค</strong>&nbsp;&nbsp;(Cluster&nbsp;Farm&nbsp;Outlet)&nbsp;ในด้านการผลิตและการตลาดให้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในพื้นที่ต่างๆ&nbsp;เป็นกลไกสำคัญในการช่วยเหลือให้ผู้ประกอบการ&nbsp;ผู้ผลิตสินค้าและเกษตรกรรายย่อยได้มีช่องทางจำหน่ายสินค้า&nbsp;สร้างการกระจายรายได้ในชุมชนด้วยการพัฒนาสถานที่จำหน่ายให้สวยงามและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพ&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้ศูนย์ฯ&nbsp;เป็นจุดเช็คอิน&nbsp;หรือสถานที่แวะพักระหว่างทาง&nbsp;สำหรับนักท่องเที่ยวได้อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p>","30/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211230133056587"],
    [325,"จ.นครพนม จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ บูรณาการหน่วยงาน ร่วมให้บริการเกษตรกรแบบครบวงจร","<p><strong>นายชาญชัย&nbsp;คงทัน&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&nbsp;ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ประจำไตรมาสที่&nbsp;1/2565&nbsp;ซึ่งจังหวัดนครพนม&nbsp;โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;พร้อมด้วยหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ร่วมกันจัดขึ้นที่บริเวณองค์การบริหารส่วนตำบลหนองแวง&nbsp;อำเภอบ้านแพง&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;24&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;โดยมีนางสาวกัญณฐา&nbsp;อภินนท์ธนา&nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมพิธี&nbsp;โดยมีเกษตรกรในพื้นที่มารับบริการจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และกระทรวงสาธารณสุขจำนวนมาก&nbsp;นอกจากนี้ยังได้มีการมอบพันธุ์ปลา&nbsp;มอบพันธุ์พืช&nbsp;ยารักษาสัตว์&nbsp;และบริการต่างๆ&nbsp;อีกมากมาย&nbsp;ซึ่งการจัดงานดำเนินการภายใต้มาตรการป้องกันปัญหาโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;และเพื่อเป็นการให้บริการด้านการเกษตรแบบครบวงจร&nbsp;รวดเร็ว&nbsp;ถูกต้อง</p><p><strong>นางสาวกัญณฐา&nbsp;อภินนท์ธนา&nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สำหรับการจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในครั้งนี้&nbsp;มีวัตถุประสงค์ในการให้บริการทางวิชาการแก่เกษตรกร&nbsp;องค์กรเกษตรกรชุมชน&nbsp;ให้สามารถดำเนินกิจการได้อย่างต่อเนื่อง&nbsp;มีการบริหารจัดการที่เป็นระบบสามารถแก้ไขปัญหาในการประกอบอาชีพทางด้านการเกษตรให้กับเกษตรกรได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;รวมทั้งเป็นการดูแลรักษาสุขภาพให้กับประชาชนที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;ซึ่งมีการบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานวิชาการ&nbsp;หน่วยงานส่งเสริม&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมพัฒนา&nbsp;แก้ไขปัญหาให้แก่เกษตรกรให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน&nbsp;โดยเป็นการปฏิบัติงานในเชิงรุกที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหาได้รับบริการทางการเกษตร&nbsp;รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและฝึกอบรมความรู้การเกษตรเสริมเพิ่มเติมควบคู่กันไป&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยมีการจัดแสดงนิทรรศการและให้บริการจากคลินิกต่าง&nbsp;ๆ</strong>&nbsp;มากกว่า&nbsp;15&nbsp;คลินิก&nbsp;โดยการจัดกิจกรรมมุ่งแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;พร้อมทั้งเป็นการนำนโยบายของภาครัฐที่สำคัญในการแก้ไขปัญหาต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;มาชี้แจงให้กับประชาชน&nbsp;และบริการอื่นๆแบบจบครบที่เดียว&nbsp;</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>","30/12/2021","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211230220410882"],
    [326,"เปิดตัวเกษตรกร GAP ดีเด่นเจ้าของสวนสลัดจันทร์ดาว ปลูกผักเมืองหนาวที่ขอนแก่น สร้างรายได้หลักล้านบาทต่อปี","<p><strong>นายนฤทัย&nbsp;วรสถิตย์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดขอนแก่น</strong>&nbsp;&nbsp;(สวพ.3)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ปัจจุบันคนไทยให้ความสำคัญในด้านสุขภาพเพิ่มมากขึ้น&nbsp;จึงตระหนักถึงความสำคัญด้านความปลอดภัยทางอาหารทำให้ตลาดและเกษตรกรให้ความสำคัญในใบรับรอง&nbsp;GAP&nbsp;แหล่งผลิตพืชปลอดภัยมากขึ้น&nbsp;ซึ่งกรมวิชาการเกษตรเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบการตรวจรับรองแหล่งผลิต&nbsp;GAP&nbsp;พืช&nbsp;ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;โดยมีเป้าหมายให้ผลผลิตทางการเกษตรมีคุณภาพและปลอดภัยต่อทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค&nbsp;ซึ่งสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;เป็นหน่วยงานในส่วนภูมิภาคของกรมวิชาการเกษตรที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการรับรองแหล่งผลิตพืชในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน&nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการผลิตที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้&nbsp;ทำให้เกษตรกรมีแหล่งจำหน่ายผลผลิตและได้ราคาที่สูงขึ้น&nbsp;เป็นที่ยอมรับกับผู้บริโภคอย่างกว้างขวาง</p><p><strong>ด้านนายมนตรี&nbsp;ทะนารี&nbsp;เป็นเกษตรกรอาศัยอยู่ที่</strong>&nbsp;ตำบลโนนท่อน&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;ได้รับการรับรองแหล่งผลิต&nbsp;GAP&nbsp;โดยจุดเริ่มต้นของการทำ&nbsp;GAP&nbsp;ของครั้งนี้&nbsp;มาจากในช่วงแรกผลิตผักขายตามตลาดในเมืองขอนแก่น&nbsp;และมีเจ้าหน้าที่จากห้างสรรพสินค้าเข้าไปหาซื้อผักที่ได้รับรองมาตรฐานเกษตรปลอดภัย&nbsp;&nbsp;(GAP)&nbsp;และเกษตรอินทรีย์&nbsp;เข้าสู่ตลาดทำให้เป็นจุดเปลี่ยนของการทำการเกษตรของนายมนตรีโดยได้รับคำแนะนำให้ขอมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;จากกรมวิชาการเกษตร&nbsp;ซึ่งภายหลังจากได้ปฏิบัติตามคำแนะนำการเข้าสู่มาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;และได้รับการรับรองแหล่งผลิตพืช&nbsp;GAP&nbsp;จาก&nbsp;สวพ.3&nbsp;แล้วจึงเปิดตัวแหล่งผลิตพืชผักปลอดภัยเครือข่ายกรมวิชาการเกษตรอย่างเป็นทางการในงานวันเกษตรภาคอีสาน&nbsp;โดยใช้ชื่อแบรนด์สวนสลัดจันทร์ดาว&nbsp;ซึ่งได้รับผลตอบรับดีมาก&nbsp;ทำให้สินค้าเป็นที่รู้จักมากขึ้นและมีตลาดเพิ่มมากขึ้น&nbsp;เช่น&nbsp;ท๊อปซุปเปอร์มาเก็ต&nbsp;ห้างเซ็นทรัลพลาซ่าจังหวัดขอนแก่น&nbsp;มุกดาหาร&nbsp;และร้อยเอ็ด&nbsp;ตลาดเขียวบึงแก่นนคร&nbsp;ตลาดถนนคนเดินขอนแก่น&nbsp;ตลาดหน้าแฟรี่ขอนแก่น&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>นายมนตรี&nbsp;ทำการเกษตรโดยยึดการผลิตพืชปลอดภัย</strong>&nbsp;ตามมาตรฐานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;โดยใส่ใจในทุกขั้นตอนการผลิตเพื่อให้ผลผลิตได้คุณภาพและมีความปลอดภัย&nbsp;ด้านการผลิตจะแบ่งพื้นที่เพาะปลูกให้เหมาะสมกับความต้องการของตลาด&nbsp;โดยปลูกหมุนเวียนผสมผสานแบ่งพื้นที่ตามฤดูกาล&nbsp;เช่น&nbsp;พืชตระกูลกะหล่ำจะปลูกในช่วงเดือนตุลาคม-กุมภาพันธ์&nbsp;มะเขือเทศจะปลูกในช่วงเดือนกันยายน-เมษายน&nbsp;และพืชตระกูลผักกาดหอมจะปลูกหมุนเวียนตลอดทั้งปี&nbsp;โดยมีการวางแผนการผลิตตามความต้องการของตลาดเป็นหลัก&nbsp;ปัจจุบันนายมนตรีมีรายได้จากการจำหน่ายผักสลัดประมาณ&nbsp;2,400,000&nbsp;บาท/ปี&nbsp;หรือประมาณ&nbsp;200,000&nbsp;บาท/เดือน&nbsp;</p><p><strong>นายมนตรี&nbsp;ได้บอกเล่าถึงความสำเร็จ</strong>&nbsp;ในการผลิตพืชผักปลอดภัยตามมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;ว่า&nbsp;การปลูกผักขั้นแรกต้องมีใจรักจึงจะทำได้ต่อเนื่องและยาวนาน&nbsp;และอย่ากลัวว่าปลูกแล้วจะไม่มีที่ขาย&nbsp;หากสินค้าดีมีคุณภาพจะต้องมีสถานที่ขายและปลูกแล้วไม่พอขายอย่างแน่นอน&nbsp;ความภูมิใจที่สุดในการทำสวนสลัดจันทร์ดาวคือการได้ทำในสิ่งที่รักและสามารถขยายความรู้ให้กับเกษตรกรคนอื่นด้วย&nbsp;รวมทั้งการได้รับโล่รางวัลเป็นเกษตรกร&nbsp;&nbsp;GAP&nbsp;ดีเด่นของกรมวิชาการเกษตร&nbsp;อย่างไรก็ตามถึงแม้ปัจจุบันนายมนตรีจะประสบความสำเร็จในการผลิตผักสลัดภายใต้แบรนด์สวนสลัดจันทร์ดาวแล้วก็ตามแต่ยังได้พยายามหาความรู้ใหม่ๆ&nbsp;มาพัฒนาปรับปรุงการทำสวนสลัดอยู่ตลอดเวลาและพร้อมที่จะให้คำแนะนำแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำสวนสลัดให้ประสบความสำเร็จแก่เกษตรกรรายอื่นๆ&nbsp;ด้วย</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","31/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211231112011953"],
    [327,"2 แอปพลิเคชัน 2 บริการออนไลน์ แผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก ระบบสารสนเทศเชิงพื้นที่","<p><strong>นางสาวเบญจพร&nbsp;ชาครานนท์&nbsp;อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ได้ดำเนินนโยบายการพัฒนางานบริการของกรมพัฒนาที่ดิน&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;มุ่งมั่นเป็นองค์กรอัจฉริยะทางดิน&nbsp;ใช้ที่ดินทำการเกษตรอย่างเหมาะสม&nbsp;โดยตั้งใจมอบของขวัญปีใหม่&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;แก่เกษตรกรและประชาชนด้วยบริการด้านการพัฒนาที่ดินที่มีความทันสมัย&nbsp;สะดวก&nbsp;รวดเร็ว&nbsp;ด้วย&nbsp;2&nbsp;แอปพลิเคชัน&nbsp;และ&nbsp;2&nbsp;e-Service&nbsp;LDD&nbsp;คือ&nbsp;</p><p><strong>แอปพลิเคชัน&nbsp;Agri-Map&nbsp;แผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก</strong>&nbsp;เป็นแผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุกออนไลน์&nbsp;โดยบูรณาการข้อมูลพื้นฐานด้านการเกษตร&nbsp;ของทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;สำหรับใช้เป็นเครื่องมือบริหารจัดการด้านการเกษตรของประเทศให้มีประสิทธิภาพครอบคลุมทุกพื้นที่&nbsp;ปรับปรุงข้อมูลให้ทันสมัย&nbsp;เพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น&nbsp;ทำให้สามารถกำหนดพื้นที่ปลูกพืชเศรษฐกิจตามชั้นความเหมาะสมของที่ดิน&nbsp;และบริหารจัดการสินค้าเกษตรให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและการคาดการณ์ในอนาคต</p><p><strong>LDD&nbsp;On&nbsp;Farm&nbsp;Land&nbsp;Use&nbsp;Planning&nbsp;:&nbsp;ระบบสารสนเทศเชิงพื้นที่</strong>&nbsp;เพื่อวางแผนการใช้ที่ดินเกษตรกรรายแปลง&nbsp;เป็นอีกหนึ่งแอปพลิเคชันที่ช่วยให้เกษตรกรสามารถตรวจสอบตำแหน่งพื้นที่ที่ต้องการเพาะปลูก&nbsp;โดยจะแสดงข้อมูลดิน&nbsp;ข้อมูลความเหมาะสมของดินต่อการปลูกพืช&nbsp;ข้อมูลแหล่งน้ำ&nbsp;ข้อมูลการใช้ที่ดิน&nbsp;และข้อมูลสภาพภูมิอากาศปัจจุบัน&nbsp;ที่ตำแหน่งที่ตั้งของแปลง&nbsp;&nbsp;สามารถวาดรูปร่างพื้นที่แปลงและบริหารจัดการข้อมูลต่างๆของแปลงด้วยตนเอง&nbsp;ตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึงเก็บเกี่ยว&nbsp;เพื่อใช้วางแผนการใช้ที่ดินในพื้นที่แปลง&nbsp;ของเกษตรกรได้อย่างเหมาะสม&nbsp;สามารถคำนวณต้นทุนและคาดการณ์ผลผลิต&nbsp;รายรับ-รายจ่าย&nbsp;ผลกำไรขาดทุน&nbsp;พร้อมสรุปเป็นรายงานในรูปแบบ&nbsp;QR&nbsp;Code&nbsp;ที่เกษตรกรสามารถเรียกดูข้อมูลได้อย่างสะดวก&nbsp;รวดเร็ว&nbsp;&nbsp;&nbsp;เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผนการเพาะปลูกในพื้นที่จริง&nbsp;ได้อย่างเหมาะสม&nbsp;</p><p><strong>บริการตรวจสอบดินเพื่อการเกษตร&nbsp;เป็นหนึ่งในบริการ&nbsp;e-Service&nbsp;LDD</strong>&nbsp;ของกรมพัฒนาที่ดิน&nbsp;ซึ่งให้บริการการส่งตัวอย่างดิน&nbsp;น้ำ&nbsp;พืช&nbsp;ปุ๋ย&nbsp;และสิ่งปรับปรุงดิน&nbsp;แบบออนไลน์&nbsp;เพื่อทำการวิเคราะห์&nbsp;ในห้องปฏิบัติการ(Soil&nbsp;Lab)&nbsp;หรือแจ้งความประสงค์ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการเก็บตัวอย่างดินในพื้นที่&nbsp;และทำการตรวจวิเคราะห์โดยใช้ชุดตรวจสอบดินภาคสนาม&nbsp;&nbsp;(Test&nbsp;Kit)&nbsp;เพื่อวัดค่าความเป็นกรดเป็นด่าง&nbsp;(pH)&nbsp;ปริมาณธาตุอาหารไนโตรเจน&nbsp;ฟอสฟอรัส&nbsp;&nbsp;โพแทสเซียม&nbsp;(NPK)&nbsp;และค่าความเค็ม&nbsp;(EC)&nbsp;ซึ่งสามารถทราบผล&nbsp;&nbsp;ในเวลาเพียง&nbsp;30&nbsp;นาที&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ค่าที่วิเคราะห์ได้จะเป็นค่าประมาณ&nbsp;ที่สามารถนำมาอธิบายและให้คำแนะนำ&nbsp;&nbsp;ในการปรับปรุงบำรุงดินเบื้องต้นได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;</p><p><strong>อีกหนึ่งบริการออนไลน์&nbsp;คือ&nbsp;บริการวัสดุการเกษตร</strong>&nbsp;ที่ช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้รับบริการ&nbsp;ในการขอรับผลิตภัณฑ์สารเร่ง&nbsp;พด.&nbsp;กล้าหญ้าแฝก&nbsp;เมล็ดพันธุ์พืชปุ๋ยสดและสารปรับปรุงดิน&nbsp;สำหรับใช้ในการพัฒนาที่ดิน&nbsp;โดยการแจ้งผลิตภัณฑ์ที่ต้องการผ่านระบบ&nbsp;e-Service&nbsp;LDD&nbsp;&nbsp;ของกรมพัฒนาที่ดิน&nbsp;ผ่านระบบสมาชิก</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","31/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211231110801936"],
