<data xmlns:xsi="http://www.w3.org/2001/XMLSchema-instance">
<row _id="1"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ ลำปาง น้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สร้างความมั่นคงทางอาหาร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสิธิชัย&amp;nbsp;จินดาหลวง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นางธิติพร&amp;nbsp;จินดาหลวง&amp;nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายชาตรี&amp;nbsp;ธินนท์&amp;nbsp;พัฒนาการจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;และสมาชิกแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;ร่วมดำเนินกิจกรรมการปลูกผักสวนครัว&amp;nbsp;เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร&amp;nbsp;โดยน้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&amp;nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&amp;nbsp;สยามบรมราชกุมารี&amp;nbsp;สร้างความมั่นคงทางอาหาร&amp;nbsp;มาขยายผลและต่อยอดสู่กิจกรรมตามแผนปฏิบัติการ&amp;nbsp;90&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ปลูกผักสวนครัว&amp;nbsp;เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร&amp;nbsp;รอบ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;และเพื่อเป็นการบูรณาการกิจกรรม&amp;nbsp;ที่ว่างสร้างอาหาร&amp;nbsp;ให้สามารถขับเคลื่อนได้ในทุกพื้นที่&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;แปลงผักสวนครัว&amp;nbsp;จวนผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>1/12/2021</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำปาง</Province><Department>สวท.ลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211201093047017</Link_News></row>
<row _id="2"><NewsTitle>จังหวัดชัยนาทจัดงานวันดินโลก ประจำปี 2564 ในหัวข้อ Halt soil salinization, boost soil productivity : พิชิตดินเค็ม เติมเต็มผลผลิต สร้างชีวิตเกษตรกร เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(1&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;10.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ที่สถานีพัฒนาที่ดินชัยนาท&amp;nbsp;อำเภอหนองมะโมง&amp;nbsp;จังหวัดชัยนาทนายรังสรรค์&amp;nbsp;ตันเจริญ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันดินโลก&amp;nbsp;จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ในหัวข้อ&amp;nbsp;Halt&amp;nbsp;soil&amp;nbsp;salinization,&amp;nbsp;boost&amp;nbsp;soil&amp;nbsp;productivity&amp;nbsp;:&amp;nbsp;พิชิตดินเค็ม&amp;nbsp;เติมเต็มผลผลิต&amp;nbsp;สร้างชีวิตเกษตรกร&amp;nbsp;เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&amp;nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&amp;nbsp;บรมนาถบพิตร&amp;nbsp;และเผยแพร่พระราชกรณียกิจด้านการพัฒนาทรัพยากรดินเพื่อการเกษตร&amp;nbsp;สร้างการรับรู้เกี่ยวกับวันดินโลก&amp;nbsp;และตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรดิน&amp;nbsp;โดยมีนายอำเภอหนองมะโมง&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินชัยนาท&amp;nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;หมอดินอาสา&amp;nbsp;นักเรียน&amp;nbsp;ข้าราชการ&amp;nbsp;หน่วยงานภาคเอกชน&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรกรเครือข่ายต่างๆ&amp;nbsp;และประชาชนเข้าร่วมในงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;โดยผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;ได้มอบใบประกาศนียบัตร&amp;nbsp;ให้แก่หมอดินดีเด่นจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และเกษตรกรต้นแบบบัตรดินดี&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;นางสาวรัตติยา&amp;nbsp;โตจีน&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินชัยนาท&amp;nbsp;โดยสถานีพัฒนาที่ดินชัยนาท&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กรมพัฒนาที่ดิน&amp;nbsp;ได้จัดกิจกรรม&amp;nbsp;วันดินโลก&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;หัวข้อ&amp;nbsp;พิชิตดินเค็ม&amp;nbsp;เติมเต็มผลผลิต&amp;nbsp;สร้างชีวิตเกษตรกร&amp;nbsp;เพื่อเฉลิมฉลองวันดินโลกและเชิดชูพระเกียรติยศในฐานะทรงเป็นนักวิทยาศาสตร์ทางดินเพื่อมนุษยธรรมของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&amp;nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&amp;nbsp;บรมนาถบพิตร&amp;nbsp;รวมทั้งเพื่อสร้างการรับรู้&amp;nbsp;และการตระหนักในความสำคัญของทรัพยากรดินให้สาธารณชนรับทราบและช่วยกันดูแลรักษาดินอย่างถูกวิธี&amp;nbsp;พร้อมทั้งการจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ&amp;nbsp;นิทรรศการวันดินโลก&amp;nbsp;นิทรรศการจากหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;นิทรรศการกลางแจ้ง&amp;nbsp;7&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การทำการเกษตรแบบมีส่วนร่วม&amp;nbsp;แปลงสาธิตการปลูกฟ้าทะลายโจร&amp;nbsp;การจัดการดิน&amp;nbsp;น้ำ&amp;nbsp;ปุ๋ย&amp;nbsp;เพื่อผลิตพืชสมุนไพร&amp;nbsp;การปรับปรุงบำรุงดินด้วยปุ๋ยพืชสด/ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง&amp;nbsp;ป่า&amp;nbsp;3&amp;nbsp;อย่าง&amp;nbsp;ประโยชน์&amp;nbsp;4&amp;nbsp;อย่าง&amp;nbsp;ดินในจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;หญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ&amp;nbsp;จากนั้น&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;ได้เยี่ยมชมนิทรรศการวันดินโลก&amp;nbsp;จุดเรียนรู้ของสถานีพัฒนาที่ดินชัยนาท&amp;nbsp;และเยี่ยมชมนิทรรศการของหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;หมอดินอาสา&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;วันดินโลก&amp;nbsp;กำหนดขึ้นตามมติขององค์การสหประชาชาติ&amp;nbsp;เมื่อปี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2556&amp;nbsp;ให้วันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;ของทุกปี&amp;nbsp;เป็นวันดินโลก&amp;nbsp;(World&amp;nbsp;Soil&amp;nbsp;Day)&amp;nbsp;เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับความสำคัญรวมทั้งการอนุรักษ์ทรัพยากรดินอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;และสดุดีพระเกียรติคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&amp;nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&amp;nbsp;บรมนาถบพิตร&amp;nbsp;ในการพัฒนาทรัพยากรดิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>1/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>ชัยนาท</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211201133913135</Link_News></row>
<row _id="3"><NewsTitle>รายการพิเศษ ศิลปินหมอลำ จังหวัดอุบลราชธานี ทำการเกษตรและใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ด้วยการยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง   ตามแนวพระราชดำริ ในหลวงรัชกาลที่ 9</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นี่คือเสียงลำอีสานจากศิลปินหมอลำ&amp;nbsp;อรุณี&amp;nbsp;พูลสว่าง&amp;nbsp;ที่บอกเล่าถึงการดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตามแนวพระราชดำริ&amp;nbsp;ในหลวงรัชกาลที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หมอลำอรุณี&amp;nbsp;พูลสว่าง&amp;nbsp;มีชื่อจริงว่า&amp;nbsp;หรือนางอรุณรัตน์&amp;nbsp;จำปาเทพ&amp;nbsp;ชาวบ้านาเจริญใน&amp;nbsp;ตำบลคันไร่&amp;nbsp;อ.สิรินธร&amp;nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&amp;nbsp;นอกจากเป็นศิลปินหมอลำแล้ว&amp;nbsp;ครอบครัวของเธอยังเป็นเกษตรกรชาวไร่ชาวนาอย่างเต็มตัว&amp;nbsp;ด้วยการปลูกพืชเชิงเดี่ยวมาโดยตลอด&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;แต่ละปีมีค่าใช้จ่ายในการปลูกข้าวเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ไม่คุ้มกับที่ลงทุนทำนา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้น&amp;nbsp;จึงได้ปรับเปลี่ยนหันมาปลูกพืชผสมผสานตามทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่ในหลวงรัชกาลที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ทรงคิดค้นพระราชทานให้แก่ประชาชน&amp;nbsp;โดยแบ่งพื้นที่ปลูกยางพารา&amp;nbsp;ทำนาบัว&amp;nbsp;ปลูกไผ่&amp;nbsp;ปลูกข้าว&amp;nbsp;ปลูกผักสวนครัว&amp;nbsp;เลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;กบ&amp;nbsp;ไก่&amp;nbsp;โค&amp;nbsp;ปลาดุก&amp;nbsp;และเป็นที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;พร้อมทั้งขุดสระกักเก็บน้ำไว้ใช้&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่สำคัญพื้นที่ทั้งหมดไม่มีสารเคมี&amp;nbsp;เป็นเกษตรอินทรีย์ร้อยเปอร์เซ็นต์&amp;nbsp;ทำให้มีรายได้จากการจำหน่ายผลผลิตการเกษตรเฉลี่ยเดือนละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;&amp;nbsp;4&amp;nbsp;หมื่นบาท&amp;nbsp;ทำให้ครอบครัวมีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ถึงแม้ว่า&amp;nbsp;ทุกวันนี้นางอรุณรัตน์&amp;nbsp;พร้อมครอบครัวจะมีรายได้เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;แต่ยังใช้ชีวิตแบบประมาณตน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ไม่ฟุ้งเฟ้อ&amp;nbsp;ฟุ่มเฟือย&amp;nbsp;โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางดำเนินชีวิต&amp;nbsp;และทุกครั้งที่เธอลงไปดูแลพื้นที่เกษตร&amp;nbsp;เธอจะร้องหมอลำ&amp;nbsp;ให้พืชผัก&amp;nbsp;สัตว์เลี้ยงที่เลี้ยงไว้ให้ได้ฟังด้วย&amp;nbsp;โดยเชื่อว่า&amp;nbsp;จะช่วยให้มีผลผลิตที่ดี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปัจจุบันพื้นที่การเกษตรของหมอลำ&amp;nbsp;อรุณี&amp;nbsp;พูลสว่าง&amp;nbsp;หรือนางอรุณรัตน์&amp;nbsp;จำปาเทพ&amp;nbsp;กลายเป็นศูนย์เรียนรู้ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;ตำบลคันไร่&amp;nbsp;อ.สิรินธร&amp;nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&amp;nbsp;ที่พร้อมจะต้อนรับผู้ที่สนใจเข้าเยี่ยมชม&amp;nbsp;และนำแนวทางหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตามแนวพระราชดำริ&amp;nbsp;ในหลวงรัชกาลที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ไปใช้ในการดำเนินชีวิต&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เครดิต&amp;nbsp;&amp;nbsp;-&amp;nbsp;กรกช&amp;nbsp;&amp;nbsp;ภูมี&amp;nbsp;สวท.อุบลฯ&amp;nbsp;รายงาน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ธ.ค.64&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>1/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อุบลราชธานี</Province><Department>สวท.อุบลราชธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211201164819296</Link_News></row>
<row _id="4"><NewsTitle>อำเภอวังวิเศษ จังหวัดตรัง ติดตามโครงการปลูกต้นไม้รอบบริเวณที่สาธารณะประโยชน์ของหมู่บ้านและโครงการขยายเครือข่ายการเกษตรตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสุภัทธ&amp;nbsp;คงด้วง&amp;nbsp;เกษตรอำเภอวังวิเศษ&amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอวังวิเศษ&amp;nbsp;ร่วมกับอำเภอวังวิเศษและผู้นำชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ติดตามโครงการปลูกต้นไม้รอบบริเวณที่สาธารณะประโยชน์ของหมู่บ้านและโครงการขยายเครือข่ายการเกษตรตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;พื้นที่หมู่ที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ตำบลอ่าวตง&amp;nbsp;อำเภอวังวิเศษ&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;โครงการดังกล่าวดำเนินการในพื้นที่สาธารณะประโยชน์ของหมู่บ้านที่มีสภาพรกร้างว่างเปล่า&amp;nbsp;ขาดการดูแล&amp;nbsp;โดยมีมติประชุมของหมู่บ้านให้ดำเนินการ&amp;nbsp;เพื่อเป็นแนวเขตป้องกันการบุกรุก&amp;nbsp;และแบ่งพื้นที่บางส่วนจัดทำแปลงผักและแปลงสมุนไพร&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;กระชายขาวและฟ้าทะลายโจร&amp;nbsp;ตามมาตรการปลูกพืชสมุนไพรสู้ภัย&amp;nbsp;โควิด-19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>1/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211201170201307</Link_News></row>
<row _id="5"><NewsTitle>Young Smart Farmer ของอำเภอเมืองตรัง เลี้ยงไส้เดือนดิน และปลูกผักอินทรีย์  จำหน่ายในแบรนด์ PEN TOR ORGANIC FARM มูลไส้เดือน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายประทิ่น&amp;nbsp;วรรณงาม&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ&amp;nbsp;รักษาราชการเกษตรอำเภอเมืองตรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมาย&amp;nbsp;นางสาวสุภาพร&amp;nbsp;หมุนแก้ว&amp;nbsp;นางกติญา&amp;nbsp;เลี้ยงสกุลเวทย์&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;และนางสาวกรรณิการ์&amp;nbsp;มาเอียด&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ลงพท้นที่เยี่ยมเยียน&amp;nbsp;นายนันธวัช&amp;nbsp;ผดุงเกียรติ&amp;nbsp;ผู้สมัคร&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;Young&amp;nbsp;&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;ของอำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับปีนี้&amp;nbsp;อำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;มีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ราย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยกิจกรรมหลัก&amp;nbsp;ของนายนันธวัช&amp;nbsp;ผดุงเกียรติ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;การเลี้ยงไส้เดือนดิน&amp;nbsp;และปลูกผักอินทรีย์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งชนิดของไส้เดือนที่นำมาเลี้ยงคือพันธุ์สีน้ำเงิน&amp;nbsp;Blue&amp;nbsp;worm&amp;nbsp;ไส้เดือนสีน้ำเงินเป็นไส้เดือนขนาดเล็กมีลักษณะของลำตัวผอมแต่ยาว&amp;nbsp;เมื่อโตเต็มที่มีความยาวประมาณ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;นิ้ว&amp;nbsp;น้ำหนักตัวประมาณ&amp;nbsp;0.2&amp;nbsp;กรัม&amp;nbsp;ลำตัวส่วนหน้ามีสีแดงหรือสีม่วงเข้ม&amp;nbsp;ลำตัวส่วนหลังมีสีแดงหรือสีน้ำตาล&amp;nbsp;ไส้เดือนสีน้ำเงินมีความสามารถในการกำจัดขยะอินทรีย์และผลิตปุ๋ยหมักได้ใกล้เคียงกันกับไส้เดือนที่นิยมเลี้ยงกันทั่วโลกอีก&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;คือไส้เดือนไทเกอร์&amp;nbsp;ไส้เดือนไทเกอร์แดง&amp;nbsp;ไส้เดือนยูโรและไส้เดือนแอฟริกัน&amp;nbsp;(พันธุ์&amp;nbsp;AF)&amp;nbsp;ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม&amp;nbsp;ไส้เดือนสีน้ำเงิน&amp;nbsp;สามารถขยายพันธุ์ได้เร็วกว่ามาก&amp;nbsp;ไส้เดือนสีน้ำเงินสามารถ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผลิตปุ๋ยหมักที่มีความละเอียด&amp;nbsp;(เม็ดเล็ก)&amp;nbsp;และมีลักษณะนุ่มมากกว่าพันธุ์อื่นๆ&amp;nbsp;ปุ๋ยมูลไส้เดือน&amp;nbsp;เหมาะสำหรับ&amp;nbsp;ไม้ดอกประดับและบอนสี&amp;nbsp;โดยนายนันธวัช&amp;nbsp;ผดุงเกียรติ&amp;nbsp;จำหน่ายในแบรนด์&amp;nbsp;PEN&amp;nbsp;TOR&amp;nbsp;&amp;nbsp;ORGANIC&amp;nbsp;FARM&amp;nbsp;มูลไส้เดือน&amp;nbsp;&amp;nbsp;สนใจติดต่อทาง&amp;nbsp;Page&amp;nbsp;Fackbook&amp;nbsp;:&amp;nbsp;เป็นต่อ&amp;nbsp;organicfarm&amp;nbsp;ปุ๋ยมูลไส้เดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>1/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211201170352309</Link_News></row>
<row _id="6"><NewsTitle>เกษตรกรชาวย่านตาขาว  จังหวัดตรัง ปลูกสละสุมาลี  1 ไร่ สามารถสร้างรายได้เสริมให้เกษตรกรเฉลี่ยเดือนละประมาณ 7,000 บาท ผลผลิตมีจำหน่ายตลอดทั้งปี</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายนนท์นภนต์&amp;nbsp;นาพอ&amp;nbsp;เกษตรอำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;มอบหมายให้นางแพรวพรรณ&amp;nbsp;ทองพิทักษ์&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนแปลงสละสุมาลีของนายประสาน&amp;nbsp;คงแก้ว&amp;nbsp;ที่ตั้งแปลงอยู่ที่หมู่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบลทุ่งค่าย&amp;nbsp;อำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับเกษตรกรรายดังกล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีพื้นที่ปลูกสละสุมาลีจำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;อายุประมาณ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ซึ่งสามารถสร้างรายได้เสริมให้เกษตรกรเฉลี่ยเดือนละประมาณ&amp;nbsp;7,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ผลผลิตมีจำหน่ายตลอดทั้งปี&amp;nbsp;จำหน่ายกิโลกรัมละ&amp;nbsp;70&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เนื่องจากเกษตรกรอย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;ทำให้ผลผลิตสละเน่าเละมีน้อย&amp;nbsp;โดยเกษตรกรใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาอัตราดังนี้&amp;nbsp;เชื้อราไตรโคเดอร์มาสด&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;:&amp;nbsp;รำละเอียด&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;:&amp;nbsp;ปุ๋ยหมัก&amp;nbsp;100&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;ใส่บริเวณโคน&amp;nbsp;(สนใจติดต่อสั่งซื้อผลผลิตสละสุมาลีได้ที่&amp;nbsp;คุณประสาน&amp;nbsp;คงแก้ว&amp;nbsp;โทรศัพท์&amp;nbsp;086-2742564)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>1/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211201170812312</Link_News></row>
<row _id="7"><NewsTitle>วิสาหกิจชุมชนรวมพลคนรักษ์ถิ่นบ้านหน้าควน ตำบลทุ่งค่าย อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง รวมกลุ่มผลิตข้าวเหนียวแก้วตามออเดอร์ สร้างรายได้ปีละกว่า 2 แสนบาท</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายนนท์นภนต์&amp;nbsp;นาพอ&amp;nbsp;เกษตรอำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;มอบหมายให้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นางแพรวพรรณ&amp;nbsp;ทองพิทักษ์&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนและติดตามผลการดำเนินงานของวิสาหกิจชุมชนรวมพลคนรักษ์ถิ่นบ้านหน้าควน&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลทุ่งค่าย&amp;nbsp;อำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ทางกลุ่มวิสาหกิจชุมชนรวมพลคนรักษ์ถิ่นบ้านหน้าควน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้มีการดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยผลิตข้าวเหนียวแก้วตามออเดอร์เป็นหลัก&amp;nbsp;ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้แก่วิสาหกิจชุมชนประมาณ&amp;nbsp;243,049&amp;nbsp;บาท/ปี&amp;nbsp;โดยครั้งนี้ได้ส่งร้านเค้กท่าปาบ&amp;nbsp;และร้านเค้กรสเลิศ&amp;nbsp;ในเรื่องของด้านรสชาติของข้าวเหนียวแก้ว&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;หอมหวาน&amp;nbsp;นุ่ม&amp;nbsp;ละมุน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หากสนใจอยากชิมอยากลองรสชาติข้าวเหนียวแก้ว&amp;nbsp;หรือศึกษาวิธีการทำข้าวเหนียวแก้วสามารถติดต่อได้ที่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;คุณวิไล&amp;nbsp;สุขลิ้ม&amp;nbsp;โทรศัพท์&amp;nbsp;093-7762456,&amp;nbsp;086-5946241&amp;nbsp;หรือทางเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;ข้าวเหนียวแก้วป้าไล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>1/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211201170927314</Link_News></row>
<row _id="8"><NewsTitle>อุบลฯ อำเภอสว่างวีระวงศ์ รณรงค์ไถกลบตอซัง  โดยจังหวัดฯ ตั้งเป้า งดการเผาในพื้นที่การเกษตร ภายในปี 2565 ให้ได้ 20 %</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธนัท&amp;nbsp;ชายทวีป&amp;nbsp;นายอำเภอสว่างวีระวงศ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนราชการ&amp;nbsp;และประชาชนเครือข่ายโคกหนองนา&amp;nbsp;อำเภอวีระวงศ์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เครือข่ายสวนเพียรเรียนรู้&amp;nbsp;และบริษัทประชารัฐรักสามัคคี&amp;nbsp;อุบล&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ลงแขกเกี่ยวข้าวเอามื้อสามัคคี&amp;nbsp;รณรงค์ไถกลบตอชังข้าว&amp;nbsp;หลังเก็บเกี่ยว&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;แปลงนาข้าว&amp;nbsp;ของ&amp;nbsp;นายสฤษดิ์&amp;nbsp;วิฑูรย์&amp;nbsp;อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&amp;nbsp;ตำบลแก่งโดม&amp;nbsp;อำเภอสว่างวีระวงศ์&amp;nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมงดการเผาในพื้นที่เกษตรกร&amp;nbsp;เป็นการเพิ่มอินทรีย์วัตถุในการปรับปรุงดิน&amp;nbsp;และลดโลกร้อน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยจังหวัดอุบลราชธานี&amp;nbsp;ตั้งเป้ารณรงค์ไถกลบตอซัง&amp;nbsp;เพื่องดการเผาในพื้นที่การเกษตร&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;25&amp;nbsp;อำเภอ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ภายในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ให้ได้&amp;nbsp;20&amp;nbsp;%&amp;nbsp;โดยกิจกรรมในครั้งนี้&amp;nbsp;ถือเป็นต้นแบบที่ได้ดำเนินการ&amp;nbsp;และจะขยายผลในกลุ่มเกษตรอินทรีย์เพื่อนำร่อง&amp;nbsp;เป็นต้นแบบสำหรับเกษตรกร&amp;nbsp;ต่อไป.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เครดิต&amp;nbsp;&amp;nbsp;-&amp;nbsp;&amp;nbsp;จักรกฤษณ์&amp;nbsp;มาลาสาย/ข่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>1/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อุบลราชธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211201165458301</Link_News></row>
<row _id="9"><NewsTitle>คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา เดินทางมาศึกษาดูงานการขับเคลื่อนพื้นที่เกษตรแปลงใหญ่และศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้นเกษตร (ศพก.) ระดับประเทศ  ในพื้นที่จังหวัดชัยนาท</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;บ่ายวันนี้&amp;nbsp;(1&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;ที่โรงงานปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์และโรงสีข้าวกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเมล็ดพันธุ์ข้าวและแปรรูปข้าว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ต.แพรกศรีราชา&amp;nbsp;อ.สรรคบุรี&amp;nbsp;จ.ชัยนาท&amp;nbsp;นายรังสรรค์&amp;nbsp;ตันเจริญ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;ให้การต้อนรับ&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ฉัตรชัย&amp;nbsp;สาริกัลยะ&amp;nbsp;ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;วุฒิสภา&amp;nbsp;และคณะฯ&amp;nbsp;ในโอกาสเดินทางมาศึกษาดูงานในพื้นที่เกษตรแปลงใหญ่&amp;nbsp;&amp;nbsp;และศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;(ศพก.)&amp;nbsp;พร้อมพบปะประธานเครือข่ายแปลงใหญ่&amp;nbsp;ศพก.ระดับประเทศ&amp;nbsp;จากนั้น&amp;nbsp;คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;วุฒิสภา&amp;nbsp;ได้เดินทางไปศึกษาดูงานการขับเคลื่อนกลุ่มแปลงใหญ่ข้าวบ้านวัดพระแก้ว&amp;nbsp;โดยกลุ่มแปลงใหญ่ฯ&amp;nbsp;กลุ่มนี้&amp;nbsp;ได้ดำเนินการบริหารจัดการโดยวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;ในลักษณะกลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว&amp;nbsp;และแปรรูปข้าวจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;โดยนำผลผลิตเมล็ดพันธุ์&amp;nbsp;และข้าวเปลือกของกลุ่มแปลงใหญ่&amp;nbsp;ของบ้านวัดพระแก้ว&amp;nbsp;มาปรับปรุงสภาพเป็นเมล็ดพันธุ์&amp;nbsp;และสีเป็นข้าวสาร&amp;nbsp;เพื่อจำหน่ายแก่เกษตรกร&amp;nbsp;และผู้บริโภคทั่วไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;การเดินทางของคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;วุฒิสภา&amp;nbsp;ศึกษาดูงาน&lt;/strong&gt;ในพื้นที่เกษตรแปลงใหญ่&amp;nbsp;&amp;nbsp;และศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;(ศพก.)&amp;nbsp;ในจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;มีกำหนด&amp;nbsp;2&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;คือระหว่างวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;โดยในวันนี้ได้ศึกษาดูงานโรงงานปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์และโรงสีข้าวกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเมล็ดพันธุ์ข้าวและแปรรูปข้าว&amp;nbsp;ต.แพรกศรีราชา&amp;nbsp;อ.สรรคบุรี&amp;nbsp;จ.ชัยนาท&amp;nbsp;และการขับเคลื่อนกลุ่มแปลงใหญ่ข้าวบ้านวัดพระแก้ว&amp;nbsp;ส่วนในวันพรุ่งนี้&amp;nbsp;(2&amp;nbsp;ธ.ค.64)&amp;nbsp;กำหนดศึกษาดูงานที่ศูนย์เรียนรู้และพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวตำบลบางหลวง&amp;nbsp;อำเภอสรรพยา&amp;nbsp;จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;โดยจะร่วมสังเกตการณ์การประชุมแปลงใหญ่&amp;nbsp;&amp;nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;(ศพก.)&amp;nbsp;ระดับประเทศ&amp;nbsp;และศึกษาดูงานการวิจัยพไร่อายุสั้น&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์วิจัยพืชไร่ชัยนาท&amp;nbsp;ตำบลบางหลวง&amp;nbsp;อำเภอสรรพยา&amp;nbsp;จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส.ปชส.ชัยนาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>1/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>ชัยนาท</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211201182342347</Link_News></row>
<row _id="10"><NewsTitle>คณะกรรมาธิการเกษตรและสหกรณ์วุฒิสภา เดินทางมาศึกษาดูงานการขับเคลื่อนพื้นที่เกษตรแปลงใหญ่ฯ ที่จังหวัดชัยนาท</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;13.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นายรังสรรค์&amp;nbsp;ตันเจริญ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;นายอำเภอสรรคบุรี&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ฉัตรชัย&amp;nbsp;สาริกัลยะ&amp;nbsp;ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;วุฒิสภา&amp;nbsp;และคณะ&amp;nbsp;ในการเดินทางมาศึกษาดูงานการขับเคลื่อนพื้นที่เกษตรแปลงใหญ่และศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;(ศพก.)&amp;nbsp;ระดับประเทศ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;กลุ่มแปลงใหญ่ข้าวบ้านวัดพระแก้ว&amp;nbsp;โรงงานปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์และโรงสีข้าว&amp;nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผลิตเมล็ดพันธุ์และแปรรูป&amp;nbsp;ตำบลแพรกศรีราชา&amp;nbsp;อำเภอสรรคบุรี&amp;nbsp;จังหวัดชัยนาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>1/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>ชัยนาท</Province><Department>สวท.ชัยนาท</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211201192037365</Link_News></row>
<row _id="11"><NewsTitle>จังหวัดลำพูน ต่อยอดการดำเนินโครงการฝายพัชรธรรม ฟื้นฟู จิตวิญญาณลุ่มน้ำกวง ร่วมกันปลูกผักสวนครัว ตามแนวทางหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;)&amp;nbsp;ที่ฝายพัชรธรรม&amp;nbsp;บ้านศรีบุญชูวังไฮ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ต.เวียงยอง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.ลำพูน&amp;nbsp;นายวรยุทธ&amp;nbsp;เนาวรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นางปนัดดา&amp;nbsp;เนาวรัตน์&amp;nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดลำพูน/ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันปลูกผักสวนครัว&amp;nbsp;ตามแนวทางหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;พริก&amp;nbsp;ผักบุ้ง&amp;nbsp;ผักชี&amp;nbsp;คะน้า&amp;nbsp;และผักกาด&amp;nbsp;เพื่อทำให้เกิดความสวยงามและส่งเสริมอาชีพการเพาะปลูกของเกษตรกรแบบผสมผสานตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;สำหรับโครงการฝายพัชรธรรม&amp;nbsp;สืบสานจิตวิญญาณลุ่มน้ำกวง&amp;nbsp;พระครูภาวนาวิริยวัฒน์&amp;nbsp;(พระอารยวังโส)&amp;nbsp;เจ้าอาวาสวัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชยในพระราชูปถัมภ์ฯ&amp;nbsp;จ.ลำพูน&amp;nbsp;ได้ร่วมกับ&amp;nbsp;ส่วนราชการในจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมกันจัดสร้างฝายชะลอน้ำ&amp;nbsp;ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&amp;nbsp;เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา&amp;nbsp;นเรนทิราเทพยวดี&amp;nbsp;กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร&amp;nbsp;มหาวัชรราชธิดา&amp;nbsp;โดยร่วมกันสร้างฝายที่บริเวณลำแม่น้ำกวง&amp;nbsp;ในพื้นที่บ้านศรีเมืองยู้&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;บ้านศรีบุญชูวังไฮ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;บ้านใหม่วังไฮ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;และพื้นที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำกวงในเขตพื้นที่เทศบาลตำบลต้นธง&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำอุปโภคบริโภคของคนในชุมชน&amp;nbsp;ปัญหาอุทกภัย&amp;nbsp;/&amp;nbsp;ภัยแล้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;การพัฒนาพื้นที่โครงการพัชรธรรม&amp;nbsp;มุ่งให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วม&amp;nbsp;ด้วยจิตอาสาพัฒนาที่จะแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ให้มีน้ำอุปโภค&amp;nbsp;น้ำเพื่อการเกษตร&amp;nbsp;เป็นแหล่งฟื้นฟูอนุรักษ์พันธุ์ปลาในแม่น้ำกวงตามธรรมชาติ&amp;nbsp;อีกทั้งมีการปรับปรุงภูมิทัศน์ริมแม่น้ำกวงทั้งสองฝั่ง&amp;nbsp;ทำให้เกิดความสวยงามและส่งเสริมอาชีพเกษตรแบบผสมผสานตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;อานนท์&amp;nbsp;บุญมาตุ้ย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ข่าว&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>1/12/2021</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำพูน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211201193610373</Link_News></row>
<row _id="12"><NewsTitle>จังหวัดลำพูน ต่อยอดการดำเนินโครงการฝายพัชรธรรม ฟื้นฟู จิตวิญญาณลุ่มน้ำกวง ร่วมกันปลูกผักสวนครัว ตามแนวทางหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;)&amp;nbsp;ที่ฝายพัชรธรรม&amp;nbsp;บ้านศรีบุญชูวังไฮ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ต.เวียงยอง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.ลำพูน&amp;nbsp;นายวรยุทธ&amp;nbsp;เนาวรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นางปนัดดา&amp;nbsp;เนาวรัตน์&amp;nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดลำพูน/ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันปลูกผักสวนครัว&amp;nbsp;ตามแนวทางหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;พริก&amp;nbsp;ผักบุ้ง&amp;nbsp;ผักชี&amp;nbsp;คะน้า&amp;nbsp;และผักกาด&amp;nbsp;เพื่อทำให้เกิดความสวยงามและส่งเสริมอาชีพการเพาะปลูกของเกษตรกรแบบผสมผสานตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับโครงการฝายพัชรธรรม&amp;nbsp;สืบสานจิตวิญญาณลุ่มน้ำกวง&amp;nbsp;พระครูภาวนาวิริยวัฒน์&amp;nbsp;(พระอารยวังโส)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เจ้าอาวาสวัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชยในพระราชูปถัมภ์ฯ&amp;nbsp;จ.ลำพูน&amp;nbsp;ได้ร่วมกับ&amp;nbsp;ส่วนราชการในจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมกันจัดสร้างฝายชะลอน้ำ&amp;nbsp;ถวายเป็นพระราชกุศลแด่&amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&amp;nbsp;เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา&amp;nbsp;นเรนทิราเทพยวดี&amp;nbsp;กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร&amp;nbsp;มหาวัชรราชธิดา&amp;nbsp;โดยร่วมกันสร้างฝายที่บริเวณลำน้ำแม่กวง&amp;nbsp;ในพื้นที่บ้านศรีเมืองยู้&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;บ้านศรีบุญชูวังไฮ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;บ้านใหม่วังไฮ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;และพื้นที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำกวงในเขตพื้นที่เทศบาลตำบลต้นธง&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำอุปโภคบริโภคของคนในชุมชน&amp;nbsp;ปัญหาอุทกภัย&amp;nbsp;/&amp;nbsp;ภัยแล้ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;การพัฒนาพื้นที่โครงการพัชรธรรม&amp;nbsp;มุ่งให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วม&amp;nbsp;ด้วยจิตอาสาพัฒนาที่จะแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ให้มีน้ำอุปโภค&amp;nbsp;น้ำเพื่อการเกษตร&amp;nbsp;เป็นแหล่งฟื้นฟูอนุรักษ์พันธุ์ปลาในแม่น้ำกวงตามธรรมชาติ&amp;nbsp;อีกทั้งมีการปรับปรุงภูมิทัศน์ริมแม่น้ำกวงทั้งสองฝั่ง&amp;nbsp;ทำให้เกิดความสวยงามและส่งเสริมอาชีพเกษตรแบบผสมผสานตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>1/12/2021</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำพูน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211201192246366</Link_News></row>
<row _id="13"><NewsTitle>จังหวัดเพชรบุรี ประชุมคณะกรรมการโครงการแก้ไขปัญหาเกลือทะเล ปี 2564 ให้เกษตรกรได้รับผลตอบแทน จากการผลิตเกลือในราคาที่เหมาะสม</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;13.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายสมชัย&amp;nbsp;เลิศประสิทธิพันธ์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุม&amp;nbsp;คณะกรรมการโครงการแก้ไขปัญหาเกลือทะเล&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2564&amp;nbsp;นางสาวศิริวรรณ&amp;nbsp;เครือเล็ก&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นางพิมพ์นิภา&amp;nbsp;กลัดเข็มเพชร&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มช่วยเหลือเกษตรกรและโครงการพิเศษ&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการโครงการแก้ไขปัญหาเกลือทะเล&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาเกลือทะเลในปีการผลิต&amp;nbsp;2562/63&amp;nbsp;ค้างสต็อกในแหล่งพื้นที่ผลิตสำคัญ&amp;nbsp;และช่วยเหลือเกษตรกรให้ได้รับผลตอบแทน&amp;nbsp;จากการผลิตเกลือทะเลในราคาที่เหมาะสม&amp;nbsp;เป็นธรรม&amp;nbsp;ไม่ประสบปัญหาขาดทุน&amp;nbsp;และช่วยแก้ไขราคาเกลือทะเลโดยกลไกการตลาดยังคงทำงานได้ตามปกติ&amp;nbsp;รวมถึงเพิ่มขีดความสามารถในการประกอบอาชีพและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร&amp;nbsp;รวมทั้งมีการร่วมกันพิจารณาเกณฑ์การให้การสนับสนุนโครงการแก้ไขปัญหาเกลือทะเล&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ขั้นตอนการดำเนินโครงการแก้ไขปัญหาเกลือทะเล&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ตลอดจนแนวทางปฏิบัติการรับและการเบิกจ่ายเงิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สวท.เพชรบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>1/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>เพชรบุรี</Province><Department>สวท.เพชรบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211201204816405</Link_News></row>
<row _id="14"><NewsTitle>ศรีสะเกษ !! ทีมที่ปรึกษารมต.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แจงเกษตรกรยังไม่ต้องรีบขายข้าว-ยันเติมเต็มประกันรายได้</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;ทีมที่ปรึกษารมต.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;แจงเกษตรกรยังไม่ต้องรีบขายข้าวแต่จะมีเงินเข้ากระเป๋าข้างซ้ายก่อนแล้วในส่วนของส่วนต่าง&amp;nbsp;หลัง&amp;nbsp;ผอ.กองตรวจสอบฯเผยปีนี้ข้าวคุณภาพไม่ดี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่แปลงนาสาธิตข้าวอินทรีย์&amp;nbsp;บ้านโพนยาง&amp;nbsp;ต.โพนยาง&amp;nbsp;อ.วังหิน&amp;nbsp;จ.ศรีสะเกษ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายประสงค์&amp;nbsp;ทองพันธ์&amp;nbsp;ผอ.กองตรวจสอบและรับรองมาตรฐานข้าว&amp;nbsp;กรมการข้าว&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ได้เดินทางไปเป็นประธานลงแขกเกี่ยวข้าวและตุ้มโฮม&amp;nbsp;ฮักมั่น&amp;nbsp;ผูกพันด้วยใจ&amp;nbsp;เพื่อสืบทอดวิถีชีวิตชุมชนการลงแขกเกี่ยวข้าวของชาวบ้านโพนยาง&amp;nbsp;โดยมีผศ.ดร.ฐิตารีย์&amp;nbsp;ไตรสรณปัญญา&amp;nbsp;ทีมที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;นายทิวา&amp;nbsp;รุ้งแก้ว&amp;nbsp;ประธานคณะกรรมการประสานงานเพื่อพัฒนาจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;น.ส.ผุสดี&amp;nbsp;บุญชัย&amp;nbsp;ผอ.ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวศรีสะเกษ&amp;nbsp;นายสมหวัง&amp;nbsp;นาครินทร์&amp;nbsp;ประธานกลุ่มนาแปลงใหญ่&amp;nbsp;อ.วังหิน&amp;nbsp;นำสมาชิกกลุ่มนาแปลงใหญ่&amp;nbsp;อ.วังหินจาก&amp;nbsp;13&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;เข้าร่วมกิจกรรมลงแขกเกี่ยวข้าวและตุ้มโฮม&amp;nbsp;ฮักมั่น&amp;nbsp;ผูกพันด้วยใจ&amp;nbsp;จำนวนมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายประสงค์&amp;nbsp;ทองพันธ์&amp;nbsp;ผอ.กองตรวจสอบและรับรองมาตรฐานข้าว&amp;nbsp;กรมการข้าว&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ภายหลังการตรวจสอบพบว่าโดยภาพรวม&amp;nbsp;คุณภาพของข้าวปีนี้ไม่ดีเท่าที่ควร&amp;nbsp;เท่าที่ดูจากการที่พี่น้องเราไปเก็บเกี่ยวไปแล้วในการตากข้าวก็จะมีปัญหาด้านคุณภาพอยู่&amp;nbsp;ก็เห็นใจพี่น้องชาวนาเอง&amp;nbsp;เห็นใจทั้งพี่น้องผู้รับซื้อเองคือโรงสีเพราะข้าวที่ผลิตออกมานี้ก็ต้องยอมรับว่าช่วงแรก&amp;nbsp;จะเป็นปัญหาเรื่องภัยแล้งพอเจอช่วงแล้งก็ทำให้มีปัญหาวัชพืชขึ้นมาในแปลงนาค่อนข้างจะเยอะ&amp;nbsp;พอถึงเวลาเก็บเกี่ยวเราก็ใช้เครื่องจักรกลในการเก็บเกี่ยวเพราะฉะนั้นขณะที่เก็บเกี่ยวก็มีฝนตกลงมาทำให้เม็ดข้าวมีความชื้น&amp;nbsp;เวลาเอาไปตากแดดก็จะทำให้ลักษณะทางกายภาพของข้าวไม่ค่อยได้ดี&amp;nbsp;ดูแล้วไม่ค่อยได้มาตรฐาน&amp;nbsp;เพราะฉะนั้นทำให้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ราคาข้าวในความรู้สึกของพี่น้องเกษตรกรจะได้ราคาต่ำ&amp;nbsp;แต่จริงๆแล้วทางโรงสีเองก็คงมีความหนักใจเหมือนกัน&amp;nbsp;ลักษณะนี้จะไปโทษส่วนใดส่วนหนึ่งก็คงจะไม่ได้&amp;nbsp;เราก็คงจะต้องช่วยกันทั้งภาครัฐ&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;ตัวเกษตรกรเองและด้านผู้ประกอบการโรงสี&amp;nbsp;ก็ขอให้ได้ช่วยเหลือกัน&amp;nbsp;พึ่งพาอาศัยกัน&amp;nbsp;เพราะว่าแต่ละปีปัญหาเรื่องข้าวไม่เหมือนกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผศ.ดร.ฐิตารีย์&amp;nbsp;ไตรสรณปัญญา&amp;nbsp;ทีมที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในเรื่องของราคาข้าวที่ราคาตกมันเป็นเรื่องของกระบวนการรับซื้อข้าว&amp;nbsp;เป็นเนื่องจากตลาดทั่วโลกที่มันมีปัญหา&amp;nbsp;แต่แนวทางของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;และกระทรวงพาณิชย์ท่านรัฐมนตรีทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ท่านก็ไม่ได้นิ่งนอนใจและโครงการกระทรวงของเราก็มีในเรื่องของการประกันรายได้ที่ดูแลเกษตรกรในช่วงเริ่มต้นเพื่อเยียวยาให้เกษตรกรอยู่ได้&amp;nbsp;แม้กระทั่งดูแลในเรื่องของค่าเก็บเกี่ยวและค่าเก็บพืชผลด้วย&amp;nbsp;ตรงนี้เราจะประกันรายได้ให้กับเกษตรกรเพื่อให้เกษตรกรได้ประทังอยู่ได้&amp;nbsp;ในช่วงนี้เกษตรกรยังไม่ต้องขายข้าวแต่จะมีเงินเข้ากระเป๋าข้างซ้ายก่อนแล้วในส่วนของส่วนต่าง&amp;nbsp;แต่โครงการของเราคือการประกันรายได้ให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;ตรงนี้เกษตรกรจะได้รับเติมเต็มในส่วนนี้ก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>1/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ศรีสะเกษ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211201210409434</Link_News></row>
<row _id="15"><NewsTitle>จังหวัดตรัง เตรียมการจัดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายขจรศักดิ์&amp;nbsp;เจริญโสภา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุม&lt;/strong&gt;เพื่อเตรียมการจัดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยบูรณาการจัดงานร่วมกับโครงการ&amp;nbsp;หน่วยบำบัดทุกข์&amp;nbsp;บำรุงสุข&amp;nbsp;สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;และหน่วยแพทย์เคลื่อนที่&amp;nbsp;พอ.สว.&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีนายวสันต์&amp;nbsp;สุขสุวรรณ&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อวางแผนการจัดงานให้มีความเรียบร้อย&amp;nbsp;และเกิดประโยชน์สูงสุด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ซึ่งกำหนดจัดงานในวันพฤหัสบดีที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โรงเรียนวัดควนเมา&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลควนเมา&amp;nbsp;อำเภอรัษฎา&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกษตรกรที่ประสบปัญหาด้านการเกษตร&amp;nbsp;ในพื้นที่ห่างไกล&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สามารถเข้าถึงการบริการด้านวิชาการ&amp;nbsp;และได้รับการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรอย่างครบวงจรในคราวเดียวกัน&amp;nbsp;เป็นการบูรณาการของหน่วยงานวิชาการ&amp;nbsp;หน่วยงานส่งเสริม&amp;nbsp;ในการให้บริการและแก้ไขปัญหาทางการเกษตรร่วมกัน&amp;nbsp;กิจกรรมด้านคลินิกเกษตรที่เปิดให้บริการ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;คลินิกดิน&amp;nbsp;คลินิกพืช&amp;nbsp;คลินิกปศุสัตว์&amp;nbsp;คลินิกประมง&amp;nbsp;คลินิกชลประทาน&amp;nbsp;คลินิกสหกรณ์&amp;nbsp;คลินิกยางพารา&amp;nbsp;คลินิกข้าว&amp;nbsp;และคลินิกอื่นๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211202092701509</Link_News></row>
<row _id="16"><NewsTitle>เกษตรกรรุ่นใหม่ อำเภอเมืองตรัง เลี้ยงแพะเสริมรายได้ในสวนยางพารา</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายประทิ่น&amp;nbsp;วรรณงาม&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รักษาราชการเกษตรอำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนเกษตรกรรุ่นใหม่&amp;nbsp;(Young&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer)&amp;nbsp;ผู้สมัครเข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;Young&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;นางนนทพร&amp;nbsp;วัฒกี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกษตรกรรายดังกล่าว&amp;nbsp;ดำเนินกิจกรรมเลี้ยงแพะเสริมรายได้ในสวนยางพารา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ม.1&amp;nbsp;ตำบลนาท่ามเหนือ&amp;nbsp;อำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;โดยเริ่มหันมาประกอบอาชีพเกษตรเมื่อปี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;หลังจากลาออกจากงานบริษัทในกรุงเทพฯ&amp;nbsp;ปัจจุบันมีการเลี้ยงแพะจำนวน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;โดยแบ่งเป็นแพะ&amp;nbsp;พ่อ-แม่พันธุ์&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;และลูกพันธุ์จำนวน&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ซึ่งจำหน่ายราคาขายปลีกกิโลกรัมละ&amp;nbsp;180&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ราคาขายส่งกิโลกรัมละ&amp;nbsp;140-160&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;โดยจำหน่ายให้กับเครือข่ายผู้เลี้ยงแพะจังหวัดตรังและจำหน่ายมูลแพะกระสอบละ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;(บรรจุกระสอบละ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;กิโลกรัม)&amp;nbsp;อาหารที่ใช้ในการเลี้ยงจะอาศัยอาหารสำเร็จรูปร่วมกับทางใบปาล์มและหญ้าเป็นหลัก&amp;nbsp;โดยในอนาคตมีการวางแผนที่จะขยายจำนวนแพะ&amp;nbsp;โรงเรือนเลี้ยงแพะเพิ่ม&amp;nbsp;สนใจเนื้อแพะและมูลแพะ&amp;nbsp;สามารถติดต่อ&amp;nbsp;โทร.062-2299474&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211202094020521</Link_News></row>
<row _id="17"><NewsTitle>เตือนเกษตรกรชาวสวนยางพารา เฝ้าระวังโรคใบร่วงยางพารา</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวสันต์&amp;nbsp;สุขสุวรรณ&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กลุ่มอารักขาพืชสำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ห่วงใยเกษตรกรชาวสวนยาง&amp;nbsp;เนื่องจากปัจจุบันพบการแพร่ระบาดของโรคใบร่วงยางพาราในพื้นที่&amp;nbsp;ขอให้เกษตรกรหมั่นสังเกตอาการของต้นยางพารา&amp;nbsp;ซึ่งลักษณะอาการใบร่วงที่เกิดจากเชื้อรา&amp;nbsp;Pestalotiopsissp.&amp;nbsp;เกิดรอยช้ำเป็นกลุ่มชัดเจนด้านหลังใบแก่&amp;nbsp;จากนั้นกลายเป็นวงค่อนข้างกลม-สีเหลือง&amp;nbsp;แล้วเปลี่ยนเป็นแผลกลมสีสนิมซีดเนื้อเยื่อสีเหลืองใหญ่ขึ้นเป็นขอบแผลดำเปลี่ยนเป็นเนื้อเยื่อแห้งสีน้ำตาลจนถึงขาวซีดจุดแผลบนใบมีมากกว่า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แผล&amp;nbsp;แนวก้างปลา&amp;nbsp;อาจลุกลามซ้อนกันจนเป็นแผลขนาดใหญ่จากนั้นใบจะเหลืองและร่วงในที่สุด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่ลักษณะอาการใบร่วงที่เกิดจากเชื้อรา&amp;nbsp;Phytophthoraspp&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ใบร่วงทั้งที่มีสีเขียวสดและสีเหลือง&amp;nbsp;โดยที่ก้านใบช้ำสีดำมีน้ำยางเกาะติดอยู่&amp;nbsp;เมื่อนำใบยางเป็นโรคมาสะบัดเบาๆ&amp;nbsp;ใบย่อยจะหลุดทันที&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อาการโรครุนแรงและใบร่วงมากหลังมีฝนตกหนักติดต่อกันอย่างน้อย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;วัน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ต้นยางอายุมากขนาดใหญ่ได้รับผลกระทบที่รุนแรงกว่าต้นยางอายุน้อยขนาดเล็ก&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยเชื้อรานี้ทำให้ใบร่วงได้กว่า&amp;nbsp;90%&amp;nbsp;ทำให้ผลผลิตลดลง&amp;nbsp;30-50%&amp;nbsp;พบในทุกพันธุ์ยางที่ปลูกและยากต่อการควบคุมป้องกัน&amp;nbsp;แพร่ระบาดโดยลมและฝน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับคำแนะนำเบื้องต้นในการป้องกันกำจัด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เกษตรกรควรใส่ปุ๋ยบำรุงดินตามคำแนะนำของสถาบันวิจัยยาง&amp;nbsp;เพื่อให้ต้นยางพาราสมบูรณ์&amp;nbsp;แข็งแรงและพ่นสารเคมีกำจัดเชื้อรา&amp;nbsp;หากมีการตรวจพบโรคใบร่วง&amp;nbsp;สารเคมีที่แนะนำ&amp;nbsp;Thiophanate&amp;nbsp;Methyl,&amp;nbsp;Benomyl,&amp;nbsp;Hexaconazole,&amp;nbsp;Thiophanate&amp;nbsp;Methyl,&amp;nbsp;Triadimefon&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;Difenoconazole&amp;nbsp;โดยพ่นลงพื้นดินบริเวณที่พบเชื้อ&amp;nbsp;หรือพ่นบริเวณทรงพุ่มยางพารา&amp;nbsp;&amp;nbsp;หากพบการระบาดเสียหายรุนแรง&amp;nbsp;แนะนำให้เกษตรกรแจ้งประสานงานไปยังสำนักงานเกษตรอำเภอ&amp;nbsp;หรือกลุ่มอารักขาพืช&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;โทร.&amp;nbsp;075-218382&amp;nbsp;เพื่อขอคำแนะนำในการแก้ไขปัญหาต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211202094745531</Link_News></row>
<row _id="18"><NewsTitle>สำนักงานกองทุนฟื้นฟูเกษตรกรจังหวัดตรัง เร่งคืนความสุขให้เกษตรกรด้วยการทยอยซื้อหนี้สินเกษตรกรในรายที่ขาดความสามารถในการชำระคืนแก่เจ้าหนี้ เพื่อไม่ให้ที่ทำกินของเกษตรกรที่ค้ำประกันไว้ถูกนำไปขายทอดตลาด</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่สำนักงานที่ดินจังหวัดตรัง&amp;nbsp;นายวรพัทธ์&amp;nbsp;มาลีสิทธินนท์&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูเกษตรกรจังหวัดตรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โอนโฉนดที่ดินคืนแก่เกษตรกร&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบันกองทุนฟื้นฟูฯ&amp;nbsp;สาขาตรัง&amp;nbsp;เร่งคืนความสุขให้เกษตรกรด้วยการทยอยซื้อหนี้สินเกษตรกรในรายที่ขาดความสามารถในการชำระคืนแก่เจ้าหนี้&amp;nbsp;เพื่อไม่ให้ที่ทำกินของเกษตรกรที่ค้ำประกันไว้ถูกนำไปขายทอดตลาด&amp;nbsp;&amp;nbsp;หลังชำระหนี้แทนแล้ว&amp;nbsp;หลักทรัพย์จะถูกโอนเป็นที่ดินของรัฐ&amp;nbsp;เจ้าหนี้รายอื่นๆ(ถ้ามี)จะไม่สามารถสืบทรัพย์เพื่อนำไปขายทอดตลาดได้อีกต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกษตรกรที่ได้รับการชำระหนี้แทนมาทำสัญญาเช่าซื้อคืนหลักทรัพย์แปลงดังกล่าวคืนจากกองทุนฯ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ระยะเวลา&amp;nbsp;5-20&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ด้วยอัตราดอกเบี้ย&amp;nbsp;0%&amp;nbsp;กรณีผิดนัดชำระก็ไม่มีค่าปรับใดๆ&amp;nbsp;"จ่ายคืนเท่าไร&amp;nbsp;เงินต้นลดลงเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;การโอนหลักประกันของเกษตรกรทั้งโอนมาเก็บรักษาที่กองทุนฯหรือโอนคืนเกษตรกร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมและภาษีอากรในการจดทะเบียนไม่ว่าในฐานะผู้โอนหรือผู้ได้รับโอนตามมาตรา&amp;nbsp;37/10&amp;nbsp;และยกเว้นภาษีเงินได้&amp;nbsp;อากรแสตมป์ตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร(ฉบับ&amp;nbsp;459)&amp;nbsp;พ.ศ.2549&amp;nbsp;ส่วนผลการดำเนินงานด้านจัดการหนี้สินเกษตรกร&amp;nbsp;ของ&amp;nbsp;กองทุนฟื้นฟูฯ&amp;nbsp;จ.ตรัง&amp;nbsp;ปีงบประมาณ&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ชำระหนี้แทนเกษตร&amp;nbsp;18&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ใช้งบประมาณ&amp;nbsp;16,277,586.21&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;มีโฉนดถูกโอนมาพิทักษ์รักษาไว้ที่กองทุนฯ&amp;nbsp;26&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยปัจจุบันกองทุนฯสามารถชำระหนี้แทนเกษตรกรได้ถึง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ล้านบาทต่อราย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป้าหมายการดำเนินงานด้านการจัดการหนี้&amp;nbsp;ในปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ของกองทุนฟื้นฟูฯ&amp;nbsp;สาขาจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ตั้งเป้าชำระหนี้แทนเกษตรกรจำนวน&amp;nbsp;45&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ด้วยงบประมาณ&amp;nbsp;70&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;กองทุนฟื้นฟูฯ&amp;nbsp;ใช้งบประมาณไปแล้วทั้งสิ้นประมาณ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;พันล้านบาท&amp;nbsp;เพื่อชำระหนี้แทนเกษตรกรราว&amp;nbsp;3&amp;nbsp;หมื่นรายทั่วประเทศ&amp;nbsp;มีผืนดินทางการเกษตรถูกพิทักษ์รักษาไว้มากกว่า&amp;nbsp;1.7&amp;nbsp;แสนไร่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211202094226525</Link_News></row>
<row _id="19"><NewsTitle>หนุนเกษตรกรเข้มแข็ง ปรับตัวรับวิกฤตโควิด-19 และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;?นายนราพัฒน์&amp;nbsp;แก้วทอง&amp;nbsp;ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หารือร่วมกับนายไมเคิล&amp;nbsp;มิคาลัค&amp;nbsp;รองประธานกรรมการอาวุโสและกรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคของ&amp;nbsp;USABC&amp;nbsp;(Senior&amp;nbsp;Vice&amp;nbsp;President&amp;nbsp;and&amp;nbsp;Regional&amp;nbsp;Managing&amp;nbsp;Director,&amp;nbsp;USABC)&amp;nbsp;เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านเกษตรและความร่วมมือในการสนับสนุนโครงการต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;จากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;เศรษฐกิจโลกได้รับผลกระทบอย่างหนักและค่อยๆ&amp;nbsp;เริ่มฟื้นตัวขึ้น&amp;nbsp;ภาคเกษตรของไทยได้รับผลกระทบเช่นกันและต้องมีการฟื้นฟูเพื่อให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดย&amp;nbsp;GDP&amp;nbsp;เกษตร&amp;nbsp;ในไตรมาส&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปีนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;(ก.ค.&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ก.ย.&amp;nbsp;64)&amp;nbsp;ขยายตัว&amp;nbsp;6.5%&amp;nbsp;เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน&amp;nbsp;สาขาที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นคือ&amp;nbsp;พืช&amp;nbsp;ปศุสัตว์&amp;nbsp;บริการทางการเกษตรและป่าไม้&amp;nbsp;ผลผลิตพืชที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เป็นพืชเศรษฐกิจ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ข้าว&amp;nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;มันสำปะหลัง&amp;nbsp;ยางพารา&amp;nbsp;ปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;ทุเรียน&amp;nbsp;มังคุด&amp;nbsp;ลำไย&amp;nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศและน้ำเอื้ออำนวย&amp;nbsp;กลุ่มสินค้าปศุสัตว์มีปริมาณการผลิตไก่เนื้อ&amp;nbsp;สุกร&amp;nbsp;ไข่ไก่&amp;nbsp;น้ำนมดิบเพิ่มขึ้นตามความต้องการของตลาด&amp;nbsp;ส่วนบริการทางการเกษตรเพิ่มขึ้นตามพื้นที่เพาะปลูกและพื้นที่เก็บเกี่ยวในพืชสำคัญที่เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในขณะที่สาขาประมง&amp;nbsp;หดตัวร้อยละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เนื่องจากผลผลิตประมงลดลง&amp;nbsp;โดยเฉพาะกุ้งแวนาไมที่ลดลงประมาณ&amp;nbsp;8%&amp;nbsp;เพราะมีการปรับลดพื้นที่การเลี้ยงและลูกพันธุ์ช่วงโควิด-19&amp;nbsp;&amp;nbsp;ระบาด&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรฯ&amp;nbsp;ยังคงเน้นย้ำเดินหน้าขับเคลื่อนงานเพื่อช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรเร่งด่วน&amp;nbsp;ทั้งการบริหารจัดการน้ำ&amp;nbsp;การส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีนวัตกรรม&amp;nbsp;สร้างโอกาสให้เกษตรกรรายย่อยเข้าถึงเทคโนโลยี&amp;nbsp;สร้างมูลค่าสินค้าเกษตร&amp;nbsp;เพิ่มช่องทางตลาดผ่านนโยบายตลาดนำการผลิตและขับเคลื่อนภาคเกษตรด้วย&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;Economy&amp;nbsp;Model&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211202150617714</Link_News></row>
<row _id="20"><NewsTitle>เดินหน้าโครงการต่อยอดสร้างเกษตรกรปราดเปรื่องให้เป็นผู้ประกอบการเกษตรชั้นนำ เน้นการรวมกันเป็นกลุ่มและเครือข่าย</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยภายหลังมอบนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนเกษตรกรปราดเปรื่อง&amp;nbsp;(Smart&amp;nbsp;Farmer)&amp;nbsp;ให้เป็นผู้ประกอบการ&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;ดำเนินโครงการพัฒนา&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;ผู้ประกอบการต้นแบบ&amp;nbsp;เพื่อยกระดับเกษตรกรเป็นผู้ประกอบการเกษตรชั้นนำ&amp;nbsp;มีศักยภาพในการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการการผลิตและการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร&amp;nbsp;การบริหารจัดการกิจการ&amp;nbsp;และการตลาดสินค้าเกษตร&amp;nbsp;อีกทั้งยังเป็นการสร้างและพัฒนาผู้ประกอบการเกษตรต้นแบบ&amp;nbsp;เพื่อสนับสนุนและสร้างแรงจูงใจให้กับเกษตรกรรายอื่นๆ&amp;nbsp;พัฒนาสู่การเป็นผู้ประกอบการเกษตร&amp;nbsp;รวมถึงการเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการเกษตรต้นแบบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีนโยบายขับเคลื่อนเกษตรกรให้เป็นเกษตรกรปราดเปรื่อง&amp;nbsp;มุ่งหวังให้เกษตรกรมีความรอบรู้ในการประกอบอาชีพด้านการเกษตร&amp;nbsp;สามารถบริหารจัดการการผลิต&amp;nbsp;การตลาด&amp;nbsp;โดยยึดรูปแบบตลาดนำการผลิต&amp;nbsp;มีทักษะในการบริหารจัดการกิจการ&amp;nbsp;พร้อมปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การพัฒนาเกษตรกรต้นแบบ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อยกระดับเกษตรกรเป็นผู้ประกอบการเกษตรชั้นนำ&amp;nbsp;เป็นอีกแนวทางในการสร้างแนวคิดการเป็นผู้ประกอบการเกษตรเชิงธุรกิจ&amp;nbsp;โดยจะต้องเน้นการปรับวิธีการทำการเกษตรจากรูปแบบเดิมในปัจจุบันไปสู่การเกษตรสมัยใหม่&amp;nbsp;ที่เน้นการผลิตสินค้าเกษตรด้วยการบริหารจัดการ&amp;nbsp;การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการผลิต&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&amp;nbsp;เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ลดต้นทุนด้านแรงงานและลดต้นทุนด้านการผลิต&amp;nbsp;มีการบริหารจัดการปัจจัยการผลิตที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า&amp;nbsp;ตลอดจนสามารถเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรรวมทั้งพัฒนาจนเข้าสู่มาตรฐานการรับรองทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ&amp;nbsp;สู่การยกระดับเพื่อการส่งออก&amp;nbsp;สร้างผู้นำด้านเกษตรที่เป็นเกษตรกรชั้นนำ&amp;nbsp;เพื่อเป็นกำลังสำคัญของภาคเกษตรในอนาคต&amp;nbsp;รวมทั้งยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้ดีขึ้น&amp;nbsp;มีรายได้ที่มั่นคง&amp;nbsp;สามารถเป็นต้นแบบขยายผลสู่เกษตรกรในพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211202145808704</Link_News></row>
<row _id="21"><NewsTitle>การศึกษาดูงานการขับเคลื่อนพื้นที่เกษตรแปลงใหญ่และศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ระดับประเทศในพื้นที่จังหวัดชัยนาท ของคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา เป็นวันที่สอง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เช้าวันนี้&amp;nbsp;(2&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมศูนย์เรียนรู้และพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว&amp;nbsp;ตำบลบางหลวง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;อำเภอสรรพยา&amp;nbsp;จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ฉัตรชัย&amp;nbsp;สาริกัลยะ&amp;nbsp;ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;วุฒิสภา&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมเครือข่ายประธานแปลงใหญ่&amp;nbsp;และศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;(ศพก.)&amp;nbsp;ระดับประเทศ&amp;nbsp;โดยมีคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;วุฒิสภา&amp;nbsp;หน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ในจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;และเครือข่ายประธานแปลงใหญ่&amp;nbsp;ร่วมประชุม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้นเวลา&amp;nbsp;10.40&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ฉัตรชัย&amp;nbsp;สาริกัลยะ&amp;nbsp;ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;วุฒิสภา&amp;nbsp;และคณะฯ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้เดินทางไปศึกษาดูงานการวิจัยพืชไร่อายุสั้น&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์วิจัยพืชไร่ชัยนาท&amp;nbsp;ตำบลบางหลวง&amp;nbsp;อำเภอสรรพยา&amp;nbsp;จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;ก่อนที่จะเดินทางไปศึกษาดูงานด้านการเกษตรฯ&amp;nbsp;ที่จังหวัดสิงห์บุรี&amp;nbsp;ในภาคบ่าย&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;การเดินทางของ&amp;nbsp;คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;วุฒิสภา&amp;nbsp;ศึกษาดูงานในพื้นที่เกษตรแปลงใหญ่&amp;nbsp;&amp;nbsp;และศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้นเกษตร&amp;nbsp;(ศพก.)&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;มีกำหนด&amp;nbsp;2&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;โดยการศึกษาดูงานโรงงานปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์และโรงสีข้าวกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเมล็ดพันธุ์ข้าวและแปรรูปข้าว&amp;nbsp;ต.แพรกศรีราชา&amp;nbsp;อ.สรรคบุรี&amp;nbsp;จ.ชัยนาท,&amp;nbsp;ศึกษาดูงานการขับเคลื่อนกลุ่มแปลงใหญ่ข้าวบ้านวัดพระแก้ว,&amp;nbsp;ศูนย์เรียนรู้และพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวตำบลบางหลวง&amp;nbsp;อำเภอสรรพยา&amp;nbsp;จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ร่วมสังเกตการณ์การประชุมแปลงใหญ่&amp;nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;(ศพก.)&amp;nbsp;ระดับประเทศ&amp;nbsp;และศึกษาดูงานการวิจัยพืชไร่อายุสั้น&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์วิจัยพืชไร่ชัยนาท&amp;nbsp;ตำบลบางหลวง&amp;nbsp;อำเภอสรรพยา&amp;nbsp;จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>ชัยนาท</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211202141051668</Link_News></row>
<row _id="22"><NewsTitle>คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ลงพื้นที่ศึกษาดูงานการขับเคลื่อนพื้นที่เกษตรแปลงใหญ่และศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้นเกษตร (ศพก.) ระดับประเทศ ในพื้นที่จังหวัดชัยนาท เป็นวันที่สอง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เช้าวันนี้&amp;nbsp;(2&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมศูนย์เรียนรู้และพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว&amp;nbsp;ตำบลบางหลวง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อำเภอสรรพยา&amp;nbsp;จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ฉัตรชัย&amp;nbsp;สาริกัลยะ&amp;nbsp;ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;วุฒิสภา&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมเครือข่ายประธานแปลงใหญ่&amp;nbsp;และศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;(ศพก.)&amp;nbsp;ระดับประเทศ&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;วุฒิสภา&amp;nbsp;หน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ในจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;และเครือข่ายประธานแปลงใหญ่&amp;nbsp;ร่วมประชุม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้นเวลา&amp;nbsp;10.40&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ฉัตรชัย&amp;nbsp;สาริกัลยะ&amp;nbsp;ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;วุฒิสภา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และคณะฯ&amp;nbsp;ได้เดินทางไปศึกษาดูงานการวิจัยพืชไร่อายุสั้น&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์วิจัยพืชไร่ชัยนาท&amp;nbsp;ตำบลบางหลวง&amp;nbsp;อำเภอสรรพยา&amp;nbsp;จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;ก่อนที่จะเดินทางไปศึกษาดูงานด้านการเกษตรฯ&amp;nbsp;ที่จังหวัดสิงห์บุรี&amp;nbsp;ในภาคบ่าย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;การเดินทางของ&amp;nbsp;คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;วุฒิสภา&amp;nbsp;ศึกษาดูงานในพื้นที่เกษตรแปลงใหญ่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้นเกษตร&amp;nbsp;(ศพก.)&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;มีกำหนด&amp;nbsp;2&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;คือระหว่างวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;โดยการศึกษาดูงานโรงงานปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์และโรงสีข้าวกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเมล็ดพันธุ์ข้าวและแปรรูปข้าว&amp;nbsp;ต.แพรกศรีราชา&amp;nbsp;อ.สรรคบุรี&amp;nbsp;จ.ชัยนาท,&amp;nbsp;ศึกษาดูงานการขับเคลื่อนกลุ่มแปลงใหญ่ข้าวบ้านวัดพระแก้ว,&amp;nbsp;ศูนย์เรียนรู้และพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวตำบลบางหลวง&amp;nbsp;อำเภอสรรพยา&amp;nbsp;จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ร่วมสังเกตการณ์การประชุมแปลงใหญ่&amp;nbsp;/&amp;nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;(ศพก.)&amp;nbsp;ระดับประเทศ&amp;nbsp;และศึกษาดูงานการวิจัยพืชไร่อายุสั้น&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์วิจัยพืชไร่ชัยนาท&amp;nbsp;ตำบลบางหลวง&amp;nbsp;อำเภอสรรพยา&amp;nbsp;จังหวัดชัยนาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>ชัยนาท</Province><Department>สวท.ชัยนาท</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211202142540672</Link_News></row>
<row _id="23"><NewsTitle>จังหวัดชัยนาท จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ระหว่างธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร กับ สหกรณ์การเกษตร และสหกรณ์การเกษตร กับ ผู้ประกอบการค้าข้าว</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;บ่ายวันนี้&amp;nbsp;(2&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมศูนย์วิจัยข้าวชัยนาท&amp;nbsp;อำเภอเมืองชัยนาท&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;นางสาวชไมพร&amp;nbsp;อำไพจิตร&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&amp;nbsp;ระหว่างธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;กับสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;และสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;กับผู้ประกอบการค้าข้าว&amp;nbsp;โดยมีสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;ผู้ประกอบการค้าข้าว&amp;nbsp;คณะกรรมการสหกรณ์&amp;nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ร่วมในพิธี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายกรกฏ&amp;nbsp;ชยุตรารัตน์&amp;nbsp;สหกรณ์จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;กล่าวรายงานว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กรมส่งเสริมสหกรณ์&amp;nbsp;ที่มีภารกิจในการส่งเสริมการดำเนินการของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรด้านการดำเนินธุรกิจข้าว&amp;nbsp;จัดทำโครงการร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี&amp;nbsp;แบ่งเป็นการรวบรวมเพื่อขายและรวบรวมเพื่อแปรรูป&amp;nbsp;โดยได้รับความร่วมมือด้านเงินทุนจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรและด้านการตลาดจากผู้ประกอบการค้าข้าวในการรับซื้อข้าวเปลือกของสหกรณ์&amp;nbsp;ซึ่งผลการรวบรวมข้าวเปลือกในแต่ละปีอยู่ในปริมาณ&amp;nbsp;150,000&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;สำนักงานสหกรณ์จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;ได้จัดทำโครงการการบริหารจัดการตลาดข้าว&lt;/strong&gt;ของสหกรณ์การเกษตรในจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของสหกรณ์ภาคการเกษตรและกลุ่มเกษตรกรให้มีความพร้อมที่จะเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากในระดับอำเภอและพื้นที่ชุมชน&amp;nbsp;ตลอดจนเกิดเครือข่ายในการรวบรวมข้าวเปลือกของสถาบันเกษตรกรในจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวชไมพร&amp;nbsp;อำไพจิตร&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การลงนามในบันทึกข้อตกลงในวันนี้&amp;nbsp;จะเป็นการเชื่อมโยงการกระจายสินค้าข้าวของเกษตรกรผ่านกระบวนการสหกรร์ที่จะทำให้สามารถเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันข้าวไทย&amp;nbsp;ควบคู่กับการปฏิรูประบบสหกรณ์ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่จะสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรชาวนาไทยที่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศต่อไปในอนาคต&amp;nbsp;และความร่วมมือในการลงนามในบันทึกข้อตกลงในวันนี้&amp;nbsp;จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรไทยและผู้บริโภคต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส.ปชส.ชัยนาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>ชัยนาท</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211202161836764</Link_News></row>
<row _id="24"><NewsTitle>สหกรณ์จังหวัดชัยนาท จับมือ ธ.ก.ส.ชัยนาทและผู้ประกอบการค้าข้าว ทำ MOU จัดการตลาดข้าวของสหกรณ์การเกษตรในจังหวัดชัยนาท</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมศูนย์วิจัยข้าวชัยนาท&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.ชัยนาท&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;น.ส.ชไมพร&amp;nbsp;อำไพจิตร&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;กับสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;และสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;กับผู้ประกอบการค้าข้าว&amp;nbsp;ในจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;เพื่อการบริหารจัดการตลาดข้าวของสหกรณ์การเกษตรในจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;และยังเป็นการรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าของผลผลิต&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายกรกฏ&amp;nbsp;ชยุตรารัตน์&amp;nbsp;สหกรณ์จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;นายจินตกร&amp;nbsp;เรืองเสน&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน&amp;nbsp;ธ.ก.ส.จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมในพิธีในครั้งนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายกรกฏ&amp;nbsp;ชยุตรารัตน์&amp;nbsp;สหกรณ์จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตามที่กรมส่งเสริมสหกรณ์&amp;nbsp;ที่มีภารกิจในการส่งเสริมการดำเนินการของสหกรณ์&amp;nbsp;และกลุ่มเกษตรกรด้านการดำเนินธุรกิจข้าวจัดทำโครงการร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรประกอบด้วย&amp;nbsp;โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกรและโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี&amp;nbsp;โดยขบวนการสหกรณ์ในจังหวัดชัยนาทเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมข้าวเปลือกของสมาชิกสหกรณ์และเกษตรกรทั่วไปโดยแบ่งเป็นการรวบรวมเพื่อขายและรวบรวมเพื่อแปรรูปโดยได้รับความร่วมมือด้านเงินทุนจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรและด้านการตลาดจากผู้ประกอบการค้าข้าว&amp;nbsp;ในการรับซื้อข้าวเปลือกของสหกรณ์&amp;nbsp;ซึ่งผลการรวบรวมข้าวเปลือกในแต่ละปีอยู่ในปริมาณ&amp;nbsp;150,000&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;รวมถึงสหกรณ์ยังเป็นผู้ผลิตข้าวสารคุณภาพ&amp;nbsp;เพื่อนำไปจำหน่ายให้กับสมาชิกและประชาชนทั่วไปได้บริโภคเป็นการสนับสนุนให้ชาวชัยนาท&amp;nbsp;ได้บริโภคข้าวชัยนาทจะเห็นได้ว่าขบวนการสหกรณ์มีความสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรในจังหวัดชัยนาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;สำนักงานสหกรณ์จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;ได้จัดทำโครงการบริหารจัดการตลาดข้าว&lt;/strong&gt;ของสหกรณ์การเกษตรในจังหวัดชัยนาทเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของสหกรณ์ภาคการเกษตรและกลุ่มเกษตรกรให้มีความพร้อมที่จะเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากชุมชนในระดับอำเภอหรือพื้นที่ชุมชนตลอดจนเกิดเครือข่ายการรวบรวมข้าวเปลือกของสถาบันเกษตรกรในจังหวัดชัยนาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้าน&amp;nbsp;นายจินตกร&amp;nbsp;เรืองเสน&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน&amp;nbsp;ธ.ก.ส.จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;สำนักงาน&amp;nbsp;ธ.ก.ส.จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;ได้สนับสนุนสินเชื่อโครงการธุรกิจชุมชนสร้างไทย&amp;nbsp;ให้กับสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;วงเงินสินเชื่อรวม&amp;nbsp;417&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;รายละเอียดโครงการสินเชื่อธุรกิจชุมชนสร้างไทย&amp;nbsp;วงเงินสินเชื่อรวมทั้งโครงการ&amp;nbsp;50,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;วงเงินกู้ขั้นสูงต่อรายไม่เกิน&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;อัตราดอกเบี้ยเงินกู้&amp;nbsp;ร้อยละ&amp;nbsp;3.51&amp;nbsp;ต่อปี&amp;nbsp;(คิดดอกเบี้ยกับผู้กู้อัตราร้อยละ&amp;nbsp;0.1&amp;nbsp;ต่อปี&amp;nbsp;รัฐบาลชดเชยดอกเบี้ยร้อยละ&amp;nbsp;3.50&amp;nbsp;ต่อปี&amp;nbsp;วัตถุประสงค์การกู้เงิน&amp;nbsp;เพื่อการขายผลผลิตทางการเกษตร&amp;nbsp;ให้สินเชื่อประเภท&amp;nbsp;ตั๋ว&amp;nbsp;PN&amp;nbsp;กำหนดชำระคืนหนี้เงินกู้ไม่เกิน&amp;nbsp;180&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;และเพื่อจัดหาวัสดุอุปกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;ให้สินเชื่อประเภท&amp;nbsp;ตั๋วPN&amp;nbsp;กำหนดชำระคืนหนี้เงินกู้ไม่เกิน&amp;nbsp;180&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รายละเอียดโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;วงเงินสินเชื่อรวมทั้งโครงการ&amp;nbsp;20,401.9&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;วงเงินสินเชื่อสูงสุดต่อราย&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แสนบาท&amp;nbsp;สหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;300&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ระยะเวลาในการกู้เงิน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พ.ย.64&amp;nbsp;-&amp;nbsp;28&amp;nbsp;ก.พ.65&amp;nbsp;(ภาคใต้ถึงวันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ก.ค.65)&amp;nbsp;กำหนดชำระคืนภายใน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เดือนนับถัดจากเดือนที่รับเงินกู้&amp;nbsp;เงื่อนไขต้องเก็บข้าวเปลือกไว้ในยุ้งฉางของตนเองเท่านั้น&amp;nbsp;เกษตรกรเก็บยุ้งฉางตนเองรับ&amp;nbsp;1,500&amp;nbsp;บาท/ตัน&amp;nbsp;ผ่านสถาบันเกษตร&amp;nbsp;เกษตรกรรับ&amp;nbsp;500&amp;nbsp;บาท/ตัน&amp;nbsp;สถาบันเกษตรรับ&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;บาท/ตัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>ชัยนาท</Province><Department>สวท.ชัยนาท</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211202164556788</Link_News></row>
<row _id="25"><NewsTitle>เดินหน้าจัดสรรน้ำฤดูแล้งปี 256465 ย้ำทุกภาคส่วนต้องช่วยกันประหยัดน้ำให้เพียงพอใช้ตลอดแล้งนี้</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายประพิศ&amp;nbsp;จันทร์มา&amp;nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ปัจจุบันพื้นที่ทางตอนบนของประเทศไทยได้สิ้นสุดฤดูฝนแล้ว&amp;nbsp;ยกเว้นภาคใต้&amp;nbsp;กรมชลประทาน&amp;nbsp;ได้วางแผนจัดสรรน้ำฤดูแล้งปี&amp;nbsp;2564/65(1&amp;nbsp;พ.ย.&amp;nbsp;64&amp;nbsp;&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เม.ย.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;เพื่อสนับสนุนการใช้น้ำในเขตพื้นที่ชลประทานทั้งประเทศ&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ซึ่งเป็นวันเริ่มจัดสรรน้ำฤดูแล้ง&amp;nbsp;มีปริมาณน้ำต้นทุนทั้งประเทศรวมกันประมาณ&amp;nbsp;37,857&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมชลประทาน&amp;nbsp;วางแผนจัดสรรน้ำช่วงแล้งทั้งสิ้น&amp;nbsp;22,280&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยเฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;ได้วางแผนจัดสรรน้ำจาก&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เขื่อนหลัก&amp;nbsp;เพื่อสนับสนุนการใช้น้ำในช่วงฤดูแล้งในเขตชลประทานภาคกลาง&amp;nbsp;&amp;nbsp;22&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;รวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;5,700&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;สำหรับใช้ในการอุปโภคบริโภค&amp;nbsp;รักษาระบบนิเวศ&amp;nbsp;เกษตรใช้น้ำน้อยและอุตสาหกรรม&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังได้สำรองไว้ใช้ในช่วงต้นฤดูฝนปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;อีกประมาณ&amp;nbsp;3,044&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรในช่วงฤดูแล้งปี&amp;nbsp;2564/65&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมชลประทาน&amp;nbsp;ดำเนินการโครงการจ้างแรงงานชลประทาน&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;โดยมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาคือ&amp;nbsp;เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;หรือเกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;สมาชิกกลุ่มผู้ใช้น้ำของกรมชลประทานในพื้นที่&amp;nbsp;ประชาชนและผู้ใช้แรงงานทั่วไปในพื้นที่และหากแรงงานที่ต้องการในพื้นที่เป้าหมายมีไม่เพียงพอให้พิจารณาจ้างเกษตรกร&amp;nbsp;หรือแรงงานในพื้นที่ใกล้เคียงจากหมู่บ้าน&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;และลุ่มน้ำ&amp;nbsp;ตามลำดับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อธิบดีกรมชลประทาน&amp;nbsp;สั่งการให้ทุกโครงการชลประทาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สร้างความเชื่อมั่นกับพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำของกรมชลประทาน&amp;nbsp;ในการจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้มีประสิทธิภาพสูงสุด&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยเน้นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในทุกภาคส่วนให้มากที่สุดและประสานความร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่น&amp;nbsp;ในการประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำและแนวทางการบริหารจัดการน้ำในแต่ละพื้นที่&amp;nbsp;และขอให้เจ้าหน้าที่ทุกท่านปฏิบัติงานเพื่อพี่น้องประชาชนอย่างสุดกำลัง&amp;nbsp;เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211202183538853</Link_News></row>
<row _id="26"><NewsTitle>หน่วยงานเกษตรปัตตานี เตรียมจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ ประจำปี 2565 เพื่อช่วยเหลือแก้ปัญหาทางการเกษตร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เมื่อวันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;10.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายนิพันธ์&amp;nbsp;บุญหลวง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;เป็นประธานประชุมหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;จังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;เพื่อหารือการจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ของจังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายชาลี&amp;nbsp;สิตบุศย์&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ได้รับพระบรมราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;ให้จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&amp;nbsp;และทรงรับไว้ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;ตั้งแต่เมื่อครั้งที่ทรงดำรงพระอิสริยยศ&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;และเปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อวันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;กรกฎาคม&amp;nbsp;2545&amp;nbsp;ที่อำเภอดอนพุด&amp;nbsp;จังหวัดสระบุรี&amp;nbsp;และต่อมาได้ขยายผลไปดำเนินโครงการทั่วประเทศจนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนองพระราชดำริและเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรในพื้นที่ห่างไกล&amp;nbsp;สามารถเข้าถึงการบริการทางการเกษตรและได้รับการแก้ไขครบวงจรในคราวเดียวกัน&amp;nbsp;รวมทั้งเพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในการแก้ไขปัญหาทางการเกษตรด้วย&amp;nbsp;สำหรับการประชุมในวันนี้&amp;nbsp;ที่ประชุมได้พิจารณาวัน&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;สถานที่ที่จะจัดโครงการในปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ซึ่งในเบื้องต้นได้กำหนดจัดโครง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;ร่วมกับโครงการจังหวัดเคลื่อนที่&amp;nbsp;แต่ในครั้งแรกจะดำเนินการในวันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่บริเวณสนามหน้าที่ว่าการอำเภอสายบุรี&amp;nbsp;ซึ่งไม่ตรงกับจังหวัดเคลื่อนที่เนื่องจากได้มีการเตรียมการล่วงหน้าไว้แล้ว&amp;nbsp;ส่วนครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กำหนดจัดวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สนามหน้าที่ว่าการอำเภอทุ่งยางแดง&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนตำบลกะรุบี&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เป็นการจัดพิเศษโดยเพิ่มกิจกรรมถวายพระพร&amp;nbsp;เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;28&amp;nbsp;กรกฎาคม&amp;nbsp;โดยกำหนดจัดในวันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;กรกฎาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณโรงเรียนชุมชนบ้านปูยุด&amp;nbsp;อำเภอเมืองปัตตานี&amp;nbsp;ซึ่งก่อนที่จะมีการจัดโครงการแต่ละครั้ง&amp;nbsp;จะมีผู้แทนจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้องลงไปสำรวจปัญหาทางการเกษตรที่ต้องการแก้ไขอย่างเร่งด่วนหรือเป็นความต้องการของเกษตรกร&amp;nbsp;รวมทั้งมีการประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรได้ทราบล่วงหน้าเพื่อให้ได้เตรียมตัว&amp;nbsp;หรือเตรียมสำรวจปัญหาทางการเกษตรของตนเองเพื่อนำไปร่วมกิจกรรมในวันจัดโครงการต่อไปด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภาพ/ข่าว&amp;nbsp;เพชรน้อย&amp;nbsp;ส.ปชส.ปัตตานี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ปัตตานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211202182034832</Link_News></row>
<row _id="27"><NewsTitle>จังหวัดลำพูน ประชุมเตรียมความพร้อมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในเขตพื้นที่อำเภอทุ่งหัวช้าง จังหวัดลำพูน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;(2&amp;nbsp;ธ.ค.64)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลตะเคียนปม&amp;nbsp;อำเภอทุ่งหัวช้าง&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;นายวรยุทธ&amp;nbsp;เนาวรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;เป็นประธานในการประชุมเตรียมความพร้อม&amp;nbsp;การติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;ในเขตพื้นที่ภาคเหนือ&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;ปลัดจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;นายอำเภอทุ่งหัวช้าง&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้วย&amp;nbsp;นายพลากร&amp;nbsp;สุวรรณรัฐ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;องคมนตรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มีกำหนดการเดินทางไปติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;และลำพูน&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;2-4&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ซึ่งมีกำหนดการลงพื้นที่ในจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โครงการอ่างเก็บน้ำบ้านป่ากล้วย&amp;nbsp;ตำบลตะเคียนปม&amp;nbsp;อำเภอทุ่งหัวช้าง&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ได้มีการประชุมเตรียมความพร้อม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รวมถึงลงพื้นที่&amp;nbsp;ตรวจเยี่ยม&amp;nbsp;ในการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โครงการอ่างเก็บน้ำบ้านป่ากล้วย&amp;nbsp;ตำบลตะเคียนปม&amp;nbsp;อำเภอทุ่งหัวช้าง&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;และมอบหมายภารกิจ&amp;nbsp;หน้าที่&amp;nbsp;พิธีการต่างๆ&amp;nbsp;ให้แก่หน่วยงานและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ได้รับผิดชอบในการดำเนินการเพื่อให้เกิดความเรียบร้อยต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>2/12/2021</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำพูน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211202184654873</Link_News></row>
<row _id="28"><NewsTitle>จังหวัดอุตรดิตถ์ มอบตราสัญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) สับปะรดห้วยมุ้น  แก่เกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดในพื้นที่อำเภอน้ำปาด 71 ราย</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายผล&amp;nbsp;ดำธรรม&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานมอบหนังสืออนุญาตให้ใช้ตราสัญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&amp;nbsp;(GI)&amp;nbsp;ไทย&amp;nbsp;สับปะรดห้วยมุ่น&amp;nbsp;(สายพันธ์ปัตตาเวีย)&amp;nbsp;แก่เกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดในพื้นที่อำเภอน้ำปาดจำนวน&amp;nbsp;71&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เป็นการต่ออายุขอใช้ตราครั้งที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;65&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และขอใช้ตราครั้งแรก&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;โดยสินค้าที่ขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&amp;nbsp;(GI)&amp;nbsp;จะเป็นผลไม้ที่มีเอกลักษณ์&amp;nbsp;ลักษณะพิเศษโดดเด่น&amp;nbsp;ซึ่งมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว&amp;nbsp;รสชาติหวาน&amp;nbsp;แตกต่างจากแหล่งปลูกพื้นที่อื่นๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สับปะรดห้วยมุ่น&amp;nbsp;หมายถึงสับปะรดพันธุ์ปัตตาเวีย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่มีผิวบาง&amp;nbsp;ตาตี้น&amp;nbsp;เนื้อหนานิ่มสีเหมือนน้ำผึ้ง&amp;nbsp;รสชาติหวานหอม&amp;nbsp;ฉ่ำน้ำ&amp;nbsp;ไม่ระคายลิ้น&amp;nbsp;ซึ่งปลูกในเขตพื้นที่ตำบลห้วยมุ่นและตำบลน้ำไผ่ของอำเภอน้ำปาด&amp;nbsp;จังหวัดอุตรดิตถ์&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;จึงเปรียบเสมือนแบรนด์ของท้องถิ่นที่บ่งบอกถึงคุณภาพและแหล่งที่มาของสินค้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับสับประรดห้วยมุ่น&amp;nbsp;(สายพันธ์ปัตตาเวีย)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์&amp;nbsp;มีเกษตรกรปลูกในพื้นที่อำเภอท่าปลา&amp;nbsp;อำเภอบ้านโคก&amp;nbsp;อำเภอเมืองและอำเภอน้ำปาด&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;991&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;21,657&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;นี้คาดว่าจะให้ผลผลิตรรม&amp;nbsp;72,094&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;และในช่วงเดือนธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;นี้คาดว่าผลผลิตจะออกสู่ท้องตลาด&amp;nbsp;3,604&amp;nbsp;ตัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>3/12/2021</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>อุตรดิตถ์</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุตรดิตถ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211203103028018</Link_News></row>
<row _id="29"><NewsTitle>เร่งสอบข้อเท็จจริงและพิจารณาโทษตามกฏหมายแก่ผู้ทำทารุณกรรมแมวจรจัดส้มฉุน โซดาและครอบครัว</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสัตวแพทย์สรวิศ&amp;nbsp;ธานีโต&amp;nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตามที่มีนำเสนอข่าวตามสื่อออนไลน์เป็นที่สนใจของสังคม&amp;nbsp;ประเด็นขอความเป็นธรรมให้แก่ลูกแมวจรจัด&amp;nbsp;ส้มฉุน&amp;nbsp;และโซดา&amp;nbsp;กรณีถูกทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัสและถึงแก่ความตาย&amp;nbsp;โดยอยากให้กรมปศุสัตว์เร่งสอบสวนหาสาเหตุข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฏหมายพิจารณาโทษแก่ผู้กระทำความผิดนั้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะนี้&amp;nbsp;พนักงานเจ้าหน้าที่ของกรมปศุสัตว์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เร่งดำเนินการสอบสวนหาข้อเท็จจริงทันที&amp;nbsp;โดยได้สอบถามไปยังผู้โพสต์ข้อความตามที่เป็นข่าว&amp;nbsp;ทราบว่าเหตุเกิดในวันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;บริเวณร้านค้าหน้าร้านสะดวกซื้อ&amp;nbsp;ตลาดรุ่งเจริญ&amp;nbsp;แขวงบางโพงพาง&amp;nbsp;เขตยานนาวา&amp;nbsp;กทม.&amp;nbsp;มีผู้พบเห็นแมวบาดเจ็บ&amp;nbsp;คาดว่าถูกแม่ค้าขายของในตลาดสดใช้ไม้ตี&amp;nbsp;และใช้โซดาไฟสาดใส่แม่แมวและลูกแมว&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;เป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส&amp;nbsp;จากนั้นเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สถานที่เกิดเหตุ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากการสอบสวนข้อเท็จจริงพบว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผู้ให้การช่วยเหลือแมวดังกล่าว&amp;nbsp;ได้ให้รายละเอียดว่าในวันเกิดเหตุคือวันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;มีผู้มาบอกว่าแมวถูกทำร้ายจึงได้ออกไปดู&amp;nbsp;ปรากฎว่าพบลูกแมวและแม่แมวจรจัดที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นได้รับบาดเจ็บจากการถูกตีและถูกสาดด้วยโซดาไฟ&amp;nbsp;จึงนำแมวทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ไปรักษา&amp;nbsp;โรงพยาบาลสัตว์แห่งหนึ่ง&amp;nbsp;ซึ่งต่อมาลูกแมวชื่อส้มฉุนได้เสียชีวิต&amp;nbsp;ส่วนลูกแมวที่ชื่อโซดายังคงรักษาตัวอยู่&amp;nbsp;สำหรับแม่แมวเมื่อพบว่าปลอดภัยดีแล้ว&amp;nbsp;ได้ส่งให้สถานสงเคราะห์สัตว์นำไปเลี้ยงดู&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ข้อมูลจากผู้ขายของในตลาด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ซึ่งอยู่บริเวณดังกล่าวในฐานะพยานรอบด้าน&amp;nbsp;ทั้งหมดให้ข้อมูลสอดคล้องกันว่าขณะเกิดเหตุไม่มีผู้ใดเห็นเหตุการณ์ดังกล่าวชัดเจน&amp;nbsp;เพียงแต่ได้ยินเสียงแมวร้องและเห็นว่ามีแมวที่มีแผลตามตัววิ่งหนีออกมา&amp;nbsp;ต่อมา&amp;nbsp;ผู้ให้ความช่วยเหลือแมวดังกล่าวจึงได้ไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลบางโพงพาง&amp;nbsp;เพื่อให้สอบสวนและดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด&amp;nbsp;ตามมาตรา&amp;nbsp;20&amp;nbsp;พระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์&amp;nbsp;พ.ศ.2557&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;หลังจากนั้นพนักงานเจ้าหน้าที่ของกรมปศุสัตว์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เดินทางไปที่สถานีตำรวจนครบาลบางโพงพาง&amp;nbsp;เพื่อติดตามความก้าวหน้าทางคดีกับพนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบคดีนี้&amp;nbsp;ทราบว่า&amp;nbsp;คดีความอยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานทั้งหลักฐานจากคลิปวิดีโอหน้าร้านสะดวกซื้อและหลักฐานจากการสอบปากคำผู้แจ้งความร้องทุกข์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;โดยพนักงานสอบสวนได้นัดหมายให้สัตวแพทย์ผู้ทำการรักษาแมวไปให้รายละเอียดในวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;จึงจะสรุปรายละเอียดทำสำนวนส่งอัยการพิจารณานำส่งฟ้องศาลพิจารณาความผิดตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>3/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211203153930222</Link_News></row>
<row _id="30"><NewsTitle>จังหวัดลำพูน เดินหน้ามอบสมุดประจำตัว แก่ผู้ได้รับการคัดเลือกให้ทำกินในชุมชน พื้นที่ตำบลศรีบัวบาน อำเภอเมืองลำพูน จำนวน 80 ราย ตามนโยบายรัฐบาล เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนด้านที่ดินทำกิน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(3&amp;nbsp;ธ.ค.64)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่อาคารส่งเสริมและฝึกอบรม&amp;nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;นายวรยุทธ&amp;nbsp;เนาวรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;เป็นประธานมอบสมุดประจำตัวผู้ได้รับการคัดเลือกให้ทำกินในชุมชน&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตามนโยบายรัฐบาล&amp;nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;ป่าแม่ธิ-&amp;nbsp;แม่ตีบ-แม่สาร&amp;nbsp;ตำบลศรีบัวบาน&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายชาตรี&amp;nbsp;กิตติธนดิตถ์&amp;nbsp;ปลัดจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;พร้อมด้วยนายดุสิต&amp;nbsp;บริสุทธิ์ศรี&amp;nbsp;เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;นายโยธิน&amp;nbsp;ประสงค์ความดี&amp;nbsp;นายอำเภอเมืองลำพูน&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โอกาสนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการได้ร่วมกันมอบสมุดประจำตัวฯ&amp;nbsp;ให้แก่ประชาชนผู้ที่ได้รับการคัดเลือกในพื้นที่&amp;nbsp;ตำบลศรีบัวบาน&amp;nbsp;ในหมู่ที่&amp;nbsp;1,&amp;nbsp;2,&amp;nbsp;7&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;12&amp;nbsp;รวมจำนวน&amp;nbsp;80&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;109&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ไม่มีที่ดินทำกิน&amp;nbsp;หรือมีไม่เพียงพอ&amp;nbsp;ช่วยให้มีที่ดินทำกินอย่างถูกต้อง&amp;nbsp;เป็นการสร้างอาชีพ&amp;nbsp;สร้างรายได้&amp;nbsp;ประชาชนมีความมั่นคงในการ&amp;nbsp;ดำรงชีวิต&amp;nbsp;และนำไปสู่การขยายแนวพระราชดำริในการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;รวมไปถึงหลักทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;โคก&amp;nbsp;หนองนา&amp;nbsp;โมเดล&amp;nbsp;อันเป็นการแก้ไขปัญหาความยากจนตามนโยบายของรัฐบาล&amp;nbsp;และได้ร่วมกันมอบต้นกล้าผักและเมล็ดพันธุ์ผักให้แก่ประชาชน&amp;nbsp;เพื่อนำไปปลูกและขยายพันธุ์ผักตามครัวเรือนของตนเองอีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายดุสิต&amp;nbsp;บริสุทธิ์ศรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;เผยว่า&amp;nbsp;คณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ได้รับมอบพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;"ป่าแม่ธิ-แม่ตีบ-แม่สาร"&amp;nbsp;ในท้องที่ตำบลมะเขือแจ้&amp;nbsp;และตำบลศรีบัวบาน&amp;nbsp;อำเภอเมืองลำพูน&amp;nbsp;ตำบลห้วยยาบ&amp;nbsp;และตำบลบ้านธิ&amp;nbsp;อำเภอบ้านธิ&amp;nbsp;เนื้อที่&amp;nbsp;7,532-1-54&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เป้าหมาย&amp;nbsp;1,888&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;เพื่อนำมาจัดที่ดินให้แก่ราษฎร&amp;nbsp;ตามนโยบายรัฐบาล&amp;nbsp;โดยคัดเลือกบุคคลตามหลักเกณฑ์และคุณสมบัติของบุคคล&amp;nbsp;ตามที่คณะอนุกรรมการจัดที่ดินกำหนดไว้&amp;nbsp;เมื่อการดำเนินการแล้วเสร็จ&amp;nbsp;ผลปรากฏว่ามีผู้ที่ได้รับคัดเลือกให้ทำกินในชุมชน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,207&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;1,486&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;เนื้อที่&amp;nbsp;5,547-1-97&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;คิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;78.71&amp;nbsp;ของพื้นที่เป้าหมาย&amp;nbsp;ซึ่งจะต้องมอบสมุดประจำตัว&amp;nbsp;ให้แก่ผู้ได้รับคัดเลือกให้ทำกินในชุมชนไว้เป็นหลักฐานต่อไปและเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;จึงเป็นการสมควรจัดพิธีมอบสมุดประจำตัวฯ&amp;nbsp;ออกเป็น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;ในวันนี้เป็นครั้งที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เพื่อมอบให้แก่ประชาชนตำบลศรีบัวบานในวันนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวรยุทธ&amp;nbsp;เนาวรัตน์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;สำหรับวันนี้เป็นการมอบสมุดประจำตัวผู้ได้รับคัดเลือกให้ทำกิน&amp;nbsp;การจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน&amp;nbsp;เป็นนโยบายรัฐบาล&amp;nbsp;พลเอกประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีที่ต้องการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ไม่มีที่ดินทำกิน&amp;nbsp;หรือมีที่ดินแต่ไม่เพียงพอ&amp;nbsp;ช่วยให้มีที่ดินทำกินอย่างถูกต้อง&amp;nbsp;เพื่อเป็นการสร้างอาชีพ&amp;nbsp;สร้างรายได้ให้ประชาชนมีความมั่นคงในการดำรงชีวิต&amp;nbsp;คณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;โดยผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;เป็นประธานอนุกรรมการ&amp;nbsp;ได้รับมอบพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;"ป่าแม่ธิ-แม่ตีบ-แม่สาร"&amp;nbsp;ท้องที่ตำบลมะเขือแจ้&amp;nbsp;และตำบลศรีบัวบาน&amp;nbsp;อำเภอเมืองลำพูน&amp;nbsp;ตำบลห้วยยาบ&amp;nbsp;และตำบลบ้านธิ&amp;nbsp;อำเภอบ้านธิ&amp;nbsp;เนื้อที่&amp;nbsp;7,532-1-54&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เป้าหมาย&amp;nbsp;1,888&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;เพื่อนำมาจัดที่ดินโดยพิจารณาคัดเลือกบุคคลตามหลักเกณฑ์และคุณสมบัติของบุคคล&amp;nbsp;ตามที่คณะอนุกรรมการจัดที่ดินกำหนดไว้&amp;nbsp;และขอให้มั่นใจได้ว่าได้ผ่านกระบวนการพิจารณาให้ความเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;โดยได้ตรวจสอบ&amp;nbsp;และคัดกรองคุณสมบัติบุคคลจากคณะทำงานในพื้นที่&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;อย่างถูกต้อง&amp;nbsp;โปร่งใส&amp;nbsp;เป็นธรรม&amp;nbsp;สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;คทช.&amp;nbsp;ที่มุ่งเน้นการดำเนินการในด้านการจัดที่ดินให้ประชาชนที่ด้อยโอกาสอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม&amp;nbsp;โดยผู้ที่ได้รับคัดเลือกผ่านความเห็นชอบจาก&amp;nbsp;คทช.จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;แล้วจำนวน&amp;nbsp;1,486&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;เนื้อที่&amp;nbsp;5,547-1-97&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ซึ่งการจัดพิธีมอบสมุดประจำตัวในวันนี้&amp;nbsp;จัดขึ้นเป็นครั้งที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;80&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;109&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;เนื่องด้วยสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19&amp;nbsp;จึงต้องจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วม&amp;nbsp;ในโอกาสนี้ขอขอบคุณคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ที่ช่วยกันขับเคลื่อนให้การจัดที่ดินสำเร็จลุล่วงด้วยดี&amp;nbsp;และขอขอบคุณประชาชน&amp;nbsp;ผู้บริหารท้องถิ่น&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;ที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>3/12/2021</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำพูน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211203111918062</Link_News></row>
<row _id="31"><NewsTitle>ภาพรวมการดำเนินงาน โครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่รอบปีที่ผ่านมา</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายขจร&amp;nbsp;เราประเสริฐ&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำหรับการดำเนินงานโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ได้เน้นการพัฒนาการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&amp;nbsp;การบริหารจัดการกลุ่ม&amp;nbsp;การเชื่อมโยงการตลาด&amp;nbsp;ในขณะที่การดำเนินงานในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จะเน้นไปที่การพัฒนาด้านลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&amp;nbsp;การพัฒนาศักยภาพของเกษตรกรสู่&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;และความเข้มแข็งของเกษตรกลุ่ม/องค์กรวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;การทำตลาดและการเชื่อมโยง&amp;nbsp;และต่อยอด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปัจจุบันมีแปลงใหญ่รวม&amp;nbsp;8,319&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;เกษตรกรรวม&amp;nbsp;467,456&amp;nbsp;ราย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พื้นที่รวมกว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;แสนไร่&amp;nbsp;สำหรับการรับรองมาตรฐานการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;เกษตรกรแปลงใหญ่ได้รับการรับรองมาตรฐานแล้วรวม&amp;nbsp;183,647&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ส่วนผลการดำเนินงานของโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&amp;nbsp;ปัจจุบันพบว่า&amp;nbsp;มีกลุ่มแปลงใหญ่ที่แจ้งเข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น&amp;nbsp;3,381&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เนื่องจากคณะกรรมการเครือข่ายแปลงใหญ่จะหมดวาระลง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในวันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;จึงจะต้องมีการคัดเลือกคณะกรรมการเครือข่ายแปลงใหญ่ชุดใหม่&amp;nbsp;ซึ่งจะมีวาระการดำรงตำแหน่งระหว่างปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;2567&amp;nbsp;ในทุกระดับ&amp;nbsp;โดยระดับอำเภอ&amp;nbsp;ซึ่งจะคัดเลือกจากประธานแปลงใหญ่ภายในอำเภอ&amp;nbsp;ระดับจังหวัด&amp;nbsp;จะต้องดำเนินการจัดตั้งคณะกรรมการเครือข่ายแปลงใหญ่ก่อน&amp;nbsp;จึงมีการเลือกตั้งประธานแปลงใหญ่ระดับจังหวัดได้&amp;nbsp;โดยสำนักงานเกษตรจังหวัด&amp;nbsp;และสำนักงานเกษตรพื้นที่กรุงเทพมหานครทำหน้าที่ช่วยในการประสานงาน&amp;nbsp;ระดับเขต&amp;nbsp;จะต้องดำเนินการจัดตั้งคณะกรรมการเครือข่ายแปลงใหญ่&amp;nbsp;และมีการเลือกตั้งประธานแปลงใหญ่ระดับเขต&amp;nbsp;โดยมีสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;-6&amp;nbsp;ทำหน้าที่ประสานงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ระดับประเทศ&amp;nbsp;สำนักส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;จะดำเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการเครือข่ายแปลงใหญ่&amp;nbsp;และเลือกตั้งประธานแปลงใหญ่ระดับประเทศ&amp;nbsp;รวมถึงการรวบรวมรายชื่อผู้ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นคณะกรรมการเครือข่ายแปลงใหญ่ระดับจังหวัด&amp;nbsp;ระดับเขต&amp;nbsp;ระดับประเทศ&amp;nbsp;และที่ปรึกษาคณะกรรมการเครือข่าย&amp;nbsp;แปลงใหญ่&amp;nbsp;เพื่อจัดทำคำสั่งแต่งตั้งเสนออธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรเพื่อพิจารณาลงนามแต่งตั้งต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>3/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211203153558216</Link_News></row>
<row _id="32"><NewsTitle>เกษตรจังหวัดภูเก็ต สนับสนุนพันธุ์พืชแก่เกษตรกรชาวเกาะมะพร้าว กว่า 1,000 ต้น สร้างความมั่นคงทางอาหาร พร้อมเป็นต้นแบบการทำเกษตรพึ่งพาตนเอง ตามแนวทางเกาะมะพร้าว โมเดล</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกษตรจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;สนับสนุนพันธุ์พืชแก่เกษตรกรชาวเกาะมะพร้าว&amp;nbsp;กว่า&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สร้างความมั่นคงทางอาหาร&amp;nbsp;พร้อมเป็นต้นแบบการทำเกษตรพึ่งพาตนเอง&amp;nbsp;ตามแนวทางเกาะมะพร้าว&amp;nbsp;โมเดล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายณรงค์&amp;nbsp;วุ่นซิ้ว&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;พร้อมด้วยเกษตรจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;ลงพื้นที่เกาะมะพร้าว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ตำบลเกาะแก้ว&amp;nbsp;อำเภอเมืองภูเก็ต&amp;nbsp;เพื่อมอบพันธุ์พืช&amp;nbsp;ซึ่งเป็นปัจจัยการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;พร้อมพบปะเกษตรกรและผู้นำชุมชน&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;โรงเรียนเกาะมะพร้าว&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตำบลเกาะแก้ว&amp;nbsp;อำเภอเมืองภูเก็ต&amp;nbsp;ซึ่งเกาะมะพร้าว&amp;nbsp;เป็นหมู่บ้านที่เป็นเกาะ&amp;nbsp;ห่างจากตัวจังหวัดภูเก็ตไปประมาณ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;มีพื้นที่ทั้งหมด&amp;nbsp;2,620&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;แบ่งเป็นพื้นที่เกษตร&amp;nbsp;489&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;มีครัวเรือน&amp;nbsp;226&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพรับจ้าง&amp;nbsp;ประมงชายฝั่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีสินค้าเกษตรที่สำคัญ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ยางพารา&amp;nbsp;มะพร้าว&amp;nbsp;ทุเรียน&amp;nbsp;และกล้วยหอม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยเป็นการทำเกษตรแบบผสมผสาน&amp;nbsp;มีท่าเรือ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ท่าเรือหน้าหาด&amp;nbsp;ที่เป็นท่าเรือคอยต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางจากภูเก็ต&amp;nbsp;ส่วนอีกแห่งคือท่าเรือหน้าบ้าน&amp;nbsp;เป็นท่าเรือขนส่งสินค้าของชาวประมงในพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับ&amp;nbsp;การมอบพันธุ์พืชที่มอบกว่า&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;ต้นในครั้งนี้&amp;nbsp;ประกอบด้วย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผักเหมียง&amp;nbsp;มะพร้าวน้ำหอม&amp;nbsp;มะนาวเหลือง&amp;nbsp;และปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ด&amp;nbsp;ปุ๋ยรองก้นหลุม&amp;nbsp;ปุ๋ยสูตรต่างๆ&amp;nbsp;กว่า&amp;nbsp;20&amp;nbsp;กระสอบ&amp;nbsp;มอบให้แก่เกษตรกร&amp;nbsp;52&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ซึ่งเป็นสิ่งที่เกษตรกรชาวเกาะมะพร้าวมีความต้องการอย่างมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายณรงค์&amp;nbsp;วุ่นซิ้ว&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;เกาะมะพร้าว&amp;nbsp;มีผู้ประกอบการโรงแรม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ซึ่งเป็นโรงแรมระดับ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ดาว&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;จึงอยากให้ประชาชนที่อาศัยบนเกาะมะพร้าวมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&amp;nbsp;ด้วยการส่งเสริมให้ประชาชนบนเกาะมะพร้าว&amp;nbsp;ปลูกผักให้มีเพียงพอต่อการบริโภค&amp;nbsp;หากเหลือจากบริโภคสามารถนำส่งขายให้กับโรงแรมที่ตั้งอยู่บนเกาะมะพร้าว&amp;nbsp;ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งอาชีพทางเลือกในการสร้างรายได้&amp;nbsp;ที่นอกจากอาชีพหลัก&amp;nbsp;จะช่วยเสริมสร้างรายได้&amp;nbsp;สร้างความเป็นอยู่ให้กับประชาชนเกาะมะพร้าวในระยะยาวอย่างมั่นคง&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;มีแนวคิดในการพัฒนาบ้านเกาะมะพร้าว&amp;nbsp;ให้เป็นต้นแบบการทำเกษตรในรูปแบบการพึ่งพาตนเอง&amp;nbsp;ตามแนวทางเกาะมะพร้าว&amp;nbsp;โมเดล&amp;nbsp;เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp;พัฒนาคน&amp;nbsp;พัฒนาท้องถิ่น&amp;nbsp;ที่มั่นคง&amp;nbsp;และยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>3/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ภูเก็ต</Province><Department>สวท.ภูเก็ต</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211203132243108</Link_News></row>
<row _id="33"><NewsTitle>ยืนยันคุมเข้มกระบวนการผลิตกุ้งทะเลไทยด้วยมาตรฐาน ความปลอดภัย ห่วงใยต่อสิ่งแวดล้อม ขอผู้บริโภคมั่นใจ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;สุวรรณรักษ์&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมประมง&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2556&amp;nbsp;สถานการณ์การผลิตกุ้งทะเลของไทยประสบวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของโรคตายด่วน&amp;nbsp;ส่งผลให้ผลผลิตกุ้งทะเลของไทยลดลงเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;ประกอบกับยังคงพบการระบาดของโรคกุ้งทะเลชนิดอื่น&amp;nbsp;จึงทำให้ผลผลิตกุ้งทะเลของไทยฟื้นตัวไม่มากนัก&amp;nbsp;แต่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หากแต่ในปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;และปี&amp;nbsp;2564&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผลผลิตกุ้งทะเลมีปริมาณลดลงเล็กน้อย&amp;nbsp;ซึ่งปัจจัยหนึ่งเป็นผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;โดยในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;มีปริมาณผลผลิตรวมโดยประมาณ&amp;nbsp;257,000&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;จากปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบกุ้งทะเลที่ผ่านมา&amp;nbsp;ผู้ประกอบการห้องเย็นและโรงงานแปรรูปจึงหาแนวทางแก้ไขปัญหาโดยการนำเข้าวัตถุดิบกุ้งทะเลจากต่างประเทศเฉพาะช่วงเวลาและปริมาณผลผลิตภายในประเทศที่มีปริมาณน้อย&amp;nbsp;เพื่อให้อุตสาหกรรมกุ้งทะเลไทยสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้และยังคงมีศักยภาพทางการแข่งขันในระดับโลก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;กรมประมง&amp;nbsp;กำหนดเป้าหมายและกิจกรรมการดำเนินงาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รวมทั้งหมด&amp;nbsp;27&amp;nbsp;กิจกรรมครอบคลุมการดำเนินงานตลอดห่วงโซ่การผลิต&amp;nbsp;ตั้งแต่ต้นน้ำ&amp;nbsp;กลางน้ำ&amp;nbsp;และปลายน้ำ&amp;nbsp;โดยมุ่งหวังว่า&amp;nbsp;ผลผลิตกุ้งทะเลของไทยจะสามารถกลับฟื้นคืนมาอยู่ในระดับ&amp;nbsp;400,000&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;และร่วมกันผลักดันให้โรงเพาะฟักฯ&amp;nbsp;ทุกแห่งผลิตลูกพันธุ์กุ้งทะเลที่ได้คุณภาพ&amp;nbsp;ปลอดโรคและผลผลิตกุ้งทะเลปลอดสารตกค้าง&amp;nbsp;ควบคู่กับการส่งเสริมให้ฟาร์มเลี้ยงทุกแห่งได้รับการรับรองมาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;ภายในปี&amp;nbsp;2567&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>3/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211203151817189</Link_News></row>
<row _id="34"><NewsTitle>เกษตรและสหกรณ์จังหวัดชัยภูมิ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วานนี้&amp;nbsp;(2&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;นายเจษฎา&amp;nbsp;ขวัญแก้ว&amp;nbsp;รักษาราชการแทน&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดชัยภูมิ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วยนางสาวทิพย์วรรณ&amp;nbsp;อรุณศรี&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์พัฒนาการเกษตร&amp;nbsp;และเกษตรตำบล&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอจัตุรัส&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดชัยภูมิ&amp;nbsp;ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;จังหวัดชัยภูมิ&amp;nbsp;รายของนางปราณี&amp;nbsp;คงด้วง&amp;nbsp;ในเขตพื้นที่&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ตำบลส้มป่อย&amp;nbsp;อำเภอจัตุรัส&amp;nbsp;จังหวัดชัยภูมิ&amp;nbsp;ที่ประสบอุทกภัยที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เพื่อสร้างขวัญและกำลังให้แก่เกษตรกรและจะผลักดันให้หน่วยงานงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในเขตพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ&amp;nbsp;ได้เข้ามาปรับปรุงรูปแบบแปลงและให้การช่วยเหลือ&amp;nbsp;ตลอดจนให้สนับสนุนการดำเนินการโครงการฯ&amp;nbsp;ให้เกิดเป็นแปลงต้นแบบการทำเกษตรทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;ตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;ของอำเภอจัตุรัส&amp;nbsp;จังหวัดชัยภูมิต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>3/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ชัยภูมิ</Province><Department>สวท.ชัยภูมิ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211203173017338</Link_News></row>
<row _id="35"><NewsTitle>จ.สุพรรณบุรีจัดกิจกรรม นวัตกรรมหว่านวันแม่ เกี่ยววันพ่อ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(3&amp;nbsp;ธ.ค.&amp;nbsp;64)&amp;nbsp;ที่ศูนย์สัมมาชีพต้นแบบเกษตรผสมผสานตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ต.หนองราชวัตร&amp;nbsp;อ.หนองหญ้าไซ&amp;nbsp;จ.สุพรรณบุรี&amp;nbsp;นายณัฐภัทร&amp;nbsp;สุวรรณประทีป&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรม&amp;nbsp;นวัตกรรมหว่านวันแม่&amp;nbsp;เกี่ยววันพ่อ&amp;nbsp;เพื่อสืบสานประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงาม&amp;nbsp;อาชีพการทำนาซึ่งเป็นอาชีพที่หล่อเลี้ยงคนไทยมายาวนาน&amp;nbsp;รวมทั้งเพื่อเป็นการปลูกฝัง&amp;nbsp;ส่งเสริมการเรียนรู้เกี่ยวกับการทำนาแก่เยาวชนคนรุ่นใหม่และผู้สนใจ&amp;nbsp;โดยกิจกรรมดังกล่าวได้เพาะปลูกข้าวสายพันธุ์หอมมะลิ&amp;nbsp;105&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;โดยสภาเกษตรกรจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;บูรณาการร่วมกับสมาคมศิษย์เก่าคณะเทคโนโลยีการเกษตร&amp;nbsp;สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง&amp;nbsp;และสมาคมเกษตรปลอดภัย&amp;nbsp;เพื่อแปรรูปเป็นข้าวสารและน้อมเกล้าถวาย&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(32,&amp;nbsp;33,&amp;nbsp;36);"&gt;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&amp;nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&amp;nbsp;สยามบรมราชกุมารี&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การดำเนินกิจกรรมได้ครบกำหนดการเก็บเกี่ยวในวันนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งมีกิจกรรมที่เป็นประเพณีโบราณสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่น&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;การเก็บเกี่ยวช้าว&amp;nbsp;พิธีรับขวัญข้าวเข้าบ้าน&amp;nbsp;การตำข้าวเม่า&amp;nbsp;เผาข้าวหลาม&amp;nbsp;เป็นการสืบสาน&amp;nbsp;รักษา&amp;nbsp;และต่อยอด&amp;nbsp;ตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&amp;nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&amp;nbsp;บรมนาถบพิตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การวิจัยและพัฒนาเพิ่มมูลค่าไผ่&amp;nbsp;ระหว่างสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;กับวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสุพรรณบุรี&amp;nbsp;อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>3/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>กาญจนบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211203191647388</Link_News></row>
<row _id="36"><NewsTitle>ส้มจุก ผลไม้ยืนหนึ่งของอำเภอจะนะ ผลไม้เศรษฐกิจ ปลอดสารพิษ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส้มจุก&amp;nbsp;ผลไม้ประจำท้องถิ่น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และมีชื่อเสียงมาตั้งแต่อดีตอยู่คู่กับอำเภอจะนะ&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;มากว่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;แต่ปัจจุบันเริ่มสูญหายไป&amp;nbsp;เพราะทางเลือกการเพาะปลูกของเกษตรที่มีมากขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทำให้ส้มจุกกลายเป็นพืชที่เกือบจะถูกลืม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่สวนของบังนี&amp;nbsp;หรือนายดนกอนี&amp;nbsp;เหลาะหมาน&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;53&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้ปรับพื้นที่จากสวนยางพารา&amp;nbsp;หันมาปลูกส้มจุก&amp;nbsp;พันธุ์พื้นเมือง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;กว่า&amp;nbsp;400&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;ซึ่งได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าในพื้นที่และต่างจังหวัดและส่งจำหน่ายในราคาสูง&amp;nbsp;โดยคุณภาพเกรด&amp;nbsp;A&amp;nbsp;จะจำหน่ายในกิโลกรัมละ&amp;nbsp;200&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เกรด&amp;nbsp;B&amp;nbsp;180&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และเกรด&amp;nbsp;C&amp;nbsp;150&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส้มจุกจะนะ&amp;nbsp;มีลักษณะที่แตกต่างจากส้มพันธุ์ทั่วๆไปคือ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;บริเวณขั้วของผลจะมีเปลือกนูนสูงคล้ายจุก&amp;nbsp;จึงถูกเรียกว่าส้มจุก&amp;nbsp;ด้วยรสชาติที่เป็นอัตลักษณ์เฉพาะตัว&amp;nbsp;ผิวส้มมีกลิ่นหอม&amp;nbsp;รสหวานอมเปรี้ยว&amp;nbsp;ไม่หวานจัดและยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์หรือ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;GI&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับความพิเศษที่มั่นใจได้ว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สวนส้มจุกของบังนี&amp;nbsp;ให้ได้มากกว่าคุณภาพคือ&amp;nbsp;ปลอดสารพิษ&amp;nbsp;และดูแลโดยยึดธรรมชาติเป็นหลัก&amp;nbsp;นอกเหนือจากจำหน่ายผลสุกที่ต้องสั่งจองข้ามปีแล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ยังจำหน่ายกิ่งพันธุ์ส้มจุก&amp;nbsp;เพื่อนำไปขยายพันธุ์และเป็นการอนุรักษ์พันธุ์ส้มจุกจะนะให้คงอยู่สู่รุ่นลูกรุ่นหลานต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;ส้มจุกจะนะถือเป็นผลไม้เศรษฐกิจ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่มีความต้องการในตลาดเป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จำหน่ายได้ในราคาดีและเป็นพืชอัตลักษณ์ที่สร้างชื่อเสียงให้แก่อำเภอจะนะอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>4/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211204110100518</Link_News></row>
<row _id="37"><NewsTitle>แพะ-โคทั่วประเทศ ร่วมงานประกวดงานมหกรรมการเกษตร-อุตสาหกรรม ครั้งที่ 16 ที่สุพรรณบุรี เป็นจำนวนมาก</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เช้าวันนี้&amp;nbsp;(4&amp;nbsp;ธ.ค.64)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่สนามกีฬาพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์&amp;nbsp;อ.ดอนเจดีย์&amp;nbsp;จ.สุพรรณบุรี&amp;nbsp;นายจองชัย&amp;nbsp;เที่ยงธรรม&amp;nbsp;อดีต&amp;nbsp;รมช.คมนาคม&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการมหกรรมการเกษตร-อุตสาหกรรม&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายกิตติพงษ์&amp;nbsp;แย้มมี&amp;nbsp;นอภ.ดอนเจดีย์&amp;nbsp;นายวิทยา&amp;nbsp;บุณยพัชรินทร์&amp;nbsp;ประธานที่ปรึกษาพิเศษ&amp;nbsp;นายก&amp;nbsp;อบจ.สุพรรณบุรี&amp;nbsp;นายเธียรินทร์&amp;nbsp;ปัทมนิรันดร์กุล&amp;nbsp;รองปลัด&amp;nbsp;อบจ.สุพรรณบุรี&amp;nbsp;นายจตุพร&amp;nbsp;อุ่นวิจิตร&amp;nbsp;ส.อบจ.อ.บางปลาม้า&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;และผู้ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมพิธี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยนายเธียรินทร์&amp;nbsp;ปัทมนิรันดร์กุล&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน&amp;nbsp;ว่าเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช&amp;nbsp;อีกทั้งให้เกษตรกรได้ศึกษาการคัดเลือกพันธุ์ในสภาพที่เป็นจริง&amp;nbsp;ได้ศึกษาองค์ความรู้ด้านการปรับปรุงพันธุ์&amp;nbsp;ด้านการจัดการฟาร์ม&amp;nbsp;ด้านอาหารสัตว์&amp;nbsp;จากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน&amp;nbsp;เกษตรกรได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์&amp;nbsp;ข้อคิดเห็นและมีส่วนร่วมในกิจกรรม&amp;nbsp;ส่งเสริม&amp;nbsp;สนับสนุนให้เกษตรกรเลี้ยงแพะเพิ่มรายได้&amp;nbsp;ซึ่งมีการจัดประกวดแพะจำนวน&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ประเภท&amp;nbsp;โดยฟาร์มที่ชนะการประกวดในแต่ละประเภทจะได้รับเงินรางวัล&amp;nbsp;พร้อมถ้วยรางวัลจาก&amp;nbsp;นายจองชัย&amp;nbsp;เที่ยงธรรม&amp;nbsp;อดีต&amp;nbsp;รมช.คมนาคม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายวิทยา&amp;nbsp;บุณยพัชรินทร์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประธานที่ปรึกษาพิเศษ&amp;nbsp;นายก&amp;nbsp;อบจ.&amp;nbsp;สุพรรณบุรี&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;งานดังกล่าวจัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;แล้ว&amp;nbsp;สองปีที่ผ่านมาต้องงดจัด&amp;nbsp;เพราะสถานการณ์โรคโควิด-19&amp;nbsp;ทำให้ต้องระงับไป&amp;nbsp;แต่ในขณะนี้สถานการณ์ในจังหวัดเริ่มคลี่คลายและดีขึ้นเรื่อยๆ&amp;nbsp;จึงได้ดำเนินการขอจัดงานไปยังนายณัฐภัทร&amp;nbsp;สุวรรณประทีป&amp;nbsp;ผวจ.สุพรรณบุรี&amp;nbsp;รวมถึงปศุสัตว์จังหวัด&amp;nbsp;และสาธารณสุขจังหวัด&amp;nbsp;ขณะนี้กระแสการเลี้ยงแพะกำลังเป็นที่นิยมของคนไทย&amp;nbsp;การตอบรับจากเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะดีมาก&amp;nbsp;เข้าร่วมงานกว่า&amp;nbsp;200&amp;nbsp;บูธ&amp;nbsp;เกษตรกรส่วนใหญ่มาจากทั่วประเทศ&amp;nbsp;ฉะนั้นทุกคนที่มาร่วมงานต้องปฏิบัติตามมาตรการของระบบสาธารณสุขอย่างเข้มงวด&amp;nbsp;เพื่อความปลอดภัยของตัวเองและผู้มาร่วมงาน&amp;nbsp;ภายในงานมีการซื้อขายอย่างคึกคัก&amp;nbsp;ขณะนี้ราคาตลาดวัวในประเทศปรับขึ้น&amp;nbsp;30-40&amp;nbsp;เปอร์เซ็นต์&amp;nbsp;ประเทศหลักที่หันมาสนใจฮินดูบราซิลมากคือประเทศกัมพูชา&amp;nbsp;และเวียดนาม&amp;nbsp;ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้&amp;nbsp;มีผู้ร่วมงานจำนวนมาก&amp;nbsp;จะช่วยทำให้เศรษฐกิจใน&amp;nbsp;จ.สุพรรณบุรี&amp;nbsp;คึกคัก&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นที่พัก&amp;nbsp;ร้านอาหาร&amp;nbsp;สถานที่ท่องเที่ยว&amp;nbsp;จะกระตุ้นให้ผู้ประกอบการเหล่านี้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังเปิดให้เกษตรกรนำต้นไม้ที่กำลังเป็นที่นิยมตอนนี้คือ&amp;nbsp;บอนสี&amp;nbsp;ไม้ด่าง&amp;nbsp;และอื่นๆ&amp;nbsp;อีกมากมาย&amp;nbsp;ร่วมจำหน่ายในงานนี้ด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>4/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สุพรรณบุรี</Province><Department>สวท.สุพรรณบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211204144527627</Link_News></row>
<row _id="38"><NewsTitle>ธ.ก.ส. พร้อมโอนเงินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 256465 เริ่มจ่าย 9-13 ธันวาคมนี้</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายกษาปณ์&amp;nbsp;เงินรวง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;(ธ.ก.ส.)&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;ได้เตรียมความพร้อมการจ่ายเงินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;(เพิ่มเติม)&amp;nbsp;โดยเร่งตรวจสอบข้อมูลเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมส่งเสริมการเกษตรและได้รับสิทธิ์&amp;nbsp;ให้เสร็จภายในวันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ธันวาคมนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;และเตรียมการโอนเงินให้กับเกษตรกรแต่ละรายตามสิทธิ์ที่ได้รับในวันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้นในวันที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ธันวาคมนี้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เงินดังกล่าวจะโอนเข้าบัญชีของเกษตรกรโดยตรง&amp;nbsp;โดยเฉพาะเกษตรกรในเขตพื้นที่ภาคเหนือ&amp;nbsp;ภาคกลาง&amp;nbsp;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;ภาคตะวันตกและภาคใต้&amp;nbsp;จำนวนประมาณ&amp;nbsp;7.7&amp;nbsp;แสนราย&amp;nbsp;ส่วนเกษตรกรในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;จะเริ่มโอนในวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;7.5&amp;nbsp;แสนราย&amp;nbsp;จากนั้นจะทยอยจ่ายตามรอบการผลิตที่แจ้งถึง&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;โดยคาดว่าในรอบวันที่&amp;nbsp;9-13&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จะสามารถโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรตามข้อมูลที่ได้รับและผ่านการประชุมของคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงฯ&amp;nbsp;งวดที่&amp;nbsp;3-7&amp;nbsp;รวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;3.58&amp;nbsp;ล้านราย&amp;nbsp;คิดเป็นเงินกว่า&amp;nbsp;64,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;จะเริ่มจ่ายในวันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;&amp;nbsp;17&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จะเริ่มจ่ายในวันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกษตรกรสามารถตรวจสอบผลการโอนเงินได้ทางแอปพลิเคชัน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;A-Mobile&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;และจะมีข้อความแจ้งเตือนเงินเข้าบัญชีผ่าน&amp;nbsp;LINE&amp;nbsp;Official&amp;nbsp;BAAC&amp;nbsp;Family&amp;nbsp;&amp;nbsp;กรณีที่ลูกค้าสมัครใช้บริการ&amp;nbsp;BAAC&amp;nbsp;Connect&amp;nbsp;รวมถึงสามารถเบิกถอนเงินสดผ่านตู้&amp;nbsp;ATM&amp;nbsp;&amp;nbsp;ของ&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;ทั่วประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>5/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211205122144840</Link_News></row>
<row _id="39"><NewsTitle>ห่วงชาวนา เตือนอาจประสบปัญหาข้าวกระทบหนาวจากอุณหภูมิลด แนะติดตามตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายชาตรี&amp;nbsp;บุญนาค&amp;nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการข้าว&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;กรมการข้าวมีความเป็นห่วงเกษตรกรที่ปลูกข้าว&amp;nbsp;เนื่องจากขณะนี้สภาพอากาศเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงหลายพื้นที่&amp;nbsp;มีอุณหภูมิลดต่ำลง&amp;nbsp;ทำให้ประสบกับปัญหาข้าวกระทบหนาว"&amp;nbsp;ส่งผลให้ได้ผลผลิตไม่เต็มที่&amp;nbsp;โดยพันธุ์ข้าวที่มีความอ่อนแอต่อสภาพอากาศหนาวเย็นนั้น&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;พันธุ์สุพรรณบุรี&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับข้าวทุกระยะ&amp;nbsp;เกษตรกรควรหมั่นตรวจแปลงนาและสังเกตความผิดปกติของต้นข้าว&amp;nbsp;เพื่อเตรียมรับสถานการณ์ที่จะเปลี่ยนแปลงได้อย่างทันท่วงที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับอาการของต้นข้าวที่ได้รับผลกระทบจากอากาศหนาวนั้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะประกอบด้วย&amp;nbsp;ข้าวไม่งอก&amp;nbsp;เติบโตช้า&amp;nbsp;เหลือง&amp;nbsp;ปลายรวงไม่พัฒนา&amp;nbsp;อายุยืดออกไป&amp;nbsp;เป็นหมันสูง&amp;nbsp;ออกรวงช้าและสุกแก่ไม่พร้อมกัน&amp;nbsp;แต่ผลกระทบส่วนใหญ่ที่พบทั่วไปคือ&amp;nbsp;เป็นหมันสูง&amp;nbsp;ออกรวงช้าและสุกแก่ไม่พร้อมกัน&amp;nbsp;โดยอาการเป็นหมันนั้นจะพบในช่วงวิกฤติในอุณหภูมิ&amp;nbsp;15&amp;nbsp;-?&amp;nbsp;17&amp;nbsp;องศาเซลเซียส&amp;nbsp;และจะพบอาการดังกล่าวในอุณหภูมิ&amp;nbsp;17&amp;nbsp;-?&amp;nbsp;19&amp;nbsp;องศาเซลเซียส&amp;nbsp;สำหรับพันธุ์ข้าวที่อ่อนแอต่ออากาศหนาว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;อุณหภูมิต่ำยังส่งผลกระทบให้การสังเคราะห์แสงของข้าวลดลงอย่างมาก&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หากอุณหภูมิของรากและอากาศต่างกัน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;-&amp;nbsp;7&amp;nbsp;องศาเซลเซียส&amp;nbsp;ซึ่งส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำตาลในใบข้าวด้วยและพันธุ์ข้าวที่อ่อนแอเมื่อกระทบต่ออุณหภูมิต่ำ&amp;nbsp;ปริมาณโปรตีนในอับเรณูของข้าวจะเปลี่ยนแปลงไปมากกว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เท่าและหากยังคงมีอากาศหนาวต่อเนื่อง&amp;nbsp;อาจส่งผลกระทบต่อการออกรวงและผลผลิต&amp;nbsp;แนวทางแก้ไขคือ&amp;nbsp;ฉีดพ่นฮอร์โมนเพื่อกระตุ้นให้ข้าวออกรวง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>6/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211206171029333</Link_News></row>
<row _id="40"><NewsTitle>ลำปาง เดินหน้า "นครลำปาง นครปศุสัตว์" จัดมหกรรมแสดงสินค้าปศุสัตว์ปลอดภัย ส่งเสริมเกษตรกรพันธุ์ดี พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนงานด้านปศุสัตว์อย่างเต็มตัว</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;เปิดงาน&amp;nbsp;"นครลำปาง&amp;nbsp;นครปศุสัตว์&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2"&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ลานรถม้า&amp;nbsp;ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า&amp;nbsp;ลำปาง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ภายใต้โครงการสร้างสรรค์&amp;nbsp;ปันสุข&amp;nbsp;เกษตรสุขภาพ&amp;nbsp;เกษตรผสมผสาน&amp;nbsp;ส่งเสริมและพัฒนาสินค้าเกษตรปลอดภัยได้มาตรฐานแบบครบวงจรมุ่งสู่เกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์และจำหน่ายผลผลิต/ผลิตภัณฑ์แปรรูปปศุสัตว์&amp;nbsp;จากกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตและผู้ประกอบการ&amp;nbsp;(โค&amp;nbsp;แพะ&amp;nbsp;แกะ&amp;nbsp;สุกร&amp;nbsp;กระบือ&amp;nbsp;สัตว์ปีก)&amp;nbsp;ให้ผู้ที่สนใจ&amp;nbsp;ตลอดจนเป็นการส่งเสริมพัฒนาการเลี้ยงปศุสัตว์พันธุ์ดี&amp;nbsp;เพิ่มศักยภาพการผลิตสู่ปศุสัตว์อินทรีย์&amp;nbsp;โดยจังหวัดลำปางพร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนงานด้านปศุสัตว์อย่างเต็มตัว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โอกาสนี้&amp;nbsp;นายสิธิชัย&amp;nbsp;จินดาหลวง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;มอบหมายให้นายจำลักษ์&amp;nbsp;กันเพ็ชร์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นประธานเปิดงาน&amp;nbsp;พร้อมด้วยส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เครือข่ายกลุ่มเกษตรกรปศุสัตว์&amp;nbsp;และองค์กรภาคเอกชน&amp;nbsp;เข้าร่วมงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>7/12/2021</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำปาง</Province><Department>สวท.ลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211207081218408</Link_News></row>
<row _id="41"><NewsTitle>ช่วยเหลือฟื้นฟูเกษตรกรหลังน้ำลด มอบหญ้าอาหารสัตว์ พันธุ์กล้วยหอมทอง กล้าพริก กล้ามะเขือเปราะ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายณัฐภัทร&amp;nbsp;สุวรรณประทีป&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดกิจกรรมการช่วยเหลือฟื้นฟูเกษตรกรหลังน้ำลด&amp;nbsp;ของหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ในจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ที่วัดอาน&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลบางใหญ่&amp;nbsp;อำเภอบางปลาม้า&amp;nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;โดยสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ติดตามและแก้ไขปปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;พร้อมด้วยหน่วยงานทั้งในและนอกสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;13&amp;nbsp;หน่วยงาน&amp;nbsp;ร่วมบูรณาการจัดกิจกรรมโดยมอบปัจจัยการผลิตให้แก่เกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติ&amp;nbsp;โดยเริ่มต้นจากพื้นที่อำเภอบางปลาม้า&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เป็นพื้นที่แรก&amp;nbsp;เพื่อส่งกำลังใจให้เกษตรกรที่ประสบภัยพิบัติและช่วยให้เกษตรกรสามารถนำไปใช้ในฤดูกาลผลิตหลังน้ำลดได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับในวันนี้มีหน่วยงานที่ร่วมบูรณาการ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด&amp;nbsp;มอบหญ้าอาหารสัตว์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;ถุงยังชีพด้านปศุสัตว์&amp;nbsp;อาหารสุนัข&amp;nbsp;อาหารแมวและเวชภัณฑ์สัตว์ปีก&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ชุด&amp;nbsp;สถานีพัฒนาที่ดินสุพรรณบุรี&amp;nbsp;มอบน้ำหมักชีวภาพ&amp;nbsp;ภด.6&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ขวด&amp;nbsp;เพื่อใช้ในการบำบัดน้ำเสียและทำความสะอาดคอกสัตว์&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดมอบพันธุ์กล้วยหอมทอง&amp;nbsp;กล้าพริก&amp;nbsp;กล้ามะเขือเปราะ&amp;nbsp;รวมจำนวน&amp;nbsp;1,100&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;สำนักงานประมงจังหวัด&amp;nbsp;มอบจุลินทรีย์&amp;nbsp;ปม.1&amp;nbsp;และเอกสารเผยแพร่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ชุด&amp;nbsp;เพื่อใช้ในการปรับปรุงคุณภาพดินและน้ำในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ&amp;nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดมอบน้ำดื่มบรรจุขวด&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;300&amp;nbsp;ขวด&amp;nbsp;และบรรจุแกลลอนจำนวน&amp;nbsp;100&amp;nbsp;แกลลอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>7/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>กาญจนบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211207094723431</Link_News></row>
<row _id="42"><NewsTitle>สู่ขวัญคน เอิ้นขวัญควาย ในงานทุ่งศรีเมืองอุดรธานี สร้างกำลังใจให้ชาวเกษตร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายศักดา&amp;nbsp;เกตุแก้ว&amp;nbsp;นายสุชัมบดี&amp;nbsp;ขาวขำ&amp;nbsp;รองนายก&amp;nbsp;อบจ.อุดรธานี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธาน&amp;nbsp;พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร&amp;nbsp;อบจ.อุดรธานี&amp;nbsp;เข้าร่วมพิธี&amp;nbsp;สู่ขวัญคน&amp;nbsp;เอิ้นขวัญควาย&amp;nbsp;ในนิทรรศการวิถีคนวิถีควาย&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;งานทุ่งศรีเมืองอุดรธานี&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;ดร.ทศพร&amp;nbsp;ศรีศักดิ์&amp;nbsp;นายกสมาคมอนุรักษ์และพัฒนาควายไทยแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ทั้งภาครัฐและเอกชน&amp;nbsp;เข้าร่วมฯ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การสู่ขวัญ&amp;nbsp;ถือเป็นประเพณีของชาวอีสานตั้งแต่โบราณ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับบุคคล&amp;nbsp;ชุมชนและสังคม&amp;nbsp;ในการดำรงชีวิต&amp;nbsp;โดยมีคติคำสอนต่างๆ&amp;nbsp;และเป็นการสืบสานวัฒนธรรมประเพณี&amp;nbsp;ในวันนี้จึงมีการจัดพิธีสู่ขวัญคน&amp;nbsp;เอิ้นขวัญควายขึ้น&amp;nbsp;มีเกษตรกรนำควายเข้าร่วม&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;เอกมงคล&amp;nbsp;หัวแก้ว&amp;nbsp;ช้างอุดร&amp;nbsp;แก้วขวัญ&amp;nbsp;แปดแสน&amp;nbsp;กะทิ&amp;nbsp;กะปิ&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;มูลค้ารวมสูงกว่า&amp;nbsp;200&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และยังมีการแสดงของควาย&amp;nbsp;สร้างความตื่นเต้นให้กับประชาชนที่เข้าร่วมงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายศักดา&amp;nbsp;เกตุแก้ว&amp;nbsp;รองนายก&amp;nbsp;อบจ.อุดรธานี&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การกระตุ้นเศรษฐกิจในปัจจุบันต้องไม่ลืมรากฐานวิถีชีวิตของท้องถิ่น&amp;nbsp;จึงอยากสืบสานให้พี่น้องประชาชนได้เห็นถึงวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามและความผูกพันของคนและควายที่มีความรักแน่นแฟ้น&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;การสู่ขวัญคน&amp;nbsp;เอิ้นขวัญควาย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ยังเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับเกษตรกร(ชาวนา)&amp;nbsp;หลังจากฤดูเก็บเกี่ยวและเพื่อความเป็นมงคลต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;ตระหนักให้เห็นความสำคัญของสรรพชีวิต&amp;nbsp;อีกทั้งประชาสัมพันธ์ถึงการจัดงานทุ่งศรีเมืองจังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>7/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อุดรธานี</Province><Department>สวท.อุดรธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211207102012446</Link_News></row>
<row _id="43"><NewsTitle>ธ.ก.ส. จัดงานตลาดนัดเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร ยกระดับให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการ SME เกษตร สู่ความเป็นมืออาชีพ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายธนารัตน์&amp;nbsp;งามวลัยรัตน์&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;(ธ.ก.ส.)&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;ร่วมกับภาคีเครือข่าย&amp;nbsp;จัดกิจกรรมตลาดนัดเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร&amp;nbsp;(Investor&amp;nbsp;Day)&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Matching&amp;nbsp;for&amp;nbsp;Better&amp;nbsp;Together&amp;nbsp;เพื่อนำผลงานวิจัย&amp;nbsp;เทคโนโลยีและนวัตกรรมจากส่วนงานภาคีเครือข่าย&amp;nbsp;ไปสู่เกษตรกรและผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรให้สามารถเข้าถึงและนำไปใช้ประกอบธุรกิจ&amp;nbsp;และการจับคู่ธุรกิจ&amp;nbsp;ระหว่างส่วนงานที่มีผลงานวิจัย&amp;nbsp;เทคโนโลยีและนวัตกรรมกับกลุ่มเป้าหมายที่มีความสนใจและความต้องการ&amp;nbsp;อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรมโดยใช้ผลงานวิจัย&amp;nbsp;เทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้าไปใช้เพื่อพัฒนาภาคการเกษตรสู่การแข่งขันในยุคดิจิทัล&amp;nbsp;โดยภายในงาน&amp;nbsp;จะได้พบเจ้าของผลงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมทั้งภาครัฐ&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;รวมถึงกิจกรรม&amp;nbsp;Matching&amp;nbsp;แหล่งทุนกับ&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;ทั้งในรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์&amp;nbsp;มุ่งหวังให้เกิดการจับคู่และนํานวัตกรรมไปขยายผลเพื่อสร้างความเข้มแข็งทั้งเกษตรกร&amp;nbsp;ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;อีกทั้งมีการออกบูธนิทรรศการร่วมกับภาคีเครือข่าย&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;บูธยุทธศาสตร์รัฐบาล&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;Model&amp;nbsp;บูธผลงานนวัตกรรมพร้อมใช้จากเครือข่ายร่วมงานกว่า&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ผลงาน&amp;nbsp;บูธสินเชื่อจาก&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;รวมทั้งการเสวนาในหัวข้อ&amp;nbsp;ก้าวข้าม&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;เกษตรกรปรับตัวอย่างไรในยุคเกษตรดิจิทัล&amp;nbsp;โดยผู้แทนจากเครือข่ายที่ร่วมโครงการและเกษตรกรที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการดําเนินงาน&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;เกษตรกรที่สนใจ&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;รวมทั้งผู้ประกอบการ&amp;nbsp;New&amp;nbsp;Gen&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;Startup&amp;nbsp;Young&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนและภาคีเครือข่าย&amp;nbsp;สามารถรับชมกิจกรรมได้&amp;nbsp;ผ่าน&amp;nbsp;Facebook&amp;nbsp;Live&amp;nbsp;เพจ&amp;nbsp;ตลาดนัดเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร&amp;nbsp;Investor&amp;nbsp;Day&amp;nbsp;ในวันพฤหัสบดีที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;08.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;16.00&amp;nbsp;น.&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>7/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211207161257647</Link_News></row>
<row _id="44"><NewsTitle>วิสาหกิจชุมชนโรงสีข้าวชาวนาตราด จัดกิจกรรมเกี่ยวข้าวด้วยมือ พร้อมสาธิตการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพจำหน่ายให้เกษตรกรในราคาประหยัด</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;(7&amp;nbsp;ธ.ค.&amp;nbsp;64)&amp;nbsp;ที่บริเวณแปลงนาผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว&amp;nbsp;ของวิสาหกิจชุมชนโรงสีข้าวชาวนาตราด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตำบลเนินทราย&amp;nbsp;อำเภอเมืองตราด&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดตราด&amp;nbsp;และสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดตราด&amp;nbsp;ร่วมกิจกรรมเกี่ยวข้าวด้วยมือ&amp;nbsp;ซึ่งทางศูนย์ข้าวชุมชนตำบลเนินทราย&amp;nbsp;ร่วมกับวิสาหกิจชุมชนโรงสีข้าวชาวนาตราด&amp;nbsp;จัดขึ้น&amp;nbsp;พร้อมกันนี้ยังร่วมกันชมการสาธิตการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพ&amp;nbsp;ที่ผ่านมาตรฐานการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวจาก&amp;nbsp;ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวชลบุรี&amp;nbsp;กรมการข้าว&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายจรูญ&amp;nbsp;เกศโกวิท&amp;nbsp;กรรมการจัดซื้อจัดจ้าง&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนโรงสีข้าวชาวนาตราด&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชน&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนโรงสีข้าวชาวนาตราด&amp;nbsp;เริ่มต้นจากการผลิตเมล็ดพันธ์ข้าวจำหน่ายให้กับสมาชิก&amp;nbsp;จนเมื่อ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;ได้รับการสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวจากกรมการข้าวในการแจกจ่ายให้กับสมาชิก&amp;nbsp;เพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว&amp;nbsp;โดยมีการพิจารณาพื้นที่&amp;nbsp;ที่เหมาะสมในการปลูกข้าวเพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์&amp;nbsp;โดยกระบวนการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว&amp;nbsp;เริ่มตั้งแต่กระบวนการนำเมล็ดพันธุ์ข้าวเข้าสู่กระบวนการ&amp;nbsp;การตรวจวัดความชื้นให้อยู่ระหว่างร้อยละ&amp;nbsp;21&amp;nbsp;-23&amp;nbsp;การคัดแยกสิ่งเจือปนออกจากเมล็ดพันธุ์ข้าว&amp;nbsp;การอบเมล็ดพันธุ์&amp;nbsp;การจัดเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าว&amp;nbsp;จากนั้นในช่วงเดือนมีนาคม&amp;nbsp;จะทำการเพาะพันธุ์ข้าว&amp;nbsp;โดยจะต้องมีอัตราการงอกของเมล็ดพันธุ์ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ&amp;nbsp;95&amp;nbsp;ขึ้นไป&amp;nbsp;จากนั้นจะทำการคัดแยกเมล็ดพันธุ์ที่งอกก่อนที่จะจำหน่ายให้กับเกษตรกรต่อไป&amp;nbsp;ทั้งนี้เกษตรกรที่สนใจเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพ&amp;nbsp;สามารถสั่งจองได้ที่&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนโรงสีข้าวชาวนาตราดในราคาที่เป็นธรรมเฉลี่ยกิโลกรัมละ&amp;nbsp;16&amp;nbsp;-17&amp;nbsp;บาทเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>7/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ตราด</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211207160542642</Link_News></row>
<row _id="45"><NewsTitle>เกษตรจังหวัดตรัง ติดตามโครงการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยเข้าสู่ระบบเกษตรอินทรีย์เพื่อสร้างรายได้แก่เกษตรกร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;)นายวสันต์&amp;nbsp;สุขสุวรรณ&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;มอบหมายให้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นางสาวลินดา&amp;nbsp;ดำคง&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นางสาวสุภักษร&amp;nbsp;หลงละเลิง&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&amp;nbsp;เยี่ยมเยียน&amp;nbsp;ติดตามการดำเนินงานโครงการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยสู่ระบบมาตรฐานเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;เพื่อสร้างรายได้แก่เกษตรกร&amp;nbsp;กิจกรรมส่งเสริมการผลิตแตงโมคุณภาพ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ตำบลหาดสำราญ&amp;nbsp;อำเภอหาดสำราญ&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากการพูดคุยสอบถามข้อมูลเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการพบว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มีการนำปัจจัยการผลิตไปใช้ในโครงการได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;ในส่วนของบล็อครูปทรงต่างๆ&amp;nbsp;เกษตรกรคาดว่าจะมีการจัดรูปทรงในสัปดาห์หน้า&amp;nbsp;เนื่องจากต้องรอให้ผลแตงโมโตในขนาดที่เหมาะสม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>7/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211207164757679</Link_News></row>
<row _id="46"><NewsTitle>เกษตรอำเภอวังวิเศษ จังหวัดตรัง ตรวจแปลงขอใช้ไฟฟ้าเพื่อการเกษตรและตรวจแปลงข้าวไร่ในตำบลวังมะปรางเหนือ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;)&amp;nbsp;นายสุภัทธ&amp;nbsp;คงด้วง&amp;nbsp;เกษตรอำเภอวังวิเศษ&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอวังวิเศษ&amp;nbsp;ตรวจแปลงขอใช้ไฟฟ้าเพื่อการเกษตรในหมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบลวังมะปรางเหนือ&amp;nbsp;อำเภอวังวิเศษ&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;พื้นที่หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;และหมู่ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตำบลวังมะปรางเหนือ&amp;nbsp;อำเภอวังวิเศษ&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;แปลงดังกล่าวมีกิจกรรมปลูกพืชหลากหลายชนิดแต่ยังขาดไฟฟ้า&lt;/strong&gt;เพื่อนำติดตั้งเครื่องสูบน้ำมาใช้ในกิจกรรมในแปลง&amp;nbsp;และตรวจแปลงข้าวไร่&amp;nbsp;ซึ่งแปลงข้าวไร่ดังกล่าวส่วนใหญ่ปลูกแซมในแปลงยางพาราและแปลงปาล์มน้ำมันอายุ&amp;nbsp;1-3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;กิจกรรมดังกล่าวสามารถสร้างรายได้ให้เกษตรและทำให้เกษตรกรมีข้าวปลอดสารพิษไว้บริโภคตลอดทั้งปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>7/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211207165109681</Link_News></row>
<row _id="47"><NewsTitle>เกษตรอำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ติดตามเยี่ยมเยียนอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน หมู่ที่ 4 ตำบลคลองชีล้อม พร้อมแนะนำแนวทางการทำงานของอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านในปี 2565</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้(&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;)&amp;nbsp;นายสรวง&amp;nbsp;พรหมบุญทอง&amp;nbsp;เกษตรอำเภอกันตัง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มอบหมายให้นางบุญญาพร&amp;nbsp;กายเพ็ชร&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการและนายสมุห์ภัทร์&amp;nbsp;สังข์ไชย&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&amp;nbsp;ติดตามเยี่ยมเยียน&amp;nbsp;นายวิจิตร&amp;nbsp;ชิตพงษ์&amp;nbsp;อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลคลองชีล้อม&amp;nbsp;อำเภอกันตัง&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ได้แนะนำแนวทางการทำงานของอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านในปี&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และได้ติดตามเยี่ยมเยียนพื้นที่การเกษตรด้วยโดยนายวิจิตร&amp;nbsp;ชิตพงษ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีพื้นที่ปลูกข้าวไร่พันธุ์ดอกข่า&amp;nbsp;ปลูกมันสำปะหลัง&amp;nbsp;ปลูกปาล์มน้ำมันและมีการขุดร่องระหว่างแถวปาล์มน้ำมันเพื่อเลี้ยงปลา&amp;nbsp;และได้มีการเพาะพันธุ์แหนแดงเพื่อใช้เป็นอาหารปลาเป็นการลดต้นทุนได้อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>7/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211207165208682</Link_News></row>
<row _id="48"><NewsTitle>ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจังหวัดบุรีรัมย์ เผย ข้อมูลการโอนเงินในโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2564/2565</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวิชัย&amp;nbsp;ปักษา&amp;nbsp;ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงาน&amp;nbsp;เปิดเคยกรณีการโอนเงินในโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ธนาคาร&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;ได้เตรียมโอนเงินให้กับ&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;สาขาระกา,ละหานทราย,ลำปลายมาศ,&amp;nbsp;สตึก,&amp;nbsp;หนองกี่,&amp;nbsp;หนองหงส์,&amp;nbsp;อิสาณ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เตรียมโอนเงินให้กับ&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;สาขาบุรีรัมย์,&amp;nbsp;ประโคนชัย,&amp;nbsp;ปะคำ,&amp;nbsp;พลับพลาชัย,&amp;nbsp;พุทไธสง,&amp;nbsp;เมืองตลุง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เตรียมโอนเงินให้กับ&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;สาขานาโพธิ์,&amp;nbsp;โนนดินแดง,&amp;nbsp;โนนสุวรรณ,&amp;nbsp;บ้านกรวด,&amp;nbsp;บ้านด่าน,&amp;nbsp;บ้านใหม่ไชยพจน์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เตรียมโอนเงินให้กับ&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;สาขากระสัง,&amp;nbsp;คูเมือง,&amp;nbsp;แคนดง,&amp;nbsp;เฉลิมพระเกียรติ,&amp;nbsp;ชำนิ,&amp;nbsp;นางรอง&amp;nbsp;และสาขาห้วยราช&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ยืนยันหลังจากที่&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;ส่วนกลางทำการโอนเงินให้&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;แต่ละสาขาแล้ว&amp;nbsp;จะทำการโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกร&amp;nbsp;ที่แจ้งทำการเก็บเกี่ยวข้าวในงวดที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;งวดที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ทันที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>8/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>บุรีรัมย์</Province><Department>สวท.บุรีรัมย์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211208092651855</Link_News></row>
<row _id="49"><NewsTitle>จ.ลำปาง เตรียมจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร 16 ธันวาคม นี้</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสิธิชัย&amp;nbsp;จินดาหลวง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;มอบหมายให้&lt;/strong&gt;นายจำลักษ์&amp;nbsp;กันเพ็ชร์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัด&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุม&amp;nbsp;ร่วมกับคณะกรรมการโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมการจัดงานโครงการฯ&amp;nbsp;ในพื้นที่กลุ่มเป้าหมายที่ประชุมได้กำหนดแนวทางและบูรณาการทำงานร่วมระหว่างหน่วยงาน&amp;nbsp;เพื่อขับเคลื่อนการจัดงานคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ฯ&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ไตรมาส&amp;nbsp;ในปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;อำเภอแม่เมาะ&amp;nbsp;อำเภอแม่พริก&amp;nbsp;อำเภอเมืองปาน&amp;nbsp;และอำเภอห้างฉัตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีกำหนดการจัดงานครั้งแรกในวันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;พื้นที่อำเภอแม่เมาะ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ซึ่งภายในงานจะมีการให้บริการคลินิกเกษตร&amp;nbsp;มากกว่า&amp;nbsp;12&amp;nbsp;คลินิก&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;คลินิกข้าว&amp;nbsp;คลินิกประมง&amp;nbsp;คลินิกปศุสัตว์&amp;nbsp;คลินิกสหกรณ์&amp;nbsp;และคลินิกกฎหมาย&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>8/12/2021</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำปาง</Province><Department>สวท.ลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211208093825859</Link_News></row>
<row _id="50"><NewsTitle>กรมส่งเสริมสหกรณ์ วางมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้สินสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวิศิษฐ์&amp;nbsp;ศรีสุวรรณ์&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของสหกรณ์ภาคการเกษตร&amp;nbsp;ซึ่งในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ปริมาณธุรกิจสหกรณ์ภาคการเกษตรลดลงกว่า&amp;nbsp;7,555&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เนื่องจากไม่สามารถจำหน่ายผลผลิตการเกษตรได้เหมือนเช่นสถานการณ์ปกติ&amp;nbsp;รวมถึงผู้ส่งออก&amp;nbsp;ชะลอการรับซื้อสินค้าจากสหกรณ์เพื่อส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่สมาชิกสหกรณ์ส่วนหนึ่งต้องกู้เงินจากสหกรณ์ที่ตัวเองสังกัด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หรือแหล่งเงินกู้ทั้งในระบบและนอกระบบ&amp;nbsp;เพื่อนำมาลงทุนทำการเกษตร&amp;nbsp;ส่งผลให้สมาชิกสหกรณ์ภาคการเกษตรมีภาระหนี้สินเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;จึงมีนโยบายในการบรรเทาและแก้ไขปัญหาหนี้สินของสมาชิกสหกรณ์ภาคการเกษตรและ&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ดำเนินการ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;โครงการหลัก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;โครงการช่วยเหลือด้านหนี้สินสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อย&amp;nbsp;โดยให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้กับสมาชิกสหกรณ์&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรกรที่มีหนี้เงินกู้จากการทำการเกษตร&amp;nbsp;โดยมีต้นเงินกู้ขอรับการชดเชยไม่เกิน&amp;nbsp;300,000&amp;nbsp;บาทแรก&amp;nbsp;อัตราร้อยละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เป็นระยะเวลาชดเชยดอกเบี้ย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;โดยในปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;กรมฯ&amp;nbsp;ได้ชดเชยดอกเบี้ยให้แก่สมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โครงการแก้ไขปัญหาหนี้ค้างชำระของสมาชิกสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เนื่องจากกรมฯ&amp;nbsp;ได้เห็นถึงความสำคัญของปัญหาหนี้ค้างชำระของสมาชิกสหกรณ์ที่ได้รับผลกระทบจากการประกอบอาชีพและการแพร่ระบาดของโรคโควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;จึงมีนโยบายแก้ไขปัญหาดังกล่าวมาตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;และต่อเนื่องมาจนถึงปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;โดยจัดอบรมถ่ายทอดความรู้แก่ฝ่ายจัดการของสหกรณ์&amp;nbsp;741&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;3,920&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ให้มีความรู้ความเข้าใจในการบริหารจัดการธุรกิจสินเชื่อที่มีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;แก้ไขปัญหาหนี้ค้างชำระของสมาชิก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับมาตรการที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เป็นการช่วยเหลือบรรเทาภาระหนี้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ให้แก่สมาชิกสหกรณ์และสหกรณ์ที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;โดยได้ออกประกาศนายทะเบียนสหกรณ์&amp;nbsp;ให้สหกรณ์ใช้เป็นแนวทางในการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของสมาชิกสหกรณ์&amp;nbsp;โดยขอความร่วมมือสหกรณ์ผ่อนผัน&amp;nbsp;การชำระหนี้ให้กับสมาชิก&amp;nbsp;ทั้งขยายเวลาชำระหนี้หรือพักชำระหนี้เป็นการชั่วคราว&amp;nbsp;รวมถึงการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และการปรับปรุงโครงสร้างหนี้&amp;nbsp;จนกว่าจะเข้าสู่สถานการณ์ปกติ&amp;nbsp;ผลจากการให้ความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของสมาชิกในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;มีสหกรณ์ที่เข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือบรรเทาหนี้&amp;nbsp;ให้สมาชิก&amp;nbsp;3,994&amp;nbsp;แห่ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>8/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211208103946897</Link_News></row>
<row _id="51"><NewsTitle>ตรัง  - เครือข่ายสถาบันเกษตรกรที่จัดซื้อเครื่องจักรทำเสาหลักนำทาง และทำแผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีต  ส่งขายให้กับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม เพื่อใช้ในการเพิ่มความปลอดภัยทางถนน ตามนโยบายส่งเสริมการใช้ยางในหน่วยงานภาครัฐ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ตรัง&amp;nbsp;-&amp;nbsp;เครือข่ายสถาบันเกษตรกรที่จัดซื้อเครื่องจักรทำเสาหลักนำทาง&amp;nbsp;และทำแผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีต&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ส่งขายให้กับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;เพื่อใช้ในการเพิ่มความปลอดภัยทางถนน&amp;nbsp;ตามนโยบายส่งเสริมการใช้ยางในหน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;ส่งเสริมการใช้ยางภายในประเทศลดปริมาณการส่งออก&amp;nbsp;ช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง&amp;nbsp;แต่ถูกกระทรวงคมนาคมเท...&amp;nbsp;หยุดสั่งซื้อกลางคัน&amp;nbsp;ไม่ต่องบประมาณ&amp;nbsp;ทำสถาบันเกษตรกร&amp;nbsp;ชุมนุมสหกรณ์&amp;nbsp;สหกรณ์&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;และวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;ที่ลงทุนซื้อเครื่องจักร&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;18&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;เสียหายนับ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ร้องเรียนสื่อ&amp;nbsp;ใครจะรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่สหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านหนองครก&amp;nbsp;ต.หนองปรือ&amp;nbsp;อ.รัษฎา&amp;nbsp;จ.ตรัง&amp;nbsp;นายมนัส&amp;nbsp;หมวดเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้จัดการสหกรณ์ฯ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วยนายถนอมเกียรติ&amp;nbsp;ยิ่งฉ้วน&amp;nbsp;ที่ปรึกษาเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง&amp;nbsp;และนายประทบ&amp;nbsp;สุขสนาน&amp;nbsp;รองประธานเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;ร้องเรียนถูกกระทรวงคมนาคมเท..&amp;nbsp;ไม่จัดสรรงบประมาณ&amp;nbsp;เพื่อสานต่อโครงการตามนโนบายส่งเสริมการใช้ยางในหน่วยงานภาครัฐของรัฐบาล&amp;nbsp;ทั้งการใช้แผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีต&amp;nbsp;(Rubber&amp;nbsp;FenderBarrier&amp;nbsp;:&amp;nbsp;RFB)&amp;nbsp;&amp;nbsp;และเสาหลักนำทางยางธรรมชาติ&amp;nbsp;(Rubber&amp;nbsp;&amp;nbsp;Guide&amp;nbsp;&amp;nbsp;Post&amp;nbsp;:&amp;nbsp;RGP)&amp;nbsp;&amp;nbsp;หลังกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ได้มีการทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการนำอุปกรณ์ทางด้านการจราจรและอำนวยความปลอดภัยทางถนนที่ผลิตจากยางพาราจากร้านสหกรณ์โดยตรงเริ่มโครงการตั้งแต่ปีงบประมาณ&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ผูกพันถึงปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้นได้มีชุมนุมสหกรณ์&amp;nbsp;สหกรณ์&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;และวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;18&amp;nbsp;กลุ่มทั่วประเทศ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้ทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้างกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมในพื้นที่ของแต่ละสถาบันเกษตรกร&amp;nbsp;พร้อมซื้อเครื่องจักรกลสำหรับผลิตเสาหลักนำทาง&amp;nbsp;และทำแผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีต&amp;nbsp;เพื่อส่งขาย&amp;nbsp;แต่ปรากฏว่า&amp;nbsp;กระทรวงคมนาคมจัดซื้อตามบันทึกข้อตกลงในปีงบประมาณ&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ได้เพียงแค่ปีเดียว&amp;nbsp;หลังจากนั้นจนถึงขณะนี้ก็ล้มเลิกโครงการ&amp;nbsp;ไม่จัดสรรงบประมาณเพื่อสานต่อโครงการ&amp;nbsp;ทำให้สถาบันเกษตรกรทั้ง&amp;nbsp;18&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ต้องเสียหาย&amp;nbsp;เพราะจัดซื้อเครื่องจักรกลมาแล้ว&amp;nbsp;หวังผลิตชิ้นงานที่ได้คุณภาพที่ผ่านการทดสอบและรับรองมาตรฐานแล้ว&amp;nbsp;ไปจนถึงปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ตาม&amp;nbsp;MOU&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กระทรวงใหญ่ได้ทำไว้&amp;nbsp;จึงร้องเรียนสื่อมวลชน&amp;nbsp;ถามหาความรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดจากหน่วยงานภาครัฐกระทรวงคมนาคมดังกล่าว&amp;nbsp;ตามนโยบายของรัฐบาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยสภาพทุกแห่งขณะนี้ต้องทิ้งร้างเครื่องจักรกลทั้งหมด&amp;nbsp;ทั้งอุปกรณ์ผสม&amp;nbsp;ตู้นึ่ง&amp;nbsp;แม่พิมพ์&amp;nbsp;ชั้นวาง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เสียหายแต่ละแห่งหลายล้านบาท&amp;nbsp;รวมทั้ง&amp;nbsp;18&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;มูลค่าความเสียหายประมาณ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เฉพาะที่สหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านหนองครก&amp;nbsp;ซึ่งเป็นโรงงานผลิตยางแผ่นควัน&amp;nbsp;และโรงงานผลิตหมอนยางพารา&amp;nbsp;ส่วนที่ใช้ไม่ได้&amp;nbsp;ก็ทิ้งร้างจนขึ้นสนิมตามภาพที่ปรากฏ&amp;nbsp;แต่บางส่วนได้นำมาประยุกต์ใช้กับโรงงานผลิตยางแผ่นรมควัน&amp;nbsp;และผลิตหมอนยางพารา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายมนัส&amp;nbsp;หมวดเมือง&amp;nbsp;ผู้จัดการสหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านหนองครก&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ความเสียหายดังกล่าวอยากให้กระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;และรัฐบาล&amp;nbsp;ต้องแสดงความรับผิดชอบ&amp;nbsp;เพราะงบประมาณที่ทุกสถาบันนำมาจัดซื้อเครื่องจักร&amp;nbsp;เป็นเงินของเกษตรกรที่นำมาลงทุน&amp;nbsp;แต่ถูกเทโครงการ&amp;nbsp;จัดซื้อเพียงครั้งเดียวคือ&amp;nbsp;ปีงบประมาณ&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ส่งมอบปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ได้แค่ครั้งเดียว&amp;nbsp;โดยของตนเองทำสัญญาไว้กับ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;หน่วยงาน&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ทางหลวงชนบท&amp;nbsp;จ.นครศรีฯ&amp;nbsp;และที่แขวงทางหลวง&amp;nbsp;จ.ตรัง&amp;nbsp;โดยทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ตนเองส่งมอบงานไปครบเรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;และไม่ได้ทำสัญญากับหน่วยไหนอีกเลย&amp;nbsp;เพราะห่วงว่าจะทำงานหรือส่งมอบงานไม่ทัน&amp;nbsp;แต่รอทำตามปีงบประมาณ&amp;nbsp;แต่ปรากฎว่าปีงบประมาณ&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และความจริงจะต้องต่อเนื่องไปจนถึงปี&amp;nbsp;2567&amp;nbsp;กระทรวงคมนาคมได้หยุดกลางคัน&amp;nbsp;จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับความชัดเจนจากกระทรวงคมนาคมแต่อย่างใดว่าจะว่าจ้างสถาบันทั้ง&amp;nbsp;18&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ทำงานต่อหรือไม่&amp;nbsp;จึงได้สร้างความเสียหายอย่างมาก&amp;nbsp;ภาพรวมทั้ง&amp;nbsp;18&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;ของตนเองอาจเสียหายไม่มาก&amp;nbsp;เพราะมีโรงงานผลิตยางแผ่นรมควัน&amp;nbsp;และโรงงานทำหมอนยางพาราอยู่แล้ว&amp;nbsp;จึงลงทุนน้อยกว่าที่อื่น&amp;nbsp;แต่สถาบันอื่นที่ลงทุน&amp;nbsp;เพื่อการนี้โดยเฉพาะ&amp;nbsp;ยังไม่ถึงจุดคุ้มทุนตาม&amp;nbsp;MoU&amp;nbsp;ที่ให้สถาบันลงทุน&amp;nbsp;แต่มาถูกทิ้งกลางคัน&amp;nbsp;พวกเขาจะอยู่อย่างไร&amp;nbsp;เพราะใช้เงินไปจำนวนมาก&amp;nbsp;ถูกทิ้งโดยไม่มีใครมาเหลียวแลเลย&amp;nbsp;เพราะทุกแห่งทำได้แค่ปีเดียว&amp;nbsp;ยังไม่ถึงจุดคุ้มทุนตามที่ตกลงกันไว้ว่าจะต้องทำต่อเนื่องกันไปจนถึงประมาณปี&amp;nbsp;2567&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;ตัวแทนเกษตรกรได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียน&amp;nbsp;พร้อมเสนอข้อเรียกร้อง&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ที่เดินทางมาปฏิบัติภารกิจเปิดสะพานท่าเทียบเรือปากเมงแล้ว&amp;nbsp;แต่ยังไม่มีความคืบหน้า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;โครงการใช้ยางในหน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;เพื่อช่วยเกษตรกรชาวสวนยางใช้ยางภายในประเทศ&amp;nbsp;กระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;เป็นหน่วยงานหลัก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยเริ่มโครงการตั้งแต่ปีงบประมาณ&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผูกพันถึงปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ได้มีการทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการนำอุปกรณ์ทางด้านการจราจรและอำนวยความปลอดภัยทางถนนที่ผลิตจากยางพาราจากร้านสหกรณ์โดยตรง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปรากฎว่ามีชุมนุมสหกรณ์&amp;nbsp;สหกรณ์&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;และวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;18&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;ที่ร่วมผลิตผลิตภัณฑ์ความปลอดภัยทางถนนจากยางพาราดังกล่าว&amp;nbsp;มีสมาชิกกว่า&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;จำนวนกว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ล้านครัวเรือน&amp;nbsp;ปรากฏว่า&amp;nbsp;กระทรวงคมนาคมจัดซื้อตามบันทึกข้อตกลงในปีงบประมาณ&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;โดยการจัดซื้อ&amp;nbsp;RFB&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;&amp;nbsp;176&amp;nbsp;&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;RGP&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;322,000&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;มูลค่ารวมไม่กว่า&amp;nbsp;1,200&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ซึ่งจากการทำสัญญาดังกล่าว&amp;nbsp;ส่งผลให้มีการใช้ยางในประเทศเพิ่มขึ้นกว่า&amp;nbsp;11,000&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;และช่วยให้ราคายางพารา&amp;nbsp;มีแนวโน้มที่สูงขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;หากในปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;กระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;ดำเนินการแผนงานก่อสร้าง&amp;nbsp;RFB&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;RGP&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตามที่เสนอคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;จะมีการใช้ยางในประเทศเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;184,000&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;และราคายางพาราจะมีเสถียรภาพมากขึ้น&amp;nbsp;แต่ปรากฏว่าในปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;กระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;ไม่ดำเนินโครงการต่อ&amp;nbsp;จะส่งผลกระทบต่อราคายางพารา&amp;nbsp;และยังส่งผลต่อสถาบันเกษตรกรที่เป็นองค์กรของเกษตรกรเกิดความเสียหาย&amp;nbsp;เนื่องจากได้รับสัญญาเป็นผู้ผลิต&amp;nbsp;RFB&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;RGP&amp;nbsp;โดยมีการลงทุนในเครื่องจักรต่างๆ&amp;nbsp;เพื่อการผลิตผลิตภัณฑ์ทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ชนิดไปแล้ว&amp;nbsp;แต่ดำเนินการได้เพียง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;การดำเนินการยังไม่ถึงจุดคุ้มทุน&amp;nbsp;สร้างความเสียหายต่อสถาบันเกษตรกรอย่างมาก&amp;nbsp;โดยข้อเรียกร้องที่ยื่นต่อนายกรัฐมนตรีมีทั้งหมด&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ข้อ&amp;nbsp;คือ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;1.&amp;nbsp;ขอให้หน่วยงานของกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;นำงบประมาณของกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;ที่เหลือในปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;&amp;nbsp;6&amp;nbsp;พันล้านบาท&amp;nbsp;มาใช้เป็นงบผูกพันในโครงการนี้ต่อไป&amp;nbsp;ในระยะ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;ออกเป็นกฎหมายบังคับใช้เพิ่มการใช้ยางในประเทศ&amp;nbsp;ใช้ยางพาราผสมบนถนนไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;5&amp;nbsp;%&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตามที่ทางรัฐบาล&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;ได้กำหนดเป้าหมาย&amp;nbsp;35&amp;nbsp;%&amp;nbsp;ของผลผลิตยางในประเทศ&amp;nbsp;นำมาใช้&amp;nbsp;หรือผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ได้ตามเป้าหมาย&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดการดำเนินการต่อเนื่องในระยะยาว&amp;nbsp;ยกระดับรายได้แก่เกษตรกรเชิงถาวรต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>8/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211208112707932</Link_News></row>
<row _id="52"><NewsTitle>สำนักงานประมงจังหวัดยะลา จัดโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะเลี้ยงปลาสลิดดอนนาแบบครบวงจร กิจกรรมส่งเสริมการเพิ่มผลผลิตปลาสลิดดอนนา หลักสูตร การเพาะเลี้ยงปลาสลิดดอนนา แก่เกษตรกร เพิ่มรายได้เสริมให้กับครอบครัวของเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดยะลา</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ธ.ค.64)&amp;nbsp;ที่ห้องประชุม&amp;nbsp;3&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายอำนาจ&amp;nbsp;ชูทอง&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะเลี้ยงปลาสลิดดอนนาแบบครบวงจร&amp;nbsp;กิจกรรมส่งเสริมการเพิ่มผลผลิตปลาสลิดดอนนา&amp;nbsp;หลักสูตร&amp;nbsp;การเพาะเลี้ยงปลาสลิดดอนนา&amp;nbsp;โดยการรับสมัครเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;แบ่งเป็น&amp;nbsp;อำเภอเมืองยะลา&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;อำเภอธารโต&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;อำเภอรามัน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;และอำเภอยะหา&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสมปอง&amp;nbsp;แสงทอง&amp;nbsp;สำนักงานประมงจังหวัดยะลา&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน&amp;nbsp;ได้อนุมัติงบประมาณจำนวน&amp;nbsp;997,733&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ให้สำนักงานประมงจังหวัดยะลา&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ดำเนินการโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะเลี้ยงปลาสลิดดอนนาแบบครบวงจร&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มแหล่งเลี้ยงปลาสลิดดอนนาที่มีคุณภาพ&amp;nbsp;เป็นวัตถุดิบปลาสลิดสดสำหรับการแปรรูป&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ปลาสลิดแดดเดียว&amp;nbsp;น้ำพริกปลาสลิด&amp;nbsp;ปั้นสิบไส้ปลาสลิด&amp;nbsp;ฯลฯ&amp;nbsp;ช่วยเพิ่มรายได้&amp;nbsp;และพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำในพื้นที่จังหวัดยะลา&amp;nbsp;โดยโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะเลี้ยงปลาสลิดดอนนาแบบครบวงจร&amp;nbsp;ซึ่งโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะเลี้ยงปลาสลิดดอนนาแบบครบวงจร&amp;nbsp;กิจกรรมส่งเสริมการเพิ่มผลผลิตปลาสลิดดอนนา&amp;nbsp;หลักสูตร&amp;nbsp;การเพาะเลี้ยงปลาสลิดดอนนากำหนดให้มีการฝึกอบรมบุคคลภายนอก&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;รุ่น&amp;nbsp;รุ่นที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และรุ่นที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;โดยทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;รุ่น&amp;nbsp;ได้รับการสนับสนุนวิทยากรจากศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยง&amp;nbsp;สัตว์น้ำจืดปัตตานี&amp;nbsp;สำหรับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯจะได้รับการสนับสนุนปัจจัยการผลิต&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;รายการ&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;ลูกพันธุ์ปลาสลิด&amp;nbsp;รายละ&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;อาหารปลาดุกเล็กพิเศษ&amp;nbsp;รายละ&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ถุง&amp;nbsp;อาหารปลาดุกเล็ก&amp;nbsp;รายละ&amp;nbsp;18&amp;nbsp;กระสอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปูนขาว&amp;nbsp;รายละ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ถุง&amp;nbsp;สำหรับปรับสภาพน้ำ&amp;nbsp;ฟางข้าว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ก้อน&amp;nbsp;ปุยเคมี&amp;nbsp;รายละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;สำหรับสร้างอาหารธรรมชาติ&amp;nbsp;และอวนมุ้งไนลอน&amp;nbsp;รายละ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ม้วน&amp;nbsp;ปัจจัยที่ได้รับเพียงพอต่อการเลี้ยงปลาสลิดตลอดรอบของการเลี้ยงซึ่งคาดว่าจะได้ปลาสลิดสด&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;140&amp;nbsp;-&amp;nbsp;150&amp;nbsp;กิโลกรัมต่อราย&amp;nbsp;มีผลผลิต&amp;nbsp;รวมประมาณ&amp;nbsp;8.4&amp;nbsp;-&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ตัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้าน&amp;nbsp;นายอำนาจ&amp;nbsp;ชูทอง&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้แสดงความยินดีกับเกษตรกรทุกท่านที่ผ่านการพิจารณาคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;จะเห็นว่าเป็นโครงการที่ดี&amp;nbsp;เกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรของจังหวัดยะลา&amp;nbsp;เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมด้านเทคโนโลยี&amp;nbsp;ในการเลี้ยงปลาสลิดที่ต้องมีการเอาใจใส่มากกว่าปลาชนิดอื่นที่คุ้นเคย&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ปลาดุก&amp;nbsp;ปลานิล&amp;nbsp;และปลาตะเพียน&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;การเลี้ยงปลาสลิดดอนนาที่มีคุณภาพ&amp;nbsp;และนำผลผลิตไปทำการแปรรูป&amp;nbsp;เพิ่มรายได้เสริมให้กับครอบครัวของเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดยะลา&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>8/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211208111229925</Link_News></row>
<row _id="53"><NewsTitle>สานฝันสร้างอาชีพ มุ่งยกระดับรายได้เกษตรกร สนับสนุนอาชีพเกษตรกรไทย</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายประภัตร&amp;nbsp;โพธสุธน&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยหลังเป็นประธานพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ&amp;nbsp;โครงการสานฝันสร้างอาชีพและยกระดับรายได้เกษตรกร&amp;nbsp;ระหว่างกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;ว่าโครงการดังกล่าวนับว่าเป็นการส่งเสริมรายได้ให้เกษตรกร&amp;nbsp;เป็นความตั้งใจของนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ที่เน้นช่วยเหลือเกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;เนื่องจากที่ผ่านมาเกษตรกรได้รับผลกระทบจากภัยเเล้ง&amp;nbsp;น้ำท่วมและประสบปัญหาโควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;ดังนั้นอาชีพเป็นสิ่งสำคัญที่เสริมรายได้ให้ชาวเกษตรกร&amp;nbsp;จึงเน้นโครงการครั้งนี้&amp;nbsp;โดยนำร่องกรมปศุสัตว์และขยายไปยังกรมอื่นๆต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้พบว่าเกษตรกรให้ความสนใจและร่วมมือสูงสุดคือ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การทำปศุสัตว์&amp;nbsp;โดยกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;จะให้ความรู้&amp;nbsp;พร้อมหาช่องทางตลาดให้เกษตรกรและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;สนับสนุนวงเงินที่เกษตรกรสามารถเข้าถึงได้&amp;nbsp;โดยเป็นเกษตรกรทั้งลูกค้า&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;เดิม&amp;nbsp;หรือเกษตรกรรายใหม่&amp;nbsp;สามารถยื่นกู้ได้&amp;nbsp;ตั้งเป้าหมายจะมีเกษตรกรประมาณกว่า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แสนคนเข้าร่วมโครงการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อธิบดีกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ที่ผ่านด้านปศุสัตว์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีการเติบโตด้านเศรษฐกิจสูงมาต่อเนื่อง&amp;nbsp;แม้จะเกิดภัยพิบัติต่างๆ&amp;nbsp;โดยกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;ทำหน้าที่ดูแลเกษตรกรที่ได้รับวงเงินสินเชื่อจากธ.ก.ส.ครั้งนี้&amp;nbsp;โดยเกษตรกร&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;สามารถกู้ได้ไม่เกิน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แสนบาท&amp;nbsp;หลังจากนั้นกรมจะดูแลเกษตรกรทั้งการเริ่มต้นเลี้ยงดูสัตว์&amp;nbsp;ถึงกานแปรรูป&amp;nbsp;ยืนยันว่าโครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่ตั้งใจขจัดความยากจนตามนโยบาลของรัฐบาลชุดนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>8/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211208114228948</Link_News></row>
<row _id="54"><NewsTitle>รองผู้ว่าฯสมุทรสงคราม ประชุมคณะกรรมการติดตามกำกับดูแลการบริหารจัดการข้าวระดับจังหวัดติดตามการช่วยเหลือเกษตรกรตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(8&amp;nbsp;ธ.ค.&amp;nbsp;64)นายศิริศักดิ์&amp;nbsp;ศิริมังคะลา&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;เป็นประธาน&lt;/strong&gt;ประชุมคณะกรรมการติดตามกำกับดูแลการบริหารจัดการข้าวระดับจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุม&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดฯ&amp;nbsp;โดยมีนายอนุกูล&amp;nbsp;เรือนแก้ว&amp;nbsp;ปลัดจังหวัด&amp;nbsp;นางกฤษญาพร&amp;nbsp;สุนทรพจน์&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;แจ้งว่า&amp;nbsp;ด้วยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;อนุมัติในหลักการโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกพืช&amp;nbsp;ปี2564/65&amp;nbsp;และมาตรการคู่ขนานของพืชจำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;สินค้า&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ข้าว&amp;nbsp;มันสำปะหลัง&amp;nbsp;และข้าวโพดดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล&amp;nbsp;สำหรับจังหวัดสมุทรสงครามมีเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2563/64&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;115&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พื้นทีการเพาะปลูกรวม&amp;nbsp;2,086.50&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เป็นเกษตรกรตำบลวัดประดู่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;628.25&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ตำบลแพรกหนามแดง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;&amp;nbsp;85&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;1,427.25&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;และตำบลบางแค&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เกษตรกรได้รับเงินช่วยเหลือตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2563/64&amp;nbsp;รอบที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;115&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;927,363.27&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และช่วยเหลือตามโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2563/64&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;115&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;1,895,465&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;ได้รายงานถึงสถานการณ์การผลิตข้าว&amp;nbsp;ปี2564/65&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รอบที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มีเกษตรกรขึ้นทะเบียน&amp;nbsp;111&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;238&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;พื้นที่เพาะปลูก&amp;nbsp;1,969.50&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;&amp;nbsp;แยกเป็นตำบลวัดประดู่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;80&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;602.75&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ตำบลแพรกหนามแดง&amp;nbsp;81&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;156&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;1,336.75&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ตำบลบางแค&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;พันธุ์ข้าวที่ปลูก&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;กข.31,กข.41,กข.47&amp;nbsp;กข.49,กข.61,กข.79,&amp;nbsp;ปทุมธานี1,ชัยนาท1,พิษณุโลก2,สุพรรณบุรี1,เหลืองประทิว&amp;nbsp;123&amp;nbsp;และข้าวไรซ์เบอรี่&amp;nbsp;ซึ่งการเก็บเกี่ยวเริ่มมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จะสิ้นสุดลงในเดือนกุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>8/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สมุทรสงคราม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211208121918960</Link_News></row>
<row _id="55"><NewsTitle>ประมงจังหวัดยะลา จัดโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะเลี้ยงปลาสลิดดอนนาแบบครบวงจร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ธ.ค.64)&amp;nbsp;ที่ห้องประชุม&amp;nbsp;3&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายอำนาจ&amp;nbsp;ชูทอง&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะเลี้ยงปลาสลิดดอนนาแบบครบวงจร&amp;nbsp;กิจกรรมส่งเสริมการเพิ่มผลผลิตปลาสลิดดอนนา&amp;nbsp;หลักสูตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;การเพาะเลี้ยงปลาสลิดดอนนา&amp;nbsp;โดยการรับสมัครเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&amp;nbsp;แบ่งเป็น&amp;nbsp;อำเภอเมืองยะลา&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;อำเภอธารโต&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;อำเภอรามัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;และอำเภอยะหา&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้าน&amp;nbsp;นายสมปอง&amp;nbsp;แสงทอง&amp;nbsp;ประมงจังหวัดยะลา&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้อนุมัติงบประมาณจำนวน&amp;nbsp;997,733บาท&amp;nbsp;ให้สำนักงานประมงจังหวัดยะลา&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ดำเนินการโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะเลี้ยงปลาสลิดดอนนาแบบครบวงจร&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มแหล่งเลี้ยงปลาสลิดดอนนาที่มีคุณภาพ&amp;nbsp;เป็นวัตถุดิบปลาสลิดสดสำหรับการแปรรูป&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ปลาสลิดแดดเดียว&amp;nbsp;น้ำพริกปลาสลิด&amp;nbsp;ปั้นสิบไส้ปลาสลิด&amp;nbsp;ฯลฯ&amp;nbsp;เพื่อช่วยเพิ่มรายได้&amp;nbsp;และพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำในพื้นที่จังหวัดยะลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะเลี้ยงปลาสลิดดอนนาแบบครบวงจร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นกิจกรรมส่งเสริมการเพิ่มผลผลิตปลาสลิดดอนนา&amp;nbsp;ในหลักสูตร&amp;nbsp;การเพาะเลี้ยงปลาสลิดดอนนากำหนดให้มีการฝึกอบรมบุคคลภายนอก&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;รุ่น&amp;nbsp;รุ่นที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&amp;nbsp;และรุ่นที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;โดยทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;รุ่น&amp;nbsp;ได้รับการสนับสนุนวิทยากรจากศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยง&amp;nbsp;สัตว์น้ำจืดปัตตานี&amp;nbsp;สำหรับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯจะได้รับการสนับสนุนปัจจัยการผลิต&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;รายการ&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;ลูกพันธุ์ปลาสลิด&amp;nbsp;รายละ&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;&amp;nbsp;อาหารปลาดุกเล็กพิเศษ&amp;nbsp;รายละ&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ถุง&amp;nbsp;อาหารปลาดุกเล็ก&amp;nbsp;รายละ&amp;nbsp;18&amp;nbsp;กระสอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปูนขาว&amp;nbsp;&amp;nbsp;รายละ&amp;nbsp;&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ถุง&amp;nbsp;สำหรับปรับสภาพน้ำ&amp;nbsp;ฟางข้าวจำนวน&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ก้อน&amp;nbsp;ปุยเคมี&amp;nbsp;รายละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับสร้างอาหารธรรมชาติ&amp;nbsp;และอวนมุ้งไนลอน&amp;nbsp;รายละ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ม้วน&amp;nbsp;ปัจจัยที่ได้รับเพียงพอต่อการเลี้ยงปลาสลิดตลอดรอบของการเลี้ยงซึ่งคาดว่าจะได้ปลาสลิดสดจำนวน&amp;nbsp;140&amp;nbsp;-&amp;nbsp;150&amp;nbsp;&amp;nbsp;กิโลกรัมต่อราย&amp;nbsp;มีผลผลิต&amp;nbsp;รวมประมาณ&amp;nbsp;8.4-9&amp;nbsp;ตัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้าน&amp;nbsp;นายอำนาจ&amp;nbsp;ชูทอง&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้แสดงความยินดีกับเกษตรกรทุกท่านที่ผ่านการพิจารณาคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;จะเห็นว่าเป็นโครงการที่ดี&amp;nbsp;เกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรของจังหวัดยะลา&amp;nbsp;เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมด้านเทคโนโลยี&amp;nbsp;ในการเลี้ยงปลาสลิดที่ต้องมีการเอาใจใส่มากกว่าปลาชนิดอื่นที่คุ้นเคย&amp;nbsp;เช่นปลาดุก&amp;nbsp;ปลานิล&amp;nbsp;และปลาตะเพียน&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;การเลี้ยงปลาสลิดดอนนาที่มีคุณภาพ&amp;nbsp;และนำผลผลิตไปทำการแปรรูป&amp;nbsp;เพิ่มรายได้เสริมให้กับครอบครัวของเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดยะลา&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>8/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211208141343005</Link_News></row>
<row _id="56"><NewsTitle>เกษตรอำเภอนาโยง จังหวัดตรัง  ลงพื้นที่ติดตามการใช้ปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์-ทู ในนาข้าว</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(8&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;)&amp;nbsp;นายอำนาจ&amp;nbsp;เซ่งเซี่ยง&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รักษาราชการแทน&amp;nbsp;เกษตรอำเภอนาโยง&amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอนาโยง&amp;nbsp;ลงพื้นที่แปลงนาข้าวของนางยุพลักษณ์&amp;nbsp;คงหมุน&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ต.นาหมื่นศรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;และแปลงของนางพรเพ็ญ&amp;nbsp;มากชัย&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ต.โคกสะบ้า&amp;nbsp;อ.นาโยง&amp;nbsp;จ.ตรัง&amp;nbsp;แปลงเรียนรู้การใช้ปุ๋ยเคมีจากงานวิจัย&amp;nbsp;มทร.ศรีวิชัย&amp;nbsp;วิทยาเขตนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;ร่วมกับปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์-ทู&amp;nbsp;ในนาข้าว&amp;nbsp;และแปลงเปรียบเทียบการใช้ปุ๋ยตามวิธีของเกษตรกร&amp;nbsp;เพื่อติดตามและเก็บข้อมูลการเจริญเติบโตทางลำต้น&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;ในการใช้ปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์-ทู&amp;nbsp;ช่วยเพิ่มปริมาณรากข้าวได้ดีกว่า&amp;nbsp;ส่งผลต่อการดูดน้ำและปุ๋ย&amp;nbsp;ทำให้ต้นข้าวแข็งแรงเจริญเติบโตได้ดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับ&amp;nbsp;ปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์-ทู&amp;nbsp;(PGPR)&amp;nbsp;เป็นปุ๋ยชีวภาพที่ประกอบด้วย&amp;nbsp;แบคทีเรีย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ชนิด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;Azospirillum&amp;nbsp;brasilense&amp;nbsp;(อะโรสไปริลลัม&amp;nbsp;บราซิเลน)&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;Burkholderia&amp;nbsp;&amp;nbsp;vietnamiensis&amp;nbsp;&amp;nbsp;(เบอร์โคลเดอเรีย&amp;nbsp;เวียตนามเมนซิส)ที่อาศัยอยู่ในดินบริเวณรอบรากพืชโดยแบคทีเรียกลุ่มนี้มีความสามารถในการตรึงไนโตรเจน&amp;nbsp;ช่วยในการละลายฟอสฟอรัสและโพแทสเซียม&amp;nbsp;ผลิตสารคล้ายฮอร์โมนพืชเพิ่มปริมาณราก&amp;nbsp;20%&amp;nbsp;เพิ่มการดูดน้ำและปุ๋ย&amp;nbsp;15&amp;nbsp;%&amp;nbsp;ส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืชได้ดี&amp;nbsp;ลดการใช้ปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;25%&amp;nbsp;และเพิ่มผลผลิตข้าว&amp;nbsp;10%&amp;nbsp;เป็นการลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มผลผลิตให้แก่เกษตรกรได้อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>8/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211208144305024</Link_News></row>
<row _id="57"><NewsTitle>เกษตรย่านตาขาว จังหวัดตรัง ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนแปลงทุเรียนของเกษตรกรตำบลโพรงจระเข้หลังจากเกิดน้ำป่าไหลหลาก พร้อมทั้งมอบเชื้อราไตรโคเดอร์มา เพื่อป้องกันเชื้อราสาเหตุโรคพืช</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายนนท์นภนต์&amp;nbsp;นาพอ&amp;nbsp;เกษตรอำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;มอบหมายให้นางแพรวพรรณ&amp;nbsp;ทองพิทักษ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนแปลงทุเรียนหลังจากเกิดน้ำป่าไหลหลากเมื่อวันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ของนางอารี&amp;nbsp;คงเศรษฐกุล&amp;nbsp;ที่ตั้งแปลงอยู่ที่หมู่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบลโพรงจระเข้&amp;nbsp;อำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;เกษตรกรรายดังกล่าวมีพื้นที่ปลูกทุเรียน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;งาน&amp;nbsp;และได้มอบเชื้อราไตรโคเดอร์มา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อใช้ป้องกันเชื้อราไฟท๊อปธอร่าซึ่งเป็นสาเหตุของโรครากเน่าโคนเน่าทุเรียน&amp;nbsp;โดยให้คำแนะนำการใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา&amp;nbsp;ทางดิน&amp;nbsp;โดยผสมเชื้อสด&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;:&amp;nbsp;รำละเอียด&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;:&amp;nbsp;ปุ๋ยหมัก&amp;nbsp;100&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;โรยรอบโคนต้น&amp;nbsp;ต้นละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;หรือใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;ต่อน้ำสะอาด&amp;nbsp;100-200&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;ฉีดพ่นบริเวณโคนต้นทุเรียน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>8/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211208144352025</Link_News></row>
<row _id="58"><NewsTitle>เกษตรรัษฎา จังหวัดตรัง ประชุมชี้แจงการขับเคลื่อนการดำเนินงานขจัดความยากจน และพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้(&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;)&amp;nbsp;นายฉลวย&amp;nbsp;เวียนคำ&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรอำเภอรัษฎา&amp;nbsp;ร่วมประชุมชี้แจงการขับเคลื่อนการดำเนินงานขจัดความยากจน&amp;nbsp;และพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมคอซิมบี้&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ที่ว่าการอำเภอรัษฎา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการประชุมเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานขจัดความยากจน&amp;nbsp;และพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อชี้แจงการดำเนินงานสร้างความรู้ความเข้าใจ&amp;nbsp;ตามแนวทางการดำเนินงานฯ&amp;nbsp;และแผนปฏิบัติการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;(1&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;2564-&amp;nbsp;30&amp;nbsp;&amp;nbsp;กันยายน&amp;nbsp;2566)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>8/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211208145245031</Link_News></row>
<row _id="59"><NewsTitle>จังหวัดตราด กำหนดจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ โดยบูรณาการร่วมกับ โครงการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้กับประชาชน</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;(8&amp;nbsp;ธ.ค.&amp;nbsp;64)&amp;nbsp;นายชำนาญวิทย์&amp;nbsp;เตรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จังหวัดตราด&amp;nbsp;โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดตราด&amp;nbsp;ได้กำหนดจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;ไตรมาสที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;โดยจะมีการบูรณาการกับ&amp;nbsp;โครงการบำบัดทุกข์&amp;nbsp;บำรุงสุข&amp;nbsp;สร้างรอยยิ้มให้กับประชาชน&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยกำหนดจัดโครงการขึ้นในวันอังคารที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;ที่วัดวังตะเคียน&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลวังตะเคียน&amp;nbsp;อำเภอเขาสมิง&amp;nbsp;จังหวัดตราด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อให้บริการแก่เกษตรกรในการแก้ไขปัญหาด้านการผลิต&amp;nbsp;การเกษตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มุ่งเน้นให้สอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร&amp;nbsp;โดยมีการบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานวิชาการ&amp;nbsp;หน่วยงานส่งเสริมและหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้องในการ่วมพัฒนาฟื้นฟูเกษตรกรให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน&amp;nbsp;ในการนี้จังหวัดตราดจึงขอเชิญชวนเกษตรกรในพื้นที่ตำบลวังตะเคียน&amp;nbsp;และพื้นที่ใกล้เคียงเข้ารับบริการคลินิกเกษตรด้านต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ในวันและเวลาดังกล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>8/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ตราด</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211208144806028</Link_News></row>
<row _id="60"><NewsTitle>ปศุสัตว์จังหวัดชัยนาทเสริมสร้างความเข้มแข็งของกลุ่มเกษตรกรและองค์กรเครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะคุณภาพมุ่งสู่อุตสาหกรรมอาหารฮาลาล</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;8&amp;nbsp;ธ.ค.64&amp;nbsp;นายสัตวแพทย์บุญฤทธิ์&amp;nbsp;ทองสม&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมกิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตแพะคุณภาพดีเพื่อเสริมสร้างเศรษฐกิจใหม่รองรับอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล&amp;nbsp;หลักสูตร&amp;nbsp;การเสริมสร้างความเข้มเข้มแข็งของกลุ่มเกษตรกรและองค์กรเครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะคุณภาพมุ่งสู่อุตสาหกรรมอาหารฮาลาล&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;หอประชุมศูนย์วิจัยข้าวชัยนาท&amp;nbsp;ตำบลเขาท่าพระ&amp;nbsp;อำเภอเมืองชัยนาท&amp;nbsp;จังหวัดชัยนาท&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายธนยศ&amp;nbsp;นงบาง&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศการปศุสัตว์&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ด้วยจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญและการแก้ไขปัญหาของสินค้าเกษตร&amp;nbsp;ที่สำคัญของจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;(16Product&amp;nbsp;Champion)&amp;nbsp;นั่นคือ&amp;nbsp;แพะเนื้อ&amp;nbsp;โคเนื้อ&amp;nbsp;และพืชอาหารสัตว์&amp;nbsp;(หญ้าแพงโกลา)&amp;nbsp;จึงได้อนุมัติงบประมาณภายใต้โครงการพัฒนาจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;โครงการส่งเสริมและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตปศุสัตว์เพื่อการเสริมสร้างเศรษฐกิจใหม่แบบครบวงจร&amp;nbsp;(เจ้าพระยา&amp;nbsp;บีฟ&amp;nbsp;ซิตี้)&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;3&amp;nbsp;กิจกรรมหลัก&amp;nbsp;งบประมาณรวม&amp;nbsp;3,677,100&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ซึ่งในวันนี้เป็นการดำเนินงานตามกิจกรรมหลักส่งเสริมและพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตแพะคุณภาพดีเพื่อเสริมสร้างเศรษฐกิจใหม่รองรับอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะในจังหวัดชัยนาทสู่ความเข้มแข็งและยั่งยืน&amp;nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตแพะให้ได้มาตรฐาน&amp;nbsp;มีคุณภาพ&amp;nbsp;ปลอดภัย&amp;nbsp;และเป็นการตอบสนองต่อยุทธศาสตร์จังหวัดในการพัฒนาการผลิต&amp;nbsp;การแปรรูป&amp;nbsp;การตลาดและระบบ&amp;nbsp;Logistics&amp;nbsp;สินค้าเกษตรมาตรฐาน&amp;nbsp;ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;มีการส่งเสริมการเลี้ยงแพะเนื้อในพื้นที่มาอย่างจริงจังและต่อเนื่องตั้งแต่ปี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2558&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จนถึงปัจจุบันมีเกษตรกรให้ความสนใจหันมาเลี้ยงแพะเนื้อเป็นจำนวนมากถึง&amp;nbsp;1,035&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;หรือคิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้นร้อยละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ซึ่งมีการเลี้ยงกันมากที่อำเภอสรรคบุรี&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;11,111&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;คิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;29.21&amp;nbsp;รองลงมา&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;อำเภอเมืองชัยนาท&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6,811&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;คิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;17.90&amp;nbsp;ตามลำดับ&amp;nbsp;และมีแผนการส่งเสริมเพื่อเพิ่มการผลิตแพะในปี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;อีกจำนวน&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;โดยมีการส่งเสริมและพัฒนากลุ่มเกษตรกรและเครือข่ายผู้ผลิตแพะคุณภาพดีรองรับธุรกิจเพื่อการส่งออกและอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล&amp;nbsp;ในพื้นที่อำเภอเป้าหมาย&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;7&amp;nbsp;อำเภอ&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ในการนี้&amp;nbsp;เพื่อเป็นการสนับสนุนให้เกษตรกรรายย่อย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้มีโอกาสเข้าถึงธุรกิจการเลี้ยงแพะ&amp;nbsp;มีแหล่งเงินทุน&amp;nbsp;และเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรให้มีความสามารถในการแข่งขันได้&amp;nbsp;ตลอดจนเพื่อส่งเสริมและพัฒนากลุ่มเกษตรกรและเครือข่ายผู้ผลิตแพะคุณภาพดีรองรับธุรกิจเพื่อการส่งออกและอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล&amp;nbsp;อีกไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;6&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดชัยนาทที่ส่งออกแพะมีชีวิตเพื่อการค้าแล้ว&amp;nbsp;ยังมีแผนการส่งออกแพะเนื้อเข้าสู่โรงฆ่าสัตว์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานฮาลาลในพื้นที่จังหวัดใกล้เคียง&amp;nbsp;ซึ่งคิดเป็นมูลค่าการผลิตได้เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;7.8&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;นับว่าเป็นอาชีพด้านปศุสัตว์อาชีพหนึ่งที่ทำรายได้ให้กับเกษตรกรอย่างคุ้มค่า&amp;nbsp;ให้ผลตอบแทนที่สูงคุ้มค่ากับการลงทุนและมีช่องทางการตลาดที่ชัดเจน&amp;nbsp;มีความต้องการสูง&amp;nbsp;สามารถตอบสนองต่อนโยบายรัฐบาลได้อีกทางหนึ่ง&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>8/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>ชัยนาท</Province><Department>สวท.ชัยนาท</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211208155447086</Link_News></row>
<row _id="61"><NewsTitle>โรงเรียนวัดราษฎร์สโมสร ตำบลถ้ำ อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา บูรณาการกับมหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต อบรมเชิงปฏิบัติการและการส่งเสริมการพัฒนาอาชีพใหม่การเพาะเห็ดอินทรีย์และสร้างแหล่งเรียนรู้ชุมชน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โรงเรียนวัดราษฎร์สโมสร&amp;nbsp;ตำบลถ้ำ&amp;nbsp;อำเภอตะกั่วทุ่ง&amp;nbsp;จังหวัดพังงา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;บูรณาการกับมหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต&amp;nbsp;อบรมเชิงปฏิบัติการและการส่งเสริมการพัฒนาอาชีพใหม่การเพาะเห็ดอินทรีย์และสร้างแหล่งเรียนรู้ชุมชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวขวัญฤทัย&amp;nbsp;ทองแท้&amp;nbsp;ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดราษฎร์สโมสร&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โรงเรียนวัดราษฎร์สโมสร&amp;nbsp;ได้รับความอนุเคราะห์จากคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต&amp;nbsp;ในการเข้าร่วมโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการและการส่งเสริมการพัฒนาอาชีพใหม่การเพาะเห็ดอินทรีย์และสร้างแหล่งเรียนรู้ชุมชน&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ภาคี&amp;nbsp;(บ้าน&amp;nbsp;โรงเรียน&amp;nbsp;ชุมชน)&amp;nbsp;ภายใต้กิจกรรมการพัฒนาสัมมาชีพเดิมของชุมชนการสร้างอาชีพใหม่&amp;nbsp;การนำองค์ความรู้ไปช่วยบริการชุมชน&amp;nbsp;ในโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มหาวิทยาลัย&amp;nbsp;(มหาวิทยาลัยสู่ตำบล&amp;nbsp;สร้างรากแก้วให้ประเทศ)&amp;nbsp;ในพื้นที่ตำบลถ้ำ&amp;nbsp;อำเภอตะกั่วทุ่ง&amp;nbsp;จังหวัดพังงา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีการเรียนรู้การเพาะเห็ดอินทรีย์&amp;nbsp;การสร้างโรงเพาะเห็ด&amp;nbsp;และมอบก้อนเห็ด&amp;nbsp;ให้กับโรงเรียน&amp;nbsp;โดยคาดว่านักเรียนจะมีแหล่งอาหารภายในโรงเรียนเพื่อความยั่งยืนต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>8/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>พังงา</Province><Department>สวท.ตะกั่วป่า จ.พังงา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211208170058148</Link_News></row>
<row _id="62"><NewsTitle>สุพรรณบุรี พร้อมต้อนรับนายกรัฐมนตรี ในโอกาสเป็นประธาน Kick off พิธีจ่ายเงินประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว 9 ธ.ค.นี้</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และมติที่ประชุมคณะกรรมการ&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เมื่อวันที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เห็นชอบกรอบแนวทางการดำเนินงานเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;(เพิ่มเติม)&amp;nbsp;พร้อมอนุมัติวงเงินงบประมาณ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;74,569.31&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;โดยมีเป้าหมายเกษตรกรที่ได้รับประโยชน์กว่า&amp;nbsp;4.69&amp;nbsp;ล้านครัวเรือน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ในส่วนของ&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;ได้มีการเตรียมความพร้อม&amp;nbsp;โดยตรวจสอบข้อมูลเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียน&lt;/strong&gt;ไว้กับกรมส่งเสริมการเกษตรและได้รับสิทธิ์เรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;โดยเงินดังกล่าวจะโอนเข้าบัญชีให้กับเกษตรกรโดยตรงในวันที่(9&amp;nbsp;ธ.ค.64)&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;จะลงพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;เพื่อเป็นประธาน&amp;nbsp;Kick&amp;nbsp;off&amp;nbsp;การจ่ายเงินมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวและมาตรการคู่ขนาน&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ตลาดกลางสินค้าเกษตรสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ตำบลวังน้ำซับ&amp;nbsp;อำเภอศรีประจันต์&amp;nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;9.30&amp;nbsp;&amp;nbsp;12.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ซึ่งคาดว่าจะมีพี่น้องเกษตรกรชาวสุพรรณบุรี&amp;nbsp;มารอให้การต้อนรับกว่า&amp;nbsp;3&amp;nbsp;พันคน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;กำหนดการ&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;เฮลิคอปเตอร์นายกฯ&amp;nbsp;ถึงสนามบินเฮลิคอปเตอร์สุพรรณบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตำบลสนามชัย&amp;nbsp;อำเภอเมืองสุพรรณบุรี&amp;nbsp;จากนั้น&amp;nbsp;09.15&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ออกเดินทางโดยรถยนต์&amp;nbsp;ระยะทาง&amp;nbsp;13&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;ใช้เวลาประมาณ&amp;nbsp;15&amp;nbsp;นาที&amp;nbsp;ตลาดกลางสินค้าเกษตรสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ตำบลวังน้ำซับ&amp;nbsp;อำเภอศรีประจันต์&amp;nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;จากนั้น&amp;nbsp;นายณัฐภัทร&amp;nbsp;สุวรรณประทีป&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;กล่าวต้อนรับ&amp;nbsp;จากนั้นรับชมวิดีทัศน์&amp;nbsp;นโยบายการพัฒนาภาคเกษตรกรรมที่นายกรัฐมนตรีแถลงต่อรัฐสภา&amp;nbsp;จากนั้น&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีมอบเงินมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวและมาตรการคู่ขนาน&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;แก่เกษตรกร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ก่อนจะพบปะกับเกษตรกรและประชาชน&amp;nbsp;พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการของหน่วยงานต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;กรมการข้าว&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;กรมปศุสัตว์&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรและหน่วยสนับสนุน&amp;nbsp;กรมประมง&amp;nbsp;นิทรรศการการรวบรวมข้าว&amp;nbsp;เมล็ดพันธุ์ข้าว&amp;nbsp;เกษตรอัจฉริยะเรื่องข้าวแบบครบวงจร&amp;nbsp;โครงการสานฝันสร้างอาชีพฯ&amp;nbsp;โค&amp;nbsp;แพะ&amp;nbsp;ไก่พื้นเมือง&amp;nbsp;พืชอาหารสัตว์&amp;nbsp;การใช้ประโยชน์จากฟางข้าว&amp;nbsp;การปลูกพืชหลังนา&amp;nbsp;ต้นกล้าพร้อมแจก&amp;nbsp;(พริก&amp;nbsp;มะเขือ)&amp;nbsp;และการเลี้ยงกุ้งก้ามกราม&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;โดยสำนักประชาสัมพันธ์เขต&amp;nbsp;8&amp;nbsp;จะ&amp;nbsp;LIVE&amp;nbsp;ผ่านเพจ&amp;nbsp;สำนักประชาสัมพันธ์เขต&amp;nbsp;8&amp;nbsp;กาญจนบุรี&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;สวท.สุพรรณบุรี&amp;nbsp;จะถ่ายทอดเสียงผ่านคลื่น&amp;nbsp;FM&amp;nbsp;102.25&amp;nbsp;MHz.&amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;9.00&amp;nbsp;จนเสร็จสิ้นกิจกรรม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;การโอนเงินประกันรายได้ชาวนาวันที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ธ.ค.64&amp;nbsp;จะเริ่มโอนให้เกษตรกร&lt;/strong&gt;ในพื้นที่ภาคเหนือ&amp;nbsp;ภาคกลาง&amp;nbsp;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;ภาคตะวันตกและภาคใต้&amp;nbsp;จำนวนประมาณ&amp;nbsp;7.7&amp;nbsp;แสนราย&amp;nbsp;ส่วนเกษตรกรในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;จะเริ่มโอนในวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ธ.ค.64&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;7.5&amp;nbsp;แสนราย&amp;nbsp;จากนั้นจะทยอยจ่ายตามรอบการผลิตที่แจ้งถึง&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ธ.ค.64&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำหรับโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะเริ่มจ่ายในวันที่&amp;nbsp;13-17&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จะเริ่มจ่ายในวันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ธ.ค.64&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;ทั้งนี้เกษตรกรสามารถตรวจสอบผลการโอนเงินได้ทางแอปพลิเคชั่น&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;A-Mobile&amp;nbsp;ตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;และจะมีข้อความแจ้งเตือนเงินเข้าบัญชีผ่าน&amp;nbsp;LINE&amp;nbsp;Official&amp;nbsp;BAAC&amp;nbsp;Family&amp;nbsp;กรณีที่ลูกค้าสมัครใช้บริการ&amp;nbsp;BAAC&amp;nbsp;Connect&amp;nbsp;รวมถึงสามารถเบิกถอนเงินสดผ่านตู้&amp;nbsp;ATM&amp;nbsp;ของ&amp;nbsp;ธ.ก.ส.ทั่วประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>8/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สุพรรณบุรี</Province><Department>สวท.สุพรรณบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211208170500154</Link_News></row>
<row _id="63"><NewsTitle>เกษตรยะลา จัดกิจกรรม Smart Group Model  พัฒนาศักยภาพกลุ่มยุวเกษตรกรต้นแบบ อ.ยะหา</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้(8&amp;nbsp;ธ.ค&amp;nbsp;64)&amp;nbsp;นางสาวไหมอุมา&amp;nbsp;บัวแก้ว&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้นางสาวศศิภา&amp;nbsp;แก้วศรีสุข&amp;nbsp;นักวิชาการส่งการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นางสาวจุฑาทิพย์&amp;nbsp;โพชนุกูล&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&amp;nbsp;นางสาวนูยูดา&amp;nbsp;นิเลาะ&amp;nbsp;เจ้าพนักงานเคหกิจเกษตร&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเกษตรอำเภอยะหา&amp;nbsp;ได้จัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพกลุ่มยุวเกษตรกรต้นแบบ&amp;nbsp;โครงการสร้างความเข็มแข็งกลุ่มการผลิตด้านการเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โรงเรียนบ้านตันหยง&amp;nbsp;ต.บาโร๊ะ&amp;nbsp;อ.ยะหา&amp;nbsp;จ.ยะลา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>8/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211208171541162</Link_News></row>
<row _id="64"><NewsTitle>การยางแห่งประเทศไทยจังหวัดตรัง ลงพื้นที่ซับน้ำตาให้กับเกษตรกรและประชาชนผู้ประสบภัยน้ำป่าไหลหลาก พร้อมสำรวจความเสียหายเพื่อที่จะดำเนินการให้การช่วยเหลือเยียวยา</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การยางแห่งประเทศไทยจังหวัดตรัง&amp;nbsp;(กยท.)&amp;nbsp;รุดเยี่ยมเกษตรกรชาวสวนยางประสบภัยน้ำป่าไหลหลาก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่หมู่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;และหมู่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ต.โพรงจระเข้&amp;nbsp;อ.ย่านตาขาว&amp;nbsp;จ.ตรัง&amp;nbsp;สืบเนื่องจาก&amp;nbsp;ช่วงกลางดึกของวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วม&amp;nbsp;บ้านเรือนชาวบ้านจำนวนมากพังเสียหาย&amp;nbsp;ทรัพย์สินภายในบ้าน&amp;nbsp;เครื่องใช้ไฟฟ้า&amp;nbsp;รถจักรยานยนต์&amp;nbsp;รถยนต์ถูกกระแสน้ำพัดพาจนเสียหายจำนวนมาก&amp;nbsp;รวมไปถึงสัตว์เลี้ยง&amp;nbsp;และสวนยางพาราที่มีความเสียหา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะนี้ระดับน้ำได้ลดลงกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว&amp;nbsp;แต่ชาวบ้านบางส่วนยังไม่สามารถกลับเข้าบ้านไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หรือประกอบอาชีพทางการเกษตรยังไม่ได้เพราะพืชสวนไร่นา&amp;nbsp;สวนยางพาราเกิดความเสียหายอยู่ทางการยางแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;ร่วมกันสมทบทุนจัดซื้อเครื่องนอนที่ประกอบไปด้วยหมอนยางพารา&amp;nbsp;ผ้าห่ม&amp;nbsp;ผ้าขนหนู&amp;nbsp;ผ้าขาวม้ามาแจกจ่ายให้เกษตรกรและประชาชนที่ได้รับความเสียหาย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;120&amp;nbsp;ชุด&amp;nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้าน&amp;nbsp;นายภานุวัฒน์&amp;nbsp;จินกระวี&amp;nbsp;ผอ.กยท.ส.ย่านตาขาว&amp;nbsp;รุดลงพื้นที่&amp;nbsp;ต.โพรงจระเข้&amp;nbsp;อ.ย่านตาขาว&amp;nbsp;จ.ตรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้วยการมอบถุงยังชีพที่ประกอบไปด้วยช้างสารอาหารแห้งน้ำดื่ม&amp;nbsp;กว่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ชุด&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;20,500&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และนายเจษฎา&amp;nbsp;จิตรหลัง&amp;nbsp;ผช.ผอ.กยท.จ.ตรัง&amp;nbsp;และคณะพนักงาน&amp;nbsp;กยท.จ.ตรัง&amp;nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่ลงสำรวจความเสียหายเบื้องต้นพบว่า&amp;nbsp;บ้านเรือนเสียสภาพอย่างสิ้นเชิงประมาณ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;น้ำท่วมขังประมาณ&amp;nbsp;300&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;พื้นที่ทำการเกษตรเสียหาย&amp;nbsp;แบ่งเป็นสวนยางพารา&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่&amp;nbsp;นายภิรม&amp;nbsp;หนูรอด&amp;nbsp;ผอ.กยท.จ.ตรัง&amp;nbsp;นำคณะผู้บริหาร&amp;nbsp;พนักงาน&amp;nbsp;กยท.จ.ตรัง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วยตัวแทนเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางระดับจังหวัด&amp;nbsp;ลงพื้นที่&amp;nbsp;ต.โพรงจระเข้&amp;nbsp;&amp;nbsp;อ.ย่านตาขาว&amp;nbsp;จ.ตรัง&amp;nbsp;เพื่อมอบ&amp;nbsp;หมอนหนุนยางพาราพร้อมปลอก&amp;nbsp;ผ้าขนหนู&amp;nbsp;และผ้าขาวม้า&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;120&amp;nbsp;ชุด&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;62,400&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ซึ่งเป็นธารน้ำใจทั้งหมดนี้จากคณะผู้บริหาร&amp;nbsp;พนักงาน&amp;nbsp;กยท.&amp;nbsp;ทั้งประเทศ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;จากเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางระดับจังหวัด&amp;nbsp;(จ.ตรัง)&amp;nbsp;การยางแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;ร่วมเป็นกำลังใจให้แก่ผู้ประสบภัยน้ำป่าไหลหลากในครั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;หากสวนยางของเกษตรกรได้รับความเสียหาย&amp;nbsp;เกษตรกรชาวสวนยาง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สามารถยื่นคำขอรับเงินช่วยเหลือ&amp;nbsp;จากเงินกองทุนพัฒนายาง&amp;nbsp;มาตรา&amp;nbsp;49&amp;nbsp;(5)&amp;nbsp;กรณีสวนยางประสบภัยพิบัติ&amp;nbsp;ได้&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;กยท.&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;ใกล้บ้านท่าน&amp;nbsp;เพื่อขอรับเงินเยี่ยวยาจากภัยพิบัติรายละ&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขของข้อกฏหมายต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>8/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211208181852196</Link_News></row>
<row _id="65"><NewsTitle>สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง มอบกล่องบรรจุภัณฑ์แก่เกษตรกรที่มาขอรับกล่องเพื่อนำไปใช้บรรจุผลิตภัณฑ์ด้านการเกษตรจำหน่ายออนไลน์แก่ลูกค้าทั้งในและต่างจังหวัด</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้(&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;)&amp;nbsp;นายวสันต์&amp;nbsp;สุขสุวรรณ&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วยนางอุไร&amp;nbsp;แสงภักดี&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&amp;nbsp;มอบกล่องบรรจุภัณฑ์แก่เกษตรกรที่มาขอรับกล่องเพื่อนำไปใช้บรรจุผลิตภัณฑ์ด้านการเกษตรจำหน่ายออนไลน์แก่ลูกค้าทั้งในและต่างจังหวัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;การส่งมอบกล่องบรรจุภัณฑ์ดังกล่าวเพื่อสนับสนุนให้แก่เกษตรมีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ด้านการเกษตร&lt;/strong&gt;ผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้นและช่วยรักษาคุณภาพของผลผลิตในระหว่างการขนส่งถึงมือผู้บริโภค&amp;nbsp;รวมทั้งช่วยลดต้นทุนด้านการขนส่งให้แก่เกษตรกร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;หากเกษตรกรท่านใดสนใจ&amp;nbsp;สามารถติดต่อมาขอรับกล่องบรรจุภัณฑ์ได้ที่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คุณกันยารัตน์&amp;nbsp;ก้านจันทร์&amp;nbsp;&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการสำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ในวันและเวลาราชการ&amp;nbsp;โทร.&amp;nbsp;075-218382&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>8/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211208182355199</Link_News></row>
<row _id="66"><NewsTitle>สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง ลงพื้นที่ตำบลเกาะสุกร เพื่อติดตามงานโครงการเสริมสร้างและพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยเข้าสู่ระบบเกษตรอินทรีย์เพื่อสร้างรายได้แก่เกษตรกร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวสันต์&amp;nbsp;สุขสุวรรณ&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;มอบหมายให้กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&lt;/strong&gt;โดยนางกันยารัตน์&amp;nbsp;ก้านจันทร์&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตำบลเกาะสุกร&amp;nbsp;อำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;เพื่อติดตามงานโครงการเสริมสร้างและพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยเข้าสู่ระบบเกษตรอินทรีย์เพื่อสร้างรายได้แก่เกษตรกร&amp;nbsp;กิจกรรมส่งเสริมการผลิตแตงโมคุณภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;การติดตามจะมี&amp;nbsp;2&amp;nbsp;รูปแบบ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;การติดตามรายกลุ่มด้วยแบบสัมภาษณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และการลงติดตามเยี่ยมเยียนแปลงปลูกเพื่อประเมินการนำความรู้ไปปฏิบัติและให้คำแนะนำปรึกษา&amp;nbsp;ตลอดจนเก็บรวบรวมปัญหาที่พบในระหว่างการผลิต&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ในวันนี้(&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;)&amp;nbsp;ได้มีการจัดเวทีเพื่อปรับโครงสร้างกลุ่มผู้ผลิตแตงโมเกาะสุกรให้มีความเข้มแข็งและเป็นเอกภาพ&amp;nbsp;วางแผนการจัดการคุณภาพตามระบบมาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;และวางแผนรองรับผลผลิตที่จะออกสู่ตลาดโดยเจ้าหน้าที่จากเบทาโกร&amp;nbsp;เข้ามีส่วนร่วมบูรณาการพัฒนาแตงโมเกาะสุกรเข้าสู่ตลาดสินค้าเกษตรปลอดภัย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>8/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211208182504200</Link_News></row>
<row _id="67"><NewsTitle>สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง จัดประชุมเชื่อมโยงการดำเนินงานคณะกรรมการเครือข่ายแปลงใหญ่ จังหวัดตรัง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;)&amp;nbsp;นายวสันต์&amp;nbsp;สุขสุวรรณ&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานในการเปิดการประชุมเกษตรตรังประชุมเชื่อมโยงการดำเนินงานคณะกรรมการเครือข่ายแปลงใหญ่&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2/2565&amp;nbsp;และมอบหมายให้นางสาวสุมนรัตน์&amp;nbsp;ตรึกตรอง&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;จัดประชุมเชื่อมโยงการดำเนินงานคณะกรรมการเครือข่ายแปลงใหญ่&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2/2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อวางแผนการดำเนินงานแปลงใหญ่ของจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.สรุปแนวทางการรวบรวมผลผลิตปาล์มน้ำมันของกลุ่มแปลงใหญ่&amp;nbsp;แนวทางการขอรับรองมาตรฐาน&amp;nbsp;RSPO&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.การแลกเปลี่ยนปัจจัยการผลิตของกลุ่มแปลงใหญ่ในจังหวัดตรัง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.สรุปผลการดำเนินงานและผลการติดตามการดำเนินงานและการบริหารจัดการสู่ความยั่งยืนของโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;1และระยะที่&amp;nbsp;2&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4.การเสนอความความต้องการพัฒนาโครงการยกระดับเกษตรแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่&amp;nbsp;และเชื่อมโยงตลาด&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;2&lt;/p&gt;&lt;p&gt;5.&amp;nbsp;ชี้แจงโครงการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหยญ่&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;6.&amp;nbsp;การแลกเปลี่ยนผลการดำเนินงานและปัจจัยการผลิตของกลุ่มแปลงใหญ่ของ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;อำเภอ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;7.แนวทางการคัดเลือกคณะกรรมการแปลงใหญ่&amp;nbsp;ของหน่วยงานบูรณาการในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;8.แนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมการเครือข่ายแปลงใหญ่และแนวทางขับเคลื่อนแปลงใหญ่ในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ในจังหวัดตรัง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>8/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211208182644202</Link_News></row>
<row _id="68"><NewsTitle>เกษตรย่านตาขาว จังหวัดตรัง ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายของเกษตรกรผู้ประสบภัยด้านพืช ด้วยเหตุอุทกภัยเนื่องจากน้ำป่าไหลหลากตำบลโพรงจระเข้</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้(&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;)&amp;nbsp;นายนนท์นภนต์&amp;nbsp;นาพอ&amp;nbsp;เกษตรอำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มอบหมายให้นางแพรวพรรณ&amp;nbsp;ทองพิทักษ์&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญ&amp;nbsp;พร้อมด้วยนายธีรยุทธิ์&amp;nbsp;กิ้มแก้ว&amp;nbsp;อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&amp;nbsp;ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายของเกษตรกรหมู่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลโพรงจระเข้&amp;nbsp;อำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;21&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;พื้นที่ปลูกยางพารามีความเสียหายอย่างสิ้นเชิงจำนวน&amp;nbsp;2-3-0&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันมีความเสียหายอย่างสิ้นเชิงจำนวน&amp;nbsp;2-0-0&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;พื้นที่ปลูกต้นกล้ายางพารามีความเสียหายอย่างสิ้นเชิงจำนวน&amp;nbsp;38-3-0&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;พื้นที่ปลูกพืชผักมีความเสียหายอย่างสิ้นเชิงจำนวน&amp;nbsp;1-2-0&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;และพื้นที่ปลูกกาแฟมีความเสียหายอย่างสิ้นเชิงจำนวน&amp;nbsp;3-0-0&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ด้วยเหตุอุทกภัยเนื่องจากน้ำป่าไหลหลาก&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ซึ่งทางสำนักงานเกษตรอำเภอย่านตาขาวจะดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติตามหลักเกณฑ์&amp;nbsp;และวิธีการที่การคลังกำหนดต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>8/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211208182757203</Link_News></row>
<row _id="69"><NewsTitle>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดคลอง 26 ขวา อำเภอหนองแค สระบุรี และปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำคืนชีวิตชุมชนหลังตื้นเขินมายาวนานไม่เคยได้รับการรื้อและขุดลอกนานกว่า 50 ปี</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ดร.เฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;พร้อมคณะผู้ติดตาม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานขุดลอกคลองระบายน้ำที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;ขวา&amp;nbsp;บริเวณตำบลหนองโรง&amp;nbsp;อำเภอหนองแค&amp;nbsp;จังหวัดสระบุรี&amp;nbsp;และพบปะประชาชนและเกษตรกร&amp;nbsp;และปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นางอังคณา&amp;nbsp;ชิตะติตติ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี&amp;nbsp;ส่วนราชการในพื้นที่&amp;nbsp;พี่น้องเกษตรกรให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ได้กล่าวเปิดงาน&lt;/strong&gt;และมอบนโยบาย&amp;nbsp;แก่ข้าราชการผู้นำท้องถิ่นเกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;พร้อมมอบเงินชดเชยส่วนต่างๆ&amp;nbsp;ตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;มอบพันธุ์ปลาให้เกษตรกร&amp;nbsp;และเยี่ยมชมนิทรรศการจากหน่วยงานต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;และร่วมปล่อยพันธุ์ปลา&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,200,000&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;และกุ้งกร้ามกรามอีก&amp;nbsp;200,000&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล&amp;nbsp;เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&amp;nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&amp;nbsp;บรมนาถบพิตร&amp;nbsp;วันชาติ&amp;nbsp;และวันพ่อแห่งชาติ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับคลองระบายน้ำที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;ขวา&amp;nbsp;เป็นคลองระบายน้ำสายหลักของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาป่าสักใต้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีระยะทางประมาณ&amp;nbsp;26.54&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;มีช่วงต้นคลองอยู่ที่ตำบลหนองสรวง&amp;nbsp;อำเภอวิหารแดง&amp;nbsp;จังหวัดสระบุรี&amp;nbsp;และปลายคลองระบายน้ำลงสู่คลองหกที่ตำบลวังจุฬา&amp;nbsp;อำเภอวังน้อย&amp;nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;ซึ่งทำหน้าที่ส่งน้ำให้พื้นที่การเกษตรกว่า&amp;nbsp;20,000&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ในเขตตำบลหนองหมู&amp;nbsp;อำเภอวิหารแดง&amp;nbsp;ตำบลหนองจระเข้&amp;nbsp;ตำบลหนองโรง&amp;nbsp;อำเภอหนองแค&amp;nbsp;จังหวัดสระบุรี&amp;nbsp;และรวมไปถึงพื้นที่ของตำบลสนับทึบ&amp;nbsp;ตำบลชะแมบ&amp;nbsp;ตำบลวังจุฬา&amp;nbsp;ตำบลข้าวงาม&amp;nbsp;อำเภอวังน้อย&amp;nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;ซึ่งชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนและปัญหาเรื่องน้ำมานานกว่า&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ซึ่งประชาชนกลุ่มเกษตรกรคลอง&amp;nbsp;26&amp;nbsp;ขวา&amp;nbsp;เดือดร้อนหนักและได้ร้องเรียนผ่าน&amp;nbsp;นายทรงกรด&amp;nbsp;ใสแก้ว&amp;nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมชลประทาน&amp;nbsp;โดยสำนักเครื่องจักรกล&amp;nbsp;จึงได้เข้ามาดำเนินการขุดลอกคลองดังกล่าว&lt;/strong&gt;ในปีงบประมาณ&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;เนื่องจากลำคลองมีสภาพตื้นเขินเป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำในช่วงฤดูน้ำหลาก&amp;nbsp;ปัจจุบันดำเนินการขุดลอกแล้วเสร็จ&amp;nbsp;สามารถส่งน้ำให้กับเกษตรกรได้ใช้เพาะปลูกพืชในช่วงฤดูแล้งนี้ได้อย่างเพียงพอ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้ยังได้ประสานความร่วมมือกับเกษตรกรผ่านผู้นำชุมชนในพื้นที่&amp;nbsp;ให้ร่วมใจกันใช้น้ำอย่างประหยัด&amp;nbsp;โดยได้มีการจัดรอบเวรการใช้น้ำชลประทาน&amp;nbsp;ซึ่งผ่านมติของคณะกรรมการจัดการชลประทาน&amp;nbsp;เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้งเป็นไปอย่างทั่วถึงและเพียงพอ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ดร.เฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้กล่าวกับพี่น้องประชาชนว่า&amp;nbsp;ทางกระทรวงเกษตรฯ&amp;nbsp;พร้อมที่จะเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนและพี่น้องเกษตรกร&amp;nbsp;งบประมาณที่กระทรวงเกษตรฯ&amp;nbsp;จัดสรรมาจะต้องสร้างประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนให้มากที่สุด&amp;nbsp;ซึ่งในวันนี้พูดได้เต็มปากว่าวันที่รับปากว่าจะทำให้พี่น้องชาวหนองแคเราทำได้จริง&amp;nbsp;และจะดำเนินการในพื้นที่ใกล้เคียงต่อไป&amp;nbsp;หรือหากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ไหนเดือดร้อนก็สามารถร้องเรียนหรือขอรับความช่วยเหลือเข้ามาได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;และสำหรับในอนาคตทางกรมชลประทานจะได้จัดสรรงบประมาณมาดำเนินการการก่อสร้างประตูระบายน้ำ&lt;/strong&gt;เพื่อที่จะสามารถให้พี่น้องประชาชนได้สมารถเก็บกักน้ำไว้ใช้ได้ตลอดทั้งปีอีกด้วย&amp;nbsp;ส่วนโครงการที่ขอเร่งด่วน&amp;nbsp;ที่จะสามารถช่วยเหลือพี่น้องในพื้นที่ได้&amp;nbsp;ได้มอบหมายให้กรมชลประทานพิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินการโดยเร่งด่วน&amp;nbsp;ส่วนทางด้านการช่วยเหลือเกษตรกรในเรื่องราคาข้าวนั้นขณะนี้รัฐบาล&amp;nbsp;ได้อนุมัติโครงการ&amp;nbsp;"ประกันรายได้เกษตรกร"&amp;nbsp;ผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;ไปแล้ว&amp;nbsp;ซึ่งเป็นเงินเยียวยา&amp;nbsp;ช่วยเหลือชาวนา&amp;nbsp;ซึ่งทางธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;ก็ได้เร่งรัดโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากของพี่น้องเกษตรกร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>8/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สระบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211208194508222</Link_News></row>
<row _id="70"><NewsTitle>เกษตรกรผู้ปลูกข้าวสามารถตรวจสอบผลการรับการสนับสนุนตามโครงการรัฐบาล</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกษตรกรผู้ปลูกข้าวสามารถตรวจสอบผลการรับการสนับสนุนตามโครงการรัฐบาล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;แบบง่ายๆ&amp;nbsp;ผ่านเว็บไซต์&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.&amp;nbsp;ตรวจสอบสถานะความเป็นเกษตรกร&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ได้ที่&amp;nbsp;&lt;a&amp;nbsp;href="http://www.farmer.doae.go.th/?fbclid=IwAR3HS95XM0qgF82n8EykbiBZLFuFyN1UEPLB0G7CVRzeiNkOqkFFR0XSw8k"&amp;nbsp;rel="noopener&amp;nbsp;noreferrer"&amp;nbsp;target="_blank"&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;var(--blue-link);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;transparent;"&gt;http://www.farmer.doae.go.th/&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.&amp;nbsp;หากขึ้นข้อความแบบในรูป&amp;nbsp;&amp;nbsp;(โครงการ&amp;nbsp;สนับสนุน&amp;nbsp;ค่าบริหาร&amp;nbsp;ฯลฯ)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.&amp;nbsp;ให้รอรับเงินโอน&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;ได้เลย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ตรวจสอบสถานการณ์โอนเงิน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผ่าน&amp;nbsp;ลิงค์&amp;nbsp;&lt;a&amp;nbsp;href="https://l.facebook.com/l.php?u=http%3A%2F%2Fchongkho.inbaac.com%2F%3Ffbclid%3DIwAR2xhTAxefOzVRbP_YaAseAxSpVYnnhTHVROz16A6hZUcW2HKJb-CIuObWM&amp;amp;h=AT3bHH2VV2UdfJjX2AdCRWUY7UVhHJYumFZRCScbnQsqxRXrvhQUKVf1TTiBitarBrCXXn09LsdqIwx41iBnDk7FAncXfObnJBr8P6C6RZj5aHz_5BwBwZsDpc8RIHRUYAzR&amp;amp;__tn__=-UK-R&amp;amp;c[0]=AT3rupIXsHbfpcieYxXhH6uhGgmG2eU8daXl2fgQ6rIh954TS5Ok-zeSuNs-nzY_wXHgG7aDoBO1-kTskvtkcwHm9RXp0KGldWAx3kM2YcUiUjLujE0vJ7kR7RV_X70O9ipbiA6qUGtouOpcghb4e44MqWyCrjX3OGE4GJD3t2pLjGIGBTfnmVMx8tV3Ctbhk7jBAmGx"&amp;nbsp;rel="noopener&amp;nbsp;noreferrer"&amp;nbsp;target="_blank"&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;var(--blue-link);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;transparent;"&gt;chongkho.inbaac.com&lt;/a&gt;&amp;nbsp;โดยไม่ต้องไปธนาคารตามขั้นตอน&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.&amp;nbsp;กรอกเลขบัตรประจำตัวประชาชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.&amp;nbsp;กดค้นหา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.&amp;nbsp;ระบบจะแจ้งว่า&amp;nbsp;ชื่อโครงการ/เลขที่บัญชี/วันที่โอน/สาขา&amp;nbsp;ธ.ก.ส./สถานะ&amp;nbsp;ให้ท่านทราบ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้ยังสามารถตรวจสอบผ่านแอปพลิเคชัน&amp;nbsp;A-Mobile&amp;nbsp;ของธนาคาร&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับเกษตรกรที่สมัคร&amp;nbsp;BAAC&amp;nbsp;Connect&amp;nbsp;จะได้รับข้อความแจ้งเตือนผ่าน&amp;nbsp;LINE&amp;nbsp;Official&amp;nbsp;BAAC&amp;nbsp;Family&amp;nbsp;เมื่อเงินเข้าบัญชีเรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>8/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211208201023226</Link_News></row>
<row _id="71"><NewsTitle>ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเกษตรกรร่วมโครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ ณ พื้นที่ตำบลโพนทอง ตำบลนาแต้ และตำบลสร้างนกทา จังหวัดอำนาจเจริญ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สนง.กษ.อำนาจเจริญ&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเกษตรกรร่วมโครงการ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;พื้นที่ตำบลโพนทอง&amp;nbsp;ตำบลนาแต้&amp;nbsp;และตำบลสร้างนกทา&amp;nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันพุธที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;นายนาวิน&amp;nbsp;ป้องกัน&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;มอบหมาย&amp;nbsp;นางสาวอุทัยวรรณ&amp;nbsp;เพ็งธรรม&amp;nbsp;นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ&amp;nbsp;และนางสาวพีชญา&amp;nbsp;ปัญญามาตร์&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเกษตรกรร่วมโครงการ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;พื้นที่ตำบลโพนทอง&amp;nbsp;ตำบลนาแต้&amp;nbsp;และตำบลสร้างนกทา&amp;nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ได้แก่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.นางดวงศรี&amp;nbsp;โสเสมอ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;บ้านน้อยดอกหญ้า&amp;nbsp;ต.โพนทอง&amp;nbsp;อ.เสนางคนิคม&amp;nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.นายประยงค์&amp;nbsp;ทานะปัตย์&amp;nbsp;หมู่ที&amp;nbsp;9&amp;nbsp;บ้านโพนทอง&amp;nbsp;ต.โพนทอง&amp;nbsp;อ.เสนางคนิคม&amp;nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.นางระเบียบ&amp;nbsp;ปทุมวัน&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;บ้านนาแต้&amp;nbsp;ต.นาแต้&amp;nbsp;อ.เมืองอำนาจเจริญ&amp;nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4.นางราตรี&amp;nbsp;บุญหาญ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;บ้านสร้างนกทา&amp;nbsp;ต.สร้างนกทา&amp;nbsp;อ.เมืองอำนาจเจริญ&amp;nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;Cr#สนง.เกษตรและสหกรณ์อำนาจเจริญ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>8/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211208204928237</Link_News></row>
<row _id="72"><NewsTitle>จัดประชุมให้ความรู้แก่เกษตรกร โครงการส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ด้านการประมง ปี 2565</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ว่าที่&amp;nbsp;ร้อยตรี&amp;nbsp;ชัยรัตน์&amp;nbsp;พุ่มช่วย&amp;nbsp;ประมงจังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;สำนักงานประมงจังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;ดำเนินการจัดประชุมโครงการส่งเสริมอาชีพประมงกิจกรรมส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ด้านการประมง&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ในระหว่างวันที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;-&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;&amp;nbsp;93&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมองค์ความรู้แก่เกษตรกรในการเลี้ยงปลากินพืชในบ่อดิน&amp;nbsp;แนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;สร้างแนวความคิดด้านเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;และให้ความรู้เพิ่มเติมในหัวข้อ&amp;nbsp;การเพิ่มมูลค่าผลผลิตสัตว์น้ำโดยการแปรรูปให้กับเกษตรกรที่เข้าร่วมประชุม&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;พื้นที่อำเภอศรีเทพ&amp;nbsp;ดำเนินการโดย&amp;nbsp;&amp;nbsp;นางสาวสมมาศ&amp;nbsp;บุญยวง&amp;nbsp;ประมงอำเภอศรีเทพ&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;สุวรรรณศรี&amp;nbsp;หมวกชา&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน&amp;nbsp;จัดประชุม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ที่ทำการแปลงใหญ่ปลาตะเพียนขาวบ้านกองทุนที่ดินหมู่ที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ตำบลนาสนุ่น&amp;nbsp;อำเภอศรีเทพ&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;ให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;พื้นที่อำเภอหล่มเก่า&amp;nbsp;ดำเนินการโดย&amp;nbsp;นายสมใจ&amp;nbsp;เวชประสิทธิ์&amp;nbsp;ประมงอำเภอหล่มเก่า&amp;nbsp;จัดประชุม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;นุชจรีย์ฟาร์ม&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตำบลบ้านเนิน&amp;nbsp;อำเภอหล่มเก่า&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;ให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;พื้นที่อำเภอหนองไผ่&amp;nbsp;ดำเนินการโดย&amp;nbsp;นางสาวศรัญญา&amp;nbsp;เหลืองกระโทก&amp;nbsp;ประมงอำเภอหนองไผ่&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายณัฐพล&amp;nbsp;ชมภูแสน&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน&amp;nbsp;จัดประชุม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วัดบ้านกลาง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลวังท่าดี&amp;nbsp;อำเภอหนองไผ่&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;ให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;พื้นที่อำเภอชนแดน&amp;nbsp;ดำเนินการโดย&amp;nbsp;นางสุภารัตน์&amp;nbsp;ศรีสังข์&amp;nbsp;ประมงอำเภอชนแดน&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นางสาวชลกนก&amp;nbsp;ยมะสมิต&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน&amp;nbsp;จัดประชุมณ&amp;nbsp;สำนักงานประมงอำเภอชนแดน&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;ให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;พื้นที่อำเภอหล่มสัก&amp;nbsp;ดำเนินการโดย&amp;nbsp;นางณิชปภา&amp;nbsp;สารารักษ์&amp;nbsp;ประมงอำเภอหล่มสัก&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;ว่าที่ร้อยตรีหญิง&amp;nbsp;เกศรา&amp;nbsp;สวัสดี&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน&amp;nbsp;จัดประชุมณ&amp;nbsp;กองทุนหมู่บ้านห้วยคนทา&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ตำบลบุ่งน้ำเต้า&amp;nbsp;อำเภอหล่มสัก&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;ให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;พื้นที่อำเภอบึงสามพัน&amp;nbsp;ดำเนินการโดย&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายพงศ์ธร&amp;nbsp;อินทร์อักษร&amp;nbsp;ประมงอำเภอวิเชียรบุรี&amp;nbsp;จัดประชุมณ&amp;nbsp;ศาลาประชาคมวัดพิกุลใต้&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตำบลวังพิกุล&amp;nbsp;อำเภอบึงสามพัน&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;ให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;พื้นที่อำเภอเมืองเพชรบูรณ์&amp;nbsp;ดำเนินการโดย&amp;nbsp;นายอัศวิน&amp;nbsp;แก้วคง&amp;nbsp;ประมงอำเภอเมืองเพชรบูรณ์&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายเอกรัตน์&amp;nbsp;มาตรทอง&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน&amp;nbsp;จัดประชุม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ตำบลนางั่ว&amp;nbsp;อำเภอเมืองเพชรบูรณ์&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;ให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เครดิต&amp;nbsp;-&amp;nbsp;เพลินจิต&amp;nbsp;&amp;nbsp;สวนศิลป์พงศ์&amp;nbsp;/&amp;nbsp;สวท.เพชรบูรณ์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แหล่งข้อมูล&amp;nbsp;:&amp;nbsp;สนง.ประมง&amp;nbsp;จ.พช.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>8/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>เพชรบูรณ์</Province><Department>สวท.เพชรบูรณ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211208225645252</Link_News></row>
<row _id="73"><NewsTitle>จัดประชุมให้ความรู้แก่เกษตรกร โครงการส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ด้านการประมง ปี 2565</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(51,&amp;nbsp;51,&amp;nbsp;51);"&gt;ว่าที่&amp;nbsp;ร้อยตรี&amp;nbsp;ชัยรัตน์&amp;nbsp;พุ่มช่วย&amp;nbsp;ประมงจังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(51,&amp;nbsp;51,&amp;nbsp;51);"&gt;สำนักงานประมงจังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;ดำเนินการจัดประชุมโครงการส่งเสริมอาชีพประมงกิจกรรมส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ด้านการประมง&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ในระหว่างวันที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;-&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;93&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมองค์ความรู้แก่เกษตรกรในการเลี้ยงปลากินพืชในบ่อดิน&amp;nbsp;แนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;สร้างแนวความคิดด้านเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;และให้ความรู้เพิ่มเติมในหัวข้อ&amp;nbsp;การเพิ่มมูลค่าผลผลิตสัตว์น้ำโดยการแปรรูปให้กับเกษตรกรที่เข้าร่วมประชุม&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;พื้นที่&lt;/strong&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;blue;"&gt;อำเภอศรีเทพ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;ดำเนินการโดย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(51,&amp;nbsp;51,&amp;nbsp;51);"&gt;นางสาวสมมาศ&amp;nbsp;บุญยวง&amp;nbsp;ประมงอำเภอศรีเทพ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(51,&amp;nbsp;51,&amp;nbsp;51);"&gt;พร้อมด้วย&amp;nbsp;คุณสุวรรรณศรี&amp;nbsp;หมวกชา&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน&amp;nbsp;จัดประชุม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ที่ทำการแปลงใหญ่ปลาตะเพียนขาวบ้านกองทุนที่ดิน&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ตำบลนาสนุ่น&amp;nbsp;อำเภอศรีเทพ&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;พื้นที่&lt;/strong&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;blue;"&gt;อำเภอหล่มเก่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;ดำเนินการโดย&lt;/strong&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(51,&amp;nbsp;51,&amp;nbsp;51);"&gt;&amp;nbsp;นายสมใจ&amp;nbsp;เวชประสิทธิ์&amp;nbsp;ประมงอำเภอหล่มเก่า&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(51,&amp;nbsp;51,&amp;nbsp;51);"&gt;&amp;nbsp;จัดประชุม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;นุชจรีย์ฟาร์ม&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตำบลบ้านเนิน&amp;nbsp;อำเภอหล่มเก่า&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;ให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;พื้นที่&lt;/strong&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;blue;"&gt;อำเภอหนองไผ่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;ดำเนินการโดย&lt;/strong&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(51,&amp;nbsp;51,&amp;nbsp;51);"&gt;&amp;nbsp;นางสาวศรัญญา&amp;nbsp;เหลืองกระโทก&amp;nbsp;ประมงอำเภอหนองไผ่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(51,&amp;nbsp;51,&amp;nbsp;51);"&gt;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายณัฐพล&amp;nbsp;ชมภูแสน&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน&amp;nbsp;จัดประชุม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วัดบ้านกลาง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลวังท่าดี&amp;nbsp;อำเภอหนองไผ่&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;ให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ราย&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;พื้นที่&lt;/strong&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;blue;"&gt;อำเภอชนแดน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;ดำเนินการโดย&lt;/strong&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(51,&amp;nbsp;51,&amp;nbsp;51);"&gt;&amp;nbsp;นางสุภารัตน์&amp;nbsp;ศรีสังข์&amp;nbsp;ประมงอำเภอชนแดน&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(51,&amp;nbsp;51,&amp;nbsp;51);"&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นางสาวชลกนก&amp;nbsp;ยมะสมิต&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน&amp;nbsp;จัดประชุมณ&amp;nbsp;สำนักงานประมงอำเภอชนแดน&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;ให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ราย&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;พื้นที่&lt;/strong&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;blue;"&gt;อำเภอหล่มสัก&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;ดำเนินการโดย&lt;/strong&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(51,&amp;nbsp;51,&amp;nbsp;51);"&gt;&amp;nbsp;นางณิชปภา&amp;nbsp;สารารักษ์&amp;nbsp;ประมงอำเภอหล่มสัก&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(51,&amp;nbsp;51,&amp;nbsp;51);"&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;ว่าที่ร้อยตรีหญิง&amp;nbsp;เกศรา&amp;nbsp;สวัสดี&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน&amp;nbsp;จัดประชุมณ&amp;nbsp;กองทุนหมู่บ้านห้วยคนทา&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ตำบลบุ่งน้ำเต้า&amp;nbsp;อำเภอหล่มสัก&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;ให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ราย&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;พื้นที่&lt;/strong&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;blue;"&gt;อำเภอบึงสามพัน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;ดำเนินการโดย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;blue;"&gt;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(51,&amp;nbsp;51,&amp;nbsp;51);"&gt;นายพงศ์ธร&amp;nbsp;อินทร์อักษร&amp;nbsp;ประมงอำเภอวิเชียรบุรี&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(51,&amp;nbsp;51,&amp;nbsp;51);"&gt;&amp;nbsp;จัดประชุมณ&amp;nbsp;ศาลาประชาคมวัดพิกุลใต้&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตำบลวังพิกุล&amp;nbsp;อำเภอบึงสามพัน&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(51,&amp;nbsp;51,&amp;nbsp;51);"&gt;&amp;nbsp;ให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;พื้นที่&lt;/strong&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;blue;"&gt;อำเภอเมืองเพชรบูรณ์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;ดำเนินการโดย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(51,&amp;nbsp;51,&amp;nbsp;51);"&gt;นายอัศวิน&amp;nbsp;แก้วคง&amp;nbsp;ประมงอำเภอเมืองเพชรบูรณ์&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(51,&amp;nbsp;51,&amp;nbsp;51);"&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายเอกรัตน์&amp;nbsp;มาตรทอง&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน&amp;nbsp;จัดประชุม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ตำบลนางั่ว&amp;nbsp;อำเภอเมืองเพชรบูรณ์&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;ให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ราย&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(51,&amp;nbsp;51,&amp;nbsp;51);"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เพลินจิต&amp;nbsp;&amp;nbsp;สวนศิลป์พงศ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สวท.เพชรบูรณ์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แหล่งข้อมูล&amp;nbsp;:&amp;nbsp;สำนักงานประมง&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(51,&amp;nbsp;51,&amp;nbsp;51);"&gt;จังหวัดเพชรบูรณ์&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>8/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>เพชรบูรณ์</Province><Department>สวท.เพชรบูรณ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211208230757253</Link_News></row>
<row _id="74"><NewsTitle>กฟผ.แม่เมาะ ผนึกกำลังชุมชน เกี่ยวข้าวพันธุ์พระราชทาน สืบสานปณิธานตามรอยพ่อ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การผลิตโรงไฟฟ้า&amp;nbsp;(กฟผ.)&amp;nbsp;แม่เมาะ&amp;nbsp;จัดกิจกรรมเกี่ยวข้าวโครงการ&amp;nbsp;กฟผ.ปลูกข้าวสืบสานปณิธานตามรอยพ่อ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;รัชกาลที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายพัฒนพงศ์&amp;nbsp;ขันทา&amp;nbsp;ผู้อำนวยการฝ่ายการผลิตโรงไฟฟ้าแม่เมาะ&amp;nbsp;พร้อมด้วยผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(กฟผ.)&amp;nbsp;&amp;nbsp;แม่เมาะ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ให้การต้อนรับ&amp;nbsp;นายพนมพร&amp;nbsp;ตุ้ยกาศ&amp;nbsp;นายอำเภอแม่เมาะ&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธี&amp;nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการอำเภอแม่เมาะ&amp;nbsp;กองร้อยฝึกรบพิเศษที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ค่ายฝึกรบพิเศษประตูผา&amp;nbsp;สถานีตำรวจภูธรแม่เมาะ&amp;nbsp;สถานีตำรวจภูธรเกาะคา&amp;nbsp;เทศบาลตำบลแม่เมาะ&amp;nbsp;และเครือข่ายชุมชน&amp;nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์ศึกษาและพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;กฟผ.แม่เมาะ&amp;nbsp;อ.แม่เมาะ&amp;nbsp;จ.ลำปาง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ศูนย์ศึกษาและพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;กฟผ.แม่เมาะ&amp;nbsp;ได้นำเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ไรซ์เบอร์รี่พระราชทาน&lt;/strong&gt;และพันธุ์ข้าวหอมใบเตย&amp;nbsp;62&amp;nbsp;พันธุ์ข้าว&amp;nbsp;กข&amp;nbsp;43&amp;nbsp;ซึ่งเป็นหนึ่งใน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;พันธุ์ข้าวเฉลิมพระเกียรติ&amp;nbsp;เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;รัชกาลที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;มาปลูกในแปลงนาสาธิต&amp;nbsp;ตั้งแต่เดือนสิงหาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และครบวาระการเก็บเกี่ยวในเดือนนี้&amp;nbsp;โดยเมล็ดพันธุ์ข้าวที่เก็บเกี่ยวแล้วจะถูกส่งต่อให้แก่หน่วยงานและชุมชนในพื้นที่เพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;กฟผ.แม่เมาะ&amp;nbsp;ได้รับการคัดเลือกให้เป็นพื้นที่ร่วมปลูกข้าวพันธุ์พระราชทาน&amp;nbsp;เป็นปีที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยที่ผ่านมาศูนย์ศึกษาและพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;กฟผ.แม่เมาะ&amp;nbsp;เป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชนในการทำการเกษตรรูปแบบการทำนาแบบประณีต&amp;nbsp;ปลอดสารเคมี&amp;nbsp;และประยุกต์ใช้จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;ทั้งยังเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ดูงานของประชาชนทั่วไป&amp;nbsp;ตลอดจนสามารถผลิตพันธุ์ข้าวอินทรีย์ที่สมบูรณ์&amp;nbsp;ปลอดภัย&amp;nbsp;เป็นเมล็ดพันธุ์ชั้นดี&amp;nbsp;ซึ่งเป็นตัวชี้วัดได้ว่า&amp;nbsp;พื้นที่อำเภอแม่เมาะเป็นพื้นที่ปลอดภัย&amp;nbsp;เหมาะสมต่อการเพาะปลูก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>9/12/2021</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำปาง</Province><Department>สวท.ลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211209082959292</Link_News></row>
<row _id="75"><NewsTitle>กองร้อยฝึกรบพิเศษที่ 3 ค่ายฝึกรบพิเศษประตูผา เยี่ยมชมโครงการ Biomass Co-firing กฟผ.แม่เมาะ ลำปาง ที่สามารถลดการเกิดก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 6,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายพัฒนพงศ์&amp;nbsp;ขันทา&amp;nbsp;ผู้อำนวยการฝ่ายการผลิตโรงไฟฟ้าแม่เมาะ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วยผู้ปฏิบัติงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(กฟผ.)&amp;nbsp;แม่เมาะ&amp;nbsp;ให้การต้อนรับ&amp;nbsp;พันตรี&amp;nbsp;ภาณุพันธ์&amp;nbsp;จานแก้ว&amp;nbsp;ผู้บัญชาการกองร้อยฝึกรบพิเศษที่3&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่ทหารกองร้อยฝึกรบพิเศษที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ค่ายฝึกรบพิเศษประตูผา&amp;nbsp;เข้าเยี่ยมชมโครงการศึกษาและทดสอบการนำเชื้อเพลิงชีวมวลอัดแท่งมาเผาไหม้ร่วมกับถ่านหิน&amp;nbsp;(Biomass&amp;nbsp;Co-firing)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เพื่อศึกษากระบวนการผลิตชีวมวลอัดแท่งจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร&amp;nbsp;และเศษไม้&amp;nbsp;พร้อมทั้งหารือถึงความเป็นไปได้ในการนำเศษไม้และใบไม้ในพื้นที่ค่ายทหารมาผลิตเป็นเชื้อเพลิงชีวมวลอัดแท่งเผาไหม้ร่วมกับถ่านหินในการผลิตกระแสไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนแม่เมาะเครื่องที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;อาคาร&amp;nbsp;Biomass&amp;nbsp;Pellets&amp;nbsp;การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(กฟผ.)&amp;nbsp;แม่เมาะ&amp;nbsp;อ.แม่เมาะ&amp;nbsp;จ.ลำปาง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;การใช้เชื้อเพลิงชีวมวลร่วมกับถ่านหินในกระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จะช่วยลดกิจกรรมการเผาเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรในพื้นที่อำเภอแม่เมาะที่เป็นสาเหตุการเกิดหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในช่วงต้นปีตลอดจนยังช่วยให้ชุมชนในพื้นที่อำเภอแม่เมาะมีรายได้จากการขายเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรของชุมชนอีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ซึ่งจากการคำนวณเชิงเศรษฐศาสตร์&amp;nbsp;โครงการดังกล่าวสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นสาเหตุของการเกิดก๊าซเรือนกระจกได้ถึง&amp;nbsp;6,000&amp;nbsp;ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>9/12/2021</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำปาง</Province><Department>สวท.ลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211209083148293</Link_News></row>
<row _id="76"><NewsTitle>ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจังหวัดบุรีรัมย์ เตรียมโอนเงินโครงการค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2564/2565</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;ธ.ก.ส.บุรีรัมย์&amp;nbsp;เตรียมโอนเงินโครงการค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/2565&amp;nbsp;สนับสนุนเงินให้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ไร่ละ&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;สูงสุดไม่เกิน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;(ไม่เกิน&amp;nbsp;20,000&amp;nbsp;บาท)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;วันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ธ.ค.&amp;nbsp;64=&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;สาขาชำนิ,โนนดินแดง,บ้านด่าน,บ้านใหม่ไชยพจน์,พลับพลาชัย,ระกา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;วันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ธ.ค.&amp;nbsp;64=&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;สาขาแคนดง,&amp;nbsp;โนนสุวรรณ,&amp;nbsp;ปะคำ,&amp;nbsp;เมืองตลุง,&amp;nbsp;หนองหงส์,&amp;nbsp;ห้วยราช,&amp;nbsp;อิสาณ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;วันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ธ.ค.&amp;nbsp;64=&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;สาขากระสัง,&amp;nbsp;คูเมือง,&amp;nbsp;เฉลิมพระเกียรติ,&amp;nbsp;นาโพธิ์,&amp;nbsp;บ้านกรวด,&amp;nbsp;ละหายทราย,&amp;nbsp;สตึก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;วันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;ธ.ค.&amp;nbsp;64=&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;สาขานางรอง,&amp;nbsp;บุรีรัมย์,&amp;nbsp;ประโคนชัย,&amp;nbsp;พุทไธสง,&amp;nbsp;ลำปลายมาศ,&amp;nbsp;หนองกี่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>9/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สวท.บุรีรัมย์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211209083858294</Link_News></row>
<row _id="77"><NewsTitle>ธ.ก.ส. พร้อมโอนเงินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว วันนี้</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายกษาปณ์&amp;nbsp;เงินรวง&amp;nbsp;รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;ได้เตรียมความพร้อม&amp;nbsp;จ่ายเงินโครงการประกันรายได้เกษตรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;ในวันนี้&amp;nbsp;เงินดังกล่าวจะโอนเข้าบัญชีของเกษตรกรโดยตรง&amp;nbsp;โดยเฉพาะเกษตรกรในเขตพื้นที่ภาคเหนือ&amp;nbsp;ภาคกลาง&amp;nbsp;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;ภาคตะวันตก&amp;nbsp;และภาคใต้&amp;nbsp;จำนวนประมาณ&amp;nbsp;7.7&amp;nbsp;แสนราย&amp;nbsp;เกษตรกรในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;จะเริ่มโอนในวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;7.5&amp;nbsp;แสนราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หลังจาก&amp;nbsp;การตรวจสอบข้อมูลเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนไว้กับ&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;แล้วเสร็จ&lt;/strong&gt;และโอนเงินให้กับเกษตรแต่ละรายตามสิทธิ์ที่ได้รับ&amp;nbsp;จากนั้นจะทยอยจ่ายตามรอบการผลิตที่แจ้งถึง&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;โดยคาดว่าในรอบวันที่&amp;nbsp;9-13&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จะสามารถโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรตามข้อมูลที่ได้รับและผ่านการประชุมของ&amp;nbsp;คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิง&amp;nbsp;งวดที่&amp;nbsp;3-7&amp;nbsp;รวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;3.58&amp;nbsp;ล้านราย&amp;nbsp;คิดเป็นเงินกว่า&amp;nbsp;64,000&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;เกษตรกรสามารถตรวจสอบผลการโอนเงินได้ทางแอปพลิเคชัน&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;A-Mobile&amp;nbsp;ตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รวมถึงสามารถเบิกถอนเงินสดผ่านตู้&amp;nbsp;ATM&amp;nbsp;ของ&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;ทั่วประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>9/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สวท.มุกดาหาร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211209084312297</Link_News></row>
<row _id="78"><NewsTitle>นายกรัฐมนตรี เตรียมมอบเงินตามมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวให้ตัวแทนเกษตรกรที่จังหวัดสุพรรณบุรี</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ลงพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;เพื่อเป็นประธานในพิธีมอบเงินตามมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวและมาตรการคู่ขนาน&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;สาขาตลาดกลางสินค้าเกษตรสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ตำบลวังน้ำซับ&amp;nbsp;อำเภอศรีประจันต์&amp;nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;โดยนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ทำพิธีส่งมอบเงินตามมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวและมาตรการคู่ขนานปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;ให้กับกลุ่มเกษตรกรทั่วประเทศ&amp;nbsp;ซึ่งในส่วนของจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;มีเกษตรกรผู้ปลูกข้าวได้รับเงินโอนโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;รอบที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;38,717&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เป็นจำนวนเงิน&amp;nbsp;829,808,027.98&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และมีเกษตรกรได้รับเงินโอนโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;59,674&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เป็นจำนวนเงิน&amp;nbsp;883,126,641.75&amp;nbsp;บาท&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ได้เป็นสักขีพยานในโอกาสที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมอบเงินตามมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวและมาตรการคู่ขนานปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;ให้กับผู้แทนเกษตรกรจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และผู้แทนสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ทั้งนี้การจัดงานดังกล่าว&amp;nbsp;ปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด&amp;nbsp;ผู้เข้าร่วมงานต้องแสดงผลตรวจ&amp;nbsp;ATK&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>9/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211209094616326</Link_News></row>
<row _id="79"><NewsTitle>กระทรวงการคลัง เดินหน้าเยียวยาเกษตรกรที่ประสบปัญหาผลผลิตทางการเกษตรราคาตกต่ำ อนุมัติกรอบวงเงินกว่า 138,224 ล้านบาท </NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอาคม&amp;nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในฐานะประธานกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;จากปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำลง&amp;nbsp;ทำให้เกษตรกรได้รับผลกระทบมีรายได้ลดลง&amp;nbsp;รัฐบาลโดยพลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;มีความห่วงใยในปัญหาที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;ได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกร&amp;nbsp;ในส่วนของ&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;ได้อนุมัติวงเงินงบประมาณกว่า&amp;nbsp;138,224&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เพื่อดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรครอบคลุม&amp;nbsp;3&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;ประกอบด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;(เพิ่มเติม)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;วงเงินประมาณ&amp;nbsp;74,569&amp;nbsp;&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;มีเกษตรกรได้รับประโยชน์กว่า&amp;nbsp;4.69&amp;nbsp;ล้านครัวเรือน&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;ธ.ก.ส.เริ่มโอนเงินประกันรายได้เข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ธันวาคมนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากภาระต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นและจูงใจให้เกษตรกรดูแลรักษาข้าวให้มีคุณภาพดี&amp;nbsp;โดยสนับสนุนเงินให้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;รอบที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กับกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;ในอัตราไร่ละ&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;สูงสุดไม่เกิน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;หรือไม่เกิน&amp;nbsp;20,000&amp;nbsp;บาทต่อครัวเรือน&amp;nbsp;วงเงินประมาณ&amp;nbsp;53,871&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรเป้าหมาย&amp;nbsp;4.57&amp;nbsp;ล้านครัวเรือน&amp;nbsp;โดยจะเริ่มโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรระหว่างวันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;&amp;nbsp;17&amp;nbsp;&amp;nbsp;ธันวาคมนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;3&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรชาวสวนยางมีรายได้ที่แน่นอนจากการประกันรายได้&amp;nbsp;ตามการผลิตแต่ละประเภท&amp;nbsp;วงเงินงบประมาณ&amp;nbsp;&amp;nbsp;9,783&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เป้าหมายเกษตรกร&amp;nbsp;1.88&amp;nbsp;ล้านราย&amp;nbsp;พื้นที่สวนยางกว่า&amp;nbsp;19.16&amp;nbsp;ล้านไร่&amp;nbsp;โดยจะเริ่มโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรในวันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เป็นต้นไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;ในวันนี้&amp;nbsp;(9&amp;nbsp;ธ.ค.)&amp;nbsp;ธ.ก.ส.เริ่มโอนเงินเข้าบัญชีของเกษตรกรโดยตรง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ&amp;nbsp;ภาคกลาง&amp;nbsp;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;ภาคตะวันตก&amp;nbsp;และภาคใต้&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;770,000&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ส่วนเกษตรกรในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;จะเริ่มโอนในวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ธันวาคมนี้&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;750,000&amp;nbsp;&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;จากนั้นจะทยอยจ่ายเงินตามรอบการผลิตที่แจ้งไปจนถึงวันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ธันวาคมนี้&amp;nbsp;โดยคาดว่าในรอบวันที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;9-13&amp;nbsp;ธันวาคมนี้&amp;nbsp;จะสามารถโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกร&amp;nbsp;รวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;3.58&amp;nbsp;ล้านราย&amp;nbsp;คิดเป็นเงินกว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;64,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;จากนั้น&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;จะเริ่มจ่ายเงินในส่วนของโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;&amp;nbsp;17&amp;nbsp;ธันวาคมนี้&amp;nbsp;ส่วนโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จะเริ่มจ่ายในวันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เป็นต้นไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>9/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211209122203393</Link_News></row>
<row _id="80"><NewsTitle>นายกรัฐมนตรี มอบเงินตามมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ยืนยันรัฐบาลให้ความสำคัญภาคการเกษตรและส่งเสริมให้เกิดรายได้ที่มั่นคง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานพิธีมอบเงินตามมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;และมาตรการคู่ขนาน&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;สาขาตลาดกลางสินค้าเกษตรสุพรรณบุรี&amp;nbsp;อำเภอศรีประจันต์&amp;nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รู้สึกยินดีที่ได้มาเป็นประธานในการมอบเงินช่วยเหลือเกษตรกรในครั้งนี้&amp;nbsp;เพราะเป็นการนำร่องจ่ายเงินให้กับเกษตรกรทั่วประเทศ&amp;nbsp;ถือเป็นการส่งความสุขและเป็นของขวัญรับปีใหม่&amp;nbsp;ซึ่งรัฐบาลห่วงใยเกษตรกรทุกคนและให้ความสำคัญกับภาคการเกษตร&amp;nbsp;เนื่องจากเป็นภาคการผลิตที่ทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโต&amp;nbsp;จึงมุ่งมั่นส่งเสริมให้เกษตรกรมีความมั่นคงทางราย&amp;nbsp;ทั้งนี้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ&amp;nbsp;เบื้องต้นประกันรายได้สินค้าเกษตร&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ชนิดและมีแนวทางจะส่งเสริมการตลาดแบบครบวงจร&amp;nbsp;รวมถึงผลักดันการยกระดับคุณภาพข้าวไทย&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ลดต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;ส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่ทำการเกษตรมากขึ้น&amp;nbsp;โดยมีรูปแบบเป็นการเกษตรแนวใหม่ที่อาศัยเทคโนโลยีมาช่วยการผลิต&amp;nbsp;การปลูกข้าวปลอดภัย&amp;nbsp;การทำสมาร์ทฟาร์มเมอร์&amp;nbsp;การแปรรูปข้าวเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าและการทำการตลาดในประเทศให้เข้มแข็งตลอดจนการรวมกลุ่มวิสาหกิจ&amp;nbsp;ซึ่งหากทำได้สำเร็จ&amp;nbsp;จะช่วยให้เกษตรกรมีความมั่นคงและไม่มีปัญหาหนี้สิน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านตัวแทนเกษตรกรจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;รู้สึกขอบคุณรัฐบาลที่มีโครงการประกันรายได้สินค้าเกษตร&amp;nbsp;เพื่อชดเชยราคาข้าวที่ตกต่ำ&amp;nbsp;ซึ่งทำให้เกษตรกรมีรายได้&amp;nbsp;พร้อมเสนอให้รัฐบาลช่วยหามาตรการลดต้นทุนการผลิตและแจกพันธุ์ข้าวอย่างดี&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ที่ยั่งยืนต่อไป&amp;nbsp;ซึ่งการจัดงานดังกล่าว&amp;nbsp;ปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด&amp;nbsp;ผู้เข้าร่วมงานต้องแสดงผลตรวจ&amp;nbsp;ATK&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>9/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211209115959366</Link_News></row>
<row _id="81"><NewsTitle>กยท.จังหวัดนราธิวาส สร้างการรับรู้ให้เกษตรกรชาวสวนยางรับมือเกี่ยวกับโรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพารา</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสประสบปัญหาการระบาดของโรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพาราจังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ซึ่งเป็นจังหวัดแรกที่เป็นหน้าด่านที่ติดชายแดนกับประเทศมาเลเซียโดยโรคนี้พบในเดือนกันยายน&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;ที่อำเภอแว้งกับระแงะ&amp;nbsp;ซึ่งโรคนี้กระทบกับต้นยางทำให้ต้นยางแสดงอาการเป็นโรคใบร่วงขึ้นมา&amp;nbsp;พอเข้าในช่วงฤดูฝนต้นยางแสดงอาการเป็นใบจุด&amp;nbsp;แสดงอาการภายใน&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;สัปดาห์&amp;nbsp;และจะสัมพันธ์กับปริมาณน้ำฝน&amp;nbsp;ถ้าปริมาณที่ฝนตกชุก&amp;nbsp;ความรุนแรงของโรคนี้ก็จะรุนแรงมากขึ้นเรื่อย&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งในปีนี้สังเกตว่าในช่วงเดือน&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;ถ้าเราเข้าไปในสวนยางก็จะเห็นว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ต้นยางไม่ค่อยมีใบเหลือเท่าไหร่ซึ่งอยู่ในสถานการณ์ที่รุนแรงมาก&amp;nbsp;โรคนี้ระบาดกินพื้นที่ประมาณ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;%&amp;nbsp;ของพื้นที่&amp;nbsp;พบเจอโรคนี้ทุกอำเภอ&amp;nbsp;เพียงแต่ว่าความรุนแรงของโรคก็แตกต่างกัน&amp;nbsp;ส่วนอำเภอที่มีความรุนแรงน้อยก็จะมีอำเภอตากใบ&amp;nbsp;สุไหงโก-ลก&amp;nbsp;และบาเจาะ&amp;nbsp;เพราะเป็นอำเภอเลียบชายทะเล&amp;nbsp;ส่วนอำเภออื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ยี่งอ&amp;nbsp;เมือง&amp;nbsp;มีความรุนแรงในระดับปานกลาง&amp;nbsp;ส่วนที่เหลือก็จะมีความรุนแรงหนักที่สุด&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;รือเสาะ&amp;nbsp;ศรีสาคร&amp;nbsp;แว้ง&amp;nbsp;สุคิริน&amp;nbsp;และจะแนะ&amp;nbsp;ถ้าเข้าไปในพื้นที่ก็เห็นสวนยางใบร่วงเกือบหมดแล้ว&amp;nbsp;โดยเฉพาะช่วงนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายพนัสพล&amp;nbsp;โกสิยาภรณ์&amp;nbsp;ผอ.กยท.จังหวัดนาธิวาสได้เปิดเผยว่าได้สร้างการรับรู้ให้กับเกษตรกร&lt;/strong&gt;ให้รู้ว่ามีโรคนี้ระบาดในพื้นที่แล้ว&amp;nbsp;จะต้องตระหนักถึงความสำคัญของโรค&amp;nbsp;ว่าโรคนี้มีผลต่อผลผลิต&amp;nbsp;ต่อต้นยางอย่างไร&amp;nbsp;เกษตรกรก็จะต้องไปดูแลส่วนตัวเอง&amp;nbsp;เราให้คำแนะนำของการกำจัดวัชพืชในสวยยาง&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดความโล่ง&amp;nbsp;คือง่ายก็ทำความสะอาดสวนยาง&amp;nbsp;ในเรื่องของการดูแลรักษาสวนยางก็คือการใส่ปุ๋ยตามหลักวิชาการ&amp;nbsp;พอต้นยางเป็นโรคก็จะเกิดการเสื่อมโทรมเสียหาย&amp;nbsp;เราก็ต้องไปบำรุงเพื่อลดความรุนแรงของโรค&amp;nbsp;ส่วนในเรื่องของการใช้สารเคมี&amp;nbsp;ลดปริมาณเชื้อ&amp;nbsp;การใช้เชื้อไตรโคเดอร์ม่าเพื่อลดปริมาณเชื้อในพื้นดิบ&amp;nbsp;เราก็พยายามให้คำแนะนำในสวนของเกษตรกรเอง&amp;nbsp;และในส่วนของความช่วยเหลือต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การพัฒนาอาชีพ&amp;nbsp;พอเกิดโรคนี้ทำให้ผลผลิตลดลง&amp;nbsp;รายได้ลดลง&amp;nbsp;เราก็พยายามพัฒนาอาชีพในเรื่องของการแนะนำอาชีพเสริมต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ที่จะช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง&amp;nbsp;ให้คำแนะนำในเรื่องของแหล่งเงินกู้&amp;nbsp;เงินทุน&amp;nbsp;ก็จะช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางได้สวนหนึ่ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>9/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>นราธิวาส</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211209142832445</Link_News></row>
<row _id="82"><NewsTitle>รัฐบาล Kick off เริ่มจ่ายเงินโครงการประกันรายได้ชาวสวนยาง เฟส 3 ล็อตแรกเป็นเงินกว่า 1.4 พันล้านบาท</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายณกรณ์&amp;nbsp;ตรรกวิรพัท&amp;nbsp;ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตามมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;เห็นชอบให้ดำเนินการโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;วงเงินรวมงบประมาณเพื่อจ่ายส่วนต่างประกันรายได้ยาง&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;ทั้งสิ้นประมาณ&amp;nbsp;10,065&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;สำหรับเกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับการยางแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(กยท.)&amp;nbsp;ซึ่งจะได้รับการชดเชยส่วนต่างตามรูปแบบผลผลิตที่เกษตรกรขาย&amp;nbsp;โดยกำหนดราคาประกันรายได้&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ยางแผ่นดิบคุณภาพดี&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;60&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;น้ำยางสด&amp;nbsp;(DRC&amp;nbsp;100%)&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;57&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;และยางก้อนถ้วย&amp;nbsp;(DRC&amp;nbsp;50%)&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;23&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;ซึ่งมีระยะเวลาดำเนินการทั้งสิ้น&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือนคือ&amp;nbsp;ตั้งแต่เดือนตุลาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;-&amp;nbsp;เดือนมีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;รายละไม่เกิน&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เริ่มจ่ายพร้อมกัน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;งวด&amp;nbsp;(ตุลาคมและพฤศจิกายน&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;ในวันนี้&amp;nbsp;(9&amp;nbsp;ธ.ค.64)&amp;nbsp;รวมเป็นเงินประมาณ&amp;nbsp;1,400&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;หลังจากนั้นจะจ่ายเดือนละครั้งจนถึงเดือนเมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;(ธ.ก.ส.)&amp;nbsp;จะโอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ของเกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับ&amp;nbsp;กยท.&amp;nbsp;เดือนละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนและแจ้งข้อมูลสวนยางไว้กับ&amp;nbsp;กยท.&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สามารถตรวจสอบสิทธิ์การเข้าร่วมโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ได้ที่เว็บไซต์&amp;nbsp;ตรวจสอบสถานะการขึ้นทะเบียนเกษตรกรสวนยาง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;กล่าวอีกว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โครงการประกันรายได้ครั้งนี้&amp;nbsp;เป็นหนึ่งในมาตรการของรัฐบาล&amp;nbsp;เพื่อดูแลพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง&amp;nbsp;โดยสาเหตุที่เร่งดำเนินการมาตรการดังกล่าวในช่วงนี้และจ่ายเงินประกันรายได้พร้อมกัน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;งวด&amp;nbsp;เพื่อรองรับราคายางในช่วงปลายปีของทุกปีที่อาจปรับตัวลงบ้าง&amp;nbsp;เนื่องจากโรงงานหลายแห่งชะลอการผลิต&amp;nbsp;ในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่&amp;nbsp;ในขณะที่ผลผลิตน้ำยางสดยังออกมาต่อเนื่องและมีอายุจัดเก็บค่อนข้างสั้น&amp;nbsp;ต่างจากยางแผ่นดิบและยางก้อนถ้วยที่จะได้รับผลกระทบไม่มากนัก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การยางแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;ดำเนินโครงการอื่นคู่ขนานเพื่อรองรับสถานการณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;&amp;nbsp;โครงการชะลอการขายยาง&amp;nbsp;ซึ่งเริ่มดำเนินการรับซื้อน้ำยางจากสถาบันเกษตรกรแล้วในพื้นที่ภาคใต้&amp;nbsp;สามารถช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้เกษตรกรชาวสวนยาง&amp;nbsp;ไม่ต้องเร่งระบายผลผลิตยางและสามารถเก็บผลผลิตยางไว้ขายในช่วงที่ราคายางสูงขึ้นอยู่ในระดับที่เหมาะสม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>9/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211209145752469</Link_News></row>
<row _id="83"><NewsTitle>กรมปศุสัตว์ มั่นใจมาตรการควบคุมและป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรของไทยมีประสิทธิภาพ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสัตวแพทย์สรวิศ&amp;nbsp;ธานีโต&amp;nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยถึงมาตรการควบคุม&amp;nbsp;ป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรของประเทศไทยที่กรมปศุสัตว์ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องว่า&amp;nbsp;กรมปศุสัตว์ได้แต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมงานวิจัยโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรขึ้นโดยเป้าหมายแรกของคณะกรรมการชุดนี้ที่จะดำเนินการคือ&amp;nbsp;การผลักดันการวิจัยโดยเฉพาะการเร่งวิจัยวัคซีนที่ใช้ในการป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&amp;nbsp;พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมของห้องปฏิบัติการซึ่งจะต้องได้รับการรับรองมาตรฐานระดับ&amp;nbsp;Animal&amp;nbsp;BSL3&amp;nbsp;เพื่อใช้สำหรับทดสอบความปลอดภัยและประสิทธิภาพของวัคซีนที่ผลิตขึ้น&amp;nbsp;และจากนั้นจะเป็นขั้นตอนในการพัฒนาวัคซีนให้สามารถนำมาใช้ได้จริงในอุตสาหกรรมการผลิตสุกรในอนาคตทั้งในประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;กรมปศุสัตว์ได้ขออนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;งบกลาง&amp;nbsp;รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น&amp;nbsp;เพื่อป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรและโรคระบาดร้ายแรงในสุกรหรือหมูป่าซึ่งงบประมาณในส่วนนี้เป็นการเตรียมความพร้อมของกรมปศุสัตว์สำหรับในการดำเนินการควบคุม&amp;nbsp;ป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรทุกมิติให้มีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;เป็นการรักษามูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการผลิตสุกรและอุตสาหกรรมที่ต่อเนื่องอีกทั้งป้องกันการขาดแคลนเนื้อสุกรเพื่อการบริโภค&amp;nbsp;อันเป็นการรักษาความมั่นคงด้านอาหารของประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;?อธิบดีกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ช่วงเวลานี้ขอแนะนำให้เกษตรกรปรับปรุงระบบความปลอดภัยทางชีวภาพในฟาร์มเลี้ยงสุกรให้มีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ควรทำการกักแยกสุกรที่นำเข้ามาเลี้ยงใหม่เพื่อสังเกตอาการก่อนปล่อยเข้าร่วมฝูง&amp;nbsp;ทำความสะอาดฟาร์มด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคที่มีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;เข้มงวดการทำลายเชื้อโรคในน้ำที่ใช้ในฟาร์มก่อนนำไปใช้เลี้ยงสุกร&amp;nbsp;ยานพาหนะที่เข้า&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ออกฟาร์มจะต้องผ่านการฆ่าเชื้อโรคทุกครั้ง&amp;nbsp;ไม่นำสุกรที่ไม่ทราบประวัติเข้าสู่ฟาร์มโดยเฉพาะจากพื้นที่ที่เคยมีการระบาดโรคต่างๆ&amp;nbsp;มาก่อน&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;รวมทั้งขอความร่วมมือพี่น้องเกษตรกรเพิ่มเติมในการเป็นเครือข่ายการเฝ้าระวังโรคระบาดในสุกรเพื่อสามารถควบคุมการระบาดของโรคให้อยู่ในวงจำกัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>9/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211209150059474</Link_News></row>
<row _id="84"><NewsTitle>เกษตรยะลาจัดกิจกรรม Big Cleaning Day</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้(&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;นางสาวไหมอุมา&amp;nbsp;บัวแก้ว&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วยนางสาวนูยูดา&amp;nbsp;นิเลาะ&amp;nbsp;เจ้าพนักงานเคหกิจเกษตร&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;ได้ร่วมมือกับตลาดเกษตรกรจังหวัดยะลา&amp;nbsp;จัดกิจกรรม&amp;nbsp;BigCleaning&amp;nbsp;day&amp;nbsp;บริเวณตลาดเกษตรกร&amp;nbsp;เพื่อความปลอดภัยและไม่ให้เป็นแหล่งกระจายเชื้อโรค&amp;nbsp;สร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>9/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211209161630561</Link_News></row>
<row _id="85"><NewsTitle>เกษตรยะลา ลงพื้นที่จัดเวทีเตรียมความพร้อมเข้าสู่สังคมเกษตรสูงวัย</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้(&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;นายกัสมัน&amp;nbsp;ยะมาแล&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นางสาวณพัทร์&amp;nbsp;อาจหาญณรงค์&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;ลงพื้นที่จัดเวที&amp;nbsp;สร้างการรับรู้&amp;nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่สังคมเกษตรสูงวัย&amp;nbsp;และถ่ายความรู้ด้านเคหกิจเกษตรเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตในครัวเรือนเกษตรสูงวัย&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ตำบลตาชี&amp;nbsp;อำเภอยะหา&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>9/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211209162315566</Link_News></row>
<row _id="86"><NewsTitle>ชาวนาสุพรรณยิ้มได้ นายกฯ มอบเงินประกันรายได้ชาวนาถึงมือ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(9&amp;nbsp;ธ.ค.64)&amp;nbsp;เวลาประมาณ&amp;nbsp;09.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;ตลาดกลางสินค้าเกษตรสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ตำบลวังน้ำซับ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อำเภอศรีประจันต์&amp;nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;เกษตรกรชาวสุพรรณบุรีจำนวนกว่า&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;มารอต้อนรับ&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ในโอกาสเดินทางมามอบเงินมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวและมาตรการคู่ขนาน&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;ซึ่งถือเป็นการ&amp;nbsp;Kick&amp;nbsp;off&amp;nbsp;การจ่ายเงินมาตรการฯ&amp;nbsp;ดังกล่าว&amp;nbsp;ให้กับพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าวทั่วประเทศ&amp;nbsp;โดยเกษตรกรชาวสุพรรณบุรีที่เข้ารับมอบเงินประกันรายได้ชาวนาจากมือนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;วันนี้ต่างมีสีหน้ายิ้มแย้ม&amp;nbsp;พร้อมกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า&amp;nbsp;รู้สึกดีใจที่นายกรัฐมนตรีห่วงใยและคอยดูแลเกษตรกรให้มีความมั่นคงทางรายได้และมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&amp;nbsp;ถือเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของชาวนาจากสถานการณ์ต่างๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;น้ำท่วม&amp;nbsp;และโรคโควิด-19&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยนอกจาก&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีแล้ว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ยังมี&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;อนุพงษ์&amp;nbsp;เผ่าจินดา&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;นายวราวุธ&amp;nbsp;ศิลปอาชา&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;นายอาคม&amp;nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง&amp;nbsp;นายสันติ&amp;nbsp;พร้อมพัฒน์&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง&amp;nbsp;นายประภัตร&amp;nbsp;โพธสุธน&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;นายธนารัฐ&amp;nbsp;งามวลัยรัตน์&amp;nbsp;ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;โดยต่างมาร่วมเป็นสักขีพยานในการมอบเงินประกันรายได้ชาวนาในครั้งนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โอกาสนี้&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ได้พูดคุยปราศรัยกับพี่น้องเกษตรกรชาวสุพรรณบุรี&amp;nbsp;โดยกล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เมื่อมาถึงสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ภาพที่เห็นคือบ้านเรือนที่สะอาดสะอ้าน&amp;nbsp;การมาสุพรรณบุรีในครั้งนี้&amp;nbsp;ถือเป็นการมาเยี่ยมประชาชน&amp;nbsp;ซึ่งเมื่อพูดถึงสุพรรณบุรี&amp;nbsp;สิ่งแรกที่นึกถึงคือ&amp;nbsp;เพลงเลือดสุพรรณ&amp;nbsp;ที่ประพันธ์โดยหลวงวิจิตรวาทการ&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ยังกล่าวอีกด้วยว่า&amp;nbsp;มีความยินดีที่มามอบเงินประกันรายได้ชาวนาให้ชาวสุพรรณและถือเป็นการ&amp;nbsp;kick&amp;nbsp;off&amp;nbsp;การมอบเงินดังกล่าวแก่พี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศ&amp;nbsp;โดยตนมีความห่วงใยเกษตรกร&amp;nbsp;และเข้าใจดีว่าเป็นอาชีพที่มีความยากลำบาก&amp;nbsp;ต้องอาศัยความอดทน&amp;nbsp;และการรอเวลาในการให้ได้ผลผลิต&amp;nbsp;ภาคการเกษตรถือเป็นภาคที่สำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจของประเทศ&amp;nbsp;โดยอยากให้พี่น้องเกษตรกร&amp;nbsp;มีกระดูกสันหลังตั้งตรง&amp;nbsp;แข็งแรง&amp;nbsp;มีรอยยิ้ม&amp;nbsp;มีความมั่นคงทางรายได้&amp;nbsp;ซึ่งรัฐบาลมีหลายมาตรการที่จะมาช่วยเหลือเกษตรกรให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&amp;nbsp;เช่นการประกันราคาผลผลิต&amp;nbsp;การส่งเสริมการผลิตข้าวครบวงจร&amp;nbsp;การลดต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;ค่าเช่านา&amp;nbsp;ค่าปุ๋ย&amp;nbsp;ค่ายาปราบศัตรูพืช&amp;nbsp;เน้นการผลิตข้าวปลอดภัย&amp;nbsp;การส่งเสริมให้เกษตรกรเป็น&amp;nbsp;smart&amp;nbsp;farmer&amp;nbsp;ฝากให้ช่วยกันสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้&amp;nbsp;ทำนาอย่างมีหลักคิดมีปราชญ์ชาวบ้านเป็นองค์ความรู้&amp;nbsp;มีการปรับตัว&amp;nbsp;มีการใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์&amp;nbsp;มีการเพิ่มมูลค่าข้าวให้มากขึ้น&amp;nbsp;อาจจะนำไปแปรรูป&amp;nbsp;หรืออื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;โดยสรุปคือ&amp;nbsp;อยากให้เกษตรกรทุกคนมีรอยยิ้ม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โอกาสนี้&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ได้อวยพรปีใหม่พี่น้องเกษตรกรที่มาต้อนรับ&lt;/strong&gt;และชาวสุพรรณบุรีทุกคน&amp;nbsp;โดยขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย&amp;nbsp;และพระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อมของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์&amp;nbsp;จงดลบันดาลประทานพรให้ทุกคนมีความสุขความเจริญสุขภาพร่างกายแข็งแรงตลอดไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้น&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ได้พบปะพูดคุยกับพี่น้องเกษตรกรที่มาต้อนรับอย่างเป็นกันเอง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยมีช่วงหนึ่งสั้นๆ&amp;nbsp;ที่ได้เปิดหน้ากากอนามัยให้พี่น้องเกษตรกรได้เห็นรอยยิ้ม&amp;nbsp;บรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรีมีเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ได้รับเงินโอนโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;รอบที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;38,717&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เป็นจำนวนเงินกว่า&amp;nbsp;829&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และมีเกษตรกรได้รับเงินโอนโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;59,674&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เป็นจำนวนเงินกว่า&amp;nbsp;883&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>9/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>กาญจนบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211209162602569</Link_News></row>
<row _id="87"><NewsTitle>เทศบาลตำบลแม่ตาว จังหวัดตาก จัดกิจกรรมส่งเสริมการเลี้ยงไส้เดือน ลดปริมาณขยะและสร้างรายได้ ตามโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;วานนี้&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;นายศรศักดิ์&amp;nbsp;ดวงมณี&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลแม่ตาว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรมการส่งเสริมการเลี้ยงไส้เดือน&amp;nbsp;ลดปริมาณขยะและสร้างรายได้&amp;nbsp;ตามโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ&amp;nbsp;(1&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มหาวิทยาลัย)&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์แบ่งปันบ้านดอนไชย&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตำบลแม่ตาว&amp;nbsp;อำเภอแม่สอด&amp;nbsp;จังหวัดตาก&amp;nbsp;โดยมีนางสาวจิรนันท์&amp;nbsp;ชัยชอุ่ม&amp;nbsp;นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ&amp;nbsp;กองสาธารณสุขเทศบาลตำบลแม่ตาว&amp;nbsp;เป็นวิทยากรให้ความรู้&amp;nbsp;และอาจารย์ณัฐภาณี&amp;nbsp;บัวดี&amp;nbsp;อาจารย์ราววาด&amp;nbsp;ยิ้มสวัสดิ์&amp;nbsp;จากมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชรแม่สอด&amp;nbsp;เป็นที่ปรึกษาโครงการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;สำหรับกิจกรรมการส่งเสริมการเลี้ยงไส้เดือน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เพื่อส่งเสริมพัฒนาและฟื้นฟูทรัพยากรดิน&amp;nbsp;เป็นโครงการที่มุ่งหวังให้คนในชุมชนได้มีส่วนร่วมในการลดปริมาณขยะ&amp;nbsp;เป็นการแก้ไขปัญหาขยะในครัวเรือนและชุมชน&amp;nbsp;อีกทั้ง&amp;nbsp;เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน&amp;nbsp;ซึ่งมูลไส้เดือนสามารถที่จะนำไปเป็นปุ๋ยใช้ในการปลูกพืชผักสวนครัว&amp;nbsp;เพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารได้อีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>9/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>ตาก</Province><Department>สวท.แม่สอด จ.ตาก</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211209170058590</Link_News></row>
<row _id="88"><NewsTitle>ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com  สร้างรายได้รวมให้กับเกษตรกรแล้วกว่า 300 ล้านบาท มุ่งจัดโปรโมชันรับปีใหม่</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเข้มแข็ง&amp;nbsp;ยุติธรรมดำรง&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ที่ต้องการส่งเสริมสนับสนุนให้เกษตรกรขยายช่องทางการจำหน่ายสินค้าเกษตรกรผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น&amp;nbsp;โดยให้เน้นเรื่องความซื่อสัตย์ต่อตนเองและผู้บริโภค&amp;nbsp;ด้วยการรักษาคุณภาพและมาตรฐานสินค้าเกษตร&amp;nbsp;ประกอบกับความมุ่งมั่นที่จะช่วยแก้ไขปัญหาตลาดจำหน่ายสินค้าเกษตรต้องหยุดให้บริการในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;จึงได้เปิดตัวเว็บไซต์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;www.ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com&amp;nbsp;ตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;เพื่อเป็นช่องทางสำหรับเกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรที่กรมส่งเสริมการเกษตรได้เข้าไปส่งเสริมและพัฒนา&amp;nbsp;และมีความพร้อมในการจำหน่ายแบบออนไลน์ได้มีโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่&amp;nbsp;เป็นเว็บไซต์สื่อกลางในการรวบรวมข้อมูลสินค้าเกษตรคุณภาพที่มีช่องทางการติดต่อซื้อขายแบบออนไลน์&amp;nbsp;และผ่านการคัดสรรจากคณะทำงานฯ&amp;nbsp;ระดับจังหวัด&amp;nbsp;กำกับด้วยคณะกรรมการระดับประเทศ&amp;nbsp;ทำให้สินค้าเกษตรคุณภาพดีจากเกษตรกรตัวจริง&amp;nbsp;จากทั่วประเทศ&amp;nbsp;ไปถึงมือผู้บริโภคถึงบ้านในราคายุติธรรม&amp;nbsp;ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับผลการดำเนินการในภาพรวมของเว็บไซต์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;www.ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com&amp;nbsp;ประสบความสำเร็จและได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี&amp;nbsp;โดยตั้งแต่เปิดให้บริการเมื่อวันที่&amp;nbsp;29&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;จนถึงปัจจุบันสามารถสร้างรายได้รวมให้กับเกษตรกรแล้วมากกว่า&amp;nbsp;300&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;รวมทั้งยังช่วยให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการมีทักษะในการจำหน่ายสินค้าแบบออนไลน์มากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในโอกาสเข้าสู่เทศกาลปีใหม่&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และฉลองยอดขายรวม&amp;nbsp;300&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรได้เตรียมจัดโปรโมชั่นพิเศษคืนความสุขให้แก่ลูกค้าทุกท่าน&amp;nbsp;โดยเกษตรกรเจ้าของสินค้าได้ร่วมกิจกรรมจัดโปรโมชั่นพิเศษหลายแบบ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;สินค้าราคาพิเศษ&amp;nbsp;ซื้อสินค้าที่กำหนดพร้อมรับของแถม&amp;nbsp;สินค้าจัดชุดเหมาะสำหรับเป็นของขวัญปีใหม่ส่งให้ญาติมิตร&amp;nbsp;ค่าส่งฟรีหรือส่วนลดค่าขนส่ง&amp;nbsp;และซื้อสินค้าพร้อมบริการพิมพ์การ์ดส่งความสุข&amp;nbsp;ดีเดย์เริ่มวันที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;-&amp;nbsp;31&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดโปรโมชันเพิ่มเติมได้ที่&amp;nbsp;เว็บไซต์&amp;nbsp;www.ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>10/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211210111305817</Link_News></row>
<row _id="89"><NewsTitle>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  มีการสาธิตการทำอาหารปั้นก้อน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;วันพฤหัสบดี&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;กลุ่มบริหารจัดการด้านการประมง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และประมงอำเภอพนา&amp;nbsp;สำนักงานประมงจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ร่วมกิจกรรมประเพณีฮีตสิบสองและงานประจำปีจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ซุ้มประมง&amp;nbsp;(กระทรวงเกษตรและสหกรณ์)&amp;nbsp;มีการสาธิตการทำอาหารปั้นก้อน&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;มีผู้เข้าเยี่ยมชมการจัดกิจกรรมด้านประมงและให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>10/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211210093728789</Link_News></row>
<row _id="90"><NewsTitle>แนะนำเกษตรกรในการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมช่วงฤดูหนาว ควรปลูกพืชคลุมดินให้ต้นหม่อน ป้องกันการระเหยของน้ำจากดิน </NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายปราโมทย์&amp;nbsp;ยาใจ&amp;nbsp;อธิบดีกรมหม่อนไหม&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในช่วงนี้ระเทศไทยมีอากาศหนาวเย็นและมีสภาพอากาศแห้งแล้ง&amp;nbsp;ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมในบางพื้นที่&amp;nbsp;อาจจะประสบปัญหาต้นหม่อนขาดน้ำ&amp;nbsp;เนื่องจากดินที่ปลูกหม่อนขาดความชื้น&amp;nbsp;ต้นหม่อนมีการคายน้ำมาก&amp;nbsp;ทำให้ชะงักการเจริญเติบโต&amp;nbsp;ปริมาณใบหม่อนที่ได้ไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงไหมและมีคุณภาพต่ำ&amp;nbsp;เกษตรกรจึงควรหมั่นดูแลแปลงหม่อนอย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;โดยใส่อินทรียวัตถุและปุ๋ยคอกในแปลงหม่อนเพื่อให้ดินร่วน&amp;nbsp;น้ำสามารถซึมลงผิวดินและซับน้ำไว้ได้ดี&amp;nbsp;ใช้วัสดุคลุมผิวดินเพื่อรักษาความชื้น&amp;nbsp;ป้องกันความร้อนจากแสงแดด&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ฟางข้าว&amp;nbsp;เปลือกถั่ว&amp;nbsp;ซังข้าวโพด&amp;nbsp;แกลบดิบ&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;ส่วนการให้น้ำ&amp;nbsp;ควรให้น้ำต้นหม่อนอย่างน้อยสัปดาห์ละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;โดยวิธีเปิดร่องปล่อยน้ำเข้าแปลง&amp;nbsp;หรือใช้ระบบสปริงเกอร์รดน้ำในแปลงหม่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ควรทำแนวป้องกันไฟรอบๆ&amp;nbsp;แปลงหม่อน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และควรหมั่นสำรวจแปลงหม่อนอย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;อย่างน้อยสัปดาห์ละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;และถ้าพบการระบาดของโรคต่างๆ&amp;nbsp;ให้เก็บใบและตัดกิ่งหม่อนที่เกิดโรคเผาทำลายทิ้ง&amp;nbsp;เพื่อป้องกันการระบาดของโรค&amp;nbsp;สำหรับการเลี้ยงไหมในฤดูหนาวนั้น&amp;nbsp;สภาพแวดล้อม&amp;nbsp;อย่างเช่นอุณหภูมิและความชื้น&amp;nbsp;เป็นปัจจัยที่มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของหนอนไหม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกษตรกรควรเลี้ยงไหมให้เหมาะสมตามสภาพอากาศและความชื้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยในสภาพอากาศเย็นและความชื้นต่ำ&amp;nbsp;ให้นำเตาถ่านก่อไฟที่หมดควันแล้วตั้งในห้องเลี้ยงไหมและวางกะละมังหรือถังที่มีน้ำสะอาด&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มอุณหภูมิและความชื้นให้สูงขึ้น&amp;nbsp;ปิดหน้าต่างและประตูหรือคลุมห้องเลี้ยงไหมให้มิดชิด&amp;nbsp;และใช้ผ้าชุบน้ำสะอาดคลุมใบหม่อนเพื่อไม่ให้แห้งเกินไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;หากสภาพอากาศเย็นและความชื้นสูง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นอกจากนำเตาถ่านก่อไฟที่หมดควันแล้วตั้งไว้ในห้องเลี้ยงไหมเพื่อเพิ่มอุณหภูมิให้สูงขึ้นแล้ว&amp;nbsp;การให้ปริมาณใบหม่อนที่ใช้เลี้ยงในแต่ละมื้อก็ควรให้พอดีหรือใกล้เคียงกับความต้องการของหนอนไหม&amp;nbsp;ควรถ่ายมูลไหมและเศษใบหม่อนที่เหลือออกทิ้งให้บ่อยขึ้น&amp;nbsp;โรยแกลบเผาหรือปูนขาวในช่วงไหมนอนและเก็บใบหม่อนในสภาพที่มีอากาศถ่ายเทได้ดีและไม่อับชื้น&amp;nbsp;เพื่อลดความชื้นในห้องเลี้ยงไหมด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>10/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211210112804839</Link_News></row>
<row _id="91"><NewsTitle>ขณะนี้เริ่มเข้าช่วงแล้งแล้ว เตรียมเร่งเก็บกักน้ำสำรองใช้อย่างเพียงพอ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายทวีศักดิ์&amp;nbsp;ธนเดโชพล&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ&amp;nbsp;มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น&amp;nbsp;59,&amp;nbsp;080&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;78&amp;nbsp;ของความจุอ่างฯ&amp;nbsp;รวมกัน&amp;nbsp;ภาพรวมสถานการณ์น้ำอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ส่วนสถานการณ์อุทกภัย&amp;nbsp;ในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา&amp;nbsp;ลุ่มน้ำชี-มูล&amp;nbsp;กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว&amp;nbsp;สำหรับพื้นที่ลุ่มน้ำท่าจีนและพื้นที่ภาคใต้&amp;nbsp;บริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราชและสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;ยังคงมีพื้นที่น้ำท่วมบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำอยู่บางส่วน&amp;nbsp;คาดว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติภายในสองสัปดาห์นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พบว่าในช่วงวันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;-&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ธันวาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;ความกดอากาศสูง&amp;nbsp;หรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนยังคงปกคลุมประเทศไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;มีอากาศเย็นถึงหนาว&amp;nbsp;ส่วนภาคกลาง&amp;nbsp;และภาคตะวันออก&amp;nbsp;มีอากาศเย็น&amp;nbsp;สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย&amp;nbsp;ภาคใต้&amp;nbsp;และทะเลอันดามันมีกำลังอ่อนลง&amp;nbsp;ทำให้บริเวณภาคใต้มีฝนลดน้อยลง&amp;nbsp;นั้น&amp;nbsp;จึงได้เน้นย้ำให้โครงการชลประทานทุกพื้นที่&amp;nbsp;พิจารณาเก็บกักน้ำไว้ในแหล่งน้ำธรรมชาติและอ่างเก็บน้ำต่างๆ&amp;nbsp;ไว้ให้ได้มากที่สุด&amp;nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา&amp;nbsp;ที่ต้องสำรองน้ำไว้&amp;nbsp;เพื่อปรับปฏิทินการเพาะปลูกข้าวนาปี&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ลดผลกระทบจากสถานการณ์น้ำหลาก&amp;nbsp;ตามข้อสั่งการของรัฐบาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>10/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211210105738799</Link_News></row>
<row _id="92"><NewsTitle>กรมส่งเสริมสหกรณ์ห่วงโควิดกระทบรายได้สมาชิกสหกรณ์การเกษตรและกลุ่มเกษตรกร  เผยปี 65 วางมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้สินสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวิศิษฐ์&amp;nbsp;ศรีสุวรรณ์&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด&amp;nbsp;&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของสหกรณ์ภาคการเกษตร&amp;nbsp;ซึ่งในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ปริมาณธุรกิจสหกรณ์ภาคการเกษตรลดลงกว่า&amp;nbsp;7,555&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เนื่องจากไม่สามารถจำหน่ายผลผลิตการเกษตรได้เหมือนเช่นสถานการณ์ปกติ&amp;nbsp;รวมถึงผู้ส่งออก&amp;nbsp;ชะลอการรับซื้อสินค้าจากสหกรณ์เพื่อส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ&amp;nbsp;ขณะที่สมาชิกสหกรณ์ส่วนหนึ่งต้องกู้เงินจากสหกรณ์ที่ตัวเองสังกัด&amp;nbsp;หรือแหล่งเงินกู้ทั้งในระบบและนอกระบบ&amp;nbsp;เพื่อนำมาลงทุนทำการเกษตร&amp;nbsp;ส่งผลให้สมาชิกสหกรณ์ภาคการเกษตรมีภาระหนี้สินเพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมส่งเสริมสหกรณ์จึงมีนโยบายในการบรรเทาและแก้ไขปัญหาหนี้สิน&lt;/strong&gt;ของสมาชิกสหกรณ์ภาคการเกษตรและกลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;โดยในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ได้ดำเนินการ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;โครงการหลัก&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;โครงการช่วยเหลือด้านหนี้สินสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อย&amp;nbsp;ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;ซึ่งเป็นช่วงที่โรคไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;เริ่มระบาดในปีแรก&amp;nbsp;โดยให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้กับสมาชิกสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกรที่มีหนี้เงินกู้จากการทำการเกษตร&amp;nbsp;โดยมีต้นเงินกู้ขอรับการชดเชยไม่เกิน&amp;nbsp;300,000&amp;nbsp;บาทแรก&amp;nbsp;อัตราร้อยละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เป็นระยะเวลาชดเชยดอกเบี้ย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;(สัญญาเงินกู้ตั้งแต่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;สิงหาคม&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;&amp;nbsp;31&amp;nbsp;กรกฎาคม&amp;nbsp;2562)&amp;nbsp;โดยในปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;กรมฯ&amp;nbsp;ได้ชดเชยดอกเบี้ยให้แก่สมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรแล้ว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;384,775&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;77&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;สหกรณ์&amp;nbsp;1,093&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;319&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;1,412&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;และในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;มีแผนชดเชยดอกเบี้ยให้สมาชิกที่ได้รับยังไม่เต็มจำนวนอีก&amp;nbsp;353,445&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังได้ดำเนินโครงการแก้ไขปัญหาหนี้ค้างชำระของสมาชิกสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เนื่องจากกรมฯได้เห็นถึงความสำคัญของปัญหาหนี้ค้างชำระของสมาชิกสหกรณ์ที่ได้รับผลกระทบจากการประกอบอาชีพและการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโครนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;ซึ่งส่งผลต่อรายได้และการดำรงชีพของสมาชิกสหกรณ์&amp;nbsp;จึงมีนโยบายแก้ไขปัญหาดังกล่าวมาตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;และต่อเนื่องมาจนถึงปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;โดยจัดอบรมถ่ายทอดความรู้แก่ฝ่ายจัดการของสหกรณ์&amp;nbsp;741&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;3,920&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ให้มีความรู้ความเข้าใจในการบริหารจัดการธุรกิจสินเชื่อที่มีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;แก้ไขปัญหาหนี้ค้างชำระของสมาชิก&amp;nbsp;และส่งเสริมให้สมาชิกมีความรู้ในการบริหารจัดการหนี้ของตนเอง&amp;nbsp;รู้จักวางแผนทางการเงิน&amp;nbsp;สามารถชำระหนี้ค้างได้&amp;nbsp;และเสริมสร้างอาชีพเสริมให้สมาชิก&amp;nbsp;2,496&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สมาชิกสหกรณ์ที่มีหนี้ค้างชำระ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;751.095&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ลดลงเหลือ&amp;nbsp;727.783&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;สิงหาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;คิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;7.03&amp;nbsp;พร้อมทั้งได้สนับสนุนเงินกู้ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จากกองทุนพัฒนาสหกรณ์&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ภายใต้โครงการสนับสนุนเงินทุนเพื่อแก้ปัญหาหนี้และฟื้นฟูอาชีพสมาชิกสหกรณ์&amp;nbsp;เพื่อให้สหกรณ์ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนให้สมาชิกกู้ยืมรายละไม่เกิน&amp;nbsp;30,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;อัตราดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ต่อปี&amp;nbsp;ระยะเวลาให้กู้ต่อเนื่อง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;เพื่อให้สมาชิกที่มีปัญหาภาระหนี้&amp;nbsp;ใช้เป็นทุนในการประกอบอาชีพและสร้างรายได้ระยะสั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยสหกรณ์จะช่วยหาตลาดรองรับผลิตผลล่วงหน้า&amp;nbsp;ตามนโยบายตลาดนำการผลิต&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ปัจจุบันมีสหกรณ์ขอกู้เงินจากกพส.แล้ว&amp;nbsp;83&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;16.415&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และจากการติดตามผลการแก้ไขปัญหาหนี้ค้างชำระของสมาชิกสหกรณ์ที่ดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;ในภาพรวมสมาชิกสหกรณ์ยังมีหนี้ค้างชำระ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;กันยายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;189,254&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;มูลหนี้ค้างรวม&amp;nbsp;30,030.639&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ลดลงจากเดือนเมษายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่มีจำนวน&amp;nbsp;205,676&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และมูลหนี้ค้างรวม&amp;nbsp;33,752.427&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ผลจากการดำเนินโครงการดังกล่าว&amp;nbsp;ส่งผลให้สมาชิกมีหนี้ค้างลดลง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;16,422&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;มูลหนี้ค้างลดลง&amp;nbsp;3,721.733&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;11.03&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับมาตรการที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เป็นการช่วยเหลือบรรเทาภาระห้แก่สมาชิกสหกรณ์และสหกรณ์&lt;/strong&gt;ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ออกประกาศนายทะเบียนสหกรณ์&amp;nbsp;ให้สหกรณ์ใช้เป็นแนวทางในการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของสมาชิกสหกรณ์&amp;nbsp;โดยขอความร่วมมือสหกรณ์ผ่อนผัน&amp;nbsp;การชำระหนี้ให้กับสมาชิก&amp;nbsp;ทั้งขยายเวลาชำระหนี้หรือพักชำระหนี้เป็นการชั่วคราว&amp;nbsp;รวมถึงการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้&amp;nbsp;และการปรับปรุงโครงสร้างหนี้&amp;nbsp;ส่วนการชำระค่าหุ้นของสมาชิก&amp;nbsp;ขอให้ปรับลดหรืองดส่งค่าหุ้นรายเดือนเป็นการชั่วคราว&amp;nbsp;หรืองดหักส่งค่าหุ้นตามส่วนของเงินกู้&amp;nbsp;จนกว่าจะเข้าสู่สถานการณ์ปกติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผลจากการให้ความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของสมาชิกจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;มีสหกรณ์ที่เข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือบรรเทาหนี้ให้สมาชิก&amp;nbsp;3,994&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;โดยพักชำระหนี้ให้สมาชิก&amp;nbsp;261,009&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;มูลหนี้รวม&amp;nbsp;63,710.90&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;มีการลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้สมาชิก&amp;nbsp;789,874&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ลดภาระหุ้นโดยปรับลด/งดค่าหุ้นชั่วคราวให้สมาชิก&amp;nbsp;315,865&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;มูลค่า&amp;nbsp;1,390.31&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ปรับโครงสร้างหนี้ให้สมาชิก&amp;nbsp;57,560&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;โดยสหกรณ์รับภาระหนี้แทน&amp;nbsp;6,652.04&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และลดค่าใช้จ่ายให้กับสมาชิกสหกรณ์&amp;nbsp;314,996&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;มูลค่า&amp;nbsp;429.67&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในปัจจุบันเราต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า&amp;nbsp;สถานการณ์ของสหกรณ์ภาคการเกษตร&amp;nbsp;หลาย&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;สหกรณ์&lt;/strong&gt;มีปัญหาเรื่องของธุรกิจสินเชื่อค่อนข้างมาก&amp;nbsp;หรือแม้แต่ธุรกิจรวบรวมผลผลิตและธุรกิจจัดหาสินค้ามาจำหน่ายก็เหมือนกัน&amp;nbsp;ซึ่งก็เป็นผลกระทบจากสถานการณ์โรคไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;และส่งผลต่อเนื่องถึงตัวสมาชิกสหกรณ์&amp;nbsp;รายได้จากการผลิตสินค้าของเขาก็มีปัญหา&amp;nbsp;มันก็เป็นเรื่องที่ต่อเนื่องกัน&amp;nbsp;แต่ในวิกฤติก็ย่อมต้องมีโอกาส&amp;nbsp;เพราะว่าจากการที่ได้ลงไปเยี่ยมเยียนในต่างจังหวัดหลาย&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;สหกรณ์ที่เขามีศักยภาพในการส่งเสริมให้สมาชิกประกอบอาชีพและรวบรวมผลผลิตออกจำหน่าย&amp;nbsp;สหกรณ์เหล่านี้ยังมีศักยภาพแล้วสมาชิกก็ทำจริง&amp;nbsp;มีรายได้จริง&amp;nbsp;ซึ่งเป็นสิ่งที่กรมฯพร้อมให้การสนับสนุนให้สมาชิกสหกรณ์พัฒนาอาชีพและสร้างรายได้&amp;nbsp;เพื่อจะได้มีเงินเลี้ยงครอบครัวและส่งชำระหนี้คืนสหกรณ์ได้&amp;nbsp;ทำให้ปัญหาเรื่องหนี้ค้างชำระลดลงในที่สุด&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์&amp;nbsp;กล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>10/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211210104207798</Link_News></row>
<row _id="93"><NewsTitle>เกษตรจังหวัดบุรีรัมย์ จัดประชุมคณะอนุกรรมการอ้อยระดับท้องถิ่นเขต 13 จังหวัดบุรีรัมย์วางมาตรการและแนวทางการแก้ไขปัญหาอ้อยไฟไหม้</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายดำรง&amp;nbsp;ปลั่งกลาง&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;เป็นประธาน&amp;nbsp;ในการประชุมคณะอนุกรรมการอ้อย&lt;/strong&gt;ระดับท้องถิ่นเขต&amp;nbsp;13&amp;nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;โดยมีคณะอนุกรรมการฯ&amp;nbsp;จากส่วนราชการภาครัฐและเอกชน&amp;nbsp;ร่วมประชุมด้วยความพร้อมเพรียงกัน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;พร้อมทั้งร่วมรับรองการจดทะเบียนชาวไร่/หัวหน้ากลุ่มชาวไร่อ้อย&amp;nbsp;วางมาตรการและแนวทางการแก้ไขปัญหาอ้อยไฟไหม้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ตามมติคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย&amp;nbsp;(กอน.)&amp;nbsp;ได้เห็นชอบในหลักการ&lt;/strong&gt;โครงการส่งเสริมเกษตรกรชาวไร่อ้อย&amp;nbsp;ที่ส่งอ้อยสดคุณภาพดีให้แก่โรงงานน้ำตาล&amp;nbsp;ประจำฤดูการผลิต&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;2564/2565&amp;nbsp;ซึ่งเงินดังกล่าวจะพิจารณาให้กับชาวไร่อ้อยที่ส่งอ้อยสดคุณภาพดีให้แก่โรงงานน้ำตาลเท่ากันทุกตันอ้อย&amp;nbsp;ในอัตรา&amp;nbsp;120&amp;nbsp;บาทต่อตันอ้อย&amp;nbsp;และกรณีชาวไร่อ้อยที่ส่งอ้อยไฟไหม้เข้าโรงงาน&amp;nbsp;ในฤดูการผลิต&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/2565&amp;nbsp;จะถูกหักเงินค่าอ้อยจากราคาอ้อยชั้นต้นไว้ตันละ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยเก็บไว้ที่คณะทำงานควบคุมการผลิตประจำโรงงาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และเมื้อสิ้นสุดฤดูการผลิตจะนำเงินไปเฉลี่ยจ่ายคืนชาวไร่อ้อยที่ส่งอ้อยคุณภาพดีทุกตันอ้อยแบบรายโรงงาน&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ได้ให้คำแนะนำสำหรับเกษตรกรว่า&amp;nbsp;การเผาอ้อย&amp;nbsp;เป็นการทำลายปุ๋ยในดิน&amp;nbsp;ทำให้เกษตรกรต้องใช้ปุ๋ยเคมีเพิ่มขึ้นแล้ว&amp;nbsp;ยังสร้างฝุ่น&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;ด้วย&amp;nbsp;ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงกับสุขภาพของเกษตรกร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>10/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>บุรีรัมย์</Province><Department>สวท.บุรีรัมย์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211210124724859</Link_News></row>
<row _id="94"><NewsTitle>ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรส่วนกลาง เริ่มโอนเงินในโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 25642565 งวด 3 - 7 ผ่าน ธ.ก.ส. 7 สาขาในบุรีรัมย์</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(10&amp;nbsp;ธ.ค.&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;สำนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&lt;/strong&gt;เริ่มโอนเงินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/2565&amp;nbsp;ให้&amp;nbsp;ธนาคาร&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;สาขาระกา,ละหานทราย,ลำปลายมาศ,&amp;nbsp;สตึก,&amp;nbsp;หนองกี่,&amp;nbsp;หนองหงส์,&amp;nbsp;อิสาณ&amp;nbsp;มีเกษตรกรได้รับเงินในโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;รวมจำนวน&amp;nbsp;72,914&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ยอดเงิน&amp;nbsp;รวมกว่า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พัน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ร้อย&amp;nbsp;75&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนพรุ่งนี้&amp;nbsp;(วันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;จะโอนเงินให้แก่เกษตรกร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่ขึ้นบัญชีกับ&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;สาขาบุรีรัมย์,&amp;nbsp;ประโคนชัย,&amp;nbsp;ปะคำ,&amp;nbsp;พลับพลาชัย,&amp;nbsp;พุทไธสง,&amp;nbsp;เมืองตลุง&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;43,443&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;วันที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;โอนเงินให้แก่เกษตรกร&amp;nbsp;ที่ขึ้นบัญชีกับ&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;สาขานาโพธิ์,&amp;nbsp;โนนดินแดง,&amp;nbsp;โนนสุวรรณ,&amp;nbsp;บ้านกรวด,&amp;nbsp;บ้านด่าน,&amp;nbsp;บ้านใหม่ไชยพจน์&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;23,747&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;และวันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;โอนเงินให้แก่เกษตรกร&amp;nbsp;ที่ขึ้นบัญชีกับ&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;สาขากระสัง,&amp;nbsp;คูเมือง,&amp;nbsp;แคนดง,&amp;nbsp;เฉลิมพระเกียรติ,&amp;nbsp;ชำนิ,&amp;nbsp;นางรอง&amp;nbsp;และสาขาห้วยราช&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;50,192&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกษตรกรสามารถตรวจสอบผลการโอนเงินได้ทางแอปพลิเคชัน&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;A-Mobile&amp;nbsp;ตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และจะมีข้อความแจ้งเตือนเงินเข้าบัญชีผ่าน&amp;nbsp;LINE&amp;nbsp;Official&amp;nbsp;BAAC&amp;nbsp;Family&amp;nbsp;กรณีที่ลูกค้าสมัครใช้บริการ&amp;nbsp;BAAC&amp;nbsp;Connect&amp;nbsp;รวมถึงสามารถเบิกถอนเงินสดผ่านตู้&amp;nbsp;ATM&amp;nbsp;ของ&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;ทั่วประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>10/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>บุรีรัมย์</Province><Department>สวท.บุรีรัมย์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211210124845862</Link_News></row>
<row _id="95"><NewsTitle>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดบุรีรัมย์ ประกาศส่วนต่างประกันรายได้ข้าว ปีการผลิต 256465 งวดที่ 9</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ขณะนี้กรมการค้าภายใน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้ประกาศส่วนต่างประกันรายได้ข้าว&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;งวดที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;แล้ว&amp;nbsp;โดยเป็นของเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนปลูกข้าวและกำหนดวันที่จะเก็บเกี่ยวระหว่างวันที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;-&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ธ.ค.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่มีความชื้นไม่เกิน&amp;nbsp;15%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ซึ่งราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงของข้าวเปลือกหอมมะลิอยู่ที่&amp;nbsp;11,149.06&amp;nbsp;บาท/ตัน&amp;nbsp;ส่วนต่างอยู่ที่&amp;nbsp;3,850.64&amp;nbsp;บาท/ตัน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงของข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่&amp;nbsp;อยู่ที่&amp;nbsp;10,825.03&amp;nbsp;บาท/ตัน&amp;nbsp;ส่วนต่างอยู่ที่&amp;nbsp;3,174.97&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี&amp;nbsp;อยู่ที่&amp;nbsp;9,886.87&amp;nbsp;บาท/ตัน&amp;nbsp;ชดเชยตันละ&amp;nbsp;1,113.13&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ข้าวเปลือกเจ้า&amp;nbsp;อยู่ที่ตันละ&amp;nbsp;8,078.39&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ชดเชยตันละ&amp;nbsp;1,921.61&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ข้าวเปลือกเหนียว&amp;nbsp;อยู่ที่ตันละ&amp;nbsp;8,494.99&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ชดเชยตันละ&amp;nbsp;3,505.01บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับจังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;จะเริ่มโอนเงินในโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;ที่แจ้งเก็บเกี่ยวระหว่างงวดที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;โดยโอนเงินไปยังธนาคาร&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;สาขาระกา,ละหานทราย,ลำปลายมาศ,&amp;nbsp;สตึก,&amp;nbsp;หนองกี่,&amp;nbsp;หนองหงส์,&amp;nbsp;และสาขาอิสาณ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>10/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>บุรีรัมย์</Province><Department>สวท.บุรีรัมย์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211210125127865</Link_News></row>
<row _id="96"><NewsTitle>กรมปศุสัตว์ แจ้งเตือนเฝ้าระวังโรคในสัตว์ปีก จีนพบผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นจากไข้หวัดนก H5N6</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสัตวแพทย์สรวิศ&amp;nbsp;ธานีโต&amp;nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุขของจีนออกแถลงการณ์ว่า&amp;nbsp;พบผู้หญิง&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;54&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;มีภูมิลำเนาอยู่ที่เมืองจื้อกง&amp;nbsp;ในมณฑลเสฉวน&amp;nbsp;ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน&amp;nbsp;เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดนกสายพันธุ์&amp;nbsp;H5N6&amp;nbsp;โดยผู้ป่วยได้มีอาการในวันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;โดยมีประวัติสัมผัสสัตว์ปีกป่วยตายก่อนเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;ต่อมาได้เสียชีวิตเมื่อวันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ประกอบกับที่องค์การสุขภาพสัตว์โลก&amp;nbsp;(OIE)&amp;nbsp;รายงานพบการระบาดของโรคไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงสูง&amp;nbsp;ในต่างประเทศอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมกราคมนี้ถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;พบว่ามีการระบาดมากถึง&amp;nbsp;4,578&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยเป็นผู้ป่วยที่พบสายพันธุ์&amp;nbsp;H5N6&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;61&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และในประเทศจีน&amp;nbsp;ส่วนใหญ่อยู่ที่มณฑลเสฉวน&amp;nbsp;นอกจากนั้นกระจายอยู่ในเทศบาลนครฉงชิ่ง&amp;nbsp;เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง&amp;nbsp;มณฑลกวางตุ้ง&amp;nbsp;มณฑลอานฮุยและมณฑลหูหนาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;ยังคงมาตรการชะลอการนำเข้า&amp;nbsp;นำออก&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หรือผ่านราชอาณาจักร&amp;nbsp;สำหรับประเทศที่พบการรายงานการเกิดไข้หวัดนกชนิดรุนแรง&amp;nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้มีการปนเปื้อนเชื้อมาสู่ประเทศไทย&amp;nbsp;ส่วนในประเทศไทยปัจจุบันไม่พบการติดเชื้อไข้หวัดนกทั้งในคนและสัตว์&amp;nbsp;โดยปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสภาพอากาศทำให้สัตว์ปีกปรับตัวได้ยาก&amp;nbsp;อาจส่งผลต่อสุขภาพสัตว์ปีก&amp;nbsp;ทำให้สัตว์ปีกอ่อนแอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมปศุสัตว์&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จึงมีคำสั่งการให้สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดและปศุสัตว์อำเภอทั่วประเทศเข้มงวด&amp;nbsp;ในการดำเนินมาตรการ&amp;nbsp;เฝ้าระวังและป้องกันโรคในพื้นที่&amp;nbsp;สั่งให้เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์เข้าตรวจเยี่ยมเกษตรกรทุกรายและรายงานสถานการณ์สัตว์ปีกทุกวัน&amp;nbsp;พร้อมเน้นย้ำให้เฝ้าระวังโรคสัตว์ตามแนวชายแดนอย่างเข้มงวดและขอความร่วมมือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกสังเกตอาการสัตว์อย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;หากพบสัตว์ปีกป่วยตายผิดปกติ&amp;nbsp;อย่านำสัตว์ปีก&amp;nbsp;ไปจำหน่ายจ่ายแจก&amp;nbsp;หรือนำไปประกอบอาหารโดยเด็ดขาด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>10/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211210201157966</Link_News></row>
<row _id="97"><NewsTitle>อุบลฯ โอนเงินส่วนต่างโครงการประกันรายได้เกษตรกร</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;จ.อุบลราชธานี&amp;nbsp;โอนเงินส่วนต่างโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;งวดที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;&amp;nbsp;7&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายปัญญา&amp;nbsp;สัมพะวงศ์&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดอุบลราชธานี&amp;nbsp;เปิดเผยถึงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี&amp;nbsp;2564/2565&amp;nbsp;ว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ขณะนี้&amp;nbsp;สำนักงาน&amp;nbsp;ธ.ก.ส.จังหวัดอุบลราชธานี&amp;nbsp;ได้ดำเนินการโอนเงินส่วนต่างงวดที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;&amp;nbsp;7&amp;nbsp;เข้าบัญชีเกษตรกร&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;271,223&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ยอดเงินรวมจำนวนกว่า&amp;nbsp;5,400&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;โดยวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;โอนเงินผ่านบัญชีสาขากุดข้าวปุ้น&amp;nbsp;สาขาเขมราฐ&amp;nbsp;สาขาเขื่องใน&amp;nbsp;สาขาคำเจริญ&amp;nbsp;สาขาชัยมงคล&amp;nbsp;และสาขาสำโรง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;วันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;สาขาดอนจิก&amp;nbsp;สาขาเดชอุดม&amp;nbsp;สาขาตระการพืชผล&amp;nbsp;สาขาตาลสุม&amp;nbsp;สาขาทุ่งศรีอุดม&amp;nbsp;สาขาสิรินธร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;วันที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;สาขานาจะหลวย&amp;nbsp;สาขาน้ำขุ่น&amp;nbsp;สาขาน้ำยืน&amp;nbsp;สาขาบ้านกอก&amp;nbsp;สาขาบุณริก&amp;nbsp;สาขาเหล่าเสือโก้ก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;วันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;สาขาพิบูลมังสาหาร&amp;nbsp;สาขาโพธิ์ไทร&amp;nbsp;สาขาม่วงสามสิบ&amp;nbsp;สาขาวารินชำราบ&amp;nbsp;สาขาศรีเมืองใหม่&amp;nbsp;สาขาสว่างวีระวงศ์&amp;nbsp;สาขาอุบลราชธานี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำหรับงวดที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;และการจ่ายเงินช่วยปรับปรุงคุณภาพข้าวหรือค่าไถหว่านจะโอนให้เกษตรกรในลำดับถัดไป&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เกษตรกรสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&amp;nbsp;กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดอุบลราชธานี&amp;nbsp;โทร.&amp;nbsp;045&amp;nbsp;&amp;nbsp;242904&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;สำนักงาน&amp;nbsp;ธ.ก.ส.ใกล้บ้านทุกแห่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;กรกช&amp;nbsp;ภูมี&amp;nbsp;สวท.อุบลราชธานี&amp;nbsp;&amp;nbsp;รายงาน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>10/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อุบลราชธานี</Province><Department>สวท.อุบลราชธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211210141443889</Link_News></row>
<row _id="98"><NewsTitle>ปศุสัตว์แพร่ ชี้แจงหลักเกณฑ์โครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดแพร่&amp;nbsp;ดำเนินการชี้แจงหลักเกณฑ์โครงการธนาคารโค-กระบือ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นายสัตวแพทย์&amp;nbsp;ดร.สมพร&amp;nbsp;พรวิเศษศิริกุล&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดแพร่&amp;nbsp;พร้อมด้วยนางสาวอาทิยา&amp;nbsp;แปลงใจ&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดแพร่&amp;nbsp;ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอสูงเม่น&amp;nbsp;ดำเนินการชี้แจงหลักเกณฑ์โครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร&amp;nbsp;ตามพระราชดำริ&amp;nbsp;ให้เกษตรกรรายใหม่ที่ขอรับสัตว์ในโครงการธนาคารโค-กระบือ&amp;nbsp;เพื่อเกษตรกร&amp;nbsp;ตามพระราชดำริ&amp;nbsp;(ธคก.)&amp;nbsp;ให้แก่กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโค&amp;nbsp;ตำบลสูงเม่น&amp;nbsp;อำเภอสูงเม่น&amp;nbsp;จังหวัดแพร่&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ที่ทำการเกษตรกรผู้เลี้ยงโค&amp;nbsp;ตำบลสูงเม่น&amp;nbsp;อำเภอสูงเม่น&amp;nbsp;จังหวัดแพร่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับ&amp;nbsp;การดูแลโค-กระบือหลังจากได้รับมอบแล้ว&amp;nbsp;ต้องให้อาหาร&amp;nbsp;การสุขาภิบาล&amp;nbsp;การป้องกันโรค&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และการผสมพันธุ์สัตว์ให้เป็นไปตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์&amp;nbsp;การดูแลลูกสัตว์ที่เกิดใหม่&amp;nbsp;ให้แจ้งประธานกลุ่มภายใน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;แจ้งปศุสัตว์อำเภอภายใน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;การดูแลสัตว์ป่วย&amp;nbsp;สัตว์ตาย&amp;nbsp;หรือสัตว์สูญหาย&amp;nbsp;ให้แจ้งประธานกลุ่ม&amp;nbsp;และปศุสัตว์อำเภอภายใน&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ได้ชี้แจงทำความเข้าใจการดำเนินการตามหลักเกณฑ์ต่างๆ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โครงการธนาคารโค-กระบือ&amp;nbsp;เพื่อเกษตรกร&amp;nbsp;ตามพระราชดำริให้กับกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่อำเภอสูงเม่น&amp;nbsp;จังหวัดแพร่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>10/12/2021</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แพร่</Province><Department>สวท.แพร่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211210151134908</Link_News></row>
<row _id="99"><NewsTitle>การเคหะแห่งชาติ รับมอบเมล็ดพืชพันธุ์ผักสวนครัว ส่งต่อให้ผู้อาศัยในชุมชนการเคหะพัฒนาเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายทวีพงษ์&amp;nbsp;วิชัยดิษฐ&amp;nbsp;ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รับมอบเมล็ดพืชพันธุ์ผักสวนครัว&amp;nbsp;จากนายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,200&amp;nbsp;ชุด&amp;nbsp;แต่ละชุดประกอบด้วยเมล็ดพันธุ์พืช&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;แตงกวา&amp;nbsp;มะเขือเปราะ&amp;nbsp;กระเพรา&amp;nbsp;พริกขี้หนูและถั่วฝักยาว&amp;nbsp;เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับผู้อยู่อาศัยในชุมชนของการเคหะแห่งชาติ&amp;nbsp;ตามโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง&amp;nbsp;ซึ่งการเคหะแห่งชาติ&amp;nbsp;กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp;ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;และหน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;และเอกชนอื่นๆ&amp;nbsp;เพื่อผลิตอาหารที่มั่นคง&amp;nbsp;ปลอดภัย&amp;nbsp;พัฒนาตลาดสีเขียว&amp;nbsp;รวมถึงเป็นการสร้างรายได้ให้ชุมชนด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนสอดคล้อง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;มิติ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อการพัฒนาชุมชนต้นแบบสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;nbsp;ทั้งมิติสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;คือการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับชุมชน/เพิ่มอากาศที่ดีในชุมชน&amp;nbsp;ใช้พื้นที่ในชุมชนให้เกิดประโยชน์&amp;nbsp;มิติเศรษฐกิจ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;นำผลผลิตที่ได้จากการปลูกพืชผักมาจำหน่าย&amp;nbsp;เกิดรายได้สู่ครัวเรือน&amp;nbsp;สู่ชุมชน&amp;nbsp;/ลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน&amp;nbsp;มิติการมีส่วนร่วม&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เกิดความร่วมมือ&amp;nbsp;ร่วมแรง&amp;nbsp;ร่วมใจ&amp;nbsp;ในการทำกิจกรรมร่วมกันของคนในครัวเรือน&amp;nbsp;/ชุมชน&amp;nbsp;สร้างความสามัคคีกลมเกลียว&amp;nbsp;และมิติสุขภาพ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ผู้อยู่อาศัยในชุมชนได้บริโภคผลิตผลที่ดี&amp;nbsp;มีประโยชน์&amp;nbsp;ปลอดสารพิษ&amp;nbsp;รวมถึงการทำกิจกรรมการปลูกผักเสมือนเป็นการออกกำลังกายอีกวิธีหนึ่งด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>10/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211210200622959</Link_News></row>
<row _id="100"><NewsTitle>ศูนย์หม่อนไหมฯขอนแก่น ประชาพิจารณ์และคัดเลือกเกษตรกรฝึกอบรมในโครงการของกรมหม่อนไหม ปีงบประมาณ 2565 ในพื้นที่ จ.ขอนแก่น</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&amp;nbsp;ขอนแก่น&amp;nbsp;โดยนางสาวพิมลรัตน์&amp;nbsp;เมธินธรังสรรค์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นักวิชาการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;นายวีระพงค์&amp;nbsp;ศรีหาพล&amp;nbsp;นักวิชาการเกษตร&amp;nbsp;และนางสาวนงลักษณ์&amp;nbsp;เชี่ยวชาญ&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานด้านมาตรฐานหม่อนไหม&amp;nbsp;ประชาพิจารณ์โครงการของกลุ่มงานบริการวิชาการและถ่ายทอดเทคโนโลยีหม่อนไหม&amp;nbsp;ในปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ของกรมหม่อนไหม&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;โครงการส่งเสริมการผลิตหม่อนไหมหัตถกรรม&amp;nbsp;3&amp;nbsp;หลักสูตร&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.หลักสูตร&amp;nbsp;ส่งเสริมและพัฒนากลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตเส้นไหมไทยพื้นบ้านอีสานตามมาตรฐาน&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.หลักสูตร&amp;nbsp;การส่งเสริมและพัฒนากลุ่มผู้ผลิตเส้นไหมตามมาตรฐานสินค้าเกษตร&amp;nbsp;มกษ.8000-2559&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.โครงการการพัฒนาความเข้มแข็งของกลุ่มเกษตรกรปลูกหม่อนเลี้ยงไหม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยเกษตรกรที่เข้าร่วมการประชาพิจารณ์&amp;nbsp;ให้ความสนใจในการชี้แจงโครงการเป็นอย่างมาก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;บ้านผักแว่นคำ&amp;nbsp;บ้านคำไฮ&amp;nbsp;บ้านเวียงแก้ว&amp;nbsp;อ.กระนวน&amp;nbsp;และบ้านซำจาน&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.ขอนแก่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>10/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ขอนแก่น</Province><Department>สวท.ขอนแก่น</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211210192713951</Link_News></row>
<row _id="101"><NewsTitle>ธ.ก.ส.เริ่มโอนวันนี้ให้ชาวนาสำหรับวันนี้  ธ.ก.ส. แบ่งโอนเงินตามภูมิภาค โดยเริ่มทยอยโอน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับวันนี้&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;แบ่งโอนเงินตามภูมิภาค&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยเริ่มทยอยโอนตั้งแต่เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(9&amp;nbsp;ธ.ค.)&amp;nbsp;ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;(ธ.ก.ส.)&amp;nbsp;ระบุว่า&amp;nbsp;ในวันนี้&amp;nbsp;(9&amp;nbsp;ธ.ค.)&amp;nbsp;จะโอนเงินช่วยเหลือเกษตรกรตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564-65&amp;nbsp;โดยเฉพาะเกษตรกรในเขตพื้นที่ภาคเหนือ&amp;nbsp;ภาคกลาง&amp;nbsp;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;ภาคตะวันตกและภาคใต้&amp;nbsp;จำนวนประมาณ&amp;nbsp;7.7&amp;nbsp;แสนราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;Cr#&amp;nbsp;ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>10/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211211001003001</Link_News></row>
<row _id="102"><NewsTitle>สหกรณ์พัฒนาพื้นที่สูงฯ ชวนชิม หัวมันท้องถิ่น ที่ปลูกในแปลงเสาวรส ของชนเผ่าพื้นที่สูงใน อ.สบเมย สดใหม่ โภชนาการแน่น</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สหกรณ์พัฒนาพื้นที่สูง&amp;nbsp;แบบโครงการหลวงสบเมย&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ชวนชิม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หัวมันท้องถิ่น&amp;nbsp;ของกินพื้นบ้าน&amp;nbsp;แต่มีประโยชน์และคุณค่าทางโภชนาการ&amp;nbsp;ที่ซ่อนกลิ่นไอความเป็นชนเผ่าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว&amp;nbsp;สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน&amp;nbsp;ตั้งแต่บรรพบุรุษจนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โดยหัวมันท้องถิ่น&amp;nbsp;ที่ชาวบ้านพื้นที่สูง&amp;nbsp;นิยมปลูกกันในพื้นที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ต.สบเมย&amp;nbsp;ต.แม่สามแลบ&amp;nbsp;ต.แม่สวด&amp;nbsp;อ.สบเมย&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ในอดีตและปัจจุบันนิยมปลูกกันในพื้นที่ไร่หมุนเวียน&amp;nbsp;เพื่อเก็บเอาไว้กินในฤดูร้อนเพราะหัวมันสามารถเก็บเอาไว้ได้นานหลายเดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แต่ปัจจุบันนี้&amp;nbsp;มีเกษตรกรที่เข้าร่วมปลูกเสาวรสกับโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงสบเมย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จึงมีความคิดที่เปลี่ยนแปลงไป&amp;nbsp;นำหัวมันมาปลูกในหลุมต้นเสาวรส&amp;nbsp;เพื่อเก็บไว้กินเองและหวังเพื่อสร้างรายได้ให้ตัวเองและคนในครอบครัวอีกทางหนึ่ง&amp;nbsp;ชาวบ้านจะตัดส่วนที่แก่ออกเพื่อเอาไปปลูกต่อและเอาส่วนที่อ่อนเอาไปบริโภค&amp;nbsp;ซึ่งหัวมันสามารถนำไปปรุงเป็นอาหารหลากหลายตามความชอบ&amp;nbsp;สามารถปรับเปลี่ยนเมนูได้หลากหลายเมนู&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;มันบด&amp;nbsp;เฟรนซ์ฟราย&amp;nbsp;ต้มและทำแกงใส่เนื้อสัตว์ต่างๆตามใจชอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับผู้ที่สนใจอยากลิ้มลองความอร่อย&amp;nbsp;ความสดใหม่ของหัวมันท้องถิ่น&amp;nbsp;จากมือเกษตรกร&amp;nbsp;และสนับสนุนรายได้แก่เกษตรกรอำเภอสบเมย&amp;nbsp;สามารถติดต่อได้ที่&amp;nbsp;เฟซบุ๊ก&amp;nbsp;สหกรณ์พัฒนาพื้นที่สูง&amp;nbsp;แบบโครงการหลวงสบเมย&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;เพจฌ่ายไน่&amp;nbsp;กิโลกรัมละ&amp;nbsp;30บาท&amp;nbsp;มีจำนวนจำกัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>11/12/2021</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211211131713084</Link_News></row>
<row _id="103"><NewsTitle>จ.ตาก จัดงาน "ตลาดกลางลำไย ของดีอำเภอวังเจ้า" เปิดโอกาสให้เกษตรกรขายผลผลิตให้กับผู้บริโภคโดยตรง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดตาก&amp;nbsp;จัดงาน&amp;nbsp;"ตลาดกลางลำไย&amp;nbsp;ของดีอำเภอวังเจ้า"&amp;nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์ผลผลิตลำไยที่มีคุณภาพ&amp;nbsp;เปิดโอกาสให้เกษตรกรขายผลผลิตให้กับผู้บริโภคโดยตรง&amp;nbsp;เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร&amp;nbsp;จากภาวะราคาผลผลิตตกต่ำ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;ที่ตลาดชาติพันธุ์&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลเชียงทอง&amp;nbsp;อำเภอวังเจ้า&amp;nbsp;จังหวัดตาก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายสมชัย&amp;nbsp;กิจเจริญรุ่งโรจน์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก&amp;nbsp;รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดตาก&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&amp;nbsp;"ตลาดกลางลำไย&amp;nbsp;ของดีอำเภอวังเจ้า"&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นางวรรณฤดี&amp;nbsp;กิจเจริญรุ่งโรจน์&amp;nbsp;รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดตาก&amp;nbsp;รักษาการแทนนายกเหล่ากาชาดจังหวัดตาก&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายเอกสิฏฐ์&amp;nbsp;วิไลศิลป์&amp;nbsp;นายอำเภอวังเจ้า&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ภาครัฐ&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;และประชาชน&amp;nbsp;เข้าร่วมงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เนื่องด้วยในช่วงเดือนธันวาคมของทุกปีจะเป็นช่วงเวลาที่ผลผลิตลำไยของเกษตรกรชาวสวน&amp;nbsp;ในพื้นที่อำเภอวังเจ้า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จังหวัดตาก&amp;nbsp;ออกสู่ตลาดจำนวนมาก&amp;nbsp;ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(COVID-19)&amp;nbsp;ทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถส่งออกลำไยไปจำหน่ายยังต่างประเทศได้&amp;nbsp;ส่งผลให้ผลผลิตล้นตลาดและราคาตกต่ำ&amp;nbsp;ทำให้เกษตรกรได้รับความเดือนร้อน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดตาก&amp;nbsp;โดยอำเภอวังเจ้า&amp;nbsp;จึงร่วมกับส่วนราชการต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง&amp;nbsp;ภาคเอกชนและประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;จัดงาน&amp;nbsp;"ตลาดกลางลำไย&amp;nbsp;ของดีอำเภอวังเจ้า"&amp;nbsp;ขึ้น&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ตลาดชาติพันธุ์&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลเชียงทอง&amp;nbsp;อำเภอวังเจ้า&amp;nbsp;โดยภายในงาน&amp;nbsp;มีการจัดจำหน่ายลำไย&amp;nbsp;ผลผลิตทางการเกษตร&amp;nbsp;และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปจากลำไย&amp;nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์ผลผลิตลำไยที่มีคุณภาพให้นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปได้รับทราบ&amp;nbsp;เปิดโอกาสให้เกษตรกรชาวสวนลำไย&amp;nbsp;ได้ขายผลผลิตให้กับผู้บริโภคโดยตรง&amp;nbsp;ซึ่งจะทำให้ได้รับราคาที่เป็นธรรมและเหมาะสม&amp;nbsp;และช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนลำไย&amp;nbsp;จากภาวะราคาผลผลิตตกต่ำ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ภายในงานฯ&amp;nbsp;ยังมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านของชาวอำเภอวังเจ้า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และการแข่งขันรับประทานลำไยของผู้นำท้องที่&amp;nbsp;โดยได้รับความร่วมมือจากตัวแทนเกษตรกรผู้ปลูกลำไยแปลงใหญ่&amp;nbsp;นำผลผลิตลำไยที่มีคุณภาพดีมาวางจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภค&amp;nbsp;จำนวนกว่า&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;โดยคาดว่า&amp;nbsp;จะสามารถจำหน่ายลำไยได้ประมาณ&amp;nbsp;25,000&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;คิดเป็นเงินที่เกษตรกรจะได้รับไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;800,00&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดตาก&amp;nbsp;จึงขอเชิญชวนประชาชน&amp;nbsp;ชาวจังหวัดตาก&amp;nbsp;และใกล้เคียง&amp;nbsp;รวมถึงนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;เที่ยวชมงาน&amp;nbsp;"ตลาดกลางลำไย&amp;nbsp;ของดีอำเภอวังเจ้า"&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตั้งแต่วันนี้&amp;nbsp;จนถึงวันที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ตลาดชาติพันธุ์&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลเชียงทอง&amp;nbsp;อำเภอวังเจ้า&amp;nbsp;จังหวัดตาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภาพ/ข่าว&amp;nbsp;:&amp;nbsp;สนง.ประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;จ.ตาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>11/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>ตาก</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตาก</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211211155210152</Link_News></row>
<row _id="104"><NewsTitle>ทหารพันธุ์ดี วิถีสามหมอก นพค.36 ลงมือทำฟาร์มต้นแบบ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและแหล่งถ่ายทอดความรู้ด้านเกษตรสร้างอาชีพให้แก่ราษฎร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองบัญชาการกองทัพไทย&amp;nbsp;โดยกำลังพลหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่&amp;nbsp;36&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาภาค&amp;nbsp;3&amp;nbsp;หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;(นพค.36&amp;nbsp;สนภ.3&amp;nbsp;นทพ.)&amp;nbsp;ได้ดำเนินการทำฟาร์มต้นแบบ&amp;nbsp;หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา&amp;nbsp;"ทหารพันธุ์ดี&amp;nbsp;วิถีสามหมอก"&amp;nbsp;เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร&amp;nbsp;รวมทั้งเป็นแหล่งอาหารในชุมชนและเป็นแหล่งถ่ายทอดเทคโนโลยีความรู้&amp;nbsp;ด้านการเกษตรที่เหมาะสม&amp;nbsp;ให้กับกำลังพลและราษฎรในพื้นที่&amp;nbsp;นำไปใช้ประโยชน์กับครอบครัวของตนเองได้&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่&amp;nbsp;36&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาภาค&amp;nbsp;3&amp;nbsp;หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา&amp;nbsp;บ้านคอนผึ้ง&amp;nbsp;ม.5&amp;nbsp;ต.แม่คะตวน&amp;nbsp;อ.สบเมย&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะนี้ได้ดำเนินการติดตั้งระบบน้ำหยดในส่วนของการปลูกมะกรูด&amp;nbsp;และมะนาวในบ่อซีเมนต์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ปลูกไม้ผล&amp;nbsp;ปล่อยพันธุ์ปลากินพืชในบ่อเก็บน้ำ&amp;nbsp;HDPE&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;เกี่ยวข้าว&amp;nbsp;ตีข้าว&amp;nbsp;จากพื้นที่ดำเนินการ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;งาน&amp;nbsp;ได้ผลผลิตเป็นข้าวเปลือก&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ถัง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณพื้นที่ฐานกิจกรรมของศูนย์การเรียนรู้&amp;nbsp;70&amp;nbsp;พรรษา&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;ในพื้นที่โคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;โมเดล&amp;nbsp;และจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องในระยะยาว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการทำเกษตรแบบผสมผสานนี้&amp;nbsp;เป็นกิจกรรมหนึ่งที่หน่วยบัญชาการทหารพัฒนาดำเนินการเพื่อสนับสนุนรัฐบาล&lt;/strong&gt;ในการแก้ไขปัญหาสำคัญของชาติด้านการพัฒนาประเทศ&amp;nbsp;และการช่วยเหลือประชาชน&amp;nbsp;เป็นการพัฒนาเพื่อการส่งเสริมอาชีพต่อราษฎรแบบรายบุคคล&amp;nbsp;เพื่อลดรายจ่าย&amp;nbsp;เพิ่มรายได้ให้กับผู้ยากจน&amp;nbsp;โดยส่งเสริมให้มีการดำเนินชีวิตตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;สร้างความมั่นคงในการดำรงชีพ&amp;nbsp;นำไปสู่การยกระดับความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตคน&amp;nbsp;และชุมชนได้อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>11/12/2021</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211211163130163</Link_News></row>
<row _id="105"><NewsTitle>กำนันตำบลบางปู อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี เปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาสจาก บ่อกุ้งร้าง เป็น บ่อเลี้ยงปูดำ กระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอับดุลมาน๊ะ&amp;nbsp;สาและ&amp;nbsp;กำนันตำบลบางปู&amp;nbsp;อ.ยะหริ่ง&amp;nbsp;จ.ปัตตานี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รองประธานกลุ่ม&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนการเลี้ยงปูดำในบ่อดิน&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;ม.1&amp;nbsp;บ้านโต๊ะโสม&amp;nbsp;ต.บางปู&amp;nbsp;อ.ยะหริ่ง&amp;nbsp;จ.ปัตตานี&amp;nbsp;ดีใจที่&amp;nbsp;สื่อมวลชนให้ความสนใจ&amp;nbsp;การปรับเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาสโดยกล่าวว่า&amp;nbsp;ตนในฐานะเจ้าของพื้นที่&amp;nbsp;และเป็นรองประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเลี้ยงปูดำในบ่อดิน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นบ่อกุ้งร้างเดิม&amp;nbsp;มีความภาคภูมิใจเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;สืบเนื่องมาจากสมาชิกกลุ่มประสบความสำเร็จในการเลี้ยงปูดำ&amp;nbsp;ที่ตั้งของกลุ่มเลี้ยงปูดำ&amp;nbsp;อยู่ที่&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;บ้านโต๊ะโสม&amp;nbsp;ต.บางปู&amp;nbsp;อ.ยะหริ่ง&amp;nbsp;จ.ปัตตานี&amp;nbsp;มีสมาชิก&amp;nbsp;15&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;โดยมีจุดเริ่มต้นเมื่อปี&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;ทางกลุ่ม&amp;nbsp;ได้เลี้ยงปลากะพง&amp;nbsp;แต่ประสบปัญหาเรื่องตลาด&amp;nbsp;และอาหารปลามีราคาสูง&amp;nbsp;ประจวบเหมาะกับ&amp;nbsp;สมาชิกบางส่วนเป็นชาวประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp;ไปหาปลาและได้ปูตัวเล็กกลับมาด้วย&amp;nbsp;ไม่อยากทิ้งจึงนำมาปล่อยในบ่อกุ้งร้าง&amp;nbsp;ไม่ได้ดูแลอะไรเลย&amp;nbsp;เนื่องจากในบ่อกุ้งร้างมี&amp;nbsp;พืชสาหร่ายซึ่งเป็นอาหารปูอยู่แล้ว&amp;nbsp;ทิ้งไปประมาณ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;ตนและสมาชิกกลุ่ม&amp;nbsp;ต่างแปลกใจที่ปูมีขนาดใหญ่ขึ้นมาก&amp;nbsp;หลังจากนั้นเป็นต้นมา&amp;nbsp;ทางกลุ่มได้ตัดสินใจ&amp;nbsp;เปลี่ยนจากการเลี้ยงปลากะพง&amp;nbsp;มาเป็นการเลี้ยงปูดำแทน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ต่อมา&amp;nbsp;เมื่อสมาชิกกลุ่มได้ลูกปูม้า&amp;nbsp;ทางกลุ่มจะรับซื้อลูกปูในราคา&amp;nbsp;5-15&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ต่อ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;แล้วแต่ขนาด&amp;nbsp;หลังจากนั้น&amp;nbsp;มาปล่อยในบ่อ&amp;nbsp;ส่วนอาหารนั้น&amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;ปลาหมอเทศ&amp;nbsp;กับ&amp;nbsp;สาหร่ายผมนาง&amp;nbsp;ขณะนี้มีบ่อ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;บ่อ&amp;nbsp;แต่เลี้ยงจริง&amp;nbsp;อยู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;บ่อ&amp;nbsp;ระดับน้ำสำหรับเลี้ยงปูเป็นน้ำตื้น&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;80&amp;nbsp;ซม.ถึง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ม.&amp;nbsp;1&amp;nbsp;บ่อเลี้ยงปูประมาณ&amp;nbsp;5,000&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ซึ่งความจุสามารถเลี้ยงได้&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;20,000&amp;nbsp;ตัว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านการตลาด&amp;nbsp;ขณะนี้ไปส่งได้แค่เจ้าเดียว&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.สงขลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เนื่องจากผลผลิตมีจำนวนจำกัดไม่พอส่งให้เจ้าอื่น&amp;nbsp;ราคาขาย&amp;nbsp;ปูไข่ตัวเมีย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กก.ได้&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ขายในราคา&amp;nbsp;550&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ถ้าเป็นปูเนื้อตัวผู้&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตัวต่อ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กก.&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;350&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;400&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ท้ายสุด&amp;nbsp;นายอับดุลมาน๊ะ&amp;nbsp;สาและกำนันตำบลบางปู&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;อยากให้มีการเลี้ยงปูกันมากขึ้นเพราะเป็นที่ต้องการของตลาด&amp;nbsp;มีนักธุรกิจชาวจีนต่อต่อมา&amp;nbsp;แต่บ่อของตนเป็นเพียงต้นแบบเท่านั้น&amp;nbsp;หาก&amp;nbsp;ชาวตำบลบางปูที่มีนากุ้งร้างและปรับมาเลี้ยงปูจะดีมาก&amp;nbsp;เพราะผลผลิตของเรามีคุณภาพ&amp;nbsp;พื้นที่เหมาะกับการเลี้ยงปู&amp;nbsp;สมชื่อ&amp;nbsp;ตำบลบางปู&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>11/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ปัตตานี</Province><Department>สวท.ปัตตานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211211170354172</Link_News></row>
<row _id="106"><NewsTitle>พ่อเมืองศรีสะเกษ  ลงพื้นที่ยกระดับคุณภาพชีวิตพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมพร้อมติดตามงานวาระจังหวัด "เกษตรบูรณาการ : หอมแดง"</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(11&amp;nbsp;ธ.ค.&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;นายวัฒนา&amp;nbsp;พุฒิชาติ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ร่วมกับ&amp;nbsp;นางสาววิราภรณ์&amp;nbsp;มงคลไชยสิทธิ์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร&amp;nbsp;พร้อมด้วยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.)&amp;nbsp;และบริษัทไทยวา&amp;nbsp;จำกัด(มหาชน)&amp;nbsp;ศึกษาดูงานในพื้นที่อำเภอยางชุมน้อย&amp;nbsp;ภายใต้โปรแกรมการยกระดับคุณภาพชีวิตพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ด้วยวิทยาศาสตร์&amp;nbsp;เทคโนโลยีและนวัตกรรม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พร้อมทั้งตรวจเยี่ยมติดตามการดำเนินงานวาระจังหวัด&amp;nbsp;(10&amp;nbsp;Agenda&amp;nbsp;Sisaket)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ประเด็น&amp;nbsp;เกษตรบูรณาการ&amp;nbsp;:&amp;nbsp;หอมแดง&amp;nbsp;โดยแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการดำเนินงานตั้งกระบวนการผลิต&amp;nbsp;การแปรรูป&amp;nbsp;การจำหน่าย&amp;nbsp;ความร่วมมือเรื่องการตลาด&amp;nbsp;หอมแดงสด&amp;nbsp;หอมแดงแห้ง&amp;nbsp;หอมแดงตัดแต่ง&amp;nbsp;หอมแดงมัดจุก&amp;nbsp;พริกแห้ง&amp;nbsp;ชาหอมแดง&amp;nbsp;หอมแดงเจียว&amp;nbsp;กระเทียมเจียว&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;กลุ่มแปลงใหญ่หอมแดงตำบลคอนกาม&amp;nbsp;อำเภอยางชุมน้อย&amp;nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;(วิสาหกิจชุมชนกลุ่มออมทรัพย์พัฒนาสตรีบ้านเมืองแสน)&amp;nbsp;มี&amp;nbsp;นางวิลาวัลย์&amp;nbsp;แก้วคำ&amp;nbsp;เป็นประธานกลุ่ม&amp;nbsp;มีสมาชิก&amp;nbsp;67&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พื้นที่ปลูกประมาณ&amp;nbsp;200&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;มีมาตรฐานการผลิต&amp;nbsp;ประกอบด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;-&amp;nbsp;มาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;80&amp;nbsp;ไร่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ได้รับอนุญาตให้ใช้ตราสัญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์(GI)&amp;nbsp;หอมแดงจำนวน&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;57&amp;nbsp;ไร่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ระยะปรับเปลี่ยนเพื่อขอการรับรองมาตรฐานอินทรีย์&amp;nbsp;ปีที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ไร่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;-&amp;nbsp;เข้าสู่ระยะปรับเปลี่ยนปีที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ไร่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในการพัฒนาศักยภาพด้านการตลาดโดยความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้กำหนดแนวทางจัดอบรมการตลาดออนไลน์เพื่อเพิ่มมูลค่าและยอดจำหน่ายให้แก่กลุ่มดังกล่าว&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;เกษตรจังหวัด&amp;nbsp;ผู้แทนหัวหน้าสำนักงานจังหวัด&amp;nbsp;ผู้แทนเกษตรและสหกรณ์จังหวัด&amp;nbsp;รักษาราชการแทนนายอำเภอยางชุมน้อย&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการอำเภอ&amp;nbsp;คณาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;ผู้ปกครองท้องที่&amp;nbsp;อสม.&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;เข้าร่วม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>11/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ศรีสะเกษ</Province><Department>สวท.ศรีสะเกษ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211211193133202</Link_News></row>
<row _id="107"><NewsTitle>ธ.ก.ส. เดินหน้าโอนเงินประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ระยะที่ 3</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;เริ่มจ่ายเงินตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แก่เจ้าของสวนยางและคนกรีดยาง&amp;nbsp;เพื่อสร้างความมั่นคงด้านรายได้และบรรเทาความเดือดร้อนจากปัญหาราคายางพาราตกต่ำ&amp;nbsp;อันเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจและการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;โดยประกันราคายางพาราแผ่นดิบ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;บาท/กก.&amp;nbsp;น้ำยางสด&amp;nbsp;57&amp;nbsp;บาท/กก.&amp;nbsp;และยางก้อนถ้วย&amp;nbsp;23&amp;nbsp;บาท/กก.&amp;nbsp;เป้าหมายเกษตรกร&amp;nbsp;1.88&amp;nbsp;ล้านราย&amp;nbsp;วงเงินกว่า&amp;nbsp;9,700&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;โดยโอนเงิน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;งวดเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรงแล้วกว่า&amp;nbsp;381,000&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เป็นเงินกว่า&amp;nbsp;739&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับหลักเกณฑ์การจ่ายเงินประกันรายได้&amp;nbsp;เกษตรกรชาวสวนยางต้องขึ้นทะเบียน&lt;/strong&gt;และแจ้งข้อมูลพื้นที่การปลูกยางกับการยางแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(กยท.)&amp;nbsp;โดยเป็นสวนยางพาราอายุ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ปีขึ้นไป&amp;nbsp;ที่เปิดกรีดแล้ว&amp;nbsp;รายละไม่เกิน&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;กำหนดปริมาณผลผลิตยางที่จะประกันรายได้&amp;nbsp;ผลผลิตยางแห้ง&amp;nbsp;(DRC&amp;nbsp;100%)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;กิโลกรัม/ไร่/เดือน&amp;nbsp;และผลผลิตยางก้อนถ้วย&amp;nbsp;(DRC&amp;nbsp;50%)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;&amp;nbsp;40&amp;nbsp;กิโลกรัม/ไร่/เดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;การยางแห่งประเทศไทยจะทำการตรวจสอบและรับรองสิทธิ์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมทั้งประมวลผล&amp;nbsp;ส่งมายัง&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;เพื่อให้โอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง&amp;nbsp;ซึ่งเงินค่าประกันรายได้ในแต่ละเดือน&amp;nbsp;=&amp;nbsp;(ราคายางที่ประกันรายได้-ราคาอ้างอิงการขาย)&amp;nbsp;X&amp;nbsp;ปริมาณผลผลิตยางตามเนื้อที่กรีดยาง&amp;nbsp;โดยแบ่งสัดส่วนรายได้&amp;nbsp;หากเจ้าของสวนกรีดเองจะได้รับส่วนต่างประกันรายได้ทั้งจำนวน&amp;nbsp;กรณีจ้างกรีดยาง&amp;nbsp;เจ้าของสวนยางจะได้ร้อยละ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;และคนกรีดจะได้ร้อยละ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ของรายได้ทั้งหมด&amp;nbsp;โดยมีการประกาศราคากลางอ้างอิงทุกเดือน&amp;nbsp;และจะมีการจ่ายเงินเดือนละครั้ง&amp;nbsp;ตั้งแต่บัดนี้ถึงเดือนกันยายน&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งเกษตรกรสามารถตรวจสอบการโอนเงินได้ผ่านทางแอปพลิเคชัน&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;A-Mobile&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;หรือที่&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;ทุกสาขาทั่วประเทศ&amp;nbsp;และกรณีที่เกษตรกรลูกค้าสมัครใช้บริการ&amp;nbsp;BAAC&amp;nbsp;Connect&amp;nbsp;จะได้รับข้อความแจ้งเตือนผ่าน&amp;nbsp;LINE&amp;nbsp;Official&amp;nbsp;BAAC&amp;nbsp;Family&amp;nbsp;เมื่อเงินเข้าบัญชีของท่านแล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ที่มา:&amp;nbsp;กระทรวง?การคลัง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;Cr#ธกส&amp;nbsp;#ประกันรายได้&amp;nbsp;#ชาวสวนยาง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;Cr#สวท_อำนาจเจริญ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>11/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211211213028213</Link_News></row>
<row _id="108"><NewsTitle>จ.แม่ฮ่องสอน ไม่มีการจ่ายเงินส่วนต่างให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 256465 (งวดที่ 1) เนื่องจากราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงในครั้งนี้สูงกว่าราคาเป้าหมาย</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายศิริวัฒน์&amp;nbsp;บุปผาเจริญ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;แจ้งว่าคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้&amp;nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;มีมติเมื่อวันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;เห็นชอบการกำหนดราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงและชดเชยส่วนต่างราคาตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;(งวดที่1)&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงประจำวันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อใช้ในการชดเชยส่วนต่างตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;(งวดที่&amp;nbsp;1)&amp;nbsp;สำหรับเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์กับกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;โดยมีวันเพาะปลูกตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และระบุวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวก่อนวันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เมล็ดความชื่นไม่เกิน&amp;nbsp;15.5&amp;nbsp;เปอร์เซ็น&amp;nbsp;กิโลกรัมละ&amp;nbsp;9.45&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในส่วนของการจ่ายเงินชดเชยส่วนต่าง&amp;nbsp;เมื่อคำนวณส่วนต่างจากราคาเป้าหมายกับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงแล้ว&amp;nbsp;ราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงในครั้งนี้สูงกว่าราคาเป้าหมาย&amp;nbsp;(กิโลกรัมละ&amp;nbsp;8.50&amp;nbsp;บาท)&amp;nbsp;จึงไม่มีการจ่ายเงินส่วนต่างให้แก่เกษตรกร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>12/12/2021</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211212111636286</Link_News></row>
<row _id="109"><NewsTitle>ศรีสะเกษ !! รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมชมและติดตามโครงการแปลงใหญ่   ที่อำเภอศรีรัตนะ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;นายนวนิตย์&amp;nbsp;พลเคน&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;&amp;nbsp;และช่วยศาสตราจารย์&amp;nbsp;ดร.ฐิตารีย์&amp;nbsp;ไตรสรณปัญญา&amp;nbsp;(ดร.จุ๋ม)&amp;nbsp;คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;และคณะ&amp;nbsp;ได้ลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมชมและติดตามโครงการแปลงใหญ่&amp;nbsp;ที่อำเภอศรีรัตนะ&amp;nbsp;ภายใต้งบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายวิชัย&amp;nbsp;ศรีโพธิ์งาม&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;และนายภัทรนันท์&amp;nbsp;บุญมานัด&amp;nbsp;นายอำเภอศรีรัตนะ&amp;nbsp;นำเกษตรอำเภอทั้ง&amp;nbsp;22&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;และเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในเขตอำเภอศรีรัตนะ&amp;nbsp;ร่วมให้การต้อนรับและสาธิตการผลิตอาหารข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;และสาธิตการหยอดปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ด้วยรถยนต์หยอดเมล็ดข้าวโพด&amp;nbsp;และชมนิทรรศการผลิตภัณฑ์สินค้ากลุ่มแม่ในเขตอำเภอศรีรัตนะ&amp;nbsp;ทั้งนี้เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์โครงการแปลงใหญ่&amp;nbsp;ภายใต้งบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ของอำเภอศรีรัตนะ&amp;nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;ให้เป็นที่รู้จักทั่วไป&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดรฐิตารีย์&amp;nbsp;ไตรสรณปัญญา&amp;nbsp;(ดร.จุ๋ม)&amp;nbsp;คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;&amp;nbsp;ดร.เฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ได้ขับเคลื่อนงบประมาณเพื่อกระจายสู่เกษตรกรชาวแปลงใหญ่&amp;nbsp;ให้ได้รับการสนับสนุนและส่งเสริมเพื่อลดต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;นำเทคโนโลยีทันสมัยเข้ามาใช้และเชื่อมโยงการตลาด&amp;nbsp;ซึ่งจังหวัดศรีสะเกษเราได้รับการอนุมัติงบประมาณแปลงใหญ่มา&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;287&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;ซึ่งเกษตรกรชาวแปลงใหญ่ตอบรับโครงการอยู่ประมาณ&amp;nbsp;237&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;คิดเป็นมูลค่าเงิน&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;600&amp;nbsp;กว่าล้านบาท&amp;nbsp;ได้รับการสนับสนุนและซื้อเครื่องจักรเพื่อลดต้นทุน&amp;nbsp;นำเทคโนโลยีทันสมัยเข้ามาใช้เพื่อให้เกิดการพัฒนาและเกิดประสิทธิภาพในการผลิต&amp;nbsp;และมีการทำ&amp;nbsp;packaging&amp;nbsp;สร้างแบรนด์เพื่อให้เชื่อมโยงกับการตลาด&amp;nbsp;โครงการนี้เป็นโครงการที่ดีมากซึ่งโครงการนี้เป็นโครงการที่ให้เกษตรกร&amp;nbsp;ได้คิดและลงมือเลือกสิ่งของเครื่องไม้เครื่องมือเลือกการพัฒนาตนเองตามที่ตนเองและกลุ่มต้องการอย่างแท้จริง&amp;nbsp;และขณะนี้โครงการได้สำเร็จเสร็จสิ้นไปในโครงการแรกประชาชนตอบรับดีมีความดีใจและภาคภูมิใจจังหวัดศรีสะเกษเป็นจังหวัดที่ได้รับงบประมาณจัดสรรเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;ระดับต้นๆของประเทศ&amp;nbsp;เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่&amp;nbsp;ดร.จุ๋ม&amp;nbsp;ได้ร่วมแรงร่วมใจขับเคลื่อนและผลักดันช่วยเกษตรกรแปลงใหญ่มาโดยตลอดได้เห็นความสำเร็จ&amp;nbsp;ได้เห็นพี่น้องเกษตรกรแปลงใหญ่ได้รับงบประมาณแต่เราต้องเดินหน้าต่อ&amp;nbsp;เนื่องจากเกษตรกรต้องไปต่อสู่ความยั่งยืน&amp;nbsp;โดยแปลงใหญ่จะมีการต่อยอด&amp;nbsp;ให้เป็นผู้ประกอบการหรือเป็นนักธุรกิจเกษตรจากการจดทะเบียนนิติบุคคลตามเงื่อนไขของแปลงใหญ่&amp;nbsp;เราจะช่วยกันขับเคลื่อน&amp;nbsp;เพื่อให้&amp;nbsp;เกษตรกรเป็นนักธุรกิจเกษตร&amp;nbsp;โดยการรวบรวม&amp;nbsp;นิติบุคคลของแปลงใหญ่&amp;nbsp;ผนึกกำลังผลักดันผลผลิตที่ได้&amp;nbsp;จากการพัฒนาต่อยอดงบประมาณสู่การตลาดแบบยั่งยืน&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีโครงการที่รัฐมนตรีได้ส่งต่อให้พี่น้องชาวเกษตรกรอีก&amp;nbsp;คือนโยบายส่งเสริมงบประมาณให้วิสาหกิจชุมชนสนับสนุนเรื่องการแปรรูปโดยเฉพาะโครงการนี้จะมีงบประมาณมาให้วิสาหกิจชุมชนละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เพื่อให้ต่อยอดแปรรูปให้เกิดความเป็นมาตรฐานและเป็นที่ต้องการของตลาด&amp;nbsp;รวมถึงการท่องเที่ยวเชิงเกษตร&amp;nbsp;ให้เกิดภาพรวมในระดับเศรษฐกิจมหภาคในอนาคตต่อไป&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-center"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-center"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>12/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ศรีสะเกษ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211212133907341</Link_News></row>
<row _id="110"><NewsTitle>ศรีสะเกษ เร่งพัฒนายกระดับผลผลิต หอมแดง ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพิ่มมูลค่า-ยอดขาย ยกคุณภาพชีวิตปชช</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;ที่กลุ่มแปลงใหญ่หอมแดงตำบลคอนกาม&amp;nbsp;(วิสาหกิจชุมชนกลุ่มออมทรัพย์พัฒนาสตรีบ้านเมืองแสน)&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;&amp;nbsp;อ.ยางชุมน้อย&amp;nbsp;จ.ศรีสะเกษ&amp;nbsp;นายวัฒนา&amp;nbsp;พุฒิชาติ&amp;nbsp;ผวจ.ศรีสะเกษ&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;น.ส.วิราภรณ์&amp;nbsp;มงคลไชยสิทธิ์&amp;nbsp;ผอ.สถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร&amp;nbsp;พร้อมด้วยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ&amp;nbsp;(สวทช.)&amp;nbsp;และบริษัทไทยวา&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;เดินทางลงพื้นที่ศึกษาดูงานในเขตอำเภอยางชุมน้อย&amp;nbsp;ภายใต้โปรแกรมการยกระดับคุณภาพชีวิตพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ด้วยวิทยาศาสตร์&amp;nbsp;เทคโนโลยีและนวัตกรรม&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นางวิลาวัลย์&amp;nbsp;แก้วคำ&amp;nbsp;ประธานกลุ่มฯ&amp;nbsp;พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับและร่วมกิจกรรม&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;นายวัฒนา&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;กลุ่มแปลงใหญ่หอมแดงตำบลคอนกาม&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;&amp;nbsp;(วิสาหกิจชุมชนกลุ่มออมทรัพย์พัฒนาสตรีบ้านเมืองแสน)&amp;nbsp;ดังกล่าว&amp;nbsp;มี&amp;nbsp;นางวิลาวัลย์&amp;nbsp;แก้วคำ&amp;nbsp;เป็นประธานกลุ่ม&amp;nbsp;มีสมาชิก&amp;nbsp;67&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พื้นที่ปลูกประมาณ&amp;nbsp;200&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;มีมาตรฐานการผลิต&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;มาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;80&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ได้รับอนุญาตให้ใช้ตราสัญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&amp;nbsp;(GI)&amp;nbsp;หอมแดง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;57&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ระยะปรับเปลี่ยนเพื่อขอการรับรองมาตรฐานอินทรีย์&amp;nbsp;ปีที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;และเข้าสู่ระยะปรับเปลี่ยนปีที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ไร่&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;ซึ่งในการพัฒนาศักยภาพด้านการตลาด&amp;nbsp;ได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;&amp;nbsp;ได้กำหนดแนวทางจัดอบรมการตลาดออนไลน์&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มมูลค่าและยอดจำหน่ายให้แก่กลุ่มดังกล่าว&amp;nbsp;โอกาสนี้ได้ตรวจเยี่ยมติดตามการดำเนินงานวาระจังหวัด&amp;nbsp;(10&amp;nbsp;Agenda&amp;nbsp;Sisaket)&amp;nbsp;ประเด็น&amp;nbsp;เกษตรบูรณาการ&amp;nbsp;หอมแดง&amp;nbsp;โดยแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการดำเนินงานตั้งกระบวนการผลิต&amp;nbsp;การแปรรูป&amp;nbsp;การจำหน่าย&amp;nbsp;ความร่วมมือเรื่องการตลาด&amp;nbsp;หอมแดงสด&amp;nbsp;หอมแดงแห้ง&amp;nbsp;หอมแดงตัดแต่ง&amp;nbsp;หอมแดงมัดจุก&amp;nbsp;พริกแห้ง&amp;nbsp;ชาหอมแดง&amp;nbsp;หอมแดงเจียว&amp;nbsp;และกระเทียมเจียว&amp;nbsp;อีกด้วย&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-center"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-center"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>12/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ศรีสะเกษ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211212140214356</Link_News></row>
<row _id="111"><NewsTitle>เดินหน้าฟื้นฟูเศรษฐกิจครัวเรือนคนพิการ จ.ยะลา ด้วยเกษตรสมัยใหม่  "เกษตรปลอดสารเลี้ยงไก่ไข่"</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คุณสือนะ&amp;nbsp;ดีสะเอะ&amp;nbsp;อุปนายกสมาคมคนพิการภาคใต้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เข้าร่วม&amp;nbsp;โครงการอบรมฟื้นฟูเศรษฐกิจครัวเรือนคนพิการด้วยเกษตรสมัยใหม่และยกระดับการแปรรูปผลิตภัณฑ์และอาหาร&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;กิจกรรม&amp;nbsp;การเกษตรปลอดสารเลี้ยงไก่ไข่และการจัดการพื้นที่เกษตรตัวอย่างสำหรับคนพิการ&amp;nbsp;โดยการสนับสนุนของมูลนิธิสภาศูนย์ดำรงชีวิตอิสระประเทศไทย&amp;nbsp;สนง.สภาพัฒนาการเศรษฐกิจ&amp;nbsp;และสังคมแห่งชาติฯ&amp;nbsp;คณะกรรมการว่าด้วยสิทธิคนพิการสหประชาชาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายวิมุตติ&amp;nbsp;อำนักมณี&amp;nbsp;นายอำเภอกรงปินัง&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการ&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;กำนันตำบลสะเอะ&amp;nbsp;ผู้แทนผอ.รร.บ้านสะเอะใน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้แทนผบ.ร้อย.ทพ.4714&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;และผู้พิการในพื้นที่เข้าร่วม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ร.ร.บ้านสะเอะใน&amp;nbsp;ต.สะเอะ&amp;nbsp;อ.กรงปินัง&amp;nbsp;จ.ยะลา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>12/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211212144503369</Link_News></row>
<row _id="112"><NewsTitle>ม.แม่โจ้แพร่ จับมือ อบจ.แพร่ และ ทต.ช่อแฮ ยกระดับสินค้าเกษตรปลอดภัย เปิด กาดม่วนใจ ใส่ใจสุขภาพ</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;มหาวิทยาลัยแม่โจ้-แพร่&amp;nbsp;เฉลิมพระเกียรติ&amp;nbsp;ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่และเทศบาลตำบลช่อแฮ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิด&amp;nbsp;โครงการกาดม่วนใจ&amp;nbsp;ใส่ใจสุขภาพ&amp;nbsp;การประกวด&amp;nbsp;Product&amp;nbsp;Champion&amp;nbsp;League&amp;nbsp;ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาสินค้าเกษตรปลอดภัยสู่เกษตรอินทรีย์ของตำบลช่อแฮ&amp;nbsp;อำเภอเมืองแพร่&amp;nbsp;จังหวัดแพร่&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรในตำบลและเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปและนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;ทั้งชาวไทยและต่างชาติ&amp;nbsp;โดยเป็นการนำเสนอผลิตภัณฑ์ของตำบลช่อแฮ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;12&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;อีกทั้งเป็นการพัฒนาและสร้างมูลค่าของผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;สร้างคู่ค้าทางด้านธุรกิจผลิตภัณฑ์เกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;ซึ่งได้รับความร่วมมือจากกลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;กลุ่มผู้ผลิตสินค้าชุมชน&amp;nbsp;และหน่วยงานต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ตลอดจนสถานศึกษา&amp;nbsp;คณะสงฆ์ตำบลช่อแฮ&amp;nbsp;ให้การสนับสนุนและเข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;ส่งผลิตภัณฑ์ชุมชนเข้าทำการคัดสรร&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำหรับโครงการกาดม่วนใจใส่ใจสุขภาพ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การประกวด&amp;nbsp;Product&amp;nbsp;Champion&amp;nbsp;League&amp;nbsp;ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาสินค้าเกษตรปลอดภัยสู่เกษตรอินทรีย์ของตำบลช่อแฮ&amp;nbsp;อำเภอเมืองแพร่&amp;nbsp;จังหวัดแพร่&amp;nbsp;เกิดขึ้นเนื่องจากปัจจุบันการนำเข้าสารเคมีการเกษตรของประเทศไทยพบว่ามีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ทำให้อุตสาหกรรมเคมีทางการเกษตรเติบโตอย่างมาก&amp;nbsp;เกษตรกรเข้าถึงสารเคมีได้ง่ายและมีการใช้มากเกินความพอดี&amp;nbsp;จึงมีความจำเป็นต้องมีการพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรและอาหารปลอดภัยได้มาตรฐาน&amp;nbsp;โดยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและเพิ่มมูลค่าสินค้าทางการเกษตร&amp;nbsp;ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการส่งเสริมและพัฒนาสินค้าเกษตรปลอดภัยให้เป็นที่รู้จักของคนทั่วไปและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>12/12/2021</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แพร่</Province><Department>สวท.แพร่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211212150701376</Link_News></row>
<row _id="113"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ ลำปาง นำทีมตรวจเยี่ยมฟาร์มตัวอย่าง สานต่อโครงการโคกหนองนาฯ ให้เป็นจุดเรียนรู้</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;นำทีมเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เยี่ยมชมพื้นที่ฟาร์มตัวอย่างบ้านแม่ต๋ำ&amp;nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ&amp;nbsp;ติดตามผลสัมฤทธิ์การดำเนินงานโครงการ&amp;nbsp;หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;เกษตรทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;"โคกหนองนาโมเดล"&amp;nbsp;เตรียมสานต่อเปิดให้เป็นจุดเรียนรู้ด้านการเกษตรแบบครบวงจร&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสิธิชัย&amp;nbsp;จินดาหลวง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และเจ้าหน้าที่ในสังกัดหน่วยงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;รวมถึงหน่วยงานอื่นๆ&amp;nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมเดินทางลงพื้นที่ไปยังบริเวณสถานที่ดำเนินโครงการต้นแบบแหล่งเรียนรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;ชุมชนบ้านแม่ต๋ำ&amp;nbsp;ตำบลเสริมซ้าย&amp;nbsp;อำเภอเสริมงาม&amp;nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ทางจังหวัดลำปางได้ทำการริเริ่มบุกเบิกเปิดพื้นที่กว่า&amp;nbsp;22&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ภายในบริเวณฟาร์มตัวอย่างบ้านแม่ต๋ำ&amp;nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&amp;nbsp;พระบรมราชินีนาถ&amp;nbsp;ปรับสภาพพื้นที่จัดตั้งให้เป็นศูนย์เรียนรู้ในเรื่องวิถีการทำสวนเกษตรตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;"โคกหนองนาโมเดล"&amp;nbsp;ภายใต้กิจกรรมโครงการ&amp;nbsp;"ฟาร์มตัวอย่าง...ต้านภัย&amp;nbsp;COVID-19"&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือส่งเสริมการสร้างงานให้กับพี่น้องประชาชนในชุมชนพื้นที่รอบโครงการฯ&amp;nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ&amp;nbsp;"COVID-19"&amp;nbsp;โดยจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;ได้ดำเนินโครงการดังกล่าวเสร็จสิ้นไปแล้วเมื่อปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;มีประชาชนจิตอาสากว่า&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ได้เข้ารับการฝึกพัฒนาอาชีพเรียนรู้หลักทฤษฎีวิถีแนวทาง&amp;nbsp;การทำการเกษตรตามแบบเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;ที่เน้นหลักของการพึ่งพาตนเอง&amp;nbsp;รู้จักจัดสรรและใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างรู้คุณค่า&amp;nbsp;ทำการผลิตให้พออยู่พอกินสร้างความมั่นคงให้เกิดความยั่งยืนเพื่อเป็นรากฐานสำคัญของระบบสังคม&amp;nbsp;พร้อมทั้งฝึกปฏิบัติตามหลักทฤษฎีทำสวนเกษตรผสมผสาน&amp;nbsp;"โคกหนองนาโมเดล"&amp;nbsp;เพื่อศึกษา&amp;nbsp;สืบสาน&amp;nbsp;รักษา&amp;nbsp;และต่อยอด&amp;nbsp;ตามรอยศาสตร์พระราชา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ตั้งแต่ได้ริเริ่มโครงการเมื่อปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;พื้นที่กว่า&amp;nbsp;22&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ภายในบริเวณฟาร์มตัวอย่างบ้านแม่ต๋ำ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&amp;nbsp;พระบรมราชินีนาถแห่งนี้&amp;nbsp;ก็ได้มีการปรับสภาพพื้นที่ให้เป็นที่โคกสูงเพื่อสำหรับไว้เพาะปลูกพืช&amp;nbsp;ทั้งพืชไม้ผล&amp;nbsp;ไม้ยืนต้น&amp;nbsp;ไม้เศรษฐกิจ&amp;nbsp;และปลูกพืชผักสวนครัว&amp;nbsp;เลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;รวมทั้งได้ทำการขุดหลุม&amp;nbsp;ขุดหนอง&amp;nbsp;เพื่อเป็นพื้นที่กักเก็บน้ำสำหรับไว้ใช้ในยามหน้าแล้ง&amp;nbsp;และยังเป็นที่รับน้ำในยามน้ำหลาก&amp;nbsp;พร้อมจัดทำคลองระบายน้ำ&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;"คลองไส้ไก่"&amp;nbsp;ให้คดเคี้ยวไปตามสภาพพื้นที่เพื่อจะให้น้ำไหลกระจายไปอยู่ตามจุดต่างๆ&amp;nbsp;ซึ่งจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับพื้นที่&amp;nbsp;และใช้สำหรับรดต้นไม้ที่ได้ทำการเพาะปลูก&amp;nbsp;นอกจากนี้พื้นที่บางส่วนยังได้ถูกจัดแบ่งไว้เพื่อเป็นพื้นที่แปลงนาสำหรับปลูกข้าว&amp;nbsp;โดยปัจจุบันพื้นที่ดำเนินโครงการต้นแบบสวนเกษตรตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;"โคกหนองนาโมเดล"&amp;nbsp;ชุมชนบ้านแม่ต๋ำ&amp;nbsp;ได้มีความอุดมสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;ตามบริเวณพื้นที่โครงการมีทั้งแหล่งน้ำที่สามารถใช้ในการทำประมง&amp;nbsp;และพื้นที่ตามโคกสูงที่มีการปลูกพืชไม้ผลต่างๆ&amp;nbsp;ไว้&amp;nbsp;บางชนิดได้เริ่มให้ดอกออกผลสามารถสร้างรายได้ให้กับฟาร์มตัวอย่างบ้านแม่ต๋ำแล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากความสำเร็จในการดำเนินโครงการที่เห็นผลได้อย่างเป็นรูปธรรม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายสิธิชัย&amp;nbsp;จินดาหลวง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;ได้กล่าวว่า&amp;nbsp;สำหรับสวนเกษตร&amp;nbsp;"โคกหนองนาโมเดล"&amp;nbsp;ของฟาร์มตัวอย่างบ้านแม่ต๋ำ&amp;nbsp;ถือเป็นพื้นที่สวนเกษตรแบบผสมผสาน&amp;nbsp;ที่มีความสมบูรณ์ในทุกมิติ&amp;nbsp;มีการดำเนินกิจกรรมวิถีการเกษตรแบบรอบด้าน&amp;nbsp;ทั้งเรื่องพืช&amp;nbsp;ปศุสัตว์&amp;nbsp;ประมง&amp;nbsp;ดิน&amp;nbsp;น้ำ&amp;nbsp;และปุ๋ย&amp;nbsp;ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งที่จะใช้เป็นสถานที่ต้นแบบ&amp;nbsp;ในการถ่ายทอดองค์ความรู้ส่งเสริมพัฒนาอาชีพด้านการเกษตรให้กับเกษตรกรชาวบ้านในชุมชนท้องที่&amp;nbsp;โดยต่อไปทางจังหวัดจะได้มีการผลักดันส่งเสริมให้สวนเกษตร&amp;nbsp;"โคกหนองนาโมเดล"&amp;nbsp;ที่ฟาร์มตัวอย่างบ้านแม่ต๋ำแห่งนี้&amp;nbsp;ได้เป็นศูนย์เรียนรู้สวนเกษตรผสมผสาน&amp;nbsp;แบบครบวงจรตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของจังหวัด&amp;nbsp;โดยจะให้มีการเปิดพื้นที่ให้ชาวบ้านเกษตร&amp;nbsp;หรือผู้ที่สนใจได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้ดูเป็นแบบอย่าง&amp;nbsp;เพื่อจะได้นำเอาความรู้เรื่องเกษตรทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;"โคกหนองนาโมเดล"&amp;nbsp;ไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ตามศักยภาพ&amp;nbsp;ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นคงทั้งในด้านอาชีพ&amp;nbsp;สร้างความยั่งยืนพัฒนาคุณภาพชีวิตแก่ครอบครัวเกษตรกร&amp;nbsp;ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้&amp;nbsp;มีอยู่&amp;nbsp;มีกิน&amp;nbsp;มีใช้&amp;nbsp;อย่างพอเพียง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;นายชาญณรงค์&amp;nbsp;ปันเต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>12/12/2021</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำปาง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211212153030383</Link_News></row>
<row _id="114"><NewsTitle>อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ ประชาคมทบทวนตรวจสอบข้อมูลการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว 2 จังหวัดสุรินทร์-ศรีสะเกษ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายคเณศวร&amp;nbsp;เกษอินทร์&amp;nbsp;นายอำเภอรัตนบุรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้รับรายงานผลการดำเนินการตรวจสอบและประชาคมรับรองข้อมูลเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;นายขวัญเมือง&amp;nbsp;พรมสอน&amp;nbsp;เกษตรอำเภอรัตนบุรี&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นส.วรรณิศา&amp;nbsp;หวังใจ&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่รับผิดชอบงานขึ้นทะเบียนและปรับปรุงข้อมูลทะเบียนเกษตรกร&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ว่าที่ร้อยตรี&amp;nbsp;ไพรัตน์&amp;nbsp;เชื้อเดิม&amp;nbsp;เกษตรตำบลดอนแรด&amp;nbsp;ร่วมกันจัดประชาคมเพื่อตรวจสอบและรับรองข้อมูลทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2563/2564&amp;nbsp;ของเกษตรกรบ้านบัวเสียว&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตำบลดอนแรด&amp;nbsp;อำเภอรัตนบุรี&amp;nbsp;จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;และเกษตรกรจากอำเภอบึงบูรณ์&amp;nbsp;และอำเภอราษีไศล&amp;nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;ที่มีพื้นที่ปลูกข้าวในหมู่บ้านบัวเสียว&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตำบลดอนแรด&amp;nbsp;อำเภอรัตนบุรี&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;280&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;กรณีมีประชาชนแจ้งให้สำนักงานเกษตรอำเภอรัตนบุรี&amp;nbsp;ดำเนินการการตรวจสอบและรับรองข้อมูลดังกล่าวทั้งหมู่บ้านอีกครั้ง&amp;nbsp;ตามขั้นตอน&amp;nbsp;และวิธีการที่กำหนด&amp;nbsp;โดยได้ชี้แจงทำความเข้าใจความเป็นมาและเหตุผลให้ผู้เข้าร่วมประชาคมได้รับทราบแล้ว&amp;nbsp;จึงให้&lt;strong&gt;เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามขั้นตอน&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1)&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เรียกขานรายชื่อเกษตรกรทุกราย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;260&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2)&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เรียกขานข้อมูลรายแปลงทุกแปลง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;408&amp;nbsp;แปลง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3)&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เรียกขานจำนวนพื้นที่(ไร่-งาน)&amp;nbsp;ทุกแปลง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2,467&amp;nbsp;ไร่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผลการประชาคมในครั้งนี้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่ประชุมตรวจสอบและรับรองข้อมูลครบถ้วนถูกต้องตามข้อมูลเดิมทุกราย&amp;nbsp;และทุกแปลง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;การจัดประชาคมครั้งนี้&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง&amp;nbsp;ได้เข้าอำนวยความสะดวกให้กิจกรรมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย&amp;nbsp;โดย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายสนธยา&amp;nbsp;เทิดธีรธรรม&amp;nbsp;ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง&amp;nbsp;นำกำลังสมาชิก&amp;nbsp;อส.&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก&amp;nbsp;สภ.ดอนแรด&amp;nbsp;กำนันตำบลดอนแรด&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;คณะกรรมการหมู่บ้าน&amp;nbsp;อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&amp;nbsp;(อกม)&amp;nbsp;ร่วมดำเนินการและอำนวยความสะดวกในการการประชาคมจนเสร็จขั้นตอนด้วยความเรียบร้อย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>12/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>สุรินทร์</Province><Department>สวท.สุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211212155257388</Link_News></row>
<row _id="115"><NewsTitle>อำเภอรัตนบุรี เตรียมเยียวยาช่วยเหลือเกษตรกรด้านประมง จากผลกระทบแม่น้ำมูลเอ่อล้นตลิ่ง พร้อมขับเคลื่อนโครงการยกระดับมาตรฐานสินค้าการเกษตร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายคเณศวร&amp;nbsp;เกษอินทร์&amp;nbsp;นายอำเภอรัตนบุรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายกฤติศักดิ์&amp;nbsp;อันภักดี&amp;nbsp;ประมงอำเภอรัตนบุรี&amp;nbsp;ได้เข้าติดตามการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ทำการประมง&amp;nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำหลากท่วมบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ&amp;nbsp;และดำเนินการรับสมัครคัดเลือกเกษตรรายใหม่เพื่อเข้าร่วมโครงการยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตร&amp;nbsp;กิจกรรมพัฒนาคุณภาพสินค้าประมงเข้าสู่มาตรฐานการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดี&amp;nbsp;(GAP.&amp;nbsp;)&amp;nbsp;Good&amp;nbsp;Agriculture&amp;nbsp;Practice&amp;nbsp;พื้นที่ตำบลทับใหญ่&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ตำบลกุดขาคีม&amp;nbsp;อำเภอรัตนบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ก่อนหน้านี้&amp;nbsp;ประมงอำเภอรัตนบุรี&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;คณะอนุกรรมการตรวจสอบความเสียหายด้านการเกษตร&lt;/strong&gt;ระดับหมู่บ้าน&amp;nbsp;(อ.ช.ภ.ม.)&amp;nbsp;ซึ่งได้รับมอบหมายจาก&amp;nbsp;ก.ช.ภ.อ.รัตนบุรี&amp;nbsp;เข้าร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริงความเสียหายด้านพืชผลการเกษตร&amp;nbsp;ประมง&amp;nbsp;ปศุสัตว์&amp;nbsp;และรวบรวมหลักฐานการแจ้งความเสียหาย&amp;nbsp;ที่มีผู้นำท้องที่&amp;nbsp;หรือผู้นำท้องถิ่น&amp;nbsp;รับรองความเสียหาย&amp;nbsp;นำเสนอต่อ&amp;nbsp;ก.ช.ภ.ต.&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ตรวจสอบคำนวนมูลค่าความช่วยเหลือ&amp;nbsp;เพื่อรวบรวมนำเสนอต่อ&amp;nbsp;ก.ช.ภ.อ.รัตนบุรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;พิจารณาการให้ความช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;และหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>12/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>สุรินทร์</Province><Department>สวท.สุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211212155838391</Link_News></row>
<row _id="116"><NewsTitle>ธ.ก.ส. เริ่มโอนเงินลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพข้าวไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 20 ไร่ ให้เกษตรกร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;เริ่มโอนเงินลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพข้าวไร่ละ&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ไม่เกิน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ให้เกษตรกร&amp;nbsp;13-17&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;64&amp;nbsp;นี้&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ธ.ก.ส.พร้อมโอนเงิน&amp;nbsp;ลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าว&amp;nbsp;ไร่ละ&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ครัวเรือนละ&amp;nbsp;ไม่เกิน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;20,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตั้งแต่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;-&amp;nbsp;17&amp;nbsp;&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;64&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีเกษตรกรได้รับประโยชน์กว่า&amp;nbsp;4.45&amp;nbsp;ล้านครัวเรือน&amp;nbsp;วงเงินกว่า&amp;nbsp;53,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายกษาปณ์&amp;nbsp;เงินรวง&amp;nbsp;รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;(ธ.ก.ส.)&amp;nbsp;&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตามที่&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการมาตการช่วยเหลือชาวนา&amp;nbsp;ซึ่งได้รับการอนุมัติวงเงินงบประมาณเพิ่มเติมจากคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และคณะกรรมการ&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;ได้เห็นชอบกรอบการดำเนินงาน&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ซึ่งในส่วนของ&amp;nbsp;โครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;เป็นอีกหนึ่งมาตรการ&amp;nbsp;ที่จะเข้าไปช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรจากภาระต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น&amp;nbsp;รวมถึงเป็นการจูงใจให้เกษตรกรดูแลรักษาข้าวให้มีคุณภาพดี&amp;nbsp;เพื่อที่จะมีโอกาสขายข้าวในราคาที่สูงและมีรายได้มากขึ้น&amp;nbsp;โดยรัฐบาลสนับสนุนเงินให้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;รอบที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กับกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ในอัตราไร่ละ&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;สูงสุดไม่เกิน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;หรือไม่เกิน&amp;nbsp;20,000&amp;nbsp;&amp;nbsp;บาทต่อครัวเรือน&amp;nbsp;วงเงินงบประมาณจำนวน&amp;nbsp;53,871.84&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เป้าหมายเกษตรกร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4.69&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ล้านครัวเรือน&amp;nbsp;โดยจะเริ่มโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;&amp;nbsp;-&amp;nbsp;17&amp;nbsp;&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ&amp;nbsp;ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่จะเริ่มโอนในวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;-&amp;nbsp;17&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;โดยมีเกษตรกรได้รับเงินจำนวน&amp;nbsp;4,452,805&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;51,988&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;เกษตรกรสามารถตรวจสอบผลการโอนเงินได้ทางแอปพลิเคชัน&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;A-Mobile&amp;nbsp;ตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และจะมีข้อความแจ้งเตือนเงินเข้าบัญชีผ่าน&amp;nbsp;LINE&amp;nbsp;Official&amp;nbsp;&amp;nbsp;BAAC&amp;nbsp;&amp;nbsp;Family&amp;nbsp;กรณีที่ลูกค้าสมัครใช้บริการ&amp;nbsp;BAAC&amp;nbsp;Connect&amp;nbsp;รวมถึงสามารถเบิกถอนเงินสดผ่านตู้&amp;nbsp;ATM&amp;nbsp;ของ&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;ทั่วประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>12/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211212205412434</Link_News></row>
<row _id="117"><NewsTitle>ปศุสัตว์แจ้งเตือนเฝ้าระวังโรคในสัตว์ปีก จีนพบผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นจากไข้หวัดนก H5N6</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสัตวแพทย์สรวิศ&amp;nbsp;ธานีโต&amp;nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กระทรวงสาธารณสุขของจีนออกแถลงการณ์ว่า&amp;nbsp;พบผู้หญิง&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;54&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;มีภูมิลำเนาอยู่ที่เมืองจื้อกง&amp;nbsp;ในมณฑลเสฉวน&amp;nbsp;ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน&amp;nbsp;เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดนกสายพันธุ์&amp;nbsp;H5N6&amp;nbsp;ประกอบองค์การสุขภาพสัตว์โลก&amp;nbsp;(OIE)&amp;nbsp;รายงานพบการระบาดของโรคไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงสูง&amp;nbsp;(HPAI)&amp;nbsp;ในต่างประเทศอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมกราคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;พบว่ามีการระบาดมากถึง&amp;nbsp;4,578&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยเป็นผู้ป่วยที่พบสายพันธุ์&amp;nbsp;H5N6&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;61&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และในประเทศจีน&amp;nbsp;ส่วนใหญ่อยู่ที่มณฑลเสฉวน&amp;nbsp;นอกจากนั้นกระจายอยู่ในเทศบาลนครฉงชิ่ง&amp;nbsp;เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง&amp;nbsp;มณฑลกวางตุ้ง&amp;nbsp;มณฑลอานฮุย&amp;nbsp;และมณฑลหูหนาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมปศุสัตว์&amp;nbsp;ยังคงมีมาตรการชะลอการนำเข้า-ออก&amp;nbsp;หรือผ่านราชอาณาจักร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำหรับประเทศที่พบการรายงานการเกิดไข้หวัดนกชนิดรุนแรง&amp;nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้มีการปนเปื้อนเชื้อมาสู่ประเทศไทย&amp;nbsp;และสั่งการให้สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดและปศุสัตว์อำเภอทั่วประเทศเข้มงวดในการดำเนินมาตรการ&amp;nbsp;เฝ้าระวังและป้องกันโรคในพื้นที่&amp;nbsp;ให้เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์เข้าตรวจเยี่ยมเกษตรกรทุกราย&amp;nbsp;และรายงานสถานการณ์สัตว์ปีกทุกวัน&amp;nbsp;ซึ่งในประเทศไทยปัจจุบันไม่พบการติดเชื้อไข้หวัดนกทั้งในคนและสัตว์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขอความร่วมมือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกสังเกตอาการสัตว์อย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หากพบสัตว์ปีกป่วยตายผิดปกติ&amp;nbsp;อย่านำสัตว์ปีกไปจำหน่ายจ่ายแจก&amp;nbsp;หรือนำไปประกอบอาหารโดยเด็ดขาด&amp;nbsp;ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ทันที&amp;nbsp;เพื่อจะได้เร่งดำเนินการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อได้ที่&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ&amp;nbsp;,&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดใกล้บ้าน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;สายด่วนกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;โทร.&amp;nbsp;063-225-6888&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;Application:&amp;nbsp;DLD&amp;nbsp;4.0&amp;nbsp;ได้ตลอดเวลา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>12/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211212221759439</Link_News></row>
<row _id="118"><NewsTitle>ต่อเนื่อง มุ่งเน้นการรณรงค์ เผยแพร่และประชาสัมพันธ์กระตุ้นจิตสำนึกของเกษตรกรให้หยุดเผาในพื้นที่เกษตร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;รัฐบาลได้ให้ความสำคัญต่อสถานการณ์ปัญหาวิกฤติหมอกควันที่ปกคลุมพื้นที่ภาคเหนือตอนบนของไทยที่มักจะเกิดขึ้นในช่วงระหว่างเดือนมกราคม-เมษายนของทุกปี&amp;nbsp;ซึ่งพบว่าสาเหตุหนึ่งมาจากการเผาเศษวัสดุทางการเกษตรในพื้นที่เพาะปลูก&amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศ&amp;nbsp;รวมทั้งส่งผลเสียต่อการทำอาชีพการเกษตรโดยตรง&amp;nbsp;ทำให้ดินเสื่อมโทรมขาดความอุดมสมบูรณ์&amp;nbsp;ต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้นและผลผลิตที่ได้รับต่ำกว่าที่ควรจะเป็น&amp;nbsp;จึงได้มอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินการควบคุมการเผาในพื้นที่การเกษตร&amp;nbsp;โดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;มุ่งเน้นการรณรงค์&amp;nbsp;เผยแพร่และประชาสัมพันธ์กระตุ้นจิตสำนึกของเกษตรกรให้หยุดเผาในพื้นที่เกษตร&amp;nbsp;นำเสนอทางเลือกต่างๆ&amp;nbsp;แก่เกษตรกรเพื่อทดแทนการเผา&amp;nbsp;รวมถึงการใช้กลไกเครือข่ายความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการหยุดเผาที่ยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเข้มแข็ง&amp;nbsp;ยุติธรรมดำรง&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในปีงบประมาณ&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรได้ดำเนินการโครงการส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่เกษตร&amp;nbsp;ระหว่างเดือนมกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;สามารถขยายเครือข่ายเกษตรกรปลอดการเผาแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตร&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;280&amp;nbsp;เครือข่าย&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;60&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในจำนวนนี้&amp;nbsp;จังหวัดสระบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีผลการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมเป็นที่น่าพอใจ&amp;nbsp;จากการติดตามสถานการณ์จุดความร้อนของจังหวัดสระบุรี&amp;nbsp;ในช่วงเดือนมกราคม-&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;พบว่าจุดความร้อนในพื้นที่เกษตรลดลงจากช่วงเดียวกันของปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;จากจํานวน&amp;nbsp;70&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;เหลือเพียง&amp;nbsp;31&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และในภาพรวมทั้งประเทศจาก&amp;nbsp;6,285&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;เหลือ&amp;nbsp;3,320&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ลดลงคิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;47&amp;nbsp;เนื่องจากที่จังหวัดสระบุรี&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรได้ลงพื้นที่สร้างการรับรู้แก่เกษตรกรให้รู้ถึงผลกระทบจากการเผา&amp;nbsp;และสร้างเครือข่ายปลอดการเผาในพื้นที่เกษตรอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;รวมถึงมีการสาธิตเทคโนโลยีการจัดการเศษวัสดุการเกษตรทดแทนการเผาให้แก่เกษตรกร&amp;nbsp;ส่งผลให้เกษตรกรมีการปรับเปลี่ยนทัศนคติและเกิดจิตสำนึกยอมรับการทำเกษตรแบบปลอดการเผามากขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>13/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211213124356549</Link_News></row>
<row _id="119"><NewsTitle>เกษตรอำเภอเบตงจัดอบรมพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรสู่มาตรฐาน GAP และศึกษาดูงาน ภายใต้โครงการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรตามมาตรฐาน GAP</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;นายอารีฟ&amp;nbsp;มหัศนียนนท์&amp;nbsp;เกษตรอำเภอเบตง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเบตง&amp;nbsp;จัดอบรมเกษตรกรเข้าสู่ระบบมาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;และศึกษาดูงาน&amp;nbsp;ภายใต้โครงการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรตามมาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;ในกิจกรรมพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรสู่มาตรฐาน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตำบลยะรม&amp;nbsp;อำเภอเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;เป็นกิจกรรมให้ความรู้&amp;nbsp;สร้างความเข้าใจในการขอมาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;(Good&amp;nbsp;Agricultural&amp;nbsp;Practices)&amp;nbsp;และได้เชิญวิทยากรจากศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรยะลามาให้ความรู้เกี่ยวกับGAP&amp;nbsp;โดยเป็นการผลิตสินค้าเกษตรเพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดีและปลอดภัยตามมาตรฐานที่กำหนด&amp;nbsp;โดยขบวนการผลิตจะต้อง&amp;nbsp;ปลอดภัยต่อเกษตรกรและผู้บริโภค&amp;nbsp;ปราศจากการปนเปื้อนของสารเคมีไม่ทำให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมมีการใช้&amp;nbsp;ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้ผลผลิตสูงคุ้มค่าการลงทุน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอารีฟ&amp;nbsp;มหัศนียนนท์&amp;nbsp;เกษตรอำเภอเบตง&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การผลิตตามมาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;ก่อให้เกิดความยั่งยืน&amp;nbsp;ทางการเกษตร&amp;nbsp;สิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;เศรษฐกิจ&amp;nbsp;และสังคม&amp;nbsp;มีทั้งหมด&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ด้านคือ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.&amp;nbsp;แหล่งน้ำ&amp;nbsp;-&amp;nbsp;แหล่งน้ำต้องสะอาด&amp;nbsp;ไม่มีการปนเปื้อนของวัตถุหรือสิ่งที่เป็นอันตราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.&amp;nbsp;พื้นที่ปลูก&amp;nbsp;&amp;nbsp;ต้องไม่มีวัตถุหรือสิ่งที่เป็นอันตรายที่จะทำให้เกิดการตกค้างหรือปนเปื้อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.&amp;nbsp;การใช้วัตถุอันตรายทางการเกษตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;ใช้ตามคำแนะนำ&amp;nbsp;หรืออ้างอิงของกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;หรือตามฉลากที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องกับกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ใช้สารเคมีที่ประเทศคู่ค้าอนุญาตให้ใช้&amp;nbsp;ห้ามใช้วัตถุอันตรายที่ระบุในทะเบียนวัตถุอันตรายที่ทางราชการห้ามใช้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4.&amp;nbsp;การจัดการกระบวนการผลิตเพื่อให้ได้ผลิตผลคุณภาพ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปฏิบัติและจัดการการผลิตตามแผนควบคุมการผลิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;5.&amp;nbsp;การเก็บเกี่ยวและการปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยว&amp;nbsp;-&amp;nbsp;เก็บเกี่ยวผลผลิตในระยะเวลาที่เหมาะสมตามแผนควบคุมการผลิต&amp;nbsp;อุปกรณ์ภาชนะบรรจุที่ใช้รวมถึงวิธีการเก็บเกี่ยว&amp;nbsp;ต้องสะอาด&amp;nbsp;ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อคุณภาพของ&amp;nbsp;ผลิตผล&amp;nbsp;และไม่ปนเปื้อนสิ่งอันตรายที่มีผลต่อการบริโภค&amp;nbsp;คัดแยกผลิตผลที่ไม่มีคุณภาพไว้ต่างหาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;6.&amp;nbsp;การเก็บรักษาและการขนย้ายผลิตผลภายในแปลงเพาะปลูก&amp;nbsp;-&amp;nbsp;สถานที่เก็บรักษาต้องสะอาด&amp;nbsp;อากาศถ่ายเทได้ดี&amp;nbsp;สามารถป้องกันการปนเปื้อนของวัตถุ&amp;nbsp;แปลกปลอม&amp;nbsp;วัตถุอันตราย&amp;nbsp;และสัตว์พาหะนำโรค&amp;nbsp;อุปกรณ์และพาหนะในการขนย้ายต้องสะอาด&amp;nbsp;ปราศจากการปนเปื้อนสิ่งอันตรายที่มีผล&amp;nbsp;ต่อ&amp;nbsp;ความปลอดภัยในการบริโภค&amp;nbsp;ต้องขนย้ายผลิตผลอย่างระมัดระวัง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;7.&amp;nbsp;สุขลักษณะส่วนบุคคล&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ผู้ปฏิบัติงานต้องมีความรู้ที่เหมาะสม&amp;nbsp;หรือผ่านกระบวนการอบรมการปฏิบัติที่ถูกต้อง&amp;nbsp;และถูกสุขลักษณะ&amp;nbsp;มีการดูแลสุขลักษณะส่วนบุคคล&amp;nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้ผลิตผลเกิดการปนเปื้อนจากผู้ที่สัมผัสกับผลิตผล&amp;nbsp;โดยตรง&amp;nbsp;โดยเฉพาะในขั้นการเก็บเกี่ยวและหลังการเก็บเกี่ยวสำหรับพืชที่ใช้บริโภคสด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;8.&amp;nbsp;การบันทึกข้อมูล&amp;nbsp;-&amp;nbsp;บันทึกข้อมูลเกี่ยวกับปัจจัยการผลิต&amp;nbsp;การใช้วัตถุอันตรายทางการเกษตร&amp;nbsp;ข้อมูลการขยายผลผลิต&amp;nbsp;รวมถึงการปฏิบัติในทุกขั้นตอน&amp;nbsp;ต้องมีการบันทึกข้อมูลการสำรวจและการป้องกันการกำจัดศัตรูพืช&amp;nbsp;ต้องมีการบันทึกข้อมูลผู้รับซื้อผลิตผล&amp;nbsp;หรือแหล่งที่น้ำผลิตผลในแต่ละรุ่นไปจำหน่าย&amp;nbsp;ในส่วนของการศึกษาดูงานนั้น&amp;nbsp;ได้ไปศึกษาดูงานที่&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ตำบลอัยเยอร์เวง&amp;nbsp;อำเภอเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;เป็นการไปเรียนรู้&amp;nbsp;ดูงานของเกษตรกรที่ผ่านมาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;และเป็นบุคคลต้นแบบในการผลิตทุเรียนในพื้นทีอำเภอเบตง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>13/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.เบตง จ.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211213133928572</Link_News></row>
<row _id="120"><NewsTitle>เกษตรอำเภอเบตงจัดการประเมินศักยภาพวิสาหกิจชุมชน ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาวิสาหกิจชุมชน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่อาคารเอนกประสงค์&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายอารีฟ&amp;nbsp;มหัศนียนนท์&amp;nbsp;เกษตรอำเภอเบตง&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเบตง&amp;nbsp;จัดกิจกรรมจัดทำแผนพัฒนากิจการวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;และการประเมินศักยภาพวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;โดยคัดเลือกวิสาหกิจชุมชนเป้าหมายจำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;กิจกรรมส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพวิสาหกิจชุมชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอารีฟ&amp;nbsp;มหัศนียนนท์&amp;nbsp;เกษตรอำเภอเบตง&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;การประเมินศักยภาพวิสาหกิจชุมชน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;ทางเกษตรอำเภอเบตงได้ส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบกิจการวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;ให้มีความสามารถในการประกอบกิจการที่เหมาะสมกับศักยภาพและสถานการณ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้มีการส่งเสริมการดำเนินงานวิสาหกิจชุมชนด้านการพัฒนาสินค้าเกษตรแปรรูปขั้นต้น&amp;nbsp;และสนับสนุนการดำเนินงานวิสาหกิจชุมชนด้านการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรแปรรูป&amp;nbsp;พร้อมสอบถามปัญหา&amp;nbsp;อุปสรรคในการดำเนินงานของกลุ่ม&amp;nbsp;เพื่อช่วยกันวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาต่างๆ&amp;nbsp;และสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมของกลุ่ม&amp;nbsp;นำไปสู่การพัฒนากิจการและศักยภาพสมาชิกวิสาหกิจชุมชนให้มีความสามารถในการบริหารจัดการทั้งด้านการผลิต&amp;nbsp;การพัฒนาคุณภาพสินค้า&amp;nbsp;เพื่อสร้างรายได้แก่วิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;สมาชิกและนำไปสู่กิจการในระดับที่สูงขึ้น&amp;nbsp;เกิดความเข้มแข็งกับชุมชน&amp;nbsp;และสังคมในอนาคต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>13/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.เบตง จ.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211213140113578</Link_News></row>
<row _id="121"><NewsTitle>ร้อยเอ็ด รมว.กระทรวงการคลัง มอบเงินมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวและมาตรการคู่ขนาน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(13&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;นายอาคม&amp;nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบเงินมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวและมาตรการคู่ขนานปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายภูสิต&amp;nbsp;สมจิตต์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ผู้บริหาร&amp;nbsp;ธกส.&amp;nbsp;และพี่น้องเกษตรกรชาวจังหวัดร้อยเอ็ด&amp;nbsp;เข้าร่วมงาน&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า&amp;nbsp;ธ.ก.ส.สาขาเหล่าหลวง&amp;nbsp;อำเภอเกษตรวิสัย&amp;nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดย&amp;nbsp;นายอาคม&amp;nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตามที่คณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;ได้มีมติเห็นชอบโครงการประกันรายได้เกษตรกรปี&amp;nbsp;2564/2565&amp;nbsp;เพื่อลดความเสี่ยงด้านราคาให้กับพี่น้องเกษตรกรโดยเฉพาะโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ได้ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวทั่วประเทศ&amp;nbsp;4.69&amp;nbsp;ล้านครัวเรือน&amp;nbsp;ซึ่งจะกำหนดราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงทุกๆ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;33&amp;nbsp;งวด&amp;nbsp;ที่ข้าวความชื้นไม่เกิน&amp;nbsp;15%&amp;nbsp;โดยโอนเงินส่วนต่างราคาประกันเข้าบัญชีของเกษตรกรโดยตรง&amp;nbsp;ซึ่งยังมีมาตรการคู่ขนานในการรักษาเสถียรภาพราคาข้าว&amp;nbsp;ที่จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากภาระต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น&amp;nbsp;จูงใจให้เกษตรกรดูแลรักษาข้าวให้มีคุณภาพดี&amp;nbsp;แก่เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าวกับกรมส่งเสริมการเกษตรกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในอัตราไร่ละ&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;สูงสุดไม่เกิน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ไร่หรือไม่เกิน&amp;nbsp;20,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ต่อครัวเรือน&amp;nbsp;เพื่อเป็นการบรรเทาให้พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยและโควิด-19&amp;nbsp;ได้รับการเยียวยาช่วยเหลือ&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ดมีพื้นที่ทั้งหมด&amp;nbsp;5,187,156&amp;nbsp;ไร่เป็นพื้นที่เกษตรกรรม&amp;nbsp;3,417,652&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;คิดเป็น65.88%&amp;nbsp;ของพื้นที่ทั้งหมด&amp;nbsp;เป็นพื้นที่ปลูกข้าว&amp;nbsp;3,103,938&amp;nbsp;ไร่พืชไร่&amp;nbsp;157,442&amp;nbsp;ไร่พืชสวน&amp;nbsp;111,260&amp;nbsp;ไร่พืชผัก&amp;nbsp;12,898&amp;nbsp;ไร่พื้นที่เกษตรกรรมอื่นๆ&amp;nbsp;32,114&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;โดยมีพื้นที่เกษตรกรรมในเขตชลประทาน&amp;nbsp;679,876&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;และพื้นที่เกษตรกรรมนอกเขตชลประทาน&amp;nbsp;2,737,776&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ซึ่งจากการดำเนินนโยบายประกันรายได้&amp;nbsp;ทำให้เกษตรกรของจังหวัดร้อยเอ็ดที่ได้รับความเดือดร้อน&amp;nbsp;ได้รับการช่วยเหลืออย่างครอบคลุมและทั่วถึง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เครดิต&amp;nbsp;&amp;nbsp;-&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>13/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ร้อยเอ็ด</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211213162531675</Link_News></row>
<row _id="122"><NewsTitle>ประเทศไทย หนึ่งเดียวในอาเซียนที่คงสถานะปลอดโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;รายงานถึงความสำเร็จในการควบคุมโรคระบาดในสัตว์ที่เกิดขึ้นใหม่ในประเทศไทย&amp;nbsp;ต่อ&amp;nbsp;พล.อ.&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;การระบาดของโรคต่างๆ&amp;nbsp;เริ่มคลี่คลายมีแนวโน้มที่ดีขึ้น&amp;nbsp;สามารถควบคุมการเกิดโรคและป้องกันได้อย่างสำเร็จ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรณี&amp;nbsp;โรคกาฬโรคแอฟริกาม้า&amp;nbsp;(AHS)&amp;nbsp;ซึ่งพบรายงานครั้งแรกเมื่อ&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;มี.ค.63&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่ส่งผลต่ออุตสาหกรรมการเลี้ยงม้าและค้าม้าในประเทศอย่างมาก&amp;nbsp;ด้วยมาตรการการดูแลที่เข้มข้นของกระทรวงฯ&amp;nbsp;และความร่วมมือกับเครือข่ายทุกภาคส่วน&amp;nbsp;ผนวกกับแผนปฏิบัติการกำจัดกาฬโรคแอฟริกาในม้า&amp;nbsp;ทำให้ประเทศไทยไม่พบรายงานโรค&amp;nbsp;AHS&amp;nbsp;ตั้งแต่เดือน&amp;nbsp;ก.ย.&amp;nbsp;63&amp;nbsp;มั่นใจว่าขอคืนสถานภาพปลอดโรคจากองค์การสุขภาพสัตว์โลก&amp;nbsp;(OIE)&amp;nbsp;ภายในปี&amp;nbsp;66&amp;nbsp;ได้แน่นอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โรคลัมปี&amp;nbsp;สกิน&amp;nbsp;(Lumpy&amp;nbsp;skin)&amp;nbsp;ในโค-กระบือ&amp;nbsp;พบรายงานครั้งแรกในปี&amp;nbsp;2564&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ด้วยมาตรการควบคุมโรคให้สงบอย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;ทำให้ปัจจุบันสามารถจำกัดพื้นที่การแพร่ระบาดของโรคได้&amp;nbsp;และลดความเสียหายจากการเกิดโรค&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;กระทรวงฯ&amp;nbsp;ยังคงมาตรการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด&amp;nbsp;กรมปศุสัตว์ได้ทำการวิจัยและพัฒนาวัคซีนโรคลัมปี&amp;nbsp;สกิน&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้ได้วัคซีนต้นแบบแล้ว&amp;nbsp;และอยู่ระหว่างการนำไปฉีดเพื่อทดสอบประสิทธิภาพการสร้างภูมิคุ้มกันในโค&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&amp;nbsp;(ASF)&amp;nbsp;ซึ่งเป็นโรคที่พบการระบาดทั่วโลก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สร้างความเสียหายแก่อุตสาหกรรมการผลิตสุกรอย่างมาก&amp;nbsp;แต่ยังไม่พบการระบาดในประเทศไทย&amp;nbsp;ด้วยมาตรการการป้องกันอย่างเคร่งครัดและความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;มหาวิทยาลัย&amp;nbsp;สมาคม&amp;nbsp;และเกษตรกรผู้เลี้ยง&amp;nbsp;ทำให้ไทยยังคงสถานะปลอดโรค&amp;nbsp;ASF&amp;nbsp;เป็นประเทศหนึ่งเดียวในอาเซียน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งแม้ยังไม่พบการเกิดโรค&amp;nbsp;ASF&amp;nbsp;ในไทย&amp;nbsp;แต่ด้วยยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรคนี้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ประเทศไทยก็อาจมีความเสี่ยงได้&amp;nbsp;ทางกรมปศุสัตว์จึงได้เร่งดำเนินการพัฒนาวัคซีน&amp;nbsp;ASF&amp;nbsp;ในสุกรต้นแบบ&amp;nbsp;เพื่อเป็นประโยชน์แก่เกษตรกรประเทศเพื่อนบ้านในอนาคตต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;Cr#&amp;nbsp;สำนักประชาสัมพันธ์เขต&amp;nbsp;2&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>13/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211213171600699</Link_News></row>
<row _id="123"><NewsTitle>เกษตรยะลา ร่วมเวที next normal สู่ชีวิต วิธีถัดไป เพื่อขับเคลื่อนภาคการเกษตรจังหวัดยะลา</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้(13&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;นายกัสมัน&amp;nbsp;ยะมาแล&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มอบหมายให้&amp;nbsp;นางสาวจารุภา&amp;nbsp;คงชะนะ&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ&amp;nbsp;เข้าร่วมเสวนาเวที&amp;nbsp;next&amp;nbsp;normal&amp;nbsp;สู่ชีวิต&amp;nbsp;วิธีถัดไป&amp;nbsp;เพื่อขับเคลื่อนภาคการเกษตรจังหวัดยะลา&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;(ศพก.ธารโต)&amp;nbsp;ซึ่งจัดโดยศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตร&amp;nbsp;สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;อีกทั้งยังมีเกษตรกรในพื้นที่อำเภอธารโต&amp;nbsp;เกษตรกรในพื้นที่อำเภอเบตง&amp;nbsp;และผู้ประกอบการส่งออกไม้ผล&amp;nbsp;มาร่วมกันพูดคุยกันในหัวข้อ&amp;nbsp;ต้องการเห็นภาคการเกษตรของจังหวัดยะลาในอีก&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;เป็นอย่างไร&amp;nbsp;มีกลไกลขับเคลื่อนให้สำเร็จได้อย่างไร&amp;nbsp;ข้อเสนอแนะกับภาควิจัยอย่างไร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลาได้ให้ข้อมูลด้านพื้นที่ปลูกพืชเศรษฐกิจสำคัญในจังหวัดยะลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ปริมาณผลผลิต&amp;nbsp;ปัญหาหาและอุปสรรที่พบเจอในผลผลิตการเกษตร&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ปัญหาหนอนเจาะผลทุเรียน&amp;nbsp;หรือโรคพืชต่างๆที่มีอาจเกิดขึ้นได้&amp;nbsp;รวมไปถึงความได้เปรียบเรื่องลักษณะภูมิประเทศและสภาพภูมิอากาศของจังหวัดยะลาที่ที่เหมาะต่อการปลูกพืชเศรษฐกิจหลัก&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ทุเรียน&amp;nbsp;มังคุด&amp;nbsp;กาแฟ&amp;nbsp;โกโก้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>13/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211213180843726</Link_News></row>
<row _id="124"><NewsTitle>กษ.อำนาจเจริญ ร่วมประชุมชี้แจงโครงการขับเคลื่อนการเกษตรระดับหมู่บ้านสู่การผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูง ผ่านระบบทางไกลออนไลน์ Application Zoom</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;13.30&amp;nbsp;น.ที่ห้องประชุมสำนักงานเกษตร&lt;/strong&gt;และสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ศาลากลาง&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;นายนาวิน&amp;nbsp;ป้องกัน&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;&amp;nbsp;พร้อมด้วยนางสาวอุทัยวรรณ&amp;nbsp;เพ็งธรรม&amp;nbsp;นักวิเคราะห์นโยบายและแผน&amp;nbsp;ชำนาญการ&amp;nbsp;และนางสาวพีชญา&amp;nbsp;ปัญญามาตร์&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุมชี้แจงโครงการขับเคลื่อนการเกษตรระดับหมู่บ้านสู่การผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูง&amp;nbsp;ผ่านระบบทางไกลออนไลน์&amp;nbsp;Application&amp;nbsp;Zoom&amp;nbsp;โดยประธานแจ้งที่ประชุมทราบดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.ภาพรวมโครงการขับเคลื่อนการเกษตรระดับหมู่บ้านสู่การผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.แนวทางการดำเนินงานโครงการขับเคลื่อนการเกษตรระดับหมู่บ้านสู่การผลิตสินค้ามูลค่าสูง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;Cr#&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>13/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211213180025719</Link_News></row>
<row _id="125"><NewsTitle>เกษตรกรชื่นมื่น ธ.ก.ส.หนองบัวลำภูโอนเงินประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวกว่า 900 ล้านบาท</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(13&amp;nbsp;ธ.ค.&amp;nbsp;64)&amp;nbsp;ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;(ธ.ก.ส.)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จังหวัดหนองบัวลำภูโอนเงินประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวทั้ง&amp;nbsp;6&amp;nbsp;อำเภอในจังหวัด&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;56,050&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;รวมเงินทั้งสิ้น&amp;nbsp;968,619,145.71&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;โดยมีเกษตรกรเดินทางมาใช้บริการเครื่องรับจ่ายเงินอัตโนมัติ&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ATM&amp;nbsp;อย่างเนืองแน่น&amp;nbsp;และต่างก็ชื่นชมว่าโครงการที่ช่วยเหลือเกษตรกรเช่นนี้เป็นโครงการที่ดี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเสรี&amp;nbsp;ปัตถา&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;จังหวัดหนองบัวลำภู&amp;nbsp;เผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในวันนี้มีเกษตรกรมาติดต่อใช้บริการที่สำนักงาน&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;เป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;เนื่องจากมีการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของเกษตรกรถึง&amp;nbsp;56,050&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ซึ่งรวมถึงรอบแรกที่โอนเงินไปเมื่อวันที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ธ.ค.&amp;nbsp;64&amp;nbsp;ที่ผ่านมาด้วย&amp;nbsp;และได้แสดงความห่วงใยถึงเกษตรกรที่เดินทางมาใช้บริการ&amp;nbsp;ATM&amp;nbsp;ว่าสามารถใช้บริการได้ที่สาขาใกล้บ้านของทุกท่าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งทั่วทั้งจังหวัดหนองบัวลำภูมีถึง&amp;nbsp;9&amp;nbsp;สาขาด้วยกัน&amp;nbsp;รวมถึงสามารถใช้บริการตู้&amp;nbsp;ATM&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ต่างธนาคารได้เช่นกัน&amp;nbsp;เพื่อลดความแออัดในการใช้บริการ&amp;nbsp;และลดความเสี่ยงในติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;หรือสามารถตรวจสอบยอดเงิน&amp;nbsp;และโอนเงินผ่านแอปพลิเคชัน&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;A-mobile&amp;nbsp;ได้ด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>13/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>หนองบัวลำภู</Province><Department>สวท.หนองบัวลำภู</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211213193725771</Link_News></row>
<row _id="126"><NewsTitle>กลุ่มจังหวัดอิงฟ้าล้านนาตะวันออก ยกทัพสินค้าเกษตรปลอดภัยสู่เมืองอุดรธานี</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กลุ่มจังหวัดอิงฟ้าล้านนาตะวันออก&amp;nbsp;ยกทัพสินค้าเกษตรปลอดภัยสู่เมืองอุดรธานี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กลุ่มจังหวัดอิงฟ้าล้านนาตะวันออก&amp;nbsp;ยกขบวนสินค้าเกษตรปลอดภัย&amp;nbsp;จัดแสดงและจำหน่ายเชื่อมโยงตลาดสินค้าเกษตรปลอดภัยที่จังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;-&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่บริเวณลานนาข่า&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ศูนย์การค้าเซนทรัลพลาซ่าจังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวิบูรณ์&amp;nbsp;แววบัณฑิต&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงานมหกรรมแสดงสินค้าเกษตรปลอดภัย&lt;/strong&gt;และเชื่อมโยงงตลาดลินค้าเกษตรปลอดภัยกลุ่มอิงฟ้าล้านนาตะวันออก&amp;nbsp;โดยมีนายจำรัส&amp;nbsp;กังน้อย&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานีและหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ประชาชนร่วมพิธี&amp;nbsp;นายศักดิ์สิทธิ์&amp;nbsp;ศรีวิชัย&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดน่าน&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;กลุ่มจังหวัดอิงฟ้าล้านนาตะวันออก&amp;nbsp;(กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน&amp;nbsp;2)&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;จังหวัดเชียงราย,&amp;nbsp;พะเยา,&amp;nbsp;แพร่,&amp;nbsp;และน่าน&amp;nbsp;เป็นจังหวัดที่มีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์จึงเป็นเมืองเกษตรกรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีโครงสร้างเศรษฐกิจมาจากภาคเกษตรกรรมส่วนใหญ่ผลผลิตที่สำคัญคือ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ข้าว&amp;nbsp;ลำไย&amp;nbsp;ลิ้นจี่&amp;nbsp;ชา&amp;nbsp;กาแฟ&amp;nbsp;ฯลฯ&amp;nbsp;โดยนำแนวคิดการดำเนินโครงการพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;และอาหารปลอดภัยได้มาตรฐาน&amp;nbsp;"4&amp;nbsp;Green&amp;nbsp;Network"&amp;nbsp;มีความสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาจังหวัดในภาคเหนือและแผนยุทธศาสตร์การจัดการอาหารของประเทศไทย&amp;nbsp;ในการผลิตอาหารที่มีคุณภาพและปลอดภัย&amp;nbsp;สร้างความมั่นคงด้านอาหารในท้องถิ่นอย่างยั่งยืนสร้างมูลค่าเพิ่มของเศรษฐกิจในท้องถิ่นเชื่อมโยงสู่การค้าภูมิภาคลุ่มน้ำโขงและประชาคมอาเซียน&amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบันความปลอดภัยด้านอาหาร&amp;nbsp;ได้ถูกยกขึ้นเป็นประเด็นสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศให้มีคุณภาพและสร้างโอกาสการค้าในระดับสากล&amp;nbsp;ตามที่ประชาคมโลกได้ให้ความสำคัญต่อสุขภาพมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การจัดงาน&amp;nbsp;"งานมหกรรมแสดงสินค้าและเชื่อมโยงตลาดสินค้าเกษตรปลอดภัยกลุ่มอิงฟ้าล้านนาตะวันออก"&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มีวัตถุประสงค์&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมการขยายตลาดสินค้าเกษตรเกี่ยวเนื่องของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;สนับสนุนการเป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัย&amp;nbsp;การบริโภคสินค้าเกษตรปลอดภัย&amp;nbsp;รองรับการตลาดท่องเที่ยวเชิงสุขภาพส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ให้เป็นที่รู้จักและเป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ๆ&amp;nbsp;เป็นการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ศักยภาพความพร้อมของสินค้าเกษตรของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;&amp;nbsp;ให้แก่กลุ่มเป้าหมายผู้ซื้อในต่างภูมิภาค&amp;nbsp;ตลอดจนส่งเสริมการเชื่อมโยงและการตลาดสินค้าเกษตรของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ไปยังตลาดภูมิภาคอื่น&amp;nbsp;ที่มีโอกาสและศักยภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ภายในงาน&amp;nbsp;พบกับ&amp;nbsp;การแสดงและจำหน่ายสินค้าเกษตรปลอดภัยและสินค้าแปรรูปทางการเกษตร&amp;nbsp;กว่า&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ร้านค้า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นิทรรศการองค์ความรู้ด้านเกษตรปลอดภัย&amp;nbsp;การเจรจาธุรกิจ&amp;nbsp;(Business&amp;nbsp;Matching)&amp;nbsp;การสาธิตการทำอาหารเมืองเหนือ&amp;nbsp;การแสดงศิลปวัฒนธรรมล้านนาตะวันออก&amp;nbsp;กิจกรรมส่งเสริมการขาย&amp;nbsp;และลุ้นรับของรางวัลภายในงาน&amp;nbsp;จึงขอเชิญชวนประชาชน&amp;nbsp;ชม&amp;nbsp;ชิม&amp;nbsp;ช้อป&amp;nbsp;สินค้าเกษตรปลอดภัย&amp;nbsp;ในงานมหกรรมแสดงสินค้าและเชื่อมโยงตลาดสินค้าเกษตรปลอดภัย&amp;nbsp;กลุ่มอิงฟ้าล้านนาตะวันออก&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;-&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ลานนาข่า&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ศูนย์การค้าเซนทรัลพลาซ่า&amp;nbsp;จังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;และช่องทางการ&amp;nbsp;ชม&amp;nbsp;ช้อป&amp;nbsp;แบบออนไลน์&amp;nbsp;Facebook&amp;nbsp;:&amp;nbsp;เกษตรอิงฟ้าล้านนาตะวันออก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทีมข่าว&amp;nbsp;ส.ปชส.อด.&amp;nbsp;ศรีภูมิ&amp;nbsp;ทองใหญ่&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;อยุธยา&amp;nbsp;ข่าว/ภาพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>13/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อุดรธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211213205240794</Link_News></row>
