﻿_id	NewsTitle	Detail	NewsDate	Region	Province	Department	Link_News
1	ผู้ว่าฯ ยะลา อวยพรปีใหม่ประชาชน งาน YALA ART STREET พร้อมนับถอยหลังเข้าสู่พุทธศักราชใหม่ 2565	<p><strong>การแสดงดนตรีคืนวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่</strong>&nbsp;งาน&nbsp;YALA&nbsp;ART&nbsp;STREET&nbsp;COUNTDOWN&nbsp;TO&nbsp;2022&nbsp;ในรูปแบบแซนด์บ็อกซ์&nbsp;ครั้งแรกของ&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ซึ่งเทศบาลนครยะลาได้จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองปีใหม่&nbsp;สร้างความสุขให้ชาวยะลา&nbsp;และเป็นการฟื้นฟูเศรษฐกิจของเมือง&nbsp;หลังผ่านพ้นการระบาดของโควิด-19&nbsp;ที่บริเวณเวทีการจัดงานกลางวงเวียนหอนาฬิกาได้ดึงดูดคอเพลง&nbsp;วัยรุ่น&nbsp;ผู้ใหญ่&nbsp;เข้าร่วมฟังเพลง&nbsp;จากวงกางเกง&nbsp;วง&nbsp;Colorpitch&nbsp;กันอย่างคึกคักเป็นไปตามมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;เคร่งครัด&nbsp;โดยมีเงื่อนไข&nbsp;ที่ทุกคนต้องฉีดวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;ที่อยู่ชัดเจน&nbsp;ไม่สามารถเปลี่ยนบัตรได้&nbsp;รวมถึง&nbsp;ทุกคนต้องสวมใส่แมส&nbsp;และฉีดพ่นสเปรย์ก่อนเข้าร่วม&nbsp;และเมื่อเสร็จงานคอนเสิร์ต&nbsp;ก็จะต้องเข้ารับการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;ในเวลา&nbsp;23.50&nbsp;น.&nbsp;</strong>นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลาได้ให้เกียรติกล่าวอวยพรปีใหม่ในงาน&nbsp;YALA&nbsp;ART&nbsp;STREETส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;ให้ประชาชนชาวยะลามีความสุข&nbsp;ความเจริญ&nbsp;และปลอดภัย&nbsp;จากภยันตรายใดๆ&nbsp;ย้ำการดูแลป้องกันตนเองจากโควิด-19&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้ยังได้ร่วมนับถอยหลัง&nbsp;countdown&nbsp;ในเวลา&nbsp;00.00&nbsp;น.&nbsp;เข้าสู่ปีพุทธศักราชใหม่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	1/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220101011700016
2	ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี อวยพรปีใหม่ขอให้ประชาชนปลอดภัย ปลอดโรค ปลอดโควิด-19 มีความมั่นคงในการดำรงชีพ ตลอดปี 2565 และตลอดไป จุดพลุฉลองปีใหม่ เค้าท์ดาวน์แบบ New Normal สว่างไสวทั่วเมืองจันท์	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;white;"">ค่ำวันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;white;"">&nbsp;</span>ที่บริเวณเวทีหน้าศาลาเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช&nbsp;ในงาน&nbsp;วันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชรำลึก&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งเป็นงานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่&nbsp;ที่จัดขึ้นเป็นประจำต่อเนื่อง&nbsp;แต่ปีนี้&nbsp;จัดขึ้นภายใต้มาตรการด้านสาธารณสุขเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ผู้ร่วมงานทุกคนต้องผ่านการคัดกรอง&nbsp;และสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่เดินภายในงาน&nbsp;แม่ค้า-พ่อค้า&nbsp;ต้องแสดงผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ปลอดจากโรคโควิด-19&nbsp;โดยก่อนเวลา&nbsp;24.00&nbsp;น.นายสุธี&nbsp;ทองแย้ม&nbsp;ได้นำตัวแทนหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหะกิจ&nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ผู้แทนสมาคม&nbsp;องค์กรภาคเอกชน&nbsp;ร่วมขึ้นเวที&nbsp;มีการจับรางวัลผู้โชคดีตู้เย็น&nbsp;และเงินสดมูลค่า&nbsp;5,000&nbsp;บาท&nbsp;และกล่าวอวยพรปีใหม่แก่ประชาชน&nbsp;และผู้มาร่วมงานที่รอนับถอยหลัง&nbsp;เข้าสู่ปี&nbsp;2565&nbsp;โดยผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีได้กล่าวอวยพรส่งความสุขชาวจันทบุรีทุกคนพร้อมขอพร&nbsp;อาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย&nbsp;รวมทั้งดวงพระวิญญาณสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้โปรดประทานพรอันประเสริฐให้กับชาวจันทบุรี&nbsp;ทุกคนมีแต่ความสุข&nbsp;พบแต่ความเจริญ&nbsp;ทำสิ่งใดก็ประสบความสำเร็จ&nbsp;คิดสิ่งใดก็สมหวัง&nbsp;มีความก้าวหน้าในอาชีพการงาน&nbsp;มีความมั่นคงในการดำรงชีพต่อตนเองและครอบครัวมีความมั่นคงถาวร&nbsp;ที่สำคัญมีความสุขกาย&nbsp;สบายใจ&nbsp;ปลอดโรค&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;และปลอดจากโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;โดยถ้วนหน้า&nbsp;และในเวลา&nbsp;24.00&nbsp;น.องค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรีได้จัดพลุ&nbsp;แสง&nbsp;สี&nbsp;เสียงมาจุดเฉลิมฉลอง&nbsp;ยาวประมาณ&nbsp;10&nbsp;นาทีสร้างความสว่างไสวทั่วท้องฟ้าในเขตเมืองจันทบุรี</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	1/1/2022	ภาคตะวันออก	จันทบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220101012447017
3	พ่อเมืองอำนาจเจริญ เยี่ยมให้กำลังใจจุดบริการประชาชนหน้าเทศบาลตําบลอำนาจ 	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วานนี้&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;เวลา&nbsp;12.30&nbsp;น.&nbsp;</strong>นายทวีป&nbsp;บุตรโพธิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;เดินทางตรวจเยี่ยมจุดบริการประชาชนหน้าเทศบาลตำบลอำนาจ&nbsp;และมอบสิ่งของเพื่อใช้ในการปฎิบัติหน้าที่&nbsp;อาทิเช่น&nbsp;เสื้อสะท้อนแสง&nbsp;กระบองไฟเรืองแสง&nbsp;น้ำและชุดกาแฟ&nbsp;และสังเกตการณ์การตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผู้เดินทางเข้าพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;และมอบใบรับรองให้กับผู้เดินทาง&nbsp;ไม่พบเชื้อโควิด-19</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายธนูศักดิ์&nbsp;เสมอภาค&nbsp;นายอำเภอลืออำนาจ</strong>&nbsp;นางวัชราภรณ์&nbsp;นาท้าว&nbsp;ปลัดอาวุโส&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ&nbsp;โดยมีนายทศพงศ์&nbsp;บุญพุต&nbsp;สาธารณสุขอำเภอ&nbsp;และคณะเจ้าหน้าที่&nbsp;สุ่มตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผู้เดินทางมาจากจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;23&nbsp;ราย&nbsp;ไม่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;แต่อย่างใด&nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจจาก&nbsp;สภ.ลืออำนาจ&nbsp;อำนวยความสะดวกด้านการจราจร&nbsp;&nbsp;</p>	1/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220101084636028
4	สคร.12 สงขลา ร่วมรณรงค์ สวมหมวก ใส่แมสก์ ไม่เมา ลดบาดเจ็บ-เสียชีวิต จากอุบัติเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่ 2565	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่&nbsp;12&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;(สคร.12&nbsp;สงขลา)&nbsp;ร่วมรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุเนื่องในเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;</strong>(ระหว่างวันที่&nbsp;29&nbsp;ธ.ค.&nbsp;64&nbsp;ถึง&nbsp;5&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;ภายใต้แนวคิดในการรณรงค์&nbsp;ขับไม่ดื่ม&nbsp;ดื่มไม่ขับภายใต้คำขวัญ&nbsp;3&nbsp;ม.สวมหมวก&nbsp;ใส่แมสก์&nbsp;ไม่เมา</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายแพทย์เฉลิมพล&nbsp;โอสถพรมมา&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่&nbsp;12&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;</strong>กล่าวถึงสถานการณ์การบาดเจ็บทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;2564&nbsp;ในเขตสุขภาพที่&nbsp;12&nbsp;ว่า&nbsp;จังหวัดที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุสูงสุด&nbsp;คือ&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ตรัง&nbsp;และพัทลุง&nbsp;โดยการบาดเจ็บทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;2564&nbsp;ลดลงจากปี&nbsp;2563&nbsp;แต่การเสียชีวิตในช่วงดังกล่าว&nbsp;มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น&nbsp;เนื่องจากมีการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19&nbsp;ช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;2564&nbsp;ส่งผลให้มีการเดินทางเพิ่มขึ้น&nbsp;อีกทั้ง&nbsp;การดื่มฉลองช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;และพฤติกรรมไม่สวมหมวกนิรภัยขณะขับขี่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่เป็นเพศชาย&nbsp;</strong>ขับขี่รถจักรยานยนต์&nbsp;เป็นลักษณะการล้มเอง&nbsp;ไม่มีคู่กรณี&nbsp;และพบว่ากลุ่มอายุ&nbsp;10-19&nbsp;ปี&nbsp;ขับขี่รถจักรยานยนต์มีพฤติกรรมไม่สวมหมวกนิรภัยมากที่สุด&nbsp;และกลุ่มอายุ&nbsp;20-29&nbsp;ปี&nbsp;มีพฤติกรรมดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขณะขับขี่มากที่สุด&nbsp;ส่วนวันที่เกิดเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;2564&nbsp;มีผู้บาดเจ็บมากที่สุดคือ&nbsp;ในวันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2563&nbsp;ส่วนวันที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดคือ&nbsp;วันที่&nbsp;3&nbsp;มกราคม&nbsp;2564&nbsp;โดยช่วงเวลาเกิดเหตุที่มีผู้บาดเจ็บมากที่สุดอยู่ช่วงระหว่างเวลา&nbsp;17.00-17.59&nbsp;น.&nbsp;และถนนที่เกิดเหตุที่ทำให้มีผู้บาดเจ็บ&nbsp;ส่วนใหญ่เป็นถนนสายหลักกรมทางหลวง&nbsp;รองลงมาเป็นถนนในหมู่บ้าน&nbsp;หรือถนนในชุมชน</p><p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สคร.12&nbsp;สงขลา&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนก่อนเดินทางปีใหม่นี้</strong>&nbsp;ขับไม่ดื่ม&nbsp;ดื่มไม่ขับ&nbsp;และเน้นย้ำ&nbsp;3&nbsp;ม.สวมหมวก&nbsp;ใส่แมสก์&nbsp;ไม่เมารวมทั้งหลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วงระยะเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด&nbsp;ลดการบาดเจ็บและเสียชีวิต&nbsp;จากอุบัติเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;ที่สำคัญขอเน้นย้ำ&nbsp;ให้พี่น้องประชาชนปฏิบัติตัวป้องกันการติดเชื้อโควิด-19&nbsp;แบบครอบจักรวาล&nbsp;(Universal&nbsp;Prevention&nbsp;for&nbsp;COVID-19)&nbsp;นั่นคือ&nbsp;การระมัดระวังป้องกันตนเองขั้นสูงสุดตลอดเวลาของทุกคน&nbsp;เพื่อให้ปลอดภัยจากการติดเชื้อโควิด-19&nbsp;แม้ว่ายังไม่พบว่ามีความเสี่ยง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สคร.12&nbsp;สงขลา&nbsp;แนะ&nbsp;10&nbsp;แนวทางป้องกันการติดเชื้อโควิด-19&nbsp;แบบครอบจักรวาล&nbsp;(Universal&nbsp;Prevention&nbsp;for&nbsp;COVID-19)&nbsp;ได้แก่</strong>&nbsp;1.&nbsp;ออกจากบ้านเมื่อจำเป็นเท่านั้น&nbsp;2.เว้นระยะห่างจากผู้อื่นอย่างน้อย&nbsp;1-2&nbsp;เมตร&nbsp;ในทุกสถานที่&nbsp;3.สวมหน้ากากอนามัยและทับด้วยหน้ากากผ้าตลอดเวลา&nbsp;ทั้งที่อยู่ในบ้านและนอกบ้าน&nbsp;ที่มีคนมากกว่า&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;4.ล้างมือบ่อย&nbsp;ๆ&nbsp;ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ทุกครั้ง&nbsp;ก่อนรับประทานอาหาร&nbsp;หรือหลังการใช้ห้องน้ำ&nbsp;รวมไปถึงการไอจาม&nbsp;หรือสัมผัสสิ่งของร่วมกัน&nbsp;5.หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสหน้ากากอนามัย&nbsp;หน้ากากผ้าที่สวมใส่อยู่&nbsp;รวมทั้งใบหน้า&nbsp;ตา&nbsp;จมูก&nbsp;ปาก&nbsp;โดยไม่จำเป็น&nbsp;6.กลุ่มที่เป็นกลุ่มเสี่ยงอายุมากกว่า&nbsp;60&nbsp;ปี&nbsp;และผู้ที่มีโรคเรื้อรัง&nbsp;หลีกเลี่ยงการออกนอกบ้าน&nbsp;เว้นแต่จำเป็นเท่านั้น&nbsp;7.ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อพื้นผิวที่ถูกสัมผัสบ่อย&nbsp;ๆ&nbsp;8.แยกของใช้ส่วนตัวทุกชนิด&nbsp;ไม่ใช้ร่วมกับผู้อื่น&nbsp;9.เลือกประทานอาหารปรุงสุกใหม่&nbsp;แยกสำรับ&nbsp;หรือหากรับประทานร่วมกัน&nbsp;ให้ใช้ช้อนกลางส่วนตัว&nbsp;10.หากสงสัยว่าตนเองเสี่ยง&nbsp;เช่น&nbsp;สัมผัสกับผู้ติดเชื้อ&nbsp;หรือมีอาการ&nbsp;ควรได้รับการตรวจด้วย&nbsp;ATK&nbsp;บ่อย&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อยืนยันว่าติดเชื้อหรือไม่&nbsp;หรือไม่รับการตรวจรักษาที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน&nbsp;หากมีข้อสงสัยสอบถามเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;สายด่วนกรมควบคุมโรค&nbsp;1422&nbsp;และหากพบเห็นอุบัติเหตุให้รีบโทรแจ้ง&nbsp;ขอความช่วยเหลือจากทีมแพทย์กู้ชีพ&nbsp;โทร.1669&nbsp;</p>	1/1/2022	ภาคใต้	สงขลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220101120613142
5	กระทรวงคมนาคม พร้อมอำนวยความสะดวกและรับมือการเดินทางช่วงเทศกาลปีใหม่	<p>นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2565 กระทรวงคมนาคมตั้งเป้าลดจำนวนการเกิดอุบัติเหตุลงร้อยละ15 ซึ่งได้ตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐาน คืนผิวจราจรการก่อสร้างถนนต่าง ๆ ติดตั้งป้ายแจ้งเตือนการก่อสร้าง ปิดจุดกลับรถที่มีความเสี่ยงสูง และนำระบบเทคโนโลยีแอปพลิเคชันมาใช้ตรวจสอบการจราจรเส้นทางต่างๆ</p><p><br></p><p>ส่วนการเดินทางโดยรถไฟ ยังให้บริการตามปกติและเพิ่มระบบการจองตั๋วโดยสารด้วยการนำระบบออนไลน์มาใช้ การปล่อยแถวกองบังคับการตำรวจรถไฟดูแลความปลอดภัยบนขบวนรถไฟ และเพิ่มเฝ้าระวังดูแลจุดตัดระหว่างทางรถไฟและถนนที่เป็นจุดเสี่ยง โดยร่วมกับกระทรวงมหาดไทย จัดเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเป็นอาสาสมัครเฝ้าระวัง&nbsp;</p><p><br></p><p>ขณะที่การเดินทางทางอากาศ คาดว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ประชาชนจะใช้บริการเพิ่มขึ้นอีก&nbsp;ส่วนการป้องกันโควิด -19&nbsp;ได้ประสานกับกระทรวงสาธารณสุขดูแลประชาชนในทุกมิติตามมาตรการป้องกันโควิด -19 และจุดเฝ้าระวังให้บริการตรวจ ATK แก่ประชาชนโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย</p><p><br></p><p><br></p>	1/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG211231104857918
6	บรรยายกาศ Countdown 2022 เมืองกรุงเก่า	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วานนี้&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;บริเวณวัดพระราม&nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา</strong>&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;เฉลิมฉลองท้ายปีจัดงาน&nbsp;Amazing&nbsp;Thailand&nbsp;Countdown&nbsp;2022&nbsp;ทั่วประเทศ&nbsp;และพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;จัดงานภายใต้ชื่อ&nbsp;""Amazing&nbsp;New&nbsp;Chapters&nbsp;@&nbsp;Phra&nbsp;Nakhon&nbsp;Si&nbsp;Ayutthaya""&nbsp;นำเอกลักษณ์ความเป็นไทยจุดประกายความสุขให้คนทั้งโลก&nbsp;และผลักดันให้ประเทศไทยสู่การเป็น&nbsp;GLOBAL&nbsp;COUNTDOWN&nbsp;DESTINATION&nbsp;แสดงความพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศร่วมเฉลิมฉลองปีใหม่&nbsp;ทั้งกระตุ้นให้เกิดหมุนเวียนเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจในช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;พร้อมย้ำความปลอดภัยตามมาตรการสาธารณสุข&nbsp;ชูการจัดงานรูปแบบ&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;COVID-19&nbsp;Free&nbsp;Event&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ในโอกาสนี้&nbsp;นางสรัลพัชร&nbsp;ประโมทะกะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;</strong>และนายฉัททันต์&nbsp;กุญชร&nbsp;ณ&nbsp;อยุธยา&nbsp;รองผู้ว่าการด้านยุโรป&nbsp;แอฟริกา&nbsp;ตะวันออกกลาง&nbsp;และอเมริกา&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;ให้เกียรติร่วมเปิดงานฯ&nbsp;งาน&nbsp;Amazing&nbsp;New&nbsp;Chapters&nbsp;@&nbsp;Phra&nbsp;Nakhon&nbsp;Si&nbsp;Ayutthaya&nbsp;จัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;27-31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณวัดพระราม&nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ภายในงานมีกิจกรรมมากมาย&nbsp;อาทิ&nbsp;Lighting&nbsp;Art&nbsp;Lnstallation&nbsp;ตกแต่งประดับไฟสวยงามสะท้อนวิถีชีวิตไทยแบบประยุกต์&nbsp;เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานเก็บภาพถ่ายรูปยามค่ำคืน&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;16.30-21.00&nbsp;น.&nbsp;เพลิดเพลินด้วยการแสดงดนตรีไทยพื้นบ้านภาคกลางประยุกต์&nbsp;และร่วมสมัยจากศิลปินที่มีชื่อเสียง&nbsp;อาทิ&nbsp;NOTTOY&nbsp;สิงโตนำโชค&nbsp;ทั้งดนตรีจากวงดนตรีไทยประยุกต์และวง&nbsp;Local&nbsp;Band&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังมี&nbsp;Thai&nbsp;Street&nbsp;Market&nbsp;ตลาดวิถีไทย&nbsp;อิ่มอร่อยกับอาหารไทยภาคกลางและเลือกชมผลิตภัณฑ์จาก&nbsp;SME&nbsp;ภาคกลางด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับคืนวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;วันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;16.30-01.00&nbsp;น.</strong>&nbsp;ผู้เข้าชมงานจะได้พบกับ&nbsp;THAI&nbsp;FAMOUS&nbsp;ARTIST&nbsp;CONCERT&nbsp;การแสดงดนตรีร่วมสมัยจากศิลปิน&nbsp;นักร้องท้องถิ่น&nbsp;และมีชื่อเสียงสลับหมุนเวียนตลอดค่ำคืน&nbsp;และไฮไลท์สำคัญของงาน&nbsp;Amazing&nbsp;New&nbsp;Chapters&nbsp;@&nbsp;Phra&nbsp;Nakhon&nbsp;Si&nbsp;Ayutthaya&nbsp;เริ่มตั้งแต่&nbsp;23.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;จัดเต็มการแสดงชุดพิเศษ&nbsp;""ปีใหม่สุขใจไทยระรื่น""&nbsp;ได้แรงบันดาลใจจาก&nbsp;""ความรื่นเริง""&nbsp;ของภาคกลาง&nbsp;สะท้อนเอกลักษณ์การใช้ชีวิตในดินแดนอู่ข้าวอู่น้ำของประเทศที่มีแม่น้ำหลายสายผู้คนมีความเป็นอยู่สุขสบาย&nbsp;เป็นจุดกําเนิดของการสร้างสรรค์การเล่นรื่นเริงในโอกาสต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;มากมาย&nbsp;ทั้งตามฤดูกาล&nbsp;และเทศกาล&nbsp;โดยในการแสดงชุดนี้ถ่ายทอดในรูปแบบผสมผสานความเป็นไทยประยุกต์เข้ากับความเป็นไทยดั้งเดิม&nbsp;ให้มีสีสันความสนุกสนานและความทันสมัย&nbsp;สื่อสาร&nbsp;ส่งมอบความสุขและสร้างรอยยิ้มในวาระปีใหม่&nbsp;ให้ชีวิตไหลลื่นดั่งสายน้ำที่เลี้ยงชีวิต&nbsp;และให้ทุกคนยิ้มได้อย่างระรื่นกับการเริ่มต้นใหม่ในปีต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ต่อมาประทับใจไปกับการแสดงสุดพิเศษของแม่ขวัญจิต&nbsp;ศรีประจันต์&nbsp;และวงรัตนโกสินทร์&nbsp;เบรคคิน&nbsp;ครูว</strong>&nbsp;รวมถึงการแสดงโขนสมมุติชุดใหญ่&nbsp;30&nbsp;คน&nbsp;ให้ความรู้และควบคุมการแสดง&nbsp;โดยครูมืด&nbsp;ประสาท&nbsp;ทองอร่าม&nbsp;และเพิ่มความสนุกสนานด้วยการแสดงจากศิลปินวง&nbsp;Richman&nbsp;Toy&nbsp;และสวนพลู&nbsp;คอรัส&nbsp;ยิ่งไปกว่านั้น&nbsp;ผู้เข้าร่วมงานจะได้ตื่นตาตื่นใจกับการแสดงพลุแสงไฟประกอบดนตรีสุดอลังการ&nbsp;ชุด&nbsp;LET&nbsp;S&nbsp;THE&nbsp;BLESSINGS&nbsp;FLOW&nbsp;""พรตลอดปี&nbsp;ชีวิตดีตลอดไป""&nbsp;อำนวยอวยชัยให้ชีวิตคนไทยเป็นดั่งสายน้ำที่ลื่นไหลไร้อุปสรรคตลอดปี&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;เริ่มต้นด้วย&nbsp;The&nbsp;Countdown&nbsp;:&nbsp;พลุไพโร&nbsp;จุดพร้อมจังหวะนับถอยหลัง&nbsp;จากนั้นตามด้วยการแสดงพลุ&nbsp;7&nbsp;องก์สำคัญ&nbsp;ได้แก่&nbsp;องก์&nbsp;1&nbsp;:&nbsp;เบิกอรุณจุดประกายแสงแห่งหวัง&nbsp;องก์&nbsp;2&nbsp;:&nbsp;พร่างพราวจากนภาหลอมพลังรวมสู่นที&nbsp;องก์&nbsp;3&nbsp;:&nbsp;สุขสมบูรณ์พูนผลผ่านพ้นภัย&nbsp;องก์&nbsp;4&nbsp;:&nbsp;สุขภาพปลอดโรคเกษมโชค&nbsp;องก์&nbsp;5&nbsp;:&nbsp;มั่งมีเงินทองสมสุขศรี&nbsp;องก์&nbsp;6&nbsp;:&nbsp;ราบรื่นสุขจิตชีวิตดี&nbsp;และองก์&nbsp;7&nbsp;:&nbsp;พรั่งพร้อมบริวารชำนาญไกล&nbsp;และปิดท้ายการแสดงพลุด้วยเลข&nbsp;2565&nbsp;The&nbsp;Finale</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;ททท.&nbsp;ได้เข้มงวดมาตรการการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ของผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;</strong>และยกระดับให้เป็นไปตามที่รัฐบาลกำหนด&nbsp;โดยใช้มาตรการ&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Personnel&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Customer&nbsp;และ&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Environment&nbsp;ผู้จัดงาน&nbsp;พนักงาน&nbsp;นักร้อง&nbsp;นักดนตรี&nbsp;ต้องฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ครบตามเกณฑ์&nbsp;มีผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทุกคนและมีผลเป็นลบก่อนเข้างาน&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;สำหรับประชาชนผู้เข้าร่วมงาน&nbsp;ต้องลงทะเบียนและแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนครบตามเกณฑ์&nbsp;และมีผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นลบภายใน&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมงเช่นกัน&nbsp;โดยทุกคนต้องตรวจคัดกรองความเสี่ยงก่อน&nbsp;เข้างาน&nbsp;และปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;UP-D-M-H-T-A&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p>"	1/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	พระนครศรีอยุธยา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220101154025246
7	กรมการพัฒนาชุมชน ร่วมกับ 5 จังหวัด เดินหน้าโครงการ OTOP ภูมิภาค 29 ธ.ค. 64  4 ม.ค. 65	"<p><strong>กรมการพัฒนาชุมชน ร่วมกับ 5 จังหวัด เดินหน้าโครงการ OTOP ภูมิภาค&nbsp;29 ธ.ค. 64  4 ม.ค. 65 นำผลิตภัณฑ์ OTOP ชั้นดี กระจายไปสร้างความสุขผลิบานทั่วประเทศ เน้นคุมเข้มมาตรการป้องกัน&nbsp;&nbsp;โควิด-19 เพื่อความมั่นใจของผู้เข้าชมงาน</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;งาน ""OTOP ภูมิภาค ประจำปี 2564 ความสุขผลิบาน&nbsp;ทั่วไทย มีเป้าหมายสำคัญให้ผู้ประกอบการ OTOP ได้มีโอกาสนำเสนอสินค้าผลิตภัณฑ์ OTOP ที่มีคุณภาพ ไปในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ กระตุ้นเศรษฐกิจจากฐานราก โดยเน้นมาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเข้มข้น การจัดงานในครั้งนี้ผู้ประกอบการมีการตรวจวัคซีนครบ มีการตรวจ ATK ส่วนผู้เข้าร่วมงานก็มีการตรวจคัดกรองวัดอุณหภูมิ สวมใส่หน้ากากผ้า หรือ หน้ากากอนามัย และรักษาระยะห่าง ภายในงานประกอบด้วยคาราวานสินค้าผลิตภัณฑ์ OTOP จากชุมชนทั่วประเทศ กว่า 300 ราย สัญจรไปใน 5 พื้นที่ทั่วประเทศ คือ จังหวัดแพร่ จังหวัดกระบี่ จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดหนองคาย และจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม 2564 - 4 มกราคม 2565 มีการจัดงานพร้อมกันใน 2 จังหวัดคือ จังหวัดแพร่ จัดงานที่ลานกิจกรรมข้างศูนย์โชว์รูม MG สาขาแพร่ ตำบลป่าแมต อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ และจังหวัดกระบี่ จัดขึ้นที่อ่าวนาง&nbsp;&nbsp;แลนด์มาร์ก ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่</p><p>โดยเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2564 มีการเปิดงาน OTOP ภูมิภาค ประจำปี 2564 ณ จังหวัดแพร่ บริเวณลานกิจกรรมข้างศูนย์โชว์รูม MG สาขาแพร่ ตำบลป่าแมต อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ โดยมีนายสุรศักดิ์ อักษรกุล รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดแพร่ ผู้บริหารกรมการพัฒนาชุมชน และตัวแทนหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในจังหวัดแพร่และจังหวัดใกล้เคียงเข้าร่วมพิธีเปิด นายสมหวัง พ่วงบางโพ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ กล่าวว่า ตามที่ รัฐบาลมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการพัฒนาชุมชน ดำเนินการขับเคลื่อนโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ หรือ OTOP โดยมีเป้าหมายสำคัญที่จะพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเข้มแข็ง ซึ่งหัวใจสำคัญของโครงการ OTOP อยู่ที่การส่งเสริมให้ผลิตภัณฑ์ที่ชุมชนผลิต&nbsp;สามารถมีช่องทางในการจำหน่ายเพิ่มขึ้นตามแนวคิด การตลาดนำการผลิต โดยการจัดงานในครั้งนี้ จังหวัดแพร่มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่กรมการพัฒนาชุมชนได้เลือกจังหวัดแพร่เป็นพื้นที่ในการจัดงาน เพราะถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ได้เป็นอย่าง ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนในจังหวัดแพร่และจังหวัดใกล้เคียง ช่วยกันสนับสนุนสินค้า OTOP จากทุกจังหวัดทั่วประเทศที่มาจำหน่ายในงาน OTOP ภูมิภาคครั้งนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้ กรมการพัฒนาชุมชนกำหนดจัดงาน OTOP ภูมิภาค ประจำปี 2564 ไปใน 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดแพร่ จังหวัดกระบี่ จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดหนองคาย และจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งในแต่ละพื้นที่มีผู้ประกอบการเข้าร่วมกว่า 300 ราย โดยดำเนินการพื้นที่ละ 7 วัน ภายใต้คำขวัญ ความสุขผลิบานทั่วไทย&nbsp;&nbsp;&nbsp;ช้อปคุ้มครบ จบที่เดียว โดยภายในงานมีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP 1-5 ดาว , อาหาร OTOP ชวนชิม , การสาธิตกระบวนการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่น และการแสดงทางวัฒนธรรม และการแสดงจากศิลปิน โดยกำหนดจัดงาน OTOP ภูมิภาคใน 5 พื้นที่มีดังนี้ ครั้งที่ 1 จังหวัดแพร่ 29 ธันวาคม 2564 - 4 มกราคม 2565 , ครั้งที่ 2 จังหวัดกระบี่ 29 ธันวาคม 2564 - 4 มกราคม 2565 , ครั้งที่ 3 จังหวัดนครศรีธรรมราช 17-23 มกราคม 2565 , ครั้งที่ 4 จังหวัดหนองคาย 1-7 กุมภาพันธ์ 2565 , ครั้งที่ 5 จังหวัดกาญจนบุรี 21-27 กุมภาพันธ์ 2565 โดยสามารถติดตามรายละเอียดได้ทาง Facebook : OTOP TODAY โอทอปทูเดย์ www.facebook.com/OTOPTODAYTHAILAND/</p><p><br></p>"	1/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220101121148145
8	"สวยงามตระการ ททท. จัด ""Countdown Suphanburi 2022"" กระตุ้นเศรษฐกิจ"	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;จับมือการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;จัด&nbsp;""Countdown&nbsp;Suphanburi&nbsp;2022""&nbsp;โชว์เอฟเฟ็กต์ตระการตาเหนือหอคอยบรรหารแจ่มใส&nbsp;พร้อม&nbsp;Drone&nbsp;Light&nbsp;Show&nbsp;และสวนแสงสุดมหัศจรรย์&nbsp;ภายใต้มาตรการอย่างเข้มข้น&nbsp;เน้นหลักความปลอดภัยคือความสุข&nbsp;กระตุ้นส่งเสริมการท่องเที่ยวในภาพรวม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>เมื่อค่ำวานนี้&nbsp;(31&nbsp;ธ.ค.&nbsp;64)&nbsp;บริเวณสวนเฉลิมภัทรราชินี&nbsp;หอคอยบรรหารแจ่มใส&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี</strong>&nbsp;นักท่องเที่ยวและชาวสุพรรณบุรี&nbsp;ร่วมเฉลิมฉลอง&nbsp;นับถอยหลังปีใหม่&nbsp;ส่งท้ายปีเก่า&nbsp;ต้อนรับปีใหม่&nbsp;ในงาน&nbsp;""Countdown&nbsp;Suphanburi&nbsp;Happy&nbsp;Healthy&nbsp;2022""&nbsp;โดยจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;พร้อมด้วยองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เทศบาลเมืองสุพรรณบุรี&nbsp;กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;สวนเฉลิมภัทรราชินี&nbsp;และหน่วยงานภาครัฐและเอกชน&nbsp;ร่วมกันจัดงานดังกล่าวขึ้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>โดยมีวุตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมกิจกรรมทางด้านงานเทศกาลตามวัฒนธรรมประเพณีของไทย&nbsp;</strong>รวมทั้งส่งเสริมเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวและวิถีชีวิตชุมชนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นตามแนวนโยบายของรัฐบาล&nbsp;พร้อมทั้งนำเสนอจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ในฐานะสถานที่ท่องเที่ยวที่&nbsp;""เที่ยวใกล้&nbsp;เที่ยวง่าย&nbsp;เที่ยวปลอดภัย&nbsp;เที่ยวได้ทั้งปี""&nbsp;และเป็นการสร้างความสุขให้กับชาวสุพรรณบุรีและผู้ที่มาร่วมงาน&nbsp;เป็นของขวัญปีใหม่&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;โดยงานจัดขึ้นภายใต้มาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;อย่างเข้มข้น&nbsp;โดยเน้นหลักความปลอดภัยคือความสุข&nbsp;ซึ่งผู้เข้าร่วมงานต้องลงทะเบียนล่วงหน้าผ่าน&nbsp;Application&nbsp;QueQ&nbsp;,&nbsp;แสดงผลการฉีดวัคซีนอย่างน้อยสองเข็ม&nbsp;,&nbsp;แสดงผลการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ภายใน&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;การตรวจวัดอุณหภูมิ&nbsp;,&nbsp;สวมใส่แมสก์&nbsp;,&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;และหมั่นล้างมือ&nbsp;โดยจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมงานรอบละไม่เกิน&nbsp;500&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;ภายในงานมีกิจกรรมมากมาย&nbsp;ทั้งกิจกรรมถ่ายภาพกับสวนแสงเมืองสุพรรณลุ้นรับของขวัญปีใหม่</strong>&nbsp;การแสดง&nbsp;Drone&nbsp;Light&nbsp;Show&nbsp;สุดตื่นตาครั้งแรกในจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;การแสดง&nbsp;Mini&nbsp;Light&nbsp;&amp;&nbsp;Sound&nbsp;""Happy&nbsp;Healthy&nbsp;2022""&nbsp;โดยผู้กำกับชื่อดัง&nbsp;""ศุภักษร""&nbsp;จากบริษัท&nbsp;คอม&nbsp;อาร์ต&nbsp;โปรดักชั่น&nbsp;จำกัด&nbsp;www.facebook.com/Commartsproduction&nbsp;และสัมผัสประสบการณ์พิเศษสุดตระการตาจากการแสดง&nbsp;ไพโรเทคนิคเหนือหอคอยหนึ่งเดียวในเมืองไทย&nbsp;พร้อมขบวนศิลปินและนักร้องที่พร้อมมอบความสุข&nbsp;สนุก&nbsp;ตลอดงาน&nbsp;อาทิ&nbsp;แน็ท&nbsp;ศิริพงษ์&nbsp;,&nbsp;น็อตทอย&nbsp;,&nbsp;ตุ๊กกี้&nbsp;สุดารัตน์&nbsp;,&nbsp;เปาวลี&nbsp;พรพิมล&nbsp;,&nbsp;หนุ่มสามวิ&nbsp;เงาเสียงเบน&nbsp;,&nbsp;ดีเจวิว&nbsp;และ&nbsp;Season&nbsp;Five&nbsp;โดยนายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน</p>"	1/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	สุพรรณบุรี	สวท.สุพรรณบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220101133901189
9	อำเภอเมืองหนองบัวลำภู ตรวจเยี่ยมจุดตรวจหลักและรองป้องกันและลดอุบัติเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่	<p><strong>นางศิวพร ฉั่วสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู</strong> พร้อมด้วยที่ปรึกษานายกเหล่ากาชาดจังหวัดหนองบัวลำภู นายประยูร อรัญรุท นายอำเภอเมืองหนองบัวลำภู สาธารณสุขอำเภอเมืองหนองบัวลำภู และหัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดหนองบัวลำภู ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจและคำแนะนำพร้อมทั้งรับทราบปัญหาของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานจุดตรวจหลักป้องกันและลดอุบัติเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่ ณ จุดตรวจฯ สามแยกทางเข้าวัดถ้ำกลองเพล ตำบลโนนทัน อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขตรวจหาหาเชื้อด้วยระบบ ATK และมีชุดจิตอาสาร่วมให้บริการประชาชน</p><p><strong>จากนั้น</strong> <strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู </strong>ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจพร้องทั้งให้ข้อแนะนำและรับทราบปัญหาการปฎิบัติของเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจฯ ณ หน้าเทศบาลตำบลนาคำไฮ ตำบลนาคำไฮ อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;</p><p><strong>ด้านนายประยูร อรัญรุท นายอำเภอเมืองหนองบัวลำภู</strong> ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ รับทราบปัญหา และให้คำแนะนำแก่เจ้าหน้าที่ปฎิบัติงาน ณ จุดตรวจชุมชนเพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่ ตำบลกุดจิก ซึ่งกำหนดจุดตรวจและบริการ จำนวน 11 จุด ซึ่งมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลกุดจิก ชรบ. อสม. อปพร.เพื่อให้บริการประชาชนที่สัญจรเดินทางกลับภูมิลำเนา </p><p><br></p><p><br></p>	1/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220101122433152
10	อุบลฯ จิตอาสาพระราชทาน ตำรวจ ฝ่ายปกครอง สาธารณสุข บูรณาการ อำนวยความปลอดภัยและคัดกรองตรวจ ATK ผู้เดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2565	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วานนี้&nbsp;(31&nbsp;ธ.ค.&nbsp;64)&nbsp;นายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี</strong>&nbsp;พร้อมด้วยพลตำรวจตรี&nbsp;สถาพร&nbsp;เอมโอษฐ์&nbsp;ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และจิตอาสาพระราชทาน&nbsp;ที่ปฏิบัติงาน&nbsp;จุดตรวจ&nbsp;และจุดบริการประชาชนช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ตรวจเยี่ยมผู้โดยสารที่เดินทางกลับจากต่างจังหวัด&nbsp;ณ&nbsp;สถานีรถไฟอุบลราชธานี&nbsp;จุดตรวจ/จุดบริการประชาชน&nbsp;ตำบลห้วยขะยุง&nbsp;อำเภอวารินชำราบ&nbsp;/โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลยางขี้นก&nbsp;ตำบลยางขึ้นก&nbsp;อำเภอเขื่องใน&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานีมีการตั้งจุดตรวจหลักสี่มุมเมือง&nbsp;โดยมีจิตอาสาพระราชทาน&nbsp;ร่วมกับตำรวจทาง&nbsp;ฝ่ายปกครอง&nbsp;สาธารณสุข&nbsp;และกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ปฎิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกผู้ที่เดินทาง&nbsp;เพื่อให้เกิดความปลอดภัยตลอดช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;29&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;4&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;รวมถึงคัดกรอง&nbsp;โควิด-19&nbsp;โดยตรวจวัดอุณหภูมิ&nbsp;บริการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ฟรีสำหรับประชาชนที่สมัครใจให้ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ที่มาจากจังหวัดที่มีความเสี่ยง&nbsp;ในการเดินทางเข้า-ออก&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่เดินและประชาชนในพื้นที่จากแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;สำหรับจุดตรวจและจุดบริการประชาชน&nbsp;โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลยางขี้นก&nbsp;ตำบลยางขึ้นก&nbsp;อำเภอเขื่องในแห่งนี้&nbsp;เป็นจุดตรวจหลักของจังหวัด&nbsp;โดยคณะตรวจเยี่ยมให้คำแนะนนำการบังคับรถ&nbsp;เพื่อให้ลดความเร็วลง&nbsp;ให้เกิดความปลอดภัยกับผู้ปฏิบัติงานที่อยู่บนผิวถนนมากยิ่งขึ้น</p>	1/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220101133418188
11	นิพนธ์ นำชาวสงขลาร่วมพิธีทำบุญตักบาตร เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ 2565 แบบชีวิตวิถีใหม่ (New Normal)	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;""นิพนธ์""&nbsp;นำชาวสงขลาร่วมพิธีทำบุญตักบาตร&nbsp;เนื่องในวันขึ้นปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;แบบชีวิตวิถีใหม่&nbsp;(New&nbsp;Normal)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;นายนิพนธ์&nbsp;บุญญามณี&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;ประธานในพิธีทำบุญตักบาตร&nbsp;เนื่องในวันขึ้นปีใหม่&nbsp;2565</strong>&nbsp;พร้อมกล่าวอวยพรเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ข้าราชการ&nbsp;พ่อค้า&nbsp;และประชาชนชาวจังหวัดสงขลา&nbsp;ซึ่งจัดโดยเทศบาลนครสงขลา&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อให้พุทธศาสนิกชนทั่วไป&nbsp;ได้ร่วมสืบสานประเพณีวัฒนธรรมอันดีงาม&nbsp;และเพื่อเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณลานจอดรถสวนสาธารณะองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา&nbsp;โดยมีนายเจษฎา&nbsp;จิตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;นายกเหล่ากาขาดจังหวัดสงขลา&nbsp;นายวรณัฐ&nbsp;หนูรอด&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;นางกัลยา&nbsp;บุญญามณี&nbsp;อดีตปลัดเทศบาลนครสงขลา&nbsp;นายสรรเพชญ&nbsp;บุญญามณี&nbsp;ผู้ช่วยผู้ดำเนินงานนายชวน&nbsp;หลีกภัย&nbsp;ประธานรัฐสภา&nbsp;ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา&nbsp;นายศรัญ&nbsp;บิลพัฒน์&nbsp;นายกเทศบาลนครสงขลา&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และประชาชนชาวสงขลาร่วมในพิธีทำบุญตักบาตรเนื่องในวันขึ้นปีใหม่&nbsp;2565</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>โดยผู้เข้าร่วมในพิธีทำบุญตักบาตรทุกคน&nbsp;ต้องลงทะเบียนล่วงหน้าและจำกัด&nbsp;จำนวน&nbsp;200&nbsp;คน</strong>&nbsp;ซึ่งทุกคนปฏิบัติตามระเบียบของกระทรวงสาธารณสุขในเรื่องของการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&nbsp;ผ่านการคัดกรองจากสาธารณสุขจังหวัดสงขลา&nbsp;อาทิ&nbsp;การเว้นระยะห่าง&nbsp;การสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา&nbsp;การตรวจวัดอุณหภูมิ&nbsp;ต้องได้รับวัคซีนอย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;หรือต้องผ่านการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเข้าร่วมงาน&nbsp;การสแกนคิวอาร์โค้ด&nbsp;และการใช้แอลกอฮอลล์ล้างมือ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายนิพนธ์&nbsp;บุญญามณี&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การทำบุญตักบาตรในวันขึ้นปีใหม่&nbsp;ถือเป็นวันเริ่มต้นวันใหม่ที่ดี&nbsp;เพื่อเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลในการเริ่มต้นชีวิตใหม่&nbsp;ให้แก่ตนเองและครอบครัว&nbsp;ถือเป็นวันเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆในชีวิต&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังเป็นการอนุรักษ์ประเพณี&nbsp;และวัฒนธรรมอันดีงามของไทยไว้ให้เป็นที่ประจักษ์&nbsp;อยู่คู่บ้านคู่เมืองไทยต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;""...ผมในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;และข้าราชการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;ขอขอบคุณทุกภาคส่วน&nbsp;ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของประเพณีวัฒนธรรมไทย&nbsp;ในการช่วยเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลให้แก่ชีวิต&nbsp;พร้อมทั้งขอมอบความสุข&nbsp;และความปรารถนาดีให้แก่พี่น้องชาวสงขลาทุกท่าน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ท้ายนี้&nbsp;เนื่องในวาระดิถีขึ้นปีใหม่&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ผมขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย&nbsp;และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก&nbsp;จงดลบันดาลประทานพรให้ท่านพร้อมครอบครัว&nbsp;จงประสบแต่ความสุข&nbsp;ความเจริญ&nbsp;สุขภาพแข็งแรงปราศจากโรคภัยไข้เจ็บทั้งหลายทั้งปวง&nbsp;ให้สมบูรณ์พูนลาภด้วยจตุรพิธพรชัย&nbsp;และสัมฤทธิผลในสิ่งที่พึงปรารถนาทุกประการ...""&nbsp;นายนิพนธ์&nbsp;บุญญามณี&nbsp;กล่าว</p>"	1/1/2022	ภาคใต้	สงขลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220101132549184
12	สถานการณ์โควิดยะลา คลี่คลายต่อเนื่อง วันแรกปีใหม่ เหลือรายใหม่ติดเชื้อ 14 ราย	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สถานการณ์โควิด-19&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง</strong>&nbsp;ล่าสุดในวันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพียง&nbsp;14&nbsp;ราย&nbsp;ป่วยสะสม&nbsp;48,802&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;253&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;50,110&nbsp;ราย&nbsp;ไม่มี&nbsp;ผู้ป่วยรายใหม่เสียชีวิต&nbsp;สะสมรวม&nbsp;354&nbsp;ราย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับรายใหม่&nbsp;14&nbsp;ราย&nbsp;พบในอำเภอเมืองยะลา&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอรามัน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอยะหา&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และอำเภอกาบัง&nbsp;2&nbsp;ราย</strong>&nbsp;ส่วนอำเภอบันนังสตา&nbsp;อำเภอกรงปินัง&nbsp;อำเภอธารโต&nbsp;และอำเภอเบตง&nbsp;ไม่มีรายใหม่เพิ่ม&nbsp;ผู้ป่วยที่เข้าข่ายติดเชื้อ&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;สะสม&nbsp;8,019&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;ส่วนการตรวจคัดกรองตามมาตรการสาธารณสุข&nbsp;รวมสะสม&nbsp;204,657&nbsp;ราย</p>	1/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220101132947186
13	นับถอยหลังข้ามปีคืนเคาท์ดาวน์กระบี่ กลับมาคึกคักอีกครั้งกับกิจกรรมอ่าวนางบีชเฟติวัล โฉมใหม่ 2022 แบบไลฟ์แอนด์ซาวด์พร้อมจุดเช็คอิน รูปแบบ Safe & Fun COVID Free Setting	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วานนี้&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;บรรยากาศคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่&nbsp;ที่บริเวณหาดนพรัตน์ธารา&nbsp;หมู่เกาะพีพี&nbsp;หาดอ่าวนาง&nbsp;จังหวัดกระบี่</strong>&nbsp;มีนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ&nbsp;เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวบริเวณอ่าวนางแลนด์มาร์คเป็นจำนวนมาก&nbsp;โดยมีนายพุฒิพงศ์&nbsp;ศิริมาตย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจงหวัดกระบี่&nbsp;เดินทางมาเป็นประธานในพิธีนับถอยหลังเคาท์ดาวน์ในค่ำคืนนี้&nbsp;ด้านการจราจรรถที่สัญจรไปมาค่อนข้างติดขัด&nbsp;แหล่งท่องเที่ยวยามค่ำกลับมามีสีสันคึกคักขึ้นอีกครั้ง&nbsp;ผู้ประกอบการโรงแรม&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;ต่างมีรายได้จากการท่องเที่ยวคืนเคาท์ดาวน์ที่อ่าวนางแลนมาร์ค&nbsp;หน้าหาดอ่าวนาง&nbsp;กระบี่กลับมาคึกคัก&nbsp;และมีสีสันอีกครั้ง&nbsp;ร้านค้า&nbsp;ร้านอาหารกลับมาเปิดรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ปีนี้ทางจังหวัดกระบี่จับมือรัฐเอกชนจัดงานเคาท์ดาวน์โฉมใหม่&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;รูปแบบ&nbsp;Safe&nbsp;&amp;&nbsp;Fun&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting</strong>&nbsp;และสร้างประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวผู้มาเยือน&nbsp;ภายใต้การปฏิบัติตามมาตรการของกรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;จังหวัดกระบี่จัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;30&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ถึง&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;เวทีกลางบริเวณอ่าวนางแลนด์มาร์ค&nbsp;เพื่อส่งท้ายปีเก่า&nbsp;ต้อนรับปีใหม่&nbsp;เป็นการมอบความสุขให้กับชาวจังหวัดกระบี่และนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ&nbsp;ที่มาเที่ยวชมงานได้มีความสุขในช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;เพื่อสร้างกิจกรรมดึงดูดนักท่องเที่ยว&nbsp;และกระตุ้นการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่&nbsp;ที่ให้ความสำคัญเรื่อง&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่&nbsp;ในช่วง&nbsp;Krabi&nbsp;Reopening&nbsp;เพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวภายใต้มาตรการความปลอดภัย&nbsp;กิจกรรม&nbsp;3&nbsp;โซน&nbsp;คือ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.โซนถ่ายภาพ&nbsp;ที่ลานปฏิมากรรมปลาใบ&nbsp;ซึ่งจัดให้มีการถ่ายภาพเป็นรอบ&nbsp;ๆ&nbsp;ละ&nbsp;10&nbsp;นาที</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.โซนคอนเสิร์ต&nbsp;ที่เน้นให้ลงทะเบียนร่วมงานล่วงหน้า&nbsp;และหน้างานโดยผู้เข้าร่วม&nbsp;ต้องแสดงผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นลบและผลฉีดวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;เพื่อเข้าชมการแสดงจากศิลปินนักร้องที่มีชื่อเสียง&nbsp;อาทิ&nbsp;เช่น&nbsp;ETC&nbsp;,&nbsp;เบน&nbsp;ชราทิศ&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซานิ&nbsp;เจ&nbsp;เจตริน&nbsp;วงเคลียร์&nbsp;&nbsp;เป็นต้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;3.&nbsp;โซนอาหาร&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;บูธ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การออกร้านอาหารชื่อดังจากสมาคมโรงแรมจังหวัดกระบี่&nbsp;สมาคมร้านอาหารจังหวัดกระบี่&nbsp;ภายใต้มาตรการความปลอดภัย&nbsp;Safe&nbsp;&amp;&nbsp;Fun&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;ของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกระบี่&nbsp;ซึ่งได้มีนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติให้ความสนใจ&nbsp;เข้าร่วมงานจำนวนมาก&nbsp;ภายใต้มาตรการสาธารณสุข&nbsp;โดยมีรัฐและเอกชนผู้สนับสนุนการจัดงาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นอกจากนี้&nbsp;ภายในบริเวณอ่าวนางแลนด์มาร์ค&nbsp;ยังมีการจัดจำหน่ายสินค้าโอทอป&nbsp;4&nbsp;ภาค&nbsp;ของกรมพัฒนาชุมชน&nbsp;กระทรวงมหาดไทย</strong>&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;29ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ถึง&nbsp;4&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;และกิจกรรมประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยวการเปิดอ่าวมาหยา&nbsp;แบบจำกัดจำนวนคน&nbsp;อีก&nbsp;เพื่อลดความแออัดและทุกกิจกรรมอยู่ภายใต้มาตรากาของกรมควบคุมโรค&nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p>	1/1/2022	ภาคใต้	กระบี่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220101141228204
14	เทศกาลปีใหม่ 2565 วันที่ 31 ธ.ค. 2564 ลำพูน เกิดอุบัติเหตุ 10 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 9 ราย มีผู้เสียชีวิต 2 ราย	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>&nbsp;วันนี้&nbsp;(1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;นายอนุพงษ์&nbsp;วาวงศ์มูล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดลำพูน&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินงานและติดตามสถานการณ์การเกิดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;(ระหว่าง&nbsp;29&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ถึง&nbsp;4&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;ที่ห้องประชุมหริภุญชัย&nbsp;ศาลากลางจังหวัดลำพูน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>โดยสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ของจังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;มีจำนวนการเกิดอุบัติเหตุ&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ครั้ง&nbsp;จำนวนผู้บาดเจ็บ&nbsp;9&nbsp;คน&nbsp;เป็นชาย&nbsp;8&nbsp;คน&nbsp;หญิง&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;มีผู้เสียชีวิตเป็นชายรวม&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็นอำเภอป่าซาง&nbsp;1&nbsp;รายและอำเภอลี้&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอที่มีจำนวนผู้บาดเจ็บสูงสุด&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอป่าซาง&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;อำเภอบ้านโฮ่ง&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;อำเภอลี้&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;อำเภอป่าซาง&nbsp;2&nbsp;คนและอำเภอเมืองลำพูน&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุส่วนใหญ่&nbsp;เกิดจากการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์แล้วขับ&nbsp;ขับรถเร็วเกินกำหนด&nbsp;ตัดหน้ากระชั้นชิด&nbsp;สภาพรถไม่เอื้ออำนวยต่อการเดินทางและทัศนวิสัยไม่ดี&nbsp;ในที่ประชุมยังได้เน้นย้ำในเรื่องของจุดตรวจและด่านชุมชน&nbsp;ให้สังเกตอาการของผู้ขับขี่&nbsp;ว่ามีความพร้อมในการขับขี่หรือไม่&nbsp;และตรวจสอบว่าผู้ขับขี่มีการใช้อุปกรณ์ความปลอดภัยหรือไม่&nbsp;รวมถึงควรเพิ่มมาตรการด้านการบังคับใช้กฎหมายให้เข้มข้นมากขึ้น&nbsp;โดยตั้งจุดตรวจเพิ่มขึ้นและปรับให้สอดคล้องกับช่วงเวลาการเกิดอุบัติเหตุ&nbsp;ให้ความสำคัญกับพฤติกรรมเสี่ยงหลักเพิ่มมากยิ่งขึ้น&nbsp;อาทิ&nbsp;ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย&nbsp;ไม่สวมหมวกนิรภัย&nbsp;ดื่มแล้วขับ&nbsp;และขับรถเร็วเกิดกฎหมายกำหนด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>จังหวัดลำพูน&nbsp;ได้มีการเน้นย้ำให้ส่วนราชการและอำเภอทุกอำเภอ&nbsp;ปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;5&nbsp;ด้าน</strong>&nbsp;และเน้นย้ำบังคับใช้กฎหมายตามมาตรการ&nbsp;10&nbsp;รสขม&nbsp;1&nbsp;ร.&nbsp;คือ&nbsp;ไม่ขับรถเร็วเกินที่กฎหมายกำหนด&nbsp;2&nbsp;ส.คือ&nbsp;ไม่ฝ่าฝืนไฟสัญญาณจราจรและไม่ขับรถย้อนศร&nbsp;3&nbsp;ข.&nbsp;คือมีใบขับขี่&nbsp;คาดเข็มขัดนิรภัยและไม่แซงในที่ขับขัน&nbsp;4&nbsp;ม.&nbsp;คือไม่ขับขี่ขณะเมาสุรา&nbsp;สวมหมวกนิรภัย&nbsp;ไม่ใช้มอเตอร์ไซค์ที่ไม่ปลอดภัยและไม่ใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ&nbsp;และในที่ประชุมได้เน้นย้ำในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มงวด&nbsp;ในช่วง&nbsp;วันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งเป็นช่วงส่งท้ายปีเก่า&nbsp;ต้อนรับปีใหม่&nbsp;โดยจังหวัดลำพูนได้ตั้งจุดบริการ&nbsp;จุดตรวจร่วม&nbsp;ร่วมถึงด่านชุมชนในพื้นที่ทั่วทั้งจังหวัดลำพูน&nbsp;เพื่อเป็นการให้บริการและคอยอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน&nbsp;พร้อมการเฝ้าระวังในการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;อีกด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดลำพูนได้จัดให้มีจิตอาสาพระราชทาน</strong>&nbsp;คอยอำนวยความสะดวกและให้บริการประชาชนในกรณีที่ประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางมาในพื้นที่ของจังหวัดลำพูน&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นโดยรถยนต์ส่วนตัว&nbsp;โดยรถโดยสารประจำทางหรือทางรถไฟและยังไม่ได้รับการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;สามารถขอรับการตรวจด้วยชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;หาเชื้อโควิด-19&nbsp;จากจิตอาสาพระราชทานที่ได้ประจำตามจุดตรวจในพื้นที่ของจังหวัดลำพูนได้&nbsp;โดยสามารถรอฟังผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;ได้โดยใช้เวลาไม่เกิน&nbsp;20&nbsp;นาที</p>	1/1/2022	ภาคเหนือ	ลำพูน	สวท.ลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220101180703307
15	จ.ลำพูน พบติดเชื้อ COVID19 จากผล RT-PCR 9 ราย แบ่งเป็นในจังหวัด 8 ราย ต่างจังหวัด 1 ราย ผลตรวจ ATK Plus 7 ราย	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;มกราคม&nbsp;2564)&nbsp;ที่ศาลาประชาคม&nbsp;ศาลากลางจังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;นายอนุพงษ์&nbsp;วาวงศ์มูล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;พร้อมด้วยนายแพทย์สุกิจ&nbsp;สุขประเสริฐ&nbsp;ผู้ช่วยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำพูน&nbsp;ร่วมแถลงสถานการณ์&nbsp;COVID-19&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;จ.ลำพูน&nbsp;โดยในวันนี้พบผู้ติดเชื้อเพิ่มในจังหวัด&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;ต่างจังหวัดอีก&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ATK&nbsp;Plus&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;มีผู้ป่วยยืนยันสะสมทั้งสิ้น&nbsp;4,749&nbsp;ราย&nbsp;ยอดเสียชีวิตสะสม&nbsp;42&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ระหว่างการรักษาตัวทั้งหมด&nbsp;255&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็นใน&nbsp;รพ.ลำพูน&nbsp;42&nbsp;ราย&nbsp;รพ.สนามเวียงยอง&nbsp;45&nbsp;ราย&nbsp;รพ.สนามป่าซาง&nbsp;23&nbsp;ราย&nbsp;รพ.อื่น&nbsp;ๆ&nbsp;145&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;4,454&nbsp;ราย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ในส่วนของสถิติการครองเตียงของโรงพยาบาลรัฐทุกแห่งในจังหวัดลำพูน&nbsp;มีทั้งหมด&nbsp;504&nbsp;เตียง</strong>&nbsp;ใช้ไป&nbsp;166&nbsp;เตียงหรือคิดเป็น&nbsp;32.94%&nbsp;จึงทำให้มีเตียงเหลือรองรับผู้ป่วย&nbsp;338&nbsp;เตียงคิดเป็น&nbsp;67.06%&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;เตียงรองรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลเอกชนมีรองรับทั้งสิ้น&nbsp;361&nbsp;เตียง&nbsp;ใช้ไป&nbsp;95&nbsp;เตียง&nbsp;คิดเป็น&nbsp;26.32%&nbsp;จึงทำให้มีเตียงเหลือรองรับผู้ป่วยอีก&nbsp;266&nbsp;เตียง&nbsp;คิดเป็น&nbsp;73.68%</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับการให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ของจังหวัดลำพูน&nbsp;ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2564</strong>&nbsp;มียอดสะสมการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ไปแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;311,468&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;75.73%&nbsp;ของผู้ประสงค์ฉีดทั้งหมด&nbsp;161,875&nbsp;คน&nbsp;จากประชากรทั้งหมด&nbsp;401,408&nbsp;คนคิดเป็น&nbsp;77.59%&nbsp;ฉีดเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;311,468&nbsp;ราย&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;272,069&nbsp;ราย&nbsp;และเข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;51,828&nbsp;ราย</p>	1/1/2022	ภาคเหนือ	ลำพูน	สวท.ลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220101144713220
16	รมช.นิพนธ์ นำชาวสงขลาร่วมพิธีทำบุญตักบาตร เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ 2565 แบบวิถีใหม่ (New Normal)	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>เสาร์ที่&nbsp;1&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;นายนิพนธ์&nbsp;บุญญามณี&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย</strong>&nbsp;ประธานในพิธีทำบุญตักบาตรเนื่องในวันขึ้นปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;พร้อมกล่าวอวยพรเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ข้าราชการ&nbsp;พ่อค้า&nbsp;และประชาชนชาวจังหวัดสงขลา&nbsp;ซึ่งจัดโดยเทศบาลนครสงขลา&nbsp;ทั้งนี้เพื่อให้พุทธศาสนิกชนทั่วไป&nbsp;ได้ร่วมสืบสานประเพณีวัฒนธรรมอันดีงาม&nbsp;และเพื่อเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณลานจอดรถสวนสาธารณะองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา&nbsp;โดยมีนายเจษฎา&nbsp;จิตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;นายกเหล่ากาขาดจังหวัดสงขลา&nbsp;นายวรณัฐ&nbsp;หนูรอด&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;นางกัลยา&nbsp;บุญญามณี&nbsp;อดีตปลัดเทศบาลนครสงขลา&nbsp;นายสรรเพชญ&nbsp;บุญญามณี&nbsp;ผู้ช่วยผู้ดำเนินงานนายชวน&nbsp;หลีกภัย&nbsp;ประธานรัฐสภา&nbsp;ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา&nbsp;นายศรัญ&nbsp;บิลพัฒน์&nbsp;นายกเทศบาลนครสงขลา&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และประชาชนชาวสงขลาร่วมในพิธีทำบุญตักบาตรเนื่องในวันขึ้นปีใหม่&nbsp;2565</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>โดยผู้เข้าร่วมในพิธีทำบุญตักบาตรทุกคน&nbsp;ต้องลงทะเบียนล่วงหน้าและจำกัด&nbsp;จำนวน&nbsp;200&nbsp;คน</strong>&nbsp;ซึ่งทุกคนปฏิบัติตามระเบียบของกระทรวงสาธารณสุขในเรื่องของการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&nbsp;โดยผ่านการคัดกรองจากสาธารณสุขจังหวัดสงขลา&nbsp;อาทิ&nbsp;การเว้นระยะห่าง&nbsp;การสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา&nbsp;การตรวจวัดอุณหภูมิ&nbsp;ต้องได้รับวัคซีนอย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;หรือต้องผ่านการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเข้าร่วมงาน&nbsp;การสแกนคิวอาร์โค้ด&nbsp;และการใช้แอลกอฮอลล์ล้างมือ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายนิพนธ์&nbsp;บุญญามณี&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การทำบุญตักบาตรในวันขึ้นปีใหม่&nbsp;ถือเป็นวันเริ่มต้นวันใหม่ที่ดี&nbsp;เพื่อเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลในการเริ่มต้นชีวิตใหม่&nbsp;ให้แก่ตนเองและครอบครัว&nbsp;ถือเป็นวันเริ่มต้นสิ่งใหม่&nbsp;ๆ&nbsp;ในชีวิต&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังเป็นการอนุรักษ์ประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามของไทยไว้ให้เป็นที่ประจักษ์&nbsp;อยู่คู่บ้านคู่เมืองไทยต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;""...ผมในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;และข้าราชการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;ขอขอบคุณทุกภาคส่วน&nbsp;ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของประเพณีวัฒนธรรมไทย&nbsp;ในการช่วยเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลให้แก่ชีวิต&nbsp;พร้อมทั้งขอมอบความสุข&nbsp;และความปรารถนาดีให้แก่พี่น้องชาวสงขลาทุกท่าน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ท้ายนี้&nbsp;เนื่องในวาระดิถีขึ้นปีใหม่&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ผมขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย&nbsp;และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก&nbsp;จงดลบันดาลประทานพรให้ท่านพร้อมครอบครัว&nbsp;จงประสบแต่ความสุข&nbsp;ความเจริญ&nbsp;สุขภาพแข็งแรงปราศจากโรคภัยไข้เจ็บทั้งหลายทั้งปวง&nbsp;ให้สมบูรณ์พูนลาภด้วยจตุรพิธพรชัย&nbsp;และสัมฤทธิผลในสิ่งที่พึงปรารถนาทุกประการ...""&nbsp;นายนิพนธ์&nbsp;บุญญามณี&nbsp;กล่าว</p>"	1/1/2022	ภาคใต้	สงขลา	สวท.สงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220101171619284
17	แนะนำผู้ประกอบการตลาด การ์ดไม่ตก คุมเข้ม COVID Free Setting 	"<p><strong>นายแพทย์สุวรรณชัย&nbsp;วัฒนายิ่งเจริญชัย&nbsp;อธิบดีกรมอนามัย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;ตลาดซึ่งเป็นแหล่งจับจ่ายสินค้าของประชาชนยังคงเป็นสถานที่ที่ยังคงต้องเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;เนื่องจากเป็นสถานที่รวมกลุ่มทั้งผู้ซื้อ&nbsp;ผู้ขาย&nbsp;ผู้ขนส่งสินค้าและแรงงานต่างด้าว&nbsp;ต้องป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาลขั้นสูงสุด&nbsp;</p><p><strong>กรมอนามัย&nbsp;ขอความร่วมมือสถานประกอบการตลาดทั่วประเทศ&nbsp;</strong>ต้องคุมเข้มและปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;ทั้ง&nbsp;3&nbsp;ด้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;มาตรการด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;ให้ตลาดประเมินตนเองตามมาตรการ&nbsp;จัดให้มีจุดเข้าออกเหมาะสมกับขนาดพื้นที่&nbsp;จำกัดจำนวนผู้ใช้บริการ&nbsp;โดยเฉพาะช่วงหนาแน่นเพื่อลดความแออัด&nbsp;จัดระบบการสุขาภิบาลและอนามัยสิ่งแวดล้อมทำความสะอาดทำลายเชื้อทุกวัน&nbsp;โดยเฉพาะบริเวณพื้นผิวสัมผัสร่วม&nbsp;ให้ทำความสะอาดทุกชั่วโมง&nbsp;จัดให้มีภาชนะรองรับขยะแบบมีฝาปิดมิดชิดและต้องล้างตลาดตามหลักสุขาภิบาลอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง&nbsp;รวมทั้งปรับสภาพแวดล้อมให้มีการระบายอากาศที่ดี&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ควรจัดบริเวณรับประทานอาหารไว้โดยเฉพาะงดการจับกลุ่มพูดคุย</strong>&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(0,&nbsp;0,&nbsp;0);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">มาตรการด้านผู้ให้บริการ&nbsp;พ่อค้า&nbsp;แม่ค้า&nbsp;แรงงานต่างด้าว&nbsp;ให้ได้รับการฉีดวัคซีนตามเกณฑ์ที่กำหนด&nbsp;หรือมีการสุ่มตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นระยะ&nbsp;และมาตรการด้านผู้รับบริการ&nbsp;ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาลอย่างเคร่งครัด&nbsp;เช่น&nbsp;การสวมหน้ากากอนามัยให้ถูกต้องตลอดเวลา&nbsp;การเว้นระยะห่าง&nbsp;12&nbsp;เมตร&nbsp;การล้างมือบ่อยๆ&nbsp;ด้วยน้ำและสบู่&nbsp;หรือเจลแอลกอฮอล์&nbsp;และคัดกรองความเสี่ยงก่อนเข้าตลาดด้วยการประเมินผ่าน&nbsp;ไทยเซฟไทย&nbsp;หากพบเสี่ยงปานกลางหรือเสี่ยงสูง&nbsp;งดเข้าใช้บริการและเลือกใช้วิธีจ่ายเงินแบบ&nbsp;e-Payment&nbsp;เพื่อลดการสัมผัส</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(0,&nbsp;0,&nbsp;0);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	1/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220101192909340
18	จังหวัดลำพูนพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ 9 ราย อยู่ระหว่างการรักษาตัวทั้งหมด 255 ราย รักษาหายแล้ว 4,454 ราย ยอดสะสมของผู้ติดเชื้อ 4,749 ราย  มียอดผู้เสียชีวิตทั้งหมดรวม 40 ราย	<p><strong>วันที่&nbsp;(1&nbsp;ม.ค.64)&nbsp;ที่ศาลาประชาคม</strong>&nbsp;ศาลากลางจังหวัดลำพูน&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายอนุพงษ์&nbsp;วาวงศ์มูล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายแพทย์สุกิจ&nbsp;สุขประเสริฐ&nbsp;ผู้ช่วยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำพูน&nbsp;แถลงสถานการณ์&nbsp;COVID-19&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดลำพูน&nbsp;</p><p><strong>นายแพทย์สุกิจ&nbsp;สุขประเสริฐ&nbsp;ผู้ช่วยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;พบรายงานผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;รายใหม่&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;พบภายในพื้นที่จังหวัดลำพูน&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;รับมาจากต่างจังหวัด&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ทำให้จังหวัดลำพูนมียอดผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;สะสมตั้งแต่วันที่&nbsp;9&nbsp;เมษายน-1&nbsp;มกราคม&nbsp;2564&nbsp;สะสม&nbsp;4,749&nbsp;ราย&nbsp;มียอดสะสมของผู้เสียชีวิตอยู่ที่&nbsp;40&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ระหว่างการรักษาตัวทั้งหมด&nbsp;255&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;ใน&nbsp;รพ.ลำพูน&nbsp;42&nbsp;ราย&nbsp;รพ.สนามเวียงยอง&nbsp;45&nbsp;ราย&nbsp;รพ.สนามป่าซาง&nbsp;23&nbsp;ราย&nbsp;รพ.อื่นๆ&nbsp;145&nbsp;ราย&nbsp;และ&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;4,454&nbsp;ราย&nbsp;สำหรับการอยู่ร่วมกับ&nbsp;COVID-19&nbsp;อย่างปลอดภัย&nbsp;(Smart&nbsp;living&nbsp;with&nbsp;COVID-19)&nbsp;โดยการใช้มาตรการ&nbsp;V-U-C-A&nbsp;เป้าหมายคือป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดในวงกว้าง&nbsp;และถ้าหากป่วยแล้วอาการจะไม่หนัก&nbsp;V&nbsp;คือ&nbsp;การฉีดวัคซีนโควิด-&nbsp;19&nbsp;ฉีดให้ครบ&nbsp;ลดป่วยหนัก&nbsp;เน้นย้ำการรับมือกับ&nbsp;Omicron&nbsp;ทุกกลุ่มอายุต้องได้รับวัคชื่น&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่ม&nbsp;608&nbsp;และต้องกระตุ้นเข็มที่&nbsp;3&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่ม&nbsp;608&nbsp;และกลุ่มที่ได้รับ&nbsp;SV&nbsp;และ&nbsp;SP&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;เพราะกลุ่มนี้มีโอกาสป่วยหนักและเสียชีวิตสูง&nbsp;จังหวัดลำพูนมีประชาชนฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;78&nbsp;%&nbsp;เป้าหมายคือ&nbsp;80%&nbsp;ในเดือนธันวาคม&nbsp;ส่วนในกลุ่ม&nbsp;608&nbsp;ได้&nbsp;76&nbsp;%&nbsp;เป้าหมายคือ&nbsp;80%&nbsp;รพ.ลำพูนเปิดบริการฉีดวัคซีนทุกวันในเวลาราชการ&nbsp;โดยได้เปิดหลายสูตร&nbsp;หรือกระตุ้นเข็ม&nbsp;3&nbsp;ด้วย&nbsp;AZ&nbsp;สำหรับท่านที่ฉีด&nbsp;SV&nbsp;หรือ&nbsp;SP&nbsp;2&nbsp;เข็มก่อนวันที่&nbsp;20&nbsp;ตุลาคม&nbsp;พิเศษในเดือนธันวาคมนี้&nbsp;เปิด&nbsp;Pfizer&nbsp;day&nbsp;on&nbsp;Friday&nbsp;ฉีดไฟเซอร์เข็ม1&nbsp;และ&nbsp;2&nbsp;สำหรับกลุ่ม&nbsp;608&nbsp;พิเศษ&nbsp;1&nbsp;แถม&nbsp;1&nbsp;สำหรับคนที่พามาส่งสำหรับประชาชนทั่วไปที่ยังไม่ได้รับวัคซีนและพากลุ่ม&nbsp;608&nbsp;มาฉีด&nbsp;และ&nbsp;Happy&nbsp;booster&nbsp;time&nbsp;ด้วยไฟเซอร์เข็มที่&nbsp;3&nbsp;ในวันที่&nbsp;23-30&nbsp;ธันวาคม&nbsp;สำหรับท่านที่ได้รับสูตร&nbsp;AZ+AZ&nbsp;หรือ&nbsp;SV+AZ&nbsp;ทุกกลุ่มที่ฉีดเข็ม&nbsp;2&nbsp;ครบ&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;รายละเอียดท่านสามารถติดตามได้จากเพจ&nbsp;รพ.ลำพูน&nbsp;</p><p><strong>ด้านนายอนุพงษ์&nbsp;วาวงศ์มูล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;ในประเทศยังคงมีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาด&nbsp;ประกอบกับในขณะนี้เข้าสู่เทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งจะมีการเดินทางกลับภูมิลำเนา&nbsp;การรวมกลุ่มของประชาชนจำนวนมาก&nbsp;ร่วมถึงการจัดกิจกรรมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่&nbsp;จังหวัดลำพูนได้มีคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดลำพูน&nbsp;ที่&nbsp;119/2564&nbsp;ลงวันที่&nbsp;30&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;เรื่อง&nbsp;มาตรการเร่งด่วนในการเฝ้าระวังและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;สำหรับผู้ที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่จังหวัดลำพูน&nbsp;โดยมีรายละเอียด&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;1.&nbsp;ให้ผู้ที่เดินทางมาจาก&nbsp;หรือกลับมาจากต่างจังหวัดทุกจังหวัด&nbsp;เพื่อเข้ามาพำนักในพื้นที่&nbsp;จ.ลำพูน&nbsp;ให้ดำเนินการดังนี้&nbsp;แจ้งข้อมูลการเดินทางต่อเจ้าบ้าน&nbsp;เจ้าของสถานที่พำนัก&nbsp;ก่อนเดินทางเข้ามา&nbsp;จ.ลำพูน&nbsp;ไม่น้อยกว่า&nbsp;1&nbsp;วัน&nbsp;และให้เจ้าบ้าน&nbsp;เจ้าของสถานที่นั้นๆ&nbsp;แจ้งข้อมูลการเดินทางดังกล่าวต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อในพื้นที่โดยเร็ว&nbsp;ลงทะเบียนแพลตฟอร์ม&nbsp;Safe&nbsp;Lamphun&nbsp;เมื่อเดินทางมาถึงหมู่บ้าน&nbsp;ชุมชน&nbsp;สถานที่พำนัก&nbsp;ให้รายงานตัวต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อในพื้นที่&nbsp;ณ&nbsp;สถานที่ที่กำหนดเป็นจุดนัดพบ&nbsp;ก่อนเข้าบ้านหรือสถานที่พนัก&nbsp;ให้แยกเพื่อสังเกตอาการด้วยตนเอง&nbsp;(Self&nbsp;Quarantne)&nbsp;เป็นระยะเวลา&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;และปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;2.&nbsp;ให้ผู้ที่เดินทางมาจาก&nbsp;หรือกลับมาจาก&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;กระบี่&nbsp;กาฬสินธุ์&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;ชัยภูมิ&nbsp;ปัตตานี&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;มหาสารคาม&nbsp;มุกดาหาร&nbsp;ยโสธร&nbsp;ร้อยเอ็ด&nbsp;เลย&nbsp;สุรินทร์&nbsp;หนองคาย&nbsp;หนองบัวลำภู&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;อุดรธานี&nbsp;และจังหวัดอื่นตามประกาศสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำพูน&nbsp;เรื่อง&nbsp;บัญชีรายชื่อจังหวัดที่มีสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;เข้ารับการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;ณ&nbsp;โรงพยาบาลประจำจังหวัด&nbsp;โรงพยาบาลประจำอำเภอ&nbsp;ยกเว้น&nbsp;1.&nbsp;ผู้ที่เดินทางมีหลักฐานแสดงผลตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;โดยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;หรือ&nbsp;ATK&nbsp;ที่มีอายุไม่เกิน&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และไม่พบการติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ก่อนเข้าพื้นที่&nbsp;2.&nbsp;บุคคลที่เคยป่วยด้วยโรคติดเชื้อโควิด-19&nbsp;แล้วไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;เดือนนับจากการรักษาสิ้นสุดโดยแสดงหลักฐานใบรับรองแพทย์ที่ระบุว่าเคยติดเชื้อมาแล้วภายในระยะเวลาไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;กรณีผู้ที่เดินทางที่ได้รับการยกเว้น&nbsp;หากเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อประเมิน&nbsp;และจำแนกระดับความเสี่ยงแล้ว&nbsp;เห็นว่ามีความจำเป็นที่จะต้องมีการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ให้ผู้ที่เดินทางดังกล่าว&nbsp;เข้ารับการตรวจคัดกรองหาเชื้อโควิด-19&nbsp;ณ&nbsp;โรงพยาบาลประจำจังหวัดหรือโรงพยาบาลประจำอำเภอ&nbsp;3.วิธีการแจ้งข้อมูลการเดินทาง&nbsp;และรายงานตัว&nbsp;ของผู้ที่เดินทางเข้ามาพำนักในพื้นที่จังหวัดลำพูน&nbsp;1.หากเข้าพำนัก&nbsp;หรือพักค้างคืนในหมู่บ้าน&nbsp;ชุมชน&nbsp;ให้ผู้ที่เดินทาง&nbsp;หรือเจ้าบ้านแจ้งข้อมูลการเดินทางต่อกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;หากเข้าพำนัก&nbsp;หรือพักค้างคืนในหอพัก&nbsp;บ้านเช่า&nbsp;อพาร์ตเมนท์&nbsp;ให้ผู้ที่เดินทางแจ้งข้อมูลการเดินทางต่อเจ้าของ&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;หรือผู้รับผิดชอบสถานที่นั้น&nbsp;หากเข้าพำนัก&nbsp;หรือพักค้างคืนในโรงแรม&nbsp;ให้ผู้ที่เดินทางแจ้งข้อมูลการเดินทางต่อเจ้าของ&nbsp;ผู้ประกอบการโรงแรม&nbsp;หรือผู้รับผิดชอบ&nbsp;และให้เจ้าของ&nbsp;ผู้ประกอบการโรงแรม</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	1/1/2022	ภาคเหนือ	ลำพูน	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220101150034225
19	เทศกาลปีใหม่ใน จ.อุตรดิตถ์ 3 วันที่ผ่านมาเกิดอุบัติเหตุสะสม 35 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ทางด้านเจ้าหน้าที่สาธารณสุขดำเนินการตรวจ ATK ผู้เดินทางมากจากพื้นที่เสี่ยงสกัดเชื้อโอมิครอน	<p><strong>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่</strong>&nbsp;จังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;ได้ประชุมติดตามการดำเนินงาน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;4&nbsp;โดยนายณัฐวัฒน์&nbsp;เกตุจันทร์&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;จังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;ได้รายงานสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;29&nbsp;-31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;มีการเกิดอุบัติเหตุ&nbsp;จำนวน&nbsp;35&nbsp;ครั้ง&nbsp;ผู้ได้รับบาดเจ็บ&nbsp;34&nbsp;ราย&nbsp;และมีผู้เสียชีวิต&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;โดยอำเภอที่เกิดอุบัติเหตุสูงที่สุด&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอเมืองอุตรดิตถ์&nbsp;ซึ่งยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุดได้แก่&nbsp;รถจักรยานยนต์&nbsp;ส่วนสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุยังคงเป็นการขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด&nbsp;</p><p><strong>ทางด้านสำนักงานสาธารณสุข</strong>จังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;ได้ดำเนินงานด้านจิตอาสาในการตรวจคัดกรองโควิด-19&nbsp;ให้กับประชาชนที่เดินทางกลับจังหวัดอุตรดิตถ์?ช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;จุดบริการความปลอดภัยทางถนนประจำอำเภอทั้ง&nbsp;9&nbsp;อำเภอ&nbsp;ซึ่งจากการสุ่มตรวจกลุ่มเสี่ยง&nbsp;42&nbsp;ราย&nbsp;ยังไม่พบการติดเชื้อโควิด-19&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนขับขี่อย่างปลอดภัย</strong>รักษาวินัยจราจรและปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อท่องเที่ยวหรือพักผ่อนในช่วงเทศกาลปีใหม่ให้ปลอดภัยทั้งอุบัติเหตุและโรคภัย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	1/1/2022	ภาคเหนือ	อุตรดิตถ์	สวท.อุตรดิตถ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220101163445266
20	โฆษก ศบค.จ.ตรัง เผย พบผู้ติดเชื้อสายพันธ์โอมิครอนใน จ.ตรัง รายที่ 2 เดินทางมาจาก จ.กระบี่ เบื้องต้นไม่พบผู้สัมผัสเสี่ยงสูงในพื้นที่ ขณะนี้บุคคลใกล้ชิดผลเป็นลบ	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายแพทย์ตุลกานต์&nbsp;มักคุ้น&nbsp;นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ&nbsp;โรงพยาบาลตรัง</strong>&nbsp;ในฐานะโฆษก&nbsp;ศบค.จ.ตรัง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ในวันนี้&nbsp;(1&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;มีรายงานผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนเพิ่มเติมอีก&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เป็นรายที่&nbsp;2&nbsp;ซึ่งเป็นเพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;33&nbsp;ปี&nbsp;สัญชาติสวีเดน&nbsp;ไม่มีโรคประจำตัว&nbsp;มีประวัติได้รับวัคซีนไฟเซอร์&nbsp;2&nbsp;โดส&nbsp;เดินทางมาเที่ยวประเทศไทยร่วมกับครอบครัวจำนวน&nbsp;5&nbsp;คน&nbsp;ผลการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นลบทั้ง&nbsp;5&nbsp;คน&nbsp;ผู้ติดเชื้อได้เข้าร่วมโครงการ&nbsp;TEST&nbsp;&amp;&nbsp;GO&nbsp;เดินทางมาจากจังหวัดกระบี่&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;24&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;โดยรถยนต์ของโรงแรมมายังจังหวัดตรัง&nbsp;เข้าพักที่รีสอร์ทในเกาะกระดาน&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;24-28&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ผลการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;วันที่&nbsp;5&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;วันที่&nbsp;29&nbsp;ธันวาคม&nbsp;ได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลวัฒนแพทย์&nbsp;ตรัง&nbsp;และได้เก็บตัวอย่างตรวจสายพันธุ์&nbsp;ผลการตรวจเมื่อเย็นวานนี้พบว่าเป็นสายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;ซึ่งได้แจ้งสายการบินค้นหาผู้สัมผัสเสี่ยงสูงแล้ว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>และในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรังได้เร่งรัดให้มีการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ครอบคลุมผู้ติดเชื้ออย่างน้อยผู้ติดเชื้อ&nbsp;1&nbsp;ราย</strong>&nbsp;จะต้องมีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;ได้แก่&nbsp;ผู้สัมผัสที่บ้าน&nbsp;สัมผัสที่ทำงาน&nbsp;ฯลฯ&nbsp;หากผู้สัมผัสเสี่ยงสูงไม่ครบ&nbsp;10&nbsp;คน&nbsp;จะมีการค้นหาเชิงรุกเพื่อควบคุมโรคในชุมชนอีกด้วย</p>	1/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220101183336323
21	ผู้ว่าฯ สงขลา ออกเยี่ยมจุดตรวจและจุดบริการร่วมในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ พร้อมติดตามการอำนวยความสะดวก เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2565	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;ออกเยี่ยมจุดตรวจและจุดบริการร่วมในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่&nbsp;พร้อมติดตามการอำนวยความสะดวก&nbsp;เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;ธ.ค.&nbsp;64)&nbsp;นายเจษฎา&nbsp;จิตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;นำคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;</strong>อาทิ&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา&nbsp;และรองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสงขลา&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจ&nbsp;และจุดบริการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ด่านตรวจความมั่นคงบิ๊กซี&nbsp;คลองแห&nbsp;และด่านตรวจความมั่นคงโลตัส&nbsp;หาดใหญ่ใน&nbsp;พร้อมทั้งได้มอบแนวทางในการดำเนินงาน&nbsp;และเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและเคร่งครัด&nbsp;เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุและความสูญเสียให้เหลือน้อยที่สุด&nbsp;จากนั้น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;ได้มอบเครื่องดื่มชูกำลังและอาหารว่างแก่เจ้าหน้าที่เพื่อเป็นขวัญ&nbsp;กำลังใจ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนช่วงปีใหม่&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ในจังหวัดสงขลา&nbsp;</strong>ระหว่างวันที่&nbsp;29-31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2565&nbsp;ภายใต้การรณรงค์&nbsp;""ชีวิตวิถีใหม่&nbsp;ขับขี่อย่างปลอดภัย&nbsp;ไร้อุบัติเหตุ""&nbsp;มีอุบัติเหตุสะสมรวม&nbsp;32&nbsp;ครั้ง&nbsp;มีผู้บาดเจ็บ&nbsp;31&nbsp;ราย&nbsp;และเสียชีวิต&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;สาเหตุหลักมากจากการดื่มแล้วขับ&nbsp;ตัดหน้ากระชั้นชิด&nbsp;และทัศนวิสัยไม่ดี&nbsp;ส่วนยานพาหนะที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด&nbsp;ได้แก่&nbsp;รถจักรยานยนต์&nbsp;และพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้บาดเจ็บ&nbsp;และเสียชีวิตมาจากการไม่สวมหมวกนิรภัย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>จากนั้น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;ได้เดินทางไปยังสถานีขนส่งผู้โดยสารอำเภอหาดใหญ่&nbsp;แห่งที่&nbsp;1</strong>&nbsp;ติดตามความพร้อมการอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ควบคู่กับการดูแลมาตรการด้านสาธารณสุข&nbsp;โดยให้หน่วยงานสาธารณสุขจังหวัด&nbsp;สาธารณสุขอำเภอ&nbsp;และหน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่เข้ามาดูแล&nbsp;คัดกรองเบื้องต้น&nbsp;รวมถึงการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ให้กับประชาชนผู้เดินทางเพื่อสร้างความมั่นใจ&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังเปิดจุดให้บริการวัคซีน&nbsp;แก่ผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน&nbsp;หรือต้องการรับวัคซีนในเข็มที่&nbsp;2&nbsp;หรือเข็ม&nbsp;3&nbsp;เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อตนเองและเพื่อนร่วมทาง&nbsp;สำหรับผู้ที่เดินทางทางอากาศ&nbsp;ท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่&nbsp;จัดตั้งจุดให้บริการคัดกรองผู้เดินทางเข้า-ออก&nbsp;อย่างเข้มข้น&nbsp;โดยผู้เดินทางจะต้องได้รับวัคซีนอย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;และติดตั้งโปรแกรมในการเฝ้าติดตามผู้เดินทาง&nbsp;รวมถึงมีการเพิ่มช่องทางให้บริการวัคซีนเข็มที่&nbsp;3&nbsp;ด้วยเช่นเดียวกัน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>โอกาสนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;ได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ได้ปฏิบัติหน้าที่และให้บริการพี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่</strong>&nbsp;ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;พร้อมได้กล่าวทิ้งท้ายถึงพนักงานขับรถ&nbsp;ให้ใช้ความระมัดระวังในการเดินทางเป็นพิเศษ&nbsp;เนื่องจากขณะนี้จังหวัดสงขลา&nbsp;และพื้นที่ใกล้เคียงอยู่ในช่วงฤดูมรสุม&nbsp;มีฝนตกลงมาเป็นระยะ&nbsp;จึงต้องเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่&nbsp;เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้เดินทางกลับภูมิลำเนาอย่างปลอดภัย&nbsp;และร่วมเฉลิมฉลองกับครอบครัวในช่วงเทศกาลวันปีใหม่อย่างมีความสุข</p>"	1/1/2022	ภาคใต้	สงขลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220101184254327
22	อุทุมพรพิสัย ยกระดับป้องกัน-ลดอุบัติเหตุรับเทศกาลปีใหม่	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;โดยนายอำเภออุทุมพรพิสัย&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายพรชัย&nbsp;วงค์งาม&nbsp;นายอำเภออุทุมพรพิสัย</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;โดยมีไพโรจน์&nbsp;ทองภาพ&nbsp;กำนันตำบลสำโรง&nbsp;เป็นผู้กล่าวรายงาน&nbsp;ช่วงเทศกาลปีใหม่เป็นช่วงที่เวลาหยุดติดต่อกันหลายวัน&nbsp;เป็นช่วงที่ประชาชนใช้รถใช้ถนนในการเดินทางกลับภูมิลำเนาเเละท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก&nbsp;ทำให้การใช้รถใช้ถนนมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ&nbsp;ก่อให้เกิดการสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน&nbsp;โดยเฉพาะอำเภออุทุมพรพิสัย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>&nbsp;เนื่องจากเป็นทางผ่านในการเดินทางต่อไปในหลายจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;</strong>เพื่อเป็นการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนอำเภออุทุมพรพิสัย&nbsp;จึงได้จัดตั้งจุดตรวจสี่แยกส้มป่อย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลสำโรง&nbsp;อำเภออุทุมพรพิสัย&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.เพื่อลดการสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.เพื่อให้ประชาชนเดินทางสัญจรอย่างปลอดภัยและมีความสุขในช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นอกจากนี้&nbsp;พร้อมมอบชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ในการตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;ให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน&nbsp;ในการปฏิบัติหน้าที่ประจำจุดตรวจในครั้งนี้</strong>&nbsp;มีเจ้าหน้าที่ร่วมบูรณาการปฏิบัติงาน&nbsp;ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภออุทุมพรพิสัย&nbsp;ผบ.นพค.53&nbsp;ผกก.สภ.&nbsp;อุทุมพรพิสัย&nbsp;ผอ.รพ.อุทุมพรพิสัย&nbsp;ผู้แทนสาธารณสุขอำเภอ&nbsp;พัฒนาการอำเภอ&nbsp;อบต.สำโรง&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;แพทย์ประจำตำบล&nbsp;สารวัตรกำนัน&nbsp;อป.พร.&nbsp;อสม.&nbsp;ประชาชนจิตอาสา&nbsp;ส่วนราชการอำเภอทุกภาคส่วน&nbsp;พิธีเปิดเป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้ถือปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ของทางราชการอย่างเคร่งครัด</p>	1/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220101191933334
23	จ.ศรีสะเกษ ติดเชื้อโอมิครอนรายแรก สสจ.เตือนให้รีบฉีดวัคซีน เพราะเชื้อนี้แพร่เร็วมาก	<p><strong>วันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564</strong>&nbsp;นายแพทย์ทนง&nbsp;วีระแสงพงษ์นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ตรวจพบผู้ป่วยโควิดสายพันธุ์โอไมครอน&nbsp;ที่ถือว่าเป็นรายแรกของจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;รายนี้เป็นนักศึกษาหญิงฝึกงานอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;26&nbsp;ธันวาคม&nbsp;บอกว่ามีอาการไม่สบาย&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;และได้ไปซื้อชุดตรวจ&nbsp;ATKมาตรวจด้วยตนเอง&nbsp;พบว่ามีผลเป็นบวก&nbsp;จึงได้โทรศัพท์แจ้งทางบ้านให้ทราบและเดินทางมาที่อำเภอกันทลักษ์และกักตัวเองอยู่ที่บ้านไม่ได้ออกไปไหน&nbsp;ต่อมาวันรุ่งขี้นได้ตรวจหาเชื้อแบบ&nbsp;RT&nbsp;PCR&nbsp;มีผลตรวจออกมา&nbsp;พบว่าติดเชื้อสายพันธุ์โอไมครอน&nbsp;ขณะนี้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้นำตัวเข้ารักษาที่โรงพยาบาลกันทลักษ์แล้ว&nbsp;และได้นำแม่ของผู้ป่วยตรวจหาเชื้อ&nbsp;พบว่า&nbsp;มีผลมาเป็นลบ&nbsp;ซึ่งจะได้ตรวจซ้ำอีกรวมทั้งจะได้ตามตัวบิดามาตรวจหาเชื้อด้วย&nbsp;เพราะถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยง&nbsp;ที่อาจนำเชื้อไปเผยแพร่คนอื่น</p><p><strong>นายแพทย์ทนง&nbsp;วีระแสงพงษ์&nbsp;</strong>นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;กล่าวต่อว่า&nbsp;อยากฝากให้เข้าสู่ระบบการรายงานตัวสำหรับผู้ที่เดินทางเข้ามาศรีสะเกษ&nbsp;โดยให้ทางเจ้าหน้าที่ปกครองจะได้ช่วยซักประว้ติด้วย&nbsp;เพราะต่างจังหวัดมีติดโอมิครอนประมาณ&nbsp;8%&nbsp;แต่ละแวกใกล้จังหวัดศรีสะเกษมีติดเชื้อโอมิครอนแล้ว&nbsp;เช่นที่อำนาจเจริญ&nbsp;อุบลฯ&nbsp;ส่วนใหญ่มาจากต่างประเทศ&nbsp;เช่น&nbsp;ฝรั่งเศส&nbsp;อิตาลี&nbsp;เดนมาร์ก&nbsp;เบลเยี่ยม&nbsp;แถบยุโรป&nbsp;และตอนนี้&nbsp;อเมริกา&nbsp;มีโอมิครอนเฉลี่ยวันละสองแสนราย&nbsp;เชื้อนี้จะระบาดเร็วกว่าเดลต้า&nbsp;1.6&nbsp;เท่า&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;เท่า&nbsp;บางแห่งมีรายงานว่าถึง&nbsp;5&nbsp;เท่า&nbsp;ทางการแพทย์แจ้งว่าปกติเชื้อเดลต้าจะตกลงในระยะไม่เกิน&nbsp;2&nbsp;เมตร&nbsp;แต่โอมิครอนเชื้อจะกระจายกว้างไกลกว่า&nbsp;จึงถือว่าติดเร็วมาก&nbsp;แต่ข้อดีของโอมิครอนก็จะดีกว่าคือมีอัตราการตายน้อยกว่าเดลต้า&nbsp;แต่อัตราการติดเชื้อเร็วและมากกว่า&nbsp;อยากฝากว่าในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้จะมีผู้เดินทางเข้ามาจังหวัดมาก&nbsp;ขอให้ไปรายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุข&nbsp;จะได้รับการตรวจสอบซักประวัติเฝ้าระวังและดูแลเรื่องวัคซีน&nbsp;เพราะประชากรศรีสะเกษหนึ่งล้านสี่แสนกว่าคน&nbsp;ทำงานอยู่นอกจังหวัดประมาณสี่แสนหก&nbsp;แต่ฉีดวัคซีนไปประมาณสองแสนกว่าเท่านั้น&nbsp;เหลืออีกหนึ่งแสนเจ็ดหมื่นคนที่ยังไม่ได้ฉีด&nbsp;หากคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ก็ประมาณสี่สิบกว่าเปอร์เซ็นต์&nbsp;จึงอยากให้ช่วยประชาสัมพันธ์ว่าเป็นโอกาสสำหรับคนเหล่านี้ที่ควรรีบฉีดวัคซีน&nbsp;โดยไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้าเหมือนตอนแรกๆ&nbsp;สามารถฉีดได้ทันทีที่ศูนย์สุขภาพชุมชนหรือที่โรงพยาบาลที่เปิดบริการฉีดวัคซีนแบบวอล์คอินทุกวัน&nbsp;ซึ่งหากไม่ได้รับการฉีดวัคซีนอาจโดนตรวจATKแบบโดนแยงจมูก&nbsp;เพื่อให้ความมั่นใจว่าไม่ติดเชื้อ&nbsp;ขณะนี้เหลือประชากรสองแสนกว่าคนที่ทำงานในจังหวัดศรีสะเกษที่ยังไม่ได้ฉีดเพราะกลัววัคซีน&nbsp;ขอประชาสัมพันธ์ว่าให้รีบมาฉีดวัคซีนจะได้ป้องการโรคได้&nbsp;เพราะเป็นห่วงที่คลัสเตอร์ที่ติดเชื้อส่วนมากไม่ได้รับการฉีดวัคซีน&nbsp;หากฉีดแล้วจะป้องกันไม่ให้ติดเชื้อถึงตายได้</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	1/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220101211821389
24	รมว.คลัง ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจแก่แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ และบุคลากรทางการแพทย์ รวมทั้งการปฏิบัติหน้าที่ของจิตอาสา 904 จิตอาสาพระราชทาน ที่ให้บริการฉีดวัคซีน	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>เมื่อเวลา&nbsp;11.30&nbsp;น.&nbsp;วานนี้&nbsp;(31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564)&nbsp;ณ&nbsp;หน่วยบริการฉีดวัคซีน&nbsp;โรงพยาบาลศรีสะเกษ</strong>&nbsp;หอประชุมเฉลิมพระเกียรติฉลองสิริราชสมบัติครบ&nbsp;60&nbsp;ปี&nbsp;อำเภอเมืองศรีสะเกษ&nbsp;นายอาคม&nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง&nbsp;ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจแก่&nbsp;แพทย์&nbsp;พยาบาล&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;และบุคลากรทางการแพทย์&nbsp;รวมทั้งการปฏิบัติหน้าที่ของจิตอาสา&nbsp;904&nbsp;จิตอาสาพระราชทาน&nbsp;ในการให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;,&nbsp;วัคซีนไข้หวัดใหญ่&nbsp;และบริการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;แก่พี่น้องประชาชนผู้มาเที่ยวงานเทศกาลปีใหม่สี่เผ่าไทยศรีสะเกษ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;ได้กำหนดการให้บริการฯ&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;29&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;4&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00-15.00&nbsp;น.</strong>&nbsp;พร้อมกันนี้&nbsp;นายอาคม&nbsp;เติมพิทยาไพศิฐ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง&nbsp;ได้รับบริการจากแพทย์&nbsp;พยาบาลประจำศูนย์บริการฯ&nbsp;ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัด&nbsp;ตรวจวัดความดันโลหิต&nbsp;และตรวน&nbsp;ATK&nbsp;อีกด้วย&nbsp;โดยมีนายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายนพ&nbsp;พงศ์ผลาดิสัย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;นายแพทย์พิเชษฐ&nbsp;จงเจริญ&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด&nbsp;แพทย์หญิงแคทรียา&nbsp;เทนสิทธิ์&nbsp;รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลศรีสะเกษ&nbsp;ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงศรีสะเกษที่&nbsp;1&nbsp;,&nbsp;2&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด&nbsp;แพทย์&nbsp;พยาบาล&nbsp;จิตอาสาพระราชทาน&nbsp;จิตอาสา&nbsp;904&nbsp;และบุคลากรทางการแพทย์&nbsp;ร่วมรับการตรวจเยี่ยม</p>	1/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220101193136345
25	ผู้ว่าฯ ยะลา ตรวจเยี่ยมด่านความมั่นคง รณรงค์ปีใหม่ หลังคนร้ายก่อเหตุ กำชับการปฏิบัติเจ้าหน้าที่ พร้อมมอบสิ่งของสร้างขวัญกำลังใจ	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>จากเหตุการณ์คนร้ายก่อเหตุป่วน&nbsp;ลอบวางระเบิดเสาไฟฟ้าในพื้นที่จังหวัดยะลา</strong>&nbsp;อ.เมือง&nbsp;และ&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;ในคืนวันที่&nbsp;31&nbsp;ม.ค.&nbsp;64&nbsp;วันส่งท้ายปีเก่า&nbsp;ต้อนรับปีใหม่&nbsp;เป็นเหตุให้เสาไฟฟ้าล้มหักโค่นได้รับความเสียหาย&nbsp;ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ&nbsp;ด้านนายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;พร้อมด้วยนายก้องสกุล&nbsp;จันทราช&nbsp;ปลัดจังหวัดยะลา&nbsp;นายธราวุธ&nbsp;ช่วยเกิด&nbsp;นายอำเภอเมืองยะลา&nbsp;นายวีรวัฒน์&nbsp;ศิริกุลพิพัฒน์&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยะลา&nbsp;เจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคง&nbsp;ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชุดคุ้มครองตำบลบันนังสาเรง&nbsp;ซึ่งอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;บ้านบันนังสาเรง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;คนร้ายป่วน&nbsp;ลอบวางระเบิดเสาไฟฟ้าได้รับเสียหาย&nbsp;2&nbsp;ต้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;ได้กำชับการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่&nbsp;ในการดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน</strong>&nbsp;จากนั้น&nbsp;ตรวจเยี่ยมด่านตรวจบ้านพงยือไร&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ด่านตรวจบ้านมาลายูบางกอก&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ด่านตรวจลำใหม่&nbsp;ต.ลำใหม่&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ด่านตรวจท่าสาป&nbsp;ต.ท่าสาป&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;และด่านตรวจขุนไวย์&nbsp;ชุมชนตลาดเก่า&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;มอบสิ่งของในช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;สร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่&nbsp;สำหรับด่านตรวจในพื้นที่จังหวัดยะลา&nbsp;ทั้ง&nbsp;4&nbsp;มุมเมือง&nbsp;เป็นด่านตรวจความมั่นคง&nbsp;และรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;มีเจ้าหน้าที่บริการตรวจคัดกรองให้กับประชาชนที่เดินทางเข้ามาในเขตตัวเมืองยะลา&nbsp;ด้วยชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ด้านข้อมูลรายงานการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;ของจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;ข้อมูลสะสม&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;(29-31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564)&nbsp;มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น&nbsp;3&nbsp;ครั้ง&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมืองยะลา&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;และอำเภอบันนังสตา&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;มีผู้ได้รับบาดเจ็บ&nbsp;3&nbsp;คน&nbsp;ยังไม่พบผู้เสียชีวิต</p>	1/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220101195105364
26	ผู้ว่าฯ ยะลา ตรวจเยี่ยมด่านความมั่นคง รณรงค์ปีใหม่ หลังคนร้ายก่อเหตุ กำชับการปฏิบัติเจ้าหน้าที่ พร้อมมอบสิ่งของสร้างขวัญกำลังใจ	<p><strong>จากเหตุการณ์คนร้ายก่อเหตุป่วน</strong>&nbsp;ลอบวางระเบิดเสาไฟฟ้า&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดยะลา&nbsp;อ.เมือง&nbsp;และ&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;ในคืนวันที่&nbsp;31&nbsp;ม.ค.64&nbsp;วันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่&nbsp;เป็นเหตุให้เสาไฟฟ้าล้มหักโค่นได้รับความเสียหาย&nbsp;ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ&nbsp;</p><p><strong>ด้านนายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายก้องสกุล&nbsp;จันทราช&nbsp;ปลัดจังหวัดยะลา&nbsp;นายธราวุธ&nbsp;ช่วยเกิด&nbsp;นายอำเภอเมืองยะลา&nbsp;นายวีรวัฒน์&nbsp;ศิริกุลพิพัฒน์&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยะลา&nbsp;เจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคง&nbsp;ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชุดคุ้มครองตำบลบันนังสาเรง&nbsp;ซึ่งอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;บ้านบันนังสาเรง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;คนร้ายป่วน&nbsp;ลอบวางระเบิดเสาไฟฟ้าได้รับเสียหาย&nbsp;2&nbsp;ต้น&nbsp;ทั้งนี้ได้กำชับการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่&nbsp;ในการดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน&nbsp;จากนั้นตรวจเยี่ยมด่านตรวจบ้านพงยือไร&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ด่านตรวจบ้านมาลายูบางกอก&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ด่านตรวจลำใหม่&nbsp;ต.ลำใหม่&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ด่านตรวจท่าสาป&nbsp;ต.ท่าสาป&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;และด่านตรวจขุนไวย์&nbsp;ชุมชนตลาดเก่า&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;มอบสิ่งของในช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;สร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่&nbsp;สำหรับด่านตรวจในพื้นที่จังหวัดยะลา&nbsp;ทั้ง&nbsp;4&nbsp;มุมเมือง&nbsp;เป็นด่านตรวจความมั่นคง&nbsp;และรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;มีเจ้าหน้าที่บริการตรวจคัดกรองให้กับประชาชนที่เดินทางเข้ามาในเขตตัวเมืองยะลา&nbsp;ด้วยชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่ข้อมูลรายงานการป้องกัน</strong>และลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;ของจังหวัดยะลา&nbsp;ข้อมูลสะสม&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;(29-31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;)&nbsp;มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น&nbsp;3&nbsp;ครั้ง&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมืองยะลา&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;และอำเภอบันนังสตา&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;มีผู้ได้รับบาดเจ็บ&nbsp;3&nbsp;คน&nbsp;ยังไม่พบผู้เสียชีวิต</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	1/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สวท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220101205610381
27	นายกรัฐมนตรี สั่งหน่วยงานปรับมาตรการ เตรียมรับมือประชาชนกลับทำงานหลังหยุดเทศกาลปีใหม่ เน้นย้ำภาครัฐและเอกชน ทำงานที่บ้าน	<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;สั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจับตาดูสถานการณ์กลุ่มผู้ติดเชื้อโอมิครอนเข้มข้น&nbsp;ป้องกันไม่ให้เกิดรูปแบบคลัสเตอร์ที่แพร่กระจายเชื้อ&nbsp;ถอดบทเรียนจากคลัสเตอร์กาฬสินธุ์&nbsp;ที่มีผู้ติดเชื้อโอมิครอนคลัสเตอร์นี้แล้ว&nbsp;244&nbsp;ราย&nbsp;จำกัดวงลดการแพร่กระจายเชื้อในภายประเทศให้มากที่สุด</p><p><strong>สำหรับรายงานยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;</strong>วันอาทิตย์ที่&nbsp;2&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;พบยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;&nbsp;รวม&nbsp;3,112&nbsp;ราย&nbsp;จำแนกเป็น&nbsp;ผู้ป่วยจากระบบเฝ้าระวังฯ&nbsp;2,896&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยจากการค้นหาเชิงรุก&nbsp;65&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยภายในเรือนจำ/ที่ต้องขัง&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยมาจากต่างประเทศ&nbsp;149&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยสะสม&nbsp;2,200,695&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;(ตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;เมษายน)&nbsp;หายป่วยกลับบ้าน&nbsp;2,921&nbsp;รายหายป่วยสะสม&nbsp;2,147,304&nbsp;ราย&nbsp;(ตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;เมษายน)&nbsp;ผู้ป่วยกำลังรักษา&nbsp;33,108&nbsp;ราย&nbsp;และเสียชีวิต&nbsp;12&nbsp;ราย&nbsp;ในส่วนของภาพรวมยอดฉีดวัคซีน&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ยอดฉีดสะสม&nbsp;104,661,310&nbsp;โดส&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;เข็มที่&nbsp;1&nbsp;รวม&nbsp;51,272,838&nbsp;ราย&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;รวม&nbsp;46,147,413&nbsp;ราย&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;รวม&nbsp;6,998,205&nbsp;ราย</p><p><strong>นายธนกร&nbsp;กล่าวอีกว่า&nbsp;สำหรับผู้ที่เดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ</strong>&nbsp;ณ&nbsp;สถานีหมอชิตและสถานีหัวลำโพง&nbsp;&nbsp;สามารถรับการตรวจคัดกรองโรคโควิด-19&nbsp;ด้วย&nbsp;ATK&nbsp;โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย&nbsp;โดยเป็นความร่วมมือระหว่าง&nbsp;&nbsp;กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงคมนาคม&nbsp;ตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี&nbsp;ถึงวันพรุ่งนี้&nbsp;(3&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน&nbsp;หลังเดินทางกลับมาทำงานต่อที่กรุงเทพฯ&nbsp;อย่างปลอดภัย</p><p><strong>ขั้นตอนการปฏิบัติคือ&nbsp;ลงทะเบียนผ่าน&nbsp;QR&nbsp;Code&nbsp;ICN&nbsp;Tracking</strong>&nbsp;มาจากบ้าน&nbsp;หรือ&nbsp;Walk&nbsp;In&nbsp;หน้างาน&nbsp;,ยื่นบัตรประชาชน&nbsp;และรหัสลงทะเบียน&nbsp;4&nbsp;หลัก&nbsp;ที่ได้จากการลงทะเบียนสำเร็จ&nbsp;,รับอุปกรณ์&nbsp;Swab&nbsp;จากเจ้าหน้าที่&nbsp;,เข้ารับการ&nbsp;Swab&nbsp;(NPS)&nbsp;ที่รถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย,&nbsp;รับทราบผลตรวจผ่าน&nbsp;2&nbsp;ช่องทาง&nbsp;ออนไลน์&nbsp;หรือสแกน&nbsp;QR&nbsp;Code&nbsp;โดยใส่&nbsp;เลขบัตรประชาชน&nbsp;เบอร์โทรศัพท์&nbsp;กรณีตรวจพบผลบวก&nbsp;ทีมกรมควบคุมโรคจะให้คำปรึกษา&nbsp;และตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ซ้ำ&nbsp;รวมทั้งขอความร่วมมือหน่วยงานราชการ-เอกชน&nbsp;ให้ข้าราชการ/พนักงาน&nbsp;&nbsp;ปฏิบัติงานที่บ้าน&nbsp;(WFH)&nbsp;ในช่วง&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;เมื่อเปิดทำการหลังหยุดเทศกาลปีใหม่ด้วย</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;ยังเตือนประชาชน&nbsp;ในช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่นี้</strong>&nbsp;หากสงสัยว่าตนเองจะติดเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ขอให้งดเดินทางเข้าไปในพื้นที่&nbsp;งดร่วมกิจกรรมทันที&nbsp;กักตัวเอง&nbsp;ไม่สัมผัสกับผู้อื่นและรีบเข้าสู่กระบวนการรักษาทันที&nbsp;ปรึกษาแพทย์&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไปยังผู้อื่นในสถานที่ต่างๆ&nbsp;ร่วมกันรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220102112344476
28	กรมอนามัย ห่วงรวมตัวตั้งวงกินอาหาร ดื่มเหล้า เสี่ยงโควิด ไม่มั่นใจให้ตรวจ ATK ก่อนรวมกลุ่ม	<p>นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ การรวมกลุ่ม รวมญาติ กิน ดื่มสังสรรค์ในอาคารปิด มีพื้นที่จำกัด หรือแคบ แออัด การระบายอากาศไม่เพียงพอ รวมทั้ง พฤติกรรมการพูดคุยใกล้ชิด มีการสัมผัส ตะโกน ร้องเพลง ตลอดจนการใช้อุปกรณ์ภาชนะร่วมกัน ดื่มเหล้าแก้วเดียวกัน สูบบุหรี่มวนเดียวกัน เป็นความเสี่ยงที่ทำให้เกิดโอกาสการติดและแพร่เชื้อโควิด-19 ได้มากขึ้น โดยเฉพาะ สายพันธุ์โอมิครอน ที่แพร่กระจายได้ง่ายและเร็วขึ้น จากการสำรวจอนามัยโพล วันที่ 30 ธันวาคม 2564 พบว่า ประชาชนร้อยละ 79.4 มีความรู้สึกกังวลกับสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยร้อยละ 77.2 คิดว่า เป็นช่วงที่มีการรวมกลุ่มสังสรรค์ กลับต่างจังหวัดและท่องเที่ยว ร้อยละ 68.8 กลัวว่า จะมีการระบาดของโรคโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ในประเทศ และร้อยละ 46.7 คิดว่าจำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศยังสูงอยู่ นอกจากนี้ ยังพบว่า ร้อยละ 85 ใช้บ้านหรือที่พักเป็นสถานที่ในการฉลองปีใหม่&nbsp;</p><p><br></p><p>จึงขอความร่วมมือประชาชน งดรวมตัวตั้งวงกินอาหารดื่มเหล้าสังสรรค์ แต่หากจำเป็นหรือมีการรวมกลุ่มญาติ ต้องคุมเข้มมาตรการการป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล อย่างเคร่งครัด ถ้าไม่มั่นใจ ควรให้ตรวจ ATK ก่อนรวมกลุ่ม และเน้นใช้อุปกรณ์ดื่มกินเฉพาะบุคคล กินอาหารปรุงสุก สะอาด</p><p><br></p>	2/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220101125555159
29	รายใหม่ยะลา เหลือ 10 ราย  สถานการณ์ใกล้จบ ย้ำ ประชาชนต้องยกการ์ดสูง ไม่ให้โควิดกลับมา	<p><strong>จากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ที่ระบาด&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;&nbsp;ล่าสุด&nbsp;วันนี้&nbsp;2&nbsp;ม.ค&nbsp;65</strong>&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยะลา&nbsp;ได้รายงาน&nbsp;พบผู้คิดเชื้อรายใหม่&nbsp;เหลือ&nbsp;10&nbsp;คน&nbsp;ป่วยสะสม&nbsp;48,812&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;234&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;50,142&nbsp;ราย&nbsp;ไม่มี&nbsp;ผู้ป่วยรายใหม่เสียชีวิตติดต่อกัน&nbsp;&nbsp;สะสมรวม&nbsp;354&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ส่วน&nbsp;10&nbsp;รายใหม่ที่พบ&nbsp;มีผู้ติดเชื้อใน&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;</strong>อำเภอรามัน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอกรงปินัง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;และอำเภอเบตง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;อีก&nbsp;4&nbsp;อำเภอ&nbsp;คือ&nbsp;อำเภอยะหา&nbsp;อำเภอกาบัง&nbsp;อำเภอบันนังสตา&nbsp;&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;อำเภอธารโต&nbsp;&nbsp;ไม่มีรายใหม่เพิ่ม&nbsp;ผู้ป่วยที่เข้าข่ายติดเชื้อ&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;สะสม&nbsp;8,019&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;ส่วนการตรวจคัดกรองตามมาตรการสาธารณสุข&nbsp;รวมสะสม&nbsp;204,831&nbsp;ราย</p><p><strong>อย่างใดก็ตามปัจจุบัน&nbsp;ถึงแม้นว่าจังหวัดยะลา&nbsp;จำนวนตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลง&nbsp;</strong>&nbsp;แต่โควิดโอมิครอนกำลังระบาดในหลายพื้นที่&nbsp;ย้ำ&nbsp;ประชาชนต้องยกการ์ดสูง&nbsp;ป้องกันตนเองแบบครอบจักรวาลเพื่อไม่ให้โควิดกลับมาแพร่ระบาด&nbsp;หลังปีใหม่อีกระลอก</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220102130820565
30	อุบลฯ ดำเนินการตามมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังโรคระบาด COVID-19 ในพื้นที่ อำเภอม่วงสามสิบ	"<p><strong>วานนี้&nbsp;&nbsp;1&nbsp;ม.ค.&nbsp;2565&nbsp;ตามนโยบายของ&nbsp;นายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;</strong><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(95,&nbsp;99,&nbsp;104);"">&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัด</strong><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(77,&nbsp;81,&nbsp;86);"">อุบลราชธานี&nbsp;</strong>&nbsp;ภายใต้การอำนวยการของ&nbsp;นายชินวัต&nbsp;ทองปรีชา&nbsp;นายอำเภอม่วงสามสิบ&nbsp;สั่งการให้เจ้าหน้าที่ส่วนราชการ&nbsp;ทุกส่วนราชการ&nbsp;สาธารณสุขอำเภอม่วงสามสิบ&nbsp;เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล&nbsp;อสม.&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;แต่ละตำบล/หมู่บ้าน&nbsp;ดำเนินการ&nbsp;ดังนี้</p><p>1.&nbsp;ติดตาม&nbsp;Case&nbsp;คลัสเตอร์ที่มีการระบาดที่&nbsp;""ร้านเอกมัย""&nbsp;ในพื้นที่อำเภอม่วงสามสิบ&nbsp;โดยให้ทีมสอบสวนโรค&nbsp;และฝ่ายปกครอง&nbsp;เข้าควบคุมการกักตัวของกลุ่มเสี่ยง&nbsp;ให้รวดเร็ว&nbsp;แม่นยำ&nbsp;และเคร่งครัด&nbsp;พร้อมทั้งดำเนินการควบคุมคลัสเตอร์โควิด-19&nbsp;ในหมู่บ้าน&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;บริการคัดกรองหาเชื้อโควิด-19&nbsp;เชิงรุก&nbsp;ด้วยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;แก่กลุ่มสัมผัสผู้เสี่ยงสูง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;ติดตามการคัดกรองคนเข้า-ออก&nbsp;ในคุ้มที่มีการระบาด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-เตรียมสถานที่&nbsp;CI&nbsp;ในชุมชน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-ค้นหากลุ่ม&nbsp;HR</p><p>&nbsp;2.&nbsp;บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;โดยกลุ่มเป้าหมายจากประชากรอยู่จริง&nbsp;จำนวน&nbsp;49,185&nbsp;ราย</p><p>&nbsp;3.&nbsp;ประชาสัมพันธ์แนวทางการปฏิบัติตามมาตราการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19&nbsp;ผ่านหอกระจายข่าวหมู่บ้าน&nbsp;ให้ประชาชนในพื้นที่รับทราบและถือปฏิบัติ</p><p><strong>ทั้งนี้ได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังโรคระบาด&nbsp;COVID-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</strong></p><p><br></p><p><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>"	2/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220102134828572
31	จ.แม่ฮ่องสอน พบผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่เพิ่ม 5 ราย และมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย เป็นผู้สูงอายุ มีโรคประจำตัวและไม่ได้รับการฉีดวัคซีน	<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;(ศปก.จ.มส.)&nbsp;รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวร้ส</strong>โคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในการระบาดระลอกใหม่เมษายน&nbsp;2564&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;&nbsp;2&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ระลอกเมษายน&nbsp;จำนวน&nbsp;3,460&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเพศชาย&nbsp;1,590&nbsp;ราย&nbsp;และ&nbsp;เพศหญิง&nbsp;1,870&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;44&nbsp;ราย&nbsp;(1.27&nbsp;%)&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;3,230&nbsp;ราย&nbsp;(93.35&nbsp;%)&nbsp;ยังอยู่ระหว่างรักษา&nbsp;186&nbsp;ราย&nbsp;(5.38&nbsp;%)&nbsp;ไม่มีอาการ&nbsp;38&nbsp;ราย&nbsp;มีอาการเล็กน้อยไม่ใช้ออกซิเจน&nbsp;133&nbsp;ราย&nbsp;ใช้ออกชิเจนแรงดันต่ำ&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;ใช้ออกซิเจนแรงดันสูง&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;ใส่ท่อและเครื่องช่วยหายใจ&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;รักษาอยู่ที่โรงพยาบาลศรีสังวาลย์&nbsp;12&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลปาย&nbsp;18&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลแม่สะเรียง&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลสบเมย&nbsp;18&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลแม่ลาน้อย&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลขุนยวม&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลสนาม&nbsp;86&nbsp;ราย&nbsp;และรักษาในศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;38&nbsp;ราย</p><p><strong>สำหรับวันนี้&nbsp;มีผู้ได้รับการตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVD-19&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;126&nbsp;ชุด&nbsp;พบเชื้อ&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;และเสียชีวิต&nbsp;1&nbsp;ราย</strong>&nbsp;เป็นผู้ป่วยในจังหวัดทั้งหมด&nbsp;โดยมีรายละเอียด&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายที่&nbsp;3456&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;28&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ต.ผาบ่อง&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;อาชีพรับจ้าง&nbsp;หน่วยงานแห่งหนึ่งในอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;(รายที่&nbsp;3370)&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;และเจ็บคอ&nbsp;ส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลศรีสังวาลย์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายที่&nbsp;3457&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;54&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;12&nbsp;ต.ปางหมู&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;อาชีพรับจ้าง&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;(รายที่&nbsp;3303&nbsp;และ&nbsp;3335&nbsp;บุคคลในครอบครัว)&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;โรงเรียนบ้านใหม่&nbsp;ส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับกรรักษาโรงพยาบาลศรีสังวาลย์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายที่&nbsp;3458&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;22&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ต.ปางหมู&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นทหารปฏิบัติการในตำบลปางหมู&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;(&nbsp;รายที่&nbsp;3267&nbsp;และ&nbsp;&nbsp;3362&nbsp;-&nbsp;3365&nbsp;เพื่อนร่วมงาน)&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;ฐานปฏิบัติการกุงไม้สัก&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;และเจ็บคอ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลศรีสังวาลย์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายที่&nbsp;3459&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;51&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ต.แม่คะตวน&nbsp;อ.สบเมย&nbsp;อาชีพเกษตรกร&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;(รายที่&nbsp;3361)&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;ผาผ่า&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;และไอ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสบเมย</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายที่&nbsp;3460&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;53&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;ต.สบเมย&nbsp;อ.สบเมย&nbsp;อาชีพเกษตรกร&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;(รายที่&nbsp;3443)&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;แม่ตอละ&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;ไอ&nbsp;และมีน้ำมูก&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสบเมย</p><p><strong>สำหรับผู้ป่วยที่เสียชีวิตในวันนี้&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;มีรายละเอียด&nbsp;ดังนี้</strong>&nbsp;รายที่&nbsp;3006&nbsp;ผู้ป่วยหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;69&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ต.โป่งสา&nbsp;อ.ปาย&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นผู้สูงอายุ&nbsp;มีโรคประจำตัว&nbsp;คือ&nbsp;โรคความดันโลหิตสูง&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยันในครอบครัว&nbsp;วันที่&nbsp;6&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;เริ่มมีอาการไข้&nbsp;และมีน้ำมูก&nbsp;วันที่&nbsp;13&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;ส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลปาย&nbsp;ทำการรักษาตามแนวทางการรักษาผู้ป่วยกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;วันที่&nbsp;16&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;มีอาการหายใจเหนื่อยมากขึ้น&nbsp;ออกซินเจนต่ำลง&nbsp;วันที่&nbsp;27&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;เริ่มมีไข้สูงขึ้น&nbsp;หายใจเหนื่อยหอบ&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เสียชีวิตในเวลา&nbsp;03.25น.&nbsp;แพทย์วินิฉัยสาเหตุการเสียชีวิตจากปอดอักเสบจากเชื้อโควิด&nbsp;โดยมีปัจจัยที่ส่งเสริมให้เกิดโรครุนแรงคือ&nbsp;เป็นผู้สูงอายุ&nbsp;มีโรคประจำตัวและไม่ได้รับการฉีดวัคซีน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>&nbsp;#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220102140510580
32	จ.แม่ฮ่องสอน มีผู้เสียชีวิตจาก COVID-19 1 ราย ในขณะที่วันนี้ (2 ม.ค. 65) มีผู้ติดเชื้อเพิ่ม 5 ราย	"<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;(ศปก.จ.มส.)&nbsp;รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;</strong>ในการระบาดระลอกใหม่เมษายน&nbsp;2564&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน<span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;</span>2&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ว่ามีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ระลอกเมษายน&nbsp;จำนวน&nbsp;3,460&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเพศชาย&nbsp;1,590&nbsp;ราย&nbsp;และเพศหญิง&nbsp;1,870&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;44&nbsp;ราย&nbsp;(1.27&nbsp;%)&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;3,230&nbsp;ราย&nbsp;(93.35&nbsp;%)&nbsp;ยังอยู่ระหว่างรักษา&nbsp;186&nbsp;ราย</p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">(5.38&nbsp;%)&nbsp;</strong><strong>ไม่มีอาการ&nbsp;38&nbsp;ราย&nbsp;มีอาการเล็กน้อยไม่ใช้ออกซิเจน&nbsp;133&nbsp;ราย</strong>&nbsp;ใช้ออกซิเจนแรงดันต่ำ&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;ใช้ออกซิเจนแรงดันสูง&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;ใส่ท่อและเครื่องช่วยหายใจ&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;รักษาอยู่ที่โรงพยาบาลศรีสังวาลย์&nbsp;12&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลปาย&nbsp;18&nbsp;ราย<span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;โรงพยาบาลแม่สะเรียง&nbsp;</span>8&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลสบเมย&nbsp;18&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลแม่ลาน้อย&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลขุนยวม&nbsp;5&nbsp;ราย<span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;โรงพยาบาลสนาม&nbsp;</span>86&nbsp;ราย&nbsp;และรักษาในศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;38&nbsp;ราย</p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;สำหรับวันนี้&nbsp;มีผู้ได้รับการตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;126&nbsp;ชุด</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;พบเชื้อ&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;และเสียชีวิต&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ป่วยในจังหวัดทั้งหมด&nbsp;โดยมีรายละเอียด&nbsp;ดังนี้</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">รายที่&nbsp;3456&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;28&nbsp;ปี&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ต.ผาบ่อง&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;อาชีพรับจ้าง&nbsp;หน่วยงานแห่งหนึ่งในอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;(รายที่&nbsp;3370)&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;และเจ็บคอ&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลศรีสังวาลย์</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">รายที่&nbsp;3457&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;54&nbsp;ปี</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;12&nbsp;ต.ปางหมู&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;อาชีพรับจ้าง&nbsp;ปัจจัยเสี่ยง</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;(รายที่&nbsp;3303&nbsp;และ&nbsp;รายที่&nbsp;3335&nbsp;บุคคลในครอบครัว)&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ&nbsp;Cluster&nbsp;โรงเรียนบ้านใหม่&nbsp;ส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลศรีสังวาลย์</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">รายที่&nbsp;3458&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;22&nbsp;ปี&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ต.ปางหมู&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นทหารปฏิบัติการในตำบลปางหมู&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;(รายที่&nbsp;3267&nbsp;และ&nbsp;รายที่&nbsp;3362&nbsp;-&nbsp;รายที่&nbsp;3365&nbsp;เพื่อนร่วมงาน)&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ&nbsp;Cluster&nbsp;ฐานปฏิบัติการกุงไม้สัก&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;และเจ็บคอ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลศรีสังวาลย์</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">รายที่&nbsp;3459&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;51&nbsp;ปี</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ต.แม่คะตวน&nbsp;อ.สบเมย&nbsp;อาชีพเกษตรกร&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;(รายที่&nbsp;3361)&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ&nbsp;Cluster&nbsp;ผาผ่า&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;และไอ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวกและส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสบเมย</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">รายที่&nbsp;3460&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;53&nbsp;ปี</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;ต.สบเมย&nbsp;อ.สบเมย&nbsp;อาชีพเกษตรกร&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;(รายที่&nbsp;3443)&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ&nbsp;Cluster&nbsp;แม่ตอละ&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;ไอ&nbsp;และมีน้ำมูก&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATKผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสบเมย</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">สำหรับผู้ป่วยที่เสียชีวิตในวันนี้&nbsp;1&nbsp;ราย</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;มีรายละเอียด&nbsp;ดังนี้&nbsp;ผู้ป่วยหญิง&nbsp;รายที่&nbsp;3006&nbsp;อายุ&nbsp;69&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ต.โป่งสา&nbsp;อ.ปาย&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นผู้สูงอายุมีโรคประจำตัว&nbsp;คือ&nbsp;โรคความดันโลหิตสูง&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยันในครอบครัว&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">วันที่&nbsp;6&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;เริ่มมีอาการไข้&nbsp;และมีน้ำมูก&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">วันที่&nbsp;13&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;ส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลปาย&nbsp;ท่าการรักษาตามแนวทางการรักษาผู้ป่วยกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;วันที่&nbsp;16&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;มีอาการหายใจเหนื่อยมากขึ้น&nbsp;ออกซินเจนต่่าลง&nbsp;วันที่&nbsp;27&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;เริ่มมีไข้สูงขึ้น&nbsp;หายใจเหนื่อยหอบ&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เสียชีวิตในเวลา&nbsp;03.25&nbsp;น.&nbsp;แพทย์วินิจฉัยสาเหตุการเสียชีวิตจากปอดอักเสบจากเชื้อโควิด-19&nbsp;โดยมีปัจจัยที่ส่งเสริมให้เกิดโรครุนแรงคือ&nbsp;เป็นผู้สูงอายุ&nbsp;มีโรคประจำตัวและไม่ได้รับการฉีดวัคซีน</span></p><p><strong>ข้อมูลอาการของผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;สายพันธุ์&nbsp;""โอมิครอน""&nbsp;ในประเทศไทย</strong>&nbsp;อาการที่พบมากที่สุด&nbsp;คือ<span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;อาการไอ&nbsp;</span>54&nbsp;%&nbsp;รองลงมา&nbsp;คือ&nbsp;อาการเจ็บคอ&nbsp;37&nbsp;%&nbsp;มีไข้&nbsp;29&nbsp;%&nbsp;ปวดกล้ามเนื้อ&nbsp;15&nbsp;%&nbsp;มีน้ำมูก&nbsp;12&nbsp;%&nbsp;ปวดศีรษะ&nbsp;10&nbsp;%<span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;หายใจล่าบาก&nbsp;</span>5&nbsp;%&nbsp;และ&nbsp;ได้กลิ่นลดลงมีเพียง&nbsp;2&nbsp;%&nbsp;โดยสามารถแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;เน้นย้ำให้สวม&nbsp;mask<span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;ทั้ง&nbsp;</span>surgical&nbsp;mask&nbsp;และ&nbsp;mask&nbsp;ผ้า&nbsp;สวมหน้ากากอนามัย&nbsp;2&nbsp;ชั้น&nbsp;ซึ่งสามารถป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ<span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;ดังนั้น&nbsp;ต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชนชาวแม่ฮ่องสอนทุกคน&nbsp;เชิญชวนกันมารับบริการฉีดวัคซีนเชิงรุกในพื้นที่และผู้ที่ได้รับวัคซีน&nbsp;</span>2&nbsp;เข็มครบแล้ว&nbsp;ขอให้เข้ารับการฉีดกระตุ้นเข็ม&nbsp;3&nbsp;รายละเอียดตามประกาศของโรงพยาบาล<span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;ทุกแห่งในจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เพื่อความปลอดภัยของตัวเองและสังคม&nbsp;ลดการแพร่กระจายเชื้อ&nbsp;เป็นการป้องกันโรคลดความรุนแรงของโรคและลดการเสียชีวิตหากมีการติดเชื้อโควิด-</span>19&nbsp;หากมีความเสี่ยงให้ตรวจด้วย&nbsp;ATK&nbsp;ส่วนสถานบริการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ควรท่าตามมาตรการ&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;โดยเฉพาะร้านอาหาร&nbsp;สถานที่ต้องสะอาด&nbsp;มีการเว้นระยะห่าง&nbsp;มีเจลแอลกอฮอล์&nbsp;ตรวจวัดอุณหภูมิ&nbsp;พนักงานฉีดวัคซีนทุกคน&nbsp;ลูกค้าต้องแสดงผลวัคซีน&nbsp;หรือตรวจ&nbsp;ATK<span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;ซึ่งหากท่าตามมาตรการเหล่านี้&nbsp;จะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p>"	2/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220102142052591
33	อุตรดิตถ์ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานจุดตรวจ	<p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฎิบัติงานจุดตรวจบริการประชาชนช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;</strong></p><p><strong>&nbsp;</strong></p><p><strong>นายผล&nbsp;ดำธรรม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์</strong>&nbsp;พร้อมคณะได้ออกตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฎิบัติงานจุดตรวจบริการประชาชนช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;ตามโครงการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;พร้อมมอบสิ่งของเป็นกำลังใจ&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;อำเภอเมืองอุตรดิตถ์&nbsp;อำเภอท่าปลา&nbsp;อำเภอน้ำปาด&nbsp;อำเภอทองแสนขัน&nbsp;และอำเภอตรอน&nbsp;โดยได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มแข็งและจริงจัง&nbsp;ขณะตรวจเยี่ยมเจ้าหน้าที่ประจำด่านปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง&nbsp;ตามมาตรการเพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุและความสูญเสียให้เกิดน้อยที่สุด&nbsp;ในขณะที่ปริมาณรถในขาล่องที่บริเวณแยกน้ำอ่าง&nbsp;อำเภอตรอน&nbsp;รถเริ่มมีปริมาณเยอะ&nbsp;มีรถติดสะสมบริเวณแยกไปแดง&nbsp;เนื่องจากประชาชนเริ่มทยอยเดินทางกลับ&nbsp;<strong>นอกจากนี้ฝากเน้นย้ำเรื่องไฟส่องสว่าง&nbsp;ณ&nbsp;จุดบริการประชาชน</strong>&nbsp;เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและเจ้าหน้าที่&nbsp;โดยเฉพาะการตรวจโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;แบบ&nbsp;ATK&nbsp;ขอให้เจ้าหน้าที่ระมัดระวังเป็นพิเศษ&nbsp;จังหวัดอุตรดิตถ์ได้มีการจัดตั้งจุดตรวจบังคับใช้กฎหมาย&nbsp;จำนวน&nbsp;18&nbsp;จุด&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;9&nbsp;อำเภอ&nbsp;จุดบริการบูรณาการร่วมจังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;ริมทางหลวงหมายเลข&nbsp;11&nbsp;บริเวณหน้าสำนักงานทางหลวงชนบทที่&nbsp;9&nbsp;อุตรดิตถ์&nbsp;ตำบลน้ำริด&nbsp;อำเภอเมืองอุตรดิตถ์&nbsp;จุดบริการประชาชน&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;และด่านชุมชนในพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกหมู่บ้าน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;29&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;4&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;รวมระยะเวลาทั้งสิ้น&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;ระวังอันตราย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	2/1/2022	ภาคเหนือ	อุตรดิตถ์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุตรดิตถ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220102143217599
34	กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยผู้ป่วยโควิดสายพันธุ์โอมิครอนสะลมแล้ว 1,551 ราย ยังเป็นไปตามคาดการณ์ ขอความร่วมมือหน่วยงานและประชาชนหลังปีใหม่ ตรวจเชื้อด้วย ATK  work for home ให้มากที่สุดป้องกันตัวเองขั้นสูงสุดแม้แต่ขณะอยู่ร่วมกันในครอบครัว	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify"">กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์&nbsp;เผยผู้ป่วยโควิดสายพันธุ์โอมิครอนสะลมแล้ว&nbsp;1,551&nbsp;ราย&nbsp;ยังเป็นไปตามคาดการณ์&nbsp;ขอความร่วมมือหน่วยงานและประชาชนหลังปีใหม่&nbsp;ตรวจเชื้อด้วย&nbsp;ATK&nbsp;/&nbsp;work&nbsp;for&nbsp;home&nbsp;ให้มากที่สุดป้องกันตัวเองขั้นสูงสุดแม้แต่ขณะอยู่ร่วมกันในครอบครัว</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">นพ.ศุภกิจ&nbsp;ศิริลักษณ์&nbsp;อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์&nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;เปิดเผยถึงสถานการณ์โอมิครอนในประเทศ&nbsp;ว่า&nbsp;จากการตรวจหาสายพันธุ์&nbsp;ตั้งแต่เปิดประเทศ&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;พ.ย.2564&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;1&nbsp;ม.ค.2565&nbsp;พบผู้ติดเชื้อโควิด&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;สะสมแล้วรวม&nbsp;1,551&nbsp;ราย&nbsp;จำนวนนี้เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ&nbsp;779&nbsp;ราย&nbsp;และ&nbsp;772&nbsp;ราย&nbsp;เป็นการติดเชื้อในประเทศ&nbsp;เฉพาะเมื่อวานนี้&nbsp;(1&nbsp;ม.ค.2565)&nbsp;วันเดียว&nbsp;ติดเพิ่มขึ้น&nbsp;189&nbsp;ราย&nbsp;จำนวนนี้&nbsp;68&nbsp;ราย&nbsp;เป็นนผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ&nbsp;68&nbsp;ราย&nbsp;ส่วนอีก&nbsp;121&nbsp;ราย&nbsp;เป็นการติดเชื้อในประเทศ&nbsp;ขณะนี้พบผู้ติดเชื้อแล้ว&nbsp;47&nbsp;จังหวัด&nbsp;โดยจังหวัดที่พบมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;395&nbsp;ราย&nbsp;กาฬสินธุ์&nbsp;195&nbsp;ราย&nbsp;ชลบุรี&nbsp;148&nbsp;ราย&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;125&nbsp;ราย&nbsp;และ&nbsp;ร้อยเอ็ด&nbsp;119&nbsp;ราย&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นเป็นไปตามที่กระทรวงสาธารณสุขคาดสถานการณ์ไว้ว่าจะพบการติดเชื้อโอมิครอนเพิ่มขึ้นหลังปีใหม่&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">ทั้งนี้&nbsp;ขณะนี้ประชาชนเริ่มกลับมาทำงานแล้ว&nbsp;ทางกระทรวงสาธารณสุขจึงขอความร่วมมือหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ออกมาตรการให้พนักงานทำงานจากที่บ้าน&nbsp;(work&nbsp;for&nbsp;home)&nbsp;ให้มากที่สุด&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เพื่อคัดกรองตนเอง&nbsp;แม้ผลตรวจเป็นลบก็ต้องตรวจซ้ำ&nbsp;ในช่วง&nbsp;1-3&nbsp;วัน&nbsp;พร้อมย้ำเข้มมาตรการป้องกันตัวเองขั้นสูงสุด(universal&nbsp;prevention)&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;ล้างมือ&nbsp;สวมหน้ากากอนามัยแม้แต่การอยู่ร่วมกันในครอบครัวก็ต้องสวมหน้ากากอนามัยป้องกันตนเองด้วย&nbsp;</p>"	2/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220102203438669
35	จังหวัดตรัง แถลงพบผู้ป่วยโควิด -19 รายใหม่ 49 ราย สะสม 17,999 ราย	<p><strong>(2&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;นายแพทย์&nbsp;ตุลกานต์&nbsp;มักคุ้น&nbsp;นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ&nbsp;โรงพยาบาลตรัง</strong>&nbsp;ในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;พบผู้ป่วยโควิด&nbsp;-19&nbsp;รายใหม่&nbsp;49&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็นติดเชื้อในจังหวัดตรัง&nbsp;45&nbsp;ราย&nbsp;ติดเชื้อจากที่อื่น&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;รวมผู้ติดเชื้อตามการระบาดระลอกใหม่ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;17,999&nbsp;ราย&nbsp;ผลการตรวจด้วย&nbsp;ATK&nbsp;เป็นบวก&nbsp;45&nbsp;ราย&nbsp;จากผลตรวจ&nbsp;434&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จำแนกผู้ป่วยเป็นรายอำเภอ&nbsp;ดังนี้</strong>&nbsp;อำเภอกันตัง&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอนาโยง&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;25&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;2&nbsp;อำเภอวังวิเศษ&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอสิเกา&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และอำเภอห้วยยอด&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็นสัมผัสร่วมบ้าน&nbsp;14&nbsp;ราย&nbsp;สัมผัสที่ทำงาน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;สัมผัสในชุมชน&nbsp;29&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ในพื้นที่โรคระบาด&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;และพูดคุยโดยไม่สวมแมส&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ในวันนี้&nbsp;มีการฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดตรัง&nbsp;เข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;462,563&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;73.34&nbsp;และฉีดเข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;435,856&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;69.11&nbsp;จากประชากร&nbsp;630,707&nbsp;ราย&nbsp;ขอให้ประชาชนที่เดินทางไปท่องเที่ยวยังสถานีที่ท่องเที่ยวต่าง&nbsp;ๆในช่วงเทศกาลปีใหม่ใช้มาตรการป้องกันโควิด&nbsp;-19&nbsp;แบบครอบจักรวาล&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรควิด&nbsp;-19</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	2/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220102144737602
36	2 ม.ค.64 จ.ลำพูน พบติดเชื้อ COVID-19 จากผล RT-PCR 8 ราย ผลตรวจ ATK Plus 20 ราย	<p><strong>วันนี้&nbsp;(2&nbsp;มกราคม&nbsp;2564)&nbsp;ที่ศาลาประชาคม&nbsp;ศาลากลางจังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;นายอนุพงษ์&nbsp;วาวงศ์มูล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายแพทย์สาริกข์&nbsp;พรหมมารัตน์&nbsp;นายแพทย์ชำนาญการพิเศษโรงพยาบาลลำพูน&nbsp;ร่วมแถลงสถานการณ์&nbsp;COVID-19&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;จ.ลำพูน&nbsp;โดยในวันนี้พบผู้ติดเชื้อเพิ่มในจังหวัด&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;ต่างจังหวัดอีก&nbsp;0&nbsp;ราย&nbsp;ATK&nbsp;Plus&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;มีผู้ป่วยยืนยันสะสมทั้งสิ้น&nbsp;4,757&nbsp;ราย&nbsp;ยอดเสียชีวิตสะสม&nbsp;40&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ระหว่างการรักษาตัวทั้งหมด&nbsp;258&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;ใน&nbsp;รพ.ลำพูน&nbsp;40&nbsp;ราย&nbsp;รพ.สนามเวียงยอง&nbsp;37&nbsp;ราย&nbsp;รพ.สนามป่าซาง&nbsp;24&nbsp;ราย&nbsp;รพ.อื่นๆ&nbsp;157&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;4,459&nbsp;ราย</p><p><strong>ในส่วนของสถิติการครองเตียงของโรงพยาบาลรัฐทุกแห่งในจังหวัดลำพูนมีทั้งหมด&nbsp;504&nbsp;เตีย</strong>ง&nbsp;ใช้ไป&nbsp;162&nbsp;เตียงหรือคิดเป็น&nbsp;32.14%&nbsp;จึงทำให้มีเตียงเหลือรองรับผู้ป่วย&nbsp;342&nbsp;เตียงคิดเป็น&nbsp;67.86%&nbsp;นอกจากนี้เตียงรองรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลเอกชนมีรองรับทั้งสิ้น&nbsp;361&nbsp;เตียง&nbsp;ใช้ไป&nbsp;105&nbsp;เตียง&nbsp;คิดเป็น&nbsp;29.08%&nbsp;จึงทำให้มีเตียงเหลือรองรับผู้ป่วยอีก&nbsp;256&nbsp;เตียง&nbsp;คิดเป็น&nbsp;70.92%</p><p>สำหรับการให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ของจังหวัดลำพูน&nbsp;ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;2&nbsp;มกราคม&nbsp;2564&nbsp;มียอดสะสมการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ไปแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;311,710&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;75.82%&nbsp;ของผู้ประสงค์ฉีดทั้งหมด&nbsp;126,648&nbsp;คน&nbsp;จากประชากรทั้งหมด&nbsp;401,408&nbsp;คนคิดเป็น&nbsp;77.65%&nbsp;ฉีดเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;311,710&nbsp;ราย&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;272,555&nbsp;ราย&nbsp;และเข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;54,657&nbsp;ราย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	2/1/2022	ภาคเหนือ	ลำพูน	สวท.ลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220102151338614
37	สำนักงานขนส่งจังหวัดบุรีรัมย์ ยืนยัน พร้อมจัดเตรียมรถโดยสารเสริม รองรับประชาชน ที่จะเดินทางกลับ ในวันพรุ่งนี้	<p><strong>นายสยาม&nbsp;ภู่ทรัพย์สิน&nbsp;หัวหน้ากลุ่มวิชาการขนส่งจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ขณะนี้ประชาชนเริ่มทยอยเดินทางกลับแล้ว&nbsp;การจองตั๋วรถโดยสารเที่ยวปกติขณะนี้เต็มหมดแล้ว&nbsp;ซึ่งสำนักงานขนส่งจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ได้เตรียมรถโดยสารเสริม&nbsp;คอยให้บริการประชาชน&nbsp;ทั้งนี้คาดการณ์ว่า&nbsp;ในวันพรุ่งนี้จะมีประชาชนมาใช้บริการมากขึ้น&nbsp;ซึ่งสำนักงานขนส่งจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจากเทศบาลเมืองบุรีรัมย์&nbsp;ตั้งจุดคัดกรองและสุ่มตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;กับผู้มาใช้บริการ&nbsp;ซึ่งทุกคนจะต้องผ่านจุดคัดกรองก่อนขึ้นไปยังรถโดยสาร&nbsp;เพื่อลดโอกาสการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;</p><p><strong>ส่วนมาตรการการเตรียมความพร้อมในการให้บริการประชาชน&nbsp;ขนส่งจังหวัดบุรีรัมย์</strong>ได้ดำเนินการ&nbsp;3&nbsp;กิจกรรม&nbsp;คือ&nbsp;การตรวจความพร้อมของรถและพนักงานขับรถ&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;&nbsp;รวม&nbsp;251&nbsp;คัน&nbsp;/&nbsp;ตรวจคัดกรองโควิด-19&nbsp;กับผู้ขับรถและผู้โดยสาร&nbsp;1,232&nbsp;คน&nbsp;มีการสุ่มตรวจจับความเร็วบนถนนสายหลัก&nbsp;มีการสุ่มตรวจ&nbsp;231&nbsp;คัน&nbsp;มีความเร็วเกินกำหนด&nbsp;11&nbsp;คัน&nbsp;ความเร็วเฉลี่ยประมาณ&nbsp;104&nbsp;กม/ชม.&nbsp;รวมถึงเฝ้าระวังการใช้ความเร็วของรถด้วยระบบ&nbsp;GPS&nbsp;เพื่อให้ประชาชนเดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>&nbsp;#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	บุรีรัมย์	สวท.บุรีรัมย์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220102162906626
38	ผวจ.อด.ตรวจจุดตรวจจุดบริการช่วงปีใหม่ 65	<p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี&nbsp;ตรวจจุดตรวจ&nbsp;จุดบริการช่วงเทศกาปีใหม่&nbsp;65</strong>&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี&nbsp;ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานจุดตรวจ&nbsp;จุดบริการประชาชนช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;ขอบคุณที่เสียสละเวลาในการดูแลพี่น้องประชาชน&nbsp;ย้ำการปฏิบัติเจ้าหน้าที่ต้องมีความปลอดภัยสูงสุด&nbsp;วันที่&nbsp;2&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่จุดตรวจจุดบริการประชาชนหน้าเทศบาลตำบลโพนงาม&nbsp;อำเภอหนองหาน&nbsp;</p><p><strong>นายสยาม&nbsp;ศิริมงคล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายนพดล&nbsp;มามาก</strong>&nbsp;ปลัดจังหวัดอุดรธานี&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานประจำจุดตรวจจุดบริการหลักของอำเภอหนอหาน&nbsp;โดยจุดนี้เป็นจุดตรวจจุดบริการหลักของอำเภอหนองหาน&nbsp;ที่นอกจากจัดให้มีจุดตรวจจุดบริการพี่น้องประชาชนที่เดินทางสัญจรไปมาทางถนนผ่านเส้นทางอุดร-สกลนครเข้าสู่อำเภอหนองหาน&nbsp;ตามมาตรป้องกันอุบัติเหตุอุบัติภัยบนท้องถนนแล้ว&nbsp;ยังจัดให้มีบริการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ให้กับประชาชนฟรี&nbsp;ซึ่งเป็นมาตรการหลักของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดในการป้องกันยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;เพื่อเสริมความเชื่อมั่น&nbsp;สร้างความมั่นใจให้กับประชาชน&nbsp;</p><p><strong>โดยมีทีมบุคลากรการแพทย์ของโรงพยาบาลหนองหาน&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขอำเภอหนองหาน</strong>&nbsp;จิตอาสาพระราชทานจังหวัดอุดรธานี&nbsp;และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านบ้านโพนงาม&nbsp;ร่วมบูรณการการทำงานร่วมกัน&nbsp;ทั้งนี้ในจากการตรวจเยี่ยมดังกล่าวผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานีได้แนะนำการซักประวัติ&nbsp;การคัดกรองผู้เดินทาง&nbsp;เพื่อลดขั้นตอนของเจ้าหน้าที่&nbsp;อำนวยความสะดวกและลดขั้นตอนการรอของประชาชนที่เดินทาง&nbsp;ให้เสียเวลาน้อยที่สุด&nbsp;เพื่อสร้างความปลอดภัยและเสริมความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในชุมชน&nbsp;โดยผู้ที่เดินทางเข้าจังหวัดต้องไม่นำเชื้อเข้าจังหวัด&nbsp;</p><p><strong>ในขณะเดียวกัน&nbsp;ก่อนเดินทางกลับภูมิลำเนาทุกคนต้องปลอดภัยห่างไกลจาก&nbsp;covid-19</strong>&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ในการตรวจหาเชื้อ&nbsp;หากพบผู้ติดเชื้อจะมีการตรวจเป็นบวก&nbsp;จังหวัดก็จะทำการตรวจหาเชื้อซ้ำเพื่อยืนยัน&nbsp;ด้วยการตรวจหาเชื้อด้วยระบบ&nbsp;rt-pcr&nbsp;และนำสู่กระบวนการรักษาในทันที&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดได้กำชับผู้ปฏิบัติงานให้คำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุดในขณะปฏิบัติงาน&nbsp;ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคนที่เสียสละเวลาในช่วงเทศกาลปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลอำนวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมาให้เกิดความปลอดภัยทั้งในส่วนของการเดินทางสัญจรและความปลอดภัยจากการแพร่ระบาดของโรคติดต่อจากเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ทีมข่าวส.ปชส.อด.&nbsp;ศรีภูมิ&nbsp;ทองใหญ่&nbsp;ณ&nbsp;อยุธยา&nbsp;ข่าว/ภาพ</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุดรธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220102173423637
39	กรมควบคุมโรค จับตาสถานการณ์โควิด โดยเฉพาะจังหวัดชลบุรีและอุบลราชธานี ที่พบการระบาดมาก	<p><strong>นพ.โอภาส&nbsp;การย์กวินพงศ์&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมโรค&nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ความร่วมมือจากประชาชนในการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรควิด-19&nbsp;ในช่วงปีใหม่&nbsp;พบว่าดีบ้าง&nbsp;ไม่ดีบ้าง&nbsp;เท่าที่เห็นจังหวัดที่กำลังระบาดมาก&nbsp;คือจังหวัดชลบุรีและอุบลราชธานี&nbsp;ส่วนกรุงเทพฯ&nbsp;ทรงๆ&nbsp;ตัว&nbsp;และค่อยๆ&nbsp;ลดลง&nbsp;ทั้งนี้เนื่องมาจากจังหวัดชลบุรีมีคนค่อนข้างมาก&nbsp;ส่วนใหญ่เป็นคนงานในโรงงาน&nbsp;บางครั้งมีการจัดกิจกรรมเลี้ยงสังสรรค์&nbsp;จึงได้กำชับให้ระมัดระวังเรื่องของการเดินทางกลับบ้านและหลังปีใหม่&nbsp;หากเป็นไปได้โรงงานไม่ต้องปิดดำเนินการ&nbsp;แต่ขอให้ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;พนักงานก่อนเข้าทำงานหลังเดินทางกลับจากเทศกาลปีใหม่แล้ว&nbsp;และสุ่มตรวจเป็นระยะ&nbsp;เพื่อจับสัญญาณการระบาดให้เร็วที่สุด&nbsp;</p><p><strong>ส่วนสถานการณ์ที่จังหวัดอุบลราชธานี</strong>&nbsp;วันนี้&nbsp;(2&nbsp;ม.ค.)&nbsp;ตนเองได้ลงพื้นที่มาติดตามคลัสเตอร์ที่อุบลราชธานี&nbsp;ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับคลัสเตอร์ที่จังหวัดกาฬสินธุ์คือ&nbsp;มีการติดในร้านอาหารกึ่งผับที่มีคนเข้าไปเที่ยวต่อเนื่องจากผับแห่งหนึ่งไปอีกแห่งหนึ่ง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ร้อยละ&nbsp;95&nbsp;อาการน้อยมาก&nbsp;เพราะฉะนั้นหากอาการน้อยจะใช้มาตรการรักษาที่บ้าน&nbsp;(Home&nbsp;Isolation&nbsp;:&nbsp;HI)&nbsp;และรักษาในชุมชน&nbsp;(Community&nbsp;Isolation&nbsp;:&nbsp;CI)&nbsp;เพื่อไม่ให้โรงพยาบาลล้นเกินไป&nbsp;ซึ่งขณะนี้มีการประเมินสถานการณ์ทุกวัน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	2/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220102185629650
40	จังหวัดชุมพร ย้ำครอบครัวชุมชนช่วยกันตักเตือนเมาแล้วขับลดอุบัติเหตุช่วงปีใหม่	"<p>วันที่&nbsp;2&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;13.00&nbsp;น.&nbsp;นายสมพร&nbsp;ปัจฉิมเพ็ชร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร&nbsp;นำคณะหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้แทนหน่วยงาน&nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่ออกตรวจเยี่ยมให้กำลังเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานประจำจุดตรวจหลัก&nbsp;จุดบริการ&nbsp;และด่านชุมชน&nbsp;ในพื้นที่อำเภอพะโต๊ะ&nbsp;ได้แก่&nbsp;จุดตรวจหน้า&nbsp;อบต.ปังหวาน,&nbsp;ด่านชุมชนบ้านพังเหา&nbsp;ม.2&nbsp;ต.ปังหวาน,&nbsp;ด่านชุมชนบ้านไร่ยาว&nbsp;ม.8&nbsp;ต.พระรักษ์,&nbsp;จุดตรวจหน้าที่ว่าการอำเภอพะโต๊ะ&nbsp;และ&nbsp;ด่านชุมชนบ้านบกไฟ&nbsp;ม.3&nbsp;ต.ปากทรง&nbsp;เพื่อให้กำลังใจแก้เจ้าหน้าที่&nbsp;ที่ได้เสียสละปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่&nbsp;ในการณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;2564&nbsp;""ชีวิตวิถีใหม่&nbsp;ขับขี่อย่างปลอดภัย&nbsp;ไร้อุบัติเหตุ&nbsp;ชุมพร&nbsp;สุข&nbsp;สงบ&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;ปีใหม่&nbsp;2565""</p><p><br></p><p>&nbsp;นายสมพร&nbsp;ปัจฉิมเพ็ชร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้คณะได้ลงพื้นที่มาตรวจเยี่ยม&nbsp;ด่านชุมชน&nbsp;จุดตรวจหลัก&nbsp;จุดบริการที่อำเภอพะโต๊ะ&nbsp;ซึ่งนโยบายของจังหวัด&nbsp;ทุกครอบครัวต้องมีด่านครอบครัว&nbsp;ดูแลกันเองภายในครอบครัว&nbsp;แต่เมื่อผ่านครอบครัวมาแล้วก็อยากให้ทุกหมู่บ้านทุกชุมชน&nbsp;มีด่านชุมชนคอยห้ามปรามคอยตักเตือน&nbsp;คอยสกัดคนและรถที่ไม่พร้อม&nbsp;เพื่อไม่ให้ออกไปใช้รถใช้ถนนร่วมกับบุคคลอื่น&nbsp;ถัดจากด่านชุมชนมาแล้วก็ยังมีจุดตรวจ&nbsp;ที่จะตรวจยานพาหนะตรวจคนที่ไม่พร้อม&nbsp;ซึ่งจากการตรวจทั้งด่านชุมชน&nbsp;และจุดตรวจของอำเภอพะโต๊ะ&nbsp;มีประสิทธิภาพมาก&nbsp;มีอุบัติเหตุและผู้บาดเจ็บเพียงรายเดียว&nbsp;แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงทุกจุดทุกอำเภอ&nbsp;คือด่านครอบครัว&nbsp;ซึ่งไม่ค่อยได้ดูแลกันเอง&nbsp;ไม่ได้แจ้งเตือน&nbsp;ห้ามปรามกันภายในครอบครัว&nbsp;อาจทำให้คนในครอบครัวที่อยู่ในสภาพไม่พร้อมออกมาใช่รถใช้ถนนร่วมกับคนอื่น&nbsp;จนอาจเกิดอุบัติเหตุและการสูญเสียขึ้น&nbsp;ดังนั้นในอีก&nbsp;2&nbsp;วันที่เหลือ&nbsp;จึงอยากให้ด่านครอบครัวทำหน้าที่ให้ดีที่สุด&nbsp;ผ่านด่านครอบครัวมาได้ก็ยังมีด่านชุมชน&nbsp;และจุดตรวจ&nbsp;ค่อยสกัด&nbsp;และดูแลพี่น้องประชาชนอยู่&nbsp;อยากให้ทุกคนปลอดภัย&nbsp;</p><p><br></p><p>นอกจากนี้&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร&nbsp;ยังได้กล่าวถึงมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;อีกว่า&nbsp;""จังหวัดชุมพร&nbsp;โดยผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร&nbsp;ได้ขอให้ทุกด่านชุมชน&nbsp;ทุกจุดตรวจ&nbsp;จุดบริการ&nbsp;มีชุดตรวจคัดกรองโรคโควิด-19&nbsp;ด้วย&nbsp;ATK&nbsp;แบบ&nbsp;Home&nbsp;Use&nbsp;เพื่อให้บริการพี่น้องประชาชน&nbsp;หรือผู้ใช้รถใช้ถนน&nbsp;ที่ต้องการตรวจใช้บริการ&nbsp;ซึ่งจังหวัดชุมพรได้มีคำสั่งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดหาชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ไว้จำนวนร้อยละ&nbsp;10&nbsp;ของจำนวนประชากร&nbsp;เพื่อเฝ้าระวังป้องกันการแพร่ระบาดของโรคในพื้นที่&nbsp;</p>"	2/1/2022	ภาคใต้	ชุมพร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชุมพร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220102200623662
41	คณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดขอนแก่น มีมติให้โรงเรียนเปิดเรียนออนไลน์ หน่วยงานรัฐ เอกชนดำเนินมาตรการ WFH ระหว่าง 1-14 ม.ค.65 และชะลอจัดงานวันเด็ก	<p><strong>นายสมศักดิ์&nbsp;จังตระกุล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น&nbsp;</strong>ประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดขอนแก่น&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดขอนแก่น&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นพ.ภาคี&nbsp;ทรัพย์พิพัฒน์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น&nbsp;เลขานุการคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดขอนแก่น&nbsp;ครั้งที่&nbsp;4/2565&nbsp;ผ่านระบบทางไกล&nbsp;(Webex)&nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น</p><p><strong>นายสมศักดิ์&nbsp;จังตระกุล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>จากการประชุมในครั้งนี้&nbsp;ที่ประชุมได้สรุปมติและข้อสั่งการ&nbsp;ดังนี้</p><p>1.ให้ทุกหน่วยงาน&nbsp;ภาครัฐ&nbsp;เอกชน&nbsp;และสถานประกอบการทุกแห่งประเมินความเสี่ยงของบุคลากร/&nbsp;พนักงาน&nbsp;และดำเนินการสุ่มตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนกลับเข้าปฏิบัติงาน</p><p>2.ให้โรงเรียน&nbsp;สถานศึกษาทุกระดับ&nbsp;และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทุกแห่ง&nbsp;ปิดการเรียนการสอนแบบ&nbsp;on&nbsp;site&nbsp;โดยจัดสอนแบบ&nbsp;on&nbsp;line&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1-14&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ยกเว้นสถานศึกษาที่ดูแลเด็กพิเศษ</p><p>3.ให้หน่วยงานภาครัฐทุกแห่ง&nbsp;ดำเนินการตามมาตรการ&nbsp;WFH&nbsp;อย่างเต็มขีดความสามารถ&nbsp;และขอความร่วมมือในภาคเอกชน&nbsp;ดำเนินการตามมาตรการ&nbsp;WFH&nbsp;อย่างเต็มขีดความสามารถ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1-14&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</p><p>4.ให้ชะลอการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ออกไปก่อน</p><p>5.มอบฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดขอนแก่น&nbsp;ประเมินและพิจารณากิจกรรมการรวมกลุ่มคนจำนวนมาก&nbsp;ที่ได้รับอนุมัติให้จัดหลังวันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;แล้ว&nbsp;หากมีความเสี่ยงให้พิจารณาเลื่อนการจัดกิจกรรมออกไปก่อน&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิค&nbsp;-19&nbsp;ในพื้นที่</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	2/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ขอนแก่น	สวท.ขอนแก่น	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220102201531664
42	ผู้ว่าฯ ยะลา ลงพื้นที่ อ.เบตง เร่งสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ หลังคนร้ายลอบวางระเบิดเสาไฟฟ้า ป่วนเมือง ในพื้นที่ จ.ยะลา ในคืนเคานต์ดาวน์ที่ผ่านมา	<p><strong>เย็นวันนี้&nbsp;(2&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;หลังเกิดเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดเสาไฟฟ้า&nbsp;ป่วนเมือง&nbsp;6&nbsp;จุด&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;</strong>ในคืนเคานต์ดาวน์&nbsp;ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;ล่าสุด&nbsp;นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายเอก&nbsp;ยังอภัย&nbsp;ณ&nbsp;สงขลา&nbsp;นายอำเภอเบตง&nbsp;ได้ลงพื้นที่ตลาดเมืองเบตง&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;เร่งสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยให้แก่พี่น้องชาวอำเภอเบตง&nbsp;รวมไปถึงบรรดา&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;พ่อค้า&nbsp;แม่ค้า&nbsp;และนักท่องเที่ยวที่พาครอบครัวมาเที่ยวอำเภอเบตง&nbsp;ในช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่&nbsp;พร้อมจัดกำลังเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงเฝ้าระวังดูแลความสงบเรียบร้อย&nbsp;เส้นทาง&nbsp;สาย&nbsp;410-&nbsp;ยะลา&nbsp;&nbsp;เบตง&nbsp;ตามจุดต่างๆ&nbsp;และตามสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของอำเภอเบตง&nbsp;เฝ้าระวังป้องกันการก่อความไม่สงบในพื้นที่&nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว</p><p><strong>นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จากเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดเสาไฟฟ้าป่วนยะลา&nbsp;ในคืนเคานต์ดาวน์&nbsp;นั้น&nbsp;เป็นการสร้างสถานการณ์เพื่อแสดงศักยภาพของกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่&nbsp;โดยเหตุการณ์เกิดบริเวณพื้นที่รอบนอกไม่ได้เกิดขึ้นในตัวเมือง&nbsp;ซึ่งสถานการณ์ตอนนี้กลับสู่ภาวะปกติ&nbsp;ขอให้ประชาชน&nbsp;และนักท่องเที่ยวมั่นใจการดูแลรักษาความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่&nbsp;พร้อมที่จะอำนวยความสะดวกและสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว&nbsp;คนไทยทุกคนต้องร่วมกันเป็นหูเป็นตาให้เจ้าหน้าที่&nbsp;พบเห็นอะไรที่ไม่ชอบมาพากลก็รีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบโดยทันที&nbsp;จึงขอเชิญชวน&nbsp;นักท่องเที่ยวชาวไทย&nbsp;มาเที่ยวอำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ช่วงต้นปีอากาศเย็นสบาย&nbsp;เหมาะกับการมาเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติของอำเภอเบตงเป็นอย่างมาก&nbsp;แถมอาหารอร่อย&nbsp;ผู้คนอัธยาศัยดีพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยความเต็มใจ&nbsp;</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;กล่าวอีกว่า</strong>&nbsp;ส่วนเรื่องการรณรงค์ในการฉีดวัคซีนในพื้นที่นั้น&nbsp;ตอนนี้เกือบ&nbsp;ครบ&nbsp;100&nbsp;%&nbsp;แล้ว&nbsp;เพราะทางอำเภอเบตงเปิดบริการฉีดวัคซีนให้ทุกคนที่มาเที่ยวในพื้นที่&nbsp;ผู้ที่เดินทางเข้าสู่จังหวัดยะลาต้องฉีดวัคซีนทุกคน&nbsp;ผ่านมาตรการคัดกรองอย่างเข้มงวด&nbsp;หากรู้สึกไม่สบาย&nbsp;ทางเจ้าหน้าที่&nbsp;พร้อมตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ให้ฟรี&nbsp;และหากพบว่ามีเชื้อเป็นบวก&nbsp;เจ้าหน้าที่พร้อมจัดยาฟาวิพิราเวียร์ให้ทานทันที</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	2/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220102214423673
43	บึงกาฬพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนเพิ่ม 2 ราย รวมสะสม 4 ราย	<p><strong>เมื่อวานนี้&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;นายแพทย์ภมร&nbsp;ดรุณ&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;</strong>เปิดเผยข้อมูลว่า&nbsp;จ.บึงกาฬพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนเพิ่ม&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;(รวมสะสม&nbsp;4&nbsp;ราย)&nbsp;รายแรกเพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;35&nbsp;ปี&nbsp;เดินทางมาจากกรุงเทพมหานคร&nbsp;มีอาการ&nbsp;ไอ&nbsp;ปวดศีรษะ&nbsp;จึงไปซื้อชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;มาตรวจเองแล้วพบเชื้อ&nbsp;และภายหลังได้ตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;พบว่าติดเชื้อโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;รายนี้มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;คือ&nbsp;บิดาของเขา&nbsp;ส่วนรายที่&nbsp;2&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;34&nbsp;ปี&nbsp;อาชีพข้าราชการครู&nbsp;มีประวัติเสี่ยงเดินทางไปประชุมที่&nbsp;จ.ร้อยเอ็ด&nbsp;ผู้ป่วยไม่มีอาการ&nbsp;แต่ทราบว่าเพื่อนร่วมห้องพักติดเชื้อโควิด-19&nbsp;วันรุ่งขึ้นจึงไปตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;พบว่าติดเชื้อโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;รายนี้ไม่มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;จึงเน้นย้ำขอให้ผู้เดินทางกลับภูมิลำเนา&nbsp;รายงานตัวต่อผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;อสม.&nbsp;</strong>หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่&nbsp;และตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ได้ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุกแห่งของ&nbsp;จ.บึงกาฬ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	2/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	บึงกาฬ	สวท.บึงกาฬ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220102215119675
