﻿_id	NewsTitle	NT01_NewsDesc	NewsDate	Region	Province	Department	Link_News
1	นายกรัฐมนตรี ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ กษัตริย์ซาอุดีอาระเบียพระราชทานอัลกุรอานให้ชาวไทย	<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;รู้สึกยินดี&nbsp;และแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;ของสมเด็จพระราชาธิบดีซัลมาน&nbsp;บิน&nbsp;อับดุลอะชีช&nbsp;อัลชะอูด&nbsp;แห่งราชอาณาจักรซาอุดิอาระเบีย&nbsp;ในโอกาสที่ทรงพระราชทานอัลกุรอาน&nbsp;จำนวน&nbsp;50,060&nbsp;เล่มแก่ชาวไทยมุสลิม&nbsp;โดยอัลกุรอานที่ทรงพระราชทานให้จะมีขนาดต่างๆ&nbsp;และแปลเป็นภาษาต่างๆ&nbsp;โดยได้มีพิธีส่งมอบไปแล้วเมื่อวันที่&nbsp;26&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ที่กรุงเทพฯ&nbsp;โดยมีรองหัวหน้าคณะผู้แทนของราชอาณาจักร&nbsp;ณ&nbsp;สถานเอกอัครราชทูตซาอุดีอาระเบียในกรุงเทพฯ&nbsp;ผู้แทนจากกระทรวงกิจการศาสนาอิสลามแห่งราชอาณาจักรซาอุดิอาระเบีย&nbsp;ตัวแทนจากภาคส่วนการเมืองและอิสลาม&nbsp;นักวิชาการและผู้สนับสนุนจากจังหวัดต่างๆ&nbsp;ของไทยเข้าร่วมพิธีด้วย</p><p><strong>กระทรวงกิจการศาสนาอิสลามแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย</strong>&nbsp;ซึ่งเป็นตัวแทนของสำนักพิมพ์อัลกุรอาน&nbsp;คิง&nbsp;ฟาฮัด&nbsp;(King&nbsp;Fahd&nbsp;Complex&nbsp;for&nbsp;the&nbsp;Printing&nbsp;of&nbsp;the&nbsp;Holy&nbsp;Quran)&nbsp;จะจัดส่งสำเนาอัลกุรอานให้กับชาวมุสลิมทั่วโลก&nbsp;อันเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของราชอาณาจักรซาอุดิอาระเบีย&nbsp;ในการส่งมอบของขวัญก่อนเดือนรอมฎอนจะมาถึง</p><p><strong>การส่งมอบดังกล่าว&nbsp;ถือเป็นการต่อยอดจากที่ซาอุดีอาระเบียเคยส่งมายังประเทศไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา&nbsp;</strong>และเป็นโอกาสสำคัญในการสานต่อการพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคี&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;อัลกุรอานได้ถูกแปลไปในกว่า&nbsp;76&nbsp;ภาษา&nbsp;และทางสำนักพิมพ์&nbsp;ฯ&nbsp;ได้เพิ่มอัตราการผลิตขึ้นมากกว่า&nbsp;100%&nbsp;คือ&nbsp;จาก&nbsp;7&nbsp;ล้านเล่มต่อปี&nbsp;เป็น&nbsp;20&nbsp;ล้านเล่มต่อปี&nbsp;โดยมีคุณภาพผลงานในระดับสูง&nbsp;โดยจนถึงสิ้นปี&nbsp;2564&nbsp;มีการผลิตแล้วมากกว่า&nbsp;345&nbsp;ล้านเล่ม&nbsp;และมากกว่า&nbsp;320&nbsp;ล้านเล่มในจำนวนนี้&nbsp;ถูกแจกจ่ายเป็นของขวัญไปสู่ชาวมุสลิมทั่วโลก</p><p><strong>นายธนกร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การส่งมอบดังกล่าวสะท้อนถึงการส่งเสริมความร่วมมือและสัมพันธไมตรีอันดีระหว่างไทยกับซาอุดีอาระเบีย&nbsp;ที่มีปฏิสัมพันธ์ถึงมิติด้านสังคม</strong>&nbsp;รวมถึงบทบาทของไทยที่ได้รับการยอมรับในชุมชนมุสลิมระหว่างประเทศ&nbsp;ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีนโยบายในการส่งเสริม&nbsp;และสนับสนุนสังคมพหุวัฒนธรรมที่อยู่ร่วมกันอย่างสันติ&nbsp;เสรีภาพและปรองดอง&nbsp;รวมถึงการสร้างปฏิสัมพันธ์ในสังคม&nbsp;นอกจากนั้น&nbsp;ล่าสุด&nbsp;วานนี้&nbsp;(28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;เที่ยวบินปฐมฤกษ์ของสายการบิน&nbsp;Saudi&nbsp;Arabian&nbsp;Airlines&nbsp;จากเมืองเจดดาห์&nbsp;กรุงริยาด&nbsp;ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย&nbsp;ได้ถึงประเทศไทยเป็นเที่ยวบินแรก&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;18.05&nbsp;น.&nbsp;โดยมีคณะนักท่องเที่ยวชาวซาอุดีอาระเบีย&nbsp;เดินทางมาไทย&nbsp;จำนวน&nbsp;71&nbsp;คน&nbsp;โดยมีการควบคุมให้ไปตามมาตรการการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;โดยเชื่อมั่นว่า&nbsp;เที่ยวบินปฐมฤกษ์นี้ถือเป็นหนึ่งปัจจัยความสำเร็จจากการเดินทางเยือนซาอุดีอาระเบียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี&nbsp;มั่นใจว่าการเปิดตารางเที่ยวบินตรง&nbsp;กรุงริยาด&nbsp;&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;&nbsp;กรุงริยาด&nbsp;นี้จะช่วยส่งเสริมการเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยว&nbsp;และช่วยให้ไทยเป็นประเทศศูนย์กลางการเดินทาง&nbsp;สามารถเดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทางอื่นๆ&nbsp;ได้สะดวก&nbsp;ตลอดจนเป็นโอกาสต่อยอดขยายตลาดนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ&nbsp;เช่น&nbsp;ยุโรป&nbsp;และตะวันออกกลาง&nbsp;</p><p><br></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301103400052
2	กองทัพเรือ ชี้แจงกรณีถูกกล่าวหาโครงการจัดหาเรือดำน้ำ ยืนยันเป็นการดำเนินการแบบรัฐบาลต่อรัฐบาล ส่วนกรณีเครื่องยนต์ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาร่วมกัน	<p><strong>พลเรือโท ปกครอง&nbsp;มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงข้อเท็จจริง กรณี นายยุทธพงศ์ จรัสเสเถียร ส.ส.มหาสารคามและรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงความไม่โปร่งใสในการจัดซื้อเรือดำน้ำ</strong> โดยกล่าวหาในหลายประเด็น โดยกองทัพเรือขอชี้แจงในประเด็นที่ว่าการจัดซื้อแบบจีทูจี เป็นการจัดซื้อจีทูจีที่ไม่จริงนั้น ขอเรียนว่าการดำเนินการจัดหาเรือดำน้ำ ระยะที่ 1 ของกองทัพเรือนั้น เป็นการดำเนินการโดยรัฐบาลต่อรัฐบาล (G to G ) และมีการดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับของทางราชการในทุกขั้นตอน เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี และได้ผ่านการพิจารณาความถูกต้องด้านกฎหมายจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ ทั้งกระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงบประมาณ และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ก่อนที่จะเสนอให้ ครม. อนุมัติให้ ผู้บัญชาการทหารเรือหรือผู้แทน เป็นตัวแทนรัฐบาลไทยไปลงนามในข้อตกลงจ้างสร้างเรือดำน้ำลำที่ 1 ดังกล่าว สำหรับฝ่ายรัฐบาลจีน โดย The State Administration of Science, Technology and Industry for National Defense (SASTIND) ในฐานะหน่วยงานของรัฐบาลจีนสำหรับการบริหารงานด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและการส่งออกอาวุธ ได้มอบอำนาจให้บริษัท China Shipbuilding &amp; Offshore International Co., Ltd. (CSOC) เป็นตัวแทนรัฐบาลจีนในการมาหารือเรื่องเทคนิคและราคา/เจรจาต่อรอง รวมทั้งลงนามในข้อตกลงจ้างสร้างเรือฯ กับกองทัพเรือไทย ในโครงการจัดหาเรือดำน้ำลำที่ 1 ในรูปแบบรัฐบาลต่อรัฐบาล</p><p><strong>ส่วนประเด็นเรื่องความคืบหน้าในการก่อสร้างท่าจอดเรือดำน้ำและข้อสงสัยที่ว่าผู้แทนบริษัท CSOC ที่เข้ามารับผิดชอบ</strong>โครงการสร้างท่าจอดเรือดำน้ำ เป็นผู้ได้รับการแต่งตั้งโดยถูกต้องหรือไม่ กองทัพเรือขอชี้แจงให้ทราบว่า การก่อสร้างท่าจอดเรือดำน้ำ ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนของการบริหารสัญญา โดยกรมช่างโยธาทหารเรือ ในวงเงินทั้งสิ้น 857 ล้านบาท เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 28 เม.ย.64 และสิ้นสุดวันที่ 17 เม.ย.66 รวม720 วัน ปัจจุบันได้ดำเนินการก่อสร้างไปแล้ว 307 วัน โดยทางบริษัทได้เบิกล่วงหน้า 15 % เป็นเงิน 128 ล้านบาท ซึ่งได้มีการเร่งรัดเพื่อให้เป็นไปตามแผนงานที่ได้กำหนดไว้ จากการตรวจสอบปัจจุบันมีการดำเนินการก่อสร้างไปแล้วส่วนหนึ่ง ซึ่งหากบริษัทไม่สามารถก่อสร้างเสร็จตามสัญญาก้อจะถูกปรับหรือยกเลิกสัญญา ในส่วนของผู้แทนบริษัท CSOC ที่เข้ามารับผิดชอบโครงการสร้างท่าจอดเรือดำน้ำ เป็นผู้ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้รับผิดชอบโครงการฯ จากบริษัท CSOC โดยถูกต้องโดยมีเอกสารสัญญาที่ชัดเจน โดยมี นาย Lang Qingxu เป็นผู้บริหารโครงการ และมีนายจักรพงษ์ วงศ์ธนปกรณ์ เป็นวิศวกรโครงการ มีคุณวุฒิวิศวกรโยธาระดับสามัญ ส่วนบุคคลอื่น ๆ นั้น กรมช่างโยธาทหารเรือไม่อนุญาตให้เข้ามาในพื้นที่โครงการก่อสร้าง</p><p><strong>โฆษกกองทัพเรือกล่าวว่า สำหรับประเด็นเรื่องการจัดซื้อเรือดำน้ำโดยไม่มีเครื่องยนต์ดีเซลขับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเรือดำน้ำที่เยอรมันเป็นผู้ผลิต </strong>เนื่องจากเยอรมันไม่ออกใบอนุญาตการขายให้กับทางจีน แสดงว่ากองทัพเรือโดนหลอกทำสัญญาหรือไม่นั้น ขอชี้แจงว่าในการทำข้อตกลงจ้างฯ นั้น กำหนดให้เรือดำน้ำแบบ S26T มีเครื่องยนต์ดีเซลสำหรับขับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า รุ่น MTU396 จากเยอรมันได้ จำนวน 3 เครื่อง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชุดเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Diesel Generator Set) ชัดเจน แต่เนื่องจากภายหลังเยอรมัน มีนโยบายการระงับการส่งออก(Embargo Policy) ซึ่งกำหนดให้เครื่องยนต์ดีเซลของเรือดำน้ำ เป็นสินค้าที่อยู่ในรายการควบคุมการส่งออก ส่งผลให้การจำหน่ายเครื่องยนต์ อะไหล่ หรือเครื่องยนต์ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีเยอรมัน ต้องได้รับอนุมัติจากรัฐบาลเยอรมัน ซึ่งเป็นปัญหาที่ทางจีนต้องดำเนินการแก้ไข เนื่องจากกองทัพเรือได้ยืนยันความต้องการเครื่องยนต์ดีเซลสำหรับขับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า รุ่น MTU396 จากเยอรมัน ตามข้อตกลงไปแล้ว จึงเป็นสิ่งที่ทางจีนจะต้องทำตามข้อตกลง โดยในขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาร่วมกันระหว่างกองทัพเรือกับบริษัท CSOC ในการหาทางออกแก้ไขปัญหาดังกล่าวร่วมกัน ทั้งนี้การดำเนินการต่าง ๆ ต้องเป็นไปตามข้อตกลงจ้างฯ รวมทั้งระเบียบ กฎหมาย ที่เกี่ยวข้องทุกประการ โดยกองทัพเรือคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ</p><p><strong>อย่างไรก็ตามขอยืนยันว่า กองทัพเรือมุ่งมั่นในการเป็นกองทัพเรือที่ประชาชนเชื่อมั่นและภาคภูมิใจ</strong>&nbsp;เป็นที่พึ่งของประชาชน และบริหารจัดการด้วยความโปร่งใสสามารถตรวจสอบได้ ซึ่งกระบวนการจัดหายุทโธปกรณ์เป็นไปตามระเบียบราชการทุกประการ โดยยึดถือประโยชน์ของกองทัพเรือและประเทศชาติเป็นหลัก</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301102009039
3	เลือกนายสาธิต ปิตุเตชะ เป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และพรรคการเมือง 	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">การประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญ</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">พิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง&nbsp;ส.ส.&nbsp;และพรรคการเมือง&nbsp;นัดแรก&nbsp;วันนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ซึ่งเป็นการประชุมเพื่อเลือกบุคคลดำรงตำแหน่งต่างๆ&nbsp;โดยที่ประชุมมีมติเลือกนายสาธิต&nbsp;ปิตุเตชะ&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;เป็นประธานกรรมาธิการฯ&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ขณะที่นายแพทย์&nbsp;ชลน่าน&nbsp;ศรีแก้ว&nbsp;หัวหน้าพรรคเพื่อไทย&nbsp;ย้ำว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ไม่สนับสนุนนายไพบูลย์&nbsp;นิติตะวัน&nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ&nbsp;พรรคพลังประชารัฐ&nbsp;เป็นประธานกรรมาธิการฯ&nbsp;แต่เป็นนายสาธิตพร้อมจะสนับสนุนเพราะถือว่าเป็นฝ่ายบริหาร</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-01-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301114101078
4	สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดสตูล ชี้แจงแนวทางการขับเคลื่อนกิจกรรมต่าง ๆ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 แก่ประธานกรรมการศูนย์ส่งเสริมประชาธิปไตยตำบลและกรรมการศูนย์ส่งเสริมประชาธิปไตยทุกตำบล	<p><strong>สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดสตูล&nbsp;</strong>ชี้แจงแนวทางการขับเคลื่อนกิจกรรมต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;แก่ประธานกรรมการศูนย์ส่งเสริมประชาธิปไตยตำบลและกรรมการศูนย์ส่งเสริมประชาธิปไตยทุกตำบล&nbsp;</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;นายประสิทธิ์&nbsp;เอียดคง&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการ</strong>การเลือกตั้งประจำจังหวัดสตูล&nbsp;เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนกิจกรรมส่งเสริมประชาธิปไตย&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;นกน้ำรีสอร์ท&nbsp;ตำบลควนโพธิ์&nbsp;อำเภอเมืองสตูล&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;พร้อมกล่าวว่า&nbsp;การประชุมฯ&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;เพื่อให้ประธานกรรมการศูนย์ส่งเสริมประชาธิปไตยตำบลและกรรมการศูนย์ส่งเสริมประชาธิปไตยทุกตำบล&nbsp;ได้รับทราบแนวทางการขับเคลื่อนกิจกรรมต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยได้มีการชี้แจงการดำเนินกิจกรรมต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;แก่กลุ่มเป้าหมาย</strong>&nbsp;ดังนี้&nbsp;กิจกรรมอบรมวิทยากรประชาธิปไตยตำบล&nbsp;,&nbsp;การดำเนินกิจกรรมพัฒนาศักยภาพแกนนำเครือข่าย&nbsp;ศูนย์ส่งเสริมประชาธิปไตยตำบล&nbsp;(ศส.ปชต.)&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ไตรมาส&nbsp;,&nbsp;การดำเนินกิจกรรมพัฒนา&nbsp;ศส.ปชต.ต้นแบบ&nbsp;ระดับอำเภอ&nbsp;,&nbsp;การดำเนินกิจกรรม&nbsp;ศส.ปชต.&nbsp;เสริมสร้างหมู่บ้านพลเมืองดีวิถีประชาธิปไตย&nbsp;และการจัดทำข้อมูลกรรมการศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตย&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามแผนปฏิบัติการตามภารกิจต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดสตูลต่อไป&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	สตูล	สวท.สตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301131012105
5	วันแรกของการเปิดระบบศูนย์รับแจ้งความออนไลน์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี เริ่มมีประชาชนเข้าใช้บริการอย่างต่อเนื่อง	"<p><strong>พันตำรวจเอก&nbsp;กฤษณะ&nbsp;พัฒนเจริญ&nbsp;รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;หลังจากศูนย์รับแจ้งความออนไลน์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี&nbsp;ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ&nbsp;เริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่วันนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;มีประชาชนเข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่องและได้ดำเนินการบริหารการรับแจ้งความ&nbsp;พร้อมประสานข้อมูล&nbsp;เพื่อเริ่มกระบวนการสืบสวนสอบสวนตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ซึ่งพลตำรวจเอก&nbsp;สุวัฒน์&nbsp;แจ้งยอดสุข&nbsp;ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ&nbsp;กำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกส่วนดำเนินการอย่างต่อเนื่องจริงจัง&nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน&nbsp;และเป็นการปราบปรามผู้กระทำความผิดอีกส่วนหนึ่ง&nbsp;</p><p><strong>โดยประชาชน&nbsp;สามารถแจ้งความออนไลน์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี</strong>&nbsp;ได้ทางเว็บไซต์&nbsp;<a&nbsp;href=""http://www.thaipoliceonline.com/""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);"">www.thaipoliceonline.com</a>&nbsp;ผ่านทางคอมพิวเตอร์&nbsp;หรือโทรศัพท์สมาร์ทโฟน&nbsp;และทางโทรศัพท์ผ่าน&nbsp;Call&nbsp;center&nbsp;หมายเลข&nbsp;1441&nbsp;หรือโทร&nbsp;081&nbsp;-866-3000&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และประชาชน&nbsp;ยังสามารถไปแจ้งความโดยตรงได้ทุกสถานีตำรวจที่สะดวกเช่นกัน</p><p><br></p><p><br></p>"	2022-01-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.จันทบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301184717306
6	แม่ทัพภาคที่4  ต้อนรับ พลเอก จีรัชญ์ บุญชญา ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ในโอกาสติดตามผลการปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้	<p><strong>พลโท&nbsp;เกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4/</strong>ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;พลเอก&nbsp;จีรัชญ์&nbsp;บุญชญา&nbsp;ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา&nbsp;และคณะ&nbsp;ในโอกาสเดินทางปฏิบัติราชการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;คณะผู้บังคับบัญชาในกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;ณ&nbsp;ห้องรับรอง&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;ค่ายสิรินธร&nbsp;ตำบลเขาตูม&nbsp;อำเภอยะรัง&nbsp;จังหวัดปัตตานี</p><p><strong>สำหรับการลงพื้นที่&nbsp;ของ&nbsp;พลเอก&nbsp;จีรัชญ์&nbsp;บุญชญา</strong>&nbsp;ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา&nbsp;และคณะ&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;เพื่อพบปะเยี่ยมเยียน&nbsp;ให้กำลังใจการทำงานของกำลังพลหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่&nbsp;41&nbsp;และ&nbsp;42&nbsp;สำนักงานพัฒนาภาค&nbsp;4&nbsp;ตรวจเยี่ยมโครงการฟาร์มต้นแบบ&nbsp;ของหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่&nbsp;42&nbsp;(ฟาร์มตัวอย่าง)&nbsp;สอบถามปัญหาข้อขัดข้อง&nbsp;รวมทั้งมอบนโยบาย&nbsp;แนวทางในการปฏิบัติงานในพื้นที่ต่อไป</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา&nbsp;มีหน้าที่ในวางแผนประสานงาน</strong>&nbsp;และดำเนินการเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของชาติ&nbsp;ด้วยการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมจิตวิทยาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;นำยุทธศาสตร์ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร&nbsp;(กอ.รมน.)&nbsp;หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา&nbsp;มาใช้ในการดำเนินงาน&nbsp;เป็นหน่วยงานในด้านการพัฒนาเพื่อความมั่นคง&nbsp;มีการเตรียมความพร้อมด้านทรัพยากรบุคคล&nbsp;ชุมชน&nbsp;และพื้นที่&nbsp;เพื่อป้องกันภัยคุกคามทุกรูปแบบ&nbsp;มีเป้าประสงค์ในการสร้างความเชื่อมั่น&nbsp;ศรัทธาแก่ประชาชน&nbsp;พร้อมสร้างและกระตุ้นความรักชาติ&nbsp;สถาบันพระมหากษัตริย์&nbsp;ตลอดจน&nbsp;พัฒนาคน&nbsp;ชุมชน&nbsp;พื้นที่&nbsp;ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน&nbsp;มีความสมดุลแบบองค์รวมและเกื้อกูลต่อการป้องกันประเทศ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301144139180
7	ไทย เตรียมปรับท่าทีรับมือวิกฤติรัสเซียและยูเครนหลังเริ่มเจรจา พร้อมระบุการประนามไม่ใช่ทางออก	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายดอน&nbsp;ปรมัติวินัย&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ที่ประขุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;วันนี้(1&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ได้พูดคุยถึงปัญหาความขัดแย้งระหว่างยูเครนกับรัสเซีย&nbsp;สำหรับไทยอาจจะต้องมีการปรับท่าทีบางส่วน&nbsp;เพราะเห็นว่าการประนามของหลายฝ่ายไม่ได้ช่วยอะไร&nbsp;ซึ่งไทยจะต้องหาจุดที่สามารถช่วยให้สถานการณ์เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นได้&nbsp;โดยเฉพาะจะต้องหาทางส่งเสริมการพูดคุย&nbsp;ซึ่งขณะนี้มีการพูดคุยกันอยู่&nbsp;ต้องทำให้การพูดคุยมีความต่อเนื่องโดยไม่หยุดนิ่ง&nbsp;ส่วนที่ประธานาธิบดียูเครนสมัครเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปนั้นจะทำให้ท่าทีของการเจรจาจะเข้มข้นขึ้น&nbsp;เป็นลักษณะของการเสริมท่าที&nbsp;ซึ่งเป็นเรื่องปกติแต่จะส่งผลให้การเจรจายากขึ้นตามไปด้วย&nbsp;ดังนั้นต้องจริงจังในการหาทางออกมากกว่าที่จะหาทางเสริมความแกร่งของท่าที&nbsp;เพราะต้องไม่ลืมว่าคนเสียประโยชน์คือคนทั้งโลก&nbsp;ขณะที่ไทยเป็นแค่ส่วนหนึ่งของโลกต้องดูว่าสุดท้ายจะคลี่คลายหรือไม่&nbsp;และผลที่ตามมากับประเทศไทยจะเป็นอย่างไร&nbsp;เพราะหากเป็นเช่นนี้ต่อไป&nbsp;ปัญหาพลังงานจะตามมา&nbsp;รวมถึงเงินเฟ้อจะสูงขึ้น</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">อย่างไรก็ตาม&nbsp;มองว่ารัสเซียอยากจะเจรจากับยูเครนจากท่าทีที่ผ่านมาวานนี้&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">(28&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;แต่อยู่ที่ว่าจะรับท่าทีตรงไหนและต้องดูปัจจัยองค์ประกอบแทรกซ้อน&nbsp;ขอให้ติดตามเรื่องดังกล่าวให้ดีจะได้เห็นการเจราจรระดับโลกและนี่คือปัญหาการเมืองที่ไม่ได้มีแค่ปัญหาเฉพาะหน้าแต่มีปัญหาที่ซุกซ่อนอยู่เป็นจำนวนมาก</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-01-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301184433303
8	ตม.ระนอง ส่งกลับผู้ต้องกักชาวเมียนมา 129 คน กลับประเทศภายหลังคดีสิ้นสุด	<p><strong>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่ท่าเรือศุลกากร&nbsp;ต.ปากน้ำ&nbsp;อ.เมืองระนอง</strong>&nbsp;จ.ระนอง&nbsp;นายสมเกียรติ&nbsp;ศรีษะเนตร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;พ.ต.อ.สมชาย&nbsp;จิตสงบ&nbsp;ผกก.ตม.จว.ระนอง&nbsp;เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง&nbsp;และหน่วยงานความมั่นคง&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;นายอู&nbsp;เย&nbsp;ลิน&nbsp;แท๊ะ&nbsp;ผู้ช่วยทูตแรงงานสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา&nbsp;ประจำประเทศไทย&nbsp;เพื่อส่งกลับผู้ต้องกักชาวเมียนมาซึ่งอยู่ที่อาคารผู้ต้องกักทั้งหมด&nbsp;129&nbsp;คน&nbsp;ชาย&nbsp;33&nbsp;หญิง&nbsp;96&nbsp;คน&nbsp;กลับประเทศทางจังหวัดเกาะสอง&nbsp;โดยได้มีการจัดเรือยนต์หางยาว&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;ลำ&nbsp;มารับผู้ต้องกักดังกล่าวฯ</p><p><strong>พ.ต.อ.สมชาย&nbsp;จิตสงบ&nbsp;ผกก.ตม.จว.ระนอง&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ผู้ต้องกักชาวเมียนมาที่มีการส่งกลับในวันนี้&nbsp;จำนวน&nbsp;129&nbsp;คน&nbsp;ชาย&nbsp;33&nbsp;คน&nbsp;หญิง&nbsp;96&nbsp;คน&nbsp;ถูกกักตัวมาแล้วไม่ต่ำกว่า&nbsp;4&nbsp;เดือน&nbsp;ทุกคนปลอดจากเชื้อโควิด-19&nbsp;เป็นผู้ต้องกักที่อยู่ที่อาคารกักตัวที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดระนองทั้งหมด&nbsp;โดยเป็นการประสานงานของทางการไทยกับทางการเมียนมา&nbsp;ซึ่งล่าสุดทางการเมียนมาตอบรับให้ส่งกลับมาได้ทั้งหมด</p><p><strong>นายสมเกียรติ&nbsp;ศรีษะเนตร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จังหวัดระนองได้มีมาตรการที่เข้มงวดในการสกัดกั้นแรงงานผิดกฎหมายจากประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;และปฎิบัติตามขั้นตอนทางกฏหมายโดยมีการจัดวางกำลังทั้งพลเรือน&nbsp;ทหาร&nbsp;และตำรวจ&nbsp;ในการเพื่อป้องกันชายแดนถึง&nbsp;3&nbsp;ชั้น&nbsp;คือชั้นนอก&nbsp;ชั้นกลาง&nbsp;และชั้นใน&nbsp;จากความเข้มงวดดังกล่าวทำให้สามารถจับกุมผู้ลักลอบเข้าเมืองได้บ่อยครั้ง&nbsp;ทำให้ขบวนการดังกล่าวมีการเปลี่ยนเส้นทางไปใช้เส้นทางอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ในการลักลอบหลบหนีเข้าเมือง</p><p><strong>ซึ่งทางเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;จะต้องมีความเข้มงวดมากขึ้น</strong>ในเรื่องของแรงงานผิดกฎหมาย&nbsp;จึงต้องขอความร่วมมือไปยังผู้ประกอบการทั้งภาคการเกษตร&nbsp;อุตสาหกรรมต่อเนื่องอาชีพประมง&nbsp;ผู้ประกอบการรายย่อย&nbsp;รวมทั้งแรงงานต่างด้าวด้วย&nbsp;ขอให้ใช้แรงงานที่ถูกกฎหมายจะได้ไม่มีปัญหาตามมาภายหลัง&nbsp;ซึ่งจังหวัดระนองยังต้องการในส่วนแรงงานต่างด้าวถูกกฎหมายจำนวนมาก&nbsp;และเน้นย้ำมาตรการด้านแรงงานทุกภาคส่วนยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่องและเข้มข้น</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>&nbsp;ส.ปชส.ระนอง/ภาพ/ข่าว</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	ระนอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระนอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301161015230
9	ศอ.บต. ประชุมเตรียมการต้อนรับเอกอัครราชทูตนานาชาติในโอกาสมาเยือนจังหวัดชายแดนภาคใต้	<p><strong>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ที่ห้องประชุมปัญจเพชร</strong>&nbsp;ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(ศอ.บต.)&nbsp;นายสมชาย&nbsp;เกียรติ์ภราดร&nbsp;ผู้อำนวยการกองบริหารยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;เป็นประธานการประชุมเตรียมการต้อนรับเอกอัครราชทูตนานาชาติในโอกาสมาเยือนจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;โดยการนำคณะของกระทรวงการต่างประเทศหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;โดยมี&nbsp;นายทศพล&nbsp;สวัสดิสุข&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&nbsp;รองประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด&nbsp;หัวหน้าสำนักงานในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ตลอดจน&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มงานบริหารยุทธศาสตร์การสื่อสารสร้างความเข้าใจที่ดี&nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม</p><p><strong>สืบเนื่องจาก&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ได้รับการประสานจากทางกระทรวงการต่างประเทศ</strong>ว่ามีคณะทูตานุทูตมาเยือนจังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อศึกษาเยี่ยมชมสถานที่สำคัญในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ด้านการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;โดยมีเป้าหมายที่จะสื่อสารในเรื่องของภาพลักษณ์และการสื่อสารสร้างความเข้าใจที่ดีระหว่างประเทศ&nbsp;และสร้างโอกาสความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจและสังคมระหว่างพื้นที่กับโลกมุสลิม&nbsp;ซึ่งหลังจากได้รับการประสาน&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;จึงหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และครั้งนี้เป็นการประชุมหารือครั้งที่&nbsp;2&nbsp;เพื่อหาข้อสรุป&nbsp;และให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์เพื่อขับเคลื่อนงานครั้งนี้ให้ประสบผลสำเร็จ</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไข</strong>ปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ในมิติต่างประเทศตามแผนโครงการสานสัมพันธ์สร้างความเข้าใจภายในและต่างประเทศเพื่อสร้างการรับรู้อันดี&nbsp;แก่องค์การระหว่างประเทศที่ขับเคลื่อนงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;รวมไปถึงนานาชาติ&nbsp;เกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;รวมทั้งเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่เยาวชนไทยจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ศึกษายังต่างประเทศเกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาลในการดูแลประชาชนทุกกลุ่ม&nbsp;อย่างเท่าเทียม&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของกลุ่มบุคคล&nbsp;อันได้แก่&nbsp;ชมรม/สมาคมนักศึกษาไทย</strong>&nbsp;&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้ในต่างประเทศ&nbsp;ให้มีการเสนอความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในการดูแลและช่วยเหลือนักศึกษาไทยในต่างประเทศให้บรรลุผลเป็นรูปธรรม&nbsp;รวมทั้งสร้างความสัมพันธ์ระหว่างนักศึกษาไทย&nbsp;&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่สำเร็จการศึกษาในต่างประเทศและประชาชนในภาคส่วนต่างๆเพื่อร่วมกันพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301164349256
10	ครม.อนุมัติ  2,000 ล้านบาท ให้กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เร่งแก้ไขปัญหาหนี้เกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย 3,425 ราย	<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;เผยที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;มีมติอนุมัติงบกลาง&nbsp;วงเงิน&nbsp;2,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;รายการเงินสำรองจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น&nbsp;ให้กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;เพื่อดำเนินการ&nbsp;ดังนี้</p><p><strong>-ค่าใช้จ่ายในการบริหารสำนักงานฯ&nbsp;ไตรมาสที่&nbsp;3-4&nbsp;</strong>(งบบุคลากร&nbsp;งบดำเนินงาน)&nbsp;วงเงิน&nbsp;230.38&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>-การแก้ไขปัญหาหนี้เกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;3,425&nbsp;ราย</strong>&nbsp;วงเงิน&nbsp;1,500&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>-การฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;42,034&nbsp;ราย&nbsp;776&nbsp;องค์กร</strong>&nbsp;วงเงิน&nbsp;267.62&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรจัดตั้งโดย&nbsp;พ.ร.บ.&nbsp;กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2542&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อ&nbsp;</strong>1)&nbsp;ส่งเสริมและสนับสนุนการรวมกลุ่มของเกษตรกรในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและแก้ไขปัญหาของเกษตรกร&nbsp;2)&nbsp;ส่งเสริมและสนับสนุนการฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพเกษตรกรรม&nbsp;3)&nbsp;พัฒนาความรู้ด้านเกษตรกรรม&nbsp;และ&nbsp;4)&nbsp;พัฒนาศักยภาพในการพึ่งพาตนเองของเกษตรกร&nbsp;และแก้ไขปัญหาหนี้เกษตรกร&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>ซึ่งในระยะเวลา&nbsp;3&nbsp;ปีที่ผ่านมา&nbsp;คือตั้งแต่ปี&nbsp;2563-2565</strong>&nbsp;กองทุนฯ&nbsp;ไม่ได้รับจัดสรรงบฯ&nbsp;จึงทำให้ในปี&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;กองทุนฯ&nbsp;มีงบฯ&nbsp;ไม่เพียงพอในการดำเนินการ&nbsp;จึงจำเป็นต้องขอรับสนับสนุน&nbsp;งบกลางฯ&nbsp;กรอบวงเงิน&nbsp;2,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อดำเนินการดังกล่าว&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินของพี่น้องเกษตรกร&nbsp;ตามนโยบายและข้อสั่งการของพลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอย่างเร่งด่วนต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301190730311
11	อำเภอเบตงจัดกิจกรรมฝึกทบทวนด้านยุทธวิธี ให้แก่กำลังชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.)	<p><strong>วันนี้&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่อาคารอเนกประสงค์&nbsp;อบต.ตาเนาะแมเราะ&nbsp;</strong>ม.4&nbsp;ต.ตาเนาะแมเราะ&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;นายเอก&nbsp;ยังอภัย&nbsp;ณ&nbsp;สงขลา&nbsp;นายอำเภอเบตง/ผอ.ศปก.อ.เบตง&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมฝึกทบทวนด้านยุทธวิธี&nbsp;ให้แก่กำลังชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน&nbsp;(ชรบ.)&nbsp;ตามโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;เพื่อเสริมสร้างความเข็มแข็งให้แก่ชุด&nbsp;ชรบ.&nbsp;</p><p><strong>โดยเฉพาะทักษะในการใช้อาวุธปืนและยุทธวิธีต่างๆ</strong>&nbsp;สามารถดูแลความสงบเรียบร้อยของหมู่บ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนในท้องถิ่น&nbsp;รวมทั้งสังเกต&nbsp;และตรวจสอบบุคคลต้องสงสัย&nbsp;และสามารถรับมือในการแก้ไขเฉพาะหน้า&nbsp;การแจ้งข่าวสารแก่ทางราชการได้อย่างรวดเร็ว</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีการให้ความรู้ในการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด</strong>&nbsp;อาชญากรรม&nbsp;และภารกิจที่สำคัญอื่นๆ&nbsp;ของทางราชการอีกด้วย&nbsp;โดยมี&nbsp;ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง&nbsp;ปลัดอำเภอประจำตำบลตาเนาะแมเราะ&nbsp;ปลัดอำเภอกลุ่มงานความมั่นคง&nbsp;กำนันตำบลตาเนาะแมเราะ&nbsp;และผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ตำบลตาเนาะแมเราะ&nbsp;เข้าร่วมในพิธี&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-01-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301214849372
12	ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 2 จัดโครงการสร้างความรับรู้ในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พร้อมส่งเสริมให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(2&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ณ&nbsp;มัสยิดบ้านบ่อโซน&nbsp;ตำบลสะกอม&nbsp;อำเภอจะนะ&nbsp;</strong>จังหวัดสงขลา&nbsp;นายอำพล&nbsp;พงศ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการสร้างความรับรู้ในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;โดยมีพลเรือตรีสุรศักดิ์&nbsp;ประทานวรปัญญา&nbsp;รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล&nbsp;ภาค&nbsp;2&nbsp;นาวาเอก&nbsp;รังสรรค์&nbsp;คำกลัด&nbsp;รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ว่าที่พันตรียุทธนา&nbsp;เจ้าดูรี&nbsp;นายอำเภอจะนะ&nbsp;ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ผู้นำทางศาสนา&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;ชาวประมงพื้นบ้านและชาวบ้านในพื้นที่เข้าร่วม</p><p><strong>ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล&nbsp;ภาค&nbsp;2&nbsp;</strong>มีภารกิจหน้าที่รับผิดชอบในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลในเขตพื้นที่ความรับผิดชอบ&nbsp;พื้นที่ฝั่งอ่าวไทยตอนล่างกว่า&nbsp;100,000&nbsp;ตารางกิโลเมตร&nbsp;และชายฝั่งทะเล&nbsp;5&nbsp;จังหวัด&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;สงขลา&nbsp;ปัตตานี&nbsp;และนราธิวาส&nbsp;โดยวัตถุประสงค์ของการจัดโครงการในครั้งนี้&nbsp;เพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารให้ประชาชนรับรู้ความสำคัญของผลประโยชน์ของชาติทางทะเล&nbsp;สิทธิอธิปไตย&nbsp;เขตอำนาจและสิทธิในการแสวงหาและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในเขตทางทะเลพื้นที่ต่างๆ&nbsp;และการรักษาไว้ซึ่งผลประโยชน์ของชาติทางทะเล&nbsp;รวมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาต่างๆ&nbsp;ที่กระทบต่อผลประโยชน์ของชาติทางทะเล&nbsp;</p><p><strong>ด้านนายอำพล&nbsp;พงศ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ผลประโยชน์ของชาติทางทะเลนั้น&nbsp;หมายถึง&nbsp;ผลประโยชน์ของประเทศไทย&nbsp;ที่ได้รับจากกิจกรรมทางทะเลในรูปแบบต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;การพาณิชยนาวี&nbsp;การประมง&nbsp;การท่องเที่ยว&nbsp;การแสวงประโยชน์จากทรัพยากรที่ไม่มีชีวิต&nbsp;การวางสายเคเบิลหรือท่อใต้ทะเล&nbsp;การอนุรักษ์และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;หรือการสํารวจและวิจัย&nbsp;วิทยาศาสตร์ทางทะเลในเขตทางทะเลไทย&nbsp;หรือประโยชน์อื่นใดในเขตทางทะเล&nbsp;ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมเพื่อให้เกิดประโยชน์ในทุกๆ&nbsp;ด้าน&nbsp;และจะทำให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางทะเล&nbsp;ได้รับรู้สิทธิประโยชน์ภายใต้กรอบของกฎหมายและนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิต&nbsp;เศรษฐกิจของจังหวัดสงขลาให้ยั่งยืนส่งต่อถึงลูกหลานต่อไป</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;ได้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้พูดคุย&nbsp;สอบถาม&nbsp;</strong>และเสนอแนะข้อคิดเห็นต่างๆ&nbsp;เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลและให้การช่วยเหลือ&nbsp;อาทิ&nbsp;การขุดลอกร่องน้ำในช่วงเวลาที่เหมาะสม&nbsp;การแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลในฤดูน้ำหลาก&nbsp;การเพิ่มแผงกั้นคลื่นบริเวณจุดจอดเรือของชาวประมงพื้นบ้าน&nbsp;ตลอดจนการช่วยเหลือและชดเชยชาวประมงในช่วงฤดูมรสุม&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ทั้งนี้เพื่อให้การขับเคลื่อนและพัฒนาพื้นที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ศิริลักษณ์&nbsp;แคล้วคลาด/ข่าว-ภาพ&nbsp;2&nbsp;มี.ค.&nbsp;65</p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND<span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></strong></p>"	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	สงขลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302143813613
13	ตำรวจ PCT ทลายเครือข่ายหลอกเล่นการพนัน มูลค่าความเสียหายกว่า 20 ล้านบาท	<p><strong>พลตำรวจตรี&nbsp;ไตรรงค์&nbsp;ผิวพรรณ&nbsp;รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล</strong>&nbsp;ในฐานะหัวหน้าชุดปฎิบัติการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ&nbsp;สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&nbsp;หรือศูนย์&nbsp;PCT&nbsp;ชุดที่&nbsp;4&nbsp;&nbsp;พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่เข้าปฎิบัติการทลายเครือข่ายพนัน&nbsp;หลังสืบทราบว่า&nbsp;มีผู้ร่วมกันเปิดเว็บไซต์พนันออนไลน์&nbsp;ภายใต้ชื่อ&nbsp;UFABET&nbsp;และยังมีพฤติการณ์หลอกปั่นบาคารา&nbsp;โดยลวงให้ประชาชนทั่วไปเข้ามาเล่นพนัน&nbsp;แต่เมื่อแทงพนันได้เงินแล้ว&nbsp;&nbsp;กลับหักเงินไว้ไม่ยอมจ่ายอ้างว่า&nbsp;ต้องจ่ายค่าธรรมเนียม&nbsp;หรือบางรายก็ปิดเว็บหนีไป&nbsp;โดยปฏิบัติครั้งนี้&nbsp;มีการนำกำลังตำรวจ&nbsp;PCT&nbsp;เข้าตรวจค้น&nbsp;10&nbsp;จุด&nbsp;ใน&nbsp;5&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;ปทุมธานี&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;ชัยภูมิ&nbsp;และนครสวรรค์&nbsp;</p><p><strong>สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้&nbsp;17&nbsp;คน</strong>&nbsp;ยึดของกลาง&nbsp;25&nbsp;รายการ&nbsp;&nbsp;อาทิ&nbsp;คอมพิวเตอร์&nbsp;&nbsp;10&nbsp;เครื่อง&nbsp;&nbsp;โทรศัพท์มือถือ&nbsp;18&nbsp;เครื่อง&nbsp;อาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุนปืน&nbsp;บัญชีธนาคารจำนวนมาก&nbsp;มูลค่าความเสียหายประมาณ&nbsp;20&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</p><p><strong>โดยแจ้งข้อหา&nbsp;ร่วมกันจัดให้มีการเล่น&nbsp;หรือทำอุบายล่อ</strong>&nbsp;ช่วยประกาศโฆษณา&nbsp;หรือชักชวนโดยทางตรง&nbsp;หรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่น&nbsp;หรือเข้าพนัน&nbsp;ในการเล่นพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน&nbsp;โดยทุจริต&nbsp;หรือโดยหลอกลวง&nbsp;นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์&nbsp;ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน&nbsp;หรือปลอม&nbsp;ไม่ว่าทั้งหมด&nbsp;หรือบางส่วน&nbsp;หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ&nbsp;โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน</p><p><br></p><p><br></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.จันทบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302154252664
14	สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ส่งมอบผลงานวิจัยพัฒนาหุ่นยนต์เก็บกู้วัตถุระเบิดฯแก่ กอ.รมน.ภาค 4 สน.	<p><strong>สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ&nbsp;หรือ&nbsp;สทป.&nbsp;</strong>นำโดย&nbsp;พลเอก&nbsp;ชูชาติ&nbsp;บัวขาว&nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ&nbsp;พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร&nbsp;นักวิจัยและเจ้าหน้าที่&nbsp;สทป.&nbsp;&nbsp;ดำเนินการส่งมอบต้นแบบหุ่นยนต์เก็บกู้วัตถุระเบิด&nbsp;โครงการวิจัยและพัฒนาหุ่นยนต์เก็บกู้วัตถุระเบิด&nbsp;(EOD&nbsp;ROBOT)&nbsp;และโครงการงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบสารสนเทศแบบรวมศูนย์และโปรแกรมประยุกต์&nbsp;สำหรับเจ้าหน้าที่หน่วยงานด้านความมั่นคงเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;โดยมี&nbsp;พลตรี&nbsp;อุทิศ&nbsp;อนันตนานนท์&nbsp;รองแม่ทัพภาคที่&nbsp;4/รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;เป็นผู้รับมอบ&nbsp;ซึ่งมี&nbsp;พลตรี&nbsp;วรเศรษฐ์&nbsp;เจริญพล&nbsp;รองผู้อำนวยการสำนักการข่าว&nbsp;กอ.รมน.ภาค&nbsp;4&nbsp;สน.,&nbsp;พันเอก&nbsp;ยุทธนา&nbsp;ไชยสมบัติ&nbsp;ผู้บังคับหน่วยทำลายล้างวัตถุระเบิดอโณทัย,ผู้บังคับหน่วยที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;1&nbsp;กอ.รมน.ภาค&nbsp;4&nbsp;สน.&nbsp;ค่ายสิรินธร&nbsp;ต.เขาตูม&nbsp;อ.ยะรัง&nbsp;จ.ปัตตานี</p><p><strong>พลเอก&nbsp;ชูชาติ&nbsp;บัวขาว&nbsp;ผอ.สปท.&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;มีความมั่นใจกับ&nbsp;กอ.รมน.ภาค&nbsp;4&nbsp;สน.</strong>&nbsp;และนักรบกล้าทุกคนที่ได้ปกป้องด้ามขวานของเราทำให้ส่วนกลางมีความอุ่นใจ&nbsp;วันนี้ได้มาร่วมส่งมอบต้นแบบงานวิจัยเกิดขึ้น&nbsp;จากความร่วมมือระหว่าง&nbsp;สทป.&nbsp;และ&nbsp;กอ.รมน.ภาค&nbsp;4&nbsp;สน.&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;โครงการ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;โครงการระบบสารสนเทศแบบรวมศูนย์และโปรแกรมประยุกต์&nbsp;และโครงการหุ่นยนต์เก็บกู้วัตถุระเบิด&nbsp;ได้ร่วมกันวิจัยและพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2559&nbsp;</p><p><strong>โดยเริ่มต้นจากการหาโจทย์ร่วมกัน&nbsp;ศึกษาแนวทางปฏิบัติกับภาคส่วนต่าง&nbsp;ๆ</strong>&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถาบันการศึกษาด้วยการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์&nbsp;รวมถึงร่วมกันทดสอบ&nbsp;ทดลอง&nbsp;และประเมินผล&nbsp;ได้มาซึ่งต้นแบบงานวิจัยและพัฒนาในวันนี้&nbsp;อีกทั้งเป็นต้นแบบงานวิจัยฯ&nbsp;ถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่&nbsp;สทป.สามารถขับเคลื่อนผลงานวิจัยและพัฒนาไปสู่อุตสาหกรรมป้องกันประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;ตอบสนองนโยบาย&nbsp;Thailand&nbsp;4.0&nbsp;และการส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ&nbsp;เป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายที่&nbsp;11&nbsp;(S&nbsp;-&nbsp;Curve&nbsp;11)&nbsp;ของรัฐบาลมีเป้าหมายการยกระดับประเทศไทยให้เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศในระดับภูมิภาค&nbsp;ตอบสนองความต้องการของกองทัพไทยและพันธมิตรอาเซียน&nbsp;ประยุกต์เทคโนโลยีป้องกันประเทศไปสู่การใช้งานในภาคอุตสาหกรรมหรือผลิตผลิตภัณฑ์ใหม่&nbsp;ๆ&nbsp;ของภาคเอกชน&nbsp;ซึ่งมีผลต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตประจำวันส่งผลต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจนำไปสู่การสร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;ความอยู่ดีกินดีให้กับประชาชน</p><p><strong>ด้าน&nbsp;พลตรี&nbsp;อุทิศ&nbsp;อนันตนานนท์&nbsp;รองแม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;กล่าวว่าขอบคุณทาง&nbsp;สปท.</strong>&nbsp;ที่ได้สนับสนุนหน่วยทหารในพื้นที่&nbsp;จชต.&nbsp;ในการดำเนินงานของ&nbsp;สปท.ที่เป็นนวัตกรรมระดับสูง&nbsp;&nbsp;คิดค้นตามความต้องการต่อการใช้งานจริงมีความรู้ความสามารถดำเนินงานด้วยความรวดเร็ว&nbsp;ซึ่งเป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วนทั้ง&nbsp;สถาบันการศึกษา&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และภาครัฐ&nbsp;โดยที่ผ่านมาได้ร่วมลงนามความร่วมมือฯดำเนินงานอย่างต่อเนื่องจำนวน&nbsp;5&nbsp;ครั้ง&nbsp;หลังจากรับมอบในครั้งนี้จะได้ส่งมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำไปใช้ในการปฏิบัติงานในหน้าที่ต่อไป</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ภายในพิธีมีการรายการถึงความร่วมมือของฯ&nbsp;(MOA)&nbsp;</strong>และขีดความสามารถของการใช้หุ่นยนต์เก็บกู้วัตถุระเบิด&nbsp;และผลงานวิจัยพัฒนาระบบสารสนเทศแบบรวมศูนย์โปรแกรมประยุกต์&nbsp;ซึ่งมี&nbsp;3&nbsp;ระบบ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ระบบอ่านป้ายทะเบียนยานพาหนะแบบเคลื่อนย้ายได้ที่มีประสิทธิภาพสูง&nbsp;(eMLPR)&nbsp;สำหรับด่านลอย,&nbsp;ระบบตรวจสอบป้ายทะเบียนยานพาหนะสำหรับใช้โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน&nbsp;(Smart&nbsp;Phone)&nbsp;และ&nbsp;Smart&nbsp;Phone&nbsp;ต้นแบบพร้อมใช้งาน,ระบบวิเคราะห์และแสดงผล&nbsp;เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจด้านยุทธการหรือการข่าว&nbsp;รวมถึงสรุปผลการฝึกอบรมการใช้ผลงานวิจัยเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพพร้อมในการปฏิบัติงานจริง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302155010667
15	การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) สังกัด กองบังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดอำนาจเจริญ	<p><strong>วันนี้&nbsp;(2&nbsp;มีนาคม.&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;07.00-12.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;กองร้อยอาสารักษาดินแดน</strong>จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ที่&nbsp;1&nbsp;นายกองเอก&nbsp;ฤทธิสรรค์&nbsp;เทพพิทักษ์&nbsp;หัวหน้าฝ่ายอำนวยการ&nbsp;กองบังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ได้เป็นประธานในการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย&nbsp;สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน&nbsp;(อส.)&nbsp;สังกัด&nbsp;กองบังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ทั้ง&nbsp;8&nbsp;กองร้อย&nbsp;มีจำนวนยอดกำลังพลรวมทั้งสิ้น&nbsp;138&nbsp;นาย&nbsp;</p><p><strong>โดยกองบัญชาการกำหนดจัดการทดสอบสมรรถภาพร่างกายปีละ&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;</strong>มีการทดสอบ&nbsp;ดันพื้น&nbsp;,&nbsp;ลุกนั่ง&nbsp;และ&nbsp;วิ่ง&nbsp;ระยะทาง&nbsp;2&nbsp;ก.ม.&nbsp;ตามช่วงอายุตัว&nbsp;ในการนี้&nbsp;ท่าน&nbsp;ผบช.&nbsp;ได้กล่าวให้โอวาทแก่กำลังพล&nbsp;อส.&nbsp;ทั้งในส่วน&nbsp;กฎระเบียบวินัย&nbsp;,&nbsp;การฝึกทบทวนระเบียบแถว&nbsp;บุคคลท่ามือเปล่า&nbsp;บุคคลประกอบอาวุธปืน&nbsp;,&nbsp;การปฏิบัติหน้าที่&nbsp;,&nbsp;การดูแลสุขภาพร่างกาย&nbsp;ตลอดจนการใช้ชีวิตของครอบครัว&nbsp;เพื่อทำงานรับใช้พี่น้องประชาชน&nbsp;การบำบัดทุกข์&nbsp;บำรุงสุข&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>Cr#กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดอำนาจเจริญ</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302193042803
16	นายอำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ผบ.ร้อย อส.อ.โคกโพธิ์ ที่ 4 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสร้างขวัญกำลังใจแก่กำลังพลชุดคุ้มครองตำบล (ชคต.) ในพื้นที่	<p><strong>นายกองโท&nbsp;อับดุลการีม&nbsp;ยีดำ&nbsp;ผบ.ร้อย&nbsp;อส.อ.โคกโพธิ์&nbsp;ที่&nbsp;4&nbsp;</strong>ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกำลังพลชุดคุ้มครองตำบล&nbsp;(ชคต.)&nbsp;เพื่อตรวจเยี่ยม&nbsp;รับทราบปัญหาข้อขัดข้อง&nbsp;และสร้างขวัญกำลังใจแก่กำลังพล&nbsp;และเน้นย้ำการปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ&nbsp;ดังนี้</p><p><strong>โดย&nbsp;ผบ.ร้อย&nbsp;อส.อ.โคกโพธิ์&nbsp;ที่&nbsp;4&nbsp;ได้เน้นย้ำการปฏิบัติในการรักษาความปลอดภัยประชาชน</strong>ในพื้นที่รับผิดชอบ&nbsp;การรักษาความปลอดภัยฐานปฏิบัติการ&nbsp;เนื่องจากยังคงมีภาพข่าวความเคลื่อนไหวของกลุ่ม&nbsp;ผกร.ลอบก่อเหตุฐานปฏิบัติการที่มีการเฝ้าระวังต่ำ&nbsp;ให้มีการลาดตระเวนรอบฐานปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง&nbsp;การตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด&nbsp;การ&nbsp;รปภ.สถานที่ราชการ&nbsp;และบุคคลเป้าหมายอ่อนแอ&nbsp;การระวังตัวเองไม่ตั้งอยู่ในความประมาท&nbsp;รวมถึงเน้นย้ำเรื่องระเบียบวินัย&nbsp;เรื่องยาเสพติด&nbsp;และการปฏิบัติตนเองในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;พร้อมนี้&nbsp;ได้มอบของเยี่ยมเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่กำลังพล&nbsp;&nbsp;โดยมี&nbsp;เจ้าหน้าที่ทหารโครง&nbsp;และกำลังพลชุดคุ้มครองตำบล&nbsp;(ชคต.)&nbsp;ให้การต้อนรับ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	2022-02-03T00:00:00	ภาคใต้	ปัตตานี	สวท.ปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302225322871
17	โฆษกรัฐบาล มั่นใจเสถียรภาพทางเศรษฐกิจไทยแข็งแกร่ง ชี้ทุนสำรองระหว่างประเทศสูง	<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จากตัวเลขทางเศรษฐกิจ&nbsp;ชี้ให้เห็นว่า&nbsp;ประเทศไทยมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งทั้งด้านฐานะการคลังและฐานะการเงิน&nbsp;โดยสัดส่วนหนี้สาธารณะ&nbsp;ณ&nbsp;สิ้นเดือนธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;อยู่ที่ร้อยละ&nbsp;59.88&nbsp;ต่อ&nbsp;GDP&nbsp;ซึ่งยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง&nbsp;ทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับสูง&nbsp;ณ&nbsp;สิ้นเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;อยู่ที่&nbsp;242,772.44&nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ&nbsp;และมีสัดส่วนทุนสำรองระหว่างประเทศต่อหนี้ต่างประเทศระยะสั้นสูงถึง&nbsp;3&nbsp;เท่า&nbsp;อีกทั้งดุลบัญชีเดินสะพัดปี&nbsp;2565&nbsp;คาดว่าจะกลับมาเกินดุลได้เล็กน้อยตามการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว&nbsp;รัฐบาลยังมีเงินคงคลังเพียงพอต่อการใช้จ่ายที่จำเป็นและความสามารถในการชำระหนี้ของรัฐบาลยังอยู่ในเกณฑ์ดี</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;วิกฤตรัสเซีย-ยูเครน</strong>&nbsp;ส่งผลกระทบต่อตลาดหลักทรัพย์ไทยในช่วงที่ผ่านมายังค่อนข้างน้อยและเป็นไปเพียงในระยะสั้น&nbsp;นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;สถานเงินทุนสุทธิของนักลงทุนต่างชาติไหลเข้าในตลาดหลักทรัพย์ที่&nbsp;81,356.8&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ในส่วนค่าเงินบาทยังคงมีความแข็งแกร่ง&nbsp;เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาทิศทางค่าเงินบาทโดยรวมยังปรับตัวแข็งค่าขึ้นที่ร้อยละ&nbsp;2.10&nbsp;จากต้นปี&nbsp;2565&nbsp;จากแผนการเปิดประเทศและตามสถานะเงินลงทุนสุทธิของนักลงทุนต่างชาติที่ไหลเข้าในตลาดหลักทรัพย์และตลาดพันธบัตรไทย&nbsp;ด้านการส่งออก&nbsp;ในเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;พบว่าการส่งออกในเดือนนี้ขยายตัวร้อยละ&nbsp;8&nbsp;มีมูลค่า&nbsp;21,258.6&nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ&nbsp;</p><p><strong>ส่วนมูลค่านำเข้าขยายตัวร้อยละ&nbsp;20.5</strong>&nbsp;มีมูลค่า&nbsp;23,785&nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ&nbsp;และยังมีการประเมินว่า&nbsp;ปัญหาสงครามการระหว่างรัสเซีย-ยูเครนจะยังไม่กระทบกับการส่งออกไทยในช่วงเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;เนื่องจาก&nbsp;รัสเซียและยูเครนไม่ใช่ประเทศคู่ค้าหลักของไทย&nbsp;</p><p><strong>หากวิกฤตรัสเซียยูเครน&nbsp;สามารถยุติลงได้โดยเร็ว</strong>&nbsp;มั่นใจว่า&nbsp;เศรษฐกิจไทยจะยังคงจะสามารถขยายตัวทั้งปี&nbsp;ที่ร้อยละ&nbsp;3.5-4.5&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;ได้ตามเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303102024946
18	คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ออกแถลงการณ์ ต่อสถานการณ์ในยูเครน ห่วงสวัสดิภาพคนไทยและยูเครน เรียกร้องทุกฝ่ายยุติการใช้ความรุนแรง เดินหน้าแก้ปัญหาอย่างสันติผ่านการหารือ และช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม	<p><strong>คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ&nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&nbsp;ที่มี&nbsp;นายศราวุธ&nbsp;เพชรพนมพร&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;กมธ.ได้ออกแถลงการณ์ต่อสถานการณ์ในยูเครน</strong>&nbsp;โดยระบุว่า&nbsp;คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ&nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&nbsp;ได้ติดตามสถานการณ์ในยูเครนอย่างใกล้ชิด&nbsp;ตลอดจนสวัสดิภาพและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนชาวยูเครนและประเทศในภูมิภาค&nbsp;ด้วยความห่วงกังวลอย่างยิ่ง&nbsp;และขอแสดงความเสียใจอย่างสุดชี้งไปยังครอบครัวของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้&nbsp;และขอสนับสนุนให้มีการให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมที่จำเป็นแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยเร็วที่สุด&nbsp;คณะกรรมาธิการฯ&nbsp;มีความเห็นว่า&nbsp;การใช้กำลังทหารคุกคามหรือการใช้กำลังต่อบูรณภาพแห่งอาณาเขต&nbsp;หรือเอกราชทางการเมืองของรัฐใด&nbsp;ๆ&nbsp;ถือเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎบัตรสหประชาชาติที่ทุกประเทศยึดถือ</p><p><strong>คณะกรรมาธิการฯ&nbsp;ขอให้กระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;ให้ความช่วยเหลือคนไทยในยูเครนและนำคนไทย&nbsp;อพยพจากยูเครนไปยังสถานที่ที่ปลอดภัยโดยเร็ว</strong>&nbsp;และขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมกันประคับประคองสถานการณ์ไม่ให้ลุกลามไปมากกว่านี้&nbsp;โดยยุติการใช้ความรุนแรง&nbsp;กำลังทหาร&nbsp;และการโจมตีซึ่งกันและกัน&nbsp;และหันหน้าเข้าหากันเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ด้วยสันติวิธีผ่านการเจรจาพูดคุยโดยเร็วที่สุด&nbsp;เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนของทุกประเทศที่เกี่ยวข้อง&nbsp;</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303100942933
19	เอกอัครราชทูต ณ กรุงวอร์ซอ ยืนยัน จะเร่งให้ความช่วยเหลือคนไทยในยูเครนอย่างต่อเนื่องหลังสถานการณ์ตึงเครียดมากขึ้น โดยเฉพาะ คนไทยอีกบางส่วนที่ยังติดค้าง	<p><strong>นายเชษฐพันธ์&nbsp;มากสัมพันธ์&nbsp;เอกอัครราชทูต&nbsp;ณ&nbsp;กรุงวอร์ซอ&nbsp;ยืนยันว่า</strong>&nbsp;จะเร่งดำเนินการช่วยเหลืออพยพคนไทยที่ยังตกค้างอยู่ในประเทศยูเครนออกมาให้ได้อย่างปลอดภัย&nbsp;โดยเฉพาะ&nbsp;คนไทยที่ยังติดค้างอยู่ที่เมืองมิกโคลาอีฟ&nbsp;อีก&nbsp;7&nbsp;คน&nbsp;เนื่องจาก&nbsp;สถานการณ์ภายในเมืองยังไม่ปลอดภัยซึ่งได้มีการประสานนายจ้างของคนไทยกลุ่มนี้&nbsp;ช่วยดูแลอย่างใกล้ชิด&nbsp;และจะช่วยเหลือออกมาในโอกาสแรกที่สถานการณ์เอื้ออำนวย&nbsp;ส่วนในเมืองอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ทางสถานเอกอัครราชทูตฯ&nbsp;ได้อพยพคนไทยออกจากยูเครน&nbsp;และทยอยส่งกลับประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง&nbsp;แต่มีคนไทยอีกกว่า&nbsp;30&nbsp;คนที่แสดงความประสงค์ต้องการอยู่กับครอบครัวที่ยูเครนต่อ&nbsp;ทางสถานเอกอัครราชทูตฯ&nbsp;ก็มีการติดต่อสอบถามความเป็นอยู่อย่างใกล้ชิดเช่นกัน&nbsp;</p><p><strong>เอกอัครราชทูต&nbsp;ณ&nbsp;กรุงวอร์ซอ&nbsp;ยอมรับว่า&nbsp;จะต้องมีการติดตามสถานการณ์ภายในของยูเครนอย่างใกล้ชิด&nbsp;</strong>เพราะสถานการณ์มีความตึงเครียดสูง&nbsp;โดยทางสถานเอกอัครราชทูตฯ&nbsp;ได้ประสานงานกับฝ่ายไทย&nbsp;และได้รับความร่วมมือจากประเทศโปแลนด์&nbsp;และโรมาเนีย&nbsp;อย่างใกล้ชิด&nbsp;เพื่ออพยพคนไทยออกจากยูเครนอย่างปลอดภัย&nbsp;ซึ่งเมื่อส่งกลับไทยแล้ว&nbsp;หน่วยงานที่อยู่ในประเทศไทย&nbsp;ก็พร้อมรับช่วงต่อดูแลกลุ่มคนไทยอย่างเต็มที่</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.จันทบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303100534920
20	แรงงานไทยมีโอกาสไปทำงานที่ซาอุดิอาระเบีย หลัง ครม.เห็นชอบร่างข้อตกลงด้านแรงงานของสองประเทศ	<p><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า&nbsp;</strong>จากการไปเยือนซาอุดีอาระเบียของ&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;เมื่อปลายเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งเป็นการเยือนของผู้นำรัฐบาลไทยครั้งแรกในรอบ&nbsp;32&nbsp;ปี&nbsp;เป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ส่งผลดีต่อภาคเศรษฐกิจ&nbsp;ทั้งภาคการท่องเที่ยว&nbsp;และโอกาสของแรงงานไทยในตะวันออกกลาง</p><p><strong>ทางคณะรัฐมนตรี&nbsp;(ครม.)&nbsp;</strong>มีมติเห็นชอบร่างข้อตกลงด้านแรงงานระหว่างกระทรวงแรงงานกับกระทรวงทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาสังคมแห่งซาอุดีอาระเบีย&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ฉบับ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ร่างข้อตกลงว่าด้วยการจัดหาแรงงานทำงานบ้านระหว่างกระทรวงแรงงานแห่งราชอาณาจักรไทยและกระทรวงทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาสังคมแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย&nbsp;และร่างข้อตกลงว่าด้วยการจัดหาแรงงานระหว่างกระทรวงแรงงานแห่งราชอาณาจักรไทย&nbsp;และกระทรวงทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาสังคมแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย&nbsp;โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานหรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมาย&nbsp;เป็นผู้ลงนามข้อตกลงในนามของฝ่ายไทย&nbsp;ร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาสังคมซาอุดีอาระเบียหรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมาย&nbsp;โดยคาดว่าคณะผู้เดินทางจากซาอุดีอาระเบียจะเดินทางมาไทยในช่วงวันที่&nbsp;5-7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งจะมีการลงนามข้อตกลงดังกล่าวในวันที่&nbsp;7&nbsp;มีนาคมนี้</p><p><strong>ประโยชน์ที่เกิดจากร่างข้อตกลงดังกล่าว&nbsp;</strong>จะทำให้การจัดหาผู้ที่ต้องการไปทำงานที่ซาอุดีอาระเบียเป็นไปตามกฎหมาย&nbsp;มีจริยธรรม&nbsp;ได้รับการคุ้มครองสิทธิของนายจ้างและลูกจ้าง&nbsp;ในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินสามารถขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ&nbsp;โดยทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือกันทำระบบที่ได้รับการยอมรับ&nbsp;ทั้งการจัดหา&nbsp;การจัดส่งคนไปทำงาน&nbsp;และการส่งแรงงานกลับประเทศ</p><p><strong>กระทรวงทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาสังคมแห่งซาอุดีอาระเบีย</strong>&nbsp;มีหน้าที่รับผิดชอบในการระบุคุณสมบัติและประเภทของงานที่เสนอให้มีการจัดหาแรงงาน&nbsp;รวมทั้งค่าจ้าง&nbsp;ผลประโยชน์&nbsp;และเงื่อนไขอื่น&nbsp;ๆที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และสร้างความมั่นใจว่าสวัสดิการและสิทธิของแรงงานไทย&nbsp;ที่ได้รับการว่าจ้างทำงานในซาอุดีอาระเบียได้รับการคุ้มครอง</p><p><strong>กระทรวงแรงงาน&nbsp;มีหน้าที่สร้างความมั่นใจว่าแรงงานที่จัดหา&nbsp;</strong>ตรงตามเงื่อนไขทางด้านสุขภาพ&nbsp;และปราศจากโรคติดต่อ&nbsp;เป็นผู้ไม่มีประวัติเสื่อมเสีย&nbsp;และผ่านการฝึกอบรมทักษะที่เหมาะสม&nbsp;รวมทั้งจะดำเนินการที่จำเป็นเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่แรงงานในการเดินทาง&nbsp;ไปยังซาอุดีอาระเบียและการจัดส่งแรงงานกลับคืนสู่ไทย&nbsp;รวมทั้งสนับสนุนให้แรงงานปฏิบัติตามกฎหมาย&nbsp;ศีลธรรม&nbsp;คุณธรรม&nbsp;และขนบธรรมเนียมประเพณีของซาอุดีอาระเบีย&nbsp;ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะทบทวน&nbsp;ประเมินผล&nbsp;และติดตามการดำเนินการตามข้อตกลงนี้เป็นระยะด้วย</p><p><strong>ร่างข้อตกลงฯ&nbsp;นี้&nbsp;มีผลบังคับใช้&nbsp;เมื่อมีการแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร</strong>&nbsp;มีระยะเวลา&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;และจะต่ออายุได้อีก&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;โดยอัตโนมัติเว้นแต่ภาคีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดแสดงเจตจำนงระงับหรือสิ้นสุดข้อตกลง&nbsp;นอกจากนี้ในมิติด้านสังคม&nbsp;นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระราชาธิบดีซัลมาน&nbsp;บิน&nbsp;อับดุลอะชีช&nbsp;อัลชะอูด&nbsp;แห่งราชอาณาจักรซาอุดิอาระเบียที่ทรงพระราชทานอัลกุรอานจำนวน&nbsp;50,060&nbsp;เล่มแก่ชาวไทยมุสลิม&nbsp;โดยอัลกุรอานที่ทรงพระราชทานให้จะมีขนาดต่างๆ&nbsp;และแปลเป็นภาษาต่างๆ&nbsp;โดยได้มีพิธีส่งมอบไปแล้วเมื่อวันที่&nbsp;26&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>การส่งมอบดังกล่าวสะท้อนถึงการส่งเสริมความร่วมมือ</strong>และสัมพันธไมตรีอันดีระหว่างไทยกับซาอุดีอาระเบีย&nbsp;ที่มีปฏิสัมพันธ์ถึงมิติด้านสังคม&nbsp;รวมถึงบทบาทของไทยที่ได้รับการยอมรับในชุมชนมุสลิมระหว่างประเทศ&nbsp;ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายในการส่งเสริม&nbsp;และสนับสนุนสังคมพหุวัฒนธรรมที่อยู่ร่วมกันอย่างสันติ&nbsp;เสรีภาพและปรองดอง&nbsp;รวมถึงการสร้างปฏิสัมพันธ์ในสังคม</p><p><strong>ในด้านการท่องเที่ยวได้มีเที่ยวบินปฐมฤกษ์ของสายการบิน&nbsp;Saudi&nbsp;Arabian&nbsp;Airlines&nbsp;</strong>จากเมืองเจดดาห์&nbsp;กรุงริยาด&nbsp;ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย&nbsp;ได้ถึงประเทศไทยเป็นเที่ยวบินแรก&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;18.05&nbsp;น.&nbsp;โดยมีคณะนักท่องเที่ยวชาวซาอุดีอาระเบีย&nbsp;เดินทางมาไทย&nbsp;จำนวน&nbsp;71&nbsp;คน&nbsp;มีการควบคุมให้ไปตามมาตรการการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;ทั้งนี้เที่ยวบินปฐมฤกษ์นี้ถือเป็นหนึ่งปัจจัยความสำเร็จแรกๆ&nbsp;จากการเดินทางเยือนซาอุดีอาระเบียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี&nbsp;โดยเส้นทางเที่ยวบินตรงกรุงริยาด-กรุงเทพฯ-กรุงริยาดนี้&nbsp;จะช่วยส่งเสริมการเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยว&nbsp;และช่วยให้ไทยเป็นประเทศศูนย์กลางการเดินทาง&nbsp;สามารถเดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทางอื่นๆ&nbsp;ได้สะดวก&nbsp;ตลอดจนเป็นโอกาสต่อยอดขยายตลาดนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพเช่น&nbsp;ยุโรป&nbsp;และตะวันออกกลาง&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303110559970
21	ผู้ว่าฯ มุกดาหาร  กำชับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน  เฝ้าระวังการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด	<p><strong>นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว&nbsp;จึงได้รณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด&nbsp;โดยได้เน้นย้ำให้กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;สื่อสารสร้างความเข้าใจกับชาวบ้าน&nbsp;และติดตามเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&nbsp;ในพื้นที่หมู่บ้าน/ชุมชนตนเอง&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ให้ดำเนินมาตรการควบคุมการลักลอบเข้าประเทศและการเคลื่อนย้ายแรงงานผิดกฏหมายตามแนวชายแดน&nbsp;ตรวจสอบบุคคลแปลกหน้าที่เดินทางเข้ามาในหมู่บ้าน/ชุมชน&nbsp;ตลอดจนการลักลอบเข้ามาทำงานอยู่ในสถานประกอบการของแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายอย่างเคร่งครัด</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร</strong>&nbsp;กล่าวด้วยว่า&nbsp;ชาวจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ฉีดวัคซีนโควิดแล้วกว่า&nbsp;494,000&nbsp;โดส&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;65.41&nbsp;จึงขอเชิญชวนประชาชน&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่ม&nbsp;608&nbsp;ผู้ที่มีอายุ&nbsp;60&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;ผู้ที่มีโรคเรื้อรัง&nbsp;7&nbsp;กลุ่มโรค&nbsp;มาฉีดวัคซีนให้ครบโดส&nbsp;หรือฉีดเข็มกระตุ้น&nbsp;บูสเตอร์โดส&nbsp;เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกัน&nbsp;และควบคุมการแพร่ระบาด&nbsp;ลดความรุนแรงจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สวท.มุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303115033996
22	ไทยเตรียมยกระดับจังหวัดภูเก็ตสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลกรองรับความต้องการของนักท่องเที่ยว	<p><strong>คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการดำเนินโครงการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&nbsp;จังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;สู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก&nbsp;เพื่อพัฒนาเมืองภูเก็ตให้เป็นศูนย์กลางบริการทางการแพทย์มูลค่าสูงเชื่อมโยงการท่องเที่ยวนานาชาติ&nbsp;เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มจากการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&nbsp;รองรับความต้องการของนักท่องเที่ยวที่เริ่มหันมานิยมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมากขึ้น&nbsp;โดยเฉพาะภายหลังการระบาดของสถานการณ์โควิด-19&nbsp;อีกทั้งยังสอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงสัดส่วนประชากรของโลกที่มีกลุ่มผู้สูงวัยมากขึ้น</p><p><strong>การดำเนินโครงการจะมีการจัดสร้างศูนย์บริการทางการแพทย์ครบวงจร</strong>&nbsp;ประกอบด้วยศูนย์บริการทางการแพทย์และสาธารณสุขระดับนานาชาติครบวงจร&nbsp;(International&nbsp;Health/Medical&nbsp;Plaza),&nbsp;ศูนย์อภิบาลสุขภาพผู้สูงอายุนานาชาติ&nbsp;(Premium&nbsp;Long&nbsp;Term&nbsp;Care),&nbsp;ศูนย์ใจรักษ์&nbsp;(Hospice&nbsp;Home)&nbsp;หรือศูนย์การดูแลแบบประคับประคอง&nbsp;ในระยะสุดท้ายของชีวิต&nbsp;และศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูครบวงจร&nbsp;(Rehabilitation&nbsp;Center)</p><p><strong>สำหรับศูนย์บริการทางการแพทย์ครบวงจร&nbsp;</strong>จะใช้ที่ดินราชพัสดุเนื้อที่&nbsp;141&nbsp;ไร่&nbsp;2&nbsp;งาน&nbsp;64&nbsp;ตารางวา&nbsp;ดำเนินการโดยโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต&nbsp;ซึ่งเป็นโรงพยาบาลศูนย์สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;โดยรูปแบบการบริหารจัดการยังอยู่ระหว่างหารือซึ่งอาจเป็นไปได้&nbsp;ทั้งรัฐอาจดำเนินการเองทั้งหมด&nbsp;การร่วมทุนกับภาคเอกชน&nbsp;หรือรูปแบบพิเศษ&nbsp;โดยแบ่งการดำเนินงานเป็น&nbsp;3&nbsp;ระยะ&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2566&nbsp;-&nbsp;2569</p><p><strong>ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ&nbsp;เช่น&nbsp;</strong>เกิดการจ้างงาน&nbsp;การกระจายรายได้&nbsp;จากนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามา&nbsp;เพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ&nbsp;(GDP)&nbsp;และท้องถิ่นในพื้นที่หลังสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;สร้างโอกาสการลงทุน&nbsp;เกิดการกระจายรายได้สำหรับภาคเอกชน&nbsp;เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวและภาคบริการอื่น&nbsp;ส่งผลให้มีมูลค่าเศรษฐกิจสูงขึ้น&nbsp;รวมทั้งยังเป็นการส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น&nbsp;ด้านการแพทย์แผนไทย&nbsp;การแพทย์ทางเลือกและสมุนไพรไทยพร้อมยกระดับโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีทางการแพทย์&nbsp;และระบบบริการด้านสาธารณสุขของไทยให้เป็นที่ยอมรับในเวทีโลก</p><p><strong>สำหรับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ</strong>&nbsp;นับเป็นเป้าหมายสำคัญของรัฐบาลที่จะชูจุดเด่นดังกล่าวในการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ&nbsp;โดยเน้นการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพจากการยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลุ่มที่มีมูลค่าสูง&nbsp;ซึ่งถือเป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;12&nbsp;อุตสาหกรรมเป้าหมายที่จะพลิกโฉมการพัฒนาประเทศในระยะต่อไป</p><p><strong>ทั้งนี้การดำเนินโครงการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;สู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก&nbsp;นับเป็นการต่อยอดโครงการ&nbsp;Phuket&nbsp;Health&nbsp;Sandbox&nbsp;ที่จะเป็นการบูรณาการระบบสาธารณสุขของจังหวัดภูเก็ตให้เป็นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&nbsp;ซึ่งเป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;7&nbsp;โครงการพัฒนา&nbsp;6&nbsp;จังหวัดอันดามัน&nbsp;ตามที่&nbsp;ครม.&nbsp;ได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่&nbsp;16&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;ในการประชุม&nbsp;ครม.&nbsp;นอกสถานที่&nbsp;ณ&nbsp;จังหวัดกระบี่</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303111205973
23	ไทย ร่วมลงมติสหประชาชาติ เรียกร้องให้รัสเซียหยุดใช้กำลัง และถอนกองกำลังออกจากยูเครนโดยทันที	<p><strong>นายธานี&nbsp;แสงรัตน์&nbsp;อธิบดีกรมสารนิเทศ&nbsp;และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;เปิดเผยถึงท่าทีของไทยต่อสถานการณ์ยูเครน</strong>&nbsp;โดยล่าสุด&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&nbsp;นายสุริยา&nbsp;จินดาวงษ์&nbsp;เอกอัครราชทูต&nbsp;ผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ&nbsp;ณ&nbsp;นครนิวยอร์ก&nbsp;เป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;141&nbsp;เสียง&nbsp;จากทั้งหมด&nbsp;193&nbsp;ประเทศ&nbsp;รับข้อมติในการประชุมสหประชาชาติวาระพิเศษเร่งด่วน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;11&nbsp;ยืนยัน&nbsp;ถึงอำนาจอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนภายในพรมแดนยูเครน&nbsp;เรียกร้องให้รัสเซียหยุดใช้กำลัง&nbsp;และถอนกองกำลังออกจากยูเครนโดยทันที&nbsp;พร้อมชี้แจงว่า&nbsp;ไทยตัดสินใจลงคะแนนเสียงสนับสนุนร่างข้อมติดังกล่าว&nbsp;เนื่องจาก&nbsp;ไทยให้ความสำคัญกับหลักการที่บรรจุไว้ในกฎบัตรสหประชาชาติ&nbsp;และกฎหมายระหว่างประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะการเคารพต่ออธิปไตย&nbsp;บูรณภาพแห่งดินแดน&nbsp;และการไม่ใช้กำลังต่อรัฐ&nbsp;/&nbsp;การให้การสนับสนุนร่างข้อมตินี้&nbsp;สะท้อนความห่วงกังวลอย่างยิ่งของไทย&nbsp;ต่อพลเรือนที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;และผลกระทบด้านมนุษยธรรมจากการเผชิญหน้าและความรุนแรงในพื้นที่&nbsp;และ&nbsp;ไทยมีความกังวลกับผลกระทบในระยะยาวต่อระเบียบโลก&nbsp;จึงเรียกร้องให้ทุกฝ่าย&nbsp;ส่งเสริมการเจรจาหารือรูปแบบต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อหาข้อยุติสำหรับสถานการณ์ดังกล่าวอย่างสันติ</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ไทยยังแสดงความห่วงกังวลต่อสถานการณ์ในยูเครน&nbsp;และผลกระทบด้านมนุษยธรรม</strong>&nbsp;พร้อมสนับสนุนความพยายามในการหาทางยุติสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างสันติผ่านการเจรจา&nbsp;ไทยยังชื่นชมเพื่อนบ้านของยูเครนและชาติอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;สำหรับการระดมความช่วยเหลือไปสู่ผู้ต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม&nbsp;โดยไทยจะทำอย่างสุดความสามารถในการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมของพลเรือนที่ได้รับผลกระทบ</p><p><br></p><p>สำหรับการลงมติในการประชุมวาระพิเศษเร่งด่วนครั้งที่&nbsp;11&nbsp;สมาชิกสมัชชาสหประชาชาติ&nbsp;(UNGA)&nbsp;มีประเทศสมาชิก&nbsp;ลงคะแนนเสียงเห็นด้วย&nbsp;141&nbsp;เสียง&nbsp;รวมถึงไทย&nbsp;/&nbsp;ไม่เห็นด้วย&nbsp;5&nbsp;เสียง&nbsp;ได้แก่&nbsp;เบลารุส&nbsp;เกาหลีเหนือ&nbsp;ซีเรีย&nbsp;เอริเทเรีย&nbsp;และรัสเซีย&nbsp;และงดออกเสียง&nbsp;35&nbsp;เสียง&nbsp;(อาเซียนมี&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;เวียดนาม&nbsp;และมีจีน&nbsp;อินเดีย&nbsp;ปากีสถาน)&nbsp;จากทั้งหมด&nbsp;193&nbsp;ประเทศ</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.จันทบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303132257030
24	ตำแหน่งประธาน กมธ. พิจารณากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับ ไม่มีอำนาจชี้นำ	<p><strong>นายสมคิด&nbsp;เชื้อคง&nbsp;ส.ส.อุบลราชธานี&nbsp;พรรคเพื่อไทย</strong>&nbsp;ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญ&nbsp;พิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ&nbsp;2&nbsp;ฉบับ&nbsp;รัฐสภา&nbsp;เชื่อว่าการทำงานภายในกรรมาธิการจะไม่มีปัญหา&nbsp;การที่ได้นายสาธิต&nbsp;ปิตุเตชะ&nbsp;ส.ส.ระยอง&nbsp;พรรคประชาธิปัตย์&nbsp;และ&nbsp;รมช.สาธารณสุข&nbsp;มาทำหน้าที่ประธาน&nbsp;กมธ.&nbsp;จะไม่มีผล&nbsp;หรืออิทธิพลชี้นำใด&nbsp;เนื่องจากตำแหน่งประธาน&nbsp;กมธ.&nbsp;คือ&nbsp;ผู้กำกับและควบคุมการประชุมให้เรียบร้อย</p><p><strong>นายสมคิด&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ประเด็นที่คาดว่า</strong>&nbsp;จะถกเถียงกันมาก&nbsp;อาทิ&nbsp;การใช้หมายเลขผู้สมัคร&nbsp;ส.ส.?ให้เป็นหมายเลขเดียวกันทั้งผู้สมัครแบบเขตและแบบบัญชีรายชื่อ&nbsp;หรือเบอร์เดียวทั้งประเทศ&nbsp;แม้ร่าง&nbsp;พ.ร.ป.ที่รับหลักการ&nbsp;ทั้ง&nbsp;4&nbsp;ฉบับ&nbsp;จะกำหนดให้เป็นคนละหมายเลข&nbsp;แต่จากอภิปรายในที่ประชุมรัฐสภา&nbsp;เช่น&nbsp;นายบัญญัติ&nbsp;บรรทัดฐาน&nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ&nbsp;พรรคประชาธิปัตย์&nbsp;ที่อภิปรายว่าขอให้ใช้หลักการที่ง่ายๆ&nbsp;ดังนั้นเชื่อว่าแนวโน้มจะใช้เบอร์เดียวทั้งประเทศ&nbsp;ซึ่งการใช้เบอร์เดียวกันทั้งประเทศนั้น&nbsp;คณะกรรมการการเลือกตั้ง&nbsp;(กกต.)&nbsp;เคยระบุไว้ว่าทำให้มีบัตรเสียน้อยและประชาชนเข้าใจง่าย&nbsp;ไม่สับสน&nbsp;ซึ่งการใช้เบอร์เดียวกันทั้งประเทศจะเป็นประโยชน์กับทุกพรรคการเมืองด้วย</p><p><strong>ส่วนการทำงานของ&nbsp;ส.ว.ในชั้น&nbsp;กมธ.</strong>&nbsp;นายสมคิด&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ส.ว.ชุดปัจจุบันมาจากการแต่งตั้งของ&nbsp;คสช.&nbsp;แม้&nbsp;ส.ว.บางคนมีความคิดอิสระ&nbsp;ซึ่งการปฏิบัติมีไม่กี่คน&nbsp;แต่ความชัดเจนทั้งหมดจะอยู่ที่การลงมติ&nbsp;เหมือนที่&nbsp;ส.ว.&nbsp;ลงมติไม่รับหลักการร่างกฎหมายลูกของพรรคฝ่ายค้าน</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;จากการแก้ไขกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญครั้งนี้</strong>&nbsp;มีแนวโน้มทำให้เกิดอุบัติการเมืองได้หรือไม่&nbsp;นายสมคิด&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เป็นไปได้&nbsp;เพราะผู้มีอำนาจไม่พอใจเรื่องบัตรเลือกตั้ง&nbsp;2&nbsp;ใบ&nbsp;แต่จะแก้กลับคงเป็นไปไม่ได้&nbsp;ดังนั้นเมื่อไม่ได้ดั่งใจและหากเขามองว่าตนเองเสียงประโยชน์&nbsp;หรือพ่ายแพ้&nbsp;อาจตัดสินใจยุบสภาได้&nbsp;แต่ตนขอเรียกร้องให้เคารพกติกาและคำนึงถึงประชาชนด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303143720070
25	อำเภอเบตง ลาดตระเวนตามแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย สกัดการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายตามช่องทางธรรมชาติโดยไม่ผ่านการตรวจคัดกรองโควิด-19	<p><strong>นายปัจฉิมณรงค์&nbsp;ปัจฉิมเพ็ชร&nbsp;ปลัดอำเภองานป้องกัน</strong>&nbsp;อ.เบตง&nbsp;และนาย&nbsp;พิชัย&nbsp;แก้วจำรัส&nbsp;ปลัดอำเภอรับผิดชอบยาเสพติด&nbsp;&nbsp;ได้นำ&nbsp;อส.ปฎิบัติหน้าที่&nbsp;ลาดตระเวนยานยนต์&nbsp;และเดินเท้าสำรวจแนวตะเข็บชายแดนไทย-มาเลเซีย&nbsp;และสำรวจเส้นทางพรหมแดน&nbsp;เพื่อป้องกันและปราบปราม&nbsp;การค้ามนุษย์การลักลอบนำเข้าสิ่งผิดกฏหมาย&nbsp;และสกัดการลักลอบเข้าพื้นที่ผิดกฎหมายตามพรมแดนธรรมชาติและไม่ผ่านการตรวจคัดกรองโควิด-19&nbsp;โดยเฉพาะสายพันธุ์โอมิครอนที่กำลังเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ตามมาตรการป้องกันโรคระบาดของจังหวัดยะลา&nbsp;รวมไปถึงป้องกันการลักลอบตัดไม้&nbsp;และการบุกรุกทำลายป่า&nbsp;ผลการปฏิบัติไม่พบการกระทำความผิดแต่อย่างใด</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;สถานการณ์ภาพรวมของโควิด-19&nbsp;ระลอกมดราคม&nbsp;2565&nbsp;</strong>ในพื้นที่&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;วันนี้&nbsp;(3&nbsp;มี.ค.2565)&nbsp;พบผู้ติดเชื้อรายวันทำสถิติใหม่โดยพบผู้ป่วยติดเชื้อยืนยันจากการตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;จำนวน&nbsp;41&nbsp;คน&nbsp;รวมสะสม&nbsp;306&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังคงตรึงมาตรการเข้มงวดป้องกันการแพร่ระบาดของโรค&nbsp;พร้อมขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดต่อเนื่อง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303135515048
26	ปัตตานี- พบเรือประมงต่างชาติกว่า 10 ลำ ทำลายเครื่องยนต์ จับกุมได้ 1 ลำ ลูกเรือ 6 ราย	<p><strong>ผู้สื่อข่าวปัตตานีรายงานเมื่อเวลา&nbsp;12.00&nbsp;น.</strong>&nbsp;วันที่&nbsp;3&nbsp;มี.ค.65&nbsp;ที่สะพานปูน&nbsp;ต.บานา&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ปัตตานี&nbsp;นาวาเอก&nbsp;ณัฐพล&nbsp;พรหมขุนทอง&nbsp;โฆษกทัพเรือภาคที่&nbsp;2&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นาวาเอก&nbsp;&nbsp;รังสรรค์&nbsp;คำกลัด&nbsp;โฆษก&nbsp;ศรชล.ภาค&nbsp;2&nbsp;เรือเอก&nbsp;ณัฐพงษ์&nbsp;อินต๊ะวงค์&nbsp;ผู้บังคับการเรือหลวงกันตัง&nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมแถลงผลจับกุมเรื่อประมงเวียดนาม&nbsp;1&nbsp;ลำ&nbsp;ซึ่งเป็นเรือคราดปลิง&nbsp;พร้อมลูกเรือ&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>หลังจากที่เมื่อวานนี้&nbsp;(วันที่&nbsp;2&nbsp;มี.ค.65&nbsp;เวลาประมาณ&nbsp;15.00&nbsp;น.)&nbsp;</strong>ทางเจ้าหน้า&nbsp;ศรชล.ที่ได้รับแจ้งจากเรือประมงว่า&nbsp;พบเรือต่างชาติจำนวนหลายลำ&nbsp;กำลังทำการประมงผิดกฎหมาย&nbsp;ซึ่งอยู่ห่างจากแหลมตาชี&nbsp;จ.ปัตตานี&nbsp;ประมาณ&nbsp;45&nbsp;ไมล์ทะเล&nbsp;จึงได้ประสานไปยัง&nbsp;เรือเอก&nbsp;ณัฐพงษ์&nbsp;อินต๊ะวงค์&nbsp;ผู้บังคับการเรือหลวงกันตัง&nbsp;ให้จัดเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบตามพิกัดที่กลุ่มเรือประมงต่างชาติอยู่&nbsp;เมื่อกำลังเจ้าหน้าที่ไปถึง&nbsp;พบเรือประมงต่างชาติเวียดนาม&nbsp;กว่า&nbsp;10&nbsp;ลำ&nbsp;กำลังทำการคราดปลิงทะเลอยู่&nbsp;ทางเจ้าหน้าที่จึงเข้าไปทำการจับกุม&nbsp;ปรากฏว่า&nbsp;เรือประมงเวียดนาม&nbsp;เมื่อเห็นเรือของเจ้าหน้าที่&nbsp;ได้เร่งเครื่องยนต์เพื่อหลบหนี&nbsp;โดยหันหัวเรือไปยังประเทศมาเลเซีย&nbsp;ซึ่งห่างจากชายแดนประมาณ&nbsp;14&nbsp;ไมล์&nbsp;</p><p><strong>โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าจับกุมเรือที่อยู่ใกล้ที่สุด</strong>&nbsp;เพื่อทำการจับกุม&nbsp;แต่ปรากฏว่า&nbsp;เรือดังกล่าวขัดขืน&nbsp;ไม่ยอมให้จับกุม&nbsp;และต่อมา&nbsp;มีกลุ่มควันออกมากจากห้องเครื่องยนต์ของเรือประมงดังกล่าว&nbsp;ซึ่งคาดว่าลูกเรือได้ทำลายเครื่องยนต์&nbsp;เพื่อไม่ให้สามารถเดินเรือต่อได้&nbsp;จนในที่สุดเจ้าหน้าที่ก็สามารถจับกุมเรือลำนี้ได้&nbsp;จากนั้นทางเจ้าหน้าที่พยายามที่จะจับเรือที่เหลือ&nbsp;แต่เนื่องจากว่า&nbsp;เรื่อประมงลำแรกที่จับได้&nbsp;ไม่สามารถเดินเรือต่อได้&nbsp;เนื่องจากเครื่องยนต์เสียหาย&nbsp;ทางเจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจกลับมาที่เรือประมงลำดังกล่าว&nbsp;เพื่อทำการลากจูงเรือเข้าฝั่งที่จังหวัด&nbsp;ปัตตานี</p><p><strong>จากการตรวจสอบเรือประมงดังกล่าว&nbsp;พบปลิงทะเลอยู่ในถังประมาณ&nbsp;3&nbsp;ถัง</strong>&nbsp;เจ้าหน้าที่จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน&nbsp;ส่วนผู้ต้องหาลูกเรือทั้ง&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจหาเชื้อโควิด&nbsp;19&nbsp;ตามมาตรการการแพร่ระบาด&nbsp;และจำนำตัวลูกเรือทั้งหมดดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคใต้	ปัตตานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303145551084
27	สกมช.เตือนทุกฝ่ายเฝ้าระวังภัยไซเบอร์ จากวิกฤตรัสเซีย-ยูเครน อาจลามมาไทย	<p>นาวาอากาศเอก อมร ชมเชย รองเลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) กล่าวว่า เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครนที่กำลังเกิดขึ้น นอกจากความขัดแย้งในพื้นที่ด้วยกำลังอาวุธแล้ว ตั้งแต่ 13 มกราคมเป็นต้นมาได้มีการโจมตีทางไซเบอร์เกิดขึ้น เกิดขึ้นกับทั้งภาคเอกชน ภาครัฐ จากภาพรวม 12 ครั้ง และเกิดขึ้นกับโครงสร้างพื้นฐานสำคัญๆ รวมถึงการส่ง SMS ข้อมูลเท็จไปหาพลเรือน โจมตีเว็บไซต์ข่าว โครงสร้างด้านการเงิน และหน่วยงานควบคุมชายแดน</p><p><br></p><p>โดยมีการใช้ มัลแวร์ชื่อ Hermetic Wiper เข้าไปลบข้อมูลเป้าหมายเกิดขึ้นราว 4 ครั้ง มุ่งลบข้อมูลเพื่อเกิดผลกระทบในระดับสูง และมีการใช้ DDOS Attack คือรบกวนระบบเว็บไซต์กับเว็บไซต์การเงินให้ใช้งานไม่ได้ รวมถึงการสร้างเว็บไซต์ปลอมหลอกลวงประชาชนให้กดลิงก์เข้าไป แต่จะถูกฝังมัลแวร์ชื่อ Cyclops Blink แทน</p><p><br></p><p>ซึ่งแนวโน้มมีความเป็นไปได้ที่การโจมตีเหล่านี้จะลุกลามข้ามพรมแดน ไม่จำกัดแค่ระหว่างรัสเซียกับยูเครน และประเทศไทยอาจตกเป็นเป้าได้เช่นกัน จึงขอให้ทุกหน่วยงานตรวจสอบระบบสารสนเทศภายในองค์กรให้มีความมั่นคงปลอดภัย เพื่อป้องกันตนเองจากภัยคุกคามที่อาจจะเกิดขึ้น</p><p><br></p><p>ทั้งนี้แนวทางการรับมือ คือ ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบตรวจสอบและปิดช่องโหว่ของเครือข่ายตามหน่วยงานต่างๆ ตัวผู้ใช้งานเองก็ต้องระวังไม่กดลิงก์แปลก ๆ ที่ไม่น่าไว้ใจ และตั้ง Two-factor Authentication เพื่อยืนยันตัวตน หมั่นอัปเดตระบบปฏิบัติการ อุปกรณ์ และซอฟต์แวร์ต่างๆ เสมอ รวมถึงติดตั้งโปรแกรมป้องกันมัลแวร์เอาไว้ นอกจากนี้ต้องมีการสำรองข้อมูลเอาไว้เสมอในกรณีถูกลบข้อมูล</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303164735159
28	ผกก.สภ.เมืองนราธิวาส นำคณะตรวจเยี่ยมพื้นที่ Smart Safety Zone 4.0 ตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องชาวนราธิวาส	"<p><strong>พันตำรวจเอก&nbsp;เจฟฟรีย์&nbsp;&nbsp;ไศลมานกุล&nbsp;ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนราธิวาส&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;พันตำรวจโท&nbsp;รื่น&nbsp;แก้วสุกใส&nbsp;รองผู้กำกับการป้องกันและปราบปรามสถานีตำรวจภูธรเมืองนราธิวาส&nbsp;และผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;เดินทางไปตรวจเยี่ยมและพบปะผู้ประกอบกิจการ&nbsp;ร้านค้า&nbsp;พี่น้องประชาชน&nbsp;ในพื้นที่ตำบลบางนาค&nbsp;อำเภอเมืองนราธิวาส&nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่ในโครงการ&nbsp;&nbsp;Smart&nbsp;Safety&nbsp;Zone&nbsp;4.0&nbsp;หรือที่เรียกว่า&nbsp;""บางนาคสมาร์ทเซพตี้""&nbsp;ตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ&nbsp;</p><p><strong>พันตำรวจเอก&nbsp;เจฟฟรีย์&nbsp;&nbsp;ไศลมานกุล&nbsp;ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนราธิวาส&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>&nbsp;การลงพื้นที่ในวันนี้&nbsp;เพื่อตรวจเยี่ยมและพบปะประชาชนในพื้นที่&nbsp;และประชาสัมพันธ์โครงการ&nbsp;</p><p>Smart&nbsp;Safety&nbsp;Zone&nbsp;4.0&nbsp;ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย&nbsp;ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของ&nbsp;พลตำรวจเอก&nbsp;&nbsp;สุวัฒน์&nbsp;แจ้งยอดสุข&nbsp;ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ&nbsp;ให้สถานีตำรวจเป้าหมายดำเนินโครงการ&nbsp;</p><p>เป็นการพัฒนารูปแบบวิธีการป้องกันอาชญากรรมเชิงรุก&nbsp;โดยใช้นวัตกรรมและยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง&nbsp;เพื่อให้ประชาชนลดความหวาดกลัวภัยอาชญากรรม&nbsp;มีความพึงพอใจและความเชื่อมั่นต่อการปฏิบัติงานของตำรวจ&nbsp;</p><p><strong>ทั้ง&nbsp;นี้ภาพรวมจากการตรวจเยี่ยม&nbsp;พี่น้องประชาชนมีความพึงพอใจต่อการดำเนินโครงการเป็นอย่างมาก&nbsp;</strong>อีกทั้งรู้สึกขอบคุณที่ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนราธิวาส&nbsp;&nbsp;ให้ความสำคัญ&nbsp;และอยากให้มีการลงพื้นที่เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง&nbsp;&nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน&nbsp;อีกทั้งได้มีการเสนอให้มีการติดตั้งกล้องวงจรปิด&nbsp;CCTV&nbsp;เพิ่มเติม&nbsp;ซึ่งทางสถานีตำรวจภูธรเมืองนราธิวาส&nbsp;อยู่ในระหว่างดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป&nbsp;</p><p><strong>ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนราธิวาส&nbsp;ยังได้ขอบคุณเจ้าของร้านค้าภายในพื้นที่โครงการ</strong>&nbsp;ที่ให้ความร่วมมือในการขับเคลื่อนโครงการ&nbsp;โดยให้ใช้พื้นที่จัดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ในโครงการ&nbsp;""จุดรับแจ้งเหตุ&nbsp;:&nbsp;Emergency&nbsp;Point""&nbsp;โดยสามารถ&nbsp;โทร.&nbsp;073-513105&nbsp;//&nbsp;Line@&nbsp;&nbsp;&nbsp;สภ.เมืองนราธิวาส&nbsp;หรือติดต่อเจ้าหน้าที่ประจำจุด&nbsp;ซึ่งถือได้ว่าสามารถสร้างการมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่าย&nbsp;เพื่อช่วยระวังป้องกัน&nbsp;อาชญากรรม&nbsp;สร้างความเป็นเจ้าของพื้นที่ร่วมกันได้อย่างแท้จริง</p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-03T00:00:00	ภาคใต้	นราธิวาส	สวท.นราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303173727185
29	จังหวัดตราด รับมอบอาคารอเนกประสงค์คอบร้าโกลด์ 22	<p><strong>พลเอก&nbsp;สุภโชด&nbsp;ธวัชพีระชัย&nbsp;รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด</strong>&nbsp;&nbsp;คุณเจมส์&nbsp;&nbsp;เวย์แมน&nbsp;รักษาการอัครราชทูตที่ปรึกษา&nbsp;สถานทูตสหรัฐอเมริกา&nbsp;ผู้แทนกองทัพจากประเทศมาเลเซีย&nbsp;ร่วมก้นส่งมอบอาคารอเนกประสงค์&nbsp;ในโครงการช่วยเหลือประชาชนการฝึกคอบร้าโกลด์&nbsp;22&nbsp;ให้กับ&nbsp;นายชำนาญวิทย์&nbsp;เตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&nbsp;เพื่อส่งมอบให้กับโรงเรียนหนองบอนวิทยาคม&nbsp;ตำบลหนองบอน&nbsp;อำเภอบ่อไร่&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;หลังกำลังพลที่เข้าร่วมฝึกคอบร้าโกลด์&nbsp;22&nbsp;ร่วมกับทหารช่างจากหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่&nbsp;14&nbsp;ดำเนินการก่อสร้างจนแล้วเสร็จ&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การฝึกคอบร้าโกลด์ในทุกปี&nbsp;กองทัพไทย&nbsp;</strong>และกองทัพที่เข้าร่วมการฝึก&nbsp;ได้จัดโครงการช่วยเหลือประชาชน&nbsp;เพื่อเป็นการสนับสนุนการพัฒนาชุมชน&nbsp;การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่การฝึก&nbsp;ฯ&nbsp;รวมถึงการมีส่วนร่วมในการสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศและชุมชน&nbsp;และยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกองทัพของมิตรประเทศและประชาชนในพื้นที่</p><p><strong>ส่วนโครงการก่อสร้างอาคารที่ส่งมอบครั้งนี้&nbsp;</strong>เป็นอาคารอเนกประสงค์&nbsp;ตามคำร้องขอของชุมชน&nbsp;ขนาด&nbsp;7.6&nbsp;x&nbsp;19.2&nbsp;เมตร&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;อาคาร&nbsp;โดยมีกำลังพลกองทัพไทย&nbsp;จากหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา&nbsp;ทหารจากกองทัพสหรัฐ&nbsp;และกองทัพมาเลเซีย&nbsp;เข้าร่วมดำเนินการก่อสร้าง</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ปัจจุบันการฝึกคอบร้าโกลด์&nbsp;ถือเป็นการฝึกทางทหาร</strong>&nbsp;ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาค&nbsp;ซึ่งกองทัพไทยและกองกำลังสหรัฐฯ&nbsp;ภาคพื้นแปซิฟิก&nbsp;ร่วมกันเป็นเจ้าภาพหลัก&nbsp;จัดการฝึกในประเทศไทยเป็นประจำทุกปี&nbsp;และเป็นกิจกรรมหนึ่งที่มีส่วนในการเสริมสร้าง&nbsp;และยืนยันความพร้อมของกองทัพ&nbsp;ในการปฏิบัติภารกิจเพื่อการรักษาสันติภาพ&nbsp;การสนับสนุนการพัฒนาชุมชน&nbsp;การบรรเทาภัยพิบัติร่วมกับภาคส่วนอื่นๆ&nbsp;ทั้งในและนอกประเทศ&nbsp;รวมถึงการมีส่วนร่วมในการส่งเสริมผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;และที่สำคัญยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกองทัพของมิตรประเทศ&nbsp;พร้อมด้วยการขยายความร่วมมือทางทหารอย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;เพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคงของชาติตลอดไป&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303181801198
30	จ.ราชบุรีประชุมติดตามผลการปฏิบัติงานการแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคง	<p><strong>ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดราชบุรี&nbsp;</strong>นายรณภพ&nbsp;เหลืองไพโรจน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี&nbsp;ในฐานะ&nbsp;ผอ.กอ.รมน.จังหวัดราชบุรี&nbsp;เป็นประธานประชุมคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดราชบุรี&nbsp;เพื่อติดตามการปฏิบัติงานและผลการดำเนินงานด้านความมั่นคง&nbsp;โดยมี&nbsp;พ.อ.ประยุทธ&nbsp;ผดุงพจน์&nbsp;รอง&nbsp;ผอ.รมน.จังหวัดราชบุรีฝ่ายทหาร&nbsp;และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม&nbsp;พร้อมชี้แจงสถานการณ์&nbsp;ด้านภัยคุกคามด้านความมั่นคงภายในจังหวัดราชบุรี&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19,&nbsp;สถานการณ์แรงงานต่างด้าว&nbsp;และการลงทะเบียน&nbsp;ข้อมูลความต้องการแรงงานต่างด้าวตาม&nbsp;MOU&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี,&nbsp;ปัญหาเรื่องน้ำเสียจากฟาร์มสุกร/สถานการณ์โรคอหิวาต์ในสุกร&nbsp;(AFS)&nbsp;โรคระบาดลัมปี-สกิน&nbsp;โค-กระบือ&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี,&nbsp;สถานการณ์ด้านยาเสพติด&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี&nbsp;และการจัดทำข้อมูลที่พักอาศัยของแรงงานต่างด้าว&nbsp;ในและนอกสถานประกอบการ&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี</p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันตก	ราชบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดราชบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304130423406
31	แถลงร่วม 3 ฝ่าย สรุปผลการปฏิบัติงานแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้	<p><strong>ศูนย์ประชาสัมพันธ์&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคง</strong>ภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;ค่ายสิรินธร&nbsp;ตำบลเขาตูม&nbsp;อำเภอยะรัง&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;ได้จัดให้มีการชี้แจงผลการปฏิบัติงานในห้วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&nbsp;โดยมีพันเอก&nbsp;เกียรติศักดิ์&nbsp;ณีวงษ์&nbsp;โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;นาย&nbsp;อำนวย&nbsp;ศรีระเเก้ว&nbsp;ผู้ช่วยเลขาธิการ&nbsp;ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;และ&nbsp;พันตำรวจโท&nbsp;ภนภัค&nbsp;ภานุเดชากฤษ&nbsp;ผู้ช่วยโฆษก&nbsp;กองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ร่วมการแถลงข่าวในครั้งนี้</p><p><strong>พันเอก&nbsp;เกียรติศักดิ์&nbsp;ณีวงศ์&nbsp;โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคง</strong>ภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;ได้ปฏิบัติภารกิจในการควบคุมพื้นที่&nbsp;และบังคับใช้กฏหมาย&nbsp;ทั้งจากกรณีที่ึคนร้ายหลบซ่อนบริเวณบ้านพักใกล้กับมัสยิดนูรุลอีมาน&nbsp;บ้านโคกเค็ด&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลบ้านนา&nbsp;อำเภอจะนะ&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;3&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;05.40&nbsp;น.&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจสงขลา&nbsp;ร่วมกับหน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมปัตตานี&nbsp;ได้เข้าบังคับใช้กฎหมาย&nbsp;จากนั้นได้ดำเนินการ&nbsp;เกลี้ยกล่อมให้คนร้ายซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุรุนแรงออกมามอบตัว&nbsp;</p><p><strong>โดยเชิญหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้นำศาสนา&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น</strong>&nbsp;เข้าร่วมเจรจา&nbsp;แต่ไม่เป็นผลจนกระทั่ง&nbsp;เปิดฉากยิงขึ้น&nbsp;ทำให้มีผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;มอบตัว&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;เจ้าหน้าที่ยังได้ตรวจยึดอาวุธปืน&nbsp;AK&nbsp;-&nbsp;47,&nbsp;ปืนติดกล้องเล็งแบบซุ่มยิง&nbsp;,ปืนพกขนาด&nbsp;.38&nbsp;,&nbsp;ปืนเอ็ม&nbsp;16&nbsp;อย่างละ&nbsp;1&nbsp;กระบอก&nbsp;รวม&nbsp;4&nbsp;กระบอก&nbsp;จากประวัติและพฤติกรรมของคนร้ายที่เสียชีวิตทั้ง&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;และที่มอบตัว&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;พบว่าเป็นผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับสั่งการและระดับปฏิบัติการ&nbsp;เคยก่อเหตุความรุนแรงมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2562&nbsp;-&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;</p><p><strong>โดยการปฏิบัติในครั้งนี้&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน</strong>ภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;ดำเนินการ&nbsp;โดยใช้การเจรจาเป็นหลัก&nbsp;ปฏิบัติตามหลักกฎหมายหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัดในทุกขั้นตอน&nbsp;แต่กลุ่มคนร้ายกลับต่อสู้&nbsp;เป็นผลให้ต้องตอบโต้จนคนร้ายเสียชีวิตดังกล่าว&nbsp;หลังเกิดเหตุได้มีการพยายาม&nbsp;บิดเบือน&nbsp;กล่าวหาเจ้าหน้าที่เข้าไปยิงคนมุสลิมเสียชีวิต&nbsp;3&nbsp;ศพ&nbsp;&nbsp;ขณะละหมาดในมัสยิด&nbsp;และอีกหลายๆประเด็น&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทางกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;</strong>ขอยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวไม่ได้เป็นความจริงแต่อย่างใด&nbsp;เพราะจุดเกิดเหตุอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกับมัสยิด&nbsp;มิใช่ในมัสยิดตามที่กล่าวอ้าง&nbsp;จึงใคร่ขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายกรุณาตรวจสอบข้อเท็จจริงให้รอบด้าน&nbsp;เพราะอาจตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มแนวร่วมผู้ก่อเหตุรุนแรงได้&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีกรณี&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;หน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมปัตตานีได้สนธิกำลัง</strong>&nbsp;&nbsp;เข้าบังคับใช้กฎหมายต่อผู้ต้องหาตามหมายจับคดีความมั่นคงเข้ามาหลบซ่อนในห้องเช่าบ้านเลขที่&nbsp;77/9&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;บ้านดอนรัก&nbsp;ตำบลดอนรัก&nbsp;อำเภอหนองจิก&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;โดย&nbsp;นายอิสยาซะห์&nbsp;&nbsp;ได้ออกมาแสดงตัว&nbsp;จากการตรวจสอบพบว่า&nbsp;นายอิสยาซะห์&nbsp;&nbsp;มีพฤติกรรมเป็นผู้ก่อเหตุรุนแรง&nbsp;มีหมายจับ&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;หมาย&nbsp;ที่สำคัญคือ&nbsp;เหตุคนร้ายโจมตีจุดตรวจบ้านกอแลปิเละ&nbsp;ตำบลปะกาฮารัง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;23&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2562&nbsp;ทำให้มีผู้เสียชีวิต&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;ภายหลังจับกุมเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวไปยังศูนย์ซักถามหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;43&nbsp;เพื่อสอบสวนขยายผลต่อไป</p><p><strong>ด้านการช่วยเหลือประชาชน&nbsp;&nbsp;จากเหตุการณ์&nbsp;</strong>เมื่อวันที่&nbsp;3&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;นายสุทธิศักดิ์&nbsp;&nbsp;ชาวบ้าน&nbsp;บ้านน้ำเค็ม&nbsp;ตำบลบ้านนา&nbsp;อำเภอจะนะ&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ได้เหยียบกับระเบิดของคนร้ายบริเวณทางรถไฟ&nbsp;ขณะออกไป&nbsp;หาปลาทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส&nbsp;ขาข้างขวาขาด&nbsp;พลโท&nbsp;เกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;/&nbsp;ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ได้เดินทางไปเยี่ยมพร้อมมอบเงินส่วนตัวเพื่อช่วยเหลือในขั้นต้น&nbsp;จำนวน&nbsp;100,000&nbsp;บาท&nbsp;และให้ดำเนินการบรรจุบุตร&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;จากทั้งหมด&nbsp;6&nbsp;คน&nbsp;เข้าทำงาน&nbsp;ในโครงการสร้างงานและจ้างงานเร่งด่วน&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งเป็นโครงการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์</strong>ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;โดยเริ่มบรรจุตั้งแต่เดือน&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;รวมทั้งให้หน่วยเฉพาะกิจสงขลา&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านนาและภาคส่วนต่างๆในพื้นที่&nbsp;ซ่อมแซมที่พักอาศัย&nbsp;ช่วยเหลือครอบครัวของ&nbsp;&nbsp;นายสุทธิศักดิ์&nbsp;เนื่องจากมีฐานะยากจน&nbsp;โดยนายสุทธิศักดิ์&nbsp;จะได้รับการช่วยเหลือเยียวยาในด้านต่างๆ&nbsp;&nbsp;จากภาครัฐ&nbsp;กรณีที่ได้รับผลกระทบจนเกิดความพิการ&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ภาคส่วนต่างๆ&nbsp;ได้เปิด&nbsp;Web&nbsp;Page&nbsp;&nbsp;ร่วมระดมทุน&nbsp;โอนเข้าบัญชีภรรยานายสุทธิศักดิ์ฯ&nbsp;โดยปัจจุบัน&nbsp;มียอดเงิน&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;1,500,000&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>สำหรับในห้วงที่ผ่านมาตั้งแต่วันที่&nbsp;24&nbsp;-&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</strong>&nbsp;ได้เกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;21&nbsp;อำเภอ&nbsp;125&nbsp;ตำบล&nbsp;&nbsp;ประชาชน&nbsp;10,712&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;&nbsp;โดย&nbsp;พลโท&nbsp;เกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;/&nbsp;ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ได้สั่งการ&nbsp;ให้หน่วยทหารระดมสรรพกำลังพร้อมประสานภาคส่วนต่างๆ&nbsp;ออกให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชน&nbsp;&nbsp;เป็นการด่วน&nbsp;ได้แก่&nbsp;การขนย้ายข้าวของรวมทั้งอพยพพี่น้องประชาชนไปพักอาศัยในที่พักชั่วคราว&nbsp;แจกจ่ายถุงยังชีพ&nbsp;รวมทั้งนำเครื่องจักรขนาดใหญ่เข้าซ่อมแซมเส้นทางที่ถูกตัดขาด&nbsp;ทั้งนี้ถึงแม้พื้นที่ส่วนใหญ่&nbsp;สถานการณ์น้ำท่วมจะลดลงเข้าสู่ภาวะปกติ&nbsp;แต่&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;จะยังคงจัดกำลังพลเข้าช่วยเหลือซ่อมแซมบ้านเรือนของพี่น้องประชาชน&nbsp;ที่ได้รับความเสียหาย&nbsp;รวมทั้งทำความสะอาดสถานที่ร่วมกับภาคส่วนต่างๆ&nbsp;เพื่อให้กลับมาใช้งานได้อย่างเป็นปกติต่อไป&nbsp;พร้อมทั้งได้เน้นย้ำเรื่องการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด&nbsp;19&nbsp;ในประเทศไทยมีอัตราที่ค่อนข้างสูง</p><p><strong>ด้านพันตำรวจโท&nbsp;ภนภัค&nbsp;ภานุเดชากฤษ&nbsp;ผู้ช่วยโฆษก</strong>กองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;เปิดเผยถึงคดีที่สำคัญในห้วงเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมาว่า&nbsp;เดือนกุมภาพันธ์&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;เกิดเหตุความรุนแรง&nbsp;7&nbsp;เหตุ&nbsp;เหตุอาชญากรรม&nbsp;12&nbsp;เหตุ&nbsp;เหตุก่อกวน&nbsp;1&nbsp;เหตุ&nbsp;และเหตุปะทะ&nbsp;1&nbsp;เหตุ&nbsp;มีผู้เสียชีวิต&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;แยกเป็น&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และผู้ก่อเหตุรุนแรง&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;มีผู้ได้รับบาดเจ็บ&nbsp;17&nbsp;ราย&nbsp;แยกเป็น&nbsp;ตำรวจ&nbsp;13&nbsp;นาย&nbsp;ประชาชน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;และผู้ก่อเหตุรุนแรง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ออกหมายจับ&nbsp;ป.วิ&nbsp;อาญา&nbsp;คดีความมั่นคง&nbsp;จำนวน&nbsp;14&nbsp;หมาย&nbsp;จับกุม&nbsp;4&nbsp;หมาย&nbsp;หลบหนี&nbsp;10&nbsp;หมาย&nbsp;&nbsp;จำหน่ายหมายจับคดีค้างเก่า&nbsp;11&nbsp;หมาย&nbsp;รวมจำหน่ายหมาย&nbsp;15&nbsp;หมาย&nbsp;การออกหมายจับ&nbsp;ตาม&nbsp;พ.ร.ก.ฯ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;หมาย&nbsp;จับกุม&nbsp;1&nbsp;หมาย&nbsp;รวมจำหน่ายหมาย&nbsp;1&nbsp;หมาย&nbsp;มีผลคำพิพากษาคดีความมั่นคงของศาลชั้นต้น&nbsp;ศาลอุทธรณ์&nbsp;และศาลฎีกา&nbsp;รวม&nbsp;4&nbsp;คดี&nbsp;&nbsp;จำเลย&nbsp;6&nbsp;คน&nbsp;แยกเป็น&nbsp;จำคุกตลอดชีวิต&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;จำคุกไม่เกิน&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;3&nbsp;คน&nbsp;และยกฟ้อง&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;</p><p><strong>ส่วนความคืบหน้าคดีสำคัญ&nbsp;เหตุเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ</strong>เชิงรุกบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง&nbsp;พื้นที่&nbsp;ต.ลาโละ&nbsp;อ.รือเสาะ&nbsp;จว.นราธิวาส&nbsp;เมื่อ&nbsp;2&nbsp;มี.ค.62&nbsp;และตรวจยึดอาวุธปืนกลเล็กยาว&nbsp;M16&nbsp;A2&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;กระบอก&nbsp;ตรวจสอบพบประวัติการก่อเหตุจำนวน&nbsp;1&nbsp;คดี&nbsp;พนักงานสอบสวนออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;เมื่อ&nbsp;15&nbsp;ก.พ.65&nbsp;แต่ยังจับกุมตัวไม่ได้&nbsp;&nbsp;เหตุยิงนายโสภณ&nbsp;ทาสุข&nbsp;(เสียชีวิต)&nbsp;เหตุเกิด&nbsp;ต.ซากอ&nbsp;อ.ศรีสาคร&nbsp;จว.นราธิวาส&nbsp;เมื่อ&nbsp;11&nbsp;ธ.ค.63&nbsp;สามารถออกหมายจับ&nbsp;ผู้ต้องหา&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;ยังจับกุมตัวไม่ได้&nbsp;เหตุลอบวางระเบิดแสวงเครื่องร้านซ่อมรถจักรยานยนต์&nbsp;พื้นที่&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;จว.ยะลา&nbsp;เมื่อ&nbsp;14&nbsp;ก.พ.65&nbsp;พฤติการณ์&nbsp;ในวันเกิดเหตุ&nbsp;สถานีตำรวจภูธรบันนังสตา&nbsp;ได้รับแจ้งพบวัตถุต้องสงสัยบรรจุในถุงพลาสติกตั้งอยู่หน้าร้านซ่อมรถจักรยานยนต์&nbsp;จากการตรวจสอบพบเป็นวัตถุระเบิดแสวงเครื่องแบบตั้งเวลา&nbsp;ได้ทำการเก็บกู้และส่งตรวจพิสูจน์&nbsp;ผลการตรวจพิสูจน์พบสารพันธุกรรมดีเอ็นเอ&nbsp;สามารถยืนยันตัวบุคคลได้&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ต่อมาพนักงานสอบสวนออกหมายจับ&nbsp;เมื่อ&nbsp;24&nbsp;ก.พ.65&nbsp;ยังจับกุมตัวไม่ได้</p><p><strong>สำหรับเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;มีคำพิพากษาคดีความมั่นคงที่น่าสนใจ&nbsp;2&nbsp;คดี</strong>&nbsp;เหตุโจมตีจุดตรวจทางลุ่ม&nbsp;ต.ลำพะยา&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;จว.ยะลา&nbsp;เมื่อ&nbsp;5&nbsp;พ.ย.62&nbsp;ต่อมาวันที่&nbsp;14&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น&nbsp;ลงโทษจำคุก&nbsp;4&nbsp;ปี&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;จำคุกตลอดชีวิต&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เหตุเจ้าหน้าที่มีการปฏิบัติการเชิงรุกบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เหตุเกิด&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;55&nbsp;ม.3&nbsp;ต.ปากู&nbsp;อ.ทุ่งยางแดง&nbsp;จว.ปัตตานี&nbsp;เมื่อ&nbsp;24&nbsp;ธ.ค.64&nbsp;&nbsp;ดำเนินคดีกับผู้ให้ที่พักพิงแก่ผู้ก่อเหตุรุนแรง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ศาลพิพากษา&nbsp;ลงโทษ&nbsp;จำคุก&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;&nbsp;&nbsp;ปรับ&nbsp;40,000&nbsp;บาท&nbsp;โทษจำคุกรอลงอาญา&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ในขณะที่&nbsp;นาย&nbsp;อำนวย&nbsp;ศรีระเเก้ว&nbsp;ผู้ช่วยเลขาธิการ&nbsp;ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัด</strong>ชายแดนภาคใต้&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สำหรับกิจกรรรมเด่นในเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ได้ดำเนินการจัดตั้งโรงครัว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พระราชทาน&nbsp;เพื่อนพึ่ง&nbsp;(ภาฯ)&nbsp;ยามยาก&nbsp;สภากาชาดไทย&nbsp;เพื่อเร่งช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่&nbsp;จชต.&nbsp;รวมระยะเวลา&nbsp;&nbsp;5&nbsp;วัน&nbsp;ซึ่งจะผลิตอาหาร&nbsp;วันละ&nbsp;5,000&nbsp;กล่อง&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;25,000&nbsp;กล่อง&nbsp;นอกจากนั้น&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ยังได้ส่งมอบข้าวกล่อง&nbsp;จากโรงครัวพระราชทานฯ&nbsp;ให้ประชาชน&nbsp;ที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ตำบลมูโนะ&nbsp;อำเภอสุไหงโก-ลก&nbsp;จังหวัดนราธิวาส</p><p><strong>อีกทั้งด้าน&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ได้จัดสัมมนาฯ&nbsp;ระดมความเห็น</strong>&nbsp;โอกาส&nbsp;ศักยภาพและความท้าทายของ&nbsp;จชต.&nbsp;และ&nbsp;ของประเทศไทย&nbsp;ฯ&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ผู้แทนมูลนิธิชัยพัฒนามอบพันธุ์แพะพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;แก่เกษตรกรชายแดนใต้&nbsp;เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้สามารถพึ่งพาตัวเองได้&nbsp;เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชนในการประกอบอาชีพเกษตรกรสามารถสร้างรายได้และพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนให้ดีขึ้น</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304134752423
32	ศอ.บต. กอ.รมน.ภาค 4 สน. และกกล.ตร.จชต. แถลงร่วม 3 ฝ่าย แจงผลการปฏิบัติงานฯ ห้วงก.พ. 65 ที่ผ่านมา	<p><strong>วันนี้&nbsp;(4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ที่&nbsp;ศูนย์ประชาสัมพันธ์&nbsp;</strong>กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;ตำบลเขาตูม&nbsp;อำเภอยะรัง&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;นายอำนวย&nbsp;ศรีระแก้ว&nbsp;ผู้ช่วยเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(ศอ.บต.)&nbsp;พร้อมด้วยพันเอก&nbsp;เกียรติศักดิ์&nbsp;ณีวงษ์&nbsp;หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคง&nbsp;ภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;และ&nbsp;พันตำรวจโท&nbsp;ภนภัค&nbsp;ภานุเดชากฤษ&nbsp;ผู้ช่วยโฆษกกองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ร่วมแถลง&nbsp;3&nbsp;ฝ่าย&nbsp;ผลการปฏิบัติงาน&nbsp;การแก้ไขปัญหาและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ในห้วงเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;</p><p><strong>ผู้ช่วยเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.กล่าวว่า&nbsp;ในห้วงเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565</strong>&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ได้มีการดำเนินงานในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;สำคัญหลายด้านประกอบด้วย&nbsp;มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง&nbsp;(ภาฯ)&nbsp;ยามยาก&nbsp;สภากาชาดไทย&nbsp;โดยพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี&nbsp;กรมหมื่นสุทธนารีนาถ&nbsp;องค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ&nbsp;และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี&nbsp;กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร&nbsp;มหาวัชรราชธิดา&nbsp;องค์ประธานกรรมการมูลนิธิอาสา&nbsp;เพื่อนพึ่ง&nbsp;(ภาฯ)&nbsp;ยามยาก&nbsp;สภากาชาดไทย&nbsp;ทรงห่วงใยราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่&nbsp;และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้จัดตั้งโรงครัวพระราชทาน&nbsp;เพื่อประกอบอาหารปรุงสำเร็จ&nbsp;ไปช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นแก่ผู้ประสบเหตุอุทุกภัย&nbsp;</p><p><strong>โดยมี&nbsp;พลเรือตรี&nbsp;สมเกียรติ&nbsp;ผลประยูร&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีรับมอบโรงครัวพระราชทานจากมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง&nbsp;(ภาฯ)&nbsp;ยามยาก&nbsp;สภากาชาดไทย&nbsp;และลงพื้นที่นำอาหารกล่องไปมอบให้กับประชาชนในพื้นที่ที่ประสบกับสถานการณ์ดังกล่าวสำหรับโรงครัวพระราชทานฯ&nbsp;จัดตั้งระหว่างวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;รวมระยะเวลา&nbsp;5&nbsp;วัน&nbsp;ผลิตอาหาร&nbsp;วันละ&nbsp;5,000&nbsp;กล่อง&nbsp;รวม&nbsp;25,000&nbsp;กล่อง&nbsp;โดยองค์กรภาคประชาชนเพื่อสันติและเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(กลุ่มเสื้อเขียว)&nbsp;เป็นผู้ประกอบอาหารเพื่อนำไปแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัย&nbsp;ฯ&nbsp;อีกทั้งศอ.บต.&nbsp;ได้จัดการสัมมนา&nbsp;โอกาส&nbsp;ศักยภาพ&nbsp;และความท้าทาย&nbsp;ของ&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้และของประเทศไทยภายหลังรัฐบาลเปิดศักราชใหม่ของความสัมพันธ์ไทย-ซาอุดีอาระเบียโดยสมบูรณ์&nbsp;ที่&nbsp;มหาวิทยาลัยฟาฏอนี&nbsp;อำเภอยะรัง&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งเป็นการนำข้อสรุปทั้ง&nbsp;9&nbsp;ด้าน&nbsp;จากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;</strong>มานำเสนอ&nbsp;และวางแนวทางการพัฒนาและยกระดับการขับเคลื่อนภายใต้มิติความสัมพันธ์ไทย-ซาอุดีอาระเบีย&nbsp;เพื่อจัดทำเป็นร่างกรอบและปรับปรุง&nbsp;หลังจากได้รับคำแนะนำ&nbsp;ข้อคิดเห็นเพื่อส่งให้กระทรวงการต่างประเทศนำเสนอต่อที่ประชุม&nbsp;กพต.&nbsp;และเสนอ&nbsp;ครม.ต่อไป&nbsp;โดยภายในงานมีนายอนุชา&nbsp;นาคาศัย&nbsp;รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวปาฐกถา&nbsp;ผ่าน&nbsp;video&nbsp;conference&nbsp;ในหัวข้อ&nbsp;ความสำเร็จของการฟื้นฟูความสัมพันธ์ไทย-ซาอุดีอาระเบีย&nbsp;โอกาสและศักยภาพ&nbsp;ของประเทศไทยและจังหวัดชายแดนภาคใต้ภายใต้ศักราชใหม่ของความสัมพันธ์ที่สมบูรณ์ด้วย&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;พลเรือตรี&nbsp;สมเกียรติ&nbsp;ผลประยูร&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;</strong>ยังได้ร่วมพิธีรับมอบพันธุ์แพะพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;ที่ได้ขอรับการสนับสนุนพันธุ์แพะพระราชทานที่ขยายพันธุ์&nbsp;โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาสัตว์เคี้ยวเอื้องขนาดเล็ก&nbsp;มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;ตัว&nbsp;ให้แก่เกษตรกรจากมูลนิธิชัยพัฒนาเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชนในการประกอบอาชีพเกษตรกรสามารถสร้างรายได้และพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่&nbsp;ของพี่น้องประชาชนให้ดีขึ้น&nbsp;โดยมีพื้นที่นำร่อง&nbsp;คือหมู่ที่&nbsp;1&nbsp;บ้านปากาชาแม&nbsp;ตำบลวังพญา&nbsp;อำเภอรามัน&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;เป็นพื้นที่ที่มีความพร้อมที่จะสามารถดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพและขยายผลไปยังพื้นที่อื่นได้ในอนาคตข้างหน้า</p><p><strong>ด้านหัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคง</strong>&nbsp;ภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้าเปิดเผยว่า&nbsp;ในห้วงเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;ได้ปฏิบัติภารกิจในการควบคุมพื้นที่&nbsp;ส่งเสริมการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม&nbsp;ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบสาธารณภัย&nbsp;และส่งเสริมภาคส่วนต่างๆ&nbsp;ในการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อีกทั้งในห้วงที่ผ่านมาเกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง&nbsp;พลโท&nbsp;เกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ได้สั่งการให้หน่วยทหารระดมสรรพกำลังพร้อมประสานภาคส่วนต่างๆ&nbsp;ออกให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเป็นการเร่งด่วน&nbsp;ในการขนย้ายข้าวของ&nbsp;การอพยพพี่น้องประชาชนไปพักอาศัยในที่พักชั่วคราว&nbsp;แจกจ่ายถุงยังชีพ&nbsp;รวมทั้งนำเครื่องจักรขนาดใหญ่เข้าซ่อมแซมเส้นทางที่ถูกตัดขาด&nbsp;และบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย&nbsp;ร่วมกับภาคส่วนต่างๆ&nbsp;เพื่อให้กลับมาใช้งานได้อย่าง&nbsp;เป็นปกติ</p><p><strong>ขณะที่ด้านผู้ช่วยโฆษกกองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;เดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เกิดเหตุก่อความรุนแรง&nbsp;7&nbsp;เหตุ&nbsp;เหตุอาชญากรรม&nbsp;12&nbsp;เหตุ&nbsp;เหตุก่อกวน&nbsp;1&nbsp;เหตุ&nbsp;&nbsp;และเหตุปะทะ&nbsp;1&nbsp;เหตุ&nbsp;มีผู้เสียชีวิต&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;แยกเป็นผู้นำท้องถิ่น&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และผู้ก่อเหตุรุนแรง&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;มีผู้ได้รับบาดเจ็บ&nbsp;17&nbsp;ราย&nbsp;แยกเป็น&nbsp;ตำรวจ&nbsp;13&nbsp;นาย&nbsp;ประชาชน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;และผู้ก่อเหตุรุนแรง&nbsp;&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ออกหมายจับ&nbsp;ป.วิ&nbsp;อาญา&nbsp;คดีความมั่นคง&nbsp;จำนวน&nbsp;14&nbsp;หมาย&nbsp;จับกุม&nbsp;4&nbsp;หมาย&nbsp;หลบหนี&nbsp;10&nbsp;หมาย&nbsp;จำหน่ายหมายจับคดีค้างเก่า&nbsp;11&nbsp;หมาย&nbsp;รวมจำหน่ายหมาย&nbsp;15&nbsp;หมายการออกหมายจับ&nbsp;ตาม&nbsp;พ.ร.ก.ฯ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;หมาย&nbsp;จับกุม&nbsp;1&nbsp;หมาย&nbsp;รวมจำหน่ายหมาย&nbsp;1&nbsp;หมาย&nbsp;มีผลคำพิพากษาคดีความมั่นคงของศาลชั้นต้น&nbsp;ศาลอุทธรณ์&nbsp;และศาลฎีกา&nbsp;รวม&nbsp;4&nbsp;คดี&nbsp;จำเลย&nbsp;6&nbsp;คน&nbsp;แยกเป็น&nbsp;จำคุกตลอดชีวิต&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;จำคุกไม่เกิน&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;3&nbsp;คน&nbsp;และยกฟ้อง&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;มีการปฏิบัติการเชิงรุกบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;เหตุการณ์&nbsp;ซึ่งในการปฏิบัติงานของกองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;มีเป้าหมายคือสันติสุขจะกลับมาในพื้นที่โดยเร็ววัน&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;องค์กรเข้มแข็ง&nbsp;สร้างความยุติธรรม&nbsp;ประชาชนอยู่อย่างปลอดภัย&nbsp;และการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม&nbsp;SATU&nbsp;PADU&nbsp;เราคือพี่น้องกัน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304140258434
