﻿_id	ชื่อท้องถิ่น	ชื่อสามัญ (EN)	ชื่อสามัญ (TH)	ชื่อวิทยาศาสตร์	Genus	Family	สถานะชื่อ	สถานะชื่อไทย	IUCN Red list	สภาพนิเวศ	ลักษณะทางพฤกษศาสตร์	Author	URL	การใช้ประโยชน์	การขยายพันธุ์
1	ไค้มันปลา	""	ไค้มันปลา	Glochidion wallichianum Müll.Arg.	Glochidion  	Phyllanthaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ขึ้นในป่าธรรมชาติ โดยเฉพาะป่าดิบแล้งและป่าดิบเขา 	ไค้มันปลาเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก เนื้อไม้แข้ง  เปลือกต้นหลุดลอกเป็นสะเก็ดเล็กๆ  ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปขอบขนานแกมรูปรี ยอดอ่อนสีม่วงหรือแดงระเรื่อ  ดอกเป็นช่อออกตามซอกใบใกล้ปลายยอด  สีเหลืองหรือส้ม ผลกลมแห้ง  หยักเว้าเป็นพู 5-6 พู  ผลแก่สีแดงสด ภายในมีเมล็ดสีดำ	""	""	ยอดอ่อนออกช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน รสหวานมัน กินเป็นผักสดกับน้ำพริกและลาบ 	ตอนกิ่งและเพาะเมล็ด
2	บ่าม่วย	""	ม้ากระทืบโรง	Ficus sarmentosa Buch.-Ham. ex Sm.	Ficus	Moraceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ชอบเกาะเลื้อยตามไม้ขนาดใหญ่ในป่าดิบแล้งและดิบเขา	บ่าม่วยเป็นไม้เถาเลื้อยขนาดใหญ่ มียางขาวบริเวณกิ่งอ่อนและก้านใบ ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ รูปรีแกมรูปขอบขนาน โคนใบมน ปลายใบแหลม  ดอกเป็นช่อออกตามซอกใบ  ทรงกลมขนาดเล็ก ผลเป็นแบบมะเดื่อ ฐานรองดอกหุ้มล้อมรอบเป็นรูปทรงกลม ผิวเป็นตุ่มสีน้ำตาลประปราย มียางสีขาว	""	http://tropical.theferns.info/viewtropical.php?id=Aglaia+foveolata	ต้นตัวผู้ (ไม่มีลูก) มีสรรพคุณเป็นยาสมุนไพร เถาดองเหล้าหรือต้มน้ำดื่ม เป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงเลือด 	ปักชำกิ่ง
3	เมี่ยง	Tea plant	ชาอัสสัม	Camellia sinensis var. assamica (J.W.Mast.) Kitam.	Camellia	Theaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ชอบขึ้นตามพื้นที่สูงโดยเฉลี่ยจากระดับน้ำทะเล 1,000 เมตร ความลาดชันพอสมควร มีอินทรียวัตถุในดินสูง ระบายน้ำได้ดี เป็นกรดเล็กน้อย	เมี่ยงเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก กิ่งก้านแตกออกด้านข้า ทรงพุ่มเป็นรูปกรวย เปลือกเรียบสีน้ำตาลปนเทา ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ รูปหอก ปลายใบแหลม ขอบใบจักฟันเลื่อย แผ่นใบหนา ด้านบนใบมัน ใต้ใบมีขนอ่อนปกคลุม  ดอกมีทั้งดอกเดี่ยวและออกเป็นกระจุกตามซอกใบหรือปลายกิ่ง สีขาว ผลทรงกลม ผิวเรียบ มี 3 พู ข้างในมีหลายเมล็ด	องค์ความรู้เพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)	https://hkm.hrdi.or.th/knowledge/detail/191	ชาวปางมะโอเป็นชุมชนที่มีวิถีชีวิตผูกพันอยู่กับการทำสวนเมี่ยง รายได้ส่วนใหญ่จึงมาจากการทำเมี่ยง นอกจากนั้นยังนำใบเมี่ยงอ่อนมาประกอบอาหารได้หลายอย่าง โดยเฉพาะการทำส้าเมี่ยง (ยำใบเมี่ยงใส่ปลากระป๋อง) ที่ชาวปางมะโอจะต้องทำต้อนรับเมื่อมีแขกมาเยือน 	ปักชำกิ่งและเพาะเมล็ด
4	ลิงลาว	""	ลีลาว	Aspidistra sutepensis K.Larsen 	Aspidistra	‎Asparagaceae	Accepted	""	""	ชอบขึ้นในป่าดิบแล้งและป่าดิบเขาของภาคเหนือและภาคอีสาน โดยเฉพาะบริเวณริมลำธารที่มีความชื้นสูง	ลิงลาวเป็นพืชล้มลุก แตกกอมีเหง้าอยู่ใต้ดิน ใบเดี่ยวออกเวียนจากลำต้นใต้ดิน รูปขอบขนาน ปลายใบแหลม  แผ่นใบสีเขียวเข้มเป็นมัน ดอกออกจากลำต้นใต้ดิน ตั้งตรงชูก้านดอกขึ้นคล้ายดอกกล้วยไม้ ดอกย่อยสีขาวอมม่วง บานจากล่างขึ้นบน ผลแบบแคปซูล  สีเขียวเข้ม 	กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช	http://www.dnp.go.th/botany/detail.aspx?words=%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3&typeword=group	ดอกออกช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน รสขมกลมกล่อม ดอกอ่อนนึ่งกินกับน้ำพริก เป็นส่วนประกอบของแกงแค หรือแกงใส่ปลาแห้ง 	แยกหน่อ
5	กีบม้าลม	giant fern	ว่านกีบม้า ว่านกีบแรด	Angiopteris evecta (G.Forst.) Hoffm.	Angiopteris	Marattiaceae	Accepted	""	""	ชอบขึ้นในบริเวณริมห้วยตามภูเขาสูงทางภาคเหนือ 	กีบม้าลมเป็นเฟิร์นดินขนาดใหญ่ มีเหง้าเป็นแท่งสั้นหรือเป็นก้อน เนื้ออ่อนและอวบน้ำฝังอยู่ที่ผิวดิน ลักษณะคล้ายตีนของสัตว์กีบ ใบประกอบแบบขนนก 2 ชั้น ใบย่อยรูปขอบขนาน โคนใบมน ปลายใบแหลม ขอบใบจักฟันเลื่อยถี่ กลุ่มอับสปอร์เรียงตัวเป็นแถวถี่ตามความยาวริมขอบใบ อับสปอร์มีขนาดใหญ่เห็นได้ชัด รูปร่างกลมรี เมื่อแก่เยื่อหุ้มจะเปิดออกตามรอยยาว เพื่อให้สปอร์ปลิวออกไปได้	"สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้
ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม"	"http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&Itemid=59&id=1466
http://www.qsbg.org/Database/plantdb/mdp/medicinal-specimen.asp?id=694"	มีสรรพคุณเป็นยาสมุนไพร ชาวปางมะโอนำหัวมาตำแล้วต้มน้ำดื่ม แก้โรคเบาหวาน แก้ไข้ตัวร้อน แก้ท้องร่วง รักษาแผลในปาก เป็นยาฝาดสมานแผล ขับปัสสาวะ บำรุงกำลัง ขับลม ส่วนรากเป็นยาห้ามเลือด ใบกินดิบแก้ไอ ส่วนใบอ่อนกินเป็นผักสดกับน้ำพริก	ใช้สปอร์และแยกกอ 
6	ว่านชักมดลูก	temulawak, Javanese ginger, Javanese turmeric	ว่านชักมดลูก	Curcuma zanthorrhiza Roxb.	Curcuma	Zingiberaceae	Accepted	""	""	ชอบขึ้นในดินร่วนซุย ระบายน้ำดี แสงแดดรำไร  	ว่านชักมดลูกเป็นพืชล้มลุกในวงศ์ขิงข่า มีเหง้าอยู่ใต้ดินเนื้อสีขาวหรือเหลืองอ่อน  ใบเดี่ยวออกเรียงสลับเป็นกระจุกใกล้ราก ใบรูปขอบขนานแกมรูปรี ดอกเป็นช่อมีสีชมพู แทงออกจากพื้นดิน เกสรเพศผู้สีขาวเป็นหมัน ใบประดับที่ไม่ได้รองรับดอกย่อยมีสีม่วง ส่วนใบประดับที่รองรับดอกย่อยมีสีเขียวอ่อน ผลแห้งแตกออกได้	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&Itemid=59&id=855	เป็นยาสมุนไพร เหง้าต้มน้ำดื่ม บำรุงเลือด ช่วยให้มดลูกเข้าอู่ได้เร็วขึ้น และแก้ปวดท้องน้อยสำหรับสตรีที่คลอดบุตรใหม่ 	แยกกอ
7	ว่านสาวหลง	""	ว่านสาวหลง	Amomum biflorum Jack	Amomum	Zingiberaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ชอบขึ้นในดินร่วนซุยระบายน้ำดี แสงแดดรำไร	ว่านสาวหลงเป็นพืชล้มลุกในวงศ์ขิงข่า มีเหง้าทอดเลื้อยอยู่ใต้ดิน ลำต้นเทียมเกิดจากกาบใบอัดกันแน่น ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปหอก ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบบิด เส้นกลางใบสีแดงเรื่อ ใบมีขนนุ่มปกคลุม ดอกออกตามเหง้าใต้ดิน ดอกย่อยสีเหลือง ก้านดอกยาว ปลายช่อโค้ง ผลเป็นช่อคล้ายช่อพริกไทย 	องค์ความรู้เพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)	https://hkm.hrdi.or.th/knowledge/detail/235	มีสรรพคุณเป็นยาสมุนไพร ราก ใบและลำต้น ต้มน้ำดื่มแก้ร้อนใน ขับลมในกระเพาะ คนสมัยก่อนนำใบมาขยี้ใส่ผมเพื่อให้มีกลิ่นหอม	แยกกอ
8	ส้มป่อย	Shikakai	ส้มป่อย	 Acacia concinna (Willd.) DC.	Acacia	Leguminosae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ขึ้นอยู่ในป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ และที่ราบเชิงเขา  	ส้มป่อยเป็นไม้พุ่มกึ่งเลื้อย ลำต้นและกิ่งก้านมีหนามแหลมสั้นปกคลุม ใบประกอบแบบขนนกสองชั้นออกเรียงสลับ ใบย่อยรูปขอบขนาน โคนใบและปลายใบมน ขอบใบและแผ่นใบเรียบ มีหูใบรูปหัวใจ ดอกเล็กสีขาวนวลเป็นช่อกระจุกแน่นทรงกลมบนแกนช่อดอก ผลเป็นฝักแบนยาว ปลายฝักแหลม สันฝักหนา มีหลายเมล็ด	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&Itemid=59&id=1277	ยอดอ่อนมีรสเปรี้ยวกลมกล่อม นิยมนำมาแกงกับปลา หมู หรือเนื้อ ผลแห้งใช้ในพิธีมงคล และขับไล่สิ่งชั่วร้ายในอดีตชาวปางมะโอเชื่อว่าหากเผาผลส้มป่อยแล้วจะช่วยป้องกันลมพายุ	ปักชำกิ่งและเพาะเมล็ด
9	สะพานก๊น	Chinese Elder	พวงไข่มุก	Sambucus javanica Blume	Sambucus	Adoxaceae	Accepted	""	""	ขึ้นตามชายป่าทั่วไปที่มีความชุ่มชื้น	สะพานก๊นเป็นไม้พุ่ม ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ มีใบย่อย 2-8 คู่ เรียงตรงข้ามรูปไข่แกมรูปขอบขนาน ขอบใบจักฟันเลื่อยถี่ ตามกิ่งและใบมีครีบโดยรอบคล้ายฟันเฟือง หูใบแผ่เป็นแผ่น ดอกเป็นช่อออกตามซอกใบ กลีบดอกสีเขียวอ่อน ก้านดอกสีแดง  ผลกลมสีเขียว ผลแก่สีแดงจนถึงดำ เมล็ดเดี่ยวรูปไข่	""	""	รากต้มน้ำดื่มแก้พิษไข้ ช่วยขับเหงื่อ ใบลนไฟประคบแก้ฟกช้ำปวดบวมตามข้อมือข้อเท้า	ปักชำหน่อและเพาะเมล็ด
10	หญ้าเมืองวาย	Siam Weed, Bitter bush, Devilweed, Hagonoy, Jack in the bush, Triffid weed 	สาบเสือ หญ้าดอกขาว หญ้าดงร้าง หมาหลง	Chromolaena odorata (L.) R.M.King & H.Rob.	Chromolaena	Compositae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	เป็นวัชพืชขึ้นในที่โล่งแจ้งและที่รกร้างว่างเปล่า  	หญ้าเมืองวายเป็นพืชล้มลุกขนาดเล็ก ลำต้นและกิ่งก้านสีเขียว มีกลิ่นเฉพาะตัว ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก ใบรูปหอกฐานกว้าง ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบหยักมน ดอกเป็นช่อออกตามซอกก้านใบและปลายยอด  สีขาว ผลแห้งขนาดเล็กรูปกระสวยแบนเป็น 5 เหลี่ยม สีน้ำตาลดำ มีหนามแข็งเป็นสัน   	องค์ความรู้เพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)	https://hkm.hrdi.or.th/knowledge/detail/211	มีสรรพคุณเป็นยาสมุนไพร ใช้ใบสดขยี้ใส่แผล ช่วยห้ามเลือด ส่วนรากต้มน้ำดื่มแก้ปวดเมื่อยตามร่างกาย	เพาะเมล็ด
11	หญ้าขัด	Broom weed	ยุงกวาด ยุงปัด	Sida acuta Burm.f.	Sida	Malvaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ชอบขึ้นในป่าฟื้นสภาพและที่โล่งแจ้ง 	หญ้าขัดเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ลำต้นและกิ่งก้านมีความเหนียวและแข็ง ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปใบหอก โคนใบมนหรือเว้าเล็กน้อย ปลายใบแหลม ขอบใบจักฟันเลื่อย มีหูใบรูปแถบ ดอกเดี่ยวออกตามซอกใบ สีเหลือง ผลแห้งแตกได้ เมล็ดรูปไข่หรือรูปสามเหลี่ยม สีน้ำตาลเข้ม	องค์ความรู้เพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)	https://hkm.hrdi.or.th/knowledge/detail/237	นำรากมาต้มน้ำดื่มแก้ปัสสาวะขัด หรือใช้ลำต้นและกิ่งก้านมามัดรวมกันทำเป็นไม้กวาด 	เพาะเมล็ด
12	หญ้าหนวดแมว	Cat's whisker, Kidney tea plant, Java tea  	บางรักป่า พยับเมฆ อีตู่ดง	Orthosiphon aristatus (Blume) Miq.	Orthosiphon	Lamiaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ชอบขึ้นตามทุ่งหญ้า ชายป่าที่มีความชุ่มชื้น แสงแดดรำไร	หญ้าหนวดแมวเป็นพืชล้มลุก ลำต้นและกิ่งก้านเป็นเหลี่ยม สีม่วงแดง ใบเดี่ยว  เรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก รูปหอก โคนใบและปลายใบเรียวแหลม  ขอบใบจักฟันเลื่อย  ดอกออกตามปลายยอดหรือกิ่งคล้ายฉัตรเป็นชั้นๆ มีเกสรเพศผู้พุ่งออกไปเป็นฝอยคล้ายกับหนวดแมว อันเป็นที่มาของชื่อ ดอกสีขาวอมม่วง ผลแห้งไม่แตก รูปรีขนาดเล็ก	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/database/botanic_book%20full%20option/search_detail.asp?Botanic_ID=2524	ใบและลำต้นแห้งต้มชงเป็นน้ำชา ช่วยขับปัสสาวะ แก้กระษัย แก้ปวดเมื่อย ลำต้นและรากต้มน้ำดื่มแก้นิ่ว	ปักชำและเพาะเมล็ด
