<data xmlns:xsi="http://www.w3.org/2001/XMLSchema-instance">
<row _id="1"><NewsTitle>นายกรัฐมนตรี ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ กษัตริย์ซาอุดีอาระเบียพระราชทานอัลกุรอานให้ชาวไทย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธนกร&amp;nbsp;วังบุญคงชนะ&amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;รู้สึกยินดี&amp;nbsp;และแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ&amp;nbsp;ของสมเด็จพระราชาธิบดีซัลมาน&amp;nbsp;บิน&amp;nbsp;อับดุลอะชีช&amp;nbsp;อัลชะอูด&amp;nbsp;แห่งราชอาณาจักรซาอุดิอาระเบีย&amp;nbsp;ในโอกาสที่ทรงพระราชทานอัลกุรอาน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;50,060&amp;nbsp;เล่มแก่ชาวไทยมุสลิม&amp;nbsp;โดยอัลกุรอานที่ทรงพระราชทานให้จะมีขนาดต่างๆ&amp;nbsp;และแปลเป็นภาษาต่างๆ&amp;nbsp;โดยได้มีพิธีส่งมอบไปแล้วเมื่อวันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ที่กรุงเทพฯ&amp;nbsp;โดยมีรองหัวหน้าคณะผู้แทนของราชอาณาจักร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สถานเอกอัครราชทูตซาอุดีอาระเบียในกรุงเทพฯ&amp;nbsp;ผู้แทนจากกระทรวงกิจการศาสนาอิสลามแห่งราชอาณาจักรซาอุดิอาระเบีย&amp;nbsp;ตัวแทนจากภาคส่วนการเมืองและอิสลาม&amp;nbsp;นักวิชาการและผู้สนับสนุนจากจังหวัดต่างๆ&amp;nbsp;ของไทยเข้าร่วมพิธีด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กระทรวงกิจการศาสนาอิสลามแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งเป็นตัวแทนของสำนักพิมพ์อัลกุรอาน&amp;nbsp;คิง&amp;nbsp;ฟาฮัด&amp;nbsp;(King&amp;nbsp;Fahd&amp;nbsp;Complex&amp;nbsp;for&amp;nbsp;the&amp;nbsp;Printing&amp;nbsp;of&amp;nbsp;the&amp;nbsp;Holy&amp;nbsp;Quran)&amp;nbsp;จะจัดส่งสำเนาอัลกุรอานให้กับชาวมุสลิมทั่วโลก&amp;nbsp;อันเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของราชอาณาจักรซาอุดิอาระเบีย&amp;nbsp;ในการส่งมอบของขวัญก่อนเดือนรอมฎอนจะมาถึง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การส่งมอบดังกล่าว&amp;nbsp;ถือเป็นการต่อยอดจากที่ซาอุดีอาระเบียเคยส่งมายังประเทศไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และเป็นโอกาสสำคัญในการสานต่อการพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคี&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;อัลกุรอานได้ถูกแปลไปในกว่า&amp;nbsp;76&amp;nbsp;ภาษา&amp;nbsp;และทางสำนักพิมพ์&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;ได้เพิ่มอัตราการผลิตขึ้นมากกว่า&amp;nbsp;100%&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ล้านเล่มต่อปี&amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ล้านเล่มต่อปี&amp;nbsp;โดยมีคุณภาพผลงานในระดับสูง&amp;nbsp;โดยจนถึงสิ้นปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;มีการผลิตแล้วมากกว่า&amp;nbsp;345&amp;nbsp;ล้านเล่ม&amp;nbsp;และมากกว่า&amp;nbsp;320&amp;nbsp;ล้านเล่มในจำนวนนี้&amp;nbsp;ถูกแจกจ่ายเป็นของขวัญไปสู่ชาวมุสลิมทั่วโลก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธนกร&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;การส่งมอบดังกล่าวสะท้อนถึงการส่งเสริมความร่วมมือและสัมพันธไมตรีอันดีระหว่างไทยกับซาอุดีอาระเบีย&amp;nbsp;ที่มีปฏิสัมพันธ์ถึงมิติด้านสังคม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รวมถึงบทบาทของไทยที่ได้รับการยอมรับในชุมชนมุสลิมระหว่างประเทศ&amp;nbsp;ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีนโยบายในการส่งเสริม&amp;nbsp;และสนับสนุนสังคมพหุวัฒนธรรมที่อยู่ร่วมกันอย่างสันติ&amp;nbsp;เสรีภาพและปรองดอง&amp;nbsp;รวมถึงการสร้างปฏิสัมพันธ์ในสังคม&amp;nbsp;นอกจากนั้น&amp;nbsp;ล่าสุด&amp;nbsp;วานนี้&amp;nbsp;(28&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;เที่ยวบินปฐมฤกษ์ของสายการบิน&amp;nbsp;Saudi&amp;nbsp;Arabian&amp;nbsp;Airlines&amp;nbsp;จากเมืองเจดดาห์&amp;nbsp;กรุงริยาด&amp;nbsp;ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย&amp;nbsp;ได้ถึงประเทศไทยเป็นเที่ยวบินแรก&amp;nbsp;เมื่อเวลา&amp;nbsp;18.05&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;โดยมีคณะนักท่องเที่ยวชาวซาอุดีอาระเบีย&amp;nbsp;เดินทางมาไทย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;71&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;โดยมีการควบคุมให้ไปตามมาตรการการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;โดยเชื่อมั่นว่า&amp;nbsp;เที่ยวบินปฐมฤกษ์นี้ถือเป็นหนึ่งปัจจัยความสำเร็จจากการเดินทางเยือนซาอุดีอาระเบียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;มั่นใจว่าการเปิดตารางเที่ยวบินตรง&amp;nbsp;กรุงริยาด&amp;nbsp;&amp;nbsp;กรุงเทพฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;กรุงริยาด&amp;nbsp;นี้จะช่วยส่งเสริมการเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยว&amp;nbsp;และช่วยให้ไทยเป็นประเทศศูนย์กลางการเดินทาง&amp;nbsp;สามารถเดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทางอื่นๆ&amp;nbsp;ได้สะดวก&amp;nbsp;ตลอดจนเป็นโอกาสต่อยอดขยายตลาดนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ยุโรป&amp;nbsp;และตะวันออกกลาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301103400052</Link_News></row>
<row _id="2"><NewsTitle>กองทัพเรือ ชี้แจงกรณีถูกกล่าวหาโครงการจัดหาเรือดำน้ำ ยืนยันเป็นการดำเนินการแบบรัฐบาลต่อรัฐบาล ส่วนกรณีเครื่องยนต์ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาร่วมกัน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลเรือโท ปกครอง&amp;nbsp;มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงข้อเท็จจริง กรณี นายยุทธพงศ์ จรัสเสเถียร ส.ส.มหาสารคามและรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงความไม่โปร่งใสในการจัดซื้อเรือดำน้ำ&lt;/strong&gt; โดยกล่าวหาในหลายประเด็น โดยกองทัพเรือขอชี้แจงในประเด็นที่ว่าการจัดซื้อแบบจีทูจี เป็นการจัดซื้อจีทูจีที่ไม่จริงนั้น ขอเรียนว่าการดำเนินการจัดหาเรือดำน้ำ ระยะที่ 1 ของกองทัพเรือนั้น เป็นการดำเนินการโดยรัฐบาลต่อรัฐบาล (G to G ) และมีการดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับของทางราชการในทุกขั้นตอน เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี และได้ผ่านการพิจารณาความถูกต้องด้านกฎหมายจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ ทั้งกระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงบประมาณ และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ก่อนที่จะเสนอให้ ครม. อนุมัติให้ ผู้บัญชาการทหารเรือหรือผู้แทน เป็นตัวแทนรัฐบาลไทยไปลงนามในข้อตกลงจ้างสร้างเรือดำน้ำลำที่ 1 ดังกล่าว สำหรับฝ่ายรัฐบาลจีน โดย The State Administration of Science, Technology and Industry for National Defense (SASTIND) ในฐานะหน่วยงานของรัฐบาลจีนสำหรับการบริหารงานด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและการส่งออกอาวุธ ได้มอบอำนาจให้บริษัท China Shipbuilding &amp;amp; Offshore International Co., Ltd. (CSOC) เป็นตัวแทนรัฐบาลจีนในการมาหารือเรื่องเทคนิคและราคา/เจรจาต่อรอง รวมทั้งลงนามในข้อตกลงจ้างสร้างเรือฯ กับกองทัพเรือไทย ในโครงการจัดหาเรือดำน้ำลำที่ 1 ในรูปแบบรัฐบาลต่อรัฐบาล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนประเด็นเรื่องความคืบหน้าในการก่อสร้างท่าจอดเรือดำน้ำและข้อสงสัยที่ว่าผู้แทนบริษัท CSOC ที่เข้ามารับผิดชอบ&lt;/strong&gt;โครงการสร้างท่าจอดเรือดำน้ำ เป็นผู้ได้รับการแต่งตั้งโดยถูกต้องหรือไม่ กองทัพเรือขอชี้แจงให้ทราบว่า การก่อสร้างท่าจอดเรือดำน้ำ ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนของการบริหารสัญญา โดยกรมช่างโยธาทหารเรือ ในวงเงินทั้งสิ้น 857 ล้านบาท เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 28 เม.ย.64 และสิ้นสุดวันที่ 17 เม.ย.66 รวม720 วัน ปัจจุบันได้ดำเนินการก่อสร้างไปแล้ว 307 วัน โดยทางบริษัทได้เบิกล่วงหน้า 15 % เป็นเงิน 128 ล้านบาท ซึ่งได้มีการเร่งรัดเพื่อให้เป็นไปตามแผนงานที่ได้กำหนดไว้ จากการตรวจสอบปัจจุบันมีการดำเนินการก่อสร้างไปแล้วส่วนหนึ่ง ซึ่งหากบริษัทไม่สามารถก่อสร้างเสร็จตามสัญญาก้อจะถูกปรับหรือยกเลิกสัญญา ในส่วนของผู้แทนบริษัท CSOC ที่เข้ามารับผิดชอบโครงการสร้างท่าจอดเรือดำน้ำ เป็นผู้ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้รับผิดชอบโครงการฯ จากบริษัท CSOC โดยถูกต้องโดยมีเอกสารสัญญาที่ชัดเจน โดยมี นาย Lang Qingxu เป็นผู้บริหารโครงการ และมีนายจักรพงษ์ วงศ์ธนปกรณ์ เป็นวิศวกรโครงการ มีคุณวุฒิวิศวกรโยธาระดับสามัญ ส่วนบุคคลอื่น ๆ นั้น กรมช่างโยธาทหารเรือไม่อนุญาตให้เข้ามาในพื้นที่โครงการก่อสร้าง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โฆษกกองทัพเรือกล่าวว่า สำหรับประเด็นเรื่องการจัดซื้อเรือดำน้ำโดยไม่มีเครื่องยนต์ดีเซลขับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเรือดำน้ำที่เยอรมันเป็นผู้ผลิต &lt;/strong&gt;เนื่องจากเยอรมันไม่ออกใบอนุญาตการขายให้กับทางจีน แสดงว่ากองทัพเรือโดนหลอกทำสัญญาหรือไม่นั้น ขอชี้แจงว่าในการทำข้อตกลงจ้างฯ นั้น กำหนดให้เรือดำน้ำแบบ S26T มีเครื่องยนต์ดีเซลสำหรับขับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า รุ่น MTU396 จากเยอรมันได้ จำนวน 3 เครื่อง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชุดเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Diesel Generator Set) ชัดเจน แต่เนื่องจากภายหลังเยอรมัน มีนโยบายการระงับการส่งออก(Embargo Policy) ซึ่งกำหนดให้เครื่องยนต์ดีเซลของเรือดำน้ำ เป็นสินค้าที่อยู่ในรายการควบคุมการส่งออก ส่งผลให้การจำหน่ายเครื่องยนต์ อะไหล่ หรือเครื่องยนต์ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีเยอรมัน ต้องได้รับอนุมัติจากรัฐบาลเยอรมัน ซึ่งเป็นปัญหาที่ทางจีนต้องดำเนินการแก้ไข เนื่องจากกองทัพเรือได้ยืนยันความต้องการเครื่องยนต์ดีเซลสำหรับขับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า รุ่น MTU396 จากเยอรมัน ตามข้อตกลงไปแล้ว จึงเป็นสิ่งที่ทางจีนจะต้องทำตามข้อตกลง โดยในขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาร่วมกันระหว่างกองทัพเรือกับบริษัท CSOC ในการหาทางออกแก้ไขปัญหาดังกล่าวร่วมกัน ทั้งนี้การดำเนินการต่าง ๆ ต้องเป็นไปตามข้อตกลงจ้างฯ รวมทั้งระเบียบ กฎหมาย ที่เกี่ยวข้องทุกประการ โดยกองทัพเรือคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตามขอยืนยันว่า กองทัพเรือมุ่งมั่นในการเป็นกองทัพเรือที่ประชาชนเชื่อมั่นและภาคภูมิใจ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นที่พึ่งของประชาชน และบริหารจัดการด้วยความโปร่งใสสามารถตรวจสอบได้ ซึ่งกระบวนการจัดหายุทโธปกรณ์เป็นไปตามระเบียบราชการทุกประการ โดยยึดถือประโยชน์ของกองทัพเรือและประเทศชาติเป็นหลัก&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>หน่วยงานสำนักข่าว</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301102009039</Link_News></row>
<row _id="3"><NewsTitle>เลือกนายสาธิต ปิตุเตชะ เป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และพรรคการเมือง </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;การประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญ&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;พิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง&amp;nbsp;ส.ส.&amp;nbsp;และพรรคการเมือง&amp;nbsp;นัดแรก&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(1&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการประชุมเพื่อเลือกบุคคลดำรงตำแหน่งต่างๆ&amp;nbsp;โดยที่ประชุมมีมติเลือกนายสาธิต&amp;nbsp;ปิตุเตชะ&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;เป็นประธานกรรมาธิการฯ&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ขณะที่นายแพทย์&amp;nbsp;ชลน่าน&amp;nbsp;ศรีแก้ว&amp;nbsp;หัวหน้าพรรคเพื่อไทย&amp;nbsp;ย้ำว่า&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ไม่สนับสนุนนายไพบูลย์&amp;nbsp;นิติตะวัน&amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ&amp;nbsp;พรรคพลังประชารัฐ&amp;nbsp;เป็นประธานกรรมาธิการฯ&amp;nbsp;แต่เป็นนายสาธิตพร้อมจะสนับสนุนเพราะถือว่าเป็นฝ่ายบริหาร&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301114101078</Link_News></row>
<row _id="4"><NewsTitle>สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดสตูล ชี้แจงแนวทางการขับเคลื่อนกิจกรรมต่าง ๆ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 แก่ประธานกรรมการศูนย์ส่งเสริมประชาธิปไตยตำบลและกรรมการศูนย์ส่งเสริมประชาธิปไตยทุกตำบล</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดสตูล&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ชี้แจงแนวทางการขับเคลื่อนกิจกรรมต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;แก่ประธานกรรมการศูนย์ส่งเสริมประชาธิปไตยตำบลและกรรมการศูนย์ส่งเสริมประชาธิปไตยทุกตำบล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(1&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;นายประสิทธิ์&amp;nbsp;เอียดคง&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการ&lt;/strong&gt;การเลือกตั้งประจำจังหวัดสตูล&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนกิจกรรมส่งเสริมประชาธิปไตย&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;นกน้ำรีสอร์ท&amp;nbsp;ตำบลควนโพธิ์&amp;nbsp;อำเภอเมืองสตูล&amp;nbsp;จังหวัดสตูล&amp;nbsp;พร้อมกล่าวว่า&amp;nbsp;การประชุมฯ&amp;nbsp;ในครั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อให้ประธานกรรมการศูนย์ส่งเสริมประชาธิปไตยตำบลและกรรมการศูนย์ส่งเสริมประชาธิปไตยทุกตำบล&amp;nbsp;ได้รับทราบแนวทางการขับเคลื่อนกิจกรรมต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยได้มีการชี้แจงการดำเนินกิจกรรมต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;แก่กลุ่มเป้าหมาย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;กิจกรรมอบรมวิทยากรประชาธิปไตยตำบล&amp;nbsp;,&amp;nbsp;การดำเนินกิจกรรมพัฒนาศักยภาพแกนนำเครือข่าย&amp;nbsp;ศูนย์ส่งเสริมประชาธิปไตยตำบล&amp;nbsp;(ศส.ปชต.)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ไตรมาส&amp;nbsp;,&amp;nbsp;การดำเนินกิจกรรมพัฒนา&amp;nbsp;ศส.ปชต.ต้นแบบ&amp;nbsp;ระดับอำเภอ&amp;nbsp;,&amp;nbsp;การดำเนินกิจกรรม&amp;nbsp;ศส.ปชต.&amp;nbsp;เสริมสร้างหมู่บ้านพลเมืองดีวิถีประชาธิปไตย&amp;nbsp;และการจัดทำข้อมูลกรรมการศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตย&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามแผนปฏิบัติการตามภารกิจต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดสตูลต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สตูล</Province><Department>สวท.สตูล</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301131012105</Link_News></row>
<row _id="5"><NewsTitle>วันแรกของการเปิดระบบศูนย์รับแจ้งความออนไลน์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี เริ่มมีประชาชนเข้าใช้บริการอย่างต่อเนื่อง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พันตำรวจเอก&amp;nbsp;กฤษณะ&amp;nbsp;พัฒนเจริญ&amp;nbsp;รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หลังจากศูนย์รับแจ้งความออนไลน์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี&amp;nbsp;ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp;เริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่วันนี้&amp;nbsp;(1&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;มีประชาชนเข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่องและได้ดำเนินการบริหารการรับแจ้งความ&amp;nbsp;พร้อมประสานข้อมูล&amp;nbsp;เพื่อเริ่มกระบวนการสืบสวนสอบสวนตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ซึ่งพลตำรวจเอก&amp;nbsp;สุวัฒน์&amp;nbsp;แจ้งยอดสุข&amp;nbsp;ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp;กำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกส่วนดำเนินการอย่างต่อเนื่องจริงจัง&amp;nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน&amp;nbsp;และเป็นการปราบปรามผู้กระทำความผิดอีกส่วนหนึ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยประชาชน&amp;nbsp;สามารถแจ้งความออนไลน์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้ทางเว็บไซต์&amp;nbsp;&lt;a&amp;nbsp;href="http://www.thaipoliceonline.com/"&amp;nbsp;rel="noopener&amp;nbsp;noreferrer"&amp;nbsp;target="_blank"&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(17,&amp;nbsp;85,&amp;nbsp;204);"&gt;www.thaipoliceonline.com&lt;/a&gt;&amp;nbsp;ผ่านทางคอมพิวเตอร์&amp;nbsp;หรือโทรศัพท์สมาร์ทโฟน&amp;nbsp;และทางโทรศัพท์ผ่าน&amp;nbsp;Call&amp;nbsp;center&amp;nbsp;หมายเลข&amp;nbsp;1441&amp;nbsp;หรือโทร&amp;nbsp;081&amp;nbsp;-866-3000&amp;nbsp;ตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;และประชาชน&amp;nbsp;ยังสามารถไปแจ้งความโดยตรงได้ทุกสถานีตำรวจที่สะดวกเช่นกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สวท.จันทบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301184717306</Link_News></row>
<row _id="6"><NewsTitle>แม่ทัพภาคที่4  ต้อนรับ พลเอก จีรัชญ์ บุญชญา ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ในโอกาสติดตามผลการปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลโท&amp;nbsp;เกรียงไกร&amp;nbsp;ศรีรักษ์&amp;nbsp;แม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;4/&lt;/strong&gt;ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ให้การต้อนรับ&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;จีรัชญ์&amp;nbsp;บุญชญา&amp;nbsp;ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา&amp;nbsp;และคณะ&amp;nbsp;ในโอกาสเดินทางปฏิบัติราชการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;คณะผู้บังคับบัญชาในกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ส่วนหน้า&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องรับรอง&amp;nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ส่วนหน้า&amp;nbsp;ค่ายสิรินธร&amp;nbsp;ตำบลเขาตูม&amp;nbsp;อำเภอยะรัง&amp;nbsp;จังหวัดปัตตานี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการลงพื้นที่&amp;nbsp;ของ&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;จีรัชญ์&amp;nbsp;บุญชญา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา&amp;nbsp;และคณะ&amp;nbsp;ในครั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อพบปะเยี่ยมเยียน&amp;nbsp;ให้กำลังใจการทำงานของกำลังพลหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่&amp;nbsp;41&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;42&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตรวจเยี่ยมโครงการฟาร์มต้นแบบ&amp;nbsp;ของหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่&amp;nbsp;42&amp;nbsp;(ฟาร์มตัวอย่าง)&amp;nbsp;สอบถามปัญหาข้อขัดข้อง&amp;nbsp;รวมทั้งมอบนโยบาย&amp;nbsp;แนวทางในการปฏิบัติงานในพื้นที่ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา&amp;nbsp;มีหน้าที่ในวางแผนประสานงาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และดำเนินการเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของชาติ&amp;nbsp;ด้วยการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมจิตวิทยาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;นำยุทธศาสตร์ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร&amp;nbsp;(กอ.รมน.)&amp;nbsp;หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา&amp;nbsp;มาใช้ในการดำเนินงาน&amp;nbsp;เป็นหน่วยงานในด้านการพัฒนาเพื่อความมั่นคง&amp;nbsp;มีการเตรียมความพร้อมด้านทรัพยากรบุคคล&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;และพื้นที่&amp;nbsp;เพื่อป้องกันภัยคุกคามทุกรูปแบบ&amp;nbsp;มีเป้าประสงค์ในการสร้างความเชื่อมั่น&amp;nbsp;ศรัทธาแก่ประชาชน&amp;nbsp;พร้อมสร้างและกระตุ้นความรักชาติ&amp;nbsp;สถาบันพระมหากษัตริย์&amp;nbsp;ตลอดจน&amp;nbsp;พัฒนาคน&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน&amp;nbsp;มีความสมดุลแบบองค์รวมและเกื้อกูลต่อการป้องกันประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301144139180</Link_News></row>
<row _id="7"><NewsTitle>ไทย เตรียมปรับท่าทีรับมือวิกฤติรัสเซียและยูเครนหลังเริ่มเจรจา พร้อมระบุการประนามไม่ใช่ทางออก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายดอน&amp;nbsp;ปรมัติวินัย&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ที่ประขุมคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;วันนี้(1&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ได้พูดคุยถึงปัญหาความขัดแย้งระหว่างยูเครนกับรัสเซีย&amp;nbsp;สำหรับไทยอาจจะต้องมีการปรับท่าทีบางส่วน&amp;nbsp;เพราะเห็นว่าการประนามของหลายฝ่ายไม่ได้ช่วยอะไร&amp;nbsp;ซึ่งไทยจะต้องหาจุดที่สามารถช่วยให้สถานการณ์เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นได้&amp;nbsp;โดยเฉพาะจะต้องหาทางส่งเสริมการพูดคุย&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้มีการพูดคุยกันอยู่&amp;nbsp;ต้องทำให้การพูดคุยมีความต่อเนื่องโดยไม่หยุดนิ่ง&amp;nbsp;ส่วนที่ประธานาธิบดียูเครนสมัครเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปนั้นจะทำให้ท่าทีของการเจรจาจะเข้มข้นขึ้น&amp;nbsp;เป็นลักษณะของการเสริมท่าที&amp;nbsp;ซึ่งเป็นเรื่องปกติแต่จะส่งผลให้การเจรจายากขึ้นตามไปด้วย&amp;nbsp;ดังนั้นต้องจริงจังในการหาทางออกมากกว่าที่จะหาทางเสริมความแกร่งของท่าที&amp;nbsp;เพราะต้องไม่ลืมว่าคนเสียประโยชน์คือคนทั้งโลก&amp;nbsp;ขณะที่ไทยเป็นแค่ส่วนหนึ่งของโลกต้องดูว่าสุดท้ายจะคลี่คลายหรือไม่&amp;nbsp;และผลที่ตามมากับประเทศไทยจะเป็นอย่างไร&amp;nbsp;เพราะหากเป็นเช่นนี้ต่อไป&amp;nbsp;ปัญหาพลังงานจะตามมา&amp;nbsp;รวมถึงเงินเฟ้อจะสูงขึ้น&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;มองว่ารัสเซียอยากจะเจรจากับยูเครนจากท่าทีที่ผ่านมาวานนี้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;(28&amp;nbsp;ก.พ.65)&amp;nbsp;แต่อยู่ที่ว่าจะรับท่าทีตรงไหนและต้องดูปัจจัยองค์ประกอบแทรกซ้อน&amp;nbsp;ขอให้ติดตามเรื่องดังกล่าวให้ดีจะได้เห็นการเจราจรระดับโลกและนี่คือปัญหาการเมืองที่ไม่ได้มีแค่ปัญหาเฉพาะหน้าแต่มีปัญหาที่ซุกซ่อนอยู่เป็นจำนวนมาก&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301184433303</Link_News></row>
<row _id="8"><NewsTitle>ตม.ระนอง ส่งกลับผู้ต้องกักชาวเมียนมา 129 คน กลับประเทศภายหลังคดีสิ้นสุด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(1&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ที่ท่าเรือศุลกากร&amp;nbsp;ต.ปากน้ำ&amp;nbsp;อ.เมืองระนอง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จ.ระนอง&amp;nbsp;นายสมเกียรติ&amp;nbsp;ศรีษะเนตร&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;พ.ต.อ.สมชาย&amp;nbsp;จิตสงบ&amp;nbsp;ผกก.ตม.จว.ระนอง&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง&amp;nbsp;และหน่วยงานความมั่นคง&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;นายอู&amp;nbsp;เย&amp;nbsp;ลิน&amp;nbsp;แท๊ะ&amp;nbsp;ผู้ช่วยทูตแรงงานสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา&amp;nbsp;ประจำประเทศไทย&amp;nbsp;เพื่อส่งกลับผู้ต้องกักชาวเมียนมาซึ่งอยู่ที่อาคารผู้ต้องกักทั้งหมด&amp;nbsp;129&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ชาย&amp;nbsp;33&amp;nbsp;หญิง&amp;nbsp;96&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;กลับประเทศทางจังหวัดเกาะสอง&amp;nbsp;โดยได้มีการจัดเรือยนต์หางยาว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;มารับผู้ต้องกักดังกล่าวฯ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พ.ต.อ.สมชาย&amp;nbsp;จิตสงบ&amp;nbsp;ผกก.ตม.จว.ระนอง&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผู้ต้องกักชาวเมียนมาที่มีการส่งกลับในวันนี้&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;129&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ชาย&amp;nbsp;33&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;หญิง&amp;nbsp;96&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ถูกกักตัวมาแล้วไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;ทุกคนปลอดจากเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;เป็นผู้ต้องกักที่อยู่ที่อาคารกักตัวที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดระนองทั้งหมด&amp;nbsp;โดยเป็นการประสานงานของทางการไทยกับทางการเมียนมา&amp;nbsp;ซึ่งล่าสุดทางการเมียนมาตอบรับให้ส่งกลับมาได้ทั้งหมด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสมเกียรติ&amp;nbsp;ศรีษะเนตร&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จังหวัดระนองได้มีมาตรการที่เข้มงวดในการสกัดกั้นแรงงานผิดกฎหมายจากประเทศเพื่อนบ้าน&amp;nbsp;และปฎิบัติตามขั้นตอนทางกฏหมายโดยมีการจัดวางกำลังทั้งพลเรือน&amp;nbsp;ทหาร&amp;nbsp;และตำรวจ&amp;nbsp;ในการเพื่อป้องกันชายแดนถึง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;คือชั้นนอก&amp;nbsp;ชั้นกลาง&amp;nbsp;และชั้นใน&amp;nbsp;จากความเข้มงวดดังกล่าวทำให้สามารถจับกุมผู้ลักลอบเข้าเมืองได้บ่อยครั้ง&amp;nbsp;ทำให้ขบวนการดังกล่าวมีการเปลี่ยนเส้นทางไปใช้เส้นทางอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ในการลักลอบหลบหนีเข้าเมือง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งทางเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;จะต้องมีความเข้มงวดมากขึ้น&lt;/strong&gt;ในเรื่องของแรงงานผิดกฎหมาย&amp;nbsp;จึงต้องขอความร่วมมือไปยังผู้ประกอบการทั้งภาคการเกษตร&amp;nbsp;อุตสาหกรรมต่อเนื่องอาชีพประมง&amp;nbsp;ผู้ประกอบการรายย่อย&amp;nbsp;รวมทั้งแรงงานต่างด้าวด้วย&amp;nbsp;ขอให้ใช้แรงงานที่ถูกกฎหมายจะได้ไม่มีปัญหาตามมาภายหลัง&amp;nbsp;ซึ่งจังหวัดระนองยังต้องการในส่วนแรงงานต่างด้าวถูกกฎหมายจำนวนมาก&amp;nbsp;และเน้นย้ำมาตรการด้านแรงงานทุกภาคส่วนยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่องและเข้มข้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;ส.ปชส.ระนอง/ภาพ/ข่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ระนอง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระนอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301161015230</Link_News></row>
<row _id="9"><NewsTitle>ศอ.บต. ประชุมเตรียมการต้อนรับเอกอัครราชทูตนานาชาติในโอกาสมาเยือนจังหวัดชายแดนภาคใต้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(1&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมปัญจเพชร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;(ศอ.บต.)&amp;nbsp;นายสมชาย&amp;nbsp;เกียรติ์ภราดร&amp;nbsp;ผู้อำนวยการกองบริหารยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมเตรียมการต้อนรับเอกอัครราชทูตนานาชาติในโอกาสมาเยือนจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;โดยการนำคณะของกระทรวงการต่างประเทศหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายทศพล&amp;nbsp;สวัสดิสุข&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;รองประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานในพื้นที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;ตลอดจน&amp;nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มงานบริหารยุทธศาสตร์การสื่อสารสร้างความเข้าใจที่ดี&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สืบเนื่องจาก&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;ได้รับการประสานจากทางกระทรวงการต่างประเทศ&lt;/strong&gt;ว่ามีคณะทูตานุทูตมาเยือนจังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อศึกษาเยี่ยมชมสถานที่สำคัญในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;ด้านการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม&amp;nbsp;โดยมีเป้าหมายที่จะสื่อสารในเรื่องของภาพลักษณ์และการสื่อสารสร้างความเข้าใจที่ดีระหว่างประเทศ&amp;nbsp;และสร้างโอกาสความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจและสังคมระหว่างพื้นที่กับโลกมุสลิม&amp;nbsp;ซึ่งหลังจากได้รับการประสาน&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;จึงหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;และครั้งนี้เป็นการประชุมหารือครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เพื่อหาข้อสรุป&amp;nbsp;และให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์เพื่อขับเคลื่อนงานครั้งนี้ให้ประสบผลสำเร็จ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไข&lt;/strong&gt;ปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ในมิติต่างประเทศตามแผนโครงการสานสัมพันธ์สร้างความเข้าใจภายในและต่างประเทศเพื่อสร้างการรับรู้อันดี&amp;nbsp;แก่องค์การระหว่างประเทศที่ขับเคลื่อนงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;รวมไปถึงนานาชาติ&amp;nbsp;เกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;รวมทั้งเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่เยาวชนไทยจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ศึกษายังต่างประเทศเกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาลในการดูแลประชาชนทุกกลุ่ม&amp;nbsp;อย่างเท่าเทียม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของกลุ่มบุคคล&amp;nbsp;อันได้แก่&amp;nbsp;ชมรม/สมาคมนักศึกษาไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้ในต่างประเทศ&amp;nbsp;ให้มีการเสนอความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในการดูแลและช่วยเหลือนักศึกษาไทยในต่างประเทศให้บรรลุผลเป็นรูปธรรม&amp;nbsp;รวมทั้งสร้างความสัมพันธ์ระหว่างนักศึกษาไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่สำเร็จการศึกษาในต่างประเทศและประชาชนในภาคส่วนต่างๆเพื่อร่วมกันพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301164349256</Link_News></row>
<row _id="10"><NewsTitle>ครม.อนุมัติ  2,000 ล้านบาท ให้กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เร่งแก้ไขปัญหาหนี้เกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย 3,425 ราย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธนกร&amp;nbsp;วังบุญคงชนะ&amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เผยที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;มีมติอนุมัติงบกลาง&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;รายการเงินสำรองจ่ายประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น&amp;nbsp;ให้กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;เพื่อดำเนินการ&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;-ค่าใช้จ่ายในการบริหารสำนักงานฯ&amp;nbsp;ไตรมาสที่&amp;nbsp;3-4&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;(งบบุคลากร&amp;nbsp;งบดำเนินงาน)&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;230.38&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;-การแก้ไขปัญหาหนี้เกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย&amp;nbsp;3,425&amp;nbsp;ราย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;1,500&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;-การฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;42,034&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;776&amp;nbsp;องค์กร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;267.62&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรจัดตั้งโดย&amp;nbsp;พ.ร.บ.&amp;nbsp;กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2542&amp;nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;1)&amp;nbsp;ส่งเสริมและสนับสนุนการรวมกลุ่มของเกษตรกรในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและแก้ไขปัญหาของเกษตรกร&amp;nbsp;2)&amp;nbsp;ส่งเสริมและสนับสนุนการฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพเกษตรกรรม&amp;nbsp;3)&amp;nbsp;พัฒนาความรู้ด้านเกษตรกรรม&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;4)&amp;nbsp;พัฒนาศักยภาพในการพึ่งพาตนเองของเกษตรกร&amp;nbsp;และแก้ไขปัญหาหนี้เกษตรกร&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งในระยะเวลา&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;คือตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2563-2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กองทุนฯ&amp;nbsp;ไม่ได้รับจัดสรรงบฯ&amp;nbsp;จึงทำให้ในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองทุนฯ&amp;nbsp;มีงบฯ&amp;nbsp;ไม่เพียงพอในการดำเนินการ&amp;nbsp;จึงจำเป็นต้องขอรับสนับสนุน&amp;nbsp;งบกลางฯ&amp;nbsp;กรอบวงเงิน&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เพื่อดำเนินการดังกล่าว&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินของพี่น้องเกษตรกร&amp;nbsp;ตามนโยบายและข้อสั่งการของพลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอย่างเร่งด่วนต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301190730311</Link_News></row>
<row _id="11"><NewsTitle>อำเภอเบตงจัดกิจกรรมฝึกทบทวนด้านยุทธวิธี ให้แก่กำลังชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.)</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่อาคารอเนกประสงค์&amp;nbsp;อบต.ตาเนาะแมเราะ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ม.4&amp;nbsp;ต.ตาเนาะแมเราะ&amp;nbsp;อ.เบตง&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;นายเอก&amp;nbsp;ยังอภัย&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;นายอำเภอเบตง/ผอ.ศปก.อ.เบตง&amp;nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมฝึกทบทวนด้านยุทธวิธี&amp;nbsp;ให้แก่กำลังชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน&amp;nbsp;(ชรบ.)&amp;nbsp;ตามโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อเสริมสร้างความเข็มแข็งให้แก่ชุด&amp;nbsp;ชรบ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยเฉพาะทักษะในการใช้อาวุธปืนและยุทธวิธีต่างๆ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สามารถดูแลความสงบเรียบร้อยของหมู่บ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนในท้องถิ่น&amp;nbsp;รวมทั้งสังเกต&amp;nbsp;และตรวจสอบบุคคลต้องสงสัย&amp;nbsp;และสามารถรับมือในการแก้ไขเฉพาะหน้า&amp;nbsp;การแจ้งข่าวสารแก่ทางราชการได้อย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังมีการให้ความรู้ในการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อาชญากรรม&amp;nbsp;และภารกิจที่สำคัญอื่นๆ&amp;nbsp;ของทางราชการอีกด้วย&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง&amp;nbsp;ปลัดอำเภอประจำตำบลตาเนาะแมเราะ&amp;nbsp;ปลัดอำเภอกลุ่มงานความมั่นคง&amp;nbsp;กำนันตำบลตาเนาะแมเราะ&amp;nbsp;และผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ตำบลตาเนาะแมเราะ&amp;nbsp;เข้าร่วมในพิธี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.เบตง จ.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301214849372</Link_News></row>
<row _id="12"><NewsTitle>ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 2 จัดโครงการสร้างความรับรู้ในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พร้อมส่งเสริมให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(2&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;มัสยิดบ้านบ่อโซน&amp;nbsp;ตำบลสะกอม&amp;nbsp;อำเภอจะนะ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;นายอำพล&amp;nbsp;พงศ์สุวรรณ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการสร้างความรับรู้ในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมีพลเรือตรีสุรศักดิ์&amp;nbsp;ประทานวรปัญญา&amp;nbsp;รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล&amp;nbsp;ภาค&amp;nbsp;2&amp;nbsp;นาวาเอก&amp;nbsp;รังสรรค์&amp;nbsp;คำกลัด&amp;nbsp;รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;ว่าที่พันตรียุทธนา&amp;nbsp;เจ้าดูรี&amp;nbsp;นายอำเภอจะนะ&amp;nbsp;ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ผู้นำทางศาสนา&amp;nbsp;ผู้นำชุมชน&amp;nbsp;ชาวประมงพื้นบ้านและชาวบ้านในพื้นที่เข้าร่วม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล&amp;nbsp;ภาค&amp;nbsp;2&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มีภารกิจหน้าที่รับผิดชอบในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลในเขตพื้นที่ความรับผิดชอบ&amp;nbsp;พื้นที่ฝั่งอ่าวไทยตอนล่างกว่า&amp;nbsp;100,000&amp;nbsp;ตารางกิโลเมตร&amp;nbsp;และชายฝั่งทะเล&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;ตั้งแต่&amp;nbsp;สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;ปัตตานี&amp;nbsp;และนราธิวาส&amp;nbsp;โดยวัตถุประสงค์ของการจัดโครงการในครั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารให้ประชาชนรับรู้ความสำคัญของผลประโยชน์ของชาติทางทะเล&amp;nbsp;สิทธิอธิปไตย&amp;nbsp;เขตอำนาจและสิทธิในการแสวงหาและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในเขตทางทะเลพื้นที่ต่างๆ&amp;nbsp;และการรักษาไว้ซึ่งผลประโยชน์ของชาติทางทะเล&amp;nbsp;รวมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาต่างๆ&amp;nbsp;ที่กระทบต่อผลประโยชน์ของชาติทางทะเล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายอำพล&amp;nbsp;พงศ์สุวรรณ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผลประโยชน์ของชาติทางทะเลนั้น&amp;nbsp;หมายถึง&amp;nbsp;ผลประโยชน์ของประเทศไทย&amp;nbsp;ที่ได้รับจากกิจกรรมทางทะเลในรูปแบบต่างๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การพาณิชยนาวี&amp;nbsp;การประมง&amp;nbsp;การท่องเที่ยว&amp;nbsp;การแสวงประโยชน์จากทรัพยากรที่ไม่มีชีวิต&amp;nbsp;การวางสายเคเบิลหรือท่อใต้ทะเล&amp;nbsp;การอนุรักษ์และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp;การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&amp;nbsp;หรือการสํารวจและวิจัย&amp;nbsp;วิทยาศาสตร์ทางทะเลในเขตทางทะเลไทย&amp;nbsp;หรือประโยชน์อื่นใดในเขตทางทะเล&amp;nbsp;ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมเพื่อให้เกิดประโยชน์ในทุกๆ&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;และจะทำให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางทะเล&amp;nbsp;ได้รับรู้สิทธิประโยชน์ภายใต้กรอบของกฎหมายและนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp;เศรษฐกิจของจังหวัดสงขลาให้ยั่งยืนส่งต่อถึงลูกหลานต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้น&amp;nbsp;ได้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้พูดคุย&amp;nbsp;สอบถาม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และเสนอแนะข้อคิดเห็นต่างๆ&amp;nbsp;เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลและให้การช่วยเหลือ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;การขุดลอกร่องน้ำในช่วงเวลาที่เหมาะสม&amp;nbsp;การแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลในฤดูน้ำหลาก&amp;nbsp;การเพิ่มแผงกั้นคลื่นบริเวณจุดจอดเรือของชาวประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp;ตลอดจนการช่วยเหลือและชดเชยชาวประมงในช่วงฤดูมรสุม&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;ทั้งนี้เพื่อให้การขับเคลื่อนและพัฒนาพื้นที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ศิริลักษณ์&amp;nbsp;แคล้วคลาด/ข่าว-ภาพ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สงขลา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302143813613</Link_News></row>
<row _id="13"><NewsTitle>ตำรวจ PCT ทลายเครือข่ายหลอกเล่นการพนัน มูลค่าความเสียหายกว่า 20 ล้านบาท</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลตำรวจตรี&amp;nbsp;ไตรรงค์&amp;nbsp;ผิวพรรณ&amp;nbsp;รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในฐานะหัวหน้าชุดปฎิบัติการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ&amp;nbsp;สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp;หรือศูนย์&amp;nbsp;PCT&amp;nbsp;ชุดที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;&amp;nbsp;พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่เข้าปฎิบัติการทลายเครือข่ายพนัน&amp;nbsp;หลังสืบทราบว่า&amp;nbsp;มีผู้ร่วมกันเปิดเว็บไซต์พนันออนไลน์&amp;nbsp;ภายใต้ชื่อ&amp;nbsp;UFABET&amp;nbsp;และยังมีพฤติการณ์หลอกปั่นบาคารา&amp;nbsp;โดยลวงให้ประชาชนทั่วไปเข้ามาเล่นพนัน&amp;nbsp;แต่เมื่อแทงพนันได้เงินแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;กลับหักเงินไว้ไม่ยอมจ่ายอ้างว่า&amp;nbsp;ต้องจ่ายค่าธรรมเนียม&amp;nbsp;หรือบางรายก็ปิดเว็บหนีไป&amp;nbsp;โดยปฏิบัติครั้งนี้&amp;nbsp;มีการนำกำลังตำรวจ&amp;nbsp;PCT&amp;nbsp;เข้าตรวจค้น&amp;nbsp;10&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;ปทุมธานี&amp;nbsp;นครราชสีมา&amp;nbsp;ชัยภูมิ&amp;nbsp;และนครสวรรค์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้&amp;nbsp;17&amp;nbsp;คน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ยึดของกลาง&amp;nbsp;25&amp;nbsp;รายการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;คอมพิวเตอร์&amp;nbsp;&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เครื่อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;โทรศัพท์มือถือ&amp;nbsp;18&amp;nbsp;เครื่อง&amp;nbsp;อาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุนปืน&amp;nbsp;บัญชีธนาคารจำนวนมาก&amp;nbsp;มูลค่าความเสียหายประมาณ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยแจ้งข้อหา&amp;nbsp;ร่วมกันจัดให้มีการเล่น&amp;nbsp;หรือทำอุบายล่อ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ช่วยประกาศโฆษณา&amp;nbsp;หรือชักชวนโดยทางตรง&amp;nbsp;หรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่น&amp;nbsp;หรือเข้าพนัน&amp;nbsp;ในการเล่นพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน&amp;nbsp;โดยทุจริต&amp;nbsp;หรือโดยหลอกลวง&amp;nbsp;นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์&amp;nbsp;ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน&amp;nbsp;หรือปลอม&amp;nbsp;ไม่ว่าทั้งหมด&amp;nbsp;หรือบางส่วน&amp;nbsp;หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ&amp;nbsp;โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สวท.จันทบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302154252664</Link_News></row>
<row _id="14"><NewsTitle>สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ส่งมอบผลงานวิจัยพัฒนาหุ่นยนต์เก็บกู้วัตถุระเบิดฯแก่ กอ.รมน.ภาค 4 สน.</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;สทป.&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นำโดย&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ชูชาติ&amp;nbsp;บัวขาว&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ&amp;nbsp;พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร&amp;nbsp;นักวิจัยและเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;สทป.&amp;nbsp;&amp;nbsp;ดำเนินการส่งมอบต้นแบบหุ่นยนต์เก็บกู้วัตถุระเบิด&amp;nbsp;โครงการวิจัยและพัฒนาหุ่นยนต์เก็บกู้วัตถุระเบิด&amp;nbsp;(EOD&amp;nbsp;ROBOT)&amp;nbsp;และโครงการงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบสารสนเทศแบบรวมศูนย์และโปรแกรมประยุกต์&amp;nbsp;สำหรับเจ้าหน้าที่หน่วยงานด้านความมั่นคงเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;พลตรี&amp;nbsp;อุทิศ&amp;nbsp;อนันตนานนท์&amp;nbsp;รองแม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;4/รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ส่วนหน้า&amp;nbsp;เป็นผู้รับมอบ&amp;nbsp;ซึ่งมี&amp;nbsp;พลตรี&amp;nbsp;วรเศรษฐ์&amp;nbsp;เจริญพล&amp;nbsp;รองผู้อำนวยการสำนักการข่าว&amp;nbsp;กอ.รมน.ภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;สน.,&amp;nbsp;พันเอก&amp;nbsp;ยุทธนา&amp;nbsp;ไชยสมบัติ&amp;nbsp;ผู้บังคับหน่วยทำลายล้างวัตถุระเบิดอโณทัย,ผู้บังคับหน่วยที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุม&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กอ.รมน.ภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;สน.&amp;nbsp;ค่ายสิรินธร&amp;nbsp;ต.เขาตูม&amp;nbsp;อ.ยะรัง&amp;nbsp;จ.ปัตตานี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลเอก&amp;nbsp;ชูชาติ&amp;nbsp;บัวขาว&amp;nbsp;ผอ.สปท.&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;มีความมั่นใจกับ&amp;nbsp;กอ.รมน.ภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;สน.&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และนักรบกล้าทุกคนที่ได้ปกป้องด้ามขวานของเราทำให้ส่วนกลางมีความอุ่นใจ&amp;nbsp;วันนี้ได้มาร่วมส่งมอบต้นแบบงานวิจัยเกิดขึ้น&amp;nbsp;จากความร่วมมือระหว่าง&amp;nbsp;สทป.&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;กอ.รมน.ภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;สน.&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;โครงการระบบสารสนเทศแบบรวมศูนย์และโปรแกรมประยุกต์&amp;nbsp;และโครงการหุ่นยนต์เก็บกู้วัตถุระเบิด&amp;nbsp;ได้ร่วมกันวิจัยและพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2559&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยเริ่มต้นจากการหาโจทย์ร่วมกัน&amp;nbsp;ศึกษาแนวทางปฏิบัติกับภาคส่วนต่าง&amp;nbsp;ๆ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถาบันการศึกษาด้วยการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์&amp;nbsp;รวมถึงร่วมกันทดสอบ&amp;nbsp;ทดลอง&amp;nbsp;และประเมินผล&amp;nbsp;ได้มาซึ่งต้นแบบงานวิจัยและพัฒนาในวันนี้&amp;nbsp;อีกทั้งเป็นต้นแบบงานวิจัยฯ&amp;nbsp;ถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่&amp;nbsp;สทป.สามารถขับเคลื่อนผลงานวิจัยและพัฒนาไปสู่อุตสาหกรรมป้องกันประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม&amp;nbsp;ตอบสนองนโยบาย&amp;nbsp;Thailand&amp;nbsp;4.0&amp;nbsp;และการส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ&amp;nbsp;เป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;(S&amp;nbsp;-&amp;nbsp;Curve&amp;nbsp;11)&amp;nbsp;ของรัฐบาลมีเป้าหมายการยกระดับประเทศไทยให้เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศในระดับภูมิภาค&amp;nbsp;ตอบสนองความต้องการของกองทัพไทยและพันธมิตรอาเซียน&amp;nbsp;ประยุกต์เทคโนโลยีป้องกันประเทศไปสู่การใช้งานในภาคอุตสาหกรรมหรือผลิตผลิตภัณฑ์ใหม่&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ของภาคเอกชน&amp;nbsp;ซึ่งมีผลต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตประจำวันส่งผลต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจนำไปสู่การสร้างงาน&amp;nbsp;สร้างรายได้&amp;nbsp;ความอยู่ดีกินดีให้กับประชาชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้าน&amp;nbsp;พลตรี&amp;nbsp;อุทิศ&amp;nbsp;อนันตนานนท์&amp;nbsp;รองแม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กล่าวว่าขอบคุณทาง&amp;nbsp;สปท.&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่ได้สนับสนุนหน่วยทหารในพื้นที่&amp;nbsp;จชต.&amp;nbsp;ในการดำเนินงานของ&amp;nbsp;สปท.ที่เป็นนวัตกรรมระดับสูง&amp;nbsp;&amp;nbsp;คิดค้นตามความต้องการต่อการใช้งานจริงมีความรู้ความสามารถดำเนินงานด้วยความรวดเร็ว&amp;nbsp;ซึ่งเป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วนทั้ง&amp;nbsp;สถาบันการศึกษา&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;และภาครัฐ&amp;nbsp;โดยที่ผ่านมาได้ร่วมลงนามความร่วมมือฯดำเนินงานอย่างต่อเนื่องจำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;หลังจากรับมอบในครั้งนี้จะได้ส่งมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำไปใช้ในการปฏิบัติงานในหน้าที่ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ภายในพิธีมีการรายการถึงความร่วมมือของฯ&amp;nbsp;(MOA)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และขีดความสามารถของการใช้หุ่นยนต์เก็บกู้วัตถุระเบิด&amp;nbsp;และผลงานวิจัยพัฒนาระบบสารสนเทศแบบรวมศูนย์โปรแกรมประยุกต์&amp;nbsp;ซึ่งมี&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ระบบ&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ระบบอ่านป้ายทะเบียนยานพาหนะแบบเคลื่อนย้ายได้ที่มีประสิทธิภาพสูง&amp;nbsp;(eMLPR)&amp;nbsp;สำหรับด่านลอย,&amp;nbsp;ระบบตรวจสอบป้ายทะเบียนยานพาหนะสำหรับใช้โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน&amp;nbsp;(Smart&amp;nbsp;Phone)&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Phone&amp;nbsp;ต้นแบบพร้อมใช้งาน,ระบบวิเคราะห์และแสดงผล&amp;nbsp;เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจด้านยุทธการหรือการข่าว&amp;nbsp;รวมถึงสรุปผลการฝึกอบรมการใช้ผลงานวิจัยเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพพร้อมในการปฏิบัติงานจริง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302155010667</Link_News></row>
<row _id="15"><NewsTitle>การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) สังกัด กองบังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดอำนาจเจริญ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(2&amp;nbsp;มีนาคม.&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;07.00-12.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;กองร้อยอาสารักษาดินแดน&lt;/strong&gt;จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;นายกองเอก&amp;nbsp;ฤทธิสรรค์&amp;nbsp;เทพพิทักษ์&amp;nbsp;หัวหน้าฝ่ายอำนวยการ&amp;nbsp;กองบังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ได้เป็นประธานในการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย&amp;nbsp;สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน&amp;nbsp;(อส.)&amp;nbsp;สังกัด&amp;nbsp;กองบังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;รอบที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;8&amp;nbsp;กองร้อย&amp;nbsp;มีจำนวนยอดกำลังพลรวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;138&amp;nbsp;นาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยกองบัญชาการกำหนดจัดการทดสอบสมรรถภาพร่างกายปีละ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มีการทดสอบ&amp;nbsp;ดันพื้น&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ลุกนั่ง&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;วิ่ง&amp;nbsp;ระยะทาง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ก.ม.&amp;nbsp;ตามช่วงอายุตัว&amp;nbsp;ในการนี้&amp;nbsp;ท่าน&amp;nbsp;ผบช.&amp;nbsp;ได้กล่าวให้โอวาทแก่กำลังพล&amp;nbsp;อส.&amp;nbsp;ทั้งในส่วน&amp;nbsp;กฎระเบียบวินัย&amp;nbsp;,&amp;nbsp;การฝึกทบทวนระเบียบแถว&amp;nbsp;บุคคลท่ามือเปล่า&amp;nbsp;บุคคลประกอบอาวุธปืน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;การปฏิบัติหน้าที่&amp;nbsp;,&amp;nbsp;การดูแลสุขภาพร่างกาย&amp;nbsp;ตลอดจนการใช้ชีวิตของครอบครัว&amp;nbsp;เพื่อทำงานรับใช้พี่น้องประชาชน&amp;nbsp;การบำบัดทุกข์&amp;nbsp;บำรุงสุข&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;Cr#กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดอำนาจเจริญ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302193042803</Link_News></row>
<row _id="16"><NewsTitle>นายอำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ผบ.ร้อย อส.อ.โคกโพธิ์ ที่ 4 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสร้างขวัญกำลังใจแก่กำลังพลชุดคุ้มครองตำบล (ชคต.) ในพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายกองโท&amp;nbsp;อับดุลการีม&amp;nbsp;ยีดำ&amp;nbsp;ผบ.ร้อย&amp;nbsp;อส.อ.โคกโพธิ์&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกำลังพลชุดคุ้มครองตำบล&amp;nbsp;(ชคต.)&amp;nbsp;เพื่อตรวจเยี่ยม&amp;nbsp;รับทราบปัญหาข้อขัดข้อง&amp;nbsp;และสร้างขวัญกำลังใจแก่กำลังพล&amp;nbsp;และเน้นย้ำการปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดย&amp;nbsp;ผบ.ร้อย&amp;nbsp;อส.อ.โคกโพธิ์&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ได้เน้นย้ำการปฏิบัติในการรักษาความปลอดภัยประชาชน&lt;/strong&gt;ในพื้นที่รับผิดชอบ&amp;nbsp;การรักษาความปลอดภัยฐานปฏิบัติการ&amp;nbsp;เนื่องจากยังคงมีภาพข่าวความเคลื่อนไหวของกลุ่ม&amp;nbsp;ผกร.ลอบก่อเหตุฐานปฏิบัติการที่มีการเฝ้าระวังต่ำ&amp;nbsp;ให้มีการลาดตระเวนรอบฐานปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;การตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด&amp;nbsp;การ&amp;nbsp;รปภ.สถานที่ราชการ&amp;nbsp;และบุคคลเป้าหมายอ่อนแอ&amp;nbsp;การระวังตัวเองไม่ตั้งอยู่ในความประมาท&amp;nbsp;รวมถึงเน้นย้ำเรื่องระเบียบวินัย&amp;nbsp;เรื่องยาเสพติด&amp;nbsp;และการปฏิบัติตนเองในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;พร้อมนี้&amp;nbsp;ได้มอบของเยี่ยมเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่กำลังพล&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ทหารโครง&amp;nbsp;และกำลังพลชุดคุ้มครองตำบล&amp;nbsp;(ชคต.)&amp;nbsp;ให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ปัตตานี</Province><Department>สวท.ปัตตานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302225322871</Link_News></row>
<row _id="17"><NewsTitle>โฆษกรัฐบาล มั่นใจเสถียรภาพทางเศรษฐกิจไทยแข็งแกร่ง ชี้ทุนสำรองระหว่างประเทศสูง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธนกร&amp;nbsp;วังบุญคงชนะ&amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากตัวเลขทางเศรษฐกิจ&amp;nbsp;ชี้ให้เห็นว่า&amp;nbsp;ประเทศไทยมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งทั้งด้านฐานะการคลังและฐานะการเงิน&amp;nbsp;โดยสัดส่วนหนี้สาธารณะ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สิ้นเดือนธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;อยู่ที่ร้อยละ&amp;nbsp;59.88&amp;nbsp;ต่อ&amp;nbsp;GDP&amp;nbsp;ซึ่งยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง&amp;nbsp;ทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับสูง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สิ้นเดือนมกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;อยู่ที่&amp;nbsp;242,772.44&amp;nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ&amp;nbsp;และมีสัดส่วนทุนสำรองระหว่างประเทศต่อหนี้ต่างประเทศระยะสั้นสูงถึง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เท่า&amp;nbsp;อีกทั้งดุลบัญชีเดินสะพัดปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;คาดว่าจะกลับมาเกินดุลได้เล็กน้อยตามการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว&amp;nbsp;รัฐบาลยังมีเงินคงคลังเพียงพอต่อการใช้จ่ายที่จำเป็นและความสามารถในการชำระหนี้ของรัฐบาลยังอยู่ในเกณฑ์ดี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่&amp;nbsp;วิกฤตรัสเซีย-ยูเครน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่อตลาดหลักทรัพย์ไทยในช่วงที่ผ่านมายังค่อนข้างน้อยและเป็นไปเพียงในระยะสั้น&amp;nbsp;นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;สถานเงินทุนสุทธิของนักลงทุนต่างชาติไหลเข้าในตลาดหลักทรัพย์ที่&amp;nbsp;81,356.8&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ในส่วนค่าเงินบาทยังคงมีความแข็งแกร่ง&amp;nbsp;เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาทิศทางค่าเงินบาทโดยรวมยังปรับตัวแข็งค่าขึ้นที่ร้อยละ&amp;nbsp;2.10&amp;nbsp;จากต้นปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จากแผนการเปิดประเทศและตามสถานะเงินลงทุนสุทธิของนักลงทุนต่างชาติที่ไหลเข้าในตลาดหลักทรัพย์และตลาดพันธบัตรไทย&amp;nbsp;ด้านการส่งออก&amp;nbsp;ในเดือนมกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พบว่าการส่งออกในเดือนนี้ขยายตัวร้อยละ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;มีมูลค่า&amp;nbsp;21,258.6&amp;nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนมูลค่านำเข้าขยายตัวร้อยละ&amp;nbsp;20.5&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีมูลค่า&amp;nbsp;23,785&amp;nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ&amp;nbsp;และยังมีการประเมินว่า&amp;nbsp;ปัญหาสงครามการระหว่างรัสเซีย-ยูเครนจะยังไม่กระทบกับการส่งออกไทยในช่วงเดือนกุมภาพันธ์&amp;nbsp;เนื่องจาก&amp;nbsp;รัสเซียและยูเครนไม่ใช่ประเทศคู่ค้าหลักของไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หากวิกฤตรัสเซียยูเครน&amp;nbsp;สามารถยุติลงได้โดยเร็ว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มั่นใจว่า&amp;nbsp;เศรษฐกิจไทยจะยังคงจะสามารถขยายตัวทั้งปี&amp;nbsp;ที่ร้อยละ&amp;nbsp;3.5-4.5&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ได้ตามเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303102024946</Link_News></row>
<row _id="18"><NewsTitle>คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ออกแถลงการณ์ ต่อสถานการณ์ในยูเครน ห่วงสวัสดิภาพคนไทยและยูเครน เรียกร้องทุกฝ่ายยุติการใช้ความรุนแรง เดินหน้าแก้ปัญหาอย่างสันติผ่านการหารือ และช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ&amp;nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;ที่มี&amp;nbsp;นายศราวุธ&amp;nbsp;เพชรพนมพร&amp;nbsp;เป็นประธาน&amp;nbsp;กมธ.ได้ออกแถลงการณ์ต่อสถานการณ์ในยูเครน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยระบุว่า&amp;nbsp;คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ&amp;nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;ได้ติดตามสถานการณ์ในยูเครนอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;ตลอดจนสวัสดิภาพและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนชาวยูเครนและประเทศในภูมิภาค&amp;nbsp;ด้วยความห่วงกังวลอย่างยิ่ง&amp;nbsp;และขอแสดงความเสียใจอย่างสุดชี้งไปยังครอบครัวของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้&amp;nbsp;และขอสนับสนุนให้มีการให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมที่จำเป็นแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยเร็วที่สุด&amp;nbsp;คณะกรรมาธิการฯ&amp;nbsp;มีความเห็นว่า&amp;nbsp;การใช้กำลังทหารคุกคามหรือการใช้กำลังต่อบูรณภาพแห่งอาณาเขต&amp;nbsp;หรือเอกราชทางการเมืองของรัฐใด&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ถือเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎบัตรสหประชาชาติที่ทุกประเทศยึดถือ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คณะกรรมาธิการฯ&amp;nbsp;ขอให้กระทรวงการต่างประเทศ&amp;nbsp;ให้ความช่วยเหลือคนไทยในยูเครนและนำคนไทย&amp;nbsp;อพยพจากยูเครนไปยังสถานที่ที่ปลอดภัยโดยเร็ว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมกันประคับประคองสถานการณ์ไม่ให้ลุกลามไปมากกว่านี้&amp;nbsp;โดยยุติการใช้ความรุนแรง&amp;nbsp;กำลังทหาร&amp;nbsp;และการโจมตีซึ่งกันและกัน&amp;nbsp;และหันหน้าเข้าหากันเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ด้วยสันติวิธีผ่านการเจรจาพูดคุยโดยเร็วที่สุด&amp;nbsp;เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนของทุกประเทศที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303100942933</Link_News></row>
<row _id="19"><NewsTitle>เอกอัครราชทูต ณ กรุงวอร์ซอ ยืนยัน จะเร่งให้ความช่วยเหลือคนไทยในยูเครนอย่างต่อเนื่องหลังสถานการณ์ตึงเครียดมากขึ้น โดยเฉพาะ คนไทยอีกบางส่วนที่ยังติดค้าง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเชษฐพันธ์&amp;nbsp;มากสัมพันธ์&amp;nbsp;เอกอัครราชทูต&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;กรุงวอร์ซอ&amp;nbsp;ยืนยันว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะเร่งดำเนินการช่วยเหลืออพยพคนไทยที่ยังตกค้างอยู่ในประเทศยูเครนออกมาให้ได้อย่างปลอดภัย&amp;nbsp;โดยเฉพาะ&amp;nbsp;คนไทยที่ยังติดค้างอยู่ที่เมืองมิกโคลาอีฟ&amp;nbsp;อีก&amp;nbsp;7&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;เนื่องจาก&amp;nbsp;สถานการณ์ภายในเมืองยังไม่ปลอดภัยซึ่งได้มีการประสานนายจ้างของคนไทยกลุ่มนี้&amp;nbsp;ช่วยดูแลอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;และจะช่วยเหลือออกมาในโอกาสแรกที่สถานการณ์เอื้ออำนวย&amp;nbsp;ส่วนในเมืองอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ทางสถานเอกอัครราชทูตฯ&amp;nbsp;ได้อพยพคนไทยออกจากยูเครน&amp;nbsp;และทยอยส่งกลับประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;แต่มีคนไทยอีกกว่า&amp;nbsp;30&amp;nbsp;คนที่แสดงความประสงค์ต้องการอยู่กับครอบครัวที่ยูเครนต่อ&amp;nbsp;ทางสถานเอกอัครราชทูตฯ&amp;nbsp;ก็มีการติดต่อสอบถามความเป็นอยู่อย่างใกล้ชิดเช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เอกอัครราชทูต&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;กรุงวอร์ซอ&amp;nbsp;ยอมรับว่า&amp;nbsp;จะต้องมีการติดตามสถานการณ์ภายในของยูเครนอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เพราะสถานการณ์มีความตึงเครียดสูง&amp;nbsp;โดยทางสถานเอกอัครราชทูตฯ&amp;nbsp;ได้ประสานงานกับฝ่ายไทย&amp;nbsp;และได้รับความร่วมมือจากประเทศโปแลนด์&amp;nbsp;และโรมาเนีย&amp;nbsp;อย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;เพื่ออพยพคนไทยออกจากยูเครนอย่างปลอดภัย&amp;nbsp;ซึ่งเมื่อส่งกลับไทยแล้ว&amp;nbsp;หน่วยงานที่อยู่ในประเทศไทย&amp;nbsp;ก็พร้อมรับช่วงต่อดูแลกลุ่มคนไทยอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สวท.จันทบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303100534920</Link_News></row>
<row _id="20"><NewsTitle>แรงงานไทยมีโอกาสไปทำงานที่ซาอุดิอาระเบีย หลัง ครม.เห็นชอบร่างข้อตกลงด้านแรงงานของสองประเทศ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จากการไปเยือนซาอุดีอาระเบียของ&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;เมื่อปลายเดือนมกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการเยือนของผู้นำรัฐบาลไทยครั้งแรกในรอบ&amp;nbsp;32&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;เป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ส่งผลดีต่อภาคเศรษฐกิจ&amp;nbsp;ทั้งภาคการท่องเที่ยว&amp;nbsp;และโอกาสของแรงงานไทยในตะวันออกกลาง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทางคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;(ครม.)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มีมติเห็นชอบร่างข้อตกลงด้านแรงงานระหว่างกระทรวงแรงงานกับกระทรวงทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาสังคมแห่งซาอุดีอาระเบีย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ฉบับ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ร่างข้อตกลงว่าด้วยการจัดหาแรงงานทำงานบ้านระหว่างกระทรวงแรงงานแห่งราชอาณาจักรไทยและกระทรวงทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาสังคมแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย&amp;nbsp;และร่างข้อตกลงว่าด้วยการจัดหาแรงงานระหว่างกระทรวงแรงงานแห่งราชอาณาจักรไทย&amp;nbsp;และกระทรวงทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาสังคมแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย&amp;nbsp;โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานหรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมาย&amp;nbsp;เป็นผู้ลงนามข้อตกลงในนามของฝ่ายไทย&amp;nbsp;ร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาสังคมซาอุดีอาระเบียหรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมาย&amp;nbsp;โดยคาดว่าคณะผู้เดินทางจากซาอุดีอาระเบียจะเดินทางมาไทยในช่วงวันที่&amp;nbsp;5-7&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ซึ่งจะมีการลงนามข้อตกลงดังกล่าวในวันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;มีนาคมนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ประโยชน์ที่เกิดจากร่างข้อตกลงดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จะทำให้การจัดหาผู้ที่ต้องการไปทำงานที่ซาอุดีอาระเบียเป็นไปตามกฎหมาย&amp;nbsp;มีจริยธรรม&amp;nbsp;ได้รับการคุ้มครองสิทธิของนายจ้างและลูกจ้าง&amp;nbsp;ในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินสามารถขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ&amp;nbsp;โดยทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือกันทำระบบที่ได้รับการยอมรับ&amp;nbsp;ทั้งการจัดหา&amp;nbsp;การจัดส่งคนไปทำงาน&amp;nbsp;และการส่งแรงงานกลับประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กระทรวงทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาสังคมแห่งซาอุดีอาระเบีย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีหน้าที่รับผิดชอบในการระบุคุณสมบัติและประเภทของงานที่เสนอให้มีการจัดหาแรงงาน&amp;nbsp;รวมทั้งค่าจ้าง&amp;nbsp;ผลประโยชน์&amp;nbsp;และเงื่อนไขอื่น&amp;nbsp;ๆที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;และสร้างความมั่นใจว่าสวัสดิการและสิทธิของแรงงานไทย&amp;nbsp;ที่ได้รับการว่าจ้างทำงานในซาอุดีอาระเบียได้รับการคุ้มครอง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กระทรวงแรงงาน&amp;nbsp;มีหน้าที่สร้างความมั่นใจว่าแรงงานที่จัดหา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ตรงตามเงื่อนไขทางด้านสุขภาพ&amp;nbsp;และปราศจากโรคติดต่อ&amp;nbsp;เป็นผู้ไม่มีประวัติเสื่อมเสีย&amp;nbsp;และผ่านการฝึกอบรมทักษะที่เหมาะสม&amp;nbsp;รวมทั้งจะดำเนินการที่จำเป็นเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่แรงงานในการเดินทาง&amp;nbsp;ไปยังซาอุดีอาระเบียและการจัดส่งแรงงานกลับคืนสู่ไทย&amp;nbsp;รวมทั้งสนับสนุนให้แรงงานปฏิบัติตามกฎหมาย&amp;nbsp;ศีลธรรม&amp;nbsp;คุณธรรม&amp;nbsp;และขนบธรรมเนียมประเพณีของซาอุดีอาระเบีย&amp;nbsp;ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะทบทวน&amp;nbsp;ประเมินผล&amp;nbsp;และติดตามการดำเนินการตามข้อตกลงนี้เป็นระยะด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ร่างข้อตกลงฯ&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;มีผลบังคับใช้&amp;nbsp;เมื่อมีการแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีระยะเวลา&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;และจะต่ออายุได้อีก&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;โดยอัตโนมัติเว้นแต่ภาคีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดแสดงเจตจำนงระงับหรือสิ้นสุดข้อตกลง&amp;nbsp;นอกจากนี้ในมิติด้านสังคม&amp;nbsp;นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระราชาธิบดีซัลมาน&amp;nbsp;บิน&amp;nbsp;อับดุลอะชีช&amp;nbsp;อัลชะอูด&amp;nbsp;แห่งราชอาณาจักรซาอุดิอาระเบียที่ทรงพระราชทานอัลกุรอานจำนวน&amp;nbsp;50,060&amp;nbsp;เล่มแก่ชาวไทยมุสลิม&amp;nbsp;โดยอัลกุรอานที่ทรงพระราชทานให้จะมีขนาดต่างๆ&amp;nbsp;และแปลเป็นภาษาต่างๆ&amp;nbsp;โดยได้มีพิธีส่งมอบไปแล้วเมื่อวันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การส่งมอบดังกล่าวสะท้อนถึงการส่งเสริมความร่วมมือ&lt;/strong&gt;และสัมพันธไมตรีอันดีระหว่างไทยกับซาอุดีอาระเบีย&amp;nbsp;ที่มีปฏิสัมพันธ์ถึงมิติด้านสังคม&amp;nbsp;รวมถึงบทบาทของไทยที่ได้รับการยอมรับในชุมชนมุสลิมระหว่างประเทศ&amp;nbsp;ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายในการส่งเสริม&amp;nbsp;และสนับสนุนสังคมพหุวัฒนธรรมที่อยู่ร่วมกันอย่างสันติ&amp;nbsp;เสรีภาพและปรองดอง&amp;nbsp;รวมถึงการสร้างปฏิสัมพันธ์ในสังคม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในด้านการท่องเที่ยวได้มีเที่ยวบินปฐมฤกษ์ของสายการบิน&amp;nbsp;Saudi&amp;nbsp;Arabian&amp;nbsp;Airlines&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จากเมืองเจดดาห์&amp;nbsp;กรุงริยาด&amp;nbsp;ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย&amp;nbsp;ได้ถึงประเทศไทยเป็นเที่ยวบินแรก&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;18.05&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;โดยมีคณะนักท่องเที่ยวชาวซาอุดีอาระเบีย&amp;nbsp;เดินทางมาไทย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;71&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;มีการควบคุมให้ไปตามมาตรการการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;ทั้งนี้เที่ยวบินปฐมฤกษ์นี้ถือเป็นหนึ่งปัจจัยความสำเร็จแรกๆ&amp;nbsp;จากการเดินทางเยือนซาอุดีอาระเบียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;โดยเส้นทางเที่ยวบินตรงกรุงริยาด-กรุงเทพฯ-กรุงริยาดนี้&amp;nbsp;จะช่วยส่งเสริมการเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยว&amp;nbsp;และช่วยให้ไทยเป็นประเทศศูนย์กลางการเดินทาง&amp;nbsp;สามารถเดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทางอื่นๆ&amp;nbsp;ได้สะดวก&amp;nbsp;ตลอดจนเป็นโอกาสต่อยอดขยายตลาดนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพเช่น&amp;nbsp;ยุโรป&amp;nbsp;และตะวันออกกลาง&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แพร่</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303110559970</Link_News></row>
<row _id="21"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ มุกดาหาร  กำชับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน  เฝ้าระวังการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเฉลิมพล&amp;nbsp;มั่งคั่ง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;จึงได้รณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;โดยได้เน้นย้ำให้กำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;ผู้นำชุมชน&amp;nbsp;สื่อสารสร้างความเข้าใจกับชาวบ้าน&amp;nbsp;และติดตามเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;ในพื้นที่หมู่บ้าน/ชุมชนตนเอง&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ให้ดำเนินมาตรการควบคุมการลักลอบเข้าประเทศและการเคลื่อนย้ายแรงงานผิดกฏหมายตามแนวชายแดน&amp;nbsp;ตรวจสอบบุคคลแปลกหน้าที่เดินทางเข้ามาในหมู่บ้าน/ชุมชน&amp;nbsp;ตลอดจนการลักลอบเข้ามาทำงานอยู่ในสถานประกอบการของแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวด้วยว่า&amp;nbsp;ชาวจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;ฉีดวัคซีนโควิดแล้วกว่า&amp;nbsp;494,000&amp;nbsp;โดส&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;65.41&amp;nbsp;จึงขอเชิญชวนประชาชน&amp;nbsp;โดยเฉพาะกลุ่ม&amp;nbsp;608&amp;nbsp;ผู้ที่มีอายุ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ปีขึ้นไป&amp;nbsp;ผู้ที่มีโรคเรื้อรัง&amp;nbsp;7&amp;nbsp;กลุ่มโรค&amp;nbsp;มาฉีดวัคซีนให้ครบโดส&amp;nbsp;หรือฉีดเข็มกระตุ้น&amp;nbsp;บูสเตอร์โดส&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกัน&amp;nbsp;และควบคุมการแพร่ระบาด&amp;nbsp;ลดความรุนแรงจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>มุกดาหาร</Province><Department>สวท.มุกดาหาร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303115033996</Link_News></row>
<row _id="22"><NewsTitle>ไทยเตรียมยกระดับจังหวัดภูเก็ตสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลกรองรับความต้องการของนักท่องเที่ยว</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการดำเนินโครงการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&amp;nbsp;จังหวัดภูเก็ต&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก&amp;nbsp;เพื่อพัฒนาเมืองภูเก็ตให้เป็นศูนย์กลางบริการทางการแพทย์มูลค่าสูงเชื่อมโยงการท่องเที่ยวนานาชาติ&amp;nbsp;เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มจากการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&amp;nbsp;รองรับความต้องการของนักท่องเที่ยวที่เริ่มหันมานิยมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมากขึ้น&amp;nbsp;โดยเฉพาะภายหลังการระบาดของสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;อีกทั้งยังสอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงสัดส่วนประชากรของโลกที่มีกลุ่มผู้สูงวัยมากขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การดำเนินโครงการจะมีการจัดสร้างศูนย์บริการทางการแพทย์ครบวงจร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประกอบด้วยศูนย์บริการทางการแพทย์และสาธารณสุขระดับนานาชาติครบวงจร&amp;nbsp;(International&amp;nbsp;Health/Medical&amp;nbsp;Plaza),&amp;nbsp;ศูนย์อภิบาลสุขภาพผู้สูงอายุนานาชาติ&amp;nbsp;(Premium&amp;nbsp;Long&amp;nbsp;Term&amp;nbsp;Care),&amp;nbsp;ศูนย์ใจรักษ์&amp;nbsp;(Hospice&amp;nbsp;Home)&amp;nbsp;หรือศูนย์การดูแลแบบประคับประคอง&amp;nbsp;ในระยะสุดท้ายของชีวิต&amp;nbsp;และศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูครบวงจร&amp;nbsp;(Rehabilitation&amp;nbsp;Center)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับศูนย์บริการทางการแพทย์ครบวงจร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จะใช้ที่ดินราชพัสดุเนื้อที่&amp;nbsp;141&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;งาน&amp;nbsp;64&amp;nbsp;ตารางวา&amp;nbsp;ดำเนินการโดยโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต&amp;nbsp;ซึ่งเป็นโรงพยาบาลศูนย์สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;โดยรูปแบบการบริหารจัดการยังอยู่ระหว่างหารือซึ่งอาจเป็นไปได้&amp;nbsp;ทั้งรัฐอาจดำเนินการเองทั้งหมด&amp;nbsp;การร่วมทุนกับภาคเอกชน&amp;nbsp;หรือรูปแบบพิเศษ&amp;nbsp;โดยแบ่งการดำเนินงานเป็น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ระยะ&amp;nbsp;ตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2569&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เกิดการจ้างงาน&amp;nbsp;การกระจายรายได้&amp;nbsp;จากนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามา&amp;nbsp;เพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ&amp;nbsp;(GDP)&amp;nbsp;และท้องถิ่นในพื้นที่หลังสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;สร้างโอกาสการลงทุน&amp;nbsp;เกิดการกระจายรายได้สำหรับภาคเอกชน&amp;nbsp;เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวและภาคบริการอื่น&amp;nbsp;ส่งผลให้มีมูลค่าเศรษฐกิจสูงขึ้น&amp;nbsp;รวมทั้งยังเป็นการส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น&amp;nbsp;ด้านการแพทย์แผนไทย&amp;nbsp;การแพทย์ทางเลือกและสมุนไพรไทยพร้อมยกระดับโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีทางการแพทย์&amp;nbsp;และระบบบริการด้านสาธารณสุขของไทยให้เป็นที่ยอมรับในเวทีโลก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นับเป็นเป้าหมายสำคัญของรัฐบาลที่จะชูจุดเด่นดังกล่าวในการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ&amp;nbsp;โดยเน้นการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพจากการยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลุ่มที่มีมูลค่าสูง&amp;nbsp;ซึ่งถือเป็น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;12&amp;nbsp;อุตสาหกรรมเป้าหมายที่จะพลิกโฉมการพัฒนาประเทศในระยะต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้การดำเนินโครงการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจังหวัดภูเก็ต&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก&amp;nbsp;นับเป็นการต่อยอดโครงการ&amp;nbsp;Phuket&amp;nbsp;Health&amp;nbsp;Sandbox&amp;nbsp;ที่จะเป็นการบูรณาการระบบสาธารณสุขของจังหวัดภูเก็ตให้เป็นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&amp;nbsp;ซึ่งเป็น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;โครงการพัฒนา&amp;nbsp;6&amp;nbsp;จังหวัดอันดามัน&amp;nbsp;ตามที่&amp;nbsp;ครม.&amp;nbsp;ได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ในการประชุม&amp;nbsp;ครม.&amp;nbsp;นอกสถานที่&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จังหวัดกระบี่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แพร่</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303111205973</Link_News></row>
<row _id="23"><NewsTitle>ไทย ร่วมลงมติสหประชาชาติ เรียกร้องให้รัสเซียหยุดใช้กำลัง และถอนกองกำลังออกจากยูเครนโดยทันที</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธานี&amp;nbsp;แสงรัตน์&amp;nbsp;อธิบดีกรมสารนิเทศ&amp;nbsp;และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ&amp;nbsp;เปิดเผยถึงท่าทีของไทยต่อสถานการณ์ยูเครน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยล่าสุด&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;นายสุริยา&amp;nbsp;จินดาวงษ์&amp;nbsp;เอกอัครราชทูต&amp;nbsp;ผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;นครนิวยอร์ก&amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;141&amp;nbsp;เสียง&amp;nbsp;จากทั้งหมด&amp;nbsp;193&amp;nbsp;ประเทศ&amp;nbsp;รับข้อมติในการประชุมสหประชาชาติวาระพิเศษเร่งด่วน&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ยืนยัน&amp;nbsp;ถึงอำนาจอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนภายในพรมแดนยูเครน&amp;nbsp;เรียกร้องให้รัสเซียหยุดใช้กำลัง&amp;nbsp;และถอนกองกำลังออกจากยูเครนโดยทันที&amp;nbsp;พร้อมชี้แจงว่า&amp;nbsp;ไทยตัดสินใจลงคะแนนเสียงสนับสนุนร่างข้อมติดังกล่าว&amp;nbsp;เนื่องจาก&amp;nbsp;ไทยให้ความสำคัญกับหลักการที่บรรจุไว้ในกฎบัตรสหประชาชาติ&amp;nbsp;และกฎหมายระหว่างประเทศ&amp;nbsp;โดยเฉพาะการเคารพต่ออธิปไตย&amp;nbsp;บูรณภาพแห่งดินแดน&amp;nbsp;และการไม่ใช้กำลังต่อรัฐ&amp;nbsp;/&amp;nbsp;การให้การสนับสนุนร่างข้อมตินี้&amp;nbsp;สะท้อนความห่วงกังวลอย่างยิ่งของไทย&amp;nbsp;ต่อพลเรือนที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;และผลกระทบด้านมนุษยธรรมจากการเผชิญหน้าและความรุนแรงในพื้นที่&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ไทยมีความกังวลกับผลกระทบในระยะยาวต่อระเบียบโลก&amp;nbsp;จึงเรียกร้องให้ทุกฝ่าย&amp;nbsp;ส่งเสริมการเจรจาหารือรูปแบบต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เพื่อหาข้อยุติสำหรับสถานการณ์ดังกล่าวอย่างสันติ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ไทยยังแสดงความห่วงกังวลต่อสถานการณ์ในยูเครน&amp;nbsp;และผลกระทบด้านมนุษยธรรม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมสนับสนุนความพยายามในการหาทางยุติสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างสันติผ่านการเจรจา&amp;nbsp;ไทยยังชื่นชมเพื่อนบ้านของยูเครนและชาติอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;สำหรับการระดมความช่วยเหลือไปสู่ผู้ต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม&amp;nbsp;โดยไทยจะทำอย่างสุดความสามารถในการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมของพลเรือนที่ได้รับผลกระทบ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับการลงมติในการประชุมวาระพิเศษเร่งด่วนครั้งที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;สมาชิกสมัชชาสหประชาชาติ&amp;nbsp;(UNGA)&amp;nbsp;มีประเทศสมาชิก&amp;nbsp;ลงคะแนนเสียงเห็นด้วย&amp;nbsp;141&amp;nbsp;เสียง&amp;nbsp;รวมถึงไทย&amp;nbsp;/&amp;nbsp;ไม่เห็นด้วย&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เสียง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;เบลารุส&amp;nbsp;เกาหลีเหนือ&amp;nbsp;ซีเรีย&amp;nbsp;เอริเทเรีย&amp;nbsp;และรัสเซีย&amp;nbsp;และงดออกเสียง&amp;nbsp;35&amp;nbsp;เสียง&amp;nbsp;(อาเซียนมี&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;เวียดนาม&amp;nbsp;และมีจีน&amp;nbsp;อินเดีย&amp;nbsp;ปากีสถาน)&amp;nbsp;จากทั้งหมด&amp;nbsp;193&amp;nbsp;ประเทศ&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สวท.จันทบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303132257030</Link_News></row>
<row _id="24"><NewsTitle>ตำแหน่งประธาน กมธ. พิจารณากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับ ไม่มีอำนาจชี้นำ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสมคิด&amp;nbsp;เชื้อคง&amp;nbsp;ส.ส.อุบลราชธานี&amp;nbsp;พรรคเพื่อไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญ&amp;nbsp;พิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ฉบับ&amp;nbsp;รัฐสภา&amp;nbsp;เชื่อว่าการทำงานภายในกรรมาธิการจะไม่มีปัญหา&amp;nbsp;การที่ได้นายสาธิต&amp;nbsp;ปิตุเตชะ&amp;nbsp;ส.ส.ระยอง&amp;nbsp;พรรคประชาธิปัตย์&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;รมช.สาธารณสุข&amp;nbsp;มาทำหน้าที่ประธาน&amp;nbsp;กมธ.&amp;nbsp;จะไม่มีผล&amp;nbsp;หรืออิทธิพลชี้นำใด&amp;nbsp;เนื่องจากตำแหน่งประธาน&amp;nbsp;กมธ.&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ผู้กำกับและควบคุมการประชุมให้เรียบร้อย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสมคิด&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ประเด็นที่คาดว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะถกเถียงกันมาก&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;การใช้หมายเลขผู้สมัคร&amp;nbsp;ส.ส.?ให้เป็นหมายเลขเดียวกันทั้งผู้สมัครแบบเขตและแบบบัญชีรายชื่อ&amp;nbsp;หรือเบอร์เดียวทั้งประเทศ&amp;nbsp;แม้ร่าง&amp;nbsp;พ.ร.ป.ที่รับหลักการ&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ฉบับ&amp;nbsp;จะกำหนดให้เป็นคนละหมายเลข&amp;nbsp;แต่จากอภิปรายในที่ประชุมรัฐสภา&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;นายบัญญัติ&amp;nbsp;บรรทัดฐาน&amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ&amp;nbsp;พรรคประชาธิปัตย์&amp;nbsp;ที่อภิปรายว่าขอให้ใช้หลักการที่ง่ายๆ&amp;nbsp;ดังนั้นเชื่อว่าแนวโน้มจะใช้เบอร์เดียวทั้งประเทศ&amp;nbsp;ซึ่งการใช้เบอร์เดียวกันทั้งประเทศนั้น&amp;nbsp;คณะกรรมการการเลือกตั้ง&amp;nbsp;(กกต.)&amp;nbsp;เคยระบุไว้ว่าทำให้มีบัตรเสียน้อยและประชาชนเข้าใจง่าย&amp;nbsp;ไม่สับสน&amp;nbsp;ซึ่งการใช้เบอร์เดียวกันทั้งประเทศจะเป็นประโยชน์กับทุกพรรคการเมืองด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนการทำงานของ&amp;nbsp;ส.ว.ในชั้น&amp;nbsp;กมธ.&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายสมคิด&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ส.ว.ชุดปัจจุบันมาจากการแต่งตั้งของ&amp;nbsp;คสช.&amp;nbsp;แม้&amp;nbsp;ส.ว.บางคนมีความคิดอิสระ&amp;nbsp;ซึ่งการปฏิบัติมีไม่กี่คน&amp;nbsp;แต่ความชัดเจนทั้งหมดจะอยู่ที่การลงมติ&amp;nbsp;เหมือนที่&amp;nbsp;ส.ว.&amp;nbsp;ลงมติไม่รับหลักการร่างกฎหมายลูกของพรรคฝ่ายค้าน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;จากการแก้ไขกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญครั้งนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีแนวโน้มทำให้เกิดอุบัติการเมืองได้หรือไม่&amp;nbsp;นายสมคิด&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;เป็นไปได้&amp;nbsp;เพราะผู้มีอำนาจไม่พอใจเรื่องบัตรเลือกตั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ใบ&amp;nbsp;แต่จะแก้กลับคงเป็นไปไม่ได้&amp;nbsp;ดังนั้นเมื่อไม่ได้ดั่งใจและหากเขามองว่าตนเองเสียงประโยชน์&amp;nbsp;หรือพ่ายแพ้&amp;nbsp;อาจตัดสินใจยุบสภาได้&amp;nbsp;แต่ตนขอเรียกร้องให้เคารพกติกาและคำนึงถึงประชาชนด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303143720070</Link_News></row>
<row _id="25"><NewsTitle>อำเภอเบตง ลาดตระเวนตามแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย สกัดการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายตามช่องทางธรรมชาติโดยไม่ผ่านการตรวจคัดกรองโควิด-19</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายปัจฉิมณรงค์&amp;nbsp;ปัจฉิมเพ็ชร&amp;nbsp;ปลัดอำเภองานป้องกัน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อ.เบตง&amp;nbsp;และนาย&amp;nbsp;พิชัย&amp;nbsp;แก้วจำรัส&amp;nbsp;ปลัดอำเภอรับผิดชอบยาเสพติด&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้นำ&amp;nbsp;อส.ปฎิบัติหน้าที่&amp;nbsp;ลาดตระเวนยานยนต์&amp;nbsp;และเดินเท้าสำรวจแนวตะเข็บชายแดนไทย-มาเลเซีย&amp;nbsp;และสำรวจเส้นทางพรหมแดน&amp;nbsp;เพื่อป้องกันและปราบปราม&amp;nbsp;การค้ามนุษย์การลักลอบนำเข้าสิ่งผิดกฏหมาย&amp;nbsp;และสกัดการลักลอบเข้าพื้นที่ผิดกฎหมายตามพรมแดนธรรมชาติและไม่ผ่านการตรวจคัดกรองโควิด-19&amp;nbsp;โดยเฉพาะสายพันธุ์โอมิครอนที่กำลังเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ตามมาตรการป้องกันโรคระบาดของจังหวัดยะลา&amp;nbsp;รวมไปถึงป้องกันการลักลอบตัดไม้&amp;nbsp;และการบุกรุกทำลายป่า&amp;nbsp;ผลการปฏิบัติไม่พบการกระทำความผิดแต่อย่างใด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่&amp;nbsp;สถานการณ์ภาพรวมของโควิด-19&amp;nbsp;ระลอกมดราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในพื้นที่&amp;nbsp;อ.เบตง&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(3&amp;nbsp;มี.ค.2565)&amp;nbsp;พบผู้ติดเชื้อรายวันทำสถิติใหม่โดยพบผู้ป่วยติดเชื้อยืนยันจากการตรวจ&amp;nbsp;RT-PCR&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;41&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;รวมสะสม&amp;nbsp;306&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังคงตรึงมาตรการเข้มงวดป้องกันการแพร่ระบาดของโรค&amp;nbsp;พร้อมขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดต่อเนื่อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.เบตง จ.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303135515048</Link_News></row>
<row _id="26"><NewsTitle>ปัตตานี- พบเรือประมงต่างชาติกว่า 10 ลำ ทำลายเครื่องยนต์ จับกุมได้ 1 ลำ ลูกเรือ 6 ราย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้สื่อข่าวปัตตานีรายงานเมื่อเวลา&amp;nbsp;12.00&amp;nbsp;น.&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;มี.ค.65&amp;nbsp;ที่สะพานปูน&amp;nbsp;ต.บานา&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.ปัตตานี&amp;nbsp;นาวาเอก&amp;nbsp;ณัฐพล&amp;nbsp;พรหมขุนทอง&amp;nbsp;โฆษกทัพเรือภาคที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นาวาเอก&amp;nbsp;&amp;nbsp;รังสรรค์&amp;nbsp;คำกลัด&amp;nbsp;โฆษก&amp;nbsp;ศรชล.ภาค&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เรือเอก&amp;nbsp;ณัฐพงษ์&amp;nbsp;อินต๊ะวงค์&amp;nbsp;ผู้บังคับการเรือหลวงกันตัง&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมแถลงผลจับกุมเรื่อประมงเวียดนาม&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;ซึ่งเป็นเรือคราดปลิง&amp;nbsp;พร้อมลูกเรือ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หลังจากที่เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(วันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มี.ค.65&amp;nbsp;เวลาประมาณ&amp;nbsp;15.00&amp;nbsp;น.)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ทางเจ้าหน้า&amp;nbsp;ศรชล.ที่ได้รับแจ้งจากเรือประมงว่า&amp;nbsp;พบเรือต่างชาติจำนวนหลายลำ&amp;nbsp;กำลังทำการประมงผิดกฎหมาย&amp;nbsp;ซึ่งอยู่ห่างจากแหลมตาชี&amp;nbsp;จ.ปัตตานี&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;45&amp;nbsp;ไมล์ทะเล&amp;nbsp;จึงได้ประสานไปยัง&amp;nbsp;เรือเอก&amp;nbsp;ณัฐพงษ์&amp;nbsp;อินต๊ะวงค์&amp;nbsp;ผู้บังคับการเรือหลวงกันตัง&amp;nbsp;ให้จัดเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบตามพิกัดที่กลุ่มเรือประมงต่างชาติอยู่&amp;nbsp;เมื่อกำลังเจ้าหน้าที่ไปถึง&amp;nbsp;พบเรือประมงต่างชาติเวียดนาม&amp;nbsp;กว่า&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;กำลังทำการคราดปลิงทะเลอยู่&amp;nbsp;ทางเจ้าหน้าที่จึงเข้าไปทำการจับกุม&amp;nbsp;ปรากฏว่า&amp;nbsp;เรือประมงเวียดนาม&amp;nbsp;เมื่อเห็นเรือของเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ได้เร่งเครื่องยนต์เพื่อหลบหนี&amp;nbsp;โดยหันหัวเรือไปยังประเทศมาเลเซีย&amp;nbsp;ซึ่งห่างจากชายแดนประมาณ&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ไมล์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าจับกุมเรือที่อยู่ใกล้ที่สุด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อทำการจับกุม&amp;nbsp;แต่ปรากฏว่า&amp;nbsp;เรือดังกล่าวขัดขืน&amp;nbsp;ไม่ยอมให้จับกุม&amp;nbsp;และต่อมา&amp;nbsp;มีกลุ่มควันออกมากจากห้องเครื่องยนต์ของเรือประมงดังกล่าว&amp;nbsp;ซึ่งคาดว่าลูกเรือได้ทำลายเครื่องยนต์&amp;nbsp;เพื่อไม่ให้สามารถเดินเรือต่อได้&amp;nbsp;จนในที่สุดเจ้าหน้าที่ก็สามารถจับกุมเรือลำนี้ได้&amp;nbsp;จากนั้นทางเจ้าหน้าที่พยายามที่จะจับเรือที่เหลือ&amp;nbsp;แต่เนื่องจากว่า&amp;nbsp;เรื่อประมงลำแรกที่จับได้&amp;nbsp;ไม่สามารถเดินเรือต่อได้&amp;nbsp;เนื่องจากเครื่องยนต์เสียหาย&amp;nbsp;ทางเจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจกลับมาที่เรือประมงลำดังกล่าว&amp;nbsp;เพื่อทำการลากจูงเรือเข้าฝั่งที่จังหวัด&amp;nbsp;ปัตตานี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากการตรวจสอบเรือประมงดังกล่าว&amp;nbsp;พบปลิงทะเลอยู่ในถังประมาณ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ถัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน&amp;nbsp;ส่วนผู้ต้องหาลูกเรือทั้ง&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจหาเชื้อโควิด&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ตามมาตรการการแพร่ระบาด&amp;nbsp;และจำนำตัวลูกเรือทั้งหมดดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ปัตตานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303145551084</Link_News></row>
<row _id="27"><NewsTitle>สกมช.เตือนทุกฝ่ายเฝ้าระวังภัยไซเบอร์ จากวิกฤตรัสเซีย-ยูเครน อาจลามมาไทย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;นาวาอากาศเอก อมร ชมเชย รองเลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) กล่าวว่า เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครนที่กำลังเกิดขึ้น นอกจากความขัดแย้งในพื้นที่ด้วยกำลังอาวุธแล้ว ตั้งแต่ 13 มกราคมเป็นต้นมาได้มีการโจมตีทางไซเบอร์เกิดขึ้น เกิดขึ้นกับทั้งภาคเอกชน ภาครัฐ จากภาพรวม 12 ครั้ง และเกิดขึ้นกับโครงสร้างพื้นฐานสำคัญๆ รวมถึงการส่ง SMS ข้อมูลเท็จไปหาพลเรือน โจมตีเว็บไซต์ข่าว โครงสร้างด้านการเงิน และหน่วยงานควบคุมชายแดน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โดยมีการใช้ มัลแวร์ชื่อ Hermetic Wiper เข้าไปลบข้อมูลเป้าหมายเกิดขึ้นราว 4 ครั้ง มุ่งลบข้อมูลเพื่อเกิดผลกระทบในระดับสูง และมีการใช้ DDOS Attack คือรบกวนระบบเว็บไซต์กับเว็บไซต์การเงินให้ใช้งานไม่ได้ รวมถึงการสร้างเว็บไซต์ปลอมหลอกลวงประชาชนให้กดลิงก์เข้าไป แต่จะถูกฝังมัลแวร์ชื่อ Cyclops Blink แทน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ซึ่งแนวโน้มมีความเป็นไปได้ที่การโจมตีเหล่านี้จะลุกลามข้ามพรมแดน ไม่จำกัดแค่ระหว่างรัสเซียกับยูเครน และประเทศไทยอาจตกเป็นเป้าได้เช่นกัน จึงขอให้ทุกหน่วยงานตรวจสอบระบบสารสนเทศภายในองค์กรให้มีความมั่นคงปลอดภัย เพื่อป้องกันตนเองจากภัยคุกคามที่อาจจะเกิดขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทั้งนี้แนวทางการรับมือ คือ ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบตรวจสอบและปิดช่องโหว่ของเครือข่ายตามหน่วยงานต่างๆ ตัวผู้ใช้งานเองก็ต้องระวังไม่กดลิงก์แปลก ๆ ที่ไม่น่าไว้ใจ และตั้ง Two-factor Authentication เพื่อยืนยันตัวตน หมั่นอัปเดตระบบปฏิบัติการ อุปกรณ์ และซอฟต์แวร์ต่างๆ เสมอ รวมถึงติดตั้งโปรแกรมป้องกันมัลแวร์เอาไว้ นอกจากนี้ต้องมีการสำรองข้อมูลเอาไว้เสมอในกรณีถูกลบข้อมูล&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>หน่วยงานสำนักข่าว</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303164735159</Link_News></row>
<row _id="28"><NewsTitle>ผกก.สภ.เมืองนราธิวาส นำคณะตรวจเยี่ยมพื้นที่ Smart Safety Zone 4.0 ตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องชาวนราธิวาส</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พันตำรวจเอก&amp;nbsp;เจฟฟรีย์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไศลมานกุล&amp;nbsp;ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนราธิวาส&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วย&amp;nbsp;พันตำรวจโท&amp;nbsp;รื่น&amp;nbsp;แก้วสุกใส&amp;nbsp;รองผู้กำกับการป้องกันและปราบปรามสถานีตำรวจภูธรเมืองนราธิวาส&amp;nbsp;และผู้เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เดินทางไปตรวจเยี่ยมและพบปะผู้ประกอบกิจการ&amp;nbsp;ร้านค้า&amp;nbsp;พี่น้องประชาชน&amp;nbsp;ในพื้นที่ตำบลบางนาค&amp;nbsp;อำเภอเมืองนราธิวาส&amp;nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่ในโครงการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Safety&amp;nbsp;Zone&amp;nbsp;4.0&amp;nbsp;หรือที่เรียกว่า&amp;nbsp;"บางนาคสมาร์ทเซพตี้"&amp;nbsp;ตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พันตำรวจเอก&amp;nbsp;เจฟฟรีย์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไศลมานกุล&amp;nbsp;ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนราธิวาส&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การลงพื้นที่ในวันนี้&amp;nbsp;เพื่อตรวจเยี่ยมและพบปะประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;และประชาสัมพันธ์โครงการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;Smart&amp;nbsp;Safety&amp;nbsp;Zone&amp;nbsp;4.0&amp;nbsp;ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย&amp;nbsp;ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของ&amp;nbsp;พลตำรวจเอก&amp;nbsp;&amp;nbsp;สุวัฒน์&amp;nbsp;แจ้งยอดสุข&amp;nbsp;ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp;ให้สถานีตำรวจเป้าหมายดำเนินโครงการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เป็นการพัฒนารูปแบบวิธีการป้องกันอาชญากรรมเชิงรุก&amp;nbsp;โดยใช้นวัตกรรมและยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง&amp;nbsp;เพื่อให้ประชาชนลดความหวาดกลัวภัยอาชญากรรม&amp;nbsp;มีความพึงพอใจและความเชื่อมั่นต่อการปฏิบัติงานของตำรวจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้ง&amp;nbsp;นี้ภาพรวมจากการตรวจเยี่ยม&amp;nbsp;พี่น้องประชาชนมีความพึงพอใจต่อการดำเนินโครงการเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;อีกทั้งรู้สึกขอบคุณที่ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนราธิวาส&amp;nbsp;&amp;nbsp;ให้ความสำคัญ&amp;nbsp;และอยากให้มีการลงพื้นที่เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;อีกทั้งได้มีการเสนอให้มีการติดตั้งกล้องวงจรปิด&amp;nbsp;CCTV&amp;nbsp;เพิ่มเติม&amp;nbsp;ซึ่งทางสถานีตำรวจภูธรเมืองนราธิวาส&amp;nbsp;อยู่ในระหว่างดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนราธิวาส&amp;nbsp;ยังได้ขอบคุณเจ้าของร้านค้าภายในพื้นที่โครงการ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่ให้ความร่วมมือในการขับเคลื่อนโครงการ&amp;nbsp;โดยให้ใช้พื้นที่จัดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ในโครงการ&amp;nbsp;"จุดรับแจ้งเหตุ&amp;nbsp;:&amp;nbsp;Emergency&amp;nbsp;Point"&amp;nbsp;โดยสามารถ&amp;nbsp;โทร.&amp;nbsp;073-513105&amp;nbsp;//&amp;nbsp;Line@&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สภ.เมืองนราธิวาส&amp;nbsp;หรือติดต่อเจ้าหน้าที่ประจำจุด&amp;nbsp;ซึ่งถือได้ว่าสามารถสร้างการมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่าย&amp;nbsp;เพื่อช่วยระวังป้องกัน&amp;nbsp;อาชญากรรม&amp;nbsp;สร้างความเป็นเจ้าของพื้นที่ร่วมกันได้อย่างแท้จริง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>นราธิวาส</Province><Department>สวท.นราธิวาส</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303173727185</Link_News></row>
<row _id="29"><NewsTitle>จังหวัดตราด รับมอบอาคารอเนกประสงค์คอบร้าโกลด์ 22</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลเอก&amp;nbsp;สุภโชด&amp;nbsp;ธวัชพีระชัย&amp;nbsp;รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;คุณเจมส์&amp;nbsp;&amp;nbsp;เวย์แมน&amp;nbsp;รักษาการอัครราชทูตที่ปรึกษา&amp;nbsp;สถานทูตสหรัฐอเมริกา&amp;nbsp;ผู้แทนกองทัพจากประเทศมาเลเซีย&amp;nbsp;ร่วมก้นส่งมอบอาคารอเนกประสงค์&amp;nbsp;ในโครงการช่วยเหลือประชาชนการฝึกคอบร้าโกลด์&amp;nbsp;22&amp;nbsp;ให้กับ&amp;nbsp;นายชำนาญวิทย์&amp;nbsp;เตรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&amp;nbsp;เพื่อส่งมอบให้กับโรงเรียนหนองบอนวิทยาคม&amp;nbsp;ตำบลหนองบอน&amp;nbsp;อำเภอบ่อไร่&amp;nbsp;จังหวัดตราด&amp;nbsp;หลังกำลังพลที่เข้าร่วมฝึกคอบร้าโกลด์&amp;nbsp;22&amp;nbsp;ร่วมกับทหารช่างจากหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ดำเนินการก่อสร้างจนแล้วเสร็จ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;การฝึกคอบร้าโกลด์ในทุกปี&amp;nbsp;กองทัพไทย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และกองทัพที่เข้าร่วมการฝึก&amp;nbsp;ได้จัดโครงการช่วยเหลือประชาชน&amp;nbsp;เพื่อเป็นการสนับสนุนการพัฒนาชุมชน&amp;nbsp;การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่การฝึก&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;รวมถึงการมีส่วนร่วมในการสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศและชุมชน&amp;nbsp;และยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกองทัพของมิตรประเทศและประชาชนในพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนโครงการก่อสร้างอาคารที่ส่งมอบครั้งนี้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นอาคารอเนกประสงค์&amp;nbsp;ตามคำร้องขอของชุมชน&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;7.6&amp;nbsp;x&amp;nbsp;19.2&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;อาคาร&amp;nbsp;โดยมีกำลังพลกองทัพไทย&amp;nbsp;จากหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา&amp;nbsp;ทหารจากกองทัพสหรัฐ&amp;nbsp;และกองทัพมาเลเซีย&amp;nbsp;เข้าร่วมดำเนินการก่อสร้าง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;ปัจจุบันการฝึกคอบร้าโกลด์&amp;nbsp;ถือเป็นการฝึกทางทหาร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาค&amp;nbsp;ซึ่งกองทัพไทยและกองกำลังสหรัฐฯ&amp;nbsp;ภาคพื้นแปซิฟิก&amp;nbsp;ร่วมกันเป็นเจ้าภาพหลัก&amp;nbsp;จัดการฝึกในประเทศไทยเป็นประจำทุกปี&amp;nbsp;และเป็นกิจกรรมหนึ่งที่มีส่วนในการเสริมสร้าง&amp;nbsp;และยืนยันความพร้อมของกองทัพ&amp;nbsp;ในการปฏิบัติภารกิจเพื่อการรักษาสันติภาพ&amp;nbsp;การสนับสนุนการพัฒนาชุมชน&amp;nbsp;การบรรเทาภัยพิบัติร่วมกับภาคส่วนอื่นๆ&amp;nbsp;ทั้งในและนอกประเทศ&amp;nbsp;รวมถึงการมีส่วนร่วมในการส่งเสริมผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศ&amp;nbsp;และที่สำคัญยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกองทัพของมิตรประเทศ&amp;nbsp;พร้อมด้วยการขยายความร่วมมือทางทหารอย่างเป็นรูปธรรม&amp;nbsp;เพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคงของชาติตลอดไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ตราด</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303181801198</Link_News></row>
<row _id="30"><NewsTitle>จ.ราชบุรีประชุมติดตามผลการปฏิบัติงานการแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดราชบุรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายรณภพ&amp;nbsp;เหลืองไพโรจน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี&amp;nbsp;ในฐานะ&amp;nbsp;ผอ.กอ.รมน.จังหวัดราชบุรี&amp;nbsp;เป็นประธานประชุมคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดราชบุรี&amp;nbsp;เพื่อติดตามการปฏิบัติงานและผลการดำเนินงานด้านความมั่นคง&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;พ.อ.ประยุทธ&amp;nbsp;ผดุงพจน์&amp;nbsp;รอง&amp;nbsp;ผอ.รมน.จังหวัดราชบุรีฝ่ายทหาร&amp;nbsp;และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม&amp;nbsp;พร้อมชี้แจงสถานการณ์&amp;nbsp;ด้านภัยคุกคามด้านความมั่นคงภายในจังหวัดราชบุรี&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19,&amp;nbsp;สถานการณ์แรงงานต่างด้าว&amp;nbsp;และการลงทะเบียน&amp;nbsp;ข้อมูลความต้องการแรงงานต่างด้าวตาม&amp;nbsp;MOU&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี,&amp;nbsp;ปัญหาเรื่องน้ำเสียจากฟาร์มสุกร/สถานการณ์โรคอหิวาต์ในสุกร&amp;nbsp;(AFS)&amp;nbsp;โรคระบาดลัมปี-สกิน&amp;nbsp;โค-กระบือ&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี,&amp;nbsp;สถานการณ์ด้านยาเสพติด&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี&amp;nbsp;และการจัดทำข้อมูลที่พักอาศัยของแรงงานต่างด้าว&amp;nbsp;ในและนอกสถานประกอบการ&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>ราชบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดราชบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304130423406</Link_News></row>
<row _id="31"><NewsTitle>แถลงร่วม 3 ฝ่าย สรุปผลการปฏิบัติงานแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ศูนย์ประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคง&lt;/strong&gt;ภายในภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ส่วนหน้า&amp;nbsp;ค่ายสิรินธร&amp;nbsp;ตำบลเขาตูม&amp;nbsp;อำเภอยะรัง&amp;nbsp;จังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;ได้จัดให้มีการชี้แจงผลการปฏิบัติงานในห้วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&amp;nbsp;โดยมีพันเอก&amp;nbsp;เกียรติศักดิ์&amp;nbsp;ณีวงษ์&amp;nbsp;โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ส่วนหน้า&amp;nbsp;นาย&amp;nbsp;อำนวย&amp;nbsp;ศรีระเเก้ว&amp;nbsp;ผู้ช่วยเลขาธิการ&amp;nbsp;ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;พันตำรวจโท&amp;nbsp;ภนภัค&amp;nbsp;ภานุเดชากฤษ&amp;nbsp;ผู้ช่วยโฆษก&amp;nbsp;กองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;ร่วมการแถลงข่าวในครั้งนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พันเอก&amp;nbsp;เกียรติศักดิ์&amp;nbsp;ณีวงศ์&amp;nbsp;โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคง&lt;/strong&gt;ภายในภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ส่วนหน้า&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ส่วนหน้า&amp;nbsp;ได้ปฏิบัติภารกิจในการควบคุมพื้นที่&amp;nbsp;และบังคับใช้กฏหมาย&amp;nbsp;ทั้งจากกรณีที่ึคนร้ายหลบซ่อนบริเวณบ้านพักใกล้กับมัสยิดนูรุลอีมาน&amp;nbsp;บ้านโคกเค็ด&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตำบลบ้านนา&amp;nbsp;อำเภอจะนะ&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;05.40&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;หน่วยเฉพาะกิจสงขลา&amp;nbsp;ร่วมกับหน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมปัตตานี&amp;nbsp;ได้เข้าบังคับใช้กฎหมาย&amp;nbsp;จากนั้นได้ดำเนินการ&amp;nbsp;เกลี้ยกล่อมให้คนร้ายซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุรุนแรงออกมามอบตัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยเชิญหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ผู้นำศาสนา&amp;nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เข้าร่วมเจรจา&amp;nbsp;แต่ไม่เป็นผลจนกระทั่ง&amp;nbsp;เปิดฉากยิงขึ้น&amp;nbsp;ทำให้มีผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&amp;nbsp;มอบตัว&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ยังได้ตรวจยึดอาวุธปืน&amp;nbsp;AK&amp;nbsp;-&amp;nbsp;47,&amp;nbsp;ปืนติดกล้องเล็งแบบซุ่มยิง&amp;nbsp;,ปืนพกขนาด&amp;nbsp;.38&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ปืนเอ็ม&amp;nbsp;16&amp;nbsp;อย่างละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กระบอก&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กระบอก&amp;nbsp;จากประวัติและพฤติกรรมของคนร้ายที่เสียชีวิตทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และที่มอบตัว&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พบว่าเป็นผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับสั่งการและระดับปฏิบัติการ&amp;nbsp;เคยก่อเหตุความรุนแรงมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ปัจจุบัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยการปฏิบัติในครั้งนี้&amp;nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน&lt;/strong&gt;ภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ส่วนหน้า&amp;nbsp;ดำเนินการ&amp;nbsp;โดยใช้การเจรจาเป็นหลัก&amp;nbsp;ปฏิบัติตามหลักกฎหมายหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัดในทุกขั้นตอน&amp;nbsp;แต่กลุ่มคนร้ายกลับต่อสู้&amp;nbsp;เป็นผลให้ต้องตอบโต้จนคนร้ายเสียชีวิตดังกล่าว&amp;nbsp;หลังเกิดเหตุได้มีการพยายาม&amp;nbsp;บิดเบือน&amp;nbsp;กล่าวหาเจ้าหน้าที่เข้าไปยิงคนมุสลิมเสียชีวิต&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ศพ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะละหมาดในมัสยิด&amp;nbsp;และอีกหลายๆประเด็น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทางกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ส่วนหน้า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ขอยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวไม่ได้เป็นความจริงแต่อย่างใด&amp;nbsp;เพราะจุดเกิดเหตุอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกับมัสยิด&amp;nbsp;มิใช่ในมัสยิดตามที่กล่าวอ้าง&amp;nbsp;จึงใคร่ขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายกรุณาตรวจสอบข้อเท็จจริงให้รอบด้าน&amp;nbsp;เพราะอาจตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มแนวร่วมผู้ก่อเหตุรุนแรงได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังมีกรณี&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;หน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมปัตตานีได้สนธิกำลัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เข้าบังคับใช้กฎหมายต่อผู้ต้องหาตามหมายจับคดีความมั่นคงเข้ามาหลบซ่อนในห้องเช่าบ้านเลขที่&amp;nbsp;77/9&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;บ้านดอนรัก&amp;nbsp;ตำบลดอนรัก&amp;nbsp;อำเภอหนองจิก&amp;nbsp;จังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;นายอิสยาซะห์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้ออกมาแสดงตัว&amp;nbsp;จากการตรวจสอบพบว่า&amp;nbsp;นายอิสยาซะห์&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีพฤติกรรมเป็นผู้ก่อเหตุรุนแรง&amp;nbsp;มีหมายจับ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;หมาย&amp;nbsp;ที่สำคัญคือ&amp;nbsp;เหตุคนร้ายโจมตีจุดตรวจบ้านกอแลปิเละ&amp;nbsp;ตำบลปะกาฮารัง&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;กรกฎาคม&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;ทำให้มีผู้เสียชีวิต&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ภายหลังจับกุมเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวไปยังศูนย์ซักถามหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&amp;nbsp;43&amp;nbsp;เพื่อสอบสวนขยายผลต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านการช่วยเหลือประชาชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากเหตุการณ์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เมื่อวันที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นายสุทธิศักดิ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ชาวบ้าน&amp;nbsp;บ้านน้ำเค็ม&amp;nbsp;ตำบลบ้านนา&amp;nbsp;อำเภอจะนะ&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;ได้เหยียบกับระเบิดของคนร้ายบริเวณทางรถไฟ&amp;nbsp;ขณะออกไป&amp;nbsp;หาปลาทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส&amp;nbsp;ขาข้างขวาขาด&amp;nbsp;พลโท&amp;nbsp;เกรียงไกร&amp;nbsp;ศรีรักษ์&amp;nbsp;แม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;/&amp;nbsp;ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ได้เดินทางไปเยี่ยมพร้อมมอบเงินส่วนตัวเพื่อช่วยเหลือในขั้นต้น&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;100,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และให้ดำเนินการบรรจุบุตร&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;จากทั้งหมด&amp;nbsp;6&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;เข้าทำงาน&amp;nbsp;ในโครงการสร้างงานและจ้างงานเร่งด่วน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งเป็นโครงการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์&lt;/strong&gt;ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;โดยเริ่มบรรจุตั้งแต่เดือน&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;รวมทั้งให้หน่วยเฉพาะกิจสงขลา&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านนาและภาคส่วนต่างๆในพื้นที่&amp;nbsp;ซ่อมแซมที่พักอาศัย&amp;nbsp;ช่วยเหลือครอบครัวของ&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายสุทธิศักดิ์&amp;nbsp;เนื่องจากมีฐานะยากจน&amp;nbsp;โดยนายสุทธิศักดิ์&amp;nbsp;จะได้รับการช่วยเหลือเยียวยาในด้านต่างๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากภาครัฐ&amp;nbsp;กรณีที่ได้รับผลกระทบจนเกิดความพิการ&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ภาคส่วนต่างๆ&amp;nbsp;ได้เปิด&amp;nbsp;Web&amp;nbsp;Page&amp;nbsp;&amp;nbsp;ร่วมระดมทุน&amp;nbsp;โอนเข้าบัญชีภรรยานายสุทธิศักดิ์ฯ&amp;nbsp;โดยปัจจุบัน&amp;nbsp;มียอดเงิน&amp;nbsp;จำนวนกว่า&amp;nbsp;1,500,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับในห้วงที่ผ่านมาตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;-&amp;nbsp;28&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้เกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;21&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;125&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประชาชน&amp;nbsp;10,712&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;พลโท&amp;nbsp;เกรียงไกร&amp;nbsp;ศรีรักษ์&amp;nbsp;แม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;/&amp;nbsp;ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ได้สั่งการ&amp;nbsp;ให้หน่วยทหารระดมสรรพกำลังพร้อมประสานภาคส่วนต่างๆ&amp;nbsp;ออกให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นการด่วน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;การขนย้ายข้าวของรวมทั้งอพยพพี่น้องประชาชนไปพักอาศัยในที่พักชั่วคราว&amp;nbsp;แจกจ่ายถุงยังชีพ&amp;nbsp;รวมทั้งนำเครื่องจักรขนาดใหญ่เข้าซ่อมแซมเส้นทางที่ถูกตัดขาด&amp;nbsp;ทั้งนี้ถึงแม้พื้นที่ส่วนใหญ่&amp;nbsp;สถานการณ์น้ำท่วมจะลดลงเข้าสู่ภาวะปกติ&amp;nbsp;แต่&amp;nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ส่วนหน้า&amp;nbsp;จะยังคงจัดกำลังพลเข้าช่วยเหลือซ่อมแซมบ้านเรือนของพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;ที่ได้รับความเสียหาย&amp;nbsp;รวมทั้งทำความสะอาดสถานที่ร่วมกับภาคส่วนต่างๆ&amp;nbsp;เพื่อให้กลับมาใช้งานได้อย่างเป็นปกติต่อไป&amp;nbsp;พร้อมทั้งได้เน้นย้ำเรื่องการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ในประเทศไทยมีอัตราที่ค่อนข้างสูง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านพันตำรวจโท&amp;nbsp;ภนภัค&amp;nbsp;ภานุเดชากฤษ&amp;nbsp;ผู้ช่วยโฆษก&lt;/strong&gt;กองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;เปิดเผยถึงคดีที่สำคัญในห้วงเดือนกุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ผ่านมาว่า&amp;nbsp;เดือนกุมภาพันธ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;เกิดเหตุความรุนแรง&amp;nbsp;7&amp;nbsp;เหตุ&amp;nbsp;เหตุอาชญากรรม&amp;nbsp;12&amp;nbsp;เหตุ&amp;nbsp;เหตุก่อกวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เหตุ&amp;nbsp;และเหตุปะทะ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เหตุ&amp;nbsp;มีผู้เสียชีวิต&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;แยกเป็น&amp;nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และผู้ก่อเหตุรุนแรง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;มีผู้ได้รับบาดเจ็บ&amp;nbsp;17&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;แยกเป็น&amp;nbsp;ตำรวจ&amp;nbsp;13&amp;nbsp;นาย&amp;nbsp;ประชาชน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และผู้ก่อเหตุรุนแรง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ออกหมายจับ&amp;nbsp;ป.วิ&amp;nbsp;อาญา&amp;nbsp;คดีความมั่นคง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;14&amp;nbsp;หมาย&amp;nbsp;จับกุม&amp;nbsp;4&amp;nbsp;หมาย&amp;nbsp;หลบหนี&amp;nbsp;10&amp;nbsp;หมาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำหน่ายหมายจับคดีค้างเก่า&amp;nbsp;11&amp;nbsp;หมาย&amp;nbsp;รวมจำหน่ายหมาย&amp;nbsp;15&amp;nbsp;หมาย&amp;nbsp;การออกหมายจับ&amp;nbsp;ตาม&amp;nbsp;พ.ร.ก.ฯ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;หมาย&amp;nbsp;จับกุม&amp;nbsp;1&amp;nbsp;หมาย&amp;nbsp;รวมจำหน่ายหมาย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;หมาย&amp;nbsp;มีผลคำพิพากษาคดีความมั่นคงของศาลชั้นต้น&amp;nbsp;ศาลอุทธรณ์&amp;nbsp;และศาลฎีกา&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;4&amp;nbsp;คดี&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำเลย&amp;nbsp;6&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;แยกเป็น&amp;nbsp;จำคุกตลอดชีวิต&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;จำคุกไม่เกิน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;3&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;และยกฟ้อง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนความคืบหน้าคดีสำคัญ&amp;nbsp;เหตุเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ&lt;/strong&gt;เชิงรุกบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;ต.ลาโละ&amp;nbsp;อ.รือเสาะ&amp;nbsp;จว.นราธิวาส&amp;nbsp;เมื่อ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มี.ค.62&amp;nbsp;และตรวจยึดอาวุธปืนกลเล็กยาว&amp;nbsp;M16&amp;nbsp;A2&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กระบอก&amp;nbsp;ตรวจสอบพบประวัติการก่อเหตุจำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คดี&amp;nbsp;พนักงานสอบสวนออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เมื่อ&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ก.พ.65&amp;nbsp;แต่ยังจับกุมตัวไม่ได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;เหตุยิงนายโสภณ&amp;nbsp;ทาสุข&amp;nbsp;(เสียชีวิต)&amp;nbsp;เหตุเกิด&amp;nbsp;ต.ซากอ&amp;nbsp;อ.ศรีสาคร&amp;nbsp;จว.นราธิวาส&amp;nbsp;เมื่อ&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ธ.ค.63&amp;nbsp;สามารถออกหมายจับ&amp;nbsp;ผู้ต้องหา&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ยังจับกุมตัวไม่ได้&amp;nbsp;เหตุลอบวางระเบิดแสวงเครื่องร้านซ่อมรถจักรยานยนต์&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;อ.บันนังสตา&amp;nbsp;จว.ยะลา&amp;nbsp;เมื่อ&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ก.พ.65&amp;nbsp;พฤติการณ์&amp;nbsp;ในวันเกิดเหตุ&amp;nbsp;สถานีตำรวจภูธรบันนังสตา&amp;nbsp;ได้รับแจ้งพบวัตถุต้องสงสัยบรรจุในถุงพลาสติกตั้งอยู่หน้าร้านซ่อมรถจักรยานยนต์&amp;nbsp;จากการตรวจสอบพบเป็นวัตถุระเบิดแสวงเครื่องแบบตั้งเวลา&amp;nbsp;ได้ทำการเก็บกู้และส่งตรวจพิสูจน์&amp;nbsp;ผลการตรวจพิสูจน์พบสารพันธุกรรมดีเอ็นเอ&amp;nbsp;สามารถยืนยันตัวบุคคลได้&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ต่อมาพนักงานสอบสวนออกหมายจับ&amp;nbsp;เมื่อ&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ก.พ.65&amp;nbsp;ยังจับกุมตัวไม่ได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับเดือนกุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;มีคำพิพากษาคดีความมั่นคงที่น่าสนใจ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คดี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เหตุโจมตีจุดตรวจทางลุ่ม&amp;nbsp;ต.ลำพะยา&amp;nbsp;อ.เมืองยะลา&amp;nbsp;จว.ยะลา&amp;nbsp;เมื่อ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;พ.ย.62&amp;nbsp;ต่อมาวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น&amp;nbsp;ลงโทษจำคุก&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;จำคุกตลอดชีวิต&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เหตุเจ้าหน้าที่มีการปฏิบัติการเชิงรุกบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เหตุเกิด&amp;nbsp;บ้านเลขที่&amp;nbsp;55&amp;nbsp;ม.3&amp;nbsp;ต.ปากู&amp;nbsp;อ.ทุ่งยางแดง&amp;nbsp;จว.ปัตตานี&amp;nbsp;เมื่อ&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ธ.ค.64&amp;nbsp;&amp;nbsp;ดำเนินคดีกับผู้ให้ที่พักพิงแก่ผู้ก่อเหตุรุนแรง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ศาลพิพากษา&amp;nbsp;ลงโทษ&amp;nbsp;จำคุก&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปรับ&amp;nbsp;40,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;โทษจำคุกรอลงอาญา&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในขณะที่&amp;nbsp;นาย&amp;nbsp;อำนวย&amp;nbsp;ศรีระเเก้ว&amp;nbsp;ผู้ช่วยเลขาธิการ&amp;nbsp;ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัด&lt;/strong&gt;ชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;สำหรับกิจกรรรมเด่นในเดือนกุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;ได้ดำเนินการจัดตั้งโรงครัว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;พระราชทาน&amp;nbsp;เพื่อนพึ่ง&amp;nbsp;(ภาฯ)&amp;nbsp;ยามยาก&amp;nbsp;สภากาชาดไทย&amp;nbsp;เพื่อเร่งช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่&amp;nbsp;จชต.&amp;nbsp;รวมระยะเวลา&amp;nbsp;&amp;nbsp;5&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ซึ่งจะผลิตอาหาร&amp;nbsp;วันละ&amp;nbsp;5,000&amp;nbsp;กล่อง&amp;nbsp;รวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;25,000&amp;nbsp;กล่อง&amp;nbsp;นอกจากนั้น&amp;nbsp;เลขาธิการ&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;ยังได้ส่งมอบข้าวกล่อง&amp;nbsp;จากโรงครัวพระราชทานฯ&amp;nbsp;ให้ประชาชน&amp;nbsp;ที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ตำบลมูโนะ&amp;nbsp;อำเภอสุไหงโก-ลก&amp;nbsp;จังหวัดนราธิวาส&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อีกทั้งด้าน&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;ได้จัดสัมมนาฯ&amp;nbsp;ระดมความเห็น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โอกาส&amp;nbsp;ศักยภาพและความท้าทายของ&amp;nbsp;จชต.&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ของประเทศไทย&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ผู้แทนมูลนิธิชัยพัฒนามอบพันธุ์แพะพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&amp;nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&amp;nbsp;สยามบรมราชกุมารี&amp;nbsp;แก่เกษตรกรชายแดนใต้&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้สามารถพึ่งพาตัวเองได้&amp;nbsp;เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชนในการประกอบอาชีพเกษตรกรสามารถสร้างรายได้และพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนให้ดีขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304134752423</Link_News></row>
<row _id="32"><NewsTitle>ศอ.บต. กอ.รมน.ภาค 4 สน. และกกล.ตร.จชต. แถลงร่วม 3 ฝ่าย แจงผลการปฏิบัติงานฯ ห้วงก.พ. 65 ที่ผ่านมา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(4&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;ศูนย์ประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ส่วนหน้า&amp;nbsp;ตำบลเขาตูม&amp;nbsp;อำเภอยะรัง&amp;nbsp;จังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;นายอำนวย&amp;nbsp;ศรีระแก้ว&amp;nbsp;ผู้ช่วยเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;(ศอ.บต.)&amp;nbsp;พร้อมด้วยพันเอก&amp;nbsp;เกียรติศักดิ์&amp;nbsp;ณีวงษ์&amp;nbsp;หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคง&amp;nbsp;ภายในภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ส่วนหน้า&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;พันตำรวจโท&amp;nbsp;ภนภัค&amp;nbsp;ภานุเดชากฤษ&amp;nbsp;ผู้ช่วยโฆษกกองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;ร่วมแถลง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ฝ่าย&amp;nbsp;ผลการปฏิบัติงาน&amp;nbsp;การแก้ไขปัญหาและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;ในห้วงเดือนกุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ช่วยเลขาธิการ&amp;nbsp;ศอ.บต.กล่าวว่า&amp;nbsp;ในห้วงเดือนกุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;ได้มีการดำเนินงานในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;สำคัญหลายด้านประกอบด้วย&amp;nbsp;มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง&amp;nbsp;(ภาฯ)&amp;nbsp;ยามยาก&amp;nbsp;สภากาชาดไทย&amp;nbsp;โดยพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี&amp;nbsp;กรมหมื่นสุทธนารีนาถ&amp;nbsp;องค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ&amp;nbsp;และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&amp;nbsp;เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี&amp;nbsp;กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร&amp;nbsp;มหาวัชรราชธิดา&amp;nbsp;องค์ประธานกรรมการมูลนิธิอาสา&amp;nbsp;เพื่อนพึ่ง&amp;nbsp;(ภาฯ)&amp;nbsp;ยามยาก&amp;nbsp;สภากาชาดไทย&amp;nbsp;ทรงห่วงใยราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่&amp;nbsp;และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้จัดตั้งโรงครัวพระราชทาน&amp;nbsp;เพื่อประกอบอาหารปรุงสำเร็จ&amp;nbsp;ไปช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นแก่ผู้ประสบเหตุอุทุกภัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมี&amp;nbsp;พลเรือตรี&amp;nbsp;สมเกียรติ&amp;nbsp;ผลประยูร&amp;nbsp;เลขาธิการ&amp;nbsp;ศอ.บต.&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีรับมอบโรงครัวพระราชทานจากมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง&amp;nbsp;(ภาฯ)&amp;nbsp;ยามยาก&amp;nbsp;สภากาชาดไทย&amp;nbsp;และลงพื้นที่นำอาหารกล่องไปมอบให้กับประชาชนในพื้นที่ที่ประสบกับสถานการณ์ดังกล่าวสำหรับโรงครัวพระราชทานฯ&amp;nbsp;จัดตั้งระหว่างวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;4&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;รวมระยะเวลา&amp;nbsp;5&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ผลิตอาหาร&amp;nbsp;วันละ&amp;nbsp;5,000&amp;nbsp;กล่อง&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;25,000&amp;nbsp;กล่อง&amp;nbsp;โดยองค์กรภาคประชาชนเพื่อสันติและเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;(กลุ่มเสื้อเขียว)&amp;nbsp;เป็นผู้ประกอบอาหารเพื่อนำไปแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัย&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;อีกทั้งศอ.บต.&amp;nbsp;ได้จัดการสัมมนา&amp;nbsp;โอกาส&amp;nbsp;ศักยภาพ&amp;nbsp;และความท้าทาย&amp;nbsp;ของ&amp;nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้และของประเทศไทยภายหลังรัฐบาลเปิดศักราชใหม่ของความสัมพันธ์ไทย-ซาอุดีอาระเบียโดยสมบูรณ์&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยฟาฏอนี&amp;nbsp;อำเภอยะรัง&amp;nbsp;จังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งเป็นการนำข้อสรุปทั้ง&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;จากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มานำเสนอ&amp;nbsp;และวางแนวทางการพัฒนาและยกระดับการขับเคลื่อนภายใต้มิติความสัมพันธ์ไทย-ซาอุดีอาระเบีย&amp;nbsp;เพื่อจัดทำเป็นร่างกรอบและปรับปรุง&amp;nbsp;หลังจากได้รับคำแนะนำ&amp;nbsp;ข้อคิดเห็นเพื่อส่งให้กระทรวงการต่างประเทศนำเสนอต่อที่ประชุม&amp;nbsp;กพต.&amp;nbsp;และเสนอ&amp;nbsp;ครม.ต่อไป&amp;nbsp;โดยภายในงานมีนายอนุชา&amp;nbsp;นาคาศัย&amp;nbsp;รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;กล่าวปาฐกถา&amp;nbsp;ผ่าน&amp;nbsp;video&amp;nbsp;conference&amp;nbsp;ในหัวข้อ&amp;nbsp;ความสำเร็จของการฟื้นฟูความสัมพันธ์ไทย-ซาอุดีอาระเบีย&amp;nbsp;โอกาสและศักยภาพ&amp;nbsp;ของประเทศไทยและจังหวัดชายแดนภาคใต้ภายใต้ศักราชใหม่ของความสัมพันธ์ที่สมบูรณ์ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;พลเรือตรี&amp;nbsp;สมเกียรติ&amp;nbsp;ผลประยูร&amp;nbsp;เลขาธิการ&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ยังได้ร่วมพิธีรับมอบพันธุ์แพะพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&amp;nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&amp;nbsp;สยามบรมราชกุมารี&amp;nbsp;ที่ได้ขอรับการสนับสนุนพันธุ์แพะพระราชทานที่ขยายพันธุ์&amp;nbsp;โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาสัตว์เคี้ยวเอื้องขนาดเล็ก&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ให้แก่เกษตรกรจากมูลนิธิชัยพัฒนาเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชนในการประกอบอาชีพเกษตรกรสามารถสร้างรายได้และพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่&amp;nbsp;ของพี่น้องประชาชนให้ดีขึ้น&amp;nbsp;โดยมีพื้นที่นำร่อง&amp;nbsp;คือหมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;บ้านปากาชาแม&amp;nbsp;ตำบลวังพญา&amp;nbsp;อำเภอรามัน&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;เป็นพื้นที่ที่มีความพร้อมที่จะสามารถดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพและขยายผลไปยังพื้นที่อื่นได้ในอนาคตข้างหน้า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านหัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ภายในภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ส่วนหน้าเปิดเผยว่า&amp;nbsp;ในห้วงเดือนกุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ส่วนหน้า&amp;nbsp;ได้ปฏิบัติภารกิจในการควบคุมพื้นที่&amp;nbsp;ส่งเสริมการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม&amp;nbsp;ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบสาธารณภัย&amp;nbsp;และส่งเสริมภาคส่วนต่างๆ&amp;nbsp;ในการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อีกทั้งในห้วงที่ผ่านมาเกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;พลโท&amp;nbsp;เกรียงไกร&amp;nbsp;ศรีรักษ์&amp;nbsp;แม่ทัพภาคที่4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ได้สั่งการให้หน่วยทหารระดมสรรพกำลังพร้อมประสานภาคส่วนต่างๆ&amp;nbsp;ออกให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเป็นการเร่งด่วน&amp;nbsp;ในการขนย้ายข้าวของ&amp;nbsp;การอพยพพี่น้องประชาชนไปพักอาศัยในที่พักชั่วคราว&amp;nbsp;แจกจ่ายถุงยังชีพ&amp;nbsp;รวมทั้งนำเครื่องจักรขนาดใหญ่เข้าซ่อมแซมเส้นทางที่ถูกตัดขาด&amp;nbsp;และบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย&amp;nbsp;ร่วมกับภาคส่วนต่างๆ&amp;nbsp;เพื่อให้กลับมาใช้งานได้อย่าง&amp;nbsp;เป็นปกติ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่ด้านผู้ช่วยโฆษกกองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เดือนกุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เกิดเหตุก่อความรุนแรง&amp;nbsp;7&amp;nbsp;เหตุ&amp;nbsp;เหตุอาชญากรรม&amp;nbsp;12&amp;nbsp;เหตุ&amp;nbsp;เหตุก่อกวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เหตุ&amp;nbsp;&amp;nbsp;และเหตุปะทะ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เหตุ&amp;nbsp;มีผู้เสียชีวิต&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;แยกเป็นผู้นำท้องถิ่น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และผู้ก่อเหตุรุนแรง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;มีผู้ได้รับบาดเจ็บ&amp;nbsp;17&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;แยกเป็น&amp;nbsp;ตำรวจ&amp;nbsp;13&amp;nbsp;นาย&amp;nbsp;ประชาชน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และผู้ก่อเหตุรุนแรง&amp;nbsp;&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ออกหมายจับ&amp;nbsp;ป.วิ&amp;nbsp;อาญา&amp;nbsp;คดีความมั่นคง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;14&amp;nbsp;หมาย&amp;nbsp;จับกุม&amp;nbsp;4&amp;nbsp;หมาย&amp;nbsp;หลบหนี&amp;nbsp;10&amp;nbsp;หมาย&amp;nbsp;จำหน่ายหมายจับคดีค้างเก่า&amp;nbsp;11&amp;nbsp;หมาย&amp;nbsp;รวมจำหน่ายหมาย&amp;nbsp;15&amp;nbsp;หมายการออกหมายจับ&amp;nbsp;ตาม&amp;nbsp;พ.ร.ก.ฯ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;หมาย&amp;nbsp;จับกุม&amp;nbsp;1&amp;nbsp;หมาย&amp;nbsp;รวมจำหน่ายหมาย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;หมาย&amp;nbsp;มีผลคำพิพากษาคดีความมั่นคงของศาลชั้นต้น&amp;nbsp;ศาลอุทธรณ์&amp;nbsp;และศาลฎีกา&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;4&amp;nbsp;คดี&amp;nbsp;จำเลย&amp;nbsp;6&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;แยกเป็น&amp;nbsp;จำคุกตลอดชีวิต&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;จำคุกไม่เกิน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;3&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;และยกฟ้อง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;มีการปฏิบัติการเชิงรุกบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เหตุการณ์&amp;nbsp;ซึ่งในการปฏิบัติงานของกองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;มีเป้าหมายคือสันติสุขจะกลับมาในพื้นที่โดยเร็ววัน&amp;nbsp;ภายใต้แนวคิด&amp;nbsp;องค์กรเข้มแข็ง&amp;nbsp;สร้างความยุติธรรม&amp;nbsp;ประชาชนอยู่อย่างปลอดภัย&amp;nbsp;และการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม&amp;nbsp;SATU&amp;nbsp;PADU&amp;nbsp;เราคือพี่น้องกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304140258434</Link_News></row>