33	ครม.อนุมัติงบกลาง วงเงิน 2,000 ล้านบาท แก้หนี้เกษตรกร ฟื้นฟูและพัฒนาภาคการเกษตร	<p><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า&nbsp;</strong>ภายหลังจากที่&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีได้กำหนดให้ปี&nbsp;2565&nbsp;เป็นปีแห่งการแก้หนี้ภาคครัวเรือน&nbsp;จึงได้สั่งการและมอบหมายให้หน่วยงานต่างๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้องขับเคลื่อนภารกิจให้เป็นรูปธรรมอย่างเร่งด่วนนั้น&nbsp;</p><p><strong>คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติงบกลาง&nbsp;วงเงิน&nbsp;2,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</strong>รายการเงินสำรองจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น&nbsp;ให้กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;(กฟก.)&nbsp;เพื่อดำเนินการ&nbsp;ดังนี้&nbsp;การแก้ไขปัญหาหนี้เกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;3,425&nbsp;ราย&nbsp;วงเงิน&nbsp;1,500&nbsp;ล้านบาท,&nbsp;การฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;42,034&nbsp;ราย&nbsp;776&nbsp;องค์กร&nbsp;วงเงิน&nbsp;267.62&nbsp;ล้านบาท,&nbsp;ค่าใช้จ่ายในการบริหารสำนักงานฯ&nbsp;ไตรมาสที่&nbsp;3-4&nbsp;(งบบุคลากร&nbsp;งบดำเนินงาน)&nbsp;วงเงิน&nbsp;230.38&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เนื่องจากในระยะเวลา&nbsp;3&nbsp;ปีที่ผ่านมา&nbsp;คือตั้งแต่ปี&nbsp;2563-2565&nbsp;กองทุนฯ&nbsp;ไม่ได้รับจัดสรรงบฯ&nbsp;และภายหลังได้รับการจัดสรรงบ&nbsp;จะทำให้กองทุนสามารถเข้าไปซื้อหนี้ที่เกษตรกรเป็นหนี้กับสถาบันการเงิน&nbsp;เข้ามาเป็นหนี้กองทุนฯ&nbsp;แล้วให้เกษตรกรผ่อนชำระคืนกับทางกองทุน&nbsp;จะช่วยลดภาระดอกเบี้ย&nbsp;และลดการถูกยึดที่ดินทำกินของเกษตรกร</p><p><strong>กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;จัดตั้งโดย&nbsp;พ.ร.บ.&nbsp;กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2542&nbsp;</strong>มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการรวมกลุ่มของเกษตรกรในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและแก้ไขปัญหาของเกษตรกร&nbsp;เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพเกษตรกรรม&nbsp;เพื่อพัฒนาความรู้ด้านเกษตรกรรม&nbsp;เป็นการพัฒนาศักยภาพในการพึ่งพาตนเองของเกษตรกร&nbsp;และแก้ไขปัญหาหนี้เกษตรกร&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ประโยชน์ที่เกษตรกรจะได้รับโครงการนี้จะสามารถลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมและเศรษฐกิจตามนโยบายของรัฐบาล&nbsp;รักษาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของเกษตรกรได้มากกว่า&nbsp;3,425&nbsp;ราย&nbsp;จำนวน&nbsp;5,000&nbsp;ไร่&nbsp;เกษตรกรได้ประโยชน์&nbsp;จากการฟื้นฟูอาชีพจำนวน&nbsp;42,034&nbsp;ราย&nbsp;จำนวน&nbsp;776&nbsp;องค์กร&nbsp;มีโอกาสฟื้นฟูตนเองในการประกอบอาชีพ&nbsp;เพื่อสร้างรายได้นำไปชำระหนี้ตามกำหนด&nbsp;และทำให้เข้าถึงแหล่งทุนเพื่อพัฒนาและฟื้นฟูอาชีพ&nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพทางผลผลิต&nbsp;การรวบรวมผลผลิต&nbsp;&nbsp;การแปรรูป&nbsp;การตลาด&nbsp;และพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304152050477
34	ส.ปชส.ตราด ประชาสัมพันธ์ ครม.อนุมัติงบกลาง วงเงิน 2,000 ล้านบาท แก้หนี้เกษตรกร พร้อมฟื้นฟูและพัฒนาภาคการเกษตร	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด&nbsp;รายงานว่า</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=""background-color:&nbsp;white;"">ภายหลังจากที่นายกรัฐมนตรีได้กำหนดให้ปี&nbsp;2565&nbsp;เป็นปีแห่งการแก้หนี้ภาคครัวเรือน&nbsp;จึงได้สั่งการและมอบหมายให้หน่วยงานต่างๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้องขับเคลื่อนภารกิจให้เป็นรูปธรรมอย่างเร่งด่วน</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong&nbsp;style=""background-color:&nbsp;white;"">คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติงบกลาง&nbsp;วงเงิน&nbsp;2,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""background-color:&nbsp;white;"">รายการเงินสำรองจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น&nbsp;ให้กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;(กฟก.)&nbsp;เพื่อดำเนินการ&nbsp;ดังนี้</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><span&nbsp;style=""background-color:&nbsp;white;"">-&nbsp;การแก้ไขปัญหาหนี้เกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;3,425&nbsp;ราย&nbsp;วงเงิน&nbsp;1,500&nbsp;ล้านบาท</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><span&nbsp;style=""background-color:&nbsp;white;"">-&nbsp;การฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;42,034&nbsp;ราย&nbsp;776&nbsp;องค์กร&nbsp;วงเงิน&nbsp;267.62&nbsp;ล้านบาท</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><span&nbsp;style=""background-color:&nbsp;white;"">-&nbsp;ค่าใช้จ่ายในการบริหารสำนักงานฯ&nbsp;ไตรมาสที่&nbsp;3-4&nbsp;(งบบุคลากร&nbsp;งบดำเนินงาน)&nbsp;วงเงิน&nbsp;230.38&nbsp;ล้านบาท</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong&nbsp;style=""background-color:&nbsp;white;"">เนื่องจากในระยะเวลา&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;ผ่านมา&nbsp;คือตั้งแต่ปี&nbsp;2563&nbsp;-&nbsp;65&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""background-color:&nbsp;white;"">กองทุนฯ&nbsp;ไม่ได้รับจัดสรรงบฯ&nbsp;และภายหลังได้รับการจัดสรรงบ&nbsp;จะทำให้กองทุนสามารถเข้าไปซื้อหนี้ที่เกษตรกรเป็นหนี้กับสถาบันการเงิน&nbsp;เข้ามาเป็นหนี้กองทุนฯ&nbsp;แล้วให้เกษตรกรผ่อนชำระคืนกับทางกองทุน&nbsp;จะช่วยลดภาระดอกเบี้ย&nbsp;และลดการถูกยึดที่ดินทำกินของเกษตรกร</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong&nbsp;style=""background-color:&nbsp;white;"">กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;จัดตั้งโดย&nbsp;พ.ร.บ.กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2542</strong><span&nbsp;style=""background-color:&nbsp;white;"">&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อ&nbsp;1)&nbsp;ส่งเสริมและสนับสนุนการรวมกลุ่มของเกษตรกรในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและแก้ไขปัญหาของเกษตรกร&nbsp;2)&nbsp;ส่งเสริมและสนับสนุนการฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพเกษตรกรรม&nbsp;3)&nbsp;พัฒนาความรู้ด้านเกษตรกรรม&nbsp;และ&nbsp;4)&nbsp;พัฒนาศักยภาพในการพึ่งพาตนเองของเกษตรกร&nbsp;และแก้ไขปัญหาหนี้เกษตรกร&nbsp;เป็นต้น</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong&nbsp;style=""background-color:&nbsp;white;"">ประโยชน์ที่เกษตรกรจะได้รับ</strong></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong&nbsp;style=""background-color:&nbsp;white;"">โครงการนี้จะสามารถลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมและเศรษฐกิจตามนโยบายของรัฐบาล&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""background-color:&nbsp;white;"">รักษาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของเกษตรกรได้มากกว่า&nbsp;3,425&nbsp;ราย&nbsp;จำนวน&nbsp;5,000&nbsp;ไร่&nbsp;เกษตรกรได้ประโยชน์&nbsp;จากการฟื้นฟูอาชีพ&nbsp;จำนวน&nbsp;42,034&nbsp;ราย&nbsp;จำนวน&nbsp;776&nbsp;องค์กร&nbsp;มีโอกาสฟื้นฟูตนเองในการประกอบอาชีพ&nbsp;เพื่อสร้างรายได้นำไปชำระหนี้ตามกำหนด&nbsp;และทำให้เข้าถึงแหล่งทุนเพื่อพัฒนาและฟื้นฟูอาชีพ&nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพทางผลผลิต&nbsp;การรวบรวมผลผลิต&nbsp;การแปรรูป&nbsp;การตลาด&nbsp;และพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;ต่อไป&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p>"	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304161253504
35	ส.ปชส.ตราด ประชาสัมพันธ์ โอกาสแรงงานไทย ภายหลังการฟื้นความสัมพันธ์ไทย-ซาอุฯ	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด&nbsp;รายงานว่า&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากการเยือนซาอุดีอาระเบียของ&nbsp;พล.อ.ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;</strong>นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;25-26&nbsp;มกราคมที่ผ่านมา&nbsp;นับเป็นการเยือนของผู้นำรัฐบาลไทยครั้งแรก&nbsp;ในรอบ&nbsp;32&nbsp;ปี&nbsp;และเปิดศักราชใหม่ของความสัมพันธ์ที่ส่งผลดีต่อภาคเศรษฐกิจ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งภาคการท่องเที่ยวและโอกาสของแรงงานไทยในตะวันออกกลาง</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ล่าสุด&nbsp;คณะรัฐมนตรี&nbsp;มีมติเห็นชอบร่างข้อตกลงด้านแรงงานระหว่างกระทรวงแรงงาน</strong>กับกระทรวงทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาสังคมแห่งซาอุดีอาระเบีย&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ฉบับ&nbsp;ได้แก่</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">(1)&nbsp;ร่างข้อตกลงว่าด้วยการจัดหาแรงงานทํางานบ้านระหว่างกระทรวงแรงงานแห่ง&nbsp;ราชอาณาจักรไทยและกระทรวงทรัพยากรมนุษย์และ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การพัฒนาสังคมแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย&nbsp;(Draft&nbsp;Agreement&nbsp;on&nbsp;Domestic&nbsp;Workers&nbsp;Recruitment&nbsp;between&nbsp;the&nbsp;Ministry&nbsp;of&nbsp;Labour&nbsp;of&nbsp;the&nbsp;Kingdom&nbsp;of&nbsp;Thailand&nbsp;and&nbsp;the&nbsp;Ministry&nbsp;of&nbsp;Human&nbsp;Resources&nbsp;and&nbsp;Social&nbsp;Development&nbsp;of&nbsp;the&nbsp;Kingdom&nbsp;of&nbsp;Saudi&nbsp;Arabia)</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">(2)&nbsp;ร่างข้อตกลงว่าด้วยการจัดหาแรงงานระหว่างกระทรวงแรงงานแห่งราชอาณาจักรไทย&nbsp;และกระทรวงทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาสังคมแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย&nbsp;(&nbsp;Draft&nbsp;Agreement&nbsp;on&nbsp;Workers&nbsp;Recruitment&nbsp;between&nbsp;the&nbsp;Ministry&nbsp;of&nbsp;Labour&nbsp;of&nbsp;the&nbsp;Kingdom&nbsp;of&nbsp;Thailand&nbsp;and&nbsp;the&nbsp;Ministry&nbsp;of&nbsp;Human&nbsp;Resources&nbsp;and&nbsp;Social&nbsp;Development&nbsp;of&nbsp;the&nbsp;Kingdom&nbsp;of&nbsp;Saudi&nbsp;Arabia)</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานหรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมาย</strong>&nbsp;เป็นผู้ลงนามข้อตกลงในนามของฝ่ายไทย&nbsp;ร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาสังคมซาอุดีอาระเบียหรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมาย&nbsp;โดยคาดว่าคณะผู้เดินทางจากซาอุดีอาระเบียจะเดินทางมาไทยในช่วงวันที่&nbsp;5-7&nbsp;มี.ค.&nbsp;65&nbsp;ซึ่งจะมีการลงนามข้อตกลงดังกล่าวในวันที่&nbsp;7&nbsp;มี.ค.&nbsp;65&nbsp;นี้</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ประโยชน์ที่เกิดจากร่างข้อตกลงดังกล่าว</strong>&nbsp;จะทำให้การจัดหาผู้ที่ต้องการไปทำงานที่ซาอุดีอาระเบียเป็นไปตามกฎหมาย&nbsp;มีจริยธรรม&nbsp;ได้รับการคุ้มครองสิทธิของนายจ้างและลูกจ้าง&nbsp;ในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินสามารถขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ&nbsp;โดยทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือกันทำระบบที่ได้รับการยอมรับ&nbsp;ทั้งการจัดหา&nbsp;การจัดส่งคนไปทำงาน&nbsp;และการส่งแรงงานกลับประเทศ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>กระทรวงทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาสังคมแห่งซาอุดีอาระเบีย</strong>&nbsp;มีหน้าที่รับผิดชอบในการระบุคุณสมบัติและประเภทของงานที่เสนอให้มีการจัดหาแรงงาน&nbsp;รวมทั้งค่าจ้าง&nbsp;ผลประโยชน์&nbsp;และเงื่อนไขอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และสร้างความมั่นใจว่าสวัสดิการและสิทธิของแรงงานไทย&nbsp;ที่ได้รับการว่าจ้างทำงานในซาอุดีอาระเบียได้รับการคุ้มครอง</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>กระทรวงแรงงานมีหน้าที่สร้างความมั่นใจว่าแรงงานที่จัดหา&nbsp;ตรงตามเงื่อนไข</strong>ทางด้านสุขภาพ&nbsp;และปราศจากโรคติดต่อ&nbsp;เป็นผู้ไม่มีประวัติเสื่อมเสีย&nbsp;และผ่านการฝึกอบรมทักษะที่เหมาะสม&nbsp;รวมทั้งจะดำเนินการที่จำเป็นเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่แรงงานในการเดินทาง&nbsp;ไปยังซาอุดีอาระเบียและการจัดส่งแรงงานกลับคืนสู่ไทย&nbsp;รวมทั้งสนับสนุนให้แรงงานปฏิบัติตามกฎหมาย&nbsp;ศีลธรรม&nbsp;คุณธรรม&nbsp;และขนบธรรมเนียมประเพณีของซาอุดีอาระเบีย&nbsp;ซึ่งทั้งสองฝ่าย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จะทบทวน&nbsp;ประเมินผล&nbsp;และติดตามการดำเนินการตามข้อตกลงนี้เป็นระยะด้วย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทั้งนี้&nbsp;ร่างข้อตกลง&nbsp;ฯ&nbsp;นี้&nbsp;มีผลบังคับใช้&nbsp;เมื่อมีการแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร&nbsp;มีระยะเวลา&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;</strong>และจะต่ออายุได้อีก&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;โดยอัตโนมัติ&nbsp;เว้นแต่ภาคีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดแสดงเจตจำนงระงับหรือสิ้นสุดข้อตกลง</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นอกจากนี้&nbsp;ในมิติด้านสังคม&nbsp;นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระราชาธิบดีซัลมาน&nbsp;บิน&nbsp;อับดุลอะชีช&nbsp;อัลชะอูด&nbsp;</strong>แห่งราชอาณาจักรซาอุดิอาระเบียที่ทรงพระราชทานอัลกุรอานจำนวน&nbsp;50,060&nbsp;เล่ม&nbsp;แก่ชาวไทยมุสลิม&nbsp;โดยอัลกุรอานที่ทรงพระราชทานให้จะมีขนาดต่างๆ&nbsp;และแปลเป็นภาษาต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;โดยได้มีพิธีส่งมอบไปแล้วเมื่อวันที่&nbsp;26&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การส่งมอบดังกล่าวสะท้อนถึงการส่งเสริมความร่วมมือและสัมพันธไมตรีอันดีระหว่างไทยกับซาอุดีอาระเบีย&nbsp;ที่มีปฏิสัมพันธ์ถึงมิติด้านสังคม&nbsp;รวมถึงบทบาทของไทยที่ได้รับการยอมรับในชุมชนมุสลิมระหว่างประเทศ&nbsp;ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายในการส่งเสริม&nbsp;และสนับสนุนสังคมพหุวัฒนธรรมที่อยู่ร่วมกันอย่างสันติ&nbsp;เสรีภาพและปรองดอง&nbsp;รวมถึงการสร้างปฏิสัมพันธ์ในสังคม</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ในด้านการท่องเที่ยว&nbsp;ได้มีเที่ยวบินปฐมฤกษ์ของสายการบิน&nbsp;Saudi&nbsp;Arabian&nbsp;Airlines</strong>&nbsp;จากเมืองเจดดาห์&nbsp;กรุงริยาด&nbsp;ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย&nbsp;ได้ถึงประเทศไทยเป็นเที่ยวบินแรก&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;18.05&nbsp;น.&nbsp;โดยมีคณะนักท่องเที่ยวชาวซาอุดีอาระเบีย&nbsp;เดินทางมาไทย&nbsp;จำนวน&nbsp;71&nbsp;คน&nbsp;มีการควบคุมให้ไปตามมาตรการการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;ทั้งนี้เที่ยวบินปฐมฤกษ์นี้ถือเป็นหนึ่งปัจจัยความสำเร็จแรกๆจากการเดินทางเยือนซาอุดีอาระเบียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี&nbsp;โดยเส้นทางเที่ยวบินตรง&nbsp;กรุงริยาด&nbsp;&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;&nbsp;กรุงริยาด&nbsp;นี้จะช่วยส่งเสริมการเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยว&nbsp;และช่วยให้ไทยเป็นประเทศศูนย์กลางการเดินทาง&nbsp;สามารถเดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทางอื่นๆ&nbsp;ได้สะดวก&nbsp;ตลอดจนเป็นโอกาสต่อยอดขยายตลาดนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ&nbsp;เช่น&nbsp;ยุโรป&nbsp;และตะวันออกกลาง&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304155010489
36	รองผู้ว่าฯศรีสะเกษ เดินหน้าขับเคลื่อนงานป้องกันยาเสพติดพื้นทื่วิกฤต รุ่นที่ 4	<p><strong>จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;โดย&nbsp;ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปราม</strong>ยาเสพติดจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เปิดโครงการป้องกันและรักษาความสงบเรียบร้อย&nbsp;กิจกรรม&nbsp;ขันเคลื่อนงานป้องกันและเฝ้าระวังปัญหายาเสพติดในพื้นที่วิกฤติ&nbsp;ตำบลมั่นคง&nbsp;โดยดำเนินการตามรูบแบบเขินโมเดล&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565</p><p><strong>วันที่&nbsp;4&nbsp;มี.ค.65&nbsp;เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.&nbsp;ที่หอประชุม&nbsp;อำเภอบึงบูรพ์</strong>&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ได้มอบหมายให้&nbsp;นายสำรวย&nbsp;เกษกุล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ได้เป็นประธานพิธีเปิด/ปิดโครงการป้องกันและรักษาความสงบเรียบร้อย&nbsp;กิจกรรม&nbsp;ขับเคลื่อนงานป้องกันและเฝ้าระวังปัญหายาเสพติดพื้นที่วิกฤตตำบลมั่นคง&nbsp;ตามรูปแบบเขินโมเดล&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;รุ่นที่&nbsp;4&nbsp;โดยมี&nbsp;นายปรีชา&nbsp;ส่งเสริม&nbsp;หัวหน้าผู้ประสนงานศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายอิทธิพล&nbsp;สุยะลา&nbsp;นายอำเภอบึงบูรพ์&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;อำเภอบึงบูรพ์&nbsp;นำผู้นำชุมชนในพื้นที่อำเภอบึงบูรพ์&nbsp;ผู้เข้ารับการฝึกอบรมจำนวน&nbsp;80&nbsp;คน&nbsp;</p><p><strong>นายสำรวย&nbsp;เกษกุล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การจัดอบรมมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่าง&nbsp;ต่อเนื่อง/มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาหมู่บ้าน/ชุมชน&nbsp;โดยใช้ยุทธศาสตร์ตำบลในการแก้ไขปัญหาการฝึกอบรมรุ่นนี้&nbsp;เป็นกิจกรรมอาสาสมัครประสานงานเพื่อการขับเคลื่อนงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด&nbsp;ปฏิบัติการทางจิตวิทยาเพื่อการดำเนินงานอย่างเข้มข้น&nbsp;โดยใช้หลักสูตรโรงเรียนผู้นำ&nbsp;เพื่อกระตุ้นให้กล้าคิด&nbsp;กล้าทำ&nbsp;กล้านำ&nbsp;กล้าเปลี่ยน&nbsp;สร้างความเปลี่ยนแปลงในชุมชนให้เกิดขึ้น&nbsp;โดยการใช้กลยุทธ์การสำนึกรักบ้านเกิด&nbsp;สร้างจิตสำนึกในการดูแลรักษาหมู่บ้าน/ชุมชนของตน&nbsp;ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการมีส่วนร่วมป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติดในตำบลร่วมกับภาครัฐ&nbsp;ต่อไป</p><p><strong>ด้านนายปรีชา&nbsp;ส่งเสริมหัวหน้าผู้ประสนงานศูนย์อำนวยการป้องกัน</strong>และปราบปรามยาเสพติดจังหวัด&nbsp;ศรีสะเกษ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ด้วยปัจจุบันสถานการณ์ยาเสพติดในพื้นที่&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ยังคงมีการแพร่ระบาดในหลายๆ&nbsp;พื้นที่/ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่สามารถดูแลได้อย่างทั่วถึง&nbsp;จึงส่งผลกระทบก่อให้เกิดปัญหาต่างๆเช่น&nbsp;ความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษได้กำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาที่สำคัญ&nbsp;คือเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนอย่างบูรณาการ&nbsp;</p><p><strong>โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันเฝ้าระวังและเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน</strong>ยาเสพติดในทุกกลุ่มเป้าหมายที่มีโอกาสเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด&nbsp;ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;จึงเล็งเห็นความสำคัญที่จะเสริมสร้าง/การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนอย่างบูรณาการ&nbsp;จึงจัดทำโครงการขับเคลื่อนงานป้องกันและเฝ้าระวังปัญหายาเสพติดในพื้นที่วิกฤติ/ตำบลมั่นคงโดยดำเนินการตามรูปแบบเชินโมเดลขึ้น</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-04-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304190615585
37	ขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยเหลือคนไทยทั้ง 230 คน ออกมาจากยูเครนได้อย่างปลอดภัย	<p><strong>สถานเอกอัครราชทูต&nbsp;ณ&nbsp;กรุงวอร์ซอ</strong>&nbsp;รายงานความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยในยูเครน(สถานะวันที่&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;23.30&nbsp;น.)&nbsp;โดยระบุว่า&nbsp;คณะคนไทยชุดที่&nbsp;6&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;14&nbsp;คน&nbsp;เดินทางโดยเครื่องบินกลับประเทศไทย&nbsp;และมีกำหนดถึงสนามบินสุวรรณภูมิ&nbsp;ในวันนี้&nbsp;(7&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;12.40&nbsp;น.&nbsp;โดยสายการบินกาตาร์&nbsp;เที่ยวบินที่&nbsp;QR836&nbsp;ส่วนคณะคนไทยชุดที่&nbsp;7&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;คน&nbsp;จะเดินทางโดยเครื่องบินออกจากกรุงบูคาเรสต์&nbsp;ในวันนี้&nbsp;และมีกำหนดถึงไทย&nbsp;ในวันที่&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยสายการบินไทย&nbsp;เที่ยวบินที่&nbsp;TG971&nbsp;เวลา&nbsp;06.50&nbsp;น.</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;การช่วยเหลือคนไทยออกจากยูเครนเพิ่มเติม&nbsp;บ่ายวันนี้</strong>&nbsp;สถานเอกอัครราชทูตฯ&nbsp;นำคนไทยคนสุดท้าย&nbsp;ที่ประสงค์จะอพยพ&nbsp;เดินทางออกจากศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือคนไทยฯ&nbsp;เมืองลวิฟ&nbsp;เข้าประเทศโปแลนด์&nbsp;และจัดที่พักในโรงแรมที่กรุงวอร์ซอ&nbsp;เพื่อเตรียมเดินทางกลับประเทศไทย&nbsp;</p><p><strong>สถานเอกอัครราชทูต&nbsp;ณ&nbsp;กรุงวอร์ซอ</strong>&nbsp;ขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ที่ช่วยสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือคนไทยทั้ง&nbsp;230&nbsp;คน&nbsp;ออกมาจากยูเครนได้อย่างปลอดภัย&nbsp;ส่วนคนไทยที่มีความจำเป็นทางครอบครัว&nbsp;หรือตัดสินใจพำนักอยู่ในยูเครนต่อไป&nbsp;ทางสถานเอกอัครราชทูตฯ&nbsp;ขอให้พิจารณาเดินทางออกจากยูเครนโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้&nbsp;และหากต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ&nbsp;ทางไลน์ระหว่างสถานเอกอัครราชทูตฯ&nbsp;กับคนไทยในยูเครนได้ตลอดเวลา&nbsp;หรือโทรศัพท์ฉุกเฉิน&nbsp;หมายเลข&nbsp;+48&nbsp;696&nbsp;642&nbsp;348</p><p><br></p><p><br></p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.จันทบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307144447203
38	เห็นชอบร่างข้อตกลงด้านแรงงาน 2  ฉบับ ในการจัดหาผู้ที่ต้องการไปทำงานที่ซาอุดีอาระเบียเป็นไปตามกฎหมาย	<p><strong>คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างข้อตกลงด้านแรงงาน</strong>ระหว่างกระทรวงแรงงานกับกระทรวงทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาสังคมแห่งซาอุดีอาระเบีย&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ฉบับ&nbsp;ได้แก่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;(1)&nbsp;ร่างข้อตกลงว่าด้วยการจัดหาแรงงานทํางานบ้านระหว่างกระทรวงแรงงานแห่ง&nbsp;ราชอาณาจักรไทยและกระทรวงทรัพยากรมนุษย์และ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การพัฒนาสังคมแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย&nbsp;(Draft&nbsp;Agreement&nbsp;on&nbsp;Domestic&nbsp;Workers&nbsp;Recruitment&nbsp;between&nbsp;the&nbsp;Ministry&nbsp;of&nbsp;Labour&nbsp;of&nbsp;the&nbsp;Kingdom&nbsp;of&nbsp;Thailand&nbsp;and&nbsp;the&nbsp;Ministry&nbsp;of&nbsp;Human&nbsp;Resources&nbsp;and&nbsp;Social&nbsp;Development&nbsp;of&nbsp;the&nbsp;Kingdom&nbsp;of&nbsp;Saudi&nbsp;Arabia)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;(2)&nbsp;ร่างข้อตกลงว่าด้วยการจัดหาแรงงานระหว่างกระทรวงแรงงานแห่งราชอาณาจักรไทย&nbsp;และกระทรวงทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาสังคมแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย&nbsp;(&nbsp;Draft&nbsp;Agreement&nbsp;on&nbsp;Workers&nbsp;Recruitment&nbsp;between&nbsp;the&nbsp;Ministry&nbsp;of&nbsp;Labour&nbsp;of&nbsp;the&nbsp;Kingdom&nbsp;of&nbsp;Thailand&nbsp;and&nbsp;the&nbsp;Ministry&nbsp;of&nbsp;Human&nbsp;Resources&nbsp;and&nbsp;Social&nbsp;Development&nbsp;of&nbsp;the&nbsp;Kingdom&nbsp;of&nbsp;Saudi&nbsp;Arabia)</p><p><strong>ประโยชน์ที่เกิดจากร่างข้อตกลงดังกล่าว&nbsp;</strong>จะทำให้การจัดหาผู้ที่ต้องการไปทำงานที่ซาอุดีอาระเบียเป็นไปตามกฎหมาย&nbsp;มีจริยธรรม&nbsp;ได้รับการคุ้มครองสิทธิของนายจ้างและลูกจ้าง&nbsp;ในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินสามารถขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ&nbsp;โดยทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือกันทำระบบที่ได้รับการยอมรับ&nbsp;ทั้งการจัดหา&nbsp;การจัดส่งคนไปทำงาน&nbsp;และการส่งแรงงานกลับประเทศ&nbsp;โดยกระทรวงทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาสังคมแห่งซาอุดีอาระเบีย&nbsp;&nbsp;มีหน้าที่รับผิดชอบในการระบุคุณสมบัติและประเภทของงานที่เสนอให้มีการจัดหาแรงงาน&nbsp;</p><p><strong>รวมทั้งค่าจ้าง&nbsp;ผลประโยชน์&nbsp;และเงื่อนไขอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;</strong>ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และสร้างความมั่นใจว่าสวัสดิการและสิทธิของแรงงานไทย&nbsp;ที่ได้รับการว่าจ้างทำงานในซาอุดีอาระเบียได้รับการคุ้มครอง&nbsp;กระทรวงแรงงานมีหน้าที่สร้างความมั่นใจว่าแรงงานที่จัดหา&nbsp;ตรงตามเงื่อนไขทางด้านสุขภาพ&nbsp;และปราศจากโรคติดต่อ&nbsp;เป็นผู้ไม่มีประวัติเสื่อมเสีย&nbsp;และผ่านการฝึกอบรมทักษะที่เหมาะสม&nbsp;รวมทั้งจะดำเนินการที่จำเป็นเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่แรงงานในการเดินทาง&nbsp;ไปยังซาอุดีอาระเบียและการจัดส่งแรงงานกลับคืนสู่ไทย&nbsp;รวมทั้งสนับสนุนให้แรงงานปฏิบัติตามกฎหมาย&nbsp;ศีลธรรม&nbsp;คุณธรรม&nbsp;และขนบธรรมเนียมประเพณีของซาอุดีอาระเบีย&nbsp;ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะทบทวน&nbsp;ประเมินผล&nbsp;และติดตามการดำเนินการตามข้อตกลงนี้เป็นระยะด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรปราการ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307091438044
39	นายกรัฐมนตรี ชื่นชมปฏิบัติการรับคนไทยในยูเครนกลับบ้าน ขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ	<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;รับทราบความคืบหน้าการดำเนินการส่งคนไทยในยูเครนกลับบ้านเพิ่มเติม&nbsp;โดยรู้สึกยินดีที่พี่น้องชาวไทยทุกคนที่แสดงความประสงค์เดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้ว&nbsp;ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วมปฏิบัติภารกิจนี้&nbsp;รวมทั้งนายกรัฐมนตรีห่วงใยต่อผู้ที่ประสงค์จะอยู่ในยูเครนกับครอบครัวต่อ&nbsp;โดยได้สั่งการเน้นย้ำหน่วยงานที่รับผิดชอบต้องเตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลือหากเกิดความตึงเครียดเพิ่มเติม&nbsp;</p><p><strong>โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>กระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;โดยสถานเอกอัครราชทูต&nbsp;ณ&nbsp;กรุงวอร์ซอ&nbsp;ประเทศโปแลนด์รายงานความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยในยูเครน&nbsp;โดยคณะคนไทยชุดที่&nbsp;6&nbsp;จำนวน&nbsp;14&nbsp;คนได้เดินทางโดยสายการบินกาตาร์กลับประเทศไทยและมีกำหนดเดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิในวันนี้&nbsp;(7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;12.40&nbsp;น.&nbsp;และคณะคนไทยชุดที่&nbsp;7&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;คน&nbsp;จะเดินทางโดยสายการบินไทยออกจากกรุงบูคาเรสต์ในวันนี้และมีกำหนดถึงประเทศไทยในวันที่&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;06.50&nbsp;น.&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;สถานเอกอัครราชทูตฯ&nbsp;ได้นำคนไทยคนสุดท้ายออกจากยูเครนเข้าพักที่กรุงวอร์ซอเพื่อเตรียมเดินทางกลับประเทศไทยแล้ว&nbsp;เป็นผลสำเร็จของปฏิบัติการที่ได้นำคนไทยจำนวน&nbsp;230&nbsp;คนออกจากยูเครนได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;แสดงความขอบคุณต่อหน่วยงานทุกฝ่าย&nbsp;</strong>ที่ดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพแม้อยู่ภายใต้สถานการณ์ที่ตึงเครียดในยูเครน&nbsp;ชื่นชมทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;รวมถึงภาคประชาชนที่ได้ให้การสนับสนุน&nbsp;รวมทั้งยังคงห่วงใยชาวไทยที่แสดงความประสงค์ที่จะอยู่กับครอบครัวที่ยูเครน&nbsp;พร้อมกันนี้&nbsp;นายกรัฐมนตรีหวังว่าสถานการณ์จะดีขึ้น&nbsp;ยืนยันว่าไทยสนับสนุนการใช้สันติวิธีในการแก้ไขปัญหาเพื่อลดความสูญเสียและผล&nbsp;กระทบ</p><p><br></p><p><br></p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307144831211
40	พร้อมการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายกเมืองพัทยา คาดเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพรุ่งนี้	<p><strong>พลเอก&nbsp;อนุพงษ์&nbsp;เผ่าจินดา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;</strong>กล่าวถึงความคืบหน้าการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร&nbsp;และนายกเมืองพัทยา&nbsp;ว่า&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;&nbsp;ได้เสนอร่างพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร&nbsp;และนายกเมืองพัทยา&nbsp;คาดว่าจะเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันพรุ่งนี้&nbsp;ส่วนวันเลือกตั้งจะเป็นวันที่&nbsp;29&nbsp;พฤษภาคมหรือไม่นั้น&nbsp;ย้ำว่ากระทรวงมหาดไทย&nbsp;เสนอเรื่องให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาว่าจะกำหนดให้มีการเลือกตั้งทั้ง&nbsp;2&nbsp;รูปแบบก่อน&nbsp;แต่การกำหนดประกาศการเลือกตั้งและวันเลือกตั้ง&nbsp;เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง&nbsp;หรือ&nbsp;กกต.&nbsp;ต้องรอให้คณะรัฐมนตรีมีมติให้จัดการเลือกตั้งก่อน&nbsp;จากนั้นจะแจ้งไปยัง&nbsp;กกต.&nbsp;ประกาศวันเลือกตั้ง&nbsp;มีความสำคัญเพราะการประกาศวันเลือกตั้ง&nbsp;จะทำให้ผู้ที่อยู่ในตำแหน่งปัจจุบันต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที&nbsp;โดยยืนยันความพร้อมของกระทรวงมหาดไทยดำเนินการเลือกตั้ง</p><p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย</strong>&nbsp;ยังกล่าวถึงการร่วมรับประทานกับพลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีฯ&nbsp;และพลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;&nbsp;4&nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&nbsp;ว่าไม่มีอะไร&nbsp;เป็นการรับประทานอาหารร่วมกันตามปกติ&nbsp;ส่วนสถานการณ์การเมืองที่ถูกประเมินว่ามีแนวโน้มจะยุบสภาก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น&nbsp;เห็นว่าการเมืองก็ต้องเดินไป&nbsp;ส่วนเหตุการณ์จะเป็นอย่างไร&nbsp;อยู่ที่สภาผู้แทนราษฎรจะเสนอญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ&nbsp;รัฐบาลมีหน้าที่ชี้แจงและสร้างความเข้าใจให้กับประชาชน&nbsp;&nbsp;ต้องดำเนินการตามครรลองของประชาธิปไตยและไม่ขอตอบว่ากังวลใจกับการอภิปรายหรือไม่</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307142934181
41	ตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ขยายผลจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่จังหวัดกระบี่ ยึดของกลางยาบ้ากว่า  4 แสนเม็ด	<p><strong>พล.ต.ต.ศักย์ศิรา&nbsp;เผือกอ่ำ&nbsp;รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค&nbsp;8&nbsp;</strong>นายอนุวรรตน์&nbsp;โหมดพริ้ง&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;พล.ต.ต.ชัยวัฒน์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อุ้ยคำ&nbsp;ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่&nbsp;&nbsp;&nbsp;ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมขยายผล&nbsp;เครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่จังหวัดกระบี่&nbsp;ยึดของกลางยาบ้า418,802&nbsp;เม็ด&nbsp;รถยนต์จำนวน&nbsp;2&nbsp;คัน&nbsp;ณ&nbsp;ตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่&nbsp;&nbsp;&nbsp;ต.เหนือคลอง&nbsp;อ.เหนือคลอง&nbsp;จ.กระบี่&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;โดย&nbsp;ปปส.ภาค&nbsp;8&nbsp;ร่วมจับกุม&nbsp;นายมนตรี&nbsp;หรือตรี&nbsp;</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;28&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;81/1&nbsp;ม.7&nbsp;ต.ลำทับ&nbsp;อ.ลำทับ&nbsp;จ.กระบี่&nbsp;&nbsp;นายสุจินต์&nbsp;หรือเล็ก&nbsp;&nbsp;อายุ&nbsp;&nbsp;31&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;131&nbsp;ม.4&nbsp;ต.ดินแดง&nbsp;อ.ลำทับ&nbsp;จ.กระบี่&nbsp;ของกลาง&nbsp;ยาบ้า&nbsp;รวมประมาณ&nbsp;418,802&nbsp;เม็ด&nbsp;อาวุธปืนพกสั้น&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;กระบอก&nbsp;พร้อมเครื่องกระสุนปืนรวม&nbsp;52&nbsp;นัดแจ้งข้อกล่าวหา&nbsp;ร่วมกันจำหน่ายโดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท&nbsp;1&nbsp;(เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า)&nbsp;โดยไม่ได้รับอนุญาตฯ&nbsp;และ&nbsp;มีอาวุธปืนไว้ในความครอบครอง&nbsp;พาอาวุธปืนไปในเมือง&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ทางสาธารณะ&nbsp;โดยไม่ได้รับอนุญาตฯ&nbsp;สถานที่เกิดเหตุจับกุม&nbsp;ลานจอดรถปั๊มน้ำมัน&nbsp;ปตท.สาขาเหนือคลอง&nbsp;ต.เหนือคลอง&nbsp;อ.เหนือคลอง&nbsp;ต่อเนื่อง&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;125&nbsp;และบ้านเลขที่&nbsp;81/1&nbsp;ม.7&nbsp;ต.ลำทับ&nbsp;อ.ลำทับ&nbsp;จ.กระบี่&nbsp;&nbsp;วัน/เดือน/ปี&nbsp;ที่เกิดเหตุ&nbsp;:&nbsp;วันที่&nbsp;4-6&nbsp;มีนาคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;พฤติการณ์ในการจับกุมขยายผลเครือข่ายยาเสพติดครั้งนี้จากการสืบสวนและขยายผลจับกุมเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดกระบี่ห้วงที่ผ่านมา&nbsp;เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้สืบสวนจนทราบว่า&nbsp;ขบวนการเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่&nbsp;มีการนำยาเสพติดเข้ามาพักไว้กับเครือข่ายยาเสพติดพื้นที่&nbsp;อ.ลำทับ&nbsp;จ.กระบี่&nbsp;ครั้งละหลายร้อยมัด&nbsp;(มัดละ&nbsp;2,000&nbsp;เม็ด)</p><p><strong>สืบสวนจนทราบว่า&nbsp;มีนายตรี&nbsp;หรือนายมนตรี&nbsp;สุทธิเกิด</strong>&nbsp;กับพวก&nbsp;ทำหน้าที่เป็นคนเก็บและกระจายยาเสพติดต่อให้กับเครือข่ายพื้นที่ต่างๆ&nbsp;ใช้รถยนต์กระบะแต่งซิ่งเป็นยานพาหนะ&nbsp;มักเช่าพักและเก็บยาเสพ&nbsp;ติดตามรีสอร์ทต่างๆ&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;อ.ลำทับ&nbsp;อ.คลองท่อม&nbsp;และ&nbsp;อ.เหนือคลอง&nbsp;และใช้ช่วงเวลากลางคืนในการนำยาเสพติดไปวางตามจุด&nbsp;และมีเครือข่ายพื้นที่ต่างๆ&nbsp;มารับไปต่อ&nbsp;ได้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบและออกสืบสวนหาข่าวอย่างต่อเนื่อง&nbsp;</p><p><strong>จนกระทั่งวันที่&nbsp;4&nbsp;มี.ค.&nbsp;65&nbsp;เวลาประมาณ&nbsp;02.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>ขณะออกสืบสวนหาข่าว&nbsp;เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้พบรถยนต์กระบะแต่งซิ่งของนายมนตรีฯ&nbsp;ขับขี่เข้าไปจอดที่บริเวณปั๊มน้ำมัน&nbsp;ปตท.&nbsp;สาขาเหนือคลอง&nbsp;จึงได้เข้าแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ต&nbsp;ารวจ/เจ้าพนักงาน&nbsp;ปปส.ฯ&nbsp;เบื้องต้นจับกุมตัวนายมนตรี&nbsp;หรือตรี&nbsp;สุทธิเกิด&nbsp;และนายสุจินต์&nbsp;หรือเล็ก&nbsp;เทพสุทธิ์&nbsp;ไดพร้อมของกลาง&nbsp;ยาบ้า&nbsp;&nbsp;222&nbsp;เม็ด&nbsp;,&nbsp;อาวุธปืนพกสั้นรีวอลเวอร์ขนาด&nbsp;.357&nbsp;พร้อมกระสุนปืน&nbsp;ได้ทำการซักถามขยายผล&nbsp;ให้การยอมรับว่า&nbsp;ได้ร่วมกันเก็บยาเสพติดไว้ที่บ้านของตน&nbsp;ม.7&nbsp;ต.ลำทับ&nbsp;อ.ลำทับฯ&nbsp;และสมัครใจนำเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบที่บ้านพัก&nbsp;ผลการตรวจสอบพบ&nbsp;ยาบ้ารวมประมาณ&nbsp;418,580&nbsp;เม็ด&nbsp;ซุกซ่อนอยู่ภายในห้องนอนของบ้าน&nbsp;</p><p><strong>จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลาง&nbsp;และจับกุมตัวบุคคลทั้งสอง</strong>&nbsp;นำมาควบคุมและขยายผลพิสูจน์ทราบเครือข่ายผู้ร่วมขบวนการยาเสพติดการจากสอบสวนและสืบสวนขยายผล&nbsp;ทราบว่า&nbsp;เครือข่ายยาเสพติดดังกล่าว&nbsp;เป็นเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่&nbsp;มีนายต้อมฯ&nbsp;(เป็นเจ้าของยาเสพติด)&nbsp;(ปัจจุบันหลบหนีหมายจับไปอยู่ที่ประเทศเพื่อนบ้าน)&nbsp;ได้ติดต่อมายังนายมนตรีฯ&nbsp;(ผู้ต้องหาที่&nbsp;1)&nbsp;และนายสุจินต์ฯ&nbsp;(ผู้ต้องหาที่&nbsp;2)&nbsp;ให้ทำหน้าที่เก็บและกระจายยาเสพติดต่อโดยใช้วิธีการนำยาเสพติดไปวางตามจุดต่างๆ&nbsp;ตามคำสั่ง&nbsp;จะได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินครั้งละประมาณ&nbsp;30,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือบางครั้งก็จะได้ค่าตอบแทนเป็นยาเสพติด&nbsp;ผู้ต้องหารับว่าได้ทำมาแล้วหลายครั้ง&nbsp;โดยเฉลี่ยประมาณ&nbsp;3-4&nbsp;ครั้งต่อเดือน&nbsp;แต่ละครั้งจะรับยาบ้ามาเก็บไว้ครั้งละประมาณ&nbsp;300-400&nbsp;มัด&nbsp;(มัดละ&nbsp;2,000&nbsp;เม็ด)&nbsp;ใช้ช่วงเวลากลางคืนในการกระจายยาเสพติดโดยวิธีการน&nbsp;ายาเสพติดไปวางตามจุดต่างๆ&nbsp;และจะมีเครือข่ายยาเสพติดมารับต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคใต้	กระบี่	สวท.กระบี่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307154750247
42	นายกรัฐมนตรี รับหากสถานการณ์ความตึงเครียดรัสเซียยูเครนดำเนินยาวต่อเนื่องยอมรับมีผลกระทบ  ด้านพลังงานขอทุกฝ่ายช่วยกันประหยัด	<p><strong>พล.อ.ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong>&nbsp;แถลงภายหลัง&nbsp;การประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวงเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา&nbsp;90&nbsp;พรรษา&nbsp;12&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2565&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;(ผ่านระบบ&nbsp;Video&nbsp;Conference)&nbsp;ณ&nbsp;ทำเนียบรัฐบาล&nbsp;ว่า&nbsp;รัฐบาลนี้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมเตรียมจัดงานเพื่อคุยในเรื่องของรายละเอียดต่างๆ&nbsp;โดยจะมีการจัดงานหลายกิจกรรม&nbsp;ซึ่งถือเป็นการดำเนินการต่อเนื่องในปี&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;</p><p><strong>ส่วนกระแสข่าว&nbsp;การพูดคุยกันในเรื่องของรถไฟฟ้าสายสีเขียวในวันนี้นั้น</strong>&nbsp;นายกรัฐมนตรียืนยันว่าไม่มีการพูดคุยหารือกันในวันนี้เพราะถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องตัดสินใจกันในการประชุมคณะรัฐมนตรีขออย่าเอาทุกเรื่องมาปนรวมกันหมดจะทำให้เกิดความยากลำบากในการทำงาน&nbsp;สิ่งที่สำคัญที่สุดนะขณะนี้คือทุกคนต้องเตรียมการให้พร้อมต้องติดตามสถานการณ์ภายนอกประเทศว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างมีผลกระทบกับประเทศไทยอย่างไรบ้าง&nbsp;รัฐบาลต้องคำนึงถึงเรื่องเหล่านี้และนำกลับมาแก้ไขและบรรเทาปัญหาให้กับประชาชนให้ได้มากที่สุด&nbsp;ซึ่งในขณะนี้เรื่องของพลังงานเชื้อเพลิงถือเป็นสิ่งที่สำคัญ&nbsp;รัฐบาลได้พยายามบริหารจัดการตามงบประมาณที่มีอยู่&nbsp;ซึ่งภาระงบประมาณในการดูแลนั้นก็มีอยู่อย่างจำกัดหากสถานการณ์&nbsp;ความตึงเครียดในยุโรปเกิดยืดยาวต่อเนื่อง&nbsp;ย่อมส่งผลกระทบต่อประเทศทั้งนี้จึงจำเป็นต้องขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนทุกคนในสิ่งที่พอจะทำได้เช่นการประหยัด&nbsp;การลดใช้พลังงานเป็นต้น</p><p><strong>นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึง&nbsp;มาตรการรองรับสถานการณ์โควิด-19</strong>&nbsp;&nbsp;โดยเฉพาะมาตรการ&nbsp;เจอ&nbsp;แจก&nbsp;จบอยากให้ทุกภาคส่วนทำความเข้าใจ&nbsp;ช่วยกันประชาสัมพันธ์สร้างความรับรู้ให้กับประชาชน&nbsp;พร้อมยืนยันรัฐบาลจะดูแลเต็มที่</p><p><br></p>	2022-07-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307160118257
43	รองนายกรัฐมนตรี ระบุ การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และนายกเมืองพัทยา เป็นหน้าที่ของ กกต. กำหนดปฏิทินการเลือกตั้ง ก่อนส่งกลับมา ครม.อีกครั้ง	<p><strong>นายวิษณุ?&nbsp;เครืองาม?&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวกล่าวถึงการเลือกตั้ง&nbsp;ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร&nbsp;และนายกเมืองพัทยา</strong>?&nbsp;ว่า&nbsp;คณะรัฐมนตรี&nbsp;มีอำนาจเห็นชอบให้เดินหน้าการเลือกตั้งได้&nbsp;ซึ่งหลังจากคณะรัฐมนตรี&nbsp;เห็นชอบในวันนี้แล้ว&nbsp;ก็เป็นหน้าที่ของ&nbsp;กกต.?ที่จะพิจารณากำหนดตารางปฎิทินการเลือกตั้งทั้งหมด?&nbsp;ก่อนส่งกลับมาคณะรัฐมนตรี&nbsp;เพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา&nbsp;ซึ่งก็จะไม่เกิน?&nbsp;60&nbsp;วัน&nbsp;นับถึงวันเลือกตั้ง</p><p><strong>ส่วนกรณี?&nbsp;พลตำรวจเอก&nbsp;อัศวิน?&nbsp;ขวัญเมือง?&nbsp;ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร</strong>&nbsp;ประกาศลงสมัครรับเลือกตั้ง?&nbsp;นั้น?&nbsp;สามารถลาออก&nbsp;หลังทราบวันเลือกตั้งที่แน่นอน?ได้?&nbsp;ไม่จำเป็นต้องลาออกตอนนี้</p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308133453496
44	ไทย-มาเลย์ ร่วมกันผลักดันเปิดช่องการเดินทางพิเศษ VTL ให้ผู้ฉีดวัคซีนครบ โดยไม่ต้องกักตัว กลางเดือน มี.ค.นี้	<p><strong>พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;รับทราบายงานการเปิดช่องทางพิเศษแบบ Vaccinated Travel Lane (VTL) ระหว่างไทยและมาเลเซีย</strong> จะเริ่มแล้วอย่างเป็นรูปธรรมในกลางเดือนมีนาคมนี้&nbsp;โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งหารือเกี่ยวกับวิธีการเพื่อเปิดช่องทางเดินทางพิเศษระหว่างไทยและมาเลเซียสำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนครบแล้วโดยไม่ต้องกักกันโรคแบบ Vaccinated Travel Lane (VTL) ซึ่งทั้งสองฝ่ายตอบรับในการหารือกันอย่างดี</p><p><strong>สำหรับการเดินทางทางอากาศ คาดว่าเที่ยวบิน และเส้นทางที่จะใช้สำหรับ VTL ซึ่งสายการบินที่กำหนดจากทั้งสองประเทศ</strong>อาจจะได้รับอนุญาตให้ขึ้นบินสูงสุดถึง 6 เที่ยวบินต่อวันในเส้นทางกัวลาลัมเปอร์-กรุงเทพฯ และสูงสุด 4 เที่ยวบินต่อวันสำหรับเส้นทางกัวลาลัมเปอร์-ภูเก็ต ในขณะที่เส้นทางเพิ่มเติมอาจเพิ่มได้ตามรายละเอียดของข้อตกลงร่วมกันของทั้งสองประเทศ</p><p><strong>ทั้งนี้ มาตรการเดินทางเข้ามาเลเซียทางอากาศ น่าจะคล้ายกับมาตรการ VTL ที่มาเลเซียทำกับสิงคโปร์</strong> ซึ่งได้กำหนดว่าผู้เดินทางที่เข้าประเทศมาเลเซียจะต้องทำการทดสอบ RT-PCR สำหรับ Covid 2 วันก่อนออกเดินทาง และอีกครั้งหนึ่งเมื่อเดินทางถึง จึงจะได้เข้าประเทศโดยไม่มีการกักกัน&nbsp;</p><p><strong>การเจรจาเพื่อเปิดการเดินทางโดยช่องทางพิเศษนี้เป็นความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมอีกอย่างหนึ่ง</strong> ภายหลังพบกันระหว่างนายกรัฐมนตรีไทยและมาเลเซีย ในโอกาสที่ดาโตะ ซรี อิซมาอิล ซาบรี ยาคบ นายกรัฐมนตรีมาเลเซียเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ทั้งสองฝ่ายได้เห็นชอบร่วมกันที่จะผลักดันเปิดช่องทางเดินทางนี้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการกระชับความร่วมมือของทั้งสองประเทศในการเปิดพรมแดนระหว่างกันอีกครั้ง คาดว่าจะช่วยให้เศรษฐกิจของทั้งสองประเทศฟื้นตัวทั้งด้านการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และสร้างกิจกรรมทางสังคมของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณเขตเศรษฐกิจชายแดน หลังจากประสบกับผลกระทบของสถานการณ์ Covid - 19</p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308093714409
45	ปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนบ้านเมืองให้สุจริต คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคนสร้างความตระหนักรู้ต่อเด็กและเยาวชน	<p><strong>คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน&nbsp;วุฒิสภา</strong>&nbsp;จัดโครงการสัมมนาเครือข่ายประชาชนปฏิรูปการเมืองปี&nbsp;2564&nbsp;โดยนายชวน&nbsp;หลีกภัย&nbsp;ประธานรัฐสภา&nbsp;กล่าวคำปราศรัยการเมือง&nbsp;เรื่อง&nbsp;ทําการเมืองให้สุจริต&nbsp;ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์&nbsp;</p><p><strong>ประธานรัฐสภา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ตนเองให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนเป็นอย่างยิ่ง&nbsp;ซึ่งการขับเคลื่อนพัฒนาการเมืองประชาชนทุกคนถือเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย&nbsp;ทั้งนี้ในฐานะประธานรัฐสภาได้เน้นยึดหลักการบริหารบ้านเมืองตามต้นแบบการปกครอง&nbsp;3&nbsp;อำนาจอธิปไตยคือ&nbsp;ด้านนิติบัญญัติ&nbsp;ด้านบริหารและด้านตุลาการ&nbsp;ซึ่งทั้ง&nbsp;3&nbsp;ด้าน&nbsp;จะทำหน้าที่ถ่วงดุลอำนาจอธิปไตยตามกฎหมายรัฐธรรมนูญกำหนดและเดินหน้าพัฒนาบ้านเมืองไปสู่ความสุจริตปราศจากคอร์รัปชัน&nbsp;ผ่านการจัดทำโครงการบ้านเมืองสุจริตเพื่อส่งเสริมประเทศชาติมีการพัฒนาที่เข้มแข็ง&nbsp;</p><p><strong>สำหรับปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนบ้านเมืองให้สุจริตคือ</strong>&nbsp;การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคน&nbsp;โดยการสร้างความตระหนัก&nbsp;รับรู้ที่ดีในการส่งเสริมคนดีและนำคนดีมาบริหารบ้านเมือง&nbsp;ผ่านการรณรงค์ปลูกฝั่งในเด็กและเยาวชนให้มีจิตสำนึกไม่นิ่งดูดายและทนต่อการทุจริตคอร์รัปชันอันจะนำไปสู่บ้านเมืองสงบสุข</p><p><strong>ด้านนายเสรี&nbsp;สุวรรณภานนท์</strong>&nbsp;ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน&nbsp;วุฒิสภา&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการสัมมนาเครือข่ายประชาชนปฏิรูปการเมืองปี&nbsp;2564&nbsp;โดยกล่าวว่า&nbsp;การเปิดเวทีสัมมนาในครั้งนี้&nbsp;คณะกรรมาธิการฯ&nbsp;ตระหนักถึงความสำคัญของ&nbsp;การปฎิรูปการเมืองไทย&nbsp;ถือเป็นกลไกในการสร้างการมีส่วนรวมของทุกภาคส่วนเพื่อสานพลังระหว่างเครือข่ายภาคประชาชนที่หลากหลายในหารขับเคลื่อนการปฏิรูปการเมือง&nbsp;อีกทั้งเพื่อเผยแพร่ความรู้&nbsp;แลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างเครือข่ายประชาชนจากภูมิภาคต่างๆ&nbsp;และส่งมอบข้อเสนอทางนโยบายต่างๆ&nbsp;ที่มาจากเครือข่ายภาคประชาชนทุกภูมิภาคของประเทศ&nbsp;มาปฏิรูปด้านการเมืองได้อย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาประชาธิปไตยได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืนต่อไป</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308191914716
46	แม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธานในพิธีเปิดซุ้มประตูค่าย เด่นสง่าคู่ค่ายเสนาณรงค์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา	<p><strong>วันนี้&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ค่ายเสนาณรงค์&nbsp;</strong>ตำบลคอหงส์&nbsp;อำเภอหาดใหญ่&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;พลโท&nbsp;เกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดซุ้มประตูค่ายเสนาณรงค์&nbsp;โดยมี&nbsp;พลตรี&nbsp;ประเสริฐ&nbsp;กิตติรัตน์&nbsp;ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&nbsp;42&nbsp;คณะผู้บังคับบัญชา&nbsp;กำลังพลเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง&nbsp;ทั้งนี้พิธีดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส&nbsp;covid-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;</p><p><strong>ตามที่มณฑลทหารบกที่&nbsp;42&nbsp;ได้จัดทำโครงการก่อสร้างซุ้มประตู</strong>หน้าค่ายเสนาณรงค์&nbsp;เพื่อให้ประตูทางเข้าค่ายฯมีความสง่างาม&nbsp;สามารถอำนวยความสะดวกให้กับกำลังพลในการปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาความปลอดภัย&nbsp;และให้ประชาชนที่มาติดต่อราชการ&nbsp;ณ&nbsp;ค่ายเสนาณรงค์&nbsp;พร้อมทั้งเพื่อส่งเสริมให้หน่วยทหารของกองทัพบกเป็นแกนกลางของชุมชน&nbsp;และสังคมโดยรอบหน่วยทหาร&nbsp;กำลังพลของหน่วย&nbsp;มีขวัญและกำลังใจที่ดีในการปฏิบัติภารกิจ&nbsp;</p><p><strong>โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณการก่อสร้างดังกล่าวจาก</strong>&nbsp;พลโท&nbsp;เกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;และได้รับการสนับสนุนจากกองพลพัฒนาที่&nbsp;4&nbsp;จัดชุดทหารช่างในการก่อสร้างจากกองพันทหารช่างที่&nbsp;402&nbsp;กองพลพัฒนาที่&nbsp;4&nbsp;ใช้เวลาก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณ&nbsp;2&nbsp;เดือน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคใต้	สงขลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308150659567
47	รองนายกรัฐมนตรี เร่งรัดการแก้ปัญหาประมง IUU พร้อมกำชับหน่วยงานเพิ่มประสิทธิภาพ ติดตาม เฝ้าระวัง ควบคู่การบังคับใช้กฏหมายอย่างจริงจัง	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">พล.อ.ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;รายงานต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;</strong>ถึงผลการประชุมคณะทำงานร่วมระหว่างรัฐบาลไทยและคณะกรรมาธิการยุโรปด้านการประมงในการต่อต้านการทำประมงผิดกฎหมาย&nbsp;ครั้งที่&nbsp;5&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;27&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ว่า&nbsp;ฝ่ายสหภาพยุโรป&nbsp;ได้เห็นถึงความทุ่มเท&nbsp;ตั้งใจของรัฐบาลไทย&nbsp;และมีเจตนารมณ์&nbsp;อย่างแน่วแน่ในการแก้ไขปัญหาการทำประมง&nbsp;IUU&nbsp;ให้หมดไปจากประเทศไทย&nbsp;โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือกันในประเด็นกรอบกฎหมายประมง&nbsp;เช่น&nbsp;มาตรการควบคุม&nbsp;และการลงโทษผู้กระทำผิด&nbsp;และระบบติดตามเรือ&nbsp;การติดตาม&nbsp;ควบคุมและเฝ้าระวังการทำประมง&nbsp;เช่น&nbsp;การออกตรวจในทะเล&nbsp;และการดำเนินคดีประมงผิดกฎหมาย&nbsp;การตรวจสอบ&nbsp;ย้อนกลับสินค้าประมงส่งออก&nbsp;และ&nbsp;การบังคับใช้กฎหมาย&nbsp;โดยเฉพาะการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด&nbsp;ที่เป็นเรือประมงพาณิชย์ขนาดใหญ่&nbsp;เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่ประเทศไทยอาจได้รับใบเหลืองจากสหภาพยุโรปอีกครั้ง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;พล.อ.ประวิตร&nbsp;ได้สั่งการ&nbsp;ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ&nbsp;ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งปรับปรุงการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเป็นการเร่งด่วน</strong>&nbsp;โดยเฉพาะในด้านการตรวจติดตาม&nbsp;ควบคุม&nbsp;และเฝ้าระวังการทำประมง&nbsp;IUU&nbsp;ซึ่งมีหน่วยงานรับผิดชอบหลัก&nbsp;ได้แก่&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล&nbsp;(ศรชล.)&nbsp;กรมประมง&nbsp;กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;ตำรวจน้ำ&nbsp;กรมการจัดหางาน&nbsp;กรมสวัสดิการ&nbsp;และคุ้มครองแรงงาน&nbsp;และด้านการบังคับใช้กฎหมาย&nbsp;ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด&nbsp;โดยจะอาศัยกลไกคณะอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ&nbsp;ติดตามผลการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดและเข้มข้น&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อม&nbsp;สำหรับการเยือนไทย&nbsp;ของผู้แทนฝ่ายสหภาพยุโรป&nbsp;ต่อไป</p>"	2022-08-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308143648530
48	กมธ.สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ลงพื้นที่เยี่ยมเยือนและศึกษาดูงาน ที่ จังหวัดเชียงราย	"<p><strong>คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน&nbsp;สิทธิเสรีภาพ</strong>และการคุ้มครองผู้บริโภค&nbsp;วุฒิสภา&nbsp;นำโดย&nbsp;นายอนุศักดิ์&nbsp;คงมาลัย&nbsp;รองประธานคณะกรรมาธิการ&nbsp;คนที่สอง&nbsp;และนายจัตุรงค์&nbsp;เสริมสุข&nbsp;&nbsp;กรรมาธิการ&nbsp;พร้อมด้วยคณะอนุกรรมาธิการ&nbsp;ตสร.&nbsp;ด้านสิทธิมนุษยชน&nbsp;สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค&nbsp;ได้เดินทางไปเยี่ยมเยือนและศึกษาดูงาน&nbsp;เพื่อติดตามการขับเคลื่อนด้านสิทธิเสรีภาพของประชาชนกับการเข้าถึงบริการด้านการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก&nbsp;เมื่อ&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;ในวันจันทร์ที่&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ณ&nbsp;มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง&nbsp;จังหวัดเชียงราย&nbsp;โดยมี&nbsp;รศ.ดร.ชยาพร&nbsp;วัฒนศิริ&nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;และได้ร่วมหารือแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกับคณาจารย์สำนักวิชาการแพทย์บูรณาการในประเด็น&nbsp;การพัฒนานวัตกรรมที่ได้มาตรฐานและการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;ได้เดินทางไปร่วมหารือแลกเปลี่ยน</strong>ข้อคิดเห็นกับหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้แทนสภาองค์กรชุมชน&nbsp;และผู้แทนองค์กรของผู้บริโภคในพื้นที่จังหวัดเชียงราย&nbsp;ณ&nbsp;ศาลากลางจังหวัดเชียงราย&nbsp;ในหัวข้อ&nbsp;""บทบาทของสภาองค์กรชุมชนและสภาองค์กรของผู้บริโภคกับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศที่เกี่ยวกับด้านสิทธิมนุษยชน&nbsp;สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค""&nbsp;โดยมี&nbsp;นายวราดิศร&nbsp;อ่อนนุช&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย&nbsp;ให้การต้อนรับ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;คณะกรรมาธิการได้รับทราบถึงข้อห่วงใย&nbsp;ปัญหา&nbsp;อุปสรรค</strong>&nbsp;รวมทั้งข้อเสนอแนะในการขับเคลื่อนงานของสภาองค์กรชุมชนและสภาองค์กรของผู้บริโภคในพื้นที่จังหวัดเชียงราย&nbsp;โดยจะได้นำข้อมูลไปประมวลและวิเคราะห์ประกอบการรายงานเพื่อติดตาม&nbsp;เสนอแนะและเร่งรัดการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศและการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-08-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สุพรรณบุรี	สวท.สุพรรณบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308154718599
49	ที่ประชุม ครม.เห็นชอบให้ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นภาคีสถาบันวัคซีนนานาชาติ (IVI) เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านวัคซีนของประเทศไทย มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ของโลก	<p><strong>น.ส.ไตรศุลี&nbsp;ไตรสรณกุล&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>คณะรัฐมนตรี(ครม.)&nbsp;เห็นชอบให้ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นภาคีสถาบันวัคซีนนานาชาติ&nbsp;(International&nbsp;Vaccine&nbsp;Institute&nbsp;:&nbsp;IVI)&nbsp;อย่างสมบูรณ์&nbsp;และอนุมัติให้ประเทศไทยสนับสนุนงบประมาณแก่&nbsp;IVI&nbsp;ปีละ&nbsp;100,000&nbsp;ดอลลาร์สหรัฐ&nbsp;หรือประมาณ&nbsp;3.25&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี&nbsp;หมวดเงินอุดหนุนของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;เริ่มตั้งแต่ปีงบประมาณ&nbsp;2566&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;และมอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;จัดทำสัตยาบันสาร&nbsp;เพื่อการเข้าร่วมเป็นภาคี&nbsp;IVI&nbsp;อย่างสมบูรณ์</p><p><strong>สำหรับประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจากการที่ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นภาคี&nbsp;IVI&nbsp;อย่างสมบูรณ์&nbsp;</strong>จะช่วยเสริมสร้างโอกาสในการศึกษา&nbsp;พัฒนาความรู้และศักยภาพในด้านการวิจัยและพัฒนาวัคซีนทั้งภายในและภายนอกประเทศจากโครงการความร่วมมือต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;โครงการวิจัยและพัฒนาวัคซีนสำหรับการทดลองในมนุษย์&nbsp;โครงการทดลองในห้องปฏิบัติการศูนย์เฝ้าระวังโรครวมถึงได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านวัคซีน&nbsp;การพัฒนาบุคลากรด้านวัคซีน&nbsp;และการยกระดับความสัมพันธ์กับIVI&nbsp;และประเทศสมาชิกให้มากขึ้น&nbsp;สอดคล้องกับนโยบายวัคซีนแห่งชาติของประเทศไทย&nbsp;ที่สนับสนุนการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่หลากหลายในด้านการวิจัย&nbsp;พัฒนา&nbsp;และผลิตวัคซีน&nbsp;เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านวัคซีนของประเทศไทย&nbsp;มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ของโลก</p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308162305634
50	ครม.อนุมัติหลักการร่าง พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญาเพิ่มความคุ้มครองผู้ต้องหาและจำเลยในชั้นสอบสวน	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">นางสาวไตรศุลี&nbsp;ไตรสรณกุล&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)&nbsp;อนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ค่าตอบแทนผู้เสียหาย&nbsp;และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา(ฉบับที่.&nbsp;..)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;..ซึ่งมีสาระสำคัญเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2544&nbsp;และเปลี่ยนชื่อ&nbsp;พ.ร.บ.&nbsp;เป็น&nbsp;พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหาย&nbsp;ผู้ต้องหาและจำเลยในคดีอาญา&nbsp;พ.ศ.&nbsp;...&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;เป็นการเพิ่มเติมการคุ้มครองผู้ต้องหาและจำเลยที่ถูกควบคุมในชั้นสอบสวนด้วย&nbsp;จากเดิมที่คุ้มครองผู้เสียหายและจำเลยที่ถูกควบคุมขังในชั้นพิจารณาของศาลเทานั้น&nbsp;ขยายระยะเวลาในการยื่นคำขอรับเงินค่าตอบแทน&nbsp;ค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายจาก&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;เป็น&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;รวมทั้งกำหนดให้สามารถยื่นคำขอดังกล่าวผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ได้&nbsp;เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อในคดีอาญาให้ครอบคุลมทั้งผู้เสียหาย&nbsp;ผู้ต้องหา&nbsp;จำเลยที่ถูกควบคุมตั้งแต่ชั้นสอบสวน&nbsp;และจำเลยที่ถูกคุมขังในชั้นพิจารณาของศาล&nbsp;ให้ได้รับการอำนวยความยุติธรรมอย่างสะดวก&nbsp;รวดเร็ว&nbsp;เท่าเทียมและเป็นธรรม&nbsp;สอดคล้องกับมาตรฐานสากล&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">การขยายความคุ้มครองผู้ต้องหาและจำเลยที่ถูกควบคุมในชั้นสอบสวนด้วยนี้</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ตามร่างกฎหมายได้มีการแก้ไขได้เพิ่มบทนิยามของ&nbsp;""ผู้ต้องหา""&nbsp;ให้หมายความว่า&nbsp;บุคคลผู้ถูกหาว่าได้กระทำความผิด&nbsp;แต่ยังมิได้ถูกฟ้องต่อศาลด้วยและแก้ไขบทนิยาม&nbsp;""ค่าทดแทน""&nbsp;หมายความว่า&nbsp;เงิน&nbsp;ทรัพย์สิน&nbsp;หรือประโยคอื่นใดที่ผู้ต้องหาหรือจำเลยมีสิทธิได้รับเนื่องจากตกเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีอาญาและถูกควบคุม&nbsp;หรือขังในระหว่างการสอบสวน&nbsp;หรือการพิจารณาคดี&nbsp;&nbsp;</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-08-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	กรมประชาสัมพันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308205927745
51	นายกรัฐมนตรี สั่งเตรียมความพร้อมรับมือวิกฤตพลังงานจากผลกระทบของปัญหารัสเซีย-ยูเครน 	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ก่อนการประชุม&nbsp;ครม.&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;สั่งการต่อที่ประชุม&nbsp;ครม.&nbsp;โดยขอบคุณทุกหน่วยงานที่ช่วยกันพาคนไทยในประเทศยูเครน&nbsp;ที่สมัครใจเดินทางกลับประเทศอย่างปลอดภัย&nbsp;พร้อมฝากถึงข้าราชการไทยที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่และประเทศใกล้เคียงให้ระมัดระวังและดูแลตนเอง&nbsp;ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะติดตามดูสถานการณ์&nbsp;รัสเซีย-ยูเครน&nbsp;อย่างใกล้ชิด&nbsp;เพื่อปรับแผนและเตรียมความพร้อมรับมือกับผลกระทบต่างๆ&nbsp;ที่จะตามมา</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายกรัฐมนตรี&nbsp;สั่งการให้เตรียมความพร้อมเรื่องวิกฤตพลังงาน&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">จากสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน&nbsp;ที่ทำให้ราคาพลังงานสูงขึ้นกระทบต่อสินค้าทำให้มีราคาสูงขึ้นด้วย&nbsp;และมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและทั่วโลก&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;จึงสั่งการให้กระทรวงที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เช่น&nbsp;กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;บริหารพลังงานอย่างเหมาะสม&nbsp;เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง&nbsp;ผู้มีรายได้น้อยและให้กระทรวงพาณิชย์&nbsp;ดูแลสินค้าอุปโภคบริโภค&nbsp;ที่มีผลกระทบโดยตรง&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นอกจากนี้&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ยังจะรณรงค์การประหยัดพลังงานซึ่งเป็นมาตรการที่ไม่มีค่าใช้จ่ายให้เป็นวาระสำคัญของรัฐบาล&nbsp;เพื่อร่วมกันฝ่าวิกฤตพลังงานโดยให้ส่วนราชการลดการใช้พลังงานลงร้อยละ&nbsp;20&nbsp;อยากให้มีการลดการใช้น้ำมันลงร้อยละ&nbsp;10&nbsp;รวมทั้งหาวิธีการประหยัดพลังงานอย่างง่าย&nbsp;เช่น&nbsp;การส่งเสริมทำงานที่บ้าน&nbsp;หรือเวิร์คฟอร์มโฮม&nbsp;ใช้วิกฤตให้เป็นโอกาส</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายกรัฐมนตรี&nbsp;กำชับให้กระทรวงมหาดไทย&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ลงพื้นที่ติดตามผลงานในทุกจังหวัดทุกอำเภอในการแก้ปัญหาความยากจนรายครัวเรือนโดยให้แต่ละกระทรวงทำงานร่วมกันให้เกิดผลเป็นรูปธรรมภายในปี&nbsp;2565&nbsp;รวมถึงการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ&nbsp;ซึ่งจะต้องแก้ไขปัญหาไปพร้อมกันด้วย</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายกรัฐมนตรี&nbsp;ยังกำชับ&nbsp;ให้จัดงานเทศกาลสงกรานต์อย่างระมัดระวัง</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;เป็นไปตามมาตรการของ&nbsp;ศบค.&nbsp;และกระทรวงสาธารณสุขอย่างเข้มงวด&nbsp;ผมย้ำว่าทุกคนต้องระมัดระวังตนเองอย่างเคร่งครัด&nbsp;ซึ่งจะเป็นการป้องกันที่ดีที่สุดกว่ามาตรการใดๆ&nbsp;โดยวันหยุดเทศกาลสงกรานต์&nbsp;ให้เป็นไปตามวันหยุดตามปฏิทินปกติ&nbsp;โดยกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ได้ออกมาตรการดูแลในช่วงวันหยุดไว้แล้วและจะประสานกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;และกระทรวงวัฒนธรรม&nbsp;ในการจัดงานเทศกาลสงกรานต์อย่างปลอดภัยและจะนำเข้าสู่ที่ประชุม&nbsp;ศบค.&nbsp;ในครั้งต่อไป</span></p><p>&nbsp;</p><p><br></p>"	2022-08-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308210217746
52	จังหวัดมุกดาหารจัดมหกรรมการออมลดความเหลื่อมล้ำของประชาชน	<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ห้องแก้วมุกดา</strong>&nbsp;ชั้น&nbsp;1&nbsp;ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ประธานในพิธี&nbsp;งานมหกรรมการออมลดความเหลื่อมล้ำของประชาชน&nbsp;เนื่องในโอกาสการสถาปนากระทรวงมหาดไทย&nbsp;ครบรอบ&nbsp;130&nbsp;ปี&nbsp;และวาระการก่อตั้งกรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;ครบรอบ&nbsp;60&nbsp;ปี&nbsp;รวมทั้งการก่อตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&nbsp;ครบรอบ&nbsp;48&nbsp;ปี&nbsp;โดยมีคณะกรรมการและสมาชิกกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตอำเภอละ&nbsp;8&nbsp;คน&nbsp;หน่วยงานภาคีการพัฒนาทั้งภาครัฐ&nbsp;และภาคเอกชน&nbsp;รวมจำนวนทั้งสิ้น&nbsp;100&nbsp;คน</p><p><strong>นายอำพร&nbsp;&nbsp;พลเยี่ยม&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน</strong>&nbsp;รักษาราชการแทนพัฒนาการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;กำหนดให้วันที่&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;ของทุกปี&nbsp;เป็นวันคล้ายวันก่อตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&nbsp;และกำหนดให้วันที่&nbsp;6&nbsp;&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;ของทุกปี&nbsp;เป็นสัปดาห์รณรงค์การประหยัดและการออมของประชาชน</p><p><strong>เนื่องในโอกาสครบรอบ&nbsp;48&nbsp;ปี&nbsp;การก่อตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต</strong>&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;กำหนดจัดงานมหกรรมการออมลดความเหลื่อมล้ำของประชาชนขึ้น&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ด้านการส่งเสริมการออม&nbsp;การให้ประชาชนตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการออม&nbsp;และการมีกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&nbsp;ซึ่งในปัจจุบันจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;มีกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&nbsp;จำนวน&nbsp;103&nbsp;กลุ่ม&nbsp;มีเงินสัจจะสะสม&nbsp;จำนวน&nbsp;115,421,138&nbsp;บาท</p><p><strong>การจัดมหกรรมการออมลดความเหลื่อมล้ำของประชาชนครั้งนี้</strong>&nbsp;ได้จัดให้มีกิจกรรมการแสดงพลังกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต,&nbsp;การบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับการดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต,เวทีเสวนา&nbsp;แลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการออม&nbsp;การมอบใบประกาศเกียรติบัตรกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตที่มีผลการดำเนินงานดีเด่น,&nbsp;กิจกรรมการจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์&nbsp;OTOP,&nbsp;นิทรรศการโคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา,&nbsp;นิทรรศการผ้าไทย&nbsp;และการมอบเกียรติบัตรการประกวดกองทุนแม่ของแผ่นดินดีเด่นจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการดำเนินกิจกรรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;ต่อไป</p><p><strong>สำหรับกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตดีเด่นของจังหวัด</strong>&nbsp;ซึ่งแยกเป็น&nbsp;3&nbsp;ประเภท&nbsp;1.&nbsp;ประเภทกลุ่มออมทรัพย์ที่มีระยะเวลาการดำเนินงาน&nbsp;นับตั้งแต่ปีที่จัดตั้ง&nbsp;จนถึงปัจจุบันมากที่สุด&nbsp;ได้แก่&nbsp;กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านจอมมณีใต้&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลผึ่งแดด&nbsp;อำเภอ&nbsp;เมืองมุกดาหาร&nbsp;2.&nbsp;ประเภทกลุ่มที่มีอัตรากำลังของจำนวนสมาชิกกลุ่มมากที่สุด&nbsp;เมื่อเทียบจำนวนครัวเรือนตามฐานข้อมูล&nbsp;จปฐ.&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ของหมู่บ้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านนาสะโน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลนาสะเม็ง&nbsp;อำเภอดอนตาล</p><p>3.&nbsp;ประเภทกลุ่มออมทรัพย์ที่มีเงินมากที่สุด&nbsp;ได้แก่&nbsp;กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านหนองสระพัง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;ตำบลโพนงาม&nbsp;อำเภอคำชะอี</p><p><strong>ส่วนกองทุนแม่ของแผ่นดินดีเด่นจังหวัดมุกดาหาร</strong>&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;รางวัลชนะเลิศ&nbsp;เงินสด&nbsp;5,000&nbsp;บาท&nbsp;พร้อมใบประกาศ&nbsp;ได้แก่&nbsp;กองทุนแม่ของแผ่นดินบ้านน้อยนาตะแบง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;11&nbsp;ตำบลคำป่าหลาย&nbsp;อำเภอเมืองมุกดาหาร&nbsp;รางวัลรองชนะเลิศอันดับ&nbsp;1&nbsp;เงินสด&nbsp;3,000&nbsp;บาท&nbsp;พร้อมใบประกาศ&nbsp;ได้แก่&nbsp;กองทุนแม่ของแผ่นดินบ้านคำพี้&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลบ้านเป้า&nbsp;อำเภอหนองสูง&nbsp;และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ&nbsp;2&nbsp;เงินสด&nbsp;2,000&nbsp;บาท&nbsp;พร้อมใบประกาศ&nbsp;ได้แก่&nbsp;กองทุนแม่ของแผ่นดินบ้านบาก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลคำบก&nbsp;อำเภอคำชะอี</p><p>&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สวท.มุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308172544666
53	นายกรัฐมนตรี ร่วมงานเลี้ยงพรรคร่วมรัฐบาล ที่สโมสรราชพฤกษ์ หลังประชุมคณะรัฐมนตรี 	<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;</strong>ร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ&nbsp;กับแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล&nbsp;ที่สโมสรราชพฤกษ์&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;นำโดย&nbsp;พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ&nbsp;นายสันติ&nbsp;พร้อมพัฒน์&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง&nbsp;ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ&nbsp;ขณะที่พรรคร่วมรัฐบาล&nbsp;แกนนำที่เดินทางมาร่วมงานเลี้ยงนี้&nbsp;ได้แก่&nbsp;นายอนุทิน&nbsp;ชาญวีรกูล&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย,&nbsp;นายศักดิ์สยาม&nbsp;ชิดชอบ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย,&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ในฐานะประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา,&nbsp;นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ในฐานะเลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา</p><p><strong>ส่วนของพรรคประชาธิปัตย์</strong>&nbsp;นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฎ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์&nbsp;จะเป็นตัวแทนของพรรคไปร่วม&nbsp;ขณะที่&nbsp;นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์&nbsp;แจ้งว่าติดภารกิจที่ต่างประเทศ</p><p><strong>สำหรับการร่วมรับประทานอาหารค่ำกับพรรคร่วมรัฐบาลครั้งนี้</strong>&nbsp;เป็นการเชิญเฉพาะหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค&nbsp;เนื่องจากยังคงมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;จึงต้องจำกัดจำนวนผู้ร่วมงานเลี้ยง&nbsp;เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกัน&nbsp;โดยก่อนหน้านี้&nbsp;พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;เคยเชิญพรรคร่วมรัฐบาลรับประทานอาหารร่วมกันตั้งแต่ปลายปี&nbsp;2564&nbsp;แต่ต้องเลื่อนมา&nbsp;จากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;แพร่ระบาดรุนแรงขึ้น&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;สื่อมวลชนไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปภายในสโมสรราชพฤกษ์&nbsp;ที่เป็นสถานที่จัดงานได้&nbsp;นอกจากสังเกตการณ์อยู่ภายนอกเท่านั้น&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308211337752
54	โครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนฯ ลงพบปะ ประชาชน และผู้ปฏิบัติงานโครงการ ตำบล มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ในตำบลน้ำเชี่ยว อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด	<p><strong>บริเวณอาคารอเนกประสงค์&nbsp;ศูนย์&nbsp;OTOP&nbsp;เทศบาลตำบลน้ำเชี่ยว</strong>&nbsp;อำเภอแหลมงอบ&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;คณะสมาชิกวุฒิสภา(สว.)&nbsp;นำโดย&nbsp;พลเอก&nbsp;วรพงษ์&nbsp;สง่าเนตร&nbsp;รองประธานกรรมการคนที่&nbsp;1&nbsp;ลงพื้นที่ตำบลน้ำเชี่ยว&nbsp;อำเภอแหลมงอบ&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;เพื่อพบปะประชาชน&nbsp;และผู้ปฏิบัติงานโครงการ&nbsp;ตำบล&nbsp;มั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;&nbsp;ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมของโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออก&nbsp;(จังหวัดตราด&nbsp;)&nbsp;โดยมีนายชำนาญวิทย์&nbsp;เตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&nbsp;นำส่วนราชการในระดับจังหวัด&nbsp;ในระดับอำเภอ&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว</p><p><strong>สำหรับการติดตามโครงการ&nbsp;ตำบล&nbsp;มั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;</strong>ของตำบลน้ำเชี่ยว&nbsp;ในครั้งนี้เป็นการรับทราบการสร้างความมั่นคงด้านอาชีพและรายได้&nbsp;รวมทั้งการสร้างความยั่งยืนด้านทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;สิ่งแวดล้อม&nbsp;และวัฒนธรรมท้องถิ่น&nbsp;พร้อมทั้งรับฟังข้อคิดเห็นกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;และประชาชนในพื้นที่&nbsp;เรื่องข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง&nbsp;รวมทั้งรับฟังความต้องการของคนในชุมชน&nbsp;ซึ่งพบว่ามีความต้องการให้มีการซ่อมบำรุงสะพานวัดใจ&nbsp;ที่เป็นอีกจุดขายของการท่องเที่ยวชุมชนน้ำเชี่ยวแห่งนี้&nbsp;</p><p><strong>ทางเทศบาลตำบลน้ำเชี่ยว&nbsp;ได้ชี้แจงกับประชาชน&nbsp;ว่า</strong>ได้มีการดำเนินการใช้งบอุดหนุนปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ในการการซ่อมแซมแล้ว&nbsp;โดยได้ผู้รับเหมาดำเนินการแล้ว&nbsp;นอกจากนี้ยังมีมีความต้องการก่อสร้างสะพานเลียบคลองหมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ทางเทศบาลตำบลน้ำเชี่ยว&nbsp;ได้ดำเนินการขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นไปแล้ว&nbsp;โอกาสนี้คณะสมาชิกวุฒิสภา(สว.)&nbsp;ยังได้ร่วมมอบข้าวสารให้กับประชาชนในพื้นที่ที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;&nbsp;พร้องทั้งลงชุมชนเพื่อพบปะประชาชน&nbsp;และเยี่ยมชมสะพานวัดใจของชุมชนน้ำเชี่ยวแห่งนี้อีกด้วย&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;การจัดกิจกรรมลงพื้นที่ในครั้งนี้</strong>&nbsp;ทางคณะสมาชิกวุฒิสภา&nbsp;(สว.)&nbsp;จะนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะของประชาชนอันเป็นประโยชน์&nbsp;ที่ได้รับฟังไปเป็นข้อมูลในการติดตาม&nbsp;เร่งรัด&nbsp;เสนอแนะ&nbsp;และดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจของวุฒิสภาต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-08-03T00:00:00	ภาคตะวันออก	ตราด	สวท.ตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308215001760
55	รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ปฏิเสธไม่มีการพูดคุยเรื่องยุบสภาระหว่างทานอาหารค่ำร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาล 	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์&nbsp;กล่าวถึงการรับประทานอาหารค่ำร่วมกับนายกรัฐมนตรี&nbsp;และหัวหน้าพรรคการเมือง&nbsp;พรรคร่วมรัฐบาล&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(8&nbsp;มี.ค.)&nbsp;ว่า&nbsp;เป็นกาาติดตามสถานการณ์รัสเซียและยูเครน&nbsp;รวมถึงสถานการณ์เศรษฐกิจและผลกระทบที่ประเทศไทยได้รับ&nbsp;เพื่อเป็นการพูดคุยกันเชิงลึกมากขึ้นในบรรยากาศที่ไม่เป็นทางการ&nbsp;นอกเหนือไปจากการประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;พร้อมยืนยันด้วยว่า&nbsp;ในการรับประทานอาหารค่ำดังกล่าว&nbsp;ไม่ได้มีการพูดถึงการยุบสภา&nbsp;ซึ่งจะยุบสภาหรือไม่ยุบสภานั้นเป็นเรื่องของอนาคต&nbsp;ซึ่งไม่มีใครสามารถตอบได้ล่วงหน้า&nbsp;และนายกรัฐมนตรี&nbsp;ก็ไม่ได้มีการพูดถึง&nbsp;ส่วนจะอยู่ครบวาระหรือไม่นั้น&nbsp;เมื่อเป็นพรรคร่วมรัฐบาล&nbsp;ก็ต้องทำงานร่วมกันให้ดีที่สุดและประคองรัฐบาลให้มีเอกภาพ&nbsp;มีเสถียรภาพในการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ส่วนสถานการณ์ระหว่างรัสเซียและยูเครน&nbsp;นั้น</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;นายจุรินทร์&nbsp;ระบุว่า&nbsp;ในการประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ทุกกระทรวง&nbsp;ไปศึกษาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นและที่ชัดเจนที่มีผลกระทบแล้ว&nbsp;คือราคาน้ำมัน&nbsp;ที่จะส่งผลกระทบต่อต้นทุนการขนส่งและต้นทุนการผลิตสินค้า&nbsp;แต่คณะรัฐมนตรี&nbsp;ได้มีมติปรับภาษีสำหรับน้ำมันที่จะนำไปใช้ในการผลิตไฟฟ้า&nbsp;เพื่อช่วยตรึงราคาต้นทุนส่วนหนึ่งบ้าง&nbsp;ทั้งนี้การแก้ไขบางปัญหานั้น&nbsp;ต้องอาศัยการทำงานร่วมกับกระทรวงอื่นๆ&nbsp;เช่น&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;กระทรวงเกษตรฯ&nbsp;กระทรวงกลาโหม&nbsp;และยืนยันว่า&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;ได้ตั้งวอร์รูมเพื่อติดตามสถานการณ์ทุกวัน&nbsp;โดยมีปลัดกระทรวงเป็นประธาน&nbsp;ซึ่งปัญหาราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นทุกวัน&nbsp;ยังเป็นที่น่ากังวล&nbsp;เพราะยังไม่ทราบว่า&nbsp;สถานการณ์จะสิ้นสุดเมื่อใด&nbsp;แต่กระทรวงได้ออกประกาศตรึงราคาสินค้าจำเป็น&nbsp;18&nbsp;หมวด&nbsp;รวมถึงอาหารสด&nbsp;ที่ห้ามขึ้นราคาโดยไม่จำเป็น&nbsp;ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว&nbsp;ก็ประสบความสำเร็จ&nbsp;เพราะพาณิชย์จังหวัดหลายจังหวัด&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์ราคาอาหาร&nbsp;และสินค้าในพื้นที่ได้ปรับตัวลง&nbsp;แต่หลังจากราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;ก็ยังต้องติดตามต่อ&nbsp;รวมถึงยังจะมีปัญหาอื่นๆ&nbsp;ที่ตามมา&nbsp;เช่น&nbsp;ราคาปุ๋ย&nbsp;ที่ประเทศไทยต้องนำเข้าจากรัสเซีย&nbsp;เมื่อรัสเซีย&nbsp;ไม่อนุญาตส่งออกทั่วโลก&nbsp;ก็จะกระทบต่อเกษตรกรมากขึ้นเช่นเดียวกัน&nbsp;ซึ่งได้สั่งการให้วอร์รูมหารือร่วมกับกระทรวงอื่นๆ&nbsp;เพื่อบูรณาการการช่วยเหลือแล้ว&nbsp;รวมถึงอาหารสัตว์บางชนิด&nbsp;ที่ไทยต้องนำเข้าจากยูเครน&nbsp;ก็ได้สั่งการไปแล้วเช่นเดียวกัน&nbsp;เพื่อจะคลี่คลายปัญหาดังกล่าว</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-09-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309192705161
56	รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ให้การต้อนรับผู้บัญชาการทหารสูงสุดมาเลเซีย ในโอกาสเดินทางเยือนไทย ในฐานะแขกของกองทัพไทย พร้อมผลักดันกรอบความร่วมมือในทุกด้าน	<p><strong>พล.อ.ชัยชาญ&nbsp;ช้างมงคล&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;เป็นผู้แทนให้การต้อนรับ&nbsp;พล.อ.อ.&nbsp;ตัน&nbsp;ซรี&nbsp;ดาโตะ&nbsp;ซรี&nbsp;ฮัจญี&nbsp;อัฟเฟนดิ&nbsp;บิน&nbsp;บวง&nbsp;(Tan&nbsp;Sri&nbsp;Dato&nbsp;Sri&nbsp;Haji&nbsp;Affendi&nbsp;bin&nbsp;Buang)&nbsp;ผู้บัญชาการทหารสูงสุดมาเลเซีย</strong>&nbsp;ในโอกาสเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของ&nbsp;กองทัพไทย&nbsp;ระหว่าง&nbsp;7-10&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;โดยทั้งสองฝ่ายเห็นร่วมกัน&nbsp;ในการประชุมหารือภายใต้กลไกและกรอบความร่วมมือต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อผลักดันให้เกิดความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;และผลักดันความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ&nbsp;</p><p><strong>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;กล่าวต้อนรับและได้กล่าวถึงความขอบคุณที่&nbsp;พล.อ.ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ได้ส่งไปถึงนายกรัฐมนตรีของมาเลเซีย</strong>&nbsp;ที่เดินทางมาพบและหารือข้อราชการระหว่างกัน&nbsp;นำไปสู่ความร่วมมือในทุกด้าน&nbsp;ย้ำถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างกระทรวงกลาโหมทั้งสองประเทศ&nbsp;และความร่วมมือด้านความมั่นคงที่ทางมาเลเซียสนับสนุนไทยเป็นอย่างดีมาตลอด</p><p><strong>ผู้บัญชาการทหารสูงสุดมาเลเซีย&nbsp;ได้ขอบคุณในการต้อนรับทั้งในระดับรัฐบาลและกองทัพ&nbsp;พร้อมกล่าวถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศในทุกระดับ</strong>&nbsp;โดยเฉพาะด้านความมั่นคงที่มีความไว้เนื้อเชื่อใจกันมาโดยตลอด&nbsp;ด้านการทหารนั้น&nbsp;มีการเยือนระหว่างกันในทุกระดับ&nbsp;รวมทั้งด้านการศึกษาที่มีการแลกเปลี่ยนกันในระดับต่างๆ&nbsp;พร้อมให้การสนับสนุนงานด้านความมั่นคงระหว่างกันเพื่อสานต่อความสัมพันธ์อันดีให้แน่นแฟ้นมากขึ้น</p>	2022-09-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309132932942
57	ศอ.บต. จัดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพจนท.โครงการตำบลมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน 5 จชต.	<p><strong>ศอ.บต.&nbsp;จัดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพจนท.โครงการตำบลมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;</strong>5&nbsp;จชต.&nbsp;&nbsp;นำเทคโนโลยีและนวัตกรรม&nbsp;4.0&nbsp;เป็นสื่อกลางแก้ไขปัญหาของ&nbsp;ปชช.</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(9&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;</strong>(ศอ.บต.)&nbsp;จัดกิจกรรมการพัฒนาศักยภาพและสร้างความเข้าใจการขับเคลื่อนโครงการ&nbsp;ตำบลมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;ในจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นายนันทพงศ์&nbsp;สุวรรณรัตน์&nbsp;ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาเพื่อความมั่นคง&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดและพบปะกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบโครงการตำบลมั่นคง&nbsp;&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;ในระดับจังหวัด/อำเภอ&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ตลอดจนเจ้าหน้าที่&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;&nbsp;เข้าร่วม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมน้อมเกล้า&nbsp;ศอ.บต.</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมดังกล่าว&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ในฐานะเจ้าภาพแผนงานด้านการพัฒนา</strong>&nbsp;ได้ขับเคลื่อนโครงการตำบลมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;โดยมีเป้าหมายการพัฒนา&nbsp;&nbsp;เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในทุกมิติ&nbsp;ตลอดจนการพัฒนาเสริมความมั่นคง&nbsp;ซึ่งได้กำหนดกลไกการทำงานทั้งในระดับจังหวัด&nbsp;อำเภอ&nbsp;และตำบล&nbsp;เพื่อเติมเต็มช่องว่าง&nbsp;ของการบริหารงานในพื้นที่ให้มีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น&nbsp;และสนับสนุนการพัฒนา&nbsp;การแก้ไขปัญหาต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่จำเป็นเร่งด่วนของประชาชนในพื้นที่&nbsp;ภายใต้แผนพัฒนา&nbsp;ตำบลตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย&nbsp;โดยกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;9&nbsp;&nbsp;11&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรมบารารีสอร์ท&nbsp;ตำบลปากบารา&nbsp;อำเภอละงู&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ</strong>โครงการตำบลมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;ในระดับจังหวัด/อำเภอ&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;รวม&nbsp;100&nbsp;คน&nbsp;ตลอดระยะเวลาของกิจกรรมผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้&nbsp;การบริหารจัดการระบบฐาน&nbsp;ข้อมูลยุค&nbsp;4.0&nbsp;และการใช้ข้อมูลในการนำเสนอ&nbsp;จากวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญ&nbsp;รวมถึงกิจกรรมการ&nbsp;Work&nbsp;shop&nbsp;&nbsp;การถอดบทเรียน&nbsp;และระดมความคิดเห็น&nbsp;เพื่อได้พัฒนาระบบการจัดเก็บข้อมูลผลการดำเนินโครงการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในระดับพื้นที่&nbsp;รวมถึงสร้างเครือข่ายการทำงานร่วมกันในการพัฒนาด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น&nbsp;ภายใต้การดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด&nbsp;19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>นายนันทพงศ์&nbsp;สุวรรณรัตน์&nbsp;ผู้อำนวยการกองส่งเสริม</strong>และสนับสนุนงานพัฒนาเพื่อความมั่นคง&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การดำเนินกิจกรรมต่างๆภายใต้ระบบราชการ&nbsp;4.0&nbsp;โดยปัจจุบันได้มีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรม&nbsp;ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;มาใช้ในการพัฒนาและอำนวยความสะดวกในการสนองปัญหาและความต้องการของประชาชนในพื้นที่ถือเป็นสิ่งที่สำคัญในการดำเนินการและวางแผนการพัฒนา&nbsp;ขอให้ทุกคนนำความรู้&nbsp;ความเข้าใจจากการใช้เทคโนโลยีในระบบปฏิบัติการไปช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่&nbsp;ตลอดจนพัฒนาเครือข่ายการทำงานที่เกื้อหนุนส่งเสริมซึ่งกันและกัน&nbsp;ภายใต้เป้าหมายเดียวกันให้หลุดพ้นจากความเหลื่อมล้ำทางสังคมในทุกมิติ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-09-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309151436991
58	ศอ.บต. จัดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพจนท.โครงการตำบลมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน 5 จชต. นำเทคโนโลยีและนวัตกรรม 4.0 เป็นสื่อกลางแก้ไขปัญหาของ ปชช.	<p><strong>ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(ศอ.บต.)&nbsp;</strong>จัดกิจกรรมการพัฒนาศักยภาพและสร้างความเข้าใจการขับเคลื่อนโครงการ&nbsp;ตำบลมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;ในจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นายนันทพงศ์&nbsp;สุวรรณรัตน์&nbsp;ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาเพื่อความมั่นคง&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดและพบปะกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบโครงการตำบลมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;ในระดับจังหวัด/อำเภอ&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ตลอดจนเจ้าหน้าที่&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมน้อมเกล้า&nbsp;ศอ.บต.</p><p><strong>นายนันทพงศ์&nbsp;สุวรรณรัตน์&nbsp;ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุน</strong>งานพัฒนาเพื่อความมั่นคง&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การดำเนินกิจกรรมต่างๆภายใต้ระบบราชการ&nbsp;4.0&nbsp;โดยปัจจุบันได้มีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรม&nbsp;ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;มาใช้ในการพัฒนาและอำนวยความสะดวกในการสนองปัญหาและความต้องการของประชาชนในพื้นที่&nbsp;ถือเป็นสิ่งที่สำคัญในการดำเนินการและวางแผนการพัฒนา&nbsp;ขอให้ทุกคนนำความรู้&nbsp;ความเข้าใจจากการใช้เทคโนโลยีในระบบปฏิบัติการไปช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่&nbsp;ตลอดจนพัฒนาเครือข่ายการทำงานที่เกื้อหนุนส่งเสริมซึ่งกันและกัน&nbsp;ภายใต้เป้าหมายเดียวกันให้หลุดพ้นจากความเหลื่อมล้ำ&nbsp;ทางสังคมในทุกมิติ</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมครั้งนี้มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;9&nbsp;&nbsp;11&nbsp;มีนาคม&nbsp;</strong>2565&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรมบารารีสอร์ท&nbsp;ตำบลปากบารา&nbsp;อำเภอละงู&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;โดยมีกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วม&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบโครงการตำบลมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;ในระดับจังหวัด/อำเภอ&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;รวม&nbsp;100&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งตลอดระยะเวลาของกิจกรรมผู้ร่วมจะได้เรียนรู้&nbsp;การบริหารจัดการระบบฐานข้อมูลยุค&nbsp;4.0&nbsp;และการใช้ข้อมูลในการนำเสนอ&nbsp;จากวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญ&nbsp;รวมถึงกิจกรรมการ&nbsp;Work&nbsp;shop&nbsp;การถอดบทเรียน&nbsp;และระดมความคิดเห็น&nbsp;เพื่อได้พัฒนาระบบการจัดเก็บข้อมูลผลการดำเนินโครงการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในระดับพื้นที่&nbsp;รวมถึงสร้างเครือข่ายการทำงานร่วมกันในการพัฒนาด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น&nbsp;ภายใต้การดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;กิจกรรมดังกล่าว&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ในฐานะเจ้าภาพ</strong>แผนงานด้านการพัฒนา&nbsp;ได้ขับเคลื่อนโครงการตำบลมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;โดยมีเป้าหมายการพัฒนา&nbsp;เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในทุกมิติ&nbsp;ตลอดจนการพัฒนาเสริมความมั่นคง&nbsp;ซึ่งได้กำหนดกลไกการทำงานทั้งในระดับจังหวัด&nbsp;อำเภอ&nbsp;และตำบล&nbsp;เพื่อเติมเต็มช่องว่าง&nbsp;ของการบริหารงานในพื้นที่ให้มีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น&nbsp;และสนับสนุนการพัฒนา&nbsp;การแก้ไขปัญหาต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่จำเป็นเร่งด่วนของประชาชนในพื้นที่&nbsp;ภายใต้แผนพัฒนา&nbsp;ตำบลตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-09-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309153415005
59	กำหนดใช้เขตประเทศคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รอพิจารณาเบอร์ผู้สมัครและสูตรคำนวณ คาดแล้วเสร็จเมษายนนี้  	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">นายสมชัย&nbsp;ศรีสุทธิยากร</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">&nbsp;โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง&nbsp;ส.ส.&nbsp;เปิดเผยความคืบหน้าการพิจารณาร่างกฎหมายการเลือกตั้ง&nbsp;ส.ส.และพรรคการเมือง&nbsp;ในการประชุมกรรมาธิการนัดแรกว่า&nbsp;ที่ประชุมได้กำหนดคำนิยามของเขตการเลือกตั้ง&nbsp;โดยยังคงเขตการเลือกตั้ง&nbsp;ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ&nbsp;แบบเขตประเทศ</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">ส่วนการพิจารณาหมายเลขประจำตัวผู้สมัครรับเลือกตั้ง&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">จะให้แต่ละพรรคการเมือง&nbsp;ใช้เบอร์เดียวกันทั้งประเทศ&nbsp;และสูตรการคำนวณ&nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อนั้น&nbsp;กรรมาธิการยังไม่ได้พิจารณา&nbsp;เนื่องจากยังไม่ถึงมาตราดังกล่าว&nbsp;โดยคาดว่าจะสามารถพิจารณาได้ในสัปดาห์หน้า&nbsp;และหลังจาก&nbsp;ส.ส.&nbsp;และ&nbsp;ส.ว.เสนอความเห็นการปรับแก้เพิ่มเติมแล้ว&nbsp;กรรมาธิการฯจะเริ่มพิจารณาต่อไป</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">ขณะที่นางสาวปิยฉัฏฐ์&nbsp;วันเฉลิม&nbsp;โฆษกกรรมาธิการฯ&nbsp;ยืนยันว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">&nbsp;กรรมาธิการจะพิจารณาแก้ไขร่างกฎหมายพรรคการเมือง&nbsp;และการเลือกตั้ง&nbsp;ส.ส.ให้แล้วเสร็จ&nbsp;โดยคาดว่า&nbsp;น่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนเมษายนนี้</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);""></span></p>"	2022-09-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309165448083
60	รัฐบาลเดินหน้า ส่งแรงงานไทยไปซาอุดีอาระเบียเตรียมร่างข้อตกลง 2 ฉบับ 	<p><strong>รัฐบาลเดินหน้า&nbsp;ส่งแรงงานไทยไปซาอุดีอาระเบีย</strong>&nbsp;เตรียมร่างข้อตกลง&nbsp;2&nbsp;ฉบับ&nbsp;คุ้มครองสิทธิประโยชน์แรงงานไทย&nbsp;ให้หลักประกันนายจ้างได้คนดี&nbsp;มีฝีมือ&nbsp;เตรียมลงนาม&nbsp;7&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;</p><p><strong>ครม.เห็นชอบ&nbsp;ร่างข้อตกลงด้านแรงงาน&nbsp;ระหว่างกระทรวงแรงงาน</strong>&nbsp;กับกระทรวงทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาสังคมแห่งซาอุดิอาระเบีย&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ฉบับ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ร่างข้อตกลงว่าด้วยการจัดหาแรงงาน&nbsp;และร่างข้อตกลงว่าด้วยการจัดหาแรงงานทำงานบ้าน&nbsp;โดยร่างข้อตกลงแรงงานทั้ง&nbsp;2&nbsp;ฉบับ&nbsp;มีวัตถุประสงค์&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจในการจัดหาแรงงานไทย&nbsp;ไปทำงานในซาอุฯ&nbsp;อย่างถูกต้องตามกฎหมาย&nbsp;มีจริยธรรม&nbsp;และมีประสิทธิภาพ&nbsp;คุ้มครองสิทธิของนายจ้างและลูกจ้าง&nbsp;ซึ่งแรงงานและนายจ้างจะมีสิทธิรับความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ&nbsp;และสามารถดำเนินมาตรการทางกฎหมายกับสำนักงานจัดหางาน&nbsp;บริษัทจัดหางาน&nbsp;หรือตัวแทนจัดหางาน&nbsp;ในกรณีละเมิดกฎหมาย&nbsp;กฎระเบียบ&nbsp;และข้อกำหนดที่ใช้บังคับ&nbsp;ร่างข้อตกลง&nbsp;ฯ&nbsp;นี้&nbsp;จะมีผลบังคับใช้&nbsp;เมื่อมีการแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร&nbsp;ระยะเวลา&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;และจะต่ออายุได้อีก&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;โดยอัตโนมัติ&nbsp;เว้นแต่ภาคีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดแสดงเจตจำนงระงับหรือสิ้นสุดข้อตกลง&nbsp;ร่างข้อตกลงนี้&nbsp;เป็นผลสำเร็จจากการที่พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ได้นำคณะเดินทางเยือนซาอุดีอาระเบีย&nbsp;เมื่อ&nbsp;25&nbsp;-&nbsp;26&nbsp;ม.ค.&nbsp;65&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;และคาดว่าคณะผู้เดินทางจากซาอุฯ&nbsp;จะเดินทางมาไทยในช่วงวันที่&nbsp;5&nbsp;-&nbsp;7&nbsp;มี.ค.นี้&nbsp;ซึ่งจะมีการลงนามข้อตกลงดังกล่าวในวันที่&nbsp;7&nbsp;มี.ค.&nbsp;65&nbsp;นี้&nbsp;ถือเป็นการเปิดศักราชใหม่ที่เข้มแข็งในการกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจไทย&nbsp;-&nbsp;ซาอุ&nbsp;ฯ&nbsp;และขยายตลาดแรงงานไทยในตะวันออกกลาง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-09-03T00:00:00	ภาคตะวันตก	กาญจนบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309155737023
61	ครม. อนุมัติเร่งแก้หนี้เกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย 3,425 ราย 	<p><strong>ครม.อนุมัติ&nbsp;2,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ให้กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;เร่งแก้หนี้เกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;3,425&nbsp;ราย&nbsp;</strong></p><p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เผย</strong>&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;มีมติอนุมัติงบกลาง&nbsp;วงเงิน&nbsp;2,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;รายการเงินสำรองจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น&nbsp;ให้กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;เพื่อดำเนินการ&nbsp;ดังนี้&nbsp;-&nbsp;ค่าใช้จ่ายในการบริหารสำนักงานฯ&nbsp;ไตรมาสที่&nbsp;3-4&nbsp;งบบุคลากร&nbsp;งบดำเนินงาน&nbsp;วงเงิน&nbsp;230.38&nbsp;ล้านบาท&nbsp;-&nbsp;การแก้ไขปัญหาหนี้เกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;3,425&nbsp;ราย&nbsp;วงเงิน&nbsp;1,500&nbsp;ล้านบาท&nbsp;-&nbsp;การฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;42,034&nbsp;ราย&nbsp;776&nbsp;องค์กร&nbsp;วงเงิน&nbsp;267.62&nbsp;ล้านบาท&nbsp;กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรจัดตั้งโดย&nbsp;พ.ร.บ.&nbsp;กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;พ.ศ.2542&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อ&nbsp;</p><p>1.&nbsp;ส่งเสริมและสนับสนุนการรวมกลุ่มของเกษตรกรในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและแก้ไขปัญหาของเกษตรกร&nbsp;</p><p>2.&nbsp;ส่งเสริมและสนับสนุนการฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพเกษตรกรรม&nbsp;</p><p>3.&nbsp;พัฒนาความรู้ด้านเกษตรกรรม&nbsp;</p><p>4.&nbsp;พัฒนาศักยภาพในการพึ่งพาตนเองของเกษตรกร&nbsp;และแก้ไขปัญหาหนี้เกษตรกร&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ซึ่งในระยะเวลา&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;คือตั้งแต่ปี&nbsp;2563-2565&nbsp;กองทุนฯ&nbsp;ไม่ได้รับจัดสรรงบฯ&nbsp;จึงทำให้ในปี&nbsp;65&nbsp;นี้&nbsp;กองทุนฯ&nbsp;มีงบฯ&nbsp;ไม่เพียงพอในการดำเนินการ&nbsp;จึงจำเป็นต้องขอรับการสนับสนุน&nbsp;งบกลางฯ&nbsp;กรอบวงเงิน&nbsp;2,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้สินของพี่น้องเกษตรกรอย่างเร่งด่วนต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;:&nbsp;ข่าว/ภาพ&nbsp;</p><p>ภัสร์ภรณ์&nbsp;เหลืองทอง-ข่าว&nbsp;</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-09-03T00:00:00	ภาคตะวันตก	กาญจนบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309160000027
62	ครม. อนุมัติงบประมาณยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจังหวัดภูเก็ต 	<p><strong>ครม.&nbsp;อนุมัติงบประมาณยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจังหวัดภูเก็ต</strong></p><p><strong>ครม.&nbsp;อนุมัติงบประมาณ&nbsp;1,411&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;สู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก&nbsp;นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&nbsp;จ.ภูเก็ต&nbsp;สู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก&nbsp;จำนวนวงเงินลงทุน&nbsp;1,411.70&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อเสริมสร้างความพร้อมระบบโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยี&nbsp;วิทยาการทางการแพทย์&nbsp;และระบบบริการทางการแพทย์&nbsp;รองรับการจัดบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขระดับนานาชาติ&nbsp;ที่ทันสมัย&nbsp;พัฒนาเมืองภูเก็ตให้เป็นศูนย์กลางการบริการทางการแพทย์มูลค่าสูง&nbsp;เชื่อมโยงการท่องเที่ยวนานาชาติ&nbsp;โดยโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต&nbsp;เป็นหน่วยงานรับผิดชอบโครงการ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การพัฒนาโครงการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจังหวัดภูเก็ตสู่เมืองท่องเที่ยว</strong>เชิงสุขภาพระดับโลก&nbsp;จะเป็นต้นแบบด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&nbsp;ถือเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&nbsp;ซึ่งเป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;12&nbsp;อุตสาหกรรมเป้าหมายเพื่อพลิกโฉมการพัฒนาประเทศในระยะต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;:&nbsp;ข่าว/ภาพ&nbsp;</p><p>ภัสร์ภรณ์&nbsp;เหลืองทอง-ข่าว</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-09-03T00:00:00	ภาคตะวันตก	กาญจนบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309200804178
63	ยะลา เจ้าหน้าที่ระดมกำลังจับกุมนักค้ายาเสพติดรายใหญ่ เพื่อตัดวงจรการค้ายาเสพติดรายย่อยระดับพื้นที่	<p><strong>หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;44&nbsp;โดยชุดปฏิบัติการด้านการข่าว</strong>&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;44,&nbsp;กองร้อยทหารพรานที่&nbsp;4407&nbsp;และชุดปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด&nbsp;กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่&nbsp;44&nbsp;ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวในพื้นที่รับผิดชอบของหน่วยว่า&nbsp;นายสือมัง&nbsp;&nbsp;(หรือมัง)&nbsp;อายุ&nbsp;29&nbsp;ปี&nbsp;อยู่บ้านเลขที่&nbsp;19/11&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลบาโหย&nbsp;อำเภอสะบ้าย้อย&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;มีพฤติกรรมเป็นเป็นผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่&nbsp;จำหน่ายยาเสพติดให้กับผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่&nbsp;อำเภอเมืองยะลา&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;และพื้นที่ใกล้เคียง</p><p><strong>โดยทางหน่วยได้รับแจ้งว่า&nbsp;นายสือมังฯ&nbsp;ได้มีการนัดส่งยาเสพติด</strong>&nbsp;บริเวณริมถนนสายสุขยางค์&nbsp;(มลายูบางกอก&nbsp;&nbsp;พงยือไร)&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลสะเตงนอก&nbsp;อำเภอเมืองยะลา&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;มัด&nbsp;(6,000&nbsp;เม็ด&nbsp;)&nbsp;นายสือมัง&nbsp;ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะยี่ห้อ&nbsp;ฮอนด้ารุ่น&nbsp;เวฟไอ&nbsp;สีดำ&nbsp;ป้ายทะเบียน&nbsp;1&nbsp;กข&nbsp;6897&nbsp;ยะลา&nbsp;เพื่อส่งยาเสพติดตามนัดหมายดังกล่าว&nbsp;</p><p><strong>ทางเจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเพื่อทำการจับกุม</strong>&nbsp;หลังจากการจับกุมนายสือมังฯ&nbsp;ได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ว่ายังมียาเสพติดซุกซ่อนอยู่อีกจำนวนหนึ่งที่บ้านพัก&nbsp;เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจค้นบ้านพักดังกล่าว&nbsp;ซึ่งตั้งอยู่ที่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลสะเตงนอก&nbsp;อำเภอเมืองยะลา&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;&nbsp;จากการตรวจสอบพบยาเสพติดให้โทษประเภทที่&nbsp;1&nbsp;(ยาบ้า)&nbsp;ก้อนละ&nbsp;3&nbsp;มัด&nbsp;จำนวน&nbsp;17&nbsp;ก้อน&nbsp;&nbsp;(102,000&nbsp;เม็ด)&nbsp;&nbsp;บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกสีดำซุกซ่อนอยู่ใต้อ่างล้างจานภายในบ้านหลังดังกล่าว&nbsp;</p><p><strong>ภายหลังการจับกุมเจ้าหน้าที่ชุดติดตามจับกุมได้ทำการเชิญตัว</strong>&nbsp;นายสือมังฯ&nbsp;ไปยังศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด&nbsp;กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่&nbsp;44&nbsp;&nbsp;ตำบลบุดี&nbsp;อำเภอเมืองยะลา&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;มาทำการสอบสวนเพิ่มเติม&nbsp;พร้อมจัดทำประวัติ&nbsp;จากนั้นได้นำส่ง&nbsp;นายสือมังฯ&nbsp;พร้อมประวัติ&nbsp;และของกลาง&nbsp;รวม&nbsp;108,000&nbsp;เม็ด&nbsp;ให้กับสถานีตำรวจภูธรเมืองยะลา&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-09-03T00:00:00	NULL	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309161223046
64	ปปช.มุกดาหารชี้แจงการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินแก่ผู้บริหารท้องถิ่น ในจังหวัดมุกดาหาร	<p><strong>สำนักงาน&nbsp;ป.ป.ช.&nbsp;ประจำจังหวัดมุกดาหาร</strong>&nbsp;โดยนายอนุชา&nbsp;พึ่งบุญศรี&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน&nbsp;ป.ป.ช.&nbsp;ประจำจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มงานตรวจสอบทรัพย์สิน&nbsp;ชี้แจงการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินแก่ผู้บริหารท้องถิ่น&nbsp;รองผู้บริหารท้องถิ่น&nbsp;และสมาชิกสภาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดมุกดาหารที่มีหน้าที่ยื่นบัญชีฯ&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมแก้วกินรี&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร</p><p><strong>โดยมีกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมกว่า&nbsp;171&nbsp;คน</strong>&nbsp;การดำเนินการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีฯ&nbsp;มีความรู้ความเข้าใจในการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและสามารถยื่นบัญชีฯ&nbsp;ได้อย่างถูกต้องเป็นไปตามระเบียบกฎหมาย&nbsp;พร้อมได้แนะนำการกรอกแบบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินด้วย&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน</strong>&nbsp;เป็นหน้าที่ของนายกองค์การบริหารส่วนตำบลและรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล&nbsp;ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต&nbsp;พ.ศ.2561&nbsp;มาตรา&nbsp;102&nbsp;(9)&nbsp;ประกอบประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ&nbsp;เรื่อง&nbsp;กำหนดตำแหน่งของผู้บริหารท้องถิ่น&nbsp;รองผู้บริหารท้องถิ่น&nbsp;ผู้ช่วยผู้บริหารท้องถิ่น&nbsp;และสมาชิกสภาท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา&nbsp;102&nbsp;(9)&nbsp;พ.ศ.2561</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;หากมีข้อสงสัย&nbsp;</strong>สามารถปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน&nbsp;โทร&nbsp;042&nbsp;602&nbsp;905&nbsp;กลุ่มงานตรวจสอบทรัพย์สิน&nbsp;สำนักงาน&nbsp;ป.ป.ช.&nbsp;ประจำจังหวัดมุกดาหาร</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>#ปปช.มุกดาหาร&nbsp;#การยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน</p>	2022-09-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สวท.มุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309190528148
65	กองทัพภาคที่ 2 ฝึกเป็นหน่วยกองร้อย ของกองพลทหารม้าที่ 3	<p><strong>วันนี้&nbsp;(9&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;พลโท&nbsp;สวราชย์&nbsp;แสงผล&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;2</strong>&nbsp;ตรวจเยี่ยม&nbsp;การฝึกเป็นหน่วยกองร้อยประจำปี&nbsp;2565&nbsp;หน่วยขึ้นตรง&nbsp;กองพลทหารม้าที่&nbsp;3&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;กรมทหารม้าที่&nbsp;6&nbsp;และกรมทหารม้าที่&nbsp;7&nbsp;เข้าร่วมการฝึกดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง&nbsp;เพื่อให้สอดคล้องกับการปฎิบัติภารกิจในปัจจุบัน&nbsp;และภัยคุกคามที่จะเกิดขึ้นในอนาคตทุกรูปแบบ&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบการปฎิบัติตามแผนเผชิญเหตุ&nbsp;ให้สามารถปฎิบัติภารกิจตามที่กองทัพบก&nbsp;ได้มอบนโยบายด้านการฝึก&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;-&nbsp;2566&nbsp;มุ่งเน้นการฝึกหน่วยพร้อมรบ&nbsp;ตามแผนเผชิญเหตุของกองทัพบก&nbsp;และนโยบายด้านการฝึกแม่ทัพภาคที่&nbsp;2&nbsp;การฝึกในที่ตั้ง&nbsp;โดยเน้นการเตรียมการและความรู้ตามหน้าที่&nbsp;ใช้แผนประเชิญเหตุ&nbsp;มาใช้เป็นแผนในการฝึกของหน่วย&nbsp;ตามภารกิจที่ได้รับมอบ&nbsp;</p><p><strong>โดยมีการสาธิตดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง</strong>&nbsp;การฝึกตั้งรับและการปฎิบัติตามแผนการรบหน่วงเวลา&nbsp;การทดสอบผู้ชำนาญการทหารม้ารถถัง&nbsp;ชุดรบกรมทหารม้าที่หก&nbsp;การดำเนินการทดสอบผู้ชำนาญการทหารมารถถัง&nbsp;สถานีการใช้อาวุธปืนกล&nbsp;ร่วมแกนรถถัง&nbsp;&nbsp;VT&nbsp;4&nbsp;และการปรนนิบัติบำรุงรถถัง&nbsp;และกองร้อยชุด&nbsp;กรมทหารม้าที่&nbsp;7&nbsp;ดำเนินการฝึกการเข้าตีและตั้งรับเร่งด่วน&nbsp;หลังจากนั้นได้พบปะและให้โอวาทกำลังพลอีกด้วย&nbsp;ซึ่งการฝึกในครั้งนี้ได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;โควิด-19&nbsp;และมาตรการ&nbsp;&nbsp;Bubble&nbsp;&nbsp;and&nbsp;Seal&nbsp;รวมถึงมาตรการป้องกันแบบครอบจักรวาล&nbsp;โดยกำลังพล&nbsp;ได้กักตัวก่อนออกฝึก&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;และทำการตรวจเอทีเค&nbsp;ตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;ณ&nbsp;สนามฝึกทางยุทธวิธีกองทัพภาคที่&nbsp;2&nbsp;อำเภอวังน้ำเขียว&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-09-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครราชสีมา	สวท.นครราชสีมา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309230012222
66	กองทัพภาค 2 ฝึกอบรมหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร	<p><strong>วันนี้&nbsp;(9&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;พลโท&nbsp;สวราชย์&nbsp;&nbsp;แสงผล&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;2&nbsp;</strong>เปิดการอบรมหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหารของกองทัพภาคที่&nbsp;2&nbsp;รุ่นที่&nbsp;4&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างเครือข่ายมวลชนในการพัฒนาทุกๆ&nbsp;ด้านในทุกภาคส่วน&nbsp;เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้ใช้โอกาสในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น/และประสบการณ์ร่วมกัน&nbsp;ในการแก้ไขปัญหาความมั่นคงในมิติต่างๆ&nbsp;ทั้งในปัจจุบัน&nbsp;และอนาคต&nbsp;เป็นการปลูกจิตสำนึกในการเป็นพลเมืองที่ดี&nbsp;การสร้างความรู้รักสามัคคี&nbsp;พร้อมที่จะเข้าร่วมแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงเป็นเครือข่ายในการ&nbsp;&nbsp;&nbsp;เฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยคุกคามที่เกิดขึ้นให้กับทางราชการ</p><p><strong>ซึ่งผู้เข้ารับการอบรมในหลักสูตรนี้เป็นข้าราชการทหาร</strong>&nbsp;ข้าราชการตำรวจ&nbsp;ข้าราชการพลเรือน&nbsp;ผู้นำองค์กรส่วนท้องถิ่นและผู้บริหารภาคธุรกิจเอกชน&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;20&nbsp;จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;การอบรมครั้งนี้มีการฟังบรรยาย&nbsp;และปฏิบัติกิจกรรมเกี่ยวกับทุนปรัชญาเพื่อความมั่นคงในพื้นที่เป้าหมาย&nbsp;การเดินทางทัศนศึกษาดูงาน&nbsp;พร้อมทั้งรับฟังบรรยายสรุป&nbsp;งานทางด้านเศรษฐกิจ&nbsp;สังคม&nbsp;ทางการทหาร&nbsp;งานด้านความมั่นคงของประเทศ&nbsp;รวมถึงมีการเสวนา&nbsp;หรือการสัมมนาตามหัวข้อที่กำหนดเพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมฯมีแนวคิดในการพัฒนาประเทศต่อไป&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการอบรมหลักสูตร</strong>&nbsp;มีห้วงระยะเวลาการอบรมระหว่างวันที่&nbsp;9&nbsp;-&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งจะเดินทางไปอบรมสัมนาตามจังหวัดต่างๆ&nbsp;ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือต่อไป&nbsp;โดยมีพิธีเปิด&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรมฟลอจูน&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-09-03T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครราชสีมา	สวท.นครราชสีมา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309230405224
67	อนุมัติให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่อง	<p><strong>คณะรัฐมนตรีอนุมัติให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&nbsp;(กฟผ.)&nbsp;กู้เงิน</strong>เพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงินในปี&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;2567&nbsp;ภายใต้กรอบวงเงินไม่เกิน&nbsp;25,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ด้วยวิธีการจัดหาเงินกู้ในรูปแบบ&nbsp;Term&nbsp;Loan&nbsp;อายุไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;โดยกระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน</p><p><strong>ในปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;กฟผ.ประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง</strong>&nbsp;เนื่องจากแบกรับภาระค่าไฟฟ้าอัตโนมัติหรือ&nbsp;ค่า&nbsp;Ft&nbsp;ตามมาตรการของรัฐบาลในการตรึงค่าไฟฟ้าเพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพของประชาชน&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;รวมถึงการผลิตไฟฟ้าในช่วงมาตรการตรึงค่าไฟฟ้านั้น&nbsp;มีต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น&nbsp;เนื่องจากการขาดแคลนก๊าซธรรมชาติ&nbsp;NGV&nbsp;ในประเทศ&nbsp;ทำให้&nbsp;กฟผ.&nbsp;ต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติ&nbsp;ซึ่งเป็นช่วงที่ราคาในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก&nbsp;ดังนั้น&nbsp;กฟผ.&nbsp;จึงมีความจำเป็นต้องกู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่องให้เพียงพอต่อการดำเนินภารกิจความมั่นคงทางด้านพลังงานไฟฟ้าของประเทศ&nbsp;และเป็นกลไกสำคัญของภาครัฐในการดำเนินมาตรการลดค่าครองชีพของประชาชน</p><p><strong>พร้อมกันนี้มีการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตสินค้าน้ำมันดีเซล</strong>ที่มีปริมาณกำมะถันเกินและไม่เกินร้อยละ&nbsp;0.005&nbsp;โดยน้ำหนัก&nbsp;หรือน้ำมันดีเซล&nbsp;บี0&nbsp;และน้ำมันเตาที่ใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าและขายไฟฟ้าทั้งหมดให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&nbsp;(กฟผ.)&nbsp;การปรับลดภาษีสรรพสามิตสินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันครั้งนี้&nbsp;จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการช่วยลดต้นทุนในการผลิตไฟฟ้า&nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้ประชาชนมีภาระค่าไฟฟ้าลดลงประมาณ&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;1.50&nbsp;บาทต่อหน่วย&nbsp;อีกทั้งการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคในภาคอุตสาหกรรมจะมีต้นทุนการผลิตที่ลดลงด้วย&nbsp;เนื่องจากภาระค่าไฟฟ้าที่ลดลง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-10-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรปราการ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310095147264
68	ครม.เห็นชอบหลักเกณฑ์วิธีการ UCEP Plus โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 16 มี.ค. 65	<p><strong>คณะรัฐมนตรีเห็นชอบหลักเกณฑ์วิธีการ&nbsp;และเงื่อนไขการกำหนดค่าใช้จ่าย</strong>ในการดำเนินการผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต&nbsp;กรณีติดเชื้อโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;หรือที่ถูกเรียกว่า&nbsp;UCEP&nbsp;Plus&nbsp;(Universal&nbsp;Coverage&nbsp;for&nbsp;Emergency&nbsp;Patients&nbsp;Plus)&nbsp;โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่&nbsp;16&nbsp;มี.ค.&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป</p><p><strong>กลุ่มผู้ป่วยสีเขียว&nbsp;หรือ&nbsp;อาการไม่รุนแรง&nbsp;</strong>ไม่นับเป็นผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต&nbsp;แต่สามารถเข้ารับการรักษาฟรีในโรงพยาบาลตามสิทธิของแต่ละคน&nbsp;เช่น&nbsp;สิทธิบัตรทอง&nbsp;สิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า&nbsp;สิทธิประกันสังคม&nbsp;หรือสิทธิรักษาพยาบาลของข้าราชการ&nbsp;ซี่งการรักษาทุกอย่างไม่เสียค่าใช้จ่ายตามเดิม&nbsp;และแนะนำให้การดูแลแบบ&nbsp;Home&nbsp;Isolation(HI)&nbsp;หรือ&nbsp;Community&nbsp;Isolation(CI)&nbsp;หรือ&nbsp;Hotel&nbsp;Isolation</p><p><strong>กลุ่มผู้ป่วยสีเหลือง&nbsp;หรือเสี่ยงอาการรุนแรง&nbsp;และผู้ป่วยสีแดง</strong>&nbsp;หรืออาการรุนแรง&nbsp;ให้สามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลได้ทุกแห่ง&nbsp;โดยไม่กำหนดระยะเวลา&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมงแรก&nbsp;นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้มีการส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินรุนแรงจากโรงพยาบาลหนึ่งไปเข้ารับการรักษาในหอผู้ป่วยฉุกเฉิน&nbsp;(ICU)&nbsp;ของอีกโรงพยาบาลได้ภายหลัง&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมงแรกด้วย&nbsp;ซึ่งดีกว่าโรคอื่นๆ&nbsp;ที่เข้าตามนิยามเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ครม.&nbsp;มีมติให้กระทรวงการคลัง</strong>&nbsp;สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&nbsp;สำนักงานประกันสังคม&nbsp;สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ&nbsp;คณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน&nbsp;หน่วยงานของรัฐ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;รัฐวิสาหกิจ&nbsp;เอกชน&nbsp;หรือกองทุนอื่นที่มีวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับการจัดบริการด้านการแพทย์&nbsp;หรือสาธารณสุขดำเนินการตามหลักเกณฑ์&nbsp;วิธีการ&nbsp;และเงื่อนไขดังกล่าว&nbsp;/ดำเนินการจ่ายค่าใช้จ่ายในอัตราตามบัญชีแนบท้ายหลักเกณฑ์&nbsp;รวมถึงแก้ไขปรับปรุงกฎระเบียบ&nbsp;ข้อบังคับ&nbsp;หรือประกาศให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ที่อนุมัติในครั้งนี้ด้วย</p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-10-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรปราการ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310095439266