<row _id="127"><NewsTitle>โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 64/65   ข้อมูลเตรียมโอนเงินวันที่ 10-13 ธันวาคม 2564</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี&amp;nbsp;64/65&amp;nbsp;ข้อมูลเตรียมโอนเงินวันที่&amp;nbsp;10-13&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;-&amp;nbsp;&amp;nbsp;อำเภอชานุมาน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;7,101&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;119,467,659.75&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;-&amp;nbsp;อำเภอปทุมราชวงศา&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;8,940&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;202,747,692.26&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;-&amp;nbsp;อำเภอลืออำนาจ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;7,795&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;178,867,333.14&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;-&amp;nbsp;อำเภอพนา&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6,308&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;138,099,078.89&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;อำเภอเสนางนิคม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;8,037&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;168,533,531.01&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-ห้วยไร่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;9,522&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;195,901,937.35&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;-&amp;nbsp;เมืองอำนาจเจริญ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;13,248&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;252,395,333.96&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;-&amp;nbsp;หัวตะพาน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;9,738&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;216,790,372.04&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;7,0687&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;1,472,802,938.40&amp;nbsp;บาท&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>13/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211213222256820</Link_News></row>
<row _id="128"><NewsTitle>พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์ตรวจติดตามโครงการประกันรายได้เกษตรกร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;นางพิรุณวรรณน์&amp;nbsp;จงใจภักดิ์&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมผู้อำนวยการกลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&amp;nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนและติดตามผลการโอนเงินให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ในพื้นที่ตำบลตาอ๊อง&amp;nbsp;อำเภอเมืองสุรินทร์&amp;nbsp;ตำบลลำดวน&amp;nbsp;อำเภอลำดวน&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ตำบลตรึม&amp;nbsp;อำเภอศีขรภูมิ&amp;nbsp;ซึ่งเกษตรกรทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ดีใจอย่างมากที่มีโครงการดีๆ&amp;nbsp;อย่างนี้มาช่วยเหลือพี่น้องชาวนาให้มีเงินใช้สอยในช่วงที่ราคาข้าวตกต่ำ&amp;nbsp;จากผลกระทบของโควิด-19&amp;nbsp;และเชื่อว่าราคาข้าวจะดีขึ้นอย่างแน่นอน&amp;nbsp;ทั้งนี้ระหว่างวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;-&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;มีเกษตรกรได้รับเงินส่วนต่าง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;190,620&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;จำนวนเงิน&amp;nbsp;3,845,395,907.27&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>13/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สวท.สุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211213222516821</Link_News></row>
<row _id="129"><NewsTitle>ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรส่วนกลาง เริ่มโอนเงินในโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 25642565 งวด 3 - 7 ผ่าน ธ.ก.ส. 7 สาขาในบุรีรัมย์</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(13&amp;nbsp;ธ.ค.&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;สำนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&lt;/strong&gt;เริ่มโอนเงินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/2565&amp;nbsp;ให้แก่เกษตรกร&amp;nbsp;ที่ขึ้นบัญชีกับ&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;สาขากระสัง,&amp;nbsp;คูเมือง,&amp;nbsp;แคนดง,&amp;nbsp;เฉลิมพระเกียรติ,&amp;nbsp;ชำนิ,&amp;nbsp;นางรอง&amp;nbsp;และสาขาห้วยราช&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;50,192&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนวันพรุ่งนี้&amp;nbsp;ธ.ก.ส.จะเริ่มโอนเงิน&amp;nbsp;โครงการค่าบริหารจัดการ&lt;/strong&gt;และพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/2565&amp;nbsp;โดยโอนเงิน&amp;nbsp;สนับสนุนเงินให้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;ไร่ละ&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;สูงสุดไม่เกิน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;(ไม่เกิน&amp;nbsp;20,000&amp;nbsp;บาท)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ธ.ค.&amp;nbsp;64&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จะเริมโอนเงินให้เกษตรกร&amp;nbsp;ที่ขึ้นบัญชีกับ&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;สาขาชำนิ,โนนดินแดง,บ้านด่าน,บ้านใหม่ไชยพจน์,พลับพลาชัย,ระกา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ธ.ค.&amp;nbsp;64&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จะเริมโอนเงินให้เกษตรกร&amp;nbsp;ที่ขึ้นบัญชีกับ&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;สาขาแคนดง,&amp;nbsp;โนนสุวรรณ,&amp;nbsp;ปะคำ,&amp;nbsp;เมืองตลุง,&amp;nbsp;หนองหงส์,&amp;nbsp;ห้วยราช,&amp;nbsp;อิสาณ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ธ.ค.&amp;nbsp;64&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะเริมโอนเงินให้เกษตรกร&amp;nbsp;ที่ขึ้นบัญชีกับ&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;สาขากระสัง,&amp;nbsp;คูเมือง,&amp;nbsp;เฉลิมพระเกียรติ,&amp;nbsp;นาโพธิ์,&amp;nbsp;บ้านกรวด,&amp;nbsp;ละหายทราย,&amp;nbsp;สตึก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;ธ.ค.&amp;nbsp;64&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะเริมโอนเงินให้เกษตรกร&amp;nbsp;ที่ขึ้นบัญชีกับ&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;สาขานางรอง,&amp;nbsp;บุรีรัมย์,&amp;nbsp;ประโคนชัย,&amp;nbsp;พุทไธสง,&amp;nbsp;ลำปลายมาศ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;สาขาหนองกี่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกษตรกรสามารถตรวจสอบผลการโอนเงินได้ทางแอปพลิเคชัน&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;A-Mobile&amp;nbsp;ตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และจะมีข้อความแจ้งเตือนเงินเข้าบัญชีผ่าน&amp;nbsp;LINE&amp;nbsp;Official&amp;nbsp;BAAC&amp;nbsp;Family&amp;nbsp;กรณีที่ลูกค้าสมัครใช้บริการ&amp;nbsp;BAAC&amp;nbsp;Connect&amp;nbsp;รวมถึงสามารถเบิกถอนเงินสดผ่านตู้&amp;nbsp;ATM&amp;nbsp;ของ&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;ทั่วประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>14/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>บุรีรัมย์</Province><Department>สวท.บุรีรัมย์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211214080703844</Link_News></row>
<row _id="130"><NewsTitle>จังหวัดบุรีรัมย์เข้ม มาตรการลดฝุ่น PM2.5 เตรียมปรับเงินเกษตรกรส่งอ้อยไฟไหม้ เสริมเกษตรกรผู้ส่งอ้อยคุณภาพ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คณะอนุกรรมการอ้อยระดับท้องถิ่นเขต&amp;nbsp;13&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;วางมาตรการและแนวทางการแก้ไขปัญหาอ้อยไฟไหม้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ตามมติคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย&amp;nbsp;(กอน.)&amp;nbsp;ได้เห็นชอบในหลักการโครงการส่งเสริมเกษตรกรชาวไร่อ้อย&amp;nbsp;ที่ส่งอ้อยสดคุณภาพดีให้แก่โรงงานน้ำตาล&amp;nbsp;ประจำฤดูการผลิต&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งเงินดังกล่าวจะพิจารณาให้กับชาวไร่อ้อยที่ส่งอ้อยสดคุณภาพดีให้แก่โรงงานน้ำตาล&lt;/strong&gt;เท่ากันทุกตันอ้อย&amp;nbsp;ในอัตรา&amp;nbsp;120&amp;nbsp;บาทต่อตันอ้อย&amp;nbsp;และกรณีชาวไร่อ้อยที่ส่งอ้อยไฟไหม้เข้าโรงงาน&amp;nbsp;ในฤดูการผลิต&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/2565&amp;nbsp;จะถูกหักเงินค่าอ้อยจากราคาอ้อยชั้นต้นไว้ตันละ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;โดยเก็บไว้ที่คณะทำงานควบคุมการผลิตประจำโรงงาน&amp;nbsp;และเมื้อสิ้นสุดฤดูการผลิตจะนำเงินไปเฉลี่ยจ่ายคืนชาวไร่อ้อยที่ส่งอ้อยคุณภาพดีทุกตันอ้อยแบบรายโรงงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ได้ให้คำแนะนำสำหรับเกษตรกรว่า&amp;nbsp;การเผาอ้อย&amp;nbsp;เป็นการทำลายปุ๋ยในดิน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทำให้เกษตรกรต้องใช้ปุ๋ยเคมีเพิ่มขึ้นแล้ว&amp;nbsp;ยังสร้างฝุ่น&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;ด้วย&amp;nbsp;ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงกับสุขภาพของเกษตรกร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>14/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>บุรีรัมย์</Province><Department>สวท.บุรีรัมย์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211214081320845</Link_News></row>
<row _id="131"><NewsTitle>จังหวัดลำปาง รณรงค์ไถกลบตอซังพืชลดการเผา ส่งเสริมวิถีเกษตรกรรมแบบยั่งยืน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;ร่วมบูรณาการกับหน่วยงานในสังกัด&lt;/strong&gt;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;หน่วยงานองค์กรภาครัฐและภาคเอกชนในพื้นที่จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;จัดกิจกรรมแบบมีส่วนร่วมเดินหน้าสานต่องานนโยบายรัฐ&amp;nbsp;ด้านการส่งเสริมลดการเผาในพื้นที่ทำการเกษตรและที่โล่งแจ้ง&amp;nbsp;ลดผลกระทบจาก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;แก้ปัญหามลพิษจากหมอกควันไฟ&amp;nbsp;ร่วมกันปฏิบัติสาธิตวิธีการไถกลบตอซังข้าว&amp;nbsp;เศษซากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรทดแทนการเผา&amp;nbsp;ซึ่งได้มีการจัดกิจกรรมนำตัวแทนเกษตรกรชาวนาเข้าศึกษาเรียนรู้ดูวิธีการไถกลบเศษซากวัสดุเหลือใช้&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ที่บริเวณแปลงนาสาธิตหมู่บ้านนำร่องต้นแบบ&amp;nbsp;ชุมชนบ้านทุ่งฝาย&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลทุ่งฝาย&amp;nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสิธิชัย&amp;nbsp;จินดาหลวง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เปิดกิจกรรมรณรงค์ส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อลดการเผา&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อสนองตอบนโยบายของรัฐบาลและของจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;ตามยุทธศาสตร์&amp;nbsp;"การจัดการเศษซากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรกรรม&amp;nbsp;เพื่อควบคุมและลดการเผาในพื้นที่โล่งแจ้ง"&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ในการจัดงานยังได้มีการเปิดพื้นที่จัดบูธนิทรรศการคลินิกทางการเกษตร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ให้เกษตรกรได้เข้าไปศึกษาเรียนรู้หลักวิชาการทางการเกษตรที่เกี่ยวกับการทำเกษตรวิถีใหม่&amp;nbsp;โดยมีองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องทั้งด้านพืช&amp;nbsp;ปศุสัตว์&amp;nbsp;ประมง&amp;nbsp;การพัฒนาที่ดินและความรู้อื่นๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>14/12/2021</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำปาง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211214085258856</Link_News></row>
<row _id="132"><NewsTitle>เกษตรวิชญา น้อมนำแนวพระราชดำริสู่การปฏิบัติ ส่งผลให้ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่เพิ่มสูงขึ้น เกษตรกรสามารถพึ่งพาตัวเองได้</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเข้มแข็ง&amp;nbsp;ยุติธรรมดำรง&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;มีภารกิจสำคัญในการขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและสนับสนุนกระบวนการเรียนรู้&amp;nbsp;และถ่ายทอดเทคโนโลยีในพื้นที่โครงการ&amp;nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;โดยในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรได้ร่วมดำเนินการโครงการเกษตรวิชญา&amp;nbsp;ที่จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;ซึ่งเป็นโครงการตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เข้ามาดำเนินการในพื้นที่ส่วนราชการลักษณะเป็นคลินิกเกษตร&amp;nbsp;เผยแพร่ผลงานวิจัยและเทคโนโลยีการเกษตรจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;อำเภอดอยสะเก็ด&amp;nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;ในรูปแบบของศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีชุมชน&amp;nbsp;ทำหน้าที่เป็นศูนย์ฝึกอบรมและวิจัยพัฒนาการเกษตรให้เหมาะสมกับพื้นที่&amp;nbsp;รวมทั้งเพื่อการฟื้นฟูและอนุรักษ์สภาพแวดล้อมให้เกิดเป็นระบบนิเวศที่สมบูรณ์&amp;nbsp;เป็นแหล่งผลิตอาหารธรรมชาติและมีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในส่วนของกรมส่งเสริมการเกษตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้เริ่มดำเนินการแปลงสาธิตผลิตพืชและไม้ผลที่สูงมาตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;ด้วยการจัดสรรพื้นที่ส่วนราชการ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เป็นแปลงการพืชผลไม้ต่างๆ&amp;nbsp;ผลจากการดำเนินงานโครงการเกษตรวิชญาในปีงบประมาณ&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรได้จัดอบรมเกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ให้เกิดองค์ความรู้ทั้งในเรื่องการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีทางพืชอาหาร&amp;nbsp;(GAP)&amp;nbsp;การใช้สารชีวภัณฑ์เพื่อการป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืชและคลังอาหารจากพืช&amp;nbsp;การส่งเสริมการผลิตพืชผักปลอดภัย&amp;nbsp;การดูแลแปลงสาธิตด้านการเกษตรเพื่อเป็นต้นแบบในการถ่ายทอดองค์ความรู้แก่เกษตรกรและผู้ที่สนใจ&amp;nbsp;ส่งผลให้เกษตรกรสามารถน้อมนำแนวพระราชดำริไปปรับใช้&amp;nbsp;เกิดความตระหนักถึงการใช้ประโยชน์จากทรัพยากร&amp;nbsp;ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่เพิ่มขึ้นร้อยละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;รายได้เพิ่มขึ้นร้อยละ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;และสามารถพึ่งพาตัวเองได้อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>14/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211214105032898</Link_News></row>
<row _id="133"><NewsTitle>กรมประมง เตือนเกษตรกรเฝ้าระวังโรคและอาการขี้ขาวในกุ้งขาวแวนนาไม</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;สุวรรณรักษ์&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมประมง&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ด้วยในช่วงระยะนี้สภาพอากาศของประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน&amp;nbsp;โดยบางพื้นที่มีอากาศหนาวในตอนเช้าและร้อนขึ้นในตอนกลางวัน&amp;nbsp;และบางแห่งยังคงมีฝนตกชุกอยู่&amp;nbsp;ซึ่งสภาพอากาศเช่นนี้จะส่งผลกระทบต่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ&amp;nbsp;โดยเฉพาะสัตว์น้ำที่มีการเลี้ยงอย่างหนาแน่นในบ่อดินแบบระบบเปิด&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กุ้งขาวแวนนาไม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ซึ่งเป็นกุ้งทะเลที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ&amp;nbsp;โดยอาจทำให้เกิดโรคจากเชื้อก่อโรค&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;แบคทีเรียกลุ่มวิบริโอและไวรัส&amp;nbsp;ในระหว่างการเลี้ยงได้&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังพบอาการขี้ขาว&amp;nbsp;ซึ่งเป็นอาการผิดปกติแบบเรื้อรัง&amp;nbsp;โดยมักพบในบ่อเลี้ยงกุ้งขาวที่มีการเลี้ยงอย่างหนาแน่น&amp;nbsp;เปลี่ยนถ่ายน้ำน้อย&amp;nbsp;ซึ่งทำให้ระบบทางเดินอาหาร&amp;nbsp;เซลล์ตับ&amp;nbsp;ตับอ่อนและลำไส้ของกุ้งเกิดการอักเสบจากติดเชื้อแบคทีเรีย&amp;nbsp;ส่งผลต่อประสิทธิภาพการดูดซึมอาหารที่ลดต่ำลง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกษตรกรสามารถสังเกตอาการขี้ขาวของกุ้งขาวแวนาไมได้จากตัวกุ้ง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยในส่วนของลำไส้จะมีสีขาว&amp;nbsp;หรืออาหารไม่เต็มลำไส้และพบขี้ขาวลอยอยู่บนผิวน้ำจำนวนมาก&amp;nbsp;กุ้งกินอาหารน้อยลง&amp;nbsp;เปลือกบาง&amp;nbsp;โตช้า&amp;nbsp;ขนาดตัวเริ่มแตกต่างและจะทยอยตายลงเรื่อยๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;สามารถพบได้ทุกช่วงอายุ&amp;nbsp;ตั้งแต่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เดือนจนกระทั่งใกล้จับขาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;นักวิจัยหลายท่านให้ความเห็นว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;อาการขี้ขาวเกิดได้จากหลากหลายสาเหตุ&amp;nbsp;ซับซ้อน&amp;nbsp;ไม่สามารถชี้ชัดได้ว่ามีอะไรเป็นสาเหตุสำคัญ&amp;nbsp;ซึ่งอัตราการตายขึ้นอยู่กับปริมาณและความรุนแรงเชื้อแบคทีเรีย&amp;nbsp;การติดเชื้อร่วมกับเชื้อก่อโรค&amp;nbsp;คุณภาพน้ำที่เลี้ยง&amp;nbsp;&amp;nbsp;และความสามารถในการจัดการแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;รวมถึงความพร้อมและความรวดเร็วของการแก้ไขปัญหาของผู้เลี้ยง&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมประมง&amp;nbsp;ขอให้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้งทะเล&amp;nbsp;เฝ้าระวัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ป้องกันและรักษาอาการขี้ขาวตามคำแนะนำ&amp;nbsp;เตรียมบ่อ&amp;nbsp;โดยควรกำจัดเลนและตากบ่อ&amp;nbsp;ฆ่าเชื้อ&amp;nbsp;เตรียมน้ำใช้ที่ดี&amp;nbsp;หมั่นตรวจสุขภาพกุ้งอยู่เสมอ&amp;nbsp;หากพบอาการผิดปกติ&amp;nbsp;ให้รีบหาสาเหตุและแก้ไขตามสาเหตุที่พบทันที&amp;nbsp;ควบคุมคุณภาพและปริมาณการให้อาหารให้เหมาะสม&amp;nbsp;กรณีพบกุ้งกินอาหารน้อยลง&amp;nbsp;ให้ลดปริมาณอาหาร&amp;nbsp;ควบคู่กับการควบคุมคุณภาพน้ำให้เหมาะสม&amp;nbsp;ตรวจสอบปริมาณแบคทีเรียในน้ำ&amp;nbsp;หากพบว่ามีปริมาณมากกว่าค่ามาตรฐาน&amp;nbsp;ให้ใช้สารฆ่าเชื้อ&amp;nbsp;พร้อมย้ำเตือนให้เกษตรกรไม่ควรนำมายาม่วงมาใช้ในการรักษาโรคสัตว์น้ำที่นำมาบริโภค&amp;nbsp;เพราะอาจจะส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้บริโภคและการค้าสัตว์น้ำระหว่างประเทศได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>14/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211214110324909</Link_News></row>
<row _id="134"><NewsTitle>เกาะสุกร สวรรค์ท้องนาแห่งทะเลอันดามัน ที่สวยงามแปลกตาแวดล้อมไปวัว ควาย และท้องทุ่งนาที่ต้นข้าวกำลังออกรวงสีเหลืองอร่าม เกาะสวรรค์ที่อุดมสมบูรณ์ ให้ชาวบ้านได้พึ่งพาตนเอง รักษาสืบทอดอาชีพกระดูกสันหลังของชาติ  เชิญชวนนักท่องเที่ยวไปเที่ยวชมวิถีชุมชนที่มีเพียงหนึ่งเดียวในไทย จะพาไปเที่ยวชมความสวยงาม สวรรค์บนดิน วัว ควาย แพะ และท้องทุ่งนา</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พื้นที่ที่ชาวบ้านพึ่งพาตนเอง&amp;nbsp;โดยเกาะสุกร&amp;nbsp;เกาะเล็กที่สุดของทะเลอันดามัน&amp;nbsp;ตั้งอยู่&amp;nbsp;ต.เกาะสุกร&amp;nbsp;อ.ปะเหลียน&amp;nbsp;จ.ตรัง&amp;nbsp;มีประชากรประมาณ&amp;nbsp;2,700&amp;nbsp;คน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;แบ่งพื้นที่ออกเป็น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;หมู่บ้านเท่านั้น&amp;nbsp;ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม&amp;nbsp;ชาวบ้านประกอบอาชีพ&amp;nbsp;ทำประมง&amp;nbsp;ชายฝั่ง&amp;nbsp;ทำสวน&amp;nbsp;การเกษตร&amp;nbsp;รับจ้าง&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยประชาชนอยู่อาศัยแบบพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน&amp;nbsp;มีวิถีชีวิตที่เรียบง่าย&amp;nbsp;สามารถพึ่งพาตนเองได้เต็มที่&amp;nbsp;ในน้ำมีสัตว์ทะเลที่อุดมสมบูรณ์&amp;nbsp;ในนามีข้าว&amp;nbsp;โดยพี่น้องชาวเกาะส่วนหนึ่งมีพื้นที่นาเป็นของตนเองและยังคงอนุรักษ์สืบสานยึดอาชีพกระดูกสันหลังของชาติเอาไว้&amp;nbsp;ควบคู่กับการเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;เพื่อหล่อเลี้ยงพี่น้องชาวเกาะ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่ภาพมุมสูง&amp;nbsp;เผยให้เห็นภาพบนเกาะที่สวยงามจากท้องทุ่งนาสีเขียวขจี&amp;nbsp;สลับสีเหลืองอร่าม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และการเร่งเก็บเกี่ยวข้าวของชาวบ้าน&amp;nbsp;โดยทุกปีชาวบ้านจะทำนาปลูกข้าวเลี้ยงประชากรบนเกาะ&amp;nbsp;และนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;โดยไม่ต้องพึ่งพาซื้อข้าวสารจากบนฝั่งแต่อย่างใด&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยขณะนี้ทุ่งนาบนเกาะสุกร&amp;nbsp;กำลังทยอยสุก&amp;nbsp;รวงข้าวใหญ่สมบูรณ์เหลืองอร่าม&amp;nbsp;ทำให้ชาวบ้านเจ้าของนาที่สุกแล้ว&amp;nbsp;เร่งรีบที่จะเก็บเกี่ยวข้าว&amp;nbsp;โดยการว่าจ้างแรงงานคนบนเกาะ&amp;nbsp;มาช่วยในการเกี่ยวข้าว&amp;nbsp;จากนั้นก็นวดข้าวด้วยเครื่องจักร&amp;nbsp;ก่อนที่ใครก็สามารถเก็บฟางไปเลี้ยงวัว&amp;nbsp;เลี้ยงควายได้&amp;nbsp;ส่วนเมล็ดข้าวก็เก็บใส่กระสอบปุ๋ย&amp;nbsp;เพื่อนำไปเตรียมตากแดดเก็บไว้ทำเมล็ดพันธุ์ปีต่อไป&amp;nbsp;และนำไปสีข้าวเก็บไว้กิน&amp;nbsp;เหลือก็เอาไว้ขายให้พี่น้องในเกาะด้วยกันในราคาถูกเพียงกิโลกรัมละ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;-50&amp;nbsp;บาทขึ้นอยู่สายพันธุ์&amp;nbsp;โดยในชุมชนก็จะมีโรงสีข้าวชุมชน&amp;nbsp;ไว้สำหรับสีข้าวของชาวบ้านบนเกาะ&amp;nbsp;หรือหากจะจำหน่ายนักท่องเที่ยวที่เดินทางท่องเที่ยวบ้าง&amp;nbsp;ก็จำกัดเพียงคนละไม่เกิน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;กิโลกรัมเท่านั้น&amp;nbsp;เพราะไม่ได้ต้องการขายออกนอกเกาะ&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ชาวบ้านปลูกข้าวบนเกาะทั้งหมดประมาณ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;สายพันธุ์&amp;nbsp;ควบคู่กับการเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;วัว&amp;nbsp;ควาย&amp;nbsp;เป็ด&amp;nbsp;ไก่&amp;nbsp;แพะ&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;ซึ่งข้าวสารของเกาะสุกรได้ชื่อว่า&amp;nbsp;หอม&amp;nbsp;นุ่ม&amp;nbsp;อร่อยมาก&amp;nbsp;โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิ&amp;nbsp;ทั้งข้าวหอมมะลิขาว&amp;nbsp;และข้าวหอมมะลิแดง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านคุณยายขลิบ&amp;nbsp;หลงหลำ&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;89&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;(นั่งหน้าบ้าน)&amp;nbsp;ชาวบ้านหมู่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ซึ่งทำนามาโดยตลอด&amp;nbsp;บอกว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ยายทำนาปลูกข้าวไว้ทั้งหมด&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เอาไว้กินเอง&amp;nbsp;เหลือก็ขายด้วย&amp;nbsp;ที่ผ่านมาไม่ต้องซื้อข้าวสารเลย&amp;nbsp;เพราะทำกินทุกปี&amp;nbsp;มีแค่เพียง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;แต่ก็พอกินไม่ต้องซื้อเพิ่มแต่อย่างใด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางพรทิพา&amp;nbsp;จิตรหลัง&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;48&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;(&amp;nbsp;คนยืน&amp;nbsp;เสื้อลายสก๊อตน้ำเงินแดง)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ตนเองมีที่นาทั้งหมด&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ปลูกข้าวทั้งหมด&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ข้าวหอมมะลิขาว&amp;nbsp;ข้าวหอมมะลิแดง&amp;nbsp;และข้าวไรเบอร์รี่&amp;nbsp;โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิแดง&amp;nbsp;จะมีสีแดงเข้ม&amp;nbsp;จะหอมนุ่มอร่อย&amp;nbsp;แต่ละปีได้ข้าวสารประมาณ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;กระสอบ&amp;nbsp;โดยทำเอาไว้กินเองในครอบครัว&amp;nbsp;เหลือก็แบ่งขาย&amp;nbsp;แต่ละปีขายได้ประมาณ&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;&amp;nbsp;20,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ไม่ต้องซื้อข้าวกิน&amp;nbsp;ส่วนที่นาข้าวอุดมสมบูรณ์&amp;nbsp;โดยไม่ต้องใช้ปุ๋ยบำรุง&amp;nbsp;เนื่องจากว่าพอชาวบ้านเกี่ยวข้าวเสร็จ&amp;nbsp;ก็จะมีการปล่อยวัว&amp;nbsp;ควาย&amp;nbsp;รวมทั้งแพะ&amp;nbsp;ให้หากินเองตามธรรมชาติเป็นเวลานานตามท้องทุ่ง&amp;nbsp;จนกว่าจะถึงฤดูทำนาใหม่&amp;nbsp;เจ้าของจึงจะมาจับวัว&amp;nbsp;ควาย&amp;nbsp;กลับไปผูกไว้&amp;nbsp;ระหว่างนั้นทำให้วัว&amp;nbsp;ควาย&amp;nbsp;กินไปถ่ายไป&amp;nbsp;เป็นปุ๋ยให้ดิน&amp;nbsp;ทำให้ดินปรับสภาพเองตามธรรมชาติ&amp;nbsp;ดินจึงอุดมสมบูรณ์เหมาะสำหรับการทำนา&amp;nbsp;รวงข้าวใหญ่&amp;nbsp;มีน้ำหนัก&amp;nbsp;เมล็ดเสียน้อย&amp;nbsp;ได้ผลผลิตเต็มเม็ดเต็มหน่วยทุกรวงชาวบ้านที่มีนา&amp;nbsp;จึงยังอนุรักษ์พื้นที่นาไว้&amp;nbsp;เพื่อทำนาปลูกข้าวไว้กินเอง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายประศาสตร์&amp;nbsp;ศรีวุ่น&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;57&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ชาวบ้าน&amp;nbsp;ซึ่งทำนาด้วย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทั้งของตัวเอง&amp;nbsp;และเช่าของคนอื่นทำ&amp;nbsp;และเลี้ยงควายขายด้วย&amp;nbsp;โดยนาทำไว้รวม&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;งาน&amp;nbsp;ปลูกข้าวหอมปทุม&amp;nbsp;และข้าวหอมมะลิ&amp;nbsp;แต่ละปีได้ข้าวสารประมาณ&amp;nbsp;120&amp;nbsp;ถังหรือประมาณ&amp;nbsp;&amp;nbsp;800&amp;nbsp;&amp;nbsp;900&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;เอาไว้กิน&amp;nbsp;และไว้แจกจ่ายญาติพี่น้อง&amp;nbsp;โดยชาวบ้านเกาะสุกรที่มีพื้นที่นา&amp;nbsp;จะพยายามเก็บรักษาไว้ทำนา&amp;nbsp;ปลูกข้าว&amp;nbsp;ไว้กิน&amp;nbsp;ไว้ขายกินกันในเกาะ&amp;nbsp;ไม่ต้องซื้อข้าวสารจากฝั่งมากิน&amp;nbsp;โดยชาวบ้านบนเกาะที่ทำนา&amp;nbsp;จะควบคู่กับการเลี้ยง&amp;nbsp;วัว&amp;nbsp;ควาย&amp;nbsp;ไว้ขาย&amp;nbsp;ของตนเองมีวัวทั้งหมด&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ซึ่งวัวควายที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้ทั้งเกาะมีนับพันตัว&amp;nbsp;ส่วนใหญ่ไว้ขาย&amp;nbsp;เพื่อมีรายได้เสริม&amp;nbsp;โดยวัว&amp;nbsp;ควาย&amp;nbsp;ราคาขายค่อนข้างแพงตัวละ&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;&amp;nbsp;40,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ขึ้นอยู่กับขนาด&amp;nbsp;โดยควายชาวบ้านเกาะจะมีการอนุรักษ์ไว้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทางด้านนางสาวชลนา&amp;nbsp;ปากบารา&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;49&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ชาวบ้าน&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ซึ่งกำลังรับจ้างเกี่ยวข้าว&amp;nbsp;พร้อมกับเพื่อนบ้านคนอื่นๆ&amp;nbsp;ซึ่งเป็นแม่บ้าน&amp;nbsp;ส่วนผู้ชายจะไปออกทะเลหาปลา&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;พอถึงช่วงเกี่ยวข้าวของทุกปี&amp;nbsp;แม่บ้านส่วนใหญ่ก็จะวางมืองานอื่น&amp;nbsp;ออกมารับจ้างเกี่ยวข้าว&amp;nbsp;ซึ่งแต่ละคนก็เกี่ยวได้ประมาณ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;&amp;nbsp;4&amp;nbsp;รอบต่อวัน&amp;nbsp;โดยเจ้าของนาจะจ้างเป็นรอบๆรอบละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ชม.&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;100&amp;nbsp;บาท/รอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;รอบ&amp;nbsp;06.00&amp;nbsp;&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;แต่ละคนทำได้ประมาณวันละ&amp;nbsp;3-4&amp;nbsp;รอบ&amp;nbsp;ได้ค่าจ้างวันละประมาณ&amp;nbsp;300&amp;nbsp;&amp;nbsp;400&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ซึ่งจะต้องรับจ้างเก็บจนกว่าจะหมดนาข้าว&amp;nbsp;หลังจากนั้นทุกคนก็จะกลับไปปลูกแตงโมต่อในพื้นที่นาข้าวเดิม&amp;nbsp;ทำให้ช่วงหน้าเกี่ยวข้าวก็จะมีรายได้เสริมช่วยครอบครัว&amp;nbsp;จากการออกทะเลหาปลา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทางด้านนายธวัชชัย&amp;nbsp;ไข่มุสิก&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ประธานกลุ่มวิสาหกิจแตงโมเกาะสุกรปลอดสารพิษ&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;พื้นที่ทำนา&amp;nbsp;กับพื้นที่ปลูกแตงโมบนเกาะสุกร&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;พื้นที่เดียวกันมีประมาณ&amp;nbsp;270&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;หรือ&lt;strong&gt;ประมาณ&amp;nbsp;80&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;ส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่หมู่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;และหมู่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;โดยชาวบ้านพยายามจะรักษาพื้นที่นา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และการทำนาไว้&amp;nbsp;เพื่อไว้ปลูกข้าวไว้กินกันเองบนเกาะ&amp;nbsp;ไม่ต้องซื้อข้าวสารจากบนฝั่ง&amp;nbsp;เพราะกว่าจะเดินทางมาเกาะจะแพงกว่าบนฝั่ง&amp;nbsp;เนื่องจากการขนส่งเดินทางที่ยากลำบาก&amp;nbsp;&amp;nbsp;ชาวบ้านจึงพร้อมใจกันอนุรักษ์พื้นที่นาไว้ปลูกข้าวไว้กินเอง&amp;nbsp;และเหลือขายในเกาะ&amp;nbsp;โดยข้าวที่ปลูกหลายสายพันธุ์&amp;nbsp;ทั้งพื้นที่ดอนก็จะปลูกข้าวเบา&amp;nbsp;ส่วนพื้นที่ลุ่มก็ปลูกข้าวหนักมีทั้งหมดประมาณ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;สายพันธุ์&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ข้าวหอมมะลิ&amp;nbsp;105&amp;nbsp;ข้าวหอมปทุม&amp;nbsp;ข้าวหอมสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ข้าวหอมพันธุ์เฉี้ยง&amp;nbsp;ข้าวหอมราชินี&amp;nbsp;ข้าวไร้เบอร์รี่&amp;nbsp;ข้าวสังข์หยด&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;ซึ่งข้าวแต่ละสายพันธุ์ก็พยายามรักษาสืบทอดไว้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>14/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211214112659934</Link_News></row>
<row _id="135"><NewsTitle>อุตุฯ สุพรรณบุรี เตือนเกษตรกรควรที่เลี้ยงสัตว์ควรควบคุมอุณหภูมิภายในโรงเรือนอย่าให้เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว เพื่อป้องกันสัตว์เลี้ยงปรับตัวไม่ทัน อ่อนแอ และเป็นโรคได้ง่าย</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายสมนึก&amp;nbsp;สวนดอกไม้&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาสุพรรณบุรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ระยะบริเวณความกดอากาศสูงระลอกใหม่&amp;nbsp;จากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน&amp;nbsp;ทำให้บริเวณภาคเหนือ&amp;nbsp;และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;มีอากาศเย็นถึงหนาว&amp;nbsp;กับมีลมแรงโดยอุณหภูมิจะลดลง&amp;nbsp;13&amp;nbsp;องศาเซลเซียส&amp;nbsp;ส่วนภาคกลาง&amp;nbsp;และภาคตะวันออก&amp;nbsp;มีอากาศเย็นในตอนเช้า&amp;nbsp;โดยบริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศหนาวเย็น&amp;nbsp;เกษตรกรควรดูแลรักษาสุขภาพ&amp;nbsp;ส่วนช่วงวันที่&amp;nbsp;16-17&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จะมีหมอกในตอนเช้า&amp;nbsp;เกษตรกรควรใช้รถใช้ถนนด้วยความระมัดระวัง&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;คำแนะนำสำหรับการเกษตรในภาคกลาง&amp;nbsp;ระยะนี้อากาศเย็น&amp;nbsp;เกษตรกรควรดูแลสุขภาพให้แข็งแรง&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;เพื่อป้องกันการเจ็บป่วย&amp;nbsp;สำหรับพื้นที่การเกษตรที่อยู่นอกเขตชลประทาน&amp;nbsp;เกษตรกรควรวางแผนการใช้น้ำที่เก็บกักไว้ให้มีประสิทธิภาพเพื่อจะได้มีน้ำไว้ใช้ทางด้านการเกษตรในช่วงแล้ง&amp;nbsp;ส่วนผู้ที่เลี้ยงสัตว์ควรควบคุมอุณหภูมิภายในโรงเรือนอย่าให้เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว&amp;nbsp;เพื่อป้องกันสัตว์เลี้ยงปรับตัวไม่ทัน&amp;nbsp;อ่อนแอ&amp;nbsp;และเป็นโรคได้ง่าย&amp;nbsp;สำหรับสภาพอากาศที่แห้งและมีลมแรง&amp;nbsp;เกษตรกรที่ปลูกพืชในโรงเรือนควรทำแผงกำบังลม&amp;nbsp;เพื่อป้องกันลมโกรกโรงเรือน&amp;nbsp;ลดการคายระเหยของน้ำ&amp;nbsp;ป้องกันพืชขาดน้ำ&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>14/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สุพรรณบุรี</Province><Department>สวท.สุพรรณบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211214125347971</Link_News></row>
<row _id="136"><NewsTitle>เกษตรอำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง ติดตามโครงการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยสู่ระบบมาตรฐานเกษตรอินทรีย์เพื่อสร้างรายได้แก่เกษตรกร</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานเกษตรอำเภอห้วยยอด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดย&amp;nbsp;นายสมเดช&amp;nbsp;ว่องทั่ง&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ&amp;nbsp;รักษาราชการเกษตรอำเภอห้วยยอด&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นางสาวกชกมล&amp;nbsp;ปิ่นแก้ว&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&amp;nbsp;นายสหชัย&amp;nbsp;เสาวิไล&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&amp;nbsp;ติดตามโครงการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยสู่ระบบมาตรฐานเกษตรอินทรีย์เพื่อสร้างรายได้แก่เกษตรกร&amp;nbsp;กิจกรรมการส่งเสริมการผลิตข้าวพื้นเมืองคุณภาพ&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ตำบลเขากอบ&amp;nbsp;พื้นที่หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลปากแจ่ม&amp;nbsp;อำเภอห้วยยอด&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;โครงการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยสู่ระบบมาตรฐานเกษตรอินทรีย์เพื่อสร้างรายได้แก่เกษตรกร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กิจกรรมการส่งเสริมการผลิตข้าวพื้นเมืองคุณภาพ&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีเกษตรกรเข้าร่วมจำนวน&amp;nbsp;26&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;106&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;โดยเกษตรกรได้รับการสนับสนุนพันธุ์ข้าวเล็บนกปัตตานี&amp;nbsp;ข้าวเบายอดม่วง&amp;nbsp;ซึ่งเป็นข้าวพื้นเมืองของจังหวัดตรัง&amp;nbsp;และได้รับสนับสนุนปุ๋ยอินทรีย์&amp;nbsp;เพื่อพัฒนาต่อยอดไปสู่มาตรฐานเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;ปัจจุบันแปลงนาข้าวที่เข้าร่วมโครงการฯ&amp;nbsp;อยู่ในระยะออกรวง&amp;nbsp;พร้อมทั้งนี้ได้ให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ&amp;nbsp;ได้ดำเนินการตอบแบบสัมภาษณ์เพื่อประเมินผลการนำความรู้ไปปฏิบัติ&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>14/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211214132105992</Link_News></row>
<row _id="137"><NewsTitle>เกษตรอำเภอกันตัง จังหวัดตรัง จัดอบรมเกษตรกรโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ประจำปีงบประมาณ 2565</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;นายสรวง&amp;nbsp;พรหมบุญทอง&amp;nbsp;เกษตรอำเภอกันตัง&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นางบุญญาพร&amp;nbsp;กายเพ็ชร&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;จัดอบรมเกษตรกรโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;กิจกรรมย่อย&amp;nbsp;บริหารจัดการถ่ายทอดความรู้&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ที่ทำการกลุ่มแปลงใหญ่ต้นจาก&amp;nbsp;ม.4&amp;nbsp;ต.บางหมาก&amp;nbsp;อ.กันตัง&amp;nbsp;จ.ตรัง&amp;nbsp;โดยมีการจัดเก็บข้อมูลพื้นฐานรายบุคล&amp;nbsp;(สมาชิกแปลงใหญ่)&amp;nbsp;การวิเคราะห์ศักยภาพ&amp;nbsp;และการจัดทำแผนธุรกิจของกลุ่มแปลงใหญ่ฯ&amp;nbsp;โดยมีข้อสรุปในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใบจาก&amp;nbsp;ภาชนะใบจาก&amp;nbsp;ซึ่งมีการคำนวณต้นทุน&amp;nbsp;การผลิต&amp;nbsp;การกำหนดราคา&amp;nbsp;แนวทางการบริหารจัดการผลิตภัณฑ์สินค้า&amp;nbsp;และแนวทางการแปรรูปเป็นสินค้าอื่นๆ&amp;nbsp;โดยมีตัวแทนจาก&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ตรัง&amp;nbsp;โอทอป&amp;nbsp;อินเตอร์เทรดเดอร์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;และอาจารย์จาก&amp;nbsp;มทร.ศรีวิชัย&amp;nbsp;มาร่วมวิเคราะห์และจัดทำแผนฯ&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำหรับ&amp;nbsp;&amp;nbsp;โครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรมีการรวมกลุ่มและบริหารจัดการร่วมกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้เกิดการรวมกันผลิตและรวมกันจำหน่าย&amp;nbsp;โดยมีตลาดรองรับที่แน่นอน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนการผลิตและมีผลผลิตต่อหน่วยเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมทั้งผลผลิตที่ได้ก็มีคุณภาพได้มาตรฐาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ภายใต้การบูรณาการของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>14/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211214133002998</Link_News></row>
<row _id="138"><NewsTitle>กระเช้าของขวัญ สินค้าคุณภาพจากเกษตรกรโดยตรง ส่งความสุขในเทศกาลปีใหม่ </NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวิศิษฐ์&amp;nbsp;ศรีสุวรรณ์&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวถึงโครงการส่งความสุขในเทศกาลปีใหม่ด้วยสินค้าสหกรณ์&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ส่งความสุข&amp;nbsp;ส่งความห่วงใย&amp;nbsp;จากใจสินค้าสหกรณ์&amp;nbsp;ว่าได้คัดสรรผลผลิตและสินค้าหลากหลายชนิดจากสหกรณ์ทั่วประเทศมานำเสนอ&amp;nbsp;เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สำคัญสำหรับประชาชนได้ซื้อหาไปเป็นของขวัญของฝาก&amp;nbsp;ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่นำมาจัดลงในกระเช้าของขวัญปีใหม่&amp;nbsp;ล้วนมาจากแหล่งผลิตที่มีคุณภาพ&amp;nbsp;ได้มาตรฐานและปลอดภัย&amp;nbsp;โดยในช่วงเทศกาลปีใหม่แต่ละปี&amp;nbsp;จะมีประชาชนให้ความสนใจโทรเข้ามาสอบถามและสั่งซื้อกระเช้าของขวัญจากสินค้าสหกรณ์ไม่ต่ำกว่าปีกว่า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ส่งผลให้เกิดการส่งเสริมการผลิต&amp;nbsp;การพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;การพัฒนาธุรกิจของสหกรณ์&amp;nbsp;และการสร้างรายได้ให้กับสมาชิกสหกรณ์เพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;สำหรับสินค้าสหกรณ์ที่นำมาจำหน่ายและจัดลงกระเช้าของขวัญปีใหม่ในปีนี้มีหลากหลายประเภท&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;สินค้าประเภทข้าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นกจากนี้&amp;nbsp;ยังมีสินค้าอาหารแปรรูปและผลไม้แปรรูป&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;น้ำพริกประเภทต่างๆ&amp;nbsp;รวมไปถึงสินค้าเครื่องดื่มประเภทสมุนไพร&amp;nbsp;ซึ่งล้วนมาจากการนำวัตถุดิบที่มีอยู่ในแต่ละท้องถิ่นมาแปรรูป&amp;nbsp;นอกจากนั้นยังมีสินค้ากลุ่มสินค้าผ้าไหม&amp;nbsp;ผ้าฝ้าย&amp;nbsp;ผ้าคลุมไหล่&amp;nbsp;ผ้าขาวม้า&amp;nbsp;ผ้าห่ม&amp;nbsp;ผ้าพันคอ&amp;nbsp;ที่มาจากกลุ่มสตรีสังกัดสหกรณ์&amp;nbsp;กลุ่มสินค้าหัตถกรรม&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์เครื่องเบญจรงค์&amp;nbsp;แก้วมุก&amp;nbsp;สินค้าประเภทนมและเครื่องดื่ม&amp;nbsp;และผลิตภัณฑ์จากโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา&amp;nbsp;ทั้งนี้กระเช้าสินค้าสหกรณ์จะวางจำหน่ายที่กรมส่งเสริมสหกรณ์&amp;nbsp;เทเวศร์&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;-&amp;nbsp;15&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เปิดจำหน่ายทุกวัน&amp;nbsp;ราคากระเช้าเริ่มตั้งแต่&amp;nbsp;600&amp;nbsp;บาทขึ้นไปจนถึง&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และในช่วงสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;ประชาชนจะมีช่องทางซื้อสินค้าผ่านระบบออนไลน์ได้อีกด้วย&amp;nbsp;โดยสามารถดูตัวอย่างกระเช้าของขวัญและสินค้าสหกรณ์ช่องทาง&amp;nbsp;Facebook&amp;nbsp;:&amp;nbsp;COOP&amp;nbsp;Market&amp;nbsp;และช่องทางเว็บไซด์&amp;nbsp;&lt;a&amp;nbsp;href="http://coopshopth.com/"&amp;nbsp;rel="noopener&amp;nbsp;noreferrer"&amp;nbsp;target="_blank"&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(17,&amp;nbsp;85,&amp;nbsp;204);"&gt;coopshopth.com&lt;/a&gt;&amp;nbsp;ซึ่งหากท่านใดซื้อสินค้าตั้งแต่&amp;nbsp;5,000&amp;nbsp;บาทขึ้นไป&amp;nbsp;มีบริการจัดส่งฟรีในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>14/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211214151050081</Link_News></row>
<row _id="139"><NewsTitle>สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดชัยนาท จัดทำแผนพัฒนาอาชีพในระดับตำบล บูรณาการสร้างความเข้มแข็งเกษตรกรเศรษฐกิจฐานรากแบบมีส่วนร่วม</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;จัดทำแผนพัฒนาอาชีพในระดับตำบล&amp;nbsp;บูรณาการสร้างความเข้มแข็งเกษตรกรเศรษฐกิจฐานรากแบบมีส่วนร่วม&amp;nbsp;ด้วยเครือข่ายชุมชน&amp;nbsp;ปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยรับฟังปัญหาของเกษตรกรเพื่อนำไปสู่แนวทางแก้ไข&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางณัฐิกา&amp;nbsp;ใหม่นิถะ&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;ได้ดำเนินโครงการจัดทำแผนพัฒนาอาชีพในระดับตำบล&amp;nbsp;บูรณาการสร้างความเข้มแข็งเกษตรกรเศรษฐกิจฐานรากแบบมีส่วนร่วม&amp;nbsp;ด้วยเครือข่ายชุมชน&amp;nbsp;ปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ร่วมกับปศุสัตว์จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศาลา&amp;nbsp;SML&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ตำบลท่าฉนวน&amp;nbsp;อำเภอมโนรมย์&amp;nbsp;จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เพื่อรับฟังปัญหาของเกษตรกรที่ร่วมสะท้อนปัญหาและหาแนวทางแก้ไขที่แท้จริง&amp;nbsp;อันนำไปสู่การวางแผนการพัฒนาด้านการเกษตรฯ&amp;nbsp;ที่สอดคล้องและยั่งยืนในอนาคต&amp;nbsp;โดยมีผู้นำชุมชน&amp;nbsp;ตัวแทนเกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;เข้าร่วมการดำเนินกิจกรรมดังกล่าว&amp;nbsp;โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ผลสรุปจากการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้มีการสะท้อนปัญหาด้านการเกษตร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ของเกษตรกรในตำบลท่าฉนวน&amp;nbsp;อำเภอมโนรมย์&amp;nbsp;จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;เพื่อนำมาเป็นแนวทางในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;ให้ตรงกับความต้องการ&amp;nbsp;ภายใต้โครงการจัดทำแผนพัฒนาอาชีพในระดับตำบล&amp;nbsp;กิจกรรมการบูรณาการสร้างความเข้มแข็งเกษตรกรเศรษฐกิจฐานรากแบบมีส่วนร่วม&amp;nbsp;ด้วยเครือข่ายชุมชน&amp;nbsp;โดยประชาชนในพื้นที่ตำบลท่าฉนวนได้ร่วมกันจัดทำแผนพัฒนาอาชีพในระดับตำบล&amp;nbsp;ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของเกษตรกร&amp;nbsp;ร่วมระดมความคิดเห็น&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp;สังคม&amp;nbsp;และสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ปัญหาที่ดินทำกิน&amp;nbsp;หนี้สิน&amp;nbsp;แหล่งน้ำและกำหนดสวัสดิการของเกษตรกร&amp;nbsp;และมีโครงการต่างๆ&amp;nbsp;ที่นำเสนอเข้าแผนพัฒนาเกษตรกรรมตำบลท่าฉนวน&amp;nbsp;ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส.ปชส.ชัยนาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>14/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>ชัยนาท</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211214151905095</Link_News></row>
<row _id="140"><NewsTitle>เกษตรอำเภอเมืองตรัง ติดตามโครงการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยสู่ระบบมาตรฐานเกษตรอินทรีย์เพื่อสร้างรายได้แก่เกษตรกร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกษตรอำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;ติดตามโครงการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัย&lt;/strong&gt;สู่ระบบมาตรฐานเกษตรอินทรีย์เพื่อสร้างรายได้แก่เกษตรกร&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(14&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายประทิ่น&amp;nbsp;วรรณงาม&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ&amp;nbsp;รักษาราชการเกษตรอำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;ติดตามโครงการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยสู่ระบบมาตรฐานเกษตรอินทรีย์เพื่อสร้างรายได้แก่เกษตรกร&amp;nbsp;กิจกรรมการส่งเสริมการผลิตข้าวพื้นเมืองคุณภาพ&amp;nbsp;ในพื้นที่หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลนาโยงใต้&amp;nbsp;อำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศาลาหมู่บ้าน&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ต.นาโยงใต้&amp;nbsp;อ.เมืองตรัง&amp;nbsp;จ.ตรัง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;โครงการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยสู่ระบบมาตรฐานเกษตรอินทรีย์&lt;/strong&gt;เพื่อสร้างรายได้แก่เกษตรกร&amp;nbsp;กิจกรรมการส่งเสริมการผลิตข้าวพื้นเมืองคุณภาพ&amp;nbsp;มีเกษตรกรเข้าร่วมจำนวน&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;โดยเกษตรกรได้รับการสนับสนุนพันธุ์ข้าวเบายอดม่วง&amp;nbsp;ซึ่งเป็นข้าวพื้นเมืองของจังหวัดตรัง&amp;nbsp;และได้รับสนับสนุนปุ๋ยอินทรีย์&amp;nbsp;เพื่อพัฒนาต่อยอดไปสู่มาตรฐานเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;ปัจจุบันแปลงนาข้าวที่เข้าร่วมโครงการฯ&amp;nbsp;อยู่ในระยะออกรวง&amp;nbsp;พร้อมทั้งนี้ได้ให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ&amp;nbsp;ได้ดำเนินการตอบแบบสัมภาษณ์เพื่อประเมินผลการนำความรู้ไปปฏิบัติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>14/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211214154914135</Link_News></row>
<row _id="141"><NewsTitle>จังหวัดสตูล เปิดกิจกรรมลงแขกเก็บเกี่ยวข้าวไร่ ประจำปี 2564 เพื่อสืบสาน อนุรักษ์วิถีชีวิตดั้งเดิม</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(14&amp;nbsp;ธ.ค.&amp;nbsp;64)&amp;nbsp;ที่แปลงปลูกข้าวไร่&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลปาล์มพัฒนา&amp;nbsp;อำเภอมะนัง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จังหวัดสตูล&amp;nbsp;นายสุพจน์&amp;nbsp;รอดเรือง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;หนองคาย&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรมลงแขกเก็บเกี่ยวข้าวไร่&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายธีระยุทธ&amp;nbsp;นาวีเดล&amp;nbsp;นายอำเภอมะนัง&amp;nbsp;พร้อมด้วยผู้นำศาสนา&amp;nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วม&amp;nbsp;โดยภายในกิจกรรมประกอบด้วย&amp;nbsp;การให้ความรู้ถึงขั้นตอนและวิธีการเก็บเกี่ยวข้าวไร่&amp;nbsp;และการลงแขกเกี่ยวข้าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายภิเชฐ&amp;nbsp;อุทัยรังษี&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลปาล์มพัฒนา&amp;nbsp;อำเภอมะนัง&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;แปลงปลูกข้าวไร่&amp;nbsp;มีพื้นที่ปลูกทั้งหมด&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;แบ่งเป็นพื้นที่ปลูกข้าวเจ้าพันธุ์ดอกพะยอม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ปลูกข้าวเหนียวดำ&amp;nbsp;พันธุ์พื้นเมือง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ทำการปลูกด้วยการลงแขกหนำข้าว&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;สิงหาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ด้วยความร่วมมือร่วมใจของพี่น้องชาวพุทธและมุสลิม&amp;nbsp;ตามวิถีการดำเนินชีวิตของหมู่บ้านที่ว่า&amp;nbsp;"ชาวพุทธใจงาม&amp;nbsp;อิสลามใจดี&amp;nbsp;ตามวิถีพหุวัฒนธรรม"&amp;nbsp;โดยการทำแปลงปลูกข้าวไร่แห่งนี้เพื่อจัดทำเป็นแปลงเรียนรู้ต้นแบบในการทำข้าวไร่&amp;nbsp;และสืบสาน&amp;nbsp;อนุรักษ์วิถีชีวิตดั้งเดิมให้กับลูกหลานได้เรียนรู้ผลผลิตที่ได้&amp;nbsp;นำไปสีด้วยเครื่องสีข้าวของหมู่บ้านเอง&amp;nbsp;แล้วจำหน่ายให้กับพี่น้องในหมู่บ้านในราคาถูก&amp;nbsp;ซึ่งก่อนหน้านี้ทางหมู่บ้านต้องไปซื้อข้าวเปลือกจากจังหวัดพัทลุงมาสีเป็นข้าวสาร&amp;nbsp;ซึ่งผลกำไรจากการดำเนินการสามารถนำไปช่วยเหลือ&amp;nbsp;หรือกิจกรรมสาธารณะต่างๆ&amp;nbsp;ของหมู่บ้านอยู่เป็นประจำ&amp;nbsp;รวมทั้งแจกจ่ายช่วยเหลือ&amp;nbsp;ให้กับผู้ด้อยโอกาสในหมู่บ้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ฟางข้าวที่เหลือสามารถสนับสนุนให้กับกลุ่มเกษตรกรเลี้ยงโคในพื้นที่&amp;nbsp;เพื่อใช้เป็นอาหาร&amp;nbsp;ช่วยลดต้นทุนในการผลิตอีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ขอชื่นชมผู้นำท้องถิ่น&amp;nbsp;และพี่น้องกลุ่มเกษตรกรที่ได้ปรับพื้นที่สาธารณะว่างเปล่าให้เกิดประโยชน์สูงสุดให้กับหมู่บ้าน&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;สร้างรายได้&amp;nbsp;ลดรายจ่ายให้กับประชาชน&amp;nbsp;น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&amp;nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&amp;nbsp;บรมนาถบพิตร&amp;nbsp;และพระราชปณิธาน&amp;nbsp;สืบสาน&amp;nbsp;รักษา&amp;nbsp;ต่อยอด&amp;nbsp;ของในหลวงรัชกาลปัจจุบัน&amp;nbsp;มาปฏิบัติให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม&amp;nbsp;เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับหมู่บ้าน&amp;nbsp;ชุมชนอื่นต่อไป&amp;nbsp;ทราบอีกว่าผลผลิตที่ได้จากน้ำพักน้ำแรงของพี่น้องกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ประมาณ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ไร่นี้&amp;nbsp;สามารถนำไปแปรรูปสีเป็นข้าวสารปลอดสารพิษโดยโรงสีข้าวของหมู่บ้านเอง&amp;nbsp;จำหน่ายให้กับพี่น้องในหมู่บ้าน&amp;nbsp;ในราคาถูก&amp;nbsp;ช่วยลดรายจ่าย&amp;nbsp;และรักษาสุขภาพให้กับประชาชน&amp;nbsp;ตลอดจนแจกจ่ายช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในโอกาสต่างๆ&amp;nbsp;ต่อไปด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>14/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211214154929136</Link_News></row>
<row _id="142"><NewsTitle>จังหวัดตราดจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ บูรณาการร่วมกับ โครงการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้กับประชาชน และโครงการหน่วยแพทย์ พอ.สว.</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;(14&amp;nbsp;ธ.ค.&amp;nbsp;64)&amp;nbsp;นายชำนาญวิทย์&amp;nbsp;เตรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นประธานเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&amp;nbsp;ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;ประจำไตรมาสที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;ซึ่งจังหวัดตราด&amp;nbsp;โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดตราด&amp;nbsp;พร้อมด้วยหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ร่วมกันจัดขึ้นที่วัดวังตะเคียน&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลวังตะเคียน&amp;nbsp;อำเภอเขาสมิง&amp;nbsp;จังหวัดตราด&amp;nbsp;โดยบูรณาการกับ&amp;nbsp;โครงการบำบัดทุกข์&amp;nbsp;บำรุงสุข&amp;nbsp;สร้างรอยยิ้มให้กับประชาชน&amp;nbsp;และการจัดโครงการหน่วยแพทย์&amp;nbsp;พอ.สว.&amp;nbsp;โดยมีประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมโครงการภายใต้มาตรการป้องกันปัญหาโควิด&amp;nbsp;-19&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในครั้งนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีวัตถุประสงค์ในการให้บริการทางวิชาการแก่เกษตรกร&amp;nbsp;องค์กรเกษตรกรชุมชน&amp;nbsp;ให้สามารถดำเนินกิจการได้อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;มีการบริหารจัดการที่เป็นระบบสามารถแก้ไขปัญหาในการประกอบอาชีพทางด้านการเกษตรให้กับเกษตรกรได้อย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;รวมทั้งเป็นการดูแลรักษาสุขภาพให้กับประชาชนที่เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;โดยมีกิจกรรมคลินิกต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;คลินิกพืช&amp;nbsp;คลินิกดิน&amp;nbsp;คลินิกประมง&amp;nbsp;คลินิกสหกรณ์&amp;nbsp;คลินิก&amp;nbsp;สปก.&amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนี้การจัดโครงการบำบัดทุกข์&amp;nbsp;บำรุงสุข&amp;nbsp;สร้างรอยยิ้มให้กับประชาชน&amp;nbsp;ยังมีหน่วยงานภาครัฐในระดับจังหวัด&amp;nbsp;จัดหน่วยให้บริการประชาชนถึงในพื้นที่&amp;nbsp;โดยมุ่งแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม&amp;nbsp;พร้อมทั้งเป็นการนำนโยบายของภาครัฐที่สำคัญในการแก้ไขปัญหาต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;มาชี้แจงให้กับประชาชน&amp;nbsp;รวมทั้งมีการจัดหน่วยแพทย์&amp;nbsp;พอ.สว.&amp;nbsp;ออกหน่วยแพทย์ให้บริการประชาชน&amp;nbsp;ทั้งการตรวจสุขภาพ&amp;nbsp;ตรวจรักษาโรค&amp;nbsp;การมอบทุนการศึกษาให้กับเยาวชน&amp;nbsp;เบี้ยยังชีพ&amp;nbsp;และการมอบถุงยังชีพให้กับผู้ยากไร้อีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>14/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ตราด</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211214161955162</Link_News></row>
<row _id="143"><NewsTitle>รองผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม เปิดโครงการคลินิกเกษรเคลื่อนในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เพื่อให้เกษตรกรได้เข้าถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์   </NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(15&amp;nbsp;ธ.ค.64)&amp;nbsp;นายสุพจน์&amp;nbsp;ยศสิงห์คำ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัด&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;บริเวณวัดไทร&amp;nbsp;ตำบลกระดังงา&amp;nbsp;อำเภอบางคนที&amp;nbsp;โดยนายวิศิษ&amp;nbsp;บ่อสารคาม&amp;nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรจังหวัด&amp;nbsp;กล่าวรายงาน&amp;nbsp;นายวุฒิชัย&amp;nbsp;ยามโคกสูง&amp;nbsp;นายอำเภอบางคนที&amp;nbsp;กล่าวต้อนรับ&amp;nbsp;และมีส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&amp;nbsp;ผู้นำท้องที่และประชาชน&amp;nbsp;เข้าร่วนกิจกรรมฯ&amp;nbsp;พร้อมมอบประกาศนียบัตรผู้ชนะการประกวดศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนระดับจังหวัดและระดับเขต&amp;nbsp;,ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชนดีเด่นระดับจังหวัด/ระดับเขต,ผู้ชนะการประกวดดแปลงใหญ่ดีเด่นระดับจังหวัดและเขต&amp;nbsp;และมอบพันธุ์ผักให้กับกำนันผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;ตำบลกระดังงา&amp;nbsp;เพื่อนำไปมอบให้กับประชาชนในตำบล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;เป็นโครงการสำคัญตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ดังกล่าว&amp;nbsp;อยู่ในพระราชานุเคราะห์ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;ซึ่งโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ฯ&amp;nbsp;เป็นวิธีการดำเนินงานที่สามารถให้บริการทางวิชาการและการถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เป็นการปฏิบัติงานในเชิงรุกที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหา&amp;nbsp;ให้ได้รับบริการทางการเกษตรอย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;ทั่วถึง&amp;nbsp;และครบถ้วน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้น&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;และคณะ&amp;nbsp;ได้เยี่ยมชมหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มาจัดแสดงและให้บริการพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;การทำหมันสุนัขและแมว&amp;nbsp;,การแจกน้ำหมัก&amp;nbsp;ชีวภาพ&amp;nbsp;,การให้ความรู้ด้านการประมง,ด้านสหกรณ์,ด้านดิน,ปุ๋ย&amp;nbsp;และกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;ที่นำผลผลิตในพื้นที่จำหน่าย&amp;nbsp;ภายใต้มาตรการการป้องกันไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>15/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สมุทรสงคราม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211215130416447</Link_News></row>
<row _id="144"><NewsTitle>รองผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม เปิดโครงการคลินิกเกษรเคลื่อนในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เพื่อให้เกษตรกรได้เข้าถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(15&amp;nbsp;ธ.ค.64)&amp;nbsp;นายสุพจน์&amp;nbsp;ยศสิงห์คำ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัด&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการคลินิกเกษรเคลื่อนในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;บริเวณวัดไทร&amp;nbsp;ตำบลกระดังงา&amp;nbsp;อำเภอบางคนที&amp;nbsp;โดยนายวิศิษ&amp;nbsp;บ่อสารคาม&amp;nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรจังหวัด&amp;nbsp;กล่าวรายงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวุฒิชัย&amp;nbsp;ยามโคกสูง&amp;nbsp;นายอำเภอบางคนที&amp;nbsp;กล่าวต้อนรับ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และมีส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&amp;nbsp;ผู้นำท้องที่และประชาชน&amp;nbsp;เข้าร่วนกิจกรรมฯ&amp;nbsp;พร้อมมอบประกาศนียบัตรผู้ชนะการประกวดศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนระดับจังหวัดและระดับเขต&amp;nbsp;,ศูนย์จัดการดดินปุ๋ยชุมชนดีเด่นระดับจังหวัด/ระดับเขต,ผู้ชนะการประกวดแปลงใหญ่ดีเด่นระดับจังหวัดและเขต&amp;nbsp;และมอบพันธุ์ผักให้กับกำนันผู้ใหญ่บ้านตำบลกระดังงา&amp;nbsp;เพื่อนำไปมอบให้กับประชาชนในตำบล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;เป็นโครงการสำคัญตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้โครงการคลินิกเคลื่อนที่ดังกล่าว&amp;nbsp;อยู่ในพระราชานุเคราะห์ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;ซึ่งโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ฯ&amp;nbsp;เป็นวิธีการดำเนินงานที่สามารถให้บริการทางวิชาการและการถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เป็นการปฏิบัติงานในเชิงรุกที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหา&amp;nbsp;ให้ได้รับบริการทางการเกษตรอย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;ทั่วถึง&amp;nbsp;และครบถ้วน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้น&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;และคณะ&amp;nbsp;ได้เยี่ยมชมหน่วยงาน&lt;/strong&gt;ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;มาจัดแสดงและให้บริการพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;การทำหมันสุนัขและแมว&amp;nbsp;,การแจกน้ำหมัก&amp;nbsp;ชีวิภาพ&amp;nbsp;,การให้ความรู้ด้านการประมง,ด้านสหกรณ์,ด้านดิน,ปุ๋ย&amp;nbsp;และกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;ที่นำผลผลิตในพื้นที่จำหน่าย&amp;nbsp;ภายใต้มาตรการการป้องกันไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>15/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สมุทรสงคราม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211215132747468</Link_News></row>
<row _id="145"><NewsTitle>กรมส่งเสริมการเกษตร เดินหน้าสร้างมาตรฐานเกลือทะเลไทย แนะเกษตรกรทำนาเกลือตามคู่มือ เพื่อยื่นขอ GAP</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเข้มแข็ง&amp;nbsp;ยุติธรรมดำรง&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประเทศไทยมีแหล่งผลิตเกลือทะเลแหล่งใหญ่อยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกและภาคตะวันตก&amp;nbsp;มีเกษตรกรประกอบอาชีพทำนาเกลือและผลิตเกลือทะเลเพื่อใช้ประโยชน์มาอย่างยาวนาน&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้กำหนดยุทธศาสตร์เกลือทะเลไทย&amp;nbsp;(พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;2568)เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาเกลือทะเลไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีเป้าหมาย&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ประการคือ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พัฒนาเกลือทะเลไทยให้มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล&amp;nbsp;&amp;nbsp;สร้างตลาดที่มีความหลากหลาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;รักษาเสถียรภาพราคาเกลือทะเลไทย&amp;nbsp;และมีการบริหารจัดการพื้นที่ทำนาเกลือทะเลที่ดี&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;เมื่อปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ประกาศใช้มาตรฐานสินค้าเกษตร&amp;nbsp;เรื่องเกลือทะเลธรรมชาติ&amp;nbsp;(มกษ.8402-2562)&amp;nbsp;และมาตรฐานสินค้าเกษตร&amp;nbsp;เรื่องการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับการทำนาเกลือทะเล&amp;nbsp;(มกษ.9055-2562)&amp;nbsp;ซึ่งเป็นมาตรฐานทั่วไป&amp;nbsp;สำหรับใช้ในการส่งเสริมสินค้าเกลือทะเลให้ได้มาตรฐาน&amp;nbsp;มีคุณภาพและปลอดภัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมส่งเสริมการเกษตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาเกลือทะเลไทย&amp;nbsp;มีบทบาทสำคัญในการช่วยส่งเสริมให้เกษตรกรผู้ทำนาเกลือสามารถพัฒนาการประกอบอาชีพการทำนาเกลือให้ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล&amp;nbsp;โดยการส่งเสริมความรู้&amp;nbsp;ทักษะ&amp;nbsp;และเตรียมความพร้อมทั้งในด้านกระบวนการผลิต&amp;nbsp;และขั้นตอนการขอรับรองมาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;เกษตรกรที่สนใจจะขอรับการรับรองมาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;เกลือทะเล&amp;nbsp;จะต้องพัฒนาการผลิตเกลือทะเลตลอดกระบวนการให้มีความสะอาดปลอดภัยตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด&amp;nbsp;โดยสามารถศึกษาคู่มือการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับการทำนาเกลือทะเล&amp;nbsp;(มกษ.9055-2562)&amp;nbsp;หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมในการเตรียมความพร้อมสำหรับการขอรับการรับรองมาตรฐานได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>15/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211215192301664</Link_News></row>
<row _id="146"><NewsTitle>จังหวัดภูเก็ต จัดกิจกรรม วันดินโลก (World Soil Day) ปี 2564 "พิชิตดินเค็ม เติมเต็มผลผลิต สร้างชีวิตเกษตรกร" น้อมรำลึกและสำนึกพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;จัดกิจกรรม&amp;nbsp;วันดินโลก&amp;nbsp;(World&amp;nbsp;Soil&amp;nbsp;Day)&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;"&lt;/strong&gt;พิชิตดินเค็ม&amp;nbsp;เติมเต็มผลผลิต&amp;nbsp;สร้างชีวิตเกษตรกร"&amp;nbsp;น้อมรำลึกและสำนึกพระมหากรุณาธิคุณ&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&amp;nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&amp;nbsp;บรมนาถบพิตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;สถานีพัฒนาที่ดินภูเก็ต&amp;nbsp;ตำบลศรีสุนทร&amp;nbsp;อำเภอถลาง&amp;nbsp;จังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายอำนวย&amp;nbsp;พิณสุวรรณ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรม&amp;nbsp;วันดินโลก&amp;nbsp;(World&amp;nbsp;Soil&amp;nbsp;Day)&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;พร้อมกล่าวคำน้อมรำลึกและเทิดพระเกียรติ&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&amp;nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&amp;nbsp;บรมนาถบพิตร&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายปัญญา&amp;nbsp;ใจสมุทร&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินภูเก็ต&amp;nbsp;นายจักรี&amp;nbsp;สุจริตธรรม&amp;nbsp;อดีตอธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ภาครัฐ&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;ภาคประชาชน&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ภาคีเครือข่ายผู้นำต้นแบบ&amp;nbsp;ร่วมกิจกรรมจำนวมากภายใต้มาตรการป้องกันโรคโควิด-19&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;วันดินโลก&amp;nbsp;(Word&amp;nbsp;Soil&amp;nbsp;day)&amp;nbsp;ตรงกับวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&amp;nbsp;บรมนาถบพิตร&amp;nbsp;เพื่อสดุดีพระเกียรติคุณของพระองค์&amp;nbsp;ซึ่งถือเป็นวันสำคัญในการขับเคลื่อนกิจกรรมรณรงค์และเผยแพร่ความรู้ทางด้านดินและสร้างความอยู่รอดของมวลมนุษยชาติและสภาพแวดล้อม&amp;nbsp;ที่มีความจำเป็นที่จะต้องมีการจัดการทรัพยากรดินอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับ&amp;nbsp;ยุทธศาสตร์เกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;มุ่งส่งเสริมให้มีการพัฒนาภาคการเกษตรในระยะยาว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อบรรลุวิสัยทัศน์&amp;nbsp;เกษตรมั่นคง&amp;nbsp;ภาคการเกษตรมั่งคั่ง&amp;nbsp;ทรัพยากรการเกษตรยั่งยืน&amp;nbsp;ส่งเสริมให้มีการบูรณาการทางการผลิต&amp;nbsp;การอนุรักษฺทรัพยากรธรรมชาติ&amp;nbsp;การสร้างความหลากหลายทางชีวภาพ&amp;nbsp;และตลอดระยะเวลา&amp;nbsp;70&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;แห่งการครองราชย์พระองค์ได้ทรงดำรงมั่นอยู่ในทศพิธราชธรรมและทรงยึดมั่นในพระปฐมบรมราชโองการ&amp;nbsp;เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม&amp;nbsp;เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อีกทั้งทรงพระวิริยอุตสาหะปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่นานัปการ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทรงทุ่มเทพระวรกาย&amp;nbsp;เพื่อประชาชนให้ได้รับความร่มเย็น&amp;nbsp;ตลอดจนทุกคราที่ชาติบ้านเมืองประสบความทุกข์ยาก&amp;nbsp;จากวิกฤตภัยต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;พระองค์ได้ทรงพระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์และพระราชทานแนวทางเพื่อคลี่คลาย&amp;nbsp;ขจัดปัญหาให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี&amp;nbsp;นำความผาสุกมาสู่ประเทศโดยถ้วนหน้า&amp;nbsp;บนหลักของการเข้าใจ&amp;nbsp;เข้าถึง&amp;nbsp;และพัฒนา&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างบูรณาการ&amp;nbsp;ก่อให้เกิดประโยชน์สุขต่อชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรและความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;เป็นที่มาของการทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัล&amp;nbsp;นักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม/&amp;nbsp;(Humanitarian&amp;nbsp;Soil&amp;nbsp;Scientist)&amp;nbsp;เป็นพระองค์แรกของโลก&amp;nbsp;โดยสหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติ/&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;IUSS&amp;nbsp;&amp;nbsp;(International&amp;nbsp;&amp;nbsp;Union&amp;nbsp;&amp;nbsp;of&amp;nbsp;Soil&amp;nbsp;Science)/&amp;nbsp;และองค์การสหประชาติ&amp;nbsp;(UN)&amp;nbsp;ได้มีมติรับรองให้วันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ธันวาคมของทุกปีเป็นวันดินโลก&amp;nbsp;(World&amp;nbsp;Soil&amp;nbsp;Day)&amp;nbsp;เพื่อใช้เป็นโอกาสในการขับเคลื่อนกิจกรรมเผยแพร่ความรู้ทางด้านดินและสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของดินทั้งในระดับประเทศ&amp;nbsp;และระดับโลก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายปัญญา&amp;nbsp;ใจสมุทร&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินภูเก็ต&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;องค์การสหประชาชาติ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้ประกาศให้วันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;ของทุกปี&amp;nbsp;เป็นวันดินโลก&amp;nbsp;เพื่อประกาศเกียรติคุณ&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&amp;nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&amp;nbsp;บรมนาถบพิตร&amp;nbsp;ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณีกิจกับการพัฒนาที่ดินมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน&amp;nbsp;ปรากฏผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์อย่างกว้างขวาง&amp;nbsp;ทั้งในประเทศและนานาชาติ&amp;nbsp;และเพื่อสร้างการรับรู้และตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรดิน&amp;nbsp;ต่อการพัฒนาด้านการเกษตรโภชนาการ&amp;nbsp;และความมั่งคงทางอาหาร&amp;nbsp;ทั้งในระดับประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;และระดับโลก&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยในวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;ของทุกปี&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;โดยกรมพัฒนาที่ดิน&amp;nbsp;ได้จัดงานวันดินโลก&amp;nbsp;เพื่อน้อมรำลึกถึง&amp;nbsp;พระมหากรุณาธิคุณและเชิดชูเกียรติยศในฐานะทรงเป็น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นักวิทยาสตร์ดินเพื่อมนุษย์ธรรม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;กลุ่มสมาชิกความร่วมมือทรัพยากรดินโลก&amp;nbsp;(Global&amp;nbsp;Soil&amp;nbsp;Partnership&amp;nbsp;:GSP)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้กำหนดจัดงาน&amp;nbsp;หัวข้อ&amp;nbsp;"&amp;nbsp;Halt&amp;nbsp;soil&amp;nbsp;salinization,&amp;nbsp;boost&amp;nbsp;soil&amp;nbsp;&amp;nbsp;productivity&amp;nbsp;:&amp;nbsp;&amp;nbsp;พิชิตดินเค็ม&amp;nbsp;เติมเต็มผลผลิต&amp;nbsp;สร้างชีวิตเกษตรกร&amp;nbsp;เน้นที่การจัดการดินเค็มเพื่อฟื้นฟูผลิตภาพของดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ที่เหมาะสมกับการปลูกพืช&amp;nbsp;โดยจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;กำหนดจัดกิตกรรมระหว่างวันที่&amp;nbsp;15-16&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ซึ่งมีกิจกรรมหลากหลาย&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;กิจกรรมน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&amp;nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&amp;nbsp;บรมนาถบพิตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นิทรรศการวันดินโลก&amp;nbsp;จากภาคีเครือข่ายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;การสาธิต&amp;nbsp;สร้างงาน&amp;nbsp;สร้างอาชีพ&amp;nbsp;ด้านการเกษตร&amp;nbsp;การจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าเกษตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>15/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ภูเก็ต</Province><Department>สวท.ภูเก็ต</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211215150651536</Link_News></row>
<row _id="147"><NewsTitle>เกษตรกรเจ้าของสวนทุเรียนรายใหญ่ทำทุเรียนนอกฤดูกาลราคาสูง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกษตรกรสวนเขาน้อย&amp;nbsp;เจ้าของสวนทุเรียนรายใหญ่จังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ประสบความสำเร็จทำให้ต้นทุเรียนพันธุ์หมอนทองออกผลผลิตนอกฤดูกาล&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปีติดต่อกัน&amp;nbsp;หลังเข้ารับซื้อส่งจีนราคาสูงลิ่วกิโลกรัมละ&amp;nbsp;180&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;พร้อมเปิดเป็นศูนย์เรียนรู้ให้เกษตรกร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;เป็นจังหวัดหนึ่งที่มีความพร้อมทางด้านการเกษตร&amp;nbsp;พื้นที่มีลักษณะราบลุ่ม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีแหล่งน้ำต้นทุนบริเวณเทือกเขาบรรทัดเป็นของตนเอง&amp;nbsp;มีการผลิตทางด้านการเกษตรที่หลากหลาย&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ทำนา&amp;nbsp;ทำสวนยางพารา&amp;nbsp;ทำสวนผลไม้&amp;nbsp;ประมงน้ำจืด&amp;nbsp;และปศุสัตว์&amp;nbsp;ทำให้เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพทางด้านการเกษตร&amp;nbsp;โดยมีโครงสร้างการผลิตทางด้านการเกษตรร้อยละ&amp;nbsp;32.67&amp;nbsp;แต่กลับมีรายได้ต่อหัวที่น้อย&amp;nbsp;โดยมีรายได้ต่อหัวอยู่ที่&amp;nbsp;71,298&amp;nbsp;ต่อคนต่อปี&amp;nbsp;เป็นอันดับที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;14&amp;nbsp;จังหวัดภาคใต้&amp;nbsp;ดังนั้นในการพัฒนาทางการเกษตร&amp;nbsp;คือการที่เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดี&amp;nbsp;ทรัพยากรการเกษตรมีความสมดุลและยั่งยืน&amp;nbsp;โดยน้อมนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินงาน&amp;nbsp;จังหวัดพัทลุงจึงได้กำหนดนโยบายสำคัญในการขับเคลื่อนงานเกษตรกรรมยั่งยืนเพื่อเพิ่มพื้นที่เกษตรอินทรีย์ของจังหวัดพัทลุง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายชากรี&amp;nbsp;รอดไฝ&amp;nbsp;อดีตข้าราชการกรมป่าไม้&amp;nbsp;หลังเกษียณอายุจากรับราชการ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หันมาทำอาชีพสวนผลไม้อย่างเต็มตัวในพื้นที่&amp;nbsp;สวนเขาน้อย&amp;nbsp;หมูที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลบ้านนา&amp;nbsp;อำเภอศรีนครินทร์&amp;nbsp;จังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;เนื้อกว่า&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ใกล้เส้นทางถนนสานเพชรเกษม&amp;nbsp;ช่วงพัทลุง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตรัง&amp;nbsp;เดิมทีบริเวณดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นพื้นที่สวนยางพารา&amp;nbsp;และสวนผลไม้แบบประสมผสาน&amp;nbsp;แต่ในช่วง&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;ได้น้อมนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการทำเกษตรเพื่อเพิ่มผลผลิต&amp;nbsp;เพิ่มรายได้&amp;nbsp;ปัจจุบันพื้นที่ส่วนใหญ่ปลูกต้นทุเรียนพันธุ์หมอนทอง&amp;nbsp;จำนวนหลายแปลงทั้งต้นที่เริ่มเพาะปลูกอายุประมาณ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปีกว่า&amp;nbsp;แปลงที่ต้นทุเรียนกำลังเจริญเติบโตอายุประมาณ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปีกว่า&amp;nbsp;และขณะนี้แปลงที่ได้รับผลผลิตมีต้นทุเรียนจำนวน&amp;nbsp;200&amp;nbsp;ต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายชากรี&amp;nbsp;รอดไฝ&amp;nbsp;อดีตข้าราชการเกษียณ&amp;nbsp;สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;กรมป่าไม้&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;พื้นที่ของจังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่ของอำเภอศรีนครินทร์&amp;nbsp;อำเภอกงหรา&amp;nbsp;และอำเภออื่นๆตามแนวเทือกเขาบรรทัด&amp;nbsp;เป็นพื้นที่เหมาะสมสำหรับทำการเกษตรดินอุดมสมบูรณ์ไปด้วยแร่ธาตุ&amp;nbsp;จึงเหมาะกับการทำสวนผลไม้ตนเองได้ปลูกต้นทุเรียนพันธุ์หมอนทอง&amp;nbsp;ทั้งหมดในเนื้อที่กว่า&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดสูงมาก&amp;nbsp;ปัจจุบันทุเรียน&amp;nbsp;สวนเขาน้อย&amp;nbsp;ศรีนครินทร์&amp;nbsp;แปลงที่ต้นทุเรียนให้ผลผลิตอายุประมาณ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปีกว่า&amp;nbsp;และเมื่อช่วงทุเรียนอายุประมาณ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;เริ่มทำทวายต้นทุเรียน&amp;nbsp;เพื่อให้ผลผลิตออกนอกฤดูกาล&amp;nbsp;ที่สวนเขาน้อย&amp;nbsp;ศรีนครินทร์&amp;nbsp;ทำทวายให้ต้นทุเรียนออกผลผลิตในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน&amp;nbsp;แลต้นเดือนธันวาคม&amp;nbsp;ซึ่งสามารถจำหน่ายได้ในราคาที่สูง&amp;nbsp;ครั้งนี้เป็นครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ของการทำให้ต้นทุเรียนจำนวน&amp;nbsp;200&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;ออกผลผลิตนอกฤดูกาล&amp;nbsp;ปีแรกได้ผลผลิตจำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;และคาดว่าปีนี้จะได้ผลผลิตประมาณ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้หลังผู้รับซื้อจากจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;นำคนงานเข้าตัดทุเรียนที่กำลังจะสุกประมาณ&amp;nbsp;70&amp;nbsp;&amp;nbsp;80&amp;nbsp;เปอร์เซ็นต์&amp;nbsp;ราคาออกจากสวนช่วงเดือนนี้กิโลกรัมละ&amp;nbsp;180&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และคาดว่าในช่วงเดือนมกราคม&amp;nbsp;ปีหน้าราคาอาจจะทะลุ&amp;nbsp;200&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ทั้งนี้หลังที่เข้ารับเพื่อนำจำหน่ายต่อไปยังประเทศจีน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายชากรี&amp;nbsp;รอดไฝ&amp;nbsp;อดีตข้าราชการเกษียณ&amp;nbsp;สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;กรมป่าไม้&amp;nbsp;กล่าวอีกว่า&lt;/strong&gt;ที่สวนเขาน้อย&amp;nbsp;ศรีนครินทร์&amp;nbsp;พร้อมเปิดเป็นแหล่งเรียนรู้ให้เกษตรกร&amp;nbsp;ที่รักอาชีพทำสวนผลไม้โดยเฉพาะสวนทุเรียน&amp;nbsp;ดังนั้นทางราชการโดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;น่าจะสนับสนุนเกษตรกรในพื้นที่ของจังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;และจังหวัดอื่นหันมาปลูกทุเรียน&amp;nbsp;และทำให้ผลผลิตออกนอกฤดูกาล&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรชาวสวนผลไม้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ขณะที่วันนี้&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายกู้เกียรติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;วงศ์กระพันธุ์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;ได้มอบใบรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร&amp;nbsp;"การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืชอาหาร&amp;nbsp;:GAP"&amp;nbsp;ให้กับ&amp;nbsp;นายชากรี&amp;nbsp;รอดไฝ&amp;nbsp;เจ้าของสวนทุเรียน&amp;nbsp;&amp;nbsp;สวนเขาน้อย&amp;nbsp;ศรีนครินทร์&amp;nbsp;ซึ่งกรมวิชาการทางเกษตร&amp;nbsp;จะตรวจสอบ&amp;nbsp;ติดตาม&amp;nbsp;และสุ่มตรวจทุกระยะ&amp;nbsp;อายุของใบรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรจะมีอายุเพียง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;เท่านั้น&amp;nbsp;จากนั้นเจ้าหน้าที่จะตรวจมาตรฐานใหม่อีกครั้งเพื่อออกใบรับรองดังกล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;074&amp;nbsp;612404&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>15/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>พัทลุง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211215174324604</Link_News></row>
<row _id="148"><NewsTitle>เกษตรกรกลุ่มแปลงใหญ่ทุเรียนเกาะช้าง จัดแถลงข่าว ทุเรียน GI ชะนีเกาะช้าง และมอบรางวัลให้กับเด็กนักเรียนที่ชนะประกวดออกแบบโลโก้</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;(ศพก.)&amp;nbsp;เกาะช้าง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;(สวนสมโภชน์เกาะช้าง)&amp;nbsp;ได้จัดการแถลงข่าว&amp;nbsp;ทุเรียน&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;ชะนีเกาะช้าง&amp;nbsp;และมอบรางวัลให้กับเด็กนักเรียนที่ชนะประกวดออกแบบโลโก้&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายชาญชัย&amp;nbsp;พชระวรางกูร&amp;nbsp;ปลัดอำเภอ&amp;nbsp;รักษาราชการแทนนายอำเภอเกาะช้าง&amp;nbsp;ร่วมมาให้การต้อนรับ&amp;nbsp;พร้อมทั้งนี้&amp;nbsp;มี&amp;nbsp;นายชยุทกฤดิ&amp;nbsp;นนทแก้ว&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดตราด&amp;nbsp;นางวรัญญา&amp;nbsp;ถนอมพันธ์พาณิชย์จังหวัดตราด&amp;nbsp;นายสารพล&amp;nbsp;ประศาสน์ศิลป์&amp;nbsp;ที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการแก้ปัญหาราคาผลิตผลเกษตรกรรม&amp;nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;และเกษตรกรชาวสวนทุเรียน&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าว&amp;nbsp;คณะครู&amp;nbsp;และนักเรียนในพื้นที่&amp;nbsp;อ.เกาะช้าง&amp;nbsp;เข้าร่วม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายเฉลิมพล&amp;nbsp;ทัศมากร&amp;nbsp;Young&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;จังหวัดตราด&amp;nbsp;ได้กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ขณะนี้กลุ่มทุเรียนชะนีเกาะช้าง&amp;nbsp;ได้ผ่านการรับรองและขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;Geographical&amp;nbsp;Indications&amp;nbsp;(GI)&amp;nbsp;จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา&amp;nbsp;กระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;18&amp;nbsp;สวน&amp;nbsp;เป็นที่เรียบร้อย&amp;nbsp;และได้มีการจัดประกวดออกแบบตราสัญลักษณ์&amp;nbsp;(Logo)&amp;nbsp;เพื่อนำไปใช้เป็นสัญลักษณ์ประจำกลุ่ม&amp;nbsp;โดยให้นักเรียนในพื้นที่อำเภอเกาะช้างส่งผลงานเข้าประกวด&amp;nbsp;และตัดสินผลงานเป็นที่เรียบร้อย&amp;nbsp;ทางกลุ่มจึงได้จัดให้มี&amp;nbsp;งานแถลงข่าว&amp;nbsp;ทุเรียน&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;ชะนีเกาะช้าง&amp;nbsp;และพิธีมอบรางวัลเป็นทุนการศึกษา&amp;nbsp;ให้กับนักเรียนเจ้าของผลงานที่ได้รับรางวัล&amp;nbsp;สำหรับนักเรียนที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ด.ช.สาริน&amp;nbsp;นอย&amp;nbsp;เด็กนักเรียนชั้น&amp;nbsp;ม.2&amp;nbsp;โรงเรียนบ้านคลองพร้าว&amp;nbsp;ได้รับรางวัลชนะเลิศ&amp;nbsp;เงินรางวัล&amp;nbsp;5,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ได้ออกแบบโลโก้จากความชื่นชอบ&amp;nbsp;รับประทานทุเรียนชะนี&amp;nbsp;เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว&amp;nbsp;และหาข้อมูลรายละเอียดจากอินเทอร์เน็ตเพิ่มเติม&amp;nbsp;และนำมาออกแบบเรียบง่าย&amp;nbsp;ตามสไตล์ของตนเอง&amp;nbsp;และดีใจที่ภาพวาดโลโก้ของตนเองจะได้นำมาทำเป็นโลโก้สัญลักษณ์ของทุเรียนชะนีเกาะช้าง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สุนิสา&amp;nbsp;สังข์ทอง&amp;nbsp;สวท.ตราด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>15/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ตราด</Province><Department>สวท.ตราด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211215190525641</Link_News></row>
<row _id="149"><NewsTitle>ประชุมคณะกรรมการบริหารสวนยางพาราและสวนปาล์มน้ำมัน ครั้งที่ 12565</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(15&amp;nbsp;ธ.ค.&amp;nbsp;64)&amp;nbsp;นายบุ่นเล้ง&amp;nbsp;โล่สถาพรพิพิธ&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสวนยางพาราและสวนปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เพื่อบริหารจัดการสวนยางพาราและสวนปาล์มน้ำมันเป็นไปด้วยความเรียบร้อย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ประชุมมีการรายงานผลผลิตยางพารา&amp;nbsp;แปลงตำบลวังมะปรางเหนือ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อำเภอวังวิเศษ&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ซึ่งได้เริ่มเปิดกรีดประจำฤดูกาลผลิต&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;-&amp;nbsp;กันยายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ได้ผลผลิตน้ำยางและเศษยาง&amp;nbsp;มีผลกำไร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;200,222.78&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และรายงานผลผลิตปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;แปลงตำบลวังมะปรางเหนือ&amp;nbsp;อำเภอวังวิเศษ&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;-&amp;nbsp;30&amp;nbsp;กันยายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้&amp;nbsp;17&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;มีผลกำไร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4,258,268&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;มีเรื่องเพื่อพิจารณา&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;การจ้างบุคคลเพื่อเป็นผู้จัดการสวนยางพาราและสวนปาล์มน้ำมัน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การจ้างบุคคลเพื่อเป็นผู้ควบคุมงานสวนปาล์มน้ำมันและยางพารา&amp;nbsp;ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามเสนอ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>15/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211215181017611</Link_News></row>
<row _id="150"><NewsTitle>เกษตรอำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายของเกษตรกรผู้ประสบภัยด้านพืช ด้วยเหตุอุทกภัยเนื่องจากน้ำป่าไหลหลาก ตำบลโพรงจระเข้ และตำบลนาชุมเห็ด</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้(&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;)&amp;nbsp;นายนนท์นภนต์&amp;nbsp;นาพอ&amp;nbsp;เกษตรอำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มอบหมายให้นางแพรวพรรณ&amp;nbsp;ทองพิทักษ์&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญ&amp;nbsp;พร้อมด้วยนายวิทยา&amp;nbsp;สมบัติทอง&amp;nbsp;อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&amp;nbsp;ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายด้านพืชของเกษตรกรหมู่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบลโพรงจระเข้&amp;nbsp;อำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;6&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;โดยพื้นที่ปลูกยางพาราได้รับความเสียหายอย่างสิ้นเชิงจำนวน&amp;nbsp;0-1-0&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;พื้นที่ปลูกต้นปาล์มน้ำมันได้รับความเสียหายอย่างสิ้นเชิงจำนวน&amp;nbsp;1-2-0&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;พื้นที่ปลูกกล้ายางพาราได้รับความเสียหายอย่างสิ้นเชิง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6-2-72&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;พื้นที่ปลูกทุเรียนได้รับความเสียหายอย่างสิ้นเชิง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;0-1-0&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;และพื้นที่ปลูกมะพร้าวได้รับความเสียหายอย่างสิ้นเชิง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;0-1-0&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ด้วยเหตุอุทกภัยเนื่องจากน้ำป่าไหลหลาก&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ยังได้มอบหมายให้นายธีรภัทร์&amp;nbsp;บุญฤทธิ์&amp;nbsp;และนายฮูสรี&amp;nbsp;หีมมะหมัด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&amp;nbsp;พร้อมด้วยนายคะนอง&amp;nbsp;นิ่มเพ็ง&amp;nbsp;อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&amp;nbsp;ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายด้านพืชของเกษตรกรหมู่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ตำบลนาชุมเห็ด&amp;nbsp;อำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;โดยพื้นที่ปลูกกล้วยไข่ได้รับความเสียหายอย่างสิ้นเชิง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;&amp;nbsp;1&amp;nbsp;งาน&amp;nbsp;และพื้นที่ปลูกกาแฟในสวนยางพาราได้รับความเสียหายอย่างสิ้นเชิง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;งาน&amp;nbsp;ด้วยเหตุอุทกภัยเนื่องจากน้ำป่าไหลหลาก&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ซึ่งทางสำนักงานเกษตรอำเภอย่านตาขาวจะดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติตามหลักเกณฑ์&amp;nbsp;และวิธีการที่การคลังกำหนดต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>15/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211215182015615</Link_News></row>
<row _id="151"><NewsTitle>เกษตรเมืองตรัง ลงพื้นที่ให้คำแนะนำด้านโรคพืชแก่เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน ตำบลควนปริง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้(&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;นายประทิ่น&amp;nbsp;วรรณงาม&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รักษาราชการเกษตรอำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;และผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;ควนปริง&amp;nbsp;ลงพื้นที่ให้คำแนะนำให้คำปรึกษาเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันตำบลควนปริง&amp;nbsp;อำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;พบว่าปาล์มน้ำมันมีลักษณะผิดปกติบริเวณใบล่าง&amp;nbsp;จากการวิเคราะห์เบื้องต้นสาเหตุเกิดจากโรคราสนิมเหล็ก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้ได้ให้คำแนะนำให้เกษตรกรประเมินความคุ้มค่ากับระดับความรุนแรงในการระบาด&amp;nbsp;หากการระบาดรุนแรงเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;แนะนำให้ใช้สารเคมีเบนโนมิลโอดี&amp;nbsp;-50&amp;nbsp;ควบคุมด้วยการฉีดพ่น&amp;nbsp;1-2&amp;nbsp;ครั้งหากกัน&amp;nbsp;15&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;6-12&amp;nbsp;กรัมต่อน้ำ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;หรือใช้ตามคำแนะนำของ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ผลิตภัณฑ์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>15/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211215182120616</Link_News></row>
<row _id="152"><NewsTitle>สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 9 กรมพัฒนาที่ดิน จัดงานวันดินโลก ระดับจังหวัด  เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและเชิดชูพระเกียรติของในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้านการพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรดินมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน ปรากฏเป็นผลสำเร็จอย่างกว้างขวาง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ธ.ค.64&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต&amp;nbsp;9&amp;nbsp;กรมพัฒนาที่ดิน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายกฤชเพชร&amp;nbsp;เพชระบูรณิน&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดงานกิจกรรมวันดินโลก&amp;nbsp;ระดับจังหวัด&amp;nbsp;ประจำประจำปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;พิชิตดินเค็ม&amp;nbsp;เติม&amp;nbsp;เต็ม&amp;nbsp;ผลผลิต&amp;nbsp;สร้างชีวิต&amp;nbsp;เกษตรกร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสุรินทร์&amp;nbsp;ไวยเจริญ&amp;nbsp;รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต&amp;nbsp;9&amp;nbsp;กรมพัฒนาที่ดิน&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและเชิดชูพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&amp;nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&amp;nbsp;บรมนาถบพิตร.&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;ทรงปฏิบัติพฺระราชกรณียกิจเกี่ยวกับการพัฒนาที่ดินมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน&amp;nbsp;ปรากฏผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์อย่างกว้างขวาง&amp;nbsp;และเพื่อสร้างการรับรู้&amp;nbsp;และความตระหนักถึงความสำคัญของการทรัพยากรดิน&amp;nbsp;ต่อการพัฒนาด้านการพัฒนาทรัพยากรดินเพื่อการเกษตรและเกิดจิตสำนึกในการช่วยกันอนุรักษ์ทรัพยากรดินอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ภายในงานประกอบด้วย&amp;nbsp;นิทรรศการด้านทรัพยากรดิน&amp;nbsp;พิพิธภัณฑ์ดิน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นิทรรศการด้านการจัดการดินเค็ม&amp;nbsp;นิทรรศการการปรับปรุงดิน&amp;nbsp;การเสวนาเรื่อง&amp;nbsp;การปรับปรุงบำรุงดิน&amp;nbsp;โดยหมอดินอาสา&amp;nbsp;3&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;ได้แก่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นางชลาลัย&amp;nbsp;ทับสิงห์&amp;nbsp;หมอดินอาสาบ้านปางตางู&amp;nbsp;ตำบลปางสวรรค์&amp;nbsp;อำเภอชุมตาบง&amp;nbsp;จังหวัดนครสวรรค์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายจำลอง&amp;nbsp;สงวนสุข&amp;nbsp;หมอดินอาสาบ้านลำพยนต์&amp;nbsp;ตำบลลำพยนต์&amp;nbsp;อำเภอตากฟ้า&amp;nbsp;จังหวัดนครสวรรค์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นางราตรี&amp;nbsp;บัวพนัส&amp;nbsp;หมอดินอาสาบ้านดงมัน&amp;nbsp;ตำบลจันเสน&amp;nbsp;อำเภอตาคลี&amp;nbsp;จังหวัดนครสวรรค์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การจัดงานครั้งนี้เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงาน&amp;nbsp;ซึ่งประกอบด้วย&amp;nbsp;เ&lt;/strong&gt;กษตรกร&amp;nbsp;หมอดินอาสา&amp;nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&amp;nbsp;ประชาชนทั่วไป&amp;nbsp;รวมทั้งสื่อมวลชน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;40&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ได้รับความรู้เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจด้านการพัฒนาที่ดิน&amp;nbsp;และตระหนักถึงความสำคัญของการร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรดินให้มีความอุดมสมบูรณ์รวมทั้งช่วยกันเผยแพร่ขยายผลไปปรับใช้กับพื้นที่ในท้องถิ่นต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>15/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>นครสวรรค์</Province><Department>สวท.นครสวรรค์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211215213858744</Link_News></row>
<row _id="153"><NewsTitle>จ.มหาสารคาม จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จ.มหาสารคาม&amp;nbsp;จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ธ.ค.&amp;nbsp;64&amp;nbsp;ที่โรงเรียนบ้านหนองรูแข้&amp;nbsp;ต.บัวสันตุ&amp;nbsp;อ.ยางสีสุราช&amp;nbsp;จ.มหาสารคาม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเกียรติศักดิ์&amp;nbsp;ตรงศิริ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&lt;/strong&gt;ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายธัญญวัฒน์&amp;nbsp;ชาญพินิจ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายนพดล&amp;nbsp;พลซื่อ&amp;nbsp;นายอำเภอยางสีสุราช&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;หน่วยงานภาคีเครือข่าย&amp;nbsp;และประชาชน&amp;nbsp;เข้าร่วม&amp;nbsp;ภายใต้มาตรการด้านสาธารณสุขเพื่อป้องการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับ&amp;nbsp;โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จัดขึ้นมีวัตถุประสงค์&amp;nbsp;เพื่อให้บริการแก่เกษตรกร&amp;nbsp;ในการแก้ไขปัญหาด้านการผลิตทางการเกษตรให้ได้อย่างรวดเร็วและสอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง&amp;nbsp;หน่วยงานวิชาการ&amp;nbsp;หน่วยงานส่งเสริม&amp;nbsp;และหน่วยงาน&amp;nbsp;อื่นๆ&amp;nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมกันพัฒนาฟื้นฟูเกษตรกร&amp;nbsp;และแก้ไขปัญหาร่วมกัน&amp;nbsp;ในรูปกิจกรรมการ&amp;nbsp;ให้บริการเคลื่อนที่&amp;nbsp;ทำให้การผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน&amp;nbsp;สำหรับกิจกรรมให้บริการประชาชน&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;คลินิกข้าว&amp;nbsp;คลินิกพืช&amp;nbsp;คลินิกดิน&amp;nbsp;คลินิกสัตว์&amp;nbsp;คลินิกประมง&amp;nbsp;คลินิกกฎหมาย&amp;nbsp;ส.ป.ก.&amp;nbsp;คลินิกบัญชี&amp;nbsp;คลินิกสหกรณ์&amp;nbsp;คลินิกชลประทาน&amp;nbsp;คลินิกหม่อนไหม&amp;nbsp;คลินิกสุขภาพ&amp;nbsp;คลินิกซ่อมบำรุงเครื่องยนต์เล็ก&amp;nbsp;คลินิกฝนหลวง&amp;nbsp;และการมอบ&amp;nbsp;พันธุ์ปลา&amp;nbsp;พันธุ์พืช&amp;nbsp;และการบริการจากหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp;โดยไม่มีค่าใช้จ่าย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;มีการจำหน่ายสินค้าและผลิตผลทางการเกษตร&amp;nbsp;จากวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;กลุ่มแม่บ้าน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และกลุ่มส่งเสริมอาชีพต่างๆ&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม&amp;nbsp;ได้ออกหน่วยบริการฉีดวัคซีนป้องกัน&amp;nbsp;Covid-19&amp;nbsp;ภายในงานอีกด้วย&amp;nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมหาสารคาม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>15/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>มหาสารคาม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมหาสารคาม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211215200133689</Link_News></row>
<row _id="154"><NewsTitle>จ.อุทัยธานี กรมปศุสัตว์ดำเนินโครงการสัตวแพทย์พระราชทานในพระราชดำริ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(15&amp;nbsp;ธ.ค.64)&amp;nbsp;ที่หอประชุมเทศบาลตำบลลานสัก&amp;nbsp;อำเภอลานสัก&amp;nbsp;จังหวัดอุทัยธานี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายสัตวแพทย์สรวิศ&amp;nbsp;ธานีโต&amp;nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดพิธีโครงการสัตวแพทย์พระราชทานในพระราชดำริ&amp;nbsp;สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&amp;nbsp;พระบรมราชินีนาถ&amp;nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายขจรเกียรติ&amp;nbsp;รักพานิชมณี&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี&amp;nbsp;นายประสงค์&amp;nbsp;เรืองสวัสดิ์&amp;nbsp;รักษาราชการแทนปศุสัตว์จังหวัดอุทัยธานี&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;และเกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;ให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดย&amp;nbsp;ในโครงการ&amp;nbsp;มีกิจกรรมต่างๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การตรวจรักษาพยาบาลสัตว์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ให้คำแนะนำด้านปศุสัตว์&amp;nbsp;ฉีดวัคซีนป้องกันโรคในสัตว์&amp;nbsp;ผ่าตัดทำหมันสุนัขและแมว&amp;nbsp;การจัดแสดงนิทรรศการให้ความรู้&amp;nbsp;แนะนำการเลี้ยงสัตว์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในการนี้&amp;nbsp;นายสัตวแพทย์สรวิศ&amp;nbsp;ธานีโต&amp;nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การดำเนินโครงการดังกล่าว&amp;nbsp;เป็นงานสนองพระราชดำริ&amp;nbsp;สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&amp;nbsp;พระบรมราชินีนาถ&amp;nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&amp;nbsp;เป็นการสร้างคุณประโยชน์ให้แก่เกษตรกรผู้ยากไร้&amp;nbsp;อยู่ห่างไกลและขาดโอกาส&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;การดำเนินโครงการสัตวแพทย์พระราชทานฯ&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จะออกหน่วยให้บริการในพื้นที่&amp;nbsp;ตำบลลานสัก&amp;nbsp;ตำบลระบำ&amp;nbsp;ตำบลน้ำรอบ&amp;nbsp;และตำบลทุ่งนางาม&amp;nbsp;อำเภอลานสัก&amp;nbsp;โดยมีเป้าหมายเกษตรกรมารับบริการไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;200&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และสัตว์เลี้ยงของเกษตรกรไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;400&amp;nbsp;ตัว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ข่าว/ภาพ&amp;nbsp;:&amp;nbsp;ส.ปชส.อุทัยธานี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>15/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>อุทัยธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุทัยธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211215200754699</Link_News></row>
<row _id="155"><NewsTitle>ธกส.หนองบัวลำภูเดินหน้ามาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2564-65 เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาข้าว และช่วยเหลือเกษตรกรในจังหวัดหนองบัวลำภู</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(15&amp;nbsp;ธ.ค.&amp;nbsp;64)&amp;nbsp;นายสุวิทย์&amp;nbsp;จันทร์หวร&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู&amp;nbsp;เป็นประธาน&lt;/strong&gt;ในการมอบเงินมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวและมาตรการคู่ขนาน&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;และประชาชนผู้สนใจเข้าร่วมในงานครั้งนี้&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;(ธ.ก.ส.)&amp;nbsp;สาขาหนองบัวลำภู&amp;nbsp;อ.หนองบัวลำภู&amp;nbsp;จ.หนองบัวลำภู&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเสรี&amp;nbsp;ปัตถา&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;จังหวัดหนองบัวลำภู&amp;nbsp;กล่าวรายงานว่า&lt;/strong&gt;ตามมติคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;และมติที่ประชุมคณะกรรมการ&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;เห็นชอบให้&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;ดำเนิน&amp;nbsp;โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2563/64&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้ได้รับผลตอบแทนจากการผลิตที่เหมาะสม&amp;nbsp;ป้องกันความเสี่ยงด้านราคาไม่ให้เกษตรกรประสบปัญหาขาดทุน&amp;nbsp;และช่วยแก้ไขปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลก&amp;nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;และอุทกภัย&amp;nbsp;ซึ่ง&amp;nbsp;ธ.ก.ส.จังหวัดหนองบัวลำภู&amp;nbsp;ได้โอนเงินเข้าบัญชีของเกษตรกรโดยตรง&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;-&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ธ.ค.&amp;nbsp;64&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;รวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;58,963&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เป็นจำนวนเงิน&amp;nbsp;1,014,360,727.89&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พร้อมกันนี้รัฐบาลได้มอบหมายให้&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;ดำเนินโครงการภายใต้มาตรการคู่ขนานเพื่อรักษาเสถียร&lt;/strong&gt;ภาพราคาข้าวในการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ประกอบด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;1.&amp;nbsp;โครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากภาระต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น&amp;nbsp;และจูงใจให้เกษตรกรดูแลรักษาข้าวให้มีคุณภาพดี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรมีเงินทุนหมุนเวียนระหว่างชะลอการขายข้าว&amp;nbsp;ไม่ต้องเร่งขายขาวเปลือกในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมากและราคาตกต่ำ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;3.&amp;nbsp;โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกรปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;เพื่อนำไปพัฒนายคุณภาพผลผลิต&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การลดความชื้น&amp;nbsp;การแปรรูปผลผลิตเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสุวิทย์&amp;nbsp;จันทร์หวร&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู&amp;nbsp;เผยว่าสถานการณ์ในช่วงที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ไม่ว่าจะปัญหาการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;หรือปัญหาอุทกภัย&amp;nbsp;ได้สร้างความยากลำบากให้กับประชาชน&amp;nbsp;โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกร&amp;nbsp;ซึ่งรัฐบาลก็ได้หาแนวทางในการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนมาโดยตลอด&amp;nbsp;จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวและมาตรการคู่ขนาน&amp;nbsp;จะมีส่วนช่วยให้เกษตรกรในจังหวัดหนองบัวลำภู&amp;nbsp;ได้รับความช่วยเหลืออย่างทั่วถึง&amp;nbsp;และขอขอบคุณ&amp;nbsp;ผู้บริหาร&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;และประชาชนที่มีส่วนช่วยผลักดันโครงการฯ&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนชาวจังหวัดหนองบัวลำภู&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>15/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>หนองบัวลำภู</Province><Department>สวท.หนองบัวลำภู</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211215201230703</Link_News></row>
<row _id="156"><NewsTitle>ภารกิจนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี  ส่งเสริมเกษตรกรเลี้ยงปูทะเลเป็นรายได้ พร้อมผลักดันให้จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นแหล่งปูดำทะเลโลก</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(15&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;บ่อเลี้ยงปูดำ&amp;nbsp;บ้านโต๊ะโสม&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ต.บางปู&amp;nbsp;ภาคส่วนราชการ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;และสมาชิกเกษตรกรกลุ่มเลี้ยงปูดำในพื้นที่&amp;nbsp;ต.บางปู,&amp;nbsp;กลุ่มชุมชนท่องเที่ยว&amp;nbsp;ต.บางปู&amp;nbsp;อ.ยะหริ่ง&amp;nbsp;จ.ปัตตานี&amp;nbsp;ให้การต้อนรับ&amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ที่เดินทางมาปฏิบัติราชการในพื้นที่&amp;nbsp;ผลักดันให้พื้นที่บ่อปู&amp;nbsp;เป็นแหล่งเรียนรู้ชุมชน&amp;nbsp;และพัฒนาอาชีพการเลี้ยงปูดำของจังกวัดชายแดนภาคใต้ไปสู่เมืองปูโลก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การลงพื้นที่ในครั้งนี้เป็นการลงมาเยี่ยมให้กำลังใจพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;โดยการดำเนินงานของทางรัฐบาลกำลังเร่งแก้ไขปัญหาความยากจนรายครัวเรือน&amp;nbsp;ซึ่งต้องใช้การวางแผนอย่าครอบคลุมในหลายมิติ&amp;nbsp;เพื่อขับเคลื่อนทุกๆ&amp;nbsp;ด้านเกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;ในส่วนของพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้มีวางแผนพัฒนาโครงการเกษตรแนวใหม่&amp;nbsp;ส่งเสริมอาชีพการปลูกผลไม้ท้องถิ่น&amp;nbsp;และการเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ&amp;nbsp;ในขณะเดียวสำหรับการพัฒนาส่งเสริมการเลี้ยงปูจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;สู่เมืองปูโลก&amp;nbsp;โดยการนำร่องในพื้นที่จังหวัดปัตตานีในครั้งนี้&amp;nbsp;เป็นการส่งเสริมให้ชาวบ้านได้มีอาชีพเลี้ยงปู&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรียังได้ลงมือปรุงปูผัดผงกะหรี่ด้วยตนเอง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;วัตถุดิบหลักคือใช้ปูดำทะเลของที่นี่อีกด้วย&amp;nbsp;ภายหลังจากเยี่ยมชมนิทรรศการการเลี้ยงปูแบบครบวงจร&amp;nbsp;โดยมีตัวแทนเกษตรผู้เลี้ยงปูทะเลคอยให้ข้อมูล&amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบันจากการขับเคลื่อนนำร่องการเลี้ยงปูจังหวัดชายแดนภาคใต้สู่เมืองปูโลก&amp;nbsp;ของ&amp;nbsp;ศอ.บต.กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;นำไปสู่วิธีการเลี้ยง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ประเภท&amp;nbsp;คือปล่อยตามธรรมชาติ&amp;nbsp;(ป่าชายเลน)&amp;nbsp;วิธีที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เลี้ยงในบ่อร้าง&amp;nbsp;และเลี้ยงแบบคอนโด&amp;nbsp;หลังจากนั้นนายกฯ&amp;nbsp;ได้พบปะกับประชาชน&amp;nbsp;พร้อมมอบพันธุ์ลูกปู&amp;nbsp;และไม้โกงกางให้กับเกษตรกร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>15/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211215191224648</Link_News></row>
<row _id="157"><NewsTitle>กรมปศุสัตว์ ให้บริการประชาชนสนองงานตามโครงการสัตวแพทย์พระราชทานในพระราชดำริ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงฯ ณ จังหวัดอุทัยธานี</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายสัตวแพทย์สรวิศ&amp;nbsp;ธานีโต&amp;nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดโครงการสัตวแพทย์พระราชทาน&amp;nbsp;ในพระราชดำริสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&amp;nbsp;พระบรมราชินีนาถ&amp;nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&amp;nbsp;ที่จังหวัดอุทัยธานี&amp;nbsp;โดยครั้งนี้ถือเป็นการดำเนินงานครั้งแรกของปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;เริ่มคลี่คลาย&amp;nbsp;กำหนดออกปฏิบัติงาน&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ธันวาคมนี้&amp;nbsp;โดยมีการออกหน่วยให้บริการในเขตพื้นที่อำเภอลานสัก&amp;nbsp;จังหวัดอุทัยธานี&amp;nbsp;ให้บริการด้านปศุสัตว์และด้านสัตว์เลี้ยงโครงการสัตวแพทย์พระราชทานฯ&amp;nbsp;ดำเนินงานมาตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2550&amp;nbsp;โดยจะมีการจัดกิจกรรมปีละ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;การดำเนินงานโครงการสัตวแพทย์พระราชทานฯ&amp;nbsp;เป็นงานสนองพระราชดำริ&amp;nbsp;สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&amp;nbsp;พระบรมราชินีนาถ&amp;nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&amp;nbsp;เป็นการแบ่งเบาพระราชกรณียกิจอีกทางหนึ่ง&amp;nbsp;สร้างคุณประโยชน์ให้แก่เกษตรกรผู้ยากไร้&amp;nbsp;ที่อยู่ห่างไกลและขาดโอกาส&amp;nbsp;เป็นการปฏิบัติงานโดยความร่วมมือร่วมใจระหว่างภาครัฐ&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;รวมทั้งคณะสัตวแพทยศาสตร์ของมหาวิทยาลัย&amp;nbsp;และวิชาชีพอื่นๆ&amp;nbsp;ที่เกี่ยวข้องในการให้บริการแก่เกษตรกรที่อยู่ห่างไกล&amp;nbsp;มีการใช้เทคโนโลยีและวิชาการทันสมัยของแขนงต่างๆ&amp;nbsp;เพื่อบริการประชาชนให้ได้ผลสำเร็จ&amp;nbsp;มีกิจกรรมต่างๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การตรวจรักษาพยาบาลสัตว์&amp;nbsp;ให้บริการผสมเทียม&amp;nbsp;ให้คำปรึกษาแนะนำด้านปศุสัตว์&amp;nbsp;ฉีดวัคซีนป้องกันโรคในสัตว์&amp;nbsp;กำจัดพยาธิภายในภายนอก&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;เห็บ&amp;nbsp;เหา&amp;nbsp;หมัด&amp;nbsp;การแจกยาและเวชภัณฑ์สำหรับสัตว์&amp;nbsp;การผ่าตัดทำหมันสุนัขและแมว&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;เพี่อมุ่งสร้างความกินดี&amp;nbsp;อยู่ดีให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;ช่วยพัฒนาสุขภาพสัตว์เลี้ยงของชาวบ้านให้มีความสมบูรณ์แข็งแรง&amp;nbsp;ที่สำคัญเป็นการป้องกันโรคระบาดสัตว์และโรคติดต่อระหว่างสัตว์และคน&amp;nbsp;โดยกำหนดจุดให้บริการในวันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;บริการเกษตรกรผู้เลี้ยงปศุสัตว์ในพื้นที่&amp;nbsp;และในวันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;บริการเกษตรกรผู้เลี้ยงปศุสัตว์ในพื้นที่&amp;nbsp;บ้านบึงแห้งและบ้านบุ่งกะเชอ&amp;nbsp;จัดอบรมเสวนาความรู้เรื่องการจัดการด้านสุขภาพแพะแกะที่ทำการกลุ่มผู้เลี้ยงแพะลานสักหมู่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;และให้บริการด้านสัตว์เล็กในพื้นที่องค์กรบริหารส่วนตำบลทุ่งนางามและตำบลน้ำรอบการดำเนินการโครงการสัตวแพทย์พระราชทานฯ&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี&amp;nbsp;มีเป้าหมายเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์มารับบริการไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;200&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และสัตว์เลี้ยงของเกษตรกรไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;400&amp;nbsp;ตัว&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>15/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211215200011688</Link_News></row>
<row _id="158"><NewsTitle>พ่อเมืองศรีสะเกษ เปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารประจำปี 2565  ที่อำเภอกันทรารมย์</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(15&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;)&amp;nbsp;ที่โดมเทศบาลตำบลกันทรารมย์&amp;nbsp;อำเภอกันทรารมย์&amp;nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายวัฒนา&amp;nbsp;พุฒิชาติ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมีนายวิชัย&amp;nbsp;ศรีโพธิ์งาม&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;นายปราจิต&amp;nbsp;แก้วลา&amp;nbsp;นายอำเภอกันทรารมย์&amp;nbsp;&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดศรีสะเกษในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เกษตรอำเกษตรอำเภอทั้ง&amp;nbsp;22&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;และเกษตรกรในพื้นที่อำเภอกันทรารมย์&amp;nbsp;เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยเป็นการดำเนินงานในลักษณะบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างนักวิชาการเกษตร&lt;/strong&gt;ของหน่วยงานต่างๆในแต่ละสาขา&amp;nbsp;ทั้งด้านพีช&amp;nbsp;สัตว์&amp;nbsp;ประมง&amp;nbsp;ดิน&amp;nbsp;และน้ำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีหน่วยงานเปิดให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่แก่เกษตรกรและผู้สนใจ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประกอบไปด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ศูนย์วิจัยพืชส่วนศรีสะเกษ&amp;nbsp;และศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;ให้บริการคลินิกพืช&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สถานีพัฒนาที่ดินศรีสะเกษ&amp;nbsp;ให้บริการคลินิกดิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;และสถานีวิจัยทดสอบพันธุ์สัตว์ศรีสะเกษ&amp;nbsp;ให้บริการคลินิกสัตว์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ศูนย์วิจัยบำรุงพันธุ์สัตว์และสำนักงานประมงจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;และศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดศรีสะเกษ&amp;nbsp;ให้บริการคลินิกประมง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำนักงานสหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;ให้บริการคลินิกสหกรณ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ศรีสะเกษ&amp;nbsp;ให้บริการคลินิกบัญชี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โครงการชลประทานศรีสะเกษ&amp;nbsp;ให้บริการคลินิกชลประทาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;ให้บริการคลินิกกฎหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;ให้บริการคลินิกเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวศรีสะเกษ&amp;nbsp;ให้บริการคลินิกข้าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&amp;nbsp;พระบรมราชินีนาถ&amp;nbsp;(ศรีสะเกษ)&amp;nbsp;ให้บริการคลินิกหม่อนไหม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การย่างแห่งประเทศไทยจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;ให้บริการคลินิกยางพารา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำนักงานเกษตรจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;และสำนักงานเกษตรอำเภอกันทรารมย์&amp;nbsp;ให้บริการด้านการเกษตรสาชาพืช&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อเป็นการให้บริการแก่เกษตรกรในการแก้ไขปัญหาการเกษตรในพื้นที่ห่างไกล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สามารถเข้าถึงบริการทางวิชาการและได้รับแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรอย่างครบวงจรในคราวเดียวกันให้คล้องกับปัญหาความต้องการของเกษตรกร&amp;nbsp;เพื่อให้บริการแก่เกษตรกรในการแก้ไขปัญหาด้านการผลิตทางการเกษตรได้อย่างรวดเร็วและทันเหตุการณ์&amp;nbsp;และเพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานวิชาการ&amp;nbsp;หน่วยงานส่งเสริมและศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลในการพัฒนาฟื้นฟูเกษตรกร&amp;nbsp;ให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมี&amp;nbsp;ประสิทธิภาพและยั่งยืนต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;มลฤดี&amp;nbsp;ลูกอินทร์&amp;nbsp;/&amp;nbsp;สวท.ศรีสะเกษ&amp;nbsp;/&amp;nbsp;ข่าว&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>15/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ศรีสะเกษ</Province><Department>สวท.ศรีสะเกษ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211215201855707</Link_News></row>
<row _id="159"><NewsTitle>รองผู้ว่าฯ สตูล เปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ครั้งที่ 1 ปีงบประมาณ 2565 และงานวันดินโลก ปี 2564</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่สถานีพัฒนาที่ดินสตูล&amp;nbsp;ตำบลควนกาหลง&amp;nbsp;อำเภอควนกาหลง&amp;nbsp;จังหวัดสตูล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายสุพจน์&amp;nbsp;รอดเรือง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;หนองคาย&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&amp;nbsp;เป็นประธานพิธีโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และงานวันดินโลก&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;โดยมีนายยงยุทธ&amp;nbsp;ถนอมศรีมงคล&amp;nbsp;นายอำเภอควนกาหลง&amp;nbsp;นายอำนวย&amp;nbsp;แออุดม&amp;nbsp;รักษาการแทนเกษตรจังหวัดสตูล&amp;nbsp;นายวีระพจน์&amp;nbsp;เรืองมี&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินสตูล&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;และเกษตรกร&amp;nbsp;กว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;160&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;เข้าร่วมฯ&amp;nbsp;พร้อมกันนี้&amp;nbsp;ประธานในพิธีได้เดินตรวจเยี่ยม&amp;nbsp;บูธนิทรรศการให้ความรู้&amp;nbsp;และการให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ด้านต่างๆ&amp;nbsp;อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และงานวันดินโลก&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เพื่อให้บริการแก่เกษตรกรในการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรได้อย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;ทั่วพื้นที่โดยที่เกษตรกรไม่ต้องเดินทางไปหาเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;และสอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร&amp;nbsp;ตลอดจนสร้างการรับรู้&amp;nbsp;ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติและเกิดจิตสำนึกในการช่วยกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;ซึ่งมีการบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานวิชาการ&amp;nbsp;หน่วยงานส่งเสริมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมให้บริการเกษตรกรให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน&amp;nbsp;โดยเป็นการปฏิบัติงาน&amp;nbsp;ในเชิงรุกที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหา&amp;nbsp;ให้ได้รับบริการทางการเกษตร&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การวิเคราะห์ดิน&amp;nbsp;การวินิจฉัยโรคพืช&amp;nbsp;โรคสัตว์&amp;nbsp;โรคสัตว์น้ำ&amp;nbsp;รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและฝึกอบรมความรู้การเกษตรเสริมเพิ่มเติมควบคู่กันไปด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในส่วนของงานวันดินโลก&amp;nbsp;ตามที่&amp;nbsp;องค์การสหประชาชาติ&amp;nbsp;(UN)&amp;nbsp;ได้ประกาศให้วันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ธันวาคมของ&amp;nbsp;ทุกปี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นวันดินโลก&amp;nbsp;(World&amp;nbsp;Soil&amp;nbsp;Day)&amp;nbsp;เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&amp;nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&amp;nbsp;บรมนาถบพิตร&amp;nbsp;ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ&amp;nbsp;เกี่ยวกับการพัฒนาที่ดินมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน&amp;nbsp;ปรากฏผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์&amp;nbsp;อย่างกว้างขวางทั้งในประเทศและนานาชาติ&amp;nbsp;และเพื่อสร้างการรับรู้และความตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรดินต่อการพัฒนาด้านการเกษตร&amp;nbsp;โภชนาการ&amp;nbsp;และความมั่นคงทางอาหารให้ประชากรโลก&amp;nbsp;ทั้งในระดับประเทศ&amp;nbsp;และระหว่างประเทศ&amp;nbsp;โดยเริ่มตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2557&amp;nbsp;เป็นต้นมา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ภายในงานมีกิจกรรม&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;นิทรรศการให้ความรู้&amp;nbsp;การถ่ายทอดความรู้ด้านการเกษตร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และเปิดให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ด้านต่างๆ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;คลินิกพืช&amp;nbsp;คลินิกปศุสัตว์&amp;nbsp;คลินิกดิน&amp;nbsp;คลินิกประมง&amp;nbsp;คลินิกปฏิรูปที่ดิน&amp;nbsp;คลินิกสหกรณ์&amp;nbsp;คลินิกชลประทาน&amp;nbsp;คลินิกยางพารา&amp;nbsp;คลินิกตรวจบัญชี&amp;nbsp;คลินิกสุขภาพ&amp;nbsp;คลินิกประเมินผลและการให้บริการของหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>15/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สตูล</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211215193653672</Link_News></row>
<row _id="160"><NewsTitle>จ.จันทบุรี เดินหน้าหาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนทุเรียน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ธ.ค.64&amp;nbsp;)&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมสื่อสาร&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายสุธี&amp;nbsp;ทองแย้ม&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;เป็นประธานนำหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมรับฟังข้อเสนอระบบป้องกันการสวมสิทธิ์&amp;nbsp;ทุเรียน&amp;nbsp;จากบริษัทวิเดฟซอฟท์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ที่นำเสนอแอปพลิเคชันการเข้าถึงของเกษตรกร&amp;nbsp;ผู้ปลูกทุเรียน&amp;nbsp;ตามนโยบายของจังหวัดจันทบุรีที่มุ่งหวังป้องกัน&amp;nbsp;แก้ไขปัญหาการสวมสิทธิทุเรียนเมืองจันท์ให้ทันสถานการณ์โดยเฉพาะปัญหาซ้ำซากในการส่งออกทุเรียนให้ราบรื่น&amp;nbsp;คล่องตัว&amp;nbsp;เป็นประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;จังหวัดจันทบุรีมีมาตรการในการส่งเสริมเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนให้มีคุณภาพ&lt;/strong&gt;ตามที่ตลาดต้องการ&amp;nbsp;รวมทั้งได้วางแผนการตลาด&amp;nbsp;การรับรองสินค้าคุณภาพที่&amp;nbsp;สวพ.6&amp;nbsp;ออกใบรับรอง&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;แก่เกษตรกรที่บันทึกกิจกรรม&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ข้อตามเกณฑ์&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;ส่วนแอปที่บริษัทมานำเสนอในครั้งนี้จะเป็นการนำข้อมูลเข้าระบบด้วยตัวเกษตรกรผู้ผลิตเอง&amp;nbsp;ข้อมูลที่เป็นจริง&amp;nbsp;ไม่ซ้ำซ้อน&amp;nbsp;ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงข้อมูลแหล่งผลิต&amp;nbsp;การบำรุงรักษาผลผลิต&amp;nbsp;อายุการเก็บเกี่ยว&amp;nbsp;และข้อมูลอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ที่เกี่ยวข้องซึ่งจะสร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภคเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ส่งผลดีต่อราคาผลผลิตและรายได้ของเกษตรกร&amp;nbsp;ทั้งนี้จังหวัดจันทบุรีจะได้มีการพิจารณาข้อเสนอของบริษัทที่มานำเสนอเรื่องของแอปพลิเคชัน&amp;nbsp;ระบบป้องกันการสวมสิทธิ์ทุเรียนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในโอกาสต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>16/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>จันทบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211216133437897</Link_News></row>
<row _id="161"><NewsTitle>สุพรรณบุรีเปิดงานประชาสัมพันธ์โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาดสอดคล้องตามยุทธศาสตร์ชาติในการสร้างฐานรากให้มั่นคงในระดับท้องถิ่นและชุมชน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;(16&amp;nbsp;ธ.ค.64)&amp;nbsp;ที่โรงบรรจุผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ของกลุ่มแปลงใหญ่ผัก&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หมู่ที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ตำบลบ่อสุพรรณ&amp;nbsp;อำเภอสองพี่น้อง&amp;nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;นายประภัตร&amp;nbsp;โพธสุธน&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดงานประชาสัมพันธ์โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&amp;nbsp;พร้อมกล่าวว่า&amp;nbsp;โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาดเป็นหนึ่งในโครงการของรัฐบาลที่มุ่งหวังว่ากลุ่มเกษตรแปลงใหญ่จะสามารถนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาและบริหารจัดการแปลงใหญ่&amp;nbsp;เพื่อต่อยอดด้านคุณภาพ&amp;nbsp;มาตรฐาน&amp;nbsp;การแปรรูป&amp;nbsp;การสร้างมูลค่าเพิ่ม&amp;nbsp;เชื่อมโยงตลาด&amp;nbsp;เพื่อสร้างโอกาสในการเพิ่มคุณภาพผลผลิต&amp;nbsp;ลดต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;และเพิ่มรายได้อย่างยั่งยืนต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายวีรศักดิ์&amp;nbsp;บุญเชิญ&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรีมีกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่เสนอความต้องการเข้าร่วมโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;24&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;และกรมการข้าว&amp;nbsp;21&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;ซึ่งกลุ่มแปลงใหญ่ผัก&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ตำบลบ่อสุพรรณ&amp;nbsp;อำเภอสองพี่น้อง&amp;nbsp;มีสมาชิกจำนวน&amp;nbsp;85&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พื้นที่รวม&amp;nbsp;320&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ปัจจุบันได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม&amp;nbsp;PGS&amp;nbsp;&amp;nbsp;ครบทั้ง&amp;nbsp;85&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ได้รับมาตรฐานอินทรีย์&amp;nbsp;Organic&amp;nbsp;Thailand&amp;nbsp;45&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และได้รับมาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;มีการวางแผนการผลิตโดยใช้ระบบตลาดนำการผลิต&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เพื่อให้เติบโตอย่างยั่งยืนผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตภาคการเกษตรหรือปรับเข้าสู่เกษตรแปลงใหญ่และเกษตรสมัยใหม่&amp;nbsp;&amp;nbsp;การแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าอุตสาหกรรมอาหารและเศรษฐกิจ&amp;nbsp;และได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากโครงการฯ&amp;nbsp;ทำให้สามารถลดต้นทุน&amp;nbsp;เพิ่มคุณภาพ&amp;nbsp;เพิ่มกำลังการผลผลิต&amp;nbsp;และเพิ่มช่องทางการจำหน่าย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>16/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สุพรรณบุรี</Province><Department>สวท.สุพรรณบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211216161850973</Link_News></row>
<row _id="162"><NewsTitle>พัฒนาชุมชนอำเภอปราณบุรี จ.ประจวบฯ เร่งส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนแปรรูปใบสับปะรด สร้างมูลค่าเพิ่มสร้างรายได้จากวัตถุดิบเหลือใช้ทางการเกษตร พร้อมส่งเสริมการทำตลาดออนไลน์</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;(16&amp;nbsp;ธ.ค.64)&amp;nbsp;น.ส.วลัยลักษณ์&amp;nbsp;มูลมิรัตน์&amp;nbsp;นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอปราณบุรี&amp;nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนแม่บ้านเกษตรกรวังยาวพัฒนา&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;บ้านวังยาว&amp;nbsp;ต.วังก์พง&amp;nbsp;อ.ปราณบุรี&amp;nbsp;จัดตั้งขึ้นตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2527&amp;nbsp;เพื่อเรียนรู้การแปรรูปวัตถุดิบในชุมชน&amp;nbsp;โดยนำต้นสับปะรดที่เหลือทิ้งจากการเกษตรมาสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการทำเป็นกระดาษใยสับปะรด&amp;nbsp;ปัจจุบันได้รับการคัดเลือกให้เป็นสินค้าโอทอประดับ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ดาวของ&amp;nbsp;จ.ประจวบฯ&amp;nbsp;มีการจำหน่ายให้กับผู้ประกอบการนำไปทำเป็นบรรจุภัณฑ์ของฝากของที่ระลึก&amp;nbsp;หรือนำไปทำผลิตภัณฑ์ของใช้ของตกแต่งต่างๆ&amp;nbsp;สามารถสร้างรายได้เสริมให้กับคนในพื้นที่ซึ่งมีอาชีพการเกษตรเป็นอาชีพหลักได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ทางกลุ่มยังมีการต่อยอดนำกระดาษใยสับปะรดมาพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์&lt;/strong&gt;หลายรูปแบบจำหน่ายเองด้วย&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;กล่องใส่กระดาษทิชชู&amp;nbsp;กล่องของขวัญ&amp;nbsp;สมุดบันทึก&amp;nbsp;กรอบรูป&amp;nbsp;งานเปเปอร์มาเช่ภาพนูนต่ำ&amp;nbsp;ซึ่งคุณสมบัติเด่นของกระดาษใยสับปะรดอยู่ที่ความเหนียว&amp;nbsp;ทนทาน&amp;nbsp;สามารถย้อมสีได้หลากหลายสีสันตามต้องการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;น.ส.วลัยลักษณ์&amp;nbsp;มูลมิรัตน์&amp;nbsp;กล่าวอีกว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่ผ่านมาหน่วยงานภาครัฐหลายหน่วยงานให้การสนับสนุนวิสาหกิจชุมชนแม่บ้านเกษตรกรวังยาวพัฒนา&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวัสดุอุปกรณ์&amp;nbsp;การอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลายมากขึ้น&amp;nbsp;โดยล่าสุดทางกลุ่มได้มีการนำใบสับปะรดมาผ่านกระบวนการทำเป็นเส้นใยแล้วถักเข้ากับลูกปัด&amp;nbsp;ประดิษฐ์เป็นสร้อยข้อมือ&amp;nbsp;สร้อยคอ&amp;nbsp;พวงกุญแจ&amp;nbsp;หมวก&amp;nbsp;ได้รับการตอบรับค่อนข้างดีจากการออกร้านจำหน่ายในงานต่างๆ&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอปราณบุรี&amp;nbsp;ได้ส่งเสริมสมาชิกกลุ่มให้มีความรู้เกี่ยวกับการทำการตลาดออนไลน์&amp;nbsp;นำสินค้าไปขายในช้อปปี้&amp;nbsp;ลาซาด้า&amp;nbsp;เว็บไซต์โอทอปสามอ่าว&amp;nbsp;รวมทั้งมีการจัดทำเพจเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;กระดาษใยสับปะรดและสินค้าแปรรูป&amp;nbsp;ถือเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่มีศักยภาพ&amp;nbsp;มีความเข้มแข็ง&amp;nbsp;มีการบริหารจัดการกลุ่มที่ดี&amp;nbsp;โดยได้รับการคัดเลือกให้เป็นวิสาหกิจชุมชนดีเด่น&amp;nbsp;ระดับจังหวัด&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;และได้รับรางวัลวิสาหกิจชุมชนดีเด่น&amp;nbsp;รองชนะเลิศอันดับ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ระดับเขต&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;และจะส่งเสริมให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ในสถานศึกษา&amp;nbsp;กศน.&amp;nbsp;มาอบรมเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะอาชีพ&amp;nbsp;เกิดการส่งต่องานจากรุ่นสู่รุ่น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>16/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>ประจวบคีรีขันธ์</Province><Department>สวท.ประจวบคีรีขันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211216163410990</Link_News></row>
<row _id="163"><NewsTitle>เกษตรกรชาวอำเภอรัษฎา จังหวัดตรัง หันมาทำกระถางต้นไม้ทรงกางเกงขาย หลังจากขายฝรั่งมานานหลายปี  เจอพิษโควิด-19 ทำรายได้ลดลงกว่าครึ่ง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกษตรกรชาวอำเภอรัษฎา&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;หันมาทำกระถางต้นไม้ทรงกางเกงขาย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หลังจากขายฝรั่งมานานหลายปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;เจอพิษโควิด-19&amp;nbsp;ทำรายได้ลดลงกว่าครึ่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายพงษ์ชัย&amp;nbsp;หนูเจริญ&amp;nbsp;&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;47&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;ใช้พื้นที่ว่างหน้าร้านขายฝรั่งแป้นสีทองและฝรั่งกิมจู&amp;nbsp;เลขที่&amp;nbsp;161&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ต.ควนเมา&amp;nbsp;อ.รัษฎา&amp;nbsp;จ.ตรัง&amp;nbsp;มาสร้างความฮือฮาให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนที่ผ่านไปมา&amp;nbsp;ด้วยการโชว์หุ่นคน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งทำมาจากเสื้อและกางเกงที่ไม่ใช้แล้ว&amp;nbsp;คลุกเคล้าด้วยปูนซีเมนต์ที่ใช้ทำกระถางต้นไม้ทั่วไป&amp;nbsp;ไม่ใช้ปูนพลาสเตอร์หรือเลซิ่นแต่อย่างใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งตัวที่เสร็จสมบูรณ์จะสวมหมวกสวมแมส&amp;nbsp;วางหน้าร้านเพื่อเรียกลูกค้าและเป็นหุ่นจากผ้าขี้ริ้วต้นแบบ&lt;/strong&gt;ที่สร้างแรงบันดาลใจ&amp;nbsp;พร้อมต่อยอดมาทำกระถางต้นไม้ทรงกางเกง&amp;nbsp;ซึ่งมีทั้งกางเกงขาสั้นและขายาว&amp;nbsp;&amp;nbsp;สามารถใช้งานได้จริง&amp;nbsp;เหมาะสำหรับนำไปปลูกต้นไม้ประเภทบอนสี&amp;nbsp;ไม้ด่างหรือไม้มงคล&amp;nbsp;ใช้ประดับตกแต่งบ้านเรือน&amp;nbsp;อาคารสถานที่และรีสอร์ทต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนไอเดียการทำกระถางต้นไม้ได้มาจากยูทูป&amp;nbsp;และการเรียนรู้ด้วยตนเอง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ก่อนจะดัดแปลงเป็นรูปหุ่นคน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ซึ่งใช้ลูกมะพร้าวครอบทำส่วนหัว&amp;nbsp;ส่วนขาใช้ต้นกล้วยใส่ลงไปค้ำยัน&amp;nbsp;โยงด้วยเชือกจนกว่ากางเกงจะแข็งตัวเป็นรูปกระถางทรงกางเกง&amp;nbsp;ซึ่งมีเพียงเจ้าเดียวในจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ทำให้ประชาชนให้ความสนใจแวะมาสั่งซื้ออย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยสนนราคาขายกระถางต้นไม้ทรงกางเกง&amp;nbsp;กระถางละ&amp;nbsp;250-500&amp;nbsp;บาทเท่านั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำขายมาแล้วไม่ถึง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;ยอดขายอยู่ที่ไม่ต่ำกว่าวันละ&amp;nbsp;600-700&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนกระถางต้นไม้จากผ้าขี้ริ้วแบบอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ราคาตั้งแต่&amp;nbsp;20-100&amp;nbsp;บาท&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หรือใครอยากจะได้กระถางต้นไม้รูปทรงแปลก&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ก็ให้เอาแบบมา&amp;nbsp;แล้วนายพงษ์ชัยฯ&amp;nbsp;จะทำให้ในราคาที่จับต้องได้&amp;nbsp;โดยใช้เวลาประมาณ&amp;nbsp;2-5&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;แล้วแต่เสื้อผ้าหรือแสงแดดที่สาดส่องในแต่ละวัน&amp;nbsp;หรือติดต่อสอบถามได้ที่หมายเลขโทรศัพท์&amp;nbsp;085-6584365&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>16/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211216170850033</Link_News></row>
<row _id="164"><NewsTitle>เกษตรอำเภอหาดสำราญ จังหวัดตรัง  ลงพื้นที่ธนาคารปูม้าบ้านนาชุมเห็ด ตำบลตะเสะ เพื่อประเมินศักยภาพและจัดทำแผนพัฒนากิจการวิสาหกิจชุมชน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกษตรอำเภอหาดสำราญ&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ลงพื้นที่ธนาคารปูม้าบ้านนาชุมเห็ด&amp;nbsp;ตำบลตะเสะ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อประเมินศักยภาพและจัดทำแผนพัฒนากิจการวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;นางสาววรรณธิดา&amp;nbsp;เบญจกุล&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรอำเภอหาดสำราญ&amp;nbsp;พร้อมด้วยนางสาวพัทธนันท์&amp;nbsp;บุญคง&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&amp;nbsp;จัดอบรมโครงการส่งเสริมและพัฒนาวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;กิจกรรมย่อย&amp;nbsp;การประเมินศักยภาพและการจัดทำแผนพัฒนากิจการวิสาหกิจชุมชนให้แก่วิสาหกิจชุมชนธนาคารปูม้าบ้านนาชุมเห็ด&amp;nbsp;โดยได้ดำเนินกิจกรรมประเมินศักยภาพวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;และวิเคราะห์ความต้องการเพื่อจัดทำแผนพัฒนากิจการวิสาหกิจชุมชนต่อไป&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ที่ทำการวิสาหกิจชุมชนธนาคารปูม้าบ้านนาชุมเห็ด&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลตะเสะ&amp;nbsp;อำเภอหาดสำราญ&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจในการผลิตสินค้าและบริการ&amp;nbsp;ที่เกิดจากการร่วมกันคิด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ร่วมกันทำของคนในชุมชนบนพื้นฐานของความรู้&amp;nbsp;ทุน&amp;nbsp;ทรัพยากร&amp;nbsp;ประสบการณ์&amp;nbsp;ตลอดจนศักยภาพของชุมชนโดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างรายได้และให้ชุมชนพึ่งตนเองได้มากกว่าการมุ่งหาผลกำไรสูงสุด&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;การพัฒนาวิสาหกิจชุมชนเพื่อให้เกิดความเข้มแข็งและก้าวหน้านั้น&amp;nbsp;จำเป็นจะต้องมีแผนพัฒนาวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;ที่มีกระบวนการขั้นตอนการดำเนินงานที่ชัดเจน&amp;nbsp;สามารถตอบสนองหรือแก้ไขปัญหาที่วิสาหกิจชุมชนต้องการพัฒนาให้สามารถดำเนินกิจการได้อย่างต่อเนื่องและมีความก้าวหน้ายิ่งขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>16/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211216171012036</Link_News></row>
<row _id="165"><NewsTitle>เกษตรอำเภอเมืองตรัง  ลงพื้นที่ติดตามวิสาหกิจชุมชนเหล็กขึ้นรูปตำบลควนปริง ได้พัฒนาต่อยอดจากโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งมหาวิทยาลัย</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกษตรอำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ลงพื้นที่ติดตามวิสาหกิจชุมชนเหล็กขึ้นรูปตำบลควนปริง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้พัฒนาต่อยอดจากโครงการหนึ่งตำบล&amp;nbsp;หนึ่งมหาวิทยาลัย&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันนี้(16&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;นายประทิ่น&amp;nbsp;วรรณงาม&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ&amp;nbsp;รักษาราชการเกษตรอำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;มอบหมาย&amp;nbsp;นางสาวสุภาพร&amp;nbsp;หมุนแก้ว&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;และนางสาวปรัศนีย์&amp;nbsp;รัตนพงศ์มณี&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&amp;nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมเยียน&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนเหล็กขึ้นรูปตำบลควนปริง&amp;nbsp;159/2&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ตำบลควนปริง&amp;nbsp;อำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับวิสาหกิจชุมชนเหล็กขึ้นรูปตำบลควนปริง&amp;nbsp;ได้พัฒนาต่อยอดจากโครงการหนึ่งตำบล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หนึ่งมหาวิทยาลัย&amp;nbsp;วัตถุประสงค์ของวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;เพื่อ&amp;nbsp;สืบสาน&amp;nbsp;รักษาและพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์จากเหล็กขึ้นรูปของดีของตำบลควนปริง&amp;nbsp;จัดเป็นที่ศึกษาดูงานถึงความเป็นมาของ&amp;nbsp;วิธีการ&amp;nbsp;ขั้นตอน&amp;nbsp;และวัสดุอุปกรณ์&amp;nbsp;และประวัติของช่างตีเหล็กในพื้นที่ตำบลควนปริง&amp;nbsp;และวิสาหกิจชุมชนได้มีการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลายเข้ากับยุคสมัยปัจจุบัน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;เคียวพร้า&amp;nbsp;เคียวพร้ารูปทรงได้รับแรงบันดาลใจมาจากเคียวผสมกับหัวมัดพร้าซึ่งเป็นสินค้าที่อัตลักษณ์ของควนปริง&amp;nbsp;ทำมาจากเหล็กแหนบ&amp;nbsp;ทำให้มีความคม&amp;nbsp;ทน&amp;nbsp;เหมาะแก่การใช้งานรานกิ่ง&amp;nbsp;แต่งกิ่งไม้&amp;nbsp;เกี่ยวหญ้า&amp;nbsp;ด้ามมีความเหมาะแก่การใช้งาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;,&amp;nbsp;พร้าโอหัวตัด&amp;nbsp;พร้าโอหัวตัด&amp;nbsp;ทำมาจากเหล็กกล้าไร้สนิม&amp;nbsp;เป็นมีดพร้าทรงโบราณที่กำลังจะสูญหายไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เนื่องจากขั้นตอนการผลิตมีความประณีต&amp;nbsp;ซับซ้อน&amp;nbsp;จึงต้องใช้ช่างผู้ชำนาญการ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นมีดพร้าที่มีเอกลักษณ์อยู่ที่คอมีดพร้า&amp;nbsp;มีความโค้งงอ&amp;nbsp;มีอัตลักษณ์เฉพาะตัว&amp;nbsp;&amp;nbsp;เหมาะแก่การเก็บสะสมและประดับตกแต่งอาคารสถานที่&amp;nbsp;,&amp;nbsp;&amp;nbsp;จอบสองหน้า&amp;nbsp;จอบสองหน้า&amp;nbsp;ทำมาจากเหล็ก&amp;nbsp;75&amp;nbsp;มีคุณสมบัติคล้ายเหล็กจานไถ&amp;nbsp;มีความทนทาน&amp;nbsp;คมนานใช้งานได้ในระยะยาว&amp;nbsp;ทั้งขุดดินเกลี่ยดิน&amp;nbsp;พรวนดิน&amp;nbsp;และถากหญ้า&amp;nbsp;สามารถต่อความยาวด้ามได้ตามความเหมาะสมแก่การใช้งาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ชุดเพาะปลูก&amp;nbsp;ชุดเพาะปลูก&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ช้อนปลูก&amp;nbsp;จอบขุด&amp;nbsp;ช้อนสำหรับงัดพืชหัวทำมาจากเหล็กแหนบ&amp;nbsp;มีความทนทาน&amp;nbsp;มีอายุการใช้งานได้ในระยะยาว&amp;nbsp;ใช้สำหรับการพรวนดิน&amp;nbsp;ตักดิน&amp;nbsp;ขุดดิน&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;พวงกุญแจมีดพร้า&amp;nbsp;พวงกุญแจมีดพร้า&amp;nbsp;มีให้เลือก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แบบ&amp;nbsp;1.พร้าหัวแหลม&amp;nbsp;หลังงอ&amp;nbsp;2.พร้าหัวตัด&amp;nbsp;หลังตรง&amp;nbsp;3.พร้าหัวตัด&amp;nbsp;หลังงอ&amp;nbsp;เหมาะสำหรับเป็นของฝากและของที่ระลึก&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้สนใจสามารถสนใจติดต่อทาง&amp;nbsp;Page&amp;nbsp;Fackbook&amp;nbsp;:&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนเหล็กขึ้นรูป&amp;nbsp;ตำบลควนปริง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>16/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211216174647082</Link_News></row>