<row _id="33"><NewsTitle>ครม.อนุมัติงบกลาง วงเงิน 2,000 ล้านบาท แก้หนี้เกษตรกร ฟื้นฟูและพัฒนาภาคการเกษตร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ภายหลังจากที่&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีได้กำหนดให้ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เป็นปีแห่งการแก้หนี้ภาคครัวเรือน&amp;nbsp;จึงได้สั่งการและมอบหมายให้หน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp;ที่เกี่ยวข้องขับเคลื่อนภารกิจให้เป็นรูปธรรมอย่างเร่งด่วนนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติงบกลาง&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;รายการเงินสำรองจ่ายประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น&amp;nbsp;ให้กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;(กฟก.)&amp;nbsp;เพื่อดำเนินการ&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;การแก้ไขปัญหาหนี้เกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย&amp;nbsp;3,425&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;1,500&amp;nbsp;ล้านบาท,&amp;nbsp;การฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;42,034&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;776&amp;nbsp;องค์กร&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;267.62&amp;nbsp;ล้านบาท,&amp;nbsp;ค่าใช้จ่ายในการบริหารสำนักงานฯ&amp;nbsp;ไตรมาสที่&amp;nbsp;3-4&amp;nbsp;(งบบุคลากร&amp;nbsp;งบดำเนินงาน)&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;230.38&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เนื่องจากในระยะเวลา&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;คือตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2563-2565&amp;nbsp;กองทุนฯ&amp;nbsp;ไม่ได้รับจัดสรรงบฯ&amp;nbsp;และภายหลังได้รับการจัดสรรงบ&amp;nbsp;จะทำให้กองทุนสามารถเข้าไปซื้อหนี้ที่เกษตรกรเป็นหนี้กับสถาบันการเงิน&amp;nbsp;เข้ามาเป็นหนี้กองทุนฯ&amp;nbsp;แล้วให้เกษตรกรผ่อนชำระคืนกับทางกองทุน&amp;nbsp;จะช่วยลดภาระดอกเบี้ย&amp;nbsp;และลดการถูกยึดที่ดินทำกินของเกษตรกร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;จัดตั้งโดย&amp;nbsp;พ.ร.บ.&amp;nbsp;กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2542&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการรวมกลุ่มของเกษตรกรในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและแก้ไขปัญหาของเกษตรกร&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพเกษตรกรรม&amp;nbsp;เพื่อพัฒนาความรู้ด้านเกษตรกรรม&amp;nbsp;เป็นการพัฒนาศักยภาพในการพึ่งพาตนเองของเกษตรกร&amp;nbsp;และแก้ไขปัญหาหนี้เกษตรกร&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;ประโยชน์ที่เกษตรกรจะได้รับโครงการนี้จะสามารถลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมและเศรษฐกิจตามนโยบายของรัฐบาล&amp;nbsp;รักษาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของเกษตรกรได้มากกว่า&amp;nbsp;3,425&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5,000&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เกษตรกรได้ประโยชน์&amp;nbsp;จากการฟื้นฟูอาชีพจำนวน&amp;nbsp;42,034&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;776&amp;nbsp;องค์กร&amp;nbsp;มีโอกาสฟื้นฟูตนเองในการประกอบอาชีพ&amp;nbsp;เพื่อสร้างรายได้นำไปชำระหนี้ตามกำหนด&amp;nbsp;และทำให้เข้าถึงแหล่งทุนเพื่อพัฒนาและฟื้นฟูอาชีพ&amp;nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพทางผลผลิต&amp;nbsp;การรวบรวมผลผลิต&amp;nbsp;&amp;nbsp;การแปรรูป&amp;nbsp;การตลาด&amp;nbsp;และพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง&amp;nbsp;ยั่งยืน&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แพร่</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304152050477</Link_News></row>
<row _id="34"><NewsTitle>ส.ปชส.ตราด ประชาสัมพันธ์ ครม.อนุมัติงบกลาง วงเงิน 2,000 ล้านบาท แก้หนี้เกษตรกร พร้อมฟื้นฟูและพัฒนาภาคการเกษตร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด&amp;nbsp;รายงานว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;span&amp;nbsp;style="background-color:&amp;nbsp;white;"&gt;ภายหลังจากที่นายกรัฐมนตรีได้กำหนดให้ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เป็นปีแห่งการแก้หนี้ภาคครัวเรือน&amp;nbsp;จึงได้สั่งการและมอบหมายให้หน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp;ที่เกี่ยวข้องขับเคลื่อนภารกิจให้เป็นรูปธรรมอย่างเร่งด่วน&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="background-color:&amp;nbsp;white;"&gt;คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติงบกลาง&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="background-color:&amp;nbsp;white;"&gt;รายการเงินสำรองจ่ายประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น&amp;nbsp;ให้กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;(กฟก.)&amp;nbsp;เพื่อดำเนินการ&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="background-color:&amp;nbsp;white;"&gt;-&amp;nbsp;การแก้ไขปัญหาหนี้เกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย&amp;nbsp;3,425&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;1,500&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="background-color:&amp;nbsp;white;"&gt;-&amp;nbsp;การฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;42,034&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;776&amp;nbsp;องค์กร&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;267.62&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="background-color:&amp;nbsp;white;"&gt;-&amp;nbsp;ค่าใช้จ่ายในการบริหารสำนักงานฯ&amp;nbsp;ไตรมาสที่&amp;nbsp;3-4&amp;nbsp;(งบบุคลากร&amp;nbsp;งบดำเนินงาน)&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;230.38&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="background-color:&amp;nbsp;white;"&gt;เนื่องจากในระยะเวลา&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ผ่านมา&amp;nbsp;คือตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;-&amp;nbsp;65&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="background-color:&amp;nbsp;white;"&gt;กองทุนฯ&amp;nbsp;ไม่ได้รับจัดสรรงบฯ&amp;nbsp;และภายหลังได้รับการจัดสรรงบ&amp;nbsp;จะทำให้กองทุนสามารถเข้าไปซื้อหนี้ที่เกษตรกรเป็นหนี้กับสถาบันการเงิน&amp;nbsp;เข้ามาเป็นหนี้กองทุนฯ&amp;nbsp;แล้วให้เกษตรกรผ่อนชำระคืนกับทางกองทุน&amp;nbsp;จะช่วยลดภาระดอกเบี้ย&amp;nbsp;และลดการถูกยึดที่ดินทำกินของเกษตรกร&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="background-color:&amp;nbsp;white;"&gt;กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;จัดตั้งโดย&amp;nbsp;พ.ร.บ.กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2542&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="background-color:&amp;nbsp;white;"&gt;&amp;nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อ&amp;nbsp;1)&amp;nbsp;ส่งเสริมและสนับสนุนการรวมกลุ่มของเกษตรกรในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและแก้ไขปัญหาของเกษตรกร&amp;nbsp;2)&amp;nbsp;ส่งเสริมและสนับสนุนการฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพเกษตรกรรม&amp;nbsp;3)&amp;nbsp;พัฒนาความรู้ด้านเกษตรกรรม&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;4)&amp;nbsp;พัฒนาศักยภาพในการพึ่งพาตนเองของเกษตรกร&amp;nbsp;และแก้ไขปัญหาหนี้เกษตรกร&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="background-color:&amp;nbsp;white;"&gt;ประโยชน์ที่เกษตรกรจะได้รับ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="background-color:&amp;nbsp;white;"&gt;โครงการนี้จะสามารถลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมและเศรษฐกิจตามนโยบายของรัฐบาล&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="background-color:&amp;nbsp;white;"&gt;รักษาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของเกษตรกรได้มากกว่า&amp;nbsp;3,425&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5,000&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เกษตรกรได้ประโยชน์&amp;nbsp;จากการฟื้นฟูอาชีพ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;42,034&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;776&amp;nbsp;องค์กร&amp;nbsp;มีโอกาสฟื้นฟูตนเองในการประกอบอาชีพ&amp;nbsp;เพื่อสร้างรายได้นำไปชำระหนี้ตามกำหนด&amp;nbsp;และทำให้เข้าถึงแหล่งทุนเพื่อพัฒนาและฟื้นฟูอาชีพ&amp;nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพทางผลผลิต&amp;nbsp;การรวบรวมผลผลิต&amp;nbsp;การแปรรูป&amp;nbsp;การตลาด&amp;nbsp;และพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง&amp;nbsp;ยั่งยืน&amp;nbsp;ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ตราด</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304161253504</Link_News></row>
<row _id="35"><NewsTitle>ส.ปชส.ตราด ประชาสัมพันธ์ โอกาสแรงงานไทย ภายหลังการฟื้นความสัมพันธ์ไทย-ซาอุฯ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด&amp;nbsp;รายงานว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากการเยือนซาอุดีอาระเบียของ&amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;25-26&amp;nbsp;มกราคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;นับเป็นการเยือนของผู้นำรัฐบาลไทยครั้งแรก&amp;nbsp;ในรอบ&amp;nbsp;32&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;และเปิดศักราชใหม่ของความสัมพันธ์ที่ส่งผลดีต่อภาคเศรษฐกิจ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งภาคการท่องเที่ยวและโอกาสของแรงงานไทยในตะวันออกกลาง&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ล่าสุด&amp;nbsp;คณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;มีมติเห็นชอบร่างข้อตกลงด้านแรงงานระหว่างกระทรวงแรงงาน&lt;/strong&gt;กับกระทรวงทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาสังคมแห่งซาอุดีอาระเบีย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ฉบับ&amp;nbsp;ได้แก่&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;(1)&amp;nbsp;ร่างข้อตกลงว่าด้วยการจัดหาแรงงานทํางานบ้านระหว่างกระทรวงแรงงานแห่ง&amp;nbsp;ราชอาณาจักรไทยและกระทรวงทรัพยากรมนุษย์และ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;การพัฒนาสังคมแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย&amp;nbsp;(Draft&amp;nbsp;Agreement&amp;nbsp;on&amp;nbsp;Domestic&amp;nbsp;Workers&amp;nbsp;Recruitment&amp;nbsp;between&amp;nbsp;the&amp;nbsp;Ministry&amp;nbsp;of&amp;nbsp;Labour&amp;nbsp;of&amp;nbsp;the&amp;nbsp;Kingdom&amp;nbsp;of&amp;nbsp;Thailand&amp;nbsp;and&amp;nbsp;the&amp;nbsp;Ministry&amp;nbsp;of&amp;nbsp;Human&amp;nbsp;Resources&amp;nbsp;and&amp;nbsp;Social&amp;nbsp;Development&amp;nbsp;of&amp;nbsp;the&amp;nbsp;Kingdom&amp;nbsp;of&amp;nbsp;Saudi&amp;nbsp;Arabia)&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;(2)&amp;nbsp;ร่างข้อตกลงว่าด้วยการจัดหาแรงงานระหว่างกระทรวงแรงงานแห่งราชอาณาจักรไทย&amp;nbsp;และกระทรวงทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาสังคมแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย&amp;nbsp;(&amp;nbsp;Draft&amp;nbsp;Agreement&amp;nbsp;on&amp;nbsp;Workers&amp;nbsp;Recruitment&amp;nbsp;between&amp;nbsp;the&amp;nbsp;Ministry&amp;nbsp;of&amp;nbsp;Labour&amp;nbsp;of&amp;nbsp;the&amp;nbsp;Kingdom&amp;nbsp;of&amp;nbsp;Thailand&amp;nbsp;and&amp;nbsp;the&amp;nbsp;Ministry&amp;nbsp;of&amp;nbsp;Human&amp;nbsp;Resources&amp;nbsp;and&amp;nbsp;Social&amp;nbsp;Development&amp;nbsp;of&amp;nbsp;the&amp;nbsp;Kingdom&amp;nbsp;of&amp;nbsp;Saudi&amp;nbsp;Arabia)&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานหรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมาย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นผู้ลงนามข้อตกลงในนามของฝ่ายไทย&amp;nbsp;ร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาสังคมซาอุดีอาระเบียหรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมาย&amp;nbsp;โดยคาดว่าคณะผู้เดินทางจากซาอุดีอาระเบียจะเดินทางมาไทยในช่วงวันที่&amp;nbsp;5-7&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65&amp;nbsp;ซึ่งจะมีการลงนามข้อตกลงดังกล่าวในวันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65&amp;nbsp;นี้&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ประโยชน์ที่เกิดจากร่างข้อตกลงดังกล่าว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะทำให้การจัดหาผู้ที่ต้องการไปทำงานที่ซาอุดีอาระเบียเป็นไปตามกฎหมาย&amp;nbsp;มีจริยธรรม&amp;nbsp;ได้รับการคุ้มครองสิทธิของนายจ้างและลูกจ้าง&amp;nbsp;ในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินสามารถขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ&amp;nbsp;โดยทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือกันทำระบบที่ได้รับการยอมรับ&amp;nbsp;ทั้งการจัดหา&amp;nbsp;การจัดส่งคนไปทำงาน&amp;nbsp;และการส่งแรงงานกลับประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;กระทรวงทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาสังคมแห่งซาอุดีอาระเบีย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีหน้าที่รับผิดชอบในการระบุคุณสมบัติและประเภทของงานที่เสนอให้มีการจัดหาแรงงาน&amp;nbsp;รวมทั้งค่าจ้าง&amp;nbsp;ผลประโยชน์&amp;nbsp;และเงื่อนไขอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;และสร้างความมั่นใจว่าสวัสดิการและสิทธิของแรงงานไทย&amp;nbsp;ที่ได้รับการว่าจ้างทำงานในซาอุดีอาระเบียได้รับการคุ้มครอง&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;กระทรวงแรงงานมีหน้าที่สร้างความมั่นใจว่าแรงงานที่จัดหา&amp;nbsp;ตรงตามเงื่อนไข&lt;/strong&gt;ทางด้านสุขภาพ&amp;nbsp;และปราศจากโรคติดต่อ&amp;nbsp;เป็นผู้ไม่มีประวัติเสื่อมเสีย&amp;nbsp;และผ่านการฝึกอบรมทักษะที่เหมาะสม&amp;nbsp;รวมทั้งจะดำเนินการที่จำเป็นเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่แรงงานในการเดินทาง&amp;nbsp;ไปยังซาอุดีอาระเบียและการจัดส่งแรงงานกลับคืนสู่ไทย&amp;nbsp;รวมทั้งสนับสนุนให้แรงงานปฏิบัติตามกฎหมาย&amp;nbsp;ศีลธรรม&amp;nbsp;คุณธรรม&amp;nbsp;และขนบธรรมเนียมประเพณีของซาอุดีอาระเบีย&amp;nbsp;ซึ่งทั้งสองฝ่าย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จะทบทวน&amp;nbsp;ประเมินผล&amp;nbsp;และติดตามการดำเนินการตามข้อตกลงนี้เป็นระยะด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ร่างข้อตกลง&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;มีผลบังคับใช้&amp;nbsp;เมื่อมีการแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร&amp;nbsp;มีระยะเวลา&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และจะต่ออายุได้อีก&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;โดยอัตโนมัติ&amp;nbsp;เว้นแต่ภาคีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดแสดงเจตจำนงระงับหรือสิ้นสุดข้อตกลง&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ในมิติด้านสังคม&amp;nbsp;นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระราชาธิบดีซัลมาน&amp;nbsp;บิน&amp;nbsp;อับดุลอะชีช&amp;nbsp;อัลชะอูด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;แห่งราชอาณาจักรซาอุดิอาระเบียที่ทรงพระราชทานอัลกุรอานจำนวน&amp;nbsp;50,060&amp;nbsp;เล่ม&amp;nbsp;แก่ชาวไทยมุสลิม&amp;nbsp;โดยอัลกุรอานที่ทรงพระราชทานให้จะมีขนาดต่างๆ&amp;nbsp;และแปลเป็นภาษาต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;โดยได้มีพิธีส่งมอบไปแล้วเมื่อวันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;การส่งมอบดังกล่าวสะท้อนถึงการส่งเสริมความร่วมมือและสัมพันธไมตรีอันดีระหว่างไทยกับซาอุดีอาระเบีย&amp;nbsp;ที่มีปฏิสัมพันธ์ถึงมิติด้านสังคม&amp;nbsp;รวมถึงบทบาทของไทยที่ได้รับการยอมรับในชุมชนมุสลิมระหว่างประเทศ&amp;nbsp;ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายในการส่งเสริม&amp;nbsp;และสนับสนุนสังคมพหุวัฒนธรรมที่อยู่ร่วมกันอย่างสันติ&amp;nbsp;เสรีภาพและปรองดอง&amp;nbsp;รวมถึงการสร้างปฏิสัมพันธ์ในสังคม&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ในด้านการท่องเที่ยว&amp;nbsp;ได้มีเที่ยวบินปฐมฤกษ์ของสายการบิน&amp;nbsp;Saudi&amp;nbsp;Arabian&amp;nbsp;Airlines&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากเมืองเจดดาห์&amp;nbsp;กรุงริยาด&amp;nbsp;ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย&amp;nbsp;ได้ถึงประเทศไทยเป็นเที่ยวบินแรก&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;18.05&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;โดยมีคณะนักท่องเที่ยวชาวซาอุดีอาระเบีย&amp;nbsp;เดินทางมาไทย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;71&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;มีการควบคุมให้ไปตามมาตรการการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;ทั้งนี้เที่ยวบินปฐมฤกษ์นี้ถือเป็นหนึ่งปัจจัยความสำเร็จแรกๆจากการเดินทางเยือนซาอุดีอาระเบียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;โดยเส้นทางเที่ยวบินตรง&amp;nbsp;กรุงริยาด&amp;nbsp;&amp;nbsp;กรุงเทพฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;กรุงริยาด&amp;nbsp;นี้จะช่วยส่งเสริมการเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยว&amp;nbsp;และช่วยให้ไทยเป็นประเทศศูนย์กลางการเดินทาง&amp;nbsp;สามารถเดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทางอื่นๆ&amp;nbsp;ได้สะดวก&amp;nbsp;ตลอดจนเป็นโอกาสต่อยอดขยายตลาดนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ยุโรป&amp;nbsp;และตะวันออกกลาง&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ตราด</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304155010489</Link_News></row>
<row _id="36"><NewsTitle>รองผู้ว่าฯศรีสะเกษ เดินหน้าขับเคลื่อนงานป้องกันยาเสพติดพื้นทื่วิกฤต รุ่นที่ 4</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปราม&lt;/strong&gt;ยาเสพติดจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;เปิดโครงการป้องกันและรักษาความสงบเรียบร้อย&amp;nbsp;กิจกรรม&amp;nbsp;ขันเคลื่อนงานป้องกันและเฝ้าระวังปัญหายาเสพติดในพื้นที่วิกฤติ&amp;nbsp;ตำบลมั่นคง&amp;nbsp;โดยดำเนินการตามรูบแบบเขินโมเดล&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;มี.ค.65&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;11.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ที่หอประชุม&amp;nbsp;อำเภอบึงบูรพ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;นายวัฒนา&amp;nbsp;พุฒิชาติ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;ได้มอบหมายให้&amp;nbsp;นายสำรวย&amp;nbsp;เกษกุล&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;ได้เป็นประธานพิธีเปิด/ปิดโครงการป้องกันและรักษาความสงบเรียบร้อย&amp;nbsp;กิจกรรม&amp;nbsp;ขับเคลื่อนงานป้องกันและเฝ้าระวังปัญหายาเสพติดพื้นที่วิกฤตตำบลมั่นคง&amp;nbsp;ตามรูปแบบเขินโมเดล&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;รุ่นที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายปรีชา&amp;nbsp;ส่งเสริม&amp;nbsp;หัวหน้าผู้ประสนงานศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;นายอิทธิพล&amp;nbsp;สุยะลา&amp;nbsp;นายอำเภอบึงบูรพ์&amp;nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;อำเภอบึงบูรพ์&amp;nbsp;นำผู้นำชุมชนในพื้นที่อำเภอบึงบูรพ์&amp;nbsp;ผู้เข้ารับการฝึกอบรมจำนวน&amp;nbsp;80&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสำรวย&amp;nbsp;เกษกุล&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การจัดอบรมมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่าง&amp;nbsp;ต่อเนื่อง/มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาหมู่บ้าน/ชุมชน&amp;nbsp;โดยใช้ยุทธศาสตร์ตำบลในการแก้ไขปัญหาการฝึกอบรมรุ่นนี้&amp;nbsp;เป็นกิจกรรมอาสาสมัครประสานงานเพื่อการขับเคลื่อนงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด&amp;nbsp;ปฏิบัติการทางจิตวิทยาเพื่อการดำเนินงานอย่างเข้มข้น&amp;nbsp;โดยใช้หลักสูตรโรงเรียนผู้นำ&amp;nbsp;เพื่อกระตุ้นให้กล้าคิด&amp;nbsp;กล้าทำ&amp;nbsp;กล้านำ&amp;nbsp;กล้าเปลี่ยน&amp;nbsp;สร้างความเปลี่ยนแปลงในชุมชนให้เกิดขึ้น&amp;nbsp;โดยการใช้กลยุทธ์การสำนึกรักบ้านเกิด&amp;nbsp;สร้างจิตสำนึกในการดูแลรักษาหมู่บ้าน/ชุมชนของตน&amp;nbsp;ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการมีส่วนร่วมป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติดในตำบลร่วมกับภาครัฐ&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายปรีชา&amp;nbsp;ส่งเสริมหัวหน้าผู้ประสนงานศูนย์อำนวยการป้องกัน&lt;/strong&gt;และปราบปรามยาเสพติดจังหวัด&amp;nbsp;ศรีสะเกษ&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ด้วยปัจจุบันสถานการณ์ยาเสพติดในพื้นที่&amp;nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;ยังคงมีการแพร่ระบาดในหลายๆ&amp;nbsp;พื้นที่/ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่สามารถดูแลได้อย่างทั่วถึง&amp;nbsp;จึงส่งผลกระทบก่อให้เกิดปัญหาต่างๆเช่น&amp;nbsp;ความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน&amp;nbsp;จังหวัดศรีสะเกษได้กำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาที่สำคัญ&amp;nbsp;คือเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนอย่างบูรณาการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันเฝ้าระวังและเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน&lt;/strong&gt;ยาเสพติดในทุกกลุ่มเป้าหมายที่มีโอกาสเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด&amp;nbsp;ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;จึงเล็งเห็นความสำคัญที่จะเสริมสร้าง/การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนอย่างบูรณาการ&amp;nbsp;จึงจัดทำโครงการขับเคลื่อนงานป้องกันและเฝ้าระวังปัญหายาเสพติดในพื้นที่วิกฤติ/ตำบลมั่นคงโดยดำเนินการตามรูปแบบเชินโมเดลขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ศรีสะเกษ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304190615585</Link_News></row>
<row _id="37"><NewsTitle>ขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยเหลือคนไทยทั้ง 230 คน ออกมาจากยูเครนได้อย่างปลอดภัย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สถานเอกอัครราชทูต&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;กรุงวอร์ซอ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รายงานความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยในยูเครน(สถานะวันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;23.30&amp;nbsp;น.)&amp;nbsp;โดยระบุว่า&amp;nbsp;คณะคนไทยชุดที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;14&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;เดินทางโดยเครื่องบินกลับประเทศไทย&amp;nbsp;และมีกำหนดถึงสนามบินสุวรรณภูมิ&amp;nbsp;ในวันนี้&amp;nbsp;(7&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;12.40&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;โดยสายการบินกาตาร์&amp;nbsp;เที่ยวบินที่&amp;nbsp;QR836&amp;nbsp;ส่วนคณะคนไทยชุดที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;12&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;จะเดินทางโดยเครื่องบินออกจากกรุงบูคาเรสต์&amp;nbsp;ในวันนี้&amp;nbsp;และมีกำหนดถึงไทย&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยสายการบินไทย&amp;nbsp;เที่ยวบินที่&amp;nbsp;TG971&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;06.50&amp;nbsp;น.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่&amp;nbsp;การช่วยเหลือคนไทยออกจากยูเครนเพิ่มเติม&amp;nbsp;บ่ายวันนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สถานเอกอัครราชทูตฯ&amp;nbsp;นำคนไทยคนสุดท้าย&amp;nbsp;ที่ประสงค์จะอพยพ&amp;nbsp;เดินทางออกจากศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือคนไทยฯ&amp;nbsp;เมืองลวิฟ&amp;nbsp;เข้าประเทศโปแลนด์&amp;nbsp;และจัดที่พักในโรงแรมที่กรุงวอร์ซอ&amp;nbsp;เพื่อเตรียมเดินทางกลับประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สถานเอกอัครราชทูต&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;กรุงวอร์ซอ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ที่ช่วยสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือคนไทยทั้ง&amp;nbsp;230&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ออกมาจากยูเครนได้อย่างปลอดภัย&amp;nbsp;ส่วนคนไทยที่มีความจำเป็นทางครอบครัว&amp;nbsp;หรือตัดสินใจพำนักอยู่ในยูเครนต่อไป&amp;nbsp;ทางสถานเอกอัครราชทูตฯ&amp;nbsp;ขอให้พิจารณาเดินทางออกจากยูเครนโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้&amp;nbsp;และหากต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ&amp;nbsp;ทางไลน์ระหว่างสถานเอกอัครราชทูตฯ&amp;nbsp;กับคนไทยในยูเครนได้ตลอดเวลา&amp;nbsp;หรือโทรศัพท์ฉุกเฉิน&amp;nbsp;หมายเลข&amp;nbsp;+48&amp;nbsp;696&amp;nbsp;642&amp;nbsp;348&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-07-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สวท.จันทบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307144447203</Link_News></row>
<row _id="38"><NewsTitle>เห็นชอบร่างข้อตกลงด้านแรงงาน 2  ฉบับ ในการจัดหาผู้ที่ต้องการไปทำงานที่ซาอุดีอาระเบียเป็นไปตามกฎหมาย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างข้อตกลงด้านแรงงาน&lt;/strong&gt;ระหว่างกระทรวงแรงงานกับกระทรวงทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาสังคมแห่งซาอุดีอาระเบีย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ฉบับ&amp;nbsp;ได้แก่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;(1)&amp;nbsp;ร่างข้อตกลงว่าด้วยการจัดหาแรงงานทํางานบ้านระหว่างกระทรวงแรงงานแห่ง&amp;nbsp;ราชอาณาจักรไทยและกระทรวงทรัพยากรมนุษย์และ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;การพัฒนาสังคมแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย&amp;nbsp;(Draft&amp;nbsp;Agreement&amp;nbsp;on&amp;nbsp;Domestic&amp;nbsp;Workers&amp;nbsp;Recruitment&amp;nbsp;between&amp;nbsp;the&amp;nbsp;Ministry&amp;nbsp;of&amp;nbsp;Labour&amp;nbsp;of&amp;nbsp;the&amp;nbsp;Kingdom&amp;nbsp;of&amp;nbsp;Thailand&amp;nbsp;and&amp;nbsp;the&amp;nbsp;Ministry&amp;nbsp;of&amp;nbsp;Human&amp;nbsp;Resources&amp;nbsp;and&amp;nbsp;Social&amp;nbsp;Development&amp;nbsp;of&amp;nbsp;the&amp;nbsp;Kingdom&amp;nbsp;of&amp;nbsp;Saudi&amp;nbsp;Arabia)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;(2)&amp;nbsp;ร่างข้อตกลงว่าด้วยการจัดหาแรงงานระหว่างกระทรวงแรงงานแห่งราชอาณาจักรไทย&amp;nbsp;และกระทรวงทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาสังคมแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย&amp;nbsp;(&amp;nbsp;Draft&amp;nbsp;Agreement&amp;nbsp;on&amp;nbsp;Workers&amp;nbsp;Recruitment&amp;nbsp;between&amp;nbsp;the&amp;nbsp;Ministry&amp;nbsp;of&amp;nbsp;Labour&amp;nbsp;of&amp;nbsp;the&amp;nbsp;Kingdom&amp;nbsp;of&amp;nbsp;Thailand&amp;nbsp;and&amp;nbsp;the&amp;nbsp;Ministry&amp;nbsp;of&amp;nbsp;Human&amp;nbsp;Resources&amp;nbsp;and&amp;nbsp;Social&amp;nbsp;Development&amp;nbsp;of&amp;nbsp;the&amp;nbsp;Kingdom&amp;nbsp;of&amp;nbsp;Saudi&amp;nbsp;Arabia)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ประโยชน์ที่เกิดจากร่างข้อตกลงดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จะทำให้การจัดหาผู้ที่ต้องการไปทำงานที่ซาอุดีอาระเบียเป็นไปตามกฎหมาย&amp;nbsp;มีจริยธรรม&amp;nbsp;ได้รับการคุ้มครองสิทธิของนายจ้างและลูกจ้าง&amp;nbsp;ในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินสามารถขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ&amp;nbsp;โดยทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือกันทำระบบที่ได้รับการยอมรับ&amp;nbsp;ทั้งการจัดหา&amp;nbsp;การจัดส่งคนไปทำงาน&amp;nbsp;และการส่งแรงงานกลับประเทศ&amp;nbsp;โดยกระทรวงทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาสังคมแห่งซาอุดีอาระเบีย&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีหน้าที่รับผิดชอบในการระบุคุณสมบัติและประเภทของงานที่เสนอให้มีการจัดหาแรงงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รวมทั้งค่าจ้าง&amp;nbsp;ผลประโยชน์&amp;nbsp;และเงื่อนไขอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;และสร้างความมั่นใจว่าสวัสดิการและสิทธิของแรงงานไทย&amp;nbsp;ที่ได้รับการว่าจ้างทำงานในซาอุดีอาระเบียได้รับการคุ้มครอง&amp;nbsp;กระทรวงแรงงานมีหน้าที่สร้างความมั่นใจว่าแรงงานที่จัดหา&amp;nbsp;ตรงตามเงื่อนไขทางด้านสุขภาพ&amp;nbsp;และปราศจากโรคติดต่อ&amp;nbsp;เป็นผู้ไม่มีประวัติเสื่อมเสีย&amp;nbsp;และผ่านการฝึกอบรมทักษะที่เหมาะสม&amp;nbsp;รวมทั้งจะดำเนินการที่จำเป็นเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่แรงงานในการเดินทาง&amp;nbsp;ไปยังซาอุดีอาระเบียและการจัดส่งแรงงานกลับคืนสู่ไทย&amp;nbsp;รวมทั้งสนับสนุนให้แรงงานปฏิบัติตามกฎหมาย&amp;nbsp;ศีลธรรม&amp;nbsp;คุณธรรม&amp;nbsp;และขนบธรรมเนียมประเพณีของซาอุดีอาระเบีย&amp;nbsp;ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะทบทวน&amp;nbsp;ประเมินผล&amp;nbsp;และติดตามการดำเนินการตามข้อตกลงนี้เป็นระยะด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-07-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สมุทรปราการ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307091438044</Link_News></row>
<row _id="39"><NewsTitle>นายกรัฐมนตรี ชื่นชมปฏิบัติการรับคนไทยในยูเครนกลับบ้าน ขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธนกร&amp;nbsp;วังบุญคงชนะ&amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;รับทราบความคืบหน้าการดำเนินการส่งคนไทยในยูเครนกลับบ้านเพิ่มเติม&amp;nbsp;โดยรู้สึกยินดีที่พี่น้องชาวไทยทุกคนที่แสดงความประสงค์เดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้ว&amp;nbsp;ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วมปฏิบัติภารกิจนี้&amp;nbsp;รวมทั้งนายกรัฐมนตรีห่วงใยต่อผู้ที่ประสงค์จะอยู่ในยูเครนกับครอบครัวต่อ&amp;nbsp;โดยได้สั่งการเน้นย้ำหน่วยงานที่รับผิดชอบต้องเตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลือหากเกิดความตึงเครียดเพิ่มเติม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กระทรวงการต่างประเทศ&amp;nbsp;โดยสถานเอกอัครราชทูต&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;กรุงวอร์ซอ&amp;nbsp;ประเทศโปแลนด์รายงานความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยในยูเครน&amp;nbsp;โดยคณะคนไทยชุดที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;14&amp;nbsp;คนได้เดินทางโดยสายการบินกาตาร์กลับประเทศไทยและมีกำหนดเดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิในวันนี้&amp;nbsp;(7&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;12.40&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;และคณะคนไทยชุดที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;12&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;จะเดินทางโดยสายการบินไทยออกจากกรุงบูคาเรสต์ในวันนี้และมีกำหนดถึงประเทศไทยในวันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;06.50&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;สถานเอกอัครราชทูตฯ&amp;nbsp;ได้นำคนไทยคนสุดท้ายออกจากยูเครนเข้าพักที่กรุงวอร์ซอเพื่อเตรียมเดินทางกลับประเทศไทยแล้ว&amp;nbsp;เป็นผลสำเร็จของปฏิบัติการที่ได้นำคนไทยจำนวน&amp;nbsp;230&amp;nbsp;คนออกจากยูเครนได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;แสดงความขอบคุณต่อหน่วยงานทุกฝ่าย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่ดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพแม้อยู่ภายใต้สถานการณ์ที่ตึงเครียดในยูเครน&amp;nbsp;ชื่นชมทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;รวมถึงภาคประชาชนที่ได้ให้การสนับสนุน&amp;nbsp;รวมทั้งยังคงห่วงใยชาวไทยที่แสดงความประสงค์ที่จะอยู่กับครอบครัวที่ยูเครน&amp;nbsp;พร้อมกันนี้&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีหวังว่าสถานการณ์จะดีขึ้น&amp;nbsp;ยืนยันว่าไทยสนับสนุนการใช้สันติวิธีในการแก้ไขปัญหาเพื่อลดความสูญเสียและผล&amp;nbsp;กระทบ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-07-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307144831211</Link_News></row>
<row _id="40"><NewsTitle>พร้อมการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายกเมืองพัทยา คาดเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพรุ่งนี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลเอก&amp;nbsp;อนุพงษ์&amp;nbsp;เผ่าจินดา&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กล่าวถึงความคืบหน้าการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;และนายกเมืองพัทยา&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;กระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้เสนอร่างพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;และนายกเมืองพัทยา&amp;nbsp;คาดว่าจะเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันพรุ่งนี้&amp;nbsp;ส่วนวันเลือกตั้งจะเป็นวันที่&amp;nbsp;29&amp;nbsp;พฤษภาคมหรือไม่นั้น&amp;nbsp;ย้ำว่ากระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;เสนอเรื่องให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาว่าจะกำหนดให้มีการเลือกตั้งทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;รูปแบบก่อน&amp;nbsp;แต่การกำหนดประกาศการเลือกตั้งและวันเลือกตั้ง&amp;nbsp;เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;กกต.&amp;nbsp;ต้องรอให้คณะรัฐมนตรีมีมติให้จัดการเลือกตั้งก่อน&amp;nbsp;จากนั้นจะแจ้งไปยัง&amp;nbsp;กกต.&amp;nbsp;ประกาศวันเลือกตั้ง&amp;nbsp;มีความสำคัญเพราะการประกาศวันเลือกตั้ง&amp;nbsp;จะทำให้ผู้ที่อยู่ในตำแหน่งปัจจุบันต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที&amp;nbsp;โดยยืนยันความพร้อมของกระทรวงมหาดไทยดำเนินการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ยังกล่าวถึงการร่วมรับประทานกับพลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีฯ&amp;nbsp;และพลเอก&amp;nbsp;ประวิตร&amp;nbsp;วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;4&amp;nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;ว่าไม่มีอะไร&amp;nbsp;เป็นการรับประทานอาหารร่วมกันตามปกติ&amp;nbsp;ส่วนสถานการณ์การเมืองที่ถูกประเมินว่ามีแนวโน้มจะยุบสภาก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น&amp;nbsp;เห็นว่าการเมืองก็ต้องเดินไป&amp;nbsp;ส่วนเหตุการณ์จะเป็นอย่างไร&amp;nbsp;อยู่ที่สภาผู้แทนราษฎรจะเสนอญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ&amp;nbsp;รัฐบาลมีหน้าที่ชี้แจงและสร้างความเข้าใจให้กับประชาชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ต้องดำเนินการตามครรลองของประชาธิปไตยและไม่ขอตอบว่ากังวลใจกับการอภิปรายหรือไม่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-07-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307142934181</Link_News></row>
<row _id="41"><NewsTitle>ตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ขยายผลจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่จังหวัดกระบี่ ยึดของกลางยาบ้ากว่า  4 แสนเม็ด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พล.ต.ต.ศักย์ศิรา&amp;nbsp;เผือกอ่ำ&amp;nbsp;รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค&amp;nbsp;8&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายอนุวรรตน์&amp;nbsp;โหมดพริ้ง&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;พล.ต.ต.ชัยวัฒน์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;อุ้ยคำ&amp;nbsp;ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมขยายผล&amp;nbsp;เครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่จังหวัดกระบี่&amp;nbsp;ยึดของกลางยาบ้า418,802&amp;nbsp;เม็ด&amp;nbsp;รถยนต์จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ต.เหนือคลอง&amp;nbsp;อ.เหนือคลอง&amp;nbsp;จ.กระบี่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;ปปส.ภาค&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ร่วมจับกุม&amp;nbsp;นายมนตรี&amp;nbsp;หรือตรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;28&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ที่อยู่&amp;nbsp;81/1&amp;nbsp;ม.7&amp;nbsp;ต.ลำทับ&amp;nbsp;อ.ลำทับ&amp;nbsp;จ.กระบี่&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายสุจินต์&amp;nbsp;หรือเล็ก&amp;nbsp;&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ที่อยู่&amp;nbsp;131&amp;nbsp;ม.4&amp;nbsp;ต.ดินแดง&amp;nbsp;อ.ลำทับ&amp;nbsp;จ.กระบี่&amp;nbsp;ของกลาง&amp;nbsp;ยาบ้า&amp;nbsp;รวมประมาณ&amp;nbsp;418,802&amp;nbsp;เม็ด&amp;nbsp;อาวุธปืนพกสั้น&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กระบอก&amp;nbsp;พร้อมเครื่องกระสุนปืนรวม&amp;nbsp;52&amp;nbsp;นัดแจ้งข้อกล่าวหา&amp;nbsp;ร่วมกันจำหน่ายโดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท&amp;nbsp;1&amp;nbsp;(เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า)&amp;nbsp;โดยไม่ได้รับอนุญาตฯ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;มีอาวุธปืนไว้ในความครอบครอง&amp;nbsp;พาอาวุธปืนไปในเมือง&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;ทางสาธารณะ&amp;nbsp;โดยไม่ได้รับอนุญาตฯ&amp;nbsp;สถานที่เกิดเหตุจับกุม&amp;nbsp;ลานจอดรถปั๊มน้ำมัน&amp;nbsp;ปตท.สาขาเหนือคลอง&amp;nbsp;ต.เหนือคลอง&amp;nbsp;อ.เหนือคลอง&amp;nbsp;ต่อเนื่อง&amp;nbsp;บ้านเลขที่&amp;nbsp;125&amp;nbsp;และบ้านเลขที่&amp;nbsp;81/1&amp;nbsp;ม.7&amp;nbsp;ต.ลำทับ&amp;nbsp;อ.ลำทับ&amp;nbsp;จ.กระบี่&amp;nbsp;&amp;nbsp;วัน/เดือน/ปี&amp;nbsp;ที่เกิดเหตุ&amp;nbsp;:&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;4-6&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พฤติการณ์ในการจับกุมขยายผลเครือข่ายยาเสพติดครั้งนี้จากการสืบสวนและขยายผลจับกุมเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดกระบี่ห้วงที่ผ่านมา&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้สืบสวนจนทราบว่า&amp;nbsp;ขบวนการเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่&amp;nbsp;มีการนำยาเสพติดเข้ามาพักไว้กับเครือข่ายยาเสพติดพื้นที่&amp;nbsp;อ.ลำทับ&amp;nbsp;จ.กระบี่&amp;nbsp;ครั้งละหลายร้อยมัด&amp;nbsp;(มัดละ&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;เม็ด)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สืบสวนจนทราบว่า&amp;nbsp;มีนายตรี&amp;nbsp;หรือนายมนตรี&amp;nbsp;สุทธิเกิด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กับพวก&amp;nbsp;ทำหน้าที่เป็นคนเก็บและกระจายยาเสพติดต่อให้กับเครือข่ายพื้นที่ต่างๆ&amp;nbsp;ใช้รถยนต์กระบะแต่งซิ่งเป็นยานพาหนะ&amp;nbsp;มักเช่าพักและเก็บยาเสพ&amp;nbsp;ติดตามรีสอร์ทต่างๆ&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;อ.ลำทับ&amp;nbsp;อ.คลองท่อม&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อ.เหนือคลอง&amp;nbsp;และใช้ช่วงเวลากลางคืนในการนำยาเสพติดไปวางตามจุด&amp;nbsp;และมีเครือข่ายพื้นที่ต่างๆ&amp;nbsp;มารับไปต่อ&amp;nbsp;ได้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบและออกสืบสวนหาข่าวอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จนกระทั่งวันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65&amp;nbsp;เวลาประมาณ&amp;nbsp;02.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ขณะออกสืบสวนหาข่าว&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้พบรถยนต์กระบะแต่งซิ่งของนายมนตรีฯ&amp;nbsp;ขับขี่เข้าไปจอดที่บริเวณปั๊มน้ำมัน&amp;nbsp;ปตท.&amp;nbsp;สาขาเหนือคลอง&amp;nbsp;จึงได้เข้าแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ต&amp;nbsp;ารวจ/เจ้าพนักงาน&amp;nbsp;ปปส.ฯ&amp;nbsp;เบื้องต้นจับกุมตัวนายมนตรี&amp;nbsp;หรือตรี&amp;nbsp;สุทธิเกิด&amp;nbsp;และนายสุจินต์&amp;nbsp;หรือเล็ก&amp;nbsp;เทพสุทธิ์&amp;nbsp;ไดพร้อมของกลาง&amp;nbsp;ยาบ้า&amp;nbsp;&amp;nbsp;222&amp;nbsp;เม็ด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;อาวุธปืนพกสั้นรีวอลเวอร์ขนาด&amp;nbsp;.357&amp;nbsp;พร้อมกระสุนปืน&amp;nbsp;ได้ทำการซักถามขยายผล&amp;nbsp;ให้การยอมรับว่า&amp;nbsp;ได้ร่วมกันเก็บยาเสพติดไว้ที่บ้านของตน&amp;nbsp;ม.7&amp;nbsp;ต.ลำทับ&amp;nbsp;อ.ลำทับฯ&amp;nbsp;และสมัครใจนำเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบที่บ้านพัก&amp;nbsp;ผลการตรวจสอบพบ&amp;nbsp;ยาบ้ารวมประมาณ&amp;nbsp;418,580&amp;nbsp;เม็ด&amp;nbsp;ซุกซ่อนอยู่ภายในห้องนอนของบ้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลาง&amp;nbsp;และจับกุมตัวบุคคลทั้งสอง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นำมาควบคุมและขยายผลพิสูจน์ทราบเครือข่ายผู้ร่วมขบวนการยาเสพติดการจากสอบสวนและสืบสวนขยายผล&amp;nbsp;ทราบว่า&amp;nbsp;เครือข่ายยาเสพติดดังกล่าว&amp;nbsp;เป็นเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่&amp;nbsp;มีนายต้อมฯ&amp;nbsp;(เป็นเจ้าของยาเสพติด)&amp;nbsp;(ปัจจุบันหลบหนีหมายจับไปอยู่ที่ประเทศเพื่อนบ้าน)&amp;nbsp;ได้ติดต่อมายังนายมนตรีฯ&amp;nbsp;(ผู้ต้องหาที่&amp;nbsp;1)&amp;nbsp;และนายสุจินต์ฯ&amp;nbsp;(ผู้ต้องหาที่&amp;nbsp;2)&amp;nbsp;ให้ทำหน้าที่เก็บและกระจายยาเสพติดต่อโดยใช้วิธีการนำยาเสพติดไปวางตามจุดต่างๆ&amp;nbsp;ตามคำสั่ง&amp;nbsp;จะได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินครั้งละประมาณ&amp;nbsp;30,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;หรือบางครั้งก็จะได้ค่าตอบแทนเป็นยาเสพติด&amp;nbsp;ผู้ต้องหารับว่าได้ทำมาแล้วหลายครั้ง&amp;nbsp;โดยเฉลี่ยประมาณ&amp;nbsp;3-4&amp;nbsp;ครั้งต่อเดือน&amp;nbsp;แต่ละครั้งจะรับยาบ้ามาเก็บไว้ครั้งละประมาณ&amp;nbsp;300-400&amp;nbsp;มัด&amp;nbsp;(มัดละ&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;เม็ด)&amp;nbsp;ใช้ช่วงเวลากลางคืนในการกระจายยาเสพติดโดยวิธีการน&amp;nbsp;ายาเสพติดไปวางตามจุดต่างๆ&amp;nbsp;และจะมีเครือข่ายยาเสพติดมารับต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-07-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>กระบี่</Province><Department>สวท.กระบี่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307154750247</Link_News></row>
<row _id="42"><NewsTitle>นายกรัฐมนตรี รับหากสถานการณ์ความตึงเครียดรัสเซียยูเครนดำเนินยาวต่อเนื่องยอมรับมีผลกระทบ  ด้านพลังงานขอทุกฝ่ายช่วยกันประหยัด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;แถลงภายหลัง&amp;nbsp;การประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&amp;nbsp;พระบรมราชินีนาถ&amp;nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวงเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา&amp;nbsp;90&amp;nbsp;พรรษา&amp;nbsp;12&amp;nbsp;สิงหาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;(ผ่านระบบ&amp;nbsp;Video&amp;nbsp;Conference)&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ทำเนียบรัฐบาล&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;รัฐบาลนี้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมเตรียมจัดงานเพื่อคุยในเรื่องของรายละเอียดต่างๆ&amp;nbsp;โดยจะมีการจัดงานหลายกิจกรรม&amp;nbsp;ซึ่งถือเป็นการดำเนินการต่อเนื่องในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนกระแสข่าว&amp;nbsp;การพูดคุยกันในเรื่องของรถไฟฟ้าสายสีเขียวในวันนี้นั้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรียืนยันว่าไม่มีการพูดคุยหารือกันในวันนี้เพราะถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องตัดสินใจกันในการประชุมคณะรัฐมนตรีขออย่าเอาทุกเรื่องมาปนรวมกันหมดจะทำให้เกิดความยากลำบากในการทำงาน&amp;nbsp;สิ่งที่สำคัญที่สุดนะขณะนี้คือทุกคนต้องเตรียมการให้พร้อมต้องติดตามสถานการณ์ภายนอกประเทศว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างมีผลกระทบกับประเทศไทยอย่างไรบ้าง&amp;nbsp;รัฐบาลต้องคำนึงถึงเรื่องเหล่านี้และนำกลับมาแก้ไขและบรรเทาปัญหาให้กับประชาชนให้ได้มากที่สุด&amp;nbsp;ซึ่งในขณะนี้เรื่องของพลังงานเชื้อเพลิงถือเป็นสิ่งที่สำคัญ&amp;nbsp;รัฐบาลได้พยายามบริหารจัดการตามงบประมาณที่มีอยู่&amp;nbsp;ซึ่งภาระงบประมาณในการดูแลนั้นก็มีอยู่อย่างจำกัดหากสถานการณ์&amp;nbsp;ความตึงเครียดในยุโรปเกิดยืดยาวต่อเนื่อง&amp;nbsp;ย่อมส่งผลกระทบต่อประเทศทั้งนี้จึงจำเป็นต้องขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนทุกคนในสิ่งที่พอจะทำได้เช่นการประหยัด&amp;nbsp;การลดใช้พลังงานเป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึง&amp;nbsp;มาตรการรองรับสถานการณ์โควิด-19&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยเฉพาะมาตรการ&amp;nbsp;เจอ&amp;nbsp;แจก&amp;nbsp;จบอยากให้ทุกภาคส่วนทำความเข้าใจ&amp;nbsp;ช่วยกันประชาสัมพันธ์สร้างความรับรู้ให้กับประชาชน&amp;nbsp;พร้อมยืนยันรัฐบาลจะดูแลเต็มที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-07-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307160118257</Link_News></row>
<row _id="43"><NewsTitle>รองนายกรัฐมนตรี ระบุ การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และนายกเมืองพัทยา เป็นหน้าที่ของ กกต. กำหนดปฏิทินการเลือกตั้ง ก่อนส่งกลับมา ครม.อีกครั้ง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวิษณุ?&amp;nbsp;เครืองาม?&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;กล่าวกล่าวถึงการเลือกตั้ง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;และนายกเมืองพัทยา&lt;/strong&gt;?&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;คณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;มีอำนาจเห็นชอบให้เดินหน้าการเลือกตั้งได้&amp;nbsp;ซึ่งหลังจากคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;เห็นชอบในวันนี้แล้ว&amp;nbsp;ก็เป็นหน้าที่ของ&amp;nbsp;กกต.?ที่จะพิจารณากำหนดตารางปฎิทินการเลือกตั้งทั้งหมด?&amp;nbsp;ก่อนส่งกลับมาคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;เพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา&amp;nbsp;ซึ่งก็จะไม่เกิน?&amp;nbsp;60&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;นับถึงวันเลือกตั้ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนกรณี?&amp;nbsp;พลตำรวจเอก&amp;nbsp;อัศวิน?&amp;nbsp;ขวัญเมือง?&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประกาศลงสมัครรับเลือกตั้ง?&amp;nbsp;นั้น?&amp;nbsp;สามารถลาออก&amp;nbsp;หลังทราบวันเลือกตั้งที่แน่นอน?ได้?&amp;nbsp;ไม่จำเป็นต้องลาออกตอนนี้&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308133453496</Link_News></row>
<row _id="44"><NewsTitle>ไทย-มาเลย์ ร่วมกันผลักดันเปิดช่องการเดินทางพิเศษ VTL ให้ผู้ฉีดวัคซีนครบ โดยไม่ต้องกักตัว กลางเดือน มี.ค.นี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;รับทราบายงานการเปิดช่องทางพิเศษแบบ Vaccinated Travel Lane (VTL) ระหว่างไทยและมาเลเซีย&lt;/strong&gt; จะเริ่มแล้วอย่างเป็นรูปธรรมในกลางเดือนมีนาคมนี้&amp;nbsp;โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งหารือเกี่ยวกับวิธีการเพื่อเปิดช่องทางเดินทางพิเศษระหว่างไทยและมาเลเซียสำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนครบแล้วโดยไม่ต้องกักกันโรคแบบ Vaccinated Travel Lane (VTL) ซึ่งทั้งสองฝ่ายตอบรับในการหารือกันอย่างดี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการเดินทางทางอากาศ คาดว่าเที่ยวบิน และเส้นทางที่จะใช้สำหรับ VTL ซึ่งสายการบินที่กำหนดจากทั้งสองประเทศ&lt;/strong&gt;อาจจะได้รับอนุญาตให้ขึ้นบินสูงสุดถึง 6 เที่ยวบินต่อวันในเส้นทางกัวลาลัมเปอร์-กรุงเทพฯ และสูงสุด 4 เที่ยวบินต่อวันสำหรับเส้นทางกัวลาลัมเปอร์-ภูเก็ต ในขณะที่เส้นทางเพิ่มเติมอาจเพิ่มได้ตามรายละเอียดของข้อตกลงร่วมกันของทั้งสองประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้ มาตรการเดินทางเข้ามาเลเซียทางอากาศ น่าจะคล้ายกับมาตรการ VTL ที่มาเลเซียทำกับสิงคโปร์&lt;/strong&gt; ซึ่งได้กำหนดว่าผู้เดินทางที่เข้าประเทศมาเลเซียจะต้องทำการทดสอบ RT-PCR สำหรับ Covid 2 วันก่อนออกเดินทาง และอีกครั้งหนึ่งเมื่อเดินทางถึง จึงจะได้เข้าประเทศโดยไม่มีการกักกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การเจรจาเพื่อเปิดการเดินทางโดยช่องทางพิเศษนี้เป็นความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมอีกอย่างหนึ่ง&lt;/strong&gt; ภายหลังพบกันระหว่างนายกรัฐมนตรีไทยและมาเลเซีย ในโอกาสที่ดาโตะ ซรี อิซมาอิล ซาบรี ยาคบ นายกรัฐมนตรีมาเลเซียเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ทั้งสองฝ่ายได้เห็นชอบร่วมกันที่จะผลักดันเปิดช่องทางเดินทางนี้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการกระชับความร่วมมือของทั้งสองประเทศในการเปิดพรมแดนระหว่างกันอีกครั้ง คาดว่าจะช่วยให้เศรษฐกิจของทั้งสองประเทศฟื้นตัวทั้งด้านการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และสร้างกิจกรรมทางสังคมของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณเขตเศรษฐกิจชายแดน หลังจากประสบกับผลกระทบของสถานการณ์ Covid - 19&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>หน่วยงานสำนักข่าว</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308093714409</Link_News></row>
<row _id="45"><NewsTitle>ปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนบ้านเมืองให้สุจริต คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคนสร้างความตระหนักรู้ต่อเด็กและเยาวชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน&amp;nbsp;วุฒิสภา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จัดโครงการสัมมนาเครือข่ายประชาชนปฏิรูปการเมืองปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;โดยนายชวน&amp;nbsp;หลีกภัย&amp;nbsp;ประธานรัฐสภา&amp;nbsp;กล่าวคำปราศรัยการเมือง&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;ทําการเมืองให้สุจริต&amp;nbsp;ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ประธานรัฐสภา&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตนเองให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนเป็นอย่างยิ่ง&amp;nbsp;ซึ่งการขับเคลื่อนพัฒนาการเมืองประชาชนทุกคนถือเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย&amp;nbsp;ทั้งนี้ในฐานะประธานรัฐสภาได้เน้นยึดหลักการบริหารบ้านเมืองตามต้นแบบการปกครอง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;อำนาจอธิปไตยคือ&amp;nbsp;ด้านนิติบัญญัติ&amp;nbsp;ด้านบริหารและด้านตุลาการ&amp;nbsp;ซึ่งทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;จะทำหน้าที่ถ่วงดุลอำนาจอธิปไตยตามกฎหมายรัฐธรรมนูญกำหนดและเดินหน้าพัฒนาบ้านเมืองไปสู่ความสุจริตปราศจากคอร์รัปชัน&amp;nbsp;ผ่านการจัดทำโครงการบ้านเมืองสุจริตเพื่อส่งเสริมประเทศชาติมีการพัฒนาที่เข้มแข็ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนบ้านเมืองให้สุจริตคือ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคน&amp;nbsp;โดยการสร้างความตระหนัก&amp;nbsp;รับรู้ที่ดีในการส่งเสริมคนดีและนำคนดีมาบริหารบ้านเมือง&amp;nbsp;ผ่านการรณรงค์ปลูกฝั่งในเด็กและเยาวชนให้มีจิตสำนึกไม่นิ่งดูดายและทนต่อการทุจริตคอร์รัปชันอันจะนำไปสู่บ้านเมืองสงบสุข&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายเสรี&amp;nbsp;สุวรรณภานนท์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน&amp;nbsp;วุฒิสภา&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการสัมมนาเครือข่ายประชาชนปฏิรูปการเมืองปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;โดยกล่าวว่า&amp;nbsp;การเปิดเวทีสัมมนาในครั้งนี้&amp;nbsp;คณะกรรมาธิการฯ&amp;nbsp;ตระหนักถึงความสำคัญของ&amp;nbsp;การปฎิรูปการเมืองไทย&amp;nbsp;ถือเป็นกลไกในการสร้างการมีส่วนรวมของทุกภาคส่วนเพื่อสานพลังระหว่างเครือข่ายภาคประชาชนที่หลากหลายในหารขับเคลื่อนการปฏิรูปการเมือง&amp;nbsp;อีกทั้งเพื่อเผยแพร่ความรู้&amp;nbsp;แลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างเครือข่ายประชาชนจากภูมิภาคต่างๆ&amp;nbsp;และส่งมอบข้อเสนอทางนโยบายต่างๆ&amp;nbsp;ที่มาจากเครือข่ายภาคประชาชนทุกภูมิภาคของประเทศ&amp;nbsp;มาปฏิรูปด้านการเมืองได้อย่างเป็นรูปธรรม&amp;nbsp;ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาประชาธิปไตยได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืนต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308191914716</Link_News></row>
<row _id="46"><NewsTitle>แม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธานในพิธีเปิดซุ้มประตูค่าย เด่นสง่าคู่ค่ายเสนาณรงค์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;8&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ค่ายเสนาณรงค์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ตำบลคอหงส์&amp;nbsp;อำเภอหาดใหญ่&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;พลโท&amp;nbsp;เกรียงไกร&amp;nbsp;ศรีรักษ์&amp;nbsp;แม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดซุ้มประตูค่ายเสนาณรงค์&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;พลตรี&amp;nbsp;ประเสริฐ&amp;nbsp;กิตติรัตน์&amp;nbsp;ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&amp;nbsp;42&amp;nbsp;คณะผู้บังคับบัญชา&amp;nbsp;กำลังพลเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง&amp;nbsp;ทั้งนี้พิธีดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส&amp;nbsp;covid-19&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ตามที่มณฑลทหารบกที่&amp;nbsp;42&amp;nbsp;ได้จัดทำโครงการก่อสร้างซุ้มประตู&lt;/strong&gt;หน้าค่ายเสนาณรงค์&amp;nbsp;เพื่อให้ประตูทางเข้าค่ายฯมีความสง่างาม&amp;nbsp;สามารถอำนวยความสะดวกให้กับกำลังพลในการปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาความปลอดภัย&amp;nbsp;และให้ประชาชนที่มาติดต่อราชการ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ค่ายเสนาณรงค์&amp;nbsp;พร้อมทั้งเพื่อส่งเสริมให้หน่วยทหารของกองทัพบกเป็นแกนกลางของชุมชน&amp;nbsp;และสังคมโดยรอบหน่วยทหาร&amp;nbsp;กำลังพลของหน่วย&amp;nbsp;มีขวัญและกำลังใจที่ดีในการปฏิบัติภารกิจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณการก่อสร้างดังกล่าวจาก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พลโท&amp;nbsp;เกรียงไกร&amp;nbsp;ศรีรักษ์&amp;nbsp;แม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;และได้รับการสนับสนุนจากกองพลพัฒนาที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จัดชุดทหารช่างในการก่อสร้างจากกองพันทหารช่างที่&amp;nbsp;402&amp;nbsp;กองพลพัฒนาที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ใช้เวลาก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เดือน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สงขลา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308150659567</Link_News></row>
<row _id="47"><NewsTitle>รองนายกรัฐมนตรี เร่งรัดการแก้ปัญหาประมง IUU พร้อมกำชับหน่วยงานเพิ่มประสิทธิภาพ ติดตาม เฝ้าระวัง ควบคู่การบังคับใช้กฏหมายอย่างจริงจัง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;พล.อ.ประวิตร&amp;nbsp;วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;รายงานต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ถึงผลการประชุมคณะทำงานร่วมระหว่างรัฐบาลไทยและคณะกรรมาธิการยุโรปด้านการประมงในการต่อต้านการทำประมงผิดกฎหมาย&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ฝ่ายสหภาพยุโรป&amp;nbsp;ได้เห็นถึงความทุ่มเท&amp;nbsp;ตั้งใจของรัฐบาลไทย&amp;nbsp;และมีเจตนารมณ์&amp;nbsp;อย่างแน่วแน่ในการแก้ไขปัญหาการทำประมง&amp;nbsp;IUU&amp;nbsp;ให้หมดไปจากประเทศไทย&amp;nbsp;โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือกันในประเด็นกรอบกฎหมายประมง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;มาตรการควบคุม&amp;nbsp;และการลงโทษผู้กระทำผิด&amp;nbsp;และระบบติดตามเรือ&amp;nbsp;การติดตาม&amp;nbsp;ควบคุมและเฝ้าระวังการทำประมง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การออกตรวจในทะเล&amp;nbsp;และการดำเนินคดีประมงผิดกฎหมาย&amp;nbsp;การตรวจสอบ&amp;nbsp;ย้อนกลับสินค้าประมงส่งออก&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;การบังคับใช้กฎหมาย&amp;nbsp;โดยเฉพาะการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด&amp;nbsp;ที่เป็นเรือประมงพาณิชย์ขนาดใหญ่&amp;nbsp;เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่ประเทศไทยอาจได้รับใบเหลืองจากสหภาพยุโรปอีกครั้ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร&amp;nbsp;ได้สั่งการ&amp;nbsp;ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ&amp;nbsp;ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งปรับปรุงการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเป็นการเร่งด่วน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยเฉพาะในด้านการตรวจติดตาม&amp;nbsp;ควบคุม&amp;nbsp;และเฝ้าระวังการทำประมง&amp;nbsp;IUU&amp;nbsp;ซึ่งมีหน่วยงานรับผิดชอบหลัก&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล&amp;nbsp;(ศรชล.)&amp;nbsp;กรมประมง&amp;nbsp;กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp;ตำรวจน้ำ&amp;nbsp;กรมการจัดหางาน&amp;nbsp;กรมสวัสดิการ&amp;nbsp;และคุ้มครองแรงงาน&amp;nbsp;และด้านการบังคับใช้กฎหมาย&amp;nbsp;ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด&amp;nbsp;โดยจะอาศัยกลไกคณะอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ&amp;nbsp;ติดตามผลการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดและเข้มข้น&amp;nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อม&amp;nbsp;สำหรับการเยือนไทย&amp;nbsp;ของผู้แทนฝ่ายสหภาพยุโรป&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308143648530</Link_News></row>
<row _id="48"><NewsTitle>กมธ.สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ลงพื้นที่เยี่ยมเยือนและศึกษาดูงาน ที่ จังหวัดเชียงราย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน&amp;nbsp;สิทธิเสรีภาพ&lt;/strong&gt;และการคุ้มครองผู้บริโภค&amp;nbsp;วุฒิสภา&amp;nbsp;นำโดย&amp;nbsp;นายอนุศักดิ์&amp;nbsp;คงมาลัย&amp;nbsp;รองประธานคณะกรรมาธิการ&amp;nbsp;คนที่สอง&amp;nbsp;และนายจัตุรงค์&amp;nbsp;เสริมสุข&amp;nbsp;&amp;nbsp;กรรมาธิการ&amp;nbsp;พร้อมด้วยคณะอนุกรรมาธิการ&amp;nbsp;ตสร.&amp;nbsp;ด้านสิทธิมนุษยชน&amp;nbsp;สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค&amp;nbsp;ได้เดินทางไปเยี่ยมเยือนและศึกษาดูงาน&amp;nbsp;เพื่อติดตามการขับเคลื่อนด้านสิทธิเสรีภาพของประชาชนกับการเข้าถึงบริการด้านการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก&amp;nbsp;เมื่อ&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ในวันจันทร์ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง&amp;nbsp;จังหวัดเชียงราย&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;รศ.ดร.ชยาพร&amp;nbsp;วัฒนศิริ&amp;nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง&amp;nbsp;ให้การต้อนรับ&amp;nbsp;และได้ร่วมหารือแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกับคณาจารย์สำนักวิชาการแพทย์บูรณาการในประเด็น&amp;nbsp;การพัฒนานวัตกรรมที่ได้มาตรฐานและการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้น&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;13.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ได้เดินทางไปร่วมหารือแลกเปลี่ยน&lt;/strong&gt;ข้อคิดเห็นกับหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ผู้แทนสภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp;และผู้แทนองค์กรของผู้บริโภคในพื้นที่จังหวัดเชียงราย&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดเชียงราย&amp;nbsp;ในหัวข้อ&amp;nbsp;"บทบาทของสภาองค์กรชุมชนและสภาองค์กรของผู้บริโภคกับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศที่เกี่ยวกับด้านสิทธิมนุษยชน&amp;nbsp;สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค"&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายวราดิศร&amp;nbsp;อ่อนนุช&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย&amp;nbsp;ให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;คณะกรรมาธิการได้รับทราบถึงข้อห่วงใย&amp;nbsp;ปัญหา&amp;nbsp;อุปสรรค&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รวมทั้งข้อเสนอแนะในการขับเคลื่อนงานของสภาองค์กรชุมชนและสภาองค์กรของผู้บริโภคในพื้นที่จังหวัดเชียงราย&amp;nbsp;โดยจะได้นำข้อมูลไปประมวลและวิเคราะห์ประกอบการรายงานเพื่อติดตาม&amp;nbsp;เสนอแนะและเร่งรัดการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศและการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สุพรรณบุรี</Province><Department>สวท.สุพรรณบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308154718599</Link_News></row>
<row _id="49"><NewsTitle>ที่ประชุม ครม.เห็นชอบให้ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นภาคีสถาบันวัคซีนนานาชาติ (IVI) เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านวัคซีนของประเทศไทย มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ของโลก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;น.ส.ไตรศุลี&amp;nbsp;ไตรสรณกุล&amp;nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;คณะรัฐมนตรี(ครม.)&amp;nbsp;เห็นชอบให้ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นภาคีสถาบันวัคซีนนานาชาติ&amp;nbsp;(International&amp;nbsp;Vaccine&amp;nbsp;Institute&amp;nbsp;:&amp;nbsp;IVI)&amp;nbsp;อย่างสมบูรณ์&amp;nbsp;และอนุมัติให้ประเทศไทยสนับสนุนงบประมาณแก่&amp;nbsp;IVI&amp;nbsp;ปีละ&amp;nbsp;100,000&amp;nbsp;ดอลลาร์สหรัฐ&amp;nbsp;หรือประมาณ&amp;nbsp;3.25&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;โดยใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี&amp;nbsp;หมวดเงินอุดหนุนของกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;เริ่มตั้งแต่ปีงบประมาณ&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;และมอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศ&amp;nbsp;จัดทำสัตยาบันสาร&amp;nbsp;เพื่อการเข้าร่วมเป็นภาคี&amp;nbsp;IVI&amp;nbsp;อย่างสมบูรณ์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจากการที่ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นภาคี&amp;nbsp;IVI&amp;nbsp;อย่างสมบูรณ์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จะช่วยเสริมสร้างโอกาสในการศึกษา&amp;nbsp;พัฒนาความรู้และศักยภาพในด้านการวิจัยและพัฒนาวัคซีนทั้งภายในและภายนอกประเทศจากโครงการความร่วมมือต่างๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;โครงการวิจัยและพัฒนาวัคซีนสำหรับการทดลองในมนุษย์&amp;nbsp;โครงการทดลองในห้องปฏิบัติการศูนย์เฝ้าระวังโรครวมถึงได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านวัคซีน&amp;nbsp;การพัฒนาบุคลากรด้านวัคซีน&amp;nbsp;และการยกระดับความสัมพันธ์กับIVI&amp;nbsp;และประเทศสมาชิกให้มากขึ้น&amp;nbsp;สอดคล้องกับนโยบายวัคซีนแห่งชาติของประเทศไทย&amp;nbsp;ที่สนับสนุนการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่หลากหลายในด้านการวิจัย&amp;nbsp;พัฒนา&amp;nbsp;และผลิตวัคซีน&amp;nbsp;เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านวัคซีนของประเทศไทย&amp;nbsp;มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ของโลก&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308162305634</Link_News></row>
<row _id="50"><NewsTitle>ครม.อนุมัติหลักการร่าง พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญาเพิ่มความคุ้มครองผู้ต้องหาและจำเลยในชั้นสอบสวน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;นางสาวไตรศุลี&amp;nbsp;ไตรสรณกุล&amp;nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;&amp;nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)&amp;nbsp;อนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ค่าตอบแทนผู้เสียหาย&amp;nbsp;และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา(ฉบับที่.&amp;nbsp;..)&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;..ซึ่งมีสาระสำคัญเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2544&amp;nbsp;และเปลี่ยนชื่อ&amp;nbsp;พ.ร.บ.&amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหาย&amp;nbsp;ผู้ต้องหาและจำเลยในคดีอาญา&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;...&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;เป็นการเพิ่มเติมการคุ้มครองผู้ต้องหาและจำเลยที่ถูกควบคุมในชั้นสอบสวนด้วย&amp;nbsp;จากเดิมที่คุ้มครองผู้เสียหายและจำเลยที่ถูกควบคุมขังในชั้นพิจารณาของศาลเทานั้น&amp;nbsp;ขยายระยะเวลาในการยื่นคำขอรับเงินค่าตอบแทน&amp;nbsp;ค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายจาก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;รวมทั้งกำหนดให้สามารถยื่นคำขอดังกล่าวผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ได้&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อในคดีอาญาให้ครอบคุลมทั้งผู้เสียหาย&amp;nbsp;ผู้ต้องหา&amp;nbsp;จำเลยที่ถูกควบคุมตั้งแต่ชั้นสอบสวน&amp;nbsp;และจำเลยที่ถูกคุมขังในชั้นพิจารณาของศาล&amp;nbsp;ให้ได้รับการอำนวยความยุติธรรมอย่างสะดวก&amp;nbsp;รวดเร็ว&amp;nbsp;เท่าเทียมและเป็นธรรม&amp;nbsp;สอดคล้องกับมาตรฐานสากล&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;การขยายความคุ้มครองผู้ต้องหาและจำเลยที่ถูกควบคุมในชั้นสอบสวนด้วยนี้&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ตามร่างกฎหมายได้มีการแก้ไขได้เพิ่มบทนิยามของ&amp;nbsp;"ผู้ต้องหา"&amp;nbsp;ให้หมายความว่า&amp;nbsp;บุคคลผู้ถูกหาว่าได้กระทำความผิด&amp;nbsp;แต่ยังมิได้ถูกฟ้องต่อศาลด้วยและแก้ไขบทนิยาม&amp;nbsp;"ค่าทดแทน"&amp;nbsp;หมายความว่า&amp;nbsp;เงิน&amp;nbsp;ทรัพย์สิน&amp;nbsp;หรือประโยคอื่นใดที่ผู้ต้องหาหรือจำเลยมีสิทธิได้รับเนื่องจากตกเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีอาญาและถูกควบคุม&amp;nbsp;หรือขังในระหว่างการสอบสวน&amp;nbsp;หรือการพิจารณาคดี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>กรมประชาสัมพันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308205927745</Link_News></row>
<row _id="51"><NewsTitle>นายกรัฐมนตรี สั่งเตรียมความพร้อมรับมือวิกฤตพลังงานจากผลกระทบของปัญหารัสเซีย-ยูเครน </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายธนกร&amp;nbsp;วังบุญคงชนะ&amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ก่อนการประชุม&amp;nbsp;ครม.&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;สั่งการต่อที่ประชุม&amp;nbsp;ครม.&amp;nbsp;โดยขอบคุณทุกหน่วยงานที่ช่วยกันพาคนไทยในประเทศยูเครน&amp;nbsp;ที่สมัครใจเดินทางกลับประเทศอย่างปลอดภัย&amp;nbsp;พร้อมฝากถึงข้าราชการไทยที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่และประเทศใกล้เคียงให้ระมัดระวังและดูแลตนเอง&amp;nbsp;ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะติดตามดูสถานการณ์&amp;nbsp;รัสเซีย-ยูเครน&amp;nbsp;อย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;เพื่อปรับแผนและเตรียมความพร้อมรับมือกับผลกระทบต่างๆ&amp;nbsp;ที่จะตามมา&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;สั่งการให้เตรียมความพร้อมเรื่องวิกฤตพลังงาน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;จากสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน&amp;nbsp;ที่ทำให้ราคาพลังงานสูงขึ้นกระทบต่อสินค้าทำให้มีราคาสูงขึ้นด้วย&amp;nbsp;และมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและทั่วโลก&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;จึงสั่งการให้กระทรวงที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;บริหารพลังงานอย่างเหมาะสม&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง&amp;nbsp;ผู้มีรายได้น้อยและให้กระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;ดูแลสินค้าอุปโภคบริโภค&amp;nbsp;ที่มีผลกระทบโดยตรง&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ยังจะรณรงค์การประหยัดพลังงานซึ่งเป็นมาตรการที่ไม่มีค่าใช้จ่ายให้เป็นวาระสำคัญของรัฐบาล&amp;nbsp;เพื่อร่วมกันฝ่าวิกฤตพลังงานโดยให้ส่วนราชการลดการใช้พลังงานลงร้อยละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;อยากให้มีการลดการใช้น้ำมันลงร้อยละ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;รวมทั้งหาวิธีการประหยัดพลังงานอย่างง่าย&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การส่งเสริมทำงานที่บ้าน&amp;nbsp;หรือเวิร์คฟอร์มโฮม&amp;nbsp;ใช้วิกฤตให้เป็นโอกาส&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;กำชับให้กระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ลงพื้นที่ติดตามผลงานในทุกจังหวัดทุกอำเภอในการแก้ปัญหาความยากจนรายครัวเรือนโดยให้แต่ละกระทรวงทำงานร่วมกันให้เกิดผลเป็นรูปธรรมภายในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;รวมถึงการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ&amp;nbsp;ซึ่งจะต้องแก้ไขปัญหาไปพร้อมกันด้วย&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ยังกำชับ&amp;nbsp;ให้จัดงานเทศกาลสงกรานต์อย่างระมัดระวัง&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;เป็นไปตามมาตรการของ&amp;nbsp;ศบค.&amp;nbsp;และกระทรวงสาธารณสุขอย่างเข้มงวด&amp;nbsp;ผมย้ำว่าทุกคนต้องระมัดระวังตนเองอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;ซึ่งจะเป็นการป้องกันที่ดีที่สุดกว่ามาตรการใดๆ&amp;nbsp;โดยวันหยุดเทศกาลสงกรานต์&amp;nbsp;ให้เป็นไปตามวันหยุดตามปฏิทินปกติ&amp;nbsp;โดยกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;ได้ออกมาตรการดูแลในช่วงวันหยุดไว้แล้วและจะประสานกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&amp;nbsp;และกระทรวงวัฒนธรรม&amp;nbsp;ในการจัดงานเทศกาลสงกรานต์อย่างปลอดภัยและจะนำเข้าสู่ที่ประชุม&amp;nbsp;ศบค.&amp;nbsp;ในครั้งต่อไป&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308210217746</Link_News></row>
<row _id="52"><NewsTitle>จังหวัดมุกดาหารจัดมหกรรมการออมลดความเหลื่อมล้ำของประชาชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(8&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;11.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องแก้วมุกดา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;นายเฉลิมพล&amp;nbsp;มั่งคั่ง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;ประธานในพิธี&amp;nbsp;งานมหกรรมการออมลดความเหลื่อมล้ำของประชาชน&amp;nbsp;เนื่องในโอกาสการสถาปนากระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;ครบรอบ&amp;nbsp;130&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;และวาระการก่อตั้งกรมการพัฒนาชุมชน&amp;nbsp;ครบรอบ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;รวมทั้งการก่อตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&amp;nbsp;ครบรอบ&amp;nbsp;48&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;โดยมีคณะกรรมการและสมาชิกกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตอำเภอละ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;หน่วยงานภาคีการพัฒนาทั้งภาครัฐ&amp;nbsp;และภาคเอกชน&amp;nbsp;รวมจำนวนทั้งสิ้น&amp;nbsp;100&amp;nbsp;คน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอำพร&amp;nbsp;&amp;nbsp;พลเยี่ยม&amp;nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รักษาราชการแทนพัฒนาการจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;กรมการพัฒนาชุมชน&amp;nbsp;กำหนดให้วันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;ของทุกปี&amp;nbsp;เป็นวันคล้ายวันก่อตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&amp;nbsp;และกำหนดให้วันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;&amp;nbsp;8&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;ของทุกปี&amp;nbsp;เป็นสัปดาห์รณรงค์การประหยัดและการออมของประชาชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เนื่องในโอกาสครบรอบ&amp;nbsp;48&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;การก่อตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;กำหนดจัดงานมหกรรมการออมลดความเหลื่อมล้ำของประชาชนขึ้น&amp;nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ด้านการส่งเสริมการออม&amp;nbsp;การให้ประชาชนตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการออม&amp;nbsp;และการมีกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&amp;nbsp;ซึ่งในปัจจุบันจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;มีกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;103&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;มีเงินสัจจะสะสม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;115,421,138&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การจัดมหกรรมการออมลดความเหลื่อมล้ำของประชาชนครั้งนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้จัดให้มีกิจกรรมการแสดงพลังกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต,&amp;nbsp;การบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับการดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต,เวทีเสวนา&amp;nbsp;แลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการออม&amp;nbsp;การมอบใบประกาศเกียรติบัตรกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตที่มีผลการดำเนินงานดีเด่น,&amp;nbsp;กิจกรรมการจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;OTOP,&amp;nbsp;นิทรรศการโคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา,&amp;nbsp;นิทรรศการผ้าไทย&amp;nbsp;และการมอบเกียรติบัตรการประกวดกองทุนแม่ของแผ่นดินดีเด่นจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการดำเนินกิจกรรมการพัฒนาชุมชน&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตดีเด่นของจังหวัด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งแยกเป็น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ประเภท&amp;nbsp;1.&amp;nbsp;ประเภทกลุ่มออมทรัพย์ที่มีระยะเวลาการดำเนินงาน&amp;nbsp;นับตั้งแต่ปีที่จัดตั้ง&amp;nbsp;จนถึงปัจจุบันมากที่สุด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านจอมมณีใต้&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตำบลผึ่งแดด&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;เมืองมุกดาหาร&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;ประเภทกลุ่มที่มีอัตรากำลังของจำนวนสมาชิกกลุ่มมากที่สุด&amp;nbsp;เมื่อเทียบจำนวนครัวเรือนตามฐานข้อมูล&amp;nbsp;จปฐ.&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ของหมู่บ้าน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านนาสะโน&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลนาสะเม็ง&amp;nbsp;อำเภอดอนตาล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.&amp;nbsp;ประเภทกลุ่มออมทรัพย์ที่มีเงินมากที่สุด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านหนองสระพัง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ตำบลโพนงาม&amp;nbsp;อำเภอคำชะอี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนกองทุนแม่ของแผ่นดินดีเด่นจังหวัดมุกดาหาร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;รางวัลชนะเลิศ&amp;nbsp;เงินสด&amp;nbsp;5,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;พร้อมใบประกาศ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;กองทุนแม่ของแผ่นดินบ้านน้อยนาตะแบง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ตำบลคำป่าหลาย&amp;nbsp;อำเภอเมืองมุกดาหาร&amp;nbsp;รางวัลรองชนะเลิศอันดับ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เงินสด&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;พร้อมใบประกาศ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;กองทุนแม่ของแผ่นดินบ้านคำพี้&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลบ้านเป้า&amp;nbsp;อำเภอหนองสูง&amp;nbsp;และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เงินสด&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;พร้อมใบประกาศ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;กองทุนแม่ของแผ่นดินบ้านบาก&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบลคำบก&amp;nbsp;อำเภอคำชะอี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>มุกดาหาร</Province><Department>สวท.มุกดาหาร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308172544666</Link_News></row>
<row _id="53"><NewsTitle>นายกรัฐมนตรี ร่วมงานเลี้ยงพรรคร่วมรัฐบาล ที่สโมสรราชพฤกษ์ หลังประชุมคณะรัฐมนตรี </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ&amp;nbsp;กับแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล&amp;nbsp;ที่สโมสรราชพฤกษ์&amp;nbsp;กรุงเทพฯ&amp;nbsp;นำโดย&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประวิตร&amp;nbsp;วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ&amp;nbsp;นายสันติ&amp;nbsp;พร้อมพัฒน์&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง&amp;nbsp;ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ&amp;nbsp;ขณะที่พรรคร่วมรัฐบาล&amp;nbsp;แกนนำที่เดินทางมาร่วมงานเลี้ยงนี้&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;นายอนุทิน&amp;nbsp;ชาญวีรกูล&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย,&amp;nbsp;นายศักดิ์สยาม&amp;nbsp;ชิดชอบ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย,&amp;nbsp;นายวราวุธ&amp;nbsp;ศิลปอาชา&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ในฐานะประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา,&amp;nbsp;นายประภัตร&amp;nbsp;โพธสุธน&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ในฐานะเลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนของพรรคประชาธิปัตย์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฎ์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์&amp;nbsp;จะเป็นตัวแทนของพรรคไปร่วม&amp;nbsp;ขณะที่&amp;nbsp;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์&amp;nbsp;แจ้งว่าติดภารกิจที่ต่างประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการร่วมรับประทานอาหารค่ำกับพรรคร่วมรัฐบาลครั้งนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นการเชิญเฉพาะหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค&amp;nbsp;เนื่องจากยังคงมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;จึงต้องจำกัดจำนวนผู้ร่วมงานเลี้ยง&amp;nbsp;เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกัน&amp;nbsp;โดยก่อนหน้านี้&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประวิตร&amp;nbsp;เคยเชิญพรรคร่วมรัฐบาลรับประทานอาหารร่วมกันตั้งแต่ปลายปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;แต่ต้องเลื่อนมา&amp;nbsp;จากสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;แพร่ระบาดรุนแรงขึ้น&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;สื่อมวลชนไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปภายในสโมสรราชพฤกษ์&amp;nbsp;ที่เป็นสถานที่จัดงานได้&amp;nbsp;นอกจากสังเกตการณ์อยู่ภายนอกเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308211337752</Link_News></row>
<row _id="54"><NewsTitle>โครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนฯ ลงพบปะ ประชาชน และผู้ปฏิบัติงานโครงการ ตำบล มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ในตำบลน้ำเชี่ยว อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;บริเวณอาคารอเนกประสงค์&amp;nbsp;ศูนย์&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;เทศบาลตำบลน้ำเชี่ยว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อำเภอแหลมงอบ&amp;nbsp;จังหวัดตราด&amp;nbsp;คณะสมาชิกวุฒิสภา(สว.)&amp;nbsp;นำโดย&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;วรพงษ์&amp;nbsp;สง่าเนตร&amp;nbsp;รองประธานกรรมการคนที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตำบลน้ำเชี่ยว&amp;nbsp;อำเภอแหลมงอบ&amp;nbsp;จังหวัดตราด&amp;nbsp;เพื่อพบปะประชาชน&amp;nbsp;และผู้ปฏิบัติงานโครงการ&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;มั่นคง&amp;nbsp;มั่งคั่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ยั่งยืน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมของโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออก&amp;nbsp;(จังหวัดตราด&amp;nbsp;)&amp;nbsp;โดยมีนายชำนาญวิทย์&amp;nbsp;เตรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&amp;nbsp;นำส่วนราชการในระดับจังหวัด&amp;nbsp;ในระดับอำเภอ&amp;nbsp;เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการติดตามโครงการ&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;มั่นคง&amp;nbsp;มั่งคั่ง&amp;nbsp;ยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ของตำบลน้ำเชี่ยว&amp;nbsp;ในครั้งนี้เป็นการรับทราบการสร้างความมั่นคงด้านอาชีพและรายได้&amp;nbsp;รวมทั้งการสร้างความยั่งยืนด้านทรัพยากรธรรมชาติ&amp;nbsp;สิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;และวัฒนธรรมท้องถิ่น&amp;nbsp;พร้อมทั้งรับฟังข้อคิดเห็นกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&amp;nbsp;ผู้นำชุมชน&amp;nbsp;และประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;เรื่องข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;รวมทั้งรับฟังความต้องการของคนในชุมชน&amp;nbsp;ซึ่งพบว่ามีความต้องการให้มีการซ่อมบำรุงสะพานวัดใจ&amp;nbsp;ที่เป็นอีกจุดขายของการท่องเที่ยวชุมชนน้ำเชี่ยวแห่งนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทางเทศบาลตำบลน้ำเชี่ยว&amp;nbsp;ได้ชี้แจงกับประชาชน&amp;nbsp;ว่า&lt;/strong&gt;ได้มีการดำเนินการใช้งบอุดหนุนปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ในการการซ่อมแซมแล้ว&amp;nbsp;โดยได้ผู้รับเหมาดำเนินการแล้ว&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีมีความต้องการก่อสร้างสะพานเลียบคลองหมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ทางเทศบาลตำบลน้ำเชี่ยว&amp;nbsp;ได้ดำเนินการขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นไปแล้ว&amp;nbsp;โอกาสนี้คณะสมาชิกวุฒิสภา(สว.)&amp;nbsp;ยังได้ร่วมมอบข้าวสารให้กับประชาชนในพื้นที่ที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;พร้องทั้งลงชุมชนเพื่อพบปะประชาชน&amp;nbsp;และเยี่ยมชมสะพานวัดใจของชุมชนน้ำเชี่ยวแห่งนี้อีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;การจัดกิจกรรมลงพื้นที่ในครั้งนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทางคณะสมาชิกวุฒิสภา&amp;nbsp;(สว.)&amp;nbsp;จะนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะของประชาชนอันเป็นประโยชน์&amp;nbsp;ที่ได้รับฟังไปเป็นข้อมูลในการติดตาม&amp;nbsp;เร่งรัด&amp;nbsp;เสนอแนะ&amp;nbsp;และดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจของวุฒิสภาต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ตราด</Province><Department>สวท.ตราด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308215001760</Link_News></row>
<row _id="55"><NewsTitle>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ปฏิเสธไม่มีการพูดคุยเรื่องยุบสภาระหว่างทานอาหารค่ำร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาล </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์&amp;nbsp;กล่าวถึงการรับประทานอาหารค่ำร่วมกับนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;และหัวหน้าพรรคการเมือง&amp;nbsp;พรรคร่วมรัฐบาล&amp;nbsp;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(8&amp;nbsp;มี.ค.)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;เป็นกาาติดตามสถานการณ์รัสเซียและยูเครน&amp;nbsp;รวมถึงสถานการณ์เศรษฐกิจและผลกระทบที่ประเทศไทยได้รับ&amp;nbsp;เพื่อเป็นการพูดคุยกันเชิงลึกมากขึ้นในบรรยากาศที่ไม่เป็นทางการ&amp;nbsp;นอกเหนือไปจากการประชุมคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;พร้อมยืนยันด้วยว่า&amp;nbsp;ในการรับประทานอาหารค่ำดังกล่าว&amp;nbsp;ไม่ได้มีการพูดถึงการยุบสภา&amp;nbsp;ซึ่งจะยุบสภาหรือไม่ยุบสภานั้นเป็นเรื่องของอนาคต&amp;nbsp;ซึ่งไม่มีใครสามารถตอบได้ล่วงหน้า&amp;nbsp;และนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ก็ไม่ได้มีการพูดถึง&amp;nbsp;ส่วนจะอยู่ครบวาระหรือไม่นั้น&amp;nbsp;เมื่อเป็นพรรคร่วมรัฐบาล&amp;nbsp;ก็ต้องทำงานร่วมกันให้ดีที่สุดและประคองรัฐบาลให้มีเอกภาพ&amp;nbsp;มีเสถียรภาพในการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ส่วนสถานการณ์ระหว่างรัสเซียและยูเครน&amp;nbsp;นั้น&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;นายจุรินทร์&amp;nbsp;ระบุว่า&amp;nbsp;ในการประชุมคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ทุกกระทรวง&amp;nbsp;ไปศึกษาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นและที่ชัดเจนที่มีผลกระทบแล้ว&amp;nbsp;คือราคาน้ำมัน&amp;nbsp;ที่จะส่งผลกระทบต่อต้นทุนการขนส่งและต้นทุนการผลิตสินค้า&amp;nbsp;แต่คณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;ได้มีมติปรับภาษีสำหรับน้ำมันที่จะนำไปใช้ในการผลิตไฟฟ้า&amp;nbsp;เพื่อช่วยตรึงราคาต้นทุนส่วนหนึ่งบ้าง&amp;nbsp;ทั้งนี้การแก้ไขบางปัญหานั้น&amp;nbsp;ต้องอาศัยการทำงานร่วมกับกระทรวงอื่นๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;กระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรฯ&amp;nbsp;กระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;และยืนยันว่า&amp;nbsp;กระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;ได้ตั้งวอร์รูมเพื่อติดตามสถานการณ์ทุกวัน&amp;nbsp;โดยมีปลัดกระทรวงเป็นประธาน&amp;nbsp;ซึ่งปัญหาราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นทุกวัน&amp;nbsp;ยังเป็นที่น่ากังวล&amp;nbsp;เพราะยังไม่ทราบว่า&amp;nbsp;สถานการณ์จะสิ้นสุดเมื่อใด&amp;nbsp;แต่กระทรวงได้ออกประกาศตรึงราคาสินค้าจำเป็น&amp;nbsp;18&amp;nbsp;หมวด&amp;nbsp;รวมถึงอาหารสด&amp;nbsp;ที่ห้ามขึ้นราคาโดยไม่จำเป็น&amp;nbsp;ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว&amp;nbsp;ก็ประสบความสำเร็จ&amp;nbsp;เพราะพาณิชย์จังหวัดหลายจังหวัด&amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์ราคาอาหาร&amp;nbsp;และสินค้าในพื้นที่ได้ปรับตัวลง&amp;nbsp;แต่หลังจากราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น&amp;nbsp;ก็ยังต้องติดตามต่อ&amp;nbsp;รวมถึงยังจะมีปัญหาอื่นๆ&amp;nbsp;ที่ตามมา&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ราคาปุ๋ย&amp;nbsp;ที่ประเทศไทยต้องนำเข้าจากรัสเซีย&amp;nbsp;เมื่อรัสเซีย&amp;nbsp;ไม่อนุญาตส่งออกทั่วโลก&amp;nbsp;ก็จะกระทบต่อเกษตรกรมากขึ้นเช่นเดียวกัน&amp;nbsp;ซึ่งได้สั่งการให้วอร์รูมหารือร่วมกับกระทรวงอื่นๆ&amp;nbsp;เพื่อบูรณาการการช่วยเหลือแล้ว&amp;nbsp;รวมถึงอาหารสัตว์บางชนิด&amp;nbsp;ที่ไทยต้องนำเข้าจากยูเครน&amp;nbsp;ก็ได้สั่งการไปแล้วเช่นเดียวกัน&amp;nbsp;เพื่อจะคลี่คลายปัญหาดังกล่าว&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309192705161</Link_News></row>
<row _id="56"><NewsTitle>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ให้การต้อนรับผู้บัญชาการทหารสูงสุดมาเลเซีย ในโอกาสเดินทางเยือนไทย ในฐานะแขกของกองทัพไทย พร้อมผลักดันกรอบความร่วมมือในทุกด้าน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พล.อ.ชัยชาญ&amp;nbsp;ช้างมงคล&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;เป็นผู้แทนให้การต้อนรับ&amp;nbsp;พล.อ.อ.&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ซรี&amp;nbsp;ดาโตะ&amp;nbsp;ซรี&amp;nbsp;ฮัจญี&amp;nbsp;อัฟเฟนดิ&amp;nbsp;บิน&amp;nbsp;บวง&amp;nbsp;(Tan&amp;nbsp;Sri&amp;nbsp;Dato&amp;nbsp;Sri&amp;nbsp;Haji&amp;nbsp;Affendi&amp;nbsp;bin&amp;nbsp;Buang)&amp;nbsp;ผู้บัญชาการทหารสูงสุดมาเลเซีย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในโอกาสเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของ&amp;nbsp;กองทัพไทย&amp;nbsp;ระหว่าง&amp;nbsp;7-10&amp;nbsp;มีนาคมนี้&amp;nbsp;โดยทั้งสองฝ่ายเห็นร่วมกัน&amp;nbsp;ในการประชุมหารือภายใต้กลไกและกรอบความร่วมมือต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เพื่อผลักดันให้เกิดความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม&amp;nbsp;และผลักดันความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;กล่าวต้อนรับและได้กล่าวถึงความขอบคุณที่&amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;ได้ส่งไปถึงนายกรัฐมนตรีของมาเลเซีย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่เดินทางมาพบและหารือข้อราชการระหว่างกัน&amp;nbsp;นำไปสู่ความร่วมมือในทุกด้าน&amp;nbsp;ย้ำถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างกระทรวงกลาโหมทั้งสองประเทศ&amp;nbsp;และความร่วมมือด้านความมั่นคงที่ทางมาเลเซียสนับสนุนไทยเป็นอย่างดีมาตลอด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้บัญชาการทหารสูงสุดมาเลเซีย&amp;nbsp;ได้ขอบคุณในการต้อนรับทั้งในระดับรัฐบาลและกองทัพ&amp;nbsp;พร้อมกล่าวถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศในทุกระดับ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยเฉพาะด้านความมั่นคงที่มีความไว้เนื้อเชื่อใจกันมาโดยตลอด&amp;nbsp;ด้านการทหารนั้น&amp;nbsp;มีการเยือนระหว่างกันในทุกระดับ&amp;nbsp;รวมทั้งด้านการศึกษาที่มีการแลกเปลี่ยนกันในระดับต่างๆ&amp;nbsp;พร้อมให้การสนับสนุนงานด้านความมั่นคงระหว่างกันเพื่อสานต่อความสัมพันธ์อันดีให้แน่นแฟ้นมากขึ้น&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309132932942</Link_News></row>
<row _id="57"><NewsTitle>ศอ.บต. จัดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพจนท.โครงการตำบลมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน 5 จชต.</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ศอ.บต.&amp;nbsp;จัดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพจนท.โครงการตำบลมั่นคง&amp;nbsp;มั่งคั่ง&amp;nbsp;ยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;5&amp;nbsp;จชต.&amp;nbsp;&amp;nbsp;นำเทคโนโลยีและนวัตกรรม&amp;nbsp;4.0&amp;nbsp;เป็นสื่อกลางแก้ไขปัญหาของ&amp;nbsp;ปชช.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(9&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;(ศอ.บต.)&amp;nbsp;จัดกิจกรรมการพัฒนาศักยภาพและสร้างความเข้าใจการขับเคลื่อนโครงการ&amp;nbsp;ตำบลมั่นคง&amp;nbsp;มั่งคั่ง&amp;nbsp;ยั่งยืน&amp;nbsp;ในจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายนันทพงศ์&amp;nbsp;สุวรรณรัตน์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาเพื่อความมั่นคง&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดและพบปะกลุ่มเป้าหมาย&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบโครงการตำบลมั่นคง&amp;nbsp;&amp;nbsp;มั่งคั่ง&amp;nbsp;ยั่งยืน&amp;nbsp;ในระดับจังหวัด/อำเภอ&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;ตลอดจนเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;เข้าร่วม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมน้อมเกล้า&amp;nbsp;ศอ.บต.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับกิจกรรมดังกล่าว&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;ในฐานะเจ้าภาพแผนงานด้านการพัฒนา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้ขับเคลื่อนโครงการตำบลมั่นคง&amp;nbsp;มั่งคั่ง&amp;nbsp;ยั่งยืน&amp;nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;โดยมีเป้าหมายการพัฒนา&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในทุกมิติ&amp;nbsp;ตลอดจนการพัฒนาเสริมความมั่นคง&amp;nbsp;ซึ่งได้กำหนดกลไกการทำงานทั้งในระดับจังหวัด&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;และตำบล&amp;nbsp;เพื่อเติมเต็มช่องว่าง&amp;nbsp;ของการบริหารงานในพื้นที่ให้มีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;และสนับสนุนการพัฒนา&amp;nbsp;การแก้ไขปัญหาต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ที่จำเป็นเร่งด่วนของประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;ภายใต้แผนพัฒนา&amp;nbsp;ตำบลตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;โดยกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;&amp;nbsp;11&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โรงแรมบารารีสอร์ท&amp;nbsp;ตำบลปากบารา&amp;nbsp;อำเภอละงู&amp;nbsp;จังหวัดสตูล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมาย&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ&lt;/strong&gt;โครงการตำบลมั่นคง&amp;nbsp;มั่งคั่ง&amp;nbsp;ยั่งยืน&amp;nbsp;ในระดับจังหวัด/อำเภอ&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;100&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ตลอดระยะเวลาของกิจกรรมผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้&amp;nbsp;การบริหารจัดการระบบฐาน&amp;nbsp;ข้อมูลยุค&amp;nbsp;4.0&amp;nbsp;และการใช้ข้อมูลในการนำเสนอ&amp;nbsp;จากวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญ&amp;nbsp;รวมถึงกิจกรรมการ&amp;nbsp;Work&amp;nbsp;shop&amp;nbsp;&amp;nbsp;การถอดบทเรียน&amp;nbsp;และระดมความคิดเห็น&amp;nbsp;เพื่อได้พัฒนาระบบการจัดเก็บข้อมูลผลการดำเนินโครงการต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ในระดับพื้นที่&amp;nbsp;รวมถึงสร้างเครือข่ายการทำงานร่วมกันในการพัฒนาด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ภายใต้การดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด&amp;nbsp;19&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายนันทพงศ์&amp;nbsp;สุวรรณรัตน์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการกองส่งเสริม&lt;/strong&gt;และสนับสนุนงานพัฒนาเพื่อความมั่นคง&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;การดำเนินกิจกรรมต่างๆภายใต้ระบบราชการ&amp;nbsp;4.0&amp;nbsp;โดยปัจจุบันได้มีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรม&amp;nbsp;ต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;มาใช้ในการพัฒนาและอำนวยความสะดวกในการสนองปัญหาและความต้องการของประชาชนในพื้นที่ถือเป็นสิ่งที่สำคัญในการดำเนินการและวางแผนการพัฒนา&amp;nbsp;ขอให้ทุกคนนำความรู้&amp;nbsp;ความเข้าใจจากการใช้เทคโนโลยีในระบบปฏิบัติการไปช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;ตลอดจนพัฒนาเครือข่ายการทำงานที่เกื้อหนุนส่งเสริมซึ่งกันและกัน&amp;nbsp;ภายใต้เป้าหมายเดียวกันให้หลุดพ้นจากความเหลื่อมล้ำทางสังคมในทุกมิติ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309151436991</Link_News></row>
<row _id="58"><NewsTitle>ศอ.บต. จัดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพจนท.โครงการตำบลมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน 5 จชต. นำเทคโนโลยีและนวัตกรรม 4.0 เป็นสื่อกลางแก้ไขปัญหาของ ปชช.</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;(ศอ.บต.)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จัดกิจกรรมการพัฒนาศักยภาพและสร้างความเข้าใจการขับเคลื่อนโครงการ&amp;nbsp;ตำบลมั่นคง&amp;nbsp;มั่งคั่ง&amp;nbsp;ยั่งยืน&amp;nbsp;ในจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายนันทพงศ์&amp;nbsp;สุวรรณรัตน์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาเพื่อความมั่นคง&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดและพบปะกลุ่มเป้าหมาย&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบโครงการตำบลมั่นคง&amp;nbsp;มั่งคั่ง&amp;nbsp;ยั่งยืน&amp;nbsp;ในระดับจังหวัด/อำเภอ&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;ตลอดจนเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมน้อมเกล้า&amp;nbsp;ศอ.บต.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายนันทพงศ์&amp;nbsp;สุวรรณรัตน์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุน&lt;/strong&gt;งานพัฒนาเพื่อความมั่นคง&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;การดำเนินกิจกรรมต่างๆภายใต้ระบบราชการ&amp;nbsp;4.0&amp;nbsp;โดยปัจจุบันได้มีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรม&amp;nbsp;ต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;มาใช้ในการพัฒนาและอำนวยความสะดวกในการสนองปัญหาและความต้องการของประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;ถือเป็นสิ่งที่สำคัญในการดำเนินการและวางแผนการพัฒนา&amp;nbsp;ขอให้ทุกคนนำความรู้&amp;nbsp;ความเข้าใจจากการใช้เทคโนโลยีในระบบปฏิบัติการไปช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;ตลอดจนพัฒนาเครือข่ายการทำงานที่เกื้อหนุนส่งเสริมซึ่งกันและกัน&amp;nbsp;ภายใต้เป้าหมายเดียวกันให้หลุดพ้นจากความเหลื่อมล้ำ&amp;nbsp;ทางสังคมในทุกมิติ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับกิจกรรมครั้งนี้มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;&amp;nbsp;11&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โรงแรมบารารีสอร์ท&amp;nbsp;ตำบลปากบารา&amp;nbsp;อำเภอละงู&amp;nbsp;จังหวัดสตูล&amp;nbsp;โดยมีกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วม&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบโครงการตำบลมั่นคง&amp;nbsp;มั่งคั่ง&amp;nbsp;ยั่งยืน&amp;nbsp;ในระดับจังหวัด/อำเภอ&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;100&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ซึ่งตลอดระยะเวลาของกิจกรรมผู้ร่วมจะได้เรียนรู้&amp;nbsp;การบริหารจัดการระบบฐานข้อมูลยุค&amp;nbsp;4.0&amp;nbsp;และการใช้ข้อมูลในการนำเสนอ&amp;nbsp;จากวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญ&amp;nbsp;รวมถึงกิจกรรมการ&amp;nbsp;Work&amp;nbsp;shop&amp;nbsp;การถอดบทเรียน&amp;nbsp;และระดมความคิดเห็น&amp;nbsp;เพื่อได้พัฒนาระบบการจัดเก็บข้อมูลผลการดำเนินโครงการต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ในระดับพื้นที่&amp;nbsp;รวมถึงสร้างเครือข่ายการทำงานร่วมกันในการพัฒนาด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ภายใต้การดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;กิจกรรมดังกล่าว&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;ในฐานะเจ้าภาพ&lt;/strong&gt;แผนงานด้านการพัฒนา&amp;nbsp;ได้ขับเคลื่อนโครงการตำบลมั่นคง&amp;nbsp;มั่งคั่ง&amp;nbsp;ยั่งยืน&amp;nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;โดยมีเป้าหมายการพัฒนา&amp;nbsp;เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในทุกมิติ&amp;nbsp;ตลอดจนการพัฒนาเสริมความมั่นคง&amp;nbsp;ซึ่งได้กำหนดกลไกการทำงานทั้งในระดับจังหวัด&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;และตำบล&amp;nbsp;เพื่อเติมเต็มช่องว่าง&amp;nbsp;ของการบริหารงานในพื้นที่ให้มีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;และสนับสนุนการพัฒนา&amp;nbsp;การแก้ไขปัญหาต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ที่จำเป็นเร่งด่วนของประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;ภายใต้แผนพัฒนา&amp;nbsp;ตำบลตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309153415005</Link_News></row>
<row _id="59"><NewsTitle>กำหนดใช้เขตประเทศคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รอพิจารณาเบอร์ผู้สมัครและสูตรคำนวณ คาดแล้วเสร็จเมษายนนี้  </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;นายสมชัย&amp;nbsp;ศรีสุทธิยากร&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;&amp;nbsp;โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง&amp;nbsp;ส.ส.&amp;nbsp;เปิดเผยความคืบหน้าการพิจารณาร่างกฎหมายการเลือกตั้ง&amp;nbsp;ส.ส.และพรรคการเมือง&amp;nbsp;ในการประชุมกรรมาธิการนัดแรกว่า&amp;nbsp;ที่ประชุมได้กำหนดคำนิยามของเขตการเลือกตั้ง&amp;nbsp;โดยยังคงเขตการเลือกตั้ง&amp;nbsp;ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ&amp;nbsp;แบบเขตประเทศ&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;ส่วนการพิจารณาหมายเลขประจำตัวผู้สมัครรับเลือกตั้ง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;จะให้แต่ละพรรคการเมือง&amp;nbsp;ใช้เบอร์เดียวกันทั้งประเทศ&amp;nbsp;และสูตรการคำนวณ&amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อนั้น&amp;nbsp;กรรมาธิการยังไม่ได้พิจารณา&amp;nbsp;เนื่องจากยังไม่ถึงมาตราดังกล่าว&amp;nbsp;โดยคาดว่าจะสามารถพิจารณาได้ในสัปดาห์หน้า&amp;nbsp;และหลังจาก&amp;nbsp;ส.ส.&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ส.ว.เสนอความเห็นการปรับแก้เพิ่มเติมแล้ว&amp;nbsp;กรรมาธิการฯจะเริ่มพิจารณาต่อไป&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;ขณะที่นางสาวปิยฉัฏฐ์&amp;nbsp;วันเฉลิม&amp;nbsp;โฆษกกรรมาธิการฯ&amp;nbsp;ยืนยันว่า&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;&amp;nbsp;กรรมาธิการจะพิจารณาแก้ไขร่างกฎหมายพรรคการเมือง&amp;nbsp;และการเลือกตั้ง&amp;nbsp;ส.ส.ให้แล้วเสร็จ&amp;nbsp;โดยคาดว่า&amp;nbsp;น่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนเมษายนนี้&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309165448083</Link_News></row>
<row _id="60"><NewsTitle>รัฐบาลเดินหน้า ส่งแรงงานไทยไปซาอุดีอาระเบียเตรียมร่างข้อตกลง 2 ฉบับ </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รัฐบาลเดินหน้า&amp;nbsp;ส่งแรงงานไทยไปซาอุดีอาระเบีย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เตรียมร่างข้อตกลง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ฉบับ&amp;nbsp;คุ้มครองสิทธิประโยชน์แรงงานไทย&amp;nbsp;ให้หลักประกันนายจ้างได้คนดี&amp;nbsp;มีฝีมือ&amp;nbsp;เตรียมลงนาม&amp;nbsp;7&amp;nbsp;มีนาคมนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ครม.เห็นชอบ&amp;nbsp;ร่างข้อตกลงด้านแรงงาน&amp;nbsp;ระหว่างกระทรวงแรงงาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กับกระทรวงทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาสังคมแห่งซาอุดิอาระเบีย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ฉบับ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ร่างข้อตกลงว่าด้วยการจัดหาแรงงาน&amp;nbsp;และร่างข้อตกลงว่าด้วยการจัดหาแรงงานทำงานบ้าน&amp;nbsp;โดยร่างข้อตกลงแรงงานทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ฉบับ&amp;nbsp;มีวัตถุประสงค์&amp;nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจในการจัดหาแรงงานไทย&amp;nbsp;ไปทำงานในซาอุฯ&amp;nbsp;อย่างถูกต้องตามกฎหมาย&amp;nbsp;มีจริยธรรม&amp;nbsp;และมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;คุ้มครองสิทธิของนายจ้างและลูกจ้าง&amp;nbsp;ซึ่งแรงงานและนายจ้างจะมีสิทธิรับความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ&amp;nbsp;และสามารถดำเนินมาตรการทางกฎหมายกับสำนักงานจัดหางาน&amp;nbsp;บริษัทจัดหางาน&amp;nbsp;หรือตัวแทนจัดหางาน&amp;nbsp;ในกรณีละเมิดกฎหมาย&amp;nbsp;กฎระเบียบ&amp;nbsp;และข้อกำหนดที่ใช้บังคับ&amp;nbsp;ร่างข้อตกลง&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;จะมีผลบังคับใช้&amp;nbsp;เมื่อมีการแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร&amp;nbsp;ระยะเวลา&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;และจะต่ออายุได้อีก&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;โดยอัตโนมัติ&amp;nbsp;เว้นแต่ภาคีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดแสดงเจตจำนงระงับหรือสิ้นสุดข้อตกลง&amp;nbsp;ร่างข้อตกลงนี้&amp;nbsp;เป็นผลสำเร็จจากการที่พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;ได้นำคณะเดินทางเยือนซาอุดีอาระเบีย&amp;nbsp;เมื่อ&amp;nbsp;25&amp;nbsp;-&amp;nbsp;26&amp;nbsp;ม.ค.&amp;nbsp;65&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;และคาดว่าคณะผู้เดินทางจากซาอุฯ&amp;nbsp;จะเดินทางมาไทยในช่วงวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;-&amp;nbsp;7&amp;nbsp;มี.ค.นี้&amp;nbsp;ซึ่งจะมีการลงนามข้อตกลงดังกล่าวในวันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;ถือเป็นการเปิดศักราชใหม่ที่เข้มแข็งในการกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจไทย&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ซาอุ&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;และขยายตลาดแรงงานไทยในตะวันออกกลาง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>กาญจนบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309155737023</Link_News></row>
<row _id="61"><NewsTitle>ครม. อนุมัติเร่งแก้หนี้เกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย 3,425 ราย </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ครม.อนุมัติ&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ให้กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;เร่งแก้หนี้เกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย&amp;nbsp;3,425&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธนกร&amp;nbsp;วังบุญคงชนะ&amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เผย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;มีมติอนุมัติงบกลาง&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;รายการเงินสำรองจ่ายประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น&amp;nbsp;ให้กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;เพื่อดำเนินการ&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ค่าใช้จ่ายในการบริหารสำนักงานฯ&amp;nbsp;ไตรมาสที่&amp;nbsp;3-4&amp;nbsp;งบบุคลากร&amp;nbsp;งบดำเนินงาน&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;230.38&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;-&amp;nbsp;การแก้ไขปัญหาหนี้เกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย&amp;nbsp;3,425&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;1,500&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;-&amp;nbsp;การฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;42,034&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;776&amp;nbsp;องค์กร&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;267.62&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรจัดตั้งโดย&amp;nbsp;พ.ร.บ.&amp;nbsp;กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;พ.ศ.2542&amp;nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.&amp;nbsp;ส่งเสริมและสนับสนุนการรวมกลุ่มของเกษตรกรในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและแก้ไขปัญหาของเกษตรกร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.&amp;nbsp;ส่งเสริมและสนับสนุนการฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพเกษตรกรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.&amp;nbsp;พัฒนาความรู้ด้านเกษตรกรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4.&amp;nbsp;พัฒนาศักยภาพในการพึ่งพาตนเองของเกษตรกร&amp;nbsp;และแก้ไขปัญหาหนี้เกษตรกร&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;ซึ่งในระยะเวลา&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;คือตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2563-2565&amp;nbsp;กองทุนฯ&amp;nbsp;ไม่ได้รับจัดสรรงบฯ&amp;nbsp;จึงทำให้ในปี&amp;nbsp;65&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;กองทุนฯ&amp;nbsp;มีงบฯ&amp;nbsp;ไม่เพียงพอในการดำเนินการ&amp;nbsp;จึงจำเป็นต้องขอรับการสนับสนุน&amp;nbsp;งบกลางฯ&amp;nbsp;กรอบวงเงิน&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้สินของพี่น้องเกษตรกรอย่างเร่งด่วนต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี&amp;nbsp;:&amp;nbsp;ข่าว/ภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภัสร์ภรณ์&amp;nbsp;เหลืองทอง-ข่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>กาญจนบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309160000027</Link_News></row>
<row _id="62"><NewsTitle>ครม. อนุมัติงบประมาณยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจังหวัดภูเก็ต </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ครม.&amp;nbsp;อนุมัติงบประมาณยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจังหวัดภูเก็ต&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ครม.&amp;nbsp;อนุมัติงบประมาณ&amp;nbsp;1,411&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจังหวัดภูเก็ต&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก&amp;nbsp;นายธนกร&amp;nbsp;วังบุญคงชนะ&amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&amp;nbsp;จ.ภูเก็ต&amp;nbsp;สู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก&amp;nbsp;จำนวนวงเงินลงทุน&amp;nbsp;1,411.70&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เพื่อเสริมสร้างความพร้อมระบบโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยี&amp;nbsp;วิทยาการทางการแพทย์&amp;nbsp;และระบบบริการทางการแพทย์&amp;nbsp;รองรับการจัดบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขระดับนานาชาติ&amp;nbsp;ที่ทันสมัย&amp;nbsp;พัฒนาเมืองภูเก็ตให้เป็นศูนย์กลางการบริการทางการแพทย์มูลค่าสูง&amp;nbsp;เชื่อมโยงการท่องเที่ยวนานาชาติ&amp;nbsp;โดยโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต&amp;nbsp;เป็นหน่วยงานรับผิดชอบโครงการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;การพัฒนาโครงการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจังหวัดภูเก็ตสู่เมืองท่องเที่ยว&lt;/strong&gt;เชิงสุขภาพระดับโลก&amp;nbsp;จะเป็นต้นแบบด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&amp;nbsp;ถือเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&amp;nbsp;ซึ่งเป็น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;12&amp;nbsp;อุตสาหกรรมเป้าหมายเพื่อพลิกโฉมการพัฒนาประเทศในระยะต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี&amp;nbsp;:&amp;nbsp;ข่าว/ภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภัสร์ภรณ์&amp;nbsp;เหลืองทอง-ข่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>กาญจนบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309200804178</Link_News></row>
<row _id="63"><NewsTitle>ยะลา เจ้าหน้าที่ระดมกำลังจับกุมนักค้ายาเสพติดรายใหญ่ เพื่อตัดวงจรการค้ายาเสพติดรายย่อยระดับพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&amp;nbsp;44&amp;nbsp;โดยชุดปฏิบัติการด้านการข่าว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&amp;nbsp;44,&amp;nbsp;กองร้อยทหารพรานที่&amp;nbsp;4407&amp;nbsp;และชุดปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด&amp;nbsp;กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่&amp;nbsp;44&amp;nbsp;ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวในพื้นที่รับผิดชอบของหน่วยว่า&amp;nbsp;นายสือมัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;(หรือมัง)&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;29&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;อยู่บ้านเลขที่&amp;nbsp;19/11&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบลบาโหย&amp;nbsp;อำเภอสะบ้าย้อย&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;มีพฤติกรรมเป็นเป็นผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่&amp;nbsp;จำหน่ายยาเสพติดให้กับผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่&amp;nbsp;อำเภอเมืองยะลา&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;และพื้นที่ใกล้เคียง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยทางหน่วยได้รับแจ้งว่า&amp;nbsp;นายสือมังฯ&amp;nbsp;ได้มีการนัดส่งยาเสพติด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;บริเวณริมถนนสายสุขยางค์&amp;nbsp;(มลายูบางกอก&amp;nbsp;&amp;nbsp;พงยือไร)&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบลสะเตงนอก&amp;nbsp;อำเภอเมืองยะลา&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;มัด&amp;nbsp;(6,000&amp;nbsp;เม็ด&amp;nbsp;)&amp;nbsp;นายสือมัง&amp;nbsp;ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะยี่ห้อ&amp;nbsp;ฮอนด้ารุ่น&amp;nbsp;เวฟไอ&amp;nbsp;สีดำ&amp;nbsp;ป้ายทะเบียน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กข&amp;nbsp;6897&amp;nbsp;ยะลา&amp;nbsp;เพื่อส่งยาเสพติดตามนัดหมายดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทางเจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเพื่อทำการจับกุม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หลังจากการจับกุมนายสือมังฯ&amp;nbsp;ได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ว่ายังมียาเสพติดซุกซ่อนอยู่อีกจำนวนหนึ่งที่บ้านพัก&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจค้นบ้านพักดังกล่าว&amp;nbsp;ซึ่งตั้งอยู่ที่&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบลสะเตงนอก&amp;nbsp;อำเภอเมืองยะลา&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากการตรวจสอบพบยาเสพติดให้โทษประเภทที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;(ยาบ้า)&amp;nbsp;ก้อนละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;มัด&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;17&amp;nbsp;ก้อน&amp;nbsp;&amp;nbsp;(102,000&amp;nbsp;เม็ด)&amp;nbsp;&amp;nbsp;บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกสีดำซุกซ่อนอยู่ใต้อ่างล้างจานภายในบ้านหลังดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ภายหลังการจับกุมเจ้าหน้าที่ชุดติดตามจับกุมได้ทำการเชิญตัว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายสือมังฯ&amp;nbsp;ไปยังศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด&amp;nbsp;กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่&amp;nbsp;44&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตำบลบุดี&amp;nbsp;อำเภอเมืองยะลา&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;มาทำการสอบสวนเพิ่มเติม&amp;nbsp;พร้อมจัดทำประวัติ&amp;nbsp;จากนั้นได้นำส่ง&amp;nbsp;นายสือมังฯ&amp;nbsp;พร้อมประวัติ&amp;nbsp;และของกลาง&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;108,000&amp;nbsp;เม็ด&amp;nbsp;ให้กับสถานีตำรวจภูธรเมืองยะลา&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>NULL</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309161223046</Link_News></row>
<row _id="64"><NewsTitle>ปปช.มุกดาหารชี้แจงการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินแก่ผู้บริหารท้องถิ่น ในจังหวัดมุกดาหาร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงาน&amp;nbsp;ป.ป.ช.&amp;nbsp;ประจำจังหวัดมุกดาหาร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยนายอนุชา&amp;nbsp;พึ่งบุญศรี&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน&amp;nbsp;ป.ป.ช.&amp;nbsp;ประจำจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มงานตรวจสอบทรัพย์สิน&amp;nbsp;ชี้แจงการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินแก่ผู้บริหารท้องถิ่น&amp;nbsp;รองผู้บริหารท้องถิ่น&amp;nbsp;และสมาชิกสภาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดมุกดาหารที่มีหน้าที่ยื่นบัญชีฯ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมแก้วกินรี&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมกว่า&amp;nbsp;171&amp;nbsp;คน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การดำเนินการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีฯ&amp;nbsp;มีความรู้ความเข้าใจในการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและสามารถยื่นบัญชีฯ&amp;nbsp;ได้อย่างถูกต้องเป็นไปตามระเบียบกฎหมาย&amp;nbsp;พร้อมได้แนะนำการกรอกแบบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นหน้าที่ของนายกองค์การบริหารส่วนตำบลและรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล&amp;nbsp;ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต&amp;nbsp;พ.ศ.2561&amp;nbsp;มาตรา&amp;nbsp;102&amp;nbsp;(9)&amp;nbsp;ประกอบประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;กำหนดตำแหน่งของผู้บริหารท้องถิ่น&amp;nbsp;รองผู้บริหารท้องถิ่น&amp;nbsp;ผู้ช่วยผู้บริหารท้องถิ่น&amp;nbsp;และสมาชิกสภาท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;ที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา&amp;nbsp;102&amp;nbsp;(9)&amp;nbsp;พ.ศ.2561&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;หากมีข้อสงสัย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สามารถปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน&amp;nbsp;โทร&amp;nbsp;042&amp;nbsp;602&amp;nbsp;905&amp;nbsp;กลุ่มงานตรวจสอบทรัพย์สิน&amp;nbsp;สำนักงาน&amp;nbsp;ป.ป.ช.&amp;nbsp;ประจำจังหวัดมุกดาหาร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#ปปช.มุกดาหาร&amp;nbsp;#การยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>มุกดาหาร</Province><Department>สวท.มุกดาหาร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309190528148</Link_News></row>
<row _id="65"><NewsTitle>กองทัพภาคที่ 2 ฝึกเป็นหน่วยกองร้อย ของกองพลทหารม้าที่ 3</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(9&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;พลโท&amp;nbsp;สวราชย์&amp;nbsp;แสงผล&amp;nbsp;แม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;2&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตรวจเยี่ยม&amp;nbsp;การฝึกเป็นหน่วยกองร้อยประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;หน่วยขึ้นตรง&amp;nbsp;กองพลทหารม้าที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;กรมทหารม้าที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;และกรมทหารม้าที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;เข้าร่วมการฝึกดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง&amp;nbsp;เพื่อให้สอดคล้องกับการปฎิบัติภารกิจในปัจจุบัน&amp;nbsp;และภัยคุกคามที่จะเกิดขึ้นในอนาคตทุกรูปแบบ&amp;nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบการปฎิบัติตามแผนเผชิญเหตุ&amp;nbsp;ให้สามารถปฎิบัติภารกิจตามที่กองทัพบก&amp;nbsp;ได้มอบนโยบายด้านการฝึก&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;มุ่งเน้นการฝึกหน่วยพร้อมรบ&amp;nbsp;ตามแผนเผชิญเหตุของกองทัพบก&amp;nbsp;และนโยบายด้านการฝึกแม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;การฝึกในที่ตั้ง&amp;nbsp;โดยเน้นการเตรียมการและความรู้ตามหน้าที่&amp;nbsp;ใช้แผนประเชิญเหตุ&amp;nbsp;มาใช้เป็นแผนในการฝึกของหน่วย&amp;nbsp;ตามภารกิจที่ได้รับมอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีการสาธิตดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การฝึกตั้งรับและการปฎิบัติตามแผนการรบหน่วงเวลา&amp;nbsp;การทดสอบผู้ชำนาญการทหารม้ารถถัง&amp;nbsp;ชุดรบกรมทหารม้าที่หก&amp;nbsp;การดำเนินการทดสอบผู้ชำนาญการทหารมารถถัง&amp;nbsp;สถานีการใช้อาวุธปืนกล&amp;nbsp;ร่วมแกนรถถัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;VT&amp;nbsp;4&amp;nbsp;และการปรนนิบัติบำรุงรถถัง&amp;nbsp;และกองร้อยชุด&amp;nbsp;กรมทหารม้าที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ดำเนินการฝึกการเข้าตีและตั้งรับเร่งด่วน&amp;nbsp;หลังจากนั้นได้พบปะและให้โอวาทกำลังพลอีกด้วย&amp;nbsp;ซึ่งการฝึกในครั้งนี้ได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;โควิด-19&amp;nbsp;และมาตรการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;Bubble&amp;nbsp;&amp;nbsp;and&amp;nbsp;Seal&amp;nbsp;รวมถึงมาตรการป้องกันแบบครอบจักรวาล&amp;nbsp;โดยกำลังพล&amp;nbsp;ได้กักตัวก่อนออกฝึก&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;และทำการตรวจเอทีเค&amp;nbsp;ตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สนามฝึกทางยุทธวิธีกองทัพภาคที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;อำเภอวังน้ำเขียว&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครราชสีมา</Province><Department>สวท.นครราชสีมา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309230012222</Link_News></row>
<row _id="66"><NewsTitle>กองทัพภาค 2 ฝึกอบรมหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(9&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;พลโท&amp;nbsp;สวราชย์&amp;nbsp;&amp;nbsp;แสงผล&amp;nbsp;แม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เปิดการอบรมหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหารของกองทัพภาคที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;รุ่นที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อเป็นการสร้างเครือข่ายมวลชนในการพัฒนาทุกๆ&amp;nbsp;ด้านในทุกภาคส่วน&amp;nbsp;เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้ใช้โอกาสในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น/และประสบการณ์ร่วมกัน&amp;nbsp;ในการแก้ไขปัญหาความมั่นคงในมิติต่างๆ&amp;nbsp;ทั้งในปัจจุบัน&amp;nbsp;และอนาคต&amp;nbsp;เป็นการปลูกจิตสำนึกในการเป็นพลเมืองที่ดี&amp;nbsp;การสร้างความรู้รักสามัคคี&amp;nbsp;พร้อมที่จะเข้าร่วมแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงเป็นเครือข่ายในการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยคุกคามที่เกิดขึ้นให้กับทางราชการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งผู้เข้ารับการอบรมในหลักสูตรนี้เป็นข้าราชการทหาร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ข้าราชการตำรวจ&amp;nbsp;ข้าราชการพลเรือน&amp;nbsp;ผู้นำองค์กรส่วนท้องถิ่นและผู้บริหารภาคธุรกิจเอกชน&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;การอบรมครั้งนี้มีการฟังบรรยาย&amp;nbsp;และปฏิบัติกิจกรรมเกี่ยวกับทุนปรัชญาเพื่อความมั่นคงในพื้นที่เป้าหมาย&amp;nbsp;การเดินทางทัศนศึกษาดูงาน&amp;nbsp;พร้อมทั้งรับฟังบรรยายสรุป&amp;nbsp;งานทางด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp;สังคม&amp;nbsp;ทางการทหาร&amp;nbsp;งานด้านความมั่นคงของประเทศ&amp;nbsp;รวมถึงมีการเสวนา&amp;nbsp;หรือการสัมมนาตามหัวข้อที่กำหนดเพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมฯมีแนวคิดในการพัฒนาประเทศต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการอบรมหลักสูตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีห้วงระยะเวลาการอบรมระหว่างวันที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;-&amp;nbsp;31&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ซึ่งจะเดินทางไปอบรมสัมนาตามจังหวัดต่างๆ&amp;nbsp;ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือต่อไป&amp;nbsp;โดยมีพิธีเปิด&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โรงแรมฟลอจูน&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครราชสีมา</Province><Department>สวท.นครราชสีมา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309230405224</Link_News></row>
<row _id="67"><NewsTitle>อนุมัติให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่อง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คณะรัฐมนตรีอนุมัติให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(กฟผ.)&amp;nbsp;กู้เงิน&lt;/strong&gt;เพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงินในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;2567&amp;nbsp;ภายใต้กรอบวงเงินไม่เกิน&amp;nbsp;25,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ด้วยวิธีการจัดหาเงินกู้ในรูปแบบ&amp;nbsp;Term&amp;nbsp;Loan&amp;nbsp;อายุไม่เกิน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;โดยกระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;กฟผ.ประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เนื่องจากแบกรับภาระค่าไฟฟ้าอัตโนมัติหรือ&amp;nbsp;ค่า&amp;nbsp;Ft&amp;nbsp;ตามมาตรการของรัฐบาลในการตรึงค่าไฟฟ้าเพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพของประชาชน&amp;nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;รวมถึงการผลิตไฟฟ้าในช่วงมาตรการตรึงค่าไฟฟ้านั้น&amp;nbsp;มีต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;เนื่องจากการขาดแคลนก๊าซธรรมชาติ&amp;nbsp;NGV&amp;nbsp;ในประเทศ&amp;nbsp;ทำให้&amp;nbsp;กฟผ.&amp;nbsp;ต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติ&amp;nbsp;ซึ่งเป็นช่วงที่ราคาในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;กฟผ.&amp;nbsp;จึงมีความจำเป็นต้องกู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่องให้เพียงพอต่อการดำเนินภารกิจความมั่นคงทางด้านพลังงานไฟฟ้าของประเทศ&amp;nbsp;และเป็นกลไกสำคัญของภาครัฐในการดำเนินมาตรการลดค่าครองชีพของประชาชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พร้อมกันนี้มีการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตสินค้าน้ำมันดีเซล&lt;/strong&gt;ที่มีปริมาณกำมะถันเกินและไม่เกินร้อยละ&amp;nbsp;0.005&amp;nbsp;โดยน้ำหนัก&amp;nbsp;หรือน้ำมันดีเซล&amp;nbsp;บี0&amp;nbsp;และน้ำมันเตาที่ใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าและขายไฟฟ้าทั้งหมดให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(กฟผ.)&amp;nbsp;การปรับลดภาษีสรรพสามิตสินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันครั้งนี้&amp;nbsp;จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการช่วยลดต้นทุนในการผลิตไฟฟ้า&amp;nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้ประชาชนมีภาระค่าไฟฟ้าลดลงประมาณ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;-&amp;nbsp;1.50&amp;nbsp;บาทต่อหน่วย&amp;nbsp;อีกทั้งการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคในภาคอุตสาหกรรมจะมีต้นทุนการผลิตที่ลดลงด้วย&amp;nbsp;เนื่องจากภาระค่าไฟฟ้าที่ลดลง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สมุทรปราการ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310095147264</Link_News></row>
<row _id="68"><NewsTitle>ครม.เห็นชอบหลักเกณฑ์วิธีการ UCEP Plus โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 16 มี.ค. 65</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คณะรัฐมนตรีเห็นชอบหลักเกณฑ์วิธีการ&amp;nbsp;และเงื่อนไขการกำหนดค่าใช้จ่าย&lt;/strong&gt;ในการดำเนินการผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต&amp;nbsp;กรณีติดเชื้อโรคโควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;หรือที่ถูกเรียกว่า&amp;nbsp;UCEP&amp;nbsp;Plus&amp;nbsp;(Universal&amp;nbsp;Coverage&amp;nbsp;for&amp;nbsp;Emergency&amp;nbsp;Patients&amp;nbsp;Plus)&amp;nbsp;โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เป็นต้นไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กลุ่มผู้ป่วยสีเขียว&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;อาการไม่รุนแรง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ไม่นับเป็นผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต&amp;nbsp;แต่สามารถเข้ารับการรักษาฟรีในโรงพยาบาลตามสิทธิของแต่ละคน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;สิทธิบัตรทอง&amp;nbsp;สิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า&amp;nbsp;สิทธิประกันสังคม&amp;nbsp;หรือสิทธิรักษาพยาบาลของข้าราชการ&amp;nbsp;ซี่งการรักษาทุกอย่างไม่เสียค่าใช้จ่ายตามเดิม&amp;nbsp;และแนะนำให้การดูแลแบบ&amp;nbsp;Home&amp;nbsp;Isolation(HI)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;Community&amp;nbsp;Isolation(CI)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;Hotel&amp;nbsp;Isolation&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กลุ่มผู้ป่วยสีเหลือง&amp;nbsp;หรือเสี่ยงอาการรุนแรง&amp;nbsp;และผู้ป่วยสีแดง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หรืออาการรุนแรง&amp;nbsp;ให้สามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลได้ทุกแห่ง&amp;nbsp;โดยไม่กำหนดระยะเวลา&amp;nbsp;72&amp;nbsp;ชั่วโมงแรก&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้มีการส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินรุนแรงจากโรงพยาบาลหนึ่งไปเข้ารับการรักษาในหอผู้ป่วยฉุกเฉิน&amp;nbsp;(ICU)&amp;nbsp;ของอีกโรงพยาบาลได้ภายหลัง&amp;nbsp;72&amp;nbsp;ชั่วโมงแรกด้วย&amp;nbsp;ซึ่งดีกว่าโรคอื่นๆ&amp;nbsp;ที่เข้าตามนิยามเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ครม.&amp;nbsp;มีมติให้กระทรวงการคลัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&amp;nbsp;สำนักงานประกันสังคม&amp;nbsp;สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ&amp;nbsp;คณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน&amp;nbsp;หน่วยงานของรัฐ&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;รัฐวิสาหกิจ&amp;nbsp;เอกชน&amp;nbsp;หรือกองทุนอื่นที่มีวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับการจัดบริการด้านการแพทย์&amp;nbsp;หรือสาธารณสุขดำเนินการตามหลักเกณฑ์&amp;nbsp;วิธีการ&amp;nbsp;และเงื่อนไขดังกล่าว&amp;nbsp;/ดำเนินการจ่ายค่าใช้จ่ายในอัตราตามบัญชีแนบท้ายหลักเกณฑ์&amp;nbsp;รวมถึงแก้ไขปรับปรุงกฎระเบียบ&amp;nbsp;ข้อบังคับ&amp;nbsp;หรือประกาศให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ที่อนุมัติในครั้งนี้ด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สมุทรปราการ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310095439266</Link_News></row>