69	ครม.เห็นชอบให้ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นภาคีสถาบันวัคซีนนานาชาติ	<p><strong>คณะรัฐมนตรี&nbsp;เห็นชอบให้ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นภาคีสถาบันวัคซีนนานาชาติ&nbsp;</strong>(International&nbsp;Vaccine&nbsp;Institute&nbsp;:&nbsp;IVI)&nbsp;อย่างสมบูรณ์&nbsp;และอนุมัติให้ประเทศไทยสนับสนุนงบประมาณแก่&nbsp;IVI&nbsp;ปีละ&nbsp;100,000&nbsp;ดอลลาร์สหรัฐ&nbsp;หรือประมาณ&nbsp;3.25&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี&nbsp;หมวดเงินอุดหนุนของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;เริ่มตั้งแต่ปีงบประมาณ&nbsp;2566&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;และมอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;จัดทำสัตยาบันสาร&nbsp;เพื่อการเข้าร่วมเป็นภาคี&nbsp;IVI&nbsp;อย่างสมบูรณ์</p><p><strong>IVI&nbsp;จัดตั้งขึ้นโดยข้อริเริ่มของสำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ&nbsp;(UNPD)</strong>&nbsp;มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เกาหลีใต้&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความมั่นคงในการเข้าถึงวัคซีนที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย&nbsp;การวิจัย&nbsp;พัฒนา&nbsp;และปรับปรุงวัคซีนชนิดใหม่&nbsp;รวมถึงการเสริมสร้างศักยภาพของประเทศกำลังพัฒนาในด้านการพัฒนา&nbsp;การผลิต&nbsp;และการนำเข้าวัคซีน</p><p><strong>สำหรับประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจากการที่ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นภาคี&nbsp;IVI&nbsp;อย่างสมบูรณ์&nbsp;</strong>จะช่วยเสริมสร้างโอกาสในการศึกษา&nbsp;พัฒนาความรู้และศักยภาพในด้านการวิจัยและพัฒนาวัคซีนทั้งภายในและภายนอกประเทศจากโครงการความร่วมมือต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;โครงการวิจัยและพัฒนาวัคซีนสำหรับการทดลองในมนุษย์&nbsp;โครงการทดลองในห้องปฏิบัติการศูนย์เฝ้าระวังโรครวมถึงได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านวัคซีน&nbsp;การพัฒนาบุคลากรด้านวัคซีน&nbsp;และการยกระดับความสัมพันธ์กับIVI&nbsp;และประเทศสมาชิกให้มากขึ้น</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>	2022-10-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรปราการ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310095716267
70	ขยายเวลาโครงการสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs สู่อุตสาหกรรมสีเขียว	<p><strong>คณะรัฐมนตรีเห็นชอบขยายระยะเวลาดำเนินโครงการสนับสนุนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม</strong>มุ่งสู่อุตสาหกรรมสีเขียวโดยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีคาร์บอนต่ำออกไปอีก&nbsp;18&nbsp;เดือน&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;มิ.ย.66&nbsp;หลังจากสิ้นสุดโครงการไปเมื่อวันที่&nbsp;31&nbsp;ธ.ค.64</p><p><strong>โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาเพิ่มขีดความสามารถ</strong>เพื่อยกระดับการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมในประเทศไทย&nbsp;ปรับปรุง&nbsp;ความสามารถในการแข่งขันและมุ่งสู่อุตสาหกรรมสีเขียว&nbsp;(Green&nbsp;Industry)&nbsp;ลดต้นทุนการผลิต&nbsp;ส่งเสริมธุรกิจอุตสาหกรรมให้ดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ลดการใช้พลังงาน&nbsp;ตลอดจนลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศในระยะยาวต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-10-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรปราการ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310102436289
71	มาตรการบรรเทาภาระภาษีสำหรับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล	<p><strong>คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบหลักการมาตรการบรรเทาภาระภาษีสำหรับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล&nbsp;</strong>โดยยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการโอนคริปโทเคอร์เรนซีหรือโทเคนดิจิทัลในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง&nbsp;(Exchange)&nbsp;และการโอนสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย&nbsp;รวมทั้งอนุญาตให้หักผลขาดทุนจากการขายสินทรัพย์ดิจิทัลใน&nbsp;Exchange&nbsp;ออกจากกำไรจากการขายสินทรัพย์ดิจิทัลใน&nbsp;Exchange&nbsp;ได้</p><p><strong>มาตรการดังกล่าวเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน</strong>และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินในอนาคตที่พร้อมสำหรับเศรษฐกิจดิจิทัลจึงได้เสนอร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร&nbsp;ว่าด้วยการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;..)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;....&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ฉบับ&nbsp;ได้แก่&nbsp;</p><p>1.&nbsp;ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการโอนคริปโทเคอร์เรนซีหรือโทเคนดิจิทัลใน&nbsp;Exchange&nbsp;</p><p>2.&nbsp;ยกเว้นภาษี&nbsp;มูลค่าเพิ่มสำหรับการโอนสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทยตามโครงการพัฒนาและทดสอบการใช้งานสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทยสำหรับการใช้งานภาคประชาชน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-10-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรปราการ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310103306296
72	นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำส่วนท้องถิ่นร่วมบูรณาการการทำงาน มุ่งผลสัมฤทธิ์ให้ประชาชนเข้าถึงการบริการภาครัฐ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง	<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong>&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดการประชุมและการสัมมนาทางวิชาการสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย&nbsp;&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;(ผ่านระบบ&nbsp;Video&nbsp;Conference)&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี&nbsp;(PMOC)&nbsp;ตึกไทยคู่ฟ้า&nbsp;ทำเนียบรัฐบาล&nbsp;ในรูปแบบออนไลน์&nbsp;ไปยังอาคารชาเลนเจอร์&nbsp;อาคาร&nbsp;2&nbsp;อิมแพ็ค&nbsp;ชาเลนเจอร์&nbsp;เมืองทองธานี&nbsp;</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;เทศบาลเป็นอีกกลไกหนึ่งที่มีความสำคัญต่อการบริหารราชการแผ่นดินมาอย่างยาวนาน&nbsp;โดยถือเป็นหน่วยที่มีความใกล้ชิดและสามารถเข้าถึงประชาชนในพื้นที่ต่างๆ&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นในชุมชน&nbsp;รวมทั้งการประสานงานกับหน่วยงานราชการอื่นๆ&nbsp;ในการบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชน&nbsp;รัฐบาลเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาท้องถิ่น&nbsp;จึงได้วางแผนงานเพื่อส่งเสริมให้ท้องถิ่นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น&nbsp;มุ่งเน้นการขับเคลื่อนการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างส่วนกลาง&nbsp;ส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น&nbsp;เพื่อให้การขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศสอดคล้องกันทั้งต้นทาง&nbsp;กลางทางและปลายทาง&nbsp;</p><p>การประชุมและการสัมมนาในวันนี้&nbsp;นับเป็นโอกาสดีที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจะได้รับฟังและนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ของตน&nbsp;พร้อมทั้งร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเรียนรู้จากประสบการณ์ระหว่างกัน</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;เน้นย้ำ&nbsp;ความสำคัญของสมาคมสันนิบาตเทศบาลฯ</strong>&nbsp;ที่เป็นกลไกสำคัญในการบริหารงานที่มีความใกล้ชิดกับประชาชนในท้องถิ่น&nbsp;ซึ่งรัฐบาลได้มีการปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้องเพื่อปรับเปลี่ยนและอำนวยความสะดวกให้การบริหารราชการส่วนท้องถิ่นมีความคล่องตัว&nbsp;สามารถให้บริการประชาชนได้อย่างสะดวก&nbsp;รวดเร็ว&nbsp;ท่ามกลางสถานการณ์บ้านเมืองที่มีทั้งวิกฤตและโอกาส&nbsp;โดยขอให้ใช้โอกาสนี้ในการสร้างความร่วมมือ&nbsp;ขยายเครือข่ายการพัฒนา&nbsp;เรียนรู้จากประสบการณ์ต่างๆ&nbsp;ร่วมกัน&nbsp;เพื่อนำพาประเทศชาติให้เจริญเติบโต&nbsp;ก้าวหน้าในอนาคตโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&nbsp;โดยบูรณการการทำงานให้ตรงกับความต้องการของประชาชนให้ได้มากที่สุด&nbsp;ก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน&nbsp;สิ่งสำคัญที่สุดคือ&nbsp;ความโปร่งใส&nbsp;เป็นธรรมและเท่าเทียม&nbsp;ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;นายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;ขอบคุณทุกภาคส่วนที่ได้ร่วมมือกับรัฐบาลเป็นอย่างดีในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ในระยะที่ผ่านมา&nbsp;อีกทั้งปัญหาภัยแล้งและอุทกภัย&nbsp;ปัญหาเรื่องการจัดการขยะ&nbsp;รวมทั้งปัญหาอื่นๆ&nbsp;ที่ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนคนไทย&nbsp;พร้อมขอให้ทุกคนมีพลังกาย&nbsp;พลังใจและพลังสติปัญญาที่สมบูรณ์&nbsp;ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติและประชาชนอย่างเข้มแข็งต่อไป</p><p>&nbsp;</p><p><br></p>	2022-10-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310113053316
73	จังหวัดลำพูน จัดประชุมคณะกรมการจังหวัดลำพูน นายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประจำจังหวัด ประจำเดือนมีนาคม 2565 เพื่อติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล	<p><strong>วันนี้&nbsp;(10&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่ห้องประชุมหริภุญชัย&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศูนย์ราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;</strong>(ศาลากลางจังหวัดลำพูนแห่งใหม่)&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรมการจังหวัดลำพูน&nbsp;นายอำเภอ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประจำจังหวัด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;ประจำเดือนมีนาคม&nbsp;2564&nbsp;ผ่านระบบวีดีทัศน์ทางไกลกระทรวงมหาดไทย&nbsp;ผ่านโปรแกรม&nbsp;Cisco&nbsp;Jabber&nbsp;เพื่อติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล&nbsp;โดยมี&nbsp;นายอนุพงษ์&nbsp;วาวงศ์มูล&nbsp;นายภาษเดช&nbsp;หงส์ลดารมภ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;นายชาตรี&nbsp;กิตติธนดิตถ์&nbsp;ปลัดจังหวัดลำพูน&nbsp;นายบุญส่ง&nbsp;ไชยมณี&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน&nbsp;นายอำเภอ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการจังหวัด&nbsp;หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข่าร่วมประชุมเพื่อรายงานผลการปฏิบัติงาน</p><p><strong>สำหรับวาระการประชุมในครั้งนี้</strong>&nbsp;มีเรื่องที่สำคัญ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เรื่อง&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;การรายงานสภาพอากาศประจำเดือนมีนาคม&nbsp;สถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดลำพูน&nbsp;รายงานผลการใช้จ่ายเงินงบประมาณรายจ่ายภาครัฐจังหวัดลำพูน&nbsp;รายงานผลการดำเนินงานของศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดลำพูน&nbsp;การรายงานสถานการณ์ด้านแรงงานจังหวัดลำพูน&nbsp;เรื่องการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด&nbsp;เรื่องการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ภัยแล้ง&nbsp;และสถานการณ์หมอกควันไฟป่า&nbsp;เป็นต้น</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-10-03T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำพูน	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310115737328
74	ขยายเวลา พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่ออีก 3 เดือน	<p><strong>พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;ประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน&nbsp;(กบฉ.)&nbsp;ครั้งที่1/2565&nbsp;โดยที่ประชุมได้รับทราบผลการปฎิบัติงานตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน&nbsp;พ.ศ.2548&nbsp;ห้วงที่ผ่านมา&nbsp;ภาพรวมการก่อเหตุความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องและประชาชนให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐด้วยดี&nbsp;รวมถึงรับทราบความคืบหน้าผลการดำเนินงานตามแผนปรับลดพื้นที่การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน&nbsp;ซึ่งมีแนวโน้มและโอกาสปรับลดพื้นที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณา</strong>&nbsp;เห็นชอบตามข้อเสนอของ&nbsp;กอ.รมน.ภาค4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;ขอขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;&nbsp;ยกเว้น&nbsp;อำเภอศรีสาคร&nbsp;,อำเภอสุไหงโก-ลก&nbsp;,อำเภอแว้ง&nbsp;,อำเภอสุคิริน&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;&nbsp;อำเภอไม้แก่น&nbsp;,อำเภอแม่ลาน&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;และอำเภอเบตง&nbsp;,อำเภอกาบัง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ออกไปอีก&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;-19&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2565&nbsp;เพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง&nbsp;ทำให้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่มีประสิทธิภาพสามารถดูแลรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่</p><p><strong>พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;กำชับกองทัพภาคที่4&nbsp;และ&nbsp;กอ.รมน.ภาค4&nbsp;ส่วนหน้า</strong>&nbsp;ให้เข้มงวดงานด้านการข่าวและเฝ้าระวังพื้นที่ชายแดน&nbsp;รวมถึงเร่งพิจารณาการปรับลดพื้นที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพิ่มเติมและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ยืนยันว่า&nbsp;รัฐบาลพร้อมดูแลความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัย&nbsp;ควบคู่กับการพัฒนาพื้นที่ให้มีความเจริญก้าวหน้า&nbsp;ประชาชนมีความอยู่ดีกินดี&nbsp;อย่างยั่งยืน</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-10-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310114019321
75	ตำรวจกำลังไล่ล่าแก็งค์คนร้ายที่กำลังหลบหนี บริเวณอำเภอรันตภูมิ โดยเฉพาะนายฉุย หรือนายจำรัส  รักจันทร์ ผู้ต้องตามหมายจับหลายคดีที่ตกเป็นผู้ต้องหา ทั้งพื้นที่จังหวัดพัทลุงและพื้นที่จังหวัดสงขลา	<p><strong>วันนี้&nbsp;10&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จากกรณี&nbsp;พ.ต.ท.เกล้า&nbsp;พลนุ้ย&nbsp;</strong>สว.(สอบสวน)&nbsp;สภ.เขาชัยสน&nbsp;จ.พัทลุง&nbsp;พ.ต.อ.สนธยา&nbsp;ธูปทอง&nbsp;ผกก.สภ.เขาชัยสน&nbsp;พล.ต.ต.ตานิตย์&nbsp;รามดิษฐ์&nbsp;ผบก.ภ.จว.พัทลุง&nbsp;&nbsp;นายตำรวจที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุยิงกันตาย&nbsp;2&nbsp;ศพ&nbsp;บาดเจ็บสาหัส&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อีก&nbsp;1รายบาดเจ็บเล็กน้อย&nbsp;ร.ต.อ.&nbsp;นพดา&nbsp;ณัทณพงศ์&nbsp;หัวหน้าชุดกก.6&nbsp;ภ.9&nbsp;สงขลา&nbsp;โดยเหตุเกิดบริเวณใกล้สี่แยกบ้านท่านางพรหม&nbsp;บนถนนสายสี่แยกบ้านท่านางพรหม&nbsp;&nbsp;ท่าควาย&nbsp;ท้องที่&nbsp;ม.6&nbsp;ต.โคกม่วง&nbsp;อ.เขาชัยสน</p><p><strong>ในที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิต&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;</strong>ดต.อนันต์&nbsp;มีแสง&nbsp;ตำแหน่ง&nbsp;ผบ.หมู่(ป)&nbsp;กก.6&nbsp;ภ.9&nbsp;สงขลา&nbsp;ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิดที่บริเวณศีรษะ&nbsp;ส่วน&nbsp;ตร.ที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บอีก&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ทราบชื่อภายหลังว่า&nbsp;ดต.ชัชชัย&nbsp;ศัญโย&nbsp;ตำแหน่ง&nbsp;ผบ.หมู่(ป)&nbsp;กก.6&nbsp;ภ.9&nbsp;สงขลา&nbsp;ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิดที้บริเวณแขนขวาได้รับบาดเจ็บสาหัส&nbsp;อีก&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;บาดเจ็บเล็กน้อย&nbsp;ร.ต.อ.&nbsp;นพดา&nbsp;ณัทณพงศ์&nbsp;รองหัวหน้าชุด&nbsp;กก.6&nbsp;ภ.9&nbsp;สงขลา&nbsp;ถูกยิงเฉี่ยวที่บริเวณคิวด้านขวา&nbsp;และถูกกระจกรถยนต์บาดหลายแห่งตามร่างกาย&nbsp;ส่วนคนร้ายที่ถูกยิงเสียชีวิตทราบชื่อว่า&nbsp;นายวัชระ&nbsp;รัตนสุวรรณ์&nbsp;อายุ&nbsp;38&nbsp;ปี&nbsp;อยู่บ้านเลขที่&nbsp;14&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ต.ดอนทราย&nbsp;อ.ปากพะยูน&nbsp;จ.พัทลุง&nbsp;และคนร้ายที่เหลือได้วิ่งหลบหนีไปได้&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;โดยดาดว่าคนร้ายอาจจะถูกยิงได้รับบาดเจ็บไปด้วยอย่างน้อย&nbsp;1&nbsp;ราย</p><p><strong>ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมาจนตั้งเช้าวันนี้&nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหลายนาย</strong>&nbsp;ยังคงติดตามไล่ล่ากลุ่มคนร้ายที่ยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ที่ทราบข่าวว่าหลบหนีไปยังบริเวณ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;ตำบลชะม่วง&nbsp;อำเภอรันตภูมิ&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;โดยเฉพาะนายจำรัส&nbsp;หรือฉุย&nbsp;รักจันทร์&nbsp;เลขที่&nbsp;121/1&nbsp;ม&nbsp;9&nbsp;ตำบลชะม่วง&nbsp;อำเภอรัตภูมิ&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่เขตรอบต่อจังหวัดพัทลุง&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;และจังหวัดสตูล&nbsp;เป็นหัวโจ๊กกลุ่มคนร้ายที่ตำรวจต้องการตัวมากที่สุด</p><p><strong>ล่าสุดจากที่ชุดพิทักษ์แดนไทย&nbsp;54&nbsp;กองปราบปราม</strong>&nbsp;สืบสวนจังหวัดพัทลุง&nbsp;สืบภาค9&nbsp;สงขลา&nbsp;และชุดปราบปรามผู้มีอิทธิพลมือปืนรับจ้างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ&nbsp;ได้ติดคนร้ายในพื้นที่รอยต่อพัทลุง&nbsp;สงขลา&nbsp;พบรถยนต์เก่งของคนร้ายเป็นรถยนต์เก่งมาสด้าสีดำ&nbsp;หลังจากสืบทราบว่าเป็นรถที่นำคนร้ายหลบหนี&nbsp;นำมาจอดทิ้งไว้ในสวนปาล์มน้ำมัน&nbsp;ริมเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด&nbsp;บ้านเอขาคาว&nbsp;อ.รัตภูมิ&nbsp;จ.สงขลา&nbsp;ตรวจสอบ&nbsp;ภานในรถมีร่องรอยเลือดตกอยู่&nbsp;และใกล้กันพบสำลี&nbsp;ผ้า&nbsp;ที่มีรอยเลือด&nbsp;ถูกเผาทิ้งข้างรถ&nbsp;ส่วนผู้ต้องหาทั้ง3&nbsp;ได้หลบหนีขึ้นบนภูเขา&nbsp;ซึ่งทางชุดล่าล่ากำลังติดตามพร้อมนำ&nbsp;ฮ.มาบนสำรวจทางอากาศเพื่อกดดันผู้ต้องหาทั้ง&nbsp;ด้วยเช่นกัน</p><p><strong>สำหรับผู้ต้องหานายจำรัส&nbsp;รักจันทร์&nbsp;มีประวัติตกเป็นผู้ต้องหา</strong>&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;คดี&nbsp;ทั้งพื้นที่จังหวัดพัทลุง&nbsp;และจังหวัดสงขลา&nbsp;ส่วนใหญ่เป็นคดีฆ่าคนตาย&nbsp;และพยายามฆ่า&nbsp;คดี&nbsp;สภ.ป่าบอน&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;คดี&nbsp;สภ.ตะโหมด&nbsp;1&nbsp;คดี&nbsp;สภ.รันภูมิ&nbsp;4&nbsp;คดี&nbsp;และ&nbsp;สภ.คลองแงะ&nbsp;1&nbsp;คดี&nbsp;ซึ่งตกเป็นมือรับจ้างที่ต้องการของเจ้าหน้ที่ตำรวจ&nbsp;โดยมีการตั้งรางวัล&nbsp;100,000&nbsp;บาท&nbsp;ส่วนช่วงเย็นของวันนี้จะมีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ลงพื้นที่จังหวัดพัทลุง&nbsp;เพื่อรับทราบข้อมูล&nbsp;และชี้แจงเรื่องเหตุการณืที่เกิดขึ้น&nbsp;เมื่อวานที่ผ่านมา</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง&nbsp;074612404</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-10-03T00:00:00	ภาคใต้	พัทลุง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310123423367
76	คนร้ายดักวางระเบิดทหารพราน ที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ทหารพราน-ชาวบ้านเจ็บหลายราย	<p>วันนี้&nbsp;10&nbsp;มี.ค.65&nbsp;เวลา&nbsp;11.25&nbsp;น.&nbsp;ศูนย์วิทยุ&nbsp;สภ.บันนังสตา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบกลุ่ม&nbsp;และจำนวนลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารพราน&nbsp;ริมถนนสาย&nbsp;410&nbsp;(ยะลา&nbsp;-บันนังสตา)&nbsp;บริเวณตรงข้ามมัสยิดบ้านเตาปูน&nbsp;ใกล้กับโรงเรียนบ้านเตาปูน(ธนาคารกรุงเทพ16)&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;บ้านเงาะกาโป&nbsp;ต.บันนังสตา&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ส่งผลทำให้มีเจ้าหน้าที่ทหารพราน&nbsp;สังกัด&nbsp;3306&nbsp;และชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ&nbsp;จำนวนหลายราย&nbsp;ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันลำเลียงผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลบันนังสตา&nbsp;และนำตัวต่อไปยัง&nbsp;โรงพยาบาลศูนย์ยะลา&nbsp;เพื่อช่วยชีวิตอย่างเร่งด่วน</p><p><strong>หลังรับแจ้ง&nbsp;พ.ต.อ.สายูตี&nbsp;กาเต๊ะ&nbsp;ผกก.สภ.บันนังสตา&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ&nbsp;ทหารพราน&nbsp;ฝ่ายปกครอง&nbsp;และ&nbsp;ชุด&nbsp;กู้ชีพ&nbsp;-&nbsp;กู้ภัยมูลนิธิฮิลาลอะห์มัร&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการบันนังสตา&nbsp;รีบเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที&nbsp;เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุทราบว่าผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด&nbsp;ถูกเจ้าหน้าที่ทหารพราน&nbsp;และชาวบ้านช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาลบันนังสตา&nbsp;ทราบชื่อ&nbsp;อส.ทพ.ชาติชาย&nbsp;นันทกรปรีดา&nbsp;อาการสาหัส&nbsp;ถูกสะเก็ดเข้าเอวซ้าย&nbsp;อส.ทพ.พุทธิพงษ์&nbsp;คงแดง&nbsp;&nbsp;อส.ทพ.โกมินทร์&nbsp;สารภี&nbsp;&nbsp;อส.ทพ.จีราวัฒน์&nbsp;จุมปาลี&nbsp;หูอื้อ&nbsp;และชาวบ้านถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บ&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;คน&nbsp;น.ส.นัสรี&nbsp;ยือเลาะ&nbsp;นายอิสมาแอ&nbsp;เจะเละ&nbsp;น.ส.คอรีเยาะ&nbsp;สะแม&nbsp;นายตูแวมะ&nbsp;อุเซ็ง&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;ถูกนำส่งโรงพยาบาลบันนังสตา&nbsp;และนำตัวส่งต่อไปยังโรงพยาบาลศูนย์ยะลา&nbsp;เพื่อช่วยชีวิตเป็นการด่วน</p><p><strong>ในที่เกิดเหตุดังกล่าว&nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจ&nbsp;ทหารพราน</strong>&nbsp;ฝ่ายปกครอง&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;ชุด&nbsp;เก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด&nbsp;ภ.จว.ยะลา&nbsp;(EOD.)&nbsp;ชุด&nbsp;พิสูจน์หลักฐานที่&nbsp;10&nbsp;ยะลา&nbsp;ได้ปิดกั้นเส้นทาง&nbsp;พร้อมกับเข้าเคลียร์รอบๆ&nbsp;จุดเกิดเหตุ&nbsp;ซึ่งเกรงว่ากลุ่มคนร้ายจะก่อเหตุซ้ำสอง&nbsp;จุดที่เกิดระเบิดพบว่าเป็นริมถนนมีต้นหญ้าปกคลุมดินแดง&nbsp;ห่างกันเล็กน้อย&nbsp;พบคราบเลือดจำนวนหนึ่ง&nbsp;และเศษชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องตกกระจัดกระจายเกลื่อนพื้นถนนและพงหญ้ารกทึบริมทาง&nbsp;เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานเพื่อนำไปตรวจสอบ</p><p><strong>สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า&nbsp;ในขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารพราน</strong>&nbsp;สังกัด&nbsp;3306&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;33&nbsp;เดินทางด้วยรถยนต์กระบะหุ้มเกราะ&nbsp;4&nbsp;ประตู&nbsp;ยี่ห้ออีซูซุ&nbsp;รุ่นดีแม็ก&nbsp;สีบรอนซ์เงิน&nbsp;หมายเลขทะเบียน&nbsp;กฉ&nbsp;-&nbsp;9058&nbsp;ยะลา&nbsp;เพื่อปฎิบัติหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่&nbsp;เมื่อเดินทางมาถึงจุดเกิดเหตุ&nbsp;คนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวน&nbsp;ได้นำระเบิดแสวงเครื่อง&nbsp;มาซุกซ่อนเอาไว้&nbsp;จึงได้ทำการจุดชนวนระเบิดขึ้นทันที&nbsp;เสียงดังสนั่นหวั่นไหว&nbsp;เป็นเหตุให้รถยนต์กระบะคันดังกล่าว&nbsp;ถูกแรงระเบิดได้รับความเสียหายเป็นรูพรุน&nbsp;หลายจุด&nbsp;และมีกำลังพลทหารพรานได้รับบาดเจ็บดังกล่าว&nbsp;เจ้าหน้าที่คาดว่าเป็นฝีมือของกลุ่มคนร้ายที่ยังหลบซ่อนตัวในพื้นที่&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;และในพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;ที่ยังคงต้องการแสดงศักยภาพ&nbsp;สร้างสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-10-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310135810406
77	ศอ.บต. แจงผลสัมฤทธิ์ขับเคลื่อนงานด้านการพัฒนา จชต. ในห้วงที่ผ่านมา พร้อมตั้งเป้าปี 65       แก้ไขปัญหาและยกระดับคุณภาพชีวิตของ ปชช. ให้เท่าเทียม	<p><strong>นายบุญพาศ&nbsp;รักนุ้ย&nbsp;รองเลขาธิการ&nbsp;ศูนย์อำนวยการบริหาร</strong>จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(ศอ.บต.)&nbsp;แจงผลสัมฤทธิ์การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง&nbsp;แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคงแผนย่อย&nbsp;และแนวทางการพัฒนาที่เกี่ยวข้องห้วงปี&nbsp;พ.ศ.2561&nbsp;&nbsp;2564&nbsp;ต่อคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐวุฒิสภา</p><p><strong>โดย&nbsp;ศอ.บต.ได้นำเสนอการขับเคลื่อนงานมิติด้านการพัฒนา</strong>ในห้วง&nbsp;ปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2561&nbsp;&nbsp;2564&nbsp;โดยบูรณาการขับเคลื่อนงาน&nbsp;รวม&nbsp;38&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;ให้บรรลุ&nbsp;3&nbsp;เป้าหมาย&nbsp;อาทิ&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เป้าหมายที่&nbsp;1&nbsp;นานาชาติให้การสนับสนุนการดำเนินการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ของรัฐบาลไทย&nbsp;มีความเข้าใจ&nbsp;มีท่าทีเชิงบวกต่อประเด็นการแก้ไขปัญหาเพิ่มขึ้น&nbsp;เป็นผลจากการเพิ่มปฏิสัมพันธ์ของภาครัฐในการสร้างความเข้าใจและประสานความร่วมมือต่อกลุ่มภาคประชาสังคม&nbsp;ภายใต้โครงการภาคประชาสังคมร่วมใจ&nbsp;และการสร้างความเข้าใจต่อกับนานชาติ<strong>&nbsp;</strong>ให้ข้อมูลและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่คณะเอกอัครราชทูตนานาชาติประจำประเทศไทย&nbsp;องค์กรระหว่างประเทศ&nbsp;บุคคลสำคัญต่างประเทศ&nbsp;และหน่วยงานทั้งใน&nbsp;และต่างประเทศรวมกว่า&nbsp;20&nbsp;คณะ&nbsp;ผ่านกิจกรรมการประชาสัมพันธ์และต้อนรับหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เป้าหมายที่&nbsp;2&nbsp;ประชาชนทุกหมู่เหล่าอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมเพิ่มขึ้น&nbsp;โดยได้กำหนดตำบลเป้าหมายที่จะ&nbsp;ดำเนินการ&nbsp;183&nbsp;ตำบล&nbsp;ซึ่งการขับเคลื่อนที่ผ่านมา&nbsp;ได้มีการดำเนินการใน&nbsp;101&nbsp;ตำบล&nbsp;ในการสร้างพื้นที่กลางให้ประชาชนที่มีความแตกต่างหลากหลายทางวัฒนธรรม&nbsp;สามารถทำกิจกรรมร่วมกัน&nbsp;เพื่อลดเงื่อนไขความไม่เป็นธรรม&nbsp;ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างสังคมพหุวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง&nbsp;โดยได้ดำเนินการสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนทั้งในและนอกพื้นที่&nbsp;ผ่านการประชาสัมพันธ์เชิงรุก&nbsp;ใช้สื่อวิทยุ&nbsp;โทรทัศน์&nbsp;สื่อออนไลน์และออฟไลน์&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;จัดเสวนาแลกเปลี่ยนเพื่อสร้างความรับรู้เข้าใจเกี่ยวกับ&nbsp;สถานการณ์และแนวนโยบายของภาครัฐให้แก่&nbsp;ผู้นำศาสนา&nbsp;ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น&nbsp;เครือข่ายภาคประชาสังคม&nbsp;ส่งผลให้ประชาชนและภาคส่วนต่างๆ&nbsp;สนับสนุนแนวทางในการแก้ไขปัญหาของภาครัฐเพิ่มมากขึ้น&nbsp;การเสริมสร้างสังคมพหุวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง&nbsp;ผ่านการอุดหนุนกิจการทางด้านศาสนา&nbsp;ส่งเสริมการดำเนินศาสนกิจได้โดยไม่ถูกขัดขวาง&nbsp;ถ่ายทอด&nbsp;การดำเนินชีวิต&nbsp;&nbsp;ตามหลักศาสนาที่ถูกต้องของทุกศาสนา&nbsp;และสร้างพื้นที่กลางในการปฏิสัมพันธ์ร่วมกันของทุกวัฒนธรรม&nbsp;สร้างกระบวนการเรียนรู้ในการยอมรับการอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม&nbsp;ตลอดจนจัดทำองค์ความรู้อนุรักษ์และพัฒนาแหล่ง&nbsp;เรียนรู้ทางประวัติศาสตร์โบราณคดีและวัฒนธรรม&nbsp;และการอำนวยความยุติธรรมและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ&nbsp;ผ่านการส่งเสริมกระบวนการอำนวยความยุติธรรมตั้งแต่ต้นทาง&nbsp;โดยจัดให้มีศูนย์ยุติธรรมชุมชน&nbsp;106&nbsp;ศูนย์&nbsp;ซึ่งมีเจ้าหน้าที่เครือข่ายของศอ.บต.&nbsp;อำนวยความสะดวกและให้คำแนะนำเบื้องต้นแก่ประชาชน&nbsp;พร้อมทั้งวางระบบการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างครบวงจร&nbsp;ทั้งด้านร่างกาย&nbsp;จิตใจ&nbsp;&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;สร้างโอกาสทางการศึกษาแก่ทายาทผู้ได้รับผลกระทบและฝึกอาชีพ&nbsp;ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการบังคับคดี&nbsp;การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทตามหลักสันติวิธี&nbsp;รวมถึงอบรมหลักสิทธิมนุษยชนและกฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องแก่เจ้าหน้าที่รัฐ&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เป้าหมายที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจเพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่&nbsp;ผ่านโครงการพัฒนาและปรับปรุงประสิทธิภาพด้วยหลักธรรมาภิบาล&nbsp;โดยได้ดำเนินการป้องกันปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ&nbsp;และตรวจสอบการดำเนินโครงการ/กิจกรรม&nbsp;การเพิ่มประสิทธิภาพเจ้าหน้าที่รัฐ&nbsp;&nbsp;การอำนวยการและเพิ่มประสิทธิภาพการขับเคลื่อนงานของภาครัฐให้รวดเร็ว&nbsp;เท่าเทียม&nbsp;และเป็นที่พึ่งของประชาชนได้เป็นอย่างดี&nbsp;การขับเคลื่อนตำบลมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;และยั่งยืน&nbsp;ผ่านกลไกสภาสันติสุขตำบล&nbsp;เป็นกลไกที่เชื่อมโยงการแก้ไขปัญหาระดับพื้นที่&nbsp;โดยมีการจัดทำแผนพัฒนาตำบลครอบคลุม&nbsp;ทั้ง&nbsp;282&nbsp;ตำบล&nbsp;รวมทั้งการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินทำกิน&nbsp;ให้กับประชาชนส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่มีความมั่นคงด้านอาชีพ&nbsp;ชุมชน&nbsp;เข้มแข็ง&nbsp;และมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น&nbsp;และการพัฒนาเศรษฐกิจ&nbsp;และส่งเสริมตามศักยภาพพื้นที่&nbsp;พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ&nbsp;และพัฒนาเศรษฐกิจระดับฐานรากระดับครัวเรือน&nbsp;ชุมชน&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;และตำบล&nbsp;สามารถเชื่อมโยงและได้รับประโยชน์จากการพัฒนาพื้นที่ระดับอนุภูมิภาคผ่าน&nbsp;โครงการพัฒนาเมืองต้นแบบทั้ง&nbsp;4&nbsp;เมือง&nbsp;ได้แก่&nbsp;เมืองหนองจิก&nbsp;จ.ปัตตานี&nbsp;เมืองสุไหงโกลก-ลก&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;เมืองเบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;และเมืองจะนะ&nbsp;จ.สงขลา&nbsp;รวมถึงส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่เพิ่มขึ้น&nbsp;ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่สามารถประกอบอาชีพตามฐานทรัพยากร&nbsp;และภูมิสังคมและมีทางเลือกในการประกอบอาชีพเพื่อสร้างรายได้ให้ตนเองเพิ่มขึ้น&nbsp;จนเกิดอัตราการเจริญเติบโต&nbsp;ทางเศรษฐกิจเพิ่มสูงขึ้น</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ในปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ&nbsp;2565&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ในฐานะหน่วยงานเจ้าภาพ</strong>มิติงานด้านการพัฒนาได้เร่งรัดการขับเคลื่อนการพัฒนา&nbsp;โดยประสานการทำงานร่วมกับ&nbsp;กอ.รมน.&nbsp;ภาค&nbsp;4&nbsp;สน.&nbsp;&nbsp;ซึ่งเป็นเจ้าภาพมิติงานด้านความมั่นคงอย่างใกล้ชิด&nbsp;เพื่อยกระดับ&nbsp;คุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ให้ดีขึ้น&nbsp;เท่าเทียมกับพื้นที่อื่นของประเทศ&nbsp;โดยได้วางกรอบการดำเนินงานด้านการพัฒนาให้บรรลุเป้าหมายอาทิ&nbsp;การแก้ไขปัญหาความยากจนตามฐานข้อมูล&nbsp;TPMAP&nbsp;5&nbsp;มิติ&nbsp;การส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากระดับครัวเรือน&nbsp;ชุมชน&nbsp;และตำบล&nbsp;โดยยกระดับพื้นที่สู่การเป็นเมืองแห่งปูทะเล&nbsp;เมืองแห่งปศุสัตว์&nbsp;เมืองแห่งพืชพลังงาน&nbsp;และเมืองแห่งผลไม้&nbsp;</p><p><strong>ตลอดจนการขับเคลื่อนโครงการเมืองต้นแบบทั้ง&nbsp;4&nbsp;เมือง</strong>&nbsp;นอกจากในห้วงเดือนพฤษภาคม&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;ศอ.บต.เตรียมจัดงานวิ่งตามภูมิประเทศ&nbsp;หรือวิ่งเทรล&nbsp;ภายใต้ชื่อ&nbsp;Amazean&nbsp;Jungle&nbsp;Trail&nbsp;ที่อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ซึ่งจะเป็นการยกระดับการ&nbsp;ท่องเที่ยวและเปลี่ยนภาพลักษณ์ของพื้นที่ไปสู่เมืองแห่งการท่องเที่ยวและกีฬาระดับ&nbsp;นานาชาติที่เป็นรูปธรรม&nbsp;รวมทั้งการใช้ประโยชน์จากสนามบินเบตงที่มีกำหนดเปิดใช้&nbsp;บริการเชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการในวันที่&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่จะถึงนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>การใช้โอกาสและศักยภาพที่ประเทศไทยฟื้นความสัมพันธ์</strong>กับประเทศซาอุดีอาระเบีย&nbsp;ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการประมวลข้อมูลรวม&nbsp;9&nbsp;ด้าน&nbsp;เพื่อจัดทำเป็น&nbsp;(ร่าง)&nbsp;แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนงานการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ภายหลังรัฐบาล&nbsp;เปิดศักราชใหม่&nbsp;ของความสัมพันธ์ไทย&nbsp;-&nbsp;ซาอุดีอาระเบีย&nbsp;โดยสมบูรณ์&nbsp;นำเสนอเสนอต่อกพต.&nbsp;ในวันที่&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;เพื่อพิจารณาเห็นชอบ&nbsp;ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ&nbsp;และวางกรอบในการบูรณาการขับเคลื่อนงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรมต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-10-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310163915537
78	ไทย-ไอร์แลนด์ พร้อมสนับสนุนด้านการศึกษา วัฒนธรรม	<p><strong>นายโจเซฟ แอนโทนี คอตเตอร์</strong> (H.E. Mr. Joseph Anthony Cotter) เอกอัครราชทูตไอร์แลนด์ประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในโอกาสอำลาพ้นจากหน้าที่ </p><p><strong>นายกรัฐมนตรี ชื่นชมบทบาทของเอกอัครราชทูตไอร์แลนด์ฯ</strong> ที่ได้ปฏิบัติงานอย่างแข็งขันตลอด 4 ปี โดยได้ผลักดันความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน รวมถึงด้านการศึกษาและวัฒนธรรม เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับไอร์แลนด์ที่ดีต่อกันเสมอมา ซึ่งในอีก 3 ปีข้างหน้าจะเป็นวาระครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย  ไอร์แลนด์ พร้อมแสดงความยินดีในโอกาสวันชาติของไอร์แลนด์ (St. Patricks Day) ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 17 มีนาคม 2565 โดยทราบว่าปีที่แล้วได้มีการจัดกิจกรรมเปิดไฟสีเขียวที่วัดอรุณฯ ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างดีและเชื่อมั่นว่าทั้งสองประเทศจะสานต่อความร่วมมือต่อไปทั้งในระดับทวิภาคี อนุภูมิภาคและภูมิภาค โดยเฉพาะในช่วงการฟื้นฟูเศรษฐกิจภายหลังสถานการณ์โควิด-19</p><p><strong>ทั้งสองฝ่ายต่างเห็นพ้องว่า ไทยและไอร์แลนด์ </strong>ยังมีศักยภาพระหว่างกันในอีกหลายมิติ โดยได้หารือในประเด็นความร่วมมือระหว่างกัน </p><p><strong>ด้านเศรษฐกิจ</strong>&nbsp;<strong>นายกรัฐมนตรียืนยันว่าไทยพร้อม </strong>ที่จะเป็นศูนย์กลางด้านการค้าและการลงทุนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไอร์แลนด์มีศักยภาพด้านดิจิทัล และเป็นแหล่งของบริษัทยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์ชั้นนำของโลก จึงขอเชิญชวนให้เข้ามาลงทุนในไทยในสาขานี้เพิ่มเติม </p><p><strong>ด้านการศึกษา</strong>&nbsp;ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะให้หน่วยงานภาครัฐและสถาบันการศึกษามีการประสานงานกันอย่างใกล้ชิดเพื่อดำเนินความร่วมมือทางการศึกษา ซึ่งนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า ไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ขอบคุณไอร์แลนด์ที่มีความร่วมมือด้านการอุดมศึกษากับไทยอย่างต่อเนื่อง </p><p><strong>ด้านวัฒนธรรม</strong>&nbsp;เอกอัครราชทูตไอร์แลนด์ฯ ยินดีและขอบคุณหน่วยงานไทยที่สนับสนุนกิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองวันชาติสาธารณรัฐไอร์แลนด์ (St. Patricks Day) ตามโครงการ Global Greening Programme ด้วยการประดับไฟสีเขียวซึ่งเป็นสีประจำชาติของไอร์แลนด์ ณ วัดอรุณฯ เมื่อปีที่ผ่านมา และในปีนี้จะมีการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองวันชาติฯ อีกครั้งที่จังหวัดสุโขทัยและจังหวัดเชียงใหม่</p><p><br></p><p><br></p>	2022-10-03T00:00:00	NULL	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310160946488
79	รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมประธานกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลฯ ลงพื้นที่ติดตามการขับเคลื่อนงานในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ ที่ จ.นราธิวาส	<p><strong>พลเอก&nbsp;ชัยชาญ&nbsp;ช้างมงคล&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม</strong>/ประธานกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;และคณะ&nbsp;อาทิ&nbsp;&nbsp;พลเอก&nbsp;พรศักดิ์&nbsp;&nbsp;พูลสวัสดิ์&nbsp;กรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาล&nbsp;เดินทางประชุมติดตามการขับเคลื่อนงานในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนใต้&nbsp;ที่ด่านศุลกากร&nbsp;อำเภอตากใบ&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;ซึ่งมี&nbsp;พลโท&nbsp;เกรียงไกร&nbsp;&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;นายสนั่น&nbsp;&nbsp;พงษ์อักษร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&nbsp;ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;จิรัสย์&nbsp;&nbsp;ศิริวัลลภ&nbsp;นายอำเภอตากใบ&nbsp;นายอติสันติ์&nbsp;ภูวพิพัฒนวงศ์&nbsp;นายด่านศุลกากรตากใบ&nbsp;&nbsp;และผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมการประชุม&nbsp;</p><p><strong>พลเอก&nbsp;ชัยชาญ&nbsp;ได้รับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์&nbsp;</strong>ในพื้นที่จากหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส&nbsp;(ฉก.นราธิวาส)&nbsp;และรับทราบรายงานสภาพเศรษฐกิจการค้าขายบริเวณด้านพรมแดนไทย-มาเลเซีย&nbsp;ด้านอำเภอตากใบ&nbsp;ซึ่งมีช่องทาง&nbsp;เข้า-ออก&nbsp;โดยมีจุดผ่านแดนถาวร&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;จุดผ่อนปรนการค้า&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;และช่องทางธรรมชาติ&nbsp;จำนวน&nbsp;26&nbsp;จุด&nbsp;มีแนวลำน้ำโก-ลกกั้นเขตแดน&nbsp;หลังจากนั้นได้เดินทางโดยเรือตรวจการณ์ไปตามลำน้ำโก-ลก&nbsp;เพื่อรับทราบการปฏิบัติงานของหน่วยงานในพื้นที่ที่มีการบูรณาการร่วมกันในการปฏิบัติภารกิจในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยให้กับประชาชน&nbsp;ดูแลป้องกัน&nbsp;สกัดกั้น&nbsp;ยับยั้งการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายการขนสินค้าหลีกเลี่ยงภาษี&nbsp;การค้ายาเสพติด&nbsp;สภาพพื้นที่ภายหลังน้ำลดจากปัญหาน้ำท่วมเมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&nbsp;ตลอดจนการควบคุมคัดกรองบุคคลในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ซึ่งทุกหน่วยในพื้นที่ได้เตรียมความพร้อมตามมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันดูแล&nbsp;ตามเส้นเขตแดนทางน้ำระยะทาง&nbsp;106&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ด้วยการประสานความร่วมมือ&nbsp;และบูรณาร่วมกันได้อย่างมีเอกภาพและประสิทธิภาพ&nbsp;สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดี&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;พลเอก&nbsp;ชัยชาญ&nbsp;ได้ฝากข้อห่วงใย&nbsp;&nbsp;และขอบคุณเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่</strong>จากนายกรัฐมนตรี&nbsp;&nbsp;&nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ในการทำหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อย&nbsp;&nbsp;และดูแลความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนด้วยความเสียสละอดทนเป็นอย่างดีมาโดยตลอด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>	2022-11-03T00:00:00	ภาคใต้	นราธิวาส	สวท.นราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311102655760
80	ความก้าวหน้าโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่โจมตีทดแทน เน้นแนวทางการถ่ายทอดเทคโนโลยี สู่การพึ่งพาตนเองได้ในอนาคต	<p><strong>พลอากาศตรี&nbsp;ประภาส&nbsp;สอนใจดี&nbsp;โฆษกกองทัพอากาศ</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงการใช้งานเครื่องบินขับไล่โจมตีทดแทน&nbsp;เพื่อรองรับภารกิจการบินรบในอากาศ&nbsp;การโจมตีทางอากาศ&nbsp;การปฏิบัติการเชิงรุกที่ก่อให้เกิดความได้เปรียบต่อฝ่ายตรงข้ามและการปฏิบัติการร่วมทั้งในและนอกประเทศ&nbsp;รวมถึงบูรณาการความร่วมมือในการป้องกันประเทศและรักษาผลประโยชน์แห่งชาติกับเหล่าทัพอื่น&nbsp;</p><p><strong>คณะกรรมการศึกษาฯ&nbsp;กำหนดแนวทางการถ่ายทอดเทคโนโลยีเบื้องต้น</strong>&nbsp;ที่ควรได้รับจากการจัดหาเครื่องบินขับไล่โจมตีทดแทน&nbsp;โดยมีข้อเสนอ&nbsp;เช่น&nbsp;การให้ทุนการศึกษาแก่ประเทศไทยในระดับปริญญาตรีและปริญญาโทจำนวนที่เหมาะสม&nbsp;เพื่อการถ่ายทอดเทคโนโลยีและส่งเสริมการพัฒนาประเทศในภาพรวม&nbsp;บุคลากรของกองทัพอากาศ&nbsp;ควรได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการถ่ายทอดเทคโนโลยี&nbsp;เพื่อการพัฒนาด้านต่างๆ&nbsp;บนพื้นฐานของการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน&nbsp;การถ่ายเทคโนโลยีในส่วนของการออกแบบอากาศยาน&nbsp;ที่สามารถซ่อนพรางจากการตรวจจับด้วยสัญญาณเรดาร์&nbsp;ทั้งในส่วนการออกแบบอากาศยาน&nbsp;&nbsp;การออกแบบพื้นผิววัสดุของอากาศยาน&nbsp;และการซ่อมบำรุงการซ่อนพราง&nbsp;การถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการประยุกต์ปัญญาประดิษฐ์&nbsp;ย้ำว่าการจัดหาเครื่องบินขับไล่โจมตีทดแทนพร้อมระบบที่เกี่ยวข้องในครั้งนี้&nbsp;กำหนดแนวทางการถ่ายทอดเทคโนโลยี&nbsp;เพื่อนำไปสู่การพึ่งพาตนเองได้ในอนาคต&nbsp;โดยคำนึงถึงคุณภาพของกำลังทางอากาศและขีดความสามารถในการปฏิบัติการทางอากาศ&nbsp;เพื่อปกป้องผลประโยชน์และรักษาความมั่นคงของชาติ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>	2022-11-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311103622762
81	รมช.กลาโหม เยี่ยมผู้บาดเจ็บ เหตุระเบิดบันนังสตา พร้อมนำความห่วงใยนายก เร่งรัดเยียวยาอย่างเต็มที่	<p><strong>พล.อ.ชัยชาญ&nbsp;ช้างมงคล&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;</strong>พร้อมด้วยพล.อ.สุพจน์&nbsp;มาลานิยม&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;สมช.&nbsp;พล.อ.พรศักดิ์&nbsp;พูลสวัสดิ์&nbsp;ผู้แทนพิเศษรัฐบาลด้านความมั่นคง&nbsp;พล.ท.เกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;ได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลยะลา&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;เยี่ยมให้กำลังใจ&nbsp;ผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;1.อส.ทพ.ชาติชาย&nbsp;นันทกรปรีดา&nbsp;อายุ&nbsp;33&nbsp;ปี&nbsp;อยู่บ้านเลขที่&nbsp;124&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ต.บ้านแหร&nbsp;อ.ธารโต&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;2.นายตูแวมะอุเซ็งจูนิ&nbsp;อายุ&nbsp;33&nbsp;ปี&nbsp;ประชาชน&nbsp;อยู่บ้านเลขที่&nbsp;128&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ต.แม่หวาด&nbsp;อ.ธารโต&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;3.นางสาวคอรีเยาะ&nbsp;สะแม&nbsp;อายุ&nbsp;32&nbsp;ปี&nbsp;ประชาชน&nbsp;ต.บันนังสตา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิด&nbsp;เจ้าหน้าที่ทหารพราน&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;30&nbsp;ขณะออกลาดตระเวนด้วยรถยนต์&nbsp;บริเวณถนนสาย&nbsp;410&nbsp;ยะลา-เบตง&nbsp;ตรงข้ามมัสยิดบ้านเตาปูน&nbsp;พื้นที่&nbsp;บ้านเงาะกาโป&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ต.บันนังสตา&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;เป็นเหตุให้รถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ&nbsp;รุ่นดีแม็ก&nbsp;4&nbsp;ประตู&nbsp;หมายเลขทะเบียน&nbsp;กฉ&nbsp;9058&nbsp;ยะลา&nbsp;ได้รับความเสียหาย&nbsp;มีผู้ได้รับบาดเจ็บ&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;เมื่อช่วงเที่ยงของวันที่&nbsp;10&nbsp;มีนาคม2565&nbsp;ที่ผ่านมา</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ได้มอบกระเช้าเยี่ยม&nbsp;และเงินบำรุงขวัญ</strong>&nbsp;เพื่อเป็นกำลังใจ&nbsp;ให้กับ&nbsp;อส.ทพ.ชาติชาย&nbsp;นันทกรปรีดา&nbsp;เจ้าหน้าที่ทหารพราน&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;30&nbsp;และมอบกระเช้าเยี่ยม&nbsp;และเงินบำรุงขวัญ&nbsp;ให้กับนางสาวยุนดี&nbsp;ยูโซ๊ะ&nbsp;(น้าสาวของตูแวมะอุเซ็งจูนิ&nbsp;)&nbsp;และนางสาวซารีปะ&nbsp;เจ๊ะกา&nbsp;(หลานสาวของนางสาวคอรีเยาะ&nbsp;สะแม)&nbsp;ประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บทั้ง&nbsp;2&nbsp;ราย</p><p>พล.อ.ชัยชาญ&nbsp;ช้างมงคล&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;พล.อ.ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;และ&nbsp;พล.อ.ประวิทย์&nbsp;วงศ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;มีความห่วงใยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าว&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ได้มอบหมายให้เป็นผู้แทน&nbsp;มาเยี่ยม&nbsp;สร้างขวัญกำลังใจ</strong>ให้กับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ&nbsp;พร้อมทั้งให้การดูแลเยียวยา&nbsp;โดยให้&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ดำเนินการเร่งเข้าไปช่วยเหลืออย่างเต็มที่&nbsp;นอกจากนี้ยังได้กำชับให้หน่วยงานความมั่นคง&nbsp;ปรับแผนในการดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่อย่างเข้มข้น&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่&nbsp;ที่เป็นจุดล่อแหลมและมีความเปราะบาง&nbsp;ขณะที่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้ติดตามความคืืบหน้าการปรับปรุงประสิทธิภาพตามแนวชายแดน&nbsp;โดยเฉพาะเรื่องการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำสุไหงโกลก&nbsp;อ.ตากใบ&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;ซึ่งขณะนี้มีความคืบหน้าไปมาก&nbsp;หากแล้วเสร็จจะช่วยป้องกันอุทกภัยได้&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้หารือในมาตรการการรองรับการเปิดด่าน</strong>ชายแดนของมาลาเซียในวันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;นี้&nbsp;ทั้งในเรื่องของความมั่นคง&nbsp;และคัดกรองป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;อย่างเข้มข้น&nbsp;ตลอดจนแนวทางการฟื้นฟูเศรษฐกิจตามแนวชายแดน&nbsp;ซึ่งขณะนี้ทุกส่วนมีความพร้อมอย่างมาก&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจในพื้นที่กลับมาคึกคักอีกครั้ง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-11-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311143617899
82	ยืนยันท่าทีของไทยต่อสถานการณ์ในยูเครน เรียกร้องให้รัสเซียถอนกำลัง สนับสนุนแนวทางสันติวิธี 	<p><strong>นายธานี&nbsp;แสงรัตน์&nbsp;อธิบดีกรมสารนิเทศ</strong>และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;ยืนยันถึงท่าทีของไทยต่อสถานการณ์ในยูเครน&nbsp;โดยยึดแนวทางตามที่ไทยได้ลงคะแนนเสียงสนับสนุนข้อมติในการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ&nbsp;สมัยพิเศษ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;11&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;&nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&nbsp;ที่เรียกร้องให้รัสเซียยุติการใช้กำลังและถอนกองกำลังออกจากยูเครนทันที&nbsp;ตามหลักการสนับสนุนสันติวิธีและกฎหมายระหว่างประเทศ&nbsp;เช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ&nbsp;ที่เคารพกฎหมายและยึดหลักการนี้&nbsp;ซึ่งไทยสนับสนุนการหาทางออก&nbsp;การเจรจาเพื่อยุติปัญหาและสนับสนุนการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม&nbsp;</p><p><strong>สำหรับผู้ที่ถูกกระทบจากสถานการณ์ความรุนแรง</strong>&nbsp;ซึ่งไทยได้เริ่มดำเนินการแล้วโดยกระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;อนุมัติงบประมาณให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ยูเครน&nbsp;2&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยมอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูต&nbsp;ณ&nbsp;กรุงวอร์ซอ&nbsp;ดำเนินการจัดซื้อสิ่งของเพื่อช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม&nbsp;เพื่อส่งมอบให้แก่ประชาชนในพื้นที่&nbsp;ผ่านสภากาชาดยูเครนแล้ว</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ในกรอบอาเซียน</strong>&nbsp;ไทยยังสนับสนุนการออกถ้อยแถลงในฐานะประเทศสมาชิก&nbsp;2&nbsp;ฉบับ&nbsp;แสดงความห่วงกังวลต่อสภาวการณ์ด้านมนุษยธรรมที่เลวร้ายลงและเรียกร้องให้มีการหยุดยิงในทันที&nbsp;หรือสงบศึก&nbsp;รวมทั้งให้มีการหารือทางการเมืองต่อไป&nbsp;โดยอาเซียนพร้อมที่จะอำนวยความสะดวกการหารือโดยสันติระหว่างทุกฝ่ายในทุกวิถีทางที่เป็นไปได้</p><p><strong>โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;ชี้แจงเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;นโยบายต่างประเทศของทุกประเทศและท่าทีต่อสถานการณ์สำคัญในโลก&nbsp;จำเป็นต้องคำนึงถึงบริบทเฉพาะของแต่ละประเทศ&nbsp;หลักการและกฎหมายระหว่างประเทศ&nbsp;รวมทั้งประมวลความสัมพันธ์ในภาพใหญ่&nbsp;&nbsp;และประวัติศาสตร์การเมืองระหว่างประเทศด้วย&nbsp;ในส่วนของไทยก็ไม่ต่างจากประเทศอื่น&nbsp;ที่ได้ดำเนินนโยบายการต่างประเทศ&nbsp;บนหลักการตามกฎบัตรสหประชาชาติและกฎหมายระหว่างประเทศ&nbsp;ซึ่งไทยให้ความสำคัญกับการช่วยหาทางออกด้วยวิธีการทางการทูตด้วยความเสมอต้นเสมอปลายและมองว่าการลงคะแนนเสียงในกรอบสหประชาชาติ&nbsp;ก็เป็นอีกหนึ่งหลักการสากล</p><p><br></p><p><br></p>	2022-11-03T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.จันทบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311151440924
83	ปชส.สุราษฎร์ธานี เผย ครม. ปรับหลักเกณฑ์ UCEP Plus ประเทศไทย เข้าร่วมเป็นภาคีสถาบันวัคซีนนานาชาติ	<p><strong>นางสุนิสา&nbsp;รามแก้ว&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;&nbsp;ครม.&nbsp;เห็นชอบหลักเกณฑ์วิธีการ&nbsp;และเงื่อนไขการกำหนดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต&nbsp;กรณีติดเชื้อโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;หรือที่ถูกเรียกว่า&nbsp;UCEP&nbsp;Plus&nbsp;(Universal&nbsp;Coverage&nbsp;for&nbsp;Emergency&nbsp;Patients&nbsp;Plus)&nbsp;โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่&nbsp;16&nbsp;มี.ค.&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป</p><p><strong>โดยกลุ่มผู้ป่วยสีเขียว&nbsp;หรือ&nbsp;อาการไม่รุนแรง&nbsp;</strong>ไม่นับเป็นผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต&nbsp;แต่สามารถเข้ารับการรักษาฟรีในโรงพยาบาลตามสิทธิของแต่ละคน&nbsp;เช่น&nbsp;สิทธิบัตรทอง&nbsp;สิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า&nbsp;สิทธิประกันสังคม&nbsp;หรือสิทธิรักษาพยาบาลของข้าราชการ&nbsp;ซี่งการรักษาทุกอย่างไม่เสียค่าใช้จ่ายตามเดิม&nbsp;และแนะนำให้การดูแลแบบ&nbsp;Home&nbsp;Isolation(HI)&nbsp;&nbsp;หรือ&nbsp;&nbsp;Community&nbsp;Isolation(CI)&nbsp;หรือ&nbsp;Hotel&nbsp;Isolation&nbsp;,&nbsp;กลุ่มผู้ป่วยสีเหลือง&nbsp;หรือ&nbsp;เสี่ยงอาการรุนแรง&nbsp;และ&nbsp;ผู้ป่วยสีแดง&nbsp;หรืออาการรุนแรง&nbsp;ให้สามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลได้ทุกแห่ง&nbsp;โดยไม่กำหนดระยะเวลา&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมงแรก&nbsp;นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้มีการส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินรุนแรงจากโรงพยาบาลหนึ่งไปเข้ารับการรักษาในหอผู้ป่วยฉุกเฉิน&nbsp;(ICU)&nbsp;ของอีกโรงพยาบาลได้ภายหลัง&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมงแรกด้วย&nbsp;ซึ่งดีกว่าโรคอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ที่เข้าตามนิยามเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ครม.&nbsp;ยังเห็นชอบให้ประเทศไทย&nbsp;</strong>เข้าร่วมเป็นภาคีสถาบันวัคซีนนานาชาติ&nbsp;(International&nbsp;Vaccine&nbsp;Institute&nbsp;:&nbsp;IVI)&nbsp;อย่างสมบูรณ์&nbsp;และอนุมัติให้ประเทศไทยสนับสนุนงบประมาณแก่&nbsp;IVI&nbsp;ปีละ&nbsp;100,000&nbsp;ดอลลาร์สหรัฐ&nbsp;หรือประมาณ&nbsp;3.25&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี&nbsp;หมวดเงินอุดหนุนของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;เริ่มตั้งแต่ปีงบประมาณ&nbsp;&nbsp;2566&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;และมอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;จัดทำสัตยาบันสาร&nbsp;เพื่อการเข้าร่วมเป็นภาคี&nbsp;IVI&nbsp;อย่างสมบูรณ์&nbsp;โดย&nbsp;IVI&nbsp;จัดตั้งขึ้นโดยข้อริเริ่มของสำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ&nbsp;(UNPD)&nbsp;มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เกาหลีใต้&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความมั่นคงในการเข้าถึงวัคซีนที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย&nbsp;การวิจัย&nbsp;พัฒนา&nbsp;และปรับปรุงวัคซีนชนิดใหม่&nbsp;รวมถึงการเสริมสร้างศักยภาพของประเทศกำลังพัฒนาในด้านการพัฒนา&nbsp;การผลิต&nbsp;และการนำเข้าวัคซีน.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-11-03T00:00:00	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311160058965
84	รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ลงใต้ติดตามความคืบหน้าโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดระเบียบชายแดนไทย-มาเลเซีย ด่านตากใบ นราธิวาส พร้อมเยี่ยมผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(11&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;อาคารด่านพรมแดน&nbsp;</strong>ด่านศุลกากรตากใบ&nbsp;อำเภอตากใบ&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;พลเอก&nbsp;ชัยชาญ&nbsp;ช้างมงคล&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม/ประธานกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาล&nbsp;พร้อมด้วยพลเอก&nbsp;พรศักดิ์&nbsp;พูลสวัสดิ์&nbsp;กรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาล&nbsp;(ด้านความมั่นคง),&nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์&nbsp;ดร.รัชดา&nbsp;ธนาดิเรก&nbsp;กรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาล&nbsp;(ด้านประสานการมีส่วนร่วม)&nbsp;และพลเอก&nbsp;สุพจน์&nbsp;มาลานิยม&nbsp;เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ&nbsp;ลงพื้นที่ประชุมรับทราบความคืบหน้าการดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดระเบียบชายแดนไทยมาเลเซีย&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนติดตามงานการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;โดยมีพลโท&nbsp;เกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4,&nbsp;พลตรี&nbsp;เฉลิมพร&nbsp;ขําเขียว&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส,&nbsp;นายสนั่น&nbsp;พงษ์อักษร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส,&nbsp;ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;จิรัสย์&nbsp;ศิริวัลลภ&nbsp;นายอำเภอตากใบ,&nbsp;นายอติสันติ์&nbsp;ภูวพิพัฒนวงศ์&nbsp;นายด่านศุลกากรตากใบ&nbsp;และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมครั้งนี้&nbsp;</p><p><strong>ในโอกาสนี้คณะได้รับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์ในพื้นที่</strong>&nbsp;ตลอดจนรับทราบภาพรวมด้านเศรษฐกิจการค้าขายด้านพรมแดนไทย&nbsp;-&nbsp;มาเลเซีย&nbsp;ซึ่งพื้นที่อำเภอตากใบ&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;มีช่องทาง&nbsp;เข้า&nbsp;-&nbsp;ออก&nbsp;ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;โดยมีจุดผ่านแดนถาวร&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;จุดผ่อนปรนการค้า&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;และช่องทางธรรมชาติ&nbsp;จำนวน&nbsp;26&nbsp;จุด&nbsp;มีแนวลำน้ำโกลกกั้นเขตแดน&nbsp;มีหน่วยงานในพื้นที่ประสานการทำงานร่วมกันในการปฏิบัติภารกิจรักษาความมั่นคงปลอดภัยให้กับประชาชน&nbsp;ดูแลป้องกัน&nbsp;สกัดกั้น&nbsp;ยับยั้งการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย&nbsp;การขนสินค้าหลีกเลี่ยงภาษี&nbsp;การค้ายาเสพติด&nbsp;ตลอดจนการควบคุม&nbsp;คัดกรองบุคคลในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ซึ่งทุกหน่วยในพื้นที่ได้เตรียมความพร้อมตามมาตรการเฝ้าระวัง&nbsp;และป้องกันดูแล&nbsp;ตามเส้นเขตแดนทางน้ำระยะทาง&nbsp;106&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ด้วยการประสานความร่วมมือ&nbsp;และบูรณาร่วมกันได้อย่างมีเอกภาพและประสิทธิภาพ&nbsp;สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดี&nbsp;พร้อมกันนี้คณะได้ลงเรือตำรวจน้ำ&nbsp;เพื่อสำรวจลำน้ำโก&nbsp;-&nbsp;ลก&nbsp;สถานที่ดำเนินการก่อสร้างโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดระเบียบชายแดนไทย&nbsp;-&nbsp;มาเลเซีย&nbsp;และมอบถุงยังชีพให้กับประชาชนเป็นขวัญกำลังใจต่อไป&nbsp;</p><p><strong>ต่อมาเวลา&nbsp;12.00&nbsp;น.&nbsp;คณะเดินทางยังโรงพยาบาลศูนย์ยะลา</strong>&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;เยี่ยมให้กำลังใจผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบวางระเบิดชุดปฏิบัติการกองร้อยทหารพรานที่&nbsp;3003&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;30&nbsp;บริเวณหมู่ที่&nbsp;3&nbsp;บ้านเงาะกาโป&nbsp;อำเภอบันนังสตา&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;10&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเจ้าหน้าที่&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;และประชาชน&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม?&nbsp;พร้อมคณะ?ได้เป็นผู้แทน&nbsp;นายกรัฐมนตรี?&nbsp;นำกระเช้าเยี่ยมปลอบขวัญ?&nbsp;พร้อมเงินบำรุงขวัญ?มามอบให้แก่ผู้ได้รับบาดเจ็บ?&nbsp;คือ&nbsp;อส.ทพ.ชาติชาย&nbsp;นันทกรปรีดา&nbsp;เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่?&nbsp;30&nbsp;พร้อมได้มอบกระเช้า&nbsp;และเงินบำรุงขวัญให้แก่ญาติของนายตูแวมะอุเซ็ง&nbsp;จูนิ&nbsp;ประชาชนตำบลแม่หวาด&nbsp;อำเภอธารโต&nbsp;และญาตินางสาวคอรีเยาะ&nbsp;สะแม&nbsp;ประชาชนตำบลบันนังสตา&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;</p><p><strong>พลเอก&nbsp;ชัยชาญ&nbsp;ช้างมงคล&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม</strong>/ประธานกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาล&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;""วันนี้มาตรวจเยี่ยม&nbsp;ติดตามการดำเนินงานการจัดระเบียบชายแดน&nbsp;และความมั่นคงตามแนวชายแดน&nbsp;โดยพลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี/รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้มอบนโยบายที่จะสร้างความปลอดภัยพื้นที่ชายแดน&nbsp;รวมทั้งการค้าชายแดนซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ&nbsp;ซึ่งด่านตากใบเป็นหนึ่งในพื้นที่ชายแดนไทย-มาเลเซีย&nbsp;ทราบว่าได้มีการดำเนินการจะทำอย่างไรให้มูลค่าการค้าชายแดนในพื้นที่ตากใบสูงขึ้น&nbsp;และตรวจเยี่ยมการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำสุไหงโกลก&nbsp;เยี่ยมให้กำลังใจพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยที่ผ่านมา&nbsp;ได้หารือในมาตรการการรองรับการเปิดด่านชายแดนของมาลาเซียในวันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;ทั้งในเรื่องของความมั่นคง&nbsp;และคัดกรองป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;อย่างเข้มข้น&nbsp;พร้อมหารือแนวทางการฟื้นฟูเศรษฐกิจ?การค้าตามแนวชายแดน?หลังมีการเปิดด่านพรมแดน?&nbsp;ขณะนี้ทุกส่วนมีความพร้อมอย่างมาก&nbsp;เพื่อช่วยกันให้การค้าขายตามแนวชายแดน?ไทย?-&nbsp;มาเลเซียกลับฟื้นตัวอีกครั้ง&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้ไปเยี่ยมประชาชน&nbsp;เจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บ</strong>จากเหตุการณ์ในพื้นที่อำเภอบันนังสตา&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;10&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;พร้อมทั้งกำชับให้ดูแลเยียวยาอย่างเต็มที่?&nbsp;โดยให้โรงพยาบาล&nbsp;และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ดำเนินการเร่งเข้าไปช่วยเหลืออย่างเต็มที่&nbsp;กำชับให้หน่วยงานความมั่นคงได้ติดตามผู้ก่อเหตุ&nbsp;เร่งหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว?ที่สุด&nbsp;โดยมอบหมายให้แม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;ดูแลปรับแผนในการดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่อย่างเข้มข้น&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่จุดล่อแหลมและมีความเปราะบาง&nbsp;อย่างไรก็ตามขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่&nbsp;หากพบเห็นสิ่งผิดปกติ&nbsp;หรือบุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่&nbsp;สามารถแจ้งได้ที่เบอร์สายด่วน&nbsp;1341&nbsp;หรือหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนทุกคน""&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-11-03T00:00:00	ภาคใต้	สงขลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311154338949
85	รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม? พร้อม? เลขาธิการ? สมช.?ผู้แทนพิเศษของรัฐบาล เยี่ยมให้กำลังใจ?ผู้ได้รับบาดเจ็บเหตุระเบิด? จ.ยะลา?	<p><strong>พลเอกชัยชาญ?&nbsp;ช้างมงคล?&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม?&nbsp;</strong>พร้อม?&nbsp;เลขาธิการ?&nbsp;สมช.?ผู้แทนพิเศษของรัฐบาล&nbsp;เยี่ยมให้กำลังใจ?ผู้ได้รับบาดเจ็บเหตุระเบิด?&nbsp;จ.ยะลา?</p><p><strong>วันนี้&nbsp;11&nbsp;มี.ค.&nbsp;65?&nbsp;ที่โรงพยาบาลศูนย์ยะลา?&nbsp;อ.เมือง?&nbsp;จ.ยะลา</strong>?&nbsp;พล.อ.ชัยชาญ&nbsp;ช้างมงคล&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;พร้อมด้วย?&nbsp;พล.อ.สุพจน์&nbsp;มาลานิยม&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;&nbsp;สมช.&nbsp;&nbsp;พล.อ.พรศักดิ์&nbsp;พูลสวัสดิ์&nbsp;ผู้แทนพิเศษรัฐบาลด้านความมั่นคง&nbsp;พล.ท.เกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;เดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจ&nbsp;ผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดทำร้ายเจ้าหน้าที่และประชาชนผู้บริสุทธิ์บริเวณถนนสาย&nbsp;410&nbsp;ยะลา-เบตง&nbsp;ตรงข้ามมัสยิดบ้านเตาปูน&nbsp;พื้นที่&nbsp;บ้านเงาะกาโป&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ต.บันนังสตา&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;เมื่อช่วงเที่ยงของวันที่&nbsp;10&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา</p><p><strong>โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม?&nbsp;พร้อมคณะ?ได้เป็นผู้แทน</strong>&nbsp;นายกรัฐมนตรี?&nbsp;นำกระเช้าเยี่ยมปลอบขวัญ?&nbsp;พร้อมเงินบำรุงขวัญ?มามอบให้แก่ผู้ได้รับบาดเจ็บ?&nbsp;อส.ทพ.ชาติชาย&nbsp;&nbsp;นันทกรปรีดา&nbsp;อายุ&nbsp;33&nbsp;ปี&nbsp;เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่?&nbsp;30&nbsp;ถูกสะเก็ดระเบิดที่เอวข้างขวา&nbsp;และต้นแขนด้านขวา&nbsp;พร้อมได้มอบกระเช้าพร้อม?&nbsp;เงินบำรุงขวัญให้แก่ญาติของนายตูแวมะอุเซ็งจูนิ&nbsp;อายุ&nbsp;33&nbsp;ปี&nbsp;ประชาชน&nbsp;อยู่บ้านเลขที่&nbsp;128&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ต.แม่หวาด&nbsp;อ.ธารโต&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ซึ่งถูกสะเก็ดระเบิดมีแผลเปิดเหนือสะโพก&nbsp;และญาตินางสาวคอรีเยาะ&nbsp;สะแม&nbsp;อายุ&nbsp;32&nbsp;ปี&nbsp;&nbsp;ประชาชน&nbsp;ต.บันนังสตา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ถูกสะเก็ดระเบิดมีแผลที่ต้นขาขวา&nbsp;หลังเท้าขวา&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>พล.อ.ชัยชาญ&nbsp;ช้างมงคล&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;</strong>เปิดเผยว่า&nbsp;พล.อ.ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;และ&nbsp;พล.อ.ประวิทย์&nbsp;วงศ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;มีความห่วงใยเจ้าหน้าที่และประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว&nbsp;โดยได้มอบหมายให้เป็นผู้แทน&nbsp;มาเยี่ยม&nbsp;สร้างขวัญกำลังใจให้กับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ&nbsp;พร้อมทั้งกำชับให้ดูแลเยียวยาอย่างเต็มที่?&nbsp;โดยให้โรงพยาบาลและศอ.บต.&nbsp;ดำเนินการเร่งเข้าไปช่วยเหลืออย่างเต็มที่&nbsp;นอกจากนี้ยังได้กำชับให้หน่วยงานความมั่นคงได้ติดตามผู้ก่อเหตุ&nbsp;เร่งหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว?ที่สุด&nbsp;โดยมอบหมายให้แม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;ดูแลปรับแผนในการดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่อย่างเข้มข้น&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่จุดล่อแหลมและมีความเปราะบาง&nbsp;เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนทุกคน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>	2022-11-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311161503980
86	สั่งคุมเข้มความปลอดภัย จชต. วันก่อตั้ง BRN	<p><strong>หน่วยข่าวใต้&nbsp;สั่งคุมเข้มความปลอดภัย&nbsp;จชต.&nbsp;หลัง&nbsp;พบคนร้าย&nbsp;เตรียมก่อเหตุวันก่อตั้ง&nbsp;BRN&nbsp;</strong></p><p><strong>จากกรณี&nbsp;คนร้ายได้ลอบวางระเบิด&nbsp;ในขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารพราน&nbsp;เดินทางด้วยรถยนต์กระบะหุ้มเกราะ</strong>&nbsp;เพื่อปฏิบัติหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัย&nbsp;&nbsp;ที่บนถนนสาย&nbsp;410&nbsp;ฝั่งตรงข้ามโรงเรียนบ้านเตาปูน&nbsp;หมู่&nbsp;3&nbsp;ต.เงาะกาโป&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;เป็นเหตุให้มีเจ้าหน้าที่ทหารพราน&nbsp;รวมทั้งชาวบ้านถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บ&nbsp;หลายราย&nbsp;เมื่อ&nbsp;10&nbsp;มี.ค.65&nbsp;ที่ผ่านมา</p><p><strong>ทางด้าน&nbsp;หน่วยงานความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้</strong>&nbsp;ได้มีวิทยุด่วนถึงทุกหน่วยในพื้นที่&nbsp;แจ้งเตือนให้ระวังขั้นสูงสุด&nbsp;หลัง&nbsp;ปรากฏข่าวสาร&nbsp;ว่ามีการสั่งการให้กลุ่มแนวร่วมก่อเหตุสร้างสถานการณ์ในพื้นที่&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;คือ&nbsp;ยะลา&nbsp;ปัตตานี&nbsp;นราธิวาส&nbsp;โดยเน้นในห้วงก่อนและหลังวันครบรอบเชิงสัญลักษณ์&nbsp;13&nbsp;มีนาคม&nbsp;วันก่อตั้งขบวนการบีอาร์เอ็น&nbsp;(&nbsp;BRN)&nbsp;เพื่อเป็นการแสดงศักยภาพการมีตัวตน&nbsp;รวมถึงเป็นการตอบโต้จากกรณี&nbsp;เจ้าหน้าที่เข้าบังคับใช้กฎหมาย&nbsp;จนนำไปสู่การสูญเสียของกลุ่มขบวนการ</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังปรากฏได้มีการลำเลียงระเบิดเข้ามาในพื้นที่&nbsp;</strong>พร้อมในการก่อเหตุ&nbsp;เพื่อลดทอนความน่าเชื่อถือของเจ้าหน้าที่ในการควบคุมพื้นที่&nbsp;เฝ้าระวังการก่อเหตุลอบวางระเบิดแสวงเครื่อง&nbsp;แบบตั้งเวลา&nbsp;ต่อสิ่งสาธารณูปโภค&nbsp;เช่น&nbsp;เสาไฟฟ้า&nbsp;เสาไฟฟ้าแรงสูง&nbsp;ตู้&nbsp;ATM&nbsp;เป้าหมาย&nbsp;ในพื้นที่ที่เคยเกิดเหตุ&nbsp;หรือลอบวางระเบิดแสวงเครื่องต่อยานพาหนะ&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;ที่เข้าสนับสนุนภารกิจต้อนรับคณะ&nbsp;และก่อเหตุก่อกวนเชิงสัญลักษณ์ในพื้นที่หมู่บ้านอิทธิพล&nbsp;เช่น&nbsp;วางวัตถุต้องสงสัย&nbsp;แขวนป้าย&nbsp;พ่นสีสเปรย์&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;ได้แก่&nbsp;เทศบาลเมืองปัตตานี&nbsp;,&nbsp;ตำบลท่าเรือ&nbsp;ตำบลมะกรูด&nbsp;ตำบลโคกโพธิ์&nbsp;อำเภอโคกโพธิ์&nbsp;เฝ้าระวังการลอบวางระเบิดแสวงเครื่องแบบตั้งเวลา&nbsp;หลายจุดพร้อมกัน&nbsp;ในพื้นที่ตำบลตันหยงจึงงา&nbsp;อำเภอยะหริ่ง&nbsp;,&nbsp;ตำบลควน&nbsp;อำเภอปะนาเระ&nbsp;,&nbsp;ตำบลละหาร&nbsp;อำเภอสายบุรี&nbsp;,&nbsp;ตำบลสาคอบน&nbsp;ตำบลเกาะจัน&nbsp;อำเภอมายอ&nbsp;และ&nbsp;ตำบลพิเทน&nbsp;อำเภอทุ่งยางแดง&nbsp;เพื่อป้องกันและเฝ้าระวังการก่อเหตุในพื้นที่&nbsp;จึงขอให้ทุกอำเภอ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;แจ้งกำลังพลซึ่งปฏิบัติหน้าที่&nbsp;ประจำจุดตรวจ&nbsp;ด่านตรวจ&nbsp;ฐาน&nbsp;ชคต.&nbsp;ให้มีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่และพร้อมตอบโต้ตลอดเวลาเมื่อมีการก่อเหตุ&nbsp;&nbsp;&nbsp;แจ้งกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน&nbsp;ให้มีการปฏิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่องเน้นย้ำการตรวจสอบบุคคลและยานพาหนะที่เข้า&nbsp;ออก&nbsp;ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ให้มีการปฏิบัติการเชิงรุกเพื่อกดดันและจำกัดเสรีภาพของกลุ่ม&nbsp;ผกร.&nbsp;ที่อาจเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ให้ดำเนินการตามมาตรการทางการข่าวในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนช่วยตรวจสอบหากมีสิ่งผิดปกติในพื้นที่ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ในทันที</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	2022-12-03T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312073206105
87	ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นภาคีสถาบันวัคซีนนานาชาติ พร้อมปรับหลักเกณฑ์ UCEP Plus ประเทศไทย มีผลบังคับใช้ 16 มีนาคมนี้	<p><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่&nbsp;รายงานว่า</strong>&nbsp;ทางคณะรัฐมนตรี&nbsp;(ครม.)&nbsp;เห็นชอบหลักเกณฑ์วิธีการ&nbsp;และเงื่อนไขการกำหนดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต&nbsp;กรณีติดเชื้อโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;หรือที่ถูกเรียกว่า&nbsp;UCEP&nbsp;Plus&nbsp;(Universal&nbsp;Coverage&nbsp;for&nbsp;Emergency&nbsp;Patients&nbsp;Plus)&nbsp;โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่&nbsp;16&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>กลุ่มผู้ป่วยสีเขียว&nbsp;หรือ&nbsp;อาการไม่รุนแรง</strong>&nbsp;ไม่นับเป็นผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต&nbsp;แต่สามารถเข้ารับการรักษาฟรีในโรงพยาบาลตามสิทธิของแต่ละคน&nbsp;เช่น&nbsp;สิทธิบัตรทอง&nbsp;สิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า&nbsp;สิทธิประกันสังคม&nbsp;หรือสิทธิรักษาพยาบาลของข้าราชการ&nbsp;ซี่งการรักษาทุกอย่างไม่เสียค่าใช้จ่ายตามเดิม&nbsp;และแนะนำให้การดูแลแบบ&nbsp;Home&nbsp;Isolation(HI)&nbsp;หรือ&nbsp;Community&nbsp;Isolation(CI)&nbsp;หรือ&nbsp;Hotel&nbsp;Isolation&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>กลุ่มผู้ป่วยสีเหลือง&nbsp;หรือ&nbsp;เสี่ยงอาการรุนแรง&nbsp;และ&nbsp;ผู้ป่วยสีแดง&nbsp;หรืออาการรุนแรง</strong>&nbsp;ให้สามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลได้ทุกแห่ง&nbsp;โดยไม่กำหนดระยะเวลา&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมงแรก&nbsp;นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้มีการส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินรุนแรงจากโรงพยาบาลหนึ่งไปเข้ารับการรักษาในหอผู้ป่วยฉุกเฉิน&nbsp;(ICU)&nbsp;ของอีกโรงพยาบาลได้ภายหลัง&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมงแรกด้วย&nbsp;ซึ่งดีกว่าโรคอื่นๆ&nbsp;ที่เข้าตามนิยามเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>หลักเกณฑ์&nbsp;วิธีการ&nbsp;และเงื่อนไขการกำหนดค่าใช้จ่ายในการ</strong>ดำเนินการผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติ&nbsp;กรณีโรคโควิด-19&nbsp;กำหนดให้สถานพยาบาลต้องจัดให้มีการรักษาพยาบาล&nbsp;โดยฉุกเฉิน&nbsp;เพื่อให้พ้นจากอันตรายตามมาตรฐานวิชาชีพและขีดความสามารถของสถานพยาบาลโดยไม่มีเงื่อนไขในการเรียกเก็บค่ารักษาพยาบาล&nbsp;เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการดูแลรักษา&nbsp;,&nbsp;ให้สถานพยาบาลแจ้งต่อกองทุนของผู้มีสิทธิได้รับการรักษาพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&nbsp;หรือกฎหมายว่าด้วยประกันสังคม&nbsp;กฎหมายว่าด้วยเงินทดแทนหรือจากส่วนราชการ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;รัฐวิสาหกิจ&nbsp;หรือหน่วยงานอื่นของรัฐทราบโดยเร็ว&nbsp;,&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังได้กำหนดให้กรณีที่มีปัญหาการวินิจฉัยในการคัดแยกผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตให้ปรึกษาศูนย์ประสานคุ้มครองสิทธิผู้ป่วยฉุกเฉิน&nbsp;ของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติได้ตลอดเวลา&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;เพื่อดำเนินการวินิจฉัย&nbsp;โดยคำวินิจฉัยของศูนย์ประสานคุ้มครองสิทธิผู้ป่วยฉุกเฉินให้ถือเป็นที่สุด&nbsp;ซึ่งแนวทางการคัดแยกผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต&nbsp;และแบบแจ้งผลการคัดแยกผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติให้เป็นไปตามที่สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติกำหนด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ครม.&nbsp;มีมติให้กระทรวงการคลัง&nbsp;สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&nbsp;สำนักงานประกันสังคม&nbsp;สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ&nbsp;คณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน&nbsp;หน่วยงานของรัฐ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;รัฐวิสาหกิจ&nbsp;เอกชน&nbsp;หรือกองทุนอื่นที่มีวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับการจัดบริการด้านการแพทย์&nbsp;หรือสาธารณสุขดำเนินการตามหลักเกณฑ์&nbsp;วิธีการ&nbsp;และเงื่อนไขดังกล่าว&nbsp;/ดำเนินการจ่ายค่าใช้จ่ายในอัตราตามบัญชีแนบท้ายหลักเกณฑ์&nbsp;รวมถึงแก้ไขปรับปรุง&nbsp;กฎระเบียบ&nbsp;ข้อบังคับ&nbsp;หรือประกาศให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ที่อนุมัติในครั้งนี้ด้วย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ครม.&nbsp;เห็นชอบให้ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นภาคี</strong>สถาบันวัคซีนนานาชาติ&nbsp;(International&nbsp;Vaccine&nbsp;Institute&nbsp;:&nbsp;IVI)&nbsp;อย่างสมบูรณ์&nbsp;และอนุมัติให้ประเทศไทยสนับสนุนงบประมาณแก่&nbsp;IVI&nbsp;ปีละ&nbsp;100,000&nbsp;ดอลลาร์สหรัฐ&nbsp;หรือประมาณ&nbsp;3.25&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี&nbsp;หมวดเงินอุดหนุนของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;เริ่มตั้งแต่ปีงบประมาณ&nbsp;2566&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;และมอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;จัดทำสัตยาบันสาร&nbsp;เพื่อการเข้าร่วมเป็นภาคี&nbsp;IVI&nbsp;อย่างสมบูรณ์IVI&nbsp;จัดตั้งขึ้นโดยข้อริเริ่มของสำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ&nbsp;(UNPD)&nbsp;มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เกาหลีใต้&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความมั่นคงในการเข้าถึงวัคซีนที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย&nbsp;การวิจัย&nbsp;พัฒนา&nbsp;และปรับปรุงวัคซีนชนิดใหม่&nbsp;รวมถึงการเสริมสร้างศักยภาพของประเทศกำลังพัฒนาในด้านการพัฒนา&nbsp;การผลิต&nbsp;และการนำเข้าวัคซีน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจากการที่ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นภาคี&nbsp;IVI&nbsp;อย่างสมบูรณ์</strong>&nbsp;จะช่วยเสริมสร้างโอกาสในการศึกษา&nbsp;พัฒนาความรู้และศักยภาพในด้านการวิจัยและพัฒนาวัคซีนทั้งภายในและภายนอกประเทศจากโครงการความร่วมมือต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;โครงการวิจัยและพัฒนาวัคซีนสำหรับการทดลองในมนุษย์&nbsp;โครงการทดลองในห้องปฏิบัติการศูนย์เฝ้าระวังโรครวมถึงได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านวัคซีน&nbsp;การพัฒนาบุคลากรด้านวัคซีน&nbsp;และการยกระดับความสัมพันธ์กับ&nbsp;IVI&nbsp;และประเทศสมาชิกให้มากขึ้น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สอดคล้องกับนโยบายวัคซีนแห่งชาติของประเทศไทย&nbsp;&nbsp;ที่สนับสนุนการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่หลากหลายในด้านการวิจัย&nbsp;พัฒนา&nbsp;และผลิตวัคซีน&nbsp;เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านวัคซีนของประเทศไทย&nbsp;มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ของโลก&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สถาบันวัคซีนนานาชาติ&nbsp;มีหน้าที่ดำเนินการ&nbsp;4&nbsp;โครงการหลัก&nbsp;คือ</strong>&nbsp;ให้ความช่วยเหลือด้านการฝึกอบรมและช่วยเหลือทางเทคนิคเกี่ยวกับเทคโนโลยีการผลิตวัคซีน&nbsp;,&nbsp;ดำเนินการศึกษาวิจัยในห้องปฏิบัติการและภาคสนาม&nbsp;,&nbsp;ประเมินวัคซีน&nbsp;โดยการวิจัยเชิงทดลองทางคลินิกและภาคสนาม&nbsp;และร่วมมือกับผู้ผลิตวัคซีนเพื่อส่งเสริมการวิจัย&nbsp;และพัฒนาวัคซีน&nbsp;ซึ่งประเทศไทยได้ร่วมลงนามในข้อตกลงว่าด้วยการจัดตั้ง&nbsp;IVI&nbsp;พร้อมธรรมนูญแนบท้ายข้อตกลง&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;28&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2539&nbsp;แต่ยังไม่ได้เป็นภาคีโดยสมบูรณ์จนกว่าจะมีการให้สัตยาบัน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-12-03T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312142316216
88	ผบ.พล.ร.15 ตรวจเยี่ยมและติดตามการปฏิบัติงาน พบปะให้กำลังใจ เจ้าหน้าที่ประจำชุดคุ้มครองตำบล (ชคต.) ในพื้นที่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี	<p><strong>พลตรี&nbsp;เฉลิมพร&nbsp;ขำเขียว&nbsp;ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่&nbsp;15</strong>&nbsp;เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ประจำชุดคุ้มครองตำบล&nbsp;(ชคต.)&nbsp;พร้อมทั้งให้กำลังใจ&nbsp;พบปะพูดคุย&nbsp;มอบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติงานเชิงรุกในการดูแลหมู่บ้าน&nbsp;ชุมชน&nbsp;แก่เจ้าหน้าที่&nbsp;ชุดคุ้มครองตำบล&nbsp;ในพื้นที่อำเภอโคกโพธิ์&nbsp;และ&nbsp;อำเภอหนองจิก&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;ชุดคุ้มครองตำบลปากล่อ&nbsp;และ&nbsp;ชุดคุ้มครองตำบลทรายขาว&nbsp;โดยมี&nbsp;พันเอก&nbsp;เฉลิมชัย&nbsp;สุทธินวล&nbsp;รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&nbsp;46&nbsp;/รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดปัตตานี&nbsp;,&nbsp;พันเอก&nbsp;อิศรา&nbsp;จันทะกระยอม&nbsp;ผู้บังคับการกรมทหารราบที่&nbsp;153&nbsp;,พันเอก&nbsp;พงศกร&nbsp;แสงกุล&nbsp;รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;43&nbsp;,พันโทธนวัฒน์&nbsp;สายสกุลรัตน์&nbsp;ผู้บังคับกองพันทหารราบที่&nbsp;1&nbsp;กรมทหารราบที่&nbsp;153&nbsp;/&nbsp;หัวชุดควบคุมเจ้าหน้าประจำชุดคุ้มครองตำบลจังหวัดปัตตานี&nbsp;,&nbsp;&nbsp;นายอัธพล&nbsp;&nbsp;หอมวัน&nbsp;ปลัดป้องกันอำเภอโคกโพธิ์&nbsp;และ&nbsp;นายอดินัน&nbsp;เจ๊ะอุบง&nbsp;ปลัดอำเภอ/&nbsp;หัวหน้าชุดคุ้มครองตำบลปากล่อ&nbsp;ตลอดจน&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ&nbsp;และร่วมประชุม</p><p><strong>โดย&nbsp;พลตรี&nbsp;เฉลิมพร&nbsp;ขำเขียว&nbsp;ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่&nbsp;15&nbsp;</strong>ได้เข้ารับฟังการบรรยายสรุปโครงสร้าง&nbsp;ชุดคุ้มครองตำบล,&nbsp;พื้นที่รับผิดชอบ,&nbsp;การแผนการรักษาความปลอดภัยตำบล&nbsp;/&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;การตั้งจุดตรวจ&nbsp;จุดสกัด,&nbsp;แผนป้องกันเหตุ,&nbsp;แผนเผชิญเหตุ,&nbsp;แผนป้องกันเหตุแผนการปฏิบัติการเมื่อมีภาพข่าวสารความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง,&nbsp;แผนระงับเหตุโดยดำเนินการตามกรอบแนวทางยุทธศาสตร์ประชาชนมีส่วนร่วม,&nbsp;การแก้ไขข้อบกพร่องตามเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;5&nbsp;ด้าน&nbsp;ทั้งด้านกายภาพ,&nbsp;ด้านกำลังคน,&nbsp;ด้านการปฏิบัติงานด้านข้อมูลพื้นฐานของพื้นที่,&nbsp;ด้านความเข้มแข็งของชุมชน&nbsp;พร้อมทั้งได้สอบถามปัญหา&nbsp;ข้อขัดข้องในการปฎิบัติงาน&nbsp;รวมถึงสถานการณ์ในพื้นที่&nbsp;และมอบนโยบายมาตรการความปลอดภัยของกำลังพล&nbsp;การปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง&nbsp;ไม่ประมาท&nbsp;เพื่อไม่ให้ตกเป็นเป้าหมาย&nbsp;รวมถึงการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ&nbsp;การรักษาความปลอดภัยฐานปฏิบัติการฯ&nbsp;ตามแผนมาตรการระวังป้องกันฐานปฏิบัติการ&nbsp;7&nbsp;ขั้นตอน&nbsp;(&nbsp;3&nbsp;นอก&nbsp;4&nbsp;ใน&nbsp;)&nbsp;ที่สำคัญให้ปฏิบัติตามนโยบายสั่งการของ&nbsp;พลโท&nbsp;เกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;&nbsp;ที่ได้ฝากความห่วงใยมาถึงเจ้าหน้าที่ทุกนาย&nbsp;และให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ให้มีความอดทนปฏิบัติหน้าที่เพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยแก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างเต็มความสามารถ&nbsp;ขอให้ทุกคนไม่ประมาท&nbsp;ให้ใช้ความระมัดระวังและมีความพร้อมในการใช้อาวุธประจำกายอยู่ตลอดเวลา&nbsp;มาตรการป้องกันฐานปฏิบัติการต้องมีความพร้อม&nbsp;ที่สำคัญต้องมีการติดตามข้อมูลด้านการข่าวต่อเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เน้นย้ำให้มีการซักซ้อมแผนฉุกเฉินกรณีเกิดเหตุต่างๆ&nbsp;อย่างเข้มงวด&nbsp;และมีความรู้ความเข้าใจในแผนการปฏิบัติงานเป็นอย่างดีเพื่อที่จะให้การปฏิบัติงานลุล่วงอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;และเพื่อให้&nbsp;ชคต.สามารถเดินหน้าขับเคลื่อนการปฏิบัติงานได้ด้วยตนเองในอนาคต&nbsp;ต่อไป&nbsp;ตลอดจนขอให้ทุกคนระมัดระวังป้องกันตัวเองให้ปลอดภัยจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ต้องเข้ารับการฉีดวัคซีนให้ครบ&nbsp;และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;พลตรี&nbsp;เฉลิมพร&nbsp;ขำเขียว&nbsp;ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่&nbsp;15&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;วันนี้ที่ได้มาเยี่ยมให้กำลังใจ&nbsp;เจ้าหน้าที่ประจำชุดคุ้มครองตำบลในการปฏิบัติหน้าที่&nbsp;ณ&nbsp;ฐานปฏิบัติการเพื่อมอบนโยบายการปฏิบัติงาน&nbsp;พร้อมทั้งให้คำแนะนำเกี่ยวกับหลักการปฏิบัติทางยุทธวิธี&nbsp;เพื่อให้กำลังพลมีความเข้าใจ&nbsp;และไม่ให้เกิดความประมาทในเเต่ละภารกิจ&nbsp;อีกทั้งสามารถดูแลความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน&nbsp;รวมทั้งควบคุมพื้นที่รับผิดชอบได้อย่างปลอดภัย&nbsp;ตลอดจนมาเน้นย้ำในนโยบายของ&nbsp;พลโท&nbsp;เกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;/&nbsp;ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ซึ่งหลังจากที่มีการประเมินความพร้อมมาโดยลำดับแล้ว&nbsp;ทำให้มั่นใจว่าในปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งเป็นปีแรกที่ได้ส่งมอบความรับผิดชอบให้กับกรมการปกครองทำหน้าที่ในการขับเคลื่อน&nbsp;โดยมีผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;ทำหน้าที่เป็น&nbsp;ผู้บังคับกองบังคับการควบคุมกองกำลังอาสารักษาดินแดนจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(ผบ.บก.อส.ชคต.)&nbsp;และเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าเจ้าหน้าที่ชุดคุ้มครองตำบลจะสามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;จึงได้จัดกำลังพล&nbsp;ชคต.&nbsp;ละ&nbsp;6&nbsp;นาย&nbsp;จากหน่วยขึ้นตรงกองพลทหารทหารราบที่&nbsp;15&nbsp;ซึ่งเป็นกองพลทางยุทธศาสตร์&nbsp;โดยดูแลรับผิดชอบชุดคุ้มครองตำบล&nbsp;ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;149&nbsp;ชุดคุ้มครองตำบล&nbsp;แบ่งพื้นที่รับผิดชอบเป็น&nbsp;3&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;และจังหวัดนราธิวาส&nbsp;โดย&nbsp;กรมทหารราบที่&nbsp;153&nbsp;รับผิดชอบ&nbsp;ชคต.&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;จำนวน&nbsp;57&nbsp;ชคต.&nbsp;กำลังพลจำนวน&nbsp;350&nbsp;นาย,&nbsp;กรมทหารราบที่&nbsp;152&nbsp;รับผิดชอบ&nbsp;ชคต.&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;จำนวน&nbsp;41&nbsp;ชคต.&nbsp;จำนวนกำลังพลจำนวน&nbsp;254&nbsp;นาย&nbsp;และ&nbsp;กรมทหารราบที่&nbsp;151&nbsp;รับผิดชอบ&nbsp;ชคต.&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;จำนวน&nbsp;51&nbsp;ชคต.&nbsp;จำนวน&nbsp;กำลังพลจำนวน&nbsp;341&nbsp;นาย&nbsp;โดยเข้ามาทำหน้าที่เป็นครู&nbsp;เป็นทีมงาน&nbsp;และเป็นส่วนช่วยเติมเต็มให้กับกำลัง&nbsp;อส.ที่มีอยู่แล้ว&nbsp;เพราะฉะนั้นภาพของการทำงานของชุดคุ้มครองตำบลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจะประกอบไปด้วย&nbsp;3&nbsp;ส่วน&nbsp;คือกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร&nbsp;(เจ้าหน้าที่โครง),&nbsp;ปลัดอำเภอ&nbsp;(หัวหน้าชุดคุ้มครองตำบล)&nbsp;และกำนัน&nbsp;ซึ่งทุกฝ่ายจะสามารถบูรณาการการใช้กำลังในการดูแลพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพได้มากยิ่งขึ้น&nbsp;ในการนี้&nbsp;พลตรี&nbsp;เฉลิมพร&nbsp;ขำเขียว&nbsp;ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่&nbsp;15&nbsp;ได้มอบเครื่องบริโภค&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างขวัญ&nbsp;และกำลังใจให้กับกำลังพล&nbsp;ในการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-12-03T00:00:00	ภาคใต้	ปัตตานี	สวท.ปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312163703245
89	ผบ.พล.ร.15 ตรวจเยี่ยมและติดตามการปฎิบัติงาน พบปะ ให้กำลังใจ เจ้าหน้าที่ประจำชุดคุ้มครองตำบล (ชคต.) ในพื้นที่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี พร้อมเน้นย้ำการปฏิบัติตามนโยบายข้อสั่งการของ มทภ.4ผอ.รมน.ภาค 4	<p><strong>พลตรี&nbsp;เฉลิมพร&nbsp;ขำเขียว&nbsp;ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่&nbsp;15</strong>&nbsp;เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่ประจำชุดคุ้มครองตำบล&nbsp;(ชคต.)&nbsp;พร้อมทั้งให้กำลังใจ&nbsp;พบปะพูดคุย&nbsp;มอบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติงานเชิงรุกในการดูแลหมู่บ้าน&nbsp;ชุมชน&nbsp;แก่เจ้าหน้าที่&nbsp;ชุดคุ้มครองตำบล&nbsp;ในพื้นที่อำเภอโคกโพธิ์&nbsp;และ&nbsp;อำเภอหนองจิก&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;แห่งได้แก่&nbsp;ชุดคุ้มครองตำบลปากล่อ&nbsp;และ&nbsp;ชุดคุ้มครองตำบลทรายขาว&nbsp;โดยมี&nbsp;พันเอก&nbsp;เฉลิมชัย&nbsp;สุทธินวล&nbsp;รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&nbsp;46&nbsp;/รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดปัตตานี&nbsp;,&nbsp;พันเอก&nbsp;อิศรา&nbsp;จันทะกระยอม&nbsp;ผู้บังคับการกรมทหารราบที่&nbsp;153&nbsp;,พันเอก&nbsp;พงศกร&nbsp;แสงกุล&nbsp;รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;43&nbsp;,พันโทธนวัฒน์&nbsp;สายสกุลรัตน์&nbsp;ผู้บังคับกองพันทหารราบที่&nbsp;1&nbsp;กรมทหารราบที่&nbsp;153&nbsp;/&nbsp;หัวชุดควบคุมเจ้าหน้าประจำชุดคุ้มครองตำบลจังหวัดปัตตานี&nbsp;,&nbsp;นายอัธพล&nbsp;หอมวัน&nbsp;ปลัดป้องกันอำเภอโคกโพธิ์&nbsp;และ&nbsp;นายอดินัน&nbsp;เจ๊ะอุบง&nbsp;ปลัดอำเภอ/&nbsp;หัวหน้าชุดคุ้มครองตำบลปากล่อ&nbsp;ตลอดจน&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ&nbsp;และร่วมประชุม</p><p><strong>โดย&nbsp;พลตรี&nbsp;เฉลิมพร&nbsp;ขำเขียว&nbsp;ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่&nbsp;15</strong>&nbsp;ได้เข้ารับฟังการบรรยายสรุปโครงสร้าง&nbsp;ชุดคุ้มครองตำบล,&nbsp;พื้นที่รับผิดชอบ,&nbsp;การแผนการรักษาความปลอดภัยตำบล&nbsp;/&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;การตั้งจุดตรวจ&nbsp;จุดสกัด,&nbsp;แผนป้องกันเหตุ,&nbsp;แผนเผชิญเหตุ,&nbsp;แผนป้องกันเหตุแผนการปฏิบัติการเมื่อมีภาพข่าวสารความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง,&nbsp;แผนระงับเหตุโดยดำเนินการตามกรอบแนวทางยุทธศาสตร์ประชาชนมีส่วนร่วม,&nbsp;การแก้ไขข้อบกพร่องตามเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;5&nbsp;ด้าน&nbsp;ทั้งด้านกายภาพ,&nbsp;ด้านกำลังคน,&nbsp;ด้านการปฏิบัติงานด้านข้อมูลพื้นฐานของพื้นที่,&nbsp;ด้านความเข้มแข็งของชุมชน&nbsp;พร้อมทั้งได้สอบถามปัญหา&nbsp;ข้อขัดข้องในการปฎิบัติงาน&nbsp;รวมถึงสถานการณ์ในพื้นที่&nbsp;และมอบนโยบายมาตรการความปลอดภัยของกำลังพล&nbsp;การปฎิบัติงานด้วยความระมัดระวัง&nbsp;ไม่ประมาท&nbsp;เพื่อไม่ให้ตกเป็นเป้าหมาย</p><p><strong>รวมถึงการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ&nbsp;การรักษาความปลอดภัยฐานปฏิบัติการฯ&nbsp;</strong>ตามแผนมาตรการระวังป้องกันฐานปฏิบัติการ&nbsp;7&nbsp;ขั้นตอน&nbsp;(&nbsp;3&nbsp;นอก&nbsp;4&nbsp;ใน&nbsp;)&nbsp;ที่สำคัญให้ปฏิบัติตามนโยบายสั่งการของพลโท&nbsp;เกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;&nbsp;ที่ได้ฝากความห่วงใยมาถึงเจ้าหน้าที่ทุกนาย&nbsp;และให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ให้มีความอดทนปฏิบัติหน้าที่เพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยแก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างเต็มความสามารถ&nbsp;ขอให้ทุกคนไม่ประมาท&nbsp;ให้ใช้ความระมัดระวังและมีความพร้อมในการใช้อาวุธประจำกายอยู่ตลอดเวลา&nbsp;มาตรการป้องกันฐานปฏิบัติการต้องมีความพร้อม&nbsp;ที่สำคัญต้องมีการติดตามข้อมูลด้านการข่าวต่อเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เน้นย้ำให้มีการซักซ้อมแผนฉุกเฉินกรณีเกิดเหตุต่างๆ&nbsp;อย่างเข้มงวด&nbsp;และมีความรู้ความเข้าใจในแผนการปฏิบัติงานเป็นอย่างดีเพื่อที่จะให้การปฎิบัติงานลุล่วงอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;และ&nbsp;เพื่อให้&nbsp;ชคต.สามารถเดินหน้าขับเคลื่อนการปฎิบัติงานได้ด้วยตนเองในอนาคต&nbsp;ต่อไป&nbsp;ตลอดจนขอให้ทุกคนระมัดระวังป้องกันตัวเองให้ปลอดภัยจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ต้องเข้ารับการฉีดวัคซีนให้ครบ&nbsp;และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;พลตรี&nbsp;เฉลิมพร&nbsp;ขำเขียว&nbsp;ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่&nbsp;15&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;วันนี้ที่ได้มาเยี่ยมให้กำลังใจ&nbsp;เจ้าหน้าประจำชุดคุ้มครองตำบลในการปฏิบัติหน้าที่&nbsp;ณ&nbsp;ฐานปฏิบัติการ&nbsp;เพื่อมอบนโยบายการปฎิบัติงาน&nbsp;พร้อมทั้งให้คำแนะนำเกี่ยวกับหลักการปฏิบัติทางยุทธวิธี&nbsp;เพื่อให้กำลังพลมีความเข้าใจ&nbsp;และไม่ให้เกิดความประมาทในเเต่ละภารกิจ&nbsp;อีกทั้งสามารถดูแลความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน&nbsp;รวมทั้งควบคุมพื้นที่รับผิดชอบได้อย่างปลอดภัย&nbsp;ตลอดจนมาเน้นย้ำในนโยบายของ&nbsp;พลโท&nbsp;เกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;/&nbsp;ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ซึ่งหลังจากที่มีการประเมินความพร้อมมาโดยลำดับแล้ว&nbsp;ทำให้มั่นใจว่าในปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งเป็นปีแรกที่ได้ส่งมอบความรับผิดชอบให้กับกรมการปกครองทำหน้าที่ในการขับเคลื่อน&nbsp;</p><p><strong>โดยมีผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;ทำหน้าที่เป็น&nbsp;ผู้บังคับกองบังคับการ</strong>ควบคุมกองกำลังอาสารักษาดินแดนจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(ผบ.บก.อส.ชคต.&nbsp;)และเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าเจ้าหน้าที่ชุดคุ้มครองตำบลจะสามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;จึงได้จัดกำลังพลชคต.&nbsp;ละ&nbsp;6&nbsp;นาย&nbsp;จากหน่วยขึ้นตรงกองพลทหารทหารราบที่&nbsp;15&nbsp;ซึ่งเป็นกองพลทางยุทธศาสตร์&nbsp;โดยดูแลรับผิดชอบชุดคุ้มครองตำบล&nbsp;ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;149&nbsp;ชุดคุ้มครองตำบล&nbsp;แบ่งพื้นที่รับผิดชอบเป็น&nbsp;3&nbsp;จังหวัดได้แก่&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;และจังหวัดนราธิวาส&nbsp;โดย&nbsp;กรมทหารราบที่&nbsp;153&nbsp;รับผิดชอบ&nbsp;ชคต.&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;จำนวน&nbsp;57&nbsp;ชคต.&nbsp;กำลังพลจำนวน&nbsp;350&nbsp;นาย,&nbsp;กรมทหารราบที่&nbsp;152&nbsp;รับผิดชอบ&nbsp;ชคต.&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;จำนวน&nbsp;41&nbsp;ชคต.&nbsp;จำนวน&nbsp;กำลังพลจำนวน&nbsp;254&nbsp;นาย&nbsp;และ&nbsp;กรมทหารราบที่&nbsp;151&nbsp;รับผิดชอบ&nbsp;ชคต.&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;จำนวน&nbsp;51&nbsp;ชคต.&nbsp;จำนวน&nbsp;กำลังพลจำนวน&nbsp;341&nbsp;นาย&nbsp;เข้ามาทำหน้าที่เป็นครู&nbsp;เป็นทีมงาน&nbsp;และเป็นส่วนช่วยเติมเต็มให้กับกำลัง&nbsp;อส.ที่มีอยู่แล้ว&nbsp;</p><p><strong>เพราะฉะนั้นภาพของการทำงานของชุดคุ้มครองตำบล</strong>ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจะประกอบไปด้วย&nbsp;3&nbsp;ส่วน&nbsp;คือกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร&nbsp;(เจ้าหน้าที่โครง),&nbsp;ปลัดอำเภอ&nbsp;(หัวหน้าชุดคุ้มครองตำบล)&nbsp;และกำนัน&nbsp;ซึ่งทุกฝ่ายจะสามารถบูรณาการการใช้กำลังในการดูแลพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพได้มากยิ่งขึ้น&nbsp;ในการนี้พลตรี&nbsp;เฉลิมพร&nbsp;ขำเขียว&nbsp;ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่&nbsp;15&nbsp;ได้มอบเครื่องบริโภค&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างขวัญ&nbsp;และกำลังใจให้กับกำลังพล&nbsp;ในการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-12-03T00:00:00	ภาคใต้	ปัตตานี	สวท.ปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312225112299
90	"ป่วนยะลา แขวนป้ายผ้า-วางกล่องต้องสงสัยหลายจุด วันสถาปนา ""BRN"" เจ้าหน้าที่ ยกระดับ ดูแลเข้มรับนายกฯ พรุ่งนี้"	"<p><strong>ป่วนยะลา&nbsp;แขวนป้ายผ้า-วางกล่องต้องสงสัยหลายจุด&nbsp;วันสถาปนา&nbsp;""BRN""&nbsp;ครบรอบ&nbsp;62&nbsp;ปี&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;3&nbsp;ฝ่าย&nbsp;ดูแลพื้นที่เข้ม&nbsp;ต้อนรับนายกฯ&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;อ.เบตง&nbsp;ในวันพรุ่งนี้</strong></p><p><strong>ตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมา&nbsp;พล.ต.ต.ทินกร&nbsp;รังมาตย์&nbsp;ผบก.ภ.จว.ยะลา</strong>&nbsp;ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ&nbsp;ผนึกกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร&nbsp;ฝ่ายปกครอง&nbsp;และกองกำลังภาคประชาชน&nbsp;เพิ่มความเข้มดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน&nbsp;สืบเนื่องด้วย&nbsp;สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยก่อนหน้านี้&nbsp;ได้มีคนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวนพยายามแสดงศักยภาพก่อเหตุความรุนแรง&nbsp;ลอบวางระเบิดทำร้ายเจ้าหน้าที่ทหารพราน&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;30&nbsp;ขณะออกลาดตระเวนเส้นทาง&nbsp;บนถนนสาย&nbsp;410&nbsp;(ยะลา&nbsp;-&nbsp;เบตง)&nbsp;ตรงข้ามมัสยิดบ้านเตาปูน&nbsp;ในพื้นที่บ้านเงาะกาโป&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ต.บันนังสตา&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ด้วยรถยนต์&nbsp;ส่งผลทำให้มีเจ้าหน้าที่ทหารพราน&nbsp;และประชาชนผู้บริสุทธิ์&nbsp;ได้รับบาดเจ็บ&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;เมื่อช่วงเที่ยงของวันที่&nbsp;10&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>กระทั่งล่าสุด&nbsp;ในช่วงเช้านี้วันนี้&nbsp;13&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่าพบป้ายผ้า&nbsp;แผ่นใหญ่&nbsp;ผูกด้วยลูกโป่งสีแดงซ้าย&nbsp;-&nbsp;ขวา&nbsp;เขียนข้อความว่า&nbsp;ด้วยหมึกสีแดง&nbsp;มีข้อความว่า&nbsp;""FREE&nbsp;PATTANI""&nbsp;&nbsp;&nbsp;Pattani&nbsp;is&nbsp;not&nbsp;siam&nbsp;และพบวัตถุต้องสงสัยในกล่องอยู่ติดกัน&nbsp;ซึ่งอยู่ในจุดที่กำลังก่อสร้างประตูสู่เมืองยะลา</p><p><strong>""สังคมพหุวัฒนธรรมสู่อาเซียน""&nbsp;ณ&nbsp;วงเวียนบ่อเจ็ดลูก&nbsp;ต.ยุโป&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;จ.ยะลา</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังพบมีการแขวนป้ายผ้าไว้กับต้นไม้ริมถนน&nbsp;บ้านท่าวัง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ต.พร่อน&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;&nbsp;แขวนป้ายผ้าไว้กับป้ายของทางราชการริมถนนหน้าโรงโม่หิน&nbsp;บ้านลิดล&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ต.ลิดล&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ซึ่งทั้ง&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;พบวัตถุต้องสงสัย&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;พบมีการแขวนป้ายผ้าขนาดประมาณ&nbsp;1&nbsp;x&nbsp;3&nbsp;เมตร&nbsp;ข้อความว่า&nbsp;""FREE&nbsp;PATANI&nbsp;PATANI&nbsp;IS&nbsp;NOT&nbsp;SIAM""&nbsp;บริเวณข้างเส้นทาง&nbsp;410&nbsp;บ้านทำนบ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ต.ตาเนาะปูเต๊ะ&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;,&nbsp;พบมีการแขวนป้ายผ้าข้างเส้นทาง&nbsp;410&nbsp;บ้านตะโละดือลง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ต.ตาเนาะปูเต๊ะ&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;,&nbsp;พบการแขวนป้ายผ้า&nbsp;ขนาดประมาณ&nbsp;1&nbsp;x&nbsp;3&nbsp;เมตร&nbsp;ข้อความว่า&nbsp;""FREE&nbsp;PATANI&nbsp;PATANI&nbsp;IS&nbsp;NOT&nbsp;SIAM""&nbsp;บริเวณข้างเส้นทาง&nbsp;410&nbsp;ฝั่งตรงข้ามโรงเลื่อยไม้&nbsp;บ้านป่าหวังนอก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;11&nbsp;ต./อ.บันนังสตา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;&nbsp;และยัง&nbsp;พบมีการพ่นสีสเปรย์ก่อกวนข้อความว่า&nbsp;""ผู้ก่อเหตุ&nbsp;3&nbsp;จชต.&nbsp;คือ&nbsp;คมกริฐ&nbsp;pulo&nbsp;""&nbsp;บริเวณบนเส้นทาง&nbsp;410&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ต.ถ้ำทะลุ&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ทั้ง&nbsp;4&nbsp;จุด&nbsp;ไม่พบวัตถุต้องสงสัย&nbsp;และได้ทำการประสานกำลังภาคประชาชนปลดป้ายผ้า&nbsp;พร้อมทั้งลบข้อความเรียบร้อยแล้ว&nbsp;และ&nbsp;ชคต.ธารโต&nbsp;พบมีการแขวนป้ายไว้กับสายไฟข้างทาง&nbsp;เส้น&nbsp;410&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ต.ธารโต&nbsp;อ.ธารโต&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;โดยเจ้าหน้าที่&nbsp;3&nbsp;ฝ่าย&nbsp;ปิดกั้นในบริเวณดังกล่าว&nbsp;เพื่อเข้าเคลียร์พื้นที่เกรงว่าคนร้ายก่อเหตุร้ายซ้ำสอง&nbsp;หลังเกิดเหตุดังกล่าวทางหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;ฝ่ายปกครอง&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;8&nbsp;อำเภอของจังหวัดยะลา&nbsp;ตั้งจุดตรวจจุดสกัด&nbsp;ตรวจสอบรถยนต์และรถจักรยานยนต์&nbsp;รวมทั้งตรวจสอบตรวจค้นบุคคลต้องสงสัย&nbsp;โดยเฉพาะในช่วงนี้&nbsp;เน้นย้ำต้องเข้มงวดมากยิ่งขึ้น&nbsp;ป้องกันกลุ่มคนร้ายก่อเหตุซ้ำสองในพื้นที่</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;ในวันที่&nbsp;13&nbsp;มีนาคม&nbsp;เป็นวันสถาปนา&nbsp;62&nbsp;ปี&nbsp;กลุ่มขบวนการแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปัตตานี&nbsp;</strong>หรือ&nbsp;บีอาร์เอ็น&nbsp;ฝ่ายความมั่นคง&nbsp;ทั้งทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;และฝ่ายปกครอง&nbsp;สั่งการเป็นพิเศษให้กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่&nbsp;ให้เพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบ&nbsp;การลักลอบเข้ามาในเขตเมืองยะลา&nbsp;ของคนร้ายที่ไม่ทราบกลุ่มแนวที่อาจเข้ามาก่อเหตุร้าย&nbsp;เพื่อปฏิบัติการในเชิงสัญลักษณ์ในรูปแบบต่างๆ&nbsp;แสดงศักยภาพของกลุ่ม&nbsp;ในวันครบรอบสถาปนา&nbsp;62&nbsp;ปี&nbsp;บีอาร์เอ็นดังกล่าว&nbsp;จึงได้สั่งการ&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงให้มีการยกระดับในการตรวจเข้มตามจุดตรวจต่างๆ&nbsp;โดยเฉพาะด่าน&nbsp;4&nbsp;มุมเมืองที่จะเข้าในเมืองยะลา&nbsp;เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตรายานพาหนะทุกชนิด&nbsp;โดยเน้นรถยนต์&nbsp;และรถจักรยานยนต์&nbsp;เป็นรถเป้าหมาย&nbsp;และตรวจบุคคล&nbsp;รวมถึงการตั้งจุดตรวจสกัดในเส้นทางหลัก&nbsp;เส้นทางรอง&nbsp;และเส้นทางในหมู่บ้าน&nbsp;เพื่อดูแลความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน&nbsp;นอกจากนั้นยังให้กำลังเจ้าหน้าที่ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;จัดชุดลาดตระเวนขนาดเล็ก&nbsp;รถจักรยานยนต์&nbsp;รถยนต์&nbsp;ออกตั้งด่านลอยในเส้นทางย่อยรอบนอกเขตเทศบาลนครยะลา&nbsp;เพื่อจำกัดการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ไม่หวังดีอีกด้วย</p><p><strong>ซึ่ง&nbsp;""&nbsp;ในวันพรุ่งนี้&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;พล.อ.ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;</strong>พร้อมคณะ&nbsp;มีหมายที่จะเดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิด&nbsp;""เที่ยวบินปฐมฤกษ์&nbsp;ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา""&nbsp;นี้&nbsp;เจ้าหน้าที่จึงต้องเพิ่มความเข้มงวดรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>"	2022-03-13T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313122931346
91	ฉก.ทพ.30 รุดลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุความไม่สงบ บันนังสตา	<p><strong>ฉก.ทพ.30&nbsp;รุดลงพื้นที่เยี่ยมเยียน&nbsp;ตรวจสอบความเสียหาย&nbsp;</strong>และให้กำลังใจประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;10&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา</p><p><strong>พันเอก&nbsp;ภูมิสิน&nbsp;สอนสุภาพ&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;30&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่&nbsp;3006&nbsp;และชุดปฏิบัติการเสริมสร้างความเข้าใจ&nbsp;กองร้อยทหารพรานที่&nbsp;3006&nbsp;ลงพื้นที่พบปะเยี่ยมเยียน&nbsp;ตรวจสอบความเสียหาย&nbsp;และให้กำลังใจประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดประชาชนผู้บริสุทธิ์บริเวณถนนสาย&nbsp;410&nbsp;ยะลา-เบตง&nbsp;ตรงข้ามมัสยิดบ้านเตาปูน&nbsp;พื้นที่&nbsp;บ้านเงาะกาโป&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลบันนังสตา&nbsp;อำเภอบันนังสตา&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;เมื่อช่วงเที่ยงของวันที่&nbsp;10&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา</p><p><strong>โดยทางผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;30</strong>&nbsp;ได้เข้าเยี่ยมพบปะให้กำลังใจประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บและมีบ้านเรือนของประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงได้รับความเสียหาย&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;หลัง&nbsp;พร้อมกันนี้&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;30&nbsp;ได้มอบกระเช้าเยี่ยมเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว&nbsp;พร้อมทั้งให้คำแนะนำและมอบหมายให้&nbsp;ชุดปฏิบัติการเสริมสร้างความเข้าใจ&nbsp;กองร้อยทหารพรานที่&nbsp;3006&nbsp;ประสานและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนทั้ง&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;ในการช่วยเหลือเยียวยาจากภาครัฐตามหลักเกณฑ์&nbsp;ต่อไป</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือมายังพี่น้องประชาชนในพื้นที่</strong>&nbsp;หากพบเห็นสิ่งผิดปกติ&nbsp;หรือบุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่&nbsp;สามารถแจ้งได้ที่หมายเลขโทรศัพท์สายตรง&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;หมายเลข&nbsp;061-173-2999&nbsp;หรือหมายเลขสายด่วน&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;1341&nbsp;หรือแจ้งหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ใกล้บ้าน&nbsp;ได้ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-13T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313125612363
92	ขยายเวลาโครงการสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs สู่อุตสาหกรรมสีเขียว พร้อมมาตรการส่งเสริมด้านเศรษฐกิจ	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่&nbsp;รายงานว่า&nbsp;ทางคณะรัฐมนตรี&nbsp;(ครม.)&nbsp;</strong>เห็นชอบขยายระยะเวลาดำเนินโครงการสนับสนุนผู้ประกอบการ&nbsp;วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมมุ่งสู่อุตสาหกรรมสีเขียวโดยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีคาร์บอนต่ำออกไปอีก&nbsp;18&nbsp;เดือน&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2566&nbsp;หลังจากสิ้นสุดโครงการไปเมื่อวันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาเพิ่มขีดความสามารถ</strong>เพื่อยกระดับการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมในประเทศไทย&nbsp;ปรับปรุง&nbsp;ความสามารถในการแข่งขันและมุ่งสู่อุตสาหกรรมสีเขียว&nbsp;(Green&nbsp;Industry)&nbsp;ลดต้นทุนการผลิต&nbsp;ส่งเสริมธุรกิจอุตสาหกรรมให้ดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ลดการใช้พลังงาน&nbsp;ตลอดจนลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศในระยะยาวต่อไป</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สำหรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการฯ</strong>&nbsp;ที่ผ่านมามาจากเงินทุนร่วมระหว่างรัฐบาลไทยและกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก&nbsp;(GEF)&nbsp;โดย&nbsp;GEF&nbsp;สนับสนุนเงินจำนวน&nbsp;1.88&nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ&nbsp;ฝ่ายไทยร่วมสมทบงบดำเนินการจากกระทรวงอุตสาหกรรมจำนวน&nbsp;2&nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ&nbsp;และจากธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&nbsp;(ธพว.)&nbsp;ในฐานะหน่วยงานร่วมดำเนินการสำหรับเงินกู้สำหรับเอสเอ็มอีที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;หรือที่สนใจกู้เพี่อใช้ในการปรับปรุงเครื่องจักรอุปกรณ์จำนวน&nbsp;7.36&nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ปัจจุบันการดำเนินโครงการดังกล่าวใช้เงินที่ได้รับสนับสนุนจาก&nbsp;GEF&nbsp;ไปจำนวน&nbsp;0.78&nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ</strong>&nbsp;คงเหลือ&nbsp;1.1&nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ&nbsp;โดยยังไม่ได้เบิกจ่ายงบในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรม&nbsp;2&nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ&nbsp;และวงเงินสินเชื่อสำหรับ&nbsp;SMEs&nbsp;อีก&nbsp;7.36&nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐจึงขยายระยะเวลาโครงการฯ&nbsp;ออกไปอีก&nbsp;18&nbsp;เดือน&nbsp;สิ้นสุดโครงการวันที่&nbsp;30&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2566&nbsp;เพื่อให้สามารถดำเนินโครงการฯได้สำเร็จและบรรลุวัตถุประสงค์</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการระดมทุนในวิสาหกิจเริ่มต้น&nbsp;(Startup)</strong>&nbsp;มาตรการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับการลงทุนใน&nbsp;Startup&nbsp;ไทย&nbsp;ที่ประกอบกิจการในอุตสาหกรรมเป้าหมาย&nbsp;ตามที่คณะกรรมการ&nbsp;นโยบายเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมายประกาศกำหนด</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>มาตรการบรรเทาภาระภาษีสำหรับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล&nbsp;</strong>คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบหลักการมาตรการบรรเทาภาระภาษีสำหรับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล&nbsp;โดยยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการโอนคริปโทเคอร์เรนซีหรือโทเคนดิจิทัลในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง&nbsp;(Exchange)&nbsp;และการโอนสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย&nbsp;รวมทั้งอนุญาตให้หักผลขาดทุนจากการขายสินทรัพย์ดิจิทัลใน&nbsp;Exchange&nbsp;ออกจากกำไรจากการขายสินทรัพย์ดิจิทัลใน&nbsp;Exchange&nbsp;ได้</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังขยายระยะเวลายกเว้นภาษีสินค้าที่มีความจำเป็น&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;</strong>ครม.&nbsp;ได้มีมติเห็นชอบขยายระยะเวลายกเว้นอากรขาเข้าสินค้าที่มีความจำเป็นเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส&nbsp;โคโรนา&nbsp;&nbsp;2019&nbsp;ออกไปจนถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;กันยายน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ฉบับ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>"	2022-03-13T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313133113381