<row _id="166"><NewsTitle>เกษตรอำเภอกันตัง  จังหวัดตรัง จัดอบรมเกษตรกรโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ประจำปีงบประมาณ 2565</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกษตรอำเภอกันตัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;จัดอบรมเกษตรกรโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันนี้(&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;)&amp;nbsp;นายสรวง&amp;nbsp;พรหมบุญทอง&amp;nbsp;เกษตรอำเภอกันตัง&amp;nbsp;พร้อมด้วยนางบุญญาพร&amp;nbsp;กายเพ็ชร&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;นางสาวบุณยานุช&amp;nbsp;หาดสุด&amp;nbsp;และนางสาวอมรรัตน์&amp;nbsp;ชูเมฆ&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&amp;nbsp;จัดอบรมเกษตรกรโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;กิจกรรมย่อย&amp;nbsp;บริหารจัดการถ่ายทอดความรู้&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ที่ทำการกลุ่มแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมันตำบลบางหมาก&amp;nbsp;ม.3&amp;nbsp;ต.บางหมาก&amp;nbsp;อ.กันตัง&amp;nbsp;จ.ตรัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ได้มีการจัดเก็บข้อมูลพื้นฐานรายบุคคล&amp;nbsp;(สมาชิกแปลงใหญ่)&amp;nbsp;การวิเคราะห์ศักยภาพ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การบริหารจัดการกลุ่ม&amp;nbsp;การจัดทำแผนธุรกิจของกลุ่มแปลงใหญ่ฯ&amp;nbsp;โดยมติข้อตกลงของกลุ่มให้มีการเปิดบัญชีและการทำบัญชีของกลุ่ม&amp;nbsp;การระดมหุ้นของสมาชิกกลุ่ม&amp;nbsp;โดยทางกลุ่มจะเป็นผู้สั่งซื้อปุ๋ยมาเพื่อจำหน่ายแก่สมาชิกกลุ่มด้วย&amp;nbsp;สำหรับ&amp;nbsp;&amp;nbsp;โครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรมีการรวมกลุ่มและบริหารจัดการร่วมกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้เกิดการรวมกันผลิตและรวมกันจำหน่าย&amp;nbsp;โดยมีตลาดรองรับที่แน่นอน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนการผลิตและมีผลผลิตต่อหน่วยเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมทั้งผลผลิตที่ได้ก็มีคุณภาพได้มาตรฐาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>16/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211216174756086</Link_News></row>
<row _id="167"><NewsTitle>จังหวัดตรัง  จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันนี้(16&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายขจรศักดิ์&amp;nbsp;เจริญโสภา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัด&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;โดยมีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โรงเรียนวัดควนเมา&amp;nbsp;ตำบลควนเมา&amp;nbsp;อำเภอรัษฎา&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;เพื่อให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;คลินิกดิน&amp;nbsp;คลินิกพืช&amp;nbsp;คลินิกข้าว&amp;nbsp;คลินิกปศุสัตว์&amp;nbsp;คลินิกประมง&amp;nbsp;คลินิกชลประทาน&amp;nbsp;คลินิกสหกรณ์&amp;nbsp;คลินิกบัญชี&amp;nbsp;ฯลฯ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ&amp;nbsp;และร่วมแสดงความจงรักภักดีต่อ&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่ทรงเมตตาต่อพสกนิกรโดยเฉพาะเรื่องการเกษตรในพื้นที่ห่างไกล&amp;nbsp;และยากลำบากต่อการรับบริการต่อทางราชการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;จึงมีพระราชดำริให้จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ออกบริการแก่เกษตรกรพื้นที่ห่างไกล&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรที่มีปัญหาด้านการเกษตร&amp;nbsp;สามารถเข้าถึงการบริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ได้รับการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรอย่างครบวงจรในเวลาเดียวกัน&amp;nbsp;ตลอดจนเป็นการสร้างภาพพจน์&amp;nbsp;และภาพลักษณ์ด้านวิชาการ&amp;nbsp;นวัตกรรม&amp;nbsp;และเทคโนโลยี&amp;nbsp;ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ต่อประชาชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>16/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211216175034091</Link_News></row>
<row _id="168"><NewsTitle>ห่วงชาวนา อาจประสบปัญหาข้าวกระทบหนาว จากอุณหภูมิลด แนะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายชาตรี&amp;nbsp;บุญนาค&amp;nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการข้าว&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;กรมการข้าวมีความเป็นห่วงเกษตรกรที่ปลูกข้าว&amp;nbsp;เนื่องจากขณะนี้สภาพอากาศเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงหลายพื้นที่&amp;nbsp;มีอุณหภูมิลดต่ำลง&amp;nbsp;ทำให้ประสบกับปัญหาข้าวกระทบหนาว"&amp;nbsp;ส่งผลให้ได้ผลผลิตไม่เต็มที่&amp;nbsp;โดยพันธุ์ข้าวที่มีความอ่อนแอต่อสภาพอากาศหนาวเย็นนั้น&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;พันธุ์สุพรรณบุรี&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับข้าวทุกระยะ&amp;nbsp;เกษตรกรควรหมั่นตรวจแปลงนาและสังเกตความผิดปกติของต้นข้าว&amp;nbsp;เพื่อเตรียมรับสถานการณ์ที่จะเปลี่ยนแปลงได้อย่างทันท่วงที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับอาการของต้นข้าว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากอากาศหนาวนั้นจะประกอบด้วย&amp;nbsp;ข้าวไม่งอก&amp;nbsp;เติบโตช้า&amp;nbsp;เหลือง&amp;nbsp;ปลายรวงไม่พัฒนา&amp;nbsp;อายุยืดออกไป&amp;nbsp;เป็นหมันสูง&amp;nbsp;ออกรวงช้า&amp;nbsp;และสุกแก่ไม่พร้อมกัน&amp;nbsp;แต่ผลกระทบส่วนใหญ่ที่พบทั่วไปคือ&amp;nbsp;เป็นหมันสูง&amp;nbsp;ออกรวงช้าและสุกแก่ไม่พร้อมกัน&amp;nbsp;โดยอาการเป็นหมันนั้นจะพบในช่วงวิกฤติในอุณหภูมิ&amp;nbsp;15&amp;nbsp;-&amp;nbsp;17&amp;nbsp;องศาเซลเซียส&amp;nbsp;&amp;nbsp;และจะพบอาการดังกล่าวในอุณหภูมิ&amp;nbsp;17&amp;nbsp;-&amp;nbsp;19&amp;nbsp;องศาเซลเซียส&amp;nbsp;สำหรับพันธุ์ข้าวที่อ่อนแอต่ออากาศหนาว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;อุณหภูมิต่ำยังส่งผลกระทบให้การสังเคราะห์แสงของข้าวลดลง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อย่างมากหากอุณหภูมิของรากและอากาศต่างกัน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;-&amp;nbsp;7&amp;nbsp;องศาเซลเซียส&amp;nbsp;ซึ่งส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำตาลในใบข้าวด้วยและพันธุ์ข้าวที่อ่อนแอเมื่อกระทบต่ออุณหภูมิต่ำ&amp;nbsp;ปริมาณโปรตีนในอับเรณูของข้าวจะเปลี่ยนแปลงไปมากกว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เท่าและหากยังคงมีอากาศหนาวต่อเนื่อง&amp;nbsp;อาจส่งผลกระทบต่อการออกรวง&amp;nbsp;และผลผลิต&amp;nbsp;แนวทางแก้ไขคือ&amp;nbsp;ฉีดพ่นฮอร์โมน&amp;nbsp;เพื่อกระตุ้นให้ข้าวออกรวง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>17/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211217104726303</Link_News></row>
<row _id="169"><NewsTitle>สภาเกษตรกรฯ หนุนใช้นาโนแคลเซียมคาร์บอเนต ชนิดแขวนลอย เพิ่มผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเติมศักดิ์&amp;nbsp;บุญชื่น ประธานคณะทำงานด้านพืชไร่ สภาเกษตรกรแห่งชาติ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และประธานสภาเกษตรกรจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า สภาเกษตรกรจังหวัดนครราชสีมา สำรวจข้อมูลปัญหา ความต้องการ แนวทางการพัฒนาพืชหลักของเกษตรกรในจังหวัด พบว่าเกษตรกรทำเกษตรกรรมโดยใช้ความรู้ดั้งเดิม ขาดการศึกษาถึงปัญหาที่แท้จริง ส่งผลต่อผลผลิต เมื่อผลผลิตไม่เป็นไปตามที่คาดหวังก็จะปรับเปลี่ยนโดยการเพิ่มปุ๋ยหรือสารเคมีเพื่อบำรุง ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น และดิน เป็นกรดจากการที่ใช้สารเคมีที่มากเกินไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สภาเกษตรกรแห่งชาติ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&lt;/strong&gt; โดย ศูนย์วิจัยข้าวโพดข้าวฟ่างแห่งชาติ (ไร่สุวรรณ) และมูลนิธิอุษรินทร์ ทำการศึกษาวิจัย และทดลองพื้นที่การเกษตรด้วยนาโนแคลเซียมคาร์บอเนต ชนิดแขวนลอย ในแปลงเกษตรกร 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดลพบุรี สระบุรี ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา และนครราชสีมา ผลที่ได้เปอร์เซ็นต์ในไร่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เกษตรกรเพิ่มขึ้น 18 - 28% ภายใต้การทำเกษตรกรรมของเกษตรกรปกติเหมือนเดิมทุกประการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แคลเซียมคาร์บอเนตที่เป็นเทคโนโลยีนาโน ชนิดแขวนลอย &lt;/strong&gt;เป็นสารที่มีอนุภาคเป็นบวก บดในส่วนที่เป็นโมเลกุลไม่เกิน 0.5 ไมครอน ใช้วิธีการวัดค่าดินเป็นหลัก วิธีการ คือ ผสมน้ำฉีดพ่นที่ดิน จากการทดสอบ เก็บข้อมูลเรื่องของผลผลิตต่อไร่ที่สูงขึ้น โดยใช้ในปริมาณที่ไม่มาก เช่น ถ้าวัดค่าดินมี PH 5 จะใช้นาโนแคลเซียมคาร์บอเนต ชนิดแขวนลอย ประมาณ 5 ลิตร/ไร่ ต้นทุนการผลิตประมาณ 300 บาท/ไร่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้ ส่งผลต่อภาคอุตสาหกรรมอาหารสัตว์&lt;/strong&gt; เช่น ไก่ไข่ ไข่จะเป็นสีแดงมากขึ้น สุกร เนื้อจะเป็นสีชมพู สารสีธรรมชาติจากข้าวโพดไม่ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรหรือผู้บริโภค ไม่ต้องพึ่งสารเร่งเนื้อแดงซึ่งเป็นอันตราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สภาเกษตรกรฯ ได้ร่วมวิจัยกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เพิ่มผลผลิตมันสำปะหลังต่อไร่ให้สูงขึ้น &lt;/strong&gt;จังหวัดนครราชสีมา มีพื้นที่การปลูกประมาณ 1,600,000 ไร่ เกิดปัญหาไวรัสใบด่างประมาณ 500,000 ไร่ ใน 4 อำเภอหลัก ได้แก่ อำเภอโชคชัย เสิงสาง ครบุรี หนองบุญมาก จึงนำนาโนแคลเซียมคาร์บอเนต ชนิดแขวนลอยไปทดสอบวิจัยทั้งในแปลงเกษตรกรและแปลงในมหาวิทยาลัย ปรากฏว่า ผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะ เกษตรกรเคยปลูกได้ผลผลิตประมาณ 3 ตัน กลับเพิ่มขึ้นเท่าตัว เป็น 6 ตัน/ไร่/รอบ/ปี รวมทั้งผลข้างเคียง (Side effect) ที่ไปกระตุ้นให้พืชเกิดสภาพต้านทาน(resistor) สร้างสารโปรตีนขึ้น 2 ชนิด&amp;nbsp;ชนิดแรกเป็นตัวทำลายไวรัสใบด่างชนิดที่ 2 ทำให้มันสำปะหลังสร้างฮอร์โมนขึ้นมาแล้วไปกระตุ้นกลิ่นที่มีอยู่ในมันสำปะหลัง ซึ่งแมลงไม่ชอบ ในแปลงที่ฉีดพ่นนาโนแคลเซียมคาร์บอเนต ชนิดแขวนลอยจะพบแมลงหวี่ขาวน้อยมาก การระบาดของโรคใบด่างก็จะลดลง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>17/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>หน่วยงานสำนักข่าว</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211217105343308</Link_News></row>
<row _id="170"><NewsTitle>กรมส่งเสริมการเกษตรเผยเกษตรกรปลื้ม One Stop Service - ธุรกิจดินปุ๋ย สำเร็จตามเป้า เร่งผลักดันต่อเนื่องระยะที่ 2</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเข้มแข็ง&amp;nbsp;ยุติธรรมดำรง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้กรมส่งเสริมการเกษตรดำเนินโครงการพัฒนาธุรกิจบริการดินและปุ๋ยเพื่อชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;(One&amp;nbsp;Stop&amp;nbsp;Service)&amp;nbsp;ภายใต้แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;โดยผ่านศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน&amp;nbsp;(ศดปช.)&amp;nbsp;ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรได้จัดตั้งขึ้นตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2558&amp;nbsp;ปัจจุบันทั่วประเทศมี&amp;nbsp;ศดปช.&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;882&amp;nbsp;ศูนย์&amp;nbsp;และต่อมาในปี&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;ศดปช.&amp;nbsp;ถูกจัดให้เป็นเครือข่ายของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;(ศพก.)&amp;nbsp;ด้านดินและปุ๋ยในพื้นที่&amp;nbsp;ให้บริการตรวจวิเคราะห์ดินด้วยชุดตรวจสอบ&amp;nbsp;N&amp;nbsp;P&amp;nbsp;K&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;pH&amp;nbsp;ในดินแบบรวดเร็ว&amp;nbsp;บริการวิชาการด้านดินและปุ๋ย&amp;nbsp;ให้คำแนะนำการจัดการดินและการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการใช้ปุ๋ยที่ถูกต้องในปริมาณที่เหมาะสมกับปริมาณธาตุอาหารที่มีอยู่ในดินและความต้องการของพืช&amp;nbsp;นั้น&amp;nbsp;ขณะนี้ทุกจังหวัดที่เข้าร่วมโครงการได้ดำเนินการใกล้เสร็จสิ้นแล้ว&amp;nbsp;และกำลังเข้าสู่การดำเนินงานโครงการในระยะที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรได้สำรวจกลุ่มเป้าหมายที่ประสงค์เข้าร่วมโครงการเรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;กำลังอยู่ในระหว่างการนำเสนอข้อมูลเพื่อขอรับการจัดสรรงบประมาณต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอนุชา&amp;nbsp;ยาอีด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp;ในส่วนภาคใต้&amp;nbsp;มี&amp;nbsp;ศดปช.&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;177&amp;nbsp;ศูนย์&amp;nbsp;เป็นศูนย์หลัก&amp;nbsp;151&amp;nbsp;ศูนย์&amp;nbsp;และศูนย์เครือข่าย&amp;nbsp;26&amp;nbsp;ศูนย์&amp;nbsp;มี&amp;nbsp;ศดปช.เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;58&amp;nbsp;ศูนย์&amp;nbsp;ครอบคลุมพื้นที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;งบประมาณรวม&amp;nbsp;24,231,840&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;โดยเบื้องต้นมีการสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ชุดตรวจวิเคราะห์ดิน&amp;nbsp;(Soil&amp;nbsp;test&amp;nbsp;kit)&amp;nbsp;แม่ปุ๋ย&amp;nbsp;และเครื่องผสมปุ๋ยแก่&amp;nbsp;ศดปช.&amp;nbsp;ที่เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;เพื่อให้บริการตรวจวิเคราะห์ดิน&amp;nbsp;แปลผลให้คำแนะนำการจัดการดินและการใช้ปุ๋ยเบื้องต้น&amp;nbsp;จัดหาปุ๋ยคุณภาพดี&amp;nbsp;และบริการผสมปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน&amp;nbsp;แก่&amp;nbsp;สมาชิกศดปช.&amp;nbsp;กลุ่มแปลงใหญ่&amp;nbsp;และเกษตรกรทั่วไป&amp;nbsp;ขณะนี้ได้ให้บริการตรวจวิเคราะห์ดินให้กับเกษตรกรแล้ว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;16,617&amp;nbsp;ตัวอย่าง&amp;nbsp;จากเป้าหมาย&amp;nbsp;15,776&amp;nbsp;ตัวอย่าง&amp;nbsp;คิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;105.33&amp;nbsp;ให้บริการผสมปุ๋ยแล้ว&amp;nbsp;1,114.91&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;คิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;320.38&amp;nbsp;และจำหน่ายปุ๋ยให้เกษตรกรแล้ว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;22,680&amp;nbsp;กระสอบ&amp;nbsp;จากเป้าหมาย&amp;nbsp;6,960&amp;nbsp;กระสอบ&amp;nbsp;คิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;325.86&amp;nbsp;ซึ่ง&amp;nbsp;ศดปช.&amp;nbsp;ที่ให้บริการมีใบอนุญาตขายปุ๋ยกับกรมวิชาการเกษตรอย่างถูกต้อง&amp;nbsp;พร้อมให้บริการดินและปุ๋ยเพื่อชุมชนแก่พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ศดปช.&amp;nbsp;ที่เข้าร่วมโครงการต้องมีการวางแผนธุรกิจในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;หน่วยงานจึงเร่งขับเคลื่อนพัฒนาต่อยอดให้มีต้นแบบ&amp;nbsp;ศดปช.&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;1&amp;nbsp;โมเดลธุรกิจบริการดินและปุ๋ยเพื่อชุมชน&amp;nbsp;ตัวอย่าง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ศดปช.ตำบลราชกรูด&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดระนอง&amp;nbsp;สามารถดำเนินการได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;สำหรับความต้องการในการเข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;One&amp;nbsp;Stop&amp;nbsp;Service&amp;nbsp;ในระยะที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ของภาคใต้มีเกษตรกรให้ความสนใจแสดงความประสงค์ขอเข้าร่วมโครงการแล้วจำนวน&amp;nbsp;12&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;46&amp;nbsp;ศูนย์&amp;nbsp;ซึ่งเป็นเกษตรกรสมาชิก&amp;nbsp;ศดปช.&amp;nbsp;แปลงใหญ่&amp;nbsp;และเกษตรกรทั่วไป&amp;nbsp;รวมจำนวน&amp;nbsp;4,141&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พื้นที่เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;24,387&amp;nbsp;ไร่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านดาบตำรวจสมนึก&amp;nbsp;โมราศิลป์&amp;nbsp;ประธาน&amp;nbsp;ศดปช.ตำบลราชกรูด&amp;nbsp;เผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;แรกเริ่มได้นำเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรในแปลงปาล์มน้ำมันมาทำปุ๋ยหมัก&amp;nbsp;และเป็นฐานเรียนรู้ของ&amp;nbsp;ศพก.&amp;nbsp;ต่อมาได้จัดตั้งเป็น&amp;nbsp;ศดปช.&amp;nbsp;เดิมมีสมาชิกที่ร่วมถือหุ้นจำนวน&amp;nbsp;64&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;มีเงินทุนเรือนหุ้น&amp;nbsp;330,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;มีศูนย์เครือข่ายจำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ศูนย์&amp;nbsp;(ตำบลหงาวและตำบลหาดส้ม)&amp;nbsp;ปัจจุบันเปิดรับสมาชิกใหม่เพิ่มเติม&amp;nbsp;รวมเป็น&amp;nbsp;108&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ศูนย์ฯ&amp;nbsp;ได้มีแผนการดำเนินธุรกิจให้บริการรวบรวมและจัดหาแม่ปุ๋ย&amp;nbsp;ผสมปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดินให้แก่สมาชิก&amp;nbsp;ศดปช.&amp;nbsp;แปลงใหญ่ปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;แปลงใหญ่มังคุด&amp;nbsp;และเกษตรกรทั่วไปในชุมชน&amp;nbsp;รวมพื้นที่ประมาณ&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;มีการเชื่อมโยงกับ&amp;nbsp;ศพก.หลัก&amp;nbsp;และแปลงใหญ่&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;ศดปช.&amp;nbsp;มีจุดเด่น&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;คณะกรรมการเข้มแข็งมีความมุ่งมั่นเสียสละ&amp;nbsp;มีการประชุมวางแผนทุกขั้นตอน&amp;nbsp;มอบหมายหน้าที่ปฏิบัติงานที่ชัดเจน&amp;nbsp;ทั้งการบริการตรวจวิเคราะห์ดิน&amp;nbsp;แปลผลและให้คำแนะนำ&amp;nbsp;เปิดบริการผสมปุ๋ยทุกวันพุธ&amp;nbsp;คิดค่าผสมปุ๋ยกระสอบละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;โดยได้ให้บริการผสมปุ๋ยไปแล้ว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,553&amp;nbsp;กระสอบ&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;77,650&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;และมีใบสั่งซื้ออย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หลังจากได้เข้าร่วมโครงการในช่วงเวลา&amp;nbsp;7&amp;nbsp;เดือนที่ผ่านมา&amp;nbsp;เกษตรกรใส่ปุ๋ยปาล์มน้ำมันจำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;รอบ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พบว่าราคาปุ๋ยผสมถูกกว่าท้องตลาดเฉลี่ยกระสอบละ&amp;nbsp;110&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;สามารถลดต้นทุนให้เกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ได้ร้อยละ&amp;nbsp;12.4&amp;nbsp;ต่อไร่ต่อปี&amp;nbsp;คิดเป็นมูลค่าประมาณ&amp;nbsp;500,000&amp;nbsp;บาทต่อปี&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังให้บริการขนส่งสำหรับเกษตรกรที่ไม่สามารถมารับปุ๋ยที่&amp;nbsp;ศดปช.&amp;nbsp;ได้&amp;nbsp;โดยคิดค่าบริการ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;บาทต่อปริมาณปุ๋ย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;และสมาชิกจะได้รับเงินปันผลทุกปี&amp;nbsp;ขณะนี้กลุ่มได้เปิดรับสมัครสมาชิกใหม่&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงานธุรกิจ&amp;nbsp;เป็นการสร้างเครือข่ายโดยรักษากลุ่มลูกค้าเดิม&amp;nbsp;และขยายผลไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่&amp;nbsp;ผ่านการประชาสัมพันธ์ช่องทางออนไลน์&amp;nbsp;และช่องทางต่างๆ&amp;nbsp;การสำรวจราคาปุ๋ยแต่ละบริษัทโดยเลือกบริษัทที่มีการจำหน่ายปุ๋ยคุณภาพ&amp;nbsp;สามารถจัดส่งปุ๋ยได้และราคาถูกกว่าท้องตลาด&amp;nbsp;และติดตามให้ความรู้และให้บริการดินและปุ๋ยเพื่อชุมชนกับเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดระนอง&amp;nbsp;ภายใต้&lt;strong&gt;สโลแกน&amp;nbsp;ศดปช.ราชกรูด&amp;nbsp;ถ่ายทอดความรู้คู่เทคโนโลยี&amp;nbsp;นำความสมบูรณ์คืนให้ดิน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และมีแผนที่จะพัฒนาต่อเนื่อง&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1)&amp;nbsp;ปรับปรุงพื้นที่จัดหาวัสดุ&amp;nbsp;อุปกรณ์&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;เครื่องผสมปุ๋ยอัดเม็ด&amp;nbsp;เครื่องสับย่อย&amp;nbsp;รถยนต์บริการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2)&amp;nbsp;เพิ่มสมาชิกโดยดึงเกษตรกรรุ่นใหม่&amp;nbsp;YSF&amp;nbsp;เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3)&amp;nbsp;ขยายเครือข่ายเพิ่มกลุ่มลูกค้าให้มากกว่า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กลุ่มต่อปี&amp;nbsp;โดยขยายครอบคลุมทุกตำบล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4)&amp;nbsp;เพิ่มทุนโดยการระดมหุ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;5)&amp;nbsp;เพิ่มสูตรปุ๋ยให้มีความหลากหลายทุกชนิดพืช&lt;/p&gt;&lt;p&gt;6)&amp;nbsp;ขยายการผลิตปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;7)&amp;nbsp;การรับรองมาตรฐานโดยให้ได้รับใบอนุญาตผลิตปุ๋ยมีแบรนด์สินค้าภายในปี&amp;nbsp;2566&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากผลการดำเนินงานที่ผ่านมาเกษตรกรมีความพึงพอใจมาก&amp;nbsp;ขอขอบคุณกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;ที่นำโครงการดีๆ&amp;nbsp;มาช่วยเหลือเกษตรกรในช่วงสถานการณ์โควิด&amp;nbsp;19&amp;nbsp;โดยเฉพาะพืชปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;ซึ่งใช้ปุ๋ยปริมาณมากในการผลิต&amp;nbsp;โครงการนี้ช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุนการผลิตลงได้มาก&amp;nbsp;ดาบตำรวจสมนึก&amp;nbsp;กล่าวทิ้งท้าย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>17/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สงขลา</Province><Department>สทท.สงขลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211217140530406</Link_News></row>
<row _id="171"><NewsTitle>เกษตรชวนอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการเกษตรเพื่อเสริมสร้างอัตลักษณ์พื้นถิ่น  หนุนท่องเที่ยวเชิงเกษตรสร้างรายได้ให้ชุมชน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเข้มแข็ง&amp;nbsp;ยุติธรรมดำรง&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ภูมิปัญญาท้องถิ่น&amp;nbsp;เป็นองค์ความรู้ที่เกิดจากการสั่งสมประสบการณ์และการเรียนรู้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เพื่อปรับใช้ให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ธรรมชาติ&amp;nbsp;สังคม&amp;nbsp;และวัฒนธรรมในแต่ละยุคสมัย&amp;nbsp;ซึ่งเริ่มสูญหายไปตามกาลเวลา&amp;nbsp;เนื่องจากขาดผู้สืบทอด&amp;nbsp;ไม่มีผู้นำกลับมาใช้ประโยชน์&amp;nbsp;และมีเทคโนโลยีใหม่เข้ามาทดแทน&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรได้เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการเกษตร&amp;nbsp;จึงได้ศึกษารวบรวมและจัดทำฐานข้อมูลองค์ความรู้จากภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านเกษตร&amp;nbsp;เพื่อนำมาอนุรักษ์&amp;nbsp;รื้อฟื้น&amp;nbsp;ประยุกต์&amp;nbsp;และพัฒนาต่อยอดสร้างนวัตกรรมที่เหมาะสมกับอัตลักษณ์ของพื้นที่&amp;nbsp;ใช้ให้เกิดประโยชน์ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&amp;nbsp;ลดต้นทุน&amp;nbsp;เพื่อสร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;รวมทั้งการบริหารจัดการทรัพยากรการเกษตรอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยกล่าวเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp;เกาะพยาม&amp;nbsp;เป็นตำบลหนึ่งในเขตอำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดระนอง&amp;nbsp;ตั้งอยู่ในทะเลอันดามัน&amp;nbsp;มีสภาพภูมิศาสตร์และความอุดมสมบูรณ์ของฐานทรัพยากรเดิมในชุมชนที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อของจังหวัดระนอง&amp;nbsp;รวมทั้งเป็นแหล่งปลูกมะม่วงหิมพานต์&amp;nbsp;หรือกาหยู&amp;nbsp;แหล่งใหญ่ของภาคใต้&amp;nbsp;ปัจจุบันจังหวัดระนองมีพื้นที่ปลูกมะม่วงหิมพานต์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6,000&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;โดยจำนวน&amp;nbsp;4,614&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ปลูกในพื้นที่เกาะพยาม&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรได้สนับสนุนให้เกษตรกรรวมกลุ่มเป็นแปลงใหญ่&amp;nbsp;และส่งเสริมให้เกษตรกรหันกลับมาปลูกพันธุ์ดั้งเดิมอย่าง&amp;nbsp;พันธุ์เกาะพยาม&amp;nbsp;ซึ่งเป็นพืชอัตลักษณ์ในพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปัจจุบันแปลงใหญ่มะม่วงหิมพานต์เกาะพยาม&amp;nbsp;มีสมาชิก&amp;nbsp;40&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;1,256&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;มีการบริหารจัดการกลุ่มที่เข้มแข็ง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มีการพัฒนาตามประเด็นแปลงใหญ่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ลดต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;จะเน้นการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้&amp;nbsp;การตัดแต่งกิ่งหลังการเก็บเกี่ยว&amp;nbsp;ส่งเสริมให้เกษตรกรขยายพื้นที่ปลูก&amp;nbsp;โดยคัดเลือกเมล็ดพันธุ์จากต้นพันธุ์ดีมีคุณภาพ&amp;nbsp;เพาะขยายพันธุ์เอง&amp;nbsp;ส่งเสริมให้ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ใช้เอง&amp;nbsp;และใช้สารชีวภัณฑ์ในการป้องกันกำจัดศัตรูพืช&amp;nbsp;ทำให้สามารถลดต้นทุนจากเดิมไร่ละ&amp;nbsp;800&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เหลือไร่ละ&amp;nbsp;400&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ผลผลิตจากเดิมไร่ละ&amp;nbsp;50-60&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นเป็น&amp;nbsp;110&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;ได้รับการรับรองคุณภาพตามมาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;และสินค้า&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;สามารถแปรรูปจำหน่ายได้ราคาดี&amp;nbsp;มีการบริหารจัดการตลาด&amp;nbsp;โดยรวบรวมผลผลิตในรูปแบบกลุ่มส่งตลาด&amp;nbsp;สร้างตลาดเครือข่ายรวบรวมสินค้า&amp;nbsp;การตลาดออนไลน์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;มีการต่อยอดเป็นวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรชุมชนเกาะพยาม&amp;nbsp;และขยายผลไปที่เกษตรกรรายใหม่ๆ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เข้ามาเรียนรู้ร่วมกับแปลงใหญ่และรวบรวมสมาชิกเพิ่มเติม&amp;nbsp;มีแปลงต้นแบบที่เป็นแหล่งเรียนรู้&amp;nbsp;และร่วมกันจัดทำแผนที่เชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยว&amp;nbsp;ระหว่างแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติกับแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร&amp;nbsp;(สวนมะม่วงหิมพานต์)&amp;nbsp;เริ่มจากพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร&amp;nbsp;ต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ&amp;nbsp;พร้อมบริการที่พัก&amp;nbsp;การจัดกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวศึกษาดูงานด้านการเกษตรการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ&amp;nbsp;เกิดการสร้างงาน&amp;nbsp;สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;รับนักท่องเที่ยวได้ปีละ&amp;nbsp;700-800&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การพัฒนาแปรรูปพืชผลทางการเกษตรโดยเฉพาะมะม่วงหิมพานต์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในรูปแบบของการเผาแบบโบราณ&amp;nbsp;แบบคั่วเกลือ&amp;nbsp;และแบบอบธรรมชาติ&amp;nbsp;ทำให้มีรสชาติหอม&amp;nbsp;หวาน&amp;nbsp;มัน&amp;nbsp;อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว&amp;nbsp;อีกทั้งยังมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น&amp;nbsp;เทียนหอม&amp;nbsp;สมุนไพรไล่ยุง&amp;nbsp;สะตอดอง&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;จำหน่ายให้แก่นักท่องเที่ยว&amp;nbsp;และจัดส่งขายตามตลาดต่างๆ&amp;nbsp;เพื่อสร้างรายได้เสริมอีกหนึ่งช่องทาง&amp;nbsp;เพื่อช่วยลดความเสี่ยงด้านการท่องเที่ยว&amp;nbsp;ส่วนกิจกรรมส่งเสริมการเกษตรเชิงท่องเที่ยว&amp;nbsp;เน้นสัมผัสวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนเกาะพยาม&amp;nbsp;เที่ยวชมตลาดใต้ม่วง&amp;nbsp;ตลาดจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ชุมชนจากเกษตรกรโดยตรง&amp;nbsp;จัดกิจกรรมทัวร์สวนกาหยู&amp;nbsp;ชมการสาธิตและให้นักท่องเที่ยวได้ทดลองต้ม&amp;nbsp;อบ&amp;nbsp;คั่ว&amp;nbsp;เผา&amp;nbsp;กะเทาะ&amp;nbsp;ซึ่งเป็นกระบวนการผลิตแบบดั้งเดิม&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ใช้เตาฟืน&amp;nbsp;จะทำให้ได้กลิ่นหอมน่ารับประทาน&amp;nbsp;เป็นการนำเอาทรัพยากรที่มีอยู่ในพื้นที่มาต่อยอด&amp;nbsp;ก่อให้เกิดรายได้ต่อชุมชนและตัวเกษตรกรเอง&amp;nbsp;รวมทั้งเป็นการทำการเกษตรเชิงอนุรักษ์ควบคู่ไปกับการท่องเที่ยวไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายอดิศักดิ์&amp;nbsp;ขาวผ่อง&amp;nbsp;ประธานวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรชุมชนเกาะพยาม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;โดยสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;และสำนักงานเกษตรจังหวัดระนอง&amp;nbsp;ได้ร่วมกันจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อจัดทำฐานข้อมูลองค์ความรู้จากภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านเกษตร&amp;nbsp;และแนวทางการพัฒนามะม่วงหิมพานต์เกาะพยาม&amp;nbsp;โดยชุมชนต้องการผลักดันพัฒนาให้มะม่วงหิมพานต์เกาะพยามเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&amp;nbsp;(GI)&amp;nbsp;เพื่อขยายช่องทางการตลาดให้มากขึ้น&amp;nbsp;และอนุรักษ์พันธุ์ดั้งเดิมโดยการขยายพันธุ์ด้วยการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นและขยายพื้นที่ปลูก&amp;nbsp;ตลอดจนการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้มีความหลากหลาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรชุมชนเกาะพยาม&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดระนอง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จะร่วมบูรณาการกับหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp;จัดอบรมให้ความรู้แก่สมาชิกของกลุ่มเพิ่มเติม&amp;nbsp;และเชื่อมโยงกิจกรรมต่างๆ&amp;nbsp;ด้วยทรัพยากรที่มีในท้องถิ่น&amp;nbsp;สร้างความหลากหลาย&amp;nbsp;โดยเฉพาะกิจกรรมการคั่วมะม่วงหิมพานต์แบบโบราณ&amp;nbsp;นับเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการเกษตรที่เป็นอัตลักษณ์ของชุมชน&amp;nbsp;และได้จัดตั้งเป็นแหล่งเรียนรู้การผลิตมะม่วงหิมพานต์แบบครบวงจร&amp;nbsp;เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้ถึงวิถีชีวิต&amp;nbsp;และภูมิปัญญาท้องถิ่นต่อไป&amp;nbsp;จึงอยากเชิญชวนให้ทุกคนมาเที่ยวชมเกาะพยาม&amp;nbsp;ท่านจะได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของคนในชุมชนที่นี่รับรองว่าจะมีรอยยิ้มกลับไปแน่นอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>17/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สงขลา</Province><Department>สทท.สงขลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211217140237403</Link_News></row>
<row _id="172"><NewsTitle>ตลาด Fisherman Market  ช่วยชาวประมงพื้นบ้าน จำหน่ายสินค้า ผลิตภัณฑ์สู่ผู้บริโภคโดยตรง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสมชวน&amp;nbsp;รัตนมังคลานนท์&amp;nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รักษาราชการแทนอธิบดีกรมประมง&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;จากความห่วงใยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ถึงกรณีที่ชาวประมงพื้นบ้านได้ประสบปัญหาในการประกอบอาชีพ&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยเฉพาะด้านช่องทางการจัดจำหน่ายผลผลิต&amp;nbsp;เนื่องจากผลกระทบของสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19&amp;nbsp;โดยในระยะเร่งด่วนนี้กรมประมงได้จัดทำโครงการ&amp;nbsp;กระจายสินค้าประมงพื้นบ้านสู่ผู้บริโภค&amp;nbsp;เพื่อเปิดช่องทางการตลาดสำหรับกระจายผลผลิต&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดชายทะเล&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;23&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;ซึ่งจะทำการประสานงานกับห้างสรรพสินค้าทั้งค้าส่ง&amp;nbsp;และค้าปลีก&amp;nbsp;สถานีบริการน้ำมัน&amp;nbsp;โรงงานแปรรูป&amp;nbsp;รวมทั้งตลาดในชุมชน&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือชาวประมงพื้นบ้านให้ได้มีพื้นที่ในการจำหน่ายสินค้าสัตว์น้ำเพื่อให้มีรายได้ที่เพียงพอต่อการเลี้ยงชีพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมประมง&amp;nbsp;เปิดตลาด&amp;nbsp;Fisherman&amp;nbsp;Market&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โซนด้านหน้าอาคาร&amp;nbsp;FMC&amp;nbsp;กรมประมง&amp;nbsp;ในทุกวันศุกร์ของสัปดาห์&amp;nbsp;เพื่อให้ชาวประมงพื้นบ้านได้นำสินค้าและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ&amp;nbsp;&amp;nbsp;คุณภาพดี&amp;nbsp;มีมาตรฐาน&amp;nbsp;มาวางจำหน่ายให้ผู้บริโภคได้ร่วมอุดหนุนในราคาสุดพิเศษ&amp;nbsp;โดยในงานมีสินค้ามาวางจำหน่ายมากมายหลายรายการ&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;กรมประมง&amp;nbsp;ยังได้กำหนดให้มีการกระจายการจัดจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ประมงพื้นบ้านให้ครอบคลุมทุกชุมชนของ&amp;nbsp;23&amp;nbsp;จังหวัดชายทะเลอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>17/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211217144603441</Link_News></row>
<row _id="173"><NewsTitle>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขับเคลื่อนโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด </NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวมนัญญา&amp;nbsp;ไทยเศรษฐ์&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยหลังเป็นประธานเปิดงานกิจกรรมมอบเครื่องจักรกลการเกษตร&amp;nbsp;สิ่งก่อสร้างและวัสดุครุภัณฑ์ให้กับกลุ่มแปลงใหญ่&amp;nbsp;โครงการประชาสัมพันธ์การขับเคลื่อนโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&amp;nbsp;จังหวัดอุทัยธานี&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;จากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;ที่ส่งผลต่อภาวะเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ&amp;nbsp;โดยเฉพาะเกษตรกรที่เป็นกําลังหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จึงได้ดำเนินงานโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาดขึ้น&amp;nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&amp;nbsp;ลดต้นทุนการผลิตให้กับกลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;โดยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสม&amp;nbsp;เพื่อยกระดับการผลิตไปสู่สินค้าที่มีคุณภาพมาตรฐาน&amp;nbsp;สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและอุตสาหกรรมต่อเนื่องที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การนำหลักเกษตรสมัยใหม่และเทคโนโลยีการเกษตรที่เหมาะสมมาพัฒนาต่อยอด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะช่วยให้กลุ่มแปลงใหญ่เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรให้ดียิ่งขึ้น&amp;nbsp;มีความเข้มแข็งในการบริหารจัดการกลุ่ม&amp;nbsp;สร้างโอกาสในการเพิ่มคุณภาพผลผลิต&amp;nbsp;ลดต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;และพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;สำหรับการช่วยเหลือ&amp;nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;เนื่องจากภาระต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น&amp;nbsp;รัฐบาลได้มีโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;และโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิต&amp;nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกข้าวเพื่อช่วยสร้างแรงจูงใจ&amp;nbsp;ให้เกษตรกรมีการผลิตและดูแลผลผลิตให้มีคุณภาพดีมีโอกาสขายข้าวในราคาที่สูงขึ้น&amp;nbsp;ทำให้เกษตรกรมีรายได้มากขึ้นและมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>17/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211217144955446</Link_News></row>
<row _id="174"><NewsTitle>จังหวัดตรังและกรมประมง จัดพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ภายใต้โครงการเพิ่มผลผลิตกุ้งก้ามกรามในแหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อสร้างรายได้จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID  19)</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่บริเวณคลองหินขวาง&amp;nbsp;ตำบลท่าพญา&amp;nbsp;อำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;นางสาวสุณัฐชา&amp;nbsp;โล่สถาพรพิพิธ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;(เลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาคลื่นทะเลกัดเซาะชายฝั่งและการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลอย่างเป็นระบบ&amp;nbsp;และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดตรัง)&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ&amp;nbsp;ภายใต้โครงการเพิ่มผลผลิตกุ้งก้ามกรามในแหล่งน้ำธรรมชาติ&amp;nbsp;เพื่อสร้างรายได้จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(COVID&amp;nbsp;&amp;nbsp;19)&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;นายบัญชา&amp;nbsp;สุขแก้ว&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมประมง&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;สืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;(COVID&amp;nbsp;-&amp;nbsp;19)&amp;nbsp;ที่ได้เริ่มในช่วงปลายปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;และขยายความรุนแรงมากยิ่งขึ้นในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จนกลายเป็นมหาวิกฤติครั้งใหญ่ของประเทศ&amp;nbsp;ที่ส่งผลกระทบต่อการดำรงวิถีชีวิตของราษฎรและการถดถอยทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างมาก&amp;nbsp;ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งหมดเกิดการชะลอตัวจนกระทั่งบางกิจกรรมต้องหยุดชะงักไป&amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่อรายได้พี่น้องประชาชน&amp;nbsp;คนทำมาหากิน&amp;nbsp;หรือคนค้าขาย&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ดร.เฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ได้มอบหมายให้กรมประมง&lt;/strong&gt;จัดทำโครงการเพิ่มผลผลิตกุ้งก้ามกรามในเหล่งน้ำธรรมชาติ&amp;nbsp;เพื่อสร้างรายได้จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(COVID&amp;nbsp;-&amp;nbsp;19)&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาและให้ความช่วยเหลือพี่น้องชาวประมง&amp;nbsp;ประชาชนที่ประสบความเดือดร้อนดังกล่าว&amp;nbsp;โดยดำเนินการจัดหาและปล่อยพันธุ์กุ้งก้ามกรามลงในแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีความเหมาะสม&amp;nbsp;ตามความต้องการของชุมชนประมงในพื้นที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มผลผลิตทรัพยากรสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์&amp;nbsp;ชาวประมงและประชาชน&amp;nbsp;มีความมั่นคงทางด้านอาหาร&amp;nbsp;สามารถเข้าถึงทรัพยากรสัตว์น้ำได้อย่างทั่วถึง&amp;nbsp;ทำให้ชาวประมงและประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งจังหวัดตรังและกรมประมงได้มีการกำหนดการร่วมปล่อยพันธุ์กุ้งก้ามกราม&amp;nbsp;ขนาดตั้งแต่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เซนติเมตรขึ้นไป&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;700,000&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;และพันธุ์ปลาน้ำจืด&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;100,000&amp;nbsp;ตัวได้แก่&amp;nbsp;พันธุ์ปลาสุลต่าน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;50,000&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;และปลาตะเพียนขาว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;50,000&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณคลองหินขวาง&amp;nbsp;ตำบลท่าพญา&amp;nbsp;อำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เนื่องด้วยคลองหินขวางแห่งนี้มีสายน้ำเชื่อมต่อกับคลองปะเหลียน&amp;nbsp;ไหลลงสู่ปากแม่น้ำปะเหลียน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีลักษณะทางกายภาพเป็นคลองน้ำกร่อย&amp;nbsp;เป็นพื้นที่รอยต่อระหว่างน้ำจืดและน้ำเค็ม&amp;nbsp;จึงอุดมไปด้วยอินทรียสาร&amp;nbsp;แพลงก์ตอน&amp;nbsp;เป็นแหล่งอาหารที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของกุ้งก้ามกราม&amp;nbsp;ในบริเวณลำคลองแห่งนี้มีลักษณะเป็นโขดหินตลอดลำคลอง&amp;nbsp;จึงเหมาะสมเป็นแหล่งอาศัย&amp;nbsp;หลบซ่อนจากศัตรูในธรรมชาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;จนกลายเป็นแหล่งทรัพยากรประมงอันทรงคุณค่าที่ก่อให้เกิดประโยชน์&amp;nbsp;เป็นแหล่งอาหารโปรตีน&amp;nbsp;ทำให้ชาวประมงและประชาชนจับสัตว์น้ำได้เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;เกิดการสร้างรายได้&amp;nbsp;มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&amp;nbsp;และก่อให้เกิดการฟื้นฟูเศรษฐกิจของชุมชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำปะเหลียน&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส&amp;nbsp;โคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(COVID&amp;nbsp;-&amp;nbsp;19)&amp;nbsp;ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>17/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211217155111489</Link_News></row>
<row _id="175"><NewsTitle>จังหวัดนนทบุรีเปิดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ไตรมาสที่ 1</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;นางสาวอโรชา&amp;nbsp;นันทมตรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นประธานเปิดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&amp;nbsp;ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;ปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ไตรมาสที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เพื่อให้บริการแก่เกษตรกรในการแก้ไขปัญหาการผลิตด้านการเกษตรได้อย่างรวดเร็วอย่างทั่วถึงและสอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร&amp;nbsp;ซึ่งมีการบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานวิชาการ&amp;nbsp;หน่วยงานส่งเสริมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมพัฒนาฟื้นฟูเกษตรกรให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน&amp;nbsp;โดยเป็นการปฏิบัติงานในเชิงรุกที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหาให้ได้รับบริการทางการเกษตร&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การวิเคราะห์ดิน&amp;nbsp;การวินิจฉัยโรคพืช&amp;nbsp;โรคสัตว์&amp;nbsp;โรคสัตว์น้ำ&amp;nbsp;รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและฝึกอบรมความรู้การเกษตรเสริมเพิ่มเติมควบคู่กันไปด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&amp;nbsp;ได้กำหนดจัดงาน&amp;nbsp;ทั้งหมด&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ไตรมาส&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยในการจัดงานครั้งนี้อยู่ใน&amp;nbsp;ไตรมาสที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ภายในงานกิจกรรม&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;นิทรรศการด้านการเกษตร&amp;nbsp;การฝึกอบรมอาชีพด้านการเกษตร&amp;nbsp;และเปิดให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;12&amp;nbsp;คลินิก&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;คลินิกพืช&amp;nbsp;คลินิกข้าว&amp;nbsp;คลินิกดิน&amp;nbsp;คลินิกปศุสัตว์&amp;nbsp;คลินิกประมง&amp;nbsp;คลินิกชลประทาน&amp;nbsp;คลินิกสหกรณ์&amp;nbsp;คลินิกบัญชี&amp;nbsp;และคลินิกอื่นๆ&amp;nbsp;การให้บริการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;นายอำเภอไทรน้อย&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการในระดับอำเภอ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เกษตรอำเภอ&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่&amp;nbsp;และเกษตรกร&amp;nbsp;เข้าร่วมงานจำนวน&amp;nbsp;200&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วัดยอดพระพิมล&amp;nbsp;ตำบลขุนศรี&amp;nbsp;อำเภอไทรน้อย&amp;nbsp;จังหวัดนนทบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>17/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>นนทบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนนทบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211217154648485</Link_News></row>
<row _id="176"><NewsTitle>ผู้ว่าฯยะลา ประชุมหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จังหวัดยะลา เตรียมความพร้อมจัดโครงการคลีนิคเกษตรเคลื่อนที่ในพระบรมราชานุเคราะห์ ระดับจังหวัด ครั้งที่ 12565 ณ วัดทุ่งยอ ต.ตาเซะ อ.เมือง จ.ยะลา</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;17ธ.ค.64&amp;nbsp;ที่ห้องประชุม&amp;nbsp;3&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายภิรมย์&amp;nbsp;นิลทยา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&amp;nbsp;ได้เป็นประชุมคณะกรรมการโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระบรมราชานุเคราะห์&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมารี&amp;nbsp;ระดับจังหวัด&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมการจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;เฉลิมพระเกียรติ&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;รวมทั้งให้เกษตรกรที่มีปัญหาด้านการเกษตรในพื้นที่ห่างไกล&amp;nbsp;สามารถเข้าถึงบริการทางวิชาการ&amp;nbsp;และได้รับแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรอย่างครบวงจรในคราวเดียว&amp;nbsp;โดยมีนายกัสมัน&amp;nbsp;ยะมาแล&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา&amp;nbsp;นายธราวุธ&amp;nbsp;ช่วยเกิด&amp;nbsp;นายอำเภอเมืองยะลา&amp;nbsp;และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหมกรณ์&amp;nbsp;17&amp;nbsp;หน่วยงาน&amp;nbsp;เข้าร่วม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา&amp;nbsp;ได้กำหนดจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระบรมราชานุเคราะห์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมารี&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วัดทุ่งยอ&amp;nbsp;ต.ตาเซะ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;ในวันอังคาร&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;ธ.ค.64&amp;nbsp;โดยจะมีการให้บริการเกษตรกร&amp;nbsp;และประชาชนที่สนใจบริการทางวิชาการด้านต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;คลินิกดิน&amp;nbsp;คลินิกพืช&amp;nbsp;คลินิกปศุสัตว์&amp;nbsp;คลินิกประมง&amp;nbsp;คลินิกชลประทาน&amp;nbsp;คลินิกสหกรณ์&amp;nbsp;คลินิกบัญชี&amp;nbsp;คลินิกกฎหมาย&amp;nbsp;คลินิกยาง&amp;nbsp;คลินิกเงินทุน&amp;nbsp;คลินิกธงฟ้า&amp;nbsp;การจำหน่ายสินค้ากลุ่มแม่บ้าน&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;คลินิคเงินทุน&amp;nbsp;และคลินิกสุขภาพ&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>17/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211217162907547</Link_News></row>
<row _id="177"><NewsTitle>ยะลา เตรียมจัดโครงการคลีนิคเกษตรเคลื่อนที่ในพระบรมราชานุเคราะห์</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;17ธ.ค.64&amp;nbsp;ที่ห้องประชุม&amp;nbsp;3&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.ยะลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายภิรมย์&amp;nbsp;นิลทยา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&amp;nbsp;ได้เป็นประชุมคณะกรรมการโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระบรมราชานุเคราะห์&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมารี&amp;nbsp;ระดับจังหวัด&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมการจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&amp;nbsp;เฉลิมพระเกียรติ&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;รวมทั้งให้เกษตรกรที่มีปัญหาด้านการเกษตรในพื้นที่ห่างไกล&amp;nbsp;สามารถเข้าถึงบริการทางวิชาการ&amp;nbsp;และได้รับแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรอย่างครบวงจรในคราวเดียว&amp;nbsp;โดยมีนายกัสมัน&amp;nbsp;ยะมาแล&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา&amp;nbsp;นายธราวุธ&amp;nbsp;ช่วยเกิด&amp;nbsp;นายอำเภอเมืองยะลา&amp;nbsp;และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหมกรณ์&amp;nbsp;17&amp;nbsp;หน่วยงาน&amp;nbsp;เข้าร่วม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา&amp;nbsp;ได้กำหนดจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระบรมราชานุเคราะห์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมารี&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วัดทุ่งยอ&amp;nbsp;ต.ตาเซะ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;ในวันอังคาร&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;ธ.ค.64&amp;nbsp;โดยจะมีการให้บริการเกษตรกร&amp;nbsp;และประชาชนที่สนใจบริการทางวิชาการด้านต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;คลินิกดิน&amp;nbsp;คลินิกพืช&amp;nbsp;คลินิกปศุสัตว์&amp;nbsp;คลินิกประมง&amp;nbsp;คลินิกชลประทาน&amp;nbsp;คลินิกสหกรณ์&amp;nbsp;คลินิกบัญชี&amp;nbsp;คลินิกกฎหมาย&amp;nbsp;คลินิกยาง&amp;nbsp;คลินิกเงินทุน&amp;nbsp;คลินิกธงฟ้า&amp;nbsp;การจำหน่ายสินค้ากลุ่มแม่บ้าน&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;คลินิคเงินทุน&amp;nbsp;และคลินิกสุขภาพ&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>17/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211217164759561</Link_News></row>
<row _id="178"><NewsTitle>กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ ปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี จัดฝึกอบรมอาสาปศุสัตว์ หลักสูตร พื้นฐานอาสาปศุสัตว์ พร้อมตรวจประเมินการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มเลี้ยงสัตว์</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;จัดฝึกอบรมอาสาปศุสัตว์&amp;nbsp;หลักสูตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พื้นฐานอาสาปศุสัตว์&amp;nbsp;พร้อมตรวจประเมินการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรีโดยกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์&amp;nbsp;จัดการฝึกอบรมอาสาปศุสัตว์&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;หลักสูตร&amp;nbsp;พื้นฐานอาสาปศุสัตว์&amp;nbsp;กลุ่มเป้าหมายเป็นอาสาใหม่หรืออาสาเดิมจำนวน&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;8&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เรื่องบทบาทอาสาปศุสัตว์และกรอบงานของกลุ่มต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยวิทยากรจากกลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์&amp;nbsp;กลุ่มพัฒนาคุณภาพสินค้าปศุสัตว์&amp;nbsp;และกลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศการปศุสัตว์&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรีบรรยายให้ความรู้แก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;ส่วนในภาคปฏิบัติปศุสัตว์อำเภอทุกอำเภอรับไปฝึกอบรมในพื้นที่ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;กลุ่มพัฒนาคุณภาพสินค้าปศุสัตว์&amp;nbsp;ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอท่ายาง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ปฏิบัติหน้าที่เข้าตรวจประเมินการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;ชนิดต่ออายุ&amp;nbsp;ฟาร์มโคนม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ฟาร์ม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โครงการชั่งหัวมัน&amp;nbsp;ตามพระราชดำริ&amp;nbsp;ผลการตรวจไม่พบข้อบกพร่องเป็นไปตามข้อกำหนดของหลักเกณฑ์การตรวจประเมิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สวท.เพชรบุรี/17&amp;nbsp;ธ.ค.64&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>17/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>เพชรบุรี</Province><Department>สวท.เพชรบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211217214640648</Link_News></row>
<row _id="179"><NewsTitle>เกษตรนครพนม เปิดเวทีเชื่อมโยงเครือข่าย ศพก. และแปลงใหญ่ ระดับจังหวัด</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่ศูนย์สารสนเทศยางพารานครพนม&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเวทีการประชุมเชื่อมโยงการดำเนินงานคณะกรรมการเครือข่ายศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ศพก.&amp;nbsp;และแปลงใหญ่&amp;nbsp;ระดับจังหวัด&amp;nbsp;ภายใต้โครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เชื่อมโยงเครือข่ายคณะกรรมการ&amp;nbsp;ศพก.&amp;nbsp;และแปลงใหญ่&amp;nbsp;เน้นเรียนรู้เทคโนโลยี&amp;nbsp;นำไปสู่การพัฒนาภาคการเกษตรในพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวินัย&amp;nbsp;คงยืน&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;เปิดเวทีการประชุมเชื่อมโยงการดำเนินงานคณะกรรมการเครือข่ายศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ศพก.&amp;nbsp;และแปลงใหญ่&amp;nbsp;ระดับจังหวัด&amp;nbsp;ภายใต้โครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงการดำเนินงานของคณะกรรมการแปลงใหญ่&amp;nbsp;คณะกรรมการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;ในการรับทราบถึงปัญหาและอุปสรรคในการขับเคลื่อนงานในพื้นที่&amp;nbsp;รวมถึงการกำหนดทิศทางการดำเนินงานให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล&amp;nbsp;โดยมีบุคคลเป้าหมาย&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ประธาน&amp;nbsp;ศพก.&amp;nbsp;ประธานแปลงใหญ่&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลแปลงใหญ่ในพื้นที่แต่ละอำเภอ&amp;nbsp;เข้าร่วมการประชุม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการจัดประชุมเชื่อมโยงการดำเนินงานคณะกรรมการ&amp;nbsp;ศพก.&amp;nbsp;และแปลงใหญ่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เพื่อร่วมกันบูรณาการการขับเคลื่อนงานในพื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพรวมถึงการสร้างการรับรู้งานตามนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาภาคการเกษตร&amp;nbsp;โดยเน้นให้เกิดการรวมกลุ่มกันผลิต&amp;nbsp;ลดต้นทุนในการผลิต&amp;nbsp;ทำให้ผลผลิตมีคุณภาพ&amp;nbsp;มีความปลอดภัยเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค&amp;nbsp;โดยใช้หลักการตลาดนำการผลิต&amp;nbsp;ซึ่งจะต้องมีการวางแผนการผลิตที่ชัดเจนและพัฒนาผลผลิตให้มีคุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาดร่วมกัน&amp;nbsp;สำหรับการตลาดที่ประสบความสำเร็จ&amp;nbsp;ทั้งศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;การส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&amp;nbsp;แต่ละอำเภอจะต้องมีการจัดทำแผนร่วมกันถึงทิศทางการดำเนินงานที่ชัดเจน&amp;nbsp;การจัดทำแผนการผลิตทั้งรายบุคคลและรายแปลง&amp;nbsp;เพื่อให้ข้อมูลเป็นระบบ&amp;nbsp;สามารถใช้ประโยชน์ได้ง่ายในการพัฒนาภาคการเกษตรในพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;การขับเคลื่อนงานโครงการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรที่ผ่านมา&amp;nbsp;นับว่าประสบความสำเร็จในการพัฒนาให้มีการสร้างเครือข่ายและรวมกลุ่มกันอย่างเข้มแข็ง&amp;nbsp;ซึ่งต้องเร่งผลักดันและดำเนินการขับเคลื่อนการพัฒนาและยกระดับสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพเป็นความต้องการของตลาด&amp;nbsp;สร้างรายได้อย่างยั่งยืน&amp;nbsp;โดยพัฒนาสินค้าเด่นให้มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภาพ/ข่าว&amp;nbsp;:&amp;nbsp;ว่าที่ร้อยตรี&amp;nbsp;อาทิตย์&amp;nbsp;อุ่นนาแซง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>17/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครพนม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211217222714664</Link_News></row>
<row _id="180"><NewsTitle>ร้อยเอ็ด รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามการส่งเสริมอาชีพให้เกษตรกรหลังน้ำลดและมอบถุงยังชีพเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันศุกร์ที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;10.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นายประภัตร&amp;nbsp;โพธสุธน&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ลงพื้นที่ติดตามการส่งเสริมอาชีพให้เกษตรกรหลังน้ำลดและมอบถุงยังชีพเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บ้านหนองแก่ง&amp;nbsp;ตำบลพลับพลา&amp;nbsp;อำเภอเชียงขวัญ&amp;nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;ดร.รณวริทธิ์&amp;nbsp;ปริยฉัตรตระกูล&amp;nbsp;สมาชิกวุฒิสภา&amp;nbsp;,นายภูสิต&amp;nbsp;สมจิตต์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ดร.เอกภาพ&amp;nbsp;พลซื่อ&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นายอนุรักษ์&amp;nbsp;จุรีมาศ&amp;nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด,&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่และใกล้เคียง&amp;nbsp;เข้าร่วมงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายประภัตร&amp;nbsp;โพธสุธน&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ตามนโยบายของคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;ที่ต้องการให้เกษตรกรมีอาชีพเสริมและมีรายได้เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;หลังจากการเก็บเกี่ยวข้าว&amp;nbsp;โดยจังหวัดร้อยเอ็ด&amp;nbsp;ได้เริ่มจากในเขตอำเภอโพธิ์ชัยและเชียงขวัญ&amp;nbsp;ซึ่งมีน้ำที่สมบูรณ์&amp;nbsp;มีพื้นที่เหมาะสำหรับการส่งเสริมอาชีพต่างๆ&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีนโยบายที่จะให้เกษตรกรยืมเงินตามมาตรการ&amp;nbsp;การส่งเสริมอาชีพให้เกษตรกรหลังน้ำลด&amp;nbsp;รายละไม่เกิน&amp;nbsp;100,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์&amp;nbsp;แต่ใช้บุคคล&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;มาค้ำประกัน&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรเกิดอาชีพอย่างจริงจังและมีประสิทธิผล&amp;nbsp;โดยมอบให้&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัด&amp;nbsp;เป็นแม่งานสำคัญ&amp;nbsp;และได้ส่งเสริมให้มีการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว&amp;nbsp;โดยกรมการข้าวจะเป็นผู้รับซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าว&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวให้เป็นไปตามนโยบายที่ต้องการลดต้นทุน&amp;nbsp;เพิ่มผลผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวให้กับชาวนาทั้งภาคอีสาน&amp;nbsp;โดยให้ไร่ละ&amp;nbsp;15&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;คนหนึ่งไม่เกิน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;และได้มอบถุงยังชีพให้แก่เกษตรกรชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยหลังน้ำลด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้น&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;13.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;พร้อมผู้ว่าราชการจังหวัด&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด&amp;nbsp;และคณะ&amp;nbsp;ได้ประชุมติดตามความก้าวหน้า&amp;nbsp;โครงการนิคมปศุสัตว์&amp;nbsp;ซึ่งโครงการจะมีการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;มาตั้งหน่วยบริการและให้ความรู้แก่ชาวบ้าน&amp;nbsp;เพื่อให้การเลี้ยงสัตว์มีการเจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพและปลอดภัยจากโรค&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;15.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และคณะ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เดินทางไปยัง&amp;nbsp;บ้านสงเปลือย&amp;nbsp;อำเภอเมืองร้อยเอ็ด&amp;nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&amp;nbsp;ได้ตรวจเยี่ยมกลุ่มข้าวเกษตรอินทรีย์พร้อมให้นโยบายตามโครงการสานฝันสร้างอาชีพและยกระดับรายได้แก่พี่น้องประชาชน&amp;nbsp;ให้มีอาชีพเสริมในระยะสั้นและมีรายได้ที่แน่นอน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การเลี้ยงกุ้งฝอย&amp;nbsp;การปลูกฟักทอง&amp;nbsp;เพื่อเป็นต้นทุนให้เกษตรกรที่สนใจและมีตลาดรองรับที่ชัดเจนในการทำเกษตร&amp;nbsp;ซึ่งสามารถที่จะเสริมสร้างรายได้ในระยะสั้นและยังทำให้ความเป็นอยู่ของชาวบ้านดียิ่งขึ้น&amp;nbsp;หากเกษตรกรสนใจ&amp;nbsp;สามารถยื่นขอสมัครเข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;ได้ทันที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>17/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ร้อยเอ็ด</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211217233356675</Link_News></row>
<row _id="181"><NewsTitle>กรมพัฒนาที่ดินหนุนปลูกปอเทือง ผลิตเมล็ดพันธุ์ บำรุงดิน เพิ่มผลผลิต เสริมรายได้</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวเบญจพร&amp;nbsp;ชาครานนท์&amp;nbsp;อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สภาพพื้นที่นาดอนเกษตรกรใช้พื้นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;หลังเก็บเกี่ยวข้าวโพดไม่มีการใช้ประโยชน์ที่ดินที่จะก่อให้เกิดรายได้ใดๆ&amp;nbsp;จึงเกิดการรวมกลุ่มโดยมีหมอดินอาสาเป็นผู้นำการปลูกปอเทืองเป็นพืชที่สอง&amp;nbsp;สถานีพัฒนาที่ดินพะเยามีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนให้เกษตรกรปลูกพืชตระกูลถั่วเพื่อปรับปรุงบำรุงดิน&amp;nbsp;เพิ่มรายได้และรณรงค์ให้ไถกลบเศษวัสดุพืชในแปลงปลูก&amp;nbsp;ลดการเผา&amp;nbsp;ซึ่งก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศและการทำลายหน้าดิน&amp;nbsp;ปอเทืองบ้านบ่อเบี้ยให้ผลผลิต&amp;nbsp;100-200&amp;nbsp;กิโลกรัมต่อไร่&amp;nbsp;ใช้ระยะเวลาการปลูก&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;(สิงหาคม-พฤศจิกายน)&amp;nbsp;เกษตรกรมีรายได้เฉลี่ยไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;บาทต่อไร่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เดือนพฤศจิกายน/ธันวาคม&amp;nbsp;เป็นช่วงเวลาที่ปอเทืองออกดอกเต็มที่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทุ่งนากว้างมองไปสุดลูกหูลูกตา&amp;nbsp;ดอกปอเทืองสีเหลืองพริ้วไหวล้อลมเต็มพื้นที่&amp;nbsp;สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้พบเห็น&amp;nbsp;เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม&amp;nbsp;เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของจังหวัดพะเยา&amp;nbsp;/เกษตรกรบ้านบ่อเบี้ย&amp;nbsp;รวมกลุ่มสมาชิกในหมู่บ้านจำนวน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;ปลูกปอเทืองกว่า&amp;nbsp;200&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;คาดการณ์ผลผลิตรวมกว่า&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ผลิตเมล็ดพันธุ์ปอเทือง&amp;nbsp;เพื่อจำหน่ายเป็นพืชปุ๋ยสดบำรุงดิน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวไปชมความงาม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หากสนใจติดต่อซื้อเมล็ดพันธุ์ได้ที่แหล่งผลิต&amp;nbsp;หรือติดต่อสถานีพัฒนาที่ดินพะเยา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>18/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>NULL</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211218111148748</Link_News></row>
<row _id="182"><NewsTitle>ชวนอุดหนุนของดีจากเกษตรกรตัวจริง ในงานโอทอปไทย สู้ภัยโควิด-19 ที่เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายนวนิตย์&amp;nbsp;พลเคน&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนมีภารกิจในการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;ครอบครัวเกษตรกร&amp;nbsp;องค์กรเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;รวมทั้งดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;และเพื่อเป็นการส่งเสริมอาชีพให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมส่งเสริมการเกษตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จึงร่วมนำทัพสินค้าเกษตรคุณภาพดีของทุกภูมิภาคทั่วประเทศจากเกษตรกรตัวจริง&amp;nbsp;ร่วมจำหน่ายในงานโอทอป&amp;nbsp;ไทย&amp;nbsp;สู้ภัยโควิด-19&amp;nbsp;ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;&amp;nbsp;26&amp;nbsp;ธันวาคมนี้&amp;nbsp;ที่อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์&amp;nbsp;1-3&amp;nbsp;ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค&amp;nbsp;เมืองทองธานี&amp;nbsp;จังหวัดนนทบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ภายในงานมีสินค้าหลากหลายจากทั่วประเทศ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มาจัดแสดงและจําหน่ายกว่า&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;ร้านค้า&amp;nbsp;และสามารถจัดเป็นของขวัญของฝากช่วงเทศกาลปีใหม่เพื่อส่งมอบความสุขให้แก่กัน&amp;nbsp;ซึ่งมีความสุขใจทั้งผู้ผลิตผู้ให้ผู้ที่ได้รับมอบของขวัญกระจาย&amp;nbsp;รายได้สู่ท้องถิ่น&amp;nbsp;ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนฐานรากให้มีความเข้มแข็งตามนโยบายของรัฐบาลและช่วยบรรเทาผลกระทบของผู้ผลิตจากวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับสินค้าของวิสาหกิจชุมชนและกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่กรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นำมาร่วมจำหน่ายภายในงาน&amp;nbsp;จะอยู่ในโซนใกล้กับเวที&amp;nbsp;&amp;nbsp;(แถว&amp;nbsp;A&amp;nbsp;-&amp;nbsp;N)&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีสินค้าหลากหลายประเภท&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ผักผลไม้&amp;nbsp;อาหาร&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูป&amp;nbsp;สมุนไพร&amp;nbsp;งานจักสานหัตถกรรมตกแต่งบ้าน&amp;nbsp;ผ้าและเครื่องแต่งกาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกท่าน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ร่วมสนับสนุนสินค้าวิสาหกิจชุมชนในงานโอทอปไทย&amp;nbsp;สู้ภัยโควิด-19&amp;nbsp;พร้อมพบกับความหลากหลายของสินค้าที่คัดสรรจากทั่วทุกภูมิภาคของไทยมาให้&amp;nbsp;ชม&amp;nbsp;ชิม&amp;nbsp;ช้อป&amp;nbsp;กันอย่างเพลิดเพลิน&amp;nbsp;เพื่อเป็นกําลังใจให้ผู้ประกอบการชุมชนในการก้าว&amp;nbsp;ผ่านวิกฤติโควิด-19&amp;nbsp;และช่วยให้ส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศไปด้วยกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>18/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>NULL</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211218110727736</Link_News></row>
<row _id="183"><NewsTitle>สมาคมเครือข่ายธุรกิจ Biz Club Tak ร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ บูม.! โคพันธุ์ตาก เชื่อมโยงการค้า สู่ ตลาดไทยและตลาดโลก</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สมาคมเครือข่ายธุรกิจ&amp;nbsp;Biz&amp;nbsp;Club&amp;nbsp;Tak&amp;nbsp;ร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า&amp;nbsp;กระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;บูม.!&amp;nbsp;โคพันธุ์ตาก&amp;nbsp;สินค้าคุณภาพ&amp;nbsp;เกรดพรีเมี่ยม&amp;nbsp;เชื่อมโยงการค้าสู่ตลาดไทย&amp;nbsp;และตลาดโลก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นายสุรชัย&amp;nbsp;วีระสมเกียรติ&amp;nbsp;ประธานสมาคมการค้า&amp;nbsp;เครือข่ายธุรกิจ&amp;nbsp;เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก&amp;nbsp;Biz&amp;nbsp;Club&amp;nbsp;TAK&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วยนางสาวสุวดี&amp;nbsp;อำไพ&amp;nbsp;รองประธาน&amp;nbsp;ร่วมกับนายสุริยา&amp;nbsp;มาเกิด&amp;nbsp;ประธานกลุ่มเครือข่ายพัฒนาโคเนื้อตาก&amp;nbsp;ประธานอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรจังหวัดตาก&amp;nbsp;พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายกลุ่มสมาชิกโคพันธุ์ตาก&amp;nbsp;สภาเกษตรกรจังหวัดตาก&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตาก&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุมมิสเตอร์เซลล์แมน&amp;nbsp;เพื่อหาแนวทาง&amp;nbsp;พัฒนาการตลาดเนื้อโคคุณภาพเกรดพรีเมี่ยม&amp;nbsp;โคพันธุ์ตาก&amp;nbsp;ให้เชื่อมโยงกลุ่มผู้บริโภคตามเศรษฐกิจและสังคม&amp;nbsp;เชื่อมโยงการค้าสู่ตลาดไทยและตลาดโลกในรูปแบบการค้าออฟไลน์และออนไลน์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;สมาคมเครือข่ายธุรกิจ&amp;nbsp;เขตเศรษฐกิจพิเศษตาก&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;Biz&amp;nbsp;Club&amp;nbsp;Tak&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นองค์กรที่มีเครือข่ายพันธมิตรทางการค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ&amp;nbsp;ในการประชาสัมพันธ์สินค้าและการขายสินค้า&amp;nbsp;จึงมีแนวคิดที่จะส่งเสริมพัฒนาสินค้าด้านการปศุสัตว์และด้านการเกษตรแปรรูป&amp;nbsp;นำร่อง&amp;nbsp;โครงการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรไทยในพื้นที่ชังหวัดตาก&amp;nbsp;ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;โดยเน้นผลิตภัณฑ์เนื้อโคพันธุ์ตากเป็นหลัก&amp;nbsp;สอดแทรกสินค้าทางการเกษตร&amp;nbsp;สินค้าแปรรูป&amp;nbsp;และส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยในพื้นที่จังหวัดตาก&amp;nbsp;เพื่อช่วยแก้ปัญหาด้านการตลาด&amp;nbsp;ลดต้นทุน&amp;nbsp;เพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า&amp;nbsp;เชื่อมโยงการขายสินค้าของผู้ประกอบการ&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดตาก&amp;nbsp;เพื่อร่วมสานพลังสู้ภัยโควิด-19&amp;nbsp;เพื่อสนับสนุนการทำงานของคณะเซลล์แมนจังหวัดตาก&amp;nbsp;ภายใต้นโยบายของกระทรวงพาณิชย์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;เมนูอาหารท้าให้ลอง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ต้อง!&amp;nbsp;สเต็กเนื้อโคพันธุ์ตาก&amp;nbsp;กลุ่มเครือข่ายพัฒนาโคเนื้อตาก&amp;nbsp;ต้อนรับเทศกาลท่องเที่ยวจังหวัดตากในช่วงไฮซีซั่น&amp;nbsp;(High&amp;nbsp;Season)&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>18/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>ตาก</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตาก</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211218095008712</Link_News></row>
<row _id="184"><NewsTitle>ยกระดับขบวนการสหกรณ์ ผลักดันให้เกิดความเข้มแข็งกับสหกรณ์ทั่วประเทศ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวมนัญญา&amp;nbsp;ไทยเศรษฐ์&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวในโอกาสลงพื้นที่&amp;nbsp;ตรวจเยี่ยมสหกรณ์การเกษตรปักธงชัย&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;สหกรณ์ในจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;ได้ขับเคลื่อนนโยบายสำคัญและงานเร่งด่วนตามนโยบายรัฐบาลได้หลายเรื่อง&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;โครงการส่งเสริมการดำเนินธุรกิจร้านค้าสหกรณ์ในรูปแบบซูเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์&amp;nbsp;ซึ่งได้ดำเนินการขับเคลื่อนพัฒนาร้านค้าสหกรณ์ให้เป็นจุดจำหน่ายสินค้าของเกษตรกร&amp;nbsp;โครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน&amp;nbsp;สานต่ออาชีพการเกษตร&amp;nbsp;เพื่อสนับสนุนให้ลูกหลานสมาชิกสหกรณ์หรือบุคคลทั่วไปที่จากบ้านไปประกอบอาชีพในต่างจังหวัด&amp;nbsp;กลับมาทำการเกษตรที่บ้านเกิด&amp;nbsp;โดยมีสหกรณ์การเกษตรในพื้นที่คอยเป็นพี่เลี้ยง&amp;nbsp;ตลอดจนการจัดหาตลาดรองรับ&amp;nbsp;โครงการปรับโครงสร้างการผลิต&amp;nbsp;การรวบรวมและการแปรรูปของสถาบันเกษตรกร&amp;nbsp;รองรับผลผลิตทางการเกษตร&amp;nbsp;เพื่อยกระดับศักยภาพสถาบันเกษตรกรให้เป็นศูนย์กลางในการบริหารจัดการผลผลิตทางการเกษตรตลอดห่วงโซ่การผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;นโยบายการใช้ระบบตลาดนำการผลิต&amp;nbsp;โดยการขยายช่องทางการตลาดสินค้าเกษตร&amp;nbsp;พัฒนาความรู้และศักยภาพของเกษตรกร&amp;nbsp;ส่งเสริมให้มีการเชื่อมโยงตลาดข้าวอินทรีย์และข้าว&amp;nbsp;GMP&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กระทรวงเกษตรและสกรณ์&amp;nbsp;มีความมุ่งมั่นผลักดันให้เกิดความเข้มแข็งกับสหกรณ์ทั่วประเทศ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ขอขอบคุณสหกรณ์ทุกแห่งที่ร่วมแรงร่วมใจกันพัฒนาสหกรณ์ให้เข้มแข็ง&amp;nbsp;ช่วยกันส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรให้เป็นสินค้าเกษตรปลอดภัย&amp;nbsp;พร้อมขับเคลื่อนงานเพื่อให้สมาชิกสหกรณ์มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&amp;nbsp;มีรายได้เพิ่มและมีความมั่นคงในอาชีพ&amp;nbsp;ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ&amp;nbsp;โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์และกรมวิชาการเกษตรพร้อมเป็นพี่เลี้ยงให้ความรู้กับเกษตรกร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>18/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211218190230878</Link_News></row>
<row _id="185"><NewsTitle>เกษตรกรอำเภอวังยาง ปลูกฟักทองญี่ปุ่น พืชใช้น้ำน้อยราคาดี ตลาดต้องการ สร้างรายได้กว่า 80,000 บาท</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เกษตรกรอำเภอวังยาง&amp;nbsp;ปลูกฟักทองญี่ปุ่น&amp;nbsp;พืชใช้น้ำน้อยราคาดี&amp;nbsp;ตลาดต้องการ&amp;nbsp;สร้างรายได้กว่า&amp;nbsp;80,000&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ฟักทองญี่ปุ่น&amp;nbsp;เป็นพืชอายุสั้น&amp;nbsp;เก็บเกี่ยวผลผลิตได้เร็ว&amp;nbsp;และที่สำคัญในช่วงนี้กำลังเป็นที่ต้องการของตลาด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เนื่องจากฟักทองญี่ปุ่นมีรสชาติที่อร่อย&amp;nbsp;มัน&amp;nbsp;เนื้อนุ่มกว่าฟักทองชนิดอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ทำให้ผู้บริโภคเริ่มหาซื้อมารับประทานกันจำนวนมาก&amp;nbsp;โดยราคาขณะนี้อยู่ที่&amp;nbsp;30-50&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัมเลยทีเดียว&amp;nbsp;ทำให้เกษตรกรหลายรายหันปลูกฟักทองญี่ปุ่นหลังการเก็บเกี่ยวข้าว&amp;nbsp;โดยมองว่าเป็นพืชที่ใช้น้ำน้อยและมีความต้องการของตลาดที่สูง&amp;nbsp;อีกทั้ง&amp;nbsp;ยังดูแลง่าย&amp;nbsp;ช่วยสร้างรายได้เสริมในช่วงฤดูแล้งได้ดี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นางปิยธิดา&amp;nbsp;แก้วดี&amp;nbsp;เกษตรกรอำเภอวังยาง&amp;nbsp;รายหนึ่ง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่หันปลูกพืชใช้น้ำน้อยในช่วงฤดูแล้ง&amp;nbsp;สร้างรายได้เสริมด้วยการปลูกฟักทองญี่ปุ่นในพื้นที่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;3,500&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;และมีประสบการณ์ในการปลูกฟักทองญี่ปุ่นมากกว่า&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ทำให้มีความรู้และความเชี่ยวชาญในการปลูกฟักทองญี่ปุ่นมาเป็นอย่างดี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นางปิยธิดาฯ&amp;nbsp;เล่าว่า&amp;nbsp;ตนเองตัดสินใจที่จะปลูกพืชใช้น้ำน้อยหลังการเก็บเกี่ยวข้าวในทุก&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ปี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ฟักทองญี่ปุ่น&amp;nbsp;พริก&amp;nbsp;แตงกวา&amp;nbsp;และแตงโม&amp;nbsp;เพราะมองว่าพืชเหล่านี้เป็นพืชที่ใช้น้ำน้อย&amp;nbsp;ตลาดมีความต้องการและมีราคาที่สูง&amp;nbsp;อีกทั้ง&amp;nbsp;ยังเป็นการช่วยสร้างรายเสริมให้กับครอบครัว&amp;nbsp;สำหรับการปลูกฟักทองญี่ปุ่น&amp;nbsp;ตนเองเลือกฟักทองญี่ปุ่นพันธุ์&amp;nbsp;F1&amp;nbsp;ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่เจริญเติบโตได้ดี&amp;nbsp;ไม่มีแมลงศัตรูพืชรบกวนมากนัก&amp;nbsp;และผู้บริโภคก็ให้ความนิยมเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;ซึ่งการปลูกฟักทองญี่ปุ่นตนเองได้มีการนำติดตั้งระบบน้ำหยด&amp;nbsp;เพื่อให้น้ำอย่างเพียงพอ&amp;nbsp;ทำให้ผลของฟักทองญี่ปุ่นมีขนาดที่โตสมบูรณ์&amp;nbsp;สำหรับต้นทุนการผลิตมในพื้นที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;จะมีค่าใช้จ่ายประมาณ&amp;nbsp;17,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และสามารถจำหน่ายผลผลิตได้ในกิโลกรัมละ&amp;nbsp;30-50&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;อยู่ที่ขนาดและคุณภาพของผล&amp;nbsp;ซึ่งทำให้ตนและครอบครัวมีรายได้&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;80,000-90,000&amp;nbsp;บาทต่อไร่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;สำหรับด้านการตลาด&amp;nbsp;จะมีพ่อค้าคนกลางที่เดินทางมาจากจังหวัดสกลนครที่เข้ามารับซื้อผลผลิตถึงที่สวนเป็นประจำในทุกปี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทำให้ไม่ประสบปัญหาด้านราคาและการตลาด&amp;nbsp;จึงอยากเชิญชวนเกษตรกรที่กำลังมองหาพืชใช้น้ำน้อยที่น่าสนใจ&amp;nbsp;จะปลูกหลังการเก็บเกี่ยวข้าว&amp;nbsp;ได้หันมาปลูกพืชใช้น้ำน้อยที่ช่วยสร้างรายได้เสริม&amp;nbsp;ทดแทนการปลูกข้าวนาปรังหรือพืชชนิดอื่นที่มีความเสี่ยงด้านราคา&amp;nbsp;และผลกระทบจากปริมาณน้ำที่อาจจะไม่เพียงพอในเพาะปลูกพืช&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นางสาวกัญณฐา&amp;nbsp;อภินนท์ธนา&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนมดำเนินการส่งเสริมและเชิญชวนเกษตรกรให้หันมาปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย&amp;nbsp;มีราคาที่ดี&amp;nbsp;เพื่อที่จะมีรายได้และมีอาชีพเสริมให้กับตนเองและครอบครัว&amp;nbsp;โดยเน้นให้เกษตรกรปลูกผักแบบปลอดภัย&amp;nbsp;ลดการใช้สารเคมี&amp;nbsp;หันมาใช้สารชีวภัณฑ์และน้ำหมักชีวภาพแทน&amp;nbsp;ซึ่งนอกจากจะเป็นการลดต้นทุนการผลิตแล้ว&amp;nbsp;ยังเป็นการรักษาสุขภาพของตัวเกษตรกรเองและผู้บริโภคด้วย&amp;nbsp;สำหรับพืชที่เหมาะสมต่อการปลูกในหน้าแล้งควรเป็นพืชที่มีอายุสั้น&amp;nbsp;การปลูกพืชผักอายุสั้นใช้เงินลงทุนต่อรุ่นต่ำ&amp;nbsp;แต่สามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรได้&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;รอบต่อรุ่น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;การปลูกพืชระยะสั้นไม่ใช่เรื่องยาก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เริ่มจากเตรียมเมล็ดพันธุ์&amp;nbsp;ปรับดินเตรียมแปลงปลูก&amp;nbsp;และเพื่อให้ประหยัดน้ำเกษตรกรควรลงทุนทำระบบน้ำหยดเพื่อให้น้ำถูกส่งผ่านทางท่อ&amp;nbsp;และปล่อยน้ำออกทางหัวหยดน้ำ&amp;nbsp;ซึ่งติดตั้งไว้บริเวณโคนต้นพืช&amp;nbsp;น้ำจะหยดซึมลงมาที่บริเวณรากของต้นพืชอย่างช้า&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;และสม่ำเสมอ&amp;nbsp;ช่วยให้ดินมีความชื้นคงที่&amp;nbsp;พืชได้รับน้ำในปริมาณที่เหมาะสมและสม่ำเสมอทั้งแปลง&amp;nbsp;ช่วยประหยัดเวลาและแรงงาน&amp;nbsp;บำรุงรักษาระบบง่าย&amp;nbsp;แถมควบคุมวัชพืชได้ง่าย&amp;nbsp;ส่วนข้อควรระวังในการปลูกพืชหน้าแล้ง&amp;nbsp;นอกจากเรื่องน้ำแล้ว&amp;nbsp;ยังจะต้องดูความต้องการของตลาด&amp;nbsp;และดูความเหมาะสมว่าสภาพแวดล้อมที่ปลูกเหมาะต่อพืชที่ต้องการจะปลูกหรือไม่&amp;nbsp;ถ้านำพืชชอบอากาศหนาวมาปลูกในพื้นที่ร้อนก็จะไม่ได้ผลผลิต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นับว่าเป็นสิ่งที่ดี&amp;nbsp;ที่มีเกษตรกรรายหลายเริ่มปรับเปลี่ยนแนวคิด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และให้ความสนใจในการปลูกพืชใช้น้ำน้อยสร้างรายได้เสริมทดแทนการทำนาปรัง&amp;nbsp;และปล่อยพื้นที่การเกษตรว่างเปล่าไม่มีการใช้ประโยชน์&amp;nbsp;เป็นการทำการเกษตรในยุคใหม่ที่เน้น&amp;nbsp;การผลิตในพื้นที่&amp;nbsp;แต่ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า&amp;nbsp;และใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงเข้ามาปรับใช้ในการทำการเกษตร&amp;nbsp;ทำให้เกษตรกรมีรายได้และมีคุณภาพชีวิตที่ดีเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>18/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครพนม</Province><Department>สวท.นครพนม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211218203922920</Link_News></row>
<row _id="186"><NewsTitle>เกษตรนครพนมเปิดเวทีการประชุมเชื่อมโยงการดำเนินงานคณะกรรมการเครือข่ายศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่ศูนย์สารสนเทศยางพารานครพนม&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดนครพนม&amp;nbsp;เปิดเวทีการประชุมเชื่อมโยงการดำเนินงานคณะกรรมการเครือข่ายศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ศพก.&amp;nbsp;และแปลงใหญ่&amp;nbsp;ระดับจังหวัด&amp;nbsp;ภายใต้โครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เชื่อมโยงเครือข่ายคณะกรรมการ&amp;nbsp;ศพก.และแปลงใหญ่&amp;nbsp;เน้นเรียนรู้เทคโนโลยี&amp;nbsp;นำไปสู่การพัฒนาภาคการเกษตรในพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวินัย&amp;nbsp;คงยืน&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;เปิดเวทีการประชุมเชื่อมโยงการดำเนินงานคณะกรรมการเครือข่ายศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ศพก.&amp;nbsp;และแปลงใหญ่&amp;nbsp;ระดับจังหวัด&amp;nbsp;ภายใต้โครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงการดำเนินงานของคณะกรรมการแปลงใหญ่&amp;nbsp;คณะกรรมการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;ในการรับทราบถึงปัญหาและอุปสรรคในการขับเคลื่อนงานในพื้นที่&amp;nbsp;รวมถึงการกำหนดทิศทางการดำเนินงานให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล&amp;nbsp;โดยมีบุคคลเป้าหมาย&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ประธาน&amp;nbsp;ศพก.&amp;nbsp;ประธานแปลงใหญ่&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลแปลงใหญ่ในพื้นที่แต่ละอำเภอ&amp;nbsp;เข้าร่วมการประชุม&amp;nbsp;สำหรับการจัดประชุมเชื่อมโยงการดำเนินงานคณะกรรมการ&amp;nbsp;ศพก.&amp;nbsp;และแปลงใหญ่&amp;nbsp;เพื่อร่วมกันบูรณาการการขับเคลื่อนงานในพื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพรวมถึงการสร้างการรับรู้งานตามนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาภาคการเกษตร&amp;nbsp;โดยเน้นให้เกิดการรวมกลุ่มกันผลิต&amp;nbsp;ลดต้นทุนในการผลิต&amp;nbsp;ทำให้ผลผลิตมีคุณภาพ&amp;nbsp;มีความปลอดภัยเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค&amp;nbsp;โดยใช้หลักการตลาดนำการผลิต&amp;nbsp;ซึ่งจะต้องมีการวางแผนการผลิตที่ชัดเจนและพัฒนาผลผลิตให้มีคุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาดร่วมกัน&amp;nbsp;สำหรับการตลาดที่ประสบความสำเร็จ&amp;nbsp;ทั้งศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;การส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&amp;nbsp;แต่ละอำเภอจะต้องมีการจัดทำแผนร่วมกันถึงทิศทางการดำเนินงานที่ชัดเจน&amp;nbsp;การจัดทำแผนการผลิตทั้งรายบุคคลและรายแปลง&amp;nbsp;เพื่อให้ข้อมูลเป็นระบบ&amp;nbsp;สามารถใช้ประโยชน์ได้ง่ายในการพัฒนาภาคการเกษตรในพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;การขับเคลื่อนงานโครงการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;ที่ผ่านมานับว่าประสบความสำเร็จในการพัฒนาให้มีการสร้างเครือข่ายและรวมกลุ่มกันอย่างเข้มแข็ง&amp;nbsp;ซึ่งต้องเร่งผลักดันและดำเนินการขับเคลื่อนการพัฒนาและยกระดับสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพเป็นความต้องการของตลาด&amp;nbsp;สร้างรายได้อย่างยั่งยืน&amp;nbsp;โดยพัฒนาสินค้าเด่นให้มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>18/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครพนม</Province><Department>สวท.นครพนม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211218203637916</Link_News></row>
<row _id="187"><NewsTitle>เกษตรนครพนมแนะเกษตรกร เช็คเงินช่วยเหลือชาวนาปี 2564 ผ่าน chongkho.inbaac.com ที่เดียวจบ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เงินช่วยเหลือชาวนาปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;ไร่ละ&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;บาท&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หรือโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;เป็นหนึ่งในมาตรช่วยเหลือเกษตรกร&amp;nbsp;ที่คณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;ได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;มีเป้าหมายการจ่ายเงินให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;(ธ.ก.ส.)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4.69&amp;nbsp;ล้านครัวเรือน&amp;nbsp;โดยมีเงื่อนไขการจ่ายเงินช่วยเหลือชาวนาปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จ่ายเงินเยียวยาให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ไร่ละ&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ไม่เกินครัวเรือนละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;หรือไม่เกิน&amp;nbsp;20,000&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกษตรกรผู้ปลูกข้าวสามารถตรวจสอบผลการรับการสนับสนุนตามโครงการรัฐ&amp;nbsp;แบบง่ายๆ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผ่านเว็บไซต์&amp;nbsp;chongkho.inbaac.com&amp;nbsp;โดยไม่ต้องไปธนาคารตามขั้นตอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.&amp;nbsp;เข้าไปที่&amp;nbsp;&lt;a&amp;nbsp;href="https://chongkho.inbaac.com/%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%88"&amp;nbsp;rel="noopener&amp;nbsp;noreferrer"&amp;nbsp;target="_blank"&gt;https://chongkho.inbaac.com/หรือคลิกที่นี่&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;กรอกเลขบัตรประจำตัวประชาชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;3.&amp;nbsp;กดค้นหา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4.&amp;nbsp;ระบบจะแจ้งว่า&amp;nbsp;ชื่อโครงการ/เลขที่บัญชี/วันที่โอน/สาขา&amp;nbsp;ธกส./สถานะ&amp;nbsp;ให้ท่านทราบ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวกัญณฐา&amp;nbsp;อภินนท์ธนา&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ในช่วงนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่เกษตรกรยิ้มได้จากมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐตามโครงการต่างๆ&amp;nbsp;และทำให้เกษตรกรเดินทางเข้ามาติดต่อสอบถามข้อมูลที่สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;หรือที่สำนักงานเกษตรอำเภอทั้ง&amp;nbsp;12&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;เป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;จึงอยากจะประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรได้ทราบถึงวิธีในการตรวจสอบผลการรับการสนับสนุนตามโครงการรัฐ&amp;nbsp;ที่สามารถทำเองได้ง่ายๆที่บ้านผ่านโทรศัพท์มือถือ&amp;nbsp;ผ่านทางเว็บไซต์&amp;nbsp;https://chongkho.inbaac.com/&amp;nbsp;ซึ่งจะสะดวกและไม่เสียเวลาในการเดินทาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้ในการจ่ายเงินทางธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จะดำเนินการตามแผนในการจ่ายเงินในแต่ละพื้นที่ต่างกัน&amp;nbsp;เพื่อให้บริการอย่างทั่วถึงกับผู้ใช้บริการที่มีจำนวนมาก&amp;nbsp;เพื่อความสะดวกสบาย&amp;nbsp;สำหรับลูกค้าที่มี&amp;nbsp;ATM&amp;nbsp;สามารถถอนเงินสดจากตู้&amp;nbsp;ATM&amp;nbsp;ได้ตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชม.เกษตรกร&amp;nbsp;สามารถรับแจ้งเตือนเงินโอนเข้า&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ออก&amp;nbsp;บัญชีได้โดยผ่านบริการ&amp;nbsp;BAAC&amp;nbsp;SMS&amp;nbsp;Alert&amp;nbsp;โดยติดต่อได้ที่&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;ทุกสาขาทั่วประเทศสมัครใช้บริการ&amp;nbsp;ธ.ก.ส.A-mobile&amp;nbsp;เพื่อความสะดวกธนาคารบนมือถือช่องทางการตรวจสอบผลการโอน&amp;nbsp;https://chongkho.inbaac.com/&amp;nbsp;(สามารถตรวจสอบผลได้ตามวันที่ประกาศโอนเงินของแต่ละพื้นที่)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>18/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครพนม</Province><Department>สวท.นครพนม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211218204202921</Link_News></row>
<row _id="188"><NewsTitle>ปลาสลิดดอนนา อาชีพทางเลือกสร้างรายได้</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปลาสลิดดอนนา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นปลาพระราชทาน&amp;nbsp;ที่ทางศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดปัตตานี&amp;nbsp;รวมถึงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ได้เข้าไปส่งเสริมให้เกษตรกรมีอาชีพที่ยั่งยืน&amp;nbsp;สามารถผลิตได้อย่างครบวงจร&amp;nbsp;ทั้งการเพาะพันธุ์&amp;nbsp;การแปรรูปและการตลาด&amp;nbsp;จนปัจจุบันได้กลายมาเป็นกลุ่มเลี้ยงปลาสลิดดอนนาบ้านนาเกตุ&amp;nbsp;อาชีพรูปแบบใหม่และยังเป็นอัตลักษณ์&amp;nbsp;แบรนด์สินค้าที่ขึ้นชื่อของดี&amp;nbsp;จังหวัดปัตตานี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เ&lt;strong&gt;กษตรกรต้นแบบเลี้ยงปลาสลิดดอนนา&amp;nbsp;นายเจริญ&amp;nbsp;ทองปล้องโต&amp;nbsp;บอกว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้เริ่มเลี้ยง&amp;nbsp;จากตอนแรกที่มีร่องสวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ข้าง&amp;nbsp;เพื่อใช้รดน้ำต้นไม้&amp;nbsp;หลังจากศูนย์ประสานงานจุฬาภรณพัฒนา&amp;nbsp;6&amp;nbsp;มาส่งเสริมให้เลี้ยงปลาสลิดดอนนาดู&amp;nbsp;เริ่มแรก&amp;nbsp;โดยได้สนับสนุนพันธุ์ปลา&amp;nbsp;อาหาร&amp;nbsp;เลี้ยงมาตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2559&amp;nbsp;ได้ผลตามลำดับ&amp;nbsp;จนมีบ่อต้นแบบ&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;งาน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;บ่อ&amp;nbsp;ปัจจุบันเลี้ยงมาได้&amp;nbsp;4&amp;nbsp;รุ่นแล้ว&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;ได้ผลผลิตปลา&amp;nbsp;317&amp;nbsp;กก.&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;รุ่น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ได้&amp;nbsp;672&amp;nbsp;กก.&amp;nbsp;รุ่น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ได้&amp;nbsp;730&amp;nbsp;กก.&amp;nbsp;และที่กำลังเลี้ยงรุ่น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;คาดว่าจะได้ผลผลิตใกล้เคียงกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;เราได้จัดตั้งเป็นกลุ่มแปลงใหญ่&amp;nbsp;มีสมาชิก&amp;nbsp;32&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ทุกคนมีบ่อเลี้ยงปลาหมด&amp;nbsp;ทำอย่างถูกสุขลักษณะ&amp;nbsp;ได้รับ&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;มาตรฐานอาหารปลอดภัย&amp;nbsp;เพื่อให้เป็นหลักประกันกับผู้บริโภค&amp;nbsp;ส่วนตลาดก็จะส่งให้ทาง&amp;nbsp;รพ.ปัตตานี&amp;nbsp;เมืองปัตตานี&amp;nbsp;มีลูกค้าต่างจังหวัด&amp;nbsp;สั่งซื้อมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ซึ่งในกลุ่มก็จะแบ่งส่ง&amp;nbsp;กระจายผลผลิตออกสู่ตลาด&amp;nbsp;รวมถึงส่งออกต่างประเทศ&amp;nbsp;บางส่วน&amp;nbsp;ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี&amp;nbsp;ปัจจุบันผลผลิต&amp;nbsp;ยังมีไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด&amp;nbsp;ตลาดมีมากกว่าผลผลิต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับจุดเด่นของปลาสลิดดอนนา&amp;nbsp;เป็นปลาที่ชื่อแปลกชื่อใหม่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เอกลักษณ์ของปัตตานี&amp;nbsp;ผลิตจากปลาสด&amp;nbsp;ไม่วางขายในท้องตลาด&amp;nbsp;ออเดอร์มาก็ส่ง&amp;nbsp;ส่วนรสชาติ&amp;nbsp;ไม่เค็ม&amp;nbsp;ไม่จืด&amp;nbsp;สดอร่อย&amp;nbsp;ผู้สูงอายุจะทานกันมาก&amp;nbsp;จนกลายเป็นอาหารสุขภาพที่ได้รับความนิยม&amp;nbsp;สำหรับผู้ที่สนใจก็สามารถสั่งซื้อปลาสลิดดอนนา&amp;nbsp;ได้ที่&amp;nbsp;Facebook&amp;nbsp;ปลาสลิดดอนนา&amp;nbsp;คุณแม่สาคร&amp;nbsp;ของดีเมืองปัตตานี&amp;nbsp;หรือที่กลุ่มเกษตรแปลงใหญ่&amp;nbsp;72/1&amp;nbsp;ตำบลนาเกต&amp;nbsp;อำเภอโคกโพธิ์&amp;nbsp;จังหวัดปัตตานี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายฉลาด&amp;nbsp;แก้วขาว&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;จังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;เผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กลุ่มเลี้ยงปลาสลิดดอนนา&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นเกษตรเชิงอัตลักษณ์พื้นที่&amp;nbsp;ซึ่งทางเราได้เข้ามาส่งเสริม&amp;nbsp;การเลี้ยงปลาสลิด&amp;nbsp;สินค้าแห่งอัตลักษณ์&amp;nbsp;เพื่อให้มีมูลค่าสูงตลอดห่วงโซ่&amp;nbsp;คุณภาพ&amp;nbsp;เริ่มต้นด้วยการพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;การแปรรูป&amp;nbsp;สู่การตลาด&amp;nbsp;มีตลาดที่ชัดเจน&amp;nbsp;มีการพัฒนาตามลำดับขั้นตอน&amp;nbsp;จนเป็นแปลงใหญ่&amp;nbsp;โดยมีส่วนราชการบูรณาการช่วยเหลือ&amp;nbsp;ตอนนี้&amp;nbsp;ตลาดมีความต้องการมากผลผลิตไม่เพียงพอ&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้กำลังเร่งเพิ่มเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงให้มากขึ้น&amp;nbsp;โดยจะกระจายไปยังพื้นที่นราธิวาส&amp;nbsp;รวมถึงยะลา&amp;nbsp;เพื่อมาเป็นฐานการผลิตเลี้ยงปลาสลิดดอนนาให้มากขึ้น&amp;nbsp;ส่วนปัญหาโควิด&amp;nbsp;ที่ผ่านมานั้น&amp;nbsp;ไม่กระทบกับทางด้านการตลาดของปลาสลิดดอนนา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>19/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211219084132984</Link_News></row>
<row _id="189"><NewsTitle>เกษตรกรอำเภอนาหว้า ปรับแนวคิดเพิ่มมูลค่าฟางข้าว ต่อยอดด้วยการอัดฟางก้อนเลี้ยงควายสวยงาม สร้างรายได้หลักแสนต่อปี</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;"ฟางข้าว&amp;nbsp;นับเป็นเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรที่มีอยู่ทั่วไปเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ภายหลังการเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวของชาวนา&amp;nbsp;ซึ่งมีอยู่ในพื้นที่นาของเกษตรกรโดยส่วนใหญ่แล้วจะนิยมเผาฟางข้าวเพื่อทำการเพาะปลูกข้าวหรือพืชฤดูแล้งในพื้นที่การทำนาเดิม&amp;nbsp;ซึ่งทำให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;แต่ก็มีเกษตรกรบางรายที่ปรับเปลี่ยนแนวคิดนำฟางข้าวที่เปล่าประโยชน์มาอัดก้อนไว้สำหรับการเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;ลดต้นทุนด้านอาหาร&amp;nbsp;และช่วยสร้างรายได้จากการจำหน่ายฟางอัดก้อนให้กับกลุ่มเกษตรกรที่เลี้ยงโค-กระบือ&amp;nbsp;ในพื้นที่เป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสอนชัย&amp;nbsp;เพชรฤทธิ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อีกหนึ่งเกษตรกรที่มีแนวความคิดใหม่&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบลนาหว้า&amp;nbsp;อำเภอนาหว้า&amp;nbsp;จังหวัดนครพนม&amp;nbsp;ที่เริ่มมองเห็นโอกาสจากการเพิ่มมูลค่าและสร้างรายได้จากฟางข้าว&amp;nbsp;ด้วยการต่อยอดอัดก้อนฟางข้าวไว้เป็นอาหารสัตว์และมีการปลูกพืชใช้น้ำน้อยเพื่อสร้างรายได้เสริม&amp;nbsp;รวมถึงการปรับเปลี่ยนพื้นที่ในการทำการเกษตรแบบผสมผสาน&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นายสอนชัยฯ&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตนเองเป็นเกษตรและทำอาชีพการเกษตรมามากกว่า&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ปีแล้ว&amp;nbsp;และมองเห็นว่าชาวนาทั่วไปเมื่อทำการเก็บเกี่ยวข้าวแล้วเสร็จ&amp;nbsp;ก็ทำการเผาฟางข้าวทิ้งเพื่อในบางพื้นที่ต้องการที่จะทำนาปรังหรือปลูกพืชใช้น้ำน้อย&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ข้าวโพด&amp;nbsp;แตงโม&amp;nbsp;ฟักทอง&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;ทำให้เกิดมลพิษและไม่ก่อให้เกิดรายได้ใดๆ&amp;nbsp;ตนเองซึ่งเลี้ยงควายสวยงามอยู่แล้ว&amp;nbsp;จึงมองว่าน่าจะเพิ่มมูลค่าและสร้างรายได้จากฟางข้าวได้&amp;nbsp;ด้วยการนำมาอัดก้อนจำหน่าย&amp;nbsp;หรือนำมาเป็นอาหารเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;ช่วยลดต้นทุนการผลผลิตได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;สิ่งสำคัญในการอัดฟางก้อน&amp;nbsp;จะต้องเก็บเกี่ยวข้าวด้วยมือ&amp;nbsp;เพราะฟางข้าวที่ได้จะไม่มีเศษดิน&amp;nbsp;หินต่างๆ&amp;nbsp;ปนมา&amp;nbsp;ทำให้เวลานำไปให้ควายกินดีจะมีสุขภาพที่ดี&amp;nbsp;สำหรับฟางข้าวที่อัดก้อนแล้วจะมีราคาประมาณ&amp;nbsp;35&amp;nbsp;-&amp;nbsp;45&amp;nbsp;บาท/ก้อน&amp;nbsp;และจะมีราคาสูงมากในช่วงฤดูฝน&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;-&amp;nbsp;50&amp;nbsp;บาท/ก้อน&amp;nbsp;ซึ่งปีนี้มียอดสั่งจองจากกลุ่มเกษตรกรที่เลี้ยงโค&amp;nbsp;-&amp;nbsp;กระบือ&amp;nbsp;มากกว่า&amp;nbsp;5,000&amp;nbsp;ก้อน&amp;nbsp;แต่ก็มีไม่เพียงพอกับความต้องการ&amp;nbsp;เพราะตนเองก็เลี้ยงควายสวยงาม&amp;nbsp;ทำให้ต้องเตรียมสำรองไว้เป็นอาหารในช่วงฤดูแล้งนี้ด้วยเช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสอนชัยฯ&amp;nbsp;เล่าต่อว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;อยากให้เกษตรกรที่เผาฟางข้าว&amp;nbsp;หรือวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรต่างๆในพื้นที่การเกษตร&amp;nbsp;ได้มองเห็นประโยชน์และโอกาสที่จะสร้างรายได้และเพิ่มมูลค่าจากวัสดุเหล่านี้&amp;nbsp;โดยเฉพาะฟางข้าวอยากให้เก็บนำมาอัดเป็นก้อนเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;หรือหากมีเยอะก็นำมาอัดก้อนจำหน่าย&amp;nbsp;ซึ่งมีความต้องการเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;ช่วยสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;นอกจากนี้ตนยังได้นำฟางอัดก้อนมาเลี้ยงควายสวยงาม&amp;nbsp;ซึ่งได้มีการพัฒนาสายพันธุ์ควายเอง&amp;nbsp;และเริ่มเข้าสู่เวทีการประกวดความสวยงามเกือบทั่วประเทศ&amp;nbsp;และยังเคยได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดควายสวยงาม&amp;nbsp;ระดับจังหวัดของจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;มาแล้ว&amp;nbsp;ในขณะนี้ก็มีคนเข้ามาติดต่อขอซื้อลูกควาย&amp;nbsp;และขอคำแนะนำในการเลี้ยงความสวยงามอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ซึ่งแต่ละตัวที่ฟาร์มก็จะมีลักษณะที่โดดเด่นตามสายพันธุ์&amp;nbsp;เป็นที่ต้องการของตลาดควายสวยงาม&amp;nbsp;ซึ่งแต่ละตัวต้องบอกว่าราคาหลักแสนขึ้นไป&amp;nbsp;ทำให้ตนเองและครอบครัวมีรายได้เพิ่มจากการทำนาในแต่ละปีได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวิชา&amp;nbsp;คำมุงคุณ&amp;nbsp;เกษตรอำเภอนาหว้า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ในพื้นที่อำเภอนาหว้า&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอนาหว้า&amp;nbsp;ได้มีการส่งเสริมและถ่ายทอดความรู้ให้กับเกษตรในการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตรและเห็นถึงประโยชน์และความสำคัญของวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร&amp;nbsp;ด้วยการเพิ่มมูลค่าและสร้างรายได้จากฟางข้าว&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การทำปุ๋ยหมัก&amp;nbsp;ฟางอัดก้อน&amp;nbsp;การเพาะเห็ดฟาง&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;สำหรับพื้นที่อำเภอนาหว้าโดยส่วนใหญ่นอกจากจะมีการทำนาข้าว&amp;nbsp;ยังมีการเลี้ยงปศุสัตว์เป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;โค-กระบือ&amp;nbsp;ซึ่งสิ่งจำเป็นและสำคัญคือแหล่งอาหารที่จะต้องเพียงพอกับความต้องการของสัตว์เลี้ยง&amp;nbsp;การที่เกษตรกรหันมาใช้ประโยชน์จากฟางข้าวด้วยการอัดฟางก้อนไว้เป็นอาหารสัตว์&amp;nbsp;จะช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุนด้านอาหารมากกว่า&amp;nbsp;30%&amp;nbsp;ทำให้เกษตรกรมีต้นทุนการผลิตที่ลดลง&amp;nbsp;มีรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการเพิ่มมูลค่าจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรในพื้นที่ได้เพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>19/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครพนม</Province><Department>สวท.นครพนม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211219160149112</Link_News></row>
<row _id="190"><NewsTitle>จ.นราธิวาส ย้ำเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เร่งยื่นแบบขอรับความช่วยเหลือจากทางราชการ ภายในวันที่ 4 ม.ค.65</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(20&amp;nbsp;ธ.ค.64)&amp;nbsp;นายเทอดศักดิ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;รัญจวน&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตามที่จังหวัดนราธิวาสได้เกิดอุทกภัย&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ซึ่งเป็นภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน&amp;nbsp;อาคารบ้านเรือน&amp;nbsp;พื้นที่การเกษตร&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;และทางจังหวัดได้ประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินไปแล้วจำนวน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;อำเภอยี่งอ&amp;nbsp;ระแงะ&amp;nbsp;สุคิริน&amp;nbsp;เมืองนราธิวาส&amp;nbsp;รือเสาะ&amp;nbsp;เจาะไอร้อง&amp;nbsp;และบาเจาะ&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;27&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;99&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้เกษตรกรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ประกาศเขตให้ความช่วยเหลือดังกล่าว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และผลผลิตด้านการเกษตรเสียหาย&amp;nbsp;สามารถแจ้งขอรับความช่วยเหลือได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอที่ตั้งแปลงปลูก//สำนักงานประมงอำเภอที่ตั้งฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ//สำนักงานปศุสัตว์อำเภอที่ตั้งฟาร์มเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;โดยเตรียมเอกสารหลักฐานดังนี้&amp;nbsp;สมุดทะเบียนเกษตรกร&amp;nbsp;สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน&amp;nbsp;สำเนาทะเบียนบ้าน&amp;nbsp;สำเนาเอกสารสิทธิ์ที่ดิน&amp;nbsp;(ถ้ามี)&amp;nbsp;สำเนาหน้าสมุดบัญชีเงินฝาก&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;ที่มีการเคลื่อนไหวธุรกรรมทางการเงิน&amp;nbsp;และภาพถ่ายประกอบความเสียหาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สามารถยื่นขอรับความช่วยเหลือตามแบบ&amp;nbsp;กษ.01&amp;nbsp;พร้อมหลักฐานที่กำหนด&amp;nbsp;ตั้งแต่บัดนี้&amp;nbsp;จนถึงวันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;256&lt;/strong&gt;5&amp;nbsp;โดยทางราชการจะให้การช่วยเหลือเฉพาะเกษตรกรที่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรไว้แล้วเท่านั้น&amp;nbsp;และหากพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าว&amp;nbsp;ถือว่าไม่ประสงค์จะขอรับความช่วยเหลือ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>20/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>นราธิวาส</Province><Department>สวท.นราธิวาส</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211220083550187</Link_News></row>
<row _id="191"><NewsTitle>เกษตรอำเภอสิเกา จังหวัดตรัง  จัดเวทีวิเคราะห์จัดทำแผนแปลงใหญ่ยางพาราบ้านพรุจูด ตำบลบ่อหิน</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;นายญันยงค์&amp;nbsp;ปล้องอ่อน&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรอำเภอสิเกา&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอสิเกา&amp;nbsp;จัดเวทีวิเคราะห์จัดทำแผน&amp;nbsp;และเก็บข้อมูลพื้นฐานรายบุคคล&amp;nbsp;แปลงใหญ่ยางพาราบ้านพรุจูด&amp;nbsp;ตำบลบ่อหิน&amp;nbsp;ปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;การจัดเวทีในครั้งนี้&amp;nbsp;สมาชิกแปลงใหญ่ยางพาราบ้านพรุจูด&amp;nbsp;ร่วมกันวิเคราะห์จัดทำแผนและกำหนดเป้าหมายการพัฒนาของกลุ่มแปลงใหญ่&amp;nbsp;ตามการบริหารจัดการรูปแบบแปลงใหญ่&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;กลุ่มแปลงใหญ่บ้านพรุจูด&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลบ่อหิน&amp;nbsp;อำเภอสิเกา&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำหรับ&amp;nbsp;&amp;nbsp;โครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรมีการรวมกลุ่มและบริหารจัดการร่วมกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้เกิดการรวมกันผลิตและรวมกันจำหน่าย&amp;nbsp;โดยมีตลาดรองรับที่แน่นอน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนการผลิตและมีผลผลิตต่อหน่วยเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมทั้งผลผลิตที่ได้ก็มีคุณภาพได้มาตรฐาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ภายใต้การบูรณาการของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน&amp;nbsp;ซึ่งระบบการส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่&amp;nbsp;&amp;nbsp;จะทำให้เกิดความร่วมมือในการผลิตโดยเกษตรกรและองค์กรเกษตรกรในพื้นที่ที่ติดต่อกันเป็นแปลงใหญ่&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้เกิดขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่&amp;nbsp;เพิ่มอำนาจการต่อรองของเกษตรกรตลอดกระบวนการผลิตและห่วงโซ่อุปทาน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;การจัดการปัจจัยการผลิต&amp;nbsp;การผลิต&amp;nbsp;เทคโนโลยีการเก็บเกี่ยว&amp;nbsp;การจัดการหลังการผลิต&amp;nbsp;การแปรรูปเบื้องต้นและการตลาด&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>20/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211220155149434</Link_News></row>
<row _id="192"><NewsTitle>เกษตรอำเภอย่านตาขาว  จังหวัดตรัง ลงพื้นที่จัดเวทีวิเคราะห์ความต้องการในการพัฒนาความรู้ด้านแมลงเศรษฐกิจ ตำบลทุ่งค่าย</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;น&lt;strong&gt;ายนนท์นภนต์&amp;nbsp;นาพอ&amp;nbsp;เกษตรอำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;ลงพื้นที่จัดเวทีวิเคราะห์ความต้องการในการพัฒนาความรู้ด้านแมลงเศรษฐกิจ&amp;nbsp;ภายใต้โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตแมลงเศรษฐกิจ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบลทุ่งค่าย&amp;nbsp;อำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;เพื่อทำความเข้าใจให้แก่เกษตรกรประเด็นความสำคัญของการรวมกลุ่ม&amp;nbsp;และแนวทางการดำเนินการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&amp;nbsp;พร้อมทั้งวิเคราะห์&amp;nbsp;SWOT&amp;nbsp;เพื่อกำหนดกลยุทธ์เพื่อพัฒนากลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;และวิเคราะห์หาความต้องการของกลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;รวมไปถึงจัดทำแผนการพัฒนากลุ่ม&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมให้กลุ่มเกษตรกรมีความเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นหน่วยงานหลักที่มีบทบาทภารกิจในการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรด้านแมลงเศรษฐกิจ&amp;nbsp;และสนับสนุนเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยงแมลงเศรษฐกิจให้แก่เกษตรกรมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยเริ่มดำเนินการส่งเสริมการเลี้ยงผึ้ง&amp;nbsp;มาตั้งแต่ปี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2523&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมและพัฒนาการเลี้ยงผึ้งให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ&amp;nbsp;และขยายผลส่งเสริมการเลี้ยงผึ้งไปยังเกษตรกรทั่วประเทศ&amp;nbsp;ต่อมาได้พัฒนาและขยายงานส่งเสริมแมลงเศรษฐกิจไปยังแมลงชนิดอื่นๆ&amp;nbsp;ที่มีศักยภาพ&amp;nbsp;ซึ่งสามารถพัฒนาเป็นอาชีพเสริม&amp;nbsp;หรืออาชีพทางเลือกที่มั่นคงให้กับเกษตรกรได้&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การเลี้ยงผึ้งนอกจากจะเป็นการเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งจากการขายผลิตภัณฑ์จากผึ้งแล้ว&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;ผู้ปลูกพืชยังได้ประโยชน์จากผึ้งในการช่วยผสมเกสรให้กับพืชที่ปลูก&amp;nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้กับไม้ผล&amp;nbsp;ส่วนการเลี้ยงจิ้งหรีดที่เป็นแหล่งอาหารใหม่&amp;nbsp;(Novel&amp;nbsp;food)&amp;nbsp;ให้โปรตีนสูงที่กำลังเป็นที่นิยมในตลาดโลกอยู่ในขณะนี้&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>20/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211220160341443</Link_News></row>
<row _id="193"><NewsTitle>เกษตรอำเภอวังวิเศษ จังหวัดตรัง  จัดอบรมโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแปลงใหญ่ เพื่อวางแผนการดำเนินงานของแปลงใหญ่ในปีงบประมาณ 2565</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;วันนี้(&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;)&amp;nbsp;นายสุภัทธ&amp;nbsp;คงด้วง&amp;nbsp;เกษตรอำเภอวังวิเศษ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นางสาวศรินทร&amp;nbsp;แก่นแก้ว&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;และนางสาวศศิธร&amp;nbsp;รักษ์เจริญ&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอวังวิเศษ&amp;nbsp;จัดอบรมโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแปลงใหญ่&amp;nbsp;กิจกรรมหลัก:ระบบส่งเสริมการเกษตรแปลงใหญ่&amp;nbsp;กิจกรรมย่อย:บริหารจัดการถ่ายทอดความรู้&amp;nbsp;(ครั้งที่&amp;nbsp;1)&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ที่ทำการแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมันตำบลวังมะปราง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ตำบลวังมะปราง&amp;nbsp;อำเภอวังวิเศษ&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อวางแผนการดำเนินงานของแปลงใหญ่ในปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับ&amp;nbsp;&amp;nbsp;โครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรมีการรวมกลุ่มและบริหารจัดการร่วมกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้เกิดการรวมกันผลิตและรวมกันจำหน่าย&amp;nbsp;โดยมีตลาดรองรับที่แน่นอน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนการผลิตและมีผลผลิตต่อหน่วยเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมทั้งผลผลิตที่ได้ก็มีคุณภาพได้มาตรฐาน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>20/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211220161713450</Link_News></row>
<row _id="194"><NewsTitle>เกษตรอำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง จัดประชุมคณะกรรมการเครือข่ายศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) และแปลงใหญ่ ระดับอำเภอ</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;วันนี้&amp;nbsp;(&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;)&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;นางนิตยา&amp;nbsp;จันทร์ประทีป&amp;nbsp;เกษตรอำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นางสาวปราณี&amp;nbsp;แข็งแรง&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;และนางสาวศัลยา&amp;nbsp;มานะกล้า&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการจัดประชุมคณะกรรมการเครือข่ายศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;(ศพก.)&amp;nbsp;และแปลงใหญ่ระดับอำเภอ&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมอำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบลท่าข้าม&amp;nbsp;อำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อจัดทำแผนการดำเนินงานและขับเคลื่อนโครงการ&lt;/strong&gt;ของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;(ศพก.)&amp;nbsp;และแปลงใหญ่&amp;nbsp;ตามโครงการส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อให้การดำเนินงานของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;(ศพก.)&amp;nbsp;และแปลงใหญ่ดำเนินงานไปอย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;และได้ติดตามผลการดำเนินงานขับเคลื่อนโครงการของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;(ศพก.)&amp;nbsp;และแปลงใหญ่ในปีงบประมาณที่ผ่านมา&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>20/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211220161903452</Link_News></row>
<row _id="195"><NewsTitle>เกษตรอำเภอหาดสำราญ จังหวัดตรัง จัดประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดตลาดเกษตรกรระดับอำเภอหาดสำราญ ตามโครงการพัฒนาตลาดเกษตรกรระดับอำเภอ จังหวัดตรัง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้(&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;)&amp;nbsp;นางสาววรรณธิดา&amp;nbsp;เบญจกุล&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรอำเภอหาดสำราญ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอหาดสำราญ&amp;nbsp;จัดประชุมคณะกรรมการตลาดเกษตรกรอำเภอหาดสำราญ&amp;nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดตลาดเกษตรกรระดับอำเภอหาดสำราญ&amp;nbsp;ตามโครงการพัฒนาตลาดเกษตรกรระดับอำเภอ&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอหาดสำราญ&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่ประชุมมีการคัดเลือกคณะกรรมการ&amp;nbsp;และกำหนดกฎระเบียบ&amp;nbsp;ข้อบังคับต่างๆ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมทั้งวางแนวทางการดำเนินงานภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;และมีมติให้เปิดจำหน่ายสินค้าสัปดาห์ละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;ทุกวันจันทร์&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;9.00-14.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;โดยเริ่มเปิดตลาดครั้งแรกวันจันทร์&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;บริเวณหน้าธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;(ธ.ก.ส.)&amp;nbsp;ตำบลหาดสำราญ&amp;nbsp;อำเภอหาดสำราญ&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>20/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211220162720458</Link_News></row>
<row _id="196"><NewsTitle>เกษตรอำเภอนาโยง จังหวัดตรัง  จัดอบรมประเมินศักยภาพและการจัดทำแผนพัฒนากิจการวิสาหกิจชุมชน ครั้งที่ 1 ณ วิสาหกิจชุมชนบ้านทุ่งส้มป่อย</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้(&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอำนาจ&amp;nbsp;เซ่งเซี่ยง&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ&amp;nbsp;รักษาราชการแทน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เกษตรอำเภอนาโยง&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นางสุมาลี&amp;nbsp;เสมอเชื้อ&amp;nbsp;และนางจรัสศรี&amp;nbsp;แก้วนิลประเสริฐ&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอนาโยง&amp;nbsp;จัดอบรมโครงการส่งเสริมและพัฒนาวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;กิจกรรม&amp;nbsp;ส่งเสริมและพัฒนาวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;กิจกรรมย่อย&amp;nbsp;การประเมินศักยภาพและการจัดทำแผนพัฒนากิจการวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แก่สมาชิกวิสาหกิจชุมชนบ้านทุ่งส้มป่อย&amp;nbsp;เพื่อให้วิสาหกิจชุมชนทราบถึงปัญหาและนำไปจัดทำแผนพัฒนากิจการและยกระดับกิจการของวิสาหกิจชุมชนให้มีศักยภาพสูงขึ้น&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ที่ทำการวิสาหกิจชุมชนบ้านทุ่งส้มป่อย&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลละมอ&amp;nbsp;อำเภอนาโยง&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจในการผลิตสินค้าและบริการ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่เกิดจากการร่วมกันคิด&amp;nbsp;ร่วมกันทำของคนในชุมชนบนพื้นฐานของความรู้&amp;nbsp;ทุน&amp;nbsp;ทรัพยากร&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประสบการณ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตลอดจนศักยภาพของชุมชนโดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างรายได้และให้ชุมชนพึ่งตนเองได้มากกว่าการมุ่งหาผลกำไรสูงสุด&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;การพัฒนาวิสาหกิจชุมชนเพื่อให้เกิดความเข้มแข็งและก้าวหน้านั้น&amp;nbsp;จำเป็นจะต้องมีแผนพัฒนาวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;ที่มีกระบวนการขั้นตอนการดำเนินงานที่ชัดเจน&amp;nbsp;สามารถตอบสนองหรือแก้ไขปัญหาที่วิสาหกิจชุมชนต้องการพัฒนาให้สามารถดำเนินกิจการได้อย่างต่อเนื่องและมีความก้าวหน้ายิ่งขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>20/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211220162817460</Link_News></row>
<row _id="197"><NewsTitle>รับฟังปัญหาเกษตรกรทุ่งเจ้าเจ็ดและทุ่งโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโพธิ์พระยา</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายประภัตร&amp;nbsp;โพธสุธน&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยหลังเป็นประธานเปิดงานการสัมมนา&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;แนวทางการแก้ไขปัญหาการระบายน้ำของกรมชลประทานเข้าทุ่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;(แก้มลิง)&amp;nbsp;จนส่งผลกระทบต่อผลิตผลเกษตรกรรมว่า&amp;nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;มีพื้นที่ทุ่งเจ้าเจ็ดและทุ่งโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโพธิ์พระยา&amp;nbsp;เป็นพ้นที่ลุ่มต่ำ&amp;nbsp;มักจะถูกน้ำท่วมเป็นประจำทุกปี&amp;nbsp;ซึ่งกรมชลประทานได้นำแนวทางหลักการของโครงการแก้มลิงมาปรับใช้ในพื้นที่&amp;nbsp;โดยกำหนดให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่รองรับน้ำ&amp;nbsp;เพื่อกักเก็บไว้ในช่วงฤดูน้ำหลากแล้วระบายออกตอนน้ำลดและน้ำต้องไม่ท่วมหมู่บ้านและชุมชน&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรีมีพื้นที่ประสบปัญหาอุทกภัยกว่า&amp;nbsp;10&amp;nbsp;อำเภอ&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;เนื่องจากกรมชลประทานระบายน้ำเข้าพื้นที่จนเกินศักยภาพของพื้นที่&amp;nbsp;ประกอบกับน้ำในแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณมาก&amp;nbsp;ส่งผลให้น้ำเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่ทางการเกษตรของประชาชน&amp;nbsp;นอกจากปัญหาอุทกภัยแล้ว&amp;nbsp;เกษตรกรที่อยู่บริเวณทุ่งเจ้าเจ็ดและทุ่งโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโพธิ์พระยา&amp;nbsp;ยังประสบปัญหาขาดแคลนน้ำทำการเกษตรในฤดูแล้ง&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;การสัมมนาในวันนี้จึงจัดขึ้น&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;เพื่อระดมความคิดเห็นและรับฟังปัญหาของเกษตรกรที่อาศัยอยู่ในพ้นที่ดังกล่าวฯ&amp;nbsp;รวมถึงหาแนวทางแก้ไข&amp;nbsp;และนำเสนอหน่วยงานที่รับผิดชอบต่อไป&amp;nbsp;ทั้งนี้หลังจากรับฟังปัญหาต่างๆ&amp;nbsp;ของเกษตรกรในพื้นที่แล้ว&amp;nbsp;มีหลายเรื่องที่สามารถแก้ไขได้ทันที&amp;nbsp;จึงได้สั่งการไปแล้ว&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;การกำหนดระยะเวลาทำนาของเกษตรกร&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ครั้ง/ปี&amp;nbsp;โดยครั้งแรกเริ่ม&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;16&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เริ่ม&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยให้กรมชลประทานรับผิดชอบในการปล่อยน้ำเข้าพื้นที่ตั้งแต่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;30&amp;nbsp;กันยายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรมีน้ำในการเพาะปลูก&amp;nbsp;และสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ทันก่อนฤดูน้ำหลากของจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;และยังได้สั่งการให้ดำเนินการขุดลอกคูคลอง&amp;nbsp;ขุดลอกแก้มลิงทุ่งเจ้าเจ็ดและทุ่งโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโพธิ์พระยา&amp;nbsp;และแม่น้ำท่าจีน&amp;nbsp;เพื่อให้พร้อมสำหรับการระบายน้ำและการกักน้ำในช่วยฤดูน้ำหลาก&amp;nbsp;รวมถึงให้กรมชลประทานตรวจสอบ&amp;nbsp;ซ่อมบำรุง&amp;nbsp;ดูแลรักษาประตูระบายน้ำและเครื่องผลักดันน้ำ&amp;nbsp;และเครื่องสูบน้ำในพื้นที่&amp;nbsp;ให้สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ&amp;nbsp;เพื่อเตรียมรับสถานการณ์ในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>20/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211220192552561</Link_News></row>
<row _id="198"><NewsTitle>สถานีพัฒนาที่ดินตราด จัดงานวันดินโลก World Soil Day 2021 ภายใต้คอนเซ็ปท์ "พิชิตดินเค็ม เติมเต็มผลผลิต สร้างชีวิตเกษตรกร"</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(20&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;สถานีพัฒนาที่ดินตราด&amp;nbsp;ตำบลทุ่งนนทรี&amp;nbsp;อำเภอเขาสมิง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จัดกิจกรรมงานวันดินโลกปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ภายใต้คอนเซ็ปท์&amp;nbsp;"พิชิตดินเค็ม&amp;nbsp;เติมเต็มผลผลิต&amp;nbsp;สร้างชีวิตเกษตรกร&amp;nbsp;;&amp;nbsp;halt&amp;nbsp;soil&amp;nbsp;salinization&amp;nbsp;;&amp;nbsp;boost&amp;nbsp;soil&amp;nbsp;productivity"&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายชำนาญวิทย์&amp;nbsp;เตรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธี&amp;nbsp;กล่าวถวายสดุดีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระชนกาธิเบศร&amp;nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&amp;nbsp;บรมนาถบพิตร&amp;nbsp;"นักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม"&amp;nbsp;พร้อมด้วยนายณัฐพงษ์&amp;nbsp;สงวนจิตร&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&amp;nbsp;ตลอดจนส่วนราชการ&amp;nbsp;หมอดินอาสา&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;และประชาชนที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ภายในกิจกรรมประกอบด้วย&amp;nbsp;การจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ&amp;nbsp;การปล่อยพันธุ์ปลาสุลต่าน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งเป็นปลาน้ำจืดกินพืช&amp;nbsp;ที่สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;และการร่วมกันไถกลบตอซังและหว่านปอเทือง&amp;nbsp;บนพื้นที่กว่า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ไร่ภายในสถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดตราด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>20/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ตราด</Province><Department>สวท.ตราด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211220182849533</Link_News></row>
<row _id="199"><NewsTitle>เกษตรกรจังหวัดนครพนม เตือนเกษตรกรเฝ้าระวังหนอนชอนใบมะเขือเทศ พร้อมแนะวิธีเกษตรกรรับมือหากพบเข้าทำลาย</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เกษตรกรจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;เตือนเกษตรกรเฝ้าระวังหนอนชอนใบมะเขือเทศ&amp;nbsp;พร้อมแนะวิธีเกษตรกรรับมือหากพบเข้าทำลาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ในช่วงนี้เกษตรกรที่ปลูกมะเขือเทศ&amp;nbsp;อาจะต้องเฝ้าระวังหนอนผีเสื้อชอนใบมะเขือเทศ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งเป็นศัตรูพืชที่มีความร้ายแรงระดับโลก&amp;nbsp;เนื่องจากสามารถทำลายและสร้างความเสียหายต่อพืชเศรษฐกิจหลายชนิด&amp;nbsp;หนอนผีเสื้อชอนใบมะเขือเทศ&amp;nbsp;เป็นแมลงศัตรูพืชสำคัญที่สร้างความเสียหายต่อพืชเศรษฐกิจในหลายประเทศ&amp;nbsp;โดยเฉพาะพืชวงศ์มะเขือ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;มะเขือเทศ&amp;nbsp;มะเขือ&amp;nbsp;มันฝรั่ง&amp;nbsp;พริก&amp;nbsp;ยาสูบ&amp;nbsp;รวมทั้งวงศ์ถั่ว&amp;nbsp;และกะหล่ำ&amp;nbsp;โดยการกัดกินชอนไชใบ&amp;nbsp;ลำต้น&amp;nbsp;และผล&amp;nbsp;ทำให้ผลผลิตลดลงถึง&amp;nbsp;90&amp;nbsp;เปอร์เซ็นต์&amp;nbsp;จากสถานการณ์ระบาดอย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;และสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงในแหล่งปลูกมะเขือเทศหลายประเทศในทวีปอเมริกาใต้และทวีปยุโรป&amp;nbsp;รวมทั้งเริ่มพบการระบาดของหนอนผีเสื้อชอนใบมะเขือเทศในทวีปเอเชียแล้ว&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังเป็นแมลงที่ต้านทานต่อสารกำจัดศัตรูพืชทำให้การป้องกันกำจัดยาก&amp;nbsp;และเสียค่าใช้จ่ายในการป้องกันกำจัดสูงตามไปด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นางสาวกัญณฐา&amp;nbsp;อภินนท์ธนา&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หนอนผีเสื้อชอนใบมะเขือเทศ&amp;nbsp;มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศเปรู&amp;nbsp;ต่อมาพบการระบาดและสร้างความเสียหายอย่างมากในแหล่งปลูกมะเขือเทศหลายประเทศในทวีปอเมริกาใต้&amp;nbsp;รวมทั้งหลายพื้นที่ของทวีปยุโรป&amp;nbsp;สำหรับในทวีปเอเชียมีรายงานพบการระบาดของหนอนผีเสื้อชอนใบมะเขือเทศครั้งแรกที่ประเทศอินเดีย&amp;nbsp;และเนปาล&amp;nbsp;ล่าสุดได้รับการยืนยันจากหน่วยงาน&amp;nbsp;World&amp;nbsp;Vegetable&amp;nbsp;Center&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;The&amp;nbsp;Center&amp;nbsp;for&amp;nbsp;Agriculture&amp;nbsp;and&amp;nbsp;Bioscience&amp;nbsp;International&amp;nbsp;(CAB)&amp;nbsp;พบการระบาดของหนอนผีเสื้อชอนใบมะเขือเทศในบริเวณภาคเหนือของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาแล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;การป้องกันกำจัดผีเสื้อหนอนชอนใบมะเขือเทศ&amp;nbsp;แบบผสมผสาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในขั้นตอนของการเตรียมดิน&amp;nbsp;ให้ไถพรวนและตากดิน&amp;nbsp;เพื่อกำจัดระยะดักแด้ที่อยู่ในดิน&amp;nbsp;ทำความสะอาดโรงเรือนและวัสดุปลูก&amp;nbsp;เพื่อกำจัดดักแด้ที่ติดอยู่ภายในวัสดุปลูก&amp;nbsp;และเมื่อมีการเก็บเกี่ยวเสร็จแล้วให้เผาทำลาย&amp;nbsp;ฝังกลบต้นพืช&amp;nbsp;เพื่อกำจัดแมลงมี่ยังตกค้างอยู่ในต้นพืช&amp;nbsp;ในระยะก่อนปลูกให้ใช้ต้นกล้าและวัสดุปลูกที่ปราศจากหนอนชอนใบมะเขือเทศ&amp;nbsp;และหลังปลูกลงในแปลงไปแล้วหมั่นสำรวจแปลงปลูกตั้งแต่เริ่มปลูกโดยสังเกตรอยทำลายบนต้นพืชหรือใช้กับดักกาวเหนียวสีเหลืองหรือกับดักฟีโรโมน&amp;nbsp;3-4&amp;nbsp;กับดักต่อไร่&amp;nbsp;เมื่อพบตัวผีเสื้อบนกับดัก&amp;nbsp;3-4&amp;nbsp;ตัวต่อกับดักต่อสัปดาห์ให้ติดตั้งกับดักฟีโรโมน&amp;nbsp;ดักจับตัวเต็มวัยเพศผู้&amp;nbsp;6-8&amp;nbsp;กับดักต่อไร่&amp;nbsp;เพื่อลดประชากรผีเสื้อหนอนชอนใบมะเขือเทศ&amp;nbsp;แนะนำให้เกษตรกรใช้สารชีวภัณฑ์&amp;nbsp;โดยการพ่นด้วยเชื้อแบคทีเรียบาซิลลัส&amp;nbsp;ทรูริงเยน&amp;nbsp;และเมื่อพบการแพร่ระบาดในระยะเริ่มต้นควรพ่นสารชีว-ภัณฑ์ในช่วงเย็น&amp;nbsp;เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด&amp;nbsp;และหากพบว่ามีการระบาดที่รุนแรงให้ใช้สารเคมีป้องกันกำจัดแมลงตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;และอีกวิธี&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;การปลูกพืชหมุนเวียนที่ไม่ใช่พืชอาศัยของหนอนชอนใบมะเขือเทศเพื่อตัดวงจรการระบาดเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;สำหรับในพื้นที่จังหวัดนครพนมมีหลายพื้นที่อำเภอที่มีการปลูกมะเขือเทศ&amp;nbsp;เช่น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อำเภอปลาปาก&amp;nbsp;อำเภอธาตุพนม&amp;nbsp;และอำเภอบ้านแพง&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;แม้จะยังไม่มีรายการพบการระบาดในพื้นที่&amp;nbsp;แต่ได้มีการเตรียมการในการสร้างการรับรู้กับเกษตรกรในพื้นที่และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเกษตรอำเภอทั้ง&amp;nbsp;12&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;เพื่อดำเนินการติดตามและลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อมให้คำแนะนำกับเกษตรกรอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;เพื่อเป็นการเฝ้าระวังและป้องกันการเข้าทำลายของผีเสื้อหนอนชอนใบมะเขือเทศในจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;และหากเกษตรกรมีข้อสงสัยเกี่ยวกับผีเสื้อหนอนชอนใบมะเขือเทศ&amp;nbsp;สามารถเข้าไปติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม&amp;nbsp;ได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>20/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครพนม</Province><Department>สวท.นครพนม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211220213204595</Link_News></row>
<row _id="200"><NewsTitle>เกษตรจังหวัดนครพนม เตือนเกษตรกรปลูกกะหล่ำ เฝ้าระวังโรคราน้ำค้างในพืชตระกูลกะหล่ำเข้าทำลาย</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;อากาศเริ่มเย็น&amp;nbsp;มีความชื้นสูงในตอนเช้า&amp;nbsp;สำหรับช่วงนี้พร้อมทั้งมีอากาศร้อนในเวลากลางวันช่วงนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;จึงแนะเกษตรกรผู้ปลูกพืชผักตระกูลกะหล่ำและผักกาด&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;กวางตุ้ง&amp;nbsp;กะหล่ำปลี&amp;nbsp;กะหล่ำดอก&amp;nbsp;คะน้า&amp;nbsp;ผักกาดขาว&amp;nbsp;ผักกาดหอม&amp;nbsp;และบรอกโคลี&amp;nbsp;ให้เตรียมรับมือการระบาดของโรคราน้ำค้าง&amp;nbsp;ที่สามารถพบได้ในทุกระยะการเจริญเติบโตของพืช&amp;nbsp;จะพบอาการของโรคบนใบที่อยู่บริเวณด้านล่างของต้นก่อน&amp;nbsp;จากนั้น&amp;nbsp;แผลจะขยายลุกลามไปยังใบที่อยู่ด้านบนของต้นพืช&amp;nbsp;โดยมีอาการเริ่มแรกบริเวณด้านบนใบเป็นจุดแผลสีเหลือง&amp;nbsp;หรืออาจเป็นปื้นสีเหลือง&amp;nbsp;ซึ่งเมื่อเข้าทำลายแล้วจะทำให้ผลผลิตกะหล่ำลดลง&amp;nbsp;และเมื่อสภาพอากาศมีความชื้นสูงในตอนเช้า&amp;nbsp;มักพบเส้นใยเชื้อราเป็นขุยสีขาวถึงเทาตรงแผลด้านใต้ใบ&amp;nbsp;หากพบโรคระบาดรุนแรง&amp;nbsp;แผลจะลามขยายใหญ่ทำให้เนื้อใบเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล&amp;nbsp;ต่อมาใบจะเหลืองและแห้งตาย&amp;nbsp;กรณีพบโรคในระยะต้นกล้า&amp;nbsp;ใบเลี้ยงจะเกิดจุดแผลสีน้ำตาล&amp;nbsp;ทำให้ต้นแคระแกร็นและตายในที่สุด&amp;nbsp;ส่วนในกะหล่ำดอกและบรอกโคลี&amp;nbsp;ถ้าพบเชื้อราเข้าทำลายรุนแรง&amp;nbsp;ก้านดอกจะยืดและดอกอาจจะบิดเบี้ยวเสียรูปทรงได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นางสาวกัญณฐา&amp;nbsp;อภินนท์ธนา&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สาเหตุของโรคนี้เกิดจากเชื้อรา&amp;nbsp;Peronospora&amp;nbsp;parasitica&amp;nbsp;ชนิดพืชที่เกิดโรคได้แก่&amp;nbsp;กวางตุ้ง&amp;nbsp;กะหล่ำดอก&amp;nbsp;กะหล่ำปลี&amp;nbsp;คะน้า&amp;nbsp;บร๊อคโคลี่&amp;nbsp;ผักกาดขาวปลี&amp;nbsp;ผักกาดเขียว&amp;nbsp;และผักกาดหัว&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;ซึ่งจะพบกลุ่มของเชื้อราเป็นผงสีขาวหรือสีเทาบนใบ&amp;nbsp;ด้านหลังใบจะเกิดแผลสีเหลืองต่อมาเป็นสีน้ำตาล&amp;nbsp;แผลค่อนข้างเป็นสี่เหลี่ยมขอบไม่แน่นอน&amp;nbsp;ถ้าเป็นรุนแรง&amp;nbsp;แผลจะมีจำนวนมาก&amp;nbsp;ใบจะเหลืองและแห้งตาย&amp;nbsp;ใบที่อยู่ตอนล่างๆ&amp;nbsp;จะมีแผลเกิดก่อน&amp;nbsp;แล้วลามระบาดไปยังใบที่สูงกว่า&amp;nbsp;ในต้นอ่อนจะเริ่มมีแผลสีเหลืองที่ใบเลี้ยงและจะหลุดร่วงไป&amp;nbsp;อาจจะทำให้&amp;nbsp;ต้นเติบโตช้า&amp;nbsp;โทรมอ่อนแอและตายได้&amp;nbsp;ในผักที่ใบห่อเป็นหัว&amp;nbsp;ใบที่ห่อจะเกิดเป็นแผลจุดสีดำเป็นแอ่งลงไป&amp;nbsp;อาจมีขนาดเล็กถึงใหญ่&amp;nbsp;ในกะหล่ำดอกและบร๊อคโคลี่&amp;nbsp;เชื้ออาจเข้าทำลายที่ช่อดอก&amp;nbsp;ทำให้เกิดแผลสี&amp;nbsp;น้ำตาลดำที่ผิวนอกสุด&amp;nbsp;เป็นหย่อมๆ&amp;nbsp;หรือทั่วทั้งดอก&amp;nbsp;ถ้าเป็นโรครุนแรง&amp;nbsp;ถ้าโรคระบาดในระยะติดฝักอ่อน&amp;nbsp;ก็มีแผลเช่นเดียวกับแผลที่เกิดบนใบ&amp;nbsp;ฝักไม่สมบูรณ์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;สำหรับการแพร่ระบาด&amp;nbsp;สปอร์ของเชื้อราจะปลิวไปตามลม&amp;nbsp;หรือติดไปกับสิ่งเคลื่อนไหวต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;แล้วตกลงบนใบพืชเข้าทำลายพืชทาง&amp;nbsp;ปากใบ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อยู่ข้ามฤดูปลูกโดยสร้างสปอร์&amp;nbsp;(ส่วนขยายพันธุ์)&amp;nbsp;ผนังหนา&amp;nbsp;(Oospora)&amp;nbsp;ซึ่งติดอยู่ตามเศษซากพืชหรืออาศัยกับ&amp;nbsp;ต้นที่งอกเองนอกฤดู&amp;nbsp;และติดไปกับเมล็ดที่ใช้ทำพันธุ์สภาพที่เหมาะต่อการเกิดโรค&amp;nbsp;ความชื้นสูง&amp;nbsp;อุณหภูมิระหว่าง&amp;nbsp;20-24&amp;nbsp;องศาเซลเซียส&amp;nbsp;มีหมอกหรือน้ำค้างลงจัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แนวทางในการการป้องกันและกำจัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;1.ใช้เมล็ดพันธุ์ปราศจากเชื้อ&amp;nbsp;หรือแช่เมล็ดในน้ำร้อน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;องศาเซลเซียส&amp;nbsp;20-30&amp;nbsp;นาที&amp;nbsp;ก่อนปลูก&amp;nbsp;หรือคลุกเมล็ดด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืช&amp;nbsp;เมตาแลกซิล&amp;nbsp;หรือเมตาแลกซิล+แมนโคเซบ&amp;nbsp;ก่อนปลูก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;2.ไม่ปลูกผักซ้ำที่เดิมเคยมีการระบาดของโรค&amp;nbsp;โดยปลูกพืชหมุน&amp;nbsp;เวียนอย่างต่ำ&amp;nbsp;3-4&amp;nbsp;ปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;3.ควรปลูกพืชให้มีระยะห่างพอสมควรอย่าให้แน่นเกินไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;4.หลังจากเก็บเกี่ยวควรทำลายเศษซากพืช&amp;nbsp;หรือพืชที่งอกเองให้หมด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;5.เมื่อพบอาการบนใบควรพ่นด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืช&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;บาซิลัส&amp;nbsp;ซับทิลิส&amp;nbsp;,&amp;nbsp;เมตาแลกซิล+แมนโคเซบ&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ไซบ็อกซามิล+แมนโคเซบ&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ออกซาไดซิล+แมนโคเซบ&amp;nbsp;,&amp;nbsp;โพรพิเนบ+ไซม็อกซามิล&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;โรคนี้ไม่ทำให้ต้นตาย&amp;nbsp;ผักรับประทานใบ&amp;nbsp;เช่น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คะน้า&amp;nbsp;ผักกาด&amp;nbsp;น้ำหนักลด&amp;nbsp;เพราะต้องตัดใบเป็นโรคออกเสีย&amp;nbsp;ทำให้ผลผลิตตกต่ำ&amp;nbsp;กะหล่ำปลีมักเสียหายในระยะก่อนห่อเป็นหัว&amp;nbsp;เมล็ดจากผักที่เป็นโรคไม่ควรเก็บไว้ทำพันธุ์&amp;nbsp;ผักหลายชนิดในตระกูลนี้พบเป็นโรคเดียวกัน&amp;nbsp;และเพื่อเป็นการเฝ้าระวังและป้องกันการเข้าทำลายของโรคราน้ำค้างในพืชตระกูลกะหล่ำเข้าทำลายในจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;เกษตรกรควรรีบแจ้งข้อมูลการระบาดหรือหากมีข้อสงสัย&amp;nbsp;สามารถเข้าไปติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม&amp;nbsp;ได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>20/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครพนม</Province><Department>สวท.นครพนม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211220214149597</Link_News></row>
<row _id="201"><NewsTitle>ผู้ว่าฯสระแก้ว เยี่ยมสวนผลไม้ เมล่อน  ลำไย Young Smart Famer พื้นที่อำเภอเขาฉกรรจ์  ส่งเสริมการสร้างงานสร้างอาชีพ รายได้ให้เกษตรกร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายปริญญา&amp;nbsp;โพธิสัตย์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วพร้อมหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมชมสวนผลไม้&lt;/strong&gt;ในพื้นที่อำเภอเขาฉกรรจ์&amp;nbsp;จุดแรกที่สวนนายโย&amp;nbsp;เขาฉกรรจ์&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;บ้านสันติสุข&amp;nbsp;ตำบลเขาฉกรรจ์&amp;nbsp;ปลูกเมล่อน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;สายพันธุ์&amp;nbsp;มีนายภิญโญ&amp;nbsp;พงษ์โชติ&amp;nbsp;เจ้าของสวน&amp;nbsp;จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว&amp;nbsp;ได้ทำการตัดเมล่อน&amp;nbsp;ตรวจวัดค่าความหวาน&amp;nbsp;และชิมเมล่อน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;สายพันธุ์&amp;nbsp;ซึ่งมีรสชาติกรอบ&amp;nbsp;หอม&amp;nbsp;หวาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สวนนายโย&amp;nbsp;เขาฉกรรจ์&amp;nbsp;เป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการผลิตผัก&amp;nbsp;และผลไม้&amp;nbsp;ปลอดภัยในโรงเรือน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้รับมาตรฐานความปลอดภัย&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;ปีหนึ่งเก็บผลผลิตได้&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;จึงเป็นเมล่อนเกรดพรีเมียม&amp;nbsp;ผู้สนใจสามารถสั่งจองได้ทาง&amp;nbsp;เพจนายโย&amp;nbsp;เขาฉกรรจ์&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;โทร&amp;nbsp;081&amp;nbsp;922&amp;nbsp;6694&amp;nbsp;หรือจะมาเที่ยวชมได้ที่สวนนายโย&amp;nbsp;เขาฉกรรจ์&amp;nbsp;ได้เช่นกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้น&amp;nbsp;เดินทางเยี่ยมชมสวน&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;โคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;โมเดล&amp;nbsp;สวนลำไยปลอดสารพิษเพื่อการส่งออก&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่บ้านภูเงิน&amp;nbsp;ตำบลพระเพลิง&amp;nbsp;พบปะเกษตรกร&amp;nbsp;Young&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Famer&amp;nbsp;และกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่&amp;nbsp;ปลูกต้นไม้และตัดและชิมลำไยจากต้น&amp;nbsp;สำหรับสวนลำไยแห่งนี้&amp;nbsp;มีการจัดการพื้นที่ตามแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;ใช้หลักกสิกรรมธรรมชาติ&amp;nbsp;มีการถ่ายทอดความรู้&amp;nbsp;ภูมิปัญญาให้กับคนในชุมชนและผู้ที่สนใจได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้การทำการเกษตรแบบปลอดภัย&amp;nbsp;เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแบบครบวงจร&amp;nbsp;ตั้งแต่การผลิตจนถึงการส่งเสริมช่องทางการตลาด&amp;nbsp;มีการปลูกพืชเศรษฐกิจหลากชนิด&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ลำไย&amp;nbsp;กล้วย&amp;nbsp;มะขามหวานพันธุ์สีทอง&amp;nbsp;ฝรั่ง&amp;nbsp;ควบคุมการผลิตแบบปลอดภัย&amp;nbsp;ใช้การทำเกษตรอินทรีย์นอกจากปลอดภัยทั้งเกษตรกรและผู้บริโภคแล้ว&amp;nbsp;ยังเป็นการลดต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การพ่นขมิ้นใส่ผลลำไยเพื่อเคลือบผิว&amp;nbsp;ให้ผิวสวยงามและกันเชื้อรา&amp;nbsp;ทุกปีจะส่งออกลำไยกับต่างประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ภายหลังการพบปะเกษตรกรสวนผลไม้&amp;nbsp;นายปริญญา&amp;nbsp;โพธิสัตย์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทำอย่างไรการทำเกษตร&amp;nbsp;จะมีการสร้างงาน&amp;nbsp;สร้างอาชีพ&amp;nbsp;สร้างรายได้&amp;nbsp;จากความรู้ที่มีอยู่พัฒนาให้เกิดมูลค่าเพิ่ม&amp;nbsp;และเผยแพร่องค์ความรู้ให้กับพี่น้องเกษตรกรอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;โดยเฉพาะผลไม้เมล่อนจะเป็นผลผลิตที่สำคัญอย่างหนึ่งของจังหวัดสระแก้ว&amp;nbsp;อนาคตจะมีการจดทะเบียนเป็น&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;ของจังหวัดสระแก้ว&amp;nbsp;ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เครดิต&amp;nbsp;&amp;nbsp;-&amp;nbsp;&amp;nbsp;ดุลยศักดิ์&amp;nbsp;ไชยรัตน์&amp;nbsp;ส.ปชส.สระแก้ว&amp;nbsp;ภาพ&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ข่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>21/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>สระแก้ว</Province><Department>สวท.สระแก้ว</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211221090250619</Link_News></row>
<row _id="202"><NewsTitle>มุ่งสร้างเกษตรกรกว่า 3 แสนราย ผลักดันเกษตรแปลงใหญ่ ชูสมุนไพรอินทรีย์ ลุยตลาด 50,000 ล้านบาท</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอลงกรณ์&amp;nbsp;พลบุตร&amp;nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;กำหนดนโยบายส่งเสริมสมุนไพรเป็นพืชเศรษฐกิจแห่งอนาคต&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรมีอาชีพทางเลือกและมีรายได้เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;รวมทั้งสนับสนุนการแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม&amp;nbsp;โดยร่วมมือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและทุกภาคีภาคส่วน&amp;nbsp;ถือเป็นหนึ่งในเกษตรมูลค่าสูง&amp;nbsp;โดยส่งเสริมสนับสนุนตั้งแต่การวิจัยและพัฒนา&amp;nbsp;ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำการตลาด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนโยบายส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทำให้มีความคืบหน้าอย่างมาก&amp;nbsp;โดยในปัจจุบันมีเกษตรกร&amp;nbsp;369,353&amp;nbsp;รายขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;ด้านพืชสมุนไพร&amp;nbsp;เครื่องเทศ&amp;nbsp;พืชสมุนไพรที่เป็นพืชอาหาร&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;82&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;ดำเนินการปลูกพืชสมุนไพรบนพื้นที่รวมประมาณ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ล้านไร่&amp;nbsp;มีกลุ่มเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่พืชสมุนไพร&amp;nbsp;ตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2559&amp;nbsp;&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&amp;nbsp;37&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;จำนวนเกษตรกร&amp;nbsp;1,565&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;7,913&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;22&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;และในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ได้มีกลุ่มเกษตรกรขอเข้าร่วมโครงการอีกจำนวน&amp;nbsp;15&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อีกทั้งกระทรวงเกษตรฯ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ยังมีโครงการส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสมุนไพรปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมีเป้าหมายเกษตรกร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,110&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;37&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;และจัดทำแปลงขยายและรวบรวมพันธุ์สมุนไพรในศูนย์ปฏิบัติการ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ศูนย์&amp;nbsp;เพื่อพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานวัตถุดิบ&amp;nbsp;ส่งเสริมการผลิตสมุนไพร&amp;nbsp;ตลอดจนเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพรตามแนวเกษตรปลอดภัย&amp;nbsp;สร้างรายได้แก่เกษตรกรและเพิ่มมูลค่าการส่งออกอย่างมั่นคงและยั่งยืน&amp;nbsp;ขณะที่ตลาดผลิตภัณฑ์สมุนไพรกลับมาขยายตัวอีกครั้งตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ด้วยอัตราการเจริญเติบโตเฉลี่ยร้อยละ4&amp;nbsp;ใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิด&amp;nbsp;Covid-19&amp;nbsp;ที่มูลค่าตลาดประมาณ&amp;nbsp;54,500&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>21/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211221100630652</Link_News></row>