44	บขส. บริการประชาชนเดินทางกลับเข้ามาทำงานในกรุงเทพมหานคร 	<p><strong>นายสัญลักข์&nbsp;ปัญวัฒนลิขิต&nbsp;กรรมการผู้จัดการใหญ่&nbsp;</strong>บริษัท&nbsp;ขนส่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;(บขส.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ได้เตรียมความพร้อมในการให้บริการประชาชนที่เดินทางกลับเข้ามาทำงานในกรุงเทพมหานคร&nbsp;</p><p>ซึ่งสถานการณ์ขณะนี้เป็นไปตามการคาดการณ์&nbsp;โดยได้รับความร่วมมือจาก&nbsp;ขสมก.&nbsp;ช่วยระบายผู้โดยสารที่มาถึงยังสถานี&nbsp;รวมถึงมีการจัดระเบียบผู้ให้บริการรถแท็กซี่เพื่อช่วยระบายผู้โดยสารที่ตกค้าง&nbsp;ซึ่งคาดว่าตลอดทั้งวันจำนวนผู้โดยสารจะหน้าแน่นเนื่องจากเป็นวันสุดท้ายของช่วงวันหยุดยาวปีใหม่&nbsp;</p><p><strong>บขส.&nbsp;สรุปสถานการณ์เดินทางเข้ากรุงเทพฯ&nbsp;ด้วยรถ&nbsp;บขส.&nbsp;และรถร่วม</strong>&nbsp;ในช่วงเช้าของวันที่&nbsp;3&nbsp;ม.ค.&nbsp;65&nbsp;พบว่า&nbsp;มีประชาชนเดินทางกรุงเทพฯ&nbsp;แล้วประมาณ&nbsp;33,000&nbsp;คน</p><p><strong>บขส.&nbsp;ให้ความสำคัญกับมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;</strong>มีการฉีดและเช็ดทำความสะอาดรถที่ให้บริการ&nbsp;พร้อมประสานกรมควบคุมโรคให้บริการตรวจคัดกรองด้วย&nbsp;ATK&nbsp;ซึ่งสามารถตรวจคัดกรองได้วันละ&nbsp;1,000&nbsp;คน&nbsp;</p><p><strong>สำหรับประชาชนที่ต้องการสอบถามข้อมูลการเดินทางเพิ่มเติม</strong>&nbsp;สามารถติดต่อ&nbsp;Call&nbsp;Center&nbsp;1490&nbsp;เรียก&nbsp;บขส.&nbsp;ตลอด24&nbsp;ชั่วโมง</p><p><br></p><p><br></p>	3/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220103120513777
45	สำนักงานขนส่งจังหวัดบุรีรัมย์ ยืนยัน พร้อมจัดเตรียมรถโดยสารเสริม รองรับประชาชน ที่จะเดินทางกลับ ในวันนี้	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);"">นายสยาม&nbsp;ภู่ทรัพย์สิน&nbsp;หัวหน้ากลุ่มวิชาการขนส่งจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);"">ขณะนี้ประชาชนเริ่มทยอยเดินทางกลับแล้ว&nbsp;การจองตั๋วรถโดยสารเที่ยวปกติขณะนี้เต็มหมดแล้ว&nbsp;ซึ่งสำนักงานขนส่งจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ได้เตรียมรถโดยสารเสริม&nbsp;คอยให้บริการประชาชน&nbsp;ทั้งนี้คาดการณ์ว่า&nbsp;ในบ่ายวันนี้จะมีประชาชนมาใช้บริการมากขึ้น&nbsp;ซึ่งสำนักงานขนส่งจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจากเทศบาลเมืองบุรีรัมย์&nbsp;ตั้งจุดคัดกรองและสุ่มตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;กับผู้มาใช้บริการ&nbsp;ซึ่งทุกคนจะต้องผ่านจุดคัดกรองก่อนขึ้นไปยังรถโดยสาร&nbsp;เพื่อลดโอกาสการแพร่ระบาดของโควิด-19</span><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">ส่วนมาตรการการเตรียมความพร้อมในการให้บริการประชาชน&nbsp;ขนส่งจังหวัดบุรีรัมย์ได้ดำเนินการ&nbsp;3&nbsp;กิจกรร</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">ม&nbsp;คือ&nbsp;การตรวจความพร้อมของรถและพนักงานขับรถ&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;รวม&nbsp;251&nbsp;คัน&nbsp;&nbsp;&nbsp;ตรวจคัดกรองโควิด-19&nbsp;กับผู้ขับรถและผู้โดยสาร&nbsp;1,232&nbsp;คน&nbsp;มีการสุ่มตรวจจับความเร็วบนถนนสายหลัก&nbsp;มีการสุ่มตรวจ&nbsp;231&nbsp;คัน&nbsp;มีความเร็วเกินกำหนด&nbsp;11&nbsp;คัน&nbsp;ความเร็วเฉลี่ยประมาณ&nbsp;104&nbsp;กม/ชม.&nbsp;รวมถึงเฝ้าระวังการใช้ความเร็วของรถด้วยระบบ&nbsp;GPS&nbsp;เพื่อให้ประชาชนเดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัย</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p>"	3/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.บุรีรัมย์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220103075013700
46	ภูเก็ตชมรมผู้ประกอบการสถานบันเทิงหาดป่าตอง ร่วมกับมูลนิธิพัฒนาป่าตองตั้งศูนย์ตรวจคัดกรองเชิงรุกพร้อม ประกาศขอความร่วมมือผู้ประกอบการ ภายในซอยบางลา ได้ทำการตรวจ ATK ทุก 7 วัน	<p><strong>ชมรมผู้ประกอบการสถานบันเทิงหาดป่าตอง&nbsp;ร่วมกับมูลนิธิพัฒนาป่าตอง</strong>&nbsp;ประกาศขอความร่วมมือผู้ประกอบการ&nbsp;เจ้าของและพนักงานร้านอาหารและเครื่องดื่มภายในซอยบางลา&nbsp;ได้ทำการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทุก&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;เพื่อลดอัตราความเสี่ยงการแพร่กระจายของโควิด19&nbsp;ให้กับสังคมและชุมชนให้ได้มากที่สุด&nbsp;ทั้งนี้ได้มีการจัดตั้งศูนย์ตรวจคัดกรองเชิงรุกด้วย&nbsp;ATK&nbsp;ขึ้น&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการมูลนิธิพัฒนาป่าตอง&nbsp;(ที่จอดรถบ้านกำนัน&nbsp;)&nbsp;ภายในซอยฟู้ดแลนด์&nbsp;ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป&nbsp;ระหว่างเวลา&nbsp;19.00&nbsp;น.-23.00&nbsp;น.&nbsp;โดยขอคิดค่าตรวจ&nbsp;40&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>นายวีรวิชญ์&nbsp;เครือสมบัติ&nbsp;ประธานชมรมผู้ประกอบการสถานบันเทิง&nbsp;หาดป่าตอง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ด้วยขณะนี้มาถึงจุดที่ต้องร่วมมือร่วมใจกันอย่างจริงใจและจริงจังอีกครั้ง&nbsp;ต้องรวมพลังกันต่อสู้&nbsp;เพื่อรักษาสมดุลด้านสาธารณสุขและเศรษฐกิจเมืองป่าตองให้ไปด้วยกันให้ได้นานที่สุด&nbsp;เพราะถนนบางลา&nbsp;ณ&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญมากต่อจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ดังจะเห็นได้ในภาพงานคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่ผ่านมา&nbsp;ป่าตองยังเป็นเมืองท่องเที่ยวนานาชาติที่ได้รับความนิยมสูงสุดอยู่เสมอ&nbsp;</p><p><strong>ด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงได้ขอความร่วมมือเจ้าของ&nbsp;พนักงาน&nbsp;และผู้ประกอบการต่างๆ&nbsp;</strong>ตลอดจนผู้ที่ทำธุรกิจอื่นๆ&nbsp;ภายในซอยบางลา&nbsp;ได้ทยอยมาตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ณ&nbsp;จุดลานจอดรถบ้านกำนัน&nbsp;หลัง&nbsp;Hollywood&nbsp;Phuket&nbsp;(ซอย&nbsp;Foodland)&nbsp;ทุกๆ&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;เพื่อลดอัตราความเสี่ยงการแพร่กระจายของโควิด19&nbsp;ให้กับสังคมและชุมชนให้ได้มากที่สุดโดยจะจัดหาชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ที่ได้มาตรฐาน&nbsp;อย.&nbsp;ของไทย&nbsp;มาตรวจในราคาประหยัด&nbsp;เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้พี่น้องชาวบางลาของเราให้ได้มากที่สุด&nbsp;โดยค่าตรวจราคาที่&nbsp;40&nbsp;บาทเท่านั้น&nbsp;ซึ่งน่าจะเป็นราคาที่ถูกที่สุดในประเทศ&nbsp;และไม่มีค่าใช้จ่ายอื่นใดอีก&nbsp;</p><p><strong>รวมทั้ง&nbsp;พร้อมให้คำแนะนำในการปฏิบัติตนและประสานงานกับทางภาครัฐให้กับผู้ที่ผลเป็นบวก&nbsp;</strong>ตลอดจนขอความร่วมมือทุกภาคส่วนที่ด่านตรวจภายในซอยบางลาให้ยกระดับความเข้มงวดสำหรับผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวทุกคนที่มาใช้บริการบนถนนบางลา&nbsp;ให้ปฏิบัติ&nbsp;ตาม&nbsp;D-M-H-T-T&nbsp;ของจังหวัดภูเก็ตอย่างเคร่งครัดด้วยนายวีรวิชญ์&nbsp;กล่าวต่อไปว่า&nbsp;หากทุกคนไม่ร่วมมือกันในการตรวจหาเชื้อเบื้องต้น&nbsp;ก็คงทำให้การดำเนินกิจการต่างๆ&nbsp;ก็ยากที่จะดำเนินการต่อได้&nbsp;หรืออาจจะมีผลกระทบจากนโยบายภาครัฐ&nbsp;เช่น&nbsp;การงดขายแอลกอฮอล์&nbsp;การลดเวลาในการให้บริการในอนาคต&nbsp;ก็เป็นไปได้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	3/1/2022	ภาคใต้	ภูเก็ต	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220103102223720
47	จังหวัดนครราชสีมา  ขอทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องดูแลการเดินทางของประชาชนที่ผ่านจังหวัดนครราชสีมา ให้มีความสะดวกและปลอดภัย พร้อมขอความร่วมมือข้าราชการที่เดินทางเข้าพื้นที่หลังฉลองปีใหม่ ตรวจ ATK	<p><strong>วันนี้&nbsp;(3&nbsp;มค&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;ที่ห้องประชุมท้าวสุรนารี&nbsp;ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา</strong>&nbsp;ชั้น&nbsp;1&nbsp;พล.ต.ต&nbsp;พรชัย&nbsp;นลวชัย&nbsp;ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;โดยหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;รายงานข้อมูลอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;วันที่&nbsp;2&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ตั้งจุดตรวจ&nbsp;74&nbsp;จุด&nbsp;เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน&nbsp;2,148&nbsp;คน&nbsp;เรียกตรวจยานพาหนะ&nbsp;จำนวน&nbsp;36,990&nbsp;คัน&nbsp;มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น&nbsp;4&nbsp;ครั้ง&nbsp;&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมืองนครราชสีมา&nbsp;เกิด&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;&nbsp;อำเภอปากช่อง&nbsp;อุบัติเหตุ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;&nbsp;และอำเภอเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;อุบัติเหตุ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;&nbsp;รวมอุบัติเหตุสะสม&nbsp;5&nbsp;วัน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;29&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;เกิดอุบัติเหตุ&nbsp;42&nbsp;ครั้ง&nbsp;เป็นอุบัติเหตุย่อย&nbsp;36&nbsp;ครั้ง&nbsp;อุบัติเหตุใหญ่&nbsp;6&nbsp;ครั้ง&nbsp;&nbsp;โดยสาเหตุส่วนใหญ่&nbsp;เกิดจากการเมาแล้วขับขี่&nbsp;ขับขี่ยานพาหนะด้วยความประมาท&nbsp;ขับรถเร็ว&nbsp;และไม่สวมหมวกนิรภัย</p><p><strong>พล.ต.ต&nbsp;พรชัย&nbsp;นลวชัย&nbsp;ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ประธานในที่ประชุม&nbsp;</strong>ขอให้ฝ่ายปกครองประสานงานกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ในการตั้งด่านชุมชนให้มีความเข้มข้น&nbsp;เพื่อคัดกรองผู้ที่เมาสุรา&nbsp;หรือดื่มแล้วมาขับรถ&nbsp;โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์&nbsp;หากพบขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที&nbsp;เพื่อดำเนินคดี&nbsp;เนื่องจากยังอยู่ในช่วงควบคุมเข้มงวด&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดูแลประชาชนที่เดินทางกลับเพื่อทำงาน&nbsp;โดยอำนวยความสะดวก&nbsp;และความปลอดภัย&nbsp;เนื่องจากคาดการณ์ว่า&nbsp;ยังมีประชาชนที่ยังคงค้างอยู่ในพื้นที่ที่จะต้องเดินทางในช่วงระหว่างวันที่&nbsp;2-4&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;และอีกช่วงหนึ่งคือ&nbsp;วันที่&nbsp;8-9&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ประมาณเกือบ&nbsp;2&nbsp;แสนคัน&nbsp;และขอให้ทางสำนักงานขนส่งจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ดำเนินมาตรการตรวจที่เข้มข้นกับรถโดยสารสาธารณะและพนักงานขับรถ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้แทนนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;แจ้งที่ประชุมถึงมาตรการควบคุมป้องกันโควิด-19</strong>&nbsp;โดยเฉพาะสายพันธุ์โอไมครอน&nbsp;เนื่องจากวันพรุ่งนี้&nbsp;(4&nbsp;มค&nbsp;65)&nbsp;เป็นวันทำงานวันแรก&nbsp;มีข้าราชการที่เดินทางกลับภูมิลำเนา&nbsp;และต้องเดินทางมาปฏิบัติงานที่จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;จึงขอความร่วมมือผู้บริหารหน่วยงาน&nbsp;ขอให้ข้าราชการที่เดินทางจากต่างจังหวัดกลับมาปฏิบัติราชการที่โคราช&nbsp;ต้องตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อน&nbsp;เพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	3/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครราชสีมา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220103111506744
48	สสจ.นนทบุรี ขอเชิญชวนชาวนนทบุรีที่เดินทางกลับจากท่องเที่ยวในเทศกาลปีใหม่ ตรวจคัดกรอง ATK ก่อนเข้าบ้าน  จุดที่ตั้งที่สำหรับบริการประชาชน ที่เดินทางกลับภูมิลำเนา และท่องเที่ยว ในห้วงเทศกาลปีใหม่ 2565	<p><strong>สสจ.นนทบุรี&nbsp;ขอเชิญชวนชาวนนทบุรีที่เดินทางกลับจากท่องเที่ยวในเทศกาลปีใหม่&nbsp;ตรวจคัดกรอง&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเข้าบ้าน&nbsp;</strong>จุดที่ตั้งที่สำหรับบริการประชาชน&nbsp;ที่เดินทางกลับภูมิลำเนา&nbsp;และท่องเที่ยว&nbsp;ในห้วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;2&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;12.00&nbsp;-&nbsp;18.00&nbsp;น.</p><p>1.อำเภอบางกรวย&nbsp;ที่&nbsp;รพ.บางกรวย&nbsp;1</p><p>2.อำเภอบางบัวทอง&nbsp;ที่&nbsp;สสอ.บางบัวทอง</p><p>3.อำเภอบางใหญ่&nbsp;ที่&nbsp;รพ.สต.&nbsp;บางแม่นาง</p><p>4.อำเภอไทรน้อย&nbsp;ที่&nbsp;รพ.ไทรน้อย</p><p>5.อำเภอปากเกร็ด&nbsp;ที่อาคารอเนกประสงค์เทศบาลตำบลบางพลับ</p><p>6.อำเภอเมือง&nbsp;ที่&nbsp;รพ.สต.บางศรีเมือง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	3/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	นนทบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนนทบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220103114102757
49	คำสั่งจังหวัดแพร่ ฉบับที่ 83 แนวทางปฏิบัติในการเดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัดแพร่ คำสั่งมีผลวันที่ 2 - 16 มกราคม 2565	"<p><strong>จังหวัดแพร่&nbsp;ออกคำสั่งจังหวัดแพร่&nbsp;ฉบับที่&nbsp;83&nbsp;</strong>แนวทางปฏิบัติในการเดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัดแพร่&nbsp;(ณ&nbsp;วันที่&nbsp;30&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564)&nbsp;มีผลตั้งแต่วันที่&nbsp;2&nbsp;-&nbsp;16&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ให้ผู้ที่เดินทางมาจาก:&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;นนทบุรี&nbsp;ปทุมธานี&nbsp;สมุทรสาคร&nbsp;สมุทรปราการ&nbsp;ตาก&nbsp;เชียงราย&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;ลำปาง&nbsp;&nbsp;ลำพูน&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;พิษณุโลก&nbsp;เพชรบุรี&nbsp;&nbsp;เพชรบูรณ์&nbsp;ลพบุรี&nbsp;นครนายก&nbsp;&nbsp;พระนครศรีอยุธยา&nbsp;สระแก้ว&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;สระบุรี&nbsp;อุดรธานี&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;กาญจนบุรี&nbsp;สุพรรณบุรี&nbsp;ร่าชบุรี&nbsp;นครราชสิมา&nbsp;ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;&nbsp;ปราจีนบุรี&nbsp;จันทบุรี&nbsp;ฉะเชิงเทรา&nbsp;ชลบุรี&nbsp;ระนอง&nbsp;&nbsp;ระยอง&nbsp;&nbsp;ตราด&nbsp;กระบี่&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;ตรัง&nbsp;พังงา&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;พัทลุง&nbsp;ชุมพร&nbsp;สตูล&nbsp;ยะลา&nbsp;สงขลา&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;ปัตตานี&nbsp;นราธิวาส&nbsp;ปฏิบัติตัวดังนี้&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;แจ้งล่วงหน้าต่อกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;อสม.&nbsp;เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่&nbsp;เมื่อเดินทางเข้าพื้นที่แล้วให้รายงานตัวต่อกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;อสม.&nbsp;เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่&nbsp;สแกน&nbsp;QR&nbsp;code&nbsp;แพร่ชนะ&nbsp;กักตัวในที่พักอาศัยเป็นเวลา&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;(หรือตามระยะเวลาที่พักอาศัยอยู่จริง)&nbsp;หากที่พักอาศัยไม่เหมาะสมให้กักตัวที่&nbsp;LQ&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;กรณีพักอาศัยในโรงแรมให้ลงทะเบียนตามระบบของโรงแรม</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;แรงงานต่างด้าวให้เข้ารับการกักตัวที่&nbsp;LQ&nbsp;ที่นายจ้างกำหนดเป็นเวลา&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;แม้จะได้รับวัคซีนแล้วตามเงื่อนไข&nbsp;และหากมีอาการสงสัยเข้าข่ายติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ต้องเข้ารับการ&nbsp;swab&nbsp;หาเชื้อทุกราย</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;บุคคลที่ได้รับการยกเว้น&nbsp;""ไม่ต้องกักตัว&nbsp;14&nbsp;วัน""&nbsp;คือ&nbsp;ผู้ที่ได้รับวัคซีนโควิด-19&nbsp;ครบตามเกณฑ์ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดมาแล้ว&nbsp;ไม่น้อยกว่า&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;โดยให้แสดงหลักฐานการได้รับวัคซีน/&nbsp;ผู้ที่เคยป่วยด้วยโรคโควิด-19&nbsp;แล้วไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;เดือนนับจากการรักษาสิ้นสุด&nbsp;โดยใช้โบรับรองแพทย์ที่ระบุว่าเคยติดเชื้อมาแล้วภายในระยะเวลาไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;เดือน/&nbsp;กรณีผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนโควิด-19&nbsp;หรือยังได้รับวัคซีนโควิด-19&nbsp;ไม่ครบ&nbsp;ตามเกณฑ์ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด&nbsp;สามารถแสดงผลการตรวจหาเชื้อแบบ&nbsp;ATK/RT-PCR&nbsp;ซึ่งสถานพยาบาลของรัฐหรือเอกชนเป็นผู้รับรองให้ไม่เกิน&nbsp;72&nbsp;ชม.&nbsp;ปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;D-M-H-T-T-A&nbsp;โดยเคร่งครัด&nbsp;พร้อมทั้งลงทะเบียนผ่าน&nbsp;QR&nbsp;code&nbsp;แพร่ชนะ</p><p><strong>สำหรับผู้ที่เดินทางมาจากจังหวัดอื่นๆ&nbsp;ให้ปฏิบัติดังนี้</strong>&nbsp;แจ้งล่วงหน้าต่อกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;อสม.&nbsp;เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่/&nbsp;เมื่อเดินทางเข้าพื้นที่แล้ว&nbsp;ให้รายงานตัวต่อกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;อสม.&nbsp;จนท.สาธารณสุขในพื้นที่/&nbsp;สแกน&nbsp;QR&nbsp;code&nbsp;แพร่ชนะ/&nbsp;สังเกตอาการตนเอง&nbsp;14&nbsp;วัน/&nbsp;ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรคที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดโดยเคร่งครัด&nbsp;</p><p><strong>ผู้ที่มีข้อสงสัยสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม&nbsp;โทร&nbsp;054-511145&nbsp;ต่อ&nbsp;207</strong>&nbsp;ในเวลาราชการ&nbsp;และ&nbsp;064-5795738&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแพร่</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	3/1/2022	ภาคเหนือ	แพร่	สวท.แพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220103115851772
50	ยะลา ติดเชื้อ 12  รายใหม่ สาธารณสุขตรวจ ATK ฟรี สำหรับประชาชนเดินทางกลับจากภูมิลำเนา ป้องกันการระบาด โอมิครอน	<p><strong>สำหรับสถานการณ์โควิด-19&nbsp;&nbsp;ในวันที่&nbsp;3&nbsp;ม.ค&nbsp;65&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;พบผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;12&nbsp;ราย</strong>&nbsp;ป่วยสะสม&nbsp;48,824&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;218&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;50,161&nbsp;ราย&nbsp;ไม่มี&nbsp;เสียชีวิตติดต่อกัน&nbsp;&nbsp;สะสมรวม&nbsp;354&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดย&nbsp;12&nbsp;รายใหม่วันนี้&nbsp;พบใน&nbsp;2&nbsp;อำเภอ&nbsp;คือ&nbsp;&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;&nbsp;11&nbsp;ราย&nbsp;และ&nbsp;อำเภอกรงปินัง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;ส่วน&nbsp;6&nbsp;อำเภอคือ&nbsp;อำเภอรามัน&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;อำเภอยะหา&nbsp;อำเภอกาบัง&nbsp;อำเภอบันนังสตา&nbsp;&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;อำเภอธารโต&nbsp;&nbsp;ไม่มีรายใหม่เพิ่ม&nbsp;ผู้ป่วยที่เข้าข่ายติดเชื้อ&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;สะสม&nbsp;8,024&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;ส่วนการตรวจคัดกรองตามมาตรการสาธารณสุข&nbsp;รวมสะสม&nbsp;204,996&nbsp;ราย</p><p><strong>วันนี้&nbsp;&nbsp;ที่ด่านตรวจท่าสาปยะลา&nbsp;ซึ่งเป็นจุดตรวจร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่</strong>&nbsp;ที่มีการบูรณาการเจ้าหน้าที่ตำรวจ&nbsp;อส.&nbsp;สาธารณสุข&nbsp;ตั้งจุดบริการ&nbsp;อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่สัญจรในช่วงเทศกาลปีใหม่</p><p><strong>ทางด้านของสาธารณสุข&nbsp;&nbsp;รพ.สต.บันนังสาเรง&nbsp;อ.เมืองยะลา</strong>&nbsp;ได้นำเจ้าหน้าที่ตั้งจุดบริการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ให้กับประชาชน&nbsp;กลุ่มเสี่ยง&nbsp;ฟรี&nbsp;&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&nbsp;โอมิครอน&nbsp;&nbsp;และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน&nbsp;&nbsp;โดยเฉพาะวันหยุดสุดท้าย&nbsp;ซึ่งจะมีประชาชนที่เดินทางกลับเข้าพื้นที่&nbsp;เมืองยะลา&nbsp;จำนวนมาก&nbsp;เพื่อเตรียมกลับมาทำงานในวันพรุ่งนี้&nbsp;4&nbsp;ม.ค.&nbsp;&nbsp;65&nbsp;ซึ่งมีประชาชน&nbsp;ทยอยเข้ารับการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;อย่างต่อเนื่อง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	3/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220103130531840
51	อุบลฯ สั่งปิดสถานที่เสี่ยงชั่วคราว เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มีแนวโน้มการแพร่ระบาดเพิ่มมากขึ้น	<p><strong>นายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;</strong>สั่งปิดสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(ชั่วคราว)&nbsp;โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ตามมติที่ประชุม&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จึงให้ปิดสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวร้สโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ดังนี้</p><p>1.ให้โรงเรียน&nbsp;หรือสถานศึกษา&nbsp;งดการเรียนการสอนที่ใช้อาคาร&nbsp;(แบบ&nbsp;On&nbsp;Site)&nbsp;โดยให้มีการเรียนการสอนผ่านระบบสื่อสารช่องทางหลัก&nbsp;(On&nbsp;air)&nbsp;ระบบอินเทอร์เน็ต&nbsp;(On&nbsp;line)&nbsp;แอปพลิเคชัน(On&nbsp;demand)&nbsp;และการให้แบบฝึกหัด&nbsp;ให้การบ้านไปทำที่บ้าน&nbsp;(On&nbsp;hand)&nbsp;ตามความเหมาะสม</p><p>2.โรงภาพยนตร์&nbsp;ทุกแห่ง</p><p>3.สถานออกกำลังกายยิม&nbsp;ฟิตเนส&nbsp;ทุกแห่ง</p><p>4.ร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม&nbsp;ปิดให้บริการในส่วนที่เป็นห้องปรับอากาศโดยให้บริการจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม&nbsp;เพื่อนำกลับไปบริโภคที่บ้านหรือสถานที่อื่น&nbsp;ๆ&nbsp;(Take&nbsp;Away)&nbsp;สำหรับร้านจำหน่ายอาหาร&nbsp;หรือเครื่องดื่มที่มีพื้นที่เปิด&nbsp;ที่อากาศสามารถระบายถ่ายเทได้ดี&nbsp;สามารถเปิดให้บริโภคอาหารและเครื่องดื่มในร้านได้</p><p>5.ให้ปิดลานกีฬา&nbsp;สนามกีฬาหรือสถานที่ออกกำลังกาย&nbsp;ที่ใช้ในการแช่งขัน&nbsp;ฝึกซ้อม&nbsp;และเล่นกีฬาประเภทที่มีการสัมผัสกันระหว่างผู้เล่น&nbsp;เช่น&nbsp;ฟุตบอล&nbsp;ฟุตซอล&nbsp;บาสเกตบอล&nbsp;วอลเลย์บอล&nbsp;ตะกร้อ&nbsp;ฯลฯ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;หากมีความจำเป็นที่จะแข่งขันให้ขออนุญาตต่อคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;</strong>โดยผู้เล่นกรรมการ&nbsp;ผู้จัดการแข่งขัน&nbsp;และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันต้องจัดให้มีการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนการแข่งขันไม่น้อยกว่า&nbsp;48&nbsp;ชั่งโมง</p><p><strong>หากผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนี้&nbsp;มีโทษตามมาตรา&nbsp;52&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ&nbsp;</strong>พ.ศ.&nbsp;2558&nbsp;ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี&nbsp;หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับและมีความผิดตามมาตรา&nbsp;18&nbsp;แห่งพระราชกำหนดการบริหารราซการในสถานการณ์ฉุกเฉิน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2548&nbsp;ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี&nbsp;หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;แล้วแต่กรณี</p><p><strong>อนึ่ง&nbsp;เนื่องจากเป็นกรณีที่มีความจำเป็นรีบด่วน&nbsp;หากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะก่อให้เกิดผลเสียหายอย่างร้ายแรงแก่สาธารณชน</strong>&nbsp;หรือผลกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ&nbsp;จึงไม่อาจให้คู่กรณีใช้สิทธิโต้แย้ง&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;30&nbsp;วรรคสอง&nbsp;(1)&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2539</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;4&nbsp;&nbsp;17&nbsp;มกราคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565</strong></p><p><strong>สำหรับ&nbsp;ข้อมูลผู้ติดเชื้อโควิด&nbsp;-19&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ผู้ป่วยรายใหม่&nbsp;วันนี้&nbsp;(&nbsp;3&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;329&nbsp;ราย&nbsp;</strong>ติดเชื้อในพื้นที่&nbsp;&nbsp;318&nbsp;ราย&nbsp;ติดเชื้อจากต่างจังหวัด&nbsp;11&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยสะสม&nbsp;24,462&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหาย&nbsp;22,703&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;1,566&nbsp;ราย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	3/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220103141046855
52	COVID-19 จ.แม่ฮ่องสอน มีผู้ติดเชื้อเพิ่ม 10 ราย  ใน 5 อำเภอ	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;(ศปก.จ.มส.)&nbsp;รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;</strong>ในการระบาดระลอกใหม่เมษายน&nbsp;2564&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;3&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ระลอกเมษายน&nbsp;จำนวน&nbsp;3,470&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเพศชาย&nbsp;1,596&nbsp;ราย&nbsp;และเพศหญิง&nbsp;1,874&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;45&nbsp;ราย&nbsp;(1.30%)&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;3,249&nbsp;ราย&nbsp;(93.63%)&nbsp;ยังอยู่ระหว่างรักษา&nbsp;176&nbsp;ราย&nbsp;(5.07&nbsp;%)&nbsp;ไม่มีอาการ&nbsp;25&nbsp;ราย&nbsp;มีอาการเล็กน้อยไม่ใช้ออกซิเจน&nbsp;136&nbsp;ราย&nbsp;ใช้ออกซิเจนแรงดันต่ำ&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;ใช้ออกซิเจน&nbsp;แรงดันสูง&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;ใส่ท่อและเครื่องช่วยหายใจ&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;รักษาอยู่ที่โรงพยาบาลศรีสังวาล&nbsp;13&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลปาย&nbsp;19&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลแม่สะเรียง&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลสบเมย&nbsp;18&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลแม่ลาน้อย&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลขุนยวม&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลสนาม&nbsp;86&nbsp;ราย&nbsp;และรักษาในศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;25&nbsp;ราย&nbsp;สำหรับวันนี้&nbsp;มีผู้ได้รับการตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;154&nbsp;ชุด&nbsp;พบเชื้อ&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;และเสียชีวิต&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ป่วยในจังหวัดทั้งหมด&nbsp;โดยมีรายละเอียด&nbsp;ดังนี้</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>รายที่&nbsp;3461&nbsp;-&nbsp;3462&nbsp;รวม&nbsp;2&nbsp;ราย</strong>&nbsp;เพศหญิง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อายุ&nbsp;46&nbsp;ปี&nbsp;และ&nbsp;72&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ต.จองคํา&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;อาชีพพนักงานรัฐวิสาหกิจและเป็นพ่อบ้าน&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยันจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;และมีน้ำมูก&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาล&nbsp;สนาม</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>รายที่&nbsp;3463&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;34&nbsp;ปี&nbsp;</strong>ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ต.ทุ่งยาว&nbsp;อ.ปาย&nbsp;อาชีพรับจ้าง&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดเป็น&nbsp;บุคคลในครอบครัวกับผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;(รายที่&nbsp;3447)&nbsp;มีอาการปวดกล้ามเนื้อ&nbsp;มีน้ำมูก&nbsp;และระคายคอ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลปาย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>รายที่&nbsp;3464&nbsp;-&nbsp;3465&nbsp;รวม&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;</strong>อายุ&nbsp;11&nbsp;ปี&nbsp;และ&nbsp;60&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ต.ขุนยวม&nbsp;อ.ขุนยวม&nbsp;เป็นนักเรียนและอาชีพรับจ้าง&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดบุคคลในครอบครัวเดินทางมาจากพื้นที่ที่มีการระบาดจังหวัดเชียงใหม่และทํากิจกรรมร่วมกับผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;(รายที่&nbsp;3451)&nbsp;มีอาการไข้และไอ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และ&nbsp;ส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลขุนยวม</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>รายที่&nbsp;3466&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;4&nbsp;ปี</strong>&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;10&nbsp;ต.บ้านกาศ&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;เป็นเด็กในปกครอง&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มาโรงพยาบาลแม่สะเรียงด้วยอาการชักเกร็ง&nbsp;ตาค้าง&nbsp;ทําการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนทําหัตถการ&nbsp;ผลเป็นลบ&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลแม่สะเรียง</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>รายที่&nbsp;3467&nbsp;-&nbsp;3468&nbsp;รวม&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;</strong>อายุ&nbsp;72&nbsp;ปี&nbsp;และ&nbsp;78&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ต.บ้านกาศ&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;เป็นผู้สูงอายุ&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดทํากิจกรรมร่วมกับผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ&nbsp;Cluster&nbsp;บ้านแม่ต้อบใต้&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นลบ&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;บวก&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาในศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;อ.แม่สะเรียง</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>รายที่&nbsp;3469&nbsp;-&nbsp;3470&nbsp;รวม&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;1&nbsp;ราย</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;40&nbsp;ปี&nbsp;และ&nbsp;73&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ต.แม่ลาหลวง&nbsp;อ.แม่ลาน้อย&nbsp;อาชีพเกษตรกร&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดทํากิจกรรมร่วมกับผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ&nbsp;Cluster&nbsp;ห้วยกองเป๊าะ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาใน&nbsp;รพ.สนาม</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>"	3/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220103142044858
53	จ.แม่ฮ่องสอน วันนี้ (3 ม.ค. 65) มีผู้เสียชีวิตจาก COVID-19 1 ราย ปัจจัยที่ส่งเสริมให้เกิดโรครุนแรงคือ มีโรคประจำตัวและไม่ได้รับการฉีดวัคซีน	"<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;(ศปก.จ.มส.)&nbsp;รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019</strong>&nbsp;ในการระบาดระลอกใหม่เมษายน&nbsp;2564&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;3&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ว่ามีผู้ป่วยที่เสียชีวิตในวันนี้&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;มีรายละเอียด&nbsp;ดังนี้&nbsp;เป็นผู้ป่วยชาย&nbsp;รายที่&nbsp;3100&nbsp;อายุ&nbsp;54&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หัวเมืองพม่า&nbsp;วันที่&nbsp;17&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;เข้ารับการรักษา&nbsp;ที่โรงพยาบาลศรีสังวาล&nbsp;ส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;ทําการรักษาตามแนวทางการรักษาผู้ป่วยกรณีโรคติดเชื้อไวรัส&nbsp;โคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ระหว่างการรักษามีอาการหายใจเหนื่อยมากขึ้น&nbsp;&nbsp;ออกซิเจนต่ำลง&nbsp;และไตวาย&nbsp;ทําการใส่ท่อช่วยหายใจ&nbsp;ต่อมา&nbsp;เสียชีวิตในวันที่&nbsp;2&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;แพทย์วินิจฉัยสาเหตุการเสียชีวิตจากปอดอักเสบจากเชื้อโควิด-19&nbsp;โดยมีปัจจัยที่ส่งเสริมให้เกิดโรครุนแรงคือ&nbsp;มีโรคประจําตัวและไม่ได้รับการฉีดวัคซีน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ข้อมูลอาการของผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;สายพันธุ์&nbsp;""โอมิครอน""&nbsp;ในประเทศไทย</strong>&nbsp;อาการที่พบมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;อาการไอ&nbsp;54&nbsp;เปอร์เซ็น&nbsp;รองลงมา&nbsp;คือ&nbsp;อาการเจ็บคอ&nbsp;37&nbsp;เปอร์เซ็น&nbsp;มีไข้&nbsp;29&nbsp;เปอร์เซ็น&nbsp;ปวดกล้ามเนื้อ&nbsp;15&nbsp;เปอร์เซ็น&nbsp;มีน้ำมูก12&nbsp;เปอร์เซ็น&nbsp;ปวดศีรษะ&nbsp;10&nbsp;เปอร์เซ็น&nbsp;หายใจลําบาก&nbsp;5&nbsp;เปอร์เซ็น&nbsp;และ&nbsp;ได้กลิ่นลดลงมีเพียง&nbsp;2&nbsp;เปอร์เซ็น&nbsp;โดยสามารถแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;เน้นย้ำให้สวม&nbsp;mask&nbsp;ทั้ง&nbsp;surgical&nbsp;mask&nbsp;และ&nbsp;mask&nbsp;ผ้า&nbsp;สวมหน้ากากอนามัย&nbsp;2&nbsp;ชั้น&nbsp;ซึ่งสามารถป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;ต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชนชาวแม่ฮ่องสอนทุกคน&nbsp;เชิญชวนกันมารับบริการฉีดวัคซีนเชิงรุก</strong>&nbsp;ในพื้นที่และผู้ที่ได้รับวัคซีน&nbsp;2&nbsp;เข็มครบแล้ว&nbsp;ขอให้เข้ารับการฉีดกระตุ้นเข็ม&nbsp;3&nbsp;รายละเอียดตามประกาศของโรงพยาบาล&nbsp;ทุกแห่งในจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เพื่อความปลอดภัยของตัวเองและสังคม&nbsp;ลดการแพร่กระจายเชื้อ&nbsp;เป็นการป้องกันโรค&nbsp;ลดความรุนแรงของโรคและลดการเสียชีวิตหากมีการติดเชื้อโควิด-19&nbsp;</p><p><strong>หากมีความเสี่ยงให้ตรวจด้วย&nbsp;ATK&nbsp;ส่วนสถานบริการ&nbsp;ต่างๆ&nbsp;ควรทําตามมาตรการ&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;อย่างเคร่งครัด</strong>&nbsp;โดยเฉพาะร้านอาหาร&nbsp;สถานที่ต้องสะอาด&nbsp;มีการเว้น&nbsp;ระยะห่าง&nbsp;มีเจลแอลกอฮอล์&nbsp;ตรวจวัดอุณหภูมิ&nbsp;พนักงานฉีดวัคซีนทุกคน&nbsp;ลูกค้าต้องแสดงผลวัคซีน&nbsp;หรือตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ซึ่งหากทำตามมาตรการเหล่านี้&nbsp;จะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	3/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220103141753857
54	ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2564 จังหวัดบุรีรัมย์ รายงานข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2565	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(3&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่&nbsp;ศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;นายธัชกร&nbsp;หัตถาธยากูล</strong>&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;โดยมีผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม</p><p><strong>โดย&nbsp;นายสัญญ์ธวัชช์&nbsp;ริ้วเหลือง&nbsp;หัวหน้า&nbsp;ปภ.&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ยอดการเกิดอุบัติเหตุในช่วงปีใหม่&nbsp;วันที่&nbsp;2&nbsp;มกราคม&nbsp;เกิดอุบัติเหตุ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;ที่อำเภอนางรอง&nbsp;จากเมาแล้วขับ&nbsp;สถิติสะสม&nbsp;5&nbsp;วัน&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;29&nbsp;ธันวาคม&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;2&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;พบอุบัติเหตุรวม&nbsp;12&nbsp;ครั้ง&nbsp;พื้นที่อำเภอที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอนางรอง&nbsp;5&nbsp;ครั้ง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;มีผู้ประสบอุบัติเหตุ&nbsp;4&nbsp;ครั้ง&nbsp;,&nbsp;อำเภอบ้านกรวด&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;และลำปลายมาศ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;ส่วนสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุสูงสุดได้แก่&nbsp;เมาสุราแล้วขับขี่ยานพาหนะ&nbsp;เลี้ยวตัดหน้ากระชั้นชิด&nbsp;และทัศนวิสัยไม่ดี&nbsp;ขณะที่ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด&nbsp;คือ&nbsp;รถจักรยานยนต์&nbsp;10&nbsp;ครั้ง&nbsp;รถเก๋ง&nbsp;4&nbsp;ครั้ง&nbsp;และ&nbsp;รถกระบะ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;,&nbsp;ถนนที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ถนนกรมทางหลวง,&nbsp;ถนนใน&nbsp;อบต./หมู่บ้าน&nbsp;จุดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือ&nbsp;ทางตรง</p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">ด้านสุวิช&nbsp;นันโช&nbsp;ผู้แทนนายแพทย์สาธารณสุข&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">เมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;มกราคม&nbsp;ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องของการเสียชีวิต&nbsp;สถิติภาพรวมเรื่องการเสียชีวิตในช่วงเวลาของการรณรงค์&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์มีสถิติลดลงเกือบ&nbsp;60%&nbsp;ซึ่งเป็นผลมาจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน&nbsp;ส่วนสถิติวันที่พบอุบัติเหตุบ่อยที่สุดคือวันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;ส่วนการเฝ้าระวังโควิดที่ด่านชุมชน&nbsp;ในวันที่&nbsp;2&nbsp;มกราคม&nbsp;มีประชาชนเข้าตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;248&nbsp;ราย&nbsp;พบติดเชื้อโควิด&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">ขณะที่ผู้แทนผู้อำนวยการโรงพยาบาลบุรีรัมย์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;วันที่&nbsp;2&nbsp;มกราคม&nbsp;มียอดรวมอุบัติเหตุด้านจราจร&nbsp;อยู่ที่&nbsp;18&nbsp;ราย&nbsp;ลดลงจากวันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคมที่มีถึง&nbsp;29&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;เหตุรถจักรยานยนต์ชนรถกระบะ&nbsp;ถูกส่งตัวมายังโรงพยาบาลบุรีรัมย์&nbsp;โดยโรงพยาบาลบ้านกรวด</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;&nbsp;background-color:&nbsp;white;"">ด้าน</strong><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);&nbsp;background-color:&nbsp;white;"">นายสยาม&nbsp;ภู่ทรัพย์สิน&nbsp;หัวหน้ากลุ่มวิชาการขนส่งจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;เปิดเผย</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;&nbsp;background-color:&nbsp;white;"">&nbsp;ในวันนี้ช่วงเย็นจะมีประชาชนมาใช้บริการจำนวนมาก&nbsp;</span><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);&nbsp;background-color:&nbsp;white;"">การจองตั๋วรถโดยสารเที่ยวปกติขณะนี้เต็มหมดแล้ว&nbsp;</span><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;&nbsp;background-color:&nbsp;white;"">&nbsp;ซึ่งทางขนส่งจังหวัดได้มีการเตรียมรถเที่ยวเสริม&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;คัน&nbsp;ที่สถานีขนส่งจังหวัดบุรีรัมย์ประจำ&nbsp;5&nbsp;คัน&nbsp;ส่วนนางรอง&nbsp;4&nbsp;คัน&nbsp;คอยให้บริการประชาชนที่ต้องการสัญจรไปยังต่างจังหวัด&nbsp;หรือกลับกรุงเทพมหานคร&nbsp;อย่างไรก็ตามได้มีการ</span><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);&nbsp;background-color:&nbsp;white;"">ประสานงานกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจากเทศบาลเมืองบุรีรัมย์&nbsp;ตั้งจุดคัดกรองและสุ่มตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;กับผู้มาใช้บริการ&nbsp;ซึ่งทุกคนจะต้องผ่านจุดคัดกรองก่อนขึ้นไปยังรถโดยสาร&nbsp;เพื่อลดโอกาสการแพร่ระบาดของโควิด-19</span><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;ส่วนมาตรการการเตรียมความพร้อมในการให้บริการประชาชน&nbsp;ขนส่งจังหวัดบุรีรัมย์ได้ดำเนินการ&nbsp;3&nbsp;กิจกรรม&nbsp;คือ&nbsp;การตรวจความพร้อมของรถและพนักงานขับรถ&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;รวม&nbsp;251&nbsp;คัน&nbsp;&nbsp;ตรวจคัดกรองโควิด-19&nbsp;กับผู้ขับรถและผู้โดยสาร,&nbsp;มีการสุ่มตรวจจับความเร็วบนถนนสายหลัก&nbsp;มีการสุ่มตรวจ&nbsp;231&nbsp;คัน</span><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;&nbsp;background-color:&nbsp;white;"">&nbsp;</span><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">รวมถึงเฝ้าระวังการใช้ความเร็วของรถด้วยระบบ&nbsp;GPS&nbsp;เพื่อให้ประชาชนเดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัย</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);"">ด้าน&nbsp;นายธัชกร&nbsp;หัตถาธยากูล&nbsp;กล่าวว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);"">&nbsp;ปีนี้&nbsp;แม้สถิติการเกิดอุบัติจะลดลง&nbsp;แต่เพื่อความไม่ประมาท&nbsp;จึงฝากเตือนประชาชนผู้เดินทาง&nbsp;ผู้ใช้รถใช้ถนน&nbsp;ให้ขับรถอย่างระมัด&nbsp;ระวัง&nbsp;และปฏิบัติตามกฎจราจร&nbsp;อย่างเคร่งครัดอีกทั้ง&nbsp;ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกคน&nbsp;ที่เสียสละอยู่ปฏิบัติหน้าอย่างทุ่มเทในการอำนวยความสะดวกแก่ผู้เดินทางสัญจร</span></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>"	3/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	บุรีรัมย์	สวท.บุรีรัมย์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220103142654862
55	ปจ.อด.ตรวจด่าน อบต.สุ่มเส้า อ.เพ็ญ	<p><strong>ปจ.อด.ตรวจเยี่ยมจุดตรวจจุดบริการ&nbsp;อบต.สุ่มเส้า&nbsp;อำเภอเพ็ญ&nbsp;ปลัดจังหวัดอุดรธานี&nbsp;</strong>ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานจุดตรวจจุดบริการประชาชนช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;ขอบคุณที่ช่วยดูแลพี่น้องประชาชนให้ปลอดภัยทั้งอุบัติเหตุทางถนนและโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;วันที่&nbsp;3&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่จุดตรวจจุดบริการประชาชนหลักอำเภอเพ็ญ&nbsp;บริเวณสามแยกหน้าองค์การบริหารส่วนตำบลสุ่มเส้า&nbsp;อำเภอเพ็ญ&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;</p><p><strong>นายสยาม&nbsp;ศิริมงคล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี&nbsp;มอบหมายให้นายนพดล&nbsp;มามาก&nbsp;ปลัดจังหวัดอุดรธานี</strong>&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานประจำจุดตรวจจุดบริการหลักของอำเภอเพ็ญ&nbsp;พร้อมมอบเครื่องดื่มชูกำลังเพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติงาน&nbsp;โดยจุดนี้เป็นจุดตรวจหลักถนนสายหลักที่ประชาชนใช้เดินทางสัญจรไปคำชะโนดเพื่อสักการะ&nbsp;เจ้าปู่ศรีสุทโธ-เจ้าย่าศรีปทุมมา&nbsp;วังนาคินทร์&nbsp;คำชะโนด&nbsp;อำเภอบ้านดุง&nbsp;ซึ่งเป็นจุดตรวจแบบบูรณาการของฝ่ายปกครอง&nbsp;ตำรวจ&nbsp;ขนส่ง&nbsp;จิตอาสาพระราชทาน&nbsp;อาสาสมัครสาธารณสุข&nbsp;โรงพยาบาลอำเภอเพ็ญ&nbsp;และองค์การบริหารส่วนตำบลสุ่มเส้า&nbsp;ในการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนตามมาตรป้องกันอุบัติเหตุอุบัติภัยบนท้องถนน&nbsp;และให้บริการตรวจ&nbsp;&nbsp;ATK&nbsp;&nbsp;ให้กับประชาชนฟรี&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งเป็นมาตรการหลักของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดในการป้องกันยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19</strong>&nbsp;เพื่อเสริมความเชื่อมั่น&nbsp;สร้างความมั่นใจให้กับประชาชน&nbsp;โดยมีทีมบุคลากรการแพทย์ของโรงพยาบาลเพ็ญ&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเพ็ญ&nbsp;จิตอาสาพระราชทานตำบลสุ่มเส้า&nbsp;และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านสุ่มเส้า&nbsp;ร่วมให้บริการตรวจATK&nbsp;แก่ประชาชนที่เดินทางเข้าพื้นที่ในช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565นี้&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ทีมข่าว&nbsp;ส.ปชส.อด.&nbsp;ศรีภูมิ&nbsp;ทองใหญ่&nbsp;ณ&nbsp;อยุธยา&nbsp;ข่าว/ภาพ</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	3/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุดรธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220103142317860
56	3 ม.ค.64 จ.ลำพูน พบติดเชื้อ COVID-19 จากผล RT-PCR 3 ราย ผลตรวจ ATK Plus 4 ราย	<p><strong>วันนี้&nbsp;(3&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;ที่ศาลาประชาคม&nbsp;ศาลากลางจังหวัดลำพูน&nbsp;</strong>นายชาตรี&nbsp;กิตติธนดิตถ์&nbsp;ปลัดจังหวัดลำพูน&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายแพทย์สันติ&nbsp;วงศ์ฝั้น&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำพูน&nbsp;ร่วมแถลงสถานการณ์&nbsp;COVID-19&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;จ.ลำพูน&nbsp;โดยในวันนี้พบผู้ติดเชื้อเพิ่มในจังหวัด&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ต่างจังหวัดอีก&nbsp;0&nbsp;ราย&nbsp;ATK&nbsp;Plus&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;มีผู้ป่วยยืนยันสะสมทั้งสิ้น&nbsp;4,760&nbsp;ราย&nbsp;ยอดเสียชีวิตสะสม&nbsp;40&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ระหว่างการรักษาตัวทั้งหมด&nbsp;222&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;ใน&nbsp;รพ.ลำพูน&nbsp;33&nbsp;ราย&nbsp;รพ.สนามเวียงยอง&nbsp;29&nbsp;ราย&nbsp;รพ.สนามป่าซาง&nbsp;22&nbsp;ราย&nbsp;รพ.อื่นๆ&nbsp;138&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;4,498&nbsp;ราย</p><p><strong>ในส่วนของสถิติการครองเตียงของโรงพยาบาลรัฐทุกแห่งในจังหวัดลำพูนมีทั้งหมด&nbsp;504&nbsp;เตียง</strong>&nbsp;ใช้ไป&nbsp;130&nbsp;เตียง&nbsp;หรือคิดเป็น&nbsp;25.79%&nbsp;จึงทำให้มีเตียงเหลือรองรับผู้ป่วย&nbsp;374&nbsp;เตียง&nbsp;คิดเป็น&nbsp;74.21%&nbsp;นอกจากนี้เตียงรองรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลเอกชนมีรองรับทั้งสิ้น&nbsp;361&nbsp;เตียง&nbsp;ใช้ไป&nbsp;99&nbsp;เตียง&nbsp;คิดเป็น&nbsp;27.42%&nbsp;จึงทำให้มีเตียงเหลือรองรับผู้ป่วยอีก&nbsp;262&nbsp;เตียง&nbsp;คิดเป็น&nbsp;72.58%</p><p>สำหรับการให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ของจังหวัดลำพูน&nbsp;ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;3&nbsp;มกราคม&nbsp;2564&nbsp;มียอดสะสมการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ไปแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;311,817&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;76.01%&nbsp;ของผู้ประสงค์ฉีดทั้งหมด&nbsp;126,648&nbsp;คน&nbsp;จากประชากรทั้งหมด&nbsp;401,408&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็น&nbsp;77.68%&nbsp;ฉีดเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;311,817&nbsp;ราย&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;272,675&nbsp;ราย&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;55,595&nbsp;ราย&nbsp;และเข็มที่&nbsp;4&nbsp;จำนวน&nbsp;738&nbsp;เข็ม</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	3/1/2022	ภาคเหนือ	ลำพูน	สวท.ลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220103143204864
57	จ.แม่ฮ่องสอน พบผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ เพิ่ม 10 ราย เสียชีวิต 1 ราย เป็นชายอยู่หัวเมืองพม่า มีโรคประจําตัวและไม่ได้รับการฉีดวัคซีน	<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;(ศปก.จ.มส.)&nbsp;รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019</strong>&nbsp;ในการระบาดระลอกใหม่เมษายน&nbsp;2564&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;3&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ระลอกเมษายน&nbsp;จำนวน&nbsp;3,470&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเพศชาย&nbsp;1,596&nbsp;ราย&nbsp;และเพศหญิง&nbsp;1,874&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;45&nbsp;ราย&nbsp;(1.30%)&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;3,249&nbsp;ราย&nbsp;(93.63%)&nbsp;ยังอยู่ระหว่างรักษา&nbsp;176&nbsp;ราย&nbsp;(5.07&nbsp;%)&nbsp;ไม่มีอาการ&nbsp;25&nbsp;ราย&nbsp;มีอาการเล็กน้อยไม่ใช้ออกซิเจน&nbsp;136&nbsp;ราย&nbsp;ใช้ออกซิเจนแรงดันต่ำ&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;ใช้ออกซิเจน&nbsp;แรงดันสูง&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;ใส่ท่อและเครื่องช่วยหายใจ&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;รักษาอยู่ที่โรงพยาบาลศรีสังวาลย์&nbsp;13&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลปาย&nbsp;19&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลแม่สะเรียง&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลสบเมย&nbsp;18&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลแม่ลาน้อย&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลขุนยวม&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลสนาม&nbsp;86&nbsp;ราย&nbsp;และรักษาในศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;25&nbsp;ราย</p><p><strong>สำหรับวันนี้&nbsp;มีผู้ได้รับการตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;154&nbsp;ชุด&nbsp;</strong>พบเชื้อ&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;และเสียชีวิต&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ป่วยในจังหวัดทั้งหมด&nbsp;โดยมีรายละเอียด&nbsp;ดังนี้</p><p><strong>รายที่&nbsp;3461&nbsp;-&nbsp;3462&nbsp;รวม&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;1&nbsp;ราย</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;46&nbsp;ปี&nbsp;และ&nbsp;72&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ต.จองคํา&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;อาชีพพนักงานรัฐวิสาหกิจและเป็นพ่อบ้าน&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยันจังหวัด&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;และมีน้ำมูก&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาล&nbsp;สนาม</p><p><strong>รายที่&nbsp;3463&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;34&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;</strong>หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ต.ทุ่งยาว&nbsp;อ.ปาย&nbsp;อาชีพรับจ้าง&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดเป็น&nbsp;บุคคลในครอบครัวกับผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;(รายที่&nbsp;3447)&nbsp;มีอาการปวดกล้ามเนื้อ&nbsp;มีน้ำมูก&nbsp;และระคายคอ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลปาย</p><p><strong>รายที่&nbsp;3464&nbsp;-&nbsp;3465&nbsp;รวม&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;</strong>อายุ&nbsp;11&nbsp;ปี&nbsp;และ&nbsp;60&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ต.ขุนยวม&nbsp;อ.ขุนยวม&nbsp;เป็นนักเรียนและอาชีพรับจ้าง&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดบุคคลในครอบครัวเดินทางมาจากพื้นที่ที่มีการ&nbsp;ระบาดจังหวัดเชียงใหม่และ&nbsp;ทํากิจกรรมร่วมกับผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;(รายที่&nbsp;3451)&nbsp;มีอาการไข้และไอ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และ&nbsp;ส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลขุนยวม</p><p><strong>รายที่&nbsp;3466&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;4&nbsp;ปี&nbsp;</strong>ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;10&nbsp;ต.บ้านกาศ&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;เป็นเด็กในปกครอง&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มาโรงพยาบาลแม่สะเรียงด้วยอาการชักเกร็ง&nbsp;ตาค้าง&nbsp;ทําการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนทําหัตถการ&nbsp;ผลเป็นลบ&nbsp;และ&nbsp;ส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลแม่สะเรียง</p><p><strong>รายที่&nbsp;3467&nbsp;-&nbsp;3468&nbsp;รวม&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;</strong>อายุ&nbsp;72&nbsp;ปี&nbsp;และ&nbsp;78&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ต.บ้านกาศ&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;เป็นผู้สูงอายุ&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดทํากิจกรรมร่วมกับผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ&nbsp;Cluster&nbsp;บ้านแม่ต้อบใต้&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นลบ&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;บวก&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาใน&nbsp;ศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;อ.แม่สะเรียง</p><p><strong>รายที่&nbsp;3469&nbsp;-&nbsp;3470&nbsp;รวม&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;</strong>อายุ&nbsp;40&nbsp;ปี&nbsp;และ&nbsp;73&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ต.แม่ลาหลวง&nbsp;อ.แม่ลาน้อย&nbsp;อาชีพเกษตรกร&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดทํากิจกรรมร่วมกับผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ&nbsp;Cluster&nbsp;ห้วยกองเป๊าะ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาใน&nbsp;รพ.สนาม</p><p><strong>สำหรับผู้ป่วยที่เสียชีวิตในวันนี้&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ป่วยชาย&nbsp;</strong>รายที่&nbsp;3100&nbsp;อายุ&nbsp;54&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หัวเมืองพม่า&nbsp;วันที่&nbsp;17&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;เข้ารับการรักษา&nbsp;ที่โรงพยาบาลศรีสังวาล&nbsp;ส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;ทําการรักษาตามแนวทางการรักษาผู้ป่วยกรณีโรคติดเชื้อไวรัส&nbsp;โคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ระหว่างการรักษามีอาการหายใจเหนื่อยมากขึ้น&nbsp;ออกซิเจนต่ำลง&nbsp;และไตวาย&nbsp;ทําการใส่ท่อช่วยหายใจ&nbsp;ต่อมา&nbsp;เสียชีวิตในวันที่&nbsp;2&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;แพทย์วินิจฉัยสาเหตุการเสียชีวิตจากปอดอักเสบจากเชื้อโควิด-19&nbsp;โดยมีปัจจัยที่ส่งเสริมให้เกิดโรครุนแรงคือ&nbsp;มีโรคประจําตัวและไม่ได้รับการฉีดวัคซีน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	3/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220103144248871
58	คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ออกมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หลังเทศกาลปีใหม่ ..	<p><strong>คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ขานรับนโยบาย&nbsp;ศบค.ออกมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19</strong>&nbsp;หลังเทศกาลปีใหม่&nbsp;พร้อมขอให้ทุกหน่วยงานพิจารณา&nbsp;Work&nbsp;from&nbsp;home&nbsp;และตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทุกคน&nbsp;ก่อนกลับมาทำงาน</p><p><strong>นายประจญ&nbsp;ปรัชญ์สกุล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;</strong>ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;&nbsp;ลงนามคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ที่1/2565&nbsp;เรื่องมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;19&nbsp;ในช่วงหลังเทศกาลปีใหม่&nbsp;หลังพบการแพร่กระจายของผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;เป็นกลุ่มก้อน&nbsp;ทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ในช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;และมีแนวโน้มการระบาดอย่างรวดเร็ว&nbsp;&nbsp;และขยายเป็นวงกว้าง&nbsp;พร้อมขอความร่วมมือหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และหน่วยงานของรัฐ&nbsp;รวมทั้งสถานประกอบการ&nbsp;บริษัทเอกชน&nbsp;และห้างร้านต่างๆ&nbsp;พิจารณาสั่งการให้ข้าราชการ&nbsp;&nbsp;พนักงาน&nbsp;&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;หรือบุคคลในความรับผิดชอบ&nbsp;ปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง&nbsp;(Work&nbsp;from&nbsp;home)&nbsp;เพื่อลดจำนวนการเดินทาง&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;4-14&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>โดยต้องไม่กระทบต่อการบริการประชาชน&nbsp;และขอให้หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;</strong>หน่วยงานของรัฐ&nbsp;เจ้าของ&nbsp;ผู้จัดการ&nbsp;หรือผู้ดูแลตลาดสดและตลาดนัดทุกแห่ง&nbsp;ผู้ประกอบธุรกิจ&nbsp;ผู้จัดการ&nbsp;&nbsp;หรือผู้ดูแลสถานประกอบการร้านอาหารและเครื่องดื่มและโรงแรมที่เปิดให้บริการช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;มีการตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;แบบ&nbsp;ATK&nbsp;บุคลากรในสังกัดทุกคน&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;คือครั้งแรกในวันที่&nbsp;4&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;และครั้งที่สองในวันที่&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;พร้อมให้เก็บหลักฐานผลการตรวจหาเชื้อไว้ในกรณีเจ้าหน้าที่ขอตรวจสอบด้วย&nbsp;โดยขอให้ทุกหน่วยปฏิบัติตามมาตรการปลอดภัยองค์กร&nbsp;(Covid&nbsp;Free&nbsp;Setting)&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ขอให้หลีกเลี่ยงการจัดงานเลี้ยงสังสรรค์&nbsp;และการจัดกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่ม</strong>&nbsp;หากมีความจำเป็นต้องจัดกิจกรรมให้จัดกิจกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;ยกเว้นกรณีที่อาจทำให้เกิดผลเสียแก่องค์กร&nbsp;ให้สามารถจัดได้แต่ต้องดำเนินการภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้ใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนี้มีความผิดตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2558</strong>&nbsp;มาตรา&nbsp;51&nbsp;ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท&nbsp;หรือมาตรา&nbsp;52&nbsp;ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;และมีความผิดตามมาตรา&nbsp;18&nbsp;แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2548&nbsp;ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี&nbsp;หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;4&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	3/1/2022	ภาคเหนือ	เชียงใหม่	สวท.เชียงใหม่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220103162441890
59	ด่วน อุบลฯ สั่งปิดสถานที่เสี่ยง ชั่วคราว เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19  มีแนวโน้มการแพร่ระบาดเพิ่มมากขึ้น	<p><strong>นายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;</strong>สั่งปิดสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(ชั่วคราว)&nbsp;โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ตามมติที่ประชุม&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จึงให้ปิดสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวร้สโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ดังนี้</p><p>1.ให้โรงเรียน&nbsp;หรือสถานศึกษา&nbsp;งดการเรียนการสอนที่ใช้อาคาร&nbsp;(แบบ&nbsp;On&nbsp;Site)&nbsp;โดยให้มีการเรียนการสอนผ่านระบบสื่อสารช่องทางหลัก&nbsp;(On&nbsp;air)&nbsp;ระบบอินเตอร์เน็ต&nbsp;(On&nbsp;line)&nbsp;แอปพลิเคชั่น(On&nbsp;demand)&nbsp;และการให้แบบฝึกหัด&nbsp;ให้การบ้านไปทำที่บ้าน&nbsp;(On&nbsp;hand)&nbsp;ตามความเหมาะสม</p><p>2.โรงภาพยนตร์&nbsp;ทุกแห่ง</p><p>3.สถานออกกำลังกายยิม&nbsp;ฟิตเนส&nbsp;ทุกแห่ง</p><p>4.ร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม&nbsp;ปิดให้บริการในส่วนที่เป็นห้องปรับอากาศโดยให้บริการจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม&nbsp;เพื่อนำกลับไปบริโภคที่บ้านหรือสถานที่อื่น&nbsp;ๆ&nbsp;(Take&nbsp;Away)สำหรับร้านจำหน่ายอาหาร&nbsp;หรือเครื่องดื่มที่มีพื้นที่เปิด&nbsp;ที่อากาศสามารถระบายถ่ายเทได้ดี&nbsp;สามารถเปิดให้บริโภคอาหารและเครื่องดื่มในร้านได้</p><p>5.ให้ปิดลานกีฬา&nbsp;สนามกีฬาหรือสถานที่ออกกำลังกาย&nbsp;ที่ใช้ในการแช่งขัน&nbsp;ฝึกซ้อม&nbsp;และเล่นกีฬาประเภทที่มีการสัมผัสกันระหว่างผู้เล่น&nbsp;เช่น&nbsp;ฟุตบอล&nbsp;ฟุตซอล&nbsp;บาสเกตบอล&nbsp;วอลเลย์บอล&nbsp;ตะกร้อ&nbsp;ฯลฯ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หากมีความจำเป็นที่จะแข่งขันให้ขออนุญาตต่อคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;โดยผู้เล่นกรรมการ&nbsp;ผู้จัดการแข่งขัน&nbsp;และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันต้องจัดให้มีการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนการแข่งขันไม่น้อยกว่า&nbsp;48&nbsp;ชั่งโมง</p><p><strong>หากผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนี้&nbsp;มีโทษตามมาตรา&nbsp;52&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2558&nbsp;</strong>ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี&nbsp;หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับและมีความผิดตามมาตรา&nbsp;18&nbsp;แห่งพระราชกำหนดการบริหารราซการในสถานการณ์ฉุกเฉิน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2548&nbsp;ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี&nbsp;หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;แล้วแต่กรณี</p><p><strong>เนื่องจากเป็นกรณีที่มีความจำเป็นรีบด่วน&nbsp;หากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะก่อให้เกิดผลเสียหา</strong>ยอย่างร้ายแรงแก่สาธารณชน&nbsp;หรือผลกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ&nbsp;จึงไม่อาจให้คู่กรณีใช้สิทธิโต้แย้ง&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;30&nbsp;วรรคสอง&nbsp;(1)&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2539&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;วันที่&nbsp;4&nbsp;&nbsp;17&nbsp;มกราคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>กรกช&nbsp;&nbsp;ภูมี&nbsp;สวท.อุบลฯ&nbsp;รายงาน&nbsp;3&nbsp;ม.ค.65&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	3/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สวท.อุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220103172631907
60	รองผู้ว่าฯศรีสะเกษ  พร้อมด้วยคณะตรวจติดตามผลการปฏิบัติงานตามมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2564 โซนที่ 4	<p><strong>เมื่อเวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;วันที่&nbsp;2&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;มอบหมายให้นางสาวชนมณัฐ&nbsp;รอดบุญธรรม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;พร้อมด้วยคณะตรวจติดตามผลการปฏิบัติงานตามมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;2564&nbsp;โซนที่&nbsp;4&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ผู้แทนท้องถิ่นจังหวัดฯ&nbsp;ผู้แทนอุตสาหกรรมจังหวัดฯ&nbsp;ผู้แทนสรรพสามิตพื้นที่ฯ&nbsp;ผู้แทน&nbsp;ผอ.สนง.พระพุทธศาสนาฯ&nbsp;ผู้แทน&nbsp;ผอ.โครงการชลประทานฯ&nbsp;ผู้แทน&nbsp;ผอ.วิทยาลัยสารพัดช่างฯ&nbsp;ผู้แทน&nbsp;ผอ.สนง.เขตพื้นที่การศึกษาฯ&nbsp;และจนท.สนง.ป้องกันและบรรเทาฯ&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบการดำเนินตามมาตรการป้องกันฯ&nbsp;โชนที่รับผิดชอบเพื่อเป็นไปตามมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565</p><p><strong>โดยเน้นย้ำให้การดำเนินการตามมาตรการป้องกันฯ&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;และการตรวจคัดกรองโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019</strong>&nbsp;(โควิด&nbsp;-&nbsp;19)&nbsp;ด้วย&nbsp;ATK&nbsp;ประชาชนที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงกลับภูมิลำเนาช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;รวมถึงการตั้งด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ผู้ขับขี่&nbsp;เพื่อลดและป้องกันพฤติกรรมดื่มแล้วขับ&nbsp;สาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน&nbsp;และขอบคุณเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานประจำจุดทุกคนที่เสียสละวันหยุดพักผ่อนมาปฏิบัติหน้าที่เพื่อส่วนรวม&nbsp;พร้อมมอบสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคแก่เจ้าหน้าที่ฯ&nbsp;เพื่อสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;จุดตรวจหลักสำคัญ&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;บริเวณหน้าปั๊ม&nbsp;ปตท.&nbsp;(แยกปรางค์กู่)&nbsp;อำเภอปรางค์กู่&nbsp;โดยมีจ่าเอกสมควร&nbsp;สิงห์คำ&nbsp;ปลัดอำเภอ&nbsp;รักษาราชการแทน&nbsp;นายอำเภอปรางค์กู่&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการอำเภอ&nbsp;และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานประจำจุด&nbsp;รับการตรวจเยี่ยมและรายงานสถานการณ์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เวลา&nbsp;10.15&nbsp;น.&nbsp;บริเวณตู้ยามสายธาร&nbsp;(ทางแยกเข้าโรงพยาบาลฯ)&nbsp;อำเภอห้วยทับทัน&nbsp;โดยมีนายศราวุธ&nbsp;ทรงโฉม&nbsp;นายอำเภอห้วยทับทัน&nbsp;พร้อมหัวหน้าส่วนราชการระดับอำเภอ&nbsp;และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานประจำจุด&nbsp;รับการตรวจเยี่ยมและรายงานสถานการณ์เบื้องต้น&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เวลา&nbsp;10.45&nbsp;บริเวณแยกส้มป่อย&nbsp;(แยกส้มป่อย)&nbsp;อำเภออุทุมพรพิสัย&nbsp;โดยมี&nbsp;พ.ต.อ.สวัสดิ์&nbsp;ศรีเกษม&nbsp;ผกก.สภ.อุทุมพรพิสัย&nbsp;และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานประจำจุด&nbsp;รับการตรวจเยี่ยม&nbsp;และรายงานสถานการณ์เบื้องต้น&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เวลา&nbsp;11.15&nbsp;แยกบ้านกะต่ำ&nbsp;(ม.รามคำแหง&nbsp;-&nbsp;บ้านกระต่ำ)&nbsp;อำเภออุทุมพรพิสัย&nbsp;โดยมีนายมนัสพล&nbsp;ไชยโยธา&nbsp;ปลัดอำเภอ&nbsp;และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานประจำจุด&nbsp;รับการตรวจเยี่ยม&nbsp;และรายงานสถานการณ์เบื้องต้น.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	3/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220103185203939
61	รมช.สธ.สั่งสาธารณสุขจังหวัดระยอง นำรถโมบายเคลื่อนที่ตั้งจุดตรวจหาเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน หลังพบผู้ป่วยติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนแล้ว 6 ราย	<p><strong>วันที่&nbsp;3&nbsp;ม.ค.65&nbsp;ที่ที่อาคาร&nbsp;TSK&nbsp;ปาร์ค&nbsp;อ.เมืองระยอง&nbsp;นายสาธิต&nbsp;ปิตุเตชะ&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงการป้องกันโควิด-19&nbsp;แพร่ระบาดหลังประชาชนเดินทางกลับจากท่องเที่ยวช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;ว่าได้สั่งการทุกหน่วยงานขอความร่วมมือประชาชน&nbsp;หรือสถานประกอบการใดที่มีพนักงานเดินกลับบ้านแล้วกลับเข้ามาทำงาน&nbsp;ขอให้&nbsp;Work&nbsp;from&nbsp;home&nbsp;ไปก่อน&nbsp;ส่วนคนที่ต้องเข้าทำงานต้องตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทุก&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;เป็นระยะเวลา&nbsp;2&nbsp;สัปดาห์&nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันเชื้อกระจายในวงกว้าง&nbsp;</p><p><strong>โดยเฉพาะสายพันธุ์โอมิครอนที่มีการกระจายของเชื้อได้เร็ว&nbsp;ในส่วนของ&nbsp;รพ.ที่ได้เตรียมความพร้อมไว้&nbsp;</strong>ได้กำชับเน้นใน&nbsp;3&nbsp;เรื่องคือ&nbsp;1.Home&nbsp;Isolation&nbsp;รักษาตัวที่บ้าน&nbsp;โดยมี&nbsp;รพ.คอยดูแล&nbsp;ซึ่งจะทำให้&nbsp;รพ.มีศักยภาพรองรับผู้ป่วยรุนแรงได้&nbsp;2.Community&nbsp;Isolation&nbsp;สแตนบายไว้รองรับ&nbsp;และ&nbsp;3.เน้นการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;คัดกรองเพื่อทราบสถานการณ์เสี่ยงของแต่ละบุคคลหลังกลับมาจากเที่ยวปีใหม่แล้ว&nbsp;ส่วนกรณีพบผู้ป่วยโอมิครอนในจังหวัดระยอง&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;เบื้องต้นได้สั่งการให้สาธารณสุขจังหวัดระยอง&nbsp;นำรถโมบายเคลื่อนที่ไปกำหนดจุดตรวจ&nbsp;4&nbsp;จุด&nbsp;เร่งสอบสวนโรค&nbsp;เอาผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเข้าสู่กระบวนการกักตัวตามมาตรการกระทรวงสาธารณสุข</p><p><strong>ส่วนกรณีนักท่องเที่ยวชาวสวีเดนที่ตรวจพบติดโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;</strong>หลังมาเที่ยวที่เกาะเสม็ด&nbsp;ในข้อมูลสอบสวนโรค&nbsp;พบว่ามาแบบ&nbsp;Sandbox&nbsp;หรือแบบ&nbsp;T&amp;G&nbsp;ซึ่งกรณีดังกล่าว&nbsp;ที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวหลายคนที่หลุดมา&nbsp;แต่สามารถติดตามได้&nbsp;ซึ่งมีข้อมูลติดตามตัวชัดเจน&nbsp;เนื่องจากเข้ามาแล้วมีการตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;จะรู้ว่าสัมผัสใครมาบ้าง&nbsp;ซึ่งกรณีนักท่องเที่ยวชาวสวีเดนดังกล่าว&nbsp;น่าจะไม่เกิดคลัสเตอร์ขยายวงกว้างขึ้น&nbsp;ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ลงไปสอบสวนโรค&nbsp;และนำผู้สัมผัสใกล้ชิดเข้าสู่กระบวนการกักตัวแล้ว.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	3/1/2022	ภาคตะวันออก	ระยอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220103181711917
62	มาตราการรองรับของจังหวัดอำนาจเจริญประชาชนเดินทางกลับกรุงเทพ	<p><strong>วันที่&nbsp;3&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09:00&nbsp;น.&nbsp;นางจินตนา&nbsp;สูตรมงคล&nbsp;ขนส่งจังหวัดยโสธร</strong>รักษาราชการแทนขนส่งจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;มอบหมายให้นางสาว&nbsp;ดํารัสศิริ&nbsp;ธะประวัติ&nbsp;เจ้าพนักงานขนส่งชำนาญงาน&nbsp;น.ส.&nbsp;ละอองดาว&nbsp;รัตนมูล&nbsp;น.ส.&nbsp;นิศามณี&nbsp;วรรณคำ&nbsp;นายมกรธวัช&nbsp;ศรีธรรม&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;ขนส่งจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;แนะนำวิธีการ&nbsp;เตรียมรถ&nbsp;ประจำทาง&nbsp;รถตู้และรถบัสประจำทาง&nbsp;ในการทำความสะอาด&nbsp;เพื่อป้องกัน&nbsp;covid-&nbsp;19&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนคนขับมีการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;และตรวจแอลกอฮอล์&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนมาตรการในการขับรถมี&nbsp;GPS&nbsp;ตรวจสอบความเร็วระหว่างเดินทาง&nbsp;ระหว่างทางผ่านจุดตรวจของผู้โดยสาร&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;มีการตรวจ&nbsp;ATK</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนบริษัท&nbsp;ขนส่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;999&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;เปิดเผยว่ารถให้บริการประชาชนเพียรพอในปีคับพี่น้อง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ว่าที่&nbsp;ร.ต.เทวินทร์&nbsp;ทุมประเสน&nbsp;สวท.อำนาจเจริญ&nbsp;/&nbsp;รายงาน</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	3/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220103182037919
63	ขนส่งแพร่ ตรวจเยี่ยมศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2565	<p><strong>สำนักงานขนส่งจังหวัดแพร่&nbsp;ออกตรวจเยี่ยมศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุ</strong>ทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;และจัดเจ้าหน้าที่ตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;เบื้องต้น&nbsp;ด้วยชุดตรวจ&nbsp;Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit&nbsp;(&nbsp;ATK&nbsp;)&nbsp;กับผู้ที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่จังหวัดแพร่</p><p><strong>นายมานพ&nbsp;พุทธวงค์&nbsp;ขนส่งจังหวัดแพร่&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานขนส่งจังหวัดแพ</strong>ร่&nbsp;ร่วมกับคณะทำงานตรวจเยี่ยมศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;ได้แก่&nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;ท้องถิ่นจังหวัด&nbsp;สำนักงานคุมประพฤติจังหวัด&nbsp;สถิติจังหวัด&nbsp;และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย&nbsp;ออกตรวจเยี่ยมศูนย์ปฏิบัติการฯ&nbsp;ในระดับอำเภอ&nbsp;และจุดตรวจหลักเพื่อดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนจังหวัดแพร่&nbsp;โดยมีนายวิเชียร&nbsp;อนุสาสนนันท์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;เป็นประธานคณะทำงาน&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;อำเภอ&nbsp;5&nbsp;จุด</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;สำนักงานขนส่งจังหวัดแพร่&nbsp;ยังได้ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแพร่</strong>&nbsp;และเทศบาลเมืองแพร่&nbsp;จัดเจ้าหน้าที่ตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;เบื้องต้นด้วยชุดตรวจ&nbsp;Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit&nbsp;(&nbsp;ATK&nbsp;)&nbsp;ให้กับผู้ที่เดินทางมากับรถโดยสารประจำทางเข้ามาในพื้นที่จังหวัดแพร่&nbsp;รวมทั้งตั้งจุดแนะนำและนัดฉีดวัคซีนสำหรับผู้ที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน&nbsp;ณ&nbsp;สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดแพร่</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	3/1/2022	ภาคเหนือ	แพร่	สวท.แพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220103182420921
64	จ.อุตรดิตถ์ พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธ์โอมิครอนแล้ว 1 ราย เป็นพนักงานบริษัท เดินทางกลับบ้านฉลองเทศกาลปีใหม่	<p><strong>วันนี้&nbsp;(3&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;นายศุภมิตร&nbsp;ปาณธูป&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุข&nbsp;จ.อุตรดิตถ์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ขณะนี้&nbsp;จ.อุตรดิตถ์&nbsp;พบผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเพศหญิง&nbsp;&nbsp;อายุ&nbsp;41&nbsp;ปี&nbsp;อาชีพ&nbsp;พนักงานบริษัท&nbsp;ซึ่งผู้ป่วยเริ่มมีอาการไข้ตั้งแต่ก่อนเดินทาง&nbsp;และมาถึง&nbsp;จ.อุตรดิตถ์&nbsp;ช่วงคืนวันที่&nbsp;30&nbsp;ธ.ค.64&nbsp;พร้อมญาติอีก&nbsp;4&nbsp;คน&nbsp;ด้วยรถยนต์ส่วนตัว&nbsp;ต่อมาช่วงเช้าของวันที่&nbsp;31&nbsp;ธ.ค.64&nbsp;ได้มีการเดินทางไปถวายเพลที่วัดคลองโพธิ์&nbsp;พระอารามหลวง&nbsp;และไปรับประทานอาหารเที่ยงที่&nbsp;อ.พิชัย&nbsp;แต่อาการป่วยยังไม่ดีขึ้นจึงได้ตรวจด้วยชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;จากนั้นเข้ารับการรักษาที่&nbsp;รพ.ค่ายพิชัยดาบหัก&nbsp;ซึ่งขณะนี้ญาติที่เดินทางมาด้วยกันได้กลับไปขอรับการตรวจที่กรุงเทพฯ&nbsp;ผลตรวจเป็นลบ&nbsp;ส่วนผู้สัมผัสเสี่ยงสูงที่อยู่ใน&nbsp;จ.อุตรดิตถ์&nbsp;มีจำนวน&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;ผลตรวจเป็นลบเช่นกัน</p><p><strong>รองนายแพทย์สาธารณสุข&nbsp;จ.อุตรดิตถ์&nbsp;เปิดเผยเพิ่มเติมว่า&nbsp;หลังช่วงเทศกาลปีให</strong>ม่&nbsp;สำนักงานสาธารณสุข&nbsp;จ.อุตรดิตถ์&nbsp;เตรียมจัดเจ้าหน้าที่&nbsp;ลงพื้นที่ค้นหากลุ่มเสี่ยงโดยเฉพาะบ้านที่มีญาติกลับมาจากพื้นที่เสี่ยง&nbsp;โดยการสุ่มตรวจหาเชื้อด้วยชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เพื่อเป็นการยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;และขอความร่วมมือประชาชนใน&nbsp;จ.อุตรดิตถ์&nbsp;ที่เดินทางไปต่างจังหวัดโดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยง&nbsp;ที่มีการระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;เป็นจำนวนมาก&nbsp;ให้ขอรับการตรวจโรคได้ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน&nbsp;หรือที่จุดตรวจเชื้อของจังหวัด&nbsp;ที่สนามกีฬาหมอนไม้&nbsp;ในช่วงวันและเวลาราชการ</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ใน&nbsp;จ.อุตรดิตถ์</strong>&nbsp;ผู้ติดเชื้อฯสะสมจำนวน&nbsp;4,647&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิตสะสม&nbsp;63&nbsp;ราย&nbsp;ขณะนี้รักษาตัว&nbsp;54&nbsp;ราย&nbsp;//&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	3/1/2022	ภาคเหนือ	อุตรดิตถ์	สวท.อุตรดิตถ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220103183152926