93	ส.ปชส.ตราด ประชาสัมพันธ์ ครม. ปรับหลักเกณฑ์ UCEP Plus	<p><strong>วันนี้&nbsp;(13&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด&nbsp;</strong>รายงานว่า&nbsp;คณะรัฐมนตรีเห็นชอบหลักเกณฑ์วิธีการ&nbsp;และเงื่อนไขการกำหนดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต&nbsp;&nbsp;กรณีติดเชื้อโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;หรือที่ถูกเรียกว่า&nbsp;UCEP&nbsp;Plus&nbsp;(Universal&nbsp;Coverage&nbsp;for&nbsp;Emergency&nbsp;Patients&nbsp;Plus)&nbsp;โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่&nbsp;16&nbsp;มี.ค.&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป<strong>&nbsp;</strong></p><p><strong>กลุ่มผู้ป่วยสีเขียว&nbsp;หรือ&nbsp;อาการไม่รุนแรง</strong>&nbsp;ไม่นับเป็นผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต&nbsp;แต่สามารถเข้ารับการรักษาฟรีในโรงพยาบาลตามสิทธิของแต่ละคน&nbsp;เช่น&nbsp;สิทธิบัตรทอง&nbsp;สิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า&nbsp;สิทธิประกันสังคม&nbsp;หรือสิทธิรักษาพยาบาลของข้าราชการ&nbsp;ซี่งการรักษาทุกอย่างไม่เสียค่าใช้จ่ายตามเดิม&nbsp;และแนะนำให้การดูแลแบบ&nbsp;Home&nbsp;Isolation(HI)&nbsp;&nbsp;หรือ&nbsp;Community&nbsp;&nbsp;Isolation(CI)&nbsp;หรือ&nbsp;Hotel&nbsp;Isolation&nbsp;</p><p><strong>กลุ่มผู้ป่วยสีเหลือง&nbsp;หรือ&nbsp;เสี่ยงอาการรุนแรง&nbsp;และ&nbsp;ผู้ป่วยสีแดง&nbsp;หรืออาการรุนแรง</strong>&nbsp;ให้สามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลได้ทุกแห่ง&nbsp;โดยไม่กำหนดระยะเวลา&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมงแรก&nbsp;นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้มีการส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินรุนแรงจากโรงพยาบาลหนึ่งไปเข้ารับการรักษาในหอผู้ป่วยฉุกเฉิน&nbsp;(ICU)&nbsp;ของอีกโรงพยาบาลได้ภายหลัง&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมงแรกด้วย&nbsp;ซึ่งดีกว่าโรคอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ที่เข้าตามนิยามเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต<strong>&nbsp;</strong></p><p><strong>หลักเกณฑ์&nbsp;วิธีการ&nbsp;และเงื่อนไขการกำหนดค่าใช้จ่าย</strong>ในการดำเนินการผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติ&nbsp;กรณีโรคโควิด-19&nbsp;กำหนดให้สถานพยาบาลต้องจัดให้มีการรักษาพยาบาล&nbsp;โดยฉุกเฉิน&nbsp;&nbsp;เพื่อให้พ้นจากอันตรายตามมาตรฐานวิชาชีพและขีดความสามารถของสถานพยาบาลโดยไม่มีเงื่อนไขในการเรียกเก็บค่ารักษาพยาบาล&nbsp;เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการดูแลรักษา?&nbsp;ให้สถานพยาบาลแจ้งต่อกองทุนของผู้มีสิทธิได้รับการรักษาพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&nbsp;หรือกฎหมายว่าด้วยประกันสังคม&nbsp;กฎหมายว่าด้วยเงินทดแทนหรือจากส่วนราชการ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;รัฐวิสาหกิจ&nbsp;หรือหน่วยงานอื่นของรัฐทราบโดยเร็ว?&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้กำหนดให้กรณีที่มีปัญหาการวินิจฉัย</strong>ในการคัดแยกผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตให้ปรึกษาศูนย์ประสานคุ้มครองสิทธิผู้ป่วยฉุกเฉิน&nbsp;ของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติได้ตลอดเวลา&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;เพื่อดำเนินการวินิจฉัย&nbsp;โดยคำวินิจฉัยของศูนย์ประสานคุ้มครองสิทธิผู้ป่วยฉุกเฉินให้ถือเป็นที่สุด&nbsp;ซึ่งแนวทางการคัดแยกผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต&nbsp;และแบบแจ้งผลการคัดแยกผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติให้เป็นไปตามที่สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติกำหนด&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;คณะรัฐมนตรี&nbsp;มีมติให้กระทรวงการคลัง&nbsp;</strong>สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&nbsp;สำนักงานประกันสังคม&nbsp;สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ&nbsp;คณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน&nbsp;หน่วยงานของรัฐ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;รัฐวิสาหกิจ&nbsp;เอกชน&nbsp;หรือกองทุนอื่นที่มีวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับการจัดบริการด้านการแพทย์&nbsp;หรือสาธารณสุขดำเนินการตามหลักเกณฑ์&nbsp;วิธีการ&nbsp;และเงื่อนไขดังกล่าว&nbsp;/ดำเนินการจ่ายค่าใช้จ่ายในอัตราตามบัญชีแนบท้ายหลักเกณฑ์&nbsp;รวมถึงแก้ไขปรับปรุงกฎระเบียบ&nbsp;ข้อบังคับ&nbsp;หรือประกาศให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ที่อนุมัติในครั้งนี้ด้วย&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;คณะรัฐมนตรี&nbsp;ยังเห็นชอบให้ประเทศไทย</strong>เข้าร่วมเป็นภาคีสถาบันวัคซีนนานาชาติ&nbsp;(International&nbsp;Vaccine&nbsp;Institute&nbsp;:&nbsp;IVI)&nbsp;อย่างสมบูรณ์&nbsp;และอนุมัติให้ประเทศไทยสนับสนุนงบประมาณแก่&nbsp;IVI&nbsp;ปีละ&nbsp;100,000&nbsp;ดอลลาร์สหรัฐ&nbsp;หรือประมาณ&nbsp;3.25&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี&nbsp;หมวดเงินอุดหนุนของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;เริ่มตั้งแต่ปีงบประมาณ&nbsp;2566&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;</p><p><strong>และมอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;จัดทำสัตยาบันสาร</strong>&nbsp;เพื่อการเข้าร่วมเป็นภาคี&nbsp;IVI&nbsp;อย่างสมบูรณ์&nbsp;IVI&nbsp;จัดตั้งขึ้นโดยข้อริเริ่มของสำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ&nbsp;(UNPD)&nbsp;มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เกาหลีใต้&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความมั่นคงในการเข้าถึงวัคซีนที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย&nbsp;การวิจัย&nbsp;พัฒนา&nbsp;และปรับปรุงวัคซีนชนิดใหม่&nbsp;รวมถึงการเสริมสร้างศักยภาพของประเทศกำลังพัฒนาในด้านการพัฒนา&nbsp;การผลิต&nbsp;และการนำเข้าวัคซีน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>	2022-03-13T00:00:00	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313152329392
94	ส.ปชส.ตราด ประชาสัมพันธ์ ครม.เห็นชอบลดอัตราภาษีน้ำมันผลิตไฟฟ้าในอัตรา 0 % ให้ กฟผ. ลดภาระค่าไฟฟ้าให้กับประชาชน	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด&nbsp;รายงานว่า</strong>&nbsp;รัฐบาล&nbsp;เตรียมความพร้อมรับมือวิกฤตด้านพลังงานจากผลกระทบสถานการณ์&nbsp;รัสเซีย-ยูเครน&nbsp;ซึ่งทำให้ราคาพลังงานสูงขึ้น&nbsp;จนกระทบต่อสินค้าทำให้มีราคาสูงขึ้น&nbsp;โดยสถานการณ์&nbsp;ราคาพลังงานยังสูงขึ้นเป็นรายวัน&nbsp;และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและทั่วโลก&nbsp;นายกฯ&nbsp;จึงสั่งการให้กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบริหารพลังงานให้เหมาะสม&nbsp;ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและผู้มีรายได้น้อย&nbsp;รวมทั้งให้กระทรวงพาณิชย์&nbsp;ดูแลสินค้าอุปโภคและบริโภค&nbsp;ที่มีผลกระทบโดยตรงด้วย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นอกจากนี้ยังได้รณรงค์การประหยัดพลังงาน</strong>&nbsp;ซึ่งเป็นมาตรการที่ไม่มีค่าใช้จ่ายให้เป็นวาระสำคัญของรัฐบาล&nbsp;เพื่อร่วมกันฝ่าวิกฤตพลังงาน&nbsp;โดยให้ส่วนราชการลดการใช้พลังงาน&nbsp;ร้อยละ&nbsp;20&nbsp;และลดการใช้น้ำมันร้อยละ&nbsp;10&nbsp;และหาวิธีประหยัดพลังงานแบบง่าย&nbsp;เช่น&nbsp;การส่งเสริมการทำงานที่บ้าน&nbsp;หรือ&nbsp;WFH</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทั้งนี้&nbsp;คณะรัฐมนตรียังอนุมัติให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&nbsp;(กฟผ.)</strong>&nbsp;กู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงินในปี&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;2567&nbsp;ภายใต้กรอบวงเงินไม่เกิน&nbsp;25,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ด้วยวิธีการจัดหาเงินกู้ในรูปแบบ&nbsp;Term&nbsp;Loan&nbsp;อายุไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;โดยกระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ในปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;กฟผ.ประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง&nbsp;</strong>เนื่องจากแบกรับภาระค่าไฟฟ้าอัตโนมัติหรือ&nbsp;ค่า&nbsp;Ft&nbsp;ตามมาตรการของรัฐบาลในการตรึงค่าไฟฟ้าเพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพของประชาชน&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;รวมถึงการผลิตไฟฟ้าในช่วงมาตรการตรึงค่าไฟฟ้านั้น&nbsp;มีต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น&nbsp;เนื่องจากการขาดแคลนก๊าซธรรมชาติ&nbsp;NGV&nbsp;ในประเทศ&nbsp;ทำให้&nbsp;กฟผ.&nbsp;ต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติ&nbsp;ซึ่งเป็นช่วงที่ราคาในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก&nbsp;ดังนั้น&nbsp;กฟผ.&nbsp;จึงมีความจำเป็นต้องกู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่องให้เพียงพอต่อการดำเนินภารกิจความมั่นคงทางด้านพลังงานไฟฟ้าของประเทศ&nbsp;และเป็นกลไกสำคัญของภาครัฐในการดำเนินมาตรการลดค่าครองชีพของประชาชน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>พร้อมกันนี้มีการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตสินค้าน้ำมันดีเซลที่มีปริมาณกำมะถันเกินและไม่เกินร้อยละ&nbsp;0.005&nbsp;</strong>โดยน้ำหนัก&nbsp;หรือน้ำมันดีเซล&nbsp;บี0&nbsp;และน้ำมันเตาที่ใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าและขายไฟฟ้าทั้งหมดให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&nbsp;(กฟผ.)</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>โดยกำหนดให้จัดเก็บภาษีสรรพสามิตในอัตรา&nbsp;0&nbsp;มีผลบังคับใช้จนถึงวันที่&nbsp;15&nbsp;กันยายน&nbsp;2565</strong>&nbsp;เพื่อลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าของ&nbsp;กฟผ.&nbsp;เป็นระยะเวลา&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;ซึ่งจะเป็นการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าให้กับประชาชนทั่วประเทศ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทั้งนี้&nbsp;การผลิตกระแสไฟฟ้าของไทยในปัจจุบันกว่าร้อยละ&nbsp;60&nbsp;</strong>ผลิตจากก๊าซธรรมชาติ&nbsp;(NG)&nbsp;แต่ราคาก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ประกอบกับค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงส่งผลให้ต้นทุนการผลิตกระแสไฟฟ้าเพิ่มขึ้น&nbsp;จึงจำเป็นต้องใช้น้ำมันดีเซล&nbsp;(บี0)&nbsp;และน้ำมันเตามาเป็นเชื้อเพลิงทดแทนก๊าซธรรมชาติ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>การปรับลดภาษีสรรพสามิตสินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันครั้งนี้&nbsp;</strong>จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการช่วยลดต้นทุนในการผลิตไฟฟ้า&nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้ประชาชนมีภาระค่าไฟฟ้าลดลงประมาณ&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;1.50&nbsp;บาทต่อหน่วย&nbsp;อีกทั้งการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคในภาคอุตสาหกรรมจะมีต้นทุนการผลิตที่ลดลงด้วย&nbsp;เนื่องจากภาระค่าไฟฟ้าที่ลดลง&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>"	2022-03-13T00:00:00	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313152324391
95	ส.ปชส.ตราด ประชาสัมพันธ์ ครม.เห็นชอบขยายเวลาโครงการสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs สู่อุตสาหกรรมสีเขียว	<p><strong>วันนี้&nbsp;(13&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด</strong>&nbsp;รายงานว่า&nbsp;คณะรัฐมนตรีเห็นชอบขยายระยะเวลาดำเนินโครงการสนับสนุนผู้ประกอบการ&nbsp;วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมมุ่งสู่อุตสาหกรรมสีเขียวโดยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีคาร์บอนต่ำออกไปอีก&nbsp;18&nbsp;เดือน&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;มิ.ย.66&nbsp;หลังจากสิ้นสุดโครงการไปเมื่อวันที่&nbsp;31&nbsp;ธ.ค.64&nbsp;</p><p><strong>โครงการนี้มีวัตถุประสงค์&nbsp;เพื่อส่งเสริมและพัฒนาเพิ่มขีด</strong>ความสามารถเพื่อยกระดับการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;ในอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมในประเทศไทย&nbsp;&nbsp;ปรับปรุง&nbsp;ความสามารถในการแข่งขันและมุ่งสู่อุตสาหกรรมสีเขียว&nbsp;(Green&nbsp;Industry)&nbsp;ลดต้นทุนการผลิต&nbsp;ส่งเสริมธุรกิจอุตสาหกรรมให้ดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ลดการใช้พลังงาน&nbsp;ตลอดจนลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศในระยะยาวต่อไป&nbsp;</p><p><strong>สำหรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการฯ&nbsp;</strong>ที่ผ่านมามาจากเงินทุนร่วมระหว่างรัฐบาลไทยและกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก&nbsp;(GEF)&nbsp;โดย&nbsp;GEF&nbsp;สนับสนุนเงินจำนวน&nbsp;1.88&nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ&nbsp;ฝ่ายไทยร่วมสมทบงบดำเนินการจากกระทรวงอุตสาหกรรมจำนวน&nbsp;2&nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ&nbsp;และจากธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&nbsp;(ธพว.)&nbsp;ในฐานะหน่วยงานร่วมดำเนินการสำหรับเงินกู้สำหรับเอสเอ็มอีที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;หรือที่สนใจกู้เพี่อใช้ในการปรับปรุงเครื่องจักรอุปกรณ์จำนวน&nbsp;7.36&nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ&nbsp;</p><p><strong>ปัจจุบันการดำเนินโครงการดังกล่าว&nbsp;</strong>ใช้เงินที่ได้รับสนับสนุนจาก&nbsp;GEF&nbsp;ไปจำนวน&nbsp;0.78&nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ&nbsp;คงเหลือ&nbsp;1.1&nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ&nbsp;โดยยังไม่ได้เบิกจ่ายงบในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรม&nbsp;2&nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ&nbsp;และวงเงินสินเชื่อสำหรับ&nbsp;SMEs&nbsp;อีก&nbsp;7.36&nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐจึงขยายระยะเวลาโครงการฯ&nbsp;ออกไปอีก&nbsp;18&nbsp;เดือน&nbsp;สิ้นสุดโครงการวันที่&nbsp;30&nbsp;มิ.ย.66&nbsp;เพื่อให้สามารถดำเนินโครงการฯได้สำเร็จและบรรลุวัตถุประสงค์&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-13T00:00:00	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313152514393
96	รองแม่ทัพภาคที่ 4 ตรวจพื้นที่ ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง จ.ยะลา เตรียมพร้อมรับนักท่องเที่ยว เที่ยวบินปฐมฤกษ์ 14 มี.ค.นี้	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ที่ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;</strong>&nbsp;พลตรี&nbsp;คมกฤช&nbsp;&nbsp;รัตนฉายา&nbsp;ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&nbsp;46/ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;พลตรี&nbsp;อุทิศ&nbsp;&nbsp;รัตนนานนท์&nbsp;รองแม่ทัพภาคที่&nbsp;4/&nbsp;รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;(2)&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจความพร้อม&nbsp;การจัดตั้งกองอำนวยการรักษาความปลอดภัยประจำพื้นที่&nbsp;ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ในการนี้&nbsp;รองแม่ทัพภาคที่&nbsp;4/&nbsp;รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;(2)&nbsp;&nbsp;</strong>ได้ให้คำแนะนำ&nbsp;เพื่อบูรณาการอำนวยการ&nbsp;ควบคุม&nbsp;ประสานงาน&nbsp;กำกับดูแลการปฏิบัติให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด&nbsp;ในการดูแลรักษาความปลอดภัยบริเวณท่าอากาศยาน&nbsp;ให้กับ&nbsp;พลเอกประยุทธ์&nbsp;&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ในโอกาสเดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิด&nbsp;""เที่ยวบินปฐมฤกษ์&nbsp;ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;""&nbsp;ในวันที่&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นี้</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p>"	2022-03-13T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313214353476
97	กอ.รมน.ศรีสะเกษ ร่วมกับส่วนราชการ 14 หน่วยงาน ออกตรวจการการป้องกันการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย การบังคับใช้แรงงานหรือบริการและการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน	<p><strong>กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;</strong>ร่วมกับส่วนราชการด้านแรงงานภายในจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;จำนวน&nbsp;14&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;ออกตรวจบูรณาการการป้องกันการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย&nbsp;การบังคับใช้แรงงานหรือบริการและการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน&nbsp;ในกลุ่มเป้าหมายสถานประกอบการที่ใช้แรงงานต่างด้าว&nbsp;โดยได้ตรวจสอบ&nbsp;สถานประกอบการประเภท&nbsp;โรงสีข้าว&nbsp;และ&nbsp;ร้านพัสดุก่อสร้าง&nbsp;ในพื้นที&nbsp;อำเภอห้วยทับทัน&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.&nbsp;หจก.เจ็งย่งฮะฮวด&nbsp;จำกัด&nbsp;222&nbsp;ม.1&nbsp;ต.ห้วยทับทัน&nbsp;อ.ห้วยทับทัน&nbsp;จ.ศรีสะเกษ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;หจก.ไพศาลพัสดุก่อสร้าง&nbsp;29&nbsp;ม.7&nbsp;ต.ห้วยทับทัน&nbsp;อ.ห้วยทับทัน&nbsp;จ.ศรีสะเกษ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.&nbsp;บริษัทห้วยทับทันอานิคม&nbsp;จำกัด&nbsp;231&nbsp;ม.1&nbsp;ต.ห้วยทับทัน&nbsp;อ.ห้วยทับทัน&nbsp;จ.ศรีสะเกษ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4.&nbsp;บริษัทมณีค้าแป้งรุ่งเรือง&nbsp;จำกัด&nbsp;39&nbsp;ม.5&nbsp;ต.&nbsp;ปราสาท&nbsp;อ.ห้วยทับทัน&nbsp;จ.ศรีสะเกษ</p><p><strong>ผลการตรวจสอบพบแรงงานทั้งหมด&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;คน</strong>&nbsp;เป็นแรงงานสัญชาติไทย&nbsp;จำนวน&nbsp;47&nbsp;คน&nbsp;(ชาย&nbsp;37&nbsp;คน&nbsp;หญิง&nbsp;10&nbsp;คน)&nbsp;แรงงานต่างด้าวสัญชาติ&nbsp;เมียนมา&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ชาย&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;หญิง&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ตรวจสอบเอกสารประจำตัวถูกต้อง&nbsp;เอกสารการแจ้งที่พักอาศัยถูกต้อง&nbsp;คณะชุดตรวจชี้แจงทำความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว&nbsp;3&nbsp;สัญชาติตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อ&nbsp;28&nbsp;กันยายน&nbsp;2564&nbsp;ตรวจการใช้แรงงานหญิงและเด็กไม่พบการกระทำผิดกฎหมาย,&nbsp;ตรวจสอบห้องพักจำนวน&nbsp;1&nbsp;ห้อง&nbsp;ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย,&nbsp;ชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการมิได้รับแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายเข้าทำงานและช่วยชี้เบาะแสหากมีแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายเข้ามาในพื้นที่,&nbsp;ประชาสัมพันธ์ให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดมาตรการการป้องกัน&nbsp;การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส&nbsp;โควิด-19&nbsp;ตามข้อกำหนดจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ผลการปฏิบัติ&nbsp;ไม่พบแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;#&nbsp;ศูนย์ประชาสัมพันธ์&nbsp;กอ.รมน.</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;#&nbsp;ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-14T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314151721677
98	เริ่มแล้วฝึกผสมโคปไทเกอร์ ประจำปี 2565 COPE TIGER 2022 ที่จังหวัดนครราชสีมา	<p><strong>นาวาอากาศเอก&nbsp;สิทธิพล&nbsp;ป้อมตรี&nbsp;รองผู้อำนวยการสำนักยุทธการและการฝึก</strong>&nbsp;กรมยุทธการทหารอากาศ&nbsp;กรมยุทธการทหารอากาศ&nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการฝึกผสมโคปไทเกอร์&nbsp;2022&nbsp;ฝ่ายกองทัพอากาศ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;Col&nbsp;David&nbsp;kok&nbsp;(นาวาอากาศเอก&nbsp;เดวิด&nbsp;ก๊อก)&nbsp;ผู้อำนวยการกองอำนวยการฝึกผสมฯ&nbsp;ฝ่ายกองทัพอากาศสาธารณรัฐสิงคโปร์&nbsp;และ&nbsp;Lt&nbsp;Col&nbsp;Christopher&nbsp;High&nbsp;(นาวาอากาศโท&nbsp;คริสโตเฟอร์&nbsp;ไฮจ์)&nbsp;ผู้แทนผู้อำนวยการกองอำนวยการฝึกผสม&nbsp;ฯ&nbsp;ฝ่ายกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา&nbsp;ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกผสมโคปไทเกอร์&nbsp;2022&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมจันทรุเบกษา&nbsp;กองบิน&nbsp;1&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา</p><p><strong>การฝึกผสมโคปไทเกอร์&nbsp;(Multi-Lateral&nbsp;Exercise&nbsp;Cope&nbsp;Tiger)</strong>&nbsp;ถือได้ว่าเป็นการฝึกผสมทางอากาศ&nbsp;ที่มีการสนธิกำลังทางอากาศใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้&nbsp;มีการนำกำลังทางอากาศ&nbsp;จาก&nbsp;3&nbsp;ประเทศ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ประเทศไทย&nbsp;&nbsp;สาธารณรัฐสิงคโปร์&nbsp;และสหรัฐอเมริกา&nbsp;เข้าร่วมการฝึก&nbsp;มีการพัฒนารูปแบบการฝึกให้เข้ากับสถานการณ์การสู้รบในปัจจุบัน&nbsp;จะมีการสมมติสถานการณ์เสมือนจริง&nbsp;ทั้งด้านการควบคุมและสั่งการ&nbsp;การฝึกยุทธวิธีการรบระหว่างเครื่องบินรบต่างแบบ&nbsp;การฝึกโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายภาคพื้นดินที่มีการต่อต้านจากกอาวุธของหน่วยต่อสู้อากาศยานภาคพื้น&nbsp;การฝึกด้านการข่าวกรองยุทธวิธีโดยใช้อากาศยานไร้คนขับ&nbsp;และการให้การสนับสนุนของหน่วยสนับสนุนต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;</p><p><strong>สำหรับวัตถุประสงค์ในการฝึกครั้งนี้&nbsp;</strong>เพื่อพัฒนาขีดความสามารถของหน่วยบิน&nbsp;และหน่วยต่อสู้อากาศยานที่เข้าร่วมการฝึก&nbsp;เพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการปฏิบัติการทางอากาศผสม&nbsp;อีกทั้งยังเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างมิตรประเทศ&nbsp;ที่เข้าร่วมการฝึกอีกด้วย</p><p><strong>การฝึกผสมโคปไทเกอร์&nbsp;2022&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;</strong>กองทัพอากาศ&nbsp;และกองทัพอากาศมิตรประเทศได้พิจารณาอย่างรอบคอบในการปรับลดจำนวนผู้เข้าร่วมการฝึกผสมฯ&nbsp;พร้อมทั้งจัดทำแนวทางมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;ในระหว่างการฝึกผสม&nbsp;ฯ&nbsp;โดยจะมีการฝึกภาคสนาม&nbsp;(Field&nbsp;&nbsp;Training&nbsp;&nbsp;Exercise&nbsp;:&nbsp;FTX)&nbsp;&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;13-25&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ในพื้นที่กองบิน&nbsp;1&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;กองบิน&nbsp;2&nbsp;สนามฝึกใช้อาวุธทางอากาศ&nbsp;ชัยบาดาล&nbsp;จังหวัดลพบุรี&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กองอำนวยการฝึกผสมโคปไทเกอร์&nbsp;2022&nbsp;ได้เน้นย้ำให้ผู้ร่วมการฝึก&nbsp;</strong>ปฏิบัติตามกฎ&nbsp;ระเบียบ&nbsp;ทั้งทางภาคพื้นและภาคอากาศ&nbsp;รวมทั้งปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-14T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครราชสีมา	สวท.นครราชสีมา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314151528674
99	เรียกร้องนายกรัฐมนตรีแก้ปัญหาสัดส่วนบอร์ด ปตท.ไม่สอดคล้องการถือหุ้นของรัฐ  	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">นายอัครเดช&nbsp;วงษ์พิทักษ์โรจน์&nbsp;ส.ส.ราชบุรี&nbsp;พรรคประชาธิปัตย์</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">&nbsp;ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการกิจการศาล&nbsp;องค์กรอิสระ&nbsp;องค์กรอัยการ&nbsp;รัฐวิสาหกิจ&nbsp;องค์การมหาชน&nbsp;และกองทุน&nbsp;สภาผู้แทนราษฏร&nbsp;แถลงข่าวผลการพิจารณากรณีการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย&nbsp;(ปตท.)&nbsp;ของคณะอนุกรรมาธิการฯ&nbsp;ว่า&nbsp;ได้พิจารณาประเด็นเรื่องการดำเนินงานและกำไรของ&nbsp;ปตท.ที่มากเกินไปมาแล้วกว่า&nbsp;10&nbsp;ครั้ง&nbsp;ซึ่งผลกำไรที่มากเกินไปของ&nbsp;ปตท.&nbsp;จะนำสู่การกำหนดนโยบายด้านเชื้อเพลิงที่ไม่เป็นธรรมต่อประชาชน&nbsp;ดังนั้นคณะอนุกรรมาธิการจึงตั้งข้อสังเกตในกรณีดังกล่าวในเรื่องของต้นทุน&nbsp;ซึ่งคณะอนุกรรมาธิการพยายามที่จะขอข้อมูลจาก&nbsp;ปตท.&nbsp;แต่ถูกปฏิเสธที่จะให้ข้อมูล&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">ประเด็นนี้อนุกรรมาธิการมองว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">&nbsp;ต้นทุนน้ำมันของ&nbsp;ปตท.คำนวณมาจากราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่สิงคโปร์&nbsp;แต่&nbsp;ปตท.กลับไม่ได้นำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปมาจากสิงคโปร์&nbsp;แต่เป็นการกลั่นน้ำมันเองภายในประเทศ&nbsp;ดังนั้นมองว่ากำไรของ&nbsp;ปตท.&nbsp;มากกว่าต้นทุนที่ควรได้รับหรือไม่&nbsp;ส่วนเรื่องผลกำไรของ&nbsp;ปตท.ที่นำส่งรายได้ในปี&nbsp;2564&nbsp;ให้กับรัฐบาลที่&nbsp;82,536&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ซึ่งกำไรดังกล่าวที่นำส่งให้รัฐบาลนั้นมาจากที่รัฐบาลเข้าไปถือหุ้นจากเงินปันผลวายุภักษ์&nbsp;และจากภาษีนำส่ง&nbsp;ซึ่งกรณีเรื่องภาษีนำส่งคณะอนุกรรมาธิการ&nbsp;เห็นว่า&nbsp;ไม่ควรนำมาคำนวณเป็นรายได้ส่งรัฐ&nbsp;ขณะเดียวกัน&nbsp;ปตท.ได้บิดเบือนตัวเลขกำไรส่งรัฐจากความเป็นจริงที่นำส่งกำไรเพียง&nbsp;36,075&nbsp;ล้านบาท&nbsp;จาก&nbsp;82,536&nbsp;ล้านบาท</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">นายอัครเดช&nbsp;ยังกล่าวถึงเรื่องสัดส่วนบอร์ดบริหารของ&nbsp;ปตท.&nbsp;ว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">&nbsp;คณะอนุกรรมาธิการ&nbsp;เห็นว่า&nbsp;บอร์ดบริหาร&nbsp;ปตท.&nbsp;ที่มาจากภาครัฐมีเพียงร้อยละ&nbsp;33&nbsp;และที่เหลือร้อยละ&nbsp;67&nbsp;นั้นมาจากภาคส่วนเอกชน&nbsp;ซึ่งไม่สอดคล้องกับการถือหุ้นของ&nbsp;ปตท.&nbsp;ที่ภาครัฐเข้าไปถือหุ้นกว่าร้อยละ&nbsp;62&nbsp;ดังนั้นเห็นว่า&nbsp;การพิจารณาออกนโยบายต่างๆ&nbsp;ของ&nbsp;ปตท.&nbsp;เป็นการรักษาผลประโยชน์ให้กับกลุ่มนายทุนมากกว่ารักษาผลประโยชน์ให้กับประชาชน&nbsp;จึงเรียกร้องไปยังนายกรัฐมนตรีให้ลงดำเนินการเรื่องนี้โดยด่วน&nbsp;และในส่วนของสภาผู้แทนราษฎรจะเตรียมตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานในเรื่องนี้เช่นกัน&nbsp;ขณะเดียวกันในชั้นการประชุมของคณะอนุกรรมาธิการฯ&nbsp;จะเชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเข้าหารือว่าจะแก้ปัญหาดังกล่าวได้อย่างไร&nbsp;ซึ่งหากจำนวนบอร์ดบริหารของ&nbsp;ปตท.&nbsp;ไม่สามารถแก้ปัญหาได้จะไม่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐวิสาหกิจที่ไม่มุ่งเน้นหากำไร&nbsp;แต่ต้องมุ่งเน้นดูแลประชาชน</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);""></span></p>"	2022-03-14T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314160841741
100	กกต.กำหนดวันเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และนายกเมืองพัทยา 22 พฤษภาคมนี้	<p><strong>คณะกรรมการการเลือกตั้ง&nbsp;(กกต.)</strong>&nbsp;ประชุมเพื่อพิจารณาร่างแผนการจัดการเลือกตั้งและประกาศกำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นของกรุงเทพมหานคร&nbsp;&nbsp;และเมืองพัทยา&nbsp;ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง&nbsp;เสนอ&nbsp;โดยมีมติเห็นชอบในหลักการตามร่างแผนการจัดการเลือกตั้งคือ&nbsp;ในวันศุกร์ที่&nbsp;25&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;คณะกรรมการการเลือกตั้ง&nbsp;(กกต.)&nbsp;จะออกประกาศกำหนดให้มีการเลือกตั้ง&nbsp;สมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นของกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา</p><p><strong>ส่วนวันที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น</strong>&nbsp;จะประกาศให้มีการเลือกตั้งและวันสมัครรับเลือกตั้ง&nbsp;ต่อเมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง&nbsp;ประกาศกำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นของกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยาแล้ว&nbsp;ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;โดยความเห็นชอบของผู้อำนวยการการเลือกตั้ง&nbsp;&nbsp;ประจำจังหวัด&nbsp;จะออกประกาศให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นของกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา&nbsp;ในวันอาทิตย์ที่&nbsp;22&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;และวันสมัครรับเลือกตั้ง&nbsp;&nbsp;ระหว่างวันพฤหัสบดีที่&nbsp;31&nbsp;มีนาคมถึงวันจันทร์ที่&nbsp;4&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เพื่อให้เป็นไปตามแผนการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นของกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา</p><p>&nbsp;</p><p><br></p>	2022-03-14T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314214211809
101	รองแม่ทัพภาคที่ 2 ตรวจเยี่ยม การสอบภาควิชาการ คัดเลือกกำลังพลสำรองและทหารกองหนุน เข้าเป็นทหารอาสาของ ทบ. ประเภทนายทหารสัญญาบัตร	<p><strong>วันนี้&nbsp;(14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;พลตรี&nbsp;อดุลย์&nbsp;บุญธรรมเจริญ&nbsp;</strong>รองแม่ทัพภาคที่&nbsp;2&nbsp;ตรวจเยี่ยม&nbsp;และสังเกตุการณ์การสอบภาควิชาการ&nbsp;ในการสอบคัดเลือกกำลังพลสำรองและทหารกองหนุน&nbsp;เข้าเป็นทหารอาสาของ&nbsp;ทบ.&nbsp;ประเภทนายทหารสัญญาบัตร&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2556&nbsp;ณ&nbsp;ห้องศรีพัชรินทร&nbsp;สโมสรร่วมเริงไชย&nbsp;ค่ายสุรนารี&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา</p><p><strong>ตามที่&nbsp;ผู้บัญชาการมหารบก&nbsp;ได้อนุมัติกำหนดแนวทาง</strong>การนำกำลังพลสำรองเข้าทำหน้าที่ทหารเป็นการชั่วคราว&nbsp;(ทหารอาสา)&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2556&nbsp;โดยมีตำแหน่งและอัตราสำหรับบรรจุทหารอาสา&nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;454&nbsp;อัตรา&nbsp;(นายทหารสัญญาบัตร&nbsp;จำนวน&nbsp;80&nbsp;อัตรา&nbsp;และนายทหารประทวน&nbsp;จำนวน&nbsp;374&nbsp;อัตรา&nbsp;มีตำแหน่งและอัตราของหน่วยใน&nbsp;ทภ.2&nbsp;จำนวน&nbsp;126&nbsp;อัตรา&nbsp;&nbsp;(นายทหารสัญญาบัตร)&nbsp;จำนวน&nbsp;25&nbsp;อัตรา&nbsp;และ&nbsp;นายทหารประทวน&nbsp;จำนวน&nbsp;101&nbsp;อัตรา&nbsp;โดยดำเนินการผ่านโครงการพัฒนาระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าปฏิบัติงานใน&nbsp;ทบ.(One&nbsp;Stop&nbsp;Service)&nbsp;</p><p><strong>ในส่วนของการรับสมัครสอบคัดเลือกฯ&nbsp;ในตำแหน่งนายทหาร</strong>สัญญาบัตร&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;มทบ.&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ซึ่งยอดผู้สมัครสอบ&nbsp;ในตำแหน่งนายทหารสัญญาบัตร&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ทภ.2&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;110&nbsp;นาย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-14T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครราชสีมา	สวท.นครราชสีมา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314174850761
102	เกิดอะไรขึ้นที่ยูเครน: ต้นตอวิกฤตยูเครน-รัสเซีย และจุดยืนของไทย	<p>หนึ่งในวิกฤตที่ทั่วโลกกำลังจับตามองในขณะนี้&nbsp;คือวิกฤตด้านการทหาร&nbsp;ระหว่างยูเครนกับรัสเซีย&nbsp;ซึ่งดำเนินมาตั้งแต่วันที่&nbsp;24&nbsp;กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&nbsp;ที่รัสเซียบุกยูเครนเต็มรูปแบบ&nbsp;และทำให้เกิดความเคลื่อนไหวรวมถึงผลกระทบในมิติต่างๆ&nbsp;ขึ้นทั่วโลก&nbsp;ในบางมุมมองอาจเรียกได้ว่า&nbsp;สงครามใหญ่อาจจะกำลังรอวันปะทุ&nbsp;วันนี้&nbsp;เราจะมาสำรวจถึงเบื้องลึกเบื้องหลังวิกฤตระดับโลกในครั้งนี้ยูเครน&nbsp;อยู่ไหน&nbsp;และยูเครนเป็นใคร</p><p>ประเทศยูเครนตั้งอยู่บริเวณฝั่งตะวันตกมีพรมแดนติดกับรัสเซีย&nbsp;เมืองหลวงคือกรุงเคียฟ&nbsp;(หรือคียีฟ)ตั้งแต่อดีตกาลมีประชากรชาติพันธุ์ยูเครนอาศัยอยู่ในพื้นที่นั้นมาตลอด&nbsp;แต่&nbsp;ยูเครนในฐานะของรัฐอธิปไตยเต็มรูปแบบ&nbsp;หรือสิ่งที่เรียกว่า&nbsp;ประเทศยูเครน&nbsp;นั้นเพิ่งจะถือกำเนิดขึ้นมาในช่วงสิ้นสุดสงครามเย็นหรือช่วง&nbsp;ค.ศ.&nbsp;1991&nbsp;เพราะดินแดนบริเวณนี้มักถูกครอบครองโดยมหาอำนาจภายนอก&nbsp;ทั้งโปแลนด์&nbsp;โรมาเนีย&nbsp;เช็คโกสโลวาเกีย&nbsp;ออสเตรีย-ฮังการี&nbsp;จักรวรรดิเยอรมนี&nbsp;และ&nbsp;สหภาพโซเวียตยูเครนเคยมีเอกราชช่วงสั้นๆ&nbsp;คือปี&nbsp;1918-1920&nbsp;หลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่&nbsp;1&nbsp;กองกำลังจากมหาอำนาจกลาง&nbsp;(Central&nbsp;Powers)&nbsp;ถอนกำลังออกไป&nbsp;และหลังจักรวรรดิรัสเซียปฏิวัติ&nbsp;ยกเลิกระบอบซาร์ได้ในปี&nbsp;1917&nbsp;แต่เมื่อเกิดสงครามกลางเมืองรัสเซียช่วงปี&nbsp;1917&nbsp;ยูเครนก็เข้าร่วมกับสหภาพโซเวียต&nbsp;กลายเป็นหนึ่งในรัฐผู้ร่วมก่อตั้งสหภาพโซเวียตในปี&nbsp;1922ทำไมรัสเซียจึงรุกรานยูเครน</p><p>หลังประธานาธิบดีวลาดิเมียร์&nbsp;ปูตินของรัสเซีย&nbsp;ประกาศยอมรับ&nbsp;ลูฮานสก์&nbsp;และ&nbsp;โดเนตสก์&nbsp;2&nbsp;พื้นที่บริเวณฝั่งตะวันออกของยูเครน&nbsp;เป็นรัฐอิสระ&nbsp;พร้อมสั่งการให้กองทัพเข้าไปเพื่อทำหน้าที่&nbsp;ธำรงสันติภาพ&nbsp;ในพื้นที่ดังกล่าว</p><p>ประธานาธิบดีวาดิเมียร์&nbsp;ปูตินของรัสเซีย&nbsp;ได้ประกาศในวันที่&nbsp;24&nbsp;กุมภาพันธ์ว่า&nbsp;รัสเซียไม่อาจรู้สึกปลอดภัยได้&nbsp;เพราะภัยคุกคามที่มาจากยูเครน&nbsp;ก่อนจะเปิดฉากโจมตียูเครนเต็มรูปแบบในวันเดียวกัน</p><p>พร้อมอ้างว่า&nbsp;จุดมุ่งหมายของรัสเซียคือ&nbsp;ปกป้องชาวรัสเซียจากการถูกทำร้ายและฆ่าล้างเผ่าพันธุ์&nbsp;และ&nbsp;ปลดอาวุธยูเครน&nbsp;รวมถึงกำจัดลัทธินาซีออกจากยูเครน</p><p>แม้ประธานาธิบดีโวโลดีเมียร์&nbsp;เซเลนสกี&nbsp;ของยูเครน&nbsp;ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวจากรัสเซียเนื่องจากตนเองมีเชื้อสายยิว</p><p>ข้อเรียกร้องจากฝั่งรัสเซียล่าสุด</p><p>หลังปะทะกันมายาวนานกว่า&nbsp;การเจรจาระหว่างยูเครนกับรัสเซียล่าสุด&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;ฝั่งรัสเซียยื่นข้อเสนอ&nbsp;4&nbsp;ข้อ&nbsp;หากยูเครนปฏิบัติตาม&nbsp;รัสเซียจะยุติปฏิบัติการทางทหารในทันที&nbsp;คือ</p><p>-ยูเครนยุติการต่อสู้</p><p>-แก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นรัฐเป็นกลาง&nbsp;(ล้มเลิกการตั้งเป้าหมายเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปและนาโต้)</p><p>-ยอมรับว่าคาบสมุทรไครเมียเป็นของรัสเซีย</p><p>-ยอมรับว่า&nbsp;ลูฮานสก์&nbsp;และ&nbsp;โดเนตสก์ที่เป็นของยูเครน&nbsp;เป็นรัฐอิสระ</p><p>โดยฝั่งยูเครนยังไม่มีการตอบรับใดๆ&nbsp;ซึ่งการสู้รบยังดำเนินต่อไป</p><p>ทั้งนี้&nbsp;จนถึงปัจจุบัน&nbsp;การสู้รบ&nbsp;18&nbsp;วันนี้ทำให้เกิดวิกฤตผู้ลี้ภัยที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่&nbsp;2&nbsp;และทำให้เกิดการคว่ำบาตรจำนวนมากต่อรัสเซีย</p><p>และการสู้รบครั้งนี้&nbsp;สหรัฐอเมริกา&nbsp;และสหภาพยุโรป&nbsp;ไม่สามารถส่งกองกำลังเข้าไปช่วยเหลือยูเครนได้โดยตรง&nbsp;เพราะจะทำให้พวกเขากลายเป็นคู่ขัดแย้งโดยตรงกับรัสเซีย&nbsp;และอาจนำไปสู่การยกระดับความรุนแรงได้</p><p>ก่อนเริ่มสงคราม&nbsp;ในมุมรัสเซีย</p><p>ปีที่แล้ว&nbsp;ประธานาธิบดีปูตินเขียนบทความเผยแพร่บนเว็บไซต์รัฐบาลรัสเซีย&nbsp;อธิบายว่า&nbsp;ชาวรัสเซีย&nbsp;และ&nbsp;ชาวยูเครน&nbsp;นั้นเป็น&nbsp;ชนชาติหนึ่งเดียวกัน&nbsp;พร้อมระบุว่า&nbsp;การล่มสลายของสหภาพโซเวียตในปี&nbsp;1991&nbsp;ว่าเป็น&nbsp;การแตกสลายของประวัติศาสตร์รัสเซียพร้อมอ้างว่า&nbsp;ประเทศยูเครนในโลกยุคใหม่นั้นล้วนถูกสร้างมาด้วย&nbsp;รัสเซียคอมมิวนิสต์&nbsp;และตอนนี้เป็นเพียง&nbsp;หุ่นเชิดที่ถูกควบคุมโดยชาติตะวันตกพร้อมระบุว่า&nbsp;ชาติตะวันตกผิดคำมั่นที่ให้ไว้เมื่อปี&nbsp;1990&nbsp;ว่า&nbsp;องค์กรสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ&nbsp;หรือ&nbsp;นาโต้&nbsp;จะไม่ขยายตัวไปทางตะวันออก&nbsp;(ซึ่งให้คำมั่นไว้ก่อนการล่มสลายของสหภาพโซเวียต&nbsp;โดยให้คำมั่นต่อ&nbsp;ประธานาธิบดีมิคาอิล&nbsp;กอร์บาชอฟของโซเวียต&nbsp;ในบริบทการรวมชาติเยอรมนี&nbsp;และเป็นการพูดถึงอาณาเขตสมัยเยอรมนีตะวันออกเท่านั้น)ซึ่งนาโต้เริ่มเปิดรับสมาชิกใหม่ๆ&nbsp;เพิ่มตั้งแต่ปี&nbsp;1997&nbsp;โดยการที่ยูเครนแสดงความต้องการจะร่วมเป็นสมาชิกนาโต้&nbsp;ถูกมองว่าเป็น&nbsp;เหตุผลหลัก&nbsp;ในการรุกรานยูเครนของรัสเซียในครั้งนี้&nbsp;เนื่องจาก&nbsp;นาโต้&nbsp;เป็นความร่วมมือทางการทหารซึ่งมีต้นกำเนิดจากชาติยุโรปตะวันตก&nbsp;การที่มีชาติสมาชิกนาโต้ประชิดชายแดน&nbsp;อาจทำให้รัสเซียรู้สึกไม่มั่นคงปลอดภัย&nbsp;และรู้สึกถูกคุกคามจากนาโต้ซึ่งท่าทีของรัสเซียชัดเจนมานานก่อนเริ่มสงครามนี้&nbsp;นั่นคือ&nbsp;ปูตินประกาศหลายครั้งว่ารัสเซียจะตอบโต้หากยูเครนยังคงดึงดันจะเข้าร่วมนาโต้&nbsp;และระดมพลที่แนวชายแดนติดกับยูเครนตั้งแต่ก่อนเริ่มสงครามก่อนเริ่มสงคราม&nbsp;ในมุมยูเครน</p><p>ยูเครนมีความประสงค์เข้าร่วมนาโต้หลายสิบปีแล้ว&nbsp;เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยของตนเอง&nbsp;เนื่องจากนาโต้เป็นกองกำลังทหาร&nbsp;30&nbsp;ประเทศ&nbsp;ที่ยึดถือหลักการ&nbsp;การป้องกันร่วม&nbsp;(collective&nbsp;defense)&nbsp;ที่ระบุว่า&nbsp;หากชาติสมาชิกชาติใดถูกโจมตี&nbsp;จะเท่ากับการโจมตีชาติสมาชิกนาโต้ทุกประเทศ&nbsp;และสมาชิกนาโต้มีพันธะที่จะต้องปกป้องกันและกันหากถูกโจมตียูเครนมีท่าทีมุ่งเข้าหายุโรปตะวันตกอย่างชัดเจนในการปฏิวัติ&nbsp;ยูโรไมดาน&nbsp;ในปี&nbsp;2014&nbsp;ที่ประชาชนจำนวนมากออกมาขับไล่&nbsp;ประธานาธิบดีวิคเตอร์&nbsp;ยานูโควิชของยูเครนในขณะนั้นที่มีท่าทีเข้าหารัสเซียออกไปจากตำแหน่ง&nbsp;เพราะยานูโควิชสั่งระงับการเจรจาความตกลงร่วมมือกับสหภาพยุโรป&nbsp;เมื่อยานูโควิชถูกรัฐสภาขับจากตำแหน่ง&nbsp;สื่อของรัสเซียก็เริ่มรายงานว่า&nbsp;รัฐบาลใหม่ของยูเครนเป็นรัฐบาล&nbsp;นิยมนาซี&nbsp;ที่ยึดอำนาจมาจากยานูโควิชซึ่งยูเครนก็ไม่รู้สึกมั่นคงปลอดภัยกับรัสเซีย&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายหลังการที่รัสเซียบุกเข้ามาผนวก&nbsp;คาบสมุทรไครเมีย&nbsp;เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียในปี&nbsp;2014&nbsp;หลังเกิดการปฏิวัติยูโรไมดาน&nbsp;ทำให้ยูเครนยิ่งไม่ไว้วางใจรัสเซียมากขึ้นอีกในปี&nbsp;2017&nbsp;ยูเครนแสดงออกอย่างชัดเจนมากขึ้น&nbsp;โดยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ&nbsp;เพื่อกำหนดให้มุ่งสู่การเข้าเป็นสมาชิกนาโต้&nbsp;และสหภาพยุโรป&nbsp;เป็น&nbsp;พันธะกิจระดับยุทธศาสตร์&nbsp;ของชาติผลกระทบในประเทศไทย&nbsp;จากสงครามนี้</p><p>ตั้งแต่สงครามรัสเซีย-ยูเครนปะทุขึ้น&nbsp;ราคาพลังงานก็พุ่งสูงตาม&nbsp;โดยราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นเกิน&nbsp;100&nbsp;ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล&nbsp;จากเดิมที่อยู่แค่ราวๆ&nbsp;90&nbsp;ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล&nbsp;เมื่อน้ำมันซึ่งเป็นต้นทุนการผลิตสินค้าและขนส่ง&nbsp;ก็จะทำให้ราคาสินค้าและค่าขนส่งยิ่งแพงขึ้น&nbsp;กระทบทั้งค่าครองชีพ&nbsp;และภาคการส่งออก&nbsp;รวมทั้งสภาวะเงินเฟ้อ&nbsp;จะส่งผลต่อเศรษฐกิจในทุกระดับ&nbsp;เพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่จำเป็นต้องนำเข้าน้ำมัน&nbsp;และรัสเซียเป็นประเทศที่ส่งออกน้ำมันเป็นอันดับ&nbsp;2&nbsp;ของโลกส่วนนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียและยูเครนตกค้างในไทยเพราะเที่ยวบินถูกยกเลิก&nbsp;มีอยู่ราว&nbsp;7-8&nbsp;พันคน&nbsp;ส่วนมากอยู่ในจังหวัดภูเก็ต&nbsp;กระบี่&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;และเมืองพัทยา&nbsp;ทางรัฐบาลไทยต้องเข้าไปช่วยเหลือรวมถึงนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียมีปัญหาการใช้จ่ายในไทย&nbsp;เพราะธนาคารถูกตัดออกจากระบบชำระเงินระหว่างประเทศ&nbsp;(SWIFT)&nbsp;ซึ่งเป็นผลมาจากการคว่ำบาตรของยุโรป-สหรัฐ&nbsp;ต่อรัสเซีย&nbsp;ทำให้ถูกระงับธุรกรรมทั้งหมดปัญหาธุรกรรมการเงินนี้&nbsp;ทางจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เมืองจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวรัสเซีย&nbsp;ได้มีมาตรการเฉพาะหน้าช่วยนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย&nbsp;ด้วยการร่วมกับ&nbsp;ททท.&nbsp;ตำรวจท่องเที่ยว&nbsp;ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง&nbsp;และสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต&nbsp;จัดตั้ง&nbsp;Call&nbsp;Center&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาและแนะนำแนวทางให้นักท่องเที่ยวชาวรัสเซียและยูเครน&nbsp;สามารถทำธุรกรรมทางการเงินจากบัตรเครดิต&nbsp;-&nbsp;เดบิตได้ด้วยการเปลี่ยนไปใช้ระบบ&nbsp;UNIONPAY&nbsp;แทน&nbsp;visa&nbsp;และ&nbsp;mastercardด้านนายจุติ&nbsp;ไกรฤกษ์&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&nbsp;ยังแสดงความกังวลว่าสงครามนี้จะยิ่งทำให้ค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้น&nbsp;ทั้งเรื่องราคาไฟฟ้า&nbsp;ราคาน้ำมัน&nbsp;การขนส่งวัตถุดิบในการผลิตอาหารเพื่อบริโภค&nbsp;ทั้งเรื่องเศรษฐกิจและการจ้างงาน&nbsp;แต่รัฐบาลจะต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;เพื่อหาทางรับมืออย่างดีที่สุด&nbsp;ยืนยันว่าจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังโดยปัจจุบันรัฐบาลเดินหน้าตรึงราคาน้ำมันดีเซลเพื่อกดค่าขนส่งเอาไว้&nbsp;รวมถึงการผลิตไฟฟ้าก็ใช้น้ำมันดีเซลพร้อมปลดภาษีสรรพสามิตออก&nbsp;เพื่อลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้า&nbsp;ยอมลดรายได้เข้ารัฐลงเพื่อให้ค่าไฟฟ้ายังไม่สูงขึ้น<em>วันนี้มันไม่ใช่เวลาปกติ&nbsp;มันเป็นเวลาสงคราม&nbsp;แม้เกิดห่างจากเราไป&nbsp;ใช้เวลาบิน&nbsp;17&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;แต่มีผลกระทบกับเราในทันที</em>จุดยืนของไทยในสงครามนี้&nbsp;-&nbsp;เรียกร้องให้ยุติความรุนแรงและการปะทะทางอาวุธโดยทันที</p><p>เมื่อวันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;65&nbsp;นายสุริยา&nbsp;จินดาวงษ์&nbsp;เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ&nbsp;กล่าวต่อการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ&nbsp;สมัยพิเศษ&nbsp;ร่วมลงมติเห็นชอบข้อมติของสมัชชาสหประชาชาติ&nbsp;ประณามการรุกรานยูเครนของรัสเซีย&nbsp;พร้อมเรียกร้องให้ยุติการสู้รบและถอนกำลังออกจากยูเครน&nbsp;เพื่อหาทางแก้ปัญหาอย่างสันติ<u>นอกจากนี้ไทยจะให้ความร่วมมืออย่างสุดความสามารถเพื่อสนับสนุนความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่พลเรือนที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;ทั้งการให้ความช่วยเหลือโดยตรง&nbsp;และผ่านความร่วมมือกับองค์การระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง</u></p><p>อ้างอิง:</p><p>https://www.history.com/this-day-in-history/ukraine-declares-its-independence#:~:text=In%201922%2C%20Ukraine%20became%20one,U.S.S.R.s%20collapse%20in%201991.&nbsp;</p><p>https://www.britannica.com/place/Ukraine&nbsp;</p><p>https://www.aljazeera.com/news/2022/3/2/timeline-week-one-of-russia-invasion-of-ukraine&nbsp;</p><p>https://www.bbc.com/news/world-europe-56720589&nbsp;</p><p>https://www.aljazeera.com/news/2022/2/15/explainer-nato-and-the-ukraine-russia-crisis&nbsp;</p><p>https://www.reuters.com/world/kremlin-says-russian-military-action-will-stop-moment-if-ukraine-meets-2022-03-07/&nbsp;</p><p>http://en.kremlin.ru/events/president/news/66181&nbsp;</p><p>https://www.npr.org/2014/04/15/303172312/russian-media-accused-of-feeding-propaganda-on-ukraine-crisis?t=1646733862272&nbsp;</p>	2022-03-14T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314114806562
103	หัวหน้าพรรครวมพลังประชาชาติไทย ยืนยันพร้อมร่วมรับประทานอาหารกับพรรคการเมืองต่างๆ 	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายเอนก&nbsp;เหล่าธรรมทัศน์</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;กล่าวว่าในวันที่&nbsp;17&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;ตนเองในฐานะหัวหน้าพรรครวมพลังประชาชาติไทย&nbsp;จะเดินทางไปร่วมรับประทานอาหาร&nbsp;ตามคำเชิญของพลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอย่างแน่นอน&nbsp;เพราะพรรคไม่มีปัญหาอะไร</span></p>"	2022-03-15T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315102602882
104	พรรคภูมิใจไทย พร้อมเลือกตั้ง ยุบสภาเมื่อไหร่ก็ได้ แต่อำนาจการตัดสินใจอยู่ที่นายกรัฐมนตรี	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายอนุทิน?&nbsp;ชาญวีรกุล?&nbsp;หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย?</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ย้ำจะยุบสภาช่วงปลายปีหลังประชุมเอเปค&nbsp;ตามที่&nbsp;พลเอก&nbsp;ประวิตร?&nbsp;วงษ์สุวรรณ?&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;ระบุหรือไม่&nbsp;เรื่องนี้คนที่มีอำนาจตัดสินใจคนเดียว?คือ?&nbsp;นายกรัฐมนตรี?&nbsp;ซึ่งพรรคภูมิใจไทย&nbsp;ย้ำมาเสมอ&nbsp;พร้อมเลือกตั้งมานาน?&nbsp;ตั้งแต่ผ่านเลือกตั้งครั้งที่แล้ว?&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;แกนนำรัฐบาล?&nbsp;ยังไม่มีการพูดคุยกันในเรื่องนี้&nbsp;พร้อมเปิดเผย?&nbsp;นายกรัฐมนตรี?&nbsp;แจ้งเมื่อวาน?&nbsp;เรื่อง&nbsp;ให้แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลไปรับประทานอาหารกับพรรคเล็ก&nbsp;17&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี&nbsp;เพื่อหารือเร่งแก้ปัญหาของบ้านเมืองสร้างความมั่นใจให้ประชาชน?&nbsp;ไม่ใช่มีแต่ข่าวขัดแย้งต่างๆ&nbsp;ยืนยันพรรคเศรษฐกิจไทย&nbsp;ซึ่งนำโดย&nbsp;ร้อยเอก?&nbsp;ธรรมนัส?&nbsp;พรหมเผ่า&nbsp;ไม่เป็นปัญหากับรัฐบาลแน่นอน&nbsp;อย่างไรก็ตามพรรคภูมิใจไทย&nbsp;ไม่ใช่?คนกลางที่อยู่ระหว่างนายกรัฐมนตรี?และพรรคเล็ก&nbsp;วันนี้?รัฐบาลมุ่งมั่นเดินหน้าบริหารประเทศ?&nbsp;ภายใต้ความร่วมมือ?ของรัฐมนตรีทุกคน?&nbsp;ที่ทำงานด้วยความสำนึกในหน้าที่ซื่อสัตย์สุจริต?&nbsp;ขอให้รอดูวันอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล?ทุกอย่างจะชัดเจน</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายอนุทิน?&nbsp;ยังอยากให้ทุกคน&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">หันมาสนใจเรื่องสร้างเสถียรภาพระดับประเทศเพราะสงครามรัสเซีย-ยูเครนขณะนี้&nbsp;ทุกคนต้องช่วยกันพึ่งพาตัวเอง?ให้มากที่สุด?&nbsp;ใช้ความเป็นชาตินิยม?&nbsp;ซื้อของไทยใช้ของไทย&nbsp;อย่าพึ่งไปสนใจสินค้าต่างประเทศ?&nbsp;เพื่อให้ไทยผ่านวิกฤต&nbsp;ส่วนรัฐบาลก็จะช่วยเรื่อสาธารณูปโภค?&nbsp;รวมทั้งให้เร่งฉีดวัคซีนเข็ม&nbsp;3-4&nbsp;เพื่อให้เราสามารถฟื้นฟูการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจนำเงินเข้าประเทศ</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-03-15T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315102416879
105	รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ สนับสนุนนัดพรรคร่วมรัฐบาลรับประทานอาหาร ย้ำยุบสภาเป็นอำนาจนายกรัฐมนตรี	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์&nbsp;กล่าวถึงการที่นายกรัฐมนตรี&nbsp;จะนัดพรรคร่วมรัฐบาลรับประทานอาหารร่วมกัน&nbsp;ในวันที่&nbsp;17&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;ว่า&nbsp;ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีและพร้อมสนับสนุน&nbsp;เพราะพรรคร่วมรัฐบาลล้วนมีความสำคัญต่อกันทั้งสิ้น&nbsp;ไม่ว่าจะขนาดเล็ก&nbsp;กลาง&nbsp;ใหญ่&nbsp;เพราะทุกพรรคมีผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาล&nbsp;หากเสถียรภาพรัฐบาลมั่นคง&nbsp;การแก้ปัญหาต่างๆ&nbsp;ก็จะลุล่วงและเกิดประโยชน์กับประชาชน&nbsp;ทั้งนี้ตนเองติดภารกิจ&nbsp;นัดพบเกษตรกรที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนและได้กำหนดการไว้ล่วงหน้านานแล้ว&nbsp;แต่จะมอบหมายให้เลขาธิการพรรค&nbsp;ทำหน้าที่เป็นตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ไปร่วมงานนี้ด้วย</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ส่วนกระแสข่าวจะมีการยุบสภาหลังการประชุมเอเปค&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายจุรินทร์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตนเองไม่ทราบข้อเท็จจริง&nbsp;ต้องสอบถามจากนายกรัฐมนตรี&nbsp;เพราะคนที่มีอำนาจยุบสภาคือ&nbsp;นายกรัฐมนตรี</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-03-15T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315112155911
106	นายกรัฐมนตรี ยืนยัน ยุบสภาจะตัดสินใจเองท่ามกลางสถานการณ์ที่เหมาะสม ย้ำพร้อมรับฟังความเห็นทุกฝ่าย	<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กรณีพลเอกประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;ส่งสัญญาณเรื่องการยุบสภา&nbsp;หลังจบการประชุมเอเปค&nbsp;เป็นเวลาที่เหมาะสมหรือไม่&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ชี้แจงว่า&nbsp;เป็นความเห็นส่วนตัวของพลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;ซึ่งได้ชี้แจงไปแล้วและเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้ตัดสินใจเองในสถานการณ์ที่เหมาะสม</p><p><strong>ส่วนการที่พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;เข้ามาดูแลพรรคการเมืองขนาดเล็ก</strong>&nbsp;ทำให้นายกรัฐมนตรีสบายใจขึ้นหรือไม่&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เป็นเรื่องดีอยู่แล้ว&nbsp;และนายกรัฐมนตรีให้เกียรติ&nbsp;&nbsp;ส.ส.ทุกคน&nbsp;ที่ได้รับเลือกมาจากประชาชน&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองขนาดใหญ่&nbsp;หรือขนาดเล็ก</p><p><strong>สำหรับกรณีที่พรรคการเมืองขนาดเล็ก&nbsp;ต้องการให้มีรัฐมนตรี&nbsp;1&nbsp;คน</strong>&nbsp;เป็นผู้เชื่อมประสานงาน&nbsp;รับความเห็นส่งต่อให้รัฐบาล&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ชี้แจงว่า&nbsp;ยังไม่ได้พิจารณาเรื่องนี้&nbsp;&nbsp;ที่ผ่านมาเป็นเรื่องของสัดส่วน&nbsp;ส.ส.ที่เข้ามาของแต่ละพรรค&nbsp;ในการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีที่เห็นชอบร่วมกันและนายกรัฐมนตรีพร้อมรับฟังความเห็นจากคณะรัฐมนตรี&nbsp;ส.ส.ทุกคน&nbsp;และประชาชนจากทุกช่องทาง&nbsp;เพื่อนำไปสู่การบริหารราชการแผ่นดินต่อไป</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-03-15T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315144046020
107	เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย ยืนยันสัมพันธ์ไทย-รัสเซีย ยังคงแน่นแฟ้น 	<p><strong>นายเยฟกินี&nbsp;โทมิคิน&nbsp;เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย&nbsp;ยืนยันว่า</strong>&nbsp;ปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน&nbsp;ไม่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับไทย&nbsp;ที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน&nbsp;และยังคงความร่วมมือระหว่างสองประเทศต่อไป&nbsp;พร้อมยืนยันว่า&nbsp;ทางรัสเซียเคารพต่อท่าทีของไทย&nbsp;ที่กังวลต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น&nbsp;ซึ่งได้มีการหารือกันอย่างเปิดเผยและทางรัสเซียก็เข้าใจดีถึงความกดดันที่ทางสหรัฐฯ&nbsp;และชาติตะวันตกส่งมา&nbsp;โดยรัสเซีย&nbsp;ไม่ต้องการที่จะแทรกแซงการเมืองของประเทศอื่น</p><p><strong>เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย&nbsp;</strong>ยังชี้แจงถึงสถานการณ์ระหว่างรัสเซียและยูเครน&nbsp;โดยระบุว่า&nbsp;ชนวนของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น&nbsp;ไม่ได้เกิดขึ้นเมื่อ&nbsp;3&nbsp;สัปดาห์ก่อน&nbsp;แต่เกิดขึ้นมาตั้งแต่&nbsp;8&nbsp;ปีที่แล้ว&nbsp;จากการที่พลเรือนของดอนบาสถูกสังหารโดยรัฐบาลยูเครน&nbsp;ซึ่งหวังว่า&nbsp;สื่อไทยจะเข้าใจว่า&nbsp;ปฏิบัติการพิเศษทางทหาร&nbsp;ไม่เหมือนที่สื่อทางตะวันตกพยายามโฆษณาชวนเชื่อ&nbsp;&nbsp;พร้อมชี้ว่าภายหลังจากสงครามเย็น&nbsp;ปี&nbsp;1991&nbsp;รัสเซียมีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นกับนานาประเทศ&nbsp;แต่เมื่อเกิดการขยายตัวขององค์กรสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ&nbsp;หรือนาโต้&nbsp;โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา&nbsp;ที่เป็นผู้นำในการผลักดันและชักจูง&nbsp;ซึ่งความร่วมมือของนาโต้นั้น&nbsp;ทำให้รัสเซียกังวลถึงความปลอดภัยของประเทศ&nbsp;จึงต้องจัดการแก้ไขปัญหาด้วยปฏิบัติการพิเศษทางทหารโดยปราศจากทางเลือกซึ่งได้มีการเปิดเส้นทางมนุษยธรรมระหว่างรัสเซียกับยูเครน&nbsp;เพื่อส่งพลเรือนข้ามพรมแดนได้อย่างปลอดภัย</p><p><strong>รัสเซียต้องการให้ยูเครนยอมรับเอกราชของภูมิภาคดอนบาสต์</strong>&nbsp;ที่กลุ่มแบ่งแยกดินแดนควบคุมอยู่&nbsp;รวมถึงยอมรับเอกราชของแคว้นไครเมียร์ด้วยและต้องการปลดอาวุธทางทหารทั้งหมดของยูเครน&nbsp;เพื่อปราบปรามกลุ่มนาซีใหม่&nbsp;โดยทางรัสเซียเน้นย้ำว่า&nbsp;พวกเขาจะโจมตีแค่ในพื้นที่ทางทหารเท่านั้นและผลลัพธ์สุดท้ายจะสามารถคลี่คลายลงได้ผ่านการเจรจาหาข้อตกลงร่วมกัน</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-15T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.จันทบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315200353202
108	จังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดศูนย์ส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจจังหวัดกาฬสินธุ์ (CSR) พร้อมประชุมคณะทำงานขับเคลื่อน	<p><strong>วันนี้&nbsp;(15&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่ห้องประชุมผาเสวย&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;ศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;</strong>นายปราชญา&nbsp;อุ่นเพชรวรากร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;เป็นประธานเปิดศูนย์ส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;(CSR)&nbsp;ซึ่งตั้งอยู่ที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;ชั้น&nbsp;1&nbsp;ศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;เพื่อเป็นศูนย์ประสานงาน&nbsp;รวบรวมข้อมูลของภาคธุรกิจที่มีการดำเนินกิจกรรม&nbsp;CSR&nbsp;และเป็นศูนย์สำรวจสภาพปัญหาในพื้นที่เพื่อให้องค์กรที่ประสงค์ดำเนินกิจกรรม&nbsp;CSR&nbsp;สามารถดำเนินกิจกรรมได้อย่างเหมาะสม&nbsp;รวมทั้งเพื่อเป็นศูนย์สร้างการบูรณาการร่วมกันระหว่างภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และประชาสังคมให้เกิดรูปธรรม</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ในโอกาสเดียวกันที่ประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนการการส่งเสริมความรับผิดชอบ&nbsp;</strong>ต่อสังคมของภาคธุรกิจจังหวัดกาฬสินธุ์(CSR)&nbsp;ซึ่งมีนายปราชญา&nbsp;อุ่นเพชรวรากร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;ได้มีมติเห็นชอบในการให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางที่ประสบปัญหาทางสังคมในจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;ในรูปแบบกิจกรรม&nbsp;CSR&nbsp;ที่ภาคธุรกิจสามารถนำไปเป็นแนวทางในการทำกิจกรรม&nbsp;CSR&nbsp;ตามมิติการพัฒนาคุณภาพชีสิตกลุ่มเปราะบาง&nbsp;ได้แก่&nbsp;มิติด้านที่อยู่อาศัย&nbsp;ด้านการศึกษา&nbsp;ด้านสุขภาพ&nbsp;และมิติด้านเศรษฐกิจ&nbsp;เป็นต้น</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-15T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	กาฬสินธุ์	สวท.กาฬสินธุ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315190037158
109	จังหวัดลำพูน ประชุมเตรียมความพร้อมการจัดประชุมสมาคมแม่บ้านมหาดไทยสัญจร ครั้งที่ 3 พื้นที่ภาคเหนือ ภายใต้โครงการ แม่บ้านมหาดไทยสัญจร 4 ภาค ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565	<p><strong>วันนี้(16&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ที่ห้องประชุมหริภุญชัย</strong>&nbsp;ศูนย์ราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;ประธานการประชุมเตรียมความพร้อมการจัดประชุมสมาคมแม่บ้านมหาดไทยสัญจร&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3&nbsp;พื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;ภายใต้โครงการ&nbsp;แม่บ้านมหาดไทยสัญจร&nbsp;4&nbsp;ภาค&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางปนัดดา&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมประชุม&nbsp;ด้วย&nbsp;สมาคมแม่บ้านมหาดไทย&nbsp;กำหนดการจัดประชุมสมาคมแม่บ้านมหาดไทยสัญจร&nbsp;ครั้งที่&nbsp;๓&nbsp;พื้นที่ภาคเหนือภายใต้โครงการ&nbsp;แม่บ้านมหาดไทยสัญจร&nbsp;4&nbsp;ภาค&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ในวันที่&nbsp;22&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยมีแม่บ้านมหาดไทย&nbsp;จำนวน&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือเข้าร่วมประชุม&nbsp;มีรวมผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหมดประมาณ&nbsp;152&nbsp;คน&nbsp;โดยประมาณ&nbsp;เพื่อทำความเข้าใจการปฏิบัติงาน&nbsp;ตามวัตถุประสงค์และนโยบายของสมาคมแม่บ้านมหาดไทยพร้อมทั้งแลกเปลี่ยนความคิดเห็น&nbsp;ข้อเสนอแนะ&nbsp;และรับฟังปัญหาในการปฏิบัติงาน&nbsp;โดยในการดำเนินการทางสมาคมแม่บ้านมหาดไทย&nbsp;ได้เลือกจังหวัดลำพูน&nbsp;เป็นพื้นที่ในการจัดการการประชุมดังกล่าว&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดลำพูนได้เลือกพื้นที่</strong>&nbsp;ในการดำเนินการ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การประชุมแม่บ้านมหาดไทย&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือ&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมมหาวิทยาลัย&nbsp;มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย&nbsp;วิทยาลัยสงฆ์ลำพูน&nbsp;ตำบลต้นธง&nbsp;อำเภอเมืองลำพูน&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;เยี่ยมชมนิทรรศการผ้า&nbsp;และนิทรรศการอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ณ&nbsp;สถาบันผ้าทอมือหริภุญชัย&nbsp;ตำบลต้นธง&nbsp;อำเภอเมืองลำพูน&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;และเยี่ยมชมชุมชนต้นแบบบ้านไร่น้อย&nbsp;ตำบลม่วงน้อย&nbsp;อำเภอป่าซาง&nbsp;จังหวัดลำพูน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-16T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำพูน	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316105306324
110	ครม. เคาะจ่ายสถานพยาบาลค่าบริการสาธารณสุขโควิด 	<p><strong>ครม.&nbsp;เคาะ&nbsp;3.45&nbsp;หมื่นล้าน&nbsp;จ่าย&nbsp;สถานพยาบาล&nbsp;ค่าบริการสาธารณสุขโควิด&nbsp;</strong>ช่วง&nbsp;ธ.ค.&nbsp;64&nbsp;-&nbsp;ก.พ.65&nbsp;ครม.อนุมัติโครงการค่าบริการสาธารณสุขภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติปี&nbsp;2565&nbsp;และประมาณการค่าบริการสาธารณสุขในช่วงเดือนมีนาคม&nbsp;-&nbsp;กันยายน&nbsp;2565&nbsp;เพื่อให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์&nbsp;UCEP&nbsp;Plus</p><p><strong>นางสาวรัชดา&nbsp;ธนาดิเรก&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ครม.อนุมัติโครงการค่าบริการสาธารณสุขภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติปี&nbsp;2565&nbsp;รอบที่&nbsp;2&nbsp;วงเงิน&nbsp;34,528&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&nbsp;(สปสช.)&nbsp;เพื่อเป็นค่าบริการสาธารณสุขโรคโควิด-19&nbsp;และบริการอื่นที่เกี่ยวข้องของหน่วยบริการหรือสถานพยาบาลที่ให้บริการแล้วระหว่างเดือนธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;-&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;โดยใช้งบประมาณจากพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;เพิ่มเติม&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;ซึ่งโครงการนี้มีกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;คือ&nbsp;ประชาชนทุกคนที่อาศัยอยู่ในไทย&nbsp;หน่วยบริการหรือสถานพยาบาลที่จัดบริการสาธารณสุขทั้งภาครัฐและเอกชนและผู้ให้บริการสาธารณสุขทั่วประเทศ&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ที่ประชุมได้มอบหมายให้&nbsp;สปสช.</strong>&nbsp;ประมาณการค่าบริการสาธารณสุขในช่วงเดือนมีนาคม&nbsp;-&nbsp;กันยายน&nbsp;2565&nbsp;เพื่อให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์&nbsp;UCEP&nbsp;Plus&nbsp;และสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;พร้อมทั้งตรวจสอบเอกสารการเบิกจ่ายค่าบริการสาธารณสุขของหน่วยบริการให้สอดคล้องกับการรักษาพยาบาลผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ที่เกิดขึ้นจริงและเร่งประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการดำเนินการตามหลักเกณฑ์&nbsp;UCEP&nbsp;Plus&nbsp;ให้ประชาชนรับรู้และเข้าใจ&nbsp;ซึ่งจะเริ่มบังคับใช้ในวันที่&nbsp;16&nbsp;มีนาคมนี้</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-16T00:00:00	ภาคตะวันตก	กาญจนบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316140719414
111	ครม. เคาะ 7,660 ลบ. โครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันปี 6465 	<p><strong>ครม.&nbsp;เคาะ&nbsp;7,660&nbsp;ลบ.&nbsp;โครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันปี&nbsp;64-65</strong>&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นคงทางรายได้ในช่วงที่ราคาผลผลิตตกต่ำแก่เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันทั่วประเทศ&nbsp;</p><p><strong>ครม.&nbsp;อนุมัติโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันปี&nbsp;64-65&nbsp;วงเงิน&nbsp;7,660&nbsp;ล้านบาท</strong>&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นคงทางรายได้ในช่วงที่ราคาผลผลิตตกต่ำแก่เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันทั่วประเทศ&nbsp;ประมาณ&nbsp;3.8&nbsp;แสนราย&nbsp;โดยใช้หลักการเดิมเช่นเดียวกับในครั้งที่ผ่านมา&nbsp;คือ&nbsp;กำหนดราคาประกันของปาล์มทะลาย&nbsp;(อัตราน้ำมันร้อยละ&nbsp;18)&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;4&nbsp;บาท&nbsp;ให้ความช่วยเหลือครัวเรือนละไม่เกิน&nbsp;25&nbsp;ไร่&nbsp;โดยเป็นเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรไว้กับกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ต้องเป็นพื้นที่ปลูกต้นปาล์มอายุ&nbsp;3&nbsp;ปีขึ้นไปที่ให้ผลผลิตแล้ว&nbsp;ส่วนระยะเวลาการจ่ายเงินประกันรายได้จะเริ่มตั้งแต่เดือนกันยายน&nbsp;2564&nbsp;-&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;โครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันปี&nbsp;64&nbsp;รัฐบาลไม่มีการจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างตลอดทั้งโครงการ&nbsp;เนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันปาล์มในการบริโภคและพลังงานทดแทนเพิ่มขึ้น&nbsp;ส่งผลให้ปาล์มทะลายมีราคาเฉลี่ยทั้งปี&nbsp;64&nbsp;อยู่ที่ประมาณ&nbsp;6.9&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;สูงกว่าราคาประกันรายได้ที่กำหนดไว้&nbsp;4&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ตลอดทั้งปี&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-16T00:00:00	ภาคตะวันตก	กาญจนบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316140027412
112	ภูเก็ต ตชด.425 รวบเอเย่นต์ยาเสพติดรายใหญ่ ยึดยาไอซ์กว่า 1.4 กก.และยาบ้าจำนวนหนึ่งสารภาพทำมาหลายครั้งแล้ว	<p><strong>วานนี้&nbsp;(15&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;พ.ต.อ.พิมณรัตน์&nbsp;ธรรมาธิปติ์&nbsp;ผกก.ตชด.42</strong>&nbsp;พ.ต.ต.นิพนธ์&nbsp;พลอยขาว&nbsp;ผบ.ร้อย&nbsp;ตชด.425&nbsp;และ&nbsp;ร.ต.อ.อำพล&nbsp;สมอไทย&nbsp;หน.ชปข.ร้อย&nbsp;ตชด.425&nbsp;ร่วมกันสอบปากคำนายวีรพงษ์&nbsp;วงศ์แก้วมูล&nbsp;อายุ&nbsp;28&nbsp;ปี&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่หมู่&nbsp;8&nbsp;ต.แม่เมาะ&nbsp;อ.แม่เมาะ&nbsp;จ.ลำปาง&nbsp;หลังจับกุมพร้อมของกลางยาไอซ์น้ำหนักรวมทั้งหมดกว่า&nbsp;1.4&nbsp;กก.ยาบ้า&nbsp;164&nbsp;เม็ด&nbsp;เครื่องชั่งดิจิตัล&nbsp;อุปกรณ์เสพและถุงพลาสติกใสขนาดต่างๆอีกจำนวนหนึ่ง&nbsp;</p><p>โดยจับกุมได้ที่&nbsp;อพาร์ทเม้นท์&nbsp;บริเวณหน้าห้อง&nbsp;B6&nbsp;&nbsp;ถ.พูนผล&nbsp;ต.ตลาดเหนือ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ภูเก็ตและขยายผลเข้าตรวจค้นภายในห้องพัก&nbsp;ควบคุมตัวไปสอบสวนขยายผลและแจ้งข้อหามียาเสพติดให้โทษชนิดประเภท&nbsp;1&nbsp;(ยาไอซ์,ยาบ้า)&nbsp;ไว้เพื่อการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต&nbsp;จากการเบื้องต้นนายวีรพงษ์ให้การรับสารภาพว่าทำการรับยาเสพติดมาทางขนส่งพัสดุซึ่งจะส่งมาให้เดือนละหนึ่งครั้งๆละประมาณ&nbsp;2&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;และได้ทำมาประมาณ&nbsp;7&nbsp;ครั้ง&nbsp;และในครั้งนี้ตนรับยาเสพติดมา3กิโลกรัมและได้ส่งให้กับลูกค้าไปแล้วประมาณ&nbsp;2&nbsp;กิโลกรัมก่อนที่จะถูกเจ้าหน้าที่จับกุม&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จากแนวทางการสืบสวน&nbsp;พบว่า&nbsp;นายวีรพงษ์&nbsp;</strong>เป็นเครือข่ายจำหน่ายยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่&nbsp;จ.ภูเก็ต&nbsp;หลังจากมีการจับกุมผู้เสพและผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่&nbsp;จนมีการซัดทอดมาถึงนายวีรพงษ์&nbsp;จากนั้นชุดจับกุมได้ติดตามพฤติกรรมของนายวีรพงษ์ที่อพาร์เม้นท์ดังกล่าว&nbsp;จนสบโอกาสเข้าจับกุมตัวเมื่อช่วงค่ำวันที่&nbsp;13&nbsp;มี.ค.65&nbsp;และนำตัวมาขยายผลเพื่อสืบหาตัวบ่งการรายใหญ่ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-16T00:00:00	ภาคใต้	ภูเก็ต	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316125610377
113	ส.ปชส.ตราด ประชาสัมพันธ์ ครม.เห็นชอบแนวทางต่ออายุแรงงาน 3 สัญชาติพร้อมนำเข้าแรงงานถูกกฎหมาย	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด&nbsp;รายงานว่า&nbsp;คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ</strong>&nbsp;การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว&nbsp;3&nbsp;สัญชาติ&nbsp;(กัมพูชา&nbsp;ลาว&nbsp;และเมียนมา)&nbsp;ซึ่งเข้ามาทำงานตามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงาน&nbsp;(MOU)&nbsp;ภายใต้ข้อตกลงว่าด้วยการจ้างงาน&nbsp;(Agreement)&nbsp;ในปี&nbsp;2561</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ซึ่งการจ้างงานมีวาระครบ&nbsp;4&nbsp;ปี&nbsp;ในปีนี้</strong>&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ถึง&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2565&nbsp;ให้สามารถดำเนินการขออนุญาตทำงานหรือขอต่ออายุใบทำงานและขอรับการตรวจอนุญาตให้อยู่เป็นการชั่วคราวต่อไปได้อีกไม่เกิน&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;โดยไม่ต้องเดินทางกลับออกไปทั้งนี้เพื่อแก้ไขปัญหาที่คนต่างด้าวไม่สามารถเดินทางเข้า-ออกประเทศไทยได้โดยสะดวกในขณะนี้&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>รวมทั้งเป็นการตอบสนองต่อนายจ้างหรือผู้ประกอบการ</strong>&nbsp;ที่ยังมีความต้องการแรงงานที่เป็นคนต่างด้าว&nbsp;เพื่อให้ภาคธุรกิจและเศรษฐกิจของประเทศสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้&nbsp;ทั้งยังเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบเศรษฐกิจของประเทศเสริมสร้างความมั่นคงทางด้านสาธารณสุขของประเทศในการป้องกันการแพร่ระบาด&nbsp;ระลอกใหม่ที่อาจจะเกิดขึ้นได้</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>คณะรัฐมนตรียังได้อนุมัติในหลักการร่างประกาศกระทรวงมหาดไทย</strong>&nbsp;เรื่อง&nbsp;การยกเว้นข้อห้ามมิให้คนต่างด้าวเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษเพื่อการทำงานสำหรับคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา&nbsp;ลาว&nbsp;และเมียนมา&nbsp;ซึ่งได้รับอนุญาตให้เข้ามาทำงานในราชอาณาจักรตามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงานภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่&nbsp;.&nbsp;เพื่อให้คนต่างด้าวดังกล่าวสามารถอยู่ในราชอาณาจักรต่อไปได้เป็นกรณีพิเศษอีก&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;เพื่อดำเนินการขออนุญาตทำงานหรือต่ออายุใบอนุญาตทำงาน&nbsp;อีกไม่เกิน&nbsp;2&nbsp;ปีต่อไป</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ซึ่งปัจจุบันมีคนต่างด้าว&nbsp;ภายใต้&nbsp;MOU&nbsp;ในวาระการจ้างงานจะครบ&nbsp;4&nbsp;ปี</strong>&nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;106,580&nbsp;คน&nbsp;กัมพูชา&nbsp;26,840&nbsp;คน&nbsp;ลาว&nbsp;25,504&nbsp;คน&nbsp;เมียนมา&nbsp;54,236&nbsp;คน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ทางการของประเทศกัมพูชา&nbsp;ลาว&nbsp;และเมียนมา&nbsp;ก็ได้มีหนังสือ&nbsp;เห็นชอบกับการดำเนินการดังกล่าวด้วยแล้ว</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-16T00:00:00	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316132151393
114	ยืนยันทุกอย่างทำตามกฎหมาย พร้อมให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวแตงโม  	<p><strong>นายสมศักดิ์&nbsp;เทพสุทิน&nbsp;รัฐมนตรีว่ากระทรวงกระทรวงยุติธรรม</strong>&nbsp;กล่าวถึงการหาความกระจ่าง&nbsp;ในคดีของแตงโม&nbsp;นิดา&nbsp;ที่ตอนนี้ศพอยู่ในการควบคุมดูแลของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์&nbsp;กระทรวงยุติธรรม&nbsp;หลังจากที่เมื่อวานนี้ครอบครัวย้ายศพออกมาจากสถาบันนิติเวช&nbsp;โรงพยาบาลตำรวจ&nbsp;พร้อมได้มอบหมายให้ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;ธนกฤต&nbsp;จิตรอารีย์รัตน์&nbsp;เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม&nbsp;เป็นผู้รับผิดชอบ&nbsp;เนื่องจากมีความรู้ในด้านดังกล่าวนี้&nbsp;ซึ่งประชาชนและสังคมยังคงมีข้อสงสัยหลายประการ&nbsp;ทั้งนี้บทบาทของกระทรวงยุติธรรมคือ&nbsp;ต้องทำให้เกิดความยุติธรรมสูงสุด&nbsp;ไม่สามารถทำตามใจคนใดคนหนึ่งได้&nbsp;และต้องทำเพื่อสังคมและส่วนรวมเกิดความสบายใจ&nbsp;อันไหนที่ขัดแย้งจะไม่ทำเด็ดขาด&nbsp;</p><p><strong>นายสมศักดิ์&nbsp;กล่าวอีกว่า</strong>&nbsp;ส่วนแพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์&nbsp;โรจนสุนันท์&nbsp;สมาชิกวุฒิสภา&nbsp;(ส.ว.)&nbsp;ถ้าสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เชิญไปสามารถเข้ามาร่วมสังเกตการณ์ชันสูตรในรอบที่&nbsp;2&nbsp;ได้&nbsp;กระทรวงยุติธรรมจะตรวจสอบให้เกิดความกระจ่าง&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นคดีใด&nbsp;ส่วนการจะผ่าศพในรอบที่&nbsp;2&nbsp;เป็นไปตามระเบียบของกระทรวง&nbsp;พร้อมย้ำกับเลขานุการรัฐมนตรีฯ&nbsp;&nbsp;ทำให้ละเอียดตามกฏหมายและทำให้เกิดความเป็นธรรมกับครอบครัวแตงโม</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-16T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316144714439
115	การยุบสภาหลังประชุมเอเปค เป็นเทคนิคการเมืองที่จะยุบสภาก่อนครบวาระ เพื่อย้ายพรรคง่าย	<p><strong>นายสมชัย&nbsp;ศรีสุทธิยากร</strong>&nbsp;กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง&nbsp;ส.ส.&nbsp;และร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ&nbsp;ว่าด้วยพรรคการเมือง&nbsp;และอดีต&nbsp;กกต.&nbsp;กล่าวถึงกรณีที่&nbsp;พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ&nbsp;ระบุว่า&nbsp;รัฐบาลจะยุบสภาหลังการประชุมเอเปคในปลายปีนี้&nbsp;ว่า&nbsp;การยุบสภาเป็นอำนาจการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีและเป็นเรื่องของสถาบันการเมือง&nbsp;ที่หากไม่สามารถบริหารราชการแผ่นดินต่อไปได้คือ&nbsp;ไม่สามารถที่จะคุมเสียงในสภาได้&nbsp;ซึ่งขณะนี้เห็นว่ารัฐบาล&nbsp;อยู่ในขั้นของความพยายามในการประสานฝ่ายต่างๆ&nbsp;เพื่อให้คะแนนเสียงของรัฐบาลมีความมั่นคง&nbsp;จึงมีความพยายามนัดรับประทานอาหาร&nbsp;ประสานกับพรรคการเมืองต่างๆ&nbsp;แต่เสียงเหล่านี้จะมีความหมายในช่วงที่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ&nbsp;หากไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ก็ต้องตัดสินใจ&nbsp;แต่การกำหนดไว้ว่า&nbsp;จะยุบสภาหลังการประชุมเอเปคในเดือนพฤศจิกายนนั้น&nbsp;เห็นว่าแทบจะไม่มีความหมายอะไร&nbsp;เพราะใกล้จะครบวาระของรัฐบาลอยู่แล้ว&nbsp;เหลือเพียง&nbsp;4&nbsp;เดือนโดยจะครบวาระในเดือนมีนาคม&nbsp;2566&nbsp;และการรอให้ครบวาระจะกลายเป็นข้อจำกัดทางการเมืองด้วย&nbsp;เนื่องจากรัฐธรรมนูญกำหนดให้&nbsp;ส.ส.ต้องสังกัดพรรคการเมืองภายใน&nbsp;90&nbsp;วัน&nbsp;จึงเชื่อว่าฝ่ายรัฐบาลเลือกยุบสภาก่อน&nbsp;เพราะจะทำให้ผู้สมัคร&nbsp;ส.ส.สังกัดพรรคเพียง&nbsp;30&nbsp;วัน&nbsp;และพรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นใหม่สามารถรองรับนักการเมืองจากพรรคอื่นได้</p><p><strong>นายสมชัย&nbsp;กล่าวด้วยว่า</strong>&nbsp;รัฐบาลคงปรารถนาที่จะอยู่ในตําแหน่งยาวนานที่สุด&nbsp;แต่เชื่อว่า&nbsp;ขณะนี้ทุกพรรคการเมืองพร้อมสำหรับการเลือกตั้งอยู่แล้ว&nbsp;และไม่ได้กลัวการยุบสภา&nbsp;&nbsp;ส่วนเรื่องวาระการดำรงตำแหน่งของนายกรัฐมนตรี&nbsp;จะถูกตีความว่าดำรงตำแหน่งเกิน&nbsp;8&nbsp;ปี&nbsp;&nbsp;หรือไม่นั้น&nbsp;นายสมชัย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เรื่องนี้อาจจะเป็นประเด็นที่บานปลายประเด็นหนึ่งและจะร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ&nbsp;จากนี้ไปจนถึงเดือนสิงหาคม&nbsp;และคงไม่ผ่านเดือนสิงหาคมไปได้ง่ายๆ&nbsp;&nbsp;เพราะนายกรัฐมนตรี&nbsp;จะอยู่ในกระแสของการถูกกดดันว่า&nbsp;เป็นความไม่ถูกต้องที่จะอยู่ในตำแหน่งเกินกว่าที่รัฐธรรมนูญกำหนด&nbsp;แต่เรื่องนี้คนละส่วนกับเรื่องของการยุบสภา&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-03-16T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316144211435
116	ปชส.สุราษฎร์ธานี เผย ครม. อนุมัติโครงการค่าบริการสาธารณสุขภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติปี 2565 รอบที่ 2 วงเงิน 34,528 ล้านบาท	<p><strong>นางสุนิสา&nbsp;รามแก้ว&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ครม.&nbsp;อนุมัติโครงการค่าบริการสาธารณสุขภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติปี&nbsp;2565&nbsp;รอบที่&nbsp;2&nbsp;วงเงิน&nbsp;&nbsp;34,528&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&nbsp;(สปสช.)&nbsp;เพื่อเป็นค่าดูแลผู้ป่วยโควิด-19แก่สถานพยาบาลระหว่างเดือน&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;-&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;และให้ประมาณการค่าบริการ&nbsp;สาธารณสุขในช่วงเดือน&nbsp;มีนาคม&nbsp;&nbsp;กันยายน&nbsp;2565&nbsp;เพื่อให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์&nbsp;UCEP&nbsp;Plus&nbsp;ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่&nbsp;16&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;ซึ่งการใช้หลักเกณฑ์&nbsp;UCEP&nbsp;Plus&nbsp;เป็นการปรับวิธีการเบิกจ่ายเงินเท่านั้น&nbsp;โดยยังยึดหลักการผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ทุกคนในประเทศไทยยังได้รับการรักษาฟรี&nbsp;ตามความเหมาะสมของอาการ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การปรับหลักเกณฑ์จาก&nbsp;UCEP&nbsp;เป็น&nbsp;UCEP&nbsp;Plus&nbsp;</strong>เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณในการดูแลสถานการณ์โควิด-19&nbsp;นั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้น&nbsp;เนื่องจากในช่วงแรกของการระบาด&nbsp;มีการประกาศให้ผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;ทุกคนสามารถใช้สิทธิ&nbsp;UCEP&nbsp;(ฉุกเฉินเข้าได้ทุกรพ.)&nbsp;พบว่าการเบิกจ่ายงบประมาณในการดูแลผู้ป่วยผ่าน&nbsp;สปสช.&nbsp;ในช่วงปี&nbsp;2563-2564&nbsp;&nbsp;รวม&nbsp;54,479.67&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยพบว่าจากจำนวนผู้ป่วยที่ใช้สิทธิ&nbsp;UCEP&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;768,491&nbsp;ครั้ง&nbsp;เป็นผู้ป่วย&nbsp;สีเขียว&nbsp;88%&nbsp;รองลงมาคือสีเหลือง&nbsp;11%&nbsp;และสีแดง&nbsp;1&nbsp;%</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับลดจำนวนวันรักษาโควิด&nbsp;19</strong>&nbsp;ในโรงพยาบาล&nbsp;ซึ่งเดิมกำหนดไว้&nbsp;10&nbsp;วัน&nbsp;จะมีการหารือปรับเป็นลักษณะ&nbsp;7&nbsp;+&nbsp;3&nbsp;คือ&nbsp;รักษาในโรงพยาบาล&nbsp;&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;&nbsp;และกลับไปแยกกักตัวที่บ้านต่ออีก&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;เนื่องจากปัจจุบันมีข้อมูลทางวิชาการเกี่ยวกับโควิด&nbsp;19&nbsp;มากขึ้น&nbsp;แต่ทั้งนี้จะมีการพิจารณาบนหลักของความปลอดภัย.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-16T00:00:00	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316152130470
117	แม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธานมอบเข็มวชิราวุธานุสรณ์ แก่กำลังพลและหัวหน้าส่วนราชการ ผู้ทำคุณประโยชน์ในพื้นที่ภาคใต้ จำนวน 8 ราย	<p><strong>วันนี้&nbsp;(16&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;พลโทเกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาค&nbsp;4</strong>&nbsp;ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบเข็มวชิราวุธานุสรณ์&nbsp;นำถวายความเคารพเบื้องหน้าพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว&nbsp;รัชกาลที่&nbsp;6&nbsp;จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย&nbsp;จากนั้นประธานได้เชิญเข็มวชิราวุธานุสรณ์&nbsp;พร้อมประกาศนียบัตรวางบนพานหน้าพระบรมรูป&nbsp;และให้ผู้ได้รับมอบเข็มวชิราวุธานุสรณ์รับจากหน้าพระบรมรูป&nbsp;เพื่อสร้างความภาคภูมิใจเป็นขวัญและกำลังใจแก่ข้าราชการ&nbsp;และบุคคลที่กระทำคุณประโยชน์แก่กองทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;และส่วนรวม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องรับรองกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;ค่ายสิรินธร&nbsp;ตำบลเขาตูม&nbsp;อำเภอยะรัง&nbsp;จังหวัดปัตตานี</p><p><strong>โดยครั้งนี้มีผู้เข้ารับมอบเข็มจำนวน&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;ได้แก่</strong>&nbsp;นายนิพันธ์&nbsp;บุญหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี&nbsp;พลตำรวจตรีปราบพาล&nbsp;มีมงคล&nbsp;รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค&nbsp;9&nbsp;พลตำรวจตรีพิชญ์วุฒิ&nbsp;สงวนสมบัติศิริ&nbsp;ผู้บังคับการศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค&nbsp;9&nbsp;พลตำรวจตรีทินกร&nbsp;รังมาตย์&nbsp;ผู้บังคับการตำรวจภูธรเมืองจังหวัดยะลา&nbsp;พันตำรวจเอกสุธน&nbsp;สุขวิเศษ&nbsp;รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส&nbsp;นางดวงพร&nbsp;สุวรรณมณี&nbsp;ผู้อำนวยการท่าอากาศยานนราธิวาส&nbsp;นางสาวปิยะเนตร&nbsp;สลักคำ&nbsp;นักวิชาการขนส่งชำนาญการ&nbsp;และนางกรณิศ&nbsp;สุขการ&nbsp;นักวิชาการขนส่งชำนาญการ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ในโอกาสครบรอบ&nbsp;80&nbsp;ปี&nbsp;แห่งการก่อตั้งหน่วยทหารขึ้น</strong>ในภาคใต้&nbsp;เมื่อปี&nbsp;พ.ศ.2538&nbsp;กองทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;ได้ขอพระบรมราชานุญาติจัดสร้างเข็มวชิราวุธานุสรณ์&nbsp;เพื่อเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว&nbsp;องค์พระผู้พระราชทานกำเนิดหน่วยทหารขึ้นในพื้นที่ภาคใต้เป็นครั้งแรก&nbsp;เพื่อมอบให้กับข้าราชการสังกัดกองทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;และส่วนรวม&nbsp;</p><p><strong>สำหรับลักษณะของเข็มวชิราวุธานุสรณ์&nbsp;เป็นแหนบคันชีพ</strong>รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามุมล่างมนขนาดกว้างด้านละ&nbsp;2.3&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;ยาวด้านละ&nbsp;3&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;มีพระปรมภิไธยย่อ&nbsp;วปร.สีทอง&nbsp;&nbsp;และตรีสีเงินบนพื้นสีฟ้ามีขอบ&nbsp;ขนาดกว้าง&nbsp;0.5&nbsp;เชนติเมตร&nbsp;ใช้ประกอบกับเครื่องแบบทุกชนิด&nbsp;เว้นเครื่องแบบสนามหรือชุดสุภาพ&nbsp;โดยประดับที่ปกกระเป๋าเสื้อด้านซ้ายชิดกับขอบกระเป๋าด้านบนใกล้กับกระดุมกลางลำตัวเสื้อ&nbsp;เข็มวชิราวุธานุสรณ์ถือได้ว่าเป็นเครื่องหมายเชิดชูเกียรติอันสูงสุดของกองทัพภาคที่&nbsp;4</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-16T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316152820481
118	หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เชื่อโอกาสยุบสภา ตามไทม์ไลน์ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ มีสูง 	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นพ.ชลน่าน&nbsp;ศรีแก้ว&nbsp;หัวหน้าพรรคเพื่อไทย</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;กล่าวถึงกระแสยุบสภา&nbsp;หลังการประชุมเอเปค&nbsp;เดือน</span><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">พฤศจิกายน&nbsp;</span><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ที่พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ&nbsp;เปิดประเด็นในวงหารือพรรคเล็กที่มูลนิธิป่ารอยต่อ&nbsp;ขณะที่พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ยืนยันยังไม่ยุบสภาในช่วงนี้&nbsp;โดยมองว่ามีแนวแม้สูงตามนั้น&nbsp;เพราะหากอยู่ครบเทอมอาจเป็นประเด็น&nbsp;แม้นายกรัฐมนตรีบอกเป็นอำนาจ&nbsp;จะยุบเมื่อมีความพร้อม&nbsp;แต่ตั้งข้อสังเกตปกติพลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;ไม่เคยพูดทิศทางการเมือง&nbsp;จะระมัดระวังมาก&nbsp;แต่ครั้งนี้พูดชัด&nbsp;จึงมีความเป็นไปได้สูงมาก&nbsp;ว่าจะเป็นไปตามนั้น&nbsp;เพราะความต้องการของรัฐบาลคือ&nbsp;อยู่ครบเทอมและการประชุมเอเปคจะสิ้นสุด&nbsp;19&nbsp;</span><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">พฤศจิกายน&nbsp;</span><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ดังนั้นหากจะยุบสภา&nbsp;ปลายเดือนพฤศจิกายน&nbsp;หรือธันวาคม&nbsp;จะเกิดการเลือกตั้งต้นปี&nbsp;คือกำหนดวันเลือกตัวหลังยุบสภา&nbsp;45&nbsp;วัน&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;60&nbsp;วัน&nbsp;แต่อาจมีเหตุการณ์ที่อาจทำให้ต้องตัดสินใจก่อน&nbsp;ดังนั้นการที่&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;และพลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;มองไม่ตรงกัน&nbsp;ไม่ถือว่าขัดแย้งกัน&nbsp;ซึ่งเหตุผลของการยุบสภา&nbsp;เวลาที่เหมาะสมที่สุดคือ&nbsp;ต้องได้ประโยชน์สูงสุดทางการเมือง&nbsp;เมื่องบประมาณ&nbsp;ปี&nbsp;2566&nbsp;ผ่าน&nbsp;จัดประชุมเอเปคจบ&nbsp;กระแสนิยมบนสมมติฐานที่จัดเอเปคได้ดี&nbsp;ก็อาจจะมีการยุบสภา&nbsp;เพราะหากอยู่ครบเทอม&nbsp;อาจทำให้กระแสลดลง</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นพ.ชลน่าน&nbsp;ยังย้ำจุดยืนพรรคร่วมฝ่ายค้านว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;มีความเห็นตรงกันที่จะยื่นตีความ&nbsp;วาระการดำรงตำแหน่ง&nbsp;8&nbsp;ปี&nbsp;ของพลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;เมื่อครบ&nbsp;ในวันที่&nbsp;23&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2565&nbsp;ขณะที่กระแสข่าวคว่ำร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ&nbsp;2&nbsp;ฉบับ&nbsp;เป็นไปได้ยากในทางปฏิบัติ&nbsp;โดยเฉพาะการทำให้เกิดเงื่อนไข&nbsp;กลับไปใช้บัตรใบเดียว&nbsp;เชื่อคนที่จะทำไม่กล้าทำและคนในรัฐบาลอย่างนายวิษณุ&nbsp;เครืองาม&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;ก็ออกมาบอกเองว่าเป็นไปไม่ได้</span></p><p><br></p><p><br></p>"	2022-03-16T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316193348616
119	เลขาธิการ ศอ.บต. ต้อนรับ คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ ในโอกาสลงพื้นที่ปฏิบัติราชการและศึกษาดูงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้	<p><strong>วันนี้&nbsp;(16&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ที่ห้องประชุมน้อมเกล้า</strong>&nbsp;อาคารศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(ศอ.บต.)&nbsp;พลเรือตรี&nbsp;สมเกียรติ&nbsp;ผลประยูร&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;พลเอก&nbsp;จีระศักดิ์&nbsp;ชมประสบ&nbsp;รองประธานคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ&nbsp;วุฒิสภา&nbsp;และคณะฯ&nbsp;เพื่อประชุมหารือ&nbsp;เรื่องการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;โดยมี&nbsp;นายศรัทธา&nbsp;คชพลายุกต์&nbsp;รองเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ผู้อำนวยการสำนัก/กอง&nbsp;ผู้แทนจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม</p><p>&nbsp;พลเรือตรี&nbsp;สมเกียรติ&nbsp;ผลประยูร&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้เป็นโอกาสดีที่ได้ต้อนรับรองประธานคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ&nbsp;วุฒิสภา&nbsp;และคณะฯและได้มีโอกาสนำเรียนถึงการทำงานต่างๆเพื่อนำไปขยายผลและผลักดันให้การสนับสนุนต่อยอดในเชิงนโยบาย&nbsp;และได้รับฟังคำแนะนำต่างๆ&nbsp;เพื่อที่จะได้ดำเนินการ&nbsp;ปฏิบัติงาน&nbsp;ทำหน้าที่&nbsp;ในการขับเคลื่อนสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เกิดขึ้นโดยเร็ว</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ในที่ประชุมได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในมิติ</strong>การพัฒนาด้านต่างๆ&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ได้บรรยายถึง&nbsp;ผลการดำเนินงานภาพรวม&nbsp;ของ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ในหัวข้อ&nbsp;ภาคใต้ในวันนี้และทิศทางสู่อนาคต&nbsp;โดยได้พูดถึงประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;อาทิ&nbsp;ปัญหาที่ดำรงอยู่&nbsp;ต้นทุนและโอกาสของภาคใต้&nbsp;การขับเคลื่อนสู่สันติสุขอย่างยั่งยืนและผลลัพท์ที่เป็นรูปธรรม&nbsp;โดย&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ได้ขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ตามกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ตามแผนบูรณาการการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ตามนโยบายของรัฐบาล&nbsp;และได้บูรณาการกับหน่วยงานทุกภาคส่วนทำงานอย่างเข้มแข็งและต่อเนื่อง</p><p><strong>สำหรับการลงพื้นที่ของพลเอก&nbsp;จีระศักดิ์&nbsp;ชมประสบ&nbsp;</strong>รองประธานคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ&nbsp;วุฒิสภา&nbsp;และคณะฯ&nbsp;ในครั้งนี้เป็นการลงพื้นที่เพื่อปฏิบัติราชการ&nbsp;&nbsp;ศึกษาดูงานแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;15-16&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยมีกำหนดการลงพื้นที่ไปศึกษาดูงานในพื้นที่ต่างๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;ศูนย์การเรียนรู้การเพาะเลี้ยงปูทะเล&nbsp;บ้านโต๊ะโสม&nbsp;ตำบลบางปู&nbsp;อำเภอยะหริ่ง&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;พบปะผู้นำชุมชนสังคมพหุวัฒนธรรม&nbsp;บ้านโต๊ะแดง&nbsp;ตลอดจน&nbsp;ศึกษาดูงาน&nbsp;ณ&nbsp;ด่านพรมแดนสุไหงโก-ลก&nbsp;จังหวัดนราธิวาส</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-16T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316161819512
120	จังหวัดสุราษฎร์ธานี บูรณาการร่วมหน่วยงานความมั่นคง ตรวจสอบสถานประกอบการ ปุ๋ยเคมี และวัตถุดิบอาหารสัตว์ ทุกพื้นที่ เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสกักตุนสินค้าและขึ้นราคา ที่ได้รับผลกระทบจากสงครามในต่างประเทศ	<p><strong>นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;</strong>สั่งการให้&nbsp;นายธรรมเนียม&nbsp;บำรุง&nbsp;ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มบริหารงานปกครอง&nbsp;รักษาราชการเเทนนายอำเภอพนม&nbsp;ดำเนินการสำรวจปริมาณและราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ยของผู้ประกอบการรับซื้อ-&nbsp;ขายวัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ย&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;ร้าน&nbsp;ในพื้นที่อำเภอพนม</p><p><strong>ในการนี้นายธรรมเนียม&nbsp;บำรุง&nbsp;ได้มอบหมายให้</strong>&nbsp;นายบุรินทร์&nbsp;แปะดำ&nbsp;ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;เกษตรอำเภอพนม&nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรพนม&nbsp;เจ้าหน้าที่ปกครอง&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวในการลงพื้นที่ดำเนินการตรวจสอบอย่างถี่ถ้วน&nbsp;เพื่อผลประโยชน์ของพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;ซึ่งจากการลงพื้นที่ดำเนินงานการออกสำรวจ&nbsp;ในครั้งนี้ปรากฏว่า&nbsp;ไม่พบผู้ประกอบการรายใดมีพฤติกรรมส่อไปในทิศทางการกระทำความความผิด&nbsp;ในการกักตุนสินค้าและฉวยโอกาสขึ้นราคาเเต่อย่างใด&nbsp;ทั้งนี้หากมีการพบเห็นว่าสถานประกอบการใดมีพฤติกรรมมิชอบจำนำตัวไปผดำเนินคดีต่อไป</p><p><strong>สำหรับจังหวัดสุราษฎร์ธานีมีแผนในการดำเนินการตรวจสอบทุกพื้นที่</strong>&nbsp;เพื่อให้การเป็นธรรมแก่เกษตรกรเบื้องต้น&nbsp;อีกทั้งเพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการเอาเปรียบและฉวยโอกาสในช่วงนี้&nbsp;ซึ่งมีกำหนดการในการลงพื้นที่ตรวจสอบตั้งแต่วันนี้&nbsp;16&nbsp;-18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>ภายหลังการประชุมวอร์รูม&nbsp;ติดตามผลกระทบจากสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน</strong>&nbsp;ซึ่งในที่ประชุมได้พิจารณาผลกระทบที่มีต่อสินค้าสำคัญ&nbsp;2&nbsp;รายการ&nbsp;คือปุ๋ยเคมี&nbsp;และวัตถุดิบอาหารสัตว์&nbsp;ที่ประเทศไทยต้องนำเข้าจากต่างประเทศ&nbsp;รวมถึงจากรัสเซีย&nbsp;และยูเครน&nbsp;ที่มีราคาสูงขึ้นมาก&nbsp;ทางรัฐบาลจึงต้องหาแนวทางเพื่อลดผลกระทบให้กับผู้ประกอบการ&nbsp;เช่น&nbsp;การลดต้นทุนผลิต&nbsp;จากผลิตภัณฑ์&nbsp;ที่ต้องนำเข้าเพราะไม่สามารถผลิตเองได้&nbsp;ซึ่งเมื่อรัสเซียมีสงคราม&nbsp;จึงผลักดันให้ราคาสินค้าทั้ง&nbsp;2&nbsp;รายการปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;ได้เร่งหาแนวทางในการดูแลประชาชน</strong>&nbsp;ทุกกระบวนการการผลิตให้เกิดความเป็นธรรม&nbsp;ตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงปลายทาง&nbsp;และหากพบว่าต้นทุนผลิตปรับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ&nbsp;จึงจำเป็นที่ต้องดูแลให้ผู้ประกอบการอยู่ได้&nbsp;ไม่เกิดภาวะสินค้าขาดแคลน&nbsp;ขณะเดียวกันผู้บริโภคเองก็ต้องไม่เดือดร้อนจากราคาที่แพงเกินไป&nbsp;ถึงแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องราคา&nbsp;จึงจำเป็นที่จะต้องปรับตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น&nbsp;แต่ทั้งนี้ก็จะไม่ให้มีการฉวยโอกาสค้ากำไรเกินควรอย่างแน่นอน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	2022-03-16T00:00:00	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316185843580
121	นายกรัฐมนตรี ห่วงใยสถานการณ์ความรุนแรงจังหวัดชายแดนภาคใต้ สั่งคุมเข้มความปลอดภัยประชาชน	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">พลเอก&nbsp;คงชีพ&nbsp;ตันตระวาณิชย์&nbsp;โฆษกกระทรวงกลาโหม&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;แสดงความเสียใจกับญาติและเจ้าหน้าที่ทหารพราน&nbsp;จากร้อย&nbsp;4204&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;42&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;1&nbsp;นาย&nbsp;และได้รับบาดเจ็บสาหัส&nbsp;3&nbsp;นาย&nbsp;จากเหตุลอบวางระเบิดโดยกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่&nbsp;บ้านเมาะโง&nbsp;หมู่&nbsp;5&nbsp;&nbsp;ตำบลกระหวะ&nbsp;อำเภอมายอ&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายกรัฐมนตรี&nbsp;สั่งการ&nbsp;กอ.รมน.ภาค&nbsp;4</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ประสานให้การช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บเข้ารับการรักษาเร่งด่วน&nbsp;และให้การดูแลต่อเนื่องจนกว่าสภาพร่างกายและจิตใจเป็นปกติ&nbsp;สำหรับผู้ที่เสียชีวิต&nbsp;ขอให้สนับสนุนร่วมประกอบพิธีทางศาสนาอย่างสมเกียรติและดูแลช่วยเหลือญาติผู้เสียชีวิตตามสิทธิ์อันสมควร</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">พร้อมกันนี้&nbsp;ได้แสดงความห่วงใย</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ถึงเหตุความรุนแรงในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง&nbsp;เป็นเหตุให้ประชาชนบริสุทธิ์ได้รับบาดเจ็บหลายราย&nbsp;กำชับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง&nbsp;ไม่ประมาท&nbsp;เน้นคุมเข้มคุ้มครองดูแลความปลอดภัยประชาชน&nbsp;ควบคู่กับให้ความสำคัญการพัฒนาพื้นที่แบบมีส่วนร่วม&nbsp;ย้ำว่ารัฐบาลยังคงมุ่งมั่น&nbsp;และคงความพยายามที่จะยกระดับรายได้และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนระดับครัวเรือนในพื้นที่&nbsp;เพื่อลดเงื่อนไขและปัญหาการใช้ความรุนแรงต่อกัน&nbsp;เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขในที่สุด</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-03-16T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316193820621
122	จังหวัดนครพนม ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงเป็นชุดปฏิบัติการในพื้นที่นำร่องเพื่อเเก้ไขปัญหายาเสพติดจังหวัดนครพนม เเบบครบวงจร	<p><strong>วันนี้16&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ที่หอประชุม</strong>ที่ว่าการอำเภอเมืองนครพนม&nbsp;นายชวนินทร์&nbsp;วงศ์สถิตจิรกาล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&nbsp;เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมตามโครงการชุมชนยั่งยืนเพื่อเเก้ไขปัญหายาเสพติดจังหวัดนครพนม&nbsp;เเบบครบวงจร&nbsp;ตามนโยบายรัฐบาล&nbsp;โดยมีนายพรต&nbsp;ภูภักดิ์&nbsp;ปลัดจังหวัดนครพนม&nbsp;กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การดำเนินโครงการ&nbsp;มีผู้เข้ารับการฝึกอบรมรวมจำนวน&nbsp;190&nbsp;คน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ปลัดอำเภอ&nbsp;เจ้าหน้าที่สาธารณสุข&nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจ&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และเจ้าหน้าที่จาก&nbsp;อปท.&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;เข้าร่วมอบรมเพื่อเป็นชุดปฏิบัติการในการเข้าดำเนินการในหมู่บ้านเป้าหมายทั้ง&nbsp;20&nbsp;หมู่บ้านนำร่องที่ได้คัดเลือกไว้เเล้ว</p><p><strong>การฝึกอบรมครั้งนี้มี&nbsp;พล.ต.อ.&nbsp;เฉลิมเกียรติ&nbsp;ศรีวรขาน</strong>&nbsp;ที่ปรึกษาสำนักงาน&nbsp;ป.ป.ส.&nbsp;พล.ต.ต.&nbsp;ภูวดิท&nbsp;ชนะคชภัทร์&nbsp;หน.ชุดวิทยากรกระบวนการ&nbsp;พร้อมด้วยวิทยากรของโครงการฯ&nbsp;ให้ความรู้&nbsp;เเนะนำขั้นตอน&nbsp;กระบวนการ&nbsp;ในการดำเนินการของโครงการฯ&nbsp;ร่วมหารือ&nbsp;ทำความเข้าใจ&nbsp;รับทราบปัญหา&nbsp;วางแนวทางการปฏิบัติงาน&nbsp;เกี่ยวกับการป้องกันปราบปรามยาเสพติดเชิงรุก&nbsp;ในพื้นที่ชุมชนหมู่บ้านเป้าหมายนำร่อง&nbsp;20&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;เน้นพื้นที่ชายแดนเป็นหลัก&nbsp;</p><p><strong>โดยจะให้เจ้าหน้าที่ประสานงานร่วมกันในการขับเคลื่อน</strong>แผนงานเป็นระยะเวลา&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;สร้างความร่วมมือกับชุมชนในการตรวจสอบคัดกรองผู้เสพ&nbsp;นำมาเข้าสู่กระบวนการบำบัด&nbsp;ขยายผลสู่ผู้ค้า&nbsp;เครือข่ายข้ามชาติ&nbsp;เพื่อตัดวงจรการค้าข้ามชาติ&nbsp;รวมถึงสรุปปัญหาปัจจัยพื้นฐาน&nbsp;ที่มาของยาเสพติดในชุมชน&nbsp;โดยใช้ความร่วมมือกับชุมชน&nbsp;ทั้งนี้ในส่วนของ&nbsp;จ.นครพนม&nbsp;ถือว่าเป็นพื้นที่ชายแดน&nbsp;ที่ยังมีปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด&nbsp;จึงต้องระดมเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนร่วมกับชุมชน&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบติดตามพฤติกรรม&nbsp;เบาะแส&nbsp;กลุ่มผู้เสพยาเสพติด&nbsp;เข้ารับการบำบัดรักษา&nbsp;</p><p><strong>รวมถึงขยายผลไปยังกลุ่มผู้ค้า&nbsp;ทั้งรายย่อย&nbsp;รายใหญ่</strong>&nbsp;เป็นการตัดวงจรการค้ายาเสพติดข้ามชาติ&nbsp;โดยได้ดำเนินการมาต่อเนื่อง&nbsp;แต่ปีนี้จะต้องทำงานเชิงรุกมากขึ้น&nbsp;เนื่องจากมีปัจจัยพื้นฐานด้านเศรษฐกิจ&nbsp;ทำให้มีการเพิ่มกลุ่มผู้เสพ&nbsp;ผู้ค้ามากขึ้น&nbsp;โดยจะให้เจ้าหน้าที่ประสานงานร่วมกันในการขับเคลื่อนแผนงานเป็นระยะเวลา&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;อยู่กับชุมชนหมู่บ้าน&nbsp;จนสร้างความมั่นใจว่า&nbsp;เป็นหมู่บ้านสีขาว&nbsp;ทำงานปราบปรามยาเสพติดแบบครบวงจร&nbsp;สร้างความร่วมมือระหว่างชุมชน&nbsp;คัดกรองผู้เสพ&nbsp;ผู้ค้า&nbsp;ประเมินวางแนวทางป้องกันแก้ไข&nbsp;จนกว่าจะมีความมั่นใจว่าจะไม่เกิดปัญหาซ้ำอีก&nbsp;ก่อนที่จะขยายผลไปยังชุมชนเป้าหมาย&nbsp;ซึ่งหากทำงานเชิงรุกในหมู่บ้านเป้าหมายและครบวงจร&nbsp;ทั้งคัดกรอง&nbsp;รวมถึงดำเนินคดีตามกฎหมาย&nbsp;ถึงแม้จะมีการลักลอบนำเข้ายาเสพติดมาตามแนวชายแดน&nbsp;ยังเชื่อมั่นว่าจะสามารถลดปัญหาการแพร่ระบาดยาเสพติดได้&nbsp;สำคัญที่สุดจะต้องได้รับความร่วมมือกับชุมชน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-16T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครพนม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316214259650
123	ประชุมชี้แจงและประสานส่วนราชการในอำเภอตำบล เพื่อเตรียมการฝึกทดสอบแผนปฏิบัติการรองรับภัยคุคามความมั่นคงของอำเภอ	<p><strong>พ.อ.อัครพนธ์&nbsp;มูลประดับ&nbsp;รอง&nbsp;ผอ.รมน.จังหวัด&nbsp;อ.จ.&nbsp;(ท.)</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;พ.อ.ภราดร&nbsp;นนท์ตุลา&nbsp;หน.ฝ่ายนโยบายและแผน&nbsp;ประชุมชี้แจงและประสานส่วนราชการในอำเภอ/ตำบล&nbsp;เพื่อเตรียมการฝึกทดสอบแผนปฏิบัติการรองรับภัยคุคามความมั่นคงของอำเภอ&nbsp;ตามแผนปฏิบัติการ/แผนงานโครงการตำบลมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;กิจกรรมการวางแผนและการอำนวยการ&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอชานุมาน&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;มี&nbsp;นายพลกฤษ&nbsp;เรืองสุกใส&nbsp;นายอำเภอชานุมาน&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;ผลการดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-16T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317104551720
124	เสธ.ทบ. เปิดอบรมพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร (พสบ) รุ่นที่ 28 หวังสร้างพลังเครือข่ายในการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยคุกคามด้านความมั่นคงของประเทศ	<p><strong>ณ&nbsp;ห้องรับรอง&nbsp;221&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;กองบัญชาการกองทัพบก</strong>&nbsp;พล.อ.สันติพงศ์&nbsp;ธรรมปิยะ&nbsp;เสนาธิการทหารบก&nbsp;เป็นประธานเปิดการอบรมพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร&nbsp;(พสบ)&nbsp;รุ่นที่&nbsp;28&nbsp;กองทัพบก&nbsp;ได้อนุมัติให้กรมกิจการพลเรือนทหารบก&nbsp;โดยโรงเรียนกิจการพลเรือน&nbsp;กรมกิจการพลเรือนทหารบก&nbsp;เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;ข้าราชการพลเรือน&nbsp;พนักงานรัฐวิสาหกิจและภาคเอกชน&nbsp;แลกเปลี่ยนความคิดและประสบการณ์อันจะส่งผลให้เกิดการสนับสนุนเสริมพลังมวลชนในระดับผู้บริหาร&nbsp;สนับสนุนการแก้ไขปัญหาของชาติและการพัฒนาประเทศ&nbsp;ตลอดจนเป็นการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของกองทัพบก&nbsp;สร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยคุกคามด้านความมั่นคงของประเทศ</p><p><strong>การอบรมหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร&nbsp;พสบ.รุ่นที่&nbsp;28&nbsp;ครั้งนี้&nbsp;</strong>เป็นการอบรมในรูปแบบผสมผสาน&nbsp;ผู้เข้ารับการอบรมผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเข้ารับการอบรมแบบ&nbsp;Onsite&nbsp;ณ&nbsp;โรงเรียนกิจการพลเรือน&nbsp;กรมกิจการพลเรือนทหารบก&nbsp;สลับการอบรมแบบ&nbsp;Online&nbsp;ระยะเวลา&nbsp;5&nbsp;สัปดาห์ๆ&nbsp;ละ&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;มีการบรรยายภาควิชาการ&nbsp;เรื่องการเสริมสร้างอุดมการณ์ความรักชาติและสถาบันพระมหากษัตริย์&nbsp;ภารกิจและการดำเนินงานของกองทัพบก&nbsp;ปัญหาภัยคุกคามที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติและธุรกิจในยุคดิจิตัล&nbsp;Web&nbsp;3&nbsp;(&nbsp;5&nbsp;G&nbsp;)&nbsp;มีผู้รับการอบรมฯ&nbsp;รุ่นที่&nbsp;28&nbsp;จำนวน&nbsp;83&nbsp;ราย&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ข้าราชการทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;ข้าราชการพลเรือน&nbsp;พนักงานรัฐวิสาหกิจ&nbsp;พนักงานองค์กรของรัฐ&nbsp;นักวิชาการ&nbsp;สื่อสารมวลชน&nbsp;และนักธุรกิจภาคเอกชน&nbsp;นอกจากนี้ผู้เข้ารับการอบรมจะได้ร่วมจัดทำแผนงานสนับสนุนงานด้านความมั่นคงของชาติและร่วมทำกิจกรรมจิตอาสา&nbsp;อย่างสร้างสรรค์</p><p><strong>พล.อ.สันติพงศ์&nbsp;ธรรมปิยะ&nbsp;เสนาธิการทหารบก&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>&nbsp;สถานการณ์ภัยคุกคามด้ามความมั่นคงในรูปแบบใหม่&nbsp;กองทัพบกได้ตระหนักอยู่เสมอว่า&nbsp;ลำพังกองทัพบกหน่วยเดียวไม่สามารถปฏิบัติภารกิจต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ให้บรรลุตามเป้าหมายได้&nbsp;หากขาดความร่วมมือและการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ทั้งภาครัฐ&nbsp;ภาคธุรกิจ&nbsp;และภาคประชาชน&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่ประเทศมีความต้องการความสามัคคี&nbsp;เพื่อให้ประเทศมีการพัฒนาให้เจริญก้าวหน้าทัดเทียมกับอารยประเทศ&nbsp;ซึ่งผู้เข้ารับการอบรมจะได้มีโอกาสรับทราบการดำเนินงานที่สำคัญของกองทัพบก&nbsp;ตลอดจนการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน&nbsp;อันจะนำไปสู่ความเข้าใจระหว่างบุคคลและองค์กรมากยิ่งขึ้น&nbsp;และเป็นโอกาสในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้เข้ารับการอบรมที่มีความหลากหลายในอาชีพ&nbsp;สามารถเป็นพลังเครือข่ายในการขับเคลื่อนเพื่อความมั่นคงสนับสนุนในการป้องกันภัยทุกรูปแบบในการพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคต</p><p><br></p><p>ดุลยศักดิ์&nbsp;ไชยรัตน์&nbsp;ส.ปชส.สระแก้ว&nbsp;ข่าว</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-17T00:00:00	ภาคตะวันออก	สระแก้ว	สวท.สระแก้ว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317130509796
125	ครม.เห็นชอบต่ออายุแรงงาน 3 สัญชาติ (กัมพูชา ลาว เมียนมา)	<p><strong>คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ&nbsp;การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว&nbsp;3&nbsp;สัญชาติ&nbsp;</strong>(กัมพูชา&nbsp;ลาว&nbsp;และเมียนมา)&nbsp;ซึ่งเข้ามาทำงานตามบันทึกความเข้าใจว่า&nbsp;ด้วยความร่วมมือด้านแรงงาน&nbsp;(MOU)&nbsp;ภายใต้ข้อตกลงว่าด้วยการจ้างงาน&nbsp;(Agreement)&nbsp;ในปี&nbsp;2561&nbsp;ซึ่งมีวาระการจ้างงานครบ&nbsp;4&nbsp;ปี&nbsp;ในปีนี้&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ถึง&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2565&nbsp;ให้สามารถดำเนินการขออนุญาตทำงานหรือขอต่ออายุใบทำงานและขอรับการตรวจอนุญาตให้อยู่เป็นการชั่วคราวต่อไปได้อีกไม่เกิน&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;การต่ออายุดังกล่าวทำให้แรงงานต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทยภายใต้เงื่อนไขดังกล่าว&nbsp;สามารถทำงานต่อได้โดยไม่ต้องเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย&nbsp;ตามสถานการณ์การระบาดของโควิด-19&nbsp;อีกทั้งยังตอบโจทย์ความต้องการของนายจ้างหรือผู้ประกอบการที่ยังมีความต้องการแรงงานที่เป็นคนต่างด้าว&nbsp;เพื่อให้ภาคธุรกิจและเศรษฐกิจของประเทศสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;คณะรัฐมนตรี&nbsp;ได้อนุมัติในหลักการร่างประกาศกระทรวงมหาดไทย</strong>&nbsp;เรื่อง&nbsp;การยกเว้นข้อห้ามมิให้คนต่างด้าวเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษเพื่อการทำงานสำหรับคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา&nbsp;ลาว&nbsp;และเมียนมา&nbsp;ซึ่งได้รับอนุญาตให้เข้ามาทำงานในราชอาณาจักรตามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงานภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;เพื่อให้คนต่างด้าวดังกล่าวสามารถอยู่ในราชอาณาจักรต่อไปได้เป็นกรณีพิเศษอีก&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;(ในระหว่างที่ขอต่ออายุใบอนุญาตทำงานอีกไม่เกิน&nbsp;2&nbsp;ปี)</p><p><strong>ปัจจุบันมีคนต่างด้าว&nbsp;ภายใต้&nbsp;MOU&nbsp;ในวาระการจ้างงานจะครบ&nbsp;4&nbsp;ปี&nbsp;</strong>จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;106,580&nbsp;คน&nbsp;กัมพูชา&nbsp;26,840&nbsp;คน&nbsp;ลาว&nbsp;25,504&nbsp;คน&nbsp;เมียนมา&nbsp;54,236&nbsp;คน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ทางการของประเทศกัมพูชา&nbsp;ลาว&nbsp;และเมียนมา&nbsp;ก็ได้มีหนังสือ&nbsp;เห็นชอบกับการดำเนินการดังกล่าวด้วยแล้ว</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>	2022-03-17T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรปราการ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317150516861
126	ครม.อนุมัติค่าใช้จ่ายเพื่อดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19	<p><strong>คณะรัฐมนตรี&nbsp;อนุมัติโครงการค่าบริการสาธารณสุขภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติปี&nbsp;2565&nbsp;</strong>รอบที่&nbsp;2&nbsp;วงเงิน&nbsp;34,528&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&nbsp;(สปสช.)&nbsp;เพื่อเป็นค่าดูแลผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;แก่สถานพยาบาลระหว่างเดือน&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;-&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;และให้ประมาณการค่าบริการ&nbsp;สาธารณสุขในช่วงเดือน&nbsp;มีนาคม&nbsp;&nbsp;กันยายน&nbsp;2565&nbsp;เพื่อให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์&nbsp;UCEP&nbsp;Plus&nbsp;ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่&nbsp;16&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;การใช้หลักเกณฑ์&nbsp;UCEP&nbsp;Plus&nbsp;เป็นการปรับวิธีการเบิกจ่ายเงินเท่านั้น&nbsp;โดยยังยึดหลักการผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ทุกคนในประเทศไทยยังได้รับการรักษาฟรี&nbsp;ตามความเหมาะสมของอาการ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การปรับหลักเกณฑ์จาก&nbsp;UCEP&nbsp;เป็น&nbsp;UCEP&nbsp;Plus</strong>&nbsp;เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณในการดูแลสถานการณ์โควิด-19&nbsp;นั้น&nbsp;มีประสิทธิภาพมากขึ้น&nbsp;เนื่องจากในช่วงแรกของการระบาด&nbsp;มีการประกาศให้ผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;ทุกคนสามารถใช้สิทธิ&nbsp;UCEP&nbsp;(ฉุกเฉินเข้าได้ทุกรพ.)&nbsp;พบว่าการเบิกจ่ายงบประมาณในการดูแลผู้ป่วยผ่าน&nbsp;สปสช.&nbsp;ในช่วงปี&nbsp;2563-2564&nbsp;รวม&nbsp;54,479.67&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยพบว่าจากจำนวนผู้ป่วยที่ใช้สิทธิ&nbsp;UCEP&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;768,491&nbsp;ครั้ง&nbsp;เป็นผู้ป่วย&nbsp;สีเขียว&nbsp;88%&nbsp;รองลงมาคือสีเหลือง&nbsp;11%&nbsp;และสีแดง&nbsp;1&nbsp;%</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับลดจำนวนวันรักษาโควิด&nbsp;-19&nbsp;ในโรงพยาบาล</strong>&nbsp;ซึ่งเดิมกำหนดไว้&nbsp;10&nbsp;วัน&nbsp;จะมีการหารือปรับเป็นลักษณะ&nbsp;7&nbsp;+&nbsp;3&nbsp;คือ&nbsp;รักษาในโรงพยาบาล&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;และกลับไปแยกกักตัวที่บ้านต่ออีก&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;เนื่องจากปัจจุบันมีข้อมูลทางวิชาการเกี่ยวกับโควิด-19&nbsp;มากขึ้น&nbsp;แต่ทั้งนี้จะมีการพิจารณาบนหลักของความปลอดภัย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-17T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรปราการ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317150818863
127	กมธ.กยศ. มีมติยกเลิกเก็บค่าปรับดอกเบี้ยผู้กู้เรียน 	<p><strong>นายอุบลศักดิ์&nbsp;บัวหลวงงาม&nbsp;ส.ส.ลพบุรี&nbsp;พรรคเพื่อไทย</strong>&nbsp;ในฐานะประธานคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา&nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&nbsp;แถลงข่าวถึงผลการประชุมที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมในร่าง&nbsp;พ.ร.บ.&nbsp;เกี่ยวกับการบังคับใช้คดีต่อลูกหนี้&nbsp;กยศ.&nbsp;โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าประชุมหารือ&nbsp;ซึ่งขณะนี้มีจำนวนลูกหนี้กว่า&nbsp;2&nbsp;ล้านคน&nbsp;มีเงินค้างในระบบกว่าร้อยละ&nbsp;40&nbsp;</p><p><strong>ที่ประชุม&nbsp;กมธ.&nbsp;มีความเห็นว่า</strong>&nbsp;บุคคลที่เรียนจบแล้ว&nbsp;แต่หาที่สมัครงานไม่ได้&nbsp;หรือมีรายได้น้อย&nbsp;จนเป็นเหตุให้ถูกฟ้องร้อง&nbsp;เห็นควรให้ยกเลิกค่าปรับดอกเบี้ยของผู้กู้และผู้ค้ำประกัน&nbsp;เนื่องจากที่ผ่านมาผู้ค้ำประกันมักเป็นอาจารย์&nbsp;ข้าราชการประจำ&nbsp;ซึ่งโดนฟ้องร้องไปด้วย&nbsp;</p><p><strong>กมธ.เห็นว่า&nbsp;เป็นหน้าที่ของรัฐบาล</strong>&nbsp;ที่ต้องดูแลทุกคนอย่างเสมอภาค&nbsp;หลายคนไม่มีโอกาสได้รับการศึกษา&nbsp;เนื่องจากค่าครองชีพสูง&nbsp;จึงไม่ควรต้องมาแบกรับภาระและถูกฟ้องร้องดำเนินคดีด้วยหนี้&nbsp;กยศ.อีก&nbsp;และที่ผ่านมาหลายคนเกิดความเครียดจนถึงขั้นฆ่าตัวตาย&nbsp;รัฐบาลจึงต้องมีส่วนรับผิดชอบ</p><p><strong>กรรมาธิการฯ&nbsp;จะเร่งประชุมให้เสร็จก่อนวันที่&nbsp;22&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;</strong>เพื่อนำร่าง&nbsp;พ.ร.บ.นี้เข้าสู่ที่ประชุมสภาฯต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-17T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317155036895
128	ปัตตานี-คืบหน้าเหตุระเบิด ควบคุมตัวต้องสงสัย 2 ราย แม่ทัพย้ำเจ้าหน้าที่ต้องอุดช่องโหว่	<p><strong>ผู้สื่อข่าวปัตตานีรายงาน&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;วันนี้&nbsp;</strong>(&nbsp;ที่วัดสุวรรณากร&nbsp;ต.บ่อทอง&nbsp;อ.หนองจิก&nbsp;จ.ปัตตานี&nbsp;พลโทเกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;เป็นประธานในพิธีรดน้ำศพและวางพวงหรีดหน้าศพ&nbsp;อส.ทพ.จิโรจ&nbsp;จิตวิสุทธิ์&nbsp;อายุ&nbsp;29&nbsp;ปี&nbsp;เจ้าหน้าที่ทหารพรานกรมทหารพรานที่&nbsp;42&nbsp;ที่เสียชีวิตจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดในขณะกำลังซ่อมปั๊มน้ำ&nbsp;ที่คนร้ายแอบมาทำลายให้ใช้งานไม่ได้ก่อนที่คนร้ายจะลอบวางระเบิดแสวงเครื่องชนิดแบบเหยียบ&nbsp;แรงระเบิดทำให้&nbsp;อส.ทพ.จิโรจ&nbsp;ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา&nbsp;นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บอีก&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;เหตุเกิดริมคลองชลประทาน&nbsp;ด้านหลังของ&nbsp;ฐานทหารพราน&nbsp;ร้อย.ทพ.4204&nbsp;ฉก.ทพ.42&nbsp;บ.เมาะโง&nbsp;ม.5&nbsp;ต.กระหวะ&nbsp;อ.มายอ&nbsp;จ.ปัตตานี&nbsp;&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;16&nbsp;มี.ค.ที่ผ่านมา</p><p><strong>โดยในพิธี&nbsp;พลโทเกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4</strong>&nbsp;ได้วางพวงหรีดของในนามของ&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ผู้บัญชาการทหารบก&nbsp;และ&nbsp;วางหวงหรีดเคารพศพในนามของตัวเอง&nbsp;จากนั้นได้มอบเหรียญบางระจัน&nbsp;และใบประกาศนียบัตร&nbsp;เพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณ&nbsp;เชิดชูเกียรติ&nbsp;ในการประกอบคุณงามความดี&nbsp;และความเสียสละของผู้เสียชีวิต&nbsp;พร้อมมอบเงินช่วยเหลือและแสดงความเสียใจแก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิต&nbsp;โดยมี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;เข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก&nbsp;หลังเสร็จพิธีจะนำร่างของอส.ทพ.จิโรจ&nbsp;ไปประกอบพิธีทางศาสนา&nbsp;ที่&nbsp;ต.นาเหรง&nbsp;อ.นบพิตำ&nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&nbsp;ต่อไป</p><p><strong>สำหรับความคืบหน้าล่าสุด&nbsp;ด้านพลโทเกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;</strong>แม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่เข้าทำการควบคุมพื้นที่อย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพราะที่ผ่านเห็นได้ชัดว่า&nbsp;กลุ่มผู้ก่อเหตุความรุนแรงยังคงพยายามก่อเหตุอยู่ตลอดเวลา&nbsp;ทางเจ้าหน้าที่เอง&nbsp;ทั้ง&nbsp;3&nbsp;ฝ่าย&nbsp;ต้องอุดช่องโหว่&nbsp;ในการ&nbsp;พลั้งเผลอในบางเวลา&nbsp;ความพยายามของกลุ่มผู้ก่อเหตุความรุนแรงก็ยังมีอยู่&nbsp;ทางเจ้าหน้าที่ต้องติดตาม&nbsp;และบังคับใช้กฎหมายต่อไป&nbsp;ซึ่งถ้ายังมีการก่อเหตุ&nbsp;ก็ต้องบังคับใช้กฎหมาย&nbsp;แต่สิ่งที่เราไม่อยากให้เกิดขึ้นก็คือ&nbsp;ความรุนแรงในพื้นที่&nbsp;&nbsp;ดังนั้น&nbsp;ถ้ามีความผิดปกติในพื้นที่ก็ขอให้แจ้งกับทางหน่วยในพื้นที่<strong>&nbsp;</strong>รับทราบเพื่อป้องกันการก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่&nbsp;ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดล้อมตรวจค้น</strong>&nbsp;เพื่อค้นหาตัวผู้ก่อเหตุให้ได้&nbsp;ล่าสุด&nbsp;สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เป็นชาวบ้านพื้นที่&nbsp;ม.2&nbsp;กับ&nbsp;ม.4&nbsp;ต.สะกำ&nbsp;อ.มายอ&nbsp;&nbsp;จ.ปัตตานี&nbsp;ก่อนจะเชิญตัวทั้ง&nbsp;2&nbsp;รายเข้าศูนย์ซักถามเพื่อทำการขยายผลต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>เสียงสัมภาษณ์แม่ทัพ&nbsp;</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>	2022-03-17T00:00:00	ภาคใต้	ปัตตานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317150358859