13	หนามเล็บแมว	Orange Climber, forest pepper, wild orange tree	เครืองูเห่า	Toddalia asiatica (L.) Lam.	Toddalia	Rutaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ขึ้นได้ดีในดินทุกชนิด โดยเฉพาะดินร่วน ระบายน้ำดี แสงแดดปานกลางถึงมาก	หนามเล็บแมวเป็นไม้เถาเลื้อย ตามกิ่งก้านมีหนามโค้งงอปกคลุม เปลือกเถาสีน้ำตาล เนื้อไม้สีเหลือง ใบประกอบแบบนิ้วมือ มี 3 ใบย่อย รูปใบหอกแกมรูปไข่กลับ ปลายใบเรียวแหลม โคนใบสอบ ขอบใบหยักเล็กน้อย ผิวใบมีต่อมน้ำมันกระจายอยู่ทั่วไป ดอกออกเป็นช่อกระจุกที่ปลายกิ่ง สีเหลืองแกมเขียว ผลกลมสีเขียว เมื่อสุกสีเหลือง	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2501	ยอดอ่อนและใบอ่อนมีกลิ่นหอม ช่วยดับกลิ่นคาวได้ดี ชาวปางมะโอ นำมากินเป็นผักสดกับลาบหรือน้ำพริก นอกจากนี้สามารถใช้ส่วนต้นมาตากแห้ง และต้มชงน้ำดื่ม แก้ปวดเมื่อยตามร่างกาย 	ปักชำกิ่งและเพาะเมล็ด
14	หญ้าเอ็นยืด	Greater plantain, Waybread, Common plantago ,broad-leaved plantain	ผักกาดน้ำ หมอน้อย	Plantago major L.	Plantago	Plantaginaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ชอบขึ้นตามทุ่งหญ้า พื้นที่โล่งแจ้งที่มีความชุ่มชื้น	หญ้าเอ็นยืดเป็นพืชล้มลุก ต้นเติบโตอยู่ระดับผิวดิน ใบเดี่ยวรูปไข่ก้านใบยาว  ก้านช่อดอกแทงขึ้นมาจากกลางกอซึ่งเป็นส่วนที่สูงที่สุดของพืชชนิดนี้ ดอกย่อยขนาดเล็กสีเขียว เมื่อแก่เปลี่ยนเป็นสีเหลือง ไม่มีก้านดอกย่อย ผลแก่แตกตรงกลาง	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&Itemid=59&id=2141	นำใบ ลำต้นและรากมานึ่งประคบคลายเส้น รากต้มน้ำดื่มแก้กระษัย ปวดเมื่อยตามร่างกาย	แยกกอ
15	หมากปู๊	Cordyline, Ti plant, Cabbage palm, Good luck plant, Palm lily	หมากผู้หมากเมีย	Cordyline fruticosa (L.) A.Chev.	Cordyline 	Asparagaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ชอบขึ้นใกล้แหล่งน้ำ ที่มีความชุ่มชื้น หรือใต้ต้นไม้ใหญ่ที่มีแสงแดดรำไร	หมากปู๊เป็นไม้พุ่มที่มีเนื้อไม้ ลำต้นกลม ใบเดี่ยวเวียนสลับรูปขอบขนาน  ปลายใบเรียวแหลม สีต่างๆ กัน เช่น สีเขียว สีแดง หรือสีม่วงเข้ม ดอกเป็นช่อกระจะแยกแขนงออกตามซอกใบใกล้ปลายยอด มีใบประดับช่อดอกที่โคนช่อ ดอกย่อยเรียงตัวเป็นกระจุกแน่น ผลกลม เมื่อสุกสีแดงหรือม่วงเข้ม มีเนื้อนุ่ม 	""	""	ดอกอ่อนออกช่วงเดือนตุลาคม – ธันวาคม รสขมอมหวาน ชาวปางมะโอนิยมนำมาลวกกินกับน้ำพริก โดยเฉพาะน้ำพริกปลาจ่อม หรือเป็นส่วนประกอบของแกงแค แกงปลาแห้ง ส่วนตำรับเด็ดของชาวปางมะโอ คือ แกงรวมกับเห็ดลม	ปักชำกิ่งและเพาะเมล็ด
16	หวาย	Rattan	""	Calamus  sp.	Calamus	Arecaceae	""	""	""	พบได้ในป่าทั่วไป เช่น ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง หรือป่าดิบชื้น	หวายเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวพบในป่าเขตร้อน เป็นชื่อรวมเรียกพวกปาล์มเลื้อย (Climbing palm) และปีนป่ายเกาะไปตามต้นไม้อื่นๆ  แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ หวายลำเดี่ยว และหวายที่แตกหน่อเป็นกอ ในประเทศไทยพบหวายถึง 6 สกุล คิดเป็นครึ่งหนึ่งของสกุลหวายที่มีอยู่ในโลก และมีมากกว่า 60 ชนิด แพร่กระจัดกระจายอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศ  ลำต้นเป็นเถาเนื้อแข็ง  มีกาบหุ้มลำต้นสีเขียว  ทุกส่วนของเถาและก้านใบ มีหนาม  ใบเป็นใบประกอบ  ผลอ่อนสีเขียว เมื่อแก่สีเหลืองหรือสีไข่ไก่	""	""	นำหน่ออ่อน หรือที่เรียกกันว่า “หางหวาย” มาเผาเพื่อให้ความขมลดลง แกะเปลือกออกแล้วนำส่วนที่อยู่ข้างในมาประกอบอาหาร เช่น แกงหรือผัดกับเนื้อหมู ส่วนเถาที่แก่แล้วนำมาทำเป็นเครื่องจักสานหรือเฟอร์นิเจอร์	เพาะเมล็ด
17	หอมไก๋	Tall Chloranthus	กระดูกไก่	Chloranthus elatior Link	Chloranthus	Chloranthaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ชอบขึ้นตามริมน้ำหรือที่ค่อนข้างชื้นแฉะ	หอมไก๋เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ลำต้นสีเขียว บริเวณข้อโป่งพอง ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก รูปหอกหรือรูปหอกแกมรูปรี โคนใบสอบ ปลายใบแหลม ขอบใบจักฟันเลื่อย  ผิวใบเกลี้ยงเป็นมัน ดอกเป็นช่อออกตามยอดหรือปลายกิ่ง ดอกย่อยสีขาวติดเป็นก้อนกลมตามก้านช่อดอก กลิ่นหอม  ผลสดสีขาว รูปร่างกลม ภายในมี 1 เมล็ด	""	""	ปลูกเป็นไม้ประดับเนื่องจากมีกลิ่นหอม ส่วนใบอ่อนกินเป็นผักสดกับลาบ 	เพาะเมล็ด
18	หอมด่วนหลวง	Mexican Mint, Indian Borage, Soap Mint  	เนียมหูเสือ, หูเสือ	Plectranthus amboinicus (Lour.) Spreng.	Plectranthus	Lamiaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ชอบขึ้นในดินที่ชุ่มชื้น ระบายน้ำดี แสงแดดปานกลางถึงมาก	หอมด่วนหลวงเป็นพืชล้มลุกขนาดเล็ก ลำต้นอวบน้ำ มีขนหนาแน่นปกคลุมทั่วไป ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก รูปไข่ค่อนข้างกลม โคนใบและปลายใบมน ขอบใบจักฟันเลื่อย ดอกเป็นช่อออกที่ปลายยอด ชูตั้งขึ้น สีขาวอมม่วง เมล็ดกลม ผิวเรียบ สีน้ำตาลเข้ม ทุกส่วนของลำต้นเมื่อขยี้มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว	ฐานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี	http://www.phargarden.com/main.php?action=viewpage&pid=173	ใบอ่อนกินเป็นผักสดกับน้ำพริก หรือกินแกล้มกับอาหารประเภทยำและลาบ ช่วยดับกลิ่นคาวได้ดี 	ปักชำกิ่งและเพาะเมล็ด
19	หัวหำเป้า	""	บอระเพ็ดพุงช้าง	Stephania suberosa Forman	Stephania	Menispermaceae	Unresolved	""	""	ชอบขึ้นตามภูเขาหินปูน ป่าผลัดใบทางภาคกลาง ภาคอีสานและภาคเหนือ	หัวหำเป้าเป็นไม้เถาเลื้อย  มีหัวสะสมอาหารขนาดใหญ่โผล่พ้นผิวดิน ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปหัวใจ ดอกเป็นช่อซี่ร่มตามออกซอกใบ ผลสดรูปไข่กลับ	องค์ความรู้เพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)	https://hkm.hrdi.or.th/knowledge/detail/240	เป็นยาสมุนไพร หัวต้มน้ำดื่มแก้ท้องร่วง ขับเสมหะ หรือหั่นเป็นแว่นแล้วตากแห้ง นำมาต้มให้เด็กดื่ม ช่วยลดไข้	ใช้หัว
20	เหงือกปลาหมอ	Saltbush, Sea holly	เหงือกปลาหมอ	Acanthus ebracteatus Vahl	Acanthus	Acanthaceae	Accepted	""	LC 2010	ชอบขึ้นตามชายน้ำ ริมลำคลอง รวมถึงพื้นที่ชุ่มชื้นที่มีน้ำทะเลหรือน้ำกร่อยเข้าถึง	เหงือกปลาหมอเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก มีหนามตามข้อ ลำต้นเป็นโพรง เมื่อแก่มีรากค้ำจุนและรากอากาศ ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม ขอบใบจักฟันเลื่อยห่าง ปลายซี่เป็นหนาม ผิวใบเรียบเป็นมัน เนื้อใบเหนียวแข็ง  ดอกเป็นช่อออกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาวมีจุดประสีม่วงแดง ผลเป็นฝักรูปไข่หรือทรงกระบอก เมล็ดรูปกระดุม ผิวเกลี้ยง	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/database/botanic_book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=1053	มีสรรพคุณเป็นยาสมุนไพร ใช้ทั้งต้นต้มน้ำดื่ม แก้ปวดท้อง ใบต้มผสมกับน้ำผึ้งให้ไก่ชนกินเป็นยาบำรุงกำลัง	ปักชำกิ่ง
21	แอปเปิ้ลเมือง	Star apple, Golden Leaf Tree	ลูกนม สตาร์แอปเปิ้ล แอปเปิ้ลป่า	Chrysophyllum cainito L.	Chrysophyllum	Sapotaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ขึ้นได้ในทุกภาคของประเทศไทย	แอปเปิ้ลเมืองเป็นไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบขนาดกลาง ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปไข่แกมรูปขอบขนาน โคนใบรูปลิ่ม ปลายใบแหลม หน้าใบเขียวเป็นมัน หลังใบสีน้ำตาล ดอกออกเป็นกระจุกตามซอกใบ สีเขียวอ่อน ผลกลมฉ่ำน้ำ มียางสีขาวกระจายอยู่ทั่วไป เปลือกสีเขียว เมื่อแก่สีม่วง ภายในมี 1-5 เมล็ด	""	""	ผลสุกรับประทานเป็นผลไม้ มีรสหวาน ฉ่ำน้ำ	เพาะเมล็ดและตอนกิ่ง
22	ฮ่อม	Nees, Assam Indigo	คราม	Strobilanthes cusia (Nees) Kuntze	Strobilanthes	Acanthaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ขึ้นได้ดีในดินอุ้มน้ำ มีอินทรียวัตถุสูง แสงแดดปานกลาง	ฮ่อมเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก แตกกิ่งก้านตามข้อ ทุกส่วนของต้นที่อยู่เหนือดินมีสีเขียว ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก ใบรูปขอบขนานแกมรูปรี โคนใบสอบ ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบจักฟันเลื่อย เมื่อขยี้จะกลายเป็นสีดำ ดอกเป็นช่อออกตามซอกใบ ดอกย่อยรูปทรงคล้ายระฆัง สีม่วง เมล็ดอ่อนสีเขียว เมื่อแก่เป็นสีน้ำตาล	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&id=1228	ใบและยอดอ่อนตำใส่ข้าวสารให้ละเอียด นำมาประคบตามข้อมือข้อเท้าถอนพิษไข้ของเด็กและผู้ใหญ่	ปักชำกิ่งและเพาะเมล็ด
23	บ่าก้วยกา	Guava	ฝรั่ง 	Psidium guajava L.	Psidium	Myrtaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	เจริญเติบโตได้ดีในดินที่มีลักษณะเป็นดินปนทราย	ฝรั่งขี้นกเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง เปลือกเรียบเป็นมัน สีเขียวปนน้ำตาล ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปรีแกมรูปขอบขนาน ดอกเป็นช่อออกตามซอกใบ มีดอกย่อย 3-5 ดอก สีขาว ผลทรงกลมหรือรูปไข่ ผิวเรียบ เนื้อแข็ง เมื่อสุกจะมีสีเหลือง เนื้อนุ่ม เมล็ดกลมและแข็ง  	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2511	ผลสุกกินเป็นผลไม้  ส่วนใบใช้เป็นสมุนไพร โดยนำใบ 1 กำมือมาตัดโคนใบและปลายใบ จากนั้นนำมาต้มให้เด็กดื่ม แก้อาการท้องเสีย	เพาะเมล็ด ตอนกิ่ง ทาบกิ่งและปักชำ
24	เบงเหลื่อม	Greater grasshopper tree	มะขามแป	Archidendron clypearia (Jack) I.C.Nielsen	Archidendron	Leguminosae-Minosoideae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบทั่วไปในป่าทุกชนิดทางภาคเหนือ จนถึงระดับความสูง 1,700 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล 	เบงเหลื่อมเป็นไม้พุ่มหรือไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ใบ กิ่งและช่อดอก มีขนสั้นๆ กิ่งอ่อนเป็นเหลี่ยม ใบประกอบแบบขนนกสองชั้น เวียนสลับ ใบแก่ด้านล่างมีขนสีน้ำตาล   ใบย่อยรูปขอบขนาน เรียงตรงข้าม ดอกเป็นช่อขนาดใหญ่ออกตามปลายกิ่ง ดอกย่อยสีขาว ฝักบิดโค้งม้วนเป็นเกลียว สีส้มอมแดง เมล็ดกลมรีสีดำเป็นมันห้อยติดอยู่	""	""	ชาวปางมะโอนำใบมา ต้มน้ำดื่มบำรุงร่างกายและบำรุงเลือด	เพาะเมล็ด