<row _id="69"><NewsTitle>ครม.เห็นชอบให้ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นภาคีสถาบันวัคซีนนานาชาติ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;เห็นชอบให้ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นภาคีสถาบันวัคซีนนานาชาติ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;(International&amp;nbsp;Vaccine&amp;nbsp;Institute&amp;nbsp;:&amp;nbsp;IVI)&amp;nbsp;อย่างสมบูรณ์&amp;nbsp;และอนุมัติให้ประเทศไทยสนับสนุนงบประมาณแก่&amp;nbsp;IVI&amp;nbsp;ปีละ&amp;nbsp;100,000&amp;nbsp;ดอลลาร์สหรัฐ&amp;nbsp;หรือประมาณ&amp;nbsp;3.25&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;โดยใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี&amp;nbsp;หมวดเงินอุดหนุนของกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;เริ่มตั้งแต่ปีงบประมาณ&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;และมอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศ&amp;nbsp;จัดทำสัตยาบันสาร&amp;nbsp;เพื่อการเข้าร่วมเป็นภาคี&amp;nbsp;IVI&amp;nbsp;อย่างสมบูรณ์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;IVI&amp;nbsp;จัดตั้งขึ้นโดยข้อริเริ่มของสำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ&amp;nbsp;(UNPD)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เกาหลีใต้&amp;nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความมั่นคงในการเข้าถึงวัคซีนที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย&amp;nbsp;การวิจัย&amp;nbsp;พัฒนา&amp;nbsp;และปรับปรุงวัคซีนชนิดใหม่&amp;nbsp;รวมถึงการเสริมสร้างศักยภาพของประเทศกำลังพัฒนาในด้านการพัฒนา&amp;nbsp;การผลิต&amp;nbsp;และการนำเข้าวัคซีน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจากการที่ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นภาคี&amp;nbsp;IVI&amp;nbsp;อย่างสมบูรณ์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จะช่วยเสริมสร้างโอกาสในการศึกษา&amp;nbsp;พัฒนาความรู้และศักยภาพในด้านการวิจัยและพัฒนาวัคซีนทั้งภายในและภายนอกประเทศจากโครงการความร่วมมือต่างๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;โครงการวิจัยและพัฒนาวัคซีนสำหรับการทดลองในมนุษย์&amp;nbsp;โครงการทดลองในห้องปฏิบัติการศูนย์เฝ้าระวังโรครวมถึงได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านวัคซีน&amp;nbsp;การพัฒนาบุคลากรด้านวัคซีน&amp;nbsp;และการยกระดับความสัมพันธ์กับIVI&amp;nbsp;และประเทศสมาชิกให้มากขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สมุทรปราการ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310095716267</Link_News></row>
<row _id="70"><NewsTitle>ขยายเวลาโครงการสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs สู่อุตสาหกรรมสีเขียว</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คณะรัฐมนตรีเห็นชอบขยายระยะเวลาดำเนินโครงการสนับสนุนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม&lt;/strong&gt;มุ่งสู่อุตสาหกรรมสีเขียวโดยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีคาร์บอนต่ำออกไปอีก&amp;nbsp;18&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;ถึงวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มิ.ย.66&amp;nbsp;หลังจากสิ้นสุดโครงการไปเมื่อวันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ธ.ค.64&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาเพิ่มขีดความสามารถ&lt;/strong&gt;เพื่อยกระดับการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมในประเทศไทย&amp;nbsp;ปรับปรุง&amp;nbsp;ความสามารถในการแข่งขันและมุ่งสู่อุตสาหกรรมสีเขียว&amp;nbsp;(Green&amp;nbsp;Industry)&amp;nbsp;ลดต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;ส่งเสริมธุรกิจอุตสาหกรรมให้ดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ลดการใช้พลังงาน&amp;nbsp;ตลอดจนลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศในระยะยาวต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สมุทรปราการ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310102436289</Link_News></row>
<row _id="71"><NewsTitle>มาตรการบรรเทาภาระภาษีสำหรับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบหลักการมาตรการบรรเทาภาระภาษีสำหรับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการโอนคริปโทเคอร์เรนซีหรือโทเคนดิจิทัลในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง&amp;nbsp;(Exchange)&amp;nbsp;และการโอนสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;รวมทั้งอนุญาตให้หักผลขาดทุนจากการขายสินทรัพย์ดิจิทัลใน&amp;nbsp;Exchange&amp;nbsp;ออกจากกำไรจากการขายสินทรัพย์ดิจิทัลใน&amp;nbsp;Exchange&amp;nbsp;ได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;มาตรการดังกล่าวเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน&lt;/strong&gt;และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินในอนาคตที่พร้อมสำหรับเศรษฐกิจดิจิทัลจึงได้เสนอร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร&amp;nbsp;ว่าด้วยการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม&amp;nbsp;(ฉบับที่&amp;nbsp;..)&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;....&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ฉบับ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.&amp;nbsp;ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการโอนคริปโทเคอร์เรนซีหรือโทเคนดิจิทัลใน&amp;nbsp;Exchange&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.&amp;nbsp;ยกเว้นภาษี&amp;nbsp;มูลค่าเพิ่มสำหรับการโอนสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทยตามโครงการพัฒนาและทดสอบการใช้งานสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทยสำหรับการใช้งานภาคประชาชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สมุทรปราการ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310103306296</Link_News></row>
<row _id="72"><NewsTitle>นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำส่วนท้องถิ่นร่วมบูรณาการการทำงาน มุ่งผลสัมฤทธิ์ให้ประชาชนเข้าถึงการบริการภาครัฐ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดการประชุมและการสัมมนาทางวิชาการสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;(ผ่านระบบ&amp;nbsp;Video&amp;nbsp;Conference)&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;(PMOC)&amp;nbsp;ตึกไทยคู่ฟ้า&amp;nbsp;ทำเนียบรัฐบาล&amp;nbsp;ในรูปแบบออนไลน์&amp;nbsp;ไปยังอาคารชาเลนเจอร์&amp;nbsp;อาคาร&amp;nbsp;2&amp;nbsp;อิมแพ็ค&amp;nbsp;ชาเลนเจอร์&amp;nbsp;เมืองทองธานี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เทศบาลเป็นอีกกลไกหนึ่งที่มีความสำคัญต่อการบริหารราชการแผ่นดินมาอย่างยาวนาน&amp;nbsp;โดยถือเป็นหน่วยที่มีความใกล้ชิดและสามารถเข้าถึงประชาชนในพื้นที่ต่างๆ&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นในชุมชน&amp;nbsp;รวมทั้งการประสานงานกับหน่วยงานราชการอื่นๆ&amp;nbsp;ในการบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชน&amp;nbsp;รัฐบาลเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาท้องถิ่น&amp;nbsp;จึงได้วางแผนงานเพื่อส่งเสริมให้ท้องถิ่นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;มุ่งเน้นการขับเคลื่อนการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างส่วนกลาง&amp;nbsp;ส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;เพื่อให้การขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศสอดคล้องกันทั้งต้นทาง&amp;nbsp;กลางทางและปลายทาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การประชุมและการสัมมนาในวันนี้&amp;nbsp;นับเป็นโอกาสดีที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจะได้รับฟังและนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ของตน&amp;nbsp;พร้อมทั้งร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเรียนรู้จากประสบการณ์ระหว่างกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เน้นย้ำ&amp;nbsp;ความสำคัญของสมาคมสันนิบาตเทศบาลฯ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่เป็นกลไกสำคัญในการบริหารงานที่มีความใกล้ชิดกับประชาชนในท้องถิ่น&amp;nbsp;ซึ่งรัฐบาลได้มีการปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ&amp;nbsp;ที่เกี่ยวข้องเพื่อปรับเปลี่ยนและอำนวยความสะดวกให้การบริหารราชการส่วนท้องถิ่นมีความคล่องตัว&amp;nbsp;สามารถให้บริการประชาชนได้อย่างสะดวก&amp;nbsp;รวดเร็ว&amp;nbsp;ท่ามกลางสถานการณ์บ้านเมืองที่มีทั้งวิกฤตและโอกาส&amp;nbsp;โดยขอให้ใช้โอกาสนี้ในการสร้างความร่วมมือ&amp;nbsp;ขยายเครือข่ายการพัฒนา&amp;nbsp;เรียนรู้จากประสบการณ์ต่างๆ&amp;nbsp;ร่วมกัน&amp;nbsp;เพื่อนำพาประเทศชาติให้เจริญเติบโต&amp;nbsp;ก้าวหน้าในอนาคตโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&amp;nbsp;โดยบูรณการการทำงานให้ตรงกับความต้องการของประชาชนให้ได้มากที่สุด&amp;nbsp;ก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน&amp;nbsp;สิ่งสำคัญที่สุดคือ&amp;nbsp;ความโปร่งใส&amp;nbsp;เป็นธรรมและเท่าเทียม&amp;nbsp;ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โอกาสนี้&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ขอบคุณทุกภาคส่วนที่ได้ร่วมมือกับรัฐบาลเป็นอย่างดีในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;ในระยะที่ผ่านมา&amp;nbsp;อีกทั้งปัญหาภัยแล้งและอุทกภัย&amp;nbsp;ปัญหาเรื่องการจัดการขยะ&amp;nbsp;รวมทั้งปัญหาอื่นๆ&amp;nbsp;ที่ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนคนไทย&amp;nbsp;พร้อมขอให้ทุกคนมีพลังกาย&amp;nbsp;พลังใจและพลังสติปัญญาที่สมบูรณ์&amp;nbsp;ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติและประชาชนอย่างเข้มแข็งต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310113053316</Link_News></row>
<row _id="73"><NewsTitle>จังหวัดลำพูน จัดประชุมคณะกรมการจังหวัดลำพูน นายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประจำจังหวัด ประจำเดือนมีนาคม 2565 เพื่อติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(10&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมหริภุญชัย&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ศูนย์ราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;(ศาลากลางจังหวัดลำพูนแห่งใหม่)&amp;nbsp;นายวรยุทธ&amp;nbsp;เนาวรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรมการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;นายอำเภอ&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประจำจังหวัด&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2/2565&amp;nbsp;ประจำเดือนมีนาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ผ่านระบบวีดีทัศน์ทางไกลกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;ผ่านโปรแกรม&amp;nbsp;Cisco&amp;nbsp;Jabber&amp;nbsp;เพื่อติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายอนุพงษ์&amp;nbsp;วาวงศ์มูล&amp;nbsp;นายภาษเดช&amp;nbsp;หงส์ลดารมภ์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;นายชาตรี&amp;nbsp;กิตติธนดิตถ์&amp;nbsp;ปลัดจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;นายบุญส่ง&amp;nbsp;ไชยมณี&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;นายอำเภอ&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการจังหวัด&amp;nbsp;หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข่าร่วมประชุมเพื่อรายงานผลการปฏิบัติงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับวาระการประชุมในครั้งนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีเรื่องที่สำคัญ&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;การรายงานสภาพอากาศประจำเดือนมีนาคม&amp;nbsp;สถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;รายงานผลการใช้จ่ายเงินงบประมาณรายจ่ายภาครัฐจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;รายงานผลการดำเนินงานของศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;การรายงานสถานการณ์ด้านแรงงานจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;เรื่องการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด&amp;nbsp;เรื่องการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ภัยแล้ง&amp;nbsp;และสถานการณ์หมอกควันไฟป่า&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำพูน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310115737328</Link_News></row>
<row _id="74"><NewsTitle>ขยายเวลา พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่ออีก 3 เดือน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลเอก&amp;nbsp;ประวิตร&amp;nbsp;วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน&amp;nbsp;(กบฉ.)&amp;nbsp;ครั้งที่1/2565&amp;nbsp;โดยที่ประชุมได้รับทราบผลการปฎิบัติงานตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน&amp;nbsp;พ.ศ.2548&amp;nbsp;ห้วงที่ผ่านมา&amp;nbsp;ภาพรวมการก่อเหตุความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องและประชาชนให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐด้วยดี&amp;nbsp;รวมถึงรับทราบความคืบหน้าผลการดำเนินงานตามแผนปรับลดพื้นที่การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน&amp;nbsp;ซึ่งมีแนวโน้มและโอกาสปรับลดพื้นที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้น&amp;nbsp;ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เห็นชอบตามข้อเสนอของ&amp;nbsp;กอ.รมน.ภาค4&amp;nbsp;ส่วนหน้า&amp;nbsp;ขอขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;&amp;nbsp;ยกเว้น&amp;nbsp;อำเภอศรีสาคร&amp;nbsp;,อำเภอสุไหงโก-ลก&amp;nbsp;,อำเภอแว้ง&amp;nbsp;,อำเภอสุคิริน&amp;nbsp;จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;&amp;nbsp;อำเภอไม้แก่น&amp;nbsp;,อำเภอแม่ลาน&amp;nbsp;จังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;และอำเภอเบตง&amp;nbsp;,อำเภอกาบัง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;ออกไปอีก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง&amp;nbsp;ทำให้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่มีประสิทธิภาพสามารถดูแลรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลเอก&amp;nbsp;ประวิตร&amp;nbsp;กำชับกองทัพภาคที่4&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;กอ.รมน.ภาค4&amp;nbsp;ส่วนหน้า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ให้เข้มงวดงานด้านการข่าวและเฝ้าระวังพื้นที่ชายแดน&amp;nbsp;รวมถึงเร่งพิจารณาการปรับลดพื้นที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพิ่มเติมและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ยืนยันว่า&amp;nbsp;รัฐบาลพร้อมดูแลความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัย&amp;nbsp;ควบคู่กับการพัฒนาพื้นที่ให้มีความเจริญก้าวหน้า&amp;nbsp;ประชาชนมีความอยู่ดีกินดี&amp;nbsp;อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310114019321</Link_News></row>
<row _id="75"><NewsTitle>ตำรวจกำลังไล่ล่าแก็งค์คนร้ายที่กำลังหลบหนี บริเวณอำเภอรันตภูมิ โดยเฉพาะนายฉุย หรือนายจำรัส  รักจันทร์ ผู้ต้องตามหมายจับหลายคดีที่ตกเป็นผู้ต้องหา ทั้งพื้นที่จังหวัดพัทลุงและพื้นที่จังหวัดสงขลา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;10&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จากกรณี&amp;nbsp;พ.ต.ท.เกล้า&amp;nbsp;พลนุ้ย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สว.(สอบสวน)&amp;nbsp;สภ.เขาชัยสน&amp;nbsp;จ.พัทลุง&amp;nbsp;พ.ต.อ.สนธยา&amp;nbsp;ธูปทอง&amp;nbsp;ผกก.สภ.เขาชัยสน&amp;nbsp;พล.ต.ต.ตานิตย์&amp;nbsp;รามดิษฐ์&amp;nbsp;ผบก.ภ.จว.พัทลุง&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายตำรวจที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุยิงกันตาย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ศพ&amp;nbsp;บาดเจ็บสาหัส&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;อีก&amp;nbsp;1รายบาดเจ็บเล็กน้อย&amp;nbsp;ร.ต.อ.&amp;nbsp;นพดา&amp;nbsp;ณัทณพงศ์&amp;nbsp;หัวหน้าชุดกก.6&amp;nbsp;ภ.9&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;โดยเหตุเกิดบริเวณใกล้สี่แยกบ้านท่านางพรหม&amp;nbsp;บนถนนสายสี่แยกบ้านท่านางพรหม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ท่าควาย&amp;nbsp;ท้องที่&amp;nbsp;ม.6&amp;nbsp;ต.โคกม่วง&amp;nbsp;อ.เขาชัยสน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิต&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ดต.อนันต์&amp;nbsp;มีแสง&amp;nbsp;ตำแหน่ง&amp;nbsp;ผบ.หมู่(ป)&amp;nbsp;กก.6&amp;nbsp;ภ.9&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิดที่บริเวณศีรษะ&amp;nbsp;ส่วน&amp;nbsp;ตร.ที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บอีก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ทราบชื่อภายหลังว่า&amp;nbsp;ดต.ชัชชัย&amp;nbsp;ศัญโย&amp;nbsp;ตำแหน่ง&amp;nbsp;ผบ.หมู่(ป)&amp;nbsp;กก.6&amp;nbsp;ภ.9&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิดที้บริเวณแขนขวาได้รับบาดเจ็บสาหัส&amp;nbsp;อีก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;บาดเจ็บเล็กน้อย&amp;nbsp;ร.ต.อ.&amp;nbsp;นพดา&amp;nbsp;ณัทณพงศ์&amp;nbsp;รองหัวหน้าชุด&amp;nbsp;กก.6&amp;nbsp;ภ.9&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;ถูกยิงเฉี่ยวที่บริเวณคิวด้านขวา&amp;nbsp;และถูกกระจกรถยนต์บาดหลายแห่งตามร่างกาย&amp;nbsp;ส่วนคนร้ายที่ถูกยิงเสียชีวิตทราบชื่อว่า&amp;nbsp;นายวัชระ&amp;nbsp;รัตนสุวรรณ์&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;38&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;อยู่บ้านเลขที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ต.ดอนทราย&amp;nbsp;อ.ปากพะยูน&amp;nbsp;จ.พัทลุง&amp;nbsp;และคนร้ายที่เหลือได้วิ่งหลบหนีไปได้&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;โดยดาดว่าคนร้ายอาจจะถูกยิงได้รับบาดเจ็บไปด้วยอย่างน้อย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมาจนตั้งเช้าวันนี้&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหลายนาย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ยังคงติดตามไล่ล่ากลุ่มคนร้ายที่ยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ที่ทราบข่าวว่าหลบหนีไปยังบริเวณ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ตำบลชะม่วง&amp;nbsp;อำเภอรันตภูมิ&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;โดยเฉพาะนายจำรัส&amp;nbsp;หรือฉุย&amp;nbsp;รักจันทร์&amp;nbsp;เลขที่&amp;nbsp;121/1&amp;nbsp;ม&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ตำบลชะม่วง&amp;nbsp;อำเภอรัตภูมิ&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่เขตรอบต่อจังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;และจังหวัดสตูล&amp;nbsp;เป็นหัวโจ๊กกลุ่มคนร้ายที่ตำรวจต้องการตัวมากที่สุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ล่าสุดจากที่ชุดพิทักษ์แดนไทย&amp;nbsp;54&amp;nbsp;กองปราบปราม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สืบสวนจังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;สืบภาค9&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;และชุดปราบปรามผู้มีอิทธิพลมือปืนรับจ้างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp;ได้ติดคนร้ายในพื้นที่รอยต่อพัทลุง&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;พบรถยนต์เก่งของคนร้ายเป็นรถยนต์เก่งมาสด้าสีดำ&amp;nbsp;หลังจากสืบทราบว่าเป็นรถที่นำคนร้ายหลบหนี&amp;nbsp;นำมาจอดทิ้งไว้ในสวนปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;ริมเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด&amp;nbsp;บ้านเอขาคาว&amp;nbsp;อ.รัตภูมิ&amp;nbsp;จ.สงขลา&amp;nbsp;ตรวจสอบ&amp;nbsp;ภานในรถมีร่องรอยเลือดตกอยู่&amp;nbsp;และใกล้กันพบสำลี&amp;nbsp;ผ้า&amp;nbsp;ที่มีรอยเลือด&amp;nbsp;ถูกเผาทิ้งข้างรถ&amp;nbsp;ส่วนผู้ต้องหาทั้ง3&amp;nbsp;ได้หลบหนีขึ้นบนภูเขา&amp;nbsp;ซึ่งทางชุดล่าล่ากำลังติดตามพร้อมนำ&amp;nbsp;ฮ.มาบนสำรวจทางอากาศเพื่อกดดันผู้ต้องหาทั้ง&amp;nbsp;ด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับผู้ต้องหานายจำรัส&amp;nbsp;รักจันทร์&amp;nbsp;มีประวัติตกเป็นผู้ต้องหา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;9&amp;nbsp;คดี&amp;nbsp;ทั้งพื้นที่จังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;และจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;ส่วนใหญ่เป็นคดีฆ่าคนตาย&amp;nbsp;และพยายามฆ่า&amp;nbsp;คดี&amp;nbsp;สภ.ป่าบอน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;คดี&amp;nbsp;สภ.ตะโหมด&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คดี&amp;nbsp;สภ.รันภูมิ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;คดี&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;สภ.คลองแงะ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คดี&amp;nbsp;ซึ่งตกเป็นมือรับจ้างที่ต้องการของเจ้าหน้ที่ตำรวจ&amp;nbsp;โดยมีการตั้งรางวัล&amp;nbsp;100,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ส่วนช่วงเย็นของวันนี้จะมีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ลงพื้นที่จังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;เพื่อรับทราบข้อมูล&amp;nbsp;และชี้แจงเรื่องเหตุการณืที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;เมื่อวานที่ผ่านมา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;074612404&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>พัทลุง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310123423367</Link_News></row>
<row _id="76"><NewsTitle>คนร้ายดักวางระเบิดทหารพราน ที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ทหารพราน-ชาวบ้านเจ็บหลายราย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;วันนี้&amp;nbsp;10&amp;nbsp;มี.ค.65&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;11.25&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ศูนย์วิทยุ&amp;nbsp;สภ.บันนังสตา&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบกลุ่ม&amp;nbsp;และจำนวนลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารพราน&amp;nbsp;ริมถนนสาย&amp;nbsp;410&amp;nbsp;(ยะลา&amp;nbsp;-บันนังสตา)&amp;nbsp;บริเวณตรงข้ามมัสยิดบ้านเตาปูน&amp;nbsp;ใกล้กับโรงเรียนบ้านเตาปูน(ธนาคารกรุงเทพ16)&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;บ้านเงาะกาโป&amp;nbsp;ต.บันนังสตา&amp;nbsp;อ.บันนังสตา&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;ส่งผลทำให้มีเจ้าหน้าที่ทหารพราน&amp;nbsp;สังกัด&amp;nbsp;3306&amp;nbsp;และชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ&amp;nbsp;จำนวนหลายราย&amp;nbsp;ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันลำเลียงผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลบันนังสตา&amp;nbsp;และนำตัวต่อไปยัง&amp;nbsp;โรงพยาบาลศูนย์ยะลา&amp;nbsp;เพื่อช่วยชีวิตอย่างเร่งด่วน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หลังรับแจ้ง&amp;nbsp;พ.ต.อ.สายูตี&amp;nbsp;กาเต๊ะ&amp;nbsp;ผกก.สภ.บันนังสตา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วย&amp;nbsp;กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ&amp;nbsp;ทหารพราน&amp;nbsp;ฝ่ายปกครอง&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ชุด&amp;nbsp;กู้ชีพ&amp;nbsp;-&amp;nbsp;กู้ภัยมูลนิธิฮิลาลอะห์มัร&amp;nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการบันนังสตา&amp;nbsp;รีบเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที&amp;nbsp;เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุทราบว่าผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด&amp;nbsp;ถูกเจ้าหน้าที่ทหารพราน&amp;nbsp;และชาวบ้านช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาลบันนังสตา&amp;nbsp;ทราบชื่อ&amp;nbsp;อส.ทพ.ชาติชาย&amp;nbsp;นันทกรปรีดา&amp;nbsp;อาการสาหัส&amp;nbsp;ถูกสะเก็ดเข้าเอวซ้าย&amp;nbsp;อส.ทพ.พุทธิพงษ์&amp;nbsp;คงแดง&amp;nbsp;&amp;nbsp;อส.ทพ.โกมินทร์&amp;nbsp;สารภี&amp;nbsp;&amp;nbsp;อส.ทพ.จีราวัฒน์&amp;nbsp;จุมปาลี&amp;nbsp;หูอื้อ&amp;nbsp;และชาวบ้านถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;น.ส.นัสรี&amp;nbsp;ยือเลาะ&amp;nbsp;นายอิสมาแอ&amp;nbsp;เจะเละ&amp;nbsp;น.ส.คอรีเยาะ&amp;nbsp;สะแม&amp;nbsp;นายตูแวมะ&amp;nbsp;อุเซ็ง&amp;nbsp;ทั้งหมด&amp;nbsp;ถูกนำส่งโรงพยาบาลบันนังสตา&amp;nbsp;และนำตัวส่งต่อไปยังโรงพยาบาลศูนย์ยะลา&amp;nbsp;เพื่อช่วยชีวิตเป็นการด่วน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในที่เกิดเหตุดังกล่าว&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจ&amp;nbsp;ทหารพราน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ฝ่ายปกครอง&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ชุด&amp;nbsp;เก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด&amp;nbsp;ภ.จว.ยะลา&amp;nbsp;(EOD.)&amp;nbsp;ชุด&amp;nbsp;พิสูจน์หลักฐานที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ยะลา&amp;nbsp;ได้ปิดกั้นเส้นทาง&amp;nbsp;พร้อมกับเข้าเคลียร์รอบๆ&amp;nbsp;จุดเกิดเหตุ&amp;nbsp;ซึ่งเกรงว่ากลุ่มคนร้ายจะก่อเหตุซ้ำสอง&amp;nbsp;จุดที่เกิดระเบิดพบว่าเป็นริมถนนมีต้นหญ้าปกคลุมดินแดง&amp;nbsp;ห่างกันเล็กน้อย&amp;nbsp;พบคราบเลือดจำนวนหนึ่ง&amp;nbsp;และเศษชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องตกกระจัดกระจายเกลื่อนพื้นถนนและพงหญ้ารกทึบริมทาง&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานเพื่อนำไปตรวจสอบ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า&amp;nbsp;ในขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารพราน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สังกัด&amp;nbsp;3306&amp;nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&amp;nbsp;33&amp;nbsp;เดินทางด้วยรถยนต์กระบะหุ้มเกราะ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ประตู&amp;nbsp;ยี่ห้ออีซูซุ&amp;nbsp;รุ่นดีแม็ก&amp;nbsp;สีบรอนซ์เงิน&amp;nbsp;หมายเลขทะเบียน&amp;nbsp;กฉ&amp;nbsp;-&amp;nbsp;9058&amp;nbsp;ยะลา&amp;nbsp;เพื่อปฎิบัติหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;เมื่อเดินทางมาถึงจุดเกิดเหตุ&amp;nbsp;คนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวน&amp;nbsp;ได้นำระเบิดแสวงเครื่อง&amp;nbsp;มาซุกซ่อนเอาไว้&amp;nbsp;จึงได้ทำการจุดชนวนระเบิดขึ้นทันที&amp;nbsp;เสียงดังสนั่นหวั่นไหว&amp;nbsp;เป็นเหตุให้รถยนต์กระบะคันดังกล่าว&amp;nbsp;ถูกแรงระเบิดได้รับความเสียหายเป็นรูพรุน&amp;nbsp;หลายจุด&amp;nbsp;และมีกำลังพลทหารพรานได้รับบาดเจ็บดังกล่าว&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่คาดว่าเป็นฝีมือของกลุ่มคนร้ายที่ยังหลบซ่อนตัวในพื้นที่&amp;nbsp;อ.บันนังสตา&amp;nbsp;และในพื้นที่ใกล้เคียง&amp;nbsp;ที่ยังคงต้องการแสดงศักยภาพ&amp;nbsp;สร้างสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310135810406</Link_News></row>
<row _id="77"><NewsTitle>ศอ.บต. แจงผลสัมฤทธิ์ขับเคลื่อนงานด้านการพัฒนา จชต. ในห้วงที่ผ่านมา พร้อมตั้งเป้าปี 65       แก้ไขปัญหาและยกระดับคุณภาพชีวิตของ ปชช. ให้เท่าเทียม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายบุญพาศ&amp;nbsp;รักนุ้ย&amp;nbsp;รองเลขาธิการ&amp;nbsp;ศูนย์อำนวยการบริหาร&lt;/strong&gt;จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;(ศอ.บต.)&amp;nbsp;แจงผลสัมฤทธิ์การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง&amp;nbsp;แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคงแผนย่อย&amp;nbsp;และแนวทางการพัฒนาที่เกี่ยวข้องห้วงปี&amp;nbsp;พ.ศ.2561&amp;nbsp;&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ต่อคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐวุฒิสภา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดย&amp;nbsp;ศอ.บต.ได้นำเสนอการขับเคลื่อนงานมิติด้านการพัฒนา&lt;/strong&gt;ในห้วง&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;โดยบูรณาการขับเคลื่อนงาน&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;38&amp;nbsp;หน่วยงาน&amp;nbsp;ให้บรรลุ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เป้าหมาย&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป้าหมายที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;นานาชาติให้การสนับสนุนการดำเนินการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ของรัฐบาลไทย&amp;nbsp;มีความเข้าใจ&amp;nbsp;มีท่าทีเชิงบวกต่อประเด็นการแก้ไขปัญหาเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;เป็นผลจากการเพิ่มปฏิสัมพันธ์ของภาครัฐในการสร้างความเข้าใจและประสานความร่วมมือต่อกลุ่มภาคประชาสังคม&amp;nbsp;ภายใต้โครงการภาคประชาสังคมร่วมใจ&amp;nbsp;และการสร้างความเข้าใจต่อกับนานชาติ&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ให้ข้อมูลและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่คณะเอกอัครราชทูตนานาชาติประจำประเทศไทย&amp;nbsp;องค์กรระหว่างประเทศ&amp;nbsp;บุคคลสำคัญต่างประเทศ&amp;nbsp;และหน่วยงานทั้งใน&amp;nbsp;และต่างประเทศรวมกว่า&amp;nbsp;20&amp;nbsp;คณะ&amp;nbsp;ผ่านกิจกรรมการประชาสัมพันธ์และต้อนรับหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป้าหมายที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ประชาชนทุกหมู่เหล่าอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;โดยได้กำหนดตำบลเป้าหมายที่จะ&amp;nbsp;ดำเนินการ&amp;nbsp;183&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;ซึ่งการขับเคลื่อนที่ผ่านมา&amp;nbsp;ได้มีการดำเนินการใน&amp;nbsp;101&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;ในการสร้างพื้นที่กลางให้ประชาชนที่มีความแตกต่างหลากหลายทางวัฒนธรรม&amp;nbsp;สามารถทำกิจกรรมร่วมกัน&amp;nbsp;เพื่อลดเงื่อนไขความไม่เป็นธรรม&amp;nbsp;ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างสังคมพหุวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง&amp;nbsp;โดยได้ดำเนินการสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนทั้งในและนอกพื้นที่&amp;nbsp;ผ่านการประชาสัมพันธ์เชิงรุก&amp;nbsp;ใช้สื่อวิทยุ&amp;nbsp;โทรทัศน์&amp;nbsp;สื่อออนไลน์และออฟไลน์&amp;nbsp;รวมทั้ง&amp;nbsp;จัดเสวนาแลกเปลี่ยนเพื่อสร้างความรับรู้เข้าใจเกี่ยวกับ&amp;nbsp;สถานการณ์และแนวนโยบายของภาครัฐให้แก่&amp;nbsp;ผู้นำศาสนา&amp;nbsp;ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น&amp;nbsp;เครือข่ายภาคประชาสังคม&amp;nbsp;ส่งผลให้ประชาชนและภาคส่วนต่างๆ&amp;nbsp;สนับสนุนแนวทางในการแก้ไขปัญหาของภาครัฐเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;การเสริมสร้างสังคมพหุวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง&amp;nbsp;ผ่านการอุดหนุนกิจการทางด้านศาสนา&amp;nbsp;ส่งเสริมการดำเนินศาสนกิจได้โดยไม่ถูกขัดขวาง&amp;nbsp;ถ่ายทอด&amp;nbsp;การดำเนินชีวิต&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตามหลักศาสนาที่ถูกต้องของทุกศาสนา&amp;nbsp;และสร้างพื้นที่กลางในการปฏิสัมพันธ์ร่วมกันของทุกวัฒนธรรม&amp;nbsp;สร้างกระบวนการเรียนรู้ในการยอมรับการอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม&amp;nbsp;ตลอดจนจัดทำองค์ความรู้อนุรักษ์และพัฒนาแหล่ง&amp;nbsp;เรียนรู้ทางประวัติศาสตร์โบราณคดีและวัฒนธรรม&amp;nbsp;และการอำนวยความยุติธรรมและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;ผ่านการส่งเสริมกระบวนการอำนวยความยุติธรรมตั้งแต่ต้นทาง&amp;nbsp;โดยจัดให้มีศูนย์ยุติธรรมชุมชน&amp;nbsp;106&amp;nbsp;ศูนย์&amp;nbsp;ซึ่งมีเจ้าหน้าที่เครือข่ายของศอ.บต.&amp;nbsp;อำนวยความสะดวกและให้คำแนะนำเบื้องต้นแก่ประชาชน&amp;nbsp;พร้อมทั้งวางระบบการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างครบวงจร&amp;nbsp;ทั้งด้านร่างกาย&amp;nbsp;จิตใจ&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมทั้ง&amp;nbsp;สร้างโอกาสทางการศึกษาแก่ทายาทผู้ได้รับผลกระทบและฝึกอาชีพ&amp;nbsp;ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการบังคับคดี&amp;nbsp;การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทตามหลักสันติวิธี&amp;nbsp;รวมถึงอบรมหลักสิทธิมนุษยชนและกฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องแก่เจ้าหน้าที่รัฐ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป้าหมายที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจเพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;ผ่านโครงการพัฒนาและปรับปรุงประสิทธิภาพด้วยหลักธรรมาภิบาล&amp;nbsp;โดยได้ดำเนินการป้องกันปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ&amp;nbsp;และตรวจสอบการดำเนินโครงการ/กิจกรรม&amp;nbsp;การเพิ่มประสิทธิภาพเจ้าหน้าที่รัฐ&amp;nbsp;&amp;nbsp;การอำนวยการและเพิ่มประสิทธิภาพการขับเคลื่อนงานของภาครัฐให้รวดเร็ว&amp;nbsp;เท่าเทียม&amp;nbsp;และเป็นที่พึ่งของประชาชนได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;การขับเคลื่อนตำบลมั่นคง&amp;nbsp;มั่งคั่ง&amp;nbsp;และยั่งยืน&amp;nbsp;ผ่านกลไกสภาสันติสุขตำบล&amp;nbsp;เป็นกลไกที่เชื่อมโยงการแก้ไขปัญหาระดับพื้นที่&amp;nbsp;โดยมีการจัดทำแผนพัฒนาตำบลครอบคลุม&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;282&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;รวมทั้งการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินทำกิน&amp;nbsp;ให้กับประชาชนส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่มีความมั่นคงด้านอาชีพ&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;เข้มแข็ง&amp;nbsp;และมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น&amp;nbsp;และการพัฒนาเศรษฐกิจ&amp;nbsp;และส่งเสริมตามศักยภาพพื้นที่&amp;nbsp;พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ&amp;nbsp;และพัฒนาเศรษฐกิจระดับฐานรากระดับครัวเรือน&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;และตำบล&amp;nbsp;สามารถเชื่อมโยงและได้รับประโยชน์จากการพัฒนาพื้นที่ระดับอนุภูมิภาคผ่าน&amp;nbsp;โครงการพัฒนาเมืองต้นแบบทั้ง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เมือง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;เมืองหนองจิก&amp;nbsp;จ.ปัตตานี&amp;nbsp;เมืองสุไหงโกลก-ลก&amp;nbsp;จ.นราธิวาส&amp;nbsp;เมืองเบตง&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;และเมืองจะนะ&amp;nbsp;จ.สงขลา&amp;nbsp;รวมถึงส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่สามารถประกอบอาชีพตามฐานทรัพยากร&amp;nbsp;และภูมิสังคมและมีทางเลือกในการประกอบอาชีพเพื่อสร้างรายได้ให้ตนเองเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;จนเกิดอัตราการเจริญเติบโต&amp;nbsp;ทางเศรษฐกิจเพิ่มสูงขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ในปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;ในฐานะหน่วยงานเจ้าภาพ&lt;/strong&gt;มิติงานด้านการพัฒนาได้เร่งรัดการขับเคลื่อนการพัฒนา&amp;nbsp;โดยประสานการทำงานร่วมกับ&amp;nbsp;กอ.รมน.&amp;nbsp;ภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;สน.&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งเป็นเจ้าภาพมิติงานด้านความมั่นคงอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;เพื่อยกระดับ&amp;nbsp;คุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ให้ดีขึ้น&amp;nbsp;เท่าเทียมกับพื้นที่อื่นของประเทศ&amp;nbsp;โดยได้วางกรอบการดำเนินงานด้านการพัฒนาให้บรรลุเป้าหมายอาทิ&amp;nbsp;การแก้ไขปัญหาความยากจนตามฐานข้อมูล&amp;nbsp;TPMAP&amp;nbsp;5&amp;nbsp;มิติ&amp;nbsp;การส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากระดับครัวเรือน&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;และตำบล&amp;nbsp;โดยยกระดับพื้นที่สู่การเป็นเมืองแห่งปูทะเล&amp;nbsp;เมืองแห่งปศุสัตว์&amp;nbsp;เมืองแห่งพืชพลังงาน&amp;nbsp;และเมืองแห่งผลไม้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ตลอดจนการขับเคลื่อนโครงการเมืองต้นแบบทั้ง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เมือง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นอกจากในห้วงเดือนพฤษภาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ศอ.บต.เตรียมจัดงานวิ่งตามภูมิประเทศ&amp;nbsp;หรือวิ่งเทรล&amp;nbsp;ภายใต้ชื่อ&amp;nbsp;Amazean&amp;nbsp;Jungle&amp;nbsp;Trail&amp;nbsp;ที่อำเภอเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;ซึ่งจะเป็นการยกระดับการ&amp;nbsp;ท่องเที่ยวและเปลี่ยนภาพลักษณ์ของพื้นที่ไปสู่เมืองแห่งการท่องเที่ยวและกีฬาระดับ&amp;nbsp;นานาชาติที่เป็นรูปธรรม&amp;nbsp;รวมทั้งการใช้ประโยชน์จากสนามบินเบตงที่มีกำหนดเปิดใช้&amp;nbsp;บริการเชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการในวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่จะถึงนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การใช้โอกาสและศักยภาพที่ประเทศไทยฟื้นความสัมพันธ์&lt;/strong&gt;กับประเทศซาอุดีอาระเบีย&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการประมวลข้อมูลรวม&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;เพื่อจัดทำเป็น&amp;nbsp;(ร่าง)&amp;nbsp;แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนงานการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;ภายหลังรัฐบาล&amp;nbsp;เปิดศักราชใหม่&amp;nbsp;ของความสัมพันธ์ไทย&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ซาอุดีอาระเบีย&amp;nbsp;โดยสมบูรณ์&amp;nbsp;นำเสนอเสนอต่อกพต.&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;เพื่อพิจารณาเห็นชอบ&amp;nbsp;ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ&amp;nbsp;และวางกรอบในการบูรณาการขับเคลื่อนงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรมต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310163915537</Link_News></row>
<row _id="78"><NewsTitle>ไทย-ไอร์แลนด์ พร้อมสนับสนุนด้านการศึกษา วัฒนธรรม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายโจเซฟ แอนโทนี คอตเตอร์&lt;/strong&gt; (H.E. Mr. Joseph Anthony Cotter) เอกอัครราชทูตไอร์แลนด์ประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในโอกาสอำลาพ้นจากหน้าที่ &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายกรัฐมนตรี ชื่นชมบทบาทของเอกอัครราชทูตไอร์แลนด์ฯ&lt;/strong&gt; ที่ได้ปฏิบัติงานอย่างแข็งขันตลอด 4 ปี โดยได้ผลักดันความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน รวมถึงด้านการศึกษาและวัฒนธรรม เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับไอร์แลนด์ที่ดีต่อกันเสมอมา ซึ่งในอีก 3 ปีข้างหน้าจะเป็นวาระครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย  ไอร์แลนด์ พร้อมแสดงความยินดีในโอกาสวันชาติของไอร์แลนด์ (St. Patricks Day) ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 17 มีนาคม 2565 โดยทราบว่าปีที่แล้วได้มีการจัดกิจกรรมเปิดไฟสีเขียวที่วัดอรุณฯ ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างดีและเชื่อมั่นว่าทั้งสองประเทศจะสานต่อความร่วมมือต่อไปทั้งในระดับทวิภาคี อนุภูมิภาคและภูมิภาค โดยเฉพาะในช่วงการฟื้นฟูเศรษฐกิจภายหลังสถานการณ์โควิด-19&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งสองฝ่ายต่างเห็นพ้องว่า ไทยและไอร์แลนด์ &lt;/strong&gt;ยังมีศักยภาพระหว่างกันในอีกหลายมิติ โดยได้หารือในประเด็นความร่วมมือระหว่างกัน &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านเศรษฐกิจ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นายกรัฐมนตรียืนยันว่าไทยพร้อม &lt;/strong&gt;ที่จะเป็นศูนย์กลางด้านการค้าและการลงทุนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไอร์แลนด์มีศักยภาพด้านดิจิทัล และเป็นแหล่งของบริษัทยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์ชั้นนำของโลก จึงขอเชิญชวนให้เข้ามาลงทุนในไทยในสาขานี้เพิ่มเติม &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านการศึกษา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะให้หน่วยงานภาครัฐและสถาบันการศึกษามีการประสานงานกันอย่างใกล้ชิดเพื่อดำเนินความร่วมมือทางการศึกษา ซึ่งนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า ไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ขอบคุณไอร์แลนด์ที่มีความร่วมมือด้านการอุดมศึกษากับไทยอย่างต่อเนื่อง &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านวัฒนธรรม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เอกอัครราชทูตไอร์แลนด์ฯ ยินดีและขอบคุณหน่วยงานไทยที่สนับสนุนกิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองวันชาติสาธารณรัฐไอร์แลนด์ (St. Patricks Day) ตามโครงการ Global Greening Programme ด้วยการประดับไฟสีเขียวซึ่งเป็นสีประจำชาติของไอร์แลนด์ ณ วัดอรุณฯ เมื่อปีที่ผ่านมา และในปีนี้จะมีการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองวันชาติฯ อีกครั้งที่จังหวัดสุโขทัยและจังหวัดเชียงใหม่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-03T00:00:00</NewsDate><Region>NULL</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>หน่วยงานสำนักข่าว</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310160946488</Link_News></row>
<row _id="79"><NewsTitle>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมประธานกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลฯ ลงพื้นที่ติดตามการขับเคลื่อนงานในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ ที่ จ.นราธิวาส</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลเอก&amp;nbsp;ชัยชาญ&amp;nbsp;ช้างมงคล&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม&lt;/strong&gt;/ประธานกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;และคณะ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;พรศักดิ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;พูลสวัสดิ์&amp;nbsp;กรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาล&amp;nbsp;เดินทางประชุมติดตามการขับเคลื่อนงานในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนใต้&amp;nbsp;ที่ด่านศุลกากร&amp;nbsp;อำเภอตากใบ&amp;nbsp;จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;ซึ่งมี&amp;nbsp;พลโท&amp;nbsp;เกรียงไกร&amp;nbsp;&amp;nbsp;ศรีรักษ์&amp;nbsp;แม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;นายสนั่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;พงษ์อักษร&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;ว่าที่ร้อยตรี&amp;nbsp;จิรัสย์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ศิริวัลลภ&amp;nbsp;นายอำเภอตากใบ&amp;nbsp;นายอติสันติ์&amp;nbsp;ภูวพิพัฒนวงศ์&amp;nbsp;นายด่านศุลกากรตากใบ&amp;nbsp;&amp;nbsp;และผู้เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เข้าร่วมการประชุม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลเอก&amp;nbsp;ชัยชาญ&amp;nbsp;ได้รับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในพื้นที่จากหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส&amp;nbsp;(ฉก.นราธิวาส)&amp;nbsp;และรับทราบรายงานสภาพเศรษฐกิจการค้าขายบริเวณด้านพรมแดนไทย-มาเลเซีย&amp;nbsp;ด้านอำเภอตากใบ&amp;nbsp;ซึ่งมีช่องทาง&amp;nbsp;เข้า-ออก&amp;nbsp;โดยมีจุดผ่านแดนถาวร&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;จุดผ่อนปรนการค้า&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;และช่องทางธรรมชาติ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;26&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;มีแนวลำน้ำโก-ลกกั้นเขตแดน&amp;nbsp;หลังจากนั้นได้เดินทางโดยเรือตรวจการณ์ไปตามลำน้ำโก-ลก&amp;nbsp;เพื่อรับทราบการปฏิบัติงานของหน่วยงานในพื้นที่ที่มีการบูรณาการร่วมกันในการปฏิบัติภารกิจในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยให้กับประชาชน&amp;nbsp;ดูแลป้องกัน&amp;nbsp;สกัดกั้น&amp;nbsp;ยับยั้งการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายการขนสินค้าหลีกเลี่ยงภาษี&amp;nbsp;การค้ายาเสพติด&amp;nbsp;สภาพพื้นที่ภายหลังน้ำลดจากปัญหาน้ำท่วมเมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ตลอดจนการควบคุมคัดกรองบุคคลในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;ซึ่งทุกหน่วยในพื้นที่ได้เตรียมความพร้อมตามมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันดูแล&amp;nbsp;ตามเส้นเขตแดนทางน้ำระยะทาง&amp;nbsp;106&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;ด้วยการประสานความร่วมมือ&amp;nbsp;และบูรณาร่วมกันได้อย่างมีเอกภาพและประสิทธิภาพ&amp;nbsp;สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ชัยชาญ&amp;nbsp;ได้ฝากข้อห่วงใย&amp;nbsp;&amp;nbsp;และขอบคุณเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่&lt;/strong&gt;จากนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;ในการทำหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อย&amp;nbsp;&amp;nbsp;และดูแลความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนด้วยความเสียสละอดทนเป็นอย่างดีมาโดยตลอด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-11-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>นราธิวาส</Province><Department>สวท.นราธิวาส</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311102655760</Link_News></row>
<row _id="80"><NewsTitle>ความก้าวหน้าโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่โจมตีทดแทน เน้นแนวทางการถ่ายทอดเทคโนโลยี สู่การพึ่งพาตนเองได้ในอนาคต</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลอากาศตรี&amp;nbsp;ประภาส&amp;nbsp;สอนใจดี&amp;nbsp;โฆษกกองทัพอากาศ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยถึงการใช้งานเครื่องบินขับไล่โจมตีทดแทน&amp;nbsp;เพื่อรองรับภารกิจการบินรบในอากาศ&amp;nbsp;การโจมตีทางอากาศ&amp;nbsp;การปฏิบัติการเชิงรุกที่ก่อให้เกิดความได้เปรียบต่อฝ่ายตรงข้ามและการปฏิบัติการร่วมทั้งในและนอกประเทศ&amp;nbsp;รวมถึงบูรณาการความร่วมมือในการป้องกันประเทศและรักษาผลประโยชน์แห่งชาติกับเหล่าทัพอื่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คณะกรรมการศึกษาฯ&amp;nbsp;กำหนดแนวทางการถ่ายทอดเทคโนโลยีเบื้องต้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่ควรได้รับจากการจัดหาเครื่องบินขับไล่โจมตีทดแทน&amp;nbsp;โดยมีข้อเสนอ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การให้ทุนการศึกษาแก่ประเทศไทยในระดับปริญญาตรีและปริญญาโทจำนวนที่เหมาะสม&amp;nbsp;เพื่อการถ่ายทอดเทคโนโลยีและส่งเสริมการพัฒนาประเทศในภาพรวม&amp;nbsp;บุคลากรของกองทัพอากาศ&amp;nbsp;ควรได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการถ่ายทอดเทคโนโลยี&amp;nbsp;เพื่อการพัฒนาด้านต่างๆ&amp;nbsp;บนพื้นฐานของการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;การถ่ายเทคโนโลยีในส่วนของการออกแบบอากาศยาน&amp;nbsp;ที่สามารถซ่อนพรางจากการตรวจจับด้วยสัญญาณเรดาร์&amp;nbsp;ทั้งในส่วนการออกแบบอากาศยาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;การออกแบบพื้นผิววัสดุของอากาศยาน&amp;nbsp;และการซ่อมบำรุงการซ่อนพราง&amp;nbsp;การถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการประยุกต์ปัญญาประดิษฐ์&amp;nbsp;ย้ำว่าการจัดหาเครื่องบินขับไล่โจมตีทดแทนพร้อมระบบที่เกี่ยวข้องในครั้งนี้&amp;nbsp;กำหนดแนวทางการถ่ายทอดเทคโนโลยี&amp;nbsp;เพื่อนำไปสู่การพึ่งพาตนเองได้ในอนาคต&amp;nbsp;โดยคำนึงถึงคุณภาพของกำลังทางอากาศและขีดความสามารถในการปฏิบัติการทางอากาศ&amp;nbsp;เพื่อปกป้องผลประโยชน์และรักษาความมั่นคงของชาติ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-11-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311103622762</Link_News></row>
<row _id="81"><NewsTitle>รมช.กลาโหม เยี่ยมผู้บาดเจ็บ เหตุระเบิดบันนังสตา พร้อมนำความห่วงใยนายก เร่งรัดเยียวยาอย่างเต็มที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พล.อ.ชัยชาญ&amp;nbsp;ช้างมงคล&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วยพล.อ.สุพจน์&amp;nbsp;มาลานิยม&amp;nbsp;เลขาธิการ&amp;nbsp;สมช.&amp;nbsp;พล.อ.พรศักดิ์&amp;nbsp;พูลสวัสดิ์&amp;nbsp;ผู้แทนพิเศษรัฐบาลด้านความมั่นคง&amp;nbsp;พล.ท.เกรียงไกร&amp;nbsp;ศรีรักษ์&amp;nbsp;แม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลยะลา&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;เยี่ยมให้กำลังใจ&amp;nbsp;ผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;1.อส.ทพ.ชาติชาย&amp;nbsp;นันทกรปรีดา&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;33&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;อยู่บ้านเลขที่&amp;nbsp;124&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ต.บ้านแหร&amp;nbsp;อ.ธารโต&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;2.นายตูแวมะอุเซ็งจูนิ&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;33&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ประชาชน&amp;nbsp;อยู่บ้านเลขที่&amp;nbsp;128&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ต.แม่หวาด&amp;nbsp;อ.ธารโต&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;3.นางสาวคอรีเยาะ&amp;nbsp;สะแม&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;32&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ประชาชน&amp;nbsp;ต.บันนังสตา&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิด&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ทหารพราน&amp;nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ขณะออกลาดตระเวนด้วยรถยนต์&amp;nbsp;บริเวณถนนสาย&amp;nbsp;410&amp;nbsp;ยะลา-เบตง&amp;nbsp;ตรงข้ามมัสยิดบ้านเตาปูน&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;บ้านเงาะกาโป&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ต.บันนังสตา&amp;nbsp;อ.บันนังสตา&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;เป็นเหตุให้รถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ&amp;nbsp;รุ่นดีแม็ก&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ประตู&amp;nbsp;หมายเลขทะเบียน&amp;nbsp;กฉ&amp;nbsp;9058&amp;nbsp;ยะลา&amp;nbsp;ได้รับความเสียหาย&amp;nbsp;มีผู้ได้รับบาดเจ็บ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เมื่อช่วงเที่ยงของวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;มีนาคม2565&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ได้มอบกระเช้าเยี่ยม&amp;nbsp;และเงินบำรุงขวัญ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อเป็นกำลังใจ&amp;nbsp;ให้กับ&amp;nbsp;อส.ทพ.ชาติชาย&amp;nbsp;นันทกรปรีดา&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ทหารพราน&amp;nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;และมอบกระเช้าเยี่ยม&amp;nbsp;และเงินบำรุงขวัญ&amp;nbsp;ให้กับนางสาวยุนดี&amp;nbsp;ยูโซ๊ะ&amp;nbsp;(น้าสาวของตูแวมะอุเซ็งจูนิ&amp;nbsp;)&amp;nbsp;และนางสาวซารีปะ&amp;nbsp;เจ๊ะกา&amp;nbsp;(หลานสาวของนางสาวคอรีเยาะ&amp;nbsp;สะแม)&amp;nbsp;ประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;พล.อ.ชัยชาญ&amp;nbsp;ช้างมงคล&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;พล.อ.ประวิทย์&amp;nbsp;วงศ์สุวรรณ&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;มีความห่วงใยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ได้มอบหมายให้เป็นผู้แทน&amp;nbsp;มาเยี่ยม&amp;nbsp;สร้างขวัญกำลังใจ&lt;/strong&gt;ให้กับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ&amp;nbsp;พร้อมทั้งให้การดูแลเยียวยา&amp;nbsp;โดยให้&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;ดำเนินการเร่งเข้าไปช่วยเหลืออย่างเต็มที่&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังได้กำชับให้หน่วยงานความมั่นคง&amp;nbsp;ปรับแผนในการดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่อย่างเข้มข้น&amp;nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่&amp;nbsp;ที่เป็นจุดล่อแหลมและมีความเปราะบาง&amp;nbsp;ขณะที่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้ติดตามความคืืบหน้าการปรับปรุงประสิทธิภาพตามแนวชายแดน&amp;nbsp;โดยเฉพาะเรื่องการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำสุไหงโกลก&amp;nbsp;อ.ตากใบ&amp;nbsp;จ.นราธิวาส&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้มีความคืบหน้าไปมาก&amp;nbsp;หากแล้วเสร็จจะช่วยป้องกันอุทกภัยได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังได้หารือในมาตรการการรองรับการเปิดด่าน&lt;/strong&gt;ชายแดนของมาลาเซียในวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;ทั้งในเรื่องของความมั่นคง&amp;nbsp;และคัดกรองป้องกันโรคโควิด-19&amp;nbsp;อย่างเข้มข้น&amp;nbsp;ตลอดจนแนวทางการฟื้นฟูเศรษฐกิจตามแนวชายแดน&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้ทุกส่วนมีความพร้อมอย่างมาก&amp;nbsp;เพื่อขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจในพื้นที่กลับมาคึกคักอีกครั้ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-11-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311143617899</Link_News></row>
<row _id="82"><NewsTitle>ยืนยันท่าทีของไทยต่อสถานการณ์ในยูเครน เรียกร้องให้รัสเซียถอนกำลัง สนับสนุนแนวทางสันติวิธี </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธานี&amp;nbsp;แสงรัตน์&amp;nbsp;อธิบดีกรมสารนิเทศ&lt;/strong&gt;และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ&amp;nbsp;ยืนยันถึงท่าทีของไทยต่อสถานการณ์ในยูเครน&amp;nbsp;โดยยึดแนวทางตามที่ไทยได้ลงคะแนนเสียงสนับสนุนข้อมติในการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ&amp;nbsp;สมัยพิเศษ&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;ที่เรียกร้องให้รัสเซียยุติการใช้กำลังและถอนกองกำลังออกจากยูเครนทันที&amp;nbsp;ตามหลักการสนับสนุนสันติวิธีและกฎหมายระหว่างประเทศ&amp;nbsp;เช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ&amp;nbsp;ที่เคารพกฎหมายและยึดหลักการนี้&amp;nbsp;ซึ่งไทยสนับสนุนการหาทางออก&amp;nbsp;การเจรจาเพื่อยุติปัญหาและสนับสนุนการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับผู้ที่ถูกกระทบจากสถานการณ์ความรุนแรง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งไทยได้เริ่มดำเนินการแล้วโดยกระทรวงการต่างประเทศ&amp;nbsp;อนุมัติงบประมาณให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ยูเครน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;โดยมอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูต&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;กรุงวอร์ซอ&amp;nbsp;ดำเนินการจัดซื้อสิ่งของเพื่อช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม&amp;nbsp;เพื่อส่งมอบให้แก่ประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;ผ่านสภากาชาดยูเครนแล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ในกรอบอาเซียน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ไทยยังสนับสนุนการออกถ้อยแถลงในฐานะประเทศสมาชิก&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ฉบับ&amp;nbsp;แสดงความห่วงกังวลต่อสภาวการณ์ด้านมนุษยธรรมที่เลวร้ายลงและเรียกร้องให้มีการหยุดยิงในทันที&amp;nbsp;หรือสงบศึก&amp;nbsp;รวมทั้งให้มีการหารือทางการเมืองต่อไป&amp;nbsp;โดยอาเซียนพร้อมที่จะอำนวยความสะดวกการหารือโดยสันติระหว่างทุกฝ่ายในทุกวิถีทางที่เป็นไปได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ&amp;nbsp;ชี้แจงเพิ่มเติมว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นโยบายต่างประเทศของทุกประเทศและท่าทีต่อสถานการณ์สำคัญในโลก&amp;nbsp;จำเป็นต้องคำนึงถึงบริบทเฉพาะของแต่ละประเทศ&amp;nbsp;หลักการและกฎหมายระหว่างประเทศ&amp;nbsp;รวมทั้งประมวลความสัมพันธ์ในภาพใหญ่&amp;nbsp;&amp;nbsp;และประวัติศาสตร์การเมืองระหว่างประเทศด้วย&amp;nbsp;ในส่วนของไทยก็ไม่ต่างจากประเทศอื่น&amp;nbsp;ที่ได้ดำเนินนโยบายการต่างประเทศ&amp;nbsp;บนหลักการตามกฎบัตรสหประชาชาติและกฎหมายระหว่างประเทศ&amp;nbsp;ซึ่งไทยให้ความสำคัญกับการช่วยหาทางออกด้วยวิธีการทางการทูตด้วยความเสมอต้นเสมอปลายและมองว่าการลงคะแนนเสียงในกรอบสหประชาชาติ&amp;nbsp;ก็เป็นอีกหนึ่งหลักการสากล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-11-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สวท.จันทบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311151440924</Link_News></row>
<row _id="83"><NewsTitle>ปชส.สุราษฎร์ธานี เผย ครม. ปรับหลักเกณฑ์ UCEP Plus ประเทศไทย เข้าร่วมเป็นภาคีสถาบันวัคซีนนานาชาติ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสุนิสา&amp;nbsp;รามแก้ว&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;ครม.&amp;nbsp;เห็นชอบหลักเกณฑ์วิธีการ&amp;nbsp;และเงื่อนไขการกำหนดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต&amp;nbsp;กรณีติดเชื้อโรคโควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;หรือที่ถูกเรียกว่า&amp;nbsp;UCEP&amp;nbsp;Plus&amp;nbsp;(Universal&amp;nbsp;Coverage&amp;nbsp;for&amp;nbsp;Emergency&amp;nbsp;Patients&amp;nbsp;Plus)&amp;nbsp;โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เป็นต้นไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยกลุ่มผู้ป่วยสีเขียว&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;อาการไม่รุนแรง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ไม่นับเป็นผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต&amp;nbsp;แต่สามารถเข้ารับการรักษาฟรีในโรงพยาบาลตามสิทธิของแต่ละคน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;สิทธิบัตรทอง&amp;nbsp;สิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า&amp;nbsp;สิทธิประกันสังคม&amp;nbsp;หรือสิทธิรักษาพยาบาลของข้าราชการ&amp;nbsp;ซี่งการรักษาทุกอย่างไม่เสียค่าใช้จ่ายตามเดิม&amp;nbsp;และแนะนำให้การดูแลแบบ&amp;nbsp;Home&amp;nbsp;Isolation(HI)&amp;nbsp;&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;Community&amp;nbsp;Isolation(CI)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;Hotel&amp;nbsp;Isolation&amp;nbsp;,&amp;nbsp;กลุ่มผู้ป่วยสีเหลือง&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;เสี่ยงอาการรุนแรง&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ผู้ป่วยสีแดง&amp;nbsp;หรืออาการรุนแรง&amp;nbsp;ให้สามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลได้ทุกแห่ง&amp;nbsp;โดยไม่กำหนดระยะเวลา&amp;nbsp;72&amp;nbsp;ชั่วโมงแรก&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้มีการส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินรุนแรงจากโรงพยาบาลหนึ่งไปเข้ารับการรักษาในหอผู้ป่วยฉุกเฉิน&amp;nbsp;(ICU)&amp;nbsp;ของอีกโรงพยาบาลได้ภายหลัง&amp;nbsp;72&amp;nbsp;ชั่วโมงแรกด้วย&amp;nbsp;ซึ่งดีกว่าโรคอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ที่เข้าตามนิยามเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ครม.&amp;nbsp;ยังเห็นชอบให้ประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เข้าร่วมเป็นภาคีสถาบันวัคซีนนานาชาติ&amp;nbsp;(International&amp;nbsp;Vaccine&amp;nbsp;Institute&amp;nbsp;:&amp;nbsp;IVI)&amp;nbsp;อย่างสมบูรณ์&amp;nbsp;และอนุมัติให้ประเทศไทยสนับสนุนงบประมาณแก่&amp;nbsp;IVI&amp;nbsp;ปีละ&amp;nbsp;100,000&amp;nbsp;ดอลลาร์สหรัฐ&amp;nbsp;หรือประมาณ&amp;nbsp;3.25&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;โดยใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี&amp;nbsp;หมวดเงินอุดหนุนของกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;เริ่มตั้งแต่ปีงบประมาณ&amp;nbsp;&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;และมอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศ&amp;nbsp;จัดทำสัตยาบันสาร&amp;nbsp;เพื่อการเข้าร่วมเป็นภาคี&amp;nbsp;IVI&amp;nbsp;อย่างสมบูรณ์&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;IVI&amp;nbsp;จัดตั้งขึ้นโดยข้อริเริ่มของสำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ&amp;nbsp;(UNPD)&amp;nbsp;มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เกาหลีใต้&amp;nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความมั่นคงในการเข้าถึงวัคซีนที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย&amp;nbsp;การวิจัย&amp;nbsp;พัฒนา&amp;nbsp;และปรับปรุงวัคซีนชนิดใหม่&amp;nbsp;รวมถึงการเสริมสร้างศักยภาพของประเทศกำลังพัฒนาในด้านการพัฒนา&amp;nbsp;การผลิต&amp;nbsp;และการนำเข้าวัคซีน.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-11-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สุราษฎร์ธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311160058965</Link_News></row>
<row _id="84"><NewsTitle>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ลงใต้ติดตามความคืบหน้าโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดระเบียบชายแดนไทย-มาเลเซีย ด่านตากใบ นราธิวาส พร้อมเยี่ยมผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(11&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;08.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;อาคารด่านพรมแดน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ด่านศุลกากรตากใบ&amp;nbsp;อำเภอตากใบ&amp;nbsp;จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ชัยชาญ&amp;nbsp;ช้างมงคล&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม/ประธานกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาล&amp;nbsp;พร้อมด้วยพลเอก&amp;nbsp;พรศักดิ์&amp;nbsp;พูลสวัสดิ์&amp;nbsp;กรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาล&amp;nbsp;(ด้านความมั่นคง),&amp;nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์&amp;nbsp;ดร.รัชดา&amp;nbsp;ธนาดิเรก&amp;nbsp;กรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาล&amp;nbsp;(ด้านประสานการมีส่วนร่วม)&amp;nbsp;และพลเอก&amp;nbsp;สุพจน์&amp;nbsp;มาลานิยม&amp;nbsp;เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ&amp;nbsp;ลงพื้นที่ประชุมรับทราบความคืบหน้าการดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดระเบียบชายแดนไทยมาเลเซีย&amp;nbsp;เพื่อขับเคลื่อนติดตามงานการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;โดยมีพลโท&amp;nbsp;เกรียงไกร&amp;nbsp;ศรีรักษ์&amp;nbsp;แม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&amp;nbsp;4,&amp;nbsp;พลตรี&amp;nbsp;เฉลิมพร&amp;nbsp;ขําเขียว&amp;nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส,&amp;nbsp;นายสนั่น&amp;nbsp;พงษ์อักษร&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส,&amp;nbsp;ว่าที่ร้อยตรี&amp;nbsp;จิรัสย์&amp;nbsp;ศิริวัลลภ&amp;nbsp;นายอำเภอตากใบ,&amp;nbsp;นายอติสันติ์&amp;nbsp;ภูวพิพัฒนวงศ์&amp;nbsp;นายด่านศุลกากรตากใบ&amp;nbsp;และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมครั้งนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในโอกาสนี้คณะได้รับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์ในพื้นที่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตลอดจนรับทราบภาพรวมด้านเศรษฐกิจการค้าขายด้านพรมแดนไทย&amp;nbsp;-&amp;nbsp;มาเลเซีย&amp;nbsp;ซึ่งพื้นที่อำเภอตากใบ&amp;nbsp;จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;มีช่องทาง&amp;nbsp;เข้า&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ออก&amp;nbsp;ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน&amp;nbsp;โดยมีจุดผ่านแดนถาวร&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;จุดผ่อนปรนการค้า&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;และช่องทางธรรมชาติ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;26&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;มีแนวลำน้ำโกลกกั้นเขตแดน&amp;nbsp;มีหน่วยงานในพื้นที่ประสานการทำงานร่วมกันในการปฏิบัติภารกิจรักษาความมั่นคงปลอดภัยให้กับประชาชน&amp;nbsp;ดูแลป้องกัน&amp;nbsp;สกัดกั้น&amp;nbsp;ยับยั้งการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย&amp;nbsp;การขนสินค้าหลีกเลี่ยงภาษี&amp;nbsp;การค้ายาเสพติด&amp;nbsp;ตลอดจนการควบคุม&amp;nbsp;คัดกรองบุคคลในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;ซึ่งทุกหน่วยในพื้นที่ได้เตรียมความพร้อมตามมาตรการเฝ้าระวัง&amp;nbsp;และป้องกันดูแล&amp;nbsp;ตามเส้นเขตแดนทางน้ำระยะทาง&amp;nbsp;106&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;ด้วยการประสานความร่วมมือ&amp;nbsp;และบูรณาร่วมกันได้อย่างมีเอกภาพและประสิทธิภาพ&amp;nbsp;สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดี&amp;nbsp;พร้อมกันนี้คณะได้ลงเรือตำรวจน้ำ&amp;nbsp;เพื่อสำรวจลำน้ำโก&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ลก&amp;nbsp;สถานที่ดำเนินการก่อสร้างโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดระเบียบชายแดนไทย&amp;nbsp;-&amp;nbsp;มาเลเซีย&amp;nbsp;และมอบถุงยังชีพให้กับประชาชนเป็นขวัญกำลังใจต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ต่อมาเวลา&amp;nbsp;12.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;คณะเดินทางยังโรงพยาบาลศูนย์ยะลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;เยี่ยมให้กำลังใจผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบวางระเบิดชุดปฏิบัติการกองร้อยทหารพรานที่&amp;nbsp;3003&amp;nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;บริเวณหมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;บ้านเงาะกาโป&amp;nbsp;อำเภอบันนังสตา&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เป็นเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และประชาชน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม?&amp;nbsp;พร้อมคณะ?ได้เป็นผู้แทน&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี?&amp;nbsp;นำกระเช้าเยี่ยมปลอบขวัญ?&amp;nbsp;พร้อมเงินบำรุงขวัญ?มามอบให้แก่ผู้ได้รับบาดเจ็บ?&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;อส.ทพ.ชาติชาย&amp;nbsp;นันทกรปรีดา&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่?&amp;nbsp;30&amp;nbsp;พร้อมได้มอบกระเช้า&amp;nbsp;และเงินบำรุงขวัญให้แก่ญาติของนายตูแวมะอุเซ็ง&amp;nbsp;จูนิ&amp;nbsp;ประชาชนตำบลแม่หวาด&amp;nbsp;อำเภอธารโต&amp;nbsp;และญาตินางสาวคอรีเยาะ&amp;nbsp;สะแม&amp;nbsp;ประชาชนตำบลบันนังสตา&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลเอก&amp;nbsp;ชัยชาญ&amp;nbsp;ช้างมงคล&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม&lt;/strong&gt;/ประธานกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาล&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;"วันนี้มาตรวจเยี่ยม&amp;nbsp;ติดตามการดำเนินงานการจัดระเบียบชายแดน&amp;nbsp;และความมั่นคงตามแนวชายแดน&amp;nbsp;โดยพลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี/รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้มอบนโยบายที่จะสร้างความปลอดภัยพื้นที่ชายแดน&amp;nbsp;รวมทั้งการค้าชายแดนซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ&amp;nbsp;ซึ่งด่านตากใบเป็นหนึ่งในพื้นที่ชายแดนไทย-มาเลเซีย&amp;nbsp;ทราบว่าได้มีการดำเนินการจะทำอย่างไรให้มูลค่าการค้าชายแดนในพื้นที่ตากใบสูงขึ้น&amp;nbsp;และตรวจเยี่ยมการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำสุไหงโกลก&amp;nbsp;เยี่ยมให้กำลังใจพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยที่ผ่านมา&amp;nbsp;ได้หารือในมาตรการการรองรับการเปิดด่านชายแดนของมาลาเซียในวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;ทั้งในเรื่องของความมั่นคง&amp;nbsp;และคัดกรองป้องกันโรคโควิด-19&amp;nbsp;อย่างเข้มข้น&amp;nbsp;พร้อมหารือแนวทางการฟื้นฟูเศรษฐกิจ?การค้าตามแนวชายแดน?หลังมีการเปิดด่านพรมแดน?&amp;nbsp;ขณะนี้ทุกส่วนมีความพร้อมอย่างมาก&amp;nbsp;เพื่อช่วยกันให้การค้าขายตามแนวชายแดน?ไทย?-&amp;nbsp;มาเลเซียกลับฟื้นตัวอีกครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังได้ไปเยี่ยมประชาชน&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บ&lt;/strong&gt;จากเหตุการณ์ในพื้นที่อำเภอบันนังสตา&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พร้อมทั้งกำชับให้ดูแลเยียวยาอย่างเต็มที่?&amp;nbsp;โดยให้โรงพยาบาล&amp;nbsp;และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ดำเนินการเร่งเข้าไปช่วยเหลืออย่างเต็มที่&amp;nbsp;กำชับให้หน่วยงานความมั่นคงได้ติดตามผู้ก่อเหตุ&amp;nbsp;เร่งหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว?ที่สุด&amp;nbsp;โดยมอบหมายให้แม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ดูแลปรับแผนในการดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่อย่างเข้มข้น&amp;nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่จุดล่อแหลมและมีความเปราะบาง&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;หากพบเห็นสิ่งผิดปกติ&amp;nbsp;หรือบุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่&amp;nbsp;สามารถแจ้งได้ที่เบอร์สายด่วน&amp;nbsp;1341&amp;nbsp;หรือหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนทุกคน"&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-11-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สงขลา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311154338949</Link_News></row>
<row _id="85"><NewsTitle>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม? พร้อม? เลขาธิการ? สมช.?ผู้แทนพิเศษของรัฐบาล เยี่ยมให้กำลังใจ?ผู้ได้รับบาดเจ็บเหตุระเบิด? จ.ยะลา?</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลเอกชัยชาญ?&amp;nbsp;ช้างมงคล?&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม?&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อม?&amp;nbsp;เลขาธิการ?&amp;nbsp;สมช.?ผู้แทนพิเศษของรัฐบาล&amp;nbsp;เยี่ยมให้กำลังใจ?ผู้ได้รับบาดเจ็บเหตุระเบิด?&amp;nbsp;จ.ยะลา?&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;11&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65?&amp;nbsp;ที่โรงพยาบาลศูนย์ยะลา?&amp;nbsp;อ.เมือง?&amp;nbsp;จ.ยะลา&lt;/strong&gt;?&amp;nbsp;พล.อ.ชัยชาญ&amp;nbsp;ช้างมงคล&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;พร้อมด้วย?&amp;nbsp;พล.อ.สุพจน์&amp;nbsp;มาลานิยม&amp;nbsp;เลขาธิการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;สมช.&amp;nbsp;&amp;nbsp;พล.อ.พรศักดิ์&amp;nbsp;พูลสวัสดิ์&amp;nbsp;ผู้แทนพิเศษรัฐบาลด้านความมั่นคง&amp;nbsp;พล.ท.เกรียงไกร&amp;nbsp;ศรีรักษ์&amp;nbsp;แม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจ&amp;nbsp;ผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดทำร้ายเจ้าหน้าที่และประชาชนผู้บริสุทธิ์บริเวณถนนสาย&amp;nbsp;410&amp;nbsp;ยะลา-เบตง&amp;nbsp;ตรงข้ามมัสยิดบ้านเตาปูน&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;บ้านเงาะกาโป&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ต.บันนังสตา&amp;nbsp;อ.บันนังสตา&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เมื่อช่วงเที่ยงของวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม?&amp;nbsp;พร้อมคณะ?ได้เป็นผู้แทน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี?&amp;nbsp;นำกระเช้าเยี่ยมปลอบขวัญ?&amp;nbsp;พร้อมเงินบำรุงขวัญ?มามอบให้แก่ผู้ได้รับบาดเจ็บ?&amp;nbsp;อส.ทพ.ชาติชาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;นันทกรปรีดา&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;33&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่?&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ถูกสะเก็ดระเบิดที่เอวข้างขวา&amp;nbsp;และต้นแขนด้านขวา&amp;nbsp;พร้อมได้มอบกระเช้าพร้อม?&amp;nbsp;เงินบำรุงขวัญให้แก่ญาติของนายตูแวมะอุเซ็งจูนิ&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;33&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ประชาชน&amp;nbsp;อยู่บ้านเลขที่&amp;nbsp;128&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ต.แม่หวาด&amp;nbsp;อ.ธารโต&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;ซึ่งถูกสะเก็ดระเบิดมีแผลเปิดเหนือสะโพก&amp;nbsp;และญาตินางสาวคอรีเยาะ&amp;nbsp;สะแม&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;32&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประชาชน&amp;nbsp;ต.บันนังสตา&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;ถูกสะเก็ดระเบิดมีแผลที่ต้นขาขวา&amp;nbsp;หลังเท้าขวา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พล.อ.ชัยชาญ&amp;nbsp;ช้างมงคล&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;พล.อ.ประวิทย์&amp;nbsp;วงศ์สุวรรณ&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;มีความห่วงใยเจ้าหน้าที่และประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว&amp;nbsp;โดยได้มอบหมายให้เป็นผู้แทน&amp;nbsp;มาเยี่ยม&amp;nbsp;สร้างขวัญกำลังใจให้กับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ&amp;nbsp;พร้อมทั้งกำชับให้ดูแลเยียวยาอย่างเต็มที่?&amp;nbsp;โดยให้โรงพยาบาลและศอ.บต.&amp;nbsp;ดำเนินการเร่งเข้าไปช่วยเหลืออย่างเต็มที่&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังได้กำชับให้หน่วยงานความมั่นคงได้ติดตามผู้ก่อเหตุ&amp;nbsp;เร่งหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว?ที่สุด&amp;nbsp;โดยมอบหมายให้แม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ดูแลปรับแผนในการดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่อย่างเข้มข้น&amp;nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่จุดล่อแหลมและมีความเปราะบาง&amp;nbsp;เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนทุกคน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-11-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311161503980</Link_News></row>
<row _id="86"><NewsTitle>สั่งคุมเข้มความปลอดภัย จชต. วันก่อตั้ง BRN</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หน่วยข่าวใต้&amp;nbsp;สั่งคุมเข้มความปลอดภัย&amp;nbsp;จชต.&amp;nbsp;หลัง&amp;nbsp;พบคนร้าย&amp;nbsp;เตรียมก่อเหตุวันก่อตั้ง&amp;nbsp;BRN&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากกรณี&amp;nbsp;คนร้ายได้ลอบวางระเบิด&amp;nbsp;ในขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารพราน&amp;nbsp;เดินทางด้วยรถยนต์กระบะหุ้มเกราะ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อปฏิบัติหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่บนถนนสาย&amp;nbsp;410&amp;nbsp;ฝั่งตรงข้ามโรงเรียนบ้านเตาปูน&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ต.เงาะกาโป&amp;nbsp;อ.บันนังสตา&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;เป็นเหตุให้มีเจ้าหน้าที่ทหารพราน&amp;nbsp;รวมทั้งชาวบ้านถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บ&amp;nbsp;หลายราย&amp;nbsp;เมื่อ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;มี.ค.65&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทางด้าน&amp;nbsp;หน่วยงานความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้มีวิทยุด่วนถึงทุกหน่วยในพื้นที่&amp;nbsp;แจ้งเตือนให้ระวังขั้นสูงสุด&amp;nbsp;หลัง&amp;nbsp;ปรากฏข่าวสาร&amp;nbsp;ว่ามีการสั่งการให้กลุ่มแนวร่วมก่อเหตุสร้างสถานการณ์ในพื้นที่&amp;nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ยะลา&amp;nbsp;ปัตตานี&amp;nbsp;นราธิวาส&amp;nbsp;โดยเน้นในห้วงก่อนและหลังวันครบรอบเชิงสัญลักษณ์&amp;nbsp;13&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;วันก่อตั้งขบวนการบีอาร์เอ็น&amp;nbsp;(&amp;nbsp;BRN)&amp;nbsp;เพื่อเป็นการแสดงศักยภาพการมีตัวตน&amp;nbsp;รวมถึงเป็นการตอบโต้จากกรณี&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่เข้าบังคับใช้กฎหมาย&amp;nbsp;จนนำไปสู่การสูญเสียของกลุ่มขบวนการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังปรากฏได้มีการลำเลียงระเบิดเข้ามาในพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมในการก่อเหตุ&amp;nbsp;เพื่อลดทอนความน่าเชื่อถือของเจ้าหน้าที่ในการควบคุมพื้นที่&amp;nbsp;เฝ้าระวังการก่อเหตุลอบวางระเบิดแสวงเครื่อง&amp;nbsp;แบบตั้งเวลา&amp;nbsp;ต่อสิ่งสาธารณูปโภค&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;เสาไฟฟ้า&amp;nbsp;เสาไฟฟ้าแรงสูง&amp;nbsp;ตู้&amp;nbsp;ATM&amp;nbsp;เป้าหมาย&amp;nbsp;ในพื้นที่ที่เคยเกิดเหตุ&amp;nbsp;หรือลอบวางระเบิดแสวงเครื่องต่อยานพาหนะ&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ที่เข้าสนับสนุนภารกิจต้อนรับคณะ&amp;nbsp;และก่อเหตุก่อกวนเชิงสัญลักษณ์ในพื้นที่หมู่บ้านอิทธิพล&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;วางวัตถุต้องสงสัย&amp;nbsp;แขวนป้าย&amp;nbsp;พ่นสีสเปรย์&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;จังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;เทศบาลเมืองปัตตานี&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ตำบลท่าเรือ&amp;nbsp;ตำบลมะกรูด&amp;nbsp;ตำบลโคกโพธิ์&amp;nbsp;อำเภอโคกโพธิ์&amp;nbsp;เฝ้าระวังการลอบวางระเบิดแสวงเครื่องแบบตั้งเวลา&amp;nbsp;หลายจุดพร้อมกัน&amp;nbsp;ในพื้นที่ตำบลตันหยงจึงงา&amp;nbsp;อำเภอยะหริ่ง&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ตำบลควน&amp;nbsp;อำเภอปะนาเระ&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ตำบลละหาร&amp;nbsp;อำเภอสายบุรี&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ตำบลสาคอบน&amp;nbsp;ตำบลเกาะจัน&amp;nbsp;อำเภอมายอ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ตำบลพิเทน&amp;nbsp;อำเภอทุ่งยางแดง&amp;nbsp;เพื่อป้องกันและเฝ้าระวังการก่อเหตุในพื้นที่&amp;nbsp;จึงขอให้ทุกอำเภอ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;แจ้งกำลังพลซึ่งปฏิบัติหน้าที่&amp;nbsp;ประจำจุดตรวจ&amp;nbsp;ด่านตรวจ&amp;nbsp;ฐาน&amp;nbsp;ชคต.&amp;nbsp;ให้มีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่และพร้อมตอบโต้ตลอดเวลาเมื่อมีการก่อเหตุ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;แจ้งกำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน&amp;nbsp;ให้มีการปฏิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่องเน้นย้ำการตรวจสอบบุคคลและยานพาหนะที่เข้า&amp;nbsp;ออก&amp;nbsp;ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ให้มีการปฏิบัติการเชิงรุกเพื่อกดดันและจำกัดเสรีภาพของกลุ่ม&amp;nbsp;ผกร.&amp;nbsp;ที่อาจเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ให้ดำเนินการตามมาตรการทางการข่าวในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;รวมทั้ง&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนช่วยตรวจสอบหากมีสิ่งผิดปกติในพื้นที่ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ในทันที&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-12-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312073206105</Link_News></row>
<row _id="87"><NewsTitle>ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นภาคีสถาบันวัคซีนนานาชาติ พร้อมปรับหลักเกณฑ์ UCEP Plus ประเทศไทย มีผลบังคับใช้ 16 มีนาคมนี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่&amp;nbsp;รายงานว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทางคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;(ครม.)&amp;nbsp;เห็นชอบหลักเกณฑ์วิธีการ&amp;nbsp;และเงื่อนไขการกำหนดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต&amp;nbsp;กรณีติดเชื้อโรคโควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;หรือที่ถูกเรียกว่า&amp;nbsp;UCEP&amp;nbsp;Plus&amp;nbsp;(Universal&amp;nbsp;Coverage&amp;nbsp;for&amp;nbsp;Emergency&amp;nbsp;Patients&amp;nbsp;Plus)&amp;nbsp;โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กลุ่มผู้ป่วยสีเขียว&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;อาการไม่รุนแรง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ไม่นับเป็นผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต&amp;nbsp;แต่สามารถเข้ารับการรักษาฟรีในโรงพยาบาลตามสิทธิของแต่ละคน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;สิทธิบัตรทอง&amp;nbsp;สิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า&amp;nbsp;สิทธิประกันสังคม&amp;nbsp;หรือสิทธิรักษาพยาบาลของข้าราชการ&amp;nbsp;ซี่งการรักษาทุกอย่างไม่เสียค่าใช้จ่ายตามเดิม&amp;nbsp;และแนะนำให้การดูแลแบบ&amp;nbsp;Home&amp;nbsp;Isolation(HI)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;Community&amp;nbsp;Isolation(CI)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;Hotel&amp;nbsp;Isolation&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กลุ่มผู้ป่วยสีเหลือง&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;เสี่ยงอาการรุนแรง&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ผู้ป่วยสีแดง&amp;nbsp;หรืออาการรุนแรง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ให้สามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลได้ทุกแห่ง&amp;nbsp;โดยไม่กำหนดระยะเวลา&amp;nbsp;72&amp;nbsp;ชั่วโมงแรก&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้มีการส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินรุนแรงจากโรงพยาบาลหนึ่งไปเข้ารับการรักษาในหอผู้ป่วยฉุกเฉิน&amp;nbsp;(ICU)&amp;nbsp;ของอีกโรงพยาบาลได้ภายหลัง&amp;nbsp;72&amp;nbsp;ชั่วโมงแรกด้วย&amp;nbsp;ซึ่งดีกว่าโรคอื่นๆ&amp;nbsp;ที่เข้าตามนิยามเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หลักเกณฑ์&amp;nbsp;วิธีการ&amp;nbsp;และเงื่อนไขการกำหนดค่าใช้จ่ายในการ&lt;/strong&gt;ดำเนินการผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติ&amp;nbsp;กรณีโรคโควิด-19&amp;nbsp;กำหนดให้สถานพยาบาลต้องจัดให้มีการรักษาพยาบาล&amp;nbsp;โดยฉุกเฉิน&amp;nbsp;เพื่อให้พ้นจากอันตรายตามมาตรฐานวิชาชีพและขีดความสามารถของสถานพยาบาลโดยไม่มีเงื่อนไขในการเรียกเก็บค่ารักษาพยาบาล&amp;nbsp;เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการดูแลรักษา&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ให้สถานพยาบาลแจ้งต่อกองทุนของผู้มีสิทธิได้รับการรักษาพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&amp;nbsp;หรือกฎหมายว่าด้วยประกันสังคม&amp;nbsp;กฎหมายว่าด้วยเงินทดแทนหรือจากส่วนราชการ&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;รัฐวิสาหกิจ&amp;nbsp;หรือหน่วยงานอื่นของรัฐทราบโดยเร็ว&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังได้กำหนดให้กรณีที่มีปัญหาการวินิจฉัยในการคัดแยกผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตให้ปรึกษาศูนย์ประสานคุ้มครองสิทธิผู้ป่วยฉุกเฉิน&amp;nbsp;ของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติได้ตลอดเวลา&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;เพื่อดำเนินการวินิจฉัย&amp;nbsp;โดยคำวินิจฉัยของศูนย์ประสานคุ้มครองสิทธิผู้ป่วยฉุกเฉินให้ถือเป็นที่สุด&amp;nbsp;ซึ่งแนวทางการคัดแยกผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต&amp;nbsp;และแบบแจ้งผลการคัดแยกผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติให้เป็นไปตามที่สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติกำหนด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ครม.&amp;nbsp;มีมติให้กระทรวงการคลัง&amp;nbsp;สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&amp;nbsp;สำนักงานประกันสังคม&amp;nbsp;สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ&amp;nbsp;คณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน&amp;nbsp;หน่วยงานของรัฐ&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;รัฐวิสาหกิจ&amp;nbsp;เอกชน&amp;nbsp;หรือกองทุนอื่นที่มีวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับการจัดบริการด้านการแพทย์&amp;nbsp;หรือสาธารณสุขดำเนินการตามหลักเกณฑ์&amp;nbsp;วิธีการ&amp;nbsp;และเงื่อนไขดังกล่าว&amp;nbsp;/ดำเนินการจ่ายค่าใช้จ่ายในอัตราตามบัญชีแนบท้ายหลักเกณฑ์&amp;nbsp;รวมถึงแก้ไขปรับปรุง&amp;nbsp;กฎระเบียบ&amp;nbsp;ข้อบังคับ&amp;nbsp;หรือประกาศให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ที่อนุมัติในครั้งนี้ด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ครม.&amp;nbsp;เห็นชอบให้ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นภาคี&lt;/strong&gt;สถาบันวัคซีนนานาชาติ&amp;nbsp;(International&amp;nbsp;Vaccine&amp;nbsp;Institute&amp;nbsp;:&amp;nbsp;IVI)&amp;nbsp;อย่างสมบูรณ์&amp;nbsp;และอนุมัติให้ประเทศไทยสนับสนุนงบประมาณแก่&amp;nbsp;IVI&amp;nbsp;ปีละ&amp;nbsp;100,000&amp;nbsp;ดอลลาร์สหรัฐ&amp;nbsp;หรือประมาณ&amp;nbsp;3.25&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;โดยใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี&amp;nbsp;หมวดเงินอุดหนุนของกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;เริ่มตั้งแต่ปีงบประมาณ&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;และมอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศ&amp;nbsp;จัดทำสัตยาบันสาร&amp;nbsp;เพื่อการเข้าร่วมเป็นภาคี&amp;nbsp;IVI&amp;nbsp;อย่างสมบูรณ์IVI&amp;nbsp;จัดตั้งขึ้นโดยข้อริเริ่มของสำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ&amp;nbsp;(UNPD)&amp;nbsp;มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เกาหลีใต้&amp;nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความมั่นคงในการเข้าถึงวัคซีนที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย&amp;nbsp;การวิจัย&amp;nbsp;พัฒนา&amp;nbsp;และปรับปรุงวัคซีนชนิดใหม่&amp;nbsp;รวมถึงการเสริมสร้างศักยภาพของประเทศกำลังพัฒนาในด้านการพัฒนา&amp;nbsp;การผลิต&amp;nbsp;และการนำเข้าวัคซีน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจากการที่ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นภาคี&amp;nbsp;IVI&amp;nbsp;อย่างสมบูรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะช่วยเสริมสร้างโอกาสในการศึกษา&amp;nbsp;พัฒนาความรู้และศักยภาพในด้านการวิจัยและพัฒนาวัคซีนทั้งภายในและภายนอกประเทศจากโครงการความร่วมมือต่างๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;โครงการวิจัยและพัฒนาวัคซีนสำหรับการทดลองในมนุษย์&amp;nbsp;โครงการทดลองในห้องปฏิบัติการศูนย์เฝ้าระวังโรครวมถึงได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านวัคซีน&amp;nbsp;การพัฒนาบุคลากรด้านวัคซีน&amp;nbsp;และการยกระดับความสัมพันธ์กับ&amp;nbsp;IVI&amp;nbsp;และประเทศสมาชิกให้มากขึ้น&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;สอดคล้องกับนโยบายวัคซีนแห่งชาติของประเทศไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่สนับสนุนการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่หลากหลายในด้านการวิจัย&amp;nbsp;พัฒนา&amp;nbsp;และผลิตวัคซีน&amp;nbsp;เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านวัคซีนของประเทศไทย&amp;nbsp;มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ของโลก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สถาบันวัคซีนนานาชาติ&amp;nbsp;มีหน้าที่ดำเนินการ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;โครงการหลัก&amp;nbsp;คือ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ให้ความช่วยเหลือด้านการฝึกอบรมและช่วยเหลือทางเทคนิคเกี่ยวกับเทคโนโลยีการผลิตวัคซีน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ดำเนินการศึกษาวิจัยในห้องปฏิบัติการและภาคสนาม&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ประเมินวัคซีน&amp;nbsp;โดยการวิจัยเชิงทดลองทางคลินิกและภาคสนาม&amp;nbsp;และร่วมมือกับผู้ผลิตวัคซีนเพื่อส่งเสริมการวิจัย&amp;nbsp;และพัฒนาวัคซีน&amp;nbsp;ซึ่งประเทศไทยได้ร่วมลงนามในข้อตกลงว่าด้วยการจัดตั้ง&amp;nbsp;IVI&amp;nbsp;พร้อมธรรมนูญแนบท้ายข้อตกลง&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;2539&amp;nbsp;แต่ยังไม่ได้เป็นภาคีโดยสมบูรณ์จนกว่าจะมีการให้สัตยาบัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-12-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แพร่</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312142316216</Link_News></row>
<row _id="88"><NewsTitle>ผบ.พล.ร.15 ตรวจเยี่ยมและติดตามการปฏิบัติงาน พบปะให้กำลังใจ เจ้าหน้าที่ประจำชุดคุ้มครองตำบล (ชคต.) ในพื้นที่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลตรี&amp;nbsp;เฉลิมพร&amp;nbsp;ขำเขียว&amp;nbsp;ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่&amp;nbsp;15&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ประจำชุดคุ้มครองตำบล&amp;nbsp;(ชคต.)&amp;nbsp;พร้อมทั้งให้กำลังใจ&amp;nbsp;พบปะพูดคุย&amp;nbsp;มอบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติงานเชิงรุกในการดูแลหมู่บ้าน&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;แก่เจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ชุดคุ้มครองตำบล&amp;nbsp;ในพื้นที่อำเภอโคกโพธิ์&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อำเภอหนองจิก&amp;nbsp;จังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ชุดคุ้มครองตำบลปากล่อ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ชุดคุ้มครองตำบลทรายขาว&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;พันเอก&amp;nbsp;เฉลิมชัย&amp;nbsp;สุทธินวล&amp;nbsp;รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&amp;nbsp;46&amp;nbsp;/รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;,&amp;nbsp;พันเอก&amp;nbsp;อิศรา&amp;nbsp;จันทะกระยอม&amp;nbsp;ผู้บังคับการกรมทหารราบที่&amp;nbsp;153&amp;nbsp;,พันเอก&amp;nbsp;พงศกร&amp;nbsp;แสงกุล&amp;nbsp;รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&amp;nbsp;43&amp;nbsp;,พันโทธนวัฒน์&amp;nbsp;สายสกุลรัตน์&amp;nbsp;ผู้บังคับกองพันทหารราบที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กรมทหารราบที่&amp;nbsp;153&amp;nbsp;/&amp;nbsp;หัวชุดควบคุมเจ้าหน้าประจำชุดคุ้มครองตำบลจังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;,&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอัธพล&amp;nbsp;&amp;nbsp;หอมวัน&amp;nbsp;ปลัดป้องกันอำเภอโคกโพธิ์&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;นายอดินัน&amp;nbsp;เจ๊ะอุบง&amp;nbsp;ปลัดอำเภอ/&amp;nbsp;หัวหน้าชุดคุ้มครองตำบลปากล่อ&amp;nbsp;ตลอดจน&amp;nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&amp;nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ&amp;nbsp;และร่วมประชุม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดย&amp;nbsp;พลตรี&amp;nbsp;เฉลิมพร&amp;nbsp;ขำเขียว&amp;nbsp;ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้เข้ารับฟังการบรรยายสรุปโครงสร้าง&amp;nbsp;ชุดคุ้มครองตำบล,&amp;nbsp;พื้นที่รับผิดชอบ,&amp;nbsp;การแผนการรักษาความปลอดภัยตำบล&amp;nbsp;/&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;การตั้งจุดตรวจ&amp;nbsp;จุดสกัด,&amp;nbsp;แผนป้องกันเหตุ,&amp;nbsp;แผนเผชิญเหตุ,&amp;nbsp;แผนป้องกันเหตุแผนการปฏิบัติการเมื่อมีภาพข่าวสารความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง,&amp;nbsp;แผนระงับเหตุโดยดำเนินการตามกรอบแนวทางยุทธศาสตร์ประชาชนมีส่วนร่วม,&amp;nbsp;การแก้ไขข้อบกพร่องตามเกณฑ์มาตรฐาน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;ทั้งด้านกายภาพ,&amp;nbsp;ด้านกำลังคน,&amp;nbsp;ด้านการปฏิบัติงานด้านข้อมูลพื้นฐานของพื้นที่,&amp;nbsp;ด้านความเข้มแข็งของชุมชน&amp;nbsp;พร้อมทั้งได้สอบถามปัญหา&amp;nbsp;ข้อขัดข้องในการปฎิบัติงาน&amp;nbsp;รวมถึงสถานการณ์ในพื้นที่&amp;nbsp;และมอบนโยบายมาตรการความปลอดภัยของกำลังพล&amp;nbsp;การปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง&amp;nbsp;ไม่ประมาท&amp;nbsp;เพื่อไม่ให้ตกเป็นเป้าหมาย&amp;nbsp;รวมถึงการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ&amp;nbsp;การรักษาความปลอดภัยฐานปฏิบัติการฯ&amp;nbsp;ตามแผนมาตรการระวังป้องกันฐานปฏิบัติการ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ขั้นตอน&amp;nbsp;(&amp;nbsp;3&amp;nbsp;นอก&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;)&amp;nbsp;ที่สำคัญให้ปฏิบัติตามนโยบายสั่งการของ&amp;nbsp;พลโท&amp;nbsp;เกรียงไกร&amp;nbsp;ศรีรักษ์&amp;nbsp;แม่ทัพภาคที่4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่ได้ฝากความห่วงใยมาถึงเจ้าหน้าที่ทุกนาย&amp;nbsp;และให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ให้มีความอดทนปฏิบัติหน้าที่เพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยแก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างเต็มความสามารถ&amp;nbsp;ขอให้ทุกคนไม่ประมาท&amp;nbsp;ให้ใช้ความระมัดระวังและมีความพร้อมในการใช้อาวุธประจำกายอยู่ตลอดเวลา&amp;nbsp;มาตรการป้องกันฐานปฏิบัติการต้องมีความพร้อม&amp;nbsp;ที่สำคัญต้องมีการติดตามข้อมูลด้านการข่าวต่อเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;เน้นย้ำให้มีการซักซ้อมแผนฉุกเฉินกรณีเกิดเหตุต่างๆ&amp;nbsp;อย่างเข้มงวด&amp;nbsp;และมีความรู้ความเข้าใจในแผนการปฏิบัติงานเป็นอย่างดีเพื่อที่จะให้การปฏิบัติงานลุล่วงอย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;และเพื่อให้&amp;nbsp;ชคต.สามารถเดินหน้าขับเคลื่อนการปฏิบัติงานได้ด้วยตนเองในอนาคต&amp;nbsp;ต่อไป&amp;nbsp;ตลอดจนขอให้ทุกคนระมัดระวังป้องกันตัวเองให้ปลอดภัยจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;ต้องเข้ารับการฉีดวัคซีนให้ครบ&amp;nbsp;และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;พลตรี&amp;nbsp;เฉลิมพร&amp;nbsp;ขำเขียว&amp;nbsp;ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;วันนี้ที่ได้มาเยี่ยมให้กำลังใจ&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ประจำชุดคุ้มครองตำบลในการปฏิบัติหน้าที่&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ฐานปฏิบัติการเพื่อมอบนโยบายการปฏิบัติงาน&amp;nbsp;พร้อมทั้งให้คำแนะนำเกี่ยวกับหลักการปฏิบัติทางยุทธวิธี&amp;nbsp;เพื่อให้กำลังพลมีความเข้าใจ&amp;nbsp;และไม่ให้เกิดความประมาทในเเต่ละภารกิจ&amp;nbsp;อีกทั้งสามารถดูแลความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;รวมทั้งควบคุมพื้นที่รับผิดชอบได้อย่างปลอดภัย&amp;nbsp;ตลอดจนมาเน้นย้ำในนโยบายของ&amp;nbsp;พลโท&amp;nbsp;เกรียงไกร&amp;nbsp;ศรีรักษ์&amp;nbsp;แม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;/&amp;nbsp;ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ซึ่งหลังจากที่มีการประเมินความพร้อมมาโดยลำดับแล้ว&amp;nbsp;ทำให้มั่นใจว่าในปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ซึ่งเป็นปีแรกที่ได้ส่งมอบความรับผิดชอบให้กับกรมการปกครองทำหน้าที่ในการขับเคลื่อน&amp;nbsp;โดยมีผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;ทำหน้าที่เป็น&amp;nbsp;ผู้บังคับกองบังคับการควบคุมกองกำลังอาสารักษาดินแดนจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;(ผบ.บก.อส.ชคต.)&amp;nbsp;และเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าเจ้าหน้าที่ชุดคุ้มครองตำบลจะสามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;จึงได้จัดกำลังพล&amp;nbsp;ชคต.&amp;nbsp;ละ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;นาย&amp;nbsp;จากหน่วยขึ้นตรงกองพลทหารทหารราบที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ซึ่งเป็นกองพลทางยุทธศาสตร์&amp;nbsp;โดยดูแลรับผิดชอบชุดคุ้มครองตำบล&amp;nbsp;ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;ทั้งหมด&amp;nbsp;149&amp;nbsp;ชุดคุ้มครองตำบล&amp;nbsp;แบ่งพื้นที่รับผิดชอบเป็น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;จังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;และจังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;กรมทหารราบที่&amp;nbsp;153&amp;nbsp;รับผิดชอบ&amp;nbsp;ชคต.&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;จังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;57&amp;nbsp;ชคต.&amp;nbsp;กำลังพลจำนวน&amp;nbsp;350&amp;nbsp;นาย,&amp;nbsp;กรมทหารราบที่&amp;nbsp;152&amp;nbsp;รับผิดชอบ&amp;nbsp;ชคต.&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;41&amp;nbsp;ชคต.&amp;nbsp;จำนวนกำลังพลจำนวน&amp;nbsp;254&amp;nbsp;นาย&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;กรมทหารราบที่&amp;nbsp;151&amp;nbsp;รับผิดชอบ&amp;nbsp;ชคต.&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;51&amp;nbsp;ชคต.&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;กำลังพลจำนวน&amp;nbsp;341&amp;nbsp;นาย&amp;nbsp;โดยเข้ามาทำหน้าที่เป็นครู&amp;nbsp;เป็นทีมงาน&amp;nbsp;และเป็นส่วนช่วยเติมเต็มให้กับกำลัง&amp;nbsp;อส.ที่มีอยู่แล้ว&amp;nbsp;เพราะฉะนั้นภาพของการทำงานของชุดคุ้มครองตำบลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจะประกอบไปด้วย&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ส่วน&amp;nbsp;คือกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร&amp;nbsp;(เจ้าหน้าที่โครง),&amp;nbsp;ปลัดอำเภอ&amp;nbsp;(หัวหน้าชุดคุ้มครองตำบล)&amp;nbsp;และกำนัน&amp;nbsp;ซึ่งทุกฝ่ายจะสามารถบูรณาการการใช้กำลังในการดูแลพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพได้มากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;ในการนี้&amp;nbsp;พลตรี&amp;nbsp;เฉลิมพร&amp;nbsp;ขำเขียว&amp;nbsp;ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ได้มอบเครื่องบริโภค&amp;nbsp;เพื่อเป็นการสร้างขวัญ&amp;nbsp;และกำลังใจให้กับกำลังพล&amp;nbsp;ในการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-12-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ปัตตานี</Province><Department>สวท.ปัตตานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312163703245</Link_News></row>
<row _id="89"><NewsTitle>ผบ.พล.ร.15 ตรวจเยี่ยมและติดตามการปฎิบัติงาน พบปะ ให้กำลังใจ เจ้าหน้าที่ประจำชุดคุ้มครองตำบล (ชคต.) ในพื้นที่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี พร้อมเน้นย้ำการปฏิบัติตามนโยบายข้อสั่งการของ มทภ.4ผอ.รมน.ภาค 4</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลตรี&amp;nbsp;เฉลิมพร&amp;nbsp;ขำเขียว&amp;nbsp;ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่&amp;nbsp;15&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่ประจำชุดคุ้มครองตำบล&amp;nbsp;(ชคต.)&amp;nbsp;พร้อมทั้งให้กำลังใจ&amp;nbsp;พบปะพูดคุย&amp;nbsp;มอบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติงานเชิงรุกในการดูแลหมู่บ้าน&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;แก่เจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ชุดคุ้มครองตำบล&amp;nbsp;ในพื้นที่อำเภอโคกโพธิ์&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อำเภอหนองจิก&amp;nbsp;จังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่งได้แก่&amp;nbsp;ชุดคุ้มครองตำบลปากล่อ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ชุดคุ้มครองตำบลทรายขาว&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;พันเอก&amp;nbsp;เฉลิมชัย&amp;nbsp;สุทธินวล&amp;nbsp;รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&amp;nbsp;46&amp;nbsp;/รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;,&amp;nbsp;พันเอก&amp;nbsp;อิศรา&amp;nbsp;จันทะกระยอม&amp;nbsp;ผู้บังคับการกรมทหารราบที่&amp;nbsp;153&amp;nbsp;,พันเอก&amp;nbsp;พงศกร&amp;nbsp;แสงกุล&amp;nbsp;รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&amp;nbsp;43&amp;nbsp;,พันโทธนวัฒน์&amp;nbsp;สายสกุลรัตน์&amp;nbsp;ผู้บังคับกองพันทหารราบที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กรมทหารราบที่&amp;nbsp;153&amp;nbsp;/&amp;nbsp;หัวชุดควบคุมเจ้าหน้าประจำชุดคุ้มครองตำบลจังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นายอัธพล&amp;nbsp;หอมวัน&amp;nbsp;ปลัดป้องกันอำเภอโคกโพธิ์&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;นายอดินัน&amp;nbsp;เจ๊ะอุบง&amp;nbsp;ปลัดอำเภอ/&amp;nbsp;หัวหน้าชุดคุ้มครองตำบลปากล่อ&amp;nbsp;ตลอดจน&amp;nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&amp;nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ&amp;nbsp;และร่วมประชุม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดย&amp;nbsp;พลตรี&amp;nbsp;เฉลิมพร&amp;nbsp;ขำเขียว&amp;nbsp;ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่&amp;nbsp;15&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้เข้ารับฟังการบรรยายสรุปโครงสร้าง&amp;nbsp;ชุดคุ้มครองตำบล,&amp;nbsp;พื้นที่รับผิดชอบ,&amp;nbsp;การแผนการรักษาความปลอดภัยตำบล&amp;nbsp;/&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;การตั้งจุดตรวจ&amp;nbsp;จุดสกัด,&amp;nbsp;แผนป้องกันเหตุ,&amp;nbsp;แผนเผชิญเหตุ,&amp;nbsp;แผนป้องกันเหตุแผนการปฏิบัติการเมื่อมีภาพข่าวสารความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง,&amp;nbsp;แผนระงับเหตุโดยดำเนินการตามกรอบแนวทางยุทธศาสตร์ประชาชนมีส่วนร่วม,&amp;nbsp;การแก้ไขข้อบกพร่องตามเกณฑ์มาตรฐาน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;ทั้งด้านกายภาพ,&amp;nbsp;ด้านกำลังคน,&amp;nbsp;ด้านการปฏิบัติงานด้านข้อมูลพื้นฐานของพื้นที่,&amp;nbsp;ด้านความเข้มแข็งของชุมชน&amp;nbsp;พร้อมทั้งได้สอบถามปัญหา&amp;nbsp;ข้อขัดข้องในการปฎิบัติงาน&amp;nbsp;รวมถึงสถานการณ์ในพื้นที่&amp;nbsp;และมอบนโยบายมาตรการความปลอดภัยของกำลังพล&amp;nbsp;การปฎิบัติงานด้วยความระมัดระวัง&amp;nbsp;ไม่ประมาท&amp;nbsp;เพื่อไม่ให้ตกเป็นเป้าหมาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รวมถึงการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ&amp;nbsp;การรักษาความปลอดภัยฐานปฏิบัติการฯ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ตามแผนมาตรการระวังป้องกันฐานปฏิบัติการ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ขั้นตอน&amp;nbsp;(&amp;nbsp;3&amp;nbsp;นอก&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;)&amp;nbsp;ที่สำคัญให้ปฏิบัติตามนโยบายสั่งการของพลโท&amp;nbsp;เกรียงไกร&amp;nbsp;ศรีรักษ์&amp;nbsp;แม่ทัพภาคที่4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่ได้ฝากความห่วงใยมาถึงเจ้าหน้าที่ทุกนาย&amp;nbsp;และให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ให้มีความอดทนปฏิบัติหน้าที่เพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยแก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างเต็มความสามารถ&amp;nbsp;ขอให้ทุกคนไม่ประมาท&amp;nbsp;ให้ใช้ความระมัดระวังและมีความพร้อมในการใช้อาวุธประจำกายอยู่ตลอดเวลา&amp;nbsp;มาตรการป้องกันฐานปฏิบัติการต้องมีความพร้อม&amp;nbsp;ที่สำคัญต้องมีการติดตามข้อมูลด้านการข่าวต่อเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;เน้นย้ำให้มีการซักซ้อมแผนฉุกเฉินกรณีเกิดเหตุต่างๆ&amp;nbsp;อย่างเข้มงวด&amp;nbsp;และมีความรู้ความเข้าใจในแผนการปฏิบัติงานเป็นอย่างดีเพื่อที่จะให้การปฎิบัติงานลุล่วงอย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;เพื่อให้&amp;nbsp;ชคต.สามารถเดินหน้าขับเคลื่อนการปฎิบัติงานได้ด้วยตนเองในอนาคต&amp;nbsp;ต่อไป&amp;nbsp;ตลอดจนขอให้ทุกคนระมัดระวังป้องกันตัวเองให้ปลอดภัยจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;ต้องเข้ารับการฉีดวัคซีนให้ครบ&amp;nbsp;และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;พลตรี&amp;nbsp;เฉลิมพร&amp;nbsp;ขำเขียว&amp;nbsp;ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;วันนี้ที่ได้มาเยี่ยมให้กำลังใจ&amp;nbsp;เจ้าหน้าประจำชุดคุ้มครองตำบลในการปฏิบัติหน้าที่&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ฐานปฏิบัติการ&amp;nbsp;เพื่อมอบนโยบายการปฎิบัติงาน&amp;nbsp;พร้อมทั้งให้คำแนะนำเกี่ยวกับหลักการปฏิบัติทางยุทธวิธี&amp;nbsp;เพื่อให้กำลังพลมีความเข้าใจ&amp;nbsp;และไม่ให้เกิดความประมาทในเเต่ละภารกิจ&amp;nbsp;อีกทั้งสามารถดูแลความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;รวมทั้งควบคุมพื้นที่รับผิดชอบได้อย่างปลอดภัย&amp;nbsp;ตลอดจนมาเน้นย้ำในนโยบายของ&amp;nbsp;พลโท&amp;nbsp;เกรียงไกร&amp;nbsp;ศรีรักษ์&amp;nbsp;แม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;/&amp;nbsp;ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ซึ่งหลังจากที่มีการประเมินความพร้อมมาโดยลำดับแล้ว&amp;nbsp;ทำให้มั่นใจว่าในปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ซึ่งเป็นปีแรกที่ได้ส่งมอบความรับผิดชอบให้กับกรมการปกครองทำหน้าที่ในการขับเคลื่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;ทำหน้าที่เป็น&amp;nbsp;ผู้บังคับกองบังคับการ&lt;/strong&gt;ควบคุมกองกำลังอาสารักษาดินแดนจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;(ผบ.บก.อส.ชคต.&amp;nbsp;)และเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าเจ้าหน้าที่ชุดคุ้มครองตำบลจะสามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;จึงได้จัดกำลังพลชคต.&amp;nbsp;ละ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;นาย&amp;nbsp;จากหน่วยขึ้นตรงกองพลทหารทหารราบที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ซึ่งเป็นกองพลทางยุทธศาสตร์&amp;nbsp;โดยดูแลรับผิดชอบชุดคุ้มครองตำบล&amp;nbsp;ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;ทั้งหมด&amp;nbsp;149&amp;nbsp;ชุดคุ้มครองตำบล&amp;nbsp;แบ่งพื้นที่รับผิดชอบเป็น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดได้แก่&amp;nbsp;จังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;และจังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;กรมทหารราบที่&amp;nbsp;153&amp;nbsp;รับผิดชอบ&amp;nbsp;ชคต.&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;จังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;57&amp;nbsp;ชคต.&amp;nbsp;กำลังพลจำนวน&amp;nbsp;350&amp;nbsp;นาย,&amp;nbsp;กรมทหารราบที่&amp;nbsp;152&amp;nbsp;รับผิดชอบ&amp;nbsp;ชคต.&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;41&amp;nbsp;ชคต.&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;กำลังพลจำนวน&amp;nbsp;254&amp;nbsp;นาย&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;กรมทหารราบที่&amp;nbsp;151&amp;nbsp;รับผิดชอบ&amp;nbsp;ชคต.&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;51&amp;nbsp;ชคต.&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;กำลังพลจำนวน&amp;nbsp;341&amp;nbsp;นาย&amp;nbsp;เข้ามาทำหน้าที่เป็นครู&amp;nbsp;เป็นทีมงาน&amp;nbsp;และเป็นส่วนช่วยเติมเต็มให้กับกำลัง&amp;nbsp;อส.ที่มีอยู่แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เพราะฉะนั้นภาพของการทำงานของชุดคุ้มครองตำบล&lt;/strong&gt;ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจะประกอบไปด้วย&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ส่วน&amp;nbsp;คือกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร&amp;nbsp;(เจ้าหน้าที่โครง),&amp;nbsp;ปลัดอำเภอ&amp;nbsp;(หัวหน้าชุดคุ้มครองตำบล)&amp;nbsp;และกำนัน&amp;nbsp;ซึ่งทุกฝ่ายจะสามารถบูรณาการการใช้กำลังในการดูแลพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพได้มากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;ในการนี้พลตรี&amp;nbsp;เฉลิมพร&amp;nbsp;ขำเขียว&amp;nbsp;ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ได้มอบเครื่องบริโภค&amp;nbsp;เพื่อเป็นการสร้างขวัญ&amp;nbsp;และกำลังใจให้กับกำลังพล&amp;nbsp;ในการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-12-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ปัตตานี</Province><Department>สวท.ปัตตานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312225112299</Link_News></row>
<row _id="90"><NewsTitle>ป่วนยะลา แขวนป้ายผ้า-วางกล่องต้องสงสัยหลายจุด วันสถาปนา "BRN" เจ้าหน้าที่ ยกระดับ ดูแลเข้มรับนายกฯ พรุ่งนี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ป่วนยะลา&amp;nbsp;แขวนป้ายผ้า-วางกล่องต้องสงสัยหลายจุด&amp;nbsp;วันสถาปนา&amp;nbsp;"BRN"&amp;nbsp;ครบรอบ&amp;nbsp;62&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ฝ่าย&amp;nbsp;ดูแลพื้นที่เข้ม&amp;nbsp;ต้อนรับนายกฯ&amp;nbsp;ลงพื้นที่&amp;nbsp;อ.เบตง&amp;nbsp;ในวันพรุ่งนี้&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมา&amp;nbsp;พล.ต.ต.ทินกร&amp;nbsp;รังมาตย์&amp;nbsp;ผบก.ภ.จว.ยะลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ&amp;nbsp;ผนึกกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร&amp;nbsp;ฝ่ายปกครอง&amp;nbsp;และกองกำลังภาคประชาชน&amp;nbsp;เพิ่มความเข้มดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;สืบเนื่องด้วย&amp;nbsp;สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยก่อนหน้านี้&amp;nbsp;ได้มีคนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวนพยายามแสดงศักยภาพก่อเหตุความรุนแรง&amp;nbsp;ลอบวางระเบิดทำร้ายเจ้าหน้าที่ทหารพราน&amp;nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ขณะออกลาดตระเวนเส้นทาง&amp;nbsp;บนถนนสาย&amp;nbsp;410&amp;nbsp;(ยะลา&amp;nbsp;-&amp;nbsp;เบตง)&amp;nbsp;ตรงข้ามมัสยิดบ้านเตาปูน&amp;nbsp;ในพื้นที่บ้านเงาะกาโป&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ต.บันนังสตา&amp;nbsp;อ.บันนังสตา&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;ด้วยรถยนต์&amp;nbsp;ส่งผลทำให้มีเจ้าหน้าที่ทหารพราน&amp;nbsp;และประชาชนผู้บริสุทธิ์&amp;nbsp;ได้รับบาดเจ็บ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เมื่อช่วงเที่ยงของวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กระทั่งล่าสุด&amp;nbsp;ในช่วงเช้านี้วันนี้&amp;nbsp;13&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่าพบป้ายผ้า&amp;nbsp;แผ่นใหญ่&amp;nbsp;ผูกด้วยลูกโป่งสีแดงซ้าย&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ขวา&amp;nbsp;เขียนข้อความว่า&amp;nbsp;ด้วยหมึกสีแดง&amp;nbsp;มีข้อความว่า&amp;nbsp;"FREE&amp;nbsp;PATTANI"&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;Pattani&amp;nbsp;is&amp;nbsp;not&amp;nbsp;siam&amp;nbsp;และพบวัตถุต้องสงสัยในกล่องอยู่ติดกัน&amp;nbsp;ซึ่งอยู่ในจุดที่กำลังก่อสร้างประตูสู่เมืองยะลา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;"สังคมพหุวัฒนธรรมสู่อาเซียน"&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วงเวียนบ่อเจ็ดลูก&amp;nbsp;ต.ยุโป&amp;nbsp;อ.เมืองยะลา&amp;nbsp;จ.ยะลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังพบมีการแขวนป้ายผ้าไว้กับต้นไม้ริมถนน&amp;nbsp;บ้านท่าวัง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ต.พร่อน&amp;nbsp;อ.เมืองยะลา&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;&amp;nbsp;แขวนป้ายผ้าไว้กับป้ายของทางราชการริมถนนหน้าโรงโม่หิน&amp;nbsp;บ้านลิดล&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ต.ลิดล&amp;nbsp;อ.เมืองยะลา&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;ซึ่งทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;พบวัตถุต้องสงสัย&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;พบมีการแขวนป้ายผ้าขนาดประมาณ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;x&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;ข้อความว่า&amp;nbsp;"FREE&amp;nbsp;PATANI&amp;nbsp;PATANI&amp;nbsp;IS&amp;nbsp;NOT&amp;nbsp;SIAM"&amp;nbsp;บริเวณข้างเส้นทาง&amp;nbsp;410&amp;nbsp;บ้านทำนบ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ต.ตาเนาะปูเต๊ะ&amp;nbsp;อ.บันนังสตา&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;,&amp;nbsp;พบมีการแขวนป้ายผ้าข้างเส้นทาง&amp;nbsp;410&amp;nbsp;บ้านตะโละดือลง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ต.ตาเนาะปูเต๊ะ&amp;nbsp;อ.บันนังสตา&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;,&amp;nbsp;พบการแขวนป้ายผ้า&amp;nbsp;ขนาดประมาณ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;x&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;ข้อความว่า&amp;nbsp;"FREE&amp;nbsp;PATANI&amp;nbsp;PATANI&amp;nbsp;IS&amp;nbsp;NOT&amp;nbsp;SIAM"&amp;nbsp;บริเวณข้างเส้นทาง&amp;nbsp;410&amp;nbsp;ฝั่งตรงข้ามโรงเลื่อยไม้&amp;nbsp;บ้านป่าหวังนอก&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ต./อ.บันนังสตา&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;&amp;nbsp;และยัง&amp;nbsp;พบมีการพ่นสีสเปรย์ก่อกวนข้อความว่า&amp;nbsp;"ผู้ก่อเหตุ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จชต.&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;คมกริฐ&amp;nbsp;pulo&amp;nbsp;"&amp;nbsp;บริเวณบนเส้นทาง&amp;nbsp;410&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ต.ถ้ำทะลุ&amp;nbsp;อ.บันนังสตา&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ไม่พบวัตถุต้องสงสัย&amp;nbsp;และได้ทำการประสานกำลังภาคประชาชนปลดป้ายผ้า&amp;nbsp;พร้อมทั้งลบข้อความเรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ชคต.ธารโต&amp;nbsp;พบมีการแขวนป้ายไว้กับสายไฟข้างทาง&amp;nbsp;เส้น&amp;nbsp;410&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ต.ธารโต&amp;nbsp;อ.ธารโต&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;โดยเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ฝ่าย&amp;nbsp;ปิดกั้นในบริเวณดังกล่าว&amp;nbsp;เพื่อเข้าเคลียร์พื้นที่เกรงว่าคนร้ายก่อเหตุร้ายซ้ำสอง&amp;nbsp;หลังเกิดเหตุดังกล่าวทางหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทหาร&amp;nbsp;ตำรวจ&amp;nbsp;ฝ่ายปกครอง&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;อำเภอของจังหวัดยะลา&amp;nbsp;ตั้งจุดตรวจจุดสกัด&amp;nbsp;ตรวจสอบรถยนต์และรถจักรยานยนต์&amp;nbsp;รวมทั้งตรวจสอบตรวจค้นบุคคลต้องสงสัย&amp;nbsp;โดยเฉพาะในช่วงนี้&amp;nbsp;เน้นย้ำต้องเข้มงวดมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;ป้องกันกลุ่มคนร้ายก่อเหตุซ้ำสองในพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับ&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;เป็นวันสถาปนา&amp;nbsp;62&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;กลุ่มขบวนการแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปัตตานี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หรือ&amp;nbsp;บีอาร์เอ็น&amp;nbsp;ฝ่ายความมั่นคง&amp;nbsp;ทั้งทหาร&amp;nbsp;ตำรวจ&amp;nbsp;และฝ่ายปกครอง&amp;nbsp;สั่งการเป็นพิเศษให้กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่&amp;nbsp;ให้เพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบ&amp;nbsp;การลักลอบเข้ามาในเขตเมืองยะลา&amp;nbsp;ของคนร้ายที่ไม่ทราบกลุ่มแนวที่อาจเข้ามาก่อเหตุร้าย&amp;nbsp;เพื่อปฏิบัติการในเชิงสัญลักษณ์ในรูปแบบต่างๆ&amp;nbsp;แสดงศักยภาพของกลุ่ม&amp;nbsp;ในวันครบรอบสถาปนา&amp;nbsp;62&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;บีอาร์เอ็นดังกล่าว&amp;nbsp;จึงได้สั่งการ&amp;nbsp;ตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงให้มีการยกระดับในการตรวจเข้มตามจุดตรวจต่างๆ&amp;nbsp;โดยเฉพาะด่าน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;มุมเมืองที่จะเข้าในเมืองยะลา&amp;nbsp;เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตรายานพาหนะทุกชนิด&amp;nbsp;โดยเน้นรถยนต์&amp;nbsp;และรถจักรยานยนต์&amp;nbsp;เป็นรถเป้าหมาย&amp;nbsp;และตรวจบุคคล&amp;nbsp;รวมถึงการตั้งจุดตรวจสกัดในเส้นทางหลัก&amp;nbsp;เส้นทางรอง&amp;nbsp;และเส้นทางในหมู่บ้าน&amp;nbsp;เพื่อดูแลความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน&amp;nbsp;นอกจากนั้นยังให้กำลังเจ้าหน้าที่ทหาร&amp;nbsp;ตำรวจ&amp;nbsp;จัดชุดลาดตระเวนขนาดเล็ก&amp;nbsp;รถจักรยานยนต์&amp;nbsp;รถยนต์&amp;nbsp;ออกตั้งด่านลอยในเส้นทางย่อยรอบนอกเขตเทศบาลนครยะลา&amp;nbsp;เพื่อจำกัดการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ไม่หวังดีอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่ง&amp;nbsp;"&amp;nbsp;ในวันพรุ่งนี้&amp;nbsp;14&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมคณะ&amp;nbsp;มีหมายที่จะเดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิด&amp;nbsp;"เที่ยวบินปฐมฤกษ์&amp;nbsp;ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา"&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่จึงต้องเพิ่มความเข้มงวดรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313122931346</Link_News></row>
<row _id="91"><NewsTitle>ฉก.ทพ.30 รุดลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุความไม่สงบ บันนังสตา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ฉก.ทพ.30&amp;nbsp;รุดลงพื้นที่เยี่ยมเยียน&amp;nbsp;ตรวจสอบความเสียหาย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และให้กำลังใจประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พันเอก&amp;nbsp;ภูมิสิน&amp;nbsp;สอนสุภาพ&amp;nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วย&amp;nbsp;ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่&amp;nbsp;3006&amp;nbsp;และชุดปฏิบัติการเสริมสร้างความเข้าใจ&amp;nbsp;กองร้อยทหารพรานที่&amp;nbsp;3006&amp;nbsp;ลงพื้นที่พบปะเยี่ยมเยียน&amp;nbsp;ตรวจสอบความเสียหาย&amp;nbsp;และให้กำลังใจประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดประชาชนผู้บริสุทธิ์บริเวณถนนสาย&amp;nbsp;410&amp;nbsp;ยะลา-เบตง&amp;nbsp;ตรงข้ามมัสยิดบ้านเตาปูน&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;บ้านเงาะกาโป&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลบันนังสตา&amp;nbsp;อำเภอบันนังสตา&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เมื่อช่วงเที่ยงของวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยทางผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&amp;nbsp;30&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้เข้าเยี่ยมพบปะให้กำลังใจประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บและมีบ้านเรือนของประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงได้รับความเสียหาย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;หลัง&amp;nbsp;พร้อมกันนี้&amp;nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ได้มอบกระเช้าเยี่ยมเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว&amp;nbsp;พร้อมทั้งให้คำแนะนำและมอบหมายให้&amp;nbsp;ชุดปฏิบัติการเสริมสร้างความเข้าใจ&amp;nbsp;กองร้อยทหารพรานที่&amp;nbsp;3006&amp;nbsp;ประสานและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนทั้ง&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ดังกล่าว&amp;nbsp;ในการช่วยเหลือเยียวยาจากภาครัฐตามหลักเกณฑ์&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอความร่วมมือมายังพี่น้องประชาชนในพื้นที่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หากพบเห็นสิ่งผิดปกติ&amp;nbsp;หรือบุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่&amp;nbsp;สามารถแจ้งได้ที่หมายเลขโทรศัพท์สายตรง&amp;nbsp;แม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;หมายเลข&amp;nbsp;061-173-2999&amp;nbsp;หรือหมายเลขสายด่วน&amp;nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ส่วนหน้า&amp;nbsp;1341&amp;nbsp;หรือแจ้งหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ใกล้บ้าน&amp;nbsp;ได้ตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313125612363</Link_News></row>
<row _id="92"><NewsTitle>ขยายเวลาโครงการสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs สู่อุตสาหกรรมสีเขียว พร้อมมาตรการส่งเสริมด้านเศรษฐกิจ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่&amp;nbsp;รายงานว่า&amp;nbsp;ทางคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;(ครม.)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เห็นชอบขยายระยะเวลาดำเนินโครงการสนับสนุนผู้ประกอบการ&amp;nbsp;วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมมุ่งสู่อุตสาหกรรมสีเขียวโดยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีคาร์บอนต่ำออกไปอีก&amp;nbsp;18&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;ถึงวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;หลังจากสิ้นสุดโครงการไปเมื่อวันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาเพิ่มขีดความสามารถ&lt;/strong&gt;เพื่อยกระดับการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมในประเทศไทย&amp;nbsp;ปรับปรุง&amp;nbsp;ความสามารถในการแข่งขันและมุ่งสู่อุตสาหกรรมสีเขียว&amp;nbsp;(Green&amp;nbsp;Industry)&amp;nbsp;ลดต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;ส่งเสริมธุรกิจอุตสาหกรรมให้ดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ลดการใช้พลังงาน&amp;nbsp;ตลอดจนลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศในระยะยาวต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำหรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการฯ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่ผ่านมามาจากเงินทุนร่วมระหว่างรัฐบาลไทยและกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก&amp;nbsp;(GEF)&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;GEF&amp;nbsp;สนับสนุนเงินจำนวน&amp;nbsp;1.88&amp;nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ&amp;nbsp;ฝ่ายไทยร่วมสมทบงบดำเนินการจากกระทรวงอุตสาหกรรมจำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ&amp;nbsp;และจากธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ธพว.)&amp;nbsp;ในฐานะหน่วยงานร่วมดำเนินการสำหรับเงินกู้สำหรับเอสเอ็มอีที่เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;หรือที่สนใจกู้เพี่อใช้ในการปรับปรุงเครื่องจักรอุปกรณ์จำนวน&amp;nbsp;7.36&amp;nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ปัจจุบันการดำเนินโครงการดังกล่าวใช้เงินที่ได้รับสนับสนุนจาก&amp;nbsp;GEF&amp;nbsp;ไปจำนวน&amp;nbsp;0.78&amp;nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คงเหลือ&amp;nbsp;1.1&amp;nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ&amp;nbsp;โดยยังไม่ได้เบิกจ่ายงบในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรม&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ&amp;nbsp;และวงเงินสินเชื่อสำหรับ&amp;nbsp;SMEs&amp;nbsp;อีก&amp;nbsp;7.36&amp;nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐจึงขยายระยะเวลาโครงการฯ&amp;nbsp;ออกไปอีก&amp;nbsp;18&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;สิ้นสุดโครงการวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;เพื่อให้สามารถดำเนินโครงการฯได้สำเร็จและบรรลุวัตถุประสงค์&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการระดมทุนในวิสาหกิจเริ่มต้น&amp;nbsp;(Startup)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มาตรการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับการลงทุนใน&amp;nbsp;Startup&amp;nbsp;ไทย&amp;nbsp;ที่ประกอบกิจการในอุตสาหกรรมเป้าหมาย&amp;nbsp;ตามที่คณะกรรมการ&amp;nbsp;นโยบายเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมายประกาศกำหนด&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;มาตรการบรรเทาภาระภาษีสำหรับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบหลักการมาตรการบรรเทาภาระภาษีสำหรับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล&amp;nbsp;โดยยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการโอนคริปโทเคอร์เรนซีหรือโทเคนดิจิทัลในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง&amp;nbsp;(Exchange)&amp;nbsp;และการโอนสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;รวมทั้งอนุญาตให้หักผลขาดทุนจากการขายสินทรัพย์ดิจิทัลใน&amp;nbsp;Exchange&amp;nbsp;ออกจากกำไรจากการขายสินทรัพย์ดิจิทัลใน&amp;nbsp;Exchange&amp;nbsp;ได้&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังขยายระยะเวลายกเว้นภาษีสินค้าที่มีความจำเป็น&amp;nbsp;เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ครม.&amp;nbsp;ได้มีมติเห็นชอบขยายระยะเวลายกเว้นอากรขาเข้าสินค้าที่มีความจำเป็นเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส&amp;nbsp;โคโรนา&amp;nbsp;&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;ออกไปจนถึงวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;กันยายน&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ฉบับ&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แพร่</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313133113381</Link_News></row>
<row _id="93"><NewsTitle>ส.ปชส.ตราด ประชาสัมพันธ์ ครม. ปรับหลักเกณฑ์ UCEP Plus</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(13&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;รายงานว่า&amp;nbsp;คณะรัฐมนตรีเห็นชอบหลักเกณฑ์วิธีการ&amp;nbsp;และเงื่อนไขการกำหนดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต&amp;nbsp;&amp;nbsp;กรณีติดเชื้อโรคโควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;หรือที่ถูกเรียกว่า&amp;nbsp;UCEP&amp;nbsp;Plus&amp;nbsp;(Universal&amp;nbsp;Coverage&amp;nbsp;for&amp;nbsp;Emergency&amp;nbsp;Patients&amp;nbsp;Plus)&amp;nbsp;โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เป็นต้นไป&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กลุ่มผู้ป่วยสีเขียว&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;อาการไม่รุนแรง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ไม่นับเป็นผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต&amp;nbsp;แต่สามารถเข้ารับการรักษาฟรีในโรงพยาบาลตามสิทธิของแต่ละคน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;สิทธิบัตรทอง&amp;nbsp;สิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า&amp;nbsp;สิทธิประกันสังคม&amp;nbsp;หรือสิทธิรักษาพยาบาลของข้าราชการ&amp;nbsp;ซี่งการรักษาทุกอย่างไม่เสียค่าใช้จ่ายตามเดิม&amp;nbsp;และแนะนำให้การดูแลแบบ&amp;nbsp;Home&amp;nbsp;Isolation(HI)&amp;nbsp;&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;Community&amp;nbsp;&amp;nbsp;Isolation(CI)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;Hotel&amp;nbsp;Isolation&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กลุ่มผู้ป่วยสีเหลือง&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;เสี่ยงอาการรุนแรง&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ผู้ป่วยสีแดง&amp;nbsp;หรืออาการรุนแรง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ให้สามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลได้ทุกแห่ง&amp;nbsp;โดยไม่กำหนดระยะเวลา&amp;nbsp;72&amp;nbsp;ชั่วโมงแรก&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้มีการส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินรุนแรงจากโรงพยาบาลหนึ่งไปเข้ารับการรักษาในหอผู้ป่วยฉุกเฉิน&amp;nbsp;(ICU)&amp;nbsp;ของอีกโรงพยาบาลได้ภายหลัง&amp;nbsp;72&amp;nbsp;ชั่วโมงแรกด้วย&amp;nbsp;ซึ่งดีกว่าโรคอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ที่เข้าตามนิยามเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หลักเกณฑ์&amp;nbsp;วิธีการ&amp;nbsp;และเงื่อนไขการกำหนดค่าใช้จ่าย&lt;/strong&gt;ในการดำเนินการผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติ&amp;nbsp;กรณีโรคโควิด-19&amp;nbsp;กำหนดให้สถานพยาบาลต้องจัดให้มีการรักษาพยาบาล&amp;nbsp;โดยฉุกเฉิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อให้พ้นจากอันตรายตามมาตรฐานวิชาชีพและขีดความสามารถของสถานพยาบาลโดยไม่มีเงื่อนไขในการเรียกเก็บค่ารักษาพยาบาล&amp;nbsp;เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการดูแลรักษา?&amp;nbsp;ให้สถานพยาบาลแจ้งต่อกองทุนของผู้มีสิทธิได้รับการรักษาพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&amp;nbsp;หรือกฎหมายว่าด้วยประกันสังคม&amp;nbsp;กฎหมายว่าด้วยเงินทดแทนหรือจากส่วนราชการ&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;รัฐวิสาหกิจ&amp;nbsp;หรือหน่วยงานอื่นของรัฐทราบโดยเร็ว?&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังได้กำหนดให้กรณีที่มีปัญหาการวินิจฉัย&lt;/strong&gt;ในการคัดแยกผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตให้ปรึกษาศูนย์ประสานคุ้มครองสิทธิผู้ป่วยฉุกเฉิน&amp;nbsp;ของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติได้ตลอดเวลา&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;เพื่อดำเนินการวินิจฉัย&amp;nbsp;โดยคำวินิจฉัยของศูนย์ประสานคุ้มครองสิทธิผู้ป่วยฉุกเฉินให้ถือเป็นที่สุด&amp;nbsp;ซึ่งแนวทางการคัดแยกผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต&amp;nbsp;และแบบแจ้งผลการคัดแยกผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติให้เป็นไปตามที่สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติกำหนด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;คณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;มีมติให้กระทรวงการคลัง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&amp;nbsp;สำนักงานประกันสังคม&amp;nbsp;สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ&amp;nbsp;คณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน&amp;nbsp;หน่วยงานของรัฐ&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;รัฐวิสาหกิจ&amp;nbsp;เอกชน&amp;nbsp;หรือกองทุนอื่นที่มีวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับการจัดบริการด้านการแพทย์&amp;nbsp;หรือสาธารณสุขดำเนินการตามหลักเกณฑ์&amp;nbsp;วิธีการ&amp;nbsp;และเงื่อนไขดังกล่าว&amp;nbsp;/ดำเนินการจ่ายค่าใช้จ่ายในอัตราตามบัญชีแนบท้ายหลักเกณฑ์&amp;nbsp;รวมถึงแก้ไขปรับปรุงกฎระเบียบ&amp;nbsp;ข้อบังคับ&amp;nbsp;หรือประกาศให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ที่อนุมัติในครั้งนี้ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;คณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;ยังเห็นชอบให้ประเทศไทย&lt;/strong&gt;เข้าร่วมเป็นภาคีสถาบันวัคซีนนานาชาติ&amp;nbsp;(International&amp;nbsp;Vaccine&amp;nbsp;Institute&amp;nbsp;:&amp;nbsp;IVI)&amp;nbsp;อย่างสมบูรณ์&amp;nbsp;และอนุมัติให้ประเทศไทยสนับสนุนงบประมาณแก่&amp;nbsp;IVI&amp;nbsp;ปีละ&amp;nbsp;100,000&amp;nbsp;ดอลลาร์สหรัฐ&amp;nbsp;หรือประมาณ&amp;nbsp;3.25&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;โดยใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี&amp;nbsp;หมวดเงินอุดหนุนของกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;เริ่มตั้งแต่ปีงบประมาณ&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;และมอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศ&amp;nbsp;จัดทำสัตยาบันสาร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อการเข้าร่วมเป็นภาคี&amp;nbsp;IVI&amp;nbsp;อย่างสมบูรณ์&amp;nbsp;IVI&amp;nbsp;จัดตั้งขึ้นโดยข้อริเริ่มของสำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ&amp;nbsp;(UNPD)&amp;nbsp;มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เกาหลีใต้&amp;nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความมั่นคงในการเข้าถึงวัคซีนที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย&amp;nbsp;การวิจัย&amp;nbsp;พัฒนา&amp;nbsp;และปรับปรุงวัคซีนชนิดใหม่&amp;nbsp;รวมถึงการเสริมสร้างศักยภาพของประเทศกำลังพัฒนาในด้านการพัฒนา&amp;nbsp;การผลิต&amp;nbsp;และการนำเข้าวัคซีน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ตราด</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313152329392</Link_News></row>