129	ส.ปชส.ตราด ประชาสัมพันธ์ ครม.อนุมัติค่าใช้จ่ายเพื่อดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด&nbsp;รายงานว่า&nbsp;</strong>คณะรัฐมนตรี&nbsp;อนุมัติโครงการค่าบริการสาธารณสุขภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติปี&nbsp;2565&nbsp;รอบที่&nbsp;2&nbsp;วงเงิน&nbsp;34,528&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&nbsp;(สปสช.)&nbsp;เพื่อเป็นค่าดูแลผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;แก่สถานพยาบาลระหว่างเดือน&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;-&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;และให้ประมาณการค่าบริการ&nbsp;สาธารณสุขในช่วงเดือน&nbsp;มีนาคม&nbsp;&nbsp;กันยายน&nbsp;2565&nbsp;เพื่อให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์&nbsp;UCEP&nbsp;Plus&nbsp;ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่&nbsp;16&nbsp;มีนาคมนี้</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>การใช้หลักเกณฑ์&nbsp;UCEP&nbsp;Plus&nbsp;เป็นการปรับวิธีการเบิกจ่ายเงินเท่านั้น</strong>&nbsp;โดยยังยึดหลักการผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ทุกคนในประเทศไทยยังได้รับการรักษาฟรีตามความเหมาะสมของอาการ&nbsp;ซึ่งปัจจุบันได้แบ่งเป็น&nbsp;3&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ดังนี้</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>1.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ป่วยสีเขียว&nbsp;อาการ</strong>&nbsp;<strong>ได้แก่&nbsp;ไม่มีอาการ&nbsp;มีไข้อุณหภูมิ&nbsp;37.5&nbsp;องศาเซลเซียสขึ้นไป&nbsp;</strong>ลิ้นไม่รับรส&nbsp;จมูกไม่รับกลิ่น&nbsp;ไอมีน้ำมูก&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;ตาแดง&nbsp;มีผื่น&nbsp;ถ่ายเหลว&nbsp;กลุ่มนี้รักษาฟรีใน&nbsp;รพ.ตามสิทธิ&nbsp;ทั้งบัตรทอง&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;และประกันสังคม&nbsp;กรณีทำงานต่างพื้นที่สามารถเข้า&nbsp;รพ.เครือข่ายสิทธิสุขภาพได้&nbsp;การรักษาในกักตัวที่บ้าน&nbsp;HI&nbsp;ในชุมชน&nbsp;CI&nbsp;และโครงการ&nbsp;เจอ&nbsp;แจก&nbsp;จบ&nbsp;ที่หน่วยบริการใกล้บ้าน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>2.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ป่วยสีเหลือง&nbsp;อาการ&nbsp;แน่นหน้าอก&nbsp;หายใจลำบาก&nbsp;หายใจเร็ว&nbsp;หายใจเหนื่อย</strong>&nbsp;ปอดอักเสบ&nbsp;ถ่ายเหลวมากกว่า&nbsp;3&nbsp;ครั้งต่อวัน&nbsp;เด็กมีอาการหายใจลำบาก&nbsp;ซึมลง&nbsp;ไม่ดื่มนม&nbsp;หรือทานอาหารน้อยลง&nbsp;กลุ่ม&nbsp;608&nbsp;ผู้สูงอายุ&nbsp;60&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;มีโรคเรื้อรัง&nbsp;หญิงตั้งครรภ์&nbsp;อ้วน&nbsp;น้ำหนักเกิน&nbsp;90&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;การรักษา&nbsp;คือ&nbsp;รักษาฟรีใน&nbsp;รพ.ตามสิทธิหรือ&nbsp;UCEP&nbsp;Plus&nbsp;ฟรีทุก&nbsp;รพ.ทั้งภาครัฐและเอกชน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>3.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ป่วยสีแดง&nbsp;อาการ&nbsp;หอบเหนื่อย&nbsp;พูดไม่เป็นประโยคขณะสนทนา</strong>&nbsp;แน่นหน้าอก&nbsp;หายใจเจ็บหน้าอก&nbsp;ปอดอักเสบรุนแรง&nbsp;มีภาวะช็อก&nbsp;มีภาวะโคม่า&nbsp;ซึมลง&nbsp;มีอาการไข้สูงกว่า&nbsp;39&nbsp;องศาเซลเซียสนานกว่า&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และค่าออกซิเจนน้อยกว่า&nbsp;94%&nbsp;รักษาฟรีใน&nbsp;รพ.ตามสิทธิ&nbsp;หรือใช้สิทธิ&nbsp;UCEP&nbsp;Plus&nbsp;รักษาฟรีทุก&nbsp;รพ.ทั้งภาครัฐและเอกชน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทั้งนี้&nbsp;การปรับหลักเกณฑ์จาก&nbsp;UCEP&nbsp;เป็น&nbsp;UCEP&nbsp;Plus</strong>&nbsp;เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณในการดูแลสถานการณ์โควิด-19&nbsp;นั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้น&nbsp;เนื่องจากในช่วงแรกของการระบาด&nbsp;มีการประกาศให้ผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;ทุกคนสามารถใช้สิทธิ&nbsp;UCEP&nbsp;(ฉุกเฉินเข้าได้ทุกรพ.)&nbsp;พบว่าการเบิกจ่ายงบประมาณในการดูแลผู้ป่วยผ่าน&nbsp;สปสช.&nbsp;ในช่วงปี&nbsp;2563-2564&nbsp;รวม&nbsp;54,479.67&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยพบว่าจากจำนวนผู้ป่วยที่ใช้สิทธิ&nbsp;UCEP&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;768,491&nbsp;ครั้ง&nbsp;เป็นผู้ป่วย&nbsp;สีเขียว&nbsp;88%&nbsp;รองลงมาคือสีเหลือง&nbsp;11%&nbsp;และสีแดง&nbsp;1&nbsp;%</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับลดจำนวนวันรักษาโควิด&nbsp;-19&nbsp;ในโรงพยาบาล</strong>&nbsp;ซึ่งเดิมกำหนดไว้&nbsp;10&nbsp;วัน&nbsp;จะมีการหารือปรับเป็นลักษณะ&nbsp;7&nbsp;+&nbsp;3&nbsp;คือ&nbsp;รักษาในโรงพยาบาล&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;และกลับไปแยกกักตัวที่บ้านต่ออีก&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;เนื่องจากปัจจุบันมีข้อมูลทางวิชาการเกี่ยวกับโควิด&nbsp;19&nbsp;มากขึ้น&nbsp;แต่ทั้งนี้จะมีการพิจารณาบนหลักของความปลอดภัย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นอกจากนี้&nbsp;คณะรัฐมนตรี&nbsp;ยังมีมติอนุมัติเปลี่ยนแปลงรายการจัดหาเวชภัณฑ์ยา</strong>และขยายระยะเวลาดำเนินการโครงการแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่&nbsp;:&nbsp;กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ระยะการระบาดระลอกเมษายน&nbsp;2564&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;จากเดิมอนุมัติให้จัดซื้อยา&nbsp;Molnupiravir&nbsp;(โมลนูพิราเวียร์)&nbsp;50,000&nbsp;โดส&nbsp;โดยเปลี่ยนเป็นยา&nbsp;Favipiravir&nbsp;(ฟาวิพิราเวียร์)&nbsp;จำนวน&nbsp;17,065,457&nbsp;เม็ด&nbsp;และยา&nbsp;Remdesivir&nbsp;(เรมเดซิเวียร์)&nbsp;จำนวน&nbsp;5,166&nbsp;Vial&nbsp;(ขวด)&nbsp;เนื่องจากแนวทางเวชปฏิบัติการวินิจฉัย&nbsp;ดูแลรักษาและป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล&nbsp;กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(CPG&nbsp;COVID-19)&nbsp;กำหนดให้ยา&nbsp;Favipiravir&nbsp;เป็นยาหลักที่ใช้ในการรักษาผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง&nbsp;ทั้งที่ไม่มีอาการปอดอักเสบหรือมีอาการปอดอักเสบเล็กน้อย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ปัจจุบันมีอัตราการใช้ยา&nbsp;Favipiravir&nbsp;ร้อยละ&nbsp;87&nbsp;ของผู้ป่วยที่ติดเชื้อทั้งหมด</strong>&nbsp;และสำรองยา&nbsp;Remdesivir&nbsp;เพื่อใช้ในการรักษาผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงและผู้ป่วยที่มีอาการ&nbsp;ไม่รุนแรงแต่มีข้อห้ามในการใช้ยา&nbsp;Favipiravir&nbsp;โดยมีอัตราการใช้ยาร้อยละ&nbsp;2&nbsp;ของผู้ป่วยติดเชื้อทั้งหมด&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-17T00:00:00	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317160915911
130	คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลงพื้นที่ 3 อบต. ของ อ.บางซ้าย ติดตามสอดส่องการก่อสร้างและปรับปรุงซ่อมแซมถนนงบกว่า 17 ล้านบาท	<p><strong>&nbsp;คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;3&nbsp;อบต.&nbsp;ของ&nbsp;อ.บางซ้าย&nbsp;ติดตามสอดส่องการก่อสร้างและปรับปรุงซ่อมแซมถนนงบกว่า&nbsp;17&nbsp;ล้านบาท&nbsp;หลังยืนยันทำเพื่อประชาชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น</strong></p><p><br></p><p>วันนี้&nbsp;(17&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;นำโดย&nbsp;นายชานนท์&nbsp;สุวรรณาภินันท์&nbsp;รองประธานกรรมการธรรมาภิบาลพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;3&nbsp;อบต.&nbsp;&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;อบต.บางซ้าย&nbsp;อบต.วังพัฒนา&nbsp;และ&nbsp;อบต.เทพมงคล&nbsp;อำเภอบางซ้าย&nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;เพื่อติดตามสอดส่องโครงการปรับปรุงซ่อมแซมถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก&nbsp;และการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก&nbsp;ภายใต้งบประมาณกว่า&nbsp;17&nbsp;ล้านบาท</p><p><br></p><p>นายชานนท์&nbsp;สุวรรณาภินันท์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;โครงการดังกล่าวเป็นงบประมาณเงินอุดหนุนเฉพาะกิจที่ได้รับการจัดสรรให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ซึ่งในส่วนของ&nbsp;อบต.บางซ้าย&nbsp;เป็นการปรับปรุงซ่อมแซมถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก&nbsp;บ้านหนองโสน&nbsp;ตำบลบางซ้าย&nbsp;ยาว&nbsp;3,750&nbsp;เมตร&nbsp;กว้าง&nbsp;4&nbsp;เมตร&nbsp;&nbsp;อบต.วังพัฒนา&nbsp;ก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก&nbsp;บ้านหนองเฟื่อม&nbsp;บ้านหนองอ้ายแบน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;และ&nbsp;5&nbsp;กว้าง&nbsp;4&nbsp;เมตร&nbsp;ยาว&nbsp;2,200&nbsp;เมตร&nbsp;และ&nbsp;อบต.เทพมงคล&nbsp;ก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก&nbsp;จากสายเลียบลำรางหนองพังพวย&nbsp;เชื่อมสายเลียบคลองยายบัว&nbsp;ถึงสายเลียบคลองรางอ้าย&nbsp;ถึงบ้านบึงกระสังข์-บ้านรางอ้ายทึม-บ้านรางเนื้อตาย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2,&nbsp;8,&nbsp;4&nbsp;ตำบลเทพมงคล&nbsp;กว้าง&nbsp;3.50&nbsp;เมตร&nbsp;ยาว&nbsp;2,150&nbsp;เมตร&nbsp;รวมใช้งบประมาณทั้งสิ้นกว่า&nbsp;17&nbsp;ล้านบาท</p><p><br></p><p>โดยทั้ง&nbsp;3&nbsp;อบต.ระบุว่า&nbsp;การดำเนินการเพื่อให้เป็นเส้นทางสัญจรไป-มา&nbsp;อำนวยความสะดวกให้กับประชาชน&nbsp;เด็กนักเรียน&nbsp;พระภิกษุสงฆ์&nbsp;และขนส่งสินค้าการเกษตร&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการลงพื้นที่ได้ให้ข้อเสนอแนะ&nbsp;3&nbsp;อบต.ไปหลายประการ&nbsp;เช่น&nbsp;ระยะเวลาการดำเนินการต้องมีการทำประชาคมการมีส่วนร่วมของประชาชน&nbsp;ทำประชาคมเรื่องการวางท่อใช้น้ำจากลำรางของเกษตรกรให้ได้มาตรฐานเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบ&nbsp;ประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนรับทราบการก่อสร้างทุกระยะ&nbsp;&nbsp;ติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์โครงการ&nbsp;และป้ายขอความร่วมมือประชาชนสัญจรไป-มาช่วงก่อสร้าง&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังได้เสนอแนะให้บูรณาการการทำงานกับพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;เนื่องจากในอนาคตอาจต้องทำเขื่อนหลังจากประสบอุทกภัยเป็นประจำทุกปี&nbsp;&nbsp;พร้อมกันนี้ได้ย้ำว่า&nbsp;การดำเนินการจะต้องให้เกิดผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนน้อยที่สุด</p>	2022-03-17T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317184727997
131	รอง ผบ.ทสส.(ทบ.) พร้อมคณะ เดินทางมาตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา	<p><strong>พล.อ.&nbsp;สุภโชค&nbsp;ธวัชพีระชัย&nbsp;รอง&nbsp;ผบ.ทสส.(ทบ.)&nbsp;พร้อมคณะ</strong>&nbsp;เดินทางมาตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงาน&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จว.ย.ล.&nbsp;พร้อมรับฟังการบรรยายสรุป&nbsp;เพื่อรับทราบการปฏิบัติงานของหน่วยในด้านการข่าว&nbsp;ด้านยุทธการ&nbsp;ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของหน่วย&nbsp;และมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ของจังหวัดยะลา&nbsp;โดยมี&nbsp;นายก้องสกุล&nbsp;จันทราช&nbsp;รอง&nbsp;ผวจ.ยะลา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;พ.จ.ท.&nbsp;อนันต์&nbsp;บุญสำราญ&nbsp;ปลัดจังหวัดยะลา&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมไกรลาส&nbsp;ที่ว่าการอำเภอเบตง&nbsp;จ.ยะลา</p><p><strong>จากนั้นได้ร่วมรับฟังการชี้แจง&nbsp;โครงการก่อสร้าง</strong>&nbsp;เพื่อฟื้นฟูและป้องกันการพังทลายของ&nbsp;Back&nbsp;SIope&nbsp;และ&nbsp;Side&nbsp;Slope&nbsp;โดยเฉพาะบางจุดที่มีหลักเขตแดนระหว่างประเทศ&nbsp;โดยการติดตั้ง&nbsp;Soil&nbsp;Nail&nbsp;เสริมกำลังของชั้นดิน&nbsp;รวมถึงการใช้&nbsp;Steel&nbsp;Fiber&nbsp;Shot&nbsp;Crete&nbsp;และก่อสร้างระบบระบายน้ำ&nbsp;&nbsp;พร้อมทั้ง&nbsp;เดินทางไปพบปะเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน&nbsp;ณ&nbsp;ด่านพรมแดนเบตง&nbsp;เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติงานในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-18T00:00:00	NULL	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318145032347
132	ครม. เคาะ 3.45 หมื่นล้าน จ่าย สถานพยาบาล ค่าบริการสาธารณสุขโควิด	<p><strong>ครม.&nbsp;เคาะ&nbsp;3.45&nbsp;หมื่นล้าน&nbsp;จ่าย&nbsp;สถานพยาบาล&nbsp;ค่าบริการสาธารณสุขโควิด&nbsp;ช่วง&nbsp;ธ.ค.&nbsp;64&nbsp;-&nbsp;ก.พ.65</strong></p><p><strong>นางสาวรัชดา&nbsp;ธนาดิเรก&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ครม.อนุมัติโครงการค่าบริการสาธารณสุขภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติปี&nbsp;2565&nbsp;รอบที่&nbsp;2&nbsp;วงเงิน&nbsp;34,528&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&nbsp;(สปสช.)&nbsp;เพื่อเป็นค่าบริการสาธารณสุขโรคโควิด-19&nbsp;และบริการอื่นที่เกี่ยวข้องของหน่วยบริการหรือสถานพยาบาลที่ให้บริการแล้วระหว่างเดือนธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;-&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;โดยใช้งบประมาณจากพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;เพิ่มเติม&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;ซึ่งโครงการนี้มีกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;คือ&nbsp;ประชาชนทุกคนที่อาศัยอยู่ในไทย&nbsp;หน่วยบริการหรือสถานพยาบาลที่จัดบริการสาธารณสุขทั้งภาครัฐและเอกชนและผู้ให้บริการสาธารณสุขทั่วประเทศ&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ที่ประชุมได้มอบหมายให้&nbsp;สปสช.&nbsp;ประมาณการค่าบริการสาธารณสุขในช่วงเดือนมีนาคม&nbsp;-&nbsp;กันยายน&nbsp;2565&nbsp;</strong>เพื่อให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์&nbsp;UCEP&nbsp;Plus&nbsp;และสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;พร้อมทั้งตรวจสอบเอกสารการเบิกจ่ายค่าบริการสาธารณสุขของหน่วยบริการให้สอดคล้องกับการรักษาพยาบาลผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ที่เกิดขึ้นจริงและเร่งประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการดำเนินการตามหลักเกณฑ์&nbsp;UCEP&nbsp;Plus&nbsp;ให้ประชาชนรับรู้และเข้าใจ&nbsp;ซึ่งจะเริ่มบังคับใช้ในวันที่&nbsp;16&nbsp;มีนาคมนี้</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-18T00:00:00	ภาคตะวันตก	กาญจนบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318172601478
133	รองแม่ทัพภาคที่ 4 ลงพื้นที่ติดตามความพร้อมเตรียมเปิดด่านชายแดนไทย-มาเลเซีย ณ ด่านวังประจัน อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล ก่อนเปิดด่านชายแดนทั้ง 2 ประเทศ ในวันที่ 1 เมษายน 2565	<p><strong>วันนี้&nbsp;(18&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;12.30&nbsp;น.&nbsp;พลตรีศานติ&nbsp;ศกุนตนาค</strong>&nbsp;รองแม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;พลตรีวรเดช&nbsp;เดชรักษา&nbsp;ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่&nbsp;5&nbsp;พลเอกเรวัต&nbsp;เซ่งเข็ม&nbsp;ผู้บังคับกองพันทหารราบที่&nbsp;2&nbsp;กรมทหารราบที่&nbsp;5&nbsp;ค่ายสมันตรัฐบุรินทร์&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;นายสุพจน์&nbsp;รอดเรือง&nbsp;ณ&nbsp;หนองคาย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่&nbsp;เดินทางไปยังด่านชายแดนไทย-มาเลเซีย&nbsp;&nbsp;ด่านวังประจัน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลวังประจัน&nbsp;อำเภอควนโดน&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจกำลังทหารจาก&nbsp;ร.5&nbsp;พัน&nbsp;2&nbsp;ค่ายสมันตรัฐบุรินทร์&nbsp;และกองกำลังเทพสตรี&nbsp;ที่ตรวจร่วมกับกำลังทหารของประเทศมาเลเซีย&nbsp;ตามแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย&nbsp;โดยมี&nbsp;พ.ต.อ.ธนิสรณ์&nbsp;แสงท่านั่ง&nbsp;ผกก.ตม.จ.สตูล&nbsp;พ.ต.อ.บุญเลิศ&nbsp;ตรัสสิริ&nbsp;ผกก.สภ.ควนโดน&nbsp;และ&nbsp;พ.ท.Asmi&nbsp;Bin&nbsp;Tukiman&nbsp;&nbsp;เสนาธิการกองพลน้อยที่&nbsp;30&nbsp;ซึ่งรับผิดชอบชายแดนด้านรัฐเปอร์ลิส&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ</p><p><strong>รองแม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;กล่าวด้วยว่า&nbsp;วันนี้มาตรวจดูการเตรียมความพร้อม</strong>ที่จะเปิดด่านชายแดนทั้ง&nbsp;2&nbsp;ประเทศ&nbsp;ทั้งฝั่งไทยและมาเลเซียที่จะเปิดในวันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ที่จะถึงนี้&nbsp;โดยเฉพาะความพร้อมของด่านวังประจัน&nbsp;อำเภอควนโดน&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;โดยก่อนจะมาที่จังหวัดสตูล&nbsp;ได้ไปติดตามความพร้อมที่ด่านสะเดา&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;สำหรับความพร้อมของฝั่งไทยทั้งอำเภอสะเดา&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;และจังหวัดสตูลมีความพร้อมมาก&nbsp;ในส่วนของด้านสาธารณสุขในพื้นที่ก็มีความพร้อมเช่นกัน&nbsp;ตนคิดว่าเราพร้อมที่จะเปิดได้&nbsp;แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราเปิดฝ่ายเดียวก็ไม่ได้&nbsp;ต้องรอฝ่ายมาเลเซียเปิดด้วย&nbsp;เพราะเราก็ต้องการนักท่องเที่ยวเข้ามา&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>ทั้งนี้&nbsp;ในปัจจุบันสถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ของทั้ง&nbsp;2&nbsp;ประเทศยังคงสูงอยู่&nbsp;อาจจะต้องหารือร่วมกันอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง&nbsp;สำหรับในวันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;ตนเองไม่มั่นใจว่าจะเปิดได้หรือไม่ได้&nbsp;คงจะขึ้นอยู่ที่ความพร้อมของฝ่ายมาเลเซียด้วย&nbsp;แต่ฝั่งไทยนั้นพร้อมที่จะเปิดเพราะได้เตรียมการไว้เรียบร้อยแล้ว&nbsp;ขณะที่ทหารซึ่งมีหน้าที่ดูแลแนวชายแดนก็ได้บูรณาการร่วมกัน&nbsp;ตนมั่นใจว่ากำลังทหารพร้อมโดยใช้กำลังของกำลังเทพสตรีและตชด.&nbsp;หลังจากนั้น&nbsp;รองแม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;ได้ไปตรวจเยี่ยมการเตรียมความพร้อมในการจัดเตรียมเป็นสถานที่กักตัวทางเลือก&nbsp;(AQ)&nbsp;สำหรับรับนักท่องเที่ยว&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรมสินเกียรติบุรี&nbsp;ถนนบุรีวานิช&nbsp;อำเภอเมืองสตูล&nbsp;จังหวัดสตูลด้วย&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong>&nbsp;&nbsp;</p>	2022-03-18T00:00:00	ภาคใต้	สตูล	สวท.สตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318164712456
134	รองแม่ทัพภาพที่ 4 ลงพื้นที่จังหวัดสตูล ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจหน่วยกำลังป้องกันด่านชายแดนไทย-มาเลเซีย และตรวจความพร้อมเปิดด่านชายแดน	<p><strong>วันนี้&nbsp;(18&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;พลตรีศานติ&nbsp;ศกุนตนาค&nbsp;รองแม่ทัพภาพที่&nbsp;4</strong>/รองผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการ&nbsp;กองทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;พลตรี&nbsp;วรเดช&nbsp;เดชรักษา&nbsp;ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่&nbsp;5&nbsp;พ.อ.เรวัตร&nbsp;เซ่งเข็ม&nbsp;ผู้บังคับกองพันทหารราบที่&nbsp;2&nbsp;กรมทหารราบที่&nbsp;5&nbsp;ค่ายสมันตรัฐบุรินทร์&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่เดินทางไปยังด่านชายแดนไทย-มาเลเซีย&nbsp;ด่านวังประจัน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลวังประจัน&nbsp;อำเภอควนโดน&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจกำลังทหารจาก&nbsp;ร.5&nbsp;พัน&nbsp;2&nbsp;ค่ายสมันตรัฐบุรินทร์และกองกำลังเทพสตรีที่ตรวจร่วมกับกำลังทหารของประเทศมาเลเซีย&nbsp;ตามแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย&nbsp;โดยมี&nbsp;พ.ต.อ.ธนิสรณ์&nbsp;แสงท่านั่ง&nbsp;ผกก.ตม.จ.สตูล&nbsp;พ.ต.อ.บุญเลิศ&nbsp;ตรัสสิริ&nbsp;ผกก.สภ.ควนโดน&nbsp;และพ.ท.Asmi&nbsp;Bin&nbsp;Tukiman&nbsp;เสณาธิการกองพลน้อยที่&nbsp;30&nbsp;ซึ่งรับผิดชอบชายแดนด้านรัฐเปอร์ลิส&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ</p><p><strong>พลตรีศานติ&nbsp;ศกุนตนาค&nbsp;รองแม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้เพื่อติดตามความพร้อมเปิดด่านชายแดนวังประจัน&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ลงพื้นที่ตรวจด่านสะเดาที่จังหวัดสงขลาแล้วด้วย&nbsp;โดยได้ตรวจติดตามตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&nbsp;ทั้งเรื่องกำลังพล&nbsp;การบริหารจัดการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;รวมถึงการลงทะเบียนเดินทางเข้าไทยโครงการ&nbsp;TEST&nbsp;&amp;&nbsp;GO&nbsp;จากการตรวจติดตามสถานการณ์ภาพรวมทั้งด่านสะเดาที่จังหวัดสงขลา&nbsp;และด่านวังประจัน&nbsp;จังหวัดสตูลนั้นฝั่งประเทศไทยมีความพร้อมเปิดด่านแล้ว&nbsp;แต่อย่างไรก็ตามต้องรอทางฝั่งประเทศมาเลเซียมีความพร้อมและประกาศเปิดด่านต่อไป&nbsp;ซึ่งเชื่อว่าเมื่อเปิดด่านจะนำไปสู่การขยายตัวทางเศรษฐกิจ&nbsp;เป็นประโยชน์กับทั้งสองประเทศอย่างมาก&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการท่องเที่ยวจะฟื้นตัวขึ้นอย่างแน่นอน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-18T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	NULL	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318165053458
135	รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ตรวจเยี่ยมสำนักงานยุติธรรมจังหวัดนครราชสีมา ติดตามผลการดำเนินงานด้านการขับเคลื่อนนโยบายการอำนวยความยุติธรรมในพื้นที่	<p><strong>วันนี้&nbsp;(18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์&nbsp;วิศิษฏ์สรอรรถ&nbsp;</strong>ปลัดกระทรวงยุติธรรม&nbsp;มอบหมายให้นายวัลลภ&nbsp;นาคบัว&nbsp;รองปลัดกระทรวงยุติธรรม&nbsp;และคณะ&nbsp;ตรวจเยี่ยมสำนักงานยุติธรรมจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;พร้อมทั้ง&nbsp;ร่วมประชุมกับนายวิเชียร&nbsp;ไชยสอน&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานยุติธรรมจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;เพื่อติดตามผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม&nbsp;และปลัดกระทรวงยุติธรรม&nbsp;</p><p><strong>โดยติดตามผลการปฏิบัติงานและรายงานสถานการณ์</strong>การอำนวยความยุติธรรมในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;อาทิ&nbsp;การไกล่เกลี่ยหนี้สินภาคครัวเรือน&nbsp;การช่วยเหลือเหยื่อ&nbsp;ผู้เสียหาย&nbsp;และผู้ไม่ได้รับความเป็นธรรม&nbsp;แบบบูรณาการ&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;ยุติธรรมใส่ใจ&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;(Justice&nbsp;Care)&nbsp;ทั้งการขอรับความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา&nbsp;การให้คำปรึกษากฎหมายแก่ประชาชน&nbsp;และการขอรับความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรม&nbsp;ซึ่งเป็นแนวทางการดำเนินงานเชิงรุกตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการอำนวยความยุติธรรม</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-18T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครราชสีมา	สวท.นครราชสีมา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318204252551
136	ปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล ตามมาตรการป้องกันและบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดให้ได้ผล เป็นรูปธรรม	<p><strong>พลเอก ณัฐ อินทรเจริญ </strong>ได้รับมอบหมายจากพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีให้ทำหน้าที่ประธานคณะทำงานประสานงานเพื่อเตรียมการประชุมคณะกรรมการประสานงานแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานการณ์โควิด-19 ที่ห้องประชุม ชั้น 6 อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (ศรีสมาน)&nbsp;อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี</p><p><strong>ที่ประชุมได้รับทราบ ความคืบหน้าการเตรียมความพร้อม</strong> การกำหนดโครงสร้าง อำนาจหน้าที่ในการเตรียมการดำเนินงาน และการประสานงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่นการรับเรื่องราวร้องทุกข์&nbsp;การจัดระบบแจ้งเหตุด่วนผู้ป่วย และบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 </p><p><strong>จากแนวโน้มของสถานการณ์ยาเสพติดของไทยในปัจจุบัน</strong> ยังมีความพยายามของขบวนการค้ายาเสพติด ที่ยังมีลักลอบนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านทางด้านทิศเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ อย่างต่อเนื่อง โดยมีการลำเลียงเข้าประเทศไทยและขณะเดียวกันก็มีแนวโน้มขยายตัวของการเพิ่มช่องทางติดต่อการค้ายาเสพติดออนไลน์ และการส่งผ่านทางไปรษณีย์ ไปยังผู้เสพ เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะทำให้มีผู้ป่วยจากยาเสพติดเพิ่มมากขึ้นด้วย </p><p><strong>ล่าสุด พลเอก ประวิตร ได้เน้นย้ำว่า</strong> รัฐบาลได้ให้ความสำคัญสูงสุด ต่อการเร่งรัดกวดขัน ปราบปราม ขบวนการค้ายาเสพติด ตั้งแต่ ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง โดยให้ทุกส่วนราชการมีความหนักแน่น ทุ่มเท ปฏิบัติหน้าที่ ให้ครบวงจร และให้สอดคล้องกับแผนปฏิบัติการด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ.2565 โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านมาตรการป้องกันและมาตรการบำบัดรักษา รวมถึงการบริหารจัดการแบบบูรณาการ</p><p><strong>พลเอก ณัฐ&nbsp;กล่าวย้ำต่อที่ประชุม</strong> โดยขอความร่วมมือคณะทำงานและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้เตรียมความพร้อมการดำเนินงานและปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล ตามมาตรการป้องกันและบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดให้ได้ผล เป็นรูปธรรม </p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-18T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318204847553
137	จังหวัดสุราษฎร์ธานี เดินหน้าขจัดปัญหาความยากจน ประชาชนกลุ่มเปราะบาง 123 ครัวเรือน ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ตามแนวหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม เพื่อให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืน	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี</strong>&nbsp;สั่งการให้นายชาญวิทย์&nbsp;สิรภักดี&nbsp;นายอำเภอบ้านนาเดิม&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจครัวเรือนประชาชนกลุ่มเปราะบาง&nbsp;จำนวน&nbsp;123&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ที่ได้รับการสำรวจและตรวจสอบในการยืนยันข้อมูลในระบบ&nbsp;TPMAP&nbsp;Logbook&nbsp;เพื่อจัดทำแผนครัวเรือน&nbsp;ตามแบบ&nbsp;ศจพ.3&nbsp;และแบบ&nbsp;ศจพ.4&nbsp;ภายใต้คอนเซ็ปต์&nbsp;""นาเดิมก้าวไกล&nbsp;เดินไปด้วยกัน""&nbsp;เดินหน้าขจัดปัญหาความยากจน&nbsp;ในการนี้นายอำเภอบ้านนาเดิม&nbsp;ได้หมอบหมายให้นางสุรีย์พร&nbsp;แผนสูงเนิน&nbsp;พัฒนาการอำเภอบ้านนาเดิม/กรรมการและเลขานุการศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วยวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงระดับอำเภอ&nbsp;เป็นผู้ดำเนินการภารกิจดังกล่าว&nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน&nbsp;เจ้าหน้าที่ปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่เพื่อดำเนินการดังกล่าว&nbsp;ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;ตามแนวหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการแก้ไขปัญหาความยากจน&nbsp;อีกทั้ง&nbsp;เพื่อเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดี&nbsp;พร้อมทั้งสามารถสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;ในครัวเรือน&nbsp;ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไปในอนาคต</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;(ศจพ.)</strong>&nbsp;เป็นกลไกเชิงนโยบายในการดำเนินการแก้ไขปัญหาความยากจน&nbsp;ลดความเหลื่อมล้ำและการพัฒนาคนทุกช่วงวัย&nbsp;เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาที่เกี่ยวข้องอย่างบูรณาการเป็นรูปธรรมและยั่งยืนได้ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ&nbsp;นำไปสู่การบรรลุวิสัยทัศน์&nbsp;""ประเทศไทยมีความมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;เป็นประเทศพัฒนาแล้ว&nbsp;ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง""&nbsp;ได้อย่างเป็นรูปธรรม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;การดำเนินการตรวจเยี่ยมและติดตามครัวเรือนกลุ่มเปราะบางของอำเภอบ้านนาเดิม</strong>&nbsp;ได้ดำเนินการครบแล้วทั้ง&nbsp;123&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;โดยจำแนกครัวเรือนได้ดังนี้&nbsp;ตำบลนาใต้&nbsp;จำนวน&nbsp;37&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ตำบลบ้านนา&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ตำบลท่าเรือ&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ตำบลทรัพย์ทวี&nbsp;จำนวน&nbsp;49&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;และเทศบาลตำบลบ้านนา&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;โดยทางเจ้าหน้าจะนำข้อมูลบันทึกในระบบ&nbsp;TPMAP&nbsp;Logbook&nbsp;และส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้ความช่วยเหลือตามเมนูแก้จนต่อไป&nbsp;</p>"	2022-03-19T00:00:00	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319082608597
138	ทหารพราน 47 พิทักษ์พื้นที่-ประชาชน สร้างความเชื่อมั่น รักษาความปลอดภัย	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;47</strong>&nbsp;จัดกำลังพลชุดปฏิบัติการพิทักษ์พื้นที่&nbsp;(ชป.พิทักษ์พื้นที่)&nbsp;ทำการเดินลาดตระเวนพิสูจน์ทราบเชิงรุก&nbsp;ในพื้นที่อำเภอยะหา&nbsp;อำเภอกาบัง&nbsp;และอำเภอกรงปินัง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ป่าภูเขา&nbsp;ชุมชนไทยพุทธ&nbsp;และพื้นที่ป่าท้ายหมู่บ้าน&nbsp;โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการเดินลาดตระเวนตรวจตราในจุดเสี่ยง/จุดล่อแหลมต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อเป็นการรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่&nbsp;ตลอดจนสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าสินค้า&nbsp;สินค้าหนีภาษี&nbsp;และยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>โดยในการปฏิบัติภารกิจต่าง&nbsp;ๆ</strong>&nbsp;อยู่ภายใต้มาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส&nbsp;COVID-19&nbsp;รวมทั้งกำลังพลมีความตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา&nbsp;และไม่ประมาทต่อสถานการณ์ในพื้นที่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;47</strong>&nbsp;ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตาสอดส่องดูแลพื้นที่&nbsp;และร่วมกันแจ้งเบาะแสเมื่อพบเจอสิ่งผิดปกติในพื้นที่&nbsp;หากพบเห็นบุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่&nbsp;สามารถแจ้งได้ที่เบอร์สายตรงแม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;โทร&nbsp;06-1173-2999&nbsp;และเบอร์สายด่วน&nbsp;1341&nbsp;หรือหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ใกล้บ้านได้ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p>	2022-03-19T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319104826610
139	กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  เข้มงวดกับการแยกขยะที่ถูกวิธี  พบ อบต. ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาประสบผลสำเร็จ	<p><strong>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม &nbsp;เข้มงวดกับการแยกขยะที่ถูกวิธี&nbsp; พบ อบต. ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาประสบผลสำเร็จ</strong></p><p><br></p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p>นางศุภฤกษ์ &nbsp;ดวงขวัญ ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมการจัดการสิ่งแวดล้อม สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 6 &nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp; ได้รับมอบหมายจาก นางสาวผุสดี &nbsp;เยี่ยมสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 6 &nbsp;</p><p><br></p><p>ลงพื้นที่ประเมินองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามโครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน &nbsp;เกี่ยวกับการคัดแยกขยะต้นทางของ 7 อบต. ใน 5 อำเภอ ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา &nbsp;พบว่า &nbsp;อบต.มารวิชัย &nbsp;อบต.รางจรเข้ &nbsp;อ.เสนา&nbsp; อบต.ลาดบัวหลวง&nbsp; อบต. สิงหนาท &nbsp;&nbsp;อ.ลาดบัวหลวง&nbsp;&nbsp; อบต.โคกม่วง &nbsp;อ.ภาชี&nbsp; อบต.มหาราช อ.มหาราช&nbsp; และ อบต.พุทเลา อ.บางปะหัน ได้จัดกิจกรรมให้ความรู้กับพี่น้องประชาชน นักเรียน และกลุ่มเป้าหมาย &nbsp;มีความเข้าใจการแยกขยะที่ถูกต้อง &nbsp;หรือการนำของเหลือใช้ไปใช้ประโยชน์เพื่อลดขยะภายในครัวเรือน&nbsp; โดยแยกขยะออกเป็น 4 &nbsp;ประเภท &nbsp;เช่น ขยะรีไซเคิล &nbsp;เก็บไว้ขาย &nbsp;ขยะอินทรีย์ &nbsp;&nbsp;ทำปุ๋ยหมัก ลดการใช้ขยะทั่วไปเพื่อลดขยะที่นำกำจัด และแยกของเสียอันตราย ทั้งหลอดไฟ &nbsp;ถ่ายไฟฉาย &nbsp;แบตเตอรี่ &nbsp;ขวดยาเก่า &nbsp;ซึ่งแต่ละ อบต. จะนำไปส่งที่ศูนย์รวบรวมของเสียอันตรายขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา &nbsp;เพื่อกำจัดอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ</p><p><br></p><p><br></p><p>นอกจากนั้น ยังมี อบต.ที่ดำเนินการกิจกรรมจูงใจการลดคัดแยกขยะได้อย่างต่อเนื่อง &nbsp;เช่น&nbsp; อบต.มารวิชัย อำเภอเสนา &nbsp;โดยจัดทำเสวียนใส่ใบไม้ &nbsp;มีการจัดการขยะรีไซเคิล พร้อมจัดตั้งกองทุนฌาปนกิจขยะตำบลมารวิชัย &nbsp;จัดทำตู้รวบรวมของเสียอันตรายวางไว้ตามจุดต่างๆ ในชุมชน รวมถึง ทำโรงเรือนเก็บรวบรวมของเสียอันตรายจากชุมชน &nbsp;ส่วน อบต.สิงหนาท อำเภอลาดบัวหลวง &nbsp;ได้จัดซื้อวงบ่อซีเมนต์สำหรับครัวเรือนใช้คัดแยกขยะรีไซเคิล &nbsp;ดำเนินกิจกรรมของเสียอันตรายแลกข้าว ในอัตราการแลกเปลี่ยน &nbsp;ขยะอันตราย 5 กิโลกรัม แลกข้าวสารได้ 1 กิโลกรัม &nbsp;พร้อมรณรงค์ให้ครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการใช้ตะกร้าแทนการใช้ถุงพลาสติก &nbsp;พร้อมกันนี้&nbsp; มีการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์สำหรับบ้านที่เข้าร่วมกิจกรรม คือ ติดป้ายบ้านนี้เข้าร่วมกิจกรรมตะกร้าคว้ารางวัลไว้บริเวณหน้าบ้าน &nbsp;จัดทำคูปองแลกของรางวัลสำหรับครัวเรือนที่ไม่รับถุงพลาสติก &nbsp;มีอัตราการซื้อ 30 บาท ได้รับคูปอง 1 ใบ ทั้งนี้ &nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 6 &nbsp;ได้ให้ข้อเสนอแนะการลดคัดแยกขยะ &nbsp;คือการเก็บรวบรวบพลาสติกยืด &nbsp;พลาสติกแข็ง &nbsp;กล่องนมสะอาด รวมทั้งอะลูมิเนียม &nbsp;นำมาบริจาคเพื่อสาธารณะประโยชน์ต่อไปอีกด้วย</p><p><br></p>	2022-03-19T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319113106621
140	ครม. อนุมัติโครงการค่าบริการสาธารณสุขภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปี 2565 วงเงิน 34,528 ล้านบาทของ สปสช. เพื่อดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19	<p><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่&nbsp;รายงานว่า&nbsp;</strong>คณะรัฐมนตรี&nbsp;(ครม.)&nbsp;อนุมัติโครงการค่าบริการสาธารณสุขภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติปี&nbsp;2565&nbsp;รอบที่&nbsp;2&nbsp;วงเงิน&nbsp;34,528&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&nbsp;(สปสช.)&nbsp;เพื่อเป็นค่าดูแลผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;แก่สถานพยาบาลระหว่างเดือน&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;-&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;และให้ประมาณการค่าบริการ&nbsp;สาธารณสุขในช่วงเดือนมีนาคม-กันยายน&nbsp;2565&nbsp;เพื่อให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์&nbsp;UCEP&nbsp;Plus&nbsp;ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่&nbsp;16&nbsp;มีนาคมเป็นต้นมา&nbsp;การใช้หลักเกณฑ์&nbsp;UCEP&nbsp;Plus&nbsp;เป็นการปรับวิธีการเบิกจ่ายเงินเท่านั้น&nbsp;โดยยังยึดหลักการผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ทุกคนในประเทศไทยยังได้รับการรักษาฟรี&nbsp;ตามความเหมาะสมของอาการ&nbsp;ซึ่งปัจจุบันได้แบ่งเป็น&nbsp;3&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ดังนี้&nbsp;</p><p><strong>ผู้ป่วยสีเขียว</strong>&nbsp;อาการ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ไม่มีอาการ&nbsp;มีไข้อุณหภูมิ&nbsp;37.5&nbsp;องศาเซลเซียสขึ้นไป&nbsp;ลิ้นไม่รับรส&nbsp;จมูกไม่รับกลิ่น&nbsp;ไอมีน้ำมูก&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;ตาแดง&nbsp;มีผื่น&nbsp;ถ่ายเหลว&nbsp;กลุ่มนี้รักษาฟรีใน&nbsp;รพ.&nbsp;ตามสิทธิ&nbsp;ทั้งบัตรทอง&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;และประกันสังคม&nbsp;กรณีทำงานต่างพื้นที่สามารถเข้า&nbsp;รพ.เครือข่ายสิทธิสุขภาพได้&nbsp;การรักษาในกักตัวที่บ้าน&nbsp;HI&nbsp;ในชุมชน&nbsp;CI&nbsp;และโครงการ&nbsp;เจอ&nbsp;แจก&nbsp;จบ&nbsp;ที่หน่วยบริการใกล้บ้าน&nbsp;</p><p><strong>ผู้ป่วยสีเหลือง&nbsp;</strong>อาการ&nbsp;แน่นหน้าอก&nbsp;หายใจลำบาก&nbsp;หายใจเร็ว&nbsp;หายใจเหนื่อย&nbsp;ปอดอักเสบ&nbsp;ถ่ายเหลวมากกว่า&nbsp;3&nbsp;ครั้งต่อวัน&nbsp;เด็กมีอาการหายใจลำบาก&nbsp;ซึมลง&nbsp;ไม่ดื่มนม&nbsp;หรือทานอาหารน้อยลง&nbsp;กลุ่ม&nbsp;608&nbsp;ผู้สูงอายุ&nbsp;60&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;มีโรคเรื้อรัง&nbsp;หญิงตั้งครรภ์&nbsp;อ้วน&nbsp;น้ำหนักเกิน&nbsp;90&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;การรักษา&nbsp;คือ&nbsp;รักษาฟรีใน&nbsp;รพ.&nbsp;ตามสิทธิหรือ&nbsp;UCEP&nbsp;Plus&nbsp;ฟรีทุก&nbsp;รพ.ทั้งภาครัฐและเอกชน&nbsp;</p><p><strong>ผู้ป่วยสีแดง&nbsp;</strong>อาการ&nbsp;หอบเหนื่อย&nbsp;พูดไม่เป็นประโยคขณะสนทนา&nbsp;แน่นหน้าอก&nbsp;หายใจเจ็บหน้าอก&nbsp;ปอดอักเสบรุนแรง&nbsp;มีภาวะช็อก&nbsp;มีภาวะโคม่า&nbsp;ซึมลง&nbsp;มีอาการไข้สูงกว่า&nbsp;39&nbsp;องศาเซลเซียสนานกว่า&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และค่าออกซิเจนน้อยกว่า&nbsp;94%&nbsp;รักษาฟรีใน&nbsp;รพ.ตามสิทธิ&nbsp;หรือใช้สิทธิ&nbsp;UCEP&nbsp;Plus&nbsp;รักษาฟรีทุก&nbsp;รพ.ทั้งภาครัฐและเอกชน&nbsp;ทั้งนี้การปรับหลักเกณฑ์จาก&nbsp;UCEP&nbsp;เป็น&nbsp;UCEP&nbsp;Plus&nbsp;เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณในการดูแลสถานการณ์โควิด-19&nbsp;นั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้น&nbsp;</p><p><strong>เนื่องจากในช่วงแรกของการระบาด</strong>&nbsp;มีการประกาศให้ผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;ทุกคนสามารถใช้สิทธิ&nbsp;UCEP&nbsp;(ฉุกเฉินเข้าได้ทุก&nbsp;รพ.)&nbsp;พบว่าการเบิกจ่ายงบประมาณในการดูแลผู้ป่วยผ่าน&nbsp;สปสช.&nbsp;ในช่วงปี&nbsp;2563-2564&nbsp;รวม&nbsp;54,479.67&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยพบว่าจากจำนวนผู้ป่วยที่ใช้สิทธิ&nbsp;UCEP&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;768,491&nbsp;ครั้ง&nbsp;เป็นผู้ป่วยสีเขียว&nbsp;88%&nbsp;รองลงมาคือสีเหลือง&nbsp;11%&nbsp;และสีแดง&nbsp;1&nbsp;%&nbsp;นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับลดจำนวนวันรักษาโควิด-19&nbsp;ในโรงพยาบาล&nbsp;ซึ่งเดิมกำหนดไว้&nbsp;10&nbsp;วัน&nbsp;จะมีการหารือปรับเป็นลักษณะ&nbsp;7+3&nbsp;คือ&nbsp;รักษาในโรงพยาบาล&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;และกลับไปแยกกักตัวที่บ้านต่ออีก&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;เนื่องจากปัจจุบันมีข้อมูลทางวิชาการเกี่ยวกับโควิด-19&nbsp;มากขึ้น&nbsp;แต่ทั้งนี้จะมีการพิจารณาบนหลักของความปลอดภัย&nbsp;ครม.&nbsp;มีมติอนุมัติเปลี่ยนแปลงรายการจัดหาเวชภัณฑ์ยาและขยายระยะเวลาดำเนินการโครงการแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่&nbsp;:&nbsp;กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ระยะการระบาดระลอกเมษายน&nbsp;2564&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;จากเดิมอนุมัติให้จัดซื้อยาโมลนูพิราเวียร์&nbsp;50,000&nbsp;โดส&nbsp;โดยเปลี่ยนเป็นยาฟาวิพิราเวียร์&nbsp;จำนวน&nbsp;17,065,457&nbsp;เม็ด&nbsp;และยาเรมเดซิเวียร์&nbsp;จำนวน&nbsp;5,166&nbsp;ขวด&nbsp;เนื่องจากแนวทางเวชปฏิบัติการวินิจฉัย&nbsp;ดูแลรักษาและป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล&nbsp;กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(CPG&nbsp;COVID-19)&nbsp;กำหนดให้ยาฟาวิพิราเวียร์เป็นยาหลักที่ใช้ในการรักษาผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง&nbsp;ทั้งที่ไม่มีอาการปอดอักเสบหรือมีอาการปอดอักเสบเล็กน้อย&nbsp;ปัจจุบันมีอัตราการใช้ยาฟาวิพิราเวียร์&nbsp;ร้อยละ&nbsp;87&nbsp;ของผู้ป่วยที่ติดเชื้อทั้งหมด&nbsp;และสำรองยาเรมเดซิเวียร์&nbsp;เพื่อใช้ในการรักษาผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงและผู้ป่วยที่มีอาการ&nbsp;ไม่รุนแรงแต่มีข้อห้ามในการใช้ยาฟาวิพิราเวียร์&nbsp;โดยมีอัตราการใช้ยาร้อยละ&nbsp;2&nbsp;ของผู้ป่วยติดเชื้อทั้งหมด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-19T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319135346681
141	ครม. ต่ออายุแรงงาน กัมพูชา ลาว และเมียนมา พร้อมนำเข้าแรงงานถูกกฎหมาย ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19	<p><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่&nbsp;รายงานว่า</strong>&nbsp;คณะรัฐมนตรี&nbsp;(ครม.)&nbsp;มีมติเห็นชอบการบริหารจัดการ&nbsp;การทำงานของคนต่างด้าว&nbsp;3&nbsp;สัญชาติ&nbsp;คือกัมพูชา&nbsp;ลาว&nbsp;และเมียนมา&nbsp;ซึ่งเข้ามาทำงานตามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงาน&nbsp;(MOU)&nbsp;ภายใต้ข้อตกลงว่าด้วยการจ้างงาน&nbsp;(Agreement)&nbsp;ในปี&nbsp;2561&nbsp;ซึ่งมีวาระการจ้างงานครบ&nbsp;4&nbsp;ปี&nbsp;ในปีนี้&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ถึง&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2565&nbsp;ให้สามารถดำเนินการขออนุญาตทำงานหรือขอต่ออายุใบทำงานและขอรับการตรวจอนุญาตให้อยู่เป็นการชั่วคราวต่อไปได้อีกไม่เกิน&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;</p><p><strong>การต่ออายุดังกล่าวทำให้แรงงานต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทยภายใต้เงื่อนไขดังกล่าว</strong>&nbsp;สามารถทำงานต่อได้โดยไม่ต้องเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย&nbsp;ตามสถานการณ์การระบาดของโควิด-19&nbsp;อีกทั้งยังตอบโจทย์ความต้องการของนายจ้างหรือผู้ประกอบการที่ยังมีความต้องการแรงงานที่เป็นคนต่างด้าว&nbsp;เพื่อให้ภาคธุรกิจและเศรษฐกิจของประเทศสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติในหลักการร่างประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง&nbsp;การยกเว้นข้อห้ามมิให้คนต่างด้าวเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษเพื่อการทำงานสำหรับคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา&nbsp;ลาวและเมียนมา&nbsp;ซึ่งได้รับอนุญาตให้เข้ามาทำงานในราชอาณาจักรตามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงานภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัส&nbsp;โคโรนา&nbsp;2019&nbsp;เพื่อให้คนต่างด้าวดังกล่าวสามารถอยู่ในราชอาณาจักรต่อไปได้เป็นกรณีพิเศษอีก&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;(ในระหว่างที่ขอต่ออายุใบอนุญาตทำงานอีกไม่เกิน&nbsp;2&nbsp;ปี)&nbsp;ปัจจุบันมีคนต่างด้าว&nbsp;ภายใต้&nbsp;MOU&nbsp;ในวาระการจ้างงานจะครบ&nbsp;4&nbsp;ปี&nbsp;&nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;106,580&nbsp;คน&nbsp;กัมพูชา&nbsp;26,840&nbsp;คน&nbsp;ลาว&nbsp;25,504&nbsp;คน&nbsp;เมียนมา&nbsp;54,236&nbsp;คน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ทางการของประเทศกัมพูชา&nbsp;ลาว&nbsp;และเมียนมา&nbsp;ได้มีหนังสือ&nbsp;เห็นชอบกับการดำเนินการดังกล่าวด้วยแล้ว&nbsp;</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;4&nbsp;ขั้นตอนขอใบอนุญาตทำงานต่อ&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;</strong>กำหนดให้แรงงานต่างด้าวต้องดำเนินการตามขั้นตอนให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาไม่เกิน&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;นับจากวันที่การอนุญาตทำงานของคนต่างด้าว&nbsp;รายนั้นๆ&nbsp;สิ้นสุด&nbsp;ณ&nbsp;สถานที่ตั้งของแต่ละหน่วยงาน&nbsp;มีแนวทางการดำเนินการ&nbsp;ดังนี้&nbsp;</p><p>1.&nbsp;คนต่างด้าวตรวจสุขภาพ&nbsp;ณ&nbsp;สถานพยาบาลที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล&nbsp;โดยคนต่างด้าวที่จะขอรับใบอนุญาตทำงานต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนด&nbsp;ในกฎกระทรวงกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของคนต่างด้าวที่จะขอรับใบอนุญาต&nbsp;ทำงาน&nbsp;&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2563&nbsp;</p><p>2.&nbsp;คนต่างด้าวยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตทำงานก่อนที่ใบอนุญาตทำงานสิ้นอายุ&nbsp;และกรณีคนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ&nbsp;ที่ยังมิได้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตทำงานก่อนที่ใบอนุญาตทำงานเดิมสิ้นอายุ&nbsp;หากประสงค์จะทำงานต่อให้ยื่นคำขออนุญาตทำงานภายในระยะเวลา&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;นับแต่วันที่ใบอนุญาตทำงานสิ้นอายุ&nbsp;โดยคนต่างด้าวจะสามารถทำงานได้&nbsp;เมื่อได้รับใบอนุญาตทำงานแล้วเท่านั้น&nbsp;*นายทะเบียนจะอนุญาตทำงานได้&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;นับแต่วันที่ใบอนุญาตทำงานสิ้นอายุ&nbsp;</p><p>3.&nbsp;คนต่างด้าวขอรับการตรวจอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวต่อไป&nbsp;เพื่อทำงานเท่ากับระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้ทำงานตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว&nbsp;แต่ไม่เกิน&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;นับจากวันที่การอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรสิ้นสุดลง&nbsp;กรณีที่หนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางสิ้นอายุ&nbsp;ให้คนต่างด้าวดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งเอกสารดังกล่าว&nbsp;เพื่อใช้ในการขอรับการตรวจอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวต่อไป&nbsp;</p><p>4.จัดทำทะเบียนประวัติคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;นายจ้าง/สถานประกอบการ&nbsp;หรือคนต่างด้าวต้องการข้อมูลเพิ่มเติม&nbsp;สามารถสอบถามได้ที่สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่&nbsp;1-10&nbsp;หรือสำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด&nbsp;ที่เป็นที่ตั้งของสถานประกอบการ&nbsp;หรือที่สายด่วนกระทรวงแรงงาน&nbsp;โทร.&nbsp;1506&nbsp;กด&nbsp;2&nbsp;กรมการจัดหางาน&nbsp;หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน&nbsp;โทร.1694&nbsp;&nbsp;ซึ่งมีการจัดล่ามในภาษากัมพูชา&nbsp;เมียนมา&nbsp;และอังกฤษ&nbsp;ให้บริการข้อมูลข่าวสาร&nbsp;และแนะนำวิธีการดำเนินการเปิดนำเข้าแรงงานเพิ่มเติมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ&nbsp;วันที่&nbsp;15&nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&nbsp;ถือเป็นวันแรกที่กระทรวงแรงงานเปิดให้นำเข้าแรงงานต่างด้าวตามมาตรา&nbsp;64&nbsp;เพิ่มขึ้นในจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;/สุรินทร์/สระแก้ว/ตราด/เชียงราย/ตาก/กาญจนบุรี&nbsp;และระนอง&nbsp;รวม&nbsp;8&nbsp;จังหวัด&nbsp;&nbsp;เพื่อเข้ามาทำงานในประเทศไทยภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด19&nbsp;แก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงาน&nbsp;และการลักลอบทำงานอย่างผิดกฎหมาย&nbsp;หลังจากสำรวจความต้องการจ้างแรงงานต่างด้าวของนายจ้าง&nbsp;สถานประกอบการ&nbsp;และพบความต้องการจ้างแรงงานในพื้นที่&nbsp;8&nbsp;จังหวัด&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;32,479&nbsp;คน&nbsp;&nbsp;จึงมีการเร่งดำเนินการวางแนวทางการนำคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา&nbsp;และกัมพูชา&nbsp;ที่เข้ามาทำงานบริเวณชายแดนในลักษณะไป-กลับ&nbsp;หรือตามฤดูกาลในพื้นที่ความตกลงว่าด้วยการข้ามแดนระหว่างประเทศทั้งสอง&nbsp;(มาตรา&nbsp;64)&nbsp;โดยใช้แนวทางเดียวกับการนำเข้าแรงงานชาวกัมพูชามาทำงานตามฤดูกาลภาคเกษตรในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี&nbsp;ที่เปิดนำร่องการนำเข้าฯ&nbsp;เป็นจังหวัดแรก&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;1&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งขณะนี้กรมการจัดหางานได้เตรียมความพร้อมเพื่อดำเนินการนำเข้าแรงงานต่างด้าวตามมาตรา&nbsp;64&nbsp;เป็นที่เรียบร้อย&nbsp;</p><p><strong>นายไพโรจน์&nbsp;โชติกเสถียร&nbsp;อธิบดีกรมการจัดหางาน&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กรมการจัดหางาน&nbsp;ได้จัดทำแนวทางการนำแรงงานต่างด้าวสัญชาติ&nbsp;กัมพูชา&nbsp;และเมียนมา&nbsp;&nbsp;เข้ามาทำงานภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;โดยมี&nbsp;5&nbsp;ขั้นตอน&nbsp;คือ&nbsp;</p><p>1.&nbsp;นายจ้างประสานลูกจ้าง&nbsp;เพื่อจัดเตรียมเอกสารและนัดหมายวันเดินทางเข้ามาทำงานในประเทศไทย&nbsp;เพื่อให้แรงงานต่างด้าวเตรียมหลักฐาน&nbsp;ได้แก่&nbsp;หลักฐานการตรวจโควิด-19&nbsp;โดยวิธี&nbsp;RT-&nbsp;PCR&nbsp;หรือผลรับรองการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมงก่อนเดินทางเข้ามา&nbsp;เอกสารรับรองการฉีดวัคซีนแล้ว&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;และบัตรผ่านแดนที่ประเทศต้นทางออกให้&nbsp;หรือเอกสารอื่นที่อธิบดีกรมการจัดหางานประกาศกำหนด&nbsp;</p><p>2.&nbsp;ด่านควบคุมโรคติดต่อฯ&nbsp;ตรวจสอบเอกสารหลักฐานการตรวจโควิด-19&nbsp;และเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนแล้ว&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลดำเนินการตรวจโรคตามกฎกระทรวงกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของคนต่างด้าว&nbsp;และทำประกันสุขภาพระยะเวลา&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;และออกใบรับรอง&nbsp;ต.&nbsp;8&nbsp;</p><p>3.&nbsp;ด่านตรวจคนเข้าเมืองฯ&nbsp;ดำเนินการตรวจบัตรผ่านแดนที่ประเทศ&nbsp;ต้นทางออกให้&nbsp;หรือเอกสารอื่นที่อธิบดีกรมการจัดหางานประกาศกำหนด&nbsp;และดำเนินการตรวจประทับตราอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร&nbsp;ในบัตรผ่านแดน&nbsp;เป็นระยะเวลา&nbsp;30&nbsp;วันต่อครั้ง&nbsp;</p><p>4.&nbsp;สถานที่กักตัว&nbsp;โดยคนต่างด้าวที่ฉีดวัคซีนมาจากประเทศต้นทางครบแล้วให้เข้ารับการกักตัวอย่างน้อย&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;และให้มีการตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;โดยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;กรณีตรวจพบเชื้อให้เข้ารับการรักษาโดยนายจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษา</p><p>5.&nbsp;การขอรับใบอนุญาตทำงาน&nbsp;โดยสำนักงานจัดหางานจังหวัดฯ&nbsp;ดำเนินการ&nbsp;ตรวจสอบเอกสาร&nbsp;ได้แก่&nbsp;คำขออนุญาตทำงานของคนต่างด้าวตามมาตรา&nbsp;64&nbsp;(แบบ&nbsp;บต.&nbsp;29),&nbsp;สำเนาบัตรผ่านแดนหรือเอกสารซึ่งอธิบดีกรมการจัดหางาน&nbsp;ประกาศกำหนด&nbsp;และสำเนาหลักฐานการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร,&nbsp;ใบรับรองแพทย์&nbsp;(6&nbsp;โรค),&nbsp;รูปถ่ายขนาด&nbsp;3&nbsp;x&nbsp;4&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;รูป,&nbsp;สัญญาจ้างและหนังสือรับรองการจ้าง,&nbsp;เอกสารนายจ้าง&nbsp;และหลักฐานการกักตัวครบกำหนดไม่พบเชื้อ&nbsp;โดยจัดเก็บค่าธรรมเนียมการยื่นคำขอ&nbsp;&nbsp;ฉบับละ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;ค่าใบอนุญาตทำงาน&nbsp;ฉบับละ&nbsp;225&nbsp;บาท&nbsp;และออกใบอนุญาตทำงานแบบ&nbsp;บต.&nbsp;40&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;เดือน</p><p><br></p>	2022-03-19T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319141126682
142	"ปปช.มุกดาหาร เปิดรับแจ้งข้อมูลเบาะแสการเรียกรับ ""แป๊ะเจี๊ยะ"""	"<p><strong>สำนักงาน&nbsp;ป.ป.ช.ประจำจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;เปิดรับแจ้งข้อมูลเบาะแสการเรียกรับเงิน&nbsp;""แป๊ะเจี๊ยะ""&nbsp;ตอบแทนเพื่อรับเข้าเรียนในสถานศึกษา</strong></p><p><br></p><p><strong>นายอนุชา&nbsp;พึ่งบุญศรี&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน&nbsp;ป.ป.ช.ประจำจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ป.ป.ช.ประจำจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ได้ดำเนินการเฝ้าระวังการทุจริตเรียกรับเงิน&nbsp;""แป๊ะเจี๊ยะ""&nbsp;ตามมาตรการป้องกันการทุจริตในการเรียกรับทรัพย์สินหรือประโยชน์ตอบแทนอื่นเพื่อโอกาสในการเข้าเรียนในสถานศึกษา&nbsp;สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นที่ฐาน&nbsp;ปีการศึกษา&nbsp;2565&nbsp;จึงขอความร่วมมือประชาชน&nbsp;ร่วมมือในการเฝ้าระวังการทุจริตเรียกรับเงิน&nbsp;""แป๊ะเจี๊ยะ""&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หากพบเห็นสามารถแจ้งข้อมูลเบาะแสการเรียกรับทรัพย์สินหรือประโยชน์ตอบแทนเพื่อโอกาสในการเข้าเรียนในสถานศึกษา&nbsp;สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน&nbsp;(สพฐ.)&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;มาได้ที่สำนักงาน&nbsp;ป.ป.ช.&nbsp;ประจำจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ถ.วิวิธสุรการ&nbsp;&nbsp;ต.มุกดาหาร&nbsp;อ.เมืองมุกดาหาร&nbsp;จ.มุกดาหาร&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;0&nbsp;4262&nbsp;0905&nbsp;หรือสายด่วน&nbsp;ป.ป.ช.&nbsp;1205</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>#เงินแป๊ะเจี๊ยะ&nbsp;#ปปช.มุกดาหาร</p>"	2022-03-19T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สวท.มุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319175057743
143	"ปปช.มุกดาหาร เปิดรับแจ้งข้อมูลเบาะแสการเรียกรับ ""แป๊ะเจี๊ยะ"""	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงาน&nbsp;ป.ป.ช.ประจำจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;เปิดรับแจ้งข้อมูลเบาะแสการเรียกรับเงิน&nbsp;""แป๊ะเจี๊ยะ""&nbsp;ตอบแทนเพื่อรับเข้าเรียนในสถานศึกษา</p><p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอนุชา&nbsp;พึ่งบุญศรี&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน&nbsp;ป.ป.ช.&nbsp;ประจำจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ป.ป.ช.&nbsp;ประจำจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ได้ดำเนินการเฝ้าระวังการทุจริตเรียกรับเงิน&nbsp;""แป๊ะเจี๊ยะ""&nbsp;ตามมาตรการป้องกันการทุจริตในการเรียกรับทรัพย์สินหรือประโยชน์ตอบแทนอื่นเพื่อโอกาสในการเข้าเรียนในสถานศึกษา&nbsp;สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นที่ฐาน&nbsp;ปีการศึกษา&nbsp;2565&nbsp;จึงขอความร่วมมือประชาชน&nbsp;ร่วมมือในการเฝ้าระวังการทุจริตเรียกรับเงิน&nbsp;""แป๊ะเจี๊ยะ""</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;หากพบเห็นสามารถแจ้งข้อมูลเบาะแสการเรียกรับทรัพย์สิน</strong>&nbsp;หรือประโยชน์ตอบแทนเพื่อโอกาสในการเข้าเรียนในสถานศึกษา&nbsp;สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน&nbsp;(สพฐ.)&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;มาได้ที่สำนักงาน&nbsp;ป.ป.ช.&nbsp;ประจำจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ถนนวิวิธสุรการ&nbsp;ตำบลมุกดาหาร&nbsp;อำเภอเมืองมุกดาหาร&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;โทร.0-4262-0905&nbsp;หรือสายด่วน&nbsp;ป.ป.ช.1205</p>"	2022-03-19T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สวท.มุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319175401744
144	ฝ่ายความมั่นคงบูรณาการ ร่วมกับสถานีตำรวจภูธรเมยวดี ร้อยเอ็ด ออกตรวจพื้นที่ป้องกันการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมาย	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วานนี้&nbsp;(18&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;17.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป</strong>&nbsp;ฝ่ายปกครองอำเภอเมยวดี&nbsp;ร้อยเอ็ด&nbsp;ได้ตรวจพื้นที่เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย&nbsp;ตรวจตรา&nbsp;ป้องกันการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมาย&nbsp;ตามนโยบายของนายภูสิต&nbsp;สมจิตต์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;นายชนาส&nbsp;ชัชวาลวงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ดและนายชูศักดิ์&nbsp;ราชบุรี&nbsp;ปลัดจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;โดยมีนายสันติ&nbsp;โอฆะพนม&nbsp;นายอำเภอเมยวดี&nbsp;ได้สั่งการให้ฝ่ายความมั่นคงบูรณาการร่วมกับสถานีตำรวจภูธรเมยวดีออกตรวจพื้นที่เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย&nbsp;ตรวจตรา&nbsp;ป้องกันการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมาย&nbsp;ผลการดำเนินการ&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.จับกุมนาย&nbsp;ว.&nbsp;อายุ&nbsp;24&nbsp;ปี&nbsp;โดยกล่าวหาว่าเป็นผู้ขับขี่เสพยาเสพติดให้โทษประเภท&nbsp;1&nbsp;,&nbsp;เสพยาเสพติดให้โทษประเภท&nbsp;1&nbsp;โดยผิดกฏหมาย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.จับกุมนาย&nbsp;อ.&nbsp;อายุ&nbsp;24&nbsp;ปี&nbsp;โดยกล่าวหาว่ามียาเสพติดให้โทษประเภท&nbsp;1&nbsp;ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาติ,เสพยาเสพติดให้โทษประเภท1โดยผิดกฎหมาย&nbsp;พร้อมของกลางยาบ้า&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;เม็ด&nbsp;จึงนำตัวผู้ถูกจับพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน&nbsp;สภ.เมยวดี&nbsp;เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป</p><p><br></p>	2022-03-19T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ร้อยเอ็ด	สวท.ร้อยเอ็ด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319185840765
145	ยะลา คุมเข้มพื้นที่ ขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อีก 3 เดือน	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(20&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;เป็นวันแรก&nbsp;หลัง&nbsp;ครม.&nbsp;ได้ขยายระยะเวลา&nbsp;พ.ร.ก.ฉุกเฉิน</strong>&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ครั้งที่&nbsp;67&nbsp;ออกไปอีก&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;เริ่มตั้งแต่วันที่&nbsp;20&nbsp;มี.ค.&nbsp;ถึง&nbsp;19&nbsp;มิ.ย.&nbsp;65&nbsp;ยกเว้นอำเภอศรีสาคร&nbsp;,&nbsp;อำเภอสุไหงโก-ลก&nbsp;,&nbsp;อำเภอแว้ง&nbsp;,&nbsp;อำเภอสุคิริน&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;อำเภอไม้แก่น&nbsp;,&nbsp;อำเภอแม่ลาน&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;และอำเภอเบตง&nbsp;,&nbsp;อำเภอกาบัง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;เพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง&nbsp;ทำให้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่มีประสิทธิภาพสามารถดูแลรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ในส่วนการดูแลรักษาความปลอดภัยของฝ่ายความมั่นคง&nbsp;จ.ยะลา</strong>&nbsp;ที่ด่านตรวจสะเตง&nbsp;ตำรวจ&nbsp;นปพ.ประจำด่านตรวจ&nbsp;นำโดย&nbsp;ส.ต.ต.อานนท์&nbsp;จันทร์ขาว&nbsp;ได้ตั้งด่านตรวจเพิ่มความเข้มในการปฎิบัติ&nbsp;เน้นตรวจสอบรถยนต์&nbsp;รถจักรยานยนต์ต้องสงสัย&nbsp;เป้าหมาย&nbsp;แจ้งเตือน&nbsp;ไม่ติดป้ายทะเบียน&nbsp;สิ่งของวัตถุแปลกปลอม&nbsp;รวมถึงตรวจสอบบุคคลต้องสงสัยอย่างเข้มงวด&nbsp;เพื่อระวัง&nbsp;ป้องกัน&nbsp;สกัดกั้นคนร้ายที่อาจจะแฝงตัวลักลอบนำวัตถุระเบิด&nbsp;อาวุธปืน&nbsp;เข้ามาก่อเหตุในพื้นที่ย่านชุมชน&nbsp;การค้า&nbsp;สร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับประชาชน&nbsp;ตามที่ผู้บังคับบัญชาสั่งการ&nbsp;เน้นย้ำ&nbsp;ให้เพิ่มความเข้มงวดในการปฎิบัติตามจุดตรวจ&nbsp;ด่านตรวจต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ควบคู่ไปกับการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ขณะห้วงที่ผ่านมา&nbsp;คนร้ายยังคงมุ่งหวังก่อเหตุสร้างสถานการณ์ความไม่สงบ&nbsp;</strong>กระทำต่อเจ้าหน้าที่และประชาชนอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ซึ่งทางหน่วยความมั่นคงได้กำชับให้กำลังพลทุกหน่วยที่ปฏิบัติหน้าที่ประจำจุดตรวจ&nbsp;ด่านตรวจ&nbsp;หลัก&nbsp;รอง&nbsp;ฐานปฎิบัติการ&nbsp;ให้มีความพร้อมในการปฏิบัติ&nbsp;ตอบโต้ได้ทันทีเมื่อมีเหตุการณ์&nbsp;รวมถึงตรวจสอบบุคคลและยานพาหนะที่เข้า-ออก&nbsp;ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง&nbsp;ปฏิบัติการเชิงรุกเพื่อกดดันและจำกัดเสรีภาพของกลุ่มคนร้ายที่อาจเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่&nbsp;ปฎิบัติตามมาตรการทางการข่าวในพื้นที่&nbsp;รวมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนช่วยกันดูแล&nbsp;ตรวจสอบ&nbsp;หากมีสิ่งผิดปกติในพื้นที่ให้แจ้ง&nbsp;จนท.&nbsp;ทันที</p>	2022-03-20T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320074418827
146	รัฐบาลพอใจ พัฒนาการแก้ปัญหาประมงผิดกฎหมาย IUU ย้ำเดินหน้าทำให้ถูกต้องคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลที่ยั่งยืน	<p><strong>พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี</strong> ประชุมคณะกรรมการนโยบายประมงแห่งชาติ ครั้งที่ 2/65 ผ่าน ระบบ VTC ณ ห้องประชุม มูลนิธิป่ารอยต่อฯ เพื่อติดตามขับเคลื่อนการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและการทำประมงให้ถูกต้องตามกฎหมาย</p><p><strong>ที่ประชุมรับทราบเรื่องสำคัญ</strong> ประกอบด้วย การเตรียมความพร้อมสำหรับผลกระทบต่อการทำประมงนอกน่านน้ำระดับภูมิภาค ความก้าวหน้าการดำเนินโครงการนำเรือประมงออกนอกระบบ ซึ่งมีเรือประมงที่แจ้งความประสงค์ออกนอกระบบเพิ่มเติมรวม 2,505 ลำ และอยู่ระหว่างกรมประมง พิจารณาตรวจสอบ ยืนยันและประเมินความเหมาะสมและรับทราบความก้าวหน้า กรณีกฎหมายการทำประมงพื้นบ้านในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ซึ่งได้รับฟังและอยู่ระหว่างจัดทำร่างกฏหมายให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของประชาชนที่ได้รับผลกระทบแล้ว</p><p><strong>นอกจากนั้น ได้รับทราบ การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมกุ้งไทย</strong> ที่ร่วมจัดทำแผนปฏิบัติการและให้ความสำคัญกับ การตลาดและการผลิต&nbsp;การควบคุม เฝ้าระวังโรคและสารตกค้าง อาหารปลอดภัยและการรับรองมาตรฐาน รวมทั้งห่วงโซ่การผลิต ซึ่งจำเป็นต้องสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานและผู้มีส่วนร่วมมากขึ้น รวมทั้งต้องส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนและการนำชีวภาพและจุลลินทรีย์มาใช้ให้มากขึ้น</p><p><strong>จากนั้นร่วมพิจารณาและให้ความเห็นชอบ</strong> นโยบายและแผนบริหารจัดการประมง พ.ศ. 2566 - 2570 ที่ให้ความสำคัญกับ นโยบายการพัฒนาประมงในน่านน้ำไทย&nbsp;การส่งเสริมพัฒนาและแก้ปัญหาประมงนอกน่านน้ำ การพัฒนาเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของประเทศ รวมทั้ง การพัฒนาอุตสาหกรรมต่อเนื่องด้านการประมง&nbsp;นอกจากนั้นเห็นชอบแนวทางและมาตรการในการพัฒนาการประมงของไทยให้ปลอดสัตว์น้ำและสินค้าสัตว์น้ำที่มาจากการทำประมง IUU ( IUU-Free Thailand ) ซึ่งให้ความสำคัญ กับประสิทธิภาพการดำเนินนโยบาย การสร้างความเข้มแข็งความร่วมมือ การติดต่อและแลกเปลี่ยนข้อมูล การพัฒนามาตรฐานการควบคุมการนำเข้าสัตว์น้ำและสินค้าสัตว์น้ำ รวมทั้งการปรับปรุงระบบการตรวจสอบย้อนกลับ&nbsp;&nbsp;</p><p>พลเอก ประวิตร กล่าวย้ำภาพรวม พอใจการแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย IUU ที่มีพัฒนาการต่อเนื่องมา ในความร่วมมือกันขับเคลื่อนที่มุ่งความยั่งยืนในทำประมงให้ถูกต้องตามกฎหมาย ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล&nbsp;พร้อมกำชับขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมประมง ลงรับฟังปัญหาความต้องการของผู้มีส่วนได้เสียให้มากขึ้น&nbsp; สร้างความเข้าใจและดึงความร่วมมือจากทุกภาคส่วน รวมทั้งทำงานร่วมกับองค์กรระหว่างประเทศใกล้ชิดมากขึ้น เพื่อร่วมขับเคลื่อนการแก้ปัญหาประมงและการฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลให้เร็วและเป็นรูปธรรมมากขึ้นต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-21T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321113418067
147	นายกรัฐมนตรีชูผลงานรูปธรรม หลังพลิกฟื้นความสัมพันธ์ไทย-ซาอุฯ ทั้งท่องเที่ยว-ส่งออก-แรงงาน	"<p><strong>วันนี้ (21 มี.ค.65)&nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong> โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha ระบุว่า</p><p><strong>พี่น้องประชาชนชาวไทยครับ</strong></p><p>นับจากวันที่ 25 ม.ค.65 ซึ่งมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ในรอบกว่า 30 ปี ของสองราชอาณาจักร คือไทยและซาอุดีอาระเบีย ที่ได้พลิกฟื้นความสัมพันธ์ กลับมาสู่ในระดับปกติ พร้อมที่จะสานต่อและขยายผลความสำเร็จร่วมกันในทุกๆ ด้าน ทั้งนี้เพียง 50 วัน ก็ได้เห็นผลเป็นรูปธรรมในหลายเรื่อง ตามที่ผมได้กำชับและสั่งการไว้อย่างน้อย 3 เรื่อง คือ</p><p><strong>เรื่องแรก การเดินทางท่องเที่ยว&nbsp;</strong></p><p>เราได้มีโอกาสต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ สายการบิน Saudia Airlines จากเมืองเจดดาห์ กรุงริยาด มาสู่กรุงเทพฯ ในวันที่ 28 ก.พ. 65 เป็นเที่ยวบินแรกในรอบ 32 ปี เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในเวลาเพียง 1 เดือน ซึ่งเร็วกว่าที่คาดหมายไว้ สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการทำงาน และความกระตือรือร้นของทุกฝ่าย พิสูจน์ว่าไทยเป็นจุดหมายที่ชาวซาอุฯ ต้องการมาเยือน โดยฝ่ายไทยได้ให้การต้อนรับมิตรผู้มาเยือนกลุ่มแรกนี้ ด้วยของที่ระลึก การแสดงโขน และอุโมงค์น้ำ (Water Salute) ที่เป็นสัญลักษณ์สากล และหลังจากนี้เป็นต้นไป สายการบิน Saudia Airlines จะทำการบินมายังประเทศไทย 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ (วันจันทร์-พุธ-ศุกร์) และนักท่องเที่ยวคุณภาพจากซาอุดีอาระเบีย และชาวตะวันออกกลาง จะสามารถเดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทาง ทั้งแหล่งการค้าการลงทุน ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ แหล่งช้อปปิ้ง ทั้งเมืองหลักและเมืองรองต่างๆ ทั่วประเทศไทย ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการใช้จ่ายได้อีกทางหนึ่ง&nbsp;</p><p><strong>เรื่องที่สอง คือ การส่งออกอาหาร&nbsp;</strong></p><p>ทางการซาอุดีอาระเบียได้บรรลุข้อตกลง ให้ไทยส่งออกไก่สดแช่เย็น แช่แข็ง และแปรรูป จาก 11 โรงงานไทยไปที่ซาอุฯ มีผลทันทีตั้งแต่ 13 มี.ค.นี้ ใช้เวลาทำงานร่วมกันเพียง 47 วัน โดยองค์การอาหารและยาซาอุฯ (Saudi Food &amp; Drug Authority : SFDA) เป็นผู้พิจารณาโรงงานไทยที่ผ่านมาตรฐาน โดยผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมไก่เนื้อของไทย ส่วนใหญ่มีการลงทุนในอุตสาหกรรมต้นทางจนถึงปลายทางแบบ <strong>ครบวงจร""</strong> ตั้งแต่อาหารสัตว์ ฟาร์มไก่เนื้อ ไปจนถึงโรงงานแปรรูป โดยเฉพาะฟาร์มไก่ ซึ่งหมายรวมถึงฟาร์มของเกษตรกรภายใต้พันธสัญญากับบริษัท (Contract Farming) ด้วย จึงส่งผลดีต่อทั้งรายใหญ่ รายย่อย และตลอดห่วงโซ่อุปทานของไทย ที่เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยจะเกิดการขยายผลไปสู่ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากไก่ และต่อยอดไปยังอาหารฮาลาล ผัก ผลไม้ และอื่นๆ ต่อไป</p><p><strong>เรื่องที่สาม คือเรื่อง ""การส่งแรงงานไทยไปซาอุฯ""&nbsp;</strong></p><p>พี่น้องหลายคนให้ความสนใจและติดตามข่าว ก็มีความคืบหน้าไปมาก และจะนำไปสู่การลงนามข้อตกลงระหว่างกันในวันที่ 28 มี.ค.นี้ เป็นอีกผลงานที่ใช้เวลาเพียง 2 เดือนเศษเท่านั้น โดยคณะผู้แทนทางวิชาการซาอุดีอาระเบีย มีความพอใจในความพร้อมของการฝึกอบรมและทดสอบฝีมือแรงงานของไทย ซึ่งมีการจัดตั้งเป็น ""ศูนย์ฝึกอบรมและศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน"" สาขางานบริการโรงแรม พนักงานบริการห้องพัก และการประกอบอาหารฮาลาล เป็นต้น อีกทั้งแสดงความต้องการแรงงานในสาขาอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น ช่างเชื่อมใต้น้ำ ช่างเคาะพ่นสี พ่อครัว และผู้ให้บริการด้านสุขภาพ/สาธารณสุข (Medical Staff) อีกด้วย จึงมีความเป็นไปได้สูงว่า แรงงานไทยจะเพิ่มขึ้นจาก 10,000 คน ในปัจจุบัน เป็น 50,000 คน ภายในระยะ 3 ปี และเพิ่มอีกเป็น 100,000 คน ภายใน 5 ปี จะสร้างรายได้ส่งกลับประเทศเพิ่มขึ้นอีก 2,250-4,500 ล้านบาทต่อปี โดยผมได้กำชับในเรื่องหลักสูตร การฝึกอบรม มาตรฐานฝีมือแรงงาน จะต้องตรงกับความต้องการจ้างงานและได้มาตรฐานสากล เพื่อสร้างความประทับใจแก่ผู้จ้าง เป็นความสำเร็จที่ต่อเนื่องและยั่งยืน สิ่งที่สำคัญคือ ผมยังได้สั่งการให้ดูแลสวัสดิการของพี่น้องแรงงานที่จะไปซาอุฯ ให้ครบถ้วน ไม่ให้บริษัทใดมีการหลอกลวงเป็นอันขาด ทั้งค่าจ้าง ที่อยู่ อาหารการกิน ประกันภัย ไปจนถึงโอกาสในความก้าวหน้า โดยรัฐบาลจะต้องดูแลอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ก่อนเดินทางจนถึงกลับบ้านอย่างปลอดภัยทุกคน&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้แล้ว ผมยังเฝ้าติดตามและกำกับดูแลความคืบหน้าในด้านอื่น ๆ</strong> เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็วเช่นกัน โดยเฉพาะการยกระดับผู้แทนทางการทูตของทั้ง 2 ประเทศ จาก<strong> อุปทูต </strong>ให้กลับมาเป็นระดับ เอกอัครราชทูต ดังเดิม ที่จะเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันกรอบนโยบายและแผนความร่วมมือ ทั้งส่วนภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนต่อไป ซึ่งจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในหลายเรื่อง เช่น การเปิดประตูการค้ากับซาอุฯ ให้กลับไปที่ 2.2% ของการส่งออกไทยทั้งหมด ดังเช่นในอดีตเมื่อปี 2532 ซึ่งจะสร้างความสมดุลมากขึ้น รวมทั้งความร่วมมือเรื่อง <strong>""พลังงาน""</strong> ที่จะสามารถช่วยในเรื่องค่าครองชีพ ต้นทุน และความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ รวมไปถึงโอกาสในด้านอื่นๆ อีกมหาศาลที่จะเกิดขึ้นจากความสำเร็จในการสานสัมพันธ์ในครั้งนี้ครับ&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>#วันประวัติศาสตร์ #ไทยซาอุ</p><p>#แรงงานไทย</p><p><br></p><p>ที่มา : FB : ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha</p><p><a href=""https://www.facebook.com/100044605651717/posts/507391697424348/"" rel=""noopener noreferrer"" target=""_blank"">https://www.facebook.com/100044605651717/posts/507391697424348/</a></p>"	2022-03-21T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321124635091
148	ศอ.บต. ประชุมกลั่นกรองร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมเสนอแนวทางการขับเคลื่อน การพัฒนาจชต. ต่อ กพต. 31 มี ค. 65 นี้	<p><strong>วันนี้&nbsp;(21&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้</strong>&nbsp;(ศอ.บต)&nbsp;จัดประชุมกลั่นกรองเรื่องที่จะนำเสนอต่อคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(กพต.)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นายชนธัญ&nbsp;แสงพุ่ม&nbsp;รองเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ผู้อำนวยการสำนัก/กอง&nbsp;ผู้แทนส่วนราชการ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วม&nbsp;ผ่านระบบ&nbsp;Zoom&nbsp;Meeting&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ในที่ประชุมได้มีการรายงานข้อมูลความก้าวหน้าของโครงการต่างๆ</strong>&nbsp;อาทิ&nbsp;การขยายผลโครงการเมืองต้นแบบ&nbsp;สามเหลี่ยมมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;ไปสู่เมืองต้นแบบที่&nbsp;4&nbsp;อำเภอจะนะ&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;เมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต&nbsp;โครงการนำเรือประมงออกนอกระบบ&nbsp;เพื่อจัดการทรัพยากรประมงทะเลที่ยั่งยืน&nbsp;พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;เป็นกรณีเร่งด่วน&nbsp;และการจัดทำปะการังเทียม&nbsp;พื้นที่ชายฝั่งทะเล&nbsp;การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน&nbsp;ผ่านโครงการก่อสร้างกำแพงป้องกันการกัดเซาะบริเวณปากน้ำเทพา&nbsp;ตำบลปากบาง&nbsp;อำเภอเทพา&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;และโครงการเมืองปศุสัตว์ภายใต้&nbsp;กรอบระเบียงเศรษฐกิจฮาลาลจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;</p><p><strong>อีกทั้ง&nbsp;ได้มีการรายงานความคืบหน้า&nbsp;การติดตามข้อสั่งการ</strong>&nbsp;ของประธานกพต.&nbsp;อาทิ&nbsp;การดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการช่วยเหลือและพัฒนาแรงงานไทยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;กลุ่มที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ&nbsp;ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2519&nbsp;(COVID-19)&nbsp;และการแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคใบร่วงชนิดใหม่&nbsp;ในยางพาราในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้มีการหารือ&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมในแนวทาง</strong>การขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;&nbsp;ตามหลักการและกรอบงบประมาณ&nbsp;อาทิ&nbsp;กรอบแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ภายใต้โอกาส&nbsp;ศักยภาพ&nbsp;และความท้าทายของจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;และของประเทศไทย&nbsp;ภายหลังรัฐบาลเปิดศักราชใหม่&nbsp;ของความสัมพันธ์&nbsp;ไทย&nbsp;-&nbsp;ซาอุดีอาระเบีย&nbsp;โดยสมบูรณ์&nbsp;โครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนตามมาตรา&nbsp;9&nbsp;(10)&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติการบริหารราชการ&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2553&nbsp;&nbsp;โครงการเสริมการสร้างคนดีตามหลักการทางศาสนา&nbsp;เพื่อร่วมสืบสานและรักษาสังคมพหุวัฒนธรรมที่ดีงามของจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2560&nbsp;-&nbsp;2570&nbsp;การกำหนดลักษณะอันพึงประสงค์เจ้าหน้าที่ของรัฐที่จะสั่งให้ไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่&nbsp;โครงการจ้างบัณฑิตอาสาพัฒนามาตุภูมิ&nbsp;(เพิ่มเติม)&nbsp;ที่อยู่ในพื้นที่เขตเทศบาล&nbsp;&nbsp;และการเพิ่มค่าตอบแทนพิเศษเป็นรายบุคคล&nbsp;</p><p><strong>สำหรับผู้ที่ปฏิบัติงานงานได้บรรลุวัตถุประสงค์ตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย</strong>&nbsp;โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศและประวัติศาสตร์อุโมงค์ใหญ่&nbsp;ต้าสวุ่ยต้อ&nbsp;ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเบตง&nbsp;&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;โครงการส่งเสริมคนดีมีคุณธรรมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปประกอบพิธีฮัจญ์&nbsp;ณ&nbsp;ประเทศซาอุดีอาระเบีย&nbsp;และปฏิบัติธรรมเวชนียสถาน&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;ประเทศอินเดีย-เนปาล&nbsp;โครงการแก้ไขปัญหาสุขภาวะและโภชนาการของเด็กเล็กในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;-&nbsp;2568&nbsp;รวมถึงโครงการก่อสร้างถนนเชื่อมต่อ&nbsp;ด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่&nbsp;-&nbsp;ด่านบูกิตกายูฮิตัมของประเทศมาเลเซีย&nbsp;เพื่อรองรับการพัฒนาพื้นที่&nbsp;เขตเศรษฐกิจพิเศษ&nbsp;&nbsp;อำเภอสะเดา&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ศอ.บต.ในฐานะฝ่ายเลขานุการกพต.&nbsp;จะมีการจัดทำและรวบรวมข้อมูล</strong>&nbsp;ฉบับสมบูรณ์จากหน่วยงาน&nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมในการนำเสนอคราวประชุมกพต.&nbsp;ซึ่งจะมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;ทำเนียบรัฐบาล&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;เพื่อให้เกิดแนวทางการพัฒนาไปในทิศทางเดียวกัน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-21T00:00:00	ภาคใต้	สงขลา	สวท.สงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321161210216
149	จังหวัดลำพูน มุ่งจัดทำแผนการพัฒนากำลังแรงงานและการพัฒนาฝีมือแรงงานทั้งด้านคุณภาพและปริมาณ  ตลอดจนการส่งต่อแรงงานไปสู่การจ้างงานในสถานประกอบการหรือการประกอบอาชีพอิสระ	<p><strong>วันที่&nbsp;21&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ห้องประชุม&nbsp;อาคาร&nbsp;7&nbsp;สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;เป็นประธานในการประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาแรงงานและประสานงานการฝึกอบรมอาชีพจังหวัด&nbsp;(กพร.ปจ.)&nbsp;ครั้ง&nbsp;1/2565&nbsp;เพื่อดำเนินงานตามแผนการพัฒนากำลังแรงงานและการพัฒนาฝีมือแรงงานทั้งด้านคุณภาพและปริมาณในพื้นที่จังหวัดลำพูน&nbsp;โดยมี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม</p><p><strong>สำหรับวาระการประชุมที่สำคัญประกอบด้วย</strong>&nbsp;การจัดทำแผนพัฒนากำลังคนระดับจังหวัด&nbsp;(กพร.ปจ.)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;และ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2566-2570&nbsp;ซึ่งคณะอนุกรรมการพัฒนาแรงงานและประสานงานการฝึกอาชีพจังหวัด&nbsp;(กพร.ปจ.)ในปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;มีการดำเนินการสำคัญ&nbsp;คือ&nbsp;การจัดทำแผนพัฒนากำลังคนระดับจังหวัด&nbsp;ตลอดจนการดำเนินการตามแผ่นพัฒนากำลังคน&nbsp;อาทิ&nbsp;การเรียนการสอน&nbsp;การฝึกอบรม&nbsp;และการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน&nbsp;การรับรองความรู้ความสามารถ&nbsp;รวมถึงการพัฒนากำลังแรงงานในรูปแบบอื่น&nbsp;ตลอดจนการส่งต่อแรงงานไปสู่การจ้างงานในสถานประกอบการหรือการประกอบอาชีพอิสระ&nbsp;โดยบูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จากการดำเนินการจัดทำแบบสำรวจข้อมูลการพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;</strong>โดยการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน&nbsp;สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานลำพูนได้ดำเนินการจัดทำร่างแผนพัฒนากำลังคนจังหวัดลำพูน&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;-&nbsp;2570</p><p><strong>ด้านระบบฐานข้อมูลการพัฒนากำลังคนระดับจังหวัด&nbsp;(กพร.ปจ.)&nbsp;</strong>เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการวางแผนการพัฒนากำลังคนของจังหวัด&nbsp;ขจัดปัญหาความซ้ำซ้อนและความสิ้นเปลืองทรัพยากร&nbsp;เพื่อนำไปสู่การวางแผนการพัฒนากำลังคนระดับประเทศต่อไป&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กรมพัฒนาฝีมือแรงงานได้พัฒนาระบบฐานข้อมูลการพัฒนากำลังคนระดับจังหวัด&nbsp;(กพร.ปจ.)&nbsp;โดยเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาฝีมือแรงานร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายบันทึกข้อมูลผ่านระบบฐานข้อมูลการพัฒนากำลังคนระดับจังหวัด(กพร.ปจ.)&nbsp;ซึ่งเจ้าหน้าที่&nbsp;Admin&nbsp;ของสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานและสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;เป็นผู้กำหนดรหัส&nbsp;และกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;ได้จัดทำคู่มือจำนวน&nbsp;2&nbsp;เล่ม&nbsp;ได้แก่&nbsp;1)&nbsp;คู่มือสำหรับผู้ดูแลระบบและเลขานุการ&nbsp;กพร.ปจ.&nbsp;เป็นคู่มือที่เจ้าหน้าที่สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานและสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานใช้งาน&nbsp;2)&nbsp;คู่มือของผู้ดำเนินการฝึก&nbsp;เป็นคู่มือที่ให้หน่วยงานเครือข่ายใช้งาน&nbsp;เมื่อทุกจังหวัดมีข้อมูลในระบบฐานข้อมูลแล้ว&nbsp;กรมพัฒนาฝีมือแรงงานจะนำข้อมูลขึ้นหน้าเว็บไซต์ของสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานและสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;เพื่อใช้เป็นข้อมูลการพัฒนากำลังคนในแต่ละจังหวัด&nbsp;และประมวลผลในภาพรวมเพื่อรายงานเสนอคณะกรรมการพัฒนาแรงงานและประสานงานการฝึกอาชีพแห่งชาติ&nbsp;(กพร.ปช.)&nbsp;โดยมีพลเอกประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;เป็นประธานต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-21T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำพูน	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321191017321
150	คณะรัฐมนตรี เตรียมพิจารณาร่างนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ความมั่นคงด้านวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. 2566 - 2570	<p><strong>การประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;โดยมีวาระที่น่าสนใจคือ&nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;เสนอร่างนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ความมั่นคงด้านวัคซีนแห่งชาติ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2566&nbsp;-&nbsp;2570</p><p><strong>กระทรวงการคลัง</strong>&nbsp;เสนอขออนุมัติขยายระยะเวลาการเบิกจ่ายเงินกู้เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน&nbsp;หรือ&nbsp;เงินกู้&nbsp;DPL&nbsp;สำหรับโครงการจัดทำระบบบริหารการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์ใหม่&nbsp;&nbsp;มาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม&nbsp;ที่ได้รับสินเชื่อภายใต้พระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือทางการเงิน&nbsp;แก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2563</p><p><strong>กระทรวงมหาดไทย</strong>&nbsp;เสนอขออนุมัติการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;งบกลาง&nbsp;รายการค่าใช้จ่ายในการบรรเทา&nbsp;แก้ไขปัญหา&nbsp;และเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;สำหรับเป็นค่าตอบแทนเสี่ยงภัยเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด่านหน้าในสถานการณ์โควิด&nbsp;-19</p><p><strong>สํานักงานตํารวจแห่งชาติ</strong>&nbsp;ขอรับการสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;งบกลาง&nbsp;รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น&nbsp;เพื่อเป็นคำใช้จ่ายในการจัดทำโครงการการบริหารจัดการ&nbsp;Organizational&nbsp;Quarantine&nbsp;&nbsp;สำหรับแรงงานต่างด้าวและผู้ลักลอบหลบหนีเข้าเมืองของกองบัญจาการตำรวจตระเวนชายแดน&nbsp;ขอรับการสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;งบกลาง&nbsp;&nbsp;รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น&nbsp;สำหรับการปฏิบัติของศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง&nbsp;สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1&nbsp;ตุลาคมถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;รวม&nbsp;61&nbsp;วัน</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-03-22T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322093520432
151	9 รัฐมนตรี รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นสายสะพาย พร้อมสืบสาน รักษาต่อยอด การปฏิบัติราชการเพื่อบ้านเมือง	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;นำคณะรัฐมนตรี&nbsp;ที่ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์&nbsp;ชั้นสายสะพาย&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;ร่วมพิธีหน้าพระบรมฉายาลักษณ์&nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ได้แก่&nbsp;นายศักดิ์สยาม&nbsp;ชิดชอบ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;นายอิทธิพล&nbsp;คุณปลื้ม&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ชั้นมหาวชิรมงกุฎ</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ได้แก่&nbsp;นายสุพัฒนพงษ์&nbsp;พันธ์มีเชาว์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน&nbsp;นายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;นายสุชาติ&nbsp;ชมกลิ่น&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน&nbsp;นายอธิรัฐ&nbsp;รัตนเศรษฐ&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ขณะที่ชั้นประถมาภรณ์ช้างเผือก</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ได้แก่&nbsp;นายวีรศักดิ์&nbsp;หวังศุภกิจโกศล&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;นางสาวมนัญญา&nbsp;ไทยเศรษฐ์&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;นางกนกวรรณ&nbsp;วิลาวรรณ&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายอิทธิพล&nbsp;คุณปลื้ม&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์&nbsp;ชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก&nbsp;และได้รับพระราชทานพระพลังแผ่นดิน&nbsp;เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับคณะรัฐมนตรี&nbsp;พร้อมกันนี้จะน้อมนำพระบรมราชโองการ&nbsp;ในการสืบสาน&nbsp;รักษาต่อยอด&nbsp;การปฏิบัติราชการ&nbsp;เพื่อบ้านเมืองต่อไป</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-03-22T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322112022500
152	ยืนยัน ตระกูล?คุณปลื้ม? ยังคงทำงานกับพรรคพลังประชารัฐ เชื่อมั่นรัฐบาลมีเสถียรภาพ 	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายอิทธิพล&nbsp;คุณปลื้ม&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม&nbsp;ยืนยัน?ว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ณ?&nbsp;ขณะนี้&nbsp;กลุ่มชลบุรี?&nbsp;ตระกูล?คุณปลื้ม?&nbsp;ยังทำงานอยู่กับพรรคพลังประชารัฐและเสถียรภาพของรัฐบาลก็มีความมั่นคง&nbsp;ลงตัว&nbsp;ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ&nbsp;ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่สำคัญ&nbsp;ทั้งโควิด?และ?การฟื้นฟูเยียวยาเศรษฐกิจ&nbsp;นายกรัฐมนตรี?&nbsp;ได้กำชับรัฐมนตรีทุกคน&nbsp;ให้ทำงานแข่งกับเวลา?และเตรียมพร้อมเป็นเจ้าภาพการประชุมเอเปค&nbsp;ที่จะเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">สำหรับการเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา?&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายอิทธิพล&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เท่าที่ทราบมีผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกเมืองพัทยาที่มีความพร้อม&nbsp;4&nbsp;คนจาก&nbsp;4&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ซึ่งเมื่อถึงช่วงที่ใกล้เลือกตั้ง&nbsp;ก็จะมีผู้เสนอตัวเข้ามาเพิ่มมากขึ้น&nbsp;โดยนายสนธยา?&nbsp;คุณปลื้ม&nbsp;มีความพร้อม&nbsp;ในนามทีมงานกลุ่มเรารักพัทยา&nbsp;จะแถลงนโยบายวันพฤหัสบดีที่&nbsp;24&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;ซึ่งจะส่งผู้สมัครสมาชิกเมืองพัทยา&nbsp;ทั้ง&nbsp;4&nbsp;เขต&nbsp;24&nbsp;คน&nbsp;ด้วย?&nbsp;ทั้งที่เป็นทีมงานเดิมและสมาชิกใหม่&nbsp;เราไม่ประมาทคู่ต่อสู้?&nbsp;รวมถึงพรรคก้าวไกล&nbsp;ที่มีการส่งผู้สมัครลงทุกระดับด้วย</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-03-22T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322114528515
153	รองนายกรัฐมนตรียืนยัน ความสัมพันธ์กับพรรคเศรษฐกิจไทย ยังดีเหมือนเดิม ปฏิเสธตอบกรณีพรรคเพื่อไทย	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;กล่าวถึงกรณีการประกาศเป็นครอบครัวพรรคเพื่อไทยของนางสาวแพทองธาร&nbsp;ชินวัตร&nbsp;จะมีผลต่อพรรคตนเองหรือไม่นั้นว่า&nbsp;ให้ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการเลือกตั้ง&nbsp;ส่วนพรรคเศรษฐกิจไทยที่เปิดตัวแล้วถือว่าเป็นพรรคพันธมิตรที่ดี&nbsp;เพราะสนับสนุนรัฐบาล&nbsp;พร้อมยืนยันว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าพรรคเศรษฐกิจไทยจะไม่เป็นคู่แข่งทางการเมือง&nbsp;สำหรับการประกาศการชนะเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์ของพรรคเพื่อไทย&nbsp;มองว่าไม่กังวล&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นอกจากนี้&nbsp;พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;กล่าวด้วยว่า&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">วานนี้เป็นวันเกิดของพลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้อวยพรให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง&nbsp;ทำงานต่อไปให้ดี&nbsp;ถ้ามีสุขภาพดี&nbsp;ทุกอย่างก็จะดี&nbsp;</span></p><p><br></p>"	2022-03-22T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322195411833
154	โฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงกรณีถูกกล่าวหาเรื่องการจัดหาอากาศยานไร้คนขับ (UAV) และโครงการท่าเรือดำน้ำ ยืนยันดำเนินการด้วยความโปร่งใส เป็นไปตามกฎหมาย และปฏิบัติต่อผู้ประกอบการทุกรายอย่างเท่าเทียม	<p><strong>พลเรือโท&nbsp;ปกครอง&nbsp;มนธาตุผลิน&nbsp;โฆษกกองทัพเรือ&nbsp;ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณี&nbsp;นายยุทธพงศ์&nbsp;จรัสเสถียร&nbsp;ส.ส.มหาสารคามและรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย&nbsp;กล่าวหากองทัพเรือถึงการจัดหาอากาศยานไร้คนขับ&nbsp;(UAV)&nbsp;และโครงการท่าเรือดำน้ำ&nbsp;</strong>ยืนยันว่า&nbsp;เรื่องทั้งหมดไม่เป็นไปตามที่กล่าวหา&nbsp;จากการตรวจสอบเบื้องต้น&nbsp;ไม่พบว่าบริษัทที่มายื่นข้อเสนอการจัดหาอากาศยานไร้คนขับ&nbsp;(UAV)&nbsp;มีความเกี่ยวพันกับบริษัทเรือดำน้ำ&nbsp;กองทัพเรือได้ดำเนินการจตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด&nbsp;มีใช้งานจริงในกองทัพของหลายประเทศ&nbsp;มีประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือในการใช้งานสูง&nbsp;ซึ่งการดำเนินโครงการจัดหาครั้งนี้เป็นการจัดซื้อโดยวิธีคัดเลือก&nbsp;ได้กำหนดคุณสมบัติและขีดสมรรถนะตามความต้องการของกองทัพเรือ&nbsp;มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลของโครงการฯ&nbsp;สูงสุด&nbsp;แต่เนื่องจากการดำเนินการจัดซื้อยังไม่เสร็จสิ้น&nbsp;จึงยังไม่สามารถให้รายละเอียดทั้งหมดได้&nbsp;&nbsp;แต่ยืนยัน&nbsp;ดำเนินการด้วยความโปร่งใส&nbsp;เป็นธรรม&nbsp;เป็นไปตามกฎหมาย&nbsp;และปฏิบัติต่อผู้ประกอบการทุกรายอย่างเท่าเทียมกัน</p><p><strong>ส่วนประเด็นความคืบหน้าการก่อสร้างท่าจอดเรือดำน้ำและข้อสงสัยที่ว่าผู้แทนบริษัท&nbsp;CSOC&nbsp;ที่เข้ามารับผิดชอบโครงการสร้างท่าจอดเรือดำน้ำ</strong>&nbsp;เป็นผู้ได้รับการแต่งตั้งโดยถูกต้องหรือไม่นั้น&nbsp;โฆษกกองทัพเรือ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ผู้แทนที่บริษัท&nbsp;CSOC&nbsp;แต่งตั้งมีเอกสารสัญญาที่ชัดเจน&nbsp;&nbsp;ส่วนภาพที่นายยุทธพงศ์นำมาเผยแพร่บอกว่าเป็นครูสอนภาษานั้น&nbsp;ตรวจพบว่า&nbsp;บริษัทดังกล่าว&nbsp;ได้จ้างบุคคลเหล่านี้ทำหน้าที่ฝ่ายจัดซื้อ&nbsp;ไม่ได้ควบคุมงานทางวิศวกรรม&nbsp;ต่อมาภายหลังกองทัพเรือตรวจพบว่า&nbsp;บุคคลดังกล่าวไม่มีใบอนุญาตทำงานที่ถูกต้อง&nbsp;จึงไม่อนุญาตให้เข้ามาในพื้นที่โครงการก่อสร้างตั้งแต่เดือนธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;</p><p><strong>กองทัพเรือยืนยันเดินหน้าพัฒนากองทัพให้มีความทันสมัย</strong>&nbsp;สร้างความมั่นคงปลอดภัยให้กับประชาชนและประเทศชาติ&nbsp;โดยคำนึงถึงการใช้งบประมาณให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด&nbsp;โปร่งใส&nbsp;และเป็นไปตามนโยบายของผู้บัญชาการทหารเรือ</p>	2022-03-22T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322103912472
155	กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร จัดโครงการพัฒนาเครือข่ายเฝ้าระวังการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา	<p><strong>วันนี้&nbsp;(22&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;พลตรีมานพ&nbsp;น่วมบัว&nbsp;</strong>รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่&nbsp;3&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมพัฒนาเครือข่ายเฝ้าระวังการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;เพื่อเป็นเครือข่ายในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา&nbsp;รวมทั้งแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ&nbsp;</p><p><strong>โดยมี&nbsp;พันเอกศุภชัย&nbsp;ปรีชามาตร์&nbsp;รองผู้อำนยการรักษาความมั่นคง</strong>ภายในจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;พาณิชย์จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมในพิธีเปิด&nbsp;ซึ่งมีเครือข่ายผู้นำมวลชนและกลุ่มมวลชน&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;เข้ารับการอบรม&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;คน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่&nbsp;3&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคง</strong>ภายในราชอาณาจักร&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ได้จัดให้มีการอบรมในครั้งนี้ขึ้น&nbsp;เพื่อให้มวลชนในพื้นที่มีความรู้&nbsp;ความเข้าใจ&nbsp;ตระหนักรู้ถึงผลกระทบจากการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่มีต่อท้องถิ่นของตนเอง&nbsp;และเข้าเป็นส่วนหนึ่งที่สามารถสนับสนุนการดำเนินงานให้กับหน่วยงานภาครัฐในการเฝ้าระวังติดตาม&nbsp;ตรวจสอบสถานการณ์ในการป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา&nbsp;ทำให้หน่วยงานภาครัฐมีเครือข่ายในการติดตาม&nbsp;ตรวจสอบ&nbsp;ในพื้นที่เฝ้าระวังนำไปสู่กระบวนการวางแผน&nbsp;กำหนดมาตรการ&nbsp;วางแนวทางการปฏิบัติในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเป็นรูปธรรม</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>พรรณี&nbsp;มณีวรรณ/ภาพ-ข่าว&nbsp;22&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;</p>	2022-03-22T00:00:00	ภาคใต้	นครศรีธรรมราช	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322115318521
156	นายกรัฐมนตรี อ่านสารเนื่องในวันน้ำโลก ประจำปี 2565 เชิญชวนทุกภาคส่วนตระหนักถึงการอนุรักษ์น้ำ ใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เผยว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;วันนี้&nbsp;(22&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;11.57&nbsp;น.&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ได้อ่านสารเนื่องในวันน้ำโลก&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;เผยแพร่ผ่านสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง&nbsp;5&nbsp;และสื่อออนไลน์ของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายกรัฐมนตรี&nbsp;ย้ำถึงความสำคัญของ&nbsp;น้ำ&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ถือเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตทั้งหลายซึ่งองค์การสหประชาชาติได้ตระหนักถึงปัญหาทั้งการขาดแคลนน้ำ&nbsp;และการแย่งชิงทรัพยากรน้ำที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต&nbsp;จึงได้กำหนดให้วันที่&nbsp;22&nbsp;มีนาคมของทุกปี&nbsp;เป็นวันน้ำโลก&nbsp;เพื่อให้ประชาคมโลกร่วมกันอนุรักษ์&nbsp;ฟื้นฟู&nbsp;และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรน้ำอย่างรู้คุณค่า&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">โดยในปี&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;ได้กำหนดหัวข้อ&nbsp;ร่วมรู้จัก&nbsp;อนุรักษ์&nbsp;น้ำใต้ดิน</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;เพื่อให้ทุกประเทศให้ความสำคัญกับการรักษาดูแลทรัพยากรน้ำใต้ดิน&nbsp;โดยเฉพาะการเจริญเติบโตขึ้นของเมืองและความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในด้านต่างๆ&nbsp;ทั้งด้านเกษตรกรรม&nbsp;อุตสาหกรรมและบริการ&nbsp;ล้วนก่อให้เกิดการปนเปื้อนของน้ำที่ไหลกลับลงสู่ใต้ดิน&nbsp;รวมไปถึงวิกฤตภัยแล้งที่ทำให้ปริมาณน้ำใต้ดินมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง&nbsp;อีกทั้งการรุกตัวของน้ำเค็มในหลายพื้นที่ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย&nbsp;ส่งผลให้น้ำใต้ดินที่ถือเป็นขุมทรัพย์น้ำจืดขนาดใหญ่มีคุณภาพต่ำลง</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นอกจากนี้&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำใต้ดิน&nbsp;โดยได้ดำเนินการเติมน้ำใต้ดินตามหลักวิชาการมาโดยตลอด&nbsp;ตั้งแต่การฟื้นฟูป่าอันเป็นต้นทางสำคัญในการรักษาความชุ่มชื้นให้แก่ระบบนิเวศ&nbsp;การเติมน้ำใต้ดินผ่านแหล่งน้ำต่างๆ&nbsp;และมีการติดตามประเมินผลอย่างเป็นระบบมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อรักษาสมดุลของธรรมชาติ&nbsp;ลดการรุกล้ำของน้ำเค็ม&nbsp;บรรเทาอุทกภัยและการใช้ประโยชน์ในช่วงวิกฤตภัยแล้ง&nbsp;พร้อมกันนี้ยังได้ปลูกจิตสำนึกให้ชาวไทยทุกคนร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำให้คงอยู่อย่างสมบูรณ์ต่อไป&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">โดยในตอนท้ายว่า&nbsp;เนื่องในวันน้ำโลก&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;รัฐบาลขอเชิญชวนให้ทุกภาคส่วนได้ตระหนักถึงการอนุรักษ์น้ำ&nbsp;โดยการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าและร่วมกันลดการปนเปื้อนของน้ำใต้ดิน&nbsp;เพื่อให้ประเทศไทยสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ตามนโยบาย&nbsp;ทศวรรษแห่งการร่วมมือปฏิบัติของทุกประเทศ&nbsp;เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;ของสหประชาชาติและเพื่อประโยชน์สูงสุด&nbsp;คือการรักษาทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน&nbsp;เพื่อลูกหลานของเราในอนาคตสืบไป</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">องค์การสหประชาชาติได้กำหนดให้วันที่&nbsp;22&nbsp;มีนาคมของทุกปีเป็นวันน้ำโลก</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;(World&nbsp;Water&nbsp;Day)&nbsp;เพื่อกระตุ้นให้ประชาคมโลกร่วมกันอนุรักษ์&nbsp;ฟื้นฟู&nbsp;และพัฒนาการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรน้ำอย่างบูรณาการตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน&nbsp;สำหรับประเทศไทย&nbsp;คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้สัปดาห์ที่ตรงกับวันที่&nbsp;22&nbsp;มีนาคมของทุกปี&nbsp;เป็นสัปดาห์อนุรักษ์ทรัพยากรน้ำแห่งชาติ</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-03-22T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322201435846
157	อว. ร่วมกับ กองบัญชาการกองทัพไทย ปั้น นักรบไซเบอร์ ส่ง ทหาร ไปเรียน ไซเบอร์ เพื่อให้ทันต่อภัยคุกคามที่เพิ่มความรุนแรงและซับซ้อนยิ่งขึ้น	<p><strong>ศ.(พิเศษ)&nbsp;ดร.เอนก&nbsp;เหล่าธรรมทัศน์&nbsp;รมว.การอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;(อว.)&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;พล.อ.&nbsp;เฉลิมพล&nbsp;ศรีสวัสดิ์&nbsp;ผู้บัญชาการทหารสูงสุด&nbsp;กองบัญชาการกองทัพไทย&nbsp;ลงนามความร่วมมือ&nbsp;</strong>การจัดสรรทุนการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี&nbsp;เพื่อพัฒนาบุคลากรของกองทัพไทยให้มีศักยภาพสูง&nbsp;เป็นกำลังของชาติ&nbsp;สร้างความพร้อมในการป้องกันและพัฒนาปฏิบัติการทางไซเบอร์&nbsp;หรือ&nbsp;ความมั่นคงให้ทันต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่เพิ่มความรุนแรงและซับซ้อนมากยิ่งขึ้น</p><p><strong>รมว.อว.กล่าวว่า&nbsp;ความร่วมมือครั้งนี้</strong>&nbsp;นับเป็นจุดเริ่มต้นของการเสริมพลังของ&nbsp;2&nbsp;หน่วยงานในการกำหนดอนาคตของประเทศในด้านความมั่นคงและความปลอดภัยบนโลกไซเบอร์&nbsp;เพราะกำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงและความท้าทายในโลกยุคดิจิทัล&nbsp;ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของการพัฒนา&nbsp;ที่มีความจำเป็นต้องใช้ความรู้&nbsp;ความเชี่ยวชาญ&nbsp;ศิลปวิทยาการที่ทันสมัยจากต่างประเทศ&nbsp;เพื่อสร้างบุคลากรที่เปี่ยมความรู้&nbsp;ในขณะเดียวกันก็รู้เท่าทันอนาคต&nbsp;พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง&nbsp;โดยความสำคัญของการให้ทุนจึงไม่ใช่เพียงแค่ไปเรียนวิชาการ&nbsp;แต่ผู้รับทุนต้องสามารถทำหน้าที่เสมือนหน่วยข่าวกรองของประเทศไทยในต่างประเทศ&nbsp;เพื่อให้มีศักยภาพในการนำความรู้มาต่อยอด&nbsp;เป็นกำลังสำคัญของชาติ&nbsp;ทำให้ประเทศและสังคมดีขึ้น&nbsp;เก่งขึ้น</p><p><strong>ด้าน&nbsp;พล.อ.&nbsp;เฉลิมพล&nbsp;ศรีสวัสดิ์&nbsp;ผู้บัญชาการทหารสูงสุด&nbsp;กองบัญชาการกองทัพไทย&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การคุกคามด้านไซเบอร์&nbsp;เป็นวิวัฒนาการทางเทคโนโลยี&nbsp;ซึ่งถูกนํามาใช้ในสังคมปัจจุบัน&nbsp;ทําให้ฝ่ายที่ถูกโจมตีเกิดความเสียเปรียบในสมรภูมิการรบ&nbsp;กองทัพไทย&nbsp;จึงมีความจําเป็นต้องพัฒนาให้มีความพร้อมรองรับภัยคุกคาม&nbsp;รวมถึงการช่วยเหลือประชาชนได้ทุกรูปแบบ&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมิติทางไซเบอร์&nbsp;กองทัพไทย&nbsp;ดังนั้น&nbsp;การที่กองทัพไทยได้รับการจัดสรรทุนการศึกษาจาก&nbsp;อว.จะช่วยให้สามารถพัฒนากําลังพลให้มีความรู้ความสามารถเพื่อนําไปใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อไป&nbsp;</p>	2022-03-22T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322135624589
158	กองทัพบก เตรียมตรวจเลือกทหารกองประจำการปี 2565 พร้อมแจ้งชายไทยเข้ารับการตรวจเลือกระหว่างวันที่ 1-20 เมษายนนี้ ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19	<p><strong>พันเอกหญิง&nbsp;ศิริจันทร์&nbsp;งาทอง&nbsp;รองโฆษกกองทัพบก&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กองทัพบกจะทำการตรวจเลือกทหารกองเกิน&nbsp;เข้ารับราชการเป็นทหารกองประจำการในปี&nbsp;2565&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1-20&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;(เว้นวันที่&nbsp;6&nbsp;และ&nbsp;13&nbsp;-&nbsp;15&nbsp;เม.ย.&nbsp;65)&nbsp;ขณะนี้ทางราชการได้เตรียมความพร้อมทั้งบุคลากร&nbsp;สถานที่&nbsp;ระบบการบริหารจัดการที่อำนวยความสะดวกให้ผู้เข้ารับการตรวจเลือกอย่างเต็มที่&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;รวมทั้งคณะกรรมการตรวจเลือก&nbsp;จะดำเนินการพร้อมกันใน&nbsp;77&nbsp;จังหวัด&nbsp;928&nbsp;หน่วยตรวจเลือก&nbsp;โดยผู้ที่จะต้องเข้ารับการตรวจเลือกทหารในปีนี้&nbsp;ได้แก่&nbsp;ชายไทยที่เกิด&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2544&nbsp;(อายุครบ&nbsp;21&nbsp;ปีบริบูรณ์)&nbsp;กับ&nbsp;ผู้ที่เกิด&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2536&nbsp;-&nbsp;2543&nbsp;(อายุ&nbsp;22-29&nbsp;ปี&nbsp;ที่ยังไม่เคยเข้ารับการตรวจเลือก&nbsp;หรือการตรวจเลือกยังไม่แล้วเสร็จ)&nbsp;ให้เตรียมตัวเข้ารับการตรวจเลือก&nbsp;ตามวัน&nbsp;เวลา&nbsp;และสถานที่ที่กำหนดในหมายเรียกเข้ารับราชการทหาร(แบบ&nbsp;สด.35)&nbsp;พร้อมเตรียมเอกสารไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่</p><p><strong>สำหรับในปี&nbsp;2565&nbsp;กองทัพบกได้ทำการคัดเลือกทหารกองประจำการไว้แล้วจำนวนหนึ่ง&nbsp;จากโครงการสมัครเป็นทหารกองประจำการ&nbsp;(กรณีพิเศษ)</strong>&nbsp;ด้วยระบบออนไลน์&nbsp;ทำให้ยอดผู้ที่จะต้องเข้ามาเป็นทหารกองประจำการในปีนี้ลดลง&nbsp;กองทัพบกจึงขอเชิญชวนผู้ที่สนใจสมัครเป็นทหาร&nbsp;ต้องแจ้งความประสงค์ต่อคณะกรรมการทันทีในวันที่มารับการตรวจเลือก&nbsp;โดยกองทัพจะเปิดโอกาสให้มีการสมัครหรือร้องขอเป็นทหารก่อน&nbsp;จากนั้นหากมีจำนวนผู้สมัครยังไม่ครบตามความต้องการของทางราชการจึงจะเข้าสู่กระบวนการคัดเลือก&nbsp;เป็นไปตามนโยบายของกระทรวงกลาโหม&nbsp;</p><p><strong>หากมีข้อสงสัย&nbsp;สอบถามได้ที่&nbsp;สัสดีเขต/อำเภอ&nbsp;สัสดีจังหวัด&nbsp;หรือ&nbsp;กองการสัสดี&nbsp;หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน</strong>&nbsp;หมายเลข&nbsp;0&nbsp;2223&nbsp;3259,&nbsp;0&nbsp;2221&nbsp;8814,&nbsp;0&nbsp;2223&nbsp;3421&nbsp;ทางเว็ปไซต์&nbsp;และ&nbsp;Facebook&nbsp;กองการสัสดี</p>	2022-03-22T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322135139584
159	รัฐบาลเตรียม 10 มาตรการช่วยเหลือประชาชนบรรเทาความเดือดร้อนจากวิกฤติซ้อนวิกฤต ทั้งความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน และโควิด-19 เริ่ม พ.ค.-ก.ค.65	<p><strong>พล.อ.ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;ว่า</strong>จากสถานการณ์ความผันผวนของราคาพลังงาน&nbsp;ที่เป็นผลมาจากความขัดแย้งระหว่างยูเครน-รัสเซีย&nbsp;ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและการขนส่งสินค้าและบริการต่างๆ&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทำให้ค่าครองชีพมีการปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;รัฐบาลได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;และตระหนักถึงความลำบากของพี่น้องประชาชนที่เกิดขึ้น&nbsp;จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ออกมาตรการช่วยเหลือ&nbsp;ประชาชนเร่งด่วน&nbsp;เพิ่มเติมจากมาตรการต่างๆ&nbsp;ที่รัฐได้ออกไปแล้วและยังใช้อยู่ในขณะนี้&nbsp;ซึ่งคาดว่าจะเริ่มต้นได้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมจนถึงเดือนกรกฎาคมนี้&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;10&nbsp;มาตรการ&nbsp;ดังนี้.-</p><p>1.&nbsp;การเพิ่มเงินช่วยเหลือเพื่อซื้อก๊าซหุงต้มสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;3.6&nbsp;ล้านคน&nbsp;โดยเพิ่มเงินจากเดิม&nbsp;45&nbsp;บาท&nbsp;เป็น&nbsp;100&nbsp;บาท/เดือน</p><p>2.&nbsp;ส่วนลดซื้อก๊าซหุงต้ม&nbsp;เดือนละ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;สำหรับผู้ค่าหาบเร่แผงลอยที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;จำนวนประมาณ&nbsp;5,500&nbsp;คน</p><p>3.&nbsp;ช่วยเหลือค่าน้ำมันให้กับผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมการขนส่งทางบก&nbsp;จำนวน&nbsp;157,000&nbsp;คน&nbsp;โดยช่วยลดค่าใช้จ่ายน้ำมันแก๊สโซฮอลล์&nbsp;250&nbsp;บาทต่อเดือน&nbsp;และขอให้กรมการขนส่งทางบกกำกับราคาการให้บริการเพื่อให้พี่น้องประชาชนที่ต้องใช้บริการมอเตอร์ไซค์รับจ้างมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางเท่าเดิม</p><p>4.&nbsp;คงราคาขายปลีกผู้ที่ใช้ก๊าซ&nbsp;NGV&nbsp;ไว้ที่&nbsp;15.59&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม</p><p>5.&nbsp;ผู้ขับขี่แท๊กซี่มิเตอร์ภายใต้โครงการลมหายใจเดียวกัน&nbsp;สามารถซื้อก๊าซได้ในราคา&nbsp;13.62&nbsp;บาท/กิโลกรัม</p><p>6.&nbsp;ช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าที่จะเพิ่มขึ้นสำหรับผู้ที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน&nbsp;300&nbsp;หน่วยต่อเดือน&nbsp;โดยลดค่า&nbsp;Ft&nbsp;ลง&nbsp;22&nbsp;สตางค์ต่อหน่วยในช่วงเดือนพฤษภาคม&nbsp;-&nbsp;สิงหาคม</p><p>7.&nbsp;ตรึงราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลที่&nbsp;30&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;ไปจนถึงสิ้นเดือนเมษายน&nbsp;2565&nbsp;หลังจากนั้น&nbsp;รัฐบาลจะเข้าไปช่วยเหลือส่วนที่ราคาน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มขึ้นครึ่งนึง</p><p>8.&nbsp;กำกับดูแลการปรับราคาก๊าซหุงต้มในช่วงตั้งแต่เดือนเมษายน&nbsp;-&nbsp;มิถุนายน&nbsp;โดยใช้กองทุนน้ำมันเข้าไปช่วยลดผลกระทบจากการปรับราคาให้ไม่ขึ้นสูงเกินไป</p><p>9.&nbsp;ลดอัตราเงินสบทบของนายจ้างและลูกจ้างที่อยู่ในระบบประกันสังคมมาตรา&nbsp;33&nbsp;จาก&nbsp;5%&nbsp;เหลือ&nbsp;1%&nbsp;เพื่อให้ลูกจ้างและนายจ้างสามารถมีกำลังในการใช้จ่ายและผู้ประกอบการสามารถมีสภาพคล่องเพิ่มขึ้นในการดำเนินธุรกิจในช่วงถัดไป</p><p>10.&nbsp;ลดอัตราเงินสมทบผู้ประกันตนมาตรา&nbsp;39&nbsp;จาก&nbsp;9%&nbsp;เหลือ&nbsp;1.9%&nbsp;และลดอัตราเงินสมทบของผู้ประกันตนมาตรา&nbsp;40&nbsp;ลงเหลือ&nbsp;42&nbsp;&nbsp;180&nbsp;บาทต่อเดือน</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;นายกรัฐมนตรียังได้สั่งการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และกระทรวงพาณิชย์ออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้ได้มากที่สุด</strong>&nbsp;ก่อนจะเข้าสู่ฤดูการเพาะปลูก&nbsp;โดยเน้นการใช้วัตถุดิบในประเทศ&nbsp;และให้กระทรวงการต่างประเทศประสานงานกับประเทศต่างๆในการจัดหาปัจจัยการผลิตที่จำเป็นเข้าประเทศด้วย&nbsp;</p><p><strong>ต่อจากนี้ไป&nbsp;กระทรวงและหน่วยงานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;จะเร่งดำเนินการออกมาตรการทั้งหมดที่กล่าวมา</strong>&nbsp;ทั้งนี้ต้องให้เป็นไปตามข้อกฏหมาย&nbsp;และข้อบังคับต่างๆ&nbsp;รวมทั้งนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาและอนุมัติเป็นการเร่งด่วน&nbsp;ขอย้ำว่า&nbsp;รัฐบาล&nbsp;ทุกกระทรวง&nbsp;และทุกหน่วยงาน&nbsp;กำลังทำงานอย่างหนักเพื่อวางแผนช่วยเหลือพี่น้องประชาชนทุกคนให้ได้มากที่สุด&nbsp;ให้พ้นวิกฤตซ้อนวิกฤตนี้ไปให้ได้&nbsp;โดยไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง&nbsp;และเร่งเดินหน้าตามแผนฟื้นฟูประเทศที่ได้วางไว้ทั้งระยะสั้น&nbsp;ระยะกลาง&nbsp;และระยะยาว&nbsp;ทั้งเรื่องโอกาสการค้าการลงทุนกับต่างประเทศ&nbsp;การเปิดประเทศและการท่องเที่ยวในระยะต่อไป&nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;สร้างอาชีพและรายได้&nbsp;รวมไปถึงการช่วยลดภาระ&nbsp;แบ่งเบาค่าครองชีพด้วยมาตรการต่างๆ&nbsp;และแก้ปัญหาหนี้สินให้พี่น้องประชาชนโดยเร็วที่สุด</p>	2022-03-22T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322143706607
160	คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการปรับปรุงหลักการจำแนกประเภทหน่วยงานของรัฐในกำกับของฝ่ายบริหาร	"<p><strong>นายศิริศักดิ์&nbsp;ศิริมังคะลา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเรื่องการปรับปรุงหลักการจำแนกประเภทของหน่วยงานของรัฐในการกำกับของฝ่ายบริหารเมื่อวันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยมีสาระสำคัญ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การทบทวนมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่&nbsp;20&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2552&nbsp;ในเรื่องการจำแนกประเภทองค์การมหาชนจากเดิมที่เห็นชอบให้มีการจำแนกประเภทขององค์การมหาชนเป็น&nbsp;2&nbsp;ประเภทได้แก่&nbsp;1.องค์การมหาชนที่จัดตั้งตามพระราชบัญญัติองค์การมหาชนพุทธศักราช&nbsp;2542&nbsp;และที่แก้ไขเพิ่มเติม&nbsp;และ&nbsp;2.องค์การมหาชนที่จัดตั้งตามพระราชบัญญัติเฉพาะรวมถึงมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐซึ่งมีฐานะเป็นองค์การมหาชนที่จัดตั้งตามพระราชบัญญัติเฉพาะเป็น&nbsp;3&nbsp;ประเภท&nbsp;โดยเพิ่มองค์การมหาชนที่จัดตั้งตามพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามความในพระราชบัญญัติสภานโยบายการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติพุทธศักราช&nbsp;2552&nbsp;เป็นประเภทที่&nbsp;3&nbsp;จำแนกให้กองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการกองทุนการออมแห่งชาติและกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาและหน่วยงานของรัฐในการกำกับของฝ่ายบริหารประเภทกองทุนที่เป็นนิติบุคคลตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่&nbsp;20&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2552&nbsp;เรื่องหลักการจำแนกประเภทหน่วยงานของรัฐในการกำกับของฝ่ายบริหารและจำแนกให้สำนักงานลูกเสือแห่งชาติเป็นหน่วยงานของรัฐในการกำกับของฝ่ายบริหารประเทศองค์การมหาชนที่จัดตั้งตามพระราชบัญญัติเฉพาะตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่&nbsp;20&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2552</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทั้งนี้&nbsp;คณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชนและกระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม</strong>&nbsp;รับความเห็นชอบของสำนักงบประมาณ&nbsp;สำนักงาน&nbsp;ก.พ.&nbsp;และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติไปพิจารณาดำเนินการที่เกี่ยวข้องต่อไป</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;รุ่งนภา&nbsp;/ข่าว&nbsp;ธิติมา/เรียบเรียง</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">ทีมงานสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-22T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรสงคราม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322161001687
161	ก.ธ.จ.อยุธยาฯ เดินสายสอดส่องการก่อสร้างถนนระดับท้องถิ่น มุ่งหวังให้ใช้งบประมาณเกิดความคุ้มค่าที่สุด	<p><strong>ก.ธ.จ.อยุธยาฯ เดินสายสอดส่องการก่อสร้างถนนระดับท้องถิ่น มุ่งหวังให้ใช้งบประมาณเกิดความคุ้มค่าที่สุด</strong></p><p><br></p><p>วันนี้ (22&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายชานนท์ สุวรรณาภินันท์ รองประธานกรรมการธรรมาภิบาลพระนครศรีอยุธยา นำคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดฯ&nbsp;ลงพื้นที่อำเภอบางไทร ติดตามสอดส่องการก่อสร้างและปรับปรุงถนน ภายใต้งบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น งบประมาณเกือบ 20 ล้านบาท</p><p><br></p><p>นายชานนท์&nbsp;สุวรรณาภินันท์&nbsp;&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้ได้ลงพื้นที่ติดตามสอดส่องหน่วยงานระดับท้องถิ่น ที่อำเภอบางไทร รวม 3 แห่ง ประกอบด้วย โครงการก่อสร้างถนนแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ของเทศบาลตำบลราชคราม หมู่ที่ 1 ระยะทางยาว 1,825 เมตร กว้าง 4 เมตร&nbsp;งบประมาณ 6,900,000 บาท&nbsp;&nbsp;ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมกับถนนยาว 10 เมตรที่มีอยู่แล้ว&nbsp;และสามารถใช้ทางเลี่ยงไปยังเกาะเกิด&nbsp;และอำเภอบางปะอินได้&nbsp;โดย ก.ธ.จ.ได้ชื่นชมเทศบาลตำบลราชคราม ว่ามีการกำหนดคุณสมบัติของถนนได้ดี&nbsp;คุ้มค่า&nbsp;ซึ่งถ้าดำเนินการแล้วเสร็จจะทำให้ประชาชนสัญจรหรือการขนส่งเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>ขณะที่ อบต.ไผ่พระ งบกว่า 8 ล้านบาท ปรับปรุงซ่อมแซมถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก จากหมู่ 4  6&nbsp;ตำบลกกแก้วบูรพา บ้านหนองสรวง บ้านหนองสาหร่าย หมู่ที่ 4, 6 ตำบลกกแก้วบูรพา กว้าง 6 เมตร ยาว 2,510 เมตร&nbsp;เดิมเป็นถนนคอนกรีต/ลาดยาง โดย อบต.ตั้งเป้าจะทำเป็นถนนวงแหวนและเป็นถนนคอนกรีตทั้งหมด&nbsp;ซึ่งจะเชื่อมโยงไปถึงคลองพระยาบันลือและไม้ตรา&nbsp;ส่วน อบต. กระแชง ใช้งบประมาณกว่า 1 ล้านบาทเพื่อปรับปรุงซ่อมแซมถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก หมู่ที่ 4 ตำบลกระแชง กว้าง 4 เมตร ยาว 615 เมตร&nbsp;ก.ธ.จ.ได้เสนอแนะให้นำเศษวัสดุเก่าไปใช้ประโยชน์กับพื้นที่ที่ไม่มีงบประมาณ&nbsp;รวมถึง ดึงประชาชนให้เข้ามามีส่วนร่วม ให้มีความเข้าใจ พร้อมขอความร่วมมือเรื่องการสัญจรในช่วงที่มีการก่อสร้าง&nbsp;ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์มากที่สุด</p><p>&nbsp;</p>	2022-03-22T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322163154727