25	กลิ้งกลางดง	""	กระท่อมเลือด	Stephania venosa Spreng.	Stephania	Menispermaceae	Unresolved	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบขึ้นในป่าทั่วไป โดยเฉพาะป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้ง	กลิ้งกลางดงเป็นไม้เลื้อย มีอายุการเจริญเติบโตฤดูกาลเดียว มีผลพิเศษ (เป็นผลหรือรากสะสมอาหาร) ทรงกลมผิวสีน้ำตาลขรุขระเล็กน้อยเกาะตามซอกใบ ใบเดี่ยว รูปไข่แกมหัวใจ โคนใบมน กว้างเว้าลึกเป็นติ่งหู ปลายใบแหลมมีติ่งหาง ขอบใบและแผ่นใบเป็นคลื่นเล็กน้อย ดอกออกเป็นช่อ แยกเพศ กลีบดอกสีส้ม ช่อดอกตัวเมียอัดกันแน่นมากกว่า ผลเป็นผลสด รูปไข่กลับ 	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2776	ชาวปางมะโอใช้ผลพิเศษต้มน้ำดื่ม ช่วยลดไข้ของเด็กและแก้หอบหืด 	ผลพิเศษและรากสะสมอาหาร
26	บ่าซัก	Soap nut tree	มะคำดีควาย ประคำดีควาย	Sapindus rarak DC.	Sapindus	Sapindaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	มักขึ้นทั่วไปในป่าเบญจพรรณชื้น หรือบริเวณป่าดงดิบแล้งในทุกภาคของประเทศไทย	มะคำดีควายเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ใบประกอบแบบขนนก ใบย่อยออกเรียงสลับ 5-9 คู่ รูปหอก โคนใบสอบเข้าหากันส่วนปลายใบเรียวแหลม ดอกเป็นช่อออกออกตามปลายกิ่ง ขนาดเล็กสีขาวนวลหรือสีเหลืองอ่อน ผลกลมออกรวมกันเป็นพวง สีน้ำตาลเข้มจนถึงดำและมักเหี่ยว ข้างในมี 1 เมล็ด สีดำเปลือกแข็งหุ้ม 	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&id=1937	ผล ใช้ทำน้ำยาล้างจาน และน้ำยาซักล้างต่างๆ 	เพาะเมล็ด
27	กระชายดำ	black ginger	กระชายดำ ว่านพระอาทิตย์	Kaempferia parviflora Wall. ex Baker	Kaempferia	Zingiberaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบขึ้นบริเวณป่าดิบชื้น ดินร่วนปนทราย ระบายน้ำดี	กระชายดำเป็นพืชล้มลุก มีเหง้าใต้ดิน ลำต้นเทียมมีกาบใบอวบหนาหุ้มไว้ ใบเดี่ยวเรียงสลับซ้อนกันเป็นรูปกรวย รูปรี ปลายใบแหลม ดอกเป็นช่อแทงออกมาระหว่างก้านใบ สีขาวอมชมพู ผลขนาดเล็ก เมื่อแก่จัดจะแตกออกเป็น 3 แฉก ภายในมีเมล็ดขนาดใหญ่	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&id=2717&view=showone&Itemid=59	นำส่วนของเหง้ามาดองเหล้า ดื่มบำรุงกำลัง 	เพาะเมล็ดและแยกเหง้า
28	บ่าขางดง	""	มะคังดงขน	Ostodes paniculata Blume	Ostodes	Euphorbiaceae	Accepted	""	LC 2019	ขึ้นตามป่าดิบเขาและป่าฟื้นสภาพทางภาคเหนือ ที่ระดับความสู ง 400-1,400 เมตร จากระดับน้ำทะเล	บ่าขางดงเป็นไม้ยืนไม่ผลัดใบขนาดเล็ก ตามเปลือกลำต้นมีรูระบายอากาศอยู่ทั่วไป ใบเดี่ยวเวียนสลับ รูปไข่หรือรูปไข่แกมรูปหอก โคนใบมนหรือเว้าเล็กน้อย ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบหยัก ก้านใบยาวเรียว ดอกเป็นช่อแยกแขนงยาว ห้อยลงตามกิ่ง ผลทรงกลมมี 3 พู สีน้ำตาล ตามผิวมีขนอ่อนปกคลุม ก้านผลยาว ทําให้ผลห้อยระย้าจากกิ่งก้าน	""	""	ผลของบ่าขางดงนำมาต้มน้ำดื่ม เป็นยาถ่าย ยาระบาย	เพาะเมล็ด
29	ม้าสามต๋อน	Satavari	สามร้อยราก, รากสามสิบ, สาวร้อยผัว, ผักชีช้าง	Asparagus racemosus Willd.	Asparagus	Asparagaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ขึ้นทั่วไปในป่าเบญจพรรณหรือบริเวณป่าดิบแล้งและดิบเขาในทุกภาคของประเทศไทย	ม้าสามต๋อนเป็นไม้เลื้อย ปีนป่ายไม้อื่นด้วยหนาม ลำต้นและใบค่อนข้างแข็ง ใบเดี่ยวเรียงสลับ เป็นเกล็ดรูปสามเหลี่ยม เมื่อแก่จะแข็งขึ้นและเปลี่ยนเป็นหนามโค้งกลับ ดอกเป็นช่อออกตามซอกกิ่ง สีขาว ผลสดสีแดงหรือม่วงอมแดง	""	""	รากสะสมอาหารต้มน้ำดื่มเป็นยาบำรุงตับ ปอด บำรุงครรภ์ หรือนำมาต้มรวมกับรากมะโหกโตน รากกาสามปีก ดื่มบำรุงกำลัง แก้กระษัย 	เพาะเมล็ดและแยกกอ
30	กล้วยป่า	Wild Banana	กล้วยป่า	Musa acuminata Colla	Musa	Musaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ชอบขึ้นเป็นกลุ่มในดินที่อุ้มน้ำ บริเวณริมลำธารที่มีความชื้นสูง 	กล้วยป่าเป็นไม้ล้มลุก มักขึ้นเป็นกลุ่ม ทุกส่วนมียาง มีเหง้าแตกหน่อได้ ลำต้นเทียมขนาดใหญ่ ประกอบด้วยกาบใบที่อัดกันแน่น ใบเดี่ยว รูปขอบขนาน ดอก (หัวปลี) ออกเป็นช่อห้อยลงคล้ายงวง บานจากส่วนโคนลงมาหาปลายช่อปลี ผลกลมโค้งงอ มีเนื้อน้อย สีขาว เมล็ดจํานวนมาก สีดํา ผนังหนาและแข็ง 	พืชเกษตร	https://puechkaset.com/%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%82%E0%B9%88/	กล้วยป่าสามารถใช้ประโยชน์ได้ตลอดทั้งปี โดยนำมาปรุงอาหารได้สารพัด เช่น หยวกกล้วยนำมาแกงใส่ไก่ กระดูกหมู หรือปลาแห้ง ยำใส่ปลากระป๋อง กินกับน้ำพริกได้ทั้งดิบและสุก หรือนำมาตำกับมดแดง ส่วนหัวปลีนำมาชุบแป้งทอด ห่อนึ่งใส่เนื้อหมู หรือยำกับเนื้อไก่ นอกจากนี้กาบต้นแห้งนำไปขายเพื่อทำกระดาษสา 	เพาะเมล็ดและแยกหน่อ
31	ก๊อ	Mountain Serdang Palm	ค้อ	Livistona speciosa Kurz	Livistona	Arecaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ชอบขึ้นตามธรรมชาติบริเวณยอดเขาสูง พบมากตามยอดดอยทางภาคเหนือ	ก๊อเป็นพืชวงศ์ปาล์มลําต้นเดี่ยว ลำต้นเรียวเล็ก ใบเป็นกลุ่มแน่นใกล้ปลายยอดกลมคล้ายพัด ก้านใบมีหนามโค้งงอสีน้ำตาลเข้ม กาบใบสั้นและมีติ่งหูใบ ดอกเป็นช่อออกตามซอกก้านใบ ยาวได้ถึง 1.4 เมตร ผลสีเขียวเข้มถึงม่วงเข้ม รูปมนรีหรือรูปไข่	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&id=2244&view=showone&Itemid=59	ผลจะเริ่มออกช่วงเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ ชาวบ้านนำผลมาลวกกับน้ำร้อน แล้วขูดเปลือกออก กินเนื้อด้านใน ส่วนยอดอ่อนนำมาแกงกับหมูหรือเนื้อควาย ใบของก๊อใช้มุงหลังคากระท่อมหรือห้างในสวนเมี่ยง ต้นแห้งใช้ทำโพรงเพื่อล่อผึ้งมาทำรัง หรือทำไหนึ่งข้าว 	เพาะเมล็ด
32	กอมก้อขาว	American basil, hoary basil	ผักมังลัก ผักแมงลัก	Ocimum americanum L.	Ocimum	Lamiaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ชอบดินร่วนระบายน้ำดี แสงแดดจัด	กอมก้อเป็นพืชล้มลุกขนาดเล็ก  ลำต้นเป็นเหลี่ยม กิ่งก้านสีเขียวอมขาว  ทุกส่วนมีขนปกคลุม  มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว  ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก รูปไข่  โคนใบสอบ ปลายใบแหลม ขอบใบจักฟันเลื่อย  ดอกเป็นช่อออกที่ปลายยอด ชูชันตั้งตรง  มีใบประดับสีเขียว  กลีบดอกสีขาว ผลแห้งมี 4 ผลย่อย  เมล็ดสีดำคล้ายเมล็ดงา เมื่อแช่น้ำจะพองตัว	องค์ความรู้เพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)	https://hkm.hrdi.or.th/knowledge/detail/162	ใบมีกลิ่นหอม ใส่ในแกงแค ห่อหมกหมู หรือกินเป็นผักสดกับน้ำพริก ลาบ ยำหน่อไม้ แกงหน่อไม้ และตำมะเขือยาว ช่วยให้เจริญอาหารและดับกลิ่นคาว 	เพาะเมล็ด
33	กอมก้อดำ	Holy basil, Sacred basil, Thai basil	กะเพรา กะเพราแดง กะเพราขาว	Ocimum tenuiflorum L.	Ocimum	Lamiaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ชอบขึ้นในที่มีอินทรียวัตถุสูง ระบายน้ำได้ดี แสงแดดจัด	กอมก้อดำเป็นไม้พุ่ม ลำต้นเป็นเหลี่ยมและแข็ง ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก  รูปไข่หรือรูปรี  โคนใบแหลม ปลายใบมนหรือแหลม  ขอบใบหยักมน  ดอกออกที่ปลายยอด  ช่อดอกตั้งขึ้น สีขาวแกมม่วง  ผลเป็นผลแห้ง เมล็ดสีดำ รูปไข่  ทุกส่วนของต้นมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว 	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&id=2196&view=showone&Itemid=59	ชาวปางมะโอนิยมนำยอดอ่อนมาผัดกับหมูหรือเนื้อวัว เพื่อช่วยดับกลิ่นคาว ใส่ในแกงหรือยำหน่อไม้ ช่วยให้เจริญอาหารยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังใช้เป็นยาสมุนไพรลดไข้ โดยตำผสมเข้ายาพอกหัวเด็ก หรือขยี้กับน้ำอาบให้ไก่เพื่อไล่ไร ในชุมชนปางมะโอยังพบกอมก้อขาว (ลำต้นสีเขียว) อีกชนิดหนึ่ง แต่มีการใช้ประโยชน์น้อยกว่ากอมก้อดำ	เพาะเมล็ด
34	ก๋อย	Asiatic bitter yam	กลอย	Dioscorea hispida Dennst. var hispida	Dioscorea	Dioscoreaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบทั่วไปตามป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ หรือป่าดิบเขา โดยเฉพาะทางภาคเหนือและภาคอีสาน	ก๋อยเป็นไม้เถาเลื้อย ลำต้นมีหนามเล็กๆ กระจายทั่วไป ใบประกอบแบบขนนก มีใบย่อย 3 ใบ รูปรีปลายแหลม ขอบใบเรียบ ดอกเป็นช่อออกตามซอกใบ ผลคล้ายมะเฟือง มี 3 พู เมล็ดกลมแบน มีปีกบางใสรอบเมล็ด หัวใต้ดินทรงกลมรี เปลือกหัวบาง ผิวสีเหลืองอ่อนหรือเทาอ่อน มีรากฝอยติดอยู่ประปรายทั่วทั้งหัว เนื้อในมี 2 สี สีขาวเรียกว่า “ก๋อยหัวข้าวเหนียว” สีครีม เรียกว่า “ก๋อยไข่ หรือ ก๋อยเหลือง” 	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&id=381&view=showone&Itemid=59	นำหัวสดฝานเป็นแผ่นบาง ล้างน้ำหลายๆ ครั้ง แล้วนำไปแช่ในน้ำไหลประมาณ 1 อาทิตย์ จากนั้นนำมาตากให้แห้ง จึงจะสามารถนำมาประกอบอาหารได้ เช่นนึ่งกินกับข้าวเหนียว หรือนึ่งกับฟักทองจิ้มกับน้ำตาลเป็นของหวาน 	เพาะเมล็ดและแยกหัว
35	กำแพงเจ็ดชั้น	""	กำแพงเจ็ดชั้น ตะลุ่มนก	Salacia chinensis L.	Salacia	Celastraceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ชอบขึ้นตามป่าเบญพรรณและป่าดิบแล้ง บริเวณริมแหล่งน้ำหรือที่โล่ง	กำแพงเจ็ดชั้นเป็นไม้พุ่มรอเลื้อย เนื้อไม้มีสีแดง มีเส้นวงสีดำซ้อนกัน 7-9 ชั้ ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปรีหรือรูปไข่กลับ โคนใบสอบ ปลายใบแหลมหรือมน ขอบใบหยัก ช่อดอกออกเป็นกลุ่มหรือเป็นช่อสั้นๆ ที่ง่ามใบ ดอกเล็ก สีเขียวอมเหลือง ผลกลม เมื่อสุกสีแดงหรือแดงอมส้ม รสหวานรับประทานได้ เมล็ดกลม ขนาดเล็ก	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=1525	ลำต้น ตากแห้งต้มหรือดองเหล้า ดื่มบำรุงกำลัง บำรุงเลือด แก้เลือดเป็นพิษ แก้ปวดข้อ ปวดเมื่อย เป็นยาระบาย  ราก ต้มหรือดองเหล้า ขับระดู ดับพิษร้อนของเลือด	เพาะเมล็ด
36	กำลังเสือโคร่ง	Indian Birch, Himalayan birch	กำลังเสือโคร่ง	Betula alnoides Buch.-Ham. ex D.Don	Betula	Betulaceae	Accepted	""	LC 2014	ชอบขึ้นในป่าดิบเขา สูงจากระดับน้ำทะเล 800 -1,800 เมตร ทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	กำลังเสือโคร่งเป็นไม้ยืนต้นผลัดใบ เปลือกแก่แตกออกเป็นชั้นๆ คล้ายกระดาษ มีกลิ่นหอมเย็นคล้ายน้ำมันมวย ใบเดี่ยวรูปไข่หรือรูปไข่แกมรูปหอก ขอบใบจักฟันเลื่อยซ้อน ก้านใบและช่อดอกมีขนสีเหลืองหรือสีน้ำตาลปกคลุม  หูใบเป็นรูปสามเหลี่ยมหรือแคบ  ดอกออกเป็นช่อแบบหางกระรอก บริเวณง่ามใบ 2 - 5 ช่อ ผลแบนเล็ก มีปีกบางโปร่งแสงอยู่สองข้าง	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=789	เปลือกต้นต้มน้ำดื่ม เป็นยาบำรุงธาตุ บำรุงร่างกาย เจริญอาหาร และแก้ปวดเมื่อยตามร่างกาย	เพาะเมล็ด