<row _id="94"><NewsTitle>ส.ปชส.ตราด ประชาสัมพันธ์ ครม.เห็นชอบลดอัตราภาษีน้ำมันผลิตไฟฟ้าในอัตรา 0 % ให้ กฟผ. ลดภาระค่าไฟฟ้าให้กับประชาชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด&amp;nbsp;รายงานว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รัฐบาล&amp;nbsp;เตรียมความพร้อมรับมือวิกฤตด้านพลังงานจากผลกระทบสถานการณ์&amp;nbsp;รัสเซีย-ยูเครน&amp;nbsp;ซึ่งทำให้ราคาพลังงานสูงขึ้น&amp;nbsp;จนกระทบต่อสินค้าทำให้มีราคาสูงขึ้น&amp;nbsp;โดยสถานการณ์&amp;nbsp;ราคาพลังงานยังสูงขึ้นเป็นรายวัน&amp;nbsp;และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและทั่วโลก&amp;nbsp;นายกฯ&amp;nbsp;จึงสั่งการให้กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบริหารพลังงานให้เหมาะสม&amp;nbsp;ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและผู้มีรายได้น้อย&amp;nbsp;รวมทั้งให้กระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;ดูแลสินค้าอุปโภคและบริโภค&amp;nbsp;ที่มีผลกระทบโดยตรงด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้ยังได้รณรงค์การประหยัดพลังงาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งเป็นมาตรการที่ไม่มีค่าใช้จ่ายให้เป็นวาระสำคัญของรัฐบาล&amp;nbsp;เพื่อร่วมกันฝ่าวิกฤตพลังงาน&amp;nbsp;โดยให้ส่วนราชการลดการใช้พลังงาน&amp;nbsp;ร้อยละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;และลดการใช้น้ำมันร้อยละ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;และหาวิธีประหยัดพลังงานแบบง่าย&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การส่งเสริมการทำงานที่บ้าน&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;WFH&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;คณะรัฐมนตรียังอนุมัติให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(กฟผ.)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงินในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;2567&amp;nbsp;ภายใต้กรอบวงเงินไม่เกิน&amp;nbsp;25,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ด้วยวิธีการจัดหาเงินกู้ในรูปแบบ&amp;nbsp;Term&amp;nbsp;Loan&amp;nbsp;อายุไม่เกิน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;โดยกระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;กฟผ.ประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เนื่องจากแบกรับภาระค่าไฟฟ้าอัตโนมัติหรือ&amp;nbsp;ค่า&amp;nbsp;Ft&amp;nbsp;ตามมาตรการของรัฐบาลในการตรึงค่าไฟฟ้าเพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพของประชาชน&amp;nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;รวมถึงการผลิตไฟฟ้าในช่วงมาตรการตรึงค่าไฟฟ้านั้น&amp;nbsp;มีต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;เนื่องจากการขาดแคลนก๊าซธรรมชาติ&amp;nbsp;NGV&amp;nbsp;ในประเทศ&amp;nbsp;ทำให้&amp;nbsp;กฟผ.&amp;nbsp;ต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติ&amp;nbsp;ซึ่งเป็นช่วงที่ราคาในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;กฟผ.&amp;nbsp;จึงมีความจำเป็นต้องกู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่องให้เพียงพอต่อการดำเนินภารกิจความมั่นคงทางด้านพลังงานไฟฟ้าของประเทศ&amp;nbsp;และเป็นกลไกสำคัญของภาครัฐในการดำเนินมาตรการลดค่าครองชีพของประชาชน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;พร้อมกันนี้มีการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตสินค้าน้ำมันดีเซลที่มีปริมาณกำมะถันเกินและไม่เกินร้อยละ&amp;nbsp;0.005&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยน้ำหนัก&amp;nbsp;หรือน้ำมันดีเซล&amp;nbsp;บี0&amp;nbsp;และน้ำมันเตาที่ใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าและขายไฟฟ้าทั้งหมดให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(กฟผ.)&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;โดยกำหนดให้จัดเก็บภาษีสรรพสามิตในอัตรา&amp;nbsp;0&amp;nbsp;มีผลบังคับใช้จนถึงวันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;กันยายน&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าของ&amp;nbsp;กฟผ.&amp;nbsp;เป็นระยะเวลา&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;ซึ่งจะเป็นการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าให้กับประชาชนทั่วประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;การผลิตกระแสไฟฟ้าของไทยในปัจจุบันกว่าร้อยละ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ผลิตจากก๊าซธรรมชาติ&amp;nbsp;(NG)&amp;nbsp;แต่ราคาก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ประกอบกับค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงส่งผลให้ต้นทุนการผลิตกระแสไฟฟ้าเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;จึงจำเป็นต้องใช้น้ำมันดีเซล&amp;nbsp;(บี0)&amp;nbsp;และน้ำมันเตามาเป็นเชื้อเพลิงทดแทนก๊าซธรรมชาติ&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;การปรับลดภาษีสรรพสามิตสินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันครั้งนี้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการช่วยลดต้นทุนในการผลิตไฟฟ้า&amp;nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้ประชาชนมีภาระค่าไฟฟ้าลดลงประมาณ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;-&amp;nbsp;1.50&amp;nbsp;บาทต่อหน่วย&amp;nbsp;อีกทั้งการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคในภาคอุตสาหกรรมจะมีต้นทุนการผลิตที่ลดลงด้วย&amp;nbsp;เนื่องจากภาระค่าไฟฟ้าที่ลดลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ตราด</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313152324391</Link_News></row>
<row _id="95"><NewsTitle>ส.ปชส.ตราด ประชาสัมพันธ์ ครม.เห็นชอบขยายเวลาโครงการสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs สู่อุตสาหกรรมสีเขียว</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(13&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รายงานว่า&amp;nbsp;คณะรัฐมนตรีเห็นชอบขยายระยะเวลาดำเนินโครงการสนับสนุนผู้ประกอบการ&amp;nbsp;วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมมุ่งสู่อุตสาหกรรมสีเขียวโดยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีคาร์บอนต่ำออกไปอีก&amp;nbsp;18&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;ถึงวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มิ.ย.66&amp;nbsp;หลังจากสิ้นสุดโครงการไปเมื่อวันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ธ.ค.64&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โครงการนี้มีวัตถุประสงค์&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมและพัฒนาเพิ่มขีด&lt;/strong&gt;ความสามารถเพื่อยกระดับการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;ในอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมในประเทศไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปรับปรุง&amp;nbsp;ความสามารถในการแข่งขันและมุ่งสู่อุตสาหกรรมสีเขียว&amp;nbsp;(Green&amp;nbsp;Industry)&amp;nbsp;ลดต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;ส่งเสริมธุรกิจอุตสาหกรรมให้ดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ลดการใช้พลังงาน&amp;nbsp;ตลอดจนลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศในระยะยาวต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการฯ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่ผ่านมามาจากเงินทุนร่วมระหว่างรัฐบาลไทยและกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก&amp;nbsp;(GEF)&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;GEF&amp;nbsp;สนับสนุนเงินจำนวน&amp;nbsp;1.88&amp;nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ&amp;nbsp;ฝ่ายไทยร่วมสมทบงบดำเนินการจากกระทรวงอุตสาหกรรมจำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ&amp;nbsp;และจากธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ธพว.)&amp;nbsp;ในฐานะหน่วยงานร่วมดำเนินการสำหรับเงินกู้สำหรับเอสเอ็มอีที่เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;หรือที่สนใจกู้เพี่อใช้ในการปรับปรุงเครื่องจักรอุปกรณ์จำนวน&amp;nbsp;7.36&amp;nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปัจจุบันการดำเนินโครงการดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ใช้เงินที่ได้รับสนับสนุนจาก&amp;nbsp;GEF&amp;nbsp;ไปจำนวน&amp;nbsp;0.78&amp;nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ&amp;nbsp;คงเหลือ&amp;nbsp;1.1&amp;nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ&amp;nbsp;โดยยังไม่ได้เบิกจ่ายงบในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรม&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ&amp;nbsp;และวงเงินสินเชื่อสำหรับ&amp;nbsp;SMEs&amp;nbsp;อีก&amp;nbsp;7.36&amp;nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐจึงขยายระยะเวลาโครงการฯ&amp;nbsp;ออกไปอีก&amp;nbsp;18&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;สิ้นสุดโครงการวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มิ.ย.66&amp;nbsp;เพื่อให้สามารถดำเนินโครงการฯได้สำเร็จและบรรลุวัตถุประสงค์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ตราด</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313152514393</Link_News></row>
<row _id="96"><NewsTitle>รองแม่ทัพภาคที่ 4 ตรวจพื้นที่ ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง จ.ยะลา เตรียมพร้อมรับนักท่องเที่ยว เที่ยวบินปฐมฤกษ์ 14 มี.ค.นี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ที่ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พลตรี&amp;nbsp;คมกฤช&amp;nbsp;&amp;nbsp;รัตนฉายา&amp;nbsp;ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&amp;nbsp;46/ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี&amp;nbsp;ให้การต้อนรับ&amp;nbsp;พลตรี&amp;nbsp;อุทิศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;รัตนนานนท์&amp;nbsp;รองแม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;4/&amp;nbsp;รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ส่วนหน้า&amp;nbsp;(2)&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจความพร้อม&amp;nbsp;การจัดตั้งกองอำนวยการรักษาความปลอดภัยประจำพื้นที่&amp;nbsp;ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ในการนี้&amp;nbsp;รองแม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;4/&amp;nbsp;รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ส่วนหน้า&amp;nbsp;(2)&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้ให้คำแนะนำ&amp;nbsp;เพื่อบูรณาการอำนวยการ&amp;nbsp;ควบคุม&amp;nbsp;ประสานงาน&amp;nbsp;กำกับดูแลการปฏิบัติให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด&amp;nbsp;ในการดูแลรักษาความปลอดภัยบริเวณท่าอากาศยาน&amp;nbsp;ให้กับ&amp;nbsp;พลเอกประยุทธ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;ในโอกาสเดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิด&amp;nbsp;"เที่ยวบินปฐมฤกษ์&amp;nbsp;ท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;"&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.เบตง จ.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313214353476</Link_News></row>
<row _id="97"><NewsTitle>กอ.รมน.ศรีสะเกษ ร่วมกับส่วนราชการ 14 หน่วยงาน ออกตรวจการการป้องกันการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย การบังคับใช้แรงงานหรือบริการและการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ร่วมกับส่วนราชการด้านแรงงานภายในจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;14&amp;nbsp;หน่วยงาน&amp;nbsp;ออกตรวจบูรณาการการป้องกันการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย&amp;nbsp;การบังคับใช้แรงงานหรือบริการและการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน&amp;nbsp;ในกลุ่มเป้าหมายสถานประกอบการที่ใช้แรงงานต่างด้าว&amp;nbsp;โดยได้ตรวจสอบ&amp;nbsp;สถานประกอบการประเภท&amp;nbsp;โรงสีข้าว&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ร้านพัสดุก่อสร้าง&amp;nbsp;ในพื้นที&amp;nbsp;อำเภอห้วยทับทัน&amp;nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;1.&amp;nbsp;หจก.เจ็งย่งฮะฮวด&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;222&amp;nbsp;ม.1&amp;nbsp;ต.ห้วยทับทัน&amp;nbsp;อ.ห้วยทับทัน&amp;nbsp;จ.ศรีสะเกษ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;หจก.ไพศาลพัสดุก่อสร้าง&amp;nbsp;29&amp;nbsp;ม.7&amp;nbsp;ต.ห้วยทับทัน&amp;nbsp;อ.ห้วยทับทัน&amp;nbsp;จ.ศรีสะเกษ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;3.&amp;nbsp;บริษัทห้วยทับทันอานิคม&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;231&amp;nbsp;ม.1&amp;nbsp;ต.ห้วยทับทัน&amp;nbsp;อ.ห้วยทับทัน&amp;nbsp;จ.ศรีสะเกษ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;4.&amp;nbsp;บริษัทมณีค้าแป้งรุ่งเรือง&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;39&amp;nbsp;ม.5&amp;nbsp;ต.&amp;nbsp;ปราสาท&amp;nbsp;อ.ห้วยทับทัน&amp;nbsp;จ.ศรีสะเกษ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผลการตรวจสอบพบแรงงานทั้งหมด&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;คน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นแรงงานสัญชาติไทย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;47&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;(ชาย&amp;nbsp;37&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;หญิง&amp;nbsp;10&amp;nbsp;คน)&amp;nbsp;แรงงานต่างด้าวสัญชาติ&amp;nbsp;เมียนมา&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ชาย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&amp;nbsp;หญิง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ตรวจสอบเอกสารประจำตัวถูกต้อง&amp;nbsp;เอกสารการแจ้งที่พักอาศัยถูกต้อง&amp;nbsp;คณะชุดตรวจชี้แจงทำความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว&amp;nbsp;3&amp;nbsp;สัญชาติตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อ&amp;nbsp;28&amp;nbsp;กันยายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ตรวจการใช้แรงงานหญิงและเด็กไม่พบการกระทำผิดกฎหมาย,&amp;nbsp;ตรวจสอบห้องพักจำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ห้อง&amp;nbsp;ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย,&amp;nbsp;ชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการมิได้รับแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายเข้าทำงานและช่วยชี้เบาะแสหากมีแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายเข้ามาในพื้นที่,&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์ให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดมาตรการการป้องกัน&amp;nbsp;การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส&amp;nbsp;โควิด-19&amp;nbsp;ตามข้อกำหนดจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;ผลการปฏิบัติ&amp;nbsp;ไม่พบแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;#&amp;nbsp;ศูนย์ประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;กอ.รมน.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;#&amp;nbsp;ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ศรีสะเกษ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314151721677</Link_News></row>
<row _id="98"><NewsTitle>เริ่มแล้วฝึกผสมโคปไทเกอร์ ประจำปี 2565 COPE TIGER 2022 ที่จังหวัดนครราชสีมา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นาวาอากาศเอก&amp;nbsp;สิทธิพล&amp;nbsp;ป้อมตรี&amp;nbsp;รองผู้อำนวยการสำนักยุทธการและการฝึก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมยุทธการทหารอากาศ&amp;nbsp;กรมยุทธการทหารอากาศ&amp;nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการฝึกผสมโคปไทเกอร์&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;ฝ่ายกองทัพอากาศ&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;Col&amp;nbsp;David&amp;nbsp;kok&amp;nbsp;(นาวาอากาศเอก&amp;nbsp;เดวิด&amp;nbsp;ก๊อก)&amp;nbsp;ผู้อำนวยการกองอำนวยการฝึกผสมฯ&amp;nbsp;ฝ่ายกองทัพอากาศสาธารณรัฐสิงคโปร์&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;Lt&amp;nbsp;Col&amp;nbsp;Christopher&amp;nbsp;High&amp;nbsp;(นาวาอากาศโท&amp;nbsp;คริสโตเฟอร์&amp;nbsp;ไฮจ์)&amp;nbsp;ผู้แทนผู้อำนวยการกองอำนวยการฝึกผสม&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;ฝ่ายกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา&amp;nbsp;ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกผสมโคปไทเกอร์&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมจันทรุเบกษา&amp;nbsp;กองบิน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การฝึกผสมโคปไทเกอร์&amp;nbsp;(Multi-Lateral&amp;nbsp;Exercise&amp;nbsp;Cope&amp;nbsp;Tiger)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ถือได้ว่าเป็นการฝึกผสมทางอากาศ&amp;nbsp;ที่มีการสนธิกำลังทางอากาศใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้&amp;nbsp;มีการนำกำลังทางอากาศ&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ประเทศ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ประเทศไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp;สาธารณรัฐสิงคโปร์&amp;nbsp;และสหรัฐอเมริกา&amp;nbsp;เข้าร่วมการฝึก&amp;nbsp;มีการพัฒนารูปแบบการฝึกให้เข้ากับสถานการณ์การสู้รบในปัจจุบัน&amp;nbsp;จะมีการสมมติสถานการณ์เสมือนจริง&amp;nbsp;ทั้งด้านการควบคุมและสั่งการ&amp;nbsp;การฝึกยุทธวิธีการรบระหว่างเครื่องบินรบต่างแบบ&amp;nbsp;การฝึกโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายภาคพื้นดินที่มีการต่อต้านจากกอาวุธของหน่วยต่อสู้อากาศยานภาคพื้น&amp;nbsp;การฝึกด้านการข่าวกรองยุทธวิธีโดยใช้อากาศยานไร้คนขับ&amp;nbsp;และการให้การสนับสนุนของหน่วยสนับสนุนต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับวัตถุประสงค์ในการฝึกครั้งนี้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เพื่อพัฒนาขีดความสามารถของหน่วยบิน&amp;nbsp;และหน่วยต่อสู้อากาศยานที่เข้าร่วมการฝึก&amp;nbsp;เพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการปฏิบัติการทางอากาศผสม&amp;nbsp;อีกทั้งยังเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างมิตรประเทศ&amp;nbsp;ที่เข้าร่วมการฝึกอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การฝึกผสมโคปไทเกอร์&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;ในครั้งนี้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กองทัพอากาศ&amp;nbsp;และกองทัพอากาศมิตรประเทศได้พิจารณาอย่างรอบคอบในการปรับลดจำนวนผู้เข้าร่วมการฝึกผสมฯ&amp;nbsp;พร้อมทั้งจัดทำแนวทางมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;(โควิด-19)&amp;nbsp;ในระหว่างการฝึกผสม&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;โดยจะมีการฝึกภาคสนาม&amp;nbsp;(Field&amp;nbsp;&amp;nbsp;Training&amp;nbsp;&amp;nbsp;Exercise&amp;nbsp;:&amp;nbsp;FTX)&amp;nbsp;&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;13-25&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ในพื้นที่กองบิน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;กองบิน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;สนามฝึกใช้อาวุธทางอากาศ&amp;nbsp;ชัยบาดาล&amp;nbsp;จังหวัดลพบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;กองอำนวยการฝึกผสมโคปไทเกอร์&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;ได้เน้นย้ำให้ผู้ร่วมการฝึก&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ปฏิบัติตามกฎ&amp;nbsp;ระเบียบ&amp;nbsp;ทั้งทางภาคพื้นและภาคอากาศ&amp;nbsp;รวมทั้งปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครราชสีมา</Province><Department>สวท.นครราชสีมา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314151528674</Link_News></row>
<row _id="99"><NewsTitle>เรียกร้องนายกรัฐมนตรีแก้ปัญหาสัดส่วนบอร์ด ปตท.ไม่สอดคล้องการถือหุ้นของรัฐ  </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;นายอัครเดช&amp;nbsp;วงษ์พิทักษ์โรจน์&amp;nbsp;ส.ส.ราชบุรี&amp;nbsp;พรรคประชาธิปัตย์&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;&amp;nbsp;ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการกิจการศาล&amp;nbsp;องค์กรอิสระ&amp;nbsp;องค์กรอัยการ&amp;nbsp;รัฐวิสาหกิจ&amp;nbsp;องค์การมหาชน&amp;nbsp;และกองทุน&amp;nbsp;สภาผู้แทนราษฏร&amp;nbsp;แถลงข่าวผลการพิจารณากรณีการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ปตท.)&amp;nbsp;ของคณะอนุกรรมาธิการฯ&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ได้พิจารณาประเด็นเรื่องการดำเนินงานและกำไรของ&amp;nbsp;ปตท.ที่มากเกินไปมาแล้วกว่า&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;ซึ่งผลกำไรที่มากเกินไปของ&amp;nbsp;ปตท.&amp;nbsp;จะนำสู่การกำหนดนโยบายด้านเชื้อเพลิงที่ไม่เป็นธรรมต่อประชาชน&amp;nbsp;ดังนั้นคณะอนุกรรมาธิการจึงตั้งข้อสังเกตในกรณีดังกล่าวในเรื่องของต้นทุน&amp;nbsp;ซึ่งคณะอนุกรรมาธิการพยายามที่จะขอข้อมูลจาก&amp;nbsp;ปตท.&amp;nbsp;แต่ถูกปฏิเสธที่จะให้ข้อมูล&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;ประเด็นนี้อนุกรรมาธิการมองว่า&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;&amp;nbsp;ต้นทุนน้ำมันของ&amp;nbsp;ปตท.คำนวณมาจากราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่สิงคโปร์&amp;nbsp;แต่&amp;nbsp;ปตท.กลับไม่ได้นำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปมาจากสิงคโปร์&amp;nbsp;แต่เป็นการกลั่นน้ำมันเองภายในประเทศ&amp;nbsp;ดังนั้นมองว่ากำไรของ&amp;nbsp;ปตท.&amp;nbsp;มากกว่าต้นทุนที่ควรได้รับหรือไม่&amp;nbsp;ส่วนเรื่องผลกำไรของ&amp;nbsp;ปตท.ที่นำส่งรายได้ในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ให้กับรัฐบาลที่&amp;nbsp;82,536&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ซึ่งกำไรดังกล่าวที่นำส่งให้รัฐบาลนั้นมาจากที่รัฐบาลเข้าไปถือหุ้นจากเงินปันผลวายุภักษ์&amp;nbsp;และจากภาษีนำส่ง&amp;nbsp;ซึ่งกรณีเรื่องภาษีนำส่งคณะอนุกรรมาธิการ&amp;nbsp;เห็นว่า&amp;nbsp;ไม่ควรนำมาคำนวณเป็นรายได้ส่งรัฐ&amp;nbsp;ขณะเดียวกัน&amp;nbsp;ปตท.ได้บิดเบือนตัวเลขกำไรส่งรัฐจากความเป็นจริงที่นำส่งกำไรเพียง&amp;nbsp;36,075&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;82,536&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;นายอัครเดช&amp;nbsp;ยังกล่าวถึงเรื่องสัดส่วนบอร์ดบริหารของ&amp;nbsp;ปตท.&amp;nbsp;ว่า&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;&amp;nbsp;คณะอนุกรรมาธิการ&amp;nbsp;เห็นว่า&amp;nbsp;บอร์ดบริหาร&amp;nbsp;ปตท.&amp;nbsp;ที่มาจากภาครัฐมีเพียงร้อยละ&amp;nbsp;33&amp;nbsp;และที่เหลือร้อยละ&amp;nbsp;67&amp;nbsp;นั้นมาจากภาคส่วนเอกชน&amp;nbsp;ซึ่งไม่สอดคล้องกับการถือหุ้นของ&amp;nbsp;ปตท.&amp;nbsp;ที่ภาครัฐเข้าไปถือหุ้นกว่าร้อยละ&amp;nbsp;62&amp;nbsp;ดังนั้นเห็นว่า&amp;nbsp;การพิจารณาออกนโยบายต่างๆ&amp;nbsp;ของ&amp;nbsp;ปตท.&amp;nbsp;เป็นการรักษาผลประโยชน์ให้กับกลุ่มนายทุนมากกว่ารักษาผลประโยชน์ให้กับประชาชน&amp;nbsp;จึงเรียกร้องไปยังนายกรัฐมนตรีให้ลงดำเนินการเรื่องนี้โดยด่วน&amp;nbsp;และในส่วนของสภาผู้แทนราษฎรจะเตรียมตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานในเรื่องนี้เช่นกัน&amp;nbsp;ขณะเดียวกันในชั้นการประชุมของคณะอนุกรรมาธิการฯ&amp;nbsp;จะเชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเข้าหารือว่าจะแก้ปัญหาดังกล่าวได้อย่างไร&amp;nbsp;ซึ่งหากจำนวนบอร์ดบริหารของ&amp;nbsp;ปตท.&amp;nbsp;ไม่สามารถแก้ปัญหาได้จะไม่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐวิสาหกิจที่ไม่มุ่งเน้นหากำไร&amp;nbsp;แต่ต้องมุ่งเน้นดูแลประชาชน&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314160841741</Link_News></row>
<row _id="100"><NewsTitle>กกต.กำหนดวันเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และนายกเมืองพัทยา 22 พฤษภาคมนี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คณะกรรมการการเลือกตั้ง&amp;nbsp;(กกต.)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประชุมเพื่อพิจารณาร่างแผนการจัดการเลือกตั้งและประกาศกำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นของกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;&amp;nbsp;และเมืองพัทยา&amp;nbsp;ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง&amp;nbsp;เสนอ&amp;nbsp;โดยมีมติเห็นชอบในหลักการตามร่างแผนการจัดการเลือกตั้งคือ&amp;nbsp;ในวันศุกร์ที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;คณะกรรมการการเลือกตั้ง&amp;nbsp;(กกต.)&amp;nbsp;จะออกประกาศกำหนดให้มีการเลือกตั้ง&amp;nbsp;สมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นของกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนวันที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะประกาศให้มีการเลือกตั้งและวันสมัครรับเลือกตั้ง&amp;nbsp;ต่อเมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง&amp;nbsp;ประกาศกำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นของกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยาแล้ว&amp;nbsp;ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;โดยความเห็นชอบของผู้อำนวยการการเลือกตั้ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประจำจังหวัด&amp;nbsp;จะออกประกาศให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นของกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา&amp;nbsp;ในวันอาทิตย์ที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และวันสมัครรับเลือกตั้ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ระหว่างวันพฤหัสบดีที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;มีนาคมถึงวันจันทร์ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อให้เป็นไปตามแผนการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นของกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314214211809</Link_News></row>
<row _id="101"><NewsTitle>รองแม่ทัพภาคที่ 2 ตรวจเยี่ยม การสอบภาควิชาการ คัดเลือกกำลังพลสำรองและทหารกองหนุน เข้าเป็นทหารอาสาของ ทบ. ประเภทนายทหารสัญญาบัตร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(14&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;พลตรี&amp;nbsp;อดุลย์&amp;nbsp;บุญธรรมเจริญ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;รองแม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตรวจเยี่ยม&amp;nbsp;และสังเกตุการณ์การสอบภาควิชาการ&amp;nbsp;ในการสอบคัดเลือกกำลังพลสำรองและทหารกองหนุน&amp;nbsp;เข้าเป็นทหารอาสาของ&amp;nbsp;ทบ.&amp;nbsp;ประเภทนายทหารสัญญาบัตร&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2556&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องศรีพัชรินทร&amp;nbsp;สโมสรร่วมเริงไชย&amp;nbsp;ค่ายสุรนารี&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ตามที่&amp;nbsp;ผู้บัญชาการมหารบก&amp;nbsp;ได้อนุมัติกำหนดแนวทาง&lt;/strong&gt;การนำกำลังพลสำรองเข้าทำหน้าที่ทหารเป็นการชั่วคราว&amp;nbsp;(ทหารอาสา)&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2556&amp;nbsp;โดยมีตำแหน่งและอัตราสำหรับบรรจุทหารอาสา&amp;nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&amp;nbsp;454&amp;nbsp;อัตรา&amp;nbsp;(นายทหารสัญญาบัตร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;80&amp;nbsp;อัตรา&amp;nbsp;และนายทหารประทวน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;374&amp;nbsp;อัตรา&amp;nbsp;มีตำแหน่งและอัตราของหน่วยใน&amp;nbsp;ทภ.2&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;126&amp;nbsp;อัตรา&amp;nbsp;&amp;nbsp;(นายทหารสัญญาบัตร)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;25&amp;nbsp;อัตรา&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;นายทหารประทวน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;101&amp;nbsp;อัตรา&amp;nbsp;โดยดำเนินการผ่านโครงการพัฒนาระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าปฏิบัติงานใน&amp;nbsp;ทบ.(One&amp;nbsp;Stop&amp;nbsp;Service)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในส่วนของการรับสมัครสอบคัดเลือกฯ&amp;nbsp;ในตำแหน่งนายทหาร&lt;/strong&gt;สัญญาบัตร&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;มทบ.&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;ซึ่งยอดผู้สมัครสอบ&amp;nbsp;ในตำแหน่งนายทหารสัญญาบัตร&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;ทภ.2&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&amp;nbsp;110&amp;nbsp;นาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครราชสีมา</Province><Department>สวท.นครราชสีมา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314174850761</Link_News></row>
<row _id="102"><NewsTitle>เกิดอะไรขึ้นที่ยูเครน: ต้นตอวิกฤตยูเครน-รัสเซีย และจุดยืนของไทย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;หนึ่งในวิกฤตที่ทั่วโลกกำลังจับตามองในขณะนี้&amp;nbsp;คือวิกฤตด้านการทหาร&amp;nbsp;ระหว่างยูเครนกับรัสเซีย&amp;nbsp;ซึ่งดำเนินมาตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ที่รัสเซียบุกยูเครนเต็มรูปแบบ&amp;nbsp;และทำให้เกิดความเคลื่อนไหวรวมถึงผลกระทบในมิติต่างๆ&amp;nbsp;ขึ้นทั่วโลก&amp;nbsp;ในบางมุมมองอาจเรียกได้ว่า&amp;nbsp;สงครามใหญ่อาจจะกำลังรอวันปะทุ&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;เราจะมาสำรวจถึงเบื้องลึกเบื้องหลังวิกฤตระดับโลกในครั้งนี้ยูเครน&amp;nbsp;อยู่ไหน&amp;nbsp;และยูเครนเป็นใคร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประเทศยูเครนตั้งอยู่บริเวณฝั่งตะวันตกมีพรมแดนติดกับรัสเซีย&amp;nbsp;เมืองหลวงคือกรุงเคียฟ&amp;nbsp;(หรือคียีฟ)ตั้งแต่อดีตกาลมีประชากรชาติพันธุ์ยูเครนอาศัยอยู่ในพื้นที่นั้นมาตลอด&amp;nbsp;แต่&amp;nbsp;ยูเครนในฐานะของรัฐอธิปไตยเต็มรูปแบบ&amp;nbsp;หรือสิ่งที่เรียกว่า&amp;nbsp;ประเทศยูเครน&amp;nbsp;นั้นเพิ่งจะถือกำเนิดขึ้นมาในช่วงสิ้นสุดสงครามเย็นหรือช่วง&amp;nbsp;ค.ศ.&amp;nbsp;1991&amp;nbsp;เพราะดินแดนบริเวณนี้มักถูกครอบครองโดยมหาอำนาจภายนอก&amp;nbsp;ทั้งโปแลนด์&amp;nbsp;โรมาเนีย&amp;nbsp;เช็คโกสโลวาเกีย&amp;nbsp;ออสเตรีย-ฮังการี&amp;nbsp;จักรวรรดิเยอรมนี&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;สหภาพโซเวียตยูเครนเคยมีเอกราชช่วงสั้นๆ&amp;nbsp;คือปี&amp;nbsp;1918-1920&amp;nbsp;หลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กองกำลังจากมหาอำนาจกลาง&amp;nbsp;(Central&amp;nbsp;Powers)&amp;nbsp;ถอนกำลังออกไป&amp;nbsp;และหลังจักรวรรดิรัสเซียปฏิวัติ&amp;nbsp;ยกเลิกระบอบซาร์ได้ในปี&amp;nbsp;1917&amp;nbsp;แต่เมื่อเกิดสงครามกลางเมืองรัสเซียช่วงปี&amp;nbsp;1917&amp;nbsp;ยูเครนก็เข้าร่วมกับสหภาพโซเวียต&amp;nbsp;กลายเป็นหนึ่งในรัฐผู้ร่วมก่อตั้งสหภาพโซเวียตในปี&amp;nbsp;1922ทำไมรัสเซียจึงรุกรานยูเครน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หลังประธานาธิบดีวลาดิเมียร์&amp;nbsp;ปูตินของรัสเซีย&amp;nbsp;ประกาศยอมรับ&amp;nbsp;ลูฮานสก์&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;โดเนตสก์&amp;nbsp;2&amp;nbsp;พื้นที่บริเวณฝั่งตะวันออกของยูเครน&amp;nbsp;เป็นรัฐอิสระ&amp;nbsp;พร้อมสั่งการให้กองทัพเข้าไปเพื่อทำหน้าที่&amp;nbsp;ธำรงสันติภาพ&amp;nbsp;ในพื้นที่ดังกล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประธานาธิบดีวาดิเมียร์&amp;nbsp;ปูตินของรัสเซีย&amp;nbsp;ได้ประกาศในวันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;กุมภาพันธ์ว่า&amp;nbsp;รัสเซียไม่อาจรู้สึกปลอดภัยได้&amp;nbsp;เพราะภัยคุกคามที่มาจากยูเครน&amp;nbsp;ก่อนจะเปิดฉากโจมตียูเครนเต็มรูปแบบในวันเดียวกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;พร้อมอ้างว่า&amp;nbsp;จุดมุ่งหมายของรัสเซียคือ&amp;nbsp;ปกป้องชาวรัสเซียจากการถูกทำร้ายและฆ่าล้างเผ่าพันธุ์&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ปลดอาวุธยูเครน&amp;nbsp;รวมถึงกำจัดลัทธินาซีออกจากยูเครน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แม้ประธานาธิบดีโวโลดีเมียร์&amp;nbsp;เซเลนสกี&amp;nbsp;ของยูเครน&amp;nbsp;ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวจากรัสเซียเนื่องจากตนเองมีเชื้อสายยิว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ข้อเรียกร้องจากฝั่งรัสเซียล่าสุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หลังปะทะกันมายาวนานกว่า&amp;nbsp;การเจรจาระหว่างยูเครนกับรัสเซียล่าสุด&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;ฝั่งรัสเซียยื่นข้อเสนอ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ข้อ&amp;nbsp;หากยูเครนปฏิบัติตาม&amp;nbsp;รัสเซียจะยุติปฏิบัติการทางทหารในทันที&amp;nbsp;คือ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-ยูเครนยุติการต่อสู้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-แก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นรัฐเป็นกลาง&amp;nbsp;(ล้มเลิกการตั้งเป้าหมายเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปและนาโต้)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-ยอมรับว่าคาบสมุทรไครเมียเป็นของรัสเซีย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-ยอมรับว่า&amp;nbsp;ลูฮานสก์&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;โดเนตสก์ที่เป็นของยูเครน&amp;nbsp;เป็นรัฐอิสระ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โดยฝั่งยูเครนยังไม่มีการตอบรับใดๆ&amp;nbsp;ซึ่งการสู้รบยังดำเนินต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;จนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;การสู้รบ&amp;nbsp;18&amp;nbsp;วันนี้ทำให้เกิดวิกฤตผู้ลี้ภัยที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;และทำให้เกิดการคว่ำบาตรจำนวนมากต่อรัสเซีย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;และการสู้รบครั้งนี้&amp;nbsp;สหรัฐอเมริกา&amp;nbsp;และสหภาพยุโรป&amp;nbsp;ไม่สามารถส่งกองกำลังเข้าไปช่วยเหลือยูเครนได้โดยตรง&amp;nbsp;เพราะจะทำให้พวกเขากลายเป็นคู่ขัดแย้งโดยตรงกับรัสเซีย&amp;nbsp;และอาจนำไปสู่การยกระดับความรุนแรงได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ก่อนเริ่มสงคราม&amp;nbsp;ในมุมรัสเซีย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปีที่แล้ว&amp;nbsp;ประธานาธิบดีปูตินเขียนบทความเผยแพร่บนเว็บไซต์รัฐบาลรัสเซีย&amp;nbsp;อธิบายว่า&amp;nbsp;ชาวรัสเซีย&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ชาวยูเครน&amp;nbsp;นั้นเป็น&amp;nbsp;ชนชาติหนึ่งเดียวกัน&amp;nbsp;พร้อมระบุว่า&amp;nbsp;การล่มสลายของสหภาพโซเวียตในปี&amp;nbsp;1991&amp;nbsp;ว่าเป็น&amp;nbsp;การแตกสลายของประวัติศาสตร์รัสเซียพร้อมอ้างว่า&amp;nbsp;ประเทศยูเครนในโลกยุคใหม่นั้นล้วนถูกสร้างมาด้วย&amp;nbsp;รัสเซียคอมมิวนิสต์&amp;nbsp;และตอนนี้เป็นเพียง&amp;nbsp;หุ่นเชิดที่ถูกควบคุมโดยชาติตะวันตกพร้อมระบุว่า&amp;nbsp;ชาติตะวันตกผิดคำมั่นที่ให้ไว้เมื่อปี&amp;nbsp;1990&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;องค์กรสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;นาโต้&amp;nbsp;จะไม่ขยายตัวไปทางตะวันออก&amp;nbsp;(ซึ่งให้คำมั่นไว้ก่อนการล่มสลายของสหภาพโซเวียต&amp;nbsp;โดยให้คำมั่นต่อ&amp;nbsp;ประธานาธิบดีมิคาอิล&amp;nbsp;กอร์บาชอฟของโซเวียต&amp;nbsp;ในบริบทการรวมชาติเยอรมนี&amp;nbsp;และเป็นการพูดถึงอาณาเขตสมัยเยอรมนีตะวันออกเท่านั้น)ซึ่งนาโต้เริ่มเปิดรับสมาชิกใหม่ๆ&amp;nbsp;เพิ่มตั้งแต่ปี&amp;nbsp;1997&amp;nbsp;โดยการที่ยูเครนแสดงความต้องการจะร่วมเป็นสมาชิกนาโต้&amp;nbsp;ถูกมองว่าเป็น&amp;nbsp;เหตุผลหลัก&amp;nbsp;ในการรุกรานยูเครนของรัสเซียในครั้งนี้&amp;nbsp;เนื่องจาก&amp;nbsp;นาโต้&amp;nbsp;เป็นความร่วมมือทางการทหารซึ่งมีต้นกำเนิดจากชาติยุโรปตะวันตก&amp;nbsp;การที่มีชาติสมาชิกนาโต้ประชิดชายแดน&amp;nbsp;อาจทำให้รัสเซียรู้สึกไม่มั่นคงปลอดภัย&amp;nbsp;และรู้สึกถูกคุกคามจากนาโต้ซึ่งท่าทีของรัสเซียชัดเจนมานานก่อนเริ่มสงครามนี้&amp;nbsp;นั่นคือ&amp;nbsp;ปูตินประกาศหลายครั้งว่ารัสเซียจะตอบโต้หากยูเครนยังคงดึงดันจะเข้าร่วมนาโต้&amp;nbsp;และระดมพลที่แนวชายแดนติดกับยูเครนตั้งแต่ก่อนเริ่มสงครามก่อนเริ่มสงคราม&amp;nbsp;ในมุมยูเครน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ยูเครนมีความประสงค์เข้าร่วมนาโต้หลายสิบปีแล้ว&amp;nbsp;เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยของตนเอง&amp;nbsp;เนื่องจากนาโต้เป็นกองกำลังทหาร&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ประเทศ&amp;nbsp;ที่ยึดถือหลักการ&amp;nbsp;การป้องกันร่วม&amp;nbsp;(collective&amp;nbsp;defense)&amp;nbsp;ที่ระบุว่า&amp;nbsp;หากชาติสมาชิกชาติใดถูกโจมตี&amp;nbsp;จะเท่ากับการโจมตีชาติสมาชิกนาโต้ทุกประเทศ&amp;nbsp;และสมาชิกนาโต้มีพันธะที่จะต้องปกป้องกันและกันหากถูกโจมตียูเครนมีท่าทีมุ่งเข้าหายุโรปตะวันตกอย่างชัดเจนในการปฏิวัติ&amp;nbsp;ยูโรไมดาน&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2014&amp;nbsp;ที่ประชาชนจำนวนมากออกมาขับไล่&amp;nbsp;ประธานาธิบดีวิคเตอร์&amp;nbsp;ยานูโควิชของยูเครนในขณะนั้นที่มีท่าทีเข้าหารัสเซียออกไปจากตำแหน่ง&amp;nbsp;เพราะยานูโควิชสั่งระงับการเจรจาความตกลงร่วมมือกับสหภาพยุโรป&amp;nbsp;เมื่อยานูโควิชถูกรัฐสภาขับจากตำแหน่ง&amp;nbsp;สื่อของรัสเซียก็เริ่มรายงานว่า&amp;nbsp;รัฐบาลใหม่ของยูเครนเป็นรัฐบาล&amp;nbsp;นิยมนาซี&amp;nbsp;ที่ยึดอำนาจมาจากยานูโควิชซึ่งยูเครนก็ไม่รู้สึกมั่นคงปลอดภัยกับรัสเซีย&amp;nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายหลังการที่รัสเซียบุกเข้ามาผนวก&amp;nbsp;คาบสมุทรไครเมีย&amp;nbsp;เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียในปี&amp;nbsp;2014&amp;nbsp;หลังเกิดการปฏิวัติยูโรไมดาน&amp;nbsp;ทำให้ยูเครนยิ่งไม่ไว้วางใจรัสเซียมากขึ้นอีกในปี&amp;nbsp;2017&amp;nbsp;ยูเครนแสดงออกอย่างชัดเจนมากขึ้น&amp;nbsp;โดยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;เพื่อกำหนดให้มุ่งสู่การเข้าเป็นสมาชิกนาโต้&amp;nbsp;และสหภาพยุโรป&amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;พันธะกิจระดับยุทธศาสตร์&amp;nbsp;ของชาติผลกระทบในประเทศไทย&amp;nbsp;จากสงครามนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ตั้งแต่สงครามรัสเซีย-ยูเครนปะทุขึ้น&amp;nbsp;ราคาพลังงานก็พุ่งสูงตาม&amp;nbsp;โดยราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นเกิน&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล&amp;nbsp;จากเดิมที่อยู่แค่ราวๆ&amp;nbsp;90&amp;nbsp;ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล&amp;nbsp;เมื่อน้ำมันซึ่งเป็นต้นทุนการผลิตสินค้าและขนส่ง&amp;nbsp;ก็จะทำให้ราคาสินค้าและค่าขนส่งยิ่งแพงขึ้น&amp;nbsp;กระทบทั้งค่าครองชีพ&amp;nbsp;และภาคการส่งออก&amp;nbsp;รวมทั้งสภาวะเงินเฟ้อ&amp;nbsp;จะส่งผลต่อเศรษฐกิจในทุกระดับ&amp;nbsp;เพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่จำเป็นต้องนำเข้าน้ำมัน&amp;nbsp;และรัสเซียเป็นประเทศที่ส่งออกน้ำมันเป็นอันดับ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ของโลกส่วนนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียและยูเครนตกค้างในไทยเพราะเที่ยวบินถูกยกเลิก&amp;nbsp;มีอยู่ราว&amp;nbsp;7-8&amp;nbsp;พันคน&amp;nbsp;ส่วนมากอยู่ในจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;กระบี่&amp;nbsp;สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;และเมืองพัทยา&amp;nbsp;ทางรัฐบาลไทยต้องเข้าไปช่วยเหลือรวมถึงนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียมีปัญหาการใช้จ่ายในไทย&amp;nbsp;เพราะธนาคารถูกตัดออกจากระบบชำระเงินระหว่างประเทศ&amp;nbsp;(SWIFT)&amp;nbsp;ซึ่งเป็นผลมาจากการคว่ำบาตรของยุโรป-สหรัฐ&amp;nbsp;ต่อรัสเซีย&amp;nbsp;ทำให้ถูกระงับธุรกรรมทั้งหมดปัญหาธุรกรรมการเงินนี้&amp;nbsp;ทางจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;เมืองจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวรัสเซีย&amp;nbsp;ได้มีมาตรการเฉพาะหน้าช่วยนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย&amp;nbsp;ด้วยการร่วมกับ&amp;nbsp;ททท.&amp;nbsp;ตำรวจท่องเที่ยว&amp;nbsp;ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง&amp;nbsp;และสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;จัดตั้ง&amp;nbsp;Call&amp;nbsp;Center&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาและแนะนำแนวทางให้นักท่องเที่ยวชาวรัสเซียและยูเครน&amp;nbsp;สามารถทำธุรกรรมทางการเงินจากบัตรเครดิต&amp;nbsp;-&amp;nbsp;เดบิตได้ด้วยการเปลี่ยนไปใช้ระบบ&amp;nbsp;UNIONPAY&amp;nbsp;แทน&amp;nbsp;visa&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;mastercardด้านนายจุติ&amp;nbsp;ไกรฤกษ์&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp;ยังแสดงความกังวลว่าสงครามนี้จะยิ่งทำให้ค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้น&amp;nbsp;ทั้งเรื่องราคาไฟฟ้า&amp;nbsp;ราคาน้ำมัน&amp;nbsp;การขนส่งวัตถุดิบในการผลิตอาหารเพื่อบริโภค&amp;nbsp;ทั้งเรื่องเศรษฐกิจและการจ้างงาน&amp;nbsp;แต่รัฐบาลจะต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;เพื่อหาทางรับมืออย่างดีที่สุด&amp;nbsp;ยืนยันว่าจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังโดยปัจจุบันรัฐบาลเดินหน้าตรึงราคาน้ำมันดีเซลเพื่อกดค่าขนส่งเอาไว้&amp;nbsp;รวมถึงการผลิตไฟฟ้าก็ใช้น้ำมันดีเซลพร้อมปลดภาษีสรรพสามิตออก&amp;nbsp;เพื่อลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้า&amp;nbsp;ยอมลดรายได้เข้ารัฐลงเพื่อให้ค่าไฟฟ้ายังไม่สูงขึ้น&lt;em&gt;วันนี้มันไม่ใช่เวลาปกติ&amp;nbsp;มันเป็นเวลาสงคราม&amp;nbsp;แม้เกิดห่างจากเราไป&amp;nbsp;ใช้เวลาบิน&amp;nbsp;17&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;แต่มีผลกระทบกับเราในทันที&lt;/em&gt;จุดยืนของไทยในสงครามนี้&amp;nbsp;-&amp;nbsp;เรียกร้องให้ยุติความรุนแรงและการปะทะทางอาวุธโดยทันที&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เมื่อวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;65&amp;nbsp;นายสุริยา&amp;nbsp;จินดาวงษ์&amp;nbsp;เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ&amp;nbsp;กล่าวต่อการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ&amp;nbsp;สมัยพิเศษ&amp;nbsp;ร่วมลงมติเห็นชอบข้อมติของสมัชชาสหประชาชาติ&amp;nbsp;ประณามการรุกรานยูเครนของรัสเซีย&amp;nbsp;พร้อมเรียกร้องให้ยุติการสู้รบและถอนกำลังออกจากยูเครน&amp;nbsp;เพื่อหาทางแก้ปัญหาอย่างสันติ&lt;u&gt;นอกจากนี้ไทยจะให้ความร่วมมืออย่างสุดความสามารถเพื่อสนับสนุนความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่พลเรือนที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;ทั้งการให้ความช่วยเหลือโดยตรง&amp;nbsp;และผ่านความร่วมมือกับองค์การระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง&lt;/u&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อ้างอิง:&lt;/p&gt;&lt;p&gt;https://www.history.com/this-day-in-history/ukraine-declares-its-independence#:~:text=In%201922%2C%20Ukraine%20became%20one,U.S.S.R.s%20collapse%20in%201991.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;https://www.britannica.com/place/Ukraine&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;https://www.aljazeera.com/news/2022/3/2/timeline-week-one-of-russia-invasion-of-ukraine&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;https://www.bbc.com/news/world-europe-56720589&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;https://www.aljazeera.com/news/2022/2/15/explainer-nato-and-the-ukraine-russia-crisis&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;https://www.reuters.com/world/kremlin-says-russian-military-action-will-stop-moment-if-ukraine-meets-2022-03-07/&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;http://en.kremlin.ru/events/president/news/66181&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;https://www.npr.org/2014/04/15/303172312/russian-media-accused-of-feeding-propaganda-on-ukraine-crisis?t=1646733862272&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>หน่วยงานสำนักข่าว</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314114806562</Link_News></row>
<row _id="103"><NewsTitle>หัวหน้าพรรครวมพลังประชาชาติไทย ยืนยันพร้อมร่วมรับประทานอาหารกับพรรคการเมืองต่างๆ </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายเอนก&amp;nbsp;เหล่าธรรมทัศน์&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา&amp;nbsp;วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม&amp;nbsp;กล่าวว่าในวันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;มีนาคมนี้&amp;nbsp;ตนเองในฐานะหัวหน้าพรรครวมพลังประชาชาติไทย&amp;nbsp;จะเดินทางไปร่วมรับประทานอาหาร&amp;nbsp;ตามคำเชิญของพลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอย่างแน่นอน&amp;nbsp;เพราะพรรคไม่มีปัญหาอะไร&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315102602882</Link_News></row>
<row _id="104"><NewsTitle>พรรคภูมิใจไทย พร้อมเลือกตั้ง ยุบสภาเมื่อไหร่ก็ได้ แต่อำนาจการตัดสินใจอยู่ที่นายกรัฐมนตรี</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายอนุทิน?&amp;nbsp;ชาญวีรกุล?&amp;nbsp;หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย?&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ย้ำจะยุบสภาช่วงปลายปีหลังประชุมเอเปค&amp;nbsp;ตามที่&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประวิตร?&amp;nbsp;วงษ์สุวรรณ?&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ระบุหรือไม่&amp;nbsp;เรื่องนี้คนที่มีอำนาจตัดสินใจคนเดียว?คือ?&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี?&amp;nbsp;ซึ่งพรรคภูมิใจไทย&amp;nbsp;ย้ำมาเสมอ&amp;nbsp;พร้อมเลือกตั้งมานาน?&amp;nbsp;ตั้งแต่ผ่านเลือกตั้งครั้งที่แล้ว?&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;แกนนำรัฐบาล?&amp;nbsp;ยังไม่มีการพูดคุยกันในเรื่องนี้&amp;nbsp;พร้อมเปิดเผย?&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี?&amp;nbsp;แจ้งเมื่อวาน?&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;ให้แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลไปรับประทานอาหารกับพรรคเล็ก&amp;nbsp;17&amp;nbsp;มีนาคมนี้&amp;nbsp;ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี&amp;nbsp;เพื่อหารือเร่งแก้ปัญหาของบ้านเมืองสร้างความมั่นใจให้ประชาชน?&amp;nbsp;ไม่ใช่มีแต่ข่าวขัดแย้งต่างๆ&amp;nbsp;ยืนยันพรรคเศรษฐกิจไทย&amp;nbsp;ซึ่งนำโดย&amp;nbsp;ร้อยเอก?&amp;nbsp;ธรรมนัส?&amp;nbsp;พรหมเผ่า&amp;nbsp;ไม่เป็นปัญหากับรัฐบาลแน่นอน&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามพรรคภูมิใจไทย&amp;nbsp;ไม่ใช่?คนกลางที่อยู่ระหว่างนายกรัฐมนตรี?และพรรคเล็ก&amp;nbsp;วันนี้?รัฐบาลมุ่งมั่นเดินหน้าบริหารประเทศ?&amp;nbsp;ภายใต้ความร่วมมือ?ของรัฐมนตรีทุกคน?&amp;nbsp;ที่ทำงานด้วยความสำนึกในหน้าที่ซื่อสัตย์สุจริต?&amp;nbsp;ขอให้รอดูวันอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล?ทุกอย่างจะชัดเจน&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายอนุทิน?&amp;nbsp;ยังอยากให้ทุกคน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;หันมาสนใจเรื่องสร้างเสถียรภาพระดับประเทศเพราะสงครามรัสเซีย-ยูเครนขณะนี้&amp;nbsp;ทุกคนต้องช่วยกันพึ่งพาตัวเอง?ให้มากที่สุด?&amp;nbsp;ใช้ความเป็นชาตินิยม?&amp;nbsp;ซื้อของไทยใช้ของไทย&amp;nbsp;อย่าพึ่งไปสนใจสินค้าต่างประเทศ?&amp;nbsp;เพื่อให้ไทยผ่านวิกฤต&amp;nbsp;ส่วนรัฐบาลก็จะช่วยเรื่อสาธารณูปโภค?&amp;nbsp;รวมทั้งให้เร่งฉีดวัคซีนเข็ม&amp;nbsp;3-4&amp;nbsp;เพื่อให้เราสามารถฟื้นฟูการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจนำเงินเข้าประเทศ&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315102416879</Link_News></row>
<row _id="105"><NewsTitle>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ สนับสนุนนัดพรรคร่วมรัฐบาลรับประทานอาหาร ย้ำยุบสภาเป็นอำนาจนายกรัฐมนตรี</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์&amp;nbsp;กล่าวถึงการที่นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;จะนัดพรรคร่วมรัฐบาลรับประทานอาหารร่วมกัน&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;มีนาคมนี้&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีและพร้อมสนับสนุน&amp;nbsp;เพราะพรรคร่วมรัฐบาลล้วนมีความสำคัญต่อกันทั้งสิ้น&amp;nbsp;ไม่ว่าจะขนาดเล็ก&amp;nbsp;กลาง&amp;nbsp;ใหญ่&amp;nbsp;เพราะทุกพรรคมีผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาล&amp;nbsp;หากเสถียรภาพรัฐบาลมั่นคง&amp;nbsp;การแก้ปัญหาต่างๆ&amp;nbsp;ก็จะลุล่วงและเกิดประโยชน์กับประชาชน&amp;nbsp;ทั้งนี้ตนเองติดภารกิจ&amp;nbsp;นัดพบเกษตรกรที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนและได้กำหนดการไว้ล่วงหน้านานแล้ว&amp;nbsp;แต่จะมอบหมายให้เลขาธิการพรรค&amp;nbsp;ทำหน้าที่เป็นตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ไปร่วมงานนี้ด้วย&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ส่วนกระแสข่าวจะมีการยุบสภาหลังการประชุมเอเปค&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายจุรินทร์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ตนเองไม่ทราบข้อเท็จจริง&amp;nbsp;ต้องสอบถามจากนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เพราะคนที่มีอำนาจยุบสภาคือ&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315112155911</Link_News></row>
<row _id="106"><NewsTitle>นายกรัฐมนตรี ยืนยัน ยุบสภาจะตัดสินใจเองท่ามกลางสถานการณ์ที่เหมาะสม ย้ำพร้อมรับฟังความเห็นทุกฝ่าย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธนกร&amp;nbsp;วังบุญคงชนะ&amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรณีพลเอกประวิตร&amp;nbsp;วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ส่งสัญญาณเรื่องการยุบสภา&amp;nbsp;หลังจบการประชุมเอเปค&amp;nbsp;เป็นเวลาที่เหมาะสมหรือไม่&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;ชี้แจงว่า&amp;nbsp;เป็นความเห็นส่วนตัวของพลเอก&amp;nbsp;ประวิตร&amp;nbsp;ซึ่งได้ชี้แจงไปแล้วและเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้ตัดสินใจเองในสถานการณ์ที่เหมาะสม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนการที่พลเอก&amp;nbsp;ประวิตร&amp;nbsp;เข้ามาดูแลพรรคการเมืองขนาดเล็ก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทำให้นายกรัฐมนตรีสบายใจขึ้นหรือไม่&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;เป็นเรื่องดีอยู่แล้ว&amp;nbsp;และนายกรัฐมนตรีให้เกียรติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส.ส.ทุกคน&amp;nbsp;ที่ได้รับเลือกมาจากประชาชน&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองขนาดใหญ่&amp;nbsp;หรือขนาดเล็ก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับกรณีที่พรรคการเมืองขนาดเล็ก&amp;nbsp;ต้องการให้มีรัฐมนตรี&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นผู้เชื่อมประสานงาน&amp;nbsp;รับความเห็นส่งต่อให้รัฐบาล&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ชี้แจงว่า&amp;nbsp;ยังไม่ได้พิจารณาเรื่องนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่ผ่านมาเป็นเรื่องของสัดส่วน&amp;nbsp;ส.ส.ที่เข้ามาของแต่ละพรรค&amp;nbsp;ในการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีที่เห็นชอบร่วมกันและนายกรัฐมนตรีพร้อมรับฟังความเห็นจากคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;ส.ส.ทุกคน&amp;nbsp;และประชาชนจากทุกช่องทาง&amp;nbsp;เพื่อนำไปสู่การบริหารราชการแผ่นดินต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315144046020</Link_News></row>
<row _id="107"><NewsTitle>เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย ยืนยันสัมพันธ์ไทย-รัสเซีย ยังคงแน่นแฟ้น </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเยฟกินี&amp;nbsp;โทมิคิน&amp;nbsp;เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย&amp;nbsp;ยืนยันว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน&amp;nbsp;ไม่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับไทย&amp;nbsp;ที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน&amp;nbsp;และยังคงความร่วมมือระหว่างสองประเทศต่อไป&amp;nbsp;พร้อมยืนยันว่า&amp;nbsp;ทางรัสเซียเคารพต่อท่าทีของไทย&amp;nbsp;ที่กังวลต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งได้มีการหารือกันอย่างเปิดเผยและทางรัสเซียก็เข้าใจดีถึงความกดดันที่ทางสหรัฐฯ&amp;nbsp;และชาติตะวันตกส่งมา&amp;nbsp;โดยรัสเซีย&amp;nbsp;ไม่ต้องการที่จะแทรกแซงการเมืองของประเทศอื่น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ยังชี้แจงถึงสถานการณ์ระหว่างรัสเซียและยูเครน&amp;nbsp;โดยระบุว่า&amp;nbsp;ชนวนของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น&amp;nbsp;ไม่ได้เกิดขึ้นเมื่อ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;สัปดาห์ก่อน&amp;nbsp;แต่เกิดขึ้นมาตั้งแต่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ปีที่แล้ว&amp;nbsp;จากการที่พลเรือนของดอนบาสถูกสังหารโดยรัฐบาลยูเครน&amp;nbsp;ซึ่งหวังว่า&amp;nbsp;สื่อไทยจะเข้าใจว่า&amp;nbsp;ปฏิบัติการพิเศษทางทหาร&amp;nbsp;ไม่เหมือนที่สื่อทางตะวันตกพยายามโฆษณาชวนเชื่อ&amp;nbsp;&amp;nbsp;พร้อมชี้ว่าภายหลังจากสงครามเย็น&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;1991&amp;nbsp;รัสเซียมีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นกับนานาประเทศ&amp;nbsp;แต่เมื่อเกิดการขยายตัวขององค์กรสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ&amp;nbsp;หรือนาโต้&amp;nbsp;โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา&amp;nbsp;ที่เป็นผู้นำในการผลักดันและชักจูง&amp;nbsp;ซึ่งความร่วมมือของนาโต้นั้น&amp;nbsp;ทำให้รัสเซียกังวลถึงความปลอดภัยของประเทศ&amp;nbsp;จึงต้องจัดการแก้ไขปัญหาด้วยปฏิบัติการพิเศษทางทหารโดยปราศจากทางเลือกซึ่งได้มีการเปิดเส้นทางมนุษยธรรมระหว่างรัสเซียกับยูเครน&amp;nbsp;เพื่อส่งพลเรือนข้ามพรมแดนได้อย่างปลอดภัย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รัสเซียต้องการให้ยูเครนยอมรับเอกราชของภูมิภาคดอนบาสต์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่กลุ่มแบ่งแยกดินแดนควบคุมอยู่&amp;nbsp;รวมถึงยอมรับเอกราชของแคว้นไครเมียร์ด้วยและต้องการปลดอาวุธทางทหารทั้งหมดของยูเครน&amp;nbsp;เพื่อปราบปรามกลุ่มนาซีใหม่&amp;nbsp;โดยทางรัสเซียเน้นย้ำว่า&amp;nbsp;พวกเขาจะโจมตีแค่ในพื้นที่ทางทหารเท่านั้นและผลลัพธ์สุดท้ายจะสามารถคลี่คลายลงได้ผ่านการเจรจาหาข้อตกลงร่วมกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สวท.จันทบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315200353202</Link_News></row>
<row _id="108"><NewsTitle>จังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดศูนย์ส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจจังหวัดกาฬสินธุ์ (CSR) พร้อมประชุมคณะทำงานขับเคลื่อน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(15&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมผาเสวย&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายปราชญา&amp;nbsp;อุ่นเพชรวรากร&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดศูนย์ส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจจังหวัดกาฬสินธุ์&amp;nbsp;(CSR)&amp;nbsp;ซึ่งตั้งอยู่ที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดกาฬสินธุ์&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์&amp;nbsp;เพื่อเป็นศูนย์ประสานงาน&amp;nbsp;รวบรวมข้อมูลของภาคธุรกิจที่มีการดำเนินกิจกรรม&amp;nbsp;CSR&amp;nbsp;และเป็นศูนย์สำรวจสภาพปัญหาในพื้นที่เพื่อให้องค์กรที่ประสงค์ดำเนินกิจกรรม&amp;nbsp;CSR&amp;nbsp;สามารถดำเนินกิจกรรมได้อย่างเหมาะสม&amp;nbsp;รวมทั้งเพื่อเป็นศูนย์สร้างการบูรณาการร่วมกันระหว่างภาครัฐ&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;และประชาสังคมให้เกิดรูปธรรม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ในโอกาสเดียวกันที่ประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนการการส่งเสริมความรับผิดชอบ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ต่อสังคมของภาคธุรกิจจังหวัดกาฬสินธุ์(CSR)&amp;nbsp;ซึ่งมีนายปราชญา&amp;nbsp;อุ่นเพชรวรากร&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุม&amp;nbsp;ได้มีมติเห็นชอบในการให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางที่ประสบปัญหาทางสังคมในจังหวัดกาฬสินธุ์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ในรูปแบบกิจกรรม&amp;nbsp;CSR&amp;nbsp;ที่ภาคธุรกิจสามารถนำไปเป็นแนวทางในการทำกิจกรรม&amp;nbsp;CSR&amp;nbsp;ตามมิติการพัฒนาคุณภาพชีสิตกลุ่มเปราะบาง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;มิติด้านที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;ด้านการศึกษา&amp;nbsp;ด้านสุขภาพ&amp;nbsp;และมิติด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>กาฬสินธุ์</Province><Department>สวท.กาฬสินธุ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315190037158</Link_News></row>
<row _id="109"><NewsTitle>จังหวัดลำพูน ประชุมเตรียมความพร้อมการจัดประชุมสมาคมแม่บ้านมหาดไทยสัญจร ครั้งที่ 3 พื้นที่ภาคเหนือ ภายใต้โครงการ แม่บ้านมหาดไทยสัญจร 4 ภาค ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้(16&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมหริภุญชัย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ศูนย์ราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;นายวรยุทธ&amp;nbsp;เนาวรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ประธานการประชุมเตรียมความพร้อมการจัดประชุมสมาคมแม่บ้านมหาดไทยสัญจร&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;พื้นที่ภาคเหนือ&amp;nbsp;ภายใต้โครงการ&amp;nbsp;แม่บ้านมหาดไทยสัญจร&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ภาค&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นางปนัดดา&amp;nbsp;เนาวรัตน์&amp;nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมประชุม&amp;nbsp;ด้วย&amp;nbsp;สมาคมแม่บ้านมหาดไทย&amp;nbsp;กำหนดการจัดประชุมสมาคมแม่บ้านมหาดไทยสัญจร&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;๓&amp;nbsp;พื้นที่ภาคเหนือภายใต้โครงการ&amp;nbsp;แม่บ้านมหาดไทยสัญจร&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ภาค&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมีแม่บ้านมหาดไทย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือเข้าร่วมประชุม&amp;nbsp;มีรวมผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหมดประมาณ&amp;nbsp;152&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;โดยประมาณ&amp;nbsp;เพื่อทำความเข้าใจการปฏิบัติงาน&amp;nbsp;ตามวัตถุประสงค์และนโยบายของสมาคมแม่บ้านมหาดไทยพร้อมทั้งแลกเปลี่ยนความคิดเห็น&amp;nbsp;ข้อเสนอแนะ&amp;nbsp;และรับฟังปัญหาในการปฏิบัติงาน&amp;nbsp;โดยในการดำเนินการทางสมาคมแม่บ้านมหาดไทย&amp;nbsp;ได้เลือกจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;เป็นพื้นที่ในการจัดการการประชุมดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;จังหวัดลำพูนได้เลือกพื้นที่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในการดำเนินการ&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;การประชุมแม่บ้านมหาดไทย&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;หอประชุมมหาวิทยาลัย&amp;nbsp;มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย&amp;nbsp;วิทยาลัยสงฆ์ลำพูน&amp;nbsp;ตำบลต้นธง&amp;nbsp;อำเภอเมืองลำพูน&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;เยี่ยมชมนิทรรศการผ้า&amp;nbsp;และนิทรรศการอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สถาบันผ้าทอมือหริภุญชัย&amp;nbsp;ตำบลต้นธง&amp;nbsp;อำเภอเมืองลำพูน&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;และเยี่ยมชมชุมชนต้นแบบบ้านไร่น้อย&amp;nbsp;ตำบลม่วงน้อย&amp;nbsp;อำเภอป่าซาง&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำพูน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316105306324</Link_News></row>
<row _id="110"><NewsTitle>ครม. เคาะจ่ายสถานพยาบาลค่าบริการสาธารณสุขโควิด </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ครม.&amp;nbsp;เคาะ&amp;nbsp;3.45&amp;nbsp;หมื่นล้าน&amp;nbsp;จ่าย&amp;nbsp;สถานพยาบาล&amp;nbsp;ค่าบริการสาธารณสุขโควิด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ช่วง&amp;nbsp;ธ.ค.&amp;nbsp;64&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ก.พ.65&amp;nbsp;ครม.อนุมัติโครงการค่าบริการสาธารณสุขภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และประมาณการค่าบริการสาธารณสุขในช่วงเดือนมีนาคม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;กันยายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์&amp;nbsp;UCEP&amp;nbsp;Plus&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวรัชดา&amp;nbsp;ธนาดิเรก&amp;nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ครม.อนุมัติโครงการค่าบริการสาธารณสุขภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;รอบที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;34,528&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&amp;nbsp;(สปสช.)&amp;nbsp;เพื่อเป็นค่าบริการสาธารณสุขโรคโควิด-19&amp;nbsp;และบริการอื่นที่เกี่ยวข้องของหน่วยบริการหรือสถานพยาบาลที่ให้บริการแล้วระหว่างเดือนธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;-&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยใช้งบประมาณจากพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;เพิ่มเติม&amp;nbsp;พ.ศ.2564&amp;nbsp;ซึ่งโครงการนี้มีกลุ่มเป้าหมาย&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ประชาชนทุกคนที่อาศัยอยู่ในไทย&amp;nbsp;หน่วยบริการหรือสถานพยาบาลที่จัดบริการสาธารณสุขทั้งภาครัฐและเอกชนและผู้ให้บริการสาธารณสุขทั่วประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ที่ประชุมได้มอบหมายให้&amp;nbsp;สปสช.&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประมาณการค่าบริการสาธารณสุขในช่วงเดือนมีนาคม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;กันยายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์&amp;nbsp;UCEP&amp;nbsp;Plus&amp;nbsp;และสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;พร้อมทั้งตรวจสอบเอกสารการเบิกจ่ายค่าบริการสาธารณสุขของหน่วยบริการให้สอดคล้องกับการรักษาพยาบาลผู้ติดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;ที่เกิดขึ้นจริงและเร่งประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการดำเนินการตามหลักเกณฑ์&amp;nbsp;UCEP&amp;nbsp;Plus&amp;nbsp;ให้ประชาชนรับรู้และเข้าใจ&amp;nbsp;ซึ่งจะเริ่มบังคับใช้ในวันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;มีนาคมนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>กาญจนบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316140719414</Link_News></row>
<row _id="111"><NewsTitle>ครม. เคาะ 7,660 ลบ. โครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันปี 6465 </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ครม.&amp;nbsp;เคาะ&amp;nbsp;7,660&amp;nbsp;ลบ.&amp;nbsp;โครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันปี&amp;nbsp;64-65&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อสร้างความมั่นคงทางรายได้ในช่วงที่ราคาผลผลิตตกต่ำแก่เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันทั่วประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ครม.&amp;nbsp;อนุมัติโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันปี&amp;nbsp;64-65&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;7,660&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อสร้างความมั่นคงทางรายได้ในช่วงที่ราคาผลผลิตตกต่ำแก่เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันทั่วประเทศ&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;3.8&amp;nbsp;แสนราย&amp;nbsp;โดยใช้หลักการเดิมเช่นเดียวกับในครั้งที่ผ่านมา&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;กำหนดราคาประกันของปาล์มทะลาย&amp;nbsp;(อัตราน้ำมันร้อยละ&amp;nbsp;18)&amp;nbsp;กิโลกรัมละ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ให้ความช่วยเหลือครัวเรือนละไม่เกิน&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;โดยเป็นเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรไว้กับกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;ต้องเป็นพื้นที่ปลูกต้นปาล์มอายุ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปีขึ้นไปที่ให้ผลผลิตแล้ว&amp;nbsp;ส่วนระยะเวลาการจ่ายเงินประกันรายได้จะเริ่มตั้งแต่เดือนกันยายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;-&amp;nbsp;สิงหาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;โครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันปี&amp;nbsp;64&amp;nbsp;รัฐบาลไม่มีการจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างตลอดทั้งโครงการ&amp;nbsp;เนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันปาล์มในการบริโภคและพลังงานทดแทนเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ส่งผลให้ปาล์มทะลายมีราคาเฉลี่ยทั้งปี&amp;nbsp;64&amp;nbsp;อยู่ที่ประมาณ&amp;nbsp;6.9&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;สูงกว่าราคาประกันรายได้ที่กำหนดไว้&amp;nbsp;4&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;ตลอดทั้งปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>กาญจนบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316140027412</Link_News></row>
<row _id="112"><NewsTitle>ภูเก็ต ตชด.425 รวบเอเย่นต์ยาเสพติดรายใหญ่ ยึดยาไอซ์กว่า 1.4 กก.และยาบ้าจำนวนหนึ่งสารภาพทำมาหลายครั้งแล้ว</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วานนี้&amp;nbsp;(15&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;พ.ต.อ.พิมณรัตน์&amp;nbsp;ธรรมาธิปติ์&amp;nbsp;ผกก.ตชด.42&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พ.ต.ต.นิพนธ์&amp;nbsp;พลอยขาว&amp;nbsp;ผบ.ร้อย&amp;nbsp;ตชด.425&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ร.ต.อ.อำพล&amp;nbsp;สมอไทย&amp;nbsp;หน.ชปข.ร้อย&amp;nbsp;ตชด.425&amp;nbsp;ร่วมกันสอบปากคำนายวีรพงษ์&amp;nbsp;วงศ์แก้วมูล&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;28&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ภูมิลำเนาอยู่หมู่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ต.แม่เมาะ&amp;nbsp;อ.แม่เมาะ&amp;nbsp;จ.ลำปาง&amp;nbsp;หลังจับกุมพร้อมของกลางยาไอซ์น้ำหนักรวมทั้งหมดกว่า&amp;nbsp;1.4&amp;nbsp;กก.ยาบ้า&amp;nbsp;164&amp;nbsp;เม็ด&amp;nbsp;เครื่องชั่งดิจิตัล&amp;nbsp;อุปกรณ์เสพและถุงพลาสติกใสขนาดต่างๆอีกจำนวนหนึ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โดยจับกุมได้ที่&amp;nbsp;อพาร์ทเม้นท์&amp;nbsp;บริเวณหน้าห้อง&amp;nbsp;B6&amp;nbsp;&amp;nbsp;ถ.พูนผล&amp;nbsp;ต.ตลาดเหนือ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.ภูเก็ตและขยายผลเข้าตรวจค้นภายในห้องพัก&amp;nbsp;ควบคุมตัวไปสอบสวนขยายผลและแจ้งข้อหามียาเสพติดให้โทษชนิดประเภท&amp;nbsp;1&amp;nbsp;(ยาไอซ์,ยาบ้า)&amp;nbsp;ไว้เพื่อการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต&amp;nbsp;จากการเบื้องต้นนายวีรพงษ์ให้การรับสารภาพว่าทำการรับยาเสพติดมาทางขนส่งพัสดุซึ่งจะส่งมาให้เดือนละหนึ่งครั้งๆละประมาณ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;และได้ทำมาประมาณ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;และในครั้งนี้ตนรับยาเสพติดมา3กิโลกรัมและได้ส่งให้กับลูกค้าไปแล้วประมาณ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กิโลกรัมก่อนที่จะถูกเจ้าหน้าที่จับกุม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากแนวทางการสืบสวน&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;นายวีรพงษ์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นเครือข่ายจำหน่ายยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่&amp;nbsp;จ.ภูเก็ต&amp;nbsp;หลังจากมีการจับกุมผู้เสพและผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่&amp;nbsp;จนมีการซัดทอดมาถึงนายวีรพงษ์&amp;nbsp;จากนั้นชุดจับกุมได้ติดตามพฤติกรรมของนายวีรพงษ์ที่อพาร์เม้นท์ดังกล่าว&amp;nbsp;จนสบโอกาสเข้าจับกุมตัวเมื่อช่วงค่ำวันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;มี.ค.65&amp;nbsp;และนำตัวมาขยายผลเพื่อสืบหาตัวบ่งการรายใหญ่ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ภูเก็ต</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316125610377</Link_News></row>
<row _id="113"><NewsTitle>ส.ปชส.ตราด ประชาสัมพันธ์ ครม.เห็นชอบแนวทางต่ออายุแรงงาน 3 สัญชาติพร้อมนำเข้าแรงงานถูกกฎหมาย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด&amp;nbsp;รายงานว่า&amp;nbsp;คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว&amp;nbsp;3&amp;nbsp;สัญชาติ&amp;nbsp;(กัมพูชา&amp;nbsp;ลาว&amp;nbsp;และเมียนมา)&amp;nbsp;ซึ่งเข้ามาทำงานตามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงาน&amp;nbsp;(MOU)&amp;nbsp;ภายใต้ข้อตกลงว่าด้วยการจ้างงาน&amp;nbsp;(Agreement)&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2561&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งการจ้างงานมีวาระครบ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ในปีนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ให้สามารถดำเนินการขออนุญาตทำงานหรือขอต่ออายุใบทำงานและขอรับการตรวจอนุญาตให้อยู่เป็นการชั่วคราวต่อไปได้อีกไม่เกิน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;โดยไม่ต้องเดินทางกลับออกไปทั้งนี้เพื่อแก้ไขปัญหาที่คนต่างด้าวไม่สามารถเดินทางเข้า-ออกประเทศไทยได้โดยสะดวกในขณะนี้&amp;nbsp;เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;รวมทั้งเป็นการตอบสนองต่อนายจ้างหรือผู้ประกอบการ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่ยังมีความต้องการแรงงานที่เป็นคนต่างด้าว&amp;nbsp;เพื่อให้ภาคธุรกิจและเศรษฐกิจของประเทศสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้&amp;nbsp;ทั้งยังเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบเศรษฐกิจของประเทศเสริมสร้างความมั่นคงทางด้านสาธารณสุขของประเทศในการป้องกันการแพร่ระบาด&amp;nbsp;ระลอกใหม่ที่อาจจะเกิดขึ้นได้&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;คณะรัฐมนตรียังได้อนุมัติในหลักการร่างประกาศกระทรวงมหาดไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;การยกเว้นข้อห้ามมิให้คนต่างด้าวเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษเพื่อการทำงานสำหรับคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา&amp;nbsp;ลาว&amp;nbsp;และเมียนมา&amp;nbsp;ซึ่งได้รับอนุญาตให้เข้ามาทำงานในราชอาณาจักรตามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงานภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่&amp;nbsp;.&amp;nbsp;เพื่อให้คนต่างด้าวดังกล่าวสามารถอยู่ในราชอาณาจักรต่อไปได้เป็นกรณีพิเศษอีก&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;เพื่อดำเนินการขออนุญาตทำงานหรือต่ออายุใบอนุญาตทำงาน&amp;nbsp;อีกไม่เกิน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปีต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งปัจจุบันมีคนต่างด้าว&amp;nbsp;ภายใต้&amp;nbsp;MOU&amp;nbsp;ในวาระการจ้างงานจะครบ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ปี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&amp;nbsp;106,580&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;กัมพูชา&amp;nbsp;26,840&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ลาว&amp;nbsp;25,504&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;เมียนมา&amp;nbsp;54,236&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ทางการของประเทศกัมพูชา&amp;nbsp;ลาว&amp;nbsp;และเมียนมา&amp;nbsp;ก็ได้มีหนังสือ&amp;nbsp;เห็นชอบกับการดำเนินการดังกล่าวด้วยแล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ตราด</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316132151393</Link_News></row>
<row _id="114"><NewsTitle>ยืนยันทุกอย่างทำตามกฎหมาย พร้อมให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวแตงโม  </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสมศักดิ์&amp;nbsp;เทพสุทิน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่ากระทรวงกระทรวงยุติธรรม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวถึงการหาความกระจ่าง&amp;nbsp;ในคดีของแตงโม&amp;nbsp;นิดา&amp;nbsp;ที่ตอนนี้ศพอยู่ในการควบคุมดูแลของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์&amp;nbsp;กระทรวงยุติธรรม&amp;nbsp;หลังจากที่เมื่อวานนี้ครอบครัวย้ายศพออกมาจากสถาบันนิติเวช&amp;nbsp;โรงพยาบาลตำรวจ&amp;nbsp;พร้อมได้มอบหมายให้ว่าที่ร้อยตรี&amp;nbsp;ธนกฤต&amp;nbsp;จิตรอารีย์รัตน์&amp;nbsp;เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม&amp;nbsp;เป็นผู้รับผิดชอบ&amp;nbsp;เนื่องจากมีความรู้ในด้านดังกล่าวนี้&amp;nbsp;ซึ่งประชาชนและสังคมยังคงมีข้อสงสัยหลายประการ&amp;nbsp;ทั้งนี้บทบาทของกระทรวงยุติธรรมคือ&amp;nbsp;ต้องทำให้เกิดความยุติธรรมสูงสุด&amp;nbsp;ไม่สามารถทำตามใจคนใดคนหนึ่งได้&amp;nbsp;และต้องทำเพื่อสังคมและส่วนรวมเกิดความสบายใจ&amp;nbsp;อันไหนที่ขัดแย้งจะไม่ทำเด็ดขาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสมศักดิ์&amp;nbsp;กล่าวอีกว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ส่วนแพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์&amp;nbsp;โรจนสุนันท์&amp;nbsp;สมาชิกวุฒิสภา&amp;nbsp;(ส.ว.)&amp;nbsp;ถ้าสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เชิญไปสามารถเข้ามาร่วมสังเกตการณ์ชันสูตรในรอบที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ได้&amp;nbsp;กระทรวงยุติธรรมจะตรวจสอบให้เกิดความกระจ่าง&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นคดีใด&amp;nbsp;ส่วนการจะผ่าศพในรอบที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เป็นไปตามระเบียบของกระทรวง&amp;nbsp;พร้อมย้ำกับเลขานุการรัฐมนตรีฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้ละเอียดตามกฏหมายและทำให้เกิดความเป็นธรรมกับครอบครัวแตงโม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316144714439</Link_News></row>
<row _id="115"><NewsTitle>การยุบสภาหลังประชุมเอเปค เป็นเทคนิคการเมืองที่จะยุบสภาก่อนครบวาระ เพื่อย้ายพรรคง่าย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสมชัย&amp;nbsp;ศรีสุทธิยากร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง&amp;nbsp;ส.ส.&amp;nbsp;และร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;ว่าด้วยพรรคการเมือง&amp;nbsp;และอดีต&amp;nbsp;กกต.&amp;nbsp;กล่าวถึงกรณีที่&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประวิตร&amp;nbsp;วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ&amp;nbsp;ระบุว่า&amp;nbsp;รัฐบาลจะยุบสภาหลังการประชุมเอเปคในปลายปีนี้&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;การยุบสภาเป็นอำนาจการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีและเป็นเรื่องของสถาบันการเมือง&amp;nbsp;ที่หากไม่สามารถบริหารราชการแผ่นดินต่อไปได้คือ&amp;nbsp;ไม่สามารถที่จะคุมเสียงในสภาได้&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้เห็นว่ารัฐบาล&amp;nbsp;อยู่ในขั้นของความพยายามในการประสานฝ่ายต่างๆ&amp;nbsp;เพื่อให้คะแนนเสียงของรัฐบาลมีความมั่นคง&amp;nbsp;จึงมีความพยายามนัดรับประทานอาหาร&amp;nbsp;ประสานกับพรรคการเมืองต่างๆ&amp;nbsp;แต่เสียงเหล่านี้จะมีความหมายในช่วงที่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ&amp;nbsp;หากไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ก็ต้องตัดสินใจ&amp;nbsp;แต่การกำหนดไว้ว่า&amp;nbsp;จะยุบสภาหลังการประชุมเอเปคในเดือนพฤศจิกายนนั้น&amp;nbsp;เห็นว่าแทบจะไม่มีความหมายอะไร&amp;nbsp;เพราะใกล้จะครบวาระของรัฐบาลอยู่แล้ว&amp;nbsp;เหลือเพียง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เดือนโดยจะครบวาระในเดือนมีนาคม&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;และการรอให้ครบวาระจะกลายเป็นข้อจำกัดทางการเมืองด้วย&amp;nbsp;เนื่องจากรัฐธรรมนูญกำหนดให้&amp;nbsp;ส.ส.ต้องสังกัดพรรคการเมืองภายใน&amp;nbsp;90&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;จึงเชื่อว่าฝ่ายรัฐบาลเลือกยุบสภาก่อน&amp;nbsp;เพราะจะทำให้ผู้สมัคร&amp;nbsp;ส.ส.สังกัดพรรคเพียง&amp;nbsp;30&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;และพรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นใหม่สามารถรองรับนักการเมืองจากพรรคอื่นได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสมชัย&amp;nbsp;กล่าวด้วยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รัฐบาลคงปรารถนาที่จะอยู่ในตําแหน่งยาวนานที่สุด&amp;nbsp;แต่เชื่อว่า&amp;nbsp;ขณะนี้ทุกพรรคการเมืองพร้อมสำหรับการเลือกตั้งอยู่แล้ว&amp;nbsp;และไม่ได้กลัวการยุบสภา&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนเรื่องวาระการดำรงตำแหน่งของนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;จะถูกตีความว่าดำรงตำแหน่งเกิน&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;หรือไม่นั้น&amp;nbsp;นายสมชัย&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;เรื่องนี้อาจจะเป็นประเด็นที่บานปลายประเด็นหนึ่งและจะร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ&amp;nbsp;จากนี้ไปจนถึงเดือนสิงหาคม&amp;nbsp;และคงไม่ผ่านเดือนสิงหาคมไปได้ง่ายๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพราะนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;จะอยู่ในกระแสของการถูกกดดันว่า&amp;nbsp;เป็นความไม่ถูกต้องที่จะอยู่ในตำแหน่งเกินกว่าที่รัฐธรรมนูญกำหนด&amp;nbsp;แต่เรื่องนี้คนละส่วนกับเรื่องของการยุบสภา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316144211435</Link_News></row>
<row _id="116"><NewsTitle>ปชส.สุราษฎร์ธานี เผย ครม. อนุมัติโครงการค่าบริการสาธารณสุขภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติปี 2565 รอบที่ 2 วงเงิน 34,528 ล้านบาท</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสุนิสา&amp;nbsp;รามแก้ว&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ครม.&amp;nbsp;อนุมัติโครงการค่าบริการสาธารณสุขภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;รอบที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;34,528&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&amp;nbsp;(สปสช.)&amp;nbsp;เพื่อเป็นค่าดูแลผู้ป่วยโควิด-19แก่สถานพยาบาลระหว่างเดือน&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;-&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และให้ประมาณการค่าบริการ&amp;nbsp;สาธารณสุขในช่วงเดือน&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;กันยายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์&amp;nbsp;UCEP&amp;nbsp;Plus&amp;nbsp;ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;มีนาคมนี้&amp;nbsp;ซึ่งการใช้หลักเกณฑ์&amp;nbsp;UCEP&amp;nbsp;Plus&amp;nbsp;เป็นการปรับวิธีการเบิกจ่ายเงินเท่านั้น&amp;nbsp;โดยยังยึดหลักการผู้ติดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;ทุกคนในประเทศไทยยังได้รับการรักษาฟรี&amp;nbsp;ตามความเหมาะสมของอาการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;การปรับหลักเกณฑ์จาก&amp;nbsp;UCEP&amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;UCEP&amp;nbsp;Plus&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณในการดูแลสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;นั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้น&amp;nbsp;เนื่องจากในช่วงแรกของการระบาด&amp;nbsp;มีการประกาศให้ผู้ป่วยโควิด-19&amp;nbsp;ทุกคนสามารถใช้สิทธิ&amp;nbsp;UCEP&amp;nbsp;(ฉุกเฉินเข้าได้ทุกรพ.)&amp;nbsp;พบว่าการเบิกจ่ายงบประมาณในการดูแลผู้ป่วยผ่าน&amp;nbsp;สปสช.&amp;nbsp;ในช่วงปี&amp;nbsp;2563-2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;54,479.67&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;โดยพบว่าจากจำนวนผู้ป่วยที่ใช้สิทธิ&amp;nbsp;UCEP&amp;nbsp;ทั้งหมด&amp;nbsp;768,491&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;เป็นผู้ป่วย&amp;nbsp;สีเขียว&amp;nbsp;88%&amp;nbsp;รองลงมาคือสีเหลือง&amp;nbsp;11%&amp;nbsp;และสีแดง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;%&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับลดจำนวนวันรักษาโควิด&amp;nbsp;19&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในโรงพยาบาล&amp;nbsp;ซึ่งเดิมกำหนดไว้&amp;nbsp;10&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;จะมีการหารือปรับเป็นลักษณะ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;+&amp;nbsp;3&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;รักษาในโรงพยาบาล&amp;nbsp;&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;และกลับไปแยกกักตัวที่บ้านต่ออีก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;เนื่องจากปัจจุบันมีข้อมูลทางวิชาการเกี่ยวกับโควิด&amp;nbsp;19&amp;nbsp;มากขึ้น&amp;nbsp;แต่ทั้งนี้จะมีการพิจารณาบนหลักของความปลอดภัย.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สุราษฎร์ธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316152130470</Link_News></row>
<row _id="117"><NewsTitle>แม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธานมอบเข็มวชิราวุธานุสรณ์ แก่กำลังพลและหัวหน้าส่วนราชการ ผู้ทำคุณประโยชน์ในพื้นที่ภาคใต้ จำนวน 8 ราย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(16&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;พลโทเกรียงไกร&amp;nbsp;ศรีรักษ์&amp;nbsp;แม่ทัพภาค&amp;nbsp;4&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบเข็มวชิราวุธานุสรณ์&amp;nbsp;นำถวายความเคารพเบื้องหน้าพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;รัชกาลที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย&amp;nbsp;จากนั้นประธานได้เชิญเข็มวชิราวุธานุสรณ์&amp;nbsp;พร้อมประกาศนียบัตรวางบนพานหน้าพระบรมรูป&amp;nbsp;และให้ผู้ได้รับมอบเข็มวชิราวุธานุสรณ์รับจากหน้าพระบรมรูป&amp;nbsp;เพื่อสร้างความภาคภูมิใจเป็นขวัญและกำลังใจแก่ข้าราชการ&amp;nbsp;และบุคคลที่กระทำคุณประโยชน์แก่กองทัพภาคที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;และส่วนรวม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องรับรองกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ส่วนหน้า&amp;nbsp;ค่ายสิรินธร&amp;nbsp;ตำบลเขาตูม&amp;nbsp;อำเภอยะรัง&amp;nbsp;จังหวัดปัตตานี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยครั้งนี้มีผู้เข้ารับมอบเข็มจำนวน&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ได้แก่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายนิพันธ์&amp;nbsp;บุญหลวง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;พลตำรวจตรีปราบพาล&amp;nbsp;มีมงคล&amp;nbsp;รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค&amp;nbsp;9&amp;nbsp;พลตำรวจตรีพิชญ์วุฒิ&amp;nbsp;สงวนสมบัติศิริ&amp;nbsp;ผู้บังคับการศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค&amp;nbsp;9&amp;nbsp;พลตำรวจตรีทินกร&amp;nbsp;รังมาตย์&amp;nbsp;ผู้บังคับการตำรวจภูธรเมืองจังหวัดยะลา&amp;nbsp;พันตำรวจเอกสุธน&amp;nbsp;สุขวิเศษ&amp;nbsp;รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;นางดวงพร&amp;nbsp;สุวรรณมณี&amp;nbsp;ผู้อำนวยการท่าอากาศยานนราธิวาส&amp;nbsp;นางสาวปิยะเนตร&amp;nbsp;สลักคำ&amp;nbsp;นักวิชาการขนส่งชำนาญการ&amp;nbsp;และนางกรณิศ&amp;nbsp;สุขการ&amp;nbsp;นักวิชาการขนส่งชำนาญการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ในโอกาสครบรอบ&amp;nbsp;80&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;แห่งการก่อตั้งหน่วยทหารขึ้น&lt;/strong&gt;ในภาคใต้&amp;nbsp;เมื่อปี&amp;nbsp;พ.ศ.2538&amp;nbsp;กองทัพภาคที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ได้ขอพระบรมราชานุญาติจัดสร้างเข็มวชิราวุธานุสรณ์&amp;nbsp;เพื่อเฉลิมพระเกียรติ&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;องค์พระผู้พระราชทานกำเนิดหน่วยทหารขึ้นในพื้นที่ภาคใต้เป็นครั้งแรก&amp;nbsp;เพื่อมอบให้กับข้าราชการสังกัดกองทัพภาคที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;และส่วนรวม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับลักษณะของเข็มวชิราวุธานุสรณ์&amp;nbsp;เป็นแหนบคันชีพ&lt;/strong&gt;รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามุมล่างมนขนาดกว้างด้านละ&amp;nbsp;2.3&amp;nbsp;เซนติเมตร&amp;nbsp;ยาวด้านละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เซนติเมตร&amp;nbsp;มีพระปรมภิไธยย่อ&amp;nbsp;วปร.สีทอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;และตรีสีเงินบนพื้นสีฟ้ามีขอบ&amp;nbsp;ขนาดกว้าง&amp;nbsp;0.5&amp;nbsp;เชนติเมตร&amp;nbsp;ใช้ประกอบกับเครื่องแบบทุกชนิด&amp;nbsp;เว้นเครื่องแบบสนามหรือชุดสุภาพ&amp;nbsp;โดยประดับที่ปกกระเป๋าเสื้อด้านซ้ายชิดกับขอบกระเป๋าด้านบนใกล้กับกระดุมกลางลำตัวเสื้อ&amp;nbsp;เข็มวชิราวุธานุสรณ์ถือได้ว่าเป็นเครื่องหมายเชิดชูเกียรติอันสูงสุดของกองทัพภาคที่&amp;nbsp;4&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316152820481</Link_News></row>
<row _id="118"><NewsTitle>หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เชื่อโอกาสยุบสภา ตามไทม์ไลน์ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ มีสูง </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นพ.ชลน่าน&amp;nbsp;ศรีแก้ว&amp;nbsp;หัวหน้าพรรคเพื่อไทย&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;กล่าวถึงกระแสยุบสภา&amp;nbsp;หลังการประชุมเอเปค&amp;nbsp;เดือน&lt;/span&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;พฤศจิกายน&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ที่พลเอก&amp;nbsp;ประวิตร&amp;nbsp;วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp;หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ&amp;nbsp;เปิดประเด็นในวงหารือพรรคเล็กที่มูลนิธิป่ารอยต่อ&amp;nbsp;ขณะที่พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ยืนยันยังไม่ยุบสภาในช่วงนี้&amp;nbsp;โดยมองว่ามีแนวแม้สูงตามนั้น&amp;nbsp;เพราะหากอยู่ครบเทอมอาจเป็นประเด็น&amp;nbsp;แม้นายกรัฐมนตรีบอกเป็นอำนาจ&amp;nbsp;จะยุบเมื่อมีความพร้อม&amp;nbsp;แต่ตั้งข้อสังเกตปกติพลเอก&amp;nbsp;ประวิตร&amp;nbsp;ไม่เคยพูดทิศทางการเมือง&amp;nbsp;จะระมัดระวังมาก&amp;nbsp;แต่ครั้งนี้พูดชัด&amp;nbsp;จึงมีความเป็นไปได้สูงมาก&amp;nbsp;ว่าจะเป็นไปตามนั้น&amp;nbsp;เพราะความต้องการของรัฐบาลคือ&amp;nbsp;อยู่ครบเทอมและการประชุมเอเปคจะสิ้นสุด&amp;nbsp;19&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;พฤศจิกายน&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ดังนั้นหากจะยุบสภา&amp;nbsp;ปลายเดือนพฤศจิกายน&amp;nbsp;หรือธันวาคม&amp;nbsp;จะเกิดการเลือกตั้งต้นปี&amp;nbsp;คือกำหนดวันเลือกตัวหลังยุบสภา&amp;nbsp;45&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ไม่เกิน&amp;nbsp;60&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;แต่อาจมีเหตุการณ์ที่อาจทำให้ต้องตัดสินใจก่อน&amp;nbsp;ดังนั้นการที่&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;และพลเอก&amp;nbsp;ประวิตร&amp;nbsp;มองไม่ตรงกัน&amp;nbsp;ไม่ถือว่าขัดแย้งกัน&amp;nbsp;ซึ่งเหตุผลของการยุบสภา&amp;nbsp;เวลาที่เหมาะสมที่สุดคือ&amp;nbsp;ต้องได้ประโยชน์สูงสุดทางการเมือง&amp;nbsp;เมื่องบประมาณ&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;ผ่าน&amp;nbsp;จัดประชุมเอเปคจบ&amp;nbsp;กระแสนิยมบนสมมติฐานที่จัดเอเปคได้ดี&amp;nbsp;ก็อาจจะมีการยุบสภา&amp;nbsp;เพราะหากอยู่ครบเทอม&amp;nbsp;อาจทำให้กระแสลดลง&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นพ.ชลน่าน&amp;nbsp;ยังย้ำจุดยืนพรรคร่วมฝ่ายค้านว่า&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;มีความเห็นตรงกันที่จะยื่นตีความ&amp;nbsp;วาระการดำรงตำแหน่ง&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ของพลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;เมื่อครบ&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;สิงหาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ขณะที่กระแสข่าวคว่ำร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ฉบับ&amp;nbsp;เป็นไปได้ยากในทางปฏิบัติ&amp;nbsp;โดยเฉพาะการทำให้เกิดเงื่อนไข&amp;nbsp;กลับไปใช้บัตรใบเดียว&amp;nbsp;เชื่อคนที่จะทำไม่กล้าทำและคนในรัฐบาลอย่างนายวิษณุ&amp;nbsp;เครืองาม&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ก็ออกมาบอกเองว่าเป็นไปไม่ได้&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316193348616</Link_News></row>
<row _id="119"><NewsTitle>เลขาธิการ ศอ.บต. ต้อนรับ คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ ในโอกาสลงพื้นที่ปฏิบัติราชการและศึกษาดูงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(16&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมน้อมเกล้า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อาคารศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;(ศอ.บต.)&amp;nbsp;พลเรือตรี&amp;nbsp;สมเกียรติ&amp;nbsp;ผลประยูร&amp;nbsp;เลขาธิการ&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;ให้การต้อนรับ&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;จีระศักดิ์&amp;nbsp;ชมประสบ&amp;nbsp;รองประธานคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ&amp;nbsp;วุฒิสภา&amp;nbsp;และคณะฯ&amp;nbsp;เพื่อประชุมหารือ&amp;nbsp;เรื่องการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายศรัทธา&amp;nbsp;คชพลายุกต์&amp;nbsp;รองเลขาธิการ&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนัก/กอง&amp;nbsp;ผู้แทนจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ส่วนหน้า&amp;nbsp;ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;พลเรือตรี&amp;nbsp;สมเกียรติ&amp;nbsp;ผลประยูร&amp;nbsp;เลขาธิการ&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้เป็นโอกาสดีที่ได้ต้อนรับรองประธานคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ&amp;nbsp;วุฒิสภา&amp;nbsp;และคณะฯและได้มีโอกาสนำเรียนถึงการทำงานต่างๆเพื่อนำไปขยายผลและผลักดันให้การสนับสนุนต่อยอดในเชิงนโยบาย&amp;nbsp;และได้รับฟังคำแนะนำต่างๆ&amp;nbsp;เพื่อที่จะได้ดำเนินการ&amp;nbsp;ปฏิบัติงาน&amp;nbsp;ทำหน้าที่&amp;nbsp;ในการขับเคลื่อนสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เกิดขึ้นโดยเร็ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ในที่ประชุมได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในมิติ&lt;/strong&gt;การพัฒนาด้านต่างๆ&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;เลขาธิการ&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;ได้บรรยายถึง&amp;nbsp;ผลการดำเนินงานภาพรวม&amp;nbsp;ของ&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;ในหัวข้อ&amp;nbsp;ภาคใต้ในวันนี้และทิศทางสู่อนาคต&amp;nbsp;โดยได้พูดถึงประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ปัญหาที่ดำรงอยู่&amp;nbsp;ต้นทุนและโอกาสของภาคใต้&amp;nbsp;การขับเคลื่อนสู่สันติสุขอย่างยั่งยืนและผลลัพท์ที่เป็นรูปธรรม&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;ได้ขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ตามกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;ตามแผนบูรณาการการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;ตามนโยบายของรัฐบาล&amp;nbsp;และได้บูรณาการกับหน่วยงานทุกภาคส่วนทำงานอย่างเข้มแข็งและต่อเนื่อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการลงพื้นที่ของพลเอก&amp;nbsp;จีระศักดิ์&amp;nbsp;ชมประสบ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;รองประธานคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ&amp;nbsp;วุฒิสภา&amp;nbsp;และคณะฯ&amp;nbsp;ในครั้งนี้เป็นการลงพื้นที่เพื่อปฏิบัติราชการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ศึกษาดูงานแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;15-16&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมีกำหนดการลงพื้นที่ไปศึกษาดูงานในพื้นที่ต่างๆ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ศูนย์การเรียนรู้การเพาะเลี้ยงปูทะเล&amp;nbsp;บ้านโต๊ะโสม&amp;nbsp;ตำบลบางปู&amp;nbsp;อำเภอยะหริ่ง&amp;nbsp;จังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;พบปะผู้นำชุมชนสังคมพหุวัฒนธรรม&amp;nbsp;บ้านโต๊ะแดง&amp;nbsp;ตลอดจน&amp;nbsp;ศึกษาดูงาน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ด่านพรมแดนสุไหงโก-ลก&amp;nbsp;จังหวัดนราธิวาส&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316161819512</Link_News></row>
<row _id="120"><NewsTitle>จังหวัดสุราษฎร์ธานี บูรณาการร่วมหน่วยงานความมั่นคง ตรวจสอบสถานประกอบการ ปุ๋ยเคมี และวัตถุดิบอาหารสัตว์ ทุกพื้นที่ เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสกักตุนสินค้าและขึ้นราคา ที่ได้รับผลกระทบจากสงครามในต่างประเทศ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวิชวุทย์&amp;nbsp;จินโต&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สั่งการให้&amp;nbsp;นายธรรมเนียม&amp;nbsp;บำรุง&amp;nbsp;ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มบริหารงานปกครอง&amp;nbsp;รักษาราชการเเทนนายอำเภอพนม&amp;nbsp;ดำเนินการสำรวจปริมาณและราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ยของผู้ประกอบการรับซื้อ-&amp;nbsp;ขายวัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ร้าน&amp;nbsp;ในพื้นที่อำเภอพนม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในการนี้นายธรรมเนียม&amp;nbsp;บำรุง&amp;nbsp;ได้มอบหมายให้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายบุรินทร์&amp;nbsp;แปะดำ&amp;nbsp;ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;เกษตรอำเภอพนม&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรพนม&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ปกครอง&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวในการลงพื้นที่ดำเนินการตรวจสอบอย่างถี่ถ้วน&amp;nbsp;เพื่อผลประโยชน์ของพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;ซึ่งจากการลงพื้นที่ดำเนินงานการออกสำรวจ&amp;nbsp;ในครั้งนี้ปรากฏว่า&amp;nbsp;ไม่พบผู้ประกอบการรายใดมีพฤติกรรมส่อไปในทิศทางการกระทำความความผิด&amp;nbsp;ในการกักตุนสินค้าและฉวยโอกาสขึ้นราคาเเต่อย่างใด&amp;nbsp;ทั้งนี้หากมีการพบเห็นว่าสถานประกอบการใดมีพฤติกรรมมิชอบจำนำตัวไปผดำเนินคดีต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับจังหวัดสุราษฎร์ธานีมีแผนในการดำเนินการตรวจสอบทุกพื้นที่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อให้การเป็นธรรมแก่เกษตรกรเบื้องต้น&amp;nbsp;อีกทั้งเพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการเอาเปรียบและฉวยโอกาสในช่วงนี้&amp;nbsp;ซึ่งมีกำหนดการในการลงพื้นที่ตรวจสอบตั้งแต่วันนี้&amp;nbsp;16&amp;nbsp;-18&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ภายหลังการประชุมวอร์รูม&amp;nbsp;ติดตามผลกระทบจากสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งในที่ประชุมได้พิจารณาผลกระทบที่มีต่อสินค้าสำคัญ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;รายการ&amp;nbsp;คือปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;และวัตถุดิบอาหารสัตว์&amp;nbsp;ที่ประเทศไทยต้องนำเข้าจากต่างประเทศ&amp;nbsp;รวมถึงจากรัสเซีย&amp;nbsp;และยูเครน&amp;nbsp;ที่มีราคาสูงขึ้นมาก&amp;nbsp;ทางรัฐบาลจึงต้องหาแนวทางเพื่อลดผลกระทบให้กับผู้ประกอบการ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การลดต้นทุนผลิต&amp;nbsp;จากผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;ที่ต้องนำเข้าเพราะไม่สามารถผลิตเองได้&amp;nbsp;ซึ่งเมื่อรัสเซียมีสงคราม&amp;nbsp;จึงผลักดันให้ราคาสินค้าทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;รายการปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;กระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;ได้เร่งหาแนวทางในการดูแลประชาชน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทุกกระบวนการการผลิตให้เกิดความเป็นธรรม&amp;nbsp;ตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงปลายทาง&amp;nbsp;และหากพบว่าต้นทุนผลิตปรับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ&amp;nbsp;จึงจำเป็นที่ต้องดูแลให้ผู้ประกอบการอยู่ได้&amp;nbsp;ไม่เกิดภาวะสินค้าขาดแคลน&amp;nbsp;ขณะเดียวกันผู้บริโภคเองก็ต้องไม่เดือดร้อนจากราคาที่แพงเกินไป&amp;nbsp;ถึงแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องราคา&amp;nbsp;จึงจำเป็นที่จะต้องปรับตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;แต่ทั้งนี้ก็จะไม่ให้มีการฉวยโอกาสค้ากำไรเกินควรอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สุราษฎร์ธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316185843580</Link_News></row>
<row _id="121"><NewsTitle>นายกรัฐมนตรี ห่วงใยสถานการณ์ความรุนแรงจังหวัดชายแดนภาคใต้ สั่งคุมเข้มความปลอดภัยประชาชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;พลเอก&amp;nbsp;คงชีพ&amp;nbsp;ตันตระวาณิชย์&amp;nbsp;โฆษกกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;แสดงความเสียใจกับญาติและเจ้าหน้าที่ทหารพราน&amp;nbsp;จากร้อย&amp;nbsp;4204&amp;nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&amp;nbsp;42&amp;nbsp;เสียชีวิต&amp;nbsp;1&amp;nbsp;นาย&amp;nbsp;และได้รับบาดเจ็บสาหัส&amp;nbsp;3&amp;nbsp;นาย&amp;nbsp;จากเหตุลอบวางระเบิดโดยกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่&amp;nbsp;บ้านเมาะโง&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตำบลกระหวะ&amp;nbsp;อำเภอมายอ&amp;nbsp;จังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;สั่งการ&amp;nbsp;กอ.รมน.ภาค&amp;nbsp;4&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ประสานให้การช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บเข้ารับการรักษาเร่งด่วน&amp;nbsp;และให้การดูแลต่อเนื่องจนกว่าสภาพร่างกายและจิตใจเป็นปกติ&amp;nbsp;สำหรับผู้ที่เสียชีวิต&amp;nbsp;ขอให้สนับสนุนร่วมประกอบพิธีทางศาสนาอย่างสมเกียรติและดูแลช่วยเหลือญาติผู้เสียชีวิตตามสิทธิ์อันสมควร&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;พร้อมกันนี้&amp;nbsp;ได้แสดงความห่วงใย&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ถึงเหตุความรุนแรงในพื้นที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง&amp;nbsp;เป็นเหตุให้ประชาชนบริสุทธิ์ได้รับบาดเจ็บหลายราย&amp;nbsp;กำชับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง&amp;nbsp;ไม่ประมาท&amp;nbsp;เน้นคุมเข้มคุ้มครองดูแลความปลอดภัยประชาชน&amp;nbsp;ควบคู่กับให้ความสำคัญการพัฒนาพื้นที่แบบมีส่วนร่วม&amp;nbsp;ย้ำว่ารัฐบาลยังคงมุ่งมั่น&amp;nbsp;และคงความพยายามที่จะยกระดับรายได้และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนระดับครัวเรือนในพื้นที่&amp;nbsp;เพื่อลดเงื่อนไขและปัญหาการใช้ความรุนแรงต่อกัน&amp;nbsp;เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขในที่สุด&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316193820621</Link_News></row>
<row _id="122"><NewsTitle>จังหวัดนครพนม ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงเป็นชุดปฏิบัติการในพื้นที่นำร่องเพื่อเเก้ไขปัญหายาเสพติดจังหวัดนครพนม เเบบครบวงจร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้16&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ที่หอประชุม&lt;/strong&gt;ที่ว่าการอำเภอเมืองนครพนม&amp;nbsp;นายชวนินทร์&amp;nbsp;วงศ์สถิตจิรกาล&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมตามโครงการชุมชนยั่งยืนเพื่อเเก้ไขปัญหายาเสพติดจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;เเบบครบวงจร&amp;nbsp;ตามนโยบายรัฐบาล&amp;nbsp;โดยมีนายพรต&amp;nbsp;ภูภักดิ์&amp;nbsp;ปลัดจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การดำเนินโครงการ&amp;nbsp;มีผู้เข้ารับการฝึกอบรมรวมจำนวน&amp;nbsp;190&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ปลัดอำเภอ&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สาธารณสุข&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจ&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่จาก&amp;nbsp;อปท.&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;เข้าร่วมอบรมเพื่อเป็นชุดปฏิบัติการในการเข้าดำเนินการในหมู่บ้านเป้าหมายทั้ง&amp;nbsp;20&amp;nbsp;หมู่บ้านนำร่องที่ได้คัดเลือกไว้เเล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การฝึกอบรมครั้งนี้มี&amp;nbsp;พล.ต.อ.&amp;nbsp;เฉลิมเกียรติ&amp;nbsp;ศรีวรขาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่ปรึกษาสำนักงาน&amp;nbsp;ป.ป.ส.&amp;nbsp;พล.ต.ต.&amp;nbsp;ภูวดิท&amp;nbsp;ชนะคชภัทร์&amp;nbsp;หน.ชุดวิทยากรกระบวนการ&amp;nbsp;พร้อมด้วยวิทยากรของโครงการฯ&amp;nbsp;ให้ความรู้&amp;nbsp;เเนะนำขั้นตอน&amp;nbsp;กระบวนการ&amp;nbsp;ในการดำเนินการของโครงการฯ&amp;nbsp;ร่วมหารือ&amp;nbsp;ทำความเข้าใจ&amp;nbsp;รับทราบปัญหา&amp;nbsp;วางแนวทางการปฏิบัติงาน&amp;nbsp;เกี่ยวกับการป้องกันปราบปรามยาเสพติดเชิงรุก&amp;nbsp;ในพื้นที่ชุมชนหมู่บ้านเป้าหมายนำร่อง&amp;nbsp;20&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;เน้นพื้นที่ชายแดนเป็นหลัก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยจะให้เจ้าหน้าที่ประสานงานร่วมกันในการขับเคลื่อน&lt;/strong&gt;แผนงานเป็นระยะเวลา&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;สร้างความร่วมมือกับชุมชนในการตรวจสอบคัดกรองผู้เสพ&amp;nbsp;นำมาเข้าสู่กระบวนการบำบัด&amp;nbsp;ขยายผลสู่ผู้ค้า&amp;nbsp;เครือข่ายข้ามชาติ&amp;nbsp;เพื่อตัดวงจรการค้าข้ามชาติ&amp;nbsp;รวมถึงสรุปปัญหาปัจจัยพื้นฐาน&amp;nbsp;ที่มาของยาเสพติดในชุมชน&amp;nbsp;โดยใช้ความร่วมมือกับชุมชน&amp;nbsp;ทั้งนี้ในส่วนของ&amp;nbsp;จ.นครพนม&amp;nbsp;ถือว่าเป็นพื้นที่ชายแดน&amp;nbsp;ที่ยังมีปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด&amp;nbsp;จึงต้องระดมเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนร่วมกับชุมชน&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบติดตามพฤติกรรม&amp;nbsp;เบาะแส&amp;nbsp;กลุ่มผู้เสพยาเสพติด&amp;nbsp;เข้ารับการบำบัดรักษา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รวมถึงขยายผลไปยังกลุ่มผู้ค้า&amp;nbsp;ทั้งรายย่อย&amp;nbsp;รายใหญ่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นการตัดวงจรการค้ายาเสพติดข้ามชาติ&amp;nbsp;โดยได้ดำเนินการมาต่อเนื่อง&amp;nbsp;แต่ปีนี้จะต้องทำงานเชิงรุกมากขึ้น&amp;nbsp;เนื่องจากมีปัจจัยพื้นฐานด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp;ทำให้มีการเพิ่มกลุ่มผู้เสพ&amp;nbsp;ผู้ค้ามากขึ้น&amp;nbsp;โดยจะให้เจ้าหน้าที่ประสานงานร่วมกันในการขับเคลื่อนแผนงานเป็นระยะเวลา&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;อยู่กับชุมชนหมู่บ้าน&amp;nbsp;จนสร้างความมั่นใจว่า&amp;nbsp;เป็นหมู่บ้านสีขาว&amp;nbsp;ทำงานปราบปรามยาเสพติดแบบครบวงจร&amp;nbsp;สร้างความร่วมมือระหว่างชุมชน&amp;nbsp;คัดกรองผู้เสพ&amp;nbsp;ผู้ค้า&amp;nbsp;ประเมินวางแนวทางป้องกันแก้ไข&amp;nbsp;จนกว่าจะมีความมั่นใจว่าจะไม่เกิดปัญหาซ้ำอีก&amp;nbsp;ก่อนที่จะขยายผลไปยังชุมชนเป้าหมาย&amp;nbsp;ซึ่งหากทำงานเชิงรุกในหมู่บ้านเป้าหมายและครบวงจร&amp;nbsp;ทั้งคัดกรอง&amp;nbsp;รวมถึงดำเนินคดีตามกฎหมาย&amp;nbsp;ถึงแม้จะมีการลักลอบนำเข้ายาเสพติดมาตามแนวชายแดน&amp;nbsp;ยังเชื่อมั่นว่าจะสามารถลดปัญหาการแพร่ระบาดยาเสพติดได้&amp;nbsp;สำคัญที่สุดจะต้องได้รับความร่วมมือกับชุมชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครพนม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316214259650</Link_News></row>
<row _id="123"><NewsTitle>ประชุมชี้แจงและประสานส่วนราชการในอำเภอตำบล เพื่อเตรียมการฝึกทดสอบแผนปฏิบัติการรองรับภัยคุคามความมั่นคงของอำเภอ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พ.อ.อัครพนธ์&amp;nbsp;มูลประดับ&amp;nbsp;รอง&amp;nbsp;ผอ.รมน.จังหวัด&amp;nbsp;อ.จ.&amp;nbsp;(ท.)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;พ.อ.ภราดร&amp;nbsp;นนท์ตุลา&amp;nbsp;หน.ฝ่ายนโยบายและแผน&amp;nbsp;ประชุมชี้แจงและประสานส่วนราชการในอำเภอ/ตำบล&amp;nbsp;เพื่อเตรียมการฝึกทดสอบแผนปฏิบัติการรองรับภัยคุคามความมั่นคงของอำเภอ&amp;nbsp;ตามแผนปฏิบัติการ/แผนงานโครงการตำบลมั่นคง&amp;nbsp;มั่งคั่ง&amp;nbsp;ยั่งยืน&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;กิจกรรมการวางแผนและการอำนวยการ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอชานุมาน&amp;nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;มี&amp;nbsp;นายพลกฤษ&amp;nbsp;เรืองสุกใส&amp;nbsp;นายอำเภอชานุมาน&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุม&amp;nbsp;ผลการดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317104551720</Link_News></row>
<row _id="124"><NewsTitle>เสธ.ทบ. เปิดอบรมพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร (พสบ) รุ่นที่ 28 หวังสร้างพลังเครือข่ายในการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยคุกคามด้านความมั่นคงของประเทศ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ณ&amp;nbsp;ห้องรับรอง&amp;nbsp;221&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กองบัญชาการกองทัพบก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พล.อ.สันติพงศ์&amp;nbsp;ธรรมปิยะ&amp;nbsp;เสนาธิการทหารบก&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดการอบรมพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร&amp;nbsp;(พสบ)&amp;nbsp;รุ่นที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;กองทัพบก&amp;nbsp;ได้อนุมัติให้กรมกิจการพลเรือนทหารบก&amp;nbsp;โดยโรงเรียนกิจการพลเรือน&amp;nbsp;กรมกิจการพลเรือนทหารบก&amp;nbsp;เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างทหาร&amp;nbsp;ตำรวจ&amp;nbsp;ข้าราชการพลเรือน&amp;nbsp;พนักงานรัฐวิสาหกิจและภาคเอกชน&amp;nbsp;แลกเปลี่ยนความคิดและประสบการณ์อันจะส่งผลให้เกิดการสนับสนุนเสริมพลังมวลชนในระดับผู้บริหาร&amp;nbsp;สนับสนุนการแก้ไขปัญหาของชาติและการพัฒนาประเทศ&amp;nbsp;ตลอดจนเป็นการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของกองทัพบก&amp;nbsp;สร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยคุกคามด้านความมั่นคงของประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การอบรมหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร&amp;nbsp;พสบ.รุ่นที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;ครั้งนี้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นการอบรมในรูปแบบผสมผสาน&amp;nbsp;ผู้เข้ารับการอบรมผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเข้ารับการอบรมแบบ&amp;nbsp;Onsite&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โรงเรียนกิจการพลเรือน&amp;nbsp;กรมกิจการพลเรือนทหารบก&amp;nbsp;สลับการอบรมแบบ&amp;nbsp;Online&amp;nbsp;ระยะเวลา&amp;nbsp;5&amp;nbsp;สัปดาห์ๆ&amp;nbsp;ละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;มีการบรรยายภาควิชาการ&amp;nbsp;เรื่องการเสริมสร้างอุดมการณ์ความรักชาติและสถาบันพระมหากษัตริย์&amp;nbsp;ภารกิจและการดำเนินงานของกองทัพบก&amp;nbsp;ปัญหาภัยคุกคามที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติและธุรกิจในยุคดิจิตัล&amp;nbsp;Web&amp;nbsp;3&amp;nbsp;(&amp;nbsp;5&amp;nbsp;G&amp;nbsp;)&amp;nbsp;มีผู้รับการอบรมฯ&amp;nbsp;รุ่นที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;83&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ข้าราชการทหาร&amp;nbsp;ตำรวจ&amp;nbsp;ข้าราชการพลเรือน&amp;nbsp;พนักงานรัฐวิสาหกิจ&amp;nbsp;พนักงานองค์กรของรัฐ&amp;nbsp;นักวิชาการ&amp;nbsp;สื่อสารมวลชน&amp;nbsp;และนักธุรกิจภาคเอกชน&amp;nbsp;นอกจากนี้ผู้เข้ารับการอบรมจะได้ร่วมจัดทำแผนงานสนับสนุนงานด้านความมั่นคงของชาติและร่วมทำกิจกรรมจิตอาสา&amp;nbsp;อย่างสร้างสรรค์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พล.อ.สันติพงศ์&amp;nbsp;ธรรมปิยะ&amp;nbsp;เสนาธิการทหารบก&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สถานการณ์ภัยคุกคามด้ามความมั่นคงในรูปแบบใหม่&amp;nbsp;กองทัพบกได้ตระหนักอยู่เสมอว่า&amp;nbsp;ลำพังกองทัพบกหน่วยเดียวไม่สามารถปฏิบัติภารกิจต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ให้บรรลุตามเป้าหมายได้&amp;nbsp;หากขาดความร่วมมือและการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp;ทั้งภาครัฐ&amp;nbsp;ภาคธุรกิจ&amp;nbsp;และภาคประชาชน&amp;nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่ประเทศมีความต้องการความสามัคคี&amp;nbsp;เพื่อให้ประเทศมีการพัฒนาให้เจริญก้าวหน้าทัดเทียมกับอารยประเทศ&amp;nbsp;ซึ่งผู้เข้ารับการอบรมจะได้มีโอกาสรับทราบการดำเนินงานที่สำคัญของกองทัพบก&amp;nbsp;ตลอดจนการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน&amp;nbsp;อันจะนำไปสู่ความเข้าใจระหว่างบุคคลและองค์กรมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;และเป็นโอกาสในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้เข้ารับการอบรมที่มีความหลากหลายในอาชีพ&amp;nbsp;สามารถเป็นพลังเครือข่ายในการขับเคลื่อนเพื่อความมั่นคงสนับสนุนในการป้องกันภัยทุกรูปแบบในการพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ดุลยศักดิ์&amp;nbsp;ไชยรัตน์&amp;nbsp;ส.ปชส.สระแก้ว&amp;nbsp;ข่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>สระแก้ว</Province><Department>สวท.สระแก้ว</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317130509796</Link_News></row>
<row _id="125"><NewsTitle>ครม.เห็นชอบต่ออายุแรงงาน 3 สัญชาติ (กัมพูชา ลาว เมียนมา)</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ&amp;nbsp;การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว&amp;nbsp;3&amp;nbsp;สัญชาติ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;(กัมพูชา&amp;nbsp;ลาว&amp;nbsp;และเมียนมา)&amp;nbsp;ซึ่งเข้ามาทำงานตามบันทึกความเข้าใจว่า&amp;nbsp;ด้วยความร่วมมือด้านแรงงาน&amp;nbsp;(MOU)&amp;nbsp;ภายใต้ข้อตกลงว่าด้วยการจ้างงาน&amp;nbsp;(Agreement)&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;ซึ่งมีวาระการจ้างงานครบ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ในปีนี้&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ให้สามารถดำเนินการขออนุญาตทำงานหรือขอต่ออายุใบทำงานและขอรับการตรวจอนุญาตให้อยู่เป็นการชั่วคราวต่อไปได้อีกไม่เกิน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;การต่ออายุดังกล่าวทำให้แรงงานต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทยภายใต้เงื่อนไขดังกล่าว&amp;nbsp;สามารถทำงานต่อได้โดยไม่ต้องเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย&amp;nbsp;ตามสถานการณ์การระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;อีกทั้งยังตอบโจทย์ความต้องการของนายจ้างหรือผู้ประกอบการที่ยังมีความต้องการแรงงานที่เป็นคนต่างด้าว&amp;nbsp;เพื่อให้ภาคธุรกิจและเศรษฐกิจของประเทศสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;คณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;ได้อนุมัติในหลักการร่างประกาศกระทรวงมหาดไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;การยกเว้นข้อห้ามมิให้คนต่างด้าวเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษเพื่อการทำงานสำหรับคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา&amp;nbsp;ลาว&amp;nbsp;และเมียนมา&amp;nbsp;ซึ่งได้รับอนุญาตให้เข้ามาทำงานในราชอาณาจักรตามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงานภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;เพื่อให้คนต่างด้าวดังกล่าวสามารถอยู่ในราชอาณาจักรต่อไปได้เป็นกรณีพิเศษอีก&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;(ในระหว่างที่ขอต่ออายุใบอนุญาตทำงานอีกไม่เกิน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปัจจุบันมีคนต่างด้าว&amp;nbsp;ภายใต้&amp;nbsp;MOU&amp;nbsp;ในวาระการจ้างงานจะครบ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จำนวนทั้งสิ้น&amp;nbsp;106,580&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;กัมพูชา&amp;nbsp;26,840&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ลาว&amp;nbsp;25,504&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;เมียนมา&amp;nbsp;54,236&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ทางการของประเทศกัมพูชา&amp;nbsp;ลาว&amp;nbsp;และเมียนมา&amp;nbsp;ก็ได้มีหนังสือ&amp;nbsp;เห็นชอบกับการดำเนินการดังกล่าวด้วยแล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สมุทรปราการ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317150516861</Link_News></row>
<row _id="126"><NewsTitle>ครม.อนุมัติค่าใช้จ่ายเพื่อดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;อนุมัติโครงการค่าบริการสาธารณสุขภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;รอบที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;34,528&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&amp;nbsp;(สปสช.)&amp;nbsp;เพื่อเป็นค่าดูแลผู้ป่วยโควิด-19&amp;nbsp;แก่สถานพยาบาลระหว่างเดือน&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;-&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และให้ประมาณการค่าบริการ&amp;nbsp;สาธารณสุขในช่วงเดือน&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;กันยายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์&amp;nbsp;UCEP&amp;nbsp;Plus&amp;nbsp;ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;มีนาคมนี้&amp;nbsp;การใช้หลักเกณฑ์&amp;nbsp;UCEP&amp;nbsp;Plus&amp;nbsp;เป็นการปรับวิธีการเบิกจ่ายเงินเท่านั้น&amp;nbsp;โดยยังยึดหลักการผู้ติดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;ทุกคนในประเทศไทยยังได้รับการรักษาฟรี&amp;nbsp;ตามความเหมาะสมของอาการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;การปรับหลักเกณฑ์จาก&amp;nbsp;UCEP&amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;UCEP&amp;nbsp;Plus&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณในการดูแลสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;นั้น&amp;nbsp;มีประสิทธิภาพมากขึ้น&amp;nbsp;เนื่องจากในช่วงแรกของการระบาด&amp;nbsp;มีการประกาศให้ผู้ป่วยโควิด-19&amp;nbsp;ทุกคนสามารถใช้สิทธิ&amp;nbsp;UCEP&amp;nbsp;(ฉุกเฉินเข้าได้ทุกรพ.)&amp;nbsp;พบว่าการเบิกจ่ายงบประมาณในการดูแลผู้ป่วยผ่าน&amp;nbsp;สปสช.&amp;nbsp;ในช่วงปี&amp;nbsp;2563-2564&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;54,479.67&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;โดยพบว่าจากจำนวนผู้ป่วยที่ใช้สิทธิ&amp;nbsp;UCEP&amp;nbsp;ทั้งหมด&amp;nbsp;768,491&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;เป็นผู้ป่วย&amp;nbsp;สีเขียว&amp;nbsp;88%&amp;nbsp;รองลงมาคือสีเหลือง&amp;nbsp;11%&amp;nbsp;และสีแดง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;%&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับลดจำนวนวันรักษาโควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;ในโรงพยาบาล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งเดิมกำหนดไว้&amp;nbsp;10&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;จะมีการหารือปรับเป็นลักษณะ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;+&amp;nbsp;3&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;รักษาในโรงพยาบาล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;และกลับไปแยกกักตัวที่บ้านต่ออีก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;เนื่องจากปัจจุบันมีข้อมูลทางวิชาการเกี่ยวกับโควิด-19&amp;nbsp;มากขึ้น&amp;nbsp;แต่ทั้งนี้จะมีการพิจารณาบนหลักของความปลอดภัย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สมุทรปราการ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317150818863</Link_News></row>
<row _id="127"><NewsTitle>กมธ.กยศ. มีมติยกเลิกเก็บค่าปรับดอกเบี้ยผู้กู้เรียน </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอุบลศักดิ์&amp;nbsp;บัวหลวงงาม&amp;nbsp;ส.ส.ลพบุรี&amp;nbsp;พรรคเพื่อไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในฐานะประธานคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา&amp;nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;แถลงข่าวถึงผลการประชุมที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมในร่าง&amp;nbsp;พ.ร.บ.&amp;nbsp;เกี่ยวกับการบังคับใช้คดีต่อลูกหนี้&amp;nbsp;กยศ.&amp;nbsp;โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าประชุมหารือ&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้มีจำนวนลูกหนี้กว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ล้านคน&amp;nbsp;มีเงินค้างในระบบกว่าร้อยละ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ประชุม&amp;nbsp;กมธ.&amp;nbsp;มีความเห็นว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;บุคคลที่เรียนจบแล้ว&amp;nbsp;แต่หาที่สมัครงานไม่ได้&amp;nbsp;หรือมีรายได้น้อย&amp;nbsp;จนเป็นเหตุให้ถูกฟ้องร้อง&amp;nbsp;เห็นควรให้ยกเลิกค่าปรับดอกเบี้ยของผู้กู้และผู้ค้ำประกัน&amp;nbsp;เนื่องจากที่ผ่านมาผู้ค้ำประกันมักเป็นอาจารย์&amp;nbsp;ข้าราชการประจำ&amp;nbsp;ซึ่งโดนฟ้องร้องไปด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กมธ.เห็นว่า&amp;nbsp;เป็นหน้าที่ของรัฐบาล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่ต้องดูแลทุกคนอย่างเสมอภาค&amp;nbsp;หลายคนไม่มีโอกาสได้รับการศึกษา&amp;nbsp;เนื่องจากค่าครองชีพสูง&amp;nbsp;จึงไม่ควรต้องมาแบกรับภาระและถูกฟ้องร้องดำเนินคดีด้วยหนี้&amp;nbsp;กยศ.อีก&amp;nbsp;และที่ผ่านมาหลายคนเกิดความเครียดจนถึงขั้นฆ่าตัวตาย&amp;nbsp;รัฐบาลจึงต้องมีส่วนรับผิดชอบ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรรมาธิการฯ&amp;nbsp;จะเร่งประชุมให้เสร็จก่อนวันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เพื่อนำร่าง&amp;nbsp;พ.ร.บ.นี้เข้าสู่ที่ประชุมสภาฯต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317155036895</Link_News></row>
<row _id="128"><NewsTitle>ปัตตานี-คืบหน้าเหตุระเบิด ควบคุมตัวต้องสงสัย 2 ราย แม่ทัพย้ำเจ้าหน้าที่ต้องอุดช่องโหว่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้สื่อข่าวปัตตานีรายงาน&amp;nbsp;เมื่อเวลา&amp;nbsp;10.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;(&amp;nbsp;ที่วัดสุวรรณากร&amp;nbsp;ต.บ่อทอง&amp;nbsp;อ.หนองจิก&amp;nbsp;จ.ปัตตานี&amp;nbsp;พลโทเกรียงไกร&amp;nbsp;ศรีรักษ์&amp;nbsp;แม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีรดน้ำศพและวางพวงหรีดหน้าศพ&amp;nbsp;อส.ทพ.จิโรจ&amp;nbsp;จิตวิสุทธิ์&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;29&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ทหารพรานกรมทหารพรานที่&amp;nbsp;42&amp;nbsp;ที่เสียชีวิตจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดในขณะกำลังซ่อมปั๊มน้ำ&amp;nbsp;ที่คนร้ายแอบมาทำลายให้ใช้งานไม่ได้ก่อนที่คนร้ายจะลอบวางระเบิดแสวงเครื่องชนิดแบบเหยียบ&amp;nbsp;แรงระเบิดทำให้&amp;nbsp;อส.ทพ.จิโรจ&amp;nbsp;ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บอีก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เหตุเกิดริมคลองชลประทาน&amp;nbsp;ด้านหลังของ&amp;nbsp;ฐานทหารพราน&amp;nbsp;ร้อย.ทพ.4204&amp;nbsp;ฉก.ทพ.42&amp;nbsp;บ.เมาะโง&amp;nbsp;ม.5&amp;nbsp;ต.กระหวะ&amp;nbsp;อ.มายอ&amp;nbsp;จ.ปัตตานี&amp;nbsp;&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;มี.ค.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยในพิธี&amp;nbsp;พลโทเกรียงไกร&amp;nbsp;ศรีรักษ์&amp;nbsp;แม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;4&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้วางพวงหรีดของในนามของ&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ผู้บัญชาการทหารบก&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;วางหวงหรีดเคารพศพในนามของตัวเอง&amp;nbsp;จากนั้นได้มอบเหรียญบางระจัน&amp;nbsp;และใบประกาศนียบัตร&amp;nbsp;เพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณ&amp;nbsp;เชิดชูเกียรติ&amp;nbsp;ในการประกอบคุณงามความดี&amp;nbsp;และความเสียสละของผู้เสียชีวิต&amp;nbsp;พร้อมมอบเงินช่วยเหลือและแสดงความเสียใจแก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิต&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ทหาร&amp;nbsp;ตำรวจ&amp;nbsp;เข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;หลังเสร็จพิธีจะนำร่างของอส.ทพ.จิโรจ&amp;nbsp;ไปประกอบพิธีทางศาสนา&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;ต.นาเหรง&amp;nbsp;อ.นบพิตำ&amp;nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับความคืบหน้าล่าสุด&amp;nbsp;ด้านพลโทเกรียงไกร&amp;nbsp;ศรีรักษ์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;แม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่เข้าทำการควบคุมพื้นที่อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;เพราะที่ผ่านเห็นได้ชัดว่า&amp;nbsp;กลุ่มผู้ก่อเหตุความรุนแรงยังคงพยายามก่อเหตุอยู่ตลอดเวลา&amp;nbsp;ทางเจ้าหน้าที่เอง&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ฝ่าย&amp;nbsp;ต้องอุดช่องโหว่&amp;nbsp;ในการ&amp;nbsp;พลั้งเผลอในบางเวลา&amp;nbsp;ความพยายามของกลุ่มผู้ก่อเหตุความรุนแรงก็ยังมีอยู่&amp;nbsp;ทางเจ้าหน้าที่ต้องติดตาม&amp;nbsp;และบังคับใช้กฎหมายต่อไป&amp;nbsp;ซึ่งถ้ายังมีการก่อเหตุ&amp;nbsp;ก็ต้องบังคับใช้กฎหมาย&amp;nbsp;แต่สิ่งที่เราไม่อยากให้เกิดขึ้นก็คือ&amp;nbsp;ความรุนแรงในพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;ถ้ามีความผิดปกติในพื้นที่ก็ขอให้แจ้งกับทางหน่วยในพื้นที่&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;รับทราบเพื่อป้องกันการก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่&amp;nbsp;ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดล้อมตรวจค้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อค้นหาตัวผู้ก่อเหตุให้ได้&amp;nbsp;ล่าสุด&amp;nbsp;สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เป็นชาวบ้านพื้นที่&amp;nbsp;ม.2&amp;nbsp;กับ&amp;nbsp;ม.4&amp;nbsp;ต.สะกำ&amp;nbsp;อ.มายอ&amp;nbsp;&amp;nbsp;จ.ปัตตานี&amp;nbsp;ก่อนจะเชิญตัวทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;รายเข้าศูนย์ซักถามเพื่อทำการขยายผลต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เสียงสัมภาษณ์แม่ทัพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ปัตตานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317150358859</Link_News></row>
<row _id="129"><NewsTitle>ส.ปชส.ตราด ประชาสัมพันธ์ ครม.อนุมัติค่าใช้จ่ายเพื่อดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด&amp;nbsp;รายงานว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;คณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;อนุมัติโครงการค่าบริการสาธารณสุขภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;รอบที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;34,528&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&amp;nbsp;(สปสช.)&amp;nbsp;เพื่อเป็นค่าดูแลผู้ป่วยโควิด-19&amp;nbsp;แก่สถานพยาบาลระหว่างเดือน&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;-&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และให้ประมาณการค่าบริการ&amp;nbsp;สาธารณสุขในช่วงเดือน&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;กันยายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์&amp;nbsp;UCEP&amp;nbsp;Plus&amp;nbsp;ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;มีนาคมนี้&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;การใช้หลักเกณฑ์&amp;nbsp;UCEP&amp;nbsp;Plus&amp;nbsp;เป็นการปรับวิธีการเบิกจ่ายเงินเท่านั้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยยังยึดหลักการผู้ติดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;ทุกคนในประเทศไทยยังได้รับการรักษาฟรีตามความเหมาะสมของอาการ&amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบันได้แบ่งเป็น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;1.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้ป่วยสีเขียว&amp;nbsp;อาการ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ได้แก่&amp;nbsp;ไม่มีอาการ&amp;nbsp;มีไข้อุณหภูมิ&amp;nbsp;37.5&amp;nbsp;องศาเซลเซียสขึ้นไป&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ลิ้นไม่รับรส&amp;nbsp;จมูกไม่รับกลิ่น&amp;nbsp;ไอมีน้ำมูก&amp;nbsp;เจ็บคอ&amp;nbsp;ตาแดง&amp;nbsp;มีผื่น&amp;nbsp;ถ่ายเหลว&amp;nbsp;กลุ่มนี้รักษาฟรีใน&amp;nbsp;รพ.ตามสิทธิ&amp;nbsp;ทั้งบัตรทอง&amp;nbsp;ข้าราชการ&amp;nbsp;และประกันสังคม&amp;nbsp;กรณีทำงานต่างพื้นที่สามารถเข้า&amp;nbsp;รพ.เครือข่ายสิทธิสุขภาพได้&amp;nbsp;การรักษาในกักตัวที่บ้าน&amp;nbsp;HI&amp;nbsp;ในชุมชน&amp;nbsp;CI&amp;nbsp;และโครงการ&amp;nbsp;เจอ&amp;nbsp;แจก&amp;nbsp;จบ&amp;nbsp;ที่หน่วยบริการใกล้บ้าน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;2.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้ป่วยสีเหลือง&amp;nbsp;อาการ&amp;nbsp;แน่นหน้าอก&amp;nbsp;หายใจลำบาก&amp;nbsp;หายใจเร็ว&amp;nbsp;หายใจเหนื่อย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ปอดอักเสบ&amp;nbsp;ถ่ายเหลวมากกว่า&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ครั้งต่อวัน&amp;nbsp;เด็กมีอาการหายใจลำบาก&amp;nbsp;ซึมลง&amp;nbsp;ไม่ดื่มนม&amp;nbsp;หรือทานอาหารน้อยลง&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;608&amp;nbsp;ผู้สูงอายุ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ปีขึ้นไป&amp;nbsp;มีโรคเรื้อรัง&amp;nbsp;หญิงตั้งครรภ์&amp;nbsp;อ้วน&amp;nbsp;น้ำหนักเกิน&amp;nbsp;90&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;การรักษา&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;รักษาฟรีใน&amp;nbsp;รพ.ตามสิทธิหรือ&amp;nbsp;UCEP&amp;nbsp;Plus&amp;nbsp;ฟรีทุก&amp;nbsp;รพ.ทั้งภาครัฐและเอกชน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;3.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้ป่วยสีแดง&amp;nbsp;อาการ&amp;nbsp;หอบเหนื่อย&amp;nbsp;พูดไม่เป็นประโยคขณะสนทนา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;แน่นหน้าอก&amp;nbsp;หายใจเจ็บหน้าอก&amp;nbsp;ปอดอักเสบรุนแรง&amp;nbsp;มีภาวะช็อก&amp;nbsp;มีภาวะโคม่า&amp;nbsp;ซึมลง&amp;nbsp;มีอาการไข้สูงกว่า&amp;nbsp;39&amp;nbsp;องศาเซลเซียสนานกว่า&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;และค่าออกซิเจนน้อยกว่า&amp;nbsp;94%&amp;nbsp;รักษาฟรีใน&amp;nbsp;รพ.ตามสิทธิ&amp;nbsp;หรือใช้สิทธิ&amp;nbsp;UCEP&amp;nbsp;Plus&amp;nbsp;รักษาฟรีทุก&amp;nbsp;รพ.ทั้งภาครัฐและเอกชน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;การปรับหลักเกณฑ์จาก&amp;nbsp;UCEP&amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;UCEP&amp;nbsp;Plus&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณในการดูแลสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;นั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้น&amp;nbsp;เนื่องจากในช่วงแรกของการระบาด&amp;nbsp;มีการประกาศให้ผู้ป่วยโควิด-19&amp;nbsp;ทุกคนสามารถใช้สิทธิ&amp;nbsp;UCEP&amp;nbsp;(ฉุกเฉินเข้าได้ทุกรพ.)&amp;nbsp;พบว่าการเบิกจ่ายงบประมาณในการดูแลผู้ป่วยผ่าน&amp;nbsp;สปสช.&amp;nbsp;ในช่วงปี&amp;nbsp;2563-2564&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;54,479.67&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;โดยพบว่าจากจำนวนผู้ป่วยที่ใช้สิทธิ&amp;nbsp;UCEP&amp;nbsp;ทั้งหมด&amp;nbsp;768,491&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;เป็นผู้ป่วย&amp;nbsp;สีเขียว&amp;nbsp;88%&amp;nbsp;รองลงมาคือสีเหลือง&amp;nbsp;11%&amp;nbsp;และสีแดง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;%&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับลดจำนวนวันรักษาโควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;ในโรงพยาบาล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งเดิมกำหนดไว้&amp;nbsp;10&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;จะมีการหารือปรับเป็นลักษณะ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;+&amp;nbsp;3&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;รักษาในโรงพยาบาล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;และกลับไปแยกกักตัวที่บ้านต่ออีก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;เนื่องจากปัจจุบันมีข้อมูลทางวิชาการเกี่ยวกับโควิด&amp;nbsp;19&amp;nbsp;มากขึ้น&amp;nbsp;แต่ทั้งนี้จะมีการพิจารณาบนหลักของความปลอดภัย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;คณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;ยังมีมติอนุมัติเปลี่ยนแปลงรายการจัดหาเวชภัณฑ์ยา&lt;/strong&gt;และขยายระยะเวลาดำเนินการโครงการแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่&amp;nbsp;:&amp;nbsp;กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(COVID-19)&amp;nbsp;ระยะการระบาดระลอกเมษายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จากเดิมอนุมัติให้จัดซื้อยา&amp;nbsp;Molnupiravir&amp;nbsp;(โมลนูพิราเวียร์)&amp;nbsp;50,000&amp;nbsp;โดส&amp;nbsp;โดยเปลี่ยนเป็นยา&amp;nbsp;Favipiravir&amp;nbsp;(ฟาวิพิราเวียร์)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;17,065,457&amp;nbsp;เม็ด&amp;nbsp;และยา&amp;nbsp;Remdesivir&amp;nbsp;(เรมเดซิเวียร์)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5,166&amp;nbsp;Vial&amp;nbsp;(ขวด)&amp;nbsp;เนื่องจากแนวทางเวชปฏิบัติการวินิจฉัย&amp;nbsp;ดูแลรักษาและป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล&amp;nbsp;กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(CPG&amp;nbsp;COVID-19)&amp;nbsp;กำหนดให้ยา&amp;nbsp;Favipiravir&amp;nbsp;เป็นยาหลักที่ใช้ในการรักษาผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง&amp;nbsp;ทั้งที่ไม่มีอาการปอดอักเสบหรือมีอาการปอดอักเสบเล็กน้อย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ปัจจุบันมีอัตราการใช้ยา&amp;nbsp;Favipiravir&amp;nbsp;ร้อยละ&amp;nbsp;87&amp;nbsp;ของผู้ป่วยที่ติดเชื้อทั้งหมด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และสำรองยา&amp;nbsp;Remdesivir&amp;nbsp;เพื่อใช้ในการรักษาผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงและผู้ป่วยที่มีอาการ&amp;nbsp;ไม่รุนแรงแต่มีข้อห้ามในการใช้ยา&amp;nbsp;Favipiravir&amp;nbsp;โดยมีอัตราการใช้ยาร้อยละ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ของผู้ป่วยติดเชื้อทั้งหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ตราด</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317160915911</Link_News></row>