65	โฆษก ศบค.ตรัง เผย จังหวัดตรังมีผู้ป่วยโควิด 19 ที่รักษาหายวันนี้ 67 ราย รักษาหายสะสม 17,623 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม	<p><strong>วันนี้&nbsp;(3&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;นายแพทย์ตุลกานต์&nbsp;มักคุ้น&nbsp;แพทย์ชำนาญการพิเศษโรงพยาบาลตรัง&nbsp;</strong>ในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ผู้ป่วยที่รักษาหายเพิ่ม&nbsp;67&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายรวม&nbsp;17,623&nbsp;ราย&nbsp;มีผู้ป่วยโควิด&nbsp;19&nbsp;ยังคงรักษาใน&nbsp;รพ.&nbsp;307&nbsp;ราย&nbsp;ไม่มีอาการหรือมีอาการน้อย&nbsp;236&nbsp;ราย&nbsp;ปานกลาง&nbsp;64&nbsp;ราย&nbsp;ให้ออกซิเจน&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;ให้ออกซิเจนแรงดันสูง&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ไม่มีผู้ป่วยที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ&nbsp;โดยในวันนี้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่อวันเฉลี่ยใน&nbsp;7&nbsp;วันเฉพาะในจังหวัดตรัง&nbsp;45.5&nbsp;ราย&nbsp;รวมที่มารักษาด้วย&nbsp;47.4&nbsp;ราย&nbsp;ไม่มีมีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม&nbsp;ทำให้มียอดเสียชีวิตสะสม&nbsp;114&nbsp;ราย&nbsp;โดยในขณะนี้&nbsp;จังหวัดตรังได้ดำเนินการฉีดวัคซีนเข็ม&nbsp;1&nbsp;ไปแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;462,563&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;75.79&nbsp;และจำนวนผู้ได้รับวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;จำนวน&nbsp;435,880&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;70.85&nbsp;จากกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;615,192&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ได้ทำการตรวจหาเชื้อ&nbsp;SARs-COV-2&nbsp;โดยดำเนินการไปแล้วทั้งสิ้น&nbsp;117,638&nbsp;ราย</strong>&nbsp;พบผลบวก(ติดเชื้อ)&nbsp;18,246&nbsp;ราย&nbsp;วันนี้มีการ&nbsp;Swab&nbsp;75&nbsp;ราย&nbsp;รอผลทั้ง&nbsp;75&nbsp;ราย&nbsp;และยังคงเน้นย้ำมาตรการการรักษามาตรการส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อป้องกันและลดการแพร่ระบาดของโควิด&nbsp;19&nbsp;ในวันนี้ได้มีการตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;เป็นบวก&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;45&nbsp;ราย&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;69&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;65.22%&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นบวก&nbsp;37&nbsp;ราย&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;355&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;10.42%&nbsp;รวมผู้ติดเชื้อ&nbsp;82&nbsp;ราย&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;424&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;19.34%</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	3/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220103183517928
66	ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ ณ โรงพยาบาลสนาม พร้อมกำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวัง และปฏิบัติตามมาตรการอย่างเข้มงวด หากพบการฝาฝืน ให้ดำเนินการตามกฎหมายทันที	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(3&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.นายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ลงพื้นที่</strong>ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่&nbsp;ที่ปฏิบัติหน้าที่&nbsp;ดูแลผู้ป่วยโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ณ&nbsp;โรงพยาบาลสนาม&nbsp;โดยจุดแรกเดินทางไปที่โรงพยาบาลสนามศูนย์การเรียนรู้บ้านยางน้อย&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี&nbsp;อำเภอเขื่องใน&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ซึ่งโรงพยาบาลสนามแห่งนี้จัดตั้งขึ้น&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;""คนอุบลไม่ทอดทิ้งกัน""&nbsp;ดูแลผู้ป่วยดุจญาติมิตร&nbsp;ทั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ได้กล่าวให้กำลังใจเจ้าหน้าที่&nbsp;พร้อมสอบถามสิ่งที่&nbsp;รพ.ยังขาดแคลนและต้องการการช่วยเหลือจากจังหวัด&nbsp;จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ได้มอบกระเช่าของขวัญเป็นการให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ด้วย</p><p><strong>จากนั้นเวลา&nbsp;11.30&nbsp;น.&nbsp;นายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายศุภภิมิตร&nbsp;เปาริก&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;เดินทางไปที่&nbsp;หอพักนักศึกษา&nbsp;ภายในมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี&nbsp;เพื่อสอบถามแนวทางและมาตรการในการดูแลผู้ป่วยโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ซึ่งกักตัวอยู่ภายในหอพัก&nbsp;โดยทางมหาวิทยาลัย&nbsp;ได้จัดแยกหอพักสำหรับผู้ป่วย&nbsp;มีมาตรการดูแลการเข้าออกอย่างเข้มงวด&nbsp;ในโอกาสนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ได้กล่าวให้กำลังเจ้าหน้าที่ทุกคน&nbsp;และกล่าวขอบคุณที่เสียสละเวลาส่วนตัวเพื่อสวนรวม&nbsp;พร้อมมอบขนม&nbsp;นม&nbsp;และน้ำดื่มให้กับเจ้าหน้าที่ด้วย&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>เวลา&nbsp;12.30&nbsp;น.&nbsp;นายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;พร้อมด้วย</strong>&nbsp;นายศุภภิมิตร&nbsp;เปาริก&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;เดินทางมาตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณศาลาจตุรมุข&nbsp;ทุ่งศรีเมือง&nbsp;ซึ่งจุดดังกล่าวเป็นจุดตรวจโควิด-19&nbsp;เคลื่อนที่&nbsp;ที่เปิดให้ผู้ที่มีความเสี่ยงสูง&nbsp;ร่วมพ่อค้าแม่ค้า&nbsp;ที่เดินทางมาขายของภายในงานปีใหม่&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ได้เข้ามาใช้บริการ&nbsp;ในการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เพื่อความปลอดภัยของผู้ที่เดินทางมาร่วมงาน</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ได้กำชับเจ้าหน้าที่&nbsp;ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกหน่วยงาน</strong>&nbsp;ได้เฝ้าระวังและดำเนินการอย่างเข้มงวด&nbsp;พร้อมมีคำสั่งปิดสถานที่เสี่ยงหลายแห่ง&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19&nbsp;มีแนวโน้มการแพร่ระบาดเพิ่มมากขึ้น&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;วันที่&nbsp;4&nbsp;&nbsp;17&nbsp;มกราคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565</p><p>หากผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนี้&nbsp;มีโทษตามมาตรา&nbsp;52&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2558&nbsp;ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี&nbsp;หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับและมีความผิดตามมาตรา&nbsp;18&nbsp;แห่งพระราชกำหนดการบริหารราซการในสถานการณ์ฉุกเฉิน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2548&nbsp;ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี&nbsp;หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;แล้วแต่กรณี</p><p><strong>เนื่องจากเป็นกรณีที่มีความจำเป็นรีบด่วน&nbsp;หากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะก่อให้เกิดผลเสียหาย</strong>อย่างร้ายแรงแก่สาธารณชน&nbsp;หรือผลกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ&nbsp;จึงไม่อาจให้คู่กรณีใช้สิทธิโต้แย้ง&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;30&nbsp;วรรคสอง&nbsp;(1)&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2539&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;วันที่&nbsp;4&nbsp;&nbsp;17&nbsp;มกราคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;วันที่&nbsp;3&nbsp;ม.ค.2565&nbsp;พบมีผู้ติดเชื้อเพิ่ม</strong>&nbsp;จำนวนมากถึง&nbsp;329&nbsp;ราย&nbsp;โดยติดเชื้อจากต่างจังหวัด&nbsp;11&nbsp;ราย&nbsp;ติดเชื้อในพื้นที่จังหวัด&nbsp;318&nbsp;ราย&nbsp;แยกเป็น&nbsp;อ.เมืองอุบลราชธานี&nbsp;155&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;อ.พิบูลมังสาหาร&nbsp;40&nbsp;ราย&nbsp;อ.วารินชำราบ&nbsp;39&nbsp;ราย&nbsp;อ.เหล่าเสือโก้ก&nbsp;18&nbsp;ราย&nbsp;อ.เดชอุดม&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;อ.นาเยีย&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;อ.สิรินธร&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่ละ&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;ได้แก่&nbsp;อ.สำโรง&nbsp;&nbsp;&nbsp;อ.ตาลสุม&nbsp;&nbsp;อ.ม่วงสามสิบ&nbsp;อ.บุณฑริก&nbsp;&nbsp;อ.นาจะหลวย&nbsp;&nbsp;&nbsp;พื้นที่ละ&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ได้แก่&nbsp;อ.โขงเจียม&nbsp;อ.เขื่องใน&nbsp;อ.เขมราฐ&nbsp;&nbsp;อ.น้ำยืน&nbsp;&nbsp;พื้นที่ละ&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ได้แก่&nbsp;อ.ตระการพืชผล&nbsp;&nbsp;&nbsp;อ.กุดข้าวปุ้น&nbsp;อ.ดอนมดแดง&nbsp;อ.สว่างวีระวงศ์&nbsp;ส่วน&nbsp;อ.โพธิ์ไทร&nbsp;มี&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;มีผู้ป่วยรักษาหายเพิ่ม&nbsp;11&nbsp;ราย&nbsp;ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	3/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220103184225932
67	อุดรธานีประชุม คกก.โรคติดต่อปรับมาตรการป้องกันโควิด-19	"<p><strong>อุดรธานีประชุม&nbsp;คกก.โรคติดต่อปรับมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;หลังเทศกาลปีใหม่&nbsp;65</strong>&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี&nbsp;เรียกประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด&nbsp;ปรับมาตรการป้องกัน&nbsp;ควบคุม&nbsp;การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;หลังเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;14.00&nbsp;น.&nbsp;วันที่&nbsp;3&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ห้องประชุมกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี&nbsp;</p><p><strong>นายสยาม&nbsp;ศิริมงคล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอุดรธานี&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;</strong>เพื่อติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;หรือโควิด-19&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี&nbsp;ตลอดจนร่วมกันพิจารณาปรับมาตรการป้องกัน&nbsp;ควบคุมการแพร่ระบาดหลังเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;โดยมีคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอุดรธานี&nbsp;หน่วยงานภาคเอกชน&nbsp;และศึกษาธิการจังหวัดอุดรธานีร่วมประชุม&nbsp;วันนี้อุดรธานีพบผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;75&nbsp;คน&nbsp;ผู้สัมผัสเสี่ยงสูง&nbsp;48&nbsp;คน&nbsp;เข้าเกณฑ์สอบสวนโรค&nbsp;11&nbsp;คน&nbsp;เป็นผู้มาจากต่างจังหวัด&nbsp;16&nbsp;คน&nbsp;ขณะมีผู้หายป่วยกลับบ้านเพียง&nbsp;45&nbsp;คน&nbsp;ทำให้ผู้ป่วยรักษาตัวในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นเป็น&nbsp;426&nbsp;คน&nbsp;ไม่มีผู้ป่วยอาการหนัก&nbsp;</p><p><strong>ในขณะที่ภาพรวมของการติดเชื้อระลอกเดือนเมษายนจังหวัดอุดรธานีมีผู้ติดเชื้อสะสม&nbsp;21,302&nbsp;คน</strong>&nbsp;รักษาหายกลับบ้านแล้ว&nbsp;20,708&nbsp;คน&nbsp;เสียชีวิตสะสม&nbsp;168&nbsp;คน&nbsp;""&nbsp;ผู้ติดเชื้อยังเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง&nbsp;จากงานบุญประเพณีและงานศพ&nbsp;ตลาดสด&nbsp;ตลาดนัด&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;สถานประกอบการ&nbsp;ที่อนุญาตให้จำหน่าย-ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;21.00&nbsp;น.ในพื้นที่อำเภอเมืองอุดรธานี&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;ขณะที่การเคาะประตูบ้านและการตั้งจุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ให้กับประชาชนที่เดินทางเข้าจังหวัด&nbsp;11,196&nbsp;คน&nbsp;ตรวจพบเชื้อโควิด-19&nbsp;จำนวน&nbsp;36&nbsp;คน""&nbsp;</p><p><strong>นายสยาม&nbsp;ศิริมงคล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี&nbsp;ได้สรุปหลังจากสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี</strong>&nbsp;นำเสนอมาตรการ&nbsp;และสอบถามความคิดเห็นจากทุกฝ่าย&nbsp;ว่าที่ประชุม&nbsp;คกก.โรคติดต่อมีมติ&nbsp;งดการเรียนการสอน&nbsp;""ออนไซด์""&nbsp;ทุกระดับชั้น&nbsp;และทุกโรงเรียน&nbsp;ระหว่าง&nbsp;4-14&nbsp;ม.ค.65&nbsp;,&nbsp;ปิดศูนย์เด็กเล็กทั้งหมด&nbsp;,&nbsp;งดกิจกรรมวันเด็ก&nbsp;(8&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;และวันครู&nbsp;(16&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;,&nbsp;ทุกส่วนราชการ-รัฐวิสาหกิจ&nbsp;ให้คัดกรองข้าราชการ&nbsp;พนักงาน&nbsp;ลูกจ้าง&nbsp;ที่เดินทางกลับจากจังหวัดเสี่ยง&nbsp;หรือมีญาติเดินทางมาจากจังหวัดเสี่ยง&nbsp;และไปร่วมสังสรรค์ในสถานที่เสี่ยงในจังหวัด&nbsp;ให้ออกคำสั่งทำงานอยู่บ้าน&nbsp;พร้อมให้ประเมินความเสี่ยงบุคลากร&nbsp;ด้วย&nbsp;Thai&nbsp;Save&nbsp;Thai&nbsp;</p><p><strong>รวมทั้งการตรวจหาเชื้อด้วย&nbsp;ATK&nbsp;เบื้องต้น&nbsp;ก่อนกลับมาทำงาน&nbsp;</strong>ส่วนในระดับอำเภอ-ตำบล-หมู่บ้าน&nbsp;ส่งทีมลงไปเคาะประตูบ้าน&nbsp;ค้นหาผู้กลับมาจากพื้นที่เสี่ยงสูง&nbsp;หรือผู้ไปร่วมกิจกรรมเสี่ยงสูง&nbsp;เพื่อให้คำแนะนำ&nbsp;และตรวจหาเชื้อด้วย&nbsp;ATK&nbsp;ส่วนภาคเอกชน&nbsp;ขอความร่วมมือจากหอการค้า&nbsp;สภาอุตสาหกรรม&nbsp;ชมรมธนาคาร&nbsp;องค์กร&nbsp;สมาคมต่างๆ&nbsp;คัดกรองพนักงาน&nbsp;ลูกจ้าง&nbsp;ให้ผู้มาจากพื้นที่เสี่ยงสูง&nbsp;และผู้ไปร่วมกิจกรรมเสี่ยงสูง&nbsp;ทำงานที่บ้านเช่นกัน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ทีมข่าว&nbsp;ส.ปชส.อด.&nbsp;ศรีภูมิ&nbsp;ทองใหญ่&nbsp;ณ&nbsp;อยุธยา&nbsp;ข่าว/ภาพ</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	3/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุดรธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220103185755943
68	กระทรวงมหาดไทย สั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ กำชับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดการขยะติดเชื้อจากชุดตรวจ ATK ในช่วงเทศกาลปีใหม่ให้เป็นไปตามแนวทางการจัดการมูลฝอยติดเชื้อของกรมอนามัย พร้อมสร้างการรับรู้การมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการขยะ เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ในชุมชน	"<p><span style=""background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);"">กระทรวงมหาดไทย สั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ กำชับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดการขยะติดเชื้อจากชุดตรวจ ATK ในช่วงเทศกาลปีใหม่ให้เป็นไปตามแนวทางการจัดการมูลฝอยติดเชื้อของกรมอนามัย พร้อมสร้างการรับรู้การมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการขยะ เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ในชุมชน</span></p><p><br></p><p><span style=""background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);"">นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทยในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับการสั่งการและประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทย โดยศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงมหาดไทย (ศบค.มท.) ได้เน้นย้ำไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศ กำชับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ รวมถึงกรุงเทพมหานคร ปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ และแนวทางการจัดการมูลฝอยติดเชื้อในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของกรมอนามัย และเสริมสร้างการรับรู้ความเข้าใจกับหน่วยงาน/ผู้ประกอบการ รวมถึงประชาชนในหมู่บ้าน/ชุมชน มีส่วนร่วมในการจัดการขยะ ตั้งแต่ต้นทาง ด้วยการคัดแยกขยะ ออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ขยะที่ไม่ได้ปนเปื้อนน้ำมูก น้ำลาย หรือสารคัดหลั่ง สามารถทิ้งถังขยะทั่วไปที่มีฝาปิดมิดชิด //</span></p><p><br></p><p><span style=""background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);"">และขยะที่ปนเปื้อนน้ำมูก น้ำลาย หรือสารคัดหลั่ง เป็นขยะที่มีความเสี่ยงสูง ต้องแยกจัดการจากขยะทั่วไป โดยเก็บรวบรวมมูลฝอยที่ปนเปื้อนใส่ถุงขยะ (ถุงสีแดง) 2 ชั้น ถุงชั้นแรกที่สัมผัสมูลฝอยติดเชื้อ ให้มัดปากถุงด้วยเชือกให้แน่น ใช้ฟ็อกกี้ฉีดสเปรย์สารฆ่าเชื้อ เช่น สารโซเดียมไฮโปคลอไรท์ 5,000 ppm หรือไฮเตอร์ผสมน้ำ อัตราส่วน 1 : 10 หรือแอลกอฮอล์ 70% บริเวณปากถุง แล้วมัดปากถุงชั้นนอกด้วยเชือกให้แน่น ใช้ฟ๊อกกี้ฉีดสเปรย์สารฆ่าเชื้อบริเวณปากถุงอีกครั้งหนึ่ง ก่อนเคลื่อนย้ายไปไว้ยังจุดพักขยะ ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ทันที พร้อมทั้งประสานไปยังหน่วยงานที่ทำหน้าที่ให้บริการเก็บ ขน มูลฝอยติดเชื้อในพื้นที่ เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพสต.) นำมูลฝอย ATK ขนย้ายไปกำจัดอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ เพื่อลดความเสี่ยงกับชุมชน</span></p>"	3/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220103203159963
69	ประชาชนแห่เที่ยวเบตงวันสุดท้าย ก่อนสิ้นสุดวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ 2565 ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่ สร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว	<p>วันที่3&nbsp;ม.ค.65&nbsp;บรรยากาศการท่องเที่ยว&nbsp;ตามสถานที่ต่างๆ&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเบตง&nbsp;ยังคงได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยว&nbsp;ในช่วงโค้งสุดท้ายวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;ด้านนายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ผศ.ดร.ทิพยวรรณ&nbsp;นิลทยา&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา&nbsp;นายเอก&nbsp;ยังอภัย&nbsp;ณ&nbsp;สงขลา&nbsp;นายอำเภอเบตง&nbsp;นายโตหอง&nbsp;แซ่หลี&nbsp;นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวเบตง&nbsp;ได้ลงพื้นที่&nbsp;จุดชมทะเลหมอก&nbsp;สกายวอล์ค&nbsp;ที่&nbsp;ต.อัยเยอร์เวง&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;พบปะประชาชนสร้างความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่&nbsp;ท่ามกลางมาตรการคัดกรองโควิด-19&nbsp;แม้จะเป็นวันสุดแต่นักท่องเที่ยวจำนวนมาก&nbsp;ยังคงเดินทางมาตั้งแต่เช้ามืด&nbsp;เพื่อชมความสวยงามของทะเลหมอกอัยเยอร์&nbsp;แม้จะผิดหวังไม่เห็นความสวยงามของทะเลหมอก&nbsp;ท้องฟ้าปิด&nbsp;นักเที่ยวได้ถ่ายรูป&nbsp;ท่ามกลางบรรยากาศที่เย็นสบาย&nbsp;ขณะที่ตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;อ.เบตง&nbsp;ทั้งอุโมงค์ปิยะมิตร&nbsp;สวนไม้ดอกเมืองหนาว&nbsp;บ่อน้ำร้อน&nbsp;ที่&nbsp;ต.ตาเนาะแมเราะ&nbsp;นักท่องเที่ยวยังคงเดินทางมาท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง</p><p><br></p><p>นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้มาเยี่ยมนักท่องเที่ยว&nbsp;สร้างความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยว&nbsp;มาให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน&nbsp;จากการพูดคุยพบว่า&nbsp;นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาสัมผัสความสวยงามที่อำเภอเบตง&nbsp;มีทั้งมาจากกรุงเทพฯ&nbsp;ส่วนกลุ่มใหญ่ก็จะเป็นนักท่องเที่ยวในพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;ทั้ง&nbsp;จ.สงขลา&nbsp;จ.พัทลุง&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&nbsp;และ&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ซึ่งในช่วงปีใหม่นี้&nbsp;นักท่องเที่ยว&nbsp;เดินทางขึ้นมาชมทะเลหมอก&nbsp;กว่า&nbsp;2,000&nbsp;คน&nbsp;ต่อวัน&nbsp;ที่นี่มีทะเลหมอกตลอดทั้งปี&nbsp;ส่วนมาตรการการป้องกันโควิด-19&nbsp;อำเภอเบตงไม่พบผู้ติดเชื้อโควิด&nbsp;มาเป็นระยะเวลา&nbsp;1&nbsp;สัปดาห์&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดในพื้นที่ดีขึ้นมาก&nbsp;ประชาชนในพื้นที่อำเภอเบตงได้รับวัคซีนเกือบ&nbsp;100&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;ทางอำเภอเบตงเปิดหน่วยบริการฉีดวัคซีนให้ทุกคนที่มาเที่ยวในพื้นที่&nbsp;ผู้ที่เดินทางเข้าสู่จังหวัดยะลาต้องฉีดวัคซีนทุกคน&nbsp;ผ่านมาตรการคัดกรองอย่างเข้มงวด&nbsp;หากรู้สึกไม่สบาย&nbsp;ทางเจ้าหน้าที่&nbsp;พร้อมตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ให้ฟรี&nbsp;และหากพบว่ามีเชื้อเป็นบวก&nbsp;เจ้าหน้าที่พร้อมจัดยาฟาวิพิราเวียร์ให้ทันที&nbsp;สำหรับเรื่องด้านความมั่นคง&nbsp;ที่นี่รับรองในความปลอดภัย&nbsp;เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มข้น&nbsp;อำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่&nbsp;</p>	3/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220103201506959
70	ผู้ว่าฯยะลา ลงพื้นที่อำเภอเบตง ตรวจเยี่ยมด่านตรวจรณรงค์ปีใหม่ มอบสิ่งของสร้างขวัญกำลังใจ กำชับการปฏิบัติดูแลรักษาความปลอดภัยประชาชนและนักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่	<p><strong>วันนี้&nbsp;3&nbsp;ม.ค.&nbsp;65&nbsp;ด้านนายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ผศ.ดร.ทิพยวรรณ&nbsp;นิลทยา&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา&nbsp;เดินทางลงพื้นที่อำเภอเบตง&nbsp;ตรวจเยี่ยม&nbsp;จุดตรวจป้อม&nbsp;ศอร.(กม.2)&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;มอบสิ่งของเนื่องในวันปีใหม่&nbsp;สร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่&nbsp;พร้อมทั้งพบปะให้กำลังเจ้าหน้าที่ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;อส.เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอเบตง&nbsp;และประชาชนจิตอาสา&nbsp;ที่ได้รณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>โดยมีการคัดกรองนักท่องเที่ยวและพี่น้องประชาชนที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่อำเภอเบตง</strong>&nbsp;มีการตั้งหน่วยฉีดวัคซีน&nbsp;-19&nbsp;ไว้บริการให้กับนักท่องเที่ยว&nbsp;&nbsp;ควบคู่การตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;ทั้งนี้ได้กำชับการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคง&nbsp;ในการดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนและการอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่&nbsp;จากนั้นเดินทางไปยังด่านตรวจ&nbsp;กม.23&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ด่านตรวจธารโต&nbsp;อ.ธารโต&nbsp;&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;&nbsp;และด่านตรวจบันนังสตา&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;เพื่อมอบสิ่งของเนื่องในวันปีใหม่&nbsp;สร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่</p><p><strong>ด้านข้อมูลรายงานการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565</strong>&nbsp;ของจังหวัดยะลา&nbsp;ข้อมูลสะสม&nbsp;6&nbsp;วัน&nbsp;(29&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;2&nbsp;&nbsp;มกราคม&nbsp;2564&nbsp;)&nbsp;เกิดอุบัติเหตุเกิดขึ้น&nbsp;8&nbsp;ครั้ง&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมืองยะลา&nbsp;4ครั้ง&nbsp;อำเภอบันนังสตา&nbsp;2ครั้ง&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;1ครั้ง&nbsp;และอำเภอยะหา&nbsp;1ครั้ง&nbsp;ไม่พบผู้เสียชีวิต</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	3/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220103210126969
71	จังหวัดนครราชสีประชุมคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2565	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(3&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;พล.ต.ต.พรชัย&nbsp;นลวชัย&nbsp;ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;เพื่อปรับยุทธศาสตร์การดำเนินงานประจำวัน&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมมูลนิธิท้าวสุรนารี&nbsp;ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา</p><p><strong>ในที่ประชุมได้สรุปรายงานอุบัติเหตุประจำวันวันที่&nbsp;&nbsp;2&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เกิดอุบัติเหตุ&nbsp;4&nbsp;ครั้ง</strong>&nbsp;อุบัติเหตุสะสม&nbsp;5&nbsp;วัน&nbsp;(29&nbsp;ธ.ค.64&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;เกิดอุบัติเหตุ&nbsp;42&nbsp;ครั้ง&nbsp;&nbsp;ส่วนใหญ่อายุระหว่าง&nbsp;30-39&nbsp;ปี&nbsp;สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุมากที่สุดคือ&nbsp;เมาสุรา&nbsp;และขับรถเร็วเกิดกำหนด&nbsp;ประเภทยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;รถจักรยานยนต์&nbsp;ถนนกรมทางหลวง&nbsp;เป็นถนนที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด&nbsp;ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุดคือ&nbsp;เวลา&nbsp;15.01&nbsp;-&nbsp;18.00&nbsp;น.&nbsp;รองลงมาเวลา&nbsp;09.10&nbsp;-&nbsp;12.00&nbsp;น.</p><p><strong>ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;</strong>ได้แจ้งให้หน่วยที่เกี่ยวข้องดำเนินการปรับยุทธ์ศาสตร์ประจำวันดังนี้</p><p>1.&nbsp;จากข้อมูลของ&nbsp;แขวงทางหลวงนครราชสีมาที่&nbsp;2&nbsp;พบว่ามีสถิติรถใช้ถนนมิตรภาพ&nbsp;และทางหลวงพิเศษมอเตอร์เวย์(&nbsp;M6&nbsp;)&nbsp;ซึ่งวันนี้&nbsp;และวันที่&nbsp;4&nbsp;มกราคม&nbsp;และช่วงวันที่&nbsp;8,9&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;คาดว่าจะมีรถเดินทางกลับอีกจำนวนมากเนื่องจากที่ผ่านมามีรถที่ดินทางมาตั้งแต่วันที่&nbsp;24-25&nbsp;ธ.ค.&nbsp;2564&nbsp;เดินทางกลับ&nbsp;จึงขอให้ทุกหน่วยอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเดินทางกลับด้วยความปลอดภัย</p><p>2.&nbsp;การป้องกันการเกิดอุบัติเหตุให้มีความเข้มงวด&nbsp;โดยให้ผู้นำชุมชน&nbsp;ท้องที่&nbsp;เข้มงวด&nbsp;ประชาชนที่เมาต้องไม่ขับ&nbsp;หากเจอให้แจ้งตำรวจดำเนินการทันที&nbsp;และต้องห้ามขับขี่ต่อไปเด็ดขาด&nbsp;เนื่องจากคนเมาอาจไม่กลับ&nbsp;หรือกลับอาจไม่ถึงบ้าน&nbsp;เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุก่อนถึงบ้าน</p><p>3.&nbsp;ขอให้สำนักงานขนส่งจังหวัดนครราชสีมาใช้มาตรการ&nbsp;โดยแจ้งพนักงานขับรถเตรียมร่างกายให้มีความพร้อม&nbsp;&nbsp;โดยสภาพรถยนต์ต้องพร้อม100%&nbsp;เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร</p><p>4.&nbsp;พรุ่งนี้(4&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;เป็นวันเริ่มทำงาน&nbsp;ขอความร่วมมือให้บุคลากรแต่ละหน่วยงานที่เดินทางกลับจากต่างจังหวัด&nbsp;เมื่อกลับมาแล้วขอให้ทำการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ด้วย</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;สวท.นครราชสีมาได้จัดรายการพิเศษ&nbsp;สัญจร&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;ช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;</strong>""ชีวิตวิถีใหม่&nbsp;ขับขี่อย่างปลอดภัย&nbsp;ไร้อุบัติเหตุ""&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;29&nbsp;ธ.ค.64&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;ม.ค.65&nbsp;ทางคลื่นเอเอ็ม&nbsp;729&nbsp;กฮ.,&nbsp;เอฟเอ็ม&nbsp;105.25&nbsp;มฮ.&nbsp;และทางเพจ&nbsp;สวท.นครราชสีมา&nbsp;กรมประชาสัมพันธ์,&nbsp;เพจ&nbsp;koratradio&nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;ด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>"	3/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครราชสีมา	สวท.นครราชสีมา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220103220150982
72	ผู้ว่าฯ ยะลา ตรวจเยี่ยมเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจของการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2565 พร้อมห่วงใยประชาชนเดินทางกลับทำงาน หลังเทศกาลปีใหม่	<p><strong>วันนี้&nbsp;(3&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;ผศ.ดร.ทิพยวรรณ&nbsp;นิลทยา&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา&nbsp;เดินทางลงพื้นที่อำเภอเบตง&nbsp;ตรวจเยี่ยม&nbsp;จุดตรวจป้อม&nbsp;ศอร.(กม.2)&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;มอบสิ่งของเนื่องในวันปีใหม่&nbsp;สร้างขวัญกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;อส.เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอเบตง&nbsp;และประชาชนจิตอาสา&nbsp;ที่ได้รณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;29&nbsp;ธ.ค.64&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;โดยมีการคัดกรองนักท่องเที่ยวและพี่น้องประชาชนที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่อำเภอเบตง&nbsp;มีการตั้งหน่วยฉีดวัคซีน&nbsp;-19&nbsp;ไว้บริการให้กับนักท่องเที่ยว&nbsp;ควบคู่การตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;ทั้งนี้ได้กำชับการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคง&nbsp;ในการดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนและการอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่&nbsp;จากนั้นเดินทางไปยังด่านตรวจ&nbsp;กม.23&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ด่านตรวจธารโต&nbsp;อ.ธารโต&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;และด่านตรวจบันนังสตา&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;เพื่อมอบสิ่งของเนื่องในวันปีใหม่&nbsp;สร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่</p><p><strong>นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนช่วงเดินทางกลับ&nbsp;หากพักผ่อนไม่เพียงพอ&nbsp;แล้วมาขับรถ&nbsp;อาจส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุ&nbsp;ห้ามดื่มแอลกอฮอล์แล้วขับขี่รถเด็ดขาด&nbsp;ฝากถึงประชาชนที่เดินทางกลับเข้า&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ขอให้ดูแลสภาพร่างกายให้มีความพร้อมก่อนขับขี่&nbsp;ตรวจสภาพรถ&nbsp;ปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด</p><p><strong>ด้านข้อมูลรายงานการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;ของจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;ข้อมูลสะสม&nbsp;6&nbsp;วัน&nbsp;(29&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;2&nbsp;มกราคม&nbsp;2564&nbsp;)&nbsp;เกิดอุบัติเหตุเกิดขึ้น&nbsp;8&nbsp;ครั้ง&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมืองยะลา&nbsp;4&nbsp;ครั้ง&nbsp;อำเภอบันนังสตา&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;และอำเภอยะหา&nbsp;1&nbsp;ครั้ง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	3/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220103221247984
73	ผู้ว่าฯ ยะลา เช็คอิน สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ใน อ.เบตง  เที่ยวให้สนุก และปลอดภัย แบบ New Normal  สร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยว  ก่อนสิ้นสุดวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ 2565	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>วันนี้&nbsp;(3&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;บรรยากาศการท่องเที่ยว&nbsp;ตามสถานที่ต่างๆ&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเบตง&nbsp;ยังคงได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยว</strong>&nbsp;ในช่วงโค้งสุดท้ายวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;ด้านนายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ผศ.ดร.ทิพยวรรณ&nbsp;นิลทยา&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา&nbsp;นายเอก&nbsp;ยังอภัย&nbsp;ณ&nbsp;สงขลา&nbsp;นายอำเภอเบตง&nbsp;นายโตหอง&nbsp;แซ่หลี&nbsp;นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวเบตง&nbsp;ได้ลงพื้นที่เช็คอิน&nbsp;จุดชมทะเลหมอก&nbsp;สกายวอล์ค&nbsp;ที่&nbsp;ต.อัยเยอร์เวงอ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;เที่ยวให้สนุก&nbsp;และปลอดภัย&nbsp;แบบ&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;&nbsp;&nbsp;พร้อมพบปะประชาชนสร้างความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่&nbsp;ท่ามกลางมาตราการคัดกรองโควิด-19&nbsp;&nbsp;แม้จะเป็นวันสุดท้ายแต่นักท่องเที่ยวจำนวนมาก&nbsp;ยังคงเดินทางมาตั้งแต่เช้ามืด&nbsp;เพื่อชมความสวยงามของทะเลหมอกอัยเยอร์&nbsp;แม้จะผิดหวังไม่เห็นความสวยงามของทะเลหมอก&nbsp;ท้องฟ้าปิด&nbsp;นักเที่ยวได้ถ่ายรูป&nbsp;ท่ามกลางบรรยากาศที่เย็นสบาย&nbsp;ขณะที่ตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;อ.เบตง&nbsp;ทั้งอุโมงค์ปิยะมิตร&nbsp;สวนไม้ดอกเมืองหนาว&nbsp;บ่อน้ำร้อน&nbsp;ที่&nbsp;ต.ตาเนาะแมเราะ&nbsp;นักท่องเที่ยวยังคงเดินทางมาท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>วันนี้มาเยี่ยมนักท่องเที่ยว&nbsp;สร้างความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยว&nbsp;มาให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน&nbsp;การจากพูดคุยพบว่า&nbsp;นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาสัมผัสความสวยงามที่อำเภอเบตง&nbsp;มีทั้งมาจากกรุงเทพฯ&nbsp;ส่วนกลุ่มใหญ่ก็จะเป็นนักท่องเที่ยวในพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;ทั้ง&nbsp;จ.สงขลา&nbsp;จ.พัทลุง&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&nbsp;และ&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ซึ่งในช่วงปีใหม่นี้&nbsp;นักท่องเที่ยว&nbsp;เดินทางขึ้นมาชมทะเลหมอก&nbsp;กว่า&nbsp;2,000&nbsp;คน&nbsp;ต่อวัน&nbsp;ที่นี่มีทะเลหมอกตลอดทั้งปี&nbsp;ส่วนมาตรการการป้องกันโควิด-19&nbsp;อำเภอเบตงไม่พบผู้ติดเชื้อโควิด&nbsp;มาเป็นระยะเวลา&nbsp;1&nbsp;สัปดาห์&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดในพื้นที่ดีขึ้นมาก&nbsp;ประชาชนในพื้นที่อำเภอเบตงได้รับวัคซีนเกือบ&nbsp;100&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;ทางอำเภอเบตงเปิดหน่วยบริการฉีดวัคซีนให้ทุกคนที่มาเที่ยวในพื้นที่&nbsp;ผู้ที่เดินทางเข้าสู่จังหวัดยะลาต้องฉีดวัคซีนทุกคน&nbsp;ผ่านมาตรการคัดกรองอย่างเข้มงวด&nbsp;หากรู้สึกไม่สบาย&nbsp;ทางเจ้าหน้าที่&nbsp;พร้อมตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ให้ฟรีและหากพบว่ามีเชื้อเป็นบวก&nbsp;เจ้าหน้าที่พร้อมจัดยาฟาวิพิราเวียร์ให้ทานทันที&nbsp;&nbsp;สำหรับเรื่องด้านความมั่นคง&nbsp;ที่นี่รับรองในความปลอดภัย&nbsp;เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มข้น&nbsp;อำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>"	3/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220103222552986
74	จังหวัดภูเก็ตสั่งให้โรงเรียนทุกโรงเรียนในจังหวัดงดการเรียนการสอนแบบ On - site  ตั้งแต่วันที่ 4-14 มกราคม 2565 โดยให้จัดการเรียนแบบออนไลน์  เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 หลังจากที่ประชาชนเดินทางกลับมาจากต่างจังหวัด	<p><strong>วันที่&nbsp;3&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;18.30&nbsp;น.&nbsp;ที่ห้องประชุมคอซิมบี้&nbsp;ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;นายณรงค์&nbsp;วุ่นซิ้ว&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายพิเชษฐ์&nbsp;ปาณะพงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ภาคประชาชน&nbsp;เข้าร่วมที่เกี่ยวข้องได้ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;/2565&nbsp;หารือมาตรการการป้องกันโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;ให้สอดคล้องกับสถานการณ์&nbsp;นายแพทย์กู้ศักดิ์&nbsp;กู้เกียรติกูล&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ตได้กล่าวรายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ของจังหวัดภูเก็ตมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ตจึงได้มีการกำหนดแผนจัดเตรียมความพร้อมในเรื่องต่างๆ&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของเตียงรักษาและสถานที่ทำการรักษาเพิ่มเติมเพื่อรองรับผู้ติดเชื้อ&nbsp;ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมในการรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดหลังมีตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น&nbsp;<strong>นายพิเชษฐ&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในด้านสถานที่ทางที่ประชุมได้พิจารณา&nbsp;การรับรอง&nbsp;Hotel&nbsp;Isolation&nbsp;66&nbsp;แห่ง&nbsp;เพื่อรองรับการดูแลประชาชนและนักท่องเที่ยว&nbsp;นอกจากนี้ที่ประชุมยังมีมติ&nbsp;ให้สถานศึกษาทุกแห่งทุกสังกัดในจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ทั้งในระบบและนอกระบบ&nbsp;ซึ่งอยู่ในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา&nbsp;&nbsp;ในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนมหาวิทยาลัย&nbsp;และสถาบันกวดวิชาทุกแห่ง&nbsp;งดการจัดการเรียนการสอน&nbsp;แบบ&nbsp;ON&nbsp;-&nbsp;SITE&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;4&nbsp;-&nbsp;14&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;โดยให้สถานศึกษา&nbsp;มหาวิทยาลัย&nbsp;สถาบันการศึกษาทุกสังกัด&nbsp;ให้มีการเรียนการสอนด้วยการไม่ต้องเข้าชั้นเรียนตามรูปแบบที่ต้นสังกัดกำหนด&nbsp;หรือรูปแบบที่เหมาะสมตามที่กำหนด&nbsp;โดยปรับการเรียนการสอนเป็นระบบ&nbsp;ONLINE&nbsp;ในส่วนของโรงเรียนที่จะเปิดการเรียนการสอนแบบ&nbsp;ON&nbsp;-&nbsp;SITE&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;11&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จะต้องดำเนินการให้นักเรียนและบุคลากรทางการศึกษา&nbsp;ตรวจหาเชื้อแบบ&nbsp;ATK&nbsp;100%&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;</strong>เนื่องจากในช่วงวันหยุดยาวช่วงเทศกาลปีใหม่มีผู้ปกครองนำนักเรียนกลับภูมิลำเนาหรือไปท่องเที่ยวยังจังหวัดต่างๆ&nbsp;จึงต้องมีการป้องกันโดยจะมีการดูว่าหลังจากกลับมาที่จังหวัดภูเก็ตแล้วผู้ที่เดินทางไปยังต่างจังหวัดเหล่านั้นจะไม่มีการติดเชื้อ&nbsp;ซึ่งจะเป็นการป้องกันการเกิดคลัสเตอร์ในจังหวัดภูเก็ตต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	3/1/2022	ภาคใต้	ภูเก็ต	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220103225305990
75	ผู้ว่าฯ ยโสธร คุมเข้มมาตรการป้องกันอุบัติเหตุ พร้อมส่งผู้โดยสารกลับไปทำงาน 	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;คุมเข้มมาตรการป้องกันอุบัติเหตุ&nbsp;พร้อมส่งผู้โดยสารกลับไปทำงาน&nbsp;ด้านสาธารณสุขให้บริการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;แก่ผู้โดยสารป้องกันโควิด-19&nbsp;ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดยโสธร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วานนี้&nbsp;(3&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;19.30&nbsp;น.&nbsp;</strong>นายชลธี&nbsp;ยังตรง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่สถานที่ขนส่งผู้โดยสารจังหงวัดยโสธร&nbsp;เพื่อส่งผู้โดยสารให้เดินทางกลับไปทำงานด้วยความปลอดภัย&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน&nbsp;หลังจากกลับมาเยี่ยมครอบครัวในช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;ด้วยการตรวจเช็คพนักงานผู้ขับรถและเจ้าหน้าที่ประจำรถ&nbsp;รวมทั้งสภาพของรถโดยสารด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นอกจากนั้น&nbsp;ยังได้แจกจ่ายหน้ากากอนามัน&nbsp;ลูกอม&nbsp;น้ำดื่ม</strong>&nbsp;เป็นขวัญและกำลังใจแก่ผู้เดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ด้วย&nbsp;ซึ่งในวันนี้มีเที่ยวเดินทางจากจังหวัดยโสธร&nbsp;ไปกรุงเทพมหานคร&nbsp;จำนวน&nbsp;13&nbsp;เที่ยว&nbsp;มีผู้โดยสารกว่า&nbsp;360&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นอกจากนี้&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยโสธร</strong>&nbsp;ยังได้มีการคัดกรองและให้บริการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;แก่ประชาชนจะที่เดินทางกลับไปทำงานยังกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด&nbsp;ที่บริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดยโสธรอีกด้วย&nbsp;เพื่อเป็นการเฝ้าระวังและป้องกันโควิด-19</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>โดยผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;ได้ย้ำมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน&nbsp;10&nbsp;รสขม</strong>&nbsp;โดยเฉพาะดื่มไม่ขับ&nbsp;เมาไม่ขับ&nbsp;โทรไม่ขับ&nbsp;ขับขี่ด้วยความปลอดภัย&nbsp;สวมใส่หมวกกันน็อค&nbsp;เพื่อให้พี่น้องประชาชนเดินทางด้วยความปลอดภัย&nbsp;พร้อมย้ำการป้องกันโควิด-19&nbsp;ด้วยการสวมหน้ากากอนามัย&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์&nbsp;และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อให้ทุกคนปลอดภัยจากอุบัติเหตุ&nbsp;มีความสุขในช่วงเทศกาลปีใหม่และห่างไกลจากโควิด-19</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;จังหวัดยโสธรมีการตั้งจุดตรวจในพื้นที่ทั้ง&nbsp;9&nbsp;อำเภอ&nbsp;รวม&nbsp;130&nbsp;แห่ง&nbsp;</strong>ระหว่างวันที่&nbsp;29&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;2&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มีการเกิดอุบัติเหตุรวม&nbsp;10&nbsp;ครั้ง&nbsp;มีผู้เสียชีวิต&nbsp;2&nbsp;รายและบาดเจ็บ&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;พฤติกรรมเสี่ยง&nbsp;ได้แก่&nbsp;ดื่มแล้วขับ&nbsp;ทัศนวิสัยไม่ดี&nbsp;ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดยังคงเป็น&nbsp;รถจักรยานยนต์&nbsp;ประเภทถนนที่เกิดอุบัติเหตุ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ถนนในหมู่บ้าน&nbsp;,&nbsp;อบต.&nbsp;,&nbsp;ถนนทางหลวงชนบท&nbsp;สำหรับพื้นที่เกิดอุบัติเหตุ&nbsp;ได้แก่&nbsp;อ.ไทยเจริญ&nbsp;อ.ป่าติ้ว&nbsp;อ.คำเขื่อนแก้ว&nbsp;และ&nbsp;อ.เลิงนกทา&nbsp;</p>	4/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ยโสธร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104090149004
76	รับมือการแพร่ระบาดโควิด-19 หลังเทศกาลปีใหม่ ย้ำประชาชนทำงานที่บ้านตรวจ ATK 	<p><strong>นายแพทย์เฉวตสรร&nbsp;นามวาท</strong>&nbsp;ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน&nbsp;กรมควบคุมโรค&nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ได้จัดมาตรการรองรับการเดินทางหลังเทศกาลปีใหม่เพื่อความเสี่ยงการแพร่กระจายเชื้อโควิด-19&nbsp;ขอความร่วมมือหน่วยงานภาคเอกชน&nbsp;WFH&nbsp;ให้ได้มากที่สุด&nbsp;เช่นเดียวกับภาครัฐ&nbsp;ขณะที่ประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนา&nbsp;หรือท่องเที่ยวขอตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;และสังเกตอาการ&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการเตรียมพร้อมรับมือด้านสาธารณสุข</strong>ประเมินการเพิ่มเตียงไว้ประมาณร้อยละ&nbsp;10&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;และสามารถขยายเพิ่มได้อีกร้อยละ&nbsp;80&nbsp;หรือเพิ่มตามสถานการณ์&nbsp;พร้อมๆ&nbsp;กับการเตรียมระบบการรักษาตัวที่บ้านและศูนย์ชุมชนสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการไม่มากโดยเฉพาะสายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;ซึ่งหลังจากนี้จะต้องติดตามสถานการณ์ผู้ติดเชื้ออย่างใกล้ชิดในช่วงสัปดาห์ที่&nbsp;2&nbsp;ของเดือนนี้เป็นต้นไป</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;</strong>นายอนุทิน&nbsp;ชาญวีรกูล&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ได้ย้ำให้ติดตามสถานการณ์และติดตามการดำเนินการจัดพื้นที่ของสถานประกอบการตามาตรการโควิด&nbsp;ฟรีเซตติ้ง&nbsp;ว่าดำเนินการได้รอบด้านเพียงใดโดยเฉพาะสถานบันเทิงที่ดัดแปลงเป็นร้านอาหารที่ต้องมีระบบบระบายอากาศที่ดี&nbsp;โดยประสานงานกับคณะกรรมการโรคติดต่อระดับจังหวัดในการเข้มงวดอย่างใกล้ชิด&nbsp;พร้อมกันนี้ยังเตียมนำข้อมูลการประเมินสถานการณ์ภาพรวมของการแพร่ระบาดเพื่อเสนอต่อ&nbsp;ศบค.ในการเลื่อนมาตรการเทสแอนด์โอออกไปซึ่งจะได้ความชัดเจนในสัปดาห์นี้</p><p><br></p><p><br></p>	4/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104102435045
77	สถิติอุบัติเหตุทางถนน 7 วัน เทศกาลปีใหม่ 2565 รวม 6 วัน จ.จันทบุรีเกิดอุบัติเหตุทางถนน 23 ครั้ง จุดตรวจสอยดาวคัดกรอง ATK ผู้เดินทางกลับเข้าทำงานในจันทบุรี	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ข้อมูลจากศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;พ.ศ.2565</strong>&nbsp;ชีวิตวิถีใหม่&nbsp;ขับขี่อย่างปลอดภัย&nbsp;ไร้อุบัติเหตุ&nbsp;จังหวัดจันทบุรี&nbsp;(รวม&nbsp;6&nbsp;วัน&nbsp;)&nbsp;มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนทั้งสิ้น&nbsp;23&nbsp;ครั้ง&nbsp;ทั้งนี้จังหวัดจันทบุรีได้บูรณาการหน่วยงานทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;ท้องถิ่น&nbsp;ท้องที่&nbsp;อาสาสมัครในการตั้งจุดตรวจรณรงค์ลดอุบัติเหตุ&nbsp;เข้มงวดผู้ใช้รถใช้ถนน&nbsp;และประชาสัมพันธ์เส้นทางการท่องเที่ยวครอบคลุมบนถนนสายหลักและถนนสายรองด่านชุมชนเชื่อมต่อหมู่บ้านทั้ง&nbsp;10&nbsp;อำเภอ&nbsp;รวม&nbsp;28&nbsp;จุดตรวจ&nbsp;เรียกตรวจรถไปแล้วทั้งสิ้น&nbsp;33,342&nbsp;คัน&nbsp;พบการกระทำผิดกฎหมายจราจร&nbsp;รวม&nbsp;5,843&nbsp;ราย&nbsp;แยกเป็นไม่สวมหมวกนิรภัย&nbsp;1,664&nbsp;ราย&nbsp;,&nbsp;ไม่มีใบขับขี่&nbsp;1,535&nbsp;ราย&nbsp;,&nbsp;ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย&nbsp;1,038&nbsp;ราย&nbsp;,&nbsp;มอเตอร์ไซด์ไม่ปลอดภัย&nbsp;584&nbsp;ราย&nbsp;,&nbsp;ใช้ความเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด&nbsp;539&nbsp;ราย&nbsp;,&nbsp;เมาสุรา&nbsp;203&nbsp;ราย&nbsp;,ขับรถย้อนศร&nbsp;155&nbsp;ราย&nbsp;,&nbsp;ฝ่าฝืนสัญญาณจราจร&nbsp;60&nbsp;ราย&nbsp;,&nbsp;แซงในที่คับขัน&nbsp;26&nbsp;ราย&nbsp;,&nbsp;และใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในขณะขับรถ&nbsp;39&nbsp;ราย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ด้านจุดบริการประชาชนเขาแหลม&nbsp;ของศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;พ.ศ.2565</strong>&nbsp;อำเภอสอยดาว&nbsp;จังหวัดจันทบุรี&nbsp;นายอำเภอสอยดาวได้สั่งการปลัดอำเภอสอยดาว&nbsp;ตำรวจ&nbsp;สภ.สอยดาว&nbsp;ตชด.114&nbsp;ทหาร&nbsp;ขนส่งจังหวัดจันทบุรีสาขาสอยดาว&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหม่บ้านและทีม&nbsp;CDCU&nbsp;อำเภอสอยดาว&nbsp;รณรงค์อุบัติเหตุจราจร&nbsp;เทศกาลปีใหม่และตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ประชาชนที่เดินทางกลับมาจังหวัดจันทบุรี&nbsp;ซึ่งเป็นไปตามมาตรการและประกาศของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&nbsp;และสร้างความมั่นใจ&nbsp;ก่อนเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือต่างจังหวัด&nbsp;และเดินทางกลับมาทำงานต่อที่จังหวัดจันทบุรี&nbsp;ได้อย่างปลอดภัย&nbsp;หากพบผลตรวจเป็นบวก&nbsp;จะทำการตรวจซ้ำด้วยวิธี&nbsp;RT-&nbsp;PCR&nbsp;และส่งต่อเพื่อเข้าสู่กระบวนการรักษาต่อไป</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	4/1/2022	ภาคตะวันออก	จันทบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104120935127
78	นายกรัฐมนตรีย้ำทุกฝ่ายติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์การแพร่ระบาดการติดเชื้อโควิด-19 หลังเทศกาลปีใหม่ เพื่อเตรียมรับมือให้ทันต่อสถานการณ์	<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ย้ำทุกฝ่ายติดตามการเฝ้าระวังสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;หลังเทศกาลปีใหม่อย่างต่อเนื่อง</strong>เพื่อเตรียมรับมือให้ทันกับสถานการณ์เนื่องจากขณะนี้พบมีผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอมิครอนเพิ่มขึ้นทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก&nbsp;ทำให้ประเทศไทยต้องประกาศชะลอการเดินทางเข้าประเทศในระบบ&nbsp;Test&nbsp;&amp;&nbsp;Go&nbsp;เพื่อประเมินสถานการณ์จนถึงวันที่&nbsp;4&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;กรณีผู้เดินทางในระบบ&nbsp;Test&nbsp;&amp;&nbsp;Go&nbsp;ที่ยังค้างอยู่ในระบบหากต้องการใช้สิทธิตามที่ลงทะเบียน&nbsp;จะต้องเดินทางเข้ามาภายในวันที่&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;หลังจากนั้นหากบุคคลใดต้องการเข้ามาประเทศไทยจะต้องเข้าระบบแซนด์บ็อกซ์ที่จังหวัดภูเก็ต&nbsp;หรือ&nbsp;ผ่านระบบกักตัวเท่านั้น&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนตรวจคัดกรองด้วย&nbsp;ATK&nbsp;โดยทำงานที่บ้านเป็นเวลา&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;แต่หากต้องเริ่มปฏิบัติงานทันทีขอให้ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเข้าทำงาน</strong>&nbsp;ซึ่งในสัปดาห์แรกให้ตรวจ&nbsp;2&nbsp;ครั้งห่างกันอย่างน้อย&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;พร้อมทั้งเฝ้าระวังอาการจนครบ&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;งดการรวมกลุ่มพูดคุย/รับประทานอาหาร&nbsp;หากเกิดการติดเชื้อในโรงงานไม่จำเป็นต้องปิดโรงงาน&nbsp;แต่ขอให้ใช้มาตรการ&nbsp;Bubble&nbsp;&amp;&nbsp;Seal&nbsp;เพื่อไม่ให้เกิดการแพร่กระจายเชื้อออกภายนอก&nbsp;</p>	4/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104105427072
79	นพ.สาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี  เข้มมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด -19 สถานการณ์ช่วงสิ้นปีถึงช่วงเทศกาลปีใหม่ 2565  ยืนยันในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีไม่พบผู้ติดเชื้อโอมิครอน	<p><strong>(4&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;นพ.เพชรฤกษ์&nbsp;แทนสวัสดิ์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;มีผู้ติดเชื้อโควิด&nbsp;-19&nbsp;ทรงตัว&nbsp;เฉลี่ยประมาณวันละ&nbsp;8-9&nbsp;คน&nbsp;จังหวัดเพชรบุรีมีมาตรการเข้มข้นในการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด&nbsp;-19&nbsp;มีเคสโอมิครอนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงประปรายในพื้นที่อำเภอชะอำ&nbsp;จากการตรวจหาเชื้อแล้วพบเป็นเชื้อเดลต้าธรรมดา&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด&nbsp;-19&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ตั้งแต่ช่วงสิ้นปี&nbsp;ถึงเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;เชื้อโอมิครอนในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีถึงวันนี้&nbsp;(4&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;ไม่มีผู้ติดเชื้อ&nbsp;สำหรับผู้ที่เดินทางมาในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;อยู่กับญาติพี่น้อง&nbsp;มาท่องเที่ยว&nbsp;เน้นย้ำ&nbsp;เมื่อกลับไปแล้วขอให้ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเข้าที่ทำงาน&nbsp;เพื่อควบคุมการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด&nbsp;-19&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการบริหารจัดการวัคซีนในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีจะเริ่มฉีดเพิ่มเติมกระตุ้นเข็ม&nbsp;3&nbsp;</strong>ตามเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;นักเรียนอายุ&nbsp;12-18&nbsp;ปี&nbsp;เปิดบริการฉีดตามปกติ&nbsp;สำหรับเด็กอายุ&nbsp;5-11&nbsp;ปี&nbsp;จะเริ่มสำรวจกลุ่มเป้าหมายตามโรงเรียนเพื่อรับการฉีดวัคซีนไฟเซอร์สำหรับสูตรเด็ก&nbsp;คาดว่าจะเริ่มฉีดได้ในเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ขอให้พี่น้องประชาชนตระหนักและเฝ้าระวังตามมาตรการ&nbsp;ของสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;การ์ดไม่ตก</p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>	4/1/2022	ภาคตะวันตก	เพชรบุรี	สวท.เพชรบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104102318043
80	ผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน ขอความร่วมมือทุกแห่งตรวจหาเชื้อโควิด-19  เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด	<p><strong>นายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;ขอความร่วมมือภาครัฐ-เอกชน&nbsp;ทุกองค์กร&nbsp;ทุกสถานประกอบการทุกประเภท&nbsp;หน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;โรงเรียน&nbsp;สถานที่มีการรวมกลุ่ม&nbsp;คัดกรองความเสี่ยงเจ้าหน้าที่/พนักงาน&nbsp;หลังเทศกาลปีใหม่&nbsp;โดยทำการตรวจหรือสุ่มตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;ด้วย&nbsp;ATK&nbsp;เมื่อกลับเข้ามาปฏิบัติงาน&nbsp;หากพบผลเป็นบวก&nbsp;(Positive)&nbsp;ให้แจ้งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อในพื้นที่ทันที&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;เน้นย้ำทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องติดตาม&nbsp;ประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดหลังปีใหม่อย่างใกล้ชิด&nbsp;เตรียมแผนการรองรับล่วงหน้า&nbsp;ให้สามารถรับมือได้อย่างทันท่วงที&nbsp;สำหรับผู้ที่คิดว่าตนเองมีความเสี่ยงสูง&nbsp;ขอให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน&nbsp;กักตัว&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เพื่อลดการติดเชื้อภายในครอบครัว&nbsp;รวมทั้งลดการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19&nbsp;ออกไปสู่ผู้อื่นด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	4/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104102641049
81	นายกรัฐมนตรีห่วงใยประชาชน แนะให้ตรวจ ATK หลังกลับมาทำงาน ขณะที่จังหวัดแพร่ 6 วันเฝ้าระวังอันตรายยังไม่มีผู้เสียชีวิต	"<p><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;มีความห่วงใยประชาชนในช่วง&nbsp;""เทศกาลปีใหม่&nbsp;2565""&nbsp;ได้กำชับให้แต่ละจังหวัดเข้มงวด&nbsp;เฝ้าระวัง&nbsp;คัดกรองประชาชนที่เดินทางกลับบ้าน&nbsp;และเมื่อกลับมาทำงาน&nbsp;ให้นายจ้าง&nbsp;สถานประกอบการตรวจคัดกรองบุคลากรที่กลับจากการไปเทศกาลปีใหม่ด้วย&nbsp;ATK&nbsp;พร้อมให้ทุกคนใส่ใจเอกสารรับรองการฉีดวัคซีน&nbsp;COVID-19&nbsp;เพราะจะมีการตรวจทั้งการเดินทางตั้งแต่การขึ้นเครื่องบิน&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;และขอให้ไปฉีดวัคซีน&nbsp;COVID-19&nbsp;เพื่อให้มีระบบการลงทะเบียนบันทึกที่ถูกต้องและนำไปใช้อ้างอิงได้&nbsp;ตลอดจนการเดินทางของประชาชนในช่วง&nbsp;""ปีใหม่&nbsp;2565""&nbsp;ขอให้ทุกคนให้ความสำคัญกับการกวดขันวินัยจราจรอย่างจริงจัง&nbsp;เจ้าหน้าที่เน้นบังคับใช้กฎหมายเข้มกับสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุ&nbsp;การขับรถเร็ว&nbsp;การเมาสุราขณะขับขี่&nbsp;การตั้งด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์รอบพื้นที่จัดงาน&nbsp;และกวดขันการสวมหมวกกันน็อค&nbsp;กรณีตรวจพบผู้ขับขี่มีปริมาณแอลกอฮอล์เกินกำหนด&nbsp;นอกจากดำเนินคดีกับผู้ขับขี่แล้ว&nbsp;ให้ขยายผลมาตรการทางกฎหมายไปถึงสถานที่จำหน่ายสุราให้ผู้ขับขี่ด้วย&nbsp;เช่น&nbsp;การพักใช้ใบอนุญาตจำหน่ายสุรา&nbsp;หรือการสนับสนุนให้เกิดการกระทำผิดต่อไป&nbsp;การจัดงานปีใหม่หลายจังหวัดประกาศยกเลิกงานปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้จังหวัดแพร่มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุในช่วง&nbsp;7&nbsp;วัน</strong>เฝ้าระวังอันตราย&nbsp;ผ่านไป&nbsp;6&nbsp;วัน&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;29&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;3&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เกิดอุบัติเหตุสะสม&nbsp;48&nbsp;ครั้ง&nbsp;ผู้บาดเจ็บสะสม&nbsp;51&nbsp;ราย&nbsp;ไม่มีผู้เสียชีวิต&nbsp;</p><p><strong>ในส่วนของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19</strong>&nbsp;ของจังหวัดแพร่ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;3&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มีผู้ป่วยสะสม&nbsp;2,130&nbsp;คน&nbsp;ผู้ป่วยยังรักษาตัวอยู่&nbsp;58&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;2,052&nbsp;คน&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;17&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	4/1/2022	ภาคเหนือ	แพร่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104103626056
82	ยะลา ประชาชนแห่ตรวจโควิด -19 ป้องกันโอมิครอนหลังปีใหม่	<p><strong>ยะลา&nbsp;ประชาชนแห่ตรวจโควิด&nbsp;-19&nbsp;ป้องกันโอมิครอนหลังปีใหม่</strong></p><p><br></p><p><strong>เปิดวันแรก&nbsp;หลังหยุดยาวช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;4&nbsp;วัน&nbsp;&nbsp;ให้บริการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;โรงยาบาลยะลา&nbsp;</strong>&nbsp;ประชาชนที่เพิ่งเดินทางกลับจากภูมิลำเนาไปยังจังหวัดต่างๆ&nbsp;รวมถึงไปท่องเที่ยว&nbsp;ได้เดินทาง&nbsp;ไปรอเข้าคิวตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;กันจำนวนมาก&nbsp;&nbsp;เพื่อป้องกันตนเอง&nbsp;และครอบครัว&nbsp;&nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่กังวลกับการระบาดของโควิดโอมิครอน</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;ทาง&nbsp;รพ.ยะลา&nbsp;ระบุ&nbsp;วันนี้คนมากเป็นพิเศษ</strong>&nbsp;เนื่องจากเป็นวันเปิดทำการ&nbsp;ของ&nbsp;รพ.ยะลา&nbsp;วันแรก&nbsp;ทำให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงมาเข้ารับการตรวจหาเชื้อจำนวนมาก&nbsp;&nbsp;แต่ก็เป็นสิ่งที่ดี&nbsp;เนื่องจากแต่ละคนกลับจากไปจังหวัดอื่น&nbsp;อาจจะเสี่ยงในการติดเชื้อและนำกลับเข้ามาระบาดในพื้นที่&nbsp;หากพบผลเป็นบวก&nbsp;จะได้รีบรักษาป้องกันเชื้อแพร่กระจายในพื้นที่&nbsp;ยิ่งช่วงนี้หลายจังหวัดมีโควิดโอมิครอน&nbsp;ระบาดรวดเร็วมาก</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	4/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104103857061
83	สาธารณสุขอำเภอศรีเทพ แจ้งผู้ป่วยหญิงติดโอมิครอนจริง	<p><strong>นางสาวรุ่งพิทยา&nbsp;คณะช่าง&nbsp;สาธารณสุขอำเภอศรีเทพ</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงกรณีการพบผู้ติดเชื้อโอมิครอนในพื้นที่อำเภอศรีเทพ&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;ว่า&nbsp;ผู้ติดเชื้อเป็นเพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;34&nbsp;ปี&nbsp;เดินทางไปทำงานที่กรุงเทพฯ&nbsp;คาดว่ามีการติดเชื้อมาจากกรุงเทพ&nbsp;และเดินทางกลับจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;โดยรถโดยสารประจำทาง&nbsp;ในวันที่&nbsp;27&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ได้รับการตรวจหาเชื้อแบบ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเข้าบ้าน&nbsp;เมื่อผลตรวจเป็น&nbsp;Positive&nbsp;ทางสำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีเทพ&nbsp;ดำเนินการกักตัวในทันที&nbsp;ในส่วนของชุมชนสาธารณสุขอำเภอศรีเทพ&nbsp;ได้เข้าไปสอบสวนโรคในพื้นที่&nbsp;พบผู้สัมผัสเสี่ยงสูง&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;จึงได้ดำเนินการตรวจหาเชื้อแบบ&nbsp;ATK&nbsp;ไม่พบผู้ติดเชื้อ&nbsp;จากนั้นมีการกักตัว&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;&nbsp;ตามมาตรการของคณะกรรมการควบคุมโรคจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้สัมผัสเสี่ยงในรถโดยสารประจำทางที่ผู้ติดเชื้อนั่งมาคันเดียวกัน</strong>&nbsp;ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;ได้ดำเนินการสอบสวนโรคตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ครบทุกคนติดตามและเฝ้าสังเกตอาการ&nbsp;ยังไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม&nbsp;ขณะนี้ผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;ได้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลศรีเทพ&nbsp;และไม่มีอาการรุนแรง&nbsp;</p><p><strong>นางสาวรุ่งพิทยา&nbsp;คณะช่าง&nbsp;สาธารณสุขอำเภอศรีเทพ&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;สำหรับผู้ที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่อำเภอศรีเทพ&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;ทุกท่าน&nbsp;ทางอำเภอศรีเทพมีเครือข่ายเฝ้าระวังโดยชุมชน&nbsp;และจุดคัดกรอง&nbsp;ATK&nbsp;ในกรณีมีกลุ่มสงสัยเสี่ยงการติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ที่เดินทางมาจากพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาด&nbsp;สามารถตรวจได้ที่&nbsp;รพ.สต.ทุกแห่ง&nbsp;สำหรับอำเภอศรีเทพดำเนินการบริการฉีดวัคซีนเชิงรุก&nbsp;เพื่อการเข้าถึงชุมชนให้มากที่สุด&nbsp;โดยให้&nbsp;รพ.สต.ในพื้นที่จัดบริการฉีดวัคซีนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;จนถึงเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;ให้แล้วเสร็จก่อนวันที่&nbsp;10&nbsp;มกราคมนี้&nbsp;เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย&nbsp;ร้อยละ&nbsp;70&nbsp;ตามนโยบายเปิดประเทศ&nbsp;โดยอำเภอศรีเทพมีผลการดำเนินงานฉีดวัคซีนได้ครอบคลุม&nbsp;ร้อยละ&nbsp;88</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	4/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	เพชรบูรณ์	สวท.เพชรบูรณ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104114100111
84	ผู้ว่าฯ อุบลราชธานี ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ ณ โรงพยาบาลสนาม พร้อมกำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวัง และปฏิบัติตามมาตรการอย่างเข้มงวด หากพบการฝ่าฝืน ให้ดำเนินการตามกฎหมายทันที	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>&nbsp;วันนี้&nbsp;4&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.</strong>&nbsp;นายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;ณ&nbsp;โรงพยาบาลสนาม&nbsp;โดยจุดแรกเดินทางไปที่โรงพยาบาลสนามศูนย์การเรียนรู้บ้านยางน้อย&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี&nbsp;อำเภอเขื่องใน&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ซึ่งโรงพยาบาลสนามแห่งนี้จัดตั้งขึ้น&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;""คนอุบลไม่ทอดทิ้งกัน""&nbsp;ดูแลผู้ป่วยดุจญาติมิตร&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ได้กล่าวให้กำลังใจเจ้าหน้าที่&nbsp;พร้อมสอบถามสิ่งที่&nbsp;รพ.&nbsp;ยังขาดแคลนและต้องการการช่วยเหลือจากจังหวัด&nbsp;จากนั้น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ได้มอบกระเช้าของขวัญเป็นการให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>จากนั้น&nbsp;เวลา&nbsp;11.30&nbsp;น.</strong>&nbsp;นายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;พร้อมด้วยนายศุภภิมิตร&nbsp;เปาริก&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;เดินทางไปที่หอพักนักศึกษา&nbsp;ภายในมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี&nbsp;เพื่อสอบถามแนวทางและมาตรการในการดูแลผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;ซึ่งกักตัวอยู่ภายในหอพัก&nbsp;โดยทางมหาวิทยาลัยได้จัดแยกหอพักสำหรับผู้ป่วย&nbsp;มีมาตรการดูแลการเข้าออกอย่างเข้มงวด&nbsp;ในโอกาสนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ได้กล่าวให้กำลังเจ้าหน้าที่ทุกคน&nbsp;และกล่าวขอบคุณที่เสียสละเวลาส่วนตัวเพื่อสวนรวม&nbsp;พร้อมมอบขนม&nbsp;นม&nbsp;และน้ำดื่มให้กับเจ้าหน้าที่ด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ต่อจากนั้น&nbsp;เวลา&nbsp;12.30&nbsp;น.</strong>&nbsp;นายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;พร้อมด้วยนายศุภภิมิตร&nbsp;เปาริก&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;เดินทางมาตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณศาลาจตุรมุข&nbsp;ทุ่งศรีเมือง&nbsp;ซึ่งจุดดังกล่าวเป็นจุดตรวจโควิด-19&nbsp;เคลื่อนที่&nbsp;ที่เปิดให้ผู้ที่มีความเสี่ยงสูง&nbsp;ร่วมพ่อค้าแม่ค้า&nbsp;ที่เดินทางมาขายของภายในงานปีใหม่&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ได้เข้ามาใช้บริการ&nbsp;ในการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เพื่อความปลอดภัยของผู้ที่เดินทางมาร่วมงาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ได้กำชับเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกหน่วยงาน</strong>&nbsp;ได้เฝ้าระวังและดำเนินการอย่างเข้มงวด&nbsp;พร้อมมีคำสั่งปิดสถานที่เสี่ยงหลายแห่ง&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19&nbsp;มีแนวโน้มการแพร่ระบาดเพิ่มมากขึ้น&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;วันที่&nbsp;4-17&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;หากผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนี้&nbsp;มีโทษตามมาตรา&nbsp;52&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ&nbsp;พ.ศ.2558&nbsp;ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี&nbsp;หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับและมีความผิดตามมาตรา&nbsp;18&nbsp;แห่งพระราชกำหนดการบริหารราซการในสถานการณ์ฉุกเฉิน&nbsp;พ.ศ.2548&nbsp;ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี&nbsp;หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับแล้วแต่กรณี&nbsp;เนื่องจากเป็นกรณีที่มีความจำเป็นรีบด่วน&nbsp;หากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะก่อให้เกิดผลเสียหายอย่างร้ายแรงแก่สาธารณชน&nbsp;หรือผลกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ&nbsp;จึงไม่อาจให้คู่กรณีใช้สิทธิโต้แย้ง&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;30&nbsp;วรรคสอง&nbsp;(1)&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง&nbsp;พ.ศ.2539&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;วันที่&nbsp;4-17&nbsp;มกราคม&nbsp;พ.ศ.2565</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;วันที่&nbsp;3&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;พบมีผู้ติดเชื้อเพิ่ม&nbsp;จำนวนมากถึง&nbsp;329&nbsp;ราย&nbsp;โดยติดเชื้อจากต่างจังหวัด&nbsp;11&nbsp;ราย&nbsp;ติดเชื้อในพื้นที่จังหวัด&nbsp;318&nbsp;ราย&nbsp;แยกเป็น&nbsp;อ.เมืองอุบลราชธานี&nbsp;155&nbsp;ราย&nbsp;อ.พิบูลมังสาหาร&nbsp;40&nbsp;ราย&nbsp;อ.วารินชำราบ&nbsp;39&nbsp;ราย&nbsp;อ.เหล่าเสือโก้ก&nbsp;18&nbsp;ราย&nbsp;อ.เดชอุดม&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;อ.นาเยีย&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;อ.สิรินธร&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่ละ&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;ได้แก่&nbsp;อ.สำโรง&nbsp;อ.ตาลสุม&nbsp;อ.ม่วงสามสิบ&nbsp;อ.บุณฑริก&nbsp;อ.นาจะหลวย&nbsp;&nbsp;พื้นที่ละ&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ได้แก่&nbsp;อ.โขงเจียม&nbsp;อ.เขื่องใน&nbsp;อ.เขมราฐ&nbsp;อ.น้ำยืน&nbsp;พื้นที่ละ&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ได้แก่&nbsp;อ.ตระการพืชผล&nbsp;อ.กุดข้าวปุ้น&nbsp;อ.ดอนมดแดง&nbsp;อ.สว่างวีระวงศ์&nbsp;ส่วน&nbsp;อ.โพธิ์ไทร&nbsp;มี&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;มีผู้ป่วยรักษาหายเพิ่ม&nbsp;11&nbsp;ราย&nbsp;ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม&nbsp;&nbsp;</p>"	4/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104112912098
85	สภาผู้แทนราษฏร งดประชุมสภาและกรรมาธิการทุกคณะ โดยให้ข้าราชการทำงานจากบ้านพัก 100% 	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">บรรยากาศที่อาคารรัฐสภา&nbsp;เป็นไปด้วยความเงียบเหงา</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;หลังจากนายชวน&nbsp;หลีกภัย&nbsp;ประธานสภาผู้แทนราษฏร&nbsp;มีคำสั่งงดการประชุมช่วงสัปดาห์แรกของเดือนมกราคมนี้&nbsp;ในวันที่&nbsp;5-6&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;รวมทั้งเลื่อนพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ&nbsp;แต่งตั้ง&nbsp;นายแพทย์ชลน่าน&nbsp;ศรีแก้ว&nbsp;ส.ส.น่าน&nbsp;และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย&nbsp;ให้เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรออกไปก่อน&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;</span><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ขณะเดียวกัน&nbsp;สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">มีคำสั่งให้ข้าราชการของสำนักงานทำงานที่บ้าน&nbsp;(Work&nbsp;From&nbsp;Home)&nbsp;แบบ&nbsp;100%&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1-9&nbsp;มกราคม&nbsp;โดยยังมีผู้ปฏิบัติงานในหน้าที่ที่สำคัญ&nbsp;เช่น&nbsp;การดูแลรักษาความปลอดภัย&nbsp;รวมถึงแม่บ้านทำความสะอาดสถานที่ที่ต้องปฏิบัติงานในพื้นที่ระหว่างนี้&nbsp;โดยวางมาตรการอย่างเข้มข้น&nbsp;โดยการตรวจหาเชื้อเบื้องต้นด้วย&nbsp;ATK&nbsp;ให้กับข้าราชการเจ้าหน้าที่ที่จะเข้าปฏิบัติงานภายในสำนักงาน&nbsp;สมาชิกและผู้ติดตาม&nbsp;รวมถึงสื่อมวลชนประจำรัฐสภา&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.&nbsp;-15.00&nbsp;น.</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	4/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104152549268
86	จ.ชัยนาท สถานศึกษาหลายแห่งปิดการเรียนการสอนแบบ ON - SITE  ลดเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 หลังหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ 2565	<p><strong>วันนี้&nbsp;4&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&nbsp;สถานศึกษาหลายแห่งในพื้นที่&nbsp;จ.ชัยนาท&nbsp;ประกาศปิดการเรียนการสอนแบบ&nbsp;ON&nbsp;-&nbsp;SITE</strong>&nbsp;เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่กระจายเชื้อโควิด-19&nbsp;หลังจากในช่วงวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวันของเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;และปรับมาใช้รูปแบบการเรียนมาเป็นแบบ&nbsp;ONLINE&nbsp;เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่กระจายเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;โดยเฉพาะสายพันธุ์&nbsp;โอมิครอน</p><p><strong>นายประยูร&nbsp;เขียวอินทร์&nbsp;ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลชัยนาท&nbsp;หนึ่งในสถานศึกษาที่ปิดทำการเรียนการสอน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จากการที่กระทรวงศึกษาธิการให้ความห่วงใย&nbsp;ครู&nbsp;บุคลากรทางการศึกษา&nbsp;และนักเรียน&nbsp;จึงมีนโยบายเกี่ยวกับการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;หรือโควิด-19&nbsp;ทางโรงเรียนอนุบาลชัยนาทจึงได้ปฏิบัติตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;ในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&nbsp;โดยเฉพาะสายพันธุ์ใหม่&nbsp;โอมิครอน&nbsp;เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาเป็นช่วงของวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;และมีการเคลื่อนย้ายของประชาชนจำนวนมาก&nbsp;รวมถึงตัวบุคลากรทางการศึกษา&nbsp;ผู้ปกครอง&nbsp;และนักเรียน&nbsp;อาจจะเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยงต่อการกระจายของเชื้อโรค&nbsp;ซึ่งทางโรงเรียนอนุบาลชัยนาทจึงได้ทำการหยุดการเรียนการสอนแบบ&nbsp;ON&nbsp;-&nbsp;SITE&nbsp;และปรับมาใช้รูปแบบการเรียนการสอนแบบ&nbsp;ONLINE&nbsp;เป็นเวลา&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;และหลังจากนั้นทางโรงเรียนจะทำการประเมินสถานการณ์อีกครั้งว่าจะสามารถกลับมาเปิดการเรียนการสอนตามปกติได้หรือไม่</p><p>นอกจากนี้ทางโรงเรียนยังได้มีการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ให้กับครู&nbsp;บุคลากรทางการศึกษาทุกคน&nbsp;และหากโรงเรียนสามารถกลับมาเปิดทำการเรียนการสอนได้ตามปกติก็ยังจะต้องยึดใน&nbsp;6&nbsp;มาตรการหลัก&nbsp;6&nbsp;มาตรการเสริมและ&nbsp;7&nbsp;มาตรการเข้ม&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อภายในโรงเรียนอีกด้วย</p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	4/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	ชัยนาท	สวท.ชัยนาท	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104112759096
87	โรงพยาบาลลำปาง ตรวจ ATK ก่อนเข้าปฏิบัติงานหลังเทศกาลปีใหม่	<p><strong>นายแพทย์พงษ์ศักดิ์&nbsp;โสภณ&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลลำปาง</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายแพทย์นรัตว์&nbsp;ประสพโชค&nbsp;รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์&nbsp;และนางสมพร&nbsp;เลิศวิริยเสถียร&nbsp;รองผู้อำนวยการฝ่ายการพยาบาล&nbsp;นำทีมบุคลากรทางการแพทย์&nbsp;นักศึกษาแพทย์&nbsp;นักศึกษาฝึกงาน&nbsp;และพนักงานจ้างเหมา&nbsp;ตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ด้วยชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;หลังเทศกาลปีใหม่&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์สุขภาพชุมชนหัวเวียง&nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่กลุ่มงานเวชกรรมสังคม&nbsp;ให้บริการตรวจ&nbsp;เพื่อตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;และเป็นไปตามนโยบายทางสาธารณสุขของจังหวัดลำปาง&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	4/1/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104113003099
88	ข้าราชการโคราชทยอยตรวจหาเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน ตามข้อสั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดหลังกลับภูมิลำเนาช่วงปีใหม่ ป้องกันการระบาดในสถานที่ราชการ และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนที่มาใช้บริการ	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ข้าราชการโคราชทยอยตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;ตามข้อสั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดหลังกลับภูมิลำเนาช่วงปีใหม่&nbsp;ป้องกันการระบาดในสถานที่ราชการ&nbsp;และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนที่มาใช้บริการ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(4&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา</strong>&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;ลูกจ้าง&nbsp;และเจ้าหน้าที่ทหาร&nbsp;ที่ปฏิบัติหน้าที่ภายในศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ต่างทยอยเข้าตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;หลังเปิดทำงานวันแรก&nbsp;ตามข้อสั่งการที่ประชุมศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;โดยนายวิเชียร&nbsp;จันทรโณทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ลงวันที่&nbsp;3&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ขอให้ส่วนราชการสอดส่องดูแลเจ้าหน้าที่ในสังกัด&nbsp;หากทราบว่าเจ้าหน้าที่เดินทางกลับจากต่างจังหวัด&nbsp;ขอให้ทำการตรวจค้นหาเชื้อโควิด-19&nbsp;ด้วยชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเข้าปฏิบัติงาน&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ในหน่วยงานราชการ&nbsp;หลังเทศกาลปีใหม่ผ่านพ้นไป&nbsp;และเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชที่มาติดต่อราชการ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา</strong>&nbsp;พบผู้ป่วย&nbsp;แล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;11&nbsp;ราย&nbsp;รักษาที่&nbsp;รพ.มหาราชนครราชสีมา&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;รพ.กรุงเทพราชสีมา&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;รพ.ขามทะเลสอ&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;รพ.พิมาย&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;รพ.เสิงสาง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;รพ.ค่ายสุรนารี&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;รพ.ครบุรี&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;รพ.บัวใหญ่&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และ&nbsp;รพ.ประทาย&nbsp;1&nbsp;ราย</p>	4/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครราชสีมา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104113439104