162	ตำรวจภูธรจังหวัดตรัง แถลงผลการปฏิบัติการจับกุมยาเสพติดรายสำคัญ ได้ของกลางยาบ้ากว่า 2 แสนเม็ด พร้อมยึดทรัพย์ผู้ต้องหา เกือบ 2 ล้านบาท โดยผู้ต้องหาสารภาพรับจ้างนำยาบ้ามากระจายส่งไปพื้นที่ต่างๆ	<p><strong>พลตำรวจตรีสันทัด&nbsp;&nbsp;วินสน&nbsp;&nbsp;ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง&nbsp;ฝ่ายปกครอง&nbsp;&nbsp;ผู้แทนหน่วยงาน&nbsp;กอ.รมน.จ.ตรัง&nbsp;ผู้แทนฝ่ายทหาร&nbsp;และ&nbsp;ป.ป.ส.ภาค&nbsp;9&nbsp;ได้แถลงผลการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ&nbsp;โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่&nbsp;21&nbsp;มีนาคม&nbsp;256๕&nbsp;เวลาประมาณ&nbsp;02.00&nbsp;น.&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;</p><p><strong>ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายตรวจ&nbsp;สภ.เมืองตรัง</strong>&nbsp;ได้ร่วมกันจับกุมตัว&nbsp;&nbsp;นายพิสิทธิ์&nbsp;หรือตาม&nbsp;&nbsp;อายุ&nbsp;25&nbsp;ปี&nbsp;อยู่บ้านเลขที่&nbsp;51/1&nbsp;ม.2&nbsp;ต.บางหมาก&nbsp;อ.กันตัง&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;พร้อมด้วยของกลางยาบ้า&nbsp;1,945&nbsp;เม็ด&nbsp;เหตุเกิดบริเวณหน้าโรงเรียนพรศิริกุล&nbsp;ฝั่งขาเข้าเมือง&nbsp;ต.บ้านควน&nbsp;อ.เมืองตรัง&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติดภูธรจังหวัดตรัง&nbsp;ได้ทำการสืบสวนขยายผล&nbsp;สามารถตรวจยึดยาบ้าที่นายพิสิทธิ์&nbsp;หรือตาม&nbsp;นำไปซุกซ่อนไว้ได้อีกจำนวนประมาณ&nbsp;266,000&nbsp;เม็ด&nbsp;ที่กระท่อมไม่มีเลขที่&nbsp;ข้างบ้านเลขที่&nbsp;49&nbsp;ม.2ต.บางหมาก&nbsp;อ.กันตัง&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;ทางเจ้าหน้าที่ได้ใช้มาตรการยึดทรัพย์ผู้ต้องหา&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;รายการ&nbsp;1.บ้านพร้อมที่ดิน&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;หลัง&nbsp;&nbsp;มูลค่า&nbsp;1,500,000&nbsp;บาท&nbsp;2.รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ&nbsp;HONDA&nbsp;PCXจำนวน&nbsp;1&nbsp;คัน&nbsp;&nbsp;มูลค่า&nbsp;&nbsp;90,000&nbsp;บาท&nbsp;รวมผลการตรวจยึดทรัพย์สินฯ&nbsp;รวมมูลค่า&nbsp;1,590,000&nbsp;บาท</p><p><strong>พลตำรวจตรีสันทัด&nbsp;&nbsp;วินสน&nbsp;&nbsp;ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง&nbsp;</strong>&nbsp;ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ผ็ต้องหาให้การรับสารภาพ&nbsp;นำยาบ้าจำนวนดังกล่าว&nbsp;มาจากเขตรอยต่อระหว่างจังหวัด&nbsp;ที่ผ่านมานั้นผู้ต้องหาได้ค่าจ้างประมาณ&nbsp;5-6พันบาท&nbsp;แต่ปริมาณยาบ้าจำนวนไม่มาก&nbsp;แต่ครั้งนี้รับยาบ้ามาจำนวนมากกว่า&nbsp;2&nbsp;แสนเม็ด&nbsp;เพื่อนำมากระจายส่งในจังหวัดตรัง&nbsp;และจังหวัดใกล้เคียง&nbsp;ในขณะที่ราคายาบ้าอยู่ที่เม็ดละ&nbsp;20-30&nbsp;บาท&nbsp;จึงทำให้มีการแพร่ระบาดของยาบ้าเมขึ้น&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;ได้เร่งป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง&nbsp;จึงขอความร่วมมือจากประชาชน&nbsp;กาดมีเบาะแสของการค้ายาเสพขอให้แจ้งทางเจ้าหน้าที่&nbsp;ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะเก็บข้อมูลไว้เป็นความลับ&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-22T00:00:00	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322182009788
163	จังหวัดนครพนม ร่วกับ อปท.และทหาร ตำรวจลงพื้นที่ตรวจตราร้านอาหารที่มีการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งจังหวัดนครพนม ห้ามจำหน่ายและบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้าน	"<p><strong>ภายใต้การอำนวยการของ&nbsp;นายชาธิป&nbsp;รุจนเสรี&nbsp;</strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้แก่&nbsp;สถานีตำรวจภูธรเมืองนครพนม&nbsp;ป้องกันจังหวัดนครพนม&nbsp;กลุ่มงานบริหารงานปกครอง&nbsp;กลุ่มงานความมั่นคง&nbsp;กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดนครพนมที่&nbsp;1&nbsp;และ&nbsp;อปท.&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;ตรวตราร้านค้า&nbsp;กระทำความผิดฐาน&nbsp;""ฝ่าฝืนคำสั่งจังหวัดนครพนมที่&nbsp;617/2565&nbsp;ลงวันที่&nbsp;15&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ข้อ&nbsp;7&nbsp;(1)&nbsp;ร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มสามารถเปิดให้บริการบริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มในร้านตามเวลาปกติ&nbsp;โดยห้ามจำหน่ายและบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้านตั้งแต่วันที่&nbsp;16&nbsp;มีนาคม&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;พ.ศ&nbsp;2565&nbsp;พบร้านค้าจำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;กระทำความผิดฐาน&nbsp;""ฝ่าฝืนคำสั่งจังหวัดนครพนมที่&nbsp;617/2565&nbsp;ลงวันที่&nbsp;15&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ข้อ&nbsp;7&nbsp;(1)&nbsp;ร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มสามารถเปิดให้บริการบริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มในร้านตามเวลาปกติ&nbsp;โดยห้ามจำหน่ายและบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้านตั้งแต่วันที่&nbsp;16&nbsp;มีนาคม&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;พ.ศ&nbsp;2565</p><p><strong>ผลการดำเนินการ&nbsp;:&nbsp;ก่อนเกิดเหตุ&nbsp;จนท.ได้รับคำสั่งจาก</strong>ผู้บังคับบัญชาให้ออกตรวจตราร้านอาหารที่มีการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งจังหวัดนครพนม&nbsp;ที่&nbsp;617/2565&nbsp;ลงวันที่&nbsp;15&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ต่อมาเมื่อเวลา&nbsp;21.30&nbsp;น.&nbsp;จนท.เดินทางไปถึงที่เกิดเหตุ&nbsp;พบลูกค้ากำลังนั่งรับประทานอาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายในร้าน&nbsp;จนท.จึงแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองและตำรวจ&nbsp;และทำการสอบถามข้อเท็จจริงจากผู้จัดการร้านทั้งสอง&nbsp;จากการสอบถามให้การว่าลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการได้มีการนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาเองบางส่วน&nbsp;และร้านจำหน่ายให้กับลูกค้าบางส่วน&nbsp;เมื่อ&nbsp;จนท.เข้ามาตรวจสอบพบ&nbsp;จึงได้ทำการสอบสวนผู้เข้ามาใช้บริการเบื้องต้น&nbsp;จึงทราบว่าลูกค้านำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาดื่มเองบางส่วนและจำหน่ายให้กับลูกค้าบางส่วนจริง&nbsp;</p><p><strong>จนท.จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้จัดการร้านทั้งสองว่า&nbsp;</strong>กระทำความผิดฐานปล่อยปะละเลยให้มีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายในร้าน&nbsp;โดยการฝ่าฝืนคำสั่งจังหวัดนครพนม&nbsp;ที่&nbsp;617/2565&nbsp;ข้อ&nbsp;7&nbsp;(1)&nbsp;และแจ้งสิทธิให้แก่บุคคลดังกล่าวทราบ&nbsp;ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ&nbsp;จากนั้นได้เชิญตัวมาจัดทำบันทึกจับกุม&nbsp;ที่&nbsp;สถานีตำรวจภูธรเมืองนครพนม&nbsp;ควบคุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองนครพนมเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านอาหาร&nbsp;อีกจำนวน&nbsp;3&nbsp;ร้าน&nbsp;</strong>&nbsp;จากการลงพื้นที่ตรวจสอบไม่พบการกระทำความผิด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-03-22T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครพนม	สวท.นครพนม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322182736792
164	รองผู้การฯ นราธิวาส ประชุมเครือข่ายฯ Big 6 สภ.เมืองนราธิวาส ขับเคลื่อนโครงการ  Smart Safety Zone 4.0	<p><strong>พันตำรวจเอก&nbsp;ดุลยมาน&nbsp;&nbsp;แยนา&nbsp;รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมเครือข่ายป้องกันอาชญากรรมเชิงรุกประจำสถานีตำรวจภูธรเมืองนราธิวาส&nbsp;หรือ&nbsp;Big&nbsp;6&nbsp;ตามโครงการ&nbsp;Smart&nbsp;Safety&nbsp;Zone&nbsp;4.0&nbsp;ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ&nbsp;ที่ห้องประชุม&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;สถานีตำรวจภูธรเมืองนราธิวาส&nbsp;อำเภอเมืองนราธิวาส&nbsp;ซึ่งมีพันตำรวจเอก&nbsp;เจฟฟรีย์&nbsp;&nbsp;ไศลมานกุล&nbsp;ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนราธิวาส&nbsp;พันตำรวจโท&nbsp;รื่น&nbsp;แก้วสุกใส&nbsp;รองผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนราธิวาส&nbsp;&nbsp;เครือข่าย&nbsp;Big&nbsp;6&nbsp;(ตำรวจ&nbsp;ภาคประชาชน&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ภาคธุรกิจ&nbsp;หน่วยงานภาครัฐ&nbsp;และสื่อมวลชน)&nbsp;และผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมการประชุม&nbsp;</p><p><strong>พันตำรวจเอก&nbsp;เจฟฟรีย์&nbsp;&nbsp;ไศลมานกุล&nbsp;ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนราธิวาส&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;โครงการ&nbsp;Smart&nbsp;Safety&nbsp;Zone&nbsp;4.0&nbsp;&nbsp;เป็นโครงการเพิ่มประสิทธิภาพป้องกันอาชญากรรมเชิงรุก&nbsp;มุ่งเน้นการทำงานของตำรวจให้ตรงกับสภาพปัญหาและความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง&nbsp;ที่สำคัญมีการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด&nbsp;ในการขับเคลื่อนโครงการฯ&nbsp;ทางสถานีตำรวจภูธรเมืองนราธิวาส&nbsp;ได้กำหนดพื้นที่เป้าหมายคือตำบลบางนาค&nbsp;ภายใต้ชื่อ&nbsp;บางนาคสมาร์ทเซฟตี้&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ในที่ประชุมได้รับทราบสถิติคดีอาญา&nbsp;4&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ในพื้นที่</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;กลุ่มที่&nbsp;1&nbsp;คดีความผิดเกี่ยวกับชีวิต&nbsp;ร่างกาย&nbsp;และเพศ//กลุ่มที่&nbsp;2&nbsp;คดีความผิดเกี่ยวกับทรัพย์//กลุ่มที่&nbsp;3&nbsp;ฐานความผิดพิเศษ//กลุ่มที่&nbsp;4&nbsp;คดีที่รัฐเป็นผู้เสียหาย&nbsp;ซึ่งกลุ่มที่&nbsp;1&nbsp;ไม่มี&nbsp;กลุ่มที่&nbsp;2-4&nbsp;ภาพรวมมีคดีเกิดขึ้นน้อยมากและสามารถจับกุมได้&nbsp;รับทราบผลการปฏิบัติและการตรวจเยี่ยมประชาชนใน-นอก&nbsp;พื้นที่โครงการ&nbsp;Smart&nbsp;Safety&nbsp;Zone&nbsp;4.0&nbsp;&nbsp;การตรวจค้นยานพาหนะและบุคคล&nbsp;การตั้งด่านตรวจ-จุดตรวจ&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ได้รายงานผลการดำเนินงานตามโครงการฯ&nbsp;ในเดือนมีนาคม&nbsp;</strong>2565&nbsp;ทางสถานีตำรวจภูธรเมืองนราธิวาสร่วมกับเทศบาลเมืองนราธิวาส&nbsp;ร่วมปรับปรุงทาสีทางข้ามหรือทางม้าลาย&nbsp;บริเวณหน้าโรงเรียนบางนราวิทยา&nbsp;และร่วมกับคนในชุมชนปรับปรุงภูมิทัศน์ตรอกช้างสมานฉันท์&nbsp;ส่วนแผนการดำเนินงานในเดือนเมษายน&nbsp;2565&nbsp;จะขอเชื่อมกล้องภาคเอกชนมายังห้อง&nbsp;CCOC&nbsp;เพิ่มเติมและติดตั้งกล้อง&nbsp;Wifi&nbsp;ทางเข้า-ออก&nbsp;ชุมชนตรอกช้างสมานฉันท์</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-22T00:00:00	ภาคใต้	นราธิวาส	สวท.นราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322194251823
165	รมว.ยุติธรรม ประชุม ยจ.ทั่วประเทศ จี้ให้ทำงานหนักบริการประชาชน เร่งประสานหาลูกหนี้เข้าร่วมงานมหกรรมไกล่เกลี่ยให้มากที่สุด แนะทำงานร่วมท้องถิ่นช่วยชาวบ้าน	<p><strong>นายสมศักดิ์&nbsp;เทพสุทิน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ตนพร้อมนางสาวณัฐธ์ภัสส์&nbsp;ยงใจยุทธ&nbsp;ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม&nbsp;นายเรืองศักดิ์&nbsp;สุวารี&nbsp;อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ&nbsp;ได้ร่วมประชุมกับผู้อำนวยการสำนักงานยุติธรรมจังหวัดทั่วประเทศ&nbsp;โดยได้มีการมอบนโยบายในหลายประเด็นว่า&nbsp;เวลานี้ยุติธรรมจังหวัดถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญในการช่วยเหลือประชาชน&nbsp;เพราะเป็นหน่วยงานตัวแทนของกระทรวงยุติธรรม&nbsp;</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;ข้าราชการของกระทรวง&nbsp;ไม่ว่าจะเป็น&nbsp;สำนักงานยุติธรรมจังหวัด</strong>&nbsp;กรมคุมประพฤติ&nbsp;กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ&nbsp;กรมบังคับคดี&nbsp;กรมราชทัณฑ์&nbsp;&nbsp;ต้องรู้เนื้องานที่ฝ่ายบริหารเดินหน้าทำงานอยู่&nbsp;โดยเนื้องานหลักในเวลานี้ที่สำคัญ&nbsp;เช่น&nbsp;การช่วยเหลือประชาชนที่เราจะเพิ่มบริการเข้าไป&nbsp;การไกล่เกลี่ยหนี้สิน&nbsp;การเยียวยาผู้เสียหายและเหยื่อจากคดีอาญาตามพ.ร.บ.ค่าตอบแทนฯ&nbsp;กองทุนยุติธรรม&nbsp;</p><p><strong>โดยงานทั้งหมดพวกเราต้องรู้และช่วยกัน</strong>&nbsp;เพราะปีนี้กระทรวงยุติธรรมต้องช่วยเหลือประชาชนให้มากที่สุด&nbsp;ต้องลงไปทำความเข้าใจกับชาวบ้าน&nbsp;ต้องรู้จักประสานกับท้องถิ่น&nbsp;ทั้ง&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;อบต.&nbsp;อบจ.&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัด&nbsp;อาสาสมัครต่างๆ&nbsp;และผู้นำชุมชน&nbsp;เพื่อประสานในเรื่องงานต่างๆให้เกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;</p><p><strong>การไกล่เกลี่ยหนี้สินถือเป็นหนึ่งในงานหลักใหม่ของกระทรวง</strong>&nbsp;ที่เราจะจัดทั่วประเทศ&nbsp;แต่หากเราไม่สามารถเชิญชวนลูกหนี้เข้าร่วมได้จะเกิดประโยชน์อะไร&nbsp;ดังนั้นทุกคนต้องตื่นตัว&nbsp;การช่วยเหลือประชาชนเรื่องหนี้สินเป็นเรื่องที่ดี&nbsp;และเป็นการมอบนโยบาย&nbsp;ข้าราชการทุกคนต้องเข้าใจงานหลักในการบริการประชาชนให้ได้&nbsp;จากนี้ผมอยากเห็นยอดผู้เข้าร่วมงานไกล่เกลี่ยหนี้สิน&nbsp;มีมากขึ้น&nbsp;เราต้องเร่งหาลูกหนี้&nbsp;ทำงานเชิงรุกและติดต่อให้มาไกล่เกลี่ยให้มากที่สุด&nbsp;เพราะคนที่เข้าร่วมงานจะได้ประโยชน์มากมาย&nbsp;ไม่ถูกฟ้องดำเนินคดี&nbsp;ผู้ต้องคำพิพากษาไม่ถูกขายทรัพย์ทอดตลาด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-22T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครราชสีมา	สวท.นครราชสีมา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322220644866
166	รมว.ยุติธรรม ควง 2 อธิบดีเดินตลาดแจงสิทธิเยียวยา การช่วยเหลือของกองทุนยุติธรรม และการไกล่เกลี่ยหนี้ ขอประชาชนช่วยเป็นกระบอกเสียง ชี้หากเป็นไปได้จะประชาสัมพันธ์ด้วยตัวเองทุกพื้นที่ เผยยอดประมูลทรัพย์สินยาเสพติดครั้งแรกขายได้ 6.2 ล้านบาท นำเข้ากองทุนสนับสนุนงานปราบปราม	<p><strong>นายสมศักดิ์&nbsp;เทพสุทิน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>สำนักตรวจสอบทรัพย์สินคดียาเสพติด&nbsp;สำนักงาน&nbsp;ป.ป.ส.&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;ป.ป.ส.ภาค&nbsp;3&nbsp;จัดงานขายทอดตลาดทรัพย์สินของกองทุนป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;18&nbsp;มี.ค.&nbsp;2565&nbsp;ที่ตลาดเทิดไท&nbsp;(ตาลคู่)&nbsp;จ.นครราชสีมา&nbsp;มีรายการทรัพย์สินที่ดำเนินการขายทอดตลาด&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;1.ทองรูปพรรณ&nbsp;91&nbsp;รายการ&nbsp;น้ำหนักรวม&nbsp;1,527.46&nbsp;กรัม&nbsp;ขายได้&nbsp;45&nbsp;รายการ&nbsp;เป็นเงินทั้งสิ้น&nbsp;4,530,000&nbsp;บาท&nbsp;2.&nbsp;ที่ดิน&nbsp;27&nbsp;รายการ&nbsp;เป็นที่ดินของพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง&nbsp;ได้แก่&nbsp;จ.ชัยภูมิ&nbsp;2&nbsp;รายการ&nbsp;จ.นครราชสีมา&nbsp;6&nbsp;รายการ&nbsp;จ.อำนาจเจริญ&nbsp;2&nbsp;รายการ&nbsp;จ.ยโสธร&nbsp;2&nbsp;รายการ&nbsp;และจ.อุบลราชธานี&nbsp;15&nbsp;รายการ&nbsp;โดยแบ่งเป็นที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง&nbsp;7&nbsp;รายการ&nbsp;ที่ดินทำการเกษตร&nbsp;15&nbsp;รายการ&nbsp;และที่ดินว่างเปล่า&nbsp;5&nbsp;รายการ&nbsp;ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประมูล&nbsp;23&nbsp;ราย&nbsp;ผลการประมูล&nbsp;ทองรูปประพรรณประมูลออก&nbsp;44&nbsp;รายการ&nbsp;รวมเป็นเงิน&nbsp;1,728,700&nbsp;บาท&nbsp;และที่ดิน&nbsp;10&nbsp;รายการเป็นเงิน&nbsp;4,530,000&nbsp;บาท&nbsp;รวมเป็นเงิน&nbsp;6,258,700&nbsp;บาท&nbsp;โดยเงินที่ได้จากการประมูลจะนำเข้ากองทุนป้องกันปราบปราม&nbsp;และแก้ไขปัญหายาเสพติด&nbsp;เพื่อใช้ในงานด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดต่อไป&nbsp;</p><p><strong>นายสมศักดิ์&nbsp;กล่าวอีกว่า&nbsp;ในช่วงบ่าย&nbsp;ตนพร้อมด้วย&nbsp;นายเรืองศักดิ์&nbsp;สุวารี</strong>&nbsp;อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ&nbsp;นางทัศนีย์&nbsp;เปาอินทร์&nbsp;อธิบดีกรมบังคับคดี&nbsp;นายวิเชียร&nbsp;ไชยสอน&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานยุติธรรมจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;และ&nbsp;นายมนินธ์&nbsp;สุทธิวัฒนานิติ&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนยุติธรรม&nbsp;ได้เดินตลาด&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์สิทธิต่างๆ&nbsp;ที่ประชาชนมีสิทธิตามกฎหมาย&nbsp;เช่น&nbsp;การเยียวยาผู้เสียหาย&nbsp;กองทุนยุติธรรม&nbsp;รวมทั้งงานมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินและยุติธรรมพบประชาชน&nbsp;ให้กับพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาซื้อของ&nbsp;เพื่อให้ทุกคนรับรู้ถึงสิทธิและกิจกรรมต่างๆ&nbsp;หลังจากที่&nbsp;พล.อ.ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ประกาศว่าปี&nbsp;2565&nbsp;จะเป็นปีแห่งการแก้หนี้&nbsp;แต่หากใครมางานไม่ได้ก็ไปติดต่อที่ศูนย์ไกล่เกลี่ยทั่วประเทศได้&nbsp;แต่จะไม่ได้รับสิทธิพิเศษเท่าในงาน&nbsp;ซึ่งการจัดงานมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินและยุติธรรมพบประชาชน&nbsp;เราจะเดินทางไปจัดยังทุกภาคทั่วประเทศ&nbsp;เพื่อให้ทุกพื้นที่เข้าถึงให้มากที่สุด&nbsp;ซึ่งนอกจากการจัดงานไกล่เกลี่ยหนี้สินแล้ว&nbsp;เรายังจะมีการรับเรื่องราวร้องทุกข์&nbsp;ประชาสัมพันธ์งานของทุกหน่วยงานในกระทรวง&nbsp;และแจ้งสิทธิต่างๆให้ประชาชนได้รับทราบด้วย&nbsp;ซึ่งตนก็ขอให้ประชาชนช่วยเป็นกระบอกเสียงอีกแรงด้วย&nbsp;</p><p><strong>หากเป็นไปได้ผมจะลงไปประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบด้วยตัวเอง&nbsp;</strong>ทั้งเรื่องไกล่เกลี่ยหนี้และสิทธิต่างๆ&nbsp;ที่ประชาชนชนจะได้รับตามกฎหมาย&nbsp;ซึ่งหากประชาชนได้รับความเดือดร้อน&nbsp;ไม่ได้รับความเป็นธรรมและต้องการได้รับความช่วยเหลือ&nbsp;สามารถติดต่อไปยังสำนักงานยุติธรรมจังหวัด&nbsp;และกองทุนยุติธรรมได้ทุกจังหวัดทั่วประเทศ&nbsp;หรือโทรสายด่วน&nbsp;1111&nbsp;กด&nbsp;77&nbsp;ได้ตลอด24ชั่วโมง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-22T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครราชสีมา	สวท.นครราชสีมา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322220223865
167	ฝ่ายความมั่นคง อ.เมยวดี ร้อยเอ็ด บูรณาการร่วมกันออกตรวจตราป้องกันการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมาย	<p><strong>นายสันติ&nbsp;โอฆะพนม&nbsp;นายอำเภอเมยวดี&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;</strong>ได้สั่งการให้ฝ่ายความมั่นคงบูรณาการร่วมกับสถานีตำรวจภูธรเมยวดีออกตรวจพื้นที่เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย&nbsp;ตรวจตรา&nbsp;ป้องกันการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมาย&nbsp;วันนี้&nbsp;21&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;17.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ตามนโยบายของนายภูสิต&nbsp;สมจิตต์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;นายชนาส&nbsp;ชัชวาลวงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ดและนายชูศักดิ์&nbsp;ราชบุรี&nbsp;ปลัดจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ผลการดำเนินการออกตรวจพื้นที่เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย</strong>&nbsp;ตรวจตรา&nbsp;ป้องกันการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมาย&nbsp;ดังนี้</p><p>1.จับกุมนาย&nbsp;ส.&nbsp;อายุ&nbsp;19&nbsp;ปี&nbsp;บริเวณบ้านเลขที่&nbsp;41&nbsp;ม.3&nbsp;บ้านโป่ง&nbsp;ต.บุ่งเลิศ&nbsp;อ.เมยวดี&nbsp;จ.ร้อยเอ็ดโดยกล่าวหาว่า&nbsp;ผลิต&nbsp;(ปลูก)ยาเสพติดประเภทกัญชา&nbsp;โดยไม่ได้รับอนุญาติ,&nbsp;ครอบครองยาเสพติดประเภท&nbsp;1&nbsp;(ยาบ้า)โดยผิดกฎหมาย&nbsp;,&nbsp;เป็นผู้ขับขี่รถ&nbsp;(รถ&nbsp;จยย.)เสพยาเสพติดให้โทษประเภท1,เสพยาเสพติดให้โทษประเภท1&nbsp;โดยผิดกฏหมาย&nbsp;พร้อมของกลางยาบ้า&nbsp;1&nbsp;เม็ด&nbsp;</p><p>2.จับกุมนาย&nbsp;พ.&nbsp;อายุ&nbsp;35&nbsp;ปี&nbsp;บริเวณบ้านเลขที่&nbsp;41&nbsp;ม.3&nbsp;บ้านโป่ง&nbsp;ต.บุ่งเลิศ&nbsp;อ.เมยวดี&nbsp;จ.ร้อยเอ็ดโดยกล่าวหาว่ามียาเสพติดให้โทษประเภท&nbsp;1&nbsp;ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาติ,เสพยาเสพติดให้โทษประเภท1โดยผิดกฎหมาย&nbsp;พร้อมของกลางยาบ้า&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;เม็ด&nbsp;จึงนำตัวผู้ถูกจับพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน&nbsp;สภ.เมยวดี&nbsp;จ.ร้อยเอ็ด&nbsp;เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>	2022-03-22T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ร้อยเอ็ด	สวท.ร้อยเอ็ด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322220858868
168	ผู้บริหาร ศอ.บต. ลงพื้นที่เยี่ยมครอบครัวผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ จชต. จังหวัดพัทลุง เป็นวันที่สอง	<p><strong>นายศรัทธา&nbsp;คชพลายุกต์&nbsp;รองเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;</strong>นำทีมผู้บริหาร&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;นางเยาวภา&nbsp;พูลพิพัฒน์&nbsp;ผู้ช่วยเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;นายกฤษฎา&nbsp;&nbsp;เคลือบมณี&nbsp;&nbsp;ผู้ช่วยเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;นายวิสันติ์&nbsp;ประเสริฐศรี&nbsp;ผู้ช่วยเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายวิทวัส&nbsp;ศรีราม&nbsp;ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง&nbsp;จังหวัดพัทลุง&nbsp;เจ้าหน้าที่กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่&nbsp;เจ้าหน้าที่จากกลุ่มงานเยียวยา&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;เจ้าหน้าที่จากศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือเยียวยาจังหวัดปัตตานี&nbsp;ยะลา&nbsp;&nbsp;นราธิวาส&nbsp;และจังหวัดสงขลา&nbsp;และเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพัทลุง&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนให้กำลังใจ&nbsp;และติดตามคุณภาพชีวิตของผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดพัทลุง&nbsp;เป็นวันที่&nbsp;สอง</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;ทางกลุ่มงานเยียวยา&nbsp;กองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนา</strong>เพื่อความมั่นคง&nbsp;ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ได้นำหมอนและผ้านวม&nbsp;มอบเป็นสิ่งของกำลังใจ&nbsp;เพื่อแสดงถึงความห่วงใยจากรัฐบาล&nbsp;โดย&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;พร้อมทั้งได้สัมภาษณ์ถึงความเป็นอยู่ของผู้ที่ได้รับผลกระทบในเบื้องต้น&nbsp;&nbsp;พร้อมทั้งนำความห่วงใยจากรัฐบาล&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจแก่ครอบครัวของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ไม่ให้รู้สึกถูกทอดทิ้งจากหน่วยงานของรัฐ&nbsp;ตามนโยบายเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&nbsp;เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต&nbsp;ผู้ได้รับผลกระทบ&nbsp;ให้สามารถยืนหยัดได้ในสังคมต่อไป</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้ที่ได้รับผลกระทบต่างกล่าวรู้สึกปลื้มใจที่วันนี้ได้มีเจ้าหน้าที่จาก</strong>&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;เพื่อมาติดตามและสำรวจถึงความเป็นอยู่ของผู้ที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;รวมถึงญาติพี่น้องเพราะที่ผ่านมาทุกคนยังมีภาพความทรงจำจากเหตุการณ์ที่ตนเองประสบพบเจอ&nbsp;จนมีความรู้สึกกลัวจากเหตุการณ์แต่ไม่สามารถที่จะระบายให้ใครฟังได้&nbsp;จนทำให้วันนี้เจ้าหน้าที่ของรัฐมาเยี่ยม&nbsp;รู้สึกมีกำลังใจและดีใจมาก&nbsp;และอยากขอบคุณที่ไม่ทิ้งพวกเราไปไหน</p><p><strong>สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้เจ้าหน้าที่เยียวยาของ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;</strong>ลงไปเยี่ยมให้กำลังใจและสำรวจผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบฯ&nbsp;แล้วกว่า&nbsp;70&nbsp;ราย&nbsp;จากกลุ่มเป้าหมายทั้งสิ้น&nbsp;185&nbsp;ราย&nbsp;และในวันพรุ่งนี้&nbsp;23&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายจะลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจอย่างต่อเนื่องโดยมีการแบ่งทีมจำนวน&nbsp;4&nbsp;ทีม&nbsp;เพื่อให้ถึงกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่อย่างทั่วถึงต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p>	2022-03-22T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322224427877
169	ปลัดกระทรวงมหาดไทยและนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นำแม่บ้านมหาดไทย 17 จังหวัดภาคเหนือ เยี่ยมชมชุมชนบ้านไร่น้อย อ.ป่าซาง จ.ลำพูน ชื่นชมพี่น้องประชาชนในชุมชนร่วมกันขับเคลื่อนสิ่งที่ดีเพื่อมีสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับลูกหลานในอนาคตอย่างยั่งยืน	"<p><strong>วันที่&nbsp;(22&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;16:00&nbsp;น.&nbsp;ที่สวนพอเพียง&nbsp;บ้านไร่น้อย&nbsp;</strong>หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ต.ม่วงน้อย&nbsp;อ.ป่าซาง&nbsp;จ.ลำพูน&nbsp;นายสุทธิพงษ์&nbsp;จุลเจริญ&nbsp;ปลัดกระทรวงมหาดไทย&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;ดร.วันดี&nbsp;กุญชรยาคง&nbsp;จุลเจริญ&nbsp;นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;นางปนัดดา&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&nbsp;นางจิณณารัชช์&nbsp;สัมพันธรัตน์&nbsp;นางจิรวรรณ&nbsp;เพ็ญพาส&nbsp;อุปนายกสมาคม&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด&nbsp;และสมาชิกแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือ&nbsp;ตรวจเยี่ยมและศึกษาดูงานสวนพอเพียง&nbsp;และการมีส่วนร่วมของประชาชนชุมชนบ้านไร่น้อย&nbsp;</p><p><strong>โดยมี&nbsp;นางสาวภัทรพร&nbsp;ลายจุด&nbsp;นายอำเภอป่าซาง&nbsp;</strong>นายเสกสรร&nbsp;ลังกาพินธ์&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลม่วงน้อย&nbsp;นายยุทธพงษ์&nbsp;ไชยประสพ&nbsp;กำนันตำบลม่วงน้อย&nbsp;นายสุรชัย&nbsp;ปาจุวง&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลม่วงน้อย&nbsp;คุณยุวลัย&nbsp;กิติวงค์&nbsp;ผู้ดูแลสวนพอเพียง&nbsp;และประชาชนตัวแทนชุมชนบ้านไร่น้อย&nbsp;ให้การต้อนรับและนำร่วมกิจกรรมฐานการเรียนรู้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;ดร.วันดี&nbsp;กุญชรยาคง&nbsp;จุลเจริญ&nbsp;นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย</strong>&nbsp;พร้อมด้วยอุปนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย&nbsp;มอบเงินสมทบกองทุนหมุนเวียนขยะชุมชนบ้านไร่น้อย&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;10,000&nbsp;บาท&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสุรชัย&nbsp;ปาจุวง&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลม่วงน้อย&nbsp;และตัวแทนประชาชนร่วมรับมอบ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายสุทธิพงษ์&nbsp;จุลเจริญ&nbsp;ปลัดกระทรวงมหาดไทย&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ขอชื่นชมพี่น้องประชาชนบ้านไร่น้อย&nbsp;ตำบลม่วงน้อย&nbsp;ที่ร่วมมือกันขับเคลื่อนสิ่งที่เป็นประโยชน์กับสภาพแวดล้อม&nbsp;ด้วยการบริหารจัดการขยะแบบครบวงจรตามหลัก&nbsp;3ช&nbsp;(3Rs)&nbsp;คือ&nbsp;ใช้น้อย&nbsp;(Reduce)&nbsp;ใช้ซ้ำ&nbsp;(Reuse)&nbsp;และนำกลับมาใช้ใหม่&nbsp;(Recycle)&nbsp;ซึ่งนอกจากจะส่งผลดีต่อพื้นที่อำเภอป่าซาง&nbsp;จังหวัดลำพูนแล้ว&nbsp;ยังส่งผลดีต่อโลกใบนี้&nbsp;โดยขยะถือเป็นมลพิษที่เกิดจากชีวิตประจำวันของพวกเราทุกคน&nbsp;เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนตลอดเวลา&nbsp;แต่ทั้งหลายทั้งปวง&nbsp;ในทางวิชาการได้มีการผลักดันส่งเสริมให้เกิดการทดแทนด้วยการนำสิ่งที่ดีมาทดแทนสภาพแวดล้อมที่เสียไป&nbsp;ในลักษณะหักลบกลบหนี้&nbsp;เช่น&nbsp;การปลูกต้นไม้&nbsp;การทำถังขยะเปียกลดโลกร้อน&nbsp;ด้วยการทำให้เศษอาหารหรือขยะเปียกใส่ถังขยะเปียกลดโลกร้อนที่ตัดก้นถังแล้ววางบนหลุมและปิดฝาไว้&nbsp;ทำให้ของเหลวจากเศษอาหาร&nbsp;ซึมเข้าไปในดิน&nbsp;เราจึงมีส่วนช่วยลดโลกร้อนด้วยการไม่เผาขยะ&nbsp;เป็นต้น&nbsp;อันเป็นการสร้างสมดุลให้สภาพภูมิอากาศของโลกด้วยการ&nbsp;จำกัด&nbsp;การปล่อยก๊าซเรือนกระจกร่วมกับการ&nbsp;กำจัด&nbsp;ก๊าซเรือนกระจกที่ถูกปล่อยเข้าสู่ชั้นบรรยากาศไปแล้ว&nbsp;หรือ&nbsp;Net&nbsp;Zero&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายสุทธิพงษ์&nbsp;จุลเจริญ&nbsp;ปลัดกระทรวงมหาดไทย&nbsp;กล่าวต่อว่า</strong>&nbsp;การบริหารจัดการของชุมชนบ้านไร่น้อยเกิดจากความร่วมมือกันของพี่น้องประชาชนในชุมชนด้วยความรัก&nbsp;ความสามัคคี&nbsp;ด้วยการเห็นถึงประโยชน์ต่ออนาคตของลูกหลาน&nbsp;นั่นคือ&nbsp;การที่ลูกหลานจะได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี&nbsp;มีสุขภาพแข็งแรง&nbsp;มีพืชผักผลไม้ที่ปลอดภัย&nbsp;และที่ยาวนานไปกว่านั้น&nbsp;คนบ้านไร่น้อยได้ช่วยต่ออายุให้กับโลกใบนี้&nbsp;เป็นการ&nbsp;Change&nbsp;for&nbsp;Good&nbsp;สร้างสิ่งที่ดีงามเพื่อโลกใบนี้อายุยืนยาวอีกนับล้านปี&nbsp;โดยไม่ต้องลงทุน&nbsp;ไม่ต้องใช้งบประมาณ&nbsp;เพียงแค่ใช้จิตสำนึก&nbsp;ใช้หัวใจ&nbsp;และใช้ความเสียสละ&nbsp;ดังที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานแนวคิดในการให้ประชาชนคนไทยได้ร่วมกันเป็น&nbsp;""จิตอาสา""&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>""การขับเคลื่อนของพี่น้องประชาชนคนบ้านไร่น้อย</strong>กระทั่งเกิดผลสำเร็จในวันนี้&nbsp;ถือเป็นต้นแบบที่ชาวแม่บ้านมหาดไทยทั้ง&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือจะได้ศึกษาเรียนรู้&nbsp;และนำตัวอย่างที่ดีไปประยุกต์ขับเคลื่อนขยายผลในพื้นที่จังหวัด&nbsp;เพื่อทำให้ทุกพื้นที่เกิดหมู่บ้านที่สร้างสิ่งที่ดีให้กับโลกใบนี้ดังเช่นชุมชนบ้านไร่น้อยเพิ่มมากขึ้น&nbsp;ด้วยการร่วมกับท่านผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;ลงแรงหมั่นออกไปเยี่ยม&nbsp;ออกไปแนะนำ&nbsp;ออกใบติดตามให้กำลังใจคนทำงานหมู่บ้านต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดของเรา&nbsp;โดยใช้หลักการ&nbsp;""ผู้นำต้องทำก่อน""&nbsp;เพื่อให้หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;นายอำเภอ&nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ได้ช่วยกันขยายผล&nbsp;อันจะส่งผลให้พี่น้องประชาชนมีขวัญ&nbsp;มีกำลังใจในการช่วยกัน&nbsp;Change&nbsp;for&nbsp;Good&nbsp;ให้เกิดขึ้น&nbsp;ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะรอเวลาไม่ได้&nbsp;ดังที่นายบัน&nbsp;คี&nbsp;มูน&nbsp;อดีตเลขาธิการสหประชาชาติ&nbsp;เคยกล่าวไว้ว่า&nbsp;There&nbsp;is&nbsp;No&nbsp;Planet&nbsp;B&nbsp;ด้วยการ&nbsp;Action&nbsp;Now&nbsp;จึงขอให้ได้ช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อม&nbsp;รักษาโลกใบนี้ไว้เพื่อให้อยู่คู่กับลูกหลาน""&nbsp;นายสุทธิพงษ์ฯ&nbsp;กล่าวในช่วงท้าย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นายสุรชัย&nbsp;ปาจุวง&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลม่วงน้อย&nbsp;อำเภอป่าซาง</strong>&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ชุมชนบ้านไร่น้อย&nbsp;เป็นหมู่บ้านขนาดเล็ก&nbsp;มีเนื้อที่ประมาณ&nbsp;590&nbsp;ไร่&nbsp;ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำสวนลำไย&nbsp;ใช้ภาษาพูด&nbsp;คือ&nbsp;ภาษายอง&nbsp;เป็นหมู่บ้านที่มีความเข้มแข็ง&nbsp;เป็นชุมชนที่มีระเบียบวินัยในการรักษาสภาพความเป็นอยู่&nbsp;และสภาพแวดล้อมให้มีความสวยงาม&nbsp;กระทั่งได้รับหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงอยู่เย็นเป็นสุขในระดับจังหวัดลำพูน&nbsp;ปี&nbsp;2563&nbsp;รางวัลชุมชนบ้านน่าเยือนเฮือนน่าอยู่&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;</p><p><strong>โดยได้ดำเนินการบริหารจัดการขยะมูลฝอยชุมชน&nbsp;</strong>ด้วยการคัดแยกขยะในชุมชนตามหลัก&nbsp;3Rs&nbsp;และจัดตั้งกองทุนหมุนเวียนขยะโดยประชาชนในชุมชน&nbsp;เพื่อนำเงินมาพัฒนาหมู่บ้านในด้านต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ซึ่งนับถึงปัจจุบันมีเงินหมุนเวียน&nbsp;จำนวน&nbsp;14,567&nbsp;บาท&nbsp;สำหรับในด้านการบริหารจัดการขยะมูลฝอยชุมชน&nbsp;ตำบลได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ทั้งการรณรงค์จัดการขยะเปียกหรือเศษอาหารในครัวเรือนด้วยถังขยะเปียกลดโลกร้อนอย่างต่อเนื่อง&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังได้ขับเคลื่อนการเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;(Lamphun&nbsp;Go&nbsp;Green)&nbsp;ด้วยการส่งเสริมให้ประชาชนปลูกผักในครัวเรือนสร้างความมั่นคงทางอาหารในครัวเรือน&nbsp;และน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในชีวิตประจำวัน.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-03-22T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำพูน	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322224655879
170	กระทรวงยุติธรรม จัดมหกรรมไกล่เกสี่ยหนี้สินครัวเรือน ครั้งที่ 3 จังหวัดสงขลา ช่วยเหลือลูกหนี้ ลดความเดือดร้อนของประชาชน	"<p><strong>นายสมศักดิ์&nbsp;เทพสุทิน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการ&nbsp;""มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินครัวเรือน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;และยุติธรรมพบประชาชน""&nbsp;ณ&nbsp;หาดใหญ่ฮอล์&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล&nbsp;อ.หาดใหญ่&nbsp;จ.สงขลา&nbsp;เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีคดีข้อพิพาทก่อนฟ้อง&nbsp;และหลังศาลมีคำพิพากษา&nbsp;เข้าร่วมการไกล่เกลี่ยและรับคำปรึกษาด้านกฎหมาย&nbsp;ช่วยแก้ไขปัญหาหนี้สินและปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายสมศักดิ์&nbsp;เทพสุทิน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตามที่รัฐบาลและพลเอกประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้กำหนดให้ปี&nbsp;2565&nbsp;เป็นปีแห่งการแก้หนี้ภาคครัวเรือน&nbsp;รวมทั้งได้กำหนดประเด็นต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในการแก้ไขปัญหา&nbsp;อาทิ&nbsp;การแก้ไขปัญหาหนี้กองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา&nbsp;การแก้ไขปัญหาหนี้เช่าซื้อรถยนต์และจักรยานยนต์&nbsp;การแก้ไขปัญหาบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล&nbsp;การปรับปรุงขั้นตอนกระบวนการยุติธรรมให้เอื้อต่อการแก้ไขปัญหาหนี้สิน&nbsp;เป็นต้น&nbsp;กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ&nbsp;และกรมบังคับคดี&nbsp;</p><p><strong>จึงได้บูรณาการร่วมกับกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา&nbsp;(กยศ.)</strong>&nbsp;และสถาบันการเงิน&nbsp;จัดกระบวนการไกล่เกสี่ยหนี้สินครัวเรือนในพื้นที่&nbsp;4&nbsp;ภูมิภาค&nbsp;ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศขึ้น&nbsp;เนื่องจากมีความห่วงใยต่อความเดือดร้อนของประชาชน&nbsp;และต้องการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้มากที่สุด&nbsp;และจากนี้หากประชาชนที่เดือดร้อนในเรื่องหนี้สิน&nbsp;และไม่ได้มาร่วมงาน&nbsp;สามารถไปยังยุติธรรมจังหวัดเพื่อขอคำปรึกษาในการไกล่เกลี่ยหนี้สินได้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>การจัดงานมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินครัวเรือน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3&nbsp;</strong>จังหวัดสงขลา&nbsp;และยุติธรรมพบประชาชนในวันนี้&nbsp;ได้รับความร่วมมือจากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา&nbsp;และสถาบันการเงินอีก&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;บริษัท&nbsp;เจเอ็มที&nbsp;เน็ทเวอร์ค&nbsp;เซอร์วิสเซ็ท&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;บริษัท&nbsp;บริหารสินทรัพย์&nbsp;เจ&nbsp;จำกัด&nbsp;บริษัท&nbsp;เคบีเจ&nbsp;แคปปีตอล&nbsp;จำกัด&nbsp;ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย&nbsp;และ&nbsp;บริษัท&nbsp;&nbsp;บริหารสินทรัพย์&nbsp;ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย&nbsp;จำกัด&nbsp;รวมทั้งได้เชิญลูกหนี้&nbsp;เข้าร่วมงาน&nbsp;จำนวน&nbsp;12,231&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็นลูกหนี้&nbsp;กยศ.&nbsp;5,193&nbsp;ราย&nbsp;ลูกหนี้สถาบันการเงิน&nbsp;7,038&nbsp;ราย&nbsp;โดยเป็นในส่วนของก่อนฟ้อง&nbsp;8,581&nbsp;ราย&nbsp;หลังฟ้อง&nbsp;3,650&nbsp;ราย&nbsp;มูลหนี้รวม&nbsp;1,422,453,720.22&nbsp;ล้านบาท&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีกิจกรรมการมอบเงินเยียวยาแก่ผู้เสียหายในคดีอาญา</strong>&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเงินทั้งสิ้น&nbsp;679,500&nbsp;บาท&nbsp;การมอบป้ายศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;23&nbsp;ศูนย์&nbsp;รวมถึงการจัดบูธกิจกรรมให้บริการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;แก่ประชาชน&nbsp;โดยกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา&nbsp;สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์&nbsp;และหน่วยงานในกระทรวงยุติธรรม&nbsp;พร้อมให้คำปรึกษาด้านกฎหมายและชี้แจงสิทธิต่างๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;เงินเยี่ยวยาผู้เสียหายจากคดีอาญา&nbsp;บริการรับเรื่องร้องเรียนจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ&nbsp;การจัดงานเสวนาให้ความรู้เรื่องพืชกระท่อม&nbsp;ประมูลทรัพย์สิน&nbsp;ผู้ค้ายาเสพติด&nbsp;จากสำนักงานป.ป.ส.&nbsp;กิจกรรมดนตรีจาก&nbsp;วงมาลีฮวนน่า&nbsp;และกิจกรรมอื่นๆอีกมากมาย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-03-23T00:00:00	ภาคใต้	สงขลา	สวท.สงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323135850055
171	รองนายกรัฐมนตรี มั่นใจการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะผ่านอย่างแน่นอน ไม่จำเป็นต้องตรวจสอบเสียงสนับสนุน	<p><strong>พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;กล่าวถึงผลการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์(ปคม.)และการประชุมคณะกรรมการประสานและกำกับการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์(ปกค.)&nbsp;ว่า&nbsp;จะพยายามปรับแก้ไขเรื่องการปราบปรามการค้ามนุษย์ให้ไทยอยู่ในระดับเทียร์&nbsp;2&nbsp;ซึ่งได้ทำรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์&nbsp;(TIP)ส่งไปให้พิจารณาแล้ว&nbsp;ซึ่งจะต้องมีการแก้ไขในทุกเรื่องที่ทางสหรัฐฯแจ้งมา</p><p><strong>ส่วนการประชุมใหญ่พรรคพลังประชารัฐ</strong>&nbsp;(พปชร.)ในวันที่&nbsp;3&nbsp;เม.ย.นี้&nbsp;จะมีการปรับโครงสร้างคณะกรรมการบริหารพรรค&nbsp;(กก.บห.)ที่ขาดหายไปหรือไม่&nbsp;พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จะเพิ่มเติมในส่วนที่ขาดไปเท่านั้น&nbsp;ส่วนจะมีใครมาดูแลพื้นที่กรุงเทพมหานครหรือไม่นั้น&nbsp;ยังไม่ทราบ&nbsp;ต้องรอให้&nbsp;กก.บห.ประชุมก่อน&nbsp;ขณะเดียวกันไม่ตอบว่าในการประชุมดังกล่าวจะมีเซอร์ไพรซ์หรือไม่&nbsp;พร้อมชี้แจงว่าไม่มีการเชิญพลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ไปร่วมการประชุมพรรค&nbsp;เพราะไม่ใช่สมาชิกพรรค&nbsp;หากเข้าร่วมจะผิดกฎหมาย</p><p><strong>พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;กล่าวต่อว่า</strong>&nbsp;กรณีที่ฝ่ายค้านจะขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจในเดือนพฤษภาคมนั้น&nbsp;ขณะนี้ยังไม่ถึงเวลา&nbsp;แต่ไม่ต้องห่วงและไม่จำเป็นต้องตรวจสอบเสียงสนับสนุน&nbsp;เพราะเชื่อมั่นว่าผ่านอยู่แล้ว&nbsp;ขณะที่ในส่วนของพรรคเศรษฐกิจไทยความชัดเจนจะเป็นอย่างไรในเรื่องการสนับสนุนรัฐบาลนั้น&nbsp;พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;ระบุว่า&nbsp;ไม่มีอะไรน่ากังวล&nbsp;เป็นเรื่องที่จะต้องพูดคุยกัน</p><p><strong>ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่านายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;ระบุว่า&nbsp;ผลงานรัฐบาลไม่ได้รับการประชาสัมพันธ์นั้น&nbsp;พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;รัฐบาลทำงานจำนวนมาก&nbsp;ก็ต้องให้หน่วยงานที่รับผิดชอบประชาสัมพันธ์&nbsp;ช่วยสร้างการรับรู้ให้กับประชาชน&nbsp;สิ่งสำคัญคือ&nbsp;ต้องให้สื่อมวลชนได้รับรู้และช่วยเผยแพร่</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-23T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323161530139
172	การประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปางสมัยสามัญสมัยแรก ครั้งที่ 2 ประจำปี พ.ศ. 2	<p><strong>วันที่&nbsp;23&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>นายถาวร&nbsp;บุปผาเจริญ&nbsp;ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง&nbsp;เป็นประธานการประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง&nbsp;สมัยสามัญ&nbsp;สมัยแรก&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;โดยมีคณะผู้บริหาร?สมาชิกสภา?องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง&nbsp;หัวหน้า?ส่วน?ราชการ&nbsp;?&nbsp;ประชุม?&nbsp;ณ?&nbsp;ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง?&nbsp;โดยมีระเบียบวาระการประชุม?&nbsp;ดังนี้?</p><p><strong>ระเบียบวาระที่&nbsp;1&nbsp;เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม</strong></p><p><strong>การรับโอนข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด</strong>&nbsp;ซึ่งผ่านการสรรหาให้ดำรงตำแหน่งสายผู้บริหาร&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ได้แก่&nbsp;นายรุ่ง&nbsp;ศรีโพธิ์&nbsp;รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ดำรงตำแหน่ง&nbsp;ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด&nbsp;นักบริหารงานท้องถิ่น&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</p><p><strong>ระเบียบวาระที่&nbsp;2&nbsp;รับรองรายงานการประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง</strong></p><p>1.&nbsp;สมัยสามัญ&nbsp;(สมัยที่&nbsp;2)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;27&nbsp;กันยายน&nbsp;2564</p><p>2.&nbsp;สมัยสามัญ&nbsp;สมัยแรก&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;23&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</p><p><strong>มติ&nbsp;รับรองรายงานการประชุม&nbsp;</strong></p><p><strong>ระเบียบวาระที่&nbsp;3&nbsp;</strong>เรื่อง&nbsp;การขอรับการถ่ายโอนภารกิจสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;60&nbsp;พรรษานวมินทราชินี&nbsp;และโรงพยาบาล&nbsp;ส่งเสริมสุขภาพตำบล</p><p><strong>โดยนางสาวตวงรัตน์&nbsp;โล่ห์สุนทร&nbsp;นายก&nbsp;อบจ.ลำปาง&nbsp;</strong>แถลงต่อสภา&nbsp;อบจ.ลำปาง&nbsp;และที่ประชุมสภา&nbsp;ฯ&nbsp;รับทราบการขอรับการถ่ายโอนภารกิจสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;60&nbsp;พรรษานวมินทราชินี&nbsp;และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล</p><p><strong>ระเบียบวาระที่&nbsp;4&nbsp;เรื่องที่เสนอ</strong></p><p>4.1&nbsp;ญัตติขออนุมัติแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำชี้แจงงบประมาณรายจ่าย&nbsp;ตามข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด&nbsp;งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2564</p><p><strong>โดยนายวราวุฒิ&nbsp;หน่อคำ&nbsp;รองนายก&nbsp;อบจ.ลำปาง&nbsp;แถลงต่อสภา&nbsp;อบจ.ลำปาง</strong></p><p><strong>สภา&nbsp;อบจ.ลำปางมีมติเห็นชอบ</strong></p><p>4.2&nbsp;ญัตติขออนุมัติแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำชี้แจงงบประมาณรายจ่าย&nbsp;ตามข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด&nbsp;งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565</p><p><strong>โดยนายวราวุฒิ&nbsp;หน่อคำ&nbsp;รองนายก&nbsp;อบจ.ลำปาง</strong>&nbsp;แถลงต่อสภา&nbsp;อบจ.ลำปาง</p><p><strong>สภา&nbsp;อบจ.ลำปางมีมติเห็นชอบ</strong></p><p>4.3&nbsp;ญัตติขออนุมัติปรับเปลี่ยนผังบริเวณในแบบแปลนและปรับลดค่างานและราคาโครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก&nbsp;เชื่อมระหว่างบ้านวังพร้าวพัฒนา&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลวังพร้าว&nbsp;อำเภอเกาะคา-บ้านต๋อ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลน้ำโจ้&nbsp;อำเภอแม่ทะ&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;</p><p><strong>โดยนายพิษณุพล&nbsp;ประสาน&nbsp;รองนายก&nbsp;อบจ.ลำปาง&nbsp;แถลงต่อสภา&nbsp;อบจ.ลำปาง</strong></p><p><strong>สภา&nbsp;อบจ.ลำปางมีมติเห็นชอบ</strong></p><p>4.4&nbsp;ญัตติขอความเห็นชอบนำโครงการศึกษาวิจัยพืชสมุนไพรพื้นถิ่น&nbsp;และส่งเสริมอาชีพราษฎรดอยลังกาสมัครเข้าร่วมโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;ภายใต้โครงการสร้างป่าสร้างรายได้</p><p><strong>โดยนายพิษณุพล&nbsp;ประสาน&nbsp;รองนายก&nbsp;อบจ.ลำปาง&nbsp;แถลงต่อสภา&nbsp;อบจ.ลำปาง</strong></p><p><strong>สภา&nbsp;อบจ.ลำปางมีมติเห็นชอบ</strong></p><p>4.5&nbsp;ญัตติขอความเห็นชอบรับรองบันทึกข้อตกลงความร่วมมือจัดทำบริการสาธารณะด้านการกำจัดขยะมูลฝอยที่ได้ลงนามแล้วและให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปางเป็นหน่วยงานหลักในการจัดทำข้อเสนอขออนุมัติโครงการบริหารจัดการขยะมูลฝอยด้วยการแปรสภาพเป็นพลังงานไฟฟ้าไปยังกระทรวงมหาดไทย&nbsp;และหากองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปางไม่สามารถดำเนินการเองได้ให้สามารถมอบหมายให้เอกชนดำเนินการหรือร่วมดำเนินการโครงการดังกล่าวได้</p><p><strong>โดยนางสาวตวงรัตน์&nbsp;โล่ห์สุนทร&nbsp;นายก&nbsp;อบจ.ลำปาง&nbsp;แถลงต่อสภา&nbsp;อบจ.ลำปาง</strong></p><p><strong>สภา&nbsp;อบจ.ลำปางมีมติเห็นชอบ</strong></p><p>4.6&nbsp;ญัตติร่างข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง&nbsp;เรื่อง&nbsp;การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการให้บริการในการกำจัดมูลฝอย&nbsp;พ.ศ...</p><p><strong>โดยนางสาวตวงรัตน์&nbsp;โล่ห์สุนทร&nbsp;นายก&nbsp;อบจ.ลำปาง&nbsp;แถลงต่อสภา&nbsp;อบจ.ลำปาง</strong></p><p><strong>สภา&nbsp;อบจ.ลำปางมีมติเห็นชอบ</strong></p><p><strong>ระเบียบวาระที่&nbsp;5&nbsp;เรื่องอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ไม่มี</strong></p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ก่อนที่จะดำเนินการประชุมสภาฯ&nbsp;</strong>กองสาธารณสุขได้จัดเจ้าหน้าที่ทำการตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;แก่สมาชิกสภา&nbsp;ฯ&nbsp;ด้วยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;เพื่อปฏิบัติตามมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันโรคโควิด-19</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-23T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323185842234
173	ครม.เห็นชอบ 10 มาตรการ บรรเทาผลกระทบรัสเซียยูเครน ระยะเวลา 3 เดือน	<p><strong>ที่ประชุม&nbsp;คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ&nbsp;10&nbsp;มาตรการลดค่าครองชีพ&nbsp;เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบให้กับพี่น้องประชาชน</strong>ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะราคาน้ำมันแพงจากสถานการณ์วิกฤติยูเครน-รัสเซีย&nbsp;ระยะเวลา&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;ตั้งแต่เดือน&nbsp;พ.ค.-ก.ค.&nbsp;2565&nbsp;ประกอบด้วย</p><p>1.&nbsp;การเพิ่มเงินช่วยเหลือเพื่อซื้อก๊าซหุงต้มสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;3.6&nbsp;ล้านคน&nbsp;โดยเพิ่มเงินจากเดิม&nbsp;45&nbsp;บาท&nbsp;เป็น&nbsp;100&nbsp;บาทต่อคน&nbsp;ต่อ&nbsp;3&nbsp;เดือน</p><p>2.&nbsp;ส่วนลดซื้อก๊าซหุงต้มเดือนละ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;สำหรับผู้ค้าหาบเร่แผงลอยที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;จำนวนประมาณ&nbsp;5,500&nbsp;คน</p><p>3.&nbsp;ช่วยค่าน้ำมันให้กับผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง&nbsp;ที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมการขนส่งทางบก&nbsp;จำนวน&nbsp;157,000&nbsp;คน&nbsp;โดยช่วยลดค่าใช้จ่ายน้ำมัน&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;250&nbsp;บาทต่อเดือน&nbsp;และขอให้กรมการขนส่งทางบกกำกับราคาการให้บริการ&nbsp;เพื่อให้พี่น้องประชาชนที่ต้องใช้บริการมอเตอร์ไซค์รับจ้างมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางเท่าเดิม</p><p>4.&nbsp;คงราคาขายปลีก&nbsp;ผู้ที่ใช้ก๊าซ&nbsp;NGV&nbsp;ไว้ที่&nbsp;15.59&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม</p><p>5.&nbsp;ผู้ขับขี่แท็กซี่มิเตอร์&nbsp;ภายใต้โครงการลมหายใจเดียวกัน&nbsp;สามารถซื้อก๊าซได้ในราคา&nbsp;13.62&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม</p><p>6.&nbsp;ช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าที่จะเพิ่มขึ้นสำหรับผู้ที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน&nbsp;300&nbsp;หน่วยต่อเดือน&nbsp;โดยลดค่า&nbsp;FT&nbsp;ลง&nbsp;22&nbsp;สตางค์ต่อหน่วย&nbsp;ในช่วงเดือนพฤษภาคมสิงหาคม&nbsp;2565</p><p>7.&nbsp;ตรึงราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลที่&nbsp;30&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;ไปจนถึงสิ้นเดือนเมษายน&nbsp;2565&nbsp;หลังจากนั้นรัฐบาลจะเข้าไปช่วยเหลือส่วนที่ราคาน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มขึ้นครึ่งนึง</p><p>8.&nbsp;กำกับดูแลการปรับราคาก๊าซหุงต้มในช่วงตั้งแต่เดือนเมษายน-มิถุนายน&nbsp;2565&nbsp;โดยใช้กองทุนน้ำมันเข้าไปช่วยลดผลกระทบจากการปรับราคาให้ไม่ขึ้นสูงเกินไป</p><p>9.&nbsp;ลดอัตราเงินสบทบของนายจ้างและลูกจ้างที่อยู่ในระบบประกันสังคม&nbsp;มาตรา&nbsp;33&nbsp;จาก&nbsp;5%&nbsp;เหลือ&nbsp;1%&nbsp;เพื่อให้ลูกจ้างและนายจ้างสามารถมีกำลังในการใช้จ่าย&nbsp;และผู้ประกอบการสามารถมีสภาพคล่องเพิ่มขึ้นในการดำเนินธุรกิจในช่วงถัดไป</p><p>10.&nbsp;ลดอัตราเงินสมทบผู้ประกันตนมาตรา&nbsp;39&nbsp;จาก&nbsp;9%&nbsp;เหลือ&nbsp;1.9%&nbsp;และลดอัตราเงินสมทบของผู้ประกันตนมาตรา&nbsp;40&nbsp;ลงเหลือ&nbsp;42-180&nbsp;บาทต่อเดือน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-24T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรปราการ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324103040380
174	ครม.เห็นชอบแก้หนี้เกษตรกรผ่าน 4 ธนาคารของรัฐ	<p><strong>คณะรัฐมนตรี&nbsp;มีมติเห็นชอบในหลักการโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;</strong>สำหรับลูกหนี้ธนาคารของรัฐ&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;ธนาคารออมสิน&nbsp;,ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.)&nbsp;,ธนาคารอาคารสงเคราะห์&nbsp;(ธอส.)&nbsp;,ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&nbsp;(ธพว.)&nbsp;สำหรับชำระหนี้แทนเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;จำนวน&nbsp;50,621&nbsp;ราย&nbsp;ยอดหนี้เงินต้นจำนวน&nbsp;9,282.92&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ระยะเวลาดำเนินโครงการ&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;นับจากวันที่&nbsp;ครม.อนุมัติ&nbsp;แบ่งการดำเนินการออกเป็น&nbsp;3&nbsp;ระยะ&nbsp;ปีที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;10,000&nbsp;ราย&nbsp;ขอใช้งบกลางฯ&nbsp;รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น&nbsp;ปี&nbsp;65&nbsp;รวม&nbsp;2,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ปีที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;22,000&nbsp;ราย&nbsp;และ&nbsp;ปีที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;18,621&nbsp;ราย</p><p><strong>ปัจจุบันมีสมาชิกที่เป็นหนี้ในระบบ</strong>&nbsp;และประสงค์ที่จะให้กองทุนช่วยเหลือแก้ปัญหาหนี้สินและได้นำหนี้มาขึ้นทะเบียน&nbsp;ซึ่งเป็นหนี้เร่งด่วน&nbsp;ผิดนัดชำระหนี้&nbsp;และเป็นลูกหนี้ธนาคารของรัฐทั้ง&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;ตรวจสอบแล้วกำลังรอการแก้ปัญหาทั้งสิ้น&nbsp;จำนวน&nbsp;50,621&nbsp;ราย&nbsp;รวมมูลหนี้เงินต้นจำนวน&nbsp;9,282.92&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>การแก้ปัญหาหนี้เกษตรในครั้งนี้&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรได้มีโอกาสได้พักฟื้นเรื่องหนี้สิน</strong>&nbsp;รักษาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของเกษตรกร&nbsp;เข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อพัฒนาและฟื้นฟูตนเองและสร้างรายได้ในการประกอบอาชีพ&nbsp;ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี&nbsp;ที่ให้ความสำคัญในแก้ปัญหาหนี้ทั้งระบบทั้งหนี้ครัวเรือนและหนี้เกษตรกร&nbsp;ตามที่ประกาศปี&nbsp;65&nbsp;นี้&nbsp;เป็นการแก้หนี้ให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-24T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรปราการ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324103303383
175	ครม.เห็นชอบแนวทางประหยัดพลังงานในหน่วยงานภาครัฐ ร้อยละ 20 ช่วงครึ่งปีหลังของปีงบประมาณ 65	<p><strong>คณะรัฐมนตรีเห็นชอบแนวทางประหยัดพลังงานในหน่วยงานภาครัฐ</strong>&nbsp;อนุมัติเป็นหลักการให้หน่วยงานราชการดำเนินการลดการใช้พลังงานร้อยละ&nbsp;20&nbsp;ในช่วงครึ่งปีหลังของปีงบประมาณ&nbsp;65&nbsp;ตั้งแต่เมษายน&nbsp;-&nbsp;กันยายน&nbsp;2565&nbsp;โดยแนวปฏิบัติลดการใช้พลังงานอย่างเป็นระบบประกอบด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.ให้จัดตั้งคณะทำงานลดใช้พลังงานโดยมีหัวหน้าส่วนราชการเป็นประธาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.จัดทำแผนปฏิบัติการลดการใช้พลังงาน&nbsp;เพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างน้อยร้อยละ&nbsp;20&nbsp;ให้มีความชัดเจน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.พัฒนามาตรการลดใช้พลังงานให้เข้มข้นขึ้นหรือยืดหยุ่นตามความเหมาะสม</p><p>มาตรการที่ปฏิบัติได้ทันทีด้านไฟฟ้า</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เครื่องปรับอากาศ&nbsp;เช่น&nbsp;กำหนดเวลาเปิด&nbsp;-&nbsp;ปิด&nbsp;8.30&nbsp;น.&nbsp;-&nbsp;16.30&nbsp;น.&nbsp;ตั้งอุณหภูมิ&nbsp;25&nbsp;-&nbsp;26&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;ล้างแอร์ทุก&nbsp;6&nbsp;เดือน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;แสงสว่าง&nbsp;เช่น&nbsp;ใช้หลอดไฟ&nbsp;LED&nbsp;อุปกรณ์สำหรับงาน&nbsp;ให้ตั้งโปรแกรมปิดหน้าจออัตโนมัติ&nbsp;เมื่อไม่ใช้งาน&nbsp;ลิฟต์&nbsp;อาจให้หยุดเฉพาะชั้นคู่/คี่&nbsp;รณรงค์การใช้บันได</p><p><strong>ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง&nbsp;เลือกใช้รถยนต์ให้เหมาะสมกับสภาพการเดินทาง</strong>และจำนวนผู้เดินทางใช้น้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพ&nbsp;เช่น&nbsp;แก๊สโซฮอล์ไบโอดีเซลก่อนเป็นอันดับแรก&nbsp;ตรวจเช็ครถยนต์ตามระยะเวลาที่กำหนด&nbsp;เติมลมยางให้เหมาะสมและใช้เทคโนโลยีการสื่อสารแทนการเดินทาง&nbsp;เช่น&nbsp;การประชุมออนไลน์การจัดส่งเอกสารทางอีเมล</p><p><strong>มาตรการระยะยาว&nbsp;อาคารของรัฐที่เข้าข่ายเป็นอาคารควบคุมก่อนปีงบประมาณ&nbsp;65&nbsp;</strong>ประมาณ&nbsp;800&nbsp;แห่ง&nbsp;เร่งปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน&nbsp;ไม่ให้เกินค่ามาตรฐานการจัดการใช้พลังงานภายในปีงบประมาณ&nbsp;66&nbsp;เพื่อเป็นตัวอย่างให้แก่การจัดการอาคารของเอกชนที่เข้าข่ายเป็นอาคารควบคุม&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังให้นำมาตรการบริษัทจัดการพลังงาน&nbsp;(ESCO)&nbsp;สำหรับหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ภายใต้แผนปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน&nbsp;มาใช้กับหน่วยงานราชการ&nbsp;รวมทั้งจัดซื้ออุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า&nbsp;หรือยานพาหนะใหม่ทดแทนของเดิมที่เสื่อมสภาพ&nbsp;หน่วยงานภาครัฐต้องรายงานผลการประหยัดพลังงาน&nbsp;เพื่อกระทรวงพลังงานจะได้รายงานผลต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;คาดว่าจะสามารถลดการใช้ไฟฟ้าได้ถึง&nbsp;120&nbsp;ล้านหน่วย&nbsp;</strong>และลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้&nbsp;12&nbsp;ล้านลิตร&nbsp;คิดเป็นมูลค่า&nbsp;1,020&nbsp;ล้านบาท&nbsp;&nbsp;&nbsp;ลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์&nbsp;67,075&nbsp;ตัน&nbsp;&nbsp;ในส่วนของการกำกับดูแลอาคารของรัฐที่เข้าข่ายเป็นอาคารควบคุม&nbsp;คาดว่าจะสามารถลดการใช้ไฟฟ้า&nbsp;174.45&nbsp;ล้านหน่วย&nbsp;คิดเป็นมูลค่า&nbsp;872.25&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และการดำเนินงานตามมาตรการ&nbsp;ESCO&nbsp;สำหรับหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;คาดว่าจะสามารถลดการใช้ไฟฟ้า&nbsp;1,058.33&nbsp;ล้านหน่วย&nbsp;คิดเป็นมูลค่า&nbsp;5,291.65&nbsp;ล้านบาท</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-24T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรปราการ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324103810392
176	นายกรัฐมนตรี สนับสนุนข้อตกลงการบูรณาการความร่วมมือ 7 กระทรวง ร่วมพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต 	<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงการบูรณาการความร่วมมือ&nbsp;7&nbsp;กระทรวง&nbsp;:&nbsp;การพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต&nbsp;(กลุ่มเด็กปฐมวัย&nbsp;และผู้สูงอายุ)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;-&nbsp;2569&nbsp;ณ&nbsp;ตึกสันติไมตรี&nbsp;ทำเนียบรัฐบาล</p><p><strong>การลงนามบันทึกข้อตกลงดังกล่าว&nbsp;</strong>เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;(พ.ศ.&nbsp;2561-2580)&nbsp;ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างทรัพยากรมนุษย์&nbsp;ที่มีเป้าหมายสำคัญเพื่อพัฒนาคนในทุกมิติและทุกช่วงวัย&nbsp;สำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;7&nbsp;กระทรวง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&nbsp;กระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;กระทรวงแรงงาน&nbsp;กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงสาธารณสุข</p><p><strong>นายอนุทิน&nbsp;ชาญวีรกูล&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข</strong>&nbsp;กล่าวรายงานว่า&nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;มีนโยบายในการส่งเสริมสุขภาพของประชาชนทุกช่วงวัย&nbsp;โดยเฉพาะการส่งเสริมสุขภาพให้เด็กปฐมวัยทุกคนได้รับการพัฒนาตามวัยอย่างมีคุณภาพและต่อเนื่อง&nbsp;โดยใช้คู่มือเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยและผู้สูงอายุอย่างเหมาะสม&nbsp;สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางประชากรที่เข้าสู่สังคมสูงอายุอย่างรวดเร็ว</p><p><strong>ขณะที่นายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การลงนามข้อตกลงฉบับนี้&nbsp;ถือเป็นการพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต&nbsp;ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนากำลังคนเพราะถือเป็นกำลังหลักของชาติและเป็นหัวใจสำคัญสำหรับการพัฒนาประเทศ&nbsp;ตลอดจนเป็นรากฐานสำคัญที่ทุกหน่วยงานต้องร่วมมือกันพัฒนาขับเคลื่อนอย่างรอบด้าน&nbsp;</p><p><strong>โดยมุ่งเน้นสองกลุ่มคือ</strong>&nbsp;กลุ่มเด็กปฐมวัยและกลุ่มผู้สูงอายุ&nbsp;ซึ่งการพัฒนาเด็กปฐมวัยต้องได้รับการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพให้เท่าเทียมในทุกมิติ&nbsp;เพื่อให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ&nbsp;เป็นคนดีของสังคม&nbsp;มีจิตสำนึกที่ดี&nbsp;และมีภูมิคุ้มกันพร้อมเผชิญกับสถานการณ์โลกในอนาคตที่จะมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา&nbsp;และเมื่อก้าวเข้าสู่วัยทำงาน&nbsp;จะต้องวางรากฐานให้เรียนรู้การใช้ชีวิต&nbsp;สร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพที่มั่นคง&nbsp;ขณะเดียวกันทั่วโลกกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ&nbsp;ซึ่งไทยก็เข้าสู่สังคมผู้สูงวัยเช่นเดียวกัน&nbsp;ดังนั้นต้องทำให้ผู้สูงอายุมีความภาคภูมิใจว่าเป็นประชากรที่มีศักยภาพ&nbsp;พึ่งพาตนเองได้และเป็นพลังสำคัญของประเทศในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;ทั้งนี้ทุกหน่วยงานต้องร่วมมือกันพัฒนากำลังคนทุกช่วงวัยให้เป็นไปตามกรอบยุทธศาสตร์ชาติที่วางไว้</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;</strong>เยี่ยมชมนิทรรศการการบูรณาการความร่วมมือ&nbsp;7&nbsp;กระทรวง&nbsp;:&nbsp;การพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-24T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324103808389
177	ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงลาออกจากตำแหน่ง พร้อมเผยจะลงสมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ ในนามอิสระ	<p><strong>พลตำรวจเอก&nbsp;อัศวิน&nbsp;ขวัญเมือง&nbsp;ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร</strong>&nbsp;แถลงลาออกจากตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร&nbsp;พร้อมกล่าวว่า&nbsp;ได้เซ็นหนังสือลาออกแล้ว&nbsp;บัดนี้ไม่ได้เป็นผู้ว่าฯ&nbsp;แล้วฯ&nbsp;ซึ่งตลอดการทำงาน&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;5&nbsp;เดือน&nbsp;กับอีก&nbsp;5&nbsp;วัน&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ขอขอบคุณข้าราชการ&nbsp;บุคลากรกรุงเทพมหานครที่ให้ความร่วมมือในการทำงานตลอดมา&nbsp;สิ่งที่ทำมาแล้วขอให้สานต่อ&nbsp;เพราะปัจจุบันกรุงเทพฯ&nbsp;เปลี่ยนไปแล้ว&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมากรุงเทพฯ&nbsp;มีนโยบายที่ดีเยอะแต่ไม่มีการนำไปสู่การปฎิบัติ&nbsp;พร้อมเผยว่าตนเองเป็นนักปฎิบัติตลอดเวลาที่อยู่ในตำแหน่งได้หยิบนโยบายต่างๆ&nbsp;มาทำให้เกิดขึ้นจริง&nbsp;เห็นได้จากการเปิดใช้ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร&nbsp;2&nbsp;เขตดินแดง&nbsp;การแก้ปัญหาน้ำในคูคลองที่ปัจจุบันสะอาดขึ้น&nbsp;มีการนำเรือไฟฟ้ามาใช้เป็นแห่งแรก&nbsp;การเชื่อมต่อระบบขนส่งรถ&nbsp;ราง&nbsp;เรือ&nbsp;การแก้ไขปัญหาน้ำท่วม&nbsp;&nbsp;ทั้งการทำ&nbsp;Water&nbsp;Bank&nbsp;Pipejacking&nbsp;และขุดลอกคูคลอง&nbsp;ซึ่งจากผลงานที่ผ่านมาให้คะแนนตัวเอง&nbsp;5&nbsp;เต็ม&nbsp;10</p><p><strong>สำหรับการลงสมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร</strong>&nbsp;ตั้งใจที่จะมาทำงานที่ค้างอยู่ให้เสร็จ&nbsp;ซึ่งจะลงในนามอิสระโดยมีกลุ่มคนรักกรุงเทพฯ&nbsp;คอยสนับสนุน&nbsp;หากได้รับเลือกอีกครั้งยืนยันว่าจะเปิดรับคนรุ่นใหม่มาเป็นส่วนหนึ่งของทีมบริหาร&nbsp;โดยจะมีการเปิดตัวทีม&nbsp;สก.&nbsp;ในวันที่&nbsp;28&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;</p><p><strong>ส่วนความกังวลเกี่ยวกับคู่แข่งนั้น</strong>&nbsp;ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ไม่กังวลและไม่กลัวว่าฐานเสียงจะไปทับกับผู้สมัครคนอื่น&nbsp;ประชาชนรักคนไหน&nbsp;ชอบคนไหน&nbsp;เลือกได้เลยและไม่กังวลกับคน&nbsp;กทม.&nbsp;บางส่วนที่ไม่เห็นด้วยกับผลงานที่ผ่านมา</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-24T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324154106560
178	บิ๊กป้อม มอบนโยบายขับเคลื่อนการพัฒนาศักยภาพกำลังคน ยกระดับแรงงานท้องถิ่นสู่ระดับชาติ รองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจและสังคม	<p><strong>พล.อ.ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาแรงงาน&nbsp;และประสานงานการฝึกอาชีพแห่งชาติ&nbsp;(กพร.ปช.)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;</strong>ผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์&nbsp;ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;และคณะอนุกรรมการพัฒนาแรงงานและประสานงานการฝึกอาชีพจังหวัดทั่วประเทศ&nbsp;เพื่อให้การดำเนินงานเกิดผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรม&nbsp;และสามารถสนับสนุนการพัฒนาจังหวัดและเชื่อมโยงสู่การจัดทำแผน&nbsp;พัฒนากำลังคนระดับประเทศต่อไป&nbsp;โดยให้จัดทำแผนพัฒนากำลังคนระดับจังหวัด&nbsp;ในลักษณะของความร่วมมือระหว่างภาครัฐ&nbsp;,ภาคเอกชน&nbsp;,สถาบันการศึกษา&nbsp;,สมาคมวิชาชีพ&nbsp;และองค์กรทุกภาคส่วน&nbsp;ให้ครอบคลุมกำลังคน&nbsp;ทุกช่วงวัย&nbsp;อย่างทั่วถึงเพียงพอ</p><p><strong>พร้อมรับทราบรายงานกิจกรรมการแข่งขันฝีมือแรงงานแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;29&nbsp;ระดับภาค</strong>&nbsp;ซึ่งกำหนดขึ้นใน&nbsp;20-22&nbsp;ก.ค.2565&nbsp;ณ&nbsp;สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;ทุกจังหวัด&nbsp;จำนวน&nbsp;25&nbsp;สาขาอาชีพ&nbsp;และการจัดการแข่งขันฝีมือแรงงานนานาชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;46&nbsp;วันที่&nbsp;7-18&nbsp;ต.ค.2565&nbsp;ณ&nbsp;สาธารณรัฐประชาชนจีน&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;สาขาอาชีพ&nbsp;ทั้งนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมการพัฒนาให้เยาวชน&nbsp;มีศักยภาพทัดเทียมกับนานาประเทศ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;พล.อ.ประวิตร&nbsp;ยังได้กำชับ&nbsp;กระทรวงแรงงาน&nbsp;และคณะอนุกรรมการพัฒนาแรงงาน&nbsp;ให้เร่งขับเคลื่อนแผนงานไปสู่การปฏิบัติให้เกิดเป็นรูปธรรมโดยเร็ว</strong>&nbsp;เพื่อให้แรงงานไทยได้รับการพัฒนาศักยภาพ&nbsp;และเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน&nbsp;ทั้งในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;ส่งเสริมอาชีพและรายได้&nbsp;รองรับการพัฒนาเศรษฐกิจ&nbsp;สังคม&nbsp;ตามนโยบายของรัฐบาลต่อไป</p>	2022-03-24T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324141824471
179	ประเทศกัมพูชา ปรับมาตรการเดินทางเข้าประเทศ ให้ชาวต่างชาติที่ฉีดวัคซีนครบโดสเข้าประเทศได้โดยไม่ต้องตรวจโควิดก่อน	<p><strong>นายธานี&nbsp;แสงรัตน์&nbsp;อธิบดีกรมสารนิเทศ&nbsp;</strong>และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;เปิดเผยถึงการปรับมาตรการเดินทางเข้าประเทศของประเทศกัมพูชา&nbsp;โดยระบุว่า&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;17&nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&nbsp;ทางการกัมพูชา&nbsp;ออกประกาศยกเลิกการแสดงใบรับรองผลการตรวจโควิด-19&nbsp;แบบ&nbsp;RT-PCR&nbsp;เพื่อเดินทางเข้าประเทศกัมพูชา&nbsp;และยกเลิกข้อกำหนดในการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เมื่อเดินทางถึง&nbsp;เฉพาะบุคคลที่ได้รับวัคซีนโควิด-19&nbsp;ครบโดสแล้วเท่านั้น&nbsp;รวมทั้งเปิดให้ขอ&nbsp;Visa&nbsp;on&nbsp;arrival&nbsp;สำหรับผู้เดินทางชาวต่างชาติทุกคน&nbsp;ทั้งผู้เดินทางทางอากาศ&nbsp;ทางบก&nbsp;และทางน้ำ&nbsp;แต่ผู้เดินทางทุกคนต้องแสดงบัตรหรือใบรับรองการฉีดวัคซีนครบโดสเมื่อเดินทางถึงกัมพูชา&nbsp;</p><p><strong>ส่วนผู้เดินทางที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนครบโดส</strong>&nbsp;จะต้องกักตัว&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;ณ&nbsp;สถานที่ที่กำหนดโดยกระทรวงสาธารณสุขกัมพูชา&nbsp;พร้อมแนะนำให้ผู้เดินทางทุกคนควรตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;&nbsp;ด้วยตัวเองก่อนเดินทาง&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-24T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	กรมประชาสัมพันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324154415561
180	ศรชล.จังหวัดนราธิวาส ศรชล.ภาค  บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลาดตระเวนตรวจสอบภัยความมั่นคงทางทะเล ในพื้นที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส	<p><strong>วันนี้&nbsp;(24&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ท่าเทียบเรือด่านพรมแดนตากใบ&nbsp;</strong>พล.ร.ต.สุรศักดิ์&nbsp;ประทานวรปัญญา&nbsp;รอง&nbsp;ผอ.ศรชล.ภาค2&nbsp;นำส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมลาดตระเวนเพื่อตรวจสอบภัยความมั่นคง&nbsp;ในแม่น้ำบางนรา&nbsp;ช่วงที่ไหลผ่าน&nbsp;อ.ตากใบ&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;และตามแนวชายฝั่งทะเลของ&nbsp;อ.ตากใบ&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;ระหว่าง&nbsp;24-25&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>โดยมีหน่วยงานที่เข้าร่วมบูรณาการ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ศรชล.จังหวัดนราธิวาส&nbsp;</strong>กอ.รมน.จว.นราธิวาส&nbsp;อำเภอตากใบ&nbsp;สภ.ตากใบ&nbsp;สถานีตำรวจน้ำ&nbsp;3&nbsp;และสถานีตำรวจน้ำ&nbsp;4&nbsp;กองกำกับการ&nbsp;7&nbsp;กองบัญชาการตำรวจน้า&nbsp;ศูนย์ควบคุมความมั่นคงท่าเรือจังหวัดนราธิวาส&nbsp;ด่านตรวจประมงนราธิวาส&nbsp;เจ้าท่าภูมิภาคสาขานราธิวาส&nbsp;หน่วยป้องกันและปราบปรามประมงทะเลนราธิวาส&nbsp;ศูนย์ป้องกันปราบปรามประมงทะเลปัตตานี&nbsp;สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&nbsp;9&nbsp;(ปัตตานี)&nbsp;ด่านศุลกากรตากใบ&nbsp;และ&nbsp;สนง.ประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส&nbsp;โดยใช้เรือในการปฏิบัติการในครั้งนี้จำนวน&nbsp;2&nbsp;ลำ&nbsp;ประกอบด้วยเรือตรวจการณ์ประมง&nbsp;1&nbsp;ลำ&nbsp;และ&nbsp;เรือทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;1&nbsp;ลำ</p><p><strong>พล.ร.ต.สุรศักดิ์&nbsp;ประทานวรปัญญา&nbsp;รอง&nbsp;ผอ.ศรชล.ภาค&nbsp;2</strong>&nbsp;เปิดเผยว่าในการลงพื้นที่ลาดตระเวนครั้งนี้&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงกำลัง&nbsp;และตรวจสอบท่าเทียบเรือในแม่น้ำบางนรา&nbsp;ช่วงที่ไหลผ่านอำเภอตากใบ&nbsp;และตรวจสอบการทำการประมงผิดกฎหมายตามแนวชายฝั่งทะเล&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;อ.ตากใบ&nbsp;อีกทั้งยังเป็นการป้องปราม&nbsp;การกระทำความผิดกฏหมายที่เกี่ยวข้องกับภัยคุกคาม&nbsp;ทั้ง&nbsp;9&nbsp;ด้าน&nbsp;ซึ่งเกี่ยวข้องกับการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล&nbsp;</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;ได้ร่วมลงเรือไปทำการตรวจท่าเรือหะยีมะ</strong>&nbsp;ที่มีเรือที่ถูกคลื่นซัดเข้ามาเกยตื้นที่หาดเสด็จ&nbsp;ต.เจ็ะเห&nbsp;อ.ตากใบ&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;1มี.ค.65&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;แล้วนำเข้ามาซ่อมทำ&nbsp;สำหรับการออกตรวจสอบภัยความมั่นคงในครั้งนี้สถานการณ์ทุกอย่างอยู่ในความเรียบร้อย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-24T00:00:00	ภาคใต้	นราธิวาส	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324144930493
181	ศอ.บต.หนุนจัดกิจกรรมเพื่อเยาวชน จชต.มอบอุปกรณ์กีฬา แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น	<p><strong>วันนี้&nbsp;(24&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้</strong>&nbsp;(ศอ.บต.)&nbsp;จัดกิจกรรมมอบอุปกรณ์กีฬา&nbsp;ตามกิจกรรมสนับสนุนอุปกรณ์กีฬาเพื่อเสริมสร้างสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;โดยมี&nbsp;พลเรือตรี&nbsp;สมเกียรติ&nbsp;ผลประยูร&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;เป็นประธานมอบอุปกรณ์กีฬา&nbsp;พร้อมพบปะส่วนราชการที่เข้าร่วมกิจกรรม</p><p><strong>เลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การมอบอุปกรณ์กีฬาเป็นเครื่องมือ</strong>เพื่อจัดกิจกรรมให้แก่เยาวชนในพื้นที่&nbsp;เพื่อส่งเสริมทักษะด้านกีฬาและหนุนเสริมกิจกรรมที่สามารถรวมกลุ่มจัดกิจกรรมไปในทางที่สร้างสรรค์&nbsp;โดยการพบปะหัวหน้าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในกิจกรรมครั้งนี้&nbsp;เพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่ดูแลประชาชนในส่วนของท้องถิ่น&nbsp;290&nbsp;ตำบลในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดและ&nbsp;4&nbsp;อำเภอของจังหวัดสงขลา&nbsp;ซึ่งเป็นผู้แทนภาครัฐ&nbsp;ที่สำคัญและอยู่ใกล้ชิดกับเยาวชนและประชาชนในพื้นที่มากที่สุด&nbsp;การกระจายอำนาจจากส่วนกลางสู่ท้องถิ่น&nbsp;ตามรัฐธรรมนูญ&nbsp;มีเป้าหมายในการดูแลประชาชนอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ&nbsp;ดูแลทุกข์สุขของประชาชนอย่างดีที่สุด&nbsp;ทั้งนี้เชื่อว่าการร่วมมือกันคนละไม้คนละมือในการสร้างสันติสุขในพื้นที่&nbsp;ผืนแผ่นดินจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;จะสงบสุขในสักวันหนึ่ง</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมมอบอุปกรณ์กีฬา&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ได้สนับสนุนอุปกรณ์กีฬา&nbsp;</strong>ประกอบด้วย&nbsp;ลูกฟุตบอล&nbsp;ลูกวอลเลย์บอล&nbsp;ลูกตะกร้อ&nbsp;ลูกเปตอง&nbsp;และมวยไทย&nbsp;เนื่องจาก&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ให้ความสำคัญในการส่งเสริม&nbsp;สนับสนุน&nbsp;ให้ประชาชนทุกศาสนาได้ทำกิจกรรมและมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกัน&nbsp;เพื่อสร้างความรักความสามัคคี&nbsp;ความปรองดอง&nbsp;รวมทั้งให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง&nbsp;จิตใจเบิกบาน&nbsp;ห่างไกลจากสิ่งอบายมุขและยาเสพติด&nbsp;พร้อมเสริมสร้างสังคมพหุวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง&nbsp;โดยสนับสนุนให้ประชาชนได้เล่นกีฬาร่วมกัน&nbsp;เนื่องจากกีฬา&nbsp;ถือเป็นเครื่องมือในการสร้างความรักความสามัคคี</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ภายในกิจกรรมมีผู้แทนองค์การบริหารส่วนตำบล</strong>และเทศบาลในพื้นที่ตำบลเป้าหมายในจังหวัดชายแดนภาคใต้เข้าร่วมรับมอบอุปกรณ์กีฬา&nbsp;จำนวน&nbsp;82&nbsp;ตำบล&nbsp;แบ่งเป็นจังหวัดปัตตานี&nbsp;จำนวน&nbsp;35&nbsp;ตำบล&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;ตำบล&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;จำนวน&nbsp;31&nbsp;ตำบลและ&nbsp;4&nbsp;อำเภอของจังหวัดสงขลา&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ตำบล</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-24T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324145135495
182	มทภ.4 พบปะพัฒนาสัมพันธ์เครือข่ายสื่อมวลชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ติดอาวุธแห่งการรับรู้ ด้วยความจริงอย่างสร้างสรรค์	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(24&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;ห้องน้ำพราว</strong>&nbsp;โรงแรม&nbsp;ซี.เอส.ปัตตานี&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;พลโท&nbsp;เกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;เป็นประธานในกิจกรรม&nbsp;""พบปะพัฒนาสัมพันธ์เครือข่ายสื่อมวลชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้""&nbsp;ซึ่งศูนย์ประชาสัมพันธ์กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;&nbsp;ส่วนหน้าจัดขึ้น&nbsp;เพื่อพบปะกระชับความสัมพันธ์&nbsp;</p><p><strong>รวมทั้ง&nbsp;หารือแลกเปลี่ยนเสนอแนะแนวทางข้อคิดเห็น</strong>&nbsp;และประสานขอความร่วมมือในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารอันจะนำไปสู่การเสริมสร้างความเข้าใจทั้งในและนอกพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;รวมทั้งต่างประเทศ&nbsp;เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในการปฏิบัติงานของภาครัฐขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาไปสู่สันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;โดยมีพี่น้องสื่อมวลชน&nbsp;&nbsp;ทั้งจังหวัดยะลา&nbsp;ปัตตานี&nbsp;สงขลา&nbsp;และนราธิวาส&nbsp;เข้าร่วม&nbsp;ซึ่งนอกจากพี่น้องสื่อมวลชนแล้ว&nbsp;หน่วยงานภาครัฐทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;ฝ่ายปกครอง&nbsp;ภาคประชาสังคม&nbsp;ร่วมกิจกรรมกระชับความสำพันธ์&nbsp;เสริมสร้างความเข้าใจ&nbsp;ให้เกิดการรับรู้ข้อมูลข่าวสารอย่างครบถ้วน&nbsp;</p><p><strong>พลโท&nbsp;เกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคง</strong>ภายในภาค&nbsp;4&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;""สถานการณ์โควิดกว่า&nbsp;2&nbsp;ปีที่ผ่านมา&nbsp;ทำให้บรรยากาศการพูดคุยพบปะห่างหายไปบ้าง&nbsp;วันนี้มีโอกาส&nbsp;และถือเป็นเรื่องดี&nbsp;ที่ทั้งหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;และสื่อมวลชนได้พบปะสานสัมพัธ์กัน&nbsp;สื่อถือเป็นองค์กรที่สำคัญในการเป็นผู้กำหนดแนวทาง&nbsp;ทิศทางการดำเนินการของรัฐนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่แท้จริง&nbsp;ประเด็นต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ความคิดเห็นต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง&nbsp;เสียงสะท้อนที่ได้รับหลายประเด็นถือเป็นประโยชน์&nbsp;และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงแก้ไข&nbsp;ไม่ได้เฉพาะเจาะจงต่อคนในพื้นที่ให้เกิดการรับรู้เพียงเท่านั้น&nbsp;</p><p><strong>แต่สื่อสามารถขยายเครือข่ายการรับรู้ไปสู่สังคมภายนอก</strong>&nbsp;สู่ผู้คนทั้งประเทศ&nbsp;แม้กระทั้งทั่วโลกที่กำลังที่จ้องมองว่าสถานการณ์ในพื้นที่เป็นอย่างไร&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีกิจกรรมดีๆ&nbsp;มากมาย&nbsp;มีผู้คนอัทธยาศัยดี&nbsp;มีสถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;มีความสวยงามด้านวัฒนธรรมที่หลากหลาย&nbsp;มีการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขท่ามกลางความแตกต่างของเชื้อชาติ&nbsp;&nbsp;ศาสนา&nbsp;&nbsp;และวัฒนธรรม&nbsp;สิ่งเหล่านี้เมื่อเรานำเสนอสู่สาธารณะ&nbsp;นั่นถือเป็นการขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ไปด้วยเช่นกัน&nbsp;</p><p><strong>ในบริบทและสถานการณ์ปัจจุบัน&nbsp;สิ่งที่เป็นจุดเด่นของสื่อมวลชนก็คือ</strong>&nbsp;การรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง&nbsp;การมองเหตุการณ์ที่หลายมุมมอง&nbsp;หลายมิติ&nbsp;แต่ทุกความแตกต่างนั้นอยากให้สื่อสะท้อน&nbsp;และนำเสนอข้อเท็จจริงให้กับสาธารณะชนได้รับทราบอย่างสร้างสรรค์&nbsp;และเป็นข้อเท็จจริง&nbsp;เป็นสื่อกลางนำเสนอได้ครอบคลุมทุกมิติต่อไป""&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ภายในกิจกรรม&nbsp;""พบปะพัฒนาสัมพันธ์เครือข่ายสื่อมวลชน</strong>ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้""&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในการส่งมอบตำแหน่งนายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ก่อนร่วมเสนอแนะแนวทาง&nbsp;แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นที่จะเป็นประโยชน์เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ร่วมกับพี่น้องสื่อมวลชนในพื้นที่&nbsp;และส่วนที่เกี่ยวข้องที่มาร่วมกิจกรรม&nbsp;ตามลับดับ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-03-24T00:00:00	ภาคใต้	สงขลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324145916507
183	มทภ.4  ย้ำสื่อ ติดอาวุธแห่งการรับรู้ ด้วยความจริงอย่างสร้างสรรค์	"<p><strong>มทภ.4&nbsp;พบปะพัฒนาสัมพันธ์เครือข่ายสื่อมวลชนจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ติดอาวุธแห่งการรับรู้&nbsp;ด้วยความจริงอย่างสร้างสรรค์&nbsp;</strong></p><p><strong>พลโท&nbsp;เกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคง</strong>ภายในภาค&nbsp;4&nbsp;เป็นประธานในกิจกรรม&nbsp;""พบปะพัฒนาสัมพันธ์เครือข่ายสื่อมวลชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้""&nbsp;ซึ่งศูนย์ประชาสัมพันธ์กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้าจัดขึ้น&nbsp;เพื่อพบปะกระชับความสัมพันธ์&nbsp;รวมทั้งหารือแลกเปลี่ยนเสนอแนะแนวทางข้อคิดเห็น&nbsp;และประสานขอความร่วมมือในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารอันจะนำไปสู่การเสริมสร้างความเข้าใจ&nbsp;ทั้งในและนอกพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;</p><p><strong>รวมทั้งต่างประเทศ&nbsp;เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในการปฏิบัติงาน</strong>ของภาครัฐขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาไปสู่สันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;โดยมีสื่อมวลชน&nbsp;ทั้งจังหวัดยะลา&nbsp;ปัตตานี&nbsp;สงขลา&nbsp;และนราธิวาส&nbsp;หน่วยงานภาครัฐทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;ฝ่ายปกครอง&nbsp;ภาคประชาสังคม&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรมกระชับความสำพันธ์&nbsp;เสริมสร้างความเข้าใจ&nbsp;ให้เกิดการรับรู้ข้อมูลข่าวสารอย่างครบถ้วน&nbsp;ณ&nbsp;ห้องน้ำพราว&nbsp;โรงแรม&nbsp;ซี.เอส.ปัตตานี&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ภายในกิจกรรม&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในการส่งมอบ</strong>ตำแหน่งนายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ก่อนร่วมเสนอแนะแนวทาง&nbsp;แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นที่จะเป็นประโยชน์เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ร่วมกับพี่น้องสื่อมวลชนในพื้นที่&nbsp;และส่วนที่เกี่ยวข้องที่มาร่วมกิจกรรม</p><p><strong>พลโท&nbsp;เกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคง</strong>ภายในภาค&nbsp;4&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;""สถานการณ์โควิดกว่า&nbsp;2&nbsp;ปีที่ผ่านมา&nbsp;ทำให้บรรยากาศการพูดคุยพบปะห่างหายไปบ้าง&nbsp;วันนี้มีโอกาส&nbsp;และถือเป็นเรื่องดี&nbsp;ที่ทั้งหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;และสื่อมวลชนได้พบปะสานสัมพันธ์กัน&nbsp;สื่อถือเป็นองค์กรที่สำคัญในการเป็นผู้กำหนดแนวทาง&nbsp;ทิศทางการดำเนินการของรัฐนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่แท้จริง&nbsp;ประเด็นต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ความคิดเห็นต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง&nbsp;เสียงสะท้อนที่ได้รับหลายประเด็นถือเป็นประโยชน์&nbsp;และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงแก้ไข&nbsp;ไม่ได้เฉพาะเจาะจงต่อคนในพื้นที่ให้เกิดการรับรู้เพียงเท่านั้น&nbsp;</p><p><strong>แต่สื่อสามารถขยายเครือข่ายการรับรู้ไปสู่สังคมภายนอก</strong>&nbsp;สู่ผู้คนทั้งประเทศ&nbsp;แม้กระทั่งทั่วโลกที่กำลังที่จ้องมองว่าสถานการณ์ในพื้นที่เป็นอย่างไร&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีกิจกรรมดีๆมากมาย&nbsp;มีผู้คนอัธยาศัยดี&nbsp;มีสถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;มีความสวยงามด้านวัฒนธรรมที่หลากหลาย&nbsp;มีการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขท่ามกลางความแตกต่างของเชื้อชาติ&nbsp;&nbsp;ศาสนา&nbsp;และวัฒนธรรม&nbsp;สิ่งเหล่านี้เมื่อเรานำเสนอสู่สาธารณะ&nbsp;นั่นถือเป็นการขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ไปด้วยเช่นกัน&nbsp;</p><p><strong>ในบริบทและสถานการณ์ปัจจุบัน&nbsp;สิ่งที่เป็นจุดเด่นของสื่อมวลชนก็คือ</strong>&nbsp;การรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง&nbsp;การมองเหตุการณ์ที่หลายมุมมอง&nbsp;หลายมิติ&nbsp;แต่ทุกความแตกต่างนั้นอยากให้สื่อสะท้อน&nbsp;และนำเสนอข้อเท็จจริงให้กับสาธารณะชนได้รับทราบอย่างสร้างสรรค์&nbsp;และเป็นข้อเท็จจริง&nbsp;เป็นสื่อกลางนำเสนอได้ครอบคลุมทุกมิติต่อไป""</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-03-24T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324150433516
184	จ.จันทบุรี ประชุมคณะกรรมการศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านด้านกัมพูชาเพื่อกำหนดนโยบายชายแดนให้สอดคล้องนโยบายรัฐบาลเสริมสร้างความมั่นคงและความสัมพันธ์ชายแดน	<p><strong>บ่ายวันนี้&nbsp;(&nbsp;24&nbsp;มี.ค.65&nbsp;)&nbsp;ที่ห้องประชุม&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี&nbsp;</strong>นายสุธี&nbsp;ทองแย้ม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านด้านกัมพูชา&nbsp;จังหวัดจันทบุรี&nbsp;โดยมีผู้แทนหน่วยงานด้านความมั่นคงชายแดน&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมเพื่อกำหนดนโยบายชายแดนให้สอดคล้องนโยบายรัฐบาลเสริมสร้างความมั่นคงและความสัมพันธ์ชายแดน&nbsp;รวมทั้งการป้องกันโรคติดต่อโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;การแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าว&nbsp;การค้ามนุษย์&nbsp;และอาชญากรรมต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;</p><p><strong>โดยการประชุมครั้งนี้มีเรื่องเพื่อทราบ&nbsp;หลายเรื่อง</strong>&nbsp;อาทิ&nbsp;การประชุมกองอำนวยการปฏิบัตินโยบายชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;/2565&nbsp;การบูรณาการการบริหารจัดการชายแดน&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย&nbsp;ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด&nbsp;-19&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมกองบัญชาการ&nbsp;กองทัพไทย&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;อาคารกองบัญชาการกองทัพไทย&nbsp;เมื่อวันศุกร์ที่&nbsp;18&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;และการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัดจันทบุรี&nbsp;ด้านการค้าชายแดน&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;14&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;และการประชุมเพื่อบูรณาการป้องกันและแก้ไขปัญหาแรงงานด้างด้าว&nbsp;และผู้หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย&nbsp;ของกองบัญชาการรักษาความมั่นคงภายใน&nbsp;ภาค&nbsp;1&nbsp;ส่วนแยก&nbsp;3&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด&nbsp;ค่ายตากสิน&nbsp;เมื่อวันอังคารที่&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ผลการดำเนินการและแนวทางการนำแรงงานกัมพูชาเข้ามาทำงานตามมาตรา&nbsp;64&nbsp;และมีเรื่องเพื่อพิจารณา&nbsp;ความพร้อมในการเปิดใช้ช่องทางจุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด&nbsp;อ.โป่งน้ำร้อน&nbsp;เพื่อนำเข้าแรงงานกัมพูชามาทำงานตามมาตรา&nbsp;64&nbsp;แห่งพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว&nbsp;พ.ศ.2560&nbsp;การขอผ่อนปรนการนำแรงงานกัมพูชามาทำงานแบบ&nbsp;MOU&nbsp;&nbsp;การเตรียมการรองรับการเดินทางกลับประเทศของแรงงานกัมพูชาในช่วงเทศกาลสงกรานต์&nbsp;รวมทั้งการเตรียมการผ่อนคลายมาตรการในการเดินทางเข้า&nbsp;ออก&nbsp;ของบุคคลผ่านช่องทางผ่านแดนทางบก</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	2022-03-24T00:00:00	ภาคตะวันออก	จันทบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324153100551
185	เดินหน้าจัดทำบัตรประชาชนกลุ่มชาติพันธุ์มานิ (โอรัง อัสลี) จังหวัดชายแดนภาคใต้	<p><strong>วันนี้&nbsp;(24&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ที่&nbsp;ห้องประชุมเจริญจิตต์&nbsp;</strong>ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(ศอ.บต.)&nbsp;นายบุญพาศ&nbsp;รักนุ้ย&nbsp;รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(ศอ.บต.)&nbsp;เป็นประธานการประชุมติดตามการจัดทำบัตรประชาชนกลุ่มชาติพันธุ์มานิ&nbsp;(โอรัง&nbsp;อัสลี)&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นายประเวศ&nbsp;หมีดเส็น&nbsp;ผู้อำนวยการกองประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและกิจการพิเศษ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;พร้อมด้วยผู้แทนจาก&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;และนราธิวาสเข้าร่วมการประชุมทั้งแบบ&nbsp;On&nbsp;site&nbsp;และ&nbsp;Online</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ที่ประชุมได้มีการรายงานผลการดำเนินงาน&nbsp;ปัญหา&nbsp;อุปสรรค</strong>&nbsp;การดำเนินงานโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิต&nbsp;กลุ่มชาติพันธุ์มานิ&nbsp;(โอรัง&nbsp;อัสลี)&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ในแต่ละพื้นที่ที่มีความลำบาก&nbsp;ด้วยสภาพเส้นทางที่ไม่สะดวกอยู่ในเขตทุรกันดาร&nbsp;รวมถึงปัจจัยอื่นๆ&nbsp;ในการเข้าถึงด้านอื่นๆ&nbsp;และติดตามการจัดทำบัตรประชาชนกลุ่มชาติพันธุ์มานิ&nbsp;(โอรัง&nbsp;อัสลี)&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565</p><p><strong>นายบุญพาศ&nbsp;รักนุ้ย&nbsp;รองเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;กล่าวว่า</strong>การประชุมครั้งนี้&nbsp;เป็นการประชุมการขับเคลื่อนและให้ความสำคัญกับกลุ่มโอรังอัสลีให้มีสิทธิในการเป็นพลเมืองถูกต้องตามกฎหมายเพิ่มขึ้นจากเดิม&nbsp;เพื่อให้เข้าถึงสวัสดิการของรัฐบาลในทุกด้านรวมถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุ่มโอรังอัสลี&nbsp;ในที่ประชุมได้มีการรายงานผลการดำเนินงานที่ผ่านมา&nbsp;พบว่า&nbsp;&nbsp;การจัดการปัญหาสถานะและสิทธิของบุคคลให้แก่ชนเผ่ามันนิ&nbsp;มีข้อมูลสรุปการสำรวจจำนวนกลุ่มคนมานิของพื้นที่ต่างๆ&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเบตง&nbsp;ได้แก่&nbsp;บ้านนากอ&nbsp;จำนวนทั้งหมด&nbsp;61&nbsp;คน&nbsp;มีบัตรประจำตัวประชาชนแล้ว&nbsp;40&nbsp;คน&nbsp;บัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า&nbsp;61&nbsp;คน&nbsp;เงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ&nbsp;3&nbsp;คน&nbsp;เงินอุดหนุนบุตร&nbsp;7&nbsp;คน&nbsp;บ้านอัยเยอร์เวงควีน&nbsp;จำนวนทั้งหมด&nbsp;20&nbsp;คน&nbsp;กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการ&nbsp;อำเภอธารโต&nbsp;ได้แก่&nbsp;บ้านวังไทร&nbsp;จำนวนทั้งหมด&nbsp;10&nbsp;คน&nbsp;รอการสำรวจเพิ่มเติม&nbsp;บ้านจุฬาภรณ์&nbsp;9&nbsp;จำนวนทั้งหมด&nbsp;50&nbsp;คน&nbsp;กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการ&nbsp;บ้านเกาะทวด&nbsp;จำนวนทั้งหมด&nbsp;10&nbsp;คน&nbsp;รอการสำรวจเพิ่มเติม&nbsp;อำเภอบันนังสตา&nbsp;ได้แก่&nbsp;บ้านเขาน้ำตก&nbsp;จำนวนทั้งหมด&nbsp;50&nbsp;คน&nbsp;อยู่ในกระบวนการสร้างความเข้าใจ&nbsp;อำเภอจะแนะ&nbsp;ได้แก่&nbsp;บ้านโต๊ะนอ&nbsp;จำนวนทั้งหมด&nbsp;120&nbsp;คน&nbsp;อยู่ระหว่างดำเนินการ&nbsp;และอำเภอศรีสาคร&nbsp;ได้แก่&nbsp;บ้านไอย์ตืองอ&nbsp;จำนวนทั้งหมด&nbsp;32&nbsp;คน&nbsp;อยู่ในกระบวนการสร้างความเข้าใจ&nbsp;รวมประชากรกลุ่มคนมานิทั้งหมด&nbsp;354&nbsp;คน</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;การขับเคลื่อนโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิต</strong>กลุ่มชาติพันธุ์มานิ&nbsp;(โอรังอัสลี)&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ได้มีการดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยมีการออกเอกสารรับรองบุคคล&nbsp;จัดทำบัตรประชาชน&nbsp;บัตรสวัสดิการอื่นๆ&nbsp;ที่เหมาะสมกับความต้องการของกลุ่มชาติพันธุ์มานิ&nbsp;(โอรังอัสลี)&nbsp;การพัฒนาคุณภาพชีวิต&nbsp;การจัดสรรพื้นที่และร่วมอนุรักษ์ป่าไม้&nbsp;เพื่อใช้ประโยชน์ในการประกอบอาชีพ&nbsp;การสนับสนับสนุนการฝึกอาชีพ&nbsp;การศึกษา&nbsp;สุขภาพ&nbsp;ตลอดจนการประกอบอาชีพในอนาคต&nbsp;ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มโอรังอัสลี&nbsp;ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&nbsp;และสามารถเข้าถึงสวัสดิการของภาครัฐได้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-24T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324153358554
186	ส.ปชส.ตราด ประชาสัมพันธ์ 10 มาตรการลดค่าครองชีพ เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบให้กับประชาชน	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด&nbsp;รายงานว่า&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติ&nbsp;เห็นชอบ&nbsp;10&nbsp;มาตรการลดค่าครองชีพ&nbsp;</strong>เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภาวะราคาน้ำมันแพงจากสถานการณ์วิกฤติยูเครน-รัสเซีย&nbsp;ระยะเวลา&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;ตั้งแต่เดือน&nbsp;พ.ค.&nbsp;-&nbsp;ก.ค.&nbsp;2565</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>&nbsp;10&nbsp;มาตรการ&nbsp;ดังนี้</strong></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">1.&nbsp;การเพิ่มเงินช่วยเหลือเพื่อซื้อก๊าซหุงต้มสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;3.6&nbsp;ล้านคน&nbsp;โดยเพิ่มเงินจากเดิม&nbsp;45&nbsp;บาท&nbsp;เป็น&nbsp;100&nbsp;บาทต่อคน&nbsp;ต่อ&nbsp;3&nbsp;เดือน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">2.&nbsp;ส่วนลดซื้อก๊าซหุงต้มเดือนละ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;สำหรับผู้ค้าหาบเร่แผงลอยที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;จำนวนประมาณ&nbsp;5,500&nbsp;คน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">3.&nbsp;ช่วยค่าน้ำมันให้กับผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง&nbsp;ที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมการขนส่งทางบก&nbsp;จำนวน&nbsp;157,000&nbsp;คน&nbsp;โดยช่วยลดค่าใช้จ่ายน้ำมัน&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;250&nbsp;บาทต่อเดือน&nbsp;และขอให้กรมการขนส่งทางบกกำกับราคาการให้บริการ&nbsp;เพื่อให้พี่น้องประชาชนที่ต้องใช้บริการมอเตอร์ไซค์รับจ้างมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางเท่าเดิม</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">4.&nbsp;คงราคาขายปลีก&nbsp;ผู้ที่ใช้ก๊าซ&nbsp;NGV&nbsp;ไว้ที่&nbsp;15.59&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">5.&nbsp;ผู้ขับขี่แท็กซี่มิเตอร์&nbsp;ภายใต้โครงการลมหายใจเดียวกัน&nbsp;สามารถซื้อก๊าซได้ในราคา&nbsp;13.62&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">6.&nbsp;ช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าที่จะเพิ่มขึ้นสำหรับผู้ที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน&nbsp;300&nbsp;หน่วยต่อเดือน&nbsp;โดยลดค่า&nbsp;FT&nbsp;ลง&nbsp;22&nbsp;สตางค์ต่อหน่วย&nbsp;ในช่วงเดือนพฤษภาคม&nbsp;&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2565</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">7.&nbsp;ตรึงราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลที่&nbsp;30&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;ไปจนถึงสิ้นเดือนเมษายน&nbsp;2565&nbsp;หลังจากนั้นรัฐบาลจะเข้าไปช่วยเหลือส่วนที่ราคาน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มขึ้นครึ่งนึง</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">8.&nbsp;กำกับดูแลการปรับราคาก๊าซหุงต้มในช่วงตั้งแต่เดือนเมษายน-มิถุนายน&nbsp;2565&nbsp;โดยใช้กองทุนน้ำมันเข้าไปช่วยลดผลกระทบจากการปรับราคาให้ไม่ขึ้นสูงเกินไป</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">9.&nbsp;ลดอัตราเงินสบทบของนายจ้างและลูกจ้างที่อยู่ในระบบประกันสังคม&nbsp;มาตรา&nbsp;33&nbsp;จาก&nbsp;5%&nbsp;เหลือ&nbsp;1%&nbsp;เพื่อให้ลูกจ้างและนายจ้างสามารถมีกำลังในการใช้จ่าย&nbsp;และผู้ประกอบการสามารถมีสภาพคล่องเพิ่มขึ้นในการดำเนินธุรกิจในช่วงถัดไป</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">10.&nbsp;ลดอัตราเงินสมทบผู้ประกันตนมาตรา&nbsp;39&nbsp;จาก&nbsp;9%&nbsp;เหลือ&nbsp;1.9%&nbsp;และลดอัตราเงินสมทบของผู้ประกันตนมาตรา&nbsp;40&nbsp;ลงเหลือ&nbsp;42-180&nbsp;บาทต่อเดือน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้สั่งการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงพาณิชย์&nbsp;</strong>ออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้ได้มากที่สุด&nbsp;ก่อนจะเข้าสู่ฤดูการเพาะปลูก&nbsp;โดยเน้นการใช้วัตถุดิบในประเทศ&nbsp;และให้กระทรวงการต่างประเทศประสานงานกับประเทศต่างๆ&nbsp;ในการจัดหาปัจจัยการผลิตที่จำเป็นเข้าประเทศด้วย</p><p><strong>จากนี้ไป&nbsp;กระทรวงและหน่วยงานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;</strong>จะเร่งดำเนินการออกมาตรการทั้งหมดที่กล่าวมา&nbsp;ทั้งนี้ต้องให้เป็นไปตามข้อกฎหมาย&nbsp;และข้อบังคับต่างๆ&nbsp;รวมทั้งนำเสนอคณะรัฐมนตรี&nbsp;เพื่อพิจารณาและอนุมัติเป็นการเร่งด่วน&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-24T00:00:00	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324154031559
187	เจ้าหน้าที่ ตชด. อส. เบตง ล่อซื้อยาบ้า ในป่าริมถนนเลียบชายแดน	<p><strong>วันที่&nbsp;24&nbsp;มี.ค.65&nbsp;ร.ต.อ.มาตุภูมิ&nbsp;ธรรเนียม&nbsp;หัวหน้าชุดปฏิบัติการการข่าว</strong>&nbsp;ร้อย&nbsp;ฉก.ตชด.445&nbsp;สืบทราบว่า&nbsp;มีชายวัยรุ่นแอบลักลอบจำหน่ายยาบ้าให้กับกลุ่มวัยรุ่นและผู้ใช้แรงงาน&nbsp;บริเวณถนนเลียบชายแดนไทย-มาเลเซีย&nbsp;จึงรายงานให้&nbsp;พ.ต.ท.อรรถพล&nbsp;จินตาคม&nbsp;ผบ.ร้อย&nbsp;ตชด.445&nbsp;รับทราบ&nbsp;พร้อมทั้งประสาน&nbsp;นายพิชัย&nbsp;แก้วจำรัส&nbsp;ปลัดอำเภอเบตง&nbsp;รับผิดชอบงานยาเสพติด&nbsp;</p><p><strong>นายปัจฉิมณรงค์&nbsp;ปัจจิมเพ็ชร&nbsp;ปลัดป้องกันอำเภอเบตง</strong>&nbsp;แจ้งเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการร่วมป้องกันและปราบปรามยาเสพติด&nbsp;(ชป.เอราวัณ)&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;ตชด.ชุดเฝ้าตรวจชายแดน&nbsp;4406&nbsp;สืบสวนหาข่าวเพิ่มเติม&nbsp;จนทราบว่า&nbsp;นายพิสิทธิ์&nbsp;&nbsp;อายุ&nbsp;29&nbsp;ปี&nbsp;อยู่บ้านเลขที่&nbsp;84/1&nbsp;ม.1&nbsp;ต.ธารน้ำทิพย์&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;เป็นบุคคลที่ลักลอบจำหน่ายยาบ้า</p><p><strong>เจ้าหน้าที่จึงได้วางแผนจับกุม&nbsp;โดยส่งสายลับพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ</strong>อำพรางเข้าไปติดต่อขอซื้อยาบ้า&nbsp;1,500&nbsp;บาท&nbsp;นัดส่งบริเวณหน้าขนำริมถนนเลียบชายแดนไทย-มาเลเซีย&nbsp;บ้านซาโห่&nbsp;ม.1&nbsp;ต.ธารน้ำทิพย์&nbsp;เมื่อถึงเวลานัดหมาย&nbsp;นายพิสิทธิ์&nbsp;ได้ขี่รถจักรยานยนต์&nbsp;ฮอนด้า&nbsp;สีเขียว&nbsp;หมายเลขทะเบียน&nbsp;กคค&nbsp;612&nbsp;นำยาบ้ามาส่ง&nbsp;ขณะที่กำลังจะส่งมอบยาบ้า&nbsp;นายพิสิทธิ์&nbsp;เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจอำพราง&nbsp;ก็แสดงอาการตกใจ&nbsp;เพราะจำได้ว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ&nbsp;</p><p><strong>เจ้าหน้าที่จึงต้องรีบแสดงตัวเข้าจับกุม&nbsp;ตรวจค้นภายในตัวพบยาบ้า&nbsp;23&nbsp;เม็ด</strong>&nbsp;อยู่ในกระเป๋ากางเกงข้างซ้าย&nbsp;จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปตรวจค้นที่บ้านพักของนายพิสิทธิ์&nbsp;ก็พบยาบ้าอีกจำนวน&nbsp;22&nbsp;เม็ด&nbsp;บรรจุอยู่ในหลอดเครื่องดื่ม&nbsp;ใส่ไว้ในถุงเท้าผ้าซุกซ่อนอยู่ในตู้เก็บของภายในบ้าน</p><p><strong>จากการสอบถามเบื้องต้น&nbsp;รับสารภาพนำยาบ้ามาจากคนรู้จักแล้ว</strong>นำมาจำหน่ายให้กลุ่มวัยรุ่นและผู้ใช้แรงงานโดยจะนัดส่งมอบตามถนนเลียบชายแดนไทย-มาเลเซีย&nbsp;เพราะอยู่ไกลและเป็นพื้นที่ป่า&nbsp;เพื่อเลี่ยงการถูกจับกุม&nbsp;เจ้าหน้าที่จึงตั้งข้อหาจำหน่ายโดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท1(ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน)โดยไม่ได้รับอนุญาต,เสพยาเสพติดให้โทษประเภท1(ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน)โดยผิดกฎหมาย,เป็นผู้ขับขี่ยานพาหนะขณะมีสารเสพติด(เมทแอมเฟตามีน)อยู่ในร่างกาย&nbsp;พร้อมทั้งนำตัวและของกลางส่งพนักงานสอบสวน&nbsp;สภ.เบตง&nbsp;ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-24T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324155303564
188	ส.ปชส.ตราด ประชาสัมพันธ์ การแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรผ่าน 4 ธนาคารของรัฐ	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด&nbsp;รายงานว่า&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;มีมติเห็นชอบในหลักการโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกร</strong>สมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;สำหรับลูกหนี้ธนาคารของรัฐ&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">-ธนาคารออมสิน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">-ธ.ก.ส.</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">-ธอส.</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">-ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&nbsp;(ธพว.)</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สำหรับชำระหนี้แทนเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;จำนวน&nbsp;50,621&nbsp;ราย</strong>&nbsp;ยอดหนี้เงินต้น&nbsp;จำนวน&nbsp;9,282.92&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ระยะเวลาดำเนินโครงการ&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;นับจากวันที่&nbsp;ครม.&nbsp;อนุมัติ&nbsp;แบ่งการดำเนินการ&nbsp;ออกเป็น&nbsp;3&nbsp;ระยะ&nbsp;ปีที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;10,000&nbsp;ราย&nbsp;ขอใช้งบกลางฯ&nbsp;รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น&nbsp;ปี&nbsp;65&nbsp;รวม&nbsp;2,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ปีที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;22,000&nbsp;ราย&nbsp;และ&nbsp;ปีที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;18,621&nbsp;ราย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ปัจจุบันมีสมาชิกที่เป็นหนี้ในระบบ&nbsp;และประสงค์ที่จะให้กองทุนช่วยเหลือแก้ปัญหาหนี้สิน</strong>และได้นำหนี้มาขึ้นทะเบียน&nbsp;ซึ่งเป็นหนี้เร่งด่วน&nbsp;ผิดนัดชำระหนี้&nbsp;และเป็นลูกหนี้ธนาคารของรัฐทั้ง&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;ตรวจสอบแล้วกำลังรอการแก้ปัญหาทั้งสิ้น&nbsp;จำนวน&nbsp;50,621&nbsp;รายรวมมูลหนี้เงินต้นจำนวน&nbsp;9,282.92&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ประกอบด้วย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">ธ.ก.ส.&nbsp;47,973&nbsp;ราย&nbsp;มูลค่าหนี้เงินต้นจำนวน&nbsp;8,&nbsp;520.41&nbsp;ล้านบาท</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">ธนาคารออมสิน&nbsp;552&nbsp;ราย&nbsp;มูลค่าหนี้เงินต้น&nbsp;162.37&nbsp;ล้านบาท</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">ธอส.&nbsp;2,008&nbsp;รายมูลหนี้เงินต้น&nbsp;306.41&nbsp;ล้านบาท</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">ธพว.&nbsp;88&nbsp;ราย&nbsp;มูลหนี้เงินต้น&nbsp;293.72&nbsp;ล้านบาท</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>แนวทางการดำเนินการ&nbsp;ในการปรับโครงสร้างหนี้กับสถาบันเจ้าหนี้โดยพักชำระเงินต้นครึ่งหนึ่ง&nbsp;(ร้อยละ&nbsp;50)</strong>&nbsp;และดอกเบี้ยทั้งหมดไว้ก่อน&nbsp;และให้เกษตรกรผ่อนชำระหนี้เงินต้นครึ่งหนึ่ง&nbsp;(ร้อยละ&nbsp;50)&nbsp;ตามระยะเวลาที่ตกลง&nbsp;แต่ไม่เกิน&nbsp;15&nbsp;ปี&nbsp;เมื่อเกษตรกรชำระหนี้คืนเสร็จสิ้นแล้ว&nbsp;เงินต้น&nbsp;(ร้อยละ&nbsp;50&nbsp;ที่พักไว้)&nbsp;และดอกเบี้ยที่พักไว้&nbsp;จะได้รับการยกให้เกษตรกรทั้งหมด&nbsp;โดยสถาบันเจ้าหนี้จะได้รับการชดเชยเงินต้นจากรัฐบาล&nbsp;สำหรับการชดเชยดอกเบี้ยให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี&nbsp;โดยเงื่อนไขสำคัญ&nbsp;เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจะต้องไม่ก่อหนี้เพิ่มกับสถาบันการเงินอื่นใดอีก</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สำหรับดอกเบี้ยค้างชำระของธนาคาร&nbsp;4&nbsp;แห่งนั้น</strong>&nbsp;คณะรัฐมนตรี&nbsp;เห็นชอบให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงการคลัง&nbsp;หารือก่อนให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป&nbsp;ทั้งนี้การแก้ปัญหาหนี้เกษตรในครั้งนี้&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรได้มีโอกาสได้พักฟื้นเรื่องหนี้สิน&nbsp;รักษาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของเกษตรกร&nbsp;เข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อพัฒนาและฟื้นฟูตนเองและสร้างรายได้ในการประกอบอาชีพ&nbsp;ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี&nbsp;ที่ให้ความสำคัญในแก้ปัญหาหนี้ทั้งระบบทั้งหนี้ครัวเรือนและหนี้เกษตรกร&nbsp;ตามที่ประกาศปี&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;เป็นการแก้หนี้ให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-24T00:00:00	NULL	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324162644594
189	กรมการสรรพกำลังกลาโหม ร่วมกับจังหวัดพังงา ประชุมเตรียมความพร้อมการพัฒนาสัมพันธ์กับทุกภาคส่วนเพื่อการระดมสรรพกำลัง	<p><strong>วันที่&nbsp;24&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ที่ห้องประชุมภูผา</strong>&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;ศาลากลางจังหวัดพังงา&nbsp;พลตรี&nbsp;อัฐพงศ์&nbsp;พิชญาภรณ์&nbsp;รองเจ้ากรมการสรรพกำลังกลาโหม&nbsp;ประธานการประชุม&nbsp;ร่วมด้วย&nbsp;นายเถลิงศักดิ์&nbsp;นุชประหาร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;ได้รับมอบหมายจากผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;ข้าราชการกรมการสรรพกำลังกลาโหม&nbsp;ผู้แทนสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ&nbsp;ผู้แทนส่วนราชการพลเรือนจากส่วนกลางที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และส่วนราชการจังหวัดพังงา&nbsp;เข้าร่วมพัฒนาการสัมพันธ์&nbsp;</p><p><strong>พลตรี&nbsp;อัฐพงศ์&nbsp;พิชญาภรณ์&nbsp;รองเจ้ากรมการสรรพกำลังกลาโหม&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;กรมการสรรพกำลังกลาโหมได้ประชุมเตรียมความพร้อมการพัฒนาสัมพันธ์กับทุกภาคส่วน&nbsp;เพื่อการระดมสรรพกำลังตามแผนผนึกกำลังและทรัพยากร&nbsp;เพื่อการป้องกันประเทศภายใต้แผนเตรียมความพร้อมแห่งชาติ&nbsp;ได้กำหนดให้ทุกภาคส่วนมีการเตรียมความพร้อมด้านทรัพยากรเพื่อเผชิญกับภัยคุกคามด้านต่างๆ&nbsp;กรมการสรรพกำลังกลาโหม&nbsp;เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมของกระทรวงกลาโหม&nbsp;จึงได้ดำเนินการพัฒนาสัมพันธ์กับทุกภาคส่วน&nbsp;เพื่อการระดมสรรพกำลังให้ทุกภาคส่วนได้เตรียมความพร้อม&nbsp;สำหรับการระดมทรัพยากรในการสนับสนุนกองทัพ&nbsp;เพื่อปฏิบัติภารกิจในการป้องกันประเทศในภาวะไม่ปกติ&nbsp;หรือสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างเพียงพอและทันเวลา&nbsp;พร้อมทั้งเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในงานการระดมสรรพกำลัง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้แทนแต่ละหน่วยงานจากส่วนกลาง&nbsp;ได้กล่าวถึงบทบาทหน้าที่การเตรียมความพร้อม</strong>ในการสนับสนุนกองทัพ&nbsp;ให้ที่ประชุมทราบและการติดต่อประสานงาน&nbsp;เพื่อร่วมกันป้องกันพัฒนาประเทศ&nbsp;ในการเผชิญกับภัยคุกคามด้านต่างๆ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-24T00:00:00	ภาคใต้	พังงา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324163755603
190	กองทัพบกไทย-สหรัฐฯ ปิดการฝึกผสม หนุมานการ์เดียน 2022  ด้วยความประทับใจในประสบการณ์ที่ได้รับร่วมกัน	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">พลเอก&nbsp;ณรงค์พันธ์&nbsp;จิตต์แก้วแท้&nbsp;ผู้บัญชาการทหารบก</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;เป็นประธานร่วมกับ&nbsp;พลเอก&nbsp;ชาร์ลส์&nbsp;เอ&nbsp;ฟลินน์&nbsp;ผู้บัญชาการกองกำลังทางบกสหรัฐอเมริกาภาคพื้นแปซิฟิก&nbsp;ในพิธีปิดการฝึกผสมรหัส&nbsp;Hanuman&nbsp;Guardian&nbsp;2022&nbsp;ที่ศูนย์ฝึกทางยุทธวิธีกองทัพบก&nbsp;บ้านดีลัง&nbsp;อำเภอพัฒนานิคม&nbsp;จังหวัดลพบุรี&nbsp;โดยผู้บัญชาการทหารบก&nbsp;กล่าวในพิธีปิดว่า&nbsp;การฝึกผสม&nbsp;Hanuman&nbsp;Guardian&nbsp;2022&nbsp;ครั้งนี้&nbsp;ถือเป็นครั้งที่&nbsp;11&nbsp;เป็นโอกาสอันดีที่กำลังพลของทั้งสองกองทัพ&nbsp;ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกัน&nbsp;ยกระดับขีดความสามารถและความรู้&nbsp;ทั้งด้านเทคนิคทางยุทธวิธี&nbsp;โดยเฉพาะการฝึกกระโดดร่มทางยุทธศาสตร์&nbsp;พร้อมชื่นชมกำลังพลทุกนายที่มีความกระตือรือร้น&nbsp;และตั้งใจในการฝึกเป็นอย่างดี&nbsp;รวมทั้งมีการสร้างมิตรภาพระหว่างบุคคล&nbsp;และหน่วยให้ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น&nbsp;ซึ่งจะนำไปสู่ความร่วมมือที่ยั่งยืนต่อไปในอนาคต</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ทั้งนี้&nbsp;ก่อนพิธีปิด</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ผู้บัญชาการทหารบกและผู้บัญชาการกองกำลังทางบกสหรัฐอเมริกา&nbsp;ภาคพื้นแปซิฟิก&nbsp;ตรวจเยี่ยมการฝึกดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริงของหน่วยยานเกราะสไตรเกอร์&nbsp;ณ&nbsp;พื้นที่การฝึกเนิน&nbsp;129&nbsp;บ้านดีลัง&nbsp;ร่วมชมการยิงในพื้นที่เป้าหมาย&nbsp;และในโอกาสนี้กองทัพบกยังได้จัดพิธีประดับและแลกเปลี่ยนปีกร่มให้กับกำลังพลที่ผ่านการฝึกกระโดดร่มทางยุทธศาสตร์ของทั้งสองประเทศด้วย</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-03-24T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324193721755
191	ภูเก็ตประชุมการพัฒนาสัมพันธ์กับทุกภาคส่วนเพื่อระดมสรรพกำลังตามแผนผนึกกำลังและทรัพยากร เพื่อป้องกันประเทศ ภายใต้แผนเตรียมพร้อมแห่งชาติ	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(24&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่ชั้น&nbsp;4&nbsp;มุขหน้า&nbsp;ศาลากลาง&nbsp;หลังใหม่</strong>&nbsp;นาย&nbsp;อานุภาพ&nbsp;รอดขวัญ&nbsp;ยอดระบำรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;พลตรีอัฐพงศ์&nbsp;พิชญาภรณ์&nbsp;รองเจ้ากรมการสรรพกำลังกลาโหม&nbsp;และพันเอกประภาส&nbsp;บุญทับ&nbsp;ผู้อำนวยการกองพัฒนาการระดมสรรพกำลัง&nbsp;ผู้แทนสภาความมั่นคงแห่งชาติ&nbsp;และผู้แทนส่วนราชการพลเรือนจากส่วนกลางเพื่อประชุมการพัฒนาสัมพันธ์กับทุกภาคส่วนเพื่อระดมสรรพกำลัง&nbsp;โดยมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในจังหวัดภูเก็ตเข้าร่วม&nbsp;</p><p>พลตรี&nbsp;อัฐพงศ์&nbsp;พิชญาภรณ์&nbsp;รองเจ้ากรมการสรรพกำลังกลาโหม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตามแผนผนึกกำลังและทรัพยากร&nbsp;เพื่อป้องกันประเทศ&nbsp;ภายใต้แผนเตรียมพร้อมแห่งชาติ&nbsp;ในการจัดเตรียมความพร้อมทรัพยากร&nbsp;10&nbsp;ด้าน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ด้านกำลังคน&nbsp;ด้านอาหาร&nbsp;ด้านน้ำ&nbsp;ด้านคมนาคม&nbsp;ด้านการสื่อสาร&nbsp;ด้านการแพทย์และสาธารณสุข&nbsp;ด้านอุตสาหกรรมและปัจจัยการผลิต&nbsp;ด้านเชื้อเพลิงและพลังงาน&nbsp;ด้านการประชาสัมพันธ์&nbsp;และด้านสิ่งอำนวยความสะดวกและอื่นๆ&nbsp;ให้มีความพร้อมด้านข้อมูลทรัพยากรตั้งแต่ในภาวะปกติ&nbsp;เพื่อให้สามารถนำมาใช้แก้ไขปัญหา&nbsp;เมื่อเกิดภาวะไม่ปกติได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;ตลอดจนให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม&nbsp;</p><p><strong>โดยให้สามารถผนึกกำลังในการป้องกันประเทศ&nbsp;</strong>และมีการบูรณาการแผนในทุกระดับของทุกกระทรวง&nbsp;ภายใต้การบริหารจัดการแบบเบ็ดเสร็จได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ขอรับทราบปัญหา&nbsp;ข้อขัดข้อง&nbsp;อุปสรรค&nbsp;และข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานด้านการระดมสรรพกำลัง&nbsp;ด้านกำลังสำรอง&nbsp;และการสัสดี&nbsp;เพื่อที่จะได้นำข้อมูล&nbsp;มาดำเนินการแก้ไข&nbsp;ปรับปรุงและพัฒนางาน&nbsp;การระดมสรรพกำลังให้มีความเหมาะสมต่อไป&nbsp;</p><p><strong>นาย&nbsp;อานุภาพ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การที่กรมการสรรพกำลังกลาโหม&nbsp;</strong>เดินทางมาพบปะกับส่วนราชการของจังหวัดภูเก็ตในวันนี้&nbsp;ซึ่งการดำเนินการพัฒนาความสัมพันธ์กับทุกภาคส่วนโดยทางผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;มีนโยบายสำหรับข้าราชการทุกส่วนที่ปฏิบัติภารกิจหรือที่เข้ามาดำรงตำแหน่งใหม่&nbsp;ได้ทำความรู้จักกัน&nbsp;ดังประโยคที่ให้ไว้ว่า&nbsp;""รู้อะไรไม่สู้&nbsp;รู้จักกัน""&nbsp;เป็นการนำหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;มาพบปะ&nbsp;ทำความรู้จักกันทั้งส่วนภูมิภาคและส่วนกลาง&nbsp;สร้างสัมพันธภาพอันดีต่อกัน&nbsp;เพื่อสร้างความรักความสามัคคี&nbsp;และมีความพร้อมในการ&nbsp;รับทราบปัญหา&nbsp;อุปสรรค&nbsp;ซึ่งจะได้ร่วมกัน&nbsp;ช่วยกันแก้ไขปัญหาทั้งภาวะปกติ&nbsp;และภาวะไม่ปกติ&nbsp;ของทุกภาคส่วนราชการ&nbsp;ซึ่งถือได้ว่า&nbsp;จังหวัดภูเก็ตมีความพร้อมในการผนึกกำลัง&nbsp;และเตรียมพร้อมในทุกด้าน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>พลตรีอัฐพงศ์&nbsp;พิชญาภรณ์&nbsp;รองเจ้ากรมการสรรพกำลังกลาโหม</p>"	2022-03-24T00:00:00	ภาคใต้	ภูเก็ต	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324172916657