37	กูดก๊อง	""	เฟิร์นตีนมังกร หญ้ายายเภา	Lygodium flexuosum (L.) Sw.	Lygodium	Lygodiaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ขึ้นในป่าธรรมชาติในที่ชุ่มชื้น แสงแดดรำไร	กูดก๊องเป็นพืชในกลุ่มเฟิร์นที่มีลำต้นเลื้อยพันต้นไม้อื่น มีเหง้าสั้นอยู่ใต้ดิน ลำต้นกลมเล็กและเหนียว มีขนสีน้ำตาลปกคลุม ใบประกอบแบบขนนก ใบย่อยมีรูปร่างต่างกันหลายรูปแบบ เช่น ใบรูปแถบหรือรูปขอบขนาน ขอบใบจักฟันเลื่อย มีอับสปอร์สีน้ำตาลอยู่ตามขอบด้านท้องใบ	องค์ความรู้เพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)	https://hkm.hrdi.or.th/knowledge/detail/246	ยอดอ่อนกินเป็นผักสดกับน้ำพริกหรือลาบ รากเป็นสมุนไพร ต้มน้ำดื่มแก้โรคนิ่ว หรือนำมาเข้ายาต้มน้ำดื่มแก้ริดสีดวงทวาร (มะโหก) 	แยกกอและใช้สปอร์
38	เกี๋ยงพา	""	ต้นน้ำมันก๊าด, เขียงผ่าช้าง	Blumea lanceolaria (Roxb.) Druce	Blumea	Compostae	Accepted	""	""	ชอบขึ้นในที่ชื้น อินทรียวัตถุสูง แสงแดดรำไร	เกี๋ยงพาเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ลำต้นและเส้นกลางใบสีม่วงเข้มถึงดำ มีขนละเอียดตามยอดอ่อนและช่อดอก ใบเดี่ยวเวียนสลับ รูปหอกกลับ โคนใบสอบ ปลายใบเรียวแหลม  ขอบใบหยักฟันเลื่อย  ช่อดอกแยกแขนง  ออกตามยอดหรือปลายกิ่ง สีขาวอมเหลือง  ผลสีน้ำตาลอ่อน ทรงกระบอกโค้งเล็กน้อย มีขนละเอียด เมล็ดมีขนนุ่มช่วยกระจายพันธุ์	""	""	ใบอ่อนมีกลิ่นเฉพาะตัว ชาวบ้านนำมากินเป็นผักสดหรือลวกกินกับน้ำพริก ลาบ ช่วยให้เจริญอาหาร  นอกจากนั้นยังเป็นยาสมุนไพรแก้หูน้ำหนวก  โดยผู้เฒ่าผู้แก่จะคั้นเอาน้ำจากใบของเกี๋ยงพา  หยอดลงไปในหูข้างที่มีอาการหูน้ำหนวก ส่วนใบตำกับผลส้มป่อยผสมน้ำมันหมูทาแก้ตุ่มคัน	เพาะเมล็ด
39	แก	""	แคหางค่าง, แคหัวหมู	Markhamia stipulata (Wall.) Seem.	Markhamia	Bignoniaceae	Accepted	""	LC 2018	ชอบขึ้นในป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรังหรือปาคืนสภาพ แสงแดดจัด ดินรวนปนทราย	แกเปนไมยืนตนผลัดใบ กิ่งอ่อนมีขนสีน้ำตาลปกคลุม ใบประกอบแบบขนนกปลายคู่ ใบยอยเรียงตรงขาม รูปรี ดอกเปนชอใหญ่ออกที่ปลายกิ่ง สีขาวหรือเหลืองออน ผลเปนฝกรูปทรงกระบอก ตรงหรือโคงเล็กนอย มีสันตามแนวยาวของฝก 5 เส้น ผลแกจะแตกตามรอยประสาน เมล็ดแบน มีเยื่อบาง ๆ 	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&id=646	ดอกออกช่วงเดือนสิงหาคม-ธันวาคม นิยมนำมาลวกกินกับลาบหรือน้ำพริกหรือนำมายำ ส่วนตำรับเด็ดของชาวปางมะโอ คือ “ไส้อั่วดอกแก” นอกจากนั้นส่วนต่างๆ เช่น ใบ ก้าน เปลือกต้น ยังนำมาต้มดื่มหรืออาบแก้ไข้ป่าได้ด้วย	เพาะเมล็ด
40	ไค้มด	""	ชุมเส็ด	Glochidion zeylanicum (Gaertn.) A.Juss.	Glochidion  	Phyllanthaceae	Accepted	""	LC 2019	ชอบขึ้นในป่าดิบแล้ง หรือพื้นที่เกษตรที่มีแสงแดดส่องถึง	ไค้มดเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก แตกกิ่งก้านเป็นพุ่มกลม ลำต้นสีน้ำตาลแตกเป็นร่องตามยาว ผิวลำต้นขรุขระ ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ  รูปรีหรือรูปขอบขนาน ปลายใบแหลม โคนใบมนหรือเบี้ยว ยอดอ่อนสีน้ำตาลแดง ดอกออกเป็นช่อตามซอกใบ โดยแยกเพศอยู่บนต้นเดียวกัน ผลแก่แห้งและแตก มี 6 เมล็ดในหนึ่งผล สีส้มแดง	""	""	ยอดอ่อนมีมากในช่วงเดือนสิงหาคม-พฤศจิกายน ชาวบ้านนิยมนำยอดอ่อนมาจิ้มกินกับน้ำพริกและลาบ มีรสฝาด แตกต่างจากไค้มันปลาที่มีรสหวานมัน 	เพาะเมล็ดและตอนกิ่ง
41	งาขี้ม้อน	Perilla, Asian beefsteak plant, Wild coleus	แง น่อง, งาม่อน	Perilla frutescens (L.) Britton 	Perilla	Lamiaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ขึ้นได้ดีในที่โล่งแจ้ง ดินร่วน ระบายน้ำได้ดี และมีอินทรียวัตถุสูง  	งาขี้ม้อนเป็นไม้ล้มลุกขนาดเล็ก ทุกส่วนของลำต้นและใบมีขนสีขาวอ่อนนุ่มปกคลุมเห็นได้ชัด  ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก รูปไข่ป้อม โคนใบมน ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบจักฟันเลื่อย ก้านใบยาว ดอกออกเป็นช่อตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง ชูตั้งขึ้นคล้ายกระบอง ดอกย่อยสีขาว ผลเป็นผลแห้ง ภายในมี 4 เมล็ด	องค์ความรู้เพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)	https://hkm.hrdi.or.th/knowledge/detail/249	เมล็ดงาจะแก่ในช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม ชาวบ้านนิยมนำมาตำและคลุกกับข้าวเหนียวร้อนๆ ให้รสหอมมัน เรียก “ข้าวหนุกงา” ใบนำมาห่อขนมจ๊อก(ขนมเทียน) ให้กลิ่นหอม ส่วนน้ำมันงากินแล้วช่วยบรรเทาอาการปวดข้อปวดกระดูก 	เพาะเมล็ด
42	จะค่านจิ้น	""	สะค้าน	Piper interruptum Opiz	Piper	Piperaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ขึ้นได้ดีในดินร่วนซุย ระบายน้ำดี มีแสงแดดรำไร ชอบเกาะตามต้นไม้ขนาดใหญ่	จะค่านจิ้นเป็นไม้เถาเลื้อย มีเนื้อไม้เป็นเส้นยาว ใบเดี่ยวเรียงสลับในระนาบเดียวกัน รูปไข่ โคนใบเบี้ยว ปลายใบเรียวแหลม ลักษณะคล้ายใบพลูหรือใบพริกไทย ดอกออกเป็นช่อยาวเล็ก สีครีม  ดอกย่อยอัดกันแน่น  คล้ายดอกพริกไทยหรือดีปลี ผลสดมีเนื้อ  ทรงกลมเรียงอัดแน่นบนแกนผล ผลอ่อนสีเขียว  ผลสุกสีแดงคล้ำ	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&id=3060	ใช้เป็นเครื่องเทศ โดยนำแก่นมาฝานเป็นแว่น ตากให้แห้ง นำมาปรุงในเครื่องแกงให้กลิ่นหอม ดับกลิ่นคาว และทำให้เจริญอาหาร ส่วนแก่นดิบนำมาใส่แกงแค แกงขนุน แกงปลี หรือใส่ห่อนึ่งเนื้อ	ปักชำกิ่งหรือเพาะเมล็ด
43	จะไค้ต้น	may chang, Aromatic Litsea	ตะไคร้ต้น	Litsea cubeba (Lour.) Pers.	Litsea	Lauraceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบตามพื้นที่โล่งแจ้ง  หรือป่ากำลังฟื้นตัวที่ความสูงจากระดับน้ำทะเล 700 เมตรขึ้นไป 	จะไค้ต้นเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ทุกส่วนของต้นและใบมีกลิ่นหอมคล้ายตะไคร้ ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปหอกแคบ โคนใบและปลายใบแหลม ดอกเป็นช่อสีเหลือง มีดอกย่อย 4-6 ดอก ออกตามปลายกิ่ง ผลกลมฉ่ำน้ำ สีเขียวอมเหลือง	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&id=658	จะไค้ต้นเป็นยาสมุนไพร เปลือกและรากรักษาอาการไข้  ผล รักษาโรคกระเพาะ  รากช่วยขับลมในลำไส้ ทำให้เรอและดับกลิ่นคาว ส่วนเมล็ดอ่อนนำมาดองน้ำปลาหรือกินสดกับลาบ 	เพาะเมล็ด
44	จี๋กุ๊ก	Mak kouk	เร่วป่า	Amomum dealbatum Roxb.	Amomum	Zingiberaceae	Accepted	""	""	ชอบขึ้นในดินชุ่มชื้น มีอินทรียวัตถุสูง หรือตามชายป่าใกล้ลำธาร 	จี๋กุ๊กเป็นพืชวงศ์เดียวกับขิง ข่า และขมิ้น มีเหง้าใต้ดิน ชูใบขึ้นเหนือพื้นดินเป็นกอสูง ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปขอบขนาน โคนใบมน ปลายใบเรียวแหลม กาบใบที่โคนต้นมีสีน้ำตาลแดง ช่อดอกแทงจากเหง้าใต้ดิน มีกาบรองช่อดอกซ้อนกันแน่น สีเขียวปนแดง มักแตกหน่อและออกดอกในช่วงฤดูร้อนถึงฤดูฝน 	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2924	ช่อดอกอ่อนกินเป็นผักสด หรือนำมาลวกกินกับน้ำพริก บ้างนำมาใส่ในแกงปลาย่างรวมกับดอกลิงลาวและชะอม เพื่อช่วยดับกลิ่นคาว มีรสเผ็ดเล็กน้อย	แยกเหง้าหรือแยกหน่อ
45	จุ้มจาลิง	Heart-leaved moonseed	บอระเพ็ด เจตมูลยาน เถาหัวด้วน	Tinospora crispa (L.) Hook. f. & Thomson	Tinospora	Menispermaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ชอบขึ้นในป่าเบญจพรรณ ที่มีดินร่วนซุย ระบายน้ำได้ดี	จุ้มจาลิงเป็นไม้เถาเลื้อยเกาะไม้อื่น  ลำต้นขรุขระเป็นปุ่มปม มีรากอากาศคล้ายเชือกเส้นเล็กๆ ห้อยลงมาเป็นสาย  รสขมจัด  ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปหัวใจ  โคนใบเว้า ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ ดอกเป็นช่อขนาดเล็กออกตามซอกใบหรือปลายกิ่ง สีเหลืองอมเขียว ผลสดทรงกลม  สีเหลืองหรือแดง	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&Itemid=59&id=667	เถาต้มน้ำดื่มแก้โรคเบาหวาน ลดความดัน ส่วนลำต้นฝานเป็นแว่นดองกับน้ำผึ้ง หรือตากแห้ง บดเป็นผงผสมน้ำผึ้ง แล้วปั้นเป็นลูกกลอนกินบำรุงกำลัง	เพาะเมล็ดหรือปักชำ
46	ดีงูหล้า	Bat flower, Black Bat Flower, Devil Flower	ว่านหัวฬา ดีงูหว้า ดีปลาช่อน นิลพูสี เนระพูสีไทย ค้างคาวดำ	Tacca chantrieri André	Tacca	Dioscoreaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ขึ้นในธรรมชาติ ตามป่าดิบแล้งหรือป่าดิบชื้น	ดีงูหล้าเป็นไม้ล้มลุกขนาดเล็ก  มีเหง้าใต้ดิน รากมีปุ่มปมจำนวนมาก ใบเดี่ยวเจริญจากเหง้า รูปไข่กลับ โคนใบมน ปลายใบเรียวแหลม  ขอบใบเรียบ ก้านใบยาว ดอกมีก้านชูสูงขึ้นจากกลางกอ สีม่วงดำคล้ายหัวค้างคาว มีใบประดับ 4 ใบ ใบประดับของดอกย่อยเรียงยาวเป็นเส้น 10-25 เส้น ผลเป็นแคปซูลยาว มีสัน 6 สัน  ผิวสีม่วงดำคล้ายหนังค้างคาว  เมล็ดสามเหลี่ยมสีม่วง	"ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้"	"http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2261
http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&id=951&view=showone&Itemid=59"	ดอกออกช่วงเดือนสิงหาคม-ตุลาคม ชาวบ้านนิยมนำดอกและใบอ่อนมาย่างไฟหรือลวกกินกับน้ำพริกและลาบ ส่วนรากนำมาต้มน้ำดื่ม แก้ปวดหลัง ปวดเอว  	เพาะเมล็ดหรือใช้เหง้าปลูก
47	ตองจาง	Singkrang	ตำแยตัวผู้, ส้านเห็บ	Saurauia roxburghii Wall.	Saurauia	Actinidiaceae	Unresolved	""	LC 2018	ขึ้นทั่วไปตามชายป่าดิบชื้นและป่าดิบเขา ความสูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 700-2,200 เมตร 	ตองจางเป็นไม้พุ่มกึ่งไม้ยืนต้นขนาดเล็ก กิ่งก้านกลวง ใบเดี่ยวเวียนสลับรูปหอก โคนใบเรียวแหลม ปลายใบแหลม ขอบใบจักฟันเลื่อย ดอกเป็นช่อออกตามซอกใบ ผลมีเนื้อ เมื่อแก่จะแตกออกด้านบน เมล็ดมีขนาดเล็กจำนวนมาก 	""	""	ตองจางเป็นสมุนไพร ชาวปางมะโอนำกิ่งหรือต้นต้มรวมกับตองสาดและรางจืด ดื่มแก้อาการเมาสุรา และช่วยขับสารพิษ 	เพาะเมล็ด
48	ต้างหลวง	Snowflake aralia, Snowflake tree, Snow flake tree	ต้างหลวง, ต้างป่า	Trevesia palmata (Roxb. ex Lindl.) Vis.	Trevesia	Araliaceae	Accepted	""	LC 2018	ชอบขึ้นในป่าดิบที่ปลอดจากไฟป่า หรือตามหุบเขาที่มีความชุ่มชื้น	ต้างหลวงเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก แต่อาจสูงได้ถึง 20 เมตร  ลำต้น กิ่งก้าน และเส้นใบมีหนามแหลมปกคลุม ใบเดี่ยวออกเวียนสลับหนาแน่นที่ปลายยอด รูปโล่ ขอบใบจักฟันเลื่อย ก้านใบยาว ดอกออกเป็นช่อตามง่ามใบใกล้ปลายยอด รูปร่างกลมรี  ติดกันเป็นกระจุกกลม  กระจุกละ 30-50 ดอก ช่อหนึ่งมีหลายกระจุก สีเหลืองอมเขียว ผลมีเนื้อ รูปกรวยคว่ำ มีสามพู เมล็ดแบน	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&id=716&view=showone&Itemid=59	ดอกออกช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม ชาวบ้านใช้ดอกอ่อนลวกกินกับน้ำพริก เป็นส่วนประกอบของแกงแค หรือแกงใส่ปลาแห้ง 	เพาะเมล็ดและแยกหน่อ