89	ประธานหอการค้าพะเยา เชิญชวนร่วมกิจกรรม เปิดเมืองพะเยากระตุ้นเศรษฐกิจ วันที่13-16 มกราคมนี้ ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19	<p><strong>นายณรงค์ชัย&nbsp;สุทธิกุลบุตร&nbsp;ประธานหอการค้าจังหวัดพะเยา</strong>&nbsp;กล่าวในรายการวิทยุ&nbsp;อยู่รู้สู้โควิด&nbsp;ทาง&nbsp;สวท.พะเยา&nbsp;FM&nbsp;95.25&nbsp;MHz.&nbsp;ว่า&nbsp;ขณะนี้ภาครัฐและภาคเอกชนร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจเปิดบ้านเปิดเมืองพะเยาในปี&nbsp;2565&nbsp;โดยจะเน้นเรื่องการท่องเที่ยวเป็นอันดับแรก&nbsp;พร้อมจัดกิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;เปิดเมืองพะเยากระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;13-16&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;โดยมีกิจกรรมดังนี้&nbsp;</p><p>วันที่&nbsp;13&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;รับประทานอาหารแบบขันโตกพร้อมชมการแสดง&nbsp;แสง&nbsp;สี&nbsp;เสียง&nbsp;ณ&nbsp;วัดพระธาตุจอมทอง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดพะเยา&nbsp;</p><p>วันที่&nbsp;14&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ช่วงเช้าพิธีตานข้าวทิพย์&nbsp;พระเจ้าตนหลวง&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณกว๊านพะเยา&nbsp;ช่วงเย็นกิจกรรมของชุมชน&nbsp;ณ&nbsp;กาดหล่ายต้า&nbsp;ตำบลแม่ต๋ำ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดพะเยา&nbsp;ซึ่งจะจัดขึ้นเดือนละครั้ง&nbsp;</p><p>วันที่&nbsp;15&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ช่วงเช้าเป็นกิจกรรมวิ่ง&nbsp;แบบ&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;โดยจะมีมาตรการในการตรวจผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;คือ&nbsp;ต้องมีการฉีดวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็มขึ้นไปและนักวิ่งทุกคนจะได้รับการตรวจATK&nbsp;ก่อนเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว&nbsp;</p><p>และวันที่&nbsp;16&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จะเป็นวันสำหรับคนที่รักต้นไม้&nbsp;โดยจะจัดกิจกรรมที่กาดคนรักต้นไม้พะเยา&nbsp;ณ&nbsp;ถนนราชวงศ์&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดพะเยา&nbsp;</p><p>จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวและผู้สนใจมาเที่ยวจังหวัดพะเยา&nbsp;ในวันเวลาและสถานที่ดังกล่าว</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	4/1/2022	ภาคเหนือ	พะเยา	สวท.พะเยา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104113236102
90	ยะลา จนท.สาธารณสุข ตั้งจุดตรวจ ATK ฟรี แก่ประชาชนกลุ่มเสี่ยง ที่จุดตรวจร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่ 2565 เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 โอมิครอน	<p><strong>วันนี้&nbsp;(4&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ที่ด่านตรวจท่าสาปยะลา&nbsp;ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของจุดตรวจร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565</strong>&nbsp;ยังคงมีประชาชนทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ&nbsp;อส.&nbsp;สาธารณสุข&nbsp;ตั้งจุดบริการ&nbsp;อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่สัญจรในช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;และมีการสุ่มตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;แก่ประชาชนผู้เดินทางข้ามจังหวัดในช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;ด้วย</p><p><strong>ทางด้านของสาธารณสุข&nbsp;รพ.สต.บันนังสาเรง&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;</strong>ได้นำเจ้าหน้าที่ตั้งจุดบริการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ให้กับประชาชน&nbsp;กลุ่มเสี่ยง&nbsp;ฟรี&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&nbsp;โอมิครอน&nbsp;และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน&nbsp;โดยเฉพาะวันนี้ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการตั้งจุดตรวจร่วมฯ&nbsp;ซึ่งมีประชาชนที่เดินทางกลับเข้าพื้นที่&nbsp;เมืองยะลา&nbsp;อย่างต่อเนื่อง&nbsp;&nbsp;เพื่อกลับมาทำงานในวันนี้&nbsp;ซึ่งมีประชาชน&nbsp;ทยอยเข้ารับการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;อย่างต่อเนื่อง</p><p>ทั้งนี้&nbsp;การตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ฟรีสำหรับประชาชนนั้น&nbsp;ประชาชนต้องสแกนและประเมินก่อนรับชุดตรวจโควิดในแอปพลิเคชันเป๋าตังค์ก่อน&nbsp;จึงจะตรวจได้&nbsp;และเมื่อตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;สำหรับวันนี้แล้ว&nbsp;ทางเจ้าหน้าที่จะให้ชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;อีก&nbsp;1&nbsp;ชุด&nbsp;เพื่อให้ประชาชนทำการตรวจด้วยตนเองในอีก&nbsp;1&nbsp;อาทิตย์&nbsp;และทำการบันทึกผลตรวจในแอปพลิเคชันเป๋าตังค์ต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	4/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สวท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104114708114
91	ศปถ.อยุธยา ประชุมติดตามผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2565 ปรับกลยุทธ์ควบคุมเข้มข้น และกำชับท้องถิ่นดูแลขยะ ATK กำจัดให้ถูกวิธี	<p><strong>วันนี้&nbsp;(4&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมมหาธาตุ&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;อาคาร&nbsp;4&nbsp;ชั้น&nbsp;ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;</strong>นายวีระชัย&nbsp;นาคมาศ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางสาวนุชนาถ&nbsp;ประทีปธีรานันต์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;เป็นประธานประชุมคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;โดยมี&nbsp;นายกฤษณ์&nbsp;แก้วทองหลาง&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;คณะกรรมการศูนย์ฯ&nbsp;ผู้แทนหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;อำเภอทุกอำเภอ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และมูลนิธิอาสาฯ&nbsp;เข้าร่วมประชุมทางไกลผ่านระบบวิดีทัศน์ทางไกล&nbsp;(Video&nbsp;Conference)&nbsp;เพื่อปรับกลยุทธ์ประจำวันในช่วงควบคุมเข้มข้น&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;ของเทศกาลปีใหม่&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ครั้งที่&nbsp;6</p><p><strong>ที่ประชุมสรุปรายงานผลการปฏิบัติงานและสถิติการเกิดอุบัติเหตุของวันที่&nbsp;3&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;(วันที่หก)</strong>&nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;เกิดอุบัติเหตุ&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ครั้ง&nbsp;ยอดสะสม&nbsp;6&nbsp;วัน&nbsp;เกิดอุบัติเหตุทั้งหมด&nbsp;60&nbsp;ครั้ง&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สาเหตุหลักยังคงมาจากผู้ขับขี่ไม่สวมหมวกนิรภัย&nbsp;ขับรถด้วยความเร็ว&nbsp;เมาแล้วขับ&nbsp;และไม่เคารพกฎจราจร&nbsp;โดยกำชับทุกอำเภอให้เน้นการประชาสัมพันธ์การรณรงค์&nbsp;การสวมหมวกนิรภัย&nbsp;เมาไม่ขับ&nbsp;เพราะโทษของการเมาแล้วขับหลังถูกจับกุม&nbsp;ซึ่งปัจจุบันการดำเนินคดี&nbsp;จะไม่ได้ยุติลงที่ชั้นสอบสวนหรือ&nbsp;ที่&nbsp;สภ.นั้นๆ&nbsp;แต่จะต้องถูกควบคุมตัวก่อน&nbsp;เพื่อส่งสำนวนฟ้องศาลแขวง&nbsp;เพื่อพิจารณาเปรียบเทียบปรับ&nbsp;ส่วนรถยนต์สาธารณะ&nbsp;หากถูกจับกุมในข้อหาเมาแล้วขับจะถูกสั่งควบคุมตัวทันทีก่อนส่งฟ้องศาล&nbsp;เนื่องจากการเมาแล้วขับที่ไม่ส่งผลดีต่อตัวผู้ขับขี่แล้ว&nbsp;จะส่งผลเสียกับผู้อื่นที่ใช้รถใช้ถนนร่วมกันด้วย</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ประธานฯ&nbsp;ได้เน้นย้ำข้อสั่งการของผู้ว่าราชการจังหวัดฯ&nbsp;ให้กำชับท้องถิ่นดูแลขยะ&nbsp;ATK&nbsp;</strong>ที่เพิ่มขึ้นมากช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;ย้ำกำจัดให้ถูกวิธีไม่ให้เป็นแหล่งแพร่เชื้อ&nbsp;ซึ่งทุกอย่างได้มีการมอบหมายเป็นระยะ&nbsp;ๆ&nbsp;อยู่แล้ว&nbsp;ขอให้ทุกคนปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย&nbsp;ในส่วนการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ให้ไปตรวจได้ที่สถานีอนามัยและที่สำนักงานสาธารณสุขใกล้บ้าน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	4/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	พระนครศรีอยุธยา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104115136117
92	4 ม.ค.65 จ.ลำพูนพบติดเชื้อ COVID-19 จากผล RT-PCR 1 ราย ผลตรวจ ATK Plus 28 ราย เสียชีวิต 1 ราย	<p><strong>วันนี้&nbsp;(4&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;สถานการณ์&nbsp;COVID-19&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;จ.ลำพูน&nbsp;</strong>พบผู้ติดเชื้อเพิ่มในจังหวัด&nbsp;0&nbsp;ราย&nbsp;ต่างจังหวัดอีก&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ATK&nbsp;Plus&nbsp;28&nbsp;ราย&nbsp;มีผู้ป่วยยืนยันสะสมทั้งสิ้น&nbsp;4,761&nbsp;ราย&nbsp;ยอดเสียชีวิตสะสม&nbsp;41&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ระหว่างการรักษาตัวทั้งหมด&nbsp;214&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;ใน&nbsp;รพ.ลำพูน&nbsp;32&nbsp;ราย&nbsp;รพ.สนามเวียงยอง&nbsp;23&nbsp;ราย&nbsp;รพ.สนามป่าซาง&nbsp;12&nbsp;ราย&nbsp;รพ.อื่นๆ&nbsp;147&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;4,506&nbsp;ราย</p><p><strong>ในส่วนของสถิติการครองเตียงของโรงพยาบาลรัฐทุกแห่งในจังหวัดลำพูนมีทั้งหมด&nbsp;504&nbsp;เตียง&nbsp;</strong>ใช้ไป&nbsp;132&nbsp;เตียงหรือคิดเป็น&nbsp;26.19%&nbsp;จึงทำให้มีเตียงเหลือรองรับผู้ป่วย&nbsp;372&nbsp;เตียงคิดเป็น&nbsp;73.81%&nbsp;นอกจากนี้เตียงรองรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลเอกชนมีรองรับทั้งสิ้น&nbsp;361&nbsp;เตียง&nbsp;ใช้ไป&nbsp;86&nbsp;เตียง&nbsp;คิดเป็น&nbsp;23.82%&nbsp;จึงทำให้มีเตียงเหลือรองรับผู้ป่วยอีก&nbsp;275&nbsp;เตียง&nbsp;คิดเป็น&nbsp;76.18%</p><p><strong>สำหรับการให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ของจังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;4&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มียอดสะสมการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ไปแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;312,080&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;76.08%&nbsp;ของผู้ประสงค์ฉีดทั้งหมด&nbsp;126,648&nbsp;คน&nbsp;จากประชากรทั้งหมด&nbsp;401,408&nbsp;คนคิดเป็น&nbsp;77.75%&nbsp;ฉีดเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;312,080&nbsp;ราย&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;273,096&nbsp;ราย&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;56,794&nbsp;ราย&nbsp;และเข็มที่&nbsp;4&nbsp;จำนวน&nbsp;740&nbsp;เข็ม</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	4/1/2022	ภาคเหนือ	ลำพูน	สวท.ลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104115132116
93	สาธารณสุขฯแม่ฮ่องสอน นำทีมสอนตรวจคัดกรองด้วยวิธี ATK แก่ อสม.สาธารณสุขและแกนนำจิตอาสาของวัดถ้ำวัว เพื่อเตรียมพร้อมรองรับการคัดกรองโรค COVID-19 แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทำบุญ และการวางลูกนิมิต 8-9 ม.ค. 65 นี้	<p><strong>เมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;นายอรรถสิทธิ์&nbsp;แสงจันทร์&nbsp;สาธารณสุขอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในเครือข่าย</strong>&nbsp;พื้นที่ตำบลห้วยผา&nbsp;ออกสุ่มตรวจโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;โดยวิธีการ&nbsp;Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit&nbsp;(ATK)&nbsp;ณ&nbsp;วัดป่าถ้ำวัว&nbsp;แก่ผู้มาปฏิบัติธรรมและร่วมกิจกรรมของวัด&nbsp;โดยได้ตรวจคัดกรอง&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;ผลเป็นลบทุกราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ได้ฝึกสอนการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ด้วยตนเอง&nbsp;แก่อาสาสมัครสาธารณสุขและแกนนำจิตอาสาของวัดถ้ำวัว</strong>&nbsp;ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่มาปฏิบัติธรรม&nbsp;เพื่อเตรียมพร้อมรองรับการคัดกรองโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทำบุญ&nbsp;และการวางลูกนิมิต&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;8-9&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>วัดป่าถ้ำวัว&nbsp;ชื่อเต็มคือ&nbsp;วัดป่าถ้ำวัวสุญญตาราม&nbsp;ตั้งอยู่ที่&nbsp;บ้านแม่ยะ</strong>&nbsp;ตำบลห้วยผา&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นสถานปฏิบัติธรรมที่ชาวต่างชาตินิยมมาฝึกสมาธิ&nbsp;ซึ่งชาวต่างชาติขนานนามให้ว่า&nbsp;เป็นสถานปฏิบัติธรรมที่ดีที่สุด&nbsp;1&nbsp;ใน5&nbsp;ของโลก&nbsp;&nbsp;โดยจะมีชาวต่างชาติมาปฏิบัติธรรมวิปัสสนา&nbsp;เป็นประจำ&nbsp;และเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ชาวต่างชาติที่มาปฏิบัติธรรมวิปัสสนา&nbsp;รวมทุกศาสนา&nbsp;อาทิ&nbsp;คริสต์,&nbsp;อิสลาม&nbsp;จึงจะเห็นได้ว่า&nbsp;การฝึกสมาธิ&nbsp;เป็นหลักสากล&nbsp;ที่ทุกคน&nbsp;ทุกเชื่อชาติ&nbsp;ทุกศาสนา&nbsp;สามารถปฏิบัติได้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	4/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104123920133
94	ยังเข้มเฝ้าระวังโอมิครอน  ขณ ะรายใหม่ยะลา วันนี้ติดเชื้อ 16 ราย	<p><strong>โรงพยาบาลยะลา&nbsp;คุมเข้มต่อเนื่อง&nbsp;ป้องกันโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์ใหม่&nbsp;โอมิครอน</strong>&nbsp;หลังประชาชนกลับจากต่างจังหวัดช่วงปีใหม่&nbsp;เข้าใช้บริการโรงพยาบาลยะลา&nbsp;กันจำนวนมาก&nbsp;ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจคัดกรองตั้งแต่ประตูทางเข้า&nbsp;เป็นด่านแรก&nbsp;โดยจะมีการสอบถามข้อมูล&nbsp;อาการเบื้องต้น&nbsp;ไข้&nbsp;ไอ&nbsp;จาม&nbsp;ประวัติการฉีดวัคซีน&nbsp;พร้อมให้ไปติดกระดาษกาว&nbsp;ทับหน้ากากอนามัยอีกครั้งเพื่อป้องกันโควิด-19&nbsp;ก่อนเข้าตรวจคัดกรองวัดอุณหภูมิ&nbsp;ล้างมือ&nbsp;ซักประวัติเสี่ยง&nbsp;การสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยอย่างละเอียด&nbsp;รวมถึงต้องแสดงใบรับรองการฉีดวัคซีนให้กับทางเจ้าหน้าที่&nbsp;เพื่อไม่ให้ผู้ที่มีเชื้อเล็ดลอดนำเชื้อเข้าไปแพร่ระบาด&nbsp;ในโรงพยาบาลสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยให้ผู้ใช้บริการ</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;สถานการณ์โควิด-19&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ในวันที่&nbsp;4&nbsp;ม.ค&nbsp;65&nbsp;มีผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;16&nbsp;ราย</strong>&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;อำเภอเมืองยะลา&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;และอำเภอเบตง&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;ส่วน&nbsp;6&nbsp;อำเภอที่เหลือ&nbsp;คือ&nbsp;อำเภอกรงปินัง&nbsp;อำเภอรามัน&nbsp;อำเภอยะหา&nbsp;อำเภอกาบัง&nbsp;อำเภอบันนังสตา&nbsp;&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;อำเภอธารโต&nbsp;&nbsp;ไม่มีรายใหม่เพิ่ม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทำให้ขณะนี้&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;มีป่วยสะสมอยู่ที่&nbsp;48,840ราย&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;186&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;50,194&nbsp;ราย&nbsp;ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม&nbsp;สะสมรวม&nbsp;354&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;การตรวจเชื้อด้วย&nbsp;ATK&nbsp;พบผู้ป่วยที่เข้าข่ายติดเชื้อ&nbsp;สะสม&nbsp;8,028&nbsp;ราย</strong>&nbsp;&nbsp;การตรวจคัดกรองตามมาตรการสาธารณสุข&nbsp;รวมสะสม&nbsp;205,179&nbsp;ราย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	4/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104132321155
95	ผู้ว่าฯ ยโสธร คุมเข้มมาตรการป้องกันอุบัติเหตุ พร้อมส่งผู้โดยสารกลับไปทำงาน ด้านสาธารณสุขให้บริการตรวจ ATK แก่ผู้โดยสารป้องกันโควิด-19 ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดยโสธร	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วานนี้&nbsp;3&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;19.30&nbsp;น.</strong>&nbsp;นายชลธี&nbsp;ยังตรง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่สถานที่ขนส่งผู้โดยสารจังหงวัดยโสธร&nbsp;เพื่อส่งผู้โดยสารให้เดินทางกลับไปทำงานด้วยความปลอดภัย&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน&nbsp;หลังจากกลับมาเยี่ยมครอบครัวในช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;ด้วยการตรวจเช็คพนักงานผู้ขับรถและเจ้าหน้าที่ประจำรถ&nbsp;รวมทั้งสภาพของรถโดยสารด้วย&nbsp;นอกจากนั้นยังได้แจกจ่ายหน้ากากอนามัน&nbsp;ลูกอม&nbsp;น้ำดื่ม&nbsp;เป็นขวัญและกำลังใจแก่ผู้เดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นอกจากนั้น&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยโสธร</strong>&nbsp;ยังได้มีการคัดกรองและให้บริการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;แก่ประชาชนจะที่เดินทางกลับไปทำงานยังกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด&nbsp;ที่บริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดยโสธรอีกด้วย&nbsp;เพื่อเป็นการเฝ้าระวังและป้องกันโควิด-19</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;ได้ย้ำมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน&nbsp;10&nbsp;รสขม</strong>&nbsp;โดยเฉพาะดื่มไม่ขับ&nbsp;เมาไม่ขับ&nbsp;โทรไม่ขับ&nbsp;ขับขี่ด้วยความปลอดภัย&nbsp;สวมใส่หมวกกันน็อค&nbsp;เพื่อให้พี่น้องประชาชนเดินทางด้วยความปลอดภัย&nbsp;พร้อมย้ำการป้องกันโควิด-19&nbsp;ด้วยการสวมหน้ากากอนามัย&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์&nbsp;และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อให้ทุกคนปลอดภัยจากอุบัติเหตุ&nbsp;มีความสุขในช่วงเทศกาลปีใหม่และห่างไกลจากโควิด-19</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;มีการตั้งจุดตรวจในพื้นที่ทั้ง&nbsp;9&nbsp;อำเภอ&nbsp;รวม&nbsp;130&nbsp;แห่ง</strong>&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;29&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;2&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มีการเกิดอุบัติเหตุรวม&nbsp;10&nbsp;ครั้ง&nbsp;มีผู้เสียชีวิต&nbsp;2&nbsp;รายและบาดเจ็บ&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;พฤติกรรมเสี่ยง&nbsp;ได้แก่&nbsp;ดื่มแล้วขับ&nbsp;ทัศนวิสัยไม่ดี&nbsp;ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดยังคงเป็น&nbsp;รถจักรยานยนต์&nbsp;ประเภทถนนที่เกิดอุบัติเหตุ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ถนนในหมู่บ้าน&nbsp;,&nbsp;อบต.&nbsp;,&nbsp;ถนนทางหลวงชลบท&nbsp;สำหรับพื้นที่เกิดอุบัติเหตุ&nbsp;ได้แก่&nbsp;อ.ไทยเจริญ&nbsp;อ.ป่าติ้ว&nbsp;อ.คำเขื่อนแก้ว&nbsp;และ&nbsp;อ.เลิงนกทา</p>	4/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ยโสธร	สวท.ยโสธร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104131500149
96	ขอนแก่น พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิดสายพันธ์โอมิครอนแล้ว 21 ราย โดยจะประเมินสถานการณ์ทุก 7 วัน	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิดสายพันธ์โอมิครอนแล้ว&nbsp;21&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ว่าฯ&nbsp;ขอประเมินสถานการณ์ทุก&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;เพื่อความปลอดภัยสูงสุด&nbsp;ขณะที่&nbsp;ผู้ป่วยรายใหม่ลดลงต่อเนื่อง&nbsp;ยืนยัน&nbsp;รพ.ทุกแห่งรับมือได้&nbsp;และมีเตียงรองรับผู้ป่วยทุกอำเภอ&nbsp;พร้อมเชิญชวนประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็ม&nbsp;3&nbsp;ที่หน่วยบริการใกล้บ้าน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ที่ศาลากลาง&nbsp;จ.ขอนแก่น&nbsp;นายสมศักดิ์&nbsp;จังตระกุล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ขณะนี้&nbsp;ขอนแก่นยืนยันพบผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอนแล้ว&nbsp;21&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งจากการสอบสวนโรคพบว่าเชื่อมโยงกับคลัสเตอร์&nbsp;จ.กาฬสินธุ์-ร้อยเอ็ด&nbsp;และ&nbsp;จ.มหาสารคาม&nbsp;ทำให้มาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาด&nbsp;ยังคงต้องดำเนินการไปอย่างเข้มข้นและเข้มงวดทุกวัน&nbsp;และจะมีการประเมินสถานการณ์ในทุก&nbsp;7&nbsp;วัน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>โดยมาตรการที่ทางจังหวัดได้ยกระดับความเข้มข้นในระยะแรก</strong>&nbsp;ทั้งการสั่งปิดเรียนของสถาบันการศึกษาทุกแห่ง&nbsp;และศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก&nbsp;เป็นเวลา&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;,&nbsp;การห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอลล์&nbsp;7&nbsp;วัน,การขอความร่วมมือในการทำงานที่บ้านหรือ&nbsp;Work&nbsp;From&nbsp;Home&nbsp;,&nbsp;การงดจัดกิจกรรมวันเด็กและงานประเพณีต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในช่วง&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;ตามประกาศจังหวัด&nbsp;รวมทั้งการตรวจหาเชื้อแบบเชิงรุกหรือ&nbsp;ATK&nbsp;ของสถานประกอบการ&nbsp;ที่ยังคงต้องดำเนินการในภาพรวมอย่างต่อเนื่อง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จะเห็นได้ว่าในวันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมาเพียงแค่วันเดียว&nbsp;ขอนแก่นพบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19&nbsp;กว่า&nbsp;200&nbsp;ราย&nbsp;และลดลงทุกวันอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ล่าสุดวันนี้พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ไม่ถึง&nbsp;100&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งแสดงให้เห็นถึงทิศทางและสถานการณ์ที่ดีขึ้น&nbsp;และจากการตรวจสอบพบว่า&nbsp;รพ.ฯ&nbsp;ทุกแห่ง&nbsp;ทั้ง&nbsp;รพ.ฯ&nbsp;หลัก&nbsp;รพ.สนามฯ&nbsp;รวมทั้งโฮสพิเทล&nbsp;ฝ่ายสาธารณสุขได้บริหารจัดการเตียงผู้ป่วยและบริหารเหตุการณ์และการรับมือต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ไว้อย่างครบถ้วนและเรียบร้อยแล้วซึ่งเพียงพอต่อสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น&nbsp;ซึ่งขณะนี้การพบผู้ป่วยรายใหม่ในระดับที่เกินหลักร้อยรายต่อวันได้เริ่มทยอยลดลงแล้ว&nbsp;แสดงให้เห็นถึงสัญญาณต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่ดีขึ้นในภาพรวม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น&nbsp;กล่าวต่ออีกว่า</strong>&nbsp;จากการที่ชาวขอนแก่นร่วมมือกันปฏิบัติตามคำสั่งและการขอความร่วมมือจากทางการ&nbsp;ทำให้เกิดความคุ้นชินในการปฏิบัติตัวในการป้องกันและเฝ้าระวังจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจึงอยู่ในวงที่จำกัด&nbsp;ทุกคนมีการป้องกันตัวและดำเนินชีวิตแบบวิถีใหม่นิวนอร์มอล&nbsp;ขณะที่&nbsp;การให้บริการวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;ของหน่วยบริการวัคซีน&nbsp;ทั้งจังหวัดนั้น&nbsp;ล่าสุดพบว่าคนขอนแก่น&nbsp;ได้เข้ารับการฉีดวัคซีนแล้ว&nbsp;กว่า&nbsp;1,130,000&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;64&nbsp;ของประชากรทั้งหมด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;คณะทำงานจะยังคงเร่งให้บริการวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ตามนโยบายที่รัฐบาลกำหนด</strong>&nbsp;พร้อมเชิญชวนให้ชาวขอนแก่น&nbsp;ผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ&nbsp;รวมไปถึงชาวต่างชาติที่อาศัย&nbsp;ในเขต&nbsp;จ.ขอนแก่น&nbsp;สามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนโดยเฉพาะวัคซีนบูสเตอร์เข็ม&nbsp;3&nbsp;ได้ที่หน่วยบริการวัคซีนใกล้บ้าน&nbsp;ตามรูปแบบการให้บริการวัคซีนตามที่กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดไว้</p>	4/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ขอนแก่น	สวท.ขอนแก่น	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104130542143
97	แม่ฮ่องสอน พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่เพิ่ม 11 ราย และยังคงมีผู้ป่วยรักษาตัว 167 ราย มีอาการรุนแรง 3 ราย	<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;(ศปก.จ.มส.)&nbsp;รายงานสถานการณ์</strong>โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในการระบาดระลอกใหม่เมษายน&nbsp;2564&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;4&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ระลอกเมษายน&nbsp;จำนวน&nbsp;3,481&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเพศชาย&nbsp;1,601&nbsp;ราย&nbsp;และ&nbsp;เพศหญิง&nbsp;1,880&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;45&nbsp;ราย&nbsp;(1.29&nbsp;%)&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;&nbsp;3,269&nbsp;ราย&nbsp;(93.91&nbsp;%)&nbsp;ยังอยู่ระหว่างรักษา&nbsp;167&nbsp;ราย&nbsp;(4.80&nbsp;%)&nbsp;ไม่มีอาการ&nbsp;31&nbsp;ราย&nbsp;มีอาการเล็กน้อยไม่ใช้ออกซิเจน&nbsp;120&nbsp;ราย&nbsp;ใช้ออกซิเจนแรงดันต่ำ&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;ใช้ออกซิเจนแรงดันสูง&nbsp;&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;ใส่ท่อและเครื่องช่วยหายใจ&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;รักษาอยู่ที่โรงพยาบาลศรีสังวาลย์&nbsp;12&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลปาย&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลแม่สะเรียง&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลสบเมย&nbsp;16&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลแม่ลาน้อย&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลขุนยวม&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลสนาม&nbsp;80&nbsp;ราย&nbsp;และรักษาในศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;31&nbsp;ราย</p><p><strong>สำหรับวันนี้&nbsp;มีผู้ได้รับการตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;306&nbsp;ชุด&nbsp;พบเชื้อ&nbsp;11&nbsp;ราย</strong>&nbsp;เป็นผู้ป่วยในจังหวัด&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;โดยมีรายละเอียด&nbsp;ดังนี้</p><p>รายที่&nbsp;3471&nbsp;-&nbsp;3473&nbsp;รวม&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ช่วงอายุระหว่าง&nbsp;5&nbsp;&nbsp;69&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นเด็กในปกครอง&nbsp;อาชีพค้าขาย&nbsp;และธุรกิจส่วนตัว&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดบุคคลใน&nbsp;ครอบครัวกับผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;(&nbsp;3461&nbsp;-&nbsp;3462)&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;มีเสมหะ&nbsp;มีไข้&nbsp;ปวดกล้ามเนื้อ&nbsp;และอ่อนเพลีย&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นลบ&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสนาม</p><p>รายที่&nbsp;3474&nbsp;-&nbsp;3475&nbsp;รวม&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อายุ&nbsp;49&nbsp;ปี&nbsp;และ&nbsp;32&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ต.ปางหมู&nbsp;และ&nbsp;ต.จองค่า&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;อาชีพรับจ้างในหน่วยงานราชการพื้นที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;และค้าขาย&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;(3355)&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นลบ&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ไม่ได้ตรวจ&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสนาม&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายที่&nbsp;3476&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;28&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ต.เวียงเหนือ&nbsp;อ.ปาย&nbsp;อาชีพเกษตรกร&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัส&nbsp;ใกล้ชิดบุคคลในครอบครัวกับผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;(3416)&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;บ้านป่าซาง&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;ปวด&nbsp;ศีรษะ&nbsp;และจมูกไม่ได้กลิ่น&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลปาย</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายที่&nbsp;3477&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;33&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ต.บ้านกาศ&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;อาชีพรับจ้าง&nbsp;วันที่&nbsp;3&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มาโรงพยาบาลแม่สะเรียงด้วยอาการปัสสาวะแสบขัด&nbsp;ทำการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนทำการรักษา&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลแม่สะเรียง</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายที่&nbsp;3478&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;52&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ต.แม่ลาน้อย&nbsp;อ.แม่ลาน้อย&nbsp;อาชีพเกษตรกร&nbsp;ปัจจัยเสี่ยง&nbsp;สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;ป่าหมาก&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสนาม</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายที่&nbsp;3479&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;52&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ต.แม่ลาหลวง&nbsp;อ.แม่ลาน้อย&nbsp;อาชีพเกษตรกร&nbsp;ปัจจัยเสี่ยง&nbsp;สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;(3469)&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;ห้วยกองเป๊าะ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสนาม</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายที่&nbsp;3480&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ37&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ต.แม่คะตวน&nbsp;อ.สบเมย&nbsp;อาชีพเกษตรกร&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัส&nbsp;ใกล้ชิดบุคคลในครอบครัว&nbsp;(3282)&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;และมีน้่ามูก&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาในศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;อ.สบเมย</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายที่&nbsp;3481&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;35&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ต.สบเมย&nbsp;อ.สบเมย&nbsp;เป็นบุคลากรทางการแพทย์&nbsp;ปฏิบัติงานในห้องปฏิบัติการโรงพยาบาล&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;และมีน้่ามูก&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสบเมย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	4/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104131255146
98	ข้าราชการน่าน ทยอยเข้าตรวจหาเชื้อโควิด-19 หลังกลับภูมิลำเนาช่วงปีใหม่ ป้องกันการระบาดในสถานที่ราชการ และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนที่มาใช้บริการ ตามข้อสั่งการผู้ว่าราชการจังหวัด	<p><strong>วันนี้&nbsp;(4&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่บริเวณสนามศาลากลางจังหวัดน่าน&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;ลูกจ้าง&nbsp;และเจ้าหน้าที่ทหาร</strong>&nbsp;ที่ปฏิบัติหน้าที่ภายในศาลากลาง&nbsp;ต่างทยอยเข้าตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;หลังเปิดทำงานวันแรก&nbsp;โดยนายวิบูรณ์&nbsp;แววบัณฑิต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน&nbsp;มีคำสั่งให้&nbsp;ส่วนราชการสอดส่องดูแลเจ้าหน้าที่ในสังกัด&nbsp;หากทราบว่าเจ้าหน้าที่เดินทางกลับจากต่างจังหวัด&nbsp;ขอให้ทำการตรวจค้นหาเชื้อโควิด-19&nbsp;ด้วยชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเข้าปฏิบัติงาน&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ในหน่วยงานราชการ&nbsp;หลังเทศกาลปีใหม่ผ่านพ้นไป&nbsp;และเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนที่มาติดต่อราชการ&nbsp;</p><p><strong>นายวิบูรณ์&nbsp;แววบัณฑิต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันที้(4&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;</strong>เปิดทำการวันแรกของปี&nbsp;2565&nbsp;ขอความร่วมมือให้ทุกหน่วยงาน&nbsp;ที่มีบุคลากรเดินทางออกนอกพื้นที่&nbsp;(เยี่ยมญาติ&nbsp;ท่องเที่ยว&nbsp;ฯลฯ)&nbsp;ก่อนกลับเข้าปฏิบัติงานให้ตรวจคัดกรอง&nbsp;covid-19&nbsp;(ATK)&nbsp;และส่งหลักฐานยืนยันผลการตรวจ&nbsp;(ตามกำหนดเวลา)&nbsp;เพื่อความปลอดภัยของทุกคน&nbsp;</p><p><strong>สำหรับสถาการณ์โควิด-&nbsp;19&nbsp;ในพี้นที่จังหวัดน่าน&nbsp;ข้อมูลในวันที่&nbsp;3&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;พบติดเชื้อรายใหม่&nbsp;33&nbsp;ราย&nbsp;ต่างจังหวัด&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;รวมรายใหม่วันนี้&nbsp;36&nbsp;ราย&nbsp;สะสมทั้งหมด&nbsp;&nbsp;3,120&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;155&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหาย&nbsp;14&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิตสะสม&nbsp;13&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	4/1/2022	ภาคเหนือ	น่าน	สวท.น่าน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104131441148
99	สสจ.ลำปาง ให้บริการเชิงรุก ตรวจ ATK มุ่งยกระดับมาตรการควบคุมโรคโควิด-19 หลังเทศกาลปีใหม่	<p><strong>วันนี้&nbsp;(4&nbsp;มกราคม&nbsp;2564)&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขของจังหวัดลำปาง&nbsp;(สสจ.ลำปาง)</strong>&nbsp;จัดกำลังเจ้าหน้าที่ทีมชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ทีม&nbsp;ออกให้บริการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผู้บริหาร&nbsp;และเจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง&nbsp;จำนวน&nbsp;125&nbsp;คน&nbsp;และเจ้าหน้าที่สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดลำปาง&nbsp;(สวท.ลำปาง)&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;คน&nbsp;รวมทั้งหมด&nbsp;133&nbsp;คน&nbsp;พร้อมทั้งให้บริการตรวจให้กับส่วนราชการพนักงาน&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;ที่ปฏิบัติงานในศูนย์ราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;ซึ่งมีผลเป็นลบทั้งหมด&nbsp;</p><p><strong>การดำเนินการครั้งนี้&nbsp;เป็นไปตามนโยบายของจังหวัดลำปาง&nbsp;และนโยบายของนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;เพื่อยกระดับมาตรการควบคุมโรคในสถานที่ราชการ&nbsp;และหน่วยงานของรัฐ&nbsp;ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;ในมาตรการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;และมาตรการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้งหน่วยงาน&nbsp;(Work&nbsp;Form&nbsp;Home)&nbsp;ตามความเหมาะสม&nbsp;โดยมิให้มีผลกระทบต่อการให้บริการประชาชน&nbsp;รวมถึงการหลีกเลี่ยงการจัดกิจกรรมที่ส่งผลให้เกิดการรวมกลุ่มหรือเคลื่อนที่ของกลุ่มคนจำนวนมาก&nbsp;เช่น&nbsp;การประชุม&nbsp;การสัมมนา&nbsp;การฝึกอบรม&nbsp;การจัดสอบ&nbsp;ฯลฯ&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งหากมีความจำเป็น&nbsp;ให้จัดกิจกรรมโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ให้มากที่สุด</strong>&nbsp;ยกเว้นกรณีการยกเลิก&nbsp;ระงับ&nbsp;หรือเลื่อนการจัดกิจกรรมใดแล้วอาจเกิดผลเสียแก่ทางราชการ&nbsp;ให้พิจารณาดำเนินการจัดกิจกรรมดังกล่าวภายใต้มาตรการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดอย่างเต็มขีดความสามารถนอกจากนี้&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง&nbsp;เปิดให้บริการ&nbsp;Walk&nbsp;in&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ฟรี&nbsp;ทุกวันจันทร์&nbsp;พุธ&nbsp;ศุกร์&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;-&nbsp;12.00&nbsp;น.&nbsp;เริ่ม&nbsp;5&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณเต็นท์ประตูทางเข้าสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	4/1/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104131607153
100	จ.ระยอง เข้มตรวจ ATK ข้าราชการ และประชาชนที่เดินทางมาทำงานและติดต่อราชการศาลากลางจังหวัด ป้องกันโควิด-19 แพร่ระบาดหลังหยุดยาวปีใหม่	<p><strong>เมื่อเวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.&nbsp;วันที่&nbsp;4&nbsp;ม.ค.65&nbsp;ที่บริเวณด้านมุขหน้าศาลากลางจังหวัดระยอง&nbsp;ต.เนินพระ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ระยอง</strong>&nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&nbsp;ได้มีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยอง&nbsp;ตั้งโต๊ะเปิดจุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ให้กับข้าราชการที่ทำงานบนศาลากลางจังหวัดระยอง&nbsp;และประชาชนที่เดินทางมาติดต่อราชการ&nbsp;โดยพบว่ามีผู้คนต่อแถวคิวยาวเข้าตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;จำนวนมาก&nbsp;ซึ่งเป็นมาตรการเข้มของทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด&nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันเชื้อโควิด-19&nbsp;แพร่ระบาดในวงกว้าง&nbsp;และเป็นไปตามมาตรการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ในการตรวจคัดกรองหาผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;หลังประชาชนเดินทางกลับจากท่องเที่ยว&nbsp;และภูมิลำเนาช่วงหยุดยาวเทศกาลปีใหม่&nbsp;4&nbsp;วันที่ผ่านมา&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดระยอง&nbsp;ได้ขอความร่วมมือประชาชน</strong>&nbsp;ที่เดินทางกลับจากไปท่องเที่ยวและภูมิลำเนาช่วงหยุดยาวปีใหม่&nbsp;ให้ทำงานจากบ้าน&nbsp;(Work&nbsp;from&nbsp;Home)&nbsp;เป็นเวลา&nbsp;1&nbsp;สัปดาห์&nbsp;ตามนโยบายของรัฐบาล&nbsp;เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;โดยเฉพาะสายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;ที่มีการแพร่เชื้อได้เร็ว</p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	4/1/2022	ภาคตะวันออก	ระยอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104131913154
101	ศูนย์ฉีดวัคซีน covid อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอนเปิด Walk-In วันแรกของปี 2565 คึกคักต้อนรับปีใหม่	<p><strong>วันนี้&nbsp;(4&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;เป็นวันแรกของปี&nbsp;2565&nbsp;</strong>ที่ศูนย์ฉีดวัคซีน&nbsp;covid&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ซึ่งมีจุดบริการ&nbsp;ณ&nbsp;โรงพยาบาลศรีสังวาลย์&nbsp;เปิดให้บริการฉีดวัคซีนป้องกัน&nbsp;COVID-19&nbsp;แบบ&nbsp;Walk-In</p><p><strong>นายแพทย์กิตติคุณ&nbsp;พงศ์ชัยกรุง&nbsp;นายแพทย์ปฏิบัติการ&nbsp;ดูแลระบบการให้บริหารวัคซีน&nbsp;โรงพยาบาลศรีสังวาลย์&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;มีประชาชนทยอยเดินทางมาเข้ารับบริการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เวลา&nbsp;08.00&nbsp;น.&nbsp;ซึ่งพบว่ามีทั้งที่เข้ามารับวัคซีนเข็มแรก&nbsp;และเข็มกระตุ้น&nbsp;(เข็มที่&nbsp;3)&nbsp;รวมถึงมีประชาชนทั้งกลุ่ม&nbsp;608&nbsp;และประชาชนทั่วไปเข้ารับบริการ&nbsp;ถือเป็นทิศทางที่ดี</p><p><strong>โดยนายแพทย์กิตติคุณ&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ทางโรงพยาบาลมีนโยบายให้ผู้ป่วยเจ็บที่จะเข้ารับบริการต้องได้รับวัคซีนหรือเข้ารับการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนทำหัตถการ&nbsp;เพื่อความปลอดภัยของบุคลากร&nbsp;และต่อผู้รับบริการคนอื่นๆ&nbsp;ประกอบกับทางศูนย์ฯ&nbsp;ได้เริ่มเปิดให้บริการวัคซีนเข็มกระตุ้นแก่ประชาชนทั่วไปตั้งแต่ปลายปี&nbsp;2564&nbsp;และพบว่ามีอัตราประชาชน&nbsp;โดยเฉพาะประชาชนที่อาศัยอยู่บนดอยลงมารับเข็มแรกเพิ่มมากขึ้น&nbsp;ซึ่งเชื่อว่าที่มีผู้เข้ารับการฉีดวัคซีนมากขึ้นเพราะตื่นตัวกับการแพร่ระบาดของโรคมากกว่าการปฏิบัติตามนโยบาย&nbsp;สำหรับวัคซีนหลักที่ให้บริการประชาชน&nbsp;ณ&nbsp;ขณะนี้ได้แก่&nbsp;วัคซีนของ&nbsp;AstraZeneca&nbsp;และ&nbsp;Pfizer</p>	4/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104133231161
102	ตั้งจุดคัดกรอง ตรวจหาเชื้อโควิดให้ชาวยะลา ตามมาตรการแซนด์บ็อกซ์	<p><strong>ตั้งจุดคัดกรอง&nbsp;ตรวจหาเชื้อโควิดให้ชาวยะลา&nbsp;ตามมาตรการแซนด์บ็อกซ์</strong></p><p><br></p><p><strong>เทศบาลนครยะลา&nbsp;เปิดจุดตรวจโควิด&nbsp;เฉพาะกิจ&nbsp;ให้ผู้เข้าร่วมชมคอนเสิร์ตในงานเค้านต์ดาวท์&nbsp;Yala&nbsp;Art&nbsp;Street</strong>&nbsp;ตามมาตรการแซนด์บ็อกซ์&nbsp;ของเทศบาลนครยะลา&nbsp;เมื่อคืนวันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;เข้ามาตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ในวันที่&nbsp;4&nbsp;-&nbsp;5&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่บริเวณหน้าสำนักงานสาธารณสุข&nbsp;และสิ่งแวดล้อมเทศบาลนครยะลา&nbsp;&nbsp;ซึ่งมีประชาชนทยอยเดินทางมาเข้ารับการตรวจหาเชื้อกันอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุข&nbsp;คอยดูแลอำนวยความสะดวกผู้ที่มาตรวจหาเชื้อในครั้งนี้</p><p><strong>การจัดงานดังกล่าวที่ผ่านมา&nbsp;ทางเทศบาลนครยะลา&nbsp;ได้มีมาตรการในการป้องกันในรูปแบบแซนด์บ็อกซ์</strong>&nbsp;คือ&nbsp;จำกัดผู้เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;จำนวน&nbsp;1,000&nbsp;คน&nbsp;โดยผู้เข้าร่วมงานจะต้องมาลงทะเบียนก่อนเข้างาน&nbsp;และทุกคนต้องฉีดวัคซีนมาแล้วอย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;&nbsp;รวมถึงผู้ที่จะเข้าร่วมงานทั้งหมด&nbsp;จะต้องยินยอมฉีดสเปรย์ซึ่งมีสารสกัดที่เรียกว่า&nbsp;สารแอนโดรกราโฟไลด์&nbsp;โดยเป็นสารสกัดที่อยู่ในฟ้าทะลายโจร&nbsp;แต่ได้สกัดขึ้นมาแล้วทำเป็นสเปรย์&nbsp;ช่วยในการปกป้องหรือป้องกันการติดเชื้อโควิดได้&nbsp;&nbsp;และหลังจากเสร็จงาน&nbsp;ผู้เข้ามาร่วมงานต้องกลับมาตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการตรวจ&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;นั้น&nbsp;เนื่องด้วยเชื้อโอมิครอนจะไม่สามารถตรวจเจอได้ในวันแรกๆ&nbsp;</strong>แต่จะตรวจเจออยู่ในวันที่สิบ&nbsp;จึงทำให้ต้องนัดตรวจสองครั้ง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;หากการจัดงานในครั้งนี้ผ่านไปได้ด้วยดีและประสบความสำเร็จ&nbsp;ในปีหน้า&nbsp;ทางเทศบาลฯ&nbsp;ก็จะได้เริ่มเตรียมจัดงานมลายูเดย์&nbsp;งานสงกรานต์&nbsp;หรืองานวิ่งยะลามาราธอน&nbsp;เพื่อเปิดเมืองยะลากระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;หรือการเปิดโรงเรียนให้เด็กนักเรียนสามารถไปเรียนที่โรงเรียน&nbsp;ซึ่งจะทำให้ชาวยะลากลับมาใช้ชีวิตใกล้เคียงปกติต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	4/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104135707167
103	ขอนแก่น สั่งปิดโรงเรียนทุกแห่ง งดจัดกิจกรรมวันเด็ก หลังปีใหม่ Work From Home เต็มอัตราความจำเป็น	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายแพทย์ภาคี&nbsp;ทรัพย์พิพัฒน์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;EOC&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;ครั้งที่&nbsp;34/2565&nbsp;ผ่านระบบ&nbsp;Web&nbsp;Conference&nbsp;โดยมีประเด็นติดตามที่สำคัญ&nbsp;ดังนี้&nbsp;การสั่งการให้ทุกพื้นที่ดำเนินการตามประกาศจังหวัดขอนแก่น&nbsp;ฉบับที่&nbsp;60&nbsp;ลงวันที่&nbsp;2&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.ให้ปิดโรงเรียนหรือสถานศึกษาในทุกระดับและทุกสังกัด&nbsp;และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทุกแห่งและทุกสังกัด&nbsp;โดยให้จัดการเรียนการสอนตามที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด&nbsp;(On-Line)&nbsp;งดจัดการเรียนการสอนที่โรงเรียน&nbsp;(On-Site)&nbsp;เว้นแต่เป็นสถานศึกษาที่ดูแลเด็กพิเศษ&nbsp;และ/หรือมีลักษณะเป็นที่พักประจำให้สามารถจัดการเรียนการสอนได้&nbsp;แต่ห้ามนักเรียนออกนอกสถานศึกษาและห้ามผู้ปกครองหรือบุคคลภายนอกเข้าเยี่ยมในสถานศึกษา&nbsp;ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนถึงวันที่&nbsp;14&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.ให้หน่วยงานราชการ&nbsp;โดยหัวหน้าส่วนราชการหรือหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ&nbsp;ประเมินและพิจารณากำหนดการปฏิบัติงานนอกสถานที่ของหน่วยงาน&nbsp;(Work&nbsp;From&nbsp;Home)&nbsp;ตามระเบียบของทางราชการเต็มอัตราความจำเป็น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ต้องพิจารณาความจำเป็นตามภารกิจความรับผิดชอบ&nbsp;ไม่ให้เสียหายแก่ราชการและกระทบต่อการให้บริการประชาชน&nbsp;ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนถึงวันที่&nbsp;14&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.ขอความร่วมมือภาคเอกชนพิจารณาดำเนินมาตรการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้งสถานประกอบการ&nbsp;ร้านค้าและสถานที่อื่น&nbsp;ๆ&nbsp;(Work&nbsp;From&nbsp;Home)&nbsp;เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;เช่น&nbsp;การสลับวันทำงาน&nbsp;หรือวิธีการอื่นใด&nbsp;เพื่อลดการสัมผัสหรือการรวมกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ&nbsp;ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนถึงวันที่&nbsp;14&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4.ให้งดจัดกิจกรรมวันเด็กประจำปี&nbsp;2565&nbsp;(วันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคม&nbsp;2565)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;5.ให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานราชการทุกแห่งทำการตรวจหรือสุ่มตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ในทางเดินหายใจ&nbsp;(ATK)&nbsp;ให้แก่เจ้าหน้าที่โดยเฉพาะรายที่มีความเสี่ยงสูง&nbsp;เมื่อเจ้าหน้าที่เริ่มเข้าปฏิบัติงานที่หน่วยงาน&nbsp;หากพบผลเป็นบวก&nbsp;(Positive)&nbsp;ให้แจ้งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อในพื้นที่ทันที</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับหน่วยงานภาคเอกชน&nbsp;สถานประกอบการ&nbsp;ขอความร่วมมือให้ทำการตรวจ&nbsp;หรือสุ่มตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ในทางเดินหายใจ&nbsp;(ATK)</strong>&nbsp;ให้แก่พนักงานโดยเฉพาะรายที่มีความเสี่ยงสูง&nbsp;เมื่อพนักงานเริ่มเข้าปฏิบัติงาน&nbsp;หากพบผลเป็นบวก&nbsp;(Positive)&nbsp;ให้แจ้งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อในพื้นที่ทันที</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สถานการณ์การแพร่ระบาดรายสัปดาห์มีผู้ป่วยสะสม&nbsp;568&nbsp;ราย</strong>&nbsp;มากกว่าสัปดาห์ที่ผ่านมามีแนวโน้มสูงขึ้นตั้งแต่วันที่&nbsp;27&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งเป็นช่วงของการระบาดของเชื้อสายพันธุ์&nbsp;Omicron&nbsp;และคาดการณ์ว่าใน&nbsp;2&nbsp;สัปดาห์&nbsp;จะมีผู้ป่วยเพิ่ม&nbsp;ขึ้นถึง&nbsp;4,319&nbsp;ราย&nbsp;สสจ.ขอนแก่น&nbsp;มีการให้ทบทวนกิจกรรมที่ได้รับอนุญาตให้จัดไปแล้วที่พิจารณาให้จัด&nbsp;หรือยกเลิกก่อน&nbsp;1-14&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ไม่มีกิจกรรม&nbsp;ส่วนกิจกรรมที่เข้าเกณฑ์พิจารณา&nbsp;ประกอบด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.การวิ่งมาราธอน&nbsp;ที่มีการรวมคน&nbsp;เปิดหน้ากาก&nbsp;อยู่ในเขตชุมชน&nbsp;ให้เลื่อนออกไปก่อน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.การสอบแข่งขัน&nbsp;อนุญาตให้สอบได้&nbsp;ขอให้เคร่งครัดมาตรการ&nbsp;หรือให้พิจารณาเพิ่มสถานที่จัดสอบ&nbsp;เพื่อลดความแออัด&nbsp;ส่วนกิจกรรมอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ให้นำเข้าพิจารณาในคณะกรรมการควบคุมโรคอีกครั้ง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>การเปิดโรงพยาบาลสนาม&nbsp;Community&nbsp;Isolation</strong>&nbsp;อนุมัติให้เปิดปิดดำเนินการตามความจำเป็นไม่ต้องรอนำเข้าคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดขอนแก่น&nbsp;เร่งรัดการฉีดวัคซีนในกลุ่มเป้าหมายที่ยังไม่ได้รับ&nbsp;ติดตามกลุ่มเป้าหมายมารับการฉีดวัคซีนตามกำหนด&nbsp;โดยให้&nbsp;รพ.สต.ทุกแห่ง&nbsp;(มิสเตอร์วัคซีน&nbsp;และสาธารณสุขอำเภอ)&nbsp;จัดให้มีคลังวัคซีนสำรอง&nbsp;Sinovac&nbsp;และ&nbsp;Astra&nbsp;Zeneca&nbsp;ใน&nbsp;รพ.สต.&nbsp;ไว้พร้อมฉีดให้กับประชาชนที่มารับบริการ&nbsp;การเตรียมความพร้อม&nbsp;HI/CI&nbsp;ให้สาธารณสุขอำเภอทุกอำเภอตรวจสอบสถานที่&nbsp;ตรวจเยี่ยมสถานประกอบการ&nbsp;และหน่วยราชการทุกแห่ง&nbsp;กระตุ้นให้ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;หรือสุ่มตรวจในพื้นที่เสี่ยงสูง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>&nbsp;โรงพยาบาลทุกแห่งจัดระบบการเฝ้าระวังและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล</strong>&nbsp;เตรียมพร้อมรับผู้ป่วยเปิด&nbsp;Hospitel&nbsp;และวางแผนการเปิด&nbsp;Hospitel&nbsp;ที่รองรับเพิ่มขึ้นอีก&nbsp;300-400&nbsp;คน&nbsp;เพิ่มศักยภาพเตียงรองรับผู้ป่วยสีแดง&nbsp;สีส้มทบทวนแนวทางการรักษา&nbsp;การส่งต่อผู้ป่วย&nbsp;พิจารณาการใช้แนวทางการรักษาโดยเริ่มให้ยาทันที&nbsp;ที่ผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นบวก&nbsp;หรือ&nbsp;PCR&nbsp;เป็นบวก&nbsp;แม้ไม่มีอาการ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขึ้นกับดุลยพินิจของอายุรแพทย์</p>	4/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ขอนแก่น	สวท.ขอนแก่น	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104135829168
104	COVID-19 จ.แม่ฮ่องสอน มีผู้ติดเชื้อเพิ่ม 11 ราย ใน 5 อำเภอ อายุระหว่าง 5 - 69 ปี	<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong>รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในการระบาดระลอกใหม่เมษายน&nbsp;2564&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;4&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ว่ามีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ระลอกเมษายน&nbsp;จำนวน&nbsp;3,481&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเพศชาย&nbsp;1,601&nbsp;ราย&nbsp;และเพศหญิง&nbsp;1,880&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;45&nbsp;ราย&nbsp;(1.29%)&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;3,269&nbsp;ราย&nbsp;(93.91%)&nbsp;ยังอยู่ระหว่างรักษา&nbsp;167&nbsp;ราย&nbsp;(4.80%)&nbsp;ไม่มีอาการ&nbsp;31&nbsp;ราย&nbsp;มีอาการเล็กน้อยไม่ใช้ออกซิเจน&nbsp;120&nbsp;ราย&nbsp;ใช้ออกซิเจนแรงดันต่ำ&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;ใช้ออกซิเจน&nbsp;แรงดันสูง&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;ใส่ท่อและเครื่องช่วยหายใจ&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;รักษาอยู่ที่โรงพยาบาลศรีสังวาลย์&nbsp;12&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลปาย&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลแม่สะเรียง&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลสบเมย&nbsp;16&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลแม่ลาน้อย&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลขุนยวม&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลสนาม&nbsp;80&nbsp;ราย&nbsp;และรักษาในศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;31&nbsp;ราย&nbsp;สำหรับวันนี้มีผู้ได้รับการตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;306&nbsp;ชุด&nbsp;พบเชื้อ&nbsp;11&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ป่วยในจังหวัดทั้งหมด&nbsp;โดยมีรายละเอียด&nbsp;ดังนี้</p><p><strong>รายที่&nbsp;3471-3473&nbsp;รวม&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;</strong>ช่วงอายุระหว่าง&nbsp;5-&nbsp;69&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ต.จองค่า&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นเด็กในปกครอง&nbsp;อาชีพค้าขาย&nbsp;และธุรกิจส่วนตัว&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดบุคคลใน&nbsp;ครอบครัวกับผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;(รายที่&nbsp;3461-&nbsp;รายที่&nbsp;3462)&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;มีเสมหะ&nbsp;มีไข้&nbsp;ปวดกล้ามเนื้อ&nbsp;และอ่อนเพลีย&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นลบ&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสนาม</p><p><strong>รายที่&nbsp;3474-3475&nbsp;รวม&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;</strong>อายุ&nbsp;49&nbsp;ปี&nbsp;และ&nbsp;32&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ต.ปางหมู&nbsp;และ&nbsp;ต.จองค่า&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;อาชีพรับจ้างในหน่วยงานราชการพื้นที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;และค้าขาย&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;(รายที่&nbsp;3355)&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นลบ&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ไม่ได้ตรวจ&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสนาม</p><p><strong>รายที่&nbsp;3476&nbsp;เพศชาย</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;28&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ต.เวียงเหนือ&nbsp;อ.ปาย&nbsp;อาชีพเกษตรกร&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัส&nbsp;ใกล้ชิดบุคคลในครอบครัวกับผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;(MS3416)&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ&nbsp;Cluster&nbsp;บ้านป่าซาง&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;ปวดศีรษะ&nbsp;และจมูกไม่ได้กลิ่น&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลปาย</p><p><strong>รายที่&nbsp;3477&nbsp;เพศหญิง</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;33&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ต.บ้านกาศ&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;อาชีพรับจ้าง&nbsp;วันที่&nbsp;3&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มาโรงพยาบาลแม่สะเรียงด้วยอาการปัสสาวะแสบขัด&nbsp;ท่าการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนท่าการรักษา&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลแม่สะเรียง</p><p><strong>รายที่&nbsp;3478&nbsp;เพศหญิง</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;52&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ต.แม่ลาน้อย&nbsp;อ.แม่ลาน้อย&nbsp;อาชีพเกษตรกร&nbsp;ปัจจัยเสี่ยง&nbsp;สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ&nbsp;Cluster&nbsp;ป่าหมาก&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสนาม</p><p><strong>รายที่&nbsp;3479&nbsp;เพศหญิง</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;52&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ต.แม่ลาหลวง&nbsp;อ.แม่ลาน้อย&nbsp;อาชีพเกษตรกร&nbsp;ปัจจัยเสี่ยง&nbsp;สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;(รายที่&nbsp;3469)&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ&nbsp;Cluster&nbsp;ห้วยกองเป๊าะ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสนาม</p><p><strong>รายที่&nbsp;3480&nbsp;เพศชาย</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;37&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ต.แม่คะตวน&nbsp;อ.สบเมย&nbsp;อาชีพเกษตรกร&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัส&nbsp;ใกล้ชิดบุคคลในครอบครัว&nbsp;(รายที่&nbsp;3282)&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;และมีน้ำมูก&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาในศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;อ.สบเมย</p><p><strong>รายที่&nbsp;3481&nbsp;เพศหญิง</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;35&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ต.สบเมย&nbsp;อ.สบเมย&nbsp;เป็นบุคลากรทางการแพทย์&nbsp;ปฏิบัติงานในห้องปฏิบัติการโรงพยาบาล&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;และมีน้ำมูก&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสบเมย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	4/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104141457186
105	ผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานประจำร้านธารากาชาด ในการให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดศรีสะเกษ และผู้มาเยี่ยมเยือน	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>เมื่อเวลา&nbsp;13.00&nbsp;น.&nbsp;วานนี้&nbsp;(3&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)</strong>&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ/ที่ปรึกษาเหล่ากาชาดจังหวัด&nbsp;เยี่ยมให้กำลังใจ&nbsp;เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานประจำร้านธารากาชาด&nbsp;ในการให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดศรีสะเกษและผู้มาเยี่ยมเยือน&nbsp;และร่วมกิจกรรมภายในร้านธารากาชาด&nbsp;ในห้วงเวลาดังกล่าว&nbsp;มีเจ้าหน้าที่&nbsp;เหล่ากาชาดจังหวัด&nbsp;ส่วนราชการจังหวัด&nbsp;กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัด&nbsp;ร่วมกับที่ทำการปกครองอำเภอ&nbsp;ส่วนราชการอำเภอ&nbsp;และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;อำเภอเมืองจันทร์&nbsp;และอำเภอศรีรัตนะ&nbsp;อยู่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง&nbsp;ณ&nbsp;ร้านธารากาชาด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>จากนั้น&nbsp;เยี่ยมให้กำลังใจแพทย์&nbsp;พยาบาล&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;และบุคลากรทางการแพทย์</strong>&nbsp;รวมทั้งการปฏิบัติหน้าที่ของจิตอาสา&nbsp;904&nbsp;จิตอาสาพระราชทาน&nbsp;ในการให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;,&nbsp;วัคซีนไข้หวัดใหญ่&nbsp;และบริการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;แก่พี่น้องประชาชนผู้มาเที่ยวงาน&nbsp;โดยให้บริการต่อเนื่องจนถึงวันที่&nbsp;4&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;อาคารเฉลิมพระเกียรติฉลองสิริราชสมบัติครบ&nbsp;60&nbsp;ปี&nbsp;อำเภอเมืองศรีสะเกษ&nbsp;โดยมีนางมัลลิกา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดศรีสะเกษ/ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายนพ&nbsp;พงศ์ผลาดิสัย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัด&nbsp;นายอำเภอเมืองจันทร์&nbsp;กรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด&nbsp;ร่วมให้กำลังใจ</p>	4/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104141742193
106	อบต.อ่างทอง อ.ทับสะแก จ.ประจวบฯ บริการตรวจ ATK ฟรีให้ประชาชนในพื้นที่หลังเดินทางปีใหม่	<p><strong>(4&nbsp;ม.ค.64ฉ&nbsp;จ่าเอก&nbsp;กฤติเดชา&nbsp;สวียานนท์&nbsp;หัวหน้างานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;(&nbsp;ปภ.)&nbsp;</strong>องค์การบริหารส่วนตำบล&nbsp;(อบต.)&nbsp;อ่างทอง&nbsp;อ.ทับสะแก&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;มีการประเมินว่าสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;&nbsp;หลังเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;อาจมีผู้ติดเชื้อมากขึ้น&nbsp;ดังนั้น&nbsp;อบต.อ่างทอง&nbsp;จึงได้ตั้งจุดบริการตรวจหาเชื้อด้วยชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ให้กับประชาชนในพื้นที่ตำบลอ่างทองโดยไม่มีค่าใช้จ่าย&nbsp;เพื่อป้องกันควบคุมการแพร่ระบาดของโรค&nbsp;โดยประชาชนที่เดินทางกลับมาในพื้นที่และมีความประสงค์จะขอรับการตรวจหาเชื้อสามารถแจ้งความประสงค์ได้ที่กองสาธารณสุขฯ&nbsp;อบต.อ่างทอง&nbsp;ในเวลาราชการ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	4/1/2022	ภาคตะวันตก	ประจวบคีรีขันธ์	สวท.ประจวบคีรีขันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104141632188
107	สถานการณ์โควิด-19 จ.ระยอง มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น หลังจากประชาชนเดินทางกลับจากท่องเที่ยวช่วงปีใหม่	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สถานการณ์โควิด-19&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น&nbsp;หลังจากประชาชนเดินทางกลับจากท่องเที่ยวช่วงปีใหม่&nbsp;แนะกักตัว&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;และตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;พร้อมกับสังเกตุอาการ&nbsp;หากผิดปกติ&nbsp;แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที</strong></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายแพทย์ประดิษฐ์&nbsp;ปฐวีศรีสุธา&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดระยอง</strong>&nbsp;แถลงสถานการณ์โควิด-19&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;เมื่อเที่ยงวันนี้(4&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ว่า&nbsp;สถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น&nbsp;วันนี้มีผู้ติดเชื้อเพิ่ม&nbsp;65&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ผู้เสียชีวิตเป็นเพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;72&nbsp;ปี&nbsp;มีโรคประจำตัวเป็นความดันโลหิตสูงและเบาหวาน&nbsp;ได้รับวัคซีนแล้ว&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;เป็นซิโนแวคและแอสตร้าเซนเนก้า&nbsp;ติดเชื้อจากคนใกล้ชิด&nbsp;คาดว่าจำนวนผู้ติดเชื้อจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น&nbsp;ส่วนเป็นผลมาจากนักท่องเที่ยวเดินทางไปฉลองปีใหม่และชมคอนเสิร์ตที่&nbsp;จ.ชลบุรี&nbsp;ขณะนี้พบผู้ติดเชื้อแล้วจำนวนมาก&nbsp;และกำลังอยู่ระหว่างรอผลตรวจอีกหลายราย&nbsp;อาจะทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อในวันพรุ่งนี้เพิ่มขึ้นถึง&nbsp;100&nbsp;ราย&nbsp;ส่วนจำนวนผู้ป่วยโควิดสายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;มีจำนวน&nbsp;14&nbsp;ราย&nbsp;ในจำนวนนี้เป็นนักท่องเที่ยวชาวสวีเดน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ได้เดินทางไปพักผ่อนบนเกาะเสม็ดและไม่ได้เดินทางไปสถานที่อื่นๆ&nbsp;ขณะนี้อาการไม่รุนแรงและเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแล้ว&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ในช่วง&nbsp;2-3&nbsp;วัน&nbsp;หลังจากพ้นระยะฟักตัวของเชื้อโรคแล้ว&nbsp;น่าจะพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น</strong>&nbsp;จึงขอให้ผู้ที่เดินทางกลับจากภูมิลำเนาหรือท่องเที่ยว&nbsp;กักตัวเป็นระยะเวลา&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;พร้อมกับตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเข้างานหรือพบปะผู้คน&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดในครอบครัวและเพื่อนร่วมงาน&nbsp;พร้อมกับสังเกตุอาการ&nbsp;หากพบว่าติดเชื้อหรือมีอาการผิดปกติให้ติดต่อเจ้าหน้าที่&nbsp;รพ.สต.&nbsp;หรือสาธารณสุขอำเภอใกล้บ้าน&nbsp;เพื่อเตรียมตัวเข้ารับการรักษาหรือรับคำแนะนำที่ถูกต้องจากเจ้าหน้าที่&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	4/1/2022	ภาคตะวันออก	ระยอง	สวท.ระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104141432185
108	"ศปก.จ.แม่ฮ่องสอน แจ้งข้อมูลอาการของผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สายพันธุ์ ""โอมิครอน"" ในประเทศไทย อาการที่พบมากที่สุด คือ อาการไอ เน้นย้ำให้สวม mask"	"<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;แจ้งข้อมูลอาการของผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;สายพันธุ์&nbsp;""โอมิครอน""&nbsp;ในประเทศไทยว่าอาการที่พบมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;อาการไอ&nbsp;54%&nbsp;รองลงมา&nbsp;คือ&nbsp;อาการเจ็บคอ&nbsp;37%&nbsp;มีไข้&nbsp;29%&nbsp;ปวดกล้ามเนื้อ&nbsp;15%&nbsp;มีน้ำมูก&nbsp;12%&nbsp;ปวดศีรษะ&nbsp;10%&nbsp;หายใจล่าบาก&nbsp;5%&nbsp;และ&nbsp;ได้กลิ่นลดลงมีเพียง&nbsp;2%&nbsp;โดยสามารถแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;เน้นย้ำให้สวม&nbsp;mask&nbsp;ทั้ง&nbsp;surgical&nbsp;mask&nbsp;และ&nbsp;mask&nbsp;ผ้า&nbsp;สวมหน้ากากอนามัย&nbsp;2&nbsp;ชั้น&nbsp;ซึ่งสามารถป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;ดังนั้น&nbsp;ต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชนชาวแม่ฮ่องสอนทุกคน&nbsp;เชิญชวนกันมารับบริการฉีดวัคซีนเชิงรุก&nbsp;ในพื้นที่และผู้ที่ได้รับวัคซีน&nbsp;2&nbsp;เข็มครบแล้ว&nbsp;ขอให้เข้ารับการฉีดกระตุ้นเข็ม&nbsp;3&nbsp;รายละเอียดตามประกาศของโรงพยาบาล&nbsp;ทุกแห่งในจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เพื่อความปลอดภัยของตัวเองและสังคม&nbsp;ลดการแพร่กระจายเชื้อ&nbsp;เป็นการป้องกันโรค&nbsp;ลดความรุนแรงของโรคและลดการเสียชีวิตหากมีการติดเชื้อโควิด-19&nbsp;หากมีความเสี่ยงให้ตรวจด้วย&nbsp;ATK&nbsp;ส่วนสถานบริการต่างๆ&nbsp;ควรท่าตามมาตรการ&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;โดยเฉพาะร้านอาหาร&nbsp;สถานที่ต้องสะอาด&nbsp;มีการเว้น&nbsp;ระยะห่าง&nbsp;มีเจลแอลกอฮอล์&nbsp;ตรวจวัดอุณหภูมิ&nbsp;พนักงานฉีดวัคซีนทุกคน&nbsp;ลูกค้าต้องแสดงผลวัคซีน&nbsp;หรือตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ซึ่งหากท่าตามมาตรการเหล่านี้&nbsp;จะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	4/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104141849194
109	จังหวัดปัตตานี ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด พบมีผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ลดลง ยังคงติดตามสถานการณ์ฯ หลังเทศกาลปีใหม่ อีก 14 วัน	<p><strong>วันที่&nbsp;(4&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;นายนิพันธ์&nbsp;บุญหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี</strong>&nbsp;เป็นประธานประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดปัตตานี&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ที่ห้องประชุมพญาตานี&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดปัตตานี&nbsp;&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;และติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;โอมิครอน&nbsp;ของจังหวัดปัตตานี&nbsp;หลังประชาชนเดินทางกลับจากการเที่ยวช่วงหยุดยาวต้อนรับปีใหม่&nbsp;ซึ่งสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-&nbsp;19&nbsp;และการเสียชีวิตของประชาชนในพื้นที่&nbsp;&nbsp;&nbsp;มีตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลงจากเดิมเป็นอย่างน่าพอใจ&nbsp;แต่คงไว้ซึ่งความไม่ประมาท&nbsp;และปฏิบัติตามมาตรการของสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;สิ่งที่สำคัญ&nbsp;คือ&nbsp;หลังเทศกาลปีใหม่&nbsp;ยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;อย่างใกล้ชิด&nbsp;อีกเป็นเวลา&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;พร้อมเปิดช่องทางให้ประชาชนที่มีความเสี่ยง&nbsp;หรือมีอาการผิดปกติ&nbsp;เข้ารับการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุก&nbsp;ณ&nbsp;สถานที่ราชการกำหนด&nbsp;หรือที่&nbsp;รพ.สต.&nbsp;ทุกแห่ง&nbsp;พร้อมเร่งสร้างความเข้าใจให้ประชาชนทุกกลุ่ม&nbsp;เข้ารับวัคซีนให้เป็นไปตามได้ร้อยละ&nbsp;70&nbsp;หรือมากที่สุด&nbsp;เพื่อลดการติดเชื้อ&nbsp;และเสียชีวิตจากโรคโควิด&nbsp;-&nbsp;19</p><p><strong>ในที่ประชุม&nbsp;ได้ติดตามผลการปฏิบัติงานในด้านต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;</strong>ทั้งนี้&nbsp;ยังต้องเน้นย้ำพี่น้องประชาชน&nbsp;และเจ้าหน้าที่รัฐ&nbsp;ให้เร่งการตรวจกลุ่มเป้าหมายเสี่ยงเชิงรุก&nbsp;ATK&nbsp;เพิ่ม&nbsp;เพื่อให้การควบคุมและติดตามอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;สำหรับสถานการณ์&nbsp;COVID&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;3&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ถือว่าลดลงมาก&nbsp;เมื่อเทียบกับช่วง&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;เดือนที่ผ่านมา&nbsp;มีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยยืนยันสะสมแล้ว&nbsp;48,341&nbsp;ราย&nbsp;หายป่วยแล้ว&nbsp;47,564&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;472&nbsp;ราย&nbsp;แต่ยังมีผู้ป่วยเสียชีวิตเพิ่มอีก&nbsp;2&nbsp;ราย</p><p><br></p><p>ภาพ/ข่าว&nbsp;&nbsp;บดินทร์&nbsp;ส.ปชส.ปัตตานี</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	4/1/2022	ภาคใต้	ปัตตานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104142511204
110	นายกรัฐมนตรี ขอบคุณพรรคร่วมรัฐบาล ขอให้ร่วมกันทำงานต่อไป เตรียมออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนเพื่อความต่อเนื่องในปี 2565	<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้&nbsp;โดยขอบคุณทุกส่วนราชการ&nbsp;ที่ช่วยกันทำงานในช่วงวันหยุดที่ผ่านมาทั้งข้าราชการในฝ่ายนโยบายและฝ่ายปฏิบัติการทุกระดับในการปฏิบัติหน้าที่ในการเฝ้าระวัง&nbsp;ป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;รวมทั้งฝ่ายความมั่นคงและฝ่ายปกครองที่ช่วยดูแลแนวชายแดน&nbsp;และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;รวมถึงหน่วยงาน/กระทรวงต่างๆ&nbsp;ที่ร่วมกันมอบของขวัญปีใหม่&nbsp;ผ่านโครงการและความช่วยเหลือประชาชน&nbsp;โดยนายกรัฐมนตรีกำชับให้ทุกส่วนราชการดำเนินเดินหน้ากิจการ/แผนงาน&nbsp;เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างต่อเนื่องในปี&nbsp;2565&nbsp;ต่อไป</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;ยังขอบคุณกระทรวงมหาดไทย&nbsp;</strong>กรุงเทพมหานคร&nbsp;กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;ตำรวจจราจรและอาสาสมัครจราจร&nbsp;ที่ทุ่มเททำงานป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ&nbsp;ในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา&nbsp;โดยอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง&nbsp;5&nbsp;วันของการรณรงค์&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;29&nbsp;ธ.ค.&nbsp;64&nbsp;ถึง&nbsp;2&nbsp;ม.ค.&nbsp;65&nbsp;เกิดอุบัติเหตุรวม&nbsp;2,221&nbsp;ครั้ง&nbsp;ผู้บาดเจ็บ&nbsp;2,198&nbsp;ราย&nbsp;และผู้เสียชีวิต&nbsp;263&nbsp;ราย&nbsp;โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือ&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ผู้เสียชีวิตมากที่สุดอยู่ที่กรุงเทพฯ&nbsp;นายกรัฐมนตรียังฝากถึงพี่น้องประชาชน&nbsp;ขอให้ร่วมกันเรียนรู้&nbsp;ปรับตัว&nbsp;ช่วยกันเตือนให้มีสติ&nbsp;ในการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย&nbsp;ร่วมกันลดอุบัติเหตุและความสูญเสียในอนาคตด้วย</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;ยังกล่าวให้กำลังใจพรรคร่วมรัฐบาล</strong>&nbsp;ขอให้เริ่มการทำงานในปี&nbsp;2565&nbsp;ทันที&nbsp;โดยขอให้ใช้เวลาให้เกิดประโยชน์&nbsp;เร่งสร้างผลสำเร็จให้มากที่สุด&nbsp;พร้อมกล่าวขอบคุณหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล&nbsp;ที่ร่วมกันแก้ปัญหามากว่า&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;และกำลังย่างเข้าสู่ปีที่&nbsp;3&nbsp;ที่สำคัญคือ&nbsp;รัฐบาลต้องแก้ทุกเรื่องที่มีผลกระทบต่อประชาชน&nbsp;โดยเฉพาะเศรษฐกิจในประเทศ&nbsp;รายได้ประชาชน&nbsp;โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเตรียมมาตรการรองรับภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน&nbsp;ราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;ยังได้รายงานที่ประชุมคณะรัฐมนตรี</strong>&nbsp;เกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศที่ผ่านมา&nbsp;มีการปรับตัวดีขึ้น&nbsp;จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางเข้าประเทศมามากขึ้น&nbsp;การใช้จ่ายภาครัฐดีขึ้น&nbsp;ตลาดแรงงานปรับตัวดีขึ้น&nbsp;ดุลการค้าเกินดุล&nbsp;ขณะเดียวกันเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นจากสถานการณ์น้ำท่วม&nbsp;โรคติดต่อ&nbsp;ราคาพลังงานโลกปรับตัวสูง&nbsp;และการแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;ทั่วโลกที่ยังรุนแรง&nbsp;รัฐบาลจึงต้องกลับมาดำเนินการควบคุมการแพร่ระบาดอย่างเข้มงวดและพยายามลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจ&nbsp;รวมทั้งเตรียมความพร้อมทั้งสถานพยาบาลและการรักษาพยาบาล&nbsp;โดยขอความร่วมมือประชาชน&nbsp;หมั่นตรวจคัดกรองตนเองด้วย&nbsp;ATK&nbsp;ด้วย</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	4/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104145716243
111	จังหวัดระยอง ตรวจ ATK ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ประชาชนที่มาทำงานและติดต่อราชการที่ศาลากลางจังหวัดระยอง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 หลังเทศกาลปีใหม่	<p><strong>วันที่&nbsp;4&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เจ้าหน้าที่จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยอง&nbsp;ตั้งโต๊ะเปิดจุดตรวจ&nbsp;ATK</strong>&nbsp;<strong>ให้กับข้าราชการที่ทำงานบนศาลากลางจังหวัดระยอง</strong>&nbsp;และประชาชนที่เดินทางมาติดต่อราชการ&nbsp;มาตรการเข้มของทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด&nbsp;&nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันเชื้อโควิด-19&nbsp;แพร่ระบาดในวงกว้าง&nbsp;และเป็นไปตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ในการตรวจคัดกรองหาผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;หลังประชาชนเดินทางกลับจากท่องเที่ยว&nbsp;และภูมิลำเนาช่วงหยุดยาวเทศกาลปีใหม่&nbsp;4&nbsp;วันที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งพบว่ามีข้าราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่ที่ทำงานบนศาลากลางจังหวัด&nbsp;และประชาชนที่มาติดต่อราชการเข้าคิวตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;จำนวนมาก</p><p><strong>นายอนันต์&nbsp;นาคนิยม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>เป็นความห่วงใยของผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;ที่ต้องการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ในช่วงเดินทางกลับหลังเทศกาลปีใหม่&nbsp;จึงได้มีมาตการเข้มในการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ดังกล่าวขึ้น&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจกับทุกคน&nbsp;และเป็นการคัดกรองเบื้องต้นเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิดในวงกว้าง</p><p><strong>ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่รวมถึงประชาชนที่เดินทางมาติดต่อราชการที่ศาลากลางจังหวัดระยอง&nbsp;บอกว่า&nbsp;</strong>เป็นเรื่องที่ดีที่เจ้าหน้าที่ได้มาตรวจคัดกรองหาเชื้อก่อนเข้าไปติดต่อหน่วยงานต่างๆ&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจ&nbsp;และสกัดการแพร่ระบาดโควิด-19</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;เพื่อการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ดังกล่าว</strong>&nbsp;รัฐบาลได้ขอความร่วมมือประชาชนที่เดินทางกลับจากไปท่องเที่ยวและภูมิลำเนาช่วงหยุดยาวปีใหม่&nbsp;หากเป็นไปได้&nbsp;ก็ขอให้ทำงานจากที่บ้านหรือ&nbsp;Work&nbsp;From&nbsp;Home&nbsp;เป็นเวลา&nbsp;1&nbsp;สัปดาห์&nbsp;เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;โดยเฉพาะสายพันธุ์โอมิครอนที่มีการแพร่เชื้อได้เร็ว</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	4/1/2022	ภาคตะวันออก	ระยอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104145506242
112	รร.อนุบาลกฤษณพรรณ ประกาศหยุดเรียน 4-7 ม.ค.65 พร้อมเปิด 10 ม.ค.65 ย้ำ! นักเรียนต้องตรวจ ATK ก่อนเข้าเรียน	<p><strong>นางพรรณิภา&nbsp;โลกา&nbsp;ผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนอนุบาลกฤษณพรรณ&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;ประกาศหยุดเรียนด้วยเหตุพิเศษเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(Covid-19)&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;3)&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;4&nbsp;-&nbsp;7&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;และจะเปิดเรียนในวันที่&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เนื่องจากทางโรงเรียนมีความตระหนักต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค&nbsp;ประกอบกับช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่&nbsp;มีการเดินทางท่องเที่ยว&nbsp;เดินทางกลับภูมิลำเนา&nbsp;การพบปะสังสรรค์&nbsp;กับบุคคลในครอบครัว&nbsp;ญาติ&nbsp;พี่น้อง&nbsp;เพื่อน&nbsp;และทำกิจกรรมต่างๆ&nbsp;ร่วมกัน&nbsp;ที่อาจเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(Covid-19)</p><p><strong>ด้วยเหตุนี้เพื่อเป็นการป้องกัน</strong>&nbsp;และละความเสี่ยงของการติดเชื้อโรงเรียน&nbsp;จึงขอประกาศปิดตามวันเวลาข้างต้น&nbsp;พร้อมทั้ง&nbsp;ขอความร่วมมือนักเรียน&nbsp;ครู&nbsp;บุคลากร&nbsp;และผู้ปกครองนักเรียน&nbsp;ปฏิบัติดามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเคร่งครัด&nbsp;และให้ผู้ปกครองสังเกตสุขภาพของบุตร&nbsp;หลาน&nbsp;ตนเองและบุคคลในครอบครัว&nbsp;หากพบความผิดปกติควรแจ้งให้ครูประจำชั้นทราบ&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ก่อนเปิดเรียนนักเรียนต้องได้รับการตรวจคัดกรองด้วย&nbsp;Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit&nbsp;(ATK)&nbsp;โดยบุคลากรทางการแพทย์&nbsp;ในวันอาทิตย์ที่&nbsp;9&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	4/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104143619221