192	แม่ทัพภาคที่ 2 ตรวจเยี่ยม กอ.รมน.จังหวัดอุดรธานี	<p><strong>แม่ทัพภาคที่&nbsp;2&nbsp;ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของกองอำนวยการรักษาความมั่นคง</strong>ภายในจังหวัดอุดรธานี&nbsp;รับทราบผลการปฏิบัติงาน&nbsp;ปัญหาข้อขัดข้อง&nbsp;พร้อมมอบนโยบาย&nbsp;และข้อเสนอแนะ&nbsp;ในการปฏิบัติงาน&nbsp;เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์&nbsp;ที่ห้องประชุมคำชะโนด&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี&nbsp;</p><p><strong>พลโท&nbsp;สวราชย์&nbsp;แสงผล&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;2&nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคง</strong>ภายในภาคที่&nbsp;2&nbsp;และคณะ&nbsp;เดินทางมาตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดอุดรธานี&nbsp;โดยมีนายกองเอกปราโมทย์&nbsp;ธัญญพืช&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานีในฐานะรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดอุดรธานี&nbsp;(พ)&nbsp;พลตรีสุทธ์พิชญพงษ์&nbsp;สุธิราวุธ&nbsp;ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&nbsp;24&nbsp;,พลตำรวจตรีพิษณุ&nbsp;อุณหเสรี&nbsp;ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี&nbsp;(ต)&nbsp;,พันเอกธนาวีร์&nbsp;วิชาชัย&nbsp;รองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดอุดรธานี(ท)&nbsp;</p><p><strong>พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม</strong>&nbsp;และรายงานผลการปฏิบัติงาน&nbsp;แนวทางในการแก้ไขปัญหาด้านยาเสพติด&nbsp;การบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;การแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;การกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าว&nbsp;บ่อนการพนัน&nbsp;และป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในรอบ&nbsp;6&nbsp;เดือนที่ผ่าน&nbsp;ผลการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;โอกาสนี้แม่ทัพภาคที่2&nbsp;ได้มอบนโยบายในการปฏิบัติงาน&nbsp;และข้อเสนอแนะ&nbsp;เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปปฏิบัติให้เกิดผลสัมฤทธิ์&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ทีมข่าวส.ปชส.อด.&nbsp;ศรีภูมิ&nbsp;ทองใหญ่&nbsp;ณ&nbsp;อยุธยา&nbsp;ข่าว/ภาพ</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-24T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุดรธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324185524699
193	แม่ทัพภาคที่ 4 พบปะพัฒนาสัมพันธ์เครือข่ายสื่อมวลชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ติดอาวุธแห่งการรับรู้ ด้วยความจริงอย่างสร้างสรรค์	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(24&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;ที่&nbsp;ห้องน้ำพราว&nbsp;2</strong>&nbsp;โรงแรม&nbsp;ซี.เอส.&nbsp;ปัตตานี&nbsp;อำเภอเมืองปัตตานี&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;พลโท&nbsp;เกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;/&nbsp;ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;เป็นประธานในกิจกรรม&nbsp;""พบปะพัฒนาสัมพันธ์เครือข่ายสื่อมวลชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้""&nbsp;ซึ่งศูนย์ประชาสัมพันธ์กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้าจัดขึ้น&nbsp;เพื่อพบปะกระชับความสัมพันธ์&nbsp;</p><p><strong>รวมทั้ง&nbsp;หารือแลกเปลี่ยนเสนอแนะแนวทางข้อคิดเห็น</strong>&nbsp;และประสานขอความร่วมมือในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารอันจะนำไปสู่การเสริมสร้างความเข้าใจทั้งในและนอกพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;รวมทั้งต่างประเทศ&nbsp;เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในการปฏิบัติงานของภาครัฐขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาไปสู่สันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;โดยมีพี่น้องสื่อมวลชน&nbsp;ทั้งจังหวัดยะลา&nbsp;ปัตตานี&nbsp;สงขลา&nbsp;และนราธิวาส&nbsp;เข้าร่วม&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งนอกจากพี่น้องสื่อมวลชนแล้ว&nbsp;หน่วยงานภาครัฐทหาร</strong>&nbsp;ตำรวจ&nbsp;ฝ่ายปกครอง&nbsp;ภาคประชาสังคม&nbsp;ร่วมกิจกรรมกระชับความสำพันธ์&nbsp;เสริมสร้างความเข้าใจ&nbsp;ให้เกิดการรับรู้ข้อมูลข่าวสารอย่างครบถ้วน</p><p><strong>พลโท&nbsp;เกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;/&nbsp;ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคง</strong>ภายในภาค&nbsp;4&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;""สถานการณ์โควิดกว่า&nbsp;2&nbsp;ปีที่ผ่านมา&nbsp;ทำให้บรรยากาศการพูดคุยพบปะห่างหายไปบ้าง&nbsp;วันนี้มีโอกาส&nbsp;และถือเป็นเรื่องดี&nbsp;ที่ทั้งหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;และสื่อมวลชนได้พบปะสานสัมพัธ์กัน&nbsp;สื่อถือเป็นองค์กรที่สำคัญในการเป็นผู้กำหนดแนวทาง&nbsp;ทิศทางการดำเนินการของรัฐนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่แท้จริง&nbsp;ประเด็นต่างๆ&nbsp;ความคิดเห็นต่างๆ&nbsp;ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง&nbsp;เสียงสะท้อนที่ได้รับหลายประเด็นถือเป็นประโยชน์&nbsp;และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงแก้ไข&nbsp;ไม่ได้เฉพาะเจาะจงต่อคนในพื้นที่ให้เกิดการรับรู้เพียงเท่านั้น</p><p><strong>แต่สื่อสามารถขยายเครือข่ายการรับรู้ไปสู่สังคมภายนอก&nbsp;</strong>สู่ผู้คนทั้งประเทศ&nbsp;แม้กระทั้งทั่วโลกที่กำลังที่จ้องมองว่าสถานการณ์ในพื้นที่เป็นอย่างไร&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีกิจกรรมดีๆมากมาย&nbsp;มีผู้คนอัทธยาศัยดี&nbsp;มีสถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;มีความสวยงามด้านวัฒนธรรมที่หลากหลาย&nbsp;มีการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขท่ามกลางความแตกต่างของเชื้อชาติ&nbsp;ศาสนา&nbsp;และวัฒนธรรม&nbsp;สิ่งเหล่านี้เมื่อเรานำเสนอสู่สาธารณะ&nbsp;นั่นถือเป็นการขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ไปด้วยเช่นกัน&nbsp;</p><p><strong>ในบริบทและสถานการณ์ปัจจุบัน&nbsp;สิ่งที่เป็นจุดเด่นของสื่อมวลชนก็คือ&nbsp;</strong>การรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง&nbsp;การมองเหตุการณ์ที่หลายมุมมอง&nbsp;หลายมิติ&nbsp;แต่ทุกความแตกต่างนั้นอยากให้สื่อสะท้อน&nbsp;และนำเสนอข้อเท็จจริงให้กับสาธารณะชนได้รับทราบอย่างสร้างสรรค์&nbsp;และเป็นข้อเท็จจริง&nbsp;เป็นสื่อกลางนำเสนอได้ครอบคลุมทุกมิติต่อไป""</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ภายในกิจกรรม&nbsp;""พบปะพัฒนาสัมพันธ์เครือข่ายสื่อมวลชน</strong>ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้""&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในการส่งมอบตำแหน่งนายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ก่อนร่วมเสนอแนะแนวทาง&nbsp;แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นที่จะเป็นประโยชน์เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-03-24T00:00:00	ภาคใต้	ปัตตานี	สวท.ปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324233416797
194	นายกรัฐมนตรี เร่งผลักดันการจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมอุตสาหกรรมอาเซียน-เกาหลีใต้ ให้สำเร็จภายในปี 2566 เน้นความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมอุตสาหกรรม	<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินหน้าพัฒนาวิทยาศาสตร์&nbsp;เทคโนโลยี&nbsp;และนวัตกรรม&nbsp;รวมทั้งยินดีกับความสำเร็จอีกก้าวในการเดินหน้าสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมแห่งอนาคตในภูมิภาค</strong>&nbsp;โดยภายหลังที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเมื่อวันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&nbsp;ให้กระทรวงพาณิชย์ในฐานะผู้แทนไทย&nbsp;เป็นผู้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ&nbsp;(MoU)&nbsp;ว่าด้วยการจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมอุตสาหกรรมอาเซียน-เกาหลีใต้&nbsp;(ASEAN-Korea&nbsp;Industrial&nbsp;Innovation&nbsp;Center:&nbsp;AKIIC)&nbsp;โดยคาดว่าการลงนามจะจัดขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปี&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;และสามารถจัดตั้งศูนย์&nbsp;AKIIC&nbsp;ณ&nbsp;ประเทศเกาหลีใต้&nbsp;ภายในปี&nbsp;2566&nbsp;ซึ่งจะเน้นความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์&nbsp;เทคโนโลยี&nbsp;และนวัตกรรมอุตสาหกรรมต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เช่น&nbsp;การทำวิจัยร่วมกัน&nbsp;แลกเปลี่ยนเรียนรู้&nbsp;ถ่ายทอดเทคโนโลยี&nbsp;และนำเทคโนโลยีไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีความร่วมมือกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ&nbsp;(สวทช.)</strong>&nbsp;ในฐานะผู้กำกับดูแลเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก&nbsp;(EECi)&nbsp;เป็นอีกกลุ่มผู้แทนไทยในการเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการบริหารศูนย์&nbsp;AKIIC&nbsp;ซึ่งกระทรวงพาณิชย์&nbsp;และ&nbsp;สวทช.&nbsp;จะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อขับเคลื่อนศูนย์&nbsp;AKIIC&nbsp;ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม&nbsp;โดยเฉพาะการสนับสนุนการดำเนินการที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรม&nbsp;4.0&nbsp;ระยะ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;(พ.ศ.&nbsp;2560&nbsp;-&nbsp;2579)&nbsp;ของไทยในกลุ่มสาขาเป้าหมายผ่านการขับเคลื่อนด้วยความรู้และเทคโนโลยีขั้นสูง&nbsp;เพื่อเสริมสร้างกลไกในการพัฒนาขีดความสามารถทางการแข่งขันของคนไทย&nbsp;และประเทศไทยให้เท่าทันการพัฒนาของโลก</p>	2022-03-25T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325105120856
195	รัฐบาลเห็นชอบ 10 มาตรการบรรเทาผลกระทบจากภาวะน้ำมันแพง ระยะเวลา 3 เดือน (พ.ค.-ก.ค.65)	<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ที่ประชุมเห็นชอบ&nbsp;10&nbsp;มาตรการลดค่าครองชีพ&nbsp;เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภาวะราคา&nbsp;น้ำมันแพงจากสถานการณ์วิกฤติยูเครน-รัสเซีย&nbsp;ระยะเวลา&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม&nbsp;2565&nbsp;ด้วย&nbsp;10&nbsp;มาตรการคือ&nbsp;</p><p>1.&nbsp;การเพิ่มเงินช่วยเหลือเพื่อซื้อก๊าซหุงต้มสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการ&nbsp;แห่งรัฐ&nbsp;3.6&nbsp;ล้านคน&nbsp;โดยเพิ่มเงินจากเดิม&nbsp;45&nbsp;บาท&nbsp;เป็น&nbsp;100&nbsp;บาทต่อคนต่อ&nbsp;3&nbsp;เดือน</p><p>2.&nbsp;ส่วนลดซื้อก๊าซหุงต้มเดือนละ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;สำหรับผู้ค้าหาบเร่แผงลอย&nbsp;ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;จำนวนประมาณ&nbsp;5,500&nbsp;คน</p><p>3.&nbsp;ช่วยค่าน้ำมันให้กับผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ขึ้นทะเบียนไว้กับ&nbsp;กรมการขนส่งทางบก&nbsp;จำนวน&nbsp;157,000&nbsp;คน&nbsp;โดยช่วยลดค่าใช้จ่ายน้ำมัน&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;250&nbsp;บาทต่อเดือน&nbsp;และขอให้กรมการขนส่งทางบกกำกับราคาการให้บริการ&nbsp;เพื่อให้ประชาชนที่ต้องใช้บริการมอเตอร์ไซค์รับจ้างมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางเท่าเดิม</p><p>4.&nbsp;คงราคาขายปลีก&nbsp;ผู้ที่ใช้ก๊าซ&nbsp;NGV&nbsp;ไว้ที่&nbsp;15.59&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม</p><p>5.&nbsp;ผู้ขับขี่แท็กซี่มิเตอร์&nbsp;ภายใต้โครงการลมหายใจเดียวกัน&nbsp;สามารถซื้อก๊าซได้ในราคา&nbsp;13.62&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม</p><p>6.&nbsp;ช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าที่จะเพิ่มขึ้นสำหรับผู้ที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน&nbsp;300&nbsp;หน่วยต่อเดือน&nbsp;โดยลดค่า&nbsp;FT&nbsp;ลง&nbsp;22&nbsp;สตางค์ต่อหน่วย&nbsp;ในช่วงเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม&nbsp;2565</p><p>7.&nbsp;ตรึงราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลที่&nbsp;30&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;ไปจนถึงสิ้นเดือนเมษายน&nbsp;2565&nbsp;หลังจากนั้นรัฐบาลจะเข้าไปช่วยเหลือส่วนที่ราคา&nbsp;น้ำมันดีเซลปรับเพิ่มขึ้นครึ่งนึง</p><p>8.&nbsp;กำกับดูแลการปรับราคาก๊าซหุงต้มในช่วงตั้งแต่เดือนเมษายน-มิถุนายน&nbsp;2565&nbsp;โดยใช้กองทุนน้ำมันเข้าไปช่วยลดผลกระทบจากการ&nbsp;ปรับราคาให้ไม่ขึ้นสูงเกินไป</p><p>9.&nbsp;ลดอัตราเงินสบทบของนายจ้างและลูกจ้างที่อยู่ในระบบประกันสังคม&nbsp;มาตรา&nbsp;33&nbsp;จาก&nbsp;5%&nbsp;เหลือ&nbsp;1%&nbsp;เพื่อให้ลูกจ้างและนายจ้างสามารถมีกำลังในการใช้จ่าย&nbsp;และผู้ประกอบการสามารถมีสภาพคล่องเพิ่มขึ้น&nbsp;ในการดำเนินธุรกิจในช่วงถัดไป</p><p>10.&nbsp;ลดอัตราเงินสมทบผู้ประกันตนมาตรา&nbsp;39&nbsp;จาก&nbsp;9%&nbsp;เหลือ&nbsp;1.9%&nbsp;และลดอัตราเงินสมทบของผู้ประกันตนมาตรา&nbsp;40&nbsp;ลงเหลือ&nbsp;42-180&nbsp;บาทต่อเดือน</p><p><strong>นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;และกระทรวงพาณิชย์ออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้ได้มากที่สุด&nbsp;ก่อนจะเข้าสู่ฤดูการเพาะปลูก&nbsp;โดยเน้นการใช้วัตถุดิบในประเทศ&nbsp;และให้กระทรวงการต่างประเทศประสานงานกับประเทศต่างๆ&nbsp;ในการจัดหาปัจจัยการผลิตที่จำเป็นเข้าประเทศด้วย&nbsp;จากนี้ไปกระทรวงและหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;จะเร่งดำเนินการออกมาตรการทั้งหมดที่กล่าวมา&nbsp;ทั้งนี้ต้องให้เป็นไปตามข้อ&nbsp;กฎหมาย&nbsp;และข้อบังคับต่างๆ&nbsp;รวมทั้งนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา&nbsp;และอนุมัติเป็นการเร่งด่วนต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-25T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325103341847
196	หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี ร่วมเวทีสภาประชาธิปไตยตำบล  ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหา พัฒนาให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน	<p><strong>เมื่อวานนี้&nbsp;24&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;พลตรี&nbsp;คมกฤช&nbsp;รัตนฉายา&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะปัตตานี</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;พันเอก&nbsp;กฤศณัฏฐ์&nbsp;จันทร&nbsp;รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี&nbsp;เป็นผู้แทน&nbsp;ร่วมการประชุมเวทีสภาประชาธิปไตยตำบลบาราเฮาะ&nbsp;อำเภอเมืองปัตตานี&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;โดยมี&nbsp;ผู้นำท้องที่&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;ผู้นำศาสนา&nbsp;และหน่วยงานต่างๆเข้าร่วมประชุม</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี&nbsp;ได้ให้แนวทางการปฏิบัติงานกับผู้นำในพื้นที่</strong>&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนสภาประชาธิปไตยตำบล&nbsp;เรื่องการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน,&nbsp;การรณรงค์การฉีดวัคซีนในพื้นที่และสถานศึกษา,&nbsp;การพัฒนาอาชีพให้กับเยาวชน&nbsp;ประชาชน&nbsp;ผู้ด้อยโอกาส&nbsp;และกลุ่มเปราะบางฯ&nbsp;เพื่อให้ห่างไกลจากยาเสพติด,&nbsp;การปรับเปลี่ยน&nbsp;MINDSET&nbsp;ของผู้นำ&nbsp;4&nbsp;เสาหลักในพื้นที่&nbsp;เพื่อพัฒนาตนเอง&nbsp;สร้างความร่วมมือในการช่วยกันแก้ไขปัญหาร่วมกัน&nbsp;และการขับเคลื่อน/พัฒนา&nbsp;พื้นที่ในทุกมิติ&nbsp;ให้มีความมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;พร้อมทั้งได้รณรงค์ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการปฏิบัติตนในเดือนรอมฎอนอันใกล้นี้&nbsp;ให้ปลอดภัยไร้โควิด&nbsp;-19&nbsp;ณ&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลบาราเฮาะ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลบาราเฮาะ&nbsp;อำเภอเมืองปัตตานี&nbsp;จังหวัดปัตตานี</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-25T00:00:00	ภาคใต้	ปัตตานี	สวท.ปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325103640853
197	อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ประชุมเตรียมความพร้อมการรักษาความปลอดภัยการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ ประจำปี 2565	<p><strong>เมื่อวันที่&nbsp;24&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;นายสมมาตร&nbsp;บารา</strong>&nbsp;นายอำเภอสายบุรี/ผอ.ศปก.อ.สายบุรี&nbsp;เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมการรักษาความปลอดภัยการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งจะมีการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการระหว่างวันที่&nbsp;9&nbsp;&nbsp;10&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>โดยมี&nbsp;รอง&nbsp;ผบ.ฉก.ทพ.44,&nbsp;รอง&nbsp;ผกก.สภ.สายบุรี,&nbsp;</strong>สัสดีอำเภอสายบุรี,&nbsp;ปลัดอำเภองานป้องกัน,&nbsp;จนม.สาธารณสุขอำเภอเข้าร่วมประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสลินดง(ชั้น&nbsp;2)&nbsp;ที่ว่าการอำเภอสายบุรี&nbsp;จังหวัดปัตตานี</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-25T00:00:00	ภาคใต้	ปัตตานี	สวท.ปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325110316863
198	ส.ปชส.ตราด ประชาสัมพันธ์ ครม.เห็นชอบแนวทางประหยัดพลังงานในหน่วยงานภาครัฐ	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด&nbsp;รายงานว่า&nbsp;</strong>คณะรัฐมนตรีเห็นชอบแนวทางประหยัดพลังงานในหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;อนุมัติเป็นหลักการให้หน่วยงานราชการดำเนินการลดการใช้พลังงานร้อยละ&nbsp;20&nbsp;ในช่วงครึ่งปีหลังของปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;เมษายน&nbsp;-กันยายน&nbsp;2565</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>แนวปฏิบัติลดการใช้พลังงานอย่างเป็นระบบ</strong></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">1.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ให้จัดตั้งคณะทำงานลดใช้พลังงานโดยมีหัวหน้าส่วนราชการเป็นประธาน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">2.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จัดทำแผนปฏิบัติการลดการใช้พลังงาน&nbsp;เพื่อให้บรรลุ&nbsp;เป้าหมายอย่างน้อยร้อยละ&nbsp;20&nbsp;ให้มีความชัดเจน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">3.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พัฒนามาตรการลดใช้พลังงานให้เข้มข้นขึ้นหรือยืดหยุ่นตามความเหมาะสม</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>มาตรการที่ปฏิบัติได้ทันที</strong></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ด้านไฟฟ้า</strong></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>เครื่องปรับอากาศ</strong>&nbsp;เช่น&nbsp;กำหนดเวลาเปิด&nbsp;-&nbsp;ปิด&nbsp;08.30&nbsp;น.&nbsp;-&nbsp;16.30&nbsp;น.&nbsp;ตั้งอุณหภูมิ&nbsp;25&nbsp;-&nbsp;26&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;ล้างแอร์ทุก&nbsp;6&nbsp;เดือน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>แสงสว่าง&nbsp;</strong>เช่น&nbsp;ใช้หลอดไฟ&nbsp;LED&nbsp;อุปกรณ์สำหรับงาน&nbsp;ให้ตั้งโปรแกรมปิดหน้าจออัตโนมัติ&nbsp;เมื่อไม่ใช้งาน&nbsp;ลิฟต์&nbsp;อาจให้หยุดเฉพาะชั้นคู่/คี่&nbsp;รณรงค์การใช้บันได</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง</strong></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>เลือกใช้รถยนต์ให้เหมาะสมกับสภาพการเดินทาง</strong>และจำนวนผู้เดินทางใช้น้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพ&nbsp;เช่น&nbsp;แก๊สโซฮอล์ไบโอดีเซลก่อนเป็นอันดับแรก&nbsp;ตรวจเช็ครถยนต์ตามระยะเวลาที่กำหนด&nbsp;เติมลงยาง&nbsp;ให้เหมาะสมและใช้เทคโนโลยีการสื่อสารแทนการเดินทาง&nbsp;เช่น&nbsp;การประชุมออนไลน์การจัดส่งเอกสารทางอีเมล</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>มาตรการระยะยาว</strong></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>อาคารของรัฐที่เข้าข่ายเป็นอาคารควบคุม&nbsp;ก่อนปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ประมาณ&nbsp;800&nbsp;แห่ง&nbsp;</strong>เร่งปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน&nbsp;ไม่ให้เกินค่ามาตรฐานการจัดการใช้พลังงานภายในปีงบประมาณ&nbsp;2566&nbsp;เพื่อเป็นตัวอย่างให้แก่การจัดการอาคารของเอกชนที่เข้าข่ายเป็นอาคารควบคุม&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังให้นำมาตรการบริษัทจัดการพลังงาน&nbsp;(ESCO)&nbsp;สำหรับหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ภายใต้แผนปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน&nbsp;มาใช้กับหน่วยงานราชการ&nbsp;รวมทั้งจัดซื้ออุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า&nbsp;หรือยานพาหนะใหม่ทดแทนของเดิมที่เสื่อมสภาพ&nbsp;หน่วยงานภาครัฐต้องรายงานผลการประหยัดพลังงาน&nbsp;เพื่อกระทรวงพลังงานจะได้รายงานผลต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทั้งนี้คาดว่า&nbsp;จะสามารถลดการใช้ไฟฟ้าได้ถึง&nbsp;120&nbsp;ล้านหน่วย</strong>&nbsp;และลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้&nbsp;12&nbsp;ล้านลิตร&nbsp;คิดเป็นมูลค่า&nbsp;1,020&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์&nbsp;67,075&nbsp;ตัน&nbsp;ในส่วนของการกำกับดูแลอาคารของรัฐที่เข้าข่ายเป็นอาคารควบคุม&nbsp;คาดว่าจะสามารถลดการใช้ไฟฟ้า&nbsp;174.45&nbsp;ล้านหน่วย&nbsp;คิดเป็นมูลค่า&nbsp;872.25&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และการดำเนินงานตามมาตรการ&nbsp;ESCO&nbsp;สำหรับหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;คาดว่าจะสามารถลดการใช้ไฟฟ้า&nbsp;1,058.33&nbsp;ล้านหน่วย&nbsp;คิดเป็นมูลค่า&nbsp;5,291.65&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>"	2022-03-25T00:00:00	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325114405890
199	รัฐบาลเร่งแก้หนี้เกษตรกรผ่าน 4 ธนาคารของรัฐตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่ต้องการแก้ปัญหาหนี้ทั้งระบบ	<p><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า&nbsp;คณะรัฐมนตรี&nbsp;(ครม.)&nbsp;</strong>มีมติเห็นชอบในหลักการโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกร&nbsp;สมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;สำหรับลูกหนี้ธนาคารของรัฐ&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;ธนาคารออมสิน,&nbsp;ธ.ก.ส.,&nbsp;ธอส.&nbsp;และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&nbsp;(ธพว.)&nbsp;สำหรับชำระหนี้แทนเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจำนวน&nbsp;50,621&nbsp;ราย&nbsp;ยอดหนี้เงินต้นจำนวน&nbsp;9,282.92&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ระยะเวลาดำเนินโครงการ&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;นับจากวันที่&nbsp;ครม.อนุมัติ&nbsp;แบ่งการดำเนินการ&nbsp;ออกเป็น&nbsp;3&nbsp;ระยะ&nbsp;ปีที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;10,000&nbsp;ราย&nbsp;ขอใช้งบกลางฯ&nbsp;รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;รวม&nbsp;2,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ปีที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;22,000&nbsp;ราย&nbsp;และปีที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;18,621&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>ปัจจุบันมีสมาชิกที่เป็นหนี้ในระบบ</strong>&nbsp;และประสงค์ที่จะให้กองทุนช่วยเหลือแก้ปัญหาหนี้สินและได้นำหนี้มาขึ้นทะเบียน&nbsp;ซึ่งเป็นหนี้เร่งด่วน&nbsp;ผิดนัดชำระหนี้&nbsp;และเป็นลูกหนี้ธนาคารของรัฐทั้ง&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;ตรวจสอบแล้วกำลังรอการแก้ปัญหาทั้งสิ้นจำนวน&nbsp;50,621&nbsp;ราย&nbsp;รวมมูลหนี้เงินต้นจำนวน&nbsp;9,282.92&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;จำนวน&nbsp;47,973&nbsp;ราย&nbsp;มูลค่าหนี้เงินต้นจำนวน&nbsp;8,520.41&nbsp;ล้านบาท,&nbsp;ธนาคารออมสิน&nbsp;จำนวน&nbsp;552&nbsp;ราย&nbsp;มูลค่าหนี้เงินต้น&nbsp;162.37&nbsp;ล้านบาท,&nbsp;ธอส.&nbsp;จำนวน&nbsp;2,008&nbsp;ราย&nbsp;มูลหนี้เงินต้น&nbsp;306.41&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และ&nbsp;ธพว.&nbsp;จำนวน&nbsp;88&nbsp;ราย&nbsp;มูลหนี้เงินต้น&nbsp;293.72&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</p><p><strong>แนวทางการดำเนินการในการปรับโครงสร้างหนี้กับสถาบัน</strong>&nbsp;เจ้าหนี้โดยพักชำระเงินต้นครึ่งหนึ่ง&nbsp;(ร้อยละ&nbsp;50)&nbsp;และดอกเบี้ยทั้งหมดไว้ก่อน&nbsp;และให้เกษตรกรผ่อนชำระหนี้เงินต้นครึ่งหนึ่ง&nbsp;(ร้อยละ&nbsp;50)&nbsp;ตามระยะเวลาที่ตกลง&nbsp;แต่ไม่เกิน&nbsp;15&nbsp;ปี&nbsp;เมื่อเกษตรกรชำระหนี้คืนเสร็จสิ้นแล้ว&nbsp;เงินต้น&nbsp;(ร้อยละ&nbsp;50&nbsp;ที่พักไว้)&nbsp;และดอกเบี้ยที่พักไว้&nbsp;จะได้รับการยกให้เกษตรกรทั้งหมด&nbsp;โดยสถาบันเจ้าหนี้จะได้รับการชดเชยเงินต้นจากรัฐบาล&nbsp;สำหรับการชดเชยดอกเบี้ยให้เป็นไปตามมติ&nbsp;ครม.โดยเงื่อนไขสำคัญ&nbsp;เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจะต้องไม่ก่อหนี้เพิ่มกับสถาบันการเงินอื่นใดอีก&nbsp;</p><p><strong>สำหรับดอกเบี้ยค้างชำระของธนาคาร&nbsp;4&nbsp;แห่งนั้น</strong>&nbsp;ครม.เห็นชอบให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงการคลังหารือก่อนให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป&nbsp;</p><p><strong>การแก้ปัญหาหนี้เกษตรในครั้งนี้</strong>&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรได้มีโอกาสได้พักฟื้นเรื่องหนี้สิน&nbsp;รักษาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของเกษตรกร&nbsp;เข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อพัฒนาและฟื้นฟูตนเองและสร้างรายได้ในการ&nbsp;ประกอบอาชีพ&nbsp;ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่ให้ความสำคัญในแก้ปัญหาหนี้ทั้งระบบ&nbsp;ทั้งหนี้ครัวเรือนและหนี้เกษตรกร&nbsp;ตามที่ประกาศปี&nbsp;2565&nbsp;เป็นการแก้หนี้ให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-25T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325121436901
200	รัฐบาลมีนโยบายให้หน่วยงานราชการลดการใช้พลังงานลงร้อยละ 20 ในช่วง 6 เดือนหลังของปีงบประมาณ 2565	<p><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า&nbsp;</strong>คณะรัฐมนตรีเห็นชอบแนวทางประหยัดพลังงานในหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;อนุมัติเป็นหลักการให้หน่วยงานราชการดำเนินการลดการใช้พลังงาน&nbsp;ร้อยละ&nbsp;20&nbsp;ในช่วงครึ่งปีหลังของปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่เดือนเมษายน-กันยายน&nbsp;2565&nbsp;แนวปฏิบัติลดการใช้พลังงานอย่างเป็นระบบ&nbsp;โดยให้จัดตั้งคณะทำงานลดใช้พลังงานโดยมีหัวหน้าส่วนราชการเป็นประธานจัดทำแผนปฏิบัติการลดการใช้พลังงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างน้อยร้อยละ&nbsp;20&nbsp;ให้มีความชัดเจน,&nbsp;พัฒนามาตรการลดใช้พลังงานให้เข้มข้นขึ้น&nbsp;หรือยืดหยุ่นตามความเหมาะสม&nbsp;มาตรการที่ปฏิบัติได้ทันที&nbsp;ด้านไฟฟ้า&nbsp;คือ&nbsp;เครื่องปรับอากาศ&nbsp;เช่น&nbsp;กำหนดเวลาเปิด-ปิด&nbsp;08.30-16.30&nbsp;น.ตั้งอุณหภูมิ&nbsp;25-26&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;ล้างแอร์ทุก&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;-&nbsp;แสงสว่าง&nbsp;เช่น&nbsp;ใช้หลอดไฟ&nbsp;LED&nbsp;อุปกรณ์สำหรับงานให้ตั้ง&nbsp;โปรแกรมปิดหน้าจออัตโนมัติ&nbsp;เมื่อไม่ใช้งาน-ลิฟต์อาจให้หยุดเฉพาะชั้นคู่/คี่-รณรงค์การใช้บันได&nbsp;ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง&nbsp;เลือกใช้รถยนต์ให้เหมาะสมกับสภาพการเดินทางและจำนวนผู้เดินทาง&nbsp;ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพเช่นแก๊สโซฮอล์&nbsp;ไบโอดีเซล&nbsp;ก่อนเป็นอันดับแรก&nbsp;ตรวจเช็ครถยนต์ตามระยะเวลาที่กำหนด&nbsp;เติมลงยางให้เหมาะสมและใช้เทคโนโลยีการสื่อสารแทนการเดินทาง&nbsp;เช่น&nbsp;การประชุมออนไลน์&nbsp;การจัดส่งเอกสารทางอีเมล&nbsp;</p><p><strong>มาตรการระยะยาว</strong>&nbsp;อาคารของรัฐที่เข้าข่ายเป็นอาคารควบคุม&nbsp;ก่อนปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ประมาณ&nbsp;800&nbsp;แห่ง&nbsp;เร่งปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน&nbsp;ไม่ให้เกินค่ามาตรฐานการจัดการใช้พลังงานภายในปีงบประมาณ&nbsp;2566&nbsp;เพื่อเป็นตัวอย่างให้แก่การจัดการอาคารของเอกชนที่เข้าข่ายเป็นอาคารควบคุม&nbsp;นอกจากนี้ยังให้นำมาตรการบริษัทจัดการพลังงาน&nbsp;(ESCO)&nbsp;สำหรับหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ภายใต้แผนปฏิรูปประเทศด้านพลังงานมาใช้กับหน่วยงานราชการ&nbsp;รวมทั้งจัดซื้ออุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า&nbsp;หรือยานพาหนะใหม่ทดแทนของเดิมที่เสื่อมสภาพ&nbsp;หน่วยงานภาครัฐต้องรายงานผลการประหยัดพลังงาน&nbsp;เพื่อกระทรวงพลังงานจะได้รายงานผลต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;คาดว่าจะสามารถลดการใช้ไฟฟ้าได้ถึง&nbsp;120&nbsp;ล้านหน่วย</strong>&nbsp;และลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้&nbsp;12&nbsp;ล้านลิตร&nbsp;คิดเป็นมูลค่า&nbsp;1,020&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์&nbsp;67,075&nbsp;ตัน&nbsp;ในส่วนของการกำกับดูแลอาคารของรัฐที่เข้าข่ายเป็นอาคารควบคุม&nbsp;คาดว่าจะสามารถลดการใช้ไฟฟ้า&nbsp;174.45&nbsp;ล้านหน่วย&nbsp;คิดเป็นมูลค่า&nbsp;872.25&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และการดำเนินงานตามมาตรการ&nbsp;ESCO&nbsp;สำหรับหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;คาดว่าจะสามารถลดการใช้ไฟฟ้า&nbsp;1,058.33&nbsp;ล้านหน่วย&nbsp;คิดเป็นมูลค่า&nbsp;5,291.65&nbsp;ล้านบาท</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-25T00:00:00	ภาคเหนือ	แพร่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325122404904
201	กองทัพบก เตรียมพร้อมมาตรการป้องโควิด 19 รับการตรวจเลือกทหาร โดยได้ประชุมคณะกรรมการฯ กักตัวเจ้าหน้าที่ และตรวจ ATK สร้างความมั่นใจก่อนเริ่มตรวจเลือกวันที่ 1 เมษายนนี้	<p><strong>พันเอกหญิง&nbsp;ศิริจันทร์&nbsp;งาทอง&nbsp;รองโฆษกกองทัพบก&nbsp;เปิดเผยถึงการตรวจเลือกทหารกองประจำการ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;จะเริ่มตั้งแต่วันที่&nbsp;120&nbsp;เมษายน&nbsp;ว่า</strong>&nbsp;ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19&nbsp;กองทัพบก&nbsp;ได้เตรียมมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;อย่างรัดกุม&nbsp;เน้นการปฏิบัติตัวป้องกันโรคที่สอดคล้องกับมาตรการของสาธารณสุขในแต่ละพื้นที่&nbsp;และอำนวยความสะดวกให้กับผู้เข้ารับการตรวจเลือก&nbsp;โดยกำหนดจำนวนผู้เข้ารับการตรวจเลือกไม่เกิน&nbsp;500&nbsp;คน/วัน&nbsp;</p><p><strong>สำหรับขั้นตอนการตรวจเลือก&nbsp;จะมีการคัดกรองผู้เข้าเกณฑ์เสี่ยงหรือเข้าข่ายเฝ้าระวัง&nbsp;การแยกพื้นที่เพื่อทำการตรวจคัดเลือกเฉพาะ&nbsp;</strong>หากผู้เข้ารับการตรวจเลือกมีประวัติเสี่ยงหรือมีอาการที่เกี่ยวข้องกับโรคโควิด-19&nbsp;ต้องแจ้งคณะกรรมการตรวจเลือกทันที&nbsp;เพื่อร่วมกันแก้ไขไม่ให้เกิดผลกระทบต่อส่วนรวม&nbsp;และให้เตรียมข้อมูลประวัติการรับวัคซีนโควิด-19&nbsp;มาด้วย&nbsp;พร้อมขอความร่วมมือญาติหรือผู้ปกครองให้กำลังใจบุตรหลานที่บ้าน&nbsp;หรืออยู่ในพื้นที่ที่ทางหน่วยตรวจเลือกจัดให้</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(25&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;กองทัพบก&nbsp;ได้เริ่มมาตรการกักตัวคณะกรรมการตรวจเลือก&nbsp;เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;และตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เพื่อให้ปลอดเชื้อพร้อมปฏิบัติหน้าที่ในการตรวจเลือกวันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายนนี้</strong>&nbsp;โดยคณะกรรมการตรวจเลือกจะอยู่ในพื้นที่ควบคุมตลอดการตรวจเลือกเป็นเวลาประมาณ&nbsp;30&nbsp;วัน&nbsp;รวมทั้งสัปดาห์นี้&nbsp;กองทัพบก&nbsp;ยังจัดประชุมชี้แจงคณะกรรมการตรวจเลือกในทุกกองทัพภาค&nbsp;เพื่อทบทวนขั้นตอนการปฏิบัติ&nbsp;นโยบาย&nbsp;ระเบียบ&nbsp;ให้กับทุกส่วนที่เกี่ยวข้องได้มีความเข้าใจและนำไปปฏิบัติ&nbsp;จึงขอให้มั่นใจในการเตรียมการที่พร้อมจะอำนวยความสะดวกให้ชายไทยที่เข้ามารับการตรวจเลือก&nbsp;เข้าสู่กระบวนการเป็นทหารกองประจำการที่มีคุณภาพ&nbsp;สามารถปฏิบัติภารกิจงานด้านความมั่นคง&nbsp;เพื่อประเทศชาติต่อไป</p>	2022-03-25T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325151545981
202	ครม มีมติเห็นชอบ แก้หนี้เกษตรกรผ่าน 4 ธนาคารของรัฐ	<p><strong>แก้หนี้เกษตรกรผ่าน&nbsp;4&nbsp;ธนาคารของรัฐ</strong></p><p><strong>ครม.&nbsp;มีมติเห็นชอบในหลักการโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สิน</strong>เกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;สำหรับลูกหนี้ธนาคารของรัฐ&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่</p><p>&nbsp;ธนาคารออมสิน</p><p>&nbsp;ธ.ก.ส.</p><p>&nbsp;ธอส.</p><p>&nbsp;ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&nbsp;(ธพว.)</p><p><strong>สำหรับชำระหนี้แทนเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ</strong>&nbsp;จำนวน&nbsp;50,621&nbsp;ราย&nbsp;ยอดหนี้เงินต้นจำนวน&nbsp;9,282.92&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ระยะเวลาดำเนินโครงการ&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;นับจากวันที่&nbsp;ครม.&nbsp;อนุมัติ&nbsp;แบ่งการดำเนินการ&nbsp;ออกเป็น&nbsp;3&nbsp;ระยะ&nbsp;ปีที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;10,000&nbsp;ราย&nbsp;ขอใช้งบกลางฯ&nbsp;รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น&nbsp;ปี&nbsp;65&nbsp;รวม&nbsp;2,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ปีที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;22,000&nbsp;ราย&nbsp;และ&nbsp;ปีที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;18,621&nbsp;ราย</p><p><strong>ปัจจุบันมีสมาชิกที่เป็นหนี้ในระบบ&nbsp;และประสงค์ที่จะให้กองทุน</strong>ช่วยเหลือแก้ปัญหาหนี้สินและได้นำหนี้มาขึ้นทะเบียน&nbsp;ซึ่งเป็นหนี้เร่งด่วน&nbsp;ผิดนัดชำระหนี้&nbsp;และเป็นลูกหนี้ธนาคารของรัฐทั้ง&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;ตรวจสอบแล้วกำลังรอการแก้ปัญหาทั้งสิ้น&nbsp;จำนวน&nbsp;50,621&nbsp;ราย&nbsp;รวมมูลหนี้เงินต้นจำนวน&nbsp;9,282.92&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ประกอบด้วย</p><p>&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;47,973&nbsp;ราย&nbsp;มูลค่าหนี้เงินต้นจำนวน&nbsp;8,&nbsp;520.41&nbsp;ล้านบาท</p><p>&nbsp;ธนาคารออมสิน&nbsp;552&nbsp;ราย&nbsp;มูลค่าหนี้เงินต้น&nbsp;162.37&nbsp;ล้านบาท</p><p>&nbsp;ธอส.&nbsp;2,008&nbsp;รายมูลหนี้เงินต้น&nbsp;306.41&nbsp;ล้านบาท</p><p>&nbsp;ธพว.&nbsp;88&nbsp;ราย&nbsp;มูลหนี้เงินต้น&nbsp;293.72&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>แนวทางการดำเนินการ&nbsp;ในการปรับโครงสร้างหนี้กับสถาบันเจ้าหนี้</strong>โดยพักชำระเงินต้นครึ่งหนึ่ง&nbsp;(ร้อยละ&nbsp;50)&nbsp;และดอกเบี้ยทั้งหมดไว้ก่อน&nbsp;และให้เกษตรกรผ่อนชำระหนี้เงินต้นครึ่งหนึ่ง&nbsp;(ร้อยละ50)&nbsp;ตามระยะเวลาที่ตกลง&nbsp;แต่ไม่เกิน&nbsp;15&nbsp;ปี&nbsp;เมื่อเกษตรกรชำระหนี้คืนเสร็จสิ้นแล้ว&nbsp;เงินต้น&nbsp;(ร้อยละ&nbsp;50&nbsp;ที่พักไว้)&nbsp;และดอกเบี้ยที่พักไว้&nbsp;จะได้รับการยกให้เกษตรกรทั้งหมด&nbsp;โดยสถาบันเจ้าหนี้จะได้รับการชดเชยเงินต้นจากรัฐบาล&nbsp;สำหรับการชดเชยดอกเบี้ยให้เป็นไปตามมติ&nbsp;ครม.&nbsp;โดยเงื่อนไขสำคัญ&nbsp;เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจะต้องไม่ก่อหนี้เพิ่มกับสถาบันการเงินอื่นใดอีก</p><p><strong>สำหรับดอกเบี้ยค้างชำระของธนาคาร&nbsp;4&nbsp;แห่งนั้น&nbsp;ครม.&nbsp;เห็นชอ</strong>บให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงการคลัง&nbsp;หารือก่อนให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป</p><p><strong>การแก้ปัญหาหนี้เกษตรในครั้งนี้&nbsp;เพื่อให้เกษตรกร</strong>ได้มีโอกาสได้พักฟื้นเรื่องหนี้สิน&nbsp;รักษาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของเกษตรกร&nbsp;เข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อพัฒนาและฟื้นฟูตนเองและสร้างรายได้ในการประกอบอาชีพ&nbsp;ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี&nbsp;ที่ให้ความสำคัญ&nbsp;ในแก้ปัญหาหนี้ทั้งระบบทั้งหนี้ครัวเรือนและหนี้เกษตรกร&nbsp;ตามที่ประกาศปี&nbsp;65&nbsp;นี้&nbsp;เป็นการแก้หนี้ให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>Cr#แก้หนี้เกษตรกร</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-25T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325165314043
203	10 มาตรการช่วยเหลือประชาชนทุกกลุ่ม ลดผลกระทบสถานการณ์ความขัดแย้งยูเครน-รัสเซีย	<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong>&nbsp;ได้แถลงถึงการออกมาตรการเพื่อช่วยเหลือและลดผลกระทบต่อประชาชนในช่วงสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างยูเครน-รัสเซียว่า&nbsp;จากสถานการณ์ความผันผวนของราคาพลังงาน&nbsp;ที่สืบเนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างยูเครน-รัสเซีย&nbsp;ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและการขนส่งสินค้าและบริการต่างๆ&nbsp;ทำให้ค่าครองชีพมีการปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;และตระหนักดีถึงความลำบากของประชาชนที่เกิดขึ้น&nbsp;โดยเฉพาะประชาชนที่มีรายได้น้อย&nbsp;และผู้ใช้แรงงาน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จากการประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้น</strong>&nbsp;ได้ข้อสรุปว่าสถานการณ์ระหว่างยูเครน-รัสเซีย&nbsp;อาจจะไม่จบลงโดยเร็ว&nbsp;นายกรัฐมนตรีจึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ระดมความคิดเพื่อหามาตรการช่วยเหลือ&nbsp;ประชาชนโดยเร่งด่วน&nbsp;เพิ่มเติมจากมาตรการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่รัฐได้ออกไปแล้วและยังใช้อยู่ในขณะนี้&nbsp;ซึ่งคาดว่าจะเริ่มต้นได้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมจนถึงเดือนกรกฎาคมนี้&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;10&nbsp;มาตรการ&nbsp;ดังนี้</p><p>1.&nbsp;การเพิ่มเงินช่วยเหลือเพื่อซื้อก๊าซหุงต้มสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;3.6&nbsp;ล้านคน&nbsp;โดยเพิ่มเงินจากเดิม&nbsp;45&nbsp;บาท&nbsp;เป็น&nbsp;100&nbsp;บาท/เดือน</p><p>2.&nbsp;ส่วนลดซื้อก๊าซหุงต้ม&nbsp;เดือนละ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;สำหรับผู้ค่าหาบเร่แผงลอยที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;จำนวนประมาณ&nbsp;5,500&nbsp;คน</p><p>3.&nbsp;ช่วยเหลือค่าน้ำมันให้กับผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมการขนส่งทางบก&nbsp;จำนวน&nbsp;157,000&nbsp;คน&nbsp;โดยช่วยลดค่าใช้จ่ายน้ำมันแก๊สโซฮอลล์&nbsp;250&nbsp;บาทต่อเดือน&nbsp;และขอให้กรมการขนส่งทางบกกำกับราคาการให้บริการเพื่อให้พี่น้องประชาชนที่ต้องใช้บริการมอเตอร์ไซค์รับจ้างมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางเท่าเดิม</p><p>4.&nbsp;คงราคาขายปลีกผู้ที่ใช้ก๊าซ&nbsp;NGV&nbsp;ไว้ที่&nbsp;15.59&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม</p><p>5.&nbsp;ผู้ขับขี่แท๊กซี่มิเตอร์ภายใต้โครงการลมหายใจเดียวกัน&nbsp;สามารถซื้อก๊าซได้ในราคา&nbsp;13.62&nbsp;บาท/กิโลกรัม</p><p>6.&nbsp;ช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าที่จะเพิ่มขึ้นสำหรับผู้ที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน&nbsp;300&nbsp;หน่วยต่อเดือน&nbsp;โดยลดค่า&nbsp;Ft&nbsp;ลง&nbsp;22&nbsp;สตางค์ต่อหน่วยในช่วงเดือนพฤษภาคม&nbsp;-&nbsp;สิงหาคม</p><p>7.&nbsp;ตรึงราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลที่&nbsp;30&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;ไปจนถึงสิ้นเดือนเมษายน&nbsp;2565&nbsp;หลังจากนั้น&nbsp;รัฐบาลจะเข้าไปช่วยเหลือส่วนที่ราคาน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มขึ้นครึ่งหนึ่ง</p><p>8.&nbsp;กำกับดูแลการปรับราคาก๊าซหุงต้มในช่วงตั้งแต่เดือนเมษายน&nbsp;-&nbsp;มิถุนายน&nbsp;โดยใช้กองทุนน้ำมันเข้าไปช่วยลดผลกระทบจากการปรับราคาให้ไม่ขึ้นสูงเกินไป</p><p>9.&nbsp;ลดอัตราเงินสบทบของนายจ้างและลูกจ้างที่อยู่ในระบบประกันสังคมมาตรา&nbsp;33&nbsp;จาก&nbsp;5%&nbsp;เหลือ&nbsp;1%&nbsp;เพื่อให้ลูกจ้างและนายจ้างสามารถมีกำลังในการใช้จ่ายและผู้ประกอบการสามารถมีสภาพคล่องเพิ่มขึ้นในการดำเนินธุรกิจในช่วงถัดไป</p><p>10.&nbsp;ลดอัตราเงินสมทบผู้ประกันตนมาตรา&nbsp;39&nbsp;จาก&nbsp;9%&nbsp;เหลือ&nbsp;1.9%&nbsp;และลดอัตราเงินสมทบของผู้ประกันตนมาตรา&nbsp;40&nbsp;ลงเหลือ&nbsp;42&nbsp;&nbsp;180&nbsp;บาทต่อเดือน</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;นายกรัฐมนตรียังได้สั่งการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;</strong>และกระทรวงพาณิชย์ออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้ได้มากที่สุด&nbsp;ก่อนจะเข้าสู่ฤดูการเพาะปลูก&nbsp;โดยเน้นการใช้วัตถุดิบในประเทศ&nbsp;และให้กระทรวงการต่างประเทศประสานงานกับประเทศต่างๆ&nbsp;ในการจัดหาปัจจัยการผลิตที่จำเป็นเข้าประเทศด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-25T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325165823047
204	กองทัพ พร้อมสนับสนุนการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ยืนยันเปิดกว้างให้กำลังพลออกไปใช้สิทธิอย่างอิสระ วางตัวเป็นกลาง 	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">พันเอก&nbsp;วันชนะ&nbsp;สวัสดี&nbsp;รองโฆษกกระทรวงกลาโหม</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;กล่าวถึงการสนับสนุนการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร&nbsp;จะมีในเดือนพฤษภาคมนี้&nbsp;ว่ากระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพ&nbsp;ยังคงให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่&nbsp;เเบ่งเป็น&nbsp;4&nbsp;ลักษณะคือ&nbsp;สนับสนุนจำนวนเจ้าหน้าที่&nbsp;จำนวนคน&nbsp;สนับสนุนอำนวยความสะดวกด้านสถานที่&nbsp;สนับสนุนยานพาหนะและการประชาสัมพันธ์&nbsp;ดังนั้นการขอเข้ามาหาเสียงในหน่วยทหารสามารถทำได้&nbsp;เพราะเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนและทุกพรรค&nbsp;รวมถึงผู้สมัครอิสระ&nbsp;แต่การเข้ามาหาเสียงมอบนโยบาย&nbsp;อาจจะมีข้อจำกัด&nbsp;เช่น&nbsp;ห้วงเวลา&nbsp;จึงขอความร่วมมือให้ทำเรื่องเข้ามาก่อน&nbsp;จากนั้นทางหน่วยจะแจ้งไป&nbsp;กกต.กทม.&nbsp;เพื่อประกาศให้ผู้สมัครในแต่ละพรรค&nbsp;หรือผู้สมัครอิสระได้เข้ามาหาเสียงในหน่วยทหาร&nbsp;วันเวลาเดียวกัน&nbsp;เพื่อจัดลำดับในการอำนวยความสะดวกได้ถูก&nbsp;พร้อมย้ำว่า&nbsp;กองทัพ&nbsp;เปิดกว้างให้กำลังพลออกไปใช้สิทธิอย่างอิสระ&nbsp;ยืนยันว่ากองทัพวางตัวเป็นกลางและพร้อมสนับสนุนการเลือกตั้งในทุกสนามเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-03-25T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325203711142
205	รองแม่ทัพภาคที่ 4 ลงพื้นที่อำเภอตากใบ อำเภอสุไหงโก-ลก ย้ำมาตรการตามนโยบายป้องกันชายแดน พร้อมส่งเสริมความร่วมมือการพัฒนาเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิตตามแนวชายแดนหลัง มีการเปิดประเทศอย่างเป็นทางการ	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(25&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;พลตรี&nbsp;ศานติ&nbsp;ศกุนตนาค&nbsp;รองแม่ทัพภาคที่&nbsp;4</strong>/รองผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;อำเภอตากใบ&nbsp;อำเภอสุไหงโก-ลก&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;ลาดตระเวนสำรวจเส้นทางแนวชายแดนทางน้ำ&nbsp;พร้อมเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ชุดป้องกันชายแดน&nbsp;และชุดปฏิบัติการพิทักษ์พื้นที่&nbsp;รักษาความมั่นคงปลอดภัยตามแนวชายแดน&nbsp;ทั้งทางน้ำและทางบก&nbsp;ตลอดระยะทางกว่า&nbsp;453&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;เน้นย้ำนโยบายการปฏิบัติงาน&nbsp;ตามพันธกิจ&nbsp;3&nbsp;ประการในการป้องกันชายแดน&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการเฝ้าตรวจและป้องกันชายแดน&nbsp;การจัดระเบียบและการสร้างความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนและการประสานความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;ขณะเดียวกันเพื่อเป็นการรองรับการเปิดประเทศของฝั่งมาเลเซียทั้งนี้เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ&nbsp;ในด้านการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะฟื้นตัวหลังมีการเปิดด่านที่จะถึงในเร็ว&nbsp;ๆ&nbsp;นี้&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตามกำลังเจ้าหน้าที่ต่างๆ</strong>&nbsp;ที่ปฏิบัติภารกิจในการป้องกันชายแดนนั้น&nbsp;ยังคงต้องตรึงกำลังอย่างเข้มข้นตามนโยบายในการที่จะสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายทุกชนิดตามแนวชายแดน&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย&nbsp;ยาเสพติด&nbsp;การขนสินค้าหนีภาษี&nbsp;อาชญากรรมข้ามชาติ&nbsp;เพื่อเป็นการป้องกัน&nbsp;สะกัดกั้นการกระทำผิดตามแนวชายแดน&nbsp;โดยที่ผ่านมาประเทศทั้งสองฝ่ายไทย&nbsp;และมาเลเซียได้หารือแลกเปลี่ยนเพื่อส่งเสริมความร่วมมือยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนทั้งสองประเทศตามแนวชายแดนด้วยดีมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยเฉพาะด้านการพัฒนาเศรษฐกิจที่จะทำคู่ขนานไปกับความมั่นคงปลอดภัย&nbsp;เพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้งสองประเทศ&nbsp;</p><p><strong>พลตรี&nbsp;ศานติ&nbsp;ศกุนตนาค&nbsp;รองแม่ทัพภาคที่&nbsp;4</strong>/&nbsp;รองผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;ได้เน้นย้ำนโยบายแก่เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ&nbsp;กองร้อยป้องกันชายแดน&nbsp;และชุดปฏิบัติการพิทักษ์พื้นที่ว่า&nbsp;""ขอให้ดำรงไว้ในมาตรการต่างๆ&nbsp;ที่เข้มงวด&nbsp;เพราะแนวโน้มการกระทำความผิดตามแนวชายแดนมีให้เห็นอยู่ตลอด&nbsp;และเป็นการกระทำผิดแบบเดิมๆคือการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย&nbsp;ซึ่งก็จะมีผู้นำพาและผู้ให้แหล่งพักพิง&nbsp;ตลอดจนยาเสพติด&nbsp;และสินค้าหนีภาษีการปฏิบัติภารกิจของเจ้าหน้าที่จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเป็นสำคัญ&nbsp;นอกจากหน่วยงานภาครัฐแล้วยังต้องมี&nbsp;ผู้นำท้องที่&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;เครือข่ายภาคประชาชน&nbsp;เข้ามามีส่วนร่วมผนึกกำลังยับยั้งการกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบตามแนวชายแดน&nbsp;เจ้าหน้าที่จะต้องปรับเปลี่ยนยุทธวิธีไปตามสถานการณ์ต่างๆ&nbsp;อย่างรู้ทัน&nbsp;เพื่อควบคุมบุคคลหรือสิ่งผิดกฎหมายทุกชนิดผ่านเข้า-ออกตามแนวชายแดน&nbsp;โดยเฉพาะช่องทางธรรมชาติ""&nbsp;ก่อนมอบสิ่งของอุปโภคและบริโภค&nbsp;ให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ให้มีความมุ่งมั่นปฏิบัติงาน&nbsp;เสียสละเพื่อประชาชน&nbsp;ประเทศชาติ&nbsp;ดูแลพื้นที่เเนวชายแดนจนกว่าสถานการณ์บ้านเมืองเป็นปกติต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-25T00:00:00	ภาคใต้	นราธิวาส	สวท.นราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325182516070
206	กกต.พัฒนาบุคลากรด้านกาประชาสัมพันธ์สร้างเครือข่ายบนเส้นทางประชาธิปไตย พร้อมเปิดสายด่วน กกต.1444 ตอบทุกคำถาม	<p><strong>วันที่&nbsp;25&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่โรงแรมบลูโฮเท็ล&nbsp;อำเภอเมือง</strong>&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;นายอิทธิพร&nbsp;บุญประคอง&nbsp;ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง&nbsp;เป็นประธานเปิดการอบรมผู้บริหารและพนักงาน&nbsp;สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด&nbsp;เพื่อทำหน้าที่เผยแพร่ภารกิจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง&nbsp;สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดและศูนย์ส่งเสริมการศึกษาและการมีส่วนร่วมของพลเมือง&nbsp;และเสริมสร้างความร่วมมือภาคีสื่อมวลชนระดับจังหวัด&nbsp;รุ่นที่&nbsp;4&nbsp;ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;20&nbsp;จังหวัด&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งการสื่อสารประชาสัมพันธ์และการสร้างเครือข่ายประชาสัมพันธ์</strong>เป็นสิ่งสำคัญ&nbsp;การสร้างเครือข่ายเสมือนสื่อบุคคลที่จะเสริมสร้างความรู้&nbsp;ความเข้าใจถูกต้อง&nbsp;เกิดการยอมรับปฏิบัติตามในสิ่งที่ต้องการสื่อออกไปให้ผู้รับสารในทิศทางเดียวกัน&nbsp;จึงต้องสื่อสารประชาสัมพันธ์ภารกิจให้ประชาชน&nbsp;หน่วยงานภายนอกได้รับรู้ถึงการดำเนินงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง&nbsp;สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง&nbsp;บนความร่วมมือภาคีเครือข่ายของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง&nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;สำหรับประชาชนสามารถค้นหาความรู้เพิ่มเติมได้จากสื่อโซเชียลของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง&nbsp;และโอกาสนี้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้เปิดสายด่วน&nbsp;1444&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;เพื่อตอบข้อสงสัยของประชาชนทุกคำถาม&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-25T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครพนม	สวท.นครพนม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325202031126
207	ตำรวจภูธรภาค 3 ร่วมกับ ภ.จว.สุรินทร์ จับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญตาม ยุทธการ พิฆาตทรชนคนค้ายาอีสานใต้ จับกุม 1 เครือข่าย ผู้ต้องหา 3 คน ของกลางยาบ้า 138,022 เม็ด	<p><strong>พล.ต.ทสมประสงค์&nbsp;เย็นท้วม&nbsp;ผบช.ภ.3&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ได้สั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัด&nbsp;เร่งรัดสืบสวนจับกุมผู้ค้ายาเสพติดในเขตพื้นที่รับผิดชอบ&nbsp;ระดมกวาดล้างยาเสพติดในทุกมิติ&nbsp;สกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดตามแนวชายแดนและพื้นที่ชั้นใน&nbsp;ดำเนินการปิดล้อมตรวจค้น&nbsp;ทำลายเครือข่ายตัดวงจรยาเสพติดทุกระดับ&nbsp;และดำเนินการสืบสวนจับกุมขยายผล&nbsp;เครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดให้ได้ผลอย่างต่อเนื่อง&nbsp;จริงจัง&nbsp;ตามยุทธการ&nbsp;พิฆาตทรชนคนค้ายาอีสานใต้&nbsp;นั้น</p><p><strong>ชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด&nbsp;ภ.จว.สุรินทร์</strong>&nbsp;ภายใต้การอำนวยการของ&nbsp;พล.ต.ต.ชาญชัย&nbsp;พงษ์พิชิตกุล&nbsp;ผบก.ภ.จว.สุรินทร์&nbsp;จึงได้สนธิกำลังประกอบด้วย&nbsp;ชปข.กก.ตชด.21&nbsp;&nbsp;ชปข.ร้อย&nbsp;ตชด.217&nbsp;เจ้าหน้าที่ชุด&nbsp;ขกท.ศปก.ทบ.&nbsp;(มว.ขกส.2&nbsp;ขกท.กกล.&nbsp;สุรนารี)&nbsp;,&nbsp;เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน&nbsp;สภ.รัตนบุรี&nbsp;เจ้าหน้าที่ป้องกันจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน&nbsp;&nbsp;สภ.อุทุมพรพิสัย&nbsp;และเจ้าหน้าที่ตำรวจ&nbsp;ส.ทล.3กก.6.ทล.&nbsp;ร่วมกันจับกุมตัวผู้กระทำผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ต้องหา&nbsp;3&nbsp;คน&nbsp;ประกอบด้วย</p><p>วันที่&nbsp;20&nbsp;มี.ค&nbsp;2565&nbsp;จับกุมตัวนายอุเทน&nbsp;หรือสอ&nbsp;&nbsp;อายุ&nbsp;41&nbsp;ปี&nbsp;และนายสมศักดิ์&nbsp;&nbsp;อายุ&nbsp;46&nbsp;ปี&nbsp;พร้อมของกลางยาบ้า&nbsp;จำนวน&nbsp;5,400&nbsp;เม็ด&nbsp;จึงสอบสวนขยายผลสามารถจับกุมนายภาณุพงศ์&nbsp;หรือปาล์ม&nbsp;&nbsp;อายุ&nbsp;28&nbsp;ปี&nbsp;น.ส.วันนา&nbsp;หรือภู่&nbsp;สุดโสด&nbsp;อายุ&nbsp;33&nbsp;ปี&nbsp;และ&nbsp;นายวุฒินันท์&nbsp;หรือแจ๊กหรอ&nbsp;&nbsp;อายุ&nbsp;31&nbsp;ปี&nbsp;เพิ่มมาได้อีกเมื่อวันที่&nbsp;24&nbsp;มี.ค&nbsp;พร้อมของกลางยาบ้า&nbsp;จำนวน&nbsp;138,022&nbsp;เม็ด&nbsp;รวมของกลางทั้งหมด&nbsp;ยาบ้า&nbsp;138,022&nbsp;เม็ด&nbsp;ผู้ต้องหา&nbsp;3&nbsp;คน&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;จ.สุรินทร์&nbsp;บุรีรัมย์&nbsp;และ&nbsp;จ.ศรีสะเกษ</p><p><strong>ตำรวจภูธรภาค&nbsp;3&nbsp;และตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์</strong>&nbsp;จึงขอความร่วมมือประชาชน&nbsp;และสถานประกอบการทุกแห่ง&nbsp;ให้แจ้งเบาะแส/ข้อมูล&nbsp;ผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด&nbsp;ทั้งผู้เสพ&nbsp;ผู้ค้า&nbsp;ในสถานประกอบการฯ&nbsp;และอาศัยสถานประกอบการฯ&nbsp;ในการกระทำผิด&nbsp;โดยแจ้งข้อมูลผ่านสายด่วน&nbsp;1599&nbsp;สายด่วน&nbsp;191&nbsp;Application&nbsp;Police&nbsp;I&nbsp;Lert&nbsp;U&nbsp;และ&nbsp;ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสุรินทร์&nbsp;สายด่วน&nbsp;567&nbsp;ได้ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชม.&nbsp;เพื่อดำเนินการปราบปรามต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-26T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326132739320
208	อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี เตรียมความพร้อม รับการประเมิน ชคต. ในพื้นที่	<p><strong>วันนี้&nbsp;(26&nbsp;มี.ค.2565)&nbsp;ภายใต้การอำนวยการของ&nbsp;นายรุ่งโรจน์&nbsp;สะท้าน&nbsp;นายอำเภอยะรัง/</strong>ผอ.ศปก.อ.ยะรัง&nbsp;ได้มอบหมายให้ปลัดอำเภอกลุ่มงานความมั่นคงอำเภอยะรัง&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม&nbsp;ชคต.เขาตูม&nbsp;ชคต.เมาะมาวี&nbsp;และ&nbsp;ชคต.กอลำ&nbsp;เพื่อติดตามการเตรียมความพร้อมในการรับการตรวจประเมินฯ&nbsp;ในรอบ&nbsp;6&nbsp;เดือนแรก&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;โดยได้เน้นย้ำกำชับผลการประเมินครั้งที่ผ่านมานำมาปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้ผ่านในการประเมินครั้งนี้&nbsp;พร้อมทั้งได้เน้นย้ำกำชับการปฏิบัติหน้าที่เฝ้าระวังป้องกันฐานปฏิบัติการฯ&nbsp;และการรักษาความสงบเรียบร้อย&nbsp;และดูแลความปลอดภัยพื้นที่รับผิดชอบในห้วงก่อนเดือนรอมฎอนและห้วงเดือนรอมฎอนที่จะถึงนี้ตามข้อมูลภาพข่าวแจ้งเตือนและตามข้อสั่งการของผู้บังคับบัญชา</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	2022-03-26T00:00:00	ภาคใต้	ปัตตานี	สวท.ปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326170141363
209	คืบหน้าระเบิดทหารพรานเจ็บ 4 นาย ที่ อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(27&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;พ.ต.อ.สุธน&nbsp;สุขวิเศษ&nbsp;</strong>รอง&nbsp;ผบก.ภ.จว.นราธิวาส&nbsp;พ.ต.อ.ฉลอง&nbsp;รัตนภักดี&nbsp;ผกก.สภ.ศรีสาคร&nbsp;พ.อ.จิรวัฒน์&nbsp;จุฬากาญจน์&nbsp;ผบ.ฉก.ทพ.49&nbsp;เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด&nbsp;หน่วยปฏิบัติการพิเศษ&nbsp;กองกำกับการตำรวจภูธร&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้ร่วมเดินทางตรวจสอบเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด&nbsp;ร.อ.สุภาพ&nbsp;มณีฉาย&nbsp;ผบ.ร้อย&nbsp;ทพ.4912&nbsp;และพวกรวม&nbsp;4&nbsp;นาย&nbsp;ได้รับบาดเจ็บ&nbsp;และรถยนต์ได้รับความเสียหาย&nbsp;เหตุเกิดริมถนนบ้านกะดี&nbsp;ม.1&nbsp;ต.เชิงคีรี&nbsp;อ.ศรีสาคร&nbsp;เมื่อช่วงใกล้ค่ำของวันที่&nbsp;26&nbsp;มี.ค.&nbsp;65&nbsp;ที่ผ่านมาขณะที่&nbsp;ร.อ.สุภาพ&nbsp;ผบ.ร้อย&nbsp;ทพ.4912&nbsp;ได้นำกำลังพล&nbsp;รวม&nbsp;8&nbsp;นาย&nbsp;นั่งรถยนต์กระบะ&nbsp;2&nbsp;คัน&nbsp;กลับจากร่วมงานแข่งขันกีฬาและมอบของรางวัลให้&nbsp;อบต.เชิงคีรี&nbsp;ณ&nbsp;สนามฟุตบอลบ้านตามุง&nbsp;ม.2&nbsp;ต.เชิงคีรี&nbsp;เพื่อกลับฐานฯ&nbsp;โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุในเบื้องต้นแล้ว&nbsp;แต่สภาวะพื้นที่ไม่เอื้ออำนวย&nbsp;จึงได้กันพื้นที่และได้ร่วมกันเดินทางเข้ามาตรวจสอบในช่วงเช้าของวันนี้</p><p><strong>โดยผลการตรวจสอบพบว่า&nbsp;คนร้ายได้นำระเบิดแสวงเครื่อง</strong>ที่ประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สปิกนิก&nbsp;หนัก&nbsp;25&nbsp;ก.ก.&nbsp;จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร&nbsp;ไปวางไว้ใต้โคนต้นสะตอริมทาง&nbsp;ที่ได้หักโคนขวางถนนด้วยอนุภาพของระเบิด&nbsp;โดยมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดตกกระจายเกลื่อนพื้นถนนและพงหญ้ารกทึบริมทาง&nbsp;นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังพบปลอกกระสุนปืนสงครามอา.ก้า.ของคนร้ายตกอยู่บริเวณริมถนน&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;10&nbsp;ปลอก&nbsp;พร้อมกองเลือดจำนวนหนึ่ง&nbsp;และห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ&nbsp;30&nbsp;เมตร&nbsp;เจ้าหน้าที่พบรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า&nbsp;ยาริส&nbsp;สีขาว&nbsp;ทะเบียน&nbsp;งพ&nbsp;3286&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;ซึ่งเป็นของร.อ.สุภาพ&nbsp;ถูกอนุภาพของระเบิดได้รับความเสียหายที่บริเวณกระจังหน้า&nbsp;ฝากระโปรง&nbsp;กระจกหน้าและหลัง&nbsp;ตัวถังฝั่งตรงข้ามคนขับได้รับความเสียหายเกือบทั้งแถบ&nbsp;เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ</p><p><strong>ด้าน&nbsp;พ.ต.อ.สุธน&nbsp;สุขวิเศษ&nbsp;รอง&nbsp;ผบก.ภ.จว.นราธิวาส&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนับว่าโชคดีที่เจ้าหน้าที่เพียงได้รับบาดเจ็บ&nbsp;เนื่องจากรัศมีการทำลายล้างของวัตถุระเบิดได้หักเหไปถูกโคนต้นสะตอบดบัง&nbsp;และต้นสะตอค่อยๆล้มหักโค่นลงมาขวางถนน&nbsp;หากรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ถูกอนุภาพของระเบิดแบบเต็มๆ&nbsp;จนรถยนต์ไม่สามารถขับต่อไปได้&nbsp;อาจจะทำให้มีเจ้าหน้าที่สูญเสีย&nbsp;ส่วนกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้&nbsp;คาดว่าน่าจะเป็นกลุ่มคนร้ายที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่&nbsp;ต.ตะมะยูง&nbsp;และ&nbsp;ต.เชิงคีรี&nbsp;ของ&nbsp;อ.ศรีสาคร&nbsp;ซึ่งเป็นคนร้ายกลุ่มเดิมๆ&nbsp;ที่เจ้าหน้าที่ได้ติดตามตัวอยู่อย่างต่อเนื่อง&nbsp;แต่กลุ่มคนร้ายกลุ่มนี้มักจะเคลื่อนไหวหลบซ่อนตัวอยู่บนป่าเขา&nbsp;ที่เจ้าหน้าที่มีแผนกดดันไล่ล่าอยู่ในแผนยุทธการณ์</p><p><strong>ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง&nbsp;4&nbsp;นาย&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;</p><p>1.&nbsp;ร.อ.สุภาพ&nbsp;มณีฉาย&nbsp;อายุ&nbsp;35&nbsp;ปี&nbsp;ผบ.ร้อย&nbsp;ทพ.4912&nbsp;ถูกสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บที่ขาด้านขวา</p><p>&nbsp;2.&nbsp;อส.ทพ.นํฐ&nbsp;คงอิน&nbsp;อายุ&nbsp;35&nbsp;ปี&nbsp;ถูกเศษกระจกบาดที่บริเวณใบหน้า&nbsp;</p><p>3.&nbsp;อส.ทพ.กมล&nbsp;อาชาทรงอายุ&nbsp;29&nbsp;ปี&nbsp;ปวดที่บริเวณขาทั้ง&nbsp;2&nbsp;ข้างและแน่นหน้าอก&nbsp;</p><p>4.&nbsp;อส.ทพ.พิษณุ&nbsp;แป้นแก้ว&nbsp;อายุ&nbsp;36&nbsp;ปี&nbsp;มีอาการแน่นหน้าอกและหูอื้อ</p><p><strong>ทุกนายได้ถูกทำการปฐมพยาบาลและมีอาการดีขึ้นตามลำดับ&nbsp;และนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์</strong></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-03-27T00:00:00	ภาคใต้	นราธิวาส	สวท.นราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220327141449494
210	นายกรัฐมนตรี พร้อมเข้าร่วมการประชุมผู้นำ BIMSTEC ครั้งที่ 5 และรับมอบตำแหน่งประธาน BIMSTEC ต่อจากศรีลังกา ผ่านระบบการประชุมทางไกล	<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;มีกำหนดการเข้าร่วมการประชุมผู้นำความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ&nbsp;(The&nbsp;Bay&nbsp;of&nbsp;Bengal&nbsp;Initiative&nbsp;for&nbsp;Multi-Sectoral&nbsp;Technical&nbsp;and&nbsp;Economic&nbsp;Cooperation&nbsp;:&nbsp;BIMSTEC)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;5&nbsp;และการประชุมที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ซึ่งจัดขึ้นโดยศรีลังกา&nbsp;และนายโคฐาภยะ&nbsp;ราชปักษะ&nbsp;ประธานาธิบดีศรีลังกา&nbsp;เป็นผู้กล่าวในช่วงพิธีเปิดการประชุม&nbsp;ในวันที่&nbsp;30&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.50&nbsp;น.&nbsp;ผ่านระบบการประชุมทางไกล&nbsp;ณ&nbsp;ตึกภักดีบดินทร์&nbsp;ทำเนียบรัฐบาล</p><p><strong>สำหรับการประชุมผู้นำ&nbsp;BIMSTEC&nbsp;ครั้งที่&nbsp;5&nbsp;ศรีลังกาในฐานะเจ้าภาพ&nbsp;</strong>จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ&nbsp;บิมสเทค&nbsp;มุ่งหน้าสู่อนุภูมิภาคที่ยืดหยุ่น&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;และประชาชนมีสุขภาพดี&nbsp;ซึ่งการเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ในฐานะตัวแทนประเทศไทย&nbsp;จะร่วมพิธีรับมอบตำแหน่งประธาน&nbsp;BIMSTEC&nbsp;ให้แก่ไทย&nbsp;โดยไทยจะเป็นประธาน&nbsp;BIMSTEC&nbsp;วาระ&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;ช่วงปี&nbsp;2564-2565&nbsp;ต่อจากศรีลังกา&nbsp;โดยประเด็นที่ไทยต้องการผลักดันในช่วงการดำรงตำแหน่งประธาน&nbsp;อาทิ&nbsp;การสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;การเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับความท้าทายและวิกฤตรูปแบบต่างๆ&nbsp;และความสามารถในการฟื้นตัว&nbsp;ซึ่งในการประชุมครั้งนี้&nbsp;นายกรัฐมนตรีจะกล่าวถ้อยแถลงในนามผู้นำรัฐบาลไทยอีกด้วย</p><p><strong>โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;บิมสเทค&nbsp;(BIMSTEC)&nbsp;เป็นกรอบความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจระหว่าง&nbsp;7&nbsp;ประเทศในอ่าวเบงกอล&nbsp;ได้แก่&nbsp;บังคลาเทศ&nbsp;ภูฏาน&nbsp;อินเดีย&nbsp;เมียนมา&nbsp;เนปาล&nbsp;ศรีลังกา&nbsp;และไทย&nbsp;ก่อตั้งเมื่อวันที่&nbsp;6&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2540&nbsp;ภายใต้การริเริ่มและผลักดันของไทย&nbsp;เพื่อสอดรับนโยบายมองตะวันตกของไทย&nbsp;เข้ากับนโยบายมองตะวันออก&nbsp;ของกลุ่มประเทศเอเชียใต้&nbsp;และ&nbsp;Act&nbsp;East&nbsp;ของอินเดีย&nbsp;โดยไทยเคยเป็นเจ้าภาพการประชุมระดับผู้นำ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;เมื่อปี&nbsp;2557</p>	2022-03-28T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328111311656
211	รัฐบาลตั้งเป้า 60 วัน เชื่อมโยงและจัดทำฐานข้อมูลด้านสวัสดิการของรัฐให้เสร็จ มุ่งลดเหลื่อมล้ำสังคมและแก้ความยากจนอย่างเป็นระบบ	<p><strong>พล.อ.ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รอง&nbsp;นรม.&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบูรณาการเชื่อมโยงฐานข้อมูลด้านสวัสดิการของรัฐ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/65&nbsp;</strong>ผ่านระบบ&nbsp;VTC&nbsp;ณ&nbsp;มูลนิธิป่ารอยต่อฯ&nbsp;โดยที่ประชุมรับทราบ&nbsp;นโยบายของ&nbsp;พล.อ.ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นรม.และรมว.กห.&nbsp;ที่ให้ความสำคัญกับการเร่งจัดทำฐานข้อมูลด้านสวัสดิการของรัฐให้เป็นฐานข้อมูลเดี่ยว&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและความยากจนอย่างเป็นระบบ&nbsp;มีเอกภาพ&nbsp;ทั่วถึงเป็นธรรมมากขึ้น&nbsp;โดยไม่ซ้ำซ้อนและสามารถตรวจสอบได้&nbsp;โดยต้องการกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จโดยเร็ว&nbsp;ต่อจากนั้น&nbsp;ได้ร่วมพิจารณาและให้ความเห็นชอบ&nbsp;แนวทางการเชื่อมโยงฐานข้อมูลด้านสวัสดิการของรัฐ&nbsp;ใน&nbsp;3&nbsp;แนวทาง&nbsp;คือ&nbsp;การออกแบบการเชื่อมโยงฐานข้อมูลด้านสวัสดิการของรัฐด้านเทคนิค&nbsp;(&nbsp;Technical&nbsp;)&nbsp;เนื่องจากยังไม่มีระบบเชื่อมโยงข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;ทำให้เกิดปัญหาการรับสวัสดิการซ้ำซ้อน&nbsp;ข้อมูลตกหล่น&nbsp;ไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;ส่งผลให้ภาครัฐไม่สามารถใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร&nbsp;นอกจากนั้นยังมีปัญหา&nbsp;ข้อกฎหมาย&nbsp;ระเบียบและข้อบังคับ&nbsp;ที่ไม่สามารถบังคับใช้และตรวจสอบได้&nbsp;โดยมอบให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;สถาบันส่งเสริมการวิเคราะห์และบริหารข้อมูลขนาดใหญ่ภาครัฐ&nbsp;และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;เป็นหน่วยหลักในการดำเนินการออกแบบการเชื่อมโยงฐานข้อมูลดังกล่าว&nbsp;</p><p><strong>สำหรับแนวทางการรวบรวมข้อมูลด้านสวัสดิการของรัฐและขั้นตอนการให้บริการด้านสวัสดิการของรัฐแก่ประชาชน&nbsp;(&nbsp;Business&nbsp;)</strong>&nbsp;ซึ่งมีข้อมูลทับซ้อนอยู่ในหลายหน่วยงาน&nbsp;และไม่เป็นฐานข้อมูลเดียวกัน&nbsp;(&nbsp;Big&nbsp;Data&nbsp;)&nbsp;โดยยังไม่มีหน่วยงานเจ้าภาพหลัก&nbsp;ซึ่งข้อมูลด้านสวัสดิการของประชาชนตลอดช่วงชีวิตในประเทศไทย&nbsp;จำนวน&nbsp;69&nbsp;สวัสดิการ&nbsp;ซึ่งแบ่งเป็น&nbsp;3&nbsp;ประเภท&nbsp;ได้แก่&nbsp;ประเภทที่ต้องร่วมจ่ายเงินสมทบ&nbsp;ประเภทที่ไม่ต้องร่วมจ่ายเงินสมทบ&nbsp;และประเภทที่เป็นสวัสดิการข้าราชการ&nbsp;ที่ประชุมมอบหมายให้&nbsp;กระทรวง&nbsp;พม.&nbsp;กค.&nbsp;มท.&nbsp;โดย&nbsp;กรมการปกครอง&nbsp;และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น&nbsp;เป็นหน่วยหลักรับผิดชอบรวบรวมข้อมูล&nbsp;และให้ข้อเสนอแนะ&nbsp;การให้บริการด้านสวัสดิการของรัฐแก่ประชาชน&nbsp;โดยเฉพาะประเด็น&nbsp;ข้อจำกัดด้านกฎหมาย&nbsp;ระเบียบ&nbsp;หรือ&nbsp;หลักเกณฑ์ข้อบังคับต่างๆ&nbsp;ที่เป็นปัญหาและอุปสรรคในการเชื่อมโยงข้อมูลของแต่ละส่วนราชการ&nbsp;ได้มอบหมายให้&nbsp;หน่วยที่รับผิดชอบสวัสดิการของรัฐในแต่ละด้านเร่งเสนอแนะข้อจำกัดต่างๆ&nbsp;เพื่อประโยชน์ในการเชื่อมโยงข้อมูลโดยเร็ว</p><p><strong>พล.อ.ประวิตร&nbsp;ย้ำ&nbsp;การจัดทำข้อมูลด้านสวัสดิการของรัฐ&nbsp;เป็นฐานข้อมูลเดียวกัน&nbsp;ถือเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลและมีความจำเป็นยิ่ง&nbsp;ที่ทุกหน่วยงานต้องให้ความร่วมมือและร่วมกันทำให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว</strong>&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนการแก้ปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำทางสังคม&nbsp;ซึ่งความเดือดร้อนของประชาชนเป็นเรื่องที่รอไม่ได้&nbsp;จึงขอให้กระทรวง&nbsp;ดส.&nbsp;พม.&nbsp;กค.และ&nbsp;มท.&nbsp;ต้องเร่งดำเนินการจัดทำให้แล้วเสร็จภายใน&nbsp;60&nbsp;วัน&nbsp;สำหรับปัญหาข้อจำกัดต่างๆ&nbsp;โดยเฉพาะกฎระเบียบ&nbsp;ข้อบังคับต่างๆ&nbsp;ต้องไม่ให้เป็นเงื่อนไขและอุปสรรคในการดำเนินงาน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อร่วมกันเร่งขับเคลื่อนบริหารจัดการข้อมูล&nbsp;แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคมและความยากจนอย่างเป็นระบบทั่วถึงและเป็นธรรม</p>	2022-03-28T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328112901658
212	พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สรุป การดำเนินกิจการทางการเมืองของพรรคประชาชาติ รอบปี 2564	<p><strong>เปิด&nbsp;รายงานการดำเนินกิจการทางการเมืองของพรรคประชาชาติ</strong>&nbsp;ในรอบปี&nbsp;2564&nbsp;โดย&nbsp;พันตำรวจเอก&nbsp;ทวี&nbsp;สอดส่อง&nbsp;ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ&nbsp;และ&nbsp;เลขาธิการพรรคประชาชาติได้&nbsp;กล่าวระหว่างมีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2564&nbsp;ที่มูลนิธิมะทา&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;เมื่อ&nbsp;27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;โดยมี&nbsp;นายวันมูหะมัดนอร์&nbsp;มะทา&nbsp;หัวหน้าพรรคประชาชาติ&nbsp;พันตำรวจเอก&nbsp;ทวี&nbsp;สอดส่อง&nbsp;ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ&nbsp;และ&nbsp;เลขาธิการพรรคประชาชาติ&nbsp;และ&nbsp;รองหัวหน้าพรรคประชาชาติ&nbsp;รวมทั้งสส.พรรคประชาชาติ&nbsp;3&nbsp;จชต.&nbsp;สมาชิกและคณะกรรมการพรรคประชาชาติ&nbsp;&nbsp;ร่วมการประชุม</p><p><strong>พันตำรวจเอก&nbsp;ทวี&nbsp;สอดส่อง&nbsp;ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ&nbsp;และ&nbsp;</strong>เลขาธิการพรรคประชาชาติ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;รายงานการดำเนินกิจการของพรรคการเมือง&nbsp;ที่กฎหมายกำหนดไว้ตามมาตรา&nbsp;43&nbsp;ของ&nbsp;พรบ.&nbsp;พรรคการเมือง&nbsp;ที่ระบุว่าให้หัวหน้าพรรค&nbsp;ได้จัดทำรายงานกิจการการดำเนินการของพรรคการเมือง&nbsp;รอบปีปฏิทินเสนอต่อที่ประชุมใหญ่&nbsp;เพื่อขออนุมัติภายในเดือนเมษายน&nbsp;ของทุกปี&nbsp;นี้&nbsp;สำหรับเดือนมีนาคม&nbsp;สรุปเนื้อหาและอธิบายขยายความเล็กน้อย&nbsp;ในรอบปีไม่มีการเลือกตั้ง&nbsp;เราก็ยังมีสมาชิกที่เป็น&nbsp;ส.ส.เขต&nbsp;และ&nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ&nbsp;ตามที่การเลือกตั้งเมื่อปี&nbsp;2563&nbsp;ที่ท่านหัวหน้าพรรคได้เรียนไปแล้ว&nbsp;ก็คือเรามี&nbsp;ส.ส.&nbsp;6&nbsp;คนที่เป็นส.ส.เขตแล้วปาร์ตีลิส&nbsp;1คน</p><p><strong>ส่วนการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมให้สมาชิกได้มีความรู้ความเข้าใจ</strong>ที่ถูกต้องในการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข&nbsp;การใช้สิทธิและเสรีภาพอย่างมีเหตุผลและมีความรับผิดชอบต่อสังคมและความรู้เกี่ยวกับหน้าที่ของปวงชนชาวไทย&nbsp;เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ&nbsp;เนื่องจากเราเชื่อมั่นว่าการปกครองในระบอบประชาธิปไตยคือการที่มนุษย์หรือคนทุกคนต้องมีสิทธิเสรีภาพ&nbsp;มีความเสมอภาค&nbsp;มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์&nbsp;และมีความยุติธรรม&nbsp;</p><p><strong>ในด้านความยุติธรรมในการบริหารบ้านเมือง&nbsp;มีความจำเป็น</strong>ที่พรรคการเมือง&nbsp;จะต้องให้สมาชิกและให้ประชาชนคนไทยทั้งประเทศได้รับทราบว่าถ้าเราแก้ปัญหาของประเทศต้องแก้ด้วยความเป็นประชาธิปไตย&nbsp;ที่สรุปก็คือทำให้คนเท่าคน&nbsp;หรือคนเท่ากัน&nbsp;ต้องทำให้ระบบสังคมมีความสมดุล&nbsp;ไม่ใช่ระบบผูกขาด&nbsp;โดยคนกลุ่มหนึ่งมีความสุขแล้วก็ปล่อยให้คนกลุ่มหนึ่งต้องอยู่อย่างไร้สิทธิเสรีภาพอยู่อย่างความทุกข์ทรมาน&nbsp;โดยเฉพาะคุณภาพชีวิต&nbsp;ดังนั้นในส่วนนี้พรรคประชาชาติ&nbsp;ต้องให้ความรู้ประชาธิปไตยที่จับต้องได้จึงได้ทำกิจกรรมค่อนข้างจะหนักมากกับสมาชิกในพื้นที่โดยท่านส.ส.&nbsp;และสมาชิกเพื่อไปให้ความเข้าใจ</p><p><strong>อีกประการหนึ่ง&nbsp;ยังพบว่า&nbsp;การสร้างของประเทศในรัฐบาลปัจจุบัน</strong>ที่ไม่เป็นประชาธิปไตย&nbsp;ท่านสมาชิกทราบไม่&nbsp;ว่าวันนี้ประเทศไทยเรามีหนี้สาธารณะคือเป็นหนี้ที่รัฐบาลไปกู้&nbsp;ที่อาจจะมาบริหารประเทศ&nbsp;ถึงเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่มีรายงานครั้งสุดท้าย&nbsp;เรามีหนี้สาธารณะอยู่&nbsp;9.73&nbsp;ล้านล้านบาท&nbsp;ที่จำนวนมากเลย&nbsp;แล้วหนี้สาธารณะก้อนนี้คนที่จะต้องรับใช้ก็คือภาษีของประชาชน&nbsp;พวกเราที่ไปเติมน้ำมัน&nbsp;1&nbsp;ลิตรแล้วก็มีภาษี&nbsp;7&nbsp;บาท&nbsp;หรือ&nbsp;6&nbsp;บาท&nbsp;ก็เอาเงินภาษีต้องไปใช้หนี้สาธารณะ&nbsp;แล้วก็เท่าที่&nbsp;ตรวจพบหนี้สาธารณะ&nbsp;ก้อนนี้ก็มีดอกเบี้ย&nbsp;กู้มาใช้ก็มีดอกเบี้ย&nbsp;ดอกเบี้ยที่สำนักหนี้สาธารณะ&nbsp;รายงาน&nbsp;ก็&nbsp;2.40&nbsp;กว่าสตางค์&nbsp;ถ้ารัฐวิสาหกิจไปกู้ก็&nbsp;2.48&nbsp;เกือบ&nbsp;40&nbsp;กว่าเหมือนกัน&nbsp;นี่คือหนี้สาธารณะเป็นภาระของประชาชนถามว่าทำไมต้องกู้&nbsp;ก็คือรัฐบาลหาเงินหรือหารายได้ไม่พอ&nbsp;ต้องมากู้&nbsp;สิ่งนั้นไม่สำคัญเท่ากับกู้มาแล้ว&nbsp;ประชาชนจะได้ประโยชน์&nbsp;อะไรมากน้อยแค่ไหน&nbsp;หรือจะได้เฉพาะคนกลุ่มหนึ่ง&nbsp;หรืออีกคนกลุ่มหนึ่งไม่ได้&nbsp;ซึ่งสิ่งที่น่าเป็นห่วงมาก&nbsp;ก็คือเรามีความเหลื่อมล้ำ</p><p><strong>เรามีความเหลื่อมล้ำเรื่องคุณภาพชีวิตอย่างมาก&nbsp;เรามีคนจนกับคนรวย&nbsp;</strong>ยกตัวอย่างง่ายๆ&nbsp;ที่พรรคเคยอภิปราย&nbsp;วันนี้ขนาดของที่ดินที่เป็นของเกษตรกร&nbsp;เรามีเกษตรกรเกือบ&nbsp;20&nbsp;ล้านคน&nbsp;เกษตรกรที่มีที่ดินที่ทำเกษตรได้ไม่ถึง&nbsp;3&nbsp;ล้านคนนี่คือตัวอย่างเรามีความเหลื่อมล้ำทางด้านสิทธิเสรีภาพ&nbsp;กฎหมายและความเหลื่อมล้ำเชิงพื้นที่&nbsp;ในพื้นที่ที่มีกฎหมายพิเศษไม่ใช่ประชาชนจะได้สิทธิ์ดีกว่าในกฎหมายพิเศษ&nbsp;การที่พื้นที่มีกฎหมายพิเศษใช้เยอะนั้นก็คือความเหลื่อมล้ำ&nbsp;ที่เป็นการพิเศษที่ใช้อำนาจกับประชาชนโดยไม่ผ่านกระบวนการสิทธิเสรีภาพหรือไม่ผ่านกระบวนการศาล&nbsp;ต่างกับพื้นที่อื่นที่เป็นกฏหมายวิอาญา&nbsp;แต่ในพื้นที่&nbsp;จชต&nbsp;มีกฏอัยการศึก&nbsp;ขังได้&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;และ&nbsp;พรก&nbsp;ฉุกเฉิน&nbsp;ขังได้อีก&nbsp;30&nbsp;วัน&nbsp;จากนั้นก็ใช้อำนาจตาม&nbsp;วิอาญาต่อไปอีก&nbsp;อันนี้เราพบว่าปัญหาความเหลื่อมล้ำมี</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;ในส่วนของพรรคประชาชาติเราได้มีกิจกรรมสำคัญ</strong>&nbsp;ก็คือในการรายงานประชุมของพรรคเมื่อคราวที่แล้วเป็นการประชุมใหญ่เมื่อวันที่&nbsp;3&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;ที่โรงเเรม&nbsp;อิมพีเรียล&nbsp;นราธิวาส&nbsp;เราได้รายงานในเรื่องรัฐธรรมนูญที่ประชาชนใฝ่หา&nbsp;คือไม่ใช่รัฐธรรมนูญที่ไม่ใช่ปี&nbsp;2560&nbsp;เป็นรัฐธรรมนูญที่พี่น้องสมาชิกของพรรคประชาชาติ&nbsp;โดยเฉพาะในสามจังหวัด&nbsp;เป็นรัฐธรรมนูญที่สมาชิกไม่ได้รับแต่ถูกฉีกไป&nbsp;โดยอำนาจเผด็จการ&nbsp;ยกตัวอย่างง่ายๆในรัฐธรรมนูญปี&nbsp;40&nbsp;ที่มาจากประชาชนหรือรัฐธรรมนูญปี&nbsp;60&nbsp;ในเรื่องของการศึกษา&nbsp;เราก็พบว่าการศึกษาในรัฐธรรมนูญเก่า&nbsp;เป็นการศึกษาฟรี&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;15&nbsp;ปี&nbsp;แต่พอรัฐธรรมนูญปี&nbsp;60&nbsp;เป็นการศึกษาไม่เกิน&nbsp;12&nbsp;ปี&nbsp;ซึ่งแม้แต่ตอนหลังมีสมาชิกของเรา&nbsp;ในนี้หลายคนไทย&nbsp;ไปเรียกร้องไปรณรงค์ก็ถูกจับไปปรับทัศนคติพอจับไปปรับทัศนคติ&nbsp;เอาไปขังเอาไปควบคุม&nbsp;จึงออกคำสั่งหัวหน้า&nbsp;คสช.เพื่อให้ใช้&nbsp;ก็ขยายไป&nbsp;15&nbsp;ปี&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตามสิทธิ์อันหนึ่งในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ในรัฐธรรมนูญฉบับก่อนๆ&nbsp;</strong>การจัดการศึกษาและการกระจายอำนาจ&nbsp;ไปให้ท้องถิ่นไปให้องค์กรศาสนาด้วย&nbsp;แต่ละธรรมนูญฉบับนี้ไปตัดองค์กรศาสนาออกไป&nbsp;ซึ่งวันใดที่ผู้บริหารประเทศมีความคิดอำนาจนิยมเมื่อไหร่&nbsp;การศึกษาที่เป็นเรื่องศาสนาไม่ว่าจะเป็นการศึกษาพุทธศาสนาในวันเสาร์-อาทิตย์ก็ดี&nbsp;การศึกษาตาดีกาปอเนาะ&nbsp;ที่เป็นองค์กรศาสนาสอนอยู่เพราะที่ผ่านมามีรัฐธรรมนูญคุ้มครองแต่ในฉบับปี&nbsp;2560&nbsp;ไม่มีเขียนไว้&nbsp;จึงสุ่มเสี่ยงถูกส่งมือไปให้ส่วนกลางไปทำ&nbsp;อันนี้คือตัวอย่าง</p><p><strong>ท่านอาจารย์วันนอร์&nbsp;ได้บอกว่าพี่น้องในสามจังหวัดเรามีความรับผิดชอบ</strong>คือความรับผิดชอบคนมาพูดเราจะต้องไม่เชื่อก่อนเราจะต้องรับผิดชอบว่าสิ่งที่มาพูดพูดจริงหรือพูดโกหกจึงทำให้พี่น้องใน&nbsp;3&nbsp;จังหวัดไม่รับประชามติร่างรัฐธรรมนูญปี&nbsp;2560&nbsp;คือประชามติเมื่อปี&nbsp;2559&nbsp;จึงไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ&nbsp;ฉบับที่ใช้ในปี&nbsp;2560&nbsp;ซึ่งในการจัดการประชุมใหญ่คราวที่แล้วก็พบว่ามีสมาชิกก็ได้เสนอความเห็นซึ่งมีผู้ประชุม&nbsp;432&nbsp;คน&nbsp;แล้วก็สมาชิกก็ได้แสดงความคิดเห็นเพื่อให้การดำเนินงานของพรรคอันนี้ก็มีอยู่ในรายงาน</p><p><strong>ทางพรรคประชาชาติ&nbsp;ท่านอาจารย์กับผู้บริหารพรรค&nbsp;</strong>เราจะจัดตั้งสถาบันการเมืองของพรรคประชาชาติ&nbsp;สถาบันการเมืองก็คือการให้ความรู้&nbsp;การเรียนรู้คือการศึกษา&nbsp;คนที่เป็นมนุษย์ทุกคน&nbsp;จะมีเหมือนกันคือสมองและสติปัญญา&nbsp;เพื่อให้ทุกคนได้ศึกษาเรียนรู้&nbsp;ดังนั้นหน้าที่สำคัญที่สุดคือต้องให้คนเรียนรู้&nbsp;หาความรู้เพราะความรู้เท่านั้นที่จะทำให้เป็นการแก้ปัญหาได้&nbsp;อาคารที่เรายื่นอยู่อาคาร&nbsp;มะทา&nbsp;สร้างด้วยความรู้&nbsp;ไม่ได้สร้างด้วยอาวุธ&nbsp;ดังนั้นพรรคประชาชาติจึงเห็นว่าการเมืองเป็นเรื่องของทำให้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดี&nbsp;ทำให้บ้านเมืองดีขึ้น&nbsp;และเป็นเรื่องของคนบุคคลจึงได้มีสถาบันการเมืองของพรรคประชาชาติ&nbsp;ที่ผ่านมาอาจจะเป็นช่วง&nbsp;covid&nbsp;จะไม่ได้มีการอบรมโดยตรงซึ่งขณะนี้ก็เราก็จะมีการอบรมสถาบันการเมืองส่วนเรื่องหลักสูตรการบริหาร&nbsp;แนวทางต่าง&nbsp;ท่านสมาชิกก็ดูได้&nbsp;จากรายงาน</p><p><strong>ขอเรียนว่ารัฐธรรมนูญ&nbsp;ฉบับนี้ได้มีแก้ไขหลักการสำคัญคือเรื่องระบบการเลือกตั้ง</strong>&nbsp;ท่านอาจารย์บอกว่าเลือกคนที่ชอบเลือกพรรคที่รัก&nbsp;ต่อไปก็จะเป็นบัตร&nbsp;2&nbsp;ใบ&nbsp;เราไม่ต้องถูกบังคับหรือข่มขืนให้เลือกในสิ่งที่ไม่ชอบในสองสิ่งเดียวกัน&nbsp;ดังนั้นจึงจำเป็นจะต้อง&nbsp;มีการแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ&nbsp;เรื่องการเลือกตั้งและพระราชบัญญัติประกอบ&nbsp;รัฐธรรมนูญเรื่องพรรคการเมือง&nbsp;ซึ่งท่านอาจารย์ได้กรุณาไปเป็นกรรมาธิการก็เชื่อว่าการแก้เพื่อให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น&nbsp;ดังนั้นข้อมูลทางท่านสมาชิกอาจจะว่าดูยังไม่ค่อย&nbsp;มากหรือสมบูรณ์เข้าออกยังมีอยู่ก็อยากจะเรียนว่าส่วนหนึ่งเราก็คงหนีไม่พ้นจะรอพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งและพรรคการเมืองที่จะเกิดขึ้น&nbsp;ที่จะดำเนินการพรรคการเมืองให้สอดคล้องกับกฏหมายที่นำออกมาใช้บังคับต่อไป&nbsp;ขอบคุณมากครับ&nbsp;และขอความสันติสุขจงเกิดแด่ทุกท่าน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-28T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328122121700
213	นายกรัฐมนตรี หารือรองเลขาธิการสหประชาชาติ แสวงหาแนวทางการเติบโตที่ยั่งยืน ย้ำไทยพร้อม	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">นางอามีนา&nbsp;เจ&nbsp;โมฮัมเหม็ด&nbsp;(Ms.&nbsp;Amina&nbsp;J.&nbsp;Mohammed)</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">รองเลขาธิการสหประชาชาติ&nbsp;เข้าเยี่ยมคารวะพลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ในโอกาสเยือนไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุม&nbsp;Asia-Pacific&nbsp;Forum&nbsp;on&nbsp;Sustainable&nbsp;Development&nbsp;ครั้งที่&nbsp;9&nbsp;โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับในโอกาสเยือนไทย&nbsp;และชื่นชมบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนงานด้านการพัฒนาของสหประชาชาติท่ามกลางความท้าทายต่างๆ&nbsp;ซึ่งไทยพร้อมสนับสนุนการทำงานอย่างเต็มที่&nbsp;พร้อมเชื่อมั่นว่าสหประชาชาติจะสนับสนุนประเทศต่างๆ&nbsp;ในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนและตอบสนองต่อความท้าทายของโลกปัจจุบัน&nbsp;ในฐานะที่ไทยเป็นเจ้าภาพเอเปคในปีนี้&nbsp;ไทยมุ่งส่งเสริมการเติบโตที่ยั่งยืนและครอบคลุมด้วยโมเดลเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;ซึ่งสอดคล้องและส่งเสริมกับการพัฒนาที่ยั่งยืนและ&nbsp;SDGs</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">ขณะที่รองเลขาธิการสหประชาชาติ&nbsp;กล่าวว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">&nbsp;วันนี้เป็นโอกาสอันดีต่อความร่วมมือระหว่างไทยและสหประชาชาติ&nbsp;ไทยเป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญในภูมิภาคและสนับสนุนการดำเนินงานของสหประชาชาติมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;สหประชาชาติมุ่งแสวงหาความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับไทยเพื่อเชื่อมโยงความร่วมมือระดับภูมิภาคไปสู่การแก้ไขปัญหาในประเด็นท้าทายระดับโลก&nbsp;ทั้งปัญหาความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;พลังงานและการเงิน&nbsp;ปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและการรับมือกับโรคระบาด&nbsp;พร้อมกล่าวชื่นชมบทบาทผู้นำของนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานสาธารณสุขของไทยในการรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;จนอยู่ในระดับที่น่าพอใจ</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องว่า&nbsp;การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">&nbsp;และความขัดแย้งของประเทศต่างๆ&nbsp;เป็นความท้าทายสำคัญต่อการบรรลุ&nbsp;SDGs&nbsp;ภายในปี&nbsp;ค.ศ.&nbsp;2030&nbsp;โดยไทยได้จัดตั้งคณะอนุกรรมการด้านเยาวชนและด้านเอกชน&nbsp;เพื่อรับฟังความเห็นจากภาคส่วนต่างๆ&nbsp;และไทยยังจัดทำรายงาน&nbsp;Voluntary&nbsp;National&nbsp;Review&nbsp;(VNR)&nbsp;เป็นเครื่องมือสำคัญในการติดตามความคืบหน้าในการขับเคลื่อน&nbsp;SDGs&nbsp;ของไทย&nbsp;รวมทั้งไทยได้นำปัญหาและอุปสรรคมาเป็นบทเรียนในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และคนรุ่นใหม่&nbsp;ให้มีฐานรากที่มั่นคง&nbsp;ร่วมกันขับเคลื่อนประเทศ</span></p><p><br></p><p><br></p>"	2022-03-28T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328143834745
214	ป.ป.ช.ภาค 9 แถลงข่าวผลการดำเนินงานของสำนักงาน ป.ป.ช. ในเขตพื้นที่ ครั้งที่ 3 ในรอบปีงบประมาณ 2564 และ 2565	<p><strong>นายสุชาติ&nbsp;กรวยกิตานนท์&nbsp;ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ&nbsp;&nbsp;ป.ป.ช.&nbsp;ภาค&nbsp;9&nbsp;&nbsp;</strong>เป็นประธานในการแถลงข่าวผลการดำเนินงานของสำนักงาน&nbsp;ป.ป.ช.&nbsp;ในเขตพื้นที่ภาค&nbsp;9&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3&nbsp;ในรอบปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;และ&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน&nbsp;ป.ป.ช.ประจำจังหวัดตรัง/สตูล/สงขลา/พัทลุง/ยะลา/&nbsp;ปัตตานี/นราธิวาส&nbsp;ร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรมลำปำรีสอร์ท&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดพัทลุง</p><p><strong>นายสุชาติ&nbsp;กรวยกิตานนท์&nbsp;ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ&nbsp;&nbsp;ป.ป.ช.&nbsp;ภาค&nbsp;9&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การแถลงข่าวครั้งนี้เป็นการแถลงผลการดำเนินงาน&nbsp;ที่คณะกรรมการ&nbsp;ป.ป.ช.&nbsp;ภาค&nbsp;9&nbsp;และคณะกรรมการ&nbsp;ป.ป.ช.ใน&nbsp;7&nbsp;จังหวัด&nbsp;มีมติชี้มูลแล้ว&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;12&nbsp;เรื่อง&nbsp;และเรื่องที่ศาลมีคำพิพากษาในกรณีทุจริตประพฤติมิชอบ&nbsp;1&nbsp;เรื่อง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;การชี้มูลความผิดทางอาญาของคณะกรรมการ&nbsp;ป.ป.ช.&nbsp;ยังไม่ถือเป็นที่สุด&nbsp;ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์&nbsp;จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด</p><p><strong>นายสุชาติ&nbsp;กรวยกิตานนท์&nbsp;ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ&nbsp;ป.ป.ช.&nbsp;ภาค&nbsp;9&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;สำนักงาน&nbsp;ป.ป.ช.&nbsp;ได้ปรับรูปแบบและเน้นมากขึ้น&nbsp;ในการเฝ้าระวังการทุจริต&nbsp;โดยหากเริ่มมีเหตุสงสัยหรือมีการแจ้งเบาะแสในการทุจริต&nbsp;ป.ป.ช.&nbsp;จะเข้าไปตรวจสอบเบื้องต้น&nbsp;หรือยับยั้งก่อน&nbsp;จะทำให้ภาคราชการหรือภาครัฐ&nbsp;สูญเสียงบประมาณน้อยลง&nbsp;และปัจจุบันประชาชนให้ความสนใจการดำเนินงานของภาครัฐมากขึ้น&nbsp;จึงอยากให้ส่วนราชการดำเนินการอย่างโปร่งใส&nbsp;และเปิดเผยให้ประชาชนได้รับทราบและคลายข้อสงสัยต่างๆ&nbsp;พร้อมระบุว่า&nbsp;ปัญหาการทุจริตจะแก้ไขได้&nbsp;ไม่ใช่เฉพาะการทำงานของ&nbsp;ป.ป.ช.&nbsp;เพียงอย่างเดียว&nbsp;แต่ต้องมาจากการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐเอง&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ภาคประชาชนที่คอยสอดส่องดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐด้วยเช่นกัน&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-28T00:00:00	ภาคใต้	พัทลุง	สวท.พัทลุง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328144040747
215	กอ.รมน.ศรีสะเกษ  ร่วมอบรมเสริมสร้างศักยภาพและความเข้มแข็งในการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐของ ศปท.กอ.รมน. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565	<p><strong>วันที่&nbsp;28&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;ภายใต้การอำนวยการของ&nbsp;พ.อ.&nbsp;วัชรพล&nbsp;คันธา&nbsp;รอง&nbsp;ผอ.รมน.จังหวัด&nbsp;ศ.ก.&nbsp;&nbsp;ได้มอบหมายให้&nbsp;พ.ต.&nbsp;นิรัญ&nbsp;คุณสัตย์&nbsp;หน.ฝบค.กอ.รมน.จังหวัด&nbsp;ศ.ก.&nbsp;เข้าร่วมอบรมเสริมสร้างศักยภาพและความเข้มแข็งในการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐของ&nbsp;ศปท.กอ.รมน.&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ห้วงวันที่&nbsp;28&nbsp;-&nbsp;30&nbsp;มี.ค.&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;พล.อ.&nbsp;ศรชัย&nbsp;กาญจนสูตร&nbsp;จเร&nbsp;กอ.รมน.&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรม&nbsp;ไพน์เฮิร์สท&nbsp;กอล์ฟคลับ&nbsp;จ.ปทุมธานี</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;#&nbsp;ศูนย์ประชาสัมพันธ์&nbsp;กอ.รมน.&nbsp;#&nbsp;ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;#&nbsp;กองทัพภาคที่&nbsp;2&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;#&nbsp;มณฑลทหารบกที่&nbsp;25</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;#&nbsp;มุ่งมั่นบูรณาการ&nbsp;ประสานงานเป็นเลิศ&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เชิดชูคุณธรรม&nbsp;ผู้นำความมั่นคง&nbsp;ดำรงความสามัคคี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;#&nbsp;1374&nbsp;Call&nbsp;Center&nbsp;แจ้งเหตุความมั่นคง&nbsp;(ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง)</p><p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-28T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328204236926
216	ทหารพราน 47 เดินเท้าลาดตระเวนรักษาความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนในพื้นที่ จ.ยะลา	<p><strong>วันนี้&nbsp;28&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;47</strong>&nbsp;จัดกำลังพลชุดปฏิบัติการพิทักษ์พื้นที่&nbsp;(ชป.พิทักษ์พื้นที่)&nbsp;ทำการเดินลาดตระเวนพิสูจน์ทราบเชิงรุก&nbsp;ในพื้นที่อำเภอยะหา&nbsp;อำเภอกาบัง&nbsp;และอำเภอกรงปินัง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ป่าภูเขาโดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการเดินลาดตระเวนตรวจตราในจุดเสี่ยง/จุดล่อแหลมต่างๆ&nbsp;เพื่อเป็นการรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่&nbsp;ตลอดจนสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าสินค้า&nbsp;สินค้าหนีภาษี&nbsp;และยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่&nbsp;โดยในการปฏิบัติภารกิจต่างๆ&nbsp;อยู่ภายใต้มาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส&nbsp;COVID-19&nbsp;รวมทั้งกำลังพลมีความตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา&nbsp;และไม่ประมาทต่อสถานการณ์ในพื้นที่</p><p><br></p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;47</strong>&nbsp;ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตาสอดส่องดูแลพื้นที่&nbsp;และร่วมกันแจ้งเบาะแสเมื่อพบเจอสิ่งผิดปกติในพื้นที่&nbsp;หากพบเห็นบุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่&nbsp;สามารถแจ้งได้ที่เบอร์สายตรงแม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;โทร&nbsp;061-173-2999&nbsp;และเบอร์สายด่วน&nbsp;1341&nbsp;หรือหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ใกล้บ้านได้ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-28T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328201349915
217	ครม.เตรียมพิจารณาการยกเว้นค่าธรรมเนียมทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 และ 9 ช่วงเทศกาลสงกรานต์	<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong>&nbsp;&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;โดยมีวาระที่น่าสนใจคือ&nbsp;กระทรวงคมนาคม&nbsp;เสนอร่างกฎกระทรวงยกเว้นค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนตร์บนทางหลวงพิเศษหมายเลข&nbsp;7&nbsp;และทางหลวงพิเศษหมายเลข&nbsp;9&nbsp;ภายในระยะเวลาที่กำหนด&nbsp;ในช่วงเทศกาลสงกรานต์</p><p><strong>สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ</strong>&nbsp;ขออนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;งบกลางรายการเงินสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น&nbsp;เพื่อดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ&nbsp;เพื่อรองรับสถานการณ์ภัยแล้งและฝนทิ้งช่วง&nbsp;ปี2565</p><p><strong>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;</strong>ขอความเห็นชอบให้เสนออุทยานแห่งชาติภูกระดึง&nbsp;และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว-อุทยานแห่งชาติน้ำหนาวให้เป็นอุทยานมรดกแห่งอาเซียน</p><p><strong>กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม</strong>&nbsp;เสนอผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อการบริหารงานของรัฐบาล&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ครบ&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;และการปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตวิถีใหม่&nbsp;หรือ&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;Life</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีร่างพระราชบัญญัติที่คณะรัฐมนตรีขอรับมาพิจารณาก่อนรับหลักการ</strong>&nbsp;เช่น&nbsp;ร่างพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย&nbsp;,ร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต&nbsp;,ร่างพระราชบัญญัติการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-29T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329092548005
218	เจ้าหน้าที่ยะลา บุกเข้าตรวจยึดไม้หลุมพอ ในป่าสงวนแห่งชาติป่าลาบูและป่าถ้ำทะลุ	<p><strong>พ.ต.ท.ธนพล&nbsp;เยาว์พักตร์&nbsp;สวญ.สภ.ต.ปะแต&nbsp;อ.ยะหา</strong>&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;จนท.ตร.สภ.บาตู&nbsp;ตาโมง,&nbsp;จนท.ชุดสืบสวน&nbsp;สภ.ปะแต,&nbsp;จนท.ตชด.44,&nbsp;&nbsp;จนท.ผภม.&nbsp;กปก.สขว.กอ.รมน.ภาค&nbsp;4&nbsp;&nbsp;สน.&nbsp;และ&nbsp;จนท.หน่วยป้องกันรักษาป่าที่&nbsp;ยล.2&nbsp;(ปะแต)&nbsp;ออกตรวจ&nbsp;เนื่องจากได้รับแจ้งจากคนให้ข่าวว่า&nbsp;มีการลักลอบตัดไม้แปรรูปไม้&nbsp;เพื่อนำไปขายนอกพื้นที่&nbsp;บนภูเขาสูง&nbsp;ท้องที่พื้นที่&nbsp;กลุ่มบ้านเขาหัวช้าง&nbsp;บ้านเหมืองลาบู&nbsp;ม.8&nbsp;ต.ปะแต&nbsp;อ.ยะหา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;และ&nbsp;ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;มีการลักลอบตัดไม้แปรรูปไม้&nbsp;เพื่อนำไปขายนอกพื้นที่&nbsp;บนภูเขาสูง&nbsp;พื้นที่บ้านเขาหัวช้าง&nbsp;บ้านเหมืองลาบู&nbsp;ม.8&nbsp;ต.ปะแต&nbsp;อ.ยะหา&nbsp;จ.ยะลา</p><p><strong>จนท.จึงได้ร่วมกันเข้าดำเนินการจับกุมตัว&nbsp;นายเจตน์</strong>&nbsp;&nbsp;ผู้ต้องหา&nbsp;อายุ&nbsp;53&nbsp;ปี&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;29/1&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ต.บ้านนอก&nbsp;อ.ปะนาเระ&nbsp;จ.ปัตตานี&nbsp;พร้อมของกลาง&nbsp;รถยนต์บรรทุกไม้&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;1&nbsp;คัน&nbsp;และ&nbsp;&nbsp;ไม้หลุมพอแปรรูป&nbsp;จำนวน&nbsp;82&nbsp;แผ่น&nbsp;โดยเจ้าหน้าที่&nbsp;ได้ร่วมกันเข้าร่วมตรวจพื้นที่&nbsp;กลุ่มบ้านเขาหัวช้าง&nbsp;บ้านเหมือลาบู&nbsp;ม.8&nbsp;ต.ปะแต&nbsp;อ.ยะหา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ที่จุดจอดรถ&nbsp;พบร่องรอยล้อรถตีนตะขาม&nbsp;รถแม็คโคขนาดเล็ก&nbsp;จึงเดินตามรอย&nbsp;ผ่านป่ายาง&nbsp;และตัดถนนเข้าไปในป่า&nbsp;สุดร่องรอยตัดถนนดินใหม่&nbsp;พบจุดแปรรูปไม้&nbsp;ร่องรอยตัดถนนเข้ามาขนย้ายไม้แปรรูป&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;&nbsp;ตรวจจุดแปรรูปไม้ใหม่&nbsp;จุดที่&nbsp;1&nbsp;เป็นชนิดไม้หลุมพอตัดโค่นเก่า&nbsp;แล้วแปรรูปใหม่&nbsp;ไม้แปรรูปขนาดเล็กขนย้ายไปหมดแล้ว&nbsp;คงเหลือไม้ท่อนและไม้แปรรูปขนาดใหญ่&nbsp;(ไม้ทำโต๊ะ)&nbsp;คณะ&nbsp;จนท.ตรวจยึดและตรวจวัดไม้ได้&nbsp;ประกอบด้วยไม้หลุมพอ&nbsp;ท่อน&nbsp;ขนาดโต&nbsp;315&nbsp;ซม.ยาว&nbsp;272&nbsp;ซม.จำนวน&nbsp;1&nbsp;ท่อน&nbsp;ไม้หลุมพอ&nbsp;แปรรูป&nbsp;ขนาดหนา&nbsp;10&nbsp;ซม.กว้าง&nbsp;80&nbsp;ซม.&nbsp;ยาว&nbsp;300&nbsp;&nbsp;ซม.&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;แผ่น/ชิ้น&nbsp;ไม้หลุมพอ&nbsp;แปรรูป&nbsp;ขนาดหนา&nbsp;10&nbsp;ซม.กว้าง&nbsp;80&nbsp;ซม.ยาว&nbsp;330&nbsp;ซม.จำนวน&nbsp;3&nbsp;แผ่น/ชิ้น&nbsp;จนท.จึงได้&nbsp;ทำการตรวจวัด&nbsp;ร่องรอย&nbsp;รถแม็กโค&nbsp;ตัดถนนใหม่ไปในป่า&nbsp;ขนาดกว้าง&nbsp;300&nbsp;ซม.ยาว&nbsp;300&nbsp;เมตร&nbsp;ทำให้พื้นที่ป่าไม้ถูกทำลายใหม่เสียหาย&nbsp;</p><p><strong>และต่อมา&nbsp;จนท.ตรวจสอบ&nbsp;จุดที่&nbsp;2&nbsp;ตามร่องรอยเดินเท้าไปในป่าริมลำห้วยไปบนภูเขา</strong>&nbsp;พบต้นหลุมพอขนาดใหญ่&nbsp;ถูกตัดด้วยเครื่องเลื่อยโซ่ยนต์&nbsp;ล้มคาตอจำนวน&nbsp;1&nbsp;ต้น&nbsp;&nbsp;คณะ&nbsp;จนท.ทำการตรวจยึดและตรวจวัด&nbsp;โคนต้นโต&nbsp;570&nbsp;ซม.และตรวจวัดต้นไม้หลุมพอ&nbsp;ขนาดลำต้นโต&nbsp;240&nbsp;ซม.ยาว&nbsp;2,300&nbsp;ซม.จำนวน&nbsp;1&nbsp;ท่อน&nbsp;(ปริมาตร&nbsp;อยู่ระหว่างคิดคำนวณของ&nbsp;จนท.หน่วยป้องกันรักษาป่าที่&nbsp;ยล.2&nbsp;(ปะแต))</p><p><strong>เจ้าหน้าที่&nbsp;จึงทำการ&nbsp;ตรวจยึด&nbsp;ไม้แปรรูป&nbsp;และไม้ท่อนดังกล่าว&nbsp;แต่ไม้มีขนาดใหญ่&nbsp;</strong>ยังขนย้ายไม่ได้&nbsp;ยังกองอยู่ที่เกิดเหตุ&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;หน.หน่วยป้องกันรักษาป่าที่&nbsp;ยล.2&nbsp;&nbsp;(ปะแต)&nbsp;&nbsp;ดำเนินการเฝ้ารักษาและดำเนินการขนย้ายต่อไป&nbsp;ตามระเบียบของ&nbsp;กรมป่าไม้&nbsp;&nbsp;โดยกล่าวหาว่า&nbsp;ผู้ที่ลักลอบตัดไม้ทำลายป่า&nbsp;ลักลอบแปรรูปไม้&nbsp;กระทำความผิด&nbsp;พ.ร.บ.ป่าไม้&nbsp;พ.ศ.2484&nbsp;&nbsp;มาตรา&nbsp;11,&nbsp;48,&nbsp;54&nbsp;และ&nbsp;69&nbsp;และ&nbsp;พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;พ.ศ.2507&nbsp;มาตรา&nbsp;14&nbsp;สถานที่เกิดเหตุ&nbsp;กลุ่มบ้านเขาหัวช้าง&nbsp;บ้านเหมือลาบู&nbsp;ม.8&nbsp;ต.ปะแต&nbsp;อ.ยะหา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าลาบูและป่าถ้ำทะลุ</p><p><strong>จนท.มอบหมายให้&nbsp;นายมะซิ&nbsp;อุเซ็ง&nbsp;หน.หน่วยป้องกันรักษาป่าที่&nbsp;ยล.2</strong>&nbsp;(ปะแต)&nbsp;เฝ้ารักษาไม้แปรรูป&nbsp;ไม้ท่อน&nbsp;จัดทำบันทึก&nbsp;ตรวจสอบ&nbsp;ตรวจยึด&nbsp;ส่ง&nbsp;พงส.สภ.ปะแต&nbsp;อ.ยะหา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป</p><p><strong>ล่าสุดทราบว่า&nbsp;ทางป่าไม้&nbsp;ซึ่งเป็นผู้เสียหาย&nbsp;ยังไม่มีการดำเนินการเข้าแจ้งความร้องทักข์&nbsp;</strong>ดำเนินคดีกับกรณี&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;และทราบว่า&nbsp;มีเจ้าหน้าที่ระดับสูง&nbsp;พยายามติดต่อเคลื่อนย้ายของกลางที่ยึดได้ออกนอกพื้นที่</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-29T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329102813031
219	ทบ.หนุนมาตรการประหยัดพลังงานตามนโยบายรัฐ เตรียมดูแลประชาชนสืบสานประเพณีสงกรานต์ ส่วนตรวจเลือกทหารกองเกินเดือน เม.ย. 65 มุ่งประชาสัมพันธ์ข้อดีของการเป็นทหาร	<p><strong>พันเอกหญิงศิริจันทร์&nbsp;งาทอง&nbsp;รองโฆษกกองทัพบก&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จากการประชุมสรุปสถานการณ์ประจำวันผ่านระบบออนไลน์กับหน่วยทหารทั่วประเทศ&nbsp;พลเอกณรงค์พันธ์&nbsp;จิตต์แก้วแท้&nbsp;ผู้บัญชาการทหารบก&nbsp;ได้กล่าวถึงภารกิจป้องกันชายแดนและการปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;เห็นถึงความสำคัญของกำลังพลที่ปฏิบัติงานสนับสนุนรัฐบาลในหลายภารกิจ&nbsp;รวมถึงการแก้ไขสถานการณ์โควิด-19&nbsp;โดยได้แสดงความห่วงใย&nbsp;ย้ำเตือนให้ระมัดระวังตนเองในทุกภารกิจ&nbsp;อีกทั้งในช่วงเทศกาลสงกรานต์&nbsp;ยังมอบให้กองทัพประสานทุกภาคส่วนดูแลประชนชน&nbsp;เน้นการป้องกันและลดอุบัติเหตุบนท้องถนน,&nbsp;การออกมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;ในช่วงเทศกาลสงกรานต์สำหรับกำลังพล&nbsp;เน้นย้ำการปฏิบัติตนเมื่อเข้าร่วมกิจกรรมประเพณี&nbsp;และข้อห้ามตามที่ภาครัฐกำหนด&nbsp;ให้ร่วมสืบสานประเพณีสงกรานต์อย่างระมัดระวัง&nbsp;ทั้งการป้องกันโควิด-19&nbsp;และอุบัติภัยต่าง&nbsp;ๆ</p><p><strong>ผู้บัญชาการทหารบก&nbsp;ยังสั่งการเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของกองทัพบกที่สำคัญ&nbsp;</strong>คือการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้าเป็นทหารกองประจำการ&nbsp;กำชับให้หน่วยที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามขั้นตอนอย่างตรงไปตรงมา&nbsp;และอำนวยความสะดวกให้ผู้เข้ารับการตรวจเลือกอย่างเต็มที่&nbsp;ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์ให้ทราบถึงระบบการดูแลกำลังพลเมื่อเข้ารับราชการทหาร&nbsp;&nbsp;และกองทัพบกต้องการทหารกองประจำการที่มีความพร้อม&nbsp;มีใจรักในอาชีพทหารมาร่วมงาน</p><p><strong>นอกจากนี้ได้ออกมาตรการที่สอดคล้องกับนโยบายประหยัดพลังงาน&nbsp;</strong>ทั้งด้านการปฏิบัติงานของหน่วยทหารและการดำเนินชีวิตของกำลังพล&nbsp;กำชับให้ทุกหน่วยดำเนินการตามมาตรการในหน่วยทหารอย่างเคร่งครัด&nbsp;สามารถประเมินค่าได้อย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนหรือพลังงานทางเลือก&nbsp;เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์พลังงานและลดรายจ่ายด้านงบประมาณของประเทศให้ได้มากที่สุด</p><p><br></p>	2022-03-29T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329140520116
220	ผบ.ร้อย อส.อ.เบตง ที่ 3 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพล ชคต.ตาเนาะแมเราะ	<p><strong>วันนี้&nbsp;(29&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่ฐานปฎิบัติการ&nbsp;ชคต.ตาเนาะแมเราะ&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;</strong>นายกองโท&nbsp;เอก&nbsp;ยังอภัย&nbsp;ณ&nbsp;สงขลา&nbsp;ผบ.&nbsp;ร้อย&nbsp;อส.อ.เบตง&nbsp;ที่&nbsp;3&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ปลัดอำเภอประจำตำบลตาเนาะแมเราะ&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม&nbsp;กำลังพล&nbsp;ชคต.ตาเนาะแมเราะ&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;&nbsp;เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ&nbsp;เน้นย้ำการปฏิบัติหน้าที่&nbsp;มีความพร้อมตลอดเวลา&nbsp;สามารถดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;พร้อมทั้งมอบนโยบายการปฏิบัติงาน&nbsp;พร้อมทั้งให้คำแนะนำเกี่ยวกับหลักการปฏิบัติทางยุทธวิธี&nbsp;เพื่อให้กำลังพลมีความเข้าใจ&nbsp;และไม่ให้เกิดความประมาทในเเต่ละภารกิจ&nbsp;อีกทั้งสามารถดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน&nbsp;รวมทั้งควบคุมพื้นที่รับผิดชอบได้อย่างปลอดภัย&nbsp;สอบถามปัญหาอุปสรรคต่างๆ&nbsp;ในการปฏิบัติหน้าที่&nbsp;และได้ประชุมหารือการพัฒนาฐานที่ตั้งของ&nbsp;ชคต.ตาเนาะแมเราะ&nbsp;ให้มีความมั่นคง&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	2022-03-29T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329142747127
221	ผบ.ร้อย อส.อ.เบตง ที่ 3 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพล ชคต.ตาเนาะแมเราะ	<p><strong>วันนี้&nbsp;(29&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่ฐานปฎิบัติการ&nbsp;ชคต.ตาเนาะแมเราะ&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;</strong>นายกองโท&nbsp;เอก&nbsp;ยังอภัย&nbsp;ณ&nbsp;สงขลา&nbsp;ผบ.&nbsp;ร้อย&nbsp;อส.อ.เบตง&nbsp;ที่&nbsp;3&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ปลัดอำเภอประจำตำบลตาเนาะแมเราะ&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม&nbsp;กำลังพล&nbsp;ชคต.ตาเนาะแมเราะ&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;&nbsp;เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ&nbsp;เน้นย้ำการปฏิบัติหน้าที่&nbsp;มีความพร้อมตลอดเวลา&nbsp;สามารถดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;พร้อมทั้งมอบนโยบายการปฏิบัติงาน&nbsp;พร้อมทั้งให้คำแนะนำเกี่ยวกับหลักการปฏิบัติทางยุทธวิธี&nbsp;เพื่อให้กำลังพลมีความเข้าใจ&nbsp;และไม่ให้เกิดความประมาทในเเต่ละภารกิจ&nbsp;อีกทั้งสามารถดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน&nbsp;รวมทั้งควบคุมพื้นที่รับผิดชอบได้อย่างปลอดภัย&nbsp;สอบถามปัญหาอุปสรรคต่างๆ&nbsp;ในการปฏิบัติหน้าที่&nbsp;และได้ประชุมหารือการพัฒนาฐานที่ตั้งของ&nbsp;ชคต.ตาเนาะแมเราะ&nbsp;ให้มีความมั่นคง&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	2022-03-29T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329142747128
222	นายกรัฐมนตรี ไม่ก้าวก่ายปัญหาภายในช่อง 5 และสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง 	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ยืนยันว่าไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับปัญหาภายในสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก&nbsp;ช่อง&nbsp;5&nbsp;ซึ่งรวมถึงสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง&nbsp;พร้อมระบุว่าการนำเสนอข่าวหรือการวิเคราะห์มากเกินไปอาจจะทำให้เกิดปัญหาในภาพรวมของประเทศได้&nbsp;ดังนั้นขอให้นำเสนอข่าวตามปกติ&nbsp;และเป็นข้อเท็จจริง&nbsp;เพราะแม้จะอยู่คนละภูมิภาค&nbsp;แต่เป็นสมาชิกองค์กรระหว่างประเทศ&nbsp;เช่น&nbsp;สหประชาชาติและกลุ่มองค์กรต่างๆ&nbsp;จึงต้องระมัดระวังและไม่ให้เกิดผลกระทบกับประเทศไทย</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายกรัฐมนตรี&nbsp;ระบุว่า&nbsp;จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ไม่ได้มีการพูดคุยหรือแสดงความเป็นห่วง&nbsp;เนื่องจากเป็นเรื่องภายในองค์กร&nbsp;มีการตรวจสอบคัดกรองกันเอง&nbsp;มีคณะกรรมการอยู่แล้ว&nbsp;พร้อมย้ำว่าไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวและไม่สามารถสั่งการได้&nbsp;เพราะตนเองไม่ได้เป็นผู้บัญชาการทหารบก&nbsp;และรัฐบาลมีนโยบายเพียงขออย่าเข้าไปขัดแย้งกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น&nbsp;และให้เสนอข่าวตามข้อเท็จจริง&nbsp;ทั้งนี้ในบางเรื่องยังไม่เหมาะสมที่จะนำไปวิพากย์วิจารณ์&nbsp;เพราะไม่เกิดประโยชน์</span></p><p><br></p><p><br></p>"	2022-03-29T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329163119214
223	ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่คำสั่งกรุงเทพมหานครมอบอำนาจให้รองปลัดกรุงเทพมหานครปฎิบัติราขการแทนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร	<p><strong>เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา</strong>&nbsp;เผยแพร่คำสั่งกรุงเทพมหานครที่&nbsp;749/2565&nbsp;เรื่อง&nbsp;มอบหมายและมอบอำนาจให้รองปลัดกรุงเทพมหานครสั่งและปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร&nbsp;โดยมีนายขจิต&nbsp;ชัชวานิชย์&nbsp;ปลัดกรุงเทพมหานคร&nbsp;เป็นผู้ลงนาม&nbsp;ซึ่งประกาศดังกล่าว&nbsp;มีขึ้นเพื่อให้การปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ&nbsp;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา&nbsp;54&nbsp;และมาตรา&nbsp;81&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2528&nbsp;ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร&nbsp;จึงให้ยกเลิกคำสั่งกรุงเทพมหานคร&nbsp;ที่&nbsp;588/2565&nbsp;ลงวันที่&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยมีเนื้อหา&nbsp;มอบหมายและมอบอำนาจในการสั่งการ&nbsp;การอนุญาต&nbsp;การอนุมัติในการปฏิบัติราชการที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจะพึงปฏิบัติ&nbsp;หรือดำเนินการตามกฏหมาย&nbsp;กฎระเบียบ&nbsp;ข้อบังคับ&nbsp;ข้อบัญญัติ&nbsp;หรือคำสั่งใด&nbsp;หรือมติของคณะรัฐมนตรีในเรื่องใด&nbsp;ถ้ากฎหมาย&nbsp;กฎ&nbsp;ระเบียบ&nbsp;ข้อบังคับ&nbsp;ข้อบัญญัติ&nbsp;หรือคำสั่งนั้น&nbsp;หรือมติของคณะรัฐมนตรีนั้น&nbsp;มิได้บัญญัติเรื่องการมอบอำนาจไว้เป็นอย่างอื่น&nbsp;ให้รองปลัดกรุงเทพมหานครมีอำนาจหน้าที่ในการสั่ง&nbsp;หรือการปฎิบัติราชการแทน&nbsp;ในกรณีที่รองปลัดกรุงเทพมหานครในลำดับใดไม่อาจปฏิบัติราชการได้&nbsp;ให้รองปลัดกรุงเทพมหานครในระดับถัดไป&nbsp;มีอำนาจในการสั่งและการปฏิบัติราชการแทน&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การสั่งและการปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร&nbsp;</strong>ที่รองปลัดกรุงเทพมหานคร&nbsp;เห็นว่าเป็นเรื่องงานนโยบายที่สำคัญและอาจส่งผลกระทบต่อความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่กรุงเทพมหานคร&nbsp;ราชการโดยส่วนรวมกระทบต่อการรักษาความสงบเรียบร้อย&nbsp;หรือสวัสดิภาพของประชาชนโดยรวม&nbsp;ต้องนำเสนอผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร&nbsp;เป็นผู้พิจารณาสั่งการ&nbsp;เว้นแต่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น&nbsp;ซึ่งรวมถึงราชการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบรรจุ&nbsp;การแต่งตั้ง&nbsp;การโอน&nbsp;&nbsp;การดำเนินการทางวินัย&nbsp;การออกจากราชการ&nbsp;การอุทรการร้องทุกข์ของข้าราชการกรุงเทพมหานคร&nbsp;การเลื่อนขั้นเงินเดือนของข้าราชการ&nbsp;รวมถึงเรื่องเสนอสภากรุงเทพมหานคร&nbsp;รัฐสภา&nbsp;รัฐมนตรี&nbsp;นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-29T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329152232159
224	คณะรัฐมนตรี เร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิต เข้าสภาผู้แทนราษฎร	<p><strong>นางสาวรัชดา&nbsp;ธนาดิเรก&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้เห็นชอบให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาก่อนที่สภาผู้แทนราษฎรจะพิจารณารับหลักการร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;..)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;..&nbsp;โดยเป็นร่างที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสนอ&nbsp;ซึ่งมีสาระเป็นการกำหนดให้ชาย&nbsp;หญิง&nbsp;หรือบุคคล&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งเป็นเพศเดียวกันสามารถหมั้นหรือสมรสกันได้ตามกฎหมาย&nbsp;ในเรื่องนี้&nbsp;คณะรัฐมนตรี&nbsp;เห็นว่า&nbsp;มีหลักการใกล้เคียงกับร่างพระราชบัญญัติคู่ชีวิต&nbsp;พ.ศ.&nbsp;..&nbsp;และร่าง&nbsp;พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม&nbsp;ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์&nbsp;ที่&nbsp;ครม.เห็นชอบไปแล้ว&nbsp;และครอบคลุมหลายมิติ&nbsp;โดยขณะนี้ทางมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช&nbsp;ได้ดำเนินการศึกษาเพิ่มเติมตามที่คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรเสนอ&nbsp;คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนเมษายนนี้</p><p><strong>ครม.จึงมีมติไม่รับหลักการ&nbsp;ร่าง&nbsp;พ.ร.บ.ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฏรเสนอ</strong>&nbsp;และให้กระทรวงยุติธรรมและกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&nbsp;ร่วมกันพิจารณาร่าง&nbsp;พ.ร.บ.ของรัฐบาลประกอบผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช&nbsp;แล้วเสนอคณะรัฐมนตรี&nbsp;เพื่อผลักดันเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรโดยเร็ว</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-03-29T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329181329278
225	สมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอำเภอครบุรี และอำเภอเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา	<p><strong>นายวัลลภ&nbsp;ตังคณานุรักษ์&nbsp;สมาชิกวุฒิสภา</strong>&nbsp;นำคณะสมาชิกวุฒิสภา&nbsp;ลงพื้นที่พบปะเพื่อรับฟังความคิดเห็น&nbsp;ข้อเสนอแนะ&nbsp;และสภาพปัญหาของประชาชนอำเภอครบุรี&nbsp;และอำเภอเสิงสาง&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ตามโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;(ตอนล่าง)&nbsp;ที่ศาลาประชาคมอำเภอครบุรี&nbsp;โดยมีนายชรินทร์ทองสุข&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;กล่าวต้อนรับ&nbsp;นายพรชัย&nbsp;อำนวยทรัพย์สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;ร่วมรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากประชาชนกลุ่มต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;</p><p><strong>สำหรับอำเภอครบุรี&nbsp;มีพื้นที่ทั้งหมด&nbsp;1,169,596&nbsp;ไร่</strong>&nbsp;ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม&nbsp;มีพื้นที่ทำการเกษตร&nbsp;ร้อยละ&nbsp;40&nbsp;ของพื้นที่&nbsp;โดยมีพื้นที่เพาะปลูกมันสำปะหลัง&nbsp;ข้าว&nbsp;อ้อยโรงงาน&nbsp;ผลไม้&nbsp;ทุเรียน&nbsp;ขนุน&nbsp;ไม้ยืนต้น&nbsp;และพืชผัก&nbsp;แหล่งน้ำสำคัญได้แก่&nbsp;เขื่อนลำแซะ&nbsp;ความจุ&nbsp;275&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;และเขื่อนลำพูนบน&nbsp;ความจุ&nbsp;14.1&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;พื้นที่ส่วนใหญ่มีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติและพื้นดินมีน้ำใต้ดินสมบูรณ์&nbsp;ประกอบด้วยพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าไม้ถาวร&nbsp;จึงเป็นส่วนหนึ่งที่เกิดผลกระทบต่อการอยู่อาศัยของราษฎรในหลายตำบล&nbsp;นอกจากนี้ยังมีปัญหาที่สำคัญในพื้นที่ได้แก่&nbsp;ปัญหาการขับเคลื่อนแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์&nbsp;ปัญหาที่อยู่อาศัยไม่มีเอกสารสิทธิ์&nbsp;ปัญหาผลผลิตการเกษตรล้นตลาดทำให้ราคาสินค้าตกต่&nbsp;และปัญหาขาดการส่งเสริมการประกอบอาชีพ</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;ในช่วงบ่าย</strong>&nbsp;โครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนยังจะได้ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานในการขับเคลื่อนการปลูกกาแฟและแมคคาเดเมียในพื้นที่ดงมะไฟอำเภอสูงเนิน&nbsp;สืบเนื่องจากการหารือของคณะกรรมการโครงการฯ&nbsp;เกษตรกร&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกกาแฟและแมคคาเดเมียที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;6&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งนายชรินทร์&nbsp;ทองสุข&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ได้รับมอบหมายจากผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;ให้นำไปขับเคลื่อนในพื้นที่เพื่อส่งเสริมการปลูกกาแฟและแมคคาเดเมียให้เป็นพืชเศรษฐกิจและพืชทางเลือกสำหรับเกษตรกรในพื้นที่สูง&nbsp;ซึ่งจะช่วยสร้างมูลค่าให้เกษตรกรอย่างยังยืน&nbsp;ทั้งนี้โครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;27-29&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาครั้งนี้นับเป็นครั้งที่&nbsp;5&nbsp;ซึ่งสมาชิกวุฒิสภาจะได้นำข้อเสนอแนะต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่ได้รับจากการฟังความคิดเห็นไปสู่การดำเนินการตามอำนาจและหน้าที่ของวุฒิสภาต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-29T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครราชสีมา	สวท.นครราชสีมา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329180014263