49	ต๋าว	Sugar palm, Sweet palm	ลูกชิด ตาว	Arenga pinnata  (Wrumb) Merr.	Arenga	Arecaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ขึ้นตามป่าที่มีความชื้นสูง ริมแม่น้ำลำธาร ตามโขดหิน	ต๋าวเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวตระกูลปาล์ม  มีลำต้นขึ้นจากพื้นดินเป็นต้นเดี่ยว ไม่มีหน่อ ลำต้นไม่มีเปลือก ใบประกอบแบบขนนก ใบย่อยสีเขียวจำนวนมาก มีติ่งใบที่โคน ปลายใบมนหรือเรียวแหลม ดอกออกตามซอกใบเป็นช่อห้อยลง อาจยาวได้มากกว่า 2 เมตร ผลกลมมน รูปไข่ ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่เหลืองและดำ แต่ละผลมี 2-3 เมล็ด ต๋าวให้ผลในช่วงอายุ 15-20 ปี ส่วนใหญ่จะให้ผลเพียงครั้งเดียว และให้มากสุดไม่เกิน 4 ครั้ง หลังจากนั้นจะเจริญเติบโตต่อไปแต่ไม่ให้ผล ผลต๋าวเมื่อแก่จัดจะมีน้ำยาง หากถูกผิวหนังจะทำให้คันมาก 	เมดไทย (Medthai)	https://medthai.com/%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A7/	เนื้อในผลต๋าว สามารถแปรรูปเป็นลูกชิดได้ แต่ชาวปางมะโอนิยมนำยอดอ่อนแกงเป็นอาหาร  	เพาะเมล็ด
50	ตาเหิน	white garland-lily, white ginger lily	"กระทายเหิน มหาหงส์ 
หางหงส์"	Hedychium coronarium J.Koenig	Hedychium	Zingiberaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ชอบขึ้นในที่ชื้นแฉะ หรือตามชายป่าใกล้ลำธาร 	ตาเหินเป็นพืชวงศ์เดียวกับขิง ข่า และขมิ้น มีลำต้นใต้ดิน ชูใบขึ้นเหนือพื้นดินเป็นกอสูง ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปขอบขนาน โคนใบมน ปลายใบเรียวแหลม ก้านใบเป็นกาบหุ้มซ้อนกันเป็นลำต้นเทียม ดอกเป็นช่อออกที่ปลายยอด สีขาวนวล บานจากล่างขึ้นบน  มีกลิ่นหอม ผลแห้งรูปทรงกระบอก สีแดงอมส้ม แตกออกป็น 3 พู เมล็ดสีน้ำตาลแดง	สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน)	http://www.biogang.net/plant_view.php?uid=53032&id=191607	ใช้เหง้าต้มน้ำดื่ม แก้อาการลมชัก หรือใช้ทาตุ่ม แก้ลมพิษ ดอกมีกลิ่นหอม เป็นดอกไม้มงคล นิยมเก็บไปถวายพระ ส่วนหน่ออ่อนกินดิบหรือลวกกินกับน้ำพริก ตำมะม่วง และลาบ	ใช้เหง้าปลูก
51	ตูน	""	บอน กระดาดขาว กะเอาะขาว โหรา ออกดิบ อ้อดิบ 	Colocasia gigantea (Blume) Hook.f.	Colocasia	Araceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ชอบขึ้นบริเวณที่มีความชุ่มชื้นสูง แดดไม่จัดมาก	ตูนเป็นพืชล้มลุกอายุสั้น มีเหง้าอยู่ใต้ดิน ก้านใบยาว ใบรูปหัวใจขนาดใหญ่  ขอบใบหยักเป็นคลื่น ดอกเป็นช่อเชิงลด ออกที่กึ่งกลางกอ ก้านช่อดอกกลมยาว มีกาบรองช่อดอกสีเหลืองหุ้มปลีดอกสีครีม ดอกมีกลิ่นหอม ผลสดมีหลายเมล็ด	องค์ความรู้เพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)	https://hkm.hrdi.or.th/knowledge/detail/168	ก้านใบมีรสจืดและฉ่ำน้ำ นำมาลอกเอาเยื้อหุ้มออก กินสดกับน้ำพริก ลาบ ยำ ส้มตำ ตำส้มโอ หรือนำมาแกงส้มกับปลาสด	แยกกอ
52	ถั่วปู	Asparagus pea, Goa bean, Manila pea, Princess bean, Winged bean	ถั่วพู	Psophocarpus tetragonolobus (L.) DC.	Psophocarpus	Leguminosae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ถั่วปูชอบดินร่วน มีการระบายน้ำดี มีแสงแดดจัด	ถั่วปูเป็นไม้เถาเลื้อย มีรากสะสมอาหารขนาดใหญ่ใต้ดิน ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ มีใบย่อย 3 ใบ รูปไข่แกมรูปขอบขนาน โคนใบตัด ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ ดอกเป็นช่อออกตามซอกใบหรือปลายยอด สีขาวหรือสีม่วงแกมน้ำเงิน ผลเป็นฝักแบน สีเขียว มี 4 ครีบตามแนวยาว ภายในมีเมล็ดกลมหลายเมล็ด สีน้ำตาลเข้ม	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/Database/plantdb/mdp/medicinal-specimen.asp?id=388	ฝักอ่อนออกช่วงเดือนสิงหาคม – พฤศจิกายน ชาวบ้านกินเป็นผักสดหรือลวกกินกับน้ำพริก ลาบ ส้มตำ บ้างนำไปผัดใส่ปลากระป๋อง ยำใส่น้ำพริกเผาและมะพร้าวคั่ว หรือเป็นส่วนประกอบของแกงแค 	เพาะเมล็ด
53	บวบ	Dish-cloth, Sponge gourd 	บวบ	Luffa cylindrica (L.) M.Roem.	Luffa	Cucurbitaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ชอบดินร่วน มีการระบายน้ำดี แสงแดดจัด	บวบเป็นไม้เลื้อยวงศ์เดียวกับแตง ทุกส่วนของต้นมีขนปกคลุม และมีมือเลื้อยเกาะออกตามซอกใบ ใบเดี่ยวเวียนสลับ หยักเว้าเป็นพู 5-7 พู ดอกเดี่ยวสีเหลืองออกตามซอกใบ ผลทรงกระบอกหรือทรงกลม ลักษณะแตกต่างกันหลายรูปแบบ เช่น เป็นเหลี่ยม ผิวเรียบ หรือบิดงอคล้ายงู ภายในบรรจุเมล็ดจำนวนมาก	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&id=333	ผลอ่อนออกช่วงเดือนพฤศจิกายน-มกราคม  ชาวปางมะโอนำผลและยอดอ่อนมาลวกกินกับน้ำพริก ผัดกับไข่หรือหมู หรือนำมาเป็นส่วนประกอบของแกงต่างๆ เช่น แกงแค แกงปลาแห้ง ส่วนใยของบวบแก่ทำเป็นที่ขัด-ถูทำความสะอาดเครื่องครัว ในชุมชนพบบวบ 2 ชนิด คือบวบค่อง ลักษณะกลมป้อม และบวบควยช้าง ซึ่งมีผลทรงกระบอก และยาวกว่าบวบข้อง	เพาะเมล็ด
54	บอนผา	""	""	Alocasia evrardii Gagnep.	Alocasia	Araceae	Unresolved	""	""	ชอบขึ้นตามริมลำธาร หรือใกล้ก้อนหินที่มีดินชื้นตามป่าทั่วไป แสงแดดปานกลาง	บอนผาเป็นพืชล้มลุก มีเหง้าใต้ดิน ไหลทอดเลื้อยและแตกกอใหม่ได้  ก้านใบยาวออกจากเหง้าใต้ดิน ใบรูปลูกศร ดอกออกเป็นช่อเชิงลด กลีบเลี้ยงรูปใบหอก ขอบและปลายโค้งหุ้มดอก ดอกเรียงกันแน่นเป็นแท่งกลม  มีกลิ่นหอมช่วยล่อแมลง ผลค่อนไปทางกลม มีรอยบุ๋มตรงกลาง เมื่อแก่จัดสีส้มหรือส้มอมแดง	องค์ความรู้เพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)	https://hkm.hrdi.or.th/knowledge/detail/252	ใบและก้านใบอ่อนนำมาแกงรวมกับเนื้อแห้ง หนังแห้ง กระดูกหมูหรือแคบหมู นอกจากนั้น ยังนำมาต้มเพื่อทำเป็นอาหารแก่สุกรที่เลี้ยงได้ด้วย ในชุมชนปางมะโอยังมีบอนอีกชนิดหนึ่ง คือ “บอนบ้าน” ซึ่งไม่นิยมบริโภค เนื่องจากหากทำไม่ถูกวิธีจะทำให้คัน (จากสาร Calcium oxalate) แต่สามารถแก้ไขโดยนึ่งให้สุกแล้วจึงนำมาแกงและเติมน้ำมะขามเปียกหรือมะเขือเทศเพื่อลดความคัน	เพาะเมล็ดและแยกเหง้า
55	บัวนาค	Perfume Flower Tree 	โกงกางเขา, แก้วมุกดา	Fagraea ceilanica Thunb.	Fagraea	Gentianaceae	Accepted	""	""	พบอิงอาศัยกับไม้ใหญ่ในป่าดิบเขาและป่าดิบชื้น	บัวนาคเป็นไม้พุ่มเลื้อย เกาะอาศัยอยู่บนต้นไม้อื่น  แต่เมื่ออยู่กลางแจ้งจะเป็นไม้พุ่ม มีรากอากาศคล้ายต้นไทร ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม มีรูปร่างหลายแบบตั้งแต่รูปไข่หรือรูปไข่กลับถึงรูปใบหอก  ดอกสีขาวหรือเหลืองอ่อน มีกลิ่นหอม ออกที่ปลายกิ่งก้าน ผลสีเขียวเข้ม เมื่อสุกสีม่วงเข้ม-ดำ ผิวเกลี้ยงเป็นมัน ปลายแหลม มีชั้นกลีบเลี้ยงติดอยู่ เนื้อผลนิ่มฉ่ำน้ำมีเมล็ดจำนวนมาก	""	""	กิ่ง เปลือกต้น หรือราก นำมาต้มน้ำอาบแก้อาการผื่นคันจากยางต้นรัก หรือลมพิษ 	เพาะเมล็ด
56	บ่ากล้วยฤาษี	""	กล้วยฤาษี, พลับป่า, จันป่า	Diospyros glandulosa Lace	Diospyros	Ebenaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบกระจายตามป่าดิบเขาทางภาคเหนือที่ความสูงจากระดับน้ำทะเล 750-1,500 เมตร	บ่ากล้วยฤาษีเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปรีหรือรูปขอบขนาน โคนใบและปลายใบแหลม แผ่นใบมีขนสาก ดอกแยกเพศอยู่ต่างต้น ผลมีเนื้อหลายเมล็ด ทรงกลมแป้น มีขนคล้ายใยไหมปกคลุม เมื่อสุกสีเหลืองคล้ายลูกพลับ รสฝาด	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	"http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=784
http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&id=1230&view=showone&Itemid=59"	ผลสุกช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม นำมากินเป็นผลไม้ แต่ไม่ค่อยนิยมเนื่องจากมีรสฝาด 	เพาะเมล็ด ติดตา และตอนกิ่ง
57	บ่าก่อเดือย	Papua New Guinea Oak	ก่อเดือย	Castanopsis acuminatissima (Blume) A. DC.	Castanopsis	Fagaceae	Accepted	""	LC 2018	พบขึ้นตามป่าดิบเขาและป่าเบญจพรรณ ความสูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 800-1,400 เมตร	บ่าก่อเดือยเป็นไม้ไม่ผลัดใบขนาดกลาง กิ่งอ่อนมีขนนุ่ม เปลือกแตกเป็นร่องหรือเป็นสะเก็ดตามยาว ใบรูปรีแกมรูปขอบขนาน โคนใบเบี้ยวเล็กน้อย ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบจักห่างๆ ดอกเป็นช่อดอกตามปลายกิ่งหรือง่ามใบ สีเหลืองและมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ผลทรงกลมรวมอยู่บนช่อผล กาบหุ้มผลปกคลุมด้วยหนามสั้นและแข็ง จะแตกเมื่อผลแก่จัด	""	""	นำผลแก่ที่ร่วงมาคั่วหรือกินสด ส่วนลำต้นและกิ่งก้านนำมาทำเป็นฟืน  	เพาะเมล็ด
58	บ่ากิ๊ง	Chinese Lard Seed	มะกลิ้ง	Hodgsonia heteroclita (Roxb.) Hook. f. & Thomson	Hodgsonia	Cucurbitaceae	Accepted	""	""	ชอบเลื้อยพันอยู่กับต้นไม้ใหญ่ตามริมห้วย หรือบริเวณที่มีความชุ่มชื้น	บ่ากิ๊งเป็นไม้เถาเลื้อยเกาะกับต้นไม้ขนาดใหญ่ ใบเดี่ยวรูปฝ่ามือ มี 3-5 แฉก ขอบใบเรียบ หรือจักฟันเลื่อยห่าง แผ่นใบเกลี้ยง มีต่อมขนาดเล็กประปราย โคนก้านใบมีเกล็ดประดับคล้ายหนามสีดำ มีมือเกาะแยกเป็น 2-3 แฉก ดอกแยกเพศต่างต้น สีขาวครีม ออกตามซอกใบ ผลกลมขนาดใหญ่ คล้ายฟักเขียว ผิวเกลี้ยง สีเขียวอมน้ำตาลหรือสีเขียวอ่อน ภายในมีเมล็ดขนาดใหญ่เรียงตัวเป็นวงกลม 6 เมล็ด 	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=1002	แกะเปลือกแข็งของเมล็ดแล้วขูดเอาเยื่อหุ้มสีขาวออก จากนั้นนำไปย่างไฟให้สุก กินเป็นของว่าง หรือตำเป็นน้ำพริกบ่ากิ๊ง มีรสหวานมัน กลิ่นหอม ส่วนรากนำมาต้มน้ำดื่ม ช่วยลดไข้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ 	เพาะเมล็ด
59	บ่าขม	""	มะขม	Pittosporopsis kerrii Craib	Pittosporopsis	Icacinaceae	Accepted	""	""	ชอบขึ้นในป่าดิบ แสงแดดรำไร	บ่าขมเป็นไม้พุ่มกึ่งไม้ต้นขนาดเล็ก ตามเปลือกต้นมีรูอากาศกระจายทั่วไป ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปรี โคนใบสอบ ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบเรียบ ด้านหน้าใบสีเขียวเป็นมัน หลังใบสีเขียวนวล ยอดอ่อนสีน้ำตาลแดง ดอกเป็นช่อกระจุกกลมออกตามง่ามใบและปลายกิ่ง สีเขียว ผลสดเมล็ดเดียว ผิวเรียบเกลี้ยง สีเขียวอมเหลือง เมล็ดกลมสีขาว	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&id=3051	ผลออกช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน เนื้อผลมีรสขม ชาวปางมะโอนิยมนำผลอ่อนมาต้มหรือลวกกินกับลาบ น้ำพริก และยำหน่อไม้ ส่วนผลแก่นำมาต้มกินกับข้าวเหนียว หรือกินเล่นเป็นอาหารว่าง	เพาะเมล็ดและปักชำกิ่ง
60	บ่าเขือเครือ	Chayote	ชาโยเต้ มะระหวาน	Sechium edule (Jacq.) Sw.	Sechium	Apiaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	บ่าเขือเครือเป็นพืชที่ชอบอากาศหนาวเย็น ดินร่วน ระบายน้ำดี 	บ่าเขือเครือเป็นพืชเถาเลื้อย ลำต้นเป็นเหลี่ยมและมีมือเกาะออกตามข้อ ใบเดี่ยวเวียนสลับ ขอบใบหยักเว้าเป็นพู 3-5 พู ดอกเป็นช่อออกตามซอกใบ สีขาวแกมเขียว ไม่สมบูรณ์เพศ ผลเดี่ยวทรงกลมสีเขียวอ่อนคล้ายลูกแพร์ เนื้อผลเจริญมาจากฐานรองดอกที่ขยายใหญ่ไปหุ้มเมล็ดไว้ มีเพียงหนึ่งเมล็ดต่อผล	พืชเกษตร	https://puechkaset.com/%E0%B8%9F%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B8%A7/	ยอดอ่อนลวกกินกับน้ำพริก ลาบ หรือผัดน้ำมันหอย ส่วนผลอ่อนออกช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน นิยมกินสดหรือต้มกินกับน้ำพริกและลาบ หรือนำมาเป็นส่วนประกอบของแกงแคง	เพาะเมล็ด