113	จังหวัดตรังชี้แจงแนวปฏิบัติของส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐภายหลังเทศกาลปีใหม่	<p><strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จังหวัดตรังได้แจ้งแนวปฏิบัติ</strong>ของส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐภายหลังเทศกาลปีใหม่&nbsp;โดยพิจารณาสั่งการให้ข้าราชการ&nbsp;พนักงาน&nbsp;เจ้าหน้าที่หรือบุคคลในความรับผิดชอบดำเนินการตามมาตรการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้งหน่วยงาน&nbsp;(Work&nbsp;From&nbsp;Home)&nbsp;และพิจารณาหลีกเลี่ยงการจัดกิจกรรมที่ส่งผลให้เกิดการรวมกลุ่มหรือเคลื่อนที่ของกลุ่มคนจำนวนมาก&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;4-14&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;โดยให้พิจารณาจากบุคคลที่เดินทางออกนอกพื้นที่จังหวัด&nbsp;เพื่อยกระดับมาตรการป้องกันและควบคุมโรคในสถานที่ราชการและหน่วยงานของรัฐ&nbsp;รวมทั้งประชาชนที่เดินทางไปในพื้นที่เสี่ยง&nbsp;จังหวัดจึงให้หน่วยงานดำเนินการดังนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>1.ให้บุคลากรในสังกัดที่เดินทางออกนอกพื้นที่จังหวัด&nbsp;ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง&nbsp;เช่น&nbsp;ไปรวมกลุ่มกิจกรรมกับคนจำนวนมาก&nbsp;หรือจังหวัดที่มีการแพร่ระบาดสูง&nbsp;ลงทะเบียนตรวจหาเชื้อฯ&nbsp;ผ่าน&nbsp;&nbsp;QR&nbsp;Code&nbsp;&nbsp;โดยสำนกงานสาธารณสุขจังหวัดตรัง&nbsp;จะแจ้งวัน&nbsp;เวลา&nbsp;และสถานที่เข้ารับการตรวจฯ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>2.ให้บุคลากรในสังกัดที่เดินทางออกนอกพื้นที่จังหวัด&nbsp;ที่ไม่ใช่กลุ่มเสี่ยง&nbsp;เฝ้าสังเกตอาการของตนเอง&nbsp;(Self&nbsp;Quarantine)&nbsp;หากมีอาการไอ&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;มีไข้&nbsp;ปวดกล้ามเนื้อ&nbsp;มีน้ำมูก&nbsp;ปวดศีรษะ&nbsp;หายใจลำบากได้กลิ่นลดลง&nbsp;ให้แจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุข&nbsp;เพื่อตรวจคัดกรองและเข้ารับการตรวจหาเชื้อทันที&nbsp;โดยใช้ชุดตรวจโควิด&nbsp;19&nbsp;แบบตรวจหาแอนติเจน&nbsp;(Antigen&nbsp;Test&nbsp;&nbsp;Kit&nbsp;:&nbsp;ATK)&nbsp;ด้วยตนเอง&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;ระยะห่างกัน&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>3.สำหรับอำเภอให้แจ้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่เดินทางไปพื้นที่เสี่ยง&nbsp;หรือเข้าร่วมกิจกรรมที่การรวมกลุ่มคนจำนวนมากหรือไปในสถานที่แออัด&nbsp;ให้สังเกตอาการตัวเอง&nbsp;(Self&nbsp;&nbsp;Quarantine)&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;และหากมีอาการให้ตรวจหาเชื้อฯ&nbsp;ด้วยตนเอง&nbsp;หรือลงทะเบียนตรวจหาเชื้อฯ&nbsp;ผ่าน&nbsp;QR&nbsp;code&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	4/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104150624248
114	สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยะลา ติดตามขับเคลื่อนการดำเนินงานของคณะกรรมการในแต่ละอำเภอ	<p><strong>วันนี้&nbsp;4&nbsp;ม.ค.65&nbsp;ที่ห้องประชุมราชพฤกษ์&nbsp;อาคารสีฟ้า&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;อำเภอเมืองยะลา&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยะลา&nbsp;นายอำนาจ&nbsp;ชูทอง&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลาเป็นประธานประชุมคณะกรรมการอำนวยการดำเนินงานมาตรการความปลอดภัยสำหรับองค์กร&nbsp;(Covid&nbsp;Free&nbsp;Setting)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;โดยมี&nbsp;นายแพทย์วิเศษ&nbsp;สิรินทรโสภณ&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลา&nbsp;นายสุรเชษฐ์&nbsp;สุทธิกุล&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;คณะกรรมการ&nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม&nbsp;เพื่อติดตามขับเคลื่อนการดำเนินงานของคณะกรรมการในแต่ละอำเภอ</p><p><strong>ทางอำเภอเบตง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;หนึ่งสัปดาห์ที่ผ่าน&nbsp;นักท่องเที่ยวเข้ามาในอำเภอเบตงเป็นจำนวนมาก&nbsp;ที่พัก&nbsp;2,000&nbsp;กว่าห้องเต็ม</strong>&nbsp;โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากนักท่องเที่ยวในมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด&nbsp;Covid&nbsp;-19&nbsp;พร้อมทั้งได้จัดเจ้าหน้าที่ประจำจุดเพื่อช่วยในการคัดกรองก่อนเข้าอำเภอเบตง&nbsp;มีทั้งตรวจ&nbsp;atk&nbsp;และให้บริการ&nbsp;วัคซีน&nbsp;เป็นการสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวในการกระตุ้นเศรษฐกิจอำเภอเบตง&nbsp;พร้อมทั้งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทุกภาคส่วน&nbsp;ไม่ว่าจะเป็น&nbsp;เจ้าหน้าที่รัฐ&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;ชมรมผู้ประกอบการโรงแรม&nbsp;&nbsp;ท่องเที่ยว&nbsp;อาหาร&nbsp;ที่เข้าไปดำเนินการประเมินตัวเอง&nbsp;thai&nbsp;stop&nbsp;covid&nbsp;thai&nbsp;stop&nbsp;covid2+&nbsp;covid&nbsp;free&nbsp;setting&nbsp;เพื่อให้เศรษฐกิจอำเภอเบตงเริ่มเป็นไปในทิศทางดีขึ้น&nbsp;แต่ก็มีบางส่วนที่ทางอำเภอเร่งดำเนินการเพื่อให้ถึงเป้าหมายที่วางไว้</p><p><strong>ด้านนายแพทย์วิเศษ&nbsp;สิรินทรโสภณ&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลา&nbsp;เปิดเผยอีกว่า</strong>&nbsp;อยากให้ทุกเซตตี้&nbsp;มีการประเมินตัวเองเพื่อให้เศรษฐกิจในพื้นที่มีการขยับตัวได้&nbsp;ในการหาแนวทางและมาตรการ&nbsp;ในการเข้าไปช่วยเหลือและแก้ไขต่อไป</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ที่ประชุมเน้นย้ำช่วยกันประชาสัมพันธ์ทางหน่วยงาน&nbsp;ห้างสรรพสินค้า&nbsp;ร้านค้า&nbsp;โรงแรม</strong>&nbsp;และตลาด&nbsp;ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด&nbsp;Covid&nbsp;-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	4/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104150727249
115	ประมวลข่าวทั่วไทยประจำวันที่ 4 มกราคม 2565	"<p>ประมวลข่าวทั่วไทยประจำวันที่&nbsp;4&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</p><p><br></p><p>ประชุมคณะรัฐมนตรี</p><p><strong>ครม.&nbsp;เห็นชอบ&nbsp;วงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2566&nbsp;จำนวน&nbsp;3,185,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</strong></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;(ครม.)&nbsp;มีมติเห็นชอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2566&nbsp;จำนวน&nbsp;3,185,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยเพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;85,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;2.74&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ประมาณการรายจ่ายประจำ&nbsp;จำนวน&nbsp;2,390,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;16,990.5&nbsp;ล้านบาท&nbsp;หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;0.74&nbsp;รายจ่ายลงทุน&nbsp;จำนวน&nbsp;695,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;83,066.6&nbsp;ล้านบาท&nbsp;หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;13.57&nbsp;รายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้จำนวน&nbsp;100,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เท่ากับปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">รายได้สุทธิจำนวน&nbsp;2,490,000&nbsp;ล้านบาท</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">&nbsp;เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;90,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;3.75&nbsp;งบประมาณขาดดุล&nbsp;จำนวน&nbsp;695,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ลดลงจากปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;5,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;หรือลดลงร้อยละ&nbsp;0.71&nbsp;ทั้งนี้วงเงินงบประมาณรายจ่าย&nbsp;จำนวน&nbsp;3,185,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;เท่ากับกรอบวงเงิน&nbsp;ตามแผนการคลังระยะปานกลาง&nbsp;(ปีงบประมาณ&nbsp;2566&nbsp;&nbsp;2569)&nbsp;ที่&nbsp;ครม.&nbsp;ได้มีมติเห็นชอบ&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;21&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;สำหรับงบประมาณรายจ่ายลงทุนและงบประมาณรายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้มีสัดส่วนอยู่ภายในกรอบที่กำหนด&nbsp;ตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2561</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">นอกจากนี้&nbsp;ครม.ยังได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">ดำเนินการตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรีคือ&nbsp;ให้มีกลไกความร่วมมือระหว่างกระทรวงการคลัง&nbsp;สำนักงบประมาณ&nbsp;สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจ&nbsp;และสังคมแห่งชาติและธนาคารแห่งประเทศไทย&nbsp;ในการติดตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและจัดทำข้อเสนอแนะ&nbsp;มาตรการที่ต้องดำเนินการการบริหารความเสี่ยง&nbsp;ทั้งระยะสั้นและระยะปานกลางสำหรับในแต่ละกรณีเป็นการล่วงหน้า&nbsp;ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งติดตามการขับเคลื่อนมาตรการของรัฐบาลในประเด็นต่อไปนี้&nbsp;เช่น&nbsp;การเร่งสร้างรายได้ใหม่ตามมาตรการของรัฐบาล&nbsp;เช่น&nbsp;มาตรการดึงดูดชาวต่างชาติที่มีศักยภาพสูง&nbsp;เข้าสู่ประเทศไทย&nbsp;(LTR)&nbsp;มาตรการดึงดูดนักลงทุนเข้ามาลงทุนในพื้นที่&nbsp;EEC&nbsp;และอุตสาหกรรมอนาคต&nbsp;(New&nbsp;S&nbsp;-&nbsp;curve)&nbsp;มาตรการส่งเสริมการลงทุนในกิจการด้านเทคโนโลยีและธุรกิจเกิดใหม่&nbsp;(Startup)&nbsp;การขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศด้วยBCG&nbsp;Mode&nbsp;การติดตามการจัดเก็บรายได้ของรัฐ&nbsp;การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณ&nbsp;โดยหน่วยรับงบประมาณต้องมีการใช้จ่ายให้เป็นไปตาม&nbsp;แผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ&nbsp;และลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น&nbsp;การควบคุมอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม&nbsp;ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อต้นทุนพลังงานและ&nbsp;ต้นทุนโลจิสติกส์ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;และการดำเนินมาตรการเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนและการดำเนินธุรกิจ&nbsp;ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;ทั้งในด้านห่วงโซ่อุปทาน&nbsp;(Supply&nbsp;Chain)&nbsp;ด้านแรงงาน&nbsp;รวมทั้งการควบคุมอัตรา&nbsp;แลกเปลี่ยนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม</span></p><p>&nbsp;</p><p><strong>ครม.อนุมัติกรอบวงเงิน&nbsp;6.78&nbsp;พันล้านบาท&nbsp;จัดงานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี&nbsp;พ.ศ.2569&nbsp;และนครราชสีมา&nbsp;พ.ศ.2572&nbsp;</strong></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">นางสาวรัชดา&nbsp;ธนาดิเรก&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;อนุมัติกรอบวงเงินจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;พ.ศ.2569&nbsp;วงเงิน&nbsp;2,500&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;พ.ศ.2572&nbsp;วงเงินงบ&nbsp;4,281&nbsp;ล้านบาท&nbsp;รวมวงเงินทั้งสิ้น&nbsp;6,781&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เสนอ&nbsp;เพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการพัฒนาด้านพืชสวนของไทย&nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจด้านธุรกิจการนำเข้า&nbsp;&nbsp;ส่งออกผลผลิตการเกษตรและธุรกิจท่องเที่ยว&nbsp;ส่งเสริมการต่อยอดการวิจัย&nbsp;เทคโนโลยี&nbsp;และนวัตกรรมด้านการเกษตร&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีกำหนดยื่นประมูลสิทธิ์เป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;พ.ศ.2569&nbsp;ในวันที่&nbsp;7&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;และจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;พ.ศ.2572&nbsp;ในช่วงเดือนมีนาคม&nbsp;2565</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">สำหรับการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกในพื้นที่&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;พ.ศ.2569</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">&nbsp;(ระดับ&nbsp;B)&nbsp;วงเงิน&nbsp;2,500&nbsp;ล้านบาท&nbsp;กำหนดสถานที่จัดงานเป็นบริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด&nbsp;ตำบลกุดสระ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;รวม&nbsp;1,030&nbsp;ไร่&nbsp;ตั้งเป้าหมายมีผู้เข้าชมงาน&nbsp;3.6&nbsp;ล้านคน&nbsp;เป็นชาวต่างชาติร้อยละ&nbsp;30&nbsp;ตลอดระยะเวลาจัดงาน&nbsp;134&nbsp;วัน&nbsp;(ระหว่างวันที่&nbsp;1&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2569&nbsp;-&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2570)&nbsp;และมีประเทศเข้าร่วมงาน&nbsp;20&nbsp;ประเทศ&nbsp;สำหรับประเภทงานระดับ&nbsp;B&nbsp;หรือ&nbsp;International&nbsp;Horticultural&nbsp;Exhibition&nbsp;จะต้องใช้พื้นที่จัดแสดง&nbsp;250,000&nbsp;ตารางเมตร&nbsp;มีระยะเวลาจัดงาน&nbsp;3-6&nbsp;เดือน&nbsp;มีผู้เข้าร่วมงานจากต่างประเทศไม่ต่ำกว่า&nbsp;10&nbsp;ประเทศ</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">งานมหกรรมพืชสวนโลก&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;พ.ศ.2572</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">&nbsp;(ระดับ&nbsp;A1)&nbsp;วงเงินงบ&nbsp;4,281&nbsp;ล้านบาท&nbsp;กำหนดสถานที่จัดงานเป็นบริเวณพื้นที่ป่าสาธารณประโยชน์โคกหนองรังกา&nbsp;ตำบลเทพาลัย&nbsp;อำเภอคง&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;รวม&nbsp;678&nbsp;ไร่&nbsp;ตั้งเป้าหมายมีผู้เข้าชมงาน&nbsp;2.6&nbsp;ล้านคน&nbsp;เป็นชาวต่างชาติร้อยละ&nbsp;15&nbsp;ตลอดระยะเวลาจัดงาน&nbsp;110&nbsp;วัน&nbsp;(ระหว่างวันที่&nbsp;10&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2572&nbsp;-&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2573)&nbsp;และมีประเทศเข้าร่วมงาน&nbsp;30&nbsp;ประเทศ&nbsp;สำหรับประเภทงานระดับ&nbsp;A1&nbsp;หรือ&nbsp;World&nbsp;Horticultural&nbsp;Exposition&nbsp;จะต้องใช้พื้นที่จัดแสดง&nbsp;500,000&nbsp;ตารางเมตร&nbsp;มีระยะเวลาจัดงาน&nbsp;3&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;มีผู้เข้าร่วมงานจากต่างประเทศ&nbsp;ไม่ต่ำกว่า&nbsp;10&nbsp;ประเทศ</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">นางสาวรัชดา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;งานมหกรรมพืชสวนโลก</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">&nbsp;เป็นงานมหกรรมจัดแสดงพืชสวนกลางแจ้ง&nbsp;โดยมีสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ&nbsp;เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์&nbsp;และมีภาคีสมาชิกรวม&nbsp;65&nbsp;ประเทศ&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ประเทศไทย&nbsp;เคยเป็นเจ้าภาพจัดงานมาแล้ว&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;เมื่อปี&nbsp;พ.ศ.2549&nbsp;(ระดับ&nbsp;A1)&nbsp;และปี&nbsp;พ.ศ.2554&nbsp;(ระดับ&nbsp;B)&nbsp;ที่จังหวัดเชียงใหม่</span></p><p><br></p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;ขอบคุณพรรคร่วมรัฐบาล&nbsp;ขอให้ร่วมกันทำงานต่อไป&nbsp;เตรียมออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนเพื่อความต่อเนื่องในปี&nbsp;2565</strong></p><p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้&nbsp;โดยขอบคุณทุกส่วนราชการ&nbsp;ที่ช่วยกันทำงานในช่วงวันหยุดที่ผ่านมาทั้งข้าราชการในฝ่ายนโยบายและฝ่ายปฏิบัติการทุกระดับในการปฏิบัติหน้าที่ในการเฝ้าระวัง&nbsp;ป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;รวมทั้งฝ่ายความมั่นคงและฝ่ายปกครองที่ช่วยดูแลแนวชายแดน&nbsp;และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;รวมถึงหน่วยงาน/กระทรวงต่างๆ&nbsp;ที่ร่วมกันมอบของขวัญปีใหม่&nbsp;ผ่านโครงการและความช่วยเหลือประชาชน&nbsp;โดยนายกรัฐมนตรีกำชับให้ทุกส่วนราชการดำเนินเดินหน้ากิจการ/แผนงาน&nbsp;เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างต่อเนื่องในปี&nbsp;2565&nbsp;ต่อไป</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;ยังขอบคุณกระทรวงมหาดไทย</strong>&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;ตำรวจจราจรและอาสาสมัครจราจร&nbsp;ที่ทุ่มเททำงานป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ&nbsp;ในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา&nbsp;โดยอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง&nbsp;5&nbsp;วันของการรณรงค์&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;29&nbsp;ธ.ค.&nbsp;64&nbsp;ถึง&nbsp;2&nbsp;ม.ค.&nbsp;65&nbsp;เกิดอุบัติเหตุรวม&nbsp;2,221&nbsp;ครั้ง&nbsp;ผู้บาดเจ็บ&nbsp;2,198&nbsp;ราย&nbsp;และผู้เสียชีวิต&nbsp;263&nbsp;ราย&nbsp;โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือ&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ผู้เสียชีวิตมากที่สุดอยู่ที่กรุงเทพฯ&nbsp;นายกรัฐมนตรียังฝากถึงพี่น้องประชาชน&nbsp;ขอให้ร่วมกันเรียนรู้&nbsp;ปรับตัว&nbsp;ช่วยกันเตือนให้มีสติ&nbsp;ในการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย&nbsp;ร่วมกันลดอุบัติเหตุและความสูญเสียในอนาคตด้วย</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;ยังกล่าวให้กำลังใจพรรคร่วมรัฐบาล</strong>&nbsp;ขอให้เริ่มการทำงานในปี&nbsp;2565&nbsp;ทันที&nbsp;โดยขอให้ใช้เวลาให้เกิดประโยชน์&nbsp;เร่งสร้างผลสำเร็จให้มากที่สุด&nbsp;พร้อมกล่าวขอบคุณหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล&nbsp;ที่ร่วมกันแก้ปัญหามากว่า&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;และกำลังย่างเข้าสู่ปีที่&nbsp;3&nbsp;ที่สำคัญคือ&nbsp;รัฐบาลต้องแก้ทุกเรื่องที่มีผลกระทบต่อประชาชน&nbsp;โดยเฉพาะเศรษฐกิจในประเทศ&nbsp;รายได้ประชาชน&nbsp;โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเตรียมมาตรการรองรับภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน&nbsp;ราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;ยังได้รายงานที่ประชุมคณะรัฐมนตรี</strong>&nbsp;เกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศที่ผ่านมา&nbsp;มีการปรับตัวดีขึ้น&nbsp;จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางเข้าประเทศมามากขึ้น&nbsp;การใช้จ่ายภาครัฐดีขึ้น&nbsp;ตลาดแรงงานปรับตัวดีขึ้น&nbsp;ดุลการค้าเกินดุล&nbsp;ขณะเดียวกันเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นจากสถานการณ์น้ำท่วม&nbsp;โรคติดต่อ&nbsp;ราคาพลังงานโลกปรับตัวสูง&nbsp;และการแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;ทั่วโลกที่ยังรุนแรง&nbsp;รัฐบาลจึงต้องกลับมาดำเนินการควบคุมการแพร่ระบาดอย่างเข้มงวดและพยายามลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจ&nbsp;รวมทั้งเตรียมความพร้อมทั้งสถานพยาบาลและการรักษาพยาบาล&nbsp;โดยขอความร่วมมือประชาชน&nbsp;หมั่นตรวจคัดกรองตนเองด้วย&nbsp;ATK&nbsp;ด้วย</p><p><br></p><p><strong>ครม.อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวง&nbsp;ช่วงที่ลดอัตราเงินสมทบของผู้ประกันตนเข้ากองทุนประกันสังคม&nbsp;ให้ได้รับประโยชน์ทดแทนบำเหน็จชราภาพเพิ่มขึ้น</strong>&nbsp;</p><p><strong>นางสาวไตรศุลี&nbsp;ไตรสรณกุล&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;คณะรัฐมนตรี&nbsp;(ครม.)อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์&nbsp;วิธีการ&nbsp;ระยะเวลา&nbsp;และอัตราการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพเป็นการเฉพาะในช่วงที่มีการลดอัตราเงินสมทบ&nbsp;ทั้งนี้เพื่อกำหนดอัตราการจ่ายเงินบำเหน็จชราภาพของผู้ประกันตนในช่วงที่มีการลดอัตราเงินสมทบ&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;-&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2564&nbsp;</p><p><strong>โดยกำหนดให้การจ่ายเงินบำเหน็จชราภาพให้แก่ผู้ประกันตน</strong>&nbsp;ซึ่งออกเงินสมทบเข้ากองทุนในช่วงเวลาที่มีการลดอัตราเงินสมทบตั้งแต่วันที่&nbsp;1-31&nbsp;มกราคม&nbsp;2564&nbsp;ให้คำนวณจากอัตราเงินสมทบเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ&nbsp;0.45&nbsp;ของค่าจ้าง&nbsp;และกำหนดให้การจ่ายเงินบำเหน็จชราภาพให้แก่ผู้ประกันตน&nbsp;ซึ่งออกเงินสมทบเข้ากองทุนในช่วงเวลาที่มีการลดอัตราเงินสมทบตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์-31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2564&nbsp;ให้คำนวณจากอัตราเงินสมทบเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ&nbsp;1.3&nbsp;ของค่าจ้าง</p><p><strong>สำหรับการปรับเพิ่มอัตราเงินสมทบกรณีชราภาพดังกล่าว</strong>&nbsp;มีผลทำให้ผู้ประกันตนตามมาตรา&nbsp;33&nbsp;ได้รับเงินบำเหน็จชราภาพเพิ่มขึ้น&nbsp;347&nbsp;บาทต่อคนต่อสามงวด&nbsp;สำหรับผู้ประกันตนตามมาตรา&nbsp;39&nbsp;ได้รับเงินบำเหน็จชราภาพเพิ่มขึ้น&nbsp;146&nbsp;บาทต่อคนต่อสามงวด&nbsp;</p><p><strong>ภาพรวมผู้ประกันตนได้รับเงินบำเหน็จชราภาพเพิ่มขึ้น</strong>&nbsp;รวมทั้งหมด&nbsp;1,906&nbsp;ล้านบาท&nbsp;จำแนกเป็น&nbsp;ผู้ประกันตนตามมาตรา&nbsp;33&nbsp;จำนวน&nbsp;1,783&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และผู้ประกันตนตามมาตรา&nbsp;39&nbsp;จำนวน&nbsp;123&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยไม่ได้ทำให้ค่าใช้จ่ายของกองทุนประกันสังคมเพิ่มขึ้น&nbsp;จึงไม่มีผลกระทบต่อกองทุนประกันสังคมและเพื่อให้ผู้ประกันตนสามารถนำเงินบำเหน็จชราภาพที่เพิ่มขึ้นไปใช้จ่ายเพื่อยังชีพในยามชรา&nbsp;เป็นการบรรเทาปัญหาทางการเงินของผู้ประกันตนได้บางส่วน&nbsp;</p><p><br></p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;มอบกระทรวงศึกษา&nbsp;ดูแลปรับปรุงบ้านพักครูทั่วประเทศ&nbsp;พร้อมกำชับดูมาตรการช่วยเหลือหนี้สินครูทั้งระบบ</strong></p><p><strong>นางสาวตรีนุช&nbsp;เทียนทอง&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ในการประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;(ครม.)&nbsp;ได้หารือถึงภาพรวมการแก้ไขปัญหาหนี้สินครัวเรือนทั้งระบบ&nbsp;ซึ่งในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;(ศธ.)&nbsp;ได้รายงานให้พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;รับทราบถึงการแก้ไขปัญหาหนี้ครูทั้งระบบ&nbsp;โดยขณะนี้&nbsp;ศธ.ได้นำร่องแก้ปัญหาหนี้ครูกับสหกรณ์ออมทรัพย์ครู&nbsp;ซึ่งเป็นโครงการแก้ปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา&nbsp;เนื่องจากคณะกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาของ&nbsp;ศธ.ได้ออกประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูต้นแบบ&nbsp;โดยใช้สหกรณ์ออมทรัพย์ครูต้นแบบเป็นฐานและขณะนี้มีสหกรณ์ออมทรัพย์ครูเข้าร่วมโครงการดังกล่าวแล้วกว่า&nbsp;20&nbsp;แห่ง&nbsp;โดยใช้มาตรการลดดอกเบี้ย&nbsp;ทั้งนี้ยอมรับว่าปัญหาหนี้ครูถือเป็นหนี้ก้อนใหญ่&nbsp;ที่อยากจะสะสางเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ครูทั่วประเทศ&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ยังมอบแนวทางการช่วยเหลือดูแลบ้านพักข้าราชการ</strong>&nbsp;ซึ่งในส่วนของ&nbsp;ศธ.ได้รายงานว่าขณะนี้ได้จัดทำโครงการปรับปรุงบ้านพักครูทั่วประเทศ&nbsp;โดยมอบหมายสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน&nbsp;(สพฐ.)&nbsp;ร่างแผนงานไว้หมดแล้ว&nbsp;&nbsp;เพื่อเป็นสวัสดิการให้แก้ข้าราชการครู&nbsp;ซึ่งเบื้องต้นวางเป้าหมายโรงเรียนที่ถูกควบรวมไปแล้วและมีอาคารปล่อยทิ้งร้างไว้เราจะนำมารีโนเวทใหม่ให้เป็นอาคารบ้านพักครู&nbsp;โดยจะนำเสนอแผนปรับปรุงบ้านพักครูทั่วประเทศให้&nbsp;ครม.พิจารณาในเร็วๆ&nbsp;นี้ต่อไป&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>การเมือง/มั่นคง</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;พอใจเสียงตอบรับจากประชาชน&nbsp;4&nbsp;มาตรการของรัฐ&nbsp;ลดภาระค่าครองชีพและฟื้นฟูเศรษฐกิจ&nbsp;เตรียมเดินหน้าเฟส&nbsp;4</strong></p><p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;พลเอกประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;มีความยินดีที่กระแสตอบรับจากประชาชนพอใจและชื่นชอบมาตรการลดภาระค่าครองชีพและฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบ&nbsp;COVID-19&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ของรัฐบาล&nbsp;โดยทั้ง&nbsp;4&nbsp;โครงการ&nbsp;ได้แก่&nbsp;</p><p><strong>โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;ระยะที่&nbsp;3</strong>&nbsp;โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ&nbsp;โครงการคนละครึ่ง&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้&nbsp;สิ้นสุดระยะเวลาการใช้จ่ายไปเมื่อวันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งกระทรวงการคลังโดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง&nbsp;ได้รายงานตัวเลขยอดการใช้จ่ายมีผู้ใช้สิทธิสะสมทั้ง&nbsp;4&nbsp;โครงการรวม&nbsp;41.5&nbsp;ล้านราย&nbsp;ยอดใช้จ่ายสะสมทั้งหมด&nbsp;254,281.7&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;มีผู้ใช้สิทธิสะสมประมาณ&nbsp;13.55&nbsp;ล้านราย&nbsp;โดยมียอดการใช้จ่ายสะสมรวม&nbsp;24,010&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ&nbsp;ผู้ใช้สิทธิสะสมประมาณ&nbsp;1.51&nbsp;ล้านราย&nbsp;โดยมียอดการใช้จ่ายสะสมรวม&nbsp;2,183.3&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โครงการคนละครึ่ง&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;มีผู้ใช้สิทธิสะสมจำนวน&nbsp;26.35&nbsp;ล้านราย&nbsp;จากผู้ได้รับสิทธิจำนวน&nbsp;27.98&nbsp;ล้านราย&nbsp;และมีจำนวนผู้ใช้สิทธิครบ&nbsp;4,500&nbsp;บาท&nbsp;แล้วกว่า&nbsp;10.87&nbsp;ล้านราย&nbsp;โดยมียอดการใช้จ่ายสะสมรวม&nbsp;223,921.8&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้&nbsp;มีประชาชนผู้ใช้สิทธิสะสมจำนวน&nbsp;91,952&nbsp;ราย&nbsp;จากผู้ได้รับสิทธิจำนวนกว่า&nbsp;4.9&nbsp;แสนราย&nbsp;โดยมียอดใช้จ่ายสะสมส่วนประชาชน&nbsp;3,827.4&nbsp;ล้านบาท&nbsp;มีมูลค่าการใช้จ่ายสะสมที่นำมาคำนวณสิทธิ&nbsp;e-Voucher&nbsp;3,064&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และคิดเป็นมูลค่าสะสม&nbsp;e-Voucher&nbsp;ทั้งสิ้นกว่า&nbsp;353.8&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และมูลค่าการใช้จ่ายสะสมส่วน&nbsp;e-Voucher&nbsp;339.2&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ขณะนี้กระทรวงการคลัง&nbsp;ได้มีมาตรการช้อปดีมีคืน&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;15&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;โดยผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสามารถนำค่าใช้จ่ายจากการซื้อสินค้าและค่าบริการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม&nbsp;หนังสือ&nbsp;e-Book&nbsp;และสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน&nbsp;30,000&nbsp;บาท&nbsp;หักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับปีภาษี&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งจะยื่นแบบและชำระภาษีในช่วงต้นปี&nbsp;2566&nbsp;โดยผู้ใช้สิทธิโครงการคนละครึ่งเฟส&nbsp;3&nbsp;ที่พึ่งสิ้นสุดโครงการไปเมื่อวันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;สามารถไปใช้โครงการสิทธิ์ช้อปดีมีคืนได้&nbsp;และล่าสุด&nbsp;ครม.&nbsp;ได้เห็นชอบโครงการคนละครึ่ง&nbsp;เฟส&nbsp;4&nbsp;แล้ว&nbsp;มอบของขวัญปีใหม่ให้คนไทยขณะนี้&nbsp;กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างเตรียมมาตรการและการปรับปรุงระบบ&nbsp;""คนละครึ่งเฟส&nbsp;4""&nbsp;ที่จะเริ่มในวันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;.-&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งเบื้องต้นผู้ได้สิทธิในโครงการคนละครึ่งเฟส&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;27.98&nbsp;ล้านราย&nbsp;ต้องกดยืนยันตนอีกครั้ง&nbsp;ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง&nbsp;โดยไม่ต้องลงทะเบียนใหม่&nbsp;</p><p><strong>ส่วนผู้ที่ไม่เคยลงทะเบียนจะต้องสมัครผ่านทางเว็บไซต์</strong>&nbsp;คนละครึ่ง.com&nbsp;เหมือนที่ผ่านมา&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;จะนำผลการดำเนินโครงการตามมาตรการลดภาระค่าครองชีพและฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบ&nbsp;COVID-19&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;พิจารณาปรับปรุงเพื่อออกแบบโครงการที่เหมาะสมกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในอนาคตต่อไป&nbsp;ทั้งนี้ผู้ที่ผู้ที่ใช้สิทธิ์ช้อปดีมีคืน&nbsp;สามารถใช้สิทธิ์มาตรการคนละครึ่งเฟส&nbsp;4&nbsp;ที่จะเริ่มในวันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;.-&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ได้อีก&nbsp;เพราะช่วงเวลาไม่ทับซ้อนกัน</p><p><br></p><p><strong>สภาผู้แทนราษฏร&nbsp;งดประชุมสภาและกรรมาธิการทุกคณะ&nbsp;โดยให้ข้าราชการทำงานจากบ้านพัก&nbsp;100%&nbsp;</strong></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">บรรยากาศที่อาคารรัฐสภา&nbsp;เป็นไปด้วยความเงียบเหงา</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">&nbsp;หลังจากนายชวน&nbsp;หลีกภัย&nbsp;ประธานสภาผู้แทนราษฏร&nbsp;มีคำสั่งงดการประชุมช่วงสัปดาห์แรกของเดือนมกราคมนี้&nbsp;ในวันที่&nbsp;5-6&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;รวมทั้งเลื่อนพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ&nbsp;แต่งตั้ง&nbsp;นายแพทย์ชลน่าน&nbsp;ศรีแก้ว&nbsp;ส.ส.น่าน&nbsp;และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย&nbsp;ให้เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรออกไปก่อน&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;</span><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">ขณะเดียวกัน&nbsp;สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">มีคำสั่งให้ข้าราชการของสำนักงานทำงานที่บ้าน&nbsp;(Work&nbsp;From&nbsp;Home)&nbsp;แบบ&nbsp;100%&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1-9&nbsp;มกราคม&nbsp;โดยยังมีผู้ปฏิบัติงานในหน้าที่ที่สำคัญ&nbsp;เช่น&nbsp;การดูแลรักษาความปลอดภัย&nbsp;รวมถึงแม่บ้านทำความสะอาดสถานที่ที่ต้องปฏิบัติงานในพื้นที่ระหว่างนี้&nbsp;โดยวางมาตรการอย่างเข้มข้น&nbsp;โดยการตรวจหาเชื้อเบื้องต้นด้วย&nbsp;ATK&nbsp;ให้กับข้าราชการเจ้าหน้าที่ที่จะเข้าปฏิบัติงานภายในสำนักงาน&nbsp;สมาชิกและผู้ติดตาม&nbsp;รวมถึงสื่อมวลชนประจำรัฐสภา&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.&nbsp;-15.00&nbsp;น.</span></p><p><br></p><p>เศรษฐกิจ/ท่องเที่ยว</p><p><strong>คาดการณ์เศรษฐกิจอุตสาหกรรมขยายตัวร้อยละ&nbsp;2.5-3.0&nbsp;จากการส่งออกขยายตัวต่อเนื่อง&nbsp;และการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ</strong></p><p><strong>นายทองชัย&nbsp;ชวลิตพิเชฐ&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม</strong>&nbsp;หรือ&nbsp;สศอ.&nbsp;กล่าวถึงภาวะเศรษฐกิจอุตสาหกรรมในปี&nbsp;2565&nbsp;โดยคาดว่า&nbsp;GDP&nbsp;ภาคอุตสาหกรรมขยายตัวร้อยละ&nbsp;2.5-3.5&nbsp;เป็นผลจากตลาดส่งออกขยายตัวต่อเนื่อง&nbsp;รวมถึงตลาดในประเทศเริ่มฟื้นตัวจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคโควิด-19&nbsp;และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;ต่างๆ&nbsp;ของภาครัฐ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ยังต้องเฝ้าระวังการแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;ประกอบกับต้องพิจารณาปัจจัยราคาพลังงานและการขาดแคลนแรงงานโดยเฉพาะในอุตสาหกรรมสำคัญที่มีการใช้แรงงานเข้มข้นต่อไป</p><p><br></p><p>เกษตร/สิ่งแวดล้อม</p><p><strong>ขานรับนโยบายรัฐบาล&nbsp;แก้ปัญหาภัยแล้ง&nbsp;ประหยัดน้ำ&nbsp;ทางรอดต้านแล้ง</strong></p><p><strong>นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ในฐานะหน่วยงานที่มีภารกิจหลักด้านการพัฒนาแหล่งน้ำ&nbsp;การบริหารจัดการน้ำและการบรรเทาภัยอันเกิดจากน้ำ&nbsp;ขานรับนโยบายแนวทางแก้ปัญหาภัยแล้งประเทศไทยของ&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ด้วยการจัดทำโครงการรณรงค์ประชาสัมพันธ์&nbsp;ประหยัดน้ำ&nbsp;ทางรอดต้านแล้ง&nbsp;เพื่อรณรงค์ให้คนไทยประหยัดน้ำเพื่อชาติ&nbsp;นำเสนอภายใต้แนวคิด&nbsp;ประหยัดน้ำ&nbsp;เท่ากับ&nbsp;บริจาคน้ำ&nbsp;เตรียมความพร้อมทุกภาคส่วนให้ตระหนักถึงความสำคัญของการประหยัดทรัพยากรน้ำ&nbsp;ก่อนภาวะวิกฤติภัยแล้งจะมาถึงกลุ่มเป้าหมายจะมุ่งเน้นไปที่&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;นักเรียน&nbsp;นักศึกษาและประชาชนทั่วไป&nbsp;</p><p><strong>การรณรงค์จะนำเสนอผ่านเพลงและมิวสิควิดีโอเพลง&nbsp;Save&nbsp;Water</strong>&nbsp;หรือเพลง&nbsp;ประหยัดน้ำ&nbsp;เพื่อให้คนไทยตระหนักถึงปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้น&nbsp;สำหรับแนวทางด้านการบริหารจัดการน้ำช่วงแล้งปี&nbsp;2564/65&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;ได้ดำเนินการตามมาตรการการบริหารจัดการน้ำฤดูแล้งปี&nbsp;2564/65&nbsp;ทั้ง&nbsp;8&nbsp;มาตรการได้แก่&nbsp;มาตรการที่&nbsp;1&nbsp;เร่งเก็บกักน้ำในช่วงฤดูฝน&nbsp;เพื่อเป็นน้ำต้นทุนในช่วงฤดูแล้ง&nbsp;มาตรการที่&nbsp;2&nbsp;จัดหาแหล่งน้ำสำรองในพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ&nbsp;พร้อมทั้งสํารวจ&nbsp;ตรวจสอบ&nbsp;พื้นที่ที่มีศักยภาพ&nbsp;ที่จะพัฒนาเป็นแหล่งเก็บกักน้ำสำรองได้&nbsp;มาตรการที่&nbsp;3&nbsp;กําหนดการจัดสรรน้ำฤดูแล้ง&nbsp;รวมทั้งติดตามกํากับให้เป็นไปตามแผนเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบการขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภค&nbsp;พร้อมจัดทําทะเบียนผู้ใช้น้ำ&nbsp;มาตรการที่&nbsp;4&nbsp;วางแผนเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง&nbsp;รวมถึงส่งเสริมสนับสนุนการเพาะปลูกในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเป็นอันดับแรก&nbsp;มาตรการที่&nbsp;5&nbsp;เตรียมน้ำสํารองสําหรับพื้นที่ลุ่มต่ำ&nbsp;เพื่อสนับสนุนน้ำเตรียมแปลง&nbsp;มาตรการที่&nbsp;6&nbsp;เฝ้าระวังคุณภาพน้ำในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;สายรอง&nbsp;และเตรียมแผนรองรับกรณีเกิดปัญหา&nbsp;มาตรการที่&nbsp;7&nbsp;ติดตามประเมินผล&nbsp;เพื่อให้ผลการดําเนินงานเป็นไปตามแผน&nbsp;และมาตรการที่&nbsp;8&nbsp;สร้างการรับรู้สถานการณ์น้ำและแผนบริหารจัดการน้ำ&nbsp;ให้ทุกภาคส่วน&nbsp;เกิดความร่วมมือในการใช้น้ำอย่างประหยัดและเป็นไปตามแผนที่กําหนดไว้&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ขอให้ประชาชนตระหนักถึงสถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้น</strong>&nbsp;และร่วมแรงร่วมใจกันประหยัดน้ำ&nbsp;ใช้ทรัพยากรน้ำให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด</p><p><br></p><p><strong>แนะประชาชนหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;เข้มข้นสูง&nbsp;สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งขณะอยู่ภายนอกอาคาร</strong></p><p><strong>นายสมชาย&nbsp;ตู้แก้ว&nbsp;ผู้อำนวยการกองประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;กรมอนามัย</strong>&nbsp;ให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพในสถานการณ์ฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ว่า&nbsp;เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงฤดูหนาว&nbsp;สภาพอากาศเย็นและแห้ง&nbsp;ลมสงบ&nbsp;สถานการณ์ฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;จะมีปริมาณเข้มข้นมากขึ้นและลอยอยู่ในระดับต่ำ&nbsp;โดยเฉพาะในช่วงเดือนธันวาคม&nbsp;&nbsp;มกราคม&nbsp;พื้นที่&nbsp;กทม.&nbsp;และปริมณฑล&nbsp;จะมีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงขึ้น&nbsp;ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพของประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าว&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง&nbsp;เด็ก&nbsp;ผู้สูงอายุ&nbsp;หญิงตั้งครรภ์&nbsp;และคนที่มีโรคประจำตัวเป็นโรคทางเดินหายใจ&nbsp;</p><p><strong>กรมอนามัย&nbsp;ขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์ปริมาณฝุ่น&nbsp;</strong>หรือค่าฝุ่นในพื้นที่ของตนเองอย่างใกล้ชิด&nbsp;จากแอปพลิเคชัน&nbsp;Air4Thai&nbsp;หลีกเลี่ยง&nbsp;หรือลดระยะเวลาการอยู่ในพื้นที่ที่มีฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูง&nbsp;สวมหน้ากากป้องกันฝุ่นทุกครั้งขณะอยู่นอกอาคาร&nbsp;ซึ่งหน้ากากป้องกันฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ได้ดีคือ&nbsp;หน้ากาก&nbsp;N95&nbsp;หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ที่ใช้กันทั่วไปก็สามารถใช้ได้&nbsp;แต่ต้องทำให้กระชับกับใบหน้าเพื่อป้องกันฝุ่น&nbsp;หรือจะสวมทับด้วยหน้ากากผ้าเพื่อให้เกิดความกระชับและป้องกันฝุ่นได้ดีขึ้น&nbsp;ควรทำความสะอาดบ้านให้ปลอดฝุ่นอยู่เสมอด้วยวิธีเปียก&nbsp;เพื่อป้องกันการฟุ้งกระจายของฝุ่น&nbsp;อาการที่บ่งบอกว่าร่างกายได้รับปริมาณฝุ่นเข้าไปมากน้อยแค่ไหน&nbsp;อาการเริ่มต้นคือ&nbsp;เคืองตา&nbsp;ระคายเคืองและมีผืนคัน&nbsp;ส่วนอาการที่รุนแรงขึ้น&nbsp;จะมีเสมหะ&nbsp;ไอ&nbsp;และตาแดง&nbsp;และอาการรุนแรงที่สุดคือ&nbsp;หายใจลำบาก&nbsp;และแน่นหน้าอก&nbsp;พี่น้องประชาชนควรหมั่นสังเกตอาการตัวเองว่ามีอาการผิดปกติหรือไม่&nbsp;หากมีอาการผิดปกติควรรีบไปพบแพทย์ทันที&nbsp;</p><p><br></p><p>สถานการณ์โควิด-19</p><p><strong>รับมือการแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;หลังเทศกาลปีใหม่&nbsp;ย้ำประชาชนทำงานที่บ้านตรวจ&nbsp;ATK</strong></p><p><strong>นายแพทย์เฉวตสรร&nbsp;นามวาท</strong>&nbsp;ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน&nbsp;กรมควบคุมโรค&nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ได้จัดมาตรการรองรับการเดินทางหลังเทศกาลปีใหม่เพื่อความเสี่ยงการแพร่กระจายเชื้อโควิด-19&nbsp;ขอความร่วมมือหน่วยงานภาคเอกชน&nbsp;WFH&nbsp;ให้ได้มากที่สุด&nbsp;เช่นเดียวกับภาครัฐ&nbsp;ขณะที่ประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนา&nbsp;หรือท่องเที่ยวขอตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;และสังเกตอาการ&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการเตรียมพร้อมรับมือด้านสาธารณสุข</strong>ประเมินการเพิ่มเตียงไว้ประมาณร้อยละ&nbsp;10&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;และสามารถขยายเพิ่มได้อีกร้อยละ&nbsp;80&nbsp;หรือเพิ่มตามสถานการณ์&nbsp;พร้อมๆ&nbsp;กับการเตรียมระบบการรักษาตัวที่บ้านและศูนย์ชุมชนสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการไม่มากโดยเฉพาะสายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;ซึ่งหลังจากนี้จะต้องติดตามสถานการณ์ผู้ติดเชื้ออย่างใกล้ชิดในช่วงสัปดาห์ที่&nbsp;2&nbsp;ของเดือนนี้เป็นต้นไป</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;</strong>นายอนุทิน&nbsp;ชาญวีรกูล&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ได้ย้ำให้ติดตามสถานการณ์และติดตามการดำเนินการจัดพื้นที่ของสถานประกอบการตามาตรการโควิด&nbsp;ฟรีเซตติ้ง&nbsp;ว่าดำเนินการได้รอบด้านเพียงใดโดยเฉพาะสถานบันเทิงที่ดัดแปลงเป็นร้านอาหารที่ต้องมีระบบบระบายอากาศที่ดี&nbsp;โดยประสานงานกับคณะกรรมการโรคติดต่อระดับจังหวัดในการเข้มงวดอย่างใกล้ชิด&nbsp;พร้อมกันนี้ยังเตียมนำข้อมูลการประเมินสถานการณ์ภาพรวมของการแพร่ระบาดเพื่อเสนอต่อ&nbsp;ศบค.ในการเลื่อนมาตรการเทสแอนด์โอออกไปซึ่งจะได้ความชัดเจนในสัปดาห์นี้</p><p><br></p><p>สังคม</p><p><strong>กระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;ประกาศเลื่อนจัดกิจกรรมฉลองวันเด็กแห่งชาติ&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;หลังสถานการณ์โควิด&nbsp;-19&nbsp;ในหลายพื้นที่ยังน่ากังวล</strong></p><p><strong>นางสาวตรีนุช&nbsp;เทียนทอง&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;เนื่องจากขณะนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;มีแนวโน้มการแพร่ระบาดเพิ่มมากขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศ&nbsp;กระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;จึงขอเลื่อนการจัดกิจกรรมฉลองวันเด็กแห่งชาติ&nbsp;ที่ส่วนกลางและเลื่อนการจัดกิจกรรมการมอบโล่รางวัลและประกาศนียบัตรแก่เด็กและเยาวชนดีเด่นและนำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ&nbsp;ทั่วประเทศ&nbsp;ออกไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย&nbsp;</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมฉลองวันเด็กแห่งชาติ&nbsp;ในส่วนภูมิภาคนั้น</strong>&nbsp;ให้ประเมินสถานการณ์เป็นรายพื้นที่&nbsp;ร่วมกับคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด&nbsp;หากเห็นว่าปลอดภัย&nbsp;ก็สามารถจัดกิจกรรมได้&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ยืนยันว่า&nbsp;กระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;เห็นความสำคัญของเด็กทุกคน&nbsp;</strong>ซึ่งภายในปีนี้จะมีการจัดงานวันเด็กแห่งชาติขึ้นแน่นอน&nbsp;ส่วนจะกำหนดใหม่ว่าจะจัดกิจกรรมเมื่อไหร่&nbsp;ในรูปแบบใดนั้น&nbsp;ต้องประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ถ้ามีความเสี่ยงสูงก็ยังจัดไม่ได้&nbsp;เพื่อความปลอดภัยของเด็กๆ&nbsp;และผู้ปกครองทุกคน</p><p><br></p><p><strong>6&nbsp;วันของการรณรงค์&nbsp;ชีวิตวิถีใหม่&nbsp;ขับขี่อย่างปลอดภัย&nbsp;ไร้อุบัติเหตุ&nbsp;อุบัติเหตุเกิดจากขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด</strong></p><p><strong>นายบุญธรรม&nbsp;เลิศสุขีเกษม&nbsp;อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;(ปภ.)</strong>&nbsp;ในฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน&nbsp;(ศปถ.)&nbsp;แถลงสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่&nbsp;3&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งเป็นวันที่&nbsp;6&nbsp;ของการรณรงค์&nbsp;ชีวิตวิถีใหม่&nbsp;ขับขี่อย่างปลอดภัย&nbsp;ไร้อุบัติเหตุ&nbsp;เกิดอุบัติเหตุ&nbsp;264&nbsp;ครั้ง&nbsp;ผู้เสียชีวิต&nbsp;34&nbsp;ราย&nbsp;ผู้บาดเจ็บ&nbsp;274&nbsp;คน&nbsp;สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด&nbsp;ยังคงเป็นขับรถเร็วร้อยละ&nbsp;35.61&nbsp;รองลงมาคือ&nbsp;ดื่มแล้วขับร้อยละ&nbsp;18.94&nbsp;ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด&nbsp;3&nbsp;อันดับแรก&nbsp;ได้แก่&nbsp;รถจักรยานยนต์&nbsp;รถปิกอัพหรือกระบะ&nbsp;</p><p><strong>สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง&nbsp;6&nbsp;วันของการรณรงค์</strong>&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;29&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;3&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เกิดอุบัติเหตุรวม&nbsp;2,488&nbsp;ครั้ง&nbsp;ผู้เสียชีวิตรวม&nbsp;300&nbsp;ราย&nbsp;ผู้บาดเจ็บรวม&nbsp;2,471&nbsp;คน&nbsp;จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุดได้แก่&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;(92&nbsp;ครั้ง)&nbsp;จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด&nbsp;ได้แก่&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;(20&nbsp;ราย)&nbsp;จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด&nbsp;ได้แก่&nbsp;กาญจนบุรี&nbsp;(91&nbsp;คน)&nbsp;จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตในช่วง&nbsp;6&nbsp;วันของการรณรงค์มี&nbsp;11&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ตรัง&nbsp;นครนายก&nbsp;ปัตตานี&nbsp;พังงา&nbsp;แพร่&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;ยะลา&nbsp;ระนอง&nbsp;สตูล&nbsp;สมุทรสงคราม&nbsp;และสุโขทัย</p><p><strong>อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;(ปภ.)</strong>&nbsp;ในฐานะเลขานุการ&nbsp;ศปถ.กล่าวว่า&nbsp;วันนี้ยังมีประชาชนบางส่วนเดินทางกลับมายังกรุงเทพมหานคร-ปริมณฑล&nbsp;และเมืองหลักต่างๆ&nbsp;เพื่อกลับมาทำงาน&nbsp;จึงเน้นย้ำให้จังหวัดบูรณาการดูแลความปลอดภัยการเดินทางของประชาชนต่อเนื่อง&nbsp;รวมทั้งฝากให้ผู้ที่ขับขี่ยานพาหนะให้เคร่งครัดในการขับขี่&nbsp;โดยเฉพาะเรื่องของความเร็วขอให้อยู่ภายใต้กฎหมายกำหนด</p><p><br></p><p><strong>กระทรวงแรงงาน&nbsp;ส่งของขวัญปีใหม่ให้ผู้ใช้แรงงาน&nbsp;กู้เงินผ่านสหกรณ์ออมทรัพย์ดอกเบี้ยต่ำ&nbsp;วงเงิน&nbsp;50&nbsp;ล้านบาท</strong></p><p><strong>นายสุชาติ&nbsp;ชมกลิ่น&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;เทศกาลปีใหม่เป็นเทศกาลแห่งความสุขและถือเป็นนิมิตรหมายอันดีในการส่งต่อความสุขให้ผู้ใช้แรงงาน&nbsp;กระทรวงแรงงาน&nbsp;โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน&nbsp;ออกประกาศคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงาน&nbsp;เรื่อง&nbsp;โครงการเงินกู้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงาน&nbsp;เพื่อช่วยเหลือให้ผู้ใช้แรงงานที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ในสถานประกอบกิจการ&nbsp;และรัฐวิสาหกิจสามารถเข้าถึงการบริการเงินกู้ของกองทุนเพื่อผู้ใช้แรงานในการนำไปลงทุนประกอบอาชีพเสริม&nbsp;เพื่อพัฒนารายได้แก่ตนเองและครอบครัว&nbsp;โดยประกาศนี้บังคับใช้ตั้งแต่วันที่&nbsp;2&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;</p><p><strong>โครงการนี้มีวงเงินในการดำเนินโครงการ&nbsp;50&nbsp;ล้านบาท</strong>&nbsp;มีระยะเวลาในการยื่นคำขอกู้ตามโครงการ&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;-&nbsp;วันที่&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;หรือจนกว่าจะมีสหกรณ์ออมทรัพย์ใช้บริการครบตามวงเงินที่กำหนด&nbsp;ซึ่งสหกรณ์ออมทรัพย์ในสถานประกอบกิจการหรือในรัฐวิสาหกิจ&nbsp;สามารถยื่นคำขอกู้เงินจากกองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงานตามโครงการนี้&nbsp;เพื่อนำไปให้บริการเงินกู้แก่ผู้ใช้แรงงานที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์&nbsp;ได้ไม่เกินแห่งละ&nbsp;10&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ&nbsp;0.50&nbsp;ต่อปี&nbsp;ระยะเวลาการส่งชำระคืนสูงสุดไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;โดยผ่อนส่งเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยเงินกู้เป็นงวดรายเดือน&nbsp;พร้อมกันนี้ผู้ใช้แรงงานที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์กู้ได้ไม่เกินคนละ&nbsp;100,000&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>ด้านนายนิยม&nbsp;สองแก้ว&nbsp;อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;สหกรณ์ออมทรัพย์ที่ประสงค์เข้าร่วมโครงการ&nbsp;สามารถยื่นคำขอกู้เงินต่อกองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงาน&nbsp;โดยมีคณะกรรมการดำเนินงานสหกรณ์ทั้งคณะและผู้ปฏิบัติหน้าที่ผู้จัดการสหกรณ์เป็นผู้ค้ำประกันการกู้เงิน&nbsp;ในส่วนของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้&nbsp;สหกรณ์ออมทรัพย์ที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;ต้องให้บริการเงินกู้กับสมาชิกโดยกำหนดอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยประเภทเงินกู้สามัญที่เรียกเก็บจากสมาชิกไม่น้อยกว่าร้อยละ&nbsp;2.25&nbsp;ต่อปี&nbsp;และในกรณีที่มีปัญหาในการดำเนินการตามประกาศนี้&nbsp;ให้นำเสนอคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงานพิจารณาเป็นกรณีไป&nbsp;ผลการพิจารณาของคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงานให้ถือเป็นที่สุดทั้งนี้&nbsp;หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถติดต่อ&nbsp;กองสวัสดิการแรงงาน&nbsp;กลุ่มงานกองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงาน&nbsp;โทร&nbsp;0&nbsp;2660&nbsp;2180</p><p><br></p><p><strong>กรมอนามัย&nbsp;เตือนกินเค้ก-คุกกี้&nbsp;เสี่ยงน้ำหนักเพิ่ม&nbsp;อ้วนลงพุง</strong></p><p><strong>นายแพทย์สุวรรณชัย&nbsp;วัฒนายิ่งเจริญชัย&nbsp;อธิบดีกรมอนามัย&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ขนมเค้ก&nbsp;คุกกี้&nbsp;ถือเป็นของขวัญที่นิยมมอบให้กันในช่วงเทศกาลปีใหม่และด้วยรสชาติที่หวาน&nbsp;อร่อย&nbsp;อาจทำให้กินเพลิน&nbsp;หากกินมากเกินไป&nbsp;ติดต่อกันเป็นประจำโดยไม่มีการควบคุม&nbsp;อาจทำร่างกายได้รับแป้ง&nbsp;น้ำตาลและไขมันมากเกินไป&nbsp;ส่งผลให้น้ำหนักตัวเพิ่มได้ง่าย&nbsp;เพราะขนมเค้กเนยสด&nbsp;1&nbsp;ชิ้นเล็กขนาด&nbsp;35&nbsp;กรัม&nbsp;ให้พลังงาน&nbsp;140&nbsp;กิโลแคลอรี&nbsp;ขณะที่คุกกี้&nbsp;1&nbsp;ชิ้น&nbsp;ขนาด&nbsp;10&nbsp;กรัม&nbsp;ให้พลังงาน&nbsp;50&nbsp;กิโลแคลอรี&nbsp;หากกินเค้กปริมาณ&nbsp;1&nbsp;ปอนด์ต่อวันจะทำให้ร่างกายได้รับพลังงานถึง&nbsp;1,800&nbsp;กิโลแคลอรี&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่พลังงานที่ร่างกายต้องการต่อวันอยู่ที่&nbsp;1,600&nbsp;-&nbsp;2,000&nbsp;กิโลแคลอรี<"	""	""	""	""	""
116	/strong>&nbsp;ดังนั้น&nbsp;หากสามารถเลือกได้&nbsp;ขอให้เลือกขนมเค้กสูตรหวานน้อย&nbsp;เพิ่มผักหรือธัญพืชในเนื้อเค้ก&nbsp;ใช้ผลไม้ตกแต่งทดแทนครีม&nbsp;ที่นอกจากจะช่วยเพิ่มความสวยงามแล้ว&nbsp;ยังช่วยเพิ่มวิตามิน&nbsp;แร่ธาตุและใยอาหาร&nbsp;คุกกี้ควรเสริมด้วยธัญพืชต่างๆ&nbsp;เพื่อให้ได้รับประโยชน์เพิ่มมากขึ้น&nbsp;ที่สำคัญควรกินชิ้นเล็กๆ&nbsp;ควบคุมปริมาณการกินไม่กินมากเกินไป&nbsp;และหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ&nbsp;เพื่อลดการสะสมของน้ำตาล&nbsp;ไขมัน&nbsp;ลดปัจจัยเสี่ยงของโรคอ้วนลงพุง</p><p><br></p><p><br></p>	4/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104152649270	""
117	จังหวัดตรัง  แถลงข่าวสถานการณ์โควิด 19  วันนี้พบผู้ป่วยโควิด 19  รายใหม่ 44 ราย  พร้อมเน้นย้ำความร่วมมือให้ทุกภาคส่วนปฏิบัติตามแนวทางป้องกันควบคุมโรคด้วยมาตรการ VUCA	<p><strong>วันนี้&nbsp;&nbsp;(4&nbsp;ม.ค.&nbsp;2565)&nbsp;&nbsp;ที่ที่ศูนย์แถลงข่าว&nbsp;ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;</strong>จังหวัดตรัง&nbsp;ห้องลิบง&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตรัง&nbsp;นายแพทย์&nbsp;ตุลกานต์&nbsp;มักคุ้น&nbsp;นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ&nbsp;โรงพยาบาลตรัง&nbsp;ในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;แถลงข่าวสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;&nbsp;ของจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;วันนี้&nbsp;(4&nbsp;ม.ค.&nbsp;2565)&nbsp;จังหวัดตรังพบผู้ป่วยโควิด&nbsp;19&nbsp;รายใหม่&nbsp;44&nbsp;ราย</strong>&nbsp;ติดเชื้อในจังหวัดตรัง&nbsp;38&nbsp;ราย&nbsp;ติดเชื้อจากต่างจังหวัด&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;และโครงการ&nbsp;Test&nbsp;and&nbsp;Go&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;รวมผู้ติดเชื้อตามการระบาดระลอกใหม่ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;18,088&nbsp;ราย&nbsp;จำแนกผู้ป่วยเป็นรายอำเภอ&nbsp;ดังนี้&nbsp;อำเภอกันตัง&nbsp;11&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอนาโยง&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;18&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอวังวิเศษ&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอรัษฎา&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอห้วยยอด&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;โดยในวันนี้มี&nbsp;3&nbsp;อำเภอที่ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ในพื้นที่&nbsp;คือ&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;อำเภอสิเกา&nbsp;และอำเภอหาดสำราญ&nbsp;มีผู้ป่วยรักษาหายวันนี้&nbsp;57&nbsp;ราย&nbsp;รวมหายป่วยสะสม&nbsp;17,680&nbsp;รายจ&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;97.74&nbsp;ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม&nbsp;ยอดเสียชีวิตสะสมยังคงอยู่ที่&nbsp;114&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ได้เน้นย้ำความร่วมมือให้ทุกภาคส่วนปฏิบัติตามแนวทางป้องกันควบคุมโรคด้วยมาตรการ&nbsp;VUCA</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;V&nbsp;วัคซีน&nbsp;โดยผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนขอให้เข้ารับการฉีดวัคซีนและผู้ที่ได้รับวัคซีน&nbsp;2&nbsp;เข็มและครบตามเวลาที่กำหนด&nbsp;ให้ไปรับวัคซีนเข็มกระตุ้น,&nbsp;U&nbsp;ป้องกันตนเองสูงสุดตลอดเวลา&nbsp;โดยเฉพาะเว้นระยะห่าง&nbsp;ล้างมือ&nbsp;สวมหน้ากาก&nbsp;โดยสวมอย่างถูกวิธีทั้งหน้ากากผ้าและหน้ากากอนามัย&nbsp;จะสามารถป้องกันได้ทุกสายพันธุ์&nbsp;ป้องกันติดเชื้อ&nbsp;และป่วยหนักได้,&nbsp;C&nbsp;COVID&nbsp;Safe&nbsp;Living&nbsp;ใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย&nbsp;หลีกเลี่ยงจัดกิจกรรมเสี่ยงรวมถึง&nbsp;สถานที่ต่างๆ&nbsp;ต้องมีมาตรการป้องกัน&nbsp;เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยในสถานการณ์โควิด&nbsp;และ&nbsp;A&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;กรณีที่มีความเสี่ยงต่อการรับเชื้อ&nbsp;หากได้รับการวินิจฉัยโดยเร็วและแยกกักตัวเข้ารับการรักษา&nbsp;จะช่วยป้องกันการแพร่ระบาดได้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	4/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104151003253
118	ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เผยแนวปฏิบัติของส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐภายหลังเทศกาลปีใหม่	<p><strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จังหวัดตรังได้แจ้งแนวปฏิบัติของส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐภายหลังเทศกาลปีใหม่&nbsp;โดยพิจารณาสั่งการให้ข้าราชการ&nbsp;พนักงาน&nbsp;เจ้าหน้าที่หรือบุคคลในความรับผิดชอบดำเนินการตามมาตรการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้งหน่วยงาน&nbsp;(Work&nbsp;From&nbsp;Home)&nbsp;และพิจารณาหลีกเลี่ยงการจัดกิจกรรมที่ส่งผลให้เกิดการรวมกลุ่มหรือเคลื่อนที่ของกลุ่มคนจำนวนมาก&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;4-14&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;โดยให้พิจารณาจากบุคคลที่เดินทางออกนอกพื้นที่จังหวัด&nbsp;เพื่อยกระดับมาตรการป้องกันและควบคุมโรคในสถานที่ราชการและหน่วยงานของรัฐ&nbsp;รวมทั้งประชาชนที่เดินทางไปในพื้นที่เสี่ยง&nbsp;จังหวัดจึงให้หน่วยงานดำเนินการดังนี้</p><p>&nbsp;1.ให้บุคลากรในสังกัดที่เดินทางออกนอกพื้นที่จังหวัด&nbsp;ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง&nbsp;เช่น&nbsp;ไปรวมกลุ่มกิจกรรมกับคนจำนวนมาก&nbsp;หรือจังหวัดที่มีการแพร่ระบาดสูง&nbsp;ลงทะเบียนตรวจหาเชื้อฯ&nbsp;ผ่าน&nbsp;QR&nbsp;Code&nbsp;โดยสำนกงานสาธารณสุขจังหวัดตรัง&nbsp;จะแจ้งวัน&nbsp;เวลา&nbsp;และสถานที่เข้ารับการตรวจฯ</p><p>&nbsp;2.ให้บุคลากรในสังกัดที่เดินทางออกนอกพื้นที่จังหวัด&nbsp;ที่ไม่ใช่กลุ่มเสี่ยง&nbsp;เฝ้าสังเกตอาการของตนเอง&nbsp;(Self&nbsp;Quarantine)&nbsp;หากมีอาการไอ&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;มีไข้&nbsp;ปวดกล้ามเนื้อ&nbsp;มีน้ำมูก&nbsp;ปวดศีรษะ&nbsp;หายใจลำบากได้กลิ่นลดลง&nbsp;ให้แจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุข&nbsp;เพื่อตรวจคัดกรองและเข้ารับการตรวจหาเชื้อทันที&nbsp;โดยใช้ชุดตรวจโควิด-19&nbsp;แบบตรวจหาแอนติเจน&nbsp;(Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit&nbsp;:&nbsp;ATK)&nbsp;ด้วยตนเอง&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;ระยะห่างกัน&nbsp;3&nbsp;วัน</p><p>&nbsp;3.สำหรับอำเภอให้แจ้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่เดินทางไปพื้นที่เสี่ยง&nbsp;หรือเข้าร่วมกิจกรรมที่การรวมกลุ่มคนจำนวนมากหรือไปในสถานที่แออัด&nbsp;ให้สังเกตอาการตัวเอง&nbsp;(Self&nbsp;Quarantine)&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;และหากมีอาการให้ตรวจหาเชื้อฯ&nbsp;ด้วยตนเอง&nbsp;หรือลงทะเบียนตรวจหาเชื้อฯ&nbsp;ผ่าน&nbsp;QR&nbsp;code</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	4/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104152100263
119	สถานการณ์โควิดไทย แนวโน้มพบผู้ติดเชื้อ ผู้ป่วยหนัก ผู้เสียชีวิตลดลง แต่พบสัญญาณการเพิ่มขึ้นของผู้ติดเชื้อจากการถอดหน้ากาก	"<p><strong>นายแพทย์โอภาส&nbsp;การย์กวินพงศ์&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมโรค&nbsp;</strong>กล่าวถึงสถานการณ์โวิด&nbsp;-19&nbsp;ของไทยว่า&nbsp;ภาพรวมแนวโน้มพบผู้ติดเชื้อยืนยัน&nbsp;ผู้ป่วยอาการหนัก&nbsp;ผู้เสียชีวิตลดลง&nbsp;แต่พบสัญญาณการเพิ่มขึ้นของผู้ติดเชื้อจากการถอดหน้ากากรวมตัวอยู่ในพื้นที่ปิดอากาศไม่ถ่ายเท&nbsp;เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดที่ไปพร้อมกับการเดินทางไปต่างจังหวัดช่วงปีใหม่&nbsp;จึงเห็นว่าจากเดิมยอดติดสูงสุดจะอยู่ที่&nbsp;กทม.&nbsp;แต่ขณะนี้&nbsp;พื้นที่พบมากสุดกลายเป็นชลบุรี&nbsp;พื้นที่ท่องเที่ยว&nbsp;ทั้งอุบลราชธานี&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;สมุทรปราการและภูเก็ต&nbsp;ความเสี่ยงแพร่เชื้อระยะต่อไป&nbsp;คือสถานบันเทิงที่ปรับเป็นร้านอาหารที่เคยแจ้งเตือนไว้ตั้งแต่ก่อนปีใหม่&nbsp;แต่ยังพบหลายจุดเป็นแหล่งแพร่เชื้อช่วงปีใหม่&nbsp;อย่างที่ตนเองลงพื้นที่อุบลราชธานี&nbsp;ไปร้านอาหารกึ่งผับแห่งหนึ่งส่อเป็นแพร่ซุปเปอร์สเปรอดเดอร์&nbsp;เพราะแม้จะจัดเก้าอี้นอกอาคารแต่พอดึกมีการปิดม่านลงจนอากาศมาถ่ายเท&nbsp;เสริมโต๊ะจนแน่น&nbsp;มีการเล่นดนตรี&nbsp;ถอดหน้ากากเป็นเวลานานร้องเพลง&nbsp;กินเหล้าและมีการส่งเสริมการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์&nbsp;ซึ่งเป็นพฤติกรรมซ้ำรอยตอนเกิดคลัสเตอร์ทองหล่อช่วง&nbsp;เม.ย.ปีที่แล้ว&nbsp;จึงแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายเบื้องต้นเข้าข่ายผิดกฎหมายหลายตัว&nbsp;โดยเฉพาะ&nbsp;พ.ร.บ.ควบคุมโรค&nbsp;พ.ร.ก.ฉุกเฉิน&nbsp;ที่มีความผิดค่อนข้างร้ายแรง&nbsp;</p><p><strong>ขอเตือนประชาชนร้านอาหารกึ่งผับถือเป็นพื้นที่เสี่ยง</strong>&nbsp;ก่อนใช้บริการดูให้ดีว่าร้านนั้นปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;Covid&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;จัดสิ่งแวดล้อมดี&nbsp;อากาศถ่ายเท&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;ไม่มีกิจกรรมร้องเล่นที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ&nbsp;หากไม่ปฏิบัติตามขอเลี่ยงเข้าใช้บริการ&nbsp;</p><p><strong>ขอประชาชนที่เดินทางไปต่างจังหวัดช่วงปีใหม่</strong>&nbsp;กลับเข้า&nbsp;กทม.แล้วขอให้เน้นทำงานที่บ้าน&nbsp;(Work&nbsp;From&nbsp;Home)&nbsp;ให้มากที่สุด&nbsp;สังเกตุอาการตนเอง&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;ห่างกัน&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;หากตรวจพบติดเชื้ออาการไม่หนักหรือไม่มีอาการ&nbsp;ให้โทรหาสายด่วน&nbsp;1330&nbsp;ลงทะเบียนรักษาที่บ้าน&nbsp;(Home&nbsp;Isolition&nbsp;:&nbsp;HI)&nbsp;</p><p><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-right""><br></p>"	4/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104183122390
120	จังหวัดตรัง แถลงพบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ 44 ราย เป็นผู้ติดเชื้อในจังหวัด 38 ราย ตอดเชื้อจากต่างจังหวัด 6 ราย รวมยอดสะสม 18,088 ราย	<p><strong>วันนี้&nbsp;(4&nbsp;ม.ค.65)</strong>&nbsp;ที่ศูนย์แถลงข่าว&nbsp;ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตรัง&nbsp;นายแพทย์ตุลย์กานต์&nbsp;มักคุ้น&nbsp;นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ&nbsp;โรงพยาบาลตรัง&nbsp;ในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;พบผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;รายใหม่&nbsp;44&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็นติดเชื้อในจังหวัดตรัง&nbsp;38&nbsp;ราย&nbsp;ติดเชื้อจากจังหวัดอื่น&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;รวมผู้ติดเชื้อตามการระบาดระลอกใหม่ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;18,088&nbsp;ราย&nbsp;พบผู้ติดเชื้อมากที่สุดที่อำเภอเมืองตรัง&nbsp;18&nbsp;ราย&nbsp;รองลงมาที่อำเภอกันตัง&nbsp;11&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอรัษฎา&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอนาโยง&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอวังวิเศษ&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอห้วยยอด&nbsp;1&nbsp;ราย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;พบการติดเชื้อมากที่สุดจากการสัมผัสร่วมบ้าน&nbsp;18&nbsp;ราย</strong>&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;40.91&nbsp;รองลงมาเป็นการสัมผัสในชุมชน&nbsp;16&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;36.36&nbsp;พูดคุยโดยไม่สวมหน้ากากและอื่นๆ&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;9.09&nbsp;สัมผัสในที่ทำงาน&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;9.09&nbsp;อยู่ในพื้นที่โรคระบาด&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;4.55&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ได้เน้นย้ำมาตรการป้องกันตนเองแบบครอบจักรวาล</strong>&nbsp;(Universal&nbsp;Prevention)&nbsp;และมาตรการ&nbsp;VUCA&nbsp;เพื่อป้องกันคนเองให้ห่างไกลจากโควิด-19&nbsp;พร้อมทั้งแนะนำสำหรับผู้ที่เดินทางกลับมาจากการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;ให้ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนและตรวจซ้ำอีกครั้งเมื่อครบ&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;หรือหากยังไม่ได้ตรวจขอให้เว้นระยะห่าง&nbsp;สวมหน้ากากตลอดเวลา&nbsp;ล้างมือบ่อยๆ&nbsp;และงดการรวมกลุ่มเป็นเวลา&nbsp;14&nbsp;วัน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	4/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104153300274
121	โฆษก ศบค.ตรัง เผย จังหวัดตรังมีผู้ป่วยโควิด 19 ที่รักษาหายวันนี้ 57 ราย รักษาหายสะสม 17,680 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม และเป็นวันแรกที่มีผู้ป่วยรักษาตัวอยู่ น้อยกว่า 300 ราย	<p><strong>วันนี้&nbsp;(4&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;นายแพทย์ตุลกานต์&nbsp;มักคุ้น&nbsp;แพทย์ชำนาญการพิเศษโรงพยาบาลตรัง&nbsp;</strong>ในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ผู้ป่วยที่รักษาหายเพิ่ม&nbsp;57&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายรวม&nbsp;17,680&nbsp;ราย&nbsp;มีผู้ป่วยโควิด&nbsp;19&nbsp;ยังคงรักษาใน&nbsp;รพ.&nbsp;294&nbsp;ราย&nbsp;ถือเป็นวันแรกที่มีผู้ป่วยรักษาตัวอยู่น้อยกว่า&nbsp;300&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยไม่มีอาการหรือมีอาการน้อย&nbsp;251&nbsp;ราย&nbsp;ปานกลาง&nbsp;36&nbsp;ราย&nbsp;ให้ออกซิเจน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ให้ออกซิเจนแรงดันสูง&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;ไม่มีผู้ป่วยที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ&nbsp;โดยในวันนี้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่อวันเฉลี่ยใน&nbsp;7&nbsp;วันเฉพาะในจังหวัดตรัง&nbsp;43.7&nbsp;ราย&nbsp;รวมที่มารักษาด้วย&nbsp;46.2&nbsp;ราย&nbsp;ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม&nbsp;ทำให้มียอดเสียชีวิตสะสม&nbsp;114&nbsp;ราย&nbsp;โดยในขณะนี้&nbsp;จังหวัดตรังได้ดำเนินการฉีดวัคซีนเข็ม&nbsp;1&nbsp;ไปแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;462,070&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;75.21&nbsp;และจำนวนผู้ได้รับวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;จำนวน&nbsp;436,101&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;70.89&nbsp;จากกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;615,192&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ได้ทำการตรวจหาเชื้อ&nbsp;SARs-COV-2&nbsp;โดยดำเนินการไปแล้วทั้งสิ้น&nbsp;117,700&nbsp;ราย</strong>&nbsp;พบผลบวก(ติดเชื้อ)&nbsp;18,290&nbsp;ราย&nbsp;วันนี้มีการ&nbsp;Swab&nbsp;62&nbsp;ราย&nbsp;รอผลทั้ง&nbsp;62&nbsp;ราย&nbsp;และยังคงเน้นย้ำมาตรการการรักษามาตรการส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อป้องกันและลดการแพร่ระบาดของโควิด&nbsp;19&nbsp;ในวันนี้ได้มีการตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;เป็นบวก&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;44&nbsp;ราย&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;75&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;58.67%&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นบวก&nbsp;33&nbsp;ราย&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;483&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;6.83%&nbsp;รวมผู้ติดเชื้อ&nbsp;77&nbsp;ราย&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;558&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;13.80%</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	4/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104153810281
122	อุบลฯ คุมเข้มโควิด-19 ตรวจ ATK ข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงาน ก่อนเข้าศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อให้บุคลากรทุกคนและประชาชนที่มาติดต่อราชการมีความปลอดภัย	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ที่หอประชุมจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี</strong>&nbsp;นายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชานี&nbsp;ปฏิบัติงานตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;พนักงาน&nbsp;ลูกจ้าง&nbsp;จำนวน&nbsp;605&nbsp;ราย&nbsp;ที่ปฎิบัติงานในอาคารศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อให้ข้าราชการ&nbsp;พนักงาน&nbsp;และลูกจ้าง&nbsp;มีความปลอดภัยจาดโควิด-19&nbsp;และประชาชนที่มาติดต่อราชการ&nbsp;มีความปลอดภัย&nbsp;สร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่ปฏิบัติงานและประชาชนที่มาติดต่อรับบริการจากหน่วยงาน&nbsp;ภายในบริเวณอาคารศาลากลางจังหวัด&nbsp;อีกด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;จึงขอความร่วมมือประชาชนที่มาติดต่อเดินทางมาติดต่อราชการ&nbsp;</strong>ต้องมีผลฉีดวัคซีนครบโดส&nbsp;หรือผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;48&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;สถานการณ์โควิด-19&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;4&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;พบผู้ติดเชื้อ&nbsp;315&nbsp;ราย&nbsp;ติดเชื้อในพื้นที่&nbsp;302&nbsp;ราย&nbsp;ติดเชื้อจากต่างจังหวัด&nbsp;13&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยสะสม&nbsp;24,777&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหาย&nbsp;22,717&nbsp;ราย</p>	4/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104154847297
123	ตราดพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน ชาวต่างชาติ 2 ราย ชาวไทย 1 ราย ในพื้นที่ อ.เกาะช้าง	<p><strong>(4&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;นายสุรชัย&nbsp;เจียมกุล&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตราด</strong>&nbsp;กล่าวถึงสถานการณ์การติดเชื้อไวรัส&nbsp;covid-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;พบจำนวน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;เป็นนักท่องเที่ยวที่เข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่เกาะช้าง&nbsp;มีการติดเชื้อก่อนเข้าสู่เทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>โดยรายแรก&nbsp;เป็นนักท่องเที่ยวชาวฟินแลนด์อายุ&nbsp;17&nbsp;ปี&nbsp;</strong>ที่เดินทางเข้ามาในรูปแบบ&nbsp;test&nbsp;&amp;&nbsp;go&nbsp;มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>ส่วนรายที่&nbsp;2&nbsp;เป็นนักท่องเที่ยวชาวไอริช&nbsp;</strong>ตรวจหาเชื้อเพื่อเดินทางกลับประเทศในวันที่&nbsp;29&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;และพบติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูงจำนวน&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;ปัจจุบันทั้ง&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลกรุงเทพ-ตราด</p><p><strong>รายที่&nbsp;3&nbsp;เป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย&nbsp;อายุ&nbsp;28&nbsp;ปี</strong>&nbsp;กำลังเดินทางจะไปเกาะช้าง&nbsp;ตรวจพบ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นบวก&nbsp;จึงได้นำตัวไปยังโรงพยาบาลตราด&nbsp;ตรวจหาเชื้อแบบ&nbsp;rt-pcr&nbsp;ผลยืนยันติดเชื้อโควิค&nbsp;-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;แต่ยังไม่มีกลุ่มเสี่ยงใกล้ชิด&nbsp;สอบสวนได้ความว่าติดเชื้อมาจากกรุงเทพมหานคร</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สาธารณสุขจังหวัดตราด&nbsp;</strong>จะเร่งดำเนินการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงสูง&nbsp;เพื่อป้องกันการเกิดการระบาดในวงกว้างต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	4/1/2022	ภาคตะวันออก	ตราด	สวท.ตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104155054298
124	จังหวัดสตูล พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ เป็นกลุ่มสัมผัสผู้ป่วย จำนวน 3 ราย เสียชีวิต 1 ราย	<p>จังหวัดสตูล&nbsp;พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19&nbsp;รายใหม่&nbsp;เป็นกลุ่มสัมผัสผู้ป่วย&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;1&nbsp;ราย</p><p><br></p><p>นายแพทย์สมบัติ&nbsp;ผดุงวิทย์วัฒนา&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสตูล&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(4&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;มีผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;รายใหม่จังหวัดสตูล&nbsp;จำนวนทั้งหมด&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเพศชาย&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;รวมผู้ติดเชื้อสะสม&nbsp;8,381&nbsp;ราย&nbsp;ทีมสอบสวนโรคสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสตูลร่วมกับหน่วยปฏิบัติการควบคุมโรคอำเภอเมือง&nbsp;และอำเภอควนกาหลง&nbsp;สอบสวนโรคในวันที่&nbsp;2&nbsp;&nbsp;3&nbsp;มกรารม&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ผลการสอบสวนโรค&nbsp;ผู้ป่วยทั้ง&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;เป็นกลุ่มสัมผัสผู้ป่วย&nbsp;อยู่ใน&nbsp;อำเภอเมืองสตูล&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อายุ&nbsp;63&nbsp;ปี&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลคลองขุด&nbsp;เพศหญิง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อายุ&nbsp;63&nbsp;ปี&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลพิมาน&nbsp;เป็นกลุ่มสัมผัสผู้ป่วยรายเก่า&nbsp;อำเภอควนกาหลง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;24&nbsp;ปี&nbsp;ภูมิลำเนาอยู่&nbsp;ตำบลทุ่งนุ้ย&nbsp;เป็นผู้สัมผัสผู้ป่วยรายเก่า&nbsp;และมีผู้เสียชีวิต&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;83&nbsp;ปี&nbsp;ภูมิลำเนา&nbsp;ต.ฉลุง&nbsp;อ.เมืองสตูล&nbsp;ไม่มีประวัติ&nbsp;ได้รับวัคซีนโควิด-19&nbsp;มีโรคประจำตัว&nbsp;ความดันโลหิตสูง&nbsp;ไขมันในเลือดผิดปกติ&nbsp;และโรคหลอดเลือดสมอง</p><p>จากการติดตามสืบสวนสอบสวนค้นหาผู้สัมผัสใกล้ชิด&nbsp;และผู้สัมผัสร่วมบ้านของผู้ป่วยทั้ง&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ในเบื้องต้น&nbsp;มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;คน&nbsp;ได้ไปกักตัวที่&nbsp;HQ&nbsp;ทั้ง&nbsp;8&nbsp;คน&nbsp;พร้อมทีมแพทย์ให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัวตามมาตรการ&nbsp;มีสุขอนามัยที่ดี&nbsp;อยู่ในความดูแลเฝ้าสังเกตอาการโดยหมอครอบครัว&nbsp;ส่วนอาคารสถานที่ต่างๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ทำความสะอาดฆ่าเชื้อเรียบร้อยแล้ว</p><p><br></p><p>ด้านนายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;กล่าวด้วยความห่วงใยพี่น้องประชาชน&nbsp;ว่า&nbsp;จังหวัดสตูลยังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;เป็นผู้สัมผัสคนในครอบครัว&nbsp;คนใกล้ชิดกับผู้ป่วย&nbsp;กลุ่มที่ทำงานร่วมกัน&nbsp;และกลุ่มที่มีกิจกรรมร่วมกัน&nbsp;และในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมาหลายท่านได้เดินทางไปท่องเที่ยว&nbsp;และเฉลิมฉลองเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่&nbsp;ซึ่งอาจจะเสี่ยงต่อการรับเชื้อกลับมา&nbsp;ฉะนั้น&nbsp;ในช่วงนี้ขอฝากความห่วงใยไปยังพี่น้องชาวสตูลในการดูแลสุขอนามัย&nbsp;และเคร่งครัดในการดูแลตัวเองตาม&nbsp;มาตรการควบคุมป้องกีนโควิด-19&nbsp;หรือผู้ที่ทำงานในองค์กรต่างๆ&nbsp;ควรมีการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนกลับมาทำงาน&nbsp;หรือมีการ&nbsp;WORK&nbsp;FROM&nbsp;HOME&nbsp;ให้มั่นใจว่าไม่ได้รับเชื้อ&nbsp;หรือติดเชื้อโควิดมา&nbsp;แล้วค่อยกลับเข้าทำงานตามปกติ&nbsp;แต่ทั้งนี้ต้องไม่ให้เกิดผลกระทบกับการปฏิบัติงาน&nbsp;โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการประชาชน&nbsp;ซึ่งหากพบอาการผิดปกติให้รีบพบแพทย์&nbsp;และไม่ปกปิดข้อมูล&nbsp;เพื่อให้สามารถรักษาได้อย่างทันท่วงที</p><p><br></p><p>และต้องขอแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวของผู้เสียชีวิต&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ในวันนี้ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบาง&nbsp;(ผู้สูงอายุ&nbsp;และมีโรคประจำตัว)&nbsp;ไม่เคยรับวัคซีนโควิด&nbsp;19&nbsp;จึงขอเชิญชวนให้กลุ่มเปราะบาง&nbsp;และประชาชนทั่วไปเข้ารับการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันการป่วยหนักและเสียชีวิต&nbsp;พร้อมเน้นย้ำทีมหมอครอบครัวดูแลอย่างใกล้ชิด&nbsp;เฝ้าระวังอาการเป็นหวัด&nbsp;รีบรักษาโดยเร็ว&nbsp;แต่ถึงอย่างไรก็ตามการป้องกันเชื้อโควิด-19&nbsp;ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด&nbsp;ต้องขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนในการมีสุขอนามัยที่ดี&nbsp;ป้องกันตนเองแบบครอบจักรวาล&nbsp;(Universal&nbsp;Prevention)&nbsp;ทำความสะอาดฆ่าเชื้อจุดสัมผัสเป็นประจำ&nbsp;ไม่กินอาหารร่วมกัน&nbsp;ไม่ใช้สิ่งของร่วมกัน&nbsp;เช่น&nbsp;จาน&nbsp;ชาม&nbsp;ช้อน&nbsp;ที่นอน&nbsp;ผ้าเช็ดตัว&nbsp;จัดสิ่งแวดล้อมของที่พักอาศัยให้เปิดโล่ง&nbsp;อากาศถ่ายเทสะดวก&nbsp;และทุกคนต้องสวมหน้ากากตลอดเวลา&nbsp;ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค&nbsp;เน้นห่างกันไว้&nbsp;ใส่แมสกัน&nbsp;หมั่นล้างมือ&nbsp;ถือหลักรักสะอาด&nbsp;ไม่ไปที่ผู้คนแออัด&nbsp;หรือที่มีการรวมกลุ่มคนจำนวนมาก</p>	4/1/2022	ภาคใต้	สตูล	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104161340314