<row _id="203"><NewsTitle>นายกรัฐมนตรี ห่วงใยพี่น้องเกษตรกร ทุ่ม 3 หมื่นล้านบาทผ่าน ธ.ก.ส. สานฝันสร้างอาชีพ ยกระดับรายได้ ขจัดความยากจนภาคเกษตร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธนกร&amp;nbsp;วังบุญคงชนะ&amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;ได้เน้นย้ำให้ความสำคัญและติดตามการเร่งแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรเพื่อให้เกิดการสร้างงาน&amp;nbsp;สร้างอาชีพ&amp;nbsp;สร้างรายได้&amp;nbsp;โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;ได้ดำเนิน&amp;nbsp;โครงการสานฝันสร้างอาชีพและยกระดับรายได้เกษตรกร&amp;nbsp;วงเงินกว่า&amp;nbsp;30,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;สนับสนุนเงินกู้เป็นเงินทุนหมุนเวียนให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการประกอบอาชีพด้านการเกษตรให้กับเกษตรกรหรือประชาชนที่มีความสนใจประกอบอาชีพ&amp;nbsp;เน้นอาชีพที่มีตลาดรองรับ&amp;nbsp;มีการประกันราคารับซื้อผลผลิต&amp;nbsp;ให้สามารถสร้างรายได้ในระยะสั้น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;-&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;ซึ่งจะมีผลตอบแทนเบื้องต้นเพียงพอต่อการดำรงชีพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โครงการสานฝันสร้างอาชีพและยกระดับรายได้เกษตรกร&amp;nbsp;ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้&amp;nbsp;ถือเป็นโครงการที่จะทำให้เกษตรกรที่ประสบปัญหาน้ำท่วม&amp;nbsp;ภัยแล้งและวิกฤตโควิด&amp;nbsp;&amp;nbsp;19&amp;nbsp;รวมทั้งที่เก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วมีช่วงว่างงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;สามารถเข้าถึงเเหล่งเงินทุนได้รายละไม่เกิน&amp;nbsp;100,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เพื่อนำเงินทุนนี้ไปสร้างอาชีพตามที่ตลาดต้องการได้&amp;nbsp;ปล่อยกู้เป็นรายบุคคล&amp;nbsp;ใช้บุคคลหรือหลักทรัพย์ค้ำประกันได้โดยไม่ต้องเขียนโครงการ&amp;nbsp;เพียงต้องแจ้งว่าจะนำเงินทุนไปทำอะไร&amp;nbsp;ขายให้ใครและราคาเท่าไหร่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สามารถยื่นสมัครโครงการฯ&amp;nbsp;ได้ที่&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;ทั่วประเทศ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยเริ่มจ่ายเงินตั้งแต่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;&amp;nbsp;กรกฎาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ถึงวันที่วันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2567&amp;nbsp;ซึ่งระยะ&amp;nbsp;1-3&amp;nbsp;ปีแรก&amp;nbsp;อัตราดอกเบี้ยร้อยละ&amp;nbsp;&amp;nbsp;4&amp;nbsp;และปีที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;-&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ดอกเบี้ยตามปกติของธนาคาร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>21/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211221095848640</Link_News></row>
<row _id="204"><NewsTitle>จังหวัดชัยนาท จัดกิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เพื่อพัฒนาเกษตรกรเข้าสู่กระบวนการผลิตสินค้าเกษตรตามมาตรฐานด้านประมง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(21&amp;nbsp;ธ.ค.&amp;nbsp;64)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมศูนย์วิจัยข้าวชัยนาท&amp;nbsp;ตำบลเขาท่าพระ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;อำเภอเมืองชัยนาท&amp;nbsp;จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;นายรังสรรค์&amp;nbsp;ตันเจริญ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดการฝึกอบรมหลักสูตร&amp;nbsp;การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อเข้าสู่กระบวนการรับรองมาตรฐาน&amp;nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวจารุรินทร์&amp;nbsp;กุลทนันท์&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มพัฒนาและส่งเสริมอาชีพการประมง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รักษาราชการแทนประมงจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;เป็นผู้กล่าวรายงาน&amp;nbsp;โดยการอบรมในวันนี้ได้จัดขึ้นตามโครงการพัฒนาจังหวัด&amp;nbsp;งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โครงการพัฒนาศักยภาพการผลิตการเพิ่มมูลค่าและการตลาดสินค้าประมงแบบครบวงจร&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;กิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำให้ได้รับการรับรองมาตรฐานวงเงิน&amp;nbsp;599,100&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อพัฒนาเกษตรกรเข้าสู่กระบวนการผลิตสินค้าเกษตรตามมาตรฐานด้านประมง&amp;nbsp;โดยมีผู้เข้ารับการฝึกอบรมจำนวน&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;จากเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในเขตจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;อำเภอเมืองชัยนาท&amp;nbsp;อำเภอมโนรมย์&amp;nbsp;อำเภอวัดสิงห์&amp;nbsp;อำเภอหนองมะโมง&amp;nbsp;อำเภอหันคา&amp;nbsp;และอำเภอสรรคบุรี&amp;nbsp;&lt;strong&gt;สำหรับการฝึกอบรมในครั้งนี้&amp;nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเกษตรกรเข้าสู่กระบวนการผลิต&lt;/strong&gt;สินค้าเกษตรตามมาตรฐานด้านประมง&amp;nbsp;และเพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรม&amp;nbsp;สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพ&amp;nbsp;โดยมีคณะวิทยากรจาก&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ศูนย์ห้องปฏิบัติการและวิจัยทางการแพทย์และการเกษตรแห่งเอเชีย&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ให้แก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>21/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>ชัยนาท</Province><Department>สวท.ชัยนาท</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211221105124681</Link_News></row>
<row _id="205"><NewsTitle>ประมงจังหวัดชัยนาท จัดอบรมเกษตรกรเพื่อพัฒนาเข้าสู่กระบวนการผลิตและการรับรองมาตรฐานด้านการประมง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(21&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมศูนย์วิจัยข้าวชัยนาท&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ตำบลเขาท่าพระ&amp;nbsp;อำเภอเมืองชัยนาท&amp;nbsp;จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;นายรังสรรค์&amp;nbsp;ตันเจริญ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดการฝึกอบรม&amp;nbsp;หลักสูตร&amp;nbsp;การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อเข้าสู่กระบวนการรับรองมาตรฐาน&amp;nbsp;การส่งเสริมและพัฒนาฟาร์มให้ได้มาตรฐานแก่เกษตรกร&amp;nbsp;ตามโครงการพัฒนาศักยภาพการผลิต&amp;nbsp;การเพิ่มมูลค่า&amp;nbsp;และการตลาดสินค้าประมงแบบครบวงจร&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่กลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;โดยมีรักษาราชการแทนประมงจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;ร่วมในพิธีเปิด&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นางสาวจารุลินทร์&amp;nbsp;กุลทนันท์&amp;nbsp;รักษาราชการแทนประมงจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การฝึกอบรมหลักสูตร&amp;nbsp;การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อเข้าสู่กระบวนการรับรองมาตรฐาน&amp;nbsp;ตามโครงการพัฒนาจังหวัดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;โครงการพัฒนาศักยภาพการผลิต&amp;nbsp;การเพิ่มมูลค่า&amp;nbsp;และการตลาดสินค้าประมงแบบครบวงจร&amp;nbsp;กิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำให้ได้รับการรับรอง&amp;nbsp;เพื่อพัฒนาเกษตรกรไปสู่กระบวนการผลิตสินค้าเกษตรตามมาตรฐานด้านประมง&amp;nbsp;โดยมีผู้เข้ารับการอบรมเป็นเกษตรกรในจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;6&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;อำเภอเมืองฯ&amp;nbsp;มโนรมย์&amp;nbsp;วัดสิงห์&amp;nbsp;หนองมะโมง&amp;nbsp;หันคา&amp;nbsp;และสรรคบุรี&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;100&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;โดยมีวิทยากรจากบริษัท&amp;nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการและวิจัยทางการแพทย์และการเกษตรแห่งเอเชีย&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;มาถ่ายทอดความรู้ซึ่งผู้เข้ารับการอบรมสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;ได้ย้ำเรื่องมาตรฐานสินค้าเกษตร&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หรือแนวทางในการทำการเกษตร&amp;nbsp;เพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดีมีคุณภาพ&amp;nbsp;และปลอดภัยตามมาตรฐานที่กำหนดทั้งต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค&amp;nbsp;โดยกระบวนการผลิตจะต้องปลอดภัย&amp;nbsp;ปราศจากการปนเปื้อนของสารเคมีไม่ทำให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;มีการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด&amp;nbsp;ได้ผลผลิตที่สูงและคุ้มค่า&amp;nbsp;มีความยั่งยืนทางการเกษตร&amp;nbsp;สิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;เศรษฐกิจ&amp;nbsp;และสังคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส.ปชส.ชัยนาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>21/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>ชัยนาท</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211221113833699</Link_News></row>
<row _id="206"><NewsTitle>พังงา อ.เกาะยาว งานวัน Field day และวันข้าวใหม่ปลามันอำเภอเกาะยาว ปี 2565</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พังงา&amp;nbsp;อ.เกาะยาว&amp;nbsp;งานวัน&amp;nbsp;Field&amp;nbsp;day&amp;nbsp;และวันข้าวใหม่ปลามันอำเภอเกาะยาว&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;อำเภอเกาะยาว&amp;nbsp;กำหนดจัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&amp;nbsp;(Field&amp;nbsp;day)&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรทางเลือก&amp;nbsp;และวันข้าวใหม่ปลามันอำเภอเกาะยาว&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลพรุใน&amp;nbsp;อำเภอเกาะยาว&amp;nbsp;จังหวัดพังงา&amp;nbsp;เพื่อถ่ายทอดความรู้ให้เกษตรกร&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรทางเลือกและของดีอำเภอเกาะยาว&amp;nbsp;พิธีเปิดงานโดย&amp;nbsp;นางกันตวรรณ&amp;nbsp;ตันเถียร&amp;nbsp;กุลจรรยาวิวัฒน์&amp;nbsp;ประธานกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;กล่าวรายงานการจัดงานโดยนายประคอง&amp;nbsp;อุสาห์มัน&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดพังงา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นางอุษณี&amp;nbsp;เจียมรา&amp;nbsp;เกษตรอำเภอเกาะยาว&amp;nbsp;จังหวัดพังงา&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;อำเภอเกาะยาว&amp;nbsp;กำหนดจัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&amp;nbsp;(Field&amp;nbsp;day)&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรทางเลือก&amp;nbsp;และวันข้าวใหม่ปลามันอำเภอเกาะยาว&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลพรุใน&amp;nbsp;อำเภอเกาะยาว&amp;nbsp;จังหวัดพังงา&amp;nbsp;เพื่อถ่ายทอดความรู้ให้เกษตรกร&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรทางเลือกและของดีอำเภอเกาะยาว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กิจกรรมประกอบด้วย&amp;nbsp;การถ่ายทอดความรู้ให้เกษตรกร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;สถานี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรทางเลือก&amp;nbsp;(หมาก)&amp;nbsp;การจัดนิทรรศการของส่วนราชการ&amp;nbsp;การแสดงลิเกฮูลูเกาะยาวบ้านเรา&amp;nbsp;การลงแขกเกี่ยวข้าวด้วยแกะ&amp;nbsp;สาธิตการหาบข้าวด้วยไม้หาบโบราณ&amp;nbsp;หุ่นไล่กา&amp;nbsp;พังกับดักหนูแบโบราณ&amp;nbsp;แข่งขันยิงสะบ้า&amp;nbsp;การผลิตสบู่สมุนไพรจากใบฝิ่นห่อ&amp;nbsp;การเผาถ่าน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ด้วยถัง&amp;nbsp;200&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;การผสมปุ๋ยใช้เอง&amp;nbsp;นิทรรศการ&amp;nbsp;ชม&amp;nbsp;ช้อป&amp;nbsp;ชิม&amp;nbsp;ผลิตผลและผลิตภัณฑ์การเกษตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมงาน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;150&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เนื่องจากเกษตรกรได้รับประโยชน์&amp;nbsp;สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ในไร่นาของตนเอง&amp;nbsp;อีกทั้งสร้างความภาคภูมิใจในการเป็นเกษตรกรและสามารถเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับผลิตผลและผลิตภัณฑ์ได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>21/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>พังงา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211221153539863</Link_News></row>
<row _id="207"><NewsTitle>จังหวัดนครปฐมจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่โรงเรียนวัดหนองโพธิ์&amp;nbsp;ตำบลห้วยหมอนทอง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อำเภอกำแพงแสน&amp;nbsp;จังหวัดนครปฐม&amp;nbsp;นายสุรศักดิ์&amp;nbsp;เจริญศิริโชติ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&amp;nbsp;ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายอำเภอกำแพงแสน&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ผู้นำท้องที่&amp;nbsp;และประชาชน&amp;nbsp;เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;ทั้งนี้เพื่อให้เกษตรกรที่ประสบปัญหาด้านการเกษตร&amp;nbsp;สามารถเข้าถึงบริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&amp;nbsp;ได้รับรู้ด้านวิชาการและได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างครบวงจร&amp;nbsp;ซึ่งมีการบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานวิชาการ&amp;nbsp;หน่วยงานส่งเสริม&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมพัฒนาฟื้นฟูเกษตรกรให้สามารถประกอบอาชีพเกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน&amp;nbsp;โดยการปฏิบัติงานเชิงรุกที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายได้รับบริการทางการเกษตร&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การวิเคราะห์ดิน&amp;nbsp;การวินิจฉัยโรคพืช&amp;nbsp;โรคสัตว์&amp;nbsp;โรคสัตว์น้ำ&amp;nbsp;รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและฝึกอบรมความรู้การเกษตรเสริมเพิ่มเติมไปด้วยกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีกิจกรรม&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;การให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;14&amp;nbsp;คลินิก&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้แก่&amp;nbsp;คลินิกพืช&amp;nbsp;คลินิกข้าว&amp;nbsp;คลินิกดิน&amp;nbsp;คลินิกปศุสัตว์&amp;nbsp;คลินิกประมง&amp;nbsp;คลินิกบัญชี&amp;nbsp;คลินิกชลประทาน&amp;nbsp;คลินิกสหกรณ์&amp;nbsp;คลินิกกฎหมาย&amp;nbsp;และคลินิกอื่นๆ&amp;nbsp;อีกทั้งมีกิจกรรมส่งเสริมอาชีพเพื่อเพิ่มรายได้&amp;nbsp;และการให้บริการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;โดยมีเกษตรกร&amp;nbsp;และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>21/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>นครปฐม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211221161051891</Link_News></row>
<row _id="208"><NewsTitle>ครม.อนุมัติโครงการดูแลเกษตรกร วงเงิน 141,018 ล้านบาท</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ครม.อนุมัติโครงการดูแลเกษตรกร&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;141,018&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ภายใต้&amp;nbsp;3&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;เพิ่มเติมวงเงิน&amp;nbsp;76,080.95&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.โครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;54,972.72&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.โครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;10,065.69&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การอนุมัติวงเงินประกันรายได้ข้าวที่ต้องจ่ายให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวตั้งแต่งวดที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;วงเงินรวม&amp;nbsp;76,080.95&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;แบ่งเป็นวงเงินจ่ายชดเชยให้เกษตรกรจำนวน&amp;nbsp;74,569.31&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และค่าใช้จ่าย&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,511.64&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เพื่อแก้กฎหมายขยายเพดานภาระแบงก์รัฐได้&amp;nbsp;35%&amp;nbsp;จากเดิม&amp;nbsp;30%&amp;nbsp;ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับราคาการประกันรายได้ข้าว&amp;nbsp;64/65&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ข้าวเปลือกหอมมะลิ&amp;nbsp;15,000&amp;nbsp;บาท/ตัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ข้าวหอมมะลินอกพื้นที่&amp;nbsp;14,000&amp;nbsp;บาท/ตัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ข้าวหอมปทุมธานี&amp;nbsp;11,000&amp;nbsp;บาท/ตัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ข้าวเจ้า&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;บาท/ตัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ข้าวเหนียว&amp;nbsp;12,000&amp;nbsp;บาท/ตัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ความชื้น&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;15&amp;nbsp;%&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การช่วยเหลือเงินค่าปรับปรุงคุณภาพไร่ละ&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ครัวเรือนละไม่เกิน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;รวมวงเงิน&amp;nbsp;54,972.72&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;โดยกลุ่มเป้าหมายคือ&amp;nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;/65&amp;nbsp;ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;โดยระยะเวลาจ่ายเงินตั้งแต่เดือน&amp;nbsp;ก.ย.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;เม.ย.&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;3&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;10,065.69&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ถือเป็นการประกันรายได้ให้เกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนและเกษตรกรที่แจ้งข้อมูลพื้นที่ปลูกยางกับการยางแห่งประเทศไทยภายในวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;มิ.ย.2564&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,880,458&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;โดยพื้นที่สวนยางกรีดได้&amp;nbsp;19.16&amp;nbsp;ล้านไร่&amp;nbsp;และประกันรายได้ในระหว่าง&amp;nbsp;ต.ค.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หลักเกณฑ์และข้อกำหนดโครงการมีดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เป็นสวนยางอายุ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ปีขึ้นไปที่เปิดกรีดแล้ว&amp;nbsp;รายละไม่เกิน&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ไร่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ผลผลิตยางแห้ง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;กิโลกรัม/ไร่/เดือน&amp;nbsp;รายละไม่เกิน&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ไร่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ผลผลิตยางก้อนถ้วย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;40&amp;nbsp;กิโลกรัม/ไร่/เดือน&amp;nbsp;รายละไม่เกิน&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ไร่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;กำหนดเงินค่าประกันรายได้&amp;nbsp;โดยราคายางแผ่นดิบคุณภาพดี&amp;nbsp;60&amp;nbsp;บาท/กิโลกรัม&amp;nbsp;น้ำยางสด&amp;nbsp;(DRC&amp;nbsp;100%)&amp;nbsp;57&amp;nbsp;บาท/กิโลกรัม&amp;nbsp;ยางก้อนถ้วย&amp;nbsp;(DRC&amp;nbsp;50%)&amp;nbsp;23&amp;nbsp;บาท/กิโลกรัม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แบ่งสัดส่วนรายได้เจ้าของส่วนร้อยละ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;และคนกรีดร้อยละ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ของรายได้ทั้งหมด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;Cr#สวท.อำนาจเจริญ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>21/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211221164555921</Link_News></row>
<row _id="209"><NewsTitle>ศรีสะเกษ !! เปิดครั้งแรกหลังปิดยาว นอภ.อุทุมพรพิสัย คุมเข้มตลาดนัดโค-กระบือ เกษตรกรเฮได้ซื้อ-ขาย</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายพรชัย&amp;nbsp;วงศ์งาม&amp;nbsp;นอภ.อุทุมพรพิสัย&amp;nbsp;จ.ศรีสะเกษ&amp;nbsp;ได้อนุญาตให้เปิดตลาดโค-กระบือ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หลังมีการปิดตลาดมายาวยานหลายเดือน&amp;nbsp;เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;พร้อมวางมาตรการตามที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;ศบค.กำหนด&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายพรชัย&amp;nbsp;วงศ์งาม&amp;nbsp;นอภ.อุทุมพรพิสัย&amp;nbsp;จ.ศรีสะเกษ&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ขณะนี้&amp;nbsp;อ.อุทุมพรพิสัย&amp;nbsp;ได้อนุญาตให้เปิดตลาดนัดซื้อ-ขาย-แลกเปลี่ยน&amp;nbsp;โค-กระบือ&amp;nbsp;หลังมีการปิดตลาดมายาวยานหลายเดือน&amp;nbsp;เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;โดยได้มีการวางมาตรการเข้มตามที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ศบค.กำหนด&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;ผู้ที่จะเดินทางเข้ามาในบริเวณตลาดนัด&amp;nbsp;ต้องแสดงเอกสารหลักฐานรับรองการฉีดวัคซีนโควิด-19&amp;nbsp;ครบ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เข็ม&amp;nbsp;รวมถึงผู้ที่มาจากพื้นที่เสี่ยงต้องมีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีน&amp;nbsp;ครบ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เข็ม&amp;nbsp;และต้องมีผลตรวจ&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;ที่เป็นลบ&amp;nbsp;ไม่เกิน&amp;nbsp;72&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;และห้ามนำสัตว์ป่วยเข้ามาในตลาดนัดโค-กระบือ&amp;nbsp;เด็ดขาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยเบื้องต้นได้เริ่มเปิดตลาดเป็นครั้งแรก&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ธ.ค.&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และจะเปิดตลาดนัดดังกล่าว&amp;nbsp;ทุกวันจันทร์&amp;nbsp;และวันศุกร์&amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;05.00-12.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ทั้งนี้ได้มอบหมายให้&amp;nbsp;นายมนัสพล&amp;nbsp;ไชยโยธา&amp;nbsp;ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ปกครอง&amp;nbsp;สมาชิก&amp;nbsp;กองร้อย&amp;nbsp;อส.อ.อุทุมพรพิสัย&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;นายเทวัญ&amp;nbsp;ศรีสุธัญญาวงศ์&amp;nbsp;ปศุสัตว์อำเภออุทุมพรพิสัย&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจ&amp;nbsp;สภ.อุทุมพรพิสัย&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;และผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเข้มและแนะนำมาตรการป้องกันโรคตามที่ราชการกำหนด&amp;nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;อย่างเข้มงวดอีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>21/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ศรีสะเกษ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211221181921964</Link_News></row>
<row _id="210"><NewsTitle>สำนักงานสหกรณ์ จ.นราธิวาส ร่วมกับสหกรณ์ อรบ.นราธิวาสรักษ์บ้านเกิด จำกัด ให้การสนับสนุนกระจายผลผลิต "ลำไย ของสมาชิกสหกรณ์การเกษตรจอมทอง จำกัด เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภาวะราคาผลผลิตตกต่ำ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(21&amp;nbsp;ธ.ค.&amp;nbsp;64)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;14.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สำนักงานสหกรณ์&amp;nbsp;จ.นราธิวาส&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นางสาวโสภิดา&amp;nbsp;ศรัทธารัตน์&amp;nbsp;หัวหน้าสหกรณ์&amp;nbsp;จ.นราธิวาส&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;นายคงภพ&amp;nbsp;ขวัญเอียด&amp;nbsp;ผู้จัดการสหกรณ์&amp;nbsp;อรบ.&amp;nbsp;นราธิวาสรักษ์บ้านเกิด&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;นายสุชาติ&amp;nbsp;บัวกิ่ง&amp;nbsp;ประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรนราธิวาส&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ให้การสนับสนุนกระจายผลผลิต&amp;nbsp;"ลำไย&amp;nbsp;ของสมาชิกสหกรณ์การเกษตรจอมทอง&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภาวะราคาผลผลิตตกต่ำ&amp;nbsp;ซึ่งปัญหาของเกษตรกรในตอนนี้&amp;nbsp;คือผลผลิตลำไยออกมานอกฤดูส่วนหนึ่ง&amp;nbsp;และปรากฏว่าไม่สามารถส่งออกในต่างประเทศได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;สำนักงานสหกรณ์เชียงใหม่&amp;nbsp;ได้รับประสานงานจากสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ว่าจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา-19&amp;nbsp;ทำให้ผู้ประกอบการไม่เข้าพื้นที่เพื่อรับซื้อผลผลิตลำไยสดช่อ&amp;nbsp;(พันธุ์อีดอ)&amp;nbsp;ของเกษตรกรสมาชิก&amp;nbsp;ทำให้ส่งผลกระทบต่อการจำหน่ายผลผลิต&amp;nbsp;และทางสหกรณ์ฯ&amp;nbsp;ได้ดำเนินการรวบรวมผลผลิตฯ&amp;nbsp;ของสมาชิกและเกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;เพื่อเป็นการช่วยเหลือและสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรสมาชิก&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้ราคาสามารถคงอยู่ได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดย&amp;nbsp;นางสาวโสภิดา&amp;nbsp;ศรัทธารัตน์&amp;nbsp;หัวหน้าสหกรณ์&amp;nbsp;จ.นราธิวาส&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เบื้องต้นกระบวนการสหกรณ์จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;ได้รวบรวมผลผลิตลำไยทั้งหมด&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ก่อน&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมปริมาณการสั่งซื้อเพิ่มเติม&amp;nbsp;ซึ่งได้รับความร่วมมือจากกระบวนการสหกรณ์ในจังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;ส่วนใหญ่จะเป็นสหกรณ์ภาคเกษตรที่ช่วยในเรื่องของการซื้อ&amp;nbsp;และในส่วนของสหกรณ์ออมทรัพย์บางส่วน&amp;nbsp;และต่อไปหน่วยงานราชการในจังหวัดนราธิวาสให้ความร่วมมือเช่นเดียวกัน&amp;nbsp;ซึ่งทางสำนักงานสหกรณ์จังหวัดมีการขายร่วมกันกับกระบวนสหกรณ์ทั่วไปอยู่แล้ว&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการทำเครือข่ายร่วมกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>21/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>นราธิวาส</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211221184441984</Link_News></row>
<row _id="211"><NewsTitle>เกษตรแม่ฮ่องสอน เปิดโครงการพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ให้เป็น Young Smart Farmer ประจำปี 2565</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;20-21&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;นายพยุงศักดิ์&amp;nbsp;สิทธิลภ&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;มอบหมายให้นายเจษฎา&amp;nbsp;กาพย์ไชย&amp;nbsp;&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ให้เป็น&amp;nbsp;Young&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกร&amp;nbsp;สามารถวิเคราะห์ศักยภาพของตนเองให้สอดคล้องกับสินค้าและพื้นที่&amp;nbsp;เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนงาน&amp;nbsp;สร้างเครือข่ายการดำเนินงานร่วมกัน&amp;nbsp;สู่ความมั่นคงทางอาชีพ&amp;nbsp;และสามารถพัฒนาเป็นต้นแบบแก่เกษตรกรรายอื่นต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยการอบรมในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมอบรม&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;เกษตรกรรุ่นใหม่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ราย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และผู้ที่ผ่านการประเมินเป็น&amp;nbsp;Young&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;แล้ว&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2557&amp;nbsp;-2564&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;รวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;35&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>21/12/2021</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211221184008980</Link_News></row>
<row _id="212"><NewsTitle>ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (ศพท.) จัดงานวันดินโลก ประจำปี 2564 ภายใต้แนวคิด Halt soil salinization, boost soil productivity : พิชิตดินเค็ม เติมเต็มผลผลิต สร้างชีวิตเกษตรกร ในรูปแบบออนไลน์</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;(ศพท.)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จัดงานวันดินโลก&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ภายใต้แนวคิด&amp;nbsp;Halt&amp;nbsp;soil&amp;nbsp;salinization,&amp;nbsp;boost&amp;nbsp;&amp;nbsp;soil&amp;nbsp;&amp;nbsp;productivity&amp;nbsp;:&amp;nbsp;พิชิตดินเค็ม&amp;nbsp;เติมเต็มผลผลิต&amp;nbsp;สร้างชีวิตเกษตรกร&amp;nbsp;ในรูปแบบออนไลน์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;วันนี้21&amp;nbsp;ธ.ค.64&amp;nbsp;ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ&amp;nbsp;จัดพิธีเปิดงานวันดินโลก&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ภายใต้แนวคิด&amp;nbsp;Halt&amp;nbsp;soil&amp;nbsp;salinization,&amp;nbsp;boost&amp;nbsp;soil&amp;nbsp;productivity&amp;nbsp;&amp;nbsp;:&amp;nbsp;&amp;nbsp;พิชิตดินเค็ม&amp;nbsp;เติมเต็มผลผลิต&amp;nbsp;สร้างชีวิตเกษตรกร&amp;nbsp;ในรูปแบบออนไลน์&amp;nbsp;ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่&amp;nbsp;21-22&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;และเผยแพร่การถ่ายทอดสดผ่านเพจ&amp;nbsp;facebook&amp;nbsp;ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&amp;nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&amp;nbsp;บรมนาถบพิตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และเพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการดินเค็มหนึ่งในสาเหตุหลักของดินเสื่อมโทรมที่ส่งผลกระทบต่อปริมาณและคุณภาพของผลผลิตทางการเกษตร&amp;nbsp;และความมั่นคงทางอาหาร&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายศรีศักดิ์&amp;nbsp;ธานี&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต&amp;nbsp;12&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&amp;nbsp;และนางสายหยุด&amp;nbsp;เพ็ชรสุข&amp;nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ&amp;nbsp;เป็นผู้กล่าวรายงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;นิทรรศการประวัติความเป็นมาวันดินโลก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พิพิธภัณฑ์ดิน&amp;nbsp;พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติมีชีวิต&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;โครงการแกล้งดิน&amp;nbsp;สารคดีสั้นเกี่ยวกับดินเค็ม&amp;nbsp;และคลิป&amp;nbsp;VDO&amp;nbsp;Good&amp;nbsp;soil&amp;nbsp;Good&amp;nbsp;life&amp;nbsp;พลิกดินเปรี้ยว&amp;nbsp;สู่ความยั่งยืน&amp;nbsp;ในการนี้มีหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;สถานศึกษาต่างๆ&amp;nbsp;ร่วมงานในครั้งนี้ด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>21/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>นราธิวาส</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211221200757040</Link_News></row>
<row _id="213"><NewsTitle>สระแก้วจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมารแก้ไขปัญหาด้านเกษตรในพื้นที่ห่างไกล</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดสระแก้ว&amp;nbsp;จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;แก้ไขปัญหาด้านเกษตรในพื้นที่ห่างไกล&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(21&amp;nbsp;ธ.ค.&amp;nbsp;64)&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;ศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;บ้านหนองปรือ&amp;nbsp;ตำบลทัพราช&amp;nbsp;อำเภอตาพระยา&amp;nbsp;จังหวัดสระแก้ว&amp;nbsp;นายปริญญา&amp;nbsp;โพธิสัตย์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมงกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งการออกให้บริการของคลินิกเกษตรเคลื่อนที่เป็นวิธีการดำเนินงานที่ให้บริการ&lt;/strong&gt;ทางวิชาการและการถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;โดยเป็นการปฏิบัติงานในเชิงรุกทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหาได้รับการบริการทางการเกษตรอย่างรวดเร็วทั่วถึงและครบถ้วนสำหรับโครงการในครั้งนี้มีการเปิดให้บริการคลินิกได้แก่&amp;nbsp;คลินิกดิน&amp;nbsp;คลินิกพืช&amp;nbsp;คลินิกสัตว์&amp;nbsp;คลินิกประมง&amp;nbsp;คลินิกชลประทาน&amp;nbsp;คลินิกสหกรณ์&amp;nbsp;คลินิกบัญชี&amp;nbsp;คลินิกกฎหมายและคลินิกข้าว&amp;nbsp;พร้อมทั้งมีบริการคลินิกเสริมอื่นๆ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกษตรกรที่มีปัญหาด้านการเกษตร&lt;/strong&gt;ในพื้นที่ห่างไกลสามารถเข้าถึงการบริการทางวิชาการและได้รับการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรอย่างครบวงจรเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานวิชาการหน่วยงานส่งเสริมการเกษตรในระดับพื้นที่และศูนย์บริการและการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรในการให้บริการและแก้ไขปัญหาทางการเกษตรร่วมกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประจัก-สุชีวิน&amp;nbsp;/ภาพ/ข่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>21/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>สระแก้ว</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระแก้ว</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211221200952041</Link_News></row>
<row _id="214"><NewsTitle>คุมเข้มสวัสดิภาพสัตว์และการผลิตตลอดห่วงโซ่ มั่นใจไก่ไทยตอบโจทย์ตลาดโลก</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;?นายสัตวแพทย์สรวิศ&amp;nbsp;ธานีโต&amp;nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกเนื้อไก่และผลิตภัณฑ์เป็นอันดับ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ของโลก&amp;nbsp;มีการกำกับควบคุมคุณภาพมาตรฐานสินค้าปศุสัตว์เป็นที่ยอมรับในระดับโลก&amp;nbsp;ประเทศคู่ค้าให้ความเชื่อมั่นในระบบการผลิตอาหารปลอดภัยที่สอดคล้องตามมาตรฐานสากลและข้อกำหนดของประเทศคู่ค้า&amp;nbsp;โดยมีตลาดส่งออกหลักคือ&amp;nbsp;กลุ่มสหภาพยุโรปและประเทศญี่ปุ่น&amp;nbsp;ซึ่งเป็นประเทศที่จากให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยอาหารแล้ว&amp;nbsp;ยังเน้นการจัดการด้านสวัสดิภาพสัตว์เป็นอย่างมากด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมปศุสัตว์&amp;nbsp;เป็นหน่วยงานที่กำกับควบคุมดูแลและสนับสนุน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การผลิตปศุสัตว์ตลอดห่วงโซ่อาหาร&amp;nbsp;ตั้งแต่ฟาร์มเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;อาหารสัตว์&amp;nbsp;โรงฆ่าสัตว์&amp;nbsp;โรงงานแปรรูป&amp;nbsp;สถานที่จำหน่าย&amp;nbsp;จนถึงเนื้อสัตว์สู่ผู้บริโภค&amp;nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของการเลี้ยงไก่เนื้อที่กว่า&amp;nbsp;99%&amp;nbsp;เป็นไก่เนื้อในภาคอุตสาหกรรมที่สามารถตรวจสอบมาตรฐานต่างๆ&amp;nbsp;ได้อย่างครบถ้วน&amp;nbsp;รวมถึงมาตรฐานหลักสวัสดิภาพสัตว์&amp;nbsp;ซึ่งกำกับควบคุมดูแลใช้เป็นมาตรฐานเดียวกันในไก่เนื้อทั้งที่บริโภคภายในประเทศและส่งออกต่างประเทศ&amp;nbsp;จึงมั่นใจได้ว่าภาคธุรกิจอุตสาหกรรมไก่เนื้อในประเทศไทยมีกระบวนการผลิตเนื้อไก่และผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องตามมาตรฐานระดับสากล&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็น&amp;nbsp;ร้านไก่ทอด&amp;nbsp;ร้านไก่ย่าง&amp;nbsp;หรือร้านอาหารต่างๆ&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ยังได้ให้ความสำคัญในการปรับปรุงและทบทวนการจัดการด้านสวัสดิภาพสัตว์ในฟาร์มปศุสัตว์ให้เป็นปัจจุบันและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;?อธิบดีกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมปศุสัตว์ได้ให้ความสำคัญด้านสวัสดิภาพสัตว์มาโดยตลอด&amp;nbsp;ได้ดำเนินการทำฟาร์มเชิงปราณีตที่ใส่ใจในทุกมิติ&amp;nbsp;ทั้งระบบความปลอดภัยทางชีวภาพเพื่อป้องกันโรคต่างๆ&amp;nbsp;เข้าสู่ฟาร์ม&amp;nbsp;ดังความสำเร็จของระบบคอมพาร์ทเมนต์ในอุตสาหกรรมสัตว์ปีกไทยที่ทำให้ไทยปลอดไข้หวัดนกมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน&amp;nbsp;ผลักดันให้อุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ของประเทศไทยสู่มาตรฐานสากล&amp;nbsp;มีการห่วงใยใส่ใจสัตว์ตามหลักสวัสดิภาพสัตว์&amp;nbsp;คำนึงถึงความปลอดภัยของเนื้อสัตว์&amp;nbsp;และใส่ใจสิ่งแวดล้อมเพื่อให้คนไทยทุกคนมีสุขภาพที่ดี&amp;nbsp;ส่งเสริมเพิ่มศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันของไก่เนื้อไทยในตลาดโลกได้อย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>22/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211222105634169</Link_News></row>
<row _id="215"><NewsTitle>เดินหน้าพัฒนากรุงเทพ สู่ มหานครสีเขียว มุ่งยกระดับสุขภาพคน คุณภาพเมือง พร้อมชูแนวทางเกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอลงกรณ์&amp;nbsp;พลบุตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ในฐานะประธานคณะกรรมการโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง&amp;nbsp;กล่าวในโอกาสร่วมบรรยายพิเศษในงาน&amp;nbsp;Bangkok&amp;nbsp;City&amp;nbsp;Talk&amp;nbsp;2021&amp;nbsp;Bangkok&amp;nbsp;Conference&amp;nbsp;on&amp;nbsp;Academic&amp;nbsp;Argument&amp;nbsp;ในหัวข้อ&amp;nbsp;"เกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง&amp;nbsp;:&amp;nbsp;อนาคตของกรุงเทพมหานคร"&amp;nbsp;ผ่านระบบออนไลน์&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;ประเทศไทยมีประชากรในเมืองมากกว่าในชนบทเป็นครั้งแรก&amp;nbsp;สะท้อนถึงการขยายตัวของเมือง&amp;nbsp;ในประเทศและเป็นเหตุผลสำคัญที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในยุคปัจจุบันต้องเร่งขับเคลื่อนพัฒนาการเกษตรในเมือง&amp;nbsp;โดยเฉพาะในสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;และยุคต่อไป&amp;nbsp;ที่ต้องให้ความสำคัญระบบนิเวศน์เมืองเรื่องสุขภาพคนและคุณภาพเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับกรุงเทพมหานครมีการพัฒนาเมืองอย่างรวดเร็ว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทำให้พื้นที่เกษตรลดลงเหลือเพียงแสนกว่าไร่เป็นเมืองที่มีความมั่นคงทางอาหาร&amp;nbsp;น้อยมากและพื้นที่สีเขียวยังไม่ได้สัดส่วนกับจำนวนประชากร&amp;nbsp;คณะกรรมการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;จึงวางโครงสร้างและระบบเป็นกลไกแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาภาคการเกษตรในพื้นที่กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;ด้วยโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง&amp;nbsp;ตามนโยบายของ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาระบบเกษตรกรรมยั่งยืนซึ่งได้กำหนดยุทธศาสตร์&amp;nbsp;3s(Safety-Security-Sustainability-เกษตรปลอดภัย&amp;nbsp;เกษตรมั่นคงและเกษตรยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยโครงการดังกล่าวมุ่งเน้นการการพัฒนากรุงเทพมหานครให้เป็น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มหานครสีเขียวแห่งอนาคตและเป้าหมายของโครงการกรุงเทพสีเขียว&amp;nbsp;2030&amp;nbsp;ในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในกรุงเทพฯ&amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ตารางเมตรต่อคน&amp;nbsp;สามารถเข้าถึงพื้นที่สีเขียวได้ในทุกระยะ&amp;nbsp;400&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;และเพิ่มพื้นที่ร่มไม้ต่อพื้นที่เมืองให้เป็น&amp;nbsp;1.3&amp;nbsp;แสนไร่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการทำเกษตรในเมืองตามแนวทางเกษตรกรรมยั่งยืนมี&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ประเภท&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำหรับชุมชนในกรุงเทพมหานครจะได้รับการสนับสนุนในการสร้างอาชีพเกษตรกรรมในเมืองเพื่อสร้างรายได้เสริมและลดค่าครองชีพอีกทางหนึ่ง&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;จะมีตลาดเกษตร&amp;nbsp;เป็นตลาดจำหน่ายสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร&amp;nbsp;ขณะนี้&amp;nbsp;ได้จัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนกรุงเทพมหานครแล้วให้ครบทั้ง&amp;nbsp;50&amp;nbsp;เขตเป็นกลไกขับเคลื่อนระดับพื้นที่&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;กรีนตลิ่งชัน&amp;nbsp;กรีนบางกะปิ&amp;nbsp;กรีนบางนา&amp;nbsp;กรีนห้วยขวาง&amp;nbsp;กรีนบางแค&amp;nbsp;และวันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ธันวาคมนี้&amp;nbsp;จะคิกออฟโครงการวัดสีเขียว&amp;nbsp;คลองสามวาสีเขียว&amp;nbsp;ที่วัดพระยาสุเรนทร์&amp;nbsp;เป็นที่แรกบนความร่วมมือระหว่างวัด&amp;nbsp;บ้านและโรงเรียน&amp;nbsp;(บ.ว.ร.)&amp;nbsp;ในเขตคลองสามวา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>22/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211222103655145</Link_News></row>
<row _id="216"><NewsTitle>รมว.เกษตรและสหกรณ์ เตรียมแถลงความสำเร็จโครงการเกษตรแปลงใหญ่ 24 ธ.ค.64 ที่ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ต.หินเหล็กไฟ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รมว.เกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เตรียมแถลงความสำเร็จโครงการเกษตรแปลงใหญ่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ธ.ค.64&amp;nbsp;ที่ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;ต.หินเหล็กไฟ&amp;nbsp;อ.หัวหิน&amp;nbsp;จ.ประจวบฯ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;(22&amp;nbsp;ธ.ค.64)&amp;nbsp;นายวันชัย&amp;nbsp;นิลวงศ์&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดฯ&amp;nbsp;กำหนดจัดโครงการประชาสัมพันธ์ยกระดับเกษตรแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ธ.ค.64&amp;nbsp;ที่ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;ต.หินเหล็กไฟ&amp;nbsp;อ.หัวหิน&amp;nbsp;เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การขับเคลื่อนโครงการเกษตรแปลงใหญ่ในภาพรวมของประทศไทย&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เป็นประธานแถลงความสำเร็จของโครงการดังกล่าวซึ่งมีการขับเคลื่อนต่อเนื่องเป็นปีที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ปัจจุบันมีพื้นที่แปลงใหญ่ทั่วประเทศรวมกว่า&amp;nbsp;6,000&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;ช่วยเสริมศักยภาพการผลิตการตลาดให้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ภายในงานจะมีการจัดแสดงนิทรรศการด้านการเกษตร&amp;nbsp;ประมง&amp;nbsp;พืช&amp;nbsp;ปศุสัตว์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมการสาธิตนวัตกรรมเทคโนโลยีการเกษตรตามแนวทางการพัฒนาเกษตรอัจฉริยะให้เกษตรกรและประชาชนที่ร่วมงานได้ชมด้วย&amp;nbsp;โดยปัจจุบัน&amp;nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;มีพื้นที่แปลงใหญ่รวม&amp;nbsp;74&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ด้านพืช&amp;nbsp;ประมง&amp;nbsp;ปศุสัตว์&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ได้รับงบประมาณขับเคลื่อนเกษตรแปลงใหญ่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;งบประมาณรวมกว่า&amp;nbsp;55&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ซึ่งผลจากการขับเคลื่อนโครงการที่ผ่านมาพบว่า&amp;nbsp;สามารถช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุน&amp;nbsp;เพิ่มผลผลิต&amp;nbsp;พัฒนาสินค้าให้มีมาตรฐาน&amp;nbsp;เพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถการแข่งขันทางการตลาดให้กับเกษตรกร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>22/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>ประจวบคีรีขันธ์</Province><Department>สวท.ประจวบคีรีขันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211222133832247</Link_News></row>
<row _id="217"><NewsTitle>จ.สุราษฎร์ธานีร่วมแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรผู้ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาช้างป่าบุกรุกพื้นที่การเกษตรในพื้นที่หมู่ 15 16 และ 17 ตำบลประสงค์</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จ.สุราษฎร์ธานีร่วมแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรผู้ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาช้างป่าบุกรุก&lt;/strong&gt;พื้นที่การเกษตรในพื้นที่หมู่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;16&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;17&amp;nbsp;ตำบลประสงค์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่สำนักสงฆ์บ้านไร่ยาว&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ตำบลประสงค์&amp;nbsp;อำเภอท่าชนะ&amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายสุทธิพงษ์&amp;nbsp;คล้ายอุดม&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;ประชุมแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรผู้ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาช้างป่าบุกรุกพื้นที่การเกษตร&amp;nbsp;ในพื้นที่หมู่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;16&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;17&amp;nbsp;ตำบลประสงค์&amp;nbsp;อำเภอท่าชนะ&amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;โดยได้ขอให้ทุกฝ่ายช่วยเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;หาวิธีการที่ดีที่สุด&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การทำแหล่งอาหารให้กับช้าง&amp;nbsp;ฯลฯ&amp;nbsp;ภายใต้หลักการคนที่อยู่ในพื้นที่จะรู้ปัญหาดีที่สุด&amp;nbsp;และเพื่อให้ชาวบ้านและเกษตรกรได้อยู่ร่วมกับช้างได้อย่างสงบสุข&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พร้อมขอให้ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;ช่วยสนับสนุนงบประมาณในการแก้ไขปัญหา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และให้ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;ช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด&amp;nbsp;โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;9&amp;nbsp;หน่วยงาน&amp;nbsp;พิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาช้างป่าบุกรุกทำลายพืชผลทางการเกษตรโดยมีสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;สำนักงานบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;(สุราษฎร์ธานี)&amp;nbsp;สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;(สุราษฎร์ธานี)&amp;nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;ร่วมช่วยพิจารณาการแก้ไขปัญหาต่อไป.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>22/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สุราษฎร์ธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211222140110258</Link_News></row>
<row _id="218"><NewsTitle>เกษตรจังหวัดพังงาจัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (field day) ปี 2565</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;พันจ่าโท&amp;nbsp;อนันต์&amp;nbsp;บุญสำราญ&amp;nbsp;ปลัดจังหวัดพังงา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นประธานเปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&amp;nbsp;(field&amp;nbsp;day)&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;amp;&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์สินค้าทางเลือกจังหวัดพังงา&amp;nbsp;โดยมีนายประคอง&amp;nbsp;อุสาห์มัน&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดพังงา&amp;nbsp;ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;และเกษตรกร&amp;nbsp;ร่วมงาน&amp;nbsp;จัดที่สวนถุงแป้ง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบลตากแดด&amp;nbsp;อำเภอเมืองพังงา&amp;nbsp;จังหวัดพังงา&amp;nbsp;กิจกรรมมี&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ส่วนหลักๆ&amp;nbsp;ประกอบด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ส่วนที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;การถ่ายทอดเทคโนโลยี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เรื่องส้ม&amp;nbsp;สินค้าเกษตรทางเลือกที่มีศักยภาพของจังหวัดพังงา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ส่วนที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จัดให้เกษตรกรเข้าเรียนรู้&lt;/strong&gt;ตามสถานีต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;สถานี&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สถานีที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;การปลูกและการขยายพันธุ์พืชตระกูลส้ม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สถานีที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิตพืชที่ถูกต้องเหมาะสม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สถานีที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;การจัดการดินปุ๋ยในสวนไม้ผล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สถานีที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;การป้องกันกำจัดศัตรูพืชโดยใช้สารชีวภัณฑ์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ส่วนที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;การจัดนิทรรศการทางด้าน&lt;/strong&gt;การเกษตร&amp;nbsp;จากทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ส่วนที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;การจำหน่ายผลผลิตและผลิตภัณฑ์&lt;/strong&gt;ด้านการเกษตร&amp;nbsp;จากหน่วยงานภาครัฐและสถาบันเกษตรกร&amp;nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนของจังหวัดพังงา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>22/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>พังงา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211222140313259</Link_News></row>
<row _id="219"><NewsTitle>กรมส่งเสริมการเกษตร ส่งสุขปีใหม่ 2565 พร้อมให้บริการเกษตรกรออนไลน์ตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึงวางขาย</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเข้มแข็ง&amp;nbsp;ยุติธรรมดำรง&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรได้เตรียมของขวัญพิเศษสำหรับเกษตรกรไว้&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ส่วนคือ&amp;nbsp;ให้บริการเกษตรกรแบบออนไลน์ตลอดห่วงโซ่การผลิต&amp;nbsp;ให้บริการแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและโปรโมชันสินค้าเกษตรในเว็บไซต์&amp;nbsp;www.ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com&amp;nbsp;โดยการให้บริการเกษตรกรแบบออนไลน์ตลอดห่วงโซ่การผลิต&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;แอปพลิเคชัน&amp;nbsp;Farmbook&amp;nbsp;ให้บริการสมุดทะเบียนเกษตรกรดิจิทัล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรผู้ปลูกพืชกับกรมส่งเสริมการเกษตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สามารถปรับปรุงข้อมูลการเพาะปลูกได้ด้วยตนเอง&amp;nbsp;/แอปพลิเคชัน&amp;nbsp;รู้ดินรู้ปุ๋ย&amp;nbsp;ให้บริการให้คำแนะนำการใช้ปุ๋ยตามวิเคราะห์ดิน&amp;nbsp;การคำนวณต้นทุนและผลผลิต&amp;nbsp;และจัดการร้านค้าของศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน&amp;nbsp;การสั่งจองปุ๋ยผ่านศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชนภายใต้โครงการ&amp;nbsp;One&amp;nbsp;Stop&amp;nbsp;Service&amp;nbsp;/แอปพลิเคชัน&amp;nbsp;DOAE&amp;nbsp;Pest&amp;nbsp;Forecast&amp;nbsp;เครื่องมือในการช่วยวินิจฉัย&amp;nbsp;พยากรณ์การระบาดและแจ้งเตือนเฝ้าระวัง&amp;nbsp;พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการจัดการเพื่อป้องกันการระบาดเป็นรายชนิดศัตรูพืช&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับพืชเศรษฐกิจหลัก&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ข้าว&amp;nbsp;ข้าวโพด&amp;nbsp;อ้อย&amp;nbsp;มันสำปะหลัง&amp;nbsp;มะพร้าว&amp;nbsp;ทุเรียน&amp;nbsp;และพืชผัก&amp;nbsp;และเว็บไซต์&amp;nbsp;www.ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com&amp;nbsp;ที่เป็นรวบรวมข้อมูลสินค้าเกษตร&amp;nbsp;ทั้งผลผลิตสด&amp;nbsp;สินค้าแปรรูป&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;9&amp;nbsp;หมวด&amp;nbsp;ได้รับการรับรองมาตรฐานต่างๆ&amp;nbsp;พร้อมข้อมูลช่องทางการติดต่อซื้อขายแบบออนไลน์โดยตรงกับเกษตรกร&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังให้บริการแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;เปิดศูนย์ปฏิบัติการของกรมส่งเสริมการเกษตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รอต้อนรับนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;14&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร&amp;nbsp;(พืชสวน)&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่งคือจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;และจังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืช&amp;nbsp;10&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ที่เปิดให้เข้าเรียนรู้การขยายพันธุ์พืชพันธุ์ดีทั้ง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;สายการผลิตคือ&amp;nbsp;การเพาะเมล็ด&amp;nbsp;การผลิตท่อนพันธุ์&amp;nbsp;การผลิตต้นพันธุ์&amp;nbsp;และการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อและมีกิจกรรมมากๆ&amp;nbsp;เพื่อรับพันธุ์พืชฟรีได้ทุกศูนย์ฯ&amp;nbsp;ตามเงื่อนไข&amp;nbsp;รวมทั้งมีจุดจำหน่ายพืชพันธุ์ดี&amp;nbsp;ที่มีคุณภาพให้แก่ผู้ที่สนใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังมีวิสาหกิจชุมชนที่เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;95&amp;nbsp;แห่งทั่วประเทศ&amp;nbsp;พร้อมเปิดบริการรับนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;ส่วนโปรโมชั่นสินค้าเกษตรผ่านเว็บไซต์&amp;nbsp;www.ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรได้คัดสรรสินค้าคุณภาพกว่า&amp;nbsp;160&amp;nbsp;รายการมาลดราคาพิเศษ&amp;nbsp;หรือซื้อสินค้าที่กำหนดพร้อมรับของแถม&amp;nbsp;หรือจัดส่งฟรี&amp;nbsp;ผู้สนใจสามารถเลือกซื้อสินค้าโปรโมชั่นพิเศษได้ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;-&amp;nbsp;31&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ผ่านเว็บไซต์&amp;nbsp;www.ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมส่งความสุขปีใหม่ไปกับกรมส่งเสริมการเกษตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อมอบความสุขต่อให้เกษตรกรตามสถานที่และช่องทางดังกล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>22/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211222163114374</Link_News></row>
<row _id="220"><NewsTitle>เดินหน้าสร้างการรับรู้ หลังปลดล็อกพืชกระท่อมสู่พืชเศรษฐกิจ ให้แก่ภาคอุตสาหกรรมเกษตร ส่งเสริมอาชีพ สร้างรายได้</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่อาคารสำนักงาน&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ข่าวสด&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายสัมศักดิ์&amp;nbsp;เทพสุทิน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม&amp;nbsp;พร้อมด้วยนายวิชัยไชยมงคล&amp;nbsp;เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมเสวนาในหัวข้อ&amp;nbsp;อนาคตกระท่อม&amp;nbsp;กับการปลดล็อกสู่พืชเศรษฐกิจ&amp;nbsp;สร้างการรับรู้แก่ภาคอุตสาหกรรม&amp;nbsp;ภาคเกษตรและประชาชนทั่วไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หลังจากผลักดันให้มีการปลดล็อกพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติดประเภทที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;สิงหาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เป็นต้นมา&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประชาชนสามารถเพาะปลูก&amp;nbsp;ครอบครองและจำหน่ายใบพืชกระท่อมได้อย่างเสรี&amp;nbsp;แต่การนำใบกระท่อมไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;รักษาโรค&amp;nbsp;อาหาร&amp;nbsp;หรือผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางนั้น&amp;nbsp;ต้องได้รับใบอนุญาตและทำตามกฎหมายของกระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม&amp;nbsp;กล่าวอีกว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การจัดสัมมนาเพื่อชี้ถึงอนาคตพืชกระท่อมทุกกระบวนการ&amp;nbsp;ตั้งแต่เพาะปลูกไปจนถึงภาคส่วนของอุตสาหกรรมกระท่อมในอนาคต&amp;nbsp;รวมทั้งรับฟังความคิดเห็นของแต่ละภาคส่วนเพื่อร่วมใจกันเดินหน้าพืชกระท่อมในฐานะพืชเศรษฐกิจไทยอย่างเต็มรูปแบบ&amp;nbsp;และในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ซึ่งคาดว่าจะเป็นปีที่สถานการณ์ต่างๆ&amp;nbsp;จะเอื้ออำนวยต่อการเดินหน้าโครงสร้างอุตสาหกรรมกระท่อมมากขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>22/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211222164414393</Link_News></row>
<row _id="221"><NewsTitle>จังหวัดชัยนาท จัดกิจกรรม เอามื้อสามัคคี ตามโครงการ โคก หนอง นา โมเดล ขับเคลื่อนหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงให้เป็นต้นแบบในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;22&amp;nbsp;ธ.ค.&amp;nbsp;64&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&amp;nbsp;ที่บริเวณ&amp;nbsp;ศูนย์เรียนรู้พื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่&lt;/strong&gt;ประยุกต์สู่&amp;nbsp;โคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;โมเดล&amp;nbsp;สวรรค์ไร่&amp;nbsp;ปลายนา&amp;nbsp;ฟาร์ม&amp;nbsp;ม.3&amp;nbsp;ต.หนองขุ่น&amp;nbsp;อ.วัดสิงห์&amp;nbsp;จ.ชัยนาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายรังสรรค์&amp;nbsp;ตันเจริญ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;เป็นประธานในกิจกรรม&amp;nbsp;เอามื้อสามัคคี&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;โคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;โมเดล&amp;nbsp;อำเภอวัดสิงห์&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายสมชาย&amp;nbsp;ศาตมานนท์&amp;nbsp;นายอำเภอวัดสิงห์&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายอัคศวัฒน์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทรัพย์บริบูรณ์&amp;nbsp;เจ้าของโครงการ&amp;nbsp;โคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;โมเดล&amp;nbsp;สวรรค์ไร่&amp;nbsp;ปลายนา&amp;nbsp;ฟาร์ม&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ตามที่กรมการพัฒนาชุมชน&amp;nbsp;ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;ประยุกต์สู่&amp;nbsp;โคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;โมเดล&amp;nbsp;ให้เกิดกระบวนการการเรียนรู้การประยุกต์ใช้ทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&amp;nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&amp;nbsp;บรมนาถบพิตร&amp;nbsp;ในการพัฒนาชีวิตผ่านการลงมือทำให้ประชาชนเห็น&amp;nbsp;อีกทั้งเป็นการขยายผลแนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปสู่ประชาชน&amp;nbsp;และน้อมนำไปปฏิบัติติให้เป็นวิถีชีวิต&amp;nbsp;สามารถขับเคลื่อนหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงให้เป็นต้นแบบในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น&amp;nbsp;เป็นหมู่บ้านอยู่เย็นเป็นสุข&amp;nbsp;และพัฒนาพื้นที่&amp;nbsp;โคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;ให้เป็นจุดตัวอย่างเป็นต้นแบบในการบริหารจัดการพื้นที่การเกษตร&amp;nbsp;บริหารจัดการน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด&amp;nbsp;และเป็นกิจกรรมที่ตอบสนองนโยบายของกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;ในการบำบัดทุกข์&amp;nbsp;บำรุงสุข&amp;nbsp;เพื่อสร้างทางรอดแก่ประชาชนในการเผชิญกับผลกระทบจากวิกฤตการต่างๆ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;วิกฤตของเศรษฐกิจ&amp;nbsp;การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&amp;nbsp;ภัยแล้งและอุบัติภัย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในโอกาสนี้&amp;nbsp;นายรังสรรค์&amp;nbsp;ตันเจริญ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;ได้ร่วมกิจกรรม&amp;nbsp;ปลูกผักสวนครัว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การทำปุ๋ยหมักชีวภาพ&amp;nbsp;และการห่มดิน&amp;nbsp;นอกจากนั้น&amp;nbsp;ยังได้เยี่ยมชมฐานการเรียนรู้&amp;nbsp;โรงเรือนเพาะเห็ด&amp;nbsp;การเลี้ยงไก่&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;อีกทั้งยังให้กำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติติงานในระดับต่างๆ&amp;nbsp;ที่ช่วยกันพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;ประยุกต์สู่&amp;nbsp;โคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;โมเดล&amp;nbsp;ให้เป็นศูนย์เรียนรู้ต้นแบบ&amp;nbsp;สร้างอาชีพ&amp;nbsp;สร้างงาน&amp;nbsp;สร้างรายได้&amp;nbsp;แก้ไขปัญหาความยากจนของประชาชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>22/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>ชัยนาท</Province><Department>สวท.ชัยนาท</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211222152819326</Link_News></row>
<row _id="222"><NewsTitle>คณะอนุกรรมการฯ กำหนดราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงและการชดเชยส่วนต่างราคาตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2564/65 งวดที่ 2</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;กำหนดราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงและการชดเชยส่วนต่างราคาตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;งวดที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้มีรายได้เพิ่มสูงขึ้น&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายผกายเนติ์&amp;nbsp;เล่งอี้&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดกาญจนบุรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;ได้กำหนดราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงและการชดเชยส่วนต่างราคาตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;งวดที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เพื่อใช้ในการชดเชยส่วนต่างตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;งวดที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&lt;/strong&gt;กับกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;โดยมีวันเพาะปลูกตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ถึงวันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และระบุวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;-&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;โดยมีสิทธิ์ได้รับการชดเชยส่วนต่างรอบวันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;สำหรับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เมล็ดความชื้นไม่เกิน&amp;nbsp;14.5&amp;nbsp;%&amp;nbsp;กิโลกรัมละ&amp;nbsp;9.42&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ซึ่งราคาเกณฑ์การอ้างอิงในครั้งนี้สูงกว่าราคาเป้าหมาย&amp;nbsp;กิโลกรัมละ&amp;nbsp;8.50&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;จึงไม่มีการจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างให้แก่เกษตรกร&amp;nbsp;หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือมีข้อสงสัย&amp;nbsp;สามารถติดต่อสอบถามได้ที่&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดกาญจนบุรี&amp;nbsp;โทร.034-564294&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>22/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>กาญจนบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211222162203361</Link_News></row>
<row _id="223"><NewsTitle>แนะนำเรือฝึก ปลาลัง เรือฝึกประมงอเนกประสงค์ ลดต้นทุน ยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีของลูกเรือ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสมชวน&amp;nbsp;รัตนมังคลานนท์&amp;nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รักษาราชการแทนอธิบดีกรมประมง&amp;nbsp;เปิดเผยหลังร่วมชมการสาธิตและสังเกตการณ์การทำประมงด้วยเรือฝึกปลาลัง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ท่าเทียบเรือประมงศรีราชา&amp;nbsp;(ท่าเรือจรินทร์)&amp;nbsp;จังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;การเยี่ยมชมเรือฝึกปลาลังในครั้งนี้&amp;nbsp;ได้รับชมการสาธิตการใช้เครื่องมือช่วยทำการประมงอวนลาก&amp;nbsp;อวนลอยและลอบ&amp;nbsp;โดยเริ่มตั้งแต่กระบวนการปล่อยอวนไปจนถึงการเก็บและกู้อวนด้วยเครื่องมือทุ่นแรงระบบไฮดรอลิกส์&amp;nbsp;การใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือช่วยทำการประมงประเภทอื่นๆ&amp;nbsp;รวมไปถึงการมีพื้นที่ที่ถูกสุขลักษณะ&amp;nbsp;ปลอดภัยสำหรับแรงงานและลูกเรือ&amp;nbsp;แสดงให้เห็นถึงศักยภาพรอบด้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมประมงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ความร่วมมือระหว่างกรมประมงและศูนย์พัฒนาการประมงแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้&amp;nbsp;(SEAFDEC)&amp;nbsp;ผ่านเรือฝึก&amp;nbsp;ปลาลังนี้&amp;nbsp;จะเป็นประโยชน์ต่อชาวประมง&amp;nbsp;ให้สามารถใช้เรือฝึกปลาลังเป็นต้นแบบ&amp;nbsp;หรือเป็นแนวความคิด&amp;nbsp;โดยในอนาคต&amp;nbsp;จะมีโครงการเพื่อสาธิตการทำประมงโดยใช้เรือประมงต้นแบบนี้ให้กับชาวประมงในจังหวัดระยองและตราดในช่วงเดือนมกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับเรือประมงของตนเองได้อย่างเหมาะสม&amp;nbsp;ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนด้านแรงงาน&amp;nbsp;เชื้อเพลิง&amp;nbsp;และรักษาคุณภาพสัตว์น้ำบนเรือประมง&amp;nbsp;ส่งผลให้มีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรสัตว์น้ำที่จับได้อย่างคุ้มค่าต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับผู้ที่สนใจติดตามข้อมูลเรือฝึกปลาลัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สามารถติดตามได้ที่&amp;nbsp;Facebook&amp;nbsp;Page&amp;nbsp;เรือปลาลัง&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ซีฟเดค&amp;nbsp;ซึ่งทางศูนย์พัฒนาการประมงแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้จัดทำขึ้น&amp;nbsp;เพื่อเป็นช่องทางในการสื่อสารและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับผู้ที่สนใจ&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดการพัฒนาความรู้และเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>22/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211222191120468</Link_News></row>
<row _id="224"><NewsTitle>ความสำเร็จพัฒนาคุณภาพกาแฟสหกรณ์ดอยสะเก็ดเชียงใหม่ หลังร่วมกันพัฒนากระบวนการผลิตจนได้คุณภาพเกรดพรีเมียม</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวิศิษฐ์&amp;nbsp;ศรีสุวรรณ์&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ลงพื้นที่ติดตามโครงการการจัดการหลังเก็บเกี่ยวและการพัฒนาฐานชุมชนสำหรับผลิตภัณฑ์ชุมชน&amp;nbsp;(กาแฟอาราบิกา)&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สหกรณ์การเกษตรดอยสะเก็ดพัฒนา&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;อำเภอดอยสะเก็ด&amp;nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;พร้อมกับ&amp;nbsp;Mr.Takahiro&amp;nbsp;Morita&amp;nbsp;หัวหน้าผู้แทนสำนักงานไจก้าประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้รับความร่วมมือกันทำโครงการดังกล่าวต่อเนื่องมาปีที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;และจะเริ่มดำเนินการต่อไปเป็นปีที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อเป็นการขยายผลไปสู่การยกระดับกาแฟของสหกรณ์การเกษตรดอยสะเก็ดพัฒนา&amp;nbsp;จำกัดของไทยไปสู่เวทีกาแฟเกรดพรีเมี่ยมในตลาดระดับประเทศและระดับนานาชาติ&amp;nbsp;เพื่อเป็นการประกาศถึงศักยภาพของกาแฟไทยที่มีคุณภาพสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภค&amp;nbsp;อีกทั้งเป็นกาแฟที่เป็นไปตามหลักของการส่งเสริมการผลิตที่ยั่งยืนไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ส่งผลให้เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟคุณภาพมีรายได้เพิ่มขึ้นและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การจับมือกับไจก้า&amp;nbsp;ในการพัฒนากาแฟอาราบิกาคุณภาพ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งไจก้ามีส่วนสำคัญที่ทำให้กาแฟในพื้นที่สหกรณ์การเกษตรดอยสะเก็ดพัฒนา&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ประสบความสำเร็จ&amp;nbsp;โดยได้ช่วยเหลือด้านวิชาการ&amp;nbsp;ถ่ายทอดความรู้และให้คำแนะนำสมาชิกสหกรณ์ในการพัฒนาการผลิตกาแฟให้มีคุณภาพ&amp;nbsp;ตั้งแต่กระบวนการปลูก&amp;nbsp;การแปรรูป&amp;nbsp;การทำกาแฟพิเศษ&amp;nbsp;และกาแฟจากแหล่งเพาะปลูกเดียว&amp;nbsp;โดยกาแฟของสหกรณ์ปลูกอยู่ในตำบลเทพเสด็จ&amp;nbsp;ซึ่งเป็นแหล่งปลูกกาแฟที่ได้รับการรับรองให้เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์(จีไอ)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังได้ส่งเสริมให้เกษตรกร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เก็บกาแฟที่มีลักษณะสุกจัดเพื่อให้ได้เมล็ดกาแฟที่มีคุณภาพดี&amp;nbsp;โดยการทำริสแบนด์ติดที่ข้อมือเกษตรกร&amp;nbsp;เพื่อให้เป็นคู่มือเทียบสีในขณะเก็บเกี่ยวกาแฟ&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรสามารถเลือกเก็บเมล็ดกาแฟที่มีระดับความสุกที่เหมาะสม&amp;nbsp;ซึ่งจะทำให้ได้เมล็ดกาแฟที่มีคุณภาพสูง&amp;nbsp;โดยความร่วมมือในปีที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จะมีเป้าหมายการขยายผลไปสู่การพัฒนาการตลาด&amp;nbsp;การจับคู่ธุรกิจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เบื้องต้นกรมฯได้สนับสนุนให้มีการจับคู่ธุรกิจผ่านระบบออนไลน์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กับบริษัทญี่ปุ่น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ที่ให้ความสนใจ&amp;nbsp;นอกจากนี้หากสถานการณ์โควิดดีขึ้นในปีหน้า&amp;nbsp;กรมฯยังได้วางแผนการจัดงานเปิดบ้านสหกรณ์&amp;nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์กาแฟที่ได้รับการพัฒนาคุณภาพของสหกรณ์&amp;nbsp;จากนั้นจะขยายผลองค์ความรู้ด้านการพัฒนาคุณภาพกาแฟไปสู่ไปยังสหกรณ์ผู้ปลูกกาแฟอื่นๆ&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในการส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพกาแฟของสหกรณ์ทั้งระบบ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>22/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211222190948464</Link_News></row>
<row _id="225"><NewsTitle>ชูนโยบายเทคโนโลยีเกษตร 4.0 เพิ่มผลผลิต พัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายณัฏฐกิตติ์&amp;nbsp;ของทิพย์&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมการข้าว&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ข้าวถือได้ว่าเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศทั้งในด้านการบริโภคและการส่งออกสำคัญของประเทศไทย&amp;nbsp;อีกทั้งยังมีความสำคัญต่อภาวะเศรษฐกิจภูมิภาคเนื่องจากเป็นพืชหลักของประเทศที่ครอบคลุมพื้นที่เพาะปลูกมากที่สุด&amp;nbsp;ในช่วงที่ผ่านมาพื้นที่ทำนามักประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ&amp;nbsp;ทั้งอุทกภัย&amp;nbsp;ภัยแล้งและฝนทิ้งช่วง&amp;nbsp;ทำให้ผลผลิตเสียหายเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;รวมถึงปัญหาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ที่ส่งผลกระทบไปทุกภาคส่วนไม่เว้นแม้แต่การทำนา&amp;nbsp;นโยบายการพัฒนาการเกษตรของประเทศในปัจจุบันจึงจำเป็นต้องพัฒนาไปในเชิงเกษตรอุตสาหกรรม&amp;nbsp;เพื่อรองรับการพัฒนาเศรษฐกิจไทยและการเพิ่มขึ้นของประชากรโลก&amp;nbsp;การปรับเปลี่ยนรูปแบบของการทำการเกษตรหรือการทำนาจึงจำเป็นต้องมีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ&amp;nbsp;มาใช้ในในกระบวนการผลิตที่หลากหลายเพื่อให้เกิดผลสำเร็จ&amp;nbsp;จึงถึงเวลาที่ชาวนาของประเทศต้องเปลี่ยนแปลงไปสู่การทำเกษตรรูปแบบใหม่คือ&amp;nbsp;การพัฒนาคุณภาพข้าวภายใต้การทำเกษตรอัจฉริยะ&amp;nbsp;(Smart&amp;nbsp;Farming)&amp;nbsp;หรือเกษตร&amp;nbsp;4.0&amp;nbsp;ตามนโยบายที่ภาครัฐสนับสนุนให้ภาคการเกษตรนำเทคโนโลยีมาใช้ในการเพิ่มผลผลิต&amp;nbsp;พัฒนาภาคการเกษตรให้ยั่งยืนในอนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยเปลี่ยนจากการเกษตรแบบดั้งเดิม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;(Traditional&amp;nbsp;Farming)&amp;nbsp;สู่การเกษตรสมัยใหม่เน้นการบริหารจัดการผสมผสานเทคโนโลยีและประยุกต์ใช้อย่างเข้าใจ&amp;nbsp;เข้าถึงและพัฒนา&amp;nbsp;จึงจะสามารถทำให้&amp;nbsp;หลุดพ้นจากกับดักความยากจนได้&amp;nbsp;จึงเป็นโอกาสของชาวนาและโอกาสของประเทศที่ภาครัฐต้องการให้ภาคเกษตรกรรมมีการพัฒนาเพื่อลดต้นทุนในกระบวนการผลิต&amp;nbsp;เพิ่มคุณภาพมาตรฐานการผลิตและการลด&amp;nbsp;ความเสี่ยงที่เกิดจากการระบาดของศัตรูพืชและจากภัยธรรมชาติและการจัดการองค์ความรู้&amp;nbsp;โดยนำเทคโนโลยีสารสนเทศจากการวิจัยประยุกต์ไปสู่การพัฒนาในทางปฏิบัติอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรมต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>23/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211223101207561</Link_News></row>
<row _id="226"><NewsTitle>ภาวะเศรษฐกิจการเกษตรปี 64 ขยายตัวร้อยละ 1.5 ส่วน ปี 65 คาดว่าจะขยายตัวอยู่ในช่วงร้อยละ 2.0  3.0</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร&amp;nbsp;จัดงานสัมมนา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ภาวะเศรษฐกิจการเกษตรปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และแนวโน้มปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ซึ่งภายในงานมีการจัดเสวนาในหัวข้อ&amp;nbsp;Booster&amp;nbsp;เกษตรไทย&amp;nbsp;สู่&amp;nbsp;เกษตรมูลค่าสูง&amp;nbsp;และการรายงานภาวะเศรษฐกิจการเกษตรตลอดปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และแนวโน้มในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยนายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ได้กล่าวเปิดงานสัมมนาผ่านวีดิทัศน์&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ภาคเกษตรถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ&amp;nbsp;เป็นรากฐานด้านความมั่นคงทางอาหารของประเทศและของโลก&amp;nbsp;รวมทั้งช่วยรองรับและโอบอุ้มเศรษฐกิจไทยในวิกฤตต่างๆ&amp;nbsp;จนถึงการระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การดำเนินงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในช่วงที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาภาคเกษตรให้เติบโตและยกระดับความสามารถในการแข่งขัน&amp;nbsp;โดยเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ชาติ&amp;nbsp;ที่มีเป้าหมายสำคัญให้&amp;nbsp;GDP&amp;nbsp;ภาคเกษตรและผลิตภาพการผลิตของภาคเกษตรเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;รวมทั้งปรับเปลี่ยนการผลิตไปสู่สินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง&amp;nbsp;ครอบคลุมตั้งแต่ด้านการผลิต&amp;nbsp;การแปรรูปและการตลาด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับด้านการผลิต&amp;nbsp;ส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรการผลิต&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ให้เกิดความยั่งยืน&amp;nbsp;ลดต้นทุนการผลิตด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม&amp;nbsp;พัฒนากระบวนการผลิตให้เข้าสู่มาตรฐาน&amp;nbsp;ส่งเสริมสินค้ามูลค่าสูง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;สมุนไพรและสินค้าเกษตรเพื่อสุขภาพ&amp;nbsp;ด้านการแปรรูป&amp;nbsp;ผลักดันให้มีการแปรรูปสินค้าเกษตรเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง&amp;nbsp;ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยสินค้าเกษตรและอาหาร&amp;nbsp;โดยมีระบบตรวจสอบย้อนกลับและด้านการตลาด&amp;nbsp;พัฒนาสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด&amp;nbsp;สร้างเรื่องราวและจุดเด่นให้กับตราสินค้าและยกระดับระบบโลจิสติกส์เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มคุณภาพการบริการแก่ผู้บริโภค&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายฉันทานนท์&amp;nbsp;วรรณเขจร&amp;nbsp;เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้รายงานถึงภาวะเศรษฐกิจการเกษตร&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ซึ่งพบว่า&amp;nbsp;ขยายตัวร้อยละ&amp;nbsp;1.5&amp;nbsp;เมื่อเทียบกับปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีปัจจัยสนับสนุน&amp;nbsp;จากปริมาณน้ำฝนที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ปลายปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ต่อเนื่องถึงปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ซึ่งเพียงพอต่อการเพาะปลูกพืชและประมง&amp;nbsp;ประกอบกับราคาสินค้าเกษตรหลายชนิดที่ปรับตัวดีขึ้นจูงใจให้เกษตรกรเพิ่มการผลิตและบำรุงรักษาที่ดี&amp;nbsp;รวมไปถึงการดำเนินนโยบายและมาตรการของภาครัฐ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก&lt;/strong&gt;และการผ่อนคลายมาตรการการควบคุมการระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ทำให้การส่งออกสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ขยายตัวมากขึ้นเช่นกันหากพิจารณาในแต่ละสาขา&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;สาขาพืช&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ขยายตัวร้อยละ&amp;nbsp;3.3&amp;nbsp;เมื่อเทียบกับปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;โดยพืชสำคัญที่มีผลผลิตเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ข้าวนาปรัง&amp;nbsp;มีผลผลิตเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่สาขาปศุสัตว์&amp;nbsp;หดตัวร้อยละ&amp;nbsp;2.4&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยผลผลิตสินค้าปศุสัตว์ที่สำคัญลดลง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ไก่เนื้อ&amp;nbsp;สุกร&amp;nbsp;และไข่ไก่&amp;nbsp;ผลผลิตไก่เนื้อลดลง&amp;nbsp;เนื่องจากความต้องการบริโภคที่ชะลอตัวจากการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ผลผลิตสุกรลดลง&amp;nbsp;เนื่องจากเกษตรกรปรับลดปริมาณการเลี้ยงสุกรจากต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ปรับตัวสูงขึ้นและความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ระบาดของโรคในประเทศเพื่อนบ้าน&amp;nbsp;แต่พบว่าผลผลิตโคเนื้อเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งเป็นผลมาจากนโยบายส่งเสริมการเลี้ยงโคเนื้อของรัฐบาลที่มีอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;และผลผลิตน้ำนมดิบเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนสาขาประมง&amp;nbsp;หดตัวร้อยละ&amp;nbsp;3.0&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นผลจากผลผลิตประมงทะเลในส่วนของปริมาณสัตว์น้ำที่นำขึ้นท่าเทียบเรือลดลง&amp;nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศมีความแปรปรวน&amp;nbsp;รวมทั้งปัญหาการขาดแคลนแรงงานในภาคประมง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แนวโน้มเศรษฐกิจการเกษตรในปี&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คาดว่าจะขยายตัวอยู่ในช่วงร้อยละ&amp;nbsp;2.0-3.0&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;ยังต้องเฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็น&amp;nbsp;ภัยธรรมชาติและความแปรปรวนของสภาพอากาศ&amp;nbsp;สถานการณ์ของโรคโควิด-19&amp;nbsp;ที่อาจเกิดการระบาดในระลอกใหม่&amp;nbsp;ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน&amp;nbsp;จะส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันทางการค้าสินค้าเกษตรไทยและราคาน้ำมันดิบที่มีทิศทางเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้นไปด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>23/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211223102457576</Link_News></row>
<row _id="227"><NewsTitle>จังหวัดระยอง จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;เมื่อเช้าวันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;นายชาญนะ&amp;nbsp;เอี่ยมแสง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระบรมราชานุเคราะห์&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;อาคารเอนกประสงค์วัดหนองตะแบก&amp;nbsp;ต.ชากบก&amp;nbsp;อ.บ้านค่าย&amp;nbsp;จ.ระยอง&amp;nbsp;มีนายโอภาส&amp;nbsp;กว้างมาก&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช&amp;nbsp;ปฏิบัติราชการแทนเกษตรจังหวัดระยอง&amp;nbsp;นายดาระใน&amp;nbsp;ยี่ภู่&amp;nbsp;นายอำเภอบ้านค่าย&amp;nbsp;พร้อมด้วยหน่วยราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ผู้นำชุมชน&amp;nbsp;และเกษตรกรกว่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;คนเข้าร่วมงาน&amp;nbsp;ภายในงาน&amp;nbsp;นอกจากมีการจัดนิทรรศการของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้ว&amp;nbsp;ยังมีการแจกพันธุ์พืช&amp;nbsp;พันธุ์ปลา&amp;nbsp;และการทำหมันสุนัขและแมวอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายโอภาส&amp;nbsp;กว้างมาก&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;มีความสำนึกในพระมหา&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;กรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์&amp;nbsp;จึงได้จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;เพื่อแสดงถึงความจงรักภักดี&amp;nbsp;โดยการบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานวิชาการ&amp;nbsp;หน่วยงานส่งเสริมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมพัฒนาฟื้นฟูเกษตรกรให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน&amp;nbsp;โดยกิจกรรมภายในงานได้เปิดให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;คลินิกปศุสัตว์&amp;nbsp;คลินิกพืช&amp;nbsp;คลินิกประมง&amp;nbsp;คลินิกดิน&amp;nbsp;คลินิกชลประทาน&amp;nbsp;คลินิกบัญชี&amp;nbsp;คลินิกปฏิรูปที่ดิน&amp;nbsp;คลินิกสหกรณ์&amp;nbsp;คลินิกกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง&amp;nbsp;คลินิกสาธารณสุข&amp;nbsp;คลินิกพืชสวน&amp;nbsp;และคลินิกอารักขาพืช&amp;nbsp;และการให้บริการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;คลินิกสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดระยอง&amp;nbsp;สวนพฤกษาศาสตร์จังหวัดระยอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายชาญนะ&amp;nbsp;เอี่ยมแสง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&amp;nbsp;เป็นรูปแบบหนึ่งของการแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;พร้อมกับถ่ายทอดความรู้ให้แก่เกษตรกรไปในคราวเดียวกัน&amp;nbsp;เป็นโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรเป็นอย่างยิ่ง&amp;nbsp;เพราะเกษตรกรจะได้รับบริการแบบครบวงจรในทุกๆ&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;เป็นการนำบุคลากร&amp;nbsp;และองค์ความรู้ด้านการเกษตรมาให้บริการแก่พี่น้องเกษตรกรถึงในพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>23/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สวท.ระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211223143434744</Link_News></row>
<row _id="228"><NewsTitle>เกษตรจังหวัดระยอง จับมือหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระบรมราชานุเคราะห์?ฯ ให้บริการปรึกษาอาชีพด้านการเกษตรแก่เกษตรกรในพื้นที่</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เมื่อเวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น.?&amp;nbsp;วันที่?&amp;nbsp;23?&amp;nbsp;ธ.ค.64&amp;nbsp;ที่อาคารเอนกประสงค์&amp;nbsp;?โรงเรียนวัดหนองตะแบก?&amp;nbsp;ต.ตาขัน?&amp;nbsp;อ.บ้านค่าย?&amp;nbsp;จ.ระยอง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายชาญนะ?&amp;nbsp;เอี่ยม?แสง?&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระบรมราชานุเคราะห์?&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(77,&amp;nbsp;81,&amp;nbsp;86);"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(234,&amp;nbsp;67,&amp;nbsp;53);"&gt;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยาม&lt;/span&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(77,&amp;nbsp;81,&amp;nbsp;86);"&gt;มกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&amp;nbsp;ให้บริการแก่เกษตรกรและประชาชนในพื้นที่ตำบลตาขัน&amp;nbsp;อ.เมืองระยอง&amp;nbsp;ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานเกษตรจังหวัดระยอง&amp;nbsp;หน่วยงานสังกัด?กระทรวง?เกษตร?และ?สหกรณ์?&amp;nbsp;กระทรวง?มหาดไทย?&amp;nbsp;และกระทรวงสาธารณสุข?ใน?จังหวัดระยอง&amp;nbsp;ภายในงานมีการให้บริการแก้ไขปัญหาทางการเกษตร&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;คลินิกดิน&amp;nbsp;พืช&amp;nbsp;ปศุสัตว์&amp;nbsp;ประมง?&amp;nbsp;ชลประทาน?&amp;nbsp;กองทุนสงเคราะห์?การทำสวนยาง?&amp;nbsp;ปฏิรูป?ที่ดิน?&amp;nbsp;อารักขาพืช?&amp;nbsp;สหกรณ์&amp;nbsp;บัญชี&amp;nbsp;พืชสวนยางพารา&amp;nbsp;สาธารณสุข&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ&amp;nbsp;ลงในแหล่งน้ำธรรมชาติ&amp;nbsp;การออกร้านค้าจำหน่ายและสาธิตการแปรรูปของกลุ่มส่งเสริมอาชีพ&amp;nbsp;กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายโอภาส&amp;nbsp;กว้างมาก&amp;nbsp;รักษาราชการเกษตรจังหวัดระยอง&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อ?&amp;nbsp;เป็นการให้เกษตรกรที่มีปัญหาด้านการเกษตรในพื้นที่ห่างไกลสามารถเข้าถึงการบริการทางวิชาการและได้รับการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรอย่างครบวงจรในคราวเดียวกัน&amp;nbsp;รวมทั้งเพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานวิชาการ&amp;nbsp;หน่วยงานส่งเสริมและศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรในการให้บริการและแก้ไขปัญหาทางการเกษตรร่วมกันในการที่จะสร้างประโยชน์ให้กับเกษตรกร?&amp;nbsp;และ?ประชาชน?ในพื้นที่อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>23/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211223143938747</Link_News></row>
<row _id="229"><NewsTitle>จ.ลำพูนเปิดศูนย์เรียนรู้ชุมชนปลอดขยะ (Zero Waste) ชุมชนบ้านไร่ ตำบลอุโมงค์ สร้างชุมชนปลอดขยะต้นแบบการบริหารจัดการขยะมูลฝอยภายในชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(23&amp;nbsp;ธ.ค.64)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายอนุพงษ์&amp;nbsp;วาวงศ์มูล&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดศูนย์เรียนรู้ชุมชนปลอดขยะ&amp;nbsp;(Zero&amp;nbsp;Waste)&amp;nbsp;ชุมชนบ้านไร่&amp;nbsp;ตำบลอุโมงค์&amp;nbsp;อำเภอเมืองลำพูน&amp;nbsp;เพื่อสร้างเป็นชุมชนปลอดขยะต้นแบบที่ดีในการบริหารจัดการขยะมูลฝอยภายในชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและเผยแพร่&amp;nbsp;กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;นายอำเภอเมืองลำพูน&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลอุโมงค์&amp;nbsp;และประชาชนร่วมงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายจักรชัย&amp;nbsp;ชุ่มจิตต์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและเผยแพร่ฯ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กล่าวว่า&amp;nbsp;กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ได้นำแนวคิด&amp;nbsp;Zero&amp;nbsp;Waste&amp;nbsp;การจัดการขยะเหลือศูนย์&amp;nbsp;โดยใช้หลัก&amp;nbsp;3Rs&amp;nbsp;มาเผยแพร่ให้แก่ชุมชน&amp;nbsp;ผ่านโครงการชุมชนปลอดขยะ&amp;nbsp;(Zero&amp;nbsp;Waste)&amp;nbsp;เพื่อเป็นการขยายผลและสร้างความยั่งยืนในการดำเนินโครงการด้านการส่งเสริมการคัดแยกขยะมูลฝอย&amp;nbsp;การจัดการขยะมูลฝอยในชุมชนให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ปีของประเทศ&amp;nbsp;ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ซึ่งได้กำหนดประเด็นสำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนความร่วมมือและการมีส่วนร่วมของเครือข่ายชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดการขยะมูลฝอยแบบครบวงจร&amp;nbsp;โดยเริ่มจากการจัดการขยะจากต้นทางแหล่งกำเนิดขยะการลดปริมาณขยะการนำกลับมาใช้ใหม่&amp;nbsp;การจัดการกลางทางโดยผ่านระบบการบริหารจัดการขยะมูลฝอยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและการจัดการปลายทางคือการกำจัดที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ&amp;nbsp;จึงมีแนวคิดที่จะสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ชุมชนปลอดขยะ&amp;nbsp;(Zero&amp;nbsp;Waste)&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ชุมชนบ้านไร่&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ชุมชนบ้านคุยมะม่วง&amp;nbsp;จังหวัดกำแพงเพชร&amp;nbsp;ชุมชนบ้านท่าใหม่&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;ซึ่งทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;เป็นชุมชนปลอดขยะที่ชนะเลิศการประกวดระดับประเทศ&amp;nbsp;รางวัลถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร&amp;nbsp;มหาวชิราลงกรณ&amp;nbsp;พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาต่อยอดชุมชนปลอดขยะเป็นศูนย์เรียนรู้ชุมชนปลอดขยะ&amp;nbsp;(Zero&amp;nbsp;Waste)&amp;nbsp;ที่สามารถใช้เป็นพื้นที่เรียนรู้และถ่ายทอดการดำเนินงานชุมชนปลอดขยะ&amp;nbsp;เพื่อสร้างความยั่งยืนในการดำเนินโครงการด้านการส่งเสริมการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและหน่วยงานอื่นๆ&amp;nbsp;ที่สนใจเข้ามาศึกษาดูงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยในวันนี้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จึงได้จัดให้มีการเปิดศูนย์เรียนรู้ชุมชนปลอดขยะ&amp;nbsp;(Zero&amp;nbsp;Waste)&amp;nbsp;ชุมชนบ้านไร่&amp;nbsp;ซึ่งกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ได้ให้การสนับสนุนองค์ประกอบที่สำคัญและจำเป็นสำหรับการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้เช่น&amp;nbsp;ป้ายให้ความรู้ประจำฐานการเรียนรู้&amp;nbsp;นิทรรศการ&amp;nbsp;สื่อประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;อุปกรณ์จำเป็นในการดำเนินงานของศูนย์เรียนรู้&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ชุดโปรเจคเตอร์&amp;nbsp;ชุดเครื่องเสียง&amp;nbsp;และจัดอบรมให้ความรู้ในการบริหารจัดการศูนย์เรียนรู้&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;สำหรับชุมชุนบ้านไร่&amp;nbsp;มีนโยบายและการสนับสนุนจากเทศบาลในการส่งเสริมสิ่งแวดล้อมของชุมชนตามแนวทางเมืองน่าอยู่&amp;nbsp;ชุมชนน่าอยู่&amp;nbsp;เน้นการมีส่วนร่วมของสมาชิกชุมชนและเครือข่ายสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;กลุ่มอาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก&amp;nbsp;อาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน&amp;nbsp;กลุ่มสารวัตรขยะชุมชนบ้านไร่&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;มีคณะกรรมการชุมชนที่เข้มแข็งและจริงจัง&amp;nbsp;มีครัวเรือนตัวอย่าง&amp;nbsp;ร้านค้าต้นแบบลดใช้โฟมและถุงพลาสติก&amp;nbsp;หอพักจัดการขยะที่ดี&amp;nbsp;รวมทั้งการประยุกต์นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาช่วยในการสร้างแรงจูงใจและส่งเสริมการจัดการขยะของชุมชน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ร้านวนแพ็กเกจและการใช้แอปพลิเคชันอีโค่ไลฟ์&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;และกิจกรรมอื่นๆที่สามารถเป็นต้นแบบการจัดการขยะให้กับชุมชนและสังคมได้&amp;nbsp;มีฐานการเรียนรู้&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;22&amp;nbsp;ฐานเรียนรู้&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;1.ฐานศูนย์บริหารจัดการขยะ&amp;nbsp;2.ฐานหอพักจัดการขยะ&amp;nbsp;3.ฐานน้ำหมักธรรมชาติ&amp;nbsp;4.ฐานเลี้ยงไส้เดือนดิน&amp;nbsp;5.ฐานถังขยะเปียกลดโลกร้อน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ฐานโก๋นผึ้งลดโลกร้อน&amp;nbsp;7.ฐานผักปลอดสารพิษ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ฐานน้ำหมักชีวภาพ&amp;nbsp;9.ฐานลำไยอบแห้ง&amp;nbsp;10.ฐานครัวเรือนสะอาด&amp;nbsp;11.ฐานสิ่งประดิษฐ์จากวัสดุรีไซเคิล&amp;nbsp;12.ฐานหอพักสะอาด&amp;nbsp;13.งานบุญลดขยะ&amp;nbsp;14.ฐานร้านค้าลดโลกร้อน&amp;nbsp;15.สารวัตขยะ&amp;nbsp;16.สิ่งประดิษฐ์จากวัสดุธรรมชาติ&amp;nbsp;17.ธนาคารขยะบุญ&amp;nbsp;18.เสวียนลดโลกร้อน&amp;nbsp;19.ฐานคลองสวยน้ำใส&amp;nbsp;20.EM&amp;nbsp;Ball&amp;nbsp;เปลือกลำไย&amp;nbsp;21.บ้านไร่่มือสอง&amp;nbsp;(ออนไลน์)&amp;nbsp;22.ร้านวนแพ็คเกจ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>23/12/2021</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำพูน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211223150646758</Link_News></row>
<row _id="230"><NewsTitle>เทศกาลโคนมแห่งชาติ ประจำปี 2565 สืบสาน รักษา ต่อยอด โคนมอาชีพพระราชทาน 3-7 มกราคมนี้</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวมนัญญา&amp;nbsp;ไทยเศรษฐ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เปิดเผยภายหลังเป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน&amp;nbsp;เทศกาลโคนมแห่งชาติ&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;มีนโยบายส่งเสริมองค์ความรู้ฝึกอบรมเกษตรกรโคนมไทยเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในอาชีพ&amp;nbsp;ยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้มีความมั่นคงกระจายความเท่าเทียมและเติบโตอย่างมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;รวมทั้งส่งเสริมนโยบายให้เกษตรกรโคนมไทยมีศักยภาพและยกระดับอุตสาหกรรมโคนมไทยสู่ระดับนานาชาติ&amp;nbsp;โดยองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(อ.ส.ค.)&amp;nbsp;ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ตนกำกับดูแลได้ขับเคลื่อนภารกิจให้การสนับสนุนทุกด้านการเลี้ยงโคนมเพื่อสร้างความยั่งยืนให้แก่เกษตรกร&amp;nbsp;สร้างความสามารถในการแข่งขันให้เกษตรกรไทย&amp;nbsp;ตลอดจนน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในพระราชกรณียกิจพระปรีชา&amp;nbsp;พระวิริยะอุตสาหะของ&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&amp;nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&amp;nbsp;บรมนาถบพิตร&amp;nbsp;(ในหลวงรัชกาลที่&amp;nbsp;9)&amp;nbsp;ได้ทรงพระราชทานอาชีพการเลี้ยงโคนมแก่ปวงชนชาวไทย&amp;nbsp;จึงทรงได้รับการน้อมเกล้าฯ&amp;nbsp;ถวายพระราชสมัญญาว่า&amp;nbsp;พระบิดาแห่งการโคนมไทย&amp;nbsp;จนถึงในหลวงรัชกาลที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ได้ทรงสืบสาน&amp;nbsp;รักษา&amp;nbsp;ต่อยอดโคนมอาชีพพระราชทานเพื่อความยั่งยืนใน&amp;nbsp;โคนมอาชีพพระราชทาน&amp;nbsp;ที่ถือกำเนิดขึ้นมากว่า&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จึงเตรียมจัดงาน&amp;nbsp;เทศกาลโคนมแห่งชาติประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;ภายใต้หัวข้อ&amp;nbsp;นวัตกรรมและเทคโนโลยีโคนมไทยสู่&amp;nbsp;NEXT&amp;nbsp;NORMAL&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;-&amp;nbsp;7&amp;nbsp;มกราคมนี้&amp;nbsp;ซึ่งพิธีเปิดในวันที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&amp;nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&amp;nbsp;สยามบรมราชกุมารี&amp;nbsp;เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงานฯ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณเชิงเขาตาแป้น&amp;nbsp;องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(อ.ส.ค.)&amp;nbsp;อำเภอมวกเหล็ก&amp;nbsp;จังหวัดสระบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>23/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211223152404766</Link_News></row>
<row _id="231"><NewsTitle>จังหวัดชัยนาท จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(23&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;10.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลกะบกเตี้ย&amp;nbsp;อำเภอเนินขาม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;นายรังสรรค์&amp;nbsp;ตันเจริญ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;เพื่อให้บริการแก่เกษตรกร&amp;nbsp;ในการแก้ไขปัญหาการผลิตด้านการเกษตรได้อย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;ทั่วถึง&amp;nbsp;และสอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร&amp;nbsp;โดยมีเกษตรและสหกรณ์จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;นายอำเภอเนินขาม&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกะบกเตี้ย&amp;nbsp;และกำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;เข้าร่วมงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;ครั้งนี้&amp;nbsp;มีการบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานวิชาการ&amp;nbsp;หน่วยงานส่งเสริม&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมพัฒนาฟื้นฟูเกษตรกร&amp;nbsp;ให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน&amp;nbsp;โดยเป็นการปฏิบัติงานในเชิงรุกที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหา&amp;nbsp;ให้ได้รับบริการทางการเกษตร&amp;nbsp;ซึ่งประกอบด้วย&amp;nbsp;การเปิดให้บริการคลินิกเกษตรด้านต่างๆ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;คลินิกดิน&amp;nbsp;คลินิกพืช&amp;nbsp;คลินิกปศุสัตว์&amp;nbsp;คลินิกประมง&amp;nbsp;คลินิกชลประทาน&amp;nbsp;คลินิกสหกรณ์&amp;nbsp;คลินิกบัญชี&amp;nbsp;คลินิกกฎหมาย&amp;nbsp;คลินิกข้าว&amp;nbsp;คลินิกส่งเสริมอาชีพ&amp;nbsp;คลินิกเศรษฐกิจการเกษตร&amp;nbsp;คลินิกบริหารศัตรูพืช&amp;nbsp;คลินิกเครื่องจักรกล&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมให้บริการจำนวน&amp;nbsp;24&amp;nbsp;หน่วยงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส.ปชส.ชัยนาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>23/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>ชัยนาท</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211223154747792</Link_News></row>
<row _id="232"><NewsTitle>เกษตรหาดสำราญ จังหวัดตรัง จัดประชุมการขับเคลื่อนงานแม่บ้านเกษตรกรระดับอำเภอ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2565</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้(&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;&amp;nbsp;นางสาววรรณธิดา&amp;nbsp;เบญจกุล&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรอำเภอหาดสำราญ&amp;nbsp;พร้อมด้วยนางสาวพัทธนันท์&amp;nbsp;บุญคง&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&amp;nbsp;จัดประชุมการขับเคลื่อนงานแม่บ้านเกษตรกรระดับอำเภอ&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อชี้แจงผลการขับเคลื่อนงานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&amp;nbsp;ระดับอำเภอ&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และแนวทางการขับเคลื่อนงานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&amp;nbsp;ระดับอำเภอ&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอหาดสำราญ&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่ประชุมมีเลือกตั้งคณะกรรมการกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรอำเภอชุดใหม่ทดแทนชุดเดิม&lt;/strong&gt;ที่จะหมดวาระการดำรงตำแหน่งในปี&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;ตามระเบียบกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;ว่าด้วยคณะกรรมการกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&amp;nbsp;พ.ศ.2557&amp;nbsp;เพื่อให้การดำเนินงานส่งเสริมและพัฒนาแม่บ้านเกษตรกรเป็นไปอย่างมีคณะกรรมการเลือกตั้งประธานกรรมการกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&amp;nbsp;ระดับตำบลและระดับอำเภอได้ดำเนินการเลือกตั้งและมีมติรับรองผลการเลือกตั้งเป็นที่เรียบร้อยและจะดำเนินการจัดทำประกาศแต่งตั้งคณะกรรมการการกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรระดับตำบลและอำเภอต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>23/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211223171358854</Link_News></row>
<row _id="233"><NewsTitle>เกษตรย่านตาขาว จังหวัดตรัง ลงพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมทบทวนแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชน ชุมชนบ้านลำขนุน ตำบลนาชุมเห็ด</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(23&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;นายนนท์นภนต์&amp;nbsp;นาพอ&amp;nbsp;เกษตรอำเภอย่านตาขาวมอบหมายให้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นางสาวเกศรินทร์&amp;nbsp;สุวรรณวัฒน์&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฎิบัติ&amp;nbsp;ลงพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมทบทวนแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชน&amp;nbsp;ชุมชนบ้านลำขนุน&amp;nbsp;ซึ่งจัดโดยองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่ง(อพท)&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;อาคารอเนกประสงค์ชุมชน&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ตำบลนาชุมเห็ด&amp;nbsp;อำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;การจะพัฒนาการท่องเที่ยวให้เกิดประโยชน์กับชุมชนท้องถิ่นนั้น&amp;nbsp;จำเป็นอย่างยิ่ง&lt;/strong&gt;ที่ชุมชนจะต้องเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น&amp;nbsp;จึงต้องพัฒนาศักยภาพของชุมชนท้องถิ่นให้มีความรู้&amp;nbsp;และทักษะที่จำเป็นในการเข้ามามีส่วนร่วมในการท่องเที่ยว&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการรู้เท่าทันข้อดีและข้อเสียของการท่องเที่ยว&amp;nbsp;การบริหารจัดการและการเพิ่มมูลค่าทรัพยากรท้องถิ่น&amp;nbsp;การเป็นเจ้าบ้านที่ดี&amp;nbsp;การเล็งเห็นถึงโอกาสในการเชื่อมโยงชุมชนกับการท่องเที่ยว&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;เพื่อมุ่งพัฒนาในระดับชุมชนเป็นหลักเพื่อให้เกิดการกระจายประโยชน์จากการท่องเที่ยวไปสู่เศรษฐกิจฐานรากอย่างแท้จริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>23/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211223171455856</Link_News></row>
<row _id="234"><NewsTitle>จังหวัดตรัง ประชุมเตรียมการบริหารงานตามยุทธศาสตร์ผลไม้ ภายใต้โครงการส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตรตามอัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่น ปี 2565</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้(&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;)&amp;nbsp;นายวสันต์&amp;nbsp;สุขสุวรรณ&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มอบหมายให้กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&amp;nbsp;โดยนางกันยารัตน์&amp;nbsp;ก้านจันทร์&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;จัดประชุมเตรียมการ&amp;nbsp;การบริหารงานตามยุทธศาสตร์ผลไม้&amp;nbsp;ภายใต้โครงการส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตรตามอัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่น&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศาลาหมู่บ้าน&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลปากแจ่ม&amp;nbsp;อำเภอห้วยยอด&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โครงการส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตรตามอัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่น&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เน้นส่งเสริมให้เกษตรกรใช้เทคโนโลยีและภูมิปัญญาท้องถิ่นในการพัฒนาการผลิตและเพิ่มมูลค่าผลผลิต&amp;nbsp;ตลอดจนแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย&amp;nbsp;สามารถยกระดับเข้าสู่การรับรองมาตรฐานสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&amp;nbsp;(GI)&amp;nbsp;รวมถึงวางแผนการการจัดทำข้อมูลและติดตามคาดคะเนสถานการณ์ไม้ผลในฤดูกาลผลิต&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;รวมถึงการวางแผนพัฒนาสินค้าไม้ผลอัตลักษณ์ของจังหวัดตรังต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>23/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211223172027859</Link_News></row>
<row _id="235"><NewsTitle>เกษตรอำเภอเมืองตรัง ร่วมส่งมอบวัสดุอุปกรณ์ภายใต้โครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 (งบกลาง)</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้(&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;)&amp;nbsp;นายประทิ่น&amp;nbsp;วรรณงาม&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;รักษาราชการเกษตรอำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นางกติญา&amp;nbsp;เลี้ยงสกุลเวทย์&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ส่งมอบชั้นวางสแตนเลส&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ชั้นวาง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;ยาว&amp;nbsp;2เมตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;2.45&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ชั้นวาง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ให้แก่&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนบ้านทุ่งครก&amp;nbsp;ม.2&amp;nbsp;ต.นาท่ามเหนือ&amp;nbsp;อ.เมืองตรัง&amp;nbsp;จ.ตรัง&amp;nbsp;ภายใต้โครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2564&amp;nbsp;(งบกลาง)&amp;nbsp;โครงการยกระดับผลิตภัณฑ์และมาตรฐานสินค้าแปรรูปเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชน&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมวิทยาลัยเทคโนโลยีเกษตรตรัง&amp;nbsp;ต.นาท่ามเหนือ&amp;nbsp;อ.เมืองตรัง&amp;nbsp;จ.ตรัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยทางกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านทุ่งครกได้ดำเนินกิจกรรมผลิตเครื่องแกงส่งจำหน่าย&lt;/strong&gt;ในเขตพื้นที่อำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;สำหรับชั้นวางสแตนเลสที่ทางกลุ่มฯ&amp;nbsp;ไดรับทางกลุ่มได้นำไปจัดวางวัตถุดิบ&amp;nbsp;เครื่องมือ&amp;nbsp;และสิ่งของต่างๆภายในกลุ่มฯเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานคุณภาพสินค้า&amp;nbsp;GMP&amp;nbsp;และการรับรองเครื่องหมาย&amp;nbsp;อ.ย.&amp;nbsp;ในอนาคตต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>23/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211223172237860</Link_News></row>
<row _id="236"><NewsTitle>จังหวัดตรัง ส่งมอบพัสดุโครงการยกระดับผลิตภัณฑ์และมาตรฐานสินค้าเกษตรแปรรูปเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชน จังหวัดตรัง ให้แก่วิสาหกิจชุมชนจำนวน 21 แห่ง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(23&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;)&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;โดยนายวสันต์&amp;nbsp;สุขสุวรรณ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;มอบหมายให้นางสาวกำไลทิพย์&amp;nbsp;เศรษฐ์วิชัย&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ดำเนินการส่งมอบพัสดุ&amp;nbsp;โครงการยกระดับผลิตภัณฑ์และมาตรฐานสินค้าเกษตรแปรรูปเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชน&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ให้แก่วิสาหกิจชุมชนจำนวน&amp;nbsp;21&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;หอประชุมขุนสิทธิไชยภักดีวิทยาลัย&amp;nbsp;วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีตรัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อใช้ในการยกระดับพัฒนาผลิตภัณฑ์ของวิสาหกิจชุมชนให้ได้มาตรฐาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และเพิ่มมูลค่าสินค้า&amp;nbsp;สร้างรายได้แก่สมาชิกและคนในชุมชน&amp;nbsp;รวมทั้งการขยายตลาดสินค้าเกษตรออกสู่ตลาดต่างๆ&amp;nbsp;ให้เป็นที่รู้จักในวงที่กว้างขึ้น&amp;nbsp;โดยมีตัวแทนสมาชิกวิสาหกิจชุมชนทั้ง&amp;nbsp;21&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;มารับมอบพัสดุดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>23/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211223172515864</Link_News></row>
<row _id="237"><NewsTitle>จ.สกลนคร เปิดงานวันดินโลก พิชิตดินเค็ม เติมเต็มผลผลิต สร้างชีวิตเกษตรกร ประจำปี 2564</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดสกลนคร&amp;nbsp;เปิดงานวันดินโลก&amp;nbsp;พิชิตดินเค็ม&amp;nbsp;เติมเต็มผลผลิต&amp;nbsp;สร้างชีวิตเกษตรกร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&amp;nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&amp;nbsp;บรมนาถบพิตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(23&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;)&amp;nbsp;นายชานน&amp;nbsp;วาสิกศิริ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดงานวันดินโลก&amp;nbsp;(world&amp;nbsp;Soil&amp;nbsp;Day)&amp;nbsp;&amp;nbsp;Halt&amp;nbsp;soil&amp;nbsp;salinization,&amp;nbsp;boost&amp;nbsp;soil&amp;nbsp;productivity:&amp;nbsp;พิชิตดินเค็ม&amp;nbsp;เติมเต็มผลผลิต&amp;nbsp;สร้างชีวิตเกษตรกร&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์วิจัยข้าวสกลนคร&amp;nbsp;อำเภอเมืองสกลนคร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมี&amp;nbsp;นายกิตติ&amp;nbsp;ไชยนิมิตร&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินสกลนคร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วยหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ส่วนราชการ&amp;nbsp;หมอดินอาสา&amp;nbsp;และภาคเอกชน&amp;nbsp;เข้ารวมพิธี&amp;nbsp;เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&amp;nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&amp;nbsp;บรมนาถบพิตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;และเผยแพร่พระราชกรณียกิจด้านการพัฒนาทรัพยากรดินเพื่อการเกษตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สร้างการรับรู้และความเข้าใจถึงความสำคัญของวันดินโลก&amp;nbsp;(World&amp;nbsp;Soil&amp;nbsp;Day)&amp;nbsp;&amp;nbsp;พร้อมน้อมนำแนวพระราชดำริตามศาสตร์พระราชา&amp;nbsp;ด้านการดูแลทรัพยากรดินอย่างยั่งยืนมาขยายผล&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;และสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการดูแลรักษาทรัพยากรดินอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายชานน&amp;nbsp;วาสิกศิริ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;วันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ธันวาคมของทุกปีเป็น&amp;nbsp;วันดินโลก&amp;nbsp;(world&amp;nbsp;Soil&amp;nbsp;Day)&amp;nbsp;โดยได้มีการบรรจุในปฏิทินปฏิบัติงานขององค์การสหประชาชาติอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2557&amp;nbsp;เป็นต้นมา&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อยกย่องและสดุดีพระเกียรติคุณที่ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ&amp;nbsp;ด้วยพระปรีชาสามารถในการพัฒนาทรัพยากรดิน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการผลิตทางการเกษตร&amp;nbsp;การดำรงชีวิตของมนุษย์ให้สามารถใช้เป็นแหล่งผลิตปัจจัยสี่&amp;nbsp;โดยเฉพาะการผลิตอาหารที่ปลอดภัย&amp;nbsp;มีคุณภาพ&amp;nbsp;และเพียงพอกับความต้องการของประชากรโลก&amp;nbsp;บนพื้นฐานความสมดุลของระบบนิเวศ&amp;nbsp;ดิน&amp;nbsp;น้ำ&amp;nbsp;ป่าไม้&amp;nbsp;พันธุ์พืช&amp;nbsp;และสิ่งมีชีวิต&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับกิจกรรมภายในงาน&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;การไถกลบตอซังพืช&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และหว่านเมล็ดพันธุ์พืชปุ๋ยสด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;เส้นทางสู่วันดินโลก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นิทรรศการ&amp;nbsp;Halt&amp;nbsp;soil&amp;nbsp;salinization,&amp;nbsp;boost&amp;nbsp;soil&amp;nbsp;productivity:&amp;nbsp;พิชิตดินเค็ม&amp;nbsp;เติมเต็มผลผลิต&amp;nbsp;สร้างชีวิตเกษตรกร&amp;nbsp;&amp;nbsp;และนิทรรศการความรู้จากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>23/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>สกลนคร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสกลนคร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211223181816915</Link_News></row>
<row _id="238"><NewsTitle>เกษตรอำเภอเมืองตรัง จัดอบรมเกษตรกรโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ (แปลงใหญ่ยางพารา และแปลงใหญ่ผึ้งโพรง)</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้(&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายประทิ่น&amp;nbsp;วรรณงาม&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รักษาราชการเกษตรอำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;จัดอบรมเกษตรกรโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;กิจกรรม&amp;nbsp;บริหารจัดการถ่ายทอดความรู้&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ให้แก่สมาชิกแปลงใหญ่ยางพารา&amp;nbsp;และแปลงใหญ่ผึ้งโพรง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กลุ่มแปลงใหญ่ยางพารา&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบลควนปริง&amp;nbsp;อำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;แปลงใหญ่ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ที่ทำการแปลงใหญ่ฯ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบลควนปริง&amp;nbsp;อำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้น&amp;nbsp;ในช่วงบ่าย&amp;nbsp;&amp;nbsp;จัดอบรมเกษตรกรโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;กลุ่มแปลงใหญ่กลุ่มส่งเสริมอาชีพการเกษตรกลุ่มเลี้ยงผึ้งโพรง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ตำบลนาท่ามเหนือ&amp;nbsp;อำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;แปลงใหญ่ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ที่ทำการแปลงใหญ่ฯ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ตำบลนาท่ามเหนือ&amp;nbsp;อำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้ดำเนินการชี้แจงแนวทางการดำเนินโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&lt;/strong&gt;ตามวัตถุประสงค์&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;การลดต้นทุน&amp;nbsp;การเพิ่มผลผลิต&amp;nbsp;การเพิ่มมูลค่า&amp;nbsp;การตลาด&amp;nbsp;และการบริหารจัดการ&amp;nbsp;วิเคราะห์ปัญหา&amp;nbsp;จัดทำแผนการดำเนินงาน&amp;nbsp;และความต้องการพัฒนา&amp;nbsp;ตลอดจนทบทวนคณะกรรมการแปลงใหญ่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>23/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211223172748867</Link_News></row>
<row _id="239"><NewsTitle>เกษตรอำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง ส่งมอบวัสดุครุภัณฑ์ให้แก่วิสาหกิจชุมชนกองทุนฟื้นฟูอาชีพตำบลห้วยนาง และวิสาหกิจชุมชนแม่บ้านเกษตรกรบ้านไร่เหนือ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;)&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอห้วยยอด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยนายสมเดช&amp;nbsp;ว่องทั่ง&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ&amp;nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรอำเภอห้วยยอด&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นางสาวกชกมล&amp;nbsp;ปิ่นแก้ว&amp;nbsp;ร่วมส่งมอบวัสดุครุภัณฑ์ให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกองทุนฟื้นฟูอาชีพตำบลห้วยนาง&amp;nbsp;และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแม่บ้านเกษตรกรบ้านไร่เหนือ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีตรัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้รับการสนับสนุนวัสดุและอุปกรณ์สำหรับทำเครื่องแกง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จากโครงการยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์และมาตรฐานสินค้าเกษตรแปรรูปเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชนจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ได้รับการสนับสนุนเครื่องมือและอุปกรณ์ทำเครื่องแกง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;เครื่องโม่พริก&amp;nbsp;เครื่องหั่นตะไคร้&amp;nbsp;เครื่องตีกะปิ&amp;nbsp;เครื่องซีลปากถุงแบบสายสะพานต่อเนื่อง&amp;nbsp;โต๊ะสแตนแลส&amp;nbsp;ขวดบรรจุขนาด&amp;nbsp;&amp;nbsp;7&amp;nbsp;Oz.&amp;nbsp;กล่องบรรจุเครื่องแกง&amp;nbsp;โต้ะสแตนเลส&amp;nbsp;สติ๊กเกอร์&amp;nbsp;เพื่อช่วยยกระดับผลิตภัณฑ์และมาตรฐานการแปรรูปให้มีคุณภาพ&amp;nbsp;มีความปลอดภัย&amp;nbsp;ทันสมัย&amp;nbsp;ช่วยเพิ่มปริมาณการผลิต&amp;nbsp;ลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมเครื่องมือเก่า&amp;nbsp;อีกทั้งปรับรูปแบบผลิตภัณฑ์ตามความต้องการของลูกค้ากลุ่มใหม่&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ตลาดออนไลน์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>23/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211223172915868</Link_News></row>
<row _id="240"><NewsTitle>อำเภอห้วยยอด  จังหวัดตรัง จัดประชุมการขับเคลื่อนงานแม่บ้านเกษตรกร ระดับอำเภอ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2565</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(23&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;)&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอห้วยยอด&amp;nbsp;โดยนายสมเดช&amp;nbsp;ว่องทั่ง&amp;nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรอำเภอห้วยยอด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วยนางสาวณัฎนิชา&amp;nbsp;เมืองกาญจน์&amp;nbsp;และนางสาวจิราพร&amp;nbsp;จำปา&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&amp;nbsp;ดำเนินการจัดประชุมคณะกรรมการกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรระดับอำเภอ&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;เพื่อชี้แจงผลการขับเคลื่อนงานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&amp;nbsp;ระดับอำเภอ&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และเลือกตั้งคณะกรรมการกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรอำเภอชุดใหม่ทดแทนชุดเดิมที่จะหมดวาระการดำรงตำแหน่งในปี&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;ตามระเบียบกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;ว่าด้วยคณะกรรมการกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&amp;nbsp;พ.ศ.2557&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมสำนักงานเกษตรอำเภอห้วยยอด&amp;nbsp;อำเภอห้วยยอด&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อให้การดำเนินงานส่งเสริมและพัฒนาแม่บ้านเกษตรกร&lt;/strong&gt;เป็นไปอย่างมีคณะกรรมการเลือกตั้งประธานกรรมการกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&amp;nbsp;ระดับตำบลและระดับอำเภอได้ดำเนินการเลือกตั้งและมีมติรับรองผลการเลือกตั้งเป็นที่เรียบร้อยและจะดำเนินการจัดทำประกาศแต่งตั้งคณะกรรมการการกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรระดับตำบลและอำเภอต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>23/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211223173020869</Link_News></row>
<row _id="241"><NewsTitle>เทศบาลตำบลผือใหญ่ ลุยยกระดับกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;เทศบาลตำบลผือใหญ่&amp;nbsp;จัดโครงการความเข้มแข็งกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม&lt;/strong&gt;เพื่อส่งเสริมการรวมกลุ่มเพื่อผลิตผ้าไหมให้ได้คุณภาพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายประยูร&amp;nbsp;เดชหาญ&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลผือใหญ่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เดินทางไปเป็นประธานเปิดงานโครงการความเข้มแข็งกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมการรวมกลุ่มเพื่อผลิตผ้าไหมให้ได้คุณภาพโดยการปรับปรุงการออกแบบลวดลายให้มีอัตลักษณ์ที่ร่วมสมัยและเทคนิคการย้อมสีธรรมชาติ&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;22-&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีคณะผู้บริหาร&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้านสวาย&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ประชาขนในเขตตำบลผือใหญ่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และ&amp;nbsp;ส.ท.เขต&amp;nbsp;1,2&amp;nbsp;เข้าร่วมพิธีเปิดงานครั้งนี้&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;กลุ่มทอผ้าไหมบ้านสวายหมู่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ตำลผือใหญ่&amp;nbsp;อำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ&amp;nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;การดำเนินกิจกรรมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย&amp;nbsp;ทั้งนี้ได้ถือปฏิบัติ&amp;nbsp;ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค&amp;nbsp;covid-19&amp;nbsp;ของทางราชการอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>23/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ศรีสะเกษ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211223181400910</Link_News></row>
<row _id="242"><NewsTitle>อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง จัดอบรมเกษตรกรโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ แปลงใหญ่ยางพาราบ้านบางสัก</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสรวง&amp;nbsp;พรหมบุญทอง&amp;nbsp;เกษตรอำเภอกันตัง&amp;nbsp;มอบหมายให้นายปิยวุฒิ&amp;nbsp;แดงเหมือน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&amp;nbsp;ร่วมกับการยางแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;สาขากันตัง&amp;nbsp;และบริษัท&amp;nbsp;ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;สาขาตรัง&amp;nbsp;จัดอบรมเกษตรกรโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;กิจกรรม&amp;nbsp;บริหารจัดการถ่ายทอดความรู้&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กลุ่มแปลงใหญ่ยางพาราบ้าน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ที่ทำการกลุ่มฯ&amp;nbsp;หมู่ที่1&amp;nbsp;ตำบลบางสัก&amp;nbsp;อำเภอกันตัง&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อร่วมกันวิเคราะห์ปัญหา&amp;nbsp;ศักยภาพ&amp;nbsp;การทบทวนคณะกรรมการกลุ่มและบทบาทหน้าที่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมจัดทำแผนการดำเนินงานและความต้องการพัฒนา&amp;nbsp;สรุปผลประกอบการกลุ่มและการปันผลให้แก่สมาชิก&amp;nbsp;ตลอดจนการกำหนดวันเปิด-ปิดจุดรับซื้อน้ำยางในช่วงเทศกาลปีใหม่&amp;nbsp;และแนะนำการใช้แอปพลิเคชั่นบนมือถือ&amp;nbsp;"ศรีตรัง&amp;nbsp;เพื่อนชาวสวน"&amp;nbsp;เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารด้านยางพารา&amp;nbsp;วิธีการวิเคราะห์ตลาดและราคาน้ำยางสดในแต่ละวัน&amp;nbsp;ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรได้รับทราบข้อมูลข่าวสารได้อย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;สามารถที่จะวางแผนการซื้อขายน้ำยางสดของกลุ่มได้ด้วยตนเอง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>23/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211223173113870</Link_News></row>
<row _id="243"><NewsTitle>เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสตูล ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์กาแฟจังหวัดสตูล เพื่อการวางแผนพัฒนาการเกษตรรายสินค้าของจังหวัดสตูล ปี 2565</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;นางปิยรัตน์&amp;nbsp;ลัภกิตโร&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสตูล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายเจ้าหน้าที่กลุ่มสารสนเทศการเกษตร&amp;nbsp;ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์กาแฟของจังหวัดสตูล&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;กลุ่มโกปี๊นาข่า&amp;nbsp;บ้านนาข่าเหนือ&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลเขาขาว&amp;nbsp;อำเภอละงู&amp;nbsp;จังหวัดสตูล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โกปี๊นาข่า&amp;nbsp;เป็นกาแฟโบราณที่ได้รับการถ่ายทอดกรรมวิธีการผลิตจากภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดกันมา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กว่า&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ช่วงอายุคน&amp;nbsp;เป็นกาแฟที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์&amp;nbsp;ผ่านกระบวนการคั่วแบบโบราณ&amp;nbsp;ด้วยเมล็ดกาแฟพื้นถิ่นสตูล&amp;nbsp;สายพันธ์โรบัสต้า&amp;nbsp;อันอุดมไปด้วยแร่ธาติจากภูเขาหินปูนยุคออโดวีเซียนอายุกว่า&amp;nbsp;450&amp;nbsp;ล้านปี&amp;nbsp;เพราะถูกปลูกขึ้นในพื้นที่อุทยานธรณีโลก&amp;nbsp;จังหวัดสตูล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>23/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211223201827965</Link_News></row>
<row _id="244"><NewsTitle>ศูนย์หม่อนไหมฯ ขอนแก่น ฝึกอบรมโครงการสร้างทายาทหม่อนไหม ปี 2565</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายฉัตรชัย&amp;nbsp;อาภรณ์รัตน์&amp;nbsp;นักวิชาการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ขอนแก่น&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นางอมรรัตน์&amp;nbsp;โวหาร&amp;nbsp;นักวิชาการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;และนางสาวพัชรา&amp;nbsp;วงษ์คำอุด&amp;nbsp;นักวิชาการเกษตรปฏิบัติการ&amp;nbsp;จัดฝึกอบรมโครงการสร้างทายาทหม่อนไหม&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ในกิจกรรมส่งเสริมอาชีพด้านหม่อนไหมในโรงเรียน&amp;nbsp;หลักสูตร&amp;nbsp;การปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเบื้องต้น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;โรงเรียนหนองบัวทวิคามบำรุง&amp;nbsp;ตำบลโสกนกเต็น&amp;nbsp;อำเภอพล&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;ขอนแก่น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีนักเรียนเข้าอบรมจำนวน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เพื่อให้ความรู้ทางวิชาการเรื่องการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การดูแลรักษาแปลงหม่อนเบื้องต้น&amp;nbsp;ซึ่งในการฝึกอบรมนักเรียนผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>23/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ขอนแก่น</Province><Department>สวท.ขอนแก่น</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211223201438962</Link_News></row>
<row _id="245"><NewsTitle>คณะทำงานขับเคลื่อนโครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ ร่วมประชุมติดตามข้อมูลโครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ ผ่านระบบประชุมทางไกลออนไลน์ APPLICATION ZOOM</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;13.30&amp;nbsp;-&amp;nbsp;16.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงานเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ศาลากลาง&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;3&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายจิรทัต&amp;nbsp;สวรรคทัต&amp;nbsp;นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ&amp;nbsp;รักษาการแทนเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นางสาวอุทัยวรรณ&amp;nbsp;เพ็งธรรม&amp;nbsp;นักวิเคราะห์นโยบายและแผน&amp;nbsp;ชำนาญการ&amp;nbsp;และนางสาวพีชญา&amp;nbsp;ปัญญามาตร์&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;นายวรฤทธิ์&amp;nbsp;การะจักร&amp;nbsp;นักวาชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการร่วมประชุมติดตามข้อมูลโครงการ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;ผ่านระบบประชุมทางไกลออนไลน์&amp;nbsp;Application&amp;nbsp;Zoom&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายอภัย&amp;nbsp;สุทธิสังข์&amp;nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;14&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมฯ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในส่วนของจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ได้ตรวจสอบรายชื่อเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;1&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่จากฐานข้อมูล&amp;nbsp;ของกรมพัฒนาที่ดินตาม&amp;nbsp;QR&amp;nbsp;Code&amp;nbsp;และยืนยันข้อมูลร่วมกับสถานีพัฒนาที่ดินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;พร้อมทั้งบันทึกข้อมูลเกษตรกรในระบบ&amp;nbsp;Ntag&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ระบบเป็นปัจจุบัน&amp;nbsp;และตรวจสอบรายชื่อเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยจากฐานข้อมูลของกรมพัฒนาที่ดิน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>23/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211223223954986</Link_News></row>
<row _id="246"><NewsTitle>คณะทำงานขับเคลื่อนโครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ ร่วมประชุมติดตามข้อมูลโครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ ผ่านระบบประชุมทางไกลออนไลน์ APPLICATION ZOOM</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;13.30&amp;nbsp;-&amp;nbsp;16.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงานเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ศาลากลาง&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;3&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายจิรทัต&amp;nbsp;สวรรคทัต&amp;nbsp;นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ&amp;nbsp;รักษาการแทนเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นางสาวอุทัยวรรณ&amp;nbsp;เพ็งธรรม&amp;nbsp;นักวิเคราะห์นโยบายและแผน&amp;nbsp;ชำนาญการ&amp;nbsp;และนางสาวพีชญา&amp;nbsp;ปัญญามาตร์&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;นายวรฤทธิ์&amp;nbsp;การะจักร&amp;nbsp;นักวาชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการร่วมประชุมติดตามข้อมูลโครงการ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;ผ่านระบบประชุมทางไกลออนไลน์&amp;nbsp;Application&amp;nbsp;Zoom&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายอภัย&amp;nbsp;สุทธิสังข์&amp;nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;14&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมฯ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในส่วนของจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ได้ตรวจสอบรายชื่อเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;1&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่จากฐานข้อมูล&amp;nbsp;ของกรมพัฒนาที่ดินตาม&amp;nbsp;QR&amp;nbsp;Code&amp;nbsp;และยืนยันข้อมูลร่วมกับสถานีพัฒนาที่ดินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;พร้อมทั้งบันทึกข้อมูลเกษตรกรในระบบ&amp;nbsp;Ntag&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ระบบเป็นปัจจุบัน&amp;nbsp;และตรวจสอบรายชื่อเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยจากฐานข้อมูลของกรมพัฒนาที่ดิน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>23/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211223223954987</Link_News></row>
<row _id="247"><NewsTitle>ศูนย์หม่อนไหมฯ ขอนแก่น จัดอบรมการสาวไหมให้ได้คุณภาพแก่เกษตรกร อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายฉัตรชัย&amp;nbsp;อาภรณ์รัตน์&amp;nbsp;นักวิชาการเกษตรชำนาญการ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&amp;nbsp;ขอนแก่น&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นางอารีย์รัตน์&amp;nbsp;พระภูวงศ์&amp;nbsp;นักวิชาการเกษตรปฏิบัติการ&amp;nbsp;นายสุพจน์&amp;nbsp;บรรเทา&amp;nbsp;ช่างต้นแบบสิ่งทอ&amp;nbsp;พร้อมด้วยวิทยากร&amp;nbsp;นางสาวพิมลรัตน์&amp;nbsp;เมธินธรังสรรค์&amp;nbsp;นักวิชาการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;ลงพื้นที่เพื่อจัดอบรมเกษตรกรโครงการพระราชดำริและโครงการพิเศษ&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ในโครงการเพิ่มศักยภาพการผลิตหม่อนไหมแบบครบวงจรเพื่อแก้ปัญหาความยากจนของประชาชนตามแนวพระราชดำริ&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(32,&amp;nbsp;33,&amp;nbsp;36);"&gt;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&amp;nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&amp;nbsp;สยามบรมราชกุมารี&amp;nbsp;&lt;/span&gt;อำเภอหนองสองห้อง&amp;nbsp;จังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp;หลักสูตร&amp;nbsp;การสาวไหมให้ได้คุณภาพ&amp;nbsp;(2&amp;nbsp;วัน)&amp;nbsp;มีเกษตรกรในพื้นที่เข้าร่วมอบรม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บ้านหนองกุงใหม่&amp;nbsp;ต.คึมชาด&amp;nbsp;อ.หนองสองห้อง&amp;nbsp;จ.ขอนแก่น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยวิทยากรได้ให้ความรู้กับเกษตรกรเกี่ยวกับเทคนิคในการสาวไหม&lt;/strong&gt;ให้ได้คุณภาพเพื่อเพิ่มมูลค่าเส้นไหมให้กับเกษตรกรเพื่อผลิตเส้นไหมจำหน่ายหรือทอผ้าไหมที่มีคุณภาพต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้มีการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับลายหมี่&amp;nbsp;แคนค้ำคูน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ซึ่งเป็นลายใหม่ของจังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมรายได้จากการทอผ้าไหมให้กับเกษตรกรในจังหวัดขอนแก่นอีกทางหนึ่งด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>23/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ขอนแก่น</Province><Department>สวท.ขอนแก่น</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211224001447005</Link_News></row>
<row _id="248"><NewsTitle>เกษตรอำเภอปลาปาก รณรงค์ลดการเผาในท้องถิ่น ชู !! การใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เพิ่มมูลค่า....สร้างรายได้</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปัจจุบันประเทศไทย&amp;nbsp;ประสบปัญหาหมอกควันปกคลุมพื้นที่และเกิดมลพิษทางอากาศเป็นประจำทุกปี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเผาในพื้นที่โล่ง&amp;nbsp;และพื้นที่ทางการเกษตร&amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนทั่วไป&amp;nbsp;และเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;รวมทั้งยังส่งผลเสียต่อการประกอบอาชีพการเกษตรโดยตรง&amp;nbsp;กล่าวคือ&amp;nbsp;ทำให้ดินเสื่อมโทรม&amp;nbsp;ขาดความอุดมสมบูรณ์&amp;nbsp;สิ่งสำคัญคือการเสริมสร้างความรู้&amp;nbsp;และความเข้าใจให้เกษตรกรได้ตระหนัก&amp;nbsp;ถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;และนำเสนอทางเลือกในการใช้เทคโนโลยีทดแทนการเผา&amp;nbsp;สร้างการมีส่วนร่วมของเกษตรกรในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผา&amp;nbsp;รวมทั้งสร้างต้นแบบในการทำการเกษตรปลอดการเผา&amp;nbsp;เพื่อสนับสนุนการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายพจน์&amp;nbsp;สมแพง&amp;nbsp;เกษตรอำเภอปลาปาก&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;สำหรับการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกร&lt;/strong&gt;ในพื้นที่มีความรู้ความเข้าใจในการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร&amp;nbsp;และการสร้างมูลค่าเพิ่มในการจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร&amp;nbsp;โดยได้มีการถ่ายทอดความรู้และพัฒนาศักยภาพเกษตรกร&amp;nbsp;ให้เป็นวิทยากรด้านการทำการเกษตรปลอดการเผา&amp;nbsp;ภายใต้โครงการส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีเกษตรกรเป้าหมายที่เข้าร่วม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ร่วมกิจกรรมโดยกล่าวคำปฎิญาณตน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ให้สัตยาบันหยุดการเผา&amp;nbsp;เพื่อเป็นการแสดงเจตจำนงในการร่วมกันหยุดเผา&amp;nbsp;และจัดการวัสดุการเกษตร&amp;nbsp;รวมไปถึงการใช้ประโยชน์และสร้างมูลค่าเพิ่มจากเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรทั้งหลาย&amp;nbsp;ถ่ายทอดความรู้การไถกลบตอซังข้าวและสาธิตการปลูกปอเทือง&amp;nbsp;เพื่อปรังปรุงบำรุงดินให้มีความอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูกพืช&amp;nbsp;การจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรทดแทนการเผาทำลาย&amp;nbsp;โดยการสาธิตการทำปุ๋ยหมักแบบไม่กลับกอง&amp;nbsp;และการผลิตเห็ดฟางในตะกร้า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยในแต่ละกิจกรรมเป็นการเน้นให้เกษตรกรได้เห็นถึงความสำคัญในการหยุดเผา&lt;/strong&gt;ในพื้นที่การเกษตร&amp;nbsp;และเกิดการสร้างรายได้จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรในพื้นที่&amp;nbsp;ที่มีอยู่ปริมาณมาก&amp;nbsp;อีกทั้งยังเป็นการปรับเปลี่ยนแนวคิดและวิธีการทำการเกษตรแบบเดิม&amp;nbsp;หันมาทำการเกษตรที่ปลอดการเผาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;เพื่อเป็นการหยุดการเผาในพื้นที่การเกษตรเกิดการสร้างรายได้และอาชีพให้กับเกษตรกรได้อย่างมั่นคง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>24/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครพนม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211224084012020</Link_News></row>
<row _id="249"><NewsTitle>เกษตรเรณูนคร รณรงค์หยุดเผาอย่างต่อเนื่อง ชู ไบโอชาร์ ช่วยลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่บริเวณศาลาเอนกประสงค์&amp;nbsp;บ้านดอนสวัสดิ์&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ตำบลนางาม&amp;nbsp;อำเภอเรณูนคร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เกษตรอำเภอเรณูนคร&amp;nbsp;ถ่ายทอดความรู้และพัฒนาศักยภาพเกษตรกร&amp;nbsp;ให้เป็นวิทยากร&amp;nbsp;ด้านการทำการเกษตรปลอดการเผา&amp;nbsp;ภายใต้โครงการส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมีเกษตรกรเข้าร่วม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์และสร้างจิตสำนึกในการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร&amp;nbsp;และเกิดการใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;อีกทั้งยังเป็นการพัฒนาและยกระดับเกษตรกรให้เป็นวิทยากรที่มีความรู้ในการทำการเกษตรที่ปลอดการเผาและสามารถจัดการกับวัสดุการเกษตรในการสร้างมูลค่าเพิ่มและก่อให้เกิดรายได้เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายมนูญ&amp;nbsp;ผุดเกตุ&amp;nbsp;เกษตรอำเภอเรณูนคร&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;สำหรับการจัดกิจกรรมนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นอกจากจะเป็นการสร้างการรับรู้และสร้างความเข้าใจให้กับเกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;ในการหยุดเผาในการทำการเกษตรแล้ว&amp;nbsp;ยังเป็นการปรับเปลี่ยนแนวคิดของเกษตรกรในการหันมาทำการเกษตรที่ปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;เพราะจากสถานการณ์การเผาในพื้นที่การเกษตรในปัจจุบัน&amp;nbsp;เกษตรกรบางรายยังมีแนวความคิดในการทำการเกษตรแบบเดิมๆ&amp;nbsp;คือการเผาเศษวัสดุทางการเกษตรก่อนที่จะเริ่มทำการเพาะปลูกพืชในฤดูกาลต่อไป&amp;nbsp;ทำให้เกิดปัญหาฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;และเกิดปัญหาด้านสุขภาพกับประชาชนทั่วไป&amp;nbsp;จึงการถ่ายทอดความรู้เรื่องการสาธิตการเพาะเห็ดฟางในตะกร้า&amp;nbsp;ที่เป็นการนำฟางข้าวมาเพาะเห็ดฟาง&amp;nbsp;เพื่อบริโภคและจำหน่ายก่อให้เกิดรายได้กับเกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;การผลิตเมล็ดพันธุ์พืชที่ปลอดภัย&amp;nbsp;การผลิตสารชีวภัณฑ์&amp;nbsp;ลดต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;การผลิตถ่านไบโอชาร์&amp;nbsp;เป็นการจัดการและเพิ่มมูลค่าเพิ่มของวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับถ่านไบโอชาร์&amp;nbsp;(biochar)&amp;nbsp;นั้น&amp;nbsp;มีคุณสมบัติที่ดี&amp;nbsp;ซึ่งเมื่อนำไปปรับปรุงสภาพดินแล้ว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะทำให้ดินมีรูระบายอากาศมากขึ้น&amp;nbsp;สามารถอุ้มน้ำได้ดีขึ้น&amp;nbsp;ดูดซับแร่ธาตุ&amp;nbsp;ที่เป็นอาหารสำคัญต่อการเจริญเติบโตของพืชได้ดี&amp;nbsp;ทั้งยังลดความเป็นกรดเป็นด่างของดิน&amp;nbsp;ที่สำคัญคือเป็นที่อยู่ของจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของพืช&amp;nbsp;จากสถานการณ์การทำเกษตรในปัจจุบัน&amp;nbsp;มีการใช้ปุ๋ยเคมีในภาคเกษตรกรรมจำนวนมาก&amp;nbsp;ทำให้เกิดปัญหาดินเป็นกรดและดินมีสภาพเสื่อมโทรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ดังนั้น&amp;nbsp;การทำให้ดินปรับคืนสู่สภาพเป็นวัสดุที่อุดมไปด้วยคาร์บอนที่ผลิตจากการให้ความร้อน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มวลชีวภาพ&amp;nbsp;ซึ่งใช้ออกซิเจนน้อยมาก&amp;nbsp;เป็นกระบวนการแยกสลายด้วยความร้อน&amp;nbsp;ที่เรียกว่ากระบวนการไพโรไลซิส&amp;nbsp;(Pyrolysis)&amp;nbsp;ทำให้ถ่านที่มีประจุไฟฟ้าและความพรุนสูง&amp;nbsp;สามารถใช้ในการปรับปรุงดิน&amp;nbsp;ช่วยดูยึดธาตุอาหาร&amp;nbsp;ปลดปล่อยธาตุอาหารให้แก่พืชแบบช้าๆ&amp;nbsp;ทำให้ลดการสูญเสียธาตุอาหาร&amp;nbsp;ช่วยดูดซับความชื้นในดินได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังช่วยคุณภาพของปุ๋ยอินทรีย์ให้สูงขึ้น&amp;nbsp;ทำให้การประหยัดการใช้ปุ๋ย&amp;nbsp;ลดต้นทุน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพิ่มรายได้&amp;nbsp;เพิ่มผลผลิต&amp;nbsp;&amp;nbsp;สภาพดินได้รับการปรับปรุงอยู่ตลอดเวลา&amp;nbsp;ที่สำคัญช่วยลดปัญหาภาวะโลกร้อนได้ทางหนึ่ง&amp;nbsp;จึงเหมาะที่จะนำมาใช้กับภาคเกษตรกรรมของประเทศไทย&amp;nbsp;เพื่อให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้และมีความยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>24/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครพนม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211224084749021</Link_News></row>