61	บ่าแขว่น	Indian ivy-rue	กำจัดต้น พริกหอม ลูกระมาศ หมากมาศ 	Zanthoxylum rhetsa DC.	Zanthoxylum	Rutaceae	Unresolved	""	LC 2019	ชอบขึ้นในที่โล่งหรือป่าฟื้นสภาพ ในป่าดิบเขาและดิบแล้ง	บ่าแขว่นเป็นไม้ยืนต้นผลัดใบ มีหนามตามลำต้นและกิ่งก้าน ใบประกอบแบบขนนกปลายคู่  ใบย่อยเรียงตรงข้าม 5 – 8 คู่ รูปไข่หรือรูปรี โคนใบสอบและเบี้ยว ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ หรือหยักห่างๆ ดอกเป็นช่อขนาดใหญ่ออกตรงปลายกิ่ง สีขาวอมเขียว แยกเพศอยู่ต่างต้น ผลแห้งแตก ทรงกลม เมื่อแก่จะแตกตามรอยประสานด้านบน เมล็ดกลมดำเป็นมัน มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว	ฐานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี	http://www.phargarden.com/main.php?action=viewpage&pid=13	ผลแก่ในช่วงเดือนตุลาคม - ธันวาคม ชาวปางมะโอใช้ผลดิบดองน้ำปลากินกับลาบและแกงอ่อม ส่วนผลแห้งใช้เป็นเครื่องเทศผสมในเครื่องแกงต่างๆ เช่น แกงเนื้อ แกงผักกาด แกงอ่อม หรือใช้เป็นส่วนผสมในพริกลาบ 	เพาะเมล็ด
62	บ่าแคว้งกูลา	Pea eggplant, Turkey berry, prickly nightshade	มะเขือพวง	Solanum torvum Sw.	Solanum	Solanaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ชอบขึ้นในพื้นที่รกร้าง บนไหล่เขาหรือกลางแจ้ง เป็นไม้ที่ทนต่อความแห้งแล้งได้ดี	บ่าแคว้งกุลาเป็นไม้พุ่มเตี้ย ลำต้นและกิ่งก้านมีขนนุ่มปกคลุม ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปรี ปลายใบแหลม ขอบใบหยักเว้าตื้น มีหนามเล็ก ๆ กระจายทั่วไปตามลำต้นและใบ ดอกเป็นช่อออกตามซอกใบและปลายกิ่ง สีขาว ผลทรงกลม ผิวเรียบ ผลอ่อนสีเขียว เมื่อสุกเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอมส้ม ภายในมีเมล็ดแบนสีน้ำตาล จำนวนมาก	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&id=3055	ผลอ่อนรับประทานเป็นผักสด ลวกหรือคั่วน้ำมันจิ้มกับน้ำพริก เป็นส่วนประกอบของอาหารหลากหลายชนิด เช่นน้ำพริกกะปิ แกงเผ็ด แกงเขียวหวาน และห่อหมกไก่ เป็นต้น	เพาะเมล็ด
63	บ่าแปบ	Bonavista bean, Hyacinth bean, Lablab bean 	ถั่วแปบ	Lablab purpureus (L.) Sweet	Lablab	Leguminosae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ขึ้นได้ดีในดินร่วน ระบายน้ำดี มีแสงแดดจัด	บ่าแปบเป็นไม้เถาเลื้อย มีรากสะสมอาหารอยู่ใต้ดิน เถากลมสีเขียว มีขนสีขาว ใบประกอบมีใบย่อย 3 ใบ ออกเรียงสลับ รูปไข่ โคนใบมน ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ ดอกเป็นช่อออกตามซอกใบ สีม่วงหรือสีขาว ผลเป็นฝักแบน ผิวเรียบ สีเขียวอ่อนหรือสีม่วง ปลายฝักเป็นจะงอยแหลม เมล็ดรูปไข่กลม สีน้ำตาลอ่อน มี 3-6 เมล็ด	เมดไทย (Medthai)	https://medthai.com/%E0%B8%96%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%9A/	ฝักอ่อนออกช่วงเดือนพฤศจิกายน – มกราคม กินเป็นผักสดหรือต้มกินกับลาบ น้ำพริกต่าง ๆ แกงใส่หมูหรือไก่ นำไปยำรวมกับมะเขือยาว เห็ดนางรม และถั่วฝักยาว เป็นต้น ฝักแก่ลวกหรือนึ่งกิน ส่วนเมล็ดแก่นำมาคั่วกินเป็นอาหารว่าง 	เพาะเมล็ด
64	บ่าไฟ	Burmese grape	มะไฟ	Baccaurea ramiflora  Lour.	Baccaurea	Phyllanthaceae	Accepted	""	LC 2019	ชอบขึ้นในป่าดิบแล้ง	บ่าไฟเป็นไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบขนาดกลาง ใบเดี่ยวเวียนสลับรูปรีแกมรูปหอก โคนใบสอบ ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบเรียบ ดอกเป็นช่อยาวออกตามลำต้นหรือกิ่งขนาดใหญ่ สีชมพูอ่อน ผลทรงกลม เมื่อสุกมีสีเหลืองหรือสีส้มแดง ภายในมี 1-4 เมล็ด	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&id=989	ผลสุกช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายน รสหวานอมเปรี้ยว ส่วนรากต้มน้ำดื่มรักษาโรคนิ่ว 	เพาะเมล็ดและตอนกิ่ง
65	บ่าลิดไม้	Indian trumpet flower, Midnight horror tree	เพกา, ลิ้นฟ้า	Oroxylum indicum (L.) Kurz	Oroxylum	Bignoniaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ขึ้นได้ทั่วไปตามธรรมชาติ พบตั้งแต่ที่ราบเชิงเขา หุบเขา ริมห้วย ลำธาร หนองบึง ตามท้องทุ่ง ริมทาง ตลอดจนป่าละเมาะทั่วไป 	บ่าลิดไม้เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดกลาง ลำต้นสูงชะลูด แตกกิ่งก้านน้อย มีรอยแผลที่เกิดจากการหลุดร่วงของใบ ลำต้นและกิ่งก้านมีรูระบายอากาศ ใบประกอบแบบขนนก 2-3 ชั้น ออกตรงข้ามที่ปลายกิ่ง ใบรูปไข่ โคนใบสอบกลมหรือรูปไต ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ ดอกกลมยาวคล้ายหลอด ดอกอ่อนสีเขียว เมื่อแก่ด้านนอกจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีม่วงปนแดงหรือน้ำตาลคล้ำ ด้านในสีเหลืองปนน้ำตาล กลีบดอกมีเนื้อแข็งและหนา ขอบกลีบย่นเมื่อบาน ผลเป็นฝักแบนยาวสีเขียวเข้ม รูปฝักดาบ ห้อยระย้าอยู่เหนือเรือนยอดหรือปลายกิ่ง เปลือกฝักหนา เมื่อแก่แตกเป็น 2 ซีกจากปลายผล เมล็ดแบนสีขาว มีปีกบางกว้างล้อมรอบ	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&id=145&view=showone&Itemid=59	ฝักอ่อนออกช่วงเดือนกรกฎาคม-พฤศจิกายน นำมาเผาหรือคั่ว แล้วขูดผิวเนื้อที่ไหม้ออก ล้างด้วยน้ำอุ่น หั่นเป็นชิ้นบางๆ แล้วนำไปยำ หรือกินกับน้ำพริกและลาบ ส่วนดอกลวกแล้วนำมายำหรือกินกับน้ำพริก ยัดไส้หมูสับแล้วนำมาทอด ใบอ่อนนำมาเผากินกับน้ำพริกและลาบ ส่วนเปลือกต้นขูดเป็นผงแล้วนำมาผสมกับลาบปลา ช่วยป้องกันอาการท้องเสีย นอกจากนี้ฝักแก่นำมาเผาแล้วจุ่มน้ำเกลือ หั่นเป็นชิ้นให้วัวกิน ช่วยขับถ่ายพยาธิและทำให้ขนสวย	เพาะเมล็ดและปักชำราก
66	บ่าห่อย	Balsam pear, Bitter cucumber, Leprosy gourd, Bitter melon, Bitter gourd	มะระขี้นก  มะร้อยรู 	Momordica charantia L. 	Momordica	Cucurbitaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ชอบขึ้นบริเวณที่มีดินร่วน ระบายน้ำดี มีอินทรียวัตถุสูง แสงแดดจัด	บ่าห่อยเป็นพืชเถาเลื้อย ลำต้นเลื้อยหรือพันตามต้นไม้  มีมือเกาะตามซอกก้านใบ ใบเดี่ยวเรียงสลับ ขอบใบเว้าลึก 5 - 7 แฉก มีขนอ่อนปกคลุม ดอกเป็นช่อออกตามซอกใบและปลายยอด สีเหลืองอมส้ม ผลทรงรี ผิวขรุขระเป็นปุ่มปม รสขม ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีส้ม เมล็ดแบน มีเยื่อหุ้มเมล็ดสีแดงสด	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=1208	ยอดอ่อนและผลอ่อน มีรสขมเย็น นำมาลวกหรือนึ่งกินกับน้ำพริก เช่น น้ำพริกกะปิ น้ำพริกน้ำปู๋ น้ำพริกหนุ่ม หรือกินกับยำเทา เป็นส่วนประกอบในแกงแค ผลอ่อนนำมาผัดกับไข่ หรือใส่ในแกงอ่อม เป็นต้น ส่วนรากนำมาต้มน้ำดื่มแก้โรคภูมิแพ้	เพาะเมล็ด
67	บ่าอ้า	""	เอนอ้า เอนอ้าขน, จุกนารี, โคลงเคลง	Osbeckia stellata Buch.-Ham. ex Ker Gawl.	Osbeckia	Melastomataceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบขึ้นตามที่โล่ง ทุ่งหญ้า และสันเขาที่ชื้นแฉะ สามารถพบได้จนถึงระดับความสูง 2,000 เมตร จากระดับน้ำทะเล 	บ่าอ้าเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก กิ่งก้านเป็นเหลี่ยม มีขนปกคลุม ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปรีหรือรูปไข่แกมรูปใบหอก โคนใบมน ปลายใบแหลม แผ่นใบมีขนแข็งปกคลุมทั้งสองด้าน ดอกเป็นช่อกระจุกแยกแขนงออกตามปลายกิ่ง กลีบดอกและกลีบเลี้ยงมีอย่างละ 4 กลีบ อับเรณูเรียวยาวปลายเป็นจะงอยรูปตัวเอส (S) ผลแบบแคปซูล รูปคนโฑ มีเมล็ดเป็นจำนวนมาก	องค์ความรู้เพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)	https://hkm.hrdi.or.th/knowledge/detail/257	มีสรรพคุณเป็นยา นำรากมาต้มรวมกับรากกูดก๊องและรากเขื่องแข้งม้า ดื่มบรรเทาอาการปวดเมื่อยตามร่างกายและริดสีดวงทวาร ผลออกช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ เมื่อสุกกินได้ รสหวาน เมล็ดเป็นเมือกนุ่มๆ 	เพาะเมล็ด
68	บ่าโอ	Pomelo, Shaddock	ส้มโอ	Citrus maxima (Burm.) Merr.	Citrus	Rutaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ชอบขึ้นในที่โล่ง ดินร่วนซุย ระบายน้ำได้ดี	บ่าโอเป็นไม้ยืนต้นวงศ์เดียวกับส้มและมะนาว ตามกิ่งมีหนามกระจายอยู่ห่างๆ ใบเดี่ยวเวียนสลับ แผ่นใบแบ่งเป็น 2 ช่วง ช่วงบนจะมีขนาดใหญ่กว่าช่วงล่างมาก ดอกเดี่ยวออกเป็นกลุ่มตามซอกใบ สีขาวหรือสีเขียวอมเหลือง ผลรูปร่างกลมโต ตามผิวของผลมีต่อมน้ำมันกลิ่นหอมกระจายอยู่ทั่วไป เนื้อในแบ่งเป็นกลีบๆ สีสันแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์	องค์ความรู้เพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)	https://hkm.hrdi.or.th/knowledge/detail/198	ชาวปางมะโอนิยมนำมายำ (ยำบ่าโอ) หรือกินเป็นผลไม้ 	เพาะเมล็ดและตอนกิ่ง
69	เปล้าหลวง	""	เปล้าใหญ่ เปาะ	Croton persimilis Müll.Arg.	Croton	Euphorbiaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ชอบขึ้นตามป่าผลัดใบ ป่าละเมาะ หรือที่โล่งแจ้ง  	เปล้าหลวงเป็นไม้พุ่มกึ่งยืนต้น เปลือกสีเทาค่อนข้างเรียบ ใบเดี่ยวออกเวียนสลับ รูปขอบขนานแกมรูปรี ขอบใบจักฟันเลื่อยห่างๆ ผิวใบด้านบนมีต่อมขนาดเล็กจำนวนมาก  ดอกเป็นช่อยาวออกตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง สีขาวอมเขียว ผลแห้งแตกทรงกลม มี 3 พู มี 1 เมล็ด	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&Itemid=59&id=33	กิ่ง ใบ และลำต้น นำมาต้มน้ำอาบ สำหรับสตรีหลังคลอดบุตร ช่วยให้มดลูกเข้าอู่เร็วขึ้น รากต้มกินแก้ปวดเมื่อยตามร่างกาย น้ำยางจากใบทาให้ความชุ่มชื้นกับริมฝีปากในฤดูหนาว	ปักชำราก
70	ผักกุ่ม	Three leaved caper, Varuna	กุ่มน้ำ	Crateva religiosa G.Forst.	Crateva	Capparaceae	Accepted	""	LC 2019	พบตามริมฝั่งแม่น้ำ ขอบบึง มีแสงแดดส่องถึงตลอดวัน	ผักกุ่มเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงกลาง สูง 5-20 เมตร เรือนยอดแผ่กว้าง เปลือกต้นเรียบสีเทาอมขาว มีช่องระบายอากาศขนาดเล็กตามผิวทั่วไป ใบประกอบแบบนิ้วมือ เรียงสลับ มีใบย่อย 3 ใบ รูปใบหอกถึงรูปขอบขนาน โคนใบสอบ ปลายใบเรียวแหลม ดอกเป็นช่อออกที่ปลายกิ่ง มีดอกย่อย 12-20 ดอก เมื่อเริ่มบานมีสีขาว ต่อมาเปลี่ยนเป็นสีเหลือง แซมด้วยเส้นยาวของเกสรเพศผู้สีม่วง ผลรูปทรงกลมหรือรี สีเทาห้อยเป็นพวง เมล็ดเดี่ยวรูปเกือกม้า 	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/Database/plantdb/mdp/medicinal-specimen.asp?id=369	ยอดอ่อนนำมาลวกหรือดอง กินกับน้ำพริกต่าง ๆ หรือนำผักกุ่มดองมายำใส่มะเขือเปราะ แกงส้มใส่เนื้อหมู และใส่แกงไตปลา 	เพาะเมล็ด