    [328,"รณรงค์ให้เกษตรกรเพาะปลูกพืชแบบใช้น้ำน้อย ตามโครงการสาธิตการทำนาแบบเปียกสลับแห้ง","<p><strong>นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>สำนักงานชลประทานที่&nbsp;12&nbsp;มีพื้นที่เพาะปลูกข้าวในเขตชลประทานประมาณ&nbsp;2&nbsp;ล้านไร่&nbsp;มีแผนปลูกข้าวนาปรัง&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;&nbsp;ประมาณ&nbsp;8.3&nbsp;แสนไร่&nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&nbsp;34&nbsp;โดยใช้ปริมาณน้ำต้นทุนจากแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นส่วนใหญ่&nbsp;ซึ่งแนวโน้มของปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาคาดว่าจะมีระดับน้ำอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำกว่าเกณฑ์เก็บกักในช่วงแล้ง&nbsp;ซึ่งอาจทำให้ไม่สามารถส่งน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานได้อย่างเต็มศักยภาพ</p><p><strong>กรมชลประทาน&nbsp;จึงได้รณรงค์ให้เกษตรกรเพาะปลูกพืชแบบใช้น้ำน้อย</strong>&nbsp;ตามโครงการสาธิตการทำนาแบบเปียกสลับแห้ง&nbsp;ภายใต้โครงการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าปวงประชาถวายพ่อของแผ่นดิน&nbsp;ตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;โดยมีพื้นที่นำร่อง&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;โครงการชลประทานเชียงใหม่,&nbsp;โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่แตง&nbsp;จ.เชียงใหม่,&nbsp;โครงการชลประทานอุบลราชธานี,&nbsp;โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโดมน้อย&nbsp;จ.อุบลราชธานี&nbsp;รณรงค์การใช้น้ำอย่างประหยัดด้วยการทำนาแบบเปียกสลับแห้ง&nbsp;(แกล้งข้าว)&nbsp;หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า&nbsp;การทำนาแบบใช้น้ำน้อย&nbsp;เป็นวิธีการบริหารจัดการน้ำในการทำนา&nbsp;โดยไม่ส่งผลกระทบต่อผลผลิตข้าว&nbsp;สามารถลดปริมาณการใช้น้ำได้มากถึงร้อยละ&nbsp;28&nbsp;ของปริมาณน้ำที่ใช้ในการทำนาแบบทั่วไป&nbsp;ซึ่งโดยปกติจะใช้น้ำประมาณ&nbsp;1,200&nbsp;ลบ.ม.ต่อไร่&nbsp;แต่ถ้าทำนาแบบแกล้งข้าว&nbsp;จะใช้น้ำเพียงประมาณ&nbsp;860&nbsp;&nbsp;ลบ.ม.ต่อไร่&nbsp;เท่านั้น&nbsp;นอกจากจะลดปริมาณการใช้น้ำลงแล้ว&nbsp;ยังช่วยลดต้นทุนการใช้ปุ๋ย&nbsp;สารเคมี&nbsp;และน้ำมันเชื้อเพลิง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ได้เน้นย้ำให้โครงการชลประทานในพื้นที่</strong>&nbsp;ส่งเสริมกระบวนการสร้างการรับรู้ให้เกษตรกรและทุกภาคส่วน&nbsp;ตระหนักถึงการใช้น้ำอย่างประหยัด&nbsp;พร้อมบริหารจัดการน้ำด้วยความประณีต&nbsp;และเป็นไปตามแผนบริหารจัดการน้ำช่วงแล้งปี&nbsp;2564/65&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ทั่วถึง&nbsp;เท่าเทียมและเป็นธรรม&nbsp;รวมทั้งจัดเตรียมเครื่องจักรเครื่องมือ&nbsp;อาทิ&nbsp;เครื่องสูบน้ำ&nbsp;เข้ามาช่วยในการบริหารจัดการเพื่อให้มีน้ำเพียงพอใช้ตลอดช่วงแล้งนี้</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","31/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211231110253933"],