<row _id="250"><NewsTitle>ผู้ว่าฯลำปาง ติดตามเร่งรัดโครงการ คทช. แก้ปัญหาเรื่องที่ทำกินช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชุมชนติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานแก้ปัญหา&lt;/strong&gt;เรื่องที่ทำกินของราษฎรในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ยางแม่อาง&amp;nbsp;เร่งรัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือตามนโยบายรัฐ&amp;nbsp;โครงการจัดพื้นที่ทำกินให้กับชุมชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสิธิชัย&amp;nbsp;จินดาหลวง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายนฤพนธ์&amp;nbsp;ทิพย์มณฑา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;ร่วมนำทีมเจ้าหน้าที่ในส่วนงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เดินทางลงพื้นที่ออกตรวจเยี่ยมพบปะกับพี่น้องประชาชนชาวบ้าน&amp;nbsp;เกษตรกรชาวไร่กลุ่มผู้ปลูกสับปะรดในเขตท้องที่บ้านแม่อาง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลบ้านแลง&amp;nbsp;และบ้านจำค่า&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลบ้านเสด็จ&amp;nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&amp;nbsp;เพื่อตรวจติดตามผลความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาเรื่องที่ทำกินของราษฎรที่อยู่ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ยางแม่อาง&amp;nbsp;โดยพื้นที่ดังกล่าวเป็นบริเวณพื้นที่ที่ได้ปรากฎร่องรอยการใช้ประโยชน์ของราษฎรมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2541&amp;nbsp;และอยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น&amp;nbsp;3,&amp;nbsp;4,&amp;nbsp;5&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งทางจังหวัดจะต้องเร่งดำเนินการยื่นขออนุญาตใช้ประโยชน์พื้นที่ให้ถูกต้อง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จากคณะกรรมการพิจารณาการใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;ภายใต้หลักการการจัดที่ดินทำกินให้กับชุมชนตามนโยบายของรัฐบาล&amp;nbsp;ซึ่งได้มุ่งเน้นในการที่จะจัดที่ดินทำกินให้กับชุมชนแบบแปลงรวม&amp;nbsp;โดยมิให้กรรมสิทธิ์แต่อนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินของรัฐในลักษณะเป็นกลุ่ม&amp;nbsp;หรือชุมชน&amp;nbsp;ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่&amp;nbsp;คทช.&amp;nbsp;กำหนด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยจังหวัดลำปางมีพื้นที่ป่าแม่ยางแม่อาง&amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่กรมป่าไม้ได้ดำเนินการจัดที่ดินทำกินให้กับชุมชน&amp;nbsp;ซึ่งทางจังหวัดลำปางกำลังจัดเตรียมที่จะยื่นคำขออนุญาตใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;ป่าแม่ยางแม่อาง&amp;nbsp;เพื่อจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน&amp;nbsp;ตามระเบียบคณะกรรมการพิจารณาการใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;โดยขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการรวบรวมเอกสารข้อมูลและหลักฐานที่ปรากฎร่องรอยการใช้ประโยชน์ในเขตพื้นที่ป่า&amp;nbsp;เพื่อให้ทางเจ้าหน้าที่หน่วยงานพื้นที่จังหวัด&amp;nbsp;ทั้งสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;(ลำปาง)&amp;nbsp;ได้จัดทำรายงานรายละเอียดการตรวจสอบสภาพป่าพร้อมจัดทำแผนที่ประกอบ&amp;nbsp;เพื่อนำเสนอต่อกรมป่าไม้และคณะกรรมการอนุญาตฯ&amp;nbsp;ให้พิจารณาอนุมัติการเข้าใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ยางแม่อาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยปัจจุบันเอกสารทั้งหมดได้มีการรวบรวมเกือบจะครบถ้วน&amp;nbsp;ขาดเพียงหนังสือมติสภาท้องถิ่น&lt;/strong&gt;ที่ให้ความเห็นชอบขอใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติฯ&amp;nbsp;เพื่อดำเนินโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล&amp;nbsp;ในการนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;ได้เน้นกำชับให้หน่วยงานท้องถิ่นในเขตรับผิดชอบทั้งองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านแลง&amp;nbsp;และองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเสด็จ&amp;nbsp;ได้เร่งดำเนินการจัดประชุมสภาพิจารณาให้มติเห็นชอบในเรื่องดังกล่าว&amp;nbsp;เพื่อทางจังหวัดจะได้ดำเนินการยื่นขออนุญาตใช้ประโยชน์พื้นที่ให้ถูกต้องตามขั้นตอนต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;สำหรับจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;ในปีงบประมาณ&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ทางกรมป่าไม้&amp;nbsp;ได้มีการสำรวจพื้นที่ป่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อเข้าร่วมโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนทั้งจังหวัดรวมพื้นที่ทั้งหมด&amp;nbsp;47,000&amp;nbsp;กว่าไร่&amp;nbsp;โดยป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ยางแม่อาง&amp;nbsp;มีพื้นที่ที่จะเข้าร่วมโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน&amp;nbsp;รวมกว่า&amp;nbsp;1,883&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;แบ่งเป็นพื้นที่ทำกินประมาณกว่า&amp;nbsp;1,836&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;และพื้นที่ผนวกสาธารณูปโภครวมกว่า&amp;nbsp;43&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวจะมีการนำไปจัดเป็นที่ดินทำกินให้แก่ราษฎร&amp;nbsp;รวมจำนวน&amp;nbsp;405&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;โดยจะแบ่งเป็นที่ดินทำกินให้แก่ราษฎรตำบลบ้านแลง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;บ้านแตะ&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;6,&amp;nbsp;บ้านปู่จ้อย&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;7,&amp;nbsp;บ้านแม่อาง&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;4,&amp;nbsp;บ้านดง&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;รวมพื้นที่กว่า&amp;nbsp;1,100&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;และจะแบ่งเป็นที่ดินทำกินให้แก่ราษฎรตำบลบ้านเสด็จอีก&amp;nbsp;6&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;บ้านจำค่า&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;2,&amp;nbsp;บ้านทรายทอง&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;3,&amp;nbsp;บ้านปงอ้อม&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;4,&amp;nbsp;บ้านห้วยน้ำเค็ม&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;7,&amp;nbsp;บ้านทรายทองพัฒนา&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;และบ้านลู&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;รวมพื้นที่อีกกว่า&amp;nbsp;800&amp;nbsp;ไร่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นายชาญณรงค์&amp;nbsp;ปันเต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>24/12/2021</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำปาง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211224085527024</Link_News></row>
<row _id="251"><NewsTitle>เกษตรกรปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 256465 (งวดที่2) ไม่ได้รับเงินส่วนต่าง เนื่องจากราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงในครั้งนี้สูงกว่าราคาเป้าหมาย</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวยุพา&amp;nbsp;นาคา&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;แจ้งประกาศกระทรวงพาณิชย์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เรื่องการกำหนดราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงและชดเชยส่วนต่างราคาตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;(งวดที่2)&amp;nbsp;ว่านายจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฎ์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;แถงราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;(งวดที่&amp;nbsp;2)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์กับกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่มีวันเพาะปลูกตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;31&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และมีกำหนดเก็บเกี่ยวก่อนวันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมีสิทธิ์ได้รับการชดเชยส่วนต่างรอบวันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564สำหรับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เมล็ดความชื่นไม่เกิน&amp;nbsp;15.5&amp;nbsp;เปอร์เซ็น&amp;nbsp;กิโลกรัมละ&amp;nbsp;9.42&amp;nbsp;ซึ่งราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงในครั้งนี้สูงกว่าราคาเป้าหมาย&amp;nbsp;(กิโลกรัมละ&amp;nbsp;8.50&amp;nbsp;บาท)&amp;nbsp;จึงไม่มีการจ่ายเงินส่วนต่างให้แก่เกษตรกร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>24/12/2021</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211224090330028</Link_News></row>
<row _id="252"><NewsTitle>เกษตรแม่ฮ่องสอน เตือนการระบาดศัตรูพืช โรคเน่าคอดิน ทำให้ต้นกล้าเหี่ยวทั้งต้น หักล้มและตายก่อนแตกใบจริง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายพยุงศักดิ์&amp;nbsp;สิทธิลภ&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&amp;nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เตือนการระบาดศัตรูพืช&amp;nbsp;โรคเน่าคอดิน&amp;nbsp;สาเหตุเกิดจากเชื้อราพิเทียม&amp;nbsp;พบการระบาดในผักตระกูลกระหล่ำและผักกาด&amp;nbsp;(เช่น&amp;nbsp;กะหล่ำปี&amp;nbsp;กระหล่ำดอก&amp;nbsp;บรอกโคลี&amp;nbsp;ผักกาดขาว&amp;nbsp;ผักกาดหัว&amp;nbsp;ผักฮ่องเต้&amp;nbsp;ผักหางหงส์&amp;nbsp;ผักกวางตุ้ง&amp;nbsp;คะน้า)&amp;nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศในช่วงนี้อากาศเย็นในตอนกลางคืนและมีหมอกในตอนเช้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ลักษณะอาการ&amp;nbsp;บริเวณโคนติดกับผิวดิน&amp;nbsp;มีลักษณะช้ำน้ำสีน้ำตาลเข้ม&amp;nbsp;เมื่ออาการรุนแรง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เนื้อเยื่อจะเกิดเป็นแผลเน่าลาม&amp;nbsp;ทำให้ต้นกล้าเหี่ยวทั้งต้น&amp;nbsp;หักล้มและตายก่อนแตกใบจริง&amp;nbsp;บางครั้งเชื้อราอาจจะเข้าทำลายเมล็ดก่อนงอกพ้นดิน&amp;nbsp;ทำให้เมล็ดไม่งอก&amp;nbsp;หรืองอกออกมาแต่ไม่มีใบเลี้ยง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แนวทางป้องกันแก้ไข&amp;nbsp;การเพาะกล้าในกระบะเพาะกล้า&amp;nbsp;ควรใช้วัสดุที่สะอาดจากแหล่งที่ไม่มีการระบาดของโรค&lt;/strong&gt;,&amp;nbsp;แปลงปลูกควรไถพลิกกลับหน้าดินตากแดด&amp;nbsp;เพื่อลดปริมาณเชื้อราสาเหตุโรคในดินก่อนปลูก,&amp;nbsp;คลุกเมล็ดพันธุ์ด้วยสารเมทาแลกซิล&amp;nbsp;35&amp;nbsp;เปอร์เซ็น&amp;nbsp;ดีเอส&amp;nbsp;อัตรา&amp;nbsp;7&amp;nbsp;กรัมต่อเมล็ดพันธุ์&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;ก่อนเพาะกล้า,&amp;nbsp;ควรเพาะเมล็ดในระดับที่ไม่ลึกมาก&amp;nbsp;และไม่แน่นจนเกินไป,&amp;nbsp;ไม่ควรให้น้ำในแปลงเพาะกล้า&amp;nbsp;จนชื้นแฉะเกินไป&amp;nbsp;และเมื่อพบต้นที่เป็นโรค&amp;nbsp;ถอนและนำไปทำลายนอกแปลงปลูกทันที&amp;nbsp;และราดดินบริเวณที่เป็นโรค&amp;nbsp;และบริเวณใกล้เคียงด้วยสาร&amp;nbsp;โพรพาโมคาร์บไฮโรคลอไรด์&amp;nbsp;72.2&amp;nbsp;เปอร์เซ็น&amp;nbsp;เอสแอล&amp;nbsp;6-12&amp;nbsp;มิลลิลิตรต่อน้ำ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ไฮเมกชาโชล&amp;nbsp;36&amp;nbsp;เปอร์เซ็น&amp;nbsp;เอสแอล&amp;nbsp;อัตรา&amp;nbsp;22-26&amp;nbsp;มิลลิลิตรต่อน้ำ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ลิตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>24/12/2021</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211224090443029</Link_News></row>
<row _id="253"><NewsTitle>บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด (BLCP) จัดกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 19 สานพันธกิจเครือข่ายเข้มแข็ง ร่วมกันเพิ่มทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งพื้นที่จังหวัดระยอง ประจำปี 2564</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอรัญ&amp;nbsp;ใจตั้ง&amp;nbsp;รองนายกเทศมนตรีเมืองมาบตาพุด&amp;nbsp;ประธานในพิธีเปิดกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ&lt;/strong&gt;?&amp;nbsp;ซึ่ง?จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่&amp;nbsp;19?แล้ว?&amp;nbsp;โดยในปีนี้&amp;nbsp;BLCP&amp;nbsp;ได้จัดกิจกรรมในรูปแบบออนไลน์&amp;nbsp;เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดจากการแพร่ระบาดของ?COVID-19&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;BLCP&amp;nbsp;ได้ร่วมกับวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;ชมรมประมงเรือเล็กพื้นบ้าน&amp;nbsp;อ.เมืองและอ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;บ้านฉางสามัคคี&amp;nbsp;กลุ่มบริษัท&amp;nbsp;จีพีเอสซี,บริษัท&amp;nbsp;เอสซีจี&amp;nbsp;เคมีคอลส์&amp;nbsp;จำกัด,กลุ่มบริษัท&amp;nbsp;ปตท.,สำนักงานท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด,บริษัท&amp;nbsp;สตาร์&amp;nbsp;ปิโตเลียม&amp;nbsp;รีไฟน์นิ่ง&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน),บริษัท&amp;nbsp;กรุงเทพ&amp;nbsp;ซินธิติกส์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;โคเวสโตร&amp;nbsp;(ประเทศไทย)&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;และบริษัท&amp;nbsp;ไทยอาซาฮีเคมีภัณฑ์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ร่วมกันจัด&amp;nbsp;กิจกรรม?ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ&amp;nbsp;เพิ่มทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งพื้นที่จังหวัดระยองขึ้น&amp;nbsp;เพื่อเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกด้านการดูแลและรักษาสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;เพิ่มศักยภาพการผลิตสัตว์น้ำในทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp;สร้างอาชีพ&amp;nbsp;รายได้ที่มั่นคง&amp;nbsp;และความยั่งยืนให้กับประชาชนจังหวัดระยอง?&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แม้ว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;จะยังคงมีอยู่?&amp;nbsp;แต่กลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมมาบตาพุด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ยังดำเนินการขับเคลื่อนกิจกรรมตามพันธกิจที่มีร่วมกันกับเครือข่ายที่มีทั้งภาครัฐ&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;(ผู้ประกอบการอุตสาหกรรม)และชุมชนในพื้นที่มาตั้งแต่ต้น&amp;nbsp;โดยกิจกรรมในครั้งนี้จัดในรูปแบบออนไลน์&amp;nbsp;เพื่อเป็นไปตามมาตรการป้องกันโควิด-19&amp;nbsp;โดยผู้ที่สนใจรับชมบรรยากาศของกิจกรรม&amp;nbsp;สามารถรับชมย้อนหลังผ่านทางเฟสบุ๊คแฟนเพจ&amp;nbsp;ครอบครัวข่าว&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ระยอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กิจกรรมครั้งนี้&amp;nbsp;ถือเป็นกิจกรรมที่มุ่งมั่นที่จะรักษาสิ่งแวดล้อมทางทะเล&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เพื่อเพิ่มปริมาณพันธุ์สัตว์น้ำที่อาศัยอยู่ในทะเล&amp;nbsp;สร้างสมดุลระบบนิเวศวิทยา&amp;nbsp;และเพิ่มรายได้ให้กับกลุ่มประมงโดยรอบอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;จำนวนพันธุ์สัตว์น้ำที่ปล่อยลงสู่ทะเลมี&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;กุ้งกุลาดำ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;300,000&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;และลูกไรปูม้า&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3,500,000&amp;nbsp;ตัว?&amp;nbsp;โดยพันธุ์สัตว์น้ำทั้งหมดนี้นำมาจากฟาร์มเพาะพันธุ์สัตว์น้ำกลุ่มประมงเรือเล็กบ้านพยูน&amp;nbsp;ภายใต้วิสาหกิจชุมชนประมงเรือเล็กพื้นบ้าน&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อ.บ้านฉางสามัคคี?&amp;nbsp;"BLCP&amp;nbsp;ร่วมสร้างสรรค์สังคมน่าอยู่&amp;nbsp;เคียงคู่ชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน"&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>24/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211224091804035</Link_News></row>
<row _id="254"><NewsTitle>กรมปศุสัตว์คุมเข้มสวัสดิภาพสัตว์และการผลิตตลอดห่วงโซ่ มั่นใจไก่ไทยตอบโจทย์ตลาดโลก</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสัตวแพทย์สรวิศ&amp;nbsp;ธานีโต&amp;nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกเนื้อไก่และผลิตภัณฑ์เป็นอันดับ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ของโลก&amp;nbsp;มีการกำกับควบคุมคุณภาพมาตรฐานสินค้าปศุสัตว์เป็นที่ยอมรับในระดับโลก&amp;nbsp;ประเทศคู่ค้าให้ความเชื่อมั่นในระบบการผลิตอาหารปลอดภัยที่สอดคล้องตามมาตรฐานสากลและข้อกำหนดของประเทศคู่ค้า&amp;nbsp;โดยมีตลาดส่งออกหลักคือกลุ่มสหภาพยุโรปและประเทศญี่ปุ่น&amp;nbsp;ซึ่งเป็นประเทศที่จากให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยอาหารแล้ว&amp;nbsp;ยังเน้นการจัดการด้านสวัสดิภาพสัตว์เป็นอย่างมากด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;กรมปศุสัตว์เป็นหน่วยงานที่กำกับควบคุมดูแลและสนับสนุนการผลิตปศุสัตว์ตลอดห่วงโซ่อาหาร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตั้งแต่ฟาร์มเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;อาหารสัตว์&amp;nbsp;โรงฆ่าสัตว์&amp;nbsp;โรงงานแปรรูป&amp;nbsp;สถานที่จำหน่าย&amp;nbsp;จนถึงเนื้อสัตว์สู่ผู้บริโภค&amp;nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของการเลี้ยงไก่เนื้อที่กว่า&amp;nbsp;99%&amp;nbsp;เป็นไก่เนื้อในภาคอุตสาหกรรมที่สามารถตรวจสอบมาตรฐานต่างๆ&amp;nbsp;ได้อย่างครบถ้วน&amp;nbsp;รวมถึงมาตรฐานหลักสวัสดิภาพสัตว์&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;Animal&amp;nbsp;Welfare&amp;nbsp;ซึ่งกำกับควบคุมดูแลใช้เป็นมาตรฐานเดียวกันในไก่เนื้อทั้งที่บริโภคภายในประเทศและส่งออกต่างประเทศ&amp;nbsp;จึงมั่นใจได้ว่าภาคธุรกิจอุตสาหกรรมไก่เนื้อในประเทศไทยมีกระบวนการผลิตเนื้อไก่และผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องตามมาตรฐานระดับสากล&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็น&amp;nbsp;ร้านไก่ทอด&amp;nbsp;ร้านไก่ย่าง&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ร้านอาหารต่างๆ&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ยังได้ให้ความสำคัญในการปรับปรุงและทบทวนการจัดการด้านสวัสดิภาพสัตว์ในฟาร์มปศุสัตว์&lt;/strong&gt;ให้เป็นปัจจุบันและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล&amp;nbsp;โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ดำเนินการพัฒนาและปรับปรุงระบบการเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;กรมปศุสัตว์ได้ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เพื่อยกร่างมาตรฐานสินค้าเกษตรเรื่องหลักการด้านสวัสดิภาพสัตว์&amp;nbsp;เพื่อให้ผู้ประกอบการเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;ได้นำไปใช้ปรับปรุงการเลี้ยงสัตว์ให้มีสวัสดิภาพสัตว์ที่ดี&amp;nbsp;ซึ่งอ้างอิงสอดคล้องตามมาตรฐานสากลของหลักสวัสดิภาพสัตว์&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ประการ&amp;nbsp;(FIVE&amp;nbsp;FREEDOM)&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;1.&amp;nbsp;สัตว์ที่เลี้ยงมีอิสระจากความหิว&amp;nbsp;กระหาย&amp;nbsp;และการให้อาหารที่ไม่ถูกต้อง&amp;nbsp;(Freedom&amp;nbsp;from&amp;nbsp;hungry&amp;nbsp;and&amp;nbsp;thirsty)&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;สัตว์มีอิสระจากความไม่สะดวกสบายอันเนื่องมาจากสภาวะแวดล้อม&amp;nbsp;(Freedom&amp;nbsp;from&amp;nbsp;discomfort)&amp;nbsp;3.&amp;nbsp;สัตว์มีอิสระจากความเจ็บปวด&amp;nbsp;การบาดเจ็บ&amp;nbsp;หรือเป็นโรค&amp;nbsp;(Freedom&amp;nbsp;from&amp;nbsp;pain,&amp;nbsp;injury&amp;nbsp;and&amp;nbsp;disease)&amp;nbsp;โดยมีระบบการป้องกันโรคที่ดี&amp;nbsp;หรือการใช้อุปกรณ์อย่างเหมาะสม&amp;nbsp;พื้นที่การเลี้ยงที่สอดคล้องกับธรรมชาติของสัตว์&amp;nbsp;4.&amp;nbsp;สัตว์มีอิสระจากความกลัวและความทุกข์ทรมาน&amp;nbsp;(Freedom&amp;nbsp;from&amp;nbsp;fear&amp;nbsp;and&amp;nbsp;distress)&amp;nbsp;ด้วยสภาวะการเลี้ยงดูที่ไม่ทำให้เกิดความทุกข์ทรมานทางจิตใจ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;5.&amp;nbsp;สัตว์มีอิสระในการแสดงพฤติกรรมตามปกติของสัตว์&amp;nbsp;(Freedom&amp;nbsp;to&amp;nbsp;express&amp;nbsp;normal&amp;nbsp;behavior)&amp;nbsp;คือมีอิสระการเป็นอยู่อย่างธรรมชาติ&amp;nbsp;และมีความสบายตามชนิดของสัตว์นั้นๆ&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;อธิบดีกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กรมปศุสัตว์ได้ให้ความสำคัญด้านสวัสดิภาพสัตว์มาโดยตลอด&amp;nbsp;ได้ดำเนินการทำฟาร์มเชิงปราณีตที่ใส่ใจในทุกมิติ&amp;nbsp;ทั้งระบบความปลอดภัยทางชีวภาพเพื่อป้องกันโรคต่างๆ&amp;nbsp;เข้าสู่ฟาร์ม&amp;nbsp;ดังความสำเร็จของระบบคอมพาร์ทเมนต์ในอุตสาหกรรมสัตว์ปีกไทยที่ทำให้ไทยปลอดไข้หวัดนกมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2549&amp;nbsp;รวมทั้งพัฒนาการด้านการจัดการสวัสดิภาพสัตว์ให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ตลอดจนการควบคุมไม่มีการใช้ฮอร์โมนเร่งโต&amp;nbsp;และลดการใช้ยาปฎิชีวนะในฟาร์มเพื่อป้องกันการเกิดเชื้อดื้อยา&amp;nbsp;ซึ่งจะส่งผลต่อสุขภาพคน&amp;nbsp;สัตว์และสิ่งแวดล้อมได้&amp;nbsp;โดยมาตรการต่างๆ&amp;nbsp;ทั้งด้านสวัสดิภาพสัตว์&amp;nbsp;และการควบคุมการใช้ยาปฏิชีวนะในฟาร์มเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน&amp;nbsp;ทั้งหน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;กระทรวงอุตสาหกรรม&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;และภาคเอกชน&amp;nbsp;ร่วมกันผลักดันให้อุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ของประเทศไทยสู่มาตรฐานสากล&amp;nbsp;มีการห่วงใยใส่ใจสัตว์ตามหลักสวัสดิภาพสัตว์&amp;nbsp;คำนึงถึงความปลอดภัยของเนื้อสัตว์&amp;nbsp;และใส่ใจสิ่งแวดล้อมเพื่อให้คนไทยทุกคนมีสุขภาพที่ดี&amp;nbsp;โดยส่งเสริมให้เกษตรกรและภาคอุตสาหกรรมปฏิบัติตามมาตรฐานที่ตรวจสอบย้อนกลับได้&amp;nbsp;ส่งเสริมเพิ่มศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันของไก่เนื้อไทยในตลาดโลกได้อย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;ปริญญา&amp;nbsp;ข่าว/ภาพ&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>24/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ชลบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211224150334229</Link_News></row>
<row _id="255"><NewsTitle>รมว.เกษตรและสหกรณ์ คิ๊กอ๊อฟโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่ จ.ประจวบฯ เสริมศักยภาพการผลิต สร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรภายใต้หลักการตลาดนำการผลิต</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;(24&amp;nbsp;ธ.ค.64)&amp;nbsp;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการประชาสัมพันธ์โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&amp;nbsp;ที่ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;(ศพก.)&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ตำบลหินเหล็กไฟ&amp;nbsp;อำเภอหัวหิน&amp;nbsp;จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายเข้มแข็ง&amp;nbsp;ยุติธรรมดำรง&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;ผู้บริหารหน่วยงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการในจังหวัด&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;และประชาชนรวมประมาณ&amp;nbsp;200&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ร่วมกิจกรรม&amp;nbsp;มีการจัดแสดงผลการดำเนินงานโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่&amp;nbsp;นิทรรศการแสดงผลงานความสำเร็จของโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&amp;nbsp;จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;การออกร้านจำหน่ายสินค้าเกษตรจากแปลงใหญ่&amp;nbsp;และสินค้าเกษตรในพื้นที่&amp;nbsp;มุ่งส่งเสริมให้เกษตรกรเกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายที่เข้มแข็ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การดำเนินงานระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่&amp;nbsp;เป็นกลไกการขับเคลื่อนหลักในการพัฒนาภาคการเกษตรของไทย&amp;nbsp;ซึ่งมุ่งเน้นการรวมกลุ่มของเกษตรกรรายย่อยที่อยู่บริเวณพื้นที่ใกล้เคียงกัน&amp;nbsp;มีความพร้อมจะพัฒนาการผลิตและการตลาดร่วมกัน&amp;nbsp;เน้นการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด&amp;nbsp;ตามนโยบายการตลาดนำการผลิต&amp;nbsp;โดยการนำหลักเกษตรสมัยใหม่ร่วมกับการเชื่อมโยงตลาด&amp;nbsp;ผลักดันให้เกษตรกรรวมกลุ่มการผลิตเพื่อมีอำนาจการต่อรองทางการตลาด&amp;nbsp;รวมถึงร่วมกันการจัดหาปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพดี&amp;nbsp;ราคาถูกและการใช้เทคโนโลยีการเกษตรที่เหมาะสมผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพสูงเป็นที่ต้องการของตลาด&amp;nbsp;ซึ่งการจัดกิจกรรมในวันนี้จะเป็นแรงผลักดันสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายและสร้างการรับรู้ให้เกษตรกร&amp;nbsp;ผู้ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;และประชาชนทั่วไปได้รับทราบผลงานของกลุ่มแปลงใหญ่&amp;nbsp;พร้อมนำไปเป็นแบบอย่างในการพัฒนาให้กับกลุ่มแปลงใหญ่อื่นๆ&amp;nbsp;เกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายแปลงใหญ่ที่เข้มแข็ง&amp;nbsp;เกิดพลังในการปฏิรูปภาคการเกษตรให้ทันสมัย&amp;nbsp;ทันสถานการณ์&amp;nbsp;ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทุกระดับ&amp;nbsp;ทำให้เกษตรกรมีรายได้อย่างมั่นคง&amp;nbsp;และยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;มีการดำเนินงานโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;71&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง&amp;nbsp;8&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;โดยมีกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่เข้าร่วม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;19&amp;nbsp;แปลง&lt;/strong&gt;สมาชิก&amp;nbsp;1,408&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พื้นที่กว่า&amp;nbsp;17,800&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;งบประมาณสนับสนุนจากรัฐกว่า&amp;nbsp;55&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;มีสินค้าเกษตรที่เข้าร่วมโครงการทั้งด้านพืช&amp;nbsp;และด้านปศุสัตว์&amp;nbsp;โดยมีการยกระดับกลุ่มแปลงใหญ่ขึ้นเป็นวิสาหกิจชุมชนประเภทนิติบุคคล&amp;nbsp;ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนที่อำเภอหัวหิน&amp;nbsp;เป็นแหล่งปลูกสับปะรดที่สำคัญโดยมีพื้นที่ปลูก&amp;nbsp;70,495&amp;nbsp;ไร่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มากที่สุดของจังหวัด&amp;nbsp;ซึ่งเกษตรกรในตำบลหินเหล็กไฟ&amp;nbsp;ได้รวมตัวกันจัดตั้งเป็นกลุ่มแปลงใหญ่สับปะรด&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;มีสมาชิก&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พื้นที่ทั้งหมด&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;385.20&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เป็นจุดสาธิตเทคโนโลยีการผลิตสับปะรด&amp;nbsp;มีการสร้างเครือข่ายกับเกษตรกรพื้นที่ใกล้เคียง&amp;nbsp;ร่วมกันบริหารจัดการ&amp;nbsp;ตั้งแต่&amp;nbsp;การผลิต&amp;nbsp;แปรรูป&amp;nbsp;การตลาด&amp;nbsp;และคาดว่าจะมีการขยายผลให้เกิดการรวมกลุ่มแปลงใหญ่ครอบคลุมพื้นที่ทั้งอำเภอต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>24/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>ประจวบคีรีขันธ์</Province><Department>สวท.ประจวบคีรีขันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211224145710216</Link_News></row>
<row _id="256"><NewsTitle>จังหวัดพังงาจัดสัมมนาหลักสูตรสินค้าเกษตรทางเลือกที่มีศักยภาพให้เกษตรกร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดพังงา&amp;nbsp;จัดสัมมนาหลักสูตรสินค้าเกษตรทางเลือกที่มีศักยภาพในจังหวัด&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(24&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พันจ่าโท&amp;nbsp;อนันต์&amp;nbsp;บุญสำราญ&amp;nbsp;ปลัดจังหวัดพังงา&amp;nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดการสัมมนาหลักสูตร&amp;nbsp;สินค้าเกษตรทางเลือกที่มีศักยภาพในจังหวัดพังงา&amp;nbsp;ตามโครงการส่งเสริมการปลูกพืชทางเลือกใหม่และแมลงเศรษฐกิจที่มีศักยภาพ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมโรงแรม&amp;nbsp;กะทะทอง&amp;nbsp;กอล์ฟ&amp;nbsp;รีสอร์ท&amp;nbsp;แอนด์&amp;nbsp;สปา&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดพังงา&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรได้เรียนรู้การเพาะปลูกพืชและเลี้ยงแมลงเศรษฐกิจที่สำคัญเป็นทางเลือกในการประกอบอาชีพเสริมให้กับเกษตรกรในจังหวัดได้ในระยะยาว&amp;nbsp;ทำให้เกิดความหลากหลายและความมั่นคงด้านรายได้ให้กับอาชีพทางเกษตรของจังหวัดพังงา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย&amp;nbsp;การนำเสนอนิทรรศการพืชทางเลือกที่มีศักยภาพในจังหวัดพังงา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การเสวนาเรื่อง&amp;nbsp;พืชทางเลือกที่มีศักยภาพในจังหวัด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ไผ่&amp;nbsp;พืชผัก&amp;nbsp;ข้าว&amp;nbsp;ผึ้งโพรง&amp;nbsp;ไม้ดอกไม้ประดับ&amp;nbsp;พืชสมุนไพร&amp;nbsp;ทุเรียนสาลิกาและมังคุดทิพย์พังงา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>24/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>พังงา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211224154207293</Link_News></row>
<row _id="257"><NewsTitle>เกษตรอำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง ร่วมกับการยางแห่งประเทศไทย สาขาปะเหลียน จัดอบรมเกษตรกรโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่?</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้(&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;)&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;โดยนางนิตยา&amp;nbsp;จันทร์ประทีป&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เกษตรอำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;มอบหมายให้นางสาวปราณี&amp;nbsp;แข็งแรง&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;และนางสาวชุติมา&amp;nbsp;อ่องศรี&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&amp;nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่การยางแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;สาขาปะเหลียน&amp;nbsp;จัดอบรมเกษตรกรโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;กิจกรรม&amp;nbsp;บริหารจัดการถ่ายทอดความรู้&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กลุ่มแปลงใหญ่ยางพาราบ้านหนองกะเส็ม&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบลบ้านนา&amp;nbsp;อำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;แปลงใหญ่ปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;มัสยิดบ้านนา&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบลบ้านนา&amp;nbsp;อำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อชี้แจงแนวทางการดำเนินโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ตามวัตถุประสงค์&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ด้าน?&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้แก่?&amp;nbsp;การลดต้นทุน?&amp;nbsp;การเพิ่มผลผลิต?&amp;nbsp;การเพิ่มมูลค่า?&amp;nbsp;การตลาด&amp;nbsp;และการบริหารจัดการ?&amp;nbsp;วิเคราะห์ปัญหา&amp;nbsp;จัดทำแผนการดำเนินงาน&amp;nbsp;และความต้องการพัฒนา&amp;nbsp;พร้อมทั้งมีการทบทวนคณะกรรมการแปลงใหญ่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>24/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211224164734334</Link_News></row>
<row _id="258"><NewsTitle>เกษตรอำเภอสิเกา จังหวัดตรัง  จัดกระบวนการเรียนรู้ให้กับเกษตรกรผู้นำ ครั้งที่ 1</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(24&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;)&amp;nbsp;นายญันยงค์&amp;nbsp;ปล้องอ่อน&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการรักษาราชการแทนเกษตรอำเภอสิเกา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอสิเกา&amp;nbsp;จัดกระบวนการเรียนรู้ให้กับเกษตรกรผู้นำครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ภายใต้โครงการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;ปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรตำบลนาเมืองเพชร&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลนาเมืองเพชร&amp;nbsp;อำเภอสิเกา&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป้าหมายเน้นเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ในกิจกรรมมีการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับความสำคัญ&lt;/strong&gt;ของการจัดทำบัญชีครัวเรือนต่อการประกอบอาชีพทำการเกษตร&amp;nbsp;โดยนายเกรียงศักดิ์&amp;nbsp;นุ้ยสี&amp;nbsp;ประธานศูนย์&amp;nbsp;ศพก.&amp;nbsp;ซึ่งมีบทบาทเป็นครูบัญชีอาสาด้วย&amp;nbsp;จากนั้นเป็นการบรรยายให้ความรู้ในการปลูกและดูแลการรักษาทุเรียน&amp;nbsp;โดยนายอรรถพล&amp;nbsp;รุกขพันธ์&amp;nbsp;นักวิชาการเกษตรปฏิบัติการ&amp;nbsp;จากศูนย์วิจัยพืชสวนตรัง&amp;nbsp;ซึ่งการจัดอบรมในวันนี้ต่างได้รับความสนใจจากเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนในอำเภอสิเกาเป็นอย่างยิ่ง&amp;nbsp;และเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนในอำเภอสามารถร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ได้ที่&amp;nbsp;กลุ่มไลน์&amp;nbsp;"กลุ่มผู้ปลูกทุเรียน&amp;nbsp;สิเกา"&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>24/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211224164829335</Link_News></row>
<row _id="259"><NewsTitle>กรมส่งเสริมการเกษตร แนะอบอุ่นบ่อเลี้ยงจิ้งหรีด สร้างรายได้สูงในฤดูหนาว</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเข้มแข็ง&amp;nbsp;ยุติธรรมดำรง&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;แมลงหรือที่เรียกว่า&amp;nbsp;อาหารใหม่&amp;nbsp;(Novel&amp;nbsp;Food)&amp;nbsp;เป็นสินค้าดาวรุ่งที่ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้บริโภคชาวยุโรปมากขึ้น&amp;nbsp;เนื่องจากแมลงเป็นอาหารทางเลือกที่มีโปรตีนสูง&amp;nbsp;ราคาไม่สูง&amp;nbsp;อีกทั้งยังสามารถผลิตได้ง่ายในท้องถิ่นและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ทั้งยังมีแนวโน้มความต้องการเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ&amp;nbsp;ในอนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมส่งเสริมการเกษตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สนับสนุนให้เกษตรกรเพาะเลี้ยงแมลงเพื่อสร้างรายได้เพิ่มขึ้นในครัวเรือน&amp;nbsp;โดยเฉพาะ&amp;nbsp;จิ้งหรีด&amp;nbsp;ซึ่งเป็นแมลงที่เลี้ยงง่าย&amp;nbsp;ทำรายได้เร็ว&amp;nbsp;เจริญเติบโตได้ดีในช่วงอุณหภูมิ&amp;nbsp;25&amp;nbsp;&amp;nbsp;35&amp;nbsp;องศาเซลเซียส&amp;nbsp;โดยปกติเลี้ยงเพียง&amp;nbsp;45&amp;nbsp;&amp;nbsp;50&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ก็สามารถจับจำหน่ายได้&amp;nbsp;และช่วงฤดูหนาวบางพื้นที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า&amp;nbsp;10&amp;nbsp;&amp;nbsp;20&amp;nbsp;องศาเซลเซียส&amp;nbsp;จิ้งหรีดจะชะงักการเจริญเติบโต&amp;nbsp;ตัวจะโตไม่สม่ำเสมอ&amp;nbsp;ไม่ออกไข่&amp;nbsp;ขยายพันธุ์ไม่ได้&amp;nbsp;ทำให้รอบการเก็บผลผลิตมีระยะเวลายาวนานขึ้น&amp;nbsp;และที่สำคัญคือ&amp;nbsp;อาจมีจิ้งหรีดตายเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมส่งเสริมการเกษตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ขอแนะนำให้เกษตรกรให้ความอบอุ่นแก่จิ้งหรีด&amp;nbsp;โดยเทแกลบดิบรองบ่อให้หนากว่าปกติ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;นิ้ว&amp;nbsp;นำหลอดไฟต่อลงในบ่อเลี้ยงจิ้งหรีด&amp;nbsp;บ่อละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;หลอด&amp;nbsp;โดยห้อยด้วยไม้แกนกลาง&amp;nbsp;ให้สูงจากตัวแผงไข่ไก่ที่เป็นที่อยู่ประมาณ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;เซนติเมตร&amp;nbsp;เปิดไฟที่หลอดเป็นช่วงกลางคืนที่อุณหภูมิเริ่มลดลงจากช่วงเวลากลางวัน&amp;nbsp;เป็นเวลา&amp;nbsp;1-2&amp;nbsp;ชั่วโมง/ครั้ง&amp;nbsp;รวมทั้งการคลุมบ่อด้วยพลาสติก&amp;nbsp;หรือผ้าคลุม&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้แก่จิ้งหรีด&amp;nbsp;จะช่วยป้องกันไม่ให้จิ้งหรีดตายและสามารถจับจิ้งหรีดจำหน่ายได้ในระยะการเลี้ยงปกติ&amp;nbsp;ทั้งนี้ช่วงฤดูหนาวนี้&amp;nbsp;จิ้งหรีดจะมีราคาสูง&amp;nbsp;ราคาขายส่งประมาณกิโลกรัมละ&amp;nbsp;200&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับพันธุ์จิ้งหรีดที่เกษตรกรนิยมเลี้ยงมี&amp;nbsp;3&amp;nbsp;สายพันธุ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;พันธุ์ทองดำ&amp;nbsp;พันธุ์ทองแดง&amp;nbsp;และพันธุ์ทองแดงลาย&amp;nbsp;หรือสะดิ้ง&amp;nbsp;แต่ละสายพันธุ์มีความแตกต่างกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>25/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>NULL</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211225103604544</Link_News></row>
<row _id="260"><NewsTitle>จังหวัดแพร่ช่วยเกษตรกรนำส้มเขียวหวานขายส่งห้างสรรพสินค้าสร้างรายได้เพิ่มถึง 4 เท่าของราคาตลาดทั่วไป</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสมหวัง&amp;nbsp;พ่วงบางโพ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยกับทีมข่าวสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;จังหวัดแพร่&amp;nbsp;โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดแพร่เป็นที่ปรึกษาและหาช่องทางการตลาดใหม่ๆ&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกส้มเขียวหวานจนนำมาสู่การขายในห้างสรรพสินค้า&amp;nbsp;ร้านค้าปลีกขนาดใหญ่&amp;nbsp;ตลาดออนไลน์&amp;nbsp;จนสามารถช่วยยกระดับราคาให้สูงขึ้น&amp;nbsp;มากกว่าราคาส้มเขียวหวานทั่วไป&amp;nbsp;4-7&amp;nbsp;เท่าทำให้เกษตรกรมีช่องทางการจำหน่ายและรายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างมั่นคงยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผลผลิตส้มเขียวหวานจังหวัดแพร่&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;จังหวัดแพร่มีการเชื่อมโยงสู่บริษัทสยามแม็คโครจำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้เชื่อมโยงส้มเขียวหวาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร&amp;nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพสินค้าเกษตร&amp;nbsp;ตำบลนาพูน&amp;nbsp;อำเภอวังชิ้น&amp;nbsp;มีสมาชิก&amp;nbsp;13&amp;nbsp;รายพื้นที่ปลูก&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เข้าสู่&amp;nbsp;บริษัทสยามแม็คโคร&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;ขนาดส้มเขียวหวานเบอร์&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ถึงเบอร์&amp;nbsp;0&amp;nbsp;ราคากิโลกรัมละ&amp;nbsp;28&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และได้จัดส่ง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์กระจายสินค้า&amp;nbsp;บริษัทสยามแม็คโคร&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;จังหวัดเชียงใหม่เพื่อกระจายไปในแต่ละสาขา&amp;nbsp;ปริมาณสะสม&amp;nbsp;4,948.80&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;เป็นมูลค่า&amp;nbsp;138,566.40&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;สามารถยกระดับราคาสินค้าสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิตและสร้างรายได้เพิ่มให้สมาชิกกลุ่มได้ถึง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เท่าของราคาทั่วไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;จังหวัดแพร่เป็นแหล่งเพาะปลูกส้มเขียวหวานอันดับ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ของประเทศ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;รองจากจังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;จังหวัดสุโขทัย&amp;nbsp;เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดโดยในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;มีเกษตรกรปลูกส้มเขียวหวานจำนวน&amp;nbsp;2,690&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;พื้นที่ให้ผลผลิต&amp;nbsp;16,424&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ปริมาณผลผลิต&amp;nbsp;15,241.46&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ผลผลิตเฉลี่ย&amp;nbsp;928&amp;nbsp;กิโลกรัมต่อไร่&amp;nbsp;ปลูกมากพื้นที่อำเภอวังชิ้น&amp;nbsp;อำเภอลอง&amp;nbsp;ผลผลิตออกสู่ตลาดปีละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;รุ่น&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;รุ่นที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เดือนตุลาคม-มกราคม&amp;nbsp;รุ่นที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เดือนกุมภาพันธ์-เมษายน&amp;nbsp;รุ่นที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เดือนพฤษภาคม-เดือนสิงหาคม&amp;nbsp;โดยผลผลิตออกสู่ตลาดมากในช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม&amp;nbsp;ของทุกปี(ร้อยละ&amp;nbsp;60)&amp;nbsp;ส่วนใหญ่จะขายผ่านล้งที่จุดรับซื้อในพื้นที่และจังหวัดสุโขทัยซึ่งเป็นพื้นที่ติดต่อกันโดยราคาและปริมาณจำหน่ายได้จะขึ้นอยู่กับล้งเป็นผู้กำหนด&amp;nbsp;จนกระทั่งจังหวัดแพร่ได้เชื่อมโยงสู่บริษัทสยามแม็คโคร&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;สู่การขายในห้างสรรพสินค้า&amp;nbsp;และร้านค้าปลีกจนถึงปัจจุบัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>25/12/2021</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แพร่</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211225084250511</Link_News></row>
<row _id="261"><NewsTitle>เจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์แม่ฮ่องสอน พ่นยาฆ่าเชื้อสัตว์ ป้องกันโรคระบาดสัตว์ ในพื้นที่อ.เมืองแม่ฮ่องสอน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;เ&lt;strong&gt;จ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ได้ดำเนินการพ่นยาฆ่าเชื้อสัตว์&amp;nbsp;ป้องกันโรคระบาดสัตว์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยล่าสุด&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;พื้นที่อำเภอเมือง&amp;nbsp;ดำเนินการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ&amp;nbsp;พร้อมทั้งยาฆ่าแมลงแบบหมอกควัน&amp;nbsp;ให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;และสถานที่เลี้ยงสัตว์ปีก&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยเป็นมาตรการเฝ้าระวัง&amp;nbsp;และป้องกันโรคลัมปี&amp;nbsp;สกิน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;,&amp;nbsp;โรคไข้หวัดนก&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;โรคระบาดสัตว์อื่นๆ&amp;nbsp;พร้อมทั้งมอบน้ำยา&amp;nbsp;ฆ่าเชื้อ&amp;nbsp;และประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการป้องกันโรคระบาดให้แก่เกษตรกร&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;เกษตรกรผู้เลี้ยงโค&amp;nbsp;-&amp;nbsp;กระบือ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีก&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>25/12/2021</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211225104236562</Link_News></row>
<row _id="262"><NewsTitle>ผลักดัน "สุพรรณบุรีโมเดล" เป็นตัวอย่างการดำเนินโครงการสานฝันสร้างอาชีพ และยกระดับรายได้เกษตรกร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายประภัตร&amp;nbsp;โพธสุธน&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยหลังเป็นประธานการประชุมหารือความร่วมมือโครงการ&amp;nbsp;"สานฝันสร้างอาชีพ&amp;nbsp;และยกระดับรายได้เกษตรกร"&amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;สำหรับโครงการสานฝันสร้างอาชีพฯ&amp;nbsp;ที่จะสนับสนุนในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;จะทำเป็น&amp;nbsp;"สุพรรณบุรีโมเดล"&amp;nbsp;ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ&amp;nbsp;ได้จัดหาตลาดรับซื้อผลผลิต&amp;nbsp;โดยขณะนี้มีการหารือกับผู้ประกอบการ&amp;nbsp;และมีการประสานงานเรื่องตลาดรองรับผลผลิตทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;และมีการประกันราคารับซื้อให้กับเกษตรกรที่ชัดเจนแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อาชีพที่มีการส่งเสริมสนับสนุนการประกอบอาชีพคือ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ด้านพืช&amp;nbsp;มีด้วยกัน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เมนู&amp;nbsp;1.ฟักทอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;2.แฟง&amp;nbsp;3.พริก&amp;nbsp;ด้านปศุสัตว์&amp;nbsp;มี&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เมนู&amp;nbsp;1.โคขุน&amp;nbsp;2.แพะกับแกะ&amp;nbsp;3.ไก่พื้นเมือง&amp;nbsp;ด้านประมง&amp;nbsp;มี&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เมนู&amp;nbsp;&amp;nbsp;1.กุ้งก้ามกลาม&amp;nbsp;2.ปลาตะเพียน&amp;nbsp;โดยบางเมนูอาชีพ&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรฯ&amp;nbsp;ได้หารือกับผู้ประกอบการเรียบร้อยและพร้อมจะให้การสนับสนุนตั้งแต่ต้นทาง&amp;nbsp;ด้วยการสนับสนุนตั้งแต่เมล็ดพันธ์ุ&amp;nbsp;พันธ์ุสัตว์&amp;nbsp;&amp;nbsp;อาหาร&amp;nbsp;ปุ๋ย&amp;nbsp;ยา&amp;nbsp;และจะหักต้นทุนคืนหลังจากเกษตรกรขายผลผลิตแล้ว&amp;nbsp;ซึ่งวันนี้ผู้ประกอบการด้านต่างๆ&amp;nbsp;ได้มาหารือร่วมกัน&amp;nbsp;และพร้อมแล้วสำหรับการผลักดัน&amp;nbsp;"สุพรรณบุรีโมเดล"&amp;nbsp;เป็นตัวอย่างการดำเนินโครงการสานฝันสร้างอาชีพ&amp;nbsp;และยกระดับรายได้เกษตรกร&amp;nbsp;ให้กับทุกจังหวัดทั่วประเทศไทยด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โครงการสานฝันสร้างอาชีพและยกระดับรายได้เกษตรกร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;โดยกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;(ธ.ก.ส.)&amp;nbsp;จะส่งเสริมสนับสนุนการให้สินเชื่อแก่เกษตรกรรายย่อย&amp;nbsp;โดยใช้บุคคลค้ำประกันเงินกู้&amp;nbsp;ภายใต้หลักการ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;คนร่วมมือ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คนกู้&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คนค้ำ&amp;nbsp;หนี้เสียสามารถกู้ได้&amp;nbsp;เงินได้ไม่เกินรายละ&amp;nbsp;100,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;สำหรับใช้ในการประกอบอาชีพด้านการเกษตร&amp;nbsp;(พืช&amp;nbsp;ปศุสัตว์&amp;nbsp;ประมง)&amp;nbsp;ที่มีตลาดรองรับชัดเจน&amp;nbsp;หรืออาชีพที่มีลักษณะการลงทุนค้าขายเพื่อเลี้ยงชีพในครัวเรือน&amp;nbsp;วงเงินกู้ทั้งหมด&amp;nbsp;&amp;nbsp;30,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;อัตราดอกเบี้ยร้อยละ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ต่อปี&amp;nbsp;ระยะเวลาปล่อยเงินกู้ตั้งแต่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กรกฎาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;31&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2567&amp;nbsp;ผู้สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้ที่&amp;nbsp;ธ.ก.ส.สาขาใกล้บ้าน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>25/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211225193840721</Link_News></row>
<row _id="263"><NewsTitle>ทุกภาคส่วนของจังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดสุพรรณบุรีในอีก 5 ปีข้างหน้า</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;(24&amp;nbsp;ธ.ค.64)&amp;nbsp;ที่ห้องกาลพฤกษ์&amp;nbsp;1&amp;nbsp;โรงแรมสองพันบุรี&amp;nbsp;อำเภอเมืองสุพรรณบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายณัฐภัทร&amp;nbsp;สุวรรณประทีป&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;เป็นประธานการแถลงยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;พร้อมกล่าวว่า&amp;nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรีได้กำหนดเป้าหมายการพัฒนาจังหวัดไว้ว่า&amp;nbsp;"เกษตรกรรมยั่งยืน&amp;nbsp;เศรษฐกิจเข้มแข็ง&amp;nbsp;คุณภาพชีวิตดี&amp;nbsp;สังคมมีสุข"&amp;nbsp;เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดในอีก&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปีข้างหน้า&amp;nbsp;คือระหว่างปี&amp;nbsp;2566-2570&amp;nbsp;โดยให้ความสำคัญตั้งแต่การพัฒนาระดับชุมชน&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;ท้องถิ่น&amp;nbsp;สู่ระดับอำเภอและจังหวัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาในด้านต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ที่เป็นอัตลักษณ์ของจังหวัด&amp;nbsp;ผ่านแบรนด์น้องเหน่อ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;รวมทั้งกำหนดแนวทางพัฒนาให้สอดคล้องกับสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;ในรูปแบบ&amp;nbsp;New&amp;nbsp;Normal&amp;nbsp;โดยคาดหวังว่าผู้เข้าร่วมกิจกรรมซึ่งประกอบด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;ประชาสังคม&amp;nbsp;และสื่อมวลชน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;200&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;จะได้นำสิ่งที่ได้รับในครั้งนี้ไปใช้ในการปฏิบัติงาน&amp;nbsp;ขับเคลื่อนองค์กรให้บรรลุเป้าหมาย&amp;nbsp;และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่จังหวัดต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการจัดแถลงยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดสุพรรณบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีเป้าหมายเพื่อให้การพัฒนาจังหวัด&amp;nbsp;ในช่วงปี&amp;nbsp;2566-2570&amp;nbsp;การขับเคลื่อนและส่งเสริมแบรนด์น่องเหน่อให้เป็นอัตลักษณ์จังหวัด&amp;nbsp;ตลอดจนการพัฒนาจุดเน้นของจังหวัด&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;เมืองอาหารปลอดภัย&amp;nbsp;เมืองประวัติศาสตร์และความหลากหลายทางชาติพันธุ์&amp;nbsp;เมืองสมุนไพร&amp;nbsp;เมืองดนตรีและเมืองกีฬา&amp;nbsp;ให้บรรลุตามเป้าหมายการพัฒนาจังหวัดผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนมุ่งสู่ความเข้มแข็งของชุมชนในจังหวัดสุพรรณบุรีอย่างยั่งยืนโดยกิจกรรมในครั้งนี้นอกจากการแสดงผลงานโครงการที่โดดเด่นของจังหวัดแล้วยังมีการเสวนาหัวข้อ&amp;nbsp;"ก้าวต่อไป&amp;nbsp;สุพรรณบุรี"&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยนายชูชีพ&amp;nbsp;พงษ์ไชย&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบถรี&amp;nbsp;ทันตแพทย์อนุศักดิ์&amp;nbsp;คงมาลัย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สมาชิกวุฒิสภา&amp;nbsp;นางสาวธิติยา&amp;nbsp;ภัทรโกศล&amp;nbsp;ประธานกลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่&amp;nbsp;&amp;nbsp;หอการค้าจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;นายเกษมชัย&amp;nbsp;แสงสว่าง&amp;nbsp;ประธานเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้านจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;และพิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณ&amp;nbsp;ผู้ทำคุณประโยชน์ก้านการประชาสัมพันธ์เพื่อพัฒนาจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ให้แก่สื่อมวลชนด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>25/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>กาญจนบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211225162330645</Link_News></row>
<row _id="264"><NewsTitle>อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานสหกรณ์ฯ ที่นครพนม</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วานนี้&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;นายวิศิษฐ์&amp;nbsp;ศรีสุวรรณ์&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์&amp;nbsp;พร้อมด้วยนางสาววัชรี&amp;nbsp;ปุกหุต&amp;nbsp;สหกรณ์จังหวัดนครพนม&amp;nbsp;และคณะ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของสหกรณ์การเกษตรเรณูนคร&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;โดยมีนายอดุลย์&amp;nbsp;คำไพ&amp;nbsp;ประธานกรรมการสหกรณ์&amp;nbsp;นายธนเดช&amp;nbsp;ยะสะกะ&amp;nbsp;ผู้จัดการสหกรณ์&amp;nbsp;พนักงาน&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ให้การต้อนรับ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สหกรณ์การเกษตรเรณูนคร&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ตำบลโพนทอง&amp;nbsp;อำเภอเรณูนคร&amp;nbsp;จังหวัดนครพนม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โอกาสนี้&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์&amp;nbsp;ได้ให้คำแนะนำในการบริหารจัดการและการดำเนินธุรกิจของสหกรณ์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ส่งเสริมให้สมาชิกเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินธุรกิจ&amp;nbsp;ส่งเสริมอาชีพให้สมาชิกเพื่อสร้างรายได้&amp;nbsp;ทั้งนี้ที่ผ่านมาสหกรณ์การเกษตรเรณูนคร&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ได้ส่งเสริมสมาชิกเลี้ยงโคขุน&amp;nbsp;ตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2553&amp;nbsp;ส่งชำแหละที่สหกรณ์โพนยางคำ&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;สหกรณ์การเกษตรหนองสูง&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;และส่งเสริมสมาชิกเลี้ยงโคสายพันธุ์ชาร์โรเล่ส์&amp;nbsp;แองกัส&amp;nbsp;และวากิว&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ส่งเสริมให้สมาชิกปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนา&amp;nbsp;มีสมาชิกเข้าร่วมโครงการจำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;32&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;รวมทั้งให้สมาชิกลดต้นทุนการผลิตด้านเกษตรและปศุสัตว์&amp;nbsp;โดยสหกรณ์ผลิตอาหารโคเนื้อ&amp;nbsp;และผลิตมูลโคอัดเม็ดเพื่อจำหน่ายให้แก่สมาชิกสหกรณ์อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;กรมส่งเสริมสหกรณ์&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;สำนักงานสหกรณ์จังหวัดนครพนม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้จัดสรรงบประมาณและอุปกรณ์การตลาดที่จำเป็นให้กับสหกรณ์&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;&amp;nbsp;สนับสนุนเงินอุดหนุน&amp;nbsp;จัดซื้อรถโฟล์คลิฟท์&amp;nbsp;ตามโครงการพัฒนาศักยภาพการดำเนินธุรกิจสหกรณ์&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;และธุรกิจชุมชน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ฉาง&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;เครื่องชั่ง&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ลานตาก&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;3,200&amp;nbsp;ตารางเมตร&amp;nbsp;ชุดตรวจคุณภาพข้าว&amp;nbsp;ตู้แช่แข็ง&amp;nbsp;ตู้โชว์&amp;nbsp;โรงพักโค&amp;nbsp;ซึ่งได้รับสนับสนุนงบประมาณจากกกรมส่งเสริมสหกรณ์&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;และสนับสนุนด้านเงินกู้กองทุนพัฒนาสหกรณ์โครงการต่างๆ&amp;nbsp;รวมทั้งหน่วยงานอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ได้เข้าไปสนับสนุนองค์ความรู้&amp;nbsp;คำแนะนำในการดำเนินงาน&amp;nbsp;ทุนดำเนินงาน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์จังหวัดนครพนม&amp;nbsp;และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;(ธ.ก.ส.)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สหกรณ์การเกษตรเรณูนคร&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;จดทะเบียนจัดตั้งเป็นสหกรณ์เมื่อวันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2514&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ปัจจุบันมีสมาชิก&amp;nbsp;1,579&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;มีทุนดำเนินงานมากกว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;481&amp;nbsp;&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;สหกรณ์ดำเนินธุรกิจหลัก&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ธุรกิจสินเชื่อ&amp;nbsp;ธุรกิจรับฝากเงินจากสมาชิก&amp;nbsp;ธุรกิจจัดหาสินค้ามาจำหน่าย&amp;nbsp;ธุรกิจรวบรวมผลผลิตทางการเกษตร&amp;nbsp;และธุรกิจแปรรูปผลผลิตและผลิตสินค้า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>26/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครพนม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211226073034756</Link_News></row>
<row _id="265"><NewsTitle>ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และคณะผู้บริหาร เยี่ยมชมติดตามการดำเนินงานรัฐวิสาหกิจชุมชน กลุ่มแปลงใหญ่แมลงเศรษฐกิจ (จิ้งหรีด) ที่นครพนม</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วานนี้&amp;nbsp;(25&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;นายทองเปลว&amp;nbsp;กองจันทร์&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายเข้มแข็ง&amp;nbsp;ยุติธรรมดำรง&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;นายวิศิษฐ์&amp;nbsp;ศรีสุวรรณ์&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์&amp;nbsp;พร้อมด้วยคณะผู้บริหารหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ลงพื้นที่ศึกษาดูงานรัฐวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;กลุ่มแปลงใหญ่แมลงเศรษฐกิจ&amp;nbsp;(จิ้งหรีด)&amp;nbsp;เพื่อเป็นการติดตามและให้คำแนะนำในการพัฒนาและยกระดับการบริหาร&amp;nbsp;จัดการกลุ่ม&amp;nbsp;การผลิตที่มีคุณภาพและมีการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีไปใช้ในกระบวนการผลิตที่มีคุณภาพและเกิดการรวมกลุ่มและต่อยอดอย่างเข้มแข็งในอนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งคณะกรรมการ&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;ร่วมเยี่ยมชมการดำเนินงาน&amp;nbsp;โดยมีว่าที่ร้อยตรี&amp;nbsp;ภูมิศักดิ์&amp;nbsp;ขำปู่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายอำเภอเรณูนคร&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มแปลงใหญ่&amp;nbsp;&amp;nbsp;ให้การต้อนรับ&amp;nbsp;&amp;nbsp;นางสาวกัญณฐา&amp;nbsp;อภินนท์ธนา&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;เเละนางสาววัชรี&amp;nbsp;ปุกหุต&amp;nbsp;สหกรณ์จังหวัดนครพนม&amp;nbsp;ร่วมให้ข้อมูลการดำเนินงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;รัฐวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปลงใหญ่แมลง&amp;nbsp;(จิ้งหรีด)&amp;nbsp;ตำบลโพนทอง&amp;nbsp;อำเภอเรณูนคร&amp;nbsp;จังหวัดนครพนม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปัจจุบันกลุ่มแปลงใหญ่แมลงเศรษฐกิจ&amp;nbsp;(จิ้งหรีด)&amp;nbsp;มีสมาชิกจำนวน&amp;nbsp;31&amp;nbsp;คน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พื้นที่การเลี้ยง&amp;nbsp;300&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เลี้ยงจิ้งหรีดสายพันธุ์ทองดำ&amp;nbsp;ทองแดง&amp;nbsp;สะดิ้ง&amp;nbsp;และจี้โกร่ง&amp;nbsp;โดยได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของสมาชิกภายในกลุ่ม&amp;nbsp;ซึ่งการเลี้ยงในแต่ละรอบนั้น&amp;nbsp;จะต้องมีการวางแผนการผลิตให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า&amp;nbsp;มุ่งเน้นลดต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;ซึ่งก็คืออาหารสัตว์&amp;nbsp;โดยนำวัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่น&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;รำข้าว&amp;nbsp;ข้าวโพดบด&amp;nbsp;และกากถั่วเหลือง&amp;nbsp;มาเป็นส่วนผสม&amp;nbsp;ซึ่งหาซื้อได้ง่าย&amp;nbsp;มีราคาถูกแล้ว&amp;nbsp;และยังเป็นการช่วยอุดหนุนเกษตรกรในพื้นที่ให้มีรายได้อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>26/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครพนม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211226073233757</Link_News></row>
<row _id="266"><NewsTitle>พ่อเมืองอุบลฯ พร้อมคณะติดตามการดำเนินโครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ สร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร  สู้ภัยโควิด 19</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายพงศ์รัตน์&amp;nbsp;ภิรมย์รัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&amp;nbsp;นางศลิษา&amp;nbsp;ภิรมย์รัตน์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดอุบลราชธานี&amp;nbsp;นายสมเพชร&amp;nbsp;สร้อยสระคู&amp;nbsp;นายทรงพล&amp;nbsp;วิชัยขัทคะ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&amp;nbsp;&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ส่วนราชการระดับอำเภอ&amp;nbsp;ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินโครงการ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;แปลงเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;นายพนม&amp;nbsp;พิมพ์รัตน์&amp;nbsp;ตำบลตาลสุม&amp;nbsp;อำเภอตาลสุม&amp;nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยรับฟังสรุปการบรรยายผลการดำเนินโครงการฯ&amp;nbsp;และมอบแนวทางการส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ให้ยั่งยืน&amp;nbsp;และร่วมกิจกรรมปล่อยพันธุ์ปลากินพืช&amp;nbsp;ลงในสระเก็บน้ำ&amp;nbsp;ร่วมรณรงค์หยุดการเผาในพื้นที่ทำการเกษตร&amp;nbsp;ด้วยการหว่าน&amp;nbsp;และไถกลบ&amp;nbsp;เมล็ดปอเทือง&amp;nbsp;ในแปลงข้าวหลังการเก็บเกี่ยว&amp;nbsp;กิจกรรมปลูกผักสวนครัว&amp;nbsp;โดยหว่านเมล็ดพันธุ์ผักพระราชทาน&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;คะน้าและผักบุ้ง&amp;nbsp;ปลูกพริกพันธุ์จินดา&amp;nbsp;กิจกรรมเก็บผักสวนครัว&amp;nbsp;เก็บผักกาด&amp;nbsp;และถั่วฝักยาว&amp;nbsp;เพื่อประกอบอาหารกลางวัน&amp;nbsp;ซึ่งคัดสรรวัตถุดิบที่ปลอดภัยจากแปลงของเกษตรกร&amp;nbsp;ที่เข้าร่วมโครงการฯ&amp;nbsp;สำหรับรายการอาหารปลอดภัยในวันนี้&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ผัดผักกุ้งสด&amp;nbsp;และไข่เจียวกุ้งสับ&amp;nbsp;รวมถึงได้ร่วมรับฟังการบรรยาย&amp;nbsp;การทำปุ๋ยหมักแบบไม่พลิกกลับกอง&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;ผักตบชวา&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ได้มีการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ&amp;nbsp;อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โครงการ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตาบล&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;โดยน้อมนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&lt;/strong&gt;และเกษตรทฤษฎีใหม่มาเป็นแนวทางในการดาเนินงานโครงการ&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;บรรเทาปัญหาการว่างงาน&amp;nbsp;ลดปัญหาการเคลื่อนย้ายแรงงานภาคการเกษตรกรรมไปสู่ภาคอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;และสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนในท้องถิ่นให้มีความมั่นคงในการเป็นแหล่งผลิตอาหาร&amp;nbsp;ได้มีทางเลือก&amp;nbsp;มีอาหาร&amp;nbsp;มีอาชีพ&amp;nbsp;มีความอุดมสมบูรณ์&amp;nbsp;มีความอบอุ่นจากครอบครัว&amp;nbsp;แล้วความสุขตามวิถีชีวิตพอเพียงก็จะเกิดขึ้นกับชุมชน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นศาสตร์ที่เป็นทางรอดของเกษตรกรไทย&amp;nbsp;เพื่อมุ่งสู่ระบบเกษตรกรรมยั่งยืน&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;โครงการดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากจะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจในระยะสั้นแล้ว&amp;nbsp;ยังช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจไทย&lt;/strong&gt;ในระยะยาวเกษตรกรสามารถเลี้ยงตนเองและสร้างรายได้ให้กับครอบครัวได้อย่างพอเพียงและยั่งยืน.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>26/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อุบลราชธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211226094512778</Link_News></row>
<row _id="267"><NewsTitle>กรมชลประทาน สนองนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขยายผลโครงการสาธิตการทำนาแบบเปียกสลับแห้ง (แกล้งข้าว) รณรงค์เกษตรกรพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา ทำนาแบบใช้น้ำน้อย ลดต้นทุนเพิ่มผลผลิต</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(&amp;nbsp;26&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;10.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ที่สำนักงานชลประทานที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;จังหวัดชัยนาท&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายประพิศ&amp;nbsp;จันทร์มา&amp;nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมและติดตามการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้ง&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;และการส่งเสริมแนวทางการทำนาแบบเปียกสลับแห้งในเขตพื้นที่สำนักงานชลประทานที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;ดร.ทวีศักดิ์&amp;nbsp;ธนเดโชพล&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน&amp;nbsp;ดร.วัชระ&amp;nbsp;เสือดี&amp;nbsp;ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรมชลประทาน&amp;nbsp;(ด้านบำรุงรักษา)&amp;nbsp;ดร.ธเนศร์&amp;nbsp;สมบูรณ์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา&amp;nbsp;นายกฤษฎา&amp;nbsp;ศรีเพิ่มพันธ์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;นายเนรมิตร&amp;nbsp;เทพนอก&amp;nbsp;รองผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;นายชวลิต&amp;nbsp;ฉลอม&amp;nbsp;ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา&amp;nbsp;นายวิวัฒน์&amp;nbsp;มณีอินทร์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน&amp;nbsp;และผู้เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายประพิศ&amp;nbsp;จันทร์มา&amp;nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กรมชลประทาน&amp;nbsp;ได้เริ่มโครงการสาธิตการทำนาแบบเปียกสลับแห้งในปี&amp;nbsp;2558&amp;nbsp;ภายใต้โครงการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าปวงประชาถวายพ่อของแผ่นดิน&amp;nbsp;ตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;โดยมีพื้นที่นำร่อง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;โครงการชลประทานเชียงใหม่,&amp;nbsp;โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่แตง&amp;nbsp;จ.เชียงใหม่,&amp;nbsp;โครงการชลประทานอุบลราชธานี,&amp;nbsp;โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโดมน้อย&amp;nbsp;จ.อุบลราชธานี&amp;nbsp;รณรงค์การใช้น้ำอย่างประหยัดด้วยการทำนาแบบเปียกสลับแห้ง&amp;nbsp;(แกล้งข้าว)&amp;nbsp;หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า&amp;nbsp;การทำนาแบบใช้น้ำน้อย&amp;nbsp;เป็นวิธีการบริหารจัดการน้ำในการทำนา&amp;nbsp;โดยไม่ส่งผลกระทบต่อผลผลิตข้าว&amp;nbsp;สามารถลดปริมาณการใช้น้ำได้มากถึงร้อยละ&amp;nbsp;28&amp;nbsp;ของปริมาณน้ำที่ใช้ในการทำนาแบบทั่วไป&amp;nbsp;ซึ่งโดยปกติจะใช้น้ำประมาณ&amp;nbsp;1,200&amp;nbsp;ลบ.ม.ต่อไร่&amp;nbsp;แต่ถ้าทำนาแบบแกล้งข้าว&amp;nbsp;จะใช้น้ำเพียงประมาณ&amp;nbsp;860&amp;nbsp;ลบ.ม.ต่อไร่&amp;nbsp;เท่านั้น&amp;nbsp;นอกจากจะลดปริมาณการใช้น้ำลงแล้ว&amp;nbsp;ยังช่วยลดต้นทุนการใช้ปุ๋ย&amp;nbsp;สารเคมี&amp;nbsp;และน้ำมันเชื้อเพลิง&amp;nbsp;สามารถลดต้นทุนการผลิตข้าวลง&amp;nbsp;จากไร่ละประมาณ&amp;nbsp;5,600&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เหลือประมาณ&amp;nbsp;3,400&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ที่สำคัญยังทำให้คุณภาพข้าวดีขึ้น&amp;nbsp;เพิ่มปริมาณผลผลิตได้สูงกว่าไร่ละ&amp;nbsp;1,200&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;ได้อีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส.ปชส.ชัยนาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>26/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>ชัยนาท</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211226125924844</Link_News></row>
<row _id="268"><NewsTitle>กรมชลประทานเชิญชวนเกษตรกรลุ่มเจ้าพระยา ทำนาแบบเปียกสลับแห้ง ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมชลประทาน&amp;nbsp;สนองนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ขยายผลโครงการสาธิตการทำนาแบบเปียกสลับแห้ง(แกล้งข้าว)รณรงค์เกษตรกรพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา&amp;nbsp;ทำนาแบบใช้น้ำน้อย&amp;nbsp;ลดต้นทุนเพิ่มผลผลิต&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(26&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;นายประพิศ&amp;nbsp;จันทร์มา&amp;nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมและติดตามการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้ง&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;และการส่งเสริมแนวทางการทำนาแบบเปียกสลับแห้งในเขตพื้นที่สำนักงานชลประทานที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;ดร.ทวีศักดิ์&amp;nbsp;ธนเดโชพล&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน&amp;nbsp;ดร.วัชระ&amp;nbsp;เสือดี&amp;nbsp;ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรมชลประทาน&amp;nbsp;(ด้านบำรุงรักษา)&amp;nbsp;ดร.ธเนศร์&amp;nbsp;สมบูรณ์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา&amp;nbsp;นายกฤษฎา&amp;nbsp;ศรีเพิ่มพันธ์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;นายเนรมิตร&amp;nbsp;เทพนอก&amp;nbsp;รองผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่12&amp;nbsp;นายชวลิต&amp;nbsp;ฉลอม&amp;nbsp;ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา&amp;nbsp;นายวิวัฒน์&amp;nbsp;มณีอินทร์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน&amp;nbsp;และผู้เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สำนักงานชลประทานที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายประพิศ&amp;nbsp;จันทร์มา&amp;nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมชลประทาน&amp;nbsp;ได้เริ่มโครงการสาธิตการทำนาแบบเปียกสลับแห้งในปี&amp;nbsp;2558&amp;nbsp;ภายใต้โครงการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าปวงประชาถวายพ่อของแผ่นดิน&amp;nbsp;ตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;โดยมีพื้นที่นำร่อง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;โครงการชลประทานเชียงใหม่,&amp;nbsp;โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่แตง&amp;nbsp;จ.เชียงใหม่,&amp;nbsp;โครงการชลประทานอุบลราชธานี,&amp;nbsp;โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโดมน้อย&amp;nbsp;จ.อุบลราชธานี&amp;nbsp;รณรงค์การใช้น้ำอย่างประหยัดด้วยการทำนาแบบเปียกสลับแห้ง&amp;nbsp;(แกล้งข้าว)&amp;nbsp;หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า&amp;nbsp;การทำนาแบบใช้น้ำน้อย&amp;nbsp;เป็นวิธีการบริหารจัดการน้ำในการทำนา&amp;nbsp;โดยไม่ส่งผลกระทบต่อผลผลิตข้าว&amp;nbsp;สามารถลดปริมาณการใช้น้ำได้มากถึงร้อยละ&amp;nbsp;28&amp;nbsp;ของปริมาณน้ำที่ใช้ในการทำนาแบบทั่วไป&amp;nbsp;ซึ่งโดยปกติจะใช้น้ำประมาณ&amp;nbsp;1,200&amp;nbsp;ลบ.ม.ต่อไร่&amp;nbsp;แต่ถ้าทำนาแบบแกล้งข้าว&amp;nbsp;จะใช้น้ำเพียงประมาณ&amp;nbsp;860&amp;nbsp;ลบ.ม.ต่อไร่&amp;nbsp;เท่านั้น&amp;nbsp;นอกจากจะลดปริมาณการใช้น้ำลงแล้ว&amp;nbsp;ยังช่วยลดต้นทุนการใช้ปุ๋ย&amp;nbsp;สารเคมี&amp;nbsp;และน้ำมันเชื้อเพลิง&amp;nbsp;สามารถลดต้นทุนการผลิตข้าวลง&amp;nbsp;จากไร่ละประมาณ&amp;nbsp;5,600&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เหลือประมาณ&amp;nbsp;3,400&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ที่สำคัญยังทำให้คุณภาพข้าวดีขึ้น&amp;nbsp;เพิ่มปริมาณผลผลิตได้สูงกว่าไร่ละ&amp;nbsp;1,200&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;ได้อีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>26/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>ชัยนาท</Province><Department>สวท.ชัยนาท</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211226140356871</Link_News></row>
<row _id="269"><NewsTitle>รมว.คลัง และปลัดกระทรวงเกษตรพร้อมคณะผู้บริหารฯ ตรวจเยี่ยมศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านพิมาน ที่นครพนม</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;13.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นายอาคม&amp;nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายทองเปลว&amp;nbsp;กองจันทร์&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;นายเข้มแข็ง&amp;nbsp;ยุติธรรมดำรง&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;นายวิศิษฐ์&amp;nbsp;ศรีสุวรรณ์&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์&amp;nbsp;พร้อมคณะ&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศึกษาดูงาน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านพิมาน&amp;nbsp;ตำบลพิมาน&amp;nbsp;อำเภอนาแก&amp;nbsp;จังหวัดนครพนม&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายพีรพล&amp;nbsp;ลือล่า&amp;nbsp;นายอำเภอนาแก&amp;nbsp;นางสาวกัญณฐา&amp;nbsp;อภินนท์ธนา&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;นายชุมพล&amp;nbsp;แย้มวิจิตรจรรยา&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช&amp;nbsp;ข้าราชการ/เจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;หน่วยงาน&amp;nbsp;อปท.&amp;nbsp;ในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยการลงพื้นที่ในครั้งนี้เพื่อเป็นการติดตามและให้คำแนะนำในการพัฒนาและยกระดับ&amp;nbsp;ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านพิมาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ให้มีการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในชุมชนมาปรับใช้อย่างเข้มแข็ง&amp;nbsp;และสามารถพัฒนาอาชีพด้านการเกษตรด้วยการพึ่งพาตนเองและชุมชนได้อย่างยั่งยืน&amp;nbsp;รวมทั้งการพัฒนาอาชีพและต่อยอดสินค้าในชุมชนให้มีคุณภาพและเอกลักษณ์ของชุมชนในพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>26/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครพนม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211226201256959</Link_News></row>
<row _id="270"><NewsTitle>โคราชพร้อมขยายผล ต่อยอด บจธ. โมเดลที่พิมาย แก้ปัญหาที่ดินทำกิน 32 อำเภอ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(26&amp;nbsp;ธ.ค.64)&amp;nbsp;ที่โรงแรมอิมพีเรียล&amp;nbsp;โฮเท็ล&amp;nbsp;แอนด์&amp;nbsp;คอนเวนชั่น&amp;nbsp;เซ็นเตอร์&amp;nbsp;โคราช&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายสมเกียรติ&amp;nbsp;วิริยะกุลนันท์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;กล่าวในการแถลงข่าว&amp;nbsp;บจธ.มอบที่ดินทำกิน&amp;nbsp;ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;เมื่อกล่าวถึงการแก้ปัญหาที่ดินทำกิน&amp;nbsp;โดยการสนับสนุนจากรัฐบาล&amp;nbsp;และมอบหมายสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;บจธ.&amp;nbsp;ดำเนินการ&amp;nbsp;และสามารถบริหารจัดการที่ดินทำกินโดยเฉพาะพื้นที่วิสาหกิจชุมชนไร่นาสวนผสมเกษตรกรฐานรากช่องโคพัฒนา&amp;nbsp;ต.รังกาใหญ่&amp;nbsp;อ.พิมาย&amp;nbsp;จ.นครราชสีมา&amp;nbsp;ที่ใช้แนวคิดเกษตรทฤษฎีใหม่เป็นแนวทาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โดยจังหวัดนครราชสีมาจะใช้โมเดล&amp;nbsp;บจธ.&amp;nbsp;ไปแก้ปัญหาที่ดินทำกินในจังหวัดทั้ง&amp;nbsp;12&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;จะให้หน่วยงานในจังหวัดไปต่อยอด&amp;nbsp;ทั้งเรื่องอาชีพ&amp;nbsp;และวิธีการใช้ประโยชน์&amp;nbsp;เราจะทำงานแบบบูรณาการกันอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่&amp;nbsp;นายกุลพัชร&amp;nbsp;ภูมิใจอวด&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;(บจธ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;บจธ.&amp;nbsp;บริหารจัดการที่ดินแบบแปลงรวม&amp;nbsp;โดยมียุทธศาสตร์สำคัญโดยการใช้พื้นที่และเกษตรกรเป็นตัวตั้ง&amp;nbsp;มีกระบวนการตั้งแต่ต้นน้ำ&amp;nbsp;กลางน้ำ&amp;nbsp;ปลายน้ำ&amp;nbsp;มีการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารสิทธิกับทุกหน่วยงานก่อนจัดซื้อที่ดิน&amp;nbsp;เกษตรกรจะมีส่วนร่วมทุกขั้นตอน&amp;nbsp;และนำเงินงบประมาณมาจัดซื้อที่ดิน&amp;nbsp;ซึ่ง&amp;nbsp;อ.พิมายเป็นตัวอย่างที่ดี&amp;nbsp;เกษตรกรเสียค่าเช่าไร่ละ&amp;nbsp;300&amp;nbsp;บาทต่อปี&amp;nbsp;ถ้าทำสัญญาเช่าซื้อก็จะเสียดอกเบี้ยถูกมาร้อยละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เรามีต้นแบบแบบนี้อีกหลายที่&amp;nbsp;เราจึงเตรียมผลักดันกฎหมายจัดตั้งหน่วยงานที่ถาวรเพื่อแก้ปัญหาที่ดิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายกุลพัชรกล่าวและกล่าวขอบคุณจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;ที่เข้าใจการทำงานของ&amp;nbsp;บจธ.&amp;nbsp;เพราะ&amp;nbsp;บจธ.&amp;nbsp;ทำงานหน่วยงานเดียวไม่ได้&amp;nbsp;ต้องทำงานร่วมกับหน่วยงานเป็นสิบ&amp;nbsp;เราจะใช้เป็นแนวทางในการทำงานในทุกวิสาหกิจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;บจธ.&amp;nbsp;ให้ความช่วยเหลือจัดซื้อที่ดินตามที่กลุ่มเกษตรกรรวมตัวกันในนามวิสาหกิจชุมชนไร่นาสวนผสม&lt;/strong&gt;เกษตรกรฐานรากช่องโคพัฒนา&amp;nbsp;ต.รังกาใหญ่&amp;nbsp;อ.พิมาย&amp;nbsp;จ.&amp;nbsp;นครราชสีมา&amp;nbsp;เป็นที่ดินทำกินในรูปแบบแปลงรวมเนื้อที่&amp;nbsp;150&amp;nbsp;ไร่เศษ&amp;nbsp;สมาชิก&amp;nbsp;45&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;ในรูปแบบสัญญาเช่าเป็นระยะเวลา&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;แล้วจึงเปลี่ยนเป็นสัญญาเช่าซื้อ&amp;nbsp;เป็นดำเนินการในรูปแบบใหม่&amp;nbsp;ที่ไม่ซ้ำซ้อนกับการดำเนินงานของหน่วยงานอื่นที่มีอยู่แล้ว&amp;nbsp;โดยวันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;ธันวาคมนี้&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประวิตร&amp;nbsp;วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;จะมาเป็นประธานในงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;บจธ.&amp;nbsp;มอบสิทธิที่ดินทำกิน&amp;nbsp;ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนไร่นาสวนผสมเกษตรกรฐานรากช่องโคพัฒนา&amp;nbsp;อย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง&amp;nbsp;ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งสถาบันบริหารจัดการที่ดินและกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน&amp;nbsp;พ.ศ</Detail><NewsDate xsi:nil="true" /><Region xsi:nil="true" /><Province xsi:nil="true" /><Department xsi:nil="true" /><Link_News xsi:nil="true" /></row>
<row _id="271"><NewsTitle>.&amp;nbsp;ที่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;คทช.&amp;nbsp;แล้ว&amp;nbsp;และเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาในเดือนมกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NewsTitle><Detail>26/12/2021</Detail><NewsDate>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</NewsDate><Region>นครราชสีมา</Region><Province>สวท.นครราชสีมา</Province><Department>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211226221604973</Department><Link_News xsi:nil="true" /></row>
<row _id="272"><NewsTitle>ประธานกรรมการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดินลงพื้นที่ติดตามความพร้อมการจัดงาน บจธ.มอบที่ดินทำกินที่พิมาย</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(26&amp;nbsp;ธ.ค.64)&amp;nbsp;พลตำรวจเอก&amp;nbsp;เฉลิมเกียรติ&amp;nbsp;ศรีวรขาน&amp;nbsp;ประธานกรรมการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ลงพื้นที่ติดตามความพร้อมการจัดงาน&amp;nbsp;"บจธ.&amp;nbsp;มอบที่ดินทำกิน&amp;nbsp;ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง"&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนไร่นาสวนผสมเกษตรกรฐานรากช่องโคพัฒนา&amp;nbsp;ต.รังกาใหญ่&amp;nbsp;อ.พิมาย&amp;nbsp;จ.นครราชสีมา&amp;nbsp;ซึ่ง&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประวิตร&amp;nbsp;วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;จะเป็นประธานในพิธีเปิดในวันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลตำรวจเอก&amp;nbsp;เฉลิมเกียรติ&amp;nbsp;ยังมีโอกาสพบปะพูดคุยกับเกษตรกรสมาชิกวิสาหกิจชุมชนบริเวณตลาดนัดชุมชน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมสนับสนุนผลผลิต&amp;nbsp;และผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;ทั้งผักสลัด&amp;nbsp;กะหล่ำดอก&amp;nbsp;น้ำอ้อย&amp;nbsp;มะพร้าว&amp;nbsp;กล้วย&amp;nbsp;แตงโม&amp;nbsp;ฝรั่ง&amp;nbsp;อาหารพื้นเมืองโคราช&amp;nbsp;ปลาส้ม&amp;nbsp;รวมทั้งไม้ดอกเช่นดาวเรือง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้น&amp;nbsp;พลตำรวจเอก&amp;nbsp;เฉลิมเกียรติ&amp;nbsp;จึงสำรวจการใช้ประโยชน์ที่ดินของสมาชิกทั้ง&amp;nbsp;45&amp;nbsp;ครัวเรือน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในเนื้อที่&amp;nbsp;150&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ภายใต้โครงการบริหารจัดการที่ดินอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายกุลพัชร&amp;nbsp;ภูมิใจอวด&amp;nbsp;ผู้อำนวยการ&amp;nbsp;บจธ.&amp;nbsp;นายเอก&amp;nbsp;วรรณประทีป&amp;nbsp;รองผู้อำนวยการ&amp;nbsp;บจธ.&amp;nbsp;และผู้บริหาร&amp;nbsp;บจธ.&amp;nbsp;พาชมพื้นที่&amp;nbsp;ที่มีการบริหารจัดการจนเป็นต้นแบบโครงการฯ&amp;nbsp;ที่เป็นรูปธรรม&amp;nbsp;และสนับสนุนการผลักดันร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งสถาบันบริหารจัดการที่ดินและกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน&amp;nbsp;พ.ศ..ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>26/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครราชสีมา</Province><Department>สวท.นครราชสีมา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211226233910978</Link_News></row>
<row _id="273"><NewsTitle>ส้ม (สายน้ำผึ้ง)ห้วยโป่ง ยืน 1 เรื่องคุณภาพ 1 สัปดาห์ยอดขายกว่า 200,000 บาท เตรียมยกระดับสู่ Modern Trade</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวยุพา&amp;nbsp;นาคา&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เร่งหารือนายพยุงศักดิ์&amp;nbsp;สิทธิลภ&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เพื่อผลักดันและวางแผนการตลาดส้ม(สายน้ำผึ้ง)&amp;nbsp;ห้วยโป่ง&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ออกสู่ตลาด&amp;nbsp;หลังจากได้ทำการทดสอบตลาดโดยการจำหน่ายทั้งรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ในงานแสดงสินค้า&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;ไทย&amp;nbsp;สู้ภัย&amp;nbsp;โควิด&amp;nbsp;-&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;อาคารอิมแพ็ค&amp;nbsp;เมืองทองธานี&amp;nbsp;ชาเลนเจอร์&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;-&amp;nbsp;26&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และตลาดนัดสวัสดิการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;ได้รับความสนใจจากลูกค้าเกินคาด&amp;nbsp;โดยใช้เวลาเพียง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ยอดจำหน่ายแล้วกว่า&amp;nbsp;200,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และได้รับความสนใจจากลูกค้าในการสั่งจองส้มฯ&amp;nbsp;ในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่จะถึงนี้&amp;nbsp;รวมทั้งอยู่ระหว่างขั้นตอนการเจรจาเพื่อนำเข้าจำหน่ายใน&amp;nbsp;Modern&amp;nbsp;Trade&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ความพิเศษของส้มห้วยโป่งคือ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;น้ำที่ใช้รดต้นส้มนั้นมาจาก&amp;nbsp;น้ำแร่ธรรมชาติที่เกิดขึ้นเองในหมู่บ้าน&amp;nbsp;ที่ทำให้ส้มที่นี่รสชาติดีเป็นพิเศษ&amp;nbsp;เปลือกแกะง่าย&amp;nbsp;ผิวส้มบาง&amp;nbsp;ไม่เหนียว&amp;nbsp;เนื้อในฉ่ำหวานอมเปรี้ยว&amp;nbsp;รสกลมกล่อม&amp;nbsp;จนเป็นที่นิยมของผู้บริโภค&amp;nbsp;โดยจัดจำหน่ายตั้งแต่&amp;nbsp;40&amp;nbsp;บาทขึ้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>27/12/2021</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211227095609020</Link_News></row>
<row _id="274"><NewsTitle>กรมปศุสัตว์ คุมเข้มตรวจสอบการลักลอบนำเข้าสัตว์ หรือซากสัตว์ ทุกด่านเข้า-ออก</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสัตวแพทย์สรวิศ&amp;nbsp;ธานีโต&amp;nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากกรณีที่มีการเสนอข่าวผ่านสื่อออนไลน์&amp;nbsp;ว่ามีขบวนการลักลอบนำเข้าเนื้อสุกรแช่แข็งเข้ามาในประเทศไทย&amp;nbsp;โดยสำแดงเท็จว่าเป็นสินค้าชนิดอื่น&amp;nbsp;มีการจัดจำหน่ายทั้งแบบบรรจุภัณฑ์ที่ลักลอบมาจากต่างประเทศ&amp;nbsp;และกระจายสินค้าเพื่อจำหน่ายปะปนกับเนื้อสุกรไทย&amp;nbsp;ถือเป็นการบ่อนทำลายภาคอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรของประเทศ&amp;nbsp;ขอให้ภาครัฐที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เร่งตรวจสอบหาข้อเท็จจริงและดำเนินการจับกุมเอาผิดผู้ที่กระทำผิดกฎหมาย&amp;nbsp;ทั้งความผิดทางศุลกากรและผิดกฎหมายว่าด้วยโรคระบาดสัตว์&amp;nbsp;โดยเฉพาะความเสี่ยงเรื่องโรคสุกรที่อาจติดมากับผลิตภัณฑ์ที่ไม่รู้แหล่งที่มา&amp;nbsp;ซึ่งไม่มีใบขออนุญาตนำเข้าซากสัตว์และไม่ผ่านการกักตรวจโรคก่อนนำเข้ามาในราชอาณาจักร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมปศุสัตว์&amp;nbsp;ในฐานะหน่วยงานรับผิดชอบ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในการตรวจสอบและพิจารณาอนุญาตการนำเข้า&amp;nbsp;ส่งออก&amp;nbsp;หรือนำผ่านราชอาณาจักรซึ่งสัตว์&amp;nbsp;หรือซากสัตว์&amp;nbsp;ภายใต้กฎหมายพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2558&amp;nbsp;เพื่อการป้องกันและควบคุมโรคระบาดที่อาจติดมากับสัตว์หรือซากสัตว์&amp;nbsp;โดยปฏิบัติภายใต้มาตรา&amp;nbsp;31&amp;nbsp;มาตรา&amp;nbsp;32&amp;nbsp;และมาตรา&amp;nbsp;33&amp;nbsp;แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว&amp;nbsp;กำหนดให้ผู้นำเข้าราชอาณาจักรซึ่งสัตว์&amp;nbsp;หรือซากสัตว์ต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;หรือผู้ซึ่งอธิบดีกรมปศุสัตว์มอบหมายทุกครั้ง&amp;nbsp;กำหนดวิธีการขออนุญาตและออกใบอนุญาต&amp;nbsp;กำหนดให้ต้องนำสัตว์หรือซากสัตว์เข้า&amp;nbsp;ออก&amp;nbsp;หรือผ่านที่ท่าเข้า-ท่าออกซี่งมีทั้งหมด&amp;nbsp;46&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;กำหนดให้ต้องทำเครื่องหมายประจำตัวสัตว์&amp;nbsp;และเครื่องหมายประจำตัวสัตว์สำหรับซากสัตว์สัตว์ในขั้นตอนการนำเข้า&amp;nbsp;และมีหลักเกณฑ์&amp;nbsp;วิธีการ&amp;nbsp;และเงื่อนไขการนำเข้า&amp;nbsp;ส่งออก&amp;nbsp;หรือนำผ่านราชอาณาจักรซึ่งสัตว์หรือซากสัตว์&amp;nbsp;ซึ่งหากประเทศต้นทางมีโรคระบาดหรือสงสัยว่ามีโรคระบาด&amp;nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์จะประกาศชะลอการนำเข้าหรือนำผ่านจากประเทศนั้น&amp;nbsp;และมีคำสั่งมอบหมายให้ผู้อำนวยการกองสารวัตรและกักกัน&amp;nbsp;และหัวหน้าด่านกักกันสัตว์ท่าเข้า-ท่าออก&amp;nbsp;พิจารณาอนุญาตนำเข้า&amp;nbsp;ส่งออก&amp;nbsp;หรือนำผ่านราชอาณาจักรซึ่งสัตว์หรือซากสัตว์&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;กรมปศุสัตว์ได้มีมาตรการที่เข้มงวดในการป้องกันการลักลอบการนำเข้าสินค้าปศุสัตว์&amp;nbsp;(ซากสัตว์)&amp;nbsp;อย่างเข้มงวด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;??&lt;strong&gt;อธิบดีกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำ&amp;nbsp;จึงสั่งการให้กองสารวัตรและกักกันดำเนินการตรวจสอบการลักลอบนำเข้าซากสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาตอยู่เป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;ทำการซักซ้อม&amp;nbsp;ขั้นตอนและวิธีปฏิบัติงานสำหรับการนำเข้า&amp;nbsp;ส่งออก&amp;nbsp;หรือนำผ่าน&amp;nbsp;ราชอาณาจักรซึ่งสัตว์หรือซากสัตว์&amp;nbsp;ทำการเผยแพร่สร้างการรับรู้ที่ถูกต้องแก่ผู้นำเข้าสินค้าปศุสัตว์&amp;nbsp;(ซากสัตว์)&amp;nbsp;จากต่างประเทศและตรวจติดตามการปฏิบัติงานนำเข้า&amp;nbsp;ส่งออก&amp;nbsp;หรือนำผ่านราชอาณาจักรซึ่งสัตว์&amp;nbsp;หรือซากสัตว์&amp;nbsp;อยู่เป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>27/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211227140709183</Link_News></row>
<row _id="275"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ ตรัง เปิดงานวันดินโลก ปี 2564 พิชิตดินเค็ม เติมเต็มผลผลิต สร้างชีวิตเกษตรกร : Halt soil salinization boost soil productivity</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(27&amp;nbsp;ธ.ค.2564)&amp;nbsp;ที่สถานีพัฒนาที่ดินตรัง&amp;nbsp;ตำบลบ้านควน&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายขจรศักดิ์&amp;nbsp;เจริญโสภา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันดินโลก&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;พิชิตดินเค็ม&amp;nbsp;เติมเต็มผลผลิต&amp;nbsp;สร้างชีวิตเกษตรกร&amp;nbsp;:&amp;nbsp;Halt&amp;nbsp;soil&amp;nbsp;salinization&amp;nbsp;boost&amp;nbsp;soil&amp;nbsp;productivity&amp;nbsp;และมอบเกียรติบัตรแก่หมอดินอาสาที่มีผลงานดีเด่น&amp;nbsp;ซึ่งปฏิบัติตามแนวพระราชดำริด้านการพัฒนาที่ดิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ตามที่องค์การสหประชาชาติ&amp;nbsp;(UN)&amp;nbsp;มีมติรับรองให้วันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ธันวาคมของทุกปี&amp;nbsp;เป็นวันดินโลก&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;(World&amp;nbsp;Soil&amp;nbsp;Day)&amp;nbsp;ด้วยซาบซึ้งในพระปรีชาสามารถและพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&amp;nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดช&amp;nbsp;มหาราชบรมนาถบพิตร&amp;nbsp;ที่ได้ทรงศึกษาค้นคว้าวิธีการจัดการดิน&amp;nbsp;และการแก้ไขปัญหาทรัพยากรดิน&amp;nbsp;จนเป็นที่ประจักษ์ไปทั่วโลกว่า&amp;nbsp;ผลสำเร็จของการดำเนินงาน&amp;nbsp;ตามแนวพระราชดำริก่อให้เกิดประโยชน์สุขต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน&amp;nbsp;และความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมเป็นวิถีนำไปสู่ความปลอดภัย&amp;nbsp;และความมั่นคงของอาหารและในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;กลุ่มสมัชชาความร่วมมือทรัพยากรดินโลก&amp;nbsp;(Global&amp;nbsp;Soil&amp;nbsp;Partnership&amp;nbsp;:&amp;nbsp;GSP)&amp;nbsp;ได้กำหนดหัวข้อ&amp;nbsp;พิชิตดินเค็ม&amp;nbsp;เติมเต็มผลผลิต&amp;nbsp;สร้างชีวิตเกษตรกร&amp;nbsp;&amp;nbsp;:&amp;nbsp;&amp;nbsp;Halt&amp;nbsp;&amp;nbsp;soil&amp;nbsp;salinization&amp;nbsp;boost&amp;nbsp;soil&amp;nbsp;productivity&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยเน้นที่การจัดการดินเค็มเพื่อฟื้นฟูผลิตภาพของดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ที่เหมาะสมกับการปลูกพืช&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมพัฒนาที่ดิน&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ร่วมกับสมาคมดินและปุ๋ยแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;FAO&amp;nbsp;ได้มีนโยบายให้หน่วยงานในสังกัด&amp;nbsp;ดำเนินการขับเคลื่อนงานวันดินโลก&amp;nbsp;เพื่อเผยแพร่พระราชกรณียกิจ&amp;nbsp;ด้านการพัฒนาทรัพยากรดิน&amp;nbsp;เพื่อการเกษตร&amp;nbsp;รวมทั้งสร้างการรับรู้เกี่ยวกับวันดินโลก&amp;nbsp;จังหวัดตรังและหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยสถานีพัฒนาที่ดินตรัง&amp;nbsp;ได้ดำเนินการตามนโยบายของกรมพัฒนาที่ดิน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกำหนดจัดกิจกรรมวันดินโลก&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ขึ้นในวันนี้&amp;nbsp;โดยมีการจัดกิจกรรมประกอบด้วย&amp;nbsp;นิทรรศการกลางแจ้ง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;การจัดนิทรรศการพระอัจฉริยภาพด้านการพัฒนาทรัพยากรดิน&amp;nbsp;พิพิธภัณฑ์ดิน&amp;nbsp;และฐานเรียนรู้ด้านการพัฒนาที่ดิน&amp;nbsp;นิทรรศการร่วมจากหน่วยงานในจังหวัด&amp;nbsp;ผลงานเด่นหมอดินอาสา&amp;nbsp;และตลาดสินค้าเกษตรของหมอดินอาสา&amp;nbsp;จำหน่ายพืชผลทางการเกษตรจากแปลงของเกษตรกรหมอดินที่ผ่านการปรับปรุงบำรุงดินด้วยเทคโนโลยีการพัฒนาที่ดิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>27/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211227133720138</Link_News></row>
<row _id="276"><NewsTitle>สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดฉะเชิงเทรา สรุปโครงการสัตว์ปลอดโรคคนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า ประจำปี 2564</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดฉะเชิงเทรา&amp;nbsp;สรุปโครงการสัตว์ปลอดโรคคนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;การฉีดวัคซีน&amp;nbsp;ทำหมันสุนัขและแมวได้ตามเป้าหมาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ฉะเชิงเทรา&amp;nbsp;เตรียมระวังเข้ม&amp;nbsp;สุนัขและแมวจรจัดในสถานที่ท่องเที่ยว&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายมนัส&amp;nbsp;เทพรักษ์&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดฉะเชิงเทรา&amp;nbsp;ได้กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จากการทำงานเชิงบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;จังหวัดฉะเชิงเทรามีจำนวนสุนัขและแมวประมาณ&amp;nbsp;200,000&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;สำรวจจากระบบ&amp;nbsp;One&amp;nbsp;Rabic&amp;nbsp;Data&amp;nbsp;ซึ่งพัฒนาโดย&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&amp;nbsp;ซึ่งมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่เป็นหน่วยงานที่ป้อนข้อมูลให้&amp;nbsp;และได้ดำเนินการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า&amp;nbsp;คิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;90&amp;nbsp;และยังลดจำนวนสุนัขและแมวจรจัดด้วยการทำหมันให้จำนวน&amp;nbsp;2,800&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่กรมปศุสัตว์กำหนด&amp;nbsp;ส่วนปี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เป้าหมายเหมือนเดิม&amp;nbsp;แต่จะเข้มข้น&amp;nbsp;เฝ้าระวังสุนัขและแมวจรจัดในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ในจังหวัดฉะเชิงเทรา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;จังหวัดฉะเชิงเทรา&amp;nbsp;มีวิสัยทัศน์ของจังหวัดคือ&amp;nbsp;เมืองน่าอยู่&amp;nbsp;น่าเที่ยว&amp;nbsp;น่าลงทุน&amp;nbsp;มุ่งสู่การเป็นเมืองสมาร์ทซิตี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;EEC&amp;nbsp;โครงการสัตว์ปลอดโรคคนปลอดภัย&amp;nbsp;มีส่วนสำคัญสนับสนุนให้คนเดินทางมาท่องเที่ยวที่ฉะเชิงเทรา&amp;nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;และยังปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้าอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>27/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ฉะเชิงเทรา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดฉะเชิงเทรา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211227172649364</Link_News></row>
<row _id="277"><NewsTitle>กลุ่มเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงหอยอำเภอกาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี ร้องทุกข์ขอความเป็นธรรม หลังได้รับความเดือดร้อนจากคำสั่งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างล่วงล้ำลำน้ำ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(27&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;นายวิชวุทย์&amp;nbsp;จินโต&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฏร์ธานี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้นายสุทธิพงษ์&amp;nbsp;คล้ายอุดม&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;รับหนังสือขอความเป็นธรรมจากกลุ่มเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงหอย&amp;nbsp;อำเภอกาญจนดิษฐ์&amp;nbsp;นำโดยนางสาววาริชา&amp;nbsp;วรสิทธิกร&amp;nbsp;กรณีได้รับความเสียหายจากคำสั่งให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างล่วงล้ำลำน้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต&amp;nbsp;(ขนำคอกหอย)&amp;nbsp;ซึ่งผู้ร้องและกลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;ได้รับความเดือดร้อนจากคำสั่งทางปกครองของกรมเจ้าท่า&amp;nbsp;ที่ออกคำสั่งให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เบื้องต้นผู้ร้องทุกข์&amp;nbsp;ได้ขอให้กรมเจ้าท่า&amp;nbsp;เสนอเสนอมาตรการแก้ไขเพื่อลดผลกระทบจากการบังคันใช้กฎหมายใน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เรื่อง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;1.ชะลอการดำเนินคดีต่อผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากคำสั่งทางปกครอง&amp;nbsp;โดยเสนอไปยังกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;เพื่อบรรเทาความเสียหายให้แก่ผู้ร้องทุกข์ไปก่อน&amp;nbsp;2.ค่าปรับ&amp;nbsp;3.กำหนดรายละเอียดของสิ่งล่วงล้ำลำแม่น้ำที่จะพึ่งพิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาตไว้ให้ชัดเจน&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;4.กำหนดแจ้งสิ่งปลูกสร้างล่วงล้ำลำแม่น้ำใหม่&amp;nbsp;ให้มีการดำเนินการทบทวนสิ่งปลูกสร้างใหม่&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกันตามรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง&amp;nbsp;เพื่อเป็นการเยียวยาและหามาตรการ&lt;/strong&gt;เพื่อให้เถิดความเป็นธรรมแก่ผู้ร้องทุกข์และบุคคลอื่น&amp;nbsp;ที่ได้รับความเสียหายในทำนองเดียวกัน.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>27/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สุราษฎร์ธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211227170708349</Link_News></row>
<row _id="278"><NewsTitle>รอง ผวจ.นครศรีธรรมราช ติดตามผลการดำเนินโครงการเพิ่มขีดความสามารถผลิตกุ้งทะเล ระบุสามารถบรรเทาความเดือดร้อนแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งชาวนครศรีธรรมราช จากปัญหาราคากุ้งตกต่ำ และมีกำลังในการเลี้ยงกุ้งป้อนตลาดได้ต่อเนื่อง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รอง&amp;nbsp;ผวจ.นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;ติดตามผลการดำเนินโครงการเพิ่มขีดความสามารถผลิตกุ้งทะเล&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ระบุสามารถบรรเทาความเดือดร้อนแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งชาวนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;จากปัญหาราคากุ้งตกต่ำ&amp;nbsp;และมีกำลังในการเลี้ยงกุ้งป้อนตลาดได้ต่อเนื่อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(27&amp;nbsp;ธ.ค.&amp;nbsp;64)&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงานประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ตำบลนาเคียน&amp;nbsp;อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;นายไตรรัตน์&amp;nbsp;ไชยรัตน์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;ได้ร่วมประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;สำนักงานประมงจังหวัด&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรกรและสหกรณ์&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัด&amp;nbsp;สำนักงานสหกรณ์&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;และสหกรณ์ผู้เลี้ยงกุ้งลุ่มน้ำปากพนัง&amp;nbsp;เพื่อติดตามรับฟังสรุปผลการดำเนินโครงการในช่วง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดย&amp;nbsp;นายพรศักดิ์&amp;nbsp;ศักดิ์ธานี&amp;nbsp;ประมงจังหวัดจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากการดำเนินโครงการ&amp;nbsp;ตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2561-2564&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;กิจกรรม&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;การจัดหาลูกพันธุ์กุ้งคุณภาพเพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตกุ้งทะเล&amp;nbsp;ซึ่งภาครัฐสนับสนุนค่าลูกพันธุ์กุ้ง&amp;nbsp;ร้อยละ&amp;nbsp;90&amp;nbsp;แต่ไม่เกิน&amp;nbsp;40,000&amp;nbsp;บาทต่อราย&amp;nbsp;ส่วนที่เหลืออีก&amp;nbsp;ร้อยละ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เกษตรกรเป็นผู้รับผิดชอบ&amp;nbsp;แต่ทั้งนี้หากเกษตรกรไม่มีทุนเพียงพอก็สามารถขอสินเชื่อได้จาก&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;วงเงินกู้รายละไม่เกิน&amp;nbsp;300,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ในปีที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ไม่เกิน&amp;nbsp;150,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ในปีที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ปีที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;จะช่วยชดเชยดอกเบี้ยให้&amp;nbsp;ในอัตราร้อยละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ทั้งนี้พบว่า&amp;nbsp;มีเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในจังหวัดนครศรีธรรมราชที่ผ่านการอนุมัติเข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;448&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;มีสถาบันการเกษตร&amp;nbsp;ชมรม&amp;nbsp;และวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;เข้าร่วม&amp;nbsp;4&amp;nbsp;องค์กร&amp;nbsp;ได้จ่ายเงินชดเชยให้เกษตรกร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;11,279,588&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และมีเกษตรกรขอสินเชื่อจาก&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;เพื่อใช้ในการลงทุนและค่าดำเนินการเลี้ยงกุ้ง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;64&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;วงเงินกู้&amp;nbsp;กว่า&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;รัฐบาลโดยคณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;คชก.&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้อนุมัติงบประมาณ&amp;nbsp;เพื่อให้&amp;nbsp;กรมประมง&amp;nbsp;ดำเนินโครงการเพิ่มขีดความสามารถด้านการผลิตการตลาดกุ้งทะเล&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2561-2564&amp;nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งชาวในจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;จากปัญหาราคากุ้งตกต่ำ&amp;nbsp;และสามารถเลี้ยงกุ้งป้อนตลาดได้ต่อเนื่อง&amp;nbsp;ตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2561-2564&amp;nbsp;ซึ่งโครงการมีกำหนดจะเสร็จสิ้นในวันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อุไรวรรณ/ข่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;สุดา/ข่าว/ภาพ&amp;nbsp;27&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>27/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>นครศรีธรรมราช</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211227174645377</Link_News></row>
<row _id="279"><NewsTitle>เกษตรอำเภอหาดสำราญ จังหวัดตรัง  ติดตามโครงการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยเข้าสู่ระบบเกษตรอินทรีย์เพื่อสร้างรายได้แก่เกษตรกร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้(&amp;nbsp;27&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;)&amp;nbsp;นางสาววรรณธิดา&amp;nbsp;เบญจกุล&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรอำเภอหาดสำราญพร้อมด้วยนางสาวจันจิรา&amp;nbsp;ขันเงิน&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&amp;nbsp;ติดตามการดำเนินงานโครงการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยสู่ระบบมาตรฐานเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;เพื่อสร้างรายได้แก่เกษตรกร&amp;nbsp;กิจกรรมส่งเสริมการผลิตแตงโมคุณภาพ&amp;nbsp;ในพื้นที่หมู่ที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ตำบลหาดสำราญ&amp;nbsp;อำเภอหาดสำราญ&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;พื้นที่ดังกล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีเกษตรกรจำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ปลูกแตงโมพันธุ์เมญ่า&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ไร่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ประมาณ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;โดยแบ่งขนาดแตงโมออกเป็น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขนาดเล็ก&amp;nbsp;น้ำหนักน้อยกว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กิโลกรัมต่อผล&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;4&amp;nbsp;&amp;nbsp;6&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ขนาดกลาง&amp;nbsp;น้ำหนัก&amp;nbsp;2-&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;กิโลกรัมต่อผล&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;6-10&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ขนาดใหญ่&amp;nbsp;น้ำหนักมากกว่า&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;กิโลกรัมต่อผล&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;11&amp;nbsp;&amp;nbsp;15&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;สนใจแตงโมสามารถติดต่อได้ที่&amp;nbsp;คุณประทุม&amp;nbsp;พรมจันทร์&amp;nbsp;โทร.&amp;nbsp;099-3080111&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>27/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211227181509399</Link_News></row>
<row _id="280"><NewsTitle>เกษตรอำเภอย่านตาขาว ร่วมกับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุ่งค่าย ตรวจคัดกรองความเสี่ยงด้านสุขภาพของเกษตรกรในพื้นที่ ตำบลทุ่งค่าย</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(&amp;nbsp;27&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;)&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายนนท์นภนต์&amp;nbsp;นาพอ&amp;nbsp;เกษตรอำเภอย่านตาขาว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้นางแพรวพรรณ&amp;nbsp;ทองพิทักษ์&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุ่งค่าย&amp;nbsp;ดำเนินการตรวจคัดกรองความเสี่ยงด้านสุขภาพของเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่ตำบลทุ่งค่าย&amp;nbsp;ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยเข้าสู่ระบบเกษตรอินทรีย์เพื่อสร้างรายได้แก่เกษตรกร&amp;nbsp;ซึ่งมีเกษตรกรเข้ารับการตรวจคัดกรองความเสี่ยงด้านสุขภาพ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;100&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุ่งค่าย&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลทุ่งค่าย&amp;nbsp;อำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม&amp;nbsp;เกษตรกรอาจมีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชเพิ่มขึ้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เนื่องจากรูปแบบการเกษตรเปลี่ยนแปลงไปจากรูปแบบเดิม&amp;nbsp;จากการเกษตรทำเพื่อการบริโภคมาเป็นการเกษตรเศรษฐกิจ&amp;nbsp;เกษตรกรต้องการเพิ่มผลผลิตและรักษาคุณภาพของสินค้า&amp;nbsp;ซึ่งอาจ&amp;nbsp;ส่งผลให้เกิดสารพิษตกค้างในผัก&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้ร่างกายที่ได้รับสารพิษ&amp;nbsp;และอาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมาได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;ในการตรวจคัดกรองค้นหาความเสี่ยงสุขภาพประชาชน&amp;nbsp;จากภัยสารเคมี&amp;nbsp;ศัตรูพืชจึงเป็นการเฝ้าระวังป้องกันและลดอันตรายจากการใช้สารเคมีในการกำจัดศัตรูพืชในประชาชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>27/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211227181639402</Link_News></row>
<row _id="281"><NewsTitle>เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง ลงพื้นที่จัดเวทีสร้างการรับรู้เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่สังคมเกษตรผู้สูงวัยและถ่ายทอดความรู้ด้านเคหกิจเกษตร กลุ่มผู้สูงอายุบ้านหนองชุมแสง ตำบลย่านตาขาว</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;วันนี้&amp;nbsp;(27&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;นายนนท์นภนต์&amp;nbsp;นาพอ&amp;nbsp;เกษตรอำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;ลงพื้นที่จัดเวทีที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;สร้างการรับรู้เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่สังคมเกษตรผู้สูงวัย&amp;nbsp;โครงการส่งเสริมเคหกิจเกษตรในครัวเรือนเกษตรผู้สูงวัย&amp;nbsp;กิจกรรมส่งเสริมเคหกิจเกษตรเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตในครัวเรือนเกษตรสูงวัย&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;อาคารสวนสาธารณะหนองชุมแสง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบลย่านตาขาว&amp;nbsp;อำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำหรับกิจกรรมในวันนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีการถ่ายทอดความรู้ในเรื่อง&amp;nbsp;การเตรียมความพร้อมเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและการดูแลสุขภาพ&lt;/strong&gt;ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;โดยได้รับเกียรติจาก&amp;nbsp;นางสาวประไพ&amp;nbsp;ติ่งซุ่ยกุล&amp;nbsp;นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ&amp;nbsp;สาธารณสุขอำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;ให้เกียรติเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้&amp;nbsp;พร้อมทั้งมีกิจกรรมถ่ายทอดความรู้&amp;nbsp;และสาธิตการแปรรูปไตปลาแห้ง&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมเคหกิจเกษตรและพัฒนาคุณภาพชีวิตในครัวเรือนเกษตรสูงวัย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>27/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211227181833406</Link_News></row>
<row _id="282"><NewsTitle>อำเภอรัษฎา  จังหวัดตรัง จัดเวทีวิเคราะห์จัดทำแผนและปรับปรุงข้อมูลของกลุ่มแปลงใหญ่ยางพาราสหกรณ์กองทุนสวนยางคลองปาง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้(&amp;nbsp;27&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายฉลวย&amp;nbsp;เวียนคำ&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรอำเภอรัษฎา&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอรัษฎา&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ลงพื้นที่จัดเวทีวิเคราะห์จัดทำแผนและปรับปรุงข้อมูล&amp;nbsp;ภายใต้โครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ยางพาราสหกรณ์กองทุนสวนยางคลองปาง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอรัษฎา&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ตำบลควนเมา&amp;nbsp;อำเภอรัษฎา&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อวิเคราะห์จัดทำแผนรายแปลงและจัดทำแผนธุรกิจ&amp;nbsp;จัดเวทีวิเคราะห์ของกลุ่มแปลงใหญ่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อทบทวนและปรับปรุงแผนและเป้าหมายการพัฒนาของกลุ่มแปลงใหญ่ยางพาราสหกรณ์กองทุนสวนยางคลองปาง&amp;nbsp;โดยใช้ข้อมูลแผนการผลิตรายบุคคล&amp;nbsp;(IFPP)&amp;nbsp;ประกอบการวิเคราะห์&amp;nbsp;เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;การลดต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;การเพิ่มผลผลิต&amp;nbsp;การพัฒนาคุณภาพ&amp;nbsp;การตลาด&amp;nbsp;และการบริหารจัดการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>27/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211227181751404</Link_News></row>
<row _id="283"><NewsTitle>จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ครั้งที่ 1 ณ อำเภอบางสะพาน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;อำเภอบางสะพาน&amp;nbsp;บ่ายวันนี้&amp;nbsp;(27&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;นายเสถียร&amp;nbsp;เจริญเหรียญ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;โดยมีนายประมวล&amp;nbsp;พงศ์ถาวราเดช&amp;nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;นายอำเภอบางสะพาน&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประชาชน&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เข้าร่วมพิธีเปิด&amp;nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลกำเนิดนพคุณ&amp;nbsp;อำเภอบางสะพาน&amp;nbsp;จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลกำเนิดนพคุณ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้กำหนดจัดทำโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ขึ้น&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรที่มีปัญหาด้านการเกษตรในพื้นที่ห่างไกล&amp;nbsp;สามารถเข้าถึงการบริการทางวิชาการ&amp;nbsp;และได้รับการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรอย่างครบวงจรในคราวเดียวกัน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการนำบุคลากร&amp;nbsp;อุปกรณ์&amp;nbsp;เครื่องมือ&amp;nbsp;และองค์ความรู้ด้านการเกษตรมาให้บริการแก่พี่น้องเกษตรกรถึงในพื้นที่&amp;nbsp;โดยเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานวิชาการ&amp;nbsp;หน่วยงานส่งเสริม&amp;nbsp;และหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ในการให้บริการและแก้ไขปัญหาทางการเกษตรร่วมกัน&amp;nbsp;เพื่อพัฒนาฟื้นฟูเกษตรกรให้สามารถผลิต&amp;nbsp;ผลิตผลทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับกิจกรรมภายในงานในวันนี้&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;คลินิกพืชโดยสำนักงานเกษตรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรชุมพร&amp;nbsp;คลินิกปศุสัตว์โดยสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;คลินิกยางพารา&amp;nbsp;คลินิกเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;คลินิก&amp;nbsp;สปก.&amp;nbsp;คลินิกประมง&amp;nbsp;และกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;รวมทั้งได้จัดให้มีนิทรรศการ&amp;nbsp;การสาธิต&amp;nbsp;การฝึกอาชีพ&amp;nbsp;การจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร&amp;nbsp;และผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;แปรรูปผลผลิตการเกษตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;นายเสถียร&amp;nbsp;เจริญเหรียญ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;ได้เป็นตัวแทนมอบหนังสืออนุญาต&lt;/strong&gt;ให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน&amp;nbsp;แก่เกษตรกร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;มอบกล้าพันธ์&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;พริก&amp;nbsp;กระเพรา&amp;nbsp;และฟ้าทะลายโจร&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;รวมทั้งยังได้มอบพันธ์ปลาแก่ผู้แทนเกษตรกร&amp;nbsp;เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับพี่น้องเกษตรกรในการออกหน่วยคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;ในครั้งนี้อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>27/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>ประจวบคีรีขันธ์</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211227195532467</Link_News></row>
<row _id="284"><NewsTitle>จังหวัดบึงกาฬ จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ บูรณาการหน่วยงาน ร่วมให้บริการเกษตรกรแบบครบจบที่เดียว</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(27&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;10.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นายธาตรี&amp;nbsp;บุญมาก&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ซึ่งจังหวัดบึงกาฬ&amp;nbsp;โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดบึงกาฬ&amp;nbsp;พร้อมด้วยหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ร่วมกันจัดขึ้นที่บริเวณองค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์หมากแข้ง&amp;nbsp;อำเภอบึงโขง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีนายวัฒนศักดิ์&amp;nbsp;โพธิ์บาย&amp;nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรจังหวัดบึงกาฬ&amp;nbsp;กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์&lt;/strong&gt;ของการจัดงาน&amp;nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมพิธี&amp;nbsp;ซึ่งมีเกษตรกรในพื้นที่มารับบริการจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;จำนวนประมาณ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังได้มอบพันธุ์ปลานิล&amp;nbsp;50,000&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ไตรโครเดอร์ม่า&amp;nbsp;พันธุ์พืช&amp;nbsp;มอบ&amp;nbsp;สปก.4-01&amp;nbsp;ให้ตัวแทนเกษตรกร&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และออกหน่วยบริการตามภารกิจหน่วยงาน&amp;nbsp;เพื่อให้บริการด้านการเกษตรแบบครบวงจร&amp;nbsp;รวดเร็ว&amp;nbsp;ถูกต้อง&amp;nbsp;ซึ่งการจัดงานดำเนินการภายใต้มาตรการป้องกันปัญหาโควิด&amp;nbsp;-&amp;nbsp;19&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวัฒนศักดิ์&amp;nbsp;โพธิ์บาย&amp;nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรจังหวัดบึงกาฬ&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำหรับการจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในครั้งนี้&amp;nbsp;มีวัตถุประสงค์ในการให้บริการทางวิชาการแก่เกษตรกร&amp;nbsp;องค์กรเกษตรกรชุมชน&amp;nbsp;ให้สามารถดำเนินกิจการได้อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;มีการบริหารจัดการที่เป็นระบบสามารถแก้ไขปัญหาในการประกอบอาชีพทางด้านการเกษตรให้กับเกษตรกรได้อย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;รวมทั้งเป็นการดูแลรักษาสุขภาพให้กับประชาชนที่เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;ซึ่งมีการบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานวิชาการ&amp;nbsp;หน่วยงานส่งเสริม&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมพัฒนา&amp;nbsp;แก้ไขปัญหาให้แก่เกษตรกรให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยเป็นการปฏิบัติงานในเชิงรุกที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหา&lt;/strong&gt;ได้รับบริการทางการเกษตร&amp;nbsp;รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและฝึกอบรมความรู้การเกษตรเสริมเพิ่มเติมควบคู่กันไป&amp;nbsp;ซึ่งภายในงานได้จัดแสดงนิทรรศการและให้บริการจากคลินิกต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;มากกว่า&amp;nbsp;15&amp;nbsp;คลินิก&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;คลินิกพืช&amp;nbsp;คลินิกดิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;คลินิกปศุสัตว์&amp;nbsp;คลินิกประมง&amp;nbsp;คลินิกบัญชี&amp;nbsp;คลินิกชลประทาน&amp;nbsp;คลินิกสหกรณ์&amp;nbsp;คลินิก&amp;nbsp;ส.ป.ก.&amp;nbsp;คลินิกยางพารา&amp;nbsp;คลินิกแก้จน&amp;nbsp;คลินิกข้าว&amp;nbsp;คลินิกขยายพันธุ์พืช&amp;nbsp;&amp;nbsp;คลินิกหม่อนไหม&amp;nbsp;คลินิกสุขภาพ&amp;nbsp;คลินิกบริหารศัตรูพืช&amp;nbsp;มุ่งแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม&amp;nbsp;พร้อมทั้งเป็นการนำนโยบายของภาครัฐที่สำคัญในการแก้ไขปัญหาต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;มาชี้แจงให้กับประชาชน&amp;nbsp;และบริการอื่นๆแบบจบครบที่เดียวอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>27/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>บึงกาฬ</Province><Department>สวท.บึงกาฬ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211227205839478</Link_News></row>
<row _id="285"><NewsTitle>อ.บัวเชด จัดโครงการพัฒนาและส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ครบวงจรจังหวัดสุรินทร์ "การปลูกหญ้าเนเปียร์" ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเพื่อยกระดับรายได้ให้แก่เกษตรกร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(27&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;แปลงปลูกหญ้าเนเปียร์&amp;nbsp;ของนายจรัส&amp;nbsp;คำสนวน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สมาชิกกลุ่มผู้เลี้ยงโคเนื้อบ้านบัวขุนจง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลบัวเชด&amp;nbsp;อำเภอบัวเชด&amp;nbsp;จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;ได้ดำเนินโครงการพัฒนาและส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ครบวงจรจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;กิจกรรมหลัก&amp;nbsp;:&amp;nbsp;ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเพื่อยกระดับรายได้ให้แก่เกษตรกร&amp;nbsp;"การปลูกหญ้าเนเปียร์"&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เพื่อพัฒนาศักยภาพเกษตรกรให้มีองค์ความรู้ด้านการผลิตและการตลาด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพิ่มผลผลิตสัตว์เศรษฐกิจ&amp;nbsp;ผลิตปศุสัตว์ปลอดภัย&amp;nbsp;ได้มาตรฐาน&amp;nbsp;ตรงตามความต้องการของตลาด&amp;nbsp;และสร้างรายได้ให้เกษตรกรเป็นอาชีพเสริม&amp;nbsp;สามารถพึ่งพาตนเองได้ตามหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;โดยมีนายพิศาล&amp;nbsp;เค้ากล้า&amp;nbsp;นายอำเภอบัวเชด&amp;nbsp;ได้มอบหมายให้&amp;nbsp;นายบรรลุ&amp;nbsp;สุวรรณดี&amp;nbsp;ปลัดอำเภออาวุโส&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการฯ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเชษฐา&amp;nbsp;สงวนศิริ&amp;nbsp;ปศุสัตว์อำเภอบัวเชด&amp;nbsp;กล่าวรายงานว่า&amp;nbsp;โครงการดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นงบประมาณเหลือจ่ายตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัด&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบันจากสภาพปัญหาเกษตรกรยังขาดทักษะการเลี้ยงสัตว์และองค์ความรู้ค้านการผลิต&amp;nbsp;การตลาด&amp;nbsp;การจัดการแปลงหญ้า&amp;nbsp;ซึ่งเกษตรกรจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;เลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจที่สำคัญ&amp;nbsp;โดยเฉพาะ&amp;nbsp;โค&amp;nbsp;กระบือ&amp;nbsp;ตลาดมีความต้องการสูง&amp;nbsp;ตลาดกว้าง&amp;nbsp;คู่แข่งทางการตลาดน้อย&amp;nbsp;ให้ราคาสูงกำลังผลิตไม่เพียงพอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยเฉพาะโควากิวให้ผลตอบแทนสูงสุด&amp;nbsp;ราคาขายซากเมื่อเข้าโรงฆ่าแล้วเฉลี่ยตัวละ&amp;nbsp;100,000&amp;nbsp;บาท&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การปลูกหญ้าเนเปียร์&amp;nbsp;เพื่อเป็นอาหารหยาบโปรตีนใช้ในการเลี้ยงสัตว์และขายเป็นหญ้าสด&amp;nbsp;สำหรับเกษตรกรผู้เลี้ยงช้างและเลี้ยงสัตว์กระเพาะรวม&amp;nbsp;ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพด้านปศุสัตว์จะช่วยให้เกษตรกรมีงานทำและรายได้ตลอดปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>27/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>สุรินทร์</Province><Department>สวท.สุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211227224347485</Link_News></row>
<row _id="286"><NewsTitle>การฝึกอบรมเกษตรกรโครงการพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง (Smart Farmer) หลักสูตร พัฒนาเกษตรกรสู่ Smart Farmer</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(27&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์&amp;nbsp;จัดฝึกอบรมเกษตรกร&amp;nbsp;โครงการพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง&amp;nbsp;(Smart&amp;nbsp;Farmer)&amp;nbsp;หลักสูตร&amp;nbsp;พัฒนาเกษตรกรสู่&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีนายธานินทร์&amp;nbsp;จุฑาทิพย์ชาติกุล&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธี&lt;/strong&gt;เปิดการฝึกอบรม&amp;nbsp;พร้อมทั้งได้ให้ความรู้ในการพัฒนาเกษตรกรสู่&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;เพื่อพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;ให้เป็นเกษตรกรปราดเปรื่อง&amp;nbsp;(Smart&amp;nbsp;Farmer)&amp;nbsp;ที่สามารถเป็นแบบอย่างในการเรียนรู้&amp;nbsp;สามารถถ่ายทอดความรู้&amp;nbsp;และเทคโนโลยีด้านปศุสัตว์กับเกษตรกรด้วยกันได้&amp;nbsp;และศึกษาดูงานการเลี้ยงโคเนื้อ&amp;nbsp;การสาธิตผสมอาหารโคเนื้อ&amp;nbsp;และการทำแร่ธาตุก้อน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์อำนาจเจริญ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;Cr#สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอำนาจเจริญ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>27/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211227224454486</Link_News></row>
<row _id="287"><NewsTitle>โครงการฝึกอบรมเกษตรกร  โครงการพัฒนาเกษตรกรสู่มืออาชีพ โดยระบบเกษตรกรรมยั่งยืนด้วยหลัก  ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(27&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;10.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นายธานินทร์&amp;nbsp;จุฑาทิพย์ชาติกุล&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดอำนาจเจริญ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานในการฝึกอบรมเกษตรกรโครงการพัฒนาเกษตรกรสู่มืออาชีพ&amp;nbsp;โดยระบบเกษตรกรรมยั่งยืนด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;กิจกรรม&amp;nbsp;:&amp;nbsp;การพัฒนาการผลิตโคเนื้อในพื้นที่เกษตรกรรมยั่งยืน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นโครงการภายใต้แผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัด&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกษตรกรที่เข้ารับการอบรมในวันนี้เป็นเกษตรกรรุ่นที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เกษตรกรจากอำเภอเมืองอำนาจเจริญ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เข้าร่วมทำการฝึกอบรม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศาลารวมใจ&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;และศึกษาดูงานที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์อำนาจเจริญ&amp;nbsp;ในการฝึกอบรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.ส่งเสริมการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตจากพืชเชิงเดี่ยวไปสู่เกษตรกรรมยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมการรวมกลุ่มอาชีพการเลี้ยงโคเนื้อเพื่อสร้างรายได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.&amp;nbsp;เพื่อปรับปรุงพันธุ์โคเนื้อให้ตรงกับความต้องการของตลาด&amp;nbsp;เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4.&amp;nbsp;เพื่อยกระดับการเลี้ยงโคเนื้อสู่ระบบมาตรฐานฟาร์ม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;5.&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมการนำมูลโคซึ่งเป็นปุ๋ยอินทรีย์มาใช้ประโยชน์ในการเกษตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พร้อมทั้งให้เกษตรกรสามารถนำไปปฏิบัติใช้ในการพัฒนาผลิตโคเนื้อในพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ให้เกิดประสิทธิผลตามวัตถุประสงค์ของโครงการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>27/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211227224715488</Link_News></row>
<row _id="288"><NewsTitle>เพิ่มสุขปีใหม่ เที่ยวทั่วไทย สุขใจกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อำนาจเจริญ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;จัดกิจกรรม&amp;nbsp;เพิ่มสุขปีใหม่&amp;nbsp;เที่ยวทั่วไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สุขใจกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;บ.หนองเรือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ต.นาหมอม้า&amp;nbsp;อ.เมืองอำนาจเจริญ&amp;nbsp;โทรศัพท์&amp;nbsp;045-525662&amp;nbsp;ปรับภูมิทัศน์&amp;nbsp;จัดแสดงข้อมูลด้านการพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดเศรษฐกิจ&amp;nbsp;และมอบพันธุ์สัตว์น้ำจืด&amp;nbsp;99&amp;nbsp;ตัว/คน/วัน&amp;nbsp;วันละไม่เกิน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ท่าน&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ธ.ค.&amp;nbsp;64-15&amp;nbsp;ม.ค.&amp;nbsp;65&amp;nbsp;ในวันและเวลาราชการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>27/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211227225028491</Link_News></row>
<row _id="289"><NewsTitle>พล.อ.ประวิตร มอบป้ายสัญลักษณ์แทนสิทธิในที่ดินของบจธ.หนุนที่ทำกินเกษตรกรบ้านช่องโคพัฒนาพร้อมเปิดป้ายหมู่บ้านพิมายอุดมสุขเมืองโคราชเน้นวิถีเศรษฐกิจพอเพียง ย้ำเร่งแก้ปัญหาช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ยากจน ให้มีที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยครอบคลุมทั่วประเทศโดยเร็ว</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(27&amp;nbsp;ธ.ค.&amp;nbsp;64)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;10.00น.&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประวิตร&amp;nbsp;วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นำคณะตรวจราชการเดินทางไปที่วิสาหกิจชุมชนไร่นาสวนผสมเกษตรฐานราก&amp;nbsp;ช่องโคพัฒนา&amp;nbsp;ต.รังกาใหญ่&amp;nbsp;อ.พิมาย&amp;nbsp;จ.นครราชสีมา&amp;nbsp;ในงาน&amp;nbsp;บจธ.&amp;nbsp;มอบที่ดินทำกินตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;พลตำรวจเอก&amp;nbsp;เฉลิมเกียรติ&amp;nbsp;ศรีวรขาน&amp;nbsp;ประธานกรรมการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;นางรวีวรรณ&amp;nbsp;ภูริเดช&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ&amp;nbsp;นายวิเชียร&amp;nbsp;จันทรโณทัย&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;พร้อมตัวแทนหน่วยงานราชการ&amp;nbsp;คณะส.ส.ในพื้นที่และเกษตรกรกว่า&amp;nbsp;400&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ให้การต้อนรับภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19&amp;nbsp;เข้มงวด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประวิตร&amp;nbsp;ได้รับฟังรายงาน&amp;nbsp;ความคืบหน้าและความสำเร็จ&amp;nbsp;ของสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;(บจธ.)&amp;nbsp;ที่ให้การช่วยเหลือประชาชนให้มีที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของตนเอง&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;โครงการแก้ปัญหาการสูญเสียสิทธิ์ในที่ดินทำกินของเกษตรกรและผู้ยากจน&amp;nbsp;โดยสนับสนุนสินเชื่อให้เกษตรกร&amp;nbsp;นำไปไถ่ถอนที่ดิน&amp;nbsp;จากการจำนอง&amp;nbsp;ขายฝาก&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรกลับมามีที่ดินทำกินและที่อาศัยของตนเองแล้ว&amp;nbsp;387&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;การช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาที่ดิน&amp;nbsp;จากนโยบายรัฐโดยสนับสนุนสินเชื่อจัดซื้อที่ดินให้ผู้ได้รับผลกระทบในรูปแบบแปลงรวมถือกรรมสิทธิ์ร่วม&amp;nbsp;ด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่และ&amp;nbsp;โครงการธนาคารที่ดินนำร่องในพื้นที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;ให้เกษตรกรและผู้ยากจน&amp;nbsp;มีที่ดินทำกินที่เหมาะสมตามรูปแบบที่กำหนดจำนวน&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้น&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประวิตร&amp;nbsp;ได้มอบป้ายสัญลักษณ์แทนสิทธิในที่ดินให้แก่ตัวแทนวิสาหกิจชุมชน&lt;/strong&gt;ไร่นาสวนผสมเกษตรกรฐานรากช่องโคพัฒนา&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;บจธ.&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พร้อมมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน&amp;nbsp;(ส.ป.ก.&amp;nbsp;4-01)&amp;nbsp;ให้กับเกษตรกรกว่า&amp;nbsp;3,250&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;โดยผู้แทนเกษตรจำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;รายเข้ารับมอบแทน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งหลังจากมอบแล้ว&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประวิตร&amp;nbsp;ได้กล่าวกับผู้แทนเกษตรกรทั้ง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ว่ารู้สึกยินดีที่ได้มอบของขวัญปีใหม่&amp;nbsp;คือที่ดินทำกินให้กับเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน&amp;nbsp;จ.นครราชสีมาในวันนี้&amp;nbsp;โดยขอให้ผู้ได้รับสิทธินั้น&amp;nbsp;เข้าทำประโยชน์ได้อย่างเต็มที่&amp;nbsp;โดยคำนึงถึงระเบียบ&amp;nbsp;และกฏหมายของ&amp;nbsp;ส.ป.ก.&amp;nbsp;และสืบทอดที่ดินให้ลูกหลานได้มีที่ทำกินต่อไป&amp;nbsp;และทำพิธีเปิดป้ายหมู่บ้าน&amp;nbsp;พิมายอุดมสุข&amp;nbsp;ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;ก่อนขึ้นรถเยี่ยมชมนิทรรศการตลาดนัดชุมชน&amp;nbsp;ผลผลิตของเกษตรกรซึ่งได้มาจากการทำเกษตรตามหลักการเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;และเกษตรทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;ในโครงการบริหารจัดการที่ดินอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;ของ&amp;nbsp;บจธ.&amp;nbsp;แปลงเกษตรตามแนวทางของเกษตรทฤษฎีใหม่ของเกษตรกร&amp;nbsp;กลุ่มประมงเลี้ยงปลา&amp;nbsp;กลุ่มผลิตปุ๋ยจุลินทรีย์ชีวภาพ&amp;nbsp;และกลุ่มผลิตผักปลอดสารพิษ&amp;nbsp;ก่อนจะเดินทางต่อไปยังบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำมูล&amp;nbsp;ต.ในเมือง&amp;nbsp;อ.พิมาย&amp;nbsp;นครราชสีมาเพื่อตรวจเยี่ยมพื้นที่เพื่อก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำมูล&amp;nbsp;ตามลำดับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับผู้แทนเกษตรกรที่ได้รับ&amp;nbsp;ส.ป.ก.&amp;nbsp;4-01&amp;nbsp;ในวันนี้&amp;nbsp;เป็นผู้แทนเกษตรกรจากเขตปฏิรูปที่ดินจำนวน&amp;nbsp;3,250&amp;nbsp;ราย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เนื้อที่ประมาณ&amp;nbsp;8,465-3-11&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;11&amp;nbsp;อำเภอใน&amp;nbsp;จ.นครราชสีมา&amp;nbsp;ประกอบไปด้วย&amp;nbsp;อ.แก้งสนามนาง&amp;nbsp;อ.จักราช&amp;nbsp;อ.เฉลิมพระเกียรติ&amp;nbsp;อ.ชุมพวง&amp;nbsp;อ.บ้านเหลื่อม&amp;nbsp;อ.พระทองคำ&amp;nbsp;อ.พิมาย&amp;nbsp;อ.เมืองนครราชสีมา&amp;nbsp;อ.ลำทะเมนชัย&amp;nbsp;อ.หนองบุญมาก&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อ.ห้วยแถลง&amp;nbsp;ซึ่ง&amp;nbsp;ส.ป.ก.&amp;nbsp;นครราชสีมานั้น&amp;nbsp;มีพื้นที่ประกาศเขตปฏิรูปที่ดินทั้งสิ้น&amp;nbsp;25&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;เนื้อที่รวมประมาณ&amp;nbsp;3,235,411&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;จัดที่ดินให้เกษตรกรเข้าทำประโยชน์ไปแล้วทั้งสิ้น&amp;nbsp;2,245&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;2,543&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;เนื้อที่ประมาณ&amp;nbsp;31,315&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;ส.ป.ก.&amp;nbsp;จะเร่งดำเนินการจัดที่ดินที่ยังมิได้ดำเนินการให้กับเกษตรกรที่ได้ขึ้นทะเบียนขอที่ดินทำกิน&amp;nbsp;เพื่อสนองต่อนโยบายของรัฐบาลในการจัดที่ดินทำกิน&amp;nbsp;เพื่อลดความเหลื่อมล้ำให้กับผู้ไร้ที่ดินทำกินต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยพลเอกประวิตร&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ขอบคุณ&amp;nbsp;บจธ.ที่เร่งขับเคลื่อนแก้ปัญหาช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ยากจน&lt;/strong&gt;ในการแก้ปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล&amp;nbsp;ด้านเศรษฐกิจฐานรากที่ต้องการให้การบริหารจัดการที่ดินและกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม&amp;nbsp;พร้อมย้ำว่า&amp;nbsp;ยังมีเกษตรกรและผู้ยากจนอีกจำนวนมาก&amp;nbsp;ที่ไร้ที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน&amp;nbsp;ขอให้เร่งขยายผลความสำเร็จดังกล่าว&amp;nbsp;ให้ครอบคลุมทั่วประเทศโดยเร็วและขอให้พี่น้องประชาชน&amp;nbsp;นำที่ดินที่ได้รับไปทำประโยชน์จริง&amp;nbsp;เพื่อลดความเหลื่อมล้ำด้านที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินและเกิดประโยชน์สูงสุดในการบริหารจัดการที่ดินร่วมกันอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>27/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครราชสีมา</Province><Department>สวท.นครราชสีมา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211227225334493</Link_News></row>
<row _id="290"><NewsTitle>กรมชลประทานส่งความสุขให้พี่น้องชาวไทย มอบของขวัญปีใหม่ 2565</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมชลประทาน&amp;nbsp;เตรียมมอบของขวัญปีใหม่ให้พี่น้องชาวไทยทุกคน&amp;nbsp;ภายใต้นโยบายของ&amp;nbsp;ดร.เฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ในกิจกรรม&amp;nbsp;ส่งความสุขปีใหม่&amp;nbsp;มอบให้เกษตรกร&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;โครงการชลประทานในหลายพื้นที่&amp;nbsp;พร้อมส่งคืนความสุขให้คนไทยทั่วประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายประพิศ&amp;nbsp;จันทร์มา&amp;nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ตามที่&amp;nbsp;ดร.เฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ร่วมกันจัดกิจกรรม&amp;nbsp;ส่งความสุขปีใหม่&amp;nbsp;มอบให้เกษตรกร&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;ผ่าน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;กิจกรรมหลัก&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;มอบของขวัญเกษตรกรไทย&amp;nbsp;มีกิน&amp;nbsp;มีใช้&amp;nbsp;มีรายได้พอเพียง&amp;nbsp;,&amp;nbsp;เพิ่มพลังปีใหม่&amp;nbsp;จำหน่ายสินค้าราคาพิเศษ&amp;nbsp;สินค้าเกษตรคุณภาพ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ปีใหม่เที่ยวทั่วไทย&amp;nbsp;สุขใจไปกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เพื่อมอบความสุขในช่วงเทศกาลปีใหม่ให้กับพี่น้องชาวไทยทุกคน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในส่วนของกรมชลประทาน&amp;nbsp;ได้จัดกิจกรรม&amp;nbsp;เพื่อร่วมส่งความสุขให้กับเกษตรกรและประชาชน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;-&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;กิจกรรมแรก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นการมอบของขวัญเกษตรกรไทย&amp;nbsp;มีกิน&amp;nbsp;มีใช้&amp;nbsp;มีรายได้พอเพียง&amp;nbsp;&amp;nbsp;พัฒนา/ปรับปรุง/ซ่อมแซมแหล่งน้ำและระบบชลประทาน&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;อ่างเก็บน้ำ&amp;nbsp;แก้มลิง&amp;nbsp;อาคารบังคับน้ำ&amp;nbsp;สถานีสูบน้ำพร้อมระบบส่งน้ำ&amp;nbsp;ฯลฯ&amp;nbsp;ครอบคลุม&amp;nbsp;&amp;nbsp;68&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;กว่า&amp;nbsp;2,479&amp;nbsp;รายการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปรับปรุงคันคลองและกำจัดวัชพืชคลองชลประทาน&amp;nbsp;ปรับปรุงแก้มลิงและกำจัดวัชพืชในพื้นที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษา&amp;nbsp;เพื่อให้คันคลองส่งน้ำใช้งานได้ดี&amp;nbsp;สามารถส่งน้ำให้แก่พื้นที่เพาะปลูกได้ตามเป้าหมาย&amp;nbsp;รวมทั้งสามารถใช้เป็นเส้นทางขนส่งผลผลิตทางการเกษตรออกสู่ตลาดได้สะดวก&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวดเร็ว&amp;nbsp;และปลอดภัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;-&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;กิจกรรมที่สอง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สินค้าราคาพิเศษ&amp;nbsp;สินค้าเกษตรคุณภาพ&amp;nbsp;เปิดสถานที่ให้เกษตรกรนำสินค้าทางการเกษตร&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ผักปลอดสารพิษ&amp;nbsp;มาขายในสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ต.บ้านเก่า&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.กาญจนบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;-&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;และกิจกรรมสุดท้าย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพิ่มสุขปีใหม่&amp;nbsp;เที่ยวทั่วไทย&amp;nbsp;สุขใจไปกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เปิดสถานที่ราชการ&amp;nbsp;ปรับภูมิทัศน์รองรับนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;(ศูนย์ศึกษา/ศูนย์เรียนรู้/แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;17&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;เปิดสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรให้ประชาชนเข้าชมฟรี&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในการนี้&amp;nbsp;กรมชลประทาน&amp;nbsp;ขอเชิญชวนให้พี่น้องประชาชน&amp;nbsp;รวมทั้งนักท่องเที่ยว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่เดินทางกลับภูมิลำเนาหรือท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆ&amp;nbsp;ทั่วประเทศ&amp;nbsp;ในช่วงเทศกาลปีใหม่&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;แวะพักผ่อนตามสถานที่ต่างๆ&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็น&amp;nbsp;อ่างเก็บน้ำ&amp;nbsp;เขื่อนทดน้ำ&amp;nbsp;หรือแหล่งน้ำต่างๆ&amp;nbsp;ของกรมชลประทานที่เปิดให้บริการทั่วประเทศ&amp;nbsp;ท้ายที่สุดนี้&amp;nbsp;กรมชลประทาน&amp;nbsp;ขอให้นักท่องเที่ยวและประชาชนทุกท่าน&amp;nbsp;เดินทางท่องเที่ยวและไปกลับภูมิลำเนาโดยสวัสดิภาพ&amp;nbsp;และขอความสุขสวัสดีจงมีแด่ทุกท่านในเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;Cr#กรมชลประทาน&amp;nbsp;Cr#&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;Cr#&amp;nbsp;RIDTEAM&amp;nbsp;#กรมชลประทาน&amp;nbsp;#ของขวัญปีใหม่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;h2&gt;&lt;br&gt;&lt;/h2&gt;</Detail><NewsDate>28/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211228084613512</Link_News></row>