<row _id="130"><NewsTitle>คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลงพื้นที่ 3 อบต. ของ อ.บางซ้าย ติดตามสอดส่องการก่อสร้างและปรับปรุงซ่อมแซมถนนงบกว่า 17 ล้านบาท</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;ลงพื้นที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;อบต.&amp;nbsp;ของ&amp;nbsp;อ.บางซ้าย&amp;nbsp;ติดตามสอดส่องการก่อสร้างและปรับปรุงซ่อมแซมถนนงบกว่า&amp;nbsp;17&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;หลังยืนยันทำเพื่อประชาชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;วันนี้&amp;nbsp;(17&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;นำโดย&amp;nbsp;นายชานนท์&amp;nbsp;สุวรรณาภินันท์&amp;nbsp;รองประธานกรรมการธรรมาภิบาลพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;ลงพื้นที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;อบต.&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;อบต.บางซ้าย&amp;nbsp;อบต.วังพัฒนา&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อบต.เทพมงคล&amp;nbsp;อำเภอบางซ้าย&amp;nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;เพื่อติดตามสอดส่องโครงการปรับปรุงซ่อมแซมถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก&amp;nbsp;และการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก&amp;nbsp;ภายใต้งบประมาณกว่า&amp;nbsp;17&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นายชานนท์&amp;nbsp;สุวรรณาภินันท์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;โครงการดังกล่าวเป็นงบประมาณเงินอุดหนุนเฉพาะกิจที่ได้รับการจัดสรรให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;ซึ่งในส่วนของ&amp;nbsp;อบต.บางซ้าย&amp;nbsp;เป็นการปรับปรุงซ่อมแซมถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก&amp;nbsp;บ้านหนองโสน&amp;nbsp;ตำบลบางซ้าย&amp;nbsp;ยาว&amp;nbsp;3,750&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;กว้าง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;อบต.วังพัฒนา&amp;nbsp;ก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก&amp;nbsp;บ้านหนองเฟื่อม&amp;nbsp;บ้านหนองอ้ายแบน&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;กว้าง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;ยาว&amp;nbsp;2,200&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อบต.เทพมงคล&amp;nbsp;ก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก&amp;nbsp;จากสายเลียบลำรางหนองพังพวย&amp;nbsp;เชื่อมสายเลียบคลองยายบัว&amp;nbsp;ถึงสายเลียบคลองรางอ้าย&amp;nbsp;ถึงบ้านบึงกระสังข์-บ้านรางอ้ายทึม-บ้านรางเนื้อตาย&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;2,&amp;nbsp;8,&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลเทพมงคล&amp;nbsp;กว้าง&amp;nbsp;3.50&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;ยาว&amp;nbsp;2,150&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;รวมใช้งบประมาณทั้งสิ้นกว่า&amp;nbsp;17&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โดยทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;อบต.ระบุว่า&amp;nbsp;การดำเนินการเพื่อให้เป็นเส้นทางสัญจรไป-มา&amp;nbsp;อำนวยความสะดวกให้กับประชาชน&amp;nbsp;เด็กนักเรียน&amp;nbsp;พระภิกษุสงฆ์&amp;nbsp;และขนส่งสินค้าการเกษตร&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากการลงพื้นที่ได้ให้ข้อเสนอแนะ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;อบต.ไปหลายประการ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ระยะเวลาการดำเนินการต้องมีการทำประชาคมการมีส่วนร่วมของประชาชน&amp;nbsp;ทำประชาคมเรื่องการวางท่อใช้น้ำจากลำรางของเกษตรกรให้ได้มาตรฐานเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบ&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนรับทราบการก่อสร้างทุกระยะ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์โครงการ&amp;nbsp;และป้ายขอความร่วมมือประชาชนสัญจรไป-มาช่วงก่อสร้าง&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังได้เสนอแนะให้บูรณาการการทำงานกับพื้นที่ใกล้เคียง&amp;nbsp;เนื่องจากในอนาคตอาจต้องทำเขื่อนหลังจากประสบอุทกภัยเป็นประจำทุกปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;พร้อมกันนี้ได้ย้ำว่า&amp;nbsp;การดำเนินการจะต้องให้เกิดผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนน้อยที่สุด&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317184727997</Link_News></row>
<row _id="131"><NewsTitle>รอง ผบ.ทสส.(ทบ.) พร้อมคณะ เดินทางมาตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พล.อ.&amp;nbsp;สุภโชค&amp;nbsp;ธวัชพีระชัย&amp;nbsp;รอง&amp;nbsp;ผบ.ทสส.(ทบ.)&amp;nbsp;พร้อมคณะ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เดินทางมาตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงาน&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;อ.เบตง&amp;nbsp;จว.ย.ล.&amp;nbsp;พร้อมรับฟังการบรรยายสรุป&amp;nbsp;เพื่อรับทราบการปฏิบัติงานของหน่วยในด้านการข่าว&amp;nbsp;ด้านยุทธการ&amp;nbsp;ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของหน่วย&amp;nbsp;และมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;ของจังหวัดยะลา&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายก้องสกุล&amp;nbsp;จันทราช&amp;nbsp;รอง&amp;nbsp;ผวจ.ยะลา&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;พ.จ.ท.&amp;nbsp;อนันต์&amp;nbsp;บุญสำราญ&amp;nbsp;ปลัดจังหวัดยะลา&amp;nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมไกรลาส&amp;nbsp;ที่ว่าการอำเภอเบตง&amp;nbsp;จ.ยะลา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้นได้ร่วมรับฟังการชี้แจง&amp;nbsp;โครงการก่อสร้าง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อฟื้นฟูและป้องกันการพังทลายของ&amp;nbsp;Back&amp;nbsp;SIope&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;Side&amp;nbsp;Slope&amp;nbsp;โดยเฉพาะบางจุดที่มีหลักเขตแดนระหว่างประเทศ&amp;nbsp;โดยการติดตั้ง&amp;nbsp;Soil&amp;nbsp;Nail&amp;nbsp;เสริมกำลังของชั้นดิน&amp;nbsp;รวมถึงการใช้&amp;nbsp;Steel&amp;nbsp;Fiber&amp;nbsp;Shot&amp;nbsp;Crete&amp;nbsp;และก่อสร้างระบบระบายน้ำ&amp;nbsp;&amp;nbsp;พร้อมทั้ง&amp;nbsp;เดินทางไปพบปะเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ด่านพรมแดนเบตง&amp;nbsp;เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติงานในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>NULL</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.เบตง จ.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318145032347</Link_News></row>
<row _id="132"><NewsTitle>ครม. เคาะ 3.45 หมื่นล้าน จ่าย สถานพยาบาล ค่าบริการสาธารณสุขโควิด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ครม.&amp;nbsp;เคาะ&amp;nbsp;3.45&amp;nbsp;หมื่นล้าน&amp;nbsp;จ่าย&amp;nbsp;สถานพยาบาล&amp;nbsp;ค่าบริการสาธารณสุขโควิด&amp;nbsp;ช่วง&amp;nbsp;ธ.ค.&amp;nbsp;64&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ก.พ.65&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวรัชดา&amp;nbsp;ธนาดิเรก&amp;nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ครม.อนุมัติโครงการค่าบริการสาธารณสุขภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;รอบที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;34,528&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&amp;nbsp;(สปสช.)&amp;nbsp;เพื่อเป็นค่าบริการสาธารณสุขโรคโควิด-19&amp;nbsp;และบริการอื่นที่เกี่ยวข้องของหน่วยบริการหรือสถานพยาบาลที่ให้บริการแล้วระหว่างเดือนธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;-&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยใช้งบประมาณจากพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;เพิ่มเติม&amp;nbsp;พ.ศ.2564&amp;nbsp;ซึ่งโครงการนี้มีกลุ่มเป้าหมาย&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ประชาชนทุกคนที่อาศัยอยู่ในไทย&amp;nbsp;หน่วยบริการหรือสถานพยาบาลที่จัดบริการสาธารณสุขทั้งภาครัฐและเอกชนและผู้ให้บริการสาธารณสุขทั่วประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ที่ประชุมได้มอบหมายให้&amp;nbsp;สปสช.&amp;nbsp;ประมาณการค่าบริการสาธารณสุขในช่วงเดือนมีนาคม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;กันยายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เพื่อให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์&amp;nbsp;UCEP&amp;nbsp;Plus&amp;nbsp;และสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;พร้อมทั้งตรวจสอบเอกสารการเบิกจ่ายค่าบริการสาธารณสุขของหน่วยบริการให้สอดคล้องกับการรักษาพยาบาลผู้ติดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;ที่เกิดขึ้นจริงและเร่งประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการดำเนินการตามหลักเกณฑ์&amp;nbsp;UCEP&amp;nbsp;Plus&amp;nbsp;ให้ประชาชนรับรู้และเข้าใจ&amp;nbsp;ซึ่งจะเริ่มบังคับใช้ในวันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;มีนาคมนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>กาญจนบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318172601478</Link_News></row>
<row _id="133"><NewsTitle>รองแม่ทัพภาคที่ 4 ลงพื้นที่ติดตามความพร้อมเตรียมเปิดด่านชายแดนไทย-มาเลเซีย ณ ด่านวังประจัน อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล ก่อนเปิดด่านชายแดนทั้ง 2 ประเทศ ในวันที่ 1 เมษายน 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(18&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;12.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;พลตรีศานติ&amp;nbsp;ศกุนตนาค&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รองแม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;พลตรีวรเดช&amp;nbsp;เดชรักษา&amp;nbsp;ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;พลเอกเรวัต&amp;nbsp;เซ่งเข็ม&amp;nbsp;ผู้บังคับกองพันทหารราบที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กรมทหารราบที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ค่ายสมันตรัฐบุรินทร์&amp;nbsp;จังหวัดสตูล&amp;nbsp;นายสุพจน์&amp;nbsp;รอดเรือง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;หนองคาย&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&amp;nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;เดินทางไปยังด่านชายแดนไทย-มาเลเซีย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ด่านวังประจัน&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลวังประจัน&amp;nbsp;อำเภอควนโดน&amp;nbsp;จังหวัดสตูล&amp;nbsp;เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจกำลังทหารจาก&amp;nbsp;ร.5&amp;nbsp;พัน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ค่ายสมันตรัฐบุรินทร์&amp;nbsp;และกองกำลังเทพสตรี&amp;nbsp;ที่ตรวจร่วมกับกำลังทหารของประเทศมาเลเซีย&amp;nbsp;ตามแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;พ.ต.อ.ธนิสรณ์&amp;nbsp;แสงท่านั่ง&amp;nbsp;ผกก.ตม.จ.สตูล&amp;nbsp;พ.ต.อ.บุญเลิศ&amp;nbsp;ตรัสสิริ&amp;nbsp;ผกก.สภ.ควนโดน&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;พ.ท.Asmi&amp;nbsp;Bin&amp;nbsp;Tukiman&amp;nbsp;&amp;nbsp;เสนาธิการกองพลน้อยที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ซึ่งรับผิดชอบชายแดนด้านรัฐเปอร์ลิส&amp;nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รองแม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กล่าวด้วยว่า&amp;nbsp;วันนี้มาตรวจดูการเตรียมความพร้อม&lt;/strong&gt;ที่จะเปิดด่านชายแดนทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ประเทศ&amp;nbsp;ทั้งฝั่งไทยและมาเลเซียที่จะเปิดในวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่จะถึงนี้&amp;nbsp;โดยเฉพาะความพร้อมของด่านวังประจัน&amp;nbsp;อำเภอควนโดน&amp;nbsp;จังหวัดสตูล&amp;nbsp;โดยก่อนจะมาที่จังหวัดสตูล&amp;nbsp;ได้ไปติดตามความพร้อมที่ด่านสะเดา&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;สำหรับความพร้อมของฝั่งไทยทั้งอำเภอสะเดา&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;และจังหวัดสตูลมีความพร้อมมาก&amp;nbsp;ในส่วนของด้านสาธารณสุขในพื้นที่ก็มีความพร้อมเช่นกัน&amp;nbsp;ตนคิดว่าเราพร้อมที่จะเปิดได้&amp;nbsp;แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราเปิดฝ่ายเดียวก็ไม่ได้&amp;nbsp;ต้องรอฝ่ายมาเลเซียเปิดด้วย&amp;nbsp;เพราะเราก็ต้องการนักท่องเที่ยวเข้ามา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ในปัจจุบันสถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;ของทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ประเทศยังคงสูงอยู่&amp;nbsp;อาจจะต้องหารือร่วมกันอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง&amp;nbsp;สำหรับในวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;ตนเองไม่มั่นใจว่าจะเปิดได้หรือไม่ได้&amp;nbsp;คงจะขึ้นอยู่ที่ความพร้อมของฝ่ายมาเลเซียด้วย&amp;nbsp;แต่ฝั่งไทยนั้นพร้อมที่จะเปิดเพราะได้เตรียมการไว้เรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;ขณะที่ทหารซึ่งมีหน้าที่ดูแลแนวชายแดนก็ได้บูรณาการร่วมกัน&amp;nbsp;ตนมั่นใจว่ากำลังทหารพร้อมโดยใช้กำลังของกำลังเทพสตรีและตชด.&amp;nbsp;หลังจากนั้น&amp;nbsp;รองแม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ได้ไปตรวจเยี่ยมการเตรียมความพร้อมในการจัดเตรียมเป็นสถานที่กักตัวทางเลือก&amp;nbsp;(AQ)&amp;nbsp;สำหรับรับนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โรงแรมสินเกียรติบุรี&amp;nbsp;ถนนบุรีวานิช&amp;nbsp;อำเภอเมืองสตูล&amp;nbsp;จังหวัดสตูลด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สตูล</Province><Department>สวท.สตูล</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318164712456</Link_News></row>
<row _id="134"><NewsTitle>รองแม่ทัพภาพที่ 4 ลงพื้นที่จังหวัดสตูล ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจหน่วยกำลังป้องกันด่านชายแดนไทย-มาเลเซีย และตรวจความพร้อมเปิดด่านชายแดน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(18&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;พลตรีศานติ&amp;nbsp;ศกุนตนาค&amp;nbsp;รองแม่ทัพภาพที่&amp;nbsp;4&lt;/strong&gt;/รองผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการ&amp;nbsp;กองทัพภาคที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;พลตรี&amp;nbsp;วรเดช&amp;nbsp;เดชรักษา&amp;nbsp;ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;พ.อ.เรวัตร&amp;nbsp;เซ่งเข็ม&amp;nbsp;ผู้บังคับกองพันทหารราบที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กรมทหารราบที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ค่ายสมันตรัฐบุรินทร์&amp;nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่เดินทางไปยังด่านชายแดนไทย-มาเลเซีย&amp;nbsp;ด่านวังประจัน&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลวังประจัน&amp;nbsp;อำเภอควนโดน&amp;nbsp;จังหวัดสตูล&amp;nbsp;เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจกำลังทหารจาก&amp;nbsp;ร.5&amp;nbsp;พัน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ค่ายสมันตรัฐบุรินทร์และกองกำลังเทพสตรีที่ตรวจร่วมกับกำลังทหารของประเทศมาเลเซีย&amp;nbsp;ตามแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;พ.ต.อ.ธนิสรณ์&amp;nbsp;แสงท่านั่ง&amp;nbsp;ผกก.ตม.จ.สตูล&amp;nbsp;พ.ต.อ.บุญเลิศ&amp;nbsp;ตรัสสิริ&amp;nbsp;ผกก.สภ.ควนโดน&amp;nbsp;และพ.ท.Asmi&amp;nbsp;Bin&amp;nbsp;Tukiman&amp;nbsp;เสณาธิการกองพลน้อยที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ซึ่งรับผิดชอบชายแดนด้านรัฐเปอร์ลิส&amp;nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลตรีศานติ&amp;nbsp;ศกุนตนาค&amp;nbsp;รองแม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้เพื่อติดตามความพร้อมเปิดด่านชายแดนวังประจัน&amp;nbsp;จังหวัดสตูล&amp;nbsp;ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ลงพื้นที่ตรวจด่านสะเดาที่จังหวัดสงขลาแล้วด้วย&amp;nbsp;โดยได้ตรวจติดตามตั้งแต่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;ทั้งเรื่องกำลังพล&amp;nbsp;การบริหารจัดการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;รวมถึงการลงทะเบียนเดินทางเข้าไทยโครงการ&amp;nbsp;TEST&amp;nbsp;&amp;amp;&amp;nbsp;GO&amp;nbsp;จากการตรวจติดตามสถานการณ์ภาพรวมทั้งด่านสะเดาที่จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;และด่านวังประจัน&amp;nbsp;จังหวัดสตูลนั้นฝั่งประเทศไทยมีความพร้อมเปิดด่านแล้ว&amp;nbsp;แต่อย่างไรก็ตามต้องรอทางฝั่งประเทศมาเลเซียมีความพร้อมและประกาศเปิดด่านต่อไป&amp;nbsp;ซึ่งเชื่อว่าเมื่อเปิดด่านจะนำไปสู่การขยายตัวทางเศรษฐกิจ&amp;nbsp;เป็นประโยชน์กับทั้งสองประเทศอย่างมาก&amp;nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการท่องเที่ยวจะฟื้นตัวขึ้นอย่างแน่นอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>NULL</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318165053458</Link_News></row>
<row _id="135"><NewsTitle>รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ตรวจเยี่ยมสำนักงานยุติธรรมจังหวัดนครราชสีมา ติดตามผลการดำเนินงานด้านการขับเคลื่อนนโยบายการอำนวยความยุติธรรมในพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(18&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์&amp;nbsp;วิศิษฏ์สรอรรถ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ปลัดกระทรวงยุติธรรม&amp;nbsp;มอบหมายให้นายวัลลภ&amp;nbsp;นาคบัว&amp;nbsp;รองปลัดกระทรวงยุติธรรม&amp;nbsp;และคณะ&amp;nbsp;ตรวจเยี่ยมสำนักงานยุติธรรมจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;พร้อมทั้ง&amp;nbsp;ร่วมประชุมกับนายวิเชียร&amp;nbsp;ไชยสอน&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานยุติธรรมจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;เพื่อติดตามผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม&amp;nbsp;และปลัดกระทรวงยุติธรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยติดตามผลการปฏิบัติงานและรายงานสถานการณ์&lt;/strong&gt;การอำนวยความยุติธรรมในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;การไกล่เกลี่ยหนี้สินภาคครัวเรือน&amp;nbsp;การช่วยเหลือเหยื่อ&amp;nbsp;ผู้เสียหาย&amp;nbsp;และผู้ไม่ได้รับความเป็นธรรม&amp;nbsp;แบบบูรณาการ&amp;nbsp;ภายใต้แนวคิด&amp;nbsp;ยุติธรรมใส่ใจ&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;(Justice&amp;nbsp;Care)&amp;nbsp;ทั้งการขอรับความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา&amp;nbsp;การให้คำปรึกษากฎหมายแก่ประชาชน&amp;nbsp;และการขอรับความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรม&amp;nbsp;ซึ่งเป็นแนวทางการดำเนินงานเชิงรุกตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการอำนวยความยุติธรรม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครราชสีมา</Province><Department>สวท.นครราชสีมา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318204252551</Link_News></row>
<row _id="136"><NewsTitle>ปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล ตามมาตรการป้องกันและบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดให้ได้ผล เป็นรูปธรรม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลเอก ณัฐ อินทรเจริญ &lt;/strong&gt;ได้รับมอบหมายจากพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีให้ทำหน้าที่ประธานคณะทำงานประสานงานเพื่อเตรียมการประชุมคณะกรรมการประสานงานแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานการณ์โควิด-19 ที่ห้องประชุม ชั้น 6 อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (ศรีสมาน)&amp;nbsp;อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ประชุมได้รับทราบ ความคืบหน้าการเตรียมความพร้อม&lt;/strong&gt; การกำหนดโครงสร้าง อำนาจหน้าที่ในการเตรียมการดำเนินงาน และการประสานงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่นการรับเรื่องราวร้องทุกข์&amp;nbsp;การจัดระบบแจ้งเหตุด่วนผู้ป่วย และบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากแนวโน้มของสถานการณ์ยาเสพติดของไทยในปัจจุบัน&lt;/strong&gt; ยังมีความพยายามของขบวนการค้ายาเสพติด ที่ยังมีลักลอบนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านทางด้านทิศเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ อย่างต่อเนื่อง โดยมีการลำเลียงเข้าประเทศไทยและขณะเดียวกันก็มีแนวโน้มขยายตัวของการเพิ่มช่องทางติดต่อการค้ายาเสพติดออนไลน์ และการส่งผ่านทางไปรษณีย์ ไปยังผู้เสพ เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะทำให้มีผู้ป่วยจากยาเสพติดเพิ่มมากขึ้นด้วย &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ล่าสุด พลเอก ประวิตร ได้เน้นย้ำว่า&lt;/strong&gt; รัฐบาลได้ให้ความสำคัญสูงสุด ต่อการเร่งรัดกวดขัน ปราบปราม ขบวนการค้ายาเสพติด ตั้งแต่ ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง โดยให้ทุกส่วนราชการมีความหนักแน่น ทุ่มเท ปฏิบัติหน้าที่ ให้ครบวงจร และให้สอดคล้องกับแผนปฏิบัติการด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ.2565 โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านมาตรการป้องกันและมาตรการบำบัดรักษา รวมถึงการบริหารจัดการแบบบูรณาการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลเอก ณัฐ&amp;nbsp;กล่าวย้ำต่อที่ประชุม&lt;/strong&gt; โดยขอความร่วมมือคณะทำงานและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้เตรียมความพร้อมการดำเนินงานและปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล ตามมาตรการป้องกันและบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดให้ได้ผล เป็นรูปธรรม &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>หน่วยงานสำนักข่าว</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318204847553</Link_News></row>
<row _id="137"><NewsTitle>จังหวัดสุราษฎร์ธานี เดินหน้าขจัดปัญหาความยากจน ประชาชนกลุ่มเปราะบาง 123 ครัวเรือน ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ตามแนวหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม เพื่อให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นายวิชวุทย์&amp;nbsp;จินโต&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สั่งการให้นายชาญวิทย์&amp;nbsp;สิรภักดี&amp;nbsp;นายอำเภอบ้านนาเดิม&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจครัวเรือนประชาชนกลุ่มเปราะบาง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;123&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;ที่ได้รับการสำรวจและตรวจสอบในการยืนยันข้อมูลในระบบ&amp;nbsp;TPMAP&amp;nbsp;Logbook&amp;nbsp;เพื่อจัดทำแผนครัวเรือน&amp;nbsp;ตามแบบ&amp;nbsp;ศจพ.3&amp;nbsp;และแบบ&amp;nbsp;ศจพ.4&amp;nbsp;ภายใต้คอนเซ็ปต์&amp;nbsp;"นาเดิมก้าวไกล&amp;nbsp;เดินไปด้วยกัน"&amp;nbsp;เดินหน้าขจัดปัญหาความยากจน&amp;nbsp;ในการนี้นายอำเภอบ้านนาเดิม&amp;nbsp;ได้หมอบหมายให้นางสุรีย์พร&amp;nbsp;แผนสูงเนิน&amp;nbsp;พัฒนาการอำเภอบ้านนาเดิม/กรรมการและเลขานุการศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วยวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงระดับอำเภอ&amp;nbsp;เป็นผู้ดำเนินการภารกิจดังกล่าว&amp;nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ลงพื้นที่เพื่อดำเนินการดังกล่าว&amp;nbsp;ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ตามแนวหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการแก้ไขปัญหาความยากจน&amp;nbsp;อีกทั้ง&amp;nbsp;เพื่อเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดี&amp;nbsp;พร้อมทั้งสามารถสร้างงาน&amp;nbsp;สร้างอาชีพ&amp;nbsp;ในครัวเรือน&amp;nbsp;ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไปในอนาคต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;สำหรับศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;(ศจพ.)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นกลไกเชิงนโยบายในการดำเนินการแก้ไขปัญหาความยากจน&amp;nbsp;ลดความเหลื่อมล้ำและการพัฒนาคนทุกช่วงวัย&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาที่เกี่ยวข้องอย่างบูรณาการเป็นรูปธรรมและยั่งยืนได้ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ&amp;nbsp;นำไปสู่การบรรลุวิสัยทัศน์&amp;nbsp;"ประเทศไทยมีความมั่นคง&amp;nbsp;มั่งคั่ง&amp;nbsp;ยั่งยืน&amp;nbsp;เป็นประเทศพัฒนาแล้ว&amp;nbsp;ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง"&amp;nbsp;ได้อย่างเป็นรูปธรรม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;การดำเนินการตรวจเยี่ยมและติดตามครัวเรือนกลุ่มเปราะบางของอำเภอบ้านนาเดิม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้ดำเนินการครบแล้วทั้ง&amp;nbsp;123&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;โดยจำแนกครัวเรือนได้ดังนี้&amp;nbsp;ตำบลนาใต้&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;37&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;ตำบลบ้านนา&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;ตำบลท่าเรือ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;ตำบลทรัพย์ทวี&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;49&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;และเทศบาลตำบลบ้านนา&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;โดยทางเจ้าหน้าจะนำข้อมูลบันทึกในระบบ&amp;nbsp;TPMAP&amp;nbsp;Logbook&amp;nbsp;และส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้ความช่วยเหลือตามเมนูแก้จนต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สุราษฎร์ธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319082608597</Link_News></row>
<row _id="138"><NewsTitle>ทหารพราน 47 พิทักษ์พื้นที่-ประชาชน สร้างความเชื่อมั่น รักษาความปลอดภัย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&amp;nbsp;47&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จัดกำลังพลชุดปฏิบัติการพิทักษ์พื้นที่&amp;nbsp;(ชป.พิทักษ์พื้นที่)&amp;nbsp;ทำการเดินลาดตระเวนพิสูจน์ทราบเชิงรุก&amp;nbsp;ในพื้นที่อำเภอยะหา&amp;nbsp;อำเภอกาบัง&amp;nbsp;และอำเภอกรงปินัง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ป่าภูเขา&amp;nbsp;ชุมชนไทยพุทธ&amp;nbsp;และพื้นที่ป่าท้ายหมู่บ้าน&amp;nbsp;โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการเดินลาดตระเวนตรวจตราในจุดเสี่ยง/จุดล่อแหลมต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เพื่อเป็นการรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;ตลอดจนสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าสินค้า&amp;nbsp;สินค้าหนีภาษี&amp;nbsp;และยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;โดยในการปฏิบัติภารกิจต่าง&amp;nbsp;ๆ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อยู่ภายใต้มาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;รวมทั้งกำลังพลมีความตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา&amp;nbsp;และไม่ประมาทต่อสถานการณ์ในพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&amp;nbsp;47&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตาสอดส่องดูแลพื้นที่&amp;nbsp;และร่วมกันแจ้งเบาะแสเมื่อพบเจอสิ่งผิดปกติในพื้นที่&amp;nbsp;หากพบเห็นบุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่&amp;nbsp;สามารถแจ้งได้ที่เบอร์สายตรงแม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;โทร&amp;nbsp;06-1173-2999&amp;nbsp;และเบอร์สายด่วน&amp;nbsp;1341&amp;nbsp;หรือหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ใกล้บ้านได้ตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319104826610</Link_News></row>
<row _id="139"><NewsTitle>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  เข้มงวดกับการแยกขยะที่ถูกวิธี  พบ อบต. ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาประสบผลสำเร็จ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;เข้มงวดกับการแยกขยะที่ถูกวิธี&amp;nbsp; พบ อบต. ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาประสบผลสำเร็จ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นางศุภฤกษ์ &amp;nbsp;ดวงขวัญ ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมการจัดการสิ่งแวดล้อม สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 6 &amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp; ได้รับมอบหมายจาก นางสาวผุสดี &amp;nbsp;เยี่ยมสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 6 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ลงพื้นที่ประเมินองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามโครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน &amp;nbsp;เกี่ยวกับการคัดแยกขยะต้นทางของ 7 อบต. ใน 5 อำเภอ ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา &amp;nbsp;พบว่า &amp;nbsp;อบต.มารวิชัย &amp;nbsp;อบต.รางจรเข้ &amp;nbsp;อ.เสนา&amp;nbsp; อบต.ลาดบัวหลวง&amp;nbsp; อบต. สิงหนาท &amp;nbsp;&amp;nbsp;อ.ลาดบัวหลวง&amp;nbsp;&amp;nbsp; อบต.โคกม่วง &amp;nbsp;อ.ภาชี&amp;nbsp; อบต.มหาราช อ.มหาราช&amp;nbsp; และ อบต.พุทเลา อ.บางปะหัน ได้จัดกิจกรรมให้ความรู้กับพี่น้องประชาชน นักเรียน และกลุ่มเป้าหมาย &amp;nbsp;มีความเข้าใจการแยกขยะที่ถูกต้อง &amp;nbsp;หรือการนำของเหลือใช้ไปใช้ประโยชน์เพื่อลดขยะภายในครัวเรือน&amp;nbsp; โดยแยกขยะออกเป็น 4 &amp;nbsp;ประเภท &amp;nbsp;เช่น ขยะรีไซเคิล &amp;nbsp;เก็บไว้ขาย &amp;nbsp;ขยะอินทรีย์ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำปุ๋ยหมัก ลดการใช้ขยะทั่วไปเพื่อลดขยะที่นำกำจัด และแยกของเสียอันตราย ทั้งหลอดไฟ &amp;nbsp;ถ่ายไฟฉาย &amp;nbsp;แบตเตอรี่ &amp;nbsp;ขวดยาเก่า &amp;nbsp;ซึ่งแต่ละ อบต. จะนำไปส่งที่ศูนย์รวบรวมของเสียอันตรายขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา &amp;nbsp;เพื่อกำจัดอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนั้น ยังมี อบต.ที่ดำเนินการกิจกรรมจูงใจการลดคัดแยกขยะได้อย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; อบต.มารวิชัย อำเภอเสนา &amp;nbsp;โดยจัดทำเสวียนใส่ใบไม้ &amp;nbsp;มีการจัดการขยะรีไซเคิล พร้อมจัดตั้งกองทุนฌาปนกิจขยะตำบลมารวิชัย &amp;nbsp;จัดทำตู้รวบรวมของเสียอันตรายวางไว้ตามจุดต่างๆ ในชุมชน รวมถึง ทำโรงเรือนเก็บรวบรวมของเสียอันตรายจากชุมชน &amp;nbsp;ส่วน อบต.สิงหนาท อำเภอลาดบัวหลวง &amp;nbsp;ได้จัดซื้อวงบ่อซีเมนต์สำหรับครัวเรือนใช้คัดแยกขยะรีไซเคิล &amp;nbsp;ดำเนินกิจกรรมของเสียอันตรายแลกข้าว ในอัตราการแลกเปลี่ยน &amp;nbsp;ขยะอันตราย 5 กิโลกรัม แลกข้าวสารได้ 1 กิโลกรัม &amp;nbsp;พร้อมรณรงค์ให้ครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการใช้ตะกร้าแทนการใช้ถุงพลาสติก &amp;nbsp;พร้อมกันนี้&amp;nbsp; มีการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์สำหรับบ้านที่เข้าร่วมกิจกรรม คือ ติดป้ายบ้านนี้เข้าร่วมกิจกรรมตะกร้าคว้ารางวัลไว้บริเวณหน้าบ้าน &amp;nbsp;จัดทำคูปองแลกของรางวัลสำหรับครัวเรือนที่ไม่รับถุงพลาสติก &amp;nbsp;มีอัตราการซื้อ 30 บาท ได้รับคูปอง 1 ใบ ทั้งนี้ &amp;nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 6 &amp;nbsp;ได้ให้ข้อเสนอแนะการลดคัดแยกขยะ &amp;nbsp;คือการเก็บรวบรวบพลาสติกยืด &amp;nbsp;พลาสติกแข็ง &amp;nbsp;กล่องนมสะอาด รวมทั้งอะลูมิเนียม &amp;nbsp;นำมาบริจาคเพื่อสาธารณะประโยชน์ต่อไปอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319113106621</Link_News></row>
<row _id="140"><NewsTitle>ครม. อนุมัติโครงการค่าบริการสาธารณสุขภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปี 2565 วงเงิน 34,528 ล้านบาทของ สปสช. เพื่อดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่&amp;nbsp;รายงานว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;คณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;(ครม.)&amp;nbsp;อนุมัติโครงการค่าบริการสาธารณสุขภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;รอบที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;34,528&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&amp;nbsp;(สปสช.)&amp;nbsp;เพื่อเป็นค่าดูแลผู้ป่วยโควิด-19&amp;nbsp;แก่สถานพยาบาลระหว่างเดือน&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;-&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และให้ประมาณการค่าบริการ&amp;nbsp;สาธารณสุขในช่วงเดือนมีนาคม-กันยายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์&amp;nbsp;UCEP&amp;nbsp;Plus&amp;nbsp;ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;มีนาคมเป็นต้นมา&amp;nbsp;การใช้หลักเกณฑ์&amp;nbsp;UCEP&amp;nbsp;Plus&amp;nbsp;เป็นการปรับวิธีการเบิกจ่ายเงินเท่านั้น&amp;nbsp;โดยยังยึดหลักการผู้ติดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;ทุกคนในประเทศไทยยังได้รับการรักษาฟรี&amp;nbsp;ตามความเหมาะสมของอาการ&amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบันได้แบ่งเป็น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ป่วยสีเขียว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อาการ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ไม่มีอาการ&amp;nbsp;มีไข้อุณหภูมิ&amp;nbsp;37.5&amp;nbsp;องศาเซลเซียสขึ้นไป&amp;nbsp;ลิ้นไม่รับรส&amp;nbsp;จมูกไม่รับกลิ่น&amp;nbsp;ไอมีน้ำมูก&amp;nbsp;เจ็บคอ&amp;nbsp;ตาแดง&amp;nbsp;มีผื่น&amp;nbsp;ถ่ายเหลว&amp;nbsp;กลุ่มนี้รักษาฟรีใน&amp;nbsp;รพ.&amp;nbsp;ตามสิทธิ&amp;nbsp;ทั้งบัตรทอง&amp;nbsp;ข้าราชการ&amp;nbsp;และประกันสังคม&amp;nbsp;กรณีทำงานต่างพื้นที่สามารถเข้า&amp;nbsp;รพ.เครือข่ายสิทธิสุขภาพได้&amp;nbsp;การรักษาในกักตัวที่บ้าน&amp;nbsp;HI&amp;nbsp;ในชุมชน&amp;nbsp;CI&amp;nbsp;และโครงการ&amp;nbsp;เจอ&amp;nbsp;แจก&amp;nbsp;จบ&amp;nbsp;ที่หน่วยบริการใกล้บ้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ป่วยสีเหลือง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;อาการ&amp;nbsp;แน่นหน้าอก&amp;nbsp;หายใจลำบาก&amp;nbsp;หายใจเร็ว&amp;nbsp;หายใจเหนื่อย&amp;nbsp;ปอดอักเสบ&amp;nbsp;ถ่ายเหลวมากกว่า&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ครั้งต่อวัน&amp;nbsp;เด็กมีอาการหายใจลำบาก&amp;nbsp;ซึมลง&amp;nbsp;ไม่ดื่มนม&amp;nbsp;หรือทานอาหารน้อยลง&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;608&amp;nbsp;ผู้สูงอายุ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ปีขึ้นไป&amp;nbsp;มีโรคเรื้อรัง&amp;nbsp;หญิงตั้งครรภ์&amp;nbsp;อ้วน&amp;nbsp;น้ำหนักเกิน&amp;nbsp;90&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;การรักษา&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;รักษาฟรีใน&amp;nbsp;รพ.&amp;nbsp;ตามสิทธิหรือ&amp;nbsp;UCEP&amp;nbsp;Plus&amp;nbsp;ฟรีทุก&amp;nbsp;รพ.ทั้งภาครัฐและเอกชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ป่วยสีแดง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;อาการ&amp;nbsp;หอบเหนื่อย&amp;nbsp;พูดไม่เป็นประโยคขณะสนทนา&amp;nbsp;แน่นหน้าอก&amp;nbsp;หายใจเจ็บหน้าอก&amp;nbsp;ปอดอักเสบรุนแรง&amp;nbsp;มีภาวะช็อก&amp;nbsp;มีภาวะโคม่า&amp;nbsp;ซึมลง&amp;nbsp;มีอาการไข้สูงกว่า&amp;nbsp;39&amp;nbsp;องศาเซลเซียสนานกว่า&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;และค่าออกซิเจนน้อยกว่า&amp;nbsp;94%&amp;nbsp;รักษาฟรีใน&amp;nbsp;รพ.ตามสิทธิ&amp;nbsp;หรือใช้สิทธิ&amp;nbsp;UCEP&amp;nbsp;Plus&amp;nbsp;รักษาฟรีทุก&amp;nbsp;รพ.ทั้งภาครัฐและเอกชน&amp;nbsp;ทั้งนี้การปรับหลักเกณฑ์จาก&amp;nbsp;UCEP&amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;UCEP&amp;nbsp;Plus&amp;nbsp;เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณในการดูแลสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;นั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เนื่องจากในช่วงแรกของการระบาด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีการประกาศให้ผู้ป่วยโควิด-19&amp;nbsp;ทุกคนสามารถใช้สิทธิ&amp;nbsp;UCEP&amp;nbsp;(ฉุกเฉินเข้าได้ทุก&amp;nbsp;รพ.)&amp;nbsp;พบว่าการเบิกจ่ายงบประมาณในการดูแลผู้ป่วยผ่าน&amp;nbsp;สปสช.&amp;nbsp;ในช่วงปี&amp;nbsp;2563-2564&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;54,479.67&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;โดยพบว่าจากจำนวนผู้ป่วยที่ใช้สิทธิ&amp;nbsp;UCEP&amp;nbsp;ทั้งหมด&amp;nbsp;768,491&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;เป็นผู้ป่วยสีเขียว&amp;nbsp;88%&amp;nbsp;รองลงมาคือสีเหลือง&amp;nbsp;11%&amp;nbsp;และสีแดง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;%&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับลดจำนวนวันรักษาโควิด-19&amp;nbsp;ในโรงพยาบาล&amp;nbsp;ซึ่งเดิมกำหนดไว้&amp;nbsp;10&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;จะมีการหารือปรับเป็นลักษณะ&amp;nbsp;7+3&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;รักษาในโรงพยาบาล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;และกลับไปแยกกักตัวที่บ้านต่ออีก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;เนื่องจากปัจจุบันมีข้อมูลทางวิชาการเกี่ยวกับโควิด-19&amp;nbsp;มากขึ้น&amp;nbsp;แต่ทั้งนี้จะมีการพิจารณาบนหลักของความปลอดภัย&amp;nbsp;ครม.&amp;nbsp;มีมติอนุมัติเปลี่ยนแปลงรายการจัดหาเวชภัณฑ์ยาและขยายระยะเวลาดำเนินการโครงการแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่&amp;nbsp;:&amp;nbsp;กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(COVID-19)&amp;nbsp;ระยะการระบาดระลอกเมษายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จากเดิมอนุมัติให้จัดซื้อยาโมลนูพิราเวียร์&amp;nbsp;50,000&amp;nbsp;โดส&amp;nbsp;โดยเปลี่ยนเป็นยาฟาวิพิราเวียร์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;17,065,457&amp;nbsp;เม็ด&amp;nbsp;และยาเรมเดซิเวียร์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5,166&amp;nbsp;ขวด&amp;nbsp;เนื่องจากแนวทางเวชปฏิบัติการวินิจฉัย&amp;nbsp;ดูแลรักษาและป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล&amp;nbsp;กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(CPG&amp;nbsp;COVID-19)&amp;nbsp;กำหนดให้ยาฟาวิพิราเวียร์เป็นยาหลักที่ใช้ในการรักษาผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง&amp;nbsp;ทั้งที่ไม่มีอาการปอดอักเสบหรือมีอาการปอดอักเสบเล็กน้อย&amp;nbsp;ปัจจุบันมีอัตราการใช้ยาฟาวิพิราเวียร์&amp;nbsp;ร้อยละ&amp;nbsp;87&amp;nbsp;ของผู้ป่วยที่ติดเชื้อทั้งหมด&amp;nbsp;และสำรองยาเรมเดซิเวียร์&amp;nbsp;เพื่อใช้ในการรักษาผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงและผู้ป่วยที่มีอาการ&amp;nbsp;ไม่รุนแรงแต่มีข้อห้ามในการใช้ยาฟาวิพิราเวียร์&amp;nbsp;โดยมีอัตราการใช้ยาร้อยละ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ของผู้ป่วยติดเชื้อทั้งหมด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แพร่</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319135346681</Link_News></row>
<row _id="141"><NewsTitle>ครม. ต่ออายุแรงงาน กัมพูชา ลาว และเมียนมา พร้อมนำเข้าแรงงานถูกกฎหมาย ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่&amp;nbsp;รายงานว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;(ครม.)&amp;nbsp;มีมติเห็นชอบการบริหารจัดการ&amp;nbsp;การทำงานของคนต่างด้าว&amp;nbsp;3&amp;nbsp;สัญชาติ&amp;nbsp;คือกัมพูชา&amp;nbsp;ลาว&amp;nbsp;และเมียนมา&amp;nbsp;ซึ่งเข้ามาทำงานตามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงาน&amp;nbsp;(MOU)&amp;nbsp;ภายใต้ข้อตกลงว่าด้วยการจ้างงาน&amp;nbsp;(Agreement)&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;ซึ่งมีวาระการจ้างงานครบ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ในปีนี้&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ให้สามารถดำเนินการขออนุญาตทำงานหรือขอต่ออายุใบทำงานและขอรับการตรวจอนุญาตให้อยู่เป็นการชั่วคราวต่อไปได้อีกไม่เกิน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การต่ออายุดังกล่าวทำให้แรงงานต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทยภายใต้เงื่อนไขดังกล่าว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สามารถทำงานต่อได้โดยไม่ต้องเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย&amp;nbsp;ตามสถานการณ์การระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;อีกทั้งยังตอบโจทย์ความต้องการของนายจ้างหรือผู้ประกอบการที่ยังมีความต้องการแรงงานที่เป็นคนต่างด้าว&amp;nbsp;เพื่อให้ภาคธุรกิจและเศรษฐกิจของประเทศสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติในหลักการร่างประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง&amp;nbsp;การยกเว้นข้อห้ามมิให้คนต่างด้าวเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษเพื่อการทำงานสำหรับคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา&amp;nbsp;ลาวและเมียนมา&amp;nbsp;ซึ่งได้รับอนุญาตให้เข้ามาทำงานในราชอาณาจักรตามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงานภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัส&amp;nbsp;โคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;เพื่อให้คนต่างด้าวดังกล่าวสามารถอยู่ในราชอาณาจักรต่อไปได้เป็นกรณีพิเศษอีก&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;(ในระหว่างที่ขอต่ออายุใบอนุญาตทำงานอีกไม่เกิน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี)&amp;nbsp;ปัจจุบันมีคนต่างด้าว&amp;nbsp;ภายใต้&amp;nbsp;MOU&amp;nbsp;ในวาระการจ้างงานจะครบ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&amp;nbsp;106,580&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;กัมพูชา&amp;nbsp;26,840&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ลาว&amp;nbsp;25,504&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;เมียนมา&amp;nbsp;54,236&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ทางการของประเทศกัมพูชา&amp;nbsp;ลาว&amp;nbsp;และเมียนมา&amp;nbsp;ได้มีหนังสือ&amp;nbsp;เห็นชอบกับการดำเนินการดังกล่าวด้วยแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ขั้นตอนขอใบอนุญาตทำงานต่อ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กำหนดให้แรงงานต่างด้าวต้องดำเนินการตามขั้นตอนให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาไม่เกิน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;นับจากวันที่การอนุญาตทำงานของคนต่างด้าว&amp;nbsp;รายนั้นๆ&amp;nbsp;สิ้นสุด&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สถานที่ตั้งของแต่ละหน่วยงาน&amp;nbsp;มีแนวทางการดำเนินการ&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.&amp;nbsp;คนต่างด้าวตรวจสุขภาพ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สถานพยาบาลที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล&amp;nbsp;โดยคนต่างด้าวที่จะขอรับใบอนุญาตทำงานต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนด&amp;nbsp;ในกฎกระทรวงกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของคนต่างด้าวที่จะขอรับใบอนุญาต&amp;nbsp;ทำงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.&amp;nbsp;คนต่างด้าวยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตทำงานก่อนที่ใบอนุญาตทำงานสิ้นอายุ&amp;nbsp;และกรณีคนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ&amp;nbsp;ที่ยังมิได้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตทำงานก่อนที่ใบอนุญาตทำงานเดิมสิ้นอายุ&amp;nbsp;หากประสงค์จะทำงานต่อให้ยื่นคำขออนุญาตทำงานภายในระยะเวลา&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;นับแต่วันที่ใบอนุญาตทำงานสิ้นอายุ&amp;nbsp;โดยคนต่างด้าวจะสามารถทำงานได้&amp;nbsp;เมื่อได้รับใบอนุญาตทำงานแล้วเท่านั้น&amp;nbsp;*นายทะเบียนจะอนุญาตทำงานได้&amp;nbsp;ไม่เกิน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;นับแต่วันที่ใบอนุญาตทำงานสิ้นอายุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.&amp;nbsp;คนต่างด้าวขอรับการตรวจอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวต่อไป&amp;nbsp;เพื่อทำงานเท่ากับระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้ทำงานตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว&amp;nbsp;แต่ไม่เกิน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;นับจากวันที่การอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรสิ้นสุดลง&amp;nbsp;กรณีที่หนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางสิ้นอายุ&amp;nbsp;ให้คนต่างด้าวดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งเอกสารดังกล่าว&amp;nbsp;เพื่อใช้ในการขอรับการตรวจอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4.จัดทำทะเบียนประวัติคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;นายจ้าง/สถานประกอบการ&amp;nbsp;หรือคนต่างด้าวต้องการข้อมูลเพิ่มเติม&amp;nbsp;สามารถสอบถามได้ที่สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่&amp;nbsp;1-10&amp;nbsp;หรือสำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด&amp;nbsp;ที่เป็นที่ตั้งของสถานประกอบการ&amp;nbsp;หรือที่สายด่วนกระทรวงแรงงาน&amp;nbsp;โทร.&amp;nbsp;1506&amp;nbsp;กด&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กรมการจัดหางาน&amp;nbsp;หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน&amp;nbsp;โทร.1694&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งมีการจัดล่ามในภาษากัมพูชา&amp;nbsp;เมียนมา&amp;nbsp;และอังกฤษ&amp;nbsp;ให้บริการข้อมูลข่าวสาร&amp;nbsp;และแนะนำวิธีการดำเนินการเปิดนำเข้าแรงงานเพิ่มเติมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;ถือเป็นวันแรกที่กระทรวงแรงงานเปิดให้นำเข้าแรงงานต่างด้าวตามมาตรา&amp;nbsp;64&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นในจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;/สุรินทร์/สระแก้ว/ตราด/เชียงราย/ตาก/กาญจนบุรี&amp;nbsp;และระนอง&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;8&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อเข้ามาทำงานในประเทศไทยภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด19&amp;nbsp;แก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงาน&amp;nbsp;และการลักลอบทำงานอย่างผิดกฎหมาย&amp;nbsp;หลังจากสำรวจความต้องการจ้างแรงงานต่างด้าวของนายจ้าง&amp;nbsp;สถานประกอบการ&amp;nbsp;และพบความต้องการจ้างแรงงานในพื้นที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;&amp;nbsp;32,479&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;&amp;nbsp;จึงมีการเร่งดำเนินการวางแนวทางการนำคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา&amp;nbsp;และกัมพูชา&amp;nbsp;ที่เข้ามาทำงานบริเวณชายแดนในลักษณะไป-กลับ&amp;nbsp;หรือตามฤดูกาลในพื้นที่ความตกลงว่าด้วยการข้ามแดนระหว่างประเทศทั้งสอง&amp;nbsp;(มาตรา&amp;nbsp;64)&amp;nbsp;โดยใช้แนวทางเดียวกับการนำเข้าแรงงานชาวกัมพูชามาทำงานตามฤดูกาลภาคเกษตรในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;ที่เปิดนำร่องการนำเข้าฯ&amp;nbsp;เป็นจังหวัดแรก&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้กรมการจัดหางานได้เตรียมความพร้อมเพื่อดำเนินการนำเข้าแรงงานต่างด้าวตามมาตรา&amp;nbsp;64&amp;nbsp;เป็นที่เรียบร้อย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายไพโรจน์&amp;nbsp;โชติกเสถียร&amp;nbsp;อธิบดีกรมการจัดหางาน&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมการจัดหางาน&amp;nbsp;ได้จัดทำแนวทางการนำแรงงานต่างด้าวสัญชาติ&amp;nbsp;กัมพูชา&amp;nbsp;และเมียนมา&amp;nbsp;&amp;nbsp;เข้ามาทำงานภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(COVID-19)&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ขั้นตอน&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.&amp;nbsp;นายจ้างประสานลูกจ้าง&amp;nbsp;เพื่อจัดเตรียมเอกสารและนัดหมายวันเดินทางเข้ามาทำงานในประเทศไทย&amp;nbsp;เพื่อให้แรงงานต่างด้าวเตรียมหลักฐาน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;หลักฐานการตรวจโควิด-19&amp;nbsp;โดยวิธี&amp;nbsp;RT-&amp;nbsp;PCR&amp;nbsp;หรือผลรับรองการตรวจ&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;ไม่เกิน&amp;nbsp;72&amp;nbsp;ชั่วโมงก่อนเดินทางเข้ามา&amp;nbsp;เอกสารรับรองการฉีดวัคซีนแล้ว&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เข็ม&amp;nbsp;และบัตรผ่านแดนที่ประเทศต้นทางออกให้&amp;nbsp;หรือเอกสารอื่นที่อธิบดีกรมการจัดหางานประกาศกำหนด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.&amp;nbsp;ด่านควบคุมโรคติดต่อฯ&amp;nbsp;ตรวจสอบเอกสารหลักฐานการตรวจโควิด-19&amp;nbsp;และเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนแล้ว&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เข็ม&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลดำเนินการตรวจโรคตามกฎกระทรวงกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของคนต่างด้าว&amp;nbsp;และทำประกันสุขภาพระยะเวลา&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;และออกใบรับรอง&amp;nbsp;ต.&amp;nbsp;8&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.&amp;nbsp;ด่านตรวจคนเข้าเมืองฯ&amp;nbsp;ดำเนินการตรวจบัตรผ่านแดนที่ประเทศ&amp;nbsp;ต้นทางออกให้&amp;nbsp;หรือเอกสารอื่นที่อธิบดีกรมการจัดหางานประกาศกำหนด&amp;nbsp;และดำเนินการตรวจประทับตราอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร&amp;nbsp;ในบัตรผ่านแดน&amp;nbsp;เป็นระยะเวลา&amp;nbsp;30&amp;nbsp;วันต่อครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4.&amp;nbsp;สถานที่กักตัว&amp;nbsp;โดยคนต่างด้าวที่ฉีดวัคซีนมาจากประเทศต้นทางครบแล้วให้เข้ารับการกักตัวอย่างน้อย&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;และให้มีการตรวจหาเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;โดยวิธี&amp;nbsp;RT-PCR&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;กรณีตรวจพบเชื้อให้เข้ารับการรักษาโดยนายจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;5.&amp;nbsp;การขอรับใบอนุญาตทำงาน&amp;nbsp;โดยสำนักงานจัดหางานจังหวัดฯ&amp;nbsp;ดำเนินการ&amp;nbsp;ตรวจสอบเอกสาร&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;คำขออนุญาตทำงานของคนต่างด้าวตามมาตรา&amp;nbsp;64&amp;nbsp;(แบบ&amp;nbsp;บต.&amp;nbsp;29),&amp;nbsp;สำเนาบัตรผ่านแดนหรือเอกสารซึ่งอธิบดีกรมการจัดหางาน&amp;nbsp;ประกาศกำหนด&amp;nbsp;และสำเนาหลักฐานการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร,&amp;nbsp;ใบรับรองแพทย์&amp;nbsp;(6&amp;nbsp;โรค),&amp;nbsp;รูปถ่ายขนาด&amp;nbsp;3&amp;nbsp;x&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เซนติเมตร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;รูป,&amp;nbsp;สัญญาจ้างและหนังสือรับรองการจ้าง,&amp;nbsp;เอกสารนายจ้าง&amp;nbsp;และหลักฐานการกักตัวครบกำหนดไม่พบเชื้อ&amp;nbsp;โดยจัดเก็บค่าธรรมเนียมการยื่นคำขอ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ฉบับละ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ค่าใบอนุญาตทำงาน&amp;nbsp;ฉบับละ&amp;nbsp;225&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และออกใบอนุญาตทำงานแบบ&amp;nbsp;บต.&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ไม่เกิน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เดือน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แพร่</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319141126682</Link_News></row>
<row _id="142"><NewsTitle>ปปช.มุกดาหาร เปิดรับแจ้งข้อมูลเบาะแสการเรียกรับ "แป๊ะเจี๊ยะ"</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงาน&amp;nbsp;ป.ป.ช.ประจำจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;เปิดรับแจ้งข้อมูลเบาะแสการเรียกรับเงิน&amp;nbsp;"แป๊ะเจี๊ยะ"&amp;nbsp;ตอบแทนเพื่อรับเข้าเรียนในสถานศึกษา&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอนุชา&amp;nbsp;พึ่งบุญศรี&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน&amp;nbsp;ป.ป.ช.ประจำจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ป.ป.ช.ประจำจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;ได้ดำเนินการเฝ้าระวังการทุจริตเรียกรับเงิน&amp;nbsp;"แป๊ะเจี๊ยะ"&amp;nbsp;ตามมาตรการป้องกันการทุจริตในการเรียกรับทรัพย์สินหรือประโยชน์ตอบแทนอื่นเพื่อโอกาสในการเข้าเรียนในสถานศึกษา&amp;nbsp;สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นที่ฐาน&amp;nbsp;ปีการศึกษา&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จึงขอความร่วมมือประชาชน&amp;nbsp;ร่วมมือในการเฝ้าระวังการทุจริตเรียกรับเงิน&amp;nbsp;"แป๊ะเจี๊ยะ"&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;หากพบเห็นสามารถแจ้งข้อมูลเบาะแสการเรียกรับทรัพย์สินหรือประโยชน์ตอบแทนเพื่อโอกาสในการเข้าเรียนในสถานศึกษา&amp;nbsp;สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน&amp;nbsp;(สพฐ.)&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;มาได้ที่สำนักงาน&amp;nbsp;ป.ป.ช.&amp;nbsp;ประจำจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;ถ.วิวิธสุรการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ต.มุกดาหาร&amp;nbsp;อ.เมืองมุกดาหาร&amp;nbsp;จ.มุกดาหาร&amp;nbsp;โทรศัพท์&amp;nbsp;0&amp;nbsp;4262&amp;nbsp;0905&amp;nbsp;หรือสายด่วน&amp;nbsp;ป.ป.ช.&amp;nbsp;1205&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#เงินแป๊ะเจี๊ยะ&amp;nbsp;#ปปช.มุกดาหาร&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>มุกดาหาร</Province><Department>สวท.มุกดาหาร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319175057743</Link_News></row>
<row _id="143"><NewsTitle>ปปช.มุกดาหาร เปิดรับแจ้งข้อมูลเบาะแสการเรียกรับ "แป๊ะเจี๊ยะ"</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงาน&amp;nbsp;ป.ป.ช.ประจำจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;เปิดรับแจ้งข้อมูลเบาะแสการเรียกรับเงิน&amp;nbsp;"แป๊ะเจี๊ยะ"&amp;nbsp;ตอบแทนเพื่อรับเข้าเรียนในสถานศึกษา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอนุชา&amp;nbsp;พึ่งบุญศรี&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน&amp;nbsp;ป.ป.ช.&amp;nbsp;ประจำจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ป.ป.ช.&amp;nbsp;ประจำจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;ได้ดำเนินการเฝ้าระวังการทุจริตเรียกรับเงิน&amp;nbsp;"แป๊ะเจี๊ยะ"&amp;nbsp;ตามมาตรการป้องกันการทุจริตในการเรียกรับทรัพย์สินหรือประโยชน์ตอบแทนอื่นเพื่อโอกาสในการเข้าเรียนในสถานศึกษา&amp;nbsp;สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นที่ฐาน&amp;nbsp;ปีการศึกษา&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จึงขอความร่วมมือประชาชน&amp;nbsp;ร่วมมือในการเฝ้าระวังการทุจริตเรียกรับเงิน&amp;nbsp;"แป๊ะเจี๊ยะ"&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;หากพบเห็นสามารถแจ้งข้อมูลเบาะแสการเรียกรับทรัพย์สิน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หรือประโยชน์ตอบแทนเพื่อโอกาสในการเข้าเรียนในสถานศึกษา&amp;nbsp;สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน&amp;nbsp;(สพฐ.)&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;มาได้ที่สำนักงาน&amp;nbsp;ป.ป.ช.&amp;nbsp;ประจำจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;ถนนวิวิธสุรการ&amp;nbsp;ตำบลมุกดาหาร&amp;nbsp;อำเภอเมืองมุกดาหาร&amp;nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;โทร.0-4262-0905&amp;nbsp;หรือสายด่วน&amp;nbsp;ป.ป.ช.1205&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>มุกดาหาร</Province><Department>สวท.มุกดาหาร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319175401744</Link_News></row>
<row _id="144"><NewsTitle>ฝ่ายความมั่นคงบูรณาการ ร่วมกับสถานีตำรวจภูธรเมยวดี ร้อยเอ็ด ออกตรวจพื้นที่ป้องกันการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมาย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;วานนี้&amp;nbsp;(18&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;17.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;เป็นต้นไป&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ฝ่ายปกครองอำเภอเมยวดี&amp;nbsp;ร้อยเอ็ด&amp;nbsp;ได้ตรวจพื้นที่เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย&amp;nbsp;ตรวจตรา&amp;nbsp;ป้องกันการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมาย&amp;nbsp;ตามนโยบายของนายภูสิต&amp;nbsp;สมจิตต์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&amp;nbsp;นายชนาส&amp;nbsp;ชัชวาลวงศ์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ดและนายชูศักดิ์&amp;nbsp;ราชบุรี&amp;nbsp;ปลัดจังหวัดร้อยเอ็ด&amp;nbsp;โดยมีนายสันติ&amp;nbsp;โอฆะพนม&amp;nbsp;นายอำเภอเมยวดี&amp;nbsp;ได้สั่งการให้ฝ่ายความมั่นคงบูรณาการร่วมกับสถานีตำรวจภูธรเมยวดีออกตรวจพื้นที่เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย&amp;nbsp;ตรวจตรา&amp;nbsp;ป้องกันการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมาย&amp;nbsp;ผลการดำเนินการ&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;1.จับกุมนาย&amp;nbsp;ว.&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;โดยกล่าวหาว่าเป็นผู้ขับขี่เสพยาเสพติดให้โทษประเภท&amp;nbsp;1&amp;nbsp;,&amp;nbsp;เสพยาเสพติดให้โทษประเภท&amp;nbsp;1&amp;nbsp;โดยผิดกฏหมาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;2.จับกุมนาย&amp;nbsp;อ.&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;โดยกล่าวหาว่ามียาเสพติดให้โทษประเภท&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาติ,เสพยาเสพติดให้โทษประเภท1โดยผิดกฎหมาย&amp;nbsp;พร้อมของกลางยาบ้า&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เม็ด&amp;nbsp;จึงนำตัวผู้ถูกจับพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน&amp;nbsp;สภ.เมยวดี&amp;nbsp;เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ร้อยเอ็ด</Province><Department>สวท.ร้อยเอ็ด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319185840765</Link_News></row>
<row _id="145"><NewsTitle>ยะลา คุมเข้มพื้นที่ ขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อีก 3 เดือน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(20&amp;nbsp;ม.ค.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;เป็นวันแรก&amp;nbsp;หลัง&amp;nbsp;ครม.&amp;nbsp;ได้ขยายระยะเวลา&amp;nbsp;พ.ร.ก.ฉุกเฉิน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;67&amp;nbsp;ออกไปอีก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;เริ่มตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;19&amp;nbsp;มิ.ย.&amp;nbsp;65&amp;nbsp;ยกเว้นอำเภอศรีสาคร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;อำเภอสุไหงโก-ลก&amp;nbsp;,&amp;nbsp;อำเภอแว้ง&amp;nbsp;,&amp;nbsp;อำเภอสุคิริน&amp;nbsp;จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;อำเภอไม้แก่น&amp;nbsp;,&amp;nbsp;อำเภอแม่ลาน&amp;nbsp;จังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;และอำเภอเบตง&amp;nbsp;,&amp;nbsp;อำเภอกาบัง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง&amp;nbsp;ทำให้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่มีประสิทธิภาพสามารถดูแลรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ในส่วนการดูแลรักษาความปลอดภัยของฝ่ายความมั่นคง&amp;nbsp;จ.ยะลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่ด่านตรวจสะเตง&amp;nbsp;ตำรวจ&amp;nbsp;นปพ.ประจำด่านตรวจ&amp;nbsp;นำโดย&amp;nbsp;ส.ต.ต.อานนท์&amp;nbsp;จันทร์ขาว&amp;nbsp;ได้ตั้งด่านตรวจเพิ่มความเข้มในการปฎิบัติ&amp;nbsp;เน้นตรวจสอบรถยนต์&amp;nbsp;รถจักรยานยนต์ต้องสงสัย&amp;nbsp;เป้าหมาย&amp;nbsp;แจ้งเตือน&amp;nbsp;ไม่ติดป้ายทะเบียน&amp;nbsp;สิ่งของวัตถุแปลกปลอม&amp;nbsp;รวมถึงตรวจสอบบุคคลต้องสงสัยอย่างเข้มงวด&amp;nbsp;เพื่อระวัง&amp;nbsp;ป้องกัน&amp;nbsp;สกัดกั้นคนร้ายที่อาจจะแฝงตัวลักลอบนำวัตถุระเบิด&amp;nbsp;อาวุธปืน&amp;nbsp;เข้ามาก่อเหตุในพื้นที่ย่านชุมชน&amp;nbsp;การค้า&amp;nbsp;สร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับประชาชน&amp;nbsp;ตามที่ผู้บังคับบัญชาสั่งการ&amp;nbsp;เน้นย้ำ&amp;nbsp;ให้เพิ่มความเข้มงวดในการปฎิบัติตามจุดตรวจ&amp;nbsp;ด่านตรวจต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ควบคู่ไปกับการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ขณะห้วงที่ผ่านมา&amp;nbsp;คนร้ายยังคงมุ่งหวังก่อเหตุสร้างสถานการณ์ความไม่สงบ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กระทำต่อเจ้าหน้าที่และประชาชนอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ซึ่งทางหน่วยความมั่นคงได้กำชับให้กำลังพลทุกหน่วยที่ปฏิบัติหน้าที่ประจำจุดตรวจ&amp;nbsp;ด่านตรวจ&amp;nbsp;หลัก&amp;nbsp;รอง&amp;nbsp;ฐานปฎิบัติการ&amp;nbsp;ให้มีความพร้อมในการปฏิบัติ&amp;nbsp;ตอบโต้ได้ทันทีเมื่อมีเหตุการณ์&amp;nbsp;รวมถึงตรวจสอบบุคคลและยานพาหนะที่เข้า-ออก&amp;nbsp;ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ปฏิบัติการเชิงรุกเพื่อกดดันและจำกัดเสรีภาพของกลุ่มคนร้ายที่อาจเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่&amp;nbsp;ปฎิบัติตามมาตรการทางการข่าวในพื้นที่&amp;nbsp;รวมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนช่วยกันดูแล&amp;nbsp;ตรวจสอบ&amp;nbsp;หากมีสิ่งผิดปกติในพื้นที่ให้แจ้ง&amp;nbsp;จนท.&amp;nbsp;ทันที&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320074418827</Link_News></row>
<row _id="146"><NewsTitle>รัฐบาลพอใจ พัฒนาการแก้ปัญหาประมงผิดกฎหมาย IUU ย้ำเดินหน้าทำให้ถูกต้องคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลที่ยั่งยืน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี&lt;/strong&gt; ประชุมคณะกรรมการนโยบายประมงแห่งชาติ ครั้งที่ 2/65 ผ่าน ระบบ VTC ณ ห้องประชุม มูลนิธิป่ารอยต่อฯ เพื่อติดตามขับเคลื่อนการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและการทำประมงให้ถูกต้องตามกฎหมาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ประชุมรับทราบเรื่องสำคัญ&lt;/strong&gt; ประกอบด้วย การเตรียมความพร้อมสำหรับผลกระทบต่อการทำประมงนอกน่านน้ำระดับภูมิภาค ความก้าวหน้าการดำเนินโครงการนำเรือประมงออกนอกระบบ ซึ่งมีเรือประมงที่แจ้งความประสงค์ออกนอกระบบเพิ่มเติมรวม 2,505 ลำ และอยู่ระหว่างกรมประมง พิจารณาตรวจสอบ ยืนยันและประเมินความเหมาะสมและรับทราบความก้าวหน้า กรณีกฎหมายการทำประมงพื้นบ้านในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ซึ่งได้รับฟังและอยู่ระหว่างจัดทำร่างกฏหมายให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของประชาชนที่ได้รับผลกระทบแล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนั้น ได้รับทราบ การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมกุ้งไทย&lt;/strong&gt; ที่ร่วมจัดทำแผนปฏิบัติการและให้ความสำคัญกับ การตลาดและการผลิต&amp;nbsp;การควบคุม เฝ้าระวังโรคและสารตกค้าง อาหารปลอดภัยและการรับรองมาตรฐาน รวมทั้งห่วงโซ่การผลิต ซึ่งจำเป็นต้องสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานและผู้มีส่วนร่วมมากขึ้น รวมทั้งต้องส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนและการนำชีวภาพและจุลลินทรีย์มาใช้ให้มากขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้นร่วมพิจารณาและให้ความเห็นชอบ&lt;/strong&gt; นโยบายและแผนบริหารจัดการประมง พ.ศ. 2566 - 2570 ที่ให้ความสำคัญกับ นโยบายการพัฒนาประมงในน่านน้ำไทย&amp;nbsp;การส่งเสริมพัฒนาและแก้ปัญหาประมงนอกน่านน้ำ การพัฒนาเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของประเทศ รวมทั้ง การพัฒนาอุตสาหกรรมต่อเนื่องด้านการประมง&amp;nbsp;นอกจากนั้นเห็นชอบแนวทางและมาตรการในการพัฒนาการประมงของไทยให้ปลอดสัตว์น้ำและสินค้าสัตว์น้ำที่มาจากการทำประมง IUU ( IUU-Free Thailand ) ซึ่งให้ความสำคัญ กับประสิทธิภาพการดำเนินนโยบาย การสร้างความเข้มแข็งความร่วมมือ การติดต่อและแลกเปลี่ยนข้อมูล การพัฒนามาตรฐานการควบคุมการนำเข้าสัตว์น้ำและสินค้าสัตว์น้ำ รวมทั้งการปรับปรุงระบบการตรวจสอบย้อนกลับ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;พลเอก ประวิตร กล่าวย้ำภาพรวม พอใจการแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย IUU ที่มีพัฒนาการต่อเนื่องมา ในความร่วมมือกันขับเคลื่อนที่มุ่งความยั่งยืนในทำประมงให้ถูกต้องตามกฎหมาย ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล&amp;nbsp;พร้อมกำชับขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมประมง ลงรับฟังปัญหาความต้องการของผู้มีส่วนได้เสียให้มากขึ้น&amp;nbsp; สร้างความเข้าใจและดึงความร่วมมือจากทุกภาคส่วน รวมทั้งทำงานร่วมกับองค์กรระหว่างประเทศใกล้ชิดมากขึ้น เพื่อร่วมขับเคลื่อนการแก้ปัญหาประมงและการฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลให้เร็วและเป็นรูปธรรมมากขึ้นต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>หน่วยงานสำนักข่าว</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321113418067</Link_News></row>
<row _id="147"><NewsTitle>นายกรัฐมนตรีชูผลงานรูปธรรม หลังพลิกฟื้นความสัมพันธ์ไทย-ซาอุฯ ทั้งท่องเที่ยว-ส่งออก-แรงงาน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้ (21 มี.ค.65)&amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&lt;/strong&gt; โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha ระบุว่า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พี่น้องประชาชนชาวไทยครับ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นับจากวันที่ 25 ม.ค.65 ซึ่งมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ในรอบกว่า 30 ปี ของสองราชอาณาจักร คือไทยและซาอุดีอาระเบีย ที่ได้พลิกฟื้นความสัมพันธ์ กลับมาสู่ในระดับปกติ พร้อมที่จะสานต่อและขยายผลความสำเร็จร่วมกันในทุกๆ ด้าน ทั้งนี้เพียง 50 วัน ก็ได้เห็นผลเป็นรูปธรรมในหลายเรื่อง ตามที่ผมได้กำชับและสั่งการไว้อย่างน้อย 3 เรื่อง คือ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เรื่องแรก การเดินทางท่องเที่ยว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เราได้มีโอกาสต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ สายการบิน Saudia Airlines จากเมืองเจดดาห์ กรุงริยาด มาสู่กรุงเทพฯ ในวันที่ 28 ก.พ. 65 เป็นเที่ยวบินแรกในรอบ 32 ปี เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในเวลาเพียง 1 เดือน ซึ่งเร็วกว่าที่คาดหมายไว้ สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการทำงาน และความกระตือรือร้นของทุกฝ่าย พิสูจน์ว่าไทยเป็นจุดหมายที่ชาวซาอุฯ ต้องการมาเยือน โดยฝ่ายไทยได้ให้การต้อนรับมิตรผู้มาเยือนกลุ่มแรกนี้ ด้วยของที่ระลึก การแสดงโขน และอุโมงค์น้ำ (Water Salute) ที่เป็นสัญลักษณ์สากล และหลังจากนี้เป็นต้นไป สายการบิน Saudia Airlines จะทำการบินมายังประเทศไทย 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ (วันจันทร์-พุธ-ศุกร์) และนักท่องเที่ยวคุณภาพจากซาอุดีอาระเบีย และชาวตะวันออกกลาง จะสามารถเดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทาง ทั้งแหล่งการค้าการลงทุน ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ แหล่งช้อปปิ้ง ทั้งเมืองหลักและเมืองรองต่างๆ ทั่วประเทศไทย ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการใช้จ่ายได้อีกทางหนึ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เรื่องที่สอง คือ การส่งออกอาหาร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทางการซาอุดีอาระเบียได้บรรลุข้อตกลง ให้ไทยส่งออกไก่สดแช่เย็น แช่แข็ง และแปรรูป จาก 11 โรงงานไทยไปที่ซาอุฯ มีผลทันทีตั้งแต่ 13 มี.ค.นี้ ใช้เวลาทำงานร่วมกันเพียง 47 วัน โดยองค์การอาหารและยาซาอุฯ (Saudi Food &amp;amp; Drug Authority : SFDA) เป็นผู้พิจารณาโรงงานไทยที่ผ่านมาตรฐาน โดยผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมไก่เนื้อของไทย ส่วนใหญ่มีการลงทุนในอุตสาหกรรมต้นทางจนถึงปลายทางแบบ &lt;strong&gt;ครบวงจร"&lt;/strong&gt; ตั้งแต่อาหารสัตว์ ฟาร์มไก่เนื้อ ไปจนถึงโรงงานแปรรูป โดยเฉพาะฟาร์มไก่ ซึ่งหมายรวมถึงฟาร์มของเกษตรกรภายใต้พันธสัญญากับบริษัท (Contract Farming) ด้วย จึงส่งผลดีต่อทั้งรายใหญ่ รายย่อย และตลอดห่วงโซ่อุปทานของไทย ที่เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยจะเกิดการขยายผลไปสู่ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากไก่ และต่อยอดไปยังอาหารฮาลาล ผัก ผลไม้ และอื่นๆ ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เรื่องที่สาม คือเรื่อง "การส่งแรงงานไทยไปซาอุฯ"&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;พี่น้องหลายคนให้ความสนใจและติดตามข่าว ก็มีความคืบหน้าไปมาก และจะนำไปสู่การลงนามข้อตกลงระหว่างกันในวันที่ 28 มี.ค.นี้ เป็นอีกผลงานที่ใช้เวลาเพียง 2 เดือนเศษเท่านั้น โดยคณะผู้แทนทางวิชาการซาอุดีอาระเบีย มีความพอใจในความพร้อมของการฝึกอบรมและทดสอบฝีมือแรงงานของไทย ซึ่งมีการจัดตั้งเป็น "ศูนย์ฝึกอบรมและศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน" สาขางานบริการโรงแรม พนักงานบริการห้องพัก และการประกอบอาหารฮาลาล เป็นต้น อีกทั้งแสดงความต้องการแรงงานในสาขาอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น ช่างเชื่อมใต้น้ำ ช่างเคาะพ่นสี พ่อครัว และผู้ให้บริการด้านสุขภาพ/สาธารณสุข (Medical Staff) อีกด้วย จึงมีความเป็นไปได้สูงว่า แรงงานไทยจะเพิ่มขึ้นจาก 10,000 คน ในปัจจุบัน เป็น 50,000 คน ภายในระยะ 3 ปี และเพิ่มอีกเป็น 100,000 คน ภายใน 5 ปี จะสร้างรายได้ส่งกลับประเทศเพิ่มขึ้นอีก 2,250-4,500 ล้านบาทต่อปี โดยผมได้กำชับในเรื่องหลักสูตร การฝึกอบรม มาตรฐานฝีมือแรงงาน จะต้องตรงกับความต้องการจ้างงานและได้มาตรฐานสากล เพื่อสร้างความประทับใจแก่ผู้จ้าง เป็นความสำเร็จที่ต่อเนื่องและยั่งยืน สิ่งที่สำคัญคือ ผมยังได้สั่งการให้ดูแลสวัสดิการของพี่น้องแรงงานที่จะไปซาอุฯ ให้ครบถ้วน ไม่ให้บริษัทใดมีการหลอกลวงเป็นอันขาด ทั้งค่าจ้าง ที่อยู่ อาหารการกิน ประกันภัย ไปจนถึงโอกาสในความก้าวหน้า โดยรัฐบาลจะต้องดูแลอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ก่อนเดินทางจนถึงกลับบ้านอย่างปลอดภัยทุกคน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้แล้ว ผมยังเฝ้าติดตามและกำกับดูแลความคืบหน้าในด้านอื่น ๆ&lt;/strong&gt; เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็วเช่นกัน โดยเฉพาะการยกระดับผู้แทนทางการทูตของทั้ง 2 ประเทศ จาก&lt;strong&gt; อุปทูต &lt;/strong&gt;ให้กลับมาเป็นระดับ เอกอัครราชทูต ดังเดิม ที่จะเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันกรอบนโยบายและแผนความร่วมมือ ทั้งส่วนภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนต่อไป ซึ่งจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในหลายเรื่อง เช่น การเปิดประตูการค้ากับซาอุฯ ให้กลับไปที่ 2.2% ของการส่งออกไทยทั้งหมด ดังเช่นในอดีตเมื่อปี 2532 ซึ่งจะสร้างความสมดุลมากขึ้น รวมทั้งความร่วมมือเรื่อง &lt;strong&gt;"พลังงาน"&lt;/strong&gt; ที่จะสามารถช่วยในเรื่องค่าครองชีพ ต้นทุน และความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ รวมไปถึงโอกาสในด้านอื่นๆ อีกมหาศาลที่จะเกิดขึ้นจากความสำเร็จในการสานสัมพันธ์ในครั้งนี้ครับ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#วันประวัติศาสตร์ #ไทยซาอุ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#แรงงานไทย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ที่มา : FB : ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;a href="https://www.facebook.com/100044605651717/posts/507391697424348/" rel="noopener noreferrer" target="_blank"&gt;https://www.facebook.com/100044605651717/posts/507391697424348/&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>หน่วยงานสำนักข่าว</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321124635091</Link_News></row>
<row _id="148"><NewsTitle>ศอ.บต. ประชุมกลั่นกรองร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมเสนอแนวทางการขับเคลื่อน การพัฒนาจชต. ต่อ กพต. 31 มี ค. 65 นี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(21&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;(ศอ.บต)&amp;nbsp;จัดประชุมกลั่นกรองเรื่องที่จะนำเสนอต่อคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;(กพต.)&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2/2565&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายชนธัญ&amp;nbsp;แสงพุ่ม&amp;nbsp;รองเลขาธิการ&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุม&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนัก/กอง&amp;nbsp;ผู้แทนส่วนราชการ&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เข้าร่วม&amp;nbsp;ผ่านระบบ&amp;nbsp;Zoom&amp;nbsp;Meeting&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ในที่ประชุมได้มีการรายงานข้อมูลความก้าวหน้าของโครงการต่างๆ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;การขยายผลโครงการเมืองต้นแบบ&amp;nbsp;สามเหลี่ยมมั่นคง&amp;nbsp;มั่งคั่ง&amp;nbsp;ยั่งยืน&amp;nbsp;ไปสู่เมืองต้นแบบที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;อำเภอจะนะ&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;เมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต&amp;nbsp;โครงการนำเรือประมงออกนอกระบบ&amp;nbsp;เพื่อจัดการทรัพยากรประมงทะเลที่ยั่งยืน&amp;nbsp;พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;เป็นกรณีเร่งด่วน&amp;nbsp;และการจัดทำปะการังเทียม&amp;nbsp;พื้นที่ชายฝั่งทะเล&amp;nbsp;การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน&amp;nbsp;ผ่านโครงการก่อสร้างกำแพงป้องกันการกัดเซาะบริเวณปากน้ำเทพา&amp;nbsp;ตำบลปากบาง&amp;nbsp;อำเภอเทพา&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;และโครงการเมืองปศุสัตว์ภายใต้&amp;nbsp;กรอบระเบียงเศรษฐกิจฮาลาลจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อีกทั้ง&amp;nbsp;ได้มีการรายงานความคืบหน้า&amp;nbsp;การติดตามข้อสั่งการ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ของประธานกพต.&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;การดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการช่วยเหลือและพัฒนาแรงงานไทยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;กลุ่มที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ&amp;nbsp;ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2519&amp;nbsp;(COVID-19)&amp;nbsp;และการแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคใบร่วงชนิดใหม่&amp;nbsp;ในยางพาราในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังได้มีการหารือ&amp;nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมในแนวทาง&lt;/strong&gt;การขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตามหลักการและกรอบงบประมาณ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;กรอบแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;ภายใต้โอกาส&amp;nbsp;ศักยภาพ&amp;nbsp;และความท้าทายของจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;และของประเทศไทย&amp;nbsp;ภายหลังรัฐบาลเปิดศักราชใหม่&amp;nbsp;ของความสัมพันธ์&amp;nbsp;ไทย&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ซาอุดีอาระเบีย&amp;nbsp;โดยสมบูรณ์&amp;nbsp;โครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนตามมาตรา&amp;nbsp;9&amp;nbsp;(10)&amp;nbsp;แห่งพระราชบัญญัติการบริหารราชการ&amp;nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2553&amp;nbsp;&amp;nbsp;โครงการเสริมการสร้างคนดีตามหลักการทางศาสนา&amp;nbsp;เพื่อร่วมสืบสานและรักษาสังคมพหุวัฒนธรรมที่ดีงามของจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2570&amp;nbsp;การกำหนดลักษณะอันพึงประสงค์เจ้าหน้าที่ของรัฐที่จะสั่งให้ไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่&amp;nbsp;โครงการจ้างบัณฑิตอาสาพัฒนามาตุภูมิ&amp;nbsp;(เพิ่มเติม)&amp;nbsp;ที่อยู่ในพื้นที่เขตเทศบาล&amp;nbsp;&amp;nbsp;และการเพิ่มค่าตอบแทนพิเศษเป็นรายบุคคล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับผู้ที่ปฏิบัติงานงานได้บรรลุวัตถุประสงค์ตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศและประวัติศาสตร์อุโมงค์ใหญ่&amp;nbsp;ต้าสวุ่ยต้อ&amp;nbsp;ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเบตง&amp;nbsp;&amp;nbsp;อำเภอเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;โครงการส่งเสริมคนดีมีคุณธรรมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปประกอบพิธีฮัจญ์&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ประเทศซาอุดีอาระเบีย&amp;nbsp;และปฏิบัติธรรมเวชนียสถาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ประเทศอินเดีย-เนปาล&amp;nbsp;โครงการแก้ไขปัญหาสุขภาวะและโภชนาการของเด็กเล็กในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2568&amp;nbsp;รวมถึงโครงการก่อสร้างถนนเชื่อมต่อ&amp;nbsp;ด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ด่านบูกิตกายูฮิตัมของประเทศมาเลเซีย&amp;nbsp;เพื่อรองรับการพัฒนาพื้นที่&amp;nbsp;เขตเศรษฐกิจพิเศษ&amp;nbsp;&amp;nbsp;อำเภอสะเดา&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;ศอ.บต.ในฐานะฝ่ายเลขานุการกพต.&amp;nbsp;จะมีการจัดทำและรวบรวมข้อมูล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ฉบับสมบูรณ์จากหน่วยงาน&amp;nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมในการนำเสนอคราวประชุมกพต.&amp;nbsp;ซึ่งจะมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ทำเนียบรัฐบาล&amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดแนวทางการพัฒนาไปในทิศทางเดียวกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สงขลา</Province><Department>สวท.สงขลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321161210216</Link_News></row>
<row _id="149"><NewsTitle>จังหวัดลำพูน มุ่งจัดทำแผนการพัฒนากำลังแรงงานและการพัฒนาฝีมือแรงงานทั้งด้านคุณภาพและปริมาณ  ตลอดจนการส่งต่อแรงงานไปสู่การจ้างงานในสถานประกอบการหรือการประกอบอาชีพอิสระ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ห้องประชุม&amp;nbsp;อาคาร&amp;nbsp;7&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดลำพูน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายวรยุทธ&amp;nbsp;เนาวรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;เป็นประธานในการประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาแรงงานและประสานงานการฝึกอบรมอาชีพจังหวัด&amp;nbsp;(กพร.ปจ.)&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;เพื่อดำเนินงานตามแผนการพัฒนากำลังแรงงานและการพัฒนาฝีมือแรงงานทั้งด้านคุณภาพและปริมาณในพื้นที่จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับวาระการประชุมที่สำคัญประกอบด้วย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การจัดทำแผนพัฒนากำลังคนระดับจังหวัด&amp;nbsp;(กพร.ปจ.)&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2566-2570&amp;nbsp;ซึ่งคณะอนุกรรมการพัฒนาแรงงานและประสานงานการฝึกอาชีพจังหวัด&amp;nbsp;(กพร.ปจ.)ในปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;มีการดำเนินการสำคัญ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;การจัดทำแผนพัฒนากำลังคนระดับจังหวัด&amp;nbsp;ตลอดจนการดำเนินการตามแผ่นพัฒนากำลังคน&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;การเรียนการสอน&amp;nbsp;การฝึกอบรม&amp;nbsp;และการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน&amp;nbsp;การรับรองความรู้ความสามารถ&amp;nbsp;รวมถึงการพัฒนากำลังแรงงานในรูปแบบอื่น&amp;nbsp;ตลอดจนการส่งต่อแรงงานไปสู่การจ้างงานในสถานประกอบการหรือการประกอบอาชีพอิสระ&amp;nbsp;โดยบูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากการดำเนินการจัดทำแบบสำรวจข้อมูลการพัฒนาฝีมือแรงงาน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานลำพูนได้ดำเนินการจัดทำร่างแผนพัฒนากำลังคนจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2570&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านระบบฐานข้อมูลการพัฒนากำลังคนระดับจังหวัด&amp;nbsp;(กพร.ปจ.)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการวางแผนการพัฒนากำลังคนของจังหวัด&amp;nbsp;ขจัดปัญหาความซ้ำซ้อนและความสิ้นเปลืองทรัพยากร&amp;nbsp;เพื่อนำไปสู่การวางแผนการพัฒนากำลังคนระดับประเทศต่อไป&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;กรมพัฒนาฝีมือแรงงานได้พัฒนาระบบฐานข้อมูลการพัฒนากำลังคนระดับจังหวัด&amp;nbsp;(กพร.ปจ.)&amp;nbsp;โดยเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาฝีมือแรงานร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายบันทึกข้อมูลผ่านระบบฐานข้อมูลการพัฒนากำลังคนระดับจังหวัด(กพร.ปจ.)&amp;nbsp;ซึ่งเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;Admin&amp;nbsp;ของสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานและสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน&amp;nbsp;เป็นผู้กำหนดรหัส&amp;nbsp;และกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน&amp;nbsp;ได้จัดทำคู่มือจำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เล่ม&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;1)&amp;nbsp;คู่มือสำหรับผู้ดูแลระบบและเลขานุการ&amp;nbsp;กพร.ปจ.&amp;nbsp;เป็นคู่มือที่เจ้าหน้าที่สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานและสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานใช้งาน&amp;nbsp;2)&amp;nbsp;คู่มือของผู้ดำเนินการฝึก&amp;nbsp;เป็นคู่มือที่ให้หน่วยงานเครือข่ายใช้งาน&amp;nbsp;เมื่อทุกจังหวัดมีข้อมูลในระบบฐานข้อมูลแล้ว&amp;nbsp;กรมพัฒนาฝีมือแรงงานจะนำข้อมูลขึ้นหน้าเว็บไซต์ของสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานและสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน&amp;nbsp;เพื่อใช้เป็นข้อมูลการพัฒนากำลังคนในแต่ละจังหวัด&amp;nbsp;และประมวลผลในภาพรวมเพื่อรายงานเสนอคณะกรรมการพัฒนาแรงงานและประสานงานการฝึกอาชีพแห่งชาติ&amp;nbsp;(กพร.ปช.)&amp;nbsp;โดยมีพลเอกประวิตร&amp;nbsp;วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp;เป็นประธานต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำพูน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321191017321</Link_News></row>
<row _id="150"><NewsTitle>คณะรัฐมนตรี เตรียมพิจารณาร่างนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ความมั่นคงด้านวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. 2566 - 2570</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุม&amp;nbsp;โดยมีวาระที่น่าสนใจคือ&amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;เสนอร่างนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ความมั่นคงด้านวัคซีนแห่งชาติ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2570&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กระทรวงการคลัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เสนอขออนุมัติขยายระยะเวลาการเบิกจ่ายเงินกู้เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;เงินกู้&amp;nbsp;DPL&amp;nbsp;สำหรับโครงการจัดทำระบบบริหารการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์ใหม่&amp;nbsp;&amp;nbsp;มาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม&amp;nbsp;ที่ได้รับสินเชื่อภายใต้พระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือทางการเงิน&amp;nbsp;แก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2563&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กระทรวงมหาดไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เสนอขออนุมัติการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;งบกลาง&amp;nbsp;รายการค่าใช้จ่ายในการบรรเทา&amp;nbsp;แก้ไขปัญหา&amp;nbsp;และเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;สำหรับเป็นค่าตอบแทนเสี่ยงภัยเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด่านหน้าในสถานการณ์โควิด&amp;nbsp;-19&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สํานักงานตํารวจแห่งชาติ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ขอรับการสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;งบกลาง&amp;nbsp;รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น&amp;nbsp;เพื่อเป็นคำใช้จ่ายในการจัดทำโครงการการบริหารจัดการ&amp;nbsp;Organizational&amp;nbsp;Quarantine&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับแรงงานต่างด้าวและผู้ลักลอบหลบหนีเข้าเมืองของกองบัญจาการตำรวจตระเวนชายแดน&amp;nbsp;ขอรับการสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;งบกลาง&amp;nbsp;&amp;nbsp;รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น&amp;nbsp;สำหรับการปฏิบัติของศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง&amp;nbsp;สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตุลาคมถึงวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;61&amp;nbsp;วัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322093520432</Link_News></row>
<row _id="151"><NewsTitle>9 รัฐมนตรี รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นสายสะพาย พร้อมสืบสาน รักษาต่อยอด การปฏิบัติราชการเพื่อบ้านเมือง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;นำคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;ที่ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์&amp;nbsp;ชั้นสายสะพาย&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ร่วมพิธีหน้าพระบรมฉายาลักษณ์&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ได้แก่&amp;nbsp;นายศักดิ์สยาม&amp;nbsp;ชิดชอบ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;นายอิทธิพล&amp;nbsp;คุณปลื้ม&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ชั้นมหาวชิรมงกุฎ&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;นายสุพัฒนพงษ์&amp;nbsp;พันธ์มีเชาว์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน&amp;nbsp;นายพิพัฒน์&amp;nbsp;รัชกิจประการ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&amp;nbsp;นายสุชาติ&amp;nbsp;ชมกลิ่น&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน&amp;nbsp;นายอธิรัฐ&amp;nbsp;รัตนเศรษฐ&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ขณะที่ชั้นประถมาภรณ์ช้างเผือก&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;นายวีรศักดิ์&amp;nbsp;หวังศุภกิจโกศล&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;นางสาวมนัญญา&amp;nbsp;ไทยเศรษฐ์&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;นางกนกวรรณ&amp;nbsp;วิลาวรรณ&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายอิทธิพล&amp;nbsp;คุณปลื้ม&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์&amp;nbsp;ชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก&amp;nbsp;และได้รับพระราชทานพระพลังแผ่นดิน&amp;nbsp;เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;พร้อมกันนี้จะน้อมนำพระบรมราชโองการ&amp;nbsp;ในการสืบสาน&amp;nbsp;รักษาต่อยอด&amp;nbsp;การปฏิบัติราชการ&amp;nbsp;เพื่อบ้านเมืองต่อไป&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322112022500</Link_News></row>
<row _id="152"><NewsTitle>ยืนยัน ตระกูล?คุณปลื้ม? ยังคงทำงานกับพรรคพลังประชารัฐ เชื่อมั่นรัฐบาลมีเสถียรภาพ </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายอิทธิพล&amp;nbsp;คุณปลื้ม&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม&amp;nbsp;ยืนยัน?ว่า&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ณ?&amp;nbsp;ขณะนี้&amp;nbsp;กลุ่มชลบุรี?&amp;nbsp;ตระกูล?คุณปลื้ม?&amp;nbsp;ยังทำงานอยู่กับพรรคพลังประชารัฐและเสถียรภาพของรัฐบาลก็มีความมั่นคง&amp;nbsp;ลงตัว&amp;nbsp;ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ&amp;nbsp;ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่สำคัญ&amp;nbsp;ทั้งโควิด?และ?การฟื้นฟูเยียวยาเศรษฐกิจ&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี?&amp;nbsp;ได้กำชับรัฐมนตรีทุกคน&amp;nbsp;ให้ทำงานแข่งกับเวลา?และเตรียมพร้อมเป็นเจ้าภาพการประชุมเอเปค&amp;nbsp;ที่จะเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;สำหรับการเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา?&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายอิทธิพล&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;เท่าที่ทราบมีผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกเมืองพัทยาที่มีความพร้อม&amp;nbsp;4&amp;nbsp;คนจาก&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;ซึ่งเมื่อถึงช่วงที่ใกล้เลือกตั้ง&amp;nbsp;ก็จะมีผู้เสนอตัวเข้ามาเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;โดยนายสนธยา?&amp;nbsp;คุณปลื้ม&amp;nbsp;มีความพร้อม&amp;nbsp;ในนามทีมงานกลุ่มเรารักพัทยา&amp;nbsp;จะแถลงนโยบายวันพฤหัสบดีที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;มีนาคมนี้&amp;nbsp;ซึ่งจะส่งผู้สมัครสมาชิกเมืองพัทยา&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;24&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ด้วย?&amp;nbsp;ทั้งที่เป็นทีมงานเดิมและสมาชิกใหม่&amp;nbsp;เราไม่ประมาทคู่ต่อสู้?&amp;nbsp;รวมถึงพรรคก้าวไกล&amp;nbsp;ที่มีการส่งผู้สมัครลงทุกระดับด้วย&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322114528515</Link_News></row>
<row _id="153"><NewsTitle>รองนายกรัฐมนตรียืนยัน ความสัมพันธ์กับพรรคเศรษฐกิจไทย ยังดีเหมือนเดิม ปฏิเสธตอบกรณีพรรคเพื่อไทย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;พลเอก&amp;nbsp;ประวิตร&amp;nbsp;วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;กล่าวถึงกรณีการประกาศเป็นครอบครัวพรรคเพื่อไทยของนางสาวแพทองธาร&amp;nbsp;ชินวัตร&amp;nbsp;จะมีผลต่อพรรคตนเองหรือไม่นั้นว่า&amp;nbsp;ให้ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการเลือกตั้ง&amp;nbsp;ส่วนพรรคเศรษฐกิจไทยที่เปิดตัวแล้วถือว่าเป็นพรรคพันธมิตรที่ดี&amp;nbsp;เพราะสนับสนุนรัฐบาล&amp;nbsp;พร้อมยืนยันว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าพรรคเศรษฐกิจไทยจะไม่เป็นคู่แข่งทางการเมือง&amp;nbsp;สำหรับการประกาศการชนะเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์ของพรรคเพื่อไทย&amp;nbsp;มองว่าไม่กังวล&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประวิตร&amp;nbsp;กล่าวด้วยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;วานนี้เป็นวันเกิดของพลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ได้อวยพรให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง&amp;nbsp;ทำงานต่อไปให้ดี&amp;nbsp;ถ้ามีสุขภาพดี&amp;nbsp;ทุกอย่างก็จะดี&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322195411833</Link_News></row>
<row _id="154"><NewsTitle>โฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงกรณีถูกกล่าวหาเรื่องการจัดหาอากาศยานไร้คนขับ (UAV) และโครงการท่าเรือดำน้ำ ยืนยันดำเนินการด้วยความโปร่งใส เป็นไปตามกฎหมาย และปฏิบัติต่อผู้ประกอบการทุกรายอย่างเท่าเทียม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลเรือโท&amp;nbsp;ปกครอง&amp;nbsp;มนธาตุผลิน&amp;nbsp;โฆษกกองทัพเรือ&amp;nbsp;ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณี&amp;nbsp;นายยุทธพงศ์&amp;nbsp;จรัสเสถียร&amp;nbsp;ส.ส.มหาสารคามและรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย&amp;nbsp;กล่าวหากองทัพเรือถึงการจัดหาอากาศยานไร้คนขับ&amp;nbsp;(UAV)&amp;nbsp;และโครงการท่าเรือดำน้ำ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ยืนยันว่า&amp;nbsp;เรื่องทั้งหมดไม่เป็นไปตามที่กล่าวหา&amp;nbsp;จากการตรวจสอบเบื้องต้น&amp;nbsp;ไม่พบว่าบริษัทที่มายื่นข้อเสนอการจัดหาอากาศยานไร้คนขับ&amp;nbsp;(UAV)&amp;nbsp;มีความเกี่ยวพันกับบริษัทเรือดำน้ำ&amp;nbsp;กองทัพเรือได้ดำเนินการจตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด&amp;nbsp;มีใช้งานจริงในกองทัพของหลายประเทศ&amp;nbsp;มีประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือในการใช้งานสูง&amp;nbsp;ซึ่งการดำเนินโครงการจัดหาครั้งนี้เป็นการจัดซื้อโดยวิธีคัดเลือก&amp;nbsp;ได้กำหนดคุณสมบัติและขีดสมรรถนะตามความต้องการของกองทัพเรือ&amp;nbsp;มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลของโครงการฯ&amp;nbsp;สูงสุด&amp;nbsp;แต่เนื่องจากการดำเนินการจัดซื้อยังไม่เสร็จสิ้น&amp;nbsp;จึงยังไม่สามารถให้รายละเอียดทั้งหมดได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ยืนยัน&amp;nbsp;ดำเนินการด้วยความโปร่งใส&amp;nbsp;เป็นธรรม&amp;nbsp;เป็นไปตามกฎหมาย&amp;nbsp;และปฏิบัติต่อผู้ประกอบการทุกรายอย่างเท่าเทียมกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนประเด็นความคืบหน้าการก่อสร้างท่าจอดเรือดำน้ำและข้อสงสัยที่ว่าผู้แทนบริษัท&amp;nbsp;CSOC&amp;nbsp;ที่เข้ามารับผิดชอบโครงการสร้างท่าจอดเรือดำน้ำ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นผู้ได้รับการแต่งตั้งโดยถูกต้องหรือไม่นั้น&amp;nbsp;โฆษกกองทัพเรือ&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ผู้แทนที่บริษัท&amp;nbsp;CSOC&amp;nbsp;แต่งตั้งมีเอกสารสัญญาที่ชัดเจน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนภาพที่นายยุทธพงศ์นำมาเผยแพร่บอกว่าเป็นครูสอนภาษานั้น&amp;nbsp;ตรวจพบว่า&amp;nbsp;บริษัทดังกล่าว&amp;nbsp;ได้จ้างบุคคลเหล่านี้ทำหน้าที่ฝ่ายจัดซื้อ&amp;nbsp;ไม่ได้ควบคุมงานทางวิศวกรรม&amp;nbsp;ต่อมาภายหลังกองทัพเรือตรวจพบว่า&amp;nbsp;บุคคลดังกล่าวไม่มีใบอนุญาตทำงานที่ถูกต้อง&amp;nbsp;จึงไม่อนุญาตให้เข้ามาในพื้นที่โครงการก่อสร้างตั้งแต่เดือนธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองทัพเรือยืนยันเดินหน้าพัฒนากองทัพให้มีความทันสมัย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สร้างความมั่นคงปลอดภัยให้กับประชาชนและประเทศชาติ&amp;nbsp;โดยคำนึงถึงการใช้งบประมาณให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด&amp;nbsp;โปร่งใส&amp;nbsp;และเป็นไปตามนโยบายของผู้บัญชาการทหารเรือ&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322103912472</Link_News></row>
<row _id="155"><NewsTitle>กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร จัดโครงการพัฒนาเครือข่ายเฝ้าระวังการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(22&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;พลตรีมานพ&amp;nbsp;น่วมบัว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมพัฒนาเครือข่ายเฝ้าระวังการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อเป็นเครือข่ายในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา&amp;nbsp;รวมทั้งแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมี&amp;nbsp;พันเอกศุภชัย&amp;nbsp;ปรีชามาตร์&amp;nbsp;รองผู้อำนยการรักษาความมั่นคง&lt;/strong&gt;ภายในจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เข้าร่วมในพิธีเปิด&amp;nbsp;ซึ่งมีเครือข่ายผู้นำมวลชนและกลุ่มมวลชน&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;เข้ารับการอบรม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคง&lt;/strong&gt;ภายในราชอาณาจักร&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;ได้จัดให้มีการอบรมในครั้งนี้ขึ้น&amp;nbsp;เพื่อให้มวลชนในพื้นที่มีความรู้&amp;nbsp;ความเข้าใจ&amp;nbsp;ตระหนักรู้ถึงผลกระทบจากการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่มีต่อท้องถิ่นของตนเอง&amp;nbsp;และเข้าเป็นส่วนหนึ่งที่สามารถสนับสนุนการดำเนินงานให้กับหน่วยงานภาครัฐในการเฝ้าระวังติดตาม&amp;nbsp;ตรวจสอบสถานการณ์ในการป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา&amp;nbsp;ทำให้หน่วยงานภาครัฐมีเครือข่ายในการติดตาม&amp;nbsp;ตรวจสอบ&amp;nbsp;ในพื้นที่เฝ้าระวังนำไปสู่กระบวนการวางแผน&amp;nbsp;กำหนดมาตรการ&amp;nbsp;วางแนวทางการปฏิบัติในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเป็นรูปธรรม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;พรรณี&amp;nbsp;มณีวรรณ/ภาพ-ข่าว&amp;nbsp;22&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>นครศรีธรรมราช</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322115318521</Link_News></row>
<row _id="156"><NewsTitle>นายกรัฐมนตรี อ่านสารเนื่องในวันน้ำโลก ประจำปี 2565 เชิญชวนทุกภาคส่วนตระหนักถึงการอนุรักษ์น้ำ ใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายธนกร&amp;nbsp;วังบุญคงชนะ&amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เผยว่า&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(22&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;เมื่อเวลา&amp;nbsp;11.57&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;ได้อ่านสารเนื่องในวันน้ำโลก&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เผยแพร่ผ่านสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;และสื่อออนไลน์ของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ย้ำถึงความสำคัญของ&amp;nbsp;น้ำ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ถือเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตทั้งหลายซึ่งองค์การสหประชาชาติได้ตระหนักถึงปัญหาทั้งการขาดแคลนน้ำ&amp;nbsp;และการแย่งชิงทรัพยากรน้ำที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต&amp;nbsp;จึงได้กำหนดให้วันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;มีนาคมของทุกปี&amp;nbsp;เป็นวันน้ำโลก&amp;nbsp;เพื่อให้ประชาคมโลกร่วมกันอนุรักษ์&amp;nbsp;ฟื้นฟู&amp;nbsp;และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรน้ำอย่างรู้คุณค่า&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;โดยในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;ได้กำหนดหัวข้อ&amp;nbsp;ร่วมรู้จัก&amp;nbsp;อนุรักษ์&amp;nbsp;น้ำใต้ดิน&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;เพื่อให้ทุกประเทศให้ความสำคัญกับการรักษาดูแลทรัพยากรน้ำใต้ดิน&amp;nbsp;โดยเฉพาะการเจริญเติบโตขึ้นของเมืองและความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในด้านต่างๆ&amp;nbsp;ทั้งด้านเกษตรกรรม&amp;nbsp;อุตสาหกรรมและบริการ&amp;nbsp;ล้วนก่อให้เกิดการปนเปื้อนของน้ำที่ไหลกลับลงสู่ใต้ดิน&amp;nbsp;รวมไปถึงวิกฤตภัยแล้งที่ทำให้ปริมาณน้ำใต้ดินมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;อีกทั้งการรุกตัวของน้ำเค็มในหลายพื้นที่ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย&amp;nbsp;ส่งผลให้น้ำใต้ดินที่ถือเป็นขุมทรัพย์น้ำจืดขนาดใหญ่มีคุณภาพต่ำลง&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำใต้ดิน&amp;nbsp;โดยได้ดำเนินการเติมน้ำใต้ดินตามหลักวิชาการมาโดยตลอด&amp;nbsp;ตั้งแต่การฟื้นฟูป่าอันเป็นต้นทางสำคัญในการรักษาความชุ่มชื้นให้แก่ระบบนิเวศ&amp;nbsp;การเติมน้ำใต้ดินผ่านแหล่งน้ำต่างๆ&amp;nbsp;และมีการติดตามประเมินผลอย่างเป็นระบบมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;เพื่อรักษาสมดุลของธรรมชาติ&amp;nbsp;ลดการรุกล้ำของน้ำเค็ม&amp;nbsp;บรรเทาอุทกภัยและการใช้ประโยชน์ในช่วงวิกฤตภัยแล้ง&amp;nbsp;พร้อมกันนี้ยังได้ปลูกจิตสำนึกให้ชาวไทยทุกคนร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำให้คงอยู่อย่างสมบูรณ์ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;โดยในตอนท้ายว่า&amp;nbsp;เนื่องในวันน้ำโลก&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;รัฐบาลขอเชิญชวนให้ทุกภาคส่วนได้ตระหนักถึงการอนุรักษ์น้ำ&amp;nbsp;โดยการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าและร่วมกันลดการปนเปื้อนของน้ำใต้ดิน&amp;nbsp;เพื่อให้ประเทศไทยสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ตามนโยบาย&amp;nbsp;ทศวรรษแห่งการร่วมมือปฏิบัติของทุกประเทศ&amp;nbsp;เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;nbsp;ของสหประชาชาติและเพื่อประโยชน์สูงสุด&amp;nbsp;คือการรักษาทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;เพื่อลูกหลานของเราในอนาคตสืบไป&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;องค์การสหประชาชาติได้กำหนดให้วันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;มีนาคมของทุกปีเป็นวันน้ำโลก&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;(World&amp;nbsp;Water&amp;nbsp;Day)&amp;nbsp;เพื่อกระตุ้นให้ประชาคมโลกร่วมกันอนุรักษ์&amp;nbsp;ฟื้นฟู&amp;nbsp;และพัฒนาการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรน้ำอย่างบูรณาการตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;สำหรับประเทศไทย&amp;nbsp;คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้สัปดาห์ที่ตรงกับวันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;มีนาคมของทุกปี&amp;nbsp;เป็นสัปดาห์อนุรักษ์ทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322201435846</Link_News></row>
<row _id="157"><NewsTitle>อว. ร่วมกับ กองบัญชาการกองทัพไทย ปั้น นักรบไซเบอร์ ส่ง ทหาร ไปเรียน ไซเบอร์ เพื่อให้ทันต่อภัยคุกคามที่เพิ่มความรุนแรงและซับซ้อนยิ่งขึ้น</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ศ.(พิเศษ)&amp;nbsp;ดร.เอนก&amp;nbsp;เหล่าธรรมทัศน์&amp;nbsp;รมว.การอุดมศึกษา&amp;nbsp;วิทยาศาสตร์&amp;nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&amp;nbsp;(อว.)&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;พล.อ.&amp;nbsp;เฉลิมพล&amp;nbsp;ศรีสวัสดิ์&amp;nbsp;ผู้บัญชาการทหารสูงสุด&amp;nbsp;กองบัญชาการกองทัพไทย&amp;nbsp;ลงนามความร่วมมือ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การจัดสรรทุนการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี&amp;nbsp;เพื่อพัฒนาบุคลากรของกองทัพไทยให้มีศักยภาพสูง&amp;nbsp;เป็นกำลังของชาติ&amp;nbsp;สร้างความพร้อมในการป้องกันและพัฒนาปฏิบัติการทางไซเบอร์&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ความมั่นคงให้ทันต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่เพิ่มความรุนแรงและซับซ้อนมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รมว.อว.กล่าวว่า&amp;nbsp;ความร่วมมือครั้งนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นับเป็นจุดเริ่มต้นของการเสริมพลังของ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;หน่วยงานในการกำหนดอนาคตของประเทศในด้านความมั่นคงและความปลอดภัยบนโลกไซเบอร์&amp;nbsp;เพราะกำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงและความท้าทายในโลกยุคดิจิทัล&amp;nbsp;ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของการพัฒนา&amp;nbsp;ที่มีความจำเป็นต้องใช้ความรู้&amp;nbsp;ความเชี่ยวชาญ&amp;nbsp;ศิลปวิทยาการที่ทันสมัยจากต่างประเทศ&amp;nbsp;เพื่อสร้างบุคลากรที่เปี่ยมความรู้&amp;nbsp;ในขณะเดียวกันก็รู้เท่าทันอนาคต&amp;nbsp;พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง&amp;nbsp;โดยความสำคัญของการให้ทุนจึงไม่ใช่เพียงแค่ไปเรียนวิชาการ&amp;nbsp;แต่ผู้รับทุนต้องสามารถทำหน้าที่เสมือนหน่วยข่าวกรองของประเทศไทยในต่างประเทศ&amp;nbsp;เพื่อให้มีศักยภาพในการนำความรู้มาต่อยอด&amp;nbsp;เป็นกำลังสำคัญของชาติ&amp;nbsp;ทำให้ประเทศและสังคมดีขึ้น&amp;nbsp;เก่งขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้าน&amp;nbsp;พล.อ.&amp;nbsp;เฉลิมพล&amp;nbsp;ศรีสวัสดิ์&amp;nbsp;ผู้บัญชาการทหารสูงสุด&amp;nbsp;กองบัญชาการกองทัพไทย&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การคุกคามด้านไซเบอร์&amp;nbsp;เป็นวิวัฒนาการทางเทคโนโลยี&amp;nbsp;ซึ่งถูกนํามาใช้ในสังคมปัจจุบัน&amp;nbsp;ทําให้ฝ่ายที่ถูกโจมตีเกิดความเสียเปรียบในสมรภูมิการรบ&amp;nbsp;กองทัพไทย&amp;nbsp;จึงมีความจําเป็นต้องพัฒนาให้มีความพร้อมรองรับภัยคุกคาม&amp;nbsp;รวมถึงการช่วยเหลือประชาชนได้ทุกรูปแบบ&amp;nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมิติทางไซเบอร์&amp;nbsp;กองทัพไทย&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;การที่กองทัพไทยได้รับการจัดสรรทุนการศึกษาจาก&amp;nbsp;อว.จะช่วยให้สามารถพัฒนากําลังพลให้มีความรู้ความสามารถเพื่อนําไปใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322135624589</Link_News></row>
<row _id="158"><NewsTitle>กองทัพบก เตรียมตรวจเลือกทหารกองประจำการปี 2565 พร้อมแจ้งชายไทยเข้ารับการตรวจเลือกระหว่างวันที่ 1-20 เมษายนนี้ ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พันเอกหญิง&amp;nbsp;ศิริจันทร์&amp;nbsp;งาทอง&amp;nbsp;รองโฆษกกองทัพบก&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กองทัพบกจะทำการตรวจเลือกทหารกองเกิน&amp;nbsp;เข้ารับราชการเป็นทหารกองประจำการในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;1-20&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;(เว้นวันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;13&amp;nbsp;-&amp;nbsp;15&amp;nbsp;เม.ย.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;ขณะนี้ทางราชการได้เตรียมความพร้อมทั้งบุคลากร&amp;nbsp;สถานที่&amp;nbsp;ระบบการบริหารจัดการที่อำนวยความสะดวกให้ผู้เข้ารับการตรวจเลือกอย่างเต็มที่&amp;nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19&amp;nbsp;รวมทั้งคณะกรรมการตรวจเลือก&amp;nbsp;จะดำเนินการพร้อมกันใน&amp;nbsp;77&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;928&amp;nbsp;หน่วยตรวจเลือก&amp;nbsp;โดยผู้ที่จะต้องเข้ารับการตรวจเลือกทหารในปีนี้&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ชายไทยที่เกิด&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2544&amp;nbsp;(อายุครบ&amp;nbsp;21&amp;nbsp;ปีบริบูรณ์)&amp;nbsp;กับ&amp;nbsp;ผู้ที่เกิด&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2536&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2543&amp;nbsp;(อายุ&amp;nbsp;22-29&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ที่ยังไม่เคยเข้ารับการตรวจเลือก&amp;nbsp;หรือการตรวจเลือกยังไม่แล้วเสร็จ)&amp;nbsp;ให้เตรียมตัวเข้ารับการตรวจเลือก&amp;nbsp;ตามวัน&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;และสถานที่ที่กำหนดในหมายเรียกเข้ารับราชการทหาร(แบบ&amp;nbsp;สด.35)&amp;nbsp;พร้อมเตรียมเอกสารไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;กองทัพบกได้ทำการคัดเลือกทหารกองประจำการไว้แล้วจำนวนหนึ่ง&amp;nbsp;จากโครงการสมัครเป็นทหารกองประจำการ&amp;nbsp;(กรณีพิเศษ)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ด้วยระบบออนไลน์&amp;nbsp;ทำให้ยอดผู้ที่จะต้องเข้ามาเป็นทหารกองประจำการในปีนี้ลดลง&amp;nbsp;กองทัพบกจึงขอเชิญชวนผู้ที่สนใจสมัครเป็นทหาร&amp;nbsp;ต้องแจ้งความประสงค์ต่อคณะกรรมการทันทีในวันที่มารับการตรวจเลือก&amp;nbsp;โดยกองทัพจะเปิดโอกาสให้มีการสมัครหรือร้องขอเป็นทหารก่อน&amp;nbsp;จากนั้นหากมีจำนวนผู้สมัครยังไม่ครบตามความต้องการของทางราชการจึงจะเข้าสู่กระบวนการคัดเลือก&amp;nbsp;เป็นไปตามนโยบายของกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หากมีข้อสงสัย&amp;nbsp;สอบถามได้ที่&amp;nbsp;สัสดีเขต/อำเภอ&amp;nbsp;สัสดีจังหวัด&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;กองการสัสดี&amp;nbsp;หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หมายเลข&amp;nbsp;0&amp;nbsp;2223&amp;nbsp;3259,&amp;nbsp;0&amp;nbsp;2221&amp;nbsp;8814,&amp;nbsp;0&amp;nbsp;2223&amp;nbsp;3421&amp;nbsp;ทางเว็ปไซต์&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;Facebook&amp;nbsp;กองการสัสดี&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322135139584</Link_News></row>
<row _id="159"><NewsTitle>รัฐบาลเตรียม 10 มาตรการช่วยเหลือประชาชนบรรเทาความเดือดร้อนจากวิกฤติซ้อนวิกฤต ทั้งความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน และโควิด-19 เริ่ม พ.ค.-ก.ค.65</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;ว่า&lt;/strong&gt;จากสถานการณ์ความผันผวนของราคาพลังงาน&amp;nbsp;ที่เป็นผลมาจากความขัดแย้งระหว่างยูเครน-รัสเซีย&amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและการขนส่งสินค้าและบริการต่างๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้ค่าครองชีพมีการปรับตัวสูงขึ้น&amp;nbsp;รัฐบาลได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;และตระหนักถึงความลำบากของพี่น้องประชาชนที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ออกมาตรการช่วยเหลือ&amp;nbsp;ประชาชนเร่งด่วน&amp;nbsp;เพิ่มเติมจากมาตรการต่างๆ&amp;nbsp;ที่รัฐได้ออกไปแล้วและยังใช้อยู่ในขณะนี้&amp;nbsp;ซึ่งคาดว่าจะเริ่มต้นได้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมจนถึงเดือนกรกฎาคมนี้&amp;nbsp;อย่างน้อย&amp;nbsp;10&amp;nbsp;มาตรการ&amp;nbsp;ดังนี้.-&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.&amp;nbsp;การเพิ่มเงินช่วยเหลือเพื่อซื้อก๊าซหุงต้มสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&amp;nbsp;3.6&amp;nbsp;ล้านคน&amp;nbsp;โดยเพิ่มเงินจากเดิม&amp;nbsp;45&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;100&amp;nbsp;บาท/เดือน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.&amp;nbsp;ส่วนลดซื้อก๊าซหุงต้ม&amp;nbsp;เดือนละ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;สำหรับผู้ค่าหาบเร่แผงลอยที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&amp;nbsp;จำนวนประมาณ&amp;nbsp;5,500&amp;nbsp;คน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.&amp;nbsp;ช่วยเหลือค่าน้ำมันให้กับผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมการขนส่งทางบก&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;157,000&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;โดยช่วยลดค่าใช้จ่ายน้ำมันแก๊สโซฮอลล์&amp;nbsp;250&amp;nbsp;บาทต่อเดือน&amp;nbsp;และขอให้กรมการขนส่งทางบกกำกับราคาการให้บริการเพื่อให้พี่น้องประชาชนที่ต้องใช้บริการมอเตอร์ไซค์รับจ้างมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางเท่าเดิม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4.&amp;nbsp;คงราคาขายปลีกผู้ที่ใช้ก๊าซ&amp;nbsp;NGV&amp;nbsp;ไว้ที่&amp;nbsp;15.59&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;5.&amp;nbsp;ผู้ขับขี่แท๊กซี่มิเตอร์ภายใต้โครงการลมหายใจเดียวกัน&amp;nbsp;สามารถซื้อก๊าซได้ในราคา&amp;nbsp;13.62&amp;nbsp;บาท/กิโลกรัม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;6.&amp;nbsp;ช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าที่จะเพิ่มขึ้นสำหรับผู้ที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน&amp;nbsp;300&amp;nbsp;หน่วยต่อเดือน&amp;nbsp;โดยลดค่า&amp;nbsp;Ft&amp;nbsp;ลง&amp;nbsp;22&amp;nbsp;สตางค์ต่อหน่วยในช่วงเดือนพฤษภาคม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;สิงหาคม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;7.&amp;nbsp;ตรึงราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&amp;nbsp;ไปจนถึงสิ้นเดือนเมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;หลังจากนั้น&amp;nbsp;รัฐบาลจะเข้าไปช่วยเหลือส่วนที่ราคาน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มขึ้นครึ่งนึง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;8.&amp;nbsp;กำกับดูแลการปรับราคาก๊าซหุงต้มในช่วงตั้งแต่เดือนเมษายน&amp;nbsp;-&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;โดยใช้กองทุนน้ำมันเข้าไปช่วยลดผลกระทบจากการปรับราคาให้ไม่ขึ้นสูงเกินไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;9.&amp;nbsp;ลดอัตราเงินสบทบของนายจ้างและลูกจ้างที่อยู่ในระบบประกันสังคมมาตรา&amp;nbsp;33&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;5%&amp;nbsp;เหลือ&amp;nbsp;1%&amp;nbsp;เพื่อให้ลูกจ้างและนายจ้างสามารถมีกำลังในการใช้จ่ายและผู้ประกอบการสามารถมีสภาพคล่องเพิ่มขึ้นในการดำเนินธุรกิจในช่วงถัดไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;10.&amp;nbsp;ลดอัตราเงินสมทบผู้ประกันตนมาตรา&amp;nbsp;39&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;9%&amp;nbsp;เหลือ&amp;nbsp;1.9%&amp;nbsp;และลดอัตราเงินสมทบของผู้ประกันตนมาตรา&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ลงเหลือ&amp;nbsp;42&amp;nbsp;&amp;nbsp;180&amp;nbsp;บาทต่อเดือน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรียังได้สั่งการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;และกระทรวงพาณิชย์ออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้ได้มากที่สุด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ก่อนจะเข้าสู่ฤดูการเพาะปลูก&amp;nbsp;โดยเน้นการใช้วัตถุดิบในประเทศ&amp;nbsp;และให้กระทรวงการต่างประเทศประสานงานกับประเทศต่างๆในการจัดหาปัจจัยการผลิตที่จำเป็นเข้าประเทศด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ต่อจากนี้ไป&amp;nbsp;กระทรวงและหน่วยงานต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;จะเร่งดำเนินการออกมาตรการทั้งหมดที่กล่าวมา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้ต้องให้เป็นไปตามข้อกฏหมาย&amp;nbsp;และข้อบังคับต่างๆ&amp;nbsp;รวมทั้งนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาและอนุมัติเป็นการเร่งด่วน&amp;nbsp;ขอย้ำว่า&amp;nbsp;รัฐบาล&amp;nbsp;ทุกกระทรวง&amp;nbsp;และทุกหน่วยงาน&amp;nbsp;กำลังทำงานอย่างหนักเพื่อวางแผนช่วยเหลือพี่น้องประชาชนทุกคนให้ได้มากที่สุด&amp;nbsp;ให้พ้นวิกฤตซ้อนวิกฤตนี้ไปให้ได้&amp;nbsp;โดยไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง&amp;nbsp;และเร่งเดินหน้าตามแผนฟื้นฟูประเทศที่ได้วางไว้ทั้งระยะสั้น&amp;nbsp;ระยะกลาง&amp;nbsp;และระยะยาว&amp;nbsp;ทั้งเรื่องโอกาสการค้าการลงทุนกับต่างประเทศ&amp;nbsp;การเปิดประเทศและการท่องเที่ยวในระยะต่อไป&amp;nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ&amp;nbsp;สร้างอาชีพและรายได้&amp;nbsp;รวมไปถึงการช่วยลดภาระ&amp;nbsp;แบ่งเบาค่าครองชีพด้วยมาตรการต่างๆ&amp;nbsp;และแก้ปัญหาหนี้สินให้พี่น้องประชาชนโดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322143706607</Link_News></row>
<row _id="160"><NewsTitle>คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการปรับปรุงหลักการจำแนกประเภทหน่วยงานของรัฐในกำกับของฝ่ายบริหาร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายศิริศักดิ์&amp;nbsp;ศิริมังคะลา&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเรื่องการปรับปรุงหลักการจำแนกประเภทของหน่วยงานของรัฐในการกำกับของฝ่ายบริหารเมื่อวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมีสาระสำคัญ&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;การทบทวนมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;2552&amp;nbsp;ในเรื่องการจำแนกประเภทองค์การมหาชนจากเดิมที่เห็นชอบให้มีการจำแนกประเภทขององค์การมหาชนเป็น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ประเภทได้แก่&amp;nbsp;1.องค์การมหาชนที่จัดตั้งตามพระราชบัญญัติองค์การมหาชนพุทธศักราช&amp;nbsp;2542&amp;nbsp;และที่แก้ไขเพิ่มเติม&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;2.องค์การมหาชนที่จัดตั้งตามพระราชบัญญัติเฉพาะรวมถึงมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐซึ่งมีฐานะเป็นองค์การมหาชนที่จัดตั้งตามพระราชบัญญัติเฉพาะเป็น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ประเภท&amp;nbsp;โดยเพิ่มองค์การมหาชนที่จัดตั้งตามพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามความในพระราชบัญญัติสภานโยบายการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติพุทธศักราช&amp;nbsp;2552&amp;nbsp;เป็นประเภทที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จำแนกให้กองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการกองทุนการออมแห่งชาติและกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาและหน่วยงานของรัฐในการกำกับของฝ่ายบริหารประเภทกองทุนที่เป็นนิติบุคคลตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;2552&amp;nbsp;เรื่องหลักการจำแนกประเภทหน่วยงานของรัฐในการกำกับของฝ่ายบริหารและจำแนกให้สำนักงานลูกเสือแห่งชาติเป็นหน่วยงานของรัฐในการกำกับของฝ่ายบริหารประเทศองค์การมหาชนที่จัดตั้งตามพระราชบัญญัติเฉพาะตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;2552&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;คณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชนและกระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รับความเห็นชอบของสำนักงบประมาณ&amp;nbsp;สำนักงาน&amp;nbsp;ก.พ.&amp;nbsp;และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติไปพิจารณาดำเนินการที่เกี่ยวข้องต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;รุ่งนภา&amp;nbsp;/ข่าว&amp;nbsp;ธิติมา/เรียบเรียง&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;ทีมงานสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สมุทรสงคราม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322161001687</Link_News></row>
<row _id="161"><NewsTitle>ก.ธ.จ.อยุธยาฯ เดินสายสอดส่องการก่อสร้างถนนระดับท้องถิ่น มุ่งหวังให้ใช้งบประมาณเกิดความคุ้มค่าที่สุด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ก.ธ.จ.อยุธยาฯ เดินสายสอดส่องการก่อสร้างถนนระดับท้องถิ่น มุ่งหวังให้ใช้งบประมาณเกิดความคุ้มค่าที่สุด&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;วันนี้ (22&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;นายชานนท์ สุวรรณาภินันท์ รองประธานกรรมการธรรมาภิบาลพระนครศรีอยุธยา นำคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดฯ&amp;nbsp;ลงพื้นที่อำเภอบางไทร ติดตามสอดส่องการก่อสร้างและปรับปรุงถนน ภายใต้งบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น งบประมาณเกือบ 20 ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นายชานนท์&amp;nbsp;สุวรรณาภินันท์&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้ได้ลงพื้นที่ติดตามสอดส่องหน่วยงานระดับท้องถิ่น ที่อำเภอบางไทร รวม 3 แห่ง ประกอบด้วย โครงการก่อสร้างถนนแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ของเทศบาลตำบลราชคราม หมู่ที่ 1 ระยะทางยาว 1,825 เมตร กว้าง 4 เมตร&amp;nbsp;งบประมาณ 6,900,000 บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมกับถนนยาว 10 เมตรที่มีอยู่แล้ว&amp;nbsp;และสามารถใช้ทางเลี่ยงไปยังเกาะเกิด&amp;nbsp;และอำเภอบางปะอินได้&amp;nbsp;โดย ก.ธ.จ.ได้ชื่นชมเทศบาลตำบลราชคราม ว่ามีการกำหนดคุณสมบัติของถนนได้ดี&amp;nbsp;คุ้มค่า&amp;nbsp;ซึ่งถ้าดำเนินการแล้วเสร็จจะทำให้ประชาชนสัญจรหรือการขนส่งเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ขณะที่ อบต.ไผ่พระ งบกว่า 8 ล้านบาท ปรับปรุงซ่อมแซมถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก จากหมู่ 4  6&amp;nbsp;ตำบลกกแก้วบูรพา บ้านหนองสรวง บ้านหนองสาหร่าย หมู่ที่ 4, 6 ตำบลกกแก้วบูรพา กว้าง 6 เมตร ยาว 2,510 เมตร&amp;nbsp;เดิมเป็นถนนคอนกรีต/ลาดยาง โดย อบต.ตั้งเป้าจะทำเป็นถนนวงแหวนและเป็นถนนคอนกรีตทั้งหมด&amp;nbsp;ซึ่งจะเชื่อมโยงไปถึงคลองพระยาบันลือและไม้ตรา&amp;nbsp;ส่วน อบต. กระแชง ใช้งบประมาณกว่า 1 ล้านบาทเพื่อปรับปรุงซ่อมแซมถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก หมู่ที่ 4 ตำบลกระแชง กว้าง 4 เมตร ยาว 615 เมตร&amp;nbsp;ก.ธ.จ.ได้เสนอแนะให้นำเศษวัสดุเก่าไปใช้ประโยชน์กับพื้นที่ที่ไม่มีงบประมาณ&amp;nbsp;รวมถึง ดึงประชาชนให้เข้ามามีส่วนร่วม ให้มีความเข้าใจ พร้อมขอความร่วมมือเรื่องการสัญจรในช่วงที่มีการก่อสร้าง&amp;nbsp;ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์มากที่สุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322163154727</Link_News></row>
<row _id="162"><NewsTitle>ตำรวจภูธรจังหวัดตรัง แถลงผลการปฏิบัติการจับกุมยาเสพติดรายสำคัญ ได้ของกลางยาบ้ากว่า 2 แสนเม็ด พร้อมยึดทรัพย์ผู้ต้องหา เกือบ 2 ล้านบาท โดยผู้ต้องหาสารภาพรับจ้างนำยาบ้ามากระจายส่งไปพื้นที่ต่างๆ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลตำรวจตรีสันทัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;วินสน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ฝ่ายปกครอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้แทนหน่วยงาน&amp;nbsp;กอ.รมน.จ.ตรัง&amp;nbsp;ผู้แทนฝ่ายทหาร&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ป.ป.ส.ภาค&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ได้แถลงผลการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ&amp;nbsp;โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;256๕&amp;nbsp;เวลาประมาณ&amp;nbsp;02.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายตรวจ&amp;nbsp;สภ.เมืองตรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้ร่วมกันจับกุมตัว&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายพิสิทธิ์&amp;nbsp;หรือตาม&amp;nbsp;&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;อยู่บ้านเลขที่&amp;nbsp;51/1&amp;nbsp;ม.2&amp;nbsp;ต.บางหมาก&amp;nbsp;อ.กันตัง&amp;nbsp;จ.ตรัง&amp;nbsp;พร้อมด้วยของกลางยาบ้า&amp;nbsp;1,945&amp;nbsp;เม็ด&amp;nbsp;เหตุเกิดบริเวณหน้าโรงเรียนพรศิริกุล&amp;nbsp;ฝั่งขาเข้าเมือง&amp;nbsp;ต.บ้านควน&amp;nbsp;อ.เมืองตรัง&amp;nbsp;จ.ตรัง&amp;nbsp;ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติดภูธรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ได้ทำการสืบสวนขยายผล&amp;nbsp;สามารถตรวจยึดยาบ้าที่นายพิสิทธิ์&amp;nbsp;หรือตาม&amp;nbsp;นำไปซุกซ่อนไว้ได้อีกจำนวนประมาณ&amp;nbsp;266,000&amp;nbsp;เม็ด&amp;nbsp;ที่กระท่อมไม่มีเลขที่&amp;nbsp;ข้างบ้านเลขที่&amp;nbsp;49&amp;nbsp;ม.2ต.บางหมาก&amp;nbsp;อ.กันตัง&amp;nbsp;จ.ตรัง&amp;nbsp;ทางเจ้าหน้าที่ได้ใช้มาตรการยึดทรัพย์ผู้ต้องหา&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;รายการ&amp;nbsp;1.บ้านพร้อมที่ดิน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;หลัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;มูลค่า&amp;nbsp;1,500,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;2.รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ&amp;nbsp;HONDA&amp;nbsp;PCXจำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;มูลค่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;90,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;รวมผลการตรวจยึดทรัพย์สินฯ&amp;nbsp;รวมมูลค่า&amp;nbsp;1,590,000&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลตำรวจตรีสันทัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;วินสน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ผ็ต้องหาให้การรับสารภาพ&amp;nbsp;นำยาบ้าจำนวนดังกล่าว&amp;nbsp;มาจากเขตรอยต่อระหว่างจังหวัด&amp;nbsp;ที่ผ่านมานั้นผู้ต้องหาได้ค่าจ้างประมาณ&amp;nbsp;5-6พันบาท&amp;nbsp;แต่ปริมาณยาบ้าจำนวนไม่มาก&amp;nbsp;แต่ครั้งนี้รับยาบ้ามาจำนวนมากกว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แสนเม็ด&amp;nbsp;เพื่อนำมากระจายส่งในจังหวัดตรัง&amp;nbsp;และจังหวัดใกล้เคียง&amp;nbsp;ในขณะที่ราคายาบ้าอยู่ที่เม็ดละ&amp;nbsp;20-30&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;จึงทำให้มีการแพร่ระบาดของยาบ้าเมขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดตรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้เร่งป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;จึงขอความร่วมมือจากประชาชน&amp;nbsp;กาดมีเบาะแสของการค้ายาเสพขอให้แจ้งทางเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะเก็บข้อมูลไว้เป็นความลับ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322182009788</Link_News></row>