71	ผักกูด	Paco	ผักกูด	Diplazium esculentum (Retz.) Sw.	Diplazium	Athyriaceae	Accepted	""	LC 2011	ชอบขึ้นบริเวณที่มีความชื้นสูง หรือตามลำห้วยที่มีน้ำไหลผ่าน มีแสงแดดรำไร ปลูกได้ตามชายคลอง และห้วยหนอง  	ผักกูดเป็นพืชไม่มีดอกจำพวกเฟิร์นที่มีต้นขนาดใหญ  มีเหงาทอดเลื้อยตามผิวดิน ใบเปนใบประกอบแบบขนนก 2-3 ชั้น ใบยอยบาง โคนใบมน ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบหยัก ยอดใบอ่อนม้วนงอ ใต้ใบมีอับสปอร์สีน้ำตาลเรียงตามแนวเส้นใบ	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/database/botanic_book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=1840	ยอดอ่อนใช้ผัดกับน้ำมันหอย กินสดหรือลวกกับน้ำพริก รสจืดอมหวาน มีเมือกอ่อนๆ ตอนเคี้ยว บ้างนำมาแกงหรือต้มใส่กระดูกหมู (จอ) 	แยกกอและเพาะสปอร์
72	ผักคาวตอง	Fish mint, Chameleon plant, Fish wort	ผักคาวทอง พลูแก พลูคาว	Houttuynia cordata Thunb.	Houttuynia	Saururaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ชอบขึ้นบริเวณที่มีความชุ่มชื้น มีอินทรีย์วัตถุสูง แสงแดดรำไร	ผักคาวตองเป็นพืชล้มลุก เลื้อยอยู่ตามผิวดิน มีกลิ่นคาวโดยเฉพาะใบและยอดอ่อน ลำต้นมีข้อปล้องชัดเจน ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปหัวใจ ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบเรียบ ผิวใบด้านบนสีเขียว ท้องใบสีน้ำตาลแดง ดอกเป็นช่อออกที่ปลายยอด ดอกย่อยขนาดเล็ก สีเหลือง มีใบประดับสีขาว 4 ใบ  ผลเป็นฝักทรงกระบอก มีเมล็ดจำนวนมาก	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=1188	ยอดอ่อนและใบอ่อนกินเป็นผักสดกับลาบ และน้ำพริก หรือเป็นส่วนประกอบของแกงบอนและแกงข้าวคั่ว นอกจากนี้ยังกินสด เป็นยาสมุนไพรแก้โรคเบาหวานและโรคภูมิแพ้  	ปักชำ
73	ผักแค	Wild betal, lolot pepper	ช้าพลู ชะพลู	Piper sarmentosum Roxb.	Piper	Piperaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ชอบขึ้นในดินร่วนที่มีความชื้นสูง  	ผักแคเป็นพืชล้มลุก ลำต้นทอดเลื้อยไปกับผิวดิน ยอดชูขึ้นเป็นพุ่ม มีไหลงอกออกเป็นลำต้นใหม่ ลำต้นกลมสีเขียว  ทุกส่วนของลำต้นมีกลิ่นเฉพาะตัว ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ รูปหัวใจ แผ่นใบมีรอยย่น ดอกเป็นช่อทรงกระบอก ออกตามซอกใบใกล้ปลายยอด  ดอกย่อยสีขาวอัดแน่นภายในช่อ ผลสดมีเนื้อ ทรงกลม เบียดกันแน่นอยู่บนแกน	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/database/botanic_book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2897	ใบอ่อนกินเป็นผักสดกับลาบ ตำมะม่วง ผัดใส่ไข่ ใส่แกงหน่อ หรือใส่แกงแค 	ปักชำกิ่ง
74	ผักจันทร์	Shrubby basil, Tree basil	กะเพราญวน ยี่หร่า โหระพาช้าง 	Ocimum gratissimum L.	Ocimum	Lamiaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ขึ้นได้ดีในดินร่วนมีอินทรียวัตถุสูง ระบายน้ำดี แสงแดดจัด	ผักจันทร์เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ลำต้นเป็นเหลี่ยม ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามสลับตั้งฉากรูปไข่ โคนใบมน ปลายใบแหลม ขอบใบจักฟันเลื่อย ดอกเป็นช่อออกบริเวณปลายยอด ประกอบด้วยดอกขนาดเล็กสีขาวประมาณ 50-100 ดอก ผลขนาดเล็กรูปไข่แบน มีกลิ่นหอมมากกว่าส่วนอื่น ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีน้ำตาลอ่อน หนึ่งผลมีสี่เมล็ด	""	""	ใบมีกลิ่นหอมเย็นและรสเผ็ดร้อน นำมาใส่ในแกงเนื้อ แกงปลา แกงอ่อม แกงคั่วหอยขม ผัดเผ็ดเนื้อ หมู ไก่ ช่วยดับกลิ่นคาว หรือนำมาอมแก้ปวดฟันส่วนผลนำไปตากแห้ง ทำเป็นเครื่องเทศ ใช้ประกอบอาหารเพิ่มกลิ่นหอมน่ารับประทาน และดับกลิ่นคาวได้เช่นเดียวกับใบ นอกจากนี้ยังสามารถกินเป็นผักสดกับลาบได้ 	เพาะเมล็ดและปักชำกิ่ง
75	ผักเชียงดา	""	ผักเชียงดา, ผักจินดา	Gymnema inodorum (Lour.) Decne.	Gymnema	Apocynaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ชอบขึ้นในป่าดิบแล้ง แสงแดดรำไร 	ผักเชียงดาเปนไม้เถาเลื้อย ทุกส่วนของลำต้นที่อยู่เหนือดินมียางสีขาว ใบเดี่ยวเรียงตรงขาม รูปไข่ โคนใบมน ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ ดอกขนาดเล็กสีขาวเป็นช่อออกตามซอกใบ ผลเป็นฝักทรงกลมยาว เมล็ดมีขนาดเล็ก และมีขนสำหรับช่วยกระจายพันธุ์	""	""	ยอดอ่อนนำมาแกงใส่ปลาแห้ง หรือแกงแค ผัดน้ำมันหอย หรือลวกกินกับน้ำพริก 	เพาะเมล็ดและปักชำกิ่ง
76	ผักดีด	""	ต้อยตั่ง	Solanum spirale Roxb.	Solanum	Solanaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ขึ้นได้ดีในดินร่วน ระบายน้ำดี แสงแดดรำไร	ผักดีดเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก สกุลเดียวกับมะเขือพวง มีลำต้นสีเขียว ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปไข่กลับ โคนใบสอบเข้าหาลำต้น ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ แผ่นใบหนา ดอกเป็นช่อออกตามซอกใบใกล้ปลายยอด สีขาว ผลสีเขียวทรงกลมคล้ายมะเขือพวง เมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีส้ม	องค์ความรู้เพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)	https://hkm.hrdi.or.th/knowledge/detail/181	ยอดอ่อนมีรสขมอมหวาน เป็นส่วนประกอบของแกงแค แกงอ่อม แกงเพี้ย ใส่ในแกงหัวปลีเพื่อลดความฝาด หรือนำมาลวกกินกับน้ำพริก ยำเทา ลาบ และตำถั่วฝักยาว 	เพาะเมล็ดและปักชำกิ่ง
77	ผักปั๋ง	Ceylon spinach , Malabar nightshade, East indian spinach	ผักปลัง ผักปลังใหญ่	Basella alba L.	Basella	Basellaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	พบตามที่ชุ่มชื้นและบริเวณพื้นที่เกษตรทางภาคเหนือ	ผักปั๋งเป็นไม้เถาเลื้อย มีหัวใต้ดิน ลำต้นกลมอวบน้ำ สีม่วงแดงหรือสีเขียว ใบเดี่ยวเรียงสลับ แผ่นใบอวบน้ำรูปไข่ป้อมหรือรูปหัวใจ ขอบใบเรียบ ปลายใบแหลม แผ่นใบเป็นมันเกลี้ยง ดอกเป็นช่อออกตามง่ามใบ สีขาวอมชมพู ผลกลม ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีม่วงอมดำ ทุกส่วนเมื่อขยี้เป็นเมือกเหนียว	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/database/botanic_book%20full%20option/search_detail.asp?Botanic_ID=2074	ยอดอ่อนและดอกอ่อนมีมากในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว นิยมนำมาลวกจิ้มน้ำพริก แกงใส่แหนมหรือกระดูกหมู 	เพาะเมล็ดและปักชำกิ่ง
78	ผักแปม	""	ผักแปม	Eleutherococcus trifoliatus (L.) S.Y.Hu	Eleutherococcus	Araliaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ชอบขึ้นในป่าเบญจพรรณ ป่าเสื่อมโทรม ตามริมน้ำ มีแสงแดดส่องถึง 	ผักแปมเป็นไม้พุ่มกึ่งเลื้อย ทุกส่วนของลำต้นมีหนามแหลมกระจายอยู่ห่างๆ ใบประกอบแบบนิ้วมือ มีใบย่อย 5 ใบ รูปหอกยาว โคนใบรูปลิ่ม ปลายใบแหลม ขอบใบจักฟันเลื่อยถื่ มีกลิ่นเฉพาะตัว ดอกออกเป็นช่อซี่ร่ม สีเขียวอมเหลือง ผลทรงกลม ด้านบนแบนเล็กน้อย	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2871	ยอดอ่อนกินเป็นผักสดกับน้ำพริก ลาบ แกงบอน และยำหน่อไม้ ชุมชนปางมะโอนิยมนำมาแกงใส่เนื้อนกและเนื้อเก้ง โดยจะต้องใส่ก่อนยกหม้อลงจากเตา หากใส่นานจะทำให้แกงมีรสขม	เพาะเมล็ดและปักชำกิ่ง
79	ผักเผ็ด	Para cress, Toothache plant	ผักคราด ผักคราดหัวแหวน	Acmella oleracea (L.) R.K.Jansen	Acmella	Compositae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ชอบขึ้นบริเวณที่มีความชุ่มชื้น อินทรีย์วัตถุสูง แสงแดดรำไร	ผักเผ็ดเป็นพืชล้มลุก ลำต้นทอดเลื้อยไปตามผิวดิน ชูยอดขึ้นรับแสง มีขนปกคลุมเล็กน้อย ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก รูปไข่ ปลายใบแหลม ขอบใบจักฟันเลื่อย ดอกเป็นช่อออกตามซอกใบใกล้ปลายยอด สีเหลือง เมล็ดรูปรี สีน้ำตาลเข้ม ด้านปลายมีขนช่วยในการกระจายพันธุ์	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&id=1185	ยอดอ่อนนำมาแกงร่วมกับแกงแค แกงใส่ปลาแห้ง หรือลวกกินกับน้ำพริก ช่วยให้เจริญอาหาร นอกจากนี้ยังนำมาเข้ายาบำรุงร่างกายไก่ชน	เพาะเมล็ดและปักชำ
80	ผักไผ่	Vietnamese mint, Vietnamese cilantro, hot mint, laksa leaf	จันทร์โฉม หอมจันทร์ ผักแพว	Polygonum odoratum Lour.	Polygonum	Polygonaceae	Unresolved	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ชอบขึ้นตามที่ชื้นแฉะ ดินร่วนซุย ระบายน้ำดี แสงแดดส่องถึง	ผักไผ่เป็นพืชล้มลุก ลำต้นทอดเลื้อยไปตามผิวดิน มีรากงอกตามข้อที่สัมผัสดิน ทุกส่วนมีกลิ่นเฉพาะตัว ใบเดี่ยวเวียนสลับ รูปใบหอก โคนใบรูปลิ่ม ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบและแผ่นใบเรียบ มีหูใบลักษณะเป็นปลอกหุ้มรอบลำต้นเหนือข้อ ดอกเป็นช่อออกที่ปลายยอด บานจากโคนช่อไปปลายช่อ สีขาวนวล ขอบกลีบดอกสีชมพูอ่อน ผลขนาดเล็ก	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2899	ใช้ใบปรุงกับลาบ ใส่ในต้มยำ หรือกินเป็นผักสดกับน้ำพริก และลาบ 	แยกกอ
81	ผักไผ่น้ำ	Water-pepper 	ผักไผ่น้ำยอดแดง, ผักบุ้งท้องแดง, ผักลิ้นไฟ	Persicaria hydropiper (L.) Delarbre	Persicaria	Polygonaceae	Accepted	""	LC 2014	ชอบขึ้นตามที่ชุ่มชื้นหรือบริเวณริมน้ำ	ผักไผ่น้ำเป็นพืชล้มลุก มีข้อโป่งพองบริเวณลำต้น  ใบเดี่ยวเวียนสลับ รูปใบหอก โคนใบสอบ และมีกาบใบโอบหุ้มลำต้น ปลายใบเรียวแหลม ดอกเป็นช่อออกตามข้อบริเวณโคนใบ ดอกย่อยสีชมพูติดอยู่ตามแกนก้านดอก ผลกลมขนาดเล็ก ภายในบรรจุเมล็ดจำนวนมาก	""	""	ผักไผ่น้ำเป็นยาสมุนไพร ชาวปางมะโอนำใบมาตำแล้วทาบริเวณผิวหนังที่เป็นกากเกลื้อน หรือขยี้ใบปิดปากแผลห้ามเลือด 	เพาะเมล็ดและปักชำ
82	ผักหนัง	""	ผักหนัง, เครือเขา	Marsdenia thyrsiflora Hook.f.	Marsdenia	Asclepiadaceae	Unresolved	""	""	ชอบขึ้นตามริมลำธารที่มีความชุ่มชื้น 	ผักหนังเป็นไม้เลื้อยเกาะตามไม้ใหญ่ทั่วไป ทุกส่วนของต้นมียางสีขาว ใบเดี่ยวรูปหัวใจ ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบเรียบ ใบอ่อนและยอดอ่อนมีขนสีน้ำตาลนุ่มปกคลุม ดอกเป็นช่อออกตามซอกใบ สีขาวอมเหลือง มีกลิ่นหอม ผลเป็นฝักฐานโค้งมน ปลายเรียวแหลม ภายในมีเมล็ดจำนวนมาก เมื่อแก่จะแตกออก มีขนนุ่มฟูสีขาวช่วยกระจายพันธุ์	""	""	ยอดอ่อนจะออกช่วงเดือนกันยายน-ธันวาคม ชาวบ้านนำมาลวกกินกับน้ำพริก แกงใส่ปลาแห้ง หรือต้มใส่กระดูกหมู (จอ)	เพาะเมล็ดและปักชำกิ่ง
83	ผักหนาม	""	ผักหนาม	Lasia spinosa (L.) Thwaites	Lasia	Araceae	Accepted	""	LC 2011	ชอบขึ้นตามที่ชื้น เช่น ดินเลนตามชายน้ำ หนองน้ำ หรือริมแมน้ำในปา	ผักหนามเป็นพืชล้มลุกมีเหง้าทอดเลื้อยไปตามผิวดิน ทุกส่วนมีหนามแหลมล้อมรอบ ใบเดี่ยวรูปลูกศร มีรอยหยักเป็นแฉก ๆ ปลายใบแหลม โคนใบยาวยื่น ใบอ่อนม้วนเป็นแท่งกลม ดอกออกเป็นช่ออัดแน่นบนปลายก้านดอก สีเหลือง มีกาบรองช่อดอกเรียวแหลมสีน้ำตาลแดง บิดเป็นเกลียวห่อหุ้มดอกจนติดผล ผลกลมอัดแน่นเป็นแท่งรูป ทรงกระบอกคล้ายฝักข้าวโพด ผลอ่อนสีเขียว ผลสุกสีเหลืองอมแดง 	องค์ความรู้เพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)	https://hkm.hrdi.or.th/knowledge/detail/261	นำก้านและใบอ่อนมาต้มใส่กระดูกหมู (จอ) แกงใส่เนื้อปลา ลวกหรือนึ่งกินกับน้ำพริก ส่วนรากและหัวตำรวมกับเกลือแล้วให้วัวกิน เป็นยาถ่ายพยาธิ และช่วยให้เจริญอาหาร 	เพาะเมล็ดและแยกหน่อ