    [329,"กรมปศุสัตว์ ยืนยันเนื้อสุกรปลอดภัยไร้โรคระบาด ย้ำเลือกซื้อ ปศุสัตว์ OK ตรวจสอบได้","<p><strong>นายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์</strong>&nbsp;ชี้แจงประชาชนจากกรณีที่มีข่าวปรากฏว่ามีผู้ซื้อตับสุกรจากห้างแห่งหนึ่งนำมาปรุงให้สุนัขทานแล้วเกิดอาการป่วยรุนแรงจนต้องเข้ารับการรักษา&nbsp;ทำให้ตั้งข้อสงสัยว่าในสุกรเกิดโรคระบาดรุนแรงที่สามารถติดต่อมายังสัตว์อื่น&nbsp;หรือคนผ่านทางการบริโภคหรือไม่&nbsp;</p><p><strong>กรมปศุสัตว์&nbsp;ขอแจ้งว่า&nbsp;แม้สถานการณ์การผลิตสุกรในปัจจุบัน</strong>&nbsp;จะผลิตสุกรได้น้อยกว่าความต้องการของตลาดเนื่องจากหลายปัจจัย&nbsp;แต่เรื่องความปลอดภัยของเนื้อ&nbsp;หรืออวัยวะสุกรกรมปศุสัตว์ยังคงให้ความสำคัญมาโดยตลอดและขอยืนยันว่าไม่มีโรคระบาดรุนแรงในสุกรที่ติดต่อผ่านการบริโภคเนื้อ&nbsp;หรืออวัยวะ&nbsp;</p><p><strong>กรมปศุสัตว์&nbsp;เน้นการกำกับดูแลการผลิตสุกรที่มีความปลอดภัยตลอดห่วงโซ่</strong>&nbsp;ทั้งการเข้มงวดระบบความปลอดภัยทางชีวภาพในฟาร์มเพื่อป้องกันโรคระบาดต่างๆ&nbsp;โดยโรคระบาดสุกรที่มีการพบในช่วงนี้&nbsp;ได้แก่&nbsp;โรคพีอาร์อาร์เอส&nbsp;โรคอหิวาต์สุกร&nbsp;วมทั้งโรคที่ปรากฏในประเทศเพื่อนบ้านอย่างโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;ซึ่งขอยืนยันด้วยข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ว่าโรคเหล่านี้เกิดเฉพาะในสุกรหรือสุกรป่าเท่านั้น&nbsp;ไม่มีการติดต่อไปยังคนหรือสัตว์ชนิดอื่นหรือแม้แต่ปนเปื้อนโรคดังกล่าวในเนื้อสุกร&nbsp;อีกทั้งเชื้อโรคส่วนใหญ่หากนำเนื้อสุกร&nbsp;หรืออวัยวะสุกร&nbsp;มาปรุงสุกด้วยความร้อนที่เหมาะสม&nbsp;เช่น&nbsp;ที่อุณหภูมิตั้งแต่&nbsp;70&nbsp;องศาเซลเซียสขึ้นไป&nbsp;เป็นเวลาอย่างน้อย&nbsp;10&nbsp;นาทีสามารถทำลายเชื้อโรคเหล่านี้ได้ทั้งไวรัสและแบคทีเรีย</p><p><strong>จากกรณีข่าวดังกล่าวอ้างว่าสุนัขเกิดอาการป่วยรุนแรง</strong>&nbsp;อาเจียน&nbsp;ถ่ายท้อง&nbsp;และค่าตับสูงขึ้นมาก&nbsp;เนื่องจากกินตับสุกรที่ซื้อมา&nbsp;ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลว่าสัตว์เลี้ยงหรือผู้บริโภคตับหรือเนื้อสุกรจากแหล่งเดียวกันรายอื่นๆมีอาการป่วยแบบเดียวกันหรือเชื่อมโยงถึงกัน&nbsp;จึงตั้งข้อสังเกตว่ากรณีดังกล่าวอาจเป็นปัญหาสุขภาพเฉพาะรายไม่เกี่ยวข้องกับการบริโภคตับสุกร&nbsp;และเพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคว่าสถานที่จำหน่ายนั้น&nbsp;จำหน่ายเนื้อสัตว์จากแหล่งผลิตมาตรฐานและสามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงที่มาของเนื้อสัตว์ได้&nbsp;ในกรณีนี้เช่นกันหากตับสุกรดังกล่าวมาจากที่จำหน่าย&nbsp;ปศุสัตว์&nbsp;OK&nbsp;เจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์สามารถตรวจสอบย้อนกลับและดำเนินการติดตามหาสาเหตุของปัญหานี้ได้หากมีการแจ้งมายังกรมปศุสัตว์</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","31/12/2021","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211231183528162"]
]}