<row _id="163"><NewsTitle>จังหวัดนครพนม ร่วกับ อปท.และทหาร ตำรวจลงพื้นที่ตรวจตราร้านอาหารที่มีการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งจังหวัดนครพนม ห้ามจำหน่ายและบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้าน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ภายใต้การอำนวยการของ&amp;nbsp;นายชาธิป&amp;nbsp;รุจนเสรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;สถานีตำรวจภูธรเมืองนครพนม&amp;nbsp;ป้องกันจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;กลุ่มงานบริหารงานปกครอง&amp;nbsp;กลุ่มงานความมั่นคง&amp;nbsp;กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดนครพนมที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อปท.&amp;nbsp;ลงพื้นที่&amp;nbsp;ตรวตราร้านค้า&amp;nbsp;กระทำความผิดฐาน&amp;nbsp;"ฝ่าฝืนคำสั่งจังหวัดนครพนมที่&amp;nbsp;617/2565&amp;nbsp;ลงวันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ข้อ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;(1)&amp;nbsp;ร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มสามารถเปิดให้บริการบริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มในร้านตามเวลาปกติ&amp;nbsp;โดยห้ามจำหน่ายและบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้านตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;ถึงวันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;พ.ศ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พบร้านค้าจำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;กระทำความผิดฐาน&amp;nbsp;"ฝ่าฝืนคำสั่งจังหวัดนครพนมที่&amp;nbsp;617/2565&amp;nbsp;ลงวันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ข้อ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;(1)&amp;nbsp;ร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มสามารถเปิดให้บริการบริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มในร้านตามเวลาปกติ&amp;nbsp;โดยห้ามจำหน่ายและบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้านตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;ถึงวันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;พ.ศ&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผลการดำเนินการ&amp;nbsp;:&amp;nbsp;ก่อนเกิดเหตุ&amp;nbsp;จนท.ได้รับคำสั่งจาก&lt;/strong&gt;ผู้บังคับบัญชาให้ออกตรวจตราร้านอาหารที่มีการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;617/2565&amp;nbsp;ลงวันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ต่อมาเมื่อเวลา&amp;nbsp;21.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;จนท.เดินทางไปถึงที่เกิดเหตุ&amp;nbsp;พบลูกค้ากำลังนั่งรับประทานอาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายในร้าน&amp;nbsp;จนท.จึงแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองและตำรวจ&amp;nbsp;และทำการสอบถามข้อเท็จจริงจากผู้จัดการร้านทั้งสอง&amp;nbsp;จากการสอบถามให้การว่าลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการได้มีการนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาเองบางส่วน&amp;nbsp;และร้านจำหน่ายให้กับลูกค้าบางส่วน&amp;nbsp;เมื่อ&amp;nbsp;จนท.เข้ามาตรวจสอบพบ&amp;nbsp;จึงได้ทำการสอบสวนผู้เข้ามาใช้บริการเบื้องต้น&amp;nbsp;จึงทราบว่าลูกค้านำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาดื่มเองบางส่วนและจำหน่ายให้กับลูกค้าบางส่วนจริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จนท.จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้จัดการร้านทั้งสองว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กระทำความผิดฐานปล่อยปะละเลยให้มีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายในร้าน&amp;nbsp;โดยการฝ่าฝืนคำสั่งจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;617/2565&amp;nbsp;ข้อ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;(1)&amp;nbsp;และแจ้งสิทธิให้แก่บุคคลดังกล่าวทราบ&amp;nbsp;ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ&amp;nbsp;จากนั้นได้เชิญตัวมาจัดทำบันทึกจับกุม&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;สถานีตำรวจภูธรเมืองนครพนม&amp;nbsp;ควบคุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองนครพนมเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านอาหาร&amp;nbsp;อีกจำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ร้าน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากการลงพื้นที่ตรวจสอบไม่พบการกระทำความผิด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครพนม</Province><Department>สวท.นครพนม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322182736792</Link_News></row>
<row _id="164"><NewsTitle>รองผู้การฯ นราธิวาส ประชุมเครือข่ายฯ Big 6 สภ.เมืองนราธิวาส ขับเคลื่อนโครงการ  Smart Safety Zone 4.0</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พันตำรวจเอก&amp;nbsp;ดุลยมาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;แยนา&amp;nbsp;รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมเครือข่ายป้องกันอาชญากรรมเชิงรุกประจำสถานีตำรวจภูธรเมืองนราธิวาส&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;Big&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตามโครงการ&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Safety&amp;nbsp;Zone&amp;nbsp;4.0&amp;nbsp;ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp;ที่ห้องประชุม&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;สถานีตำรวจภูธรเมืองนราธิวาส&amp;nbsp;อำเภอเมืองนราธิวาส&amp;nbsp;ซึ่งมีพันตำรวจเอก&amp;nbsp;เจฟฟรีย์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไศลมานกุล&amp;nbsp;ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนราธิวาส&amp;nbsp;พันตำรวจโท&amp;nbsp;รื่น&amp;nbsp;แก้วสุกใส&amp;nbsp;รองผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนราธิวาส&amp;nbsp;&amp;nbsp;เครือข่าย&amp;nbsp;Big&amp;nbsp;6&amp;nbsp;(ตำรวจ&amp;nbsp;ภาคประชาชน&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;ภาคธุรกิจ&amp;nbsp;หน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;และสื่อมวลชน)&amp;nbsp;และผู้เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เข้าร่วมการประชุม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พันตำรวจเอก&amp;nbsp;เจฟฟรีย์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไศลมานกุล&amp;nbsp;ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนราธิวาส&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กล่าวว่า&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Safety&amp;nbsp;Zone&amp;nbsp;4.0&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นโครงการเพิ่มประสิทธิภาพป้องกันอาชญากรรมเชิงรุก&amp;nbsp;มุ่งเน้นการทำงานของตำรวจให้ตรงกับสภาพปัญหาและความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง&amp;nbsp;ที่สำคัญมีการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด&amp;nbsp;ในการขับเคลื่อนโครงการฯ&amp;nbsp;ทางสถานีตำรวจภูธรเมืองนราธิวาส&amp;nbsp;ได้กำหนดพื้นที่เป้าหมายคือตำบลบางนาค&amp;nbsp;ภายใต้ชื่อ&amp;nbsp;บางนาคสมาร์ทเซฟตี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ในที่ประชุมได้รับทราบสถิติคดีอาญา&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;ในพื้นที่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;กลุ่มที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คดีความผิดเกี่ยวกับชีวิต&amp;nbsp;ร่างกาย&amp;nbsp;และเพศ//กลุ่มที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คดีความผิดเกี่ยวกับทรัพย์//กลุ่มที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ฐานความผิดพิเศษ//กลุ่มที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;คดีที่รัฐเป็นผู้เสียหาย&amp;nbsp;ซึ่งกลุ่มที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ไม่มี&amp;nbsp;กลุ่มที่&amp;nbsp;2-4&amp;nbsp;ภาพรวมมีคดีเกิดขึ้นน้อยมากและสามารถจับกุมได้&amp;nbsp;รับทราบผลการปฏิบัติและการตรวจเยี่ยมประชาชนใน-นอก&amp;nbsp;พื้นที่โครงการ&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Safety&amp;nbsp;Zone&amp;nbsp;4.0&amp;nbsp;&amp;nbsp;การตรวจค้นยานพาหนะและบุคคล&amp;nbsp;การตั้งด่านตรวจ-จุดตรวจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ได้รายงานผลการดำเนินงานตามโครงการฯ&amp;nbsp;ในเดือนมีนาคม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;2565&amp;nbsp;ทางสถานีตำรวจภูธรเมืองนราธิวาสร่วมกับเทศบาลเมืองนราธิวาส&amp;nbsp;ร่วมปรับปรุงทาสีทางข้ามหรือทางม้าลาย&amp;nbsp;บริเวณหน้าโรงเรียนบางนราวิทยา&amp;nbsp;และร่วมกับคนในชุมชนปรับปรุงภูมิทัศน์ตรอกช้างสมานฉันท์&amp;nbsp;ส่วนแผนการดำเนินงานในเดือนเมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จะขอเชื่อมกล้องภาคเอกชนมายังห้อง&amp;nbsp;CCOC&amp;nbsp;เพิ่มเติมและติดตั้งกล้อง&amp;nbsp;Wifi&amp;nbsp;ทางเข้า-ออก&amp;nbsp;ชุมชนตรอกช้างสมานฉันท์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>นราธิวาส</Province><Department>สวท.นราธิวาส</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322194251823</Link_News></row>
<row _id="165"><NewsTitle>รมว.ยุติธรรม ประชุม ยจ.ทั่วประเทศ จี้ให้ทำงานหนักบริการประชาชน เร่งประสานหาลูกหนี้เข้าร่วมงานมหกรรมไกล่เกลี่ยให้มากที่สุด แนะทำงานร่วมท้องถิ่นช่วยชาวบ้าน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสมศักดิ์&amp;nbsp;เทพสุทิน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ตนพร้อมนางสาวณัฐธ์ภัสส์&amp;nbsp;ยงใจยุทธ&amp;nbsp;ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม&amp;nbsp;นายเรืองศักดิ์&amp;nbsp;สุวารี&amp;nbsp;อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ&amp;nbsp;ได้ร่วมประชุมกับผู้อำนวยการสำนักงานยุติธรรมจังหวัดทั่วประเทศ&amp;nbsp;โดยได้มีการมอบนโยบายในหลายประเด็นว่า&amp;nbsp;เวลานี้ยุติธรรมจังหวัดถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญในการช่วยเหลือประชาชน&amp;nbsp;เพราะเป็นหน่วยงานตัวแทนของกระทรวงยุติธรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ดังนั้น&amp;nbsp;ข้าราชการของกระทรวง&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็น&amp;nbsp;สำนักงานยุติธรรมจังหวัด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมคุมประพฤติ&amp;nbsp;กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ&amp;nbsp;กรมบังคับคดี&amp;nbsp;กรมราชทัณฑ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ต้องรู้เนื้องานที่ฝ่ายบริหารเดินหน้าทำงานอยู่&amp;nbsp;โดยเนื้องานหลักในเวลานี้ที่สำคัญ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การช่วยเหลือประชาชนที่เราจะเพิ่มบริการเข้าไป&amp;nbsp;การไกล่เกลี่ยหนี้สิน&amp;nbsp;การเยียวยาผู้เสียหายและเหยื่อจากคดีอาญาตามพ.ร.บ.ค่าตอบแทนฯ&amp;nbsp;กองทุนยุติธรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยงานทั้งหมดพวกเราต้องรู้และช่วยกัน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพราะปีนี้กระทรวงยุติธรรมต้องช่วยเหลือประชาชนให้มากที่สุด&amp;nbsp;ต้องลงไปทำความเข้าใจกับชาวบ้าน&amp;nbsp;ต้องรู้จักประสานกับท้องถิ่น&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;อบต.&amp;nbsp;อบจ.&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัด&amp;nbsp;อาสาสมัครต่างๆ&amp;nbsp;และผู้นำชุมชน&amp;nbsp;เพื่อประสานในเรื่องงานต่างๆให้เกิดประโยชน์สูงสุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การไกล่เกลี่ยหนี้สินถือเป็นหนึ่งในงานหลักใหม่ของกระทรวง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่เราจะจัดทั่วประเทศ&amp;nbsp;แต่หากเราไม่สามารถเชิญชวนลูกหนี้เข้าร่วมได้จะเกิดประโยชน์อะไร&amp;nbsp;ดังนั้นทุกคนต้องตื่นตัว&amp;nbsp;การช่วยเหลือประชาชนเรื่องหนี้สินเป็นเรื่องที่ดี&amp;nbsp;และเป็นการมอบนโยบาย&amp;nbsp;ข้าราชการทุกคนต้องเข้าใจงานหลักในการบริการประชาชนให้ได้&amp;nbsp;จากนี้ผมอยากเห็นยอดผู้เข้าร่วมงานไกล่เกลี่ยหนี้สิน&amp;nbsp;มีมากขึ้น&amp;nbsp;เราต้องเร่งหาลูกหนี้&amp;nbsp;ทำงานเชิงรุกและติดต่อให้มาไกล่เกลี่ยให้มากที่สุด&amp;nbsp;เพราะคนที่เข้าร่วมงานจะได้ประโยชน์มากมาย&amp;nbsp;ไม่ถูกฟ้องดำเนินคดี&amp;nbsp;ผู้ต้องคำพิพากษาไม่ถูกขายทรัพย์ทอดตลาด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครราชสีมา</Province><Department>สวท.นครราชสีมา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322220644866</Link_News></row>
<row _id="166"><NewsTitle>รมว.ยุติธรรม ควง 2 อธิบดีเดินตลาดแจงสิทธิเยียวยา การช่วยเหลือของกองทุนยุติธรรม และการไกล่เกลี่ยหนี้ ขอประชาชนช่วยเป็นกระบอกเสียง ชี้หากเป็นไปได้จะประชาสัมพันธ์ด้วยตัวเองทุกพื้นที่ เผยยอดประมูลทรัพย์สินยาเสพติดครั้งแรกขายได้ 6.2 ล้านบาท นำเข้ากองทุนสนับสนุนงานปราบปราม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสมศักดิ์&amp;nbsp;เทพสุทิน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สำนักตรวจสอบทรัพย์สินคดียาเสพติด&amp;nbsp;สำนักงาน&amp;nbsp;ป.ป.ส.&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;ป.ป.ส.ภาค&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จัดงานขายทอดตลาดทรัพย์สินของกองทุนป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติด&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ตลาดเทิดไท&amp;nbsp;(ตาลคู่)&amp;nbsp;จ.นครราชสีมา&amp;nbsp;มีรายการทรัพย์สินที่ดำเนินการขายทอดตลาด&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;1.ทองรูปพรรณ&amp;nbsp;91&amp;nbsp;รายการ&amp;nbsp;น้ำหนักรวม&amp;nbsp;1,527.46&amp;nbsp;กรัม&amp;nbsp;ขายได้&amp;nbsp;45&amp;nbsp;รายการ&amp;nbsp;เป็นเงินทั้งสิ้น&amp;nbsp;4,530,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;ที่ดิน&amp;nbsp;27&amp;nbsp;รายการ&amp;nbsp;เป็นที่ดินของพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;จ.ชัยภูมิ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;รายการ&amp;nbsp;จ.นครราชสีมา&amp;nbsp;6&amp;nbsp;รายการ&amp;nbsp;จ.อำนาจเจริญ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;รายการ&amp;nbsp;จ.ยโสธร&amp;nbsp;2&amp;nbsp;รายการ&amp;nbsp;และจ.อุบลราชธานี&amp;nbsp;15&amp;nbsp;รายการ&amp;nbsp;โดยแบ่งเป็นที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง&amp;nbsp;7&amp;nbsp;รายการ&amp;nbsp;ที่ดินทำการเกษตร&amp;nbsp;15&amp;nbsp;รายการ&amp;nbsp;และที่ดินว่างเปล่า&amp;nbsp;5&amp;nbsp;รายการ&amp;nbsp;ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประมูล&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ผลการประมูล&amp;nbsp;ทองรูปประพรรณประมูลออก&amp;nbsp;44&amp;nbsp;รายการ&amp;nbsp;รวมเป็นเงิน&amp;nbsp;1,728,700&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และที่ดิน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;รายการเป็นเงิน&amp;nbsp;4,530,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;รวมเป็นเงิน&amp;nbsp;6,258,700&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;โดยเงินที่ได้จากการประมูลจะนำเข้ากองทุนป้องกันปราบปราม&amp;nbsp;และแก้ไขปัญหายาเสพติด&amp;nbsp;เพื่อใช้ในงานด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสมศักดิ์&amp;nbsp;กล่าวอีกว่า&amp;nbsp;ในช่วงบ่าย&amp;nbsp;ตนพร้อมด้วย&amp;nbsp;นายเรืองศักดิ์&amp;nbsp;สุวารี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ&amp;nbsp;นางทัศนีย์&amp;nbsp;เปาอินทร์&amp;nbsp;อธิบดีกรมบังคับคดี&amp;nbsp;นายวิเชียร&amp;nbsp;ไชยสอน&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานยุติธรรมจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;นายมนินธ์&amp;nbsp;สุทธิวัฒนานิติ&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนยุติธรรม&amp;nbsp;ได้เดินตลาด&amp;nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์สิทธิต่างๆ&amp;nbsp;ที่ประชาชนมีสิทธิตามกฎหมาย&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การเยียวยาผู้เสียหาย&amp;nbsp;กองทุนยุติธรรม&amp;nbsp;รวมทั้งงานมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินและยุติธรรมพบประชาชน&amp;nbsp;ให้กับพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาซื้อของ&amp;nbsp;เพื่อให้ทุกคนรับรู้ถึงสิทธิและกิจกรรมต่างๆ&amp;nbsp;หลังจากที่&amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ประกาศว่าปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จะเป็นปีแห่งการแก้หนี้&amp;nbsp;แต่หากใครมางานไม่ได้ก็ไปติดต่อที่ศูนย์ไกล่เกลี่ยทั่วประเทศได้&amp;nbsp;แต่จะไม่ได้รับสิทธิพิเศษเท่าในงาน&amp;nbsp;ซึ่งการจัดงานมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินและยุติธรรมพบประชาชน&amp;nbsp;เราจะเดินทางไปจัดยังทุกภาคทั่วประเทศ&amp;nbsp;เพื่อให้ทุกพื้นที่เข้าถึงให้มากที่สุด&amp;nbsp;ซึ่งนอกจากการจัดงานไกล่เกลี่ยหนี้สินแล้ว&amp;nbsp;เรายังจะมีการรับเรื่องราวร้องทุกข์&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์งานของทุกหน่วยงานในกระทรวง&amp;nbsp;และแจ้งสิทธิต่างๆให้ประชาชนได้รับทราบด้วย&amp;nbsp;ซึ่งตนก็ขอให้ประชาชนช่วยเป็นกระบอกเสียงอีกแรงด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หากเป็นไปได้ผมจะลงไปประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบด้วยตัวเอง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ทั้งเรื่องไกล่เกลี่ยหนี้และสิทธิต่างๆ&amp;nbsp;ที่ประชาชนชนจะได้รับตามกฎหมาย&amp;nbsp;ซึ่งหากประชาชนได้รับความเดือดร้อน&amp;nbsp;ไม่ได้รับความเป็นธรรมและต้องการได้รับความช่วยเหลือ&amp;nbsp;สามารถติดต่อไปยังสำนักงานยุติธรรมจังหวัด&amp;nbsp;และกองทุนยุติธรรมได้ทุกจังหวัดทั่วประเทศ&amp;nbsp;หรือโทรสายด่วน&amp;nbsp;1111&amp;nbsp;กด&amp;nbsp;77&amp;nbsp;ได้ตลอด24ชั่วโมง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครราชสีมา</Province><Department>สวท.นครราชสีมา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322220223865</Link_News></row>
<row _id="167"><NewsTitle>ฝ่ายความมั่นคง อ.เมยวดี ร้อยเอ็ด บูรณาการร่วมกันออกตรวจตราป้องกันการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมาย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสันติ&amp;nbsp;โอฆะพนม&amp;nbsp;นายอำเภอเมยวดี&amp;nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้สั่งการให้ฝ่ายความมั่นคงบูรณาการร่วมกับสถานีตำรวจภูธรเมยวดีออกตรวจพื้นที่เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย&amp;nbsp;ตรวจตรา&amp;nbsp;ป้องกันการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมาย&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;21&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;17.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;ตามนโยบายของนายภูสิต&amp;nbsp;สมจิตต์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&amp;nbsp;นายชนาส&amp;nbsp;ชัชวาลวงศ์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ดและนายชูศักดิ์&amp;nbsp;ราชบุรี&amp;nbsp;ปลัดจังหวัดร้อยเอ็ด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผลการดำเนินการออกตรวจพื้นที่เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตรวจตรา&amp;nbsp;ป้องกันการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมาย&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.จับกุมนาย&amp;nbsp;ส.&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;บริเวณบ้านเลขที่&amp;nbsp;41&amp;nbsp;ม.3&amp;nbsp;บ้านโป่ง&amp;nbsp;ต.บุ่งเลิศ&amp;nbsp;อ.เมยวดี&amp;nbsp;จ.ร้อยเอ็ดโดยกล่าวหาว่า&amp;nbsp;ผลิต&amp;nbsp;(ปลูก)ยาเสพติดประเภทกัญชา&amp;nbsp;โดยไม่ได้รับอนุญาติ,&amp;nbsp;ครอบครองยาเสพติดประเภท&amp;nbsp;1&amp;nbsp;(ยาบ้า)โดยผิดกฎหมาย&amp;nbsp;,&amp;nbsp;เป็นผู้ขับขี่รถ&amp;nbsp;(รถ&amp;nbsp;จยย.)เสพยาเสพติดให้โทษประเภท1,เสพยาเสพติดให้โทษประเภท1&amp;nbsp;โดยผิดกฏหมาย&amp;nbsp;พร้อมของกลางยาบ้า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เม็ด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.จับกุมนาย&amp;nbsp;พ.&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;35&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;บริเวณบ้านเลขที่&amp;nbsp;41&amp;nbsp;ม.3&amp;nbsp;บ้านโป่ง&amp;nbsp;ต.บุ่งเลิศ&amp;nbsp;อ.เมยวดี&amp;nbsp;จ.ร้อยเอ็ดโดยกล่าวหาว่ามียาเสพติดให้โทษประเภท&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาติ,เสพยาเสพติดให้โทษประเภท1โดยผิดกฎหมาย&amp;nbsp;พร้อมของกลางยาบ้า&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เม็ด&amp;nbsp;จึงนำตัวผู้ถูกจับพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน&amp;nbsp;สภ.เมยวดี&amp;nbsp;จ.ร้อยเอ็ด&amp;nbsp;เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ร้อยเอ็ด</Province><Department>สวท.ร้อยเอ็ด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322220858868</Link_News></row>
<row _id="168"><NewsTitle>ผู้บริหาร ศอ.บต. ลงพื้นที่เยี่ยมครอบครัวผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ จชต. จังหวัดพัทลุง เป็นวันที่สอง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายศรัทธา&amp;nbsp;คชพลายุกต์&amp;nbsp;รองเลขาธิการ&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นำทีมผู้บริหาร&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;นางเยาวภา&amp;nbsp;พูลพิพัฒน์&amp;nbsp;ผู้ช่วยเลขาธิการ&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;นายกฤษฎา&amp;nbsp;&amp;nbsp;เคลือบมณี&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้ช่วยเลขาธิการ&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;นายวิสันติ์&amp;nbsp;ประเสริฐศรี&amp;nbsp;ผู้ช่วยเลขาธิการ&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายวิทวัส&amp;nbsp;ศรีราม&amp;nbsp;ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง&amp;nbsp;จังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่จากกลุ่มงานเยียวยา&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่จากศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือเยียวยาจังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;ยะลา&amp;nbsp;&amp;nbsp;นราธิวาส&amp;nbsp;และจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนให้กำลังใจ&amp;nbsp;และติดตามคุณภาพชีวิตของผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;เป็นวันที่&amp;nbsp;สอง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในการนี้&amp;nbsp;ทางกลุ่มงานเยียวยา&amp;nbsp;กองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนา&lt;/strong&gt;เพื่อความมั่นคง&amp;nbsp;ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;ได้นำหมอนและผ้านวม&amp;nbsp;มอบเป็นสิ่งของกำลังใจ&amp;nbsp;เพื่อแสดงถึงความห่วงใยจากรัฐบาล&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;พร้อมทั้งได้สัมภาษณ์ถึงความเป็นอยู่ของผู้ที่ได้รับผลกระทบในเบื้องต้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;พร้อมทั้งนำความห่วงใยจากรัฐบาล&amp;nbsp;เลขาธิการ&amp;nbsp;ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจแก่ครอบครัวของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;ไม่ให้รู้สึกถูกทอดทิ้งจากหน่วยงานของรัฐ&amp;nbsp;ตามนโยบายเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&amp;nbsp;เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp;ผู้ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;ให้สามารถยืนหยัดได้ในสังคมต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ผู้ที่ได้รับผลกระทบต่างกล่าวรู้สึกปลื้มใจที่วันนี้ได้มีเจ้าหน้าที่จาก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;ลงพื้นที่&amp;nbsp;เพื่อมาติดตามและสำรวจถึงความเป็นอยู่ของผู้ที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;รวมถึงญาติพี่น้องเพราะที่ผ่านมาทุกคนยังมีภาพความทรงจำจากเหตุการณ์ที่ตนเองประสบพบเจอ&amp;nbsp;จนมีความรู้สึกกลัวจากเหตุการณ์แต่ไม่สามารถที่จะระบายให้ใครฟังได้&amp;nbsp;จนทำให้วันนี้เจ้าหน้าที่ของรัฐมาเยี่ยม&amp;nbsp;รู้สึกมีกำลังใจและดีใจมาก&amp;nbsp;และอยากขอบคุณที่ไม่ทิ้งพวกเราไปไหน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้เจ้าหน้าที่เยียวยาของ&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ลงไปเยี่ยมให้กำลังใจและสำรวจผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบฯ&amp;nbsp;แล้วกว่า&amp;nbsp;70&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;จากกลุ่มเป้าหมายทั้งสิ้น&amp;nbsp;185&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และในวันพรุ่งนี้&amp;nbsp;23&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายจะลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจอย่างต่อเนื่องโดยมีการแบ่งทีมจำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ทีม&amp;nbsp;เพื่อให้ถึงกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่อย่างทั่วถึงต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322224427877</Link_News></row>
<row _id="169"><NewsTitle>ปลัดกระทรวงมหาดไทยและนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นำแม่บ้านมหาดไทย 17 จังหวัดภาคเหนือ เยี่ยมชมชุมชนบ้านไร่น้อย อ.ป่าซาง จ.ลำพูน ชื่นชมพี่น้องประชาชนในชุมชนร่วมกันขับเคลื่อนสิ่งที่ดีเพื่อมีสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับลูกหลานในอนาคตอย่างยั่งยืน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;(22&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;16:00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ที่สวนพอเพียง&amp;nbsp;บ้านไร่น้อย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ต.ม่วงน้อย&amp;nbsp;อ.ป่าซาง&amp;nbsp;จ.ลำพูน&amp;nbsp;นายสุทธิพงษ์&amp;nbsp;จุลเจริญ&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ดร.วันดี&amp;nbsp;กุญชรยาคง&amp;nbsp;จุลเจริญ&amp;nbsp;นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายวรยุทธ&amp;nbsp;เนาวรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;นางปนัดดา&amp;nbsp;เนาวรัตน์&amp;nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;นางจิณณารัชช์&amp;nbsp;สัมพันธรัตน์&amp;nbsp;นางจิรวรรณ&amp;nbsp;เพ็ญพาส&amp;nbsp;อุปนายกสมาคม&amp;nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด&amp;nbsp;และสมาชิกแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือ&amp;nbsp;ตรวจเยี่ยมและศึกษาดูงานสวนพอเพียง&amp;nbsp;และการมีส่วนร่วมของประชาชนชุมชนบ้านไร่น้อย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมี&amp;nbsp;นางสาวภัทรพร&amp;nbsp;ลายจุด&amp;nbsp;นายอำเภอป่าซาง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายเสกสรร&amp;nbsp;ลังกาพินธ์&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลม่วงน้อย&amp;nbsp;นายยุทธพงษ์&amp;nbsp;ไชยประสพ&amp;nbsp;กำนันตำบลม่วงน้อย&amp;nbsp;นายสุรชัย&amp;nbsp;ปาจุวง&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตำบลม่วงน้อย&amp;nbsp;คุณยุวลัย&amp;nbsp;กิติวงค์&amp;nbsp;ผู้ดูแลสวนพอเพียง&amp;nbsp;และประชาชนตัวแทนชุมชนบ้านไร่น้อย&amp;nbsp;ให้การต้อนรับและนำร่วมกิจกรรมฐานการเรียนรู้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โอกาสนี้&amp;nbsp;ดร.วันดี&amp;nbsp;กุญชรยาคง&amp;nbsp;จุลเจริญ&amp;nbsp;นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วยอุปนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย&amp;nbsp;มอบเงินสมทบกองทุนหมุนเวียนขยะชุมชนบ้านไร่น้อย&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายสุรชัย&amp;nbsp;ปาจุวง&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตำบลม่วงน้อย&amp;nbsp;และตัวแทนประชาชนร่วมรับมอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสุทธิพงษ์&amp;nbsp;จุลเจริญ&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ขอชื่นชมพี่น้องประชาชนบ้านไร่น้อย&amp;nbsp;ตำบลม่วงน้อย&amp;nbsp;ที่ร่วมมือกันขับเคลื่อนสิ่งที่เป็นประโยชน์กับสภาพแวดล้อม&amp;nbsp;ด้วยการบริหารจัดการขยะแบบครบวงจรตามหลัก&amp;nbsp;3ช&amp;nbsp;(3Rs)&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ใช้น้อย&amp;nbsp;(Reduce)&amp;nbsp;ใช้ซ้ำ&amp;nbsp;(Reuse)&amp;nbsp;และนำกลับมาใช้ใหม่&amp;nbsp;(Recycle)&amp;nbsp;ซึ่งนอกจากจะส่งผลดีต่อพื้นที่อำเภอป่าซาง&amp;nbsp;จังหวัดลำพูนแล้ว&amp;nbsp;ยังส่งผลดีต่อโลกใบนี้&amp;nbsp;โดยขยะถือเป็นมลพิษที่เกิดจากชีวิตประจำวันของพวกเราทุกคน&amp;nbsp;เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนตลอดเวลา&amp;nbsp;แต่ทั้งหลายทั้งปวง&amp;nbsp;ในทางวิชาการได้มีการผลักดันส่งเสริมให้เกิดการทดแทนด้วยการนำสิ่งที่ดีมาทดแทนสภาพแวดล้อมที่เสียไป&amp;nbsp;ในลักษณะหักลบกลบหนี้&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การปลูกต้นไม้&amp;nbsp;การทำถังขยะเปียกลดโลกร้อน&amp;nbsp;ด้วยการทำให้เศษอาหารหรือขยะเปียกใส่ถังขยะเปียกลดโลกร้อนที่ตัดก้นถังแล้ววางบนหลุมและปิดฝาไว้&amp;nbsp;ทำให้ของเหลวจากเศษอาหาร&amp;nbsp;ซึมเข้าไปในดิน&amp;nbsp;เราจึงมีส่วนช่วยลดโลกร้อนด้วยการไม่เผาขยะ&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;อันเป็นการสร้างสมดุลให้สภาพภูมิอากาศของโลกด้วยการ&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;การปล่อยก๊าซเรือนกระจกร่วมกับการ&amp;nbsp;กำจัด&amp;nbsp;ก๊าซเรือนกระจกที่ถูกปล่อยเข้าสู่ชั้นบรรยากาศไปแล้ว&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;Net&amp;nbsp;Zero&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสุทธิพงษ์&amp;nbsp;จุลเจริญ&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;กล่าวต่อว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การบริหารจัดการของชุมชนบ้านไร่น้อยเกิดจากความร่วมมือกันของพี่น้องประชาชนในชุมชนด้วยความรัก&amp;nbsp;ความสามัคคี&amp;nbsp;ด้วยการเห็นถึงประโยชน์ต่ออนาคตของลูกหลาน&amp;nbsp;นั่นคือ&amp;nbsp;การที่ลูกหลานจะได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี&amp;nbsp;มีสุขภาพแข็งแรง&amp;nbsp;มีพืชผักผลไม้ที่ปลอดภัย&amp;nbsp;และที่ยาวนานไปกว่านั้น&amp;nbsp;คนบ้านไร่น้อยได้ช่วยต่ออายุให้กับโลกใบนี้&amp;nbsp;เป็นการ&amp;nbsp;Change&amp;nbsp;for&amp;nbsp;Good&amp;nbsp;สร้างสิ่งที่ดีงามเพื่อโลกใบนี้อายุยืนยาวอีกนับล้านปี&amp;nbsp;โดยไม่ต้องลงทุน&amp;nbsp;ไม่ต้องใช้งบประมาณ&amp;nbsp;เพียงแค่ใช้จิตสำนึก&amp;nbsp;ใช้หัวใจ&amp;nbsp;และใช้ความเสียสละ&amp;nbsp;ดังที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานแนวคิดในการให้ประชาชนคนไทยได้ร่วมกันเป็น&amp;nbsp;"จิตอาสา"&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;"การขับเคลื่อนของพี่น้องประชาชนคนบ้านไร่น้อย&lt;/strong&gt;กระทั่งเกิดผลสำเร็จในวันนี้&amp;nbsp;ถือเป็นต้นแบบที่ชาวแม่บ้านมหาดไทยทั้ง&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือจะได้ศึกษาเรียนรู้&amp;nbsp;และนำตัวอย่างที่ดีไปประยุกต์ขับเคลื่อนขยายผลในพื้นที่จังหวัด&amp;nbsp;เพื่อทำให้ทุกพื้นที่เกิดหมู่บ้านที่สร้างสิ่งที่ดีให้กับโลกใบนี้ดังเช่นชุมชนบ้านไร่น้อยเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;ด้วยการร่วมกับท่านผู้ว่าราชการจังหวัด&amp;nbsp;ลงแรงหมั่นออกไปเยี่ยม&amp;nbsp;ออกไปแนะนำ&amp;nbsp;ออกใบติดตามให้กำลังใจคนทำงานหมู่บ้านต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดของเรา&amp;nbsp;โดยใช้หลักการ&amp;nbsp;"ผู้นำต้องทำก่อน"&amp;nbsp;เพื่อให้หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;นายอำเภอ&amp;nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;ได้ช่วยกันขยายผล&amp;nbsp;อันจะส่งผลให้พี่น้องประชาชนมีขวัญ&amp;nbsp;มีกำลังใจในการช่วยกัน&amp;nbsp;Change&amp;nbsp;for&amp;nbsp;Good&amp;nbsp;ให้เกิดขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะรอเวลาไม่ได้&amp;nbsp;ดังที่นายบัน&amp;nbsp;คี&amp;nbsp;มูน&amp;nbsp;อดีตเลขาธิการสหประชาชาติ&amp;nbsp;เคยกล่าวไว้ว่า&amp;nbsp;There&amp;nbsp;is&amp;nbsp;No&amp;nbsp;Planet&amp;nbsp;B&amp;nbsp;ด้วยการ&amp;nbsp;Action&amp;nbsp;Now&amp;nbsp;จึงขอให้ได้ช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;รักษาโลกใบนี้ไว้เพื่อให้อยู่คู่กับลูกหลาน"&amp;nbsp;นายสุทธิพงษ์ฯ&amp;nbsp;กล่าวในช่วงท้าย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้าน&amp;nbsp;นายสุรชัย&amp;nbsp;ปาจุวง&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตำบลม่วงน้อย&amp;nbsp;อำเภอป่าซาง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ชุมชนบ้านไร่น้อย&amp;nbsp;เป็นหมู่บ้านขนาดเล็ก&amp;nbsp;มีเนื้อที่ประมาณ&amp;nbsp;590&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำสวนลำไย&amp;nbsp;ใช้ภาษาพูด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ภาษายอง&amp;nbsp;เป็นหมู่บ้านที่มีความเข้มแข็ง&amp;nbsp;เป็นชุมชนที่มีระเบียบวินัยในการรักษาสภาพความเป็นอยู่&amp;nbsp;และสภาพแวดล้อมให้มีความสวยงาม&amp;nbsp;กระทั่งได้รับหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงอยู่เย็นเป็นสุขในระดับจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;รางวัลชุมชนบ้านน่าเยือนเฮือนน่าอยู่&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยได้ดำเนินการบริหารจัดการขยะมูลฝอยชุมชน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ด้วยการคัดแยกขยะในชุมชนตามหลัก&amp;nbsp;3Rs&amp;nbsp;และจัดตั้งกองทุนหมุนเวียนขยะโดยประชาชนในชุมชน&amp;nbsp;เพื่อนำเงินมาพัฒนาหมู่บ้านในด้านต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ซึ่งนับถึงปัจจุบันมีเงินหมุนเวียน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;14,567&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;สำหรับในด้านการบริหารจัดการขยะมูลฝอยชุมชน&amp;nbsp;ตำบลได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ทั้งการรณรงค์จัดการขยะเปียกหรือเศษอาหารในครัวเรือนด้วยถังขยะเปียกลดโลกร้อนอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังได้ขับเคลื่อนการเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร&amp;nbsp;(Lamphun&amp;nbsp;Go&amp;nbsp;Green)&amp;nbsp;ด้วยการส่งเสริมให้ประชาชนปลูกผักในครัวเรือนสร้างความมั่นคงทางอาหารในครัวเรือน&amp;nbsp;และน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในชีวิตประจำวัน.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำพูน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322224655879</Link_News></row>
<row _id="170"><NewsTitle>กระทรวงยุติธรรม จัดมหกรรมไกล่เกสี่ยหนี้สินครัวเรือน ครั้งที่ 3 จังหวัดสงขลา ช่วยเหลือลูกหนี้ ลดความเดือดร้อนของประชาชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสมศักดิ์&amp;nbsp;เทพสุทิน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการ&amp;nbsp;"มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินครัวเรือน&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;และยุติธรรมพบประชาชน"&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;หาดใหญ่ฮอล์&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล&amp;nbsp;อ.หาดใหญ่&amp;nbsp;จ.สงขลา&amp;nbsp;เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีคดีข้อพิพาทก่อนฟ้อง&amp;nbsp;และหลังศาลมีคำพิพากษา&amp;nbsp;เข้าร่วมการไกล่เกลี่ยและรับคำปรึกษาด้านกฎหมาย&amp;nbsp;ช่วยแก้ไขปัญหาหนี้สินและปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสมศักดิ์&amp;nbsp;เทพสุทิน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ตามที่รัฐบาลและพลเอกประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ได้กำหนดให้ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เป็นปีแห่งการแก้หนี้ภาคครัวเรือน&amp;nbsp;รวมทั้งได้กำหนดประเด็นต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ในการแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;การแก้ไขปัญหาหนี้กองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา&amp;nbsp;การแก้ไขปัญหาหนี้เช่าซื้อรถยนต์และจักรยานยนต์&amp;nbsp;การแก้ไขปัญหาบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล&amp;nbsp;การปรับปรุงขั้นตอนกระบวนการยุติธรรมให้เอื้อต่อการแก้ไขปัญหาหนี้สิน&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ&amp;nbsp;และกรมบังคับคดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จึงได้บูรณาการร่วมกับกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา&amp;nbsp;(กยศ.)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และสถาบันการเงิน&amp;nbsp;จัดกระบวนการไกล่เกสี่ยหนี้สินครัวเรือนในพื้นที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ภูมิภาค&amp;nbsp;ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศขึ้น&amp;nbsp;เนื่องจากมีความห่วงใยต่อความเดือดร้อนของประชาชน&amp;nbsp;และต้องการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้มากที่สุด&amp;nbsp;และจากนี้หากประชาชนที่เดือดร้อนในเรื่องหนี้สิน&amp;nbsp;และไม่ได้มาร่วมงาน&amp;nbsp;สามารถไปยังยุติธรรมจังหวัดเพื่อขอคำปรึกษาในการไกล่เกลี่ยหนี้สินได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การจัดงานมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินครัวเรือน&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;และยุติธรรมพบประชาชนในวันนี้&amp;nbsp;ได้รับความร่วมมือจากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา&amp;nbsp;และสถาบันการเงินอีก&amp;nbsp;5&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;เจเอ็มที&amp;nbsp;เน็ทเวอร์ค&amp;nbsp;เซอร์วิสเซ็ท&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;บริหารสินทรัพย์&amp;nbsp;เจ&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;เคบีเจ&amp;nbsp;แคปปีตอล&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;&amp;nbsp;บริหารสินทรัพย์&amp;nbsp;ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;รวมทั้งได้เชิญลูกหนี้&amp;nbsp;เข้าร่วมงาน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;12,231&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;แบ่งเป็นลูกหนี้&amp;nbsp;กยศ.&amp;nbsp;5,193&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ลูกหนี้สถาบันการเงิน&amp;nbsp;7,038&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;โดยเป็นในส่วนของก่อนฟ้อง&amp;nbsp;8,581&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;หลังฟ้อง&amp;nbsp;3,650&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;มูลหนี้รวม&amp;nbsp;1,422,453,720.22&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังมีกิจกรรมการมอบเงินเยียวยาแก่ผู้เสียหายในคดีอาญา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เป็นเงินทั้งสิ้น&amp;nbsp;679,500&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;การมอบป้ายศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ศูนย์&amp;nbsp;รวมถึงการจัดบูธกิจกรรมให้บริการต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;แก่ประชาชน&amp;nbsp;โดยกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา&amp;nbsp;สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์&amp;nbsp;และหน่วยงานในกระทรวงยุติธรรม&amp;nbsp;พร้อมให้คำปรึกษาด้านกฎหมายและชี้แจงสิทธิต่างๆ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;เงินเยี่ยวยาผู้เสียหายจากคดีอาญา&amp;nbsp;บริการรับเรื่องร้องเรียนจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ&amp;nbsp;การจัดงานเสวนาให้ความรู้เรื่องพืชกระท่อม&amp;nbsp;ประมูลทรัพย์สิน&amp;nbsp;ผู้ค้ายาเสพติด&amp;nbsp;จากสำนักงานป.ป.ส.&amp;nbsp;กิจกรรมดนตรีจาก&amp;nbsp;วงมาลีฮวนน่า&amp;nbsp;และกิจกรรมอื่นๆอีกมากมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สงขลา</Province><Department>สวท.สงขลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323135850055</Link_News></row>
<row _id="171"><NewsTitle>รองนายกรัฐมนตรี มั่นใจการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะผ่านอย่างแน่นอน ไม่จำเป็นต้องตรวจสอบเสียงสนับสนุน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลเอก&amp;nbsp;ประวิตร&amp;nbsp;วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวถึงผลการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์(ปคม.)และการประชุมคณะกรรมการประสานและกำกับการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์(ปกค.)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;จะพยายามปรับแก้ไขเรื่องการปราบปรามการค้ามนุษย์ให้ไทยอยู่ในระดับเทียร์&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ซึ่งได้ทำรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์&amp;nbsp;(TIP)ส่งไปให้พิจารณาแล้ว&amp;nbsp;ซึ่งจะต้องมีการแก้ไขในทุกเรื่องที่ทางสหรัฐฯแจ้งมา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนการประชุมใหญ่พรรคพลังประชารัฐ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;(พปชร.)ในวันที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เม.ย.นี้&amp;nbsp;จะมีการปรับโครงสร้างคณะกรรมการบริหารพรรค&amp;nbsp;(กก.บห.)ที่ขาดหายไปหรือไม่&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประวิตร&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;จะเพิ่มเติมในส่วนที่ขาดไปเท่านั้น&amp;nbsp;ส่วนจะมีใครมาดูแลพื้นที่กรุงเทพมหานครหรือไม่นั้น&amp;nbsp;ยังไม่ทราบ&amp;nbsp;ต้องรอให้&amp;nbsp;กก.บห.ประชุมก่อน&amp;nbsp;ขณะเดียวกันไม่ตอบว่าในการประชุมดังกล่าวจะมีเซอร์ไพรซ์หรือไม่&amp;nbsp;พร้อมชี้แจงว่าไม่มีการเชิญพลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;ไปร่วมการประชุมพรรค&amp;nbsp;เพราะไม่ใช่สมาชิกพรรค&amp;nbsp;หากเข้าร่วมจะผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลเอก&amp;nbsp;ประวิตร&amp;nbsp;กล่าวต่อว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรณีที่ฝ่ายค้านจะขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจในเดือนพฤษภาคมนั้น&amp;nbsp;ขณะนี้ยังไม่ถึงเวลา&amp;nbsp;แต่ไม่ต้องห่วงและไม่จำเป็นต้องตรวจสอบเสียงสนับสนุน&amp;nbsp;เพราะเชื่อมั่นว่าผ่านอยู่แล้ว&amp;nbsp;ขณะที่ในส่วนของพรรคเศรษฐกิจไทยความชัดเจนจะเป็นอย่างไรในเรื่องการสนับสนุนรัฐบาลนั้น&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประวิตร&amp;nbsp;ระบุว่า&amp;nbsp;ไม่มีอะไรน่ากังวล&amp;nbsp;เป็นเรื่องที่จะต้องพูดคุยกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่านายกรัฐมนตรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ระบุว่า&amp;nbsp;ผลงานรัฐบาลไม่ได้รับการประชาสัมพันธ์นั้น&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประวิตร&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;รัฐบาลทำงานจำนวนมาก&amp;nbsp;ก็ต้องให้หน่วยงานที่รับผิดชอบประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;ช่วยสร้างการรับรู้ให้กับประชาชน&amp;nbsp;สิ่งสำคัญคือ&amp;nbsp;ต้องให้สื่อมวลชนได้รับรู้และช่วยเผยแพร่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323161530139</Link_News></row>
<row _id="172"><NewsTitle>การประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปางสมัยสามัญสมัยแรก ครั้งที่ 2 ประจำปี พ.ศ. 2</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;10.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายถาวร&amp;nbsp;บุปผาเจริญ&amp;nbsp;ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;สมัยสามัญ&amp;nbsp;สมัยแรก&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมีคณะผู้บริหาร?สมาชิกสภา?องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;หัวหน้า?ส่วน?ราชการ&amp;nbsp;?&amp;nbsp;ประชุม?&amp;nbsp;ณ?&amp;nbsp;ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง?&amp;nbsp;โดยมีระเบียบวาระการประชุม?&amp;nbsp;ดังนี้?&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ระเบียบวาระที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การรับโอนข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งผ่านการสรรหาให้ดำรงตำแหน่งสายผู้บริหาร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;นายรุ่ง&amp;nbsp;ศรีโพธิ์&amp;nbsp;รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;ดำรงตำแหน่ง&amp;nbsp;ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด&amp;nbsp;นักบริหารงานท้องถิ่น&amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ระเบียบวาระที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;รับรองรายงานการประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.&amp;nbsp;สมัยสามัญ&amp;nbsp;(สมัยที่&amp;nbsp;2)&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;กันยายน&amp;nbsp;2564&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.&amp;nbsp;สมัยสามัญ&amp;nbsp;สมัยแรก&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;มติ&amp;nbsp;รับรองรายงานการประชุม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ระเบียบวาระที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เรื่อง&amp;nbsp;การขอรับการถ่ายโอนภารกิจสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;พรรษานวมินทราชินี&amp;nbsp;และโรงพยาบาล&amp;nbsp;ส่งเสริมสุขภาพตำบล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยนางสาวตวงรัตน์&amp;nbsp;โล่ห์สุนทร&amp;nbsp;นายก&amp;nbsp;อบจ.ลำปาง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;แถลงต่อสภา&amp;nbsp;อบจ.ลำปาง&amp;nbsp;และที่ประชุมสภา&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;รับทราบการขอรับการถ่ายโอนภารกิจสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;พรรษานวมินทราชินี&amp;nbsp;และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ระเบียบวาระที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เรื่องที่เสนอ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4.1&amp;nbsp;ญัตติขออนุมัติแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำชี้แจงงบประมาณรายจ่าย&amp;nbsp;ตามข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด&amp;nbsp;งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2564&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยนายวราวุฒิ&amp;nbsp;หน่อคำ&amp;nbsp;รองนายก&amp;nbsp;อบจ.ลำปาง&amp;nbsp;แถลงต่อสภา&amp;nbsp;อบจ.ลำปาง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สภา&amp;nbsp;อบจ.ลำปางมีมติเห็นชอบ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4.2&amp;nbsp;ญัตติขออนุมัติแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำชี้แจงงบประมาณรายจ่าย&amp;nbsp;ตามข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด&amp;nbsp;งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยนายวราวุฒิ&amp;nbsp;หน่อคำ&amp;nbsp;รองนายก&amp;nbsp;อบจ.ลำปาง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;แถลงต่อสภา&amp;nbsp;อบจ.ลำปาง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สภา&amp;nbsp;อบจ.ลำปางมีมติเห็นชอบ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4.3&amp;nbsp;ญัตติขออนุมัติปรับเปลี่ยนผังบริเวณในแบบแปลนและปรับลดค่างานและราคาโครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก&amp;nbsp;เชื่อมระหว่างบ้านวังพร้าวพัฒนา&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตำบลวังพร้าว&amp;nbsp;อำเภอเกาะคา-บ้านต๋อ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลน้ำโจ้&amp;nbsp;อำเภอแม่ทะ&amp;nbsp;จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยนายพิษณุพล&amp;nbsp;ประสาน&amp;nbsp;รองนายก&amp;nbsp;อบจ.ลำปาง&amp;nbsp;แถลงต่อสภา&amp;nbsp;อบจ.ลำปาง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สภา&amp;nbsp;อบจ.ลำปางมีมติเห็นชอบ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4.4&amp;nbsp;ญัตติขอความเห็นชอบนำโครงการศึกษาวิจัยพืชสมุนไพรพื้นถิ่น&amp;nbsp;และส่งเสริมอาชีพราษฎรดอยลังกาสมัครเข้าร่วมโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;ภายใต้โครงการสร้างป่าสร้างรายได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยนายพิษณุพล&amp;nbsp;ประสาน&amp;nbsp;รองนายก&amp;nbsp;อบจ.ลำปาง&amp;nbsp;แถลงต่อสภา&amp;nbsp;อบจ.ลำปาง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สภา&amp;nbsp;อบจ.ลำปางมีมติเห็นชอบ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4.5&amp;nbsp;ญัตติขอความเห็นชอบรับรองบันทึกข้อตกลงความร่วมมือจัดทำบริการสาธารณะด้านการกำจัดขยะมูลฝอยที่ได้ลงนามแล้วและให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปางเป็นหน่วยงานหลักในการจัดทำข้อเสนอขออนุมัติโครงการบริหารจัดการขยะมูลฝอยด้วยการแปรสภาพเป็นพลังงานไฟฟ้าไปยังกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;และหากองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปางไม่สามารถดำเนินการเองได้ให้สามารถมอบหมายให้เอกชนดำเนินการหรือร่วมดำเนินการโครงการดังกล่าวได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยนางสาวตวงรัตน์&amp;nbsp;โล่ห์สุนทร&amp;nbsp;นายก&amp;nbsp;อบจ.ลำปาง&amp;nbsp;แถลงต่อสภา&amp;nbsp;อบจ.ลำปาง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สภา&amp;nbsp;อบจ.ลำปางมีมติเห็นชอบ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4.6&amp;nbsp;ญัตติร่างข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการให้บริการในการกำจัดมูลฝอย&amp;nbsp;พ.ศ...&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยนางสาวตวงรัตน์&amp;nbsp;โล่ห์สุนทร&amp;nbsp;นายก&amp;nbsp;อบจ.ลำปาง&amp;nbsp;แถลงต่อสภา&amp;nbsp;อบจ.ลำปาง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สภา&amp;nbsp;อบจ.ลำปางมีมติเห็นชอบ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ระเบียบวาระที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เรื่องอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ไม่มี&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ก่อนที่จะดำเนินการประชุมสภาฯ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กองสาธารณสุขได้จัดเจ้าหน้าที่ทำการตรวจหาเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;แก่สมาชิกสภา&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;ด้วยวิธี&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;เพื่อปฏิบัติตามมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันโรคโควิด-19&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำปาง</Province><Department>สวท.ลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323185842234</Link_News></row>
<row _id="173"><NewsTitle>ครม.เห็นชอบ 10 มาตรการ บรรเทาผลกระทบรัสเซียยูเครน ระยะเวลา 3 เดือน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ประชุม&amp;nbsp;คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;มาตรการลดค่าครองชีพ&amp;nbsp;เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบให้กับพี่น้องประชาชน&lt;/strong&gt;ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะราคาน้ำมันแพงจากสถานการณ์วิกฤติยูเครน-รัสเซีย&amp;nbsp;ระยะเวลา&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;ตั้งแต่เดือน&amp;nbsp;พ.ค.-ก.ค.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ประกอบด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.&amp;nbsp;การเพิ่มเงินช่วยเหลือเพื่อซื้อก๊าซหุงต้มสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&amp;nbsp;3.6&amp;nbsp;ล้านคน&amp;nbsp;โดยเพิ่มเงินจากเดิม&amp;nbsp;45&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;100&amp;nbsp;บาทต่อคน&amp;nbsp;ต่อ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เดือน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.&amp;nbsp;ส่วนลดซื้อก๊าซหุงต้มเดือนละ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;สำหรับผู้ค้าหาบเร่แผงลอยที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&amp;nbsp;จำนวนประมาณ&amp;nbsp;5,500&amp;nbsp;คน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.&amp;nbsp;ช่วยค่าน้ำมันให้กับผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง&amp;nbsp;ที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมการขนส่งทางบก&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;157,000&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;โดยช่วยลดค่าใช้จ่ายน้ำมัน&amp;nbsp;แก๊สโซฮอล์&amp;nbsp;250&amp;nbsp;บาทต่อเดือน&amp;nbsp;และขอให้กรมการขนส่งทางบกกำกับราคาการให้บริการ&amp;nbsp;เพื่อให้พี่น้องประชาชนที่ต้องใช้บริการมอเตอร์ไซค์รับจ้างมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางเท่าเดิม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4.&amp;nbsp;คงราคาขายปลีก&amp;nbsp;ผู้ที่ใช้ก๊าซ&amp;nbsp;NGV&amp;nbsp;ไว้ที่&amp;nbsp;15.59&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;5.&amp;nbsp;ผู้ขับขี่แท็กซี่มิเตอร์&amp;nbsp;ภายใต้โครงการลมหายใจเดียวกัน&amp;nbsp;สามารถซื้อก๊าซได้ในราคา&amp;nbsp;13.62&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;6.&amp;nbsp;ช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าที่จะเพิ่มขึ้นสำหรับผู้ที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน&amp;nbsp;300&amp;nbsp;หน่วยต่อเดือน&amp;nbsp;โดยลดค่า&amp;nbsp;FT&amp;nbsp;ลง&amp;nbsp;22&amp;nbsp;สตางค์ต่อหน่วย&amp;nbsp;ในช่วงเดือนพฤษภาคมสิงหาคม&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;7.&amp;nbsp;ตรึงราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&amp;nbsp;ไปจนถึงสิ้นเดือนเมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;หลังจากนั้นรัฐบาลจะเข้าไปช่วยเหลือส่วนที่ราคาน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มขึ้นครึ่งนึง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;8.&amp;nbsp;กำกับดูแลการปรับราคาก๊าซหุงต้มในช่วงตั้งแต่เดือนเมษายน-มิถุนายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยใช้กองทุนน้ำมันเข้าไปช่วยลดผลกระทบจากการปรับราคาให้ไม่ขึ้นสูงเกินไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;9.&amp;nbsp;ลดอัตราเงินสบทบของนายจ้างและลูกจ้างที่อยู่ในระบบประกันสังคม&amp;nbsp;มาตรา&amp;nbsp;33&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;5%&amp;nbsp;เหลือ&amp;nbsp;1%&amp;nbsp;เพื่อให้ลูกจ้างและนายจ้างสามารถมีกำลังในการใช้จ่าย&amp;nbsp;และผู้ประกอบการสามารถมีสภาพคล่องเพิ่มขึ้นในการดำเนินธุรกิจในช่วงถัดไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;10.&amp;nbsp;ลดอัตราเงินสมทบผู้ประกันตนมาตรา&amp;nbsp;39&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;9%&amp;nbsp;เหลือ&amp;nbsp;1.9%&amp;nbsp;และลดอัตราเงินสมทบของผู้ประกันตนมาตรา&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ลงเหลือ&amp;nbsp;42-180&amp;nbsp;บาทต่อเดือน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สมุทรปราการ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324103040380</Link_News></row>
<row _id="174"><NewsTitle>ครม.เห็นชอบแก้หนี้เกษตรกรผ่าน 4 ธนาคารของรัฐ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;มีมติเห็นชอบในหลักการโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สำหรับลูกหนี้ธนาคารของรัฐ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ธนาคารออมสิน&amp;nbsp;,ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.)&amp;nbsp;,ธนาคารอาคารสงเคราะห์&amp;nbsp;(ธอส.)&amp;nbsp;,ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ธพว.)&amp;nbsp;สำหรับชำระหนี้แทนเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;50,621&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ยอดหนี้เงินต้นจำนวน&amp;nbsp;9,282.92&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ระยะเวลาดำเนินโครงการ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;นับจากวันที่&amp;nbsp;ครม.อนุมัติ&amp;nbsp;แบ่งการดำเนินการออกเป็น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ระยะ&amp;nbsp;ปีที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ขอใช้งบกลางฯ&amp;nbsp;รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;65&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ปีที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;22,000&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ปีที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;18,621&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปัจจุบันมีสมาชิกที่เป็นหนี้ในระบบ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และประสงค์ที่จะให้กองทุนช่วยเหลือแก้ปัญหาหนี้สินและได้นำหนี้มาขึ้นทะเบียน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นหนี้เร่งด่วน&amp;nbsp;ผิดนัดชำระหนี้&amp;nbsp;และเป็นลูกหนี้ธนาคารของรัฐทั้ง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ตรวจสอบแล้วกำลังรอการแก้ปัญหาทั้งสิ้น&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;50,621&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;รวมมูลหนี้เงินต้นจำนวน&amp;nbsp;9,282.92&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การแก้ปัญหาหนี้เกษตรในครั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรได้มีโอกาสได้พักฟื้นเรื่องหนี้สิน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รักษาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของเกษตรกร&amp;nbsp;เข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อพัฒนาและฟื้นฟูตนเองและสร้างรายได้ในการประกอบอาชีพ&amp;nbsp;ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ที่ให้ความสำคัญในแก้ปัญหาหนี้ทั้งระบบทั้งหนี้ครัวเรือนและหนี้เกษตรกร&amp;nbsp;ตามที่ประกาศปี&amp;nbsp;65&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;เป็นการแก้หนี้ให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สมุทรปราการ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324103303383</Link_News></row>
<row _id="175"><NewsTitle>ครม.เห็นชอบแนวทางประหยัดพลังงานในหน่วยงานภาครัฐ ร้อยละ 20 ช่วงครึ่งปีหลังของปีงบประมาณ 65</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คณะรัฐมนตรีเห็นชอบแนวทางประหยัดพลังงานในหน่วยงานภาครัฐ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อนุมัติเป็นหลักการให้หน่วยงานราชการดำเนินการลดการใช้พลังงานร้อยละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ในช่วงครึ่งปีหลังของปีงบประมาณ&amp;nbsp;65&amp;nbsp;ตั้งแต่เมษายน&amp;nbsp;-&amp;nbsp;กันยายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยแนวปฏิบัติลดการใช้พลังงานอย่างเป็นระบบประกอบด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;1.ให้จัดตั้งคณะทำงานลดใช้พลังงานโดยมีหัวหน้าส่วนราชการเป็นประธาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;2.จัดทำแผนปฏิบัติการลดการใช้พลังงาน&amp;nbsp;เพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างน้อยร้อยละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ให้มีความชัดเจน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;3.พัฒนามาตรการลดใช้พลังงานให้เข้มข้นขึ้นหรือยืดหยุ่นตามความเหมาะสม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;มาตรการที่ปฏิบัติได้ทันทีด้านไฟฟ้า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เครื่องปรับอากาศ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;กำหนดเวลาเปิด&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ปิด&amp;nbsp;8.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;-&amp;nbsp;16.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ตั้งอุณหภูมิ&amp;nbsp;25&amp;nbsp;-&amp;nbsp;26&amp;nbsp;องศาเซลเซียส&amp;nbsp;ล้างแอร์ทุก&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;แสงสว่าง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ใช้หลอดไฟ&amp;nbsp;LED&amp;nbsp;อุปกรณ์สำหรับงาน&amp;nbsp;ให้ตั้งโปรแกรมปิดหน้าจออัตโนมัติ&amp;nbsp;เมื่อไม่ใช้งาน&amp;nbsp;ลิฟต์&amp;nbsp;อาจให้หยุดเฉพาะชั้นคู่/คี่&amp;nbsp;รณรงค์การใช้บันได&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง&amp;nbsp;เลือกใช้รถยนต์ให้เหมาะสมกับสภาพการเดินทาง&lt;/strong&gt;และจำนวนผู้เดินทางใช้น้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;แก๊สโซฮอล์ไบโอดีเซลก่อนเป็นอันดับแรก&amp;nbsp;ตรวจเช็ครถยนต์ตามระยะเวลาที่กำหนด&amp;nbsp;เติมลมยางให้เหมาะสมและใช้เทคโนโลยีการสื่อสารแทนการเดินทาง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การประชุมออนไลน์การจัดส่งเอกสารทางอีเมล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;มาตรการระยะยาว&amp;nbsp;อาคารของรัฐที่เข้าข่ายเป็นอาคารควบคุมก่อนปีงบประมาณ&amp;nbsp;65&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ประมาณ&amp;nbsp;800&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;เร่งปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน&amp;nbsp;ไม่ให้เกินค่ามาตรฐานการจัดการใช้พลังงานภายในปีงบประมาณ&amp;nbsp;66&amp;nbsp;เพื่อเป็นตัวอย่างให้แก่การจัดการอาคารของเอกชนที่เข้าข่ายเป็นอาคารควบคุม&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังให้นำมาตรการบริษัทจัดการพลังงาน&amp;nbsp;(ESCO)&amp;nbsp;สำหรับหน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;ภายใต้แผนปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน&amp;nbsp;มาใช้กับหน่วยงานราชการ&amp;nbsp;รวมทั้งจัดซื้ออุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า&amp;nbsp;หรือยานพาหนะใหม่ทดแทนของเดิมที่เสื่อมสภาพ&amp;nbsp;หน่วยงานภาครัฐต้องรายงานผลการประหยัดพลังงาน&amp;nbsp;เพื่อกระทรวงพลังงานจะได้รายงานผลต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;คาดว่าจะสามารถลดการใช้ไฟฟ้าได้ถึง&amp;nbsp;120&amp;nbsp;ล้านหน่วย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ล้านลิตร&amp;nbsp;คิดเป็นมูลค่า&amp;nbsp;1,020&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์&amp;nbsp;67,075&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในส่วนของการกำกับดูแลอาคารของรัฐที่เข้าข่ายเป็นอาคารควบคุม&amp;nbsp;คาดว่าจะสามารถลดการใช้ไฟฟ้า&amp;nbsp;174.45&amp;nbsp;ล้านหน่วย&amp;nbsp;คิดเป็นมูลค่า&amp;nbsp;872.25&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และการดำเนินงานตามมาตรการ&amp;nbsp;ESCO&amp;nbsp;สำหรับหน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;คาดว่าจะสามารถลดการใช้ไฟฟ้า&amp;nbsp;1,058.33&amp;nbsp;ล้านหน่วย&amp;nbsp;คิดเป็นมูลค่า&amp;nbsp;5,291.65&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สมุทรปราการ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324103810392</Link_News></row>
<row _id="176"><NewsTitle>นายกรัฐมนตรี สนับสนุนข้อตกลงการบูรณาการความร่วมมือ 7 กระทรวง ร่วมพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงการบูรณาการความร่วมมือ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;กระทรวง&amp;nbsp;:&amp;nbsp;การพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต&amp;nbsp;(กลุ่มเด็กปฐมวัย&amp;nbsp;และผู้สูงอายุ)&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2569&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ตึกสันติไมตรี&amp;nbsp;ทำเนียบรัฐบาล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การลงนามบันทึกข้อตกลงดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;(พ.ศ.&amp;nbsp;2561-2580)&amp;nbsp;ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างทรัพยากรมนุษย์&amp;nbsp;ที่มีเป้าหมายสำคัญเพื่อพัฒนาคนในทุกมิติและทุกช่วงวัย&amp;nbsp;สำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;7&amp;nbsp;กระทรวง&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp;กระทรวงการอุดมศึกษา&amp;nbsp;วิทยาศาสตร์&amp;nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&amp;nbsp;กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&amp;nbsp;กระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;กระทรวงแรงงาน&amp;nbsp;กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงสาธารณสุข&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอนุทิน&amp;nbsp;ชาญวีรกูล&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวรายงานว่า&amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;มีนโยบายในการส่งเสริมสุขภาพของประชาชนทุกช่วงวัย&amp;nbsp;โดยเฉพาะการส่งเสริมสุขภาพให้เด็กปฐมวัยทุกคนได้รับการพัฒนาตามวัยอย่างมีคุณภาพและต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยใช้คู่มือเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยและผู้สูงอายุอย่างเหมาะสม&amp;nbsp;สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางประชากรที่เข้าสู่สังคมสูงอายุอย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การลงนามข้อตกลงฉบับนี้&amp;nbsp;ถือเป็นการพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต&amp;nbsp;ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนากำลังคนเพราะถือเป็นกำลังหลักของชาติและเป็นหัวใจสำคัญสำหรับการพัฒนาประเทศ&amp;nbsp;ตลอดจนเป็นรากฐานสำคัญที่ทุกหน่วยงานต้องร่วมมือกันพัฒนาขับเคลื่อนอย่างรอบด้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมุ่งเน้นสองกลุ่มคือ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กลุ่มเด็กปฐมวัยและกลุ่มผู้สูงอายุ&amp;nbsp;ซึ่งการพัฒนาเด็กปฐมวัยต้องได้รับการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพให้เท่าเทียมในทุกมิติ&amp;nbsp;เพื่อให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ&amp;nbsp;เป็นคนดีของสังคม&amp;nbsp;มีจิตสำนึกที่ดี&amp;nbsp;และมีภูมิคุ้มกันพร้อมเผชิญกับสถานการณ์โลกในอนาคตที่จะมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา&amp;nbsp;และเมื่อก้าวเข้าสู่วัยทำงาน&amp;nbsp;จะต้องวางรากฐานให้เรียนรู้การใช้ชีวิต&amp;nbsp;สร้างงาน&amp;nbsp;สร้างอาชีพที่มั่นคง&amp;nbsp;ขณะเดียวกันทั่วโลกกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ&amp;nbsp;ซึ่งไทยก็เข้าสู่สังคมผู้สูงวัยเช่นเดียวกัน&amp;nbsp;ดังนั้นต้องทำให้ผู้สูงอายุมีความภาคภูมิใจว่าเป็นประชากรที่มีศักยภาพ&amp;nbsp;พึ่งพาตนเองได้และเป็นพลังสำคัญของประเทศในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม&amp;nbsp;ทั้งนี้ทุกหน่วยงานต้องร่วมมือกันพัฒนากำลังคนทุกช่วงวัยให้เป็นไปตามกรอบยุทธศาสตร์ชาติที่วางไว้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้น&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เยี่ยมชมนิทรรศการการบูรณาการความร่วมมือ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;กระทรวง&amp;nbsp;:&amp;nbsp;การพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324103808389</Link_News></row>
<row _id="177"><NewsTitle>ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงลาออกจากตำแหน่ง พร้อมเผยจะลงสมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ ในนามอิสระ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลตำรวจเอก&amp;nbsp;อัศวิน&amp;nbsp;ขวัญเมือง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;แถลงลาออกจากตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;พร้อมกล่าวว่า&amp;nbsp;ได้เซ็นหนังสือลาออกแล้ว&amp;nbsp;บัดนี้ไม่ได้เป็นผู้ว่าฯ&amp;nbsp;แล้วฯ&amp;nbsp;ซึ่งตลอดการทำงาน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;กับอีก&amp;nbsp;5&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ขอขอบคุณข้าราชการ&amp;nbsp;บุคลากรกรุงเทพมหานครที่ให้ความร่วมมือในการทำงานตลอดมา&amp;nbsp;สิ่งที่ทำมาแล้วขอให้สานต่อ&amp;nbsp;เพราะปัจจุบันกรุงเทพฯ&amp;nbsp;เปลี่ยนไปแล้ว&amp;nbsp;ซึ่งที่ผ่านมากรุงเทพฯ&amp;nbsp;มีนโยบายที่ดีเยอะแต่ไม่มีการนำไปสู่การปฎิบัติ&amp;nbsp;พร้อมเผยว่าตนเองเป็นนักปฎิบัติตลอดเวลาที่อยู่ในตำแหน่งได้หยิบนโยบายต่างๆ&amp;nbsp;มาทำให้เกิดขึ้นจริง&amp;nbsp;เห็นได้จากการเปิดใช้ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เขตดินแดง&amp;nbsp;การแก้ปัญหาน้ำในคูคลองที่ปัจจุบันสะอาดขึ้น&amp;nbsp;มีการนำเรือไฟฟ้ามาใช้เป็นแห่งแรก&amp;nbsp;การเชื่อมต่อระบบขนส่งรถ&amp;nbsp;ราง&amp;nbsp;เรือ&amp;nbsp;การแก้ไขปัญหาน้ำท่วม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งการทำ&amp;nbsp;Water&amp;nbsp;Bank&amp;nbsp;Pipejacking&amp;nbsp;และขุดลอกคูคลอง&amp;nbsp;ซึ่งจากผลงานที่ผ่านมาให้คะแนนตัวเอง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เต็ม&amp;nbsp;10&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการลงสมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตั้งใจที่จะมาทำงานที่ค้างอยู่ให้เสร็จ&amp;nbsp;ซึ่งจะลงในนามอิสระโดยมีกลุ่มคนรักกรุงเทพฯ&amp;nbsp;คอยสนับสนุน&amp;nbsp;หากได้รับเลือกอีกครั้งยืนยันว่าจะเปิดรับคนรุ่นใหม่มาเป็นส่วนหนึ่งของทีมบริหาร&amp;nbsp;โดยจะมีการเปิดตัวทีม&amp;nbsp;สก.&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;มีนาคมนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนความกังวลเกี่ยวกับคู่แข่งนั้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ไม่กังวลและไม่กลัวว่าฐานเสียงจะไปทับกับผู้สมัครคนอื่น&amp;nbsp;ประชาชนรักคนไหน&amp;nbsp;ชอบคนไหน&amp;nbsp;เลือกได้เลยและไม่กังวลกับคน&amp;nbsp;กทม.&amp;nbsp;บางส่วนที่ไม่เห็นด้วยกับผลงานที่ผ่านมา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324154106560</Link_News></row>
<row _id="178"><NewsTitle>บิ๊กป้อม มอบนโยบายขับเคลื่อนการพัฒนาศักยภาพกำลังคน ยกระดับแรงงานท้องถิ่นสู่ระดับชาติ รองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจและสังคม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พล.อ.ประวิตร&amp;nbsp;วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาแรงงาน&amp;nbsp;และประสานงานการฝึกอาชีพแห่งชาติ&amp;nbsp;(กพร.ปช.)&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์&amp;nbsp;ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด&amp;nbsp;และคณะอนุกรรมการพัฒนาแรงงานและประสานงานการฝึกอาชีพจังหวัดทั่วประเทศ&amp;nbsp;เพื่อให้การดำเนินงานเกิดผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรม&amp;nbsp;และสามารถสนับสนุนการพัฒนาจังหวัดและเชื่อมโยงสู่การจัดทำแผน&amp;nbsp;พัฒนากำลังคนระดับประเทศต่อไป&amp;nbsp;โดยให้จัดทำแผนพัฒนากำลังคนระดับจังหวัด&amp;nbsp;ในลักษณะของความร่วมมือระหว่างภาครัฐ&amp;nbsp;,ภาคเอกชน&amp;nbsp;,สถาบันการศึกษา&amp;nbsp;,สมาคมวิชาชีพ&amp;nbsp;และองค์กรทุกภาคส่วน&amp;nbsp;ให้ครอบคลุมกำลังคน&amp;nbsp;ทุกช่วงวัย&amp;nbsp;อย่างทั่วถึงเพียงพอ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พร้อมรับทราบรายงานกิจกรรมการแข่งขันฝีมือแรงงานแห่งชาติ&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;29&amp;nbsp;ระดับภาค&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งกำหนดขึ้นใน&amp;nbsp;20-22&amp;nbsp;ก.ค.2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน&amp;nbsp;ทุกจังหวัด&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;25&amp;nbsp;สาขาอาชีพ&amp;nbsp;และการจัดการแข่งขันฝีมือแรงงานนานาชาติ&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;46&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;7-18&amp;nbsp;ต.ค.2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สาธารณรัฐประชาชนจีน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;12&amp;nbsp;สาขาอาชีพ&amp;nbsp;ทั้งนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมการพัฒนาให้เยาวชน&amp;nbsp;มีศักยภาพทัดเทียมกับนานาประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร&amp;nbsp;ยังได้กำชับ&amp;nbsp;กระทรวงแรงงาน&amp;nbsp;และคณะอนุกรรมการพัฒนาแรงงาน&amp;nbsp;ให้เร่งขับเคลื่อนแผนงานไปสู่การปฏิบัติให้เกิดเป็นรูปธรรมโดยเร็ว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อให้แรงงานไทยได้รับการพัฒนาศักยภาพ&amp;nbsp;และเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน&amp;nbsp;ทั้งในประเทศและต่างประเทศ&amp;nbsp;ส่งเสริมอาชีพและรายได้&amp;nbsp;รองรับการพัฒนาเศรษฐกิจ&amp;nbsp;สังคม&amp;nbsp;ตามนโยบายของรัฐบาลต่อไป&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324141824471</Link_News></row>
<row _id="179"><NewsTitle>ประเทศกัมพูชา ปรับมาตรการเดินทางเข้าประเทศ ให้ชาวต่างชาติที่ฉีดวัคซีนครบโดสเข้าประเทศได้โดยไม่ต้องตรวจโควิดก่อน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธานี&amp;nbsp;แสงรัตน์&amp;nbsp;อธิบดีกรมสารนิเทศ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ&amp;nbsp;เปิดเผยถึงการปรับมาตรการเดินทางเข้าประเทศของประเทศกัมพูชา&amp;nbsp;โดยระบุว่า&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;ทางการกัมพูชา&amp;nbsp;ออกประกาศยกเลิกการแสดงใบรับรองผลการตรวจโควิด-19&amp;nbsp;แบบ&amp;nbsp;RT-PCR&amp;nbsp;เพื่อเดินทางเข้าประเทศกัมพูชา&amp;nbsp;และยกเลิกข้อกำหนดในการตรวจ&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;เมื่อเดินทางถึง&amp;nbsp;เฉพาะบุคคลที่ได้รับวัคซีนโควิด-19&amp;nbsp;ครบโดสแล้วเท่านั้น&amp;nbsp;รวมทั้งเปิดให้ขอ&amp;nbsp;Visa&amp;nbsp;on&amp;nbsp;arrival&amp;nbsp;สำหรับผู้เดินทางชาวต่างชาติทุกคน&amp;nbsp;ทั้งผู้เดินทางทางอากาศ&amp;nbsp;ทางบก&amp;nbsp;และทางน้ำ&amp;nbsp;แต่ผู้เดินทางทุกคนต้องแสดงบัตรหรือใบรับรองการฉีดวัคซีนครบโดสเมื่อเดินทางถึงกัมพูชา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนผู้เดินทางที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนครบโดส&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะต้องกักตัว&amp;nbsp;14&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สถานที่ที่กำหนดโดยกระทรวงสาธารณสุขกัมพูชา&amp;nbsp;พร้อมแนะนำให้ผู้เดินทางทุกคนควรตรวจ&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;&amp;nbsp;ด้วยตัวเองก่อนเดินทาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>กรมประชาสัมพันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324154415561</Link_News></row>
<row _id="180"><NewsTitle>ศรชล.จังหวัดนราธิวาส ศรชล.ภาค  บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลาดตระเวนตรวจสอบภัยความมั่นคงทางทะเล ในพื้นที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(24&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;08.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ท่าเทียบเรือด่านพรมแดนตากใบ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พล.ร.ต.สุรศักดิ์&amp;nbsp;ประทานวรปัญญา&amp;nbsp;รอง&amp;nbsp;ผอ.ศรชล.ภาค2&amp;nbsp;นำส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมลาดตระเวนเพื่อตรวจสอบภัยความมั่นคง&amp;nbsp;ในแม่น้ำบางนรา&amp;nbsp;ช่วงที่ไหลผ่าน&amp;nbsp;อ.ตากใบ&amp;nbsp;จ.นราธิวาส&amp;nbsp;และตามแนวชายฝั่งทะเลของ&amp;nbsp;อ.ตากใบ&amp;nbsp;จ.นราธิวาส&amp;nbsp;ระหว่าง&amp;nbsp;24-25&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีหน่วยงานที่เข้าร่วมบูรณาการ&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ศรชล.จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กอ.รมน.จว.นราธิวาส&amp;nbsp;อำเภอตากใบ&amp;nbsp;สภ.ตากใบ&amp;nbsp;สถานีตำรวจน้ำ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;และสถานีตำรวจน้ำ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กองกำกับการ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;กองบัญชาการตำรวจน้า&amp;nbsp;ศูนย์ควบคุมความมั่นคงท่าเรือจังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;ด่านตรวจประมงนราธิวาส&amp;nbsp;เจ้าท่าภูมิภาคสาขานราธิวาส&amp;nbsp;หน่วยป้องกันและปราบปรามประมงทะเลนราธิวาส&amp;nbsp;ศูนย์ป้องกันปราบปรามประมงทะเลปัตตานี&amp;nbsp;สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;(ปัตตานี)&amp;nbsp;ด่านศุลกากรตากใบ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;สนง.ประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;โดยใช้เรือในการปฏิบัติการในครั้งนี้จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;ประกอบด้วยเรือตรวจการณ์ประมง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;เรือทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ลำ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พล.ร.ต.สุรศักดิ์&amp;nbsp;ประทานวรปัญญา&amp;nbsp;รอง&amp;nbsp;ผอ.ศรชล.ภาค&amp;nbsp;2&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยว่าในการลงพื้นที่ลาดตระเวนครั้งนี้&amp;nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงกำลัง&amp;nbsp;และตรวจสอบท่าเทียบเรือในแม่น้ำบางนรา&amp;nbsp;ช่วงที่ไหลผ่านอำเภอตากใบ&amp;nbsp;และตรวจสอบการทำการประมงผิดกฎหมายตามแนวชายฝั่งทะเล&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;อ.ตากใบ&amp;nbsp;อีกทั้งยังเป็นการป้องปราม&amp;nbsp;การกระทำความผิดกฏหมายที่เกี่ยวข้องกับภัยคุกคาม&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;ซึ่งเกี่ยวข้องกับการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้น&amp;nbsp;ได้ร่วมลงเรือไปทำการตรวจท่าเรือหะยีมะ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่มีเรือที่ถูกคลื่นซัดเข้ามาเกยตื้นที่หาดเสด็จ&amp;nbsp;ต.เจ็ะเห&amp;nbsp;อ.ตากใบ&amp;nbsp;จ.นราธิวาส&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;1มี.ค.65&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;แล้วนำเข้ามาซ่อมทำ&amp;nbsp;สำหรับการออกตรวจสอบภัยความมั่นคงในครั้งนี้สถานการณ์ทุกอย่างอยู่ในความเรียบร้อย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>นราธิวาส</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324144930493</Link_News></row>
<row _id="181"><NewsTitle>ศอ.บต.หนุนจัดกิจกรรมเพื่อเยาวชน จชต.มอบอุปกรณ์กีฬา แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(24&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;(ศอ.บต.)&amp;nbsp;จัดกิจกรรมมอบอุปกรณ์กีฬา&amp;nbsp;ตามกิจกรรมสนับสนุนอุปกรณ์กีฬาเพื่อเสริมสร้างสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;พลเรือตรี&amp;nbsp;สมเกียรติ&amp;nbsp;ผลประยูร&amp;nbsp;เลขาธิการ&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;เป็นประธานมอบอุปกรณ์กีฬา&amp;nbsp;พร้อมพบปะส่วนราชการที่เข้าร่วมกิจกรรม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เลขาธิการ&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;การมอบอุปกรณ์กีฬาเป็นเครื่องมือ&lt;/strong&gt;เพื่อจัดกิจกรรมให้แก่เยาวชนในพื้นที่&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมทักษะด้านกีฬาและหนุนเสริมกิจกรรมที่สามารถรวมกลุ่มจัดกิจกรรมไปในทางที่สร้างสรรค์&amp;nbsp;โดยการพบปะหัวหน้าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในกิจกรรมครั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่ดูแลประชาชนในส่วนของท้องถิ่น&amp;nbsp;290&amp;nbsp;ตำบลในพื้นที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดและ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;อำเภอของจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;ซึ่งเป็นผู้แทนภาครัฐ&amp;nbsp;ที่สำคัญและอยู่ใกล้ชิดกับเยาวชนและประชาชนในพื้นที่มากที่สุด&amp;nbsp;การกระจายอำนาจจากส่วนกลางสู่ท้องถิ่น&amp;nbsp;ตามรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;มีเป้าหมายในการดูแลประชาชนอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;ดูแลทุกข์สุขของประชาชนอย่างดีที่สุด&amp;nbsp;ทั้งนี้เชื่อว่าการร่วมมือกันคนละไม้คนละมือในการสร้างสันติสุขในพื้นที่&amp;nbsp;ผืนแผ่นดินจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;จะสงบสุขในสักวันหนึ่ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับกิจกรรมมอบอุปกรณ์กีฬา&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;ได้สนับสนุนอุปกรณ์กีฬา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ลูกฟุตบอล&amp;nbsp;ลูกวอลเลย์บอล&amp;nbsp;ลูกตะกร้อ&amp;nbsp;ลูกเปตอง&amp;nbsp;และมวยไทย&amp;nbsp;เนื่องจาก&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;ให้ความสำคัญในการส่งเสริม&amp;nbsp;สนับสนุน&amp;nbsp;ให้ประชาชนทุกศาสนาได้ทำกิจกรรมและมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกัน&amp;nbsp;เพื่อสร้างความรักความสามัคคี&amp;nbsp;ความปรองดอง&amp;nbsp;รวมทั้งให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง&amp;nbsp;จิตใจเบิกบาน&amp;nbsp;ห่างไกลจากสิ่งอบายมุขและยาเสพติด&amp;nbsp;พร้อมเสริมสร้างสังคมพหุวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง&amp;nbsp;โดยสนับสนุนให้ประชาชนได้เล่นกีฬาร่วมกัน&amp;nbsp;เนื่องจากกีฬา&amp;nbsp;ถือเป็นเครื่องมือในการสร้างความรักความสามัคคี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ภายในกิจกรรมมีผู้แทนองค์การบริหารส่วนตำบล&lt;/strong&gt;และเทศบาลในพื้นที่ตำบลเป้าหมายในจังหวัดชายแดนภาคใต้เข้าร่วมรับมอบอุปกรณ์กีฬา&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;82&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;แบ่งเป็นจังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;35&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ตำบลและ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;อำเภอของจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324145135495</Link_News></row>
<row _id="182"><NewsTitle>มทภ.4 พบปะพัฒนาสัมพันธ์เครือข่ายสื่อมวลชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ติดอาวุธแห่งการรับรู้ ด้วยความจริงอย่างสร้างสรรค์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(24&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ห้องน้ำพราว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โรงแรม&amp;nbsp;ซี.เอส.ปัตตานี&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;พลโท&amp;nbsp;เกรียงไกร&amp;nbsp;ศรีรักษ์&amp;nbsp;แม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เป็นประธานในกิจกรรม&amp;nbsp;"พบปะพัฒนาสัมพันธ์เครือข่ายสื่อมวลชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้"&amp;nbsp;ซึ่งศูนย์ประชาสัมพันธ์กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนหน้าจัดขึ้น&amp;nbsp;เพื่อพบปะกระชับความสัมพันธ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รวมทั้ง&amp;nbsp;หารือแลกเปลี่ยนเสนอแนะแนวทางข้อคิดเห็น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และประสานขอความร่วมมือในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารอันจะนำไปสู่การเสริมสร้างความเข้าใจทั้งในและนอกพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;รวมทั้งต่างประเทศ&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในการปฏิบัติงานของภาครัฐขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาไปสู่สันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;โดยมีพี่น้องสื่อมวลชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งจังหวัดยะลา&amp;nbsp;ปัตตานี&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;และนราธิวาส&amp;nbsp;เข้าร่วม&amp;nbsp;ซึ่งนอกจากพี่น้องสื่อมวลชนแล้ว&amp;nbsp;หน่วยงานภาครัฐทหาร&amp;nbsp;ตำรวจ&amp;nbsp;ฝ่ายปกครอง&amp;nbsp;ภาคประชาสังคม&amp;nbsp;ร่วมกิจกรรมกระชับความสำพันธ์&amp;nbsp;เสริมสร้างความเข้าใจ&amp;nbsp;ให้เกิดการรับรู้ข้อมูลข่าวสารอย่างครบถ้วน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลโท&amp;nbsp;เกรียงไกร&amp;nbsp;ศรีรักษ์&amp;nbsp;แม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคง&lt;/strong&gt;ภายในภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;"สถานการณ์โควิดกว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;ทำให้บรรยากาศการพูดคุยพบปะห่างหายไปบ้าง&amp;nbsp;วันนี้มีโอกาส&amp;nbsp;และถือเป็นเรื่องดี&amp;nbsp;ที่ทั้งหน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;และสื่อมวลชนได้พบปะสานสัมพัธ์กัน&amp;nbsp;สื่อถือเป็นองค์กรที่สำคัญในการเป็นผู้กำหนดแนวทาง&amp;nbsp;ทิศทางการดำเนินการของรัฐนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่แท้จริง&amp;nbsp;ประเด็นต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ความคิดเห็นต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง&amp;nbsp;เสียงสะท้อนที่ได้รับหลายประเด็นถือเป็นประโยชน์&amp;nbsp;และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงแก้ไข&amp;nbsp;ไม่ได้เฉพาะเจาะจงต่อคนในพื้นที่ให้เกิดการรับรู้เพียงเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แต่สื่อสามารถขยายเครือข่ายการรับรู้ไปสู่สังคมภายนอก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สู่ผู้คนทั้งประเทศ&amp;nbsp;แม้กระทั้งทั่วโลกที่กำลังที่จ้องมองว่าสถานการณ์ในพื้นที่เป็นอย่างไร&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีกิจกรรมดีๆ&amp;nbsp;มากมาย&amp;nbsp;มีผู้คนอัทธยาศัยดี&amp;nbsp;มีสถานที่ท่องเที่ยว&amp;nbsp;มีความสวยงามด้านวัฒนธรรมที่หลากหลาย&amp;nbsp;มีการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขท่ามกลางความแตกต่างของเชื้อชาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ศาสนา&amp;nbsp;&amp;nbsp;และวัฒนธรรม&amp;nbsp;สิ่งเหล่านี้เมื่อเรานำเสนอสู่สาธารณะ&amp;nbsp;นั่นถือเป็นการขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ไปด้วยเช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในบริบทและสถานการณ์ปัจจุบัน&amp;nbsp;สิ่งที่เป็นจุดเด่นของสื่อมวลชนก็คือ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง&amp;nbsp;การมองเหตุการณ์ที่หลายมุมมอง&amp;nbsp;หลายมิติ&amp;nbsp;แต่ทุกความแตกต่างนั้นอยากให้สื่อสะท้อน&amp;nbsp;และนำเสนอข้อเท็จจริงให้กับสาธารณะชนได้รับทราบอย่างสร้างสรรค์&amp;nbsp;และเป็นข้อเท็จจริง&amp;nbsp;เป็นสื่อกลางนำเสนอได้ครอบคลุมทุกมิติต่อไป"&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ภายในกิจกรรม&amp;nbsp;"พบปะพัฒนาสัมพันธ์เครือข่ายสื่อมวลชน&lt;/strong&gt;ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้"&amp;nbsp;แม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในการส่งมอบตำแหน่งนายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;ก่อนร่วมเสนอแนะแนวทาง&amp;nbsp;แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นที่จะเป็นประโยชน์เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ร่วมกับพี่น้องสื่อมวลชนในพื้นที่&amp;nbsp;และส่วนที่เกี่ยวข้องที่มาร่วมกิจกรรม&amp;nbsp;ตามลับดับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สงขลา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324145916507</Link_News></row>
<row _id="183"><NewsTitle>มทภ.4  ย้ำสื่อ ติดอาวุธแห่งการรับรู้ ด้วยความจริงอย่างสร้างสรรค์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;มทภ.4&amp;nbsp;พบปะพัฒนาสัมพันธ์เครือข่ายสื่อมวลชนจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;ติดอาวุธแห่งการรับรู้&amp;nbsp;ด้วยความจริงอย่างสร้างสรรค์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลโท&amp;nbsp;เกรียงไกร&amp;nbsp;ศรีรักษ์&amp;nbsp;แม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคง&lt;/strong&gt;ภายในภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เป็นประธานในกิจกรรม&amp;nbsp;"พบปะพัฒนาสัมพันธ์เครือข่ายสื่อมวลชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้"&amp;nbsp;ซึ่งศูนย์ประชาสัมพันธ์กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ส่วนหน้าจัดขึ้น&amp;nbsp;เพื่อพบปะกระชับความสัมพันธ์&amp;nbsp;รวมทั้งหารือแลกเปลี่ยนเสนอแนะแนวทางข้อคิดเห็น&amp;nbsp;และประสานขอความร่วมมือในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารอันจะนำไปสู่การเสริมสร้างความเข้าใจ&amp;nbsp;ทั้งในและนอกพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รวมทั้งต่างประเทศ&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในการปฏิบัติงาน&lt;/strong&gt;ของภาครัฐขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาไปสู่สันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;โดยมีสื่อมวลชน&amp;nbsp;ทั้งจังหวัดยะลา&amp;nbsp;ปัตตานี&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;และนราธิวาส&amp;nbsp;หน่วยงานภาครัฐทหาร&amp;nbsp;ตำรวจ&amp;nbsp;ฝ่ายปกครอง&amp;nbsp;ภาคประชาสังคม&amp;nbsp;เข้าร่วมกิจกรรมกระชับความสำพันธ์&amp;nbsp;เสริมสร้างความเข้าใจ&amp;nbsp;ให้เกิดการรับรู้ข้อมูลข่าวสารอย่างครบถ้วน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องน้ำพราว&amp;nbsp;โรงแรม&amp;nbsp;ซี.เอส.ปัตตานี&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ภายในกิจกรรม&amp;nbsp;แม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในการส่งมอบ&lt;/strong&gt;ตำแหน่งนายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;ก่อนร่วมเสนอแนะแนวทาง&amp;nbsp;แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นที่จะเป็นประโยชน์เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ร่วมกับพี่น้องสื่อมวลชนในพื้นที่&amp;nbsp;และส่วนที่เกี่ยวข้องที่มาร่วมกิจกรรม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลโท&amp;nbsp;เกรียงไกร&amp;nbsp;ศรีรักษ์&amp;nbsp;แม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคง&lt;/strong&gt;ภายในภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;"สถานการณ์โควิดกว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;ทำให้บรรยากาศการพูดคุยพบปะห่างหายไปบ้าง&amp;nbsp;วันนี้มีโอกาส&amp;nbsp;และถือเป็นเรื่องดี&amp;nbsp;ที่ทั้งหน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;และสื่อมวลชนได้พบปะสานสัมพันธ์กัน&amp;nbsp;สื่อถือเป็นองค์กรที่สำคัญในการเป็นผู้กำหนดแนวทาง&amp;nbsp;ทิศทางการดำเนินการของรัฐนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่แท้จริง&amp;nbsp;ประเด็นต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ความคิดเห็นต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง&amp;nbsp;เสียงสะท้อนที่ได้รับหลายประเด็นถือเป็นประโยชน์&amp;nbsp;และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงแก้ไข&amp;nbsp;ไม่ได้เฉพาะเจาะจงต่อคนในพื้นที่ให้เกิดการรับรู้เพียงเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แต่สื่อสามารถขยายเครือข่ายการรับรู้ไปสู่สังคมภายนอก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สู่ผู้คนทั้งประเทศ&amp;nbsp;แม้กระทั่งทั่วโลกที่กำลังที่จ้องมองว่าสถานการณ์ในพื้นที่เป็นอย่างไร&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีกิจกรรมดีๆมากมาย&amp;nbsp;มีผู้คนอัธยาศัยดี&amp;nbsp;มีสถานที่ท่องเที่ยว&amp;nbsp;มีความสวยงามด้านวัฒนธรรมที่หลากหลาย&amp;nbsp;มีการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขท่ามกลางความแตกต่างของเชื้อชาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ศาสนา&amp;nbsp;และวัฒนธรรม&amp;nbsp;สิ่งเหล่านี้เมื่อเรานำเสนอสู่สาธารณะ&amp;nbsp;นั่นถือเป็นการขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ไปด้วยเช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในบริบทและสถานการณ์ปัจจุบัน&amp;nbsp;สิ่งที่เป็นจุดเด่นของสื่อมวลชนก็คือ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง&amp;nbsp;การมองเหตุการณ์ที่หลายมุมมอง&amp;nbsp;หลายมิติ&amp;nbsp;แต่ทุกความแตกต่างนั้นอยากให้สื่อสะท้อน&amp;nbsp;และนำเสนอข้อเท็จจริงให้กับสาธารณะชนได้รับทราบอย่างสร้างสรรค์&amp;nbsp;และเป็นข้อเท็จจริง&amp;nbsp;เป็นสื่อกลางนำเสนอได้ครอบคลุมทุกมิติต่อไป"&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324150433516</Link_News></row>
<row _id="184"><NewsTitle>จ.จันทบุรี ประชุมคณะกรรมการศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านด้านกัมพูชาเพื่อกำหนดนโยบายชายแดนให้สอดคล้องนโยบายรัฐบาลเสริมสร้างความมั่นคงและความสัมพันธ์ชายแดน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;บ่ายวันนี้&amp;nbsp;(&amp;nbsp;24&amp;nbsp;มี.ค.65&amp;nbsp;)&amp;nbsp;ที่ห้องประชุม&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายสุธี&amp;nbsp;ทองแย้ม&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านด้านกัมพูชา&amp;nbsp;จังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;โดยมีผู้แทนหน่วยงานด้านความมั่นคงชายแดน&amp;nbsp;ทหาร&amp;nbsp;ตำรวจ&amp;nbsp;และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมเพื่อกำหนดนโยบายชายแดนให้สอดคล้องนโยบายรัฐบาลเสริมสร้างความมั่นคงและความสัมพันธ์ชายแดน&amp;nbsp;รวมทั้งการป้องกันโรคติดต่อโควิด&amp;nbsp;&amp;nbsp;19&amp;nbsp;การแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าว&amp;nbsp;การค้ามนุษย์&amp;nbsp;และอาชญากรรมต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยการประชุมครั้งนี้มีเรื่องเพื่อทราบ&amp;nbsp;หลายเรื่อง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;การประชุมกองอำนวยการปฏิบัตินโยบายชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;/2565&amp;nbsp;การบูรณาการการบริหารจัดการชายแดน&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย&amp;nbsp;ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมกองบัญชาการ&amp;nbsp;กองทัพไทย&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;5&amp;nbsp;อาคารกองบัญชาการกองทัพไทย&amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;ด้านการค้าชายแดน&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และการประชุมเพื่อบูรณาการป้องกันและแก้ไขปัญหาแรงงานด้างด้าว&amp;nbsp;และผู้หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย&amp;nbsp;ของกองบัญชาการรักษาความมั่นคงภายใน&amp;nbsp;ภาค&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ส่วนแยก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด&amp;nbsp;ค่ายตากสิน&amp;nbsp;เมื่อวันอังคารที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ผลการดำเนินการและแนวทางการนำแรงงานกัมพูชาเข้ามาทำงานตามมาตรา&amp;nbsp;64&amp;nbsp;และมีเรื่องเพื่อพิจารณา&amp;nbsp;ความพร้อมในการเปิดใช้ช่องทางจุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด&amp;nbsp;อ.โป่งน้ำร้อน&amp;nbsp;เพื่อนำเข้าแรงงานกัมพูชามาทำงานตามมาตรา&amp;nbsp;64&amp;nbsp;แห่งพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว&amp;nbsp;พ.ศ.2560&amp;nbsp;การขอผ่อนปรนการนำแรงงานกัมพูชามาทำงานแบบ&amp;nbsp;MOU&amp;nbsp;&amp;nbsp;การเตรียมการรองรับการเดินทางกลับประเทศของแรงงานกัมพูชาในช่วงเทศกาลสงกรานต์&amp;nbsp;รวมทั้งการเตรียมการผ่อนคลายมาตรการในการเดินทางเข้า&amp;nbsp;ออก&amp;nbsp;ของบุคคลผ่านช่องทางผ่านแดนทางบก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>จันทบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324153100551</Link_News></row>
<row _id="185"><NewsTitle>เดินหน้าจัดทำบัตรประชาชนกลุ่มชาติพันธุ์มานิ (โอรัง อัสลี) จังหวัดชายแดนภาคใต้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(24&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;ห้องประชุมเจริญจิตต์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;(ศอ.บต.)&amp;nbsp;นายบุญพาศ&amp;nbsp;รักนุ้ย&amp;nbsp;รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;(ศอ.บต.)&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมติดตามการจัดทำบัตรประชาชนกลุ่มชาติพันธุ์มานิ&amp;nbsp;(โอรัง&amp;nbsp;อัสลี)&amp;nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายประเวศ&amp;nbsp;หมีดเส็น&amp;nbsp;ผู้อำนวยการกองประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและกิจการพิเศษ&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;พร้อมด้วยผู้แทนจาก&amp;nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;และนราธิวาสเข้าร่วมการประชุมทั้งแบบ&amp;nbsp;On&amp;nbsp;site&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;Online&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ที่ประชุมได้มีการรายงานผลการดำเนินงาน&amp;nbsp;ปัญหา&amp;nbsp;อุปสรรค&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การดำเนินงานโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp;กลุ่มชาติพันธุ์มานิ&amp;nbsp;(โอรัง&amp;nbsp;อัสลี)&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ในแต่ละพื้นที่ที่มีความลำบาก&amp;nbsp;ด้วยสภาพเส้นทางที่ไม่สะดวกอยู่ในเขตทุรกันดาร&amp;nbsp;รวมถึงปัจจัยอื่นๆ&amp;nbsp;ในการเข้าถึงด้านอื่นๆ&amp;nbsp;และติดตามการจัดทำบัตรประชาชนกลุ่มชาติพันธุ์มานิ&amp;nbsp;(โอรัง&amp;nbsp;อัสลี)&amp;nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายบุญพาศ&amp;nbsp;รักนุ้ย&amp;nbsp;รองเลขาธิการ&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;การประชุมครั้งนี้&amp;nbsp;เป็นการประชุมการขับเคลื่อนและให้ความสำคัญกับกลุ่มโอรังอัสลีให้มีสิทธิในการเป็นพลเมืองถูกต้องตามกฎหมายเพิ่มขึ้นจากเดิม&amp;nbsp;เพื่อให้เข้าถึงสวัสดิการของรัฐบาลในทุกด้านรวมถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุ่มโอรังอัสลี&amp;nbsp;ในที่ประชุมได้มีการรายงานผลการดำเนินงานที่ผ่านมา&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;การจัดการปัญหาสถานะและสิทธิของบุคคลให้แก่ชนเผ่ามันนิ&amp;nbsp;มีข้อมูลสรุปการสำรวจจำนวนกลุ่มคนมานิของพื้นที่ต่างๆ&amp;nbsp;ในพื้นที่อำเภอเบตง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;บ้านนากอ&amp;nbsp;จำนวนทั้งหมด&amp;nbsp;61&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;มีบัตรประจำตัวประชาชนแล้ว&amp;nbsp;40&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;บัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า&amp;nbsp;61&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;เงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;เงินอุดหนุนบุตร&amp;nbsp;7&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;บ้านอัยเยอร์เวงควีน&amp;nbsp;จำนวนทั้งหมด&amp;nbsp;20&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการ&amp;nbsp;อำเภอธารโต&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;บ้านวังไทร&amp;nbsp;จำนวนทั้งหมด&amp;nbsp;10&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;รอการสำรวจเพิ่มเติม&amp;nbsp;บ้านจุฬาภรณ์&amp;nbsp;9&amp;nbsp;จำนวนทั้งหมด&amp;nbsp;50&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการ&amp;nbsp;บ้านเกาะทวด&amp;nbsp;จำนวนทั้งหมด&amp;nbsp;10&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;รอการสำรวจเพิ่มเติม&amp;nbsp;อำเภอบันนังสตา&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;บ้านเขาน้ำตก&amp;nbsp;จำนวนทั้งหมด&amp;nbsp;50&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;อยู่ในกระบวนการสร้างความเข้าใจ&amp;nbsp;อำเภอจะแนะ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;บ้านโต๊ะนอ&amp;nbsp;จำนวนทั้งหมด&amp;nbsp;120&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;อยู่ระหว่างดำเนินการ&amp;nbsp;และอำเภอศรีสาคร&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;บ้านไอย์ตืองอ&amp;nbsp;จำนวนทั้งหมด&amp;nbsp;32&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;อยู่ในกระบวนการสร้างความเข้าใจ&amp;nbsp;รวมประชากรกลุ่มคนมานิทั้งหมด&amp;nbsp;354&amp;nbsp;คน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;การขับเคลื่อนโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิต&lt;/strong&gt;กลุ่มชาติพันธุ์มานิ&amp;nbsp;(โอรังอัสลี)&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;ได้มีการดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยมีการออกเอกสารรับรองบุคคล&amp;nbsp;จัดทำบัตรประชาชน&amp;nbsp;บัตรสวัสดิการอื่นๆ&amp;nbsp;ที่เหมาะสมกับความต้องการของกลุ่มชาติพันธุ์มานิ&amp;nbsp;(โอรังอัสลี)&amp;nbsp;การพัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp;การจัดสรรพื้นที่และร่วมอนุรักษ์ป่าไม้&amp;nbsp;เพื่อใช้ประโยชน์ในการประกอบอาชีพ&amp;nbsp;การสนับสนับสนุนการฝึกอาชีพ&amp;nbsp;การศึกษา&amp;nbsp;สุขภาพ&amp;nbsp;ตลอดจนการประกอบอาชีพในอนาคต&amp;nbsp;ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มโอรังอัสลี&amp;nbsp;ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&amp;nbsp;และสามารถเข้าถึงสวัสดิการของภาครัฐได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324153358554</Link_News></row>
<row _id="186"><NewsTitle>ส.ปชส.ตราด ประชาสัมพันธ์ 10 มาตรการลดค่าครองชีพ เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบให้กับประชาชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด&amp;nbsp;รายงานว่า&amp;nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติ&amp;nbsp;เห็นชอบ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;มาตรการลดค่าครองชีพ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภาวะราคาน้ำมันแพงจากสถานการณ์วิกฤติยูเครน-รัสเซีย&amp;nbsp;ระยะเวลา&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;ตั้งแต่เดือน&amp;nbsp;พ.ค.&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ก.ค.&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;10&amp;nbsp;มาตรการ&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;1.&amp;nbsp;การเพิ่มเงินช่วยเหลือเพื่อซื้อก๊าซหุงต้มสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&amp;nbsp;3.6&amp;nbsp;ล้านคน&amp;nbsp;โดยเพิ่มเงินจากเดิม&amp;nbsp;45&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;100&amp;nbsp;บาทต่อคน&amp;nbsp;ต่อ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เดือน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;2.&amp;nbsp;ส่วนลดซื้อก๊าซหุงต้มเดือนละ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;สำหรับผู้ค้าหาบเร่แผงลอยที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&amp;nbsp;จำนวนประมาณ&amp;nbsp;5,500&amp;nbsp;คน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;3.&amp;nbsp;ช่วยค่าน้ำมันให้กับผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง&amp;nbsp;ที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมการขนส่งทางบก&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;157,000&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;โดยช่วยลดค่าใช้จ่ายน้ำมัน&amp;nbsp;แก๊สโซฮอล์&amp;nbsp;250&amp;nbsp;บาทต่อเดือน&amp;nbsp;และขอให้กรมการขนส่งทางบกกำกับราคาการให้บริการ&amp;nbsp;เพื่อให้พี่น้องประชาชนที่ต้องใช้บริการมอเตอร์ไซค์รับจ้างมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางเท่าเดิม&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;4.&amp;nbsp;คงราคาขายปลีก&amp;nbsp;ผู้ที่ใช้ก๊าซ&amp;nbsp;NGV&amp;nbsp;ไว้ที่&amp;nbsp;15.59&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;5.&amp;nbsp;ผู้ขับขี่แท็กซี่มิเตอร์&amp;nbsp;ภายใต้โครงการลมหายใจเดียวกัน&amp;nbsp;สามารถซื้อก๊าซได้ในราคา&amp;nbsp;13.62&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;6.&amp;nbsp;ช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าที่จะเพิ่มขึ้นสำหรับผู้ที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน&amp;nbsp;300&amp;nbsp;หน่วยต่อเดือน&amp;nbsp;โดยลดค่า&amp;nbsp;FT&amp;nbsp;ลง&amp;nbsp;22&amp;nbsp;สตางค์ต่อหน่วย&amp;nbsp;ในช่วงเดือนพฤษภาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;สิงหาคม&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;7.&amp;nbsp;ตรึงราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&amp;nbsp;ไปจนถึงสิ้นเดือนเมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;หลังจากนั้นรัฐบาลจะเข้าไปช่วยเหลือส่วนที่ราคาน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มขึ้นครึ่งนึง&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;8.&amp;nbsp;กำกับดูแลการปรับราคาก๊าซหุงต้มในช่วงตั้งแต่เดือนเมษายน-มิถุนายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยใช้กองทุนน้ำมันเข้าไปช่วยลดผลกระทบจากการปรับราคาให้ไม่ขึ้นสูงเกินไป&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;9.&amp;nbsp;ลดอัตราเงินสบทบของนายจ้างและลูกจ้างที่อยู่ในระบบประกันสังคม&amp;nbsp;มาตรา&amp;nbsp;33&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;5%&amp;nbsp;เหลือ&amp;nbsp;1%&amp;nbsp;เพื่อให้ลูกจ้างและนายจ้างสามารถมีกำลังในการใช้จ่าย&amp;nbsp;และผู้ประกอบการสามารถมีสภาพคล่องเพิ่มขึ้นในการดำเนินธุรกิจในช่วงถัดไป&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;10.&amp;nbsp;ลดอัตราเงินสมทบผู้ประกันตนมาตรา&amp;nbsp;39&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;9%&amp;nbsp;เหลือ&amp;nbsp;1.9%&amp;nbsp;และลดอัตราเงินสมทบของผู้ประกันตนมาตรา&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ลงเหลือ&amp;nbsp;42-180&amp;nbsp;บาทต่อเดือน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังได้สั่งการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้ได้มากที่สุด&amp;nbsp;ก่อนจะเข้าสู่ฤดูการเพาะปลูก&amp;nbsp;โดยเน้นการใช้วัตถุดิบในประเทศ&amp;nbsp;และให้กระทรวงการต่างประเทศประสานงานกับประเทศต่างๆ&amp;nbsp;ในการจัดหาปัจจัยการผลิตที่จำเป็นเข้าประเทศด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนี้ไป&amp;nbsp;กระทรวงและหน่วยงานต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จะเร่งดำเนินการออกมาตรการทั้งหมดที่กล่าวมา&amp;nbsp;ทั้งนี้ต้องให้เป็นไปตามข้อกฎหมาย&amp;nbsp;และข้อบังคับต่างๆ&amp;nbsp;รวมทั้งนำเสนอคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;เพื่อพิจารณาและอนุมัติเป็นการเร่งด่วน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ตราด</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324154031559</Link_News></row>
<row _id="187"><NewsTitle>เจ้าหน้าที่ ตชด. อส. เบตง ล่อซื้อยาบ้า ในป่าริมถนนเลียบชายแดน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;มี.ค.65&amp;nbsp;ร.ต.อ.มาตุภูมิ&amp;nbsp;ธรรเนียม&amp;nbsp;หัวหน้าชุดปฏิบัติการการข่าว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ร้อย&amp;nbsp;ฉก.ตชด.445&amp;nbsp;สืบทราบว่า&amp;nbsp;มีชายวัยรุ่นแอบลักลอบจำหน่ายยาบ้าให้กับกลุ่มวัยรุ่นและผู้ใช้แรงงาน&amp;nbsp;บริเวณถนนเลียบชายแดนไทย-มาเลเซีย&amp;nbsp;จึงรายงานให้&amp;nbsp;พ.ต.ท.อรรถพล&amp;nbsp;จินตาคม&amp;nbsp;ผบ.ร้อย&amp;nbsp;ตชด.445&amp;nbsp;รับทราบ&amp;nbsp;พร้อมทั้งประสาน&amp;nbsp;นายพิชัย&amp;nbsp;แก้วจำรัส&amp;nbsp;ปลัดอำเภอเบตง&amp;nbsp;รับผิดชอบงานยาเสพติด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายปัจฉิมณรงค์&amp;nbsp;ปัจจิมเพ็ชร&amp;nbsp;ปลัดป้องกันอำเภอเบตง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;แจ้งเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการร่วมป้องกันและปราบปรามยาเสพติด&amp;nbsp;(ชป.เอราวัณ)&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ตชด.ชุดเฝ้าตรวจชายแดน&amp;nbsp;4406&amp;nbsp;สืบสวนหาข่าวเพิ่มเติม&amp;nbsp;จนทราบว่า&amp;nbsp;นายพิสิทธิ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;29&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;อยู่บ้านเลขที่&amp;nbsp;84/1&amp;nbsp;ม.1&amp;nbsp;ต.ธารน้ำทิพย์&amp;nbsp;อ.เบตง&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;เป็นบุคคลที่ลักลอบจำหน่ายยาบ้า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เจ้าหน้าที่จึงได้วางแผนจับกุม&amp;nbsp;โดยส่งสายลับพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ&lt;/strong&gt;อำพรางเข้าไปติดต่อขอซื้อยาบ้า&amp;nbsp;1,500&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;นัดส่งบริเวณหน้าขนำริมถนนเลียบชายแดนไทย-มาเลเซีย&amp;nbsp;บ้านซาโห่&amp;nbsp;ม.1&amp;nbsp;ต.ธารน้ำทิพย์&amp;nbsp;เมื่อถึงเวลานัดหมาย&amp;nbsp;นายพิสิทธิ์&amp;nbsp;ได้ขี่รถจักรยานยนต์&amp;nbsp;ฮอนด้า&amp;nbsp;สีเขียว&amp;nbsp;หมายเลขทะเบียน&amp;nbsp;กคค&amp;nbsp;612&amp;nbsp;นำยาบ้ามาส่ง&amp;nbsp;ขณะที่กำลังจะส่งมอบยาบ้า&amp;nbsp;นายพิสิทธิ์&amp;nbsp;เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจอำพราง&amp;nbsp;ก็แสดงอาการตกใจ&amp;nbsp;เพราะจำได้ว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เจ้าหน้าที่จึงต้องรีบแสดงตัวเข้าจับกุม&amp;nbsp;ตรวจค้นภายในตัวพบยาบ้า&amp;nbsp;23&amp;nbsp;เม็ด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อยู่ในกระเป๋ากางเกงข้างซ้าย&amp;nbsp;จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปตรวจค้นที่บ้านพักของนายพิสิทธิ์&amp;nbsp;ก็พบยาบ้าอีกจำนวน&amp;nbsp;22&amp;nbsp;เม็ด&amp;nbsp;บรรจุอยู่ในหลอดเครื่องดื่ม&amp;nbsp;ใส่ไว้ในถุงเท้าผ้าซุกซ่อนอยู่ในตู้เก็บของภายในบ้าน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากการสอบถามเบื้องต้น&amp;nbsp;รับสารภาพนำยาบ้ามาจากคนรู้จักแล้ว&lt;/strong&gt;นำมาจำหน่ายให้กลุ่มวัยรุ่นและผู้ใช้แรงงานโดยจะนัดส่งมอบตามถนนเลียบชายแดนไทย-มาเลเซีย&amp;nbsp;เพราะอยู่ไกลและเป็นพื้นที่ป่า&amp;nbsp;เพื่อเลี่ยงการถูกจับกุม&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่จึงตั้งข้อหาจำหน่ายโดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท1(ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน)โดยไม่ได้รับอนุญาต,เสพยาเสพติดให้โทษประเภท1(ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน)โดยผิดกฎหมาย,เป็นผู้ขับขี่ยานพาหนะขณะมีสารเสพติด(เมทแอมเฟตามีน)อยู่ในร่างกาย&amp;nbsp;พร้อมทั้งนำตัวและของกลางส่งพนักงานสอบสวน&amp;nbsp;สภ.เบตง&amp;nbsp;ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.เบตง จ.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324155303564</Link_News></row>
<row _id="188"><NewsTitle>ส.ปชส.ตราด ประชาสัมพันธ์ การแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรผ่าน 4 ธนาคารของรัฐ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด&amp;nbsp;รายงานว่า&amp;nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;มีมติเห็นชอบในหลักการโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกร&lt;/strong&gt;สมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;สำหรับลูกหนี้ธนาคารของรัฐ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ได้แก่&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;-ธนาคารออมสิน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;-ธ.ก.ส.&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;-ธอส.&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;-ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ธพว.)&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำหรับชำระหนี้แทนเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;50,621&amp;nbsp;ราย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ยอดหนี้เงินต้น&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;9,282.92&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ระยะเวลาดำเนินโครงการ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;นับจากวันที่&amp;nbsp;ครม.&amp;nbsp;อนุมัติ&amp;nbsp;แบ่งการดำเนินการ&amp;nbsp;ออกเป็น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ระยะ&amp;nbsp;ปีที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ขอใช้งบกลางฯ&amp;nbsp;รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;65&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ปีที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;22,000&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ปีที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;18,621&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ปัจจุบันมีสมาชิกที่เป็นหนี้ในระบบ&amp;nbsp;และประสงค์ที่จะให้กองทุนช่วยเหลือแก้ปัญหาหนี้สิน&lt;/strong&gt;และได้นำหนี้มาขึ้นทะเบียน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นหนี้เร่งด่วน&amp;nbsp;ผิดนัดชำระหนี้&amp;nbsp;และเป็นลูกหนี้ธนาคารของรัฐทั้ง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ตรวจสอบแล้วกำลังรอการแก้ปัญหาทั้งสิ้น&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;50,621&amp;nbsp;รายรวมมูลหนี้เงินต้นจำนวน&amp;nbsp;9,282.92&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ประกอบด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;47,973&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;มูลค่าหนี้เงินต้นจำนวน&amp;nbsp;8,&amp;nbsp;520.41&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;ธนาคารออมสิน&amp;nbsp;552&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;มูลค่าหนี้เงินต้น&amp;nbsp;162.37&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;ธอส.&amp;nbsp;2,008&amp;nbsp;รายมูลหนี้เงินต้น&amp;nbsp;306.41&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;ธพว.&amp;nbsp;88&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;มูลหนี้เงินต้น&amp;nbsp;293.72&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;แนวทางการดำเนินการ&amp;nbsp;ในการปรับโครงสร้างหนี้กับสถาบันเจ้าหนี้โดยพักชำระเงินต้นครึ่งหนึ่ง&amp;nbsp;(ร้อยละ&amp;nbsp;50)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และดอกเบี้ยทั้งหมดไว้ก่อน&amp;nbsp;และให้เกษตรกรผ่อนชำระหนี้เงินต้นครึ่งหนึ่ง&amp;nbsp;(ร้อยละ&amp;nbsp;50)&amp;nbsp;ตามระยะเวลาที่ตกลง&amp;nbsp;แต่ไม่เกิน&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;เมื่อเกษตรกรชำระหนี้คืนเสร็จสิ้นแล้ว&amp;nbsp;เงินต้น&amp;nbsp;(ร้อยละ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ที่พักไว้)&amp;nbsp;และดอกเบี้ยที่พักไว้&amp;nbsp;จะได้รับการยกให้เกษตรกรทั้งหมด&amp;nbsp;โดยสถาบันเจ้าหนี้จะได้รับการชดเชยเงินต้นจากรัฐบาล&amp;nbsp;สำหรับการชดเชยดอกเบี้ยให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;โดยเงื่อนไขสำคัญ&amp;nbsp;เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจะต้องไม่ก่อหนี้เพิ่มกับสถาบันการเงินอื่นใดอีก&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำหรับดอกเบี้ยค้างชำระของธนาคาร&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แห่งนั้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;เห็นชอบให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงการคลัง&amp;nbsp;หารือก่อนให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป&amp;nbsp;ทั้งนี้การแก้ปัญหาหนี้เกษตรในครั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรได้มีโอกาสได้พักฟื้นเรื่องหนี้สิน&amp;nbsp;รักษาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของเกษตรกร&amp;nbsp;เข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อพัฒนาและฟื้นฟูตนเองและสร้างรายได้ในการประกอบอาชีพ&amp;nbsp;ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ที่ให้ความสำคัญในแก้ปัญหาหนี้ทั้งระบบทั้งหนี้ครัวเรือนและหนี้เกษตรกร&amp;nbsp;ตามที่ประกาศปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;เป็นการแก้หนี้ให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>NULL</Region><Province>ตราด</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324162644594</Link_News></row>
<row _id="189"><NewsTitle>กรมการสรรพกำลังกลาโหม ร่วมกับจังหวัดพังงา ประชุมเตรียมความพร้อมการพัฒนาสัมพันธ์กับทุกภาคส่วนเพื่อการระดมสรรพกำลัง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมภูผา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดพังงา&amp;nbsp;พลตรี&amp;nbsp;อัฐพงศ์&amp;nbsp;พิชญาภรณ์&amp;nbsp;รองเจ้ากรมการสรรพกำลังกลาโหม&amp;nbsp;ประธานการประชุม&amp;nbsp;ร่วมด้วย&amp;nbsp;นายเถลิงศักดิ์&amp;nbsp;นุชประหาร&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&amp;nbsp;ได้รับมอบหมายจากผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&amp;nbsp;ข้าราชการกรมการสรรพกำลังกลาโหม&amp;nbsp;ผู้แทนสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ&amp;nbsp;ผู้แทนส่วนราชการพลเรือนจากส่วนกลางที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;และส่วนราชการจังหวัดพังงา&amp;nbsp;เข้าร่วมพัฒนาการสัมพันธ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลตรี&amp;nbsp;อัฐพงศ์&amp;nbsp;พิชญาภรณ์&amp;nbsp;รองเจ้ากรมการสรรพกำลังกลาโหม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กล่าวว่า&amp;nbsp;กรมการสรรพกำลังกลาโหมได้ประชุมเตรียมความพร้อมการพัฒนาสัมพันธ์กับทุกภาคส่วน&amp;nbsp;เพื่อการระดมสรรพกำลังตามแผนผนึกกำลังและทรัพยากร&amp;nbsp;เพื่อการป้องกันประเทศภายใต้แผนเตรียมความพร้อมแห่งชาติ&amp;nbsp;ได้กำหนดให้ทุกภาคส่วนมีการเตรียมความพร้อมด้านทรัพยากรเพื่อเผชิญกับภัยคุกคามด้านต่างๆ&amp;nbsp;กรมการสรรพกำลังกลาโหม&amp;nbsp;เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมของกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;จึงได้ดำเนินการพัฒนาสัมพันธ์กับทุกภาคส่วน&amp;nbsp;เพื่อการระดมสรรพกำลังให้ทุกภาคส่วนได้เตรียมความพร้อม&amp;nbsp;สำหรับการระดมทรัพยากรในการสนับสนุนกองทัพ&amp;nbsp;เพื่อปฏิบัติภารกิจในการป้องกันประเทศในภาวะไม่ปกติ&amp;nbsp;หรือสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างเพียงพอและทันเวลา&amp;nbsp;พร้อมทั้งเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในงานการระดมสรรพกำลัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ผู้แทนแต่ละหน่วยงานจากส่วนกลาง&amp;nbsp;ได้กล่าวถึงบทบาทหน้าที่การเตรียมความพร้อม&lt;/strong&gt;ในการสนับสนุนกองทัพ&amp;nbsp;ให้ที่ประชุมทราบและการติดต่อประสานงาน&amp;nbsp;เพื่อร่วมกันป้องกันพัฒนาประเทศ&amp;nbsp;ในการเผชิญกับภัยคุกคามด้านต่างๆ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>พังงา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324163755603</Link_News></row>
<row _id="190"><NewsTitle>กองทัพบกไทย-สหรัฐฯ ปิดการฝึกผสม หนุมานการ์เดียน 2022  ด้วยความประทับใจในประสบการณ์ที่ได้รับร่วมกัน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;พลเอก&amp;nbsp;ณรงค์พันธ์&amp;nbsp;จิตต์แก้วแท้&amp;nbsp;ผู้บัญชาการทหารบก&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานร่วมกับ&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ชาร์ลส์&amp;nbsp;เอ&amp;nbsp;ฟลินน์&amp;nbsp;ผู้บัญชาการกองกำลังทางบกสหรัฐอเมริกาภาคพื้นแปซิฟิก&amp;nbsp;ในพิธีปิดการฝึกผสมรหัส&amp;nbsp;Hanuman&amp;nbsp;Guardian&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;ที่ศูนย์ฝึกทางยุทธวิธีกองทัพบก&amp;nbsp;บ้านดีลัง&amp;nbsp;อำเภอพัฒนานิคม&amp;nbsp;จังหวัดลพบุรี&amp;nbsp;โดยผู้บัญชาการทหารบก&amp;nbsp;กล่าวในพิธีปิดว่า&amp;nbsp;การฝึกผสม&amp;nbsp;Hanuman&amp;nbsp;Guardian&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;ครั้งนี้&amp;nbsp;ถือเป็นครั้งที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;เป็นโอกาสอันดีที่กำลังพลของทั้งสองกองทัพ&amp;nbsp;ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกัน&amp;nbsp;ยกระดับขีดความสามารถและความรู้&amp;nbsp;ทั้งด้านเทคนิคทางยุทธวิธี&amp;nbsp;โดยเฉพาะการฝึกกระโดดร่มทางยุทธศาสตร์&amp;nbsp;พร้อมชื่นชมกำลังพลทุกนายที่มีความกระตือรือร้น&amp;nbsp;และตั้งใจในการฝึกเป็นอย่างดี&amp;nbsp;รวมทั้งมีการสร้างมิตรภาพระหว่างบุคคล&amp;nbsp;และหน่วยให้ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งจะนำไปสู่ความร่วมมือที่ยั่งยืนต่อไปในอนาคต&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ก่อนพิธีปิด&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ผู้บัญชาการทหารบกและผู้บัญชาการกองกำลังทางบกสหรัฐอเมริกา&amp;nbsp;ภาคพื้นแปซิฟิก&amp;nbsp;ตรวจเยี่ยมการฝึกดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริงของหน่วยยานเกราะสไตรเกอร์&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;พื้นที่การฝึกเนิน&amp;nbsp;129&amp;nbsp;บ้านดีลัง&amp;nbsp;ร่วมชมการยิงในพื้นที่เป้าหมาย&amp;nbsp;และในโอกาสนี้กองทัพบกยังได้จัดพิธีประดับและแลกเปลี่ยนปีกร่มให้กับกำลังพลที่ผ่านการฝึกกระโดดร่มทางยุทธศาสตร์ของทั้งสองประเทศด้วย&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324193721755</Link_News></row>
<row _id="191"><NewsTitle>ภูเก็ตประชุมการพัฒนาสัมพันธ์กับทุกภาคส่วนเพื่อระดมสรรพกำลังตามแผนผนึกกำลังและทรัพยากร เพื่อป้องกันประเทศ ภายใต้แผนเตรียมพร้อมแห่งชาติ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(24&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ที่ชั้น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;มุขหน้า&amp;nbsp;ศาลากลาง&amp;nbsp;หลังใหม่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นาย&amp;nbsp;อานุภาพ&amp;nbsp;รอดขวัญ&amp;nbsp;ยอดระบำรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;ให้การต้อนรับ&amp;nbsp;พลตรีอัฐพงศ์&amp;nbsp;พิชญาภรณ์&amp;nbsp;รองเจ้ากรมการสรรพกำลังกลาโหม&amp;nbsp;และพันเอกประภาส&amp;nbsp;บุญทับ&amp;nbsp;ผู้อำนวยการกองพัฒนาการระดมสรรพกำลัง&amp;nbsp;ผู้แทนสภาความมั่นคงแห่งชาติ&amp;nbsp;และผู้แทนส่วนราชการพลเรือนจากส่วนกลางเพื่อประชุมการพัฒนาสัมพันธ์กับทุกภาคส่วนเพื่อระดมสรรพกำลัง&amp;nbsp;โดยมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในจังหวัดภูเก็ตเข้าร่วม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;พลตรี&amp;nbsp;อัฐพงศ์&amp;nbsp;พิชญาภรณ์&amp;nbsp;รองเจ้ากรมการสรรพกำลังกลาโหม&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ตามแผนผนึกกำลังและทรัพยากร&amp;nbsp;เพื่อป้องกันประเทศ&amp;nbsp;ภายใต้แผนเตรียมพร้อมแห่งชาติ&amp;nbsp;ในการจัดเตรียมความพร้อมทรัพยากร&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ด้านกำลังคน&amp;nbsp;ด้านอาหาร&amp;nbsp;ด้านน้ำ&amp;nbsp;ด้านคมนาคม&amp;nbsp;ด้านการสื่อสาร&amp;nbsp;ด้านการแพทย์และสาธารณสุข&amp;nbsp;ด้านอุตสาหกรรมและปัจจัยการผลิต&amp;nbsp;ด้านเชื้อเพลิงและพลังงาน&amp;nbsp;ด้านการประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;และด้านสิ่งอำนวยความสะดวกและอื่นๆ&amp;nbsp;ให้มีความพร้อมด้านข้อมูลทรัพยากรตั้งแต่ในภาวะปกติ&amp;nbsp;เพื่อให้สามารถนำมาใช้แก้ไขปัญหา&amp;nbsp;เมื่อเกิดภาวะไม่ปกติได้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;ตลอดจนให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยให้สามารถผนึกกำลังในการป้องกันประเทศ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และมีการบูรณาการแผนในทุกระดับของทุกกระทรวง&amp;nbsp;ภายใต้การบริหารจัดการแบบเบ็ดเสร็จได้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;รวมทั้ง&amp;nbsp;ขอรับทราบปัญหา&amp;nbsp;ข้อขัดข้อง&amp;nbsp;อุปสรรค&amp;nbsp;และข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานด้านการระดมสรรพกำลัง&amp;nbsp;ด้านกำลังสำรอง&amp;nbsp;และการสัสดี&amp;nbsp;เพื่อที่จะได้นำข้อมูล&amp;nbsp;มาดำเนินการแก้ไข&amp;nbsp;ปรับปรุงและพัฒนางาน&amp;nbsp;การระดมสรรพกำลังให้มีความเหมาะสมต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นาย&amp;nbsp;อานุภาพ&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;การที่กรมการสรรพกำลังกลาโหม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เดินทางมาพบปะกับส่วนราชการของจังหวัดภูเก็ตในวันนี้&amp;nbsp;ซึ่งการดำเนินการพัฒนาความสัมพันธ์กับทุกภาคส่วนโดยทางผู้ว่าราชการจังหวัด&amp;nbsp;มีนโยบายสำหรับข้าราชการทุกส่วนที่ปฏิบัติภารกิจหรือที่เข้ามาดำรงตำแหน่งใหม่&amp;nbsp;ได้ทำความรู้จักกัน&amp;nbsp;ดังประโยคที่ให้ไว้ว่า&amp;nbsp;"รู้อะไรไม่สู้&amp;nbsp;รู้จักกัน"&amp;nbsp;เป็นการนำหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;มาพบปะ&amp;nbsp;ทำความรู้จักกันทั้งส่วนภูมิภาคและส่วนกลาง&amp;nbsp;สร้างสัมพันธภาพอันดีต่อกัน&amp;nbsp;เพื่อสร้างความรักความสามัคคี&amp;nbsp;และมีความพร้อมในการ&amp;nbsp;รับทราบปัญหา&amp;nbsp;อุปสรรค&amp;nbsp;ซึ่งจะได้ร่วมกัน&amp;nbsp;ช่วยกันแก้ไขปัญหาทั้งภาวะปกติ&amp;nbsp;และภาวะไม่ปกติ&amp;nbsp;ของทุกภาคส่วนราชการ&amp;nbsp;ซึ่งถือได้ว่า&amp;nbsp;จังหวัดภูเก็ตมีความพร้อมในการผนึกกำลัง&amp;nbsp;และเตรียมพร้อมในทุกด้าน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;พลตรีอัฐพงศ์&amp;nbsp;พิชญาภรณ์&amp;nbsp;รองเจ้ากรมการสรรพกำลังกลาโหม&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ภูเก็ต</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324172916657</Link_News></row>
<row _id="192"><NewsTitle>แม่ทัพภาคที่ 2 ตรวจเยี่ยม กอ.รมน.จังหวัดอุดรธานี</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของกองอำนวยการรักษาความมั่นคง&lt;/strong&gt;ภายในจังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;รับทราบผลการปฏิบัติงาน&amp;nbsp;ปัญหาข้อขัดข้อง&amp;nbsp;พร้อมมอบนโยบาย&amp;nbsp;และข้อเสนอแนะ&amp;nbsp;ในการปฏิบัติงาน&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมคำชะโนด&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลโท&amp;nbsp;สวราชย์&amp;nbsp;แสงผล&amp;nbsp;แม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคง&lt;/strong&gt;ภายในภาคที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;และคณะ&amp;nbsp;เดินทางมาตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;โดยมีนายกองเอกปราโมทย์&amp;nbsp;ธัญญพืช&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานีในฐานะรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;(พ)&amp;nbsp;พลตรีสุทธ์พิชญพงษ์&amp;nbsp;สุธิราวุธ&amp;nbsp;ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;,พลตำรวจตรีพิษณุ&amp;nbsp;อุณหเสรี&amp;nbsp;ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;(ต)&amp;nbsp;,พันเอกธนาวีร์&amp;nbsp;วิชาชัย&amp;nbsp;รองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดอุดรธานี(ท)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และรายงานผลการปฏิบัติงาน&amp;nbsp;แนวทางในการแก้ไขปัญหาด้านยาเสพติด&amp;nbsp;การบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;การแพร่ระบาดของโรคโควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;การกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าว&amp;nbsp;บ่อนการพนัน&amp;nbsp;และป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในรอบ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือนที่ผ่าน&amp;nbsp;ผลการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย&amp;nbsp;โอกาสนี้แม่ทัพภาคที่2&amp;nbsp;ได้มอบนโยบายในการปฏิบัติงาน&amp;nbsp;และข้อเสนอแนะ&amp;nbsp;เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปปฏิบัติให้เกิดผลสัมฤทธิ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทีมข่าวส.ปชส.อด.&amp;nbsp;ศรีภูมิ&amp;nbsp;ทองใหญ่&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;อยุธยา&amp;nbsp;ข่าว/ภาพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อุดรธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324185524699</Link_News></row>
<row _id="193"><NewsTitle>แม่ทัพภาคที่ 4 พบปะพัฒนาสัมพันธ์เครือข่ายสื่อมวลชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ติดอาวุธแห่งการรับรู้ ด้วยความจริงอย่างสร้างสรรค์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(24&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;ห้องน้ำพราว&amp;nbsp;2&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โรงแรม&amp;nbsp;ซี.เอส.&amp;nbsp;ปัตตานี&amp;nbsp;อำเภอเมืองปัตตานี&amp;nbsp;จังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;พลโท&amp;nbsp;เกรียงไกร&amp;nbsp;ศรีรักษ์&amp;nbsp;แม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;/&amp;nbsp;ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เป็นประธานในกิจกรรม&amp;nbsp;"พบปะพัฒนาสัมพันธ์เครือข่ายสื่อมวลชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้"&amp;nbsp;ซึ่งศูนย์ประชาสัมพันธ์กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ส่วนหน้าจัดขึ้น&amp;nbsp;เพื่อพบปะกระชับความสัมพันธ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รวมทั้ง&amp;nbsp;หารือแลกเปลี่ยนเสนอแนะแนวทางข้อคิดเห็น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และประสานขอความร่วมมือในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารอันจะนำไปสู่การเสริมสร้างความเข้าใจทั้งในและนอกพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;รวมทั้งต่างประเทศ&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในการปฏิบัติงานของภาครัฐขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาไปสู่สันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;โดยมีพี่น้องสื่อมวลชน&amp;nbsp;ทั้งจังหวัดยะลา&amp;nbsp;ปัตตานี&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;และนราธิวาส&amp;nbsp;เข้าร่วม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งนอกจากพี่น้องสื่อมวลชนแล้ว&amp;nbsp;หน่วยงานภาครัฐทหาร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตำรวจ&amp;nbsp;ฝ่ายปกครอง&amp;nbsp;ภาคประชาสังคม&amp;nbsp;ร่วมกิจกรรมกระชับความสำพันธ์&amp;nbsp;เสริมสร้างความเข้าใจ&amp;nbsp;ให้เกิดการรับรู้ข้อมูลข่าวสารอย่างครบถ้วน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลโท&amp;nbsp;เกรียงไกร&amp;nbsp;ศรีรักษ์&amp;nbsp;แม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;/&amp;nbsp;ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคง&lt;/strong&gt;ภายในภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;"สถานการณ์โควิดกว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;ทำให้บรรยากาศการพูดคุยพบปะห่างหายไปบ้าง&amp;nbsp;วันนี้มีโอกาส&amp;nbsp;และถือเป็นเรื่องดี&amp;nbsp;ที่ทั้งหน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;และสื่อมวลชนได้พบปะสานสัมพัธ์กัน&amp;nbsp;สื่อถือเป็นองค์กรที่สำคัญในการเป็นผู้กำหนดแนวทาง&amp;nbsp;ทิศทางการดำเนินการของรัฐนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่แท้จริง&amp;nbsp;ประเด็นต่างๆ&amp;nbsp;ความคิดเห็นต่างๆ&amp;nbsp;ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง&amp;nbsp;เสียงสะท้อนที่ได้รับหลายประเด็นถือเป็นประโยชน์&amp;nbsp;และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงแก้ไข&amp;nbsp;ไม่ได้เฉพาะเจาะจงต่อคนในพื้นที่ให้เกิดการรับรู้เพียงเท่านั้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แต่สื่อสามารถขยายเครือข่ายการรับรู้ไปสู่สังคมภายนอก&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สู่ผู้คนทั้งประเทศ&amp;nbsp;แม้กระทั้งทั่วโลกที่กำลังที่จ้องมองว่าสถานการณ์ในพื้นที่เป็นอย่างไร&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีกิจกรรมดีๆมากมาย&amp;nbsp;มีผู้คนอัทธยาศัยดี&amp;nbsp;มีสถานที่ท่องเที่ยว&amp;nbsp;มีความสวยงามด้านวัฒนธรรมที่หลากหลาย&amp;nbsp;มีการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขท่ามกลางความแตกต่างของเชื้อชาติ&amp;nbsp;ศาสนา&amp;nbsp;และวัฒนธรรม&amp;nbsp;สิ่งเหล่านี้เมื่อเรานำเสนอสู่สาธารณะ&amp;nbsp;นั่นถือเป็นการขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ไปด้วยเช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในบริบทและสถานการณ์ปัจจุบัน&amp;nbsp;สิ่งที่เป็นจุดเด่นของสื่อมวลชนก็คือ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง&amp;nbsp;การมองเหตุการณ์ที่หลายมุมมอง&amp;nbsp;หลายมิติ&amp;nbsp;แต่ทุกความแตกต่างนั้นอยากให้สื่อสะท้อน&amp;nbsp;และนำเสนอข้อเท็จจริงให้กับสาธารณะชนได้รับทราบอย่างสร้างสรรค์&amp;nbsp;และเป็นข้อเท็จจริง&amp;nbsp;เป็นสื่อกลางนำเสนอได้ครอบคลุมทุกมิติต่อไป"&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ภายในกิจกรรม&amp;nbsp;"พบปะพัฒนาสัมพันธ์เครือข่ายสื่อมวลชน&lt;/strong&gt;ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้"&amp;nbsp;แม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในการส่งมอบตำแหน่งนายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;ก่อนร่วมเสนอแนะแนวทาง&amp;nbsp;แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นที่จะเป็นประโยชน์เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ปัตตานี</Province><Department>สวท.ปัตตานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324233416797</Link_News></row>