84	ผักอีเรือน	""	""	Mentha sp.	Mentha	Labiatae	""	""	""	ชอบขึ้นบริเวณที่มีความชื้นสูง แสงแดดรำไร	ผักอีเรือนเป็นพืชล้มลุก ลำต้นทอดเลื้อยไปตามผิวดิน ยอดชูช่อขึ้น ลำต้นมีขนสีขาวปกคลุม ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก รูปรี ปลายใบแหลม ขอบใบหยักมน ผิวใบมันหนา ดอกเป็นช่อกระจุกออกตามซอกใบ สีชมพูอ่อน	""	""	ยอดอ่อนมีกลิ่นหอม กินเป็นผักสดกับน้ำพริก ลาบ หรือนำมาผัด ต้มใส่กระดูกหมู (จอ) แกงใส่ปลาดุก ช่วยดับกลิ่นคาว และทำให้เจริญอาหาร 	ปักชำต้น
85	ผักฮ้วนหมู	""	กระทุงหมาบ้า, คันชุนสุนัขบ้า, เครือเขาคลอน, ง่วนหมู, เครือเถาหมู	Dregea volubilis (L.f.) Benth. ex Hook.f.	Dregea 	Apocynaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ชอบขึ้นตามป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้ง	ผักฮ้วนหมูเป็นไม้เถาเลื้อยพาดเกาะต้นไม้อื่น เถาแก่มีปุ่มปมและรูระบายอากาศกระจายอยู่ทั่วไป ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปหัวใจ  โคนใบมนหรือเว้า ปลายใบเรียวแหลม ดอกเป็นช่อซี่ร่มออกตามง่ามใบ ผลเป็นฝักสีเหลือง เมล็ดทรงรี 	""	""	ยอด ใบ และดอกอ่อน ลวกกินกับน้ำพริก ลาบ ใส่ในแกงแค หรือแกงปลาแห้ง ตำหรับเด็ดของชาวปางมะโอ คือ ลวกกินกับส้มตำและตำมะม่วง ส่วนเปลือกของลำต้น นำมาตำแล้วพอกหัวเด็กช่วยลดไข้	เพาะเมล็ดและปักชำกิ่ง
86	ผักฮาก	Redstake climber	ผักรด	Erythropalum scandens Blume	Erythropalum	Olacaceae	Accepted	""	LC 2019	ชอบเลื้อยขึ้นตามตนไมทั่วไป รั้วบ้าน ตามพื้นดิน หรือขึ้นในป่า แสงแดดรำไร	ผักฮากเป็นไม้เถาเลื้อยตามต้นไม้ในป่า มีมือเกาะเป็นเส้นยาวออกจากซอกก้านใบ ใบเดี่ยวเรียงตรงขามรูปหอก โคนใบมน ปลายใบแหลม มีกลิ่นเฉพาะตัว ดอกเดี่ยวออกตามข้อ สีขาวอมเหลือง ผลเดี่ยวรูปรี ผิวเกลี้ยงเปนมัน ผลออนสีเขียว ผลสุกสีสมอมแดง เมื่อแกเปลือกหุมเมล็ดเป็นสีดําและแตกออก เมล็ดทรงรี สีขาว	""	""	ยอดอ่อนกินเป็นผักสดหรือลวกกินกับน้ำพริก เป็นส่วนประกอบในแกงแค แกงปลาแห้ง หรือผัดน้ำมันหอย 	เพาะเมล็ด ปักชำกิ่ง หรือโน้มกิ่ง
87	ผักเฮือด	""	ผักเลียบ	Ficus lacor Buch.-Ham.	Ficus	Moraceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ชอบขึ้นในป่าผสมผลัดใบ ป่าโปร่ง และตามเชิงเขาในสภาพพื้นที่ คอนขางแหงแลง	ผักเฮือดเป็นไมยืนตนผลัดใบสกุลเดียวกับไทรและมะเดื่อ ทุกสวนของตนมียางสีขาว ใบเดี่ยวออกเวียนสลับเปนกลุมใกลปลายยอด รูปรี โคนใบมน ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ เนื้อใบหนา ผิวใบเรียบเปนมันทั้ง 2 ดาน ขณะแตกยอดออนมีหูใบเปนแผ่นยาว ปลายเรียวแหลมสีขาวหรือสีแดงหุมใบออนไว ใบออนที่แตกออกมาจากหูใบใหมมีสีเขียวหรือสีแดงสด แตกยอดใหมปละ 1 ครั้ง ระหวางเดือนธันวาคม–เมษายน โดยใบแกจะรวงหมดทั้งตน แลวจึงแตกยอดออนขึ้นพรอมกัน ในพื้นที่ที่อุดมสมบูรณมีการแตกยอดในระหว่างเดือนพฤษภาคม–กันยายน ดอกเปนชอแบบชอกระจุกแนน มีใบประดับจํานวนมากประสานกันปดไว ออกดอกระหวางเดือนมกราคม–มีนาคม ผลรวม ประกอบด้วยผลย่อยจำนวนมาก สีเหลืองอมขาว ผลสุกสีเหลือง 	กาญจนา จันทร์สิงห์	https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=116&code_db=610010&code_type=01	ยอดอ่อนนำมาแกงใส่เนื้อหมู เนื้อวัว ปลาแห้ง กินเป็นผักสด หรือนึ่งกินกับน้ำพริก ลาบหมู หรือนำมายำ 	ปักชำกิ่ง
88	พญายอ	snake grass	พญาปล้องทอง เสลดพังพอนตัวเมีย	Clinacanthus nutans (Burm.f.) Lindau	Clinacanthus	Acanthaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ชอบดินร่วน ระบายน้ำดี แสงแดดจัด 	พญายอเป็นไม้พุ่มกึ่งเลื้อย ลำต้นกลมเป็นข้อปล้อง ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามในระนาบเดียวกัน รูปใบหอก สีเขียวเข้ม ปลายใบและโคนใบแหลม ขอบใบเรียบ ดอกเป็นช่อกระจุกออกที่ปลายยอด สีส้มแดง ผลรูปไข่ เมื่อแก่แตกออกภายในมี 4 เมล็ด 	ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	http://www.qsbg.org/Database/Botanic_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2254	ยอดอ่อนมีรสมัน นำมาลวกกินกับน้ำพริก หรือเป็นส่วนประกอบของแกงแค และแกงใส่หน่อไม้แทนใบย่านางเพื่อลดความขม	ปักชำกิ่ง
89	เพี้ยฟาน	""	ต่อไส้	Macropanax dispermus (Blume) Kuntze	Macropanax	Araliaceae	Accepted	""	LC 2019	ชอบขึ้นในดินร่วนปนทราย มีความชุ่มชื้น แสงแดดรำไร	เพี้ยฟานเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก สูงประมาณ 50 – 150 เซนติเมตร ลำต้นเรียบ สีน้ำตาลแดง แตกกิ่งสลับกัน ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปไข่ โคนใบมน ปลายใบแหลม ผลขนาดเล็กออกตามก้านใบ	""	""	ยอดอ่อนของเพี้ยฟานมีรสขมอมหวาน นิยมนำมารับประทานเป็นผักสดกินกับลาบ ชาวปางมะโอนำไปลนไฟช่วยลดความขม 	ปักชำกิ่ง
90	มันแก๋ว	Sweet Potato	มันเทศ	Ipomoea batatas (L.) Lam.	Ipomoea	Convolvulaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ขึ้นได้ดีในดินร่วนซุย ระบายน้ำดี แสงแดดจัด	มันแก๋วเป็นพืชล้มลุก ลำต้นเป็นเถาเลื้อยไปตามผิวดิน ทุกส่วนของต้นมียางสีขาว และมีรากสะสมอาหาร (หัว) ขนาดใหญ่อยู่ใต้ดิน ใบเดี่ยวเวียนสลับ รูปหัวใจหรือเป็นแฉก ดอกเป็นช่อออกตามซอกใบ สีชมพูอมม่วง ผลเป็นฝักแบบแคปซูล เมล็ดขนาดเล็กจำนวนมาก 	""	""	หัวออกช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม ชาวบ้านนำไปนึ่ง เผา ต้ม จิ้มกับน้ำตาล หรือนำไปทำขนมหวาน เช่น มันเชื่อม มันบวด ส่วนยอดอ่อนลวกกินกับน้ำพริกหรือนำไปแกงส้ม แกงใส่ปลา และต้มใส่กระดูกหมู (จอ)	ใช้หัวและปักชำต้น
91	มันสำปะหลัง	Cassava, Manioc, Tapioca 	มันสำปะหลัง สำโรง	Manihot esculenta Crantz	Manihot	Euphorbiaceae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ชอบขึ้นในที่โล่ง  ดินร่วนปนทราย  ระบายน้ำดี	มันสำปะหลังเป็นไม้พุ่มกึ่งไม้ต้นขนาดเล็ก  มีรากสะสมอาหารขนาดใหญ่อยู่ใต้ดิน  ตามลำต้นมีปุ่มปมของก้านใบที่หลุดร่วง กิ่งอ่อนและก้านใบสีแดงระเรื่อ ทุกส่วนของต้นมีน้ำยางสีขาว ใบเดี่ยวหยักเว้าเป็นแฉกคล้ายมือคน 3-5  แฉก  ออกเวียนสลับรอบกิ่ง  ดอกเป็นช่อออกตามซอกใบใกล้ปลายยอดหรือกิ่ง ผลกลม ผิวของผลมีปีก 6 แฉก 	องค์ความรู้เพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)	https://hkm.hrdi.or.th/knowledge/detail/204	หัวออกช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ ชาวปางมะโอนิยมนำมาเผาหรือเชื่อม ส่วนยอดอ่อนนำมาลวกหรือกินสดกับลาบ น้ำพริก หรือตำมะม่วง 	ใช้หัวและปักชำต้น
92	เมี่ยงอีอ่าม	""	""	Pyrenaria diospyricarpa var. camelliiflora (Kurz) S.X. Yang	Pyrenaria	Theaceae	Accepted	""	LC 2018	ขึ้นในป่าดิบเขาที่ไม่ถูกรบกวน ความสูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 1,000-2,500 เมตร	เมี่ยงอีอ่ามเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ไม้ผลัดใบ ใบเดี่ยวเวียนสลับ รูปรีแกมรูปไข่กลับ โคนใบสอบ ปลายใบแหลม ขอบใบจักฟันเลื่อยถี่  ดอกเดี่ยวออกตามซอกใบ มีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ สีขาว ผลทรงกลม ผิวเรียบ แบ่งเป็น 3 พู  ผลแห้งแตกเป็น 3 ซีก ข้างในมีหลายเมล็ด	""	""	เมี่ยงอีอ่ามเป็นชาป่า ในอดีตใช้ใบอ่อนชงเป็นน้ำชาดื่ม มีรสขมกว่าชาอัสสัม 	เพาะเมล็ดและปักชำกิ่ง
93	ไม้ไผ่	Bamboo Shoot	ไผ่	""	""	Gramineae	""	""	""	พบกระจายอยู่ทั่วไปจนถึงความสูง 4,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล	ไม้ไผ่เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว วงศ์เดียวกับหญ้า ลำต้นกลมและกลวงตรงกลาง มีข้อปล้องเพื่อเสริมความแข็งของต้น ใบรูปแถบหรือรูปใบหอกแคบ ช่อดอกออกที่ปลายยอด เมื่ออกดอกแล้วต้นจะตายหรือที่เรียกกันว่า “ไผ่ตายขุย” เมล็ดขนาดเล็กเรียวคล้ายเมล็ดข้าว	""	""	นำหน่ออ่อนมาแกง ต้มกินกับน้ำพริกหรือยำ ลำต้นนำมาสร้างที่อยู่อาศัย เป็นอุปกรณ์ทางการเกษตร สานตะกร้าใส่เมี่ยง (ก๋วย) และจักตอกสำหรับมัดเมี่ยง 	เพาะเมล็ด ปักชำเหง้า ข้อ กิ่ง หรือเพาะเลี้ยงเนื้อเยื้อ
94	เล็บฮุ้ง	Herb Paris	สัตฤาษี	Paris polyphylla Sm.	Paris	Melanthiaceae	Accepted	""	""	ชอบขึ้นตามพื้นในป่าสนเขา ที่มีเรือนยอดโปร่ง ความสูงตั้งแต่ 1,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล	เล็บฮุ้งเป็นพืชล้มลุก มีเหง้าอยู่ใต้ดิน ใบเดี่ยวออกเวียนรอบข้อ 5-9 ใบ รูปรีแกมรูปขอบขนาน โคนใบมนหรือสอบ ปลายใบแหลม ก้านใบสีน้ำตาล ดอกเดี่ยวสีเหลืองหรือสีส้ม ออกที่ปลายยอด มีใบประดับ 4-6 ใบรองรับ ผลแบบแคปซูล ทรงกลม ผิวเรียบ เมล็ดสีแดงอมส้ม	""	""	ชาวปางมะโอเก็บหาเหง้าในช่วงปลายฤดูฝน เนื่องจากช่วงฤดูหนาวเล็บฮุ้งจะทิ้งต้น แล้วนำเหง้ามาดองเหล้า ดื่มเป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงเลือด 	เพาะเมล็ดและแยกหัว
95	หญ้าคออ่อน	Fireweed, Red-flower ragleaf, Thickhead	พม่าตีเมีย, ผักกาดช้าง, หญ้าดอกขาว	Crassocephalum crepidioides (Benth.) S.Moore	Crassocephalum	Compositae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ชอบขึ้นเป็นกลุ่มตามที่ชุ่มชื้น ที่โล่งริมถนน และแปลงเกษตร  	หญ้าคออ่อนเป็นพืชล้มลุก มีริ้วหรือจุดสีม่วงเข้มตามลำต้น ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปรี โคนใบรูปลิ่ม ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบจักฟันเลื่อย ดอกเป็นช่อกระจุกแน่นออกตามปลายยอดหรือกิ่ง เมล็ดแก่มีขนสีขาวช่วยกระจายพันธุ์	""	""	ยอดอ่อน นำมาแกงแค แกงใส่ปลาแห้งหรือเนื้อแห้ง บ้างนำมาลวกหรือกินเป็นผักสดกับน้ำพริกปลาทู มีกลิ่นเฉพาะตัว ดับกลิ่นคาว และช่วยให้เจริญอาหาร 	เพาะเมล็ด
96	หญ้าสามสิบสองราก	Prickly leaved elephant's foot	โด่ไม่รู้ล้ม	Elephantopus scaber L.	Elephantopus	Compositae	Accepted	พืชที่พบได้ทั่วไป	""	ชอบขึ้นตามป่าทั่วไป โดยเฉพาะป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ทุ่งหญ้า หรือพื้นที่รกร้างว่างเปล่า	หญ้าสามสิบสองรากเป็นไม้ล้มลุก ลำต้นสั้นอยู่ในระดับผิวดิน  ใบเดี่ยวออกเวียนสลับรอบลำต้นขนานกับผิวดิน  ใบรูปไข่กลับแกมรูปขอบขนาน  ขอบใบจักฟันเลื่อย  แผ่นใบมีขนสาก ก้านดอกแข็งแทงออกจากกลางต้น  ดอกเป็นช่อแบบแขนงที่ปลายยอดสีม่วง มีใบประดับ 3 ใบ ผลรูปทรงกลม มีสัน 10 สัน ผิวมีขนนุ่มปกคลุม	สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมป่าไม้	http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofplant&view=showone&Itemid=59&id=97	นำทั้งต้นมาต้มน้ำดื่ม ช่วยบำรุงกำลัง แก้ปวดหลัง หรือนำมาผสมกับสมุนไพรอื่นต้มน้ำดื่ม ช่วยขับปัสสาวะ รักษาไข้จับสั่น	เพาะเมล็ด หรือใช้เหง้าปลูก 