125	สาธารณสุขจังหวัดตราด  แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด -19 เผย พบผู้ป่วย โอมิครอน จำนวน 3 ราย	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>(4&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;นายสุรชัย&nbsp;เจียมกูล&nbsp;นักวิชาการสาธารณสุขเชี่ยวชาญ&nbsp;/&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตราด&nbsp;</strong>&nbsp;กล่าวระหว่างการแถลงข่าวสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID&nbsp;&nbsp;19&nbsp;)&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดตราด&nbsp;ว่า&nbsp;&nbsp;การพบผู้ติดเชื้อโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;รายใหม่มีแนวโน้มลดลง&nbsp;เห็นได้จากมีการพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่ำกว่าสิบรายมาหลายวัน&nbsp;&nbsp;แต่จากการเฝ้าระวังเชิงรุก&nbsp;และตรวจคัดกรองในสถานที่ท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา&nbsp;ปรากฏว่า&nbsp;พบผู้ติดเชื้อโควิด&nbsp;-19&nbsp;สายพันธุ์ใหม่&nbsp;โอมิครอน&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;โดย&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;พบที่เกาะช้าง&nbsp;เป็นนักท่องชาวต่างชาติ&nbsp;ซึ่งได้รับการตรวจ&nbsp;Test&nbsp;&amp;&nbsp;Go&nbsp;ได้เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลกรุงเทพตราด&nbsp;ส่วนอีก&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย&nbsp;ที่กำลังจะเดินทางลงไปเกาะช้าง&nbsp;แต่พบอาการป่วยก่อนจึงเข้ารับการตรวจและเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลตราด&nbsp;ปัจจุบันอาการปกติ&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทั้งนี้&nbsp;ภายหลังช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;ทางจังหวัดตราด&nbsp;</strong>โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตราด&nbsp;ได้มีนโยบายให้มีการเฝ้าระวังและคัดกรองเชิงรุกในพื้นที่ท่องเที่ยว&nbsp;โดยจะมีการตรวจคัดกรองเป็นระยะไปจนถึงวันที่&nbsp;14&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;โดยการดำเนินการปัจจุบันยังพบผู้ป่วยโควิด&nbsp;-19&nbsp;ไม่ถึง&nbsp;1&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;ในส่วนข้อราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่ของรัฐที่เดินทางออกนอกพื้นที่ได้มีนโยบายให้มีการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนที่จะเข้าทำงานตามปกติ&nbsp;หากพบว่ามีความเสี่ยงขอให้มีการทำงานอยู่ที่บ้าน&nbsp;ในส่วนของประชาชนที่เดินทางออกนอกพื้นที่ขอให้สังเกตอาการอยู่กับบ้านหากมีอาการมีน้ำมูก&nbsp;มีไข้&nbsp;สามารถเข้ารับการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ได้ที่สถานบริการ&nbsp;หรือหน่วยบริการสาธารณสุขทุกแห่ง</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;กระทรวงสาธารณสุขยังได้มีข้อสั่งการให้มีการตรวจคัดกรองเชิงรุกในโรงเรียน</strong>&nbsp;ในสถานประกอบการ&nbsp;ในศาสนสถาน&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;โดยในส่วนสถานศึกษาได้ขอให้มีการเรียนการสอน&nbsp;Online&nbsp;ไปก่อนหลังเทศกาลปีใหม่&nbsp;เพื่อป้องกันปัญหาการแพร่กระจายกรณีพบผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;ทั้งนี้สรุปภาพรวมสถานการณ์โควิด&nbsp;-19&nbsp;ของจังหวัดตราด&nbsp;ประชาชนไม่ต้องตระหนก&nbsp;เนื่องจากยังพบการติดเชื้อรายใหม่ค่อนข้างต่ำ&nbsp;แต่ก็ยังคงต้องเฝ้าระวังต่อเนื่องไปจนถึงวันที่&nbsp;14&nbsp;มกราคม&nbsp;โดยขอให้ทุกคนปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;D&nbsp;M&nbsp;H&nbsp;T&nbsp;T&nbsp;A&nbsp;โดยขอให้หลีกเลี่ยงการจัดกิจกรรมกลุ่มออกไปก่อน&nbsp;รวมทั้งงดกิจกรรมการสังสรรค์&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	4/1/2022	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104160554310
126	มาตรการ COVID Free Setting Antigen Test Kit (ATK)	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(4&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;14.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ห้องปฏิบัติราชการ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ</strong>&nbsp;เพื่อให้เป็นไปตามประกาศจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เรื่องมาตรการเฝ้าระวัง&nbsp;ป้องกัน&nbsp;และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;ฉบับที่&nbsp;19&nbsp;(มาตรการ&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting)&nbsp;ดำเนินการตรวจโควิด&nbsp;แบบ&nbsp;Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit&nbsp;(ATK)&nbsp;เดือนละ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายศิริพันธ์&nbsp;ขุ่มด้วง&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ</strong>&nbsp;พร้อมด้วยบุคลากรงานเลขานุการรองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;จำนวนรวม&nbsp;6&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;ผลเป็นลบ&nbsp;(ไม่มีผู้ติดเชื้อ)&nbsp;ทั้ง&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;เพื่อเป็นมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันโควิด-19</p>	4/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104161107312
127	"ผู้ว่าฯ หนองบัวลำภู ให้ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ตรวจ ATK ก่อนเข้าทำงานที่ศูนย์ราชการทุกราย เพื่อควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 หลังพบผู้ป่วยติดเชื้อสายพันธ์ ""โอมิครอน"" เข้ามาในพื้นที่ 11 ราย"	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(4&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;ที่บริเวณทางขึ้นศาลากลางจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;(ด้านหลัง)</strong>&nbsp;นางศิวพร&nbsp;ฉั่วสวัสดิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;ได้ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;นำเจ้าหน้าที่&nbsp;และรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย&nbsp;ในการตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;เชิงรุก&nbsp;และนำ&nbsp;ATK&nbsp;มาบริการตรวจให้กับ&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;ตำรวจ&nbsp;ทหาร&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;แม่บ้าน&nbsp;และประชาชนที่จะเดินทางมาติดต่อราชการภายในศูนย์ราชการทุกคน&nbsp;เนื่องจากช่วงเทศกาลปีใหม่มีวันหยุดราชการติดต่อกันหลายวัน&nbsp;ทำให้ข้าราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;ที่อยู่ต่างจังหวัดเดินทางกลับบ้านเดินทางไปท่องเที่ยวในหลายพื้นที่&nbsp;และข้าราชการบางคนมีญาติเดินทางมาจากต่างจังหวัด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู</strong>&nbsp;หลังพบผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์&nbsp;""โอมิครอน""&nbsp;ที่เดินทางมาจากนอกพื้นที่&nbsp;จำนวน&nbsp;11&nbsp;ราย&nbsp;เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลหนองบัวลำภู&nbsp;ซึ่งเป็นผู้ป่วยที่เดินทางมาจากนอกพื้นที่&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดจึงได้ดำเนินการให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด&nbsp;นำ&nbsp;ATK&nbsp;มาบริการตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;ให้กับข้าราชการเจ้าหน้าที่ที่เดินทางเข้ามาทำงานในพื้นที่ศาลากลางจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;ทุกคน&nbsp;ทุกหน่วยงาน&nbsp;เพื่อป้องการการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;จากผลการตรวจข้าราชาการ&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;ในวันแรกของการเปิดทำงานหลังจากหยุดยาวติดต่อกันหลายวันในช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;กว่า&nbsp;253&nbsp;ราย&nbsp;ผลการตรวจเป็นลบทุกราย</p>"	4/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	หนองบัวลำภู	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองบัวลำภู	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104161413315
128	ยโสธร ประกาศปิดสถานบริการที่จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สนุกเกอร์และบิลเลียด ออกไปถึง 31 ม.ค. 65	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายชลธี&nbsp;ยังตรง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ตามที่มีการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดยโสธร&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;30&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบมาตรการเร่งด่วน&nbsp;ในการป้องกัน&nbsp;และควบคุมการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;จึงมีประกาศจังหวัดยโสธร&nbsp;ฉบับที่&nbsp;52&nbsp;ลงวันที่&nbsp;30&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ประกอบไปด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ให้ขยายระยะเวลาปิดสถานบริการ&nbsp;สถานประกอบการ&nbsp;ที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการสถานที่มีการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์&nbsp;หรือเครื่องดื่มอื่นใดมีดนตรีการแสดงดนตรี&nbsp;หรือจัดให้มีการเปิดเพลงจากเครื่องเล่นชนิดต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;หรือการแสดงอื่นใดเพื่อการบันเทิงสถานบันเทิง&nbsp;ผับ&nbsp;บาร์&nbsp;คาราโอเกะ&nbsp;หรือสถานที่อื่นที่มีลักษณะคล้ายกันเป็นการชั่วคราวออกไปจนถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;24.00&nbsp;น.&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สำหรับร้านอาหารร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม&nbsp;ให้สามารถเปิดให้บริการบริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มในร้านตามเวลาปกติ&nbsp;โดยยังคงห้ามการบริโภคสุรา&nbsp;หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้านจนกว่าจะมีประกาศ&nbsp;หรือคำสั่งเปลี่ยนแปลง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ให้ขยายระยะเวลาการเปิดการปิดสนุกเกอร์&nbsp;บิลเลียด&nbsp;เป็นการชั่วคราวออกไปจนถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ขอให้ส่วนราชการ&nbsp;รัฐวิสาหกิจและภาคเอกชนในพื้นที่จังหวัดยโสธร&nbsp;กำหนดแนวทางการปฏิบัติสำหรับบุคลากรของแต่ละหน่วยงานที่ต้องเดินทางกลับภูมิลำเนา&nbsp;หรือไปท่องเที่ยวเฉลิมฉลองในช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;เช่น&nbsp;กำหนดแนวทางการปฏิบัติงานที่บ้าน&nbsp;Work&nbsp;from&nbsp;Home&nbsp;หรือกำหนดแนวทางให้บุคลากรสำหรับเวลาทำงานอย่างน้อย&nbsp;1&nbsp;สัปดาห์&nbsp;และกำหนดให้บุคลากรแสดงการตรวจ&nbsp;(ATK)&nbsp;ว่าไม่ว่าพบเชื้อไม่เกิน&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ก่อนการเข้าปฏิบัติงาน&nbsp;ต่อผู้บังคับบัญชา&nbsp;ในกรณีพบว่ามีอาการไม่พึงประสงค์&nbsp;เช่น&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;หรือมีไข้สูงกว่า&nbsp;37.5&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;ควรพักอยู่ที่บ้านเพื่อเฝ้าสังเกต&nbsp;อาการและเรียกไปพบแพทย์ทันที&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ให้ถือปฏิบัติตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป</p>	4/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ยโสธร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104163100341
129	จังหวัดปัตตานีประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อ นัดแรกของ ปี 2565	<p><strong>วันนี้&nbsp;&nbsp;(4&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;นายนิพันธ์&nbsp;บุญหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี&nbsp;</strong>ได้เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อประจำจังหวัดปัตตานี&nbsp;นัดแรกของปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมพญาตานี&nbsp;อาคาร&nbsp;2&nbsp;ศาลากลางจังหวัดปัตตานี</p><p><strong>การประชุมเป็นการติดตามและ&nbsp;ดำเนินการตาม&nbsp;ระเบียบปฏิบัติประจำของจังหวัดปัตตานี</strong>&nbsp;และ&nbsp;ส่งต่อข้อห่วงใย&nbsp;ของ&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;และ&nbsp;รมว.มหาดไทย&nbsp;เรื่องการ&nbsp;ดูแล&nbsp;ประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนา&nbsp;ให้มีความปลอดภัยจากการติดเชื้อโควิด&nbsp;19&nbsp;โดยเฉพาะเชื้อกลายพันธุ์&nbsp;สายพันธุ์&nbsp;โอมิครอน&nbsp;ซึ่งขณะนี้&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;มีผู้ป่วยโควิด&nbsp;19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอนแล้ว&nbsp;5&nbsp;ราย</p><p><strong>ด้านการฉีดวัคซีน&nbsp;ในกลุ่มต่างๆ&nbsp;ได้แก่&nbsp;กลุ่มสถานศึกษา</strong>&nbsp;ปรากฏว่า&nbsp;รร.เอกชนในระบบ&nbsp;สช.รับวัคซีนไปแล้ว&nbsp;68.25&nbsp;%&nbsp;รร.สังกัดท้องถิ่น&nbsp;64.21&nbsp;%&nbsp;สพป.ปัตตานี&nbsp;เขต&nbsp;1&nbsp;56.90%&nbsp;สพป.ปัตตานี&nbsp;เขต&nbsp;2&nbsp;49.89&nbsp;%&nbsp;สพป.ปัตตานี&nbsp;เขต&nbsp;3&nbsp;42.96&nbsp;%&nbsp;ในขณะที่&nbsp;แรงงานต่างด้าว&nbsp;มีการฉีดไปแล้ว&nbsp;8,407&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็น&nbsp;100%</p><p><strong>ด้านคำสั่งจังหวัดปัตตานีที่มีผลบังคับใช้เพื่อจำกัดการเพิ่มจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่</strong>&nbsp;ยังคงให้ปฏิบัติเหมือนเดิม&nbsp;เช่น&nbsp;การประชุมสัมมนาอนุญาตให้&nbsp;รวมกลุ่มได้ไม่เกิน&nbsp;200&nbsp;คน&nbsp;ร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม&nbsp;ยังคงจำกัดการ&nbsp;เวลาในการจำหน่ายไม่เกินเวลา&nbsp;22.00&nbsp;น.&nbsp;โดยห้ามการบริโภคสุราหรื่อเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์&nbsp;ในร้าน&nbsp;โดย&nbsp;ในห้องปรับอากาศให้&nbsp;จำกัดจำนวน&nbsp;ผู้ใช้บริการ&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;50%&nbsp;ส่วน&nbsp;ร้านที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศ&nbsp;สามารถเปิดให้มีผู้ใช้บริการ&nbsp;ได้&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;75%</p><p><strong>ด้านนายนิพันธ์&nbsp;บุญหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี&nbsp;ได้&nbsp;สั่งการให้&nbsp;</strong>หน่วยงานด้านสาธารณสุขให้บริการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;แก่พี่น้องประชาชนที่มีความประสงค์&nbsp;ในวันเวลาราชการ&nbsp;หลังกลับมาจากท่องเที่ยวและเยี่ยมญาติ&nbsp;ให้ได้มากที่สุด&nbsp;เพื่อป้องกันการติดเชื้อโรคโควิด&nbsp;19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	4/1/2022	ภาคใต้	ปัตตานี	สวท.ปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104164223350
130	ผู้ว่าฯ สกลนคร แจงจัดงานนมัสการพระธาตุเชิงชุม  ด้วยมาตรการปลอดโควิด รณรงค์ฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกัน	<p><strong>จังหวัดสกลนคร&nbsp;กำหนดมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;ไว้อย่างรัดกุม</strong>&nbsp;ในการจัดงานนมัสการพระธาตุเชิงชุม&nbsp;เพื่อร่วมสืบสานวัฒนธรรมอันดีงาม&nbsp;ที่มีการจัดติดต่อกันมาถึงปีที่&nbsp;70&nbsp;แล้ว&nbsp;โดยผู้ร่วมงานต้องได้รับการฉีดวัคซีนอย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;ผู้ประกอบการผ่านการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทุกราย&nbsp;พร้อมเชิญชวน&nbsp;ประชาชนฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกัน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(4&nbsp;ม.ค&nbsp;65)&nbsp;จังหวัดสกลนคร&nbsp;ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;</strong>โดยได้มีการกำชับมาตรการ&nbsp;ป้องกันการติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ขั้นสูงสุด&nbsp;ขอความร่วมมือผู้ประกอบการดำเนินการตามมาตรการ&nbsp;COVID-Free&nbsp;Setting&nbsp;เพื่อความปลอดภัยในองค์กร&nbsp;รวมทั้งให้สถานที่ราชการ&nbsp;บริษัทห้างร้าน&nbsp;พิจารณาปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้งหน่วยงานหรือ&nbsp;work&nbsp;from&nbsp;&nbsp;home&nbsp;และให้ทุกคน&nbsp;ที่เดินทางกลับจากต่างจังหวัดช่วงปีใหม่ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเข้าทำงาน&nbsp;</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;หรือ&nbsp;โควิด-19&nbsp;</strong>จังหวัดสกลนคร&nbsp;มีผู้ป่วยรายใหม่วันนี้&nbsp;38&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยสะสม&nbsp;8,149&nbsp;ราย&nbsp;และเสียชีวิตสะสม&nbsp;37&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งในขณะนี้&nbsp;ที่จังหวัดสกลนครพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนแล้ว&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการพิจารณาเปิดการเรียนคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสกลนคร&nbsp;มีมติ&nbsp;</strong>ให้เรียนออนไลน์จนถึงวันที่&nbsp;16&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;และจะเปิดเรียนแบบออนไซต์&nbsp;ในวันที่&nbsp;17&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;และลดการติดเชื้อให้ได้ผล&nbsp;สำหรับมาตรการของสถานประกอบการหากพบว่ามีพนักงานในร้านติดเชื้อโควิด-19&nbsp;จะปิดดำเนินการ&nbsp;เป็นเวลา&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;แต่หากพบว่ามีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง&nbsp;จำนวนมาก&nbsp;จะปิดต่อไปอีก&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ด้านนางจุรีรัตน์&nbsp;เทพอาสน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร&nbsp;กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมว่า</strong>&nbsp;การแพร่ระบาดของโรคโควิด-&nbsp;19&nbsp;ในจังหวัดสกลนคร&nbsp;มีมากขึ้น&nbsp;แต่อยู่ในวงจำกัดที่สามารถควบคุมได้&nbsp;และหลายคนกังวลเกี่ยวกับการจัดงานและกิจกรรมสำคัญ&nbsp;โดยเฉพาะงานนมัสการพระธาตุเชิงชุม&nbsp;ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่&nbsp;11-17&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;คณะกรรมการจัดงานได้หารือร่วมกัน&nbsp;เห็นชอบให้มีการจัดงานแบบปลอดโควิด&nbsp;เพื่อร่วมสืบสานวัฒนธรรมอันดีงาม&nbsp;ที่มีการจัดติดต่อกันมาถึงปีที่&nbsp;70&nbsp;แล้ว&nbsp;</p><p><strong>โดยผู้ร่วมงานต้องได้รับการฉีดวัคซีนอย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;ผู้ประกอบการผ่านการตรวจ&nbsp;ATK</strong>&nbsp;ทุกราย&nbsp;และขอเชิญชวนประชาชนไปฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน&nbsp;และลดความรุนแรงของการเกิดโรคโควิด&nbsp;-19</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	4/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สกลนคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสกลนคร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104172755359
131	ชาวอุตรดิตถ์ ทยอยรับการตรวจเชื้อด้วยชุดตรวจ ATK หลังเดินทางไปต่างจังหวัดช่วงเทศกาลปีใหม่	<p><strong>วันนี้&nbsp;(4&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ที่ศูนย์บริการคัดกรองตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;และศูนย์กักกัน&nbsp;จ.อุตรดิตถ์&nbsp;</strong>ประชาชน&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;พนักงานบริษัทที่เดินทางไปต่างจังหวัดในช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;เดินทางมาขอรับบริการตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;เนื่องจากหลายหน่วยงานมีความกังวลว่าในช่วงที่หยุดยาวผู้ปฏิบัติงานอาจได้รับเชื้อ&nbsp;จึงจำเป็นต้องมีการตรวจเพื่อสร้างความมั่นใจและเพื่อการยับยั้งการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว</p><p><strong>สำหรับการตรวจ&nbsp;ณ&nbsp;จุดบริการแห่งนี้&nbsp;จะเป็นการตรวจด้วยชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;</strong>ผู้รับการตรวจต้องลงทะเบียนใน&nbsp;HUT&nbsp;UTT&nbsp;ก่อนที่จะรับการตรวจ&nbsp;เมื่อเจ้าหน้าที่เก็บสารคัดหลั่งเสร็จ&nbsp;นั่งรอประมาณ&nbsp;15&nbsp;นาที&nbsp;ก็จะทราบผล&nbsp;หากผลเป็นลบก็กลับบ้านได้&nbsp;แต่หากผลเป็นบวก&nbsp;จะต้องตรวจซ้ำและส่งตรวจที่โรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาต่อไป</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้ที่กลับมาจากพื้นที่เสี่ยง&nbsp;ต้องการตรวจหาเชื้อโควิด-19</strong>&nbsp;สามารถขอรับการตรวจได้ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน&nbsp;หรือที่&nbsp;ศูนย์บริการคัดกรองตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;จ.อุตรดิตถ์&nbsp;ในวันและเวลาราชการ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	4/1/2022	ภาคเหนือ	อุตรดิตถ์	สวท.อุตรดิตถ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104180554373
132	กรอ.ตราด ติดตามผลการขับเคลื่อนการฟื้นฟูเศรษฐกิจจังหวัดตราด ประเด็นการส่งออกผลไม้	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>(4&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;นายชำนาญวิทย์&nbsp;เตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด</strong><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจจังหวัดตราด&nbsp;(กรอ.ตร.)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์&nbsp;โปรแกรม&nbsp;Cisco&nbsp;Webex&nbsp;Meetings&nbsp;โดยมี&nbsp;หน่วยงานภาครัฐ&nbsp;หน่วยงานด้านความมั่นคง&nbsp;ภาคประชาชน&nbsp;และภาคเอกชน&nbsp;เข้าร่วมที่ห้องประชุมพลอยแดง&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตราด</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สำหรับการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจจังหวัดตราด</strong>&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;ได้มีการนำเสนอประเด็นต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;จากการประชุมหารือการขับเคลื่อนการฟื้นฟูเศรษฐกิจจังหวัดตราดที่ผ่านมา&nbsp;โดยเฉพาะประเด็นการส่งออกผลไม้ของจังหวัดตราด&nbsp;อาทิ&nbsp;การใช้ประโยชน์และการสนับสนุน&nbsp;การส่งออกสินค้า&nbsp;ผลไม้&nbsp;ทุเรียน&nbsp;และมังคุดของจังหวัดตราด&nbsp;และจังหวัดใกล้เคียง&nbsp;ผ่านท่าเทียบเรืออเนกประสงค์คลองใหญ่&nbsp;อำเภอคลองใหญ่&nbsp;ตามที่หอการค้าจังหวัดตราดเสนอ&nbsp;ซึ่งสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาตราดแจ้งความประสงค์ข้อเสนอของหอการค้า&nbsp;ฯ&nbsp;ตามขั้นตอนให้การท่าเรือแห่งประเทศไทย&nbsp;(กทท.)&nbsp;ที่จะเข้ามาบริหารท่าเทียบเรือ&nbsp;พิจารณา&nbsp;นอกจากนี้ยังมีประเด็นการใช้มาตรฐานผลไม้&nbsp;GAP,&nbsp;GMP&nbsp;ของผู้ประกอบการการส่งออกผลไม้&nbsp;มาตรฐานผลไม้แบบกลุ่ม&nbsp;GAP&nbsp;ระบบสหกรณ์&nbsp;ซึ่งจังหวัดตราด&nbsp;มีคณะทำงาน&nbsp;SC&nbsp;(Single&nbsp;Command)&nbsp;ที่แต่งตั้งเมื่อเดือนพฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;รับผิดชอบ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ทุกหน่วยงาน&nbsp;และผู้แทนสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร&nbsp;เขต&nbsp;6&nbsp;(สวพ.6)&nbsp;ซึ่งมีหน้าที่ตรวจรับรองมาตรฐานผลไม้&nbsp;โดยมีเกษตรและสหกรณ์จังหวัดตราดเป็นหัวหน้าคณะ&nbsp;ขับเคลื่อนการทำงาน&nbsp;อย่างไรก็ตามการประชุมครั้งนี้ยังได้มีการนำเสนอในเรื่องการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ซึ่งแรงงานที่เกี่ยวข้องกับผลไม้&nbsp;หีบห่อบรรจุภัณฑ์&nbsp;และผลไม้&nbsp;มีโอกาสปนเปื้อนเชื้อโรค&nbsp;โดยเฉพาะการส่งออกผลไม้ที่อุณหภูมิต่ำทำให้เชื้อที่อาจปนเปื้อน&nbsp;อยู่ได้นานกว่าปกติ&nbsp;แนวทางแก้ไขคือ&nbsp;ใช้มาตรการ&nbsp;DMHTTA&nbsp;กับกระบวนการส่งออกผลไม้ทุกขั้นตอน&nbsp;การตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ในโรงงาน&nbsp;สถานประกอบการ&nbsp;และการสุ่มตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ในสถานประกอบการกลุ่มเป้าหมายของทางราชการเพื่อสร้างความมั่นใจอีกด้วย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	4/1/2022	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104175248371
133	งานนมัสการพระธาตุเชิงชุมฯ จังหวัดสกลนคร ปีที่ 70 พร้อม 11-17 มกราคม นี้ ด้วยมาตรการเข้ม ปลอดโควิด	<p><strong>จังหวัดสกลนคร&nbsp;แถลงข่าวจัดงาน&nbsp;นมัสการพระธาตุเชิงชุมและหลวงพ่อพระองค์แสน&nbsp;สืบสานวัฒนธรรมอันดีงาม&nbsp;เป็นปีที่&nbsp;70&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;11-17&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ด้วยมาตรการปลอดโควิด&nbsp;เข้มข้น&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ฉีดวัคซีน&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;มีสิทธิ์เข้าร่วมงาน</strong></p><p><br></p><p><strong>(4&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ที่บริเวณลานด้านหน้าวัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร&nbsp;จังหวัดสกลนคร</strong>&nbsp;โดยพระครูศรีเจติยาภรณ์&nbsp;เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดสกลนคร&nbsp;นางจุรีรัตน์&nbsp;เทพอาสน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร&nbsp;ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสกลนคร&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร&nbsp;นายกเทศมนตรีนครสกลนคร&nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;สำนักงานนครพนม&nbsp;ผู้แทนนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสกลนคร&nbsp;และผู้แทนวัฒนธรรมจังหวัดสกลนคร&nbsp;ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงานเทศกาลนมัสการองค์พระธาตุเชิงชุมและหลวงพ่อพระองค์แสน&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งกำหนดจัดระหว่างวันที่&nbsp;11-17&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;โดยปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่&nbsp;70&nbsp;แล้ว&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่ออนุรักษ์และสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของการนมัสการองค์พระธาตุเชิงชุมและหลวงพ่อพระองค์แสนให้คงอยู่&nbsp;เพื่อจรรโลงพระพุทธศาสนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดสกลนคร&nbsp;โดยปีนี้กำหนดมาตรการเข้มข้น&nbsp;ปลอดโควิด-19&nbsp;ให้ประชาชน&nbsp;ชาวจังหวัดสกลนครและนักท่องเที่ยวได้รับความปลอดภัยและมีความสุข&nbsp;ในเทศกาลสำคัญนี้</p><p><strong>นางจุรีรัตน์&nbsp;เทพอาสน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;พระธาตุเชิงชุมและหลวงพ่อพระองค์แสน&nbsp;เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองสกลนคร&nbsp;แม้ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;จังหวัดสกลนคร&nbsp;ให้ความห่วงใยในเรื่องดังกล่าว&nbsp;ได้มีการหารือ&nbsp;คณะสงฆ์&nbsp;คณะกรรมการดำเนินงาน&nbsp;เพื่อจัดงานภายใต้มาตรการ&nbsp;ปลอดโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ทั้งผู้จัดงาน&nbsp;ดารา&nbsp;นักแสดง&nbsp;ศิลปิน&nbsp;ตลอดจนผู้มาร่วมรำถวายพระธาตุเชิงชุม&nbsp;ต้องได้รับการฉีดวัคซีน&nbsp;2&nbsp;เข็มขึ้นไป&nbsp;ผู้ประกอบการผู้นำสินค้ามาจำหน่าย&nbsp;จะต้องแสดงผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทั้งก่อนงานและระหว่างการจัดงาน&nbsp;ส่วนการแสดงมหรสพ&nbsp;โดยศิลปินชื่อดัง&nbsp;ปีนี้จัดอยู่ที่บริเวณสนามมิ่งเมือง&nbsp;จำกัดที่นั่งไม่เกิน&nbsp;1,000&nbsp;คนต่อวัน&nbsp;กำหนดการแสดงตั้งแต่เวลา&nbsp;19.00&nbsp;-&nbsp;23.00&nbsp;น.&nbsp;โดยมีตำรวจภูธรจังหวัดสกลนคร&nbsp;ปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยร่วมกับ&nbsp;ทหาร&nbsp;อปพร.&nbsp;อส.&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;เพื่อให้ประชาชนได้มีความสุขและสืบสานงานประเพณีที่ทุกคนต่างรอคอยทุกปี</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	4/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สกลนคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสกลนคร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104215730415
134	จังหวัดระยองประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดระยอง ครั้งที่ 1 ประจำปี 2565 เตรียมพร้อมรับมือโอมิครอน	"<p><strong>เมื่อวันที่&nbsp;4&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดระยอง&nbsp;</strong>นายยุทธพล&nbsp;องอาจอิทธิชัย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดระยอง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อทบทวนพิจารณามาตรการ&nbsp;ภาพรวม&nbsp;และแนวโน้มสถานการณ์&nbsp;โดยวันนี้จังหวัดระยองพบผู้ป่วยใหม่&nbsp;65&nbsp;ราย&nbsp;เป็นคนในจังหวัด&nbsp;49&nbsp;ราย&nbsp;ต่างจังหวัด&nbsp;14&nbsp;ราย&nbsp;ต่างประเทศ&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;มีผู้ป่วยสะสมมาตั้งแต่วันที่&nbsp;8&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;อยู่ที่&nbsp;46,658&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;527&nbsp;ราย&nbsp;และเสียชีวิต&nbsp;311&nbsp;ราย&nbsp;โดยวันนี้มีผู้เสียชีวิตรายที่&nbsp;311&nbsp;เป็นเพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;72&nbsp;ปี&nbsp;อยู่&nbsp;ต.มาบยางพร&nbsp;อ.ปลวกแดง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;มีโรคประจำตัวความดันโลหิตสูง&nbsp;เบาหวาน&nbsp;รับการรักษาที่โรงพยาบาลปลวกแดง&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;24&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ก่อนจะเสียชีวิตในวันที่&nbsp;2&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยอง&nbsp;ได้ออกประกาศว่า</strong>&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;3&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ได้รับรายงานว่าพบผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอนในพื้นที่เพิ่ม&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;ทำให้ตอนนี้จังหวัดระยองมียอดผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;27&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;3&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;รวมจำนวนทั้งสิ้น&nbsp;14&nbsp;ราย&nbsp;โดยได้ดำเนินการตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ในกลุ่มเสี่ยง&nbsp;นำผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเข้ากักตัวที่สถานที่กักตัวของรัฐ&nbsp;และติดตามเฝ้าระวังผู้สัมผัสใกล้ชิด</p><p><strong>อย่างไรก็ตามในปัจจุบันสถานการณ์วิด-19&nbsp;ในจังหวัดระยองเริ่มมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น</strong>&nbsp;จังหวัดระยองจึงขอให้ประชาชนที่เดินทางกลับมาจากต่างจังหวัดหรือภูมิลำเนาดำเนินการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;พร้อมทั้งขอให้สถานประกอบการดำเนินการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;พนักงานก่อนเข้าทำงานทุกคนหรือให้ทำงานจากที่บ้าน&nbsp;(Work&nbsp;From&nbsp;Home)&nbsp;เต็มความสามารถ&nbsp;เพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อ&nbsp;ขณะเดี่ยวกันจังหวัดระยองได้สั่งการให้หน่วยงานราชการ&nbsp;รัฐวิสาหกิจ&nbsp;และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ดำเนินการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;พนักงาน&nbsp;หรือลูกจ้างในสังกัดทุกคนก่อนเข้าทำงานด้วยเช่นกันและจะมีการตรวจซ้ำในอีก&nbsp;5&nbsp;วันข้างหน้า&nbsp;รวมถึงขอให้งดจัดกิจกรรมรวมกลุ่มทุกประเภทในช่วงนี้เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดแบบกลุ่มก้อน&nbsp;นอกจากนี้จังหวัดระยองได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมแผนรองรับด้านโรงพยาบาลสนาม&nbsp;แพทย์&nbsp;พยาบาล&nbsp;และอุปกรณ์ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ให้พร้อมรองรับสถานการณ์หากเกิดการแพร่ระบาดในพื้นที่&nbsp;รวมถึงการกำจัดขยะติดเชื้อในจังหวัด&nbsp;เช่น&nbsp;ชุด&nbsp;ATK&nbsp;ที่ใช้แล้ว&nbsp;หน้ากากอนามัย&nbsp;หรือวัสดุติดเชื้อต่าง&nbsp;ๆ</p><p><strong>ส่วนกรณีข่าวลือว่าจังหวัดระยองล็อกดาวน์</strong>และนำรูปเพจข้อมูลของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขมาอ้างนั้น&nbsp;ล่าสุด&nbsp;เพจเฟซบุ๊ก&nbsp;<a&nbsp;href=""https://www.facebook.com/mhorteeofficial/posts/985505392396155""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank"">หมอตี๋&nbsp;สาธิต&nbsp;ปิตุเตชะ</a>&nbsp;ได้โพสชี้แจงแล้วว่า&nbsp;<strong>เป็นข่าวเก่าปีที่แล้ว</strong>&nbsp;<strong>โดยเป็นการชี้แจงข้อเสนอของตนเมื่อวันที่&nbsp;4&nbsp;มกราคม&nbsp;2564</strong>&nbsp;ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ปัจจุบัน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>"	4/1/2022	ภาคตะวันออก	ระยอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104222201417
135	กรมควบคุมโรค เผย พบคลัสเตอร์จำนวนมากหลังปีใหม่ โดยเฉพาะร้านอาหารกึ่งผับ ไม่ปฏิบัติตามมาตรการ COVID free setting #ย้ำประชาชนสังเกตอาการ หากพบความเสี่ยงรีบตรวจ ATK	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(4&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;นพ.โอภาส&nbsp;การย์กวินพงศ์&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมโรค&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ช่วงหยุดยาวปีใหม่ที่ผ่านมา&nbsp;มีการเฉลิมฉลองและสังสรรค์ในหลายพื้นที่&nbsp;แต่ที่น่าเป็นกังวล&nbsp;คือ&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;กึ่งผับ&nbsp;หรือผับบาร์&nbsp;คาราโอเกะที่เปลี่ยนเป็นร้านอาหาร&nbsp;แต่ไม่ทำตามมาตรการ&nbsp;COVID&nbsp;free&nbsp;setting&nbsp;เป็นระบบปิด&nbsp;ระบายอากาศไม่ดี&nbsp;คนแออัดเพราะไม่จำกัดจำนวนคนเข้าร้าน&nbsp;ไม่เว้นระยะห่าง&nbsp;อีกทั้งหลายๆ&nbsp;ร้านยังส่งเสริมการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์&nbsp;มีการแสดงดนตรีสด&nbsp;บางร้านปล่อยให้เล่นการพนัน</p><p><strong>จึงทำให้พบคลัสเตอร์&nbsp;(Cluster)&nbsp;จากร้านอาหารในหลายจังหวัด&nbsp;</strong>โดยเฉพาะจังหวัดที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังมีรายงานการติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อนเพิ่มเติม&nbsp;เช่น&nbsp;โรงงาน&nbsp;แคมป์คนงาน&nbsp;สถานประกอบการ&nbsp;สถานศึกษา&nbsp;ตลาด&nbsp;พิธีกรรมทางศาสนาอย่างงานศพและงานแต่งงาน&nbsp;จังหวัดที่พบ&nbsp;ได้แก่&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;มหาสารคาม&nbsp;อุดรธานี&nbsp;ยโสธร&nbsp;อำนาจเจริญ&nbsp;ร้อยเอ็ด&nbsp;กาฬสินธุ์&nbsp;ชลบุรี&nbsp;ปราจีนบุรี&nbsp;สงขลา&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;และยะลา</p><p><strong>""คลัสเตอร์ที่พบและน่ากังวลอย่างมาก&nbsp;คือ&nbsp;คลัสเตอร์ร้านอาหาร&nbsp;</strong>โดยเฉพาะร้านอาหารกึ่งผับ&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;พบผู้ติดเชื้อ&nbsp;535&nbsp;คน&nbsp;สุ่มตรวจ&nbsp;12&nbsp;คน&nbsp;พบสายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;(Omicron)&nbsp;ร้านอาหารจังหวัดชลบุรี&nbsp;พบผู้ติดเชื้อสะสม&nbsp;163&nbsp;ราย&nbsp;รวมทั้งคลัสเตอร์จังหวัดขอนแก่น&nbsp;พบผู้ติดเชื้อวันปีใหม่&nbsp;232&nbsp;ราย""</p><p><strong>สำหรับประชาชนที่เดินทางกลับมาจากจังหวัดที่มีความเสี่ยง&nbsp;ควรสังเกตอาการและเฝ้าระวัง&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;</strong>หลีกเลี่ยงการรวมกลุ่มทำกิจกรรม&nbsp;พูดคุย&nbsp;รับประทานอาหาร&nbsp;ไม่ไปสถานที่เสี่ยง&nbsp;ขอให้ยังคงปฏิบัติตามมาตรการป้องกันตัวเองขั้นสูงสุด&nbsp;สวมหน้ากาก&nbsp;ล้างมือ&nbsp;เว้นระยะห่าง</p><p>ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือบริษัทต่างๆ&nbsp;ให้พนักงานปฏิบัติงานที่บ้าน&nbsp;(Work&nbsp;From&nbsp;Home)&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;หรือให้จำกัดการทำงานแบ่งเป็นช่วงเวลา&nbsp;หากต้องกลับไปทำงานขอให้ใช้ชุดตรวจการติดเชื้อ&nbsp;Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit&nbsp;(ATK)&nbsp;ก่อนเข้าทำงาน&nbsp;ในสัปดาห์แรกให้ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;2&nbsp;ครั้งห่างกันอย่างน้อย&nbsp;3&nbsp;วัน</p><p><strong>คนที่มีอาการหรือสงสัยว่าตนเองจะติดเชื้อ&nbsp;ให้ตรวจด้วย&nbsp;ATK&nbsp;</strong>โดยพิจารณาความเสี่ยง&nbsp;เช่น&nbsp;มีไข้ต่ำๆ&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;37.5&nbsp;องศาเซลเซียสขึ้นไป&nbsp;ไอ&nbsp;มีน้ำมูก&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;จมูกไม่ได้กลิ่น&nbsp;ลิ้นไม่รับรส&nbsp;หายใจเร็ว&nbsp;หายใจเหนื่อย&nbsp;หายใจลำบาก&nbsp;หรือมีตาแดง&nbsp;ผื่นขึ้น&nbsp;ถ่ายเหลว&nbsp;หรือสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อโควิด&nbsp;ทั้งที่มีอาการและไม่มีอาการ</p><p><strong>กรณีผลตรวจเป็นบวกให้กักตัวและงดการออกจากบ้านโดยเด็ดขาด</strong>&nbsp;แจ้งคนใกล้ชิดให้ทราบ&nbsp;แยกตัวเอง&nbsp;เว้นระยะห่างสวมหน้ากากตลอดเวลา&nbsp;แยกห้องน้ำ&nbsp;แยกของใช้ส่วนตัวต่างๆ&nbsp;รวมทั้งถุงใส่ขยะ&nbsp;หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์เลี้ยงในบ้าน&nbsp;ล้างมือด้วยสบู่และน้ำบ่อยๆ&nbsp;และรีบเข้าสู่กระบวนการรักษาทันทีโดยผู้ที่สิทธิบัตรทอง&nbsp;ให้โทรแจ้งที่สายด่วน&nbsp;สปสช.&nbsp;1330&nbsp;กด&nbsp;14&nbsp;ส่วนสิทธิประกันสังคมให้โทรไปที่สายด่วน&nbsp;1506&nbsp;กด&nbsp;6&nbsp;กรณีต้องการกลับไปรักษาที่ต่างจังหวัด&nbsp;โทร.&nbsp;1330&nbsp;กด&nbsp;15&nbsp;หากเป็นผู้ที่สมัครใจแยกกักตัวรักษาอยู่ที่บ้าน&nbsp;(Home&nbsp;isolation)&nbsp;ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด</p><p>สามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค&nbsp;โทร.&nbsp;1422</p><p><br></p><p>Cr#ข้อมูล:&nbsp;กองระบาดวิทยา&nbsp;กรมควบคุมโรค</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>"	4/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104224821421
136	สธ. แนะ ตรวจ ATK ก่อนเข้าทำงาน หากต้องทำงาน ตรวจ ATK สัปดาห์แรก 2 ครั้ง ห่างกัน 3 วัน	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;var(--primary-text);"">นายแพทย์เกียรติภูมิ&nbsp;วงศ์รจิต&nbsp;ปลัดกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;var(--primary-text);"">จากการติดตามสถานการณ์&nbsp;พบจุดที่น่าเป็นห่วงคือการแพร่ระบาดลักษณะคลัสเตอร์ในหลายจังหวัดที่มีร้านอาหารกึ่งผับเป็นแหล่งแพร่กระจายเชื้อ&nbsp;จากการติดตามสอบสวนโรคพบว่า&nbsp;ร้านเหล่านี้ไม่ปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;คือ&nbsp;มีระบบระบายอากาศไม่ดี&nbsp;จัดที่นั่งแออัด&nbsp;ไม่มีการเว้นระยะห่าง&nbsp;พนักงานไม่สวมหน้ากากอนามัย&nbsp;มีการจำหน่ายสุราและแสดงดนตรี&nbsp;รวมถึงจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายต่างๆ&nbsp;ซึ่งหลังสิ้นสุดเทศกาลปีใหม่&nbsp;คนกลุ่มนี้อาจได้รับเชื้อโควิด&nbsp;-19&nbsp;และเมื่อกลับมาเรียนหรือทำงานอาจนำเชื้อมาแพร่กระจายต่อได้&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;var(--primary-text);"">ดังนั้น&nbsp;ก่อนเดินทางกลับขอให้มีการตรวจคัดกรองด้วย&nbsp;ATK&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;var(--primary-text);"">และเมื่อกลับมาถึงหากสามารถทำงานที่บ้านได้ให้ทำงานที่บ้านเป็นเวลา&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;แต่หากต้องเริ่มปฏิบัติงานทันทีขอให้ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเข้าทำงาน&nbsp;และในสัปดาห์แรกให้ตรวจ&nbsp;2&nbsp;ครั้งห่างกันอย่างน้อย&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;พร้อมทั้งเฝ้าระวังอาการจนครบ&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;และงดการรวมกลุ่มพูดคุย/รับประทานอาหาร&nbsp;หากเกิดการติดเชื้อในโรงงานไม่จำเป็นต้องปิดโรงงาน&nbsp;แต่ขอให้ใช้มาตรการ&nbsp;Bubble&nbsp;&amp;&nbsp;Seal&nbsp;เพื่อไม่ให้เกิดการแพร่กระจายเชื้อออกภายนอก</span></p><p><br></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;var(--primary-text);"">&nbsp;ที่มา&nbsp;กระทรวงสาธารณสุข</strong></p><p>Cr<span&nbsp;style=""color:&nbsp;var(--accent);&nbsp;background-color:&nbsp;transparent;"">#ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด19</span></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><h2><br></h2>"	4/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104230544423
137	การตรวจ Antigen Test Kit (ATK) สวท.อำนาจเจริญ	<p><strong>การตรวจ&nbsp;Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit&nbsp;(ATK)&nbsp;ประเภท&nbsp;Self-test&nbsp;สำหรับประชาชน</strong>&nbsp;วันนี้&nbsp;(4&nbsp;มกราคม&nbsp;2564)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;หลังจากวันหยุดปีใหม่&nbsp;นางอัจฉรา&nbsp;ศิริจันทร์&nbsp;ผู้อำนวยการ(สวท.อำนาจเจริญ)&nbsp;จัดให้มีการตรวจ&nbsp;Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit&nbsp;(ATK)ให้บุคลากร&nbsp;เป็นมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;และองค์ภาครัฐ&nbsp;ก่อนกลับเข้าทำงาน&nbsp;safety&nbsp;first&nbsp;ผลการตรวจทุกท่านปกติ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>Cr#&nbsp;สวท.อำนาจเจริญ</p><h1><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></h1><p><br></p>	4/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105071636428
138	มูลนิธิกาญจนบารมีตรวจมะเร็งเต้านมฟรี ณ วัดแม่พระรับสารตราด	<p><strong>มูลนิธิกาญจนบารมี&nbsp;ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;จัดบริการคัดกรองมะเร็งเต้านม&nbsp;</strong>โดยเครื่องเอกซเรย์เต้านม&nbsp;(Mammogram)&nbsp;เคลื่อนที่&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;5&nbsp;-&nbsp;28&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;80.30&nbsp;&nbsp;15&nbsp;.00&nbsp;น.&nbsp;จะให้บริการประชาชน&nbsp;ณ&nbsp;วัดแม่พระรับสารตราด&nbsp;โดยคุณวิเชียร&nbsp;ฉันทพิริยกุล&nbsp;เจ้าอาวาสวัดแม่พระรับสารตราด&nbsp;อำนวยความสะดวก&nbsp;ด้านสถานที่&nbsp;</p><p><strong>พญ.ผลินทร์&nbsp;ผดุงมาตรวรกุล&nbsp;รังสีแพทย์&nbsp;มูลนิธิกาญจนบารมี&nbsp;ได้กล่าวถึง</strong>&nbsp;การจัดบริการคัดกรองมะเร็งเต้านมโดยเครื่องเอกซเรย์เต้านม&nbsp;&nbsp;(Mammogram)&nbsp;&nbsp;เคลื่อนที่&nbsp;เกิดขึ้นด้วยพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;ทรงห่วงใยและคำนึงถึงชีวิตความเป็นอยู่ของพสกนิกรไทยในด้านสุขภาพ&nbsp;ก่อเกิดโครงการนี้ขึ้น&nbsp;ซึ่งเป็นมูลนิธิในพระบรมราชานุญาต&nbsp;ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;ได้อนุญาตให้มูลนิธิมาทำการตรวจหามะเร็งเต้านมฟรีให้กับผู้หญิงชาวไทยทุกคน&nbsp;ในทั้งหมด&nbsp;77&nbsp;จังหวัดทั่วประเทศไทย&nbsp;</p><p><strong>สำหรับผู้ที่จะมาตรวจ&nbsp;จะต้องมีอายุ&nbsp;35&nbsp;ปี&nbsp;ขึ้นไป&nbsp;ถ้าหากอายุน้อยกว่านั้น&nbsp;</strong>แต่สงสัยว่า&nbsp;มีความผิดปรกติ&nbsp;อย่างเช่นมีก้อนที่เต้านม&nbsp;ก็สามารถมาตรวจได้&nbsp;&nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่แพทย์และพยาบาลช่วยตรวจ&nbsp;คัดกรองก่อนเบื้องต้น&nbsp;หลังจากนั้นก็จะใช้เครื่องตรวจ&nbsp;Mammogram&nbsp;ในการตรวจเพิ่มเติม&nbsp;มีการอัลตร้าซาวด์&nbsp;มีการวิเคราะห์ผลด้วยรังสีแพทย์&nbsp;</p><p><strong>พญ.ผลินทร์&nbsp;&nbsp;ยังกล่าวต่อว่า&nbsp;การตรวจมะเร็งเต้านมด้วยด้วยเครื่อง&nbsp;Mammogram&nbsp;</strong>ถือว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง&nbsp;ทำให้สามารถที่จะคัดกรองผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งเต้านมในระยะแรกได้&nbsp;และนำสู่กระบวนการรักษาได้ทัน&nbsp;และขอเชิญชวนประชาชนชาวตราด&nbsp;ได้ตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมโดยเน้นสตรีกลุ่มเสี่ยง&nbsp;ให้ได้รับโอกาสในการตรวจคัดกรองมะเร็งด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยที่สุด&nbsp;โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ&nbsp;ทั้งสิ้น&nbsp;และเป็นการกระตุ้นเตือนให้ประชาชนสนใจในเรื่องการป้องกันมะเร็งเต้านม&nbsp;ให้ความรู้เกี่ยวกับมะเร็งเต้านม&nbsp;เช่นปัจจัยเสี่ยง&nbsp;อาการของโรค&nbsp;ตลอดจนการสอนการตรวจเต้านมด้วยตนเอง&nbsp;ให้กับประชาชนทั่วไป&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับประชาชนที่ที่มาตรวจ&nbsp;นำบัตรประจำตัวประชาชนมาแสดง&nbsp;เอกสารแสดงการฉีดวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม</strong>&nbsp;เอกสารยืนยัน&nbsp;/หรือ&nbsp;แอบหมอพร้อม&nbsp;&nbsp;สำหรับท่านใดที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน&nbsp;จะมีการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;หน้างาน&nbsp;เพื่อเป็นไปตามมาตรการด้านสาธารณสุข..</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สุนิสา&nbsp;สังข์ทอง&nbsp;สวท.ตราด&nbsp;</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	4/1/2022	ภาคตะวันออก	ตราด	สวท.ตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105072011429
139	อุบลฯคัดกรองหาเชื้อโควิด-19 เชิงรุก ด้วยวิธี ATK แก่กลุ่มเสี่ยงคลัตเตอร์ร้านเอกมัยในพื้นที่อำเภอม่วงสามสิบ	"<p><strong>วันที่&nbsp;4&nbsp;ม.ค.&nbsp;2565&nbsp;ตามนโยบายของ&nbsp;นายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ผวจ.อบ.&nbsp;</strong>ภายใต้การอำนวยการของ&nbsp;นายชินวัต&nbsp;ทองปรีชา&nbsp;นายอำเภอม่วงสามสิบ&nbsp;สั่งการให้เจ้าหน้าที่ส่วนราชการ&nbsp;ทุกส่วนราชการ&nbsp;สาธารณสุขอำเภอม่วงสามสิบ&nbsp;เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล&nbsp;อสม.&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;แต่ละตำบล/หมู่บ้าน&nbsp;ดำเนินการ&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;1.&nbsp;ติดตาม&nbsp;Case&nbsp;คัสเตอร์ที่มีการระบาดที่&nbsp;""ร้านเอกมัย""&nbsp;ในพื้นที่อำเภอม่วงสามสิบ&nbsp;โดยให้ทีมสอบสวนโรค&nbsp;และฝ่ายปกครอง&nbsp;เข้าควบคุมการกักตัวของกลุ่มเสี่ยง&nbsp;ให้รวดเร็ว&nbsp;แม่นยำ&nbsp;และเคร่งครัด&nbsp;พร้อมทั้งดำเนินการควบคุมคลัสเตอร์โควิด-19&nbsp;ในหมู่บ้าน&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;คัดกรองหาเชื้อโควิด-19&nbsp;เชิงรุก&nbsp;ด้วยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;แก่กลุ่มเสี่ยงคลัตเตอร์ร้านเอกมัย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;เคร่งครัดการคัดกรองคนเข้า-ออก&nbsp;หมู่บ้านที่มีการระบาดของโรค</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;เตรียมสถานที่&nbsp;CI&nbsp;ในชุมชน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;โดยกลุ่มเป้าหมายจากประชากรอยู่จริง&nbsp;จำนวน&nbsp;49,185&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งสรุปผลการดำเนินการฉีดวัคซีนของประชาชนรวมทุกกลุ่ม&nbsp;ได้ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;เข็มที่&nbsp;1&nbsp;ได้รับวัคซีนแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;46,969&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;95.49</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;ได้รับวัคซีนแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;41,662&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;84.70</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;Booster&nbsp;dose&nbsp;ได้รับวัคซีนแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;3,202&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;6.51</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.&nbsp;มอบถุงยังชีพ&nbsp;เครื่องอุปโภค-บริโภค&nbsp;ให้แก่ประชาชนที่อยู่ระหว่างการกักตัว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4.&nbsp;ประชาสัมพันธ์แนวทางการปฏิบัติตามมาตราการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19&nbsp;ผ่านหอกระจายข่าวหมู่บ้าน&nbsp;ให้ประชาชนในพื้นที่รับทราบและถือปฏิบัติ</p><p>ทั้งนี้ได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังโรคระบาด&nbsp;COVID-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	5/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105074101435
140	ผู้ว่าฯ จันทบุรี ขอให้ประชาชนที่เดินทางไปในพื้นที่ที่พบการระบาดของโควิด -19 สายพันธุ์ โอมิครอนเข้ารับการตรวจหาเชื้อหลังพบในพื้นที่มีผู้ติดเชื้อ จำนวน 5 ราย	<p><strong>นายสุธี&nbsp;ทองแย้ม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ขณะนี้จังหวัดจันทบุรี&nbsp;พบผู้ติดเชื้อโควิด&nbsp;-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;จึงเพิ่มมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด&nbsp;คือ&nbsp;ให้หน่วยงานภาครัฐ&nbsp;work&nbsp;from&nbsp;home&nbsp;ส่วนหน่วยงานที่ต้องให้บริการแก่ประชาชน&nbsp;ก่อนเข้าทำงานที่สำนักงานต้องตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;พร้อมทั้งตั้งจุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ที่จุดตรวจที่&nbsp;อ.ท่าใหม่&nbsp;และจุดตรวจที่&nbsp;อ.สอยดาว&nbsp;รอยต่อระหว่างจังหวัด&nbsp;คัดกรองเบื้องต้นประชาชนก่อนเดินทางเข้าสู่จังหวัดจันทบุรี&nbsp;รวมทั้งให้กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;สำรวจประชาชนที่เดินทางมาจากจังหวัดที่พบการแพร่ระบาด&nbsp;ทั้งในพื้นที่ภาคอีสาน&nbsp;และจังหวัดที่มีการจัดงานช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;ให้เข้ารับการตรวจคัดกรองทุกคน</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี&nbsp;กล่าวอีกว่า&nbsp;</strong>ขอให้ประชาชนที่เดินทางไปในพื้นที่เสี่ยง&nbsp;ที่มีการแพร่ระบาดของโควิด&nbsp;-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;เข้ารับการตรวจหาเชื้อได้ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน&nbsp;หรือแจ้ง&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ในพื้นที่เพื่อช่วยกันป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	5/1/2022	ภาคตะวันออก	จันทบุรี	สวท.จันทบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105102911457
141	สรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนน 7 วันหยุดเทศกาลปีใหม่ 2565 จ.จันทบุรีพบผู้เสียชีวิตรวม 6 ราย สาเหตุหลักยังคงมีเมาสุรา ขับรถประมาท ขี่มอเตอร์ไซด์ไม่สวมหมวกนิรภัย	<p><strong>ข้อมูลจาก&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;พ.ศ.2565</strong>&nbsp;<strong>ชีวิตวิถีใหม่&nbsp;ขับขี่อย่างปลอดภัย&nbsp;ไร้อุบัติเหตุ</strong>&nbsp;จังหวัดจันทบุรี&nbsp;รวม&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนทั้งสิ้น&nbsp;24&nbsp;ครั้ง&nbsp;&nbsp;โดยสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุส่วนใหญ่ยังพบเมาสุรา&nbsp;ขับรถประมาท&nbsp;ขี่มอเตอร์ไซด์ไม่สวมหมวกนิรภัย&nbsp;ตัดหน้ากระชั้นชิด&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดจันทบุรีได้บูรณาการหน่วยงานทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;ท้องถิ่น&nbsp;ท้องที่&nbsp;อาสาสมัคร</strong>ในการตั้งจุดตรวจรณรงค์ลดอุบัติเหตุ&nbsp;เข้มงวดผู้ใช้รถใช้ถนน&nbsp;และประชาสัมพันธ์เส้นทางการท่องเที่ยวครอบคลุมบนถนนสายหลักและถนนสายรองด่านชุมชนเชื่อมต่อหมู่บ้านทั้ง&nbsp;10&nbsp;อำเภอ&nbsp;รวม&nbsp;28&nbsp;จุดตรวจ&nbsp;เรียกตรวจรถไปแล้วทั้งสิ้น&nbsp;38,719&nbsp;คัน&nbsp;พบการกระทำผิดกฎหมายจราจร&nbsp;รวม&nbsp;7,213&nbsp;ราย&nbsp;แยกเป็นไม่สวมหมวกนิรภัย&nbsp;2,057&nbsp;ราย&nbsp;,&nbsp;ไม่มีใบขับขี่&nbsp;1,821&nbsp;ราย&nbsp;,&nbsp;ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย&nbsp;1,335&nbsp;ราย&nbsp;,ใช้ความเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด&nbsp;744&nbsp;ราย&nbsp;,&nbsp;มอเตอร์ไซด์ไม่ปลอดภัย&nbsp;725&nbsp;ราย&nbsp;,&nbsp;เมาสุรา&nbsp;206&nbsp;ราย&nbsp;,ขับรถย้อนศร&nbsp;186&nbsp;ราย&nbsp;,&nbsp;ฝ่าฝืนสัญญาณจราจร&nbsp;64&nbsp;ราย&nbsp;,&nbsp;แซงในที่คับขัน&nbsp;28&nbsp;ราย&nbsp;,&nbsp;และใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในขณะขับรถ&nbsp;47&nbsp;ราย</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี&nbsp;และ&nbsp;ผู้บริหารจังหวัดจันทบุรี&nbsp;</strong>หัวหน้าส่วนราชการได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจมอบสิ่งของเยี่ยมด่านให้กับเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจ&nbsp;พร้อมทั้งกล่าวชื่นชม&nbsp;เป็นกำลังใจและขอบคุณทุกฝ่ายที่ได้เสียสละปฏิบัติหน้าที่อย่างแข็งขันเพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;ตลอดช่วง&nbsp;7&nbsp;วันหยุดที่ผ่านมา&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่จุดบริการประชาชน&nbsp;เขาแหลม&nbsp;อ.สอยดาว&nbsp;นายอำเภอสอยดาวได้สั่งการ</strong>ปลัดอำเภอสอยดาว&nbsp;ตำรวจ&nbsp;สภ.สอยดาว&nbsp;ตชด.114&nbsp;ทหาร&nbsp;ขนส่งจังหวัดจันทบุรีสาขาสอยดาว&nbsp;&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหม่บ้านและทีม&nbsp;CDCU&nbsp;อำเภอสอยดาว&nbsp;รณรงค์อุบัติเหตุจราจร&nbsp;เทศกาลปีใหม่และตรวจATK&nbsp;ประชาชนที่เดินทางกลับมาจังหวัดจันทบุรี&nbsp;ซึ่งเป็นไปตามมาตรการและประกาศของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&nbsp;และสร้างความมั่นใจ&nbsp;ก่อนเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือต่างจังหวัด&nbsp;และเดินทางกลับมาทำงานต่อที่จังหวัดจันทบุรี&nbsp;ได้อย่างปลอดภัย&nbsp;หากพบผลตรวจเป็นบวก&nbsp;จะทำการตรวจซ้ำด้วยวิธี&nbsp;RT-&nbsp;PCR&nbsp;และส่งต่อเพื่อเข้าสู่กระบวนการรักษาต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	5/1/2022	ภาคตะวันออก	จันทบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105093100449
142	ยะลา ประชาชนทยอยตรวจ ATK หาโควิดโอมิครอน  ต่อเนื่อง เป็นวันที่สอง	<p><strong>ยะลา&nbsp;ประชาชนทยอยตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;หาโควิดโอมิครอน&nbsp;ต่อเนื่อง&nbsp;เป็นวันที่สอง</strong></p><p>บรรยากาศในวันที่สอง&nbsp;(5&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;สำหรับการเปิดจุดคัดกรองตรวจโควิด-19&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ให้กับผู้ที่เข้าร่วมชมคอนเสิร์ตในงานเคานต์ดาวน์&nbsp;Yala&nbsp;Art&nbsp;Street&nbsp;เมื่อคืนวันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;&nbsp;เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการแซนด์บ็อกซ์&nbsp;ของเทศบาลนครยะลา&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ได้มีประชาชน&nbsp;นำบัตรประจำตัวประชาชน&nbsp;เดินทางมารอรับการตรวจหาเชื้อด้วย&nbsp;ATK&nbsp;&nbsp;กันอย่างต่อเนื่อง&nbsp;&nbsp;ซึ่งการตรวจก็จะทราบผลภายใน&nbsp;15-20&nbsp;นาที&nbsp;หากพบผู้ที่มีผลบวก&nbsp;ก็จะนำเข้าสู่กระบวนการรักษาทันที</p><p><strong>ขณะเมื่อวานนี้&nbsp;(4&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ซึ่งเป็นวันแรกของการตั้งจุดตรวจโควิด&nbsp;-19</strong>&nbsp;&nbsp;พบว่ามีประชาชนเข้ามาตรวจหาเชื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;101&nbsp;คน&nbsp;โดยทั้งหมดมีผลเป็นลบ&nbsp;ไม่พบผู้ติดเชื้อแต่อย่างใด&nbsp;</p><p><strong>สำหรับในวันนี้เทศบาลฯ&nbsp;ได้ตั้งเป้าตรวจหาเชื้อ&nbsp;ให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรมซึ่งมีกว่า&nbsp;700&nbsp;คน</strong>&nbsp;&nbsp;ให้ได้มากที่สุด&nbsp;เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;โดยเฉพาะการค้นหา&nbsp;โควิดสายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;&nbsp;โดยทางเจ้าหน้าที่เทศบาลฯ&nbsp;ได้เร่งติดตาม&nbsp;ผู้มาร่วมงานตามที่อยู่&nbsp;หมายเลขโทรศัพท์&nbsp;&nbsp;ให้เข้ารับการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;&nbsp;ครั้งแรก&nbsp;ในการจัดงาน&nbsp;มาตรการแซนด์บ็อกซ์&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;&nbsp;ซึ่งเงื่อนไขทุกคนได้รับการฉีดวัคซีนมาแล้ว&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;ผ่านการตรวจคัดกรองตามมาตรการสาธารณสุข&nbsp;ขณะที่ในวันที่&nbsp;7&nbsp;และ&nbsp;8&nbsp;ม.ค&nbsp;65&nbsp;ก็จะเริ่มตรวจหาเชื้อครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ต่อไป</p><p><strong>นายพงษ์ศักดิ์&nbsp;ยิ่งชนม์เจริญ&nbsp;นายกเทศมนตรีนครยะลา&nbsp;&nbsp;ได้ระบุว่า&nbsp;</strong>&nbsp;หากการจัดงานในรูปแบบแซนด์บ็อกซ์&nbsp;ครั้งแรก&nbsp;ประสบความสำเร็จ&nbsp;เป็นไปด้วยความเรียบร้อยไม่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ทางเทศบาลฯ&nbsp;&nbsp;เตรียมเล็งจัดงานมลายูเดย์&nbsp;งานสงกรานต์&nbsp;งานวิ่งยะลามาราธอน&nbsp;&nbsp;เพื่อเป็นการเปิดเมืองยะลา&nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;ฟื้นฟูการท่องเที่ยว&nbsp;รวมไปถึงเปิดโรงเรียนให้เด็กนักเรียนได้ไปโรงเรียน&nbsp;เพื่อให้ชาวยะลากลับมาใช้ชีวิตใกล้เคียงปกติมากที่สุด&nbsp;ภายใต้วิถีใหม่&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	5/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105100607453
143	นายกรัฐมนตรีสั่งประเมินสถานการณ์โควิด-19 ระลอกหลังปีใหม่ ก่อนนำเข้าที่ประชุม ศบค. 7 ม.ค. นี้ เพื่อปรับมาตรการให้เหมาะสม	<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;</strong>หลังจากหน่วยงานรัฐ&nbsp;รัฐวิสาหกิจ&nbsp;กิจการภาคธุรกิจ&nbsp;และเอกชน&nbsp;กลับมาเปิดปกติ&nbsp;เพื่อเตรียมแนวทางการป้องกันและรักษาผู้ติดเชื้อจากคลัสเตอร์ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ให้ทันสถานการณ์&nbsp;พร้อมนำเข้าสู่พิจารณาเพื่อปรับมาตรการในที่ประชุม&nbsp;ศบค.&nbsp;วันที่&nbsp;7&nbsp;ม.ค.&nbsp;นี้&nbsp;ทั้งนี้รัฐบาลจะทำการประเมินสถานการณ์การติดเชื้อระลอกหลังปีใหม่เป็นเวลาประมาณ&nbsp;4&nbsp;สัปดาห์&nbsp;โดย&nbsp;2&nbsp;สัปดาห์แรกจะประเมินสถานการณ์&nbsp;จำนวนตัวเลขผู้ติดเชื้อ&nbsp;ส่วน&nbsp;2&nbsp;สัปดาห์หลังจะประเมินผู้ป่วยอาการหนักและอัตราการเสียชีวิต&nbsp;ก่อนตัดสินใจปรับมาตรการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;พร้อมขอความร่วมมือประชาชนที่ยังไม่เคยฉีดวัคซีน&nbsp;โดยเฉพาะประชาชนกลุ่มเสี่ยง&nbsp;ทั้งผู้สูงอายุ&nbsp;ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง&nbsp;สตรีมีครรภ์&nbsp;ให้ติดต่อขอรับการฉีดวัคซีนโดยเร็วที่สุด&nbsp;หรือหากเคยฉีดแล้วก็ควรติดต่อขอฉีดเข็มกระตุ้น&nbsp;เนื่องจากวัคซีนเข็มกระตุ้นจะช่วยเพิ่มภูมิต้านทานต่อเชื้อโควิด-19&nbsp;สามารถลดการป่วยหนักและอัตราการเสียชีวิตได้</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนใส่หน้ากาก&nbsp;ล้างมือ&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;ตรวจคัดกรองตนเอง&nbsp;</strong>ด้วย&nbsp;ATK&nbsp;และ&nbsp;work&nbsp;From&nbsp;Home&nbsp;เป็นเวลา&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;หากจำเป็นต้องเริ่มปฏิบัติงานทันทีขอให้ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเข้าทำงาน&nbsp;และควรตรวจซ้ำทุก&nbsp;3&nbsp;วันเพื่อเฝ้าระวังอาการ&nbsp;งดการรวมกลุ่มพูดคุย/รับประทานอาหาร&nbsp;เพื่อไม่ให้เกิดการแพร่กระจายเชื้อออกภายนอก&nbsp;ส่วนผู้ที่มีความเสี่ยงจะติดเชื้อ&nbsp;หรือเดินทางไปยังสถานที่ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่มีความเสี่ยง&nbsp;ตามที่ประกาศไว้&nbsp;ขอให้มีความรับผิดชอบต่อสังคม&nbsp;โดยการเฝ้าระวังตนเอง&nbsp;กักตัว&nbsp;และควรเข้าตรวจสอบหาเชื้อโควิด-19&nbsp;ทันที</p>	5/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105110832489
144	กำชับสถานศึกษาตรวจ ATK นักเรียน พร้อมเปิดศูนย์พักคอยฯ ดูแลผู้ป่วยโควิด-19 เด็กในกรุงเทพมหานคร	<p><strong>พ.ต.ท.โสภณ&nbsp;พิสุทธิวงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;เตรียมพร้อมเปิดดำเนินการศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อ&nbsp;(CI)&nbsp;เพื่อรองรับผู้ป่วยที่อาจมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น&nbsp;รวมถึงเตรียมพร้อมอุปกรณ์สำหรับผู้ป่วยที่รักษาตัวที่บ้าน&nbsp;(HI)&nbsp;อาทิ&nbsp;เครื่องวัดออกซิเจนและเครื่องวัดอุณหภูมิ&nbsp;ทำความสะอาดอุปกรณ์ต่างๆ&nbsp;เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้งาน&nbsp;รวมทั้งจัดเตรียมคู่สายสำหรับศูนย์&nbsp;EOC&nbsp;เขต&nbsp;เพื่อให้ประชาชนได้มีช่องทางการติดต่อสื่อสารกรณีเร่งด่วนและให้ศูนย์เอราวัณ&nbsp;สำนักการแพทย์เตรียมความพร้อมการรับ-ส่งผู้ป่วย&nbsp;โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมสนับสนุนการทำงานด้วย</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;กรุงเทพมหานคร</strong>&nbsp;มีความห่วงใยสถานการณ์การแพร่ระบาดซึ่งอาจเกิดจากกลุ่มเด็กและครอบครัวที่เดินทางไปต่างจังหวัดในช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;จึงมอบหมายให้สำนักการศึกษากำชับสถานศึกษาในสังกัดกรุงเทพมหานคร&nbsp;เข้มข้นการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ในกลุ่มเด็กที่จัดการเรียนการสอน&nbsp;แบบ&nbsp;On-site&nbsp;รวมถึงเตรียมพร้อมเปิดศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อสำหรับเด็ก&nbsp;ณ&nbsp;เขตดุสิต&nbsp;เพิ่มเติม&nbsp;เพื่อรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดในอนาคต</p><p><br></p><p><br></p>	5/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105111830499
145	เทศบาลนครหาดใหญ่ ร่วมกับโรงพยาบาลราษฎร์ยินดี ปฏิบัติการเชิงรุกตรวจคัดกรอง เพื่อหาเชื้อโควิด-19	<p><strong>วันที่&nbsp;5&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;</strong>พล.ต.ท.สาคร&nbsp;ทองมุณี&nbsp;นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่&nbsp;มอบหมายนางสาวรุจิยา&nbsp;สุขมี&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมอนามัยสิ่งแวดล้อม&nbsp;สำนักสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ให้กำลังใจและอำนวยความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติการเชิงรุก&nbsp;ตรวจคัดกรองเพื่อหาเชื้อโควิด-19&nbsp;ด้วยชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;(Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit)&nbsp;ให้กับประชาชนชุมชนอนุสรณ์อาจารย์ทอง/ชุมชนสามัคคี/ชุมชนเกาะเสือ/ชุมชนหน้า&nbsp;รพ.ศิครินทร์/ชุมชนหลังสนามกีฬากลางและชุมชนใกล้เคียง&nbsp;ณ&nbsp;สนามตะกร้อ&nbsp;หลังวัดเกาะเสือ&nbsp;เพื่อลดการแพร่ระบาดในเชิงรุกตามมาตรการเร่งด่วนในการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>	5/1/2022	ภาคใต้	สงขลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105110522488
146	จ.สกลนคร วางมาตรการเข้มป้องกันโรคโควิด-19 งานนมัสการพระธาตุเชิงชุมและหลวงพ่อพระองค์แสน ประจำปี 2565 ครั้งที่ 70	<p><strong>นางจุรีรัตน์&nbsp;เทพอาสน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จังหวัดสกลนคร&nbsp;กำหนดจัดงานเทศกาลนมัสการองค์พระธาตุเชิงชุมและหลวงพ่อพระองค์แสน&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งกำหนดจัดระหว่างวันที่&nbsp;11-17&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;โดยปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่&nbsp;70&nbsp;เพื่ออนุรักษ์และสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของการนมัสการองค์พระธาตุเชิงชุมและหลวงพ่อพระองค์แสนให้คงอยู่&nbsp;เพื่อจรรโลงพระพุทธศาสนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดสกลนคร</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;การจัดงานเทศกาลนมัสการองค์พระธาตุเชิงชุม</strong>และหลวงพ่อพระองค์แสน&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;อยู่ภายใต้มาตรการป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดงาน&nbsp;ดารา&nbsp;นักแสดง&nbsp;ผู้ร่วมพิธีรำถวายองค์พระธาตุ&nbsp;จะต้องได้รับวัคซีนแล้ว&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;ส่วนผู้ขายสินค้าจะต้องมีผลการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทั้งก่อนเริ่มและหลังงาน&nbsp;ขณะที่เวทีมหรสพ&nbsp;กำหนดจัดที่สนามมิ่งเมือง&nbsp;โดยมีตำรวจภูธรจังหวัดสกลนคร&nbsp;ปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยร่วมกับ&nbsp;ทหาร&nbsp;&nbsp;อปพร.&nbsp;&nbsp;อส.&nbsp;ในพื้นที่</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	5/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สกลนคร	สวท.สกลนคร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105114804518
147	อบจ.ลำปาง คุมเข้มตามมาตรการป้องกันโควิด-19 จัดตรวจ ATK บุคลากรกว่า 300 คน ผลเป็นลบทั้งหมด พร้อมสั่งการผู้เดินทางต่างจังหวัด WFH 7 วัน?	<p><strong>องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง&nbsp;</strong>ดำเนินตามแนวปฏิบัติของส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐภายหลังเทศกาลปีใหม่?&nbsp;โดยจัดตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ด้วยชุดตรวจ?&nbsp;Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kt&nbsp;(ATK)&nbsp;แก่บุคลากรในสังกัดก่อนเข้าปฏิบัติงาน&nbsp;ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์บุคลากรจากสาธารณสุขตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;จาก&nbsp;รพ.&nbsp;เกาะคา&nbsp;และ&nbsp;รพ.เวชารักษ์&nbsp;และ&nbsp;รพสต.วอแก้ว&nbsp;เพื่อตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ให้กับบุคลากร?&nbsp;ข้าราชการ?&nbsp;ลูกจ้าง&nbsp;พนักงานจ้าง&nbsp;ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง&nbsp;จำนวน&nbsp;355&nbsp;คน</p><p><strong>โอกาสนี้นายแพทย์ดลสุข&nbsp;พงษ์นิกร</strong>&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเวชชารักษ์ลำปาง&nbsp;?นำทีมบุคลากร่วมปฏิบัติภารกิจการตรวจและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่&nbsp;โดยผลจากการตรวจ?บุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่ในสำนักงาน?ฯ?&nbsp;และศูนย์บริหารจัดการขยะมูลฝอยรวมแบบครบวงจร?&nbsp;มีผลเป็นลบทั้งหมด?&nbsp;รวมถึงบุคลากรโรงเรียนวอแก้ววิทยา&nbsp;ข้าราชการครูและบุคลากร&nbsp;จำนวน&nbsp;18&nbsp;คน&nbsp;ผลการตรวจเป็นลบทั้งหมดเช่นกัน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;นางสาวตวงรัตน์?&nbsp;โล่ห์?สุนทร</strong>&nbsp;นายก?องค์?การบริหาร?ส่วน?จัง?ห?วั?ด?ลำปาง?&nbsp;ได้สั่งการให้บุคลากรจำนวน&nbsp;67&nbsp;ราย&nbsp;ที่เดินทางออกนอกพื้นที่จังหวัดลำปางในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่&nbsp;ให้?ทำการ&nbsp;Work&nbsp;Form&nbsp;Home?&nbsp;(WFH)?&nbsp;เป็นเวลา&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;ตามมาตรการของคณะกรรมการควบคุมโรค&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	5/1/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105112722504
148	รพ.แม่สะเรียงปลอดภัย ตรวจ ATK บุคลากร 210 ราย ผลลบทั้งหมด พร้อมให้บริการประชาชน ภายใต้มาตรการ COVID FREE SETTING	<p><strong>นายแพทย์บัณฑิต&nbsp;ดวงดี&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลแม่สะเรียง</strong>&nbsp;ได้มอบหมายให้ทีมตรวจเชิงรุกของโรงพยาบาลแม่สะเรียง&nbsp;ทำการตรวจคัดกรองโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ด้วยชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ให้แก่บุคลากรโรงพยาบาลแม่สะเรียง&nbsp;โดยรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยพระราชทาน&nbsp;(Biosafety&nbsp;Mobile&nbsp;Unit)&nbsp;ตามนโยบายของสาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ณ&nbsp;โรงพยาบาลแม่สะเรียง&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนในการใช้บริการของทางโรงพยาบาลแม่สะเรียง&nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่เข้ารับการตรวจทั้งหมด&nbsp;จำนวน&nbsp;210&nbsp;ราย&nbsp;ผลตรวจเป็นลบ</p><p><strong>ขณะเดียวกันโรงพยาบาลแม่สะเรียง&nbsp;</strong>ได้เริ่มประกาศใช้&nbsp;มาตรการโควิดฟรีเซตติ้ง&nbsp;(COVID&nbsp;FREE&nbsp;SETTING)&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ผู้ป่วยนอก&nbsp;ผู้รับบริการในโรงพยาบาล/โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุกราย&nbsp;ต้องได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;ครบตามเกณฑ์&nbsp;โดย&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565-31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;อนุโลมให้ฉีดวัคซีนอย่างน้อย&nbsp;1&nbsp;เข็ม&nbsp;และยังไม่ต้องตรวจคัดกรองด้วย&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเข้าพื้นที่บริการ&nbsp;ยกเว้นมีข้อบ่งชี้</p><p><strong>สำหรับการจัดลำดับการรักษาในผู้ป่วยนอกที่รับบริการในคลินิกพิเศษต่างๆ&nbsp;</strong>ได้แก่&nbsp;คลินิกฝากครรภ์&nbsp;คลินิกเบาหวาน&nbsp;คลินิกจิตเวช&nbsp;คลินิกความดันโลหิตสูง&nbsp;คลินิกโรคติดเชื้อเอชไอวี&nbsp;คลินิกวัณโรค&nbsp;คลินิกโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง&nbsp;เป็นต้น&nbsp;จัดได้ดังนี้&nbsp;ลำดับที่&nbsp;1&nbsp;:&nbsp;ผู้รับบริการที่ได้รับวัคซีนครบตามเกณท์&nbsp;(2เข็มขึ้นไป)&nbsp;ลำดับที่&nbsp;2&nbsp;:&nbsp;ผู้รับบริการที่ได้รับวัคชีนอย่างน้อย&nbsp;1&nbsp;เข็ม&nbsp;ลำดับที่&nbsp;3&nbsp;:&nbsp;ผู้รับบริการที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ผู้รับบริการจะได้รับการดูแลรักษาตามอาการและโรคอย่างเหมาะสมทุกราย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	5/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105115519524
149	ศรชล.สุราษฎร์ธานีฝึกทบทวนเสริมสร้างศักยภาพกำลังพล พร้อมปฏิบัติหน้าที่รักษาผลประโยชน์ชาติและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล	<p><strong>นาวาเอก&nbsp;วศากร&nbsp;สุนทรนันท&nbsp;</strong>&nbsp;รองผู้อำนวยการ&nbsp;ศรชล.จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ในห้วงวันที่&nbsp;4&nbsp;-&nbsp;8&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ศรชล.สุราษฎร์ธานี&nbsp;กำหนดจัดการฝึกทบทวนให้กับกำลังพลในหมวดเรือเฉพาะกิจ&nbsp;ศรชล.ภาค&nbsp;2&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรมราชพฤกษ์&nbsp;สมุย&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;โดยมีหน่วยต่างๆ&nbsp;เข้าร่วม&nbsp;ได้แก่&nbsp;ทรภ.2&nbsp;ศรชล.ภาค&nbsp;2&nbsp;กรมเจ้าท่า&nbsp;กรมศุลกากร&nbsp;ตำรวจน้ำ&nbsp;และกรมประมง&nbsp;โดยได้รัยการสนับสนุนทีมงานวิทยากรจากกองการฝึกกองเรือยุทธการ&nbsp;มีเรือเข้ารับการฝึก&nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;6&nbsp;ลำ&nbsp;ได้แก่&nbsp;เรือ&nbsp;ต.235&nbsp;เรือตรวจประมงทะเล&nbsp;702&nbsp;เรือตรวจการณ์เจ้าท่า&nbsp;1302&nbsp;เรือศุลกากร&nbsp;806&nbsp;เรือทรัพยากรชายฝั่ง&nbsp;218&nbsp;และเรือตรวจการณ์&nbsp;ตรน.&nbsp;628</p><p><strong>นาวาเอก&nbsp;วศากร&nbsp;สุนทรนันท</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วัตถุประสงค์ของการฝึกทบทวนดังกล่าว&nbsp;เพื่อให้กำลังพลจากหน่วยงานหลักที่ส่งเรือและกำลังพลมาปฏิบัติงานในด้านต่างๆ&nbsp;ที่มีความเฉพาะในแต่ละสาขาวิชาชีพ&nbsp;สามารถบูรณาการกำลังในการปฏิบัติได้อย่างเหมาะสม&nbsp;โดยให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้&nbsp;สร้างความเข้าใจ&nbsp;เพิ่มพูนความชำนาญในการปฏิบัติงานตามตำแหน่งต่างๆ&nbsp;ให้สอดคล้องกับการบังคับใช้กฎหมายตามอำนาจหน้าที่ของ&nbsp;ศรชล.&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้หัวข้อในการอบรมและฝึกปฏิบัติ</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;การตรวจค้นและจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายในทะเล&nbsp;การวางแผนการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเล&nbsp;การควบคุมและป้องกันความเสียหายในเรือ&nbsp;และการตรวจค้นแบบ&nbsp;new&nbsp;normal&nbsp;โดยการฝึกแบ่งเป็นการอบรมทฤษฎี&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;และฝึกปฏิบัติในทะเล&nbsp;1&nbsp;วัน&nbsp;ซึ่งได้ปฏิบัติตามมาตรการการแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;&nbsp;มีการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;กับผู้เข้ารับการอบรมทุกนาย&nbsp;ซึ่งผลการตรวจเป็นลบ&nbsp;ไม่พบผู้ติดเชื้อแต่อย่างใด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	5/1/2022	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105143117598
150	ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตยันไม่ปิดเกาะ แม้พบเชื้อโอมิครอนเพิ่มขึ้นหลังเทศกาลปีใหม่ เน้นยึดหลักควบคุมภายใน เพื่อภูเก็ตแข็งแรง สดใส อย่างยั่งยืน	<p><strong>นายณรงค์&nbsp;วุ่นซิ้ว&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากสถานการณ์ที่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;เพิ่มขึ้นหลังเทศกาลปีใหม่เกินกว่า&nbsp;100&nbsp;คน&nbsp;และสถานการณ์ดังกล่าวอาจเป็นข้อกังวลของประชาชน&nbsp;โดยขอยืนยันว่าไม่มีแนวคิดที่จะปิดเกาะแต่อย่างใด&nbsp;เนื่องจากสิ่งที่ได้ดำเนินงานมาโดยตลอดมี&nbsp;2&nbsp;เรื่องหลัก&nbsp;คือ&nbsp;การแก้ปัญหาเรื่องปากท้องให้กับประชาชน&nbsp;ควบคู่กับการควบคุมโรค&nbsp;ที่ผ่านมาตั้งแต่ยุคเดลต้าสู่ยุคโอมิครอน&nbsp;เราสามารถควบคุมโรคได้ในระดับที่พอใจก่อนช่วงปีใหม่&nbsp;และในขณะเดียวกันทางด้านเศรษฐกิจ&nbsp;มีนักท่องเที่ยวเข้ามาในจังหวัดภูเก็ตเป็นจำนวนมากอย่างเช่น&nbsp;3&nbsp;วันแรกของปีนี้&nbsp;มีนักท่องเที่ยวเข้ามากกว่า&nbsp;11,000&nbsp;คนเศษ&nbsp;บางวันสูงถึง&nbsp;3,800&nbsp;คน&nbsp;นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเป็น&nbsp;10&nbsp;เท่า&nbsp;จากเดิมวันละประมาณ&nbsp;500&nbsp;คน&nbsp;เป็น&nbsp;4-5&nbsp;พันคนในช่วงของแรกของแซนบ็อกซ์&nbsp;สรุปได้ว่า&nbsp;เศรษฐกิจกำลังไปได้ด้วยดีแต่ทางด้านการควบคุมโรคเราจะต้องคิดว่าจะเอาให้อยู่ได้อย่างไร&nbsp;ซึ่งขณะนี้เพิ่มขึ้นเป็นหลัก&nbsp;150&nbsp;บวกลบ&nbsp;จากยอดนักท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้น&nbsp;ถือเป็นเรื่องปกติแต่สิ่งที่เราต้องคำนึงถึงคือ&nbsp;ไม่ให้โรคที่มากับนักท่องเที่ยวเข้าถึงเรา&nbsp;โดยยังคงต้องเดินหน้าตรวจหาเชื้อในวันแรกต่อไป&nbsp;คือทุกคนเมื่อถึงสนามบินต้องตรวจหาเชื้อแล้วพักรอฟังผลที่โรงแรม&nbsp;ซึ่งจุดนี้เรามั่นใจได้พอสมควรว่าเชื้อจะไม่ติดไปสู่คนอื่น</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;</strong>ได้เน้นย้ำผู้ประกอบการให้ดูแลพนักงานส่วนหน้าที่ต้องป้องกันตัวเอง&nbsp;และต้องตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นระยะ&nbsp;เพื่อเฝ้าระวังและเราดำเนินการมาโดยตลอด&nbsp;เป็นการควบคุมภายในที่เราต้องเข้มแข็งเช่นเดิม&nbsp;ซึ่ง&nbsp;ผู้ประกอบการทุกรายให้ความร่วมมืออย่างดี&nbsp;อย่างเช่นผู้ประกอบการที่ซอยบางลา&nbsp;ป่าตองจะหยุดบริการ&nbsp;1&nbsp;วัน&nbsp;เพื่อทำความสะอาด&nbsp;Big&nbsp;cleaning&nbsp;ในวันที่&nbsp;6&nbsp;มกราคมนี้&nbsp;และต้องขอความร่วมมือทุกฝ่ายต้องช่วยกันป้องกัน&nbsp;เพื่อให้ภูเก็ตกลับมาแข็งแรง&nbsp;สดใส&nbsp;อย่างยั่งยืน&nbsp;ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ที่ไม่อาจรู้ว่าสงครามเชื้อโรคจะอยู่ไปอีกเท่าไหร่แต่ชีวิตของพวกเราจะต้องดำเนินต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	5/1/2022	ภาคใต้	ภูเก็ต	สวท.ภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105143318600
151	ติดตามการเฝ้าระวังสถานการณ์การแพร่ระบาดการติดเชื้อโควิด-19 และโควิดสายพันธุ์โอมิครอนหลังเทศกาลปีใหม่อย่างต่อเนื่องใกล้ชิด	<p>นายกฯ&nbsp;ย้ำทุกฝ่ายติดตามการเฝ้าระวังสถานการณ์การแพร่ระบาดการติดเชื้อโควิด-19&nbsp;และโควิดสายพันธุ์โอมิครอนหลังเทศกาลปีใหม่อย่างต่อเนื่องใกล้ชิดเพื่อเตรียมรับมือให้ทันกับสถานการณ์เนื่องจากขณะนี้พบมีผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอมิครอนเพิ่มขึ้นทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก&nbsp;ทำให้ประเทศไทยต้องประกาศชะลอการเดินทางเข้าประเทศในระบบ&nbsp;Test&nbsp;&amp;&nbsp;Go&nbsp;เพื่อประเมินสถานการณ์&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;หากบุคคลใดต้องการเข้ามาประเทศไทยจะต้องเข้าระบบแซนด์บ็อกซ์&nbsp;</strong>(Sandbox)&nbsp;ที่ภูเก็ต&nbsp;หรือ&nbsp;ผ่านระบบกักตัว&nbsp;(Quarantine)&nbsp;เท่านั้น&nbsp;รวมถึงย้ำให้ประชาชนทุกคนร่วมมือกันปฏิบัติตามมาตรการทางด้านสาธารณสุขตามที่&nbsp;ศบค.&nbsp;และสาธารณสุขกำหนดอย่างเคร่งครัด&nbsp;ขอให้เข้ารับการฉีดวัคซีนให้ครบตามเกณฑ์ที่กำหนด&nbsp;และรับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดกระตุ้นเข็ม&nbsp;3&nbsp;เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ทันต่อเชื้อไวรัสอย่างต่อเนื่องอีกทั้งยังช่วยลดความรุนแรงหากติดเชื้อไวรัสโควิด&nbsp;และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันได้ดี</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ขอบคุณทุกภาคส่วนที่ให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามมาตรการทางสาธารณสุข</strong>เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ในช่วงปีใหม่&nbsp;และขอความร่วมมือประชาชนตรวจคัดกรองด้วย&nbsp;ATK&nbsp;และทำงานที่บ้านเป็นเวลา&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;แต่หากต้องเริ่มปฏิบัติงานทันทีขอให้ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเข้าทำงาน&nbsp;และในสัปดาห์แรกให้ตรวจ&nbsp;2&nbsp;ครั้งห่างกันอย่างน้อย&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;พร้อมทั้งเฝ้าระวังอาการจนครบ&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;และงดการรวมกลุ่มพูดคุย/รับประทานอาหาร</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>Cr#ศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี&nbsp;-&nbsp;PMOC</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p>	5/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105124930539