<row _id="194"><NewsTitle>นายกรัฐมนตรี เร่งผลักดันการจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมอุตสาหกรรมอาเซียน-เกาหลีใต้ ให้สำเร็จภายในปี 2566 เน้นความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมอุตสาหกรรม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธนกร&amp;nbsp;วังบุญคงชนะ&amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินหน้าพัฒนาวิทยาศาสตร์&amp;nbsp;เทคโนโลยี&amp;nbsp;และนวัตกรรม&amp;nbsp;รวมทั้งยินดีกับความสำเร็จอีกก้าวในการเดินหน้าสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมแห่งอนาคตในภูมิภาค&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยภายหลังที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเมื่อวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;ให้กระทรวงพาณิชย์ในฐานะผู้แทนไทย&amp;nbsp;เป็นผู้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ&amp;nbsp;(MoU)&amp;nbsp;ว่าด้วยการจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมอุตสาหกรรมอาเซียน-เกาหลีใต้&amp;nbsp;(ASEAN-Korea&amp;nbsp;Industrial&amp;nbsp;Innovation&amp;nbsp;Center:&amp;nbsp;AKIIC)&amp;nbsp;โดยคาดว่าการลงนามจะจัดขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;และสามารถจัดตั้งศูนย์&amp;nbsp;AKIIC&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ประเทศเกาหลีใต้&amp;nbsp;ภายในปี&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;ซึ่งจะเน้นความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์&amp;nbsp;เทคโนโลยี&amp;nbsp;และนวัตกรรมอุตสาหกรรมต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การทำวิจัยร่วมกัน&amp;nbsp;แลกเปลี่ยนเรียนรู้&amp;nbsp;ถ่ายทอดเทคโนโลยี&amp;nbsp;และนำเทคโนโลยีไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังมีความร่วมมือกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ&amp;nbsp;(สวทช.)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในฐานะผู้กำกับดูแลเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก&amp;nbsp;(EECi)&amp;nbsp;เป็นอีกกลุ่มผู้แทนไทยในการเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการบริหารศูนย์&amp;nbsp;AKIIC&amp;nbsp;ซึ่งกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;สวทช.&amp;nbsp;จะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อขับเคลื่อนศูนย์&amp;nbsp;AKIIC&amp;nbsp;ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม&amp;nbsp;โดยเฉพาะการสนับสนุนการดำเนินการที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรม&amp;nbsp;4.0&amp;nbsp;ระยะ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;(พ.ศ.&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2579)&amp;nbsp;ของไทยในกลุ่มสาขาเป้าหมายผ่านการขับเคลื่อนด้วยความรู้และเทคโนโลยีขั้นสูง&amp;nbsp;เพื่อเสริมสร้างกลไกในการพัฒนาขีดความสามารถทางการแข่งขันของคนไทย&amp;nbsp;และประเทศไทยให้เท่าทันการพัฒนาของโลก&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325105120856</Link_News></row>
<row _id="195"><NewsTitle>รัฐบาลเห็นชอบ 10 มาตรการบรรเทาผลกระทบจากภาวะน้ำมันแพง ระยะเวลา 3 เดือน (พ.ค.-ก.ค.65)</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่ประชุมเห็นชอบ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;มาตรการลดค่าครองชีพ&amp;nbsp;เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภาวะราคา&amp;nbsp;น้ำมันแพงจากสถานการณ์วิกฤติยูเครน-รัสเซีย&amp;nbsp;ระยะเวลา&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ด้วย&amp;nbsp;10&amp;nbsp;มาตรการคือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.&amp;nbsp;การเพิ่มเงินช่วยเหลือเพื่อซื้อก๊าซหุงต้มสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการ&amp;nbsp;แห่งรัฐ&amp;nbsp;3.6&amp;nbsp;ล้านคน&amp;nbsp;โดยเพิ่มเงินจากเดิม&amp;nbsp;45&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;100&amp;nbsp;บาทต่อคนต่อ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เดือน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.&amp;nbsp;ส่วนลดซื้อก๊าซหุงต้มเดือนละ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;สำหรับผู้ค้าหาบเร่แผงลอย&amp;nbsp;ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&amp;nbsp;จำนวนประมาณ&amp;nbsp;5,500&amp;nbsp;คน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.&amp;nbsp;ช่วยค่าน้ำมันให้กับผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ขึ้นทะเบียนไว้กับ&amp;nbsp;กรมการขนส่งทางบก&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;157,000&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;โดยช่วยลดค่าใช้จ่ายน้ำมัน&amp;nbsp;แก๊สโซฮอล์&amp;nbsp;250&amp;nbsp;บาทต่อเดือน&amp;nbsp;และขอให้กรมการขนส่งทางบกกำกับราคาการให้บริการ&amp;nbsp;เพื่อให้ประชาชนที่ต้องใช้บริการมอเตอร์ไซค์รับจ้างมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางเท่าเดิม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4.&amp;nbsp;คงราคาขายปลีก&amp;nbsp;ผู้ที่ใช้ก๊าซ&amp;nbsp;NGV&amp;nbsp;ไว้ที่&amp;nbsp;15.59&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;5.&amp;nbsp;ผู้ขับขี่แท็กซี่มิเตอร์&amp;nbsp;ภายใต้โครงการลมหายใจเดียวกัน&amp;nbsp;สามารถซื้อก๊าซได้ในราคา&amp;nbsp;13.62&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;6.&amp;nbsp;ช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าที่จะเพิ่มขึ้นสำหรับผู้ที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน&amp;nbsp;300&amp;nbsp;หน่วยต่อเดือน&amp;nbsp;โดยลดค่า&amp;nbsp;FT&amp;nbsp;ลง&amp;nbsp;22&amp;nbsp;สตางค์ต่อหน่วย&amp;nbsp;ในช่วงเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;7.&amp;nbsp;ตรึงราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&amp;nbsp;ไปจนถึงสิ้นเดือนเมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;หลังจากนั้นรัฐบาลจะเข้าไปช่วยเหลือส่วนที่ราคา&amp;nbsp;น้ำมันดีเซลปรับเพิ่มขึ้นครึ่งนึง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;8.&amp;nbsp;กำกับดูแลการปรับราคาก๊าซหุงต้มในช่วงตั้งแต่เดือนเมษายน-มิถุนายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยใช้กองทุนน้ำมันเข้าไปช่วยลดผลกระทบจากการ&amp;nbsp;ปรับราคาให้ไม่ขึ้นสูงเกินไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;9.&amp;nbsp;ลดอัตราเงินสบทบของนายจ้างและลูกจ้างที่อยู่ในระบบประกันสังคม&amp;nbsp;มาตรา&amp;nbsp;33&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;5%&amp;nbsp;เหลือ&amp;nbsp;1%&amp;nbsp;เพื่อให้ลูกจ้างและนายจ้างสามารถมีกำลังในการใช้จ่าย&amp;nbsp;และผู้ประกอบการสามารถมีสภาพคล่องเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ในการดำเนินธุรกิจในช่วงถัดไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;10.&amp;nbsp;ลดอัตราเงินสมทบผู้ประกันตนมาตรา&amp;nbsp;39&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;9%&amp;nbsp;เหลือ&amp;nbsp;1.9%&amp;nbsp;และลดอัตราเงินสมทบของผู้ประกันตนมาตรา&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ลงเหลือ&amp;nbsp;42-180&amp;nbsp;บาทต่อเดือน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และกระทรวงพาณิชย์ออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้ได้มากที่สุด&amp;nbsp;ก่อนจะเข้าสู่ฤดูการเพาะปลูก&amp;nbsp;โดยเน้นการใช้วัตถุดิบในประเทศ&amp;nbsp;และให้กระทรวงการต่างประเทศประสานงานกับประเทศต่างๆ&amp;nbsp;ในการจัดหาปัจจัยการผลิตที่จำเป็นเข้าประเทศด้วย&amp;nbsp;จากนี้ไปกระทรวงและหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;จะเร่งดำเนินการออกมาตรการทั้งหมดที่กล่าวมา&amp;nbsp;ทั้งนี้ต้องให้เป็นไปตามข้อ&amp;nbsp;กฎหมาย&amp;nbsp;และข้อบังคับต่างๆ&amp;nbsp;รวมทั้งนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา&amp;nbsp;และอนุมัติเป็นการเร่งด่วนต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แพร่</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325103341847</Link_News></row>
<row _id="196"><NewsTitle>หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี ร่วมเวทีสภาประชาธิปไตยตำบล  ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหา พัฒนาให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;24&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พลตรี&amp;nbsp;คมกฤช&amp;nbsp;รัตนฉายา&amp;nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะปัตตานี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;พันเอก&amp;nbsp;กฤศณัฏฐ์&amp;nbsp;จันทร&amp;nbsp;รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี&amp;nbsp;เป็นผู้แทน&amp;nbsp;ร่วมการประชุมเวทีสภาประชาธิปไตยตำบลบาราเฮาะ&amp;nbsp;อำเภอเมืองปัตตานี&amp;nbsp;จังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;ผู้นำท้องที่&amp;nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&amp;nbsp;ผู้นำศาสนา&amp;nbsp;และหน่วยงานต่างๆเข้าร่วมประชุม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี&amp;nbsp;ได้ให้แนวทางการปฏิบัติงานกับผู้นำในพื้นที่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อขับเคลื่อนสภาประชาธิปไตยตำบล&amp;nbsp;เรื่องการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน,&amp;nbsp;การรณรงค์การฉีดวัคซีนในพื้นที่และสถานศึกษา,&amp;nbsp;การพัฒนาอาชีพให้กับเยาวชน&amp;nbsp;ประชาชน&amp;nbsp;ผู้ด้อยโอกาส&amp;nbsp;และกลุ่มเปราะบางฯ&amp;nbsp;เพื่อให้ห่างไกลจากยาเสพติด,&amp;nbsp;การปรับเปลี่ยน&amp;nbsp;MINDSET&amp;nbsp;ของผู้นำ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เสาหลักในพื้นที่&amp;nbsp;เพื่อพัฒนาตนเอง&amp;nbsp;สร้างความร่วมมือในการช่วยกันแก้ไขปัญหาร่วมกัน&amp;nbsp;และการขับเคลื่อน/พัฒนา&amp;nbsp;พื้นที่ในทุกมิติ&amp;nbsp;ให้มีความมั่นคง&amp;nbsp;มั่งคั่ง&amp;nbsp;ยั่งยืน&amp;nbsp;พร้อมทั้งได้รณรงค์ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการปฏิบัติตนในเดือนรอมฎอนอันใกล้นี้&amp;nbsp;ให้ปลอดภัยไร้โควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลบาราเฮาะ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลบาราเฮาะ&amp;nbsp;อำเภอเมืองปัตตานี&amp;nbsp;จังหวัดปัตตานี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ปัตตานี</Province><Department>สวท.ปัตตานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325103640853</Link_News></row>
<row _id="197"><NewsTitle>อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ประชุมเตรียมความพร้อมการรักษาความปลอดภัยการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ ประจำปี 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เมื่อวันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นายสมมาตร&amp;nbsp;บารา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายอำเภอสายบุรี/ผอ.ศปก.อ.สายบุรี&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมการรักษาความปลอดภัยการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ซึ่งจะมีการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการระหว่างวันที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมี&amp;nbsp;รอง&amp;nbsp;ผบ.ฉก.ทพ.44,&amp;nbsp;รอง&amp;nbsp;ผกก.สภ.สายบุรี,&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สัสดีอำเภอสายบุรี,&amp;nbsp;ปลัดอำเภองานป้องกัน,&amp;nbsp;จนม.สาธารณสุขอำเภอเข้าร่วมประชุม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมสลินดง(ชั้น&amp;nbsp;2)&amp;nbsp;ที่ว่าการอำเภอสายบุรี&amp;nbsp;จังหวัดปัตตานี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ปัตตานี</Province><Department>สวท.ปัตตานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325110316863</Link_News></row>
<row _id="198"><NewsTitle>ส.ปชส.ตราด ประชาสัมพันธ์ ครม.เห็นชอบแนวทางประหยัดพลังงานในหน่วยงานภาครัฐ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด&amp;nbsp;รายงานว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;คณะรัฐมนตรีเห็นชอบแนวทางประหยัดพลังงานในหน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;อนุมัติเป็นหลักการให้หน่วยงานราชการดำเนินการลดการใช้พลังงานร้อยละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ในช่วงครึ่งปีหลังของปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ตั้งแต่&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;-กันยายน&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;แนวปฏิบัติลดการใช้พลังงานอย่างเป็นระบบ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;1.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ให้จัดตั้งคณะทำงานลดใช้พลังงานโดยมีหัวหน้าส่วนราชการเป็นประธาน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;2.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จัดทำแผนปฏิบัติการลดการใช้พลังงาน&amp;nbsp;เพื่อให้บรรลุ&amp;nbsp;เป้าหมายอย่างน้อยร้อยละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ให้มีความชัดเจน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;3.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;พัฒนามาตรการลดใช้พลังงานให้เข้มข้นขึ้นหรือยืดหยุ่นตามความเหมาะสม&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;มาตรการที่ปฏิบัติได้ทันที&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ด้านไฟฟ้า&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;เครื่องปรับอากาศ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;กำหนดเวลาเปิด&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ปิด&amp;nbsp;08.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;-&amp;nbsp;16.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ตั้งอุณหภูมิ&amp;nbsp;25&amp;nbsp;-&amp;nbsp;26&amp;nbsp;องศาเซลเซียส&amp;nbsp;ล้างแอร์ทุก&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;แสงสว่าง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เช่น&amp;nbsp;ใช้หลอดไฟ&amp;nbsp;LED&amp;nbsp;อุปกรณ์สำหรับงาน&amp;nbsp;ให้ตั้งโปรแกรมปิดหน้าจออัตโนมัติ&amp;nbsp;เมื่อไม่ใช้งาน&amp;nbsp;ลิฟต์&amp;nbsp;อาจให้หยุดเฉพาะชั้นคู่/คี่&amp;nbsp;รณรงค์การใช้บันได&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;เลือกใช้รถยนต์ให้เหมาะสมกับสภาพการเดินทาง&lt;/strong&gt;และจำนวนผู้เดินทางใช้น้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;แก๊สโซฮอล์ไบโอดีเซลก่อนเป็นอันดับแรก&amp;nbsp;ตรวจเช็ครถยนต์ตามระยะเวลาที่กำหนด&amp;nbsp;เติมลงยาง&amp;nbsp;ให้เหมาะสมและใช้เทคโนโลยีการสื่อสารแทนการเดินทาง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การประชุมออนไลน์การจัดส่งเอกสารทางอีเมล&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;มาตรการระยะยาว&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;อาคารของรัฐที่เข้าข่ายเป็นอาคารควบคุม&amp;nbsp;ก่อนปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;800&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เร่งปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน&amp;nbsp;ไม่ให้เกินค่ามาตรฐานการจัดการใช้พลังงานภายในปีงบประมาณ&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;เพื่อเป็นตัวอย่างให้แก่การจัดการอาคารของเอกชนที่เข้าข่ายเป็นอาคารควบคุม&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังให้นำมาตรการบริษัทจัดการพลังงาน&amp;nbsp;(ESCO)&amp;nbsp;สำหรับหน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;ภายใต้แผนปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน&amp;nbsp;มาใช้กับหน่วยงานราชการ&amp;nbsp;รวมทั้งจัดซื้ออุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า&amp;nbsp;หรือยานพาหนะใหม่ทดแทนของเดิมที่เสื่อมสภาพ&amp;nbsp;หน่วยงานภาครัฐต้องรายงานผลการประหยัดพลังงาน&amp;nbsp;เพื่อกระทรวงพลังงานจะได้รายงานผลต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้คาดว่า&amp;nbsp;จะสามารถลดการใช้ไฟฟ้าได้ถึง&amp;nbsp;120&amp;nbsp;ล้านหน่วย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ล้านลิตร&amp;nbsp;คิดเป็นมูลค่า&amp;nbsp;1,020&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์&amp;nbsp;67,075&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ในส่วนของการกำกับดูแลอาคารของรัฐที่เข้าข่ายเป็นอาคารควบคุม&amp;nbsp;คาดว่าจะสามารถลดการใช้ไฟฟ้า&amp;nbsp;174.45&amp;nbsp;ล้านหน่วย&amp;nbsp;คิดเป็นมูลค่า&amp;nbsp;872.25&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และการดำเนินงานตามมาตรการ&amp;nbsp;ESCO&amp;nbsp;สำหรับหน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;คาดว่าจะสามารถลดการใช้ไฟฟ้า&amp;nbsp;1,058.33&amp;nbsp;ล้านหน่วย&amp;nbsp;คิดเป็นมูลค่า&amp;nbsp;5,291.65&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ตราด</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325114405890</Link_News></row>
<row _id="199"><NewsTitle>รัฐบาลเร่งแก้หนี้เกษตรกรผ่าน 4 ธนาคารของรัฐตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่ต้องการแก้ปัญหาหนี้ทั้งระบบ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า&amp;nbsp;คณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;(ครม.)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มีมติเห็นชอบในหลักการโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกร&amp;nbsp;สมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;สำหรับลูกหนี้ธนาคารของรัฐ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ธนาคารออมสิน,&amp;nbsp;ธ.ก.ส.,&amp;nbsp;ธอส.&amp;nbsp;และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ธพว.)&amp;nbsp;สำหรับชำระหนี้แทนเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจำนวน&amp;nbsp;50,621&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ยอดหนี้เงินต้นจำนวน&amp;nbsp;9,282.92&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ระยะเวลาดำเนินโครงการ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;นับจากวันที่&amp;nbsp;ครม.อนุมัติ&amp;nbsp;แบ่งการดำเนินการ&amp;nbsp;ออกเป็น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ระยะ&amp;nbsp;ปีที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ขอใช้งบกลางฯ&amp;nbsp;รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ปีที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;22,000&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และปีที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;18,621&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปัจจุบันมีสมาชิกที่เป็นหนี้ในระบบ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และประสงค์ที่จะให้กองทุนช่วยเหลือแก้ปัญหาหนี้สินและได้นำหนี้มาขึ้นทะเบียน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นหนี้เร่งด่วน&amp;nbsp;ผิดนัดชำระหนี้&amp;nbsp;และเป็นลูกหนี้ธนาคารของรัฐทั้ง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ตรวจสอบแล้วกำลังรอการแก้ปัญหาทั้งสิ้นจำนวน&amp;nbsp;50,621&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;รวมมูลหนี้เงินต้นจำนวน&amp;nbsp;9,282.92&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;47,973&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;มูลค่าหนี้เงินต้นจำนวน&amp;nbsp;8,520.41&amp;nbsp;ล้านบาท,&amp;nbsp;ธนาคารออมสิน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;552&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;มูลค่าหนี้เงินต้น&amp;nbsp;162.37&amp;nbsp;ล้านบาท,&amp;nbsp;ธอส.&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2,008&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;มูลหนี้เงินต้น&amp;nbsp;306.41&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ธพว.&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;88&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;มูลหนี้เงินต้น&amp;nbsp;293.72&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แนวทางการดำเนินการในการปรับโครงสร้างหนี้กับสถาบัน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เจ้าหนี้โดยพักชำระเงินต้นครึ่งหนึ่ง&amp;nbsp;(ร้อยละ&amp;nbsp;50)&amp;nbsp;และดอกเบี้ยทั้งหมดไว้ก่อน&amp;nbsp;และให้เกษตรกรผ่อนชำระหนี้เงินต้นครึ่งหนึ่ง&amp;nbsp;(ร้อยละ&amp;nbsp;50)&amp;nbsp;ตามระยะเวลาที่ตกลง&amp;nbsp;แต่ไม่เกิน&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;เมื่อเกษตรกรชำระหนี้คืนเสร็จสิ้นแล้ว&amp;nbsp;เงินต้น&amp;nbsp;(ร้อยละ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ที่พักไว้)&amp;nbsp;และดอกเบี้ยที่พักไว้&amp;nbsp;จะได้รับการยกให้เกษตรกรทั้งหมด&amp;nbsp;โดยสถาบันเจ้าหนี้จะได้รับการชดเชยเงินต้นจากรัฐบาล&amp;nbsp;สำหรับการชดเชยดอกเบี้ยให้เป็นไปตามมติ&amp;nbsp;ครม.โดยเงื่อนไขสำคัญ&amp;nbsp;เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจะต้องไม่ก่อหนี้เพิ่มกับสถาบันการเงินอื่นใดอีก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับดอกเบี้ยค้างชำระของธนาคาร&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แห่งนั้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ครม.เห็นชอบให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงการคลังหารือก่อนให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การแก้ปัญหาหนี้เกษตรในครั้งนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรได้มีโอกาสได้พักฟื้นเรื่องหนี้สิน&amp;nbsp;รักษาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของเกษตรกร&amp;nbsp;เข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อพัฒนาและฟื้นฟูตนเองและสร้างรายได้ในการ&amp;nbsp;ประกอบอาชีพ&amp;nbsp;ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่ให้ความสำคัญในแก้ปัญหาหนี้ทั้งระบบ&amp;nbsp;ทั้งหนี้ครัวเรือนและหนี้เกษตรกร&amp;nbsp;ตามที่ประกาศปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เป็นการแก้หนี้ให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แพร่</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325121436901</Link_News></row>
<row _id="200"><NewsTitle>รัฐบาลมีนโยบายให้หน่วยงานราชการลดการใช้พลังงานลงร้อยละ 20 ในช่วง 6 เดือนหลังของปีงบประมาณ 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;คณะรัฐมนตรีเห็นชอบแนวทางประหยัดพลังงานในหน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;อนุมัติเป็นหลักการให้หน่วยงานราชการดำเนินการลดการใช้พลังงาน&amp;nbsp;ร้อยละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ในช่วงครึ่งปีหลังของปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ตั้งแต่เดือนเมษายน-กันยายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;แนวปฏิบัติลดการใช้พลังงานอย่างเป็นระบบ&amp;nbsp;โดยให้จัดตั้งคณะทำงานลดใช้พลังงานโดยมีหัวหน้าส่วนราชการเป็นประธานจัดทำแผนปฏิบัติการลดการใช้พลังงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างน้อยร้อยละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ให้มีความชัดเจน,&amp;nbsp;พัฒนามาตรการลดใช้พลังงานให้เข้มข้นขึ้น&amp;nbsp;หรือยืดหยุ่นตามความเหมาะสม&amp;nbsp;มาตรการที่ปฏิบัติได้ทันที&amp;nbsp;ด้านไฟฟ้า&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เครื่องปรับอากาศ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;กำหนดเวลาเปิด-ปิด&amp;nbsp;08.30-16.30&amp;nbsp;น.ตั้งอุณหภูมิ&amp;nbsp;25-26&amp;nbsp;องศาเซลเซียส&amp;nbsp;ล้างแอร์ทุก&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;-&amp;nbsp;แสงสว่าง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ใช้หลอดไฟ&amp;nbsp;LED&amp;nbsp;อุปกรณ์สำหรับงานให้ตั้ง&amp;nbsp;โปรแกรมปิดหน้าจออัตโนมัติ&amp;nbsp;เมื่อไม่ใช้งาน-ลิฟต์อาจให้หยุดเฉพาะชั้นคู่/คี่-รณรงค์การใช้บันได&amp;nbsp;ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง&amp;nbsp;เลือกใช้รถยนต์ให้เหมาะสมกับสภาพการเดินทางและจำนวนผู้เดินทาง&amp;nbsp;ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพเช่นแก๊สโซฮอล์&amp;nbsp;ไบโอดีเซล&amp;nbsp;ก่อนเป็นอันดับแรก&amp;nbsp;ตรวจเช็ครถยนต์ตามระยะเวลาที่กำหนด&amp;nbsp;เติมลงยางให้เหมาะสมและใช้เทคโนโลยีการสื่อสารแทนการเดินทาง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การประชุมออนไลน์&amp;nbsp;การจัดส่งเอกสารทางอีเมล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;มาตรการระยะยาว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อาคารของรัฐที่เข้าข่ายเป็นอาคารควบคุม&amp;nbsp;ก่อนปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;800&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;เร่งปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน&amp;nbsp;ไม่ให้เกินค่ามาตรฐานการจัดการใช้พลังงานภายในปีงบประมาณ&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;เพื่อเป็นตัวอย่างให้แก่การจัดการอาคารของเอกชนที่เข้าข่ายเป็นอาคารควบคุม&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังให้นำมาตรการบริษัทจัดการพลังงาน&amp;nbsp;(ESCO)&amp;nbsp;สำหรับหน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;ภายใต้แผนปฏิรูปประเทศด้านพลังงานมาใช้กับหน่วยงานราชการ&amp;nbsp;รวมทั้งจัดซื้ออุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า&amp;nbsp;หรือยานพาหนะใหม่ทดแทนของเดิมที่เสื่อมสภาพ&amp;nbsp;หน่วยงานภาครัฐต้องรายงานผลการประหยัดพลังงาน&amp;nbsp;เพื่อกระทรวงพลังงานจะได้รายงานผลต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;คาดว่าจะสามารถลดการใช้ไฟฟ้าได้ถึง&amp;nbsp;120&amp;nbsp;ล้านหน่วย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ล้านลิตร&amp;nbsp;คิดเป็นมูลค่า&amp;nbsp;1,020&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์&amp;nbsp;67,075&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ในส่วนของการกำกับดูแลอาคารของรัฐที่เข้าข่ายเป็นอาคารควบคุม&amp;nbsp;คาดว่าจะสามารถลดการใช้ไฟฟ้า&amp;nbsp;174.45&amp;nbsp;ล้านหน่วย&amp;nbsp;คิดเป็นมูลค่า&amp;nbsp;872.25&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และการดำเนินงานตามมาตรการ&amp;nbsp;ESCO&amp;nbsp;สำหรับหน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;คาดว่าจะสามารถลดการใช้ไฟฟ้า&amp;nbsp;1,058.33&amp;nbsp;ล้านหน่วย&amp;nbsp;คิดเป็นมูลค่า&amp;nbsp;5,291.65&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แพร่</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325122404904</Link_News></row>
<row _id="201"><NewsTitle>กองทัพบก เตรียมพร้อมมาตรการป้องโควิด 19 รับการตรวจเลือกทหาร โดยได้ประชุมคณะกรรมการฯ กักตัวเจ้าหน้าที่ และตรวจ ATK สร้างความมั่นใจก่อนเริ่มตรวจเลือกวันที่ 1 เมษายนนี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พันเอกหญิง&amp;nbsp;ศิริจันทร์&amp;nbsp;งาทอง&amp;nbsp;รองโฆษกกองทัพบก&amp;nbsp;เปิดเผยถึงการตรวจเลือกทหารกองประจำการ&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จะเริ่มตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;120&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;ว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;กองทัพบก&amp;nbsp;ได้เตรียมมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;อย่างรัดกุม&amp;nbsp;เน้นการปฏิบัติตัวป้องกันโรคที่สอดคล้องกับมาตรการของสาธารณสุขในแต่ละพื้นที่&amp;nbsp;และอำนวยความสะดวกให้กับผู้เข้ารับการตรวจเลือก&amp;nbsp;โดยกำหนดจำนวนผู้เข้ารับการตรวจเลือกไม่เกิน&amp;nbsp;500&amp;nbsp;คน/วัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับขั้นตอนการตรวจเลือก&amp;nbsp;จะมีการคัดกรองผู้เข้าเกณฑ์เสี่ยงหรือเข้าข่ายเฝ้าระวัง&amp;nbsp;การแยกพื้นที่เพื่อทำการตรวจคัดเลือกเฉพาะ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หากผู้เข้ารับการตรวจเลือกมีประวัติเสี่ยงหรือมีอาการที่เกี่ยวข้องกับโรคโควิด-19&amp;nbsp;ต้องแจ้งคณะกรรมการตรวจเลือกทันที&amp;nbsp;เพื่อร่วมกันแก้ไขไม่ให้เกิดผลกระทบต่อส่วนรวม&amp;nbsp;และให้เตรียมข้อมูลประวัติการรับวัคซีนโควิด-19&amp;nbsp;มาด้วย&amp;nbsp;พร้อมขอความร่วมมือญาติหรือผู้ปกครองให้กำลังใจบุตรหลานที่บ้าน&amp;nbsp;หรืออยู่ในพื้นที่ที่ทางหน่วยตรวจเลือกจัดให้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(25&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;กองทัพบก&amp;nbsp;ได้เริ่มมาตรการกักตัวคณะกรรมการตรวจเลือก&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;และตรวจ&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;เพื่อให้ปลอดเชื้อพร้อมปฏิบัติหน้าที่ในการตรวจเลือกวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมษายนนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยคณะกรรมการตรวจเลือกจะอยู่ในพื้นที่ควบคุมตลอดการตรวจเลือกเป็นเวลาประมาณ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;รวมทั้งสัปดาห์นี้&amp;nbsp;กองทัพบก&amp;nbsp;ยังจัดประชุมชี้แจงคณะกรรมการตรวจเลือกในทุกกองทัพภาค&amp;nbsp;เพื่อทบทวนขั้นตอนการปฏิบัติ&amp;nbsp;นโยบาย&amp;nbsp;ระเบียบ&amp;nbsp;ให้กับทุกส่วนที่เกี่ยวข้องได้มีความเข้าใจและนำไปปฏิบัติ&amp;nbsp;จึงขอให้มั่นใจในการเตรียมการที่พร้อมจะอำนวยความสะดวกให้ชายไทยที่เข้ามารับการตรวจเลือก&amp;nbsp;เข้าสู่กระบวนการเป็นทหารกองประจำการที่มีคุณภาพ&amp;nbsp;สามารถปฏิบัติภารกิจงานด้านความมั่นคง&amp;nbsp;เพื่อประเทศชาติต่อไป&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325151545981</Link_News></row>
<row _id="202"><NewsTitle>ครม มีมติเห็นชอบ แก้หนี้เกษตรกรผ่าน 4 ธนาคารของรัฐ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แก้หนี้เกษตรกรผ่าน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ธนาคารของรัฐ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ครม.&amp;nbsp;มีมติเห็นชอบในหลักการโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สิน&lt;/strong&gt;เกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;สำหรับลูกหนี้ธนาคารของรัฐ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ได้แก่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;ธนาคารออมสิน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;ธอส.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ธพว.)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับชำระหนี้แทนเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;50,621&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ยอดหนี้เงินต้นจำนวน&amp;nbsp;9,282.92&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ระยะเวลาดำเนินโครงการ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;นับจากวันที่&amp;nbsp;ครม.&amp;nbsp;อนุมัติ&amp;nbsp;แบ่งการดำเนินการ&amp;nbsp;ออกเป็น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ระยะ&amp;nbsp;ปีที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ขอใช้งบกลางฯ&amp;nbsp;รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;65&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ปีที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;22,000&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ปีที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;18,621&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปัจจุบันมีสมาชิกที่เป็นหนี้ในระบบ&amp;nbsp;และประสงค์ที่จะให้กองทุน&lt;/strong&gt;ช่วยเหลือแก้ปัญหาหนี้สินและได้นำหนี้มาขึ้นทะเบียน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นหนี้เร่งด่วน&amp;nbsp;ผิดนัดชำระหนี้&amp;nbsp;และเป็นลูกหนี้ธนาคารของรัฐทั้ง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ตรวจสอบแล้วกำลังรอการแก้ปัญหาทั้งสิ้น&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;50,621&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;รวมมูลหนี้เงินต้นจำนวน&amp;nbsp;9,282.92&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ประกอบด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;47,973&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;มูลค่าหนี้เงินต้นจำนวน&amp;nbsp;8,&amp;nbsp;520.41&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;ธนาคารออมสิน&amp;nbsp;552&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;มูลค่าหนี้เงินต้น&amp;nbsp;162.37&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;ธอส.&amp;nbsp;2,008&amp;nbsp;รายมูลหนี้เงินต้น&amp;nbsp;306.41&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;ธพว.&amp;nbsp;88&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;มูลหนี้เงินต้น&amp;nbsp;293.72&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แนวทางการดำเนินการ&amp;nbsp;ในการปรับโครงสร้างหนี้กับสถาบันเจ้าหนี้&lt;/strong&gt;โดยพักชำระเงินต้นครึ่งหนึ่ง&amp;nbsp;(ร้อยละ&amp;nbsp;50)&amp;nbsp;และดอกเบี้ยทั้งหมดไว้ก่อน&amp;nbsp;และให้เกษตรกรผ่อนชำระหนี้เงินต้นครึ่งหนึ่ง&amp;nbsp;(ร้อยละ50)&amp;nbsp;ตามระยะเวลาที่ตกลง&amp;nbsp;แต่ไม่เกิน&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;เมื่อเกษตรกรชำระหนี้คืนเสร็จสิ้นแล้ว&amp;nbsp;เงินต้น&amp;nbsp;(ร้อยละ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ที่พักไว้)&amp;nbsp;และดอกเบี้ยที่พักไว้&amp;nbsp;จะได้รับการยกให้เกษตรกรทั้งหมด&amp;nbsp;โดยสถาบันเจ้าหนี้จะได้รับการชดเชยเงินต้นจากรัฐบาล&amp;nbsp;สำหรับการชดเชยดอกเบี้ยให้เป็นไปตามมติ&amp;nbsp;ครม.&amp;nbsp;โดยเงื่อนไขสำคัญ&amp;nbsp;เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจะต้องไม่ก่อหนี้เพิ่มกับสถาบันการเงินอื่นใดอีก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับดอกเบี้ยค้างชำระของธนาคาร&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แห่งนั้น&amp;nbsp;ครม.&amp;nbsp;เห็นชอ&lt;/strong&gt;บให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงการคลัง&amp;nbsp;หารือก่อนให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การแก้ปัญหาหนี้เกษตรในครั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกร&lt;/strong&gt;ได้มีโอกาสได้พักฟื้นเรื่องหนี้สิน&amp;nbsp;รักษาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของเกษตรกร&amp;nbsp;เข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อพัฒนาและฟื้นฟูตนเองและสร้างรายได้ในการประกอบอาชีพ&amp;nbsp;ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ที่ให้ความสำคัญ&amp;nbsp;ในแก้ปัญหาหนี้ทั้งระบบทั้งหนี้ครัวเรือนและหนี้เกษตรกร&amp;nbsp;ตามที่ประกาศปี&amp;nbsp;65&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;เป็นการแก้หนี้ให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;Cr#แก้หนี้เกษตรกร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325165314043</Link_News></row>
<row _id="203"><NewsTitle>10 มาตรการช่วยเหลือประชาชนทุกกลุ่ม ลดผลกระทบสถานการณ์ความขัดแย้งยูเครน-รัสเซีย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้แถลงถึงการออกมาตรการเพื่อช่วยเหลือและลดผลกระทบต่อประชาชนในช่วงสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างยูเครน-รัสเซียว่า&amp;nbsp;จากสถานการณ์ความผันผวนของราคาพลังงาน&amp;nbsp;ที่สืบเนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างยูเครน-รัสเซีย&amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและการขนส่งสินค้าและบริการต่างๆ&amp;nbsp;ทำให้ค่าครองชีพมีการปรับตัวสูงขึ้น&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;และตระหนักดีถึงความลำบากของประชาชนที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;โดยเฉพาะประชาชนที่มีรายได้น้อย&amp;nbsp;และผู้ใช้แรงงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากการประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้ข้อสรุปว่าสถานการณ์ระหว่างยูเครน-รัสเซีย&amp;nbsp;อาจจะไม่จบลงโดยเร็ว&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีจึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ระดมความคิดเพื่อหามาตรการช่วยเหลือ&amp;nbsp;ประชาชนโดยเร่งด่วน&amp;nbsp;เพิ่มเติมจากมาตรการต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ที่รัฐได้ออกไปแล้วและยังใช้อยู่ในขณะนี้&amp;nbsp;ซึ่งคาดว่าจะเริ่มต้นได้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมจนถึงเดือนกรกฎาคมนี้&amp;nbsp;อย่างน้อย&amp;nbsp;10&amp;nbsp;มาตรการ&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.&amp;nbsp;การเพิ่มเงินช่วยเหลือเพื่อซื้อก๊าซหุงต้มสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&amp;nbsp;3.6&amp;nbsp;ล้านคน&amp;nbsp;โดยเพิ่มเงินจากเดิม&amp;nbsp;45&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;100&amp;nbsp;บาท/เดือน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.&amp;nbsp;ส่วนลดซื้อก๊าซหุงต้ม&amp;nbsp;เดือนละ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;สำหรับผู้ค่าหาบเร่แผงลอยที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&amp;nbsp;จำนวนประมาณ&amp;nbsp;5,500&amp;nbsp;คน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.&amp;nbsp;ช่วยเหลือค่าน้ำมันให้กับผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมการขนส่งทางบก&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;157,000&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;โดยช่วยลดค่าใช้จ่ายน้ำมันแก๊สโซฮอลล์&amp;nbsp;250&amp;nbsp;บาทต่อเดือน&amp;nbsp;และขอให้กรมการขนส่งทางบกกำกับราคาการให้บริการเพื่อให้พี่น้องประชาชนที่ต้องใช้บริการมอเตอร์ไซค์รับจ้างมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางเท่าเดิม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4.&amp;nbsp;คงราคาขายปลีกผู้ที่ใช้ก๊าซ&amp;nbsp;NGV&amp;nbsp;ไว้ที่&amp;nbsp;15.59&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;5.&amp;nbsp;ผู้ขับขี่แท๊กซี่มิเตอร์ภายใต้โครงการลมหายใจเดียวกัน&amp;nbsp;สามารถซื้อก๊าซได้ในราคา&amp;nbsp;13.62&amp;nbsp;บาท/กิโลกรัม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;6.&amp;nbsp;ช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าที่จะเพิ่มขึ้นสำหรับผู้ที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน&amp;nbsp;300&amp;nbsp;หน่วยต่อเดือน&amp;nbsp;โดยลดค่า&amp;nbsp;Ft&amp;nbsp;ลง&amp;nbsp;22&amp;nbsp;สตางค์ต่อหน่วยในช่วงเดือนพฤษภาคม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;สิงหาคม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;7.&amp;nbsp;ตรึงราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&amp;nbsp;ไปจนถึงสิ้นเดือนเมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;หลังจากนั้น&amp;nbsp;รัฐบาลจะเข้าไปช่วยเหลือส่วนที่ราคาน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มขึ้นครึ่งหนึ่ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;8.&amp;nbsp;กำกับดูแลการปรับราคาก๊าซหุงต้มในช่วงตั้งแต่เดือนเมษายน&amp;nbsp;-&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;โดยใช้กองทุนน้ำมันเข้าไปช่วยลดผลกระทบจากการปรับราคาให้ไม่ขึ้นสูงเกินไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;9.&amp;nbsp;ลดอัตราเงินสบทบของนายจ้างและลูกจ้างที่อยู่ในระบบประกันสังคมมาตรา&amp;nbsp;33&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;5%&amp;nbsp;เหลือ&amp;nbsp;1%&amp;nbsp;เพื่อให้ลูกจ้างและนายจ้างสามารถมีกำลังในการใช้จ่ายและผู้ประกอบการสามารถมีสภาพคล่องเพิ่มขึ้นในการดำเนินธุรกิจในช่วงถัดไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;10.&amp;nbsp;ลดอัตราเงินสมทบผู้ประกันตนมาตรา&amp;nbsp;39&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;9%&amp;nbsp;เหลือ&amp;nbsp;1.9%&amp;nbsp;และลดอัตราเงินสมทบของผู้ประกันตนมาตรา&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ลงเหลือ&amp;nbsp;42&amp;nbsp;&amp;nbsp;180&amp;nbsp;บาทต่อเดือน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรียังได้สั่งการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และกระทรวงพาณิชย์ออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้ได้มากที่สุด&amp;nbsp;ก่อนจะเข้าสู่ฤดูการเพาะปลูก&amp;nbsp;โดยเน้นการใช้วัตถุดิบในประเทศ&amp;nbsp;และให้กระทรวงการต่างประเทศประสานงานกับประเทศต่างๆ&amp;nbsp;ในการจัดหาปัจจัยการผลิตที่จำเป็นเข้าประเทศด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325165823047</Link_News></row>
<row _id="204"><NewsTitle>กองทัพ พร้อมสนับสนุนการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ยืนยันเปิดกว้างให้กำลังพลออกไปใช้สิทธิอย่างอิสระ วางตัวเป็นกลาง </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;พันเอก&amp;nbsp;วันชนะ&amp;nbsp;สวัสดี&amp;nbsp;รองโฆษกกระทรวงกลาโหม&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;กล่าวถึงการสนับสนุนการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;จะมีในเดือนพฤษภาคมนี้&amp;nbsp;ว่ากระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพ&amp;nbsp;ยังคงให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่&amp;nbsp;เเบ่งเป็น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ลักษณะคือ&amp;nbsp;สนับสนุนจำนวนเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;จำนวนคน&amp;nbsp;สนับสนุนอำนวยความสะดวกด้านสถานที่&amp;nbsp;สนับสนุนยานพาหนะและการประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;ดังนั้นการขอเข้ามาหาเสียงในหน่วยทหารสามารถทำได้&amp;nbsp;เพราะเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนและทุกพรรค&amp;nbsp;รวมถึงผู้สมัครอิสระ&amp;nbsp;แต่การเข้ามาหาเสียงมอบนโยบาย&amp;nbsp;อาจจะมีข้อจำกัด&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ห้วงเวลา&amp;nbsp;จึงขอความร่วมมือให้ทำเรื่องเข้ามาก่อน&amp;nbsp;จากนั้นทางหน่วยจะแจ้งไป&amp;nbsp;กกต.กทม.&amp;nbsp;เพื่อประกาศให้ผู้สมัครในแต่ละพรรค&amp;nbsp;หรือผู้สมัครอิสระได้เข้ามาหาเสียงในหน่วยทหาร&amp;nbsp;วันเวลาเดียวกัน&amp;nbsp;เพื่อจัดลำดับในการอำนวยความสะดวกได้ถูก&amp;nbsp;พร้อมย้ำว่า&amp;nbsp;กองทัพ&amp;nbsp;เปิดกว้างให้กำลังพลออกไปใช้สิทธิอย่างอิสระ&amp;nbsp;ยืนยันว่ากองทัพวางตัวเป็นกลางและพร้อมสนับสนุนการเลือกตั้งในทุกสนามเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325203711142</Link_News></row>
<row _id="205"><NewsTitle>รองแม่ทัพภาคที่ 4 ลงพื้นที่อำเภอตากใบ อำเภอสุไหงโก-ลก ย้ำมาตรการตามนโยบายป้องกันชายแดน พร้อมส่งเสริมความร่วมมือการพัฒนาเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิตตามแนวชายแดนหลัง มีการเปิดประเทศอย่างเป็นทางการ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(25&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;พลตรี&amp;nbsp;ศานติ&amp;nbsp;ศกุนตนาค&amp;nbsp;รองแม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;4&lt;/strong&gt;/รองผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ลงพื้นที่&amp;nbsp;อำเภอตากใบ&amp;nbsp;อำเภอสุไหงโก-ลก&amp;nbsp;จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;ลาดตระเวนสำรวจเส้นทางแนวชายแดนทางน้ำ&amp;nbsp;พร้อมเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ชุดป้องกันชายแดน&amp;nbsp;และชุดปฏิบัติการพิทักษ์พื้นที่&amp;nbsp;รักษาความมั่นคงปลอดภัยตามแนวชายแดน&amp;nbsp;ทั้งทางน้ำและทางบก&amp;nbsp;ตลอดระยะทางกว่า&amp;nbsp;453&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;เน้นย้ำนโยบายการปฏิบัติงาน&amp;nbsp;ตามพันธกิจ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ประการในการป้องกันชายแดน&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการเฝ้าตรวจและป้องกันชายแดน&amp;nbsp;การจัดระเบียบและการสร้างความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนและการประสานความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน&amp;nbsp;ขณะเดียวกันเพื่อเป็นการรองรับการเปิดประเทศของฝั่งมาเลเซียทั้งนี้เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ&amp;nbsp;ในด้านการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะฟื้นตัวหลังมีการเปิดด่านที่จะถึงในเร็ว&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตามกำลังเจ้าหน้าที่ต่างๆ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่ปฏิบัติภารกิจในการป้องกันชายแดนนั้น&amp;nbsp;ยังคงต้องตรึงกำลังอย่างเข้มข้นตามนโยบายในการที่จะสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายทุกชนิดตามแนวชายแดน&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย&amp;nbsp;ยาเสพติด&amp;nbsp;การขนสินค้าหนีภาษี&amp;nbsp;อาชญากรรมข้ามชาติ&amp;nbsp;เพื่อเป็นการป้องกัน&amp;nbsp;สะกัดกั้นการกระทำผิดตามแนวชายแดน&amp;nbsp;โดยที่ผ่านมาประเทศทั้งสองฝ่ายไทย&amp;nbsp;และมาเลเซียได้หารือแลกเปลี่ยนเพื่อส่งเสริมความร่วมมือยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนทั้งสองประเทศตามแนวชายแดนด้วยดีมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยเฉพาะด้านการพัฒนาเศรษฐกิจที่จะทำคู่ขนานไปกับความมั่นคงปลอดภัย&amp;nbsp;เพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้งสองประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลตรี&amp;nbsp;ศานติ&amp;nbsp;ศกุนตนาค&amp;nbsp;รองแม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;4&lt;/strong&gt;/&amp;nbsp;รองผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ได้เน้นย้ำนโยบายแก่เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ&amp;nbsp;กองร้อยป้องกันชายแดน&amp;nbsp;และชุดปฏิบัติการพิทักษ์พื้นที่ว่า&amp;nbsp;"ขอให้ดำรงไว้ในมาตรการต่างๆ&amp;nbsp;ที่เข้มงวด&amp;nbsp;เพราะแนวโน้มการกระทำความผิดตามแนวชายแดนมีให้เห็นอยู่ตลอด&amp;nbsp;และเป็นการกระทำผิดแบบเดิมๆคือการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย&amp;nbsp;ซึ่งก็จะมีผู้นำพาและผู้ให้แหล่งพักพิง&amp;nbsp;ตลอดจนยาเสพติด&amp;nbsp;และสินค้าหนีภาษีการปฏิบัติภารกิจของเจ้าหน้าที่จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเป็นสำคัญ&amp;nbsp;นอกจากหน่วยงานภาครัฐแล้วยังต้องมี&amp;nbsp;ผู้นำท้องที่&amp;nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&amp;nbsp;เครือข่ายภาคประชาชน&amp;nbsp;เข้ามามีส่วนร่วมผนึกกำลังยับยั้งการกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบตามแนวชายแดน&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่จะต้องปรับเปลี่ยนยุทธวิธีไปตามสถานการณ์ต่างๆ&amp;nbsp;อย่างรู้ทัน&amp;nbsp;เพื่อควบคุมบุคคลหรือสิ่งผิดกฎหมายทุกชนิดผ่านเข้า-ออกตามแนวชายแดน&amp;nbsp;โดยเฉพาะช่องทางธรรมชาติ"&amp;nbsp;ก่อนมอบสิ่งของอุปโภคและบริโภค&amp;nbsp;ให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ให้มีความมุ่งมั่นปฏิบัติงาน&amp;nbsp;เสียสละเพื่อประชาชน&amp;nbsp;ประเทศชาติ&amp;nbsp;ดูแลพื้นที่เเนวชายแดนจนกว่าสถานการณ์บ้านเมืองเป็นปกติต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>นราธิวาส</Province><Department>สวท.นราธิวาส</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325182516070</Link_News></row>
<row _id="206"><NewsTitle>กกต.พัฒนาบุคลากรด้านกาประชาสัมพันธ์สร้างเครือข่ายบนเส้นทางประชาธิปไตย พร้อมเปิดสายด่วน กกต.1444 ตอบทุกคำถาม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่โรงแรมบลูโฮเท็ล&amp;nbsp;อำเภอเมือง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จังหวัดนครพนม&amp;nbsp;นายอิทธิพร&amp;nbsp;บุญประคอง&amp;nbsp;ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดการอบรมผู้บริหารและพนักงาน&amp;nbsp;สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด&amp;nbsp;เพื่อทำหน้าที่เผยแพร่ภารกิจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง&amp;nbsp;สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดและศูนย์ส่งเสริมการศึกษาและการมีส่วนร่วมของพลเมือง&amp;nbsp;และเสริมสร้างความร่วมมือภาคีสื่อมวลชนระดับจังหวัด&amp;nbsp;รุ่นที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งการสื่อสารประชาสัมพันธ์และการสร้างเครือข่ายประชาสัมพันธ์&lt;/strong&gt;เป็นสิ่งสำคัญ&amp;nbsp;การสร้างเครือข่ายเสมือนสื่อบุคคลที่จะเสริมสร้างความรู้&amp;nbsp;ความเข้าใจถูกต้อง&amp;nbsp;เกิดการยอมรับปฏิบัติตามในสิ่งที่ต้องการสื่อออกไปให้ผู้รับสารในทิศทางเดียวกัน&amp;nbsp;จึงต้องสื่อสารประชาสัมพันธ์ภารกิจให้ประชาชน&amp;nbsp;หน่วยงานภายนอกได้รับรู้ถึงการดำเนินงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง&amp;nbsp;สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง&amp;nbsp;บนความร่วมมือภาคีเครือข่ายของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง&amp;nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;สำหรับประชาชนสามารถค้นหาความรู้เพิ่มเติมได้จากสื่อโซเชียลของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง&amp;nbsp;และโอกาสนี้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้เปิดสายด่วน&amp;nbsp;1444&amp;nbsp;ตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;เพื่อตอบข้อสงสัยของประชาชนทุกคำถาม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครพนม</Province><Department>สวท.นครพนม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325202031126</Link_News></row>
<row _id="207"><NewsTitle>ตำรวจภูธรภาค 3 ร่วมกับ ภ.จว.สุรินทร์ จับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญตาม ยุทธการ พิฆาตทรชนคนค้ายาอีสานใต้ จับกุม 1 เครือข่าย ผู้ต้องหา 3 คน ของกลางยาบ้า 138,022 เม็ด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พล.ต.ทสมประสงค์&amp;nbsp;เย็นท้วม&amp;nbsp;ผบช.ภ.3&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้สั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัด&amp;nbsp;เร่งรัดสืบสวนจับกุมผู้ค้ายาเสพติดในเขตพื้นที่รับผิดชอบ&amp;nbsp;ระดมกวาดล้างยาเสพติดในทุกมิติ&amp;nbsp;สกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดตามแนวชายแดนและพื้นที่ชั้นใน&amp;nbsp;ดำเนินการปิดล้อมตรวจค้น&amp;nbsp;ทำลายเครือข่ายตัดวงจรยาเสพติดทุกระดับ&amp;nbsp;และดำเนินการสืบสวนจับกุมขยายผล&amp;nbsp;เครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดให้ได้ผลอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;จริงจัง&amp;nbsp;ตามยุทธการ&amp;nbsp;พิฆาตทรชนคนค้ายาอีสานใต้&amp;nbsp;นั้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด&amp;nbsp;ภ.จว.สุรินทร์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ภายใต้การอำนวยการของ&amp;nbsp;พล.ต.ต.ชาญชัย&amp;nbsp;พงษ์พิชิตกุล&amp;nbsp;ผบก.ภ.จว.สุรินทร์&amp;nbsp;จึงได้สนธิกำลังประกอบด้วย&amp;nbsp;ชปข.กก.ตชด.21&amp;nbsp;&amp;nbsp;ชปข.ร้อย&amp;nbsp;ตชด.217&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ชุด&amp;nbsp;ขกท.ศปก.ทบ.&amp;nbsp;(มว.ขกส.2&amp;nbsp;ขกท.กกล.&amp;nbsp;สุรนารี)&amp;nbsp;,&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน&amp;nbsp;สภ.รัตนบุรี&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ป้องกันจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน&amp;nbsp;&amp;nbsp;สภ.อุทุมพรพิสัย&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่ตำรวจ&amp;nbsp;ส.ทล.3กก.6.ทล.&amp;nbsp;ร่วมกันจับกุมตัวผู้กระทำผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ผู้ต้องหา&amp;nbsp;3&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ประกอบด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;วันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;มี.ค&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จับกุมตัวนายอุเทน&amp;nbsp;หรือสอ&amp;nbsp;&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;41&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;และนายสมศักดิ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;46&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;พร้อมของกลางยาบ้า&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5,400&amp;nbsp;เม็ด&amp;nbsp;จึงสอบสวนขยายผลสามารถจับกุมนายภาณุพงศ์&amp;nbsp;หรือปาล์ม&amp;nbsp;&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;28&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;น.ส.วันนา&amp;nbsp;หรือภู่&amp;nbsp;สุดโสด&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;33&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;นายวุฒินันท์&amp;nbsp;หรือแจ๊กหรอ&amp;nbsp;&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;เพิ่มมาได้อีกเมื่อวันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;มี.ค&amp;nbsp;พร้อมของกลางยาบ้า&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;138,022&amp;nbsp;เม็ด&amp;nbsp;รวมของกลางทั้งหมด&amp;nbsp;ยาบ้า&amp;nbsp;138,022&amp;nbsp;เม็ด&amp;nbsp;ผู้ต้องหา&amp;nbsp;3&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;จ.สุรินทร์&amp;nbsp;บุรีรัมย์&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;จ.ศรีสะเกษ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ตำรวจภูธรภาค&amp;nbsp;3&amp;nbsp;และตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จึงขอความร่วมมือประชาชน&amp;nbsp;และสถานประกอบการทุกแห่ง&amp;nbsp;ให้แจ้งเบาะแส/ข้อมูล&amp;nbsp;ผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด&amp;nbsp;ทั้งผู้เสพ&amp;nbsp;ผู้ค้า&amp;nbsp;ในสถานประกอบการฯ&amp;nbsp;และอาศัยสถานประกอบการฯ&amp;nbsp;ในการกระทำผิด&amp;nbsp;โดยแจ้งข้อมูลผ่านสายด่วน&amp;nbsp;1599&amp;nbsp;สายด่วน&amp;nbsp;191&amp;nbsp;Application&amp;nbsp;Police&amp;nbsp;I&amp;nbsp;Lert&amp;nbsp;U&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;สายด่วน&amp;nbsp;567&amp;nbsp;ได้ตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชม.&amp;nbsp;เพื่อดำเนินการปราบปรามต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>สุรินทร์</Province><Department>สวท.สุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326132739320</Link_News></row>
<row _id="208"><NewsTitle>อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี เตรียมความพร้อม รับการประเมิน ชคต. ในพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(26&amp;nbsp;มี.ค.2565)&amp;nbsp;ภายใต้การอำนวยการของ&amp;nbsp;นายรุ่งโรจน์&amp;nbsp;สะท้าน&amp;nbsp;นายอำเภอยะรัง/&lt;/strong&gt;ผอ.ศปก.อ.ยะรัง&amp;nbsp;ได้มอบหมายให้ปลัดอำเภอกลุ่มงานความมั่นคงอำเภอยะรัง&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม&amp;nbsp;ชคต.เขาตูม&amp;nbsp;ชคต.เมาะมาวี&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ชคต.กอลำ&amp;nbsp;เพื่อติดตามการเตรียมความพร้อมในการรับการตรวจประเมินฯ&amp;nbsp;ในรอบ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือนแรก&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยได้เน้นย้ำกำชับผลการประเมินครั้งที่ผ่านมานำมาปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้ผ่านในการประเมินครั้งนี้&amp;nbsp;พร้อมทั้งได้เน้นย้ำกำชับการปฏิบัติหน้าที่เฝ้าระวังป้องกันฐานปฏิบัติการฯ&amp;nbsp;และการรักษาความสงบเรียบร้อย&amp;nbsp;และดูแลความปลอดภัยพื้นที่รับผิดชอบในห้วงก่อนเดือนรอมฎอนและห้วงเดือนรอมฎอนที่จะถึงนี้ตามข้อมูลภาพข่าวแจ้งเตือนและตามข้อสั่งการของผู้บังคับบัญชา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ปัตตานี</Province><Department>สวท.ปัตตานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326170141363</Link_News></row>
<row _id="209"><NewsTitle>คืบหน้าระเบิดทหารพรานเจ็บ 4 นาย ที่ อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(27&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;พ.ต.อ.สุธน&amp;nbsp;สุขวิเศษ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;รอง&amp;nbsp;ผบก.ภ.จว.นราธิวาส&amp;nbsp;พ.ต.อ.ฉลอง&amp;nbsp;รัตนภักดี&amp;nbsp;ผกก.สภ.ศรีสาคร&amp;nbsp;พ.อ.จิรวัฒน์&amp;nbsp;จุฬากาญจน์&amp;nbsp;ผบ.ฉก.ทพ.49&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด&amp;nbsp;หน่วยปฏิบัติการพิเศษ&amp;nbsp;กองกำกับการตำรวจภูธร&amp;nbsp;จ.นราธิวาส&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน&amp;nbsp;จ.นราธิวาส&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ได้ร่วมเดินทางตรวจสอบเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด&amp;nbsp;ร.อ.สุภาพ&amp;nbsp;มณีฉาย&amp;nbsp;ผบ.ร้อย&amp;nbsp;ทพ.4912&amp;nbsp;และพวกรวม&amp;nbsp;4&amp;nbsp;นาย&amp;nbsp;ได้รับบาดเจ็บ&amp;nbsp;และรถยนต์ได้รับความเสียหาย&amp;nbsp;เหตุเกิดริมถนนบ้านกะดี&amp;nbsp;ม.1&amp;nbsp;ต.เชิงคีรี&amp;nbsp;อ.ศรีสาคร&amp;nbsp;เมื่อช่วงใกล้ค่ำของวันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65&amp;nbsp;ที่ผ่านมาขณะที่&amp;nbsp;ร.อ.สุภาพ&amp;nbsp;ผบ.ร้อย&amp;nbsp;ทพ.4912&amp;nbsp;ได้นำกำลังพล&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;8&amp;nbsp;นาย&amp;nbsp;นั่งรถยนต์กระบะ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;กลับจากร่วมงานแข่งขันกีฬาและมอบของรางวัลให้&amp;nbsp;อบต.เชิงคีรี&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สนามฟุตบอลบ้านตามุง&amp;nbsp;ม.2&amp;nbsp;ต.เชิงคีรี&amp;nbsp;เพื่อกลับฐานฯ&amp;nbsp;โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุในเบื้องต้นแล้ว&amp;nbsp;แต่สภาวะพื้นที่ไม่เอื้ออำนวย&amp;nbsp;จึงได้กันพื้นที่และได้ร่วมกันเดินทางเข้ามาตรวจสอบในช่วงเช้าของวันนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยผลการตรวจสอบพบว่า&amp;nbsp;คนร้ายได้นำระเบิดแสวงเครื่อง&lt;/strong&gt;ที่ประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สปิกนิก&amp;nbsp;หนัก&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ก.ก.&amp;nbsp;จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร&amp;nbsp;ไปวางไว้ใต้โคนต้นสะตอริมทาง&amp;nbsp;ที่ได้หักโคนขวางถนนด้วยอนุภาพของระเบิด&amp;nbsp;โดยมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดตกกระจายเกลื่อนพื้นถนนและพงหญ้ารกทึบริมทาง&amp;nbsp;นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังพบปลอกกระสุนปืนสงครามอา.ก้า.ของคนร้ายตกอยู่บริเวณริมถนน&amp;nbsp;จำนวนกว่า&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ปลอก&amp;nbsp;พร้อมกองเลือดจำนวนหนึ่ง&amp;nbsp;และห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่พบรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า&amp;nbsp;ยาริส&amp;nbsp;สีขาว&amp;nbsp;ทะเบียน&amp;nbsp;งพ&amp;nbsp;3286&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;ซึ่งเป็นของร.อ.สุภาพ&amp;nbsp;ถูกอนุภาพของระเบิดได้รับความเสียหายที่บริเวณกระจังหน้า&amp;nbsp;ฝากระโปรง&amp;nbsp;กระจกหน้าและหลัง&amp;nbsp;ตัวถังฝั่งตรงข้ามคนขับได้รับความเสียหายเกือบทั้งแถบ&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้าน&amp;nbsp;พ.ต.อ.สุธน&amp;nbsp;สุขวิเศษ&amp;nbsp;รอง&amp;nbsp;ผบก.ภ.จว.นราธิวาส&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนับว่าโชคดีที่เจ้าหน้าที่เพียงได้รับบาดเจ็บ&amp;nbsp;เนื่องจากรัศมีการทำลายล้างของวัตถุระเบิดได้หักเหไปถูกโคนต้นสะตอบดบัง&amp;nbsp;และต้นสะตอค่อยๆล้มหักโค่นลงมาขวางถนน&amp;nbsp;หากรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ถูกอนุภาพของระเบิดแบบเต็มๆ&amp;nbsp;จนรถยนต์ไม่สามารถขับต่อไปได้&amp;nbsp;อาจจะทำให้มีเจ้าหน้าที่สูญเสีย&amp;nbsp;ส่วนกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้&amp;nbsp;คาดว่าน่าจะเป็นกลุ่มคนร้ายที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่&amp;nbsp;ต.ตะมะยูง&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ต.เชิงคีรี&amp;nbsp;ของ&amp;nbsp;อ.ศรีสาคร&amp;nbsp;ซึ่งเป็นคนร้ายกลุ่มเดิมๆ&amp;nbsp;ที่เจ้าหน้าที่ได้ติดตามตัวอยู่อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;แต่กลุ่มคนร้ายกลุ่มนี้มักจะเคลื่อนไหวหลบซ่อนตัวอยู่บนป่าเขา&amp;nbsp;ที่เจ้าหน้าที่มีแผนกดดันไล่ล่าอยู่ในแผนยุทธการณ์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;นาย&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.&amp;nbsp;ร.อ.สุภาพ&amp;nbsp;มณีฉาย&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;35&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ผบ.ร้อย&amp;nbsp;ทพ.4912&amp;nbsp;ถูกสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บที่ขาด้านขวา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;อส.ทพ.นํฐ&amp;nbsp;คงอิน&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;35&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ถูกเศษกระจกบาดที่บริเวณใบหน้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.&amp;nbsp;อส.ทพ.กมล&amp;nbsp;อาชาทรงอายุ&amp;nbsp;29&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ปวดที่บริเวณขาทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ข้างและแน่นหน้าอก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4.&amp;nbsp;อส.ทพ.พิษณุ&amp;nbsp;แป้นแก้ว&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;36&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;มีอาการแน่นหน้าอกและหูอื้อ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทุกนายได้ถูกทำการปฐมพยาบาลและมีอาการดีขึ้นตามลำดับ&amp;nbsp;และนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>นราธิวาส</Province><Department>สวท.นราธิวาส</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220327141449494</Link_News></row>
<row _id="210"><NewsTitle>นายกรัฐมนตรี พร้อมเข้าร่วมการประชุมผู้นำ BIMSTEC ครั้งที่ 5 และรับมอบตำแหน่งประธาน BIMSTEC ต่อจากศรีลังกา ผ่านระบบการประชุมทางไกล</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธนกร&amp;nbsp;วังบุญคงชนะ&amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;มีกำหนดการเข้าร่วมการประชุมผู้นำความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ&amp;nbsp;(The&amp;nbsp;Bay&amp;nbsp;of&amp;nbsp;Bengal&amp;nbsp;Initiative&amp;nbsp;for&amp;nbsp;Multi-Sectoral&amp;nbsp;Technical&amp;nbsp;and&amp;nbsp;Economic&amp;nbsp;Cooperation&amp;nbsp;:&amp;nbsp;BIMSTEC)&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;และการประชุมที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ซึ่งจัดขึ้นโดยศรีลังกา&amp;nbsp;และนายโคฐาภยะ&amp;nbsp;ราชปักษะ&amp;nbsp;ประธานาธิบดีศรีลังกา&amp;nbsp;เป็นผู้กล่าวในช่วงพิธีเปิดการประชุม&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.50&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ผ่านระบบการประชุมทางไกล&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ตึกภักดีบดินทร์&amp;nbsp;ทำเนียบรัฐบาล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการประชุมผู้นำ&amp;nbsp;BIMSTEC&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ศรีลังกาในฐานะเจ้าภาพ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ&amp;nbsp;บิมสเทค&amp;nbsp;มุ่งหน้าสู่อนุภูมิภาคที่ยืดหยุ่น&amp;nbsp;มั่งคั่ง&amp;nbsp;และประชาชนมีสุขภาพดี&amp;nbsp;ซึ่งการเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ในฐานะตัวแทนประเทศไทย&amp;nbsp;จะร่วมพิธีรับมอบตำแหน่งประธาน&amp;nbsp;BIMSTEC&amp;nbsp;ให้แก่ไทย&amp;nbsp;โดยไทยจะเป็นประธาน&amp;nbsp;BIMSTEC&amp;nbsp;วาระ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ช่วงปี&amp;nbsp;2564-2565&amp;nbsp;ต่อจากศรีลังกา&amp;nbsp;โดยประเด็นที่ไทยต้องการผลักดันในช่วงการดำรงตำแหน่งประธาน&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;การสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;การเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับความท้าทายและวิกฤตรูปแบบต่างๆ&amp;nbsp;และความสามารถในการฟื้นตัว&amp;nbsp;ซึ่งในการประชุมครั้งนี้&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีจะกล่าวถ้อยแถลงในนามผู้นำรัฐบาลไทยอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;บิมสเทค&amp;nbsp;(BIMSTEC)&amp;nbsp;เป็นกรอบความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจระหว่าง&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ประเทศในอ่าวเบงกอล&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;บังคลาเทศ&amp;nbsp;ภูฏาน&amp;nbsp;อินเดีย&amp;nbsp;เมียนมา&amp;nbsp;เนปาล&amp;nbsp;ศรีลังกา&amp;nbsp;และไทย&amp;nbsp;ก่อตั้งเมื่อวันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2540&amp;nbsp;ภายใต้การริเริ่มและผลักดันของไทย&amp;nbsp;เพื่อสอดรับนโยบายมองตะวันตกของไทย&amp;nbsp;เข้ากับนโยบายมองตะวันออก&amp;nbsp;ของกลุ่มประเทศเอเชียใต้&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;Act&amp;nbsp;East&amp;nbsp;ของอินเดีย&amp;nbsp;โดยไทยเคยเป็นเจ้าภาพการประชุมระดับผู้นำ&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมื่อปี&amp;nbsp;2557&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328111311656</Link_News></row>
<row _id="211"><NewsTitle>รัฐบาลตั้งเป้า 60 วัน เชื่อมโยงและจัดทำฐานข้อมูลด้านสวัสดิการของรัฐให้เสร็จ มุ่งลดเหลื่อมล้ำสังคมและแก้ความยากจนอย่างเป็นระบบ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พล.อ.ประวิตร&amp;nbsp;วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp;รอง&amp;nbsp;นรม.&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบูรณาการเชื่อมโยงฐานข้อมูลด้านสวัสดิการของรัฐ&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/65&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ผ่านระบบ&amp;nbsp;VTC&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;มูลนิธิป่ารอยต่อฯ&amp;nbsp;โดยที่ประชุมรับทราบ&amp;nbsp;นโยบายของ&amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นรม.และรมว.กห.&amp;nbsp;ที่ให้ความสำคัญกับการเร่งจัดทำฐานข้อมูลด้านสวัสดิการของรัฐให้เป็นฐานข้อมูลเดี่ยว&amp;nbsp;เพื่อขับเคลื่อนแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและความยากจนอย่างเป็นระบบ&amp;nbsp;มีเอกภาพ&amp;nbsp;ทั่วถึงเป็นธรรมมากขึ้น&amp;nbsp;โดยไม่ซ้ำซ้อนและสามารถตรวจสอบได้&amp;nbsp;โดยต้องการกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จโดยเร็ว&amp;nbsp;ต่อจากนั้น&amp;nbsp;ได้ร่วมพิจารณาและให้ความเห็นชอบ&amp;nbsp;แนวทางการเชื่อมโยงฐานข้อมูลด้านสวัสดิการของรัฐ&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แนวทาง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;การออกแบบการเชื่อมโยงฐานข้อมูลด้านสวัสดิการของรัฐด้านเทคนิค&amp;nbsp;(&amp;nbsp;Technical&amp;nbsp;)&amp;nbsp;เนื่องจากยังไม่มีระบบเชื่อมโยงข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;ทำให้เกิดปัญหาการรับสวัสดิการซ้ำซ้อน&amp;nbsp;ข้อมูลตกหล่น&amp;nbsp;ไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;ส่งผลให้ภาครัฐไม่สามารถใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร&amp;nbsp;นอกจากนั้นยังมีปัญหา&amp;nbsp;ข้อกฎหมาย&amp;nbsp;ระเบียบและข้อบังคับ&amp;nbsp;ที่ไม่สามารถบังคับใช้และตรวจสอบได้&amp;nbsp;โดยมอบให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&amp;nbsp;สถาบันส่งเสริมการวิเคราะห์และบริหารข้อมูลขนาดใหญ่ภาครัฐ&amp;nbsp;และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;เป็นหน่วยหลักในการดำเนินการออกแบบการเชื่อมโยงฐานข้อมูลดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับแนวทางการรวบรวมข้อมูลด้านสวัสดิการของรัฐและขั้นตอนการให้บริการด้านสวัสดิการของรัฐแก่ประชาชน&amp;nbsp;(&amp;nbsp;Business&amp;nbsp;)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งมีข้อมูลทับซ้อนอยู่ในหลายหน่วยงาน&amp;nbsp;และไม่เป็นฐานข้อมูลเดียวกัน&amp;nbsp;(&amp;nbsp;Big&amp;nbsp;Data&amp;nbsp;)&amp;nbsp;โดยยังไม่มีหน่วยงานเจ้าภาพหลัก&amp;nbsp;ซึ่งข้อมูลด้านสวัสดิการของประชาชนตลอดช่วงชีวิตในประเทศไทย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;69&amp;nbsp;สวัสดิการ&amp;nbsp;ซึ่งแบ่งเป็น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ประเภท&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ประเภทที่ต้องร่วมจ่ายเงินสมทบ&amp;nbsp;ประเภทที่ไม่ต้องร่วมจ่ายเงินสมทบ&amp;nbsp;และประเภทที่เป็นสวัสดิการข้าราชการ&amp;nbsp;ที่ประชุมมอบหมายให้&amp;nbsp;กระทรวง&amp;nbsp;พม.&amp;nbsp;กค.&amp;nbsp;มท.&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;กรมการปกครอง&amp;nbsp;และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น&amp;nbsp;เป็นหน่วยหลักรับผิดชอบรวบรวมข้อมูล&amp;nbsp;และให้ข้อเสนอแนะ&amp;nbsp;การให้บริการด้านสวัสดิการของรัฐแก่ประชาชน&amp;nbsp;โดยเฉพาะประเด็น&amp;nbsp;ข้อจำกัดด้านกฎหมาย&amp;nbsp;ระเบียบ&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;หลักเกณฑ์ข้อบังคับต่างๆ&amp;nbsp;ที่เป็นปัญหาและอุปสรรคในการเชื่อมโยงข้อมูลของแต่ละส่วนราชการ&amp;nbsp;ได้มอบหมายให้&amp;nbsp;หน่วยที่รับผิดชอบสวัสดิการของรัฐในแต่ละด้านเร่งเสนอแนะข้อจำกัดต่างๆ&amp;nbsp;เพื่อประโยชน์ในการเชื่อมโยงข้อมูลโดยเร็ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พล.อ.ประวิตร&amp;nbsp;ย้ำ&amp;nbsp;การจัดทำข้อมูลด้านสวัสดิการของรัฐ&amp;nbsp;เป็นฐานข้อมูลเดียวกัน&amp;nbsp;ถือเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลและมีความจำเป็นยิ่ง&amp;nbsp;ที่ทุกหน่วยงานต้องให้ความร่วมมือและร่วมกันทำให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อขับเคลื่อนการแก้ปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำทางสังคม&amp;nbsp;ซึ่งความเดือดร้อนของประชาชนเป็นเรื่องที่รอไม่ได้&amp;nbsp;จึงขอให้กระทรวง&amp;nbsp;ดส.&amp;nbsp;พม.&amp;nbsp;กค.และ&amp;nbsp;มท.&amp;nbsp;ต้องเร่งดำเนินการจัดทำให้แล้วเสร็จภายใน&amp;nbsp;60&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;สำหรับปัญหาข้อจำกัดต่างๆ&amp;nbsp;โดยเฉพาะกฎระเบียบ&amp;nbsp;ข้อบังคับต่างๆ&amp;nbsp;ต้องไม่ให้เป็นเงื่อนไขและอุปสรรคในการดำเนินงาน&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อร่วมกันเร่งขับเคลื่อนบริหารจัดการข้อมูล&amp;nbsp;แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคมและความยากจนอย่างเป็นระบบทั่วถึงและเป็นธรรม&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328112901658</Link_News></row>
<row _id="212"><NewsTitle>พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สรุป การดำเนินกิจการทางการเมืองของพรรคประชาชาติ รอบปี 2564</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เปิด&amp;nbsp;รายงานการดำเนินกิจการทางการเมืองของพรรคประชาชาติ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในรอบปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;พันตำรวจเอก&amp;nbsp;ทวี&amp;nbsp;สอดส่อง&amp;nbsp;ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;เลขาธิการพรรคประชาชาติได้&amp;nbsp;กล่าวระหว่างมีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2564&amp;nbsp;ที่มูลนิธิมะทา&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;เมื่อ&amp;nbsp;27&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายวันมูหะมัดนอร์&amp;nbsp;มะทา&amp;nbsp;หัวหน้าพรรคประชาชาติ&amp;nbsp;พันตำรวจเอก&amp;nbsp;ทวี&amp;nbsp;สอดส่อง&amp;nbsp;ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;เลขาธิการพรรคประชาชาติ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;รองหัวหน้าพรรคประชาชาติ&amp;nbsp;รวมทั้งสส.พรรคประชาชาติ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จชต.&amp;nbsp;สมาชิกและคณะกรรมการพรรคประชาชาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ร่วมการประชุม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พันตำรวจเอก&amp;nbsp;ทวี&amp;nbsp;สอดส่อง&amp;nbsp;ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เลขาธิการพรรคประชาชาติ&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;รายงานการดำเนินกิจการของพรรคการเมือง&amp;nbsp;ที่กฎหมายกำหนดไว้ตามมาตรา&amp;nbsp;43&amp;nbsp;ของ&amp;nbsp;พรบ.&amp;nbsp;พรรคการเมือง&amp;nbsp;ที่ระบุว่าให้หัวหน้าพรรค&amp;nbsp;ได้จัดทำรายงานกิจการการดำเนินการของพรรคการเมือง&amp;nbsp;รอบปีปฏิทินเสนอต่อที่ประชุมใหญ่&amp;nbsp;เพื่อขออนุมัติภายในเดือนเมษายน&amp;nbsp;ของทุกปี&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;สำหรับเดือนมีนาคม&amp;nbsp;สรุปเนื้อหาและอธิบายขยายความเล็กน้อย&amp;nbsp;ในรอบปีไม่มีการเลือกตั้ง&amp;nbsp;เราก็ยังมีสมาชิกที่เป็น&amp;nbsp;ส.ส.เขต&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ&amp;nbsp;ตามที่การเลือกตั้งเมื่อปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ที่ท่านหัวหน้าพรรคได้เรียนไปแล้ว&amp;nbsp;ก็คือเรามี&amp;nbsp;ส.ส.&amp;nbsp;6&amp;nbsp;คนที่เป็นส.ส.เขตแล้วปาร์ตีลิส&amp;nbsp;1คน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมให้สมาชิกได้มีความรู้ความเข้าใจ&lt;/strong&gt;ที่ถูกต้องในการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข&amp;nbsp;การใช้สิทธิและเสรีภาพอย่างมีเหตุผลและมีความรับผิดชอบต่อสังคมและความรู้เกี่ยวกับหน้าที่ของปวงชนชาวไทย&amp;nbsp;เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ&amp;nbsp;เนื่องจากเราเชื่อมั่นว่าการปกครองในระบอบประชาธิปไตยคือการที่มนุษย์หรือคนทุกคนต้องมีสิทธิเสรีภาพ&amp;nbsp;มีความเสมอภาค&amp;nbsp;มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์&amp;nbsp;และมีความยุติธรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในด้านความยุติธรรมในการบริหารบ้านเมือง&amp;nbsp;มีความจำเป็น&lt;/strong&gt;ที่พรรคการเมือง&amp;nbsp;จะต้องให้สมาชิกและให้ประชาชนคนไทยทั้งประเทศได้รับทราบว่าถ้าเราแก้ปัญหาของประเทศต้องแก้ด้วยความเป็นประชาธิปไตย&amp;nbsp;ที่สรุปก็คือทำให้คนเท่าคน&amp;nbsp;หรือคนเท่ากัน&amp;nbsp;ต้องทำให้ระบบสังคมมีความสมดุล&amp;nbsp;ไม่ใช่ระบบผูกขาด&amp;nbsp;โดยคนกลุ่มหนึ่งมีความสุขแล้วก็ปล่อยให้คนกลุ่มหนึ่งต้องอยู่อย่างไร้สิทธิเสรีภาพอยู่อย่างความทุกข์ทรมาน&amp;nbsp;โดยเฉพาะคุณภาพชีวิต&amp;nbsp;ดังนั้นในส่วนนี้พรรคประชาชาติ&amp;nbsp;ต้องให้ความรู้ประชาธิปไตยที่จับต้องได้จึงได้ทำกิจกรรมค่อนข้างจะหนักมากกับสมาชิกในพื้นที่โดยท่านส.ส.&amp;nbsp;และสมาชิกเพื่อไปให้ความเข้าใจ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อีกประการหนึ่ง&amp;nbsp;ยังพบว่า&amp;nbsp;การสร้างของประเทศในรัฐบาลปัจจุบัน&lt;/strong&gt;ที่ไม่เป็นประชาธิปไตย&amp;nbsp;ท่านสมาชิกทราบไม่&amp;nbsp;ว่าวันนี้ประเทศไทยเรามีหนี้สาธารณะคือเป็นหนี้ที่รัฐบาลไปกู้&amp;nbsp;ที่อาจจะมาบริหารประเทศ&amp;nbsp;ถึงเดือนมกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่มีรายงานครั้งสุดท้าย&amp;nbsp;เรามีหนี้สาธารณะอยู่&amp;nbsp;9.73&amp;nbsp;ล้านล้านบาท&amp;nbsp;ที่จำนวนมากเลย&amp;nbsp;แล้วหนี้สาธารณะก้อนนี้คนที่จะต้องรับใช้ก็คือภาษีของประชาชน&amp;nbsp;พวกเราที่ไปเติมน้ำมัน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ลิตรแล้วก็มีภาษี&amp;nbsp;7&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ก็เอาเงินภาษีต้องไปใช้หนี้สาธารณะ&amp;nbsp;แล้วก็เท่าที่&amp;nbsp;ตรวจพบหนี้สาธารณะ&amp;nbsp;ก้อนนี้ก็มีดอกเบี้ย&amp;nbsp;กู้มาใช้ก็มีดอกเบี้ย&amp;nbsp;ดอกเบี้ยที่สำนักหนี้สาธารณะ&amp;nbsp;รายงาน&amp;nbsp;ก็&amp;nbsp;2.40&amp;nbsp;กว่าสตางค์&amp;nbsp;ถ้ารัฐวิสาหกิจไปกู้ก็&amp;nbsp;2.48&amp;nbsp;เกือบ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;กว่าเหมือนกัน&amp;nbsp;นี่คือหนี้สาธารณะเป็นภาระของประชาชนถามว่าทำไมต้องกู้&amp;nbsp;ก็คือรัฐบาลหาเงินหรือหารายได้ไม่พอ&amp;nbsp;ต้องมากู้&amp;nbsp;สิ่งนั้นไม่สำคัญเท่ากับกู้มาแล้ว&amp;nbsp;ประชาชนจะได้ประโยชน์&amp;nbsp;อะไรมากน้อยแค่ไหน&amp;nbsp;หรือจะได้เฉพาะคนกลุ่มหนึ่ง&amp;nbsp;หรืออีกคนกลุ่มหนึ่งไม่ได้&amp;nbsp;ซึ่งสิ่งที่น่าเป็นห่วงมาก&amp;nbsp;ก็คือเรามีความเหลื่อมล้ำ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เรามีความเหลื่อมล้ำเรื่องคุณภาพชีวิตอย่างมาก&amp;nbsp;เรามีคนจนกับคนรวย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ยกตัวอย่างง่ายๆ&amp;nbsp;ที่พรรคเคยอภิปราย&amp;nbsp;วันนี้ขนาดของที่ดินที่เป็นของเกษตรกร&amp;nbsp;เรามีเกษตรกรเกือบ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ล้านคน&amp;nbsp;เกษตรกรที่มีที่ดินที่ทำเกษตรได้ไม่ถึง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ล้านคนนี่คือตัวอย่างเรามีความเหลื่อมล้ำทางด้านสิทธิเสรีภาพ&amp;nbsp;กฎหมายและความเหลื่อมล้ำเชิงพื้นที่&amp;nbsp;ในพื้นที่ที่มีกฎหมายพิเศษไม่ใช่ประชาชนจะได้สิทธิ์ดีกว่าในกฎหมายพิเศษ&amp;nbsp;การที่พื้นที่มีกฎหมายพิเศษใช้เยอะนั้นก็คือความเหลื่อมล้ำ&amp;nbsp;ที่เป็นการพิเศษที่ใช้อำนาจกับประชาชนโดยไม่ผ่านกระบวนการสิทธิเสรีภาพหรือไม่ผ่านกระบวนการศาล&amp;nbsp;ต่างกับพื้นที่อื่นที่เป็นกฏหมายวิอาญา&amp;nbsp;แต่ในพื้นที่&amp;nbsp;จชต&amp;nbsp;มีกฏอัยการศึก&amp;nbsp;ขังได้&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;พรก&amp;nbsp;ฉุกเฉิน&amp;nbsp;ขังได้อีก&amp;nbsp;30&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;จากนั้นก็ใช้อำนาจตาม&amp;nbsp;วิอาญาต่อไปอีก&amp;nbsp;อันนี้เราพบว่าปัญหาความเหลื่อมล้ำมี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ดังนั้น&amp;nbsp;ในส่วนของพรรคประชาชาติเราได้มีกิจกรรมสำคัญ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ก็คือในการรายงานประชุมของพรรคเมื่อคราวที่แล้วเป็นการประชุมใหญ่เมื่อวันที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่โรงเเรม&amp;nbsp;อิมพีเรียล&amp;nbsp;นราธิวาส&amp;nbsp;เราได้รายงานในเรื่องรัฐธรรมนูญที่ประชาชนใฝ่หา&amp;nbsp;คือไม่ใช่รัฐธรรมนูญที่ไม่ใช่ปี&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;เป็นรัฐธรรมนูญที่พี่น้องสมาชิกของพรรคประชาชาติ&amp;nbsp;โดยเฉพาะในสามจังหวัด&amp;nbsp;เป็นรัฐธรรมนูญที่สมาชิกไม่ได้รับแต่ถูกฉีกไป&amp;nbsp;โดยอำนาจเผด็จการ&amp;nbsp;ยกตัวอย่างง่ายๆในรัฐธรรมนูญปี&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ที่มาจากประชาชนหรือรัฐธรรมนูญปี&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ในเรื่องของการศึกษา&amp;nbsp;เราก็พบว่าการศึกษาในรัฐธรรมนูญเก่า&amp;nbsp;เป็นการศึกษาฟรี&amp;nbsp;อย่างน้อย&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;แต่พอรัฐธรรมนูญปี&amp;nbsp;60&amp;nbsp;เป็นการศึกษาไม่เกิน&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ซึ่งแม้แต่ตอนหลังมีสมาชิกของเรา&amp;nbsp;ในนี้หลายคนไทย&amp;nbsp;ไปเรียกร้องไปรณรงค์ก็ถูกจับไปปรับทัศนคติพอจับไปปรับทัศนคติ&amp;nbsp;เอาไปขังเอาไปควบคุม&amp;nbsp;จึงออกคำสั่งหัวหน้า&amp;nbsp;คสช.เพื่อให้ใช้&amp;nbsp;ก็ขยายไป&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตามสิทธิ์อันหนึ่งในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ในรัฐธรรมนูญฉบับก่อนๆ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การจัดการศึกษาและการกระจายอำนาจ&amp;nbsp;ไปให้ท้องถิ่นไปให้องค์กรศาสนาด้วย&amp;nbsp;แต่ละธรรมนูญฉบับนี้ไปตัดองค์กรศาสนาออกไป&amp;nbsp;ซึ่งวันใดที่ผู้บริหารประเทศมีความคิดอำนาจนิยมเมื่อไหร่&amp;nbsp;การศึกษาที่เป็นเรื่องศาสนาไม่ว่าจะเป็นการศึกษาพุทธศาสนาในวันเสาร์-อาทิตย์ก็ดี&amp;nbsp;การศึกษาตาดีกาปอเนาะ&amp;nbsp;ที่เป็นองค์กรศาสนาสอนอยู่เพราะที่ผ่านมามีรัฐธรรมนูญคุ้มครองแต่ในฉบับปี&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;ไม่มีเขียนไว้&amp;nbsp;จึงสุ่มเสี่ยงถูกส่งมือไปให้ส่วนกลางไปทำ&amp;nbsp;อันนี้คือตัวอย่าง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ท่านอาจารย์วันนอร์&amp;nbsp;ได้บอกว่าพี่น้องในสามจังหวัดเรามีความรับผิดชอบ&lt;/strong&gt;คือความรับผิดชอบคนมาพูดเราจะต้องไม่เชื่อก่อนเราจะต้องรับผิดชอบว่าสิ่งที่มาพูดพูดจริงหรือพูดโกหกจึงทำให้พี่น้องใน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดไม่รับประชามติร่างรัฐธรรมนูญปี&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;คือประชามติเมื่อปี&amp;nbsp;2559&amp;nbsp;จึงไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;ฉบับที่ใช้ในปี&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;ซึ่งในการจัดการประชุมใหญ่คราวที่แล้วก็พบว่ามีสมาชิกก็ได้เสนอความเห็นซึ่งมีผู้ประชุม&amp;nbsp;432&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;แล้วก็สมาชิกก็ได้แสดงความคิดเห็นเพื่อให้การดำเนินงานของพรรคอันนี้ก็มีอยู่ในรายงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทางพรรคประชาชาติ&amp;nbsp;ท่านอาจารย์กับผู้บริหารพรรค&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เราจะจัดตั้งสถาบันการเมืองของพรรคประชาชาติ&amp;nbsp;สถาบันการเมืองก็คือการให้ความรู้&amp;nbsp;การเรียนรู้คือการศึกษา&amp;nbsp;คนที่เป็นมนุษย์ทุกคน&amp;nbsp;จะมีเหมือนกันคือสมองและสติปัญญา&amp;nbsp;เพื่อให้ทุกคนได้ศึกษาเรียนรู้&amp;nbsp;ดังนั้นหน้าที่สำคัญที่สุดคือต้องให้คนเรียนรู้&amp;nbsp;หาความรู้เพราะความรู้เท่านั้นที่จะทำให้เป็นการแก้ปัญหาได้&amp;nbsp;อาคารที่เรายื่นอยู่อาคาร&amp;nbsp;มะทา&amp;nbsp;สร้างด้วยความรู้&amp;nbsp;ไม่ได้สร้างด้วยอาวุธ&amp;nbsp;ดังนั้นพรรคประชาชาติจึงเห็นว่าการเมืองเป็นเรื่องของทำให้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดี&amp;nbsp;ทำให้บ้านเมืองดีขึ้น&amp;nbsp;และเป็นเรื่องของคนบุคคลจึงได้มีสถาบันการเมืองของพรรคประชาชาติ&amp;nbsp;ที่ผ่านมาอาจจะเป็นช่วง&amp;nbsp;covid&amp;nbsp;จะไม่ได้มีการอบรมโดยตรงซึ่งขณะนี้ก็เราก็จะมีการอบรมสถาบันการเมืองส่วนเรื่องหลักสูตรการบริหาร&amp;nbsp;แนวทางต่าง&amp;nbsp;ท่านสมาชิกก็ดูได้&amp;nbsp;จากรายงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขอเรียนว่ารัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;ฉบับนี้ได้มีแก้ไขหลักการสำคัญคือเรื่องระบบการเลือกตั้ง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ท่านอาจารย์บอกว่าเลือกคนที่ชอบเลือกพรรคที่รัก&amp;nbsp;ต่อไปก็จะเป็นบัตร&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ใบ&amp;nbsp;เราไม่ต้องถูกบังคับหรือข่มขืนให้เลือกในสิ่งที่ไม่ชอบในสองสิ่งเดียวกัน&amp;nbsp;ดังนั้นจึงจำเป็นจะต้อง&amp;nbsp;มีการแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;เรื่องการเลือกตั้งและพระราชบัญญัติประกอบ&amp;nbsp;รัฐธรรมนูญเรื่องพรรคการเมือง&amp;nbsp;ซึ่งท่านอาจารย์ได้กรุณาไปเป็นกรรมาธิการก็เชื่อว่าการแก้เพื่อให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น&amp;nbsp;ดังนั้นข้อมูลทางท่านสมาชิกอาจจะว่าดูยังไม่ค่อย&amp;nbsp;มากหรือสมบูรณ์เข้าออกยังมีอยู่ก็อยากจะเรียนว่าส่วนหนึ่งเราก็คงหนีไม่พ้นจะรอพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งและพรรคการเมืองที่จะเกิดขึ้น&amp;nbsp;ที่จะดำเนินการพรรคการเมืองให้สอดคล้องกับกฏหมายที่นำออกมาใช้บังคับต่อไป&amp;nbsp;ขอบคุณมากครับ&amp;nbsp;และขอความสันติสุขจงเกิดแด่ทุกท่าน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328122121700</Link_News></row>
<row _id="213"><NewsTitle>นายกรัฐมนตรี หารือรองเลขาธิการสหประชาชาติ แสวงหาแนวทางการเติบโตที่ยั่งยืน ย้ำไทยพร้อม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;นางอามีนา&amp;nbsp;เจ&amp;nbsp;โมฮัมเหม็ด&amp;nbsp;(Ms.&amp;nbsp;Amina&amp;nbsp;J.&amp;nbsp;Mohammed)&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;รองเลขาธิการสหประชาชาติ&amp;nbsp;เข้าเยี่ยมคารวะพลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;ในโอกาสเยือนไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุม&amp;nbsp;Asia-Pacific&amp;nbsp;Forum&amp;nbsp;on&amp;nbsp;Sustainable&amp;nbsp;Development&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับในโอกาสเยือนไทย&amp;nbsp;และชื่นชมบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนงานด้านการพัฒนาของสหประชาชาติท่ามกลางความท้าทายต่างๆ&amp;nbsp;ซึ่งไทยพร้อมสนับสนุนการทำงานอย่างเต็มที่&amp;nbsp;พร้อมเชื่อมั่นว่าสหประชาชาติจะสนับสนุนประเทศต่างๆ&amp;nbsp;ในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนและตอบสนองต่อความท้าทายของโลกปัจจุบัน&amp;nbsp;ในฐานะที่ไทยเป็นเจ้าภาพเอเปคในปีนี้&amp;nbsp;ไทยมุ่งส่งเสริมการเติบโตที่ยั่งยืนและครอบคลุมด้วยโมเดลเศรษฐกิจ&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;ซึ่งสอดคล้องและส่งเสริมกับการพัฒนาที่ยั่งยืนและ&amp;nbsp;SDGs&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;ขณะที่รองเลขาธิการสหประชาชาติ&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;&amp;nbsp;วันนี้เป็นโอกาสอันดีต่อความร่วมมือระหว่างไทยและสหประชาชาติ&amp;nbsp;ไทยเป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญในภูมิภาคและสนับสนุนการดำเนินงานของสหประชาชาติมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;สหประชาชาติมุ่งแสวงหาความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับไทยเพื่อเชื่อมโยงความร่วมมือระดับภูมิภาคไปสู่การแก้ไขปัญหาในประเด็นท้าทายระดับโลก&amp;nbsp;ทั้งปัญหาความมั่นคงทางอาหาร&amp;nbsp;พลังงานและการเงิน&amp;nbsp;ปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและการรับมือกับโรคระบาด&amp;nbsp;พร้อมกล่าวชื่นชมบทบาทผู้นำของนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานสาธารณสุขของไทยในการรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;จนอยู่ในระดับที่น่าพอใจ&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องว่า&amp;nbsp;การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;&amp;nbsp;และความขัดแย้งของประเทศต่างๆ&amp;nbsp;เป็นความท้าทายสำคัญต่อการบรรลุ&amp;nbsp;SDGs&amp;nbsp;ภายในปี&amp;nbsp;ค.ศ.&amp;nbsp;2030&amp;nbsp;โดยไทยได้จัดตั้งคณะอนุกรรมการด้านเยาวชนและด้านเอกชน&amp;nbsp;เพื่อรับฟังความเห็นจากภาคส่วนต่างๆ&amp;nbsp;และไทยยังจัดทำรายงาน&amp;nbsp;Voluntary&amp;nbsp;National&amp;nbsp;Review&amp;nbsp;(VNR)&amp;nbsp;เป็นเครื่องมือสำคัญในการติดตามความคืบหน้าในการขับเคลื่อน&amp;nbsp;SDGs&amp;nbsp;ของไทย&amp;nbsp;รวมทั้งไทยได้นำปัญหาและอุปสรรคมาเป็นบทเรียนในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และคนรุ่นใหม่&amp;nbsp;ให้มีฐานรากที่มั่นคง&amp;nbsp;ร่วมกันขับเคลื่อนประเทศ&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328143834745</Link_News></row>
<row _id="214"><NewsTitle>ป.ป.ช.ภาค 9 แถลงข่าวผลการดำเนินงานของสำนักงาน ป.ป.ช. ในเขตพื้นที่ ครั้งที่ 3 ในรอบปีงบประมาณ 2564 และ 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสุชาติ&amp;nbsp;กรวยกิตานนท์&amp;nbsp;ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ป.ป.ช.&amp;nbsp;ภาค&amp;nbsp;9&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นประธานในการแถลงข่าวผลการดำเนินงานของสำนักงาน&amp;nbsp;ป.ป.ช.&amp;nbsp;ในเขตพื้นที่ภาค&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ในรอบปีงบประมาณ&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน&amp;nbsp;ป.ป.ช.ประจำจังหวัดตรัง/สตูล/สงขลา/พัทลุง/ยะลา/&amp;nbsp;ปัตตานี/นราธิวาส&amp;nbsp;ร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โรงแรมลำปำรีสอร์ท&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดพัทลุง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสุชาติ&amp;nbsp;กรวยกิตานนท์&amp;nbsp;ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ป.ป.ช.&amp;nbsp;ภาค&amp;nbsp;9&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การแถลงข่าวครั้งนี้เป็นการแถลงผลการดำเนินงาน&amp;nbsp;ที่คณะกรรมการ&amp;nbsp;ป.ป.ช.&amp;nbsp;ภาค&amp;nbsp;9&amp;nbsp;และคณะกรรมการ&amp;nbsp;ป.ป.ช.ใน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;มีมติชี้มูลแล้ว&amp;nbsp;รวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;12&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;และเรื่องที่ศาลมีคำพิพากษาในกรณีทุจริตประพฤติมิชอบ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;การชี้มูลความผิดทางอาญาของคณะกรรมการ&amp;nbsp;ป.ป.ช.&amp;nbsp;ยังไม่ถือเป็นที่สุด&amp;nbsp;ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์&amp;nbsp;จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสุชาติ&amp;nbsp;กรวยกิตานนท์&amp;nbsp;ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ&amp;nbsp;ป.ป.ช.&amp;nbsp;ภาค&amp;nbsp;9&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ปัจจุบัน&amp;nbsp;สำนักงาน&amp;nbsp;ป.ป.ช.&amp;nbsp;ได้ปรับรูปแบบและเน้นมากขึ้น&amp;nbsp;ในการเฝ้าระวังการทุจริต&amp;nbsp;โดยหากเริ่มมีเหตุสงสัยหรือมีการแจ้งเบาะแสในการทุจริต&amp;nbsp;ป.ป.ช.&amp;nbsp;จะเข้าไปตรวจสอบเบื้องต้น&amp;nbsp;หรือยับยั้งก่อน&amp;nbsp;จะทำให้ภาคราชการหรือภาครัฐ&amp;nbsp;สูญเสียงบประมาณน้อยลง&amp;nbsp;และปัจจุบันประชาชนให้ความสนใจการดำเนินงานของภาครัฐมากขึ้น&amp;nbsp;จึงอยากให้ส่วนราชการดำเนินการอย่างโปร่งใส&amp;nbsp;และเปิดเผยให้ประชาชนได้รับทราบและคลายข้อสงสัยต่างๆ&amp;nbsp;พร้อมระบุว่า&amp;nbsp;ปัญหาการทุจริตจะแก้ไขได้&amp;nbsp;ไม่ใช่เฉพาะการทำงานของ&amp;nbsp;ป.ป.ช.&amp;nbsp;เพียงอย่างเดียว&amp;nbsp;แต่ต้องมาจากการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐเอง&amp;nbsp;รวมทั้ง&amp;nbsp;ภาคประชาชนที่คอยสอดส่องดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐด้วยเช่นกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>พัทลุง</Province><Department>สวท.พัทลุง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328144040747</Link_News></row>
<row _id="215"><NewsTitle>กอ.รมน.ศรีสะเกษ  ร่วมอบรมเสริมสร้างศักยภาพและความเข้มแข็งในการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐของ ศปท.กอ.รมน. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดศรีสะเกษ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ภายใต้การอำนวยการของ&amp;nbsp;พ.อ.&amp;nbsp;วัชรพล&amp;nbsp;คันธา&amp;nbsp;รอง&amp;nbsp;ผอ.รมน.จังหวัด&amp;nbsp;ศ.ก.&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้มอบหมายให้&amp;nbsp;พ.ต.&amp;nbsp;นิรัญ&amp;nbsp;คุณสัตย์&amp;nbsp;หน.ฝบค.กอ.รมน.จังหวัด&amp;nbsp;ศ.ก.&amp;nbsp;เข้าร่วมอบรมเสริมสร้างศักยภาพและความเข้มแข็งในการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐของ&amp;nbsp;ศปท.กอ.รมน.&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ห้วงวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;-&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;พล.อ.&amp;nbsp;ศรชัย&amp;nbsp;กาญจนสูตร&amp;nbsp;จเร&amp;nbsp;กอ.รมน.&amp;nbsp;เป็นประธาน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โรงแรม&amp;nbsp;ไพน์เฮิร์สท&amp;nbsp;กอล์ฟคลับ&amp;nbsp;จ.ปทุมธานี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;#&amp;nbsp;ศูนย์ประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;กอ.รมน.&amp;nbsp;#&amp;nbsp;ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;#&amp;nbsp;กองทัพภาคที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;#&amp;nbsp;มณฑลทหารบกที่&amp;nbsp;25&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;#&amp;nbsp;มุ่งมั่นบูรณาการ&amp;nbsp;ประสานงานเป็นเลิศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เชิดชูคุณธรรม&amp;nbsp;ผู้นำความมั่นคง&amp;nbsp;ดำรงความสามัคคี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;#&amp;nbsp;1374&amp;nbsp;Call&amp;nbsp;Center&amp;nbsp;แจ้งเหตุความมั่นคง&amp;nbsp;(ตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ศรีสะเกษ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328204236926</Link_News></row>
<row _id="216"><NewsTitle>ทหารพราน 47 เดินเท้าลาดตระเวนรักษาความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนในพื้นที่ จ.ยะลา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;28&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&amp;nbsp;47&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จัดกำลังพลชุดปฏิบัติการพิทักษ์พื้นที่&amp;nbsp;(ชป.พิทักษ์พื้นที่)&amp;nbsp;ทำการเดินลาดตระเวนพิสูจน์ทราบเชิงรุก&amp;nbsp;ในพื้นที่อำเภอยะหา&amp;nbsp;อำเภอกาบัง&amp;nbsp;และอำเภอกรงปินัง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ป่าภูเขาโดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการเดินลาดตระเวนตรวจตราในจุดเสี่ยง/จุดล่อแหลมต่างๆ&amp;nbsp;เพื่อเป็นการรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;ตลอดจนสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าสินค้า&amp;nbsp;สินค้าหนีภาษี&amp;nbsp;และยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่&amp;nbsp;โดยในการปฏิบัติภารกิจต่างๆ&amp;nbsp;อยู่ภายใต้มาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;รวมทั้งกำลังพลมีความตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา&amp;nbsp;และไม่ประมาทต่อสถานการณ์ในพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&amp;nbsp;47&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตาสอดส่องดูแลพื้นที่&amp;nbsp;และร่วมกันแจ้งเบาะแสเมื่อพบเจอสิ่งผิดปกติในพื้นที่&amp;nbsp;หากพบเห็นบุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่&amp;nbsp;สามารถแจ้งได้ที่เบอร์สายตรงแม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;โทร&amp;nbsp;061-173-2999&amp;nbsp;และเบอร์สายด่วน&amp;nbsp;1341&amp;nbsp;หรือหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ใกล้บ้านได้ตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328201349915</Link_News></row>
<row _id="217"><NewsTitle>ครม.เตรียมพิจารณาการยกเว้นค่าธรรมเนียมทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 และ 9 ช่วงเทศกาลสงกรานต์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;โดยมีวาระที่น่าสนใจคือ&amp;nbsp;กระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;เสนอร่างกฎกระทรวงยกเว้นค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนตร์บนทางหลวงพิเศษหมายเลข&amp;nbsp;7&amp;nbsp;และทางหลวงพิเศษหมายเลข&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ภายในระยะเวลาที่กำหนด&amp;nbsp;ในช่วงเทศกาลสงกรานต์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ขออนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;งบกลางรายการเงินสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น&amp;nbsp;เพื่อดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ&amp;nbsp;เพื่อรองรับสถานการณ์ภัยแล้งและฝนทิ้งช่วง&amp;nbsp;ปี2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ขอความเห็นชอบให้เสนออุทยานแห่งชาติภูกระดึง&amp;nbsp;และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว-อุทยานแห่งชาติน้ำหนาวให้เป็นอุทยานมรดกแห่งอาเซียน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เสนอผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อการบริหารงานของรัฐบาล&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ครบ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;และการปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตวิถีใหม่&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;New&amp;nbsp;Normal&amp;nbsp;Life&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังมีร่างพระราชบัญญัติที่คณะรัฐมนตรีขอรับมาพิจารณาก่อนรับหลักการ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ร่างพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;,ร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต&amp;nbsp;,ร่างพระราชบัญญัติการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329092548005</Link_News></row>
<row _id="218"><NewsTitle>เจ้าหน้าที่ยะลา บุกเข้าตรวจยึดไม้หลุมพอ ในป่าสงวนแห่งชาติป่าลาบูและป่าถ้ำทะลุ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พ.ต.ท.ธนพล&amp;nbsp;เยาว์พักตร์&amp;nbsp;สวญ.สภ.ต.ปะแต&amp;nbsp;อ.ยะหา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;จนท.ตร.สภ.บาตู&amp;nbsp;ตาโมง,&amp;nbsp;จนท.ชุดสืบสวน&amp;nbsp;สภ.ปะแต,&amp;nbsp;จนท.ตชด.44,&amp;nbsp;&amp;nbsp;จนท.ผภม.&amp;nbsp;กปก.สขว.กอ.รมน.ภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;&amp;nbsp;สน.&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;จนท.หน่วยป้องกันรักษาป่าที่&amp;nbsp;ยล.2&amp;nbsp;(ปะแต)&amp;nbsp;ออกตรวจ&amp;nbsp;เนื่องจากได้รับแจ้งจากคนให้ข่าวว่า&amp;nbsp;มีการลักลอบตัดไม้แปรรูปไม้&amp;nbsp;เพื่อนำไปขายนอกพื้นที่&amp;nbsp;บนภูเขาสูง&amp;nbsp;ท้องที่พื้นที่&amp;nbsp;กลุ่มบ้านเขาหัวช้าง&amp;nbsp;บ้านเหมืองลาบู&amp;nbsp;ม.8&amp;nbsp;ต.ปะแต&amp;nbsp;อ.ยะหา&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp;มีการลักลอบตัดไม้แปรรูปไม้&amp;nbsp;เพื่อนำไปขายนอกพื้นที่&amp;nbsp;บนภูเขาสูง&amp;nbsp;พื้นที่บ้านเขาหัวช้าง&amp;nbsp;บ้านเหมืองลาบู&amp;nbsp;ม.8&amp;nbsp;ต.ปะแต&amp;nbsp;อ.ยะหา&amp;nbsp;จ.ยะลา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จนท.จึงได้ร่วมกันเข้าดำเนินการจับกุมตัว&amp;nbsp;นายเจตน์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้ต้องหา&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;53&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;บ้านเลขที่&amp;nbsp;29/1&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ต.บ้านนอก&amp;nbsp;อ.ปะนาเระ&amp;nbsp;จ.ปัตตานี&amp;nbsp;พร้อมของกลาง&amp;nbsp;รถยนต์บรรทุกไม้&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไม้หลุมพอแปรรูป&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;82&amp;nbsp;แผ่น&amp;nbsp;โดยเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ได้ร่วมกันเข้าร่วมตรวจพื้นที่&amp;nbsp;กลุ่มบ้านเขาหัวช้าง&amp;nbsp;บ้านเหมือลาบู&amp;nbsp;ม.8&amp;nbsp;ต.ปะแต&amp;nbsp;อ.ยะหา&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;ที่จุดจอดรถ&amp;nbsp;พบร่องรอยล้อรถตีนตะขาม&amp;nbsp;รถแม็คโคขนาดเล็ก&amp;nbsp;จึงเดินตามรอย&amp;nbsp;ผ่านป่ายาง&amp;nbsp;และตัดถนนเข้าไปในป่า&amp;nbsp;สุดร่องรอยตัดถนนดินใหม่&amp;nbsp;พบจุดแปรรูปไม้&amp;nbsp;ร่องรอยตัดถนนเข้ามาขนย้ายไม้แปรรูป&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตรวจจุดแปรรูปไม้ใหม่&amp;nbsp;จุดที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เป็นชนิดไม้หลุมพอตัดโค่นเก่า&amp;nbsp;แล้วแปรรูปใหม่&amp;nbsp;ไม้แปรรูปขนาดเล็กขนย้ายไปหมดแล้ว&amp;nbsp;คงเหลือไม้ท่อนและไม้แปรรูปขนาดใหญ่&amp;nbsp;(ไม้ทำโต๊ะ)&amp;nbsp;คณะ&amp;nbsp;จนท.ตรวจยึดและตรวจวัดไม้ได้&amp;nbsp;ประกอบด้วยไม้หลุมพอ&amp;nbsp;ท่อน&amp;nbsp;ขนาดโต&amp;nbsp;315&amp;nbsp;ซม.ยาว&amp;nbsp;272&amp;nbsp;ซม.จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ท่อน&amp;nbsp;ไม้หลุมพอ&amp;nbsp;แปรรูป&amp;nbsp;ขนาดหนา&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ซม.กว้าง&amp;nbsp;80&amp;nbsp;ซม.&amp;nbsp;ยาว&amp;nbsp;300&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซม.&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;แผ่น/ชิ้น&amp;nbsp;ไม้หลุมพอ&amp;nbsp;แปรรูป&amp;nbsp;ขนาดหนา&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ซม.กว้าง&amp;nbsp;80&amp;nbsp;ซม.ยาว&amp;nbsp;330&amp;nbsp;ซม.จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แผ่น/ชิ้น&amp;nbsp;จนท.จึงได้&amp;nbsp;ทำการตรวจวัด&amp;nbsp;ร่องรอย&amp;nbsp;รถแม็กโค&amp;nbsp;ตัดถนนใหม่ไปในป่า&amp;nbsp;ขนาดกว้าง&amp;nbsp;300&amp;nbsp;ซม.ยาว&amp;nbsp;300&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;ทำให้พื้นที่ป่าไม้ถูกทำลายใหม่เสียหาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;และต่อมา&amp;nbsp;จนท.ตรวจสอบ&amp;nbsp;จุดที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตามร่องรอยเดินเท้าไปในป่าริมลำห้วยไปบนภูเขา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พบต้นหลุมพอขนาดใหญ่&amp;nbsp;ถูกตัดด้วยเครื่องเลื่อยโซ่ยนต์&amp;nbsp;ล้มคาตอจำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;คณะ&amp;nbsp;จนท.ทำการตรวจยึดและตรวจวัด&amp;nbsp;โคนต้นโต&amp;nbsp;570&amp;nbsp;ซม.และตรวจวัดต้นไม้หลุมพอ&amp;nbsp;ขนาดลำต้นโต&amp;nbsp;240&amp;nbsp;ซม.ยาว&amp;nbsp;2,300&amp;nbsp;ซม.จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ท่อน&amp;nbsp;(ปริมาตร&amp;nbsp;อยู่ระหว่างคิดคำนวณของ&amp;nbsp;จนท.หน่วยป้องกันรักษาป่าที่&amp;nbsp;ยล.2&amp;nbsp;(ปะแต))&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เจ้าหน้าที่&amp;nbsp;จึงทำการ&amp;nbsp;ตรวจยึด&amp;nbsp;ไม้แปรรูป&amp;nbsp;และไม้ท่อนดังกล่าว&amp;nbsp;แต่ไม้มีขนาดใหญ่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ยังขนย้ายไม่ได้&amp;nbsp;ยังกองอยู่ที่เกิดเหตุ&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;หน.หน่วยป้องกันรักษาป่าที่&amp;nbsp;ยล.2&amp;nbsp;&amp;nbsp;(ปะแต)&amp;nbsp;&amp;nbsp;ดำเนินการเฝ้ารักษาและดำเนินการขนย้ายต่อไป&amp;nbsp;ตามระเบียบของ&amp;nbsp;กรมป่าไม้&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยกล่าวหาว่า&amp;nbsp;ผู้ที่ลักลอบตัดไม้ทำลายป่า&amp;nbsp;ลักลอบแปรรูปไม้&amp;nbsp;กระทำความผิด&amp;nbsp;พ.ร.บ.ป่าไม้&amp;nbsp;พ.ศ.2484&amp;nbsp;&amp;nbsp;มาตรา&amp;nbsp;11,&amp;nbsp;48,&amp;nbsp;54&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;69&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;พ.ศ.2507&amp;nbsp;มาตรา&amp;nbsp;14&amp;nbsp;สถานที่เกิดเหตุ&amp;nbsp;กลุ่มบ้านเขาหัวช้าง&amp;nbsp;บ้านเหมือลาบู&amp;nbsp;ม.8&amp;nbsp;ต.ปะแต&amp;nbsp;อ.ยะหา&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าลาบูและป่าถ้ำทะลุ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จนท.มอบหมายให้&amp;nbsp;นายมะซิ&amp;nbsp;อุเซ็ง&amp;nbsp;หน.หน่วยป้องกันรักษาป่าที่&amp;nbsp;ยล.2&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;(ปะแต)&amp;nbsp;เฝ้ารักษาไม้แปรรูป&amp;nbsp;ไม้ท่อน&amp;nbsp;จัดทำบันทึก&amp;nbsp;ตรวจสอบ&amp;nbsp;ตรวจยึด&amp;nbsp;ส่ง&amp;nbsp;พงส.สภ.ปะแต&amp;nbsp;อ.ยะหา&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ล่าสุดทราบว่า&amp;nbsp;ทางป่าไม้&amp;nbsp;ซึ่งเป็นผู้เสียหาย&amp;nbsp;ยังไม่มีการดำเนินการเข้าแจ้งความร้องทักข์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ดำเนินคดีกับกรณี&amp;nbsp;ดังกล่าว&amp;nbsp;และทราบว่า&amp;nbsp;มีเจ้าหน้าที่ระดับสูง&amp;nbsp;พยายามติดต่อเคลื่อนย้ายของกลางที่ยึดได้ออกนอกพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329102813031</Link_News></row>
<row _id="219"><NewsTitle>ทบ.หนุนมาตรการประหยัดพลังงานตามนโยบายรัฐ เตรียมดูแลประชาชนสืบสานประเพณีสงกรานต์ ส่วนตรวจเลือกทหารกองเกินเดือน เม.ย. 65 มุ่งประชาสัมพันธ์ข้อดีของการเป็นทหาร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พันเอกหญิงศิริจันทร์&amp;nbsp;งาทอง&amp;nbsp;รองโฆษกกองทัพบก&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากการประชุมสรุปสถานการณ์ประจำวันผ่านระบบออนไลน์กับหน่วยทหารทั่วประเทศ&amp;nbsp;พลเอกณรงค์พันธ์&amp;nbsp;จิตต์แก้วแท้&amp;nbsp;ผู้บัญชาการทหารบก&amp;nbsp;ได้กล่าวถึงภารกิจป้องกันชายแดนและการปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;เห็นถึงความสำคัญของกำลังพลที่ปฏิบัติงานสนับสนุนรัฐบาลในหลายภารกิจ&amp;nbsp;รวมถึงการแก้ไขสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;โดยได้แสดงความห่วงใย&amp;nbsp;ย้ำเตือนให้ระมัดระวังตนเองในทุกภารกิจ&amp;nbsp;อีกทั้งในช่วงเทศกาลสงกรานต์&amp;nbsp;ยังมอบให้กองทัพประสานทุกภาคส่วนดูแลประชนชน&amp;nbsp;เน้นการป้องกันและลดอุบัติเหตุบนท้องถนน,&amp;nbsp;การออกมาตรการป้องกันโควิด-19&amp;nbsp;ในช่วงเทศกาลสงกรานต์สำหรับกำลังพล&amp;nbsp;เน้นย้ำการปฏิบัติตนเมื่อเข้าร่วมกิจกรรมประเพณี&amp;nbsp;และข้อห้ามตามที่ภาครัฐกำหนด&amp;nbsp;ให้ร่วมสืบสานประเพณีสงกรานต์อย่างระมัดระวัง&amp;nbsp;ทั้งการป้องกันโควิด-19&amp;nbsp;และอุบัติภัยต่าง&amp;nbsp;ๆ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้บัญชาการทหารบก&amp;nbsp;ยังสั่งการเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของกองทัพบกที่สำคัญ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;คือการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้าเป็นทหารกองประจำการ&amp;nbsp;กำชับให้หน่วยที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามขั้นตอนอย่างตรงไปตรงมา&amp;nbsp;และอำนวยความสะดวกให้ผู้เข้ารับการตรวจเลือกอย่างเต็มที่&amp;nbsp;ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์ให้ทราบถึงระบบการดูแลกำลังพลเมื่อเข้ารับราชการทหาร&amp;nbsp;&amp;nbsp;และกองทัพบกต้องการทหารกองประจำการที่มีความพร้อม&amp;nbsp;มีใจรักในอาชีพทหารมาร่วมงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้ได้ออกมาตรการที่สอดคล้องกับนโยบายประหยัดพลังงาน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ทั้งด้านการปฏิบัติงานของหน่วยทหารและการดำเนินชีวิตของกำลังพล&amp;nbsp;กำชับให้ทุกหน่วยดำเนินการตามมาตรการในหน่วยทหารอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;สามารถประเมินค่าได้อย่างเป็นรูปธรรม&amp;nbsp;ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนหรือพลังงานทางเลือก&amp;nbsp;เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์พลังงานและลดรายจ่ายด้านงบประมาณของประเทศให้ได้มากที่สุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329140520116</Link_News></row>
<row _id="220"><NewsTitle>ผบ.ร้อย อส.อ.เบตง ที่ 3 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพล ชคต.ตาเนาะแมเราะ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(29&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ที่ฐานปฎิบัติการ&amp;nbsp;ชคต.ตาเนาะแมเราะ&amp;nbsp;อำเภอเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายกองโท&amp;nbsp;เอก&amp;nbsp;ยังอภัย&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;ผบ.&amp;nbsp;ร้อย&amp;nbsp;อส.อ.เบตง&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;ปลัดอำเภอประจำตำบลตาเนาะแมเราะ&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม&amp;nbsp;กำลังพล&amp;nbsp;ชคต.ตาเนาะแมเราะ&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ&amp;nbsp;เน้นย้ำการปฏิบัติหน้าที่&amp;nbsp;มีความพร้อมตลอดเวลา&amp;nbsp;สามารถดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;พร้อมทั้งมอบนโยบายการปฏิบัติงาน&amp;nbsp;พร้อมทั้งให้คำแนะนำเกี่ยวกับหลักการปฏิบัติทางยุทธวิธี&amp;nbsp;เพื่อให้กำลังพลมีความเข้าใจ&amp;nbsp;และไม่ให้เกิดความประมาทในเเต่ละภารกิจ&amp;nbsp;อีกทั้งสามารถดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน&amp;nbsp;รวมทั้งควบคุมพื้นที่รับผิดชอบได้อย่างปลอดภัย&amp;nbsp;สอบถามปัญหาอุปสรรคต่างๆ&amp;nbsp;ในการปฏิบัติหน้าที่&amp;nbsp;และได้ประชุมหารือการพัฒนาฐานที่ตั้งของ&amp;nbsp;ชคต.ตาเนาะแมเราะ&amp;nbsp;ให้มีความมั่นคง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.เบตง จ.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329142747127</Link_News></row>
<row _id="221"><NewsTitle>ผบ.ร้อย อส.อ.เบตง ที่ 3 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพล ชคต.ตาเนาะแมเราะ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(29&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ที่ฐานปฎิบัติการ&amp;nbsp;ชคต.ตาเนาะแมเราะ&amp;nbsp;อำเภอเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายกองโท&amp;nbsp;เอก&amp;nbsp;ยังอภัย&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;ผบ.&amp;nbsp;ร้อย&amp;nbsp;อส.อ.เบตง&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;ปลัดอำเภอประจำตำบลตาเนาะแมเราะ&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม&amp;nbsp;กำลังพล&amp;nbsp;ชคต.ตาเนาะแมเราะ&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ&amp;nbsp;เน้นย้ำการปฏิบัติหน้าที่&amp;nbsp;มีความพร้อมตลอดเวลา&amp;nbsp;สามารถดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;พร้อมทั้งมอบนโยบายการปฏิบัติงาน&amp;nbsp;พร้อมทั้งให้คำแนะนำเกี่ยวกับหลักการปฏิบัติทางยุทธวิธี&amp;nbsp;เพื่อให้กำลังพลมีความเข้าใจ&amp;nbsp;และไม่ให้เกิดความประมาทในเเต่ละภารกิจ&amp;nbsp;อีกทั้งสามารถดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน&amp;nbsp;รวมทั้งควบคุมพื้นที่รับผิดชอบได้อย่างปลอดภัย&amp;nbsp;สอบถามปัญหาอุปสรรคต่างๆ&amp;nbsp;ในการปฏิบัติหน้าที่&amp;nbsp;และได้ประชุมหารือการพัฒนาฐานที่ตั้งของ&amp;nbsp;ชคต.ตาเนาะแมเราะ&amp;nbsp;ให้มีความมั่นคง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.เบตง จ.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329142747128</Link_News></row>
<row _id="222"><NewsTitle>นายกรัฐมนตรี ไม่ก้าวก่ายปัญหาภายในช่อง 5 และสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ยืนยันว่าไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับปัญหาภายในสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก&amp;nbsp;ช่อง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ซึ่งรวมถึงสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง&amp;nbsp;พร้อมระบุว่าการนำเสนอข่าวหรือการวิเคราะห์มากเกินไปอาจจะทำให้เกิดปัญหาในภาพรวมของประเทศได้&amp;nbsp;ดังนั้นขอให้นำเสนอข่าวตามปกติ&amp;nbsp;และเป็นข้อเท็จจริง&amp;nbsp;เพราะแม้จะอยู่คนละภูมิภาค&amp;nbsp;แต่เป็นสมาชิกองค์กรระหว่างประเทศ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;สหประชาชาติและกลุ่มองค์กรต่างๆ&amp;nbsp;จึงต้องระมัดระวังและไม่ให้เกิดผลกระทบกับประเทศไทย&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ระบุว่า&amp;nbsp;จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ไม่ได้มีการพูดคุยหรือแสดงความเป็นห่วง&amp;nbsp;เนื่องจากเป็นเรื่องภายในองค์กร&amp;nbsp;มีการตรวจสอบคัดกรองกันเอง&amp;nbsp;มีคณะกรรมการอยู่แล้ว&amp;nbsp;พร้อมย้ำว่าไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวและไม่สามารถสั่งการได้&amp;nbsp;เพราะตนเองไม่ได้เป็นผู้บัญชาการทหารบก&amp;nbsp;และรัฐบาลมีนโยบายเพียงขออย่าเข้าไปขัดแย้งกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;และให้เสนอข่าวตามข้อเท็จจริง&amp;nbsp;ทั้งนี้ในบางเรื่องยังไม่เหมาะสมที่จะนำไปวิพากย์วิจารณ์&amp;nbsp;เพราะไม่เกิดประโยชน์&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329163119214</Link_News></row>
<row _id="223"><NewsTitle>ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่คำสั่งกรุงเทพมหานครมอบอำนาจให้รองปลัดกรุงเทพมหานครปฎิบัติราขการแทนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เผยแพร่คำสั่งกรุงเทพมหานครที่&amp;nbsp;749/2565&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;มอบหมายและมอบอำนาจให้รองปลัดกรุงเทพมหานครสั่งและปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;โดยมีนายขจิต&amp;nbsp;ชัชวานิชย์&amp;nbsp;ปลัดกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;เป็นผู้ลงนาม&amp;nbsp;ซึ่งประกาศดังกล่าว&amp;nbsp;มีขึ้นเพื่อให้การปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา&amp;nbsp;54&amp;nbsp;และมาตรา&amp;nbsp;81&amp;nbsp;แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ&amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2528&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;จึงให้ยกเลิกคำสั่งกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;588/2565&amp;nbsp;ลงวันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมีเนื้อหา&amp;nbsp;มอบหมายและมอบอำนาจในการสั่งการ&amp;nbsp;การอนุญาต&amp;nbsp;การอนุมัติในการปฏิบัติราชการที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจะพึงปฏิบัติ&amp;nbsp;หรือดำเนินการตามกฏหมาย&amp;nbsp;กฎระเบียบ&amp;nbsp;ข้อบังคับ&amp;nbsp;ข้อบัญญัติ&amp;nbsp;หรือคำสั่งใด&amp;nbsp;หรือมติของคณะรัฐมนตรีในเรื่องใด&amp;nbsp;ถ้ากฎหมาย&amp;nbsp;กฎ&amp;nbsp;ระเบียบ&amp;nbsp;ข้อบังคับ&amp;nbsp;ข้อบัญญัติ&amp;nbsp;หรือคำสั่งนั้น&amp;nbsp;หรือมติของคณะรัฐมนตรีนั้น&amp;nbsp;มิได้บัญญัติเรื่องการมอบอำนาจไว้เป็นอย่างอื่น&amp;nbsp;ให้รองปลัดกรุงเทพมหานครมีอำนาจหน้าที่ในการสั่ง&amp;nbsp;หรือการปฎิบัติราชการแทน&amp;nbsp;ในกรณีที่รองปลัดกรุงเทพมหานครในลำดับใดไม่อาจปฏิบัติราชการได้&amp;nbsp;ให้รองปลัดกรุงเทพมหานครในระดับถัดไป&amp;nbsp;มีอำนาจในการสั่งและการปฏิบัติราชการแทน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;การสั่งและการปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่รองปลัดกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;เห็นว่าเป็นเรื่องงานนโยบายที่สำคัญและอาจส่งผลกระทบต่อความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;ราชการโดยส่วนรวมกระทบต่อการรักษาความสงบเรียบร้อย&amp;nbsp;หรือสวัสดิภาพของประชาชนโดยรวม&amp;nbsp;ต้องนำเสนอผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;เป็นผู้พิจารณาสั่งการ&amp;nbsp;เว้นแต่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น&amp;nbsp;ซึ่งรวมถึงราชการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบรรจุ&amp;nbsp;การแต่งตั้ง&amp;nbsp;การโอน&amp;nbsp;&amp;nbsp;การดำเนินการทางวินัย&amp;nbsp;การออกจากราชการ&amp;nbsp;การอุทรการร้องทุกข์ของข้าราชการกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;การเลื่อนขั้นเงินเดือนของข้าราชการ&amp;nbsp;รวมถึงเรื่องเสนอสภากรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;รัฐสภา&amp;nbsp;รัฐมนตรี&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329152232159</Link_News></row>
<row _id="224"><NewsTitle>คณะรัฐมนตรี เร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิต เข้าสภาผู้แทนราษฎร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวรัชดา&amp;nbsp;ธนาดิเรก&amp;nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้เห็นชอบให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาก่อนที่สภาผู้แทนราษฎรจะพิจารณารับหลักการร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม&amp;nbsp;(ฉบับที่&amp;nbsp;..)&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;..&amp;nbsp;โดยเป็นร่างที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสนอ&amp;nbsp;ซึ่งมีสาระเป็นการกำหนดให้ชาย&amp;nbsp;หญิง&amp;nbsp;หรือบุคคล&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นเพศเดียวกันสามารถหมั้นหรือสมรสกันได้ตามกฎหมาย&amp;nbsp;ในเรื่องนี้&amp;nbsp;คณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;เห็นว่า&amp;nbsp;มีหลักการใกล้เคียงกับร่างพระราชบัญญัติคู่ชีวิต&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;..&amp;nbsp;และร่าง&amp;nbsp;พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม&amp;nbsp;ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;ครม.เห็นชอบไปแล้ว&amp;nbsp;และครอบคลุมหลายมิติ&amp;nbsp;โดยขณะนี้ทางมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช&amp;nbsp;ได้ดำเนินการศึกษาเพิ่มเติมตามที่คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรเสนอ&amp;nbsp;คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนเมษายนนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ครม.จึงมีมติไม่รับหลักการ&amp;nbsp;ร่าง&amp;nbsp;พ.ร.บ.ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฏรเสนอ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และให้กระทรวงยุติธรรมและกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp;ร่วมกันพิจารณาร่าง&amp;nbsp;พ.ร.บ.ของรัฐบาลประกอบผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช&amp;nbsp;แล้วเสนอคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;เพื่อผลักดันเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรโดยเร็ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329181329278</Link_News></row>
<row _id="225"><NewsTitle>สมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอำเภอครบุรี และอำเภอเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวัลลภ&amp;nbsp;ตังคณานุรักษ์&amp;nbsp;สมาชิกวุฒิสภา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นำคณะสมาชิกวุฒิสภา&amp;nbsp;ลงพื้นที่พบปะเพื่อรับฟังความคิดเห็น&amp;nbsp;ข้อเสนอแนะ&amp;nbsp;และสภาพปัญหาของประชาชนอำเภอครบุรี&amp;nbsp;และอำเภอเสิงสาง&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;ตามโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;(ตอนล่าง)&amp;nbsp;ที่ศาลาประชาคมอำเภอครบุรี&amp;nbsp;โดยมีนายชรินทร์ทองสุข&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;กล่าวต้อนรับ&amp;nbsp;นายพรชัย&amp;nbsp;อำนวยทรัพย์สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;ร่วมรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากประชาชนกลุ่มต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับอำเภอครบุรี&amp;nbsp;มีพื้นที่ทั้งหมด&amp;nbsp;1,169,596&amp;nbsp;ไร่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม&amp;nbsp;มีพื้นที่ทำการเกษตร&amp;nbsp;ร้อยละ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ของพื้นที่&amp;nbsp;โดยมีพื้นที่เพาะปลูกมันสำปะหลัง&amp;nbsp;ข้าว&amp;nbsp;อ้อยโรงงาน&amp;nbsp;ผลไม้&amp;nbsp;ทุเรียน&amp;nbsp;ขนุน&amp;nbsp;ไม้ยืนต้น&amp;nbsp;และพืชผัก&amp;nbsp;แหล่งน้ำสำคัญได้แก่&amp;nbsp;เขื่อนลำแซะ&amp;nbsp;ความจุ&amp;nbsp;275&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;และเขื่อนลำพูนบน&amp;nbsp;ความจุ&amp;nbsp;14.1&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;พื้นที่ส่วนใหญ่มีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติและพื้นดินมีน้ำใต้ดินสมบูรณ์&amp;nbsp;ประกอบด้วยพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าไม้ถาวร&amp;nbsp;จึงเป็นส่วนหนึ่งที่เกิดผลกระทบต่อการอยู่อาศัยของราษฎรในหลายตำบล&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีปัญหาที่สำคัญในพื้นที่ได้แก่&amp;nbsp;ปัญหาการขับเคลื่อนแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์&amp;nbsp;ปัญหาที่อยู่อาศัยไม่มีเอกสารสิทธิ์&amp;nbsp;ปัญหาผลผลิตการเกษตรล้นตลาดทำให้ราคาสินค้าตกต่&amp;nbsp;และปัญหาขาดการส่งเสริมการประกอบอาชีพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โอกาสนี้&amp;nbsp;ในช่วงบ่าย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนยังจะได้ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานในการขับเคลื่อนการปลูกกาแฟและแมคคาเดเมียในพื้นที่ดงมะไฟอำเภอสูงเนิน&amp;nbsp;สืบเนื่องจากการหารือของคณะกรรมการโครงการฯ&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกกาแฟและแมคคาเดเมียที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ซึ่งนายชรินทร์&amp;nbsp;ทองสุข&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;ได้รับมอบหมายจากผู้ว่าราชการจังหวัด&amp;nbsp;ให้นำไปขับเคลื่อนในพื้นที่เพื่อส่งเสริมการปลูกกาแฟและแมคคาเดเมียให้เป็นพืชเศรษฐกิจและพืชทางเลือกสำหรับเกษตรกรในพื้นที่สูง&amp;nbsp;ซึ่งจะช่วยสร้างมูลค่าให้เกษตรกรอย่างยังยืน&amp;nbsp;ทั้งนี้โครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนจัดขึ้นระหว่างวันที่&amp;nbsp;27-29&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาครั้งนี้นับเป็นครั้งที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ซึ่งสมาชิกวุฒิสภาจะได้นำข้อเสนอแนะต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ที่ได้รับจากการฟังความคิดเห็นไปสู่การดำเนินการตามอำนาจและหน้าที่ของวุฒิสภาต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครราชสีมา</Province><Department>สวท.นครราชสีมา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329180014263</Link_News></row>
<row _id="226"><NewsTitle>กองทัพภาคที่ 2 เตรียมความพร้อมในการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ ประจำปี 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(29&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.00น.&amp;nbsp;ที่สโมสรร่วมเริงไชย&amp;nbsp;ค่ายสุรนารี&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พลโท&amp;nbsp;สวราชย์&amp;nbsp;แสงผล&amp;nbsp;แม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมของกองทัพภาคที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ในการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ในปีนี้&amp;nbsp;กองทัพบกจะทำการตรวจเลือกทหารกองเกิน&amp;nbsp;เข้ารับราชการเป็นทหารกองประจำการ&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;1-20&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;(เว้นวันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;13&amp;nbsp;-&amp;nbsp;15&amp;nbsp;เม.ย.65)&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้กองทัพภาคที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ได้เตรียมความพร้อม&amp;nbsp;ทั้งบุคลากร&amp;nbsp;สถานที่&amp;nbsp;ระบบการบริหารจัดการ&amp;nbsp;ที่กระชับรวดเร็ว&amp;nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้เข้ารับการตรวจเลือกอย่างเต็มที่&amp;nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19&amp;nbsp;รวมทั้งคณะกรรมการตรวจเลือก&amp;nbsp;ที่จะดำเนินการพร้อมกันใน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;โดยผู้ที่จะต้องเข้ารับการตรวจเลือกทหารในปีนี้&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ชายไทยที่เกิด&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2544&amp;nbsp;(อายุครบ&amp;nbsp;21&amp;nbsp;ปีบริบูรณ์)&amp;nbsp;กับผู้ที่เกิด&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2536-2543&amp;nbsp;(อายุ&amp;nbsp;22-29&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ที่ยังไม่เคยเข้ารับการตรวจเลือก&amp;nbsp;หรือการตรวจเลือกยังไม่แล้วเสร็จ)&amp;nbsp;ความต้องการคนเข้ากองประจำการจาก&amp;nbsp;ทภ.2&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;30,047&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;25.90&amp;nbsp;ซึ่งเป็นสัดส่วนเท่ากันทั่วประเทศ&amp;nbsp;ลดลงจากปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;9,871&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;จากนโยบายการลดกำลังพลประเภททหารกองประจำการของกองทัพบก&amp;nbsp;และการให้โอกาสรับราชการต่อของทหารที่สมัครใจ&amp;nbsp;รวมถึงการรับสมัครทหารออนไลน์ที่ได้คัดเลือกตัวไว้แล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีขั้นตอนการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.&amp;nbsp;การเปิดการตรวจเลือกฯ&amp;nbsp;เริ่มตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;07.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;มีการรวมแถวเคารพธงชาติ&amp;nbsp;อ่านสารของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;และชี้แจงการปฏิบัติของทหารกองเกินที่มาเข้ารับการตรวจเลือกฯ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.&amp;nbsp;การเรียกชื่อ&amp;nbsp;การตรวจร่างกาย&amp;nbsp;วัดขนาดและกำหนดคนเป็นจำพวก&amp;nbsp;จะเป็นการดำเนินการภายในสถานที่ตรวจเลือก&amp;nbsp;ที่ต้องมีการเรียกชื่อ&amp;nbsp;ตรวจสอบตัวบุคคล&amp;nbsp;ตรวจร่างกาย&amp;nbsp;วัดขนาด&amp;nbsp;เป็นการคัดคนที่สมบูรณ์แข็งแรงและได้ขนาดเข้าเป็นทหารต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.&amp;nbsp;การตรวจสอบและปล่อยตัว&amp;nbsp;สำหรับคนที่ร่างกายไม่สมบูรณ์หรือไม่ได้ขนาดจากขั้นตอนที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ก็จะทำการปล่อยตัวตามหลักเกณฑ์ในขั้นตอนนี้&amp;nbsp;โดยจะมอบใบรับรองผลการตรวจเลือกฯ&amp;nbsp;(แบบ&amp;nbsp;สด.43)&amp;nbsp;ให้เป็นหลักฐาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4.&amp;nbsp;การกำหนดคนเข้ากองประจำการ&amp;nbsp;ขั้นตอนนี้จะเป็นการระบุตัวบุคคลว่าใครจะต้องเข้ารับราชการเป็นทหารแผนกใด&amp;nbsp;ผลัดใด&amp;nbsp;สังกัดที่ไหน&amp;nbsp;มีสิทธิได้รับการลดวันรับราชการหรือไม่&amp;nbsp;อย่างไร&amp;nbsp;โดยผู้ที่ร้องขอฯ&amp;nbsp;จะดำเนินการแล้วเสร็จได้ก่อนผู้ที่จับได้สลากแดงแต่ในการดำเนินการของเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;กว่าที่จะทำการตรวจเลือกฯ&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;มีหลายขั้นตอนมาก&amp;nbsp;โดยเฉพาะในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคระบาดเช่นนี้&amp;nbsp;โดยแบ่งเป็นการดำเนินการก่อน&amp;nbsp;ระหว่าง&amp;nbsp;และหลังการตรวจเลือก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับมาตรการป้องกัน&amp;nbsp;และควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19&amp;nbsp;ได้เตรียมการ&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กองทัพบก&amp;nbsp;โดยศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;กองทัพบก&amp;nbsp;ได้กำหนดมาตรการให้ทุกส่วนได้ปฏิบัติอย่างเข้มงวดตามหลักการ&amp;nbsp;DMHTT&amp;nbsp;ของสาธารณสุขแล้ว&amp;nbsp;นอกจากนั้นยังได้เพิ่มเติมรายละเอียดการปฏิบัติหลายเรื่อง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การเรียกคนเข้ารับการตรวจเลือกฯ&amp;nbsp;วันหนึ่งไม่เกิน&amp;nbsp;500&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;การเลือกใช้สถานที่ตรวจเลือกฯ&amp;nbsp;เป็นที่โปร่ง&amp;nbsp;โล่งอากาศถ่ายเทได้ดี&amp;nbsp;และไม่ใช้ห้องปรับอากาศ&amp;nbsp;รวมทั้งการกำหนดวิธีการตรวจเลือกฯ&amp;nbsp;เพื่อลดความคับคั่งของคนที่มาเข้าตรวจเลือกฯ&amp;nbsp;การขอความร่วมมือญาติพี่น้องทหารให้งดการเดินทางมาในวันตรวจเลือก&amp;nbsp;นอกจากนี้ได้สั่งการเพิ่มเติมให้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.&amp;nbsp;คณะกรรมการตรวจเลือกฯ&amp;nbsp;ทำการกักตัวก่อนทำหน้าที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;และมีการตรวจคัดกรองหาเชื้อด้วยชุดตรวจ&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;เป็นระยะๆ&amp;nbsp;ทั้งก่อน&amp;nbsp;ระหว่าง&amp;nbsp;หลังวันปฏิบัติหน้าที่&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.&amp;nbsp;ให้แต่ละจังหวัด&amp;nbsp;หรือมณฑลทหารบก&amp;nbsp;จัดการประชุมร่วมกับ&amp;nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด&amp;nbsp;และคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อของจังหวัด&amp;nbsp;เพื่อกำหนดมาตรการที่เหมาะสมของแต่ละพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.&amp;nbsp;ให้จังหวัดที่ทำการตรวจเลือกในห้างสรรพสินค้า&amp;nbsp;ประสานกับทางห้างให้ใช้สถานที่เป็นลานจอดรถยนต์ที่เป็นที่เปิดโล่ง&amp;nbsp;ไม่มีเครื่องปรับอากาศ&amp;nbsp;แทนการใช้ฮอลล์&amp;nbsp;หรือห้องโถงภายในห้างที่กำหนดไว้เดิม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4.&amp;nbsp;ให้กรรมการตรวจเลือก&amp;nbsp;ที่ต้องสัมผัสใกล้ชิดกับตัวทหารกองเกิน&amp;nbsp;สวมใส่ชุดป้องกันโรค&amp;nbsp;(PPE)&amp;nbsp;ในระหว่างที่ทำหน้าที่ตรวจเลือก&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;กรรมการผู้วัดขนาดร่างกาย&amp;nbsp;หรือกรรมการที่ดูแลการจับสลาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;5.&amp;nbsp;การจัดคณะกรรมการตรวจเลือกชุดสำรอง&amp;nbsp;จากเดิมจัดไว้&amp;nbsp;4&amp;nbsp;คณะ&amp;nbsp;ให้จัดเพิ่มเป็น&amp;nbsp;13&amp;nbsp;คณะ&amp;nbsp;โดยให้พร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ทดแทนกัน&amp;nbsp;สำหรับการสับเปลี่ยนตัว&amp;nbsp;มีนโยบายให้เปลี่ยนตัวเฉพาะผู้ที่มีอาการหรือติดเชื้อ&amp;nbsp;เว้นแต่มีคณะกรรมการติดเชื้อมากกว่า&amp;nbsp;50%&amp;nbsp;จึงให้เปลี่ยนทั้งคณะในเรื่องการส่งเสริมทหารกองประจำการ&amp;nbsp;เพื่อต่อยอดเป็นทหารอาชีพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กล่าวอีกว่า&amp;nbsp;กองทัพบก&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มีนโยบายส่งเสริมความก้าวหน้าให้กับทหารกองประจำการ&amp;nbsp;เป็นเรื่องที่กองทัพบกคำนึงถึงและกำหนดเป็นนโยบายใหม่ๆ&amp;nbsp;ออกมาตลอดเวลา&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ปัจจุบันนี้การรับ&amp;nbsp;นักเรียนนายสิบ&amp;nbsp;รับจากทหารกองประจำการ&amp;nbsp;ร้อยละ&amp;nbsp;80&amp;nbsp;และรับจากพลเรือน&amp;nbsp;ร้อยละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;สำหรับนักเรียนนายสิบของเหล่ารบหลัก&amp;nbsp;จะรับจากทหารกองประจำการทั้งหมด&amp;nbsp;นอกจากนี้ผู้ที่ปลดเป็นทหารกองหนุนแล้ว&amp;nbsp;หากประสงค์จะเข้ารับราชการในหน่วยต่างๆ&amp;nbsp;ของกองทัพบกที่เปิดรับ&amp;nbsp;ยังมีสิทธิได้รับคะแนนเพิ่มพิเศษร้อยละ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;หรือถ้าเป็นทหารจากการสมัครใจตามโครงการทหารออนไลน์&amp;nbsp;ยังจะได้รับคะแนนเพิ่มอีก&amp;nbsp;ร้อยละ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้อยากฝากเตือนให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อว่าจะมีผู้ใดสามารถช่วยเหลือให้ไม่ต้องเข้ารับการตรวจเลือก&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยไม่มีความผิดได้&amp;nbsp;และขอย้ำว่า&amp;nbsp;ใบรับรองผลการตรวจเลือก&amp;nbsp;(สด.43)&amp;nbsp;จะต้องได้รับจากประธานกรรมการตรวจเลือกในวันตรวจเลือกเท่านั้น&amp;nbsp;หากได้รับจากบุคคลอื่น&amp;nbsp;หรือวันอื่นถือว่าเป็นเอกสารที่ทางราชการไม่ได้ออกให้&amp;nbsp;ไม่สามารถที่จะนำไปแสดงในการสมัครงาน&amp;nbsp;หรือใช้ในกรณีอื่นได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ยังได้เชิญชวนเยาวชนไทยที่มีอายุถึงกำหนดต้องเข้ารับการตรวจเลือกฯ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คือคนที่เกิดปี&amp;nbsp;พ.ศ.2544&amp;nbsp;หรือเกิดก่อนนั้นและยังไม่ได้เข้ารับการตรวจเลือกฯ&amp;nbsp;ที่ได้ไปแสดงตนเพื่อลงบัญชีทหารกองเกินแล้ว&amp;nbsp;ไปทำหน้าที่ชายไทยตามกำหนดในหมายเรียกเข้ารับราชการทหาร&amp;nbsp;(แบบ&amp;nbsp;สด.35)&amp;nbsp;และขอให้สมัครเข้าเป็นทหารกองประจำการกันให้มาก&amp;nbsp;เพราะหากสมัคร&amp;nbsp;จะสามารถเลือกรับราชการในหน่วยทหารใกล้ภูมิลำเนาได้&amp;nbsp;แต่หากจับสลากได้ใบแดง&amp;nbsp;จะต้องไปรับราชการตามที่สลากกำหนดไว้&amp;nbsp;นอกจากนั้นการร้องขอหรือสมัครเข้ารับราชการ&amp;nbsp;ยังสามารถใช้สิทธิลดวันรับราชการให้เหลือน้อยกว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ได้ตามคุณวุฒิที่มี&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;สำเร็จชั้น&amp;nbsp;ม.ปลาย,&amp;nbsp;ปวช.&amp;nbsp;ขึ้นไป&amp;nbsp;ถ้าร้องขอฯ&amp;nbsp;จะรับราชการเพียง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;แต่ถ้าจับสลากแดง&amp;nbsp;จะใช้สิทธิลดวันรับราชการไม่ได้&amp;nbsp;ส่วนผู้ที่สำเร็จระดับ&amp;nbsp;ปวส.,&amp;nbsp;ปวท.,&amp;nbsp;อนุปริญญา&amp;nbsp;หรือปริญญาตรีขึ้นไป&amp;nbsp;ร้องขอเข้ารับราชการ&amp;nbsp;จะอยู่รับราชการเพียง&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;แต่ถ้าจับสลากแดง&amp;nbsp;จะต้องรับราชการ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปีเต็ม&amp;nbsp;ส่วนสิทธิการสอบเข้าเป็นนักเรียนนายสิบทหารบกหรือเข้ารับราชการในสังกัด&amp;nbsp;ทบ.ก็จะได้รับสิทธในโควต้า&amp;nbsp;80%&amp;nbsp;และได้คะแนนเพิ่มพิเศษเช่นเดียวกับทหารกองประจำการอื่นๆ&amp;nbsp;ทุกประการ&amp;nbsp;ที่สำคัญอีกอย่าง&amp;nbsp;การสมัครเข้าเป็นทหารจะได้รับความสะดวกในการตรวจเลือก&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่จะบริการให้รวดเร็ว&amp;nbsp;เสร็จกลับบ้านเร็วกว่าคนอื่นๆ&amp;nbsp;เป็นการลดความเสี่ยงในการสัมผัสเชื้อโรคได้ด้วย&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;จึงขอเชิญชวนน้องๆ&amp;nbsp;ตลอดจนพ่อแม่ผู้ปกครอง&amp;nbsp;สนับสนุนให้ลูกหลานสมัครเป็นทหารกันให้มาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครราชสีมา</Province><Department>สวท.นครราชสีมา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329230656346</Link_News></row>