<row _id="291"><NewsTitle>เข้มงวดนำเข้าผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้าน ล่าสุด พักขึ้นทะเบียนผู้นำเข้าที่ไม่ผ่านเกณฑ์ 6 ราย</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายพิทักษ์&amp;nbsp;อุดมวิชัยวัฒน์&amp;nbsp;อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;เริ่มทยอยออกสู่ตลาดมากขึ้น&amp;nbsp;จึงได้กำชับเจ้าหน้าที่เข้มงวดการตรวจสอบมาตรฐานการนำเข้าผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้าน&amp;nbsp;เพื่อให้ได้วัตถุดิบที่มีคุณภาพไว้ใช้ในประเทศ&amp;nbsp;โดยความชื้นต้องไม่เกินร้อยละ&amp;nbsp;14&amp;nbsp;และปริมาณดินทรายที่ติดกับหัวมันสำปะหลังไม่เกินร้อยละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยได้จัดชุดเคลื่อนที่เร็ว&amp;nbsp;ตรวจสอบการนำเข้าฯ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ด่านศุลกากรอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ซึ่งหากพบผู้กระทำผิด&amp;nbsp;จะดำเนินการพักการขึ้นทะเบียนเป็นผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังทันที&amp;nbsp;และผู้นำเข้าต้องไปปรับปรุงคุณภาพสินค้าให้ได้มาตรฐานที่กำหนด&amp;nbsp;จึงจะสามารถนำเข้าต่อไปได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ล่าสุด&amp;nbsp;ในเดือนธันวาคม&amp;nbsp;2564&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้พักการขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการนำเข้าผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังที่คุณภาพไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ซึ่งมาตรการดังกล่าว&amp;nbsp;จะช่วยให้ได้ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังที่มีคุณภาพป้อนเข้าสู่อุตสาหกรรมมันสำปะหลังของไทย&amp;nbsp;อีกทั้งไม่กระทบต่อราคาผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังในประเทศ&amp;nbsp;ทำให้มีเสถียรภาพดีขึ้น&amp;nbsp;โดยราคาหัวมันสดปัจจุบัน&amp;nbsp;เฉลี่ย&amp;nbsp;2.55&amp;nbsp;บาท/กิโลกรัม&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&amp;nbsp;21.43&amp;nbsp;จากช่วงเดียวกันของปีก่อน&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;หากพบเบาะแสผู้กระทำผิดเกี่ยวกับการลักลอบนำเข้าผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้าน&amp;nbsp;สามารถแจ้งสายด่วนกรมการค้าต่างประเทศ&amp;nbsp;โทร.&amp;nbsp;1385&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>28/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211228143703669</Link_News></row>
<row _id="292"><NewsTitle>อุตุฯ สุพรรณบุรี เตือนเกษตรกรควรระวังศัตรูพืชจำพวกหนอนในพืชไร่ ไม้ผลและพืชผักต่าง ๆ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสมนึก&amp;nbsp;สวนดอกไม้&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาสุพรรณบุรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ระยะนี้บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน&amp;nbsp;ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศเย็นถึงหนาวกับมีลมแรง&amp;nbsp;โดยอุณหภูมิจะลดลง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;องศาเซลเซียสขอให้ประชาชนบริเวณบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพ&amp;nbsp;เนื่องจากอากาศที่เปลี่ยนแปลง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คำแนะนำสำหรับการเกษตรในภาคกลาง&amp;nbsp;ระยะนี้มีอากาศเย็นถึงหนาว&amp;nbsp;กับมีลมแรงในบางช่วง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เกษตรกรควรระวังศัตรูพืชจำพวกหนอนในพืชไร่&amp;nbsp;ไม้ผลและพืชผักต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;โดยเฉพาะหนอนใยผักในพืชผักตระกูลกะหล่ำและผักกาด&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;สำหรับเกษตรที่เลี้ยงสัตว์น้ำควรควบคุมปริมาณการให้อาหารอย่างเหมาะสม&amp;nbsp;โดยเฉพาะในช่วงวันที่&amp;nbsp;28-29&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;อุณหภูมิจะลดลง&amp;nbsp;2-4&amp;nbsp;องเซลเซียส&amp;nbsp;เพราะในช่วงที่อุณหภูมิลดต่ำลง&amp;nbsp;ทำให้สัตว์น้ำกินอาหารได้น้อย&amp;nbsp;และเศษอาหารเหลือจะส่งผลให้น้ำเน่าเสียได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>28/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สุพรรณบุรี</Province><Department>สวท.สุพรรณบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211228114945591</Link_News></row>
<row _id="293"><NewsTitle>เกษตรกรหมูช้ำขาดทุนสะสม 3 ปี ต้นทุนพุ่ง ข้าวโพด-ถั่วเหลืองแพง ป้องกันโรคเข้ม หมูขาดแคลน วอนผู้บริโภคเห็นใจ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสุนทราภรณ์&amp;nbsp;สิงห์รีวงศ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคเหนือ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวถึงสถานการณ์สุกรในปัจจุบันว่า&amp;nbsp;เกษตรกรผู้เลี้ยงกำลังประสบปัญหาต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;จากราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ทุกประเภทปรับตัวสูงขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งเป็นปัญหาที่ภาคปศุสัตว์ทั่วโลกกำลังประสบอยู่&amp;nbsp;โดยเฉพาะราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของประเทศเพื่อนบ้านทั้ง&amp;nbsp;กัมพูชา&amp;nbsp;ลาว&amp;nbsp;เวียดนาม&amp;nbsp;ที่ราคาปรับขึ้นไปอยู่ในระดับ&amp;nbsp;11.20-12.20&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;ซึ่งเป็นราคาสูงสุดในรอบ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;กว่าปี&amp;nbsp;ขณะที่จีนราคาสูงถึง&amp;nbsp;12.80&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;ส่วนประเทศไทยเคยมีราคาสูงถึง&amp;nbsp;12.50&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;กลายเป็นต้นทุนสะสมที่เพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้&amp;nbsp;ผนวกกับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาผู้เลี้ยงต้องประสบภาวะขาดทุนอย่างหนัก&amp;nbsp;จากการขายหมูต่ำกว่าต้นทุนเพื่อลดความเสี่ยงเรื่องโรค&amp;nbsp;กระทั่งเคยขายสุกรราคาต่ำสุดเพียง&amp;nbsp;50&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;ขณะที่ต้นทุนสูงถึง&amp;nbsp;80&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เป็นการซ้ำเติมภาวะขาดทุนจากที่ต้องแบกรับมาตลอด&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;เพื่อประคับประคองอาชีพเดียวนี้ไว้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคเหนือ&amp;nbsp;กล่าวอีกว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ปัจจุบันผู้เลี้ยงสุกรในภาคเหนือหายไปจากระบบแล้วมากกว่า&amp;nbsp;50%&amp;nbsp;จากผลกระทบของโรคในหมูและภาวะขาดทุนสะสม&amp;nbsp;ทำให้ต้องหยุดเลี้ยงหมูปล่อยเล้าว่างเพื่อรอดูสถานการณ์&amp;nbsp;ขณะที่เกษตรกรที่ยังเดินหน้าเลี้ยงต่อไปต้องแบกภาระต้นทุนที่สูงขึ้น&amp;nbsp;จากราคาวัตถุดิบที่พุ่งไม่หยุดทั้งข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;กากถั่วเหลืองนำเข้า&amp;nbsp;และปลายข้าว&amp;nbsp;ซึ่งวัตถุดิบอาหารสัตว์เป็นต้นทุนหลักคิดเป็น&amp;nbsp;60-70%&amp;nbsp;ของการเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;รวมถึงต้องยกระดับระบบป้องกันโรคให้เข้มแข็งขึ้น&amp;nbsp;ทำให้มีต้นทุนเพิ่มเกือบ&amp;nbsp;500&amp;nbsp;บาทต่อตัว&amp;nbsp;และยังต้องเตรียมเงินทุนจำนวนมาก&amp;nbsp;เพื่อปรับเข้าสู่ระบบมาตรฐานทั้ง&amp;nbsp;GFM&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;GMP&amp;nbsp;แม้รู้ว่าต้นทุนต้องเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;แต่เกษตรกรยินดีทำเพื่อรักษาความมั่นคงทางอาหารโปรตีนให้ผู้บริโภคในประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;สำหรับการบริโภคของประชาชนในปัจจุบันปรับเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เนื่องจากห้างร้านต่างๆกลับมาเปิดดำเนินการได้ตามปกติ&amp;nbsp;ไทยเปิดรับนักท่องเที่ยวในช่วงก่อนนี้&amp;nbsp;โรงเรียนเปิดทำการเรียนการสอนและยังเข้าสู่ช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่&amp;nbsp;ส่งผลในเชิงจิตวิทยาทำให้คนเริ่มออกมาจับจ่ายมากขึ้น&amp;nbsp;สวนทางกับปริมาณผลผลิตสุกรขุนลดลงมากกว่า&amp;nbsp;30%&amp;nbsp;ราคาสุกรจึงเป็นไปตามกลไกตลาด&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;พบว่าประเทศอื่นๆที่มีปัญหาขาดแคลนสุกรระดับราคาต่างปรับขึ้นต่อเนื่อง&amp;nbsp;อย่างเช่น&amp;nbsp;จีนราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มอยู่ที่&amp;nbsp;90-103&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;และฟิลิปปินส์&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;137-147&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;เกษตรกรขอความเห็นใจในปัญหาที่ต้องเผชิญกับภาวะราคาหมูตกต่ำมานานกว่า&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ขอให้กลไกตลาดได้ทำงานเสรี&amp;nbsp;เพื่อให้สามารถไปต่อในอาชีพนี้ได้&amp;nbsp;ขณะที่ประชาชนยังมีทางเลือกบริโภคอาหารอื่นทดแทน&amp;nbsp;ทั้งปลา&amp;nbsp;ไข่&amp;nbsp;ไก่&amp;nbsp;ซึ่งถือเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>28/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>กรมประชาสัมพันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211228143935672</Link_News></row>
<row _id="294"><NewsTitle>สิงห์บุรีจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานเกษตรจังหวัดสิงห์บุรี&amp;nbsp;จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้&amp;nbsp;ส่งเสริมการตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;ให้เป็นทางเลือกใหม่ของเกษตรกรรุ่นใหม่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสัมฤทธิ์&amp;nbsp;กองเงิน&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&amp;nbsp;"การจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเชื่อมโยงด้านการตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์"&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตำบลโพกรวม&amp;nbsp;อำเภอเมืองสิงห์บุรี&amp;nbsp;จังหวัดสิงห์บุรี&amp;nbsp;ตามที่สำนักงานเกษตรจังหวัดสิงห์บุรีจัดขึ้น&amp;nbsp;ภายใต้โครงการพัฒนาจังหวัด&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;เพื่อเป็นการขับเคลื่อนและเพิ่มช่องทางการผลิตและจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ให้มากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับ&amp;nbsp;การส่งเสริมการเกษตรอินทรีย์อย่างจริงจัง&amp;nbsp;จังหวัดสิงห์บุรีเริ่มส่งเสริมมาตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2558&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีเกษตรกรเริ่มสมัครขอรับรองมาตรฐาน&amp;nbsp;จนได้รับใบรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;(Organic&amp;nbsp;Thailand)&amp;nbsp;เมื่อปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;ปัจจุบันมีเกษตรกรที่ได้รับใบรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรอินทรีย์แล้ว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;17&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;รวมพื้นที่&amp;nbsp;86&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ประเภทสินค้า&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ผัก&amp;nbsp;ผลไม้&amp;nbsp;และข้าว&amp;nbsp;โดยตลาดหลักจัดจำหน่ายอยู่ที่&amp;nbsp;คือตลาดเกษตรกรบริเวณสี่แยกบุ้งกี๋&amp;nbsp;ตลาดจริงใจ&amp;nbsp;Tops&amp;nbsp;Plaza&amp;nbsp;สิงห์บุรี&amp;nbsp;และจำหน่ายหน้าสวนของเกษตรเอง&amp;nbsp;ซึ่งมีมูลค่าการตลาดปัจจุบันอยู่ที่&amp;nbsp;1.49&amp;nbsp;ล้านบาทต่อ&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ในการขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;จะทำได้ช้าแต่ก็มีจำนวนเกษตรกรและปริมาณสินค้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ&amp;nbsp;และส่วนใหญ่เป็นสินค้าสด&amp;nbsp;จึงจำเป็นต้องส่งเสริมการตลาดเพื่อให้มีช่องทางและรูปแบบในการจัดจำหน่ายมากขึ้น&amp;nbsp;ในการจัดงานจึงได้เชิญเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จ&amp;nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเชื่อมโยงด้านการตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;ให้เกษตรกรที่มาร่วมงานได้รับฟังเพื่อนำไปเป็นแนวทางในการผลิตและจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ของตนเองต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;วีรยุทธ&amp;nbsp;รวดเร็ว&amp;nbsp;/&amp;nbsp;ข่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>28/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สิงห์บุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสิงห์บุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211228133505623</Link_News></row>
<row _id="295"><NewsTitle>การยางแห่งประเทศไทย เดินหน้าโครงการชะลอยางพารา เก็บผลผลิตและขายในช่วงที่ราคาเหมาะสม เพิ่มสภาพคล่องให้ชาวสวนยาง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสุขทัศน์&amp;nbsp;ต่างวิริยกุล&amp;nbsp;รองผู้ว่าการด้านปฏิบัติการ&amp;nbsp;เผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การยางแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp;(กยท.)&amp;nbsp;เดินหน้าโครงการชะลอยางของสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางฯ&amp;nbsp;ซึ่งเริ่มดำเนินการรับซื้อผลผลิตยาง&amp;nbsp;(ยางก้อนถ้วยและน้ำยางสด)&amp;nbsp;จากสถาบันเกษตรกรแล้วในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ&amp;nbsp;ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ซึ่งสามารถช่วยให้ราคายางปรับตัวเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;เพิ่มสภาพคล่องให้เกษตรกรชาวสวนยาง&amp;nbsp;ไม่ต้องเร่งขายผลผลิตยาง&amp;nbsp;สามารถเก็บไว้ขายในช่วงที่ราคายางสูงขึ้นอยู่ในระดับที่เหมาะสมได้&amp;nbsp;ซึ่งคณะกรรมการ&amp;nbsp;กยท.&amp;nbsp;สั่งการให้นำมาตรการดังกล่าวมาใช้อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ควบคู่กับการบริหารจัดการน้ำยางสดที่ส่งเสริมให้แปรรูปเป็นยางแผ่นรมควันและซื้อขายผ่านตลาดกลางที่เป็นตลาดข้อตกลงส่งมอบจริงล่วงหน้า&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ช่วยในการบริหารต้นทุนการแปรรูปยาง&amp;nbsp;และลดความเสี่ยงด้านราคายางลงได้&amp;nbsp;เป็นอีกมาตรการที่ช่วยสนับสนุนและเพิ่มความต้องการใช้น้ำยางสดให้สูงขึ้นได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่&amp;nbsp;ราคาน้ำยางสดเฉลี่ยช่วงธันวาคม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;(&amp;nbsp;124&amp;nbsp;ธ.ค.&amp;nbsp;64&amp;nbsp;)&amp;nbsp;อยู่ที่&amp;nbsp;54.59&amp;nbsp;บาท/กก.โดยช่วงต้นเดือนธันวาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ราคายางขยับตัวสูงขึ้นเกินกว่าราคาเฉลี่ยในช่วงเดียวกันของปีก่อน&amp;nbsp;สาเหตุจากผลผลิตยางออกสู่ตลาดน้อย&amp;nbsp;เพราะมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;คาดว่าราคาน้ำยางสดช่วงสิ้นเดือนนี้อาจย่อตัวลงเล็กน้อยเป็นปกติในช่วงปลายปีของทุกปี&amp;nbsp;เนื่องจากโรงงานหลายแห่งชะลอการผลิตช่วงวันหยุดยาวเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่&amp;nbsp;ธุรกิจและธุรกรรมทางการเงินของโลกโดยส่วนใหญ่หยุดดำเนินการ&amp;nbsp;โรงงานอุตสาหกรรมยางลดกำลังการผลิตลงเพื่อรองรับวันหยุดยาว&amp;nbsp;ประกอบกับสถานการณ์น้ำท่วมในประเทศมาเลเซีย&amp;nbsp;สร้างความกังวลในหมู่ผู้ผลิต&amp;nbsp;ในขณะที่ผลผลิตน้ำยางสดยังออกสู่ตลาดต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;รัฐบาลมีมาตรการเข้ามาช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง&lt;/strong&gt;และรองรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;ผ่านโครงการประกันรายได้ฯ&amp;nbsp;ระยะ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ซึ่งจะเร่งจ่ายเงินชดเชยประจำเดือนธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ให้ถึงมือเกษตรกรช่วงต้นเดือนมกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นอกจากกนี้&amp;nbsp;เกษตรกรชาวสวนยางยังมีอีกหนึ่งทางเลือกคือ&amp;nbsp;การเก็บผลผลิตยางไว้จำหน่ายในช่วงที่ราคายางเหมาะสมได้&amp;nbsp;ด้วยการเข้าร่วมโครงการชะลอยาง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รองผู้ว่าการด้านปฏิบัติการ&amp;nbsp;กล่าวอีกว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ขณะนี้สถานการณ์ยางกำลังมีทิศทางที่ดีขึ้น&amp;nbsp;โดยในเดือนมกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;มีปัจจัยบวกที่สนับสนุนเนื่องจาก&amp;nbsp;ประเทศเวียดนามและจีนเข้าสู่ช่วงปิดกรีดยางแล้ว&amp;nbsp;ฤดูหนาวทุกปี&amp;nbsp;จึงเกิดปัญหาการขาดแคลนอุปทานตามฤดูกาล&amp;nbsp;ในขณะที่ความต้องการนำเข้ายางของจีนมากขึ้นและบริษัทผู้ผลิตเริ่มตุนสต็อกยางธรรมชาติก่อนถึงเทศกาลตรุษจีน&amp;nbsp;คาดว่าการบริโภครายเดือนจะสูงถึง&amp;nbsp;500,000&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ความต้องการยางในประเทศอื่นๆ&amp;nbsp;ก็เพิ่มสูงขึ้น&amp;nbsp;โดยมีรายงานยอดการผลิตรถยนต์เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ&amp;nbsp;5.4&amp;nbsp;หรือประมาณ&amp;nbsp;25.7&amp;nbsp;ล้านคัน&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>28/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211228144405681</Link_News></row>
<row _id="296"><NewsTitle>สภาเกษตรยะลา จัดเสวนายกระดับเกษตรกรในพื้นที่ นำหัวหน้าส่วนราชการ 11 หน่วยงาน ให้ความรู้การพัฒนาการเกษตรด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(28&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;สภาเกษตรกร&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จัดการประชุมการขับเคลื่อนนวัตกรรมการเกษตรและการเตรียมความพร้อมกลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;ในการยกระดับสู่วิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมอาคารศูนย์ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;ตำบลสะเตง&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายอำนวย&amp;nbsp;ศรีระแก้ว&amp;nbsp;ผู้ช่วยเลขาธิการ&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดการประชุม&amp;nbsp;และมีหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมกว่า&amp;nbsp;11&amp;nbsp;หน่วยงาน&amp;nbsp;และมีสมาชิกเกษตรกรในพื้นที่เข้าร่วมรับฟังการเสวนา&amp;nbsp;พัฒนากลุ่มเกษตรกรเพื่อยกระดับสู่ความยั่งยืน&amp;nbsp;และการยกระดับการเกษตรสูตรนวัตกรรมดิจิทัล&amp;nbsp;พร้อมกับเสวนาการขับเคลื่อนการปลูกกัญชงเพื่อการแพทย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอับดุลเลาะ&amp;nbsp;คอปิ&amp;nbsp;ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดยะลา&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สภาเกษตรกรจังหวัดยะลา&amp;nbsp;เล็งเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาการเกษตร&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น&amp;nbsp;จึงได้ร่วมบูรณาการขับเคลื่อนการเกษตรร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;พร้อมร่วมบูรณาการกับสำนักเศรษฐกิจดิจิทัล&amp;nbsp;ดำเนินมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนคูปองดิจิทัล&amp;nbsp;เพื่อประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลให้เกษตรกรสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อผลิตผลทางการเกษตรที่มีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;ประสิทธิผลและยกระดับเกษตรกรอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอำนวย&amp;nbsp;ศรีระแก้ว&amp;nbsp;ผู้ช่วยเลขาธิการ&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;เผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;ในฐานะหน่วยนำการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;พร้อมขับเคลื่อน&amp;nbsp;ส่งเสริมและยกระดับคุณภาพด้านการเกษตร&amp;nbsp;ซึ่งมีเป้าหมายในการพัฒนาเศรษฐกิจระดับฐานราก&amp;nbsp;และสังคมสันติสุขให้มีความมั่นคง&amp;nbsp;มั่งคั่ง&amp;nbsp;ยั่งยืน&amp;nbsp;โดยมีสภาเกษตรกรแต่ละจังหวัดเป็นหน่วยงานดำเนินการ&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;มีนโยบายสนับสนุนการปลูกพืช&amp;nbsp;เน้นหนัก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ส่วน&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;รณรงค์ปลูกพืชเศรษฐกิจ&amp;nbsp;เพื่อส่งออกประเทศเพื่อนบ้านและทั่วโลก&amp;nbsp;ส่งเสริมการปลูกพืชพลังงานทดแทน&amp;nbsp;เพื่อเป็นทางเลือกให้โรงงานและโรงไฟฟ้า&amp;nbsp;และส่งเสริมปลูกพืชสนองความต้องการทางการตลาด&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;โกโก้&amp;nbsp;หมาก&amp;nbsp;ต้นพลู&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>28/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211228145631696</Link_News></row>
<row _id="297"><NewsTitle>เกษตรยะลา ร่วมขับเคลื่อนนวัตกรรมการเกษตรและเตรียมความพร้อมกลุ่มเกษตรกร เพื่อยกระดับสู่วิสาหกิจชุมชน</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(28&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;นายกัสมัน&amp;nbsp;ยะมาแล&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นางสาวไหมอุมา&amp;nbsp;บัวแก้ว&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;เข้าร่วมการประชุม&amp;nbsp;การขับเคลื่อนนวัตกรรมการเกษตรและการเตรียมความพร้อมกลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;ในการพัฒนายกระดับสู่วิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;และร่วมเสวนาการพัฒนากลุ่มด้วยการยกระดับสู่ความยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีนายอำนวย&amp;nbsp;ศรีระแก้ว&amp;nbsp;ผู้ช่วยเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมศูนย์ราชการจังหวัดชายแดนใต้ตอนล่าง&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;อำเภอเมืองยะลา&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>28/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211228151250712</Link_News></row>
<row _id="298"><NewsTitle>อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง  จัดประชุมคณะอนุกรรมการกลั่นกรองและติมตามการดำเนินงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีอำเภอ (อกส.อ.)</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้(&amp;nbsp;28&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;)&amp;nbsp;นายนนท์นภนต์&amp;nbsp;นาพอ&amp;nbsp;เกษตรอำเภอย่านตาขาว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้นางแพรวพรรณ&amp;nbsp;ทองพิทักษ์&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุมคณะอนุกรรมการกลั่นกรองและติดตามการดำเนินงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีอำเภอ&amp;nbsp;(อกส.อ.)&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;4/2564&amp;nbsp;โดยมีนางจิราวัลย์&amp;nbsp;ธนาเจริญสกุล&amp;nbsp;เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการ&amp;nbsp;เป็นประธานในที่ประชุม&amp;nbsp;ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประชุม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุม&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;มหาราช&amp;nbsp;อำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อกลั่นกรองและพิจารณาให้ความเห็นชอบโครงการประเภทเงินทุนหมุนเวียนจำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;โครงการ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;กลุ่มเลี้ยงโคพันธุ์พื้นเมือง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลเกาะเปียะ&amp;nbsp;กลุ่มเลี้ยงโคพันธุ์พื้นเมือง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ตำบลในควน&amp;nbsp;กลุ่มเลี้ยงโคพันธุ์พื้นเมือง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลนาชุมเห็ด&amp;nbsp;และกลุ่มเลี้ยงโคพันธุ์พื้นเมือง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตำบลนาชุมเห็ด&amp;nbsp;ในที่ประชุมมีมติให้ผ่านการพิจารณาทั้ง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;เป็นเงินจำนวน&amp;nbsp;785,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และได้พิจารณาอนุมัติโครงการประเภทเงินอุดหนุน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;โครงการประดิษฐ์กระเป๋าบาติก&amp;nbsp;เป็นเงินจำนวน&amp;nbsp;20,630&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;และโครงการทำผ้ามัดย้อม&amp;nbsp;เป็นเงินจำนวน&amp;nbsp;22,160&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>28/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211228160302766</Link_News></row>
<row _id="299"><NewsTitle>อำเภอห้วยยอด  จังหวัดตรัง   จัดประชุมคณะอนุกรรมการกลั่นกรองและติดตามการดำเนินงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(&amp;nbsp;28&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;)นายสำคัญ&amp;nbsp;อรทัย&amp;nbsp;นายอำเภอห้วยยอด&amp;nbsp;เป็นประธาน&lt;/strong&gt;ในที่ประชุมคณะอนุกรรมการกลั่นกรองและติดตามการดำเนินงานของกองทุนพัฒนาบทบาทตรี&amp;nbsp;โดยมีสำนักงานเกษตรอำเภอห้วยยอด&amp;nbsp;โดยนายสมเดช&amp;nbsp;ว่องทั่ง&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ&amp;nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรอำเภอห้วยยอด&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมศรีพุธ&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ที่ว่าการอำเภอห้วยยอด&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้วย&amp;nbsp;ทางจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ได้อนุมัติงบประมาณการประชุมคณะอนุกรรมการกลั่นกรอง&lt;/strong&gt;และติดตามการดำเนินงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&amp;nbsp;ปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อตรวจสอบ&amp;nbsp;กลั่นกรอง&amp;nbsp;และให้ความเห็นชอบโครงการที่สมาชิกขอรับการสนับสนุนโครงการประเภทเงินทุนหมุนเวียน&amp;nbsp;และโครงการประเภทเงิน&amp;nbsp;อุดหนุน&amp;nbsp;เพื่อให้การดำเนินงานของตามโครงการฯเป็นไปด้วยความเรียบร้อย&amp;nbsp;บรรลุตาม&amp;nbsp;วัตถุประสงค์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>28/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211228160422768</Link_News></row>
<row _id="300"><NewsTitle>สำนักงานประมงจังหวัดตรัง  เดินหน้าโครงการกระจายสินค้าประมงพื้นบ้านสู่ผู้บริโภค</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(28&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;)&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายโกวิทย์&amp;nbsp;เก้าเอี้ยน&amp;nbsp;ประมงจังหวัดตรัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สำนักงานประมงจังหวัดตรัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับตลาดเกษตรกรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ให้กับกลุ่มชาวประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp;ที่เกษตรกรสามารถนำสินค้าทางการเกษตรมาวางจำหน่ายได้&amp;nbsp;โดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง&amp;nbsp;โดยตลาดเกษตรกรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ตั้งอยู่หน้าสำนักงานสหกรณ์จังหวัดตรัง&amp;nbsp;เปิดทุกวันอังคารและวันศุกร์&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;06.00-10.00&amp;nbsp;น.&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตามที่&amp;nbsp;ดร.เฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้มอบนโยบายให้กรมประมงดำเนินการจัดหาตลาดจำหน่ายสินค้าประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp;ตามโครงการกระจายสินค้าประมงพื้นบ้านสู่ผู้บริโภค&amp;nbsp;ให้กลุ่มชาวประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp;กลุ่มองค์กรชุมชมประมงท้องถิ่นเพื่อแก้ไขปัญหาสินค้าประมงราคาตกต่ำ&amp;nbsp;จากผลกระทบของโรคระบาดไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(covid-19)&amp;nbsp;ให้มีประสิทธิภาพและความต่อเนื่อง&amp;nbsp;และกรมประมงได้มอบหมายให้ประมงจังหวัดดำเนินการจัดหาพื้นที่จำหน่ายสินค้าสัตว์น้ำให้แก่ชาวประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp;นั้น&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำหรับกลุ่มบริหารจัดการด้านการประมงกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแม่บ้านเกษตรกรทุ่งรวงทอง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ซึ่งได้จดทะเบียนองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นด้านการแปรรูปสัตว์น้ำ&amp;nbsp;ได้ดำเนินการกิจกรรมด้านการแปรรูปมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;มีผลิตภัณฑ์หลากหลาย&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;กะปิแท้ท่าข้าม&amp;nbsp;กุ้งแห้ง&amp;nbsp;ปลาเค็มกางมุ้ง&amp;nbsp;ปลาส้ม&amp;nbsp;เคยฉลู&amp;nbsp;และมีช่องทางการจำหน่ายหลากหลายช่องทาง&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการตั้งขายหน้าร้านในตลาดเกษตรกรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ช่องทางสื่อโซเชียลมีเดีย&amp;nbsp;เพจเฟชบุ๊กและในบางครั้งมีการไลฟ์สดขาย&amp;nbsp;และมีการออกบูธจำหน่ายตามงานต่างๆ&amp;nbsp;ซึ่งทุกช่องทางผู้บริโภคให้การตอบรับอย่างดีมาโดยตลอด&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>28/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211228161233779</Link_News></row>
<row _id="301"><NewsTitle>จังหวัดสตูล ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนจังหวัดสตูล</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(28&amp;nbsp;ธ.ค.&amp;nbsp;64)&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดสตูล&amp;nbsp;นายสุพจน์&amp;nbsp;รอดเรือง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;หนองคาย&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนจังหวัดสตูล&amp;nbsp;โดยมีนายชาตรี&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ถลาง&amp;nbsp;ปลัดจังหวัดสตูล&amp;nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;และคณะกรรมการฯ&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในการประชุมคณะกรรมการได้ทราบร่วมกันในประเด็น&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ความก้าวหน้าการจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบันมีวิสาหกิจชุมชนที่จดทะเบียนในจังหวัดสตูล&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;493&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;จำนวนสมาชิก&amp;nbsp;7,810&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;การประเมินศักยภาพวิสาหกิจชุมชนเพื่อให้ชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทราบระดับความเข้มแข็งและผลลัพธ์ของการดำเนินงานวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;สามารถวางแผนพัฒนาได้ตามความพร้อมของแต่ละวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ผลการคัดเลือกวิสาหกิจชุมชนดีเด่น&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ระดับจังหวัด&amp;nbsp;ที่มีศักยภาพในการบริหารจัดการที่ดี&amp;nbsp;มีความเข้มแข็ง&amp;nbsp;พึ่งตนเองได้&amp;nbsp;ได้รับรางวัลชนะเลิศ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนร้านคนจับปลา&amp;nbsp;อำเภอละงู&amp;nbsp;รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตภัณฑ์ผ้าเครื่องแต่งกายมุสลิม&amp;nbsp;อำเภอควนโดน&amp;nbsp;และรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเลี้ยงผึ้งโพรง&amp;nbsp;มุสลิมทุ่งพญา&amp;nbsp;อำเภอเมืองสตูล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ได้ร่วมพิจารณาการคัดเลือกวิสาหกิจชุมชนจังหวัดสตูล&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่กรมส่งเสริมการเกษตรกำหนดให้มีการคัดเลือกวิสาหกิจชุมชนดีเด่นเป็นประจำทุกปี&amp;nbsp;อีกด้วย&amp;nbsp;ด้านรองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&amp;nbsp;ได้เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดูแลเรื่องการตลาดของเกษตรกรให้มากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;รวมถึงการประชาสัมพันธ์ประชาชนทั่วให้รู้จักสินค้า/ผลิตภัณฑ์ของเกษตรกรกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มรายได้ช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>28/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211228162238788</Link_News></row>
<row _id="302"><NewsTitle>สวนส้มโชกุนรายใหญ่ในจังหวัดตรัง ปรับกลยุทธ์ขายส้มเป็นของขวัญของฝากปีใหม่ ให้ลูกค้าผ่านระบบออนไลน์ พร้อมส่งทั่งประเทศ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอดิเรก&amp;nbsp;คงวิทยา&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;55&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;เจ้าของไร่วังน้ำค้าง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ต.ปะเหลียน&amp;nbsp;อ.ปะเหลียน&amp;nbsp;จ.ตรัง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ซึ่งปลูกส้มโชกุนรายใหญ่ที่สุดในจังหวัดตรัง&amp;nbsp;บนเนื้อที่กว่า&amp;nbsp;70&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ได้ปรับกลยุทธ์ในการขายส้มโชกุนในช่วงของสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;โดยผ่านทางระบบออนไลน์และพร้อมส่งมั่วประเทศ&amp;nbsp;ซึ่งแตกต่างจากทุกปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยสวนส้มแห่งนี้ได้รับการรับรองมาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;ของกรมวิชาการเกษตรสร้างความมั่นใจ&lt;/strong&gt;ให้กับลูกค้าว่าส้มโชกุนจากไร่วังน้ำค้าง&amp;nbsp;นอกจากจะปลอดภัยจากการใช้สารเคมีแล้ว&amp;nbsp;ยังปลอดภัยจากการติดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;ด้วย&amp;nbsp;ซึ่งเป็นความโชคดีที่ปีนี้ส้มโชกุนให้ผลผลิตเร็วกว่าทุกปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;โดยเก็บขายในช่วงเทศกาลปีใหม่กว่า&amp;nbsp;20,000&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;นับตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และคาดจะเก็บเกี่ยวได้วันละไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;ไปจนถึงช่วงเทศกาลตรุษจีนเลยทีเดียว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยยังเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวชม&amp;nbsp;เลือกเก็บผลส้มจากต้นกินสดจากต้นได้เลย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ส้มโชกุนเป็นผลไม้มงคลที่ชาวไทยเชื้อสายจีนและนักท่องเที่ยวทั่วไป&amp;nbsp;นิยมซื้อไปรับประทาน&amp;nbsp;เป็นของขวัญของฝากในเทศกาลต่างๆ&amp;nbsp;โดยเฉพาะเทศกาลปีใหม่&amp;nbsp;แต่ปีนี้ลูกค้าประจำสั่งซื้อคนละ&amp;nbsp;5-10&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;ส่วนลูกค้าต่างจังหวัดที่สั่งซื้อผ่านระบบออนไลน์เพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;ส่วนราคาทางนายอดิเรก&amp;nbsp;คงวิทยา&amp;nbsp;ประกาศลดราคาลงกิโลกรัมละ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าและช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายให้กับลูกค้า&amp;nbsp;แต่ยังคงคุณภาพเหมือนเดิม&amp;nbsp;โดยมีราคาตตั้งแต่&amp;nbsp;50-150&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขึ้นอยู่กับขนาดของผลส้มโชกุน&amp;nbsp;และยังใส่กล่องบรรจุสีแดงรูปมังกรเพื่อเป็นสิริมงคล&lt;/strong&gt;แก่ผู้รับในช่วงเทศกาลปีใหม่ไปจนถึงวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;มกราคมนี้&amp;nbsp;ส่วนใครสนใจสามารถสั่งซื้อได้ที่เพจไร่วังน้ำค้าง&amp;nbsp;อ.ปะเหลียน&amp;nbsp;จ.ตรัง&amp;nbsp;หรือที่หมายเลขโทรศัพท์&amp;nbsp;075-221130และ&amp;nbsp;087-2715052&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอดิเรก&amp;nbsp;คงวิทยา&amp;nbsp;เจ้าของสวน&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ส้มโชกุนวังน้ำค้างมีคุณสมบัติพิเศษรสชาติจะดี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หวานอมเปรี้ยว&amp;nbsp;ไม่ใช่เปรี้ยวอมหวาน&amp;nbsp;ชานจะนิ่ม&amp;nbsp;แปลงปลูกโอบล้อมไปด้วยภูเขา&amp;nbsp;น้ำมาจากภูเขา&amp;nbsp;อากาศดี&amp;nbsp;ดินมีโพแทสเซียมสูง&amp;nbsp;เหมาะแก่การปลูกส้ม&amp;nbsp;และส้มเป็นผลไม้มงคลเหมาะแก่การเป็นของขวัญของฝากแก่ญาติผู้ใหญ่&amp;nbsp;พ่อแม่&amp;nbsp;ซึ่งเป็นบุคคลที่เป็นที่เคารพรัก&amp;nbsp;ซื้อส้ม&amp;nbsp;5&amp;nbsp;กก.&amp;nbsp;แถมกล่องมังกรคู่ให้ด้วยไม้ต้องไปจัดเป็นกระเช้าอีก&amp;nbsp;และพิเศษช่วงเทศกาลปีใหม่นี้&amp;nbsp;จะมีการลดราคาลง&amp;nbsp;10&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ทุกขนาด&amp;nbsp;เช่นเดิมเบอร์&amp;nbsp;0&amp;nbsp;ขาย&amp;nbsp;150&amp;nbsp;ลดเหลือ&amp;nbsp;140&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;สนใจสามารถติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์&amp;nbsp;087-2715052&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;075-221130&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>28/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211228163720800</Link_News></row>
<row _id="303"><NewsTitle>อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จัดพิธีรับเมล็ดพันธุ์ผักพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู&lt;/strong&gt; จัดพิธีรับเมล็ดพันธุ์ผักพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งเป็นพันธุ์ผักที่ผลิตจากศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์ เพ็ญศิริ ให้แก่ชุมชนบ้านหินลับ ตำบลหนองสวรรค์ อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู จำนวน 120 ครัวเรือน โดยมีนางศิวพร ฉั่วสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู เป็นประธานในพิธีฯ &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พร้อมกันนั้น มีพระเดชพระคุณพระราชวชิรธาดา &lt;/strong&gt;ดร. เจ้าคณะจังหวัดหนองบัวลำภู นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ผศ.ดร.ชัยฤทธิ์ ศิลาเดช อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง นายประยูร อรัญรุท นายอำเภอเมืองหนองบัวลำภู พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและชุมชนเข้าร่วมพิธีฯ เพื่อให้ชุมชนนำไปปลูกกินเอง เพื่อลดรายจ่ายในครัวเรือนและเพื่อนำไปขยายพันธุ์ให้ชุมชนอื่นๆ ในพื้นที่ ซึ่งวันนี้จัดพิธีฯ ณ ศาลาอเนกประสงค์โครงการพัฒนาแหล่งน้ำ พระราชทานวชิรธาดานุสรณ์ บ้านหินลับ ตำบลหนองสวรรค์ อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>28/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>หน่วยงานสำนักข่าว</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211228184805857</Link_News></row>
<row _id="304"><NewsTitle>เรือนจำจังหวัดหนองบัวลำภู เปิดศูนย์ขยายเมล็ดพันธุ์ผักพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์&lt;/strong&gt; เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์ขยายเมล็ดพันธุ์ผักพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เรือนจำชั่วคราวบ้านห้วยเตย มีพระเดชพระคุณพระราชวชิรธาดา ดร. เจ้าคณะจังหวัดหนองบัวลำภู นางศิวพร ฉั่วสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู นายประยูร อรัญรุท นายอำเภอเมืองหนองบัวลำภู ผู้บังคับบัญชาการเรือนจำจังหวัดหนองบัวลำภู หัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ร่วมกิจกรรม ณ ศูนย์เรียนรู้เรือนจำชั่วคราวบ้านห้วยเตย ตำบลหนองหว้า อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้นมีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ &lt;/strong&gt;โครงการจัดการศึกษาระดับประกาศนียบัตร อนุปริญญาและปริญญาตรี สำหรับผู้ต้องราชทัณฑ์เรือนจำชั่วคราวบ้านห้วยเตย วัดพัชรกิติยาภาราม จังหวัดหนองบัวลำภู ด้วยระบบการสะสมหน่วยกิต (Credit Bank) ระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง&amp;nbsp;จังหวัดราชบุรีกับกรมราชทัณฑ์ โดยเรือนจำจังหวัดหนองบัวลำภูและวัดพัชรกิติยาภาราม โดยพระราชวชิรธาดา ดร.เจ้าคณะจังหวัดหนองบัวลำภู ร่วมพิธีลงนามความร่วมมือ กับนายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ผศ.ดร.ชัยฤทธิ์ ศิลาเดช อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ซึ่งมีนางศิวพร ฉั่วสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู นายประยูร อรัญรุท นายอำเภอเมืองหนองบัวลำภู นายพีรศักดิ์&amp;nbsp;วงศ์ธนเวทย์ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดหนองบัวลำภู คณะผู้บริหารของมหาวิทยาลัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นสักขีพยานในครั้งนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;บันทึกข้อตกลความร่วมมือในครั้งนี้&lt;/strong&gt; ทุกหน่วยงานได้ตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการศึกษาและการพัฒนาผู้ต้องราชทัณฑ์ในเรือนจำให้มีศักยภาพที่สูงขึ้น ได้รับการพัฒนาด้านความรู้วิชาการ วิชาชีพ คุณธรรม จริยธรรมที่ดีงาม เพื่อการเป็นพลเมืองที่เข้มแข็งของสังคม สำหรับสาระสำคัญของความร่วมมือ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง จะจัดการศึกษาทั้งระบบการเรียนในชั้นเรียน การเรียนแบบออนไลน์ การเรียนแบบผสมผสาน การเทียบโอนประสบการณ์ เพื่อให้ผู้เรียนได้รับความรู้และประสบการณ์ เพื่อให้ได้รับสัมฤทธิบัตร หรือประกาศนียบัตร หรือคุณวุฒิระดับอนุปริญญา หรือระดับปริญญาตรี โดยผ่านการเรียนในระบบการสะสมหน่วยกิต (Credit Bank) ตามความถนัด ความสนใจ และศักยภาพของผู้เรียน มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง จะร่วมมือกับกรมราชทัณฑ์ และวัดพัชรกิติยาภาราม รวมถึงหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องในการวิจัยและพัฒนา เพื่อสร้างรูปแบบการจัดการศึกษาที่เหมาะสมในลักษณะแหล่งเรียนรู้สัมมาชีพให้กับผู้ต้องราชทัณฑ์ ให้มีวิชาชีพและทัศนคติที่ดีต่อบ้านเมือง เป็นพลเมืองที่เข้มแข็งของประเทศชาติ มีความจงรักภักดีต่อสถาบัน เพื่อเป็นต้นแบบในการขยายผลต่อไป ณ เรือนจำชั่วคราวบ้านห้วยเตย ตำบลหนองหว้า อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>28/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>หน่วยงานสำนักข่าว</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211228185658858</Link_News></row>
<row _id="305"><NewsTitle>ทุเรียนกวนตาชี  ผลผลิตแปรรูปทุเรียนพื้นบ้าน ของดีเมืองยะลา การันตีความอร่อย</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เมื่อหมดฤดูผลไม้ของจังหวัดยะลา&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทุเรียนที่ได้ผ่านการฟรีซดรายเพื่อไว้สำหรับนำมาแปรรูป&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ตามออเดอร์ที่ลูกค้าสั่ง&amp;nbsp;รวมไปถึงส้มแขกก็ถึงเวลานำมาใช้ทำผลิตภัณฑ์ต่างๆ&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นทุเรียนทอด&amp;nbsp;ทุเรียนกวน&amp;nbsp;ส้มแขกแช่อิ่ม&amp;nbsp;ทางกลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์การเกษตร&amp;nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;ม.2&amp;nbsp;ตำบลตาชี&amp;nbsp;อำเภอยะหา&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นที่ยอมรับของประชาชนโดยทั่วไปที่แปรรูปผลผลิตทางการเกษตรมานานถึง&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ปัจจุบันมีสมาชิกกว่า&amp;nbsp;20&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;โดยผลิตภัณฑ์เด่น&amp;nbsp;หนึ่งในนั้นที่ขึ้นชื่อรสชาติ&amp;nbsp;ความอร่อย&amp;nbsp;ก็จะเป็นการนำทุเรียนบ้านมาแปรรูปเป็นทุเรียนกวน&amp;nbsp;ติดระดับ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ดาว&amp;nbsp;ของจังหวัดยะลา&amp;nbsp;จะมีลูกค้าสั่งมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ซึ่งการทำทุเรียนกวนของที่นี่ในส่วนของการผลิตก็จะใช้เครื่องในการกวนทุเรียน&amp;nbsp;ระยะเวลาการกวน&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ถึงจะนำไปบรรจุเป็นผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;ซึ่งจะมีสมาชิกของทางกลุ่มร่วมกันทำ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายกมล&amp;nbsp;พูลสวัสดิ์&amp;nbsp;ประธานกลุ่มฯ&amp;nbsp;บอกว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ปัจจุบันกลุ่มมีสมาชิกกว่า&amp;nbsp;20&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;จะแปรรูปเกี่ยวกับผลผลิตทางการเกษตรเป็นส่วนใหญ่&amp;nbsp;โดยเป็นผลผลิตในชุมชนตาชี&amp;nbsp;เพื่อต้องการช่วยชุมชนให้ขายผลผลิตแข่งกับพ่อค้าคนกลางที่กดราคาบางช่วง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ช่วยชาวบ้านในชุมชนที่เลิกจากการกรีดยาง&amp;nbsp;ให้มีรายได้เสริม&amp;nbsp;บางคนพอถึงฤดูกาลทุเรียน&amp;nbsp;ก็จะหยุดกรีดยางมาทำทุเรียน&amp;nbsp;ซึ่งทางกลุ่มจะเน้นไปที่ช่วยเหลือชุมชน&amp;nbsp;ประเทศชาติ&amp;nbsp;ศาสนา&amp;nbsp;พระมหากษัตริย์&amp;nbsp;รวมไปถึงสิ่งแวดล้อมเป็นที่ตั้ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผลิตภัณฑ์ของทางกลุ่มก็จะมีหลายอย่าง&amp;nbsp;ทั้งทุเรียนกวน&amp;nbsp;ทุเรียนทอดกรอบ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มังคุดกวน&amp;nbsp;ส้มแขกแช่อิ่มผสมน้ำผึ้ง&amp;nbsp;ซึ่งได้&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ดาวแล้ว&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ก็ยังมีขิงกรอบ&amp;nbsp;ซึ่งเป็นที่ยอมรับของลูกค้าว่ากรอบจริง&amp;nbsp;อร่อยจริง&amp;nbsp;จะไว้ทานจิบกับน้ำชาเป็นสมุนไพรสุขภาพ&amp;nbsp;ขิงชาชง&amp;nbsp;สะตอดอง&amp;nbsp;อบ&amp;nbsp;เย็นแช่ฟรีซดรายตามลูกค้าต้องการ&amp;nbsp;ที่จะนำไปแกง&amp;nbsp;ผัด&amp;nbsp;ธัญพืชบดเพื่อสุขภาพ&amp;nbsp;ข้าวกล้อง&amp;nbsp;งาดำขาวข้าวโอ๊ด&amp;nbsp;บาเล่ย์&amp;nbsp;และอีกหลายๆ&amp;nbsp;อย่าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>29/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211229085701928</Link_News></row>
<row _id="306"><NewsTitle>เร่งเสริมสนับสนุนการนำเทคโนโลยี นวัตกรรม ผลักดันด้านค่าตอบแทน สร้างขวัญและกำลังใจแก่อาสาสมัครเกษตร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;งานอาสาสมัครเกษตร&amp;nbsp;มีความสำคัญในการขับเคลื่อนงานและถือเป็นนโยบายหลักของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ที่ผ่านมาอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านได้ปฏิบัติงานจัดเก็บรวบรวมและรายงานข้อมูลพื้นฐานด้านการเกษตร&amp;nbsp;ประสานงานในการถ่ายทอดความรู้และการแก้ไขปัญหาของเกษตรกรในหมู่บ้าน&amp;nbsp;รวมทั้งติดตามสถานการณ์การเกษตรในหมู่บ้านพร้อมรายงานเหตุการณ์ฉุกเฉินเร่งด่วนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ด้วยความทุ่มเท&amp;nbsp;เสียสละ&amp;nbsp;&amp;nbsp;และมีจิตอาสาอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด&amp;nbsp;และในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านได้ช่วยปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง&amp;nbsp;โดยได้ลงพื้นที่ทำงานเคียงข้างกับเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรเพื่อประชาสัมพันธ์ชี้แจงข้อมูลโครงการเยียวยาเกษตรกรฯ&amp;nbsp;ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร&amp;nbsp;เก็บรวบรวม&amp;nbsp;เพื่อดำเนินการขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรส่งข้อมูลให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;สำหรับจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องเกษตรกรด้วยความเรียบร้อย&amp;nbsp;ทั่วถึงและรวดเร็ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะส่งเสริมสนับสนุนการนำเทคโนโลยี&amp;nbsp;&amp;nbsp;นวัตกรรมให้แก่พี่น้อง&amp;nbsp;อาสาสมัครเกษตร&amp;nbsp;เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจในการทำงาน&amp;nbsp;โดยจะมีเจ้าหน้าที่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เป็นพี่เลี้ยงเพี่อร่วมกันทำงาน&amp;nbsp;สำหรับแนวทางการพัฒนางานด้าน&amp;nbsp;งานอาสาสมัครเกษตร&amp;nbsp;ของกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;ได้ดำเนินโครงการพัฒนาอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&amp;nbsp;ที่ช่วยสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>29/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211229103122956</Link_News></row>
<row _id="307"><NewsTitle>กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ และเจ้าหน้าที่งานปศุสัตว์ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทราย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ประชุมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร จัดเวที 35 ประสานแบบมีส่วนร่วม ภายใต้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่งานปศุสัตว์ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทราย&amp;nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;ประชุมเชิงปฏิบัติการ&amp;nbsp;หลักสูตร&amp;nbsp;จัดเวที&amp;nbsp;3/5&amp;nbsp;ประสานแบบมีส่วนร่วม&amp;nbsp;ภายใต้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วานนี้&amp;nbsp;(&amp;nbsp;28&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;โดยกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่งานปศุสัตว์ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทราย&amp;nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุมโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ&amp;nbsp;หลักสูตร&amp;nbsp;จัดเวที&amp;nbsp;3/5&amp;nbsp;ประสานแบบมีส่วนร่วม&amp;nbsp;ภายใต้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;กิจกรรมศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ&amp;nbsp;และศูนย์สาขา&amp;nbsp;จัดโดยกองงานพระราชดำริและกิจกรรมพิเศษ&amp;nbsp;กรมปศุสัตว์&amp;nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและต่อยอดธุรกิจของกลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;ผู้เข้าร่วมประชุม&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ผู้ใหญ่อุดร&amp;nbsp;หมันมณี&amp;nbsp;ประธานกลุ่มผู้เลี้ยงแพะตำบลสามพระยา&amp;nbsp;และสมาชิกกลุ่มจำนวน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ส่วนส่งเสริมสำนักงานปศุสัตว์เขต&amp;nbsp;7&amp;nbsp;นครปฐม&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่งานขยายผล&amp;nbsp;ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายฯ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;บ้านโครงการพัฒนา&amp;nbsp;ตำบลสามพระยา&amp;nbsp;อำเภอชะอำ&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;จัดประชุมภายใต้มาตรการด้านสาธารณสุข&lt;/strong&gt;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคเพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดทั้งผู้ใช้บริการผู้ให้บริการและสถานประกอบการด้วยมาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร(COVID&amp;nbsp;Free&amp;nbsp;Setting)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สวท.เพชรบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>29/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>เพชรบุรี</Province><Department>สวท.เพชรบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211229094902943</Link_News></row>
<row _id="308"><NewsTitle>นายก อบจ.ลำปาง เยี่ยมชมฟาร์มผักปลอดภัยสารพิษ ?"ลุงไว" หวังขยายผลสู่การเรียนรู้ เพื่อสร้างอาชีพและรายได้แก่ผู้สนใจ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาว?ตวง?รัตน์?&amp;nbsp;?โล่ห์?สุนทร?&amp;nbsp;นายก?องค์?การบริหาร?ส่วน?จัง?ห?วัด?ลำ?ปาง?&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมคณะเยี่ยมชมฟาร์มผักปลอดภัยสารพิษของนายไว?&amp;nbsp;ต่ายพลู&amp;nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกผักมานานกว่า?&amp;nbsp;20?&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ในพื้นที่บ้านสบแหง?&amp;nbsp;?หมู่?&amp;nbsp;1?&amp;nbsp;ต.หลวง?เหนือ&amp;nbsp;อ.งาว&amp;nbsp;จ.ลำปางลุงไว&amp;nbsp;?หรือนายไว?&amp;nbsp;ต่ายพลู&amp;nbsp;ปลูกผักปลอดสารพิษแบบกางมุ้งบนเนื้อที่&amp;nbsp;2?&amp;nbsp;งาน?&amp;nbsp;ใช้วิธีการทางธรรมชาติร่วมกับวิธีการอื่นๆ&amp;nbsp;ที่ปลอดภัย&amp;nbsp;หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีและยาปราบศัตรูพืช&amp;nbsp;สามารถป้องกันในเรื่องของแมลงได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;ผักที่?ปลูก?มีทั้ง&amp;nbsp;ผักคะน้า?&amp;nbsp;สลัด&amp;nbsp;กระหล่ำดอก&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผักกาดขาว?&amp;nbsp;ฯลฯ?&amp;nbsp;สร้างรายได้อย่างงดงาม?&amp;nbsp;จากการเยี่ยม?ชมแปลงเกษตรในครั้งนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายก&amp;nbsp;อบจ.ลำปาง&amp;nbsp;?ได้สอบถามลุงไวด้วยความสนใจ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อเป็นแนวทางในการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้เกษตรอัจฉริยะที่&amp;nbsp;อบจ.ลำปาง&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรได้ศึกษาแลกเปลี่ยนเรียนรู้และนำไปปรับใช้ในแปลงเกษตรของตนเองได้อย่างเหมาะสม&amp;nbsp;เพื่อสร้างงานอาชีพสร้างรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีต่อประขาชน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายและแผนดำเนินการพัฒนาองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;ในปี?&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>29/12/2021</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำปาง</Province><Department>สวท.ลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211229135943096</Link_News></row>
<row _id="309"><NewsTitle>จ.ลำพูนจัดงานวันดินโลก ประจำปี 2564</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดลำพูนจัดงานวันดินโลก&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ภายใต้แนวคิด&amp;nbsp;Halt&amp;nbsp;soil&amp;nbsp;salinization,&amp;nbsp;boost&amp;nbsp;soil&amp;nbsp;productivity&amp;nbsp;หรือพิชิตดินเค็ม&amp;nbsp;เติมเต็มผลผลิต&amp;nbsp;สร้างชีวิตเกษตรกร&amp;nbsp;โดยน้อมนำแนวพระราชดำริตามศาสตร์พระราชาด้านการดูแลรักษาทรัพยากรดินอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(29&amp;nbsp;ธ.ค.64)&amp;nbsp;นายวรยุทธ&amp;nbsp;เนาวรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดงานวันดินโลก&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายสุทธิวัธน์&amp;nbsp;นิธิสมบัติ&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินลำพูน&amp;nbsp;กล่าวรายงาน&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;ข้าราชการ&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;หมอดินอาสา&amp;nbsp;หน่วยงานภาคเอกชน&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรกรเครือข่ายต่างๆ&amp;nbsp;และประชาชนทั่วไปเข้าร่วมงาน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สถานีพัฒนาที่ดินลำพูน&amp;nbsp;ตำบลศรีบัวบาน&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสุทธิวัธน์&amp;nbsp;นิธิสมบัติ&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินลำพูน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ธันวาคมของทุกปี&amp;nbsp;เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&amp;nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&amp;nbsp;บรมนาถบพิตร&amp;nbsp;และยังเป็นวันที่ผู้บริหารสหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติได้ขอพระราชทานให้&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ธันวาคมของทุกปีเป็นวันดินโลก&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;World&amp;nbsp;Soil&amp;nbsp;Day&amp;nbsp;เพื่อสดุดีพระเกียรติคุณให้เป็นที่ประจักษ์ถึงพระวิสัยทัศน์และพระราชกรณียกิจ&amp;nbsp;เกี่ยวกับการพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรดินอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;จึงได้จัดงานวันดินโลกประจำปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ขึ้น&amp;nbsp;เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบถึงจุดเริ่มต้นของวันดินโลก&amp;nbsp;เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของ&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&amp;nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร&amp;nbsp;และเผยแพร่พระราชกรณียกิจ&amp;nbsp;ด้านการพัฒนาทรัพยากรดินเพื่อการเกษตร&amp;nbsp;และเพื่อสร้างการรับรู้&amp;nbsp;ความเข้าใจ&amp;nbsp;ถึงความสำคัญของวันดินโลก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการจัดงานวันดินโลกในปีนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จัดภายใต้แนวคิด&amp;nbsp;Halt&amp;nbsp;soil&amp;nbsp;salinization,&amp;nbsp;boost&amp;nbsp;soil&amp;nbsp;productivity/หรือพิชิตดินเค็ม&amp;nbsp;เติมเต็มผลผลิต&amp;nbsp;สร้างชีวิตเกษตรกร&amp;nbsp;โดยน้อมนำแนวพระราชดำริตามศาสตร์พระราชาด้านการดูแลรักษาทรัพยากรดินอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย&amp;nbsp;การมอบรางวัลให้กับหมอดินอาสา&amp;nbsp;นิทรรศการของหน่วยงานราชการ&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;รวมทั้งได้รับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการปฏิบัติพระราชกรณียกิจ&amp;nbsp;ด้านการพัฒนาที่ดิน&amp;nbsp;และตระหนักถึงความสำคัญของการที่ต้องร่วมกัน&amp;nbsp;อนุรักษ์ทรัพยากรดินให้มีความอุดมสมบูรณ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้น&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้ปล่อยพันธุ์ปลาลงสู่แหล่งน้ำเพื่อขยายพันธุ์ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>29/12/2021</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำพูน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211229153000165</Link_News></row>
<row _id="310"><NewsTitle>เนื้อหมูแพงจากหลายปัจจัย ส่งผลให้ระบบผลิตได้ลดลง แต่ความต้องการยังคงเพิ่มต่อเนื่อง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;?นายสัตวแพทย์สรวิศ&amp;nbsp;ธานีโต&amp;nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยถึงกรณีมีการนำเสนอข่าวในประเด็นเนื้อหมูปรับราคาแพงสูงขึ้นในท้องตลาด&amp;nbsp;โดยสาเหตุมาจากปัจจัยเรื่องต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;อาหารสัตว์&amp;nbsp;ยาในการรักษาโรค&amp;nbsp;แล้วยังมีปัจจัยเรื่องการพบโรคระบาดในสุกรที่ก่อความเสียหายต่อสุกรมีชีวิตที่จะเข้าสู่ตลาดเนื่องจากต้องมีการทำลายสุกรมีชีวิตเพื่อควบคุมโรค&amp;nbsp;ส่งผลทำให้สุกรขาดตลาด&amp;nbsp;รวมทั้งก่อนหน้านี้เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายเล็ก&amp;nbsp;รายย่อยและรายกลางเกิดความตื่นตระหนกต่อข่าวของการเกิดโรคระบาดในสุกร&amp;nbsp;จึงได้เร่งขายสุกรมีชีวิตออกจากฟาร์มทำให้ปัจจุบันสุกรมีชีวิตในระบบการผลิตมีปริมาณที่ลดลง&amp;nbsp;จึงทำให้ปัจจุบันราคาจำหน่ายเนื้อสุกรเพื่อการบริโภคมีราคาที่สูงขึ้น?กรมปศุสัตว์ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านสุขภาพสัตว์&amp;nbsp;ได้ดำเนินการกำจัด&amp;nbsp;ควบคุม&amp;nbsp;ป้องกันและเฝ้าระวังโรคระบาดในสัตว์อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;รายงานสถานการณ์ของโรคระบาดในสุกรของประเทศไทยจากระบบการเฝ้าระวังโรคระบาดทั้งเชิงรุกและเชิงรับ&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ถึงแม้ว่าปัจจุบันประเทศไทยยังคงสถานะปลอดจากโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&amp;nbsp;แต่ยังคงมีความเสี่ยงสูงเนื่องจากมีการเกิดโรค&amp;nbsp;ASF&amp;nbsp;ในประเทศเพื่อนบ้านโดยรอบ&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;กรมปศุสัตว์&amp;nbsp;จึงมิได้นิ่งนอนใจ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ยังคงดำเนินงานตามแผนเตรียมความพร้อมรับมือโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรอย่างเข้มข้นและต่อเนื่องเพื่อเป็นการรักษามูลค่าของอุตสาหกรรมการผลิตสุกรไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;150,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;สำหรับกรณีราคาเนื้อสุกรที่ปรับสูงขึ้นในท้องตลาดนั้น&amp;nbsp;แนวโน้มเนื่องจากปัจจัยเสี่ยงปัญหาด้านสุขภาพสัตว์ในฟาร์มสุกรที่ต้องมีการควบคุมและกำจัดสุกรที่มีความเสี่ยงในการเกิดโรคระบาดตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์&amp;nbsp;พ.ศ.2558&amp;nbsp;ทำให้มีปริมาณสุกรที่ลดลง&amp;nbsp;ต้องมีการพักคอกสัตว์ก่อนทำการเลี้ยงรุ่นการผลิตใหม่&amp;nbsp;และต้นทุนการผลิตที่ปรับเพิ่มขึ้นจากราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์&amp;nbsp;และการปรับระบบการเลี้ยงให้มีความปลอดภัยทางชีวภาพ&amp;nbsp;เพื่อเป็นการควบคุมโรคซึ่งเป็นข้อจำกัดในเกษตรกรผู้เลี้ยงรายย่อยซึ่งบางรายไม่มีระบบการควบคุมโรคทำให้ไม่นำสุกรมาลงเลี้ยงเพราะเสี่ยงต่อการเกิดโรคทำให้เสียหาย&amp;nbsp;จึงส่งผลให้ปริมาณในระบบการผลิตสุกรในประเทศไทยลดลงแต่ยังมีความต้องการในตลาดที่สูง&amp;nbsp;ดังนั้นจึงทำให้ราคาเนื้อสุกรในท้องตลาดปรับตัวเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;เพื่อเป็นการแก้ปัญหาดังกล่าว&amp;nbsp;กรมปศุสัตว์จะได้หารือร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน&amp;nbsp;สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ&amp;nbsp;กรมการค้าภายใน&amp;nbsp;กรมการค้าระหว่างประเทศ&amp;nbsp;กระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;เพื่อกำหนดหาแนวทางแก้ไขต่อไป&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;?อธิบดีกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;เพื่อเป็นการควบคุมโรคและลดความเสียหายให้เกิดน้อยที่สุด&amp;nbsp;ขอความร่วมมือพี่น้องเกษตรกรเป็นเครือข่ายการเฝ้าระวังโรคระบาดในสุกรเพื่อสามารถควบคุมการระบาดของโรคให้อยู่ในวงจำกัด&amp;nbsp;และขอให้ติดตามข่าวสารการแพร่ระบาดของโรคอย่างใกล้ชิดจากกรมปศุสัตว์&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>29/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211229175404248</Link_News></row>
<row _id="311"><NewsTitle>ยะลา เปิดคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(29&amp;nbsp;ธ.ค.&amp;nbsp;64)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;14.30&amp;nbsp;น.วัดทุ่งยอ&amp;nbsp;ตำบลตาเซะ&amp;nbsp;อำเภอเมืองยะลา&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายภิรมย์&amp;nbsp;นิลทยา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&amp;nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ผู้แทนส่วนราชการ&amp;nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&amp;nbsp;ตลอดจนพี่น้องประชาชนในพื้นที่เข้าร่วม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายกัสมัน&amp;nbsp;ยะมาแล&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ประการ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เพื่อให้บริการแก่เกษตรกรและประชาชนในการแก้ไขปัญหาทางการเกษตรได้อย่างเบ็ดเสร็จ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเดียว&amp;nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน&amp;nbsp;ในการรับทราบปัญหาและแก้ไขปัญหาของประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;เพื่อบูรณาการส่วนราชการต่างๆ&amp;nbsp;ได้นำปัญหาที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;ไปพิจารณาดำเนินการแก้ไขต่อไป&amp;nbsp;สำหรับการดำเนินงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ&amp;nbsp;ปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดยะลาได้กำหนดจัดกิจกรรม&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;เป้าหมายครั้งละ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติม&amp;nbsp;จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา&amp;nbsp;และมีการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ส่วนราชการ&amp;nbsp;รัฐวิสาหกิจ&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ทั้งระดับจังหวัดและระดับอำเภอทุกภาคส่วน&amp;nbsp;โดยอาศัยเครื่องมืออุปกรณ์&amp;nbsp;บุคลากรเข้าช่วยในการปฏิบัติงานให้บริการเกษตรกรและประชาชน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเดียว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกษตรจังหวัดยะลา&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp;ภายในงานกำหนดให้มีบริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;คลินิกพืช&amp;nbsp;คลินิกดิน&amp;nbsp;คลินิกสัตว์&amp;nbsp;คลินิกประมง&amp;nbsp;คลินิกบัญชี&amp;nbsp;คลินิกชลประทาน&amp;nbsp;คลินิกสหกรณ์&amp;nbsp;คลินิกกฎหมาย&amp;nbsp;คลินิกยางพารา&amp;nbsp;และการให้บริการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;คลินิกเงินทุน&amp;nbsp;คลินิกธงฟ้า&amp;nbsp;คลินิกสุขภาพ&amp;nbsp;รวมทั้งยังมีนิทรรศการวิชาการของหน่วยงานต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;โรคเหี่ยวในกล้วยหิน&amp;nbsp;โรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพารา&amp;nbsp;โรครากเน่าโคนเน่าทุเรียน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>29/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211229181441255</Link_News></row>
<row _id="312"><NewsTitle>พาณิชย์ยะลาแจ้งประกาศ เรื่อง กำหนดราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 256465  งวดที่ 10</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่ากระทรวงพาณิชย์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;แถลงราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;งวดที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับเกษตรกรที่เก็บเกี่ยวระหว่างวันที่&amp;nbsp;10-16&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับข้าวเปลือกชนิดต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ข้าวเปลือกหอมมะลิ&amp;nbsp;เกณฑ์กลางตันละ&amp;nbsp;11,191.17&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ชดเชยตันละ&amp;nbsp;3,808.83&amp;nbsp;&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้รับชดเชยสูงสุดครัวเรือนละ&amp;nbsp;53,323.63&amp;nbsp;บาท,&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่&amp;nbsp;เกณฑ์กลาง&amp;nbsp;ตันละ&amp;nbsp;10,827.59&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ชดเชยตันละ&amp;nbsp;3,172.41&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ได้รับชดเชยสูงสุดครัวเรือนละ50,758.56&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;,&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี&amp;nbsp;เกณฑ์กลางตันละ&amp;nbsp;9,943.92&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ชดเชยตันละ&amp;nbsp;1,056.08&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ได้รับชดเชยสูงสุดครัวเรือนละ&amp;nbsp;26,402.00&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;,&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ข้าวเปลือกเจ้า&amp;nbsp;เกณฑ์กลางตันละ&amp;nbsp;8,135.30&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ชดเชยตันละ&amp;nbsp;1,864.70&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ได้รับชดเชยสูงสุดครัวเรือนละ55,941.00&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;และข้าวเปลือกเหนียว&amp;nbsp;เกณฑ์กลางตันละ&amp;nbsp;8,826.89&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ชดเชยตันละ&amp;nbsp;3,173.11&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ได้รับชดเชยสูงสุดครัวเรือนละ50,769.76&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โดยมีเกษตรกรได้รับชดเชยตามข้อมูลของกรมส่งเสริมการเกษตรงวดนี้&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;67,798&amp;nbsp;ครัวเรือน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์ยะลา&amp;nbsp;จึงขอประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และผู้เกี่ยวข้องได้รับทราบ&amp;nbsp;ราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี&amp;nbsp;2564/65&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>29/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211229181715256</Link_News></row>
<row _id="313"><NewsTitle>จ.ยะลา  เปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ-อำเภอยิ้ม อำนวยความสะดวกประชาชนรับบริการหน่วยงานรัฐ</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(29&amp;nbsp;ธ.ค.&amp;nbsp;64)&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;วัดทุ่งยอ&amp;nbsp;ต.ตาเซะ&amp;nbsp;อ.เมืองยะลา&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;นายภิรมย์&amp;nbsp;นิลทยา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พร้อมด้วยหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;กระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;กระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา&amp;nbsp;และหน่วยงานระดับจังหวัดทุกหน่วยงาน&amp;nbsp;ตลอดจนกำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;และผู้นำชุมชนในพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อเป็นศูนย์กลางการบริการและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้อมูลข่าวสารของหน่วยงานต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;กับเกษตรกรในชุมชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยการดำเนินการในพื้นที่&amp;nbsp;ของเกษตรกรที่ประสบผลสำเร็จ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สามารถเป็นแบบบอย่างให้กับเกษตรกรในชุมชน&amp;nbsp;ในการปรับเปลี่ยนหรือปรับปรุงกิจกรรมการเกษตรที่สำคัญในพื้นที่ตั้งแต่การผลิต&amp;nbsp;บริหารจัดการ&amp;nbsp;จนถึงการตลาด&amp;nbsp;และในด้านการผลิตเน้นยึดในเรื่องของลดต้นทุนการผลิตการพัฒนาคุณภาพผลผลิตสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;รวมถึงการบริการและแก้ไขปัญหาด้านการเกษตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&amp;nbsp;ฯสยามมกุฏราชกุมาร&amp;nbsp;ดำเนินการเพื่อให้บริการแก่เกษตรกรและประชาชนในการแก้ไขปัญหาทางการเกษตรได้อย่างเบ็ดเสร็จ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเดียว&amp;nbsp;อำนวยความสะดวกให้กับประชาชน&amp;nbsp;ในการรับทราบปัญหาและแก้ไขปัญหาของประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;และบูรณาการส่วนราชการต่างๆ&amp;nbsp;ได้นำปัญหาที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;ไปพิจารณาดำเนินการแก้ไขต่อไปโดยการทำงานบูรณาการร่วมกันกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดยะลา&amp;nbsp;ทั้งระดับจังหวัดและระดับอำเภอทุกภาคส่วน&amp;nbsp;มีการอาศัยเครื่องมืออุปกรณ์&amp;nbsp;บุคลากรเข้าช่วยในการปฏิบัติงานให้บริการเกษตรกรและประชาชน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเดียว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งภายในงานกำหนดให้มีบริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;คลินิกพืช&amp;nbsp;คลินิกดิน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;คลินิกสัตว์&amp;nbsp;คลินิกประมง&amp;nbsp;คลินิกบัญชี&amp;nbsp;คลินิกชลประทาน&amp;nbsp;คลินิกสหกรณ์&amp;nbsp;คลินิกกฎหมาย&amp;nbsp;คลินิกยางพารา&amp;nbsp;คลินิกกองทุนช่วยเหลือเกษตรกร&amp;nbsp;และการให้บริการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่น&amp;nbsp;คลินิกเงินทุน&amp;nbsp;คลินิกธงฟ้า&amp;nbsp;คลินิกสุขภาพ&amp;nbsp;รวมทั้งยังมีนิทรรศการวิชาการของหน่วยงานต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;โรคเหี่ยวในกล้วยหิน&amp;nbsp;โรคใบร่วง&amp;nbsp;ชนิดใหม่ในยางพารา&amp;nbsp;โรครากเน่าโคนเน่าทุเรียน&amp;nbsp;และอำเภอยิ้มเคลื่อนที่&amp;nbsp;มีเกษตรกรมาร่วมงานจำนวน&amp;nbsp;100&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>29/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211229185345283</Link_News></row>
<row _id="314"><NewsTitle>ยะลา เปิดคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(29&amp;nbsp;ธ.ค.64)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;14.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;วัดทุ่งยอ&amp;nbsp;ตำบลตาเซะ&amp;nbsp;อำเภอเมืองยะลา&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายภิรมย์&amp;nbsp;นิลทยา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&amp;nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ผู้แทนส่วนราชการ&amp;nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&amp;nbsp;ตลอดจนพี่น้องประชาชนในพื้นที่เข้าร่วม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายกัสมัน&amp;nbsp;ยะมาแล&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ประการ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เพื่อให้บริการแก่เกษตรกรและประชาชนในการแก้ไขปัญหาทางการเกษตรได้อย่างเบ็ดเสร็จ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเดียว&amp;nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน&amp;nbsp;ในการรับทราบปัญหาและแก้ไขปัญหาของประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;และเพื่อบูรณาการส่วนราชการต่างๆ&amp;nbsp;ได้นำปัญหาที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;ไปพิจารณาดำเนินการแก้ไขต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการดำเนินงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จังหวัดยะลาได้กำหนดจัดกิจกรรม&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;เป้าหมายครั้งละ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติม&amp;nbsp;จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา&amp;nbsp;และมีการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ส่วนราชการ&amp;nbsp;รัฐวิสาหกิจ&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ทั้งระดับจังหวัดและระดับอำเภอทุกภาคส่วน&amp;nbsp;โดยอาศัยเครื่องมืออุปกรณ์&amp;nbsp;บุคลากรเข้าช่วยในการปฏิบัติงานให้บริการเกษตรกรและประชาชน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเดียว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกษตรจังหวัดยะลา&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ภายในงานกำหนดให้มีบริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;คลินิกพืช&amp;nbsp;คลินิกดิน&amp;nbsp;คลินิกสัตว์&amp;nbsp;คลินิกประมง&amp;nbsp;คลินิกบัญชี&amp;nbsp;คลินิกชลประทาน&amp;nbsp;คลินิกสหกรณ์&amp;nbsp;คลินิกกฎหมาย&amp;nbsp;คลินิกยางพารา&amp;nbsp;และการให้บริการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;คลินิกเงินทุน&amp;nbsp;คลินิกธงฟ้า&amp;nbsp;คลินิกสุขภาพ&amp;nbsp;รวมทั้งยังมีนิทรรศการวิชาการของหน่วยงานต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;โรคเหี่ยวในกล้วยหิน&amp;nbsp;โรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพารา&amp;nbsp;โรครากเน่าโคนเน่าทุเรียน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>29/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211229230143398</Link_News></row>
<row _id="315"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ ยะลา เปิดคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ครั้งที่ 1 ปีงบประมาณ 2565 ให้บริการแก่เกษตรกรและประชาชนในการแก้ไขปัญหาทางการเกษตร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;29&amp;nbsp;ธ.ค.64&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;14.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;วัดทุ่งยอ&amp;nbsp;ต.ตาเซะ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.ยะลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายภิรมย์&amp;nbsp;นิลทยา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&amp;nbsp;ได้เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายกัสมัน&amp;nbsp;ยะมาแล&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา&amp;nbsp;นายธราวุธ&amp;nbsp;ช่วยเกิด&amp;nbsp;นายอำเภอเมืองยะลา&amp;nbsp;พร้อมหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดยะลา&amp;nbsp;ผู้แทนส่วนราชการ&amp;nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&amp;nbsp;ตลอดจนพี่น้องประชาชนในพื้นที่เข้าร่วม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ประการ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เพื่อให้บริการแก่เกษตรกรและประชาชนในการแก้ไขปัญหาทางการเกษตรได้อย่างเบ็ดเสร็จ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเดียว&amp;nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน&amp;nbsp;ในการรับทราบปัญหาและแก้ไขปัญหาของประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;และเพื่อบูรณาการส่วนราชการต่างๆ&amp;nbsp;ได้นำปัญหาที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;ไปพิจารณาดำเนินการแก้ไขต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการดำเนินงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จังหวัดยะลาได้กำหนดจัดกิจกรรม&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;เป้าหมายครั้งละ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติม&amp;nbsp;จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา&amp;nbsp;และมีการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ส่วนราชการ&amp;nbsp;รัฐวิสาหกิจ&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ทั้งระดับจังหวัดและระดับอำเภอทุกภาคส่วน&amp;nbsp;โดยอาศัยเครื่องมืออุปกรณ์&amp;nbsp;บุคลากรเข้าช่วยในการปฏิบัติงานให้บริการเกษตรกรและประชาชน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเดียว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกษตรจังหวัดยะลา&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ภายในงานกำหนดให้มีบริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;คลินิกพืช&amp;nbsp;คลินิกดิน&amp;nbsp;คลินิกสัตว์&amp;nbsp;คลินิกประมง&amp;nbsp;คลินิกบัญชี&amp;nbsp;คลินิกชลประทาน&amp;nbsp;คลินิกสหกรณ์&amp;nbsp;คลินิกกฎหมาย&amp;nbsp;คลินิกยางพารา&amp;nbsp;และการให้บริการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;คลินิกเงินทุน&amp;nbsp;คลินิกธงฟ้า&amp;nbsp;คลินิกสุขภาพ&amp;nbsp;รวมทั้งยังมีนิทรรศการวิชาการของหน่วยงานต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;โรคเหี่ยวในกล้วยหิน&amp;nbsp;โรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพารา&amp;nbsp;โรครากเน่าโคนเน่าทุเรียน&amp;nbsp;พร้อมทั้งการออกหน่วยของอำเภอยิ้ม&amp;nbsp;บริการพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>29/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211229231024400</Link_News></row>
<row _id="316"><NewsTitle>หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมประชุมหัวหน้าส่วนราชการ ฯลฯ จังหวัดอำนาจเจริญ ครั้งที่ 122564</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;29&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;10.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ที่หอประชุมพญานาครินทร์&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หน่วยงานในสังกัดกระทรวง&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุมหัวหน้าส่วนราชการและหัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ&amp;nbsp;ฯลฯ&amp;nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;12/2564&amp;nbsp;โดยมีนายทวีป&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;บุตรโพธิ์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วยนายธนูสินธ์&amp;nbsp;ไชยสิริ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการและหัวหน้าหน่วยงานจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุมเพื่อรับทราบผลการดำเนินงานโครงการฯ/กิจกรรมที่สำคัญ&amp;nbsp;ของจังหวัดอำนาจเจริญในรอบเดือนธันวาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วาระก่อนการประชุม&amp;nbsp;การมอบเครื่องหมาย&amp;nbsp;รักษาดินแดนยิ่งชีพ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การมอบโล่รางวัลและใบประกาศเกียรติคุณการประกวดกองทุนแม่ของแผ่นดินดีเด่นระดับจังหวัด&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;การมอบใบประกาศเกียรติคุณ&amp;nbsp;กิจกรรมการจัดงานเดินแบบผ้าไทยการกุศล&amp;nbsp;ในงานประเพณีฮีตสิบสองและงานประจำปีจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;มอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีกับจังหวัด/ชมรม&amp;nbsp;TO&amp;nbsp;BE&amp;nbsp;NUMBER&amp;nbsp;&amp;nbsp;ONE&amp;nbsp;&amp;nbsp;และบุคลากรTO&amp;nbsp;BE&amp;nbsp;NUMBER&amp;nbsp;ONE&amp;nbsp;ระดับประเทศ&amp;nbsp;ประสบความสำเร็จในมหกรรม&amp;nbsp;รวมพลสมาชิก&amp;nbsp;TO&amp;nbsp;BE&amp;nbsp;NUMBR&amp;nbsp;ONE&amp;nbsp;ระดับประเทศ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;HALL9&amp;nbsp;อิมแพ็ค&amp;nbsp;เมืองทองธานี&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;8&amp;nbsp;รางวัล&amp;nbsp;การมอบโล่ผู้ฝึกสอนและนักกีฬาดีเด่น&amp;nbsp;ในงานวันกีฬาแห่งชาติประจำปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;วีดีทัศน์สรุปผลดำเนินงานประจำเดือนธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ข้าราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ย้ายมาดำรงตำแหน่งใหม่&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;นางจันจิรา&amp;nbsp;สายรอด&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;และว่าที่ร้อยโท&amp;nbsp;ปุณณกิจ&amp;nbsp;เชาว์น้อย&amp;nbsp;สหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;และสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้แนะนำตัวต่อที่ประชุมในโอกาสที่ย้ายมาดำรงตำแหน่งใหม่ที่จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;&amp;nbsp;พร้อมปฏิบัติงานเพื่อขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรและสหกรณ์ให้เกิดประโยชน์ต่อพี่น้องเกษตรกร&amp;nbsp;ตามนโยบายท่านผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;Cr#&amp;nbsp;สนง.เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>29/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211230060733422</Link_News></row>
<row _id="317"><NewsTitle>สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง จัดประชุมกลุ่มเกษตรกรผลิตผักปลอดภัยในโรงเรือนผักยกแคร่ ณ ศูนย์การเรียนรู้วิถีชุมชนบ้านโคกแค (Happy Farm)</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวสันต์&amp;nbsp;สุขสุวรรณ&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;มอบหมายให้นางกันยารัตน์&amp;nbsp;ก้านจันทร์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&amp;nbsp;จัดประชุมกลุ่มเกษตรกรผลิตผักปลอดภัยในโรงเรือนผักยกแคร่&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์การเรียนรู้วิถีชุมชนบ้านโคกแค&amp;nbsp;(Happy&amp;nbsp;Farm)&amp;nbsp;ตำบลเขาขาว&amp;nbsp;อำเภอห้วยยอด&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อวางแผนการผลิตผักปลอดภัยไว้บริโภคในครัวเรือน&amp;nbsp;แลกเปลี่ยนความรู้&amp;nbsp;แบ่งปันเมล็ดพันธุ์&amp;nbsp;และต้นกล้า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ให้สมาชิกกลุ่มนำไปปลูกในโรงเรือน&amp;nbsp;มติที่ประชุมเห็นชอบให้มีจัดประชุมกลุ่มอย่างต่อเนื่องทุกเดือน&amp;nbsp;เดือนละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บ้านของสมาชิกแต่ละคน&amp;nbsp;หมุนเวียนกันไป&amp;nbsp;เพื่อให้กลุ่มความเข้มแข็งนำไปสู่การขยายผลและต่อยอดโครงการต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยได้มีการลงเยี่ยมเยียนแปลงสมาชิกที่ได้รับโรงเรือน&amp;nbsp;เกษตรกรได้มีนำกล้าผักมาเพาะปลูกในโรงเรือนแล้ว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผลการสอบถามความพึงพอใจ&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;เกษตรกรมีความพึงพอใจต่อภาพรวมของโครงการและต้องการให้มีการขยายผลและต่อยอดโครงการดังกล่าวด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>30/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211230094932471</Link_News></row>
<row _id="318"><NewsTitle>กลุ่มอารักขาพืช  สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง ติดตามการระบาดโรคใบร่วงยางพาราชนิดใหม่ ในพื้นที่ตำบลโพรงจระเข้</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวสันต์&amp;nbsp;สุขสุวรรณ&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มอารักขาพืช&amp;nbsp;ลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์โรคใบร่วงยางพาราชนิดใหม่&amp;nbsp;ในพื้นที่ตำบลโพรงจระเข้&amp;nbsp;อำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;เบื้องต้นได้แนะนำลักษณะอาการ&amp;nbsp;กลไกการเกิดโรค&amp;nbsp;ให้แก่เกษตรกรเจ้าของแปลงและร่วมกันวางแผนการสร้างการรับรู้โรคใบร่วงยางพาราชนิดใหม่ให้กับเกษตรกรชาวสวนยางในพื้นที่ต่อไปและแนะนำให้ใส่ปุ๋ย&amp;nbsp;เพื่อบำรุงต้นและใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาอย่างสม่ำเสมอ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โรคใบร่วงยางพาราชนิดใหม่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เกิดจากเชื้อรา&amp;nbsp;แพร่ระบาดโดยการฟุ้งกระจายในอากาศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;อาการของโรคปรากฏบนใบยางแก่&amp;nbsp;ลักษณะเป็นแผลกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางส่วนใหญ่มากกว่า&amp;nbsp;0.5&amp;nbsp;เซนติเมตร&amp;nbsp;ช่วงเริ่มแรกบนผิวใบเป็นรอยสีเหลืองค่อนข้างกลม&amp;nbsp;(chlorosis)&amp;nbsp;และต่อมาเนื้อเยื่อรอยสีเหลืองจะตายแห้ง&amp;nbsp;(necrosis)&amp;nbsp;เป็นแผลกลมสีสนิมซีด&amp;nbsp;อาจพบอาการจุดแผลต่อใบยางมากกว่า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แผล&amp;nbsp;ตอมาใบจะเหลืองและร่วงในที่สุด&amp;nbsp;อาการโรครุนแรงและใบร่วงมากหลังมีฝนตกหนัก&amp;nbsp;ติดต่อกัน&amp;nbsp;อย่างน้อย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;โดยแปลงยางใหญ่ได้รับผลกระทบที่รุนแรง&amp;nbsp;มากกว่าแปลงยางขนาดเล็ก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับแนวทางการป้องกันและกำจัดโรค&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กลุ่มอารักขาพืช&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;มีคำแนะนำในการป้องกันกำจัดโรคที่เกษตรกรต้องปฏิบัติเมื่อพบโรคนี้ระบาดคือ&amp;nbsp;ฉีดพ่นด้วยสารป้องกันและกำจัดโรคพืช&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;เบโนมิล&amp;nbsp;คาร์เบนดาซิม&amp;nbsp;ไดฟิโคนาโซล&amp;nbsp;โพรพิโคนาโซล&amp;nbsp;เฮกซะโคนาโซล&amp;nbsp;อย่างน้อย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;/&amp;nbsp;1-2&amp;nbsp;สัปดาห์&amp;nbsp;ตามอัตราแนะนำ&amp;nbsp;ใบที่เป็นโรค&amp;nbsp;เก็บรวบรวมทำลายโดย&amp;nbsp;ฝังกลบหรือกองรวม&amp;nbsp;โรยทับกองใบยางที่เป็นโรคด้วยปูนขาวหรือปูนโดโลไมทให้ทั่ว&amp;nbsp;หว่านตามด้วยยูเรียปริมาณร้อยละ10&amp;nbsp;ของน้ำหนักปูน&amp;nbsp;แล้วรดน้ำตาม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ใส่ปุ๋ยเพื่อบำรุงต้นยางให้แข็งแรง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>30/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211230095456474</Link_News></row>
<row _id="319"><NewsTitle>สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง ส่งมอบเมล็ดพันธุ์และต้นกล้าพืชผักให้แก่เกษตรกรที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัย</NewsTitle><Detail>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายวสันต์&amp;nbsp;สุขสุวรรณ&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นางสาวกำไนทิพย์&amp;nbsp;เศรษฐ์วิชัย&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;ลงพื้นที่ส่งมอบเมล็ดพันธุ์&amp;nbsp;และต้นกล้าพืชผัก&amp;nbsp;ซึ่งได้รับการสนับสนุนต้นกล้าพืชผักจากศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ให้แก่เกษตรกรที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัย&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรปลูกไว้รับประทานในครัวเรือน&amp;nbsp;ที่เหลือสามารถจำหน่ายเพื่อเป็นอาชีพเสริมให้เกษตรกรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีและยั่งยืนต่อไป&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลโพรงจระเข้&amp;nbsp;อำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากฝนที่ตกต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ตำบลโพรงจระเข้และตำบลนาชุมเห็ด&amp;nbsp;อำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่งผลให้จังหวัดตรังได้รับผลกระทบใน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;8&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;289&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;1446&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;มีผู้เสียชีวิต&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;โค/กระบือ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;รถยนต์ส่วนบุคคล&amp;nbsp;15&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;และรถจักรยานยนต์&amp;nbsp;150&amp;nbsp;คันอพยพ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;ถนนในหมู่บ้าน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;สาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ฝายน้ำล้น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยอำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;มีพื้นที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;บ้านโคกทราย&amp;nbsp;,&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;บ้านโหล๊ะคล้า&amp;nbsp;ตำบลโพรงจระเข้&amp;nbsp;พื้นที่หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;บ้านไทรงาม&amp;nbsp;,&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;บ้านลำพิกุล&amp;nbsp;,&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;บ้านทอนพลา&amp;nbsp;,&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;บ้านลำขนุน&amp;nbsp;ตำบลนาชุมเห็ด&amp;nbsp;ในขณะที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;พื้นที่อำเภอนาโยง&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบในหมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;บ้านเกาะปุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;บ้านหนองคล้า&amp;nbsp;ตำบลนาข้าวเสีย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>30/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211230094615468</Link_News></row>
<row _id="320"><NewsTitle>กยท.จ.ยะลา แจงความคืบหน้าโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ระยะที่ 3 คาดการณ์แนวโน้มยางราคาดีขึ้น</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายศานติ&amp;nbsp;พันธุ์มณี&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทยจังหวัดยะลา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ชี้แจงความคืบหน้าโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ที่คณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;มีมติเห็นชอบอนุมัติโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เห็นชอบให้ดำเนินการโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ประกันรายได้ยาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับเกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับการยางแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(กยท.)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ซึ่งจะได้รับการชดเชยส่วนต่างตามรูปแบบผลผลิตที่เกษตรกรขาย&amp;nbsp;โดยกำหนดราคาประกันรายได้&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ยางแผ่นดิบคุณภาพดีราคาประกันอยู่ที่&amp;nbsp;60&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;&amp;nbsp;น้ำยางสด&amp;nbsp;(DRC&amp;nbsp;100%)&amp;nbsp;ราคาประกัน&amp;nbsp;57&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;และยางก้อนถ้วย&amp;nbsp;(DRC&amp;nbsp;50%)&amp;nbsp;ราคาประกัน&amp;nbsp;23&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;ซึ่งมีระยะเวลาดำเนินการทั้งสิ้น&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ตั้งแต่เดือนตุลาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;-&amp;nbsp;เดือนมีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยให้รายละไม่เกิน&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;โดยกำหนดปริมาณผลผลิตยางที่จะประกันรายได้&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ยางแผ่นดิบและน้ำยางสด&amp;nbsp;(DRC&amp;nbsp;100%)&amp;nbsp;จำนวนไม่เกิน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;กิโลกรัม/ไร่/เดือน&amp;nbsp;และผลผลิตยางก้อนถ้วย&amp;nbsp;(DRC&amp;nbsp;50%)&amp;nbsp;จำนวนไม่เกิน&amp;nbsp;40&amp;nbsp;กิโลกรัม/ไร่/เดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;จะต้องขึ้นทะเบียนกับการยางแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(กยท.)&amp;nbsp;เป็นสวนยางอายุ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ปีขึ้นไป&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่เปิดกรีดยางไปแล้ว&amp;nbsp;รายละไม่เกิน&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;มีสัดส่วนแบ่งรายได้ระหว่างเจ้าของ&amp;nbsp;60%&amp;nbsp;และคนกรีดยาง&amp;nbsp;40%&amp;nbsp;และตอนนี้ได้เริ่มจ่ายไปแล้วให้กับเกษตรกรทั่วประเทศไทย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;งวดด้วยกัน&amp;nbsp;คือเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;เป็นเงินจำนวน&amp;nbsp;1.4&amp;nbsp;พันล้านบาท&amp;nbsp;หลังจากนั้นจะจ่ายเดือนละครั้งจนถึงเดือนเมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;(ธ.ก.ส.)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จะโอนเงินเข้าบัญชีของเกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับ&amp;nbsp;กยท.&amp;nbsp;เดือนละ&amp;nbsp;&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;(งวดที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คือเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน&amp;nbsp;ยางก้อนถ้วยไม่ได้เงินชดเชยเพราะราคากลางอ้างอิงสูงกว่าราคาประกันรายได้)&amp;nbsp;แสดงว่าช่วงนั้นราคายางก้อนถ้วยราคาดี&amp;nbsp;และงวดที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จะเร่งจ่ายเงินชดเชยประจำเดือนธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ให้ถึงมือเกษตรกรช่วงต้นเดือนมกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดยะลาเกษตรกรที่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;(บัตรเขียว&amp;nbsp;)จำนวน&amp;nbsp;33,169&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;รวมพื้นที่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;506,254&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;โอนเงินแล้วร้อยละ&amp;nbsp;88.97&amp;nbsp;(บัตรชมพู)&amp;nbsp;เกษตรกรที่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;19,624&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ไร่รวมพื้นที่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;254,095&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;โอนเงินแล้วร้อยละ&amp;nbsp;64.36&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;เกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนและแจ้งข้อมูลสวนยางไว้กับ&amp;nbsp;กยท.&amp;nbsp;สามารถตรวจสอบสิทธิ์การเข้าร่วมโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ได้ที่ลิงค์&amp;nbsp;http://www.raot.co.th/gir/index/&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&amp;nbsp;เป็นหนึ่งในมาตรการของรัฐบาล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อดูแลพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง&amp;nbsp;โดยสาเหตุที่เร่งดำเนินการมาตรการดังกล่าว&amp;nbsp;เพื่อรองรับราคายางในช่วงปลายปีของทุกปีที่อาจปรับตัวลงบ้าง&amp;nbsp;เนื่องจากโรงงานหลายแห่งชะลอการผลิต&amp;nbsp;ในช่วงวันหยุดยาวปีใหม่&amp;nbsp;และตอนนี้&amp;nbsp;กยท.&amp;nbsp;ได้เดินหน้าโครงการชะลอยางฯ&amp;nbsp;(โครงการชะลอการขายยางของสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง)&amp;nbsp;ที่เกษตรกรสามารถเก็บผลผลิตและขายในช่วงที่ราคาเหมาะสม&amp;nbsp;เพิ่มสภาพคล่องให้ชาวสวนยาง&amp;nbsp;ควบคู่ประกันรายได้เยียวยาในช่วงทีราคายางย่อตัว&amp;nbsp;โครงการชะลอยางของสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางฯ&amp;nbsp;ซึ่งเริ่มดำเนินการรับซื้อผลผลิตยาง&amp;nbsp;(ยางก้อนถ้วยและน้ำยางสด)&amp;nbsp;จากสถาบันเกษตรกรแล้วในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ&amp;nbsp;ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ซึ่งสามารถช่วยให้ราคายางปรับตัวเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;เพิ่มสภาพคล่องให้เกษตรกรชาวสวนยาง&amp;nbsp;ไม่ต้องเร่งขายผลผลิตยาง&amp;nbsp;สามารถเก็บไว้ขายในช่วงที่ราคายางสูงขึ้นอยู่ในระดับที่เหมาะสมได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทยจังหวัดยะลา&amp;nbsp;ยังระบุอีกว่า&amp;nbsp;ในช่วงนี้บ้านเราเข้าหน้าฝน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ฝนตกเยอะ&amp;nbsp;ประสบปัญหาโรคใบร่วงยาง&amp;nbsp;ผลผลิตยังไม่มาก&amp;nbsp;รวมถึงภาวะเศรษฐกิจโควิด&amp;nbsp;เริ่มผ่อนคลาย&amp;nbsp;คิดว่าในตลาดโลก&amp;nbsp;ต่างประเทศ&amp;nbsp;และไทย&amp;nbsp;ราคาอยู่ทรงตัว&amp;nbsp;แนวโน้มน่าจะดีขึ้น&amp;nbsp;ถ้าหากว่ามีมาตรการระมัดระวังช่วยกัน&amp;nbsp;ภาพรวมราคาน่าจะดีขึ้น&amp;nbsp;แต่อย่างใดก็ตาม&amp;nbsp;ราคายางก็จะต้องดูเป็นระยะๆ&amp;nbsp;ไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>30/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211230111835529</Link_News></row>
<row _id="321"><NewsTitle>กยท.จ.ยะลา ชี้แจงความคืบหน้าโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ระยะที่ 3</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กยท.จ.ยะลา&amp;nbsp;ชี้แจงความคืบหน้าโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(30&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;นายศานติ&amp;nbsp;พันธุ์มณี&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทยจังหวัดยะลา&amp;nbsp;ชี้แจงความคืบหน้าโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ที่คณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;มีมติเห็นชอบอนุมัติโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เห็นชอบให้ดำเนินการโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ประกันรายได้ยาง&amp;nbsp;สำหรับเกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับการยางแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(กยท.)&amp;nbsp;ซึ่งจะได้รับการชดเชยส่วนต่างตามรูปแบบผลผลิตที่เกษตรกรขาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยกำหนดราคาประกันรายได้&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ยางแผ่นดิบคุณภาพดีราคาประกันอยู่ที่&amp;nbsp;60&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;&amp;nbsp;น้ำยางสด&amp;nbsp;(DRC&amp;nbsp;100%)&amp;nbsp;ราคาประกัน&amp;nbsp;57&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;และยางก้อนถ้วย&amp;nbsp;(DRC&amp;nbsp;50%)&amp;nbsp;ราคาประกัน&amp;nbsp;23&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;ซึ่งมีระยะเวลาดำเนินการทั้งสิ้น&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ตั้งแต่เดือนตุลาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;-&amp;nbsp;เดือนมีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยให้รายละไม่เกิน&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;โดยกำหนดปริมาณผลผลิตยางที่จะประกันรายได้&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ยางแผ่นดิบและน้ำยางสด&amp;nbsp;(DRC&amp;nbsp;100%)&amp;nbsp;จำนวนไม่เกิน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;กิโลกรัม/ไร่/เดือน&amp;nbsp;และผลผลิตยางก้อนถ้วย&amp;nbsp;(DRC&amp;nbsp;50%)&amp;nbsp;จำนวนไม่เกิน&amp;nbsp;40&amp;nbsp;กิโลกรัม/ไร่/เดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;จะต้องขึ้นทะเบียนกับการยางแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(กยท.)&amp;nbsp;เป็นสวนยางอายุ7&amp;nbsp;ปีขึ้นไป&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่เปิดกรีดยางไปแล้ว&amp;nbsp;รายละไม่เกิน&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;มีสัดส่วนแบ่งรายได้ระหว่างเจ้าของ&amp;nbsp;60%&amp;nbsp;และคนกรีดยาง&amp;nbsp;40%&amp;nbsp;และตอนนี้ได้เริ่มจ่ายไปแล้วให้กับเกษตรกรทั่วประเทศไทย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;งวดด้วยกัน&amp;nbsp;คือเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;เป็นเงินจำนวน&amp;nbsp;1.4&amp;nbsp;พันล้านบาท&amp;nbsp;หลังจากนั้นจะจ่ายเดือนละครั้งจนถึงเดือนเมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;(ธ.ก.ส.)&amp;nbsp;จะโอนเงินเข้าบัญชีของเกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับ&amp;nbsp;กยท.&amp;nbsp;เดือนละ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;(งวดที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คือเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน&amp;nbsp;ยางก้อนถ้วยไม่ได้เงินชดเชยเพราะราคากลางอ้างอิงสูงกว่าราคาประกันรายได้)&amp;nbsp;แสดงว่าช่วงนั้นราคายางก้อนถ้วยราคาดี&amp;nbsp;และงวดที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จะเร่งจ่ายเงินชดเชยประจำเดือนธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ให้ถึงมือเกษตรกรช่วงต้นเดือนมกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดยะลาเกษตรกรที่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;(บัตรเขียว&amp;nbsp;)จำนวน&amp;nbsp;33,169&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;รวมพื้นที่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;506,254&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;โอนเงินแล้วร้อยละ&amp;nbsp;88.97&amp;nbsp;(บัตรชมพู)&amp;nbsp;เกษตรกรที่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;19,624&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ไร่รวมพื้นที่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;254,095&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;โอนเงินแล้วร้อยละ&amp;nbsp;64.36&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;เกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนและแจ้งข้อมูลสวนยางไว้กับ&amp;nbsp;กยท.&amp;nbsp;สามารถตรวจสอบสิทธิ์การเข้าร่วมโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ได้ที่ลิงค์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;a&amp;nbsp;href="http://www.raot.co.th/gir/index/"&amp;nbsp;rel="noopener&amp;nbsp;noreferrer"&amp;nbsp;target="_blank"&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(66,&amp;nbsp;133,&amp;nbsp;244);"&gt;http://www.raot.co.th/gir/index/&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายศานติ&amp;nbsp;พันธุ์มณี&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่าโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&amp;nbsp;เป็นหนึ่งในมาตรการของรัฐบาล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อดูแลพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง&amp;nbsp;โดยสาเหตุที่เร่งดำเนินการมาตรการดังกล่าว&amp;nbsp;เพื่อรองรับราคายางในช่วงปลายปีของทุกปีที่อาจปรับตัวลงบ้าง&amp;nbsp;เนื่องจากโรงงานหลายแห่งชะลอการผลิต&amp;nbsp;ในช่วงวันหยุดยาวปีใหม่&amp;nbsp;และตอนนี้&amp;nbsp;กยท.&amp;nbsp;ได้เดินหน้าโครงการชะลอยางฯ&amp;nbsp;(โครงการชะลอการขายยางของสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง)&amp;nbsp;ที่เกษตรกรสามารถเก็บผลผลิตและขายในช่วงที่ราคาเหมาะสม&amp;nbsp;เพิ่มสภาพคล่องให้ชาวสวนยาง&amp;nbsp;ควบคู่ประกันรายได้เยียวยาในช่วงทีราคายางย่อตัว&amp;nbsp;โครงการชะลอยางของสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางฯ&amp;nbsp;ซึ่งเริ่มดำเนินการรับซื้อผลผลิตยาง&amp;nbsp;(ยางก้อนถ้วยและน้ำยางสด)&amp;nbsp;จากสถาบันเกษตรกรแล้วในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ&amp;nbsp;ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ซึ่งสามารถช่วยให้ราคายางปรับตัวเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;เพิ่มสภาพคล่องให้เกษตรกรชาวสวนยาง&amp;nbsp;ไม่ต้องเร่งขายผลผลิตยาง&amp;nbsp;สามารถเก็บไว้ขายในช่วงที่ราคายางสูงขึ้นอยู่ในระดับที่เหมาะสมได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการกำหนดราคากลางอ้างอิง&amp;nbsp;ตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;รอบที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ประจำเดือน&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;2564&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;รายการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ยางแผ่นดิบคุณภาพดี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;น้ำยางสด&amp;nbsp;DRC&amp;nbsp;100%&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ยางก้อนถ้วย&amp;nbsp;DRC&amp;nbsp;50%&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ราคาประกันรายได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;60&amp;nbsp;บาท/กก.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;57&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;23&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ราคากลางอ้างอิง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;52.33&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;51.05&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;24.21&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ราคาชดเชย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;7.67&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;5.95&amp;nbsp;&amp;nbsp;ราคากลางอ้างอิง&amp;nbsp;ตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;รอบที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ประจำเดือน&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&lt;/p&gt;&lt;p&gt;รายการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ยางแผ่นดิบคุณภาพดี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;น้ำยางสด&amp;nbsp;DRC&amp;nbsp;100%&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ยางก้อนถ้วย&amp;nbsp;DRC&amp;nbsp;50%&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ราคาประกันรายได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;60&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;57&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;23&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ราคากลางอ้างอิง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;54.15&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;53.69&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;24.22&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ราคาชดเชย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;5.85&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;3.31&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;-&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>30/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211230120216551</Link_News></row>
<row _id="322"><NewsTitle>ตรัง เปิดเส้นทางเที่ยวชมวิถีเกาะสุกรชิมแตงโมชายหาดสีแดงหวานกรอบสดอร่อยถึงแปลง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(30&amp;nbsp;ธ.ค.2564)&amp;nbsp;เกษตรกรตัดแตงโมเกาะสุกรรุ่นแรก&amp;nbsp;รสชาติหวานกรอบสดอร่อยออกสู่ตลาด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ขณะที่&amp;nbsp;ททท.นำผู้ประกอบการร้านกาแฟ&amp;nbsp;จ.ตรัง&amp;nbsp;อุดหนุนแตงโมเกาะสุกร&amp;nbsp;พร้อมประชาสัมพันธ์และชวนนักท่องเที่ยวกินแตงถึงแปลง&amp;nbsp;และเยี่ยมชมวิถีชีวิตประมงพื้นบ้านนั่งแกะปู&amp;nbsp;ปลา&amp;nbsp;เพื่อนำมาประกอบอาหารหาเลี้ยงครอบครัว&amp;nbsp;และทางร้านอาหารในเกาะสุกรจัดเมนูเด็ดแตงโมปลาร้าหวาน&amp;nbsp;รสชาติแซ่บ&amp;nbsp;วัตถุดิบเด่นของเกาะสุกรขึ้นโต๊ะให้นักท่องเที่ยวลิ้มลอง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;สำนักงานตรัง&amp;nbsp;ได้ลงสำรวจเพื่อประชาสัมพันธ์เปิดเส้นทางท่องเที่ยวเกาะสุกร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมหนุนเสริมการตลาด&amp;nbsp;ให้กับเกษตรกรที่ปลูกแตงโมเกาะสุกร&amp;nbsp;เชื่อว่านักท่องเที่ยวจะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว&amp;nbsp;มากินแตงโมที่เกาะสุกรกันมากในช่วงวันหยุดยาวส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่&amp;nbsp;ซึ่ง&amp;nbsp;น.ส.ลดาวัลย์&amp;nbsp;ช่วยชาติ&amp;nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;สำนักงานตรัง&amp;nbsp;พาผู้ประกอบการร้านกาแฟในจังหวัดตรัง&amp;nbsp;และผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่บ้านแหลมจีน&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ต.เกาะสุกร&amp;nbsp;อ.ปะเหลียน&amp;nbsp;จ.ตรัง&amp;nbsp;เพื่อเยี่ยมชมแปลงแตงโมชายหาด&amp;nbsp;โดยมีนายธวัชชัย&amp;nbsp;ไข่มุสิก&amp;nbsp;เป็นเจ้าของแปลงแตงโมชายหาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งวันนี้เป็นวันแรกที่เริ่มเก็บผลผลิตแตงโมชายหาดรุ่นแรกของฤดูกาลแตงโม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พบว่าแตงโมที่ปลูกลูกโต&amp;nbsp;น้ำหนักอยู่ที่&amp;nbsp;2-5&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;มีความหวานอยู่ที่&amp;nbsp;11-12&amp;nbsp;Brix&amp;nbsp;โดยเกษตรกรที่นี่จะทำการปลูกแตงโม&amp;nbsp;2&amp;nbsp;รุ่น&amp;nbsp;รุ่นแรกปลูกและเก็บผลผลิตได้ช่วงเดือนปลายเดือนธันวาคมถึงต้นมกราคมของทุกปี&amp;nbsp;ระยะเวลาปลูกให้ผลผลิต&amp;nbsp;60-70&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;แต่ปีนี้เกษตรกรประสบปัญหาฝนตกทั้งปีและเกิดน้ำทะเลหนุนสูงทำน้ำท่วมถึงหาดทรายที่ปลูกแตงโม&amp;nbsp;ทำให้ต้นแตงโมตายไปจำนวนมาก&amp;nbsp;และผลผลิตปีนี้จึงออกมาน้อย&amp;nbsp;แต่เมื่อเริ่มเก็บผลผลิตก็มี&amp;nbsp;ลูกค้าในตัวเมืองตรังและที่อื่น&amp;nbsp;สั่งซื้อแตงโมเข้ามาเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;ซึ่งมีราคาขายปลีกบนเกาะสุกร&amp;nbsp;ตกกิโลกรัมละ&amp;nbsp;15-17&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;หากเป็นราคาส่งกิโลกรัมละ&amp;nbsp;12&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;และเมื่อเกษตรกรที่ทำนาได้เก็บเกี่ยวข้าวจนเสร็จ&amp;nbsp;ก็จะเริ่มเตรียมดินปลูกแตงโมในนาข้าวต่อ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยจะเริ่มปลูกตั้งแต่ประมาณช่วงเดือนมกราคม&amp;nbsp;เก็บผลผลิตประมาณ&amp;nbsp;ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;เมษายนของทุกปี&amp;nbsp;ขึ้นอยู่กับพันธุ์แตงโม&amp;nbsp;ที่นำมาปลูก&amp;nbsp;มีสายพันธุ์ที่นิยมปลูก&amp;nbsp;คือพันธุ์เมญ่า&amp;nbsp;โบอิ้ง&amp;nbsp;กินรี&amp;nbsp;และซุปเปอร์ส่วนพันธุ์พื้นเมืองลูกกลมเนื้อสีแดงตลาดไม่ค่อยนิยม&amp;nbsp;ตลาดนิยมแตงโตไข่จระเข้&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ทอปิโด&amp;nbsp;ปีนี้เมื่อเกษตรกรปลูกแตงโมในนาข้าวและชายหาด&amp;nbsp;รอบสองผลผลิตจะออกมามากช่วงปลายกุมภาพันธ์ถึงต้นเมษายน&amp;nbsp;จะสร้างรายได้ให้สมาชิกในกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกแตงโมได้ดีโดยมีเกษตรกรปลูกแตงโมบนเกาะสุกรมีพื้นที่ในการปลูกแตงโม&amp;nbsp;ทั้งบนชายหาดและในนาข้าว&amp;nbsp;มีกว่า&amp;nbsp;300&amp;nbsp;ไร่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทางด้าน&amp;nbsp;น.ส.ลดาวัลย์&amp;nbsp;ช่วยชาติ&amp;nbsp;ผอ.ททท.ตรัง&amp;nbsp;ได้สาธิตการผ่าแตงโมให้ทุกคนได้ชิม&amp;nbsp;พบว่าขณะที่ผ่าแตงโม&amp;nbsp;จะมีเสียงดังกรอบออกมาได้ยินเสียงชัดเจน&amp;nbsp;สื่อให้เห็นถึงความกรอบหวานอร่อยของแตงโมคุณภาพดี&amp;nbsp;เนื้อสีแดงหวานเข้ม&amp;nbsp;ทำให้ผู้ที่ไปเยี่ยมชมแปลงแตงโมถึงกับตะลึง&amp;nbsp;พร้อมร่วมกันชิมแตงโมด้วยความสดกรอบหวานอร่อยในแปลงแตงโมชายหาดอย่างเอร็ดอร่อย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้นได้ไปเยี่ยมชมที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแตงโมเกาะสุกร&amp;nbsp;ซึ่งเป็นจุดรวบรวมแตงโม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และวางจำหน่าย&amp;nbsp;พร้อมแพ็กเก็จจิ้งสวยงามเพิ่มมูลค่าให้แตงโมเกาะสุกร&amp;nbsp;ซึ่งมีสมาชิกที่ปลูกแตงโม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;110&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ส่วนที่สะพานท่าเรือบ้านตะเสะ&amp;nbsp;ต.ตะเสะ&amp;nbsp;อ.หาดสำราญ&amp;nbsp;จ.ตรัง&amp;nbsp;เกษตรกรชาวเกาะสุกร&amp;nbsp;ช่วยกันขนแตงโม&amp;nbsp;จากเรือหางยาวขึ้นรถยนต์กระบะ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;โดยมีแม่ค้าพ่อค้าจากตัวเมืองตรังและพื้นที่อื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;มารับซื้อแตงโมจากเกาะสุกรอย่างต่อเนื่องเพื่อนำออกไปขายสู่ท้องตลาด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>30/12/2021</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211230120730555</Link_News></row>
<row _id="323"><NewsTitle>จ.จันทบุรีจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร อำนวยความสะดวกประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่ ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด -19</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ธ.ค.&amp;nbsp;64&amp;nbsp;)&amp;nbsp;ที่เทศบาลตำบลปัถวี&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ต.ปัถวี&amp;nbsp;อ.มะขาม&amp;nbsp;จ.จันทบุรี&amp;nbsp;นายสุธี&amp;nbsp;ทองแย้ม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;เป็นประธานนำส่วนราชการ&amp;nbsp;หน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เหล่ากาชาดจังหวัด&amp;nbsp;หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;และองค์กรภาคเอกชน&amp;nbsp;ออกให้บริการโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;มุ่งเน้นให้บริการทางวิชาการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการเกษตร&amp;nbsp;โดยการบูรณาการการปฏิบัติงานของหน่วยงานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับภาคการเกษตร&amp;nbsp;ในการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนที่เกิดขึ้นในพื้นที่เป้าหมายและพื้นที่ใกล้เคียง&amp;nbsp;รวมทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการผลิตทางการเกษตร&amp;nbsp;การใช้เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าทันสมัยให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมในการแข่งขันด้านการตลาดและเทคโนโลยีเกษตรกรจึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยน&amp;nbsp;มาทำสวนผสมมากขึ้น&amp;nbsp;เพื่อลดความเสี่ยงในการผลิตพืช&amp;nbsp;เกษตรกรจึงต้องการความรู้&amp;nbsp;ด้านการปรับปรุงบำรุงดินให้เหมาะสมกับการผลิตพืช&amp;nbsp;การวางระบบน้ำ&amp;nbsp;ตลอดจนความรู้ด้านการเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;การเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อการบริโภคในครัวเรือน&amp;nbsp;ภายในงานมีการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้บริการและแก้ไขปัญหาทางการเกษตรให้กับเกษตรกรด้านการส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;ด้านปศุสัตว์&amp;nbsp;พืช&amp;nbsp;ดิน&amp;nbsp;ประมง&amp;nbsp;ชลประทาน&amp;nbsp;ข้าว&amp;nbsp;ยางพารา&amp;nbsp;สหกรณ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;บัญชี&amp;nbsp;&amp;nbsp;กฎหมาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;หม่อนไหม&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;อีกทั้งมีการลงทะเบียนเกษตรกรและประชาชนทั่วไปที่เข้าร่วมงานรับเมล็ดพันธุ์พืชผัก&amp;nbsp;&amp;nbsp;ต้นไม้&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สารปรับปรุงบำรุงดิน&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;รวมทั้งส่งเสริมการประกอบอาชีพเสริมเพิ่มรายได้และการจัดนิทรรศการเสริมสร้างความรู้ของหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โอกาสนี้&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;ได้กล่าวเน้นย้ำเรื่องการบริหารจัดการน้ำ&lt;/strong&gt;เพื่อการเกษตรขอนำแนวทางการบริหารจัดการน้ำ&amp;nbsp;ธนาคารน้ำใต้ดิน&amp;nbsp;เตรียมจัดตั้งหมู่บ้านตัวอย่างบริหารน้ำแบบธนาคารน้ำใต้ดิน&amp;nbsp;พร้อมอวยพรปีใหม่ให้เกษตรกรและประชาชนปลอดภัยจากโรคภัยไข้เจ็บ&amp;nbsp;ฝากช่วงเทศกาลปีใหม่&amp;nbsp;การ์ดอย่าตก&amp;nbsp;ปฏิบัติตัวตามมาตรการป้องกันและลดการแพร่ระบาดของโรคโควิด&amp;nbsp;&amp;nbsp;19&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;ป้องกันการติดเชื้อสายพันธุ์&amp;nbsp;โอมิครอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>30/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>จันทบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211230151627665</Link_News></row>
<row _id="324"><NewsTitle>ปั้น Cluster Farm Outlet ต่อยอดความสำเร็จ สนับสนุนศูนย์จำหน่ายสินค้าเกษตรชุมชนระดับภาค</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;?นายอุดม&amp;nbsp;ศรีสมทรง&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมการค้าภายใน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2552&amp;nbsp;กรมฯ&amp;nbsp;ได้ดำเนินโครงการส่งเสริมและพัฒนาศูนย์จำหน่ายสินค้าเกษตรชุมชน&amp;nbsp;(Farm&amp;nbsp;Outlet)&amp;nbsp;เป็นศูนย์กลางให้กับเกษตรกรได้นำผลผลิตทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์แปรรูปมาจำหน่าย&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยไม่ผ่านคนกลาง&amp;nbsp;ควบคู่ไปกับการพัฒนาชุมชนให้มีความเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ได้จัดตั้ง&amp;nbsp;ศูนย์จำหน่ายสินค้าเกษตรชุมชนระดับภาค&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ภายใต้ชื่อ&amp;nbsp;Cluster&amp;nbsp;Farm&amp;nbsp;Outlet&amp;nbsp;เพื่อต่อยอด&amp;nbsp;พัฒนา&amp;nbsp;เชื่อมโยงและยกระดับศูนย์&amp;nbsp;Farm&amp;nbsp;Outlet&amp;nbsp;ให้เป็นศูนย์กระจายสินค้าเกษตรที่มีประสิทธิภาพและศักยภาพสามารถแข่งขันในตลาดได้&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;โอทอป&amp;nbsp;น่าน&amp;nbsp;(ศูนย์แสดงและจำหน่ายสินค้าโอทอปประชารัฐ&amp;nbsp;จังหวัดน่าน)&amp;nbsp;คลัสเตอร์ภาคเหนือ&amp;nbsp;ร้านหนูจวบ&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;&amp;amp;&amp;nbsp;Farm&amp;nbsp;Outlet&amp;nbsp;จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;คลัสเตอร์ภาคกลาง&amp;nbsp;ร้านออร์แกนิคฟาร์มเอาท์เล็ท&amp;nbsp;อุทยานบัว&amp;nbsp;จังหวัดสกลนคร&amp;nbsp;คลัสเตอร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;และร้านทางไทย&amp;nbsp;Farm&amp;nbsp;Outlet&amp;nbsp;(บ้านทางไทย&amp;nbsp;โฮมสเตย์)&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;คลัสเตอร์ภาคใต้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;?&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;กรมฯ&amp;nbsp;ได้ให้การสนับสนุนศูนย์จำหน่ายสินค้าเกษตรชุมชนระดับภาค&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;(Cluster&amp;nbsp;Farm&amp;nbsp;Outlet)&amp;nbsp;ในด้านการผลิตและการตลาดให้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในพื้นที่ต่างๆ&amp;nbsp;เป็นกลไกสำคัญในการช่วยเหลือให้ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;ผู้ผลิตสินค้าและเกษตรกรรายย่อยได้มีช่องทางจำหน่ายสินค้า&amp;nbsp;สร้างการกระจายรายได้ในชุมชนด้วยการพัฒนาสถานที่จำหน่ายให้สวยงามและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพ&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมให้ศูนย์ฯ&amp;nbsp;เป็นจุดเช็คอิน&amp;nbsp;หรือสถานที่แวะพักระหว่างทาง&amp;nbsp;สำหรับนักท่องเที่ยวได้อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>30/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211230133056587</Link_News></row>
<row _id="325"><NewsTitle>จ.นครพนม จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ บูรณาการหน่วยงาน ร่วมให้บริการเกษตรกรแบบครบวงจร</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายชาญชัย&amp;nbsp;คงทัน&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&amp;nbsp;ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;ประจำไตรมาสที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;ซึ่งจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;พร้อมด้วยหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ร่วมกันจัดขึ้นที่บริเวณองค์การบริหารส่วนตำบลหนองแวง&amp;nbsp;อำเภอบ้านแพง&amp;nbsp;จังหวัดนครพนม&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;โดยมีนางสาวกัญณฐา&amp;nbsp;อภินนท์ธนา&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน&amp;nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมพิธี&amp;nbsp;โดยมีเกษตรกรในพื้นที่มารับบริการจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;และกระทรวงสาธารณสุขจำนวนมาก&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังได้มีการมอบพันธุ์ปลา&amp;nbsp;มอบพันธุ์พืช&amp;nbsp;ยารักษาสัตว์&amp;nbsp;และบริการต่างๆ&amp;nbsp;อีกมากมาย&amp;nbsp;ซึ่งการจัดงานดำเนินการภายใต้มาตรการป้องกันปัญหาโควิด&amp;nbsp;-&amp;nbsp;19&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;และเพื่อเป็นการให้บริการด้านการเกษตรแบบครบวงจร&amp;nbsp;รวดเร็ว&amp;nbsp;ถูกต้อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวกัญณฐา&amp;nbsp;อภินนท์ธนา&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;สำหรับการจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในครั้งนี้&amp;nbsp;มีวัตถุประสงค์ในการให้บริการทางวิชาการแก่เกษตรกร&amp;nbsp;องค์กรเกษตรกรชุมชน&amp;nbsp;ให้สามารถดำเนินกิจการได้อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;มีการบริหารจัดการที่เป็นระบบสามารถแก้ไขปัญหาในการประกอบอาชีพทางด้านการเกษตรให้กับเกษตรกรได้อย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;รวมทั้งเป็นการดูแลรักษาสุขภาพให้กับประชาชนที่เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;ซึ่งมีการบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานวิชาการ&amp;nbsp;หน่วยงานส่งเสริม&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมพัฒนา&amp;nbsp;แก้ไขปัญหาให้แก่เกษตรกรให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน&amp;nbsp;โดยเป็นการปฏิบัติงานในเชิงรุกที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหาได้รับบริการทางการเกษตร&amp;nbsp;รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและฝึกอบรมความรู้การเกษตรเสริมเพิ่มเติมควบคู่กันไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีการจัดแสดงนิทรรศการและให้บริการจากคลินิกต่าง&amp;nbsp;ๆ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มากกว่า&amp;nbsp;15&amp;nbsp;คลินิก&amp;nbsp;โดยการจัดกิจกรรมมุ่งแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม&amp;nbsp;พร้อมทั้งเป็นการนำนโยบายของภาครัฐที่สำคัญในการแก้ไขปัญหาต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;มาชี้แจงให้กับประชาชน&amp;nbsp;และบริการอื่นๆแบบจบครบที่เดียว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>30/12/2021</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครพนม</Province><Department>สวท.นครพนม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211230220410882</Link_News></row>
<row _id="326"><NewsTitle>เปิดตัวเกษตรกร GAP ดีเด่นเจ้าของสวนสลัดจันทร์ดาว ปลูกผักเมืองหนาวที่ขอนแก่น สร้างรายได้หลักล้านบาทต่อปี</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายนฤทัย&amp;nbsp;วรสถิตย์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดขอนแก่น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;(สวพ.3)&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ปัจจุบันคนไทยให้ความสำคัญในด้านสุขภาพเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;จึงตระหนักถึงความสำคัญด้านความปลอดภัยทางอาหารทำให้ตลาดและเกษตรกรให้ความสำคัญในใบรับรอง&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;แหล่งผลิตพืชปลอดภัยมากขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งกรมวิชาการเกษตรเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบการตรวจรับรองแหล่งผลิต&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;พืช&amp;nbsp;ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;โดยมีเป้าหมายให้ผลผลิตทางการเกษตรมีคุณภาพและปลอดภัยต่อทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค&amp;nbsp;ซึ่งสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp;เป็นหน่วยงานในส่วนภูมิภาคของกรมวิชาการเกษตรที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการรับรองแหล่งผลิตพืชในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน&amp;nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการผลิตที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้&amp;nbsp;ทำให้เกษตรกรมีแหล่งจำหน่ายผลผลิตและได้ราคาที่สูงขึ้น&amp;nbsp;เป็นที่ยอมรับกับผู้บริโภคอย่างกว้างขวาง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายมนตรี&amp;nbsp;ทะนารี&amp;nbsp;เป็นเกษตรกรอาศัยอยู่ที่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตำบลโนนท่อน&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp;ได้รับการรับรองแหล่งผลิต&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;โดยจุดเริ่มต้นของการทำ&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;ของครั้งนี้&amp;nbsp;มาจากในช่วงแรกผลิตผักขายตามตลาดในเมืองขอนแก่น&amp;nbsp;และมีเจ้าหน้าที่จากห้างสรรพสินค้าเข้าไปหาซื้อผักที่ได้รับรองมาตรฐานเกษตรปลอดภัย&amp;nbsp;&amp;nbsp;(GAP)&amp;nbsp;และเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;เข้าสู่ตลาดทำให้เป็นจุดเปลี่ยนของการทำการเกษตรของนายมนตรีโดยได้รับคำแนะนำให้ขอมาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;จากกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;ซึ่งภายหลังจากได้ปฏิบัติตามคำแนะนำการเข้าสู่มาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;และได้รับการรับรองแหล่งผลิตพืช&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;สวพ.3&amp;nbsp;แล้วจึงเปิดตัวแหล่งผลิตพืชผักปลอดภัยเครือข่ายกรมวิชาการเกษตรอย่างเป็นทางการในงานวันเกษตรภาคอีสาน&amp;nbsp;โดยใช้ชื่อแบรนด์สวนสลัดจันทร์ดาว&amp;nbsp;ซึ่งได้รับผลตอบรับดีมาก&amp;nbsp;ทำให้สินค้าเป็นที่รู้จักมากขึ้นและมีตลาดเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ท๊อปซุปเปอร์มาเก็ต&amp;nbsp;ห้างเซ็นทรัลพลาซ่าจังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp;มุกดาหาร&amp;nbsp;และร้อยเอ็ด&amp;nbsp;ตลาดเขียวบึงแก่นนคร&amp;nbsp;ตลาดถนนคนเดินขอนแก่น&amp;nbsp;ตลาดหน้าแฟรี่ขอนแก่น&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายมนตรี&amp;nbsp;ทำการเกษตรโดยยึดการผลิตพืชปลอดภัย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตามมาตรฐานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;โดยใส่ใจในทุกขั้นตอนการผลิตเพื่อให้ผลผลิตได้คุณภาพและมีความปลอดภัย&amp;nbsp;ด้านการผลิตจะแบ่งพื้นที่เพาะปลูกให้เหมาะสมกับความต้องการของตลาด&amp;nbsp;โดยปลูกหมุนเวียนผสมผสานแบ่งพื้นที่ตามฤดูกาล&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;พืชตระกูลกะหล่ำจะปลูกในช่วงเดือนตุลาคม-กุมภาพันธ์&amp;nbsp;มะเขือเทศจะปลูกในช่วงเดือนกันยายน-เมษายน&amp;nbsp;และพืชตระกูลผักกาดหอมจะปลูกหมุนเวียนตลอดทั้งปี&amp;nbsp;โดยมีการวางแผนการผลิตตามความต้องการของตลาดเป็นหลัก&amp;nbsp;ปัจจุบันนายมนตรีมีรายได้จากการจำหน่ายผักสลัดประมาณ&amp;nbsp;2,400,000&amp;nbsp;บาท/ปี&amp;nbsp;หรือประมาณ&amp;nbsp;200,000&amp;nbsp;บาท/เดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายมนตรี&amp;nbsp;ได้บอกเล่าถึงความสำเร็จ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในการผลิตพืชผักปลอดภัยตามมาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;การปลูกผักขั้นแรกต้องมีใจรักจึงจะทำได้ต่อเนื่องและยาวนาน&amp;nbsp;และอย่ากลัวว่าปลูกแล้วจะไม่มีที่ขาย&amp;nbsp;หากสินค้าดีมีคุณภาพจะต้องมีสถานที่ขายและปลูกแล้วไม่พอขายอย่างแน่นอน&amp;nbsp;ความภูมิใจที่สุดในการทำสวนสลัดจันทร์ดาวคือการได้ทำในสิ่งที่รักและสามารถขยายความรู้ให้กับเกษตรกรคนอื่นด้วย&amp;nbsp;รวมทั้งการได้รับโล่รางวัลเป็นเกษตรกร&amp;nbsp;&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;ดีเด่นของกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามถึงแม้ปัจจุบันนายมนตรีจะประสบความสำเร็จในการผลิตผักสลัดภายใต้แบรนด์สวนสลัดจันทร์ดาวแล้วก็ตามแต่ยังได้พยายามหาความรู้ใหม่ๆ&amp;nbsp;มาพัฒนาปรับปรุงการทำสวนสลัดอยู่ตลอดเวลาและพร้อมที่จะให้คำแนะนำแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำสวนสลัดให้ประสบความสำเร็จแก่เกษตรกรรายอื่นๆ&amp;nbsp;ด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>31/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211231112011953</Link_News></row>
<row _id="327"><NewsTitle>2 แอปพลิเคชัน 2 บริการออนไลน์ แผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก ระบบสารสนเทศเชิงพื้นที่</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวเบญจพร&amp;nbsp;ชาครานนท์&amp;nbsp;อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้ดำเนินนโยบายการพัฒนางานบริการของกรมพัฒนาที่ดิน&amp;nbsp;ภายใต้แนวคิด&amp;nbsp;มุ่งมั่นเป็นองค์กรอัจฉริยะทางดิน&amp;nbsp;ใช้ที่ดินทำการเกษตรอย่างเหมาะสม&amp;nbsp;โดยตั้งใจมอบของขวัญปีใหม่&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;แก่เกษตรกรและประชาชนด้วยบริการด้านการพัฒนาที่ดินที่มีความทันสมัย&amp;nbsp;สะดวก&amp;nbsp;รวดเร็ว&amp;nbsp;ด้วย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แอปพลิเคชัน&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;e-Service&amp;nbsp;LDD&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แอปพลิเคชัน&amp;nbsp;Agri-Map&amp;nbsp;แผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นแผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุกออนไลน์&amp;nbsp;โดยบูรณาการข้อมูลพื้นฐานด้านการเกษตร&amp;nbsp;ของทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;สำหรับใช้เป็นเครื่องมือบริหารจัดการด้านการเกษตรของประเทศให้มีประสิทธิภาพครอบคลุมทุกพื้นที่&amp;nbsp;ปรับปรุงข้อมูลให้ทันสมัย&amp;nbsp;เพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น&amp;nbsp;ทำให้สามารถกำหนดพื้นที่ปลูกพืชเศรษฐกิจตามชั้นความเหมาะสมของที่ดิน&amp;nbsp;และบริหารจัดการสินค้าเกษตรให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและการคาดการณ์ในอนาคต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;LDD&amp;nbsp;On&amp;nbsp;Farm&amp;nbsp;Land&amp;nbsp;Use&amp;nbsp;Planning&amp;nbsp;:&amp;nbsp;ระบบสารสนเทศเชิงพื้นที่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อวางแผนการใช้ที่ดินเกษตรกรรายแปลง&amp;nbsp;เป็นอีกหนึ่งแอปพลิเคชันที่ช่วยให้เกษตรกรสามารถตรวจสอบตำแหน่งพื้นที่ที่ต้องการเพาะปลูก&amp;nbsp;โดยจะแสดงข้อมูลดิน&amp;nbsp;ข้อมูลความเหมาะสมของดินต่อการปลูกพืช&amp;nbsp;ข้อมูลแหล่งน้ำ&amp;nbsp;ข้อมูลการใช้ที่ดิน&amp;nbsp;และข้อมูลสภาพภูมิอากาศปัจจุบัน&amp;nbsp;ที่ตำแหน่งที่ตั้งของแปลง&amp;nbsp;&amp;nbsp;สามารถวาดรูปร่างพื้นที่แปลงและบริหารจัดการข้อมูลต่างๆของแปลงด้วยตนเอง&amp;nbsp;ตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึงเก็บเกี่ยว&amp;nbsp;เพื่อใช้วางแผนการใช้ที่ดินในพื้นที่แปลง&amp;nbsp;ของเกษตรกรได้อย่างเหมาะสม&amp;nbsp;สามารถคำนวณต้นทุนและคาดการณ์ผลผลิต&amp;nbsp;รายรับ-รายจ่าย&amp;nbsp;ผลกำไรขาดทุน&amp;nbsp;พร้อมสรุปเป็นรายงานในรูปแบบ&amp;nbsp;QR&amp;nbsp;Code&amp;nbsp;ที่เกษตรกรสามารถเรียกดูข้อมูลได้อย่างสะดวก&amp;nbsp;รวดเร็ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผนการเพาะปลูกในพื้นที่จริง&amp;nbsp;ได้อย่างเหมาะสม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;บริการตรวจสอบดินเพื่อการเกษตร&amp;nbsp;เป็นหนึ่งในบริการ&amp;nbsp;e-Service&amp;nbsp;LDD&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ของกรมพัฒนาที่ดิน&amp;nbsp;ซึ่งให้บริการการส่งตัวอย่างดิน&amp;nbsp;น้ำ&amp;nbsp;พืช&amp;nbsp;ปุ๋ย&amp;nbsp;และสิ่งปรับปรุงดิน&amp;nbsp;แบบออนไลน์&amp;nbsp;เพื่อทำการวิเคราะห์&amp;nbsp;ในห้องปฏิบัติการ(Soil&amp;nbsp;Lab)&amp;nbsp;หรือแจ้งความประสงค์ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการเก็บตัวอย่างดินในพื้นที่&amp;nbsp;และทำการตรวจวิเคราะห์โดยใช้ชุดตรวจสอบดินภาคสนาม&amp;nbsp;&amp;nbsp;(Test&amp;nbsp;Kit)&amp;nbsp;เพื่อวัดค่าความเป็นกรดเป็นด่าง&amp;nbsp;(pH)&amp;nbsp;ปริมาณธาตุอาหารไนโตรเจน&amp;nbsp;ฟอสฟอรัส&amp;nbsp;&amp;nbsp;โพแทสเซียม&amp;nbsp;(NPK)&amp;nbsp;และค่าความเค็ม&amp;nbsp;(EC)&amp;nbsp;ซึ่งสามารถทราบผล&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในเวลาเพียง&amp;nbsp;30&amp;nbsp;นาที&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ค่าที่วิเคราะห์ได้จะเป็นค่าประมาณ&amp;nbsp;ที่สามารถนำมาอธิบายและให้คำแนะนำ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในการปรับปรุงบำรุงดินเบื้องต้นได้อย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อีกหนึ่งบริการออนไลน์&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;บริการวัสดุการเกษตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่ช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้รับบริการ&amp;nbsp;ในการขอรับผลิตภัณฑ์สารเร่ง&amp;nbsp;พด.&amp;nbsp;กล้าหญ้าแฝก&amp;nbsp;เมล็ดพันธุ์พืชปุ๋ยสดและสารปรับปรุงดิน&amp;nbsp;สำหรับใช้ในการพัฒนาที่ดิน&amp;nbsp;โดยการแจ้งผลิตภัณฑ์ที่ต้องการผ่านระบบ&amp;nbsp;e-Service&amp;nbsp;LDD&amp;nbsp;&amp;nbsp;ของกรมพัฒนาที่ดิน&amp;nbsp;ผ่านระบบสมาชิก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>31/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211231110801936</Link_News></row>
<row _id="328"><NewsTitle>รณรงค์ให้เกษตรกรเพาะปลูกพืชแบบใช้น้ำน้อย ตามโครงการสาธิตการทำนาแบบเปียกสลับแห้ง</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายประพิศ&amp;nbsp;จันทร์มา&amp;nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สำนักงานชลประทานที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;มีพื้นที่เพาะปลูกข้าวในเขตชลประทานประมาณ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ล้านไร่&amp;nbsp;มีแผนปลูกข้าวนาปรัง&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;8.3&amp;nbsp;แสนไร่&amp;nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;34&amp;nbsp;โดยใช้ปริมาณน้ำต้นทุนจากแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นส่วนใหญ่&amp;nbsp;ซึ่งแนวโน้มของปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาคาดว่าจะมีระดับน้ำอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำกว่าเกณฑ์เก็บกักในช่วงแล้ง&amp;nbsp;ซึ่งอาจทำให้ไม่สามารถส่งน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานได้อย่างเต็มศักยภาพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมชลประทาน&amp;nbsp;จึงได้รณรงค์ให้เกษตรกรเพาะปลูกพืชแบบใช้น้ำน้อย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตามโครงการสาธิตการทำนาแบบเปียกสลับแห้ง&amp;nbsp;ภายใต้โครงการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าปวงประชาถวายพ่อของแผ่นดิน&amp;nbsp;ตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;โดยมีพื้นที่นำร่อง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;โครงการชลประทานเชียงใหม่,&amp;nbsp;โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่แตง&amp;nbsp;จ.เชียงใหม่,&amp;nbsp;โครงการชลประทานอุบลราชธานี,&amp;nbsp;โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโดมน้อย&amp;nbsp;จ.อุบลราชธานี&amp;nbsp;รณรงค์การใช้น้ำอย่างประหยัดด้วยการทำนาแบบเปียกสลับแห้ง&amp;nbsp;(แกล้งข้าว)&amp;nbsp;หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า&amp;nbsp;การทำนาแบบใช้น้ำน้อย&amp;nbsp;เป็นวิธีการบริหารจัดการน้ำในการทำนา&amp;nbsp;โดยไม่ส่งผลกระทบต่อผลผลิตข้าว&amp;nbsp;สามารถลดปริมาณการใช้น้ำได้มากถึงร้อยละ&amp;nbsp;28&amp;nbsp;ของปริมาณน้ำที่ใช้ในการทำนาแบบทั่วไป&amp;nbsp;ซึ่งโดยปกติจะใช้น้ำประมาณ&amp;nbsp;1,200&amp;nbsp;ลบ.ม.ต่อไร่&amp;nbsp;แต่ถ้าทำนาแบบแกล้งข้าว&amp;nbsp;จะใช้น้ำเพียงประมาณ&amp;nbsp;860&amp;nbsp;&amp;nbsp;ลบ.ม.ต่อไร่&amp;nbsp;เท่านั้น&amp;nbsp;นอกจากจะลดปริมาณการใช้น้ำลงแล้ว&amp;nbsp;ยังช่วยลดต้นทุนการใช้ปุ๋ย&amp;nbsp;สารเคมี&amp;nbsp;และน้ำมันเชื้อเพลิง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ได้เน้นย้ำให้โครงการชลประทานในพื้นที่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ส่งเสริมกระบวนการสร้างการรับรู้ให้เกษตรกรและทุกภาคส่วน&amp;nbsp;ตระหนักถึงการใช้น้ำอย่างประหยัด&amp;nbsp;พร้อมบริหารจัดการน้ำด้วยความประณีต&amp;nbsp;และเป็นไปตามแผนบริหารจัดการน้ำช่วงแล้งปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;ทั่วถึง&amp;nbsp;เท่าเทียมและเป็นธรรม&amp;nbsp;รวมทั้งจัดเตรียมเครื่องจักรเครื่องมือ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;เครื่องสูบน้ำ&amp;nbsp;เข้ามาช่วยในการบริหารจัดการเพื่อให้มีน้ำเพียงพอใช้ตลอดช่วงแล้งนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>31/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211231110253933</Link_News></row>
<row _id="329"><NewsTitle>กรมปศุสัตว์ ยืนยันเนื้อสุกรปลอดภัยไร้โรคระบาด ย้ำเลือกซื้อ ปศุสัตว์ OK ตรวจสอบได้</NewsTitle><Detail>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสัตวแพทย์สรวิศ&amp;nbsp;ธานีโต&amp;nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ชี้แจงประชาชนจากกรณีที่มีข่าวปรากฏว่ามีผู้ซื้อตับสุกรจากห้างแห่งหนึ่งนำมาปรุงให้สุนัขทานแล้วเกิดอาการป่วยรุนแรงจนต้องเข้ารับการรักษา&amp;nbsp;ทำให้ตั้งข้อสงสัยว่าในสุกรเกิดโรคระบาดรุนแรงที่สามารถติดต่อมายังสัตว์อื่น&amp;nbsp;หรือคนผ่านทางการบริโภคหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมปศุสัตว์&amp;nbsp;ขอแจ้งว่า&amp;nbsp;แม้สถานการณ์การผลิตสุกรในปัจจุบัน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะผลิตสุกรได้น้อยกว่าความต้องการของตลาดเนื่องจากหลายปัจจัย&amp;nbsp;แต่เรื่องความปลอดภัยของเนื้อ&amp;nbsp;หรืออวัยวะสุกรกรมปศุสัตว์ยังคงให้ความสำคัญมาโดยตลอดและขอยืนยันว่าไม่มีโรคระบาดรุนแรงในสุกรที่ติดต่อผ่านการบริโภคเนื้อ&amp;nbsp;หรืออวัยวะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมปศุสัตว์&amp;nbsp;เน้นการกำกับดูแลการผลิตสุกรที่มีความปลอดภัยตลอดห่วงโซ่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทั้งการเข้มงวดระบบความปลอดภัยทางชีวภาพในฟาร์มเพื่อป้องกันโรคระบาดต่างๆ&amp;nbsp;โดยโรคระบาดสุกรที่มีการพบในช่วงนี้&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;โรคพีอาร์อาร์เอส&amp;nbsp;โรคอหิวาต์สุกร&amp;nbsp;วมทั้งโรคที่ปรากฏในประเทศเพื่อนบ้านอย่างโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&amp;nbsp;ซึ่งขอยืนยันด้วยข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ว่าโรคเหล่านี้เกิดเฉพาะในสุกรหรือสุกรป่าเท่านั้น&amp;nbsp;ไม่มีการติดต่อไปยังคนหรือสัตว์ชนิดอื่นหรือแม้แต่ปนเปื้อนโรคดังกล่าวในเนื้อสุกร&amp;nbsp;อีกทั้งเชื้อโรคส่วนใหญ่หากนำเนื้อสุกร&amp;nbsp;หรืออวัยวะสุกร&amp;nbsp;มาปรุงสุกด้วยความร้อนที่เหมาะสม&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ที่อุณหภูมิตั้งแต่&amp;nbsp;70&amp;nbsp;องศาเซลเซียสขึ้นไป&amp;nbsp;เป็นเวลาอย่างน้อย&amp;nbsp;10&amp;nbsp;นาทีสามารถทำลายเชื้อโรคเหล่านี้ได้ทั้งไวรัสและแบคทีเรีย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากกรณีข่าวดังกล่าวอ้างว่าสุนัขเกิดอาการป่วยรุนแรง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อาเจียน&amp;nbsp;ถ่ายท้อง&amp;nbsp;และค่าตับสูงขึ้นมาก&amp;nbsp;เนื่องจากกินตับสุกรที่ซื้อมา&amp;nbsp;ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลว่าสัตว์เลี้ยงหรือผู้บริโภคตับหรือเนื้อสุกรจากแหล่งเดียวกันรายอื่นๆมีอาการป่วยแบบเดียวกันหรือเชื่อมโยงถึงกัน&amp;nbsp;จึงตั้งข้อสังเกตว่ากรณีดังกล่าวอาจเป็นปัญหาสุขภาพเฉพาะรายไม่เกี่ยวข้องกับการบริโภคตับสุกร&amp;nbsp;และเพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคว่าสถานที่จำหน่ายนั้น&amp;nbsp;จำหน่ายเนื้อสัตว์จากแหล่งผลิตมาตรฐานและสามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงที่มาของเนื้อสัตว์ได้&amp;nbsp;ในกรณีนี้เช่นกันหากตับสุกรดังกล่าวมาจากที่จำหน่าย&amp;nbsp;ปศุสัตว์&amp;nbsp;OK&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์สามารถตรวจสอบย้อนกลับและดำเนินการติดตามหาสาเหตุของปัญหานี้ได้หากมีการแจ้งมายังกรมปศุสัตว์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</Detail><NewsDate>31/12/2021</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211231183528162</Link_News></row>
</data>