226	กองทัพภาคที่ 2 เตรียมความพร้อมในการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ ประจำปี 2565	<p><strong>วันนี้&nbsp;(29&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00น.&nbsp;ที่สโมสรร่วมเริงไชย&nbsp;ค่ายสุรนารี&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา</strong>&nbsp;พลโท&nbsp;สวราชย์&nbsp;แสงผล&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;2&nbsp;เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมของกองทัพภาคที่&nbsp;2&nbsp;ในการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ว่า&nbsp;ในปีนี้&nbsp;กองทัพบกจะทำการตรวจเลือกทหารกองเกิน&nbsp;เข้ารับราชการเป็นทหารกองประจำการ&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1-20&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;(เว้นวันที่&nbsp;6&nbsp;และ&nbsp;13&nbsp;-&nbsp;15&nbsp;เม.ย.65)&nbsp;ซึ่งขณะนี้กองทัพภาคที่&nbsp;2&nbsp;ได้เตรียมความพร้อม&nbsp;ทั้งบุคลากร&nbsp;สถานที่&nbsp;ระบบการบริหารจัดการ&nbsp;ที่กระชับรวดเร็ว&nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้เข้ารับการตรวจเลือกอย่างเต็มที่&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;รวมทั้งคณะกรรมการตรวจเลือก&nbsp;ที่จะดำเนินการพร้อมกันใน&nbsp;20&nbsp;จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;โดยผู้ที่จะต้องเข้ารับการตรวจเลือกทหารในปีนี้&nbsp;ได้แก่&nbsp;ชายไทยที่เกิด&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2544&nbsp;(อายุครบ&nbsp;21&nbsp;ปีบริบูรณ์)&nbsp;กับผู้ที่เกิด&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2536-2543&nbsp;(อายุ&nbsp;22-29&nbsp;ปี&nbsp;ที่ยังไม่เคยเข้ารับการตรวจเลือก&nbsp;หรือการตรวจเลือกยังไม่แล้วเสร็จ)&nbsp;ความต้องการคนเข้ากองประจำการจาก&nbsp;ทภ.2&nbsp;จำนวน&nbsp;30,047&nbsp;คน&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;25.90&nbsp;ซึ่งเป็นสัดส่วนเท่ากันทั่วประเทศ&nbsp;ลดลงจากปี&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;9,871&nbsp;คน&nbsp;จากนโยบายการลดกำลังพลประเภททหารกองประจำการของกองทัพบก&nbsp;และการให้โอกาสรับราชการต่อของทหารที่สมัครใจ&nbsp;รวมถึงการรับสมัครทหารออนไลน์ที่ได้คัดเลือกตัวไว้แล้ว</p><p><strong>โดยมีขั้นตอนการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ดังนี้</strong></p><p>1.&nbsp;การเปิดการตรวจเลือกฯ&nbsp;เริ่มตั้งแต่เวลา&nbsp;07.00&nbsp;น.&nbsp;มีการรวมแถวเคารพธงชาติ&nbsp;อ่านสารของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;และชี้แจงการปฏิบัติของทหารกองเกินที่มาเข้ารับการตรวจเลือกฯ</p><p>2.&nbsp;การเรียกชื่อ&nbsp;การตรวจร่างกาย&nbsp;วัดขนาดและกำหนดคนเป็นจำพวก&nbsp;จะเป็นการดำเนินการภายในสถานที่ตรวจเลือก&nbsp;ที่ต้องมีการเรียกชื่อ&nbsp;ตรวจสอบตัวบุคคล&nbsp;ตรวจร่างกาย&nbsp;วัดขนาด&nbsp;เป็นการคัดคนที่สมบูรณ์แข็งแรงและได้ขนาดเข้าเป็นทหารต่อไป</p><p>3.&nbsp;การตรวจสอบและปล่อยตัว&nbsp;สำหรับคนที่ร่างกายไม่สมบูรณ์หรือไม่ได้ขนาดจากขั้นตอนที่&nbsp;2&nbsp;ก็จะทำการปล่อยตัวตามหลักเกณฑ์ในขั้นตอนนี้&nbsp;โดยจะมอบใบรับรองผลการตรวจเลือกฯ&nbsp;(แบบ&nbsp;สด.43)&nbsp;ให้เป็นหลักฐาน</p><p>4.&nbsp;การกำหนดคนเข้ากองประจำการ&nbsp;ขั้นตอนนี้จะเป็นการระบุตัวบุคคลว่าใครจะต้องเข้ารับราชการเป็นทหารแผนกใด&nbsp;ผลัดใด&nbsp;สังกัดที่ไหน&nbsp;มีสิทธิได้รับการลดวันรับราชการหรือไม่&nbsp;อย่างไร&nbsp;โดยผู้ที่ร้องขอฯ&nbsp;จะดำเนินการแล้วเสร็จได้ก่อนผู้ที่จับได้สลากแดงแต่ในการดำเนินการของเจ้าหน้าที่&nbsp;กว่าที่จะทำการตรวจเลือกฯ&nbsp;นี้&nbsp;มีหลายขั้นตอนมาก&nbsp;โดยเฉพาะในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคระบาดเช่นนี้&nbsp;โดยแบ่งเป็นการดำเนินการก่อน&nbsp;ระหว่าง&nbsp;และหลังการตรวจเลือก&nbsp;</p><p><strong>สำหรับมาตรการป้องกัน&nbsp;และควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;ได้เตรียมการ&nbsp;ดังนี้&nbsp;</strong>&nbsp;กองทัพบก&nbsp;โดยศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19&nbsp;กองทัพบก&nbsp;ได้กำหนดมาตรการให้ทุกส่วนได้ปฏิบัติอย่างเข้มงวดตามหลักการ&nbsp;DMHTT&nbsp;ของสาธารณสุขแล้ว&nbsp;นอกจากนั้นยังได้เพิ่มเติมรายละเอียดการปฏิบัติหลายเรื่อง&nbsp;เช่น&nbsp;การเรียกคนเข้ารับการตรวจเลือกฯ&nbsp;วันหนึ่งไม่เกิน&nbsp;500&nbsp;คน&nbsp;การเลือกใช้สถานที่ตรวจเลือกฯ&nbsp;เป็นที่โปร่ง&nbsp;โล่งอากาศถ่ายเทได้ดี&nbsp;และไม่ใช้ห้องปรับอากาศ&nbsp;รวมทั้งการกำหนดวิธีการตรวจเลือกฯ&nbsp;เพื่อลดความคับคั่งของคนที่มาเข้าตรวจเลือกฯ&nbsp;การขอความร่วมมือญาติพี่น้องทหารให้งดการเดินทางมาในวันตรวจเลือก&nbsp;นอกจากนี้ได้สั่งการเพิ่มเติมให้</p><p>1.&nbsp;คณะกรรมการตรวจเลือกฯ&nbsp;ทำการกักตัวก่อนทำหน้าที่&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;และมีการตรวจคัดกรองหาเชื้อด้วยชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นระยะๆ&nbsp;ทั้งก่อน&nbsp;ระหว่าง&nbsp;หลังวันปฏิบัติหน้าที่&nbsp;รวม&nbsp;6&nbsp;ครั้ง&nbsp;</p><p>2.&nbsp;ให้แต่ละจังหวัด&nbsp;หรือมณฑลทหารบก&nbsp;จัดการประชุมร่วมกับ&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด&nbsp;และคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อของจังหวัด&nbsp;เพื่อกำหนดมาตรการที่เหมาะสมของแต่ละพื้นที่&nbsp;</p><p>3.&nbsp;ให้จังหวัดที่ทำการตรวจเลือกในห้างสรรพสินค้า&nbsp;ประสานกับทางห้างให้ใช้สถานที่เป็นลานจอดรถยนต์ที่เป็นที่เปิดโล่ง&nbsp;ไม่มีเครื่องปรับอากาศ&nbsp;แทนการใช้ฮอลล์&nbsp;หรือห้องโถงภายในห้างที่กำหนดไว้เดิม</p><p>4.&nbsp;ให้กรรมการตรวจเลือก&nbsp;ที่ต้องสัมผัสใกล้ชิดกับตัวทหารกองเกิน&nbsp;สวมใส่ชุดป้องกันโรค&nbsp;(PPE)&nbsp;ในระหว่างที่ทำหน้าที่ตรวจเลือก&nbsp;เช่น&nbsp;กรรมการผู้วัดขนาดร่างกาย&nbsp;หรือกรรมการที่ดูแลการจับสลาก</p><p>5.&nbsp;การจัดคณะกรรมการตรวจเลือกชุดสำรอง&nbsp;จากเดิมจัดไว้&nbsp;4&nbsp;คณะ&nbsp;ให้จัดเพิ่มเป็น&nbsp;13&nbsp;คณะ&nbsp;โดยให้พร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ทดแทนกัน&nbsp;สำหรับการสับเปลี่ยนตัว&nbsp;มีนโยบายให้เปลี่ยนตัวเฉพาะผู้ที่มีอาการหรือติดเชื้อ&nbsp;เว้นแต่มีคณะกรรมการติดเชื้อมากกว่า&nbsp;50%&nbsp;จึงให้เปลี่ยนทั้งคณะในเรื่องการส่งเสริมทหารกองประจำการ&nbsp;เพื่อต่อยอดเป็นทหารอาชีพ&nbsp;</p><p><strong>แม่ทัพภาคที่&nbsp;2&nbsp;กล่าวอีกว่า&nbsp;กองทัพบก&nbsp;</strong>มีนโยบายส่งเสริมความก้าวหน้าให้กับทหารกองประจำการ&nbsp;เป็นเรื่องที่กองทัพบกคำนึงถึงและกำหนดเป็นนโยบายใหม่ๆ&nbsp;ออกมาตลอดเวลา&nbsp;ณ&nbsp;ปัจจุบันนี้การรับ&nbsp;นักเรียนนายสิบ&nbsp;รับจากทหารกองประจำการ&nbsp;ร้อยละ&nbsp;80&nbsp;และรับจากพลเรือน&nbsp;ร้อยละ&nbsp;20&nbsp;สำหรับนักเรียนนายสิบของเหล่ารบหลัก&nbsp;จะรับจากทหารกองประจำการทั้งหมด&nbsp;นอกจากนี้ผู้ที่ปลดเป็นทหารกองหนุนแล้ว&nbsp;หากประสงค์จะเข้ารับราชการในหน่วยต่างๆ&nbsp;ของกองทัพบกที่เปิดรับ&nbsp;ยังมีสิทธิได้รับคะแนนเพิ่มพิเศษร้อยละ&nbsp;10&nbsp;หรือถ้าเป็นทหารจากการสมัครใจตามโครงการทหารออนไลน์&nbsp;ยังจะได้รับคะแนนเพิ่มอีก&nbsp;ร้อยละ&nbsp;5&nbsp;ด้วย</p><p><strong>ทั้งนี้อยากฝากเตือนให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อว่าจะมีผู้ใดสามารถช่วยเหลือให้ไม่ต้องเข้ารับการตรวจเลือก&nbsp;</strong>โดยไม่มีความผิดได้&nbsp;และขอย้ำว่า&nbsp;ใบรับรองผลการตรวจเลือก&nbsp;(สด.43)&nbsp;จะต้องได้รับจากประธานกรรมการตรวจเลือกในวันตรวจเลือกเท่านั้น&nbsp;หากได้รับจากบุคคลอื่น&nbsp;หรือวันอื่นถือว่าเป็นเอกสารที่ทางราชการไม่ได้ออกให้&nbsp;ไม่สามารถที่จะนำไปแสดงในการสมัครงาน&nbsp;หรือใช้ในกรณีอื่นได้</p><p><strong>แม่ทัพภาคที่&nbsp;2&nbsp;ยังได้เชิญชวนเยาวชนไทยที่มีอายุถึงกำหนดต้องเข้ารับการตรวจเลือกฯ</strong>&nbsp;คือคนที่เกิดปี&nbsp;พ.ศ.2544&nbsp;หรือเกิดก่อนนั้นและยังไม่ได้เข้ารับการตรวจเลือกฯ&nbsp;ที่ได้ไปแสดงตนเพื่อลงบัญชีทหารกองเกินแล้ว&nbsp;ไปทำหน้าที่ชายไทยตามกำหนดในหมายเรียกเข้ารับราชการทหาร&nbsp;(แบบ&nbsp;สด.35)&nbsp;และขอให้สมัครเข้าเป็นทหารกองประจำการกันให้มาก&nbsp;เพราะหากสมัคร&nbsp;จะสามารถเลือกรับราชการในหน่วยทหารใกล้ภูมิลำเนาได้&nbsp;แต่หากจับสลากได้ใบแดง&nbsp;จะต้องไปรับราชการตามที่สลากกำหนดไว้&nbsp;นอกจากนั้นการร้องขอหรือสมัครเข้ารับราชการ&nbsp;ยังสามารถใช้สิทธิลดวันรับราชการให้เหลือน้อยกว่า&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;ได้ตามคุณวุฒิที่มี&nbsp;คือ&nbsp;สำเร็จชั้น&nbsp;ม.ปลาย,&nbsp;ปวช.&nbsp;ขึ้นไป&nbsp;ถ้าร้องขอฯ&nbsp;จะรับราชการเพียง&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;แต่ถ้าจับสลากแดง&nbsp;จะใช้สิทธิลดวันรับราชการไม่ได้&nbsp;ส่วนผู้ที่สำเร็จระดับ&nbsp;ปวส.,&nbsp;ปวท.,&nbsp;อนุปริญญา&nbsp;หรือปริญญาตรีขึ้นไป&nbsp;ร้องขอเข้ารับราชการ&nbsp;จะอยู่รับราชการเพียง&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;แต่ถ้าจับสลากแดง&nbsp;จะต้องรับราชการ&nbsp;1&nbsp;ปีเต็ม&nbsp;ส่วนสิทธิการสอบเข้าเป็นนักเรียนนายสิบทหารบกหรือเข้ารับราชการในสังกัด&nbsp;ทบ.ก็จะได้รับสิทธในโควต้า&nbsp;80%&nbsp;และได้คะแนนเพิ่มพิเศษเช่นเดียวกับทหารกองประจำการอื่นๆ&nbsp;ทุกประการ&nbsp;ที่สำคัญอีกอย่าง&nbsp;การสมัครเข้าเป็นทหารจะได้รับความสะดวกในการตรวจเลือก&nbsp;เจ้าหน้าที่จะบริการให้รวดเร็ว&nbsp;เสร็จกลับบ้านเร็วกว่าคนอื่นๆ&nbsp;เป็นการลดความเสี่ยงในการสัมผัสเชื้อโรคได้ด้วย&nbsp;ดังนั้น&nbsp;จึงขอเชิญชวนน้องๆ&nbsp;ตลอดจนพ่อแม่ผู้ปกครอง&nbsp;สนับสนุนให้ลูกหลานสมัครเป็นทหารกันให้มาก</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	2022-03-29T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครราชสีมา	สวท.นครราชสีมา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329230656346
227	ภูธรภาค 5 ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ เสริมยุทธวิธีลาดตระเวนสนับสนุนภารกิจปราบปรามยาเสพติด	"<p><strong>ตำรวจภูธรภาค&nbsp;5&nbsp;ติดเขี้ยวเสริมเล็บลับคมเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการทางยุทธวิธี&nbsp;เ</strong>ปิดฝึกอบรมทบทวนและทดสอบทักษะพัฒนาศักยภาพหน่วยลาดตระเวน&nbsp;เพื่อสนับสนุนภารกิจการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตามแนวตะเข็บชายแดน</p><p><strong>ที่บริเวณลานฝึกศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค&nbsp;5&nbsp;ตำบลปงยางคก&nbsp;อำเภอห้างฉัตร&nbsp;จังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;พล.ต.ท.ประจวบ&nbsp;วงศ์สุข&nbsp;ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค&nbsp;5&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการ&nbsp;""พัฒนาศักยภาพฝึกอบรมทบทวนและทดสอบเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ&nbsp;หลักสูตร&nbsp;ยุทธวิธีการลาดตระเวนป้องกันปราบปรามยาเสพติดและอาชญากรรม&nbsp;เพื่อสนับสนุนภารกิจการลาดตระเวนตามแนวตะเข็บชายแดนภาคเหนือสกัดกั้นการกระทำผิดกฎมายทุกชนิดที่จ่อจะข้ามชายแดนเพื่อนบ้านเข้ามายังประเทศไทย&nbsp;ตามเขตพื้นที่รับผิดชอบตำรวจภูธรภาค&nbsp;5&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้สืบเนื่องจากปัญหาข้อขัดข้องจากการปฏิบัติการในหลายภารกิจที่ผ่านมา&nbsp;</strong>โดยเฉพาะสถานการณ์พิเศษต่างๆ&nbsp;ซึ่งได้ปรากฏเผยแพร่ตามสื่อและพบว่าการปฏิบัติภารกิจของเจ้าหน้าที่มักจะมีการปฏิบัติไปในหลายแนวทาง&nbsp;จึงเห็นควรให้มีการฝึกทักษะ&nbsp;การปฏิบัติที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่มีภารกิจจะต้องปฏิบัติการเพื่อรองรับสถานการณ์ต่างๆ&nbsp;ที่อาจเกิดขึ้นในเขตพื้นที่รับผิดชอบของหน่วย&nbsp;และบางครั้งจำเป็นต้องมีการบูรณาการในการระดมสรรพกำลังเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจจากหน่วยข้างเคียง</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;ตำรวจภูธรภาค&nbsp;5</strong>&nbsp;จึงได้จัดทำโครงการฝึกอบรมทบทวนและทดสอบหน่วย&nbsp;เพื่อพัฒนาทักษะทางยุทธวิธีและการใช้ยุทโธปกรณ์ที่จำเป็นในการปฏิบัติงานของหน่วยปฏิบัติการพิเศษให้เป็นไปตามมาตรฐาน&nbsp;รวมถึงเพื่อเป็นการจัดหน่วยสร้างเครือข่าย&nbsp;กระชับความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยปฏิบัติการ&nbsp;ทั้งในสังกัดตำรวจภูธรภาค&nbsp;5&nbsp;และหน่วยงานอื่นๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ตั้งแต่ระดับกองบัญชาการ&nbsp;ไปจนถึงระดับกองบังคับการ&nbsp;ซึ่งจำเป็นที่จะต้องมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การทำงาน&nbsp;และต้องร่วมมือกันในการที่จะปฏิบัติหน้าที่ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมสำคัญที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต&nbsp;โดยการฝึกอบรมภายใต้หลักสูตร&nbsp;ยุทธวิธีการลาดตระเวนป้องกันปราบปรามยาเสพติดและอาชญากรรม&nbsp;ถือเป็นการดำเนินงานเพื่อตอบสนองต่อภารกิจการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด&nbsp;และเป็นการปฏิบัติตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลตามแผนปฏิบัติการป้องกันปราบปรามยาเสพติดและอาชญากรรม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งการฝึกอบรมทั้งหมดเพื่อต้องการเพิ่มศักยภาพของเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องในการปราบปรามยาเสพติดและอาชญากรรม&nbsp;รวมถึงเพื่อเป็นการเตรียมพร้อมให้เกิดการบูรณาการร่วมกันของกำลังพลทุกฝ่าย&nbsp;ให้สามารถปฏิบัติงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อจะช่วยลดการสูญเสียและให้เกิดความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน&nbsp;เฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์การปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่และกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดตามแนวชายแดนทางภาคเหนือ&nbsp;ที่พบว่าเจ้าหน้าที่มักมีการบาดเจ็บและเสียชีวิตบ่อยครั้ง</p><p><strong>โดยในการฝึกอบรมครั้งนี้&nbsp;มีเจ้าหน้าที่ข้าราชการตำรวจ-ทหาร&nbsp;</strong>จากหลายหน่วยงานในเขตพื้นที่&nbsp;8&nbsp;จังหวัดภาคเหนือตอนบน&nbsp;ได้เข้ารับการฝึกพัฒนนาทักษะทางยุทธวิธีและการใช้ยุทโธปกรณ์ร่วมกัน&nbsp;&nbsp;ทั้งข้าราชการตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่/เชียงราย/แม่ฮ่องสอน/ลำปาง/ลำพูน/แพร่/น่าน/พะเยา&nbsp;และจากกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค&nbsp;5/กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่&nbsp;33&nbsp;เชียงใหม่/กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด/สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค&nbsp;5&nbsp;และเจ้าหน้าที่ทหารสังกัดกองกำลังผาเมือง&nbsp;รวมจำนวนกว่า&nbsp;200&nbsp;นาย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>"	2022-03-29T00:00:00	ภาคเหนือ	ลำปาง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329235459357
228	อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ ประชุมบูรณาการสกัดกั้นแรงงานต่างด้าวหลบหลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรไทย	<p><strong>วันนี้&nbsp;(29&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;พ.ต.อ.เฉลิมศักดิ์&nbsp;ไชยณรงค์ศักดิ์&nbsp;ผกก.สภ.บัวเชด&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;พ.ต.ต.ชรินทร์&nbsp;เดชฤทธิ์&nbsp;สว.สส.ฯ&nbsp;ตำรวจชุดสืบสวนของ&nbsp;สภ.บัวเชด&nbsp;เจ้าหน้าที่ป่าไม้&nbsp;ทหารพรานที่&nbsp;26&nbsp;เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง&nbsp;และ&nbsp;ตชด.214&nbsp;ร่วมประชุมบูรณาการในเรื่องของการสกัดกั้นแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรไทย&nbsp;และสิ่งของผิดกฎหมาย&nbsp;(หลีกเลี่ยงภาษี)&nbsp;ณ&nbsp;วัดเขาศาลา&nbsp;ต.จรัส&nbsp;อ.บัวเชด&nbsp;จ.สุรินทร์&nbsp;และหลังจากนั้นได้มีการปล่อยแถวเพื่อออกเดิลาดตระเวนจากวัดเขาศาลา&nbsp;ไปยังเนิน&nbsp;424&nbsp;ระยะทางประมาณ&nbsp;8&nbsp;กม.(เป็นเส้นทางเดินลาดตระเวนหลักของ&nbsp;ตชด.)&nbsp;เสร็จสิ้นการเดินลาดตระเวน&nbsp;เวลา&nbsp;11.30&nbsp;น.</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	2022-03-29T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329234911356
229	กองทัพภาคที่ 4 สานสัมพันธ์เครือข่ายสานใจสู่สันติ ต้อนรับเดือนรอมฎอน ประจำปี ฮิจเราะห์ศักราช 1443 กำหนดมัสยิดสานใจสู่สันติ แสดงความศรัทธาละเว้นความชั่ว ยินดีในความดี ให้เดือนรอมฎอนเป็นเดือนสันติสุขอย่างแท้จริง	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(29&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่กองสานใจสู่สันติ&nbsp;ศูนย์สันติวิธี&nbsp;บ้านควนดิน&nbsp;ตำบลบ่อทอง&nbsp;อำเภอหนองจิก&nbsp;จังหวัดปัตตานี</strong>&nbsp;พลโทเกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4/&nbsp;ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;พลโท&nbsp;ธิรา&nbsp;แดหวา&nbsp;แม่ทัพน้อยที่&nbsp;4/รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า/ผู้อำนวยการศูนย์สันติวิธี&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;เดินทางร่วมกิจกรรม&nbsp;พบปะสานสัมพันธ์เครือข่ายสานใจสู่สันติต้อนรับเดือนรอมฎอน&nbsp;ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช&nbsp;1443&nbsp;ภายใต้บริบท&nbsp;""นักรบ&nbsp;พบรัก&nbsp;กลับบ้าน&nbsp;ร่วมกันสร้างสันติสุข""&nbsp;เพื่อให้เดือนรอมฎอนเป็นเดือนสันติสุขอย่างแท้จริง&nbsp;โดยมีผู้นำท้องที่&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;ผู้นำศาสนา&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;เป็นหนึ่งในขบวนการขับเคลื่อน&nbsp;และร่วมกิจกรรมนำผู้หลงผิดกลับเข้าสู่กระบวนการของโครงการสานใจสู่สันติสู่เดือนรอมฎอน&nbsp;ภายใต้&nbsp;มัสยิดสานใจสู่สันติ</p><p><strong>ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าประชาชนที่นับถือศาสนาอิสลามในทุกปีต้องปฏิบัติศาสนกิจในเดือนรอมฎอน&nbsp;</strong>หรือเดือนถือศีลอดตามหลักของศาสนาอิสลาม&nbsp;ซึ่งเป็นเดือนที่&nbsp;9&nbsp;ตามปฏิทินทางจันทรคติของอิสลาม&nbsp;กำหนดให้ชาวมุสลิมทุกคนต้องถือศีลอด&nbsp;ทั้งนี้ในปีพุทธศักราช&nbsp;2565&nbsp;ตรงกับปีฮิจเราะห์ศักราช&nbsp;1443&nbsp;การถือศีลอดของพี่น้องชาวมุสลิมในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;และ&nbsp;4&nbsp;อำเภอของจังหวัดสงขลาถือเป็นบุญใหญ่แห่งปี&nbsp;ซึ่งมักจะมีกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงอาศัยเงื่อนไขทางประวัติศาสตร์เชิงบาดแผล&nbsp;ความเป็นอัตลักษณ์&nbsp;เชื้อชาติ&nbsp;ศาสนา&nbsp;และมาตุภูมิ&nbsp;ใช้โอกาสในช่วงเดือนแห่งศรัทธาปฏิบัติการข่าวสารในการโฆษณาชวนเชื่อ&nbsp;และปลุกระดมให้สมาชิกแนวร่วมเข้าใจว่าการก่อเหตุในห้วงดังกล่าวจะได้บุญมากเป็นพิเศษ&nbsp;โดย&nbsp;พลโท&nbsp;เกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ได้มีนโยบายในการขับเคลื่อนโครงการ&nbsp;เพื่อสร้างสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสม&nbsp;และเอื้อต่อการพูดคุยในการแสวงหาทางออกจากความขัดแย้ง&nbsp;รวมถึงการให้หลักประกันในการเข้ามามีส่วนร่วมของผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในกระบวนการเสริมสร้างสันติสุข&nbsp;การแก้ไขปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;จึงกำหนดเป็นโครงการสานใจสู่สันติเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่&nbsp;รายงานตัวเข้าโครงการต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม&nbsp;เดินทางกลับมาอาศัยอยู่ในภูมิลำเนาอย่างปกติสุข&nbsp;โดยเฉพาะในห้วงของเดือนรอมฎอน&nbsp;ที่ถือเป็นเดือนอันประเสริฐ&nbsp;ละเว้นการกระทำความชั่วทั้งปวง&nbsp;และเป็นเดือนที่ทุกคนจะได้แสดงออกถึงความภักดีความเชื่อมั่น&nbsp;และศรัทธาต่อองค์อัลเลาะห์&nbsp;ประกอบศาสนกิจได้อย่างมีความสุข</p><p><strong>พลโท&nbsp;ธิรา&nbsp;แดหวา&nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์สันติวิธีกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;""ถือเป็นโอกาสอันดีที่วันนี้เราได้มาพบปะพูดคุยกัน&nbsp;ทั้งหมดที่มาในวันนี้&nbsp;ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาเราต่างมี&nbsp;ข้อคิดเห็นที่อาจจะแตกต่างกันไปบ้าง&nbsp;มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย&nbsp;แต่ในวันนี้&nbsp;เราพร้อมที่จะเปิดใจคุยกัน&nbsp;ทำอย่างไรให้&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;เกิดสันติสุขด้วยน้ำมือของคนในพื้นที่โดยเร็ว&nbsp;ขณะที่รอมฎอนปีนี้เราจะทำอย่างไรให้เกิดแต่สิ่งที่ดีปราศจากเหตุร้าย&nbsp;ผ่านพ้นเดือนอันบริสุทธิ์&nbsp;และประเสริฐไปได้อย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;ด้วยสันติวิธี&nbsp;ซึ่งเราเปิดพื้นที่ในเดือนรอมฎอนตลอดทั้งเดือนสำหรับผู้ที่เห็นต่างต่อสู้กับรัฐ&nbsp;ในการจะทบทวนตนเอง&nbsp;กลับเข้าสู่พื้นที่ที่ถูกที่ควร&nbsp;หมดความระแวดระวังต่อกัน&nbsp;ใช้ชีวิตปกติท่ามกลางความไว้วางใจ&nbsp;ภายใต้การประสานของผู้นำท้องที่&nbsp;ท้องถิ่น&nbsp;ผู้นำศาสนา&nbsp;สมาชิกชมรมสานใจสู่สันติ&nbsp;สมาชิกของศูนย์ประชาชนพันธุ์ดี&nbsp;ที่มาในวันนี้&nbsp;แล้วสันติสุขจะเกิดขึ้นได้ด้วยมือเรา&nbsp;เพราะวันนี้เราเจอทางออกแล้ว""</p><p><strong>ด้านแม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;พลโท&nbsp;เกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;</strong>ยืนยันไม่บังคับใช้กฎหมายในเดือนรอมฎอน&nbsp;หากไม่มีบุคคลเข้ามาก่อเหตุและใช้ความรุนแรงในพื้นที่&nbsp;ทั้งนี้ยังเล็งเห็นความสำคัญในการประกอบศาสนกิจของพี่น้องชาวไทยมุสลิมในห้วงเดือนรอมฎอน&nbsp;และพร้อมจะตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนที่ไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรงในพื้นที่&nbsp;สอดรับกับกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุข&nbsp;ที่กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงหรือผู้เห็นต่างจากรัฐเห็นด้วยในประเด็นการลดเหตุความรุนแรง&nbsp;ซึ่งแน่นอนว่าเป็นสิ่งที่ทุกคนคาดหวังจะให้มันเกิดขึ้นในเดือนรอมฎอน&nbsp;และตลอดไป&nbsp;""อย่างที่ทราบดีกันอยู่แล้วว่า&nbsp;เรายินดีทำให้ประชาชนสามารถประกอบศาสนกิจได้อย่างมีความสุข&nbsp;โดยกำหนดมัสยิดสานใจสู่สันติรองรับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงหรือผู้ที่เห็นต่างได้กลับมาประกอบศาสนกิจอย่างเต็มรูปแบบ&nbsp;กระตุ้นให้มีความยินดีที่จะสลัดความชั่ว&nbsp;ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตนเองให้ดียิ่งขึ้นด้วยใจที่มุ่งมั่นไม่หวั่นไหว&nbsp;ปราศจากวิธีรุนแรง&nbsp;เรามีพื้นที่เปิดรับเพื่อพูดคุยสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลามที่บริสุทธิ์&nbsp;ผ่านกลไกของผู้ประสานงานในระดับพื้นที่&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นผู้นำท้องที่&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;ผู้นำศาสนา&nbsp;เพื่อให้เดือนรอมฎอน&nbsp;เป็นเดือนแห่งความบริสุทธิ์ปราศจากเหตุรุนแรงอย่างแท้จริง""</p><p><strong>ทั้งนี้ในกิจกรรมสานสัมพันธ์สมาชิกเครือข่ายเพื่อต้อนรับเดือนรอมฎอน</strong>&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;พร้อมด้วยพลโทธิรา&nbsp;แดหวา&nbsp;ได้มอบสิ่งของที่จำเป็น&nbsp;ได้แก่&nbsp;อินทผาลัม&nbsp;ไก่กระดูกดำแช่แข็ง&nbsp;ซึ่งเป็นผลผลิตจากสมาชิกศูนย์ประชาชนพันธุ์ดี&nbsp;ให้กับผู้แทนเครือข่าย&nbsp;ผู้นำท้องที่&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;ผู้นำศาสนา&nbsp;เพื่อใช้ประโยชน์ในช่วงเดือนรอมฎอนต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>"	2022-03-29T00:00:00	NULL	ปัตตานี	สวท.ปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330003026368
230	รองแม่ทัพภาคที่ 4 เยี่ยมให้กำลังใจกำลังพล เน้นย้ำมีความพร้อมปฏิบัติงาน สร้างความเชื่อมั่นแก่พี่น้องประชาชน	<p><strong>พลตรี&nbsp;อุทิศ&nbsp;อนันตนานนท์&nbsp;รองแม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;/</strong>&nbsp;รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ลงพื้นที่ให้กำลังใจกำลังพล&nbsp;รับฟังบรรยายสรุปการสับเปลี่ยนกำลังในการปฏิบัติภารกิจแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;แนะนำแนวทางในการปฏิบัติงานให้กับหน่วย&nbsp;ก่อนเดินทางตรวจเยี่ยม&nbsp;ณ&nbsp;ฐานปฏิบัติการกองร้อยทหารพรานที่&nbsp;2003&nbsp;ตำบลประจัน,&nbsp;ฐานปฏิบัติการกองร้อยทหารพรานที่&nbsp;2011&nbsp;ตำบลระแว้ง,&nbsp;ฐานปฏิบัติการกองร้อยทหารพรานที่&nbsp;2012&nbsp;ตำบลวัด&nbsp;และฐานปฏิบัติการกองร้อยทหารพรานที่&nbsp;2010&nbsp;ตำบลเขาตูม&nbsp;อำเภอยะรัง&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;</p><p><strong>โดยมี&nbsp;พันเอก&nbsp;เรวัฒ&nbsp;ธรรมจิรเดช&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;20</strong>&nbsp;ตลอดจนกำลังพล&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;20&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;ณ&nbsp;กองบังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;20&nbsp;ตำบลตาเซะ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดยะลา</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;พลตรี&nbsp;อุทิศ&nbsp;อนันตนานนท์&nbsp;รองแม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;/&nbsp;</strong>รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;ได้พบปะพูดคุย&nbsp;สอบถามสภาพความเป็นอยู่&nbsp;ปัญหาข้อขัดข้อง&nbsp;ก่อนมอบนโยบายในการปฏิบัติงานตามสั่งการของ&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;/&nbsp;ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;เน้นย้ำกำลังพลมีความพร้อมในการปฏิบัติงานอยู่เสมอ&nbsp;ป้องกันการก่อเหตุรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้น&nbsp;โดยเฉพาะในห้วงเดือนรอมฎอน&nbsp;เดือนอันประเสริฐของพี่น้องมุสลิม&nbsp;กำชับการปฏิบัติงานของกำลังพลจะต้องไม่สร้างเงื่อนไขให้เกิดขึ้นในพื้นที่&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ในช่วงรอยต่อของการสับเปลี่ยนกำลัง</strong>ให้หน่วยได้วางแผนจัดกำลังในการปฏิบัติงานอย่างรอบคอบ&nbsp;เพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติงานเป็นพิเศษ&nbsp;คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ&nbsp;สร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-30T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330074905371
231	รองนายกรัฐมนตรี กำชับให้ขับเคลื่อนและยกระดับการให้บริการของการกีฬาแห่งประเทศไทย พร้อมสั่งเร่งสร้างศูนย์ฝึกกีฬามวย รองรับการพัฒนาศักยภาพนักกีฬา สู่ระดับสากล	"<p><strong>พล.อ.ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย(กกท.)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3/2565&nbsp;ผ่านระบบ&nbsp;VDO&nbsp;CONFERENCE&nbsp;</strong>โดยที่ประชุมได้รับทราบ&nbsp;รายงานผลการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการยกระดับ&nbsp;การให้บริการของ&nbsp;กกท.&nbsp;ซึ่งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการได้ร่างข้อบังคับการกีฬาแห่งประเทศไทย&nbsp;ว่าด้วยการร่วมลงทุนของการกีฬาแห่งประเทศไทย&nbsp;พ.ศ....&nbsp;และให้นำเสนอเข้าอนุกรรมการกลั่นกรองกฎหมาย&nbsp;กกท.&nbsp;เพื่อหารือประเด็นการดำเนินโครงการยกระดับการให้บริการ&nbsp;ได้แก่การพัฒนาสนามกีฬารัชมังคลากีฬาสถานให้ทันสมัย,&nbsp;การส่งเสริมอุตสาหกรรมกีฬา,&nbsp;การตั้งศูนย์พัฒนาบุคลากรกีฬา,&nbsp;การพัฒนาพิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;และการปรับปรุงภูมิทัศน์&nbsp;โดยจะเปิดโอกาสให้เอกชน&nbsp;เข้ามาร่วมลงทุนกับ&nbsp;กกท.&nbsp;ต่อไป&nbsp;และรับทราบความคืบหน้ารายงานการก่อสร้าง""ศูนย์ฝึกกีฬามวย""</p><p><strong>พล.อ.ประวิตร&nbsp;ได้กำชับ&nbsp;กกท.&nbsp;เร่งรัดการดำเนินงานก่อสร้างให้เป็นไปตามแผนงาน&nbsp;และทันตามกรอบเวลา&nbsp;</strong>เพื่อเร่งส่งเสริมการพัฒนานักกีฬามวยของไทย&nbsp;ให้มีศักยภาพและได้มาตรฐานยกระดับสู่สากล&nbsp;ต่อไปนอกจากนี้ยังเห็นชอบหลักเกณฑ์การประเมินการดำเนินงานรัฐวิสากิจ&nbsp;ประจำปีบัญชี2564&nbsp;ของ&nbsp;กกท.&nbsp;เพื่อให้มีความเหมาะสม</p><p><strong>นอกจากนี้ได้เน้นย้ำ&nbsp;กกท.ให้เร่งรัด&nbsp;ติดตามการเบิกจ่าย&nbsp;และบริหารงบประมาณให้ถูกต้อง&nbsp;โปร่งใส&nbsp;ตามกฏหมาย&nbsp;และระเบียบโดยเคร่งครัด&nbsp;</strong>รวมถึงให้รายงานการขับเคลื่อนโครงการยกระดับ&nbsp;การให้บริการของ&nbsp;กกท.ให้มีความต่อเนื่อง&nbsp;ควบคู่กับการพัฒนานักกีฬาสู่ความเป็นเลิศ&nbsp;โดยเน้นการใช้ศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬาให้เกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;และกำชับให้สมาคมกีฬาทุกประเภท&nbsp;เร่งฝึกซ้อมนักกีฬาให้มีความพร้อมสำหรับการแข่งขันในรายการระดับนานาชาติ&nbsp;ที่จะเกิดขึ้น&nbsp;เพื่อสร้างชื่อเสียง&nbsp;และความภาคภูมิใจให้กับประเทศชาติ&nbsp;ต่อไป</p>"	2022-03-30T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330114442484
232	กทม. พร้อมรับสมัครเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. 31 มี.ค.-4 เม.ย. นี้	<p><strong>กรุงเทพมหานครซักซ้อมการปฏิบัติงานรับสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร </strong>และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร โดยมีนายขจิต ชัชวานิชย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร ในฐานะผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร เป็นประธานและนายเฉลิมพล โชตินุชิต รองปลัดกรุงเทพมหานคร และรองผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร นายสำราญ ตันพานิช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร (กกต.กทม.) ผู้อำนวยการเขต ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขต หัวหน้าฝ่ายปกครอง หัวหน้าฝ่ายทะเบียน เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จาก 50 สำนักงานเขต เข้าร่วมซักซ้อมการปฏิบัติงาน</p><p><strong>ปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า&nbsp;</strong>ขณะนี้การเตรียมความพร้อมรับสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร สำหรับวันนี้เป็นการซ้อมใหญ่ทำทุกอย่างเสมือนจริงทุกขั้นตอน ซึ่งขั้นตอนส่วนใหญ่จะเหมือนกับ&nbsp;&nbsp;ทุกครั้งที่ผ่านมา ขอให้ผู้สมัครทุกคนเตรียมเอกสารและหลักฐานการสมัครมาให้พร้อมโดยจะมีผู้ติดตามเข้ามาในบริเวณรับสมัครรับเลือกตั้งได้เพียง 1 คนเท่านั้น คาดว่าการรับสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานครในวันที่ 31 มี.ค. ถึงวันที่ 4 เม.ย. 65 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย</p><p><strong>ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า </strong>ในการสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ขอให้ทุกคนปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด และภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงหรือติดเชื้อโควิด-19 สามารถสมัครได้เนื่องจากไม่มีกฎหมายห้ามไว้ นอกจากนี้ให้เตรียมเอกสารการสมัครให้ครบถ้วน รวมถึงให้ผู้สมัครระมัดระวังในเรื่องการจัดซื้ออาหารหรือเครื่องดื่มแก่กองเชียร์หรือผู้สนับสนุนที่มาให้กำลังใจไม่สามารถทำได้เพราะอาจเข้าข่ายทุจริตการเลือกตั้งได้ อีกทั้งในเรื่องของการจัดให้มีมหรสพหรืองานรื่นเริงเนื่องจากมักมีการจัดเครื่องขยายเสียง แตรวง กลองยาว หรือการละเล่นรื่นเริงมาด้วย ควรระมัดระวังและงดเว้นโดยเฉพาะหลังจากได้รับหมายเลขประจำตัวผู้สมัครแล้ว เนื่องจากเคยมีกรณีโดนตัดสิทธิ์มาแล้ว ให้ระมัดระวังไว้ก่อนดีที่สุด&nbsp;</p>	2022-03-30T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330112955466
233	ตร.บันนังสตา ถูกคนร้ายลอบโจมตี กดระเบิด ซุ่มยิง มี ตร.บาดเจ็บ เหตุเกิดในพื้นที่ ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา	<p><strong>วันนี้&nbsp;30&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;10.10&nbsp;น.&nbsp;มีรายงานด่วนว่า</strong>&nbsp;ได้เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวน&nbsp;ได้ลอบวางระเบิด&nbsp;และ&nbsp;ซุ่มยิง&nbsp;ขณะ&nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจ&nbsp;ชุด&nbsp;จู่โจมของ&nbsp;สภ.บันนังสตา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;เข้าส่งหมายในพื้นที่บ้านบาเจาะ&nbsp;ต.บาเจาะ&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ส่งผลทำให้มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ</p><p>เบื้องต้นทราบว่า&nbsp;ขณะที่&nbsp;ชุดปฏิบัติการจู่โจม&nbsp;1&nbsp;พร้อมกำลังชุดลาดตระเวน&nbsp;ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ส่งหมายเรียกพยานคดีจราจร&nbsp;พื้นที่ตำบลบาเจาะ&nbsp;อำเภอบันนังสตา&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;โดยใช้รถยนต์เช่าทางราชการเลขทะเบียน&nbsp;กง&nbsp;5150&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุบริเวณ&nbsp;บนถนนบาเจาะ-เขื่อนบางลาง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลบาเจาะ&nbsp;อำเภอบันนังสตา&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ได้เกิดเหตุระเบิดขึ้นเป็นเหตุให้กำลังพล&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;2&nbsp;นาย&nbsp;ได้รับบาดเจ็บจำนวน&nbsp;2&nbsp;นาย&nbsp;</p><p>ดังนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>1.ส.ต.อ.&nbsp;วิวัฒน์&nbsp;รักชาติ&nbsp;ได้รับบาดเจ็บรุนแรงบริเวณเส้นเลือดแดงใหญ่บริเวณคอด้านซ้ายจากแรงระเบิด&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>2.&nbsp;ส.ต.ท.&nbsp;ซูฟรีย์&nbsp;นอระพา&nbsp;กล้ามเนื้อทรวงอกอักเสบจากแรงระเบิด&nbsp;บาดเจ็บ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>3.&nbsp;ส.ต.ต.&nbsp;ณัชพล&nbsp;พรหมณี&nbsp;กล้ามเนื้อทรวงอกอักเสบจากแรงระเบิด&nbsp;บาดเจ็บสาหัส&nbsp;เสียชีวิตในเวลาต่อมา</p><p>4.&nbsp;ส.ต.ต.อัสราวุฒิ&nbsp;ราป้อม&nbsp;บาดเจ็บ&nbsp;</p><p>ขณะนี้&nbsp;เจ้าหน้าที่กำลังเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-30T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330125950507
234	เกิดเหตุระเบิด รถ ตร.บันนังสตา ตายเจ็บ 4 ราย	<p><strong>เวลา&nbsp;11.30&nbsp;น.วันที่&nbsp;30&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;</strong>ร.ต.อ.อรรถพล&nbsp;ชุมคง&nbsp;รอง&nbsp;สว.(สอบสวน)&nbsp;สภ.บันนังสตา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;รับแจ้งเกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดรถเจ้าหน้าที่ตำรวจ&nbsp;เป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสหลายนาย&nbsp;เหตุเกิดที่บ้านบียอ&nbsp;หมู่&nbsp;4&nbsp;ต.บาเจาะ&nbsp;ต่อมา&nbsp;พ.ต.อ.สายูตี&nbsp;กาเต๊ะ&nbsp;ผกก.สภ.บันนังสตา&nbsp;พ.ต.ท.กิตติพัฒน์&nbsp;กันฉาย&nbsp;รอง&nbsp;ผกก.ป.&nbsp;พ.ต.ท.สถาพร&nbsp;เหล่ามูล&nbsp;รอง&nbsp;ผกก.ส.&nbsp;จ.ส.อ.อดิศักดิ์&nbsp;ทับเที่ยง&nbsp;ปลัดป้องกันอำเภอบันนังสตา&nbsp;เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดศรศึก-ศรชัยภ.จ.ยะลา&nbsp;ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน&nbsp;10&nbsp;สนธิกำลัง&nbsp;3&nbsp;ฝ่าย&nbsp;รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ&nbsp;อยู่บนถนนระหว่างหมู่บ้าน&nbsp;พบรถกระบะ&nbsp;หมายเลขทะเบียน&nbsp;กง&nbsp;5150&nbsp;กทม.พลิกหงายท้องตกข้างทาง&nbsp;จุดระเบิดหลุมลึกกว้างราว&nbsp;1.5x3&nbsp;เมตร&nbsp;พบสะเก็ดระเบิด&nbsp;ชิ้นส่วนถังแก๊สปิกนิก&nbsp;เศษอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;และสายไฟฟ้าลากยาวเข้าไปในที่รกทึบราว&nbsp;100&nbsp;เมตร&nbsp;จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน&nbsp;ส่วนผู้บาดเจ็บ&nbsp;มี&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;ทราบชื่อ&nbsp;ส.ต.อ.วิวัฒน์&nbsp;รักชาติ&nbsp;อายุ&nbsp;34&nbsp;ปี&nbsp;ส.ต.ต.&nbsp;ณัชพล&nbsp;พรหมณี&nbsp;อายุ&nbsp;31&nbsp;ปี&nbsp;ส.ต.ท.&nbsp;ซูฟรีย์&nbsp;นอระพา&nbsp;อายุ&nbsp;27&nbsp;ปี&nbsp;และ&nbsp;ส.ต.ต.&nbsp;อัสราวุฒิ&nbsp;ราป้อม&nbsp;อายุ&nbsp;28&nbsp;ปี&nbsp;ทั้งหมดตำแหน่งเป็น&nbsp;ผบ.หมู่&nbsp;ป.สภ.บันนังสตา&nbsp;เจ้าหน้าที่กู้ภัยฮิราลอะห์มัร&nbsp;บันนังสตา&nbsp;นำส่งโรงพยาบาลบันนังสตาแล้ว&nbsp;ปรากฏว่า&nbsp;ส.ต.อ.วิวัฒน์&nbsp;และ&nbsp;ส.ต.ต.ณัชพล&nbsp;อาการสาหัส&nbsp;เสียชีวิตในเวลาต่อมา&nbsp;ส่วน&nbsp;ส.ต.ท.ซูฟรียฺ&nbsp;และ&nbsp;ส.ต.ต.อันราวุฒิ&nbsp;แพทย์เยียวยาอาการเบื้องต้นแล้วต้องรีบส่งต่อไปยัง&nbsp;รพ.ศูนย์ยะลา</p><p><strong>จากการสอบสวนทราบว่า&nbsp;</strong>เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง&nbsp;4&nbsp;นาย&nbsp;ได้รับมอบหมายให้ไปส่งหมายเรียก&nbsp;พื้นที่&nbsp;ต.บาเจาะ&nbsp;มี&nbsp;ส.ต.อ.วิวัฒน์&nbsp;รักชาติ&nbsp;เป็น&nbsp;หน.ชุด&nbsp;ขณะมาถึงที่เกิดเหตุคนร้ายพวกแนวร่วมอาร์เคเค.&nbsp;นำระเบิดแสวงเครื่องอัดถังแก๊สปิกนิกน้ำหนักไม่ต่ำกว่า&nbsp;10&nbsp;กก.มาวางซุกไว้ใต้ถนนที่ได้แอบเจาะขุดก่อนหน้านั้น&nbsp;แล้วลากสายไฟฟ้า&nbsp;เข้าไปแอบซ่อนอยู่บริเวณเชิงเขา&nbsp;เมื่อรถตำรวนผ่านมาจึงจุดชนวน&nbsp;เป็นเหตุให้กระดอนไปตกข้างทาง&nbsp;ได้รับความเสียหาย&nbsp;ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ&nbsp;สภ.บันนังสตาเสียชีวิต&nbsp;และบาดเจ็บรวม&nbsp;4&nbsp;นายดังกล่าว&nbsp;ส่วนสาเหตุคาดว่าเป็นฝีมือของกลุ่มก่อความไม่สงบ&nbsp;ต้องการแสดงศักยภาพและสร้างสถานการณ์ความรุนแรงให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	2022-03-30T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สวท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220403112135740
235	รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท นำเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่กวดขันวินัยจราจรอย่างจริงจัง โดยกำหนดถนนพรหมประเสริฐเป็นถนนควบคุมวินัยจราจร สวมหมวกนิรภัย 100 %	<p><strong>ที่ถนนพรหมประเสริฐ&nbsp;บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดชัยนาท&nbsp;อำเภอเมืองชัยนาท</strong>&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;นายนที&nbsp;มนตริวัต&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชัยนาท&nbsp;,แขวงทางหลวงชัยนาท&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท,&nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรเมืองชัยนาท&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมลงพื้นที่กวดขันวินัยจราจร&nbsp;ตามมาตรการเข้มด้านวินัยจราจร&nbsp;เพื่อให้เกิดพฤติกรรมการสวมหมวกกันน็อค&nbsp;100&nbsp;%&nbsp;ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์&nbsp;สำหรับการตั้งจุดตรวจในครั้งนี้&nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการ&nbsp;จับจริง&nbsp;ปรับจริง&nbsp;สำหรับผู้ที่ไม่สวมหมวกนิรภัย&nbsp;และได้มีการประชาสัมพันธ์แจ้งให้ประชาชนทราบ&nbsp;เมื่อตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;และเริ่มบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับผู้ที่ไม่สวมหมวกนิรภัย&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;21&nbsp;มีนาคม&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;โดยกำหนดให้ถนนพรหมประเสริฐ&nbsp;เป็นถนนควบคุมวินัยจราจร&nbsp;สวมหมวกนิรภัย&nbsp;100&nbsp;%&nbsp;โดยการตั้งจุดตรวจครั้งนี้&nbsp;มีผู้ขับขี่ไม่สวมหมวก&nbsp;36&nbsp;ราย&nbsp;ไม่แสดงใบอนุญาตขับขี่&nbsp;26&nbsp;ราย&nbsp;อุปกรณ์ส่วนควบไม่ครบถ้วน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;รวม&nbsp;64&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;ได้ออกประกาศ&nbsp;ลงวันที่&nbsp;10&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;</strong>เพื่อให้การสวมหมวกนิรภัย&nbsp;100%&nbsp;เป็นวาระของจังหวัดชัยนาท&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;โดยขอให้ประชาชนสวมหมวกนิรภัยทุกครั้งเมื่อขับขี่และโดยสารรถจักรยานยนต์&nbsp;รวมทั้งขอความร่วมมือ&nbsp;ประชาชน&nbsp;ร่วมสร้างวินัยด้านการจราจร&nbsp;สร้างความตระหนักถึงความปลอดภัยระหว่างการเดินทาง&nbsp;และร่วมมือปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ&nbsp;ที่จะนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุ&nbsp;</p><p><br></p><p>ส.ปชส.ชัยนาท</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-30T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	ชัยนาท	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330135034527
236	ไทย พร้อมส่งเสริมความเชื่อมโยงกับสมาชิก BIMSTEC เร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจและเดินหน้าสู่ความมั่งคั่ง ยั่งยืน และการเปิดกว้าง	<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ร่วมการประชุมผู้นำความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอล&nbsp;</strong>สำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ&nbsp;(The&nbsp;Bay&nbsp;of&nbsp;Bengal&nbsp;Initiative&nbsp;for&nbsp;Multi-Sectoral&nbsp;Technical&nbsp;and&nbsp;Economic&nbsp;Cooperation&nbsp;:&nbsp;BIMSTEC)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;5&nbsp;และการประชุมที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ซึ่งจัดขึ้นโดยประเทศศรีลังกา&nbsp;ผ่านระบบการประชุมทางไกล&nbsp;พร้อมผู้นำและผู้แทนสมาชิก&nbsp;BIMSTEC</p><p><strong>โดยนายโคฐาภยะ&nbsp;ราชปักษะ&nbsp;ประธานาธิบดีศรีลังกา&nbsp;ประธานจัดการประชุม&nbsp;กล่าวเปิดว่า</strong>&nbsp;เชื่อมั่นในความแข็งแกร่งของบิมสเทค&nbsp;จะสามารถผ่านพ้นอุปสรรค&nbsp;และความท้าทายในโลกร่วมกัน&nbsp;เพื่อให้มีเศรษฐกิจและสาธารณสุข&nbsp;ที่เข้มแข็งมากขึ้น&nbsp;สะท้อนได้จากหัวข้อหลักของการประชุมในครั้งนี้&nbsp;คือ&nbsp;บิมสเทค&nbsp;มุ่งหน้าสู่อนุภูมิภาคที่ยืดหยุ่น&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;และประชาชนมีสุขภาพดี</p><p><strong>นายกรัฐมนตรีของไทยได้กล่าวถ้อยแถลงว่า&nbsp;</strong>บิมสเทค&nbsp;ถือเป็นกรอบอนุภูมิภาคที่เชื่อมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้&nbsp;กับเอเชียใต้&nbsp;ซึ่งไทยจะทำหน้าที่เป็นประธานบิมสเทค&nbsp;วาระปี&nbsp;ค.ศ.&nbsp;2022&nbsp;ไทยพร้อมส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่มีคุณภาพ&nbsp;โดยนำแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศของทุกประเทศมาเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ทั้งสองภูมิภาค</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ทุกประเทศสมาชิกเห็นชอบและลงนามในกฎบัตรบิมสเทค&nbsp;และเอกสารสำคัญอื่น&nbsp;ๆ</strong>&nbsp;เพื่อเดินหน้าความร่วมมือต่อไปอย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม&nbsp;ซึ่งไทยในฐานะประเทศผู้นำสาขาความเชื่อมโยงมุ่งมั่นจะผลักดันในสาขาต่อไปนี้</p><p>1.&nbsp;ความเชื่อมโยงทางบก&nbsp;จัดทำแผนแม่บทว่าด้วยความเชื่อมโยงด้านคมนาคมจนบรรลุผลสำเร็จ</p><p>2.&nbsp;ความเชื่อมโยงทางทะเล&nbsp;เสนอให้เร่งรัดกระบวนการเพื่อให้สามารถลงนามร่างความตกลงการเดินเรือตามชายฝั่ง&nbsp;ให้แล้วเสร็จ&nbsp;เพื่อความเชื่อมโยงระหว่างท่าเรือของประเทศรอบอ่าวเบงกอลอย่างมีประสิทธิภาพ</p><p>3.&nbsp;ความเชื่อมโยงด้านพลังงาน&nbsp;เสนอให้เร่งรัดการดำเนินการตามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการจัดตั้งการเชื่อมโยงโครงข่ายระบบไฟฟ้าภายใต้บิมสเทค</p><p>4.&nbsp;ความเชื่อมโยงด้านดิจิทัล&nbsp;นายกรัฐมนตรีเห็นควรส่งเสริมความเชื่อมโยงผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่อำนวยความสะดวกด้านเทคโนโลยี&nbsp;และ</p><p>5.&nbsp;ความเชื่อมโยงระหว่างประชาชน</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;นายกรัฐมนตรีย้ำถึงความพร้อมของไทยที่จะสานต่อความสำเร็จของศรีลังกา&nbsp;</strong>โดยได้เสนอวิสัยทัศน์ในช่วงที่ไทยเป็นประธาน&nbsp;ภายใต้หัวข้อหลัก&nbsp;Prosperous,&nbsp;Resilient&nbsp;and&nbsp;Robust,&nbsp;and&nbsp;Open&nbsp;BIMSTEC&nbsp;หรือ&nbsp;โปรบิมสเทค&nbsp;ดังนี้</p><p>ความมั่งคั่ง&nbsp;ซึ่งเป็นมิติด้านเศรษฐกิจ&nbsp;สนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจหลังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;//ความยั่งยืน&nbsp;//และการเปิดกว้าง</p><p><strong>นายกรัฐมนตรีได้ร่วมลงนามในกฎบัตรบิมสเทค&nbsp;(BIMSTEC&nbsp;Charter)</strong>&nbsp;ที่ถือเป็นเครื่องมือหลักในการดำเนินการภายใต้กรอบบิมสเทค&nbsp;และเมื่อประเทศสมาชิกลงนามและให้สัตยาบันแล้วจะส่งผลให้กรอบบิมสเทคกลายเป็นองค์การระหว่าง&nbsp;ประเทศในระดับรัฐ</p>	2022-03-30T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330135455529
237	ศอ.บต. ร่วมหารือคณะอนุกรรมาธิการ ฯ รับทราบแนวทางการพัฒนา รองรับการฟื้นฟูความสัมพันธ์ไทย  ซาอุฯ	<p><strong>วันนี้&nbsp;(30&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;นายศรัทธา&nbsp;คชพลายุกต์&nbsp;</strong>รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(ศอ.บต.)&nbsp;ร่วมประชุมคณะอนุกรรมาธิการ&nbsp;ในคณะกรรมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐ&nbsp;วุฒิสภา&nbsp;เพื่อศึกษาวิเคราะห์&nbsp;ปัญหาเกี่ยวกับการบริหารจัดการความมั่นคงแบบองค์รวม&nbsp;กลไกและกระบวนการจัดการให้สอดรับสถานการณ์ภัยคุกคามในปัจจุบัน&nbsp;รวมถึงการฟื้นฟูความสัมพันธ์ไทยซาอุดีอาระเบีย&nbsp;ที่จะนำมาซึ่งโอกาสและผลประโยชน์&nbsp;แก่ประเทศชาติอย่างมหาศาล&nbsp;ปัญหาความเสี่ยงและโอกาสของไทยหลังจากการฟื้นฟูความสัมพันธ์นี้&nbsp;เพื่อเป็นข้อเสนอแนะถึงการเตรียมความพร้อมของหน่วยงานด้านความมั่นคงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ภาพอันดีของทั้งสองประเทศอย่างมั่นคงและยั่งยืน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยมี&nbsp;นายถวิล&nbsp;เปลี่ยนศรี&nbsp;ประธานคณะอนุกรรมาธิการ&nbsp;</strong>เป็นประธานการประชุมฯ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายรุ่งเรือง&nbsp;ธิมาบุตร&nbsp;ผู้ช่วยเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;นายนันทพงษ์&nbsp;สุวรรณรัตน์&nbsp;ผู้อำนวยกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาเพื่อความมั่นคง&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมผ่านระบบ&nbsp;Zoom&nbsp;Meeting&nbsp;โดยในการประชุมศอ.บต.&nbsp;ได้นำเสนอมิติด้านการพัฒนาหลังจากประเทศไทยกลับมาฟื้นฟูความสัมพันธ์กับประเทศซาอุดีอาระเบีย&nbsp;ที่สามารถแบ่งออกเป็น&nbsp;2&nbsp;ส่วนใหญ่&nbsp;ๆ&nbsp;ได้แก่&nbsp;กลุ่มเศรษฐกิจและกลุ่มสังคมและทรัพยากรมนุษย์&nbsp;เพื่อให้ครอบคลุมใน&nbsp;9&nbsp;ด้าน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ด้านการท่องเที่ยว&nbsp;ด้านพลังงาน&nbsp;ด้านแรงงาน&nbsp;ด้านอาหาร&nbsp;ด้านสุขภาพ&nbsp;ด้านความมั่นคง&nbsp;ด้านการศึกษาและศาสนา&nbsp;ด้านการค้าการลงทุน&nbsp;ตลอดจนด้านกีฬา&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งความสัมพันธ์ที่กลับมาในครั้งนี้&nbsp;ถือเป็นโอกาสที่ดี</strong>ที่จะทำให้นักลงทุน&nbsp;และนักธุรกิจเตรียมความพร้อมที่จะจัดกลไกและขยายเครือข่ายตลอดจนความร่วมมือระหว่างกัน&nbsp;ผ่านกลไกหอการค้าไทยซาอุดีอาระเบีย&nbsp;ซึ่งนับเป็นสิ่งที่ดีของการปรับตัวและขยายโอกาสด้านการค้าและการลงทุน&nbsp;อีกทั้งในส่วนของศักยภาพด้านอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ของพื้นที่ที่มีความโดดเด่นทั้งการท่องเที่ยวและการศึกษา&nbsp;ในมิติทางศาสนา&nbsp;รวมถึงเครือข่ายของผู้ที่มีความสำเร็จจากตะวันออกกลาง&nbsp;โดยเฉพาะประเทศซาอุดีอาระเบีย&nbsp;&nbsp;จะมีการรวมกลุ่มจัดระบบการเชื่อมโยง&nbsp;ประสานเครือข่ายที่ก่อให้เกิดความร่วมมือด้านต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในอนาคตเพิ่มมากขึ้น</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การนำโอกาสและศักยภาพ&nbsp;ถือเป็นการสร้างความเชื่อมั่น</strong>ที่จะเปลี่ยนผ่านการพัฒนาที่สำคัญในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา&nbsp;ก่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและมีประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และประเทศไทยอย่างแน่นอน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p>	2022-03-30T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330153222609
238	ภูเก็ตพบสถิติการจับกุมยาบ้ายังมีผลการจับกุมมากที่สุด	<p><strong>วันนี้&nbsp;(30&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;อาคารคอซิมบี้&nbsp;ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต</strong>(หลังเก่า)&nbsp;นายอานุภาพ&nbsp;รอดขวัญ&nbsp;ยอดระบำ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัด?ภูเก็ต?&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;ในการประชุมคณะ&nbsp;กรรมการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดภูเก็ต&nbsp;(ศอ.ปส.จ.ภก.)&nbsp;โดยมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม&nbsp;</p><p><strong>นายอานุภาพ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ปัญหาการแพร่ระบาดของยาบ้าในจังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวนั้นพบว่า&nbsp;ยาบ้ามีผลการจับกุมมากที่สุดเนื่องจากราคายาบ้ามีราคาลดลงมากๆทำให้กลุ่มที่มีกำลังซื้อต่ำสามารถเข้าถึงยาบ้าได้ง่ายขึ้น&nbsp;ส่งผลให้มีกลุ่มเสพยาบ้ามีมากขึ้นทำให้มีการลักลอบนำเข้ามาในพื้นที่เพิ่มขึ้น&nbsp;ส่วนยาไอซ์&nbsp;ก็ยังมีสถิติการจับกุมและปริมาณของกลางที่จับกุมได้มรพื้นที่ยังสูงอยู่เช่นกัน&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการลำเลียงยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่นั้นจะมีการใช้การลำเลียง</strong>หลายรูปแบบทั้งการใช้รถบรรทุก&nbsp;รถโดยสาร&nbsp;รถส่วนบุคคลโดยซุกซ่อนมากับสินค้าและใช้ระบบขนส่งเอกชนในรูปแบบพัสดุภัณฑ์ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นนอกจากนี้ยังมีการใช้เรือขนาดเล็กข้ามฝั่งมาจากจังหวัดใกล้เคียงหรือซุกซ่อนมากับเรือประมง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ทางจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ได้สั่งการให้มีการสืบสวนหาข่าวและทำการสกัดกั้น</strong>ทั้งทางบก&nbsp;ทางทะเล&nbsp;และทางสายการบิน&nbsp;ที่จะนำเข้ามาในพื้นที่ในทุกเส้นทางเพื่อเป็นการตัดวงจรของยาเสพติดในพื้นที่ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2022-03-30T00:00:00	ภาคใต้	ภูเก็ต	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330183921670
239	จ.เลย สรุปผลการดำเนินงานด้านการรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อย ประจำเดือนมีนาคม 2565	"<p><strong>นายณรงค์&nbsp;จีนอ่ำ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยจังหวัดเลย&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3/2565&nbsp;ที่ห้องประชุมศรีสองรัก&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดเลย&nbsp;โดยมีคณะกรรมร่วมประชุมฯ&nbsp;เพื่อรายงานผลการปฏิบัติงานและติดตามผลการดำเนินงานในรอบเดือน&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ด้านการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม&nbsp;(ภ.จว.เลย)&nbsp;ดังนี้&nbsp;กลุ่มที่&nbsp;1&nbsp;ฐานความผิดเกี่ยวกับชีวิต&nbsp;ร่างกาย&nbsp;เพศ&nbsp;กลุ่มที่&nbsp;2&nbsp;ฐานความผิดเกี่ยวกับทรัพย์&nbsp;กลุ่มที่&nbsp;3&nbsp;คดีความผิดพิเศษ&nbsp;กลุ่มที่&nbsp;4&nbsp;คดีความผิดที่รัฐเป็นผู้เสียหาย&nbsp;คดีอุกฉกรรจ์และสะเทือนขวัญ&nbsp;ผลการบังคับใช้กฎหมายจราจร&nbsp;การดำเนินการตามนโยบาย&nbsp;ลดอบายมุข&nbsp;สร้างสุขให้สังคม&nbsp;รายงานผลการดำเนินงานของศูนย์ดำรงธรรม&nbsp;การจับกุมเกี่ยวกับการกระทำผิดกฎหมายป่าไม้&nbsp;ผลการปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิต&nbsp;สรุปสถานการณ์ผู้ต้องขังในเรือนจำ&nbsp;สถานการณ์กระทำผิดของเด็กและเยาวชน&nbsp;คดี&nbsp;พ.ร.บ.แร่&nbsp;รายงานข้อมูลบุคคลต่างด้วยเดินทางเข้า&nbsp;-&nbsp;ออกนอกราชอาณาจักร&nbsp;การบริหารจัดการแรงงานต่างด้าว&nbsp;พ.ร.บ.ภาพยนตร์&nbsp;และวิดีทัศน์&nbsp;พ.ร.บ.หอพัก&nbsp;และรายงานด้านการข่าว</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทั้งนี้&nbsp;มีข้อสั่งการดังนี้</strong></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.&nbsp;เน้นย้ำการปฏิบัติงานของทุกหน่วยงาน&nbsp;ในช่วงเทศกาลสงกรานต์&nbsp;ทั้งเรื่องการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด&nbsp;ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน&nbsp;ความปลอดภัยและลดอุบัติเหตุการใช้รถใช้ถนน&nbsp;ให้เตรียมความพร้อมทั้งด้านอุปกรณ์เครื่องมือ&nbsp;กำลังคน&nbsp;เป็นต้น</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;การรับเรื่องร้องเรียนต่างๆ&nbsp;ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรีบดำเนินการแก้ไข&nbsp;โดยมอบหมายหน่วยเคลื่อนที่เร็วในพื้นที่ดำเนินการทันที</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.&nbsp;มอบสำนักงานจัดหางานจังหวัดเลย&nbsp;ประชาสัมพันธ์การผ่อนผันแรงงานต่างด้าว&nbsp;3&nbsp;สัญชาติ&nbsp;(กัมพูชา&nbsp;ลาว&nbsp;เมียนมา)&nbsp;ให้ทำงานและอยู่ในราชอาณาจักรได้อีก&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;ตามมติ&nbsp;ครม.&nbsp;ให้นายจ้าง&nbsp;สถานประกอบการ&nbsp;แรงงานต่างด้าว&nbsp;ทราบอย่างทั่วถึงผ่านทุกช่องทาง</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4.&nbsp;ติดตามความเคลื่อนไหวของมวลชนในพื้นที่&nbsp;ดังนี้</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4.1&nbsp;ติดตามกรณีการสำรวจจำนวนผู้ค้าลอตเตอรี่จริง&nbsp;ของจังหวัดเลย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4.2&nbsp;การร้องเรียนการก่อสร้างโรงงานจำกัดขยะ&nbsp;ที่ตำบลธาตุ&nbsp;อำเภอเชียงคาน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4.3&nbsp;ติดตามการแก้ไขปัญหาภูน้ำค้าง&nbsp;อำเภอผาขาว</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4.4&nbsp;การร้องเรียนการก่อสร้างประตูระบายน้ำศรีสองรัก&nbsp;อำเภอเชียงคาน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2022-03-30T00:00:00	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	เลย	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเลย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330184205672
240	เร่งเดินหน้ามาตรการบรรเทาผลกระทบจากราคาพลังงานช่วยเหลือประชาชน	<p><strong>คณะรัฐมนตรีอนุมัติกรอบวงเงิน&nbsp;45,102.65&nbsp;ล้านบาท</strong>&nbsp;เพื่อเดินหน้ามาตรการบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนจากสถานการณ์ราคาพลังงานอันเนื่องจากปัญหาความขัดแย้งในภูมิภาคยุโรประหว่างยูเครนรัสเซียต่อเนื่องจาก&nbsp;10&nbsp;มาตรการบรรเทาผลกระทบที่ผ่าน&nbsp;ครม.ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาโดยเน้นใช้จ่ายงบประมาณให้มีประสิทธิภาพสูงสุด&nbsp;ทั้งการลดต้นทุนผู้ประกอบอาชีพภาคขนส่ง&nbsp;และลดค่าครองชีพประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย&nbsp;แรงงาน&nbsp;และเกษตรกร&nbsp;โดยแบ่งออกเป็น&nbsp;2&nbsp;ระยะ</p><p><strong>1.มาตรการในระยะเร่งด่วน&nbsp;ตั้งแต่เดือนเมษายน&nbsp;-&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละแนวทางในการให้ความช่วยเหลือ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;1)&nbsp;การลดภาระค่าครองชีพของประชาชน&nbsp;2)&nbsp;การลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบอาชีพในภาคขนส่ง&nbsp;3)&nbsp;การดูแลค่าครองชีพประชาชนผู้มีรายได้น้อย&nbsp;4)&nbsp;ยกเลิกการจ่ายเงินชดเชยราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็วเกรดพรีเมี่ยม&nbsp;5)&nbsp;การสนับสนุนกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง&nbsp;เพื่อดำเนินมาตรการรักษาเสถียรภาพของราคาพลังงานของประเทศ&nbsp;6)&nbsp;การลดภาระค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ประกอบการขนส่งด้วยรถบรรทุกและรถโดยสารสาธารณะ&nbsp;7)&nbsp;การดูแลกลุ่มแรงงานที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;โดยการลดภาระค่าครองชีพให้แก่ผู้ประกันตนและลดต้นทุนการผลิตให้แก่นายจ้าง&nbsp;ผ่านกลไกของกองทุนประกันสังคม&nbsp;8)&nbsp;การดูแลกลุ่มเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของราคาปัจจัยการผลิต</p><p><strong>2.&nbsp;มาตรการให้ความช่วยเหลือในระยะต่อไป</strong>&nbsp;:&nbsp;เพื่อให้ภาครัฐมีข้อมูลประกอบการพิจารณากำหนดแนวทางการพิจารณาให้ความช่วยเหลือลดภาระค่าครองชีพของประชาชนและผู้ประกอบการโดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมทั่วประเทศที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ราคาพลังงาน&nbsp;ได้มอบหมายให้กระทรวงการคลัง&nbsp;สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ&nbsp;สำนักงบประมาณและธนาคารแห่งประเทศไทย&nbsp;ร่วมกันพิจารณาติดตามและปรับปรุงมาตรการการให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชน&nbsp;ที่เหมาะสมตามสถานการณ์ของราคาพลังงานในตลาดโลก&nbsp;โดยคำนึงถึงภาวะเศรษฐกิจความพร้อมและความสามารถทางการเงินของภาครัฐภายใต้พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2561&nbsp;ด้วย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การดำเนินการตามข้อเสนอมาตรการเร่งด่วน</strong>เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนจากสถานการณ์ราคาพลังงานอันเนื่องจากปัญหาความขัดแย้งในภูมิภาคยุโรป&nbsp;จะช่วยลดภาระค่าครองชีพของผู้มีรายได้น้อย&nbsp;แรงงานและเกษตรกร&nbsp;ประชาชนทั่วไป&nbsp;และสามารถลดค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้ประกอบการในช่วงระยะเวลาของมาตรการ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-30T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรปราการ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330192628693
241	อนุมัติงบเตรียมพร้อมรับภัยแล้ง-ฝนทิ้งช่วงปี 65	<p><strong>คณะรัฐมนตรีอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565</strong>&nbsp;งบกลาง&nbsp;รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น&nbsp;จำนวน&nbsp;5,615&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อรองรับสถานการณ์ภัยแล้งและฝนทิ้งช่วง&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ทั้งนี้ทางกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ตรวจสอบพบว่ามีพื้นที่เฝ้าระวังที่อาจเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำด้านอุปโภคบริโภคในเขตพื้นที่ให้บริการการประปาส่วนภูมิภาค&nbsp;จำนวน&nbsp;24&nbsp;จังหวัด&nbsp;นอกเขตพื้นที่ให้บริการการประปาส่วนภูมิภาค&nbsp;(ประปาท้องถิ่น)&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;จังหวัด&nbsp;และพื้นที่เกษตรกรรม&nbsp;นอกเขตชลประทานที่เพาะปลูกนารอบที่&nbsp;2&nbsp;(นาปรัง)&nbsp;จำนวน&nbsp;11&nbsp;จังหวัด&nbsp;พื้นที่ปลูกพืชต่อเนื่อง&nbsp;(ไม้ผลที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ)&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;จังหวัด</p><p><strong>รวมทั้งพื้นที่ด้านคุณภาพน้ำ&nbsp;ที่ต้องเฝ้าระวังการรุกล้ำของน้ำเค็มที่อาจส่งผลกระทบต่อน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคจำนวน&nbsp;5&nbsp;จังหวัด</strong>&nbsp;จึงได้มีมติเห็นชอบมาตรการรองรับสถานการณ์ขาดแคลนน้ำฤดูแล้งปี&nbsp;2564/2565&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;มาตรการและโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อรองรับสถานการณ์ภัยแล้งและฝนทิ้งช่วงปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดเตรียมแผนงานโครงการเร่งด่วนที่สามารถแก้ไขปัญหาภัยแล้งตามผลการประเมินพื้นที่เฝ้าระวังเสี่ยงภาวะน้ำแล้ง&nbsp;ปี&nbsp;2564/2565&nbsp;ของ&nbsp;กอนช.</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2022-03-30T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรปราการ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330195056706
242	คุมเข้มยะลา ป้องกันคนร้ายก่อเหตุ  ช่วงเดือนถือศีลอด-สงกรานต์	<p><strong>จากสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ล่าสุดเ</strong>มื่อวานนี้&nbsp;30&nbsp;มี.ค.65&nbsp;&nbsp;คนร้ายได้ลอบวางระเบิดรถยนต์ตำรวจ&nbsp;สภ.บันนังสตา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;บนถนนสายชนบทบ้านบาเจาะ&nbsp;-&nbsp;เขื่อนบางลาง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;บ้านบาเจาะ&nbsp;ต.บาเจาะ&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;เป็นเหตุให้มีเจ้าหน้าที่เสียชีวิต&nbsp;2&nbsp;นาย&nbsp;และบาดเจ็บ&nbsp;2&nbsp;นาย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทำให้ทางเจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงในพื้นที่&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ต้องเพิ่มความเข้มงวด&nbsp;เพื่อป้องกันการก่อเหตุของกลุ่มคนร้าย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยทางด้าน&nbsp;จุดตรวจสะเตง&nbsp;มว.ฉก.นปพ.ยะลา&nbsp;11</strong>(เมืองยะลา)&nbsp;ส.ต.ต.ณัฐวุฒิ&nbsp;ส่งแสงรัตน์&nbsp;หัวหน้าชุด&nbsp;พร้อมกำลังพล&nbsp;ได้ตั้งด่านในการตรวจสอบบุคคล&nbsp;รถยนต์&nbsp;รถจักรยานยนต์&nbsp;ต้องสงสัย&nbsp;เป้าหมายแจ้งเตือน&nbsp;รวมทั้งสิ่งของต้องสงสัยอย่างเข้มข้น&nbsp;&nbsp;เพื่อป้องกัน&nbsp;สกัดกั้นกลุ่มผู้ไม่หวังดีที่อาจจะแฝงตัวเข้ามาก่อเหตุในพื้นที่&nbsp;สร้างความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน&nbsp;ในช่วงที่ใกล้จะถึงเดือนถือศีลอดของพี่น้องชาวไทยมุสลิม&nbsp;และเทศกาลสงกรานต์ของพี่น้องชาวไทยพุทธ&nbsp;ควบคู่ไปกับมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;</p><p><strong>ซึ่ง&nbsp;ทางผู้บังคับบัญชาได้เน้นย้ำ&nbsp;ให้ทุกหน่วยเปิดแผนเชิงรุกอย่างเต็มที่</strong>&nbsp;เฝ้าระวังเป็นพิเศษ&nbsp;โดยเฉพาะการปฎิบัติหน้าที่ในทุกภารกิจ&nbsp;ทั้ง&nbsp;การลาดตะเวนเส้นทาง&nbsp;ดูแลความปลอดภัย&nbsp;ให้กับพี่น้องประชาชน&nbsp;ตลอดถึง&nbsp;ด่านตรวจ&nbsp;จุดตรวจ&nbsp;ให้เพิ่มความเข้มข้น&nbsp;ในการตรวจสอบบุคคล&nbsp;ยานพาหนะ&nbsp;ต้องสงสัย&nbsp;เป้าหมาย&nbsp;จักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน&nbsp;และให้ตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ตามแผนปฎิบัติอย่างเคร่งครัด&nbsp;&nbsp;ฐานปฎิบัติการที่สุ่มเสี่ยงให้เพิ่มความเข้มงวด&nbsp;จัดกำลังพล&nbsp;ดูแล&nbsp;รักษาความปลอดภัยมีความพร้อมในการปฎิบัติ&nbsp;ตอบโต้ได้ทันทีเมื่อมีสถานการณ์&nbsp;&nbsp;พร้อมเฝ้าระวังพื้นที่เป้าหมาย&nbsp;ย่านชุมชน&nbsp;การค้า&nbsp;ประชาสัมพันธ์ประชาชนให้คอยสอดส่อง&nbsp;วัตถุต้องสงสัย&nbsp;สิ่งผิดปกติ&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;เพื่อป้องกันเหตุ&nbsp;และลดการสูญเสีย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-03-31T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331085922775
243	ปลัดกรุงเทพมหานครเป็นประธานการรับสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.และ ส.ก.วันแรก	<p><strong>นายขจิต&nbsp;ชัชวานิชย์&nbsp;ปลัดกรุงเทพมหานคร</strong>&nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร&nbsp;เป็นประธานในการรับสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร&nbsp;และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร&nbsp;(ส.ก.)&nbsp;ประจำปีพ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องบางกอก&nbsp;ชั้น&nbsp;B2&nbsp;อาคารไอราวัตพัฒนา&nbsp;ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร&nbsp;เขตดินแดง&nbsp;โดยมีกรรมการการเลือกตั้ง&nbsp;กรรมการการเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร&nbsp;และกรรมการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร&nbsp;ร่วมสังเกตการณ์</p><p><strong>โดยในวันนี้&nbsp;(31&nbsp;มี.ค.65)</strong>&nbsp;ที่เป็นวันแรกของการรับสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ&nbsp;กทม.&nbsp;และ&nbsp;ส.ก.&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งผู้สมัครจะยื่นใบสมัครต่อผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร&nbsp;&nbsp;(ผอ.กต.ทถ.กทม.)&nbsp;หากมีผู้สมัครลงทะเบียนก่อนเวลารับสมัคร&nbsp;08.30&nbsp;น.&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;2&nbsp;คนขึ้นไป&nbsp;ให้ถือว่าเป็นผู้มายื่นใบสมัครรับเลือกตั้งพร้อมกัน&nbsp;ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร&nbsp;(กกต.ทถ.กทม.)&nbsp;จะจัดให้ผู้สมัครตกลงลำดับการยื่นใบสมัคร&nbsp;หากไม่สามารถตกลงกันได้&nbsp;จะใช้วิธีจับสลาก&nbsp;ตัดสินลำดับในการยื่นใบสมัครก่อน&nbsp;</p><p><strong>ปลัดกรุงเทพมหานคร</strong>&nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร&nbsp;จะเป็นผู้จับสลากครั้งที่&nbsp;1&nbsp;สำหรับผู้สมัครผู้ว่าฯ&nbsp;กทม.&nbsp;รวมทั้งผู้สมัคร&nbsp;ส.ก.ที่จะมีการจับสลากเรียงทีละเขตจนครบทั้ง&nbsp;50&nbsp;เขต</p><p><strong>การรับสมัครรับเลือกตั้ง</strong>ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร&nbsp;และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร&nbsp;จะมีไปถึงวันที่&nbsp;4&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.-16.30&nbsp;น.&nbsp;โดยไม่เว้นวันหยุดราชการ&nbsp;ณ&nbsp;ห้องบางกอก&nbsp;อาคารไอราวัตพัฒนา&nbsp;ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร&nbsp;เขตดินแดง&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-31T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331114450873
244	ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 คึกคักตั้งแต่เช้า ในการสมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร วันแรก	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">บรรยากาศการรับสมัคร&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร&nbsp;และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร&nbsp;(ส.ก.)&nbsp;วันแรก&nbsp;ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร&nbsp;2&nbsp;(ดินแดง)&nbsp;เป็นไปอย่างคึกคัก&nbsp;ว่าที่ผู้สมัครแต่ละคนเดินทางมาถึงสถานที่รับสมัครก่อนเวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.&nbsp;ให้ถือว่ามาพร้อมกัน&nbsp;ต้องมีจับสลาก&nbsp;โดยจะแบ่งเป็น&nbsp;2&nbsp;ส่วนคือ&nbsp;ส่วนของผู้ว่าฯ&nbsp;กทม.&nbsp;และ&nbsp;ส.ก.&nbsp;ซึ่งในส่วนของ&nbsp;ส.ก.&nbsp;หากตกลงกันไม่ได้&nbsp;ต้องจับสลากเป็นรายเขต&nbsp;เริ่มที่เขตพระนคร&nbsp;โดยแต่ละเขต&nbsp;จะใช้เวลา&nbsp;3-5&nbsp;นาที&nbsp;ขณะเดียวกัน&nbsp;บรรดาผู้สนับสนุนของผู้สมัครแต่ละคนต่างถือป้ายผู้สมัคร&nbsp;ทั้งผู้ว่าฯ&nbsp;กทม.&nbsp;และ&nbsp;ส.ก.&nbsp;แต่ไม่มีการใช้เครื่องขยายเสียง&nbsp;เนื่องจากผิดกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น&nbsp;ซึ่งแต่ละกลุ่มปฏิบัติตามข้อระเบียบอย่างเคร่งครัด&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ผู้สมัครแต่ละคน&nbsp;หลังจากลงสมัครและได้จับสลากแล้ว&nbsp;ส่วนใหญ่จะลงพื้นที่หาเสียงต่อทันที&nbsp;อาทิ&nbsp;พรรคไทยสร้างไทย&nbsp;พรรคประชาธิปัตย์&nbsp;พรรคก้าวไกล&nbsp;และผู้สมัครในนามอิสระ&nbsp;เช่น&nbsp;นายชัชชาติ&nbsp;สิทธิพันธุ์&nbsp;พลตำรวจเอก&nbsp;อัศวิน&nbsp;ขวัญเมือง&nbsp;นายสกลธี&nbsp;ภัทธิยกุล</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ขณะเดียวกัน</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;พล.ต.ท.สุทธิพงษ์&nbsp;วงษ์ปิ่น&nbsp;รอง&nbsp;ผอ.ศูนย์เลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร&nbsp;พรรคพลังประชารัฐ&nbsp;นำว่าที่ผู้สมัคร&nbsp;ส.ก.&nbsp;ทั้ง&nbsp;50&nbsp;เขต&nbsp;มาลงสมัคร&nbsp;โดยยืนยันหากได้รับเลือกเป็น&nbsp;ส.ก.&nbsp;ก็พร้อมร่วมงานกับผู้ว่าฯ&nbsp;กทม.&nbsp;ทุกคน&nbsp;ที่ประชาชนให้ความไว้วางใจเลือกเข้ามา&nbsp;ซึ่งจะทำหน้าที่เต็มความสามารถ&nbsp;ทำงานร่วมกันอย่างมีอิสระในการตรวจสอบ&nbsp;เพื่อนำไปสู่ผลประโยชน์ของชาวกรุงเทพมหานครอย่างจริงจัง</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2022-03-31T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331114819877
245	กรุงเทพมหานคร แถลงผลการรับสมัครผู้สมัครรับเลือกตั้งรอบเช้า	<p><strong>นายขจิต&nbsp;ชัชวานิชย์&nbsp;ปลัดกรุงเทพมหานคร&nbsp;</strong>ในฐานะผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ภายหลังการเปิดลงทะเบียนรับสมัครผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในเวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.&nbsp;มีผู้สมัครรับเลือกตั้ง&nbsp;ที่มาก่อนเวลา&nbsp;14&nbsp;คน&nbsp;&nbsp;จึงใช้วิธีจับสลากเพื่อกำหนดลำดับในการยื่นใบสมัครหมายเลขผู้สมัครรับเลือกตั้งฯ&nbsp;โดยมีผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่มาสมัครภายหลังการลงทะเบียนรับสมัครในเวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.&nbsp;เพิมเติมอีก&nbsp;3&nbsp;คน&nbsp;ในส่วนของผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานครในวันนี้มีผู้สมัครทั้งสิ้น&nbsp;327&nbsp;คน&nbsp;มีเขตที่สามารถตกลงกันได้โดยไม่ต้องจับสลาก&nbsp;5&nbsp;เขต&nbsp;</p><p><strong>การรับสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร</strong>&nbsp;และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร&nbsp;จะมีไปถึงวันที่&nbsp;4&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.-16.30&nbsp;น.&nbsp;โดยไม่เว้นวันหยุดราชการ&nbsp;ณ&nbsp;ห้องบางกอก&nbsp;อาคารไอราวัตพัฒนา&nbsp;ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร&nbsp;&nbsp;เขตดินแดง</p><p><strong>ผลการจับสลาก</strong>&nbsp;นายวิโรจน์&nbsp;ลักขณาอดิศร&nbsp;ได้หมายเลข&nbsp;1&nbsp;&nbsp;พันโทหญิง&nbsp;ฐิฏา&nbsp;รังสิตพล&nbsp;มานิตกุล&nbsp;หมายเลข&nbsp;2&nbsp;&nbsp;นายสกลธี&nbsp;ภัทธิทิยกุล&nbsp;หมายเลข&nbsp;3&nbsp;นายสุชัชวีร์&nbsp;&nbsp;สุวรรณสวัสดิ์&nbsp;หมายเลข&nbsp;4&nbsp;&nbsp;นายวีรชัย&nbsp;เหล่าเรืองวัฒนะ&nbsp;หมายเลข&nbsp;5&nbsp;&nbsp;พลตำรวจเอกอัศวิน&nbsp;ขวัญเมือง&nbsp;หมายเลข&nbsp;6&nbsp;&nbsp;นางสาวรสนา&nbsp;โตสิตระกูล&nbsp;หมายเลข&nbsp;7&nbsp;&nbsp;นายชัชชาติ&nbsp;สิทธิพันธุ์&nbsp;หมายเลข&nbsp;8&nbsp;&nbsp;นางสาววัชรี&nbsp;วรรณศรี&nbsp;หมายเลข&nbsp;9&nbsp;&nbsp;นายศุภชัย&nbsp;ตันติคมน์&nbsp;หมายเลข&nbsp;10&nbsp;นาวาอากาศตรี&nbsp;ศิธา&nbsp;ทิวารี&nbsp;หมายเลข&nbsp;11&nbsp;&nbsp;นายประยูร&nbsp;ครองยศ&nbsp;หมายเลข&nbsp;12&nbsp;&nbsp;นายพิศาล&nbsp;กิตติเยาวมาลย์&nbsp;หมายเลข&nbsp;13&nbsp;&nbsp;นายธเนตร&nbsp;วงษา&nbsp;หมายเลข&nbsp;14&nbsp;</p><p><strong>ภายหลังการจับฉลากหมายเลข</strong>ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร&nbsp;เสร็จสิ้น&nbsp;ผู้สนับสนุนที่ปักหลักรออยู่ด้านนอกอาคาร&nbsp;ได้เขียนเบอร์ของผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ&nbsp;ที่ตนเองสนับสนุนลงในป้ายหาเสียงที่ได้เตรียมมาล่วงหน้าทันที&nbsp;รวมถึงหมายเลขผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร&nbsp;&nbsp;ก่อนที่ผู้สมัครแต่ละคนจะทยอยลงพื้นที่หาเสียงต่อทันที&nbsp;ตามกำหนดการของแต่ละคน</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-31T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331115424880
246	เตรียมความพร้อมการสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาเมืองพัทยาและนายกเมืองพัทยา	<p><strong>ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นสมควรให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นของเมืองพัทยา </strong>อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๐ และมาตรา ๑๔๒ แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ คณะกรรมการการเลือกตั้งจึงออกประกาศกำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเมืองพัทยาและนายกเมืองพัทยา โดยให้จัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาเมืองพัทยาและนายกเมืองพัทยาภายในหกสิบวันนับแต่วันที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศกำหนดให้มีการเลือกตั้ง อันเป็นวันที่สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นพ้นจากตำแหน่งเพราะเหตุอื่นใดนอกจากครบวาระ ตามมาตรา ๑๑ แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ ประกอบมาตรา ๒๘ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ประกาศกำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเมืองพัทยาและนายกเมืองพัทยา</strong> ในวันศุกร์ที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๖๕ วันเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๕&nbsp;และวันรับสมัครระหว่างวันพฤหัสบดีที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๕&nbsp;ถึงวันจันทร์ที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๕&nbsp;นั้น</p><p><strong>พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒</strong> มาตรา ๔๙ ประกอบมาตรา ๒๘ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒ ได้กำหนดคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้งและหลักฐานเอกสารประกอบการสมัครรวมถึงค่าธรรมเนียมการสมัครไว้ ดังต่อไปนี้</p><p><strong><u>๑. สมาชิกสภาเมืองพัทยา</u></strong></p><p><strong>๑.๑ คุณสมบัติผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาเมืองพัทยา</strong></p><p>(๑) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด</p><p>(๒) อายุไม่ต่ำกว่า ๒๕ ปีนับถึงวันเลือกตั้ง</p><p>(๓) มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเมืองพัทยาในวันสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า ๑ ปีนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง</p><p>(๔) ต้องไม่เป็นบุคคลซึ่งมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามมาตรา ๕๐ แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒</p><p><strong>๑.๒ ค่าธรรมเนียมการสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาเมืองพัทย</strong>า จำนวน ๕,๐๐๐ บาท</p><p><strong><u>๒. นายกเมืองพัทยา</u></strong></p><p><strong>๒.๑ คุณสมบัติผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา</strong></p><p>(๑) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด</p><p>(๒) อายุไม่ต่ำกว่า ๓๕ ปีนับถึงวันเลือกตั้ง</p><p>(๓) มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเมืองพัทยาในวันสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า ๑ ปีนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง</p><p>(๔) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า</p><p>(๕) ต้องไม่เป็นบุคคลซึ่งมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามมาตรา ๕๐ แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒</p><p><strong>๒.๒ ค่าธรรมเนียมการสมัครรับเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา</strong> จำนวน ๑๐,๐๐๐ บาท</p><p><strong><u>๓. หลักฐานการสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาเมืองพัทยาและนายกเมืองพัทยา</u></strong></p><p>(๑) ใบสมัครรับเลือกตั้ง ตามแบบ ส.ถ./ผ.ถ. ๔/๑</p><p>(๒) รูปถ่ายหน้าตรงไม่สวมหมวก หรือรูปถ่ายที่พิมพ์ชัดเจนเหมือนรูปถ่ายของตนเอง ขนาดความกว้างประมาณ ๘.๕ ซม. ยาวประมาณ ๑๓.๕ ซม. จำนวน ๑๐ รูป</p><p>(๓) บัตรประจำตัวประชาชน พร้อมสำเนา จำนวน ๑ ฉบับ</p><p>(๔) สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน พร้อมสำเนา ๑ ฉบับ</p><p>(๕) ใบรับรองแพทย์ (ไม่ควรเกิน ๑ เดือน)</p><p>(๖) หลักฐานการศึกษา ไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า (เฉพาะสมัครรับเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา)</p><p>(๗) หลักฐานแสดงการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นเวลาติดต่อกัน ๓ ปีนับถึงปีที่สมัครรับเลือกตั้งของผู้สมัคร (ปี ๒๕๖๒, ปี ๒๕๖๓, ปี ๒๕๖๔) เว้นแต่เป็นผู้ไม่ได้เสียภาษีเงินได้ให้ทำหนังสือยืนยันการไม่ได้เสียภาษีพร้อมทั้งสาเหตุแห่งการไม่ได้เสียภาษี ตามแบบ ส.ถ./.ผ.ถ. ๔/๒ (ตามมาตรา ๕๑ แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒)</p><p>(๘) หลักฐานอื่น ๆ ที่จำเป็นเช่น เอกสารใบเปลี่ยนชื่อตัว หรือชื่อสกุล สูติบัตร หลักฐานหรือใบรับรองแสดงการเกิด ถิ่นที่อยู่ พร้อมสำเนา จำนวน ๑ ฉบับ เป็นต้น</p><p><strong><u>๔. การสมัครรับเลือกตั้ง</u></strong></p><p>ให้ผู้สมัครยื่นใบสมัครต่อผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นเมืองพัทยา พร้อมทั้งหลักฐาน&nbsp;การสมัครและค่าธรรมเนียมการสมัคร และผู้สมัครต้องยื่นหลักฐานการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นเวลาติดต่อกัน ๓ ปี นับถึงปีที่สมัครรับเลือกตั้ง เว้นแต่เป็นผู้ไม่ได้เสียภาษีเงินได้ให้ทำหนังสือยืนยันการไม่ได้เสียภาษีพร้อมทั้งสาเหตุแห่งการไม่ได้เสียภาษี</p><p><strong><u>๕. สถานที่รับสมัคร</u></strong></p><p>ห้องประชุมทัพพระยา (๔๐๑) ชั้น ๔ ศาลาว่าการเมืองพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี</p><p><strong>อนึ่ง การสมัครรับเลือกตั้งโดยรู้ว่าตนเองขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามในการสมัครมีโทษตามมาตรา ๑๒๐</strong> ที่บัญญัติว่า ผู้ใดลงสมัครรับเลือกตั้งโดยรู้อยู่แล้วว่าตนเป็นผู้ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามในการสมัครรับเลือกตั้ง ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ ๑ ปี ถึง ๑๐ ปี และปรับตั้งแต่ ๒๐,๐๐๐ บาท ถึง ๒๐๐,๐๐๐ บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด ๒๐ ปี</p><p><br></p>	2022-03-31T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331114703876
247	คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.-เมืองพัทยา	<p><strong>สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) </strong>กำหนดให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ) นายกเมืองพัทยา และสมาชิกสภาเมืองพัทยา ก่อนวันเลือกตั้ง ขอให้ประชาชนตรวจสอบคุณสมบัติผู้มีสิทธิเลือกตั้ง</p><p><strong><u>คุณสมบัติผู้มีสิทธิเลือกตั้ง</u></strong></p><p>(๑) มีสัญชาติไทย แต่บุคคลผู้มีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติ ต้องได้สัญชาติไทยมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี</p><p>(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีในวันเลือกตั้ง</p><p>(๓) มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งมาแล้วเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าหนึ่งปีนับถึงวันเลือกตั้ง และ</p><p>(๔) คุณสมบัติอื่นตามที่กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนด ในกรณีที่มีการย้ายทะเบียนบ้านออกจากเขตเลือกตั้งหนึ่งไปยังอีกเขตเลือกตั้งหนึ่งภายในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเดียวกัน อันท าให้บุคคลมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันน้อยกว่าหนึ่งปีนับถึงวันเลือกตั้ง ให้บุคคลนั้นมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ตนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านครั้งสุดท้ายเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าหนึ่งปี</p><p><strong><u>ส่วนลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้ง</u></strong></p><p>(๑) เป็นภิกษุ สามเณร นักพรตหรือนักบวช</p><p>(๒) อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไม่ว่าคดีนั้นจะถึงที่สุดแล้วหรือไม่</p><p>(๓) ต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาลหรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย</p><p>(๔) วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ</p><p>(๕) มีลักษณะอื่นตามที่กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนด</p><p><br></p>	2022-03-31T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331124144911
248	การบริหารราชการกรุงเทพมหานคร : อำนาจหน้าที่ กรุงเทพมหานคร และผู้ว่าฯ ทำอะไรบ้าง ?	<p><strong>กรุงเทพมหานคร คือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ</strong>และมีฐานะเป็นนิติบุคคลตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528&nbsp;ซึ่งมีอำนาจและหน้าที่ตามที่กำหนดในพระราชบัญญัติฉบับนี้ มาตรา 89 ดังนี้</p><p>1.&nbsp;การรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน</p><p>2.&nbsp;การทะเบียนตามที่กฎหมายกำหนด</p><p>3.&nbsp;ป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย</p><p>4.&nbsp;การรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง</p><p>5.&nbsp;การผังเมือง</p><p>6.&nbsp;การจัดให้มีและบำรุงรักษาทางบกหรือทางน้ำ และทางระบายน้ำ</p><p>7.&nbsp;การจัดการจราจรและการวิศวกรรมจราจร</p><p>8. การส่งเสริมและสนับสนุนสถานีตำรวจ และหน่วยงานอื่นในการปฏิบัติหน้าที่ตามข้อ 1 - 7</p><p>9.&nbsp;การขนส่ง</p><p>10.&nbsp;การจัดให้มีและควบคุมตลาด ท่าเทียบเรือ ท่าข้าม และที่จอดรถ</p><p>11. การดูแลรักษาที่สาธารณะ</p><p>12.&nbsp;การควบคุมอาคาร</p><p>13.&nbsp;การปรับปรุงแหล่งชุมชนแออัดและการจัดการเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย</p><p>14.&nbsp;การจัดให้มีและบำรุงรักษาสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ</p><p>15.&nbsp;การพัฒนาและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม</p><p>16.&nbsp;บำรุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น</p><p>17.&nbsp;การสาธารณูปโภค</p><p>18.&nbsp;การสาธารณะสุข การอนามัยครอบครัว และการรักษาพยาบาล</p><p>19.&nbsp;การจัดให้มีและควบคุมสุสานและฌาปนสถาน</p><p>20.&nbsp;การควบคุมสัตว์เลี้ยง</p><p>21.&nbsp;การจัดให้มีและควบคุมการฆ่าสัตว์</p><p>22.&nbsp;การควบคุมความปลอดภัยความเป็นระเบียบเรียบร้อยการอนามัยในโรงมหรสพและสาธารณะสถานอื่น ๆ</p><p>23.&nbsp;การจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับแผนการศึกษาของชาติ รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษา</p><p>24.&nbsp;การสาธารณูปการ</p><p>25.&nbsp;การสังคมสังเคราะห์</p><p>26.&nbsp;การส่งเสริมการกีฬา</p><p>27.&nbsp;การส่งเสริมการประกอบอาชีพ</p><p>28.&nbsp;การพานิชย์ของกรุงเทพมหานคร</p><p>29.&nbsp;หน้าที่อื่น ๆ ตามที่กฎหมายระบุให้เป็นอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด อำเภอ เทศบาลนคร หรือตามที่คณะรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมอบหมายหรือกฎหมายระบุให้เป็นหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร</p><p><strong><u>ส่วนอำนาจหน้าที่ของ ผู้ว่าฯ กรุงเทพ คือ?</u></strong></p><p>ตามกฎหมายปัจจุบันคือ พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528[4] ในมาตรา 49 กำหนดให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มีอำนาจหน้าที่ดังนี้</p><p>1) กำหนดนโยบาย บริหารราชการของกรุงเทพมหานคร ให้เป็นไปตามกฎหมาย</p><p>2) สั่ง อนุญาต อนุมัติ เกี่ยวกับราชการของกรุงเทพมหานคร</p><p>3) แต่งตั้งและถอดถอน รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และแต่งตั้งและถอดถอนผู้ทรงคุณวุฒิ 4) เป็นประธานที่ปรึกษา ที่ปรึกษา หรือคณะที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือเป็นคณะกรรมการ เพื่อปฏิบัติราชการใดๆ</p><p>5) บริหารราชการตามที่คณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมอบหมาย</p><p>6) วางระเบียบ เพื่อให้งานของกรุงเทพมหานคร เป็นไปโดยเรียบร้อย</p><p>7) รักษาการให้เป็นไปตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร</p><p>8) อำนาจหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ (เช่น การเป็นผู้บังคับบัญชาของข้าราชการ และลูกจ้างกรุงเทพมหานคร ตามมาตรา 50 การเสนอร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร ตามมาตรา 98 เป็นต้น)และตามที่กฎหมายอื่นกำหนดไว้ (เช่น อำนาจหน้าที่ซึ่งกฎหมายอื่นกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัด นายกเทศมนตรี หรือคณะเทศมนตรี ตามมาตรา 50 เป็นต้น)</p><p>.</p><p><br></p>	2022-03-31T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331125633917
249	ภาพรวมรับสมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมากชิกสภากรุงเทพมหานคร วันแรก เป็นไปด้วยความเรียบร้อย	<p><strong>นายอิทธิพร&nbsp;บุญประคอง&nbsp;ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)</strong>&nbsp;กล่าวถึงภาพรวมการรับสมัครเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพฯ&nbsp;วันแรกวันนี้(31&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ว่า&nbsp;เป็นไปอย่างคึกคัก&nbsp;มีผู้ให้ความสนใจจำนวนมาก&nbsp;ส่วนการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน&nbsp;พร้อมย้ำไปยังผู้สมัครทุกคนให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด&nbsp;โดยการหาเสียงและการติดตั้งป้ายหาเสียงควรอยู่ในกรอบที่กฎหมายกำหนด&nbsp;ซึ่งในวันที่&nbsp;5&nbsp;เมษายนนี้&nbsp;กกต.&nbsp;จะจัดให้มีการเลือกตั้งสมานฉันท์&nbsp;โดยจะเชิญผู้สมัครเข้าร่วมรับฟังข้อกฎหมาย&nbsp;รวมถึงกฎระเบียบที่ถูกต้อง&nbsp;เพื่อให้ผู้สมัครสามารถปฏิบัติตามได้&nbsp;อย่างครบถ้วน&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการติดตั้งป้ายหาเสียงของผู้สมัคร</strong>&nbsp;ก็มีข้อห้ามข้อบังคับตามกฎหมาย&nbsp;โดยจะต้องไม่กีดขวางการจราจร&nbsp;หรือบดบังวิสัยทัศน์การขับขี่&nbsp;อาทิ&nbsp;เกาะกลางถนน&nbsp;ริมถนนจนรุกล้ำออกมาบนพื้นผิวการจราจร&nbsp;ตามสะพานลอย&nbsp;ที่มีการร้องเรียนก่อนหน้านี้</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-31T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331143023987
250	กกต. ประกาศกำหนดสถานที่ปิดประกาศและติดแผ่นป้ายเกี่ยวกับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก.	<p><strong>เลือกตั้งผู้ว่าฯ&nbsp;กทม.-ส.ก.&nbsp;วันที่&nbsp;22&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;ผู้สมัครเริ่มติดป้ายหาเสียงคึกคัก</strong>&nbsp;กกต.ประกาศย้ำระเบียบการหาเสียงใหม่อีกครั้ง&nbsp;โดย&nbsp;กกต.ได้ปรับเปลี่ยนกฎหมายและระเบียบต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ตามประกาศเรื่อง&nbsp;การกำหนดสถานที่ปิดประกาศและติดแผ่นป้ายเกี่ยวกับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ&nbsp;กทม.&nbsp;และ&nbsp;ส.ก.&nbsp;ลงวันที่&nbsp;28&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ดังนี้</p><p><strong><u>ระเบียบติดป้ายหาเสียงผู้ว่าฯ&nbsp;กทม.-ส.ก.</u></strong></p><p><strong>1.&nbsp;ให้ผู้สมัครเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร&nbsp;</strong>ปิดประกาศและติดแผ่นป้ายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง&nbsp;ณ&nbsp;สถานที่ที่หน่วยงานกำหนด&nbsp;จำนวน&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;ประกาศเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้ง&nbsp;จัดทำได้ไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;เท่าของจำนวนหน่วยเลือกตั้งในเขตเลือกตั้ง</p><p>&nbsp;แผ่นป้ายหาเสียงเลือกตั้งไม่เกิน&nbsp;5&nbsp;เท่าของจำนวนหน่วยเลือกตั้งในเขตเลือกตั้ง</p><p><strong>2.&nbsp;กำหนดหลักเกณฑ์&nbsp;วิธีการปิดประกาศเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้ง</strong>&nbsp;และติดแผ่นป้ายเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้ง&nbsp;ใน&nbsp;การเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;จัดทำและปิดประกาศเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้ง&nbsp;มีขนาดความกว้างไม่เกิน&nbsp;30&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;และมีขนาดความยาวไม่เกิน&nbsp;42&nbsp;เซนติเมตร</p><p>&nbsp;จัดทำและติดแผ่นป้ายเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้ง&nbsp;มีขนาดความกว้างไม่เกิน&nbsp;130&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;และมีขนาดความยาวไม่เกิน&nbsp;245&nbsp;เซนติเมตร</p><p><strong>3.&nbsp;สถานที่ปิดประกาศเกี่ยวกับการหาเสียง</strong>&nbsp;ให้ปิดประกาศในสถานที่ดังต่อไปนี้</p><p>บริเวณป้ายปิดประกาศของสำนักงานเขตปกครอง</p><p>&nbsp;บริเวณป้ายปิดประกาศของโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร</p><p>&nbsp;บริเวณป้ายปิดประกาศของหน่วยงานในสังกัดกรุงเทพมหานคร</p><p>&nbsp;วิธีการปิดประกาศเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้ง&nbsp;ให้ผู้สมัครปิดประกาศตามที่หัวหน้าหน่วยงานกำหนด&nbsp;โดยปิดประกาศได้สถานที่ละ&nbsp;1&nbsp;แผ่น&nbsp;เท่านั้น</p><p>&nbsp;ให้ผู้สมัครที่ประสงค์จะปิดประกาศเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้ง&nbsp;แจ้งขอปิดประกาศต่อหัวหน้าหน่วยงานหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายของสถานที่นั้น&nbsp;ๆ</p><p><strong>4.&nbsp;สถานที่ติดแผ่นป้ายเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้ง&nbsp;</strong>ต้องคำนึงถึงความเหมาะสม&nbsp;เป็นระเบียบ&nbsp;สะอาด&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;แข็งแรง&nbsp;มีทัศนียภาพและทัศนวิสัยที่ดี&nbsp;ไม่เกิดอันตรายแก่ประชาชนหรือต่อยานพาหนะ</p><p>รวมทั้งไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของทางราชการหรือประชาชน&nbsp;และจะต้องไม่เป็นการกีดขวางทางสัญจร&nbsp;การจราจร&nbsp;และต้องไม่ติดทับซ้อนกับแผ่นป้ายเกี่ยวกับการเลือกตั้งของผู้สมัครรายอื่น</p><p><strong><u>ป้ายหาเสียงห้ามอยู่ในบริเวณใดบ้าง</u></strong></p><p>สำหรับพื้นที่หรือบริเวณที่ห้ามปิดป้ายหาเสียง&nbsp;ประกอบด้วย</p><p>&nbsp;ผิวการจราจร</p><p>&nbsp;เกาะกลางถนน</p><p>&nbsp;สะพานลอยเดินข้าม</p><p>&nbsp;สะพานลอยรถข้าม&nbsp;รวมทั้งส่วนประกอบของสะพาน&nbsp;รั้วและแผงเหล็กริมถนน&nbsp;ป้ายจราจรและสัญญาณไฟจราจร</p><p>&nbsp;ป้ายประกาศของทางราชการ</p><p>&nbsp;รั้วหรือกำแพงหรือผนังอาคารของทางราชการ</p><p>&nbsp;ต้นไม้และเสาไฟฟ้าบริเวณเกาะกลางถนน&nbsp;ในส่วนของเสาไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวงให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่การไฟฟ้านครหลวงกำหนด</p><p>&nbsp;ศาลาที่พักผู้โดยสารและบริเวณโดยรอบภายในระยะ&nbsp;10&nbsp;เมตร</p><p>&nbsp;ตู้โทรศัพท์</p><p>&nbsp;ตู้ไปรษณีย์</p><p>&nbsp;อนุสาวรีย์</p><p>&nbsp;ป้อมตำรวจ</p><p>&nbsp;สุขาสาธารณะ</p><p>&nbsp;สนามหลวง</p><p>&nbsp;สวนหย่อม</p><p>&nbsp;สวนสาธรณะ</p><p>&nbsp;วงเวียนทุกวงเวียน</p><p>&nbsp;ถนนโดยรอบพระบรมมหาราชวัง</p><p>&nbsp;ถนนโดยรอบพระราชวังสวนจิตรลดา</p><p>&nbsp;ลานพระบรมรูปทรงม้า</p><p>&nbsp;ถนนราชดำเนินนอก</p><p>&nbsp;ถนนราชดำเนินกลาง</p><p>&nbsp;ถนนราชดำเนินใน</p><p>&nbsp;กรณีกำหนดเป็นถนนให้หมายความรวมถึงซอยที่แยกจากถนนด้วย&nbsp;สำหรับการติดประกาศในซอยจะต้องมีระยะห่างจากปากซอยไม่น้อยกว่า&nbsp;10&nbsp;เมตร</p><p><strong>5.&nbsp;ห้ามมิให้ผู้สมัครปิดประกาศ&nbsp;</strong>หรือติดแผ่นป้ายเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งนอกพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ตนสมัคร</p><p><strong><u>หากปิดป้ายเสียงผิดระเบียบ&nbsp;ต้องทำอย่างไร</u></strong></p><p><strong>ระเบียบปิดประกาศและติดแผ่นป้ายเกี่ยวกับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ&nbsp;กทม.&nbsp;</strong>ข้อสุดท้ายระบุไว้ว่า&nbsp;หากผู้สมัครทำผิดกฎตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง&nbsp;ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2563&nbsp;ข้อ&nbsp;19&nbsp;และตามประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานครฉบับนี้กำหนด</p><p><strong>ให้หัวหน้าหน่วยงาน&nbsp;หัวหน้าพนักงานส่วนท้องถิ่น&nbsp;เจ้าพนักงานท้องถิ่น&nbsp;มีอำนาจสั่งผู้สมัครให้แก้ไขให้ถูกต้อง</strong>ภายในระยะเวลาที่กำหนด&nbsp;และหากไม่ดำเนินการแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด&nbsp;ให้ผู้มีอำนาจข้างต้นมีอำนาจรื้อถอน&nbsp;ทำลาย&nbsp;ปลดออก&nbsp;ปกปิด&nbsp;หรือลบข้อความ&nbsp;ภาพ&nbsp;หรือรูปรอยดังกล่าว&nbsp;หรือสั่งให้หน่วยงานอื่นดำเนินการ&nbsp;โดยให้คิดค่าใช้จ่ายกับผู้สมัครนั้น&nbsp;และคณะกรรมการการเลือกตั้งอาจนำมาเป็นเหตุในการสืบสวนหรือไต่สวนตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการสืบสวน&nbsp;การไต่สวน&nbsp;และวินิจฉัยชี้ขาดได้</p>	2022-03-31T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331133729949
251	"ยุติธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานีเชิญชวนร่วมโครงการ ""มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินครัวเรือนและยุติธรรมพบประชาชน"" ครั้งที่ 7"	"<p><strong>นายสุธีรวัชร์&nbsp;เจริญวงศ์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานยุติธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;กระทรวงยุติธรรมร่วมกับจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;กำหนดจัดการจัดโครงการ&nbsp;""มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินครัวเรือนและยุติธรรมพบประชาชน""&nbsp;ครั้งที่&nbsp;7&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ในวันศุกร์ที่&nbsp;6&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;ระหว่างเวลา&nbsp;08.30&nbsp;-&nbsp;16.30&nbsp;นาฬิกา&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรม&nbsp;แก้วสมุย&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;</p><p><strong>โดยมีนายสมศักดิ์&nbsp;เทพสุทิน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม</strong>&nbsp;เป็นประธานในการเปิดโครงการฯ&nbsp;เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาหนี้สินและปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน&nbsp;ได้แก่&nbsp;การแก้ปัญหาหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา&nbsp;(กยศ.)&nbsp;หนี้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์&nbsp;หนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล&nbsp;ซึ่งกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ&nbsp;และกรมบังคับคดี&nbsp;บูรณาการร่วมกับกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.)&nbsp;และสถาบันการเงิน&nbsp;ให้บริการประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน&nbsp;โดยจัดการไกล่เกลี่ย&nbsp;ข้อพิพาททั้งก่อนฟ้อง&nbsp;และภายหลังคำพิพากษาคดี&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;สำนักงานยุติธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เชิญชวนร่วมโครงการ&nbsp;</strong>""มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินครัวเรือน&nbsp;และยุติธรรมพบประชาชน""&nbsp;ครั้งที่&nbsp;7&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ผ่านทางเพจเฟสบุ๊ค&nbsp;ไลน์&nbsp;และต้องการสอบถามรายละเอียดได้ที่&nbsp;กลุ่มพัฒนาและส่งเสริมระบบงานยุติธรรม&nbsp;โทร/โทรสาร&nbsp;&nbsp;077288652&nbsp;grey&nbsp;waan&nbsp;boscnam</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2022-03-31T00:00:00	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331142821985
252	ย้อนการเลือกตั้งผู้ว่า กทม.ในอดีต	"<p><strong>สำหรับการเลือกตั้งผู้ว่า กทม.มีขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2518</strong> สืบเนื่องจากมีการประกาศใช้ พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2518 ขึ้นในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2518 ซึ่งกำหนดให้กรุงเทพมหานครเป็นทบวงการเมือง มีผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่มาจากการเลือกตั้ง และอยู่ในตำแหน่งตามวาระ 4 ปี&nbsp;ทั้งนี้ การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานครนั้น เกิดขึ้นจำนวน 10 ครั้งด้วยกัน ตั้งแต่ปี 2518 - 2556</p><p><strong><u>พ.ศ. 2518 เลือกตั้งครั้งแรก</u></strong></p><p>จากพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2518 ทำให้การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2518 ในครั้งนั้น นายธรรมนูญ เทียนเงิน จากพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับการเลือกตั้งเป็น ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จากการเลือกตั้งคนแรก ด้วยคะแนนเสียง 99,247 คะแนน โดยมีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง เพียงร้อยละ 13.86</p><p>ในการเลือกตั้งครั้งนั้น นายธรรมนูญ ไม่ได้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จนครบวาระ 4 ปี เนื่องจากเกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรงทั้งในฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ จนไม่สามารถปฏิบัติงานได้ ทำให้ นายธานินทร์ กรัยวิเชียร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ตัดสินใจใช้อำนาจตามมาตรา 21 ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2519 ปลดนายธรรมนูญออกจากตำแหน่ง เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2520 และให้กลับไปใช้รูปแบบการแต่งตั้งเช่นเดิม</p><p><strong><u>พ.ศ. 2528 เลือกตั้งครั้งที่ 2</u></strong></p><p>นับจากเหตุการณ์ปลดนายธรรมนูญ เมื่อ พ.ศ. 2520 กรุงเทพมหานครมีผู้ว่าราชการจากการแต่งตั้งอีก 4 คน จนกระทั่งเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2528 สภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติให้ความเห็นชอบ พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 และในครั้งนั้น พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ในนาม ""กลุ่มรวมพลัง"" ได้รับการเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครด้วยคะแนนเสียง 408,237 คะแนน วันที่ 14 พฤศจิกายน 2528 ร้อยละ 34.65</p><p><strong><u>พ.ศ. 2533 เลือกตั้งครั้งที่ 3</u></strong></p><p>ในปี พ.ศ. 2533 พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ซึ่งลงสมัครในนาม พรรคพลังธรรม ได้รับเลือกตั้งอีกครั้งหนึ่ง ด้วยคะแนนเสียง 703,672 คะแนน วันที่ 7 มกราคม 2533 ร้อยละ 35.85&nbsp;</p><p><strong><u>พ.ศ. 2535&nbsp;เลือกตั้งครั้งที่ 4</u></strong></p><p>การเลือกตั้งครั้งต่อมามีขึ้นเมื่อวันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2535 เนื่องจาก พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ลาออกจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ร.อ. กฤษฎา อรุณวงษ์ ณ อยุธยา รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในสมัย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ลงสมัครโดยไม่สังกัดกลุ่มใด แต่อยู่ภายใต้การสนับสนุน ของ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ได้รับเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียง 363,668 คะแนน การเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้ไปใช้สิทธิเพียงร้อยละ 23.02</p><p><strong><u>พ.ศ. 2539 เลือกตั้งครั้งที่ 5</u></strong></p><p>เมื่อ ร.อ.กฤษฎา อรุณวงศ์ ณ อยุธยา ดำรงตำแหน่งครบ 4 ปี จึงมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ คนใหม่เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2539 โดย ดร.พิจิตต รัตตกุล ผู้สมัครในนาม กลุ่มมดงาน ได้รับเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียง 768,994 คะแนน (49.47%) โดยมีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง คิดเป็นร้อยละ 43.53 ของผู้มีสิทธิทั้งหมด</p><p><strong><u>พ.ศ. 2543 เลือกตั้งครั้งที่ 6</u></strong></p><p>เมื่อ ด.ร.พิจิตต รัตตกุล ดำรงตำแหน่งครบ 4 ปี จึงมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ คนใหม่เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2543 นายสมัคร สุนทรเวช อดีตหัวหน้าพรรคประชากรไทยได้รับเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียง 1,016,096 คะแนน (45.85%) โดยมีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งถึงร้อยละ 58.87</p><p><strong><u>พ.ศ. 2547 เลือกตั้งครั้งที่ 7</u></strong></p><p>เมื่อนายสมัคร สุนทรเวช ดำรงตำแหน่งครบ 4 ปีจึงมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ คนใหม่เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2547 นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ด้วยคะแนนเสียง 911,441 คะแนน (38.20%)</p><p><strong><u>พ.ศ. 2551 เลือกตั้งครั้งที่ 8</u></strong></p><p>มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ คนใหม่ เมื่อ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2551 โดยผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร&nbsp;นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอีกครั้ง ได้คะแนน 991,018&nbsp;คะแนน (45.93%)</p><p><strong><u>พ.ศ. 2552 เลือกตั้งครั้งที่ 9</u></strong></p><p>ผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเมื่อวันที่&nbsp;11 มกราคม พ.ศ. 2552&nbsp;หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์&nbsp;ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้คะแนน 934,602 คะแนน&nbsp;(45.41%)&nbsp;&nbsp;</p><p><strong><u>พ.ศ. 2556 เลือกตั้งครั้งที่ 10</u></strong></p><p>ผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเมื่อวันที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคม พ.ศ. 2556&nbsp;หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์&nbsp;ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอีกสมัย ได้คะแนน 1,256,349คะแนน&nbsp;( 47.75 %)&nbsp;&nbsp;</p><p><strong><u>พ.ศ.2565 เลือกตั้งผู้ว่าฯ ?&nbsp;</u></strong></p><p>หลังวันที่ 22 พฤษภาคม 2565 รู้กัน !</p><p><br></p>"	2022-03-31T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331150413024
253	นายกรัฐมนตรี หารือรองเลขาธิการสหประชาชาติ ประสานความร่วมมือในการพัฒนาทุกมิติอย่างยั่งยืน	<p><strong>นายอาคิม&nbsp;สไตเนอร์&nbsp;(Mr.&nbsp;Achim&nbsp;Steiner)</strong>&nbsp;รองเลขาธิการสหประชาชาติ&nbsp;และผู้บริหารสูงสุดของโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ&nbsp;(United&nbsp;Nations&nbsp;Development&nbsp;Programme:&nbsp;UNDP)&nbsp;เข้าเยี่ยมคารวะ&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ในโอกาสเยือนประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุมกับหัวหน้าสำนักงาน&nbsp;UNDP&nbsp;ในภูมิภาค</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;ชื่นชมรองเลขาธิการ&nbsp;UNDP</strong>&nbsp;ที่มีบทบาทแข็งขันในการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนมากว่า&nbsp;30&nbsp;ปี&nbsp;สำหรับประเทศไทยได้ให้ความสำคัญเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;&nbsp;โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทาง&nbsp;เพื่อนำประเทศไปสู่อนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและไทยมีเป้าหมายส่งเสริมการเติบโตที่ยั่งยืนและครอบคลุมโดยโมเดลเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;ซึ่งสอดคล้องและส่งเสริมการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;&nbsp;(SDGs)&nbsp;เป็นวาระสำคัญในฐานะเจ้าภาพเอเปคในปีนี้&nbsp;ไทยพร้อมสนับสนุนการทำงานของ&nbsp;UNDP&nbsp;อย่างเต็มที่&nbsp;และเชื่อมั่นว่าสหประชาชาติ&nbsp;และ&nbsp;UNDP&nbsp;จะช่วยส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนให้กับประเทศต่างๆ&nbsp;ในภูมิภาค&nbsp;ในการตอบสนองต่อความท้าทายของโลกในปัจจุบันได้</p><p><strong>ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันว่า</strong>&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ความขัดแย้งระหว่างประเทศและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&nbsp;ส่งผลกระทบต่อความร่วมมือของประเทศต่างๆ&nbsp;ในเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืน&nbsp;ดังนั้นต้องร่วมมือกันนำพาไปสู่&nbsp;3&nbsp;เป้าหมายคือ&nbsp;การพัฒนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;การพัฒนาคนและการก้าวไปข้างหน้าโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&nbsp;ตลอดจนความร่วมมือการจัดการมลพิษพลาสติกระดับโลก&nbsp;ที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกประเทศและทุกภาคส่วนแลกเปลี่ยนและสนับสนุนองค์ความรู้ทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมแก่กัน</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2022-03-31T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331153906056
254	เหตุลอบวางระเบิด ตร.สภ.บันนังสตา  พบคนร้ายเตรียมวางแผนก่อเหตุมาอย่างดี	<p><strong>จากเหตุคนร้ายก่อเหตุลอบวางระเบิดรถยนต์&nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจ&nbsp;</strong>สภ.บันนังสตา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ในขณะที่นำหมายเรียกคดีจราจร&nbsp;ไปส่งในพื้นที่&nbsp;ม.&nbsp;4&nbsp;ต.บาเจาะ&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;30&nbsp;มี.ค&nbsp;65&nbsp;เวลา&nbsp;10.11&nbsp;น.&nbsp;เป็นเหตุให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ&nbsp;ที่เดินทางด้วยรถยนต์คันดังกล่าว&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;นาย&nbsp;ถูกแรงระเบิดเสียชีวิต&nbsp;2&nbsp;นาย&nbsp;บาดเจ็บสาหัส&nbsp;อีก&nbsp;2&nbsp;นาย</p><p><strong>ล่าสุด&nbsp;จากการตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ&nbsp;พบว่า</strong>&nbsp;จุดที่คนร้ายก่อเหตุ&nbsp;ได้วางแผนเตรียมการก่อเหตุมาอย่างดี&nbsp;โดยฝังระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบในถังแก๊สหุงต้มขนาด&nbsp;15-20&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;&nbsp;ไว้ใต้ผิวถนน&nbsp;ก่อนที่จะลากสายไฟเข้าไปในสวนผลไม้ข้างทางประมาณ&nbsp;3-4&nbsp;เมตร&nbsp;และเชื่อมต่อกับวิทยุสื่อสาร&nbsp;เพื่อทำการจุดชนวนระเบิด</p><p><strong>จากข้อมูลเบื้องต้น&nbsp;พบว่า&nbsp;วานนี้&nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจ&nbsp;สภ.บันนังสตา&nbsp;</strong>จะต้องนำหมายเรียกจากศาลในคดีจราจร&nbsp;ไปส่งให้กับผู้ถูกเรียกในพื้นที่&nbsp;ต.บาเจาะ&nbsp;ซึ่งในอดีตเป็นพื้นที่เคลื่อนไหวของกลุ่มก่อเหตุความไม่สงบ&nbsp;และมักเกิดเหตุอยู่บ่อยครั้ง&nbsp;โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ&nbsp;ได้ใช้รถยนต์ตราโล่&nbsp;ที่มีลักษณะทางราชการชัดเจน&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;เจ้าหน้าที่ทั้ง&nbsp;4&nbsp;นาย&nbsp;เข้าพื้นที่ตามคำสั่งการปฏิบัติงาน&nbsp;แทนที่จะเป็นรถยนต์หุ้มเกราะ&nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันเหตุร้าย&nbsp;แต่ทราบว่า&nbsp;มีปัญหาเกี่ยวกับระบบการจัดสรรน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับรถยนต์ทางราชการ&nbsp;ที่ใช้ปฏิบัติงาน&nbsp;จึงทำให้รถยนต์หุ้มเกราะไม่พร้อมสำหรับการปฏิบัติงาน&nbsp;เจ้าหน้าที่จึงนำรถยนต์ตราโล่&nbsp;ไปปฏิบัติหน้าที่แทน&nbsp;ทำให้ตกเป็นเป้าหมายชัดเจน</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน&nbsp;ได้เร่งสืบสวนหาข้อมูล</strong>&nbsp;ถึงสาเหตุการรั่วไหลของข้อมูลข่าวสารภายในระบบราชการ&nbsp;ซึ่งเชื่อว่า&nbsp;มีผู้ไม่หวังดีส่งข้อมูลความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ให้กับกลุ่มคนร้ายลงมือก่อเหตุ&nbsp;เนื่องจากพบว่า&nbsp;การก่อเหตุของกลุ่มคนร้ายนั้น&nbsp;มีการใช้เวลาในการเตรียมการลงมือก่อเหตุเป็นอย่างดี&nbsp;ทั้งการขุดดินใต้ผิวถนน&nbsp;และนำระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบในถังแก๊สหุงต้มขนาด&nbsp;15-20&nbsp;กิโลกรัมไปฝังไว้&nbsp;ซึ่งต้องใช้เวลาเป็นอย่างมาก</p><p><strong>ส่วนกรณี&nbsp;การนำส่งหมายเรียกจากศาลไปส่งนั้น&nbsp;มีข้อมูลว่า</strong>&nbsp;เหตุใดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ&nbsp;สภ.บันนังสตา&nbsp;ไม่นำส่งหมายศาลโดยการฝากบุคคลอื่นในพื้นที่&nbsp;เช่น&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ในพื้นที่ดังกล่าว&nbsp;เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุ&nbsp;พบว่า&nbsp;เป็นคำสั่งจากศาลที่จำเป็นต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องนำหมายศาลส่งถึงมือตามชื่อในหมายศาล&nbsp;โดยไม่สามารถฝากผู้อื่นไปส่งแทนได้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>	2022-03-31T00:00:00	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331161849091
255	รับสมัครเลือกตั้งวันแรก มีผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. 20 คน ส.ก. 343 คน	<p><strong>นายขจิต ชัชวานิชย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร </strong>ในฐานะผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร แถลงผลการรับสมัครเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) โดยมีนายสำราญ ตันพานิช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร ร่วมให้ข้อมูลเพิ่มเติม ณ อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เขตดินแดง </p><p><strong>วันนี้ (31 มี.ค.65) เป็นวันแรก</strong>ของการรับสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ ส.ก. ตั้งแต่เวลา 08.30 น.-16.30 น. ณ ห้องบางกอก อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เขตดินแดง ปรากฏว่ามีผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จำนวน 20 คน แบ่งเป็นชาย 14 คน หญิง 6 คน ได้แก่</p><p>หมายเลข 1 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร</p><p>หมายเลข 2 พันโทหญิง ฐิฏา รังสิตพล มานิตกุล</p><p>หมายเลข 3 นายสกลธี ภัททิยกุล</p><p>หมายเลข 4 ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์</p><p>หมายเลข 5 นายวีรชัย เหล่าเรืองวัฒนา</p><p>หมายเลข 6 พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง</p><p>หมายเลข 7 นางสาวรสนา โตสิตระกูล</p><p>หมายเลข 8 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์</p><p>หมายเลข 9 นางสาววัชรี วรรณศรี</p><p>หมายเลข 10 ดร.ศุภชัย ตินติคมน์</p><p>หมายเลข 11 น.ต.ศิธา ทิวารี</p><p>หมายเลข 12 ดร.ประยูร ครองยศ</p><p>หมายเลข 13 นายพิศาล กิตติเยาวมาลย์</p><p>หมายเลข 14 นายธเนตร วงษา</p><p>หมายเลข 15 พล.อ.ต.ทูตปรีชา เลิศสันทัดวาที</p><p>หมายเลข 16 นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ </p><p>หมายเลข 17 นายอุเทน ชาติภิญโญ </p><p><strong>ส่วนช่วงบ่าย มีผู้สมัครเพิ่ม จำนวน 3 คน</strong> ได้แก่</p><p>หมายเลข 18 นางสาวสุมนา พันธุ์ไพโรจน์</p><p>หมายเลข 19 นายไกรเดช บุนนาค</p><p>หมายเลข 20 นางอมรพรรณ อุ่นสุวรรณ</p><p><strong>ผู้สมัครอายุมากที่สุด 72 ปี อายุน้อยที่สุด 43 ปี</strong> </p><p><strong>สำหรับการรับสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ทั้ง 50 เขต</strong> ในวันแรกนี้ มีผู้สมัคร จำนวนทั้งสิ้น 343 คน เขตที่มีผู้สมัครมากที่สุด 9 คน ได้แก่ เขตธนบุรี เขตจอมทอง เขตวังทองหลาง เขตที่มีผู้สมัครน้อยที่สุด 5 คน ได้แก่ เขตดุสิต เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย </p><p><strong>หลังจากปิดรับสมัครรับเลือกตั้ง </strong>ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง จะตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครรับเลือกตั้งว่าขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามในการสมัครรับเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน จากนั้นจะประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง ณ ที่เลือกตั้งหรือบริเวณใกล้เคียงกับที่เลือกตั้ง หรือสถานที่ที่เห็นสมควร  </p><p><strong>สำหรับการรับสมัครรับเลือกตั้ง </strong>ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร จะมีไปถึงวันที่ 4 เมษายน 2565 ตั้งแต่เวลา 08.30 น.-16.30 น. โดยไม่เว้นวันหยุดราชการ ณ ห้องบางกอก อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เขตดินแดง </p><p><strong>การแจ้งช่องทางหาเสียง </strong>เน้นย้ำให้ผู้สมัครฯ รีบดำเนินการแจ้งช่องทางการหาเสียงเลือกตั้งทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ว่ามีช่องทางใดบ้างและมีค่าใช้จ่ายเท่าไร แจ้ง รายชื่อและจำนวนผู้ช่วยหาเสียง พาหนะที่ใช้ในการหาเสียงเลือกตั้ง สถานที่หรือเวทีหาเสียงเลือกตั้ง เพื่อใช้ในการคำนวณงบประมาณในการหาเสียงเลือกตั้ง โดยให้ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร ณ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ อาคาร B ภายใน 90 วัน นับจากวันที่ประกาศกำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานครและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร วันที่ 25 มีนาคม 2565 เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้ายการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2563 ทั้งนี้วงเงินในการหาเสียงของผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครต้องไม่เกิน 49 ล้านบาท ส่วนสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร 0.8 -1.2 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่และประชากร ผู้สมัครที่กระทำผิดจะถูกเพิกถอนสิทธิในการเลือกตั้ง 5 ปี </p><p><strong>ขอความร่วมมือผู้สมัครทำตามประกาศกำหนดการติดป้ายหาเสียง </strong>คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร ได้ออกประกาศ เรื่อง การกำหนดสถานที่ปิดประกาศและติดแผ่นป้ายเกี่ยวกับเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยกำหนดจำนวน หลักเกณฑ์ และสถานที่ปิดประกาศ รวมทั้งสถานที่ห้ามปิดประกาศไว้อย่างชัดเจน อาทิ สถานที่ปิดประกาศ ได้แก่ บริเวณป้ายปิดประกาศของสำนักงานเขต โรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร และหน่วยงานในสังกัดกรุงเทพมหานคร โดยให้ผู้สมัครปิดประกาศได้สถานที่ละ 1 แผ่น เท่านั้น และต้องแจ้งขอปิดประกาศต่อหัวหน้าหน่วยงานหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายของสถานที่นั้น ๆ </p><p><strong>ส่วนสถานที่ห้ามปิดประกาศ</strong> ได้แก่ ผิวการจราจร เกาะกลางถนน สะพานลอยคนข้ามและสะพานลอยรถข้าม รวมทั้งส่วนประกอบของสะพาน รั้วและแผงเหล็กริมถนน ป้ายจราจรและสัญญาณไฟจราจร ป้ายประกาศของทางราชการ รั้วหรือกำแพงหรือผนังอาคารของทางราชการ ต้นไม้และเสาไฟฟ้าบริเวณเกาะกลางถนน เป็นต้น รวมถึงการปิดประกาศตามระเบียบของการไฟฟ้านครหลวง โดยขอให้ผู้สมัครศึกษารายละเอียดและปฏิบัติตามข้อกำหนดของประกาศอย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p>	2022-03-31T00:00:00	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331200328219
256	""	""		""	""	""	""
257	""	""		""	""	""	""
258	""	""		""	""	""	""
259	""	""		""	""	""	""
260	""	""		""	""	""	""
261	""	""		""	""	""	""
262	""	""		""	""	""	""
263	""	""		""	""	""	""
264	""	""		""	""	""	""
265	""	""		""	""	""	""
266	""	""		""	""	""	""
267	""	""		""	""	""	""
268	""	""		""	""	""	""
269	""	""		""	""	""	""
270	""	""		""	""	""	""
271	""	""		""	""	""	""
272	""	""		""	""	""	""
273	""	""		""	""	""	""
274	""	""		""	""	""	""
275	""	""		""	""	""	""
276	""	""		""	""	""	""
277	""	""		""	""	""	""
278	""	""		""	""	""	""
279	""	""		""	""	""	""
280	""	""		""	""	""	""
281	""	""		""	""	""	""
282	""	""		""	""	""	""
283	""	""		""	""	""	""
284	""	""		""	""	""	""
285	""	""		""	""	""	""
286	""	""		""	""	""	""
287	""	""		""	""	""	""
288	""	""		""	""	""	""
289	""	""		""	""	""	""
290	""	""		""	""	""	""
291	""	""		""	""	""	""
292	""	""		""	""	""	""
293	""	""		""	""	""	""
294	""	""		""	""	""	""
295	""	""		""	""	""	""
296	""	""		""	""	""	""
297	""	""		""	""	""	""
298	""	""		""	""	""	""
299	""	""		""	""	""	""
300	""	""		""	""	""	""
301	""	""		""	""	""	""
302	""	""		""	""	""	""
303	""	""		""	""	""	""
304	""	""		""	""	""	""
305	""	""		""	""	""	""
306	""	""		""	""	""	""
307	""	""		""	""	""	""
308	""	""		""	""	""	""
309	""	""		""	""	""	""
310	""	""		""	""	""	""
311	""	""		""	""	""	""
312	""	""		""	""	""	""
313	""	""		""	""	""	""
314	""	""		""	""	""	""
315	""	""		""	""	""	""
316	""	""		""	""	""	""
317	""	""		""	""	""	""
318	""	""		""	""	""	""
319	""	""		""	""	""	""
320	""	""		""	""	""	""
321	""	""		""	""	""	""
322	""	""		""	""	""	""
323	""	""		""	""	""	""
324	""	""		""	""	""	""
325	""	""		""	""	""	""
326	""	""		""	""	""	""
327	""	""		""	""	""	""
328	""	""		""	""	""	""
329	""	""		""	""	""	""
330	""	""		""	""	""	""
331	""	""		""	""	""	""
332	""	""		""	""	""	""
333	""	""		""	""	""	""
334	""	""		""	""	""	""