<row _id="227"><NewsTitle>ภูธรภาค 5 ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ เสริมยุทธวิธีลาดตระเวนสนับสนุนภารกิจปราบปรามยาเสพติด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ตำรวจภูธรภาค&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ติดเขี้ยวเสริมเล็บลับคมเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการทางยุทธวิธี&amp;nbsp;เ&lt;/strong&gt;ปิดฝึกอบรมทบทวนและทดสอบทักษะพัฒนาศักยภาพหน่วยลาดตระเวน&amp;nbsp;เพื่อสนับสนุนภารกิจการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตามแนวตะเข็บชายแดน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่บริเวณลานฝึกศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบลปงยางคก&amp;nbsp;อำเภอห้างฉัตร&amp;nbsp;จังหวัดลำปาง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พล.ต.ท.ประจวบ&amp;nbsp;วงศ์สุข&amp;nbsp;ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการ&amp;nbsp;"พัฒนาศักยภาพฝึกอบรมทบทวนและทดสอบเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ&amp;nbsp;หลักสูตร&amp;nbsp;ยุทธวิธีการลาดตระเวนป้องกันปราบปรามยาเสพติดและอาชญากรรม&amp;nbsp;เพื่อสนับสนุนภารกิจการลาดตระเวนตามแนวตะเข็บชายแดนภาคเหนือสกัดกั้นการกระทำผิดกฎมายทุกชนิดที่จ่อจะข้ามชายแดนเพื่อนบ้านเข้ามายังประเทศไทย&amp;nbsp;ตามเขตพื้นที่รับผิดชอบตำรวจภูธรภาค&amp;nbsp;5&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้สืบเนื่องจากปัญหาข้อขัดข้องจากการปฏิบัติการในหลายภารกิจที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยเฉพาะสถานการณ์พิเศษต่างๆ&amp;nbsp;ซึ่งได้ปรากฏเผยแพร่ตามสื่อและพบว่าการปฏิบัติภารกิจของเจ้าหน้าที่มักจะมีการปฏิบัติไปในหลายแนวทาง&amp;nbsp;จึงเห็นควรให้มีการฝึกทักษะ&amp;nbsp;การปฏิบัติที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน&amp;nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่มีภารกิจจะต้องปฏิบัติการเพื่อรองรับสถานการณ์ต่างๆ&amp;nbsp;ที่อาจเกิดขึ้นในเขตพื้นที่รับผิดชอบของหน่วย&amp;nbsp;และบางครั้งจำเป็นต้องมีการบูรณาการในการระดมสรรพกำลังเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจจากหน่วยข้างเคียง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ดังนั้น&amp;nbsp;ตำรวจภูธรภาค&amp;nbsp;5&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จึงได้จัดทำโครงการฝึกอบรมทบทวนและทดสอบหน่วย&amp;nbsp;เพื่อพัฒนาทักษะทางยุทธวิธีและการใช้ยุทโธปกรณ์ที่จำเป็นในการปฏิบัติงานของหน่วยปฏิบัติการพิเศษให้เป็นไปตามมาตรฐาน&amp;nbsp;รวมถึงเพื่อเป็นการจัดหน่วยสร้างเครือข่าย&amp;nbsp;กระชับความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยปฏิบัติการ&amp;nbsp;ทั้งในสังกัดตำรวจภูธรภาค&amp;nbsp;5&amp;nbsp;และหน่วยงานอื่นๆ&amp;nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ตั้งแต่ระดับกองบัญชาการ&amp;nbsp;ไปจนถึงระดับกองบังคับการ&amp;nbsp;ซึ่งจำเป็นที่จะต้องมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การทำงาน&amp;nbsp;และต้องร่วมมือกันในการที่จะปฏิบัติหน้าที่ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมสำคัญที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต&amp;nbsp;โดยการฝึกอบรมภายใต้หลักสูตร&amp;nbsp;ยุทธวิธีการลาดตระเวนป้องกันปราบปรามยาเสพติดและอาชญากรรม&amp;nbsp;ถือเป็นการดำเนินงานเพื่อตอบสนองต่อภารกิจการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด&amp;nbsp;และเป็นการปฏิบัติตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลตามแผนปฏิบัติการป้องกันปราบปรามยาเสพติดและอาชญากรรม&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ซึ่งการฝึกอบรมทั้งหมดเพื่อต้องการเพิ่มศักยภาพของเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องในการปราบปรามยาเสพติดและอาชญากรรม&amp;nbsp;รวมถึงเพื่อเป็นการเตรียมพร้อมให้เกิดการบูรณาการร่วมกันของกำลังพลทุกฝ่าย&amp;nbsp;ให้สามารถปฏิบัติงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อจะช่วยลดการสูญเสียและให้เกิดความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน&amp;nbsp;เฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์การปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่และกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดตามแนวชายแดนทางภาคเหนือ&amp;nbsp;ที่พบว่าเจ้าหน้าที่มักมีการบาดเจ็บและเสียชีวิตบ่อยครั้ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยในการฝึกอบรมครั้งนี้&amp;nbsp;มีเจ้าหน้าที่ข้าราชการตำรวจ-ทหาร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จากหลายหน่วยงานในเขตพื้นที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือตอนบน&amp;nbsp;ได้เข้ารับการฝึกพัฒนนาทักษะทางยุทธวิธีและการใช้ยุทโธปกรณ์ร่วมกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งข้าราชการตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่/เชียงราย/แม่ฮ่องสอน/ลำปาง/ลำพูน/แพร่/น่าน/พะเยา&amp;nbsp;และจากกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค&amp;nbsp;5/กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่&amp;nbsp;33&amp;nbsp;เชียงใหม่/กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด/สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค&amp;nbsp;5&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่ทหารสังกัดกองกำลังผาเมือง&amp;nbsp;รวมจำนวนกว่า&amp;nbsp;200&amp;nbsp;นาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำปาง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329235459357</Link_News></row>
<row _id="228"><NewsTitle>อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ ประชุมบูรณาการสกัดกั้นแรงงานต่างด้าวหลบหลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรไทย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(29&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;พ.ต.อ.เฉลิมศักดิ์&amp;nbsp;ไชยณรงค์ศักดิ์&amp;nbsp;ผกก.สภ.บัวเชด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วย&amp;nbsp;พ.ต.ต.ชรินทร์&amp;nbsp;เดชฤทธิ์&amp;nbsp;สว.สส.ฯ&amp;nbsp;ตำรวจชุดสืบสวนของ&amp;nbsp;สภ.บัวเชด&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ป่าไม้&amp;nbsp;ทหารพรานที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ตชด.214&amp;nbsp;ร่วมประชุมบูรณาการในเรื่องของการสกัดกั้นแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรไทย&amp;nbsp;และสิ่งของผิดกฎหมาย&amp;nbsp;(หลีกเลี่ยงภาษี)&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วัดเขาศาลา&amp;nbsp;ต.จรัส&amp;nbsp;อ.บัวเชด&amp;nbsp;จ.สุรินทร์&amp;nbsp;และหลังจากนั้นได้มีการปล่อยแถวเพื่อออกเดิลาดตระเวนจากวัดเขาศาลา&amp;nbsp;ไปยังเนิน&amp;nbsp;424&amp;nbsp;ระยะทางประมาณ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;กม.(เป็นเส้นทางเดินลาดตระเวนหลักของ&amp;nbsp;ตชด.)&amp;nbsp;เสร็จสิ้นการเดินลาดตระเวน&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;11.30&amp;nbsp;น.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>สุรินทร์</Province><Department>สวท.สุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329234911356</Link_News></row>
<row _id="229"><NewsTitle>กองทัพภาคที่ 4 สานสัมพันธ์เครือข่ายสานใจสู่สันติ ต้อนรับเดือนรอมฎอน ประจำปี ฮิจเราะห์ศักราช 1443 กำหนดมัสยิดสานใจสู่สันติ แสดงความศรัทธาละเว้นความชั่ว ยินดีในความดี ให้เดือนรอมฎอนเป็นเดือนสันติสุขอย่างแท้จริง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(29&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ที่กองสานใจสู่สันติ&amp;nbsp;ศูนย์สันติวิธี&amp;nbsp;บ้านควนดิน&amp;nbsp;ตำบลบ่อทอง&amp;nbsp;อำเภอหนองจิก&amp;nbsp;จังหวัดปัตตานี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พลโทเกรียงไกร&amp;nbsp;ศรีรักษ์&amp;nbsp;แม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;4/&amp;nbsp;ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;พลโท&amp;nbsp;ธิรา&amp;nbsp;แดหวา&amp;nbsp;แม่ทัพน้อยที่&amp;nbsp;4/รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ส่วนหน้า/ผู้อำนวยการศูนย์สันติวิธี&amp;nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ส่วนหน้า&amp;nbsp;เดินทางร่วมกิจกรรม&amp;nbsp;พบปะสานสัมพันธ์เครือข่ายสานใจสู่สันติต้อนรับเดือนรอมฎอน&amp;nbsp;ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช&amp;nbsp;1443&amp;nbsp;ภายใต้บริบท&amp;nbsp;"นักรบ&amp;nbsp;พบรัก&amp;nbsp;กลับบ้าน&amp;nbsp;ร่วมกันสร้างสันติสุข"&amp;nbsp;เพื่อให้เดือนรอมฎอนเป็นเดือนสันติสุขอย่างแท้จริง&amp;nbsp;โดยมีผู้นำท้องที่&amp;nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&amp;nbsp;ผู้นำศาสนา&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;เป็นหนึ่งในขบวนการขับเคลื่อน&amp;nbsp;และร่วมกิจกรรมนำผู้หลงผิดกลับเข้าสู่กระบวนการของโครงการสานใจสู่สันติสู่เดือนรอมฎอน&amp;nbsp;ภายใต้&amp;nbsp;มัสยิดสานใจสู่สันติ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าประชาชนที่นับถือศาสนาอิสลามในทุกปีต้องปฏิบัติศาสนกิจในเดือนรอมฎอน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หรือเดือนถือศีลอดตามหลักของศาสนาอิสลาม&amp;nbsp;ซึ่งเป็นเดือนที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ตามปฏิทินทางจันทรคติของอิสลาม&amp;nbsp;กำหนดให้ชาวมุสลิมทุกคนต้องถือศีลอด&amp;nbsp;ทั้งนี้ในปีพุทธศักราช&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ตรงกับปีฮิจเราะห์ศักราช&amp;nbsp;1443&amp;nbsp;การถือศีลอดของพี่น้องชาวมุสลิมในพื้นที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;อำเภอของจังหวัดสงขลาถือเป็นบุญใหญ่แห่งปี&amp;nbsp;ซึ่งมักจะมีกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงอาศัยเงื่อนไขทางประวัติศาสตร์เชิงบาดแผล&amp;nbsp;ความเป็นอัตลักษณ์&amp;nbsp;เชื้อชาติ&amp;nbsp;ศาสนา&amp;nbsp;และมาตุภูมิ&amp;nbsp;ใช้โอกาสในช่วงเดือนแห่งศรัทธาปฏิบัติการข่าวสารในการโฆษณาชวนเชื่อ&amp;nbsp;และปลุกระดมให้สมาชิกแนวร่วมเข้าใจว่าการก่อเหตุในห้วงดังกล่าวจะได้บุญมากเป็นพิเศษ&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;พลโท&amp;nbsp;เกรียงไกร&amp;nbsp;ศรีรักษ์&amp;nbsp;แม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ได้มีนโยบายในการขับเคลื่อนโครงการ&amp;nbsp;เพื่อสร้างสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสม&amp;nbsp;และเอื้อต่อการพูดคุยในการแสวงหาทางออกจากความขัดแย้ง&amp;nbsp;รวมถึงการให้หลักประกันในการเข้ามามีส่วนร่วมของผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในกระบวนการเสริมสร้างสันติสุข&amp;nbsp;การแก้ไขปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;จึงกำหนดเป็นโครงการสานใจสู่สันติเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่&amp;nbsp;รายงานตัวเข้าโครงการต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม&amp;nbsp;เดินทางกลับมาอาศัยอยู่ในภูมิลำเนาอย่างปกติสุข&amp;nbsp;โดยเฉพาะในห้วงของเดือนรอมฎอน&amp;nbsp;ที่ถือเป็นเดือนอันประเสริฐ&amp;nbsp;ละเว้นการกระทำความชั่วทั้งปวง&amp;nbsp;และเป็นเดือนที่ทุกคนจะได้แสดงออกถึงความภักดีความเชื่อมั่น&amp;nbsp;และศรัทธาต่อองค์อัลเลาะห์&amp;nbsp;ประกอบศาสนกิจได้อย่างมีความสุข&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลโท&amp;nbsp;ธิรา&amp;nbsp;แดหวา&amp;nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์สันติวิธีกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ส่วนหน้า&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;"ถือเป็นโอกาสอันดีที่วันนี้เราได้มาพบปะพูดคุยกัน&amp;nbsp;ทั้งหมดที่มาในวันนี้&amp;nbsp;ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาเราต่างมี&amp;nbsp;ข้อคิดเห็นที่อาจจะแตกต่างกันไปบ้าง&amp;nbsp;มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย&amp;nbsp;แต่ในวันนี้&amp;nbsp;เราพร้อมที่จะเปิดใจคุยกัน&amp;nbsp;ทำอย่างไรให้&amp;nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;เกิดสันติสุขด้วยน้ำมือของคนในพื้นที่โดยเร็ว&amp;nbsp;ขณะที่รอมฎอนปีนี้เราจะทำอย่างไรให้เกิดแต่สิ่งที่ดีปราศจากเหตุร้าย&amp;nbsp;ผ่านพ้นเดือนอันบริสุทธิ์&amp;nbsp;และประเสริฐไปได้อย่างเป็นรูปธรรม&amp;nbsp;ด้วยสันติวิธี&amp;nbsp;ซึ่งเราเปิดพื้นที่ในเดือนรอมฎอนตลอดทั้งเดือนสำหรับผู้ที่เห็นต่างต่อสู้กับรัฐ&amp;nbsp;ในการจะทบทวนตนเอง&amp;nbsp;กลับเข้าสู่พื้นที่ที่ถูกที่ควร&amp;nbsp;หมดความระแวดระวังต่อกัน&amp;nbsp;ใช้ชีวิตปกติท่ามกลางความไว้วางใจ&amp;nbsp;ภายใต้การประสานของผู้นำท้องที่&amp;nbsp;ท้องถิ่น&amp;nbsp;ผู้นำศาสนา&amp;nbsp;สมาชิกชมรมสานใจสู่สันติ&amp;nbsp;สมาชิกของศูนย์ประชาชนพันธุ์ดี&amp;nbsp;ที่มาในวันนี้&amp;nbsp;แล้วสันติสุขจะเกิดขึ้นได้ด้วยมือเรา&amp;nbsp;เพราะวันนี้เราเจอทางออกแล้ว"&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านแม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;พลโท&amp;nbsp;เกรียงไกร&amp;nbsp;ศรีรักษ์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ยืนยันไม่บังคับใช้กฎหมายในเดือนรอมฎอน&amp;nbsp;หากไม่มีบุคคลเข้ามาก่อเหตุและใช้ความรุนแรงในพื้นที่&amp;nbsp;ทั้งนี้ยังเล็งเห็นความสำคัญในการประกอบศาสนกิจของพี่น้องชาวไทยมุสลิมในห้วงเดือนรอมฎอน&amp;nbsp;และพร้อมจะตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนที่ไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรงในพื้นที่&amp;nbsp;สอดรับกับกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุข&amp;nbsp;ที่กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงหรือผู้เห็นต่างจากรัฐเห็นด้วยในประเด็นการลดเหตุความรุนแรง&amp;nbsp;ซึ่งแน่นอนว่าเป็นสิ่งที่ทุกคนคาดหวังจะให้มันเกิดขึ้นในเดือนรอมฎอน&amp;nbsp;และตลอดไป&amp;nbsp;"อย่างที่ทราบดีกันอยู่แล้วว่า&amp;nbsp;เรายินดีทำให้ประชาชนสามารถประกอบศาสนกิจได้อย่างมีความสุข&amp;nbsp;โดยกำหนดมัสยิดสานใจสู่สันติรองรับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงหรือผู้ที่เห็นต่างได้กลับมาประกอบศาสนกิจอย่างเต็มรูปแบบ&amp;nbsp;กระตุ้นให้มีความยินดีที่จะสลัดความชั่ว&amp;nbsp;ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตนเองให้ดียิ่งขึ้นด้วยใจที่มุ่งมั่นไม่หวั่นไหว&amp;nbsp;ปราศจากวิธีรุนแรง&amp;nbsp;เรามีพื้นที่เปิดรับเพื่อพูดคุยสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลามที่บริสุทธิ์&amp;nbsp;ผ่านกลไกของผู้ประสานงานในระดับพื้นที่&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นผู้นำท้องที่&amp;nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&amp;nbsp;ผู้นำศาสนา&amp;nbsp;เพื่อให้เดือนรอมฎอน&amp;nbsp;เป็นเดือนแห่งความบริสุทธิ์ปราศจากเหตุรุนแรงอย่างแท้จริง"&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้ในกิจกรรมสานสัมพันธ์สมาชิกเครือข่ายเพื่อต้อนรับเดือนรอมฎอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;แม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;พร้อมด้วยพลโทธิรา&amp;nbsp;แดหวา&amp;nbsp;ได้มอบสิ่งของที่จำเป็น&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;อินทผาลัม&amp;nbsp;ไก่กระดูกดำแช่แข็ง&amp;nbsp;ซึ่งเป็นผลผลิตจากสมาชิกศูนย์ประชาชนพันธุ์ดี&amp;nbsp;ให้กับผู้แทนเครือข่าย&amp;nbsp;ผู้นำท้องที่&amp;nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&amp;nbsp;ผู้นำศาสนา&amp;nbsp;เพื่อใช้ประโยชน์ในช่วงเดือนรอมฎอนต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-29T00:00:00</NewsDate><Region>NULL</Region><Province>ปัตตานี</Province><Department>สวท.ปัตตานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330003026368</Link_News></row>
<row _id="230"><NewsTitle>รองแม่ทัพภาคที่ 4 เยี่ยมให้กำลังใจกำลังพล เน้นย้ำมีความพร้อมปฏิบัติงาน สร้างความเชื่อมั่นแก่พี่น้องประชาชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลตรี&amp;nbsp;อุทิศ&amp;nbsp;อนันตนานนท์&amp;nbsp;รองแม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;/&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ส่วนหน้า&amp;nbsp;พร้อมคณะ&amp;nbsp;ลงพื้นที่ให้กำลังใจกำลังพล&amp;nbsp;รับฟังบรรยายสรุปการสับเปลี่ยนกำลังในการปฏิบัติภารกิจแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;แนะนำแนวทางในการปฏิบัติงานให้กับหน่วย&amp;nbsp;ก่อนเดินทางตรวจเยี่ยม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ฐานปฏิบัติการกองร้อยทหารพรานที่&amp;nbsp;2003&amp;nbsp;ตำบลประจัน,&amp;nbsp;ฐานปฏิบัติการกองร้อยทหารพรานที่&amp;nbsp;2011&amp;nbsp;ตำบลระแว้ง,&amp;nbsp;ฐานปฏิบัติการกองร้อยทหารพรานที่&amp;nbsp;2012&amp;nbsp;ตำบลวัด&amp;nbsp;และฐานปฏิบัติการกองร้อยทหารพรานที่&amp;nbsp;2010&amp;nbsp;ตำบลเขาตูม&amp;nbsp;อำเภอยะรัง&amp;nbsp;จังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมี&amp;nbsp;พันเอก&amp;nbsp;เรวัฒ&amp;nbsp;ธรรมจิรเดช&amp;nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&amp;nbsp;20&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตลอดจนกำลังพล&amp;nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ให้การต้อนรับ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;กองบังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ตำบลตาเซะ&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในการนี้&amp;nbsp;พลตรี&amp;nbsp;อุทิศ&amp;nbsp;อนันตนานนท์&amp;nbsp;รองแม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;/&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ส่วนหน้า&amp;nbsp;ได้พบปะพูดคุย&amp;nbsp;สอบถามสภาพความเป็นอยู่&amp;nbsp;ปัญหาข้อขัดข้อง&amp;nbsp;ก่อนมอบนโยบายในการปฏิบัติงานตามสั่งการของ&amp;nbsp;แม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;/&amp;nbsp;ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เน้นย้ำกำลังพลมีความพร้อมในการปฏิบัติงานอยู่เสมอ&amp;nbsp;ป้องกันการก่อเหตุรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้น&amp;nbsp;โดยเฉพาะในห้วงเดือนรอมฎอน&amp;nbsp;เดือนอันประเสริฐของพี่น้องมุสลิม&amp;nbsp;กำชับการปฏิบัติงานของกำลังพลจะต้องไม่สร้างเงื่อนไขให้เกิดขึ้นในพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ในช่วงรอยต่อของการสับเปลี่ยนกำลัง&lt;/strong&gt;ให้หน่วยได้วางแผนจัดกำลังในการปฏิบัติงานอย่างรอบคอบ&amp;nbsp;เพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติงานเป็นพิเศษ&amp;nbsp;คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ&amp;nbsp;สร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330074905371</Link_News></row>
<row _id="231"><NewsTitle>รองนายกรัฐมนตรี กำชับให้ขับเคลื่อนและยกระดับการให้บริการของการกีฬาแห่งประเทศไทย พร้อมสั่งเร่งสร้างศูนย์ฝึกกีฬามวย รองรับการพัฒนาศักยภาพนักกีฬา สู่ระดับสากล</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พล.อ.ประวิตร&amp;nbsp;วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย(กกท.)&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;3/2565&amp;nbsp;ผ่านระบบ&amp;nbsp;VDO&amp;nbsp;CONFERENCE&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยที่ประชุมได้รับทราบ&amp;nbsp;รายงานผลการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการยกระดับ&amp;nbsp;การให้บริการของ&amp;nbsp;กกท.&amp;nbsp;ซึ่งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการได้ร่างข้อบังคับการกีฬาแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;ว่าด้วยการร่วมลงทุนของการกีฬาแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;พ.ศ....&amp;nbsp;และให้นำเสนอเข้าอนุกรรมการกลั่นกรองกฎหมาย&amp;nbsp;กกท.&amp;nbsp;เพื่อหารือประเด็นการดำเนินโครงการยกระดับการให้บริการ&amp;nbsp;ได้แก่การพัฒนาสนามกีฬารัชมังคลากีฬาสถานให้ทันสมัย,&amp;nbsp;การส่งเสริมอุตสาหกรรมกีฬา,&amp;nbsp;การตั้งศูนย์พัฒนาบุคลากรกีฬา,&amp;nbsp;การพัฒนาพิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติฯ&amp;nbsp;และการปรับปรุงภูมิทัศน์&amp;nbsp;โดยจะเปิดโอกาสให้เอกชน&amp;nbsp;เข้ามาร่วมลงทุนกับ&amp;nbsp;กกท.&amp;nbsp;ต่อไป&amp;nbsp;และรับทราบความคืบหน้ารายงานการก่อสร้าง"ศูนย์ฝึกกีฬามวย"&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พล.อ.ประวิตร&amp;nbsp;ได้กำชับ&amp;nbsp;กกท.&amp;nbsp;เร่งรัดการดำเนินงานก่อสร้างให้เป็นไปตามแผนงาน&amp;nbsp;และทันตามกรอบเวลา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เพื่อเร่งส่งเสริมการพัฒนานักกีฬามวยของไทย&amp;nbsp;ให้มีศักยภาพและได้มาตรฐานยกระดับสู่สากล&amp;nbsp;ต่อไปนอกจากนี้ยังเห็นชอบหลักเกณฑ์การประเมินการดำเนินงานรัฐวิสากิจ&amp;nbsp;ประจำปีบัญชี2564&amp;nbsp;ของ&amp;nbsp;กกท.&amp;nbsp;เพื่อให้มีความเหมาะสม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้ได้เน้นย้ำ&amp;nbsp;กกท.ให้เร่งรัด&amp;nbsp;ติดตามการเบิกจ่าย&amp;nbsp;และบริหารงบประมาณให้ถูกต้อง&amp;nbsp;โปร่งใส&amp;nbsp;ตามกฏหมาย&amp;nbsp;และระเบียบโดยเคร่งครัด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;รวมถึงให้รายงานการขับเคลื่อนโครงการยกระดับ&amp;nbsp;การให้บริการของ&amp;nbsp;กกท.ให้มีความต่อเนื่อง&amp;nbsp;ควบคู่กับการพัฒนานักกีฬาสู่ความเป็นเลิศ&amp;nbsp;โดยเน้นการใช้ศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬาให้เกิดประโยชน์สูงสุด&amp;nbsp;และกำชับให้สมาคมกีฬาทุกประเภท&amp;nbsp;เร่งฝึกซ้อมนักกีฬาให้มีความพร้อมสำหรับการแข่งขันในรายการระดับนานาชาติ&amp;nbsp;ที่จะเกิดขึ้น&amp;nbsp;เพื่อสร้างชื่อเสียง&amp;nbsp;และความภาคภูมิใจให้กับประเทศชาติ&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330114442484</Link_News></row>
<row _id="232"><NewsTitle>กทม. พร้อมรับสมัครเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. 31 มี.ค.-4 เม.ย. นี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรุงเทพมหานครซักซ้อมการปฏิบัติงานรับสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร &lt;/strong&gt;และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร โดยมีนายขจิต ชัชวานิชย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร ในฐานะผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร เป็นประธานและนายเฉลิมพล โชตินุชิต รองปลัดกรุงเทพมหานคร และรองผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร นายสำราญ ตันพานิช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร (กกต.กทม.) ผู้อำนวยการเขต ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขต หัวหน้าฝ่ายปกครอง หัวหน้าฝ่ายทะเบียน เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จาก 50 สำนักงานเขต เข้าร่วมซักซ้อมการปฏิบัติงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ขณะนี้การเตรียมความพร้อมรับสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร สำหรับวันนี้เป็นการซ้อมใหญ่ทำทุกอย่างเสมือนจริงทุกขั้นตอน ซึ่งขั้นตอนส่วนใหญ่จะเหมือนกับ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทุกครั้งที่ผ่านมา ขอให้ผู้สมัครทุกคนเตรียมเอกสารและหลักฐานการสมัครมาให้พร้อมโดยจะมีผู้ติดตามเข้ามาในบริเวณรับสมัครรับเลือกตั้งได้เพียง 1 คนเท่านั้น คาดว่าการรับสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานครในวันที่ 31 มี.ค. ถึงวันที่ 4 เม.ย. 65 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า &lt;/strong&gt;ในการสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ขอให้ทุกคนปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด และภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงหรือติดเชื้อโควิด-19 สามารถสมัครได้เนื่องจากไม่มีกฎหมายห้ามไว้ นอกจากนี้ให้เตรียมเอกสารการสมัครให้ครบถ้วน รวมถึงให้ผู้สมัครระมัดระวังในเรื่องการจัดซื้ออาหารหรือเครื่องดื่มแก่กองเชียร์หรือผู้สนับสนุนที่มาให้กำลังใจไม่สามารถทำได้เพราะอาจเข้าข่ายทุจริตการเลือกตั้งได้ อีกทั้งในเรื่องของการจัดให้มีมหรสพหรืองานรื่นเริงเนื่องจากมักมีการจัดเครื่องขยายเสียง แตรวง กลองยาว หรือการละเล่นรื่นเริงมาด้วย ควรระมัดระวังและงดเว้นโดยเฉพาะหลังจากได้รับหมายเลขประจำตัวผู้สมัครแล้ว เนื่องจากเคยมีกรณีโดนตัดสิทธิ์มาแล้ว ให้ระมัดระวังไว้ก่อนดีที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>หน่วยงานสำนักข่าว</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330112955466</Link_News></row>
<row _id="233"><NewsTitle>ตร.บันนังสตา ถูกคนร้ายลอบโจมตี กดระเบิด ซุ่มยิง มี ตร.บาดเจ็บ เหตุเกิดในพื้นที่ ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เมื่อเวลา&amp;nbsp;10.10&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;มีรายงานด่วนว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวน&amp;nbsp;ได้ลอบวางระเบิด&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ซุ่มยิง&amp;nbsp;ขณะ&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจ&amp;nbsp;ชุด&amp;nbsp;จู่โจมของ&amp;nbsp;สภ.บันนังสตา&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;เข้าส่งหมายในพื้นที่บ้านบาเจาะ&amp;nbsp;ต.บาเจาะ&amp;nbsp;อ.บันนังสตา&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;ส่งผลทำให้มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เบื้องต้นทราบว่า&amp;nbsp;ขณะที่&amp;nbsp;ชุดปฏิบัติการจู่โจม&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พร้อมกำลังชุดลาดตระเวน&amp;nbsp;ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ส่งหมายเรียกพยานคดีจราจร&amp;nbsp;พื้นที่ตำบลบาเจาะ&amp;nbsp;อำเภอบันนังสตา&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;โดยใช้รถยนต์เช่าทางราชการเลขทะเบียน&amp;nbsp;กง&amp;nbsp;5150&amp;nbsp;กรุงเทพฯ&amp;nbsp;เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุบริเวณ&amp;nbsp;บนถนนบาเจาะ-เขื่อนบางลาง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลบาเจาะ&amp;nbsp;อำเภอบันนังสตา&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;ได้เกิดเหตุระเบิดขึ้นเป็นเหตุให้กำลังพล&amp;nbsp;เสียชีวิต&amp;nbsp;2&amp;nbsp;นาย&amp;nbsp;ได้รับบาดเจ็บจำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;นาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ดังนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.ส.ต.อ.&amp;nbsp;วิวัฒน์&amp;nbsp;รักชาติ&amp;nbsp;ได้รับบาดเจ็บรุนแรงบริเวณเส้นเลือดแดงใหญ่บริเวณคอด้านซ้ายจากแรงระเบิด&amp;nbsp;เสียชีวิต&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.&amp;nbsp;ส.ต.ท.&amp;nbsp;ซูฟรีย์&amp;nbsp;นอระพา&amp;nbsp;กล้ามเนื้อทรวงอกอักเสบจากแรงระเบิด&amp;nbsp;บาดเจ็บ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.&amp;nbsp;ส.ต.ต.&amp;nbsp;ณัชพล&amp;nbsp;พรหมณี&amp;nbsp;กล้ามเนื้อทรวงอกอักเสบจากแรงระเบิด&amp;nbsp;บาดเจ็บสาหัส&amp;nbsp;เสียชีวิตในเวลาต่อมา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4.&amp;nbsp;ส.ต.ต.อัสราวุฒิ&amp;nbsp;ราป้อม&amp;nbsp;บาดเจ็บ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ขณะนี้&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กำลังเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330125950507</Link_News></row>
<row _id="234"><NewsTitle>เกิดเหตุระเบิด รถ ตร.บันนังสตา ตายเจ็บ 4 ราย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เวลา&amp;nbsp;11.30&amp;nbsp;น.วันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ร.ต.อ.อรรถพล&amp;nbsp;ชุมคง&amp;nbsp;รอง&amp;nbsp;สว.(สอบสวน)&amp;nbsp;สภ.บันนังสตา&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;รับแจ้งเกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดรถเจ้าหน้าที่ตำรวจ&amp;nbsp;เป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสหลายนาย&amp;nbsp;เหตุเกิดที่บ้านบียอ&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ต.บาเจาะ&amp;nbsp;ต่อมา&amp;nbsp;พ.ต.อ.สายูตี&amp;nbsp;กาเต๊ะ&amp;nbsp;ผกก.สภ.บันนังสตา&amp;nbsp;พ.ต.ท.กิตติพัฒน์&amp;nbsp;กันฉาย&amp;nbsp;รอง&amp;nbsp;ผกก.ป.&amp;nbsp;พ.ต.ท.สถาพร&amp;nbsp;เหล่ามูล&amp;nbsp;รอง&amp;nbsp;ผกก.ส.&amp;nbsp;จ.ส.อ.อดิศักดิ์&amp;nbsp;ทับเที่ยง&amp;nbsp;ปลัดป้องกันอำเภอบันนังสตา&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดศรศึก-ศรชัยภ.จ.ยะลา&amp;nbsp;ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;สนธิกำลัง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ฝ่าย&amp;nbsp;รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ&amp;nbsp;อยู่บนถนนระหว่างหมู่บ้าน&amp;nbsp;พบรถกระบะ&amp;nbsp;หมายเลขทะเบียน&amp;nbsp;กง&amp;nbsp;5150&amp;nbsp;กทม.พลิกหงายท้องตกข้างทาง&amp;nbsp;จุดระเบิดหลุมลึกกว้างราว&amp;nbsp;1.5x3&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;พบสะเก็ดระเบิด&amp;nbsp;ชิ้นส่วนถังแก๊สปิกนิก&amp;nbsp;เศษอิเล็กทรอนิกส์&amp;nbsp;และสายไฟฟ้าลากยาวเข้าไปในที่รกทึบราว&amp;nbsp;100&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน&amp;nbsp;ส่วนผู้บาดเจ็บ&amp;nbsp;มี&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ทราบชื่อ&amp;nbsp;ส.ต.อ.วิวัฒน์&amp;nbsp;รักชาติ&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;34&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ส.ต.ต.&amp;nbsp;ณัชพล&amp;nbsp;พรหมณี&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ส.ต.ท.&amp;nbsp;ซูฟรีย์&amp;nbsp;นอระพา&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;27&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ส.ต.ต.&amp;nbsp;อัสราวุฒิ&amp;nbsp;ราป้อม&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;28&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ทั้งหมดตำแหน่งเป็น&amp;nbsp;ผบ.หมู่&amp;nbsp;ป.สภ.บันนังสตา&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กู้ภัยฮิราลอะห์มัร&amp;nbsp;บันนังสตา&amp;nbsp;นำส่งโรงพยาบาลบันนังสตาแล้ว&amp;nbsp;ปรากฏว่า&amp;nbsp;ส.ต.อ.วิวัฒน์&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ส.ต.ต.ณัชพล&amp;nbsp;อาการสาหัส&amp;nbsp;เสียชีวิตในเวลาต่อมา&amp;nbsp;ส่วน&amp;nbsp;ส.ต.ท.ซูฟรียฺ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ส.ต.ต.อันราวุฒิ&amp;nbsp;แพทย์เยียวยาอาการเบื้องต้นแล้วต้องรีบส่งต่อไปยัง&amp;nbsp;รพ.ศูนย์ยะลา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากการสอบสวนทราบว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;นาย&amp;nbsp;ได้รับมอบหมายให้ไปส่งหมายเรียก&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;ต.บาเจาะ&amp;nbsp;มี&amp;nbsp;ส.ต.อ.วิวัฒน์&amp;nbsp;รักชาติ&amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;หน.ชุด&amp;nbsp;ขณะมาถึงที่เกิดเหตุคนร้ายพวกแนวร่วมอาร์เคเค.&amp;nbsp;นำระเบิดแสวงเครื่องอัดถังแก๊สปิกนิกน้ำหนักไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;10&amp;nbsp;กก.มาวางซุกไว้ใต้ถนนที่ได้แอบเจาะขุดก่อนหน้านั้น&amp;nbsp;แล้วลากสายไฟฟ้า&amp;nbsp;เข้าไปแอบซ่อนอยู่บริเวณเชิงเขา&amp;nbsp;เมื่อรถตำรวนผ่านมาจึงจุดชนวน&amp;nbsp;เป็นเหตุให้กระดอนไปตกข้างทาง&amp;nbsp;ได้รับความเสียหาย&amp;nbsp;ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ&amp;nbsp;สภ.บันนังสตาเสียชีวิต&amp;nbsp;และบาดเจ็บรวม&amp;nbsp;4&amp;nbsp;นายดังกล่าว&amp;nbsp;ส่วนสาเหตุคาดว่าเป็นฝีมือของกลุ่มก่อความไม่สงบ&amp;nbsp;ต้องการแสดงศักยภาพและสร้างสถานการณ์ความรุนแรงให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220403112135740</Link_News></row>
<row _id="235"><NewsTitle>รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท นำเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่กวดขันวินัยจราจรอย่างจริงจัง โดยกำหนดถนนพรหมประเสริฐเป็นถนนควบคุมวินัยจราจร สวมหมวกนิรภัย 100 %</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ถนนพรหมประเสริฐ&amp;nbsp;บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;อำเภอเมืองชัยนาท&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;นายนที&amp;nbsp;มนตริวัต&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;,แขวงทางหลวงชัยนาท&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท,&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรเมืองชัยนาท&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมลงพื้นที่กวดขันวินัยจราจร&amp;nbsp;ตามมาตรการเข้มด้านวินัยจราจร&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดพฤติกรรมการสวมหมวกกันน็อค&amp;nbsp;100&amp;nbsp;%&amp;nbsp;ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์&amp;nbsp;สำหรับการตั้งจุดตรวจในครั้งนี้&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการ&amp;nbsp;จับจริง&amp;nbsp;ปรับจริง&amp;nbsp;สำหรับผู้ที่ไม่สวมหมวกนิรภัย&amp;nbsp;และได้มีการประชาสัมพันธ์แจ้งให้ประชาชนทราบ&amp;nbsp;เมื่อตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;&amp;nbsp;20&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;และเริ่มบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับผู้ที่ไม่สวมหมวกนิรภัย&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;โดยกำหนดให้ถนนพรหมประเสริฐ&amp;nbsp;เป็นถนนควบคุมวินัยจราจร&amp;nbsp;สวมหมวกนิรภัย&amp;nbsp;100&amp;nbsp;%&amp;nbsp;โดยการตั้งจุดตรวจครั้งนี้&amp;nbsp;มีผู้ขับขี่ไม่สวมหมวก&amp;nbsp;36&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ไม่แสดงใบอนุญาตขับขี่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;อุปกรณ์ส่วนควบไม่ครบถ้วน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;64&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;ได้ออกประกาศ&amp;nbsp;ลงวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เพื่อให้การสวมหมวกนิรภัย&amp;nbsp;100%&amp;nbsp;เป็นวาระของจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยขอให้ประชาชนสวมหมวกนิรภัยทุกครั้งเมื่อขับขี่และโดยสารรถจักรยานยนต์&amp;nbsp;รวมทั้งขอความร่วมมือ&amp;nbsp;ประชาชน&amp;nbsp;ร่วมสร้างวินัยด้านการจราจร&amp;nbsp;สร้างความตระหนักถึงความปลอดภัยระหว่างการเดินทาง&amp;nbsp;และร่วมมือปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;เพื่อหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ&amp;nbsp;ที่จะนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส.ปชส.ชัยนาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>ชัยนาท</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330135034527</Link_News></row>
<row _id="236"><NewsTitle>ไทย พร้อมส่งเสริมความเชื่อมโยงกับสมาชิก BIMSTEC เร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจและเดินหน้าสู่ความมั่งคั่ง ยั่งยืน และการเปิดกว้าง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;ร่วมการประชุมผู้นำความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอล&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ&amp;nbsp;(The&amp;nbsp;Bay&amp;nbsp;of&amp;nbsp;Bengal&amp;nbsp;Initiative&amp;nbsp;for&amp;nbsp;Multi-Sectoral&amp;nbsp;Technical&amp;nbsp;and&amp;nbsp;Economic&amp;nbsp;Cooperation&amp;nbsp;:&amp;nbsp;BIMSTEC)&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;และการประชุมที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ซึ่งจัดขึ้นโดยประเทศศรีลังกา&amp;nbsp;ผ่านระบบการประชุมทางไกล&amp;nbsp;พร้อมผู้นำและผู้แทนสมาชิก&amp;nbsp;BIMSTEC&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยนายโคฐาภยะ&amp;nbsp;ราชปักษะ&amp;nbsp;ประธานาธิบดีศรีลังกา&amp;nbsp;ประธานจัดการประชุม&amp;nbsp;กล่าวเปิดว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เชื่อมั่นในความแข็งแกร่งของบิมสเทค&amp;nbsp;จะสามารถผ่านพ้นอุปสรรค&amp;nbsp;และความท้าทายในโลกร่วมกัน&amp;nbsp;เพื่อให้มีเศรษฐกิจและสาธารณสุข&amp;nbsp;ที่เข้มแข็งมากขึ้น&amp;nbsp;สะท้อนได้จากหัวข้อหลักของการประชุมในครั้งนี้&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;บิมสเทค&amp;nbsp;มุ่งหน้าสู่อนุภูมิภาคที่ยืดหยุ่น&amp;nbsp;มั่งคั่ง&amp;nbsp;และประชาชนมีสุขภาพดี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายกรัฐมนตรีของไทยได้กล่าวถ้อยแถลงว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;บิมสเทค&amp;nbsp;ถือเป็นกรอบอนุภูมิภาคที่เชื่อมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้&amp;nbsp;กับเอเชียใต้&amp;nbsp;ซึ่งไทยจะทำหน้าที่เป็นประธานบิมสเทค&amp;nbsp;วาระปี&amp;nbsp;ค.ศ.&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;ไทยพร้อมส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่มีคุณภาพ&amp;nbsp;โดยนำแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศของทุกประเทศมาเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ทั้งสองภูมิภาค&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ทุกประเทศสมาชิกเห็นชอบและลงนามในกฎบัตรบิมสเทค&amp;nbsp;และเอกสารสำคัญอื่น&amp;nbsp;ๆ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อเดินหน้าความร่วมมือต่อไปอย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม&amp;nbsp;ซึ่งไทยในฐานะประเทศผู้นำสาขาความเชื่อมโยงมุ่งมั่นจะผลักดันในสาขาต่อไปนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.&amp;nbsp;ความเชื่อมโยงทางบก&amp;nbsp;จัดทำแผนแม่บทว่าด้วยความเชื่อมโยงด้านคมนาคมจนบรรลุผลสำเร็จ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.&amp;nbsp;ความเชื่อมโยงทางทะเล&amp;nbsp;เสนอให้เร่งรัดกระบวนการเพื่อให้สามารถลงนามร่างความตกลงการเดินเรือตามชายฝั่ง&amp;nbsp;ให้แล้วเสร็จ&amp;nbsp;เพื่อความเชื่อมโยงระหว่างท่าเรือของประเทศรอบอ่าวเบงกอลอย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.&amp;nbsp;ความเชื่อมโยงด้านพลังงาน&amp;nbsp;เสนอให้เร่งรัดการดำเนินการตามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการจัดตั้งการเชื่อมโยงโครงข่ายระบบไฟฟ้าภายใต้บิมสเทค&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4.&amp;nbsp;ความเชื่อมโยงด้านดิจิทัล&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีเห็นควรส่งเสริมความเชื่อมโยงผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่อำนวยความสะดวกด้านเทคโนโลยี&amp;nbsp;และ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;5.&amp;nbsp;ความเชื่อมโยงระหว่างประชาชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โอกาสนี้&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีย้ำถึงความพร้อมของไทยที่จะสานต่อความสำเร็จของศรีลังกา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยได้เสนอวิสัยทัศน์ในช่วงที่ไทยเป็นประธาน&amp;nbsp;ภายใต้หัวข้อหลัก&amp;nbsp;Prosperous,&amp;nbsp;Resilient&amp;nbsp;and&amp;nbsp;Robust,&amp;nbsp;and&amp;nbsp;Open&amp;nbsp;BIMSTEC&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;โปรบิมสเทค&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ความมั่งคั่ง&amp;nbsp;ซึ่งเป็นมิติด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp;สนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจหลังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;//ความยั่งยืน&amp;nbsp;//และการเปิดกว้าง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายกรัฐมนตรีได้ร่วมลงนามในกฎบัตรบิมสเทค&amp;nbsp;(BIMSTEC&amp;nbsp;Charter)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่ถือเป็นเครื่องมือหลักในการดำเนินการภายใต้กรอบบิมสเทค&amp;nbsp;และเมื่อประเทศสมาชิกลงนามและให้สัตยาบันแล้วจะส่งผลให้กรอบบิมสเทคกลายเป็นองค์การระหว่าง&amp;nbsp;ประเทศในระดับรัฐ&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330135455529</Link_News></row>
<row _id="237"><NewsTitle>ศอ.บต. ร่วมหารือคณะอนุกรรมาธิการ ฯ รับทราบแนวทางการพัฒนา รองรับการฟื้นฟูความสัมพันธ์ไทย  ซาอุฯ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(30&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;นายศรัทธา&amp;nbsp;คชพลายุกต์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;(ศอ.บต.)&amp;nbsp;ร่วมประชุมคณะอนุกรรมาธิการ&amp;nbsp;ในคณะกรรมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐ&amp;nbsp;วุฒิสภา&amp;nbsp;เพื่อศึกษาวิเคราะห์&amp;nbsp;ปัญหาเกี่ยวกับการบริหารจัดการความมั่นคงแบบองค์รวม&amp;nbsp;กลไกและกระบวนการจัดการให้สอดรับสถานการณ์ภัยคุกคามในปัจจุบัน&amp;nbsp;รวมถึงการฟื้นฟูความสัมพันธ์ไทยซาอุดีอาระเบีย&amp;nbsp;ที่จะนำมาซึ่งโอกาสและผลประโยชน์&amp;nbsp;แก่ประเทศชาติอย่างมหาศาล&amp;nbsp;ปัญหาความเสี่ยงและโอกาสของไทยหลังจากการฟื้นฟูความสัมพันธ์นี้&amp;nbsp;เพื่อเป็นข้อเสนอแนะถึงการเตรียมความพร้อมของหน่วยงานด้านความมั่นคงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ภาพอันดีของทั้งสองประเทศอย่างมั่นคงและยั่งยืน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมี&amp;nbsp;นายถวิล&amp;nbsp;เปลี่ยนศรี&amp;nbsp;ประธานคณะอนุกรรมาธิการ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นประธานการประชุมฯ&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายรุ่งเรือง&amp;nbsp;ธิมาบุตร&amp;nbsp;ผู้ช่วยเลขาธิการ&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;นายนันทพงษ์&amp;nbsp;สุวรรณรัตน์&amp;nbsp;ผู้อำนวยกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาเพื่อความมั่นคง&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;ผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เข้าร่วมผ่านระบบ&amp;nbsp;Zoom&amp;nbsp;Meeting&amp;nbsp;โดยในการประชุมศอ.บต.&amp;nbsp;ได้นำเสนอมิติด้านการพัฒนาหลังจากประเทศไทยกลับมาฟื้นฟูความสัมพันธ์กับประเทศซาอุดีอาระเบีย&amp;nbsp;ที่สามารถแบ่งออกเป็น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ส่วนใหญ่&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;กลุ่มเศรษฐกิจและกลุ่มสังคมและทรัพยากรมนุษย์&amp;nbsp;เพื่อให้ครอบคลุมใน&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ด้านการท่องเที่ยว&amp;nbsp;ด้านพลังงาน&amp;nbsp;ด้านแรงงาน&amp;nbsp;ด้านอาหาร&amp;nbsp;ด้านสุขภาพ&amp;nbsp;ด้านความมั่นคง&amp;nbsp;ด้านการศึกษาและศาสนา&amp;nbsp;ด้านการค้าการลงทุน&amp;nbsp;ตลอดจนด้านกีฬา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งความสัมพันธ์ที่กลับมาในครั้งนี้&amp;nbsp;ถือเป็นโอกาสที่ดี&lt;/strong&gt;ที่จะทำให้นักลงทุน&amp;nbsp;และนักธุรกิจเตรียมความพร้อมที่จะจัดกลไกและขยายเครือข่ายตลอดจนความร่วมมือระหว่างกัน&amp;nbsp;ผ่านกลไกหอการค้าไทยซาอุดีอาระเบีย&amp;nbsp;ซึ่งนับเป็นสิ่งที่ดีของการปรับตัวและขยายโอกาสด้านการค้าและการลงทุน&amp;nbsp;อีกทั้งในส่วนของศักยภาพด้านอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ของพื้นที่ที่มีความโดดเด่นทั้งการท่องเที่ยวและการศึกษา&amp;nbsp;ในมิติทางศาสนา&amp;nbsp;รวมถึงเครือข่ายของผู้ที่มีความสำเร็จจากตะวันออกกลาง&amp;nbsp;โดยเฉพาะประเทศซาอุดีอาระเบีย&amp;nbsp;&amp;nbsp;จะมีการรวมกลุ่มจัดระบบการเชื่อมโยง&amp;nbsp;ประสานเครือข่ายที่ก่อให้เกิดความร่วมมือด้านต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ในอนาคตเพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;การนำโอกาสและศักยภาพ&amp;nbsp;ถือเป็นการสร้างความเชื่อมั่น&lt;/strong&gt;ที่จะเปลี่ยนผ่านการพัฒนาที่สำคัญในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;ก่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและมีประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และประเทศไทยอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330153222609</Link_News></row>
<row _id="238"><NewsTitle>ภูเก็ตพบสถิติการจับกุมยาบ้ายังมีผลการจับกุมมากที่สุด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(30&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุม&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;อาคารคอซิมบี้&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต&lt;/strong&gt;(หลังเก่า)&amp;nbsp;นายอานุภาพ&amp;nbsp;รอดขวัญ&amp;nbsp;ยอดระบำ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัด?ภูเก็ต?&amp;nbsp;เป็นประธาน&amp;nbsp;ในการประชุมคณะ&amp;nbsp;กรรมการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;(ศอ.ปส.จ.ภก.)&amp;nbsp;โดยมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอานุภาพ&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ปัญหาการแพร่ระบาดของยาบ้าในจังหวัดภูเก็ต&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวนั้นพบว่า&amp;nbsp;ยาบ้ามีผลการจับกุมมากที่สุดเนื่องจากราคายาบ้ามีราคาลดลงมากๆทำให้กลุ่มที่มีกำลังซื้อต่ำสามารถเข้าถึงยาบ้าได้ง่ายขึ้น&amp;nbsp;ส่งผลให้มีกลุ่มเสพยาบ้ามีมากขึ้นทำให้มีการลักลอบนำเข้ามาในพื้นที่เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ส่วนยาไอซ์&amp;nbsp;ก็ยังมีสถิติการจับกุมและปริมาณของกลางที่จับกุมได้มรพื้นที่ยังสูงอยู่เช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการลำเลียงยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่นั้นจะมีการใช้การลำเลียง&lt;/strong&gt;หลายรูปแบบทั้งการใช้รถบรรทุก&amp;nbsp;รถโดยสาร&amp;nbsp;รถส่วนบุคคลโดยซุกซ่อนมากับสินค้าและใช้ระบบขนส่งเอกชนในรูปแบบพัสดุภัณฑ์ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นนอกจากนี้ยังมีการใช้เรือขนาดเล็กข้ามฝั่งมาจากจังหวัดใกล้เคียงหรือซุกซ่อนมากับเรือประมง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ทางจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;ได้สั่งการให้มีการสืบสวนหาข่าวและทำการสกัดกั้น&lt;/strong&gt;ทั้งทางบก&amp;nbsp;ทางทะเล&amp;nbsp;และทางสายการบิน&amp;nbsp;ที่จะนำเข้ามาในพื้นที่ในทุกเส้นทางเพื่อเป็นการตัดวงจรของยาเสพติดในพื้นที่ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ภูเก็ต</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330183921670</Link_News></row>
<row _id="239"><NewsTitle>จ.เลย สรุปผลการดำเนินงานด้านการรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อย ประจำเดือนมีนาคม 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายณรงค์&amp;nbsp;จีนอ่ำ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยจังหวัดเลย&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;3/2565&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมศรีสองรัก&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดเลย&amp;nbsp;โดยมีคณะกรรมร่วมประชุมฯ&amp;nbsp;เพื่อรายงานผลการปฏิบัติงานและติดตามผลการดำเนินงานในรอบเดือน&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ด้านการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม&amp;nbsp;(ภ.จว.เลย)&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;กลุ่มที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ฐานความผิดเกี่ยวกับชีวิต&amp;nbsp;ร่างกาย&amp;nbsp;เพศ&amp;nbsp;กลุ่มที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ฐานความผิดเกี่ยวกับทรัพย์&amp;nbsp;กลุ่มที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;คดีความผิดพิเศษ&amp;nbsp;กลุ่มที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;คดีความผิดที่รัฐเป็นผู้เสียหาย&amp;nbsp;คดีอุกฉกรรจ์และสะเทือนขวัญ&amp;nbsp;ผลการบังคับใช้กฎหมายจราจร&amp;nbsp;การดำเนินการตามนโยบาย&amp;nbsp;ลดอบายมุข&amp;nbsp;สร้างสุขให้สังคม&amp;nbsp;รายงานผลการดำเนินงานของศูนย์ดำรงธรรม&amp;nbsp;การจับกุมเกี่ยวกับการกระทำผิดกฎหมายป่าไม้&amp;nbsp;ผลการปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิต&amp;nbsp;สรุปสถานการณ์ผู้ต้องขังในเรือนจำ&amp;nbsp;สถานการณ์กระทำผิดของเด็กและเยาวชน&amp;nbsp;คดี&amp;nbsp;พ.ร.บ.แร่&amp;nbsp;รายงานข้อมูลบุคคลต่างด้วยเดินทางเข้า&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ออกนอกราชอาณาจักร&amp;nbsp;การบริหารจัดการแรงงานต่างด้าว&amp;nbsp;พ.ร.บ.ภาพยนตร์&amp;nbsp;และวิดีทัศน์&amp;nbsp;พ.ร.บ.หอพัก&amp;nbsp;และรายงานด้านการข่าว&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;มีข้อสั่งการดังนี้&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;1.&amp;nbsp;เน้นย้ำการปฏิบัติงานของทุกหน่วยงาน&amp;nbsp;ในช่วงเทศกาลสงกรานต์&amp;nbsp;ทั้งเรื่องการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด&amp;nbsp;ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน&amp;nbsp;ความปลอดภัยและลดอุบัติเหตุการใช้รถใช้ถนน&amp;nbsp;ให้เตรียมความพร้อมทั้งด้านอุปกรณ์เครื่องมือ&amp;nbsp;กำลังคน&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;การรับเรื่องร้องเรียนต่างๆ&amp;nbsp;ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรีบดำเนินการแก้ไข&amp;nbsp;โดยมอบหมายหน่วยเคลื่อนที่เร็วในพื้นที่ดำเนินการทันที&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;3.&amp;nbsp;มอบสำนักงานจัดหางานจังหวัดเลย&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์การผ่อนผันแรงงานต่างด้าว&amp;nbsp;3&amp;nbsp;สัญชาติ&amp;nbsp;(กัมพูชา&amp;nbsp;ลาว&amp;nbsp;เมียนมา)&amp;nbsp;ให้ทำงานและอยู่ในราชอาณาจักรได้อีก&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ตามมติ&amp;nbsp;ครม.&amp;nbsp;ให้นายจ้าง&amp;nbsp;สถานประกอบการ&amp;nbsp;แรงงานต่างด้าว&amp;nbsp;ทราบอย่างทั่วถึงผ่านทุกช่องทาง&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;4.&amp;nbsp;ติดตามความเคลื่อนไหวของมวลชนในพื้นที่&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;4.1&amp;nbsp;ติดตามกรณีการสำรวจจำนวนผู้ค้าลอตเตอรี่จริง&amp;nbsp;ของจังหวัดเลย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;4.2&amp;nbsp;การร้องเรียนการก่อสร้างโรงงานจำกัดขยะ&amp;nbsp;ที่ตำบลธาตุ&amp;nbsp;อำเภอเชียงคาน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;4.3&amp;nbsp;ติดตามการแก้ไขปัญหาภูน้ำค้าง&amp;nbsp;อำเภอผาขาว&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;4.4&amp;nbsp;การร้องเรียนการก่อสร้างประตูระบายน้ำศรีสองรัก&amp;nbsp;อำเภอเชียงคาน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>เลย</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเลย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330184205672</Link_News></row>
<row _id="240"><NewsTitle>เร่งเดินหน้ามาตรการบรรเทาผลกระทบจากราคาพลังงานช่วยเหลือประชาชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คณะรัฐมนตรีอนุมัติกรอบวงเงิน&amp;nbsp;45,102.65&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อเดินหน้ามาตรการบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนจากสถานการณ์ราคาพลังงานอันเนื่องจากปัญหาความขัดแย้งในภูมิภาคยุโรประหว่างยูเครนรัสเซียต่อเนื่องจาก&amp;nbsp;10&amp;nbsp;มาตรการบรรเทาผลกระทบที่ผ่าน&amp;nbsp;ครม.ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาโดยเน้นใช้จ่ายงบประมาณให้มีประสิทธิภาพสูงสุด&amp;nbsp;ทั้งการลดต้นทุนผู้ประกอบอาชีพภาคขนส่ง&amp;nbsp;และลดค่าครองชีพประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย&amp;nbsp;แรงงาน&amp;nbsp;และเกษตรกร&amp;nbsp;โดยแบ่งออกเป็น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ระยะ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;1.มาตรการในระยะเร่งด่วน&amp;nbsp;ตั้งแต่เดือนเมษายน&amp;nbsp;-&amp;nbsp;สิงหาคม&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละแนวทางในการให้ความช่วยเหลือ&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;1)&amp;nbsp;การลดภาระค่าครองชีพของประชาชน&amp;nbsp;2)&amp;nbsp;การลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบอาชีพในภาคขนส่ง&amp;nbsp;3)&amp;nbsp;การดูแลค่าครองชีพประชาชนผู้มีรายได้น้อย&amp;nbsp;4)&amp;nbsp;ยกเลิกการจ่ายเงินชดเชยราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็วเกรดพรีเมี่ยม&amp;nbsp;5)&amp;nbsp;การสนับสนุนกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง&amp;nbsp;เพื่อดำเนินมาตรการรักษาเสถียรภาพของราคาพลังงานของประเทศ&amp;nbsp;6)&amp;nbsp;การลดภาระค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ประกอบการขนส่งด้วยรถบรรทุกและรถโดยสารสาธารณะ&amp;nbsp;7)&amp;nbsp;การดูแลกลุ่มแรงงานที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;โดยการลดภาระค่าครองชีพให้แก่ผู้ประกันตนและลดต้นทุนการผลิตให้แก่นายจ้าง&amp;nbsp;ผ่านกลไกของกองทุนประกันสังคม&amp;nbsp;8)&amp;nbsp;การดูแลกลุ่มเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของราคาปัจจัยการผลิต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;2.&amp;nbsp;มาตรการให้ความช่วยเหลือในระยะต่อไป&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;:&amp;nbsp;เพื่อให้ภาครัฐมีข้อมูลประกอบการพิจารณากำหนดแนวทางการพิจารณาให้ความช่วยเหลือลดภาระค่าครองชีพของประชาชนและผู้ประกอบการโดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมทั่วประเทศที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ราคาพลังงาน&amp;nbsp;ได้มอบหมายให้กระทรวงการคลัง&amp;nbsp;สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ&amp;nbsp;สำนักงบประมาณและธนาคารแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;ร่วมกันพิจารณาติดตามและปรับปรุงมาตรการการให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชน&amp;nbsp;ที่เหมาะสมตามสถานการณ์ของราคาพลังงานในตลาดโลก&amp;nbsp;โดยคำนึงถึงภาวะเศรษฐกิจความพร้อมและความสามารถทางการเงินของภาครัฐภายใต้พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;ด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;การดำเนินการตามข้อเสนอมาตรการเร่งด่วน&lt;/strong&gt;เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนจากสถานการณ์ราคาพลังงานอันเนื่องจากปัญหาความขัดแย้งในภูมิภาคยุโรป&amp;nbsp;จะช่วยลดภาระค่าครองชีพของผู้มีรายได้น้อย&amp;nbsp;แรงงานและเกษตรกร&amp;nbsp;ประชาชนทั่วไป&amp;nbsp;และสามารถลดค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้ประกอบการในช่วงระยะเวลาของมาตรการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สมุทรปราการ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330192628693</Link_News></row>
<row _id="241"><NewsTitle>อนุมัติงบเตรียมพร้อมรับภัยแล้ง-ฝนทิ้งช่วงปี 65</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คณะรัฐมนตรีอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;งบกลาง&amp;nbsp;รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5,615&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อรองรับสถานการณ์ภัยแล้งและฝนทิ้งช่วง&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ทั้งนี้ทางกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ตรวจสอบพบว่ามีพื้นที่เฝ้าระวังที่อาจเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำด้านอุปโภคบริโภคในเขตพื้นที่ให้บริการการประปาส่วนภูมิภาค&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;24&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;นอกเขตพื้นที่ให้บริการการประปาส่วนภูมิภาค&amp;nbsp;(ประปาท้องถิ่น)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;และพื้นที่เกษตรกรรม&amp;nbsp;นอกเขตชลประทานที่เพาะปลูกนารอบที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;(นาปรัง)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;11&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;พื้นที่ปลูกพืชต่อเนื่อง&amp;nbsp;(ไม้ผลที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จังหวัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รวมทั้งพื้นที่ด้านคุณภาพน้ำ&amp;nbsp;ที่ต้องเฝ้าระวังการรุกล้ำของน้ำเค็มที่อาจส่งผลกระทบต่อน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคจำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จึงได้มีมติเห็นชอบมาตรการรองรับสถานการณ์ขาดแคลนน้ำฤดูแล้งปี&amp;nbsp;2564/2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;9&amp;nbsp;มาตรการและโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อรองรับสถานการณ์ภัยแล้งและฝนทิ้งช่วงปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดเตรียมแผนงานโครงการเร่งด่วนที่สามารถแก้ไขปัญหาภัยแล้งตามผลการประเมินพื้นที่เฝ้าระวังเสี่ยงภาวะน้ำแล้ง&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/2565&amp;nbsp;ของ&amp;nbsp;กอนช.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สมุทรปราการ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330195056706</Link_News></row>
<row _id="242"><NewsTitle>คุมเข้มยะลา ป้องกันคนร้ายก่อเหตุ  ช่วงเดือนถือศีลอด-สงกรานต์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;ล่าสุดเ&lt;/strong&gt;มื่อวานนี้&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มี.ค.65&amp;nbsp;&amp;nbsp;คนร้ายได้ลอบวางระเบิดรถยนต์ตำรวจ&amp;nbsp;สภ.บันนังสตา&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;บนถนนสายชนบทบ้านบาเจาะ&amp;nbsp;-&amp;nbsp;เขื่อนบางลาง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;บ้านบาเจาะ&amp;nbsp;ต.บาเจาะ&amp;nbsp;อ.บันนังสตา&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;เป็นเหตุให้มีเจ้าหน้าที่เสียชีวิต&amp;nbsp;2&amp;nbsp;นาย&amp;nbsp;และบาดเจ็บ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;นาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้ทางเจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงในพื้นที่&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;ต้องเพิ่มความเข้มงวด&amp;nbsp;เพื่อป้องกันการก่อเหตุของกลุ่มคนร้าย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยทางด้าน&amp;nbsp;จุดตรวจสะเตง&amp;nbsp;มว.ฉก.นปพ.ยะลา&amp;nbsp;11&lt;/strong&gt;(เมืองยะลา)&amp;nbsp;ส.ต.ต.ณัฐวุฒิ&amp;nbsp;ส่งแสงรัตน์&amp;nbsp;หัวหน้าชุด&amp;nbsp;พร้อมกำลังพล&amp;nbsp;ได้ตั้งด่านในการตรวจสอบบุคคล&amp;nbsp;รถยนต์&amp;nbsp;รถจักรยานยนต์&amp;nbsp;ต้องสงสัย&amp;nbsp;เป้าหมายแจ้งเตือน&amp;nbsp;รวมทั้งสิ่งของต้องสงสัยอย่างเข้มข้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อป้องกัน&amp;nbsp;สกัดกั้นกลุ่มผู้ไม่หวังดีที่อาจจะแฝงตัวเข้ามาก่อเหตุในพื้นที่&amp;nbsp;สร้างความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;ในช่วงที่ใกล้จะถึงเดือนถือศีลอดของพี่น้องชาวไทยมุสลิม&amp;nbsp;และเทศกาลสงกรานต์ของพี่น้องชาวไทยพุทธ&amp;nbsp;ควบคู่ไปกับมาตรการป้องกันโควิด-19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่ง&amp;nbsp;ทางผู้บังคับบัญชาได้เน้นย้ำ&amp;nbsp;ให้ทุกหน่วยเปิดแผนเชิงรุกอย่างเต็มที่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เฝ้าระวังเป็นพิเศษ&amp;nbsp;โดยเฉพาะการปฎิบัติหน้าที่ในทุกภารกิจ&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;การลาดตะเวนเส้นทาง&amp;nbsp;ดูแลความปลอดภัย&amp;nbsp;ให้กับพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;ตลอดถึง&amp;nbsp;ด่านตรวจ&amp;nbsp;จุดตรวจ&amp;nbsp;ให้เพิ่มความเข้มข้น&amp;nbsp;ในการตรวจสอบบุคคล&amp;nbsp;ยานพาหนะ&amp;nbsp;ต้องสงสัย&amp;nbsp;เป้าหมาย&amp;nbsp;จักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน&amp;nbsp;และให้ตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ตามแผนปฎิบัติอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;ฐานปฎิบัติการที่สุ่มเสี่ยงให้เพิ่มความเข้มงวด&amp;nbsp;จัดกำลังพล&amp;nbsp;ดูแล&amp;nbsp;รักษาความปลอดภัยมีความพร้อมในการปฎิบัติ&amp;nbsp;ตอบโต้ได้ทันทีเมื่อมีสถานการณ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;พร้อมเฝ้าระวังพื้นที่เป้าหมาย&amp;nbsp;ย่านชุมชน&amp;nbsp;การค้า&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์ประชาชนให้คอยสอดส่อง&amp;nbsp;วัตถุต้องสงสัย&amp;nbsp;สิ่งผิดปกติ&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;เพื่อป้องกันเหตุ&amp;nbsp;และลดการสูญเสีย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-31T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331085922775</Link_News></row>
<row _id="243"><NewsTitle>ปลัดกรุงเทพมหานครเป็นประธานการรับสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.และ ส.ก.วันแรก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายขจิต&amp;nbsp;ชัชวานิชย์&amp;nbsp;ปลัดกรุงเทพมหานคร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;เป็นประธานในการรับสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;(ส.ก.)&amp;nbsp;ประจำปีพ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องบางกอก&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;B2&amp;nbsp;อาคารไอราวัตพัฒนา&amp;nbsp;ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;เขตดินแดง&amp;nbsp;โดยมีกรรมการการเลือกตั้ง&amp;nbsp;กรรมการการเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;และกรรมการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;ร่วมสังเกตการณ์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยในวันนี้&amp;nbsp;(31&amp;nbsp;มี.ค.65)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่เป็นวันแรกของการรับสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ&amp;nbsp;กทม.&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ส.ก.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งผู้สมัครจะยื่นใบสมัครต่อผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;&amp;nbsp;(ผอ.กต.ทถ.กทม.)&amp;nbsp;หากมีผู้สมัครลงทะเบียนก่อนเวลารับสมัคร&amp;nbsp;08.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ตั้งแต่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คนขึ้นไป&amp;nbsp;ให้ถือว่าเป็นผู้มายื่นใบสมัครรับเลือกตั้งพร้อมกัน&amp;nbsp;ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;(กกต.ทถ.กทม.)&amp;nbsp;จะจัดให้ผู้สมัครตกลงลำดับการยื่นใบสมัคร&amp;nbsp;หากไม่สามารถตกลงกันได้&amp;nbsp;จะใช้วิธีจับสลาก&amp;nbsp;ตัดสินลำดับในการยื่นใบสมัครก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปลัดกรุงเทพมหานคร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;จะเป็นผู้จับสลากครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;สำหรับผู้สมัครผู้ว่าฯ&amp;nbsp;กทม.&amp;nbsp;รวมทั้งผู้สมัคร&amp;nbsp;ส.ก.ที่จะมีการจับสลากเรียงทีละเขตจนครบทั้ง&amp;nbsp;50&amp;nbsp;เขต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การรับสมัครรับเลือกตั้ง&lt;/strong&gt;ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;จะมีไปถึงวันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;08.30&amp;nbsp;น.-16.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;โดยไม่เว้นวันหยุดราชการ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องบางกอก&amp;nbsp;อาคารไอราวัตพัฒนา&amp;nbsp;ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;เขตดินแดง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-31T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331114450873</Link_News></row>
<row _id="244"><NewsTitle>ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 คึกคักตั้งแต่เช้า ในการสมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร วันแรก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;บรรยากาศการรับสมัคร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;(ส.ก.)&amp;nbsp;วันแรก&amp;nbsp;ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;2&amp;nbsp;(ดินแดง)&amp;nbsp;เป็นไปอย่างคึกคัก&amp;nbsp;ว่าที่ผู้สมัครแต่ละคนเดินทางมาถึงสถานที่รับสมัครก่อนเวลา&amp;nbsp;08.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ให้ถือว่ามาพร้อมกัน&amp;nbsp;ต้องมีจับสลาก&amp;nbsp;โดยจะแบ่งเป็น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ส่วนคือ&amp;nbsp;ส่วนของผู้ว่าฯ&amp;nbsp;กทม.&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ส.ก.&amp;nbsp;ซึ่งในส่วนของ&amp;nbsp;ส.ก.&amp;nbsp;หากตกลงกันไม่ได้&amp;nbsp;ต้องจับสลากเป็นรายเขต&amp;nbsp;เริ่มที่เขตพระนคร&amp;nbsp;โดยแต่ละเขต&amp;nbsp;จะใช้เวลา&amp;nbsp;3-5&amp;nbsp;นาที&amp;nbsp;ขณะเดียวกัน&amp;nbsp;บรรดาผู้สนับสนุนของผู้สมัครแต่ละคนต่างถือป้ายผู้สมัคร&amp;nbsp;ทั้งผู้ว่าฯ&amp;nbsp;กทม.&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ส.ก.&amp;nbsp;แต่ไม่มีการใช้เครื่องขยายเสียง&amp;nbsp;เนื่องจากผิดกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น&amp;nbsp;ซึ่งแต่ละกลุ่มปฏิบัติตามข้อระเบียบอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ผู้สมัครแต่ละคน&amp;nbsp;หลังจากลงสมัครและได้จับสลากแล้ว&amp;nbsp;ส่วนใหญ่จะลงพื้นที่หาเสียงต่อทันที&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;พรรคไทยสร้างไทย&amp;nbsp;พรรคประชาธิปัตย์&amp;nbsp;พรรคก้าวไกล&amp;nbsp;และผู้สมัครในนามอิสระ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;นายชัชชาติ&amp;nbsp;สิทธิพันธุ์&amp;nbsp;พลตำรวจเอก&amp;nbsp;อัศวิน&amp;nbsp;ขวัญเมือง&amp;nbsp;นายสกลธี&amp;nbsp;ภัทธิยกุล&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ขณะเดียวกัน&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;พล.ต.ท.สุทธิพงษ์&amp;nbsp;วงษ์ปิ่น&amp;nbsp;รอง&amp;nbsp;ผอ.ศูนย์เลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;พรรคพลังประชารัฐ&amp;nbsp;นำว่าที่ผู้สมัคร&amp;nbsp;ส.ก.&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;50&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;มาลงสมัคร&amp;nbsp;โดยยืนยันหากได้รับเลือกเป็น&amp;nbsp;ส.ก.&amp;nbsp;ก็พร้อมร่วมงานกับผู้ว่าฯ&amp;nbsp;กทม.&amp;nbsp;ทุกคน&amp;nbsp;ที่ประชาชนให้ความไว้วางใจเลือกเข้ามา&amp;nbsp;ซึ่งจะทำหน้าที่เต็มความสามารถ&amp;nbsp;ทำงานร่วมกันอย่างมีอิสระในการตรวจสอบ&amp;nbsp;เพื่อนำไปสู่ผลประโยชน์ของชาวกรุงเทพมหานครอย่างจริงจัง&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-31T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331114819877</Link_News></row>
<row _id="245"><NewsTitle>กรุงเทพมหานคร แถลงผลการรับสมัครผู้สมัครรับเลือกตั้งรอบเช้า</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายขจิต&amp;nbsp;ชัชวานิชย์&amp;nbsp;ปลัดกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในฐานะผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ภายหลังการเปิดลงทะเบียนรับสมัครผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในเวลา&amp;nbsp;08.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;มีผู้สมัครรับเลือกตั้ง&amp;nbsp;ที่มาก่อนเวลา&amp;nbsp;14&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;&amp;nbsp;จึงใช้วิธีจับสลากเพื่อกำหนดลำดับในการยื่นใบสมัครหมายเลขผู้สมัครรับเลือกตั้งฯ&amp;nbsp;โดยมีผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่มาสมัครภายหลังการลงทะเบียนรับสมัครในเวลา&amp;nbsp;08.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;เพิมเติมอีก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ในส่วนของผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานครในวันนี้มีผู้สมัครทั้งสิ้น&amp;nbsp;327&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;มีเขตที่สามารถตกลงกันได้โดยไม่ต้องจับสลาก&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การรับสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;จะมีไปถึงวันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;08.30&amp;nbsp;น.-16.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;โดยไม่เว้นวันหยุดราชการ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องบางกอก&amp;nbsp;อาคารไอราวัตพัฒนา&amp;nbsp;ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;&amp;nbsp;เขตดินแดง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผลการจับสลาก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายวิโรจน์&amp;nbsp;ลักขณาอดิศร&amp;nbsp;ได้หมายเลข&amp;nbsp;1&amp;nbsp;&amp;nbsp;พันโทหญิง&amp;nbsp;ฐิฏา&amp;nbsp;รังสิตพล&amp;nbsp;มานิตกุล&amp;nbsp;หมายเลข&amp;nbsp;2&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายสกลธี&amp;nbsp;ภัทธิทิยกุล&amp;nbsp;หมายเลข&amp;nbsp;3&amp;nbsp;นายสุชัชวีร์&amp;nbsp;&amp;nbsp;สุวรรณสวัสดิ์&amp;nbsp;หมายเลข&amp;nbsp;4&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายวีรชัย&amp;nbsp;เหล่าเรืองวัฒนะ&amp;nbsp;หมายเลข&amp;nbsp;5&amp;nbsp;&amp;nbsp;พลตำรวจเอกอัศวิน&amp;nbsp;ขวัญเมือง&amp;nbsp;หมายเลข&amp;nbsp;6&amp;nbsp;&amp;nbsp;นางสาวรสนา&amp;nbsp;โตสิตระกูล&amp;nbsp;หมายเลข&amp;nbsp;7&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายชัชชาติ&amp;nbsp;สิทธิพันธุ์&amp;nbsp;หมายเลข&amp;nbsp;8&amp;nbsp;&amp;nbsp;นางสาววัชรี&amp;nbsp;วรรณศรี&amp;nbsp;หมายเลข&amp;nbsp;9&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายศุภชัย&amp;nbsp;ตันติคมน์&amp;nbsp;หมายเลข&amp;nbsp;10&amp;nbsp;นาวาอากาศตรี&amp;nbsp;ศิธา&amp;nbsp;ทิวารี&amp;nbsp;หมายเลข&amp;nbsp;11&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายประยูร&amp;nbsp;ครองยศ&amp;nbsp;หมายเลข&amp;nbsp;12&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายพิศาล&amp;nbsp;กิตติเยาวมาลย์&amp;nbsp;หมายเลข&amp;nbsp;13&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายธเนตร&amp;nbsp;วงษา&amp;nbsp;หมายเลข&amp;nbsp;14&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ภายหลังการจับฉลากหมายเลข&lt;/strong&gt;ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;เสร็จสิ้น&amp;nbsp;ผู้สนับสนุนที่ปักหลักรออยู่ด้านนอกอาคาร&amp;nbsp;ได้เขียนเบอร์ของผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ&amp;nbsp;ที่ตนเองสนับสนุนลงในป้ายหาเสียงที่ได้เตรียมมาล่วงหน้าทันที&amp;nbsp;รวมถึงหมายเลขผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;&amp;nbsp;ก่อนที่ผู้สมัครแต่ละคนจะทยอยลงพื้นที่หาเสียงต่อทันที&amp;nbsp;ตามกำหนดการของแต่ละคน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-31T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331115424880</Link_News></row>
<row _id="246"><NewsTitle>เตรียมความพร้อมการสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาเมืองพัทยาและนายกเมืองพัทยา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นสมควรให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นของเมืองพัทยา &lt;/strong&gt;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๐ และมาตรา ๑๔๒ แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ คณะกรรมการการเลือกตั้งจึงออกประกาศกำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเมืองพัทยาและนายกเมืองพัทยา โดยให้จัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาเมืองพัทยาและนายกเมืองพัทยาภายในหกสิบวันนับแต่วันที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศกำหนดให้มีการเลือกตั้ง อันเป็นวันที่สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นพ้นจากตำแหน่งเพราะเหตุอื่นใดนอกจากครบวาระ ตามมาตรา ๑๑ แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ ประกอบมาตรา ๒๘ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ประกาศกำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเมืองพัทยาและนายกเมืองพัทยา&lt;/strong&gt; ในวันศุกร์ที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๖๕ วันเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๕&amp;nbsp;และวันรับสมัครระหว่างวันพฤหัสบดีที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๕&amp;nbsp;ถึงวันจันทร์ที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๕&amp;nbsp;นั้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒&lt;/strong&gt; มาตรา ๔๙ ประกอบมาตรา ๒๘ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒ ได้กำหนดคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้งและหลักฐานเอกสารประกอบการสมัครรวมถึงค่าธรรมเนียมการสมัครไว้ ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;๑. สมาชิกสภาเมืองพัทยา&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;๑.๑ คุณสมบัติผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาเมืองพัทยา&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;(๑) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;(๒) อายุไม่ต่ำกว่า ๒๕ ปีนับถึงวันเลือกตั้ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;(๓) มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเมืองพัทยาในวันสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า ๑ ปีนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;(๔) ต้องไม่เป็นบุคคลซึ่งมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามมาตรา ๕๐ แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;๑.๒ ค่าธรรมเนียมการสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาเมืองพัทย&lt;/strong&gt;า จำนวน ๕,๐๐๐ บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;๒. นายกเมืองพัทยา&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;๒.๑ คุณสมบัติผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;(๑) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;(๒) อายุไม่ต่ำกว่า ๓๕ ปีนับถึงวันเลือกตั้ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;(๓) มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเมืองพัทยาในวันสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า ๑ ปีนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;(๔) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;(๕) ต้องไม่เป็นบุคคลซึ่งมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามมาตรา ๕๐ แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;๒.๒ ค่าธรรมเนียมการสมัครรับเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา&lt;/strong&gt; จำนวน ๑๐,๐๐๐ บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;๓. หลักฐานการสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาเมืองพัทยาและนายกเมืองพัทยา&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;(๑) ใบสมัครรับเลือกตั้ง ตามแบบ ส.ถ./ผ.ถ. ๔/๑&lt;/p&gt;&lt;p&gt;(๒) รูปถ่ายหน้าตรงไม่สวมหมวก หรือรูปถ่ายที่พิมพ์ชัดเจนเหมือนรูปถ่ายของตนเอง ขนาดความกว้างประมาณ ๘.๕ ซม. ยาวประมาณ ๑๓.๕ ซม. จำนวน ๑๐ รูป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;(๓) บัตรประจำตัวประชาชน พร้อมสำเนา จำนวน ๑ ฉบับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;(๔) สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน พร้อมสำเนา ๑ ฉบับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;(๕) ใบรับรองแพทย์ (ไม่ควรเกิน ๑ เดือน)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;(๖) หลักฐานการศึกษา ไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า (เฉพาะสมัครรับเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;(๗) หลักฐานแสดงการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นเวลาติดต่อกัน ๓ ปีนับถึงปีที่สมัครรับเลือกตั้งของผู้สมัคร (ปี ๒๕๖๒, ปี ๒๕๖๓, ปี ๒๕๖๔) เว้นแต่เป็นผู้ไม่ได้เสียภาษีเงินได้ให้ทำหนังสือยืนยันการไม่ได้เสียภาษีพร้อมทั้งสาเหตุแห่งการไม่ได้เสียภาษี ตามแบบ ส.ถ./.ผ.ถ. ๔/๒ (ตามมาตรา ๕๑ แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;(๘) หลักฐานอื่น ๆ ที่จำเป็นเช่น เอกสารใบเปลี่ยนชื่อตัว หรือชื่อสกุล สูติบัตร หลักฐานหรือใบรับรองแสดงการเกิด ถิ่นที่อยู่ พร้อมสำเนา จำนวน ๑ ฉบับ เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;๔. การสมัครรับเลือกตั้ง&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ให้ผู้สมัครยื่นใบสมัครต่อผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นเมืองพัทยา พร้อมทั้งหลักฐาน&amp;nbsp;การสมัครและค่าธรรมเนียมการสมัคร และผู้สมัครต้องยื่นหลักฐานการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นเวลาติดต่อกัน ๓ ปี นับถึงปีที่สมัครรับเลือกตั้ง เว้นแต่เป็นผู้ไม่ได้เสียภาษีเงินได้ให้ทำหนังสือยืนยันการไม่ได้เสียภาษีพร้อมทั้งสาเหตุแห่งการไม่ได้เสียภาษี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;๕. สถานที่รับสมัคร&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ห้องประชุมทัพพระยา (๔๐๑) ชั้น ๔ ศาลาว่าการเมืองพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อนึ่ง การสมัครรับเลือกตั้งโดยรู้ว่าตนเองขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามในการสมัครมีโทษตามมาตรา ๑๒๐&lt;/strong&gt; ที่บัญญัติว่า ผู้ใดลงสมัครรับเลือกตั้งโดยรู้อยู่แล้วว่าตนเป็นผู้ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามในการสมัครรับเลือกตั้ง ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ ๑ ปี ถึง ๑๐ ปี และปรับตั้งแต่ ๒๐,๐๐๐ บาท ถึง ๒๐๐,๐๐๐ บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด ๒๐ ปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-31T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>หน่วยงานสำนักข่าว</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331114703876</Link_News></row>
<row _id="247"><NewsTitle>คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.-เมืองพัทยา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) &lt;/strong&gt;กำหนดให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ) นายกเมืองพัทยา และสมาชิกสภาเมืองพัทยา ก่อนวันเลือกตั้ง ขอให้ประชาชนตรวจสอบคุณสมบัติผู้มีสิทธิเลือกตั้ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;คุณสมบัติผู้มีสิทธิเลือกตั้ง&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;(๑) มีสัญชาติไทย แต่บุคคลผู้มีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติ ต้องได้สัญชาติไทยมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีในวันเลือกตั้ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;(๓) มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งมาแล้วเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าหนึ่งปีนับถึงวันเลือกตั้ง และ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;(๔) คุณสมบัติอื่นตามที่กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนด ในกรณีที่มีการย้ายทะเบียนบ้านออกจากเขตเลือกตั้งหนึ่งไปยังอีกเขตเลือกตั้งหนึ่งภายในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเดียวกัน อันท าให้บุคคลมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันน้อยกว่าหนึ่งปีนับถึงวันเลือกตั้ง ให้บุคคลนั้นมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ตนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านครั้งสุดท้ายเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าหนึ่งปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;ส่วนลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้ง&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;(๑) เป็นภิกษุ สามเณร นักพรตหรือนักบวช&lt;/p&gt;&lt;p&gt;(๒) อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไม่ว่าคดีนั้นจะถึงที่สุดแล้วหรือไม่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;(๓) ต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาลหรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;(๔) วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;(๕) มีลักษณะอื่นตามที่กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-31T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>หน่วยงานสำนักข่าว</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331124144911</Link_News></row>
<row _id="248"><NewsTitle>การบริหารราชการกรุงเทพมหานคร : อำนาจหน้าที่ กรุงเทพมหานคร และผู้ว่าฯ ทำอะไรบ้าง ?</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรุงเทพมหานคร คือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ&lt;/strong&gt;และมีฐานะเป็นนิติบุคคลตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528&amp;nbsp;ซึ่งมีอำนาจและหน้าที่ตามที่กำหนดในพระราชบัญญัติฉบับนี้ มาตรา 89 ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.&amp;nbsp;การรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.&amp;nbsp;การทะเบียนตามที่กฎหมายกำหนด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.&amp;nbsp;ป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4.&amp;nbsp;การรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;5.&amp;nbsp;การผังเมือง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;6.&amp;nbsp;การจัดให้มีและบำรุงรักษาทางบกหรือทางน้ำ และทางระบายน้ำ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;7.&amp;nbsp;การจัดการจราจรและการวิศวกรรมจราจร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;8. การส่งเสริมและสนับสนุนสถานีตำรวจ และหน่วยงานอื่นในการปฏิบัติหน้าที่ตามข้อ 1 - 7&lt;/p&gt;&lt;p&gt;9.&amp;nbsp;การขนส่ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;10.&amp;nbsp;การจัดให้มีและควบคุมตลาด ท่าเทียบเรือ ท่าข้าม และที่จอดรถ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;11. การดูแลรักษาที่สาธารณะ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;12.&amp;nbsp;การควบคุมอาคาร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;13.&amp;nbsp;การปรับปรุงแหล่งชุมชนแออัดและการจัดการเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;14.&amp;nbsp;การจัดให้มีและบำรุงรักษาสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;15.&amp;nbsp;การพัฒนาและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;16.&amp;nbsp;บำรุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;17.&amp;nbsp;การสาธารณูปโภค&lt;/p&gt;&lt;p&gt;18.&amp;nbsp;การสาธารณะสุข การอนามัยครอบครัว และการรักษาพยาบาล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;19.&amp;nbsp;การจัดให้มีและควบคุมสุสานและฌาปนสถาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;20.&amp;nbsp;การควบคุมสัตว์เลี้ยง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;21.&amp;nbsp;การจัดให้มีและควบคุมการฆ่าสัตว์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;22.&amp;nbsp;การควบคุมความปลอดภัยความเป็นระเบียบเรียบร้อยการอนามัยในโรงมหรสพและสาธารณะสถานอื่น ๆ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;23.&amp;nbsp;การจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับแผนการศึกษาของชาติ รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;24.&amp;nbsp;การสาธารณูปการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;25.&amp;nbsp;การสังคมสังเคราะห์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;26.&amp;nbsp;การส่งเสริมการกีฬา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;27.&amp;nbsp;การส่งเสริมการประกอบอาชีพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;28.&amp;nbsp;การพานิชย์ของกรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;29.&amp;nbsp;หน้าที่อื่น ๆ ตามที่กฎหมายระบุให้เป็นอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด อำเภอ เทศบาลนคร หรือตามที่คณะรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมอบหมายหรือกฎหมายระบุให้เป็นหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;ส่วนอำนาจหน้าที่ของ ผู้ว่าฯ กรุงเทพ คือ?&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ตามกฎหมายปัจจุบันคือ พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528[4] ในมาตรา 49 กำหนดให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มีอำนาจหน้าที่ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1) กำหนดนโยบาย บริหารราชการของกรุงเทพมหานคร ให้เป็นไปตามกฎหมาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2) สั่ง อนุญาต อนุมัติ เกี่ยวกับราชการของกรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3) แต่งตั้งและถอดถอน รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และแต่งตั้งและถอดถอนผู้ทรงคุณวุฒิ 4) เป็นประธานที่ปรึกษา ที่ปรึกษา หรือคณะที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือเป็นคณะกรรมการ เพื่อปฏิบัติราชการใดๆ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;5) บริหารราชการตามที่คณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมอบหมาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;6) วางระเบียบ เพื่อให้งานของกรุงเทพมหานคร เป็นไปโดยเรียบร้อย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;7) รักษาการให้เป็นไปตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;8) อำนาจหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ (เช่น การเป็นผู้บังคับบัญชาของข้าราชการ และลูกจ้างกรุงเทพมหานคร ตามมาตรา 50 การเสนอร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร ตามมาตรา 98 เป็นต้น)และตามที่กฎหมายอื่นกำหนดไว้ (เช่น อำนาจหน้าที่ซึ่งกฎหมายอื่นกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัด นายกเทศมนตรี หรือคณะเทศมนตรี ตามมาตรา 50 เป็นต้น)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-31T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>หน่วยงานสำนักข่าว</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331125633917</Link_News></row>
<row _id="249"><NewsTitle>ภาพรวมรับสมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมากชิกสภากรุงเทพมหานคร วันแรก เป็นไปด้วยความเรียบร้อย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอิทธิพร&amp;nbsp;บุญประคอง&amp;nbsp;ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวถึงภาพรวมการรับสมัครเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพฯ&amp;nbsp;วันแรกวันนี้(31&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;เป็นไปอย่างคึกคัก&amp;nbsp;มีผู้ให้ความสนใจจำนวนมาก&amp;nbsp;ส่วนการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน&amp;nbsp;พร้อมย้ำไปยังผู้สมัครทุกคนให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;โดยการหาเสียงและการติดตั้งป้ายหาเสียงควรอยู่ในกรอบที่กฎหมายกำหนด&amp;nbsp;ซึ่งในวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เมษายนนี้&amp;nbsp;กกต.&amp;nbsp;จะจัดให้มีการเลือกตั้งสมานฉันท์&amp;nbsp;โดยจะเชิญผู้สมัครเข้าร่วมรับฟังข้อกฎหมาย&amp;nbsp;รวมถึงกฎระเบียบที่ถูกต้อง&amp;nbsp;เพื่อให้ผู้สมัครสามารถปฏิบัติตามได้&amp;nbsp;อย่างครบถ้วน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการติดตั้งป้ายหาเสียงของผู้สมัคร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ก็มีข้อห้ามข้อบังคับตามกฎหมาย&amp;nbsp;โดยจะต้องไม่กีดขวางการจราจร&amp;nbsp;หรือบดบังวิสัยทัศน์การขับขี่&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;เกาะกลางถนน&amp;nbsp;ริมถนนจนรุกล้ำออกมาบนพื้นผิวการจราจร&amp;nbsp;ตามสะพานลอย&amp;nbsp;ที่มีการร้องเรียนก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-31T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331143023987</Link_News></row>
<row _id="250"><NewsTitle>กกต. ประกาศกำหนดสถานที่ปิดประกาศและติดแผ่นป้ายเกี่ยวกับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก.</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เลือกตั้งผู้ว่าฯ&amp;nbsp;กทม.-ส.ก.&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ผู้สมัครเริ่มติดป้ายหาเสียงคึกคัก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กกต.ประกาศย้ำระเบียบการหาเสียงใหม่อีกครั้ง&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;กกต.ได้ปรับเปลี่ยนกฎหมายและระเบียบต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ตามประกาศเรื่อง&amp;nbsp;การกำหนดสถานที่ปิดประกาศและติดแผ่นป้ายเกี่ยวกับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ&amp;nbsp;กทม.&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ส.ก.&amp;nbsp;ลงวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;ระเบียบติดป้ายหาเสียงผู้ว่าฯ&amp;nbsp;กทม.-ส.ก.&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;1.&amp;nbsp;ให้ผู้สมัครเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ปิดประกาศและติดแผ่นป้ายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สถานที่ที่หน่วยงานกำหนด&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;ประกาศเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้ง&amp;nbsp;จัดทำได้ไม่เกิน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เท่าของจำนวนหน่วยเลือกตั้งในเขตเลือกตั้ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;แผ่นป้ายหาเสียงเลือกตั้งไม่เกิน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เท่าของจำนวนหน่วยเลือกตั้งในเขตเลือกตั้ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;2.&amp;nbsp;กำหนดหลักเกณฑ์&amp;nbsp;วิธีการปิดประกาศเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้ง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และติดแผ่นป้ายเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้ง&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;การเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;จัดทำและปิดประกาศเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้ง&amp;nbsp;มีขนาดความกว้างไม่เกิน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เซนติเมตร&amp;nbsp;และมีขนาดความยาวไม่เกิน&amp;nbsp;42&amp;nbsp;เซนติเมตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;จัดทำและติดแผ่นป้ายเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้ง&amp;nbsp;มีขนาดความกว้างไม่เกิน&amp;nbsp;130&amp;nbsp;เซนติเมตร&amp;nbsp;และมีขนาดความยาวไม่เกิน&amp;nbsp;245&amp;nbsp;เซนติเมตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;3.&amp;nbsp;สถานที่ปิดประกาศเกี่ยวกับการหาเสียง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ให้ปิดประกาศในสถานที่ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;บริเวณป้ายปิดประกาศของสำนักงานเขตปกครอง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;บริเวณป้ายปิดประกาศของโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;บริเวณป้ายปิดประกาศของหน่วยงานในสังกัดกรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;วิธีการปิดประกาศเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้ง&amp;nbsp;ให้ผู้สมัครปิดประกาศตามที่หัวหน้าหน่วยงานกำหนด&amp;nbsp;โดยปิดประกาศได้สถานที่ละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แผ่น&amp;nbsp;เท่านั้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;ให้ผู้สมัครที่ประสงค์จะปิดประกาศเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้ง&amp;nbsp;แจ้งขอปิดประกาศต่อหัวหน้าหน่วยงานหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายของสถานที่นั้น&amp;nbsp;ๆ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;4.&amp;nbsp;สถานที่ติดแผ่นป้ายเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้ง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ต้องคำนึงถึงความเหมาะสม&amp;nbsp;เป็นระเบียบ&amp;nbsp;สะอาด&amp;nbsp;ปลอดภัย&amp;nbsp;แข็งแรง&amp;nbsp;มีทัศนียภาพและทัศนวิสัยที่ดี&amp;nbsp;ไม่เกิดอันตรายแก่ประชาชนหรือต่อยานพาหนะ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;รวมทั้งไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของทางราชการหรือประชาชน&amp;nbsp;และจะต้องไม่เป็นการกีดขวางทางสัญจร&amp;nbsp;การจราจร&amp;nbsp;และต้องไม่ติดทับซ้อนกับแผ่นป้ายเกี่ยวกับการเลือกตั้งของผู้สมัครรายอื่น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;ป้ายหาเสียงห้ามอยู่ในบริเวณใดบ้าง&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับพื้นที่หรือบริเวณที่ห้ามปิดป้ายหาเสียง&amp;nbsp;ประกอบด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;ผิวการจราจร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;เกาะกลางถนน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;สะพานลอยเดินข้าม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;สะพานลอยรถข้าม&amp;nbsp;รวมทั้งส่วนประกอบของสะพาน&amp;nbsp;รั้วและแผงเหล็กริมถนน&amp;nbsp;ป้ายจราจรและสัญญาณไฟจราจร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;ป้ายประกาศของทางราชการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;รั้วหรือกำแพงหรือผนังอาคารของทางราชการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;ต้นไม้และเสาไฟฟ้าบริเวณเกาะกลางถนน&amp;nbsp;ในส่วนของเสาไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวงให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่การไฟฟ้านครหลวงกำหนด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;ศาลาที่พักผู้โดยสารและบริเวณโดยรอบภายในระยะ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เมตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;ตู้โทรศัพท์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;ตู้ไปรษณีย์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;อนุสาวรีย์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;ป้อมตำรวจ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;สุขาสาธารณะ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;สนามหลวง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;สวนหย่อม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;สวนสาธรณะ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;วงเวียนทุกวงเวียน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;ถนนโดยรอบพระบรมมหาราชวัง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;ถนนโดยรอบพระราชวังสวนจิตรลดา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;ลานพระบรมรูปทรงม้า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;ถนนราชดำเนินนอก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;ถนนราชดำเนินกลาง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;ถนนราชดำเนินใน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;กรณีกำหนดเป็นถนนให้หมายความรวมถึงซอยที่แยกจากถนนด้วย&amp;nbsp;สำหรับการติดประกาศในซอยจะต้องมีระยะห่างจากปากซอยไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เมตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;5.&amp;nbsp;ห้ามมิให้ผู้สมัครปิดประกาศ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หรือติดแผ่นป้ายเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งนอกพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ตนสมัคร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;หากปิดป้ายเสียงผิดระเบียบ&amp;nbsp;ต้องทำอย่างไร&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ระเบียบปิดประกาศและติดแผ่นป้ายเกี่ยวกับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ&amp;nbsp;กทม.&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ข้อสุดท้ายระบุไว้ว่า&amp;nbsp;หากผู้สมัครทำผิดกฎตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง&amp;nbsp;ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ข้อ&amp;nbsp;19&amp;nbsp;และตามประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานครฉบับนี้กำหนด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ให้หัวหน้าหน่วยงาน&amp;nbsp;หัวหน้าพนักงานส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;เจ้าพนักงานท้องถิ่น&amp;nbsp;มีอำนาจสั่งผู้สมัครให้แก้ไขให้ถูกต้อง&lt;/strong&gt;ภายในระยะเวลาที่กำหนด&amp;nbsp;และหากไม่ดำเนินการแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด&amp;nbsp;ให้ผู้มีอำนาจข้างต้นมีอำนาจรื้อถอน&amp;nbsp;ทำลาย&amp;nbsp;ปลดออก&amp;nbsp;ปกปิด&amp;nbsp;หรือลบข้อความ&amp;nbsp;ภาพ&amp;nbsp;หรือรูปรอยดังกล่าว&amp;nbsp;หรือสั่งให้หน่วยงานอื่นดำเนินการ&amp;nbsp;โดยให้คิดค่าใช้จ่ายกับผู้สมัครนั้น&amp;nbsp;และคณะกรรมการการเลือกตั้งอาจนำมาเป็นเหตุในการสืบสวนหรือไต่สวนตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการสืบสวน&amp;nbsp;การไต่สวน&amp;nbsp;และวินิจฉัยชี้ขาดได้&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-31T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>หน่วยงานสำนักข่าว</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331133729949</Link_News></row>
<row _id="251"><NewsTitle>ยุติธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานีเชิญชวนร่วมโครงการ "มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินครัวเรือนและยุติธรรมพบประชาชน" ครั้งที่ 7</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสุธีรวัชร์&amp;nbsp;เจริญวงศ์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานยุติธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;กระทรวงยุติธรรมร่วมกับจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;กำหนดจัดการจัดโครงการ&amp;nbsp;"มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินครัวเรือนและยุติธรรมพบประชาชน"&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;ในวันศุกร์ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ระหว่างเวลา&amp;nbsp;08.30&amp;nbsp;-&amp;nbsp;16.30&amp;nbsp;นาฬิกา&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โรงแรม&amp;nbsp;แก้วสมุย&amp;nbsp;รีสอร์ท&amp;nbsp;อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีนายสมศักดิ์&amp;nbsp;เทพสุทิน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานในการเปิดโครงการฯ&amp;nbsp;เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาหนี้สินและปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;การแก้ปัญหาหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา&amp;nbsp;(กยศ.)&amp;nbsp;หนี้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์&amp;nbsp;หนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล&amp;nbsp;ซึ่งกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ&amp;nbsp;และกรมบังคับคดี&amp;nbsp;บูรณาการร่วมกับกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.)&amp;nbsp;และสถาบันการเงิน&amp;nbsp;ให้บริการประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน&amp;nbsp;โดยจัดการไกล่เกลี่ย&amp;nbsp;ข้อพิพาททั้งก่อนฟ้อง&amp;nbsp;และภายหลังคำพิพากษาคดี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในการนี้&amp;nbsp;สำนักงานยุติธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;เชิญชวนร่วมโครงการ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;"มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินครัวเรือน&amp;nbsp;และยุติธรรมพบประชาชน"&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;ผ่านทางเพจเฟสบุ๊ค&amp;nbsp;ไลน์&amp;nbsp;และต้องการสอบถามรายละเอียดได้ที่&amp;nbsp;กลุ่มพัฒนาและส่งเสริมระบบงานยุติธรรม&amp;nbsp;โทร/โทรสาร&amp;nbsp;&amp;nbsp;077288652&amp;nbsp;grey&amp;nbsp;waan&amp;nbsp;boscnam&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-31T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สุราษฎร์ธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331142821985</Link_News></row>
<row _id="252"><NewsTitle>ย้อนการเลือกตั้งผู้ว่า กทม.ในอดีต</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการเลือกตั้งผู้ว่า กทม.มีขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2518&lt;/strong&gt; สืบเนื่องจากมีการประกาศใช้ พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2518 ขึ้นในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2518 ซึ่งกำหนดให้กรุงเทพมหานครเป็นทบวงการเมือง มีผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่มาจากการเลือกตั้ง และอยู่ในตำแหน่งตามวาระ 4 ปี&amp;nbsp;ทั้งนี้ การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานครนั้น เกิดขึ้นจำนวน 10 ครั้งด้วยกัน ตั้งแต่ปี 2518 - 2556&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;พ.ศ. 2518 เลือกตั้งครั้งแรก&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จากพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2518 ทำให้การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2518 ในครั้งนั้น นายธรรมนูญ เทียนเงิน จากพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับการเลือกตั้งเป็น ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จากการเลือกตั้งคนแรก ด้วยคะแนนเสียง 99,247 คะแนน โดยมีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง เพียงร้อยละ 13.86&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในการเลือกตั้งครั้งนั้น นายธรรมนูญ ไม่ได้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จนครบวาระ 4 ปี เนื่องจากเกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรงทั้งในฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ จนไม่สามารถปฏิบัติงานได้ ทำให้ นายธานินทร์ กรัยวิเชียร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ตัดสินใจใช้อำนาจตามมาตรา 21 ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2519 ปลดนายธรรมนูญออกจากตำแหน่ง เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2520 และให้กลับไปใช้รูปแบบการแต่งตั้งเช่นเดิม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;พ.ศ. 2528 เลือกตั้งครั้งที่ 2&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นับจากเหตุการณ์ปลดนายธรรมนูญ เมื่อ พ.ศ. 2520 กรุงเทพมหานครมีผู้ว่าราชการจากการแต่งตั้งอีก 4 คน จนกระทั่งเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2528 สภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติให้ความเห็นชอบ พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 และในครั้งนั้น พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ในนาม "กลุ่มรวมพลัง" ได้รับการเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครด้วยคะแนนเสียง 408,237 คะแนน วันที่ 14 พฤศจิกายน 2528 ร้อยละ 34.65&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;พ.ศ. 2533 เลือกตั้งครั้งที่ 3&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในปี พ.ศ. 2533 พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ซึ่งลงสมัครในนาม พรรคพลังธรรม ได้รับเลือกตั้งอีกครั้งหนึ่ง ด้วยคะแนนเสียง 703,672 คะแนน วันที่ 7 มกราคม 2533 ร้อยละ 35.85&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;พ.ศ. 2535&amp;nbsp;เลือกตั้งครั้งที่ 4&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การเลือกตั้งครั้งต่อมามีขึ้นเมื่อวันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2535 เนื่องจาก พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ลาออกจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ร.อ. กฤษฎา อรุณวงษ์ ณ อยุธยา รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในสมัย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ลงสมัครโดยไม่สังกัดกลุ่มใด แต่อยู่ภายใต้การสนับสนุน ของ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ได้รับเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียง 363,668 คะแนน การเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้ไปใช้สิทธิเพียงร้อยละ 23.02&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;พ.ศ. 2539 เลือกตั้งครั้งที่ 5&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เมื่อ ร.อ.กฤษฎา อรุณวงศ์ ณ อยุธยา ดำรงตำแหน่งครบ 4 ปี จึงมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ คนใหม่เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2539 โดย ดร.พิจิตต รัตตกุล ผู้สมัครในนาม กลุ่มมดงาน ได้รับเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียง 768,994 คะแนน (49.47%) โดยมีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง คิดเป็นร้อยละ 43.53 ของผู้มีสิทธิทั้งหมด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;พ.ศ. 2543 เลือกตั้งครั้งที่ 6&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เมื่อ ด.ร.พิจิตต รัตตกุล ดำรงตำแหน่งครบ 4 ปี จึงมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ คนใหม่เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2543 นายสมัคร สุนทรเวช อดีตหัวหน้าพรรคประชากรไทยได้รับเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียง 1,016,096 คะแนน (45.85%) โดยมีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งถึงร้อยละ 58.87&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;พ.ศ. 2547 เลือกตั้งครั้งที่ 7&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เมื่อนายสมัคร สุนทรเวช ดำรงตำแหน่งครบ 4 ปีจึงมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ คนใหม่เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2547 นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ด้วยคะแนนเสียง 911,441 คะแนน (38.20%)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;พ.ศ. 2551 เลือกตั้งครั้งที่ 8&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ คนใหม่ เมื่อ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2551 โดยผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอีกครั้ง ได้คะแนน 991,018&amp;nbsp;คะแนน (45.93%)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;พ.ศ. 2552 เลือกตั้งครั้งที่ 9&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเมื่อวันที่&amp;nbsp;11 มกราคม พ.ศ. 2552&amp;nbsp;หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์&amp;nbsp;ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้คะแนน 934,602 คะแนน&amp;nbsp;(45.41%)&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;พ.ศ. 2556 เลือกตั้งครั้งที่ 10&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเมื่อวันที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;มีนาคม พ.ศ. 2556&amp;nbsp;หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์&amp;nbsp;ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอีกสมัย ได้คะแนน 1,256,349คะแนน&amp;nbsp;( 47.75 %)&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;พ.ศ.2565 เลือกตั้งผู้ว่าฯ ?&amp;nbsp;&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หลังวันที่ 22 พฤษภาคม 2565 รู้กัน !&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-31T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>หน่วยงานสำนักข่าว</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331150413024</Link_News></row>
<row _id="253"><NewsTitle>นายกรัฐมนตรี หารือรองเลขาธิการสหประชาชาติ ประสานความร่วมมือในการพัฒนาทุกมิติอย่างยั่งยืน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอาคิม&amp;nbsp;สไตเนอร์&amp;nbsp;(Mr.&amp;nbsp;Achim&amp;nbsp;Steiner)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รองเลขาธิการสหประชาชาติ&amp;nbsp;และผู้บริหารสูงสุดของโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ&amp;nbsp;(United&amp;nbsp;Nations&amp;nbsp;Development&amp;nbsp;Programme:&amp;nbsp;UNDP)&amp;nbsp;เข้าเยี่ยมคารวะ&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;ในโอกาสเยือนประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุมกับหัวหน้าสำนักงาน&amp;nbsp;UNDP&amp;nbsp;ในภูมิภาค&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ชื่นชมรองเลขาธิการ&amp;nbsp;UNDP&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่มีบทบาทแข็งขันในการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนมากว่า&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;สำหรับประเทศไทยได้ให้ความสำคัญเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทาง&amp;nbsp;เพื่อนำประเทศไปสู่อนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและไทยมีเป้าหมายส่งเสริมการเติบโตที่ยั่งยืนและครอบคลุมโดยโมเดลเศรษฐกิจ&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;ซึ่งสอดคล้องและส่งเสริมการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;nbsp;&amp;nbsp;(SDGs)&amp;nbsp;เป็นวาระสำคัญในฐานะเจ้าภาพเอเปคในปีนี้&amp;nbsp;ไทยพร้อมสนับสนุนการทำงานของ&amp;nbsp;UNDP&amp;nbsp;อย่างเต็มที่&amp;nbsp;และเชื่อมั่นว่าสหประชาชาติ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;UNDP&amp;nbsp;จะช่วยส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนให้กับประเทศต่างๆ&amp;nbsp;ในภูมิภาค&amp;nbsp;ในการตอบสนองต่อความท้าทายของโลกในปัจจุบันได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;ความขัดแย้งระหว่างประเทศและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่อความร่วมมือของประเทศต่างๆ&amp;nbsp;ในเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;ดังนั้นต้องร่วมมือกันนำพาไปสู่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เป้าหมายคือ&amp;nbsp;การพัฒนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;การพัฒนาคนและการก้าวไปข้างหน้าโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&amp;nbsp;ตลอดจนความร่วมมือการจัดการมลพิษพลาสติกระดับโลก&amp;nbsp;ที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกประเทศและทุกภาคส่วนแลกเปลี่ยนและสนับสนุนองค์ความรู้ทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมแก่กัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-31T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331153906056</Link_News></row>
<row _id="254"><NewsTitle>เหตุลอบวางระเบิด ตร.สภ.บันนังสตา  พบคนร้ายเตรียมวางแผนก่อเหตุมาอย่างดี</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากเหตุคนร้ายก่อเหตุลอบวางระเบิดรถยนต์&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สภ.บันนังสตา&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;ในขณะที่นำหมายเรียกคดีจราจร&amp;nbsp;ไปส่งในพื้นที่&amp;nbsp;ม.&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ต.บาเจาะ&amp;nbsp;อ.บันนังสตา&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มี.ค&amp;nbsp;65&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;10.11&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;เป็นเหตุให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ&amp;nbsp;ที่เดินทางด้วยรถยนต์คันดังกล่าว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;นาย&amp;nbsp;ถูกแรงระเบิดเสียชีวิต&amp;nbsp;2&amp;nbsp;นาย&amp;nbsp;บาดเจ็บสาหัส&amp;nbsp;อีก&amp;nbsp;2&amp;nbsp;นาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ล่าสุด&amp;nbsp;จากการตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ&amp;nbsp;พบว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จุดที่คนร้ายก่อเหตุ&amp;nbsp;ได้วางแผนเตรียมการก่อเหตุมาอย่างดี&amp;nbsp;โดยฝังระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบในถังแก๊สหุงต้มขนาด&amp;nbsp;15-20&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไว้ใต้ผิวถนน&amp;nbsp;ก่อนที่จะลากสายไฟเข้าไปในสวนผลไม้ข้างทางประมาณ&amp;nbsp;3-4&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;และเชื่อมต่อกับวิทยุสื่อสาร&amp;nbsp;เพื่อทำการจุดชนวนระเบิด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากข้อมูลเบื้องต้น&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;วานนี้&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจ&amp;nbsp;สภ.บันนังสตา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จะต้องนำหมายเรียกจากศาลในคดีจราจร&amp;nbsp;ไปส่งให้กับผู้ถูกเรียกในพื้นที่&amp;nbsp;ต.บาเจาะ&amp;nbsp;ซึ่งในอดีตเป็นพื้นที่เคลื่อนไหวของกลุ่มก่อเหตุความไม่สงบ&amp;nbsp;และมักเกิดเหตุอยู่บ่อยครั้ง&amp;nbsp;โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ&amp;nbsp;ได้ใช้รถยนต์ตราโล่&amp;nbsp;ที่มีลักษณะทางราชการชัดเจน&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ทั้ง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;นาย&amp;nbsp;เข้าพื้นที่ตามคำสั่งการปฏิบัติงาน&amp;nbsp;แทนที่จะเป็นรถยนต์หุ้มเกราะ&amp;nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันเหตุร้าย&amp;nbsp;แต่ทราบว่า&amp;nbsp;มีปัญหาเกี่ยวกับระบบการจัดสรรน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับรถยนต์ทางราชการ&amp;nbsp;ที่ใช้ปฏิบัติงาน&amp;nbsp;จึงทำให้รถยนต์หุ้มเกราะไม่พร้อมสำหรับการปฏิบัติงาน&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่จึงนำรถยนต์ตราโล่&amp;nbsp;ไปปฏิบัติหน้าที่แทน&amp;nbsp;ทำให้ตกเป็นเป้าหมายชัดเจน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน&amp;nbsp;ได้เร่งสืบสวนหาข้อมูล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ถึงสาเหตุการรั่วไหลของข้อมูลข่าวสารภายในระบบราชการ&amp;nbsp;ซึ่งเชื่อว่า&amp;nbsp;มีผู้ไม่หวังดีส่งข้อมูลความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ให้กับกลุ่มคนร้ายลงมือก่อเหตุ&amp;nbsp;เนื่องจากพบว่า&amp;nbsp;การก่อเหตุของกลุ่มคนร้ายนั้น&amp;nbsp;มีการใช้เวลาในการเตรียมการลงมือก่อเหตุเป็นอย่างดี&amp;nbsp;ทั้งการขุดดินใต้ผิวถนน&amp;nbsp;และนำระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบในถังแก๊สหุงต้มขนาด&amp;nbsp;15-20&amp;nbsp;กิโลกรัมไปฝังไว้&amp;nbsp;ซึ่งต้องใช้เวลาเป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนกรณี&amp;nbsp;การนำส่งหมายเรียกจากศาลไปส่งนั้น&amp;nbsp;มีข้อมูลว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เหตุใดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ&amp;nbsp;สภ.บันนังสตา&amp;nbsp;ไม่นำส่งหมายศาลโดยการฝากบุคคลอื่นในพื้นที่&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ผู้นำชุมชน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;ในพื้นที่ดังกล่าว&amp;nbsp;เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุ&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;เป็นคำสั่งจากศาลที่จำเป็นต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องนำหมายศาลส่งถึงมือตามชื่อในหมายศาล&amp;nbsp;โดยไม่สามารถฝากผู้อื่นไปส่งแทนได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-31T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331161849091</Link_News></row>
<row _id="255"><NewsTitle>รับสมัครเลือกตั้งวันแรก มีผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. 20 คน ส.ก. 343 คน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายขจิต ชัชวานิชย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร &lt;/strong&gt;ในฐานะผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร แถลงผลการรับสมัครเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) โดยมีนายสำราญ ตันพานิช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร ร่วมให้ข้อมูลเพิ่มเติม ณ อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เขตดินแดง &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้ (31 มี.ค.65) เป็นวันแรก&lt;/strong&gt;ของการรับสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ ส.ก. ตั้งแต่เวลา 08.30 น.-16.30 น. ณ ห้องบางกอก อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เขตดินแดง ปรากฏว่ามีผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จำนวน 20 คน แบ่งเป็นชาย 14 คน หญิง 6 คน ได้แก่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หมายเลข 1 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หมายเลข 2 พันโทหญิง ฐิฏา รังสิตพล มานิตกุล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หมายเลข 3 นายสกลธี ภัททิยกุล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หมายเลข 4 ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หมายเลข 5 นายวีรชัย เหล่าเรืองวัฒนา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หมายเลข 6 พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หมายเลข 7 นางสาวรสนา โตสิตระกูล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หมายเลข 8 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หมายเลข 9 นางสาววัชรี วรรณศรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หมายเลข 10 ดร.ศุภชัย ตินติคมน์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หมายเลข 11 น.ต.ศิธา ทิวารี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หมายเลข 12 ดร.ประยูร ครองยศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หมายเลข 13 นายพิศาล กิตติเยาวมาลย์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หมายเลข 14 นายธเนตร วงษา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หมายเลข 15 พล.อ.ต.ทูตปรีชา เลิศสันทัดวาที&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หมายเลข 16 นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ &lt;/p&gt;&lt;p&gt;หมายเลข 17 นายอุเทน ชาติภิญโญ &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนช่วงบ่าย มีผู้สมัครเพิ่ม จำนวน 3 คน&lt;/strong&gt; ได้แก่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หมายเลข 18 นางสาวสุมนา พันธุ์ไพโรจน์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หมายเลข 19 นายไกรเดช บุนนาค&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หมายเลข 20 นางอมรพรรณ อุ่นสุวรรณ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้สมัครอายุมากที่สุด 72 ปี อายุน้อยที่สุด 43 ปี&lt;/strong&gt; &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการรับสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ทั้ง 50 เขต&lt;/strong&gt; ในวันแรกนี้ มีผู้สมัคร จำนวนทั้งสิ้น 343 คน เขตที่มีผู้สมัครมากที่สุด 9 คน ได้แก่ เขตธนบุรี เขตจอมทอง เขตวังทองหลาง เขตที่มีผู้สมัครน้อยที่สุด 5 คน ได้แก่ เขตดุสิต เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หลังจากปิดรับสมัครรับเลือกตั้ง &lt;/strong&gt;ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง จะตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครรับเลือกตั้งว่าขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามในการสมัครรับเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน จากนั้นจะประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง ณ ที่เลือกตั้งหรือบริเวณใกล้เคียงกับที่เลือกตั้ง หรือสถานที่ที่เห็นสมควร  &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการรับสมัครรับเลือกตั้ง &lt;/strong&gt;ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร จะมีไปถึงวันที่ 4 เมษายน 2565 ตั้งแต่เวลา 08.30 น.-16.30 น. โดยไม่เว้นวันหยุดราชการ ณ ห้องบางกอก อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เขตดินแดง &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การแจ้งช่องทางหาเสียง &lt;/strong&gt;เน้นย้ำให้ผู้สมัครฯ รีบดำเนินการแจ้งช่องทางการหาเสียงเลือกตั้งทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ว่ามีช่องทางใดบ้างและมีค่าใช้จ่ายเท่าไร แจ้ง รายชื่อและจำนวนผู้ช่วยหาเสียง พาหนะที่ใช้ในการหาเสียงเลือกตั้ง สถานที่หรือเวทีหาเสียงเลือกตั้ง เพื่อใช้ในการคำนวณงบประมาณในการหาเสียงเลือกตั้ง โดยให้ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร ณ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ อาคาร B ภายใน 90 วัน นับจากวันที่ประกาศกำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานครและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร วันที่ 25 มีนาคม 2565 เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้ายการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2563 ทั้งนี้วงเงินในการหาเสียงของผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครต้องไม่เกิน 49 ล้านบาท ส่วนสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร 0.8 -1.2 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่และประชากร ผู้สมัครที่กระทำผิดจะถูกเพิกถอนสิทธิในการเลือกตั้ง 5 ปี &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขอความร่วมมือผู้สมัครทำตามประกาศกำหนดการติดป้ายหาเสียง &lt;/strong&gt;คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร ได้ออกประกาศ เรื่อง การกำหนดสถานที่ปิดประกาศและติดแผ่นป้ายเกี่ยวกับเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยกำหนดจำนวน หลักเกณฑ์ และสถานที่ปิดประกาศ รวมทั้งสถานที่ห้ามปิดประกาศไว้อย่างชัดเจน อาทิ สถานที่ปิดประกาศ ได้แก่ บริเวณป้ายปิดประกาศของสำนักงานเขต โรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร และหน่วยงานในสังกัดกรุงเทพมหานคร โดยให้ผู้สมัครปิดประกาศได้สถานที่ละ 1 แผ่น เท่านั้น และต้องแจ้งขอปิดประกาศต่อหัวหน้าหน่วยงานหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายของสถานที่นั้น ๆ &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนสถานที่ห้ามปิดประกาศ&lt;/strong&gt; ได้แก่ ผิวการจราจร เกาะกลางถนน สะพานลอยคนข้ามและสะพานลอยรถข้าม รวมทั้งส่วนประกอบของสะพาน รั้วและแผงเหล็กริมถนน ป้ายจราจรและสัญญาณไฟจราจร ป้ายประกาศของทางราชการ รั้วหรือกำแพงหรือผนังอาคารของทางราชการ ต้นไม้และเสาไฟฟ้าบริเวณเกาะกลางถนน เป็นต้น รวมถึงการปิดประกาศตามระเบียบของการไฟฟ้านครหลวง โดยขอให้ผู้สมัครศึกษารายละเอียดและปฏิบัติตามข้อกำหนดของประกาศอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-31T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>หน่วยงานสำนักข่าว</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331200328219</Link_News></row>
<row _id="256"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="257"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="258"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="259"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="260"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="261"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="262"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="263"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="264"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="265"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="266"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="267"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="268"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="269"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="270"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="271"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="272"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="273"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="274"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="275"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="276"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="277"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="278"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="279"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="280"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="281"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="282"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="283"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="284"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="285"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="286"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="287"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="288"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="289"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="290"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="291"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="292"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="293"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="294"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="295"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="296"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="297"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="298"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="299"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="300"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="301"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="302"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="303"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="304"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="305"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="306"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="307"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="308"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="309"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="310"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="311"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="312"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="313"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="314"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="315"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="316"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="317"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="318"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="319"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="320"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="321"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="322"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="323"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="324"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="325"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="326"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="327"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="328"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="329"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="330"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="331"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="332"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="333"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="334"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
</data>