152	ติดโควิดยะลา ลดเหลือ 10 ราย ประชาชนสุ่มเสี่ยงรับผิดชอบสังคม  เร่ง ตรวจ ATK  ป้องกันโอมิครอน	<p><strong>สำหรับ&nbsp;สถานการณ์โควิด-19&nbsp;รายวัน&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ในวันนี้(5&nbsp;ม.ค&nbsp;65)&nbsp;&nbsp;พบ&nbsp;ผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลง&nbsp;เหลือ&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;</strong>แยกเป็นผู้ป่วยใน&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;อ.รามัน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และ&nbsp;และ&nbsp;อ.เบตง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;โดยอำเภอที่ไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;คือ&nbsp;อำเภอกรงปินัง&nbsp;อำเภอยะหา&nbsp;อำเภอกาบัง&nbsp;อำเภอบันนังสตา&nbsp;&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;อำเภอธารโต&nbsp;&nbsp;&nbsp;ป่วยสะสมอยู่ที่&nbsp;&nbsp;&nbsp;48,850&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;188&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;50,214&nbsp;ราย&nbsp;ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม&nbsp;สะสมรวม&nbsp;354&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วน&nbsp;การตรวจเชื้อด้วย&nbsp;ATK&nbsp;พบผู้ป่วยที่เข้าข่ายติดเชื้อ&nbsp;สะสม&nbsp;8,031&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;ในวันนี้&nbsp;ที่&nbsp;โรงพยาบาลยะลา&nbsp;ยังคงมี&nbsp;ประชาชน&nbsp;เข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด&nbsp;-19&nbsp;โอมิครอน</strong>&nbsp;หลังปีใหม่&nbsp;กันอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อป้องกันตนเอง&nbsp;ครอบครัว&nbsp;&nbsp;ชุมชน&nbsp;และร่วมกันรับผิดชอบต่อสังคม&nbsp;ไม่ให้มีการนำเชื้อไปแพร่ระบาดในพื้นที่&nbsp;&nbsp;&nbsp;หลังเดินทางกลับจากพื้นที่เสี่ยง&nbsp;จังหวัด&nbsp;ต่างๆ&nbsp;ช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งเมื่อวานนี้&nbsp;ในวันแรกปี&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;พบว่า&nbsp;มีประชาชนเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;</strong>ที่&nbsp;ร.พ.ยะลา&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;300&nbsp;คน&nbsp;โดยส่วนใหญ่พบผลเป็นลบ&nbsp;&nbsp;และยังไม่มีรายงานพบผู้ติดเชื้อโอมิครอนใน&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;แต่อย่างใดก็ตาม&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ยังคงเฝ้าระวังตามมาตรการ&nbsp;ป้องกัน&nbsp;ควบคุม&nbsp;การแพร่ระบาด&nbsp;อย่างต่อเนื่อง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>&nbsp;<strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	5/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105150534628
153	จ.ลำปางตื่นตัวเข้ารับการตรวจด้วย ATK ยกระดับมาตรการคัดกรองโควิด-19	<p><strong>วันนี้&nbsp;(5&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;</strong>บรรยากาศวันแรกของการให้บริการตรวจคัดกรองโควิด-19&nbsp;ด้วย&nbsp;Antigen&nbsp;Test&nbsp;kit&nbsp;(ATK)&nbsp;ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง&nbsp;มีประชาชนเข้ามาใช้บริการเป็นไปอย่างคึกคัก&nbsp;โดยมีการปฎิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด&nbsp;19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>นายแพทย์ประเสริฐ&nbsp;กิจสุวรรณรัตน์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำปาง&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;ช่วงวันหยุดยาวปีใหม่มีประชาชนเดินทางท่องเที่ยวและกลับภูมิลำเนาเป็นจำนวนมาก&nbsp;ประกอบกับมีจำนวนผู้ติดเชื้อพื้นที่จังหวัดลำปางเพิ่มขึ้น&nbsp;ดังนั้นเพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจและส่งเสริมให้มีการตรวจคัดกรองก่อนที่จะกลับเข้าทำงานในสถานประกอบการต่างๆ&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง&nbsp;ร่วมกับโรงพยาบาลลำปางและโรงพยาบาลประจำอำเภอ&nbsp;จัดกิจกรรมรณรงค์ให้มีการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ให้มั่นใจว่าไม่มีการติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ก่อนเข้าทำงานตามปกติซึ่งวันนี้อาจเกิดความล่าช้าไปบ้างเนื่องจากมีประชาชนเข้ารับบริการตรวจจำนวนมาก&nbsp;และอยากเชิญชวนประชาชนทั่วไปและสถานประกอบการซื้อชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ที่สามารถตรวจคัดกรองได้ด้วยตนเอง&nbsp;โดยเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตจาก&nbsp;อย.&nbsp;แล้วเท่านั้น&nbsp;สำหรับความถี่ในการตรวจขึ้นอยู่กับความเสี่ยงเช่นทุก&nbsp;3-5&nbsp;วัน&nbsp;หรือหากมีอาการที่สงสัยว่าอาจติดเชื้อก็สามารถตรวจคัดกรองได้ทุกวัน</p><p><strong>ด้านนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจังหวัดลำปาง&nbsp;</strong>ให้ข้อมูลว่า&nbsp;เหตุผลที่มาเข้ารับการตรวจเนื่องจากอยากสร้างความมั่นใจว่าตนไม่ติดเชื้อ&nbsp;พร้อมเชิญชวนให้ประชาชนให้ความสำคัญกับการตรวจคัดกรองเพื่อลดการแพร่เชื้อโควิด-19</p><p><strong>สำหรับประชาชนที่มีความประสงค์ตรวจคัดกรองเชื้อโควิด-19</strong>&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง&nbsp;เปิดให้บริการ&nbsp;Walk&nbsp;in&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ฟรี&nbsp;พร้อมออกใบรับรอง&nbsp;โดยจะให้บริการทุกวันจันทร์/พุธ/และ&nbsp;ศุกร์&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;5&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.-12.00&nbsp;น.&nbsp;สอบถามเพิ่มเติม&nbsp;โทร.&nbsp;054-227526,&nbsp;054227527,&nbsp;054227528</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	5/1/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105133112560
154	ผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน ขอความร่วมมือผู้ที่เดินทางกลับจากต่างจังหวัดหลังเทศกาลปีใหม่ ให้สังเกตอาการตัวเอง 14 วัน เน้นทำงานที่บ้าน ตรวจ ATK อย่างน้อย 2 ครั้ง ห่างกัน 3 วัน ก่อนเข้าทำงาน	<p><strong>วันนี้&nbsp;(5&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;นายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;</strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ขอความร่วมมือผู้ที่เดินทางกลับจากต่างจังหวัดหลังเทศกาลปีใหม่ให้เฝ้าสังเกตอาการตัวเอง&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;เน้นทำงานที่บ้าน&nbsp;หากต้องกลับเข้าทำงานให้ตรวจคัดกรองด้วย&nbsp;ATK&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;ห่างกัน&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;ก่อนกลับเข้าทำงาน&nbsp;และหากพบผลบวกให้ติดต่อสายด่วน&nbsp;1330&nbsp;สปสช.&nbsp;เพื่อลงทะเบียนและเข้าระบบดูแลรักษาที่บ้าน&nbsp;(Home&nbsp;Isolation)&nbsp;หรือติดต่อสถานพยาบาลใกล้บ้าน&nbsp;ส่วนกรณีผู้ประกอบการ&nbsp;ต้องมีมาตรการปฏิบัติงานที่บ้าน&nbsp;(work&nbsp;from&nbsp;home)&nbsp;เฝ้าระวังอาการป่วย&nbsp;ตรวจคัดกรองด้วย&nbsp;ATK&nbsp;พนักงานก่อนกลับเข้าทำงาน</p><p><strong>หากพบการระบาดในโรงงาน</strong>&nbsp;สถานประกอบการ&nbsp;ให้แยกมารักษา&nbsp;ส่วนผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงสูงให้กักตัว&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;เน้นให้เปิดทำงานได้&nbsp;ไม่จำเป็นต้องปิดโรงงาน&nbsp;เพราะจะเกิดการกระจายตัวกลับบ้านทำให้เกิดการแพร่เชื้อมากขึ้น&nbsp;ซึ่งหากเร่งรัดการฉีดวัคซีน&nbsp;และยังป้องกันตนเองสูงสุดใช้มาตรการ&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;จะช่วยให้สถานการณ์ผู้ติดเชื้อไม่สูงขึ้นมาก</p><p><strong>สำหรับข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข</strong>&nbsp;โดย&nbsp;นพ.โอภาส&nbsp;การย์กวินพงศ์&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมโรค&nbsp;แจ้งแนวโน้มการติดเชื้อในประเทศระยะหลัง&nbsp;เกิดจากกิจกรรมรวมตัวโดยไม่ใส่หน้ากาก&nbsp;อยู่ในห้องปิดอับ&nbsp;โดยเฉพาะร้านอาหารกึ่งผับ&nbsp;ซึ่งผับบาร์ยังไม่มีนโยบายให้เปิด&nbsp;หลายร้านจึงปรับมาขออนุญาตเปิดเป็นร้านอาหาร&nbsp;แต่ยังปฏิบัติเหมือนเป็นผับบาร์ตามเดิม&nbsp;ไม่ทำตามมาตรการ&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;หากไม่ปฏิบัติตามมาตรการจะดำเนินการตามกฎหมายเด็ดขาด&nbsp;ส่วนประชาชนขอให้งดไปใช้บริการเพราะอาจนำเชื้อกลับไปติดผู้สูงอายุที่บ้านและมีความเสี่ยงอาการหนักและเสียชีวิตได้&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;อีกประมาณ&nbsp;1&nbsp;เดือนจึงจะพิจารณาเรื่องการเปิดผับบาร์อีกครั้ง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	5/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105133339561
155	นายกฯ ขอประเมินสถานการณ์โควิด 4 สัปดาห์ ดูตัวเลขผู้ติดเชื้อ-ผู้ป่วยอาการหนักและอัตราการเสียชีวิต ชง ศบค. ปรับมาตรการ	<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;เผย&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;หลังจากหน่วยงานรัฐ&nbsp;รัฐวิสาหกิจ&nbsp;กิจการ&nbsp;ภาคธุรกิจ&nbsp;เอกชนกลับมาเปิดดำเนินปกติ&nbsp;เพื่อเตรียมแนวทางการป้องกันและรักษาผู้ติดเชื้อจากคลัสเตอร์ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ให้ทันสถานการณ์&nbsp;พร้อมนำเข้าสู่พิจารณาเพื่อปรับมาตรการในที่ประชุม&nbsp;ศบค.&nbsp;7&nbsp;ม.ค.&nbsp;นี้</p><p><strong>นายธนกร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;รัฐบาลจะทำการประเมินสถานการณ์การ</strong>ติดเชื้อระลอกหลังปีใหม่เป็นเวลาประมาณ&nbsp;4&nbsp;สัปดาห์&nbsp;โดย&nbsp;2&nbsp;สัปดาห์แรกจะประเมินสถานการณ์&nbsp;จำนวนตัวเลขผู้ติดเชื้อ&nbsp;ส่วน&nbsp;2&nbsp;สัปดาห์หลังจะประเมินผู้ป่วยอาการหนักและอัตราการเสียชีวิต&nbsp;ก่อนตัดสินใจปรับมาตรการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชน&nbsp;สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยฉีดวัคซีน&nbsp;โดยเฉพาะประชาชนกลุ่มเสี่ยง&nbsp;ทั้งผู้สูงอายุ&nbsp;ผู้ป่วยโรคเรื่อรัง&nbsp;สตรีมีครรภ์&nbsp;ติดต่อขอรับการฉีดวัคซีนโดยเร็วที่สุด&nbsp;หรือหากเคยฉีดแล้วก็ควรติดต่อขอฉีดเข็มกระตุ้น&nbsp;เนื่องจากวัคซีนเข็มกระตุ้นจะช่วยเพิ่มภูมิต้านทานต่อเชื้อโควิด-19&nbsp;สามารถลดการป่วยหนักและอัตราการเสียชีวิตได้</p><p><strong>นายธนกรกล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;</strong>สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงจะติดเชื้อ&nbsp;หรือเดินทางไปยังสถานที่ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่มีความเสี่ยง&nbsp;ตามที่ประกาศไว้&nbsp;ขอให้มีความรับผิดชอบต่อสังคม&nbsp;โดยการเฝ้าระวังตนเอง&nbsp;กักตัว&nbsp;และควรเข้าตรวจสอบหาเชื้อโควิด-19&nbsp;ทันที&nbsp;ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้แพร่เชื้อสู้ผู้อื่น&nbsp;และลดอัตราการป่วยหนักของตนเอง&nbsp;โดย&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ย้ำความสำคัญการใส่หน้ากาก&nbsp;ล้างมือ&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;ตรวจคัดกรองตนเองด้วย&nbsp;ATK&nbsp;และเวิร์คฟอร์โฮมเป็นเวลา&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;หากจำเป็นต้องเริ่มปฏิบัติงานทันทีขอให้ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเข้าทำงาน&nbsp;และควรตรวจซ้ำทุก&nbsp;3&nbsp;วันเพื่อเฝ้าระวังอาการ&nbsp;งดการรวมกลุ่มพูดคุย/รับประทานอาหาร&nbsp;เพื่อไม่ให้เกิดการแพร่กระจายเชื้อออกภายนอก&nbsp;สำหรับรัฐบาลจะคอยติดตามสถานการณ์เพื่อประเมินปรับใช้มาตรการที่เหมาะสมต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	5/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105171352763
156	จังหวัดอุบลราชธานี ฝากประชาชน ป้องกันตนเองแบบครอบจักรวาลและฉีดวัคซีนให้ครบ หลังจากโควิด-19 ระบาดอย่างหนัก	<p><strong>ศูนย์&nbsp;EOC&nbsp;COVID-19&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี</strong>&nbsp;รายงานสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;วันที่&nbsp;5&nbsp;ม.ค.2565&nbsp;พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม&nbsp;จำนวนมากถึง&nbsp;351&nbsp;ราย&nbsp;มาจากต่างจังหวัด&nbsp;12&nbsp;ราย&nbsp;ติดเชื้อในพื้นที่อุบลราชธานี&nbsp;&nbsp;339&nbsp;ราย&nbsp;โดย&nbsp;อ.เมืองอุบลราชธานี&nbsp;ติดเชื้อมากที่สุด&nbsp;161&nbsp;ราย&nbsp;รองลงมา&nbsp;อ.วารินชำราบ&nbsp;45&nbsp;ราย&nbsp;และกระจายไปในหลายอำเภอ&nbsp;มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายเพิ่ม&nbsp;18&nbsp;ราย&nbsp;ขณะที่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มอีกจาก&nbsp;6&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;&nbsp;ได้แก่&nbsp;งานบุญ&nbsp;ม.2&nbsp;ต.ท่าโพธิ์ศรี&nbsp;อ.เดชอุดม&nbsp;/&nbsp;ร้านแสนคำ&nbsp;ต.เมืองเดช&nbsp;อ.เดชอุดม&nbsp;/&nbsp;ร้านเสือน้อย&nbsp;ต.นาจะหลวย&nbsp;&nbsp;อ.นาจะหลวย&nbsp;/&nbsp;ร้านปั้มน้ำมันส์&nbsp;ต.พิบูล&nbsp;อ.พิบูลมังสาหาร&nbsp;/&nbsp;ม.3&nbsp;ต.นาเยีย&nbsp;อ.นาเยีย&nbsp;/&nbsp;ร้านเอกมัย&nbsp;อ.เมืองอุบลราชธานี&nbsp;&nbsp;&nbsp;สรุปขณะนี้&nbsp;จ.อุบลราชธานี&nbsp;มีผู้ติดเชื้อสะสม&nbsp;กว่า&nbsp;2&nbsp;หมื่น&nbsp;5&nbsp;พันราย&nbsp;เสียชีวิตสะสม&nbsp;194&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายสะสม&nbsp;กว่า&nbsp;2&nbsp;หมื่น&nbsp;2&nbsp;พันราย&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;2&nbsp;พัน&nbsp;2&nbsp;ร้อยราย&nbsp;</p><p><strong>ศูนย์&nbsp;EOC&nbsp;COVID-19&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี</strong>&nbsp;ขอให้ประชาชนตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ด้วยตนเองทุก&nbsp;5-7&nbsp;วัน&nbsp;/&nbsp;ผู้ป่วยที่อาการไม่รุนแรง&nbsp;ให้กักตัวและรักษาตัวที่บ้าน&nbsp;ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ติดตามอาการอย่างใกล้ชิด&nbsp;/&nbsp;เน้นการทำงานที่บ้าน&nbsp;และซื้ออาหารไปรับประทานที่บ้าน&nbsp;/&nbsp;งดกิจกรรมร่วมกลุ่ม&nbsp;หลีกเลี่ยงการเข้าไปในที่แออัด&nbsp;สถานที่ปิด&nbsp;ห้องปรับอากาศ&nbsp;หรือสถานที่เสี่ยง&nbsp;/&nbsp;ป้องกันตนเองแบบครอบจักรวาล&nbsp;/&nbsp;ผู้สัมผัสเสี่ยงสูง&nbsp;ให้กักตัว&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;ตรวจโควิด&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;และเร่งฉีดวัคซีนให้ครบ&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	5/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สวท.อุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105155219689
157	โรงพยาบาลมะเร็งลพบุรี จัดกิจกรรมทำบุญรับปีใหม่ และมอบของขวัญปีใหม่ ให้แก่ผู้ป่วยโรคมะเร็ง เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้แก่ผู้ป่วยต่อสู้กับโรคร้าย และไม่รู้สึกว่าถูกทอดทิ้งในวันสำคัญของไทย	<p><strong>โรงพยาบาลมะเร็งลพบุรี&nbsp;จัดกิจกรรมทำบุญรับปีใหม่&nbsp;และมอบของขวัญปีใหม่&nbsp;ให้แก่ผู้ป่วยโรคมะเร็ง&nbsp;เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้แก่ผู้ป่วยต่อสู้กับโรคร้าย&nbsp;และไม่รู้สึกว่าถูกทอดทิ้งในวันสำคัญของไทย&nbsp;</strong></p><p><br></p><p><strong>โรงพยาบาลมะเร็งลพบุรี&nbsp;ได้จัดกิจกรรมทำบุญส่งท้ายปี&nbsp;และมอบของขวัญปีใหม่</strong>&nbsp;ให้แก่ผู้ป่วยโรคมะเร็ง&nbsp;เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้แก่ผู้ป่วยต่อสู้กับโรคร้าย&nbsp;และไม่รู้สึกว่าถูกทอดทิ้งในวันสำคัญของไทย&nbsp;โดยมี&nbsp;นายแพทย์เมธี&nbsp;วงศ์เสนา&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมะเร็งลพบุรี&nbsp;ได้นำคณะผู้บริหาร&nbsp;แพทย์&nbsp;พยาบาล&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ผู้ป่วยมะเร็ง&nbsp;ของโรงพยาบาลมะเร็งลพบุรี&nbsp;ที่ไม่สามารถกลับไปฉลองเทศกาลปีใหม่กับครอบครัวตามภูมิลำเนาได้&nbsp;<strong>เนื่องจากผู้ป่วยส่วนใหญ่&nbsp;ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์&nbsp;</strong>จึงได้ร่วมกันประกอบพิธีทำบุญ&nbsp;ถวายอาหารคาวหวานปิ่นโต&nbsp;แด่พระสงฆ์&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;รูป&nbsp;เพื่อความเป็นสิริมงคลต่อตนเองและครอบครัว&nbsp;เนื่องในเทศกาลปีใหม่&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;พร้อมทั้งมอบของขวัญปีใหม่&nbsp;ให้แก่ผู้ป่วยมะเร็ง&nbsp;ซึ่งยังต้องนอนพักรักษาตัวตามเตียงผู้ป่วยในหอผู้ป่วย&nbsp;เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ&nbsp;และเพื่อไม่ให้ผู้ป่วยมะเร็งรู้สึกโดดเดี่ยวในวันสำคัญของไทย&nbsp;มีแรงใจที่เข้มแข็งในการต่อสู้กับโรคร้ายต่อไป&nbsp;ซึ่งในปีนี้&nbsp;ทั้งนี้ทุกขั้นตอน&nbsp;ยังคงปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;เฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด&nbsp;-19&nbsp;อย่างเคร่งคัด&nbsp;ซึ่งเจ้าหน้าที่และญาติผู้ป่วยที่ร่วมงานทุกคนต้องผ่านการตรวจคัดกรอง&nbsp;ด้วย&nbsp;ATK&nbsp;ตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด&nbsp;เพื่อป้องกันการนำเชื้อสู่ผู้ป่วย&nbsp;ซึ่งเป็นกลุ่มเปาะบางอีกด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	5/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	ลพบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105145157607
158	จ.ศรีสะเกษ ตรวจ ATK ก่อนเข้าเรียน เฝ้าระวังโอไมครอน	<p><strong>คณะครูต้องตรวจเช็คเด็กนักเรียนทุกคนในวันเปิดเรียนแรก</strong>&nbsp;หลังปิดเทศกาลปีใหม่&nbsp;เน้นเด็กนักเรียนที่สัมผัสใกล้ชิด&nbsp;ญาติ&nbsp;ผู้ปกครองที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง&nbsp;โดยเฉพาะมีเชื้อโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอไมครอนระบาด</p><p><strong>วันที่&nbsp;4&nbsp;มกราคม&nbsp;2564&nbsp;ที่&nbsp;โรงเรียนศรีสะเกษวิทยาลัย</strong>&nbsp;ซึ่งเป็นโรงเรียน&nbsp;ที่ได้รับความนิยมของผู้ปกครองเป็นอันดับหนึ่ง&nbsp;ในตัวเมืองศรีสะเกษ&nbsp;มีนักเรียนมากกว่า&nbsp;3,000&nbsp;คน&nbsp;ได้เปิดเรียนวันแรกหลังปิดไปในช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;ซึ่งก่อนหน้านี้&nbsp;ได้มีคำสั่งไปเรียนแบบครึ่งต่อครึ่ง&nbsp;แบ่งกันเรียนเป็นวันคี่กับวันคู่&nbsp;ระหว่าง&nbsp;มัธยมต้นกับมัธยมปลาย&nbsp;โดยได้มีการประสานข้อมูลกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด&nbsp;เพื่อเฝ้าระวังในช่วงปีใหม่ที่มีญาติหรือผู้ปกครองของเด็กนักเรียนที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด&nbsp;เพื่อมาเยี่ยมบ้าน&nbsp;มาเยี่ยมลูกหลาน&nbsp;มีการสัมผัส&nbsp;ทานข้าวร่วมกันอยู่&nbsp;ร่วมถึงไปเที่ยวด้วยกัน&nbsp;หากผู้ปกครองมีความสุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคโควิด-19&nbsp;ก็อาจจะนำเชื้อมาแพร่กระจายสู่เด็กนักเรียน&nbsp;และเด็กนักเรียนก็อาจจะนำมาสู่เพื่อนที่อยู่ในโรงเรียน&nbsp;ซึ่งอาจจะเป็นคลัสเตอร์ใหญ่เกิดขึ้น&nbsp;โดยไม่คาดฝันได้&nbsp;จึงต้องประชุมชี้แจงและใช้มาตรการเข้มอีกครั้ง&nbsp;ในการตรวจวัดอุณหภูมิทุกคนที่จะเข้าโรงเรียน&nbsp;ในการแนะนำให้ทุกคนต้องสวมหน้ากาก&nbsp;ตลอดเวลาขณะอยู่ในโรงเรียนขณะเรียน&nbsp;งดกิจกรรมร่วมกลุ่ม&nbsp;หรือสัมผัสเสี่ยงสูงที่อาจจะเป็นการแพร่เชื้อ&nbsp;แนะนำให้มีการล้างมือทำความสะอาดตนเอง&nbsp;เว้นระยะห่างอยู่ในช่วงแรก&nbsp;14&nbsp;วันนี้</p><p><strong>โดยนายยิ่งยง&nbsp;นันทวณิชชากร</strong>&nbsp;ผู้อำนวยการโรงเรียนศรีสะเกษวิทยาลัย&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ในช่วงวันหยุดสี่วันช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมานี้&nbsp;โดยก่อนวันหยุดคณะกรรมการสถานศึกษาคณะครูได้มีการประชุมหารือกันแล้วว่า&nbsp;จะต้องมีผู้ปกครองที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดมาเยี่ยมบุตรหลานที่เป็นลูกนักเรียนของเรา&nbsp;ซึ่งเป็นการอพยพผู้คนกลับมาภูมิลำเนาเดิม&nbsp;ซึ่งอาจจะนำเชื้อมาหรือไม่&nbsp;นำเชื้อมาก็ยังไม่ทราบ&nbsp;จึงได้มีการสื่อสารทาง&nbsp;LINE&nbsp;กลุ่มของผู้ปกครองทุกระดับห้องชั้นเรียนให้เฝ้าดูแลระวังลูกหลานของเรา&nbsp;ซึ่งเมื่อเช้าก็ได้ประชุมหน้าเสาธงหรือพูดคุยถึงเรื่องคลัสเตอร์เชื้อโรค&nbsp;โควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอไมครอน&nbsp;ที่มีการแพร่ระบาดอย่างมากในจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคลัสเตอร์ของร้านอาหารกึ่งผับบาร์&nbsp;รวมถึงร้านคาเฟ่&nbsp;ซึ่งมันเป็นความชอบของวัยรุ่นในยุคปัจจุบันโดยเฉพาะนักเรียนในระดับมัธยมปลาย&nbsp;ที่นิยมไปนั่งดื่มนั่งทานกาแฟกัน&nbsp;และใช้เวลาอยู่ตรงนั้นนาน&nbsp;บางครั้งครึ่งค่อนวัน&nbsp;เพื่อใช้สัญญาณ&nbsp;Wi-Fi&nbsp;จากร้านคาเฟ่นั้น&nbsp;ๆ&nbsp;โดยเรากล้าเปิดโรงเรียนในวันแรกนี้เลย&nbsp;แม้จะมีการแพร่ระบาดเชื้อในจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ที่อยู่ติดกับจังหวัดศรีสะเกษห่างเพียง&nbsp;65&nbsp;กิโลก็ตาม&nbsp;เพราะเราได้จัดตั้งศูนย์โควิดวอรูม&nbsp;เพราะเรามีข้อมูลของเด็กนักเรียนจากฐานข้อมูลจากมัธยม&nbsp;1/1&nbsp;ไปจนถึงมัธยม&nbsp;6&nbsp;/&nbsp;17&nbsp;ว่าอยู่หมู่บ้านไหนกันบ้าง&nbsp;และหากหมู่บ้านใดที่มีอัตราเสี่ยงผู้ปกครองมาจากพื้นที่เสี่ยง&nbsp;เราก็จะให้เด็กนักเรียนเข้าตรวจหาเชื้อด้วยระบบ&nbsp;ATK&nbsp;ทันที&nbsp;โดยเมื่อก่อนที่เปิดเรียนช่วงแรก&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;เราตรวจทุกคน&nbsp;แต่ช่วงนี้เราก็จะลิ้งค์ข้อมูลกับสาธารณสุข&nbsp;และสุ่มตรวจจากเด็กที่มาจากพื้นที่เสี่ยงก่อน&nbsp;พร้อมแนะนำให้เด็กเว้นระยะห่าง&nbsp;ล้างมือ&nbsp;สวมหน้ากากตลอดเวลา&nbsp;และหากผลตรวจออกมาพบมีเชื้อ&nbsp;เราก็จะเกาะติดว่าเด็กสัมผัสใครบ้าง&nbsp;จะได้เข้ากลุ่มนักเรียน&nbsp;พร้อมประสานกับสาธารณสุขจังหวัด&nbsp;ในการใช้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดออกไปเป็นวงกว้างในทันทีเช่นกัน</p><p><strong>โดยวันนี้คณะครูในโรงเรียนดังกล่าว</strong>ได้ทำการสุ่มเด็กที่มีฐานข้อมูลในการสัมผัสเสี่ยงสูงจากผู้ปกครองที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดที่อาจมีการแพร่ระบาดของเชื้อโรคเป็นจำนวนมาก&nbsp;รวมทั้งเน้นในการตรวจหาเชื้อสายพันธุ์ใหม่โอไมครอน&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดเป็นคลัสเตอร์ใหม่จากโรงเรียนและเด็กนักเรียนด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	5/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105152715653
159	สสจ.ศรีสะเกษ เตือนเปิดเรียน-เปิดทำงานต้องระวังโอไมครอน	<p><strong>นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;เตือนวันหยุดยาว&nbsp;ญาติเดินทางมาเยี่ยมบ้านและเดินทางกลับไป&nbsp;อาจทิ้งเชื้อโรคโควิด-19&nbsp;ไว้&nbsp;เปิดเรียนใหม่เปิดทำงานใหม่&nbsp;พรุ่งนี้ต้องระวังเฝ้าดูอาการตนเอง&nbsp;หากมีไข้&nbsp;ผิดปกติต้องกักตัว</p><p><strong>ที่จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;การจราจรเริ่มหนาแน่น</strong>&nbsp;อันเนื่องมาจากมีพี่น้องประชาชน&nbsp;เริ่มเดินทางกลับไปเพื่อเตรียมตัวทำงานอีกครั้งในวันพรุ่งนี้&nbsp;ส่งผลให้มีปริมาณรถติดแน่นทุกเส้นทาง&nbsp;โดยเฉพาะเส้นทางหลัก&nbsp;อย่างเช่น&nbsp;ทางหลวงแผ่นดิน&nbsp;หมายเลข&nbsp;226&nbsp;และหมายเลข&nbsp;24&nbsp;ที่มาจากอุบลราชธานี&nbsp;ผ่านจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;มุ่งสู่ปลายทางกรุงเทพมหานคร&nbsp;ซึ่ง&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ได้ชี้แจงข้อมูลสถานการณ์การติดเชื้อโรคโควิด-19&nbsp;ของจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ในช่วงนี้จะพุ่งสูงขึ้น&nbsp;และจากข้อมูลสาเหตุที่พุ่งสูงขึ้น&nbsp;เพราะมีผู้คนที่มีการติดเชื้อก่อนเดินทางมาจากต่างจังหวัด&nbsp;เข้ามาสู่จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ดังนั้นภายหลังจากที่บรรดาญาติๆ&nbsp;รวมทั้งผู้ปกครองของนักเรียน&nbsp;ที่เดินทางกลับมาเยี่ยมบ้าน&nbsp;ได้มีการพาบุตรหลานไปเที่ยว&nbsp;ไปทานข้าวร่วมกัน&nbsp;ใช้ชีวิตร่วมกัน&nbsp;ในระยะ&nbsp;3&nbsp;&nbsp;4&nbsp;วันนี้&nbsp;เมื่อกลับไปแล้ว&nbsp;ต้องเฝ้าระวังตนเอง&nbsp;เฝ้าสังเกตอาการ&nbsp;หากพบว่ามีอาการป่วยไข้ต้องพบแพทย์ทันที&nbsp;พร้อมชี้แจงเส้นทาง&nbsp;กิจกรรมในช่วงวันหยุดอย่างละเอียด&nbsp;รวมทั้งนักเรียน&nbsp;พรุ่งนี้เปิดเรียน&nbsp;ต้องอยู่ห่างเพื่อนๆ&nbsp;ก่อน&nbsp;อย่าพึ่งทำกิจกรรมร่วมกันเป็นหมู่ใหญ่&nbsp;และหากพบว่าตนเป็นไข้&nbsp;ไม่สบาย&nbsp;มีอาการน่าสงสัย&nbsp;ควรงดมาโรงเรียนทันที&nbsp;พร้อมเฝ้าดูอาการ&nbsp;กักตัว&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;แยกจากครอบครัวก่อนด้วย</p><p><strong>นายแพทย์&nbsp;ทนง&nbsp;วีระแสงพงษ์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;ชี้แจงว่า&nbsp;โควิดรายใหม่ของจังหวัดศรีสะเกษวันนี้&nbsp;มีรายงานผู้ป่วยรายใหม่&nbsp;จำนวน5&nbsp;ราย&nbsp;เมื่อวานนี้จำนวน&nbsp;34&nbsp;รายซึ่งเป็นติดเชื้อภายในจังหวัด&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;และเป็นผู้ที่เดินทางเข้ามาจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;24&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;70%&nbsp;แต่วันนี้&nbsp;5&nbsp;รายเป็นติดเชื้อภายในจังหวัด&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;และเป็นผู้ติดเชื้อที่เดินทางเข้าพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;3&nbsp;รายคิดเป็นร้อยละ&nbsp;60%&nbsp;ซึ่งช่วงนี้จะเป็นผู้เดินทางเข้ามาจังหวัดศรีสะเกษที่พบเป็นผู้ติดเชื้อมากหน่อย&nbsp;ตอนนี้สะสม&nbsp;18,178&nbsp;ราย&nbsp;สำหรับผู้ที่ติดเชื้อโอไมครอนจำนวน&nbsp;1&nbsp;รายยังไม่มีการติดเชื้อเพิ่ม&nbsp;แต่เรายังคงดำเนินการตรวจในกลุ่มเสี่ยงโดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นข่าวคลัสเตอร์ที่เป็นกลุ่มโอไมครอนเช่นที่จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ตอนนี้มีข่าวว่ามีคลัสเตอร์ที่มีผู้ติดเชื้อโอไมครอนอยู่&nbsp;ของศรีสะเกษที่มีผู้ติดเชื้อวันนี้ภายในจังหวัด&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;มาจากอำเภอโนนคูณ&nbsp;ซึ่งอำเภอโนนคูณมาจากคลัสเตอร์เอกมัย&nbsp;ซึ่งมีผู้ติดเชื้อโอไมครอนอยู่ด้วย&nbsp;ซึ่งตอนนี้อยู่ในระหว่างการรวบรวมตัวอย่างในการส่งตรวจเพื่อหาโอไมครอนอยู่&nbsp;และหลังจากที่มีการหยุดยาวมานี้ได้มีประชาชน&nbsp;2&nbsp;ส่วน&nbsp;ส่วนแรกคือส่วนที่กำลังเดินทางกลับไปต่างจังหวัด&nbsp;อีกส่วนนึงก็ยังอยู่ในพื้นที่&nbsp;ส่วนที่ผู้เดินทางกลับไปต่างจังหวัด&nbsp;ก่อนที่จะเริ่มระบบทำงานต้องเฝ้าระวังตนเองก่อนว่าใน&nbsp;14&nbsp;วันนี้ได้มีอาการผิดปกติหรือไม่&nbsp;มีอาการไข้หรือเปล่า&nbsp;และที่ทำงานหลาย&nbsp;ๆ&nbsp;ที่&nbsp;เมื่อจะเข้าทำงานต้องตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ด้วย&nbsp;เมื่อเช้าของกระทรวงสาธารณสุขพยายามที่จะแนะนำกับผู้ที่จะเดินทางมาจากพื้นที่ที่มีรายงานผู้ติดเชื้อเยอะ&nbsp;ให้&nbsp;work&nbsp;from&nbsp;home&nbsp;อยู่ที่บ้านก่อน&nbsp;โดยให้ทำงานอยู่ที่บ้าน&nbsp;10&nbsp;ถึง&nbsp;14&nbsp;วันก่อนถ้าไม่มีอาการผิดปกติอะไรแล้วก็ค่อยไปทำงานตามปกติ&nbsp;ส่วนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่พบว่าเขามีโอกาสที่จะสัมผัสผู้ติดเชื้อโควิดจากผู้ที่เดินทางเข้ามา&nbsp;และเมื่อญาติพี่น้องได้กลับไปแล้ว&nbsp;สิ่งหนึ่งที่ควรปฏิบัติก็คืองดไปมีกิจกรรมที่มีคนหมู่มาก&nbsp;เพราะเราเองยังไม่รู้ว่าได้รับเชื้อจากญาติพี่น้องหรือไม่&nbsp;และอีกส่วนหนึ่งเฝ้าระวังตนเองภายใน&nbsp;14&nbsp;วันหลังจากที่ญาติได้กลับไปแล้ว&nbsp;ญาติได้มีอาการผิดปกติหรือไม่&nbsp;ซึ่งในส่วนนี้ได้รวมถึงนักเรียนด้วย&nbsp;เพราะนักเรียนส่วนใหญ่&nbsp;คือพ่อแม่กลับมาจากต่างจังหวัดซึ่งเมื่อกลับมาได้พาลูกไปเที่ยวไปในสถานที่ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ก็มีโอกาสที่พ่อแม่จะเอาเชื้อโควิดมาติดลูกๆ&nbsp;หลานๆ&nbsp;ได้ที่บ้าน&nbsp;หรือพ่อแม่ที่บ้านได้&nbsp;อีกส่วนหนึ่งคือผู้ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนจะประชาสัมพันธ์ให้ฉีดวัคซีน&nbsp;และนักเรียนเมื่อเปิดเทอมไปโรงเรียนหลังจากที่หยุดยาวไปหลายวัน&nbsp;สิ่งที่ต้องระวังก็คือพยายามไม่ไปสัมผัสเพื่อนๆ&nbsp;ไม่มีกิจกรรมรวมกลุ่มกับเพื่อนเยอะๆ&nbsp;ซึ่งตรงนี้ก็คงจะฝากไว้&nbsp;ถ้ามีอาการผิดปกติมีไข้&nbsp;มีไอ&nbsp;ต้องงดไปโรงเรียนทันที&nbsp;และแนะนำกับแพทย์ด้วยว่าตนเองพ่อแม่เพิ่งมาเยี่ยมและได้กลับไปแล้ว&nbsp;และต้องติดตามด้วยว่าเมื่อพ่อแม่กลับไปทำงานแล้ว&nbsp;พ่อแม่ได้มีอาการไข้&nbsp;ไอหรือเปล่า&nbsp;ซึ่งตรงนี้ขอฝากประชาสัมพันธ์ให้ทุกท่านได้ช่วยเฝ้าระวังด้วยครับ</p><p><strong>ขณะที่ตามจุดตรวจที่ให้บริการพี่น้องประชาชนในจังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;ตลอดทุกเส้นทาง&nbsp;โดยเฉพาะเส้นทางหลัก&nbsp;นอกจากจะเป็นการตรวจให้บริการการเฝ้าระวังในเรื่องอุบัติเหตุแล้ว&nbsp;ยังได้ทำการตรวจสอบ&nbsp;วัดไข้&nbsp;ตรวจหาเชื้อโรคโควิด-19&nbsp;ด้วยระบบ&nbsp;ATK&nbsp;แยงจมูก&nbsp;ตรวจหาเชื้อ&nbsp;หากพบก็จะส่งเข้ารักษาตรวจ&nbsp;กักตัว&nbsp;ที่โรงพยาบาลต้นสังกัดใกล้บ้านภูมิลำเนาตนเองทันที&nbsp;แต่หากไม่มี&nbsp;ก็สามารถถ่ายรูปยืนยันการตรวจแล้ว&nbsp;สามารถนำไปอ้างอิงยังจุดบริการอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ได้&nbsp;ตลอด&nbsp;14&nbsp;วันนี้&nbsp;เพื่อความปลอดภัยของทุกคนในจังหวัดศรีสะเกษ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	5/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105152307648
160	สถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 จ.ระยอง มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น คาดหลังจากนี้ 1-2 สัปดาห์ อาจพบผู้ติดเชื้อสูงถึง 1,000 รายต่อวัน	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายแพทย์ประดิษฐ์&nbsp;ปฐวีศรีสุธา&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดระยอง</strong>&nbsp;แถลงสถานการณ์โควิด-19&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;เมื่อเที่ยงวันนี้&nbsp;(5&nbsp;ม.ค.64)&nbsp;ว่า&nbsp;ขณะนี้พบตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ของ&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;หลังจากประชาชนเดินทางกลับจากต่างจังหวัด&nbsp;คาดว่าหลังจากนี้ประมาณ&nbsp;1-2&nbsp;สัปดาห์&nbsp;จำนวนผู้ติดเชื้อน่าจะเพิ่มขึ้นถึง&nbsp;1,000&nbsp;รายต่อวัน&nbsp;ขอให้ผู้ที่เดินทางกลับจากต่างจังหวัด&nbsp;กักตัวเป็นระยะเวลา&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;งดการเดินทางออกนอกบ้าน&nbsp;พร้อมกับตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;โคยครั้งแรกตรวจเมื่อเดินทางกลับมาถึงจังหวัดระยอง&nbsp;หลังจากนั้นอีก&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;ให้ตรวจซ้ำครั้งที่&nbsp;2&nbsp;และให้สังเกตุอาการ&nbsp;หากพบว่ามีอาการผิดปกติ&nbsp;เช่น&nbsp;เป็นไข้&nbsp;มีน้ำมูก&nbsp;ปวดศรีษะ&nbsp;ไอ&nbsp;และมีเหงื่อออกกลางคืน&nbsp;ให้รีบติดต่อเจ้าหน้าที่&nbsp;รพ.สต.&nbsp;หรือโรงพยาบาลใกล้บ้าน&nbsp;หากคนในบ้านติดเชื้อให้แยกกักตัวออกจากคนในบ้านทันที&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ขอให้ทุกคนสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกจากบ้าน&nbsp;หมั่นล้างมือ&nbsp;และเว้นระยะห่าง&nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทั้งนี้&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;มีผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ลดลงอย่างต่อเนื่อง&nbsp;</strong>จากเคยมีผู้ติดเชื้อสูงถึง&nbsp;5-600&nbsp;รายต่อวัน&nbsp;แต่ปัจจุบันลดเหลือเพียงวันละ&nbsp;30-50&nbsp;รายต่อวัน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;</span></p>"	5/1/2022	ภาคตะวันออก	ระยอง	สวท.ระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105151729640
161	รับมือการแพร่ระบาดโควิด-19 หลังเทศกาลปีใหม่ ย้ำประชาชนทำงานที่บ้านตรวจ ATK	<p>นายแพทย์เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ได้จัดมาตรการรองรับการเดินทางหลังเทศกาลปีใหม่เพื่อความเสี่ยงการแพร่กระจายเชื้อโควิด-19 ขอความร่วมมือหน่วยงานภาคเอกชน WFH ให้ได้มากที่สุด เช่นเดียวกับภาครัฐ ขณะที่ประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนา หรือท่องเที่ยวขอตรวจ ATK และสังเกตอาการ</p><p><br></p><p>สำหรับการเตรียมพร้อมรับมือด้านสาธารณสุขประเมินการเพิ่มเตียงไว้ประมาณร้อยละ 10 - 20 และสามารถขยายเพิ่มได้อีกร้อยละ 80 หรือเพิ่มตามสถานการณ์ พร้อมๆ กับการเตรียมระบบการรักษาตัวที่บ้านและศูนย์ชุมชนสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการไม่มากโดยเฉพาะสายพันธุ์โอมิครอน ซึ่งหลังจากนี้จะต้องติดตามสถานการณ์ผู้ติดเชื้ออย่างใกล้ชิดในช่วงสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนนี้เป็นต้นไป</p>	5/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220104141124181
162	รมต.อนุชา เชื่อมั่นผู้ตรวจกระทรวงเป็นหัวใจสำคัญขับเคลื่อนประเทศ คอยตรวจสอบ กำกับ ชี้แนะให้การทำงานเกิดประสิทธภาพต่อประชาชน	<p><strong>วันที่&nbsp;5&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ห้องสุขุมวิท&nbsp;แกรนด์บอลรูม</strong>&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;โรงแรมเจดับบลิว&nbsp;แมริออท&nbsp;กรุงเทพ&nbsp;นายวิษณุ&nbsp;เครืองาม&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายอนุชา&nbsp;นาคาศัย&nbsp;รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมหลักสูตรผู้ตรวจราชการระดับกระทรวง&nbsp;โดยมี&nbsp;นายชาญกฤช&nbsp;เดชวิทักษ์&nbsp;ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;และ&nbsp;นายธีรภัทร&nbsp;ประยูรสิทธิ&nbsp;ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เข้าร่วม&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;การฝึกอบรมเป็นไปตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;โดยผู้เข้าร่วมอบรมและคณะเจ้าหน้าที่&nbsp;ต้องผ่านการรับวัคซีนอย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;และต้องผ่านการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเข้าร่วมกิจกรรมทุกครั้ง</p><p><strong>สำหรับโครงการฝึกอบรมหลักสูตรผู้ตรวจราชการระดับกระทรวง</strong>&nbsp;ประจําปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;เป็นโครงการร่วมกันระหว่างสํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี&nbsp;และสํานักงาน&nbsp;ก.พ.&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและเสริมสร้างความรู้&nbsp;ทักษะ&nbsp;และสมรรถนะที่จําเป็นสําหรับงานตรวจราชการให้แก่ผู้ตรวจราชการระดับกระทรวง&nbsp;เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมตลอดจนเพิ่มพูนศักยภาพในการปฏิบัติงานของผู้ตรวจราชการในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;ตามแผนปฏิรูปประเทศ&nbsp;โดยมุ่งเน้นการตรวจราชการในเชิงรุก&nbsp;และทันต่อสภาวการณ์ที่เปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน&nbsp;โดยในครั้งนี้&nbsp;มีผู้ที่ผ่านการพิจารณาคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการ&nbsp;จํานวน&nbsp;30&nbsp;คน&nbsp;จาก&nbsp;14&nbsp;หน่วยงาน</p><p><strong>รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ผู้ตรวจกระทรวงเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศชาติ&nbsp;รวมถึงคอยตรวจสอบ&nbsp;แนะนำ&nbsp;ชี้แจงนโยบายและการปฏิบัติงานของหน่วยงานและเจ้าหน้าที่&nbsp;ติดตามความก้าวหน้า&nbsp;ความสำเร็จ&nbsp;ปัญหาอุปสรรค&nbsp;พร้อมทั้งคุณภาพงานและการปฏิบัติงานของหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ให้ถูกต้องมีประสิทธิภาพ&nbsp;คาดหวังให้การฝึกอบรมครั้งนี้ช่วยเตรียมความพร้อมให้ผู้เข้ารับการอบรมในฐานะผู้ตรวจราชการระดับกระทรวงมีความชำนาญอย่างลึกซึ้งถึงบทบาทหน้าที่&nbsp;และประสานการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านเครือข่ายการอบรม&nbsp;ช่วยเติมเต็มการทำงานร่วมกัน&nbsp;และเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;และร่วมผลักดันการปฏิบัติงานตามนโยบายรัฐบาล&nbsp;แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชนทุกพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	5/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105151957643
163	ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เผยแนวโน้มติดเชื้อโควิดเพิ่มขึ้นตามคาดการณ์ เตรียมแถลงยุทธศาสตร์รับมือเชื้อโควิดสายพันธุ์โอมิครอนศุกร์นี้แม้ความรุนแรงไม่เท่าเดลตา แต่แพร่เร็วกว่า จำต้องหาวิธีชะลอโรค	"<p class=""ql-align-justify"">ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เผยแนวโน้มติดเชื้อโควิดเพิ่มขึ้นตามคาดการณ์ เตรียมแถลงยุทธศาสตร์รับมือเชื้อโควิดสายพันธุ์โอมิครอนศุกร์นี้แม้ความรุนแรงไม่เท่าเดลตา แต่แพร่เร็วกว่า จำต้องหาวิธีชะลอโรค</p><p class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p><p class=""ql-align-justify"">นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า สถานการณ์โรคโควิด 19 ของไทยวันนี้ มีพบการติดเชื้อภายในประเทศลักษณะเป็นกลุ่มก้อน (คลัสเตอร์) โดยเฉพาะร้านอาหารกึ่งผับ ร้านหมูกระทะ และสถานบันเทิง ที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;COVID Free Setting&nbsp;ในหลายจังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ พะเยา อุบลราชธานี ขอนแก่น ชลบุรี มหาสารคาม และอุดรธานี นอกจากนี้ ยังพบการติดเชื้อที่เกี่ยวข้องกับตลาด เรือนจำ โรงงาน สถานประกอบการ ถนนคนเดิน แคมป์คนงาน งานศพ งานแต่ง และงานเลี้ยงปีใหม่ ทั้งนี้ หลังเทศกาลปีใหม่สถานการณ์เริ่มเป็นไปตามที่คาดการณ์ คือ ผู้ป่วยอาการหนักและเสียชีวิตลดลง แต่พบสัญญาณผู้ติดเชื้อมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะจังหวัดท่องเที่ยวและจังหวัดที่มีผู้เดินทางกลับภูมิลำเนาจำนวนมาก จึงขอให้ประชาชนที่กลับจากการเดินทางช่วงปีใหม่เฝ้าระวังสังเกตอาการตนเอง 14 วัน ขอให้หน่วยงานและสถานประกอบการต่างๆ เน้นการทำงานที่บ้าน (Work From Home)&nbsp;หรือตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;หากต้องกลับเข้าปฏิบัติงาน กรณีพบผลตรวจเป็นบวกไม่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล เนื่องจากผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ไม่มีอาการหรือมีอาการน้อย ซึ่งเป็นผลจากการได้รับวัคซีน แต่ให้เข้าระบบการรักษาที่บ้าน (Home Isolation :HI)&nbsp;หรือรักษาในชุมชน (Community Isolation : CI)&nbsp;ซึ่งการรักษาในระบบนี้ได้ผลดีมาแล้วกับช่วงระบาดสายพันธุ์เดลตาที่มีความรุนแรงของอาการมากกว่าโอมิครอน โดยผู้ที่มีผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นบวก สามารถโทรสายด่วน สปสช. 1330 ได้ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชม. เพื่อแจ้งข้อมูลและขอรับการดูแลภายใต้ระบบ&nbsp;HI/CI&nbsp;ได้ทันที โดยระบบจะจับคู่สถานพยาบาลที่จะดูแลซึ่งผู้ติดเชื้อจะได้รับการติดต่อกลับจากสถานพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการภายใน 6 ชั่วโมง ได้รับยา อุปกรณ์ และอาหาร 3 มื้อ ในการดูแลอย่างครบถ้วน ซึ่ง สปสช. รายงานว่า ขณะนี้มีผู้โทรศัพท์เข้าสายด่วน 1330 แล้วประมาณ 4,000&nbsp;สาย แต่มีเพียงกว่า&nbsp;100&nbsp;สายเท่านั้นที่ติดต่อเกี่ยวกับโรคโควิด อย่างไรก็ตามแม้ สายพันธุ์โอมิครอนจะไม่รุนแรงเท่าเดลตา แต่แพร่เชื้อได้เร็วกว่าจึงจำเป็นต้องออกมาตรการเฉพาะเพื่อควบคุมโรค ชะลอการระบาด วางระบบรับมือทั้งสาธารณสุข เศรษฐกิจ โดยเตรียมจะแถลงข่าวยุทธศาสตร์ในการรับมือโอมิครอนในวันศุกร์นี้ (7 ม.ค.2565)&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>"	5/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105142609595
164	"สปน. ร่วมกับ สำนักงาน ก.พ. จัดอบรมหลักสูตร ""ผู้ตรวจราชการระดับกระทรวง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565"" สร้างแนวคิดการทำงานแบบบูรณาการเพื่อ ""เติมช่องว่างให้เต็ม"" แบบ New Normal ภายใต้มาตรการควบคุมโควิด-19 อย่างสูงสุด"	"<p><strong>รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐนตรี</strong>&nbsp;นายอนุชา&nbsp;นาคาศัย&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรม&nbsp;หลักสูตรผู้ตรวจราชการระดับกระทรวง&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;วันที่&nbsp;5&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรมเจดับบลิว&nbsp;แมริออท&nbsp;กรุงเทพ&nbsp;จัดโดยสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;และสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน&nbsp;</p><p><strong>เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้&nbsp;ทักษะ&nbsp;และสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับงานตรวจราชการ</strong>&nbsp;<strong>กิจกรรมจัดขึ้นภายใต้มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(Covid-19)&nbsp;อย่างสูงสุดและมีการฝึกอบรม&nbsp;การจัดกิจกรรมแบบ&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;ผู้เข้าร่วมกิจกรรมต้องฉีดวัคซีนครบโดสที่กำหนด&nbsp;ต้องใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;100%&nbsp;มีการเว้นระยะห่าง&nbsp;และต้องส่งผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;72&nbsp;ชม.&nbsp;และระหว่างเข้าร่วมกิจกรรมในทุกวัน&nbsp;รวมถึงสถานที่ดำเนินกิจกรรมมีห้องตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;บริการสำหรับผู้เข้าร่วมอบรมเพื่อความมั่นใจและความปลอดภัยอีกด้วย&nbsp;</strong></p><p><strong>นายอนุชา&nbsp;นาคาศัย&nbsp;รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ภายใต้สภาวการณ์ในปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงจากปัจจัยภายนอกต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ได้อย่างรวดเร็วอยู่สมอ&nbsp;ทั้งเรื่องของการสาธารณสุข&nbsp;นวัตกรรมและเทคโนโลยี&nbsp;แนวคิดและแนวทางการทำงานที่ต้องบูรณาการกันเพื่อ&nbsp;""เติมช่องว่างให้เต็ม""&nbsp;จึงเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นมากในปัจจุบัน&nbsp;ผู้ตรวจราชการจึงไม่เพียงต้องมี&nbsp;""ศาสตร์""&nbsp;อันได้แก่&nbsp;ความรู้หรือทักษะที่จำเป็นและทันสมัยเท่านั้น&nbsp;ยังต้องมี&nbsp;""ศิลป์""&nbsp;ที่เกิดจากประสบการณ์&nbsp;และเทคนิคต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในการปฏิบัติงาน&nbsp;ที่จะช่วยขับเคลื่อนให้การตรวจราชการแบบบูรณาการ&nbsp;และการประสานเชื่อมโยงภาคเอกชน&nbsp;ภาคประชาชน&nbsp;ในการตรวจติดตามงานต่ง&nbsp;ๆ&nbsp;ของหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;และร่วมผลักดันการปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล&nbsp;และการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน&nbsp;เรื่องร้องเรียนร้องทุกข์ของประชาชนในพื้นที่&nbsp;ให้เป็นไปอย่างรวดเร็วด้วย&nbsp;</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;การฝึกอบรมหลักสูตรผู้ตรวจราชการระดับกระทรวง&nbsp;จึงนับว่าเป็นเวทีสำคัญ&nbsp;</strong>ที่จะช่วย&nbsp;ส่งเสริมให้ผู้ตรวจราชการได้พัฒนาองค์ความรู้ใหม่&nbsp;ๆ&nbsp;และแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อต่อยอดในการทำงานร่วมกัน&nbsp;ซึ่งจะเสริมสร้างสมรรถะและศักยภาพให้ผู้ตรวจราชการ&nbsp;สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตามความคาดหวังของผู้บังคับบัญชา&nbsp;ได้รับความเชื่อถือจากฝ่ายบริหาร&nbsp;และส่งผลให้การตรวจราชการเป็นไปเพื่อประโยชน์สุข&nbsp;ของประชาชนอย่างแท้จริง&nbsp;ตามนโยบายของรัฐบาลและข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี</p><p><br></p><p><strong>ทางด้านนายธีรภัทร&nbsp;ประยูรสิทธิ&nbsp;ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;โครงการฝึกอบรม&nbsp;หลักสูตรผู้ตรวจราชการระดับกระทรวง&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;มีผู้เข้ารับการอบรม&nbsp;ประกอบด้วยผู้ตรวจราชการกระทรวง&nbsp;และผู้ตรวจราชการกรุงเทพมหานคร&nbsp;จำนวน&nbsp;29&nbsp;คน&nbsp;จาก&nbsp;13&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;&nbsp;</p><p>เ<strong>น้นการส่งเสริมให้เกิดการสร้างสมรรถะที่จำเป็นต่อการตรวจราชการ</strong>&nbsp;ด้วยวิธีการเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้ที่หลากหลาย&nbsp;บนพื้นฐานปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;การบริหารพัฒนาสู่รัฐบาลยุคดิจิทัล&nbsp;ที่มีการเรียนรู้การใช้เทคโนโลยี&nbsp;เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ของทุกภาคส่วนเข้าด้วยกัน&nbsp;และสามารถนำมาแก้ไขปัญหาในพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมที่กำหนดจัดให้แก่ผู้เข้ารับการอบรม</strong>&nbsp;<strong>คือ</strong>&nbsp;การเสริมสร้างเครือข่ายผู้เข้า&nbsp;รับการฝึกอบรม&nbsp;กระชับความสัมพันธ์ระหว่างผู้เข้ารับการฝึกอบรม&nbsp;การเสริมสร้างความรู้&nbsp;ความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของผู้ตรวจราชการให้เป็นคนดี&nbsp;คนเก่ง&nbsp;คนกล้า&nbsp;รวมทั้งทัศนคติที่ดีต่อการตรวจราชการ&nbsp;เน้นการอภิปราย&nbsp;การบรรยาย&nbsp;การฝึกปฏิบัติ&nbsp;การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการตรวจราชการ&nbsp;การลงพื้นที่เพื่อฝึกปฏิบัติการตรวจราชการแบบบูรณาการ&nbsp;และการฝึกอบรมแบบออนไลน์ร่วมด้วย&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่&nbsp;หรือการดำเนินโครงการที่สำคัญตามนโยบายของรัฐบาล&nbsp;การศึกษาดูงานของหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;และภาคเอกชนที่มีการบริหารจัดการที่ทันสมัย&nbsp;และมีการนำนวัตกรรมมาใช้ในหน่วยงาน&nbsp;เพื่อเป็นการศึกษาเปรียบเทียบ&nbsp;แลกเปลี่ยนเรียนรู้&nbsp;ตลอดจนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการตรวจราชการได้&nbsp;</p><p><strong>ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวในตอนท้ายว่า</strong>&nbsp;การฝึกอบรมครั้งนี้มุ่งเน้นให้ผู้ตรวจราชการ&nbsp;ระดับกระทรวงทุกกระทรวงสามารถนำความรู้&nbsp;และประสบการณ์ไปช่วยสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลและของทุกหน่วยงานให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;20ปี&nbsp;และแผนปฏิรูปประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรมอันจะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนทั่วไป</p>"	5/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105150034620
165	5 ม.ค.65 จ.ลำพูนพบติดเชื้อ COVID-19 จากผล RT-PCR 1 ราย ผลตรวจ ATK Plus 8 ราย	<p><strong>วันนี้&nbsp;(5&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ที่ศาลาประชาคม&nbsp;ศาลากลางจังหวัดลำพูน&nbsp;</strong>นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;พร้อมด้วยแพทย์หญิงภาวิณี&nbsp;เอี่ยมจันทน์&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลลำพูน&nbsp;และนายแพทย์สุกิจ&nbsp;สุขประเสริฐ&nbsp;ผู้ช่วยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำพูน&nbsp;ร่วมสถานการณ์&nbsp;COVID-19&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดลำพูนพบผู้ติดเชื้อเพิ่มในจังหวัด&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ต่างจังหวัดอีก&nbsp;0&nbsp;ราย&nbsp;ATK&nbsp;Plus&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;มีผู้ป่วยยืนยันสะสมทั้งสิ้น&nbsp;4,762&nbsp;ราย&nbsp;ยอดเสียชีวิตสะสม&nbsp;41&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ระหว่างการรักษาตัวทั้งหมด&nbsp;200&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;ใน&nbsp;รพ.ลำพูน&nbsp;31&nbsp;ราย&nbsp;รพ.สนามเวียงยอง&nbsp;22&nbsp;ราย&nbsp;รพ.สนามป่าซาง&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;รพ.อื่นๆ&nbsp;137&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;4,521&nbsp;ราย</p><p><strong>ในส่วนของสถิติการครองเตียงของโรงพยาบาลรัฐทุกแห่งในจังหวัดลำพูนมีทั้งหมด&nbsp;504&nbsp;เตียง</strong>&nbsp;ใช้ไป&nbsp;123&nbsp;เตียงหรือคิดเป็น&nbsp;24.40%&nbsp;จึงทำให้มีเตียงเหลือรองรับผู้ป่วย&nbsp;381&nbsp;เตียงคิดเป็น&nbsp;75.60%&nbsp;นอกจากนี้เตียงรองรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลเอกชนมีรองรับทั้งสิ้น&nbsp;361&nbsp;เตียง&nbsp;ใช้ไป&nbsp;82&nbsp;เตียง&nbsp;คิดเป็น&nbsp;22.71%&nbsp;จึงทำให้มีเตียงเหลือรองรับผู้ป่วยอีก&nbsp;279&nbsp;เตียง&nbsp;คิดเป็น&nbsp;77.29%</p><p><strong>สำหรับการให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ของจังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;4&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มียอดสะสมการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ไปแล้วจำนวน&nbsp;312,230&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;76.13%&nbsp;ของผู้ประสงค์ฉีดทั้งหมด&nbsp;126,648&nbsp;คน&nbsp;จากประชากรทั้งหมด&nbsp;401,408&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็น&nbsp;77.78%&nbsp;ฉีดเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;312,230&nbsp;ราย&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;273,383&nbsp;ราย&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;58,604&nbsp;ราย&nbsp;และเข็มที่&nbsp;4&nbsp;จำนวน&nbsp;747&nbsp;เข็ม</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	5/1/2022	ภาคเหนือ	ลำพูน	สวท.ลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105152924656
166	จ.นครพนม พบป่วยโควิดฯ 30 ราย เห็นชอบปิดเรียน On-Site ถึงวันที่ ๑๕ มกราคม 2565 เชิญชวนฉีดเข็ม 3 เปิดศูนย์ CI	<p><strong>ที่ห้องประชุมพระธาตุพนม&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดนครพนม</strong>&nbsp;หลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครพนม&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;นายชาธิป&nbsp;รุจนเสรี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&nbsp;ประธานคณะกรรมการโรคติดต่อฯ&nbsp;มอบหมายนายวรรณพล&nbsp;ต่อพล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&nbsp;พร้อมนายแพทย์ปรีดา&nbsp;วรหาร&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม&nbsp;นายแพทย์ธนสิทธิ์&nbsp;ไพรพงษ์&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครพนม&nbsp;และนายแพทย์กิตติเชษฐ์&nbsp;ธีรกุลพงศ์เวช&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม&nbsp;(ด้านเวชกรรมป้องกัน)&nbsp;แถลงข่าวรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ซึ่งวันนี้มีรายงานพบผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ที่เดินทางมาจากจกรุงเทพมหานคร&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ชลบุรี&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;สกลนคร&nbsp;1&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และเป็นคนในพื้นที่จังหวัดนครพนม&nbsp;จำนวน&nbsp;24&nbsp;ราย&nbsp;เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลนครพนม&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลปลาปาก&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลนาหว้า&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลนาทม&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลบ้านแพง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;รวมยอดผู้ติดเชื้อสะสม&nbsp;5,343&nbsp;ราย&nbsp;(ยอดผู้ป่วยยืนยันสะสม&nbsp;4&nbsp;สัปดาห์&nbsp;187&nbsp;ราย)&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;5,231&nbsp;ราย&nbsp;หายป่วยกลับบ้านวันนี้&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษาอยู่&nbsp;84&nbsp;ราย&nbsp;(อาการของผู้ป่วยทั้ง&nbsp;84&nbsp;ราย&nbsp;ไม่มีอาการ&nbsp;40&nbsp;ราย&nbsp;มีอาการเล็กน้อย&nbsp;42&nbsp;ราย&nbsp;อาการปานกลาง&nbsp;2&nbsp;ราย)&nbsp;เสียชีวิตสะสม&nbsp;28&nbsp;ราย&nbsp;โดยไม่พบผู้เสียชีวิตต่อเนื่องมา&nbsp;55&nbsp;วัน</p><p><strong>ส่วนของภาพรวมจำนวนเตียงสำหรับรองรับการรักษาผู้ป่วย</strong>โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;เตียงของรพ.ทั่วไป/&nbsp;รพ.ชุมชน&nbsp;ทั้ง&nbsp;12&nbsp;อำเภอ&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;444&nbsp;เตียง&nbsp;ใช้ไป&nbsp;84&nbsp;เตียง&nbsp;คงเหลือ&nbsp;630&nbsp;เตียง&nbsp;(ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;5&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;08.00&nbsp;น.)&nbsp;ด้านการให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;มีประชาชนที่ได้รับการฉีดวัคซีน&nbsp;(เข็มหนึ่ง)&nbsp;แล้ว&nbsp;397,516&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็น&nbsp;64.29%&nbsp;เทียบกับประชากรตามสิทธิ์การรักษาพยาบาล&nbsp;ฉีดเข็มสองแล้ว&nbsp;315,772&nbsp;Dose&nbsp;คิดเป็น&nbsp;51.07%&nbsp;ฉีดเข็มสามแล้ว&nbsp;27,594&nbsp;Dose&nbsp;คิดเป็น&nbsp;4.46%&nbsp;ฉีดเข็มสี่แล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;881&nbsp;Dose&nbsp;คิดเป็น&nbsp;0.14%</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019</strong>&nbsp;สายพันธุ์&nbsp;Omicron&nbsp;ขอประชาสัมพันธ์และเชิญชวนให้ข้าราชการ&nbsp;บุคลากรส่วนราชการทุกหน่วยงานและประชาชนไปขอรับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดฯ&nbsp;เข็ม&nbsp;3&nbsp;ได้&nbsp;ณ&nbsp;หน่วยบริการใกล้บ้าน&nbsp;และให้ส่วนราชการพิจารณาตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ในกลุ่มเสี่ยง&nbsp;หรือก่อนเข้าทำงานหลังปีใหม่&nbsp;ทั้งยังขอให้ยึดหลัก&nbsp;D-M-H-T-T&nbsp;เพื่อรับมือ&nbsp;COVID-19&nbsp;ระลอกใหม่&nbsp;โดยปฏิบัติตนอยู่ห่างไว้&nbsp;ใส่แมสก์ป้องกัน&nbsp;หมั่นล้างมือ&nbsp;ตรวจวัดอุณหภูมิ&nbsp;ตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;(เฉพาะกรณี)&nbsp;ร่วมมือใช้แอปฯ&nbsp;ไทยชนะ&nbsp;รวมทั้งขอให้ปฏิบัติตนเพื่อป้องกันการติดเชื้อโควิด-19&nbsp;แบบครอบจักรวาล&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;for&nbsp;Covid-19&nbsp;กล่าวคือ&nbsp;ออกจากบ้านเมื่อจำเป็น&nbsp;สวมหน้ากากอนามัยและทับด้วยหน้ากากผ้า&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;1-2&nbsp;เมตร&nbsp;หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสหน้ากากอนามัย&nbsp;แยกของใช้ส่วนตัวทุกชนิด&nbsp;ทำความสะอาดฆ่าเชื้อพื้นผิวที่ถูกสัมผัสบ่อย&nbsp;ๆ&nbsp;ผู้สูงอายุมากกว่า&nbsp;๖๐&nbsp;ปี&nbsp;และผู้มีโรคเรื้อรังออกจากบ้านเท่าที่จำเป็น&nbsp;เลือกทานอาหารที่ร้อนหรือปรุงสุกใหม่&nbsp;ล้างมือบ่อย&nbsp;ๆ&nbsp;หากสงสัยว่าตัวเองมีความเสี่ยง&nbsp;ควรตรวจด้วย&nbsp;ATK</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อฯ</strong>&nbsp;ยังมีเห็นชอบให้ปิดเรียน&nbsp;On-site&nbsp;เริ่มตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่&nbsp;15&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;โดยปรับเป็นเรียน&nbsp;On-line&nbsp;On-hand&nbsp;ให้ชะลอการอนุญาตเปิดสนามไก่ชน/กัดปลา&nbsp;โดยพิจารณาอีกครั้งหลัง&nbsp;15&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;รวมทั้งเห็นชอบให้เปิดศูนย์ดูแลโควิด-19&nbsp;ชุมชน&nbsp;(Community&nbsp;Isolation:&nbsp;CI)&nbsp;ทุกอำเภอ&nbsp;รวม&nbsp;820&nbsp;เตียง&nbsp;และปิดพื้นที่เสี่ยง&nbsp;หมู่บ้านที่&nbsp;11&nbsp;ตำบลคำเตย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;เป็นเวลา&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;นับตั้งแต่วันนี้</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	5/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครพนม	สวท.นครพนม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105151902642
167	จังหวัดตรัง  แถลงข่าวสถานการณ์โควิด 19  วันนี้พบผู้ป่วยโควิด 19  รายใหม่ 38 ราย รวมผู้ติดเชื้อสะสม 18,120 ราย	<p><strong>วันนี้&nbsp;(5&nbsp;ม.ค.2565)&nbsp;ที่ศูนย์แถลงข่าว&nbsp;ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019</strong>&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ห้องลิบง&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตรัง&nbsp;แพทย์หญิงทิพย์ลดา&nbsp;บุญชัย&nbsp;นายแพทย์ชำนาญการ&nbsp;โรงพยาบาลตรัง&nbsp;&nbsp;ในฐานะรองโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;แถลงข่าวสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;&nbsp;ของจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับวันนี้&nbsp;จังหวัดตรังพบผู้ป่วยโควิด&nbsp;19&nbsp;รายใหม่&nbsp;&nbsp;38&nbsp;ราย&nbsp;เป็นการติดเชื้อในจังหวัดตรัง&nbsp;36&nbsp;ราย&nbsp;</strong>และติดเชื้อจากกที่อื่นมารับการรักษาที่จังหวัดตรัง&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;รวมผู้ติดเชื้อตามการระบาดระลอกใหม่ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;18,120&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;จำแนกผู้ป่วยเป็นรายอำเภอ&nbsp;ดังนี้&nbsp;อำเภอกันตัง&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;12&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอวังวิเศษ&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอรัษฎา&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอสิเกา&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอห้วยยอด&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอหาดสำราญ&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอที่ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ในพื้นที่&nbsp;คือ&nbsp;&nbsp;อำเภอนาโยง&nbsp;มีผู้ป่วยรักษาหายวันนี้&nbsp;78&nbsp;ราย&nbsp;รวมหายสะสม&nbsp;17,758&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;98&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ยอดเสียชีวิตสะสมยังคงอยู่ที่&nbsp;115&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ในวันนี้ได้ทำการตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;เป็นบวก&nbsp;44&nbsp;ราย&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;62&nbsp;ราย&nbsp;</strong>คิดเป็น&nbsp;70.97%&nbsp;และตรวจโดยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;เป็นบวกวันนี้&nbsp;34ราย&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;455&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;7.47%&nbsp;รวมผู้ติดเชื้อ&nbsp;78&nbsp;ราย&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;517&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;15.09%&nbsp;สำหรับการฉีดวัคซีนโควิด&nbsp;19&nbsp;ของจังหวัดตรังทางระบบหมอพร้อมรายงานการฉีดวัคซีนไปแล้ว&nbsp;462,787&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;75.23%&nbsp;การฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;436,379&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;70.93%</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	5/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105154909687
168	อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง เร่งตรวจคัดกรองโควิด-19 แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียนห้วยยอด เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ปกครองและนักเรียน รองรับการเปิดสอนในรูปแบบ On site	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>วันนี้&nbsp;(5&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ที่โรงเรียนห้วยยอด&nbsp;อำเภอห้วยยอด&nbsp;&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</strong>&nbsp;นายสมศักดิ์&nbsp;เรืองอุดมโชคชัย&nbsp;รองนายกเทศมนตรีตำบลห้วยยอด&nbsp;ลงพื้นที่พร้อมด้วยบุคลากรด้านสาธารณสุขของเทศบาลตำบลห้วยยอด&nbsp;&nbsp;เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลห้วยยอด&nbsp;และสาธารณสุขอำเภอห้วยยอด&nbsp;ดำเนินการตรวจตรวจคัดกรองโควิด-19&nbsp;ด้วยชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;(Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit)&nbsp;แก่บุคลากรครูและเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนห้วยยอดกว่า&nbsp;160&nbsp;คน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ปกครองและนักเรียน&nbsp;รองรับการเปิดสอนในรูปแบบ&nbsp;On&nbsp;site</strong>&nbsp;ในวันที่&nbsp;17&nbsp;มกราคมนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่ง&nbsp;ตามแผนการเปิดภาคเรียนต่างๆนั้น&nbsp;ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;หรือ&nbsp;ศบค.&nbsp;มีเงื่อนไข&nbsp;5&nbsp;ข้อ&nbsp;สำหรับรองรับการเปิดเรียนในระดับมัธยมศึกษาและอาชีวศึกษา&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;1.&nbsp;การปฏิบัติตามมาตรการกระทรวงศึกษาธิการฉบับที่&nbsp;32&nbsp;มาตรการหลัก&nbsp;+&nbsp;มาตรการเสริม&nbsp;+&nbsp;มาตรการเข้ม&nbsp;2.ประกาศกระทรวงสาธารณสุขมาตรการ&nbsp;DMHT-RT&nbsp;3.ครูและบุคลากรต้องได้รับวัคซีน&nbsp;100%&nbsp;4.นักเรียนต้องได้รับวัคซีนครบสองเข็ม&nbsp;85%&nbsp;และ&nbsp;5.&nbsp;ผู้อาศัยในครอบครัว(กลุ่ม&nbsp;608)&nbsp;ต้องได้รับวัคซีนครบทุกคน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	5/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105155230691
169	จ.แม่ฮ่องสอน ตรวจคัดกรอง 994 คน พบผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ เพิ่มขึ้น 32 ราย ยังรักษา 181 ราย ส่วนใหญ่มีอาการเล็กน้อย-ไม่มีอาการ 165 ราย	<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong>รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในการระบาดระลอกใหม่เมษายน&nbsp;2564&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;วันที่&nbsp;5&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;(เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.)&nbsp;มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ระลอกเมษายน&nbsp;จำนวน&nbsp;3,513&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเพศชาย&nbsp;1,617&nbsp;ราย&nbsp;และ&nbsp;เพศหญิง&nbsp;1,896&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;45&nbsp;ราย&nbsp;(1.28&nbsp;%)&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;3,287&nbsp;ราย&nbsp;(93.57&nbsp;%)&nbsp;ยังอยู่ระหว่างรักษา&nbsp;181ราย&nbsp;(5.15&nbsp;%)&nbsp;ไม่มีอาการ&nbsp;44&nbsp;ราย&nbsp;มีอาการเล็กน้อยไม่ใช้ออกซิเจน&nbsp;121&nbsp;ราย&nbsp;ใช้ออกชิเจนแรงดันต่ำ&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;ใช้ออกซิเจนแรงดันสูง&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;ใส่ท่อและเครื่องช่วยหายใจ&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;รักษาอยู่ที่โรงพยาบาลศรีสังวาลย์&nbsp;12&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลปาย&nbsp;16&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลแม่สะเรียง&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลสบเมย&nbsp;17&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลแม่ลาน้อย&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลขุนยวม&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลสนาม&nbsp;74&nbsp;ราย&nbsp;และรักษาในศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;44&nbsp;ราย</p><p><strong>สำหรับวันนี้&nbsp;มีผู้ได้รับการตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;994&nbsp;ชุด</strong>&nbsp;พบเชื้อ&nbsp;32&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ป่วยในจังหวัดทั้งหมด&nbsp;โดยมีรายละเอียด&nbsp;ดังนี้</p><p><strong>รายที่&nbsp;3482&nbsp;-&nbsp;3483&nbsp;รวม&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;27&nbsp;ปี&nbsp;และ&nbsp;28&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอนอาชีพรับราชการ&nbsp;และครูสอนภาษา&nbsp;ในหน่วยงานพื้นที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงเดินทางไปในพื้นที่ที่มีการระบาดจังหวัดเชียงใหม่และกรุงเทพมหานคร&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;ไอ&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;มีน้ำมูก&nbsp;และปวดกล้ามเนื้อ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสนาม</p><p><strong>รายที่&nbsp;3484&nbsp;และ&nbsp;3488&nbsp;-&nbsp;3491&nbsp;รวม&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;</strong>ช่วงอายุระหว่าง&nbsp;2&nbsp;-48&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ต.ปางหมู&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นเด็กในปกครอง&nbsp;นักเรียน&nbsp;และอาชีพรับจ้าง&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;(3302)&nbsp;และอยู่ในพื้นที่ที่มีการระบาด&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;โรงเรียนบ้านใหม่&nbsp;มีอาการเจ็บคอ&nbsp;เบื่ออาหาร&nbsp;และปวดกล้ามเนื้อ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสนาม</p><p><strong>รายที่&nbsp;3485&nbsp;-&nbsp;3487&nbsp;รวม&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง&nbsp;</strong>ช่วงอายุระหว่าง&nbsp;9&nbsp;-&nbsp;39&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นนักเรียน&nbsp;และแม่บ้าน&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงเดินทางไปพื้นที่ที่มีการระบาดจังหวัดพะเยา&nbsp;มีอาการปวดศีรษะ&nbsp;และคัดจมูก&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสนาม</p><p><strong>รายที่&nbsp;3492&nbsp;เพศชาย&nbsp;</strong>อายุ&nbsp;44&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ต.แม่ขี้&nbsp;อ.ปาย&nbsp;อาชีพเกษตรกร&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงเดินทางไปในพื้นที่ที่มีการระบาดและสถานที่ที่มีคนหนาแน่นเมืองพัทยา&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;และมีเสมหะ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT&nbsp;-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลปาย</p><p><strong>รายที่&nbsp;3493&nbsp;-&nbsp;3496&nbsp;รวม&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง&nbsp;1&nbsp;ราย</strong>&nbsp;ช่วงอายุระหว่าง&nbsp;2&nbsp;-&nbsp;13&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ต.เวียงเหนือ&nbsp;อ.ปาย&nbsp;เป็นเด็กในปกครอง&nbsp;นักเรียน&nbsp;และอาชีพเกษตรกร&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;(&nbsp;346,&nbsp;&nbsp;3414,&nbsp;3415&nbsp;และ&nbsp;3420)&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับคลัสเตอร์&nbsp;บ้านป่าซาง&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;มีน้ำมูก&nbsp;และ&nbsp;ปวดศีรษะ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลปาย</p><p><strong>รายที่&nbsp;3497&nbsp;เพศหญิง&nbsp;</strong>อายุ&nbsp;59&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ต.บ้านกาศ&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;อาชีพรับจ้าง&nbsp;วันที่&nbsp;4&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มาโรงพยาบาลแม่สะเรียง&nbsp;ด้วยอาการปวดแสบท้อง&nbsp;ทำการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนทำการรักษา&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;แม่หาร&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาในศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;อ.แม่สะเรียง</p><p><strong>รายที่&nbsp;3498&nbsp;เพศชาย</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;70&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ต.บ้านกาศ&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;เป็นผู้สูงอายุ&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ&nbsp;คลัสเตอร์สบหาร&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;และมีน้ำมูก&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาในศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;อ.แม่สะเรียง</p><p><strong>รายที่&nbsp;3499&nbsp;เพศหญิง</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;26&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ต.แม่คง&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;อาชีพครูในโรงเรียนแห่งหนึ่งพื้นที่อำเภอสบเมย&nbsp;ปัจจัยสี่ยงปฏิบัติงานในพื้นที่ที่มีการระบาดอำเภอสบเมย&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;และเจ็บคอ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวกและส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลแม่สะเรียง</p><p><strong>รายที่&nbsp;3500&nbsp;เพศชาย</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;49&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ต.แม่ลาน้อย&nbsp;อ.แม่ลาน้อย&nbsp;อาชีพเกษตรกร&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;ป่าหมาก&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสนาม</p><p><strong>รายที่&nbsp;3501-3503&nbsp;รวม&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;1&nbsp;ราย</strong>&nbsp;ช่วงอายุระหว่าง&nbsp;4&nbsp;เดือน&nbsp;-&nbsp;31&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ต.แม่ลาหลวง&nbsp;อ.แม่ลาน้อย&nbsp;เป็นด็กในปกครอง&nbsp;และอาชีพเกษตรกร&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน(3469)&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;ห้วยกองเป๊า:&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสนาม</p><p><strong>รายที่&nbsp;3504&nbsp;เพศชาย</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;32&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ต.ห้วยห้อม&nbsp;อ.แม่ลาน้อย&nbsp;อาชีพครูในโรงเรียนแห่งหนึ่งพื้นที่อำเภอสบเมย&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงเดินทางมาจากพื้นที่ที่มีการระบาด&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสนาม</p><p><strong>&nbsp;รายที่&nbsp;3505-3507&nbsp;รวม&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;</strong>ช่วงอายุระหว่าง&nbsp;7&nbsp;เดือน&nbsp;-&nbsp;64&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ต.แม่ลาน้อย&nbsp;อ.แม่ลาน้อย&nbsp;เป็นเด็กในปกครอง&nbsp;และอาชีพเกษตรกร&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;แม่แลบ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ลบ&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสนาม</p><p><strong>รายที่&nbsp;3508&nbsp;-&nbsp;3510&nbsp;รวม&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;</strong>ช่วงอายุระหว่าง&nbsp;1&nbsp;เดือน&nbsp;-&nbsp;33&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ต.แม่คะตวน&nbsp;อ.สบเมย&nbsp;เป็นเด็กในปกครอง&nbsp;และอาชีพเกษตรกร&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน(3282)&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ&nbsp;คลัสเตอร์แม่เกาะ&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;และมีน้ำมูก&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ลบ&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสบเมย</p><p><strong>รายที่&nbsp;3511&nbsp;เพศหญิง</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;16&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ต.แม่คะตวน&nbsp;อ.สบเมย&nbsp;เป็นนักเรียนในโรงเรียนพื้นที่อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงอยู่ในพื้นที่ที่มีการระบาด&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;และมีน้ำมูก&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสบเมย</p><p><strong>รายที่&nbsp;3512&nbsp;-&nbsp;3513&nbsp;รวม&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;</strong>อายุ&nbsp;56&nbsp;ปี&nbsp;และ&nbsp;49&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ต.สบเมย&nbsp;อ.สบเมย&nbsp;อาชีพเกษตรกร&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;(3442)&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;แม่ตอละ&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;และมีน้ำมูก&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสบเมย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	5/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105160338704
170	กรมการแพทย์ ยืนยันเตียงใน รพ.มีเพียงพอรับผู้ป่วยโควิดอาการหนักแม้จะมีจำนวนตามคาดการณ์กรณีรุนแรงสูงสุด	<p><strong>นพ.สมศักดิ์&nbsp;อรรฆศิลป์&nbsp;อธิบดีกรมการแพทย์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;เพื่อเตรียมพร้อมรองรับผู้ป่วยโควิดหลังปีใหม่&nbsp;ได้มีการหารือร่วมกับ&nbsp;ดร.สันต์&nbsp;ศรีอรรฆ์ธำรง&nbsp;อาจารย์พิเศษคณะบริหารการพัฒนาสิ่งแวดล้อม&nbsp;สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์&nbsp;(นิด้า)&nbsp;เกี่ยวกับสถานการณ์ระบาด&nbsp;พบว่าขณะนี้เข้าสู่เวฟ&nbsp;5&nbsp;แล้ว&nbsp;ซึ่งในส่วนของการรักษา&nbsp;ขณะนี้มีเตียงรองรับ&nbsp;52,300&nbsp;เตียงต่อวันทั่วประเทศ&nbsp;โดยในส่วนกทม.และปริมณฑล&nbsp;ขณะนี้มีเตียงว่างรองรับ&nbsp;25,828&nbsp;เตียง&nbsp;หากเป็นไปตามกรมควบคุมโรคประเมินในแบบจำลองสถานการณ์ร้ายแรงที่สุดหากมีผู้ป่วยโควิดสูงสุดถึง&nbsp;30,000&nbsp;รายต่อวัน&nbsp;ทางกรมการแพทย์จะมีเตียงเพียงพอในการรักษา&nbsp;</p><p><strong>ขณะเดียวกันแนวทางรักษาผู้ป่วยหลังจากนี้จะเน้นย้ำไปที่การรักษาที่บ้าน</strong>&nbsp;(Home&nbsp;Isolation&nbsp;:&nbsp;HI)&nbsp;และรักษาในชุมชน&nbsp;(Community&nbsp;Isolation&nbsp;:&nbsp;CI)&nbsp;เป็นการรักษาแรก&nbsp;แต่หากมีอาการหนักจะส่งต่อรักษายัง&nbsp;รพ.ที่มีเตียงรองรับต่อไป&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;การแพทย์มีระบบติดตามกรณีหากตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นบวกให้ติดต่อสายด่วน&nbsp;สปสช.&nbsp;1330&nbsp;เมื่อติดต่อแล้วภายใน&nbsp;6&nbsp;ชั่วโมงจะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับเพื่อประเมินอาการ&nbsp;หากรักษาที่บ้านได้จะเข้าระบบ&nbsp;HI&nbsp;หากอยู่บ้านไม่ได้จะเข้าระบบ&nbsp;CI&nbsp;ซึ่งขณะนี้ใน&nbsp;กทม.&nbsp;สำนักงานเขตทุกเขตมีการจัดเตรียม&nbsp;CI&nbsp;ไว้แล้ว&nbsp;และเนื่องจากคาดการณ์ว่ารอบนี้จะเกิดการระบาดในเด็กมากขึ้น&nbsp;เพราะเด็กยังไม่ได้ฉีดวัคซีน&nbsp;แต่ย้ำว่าเด็กติดได้แต่อาการจะไม่รุนแรงหากไม่มีโรคประจำตัว&nbsp;อย่างไรก็ตามได้ประสาน&nbsp;กทม.&nbsp;ให้จัดทำเตียง&nbsp;CI&nbsp;สำหรับเด็กและครอบครัวเอาไว้&nbsp;6&nbsp;โซน&nbsp;โซนละ&nbsp;1&nbsp;แห่งๆ&nbsp;ละอย่างน้อย&nbsp;50&nbsp;เตียง&nbsp;โดย&nbsp;1&nbsp;ห้อง&nbsp;ให้เด็กอยู่ร่วมกัน&nbsp;3-4&nbsp;คน&nbsp;มีพื้นที่ให้ทำกิจกรรมได้&nbsp;พร้อมทั้งมอบสถาบันเด็กแห่งชาติมหาราชราชินีในการเตรียมยาน้ำฟาวิราเวียร์สำหรับเด็กทั่วประเทศ&nbsp;โดย&nbsp;รพ.แต่ละแห่งสามารถทำได้เอง&nbsp;ไม่ต้องสำรอง&nbsp;พร้อมทั้งจัดหมอเด็กเพื่อเป็นที่ปรึกษาให้ด้วย&nbsp;นอกจากนี้ยังมีการทำ&nbsp;CI&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับแรงงานต่างด้าวด้วย&nbsp;โซนละ&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;แห่งละประมาณ&nbsp;100&nbsp;เตียง&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	5/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105203535839
171	ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ติดตามสถานการณ์โควิด-19 ในพื้นที่ หลังหยุดยาวปีใหม่ 2565 พร้อมยกระดับป้องกันโควิด  19 อย่างเข้มข้น	<p><strong>วันนี้&nbsp;(5&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;80&nbsp;พรรษา&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสตูล</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;เป็นประธานประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสตูลและศบค.จังหวัดสตูล&nbsp;พร้อมกล่าวว่า&nbsp;หลังจากมีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;ขอให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องรับมือดูแลประชาชนอย่างครอบคลุม&nbsp;หากพบมีการติดเชื้อโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;โดยเฉพาะสายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;ซึ่งมีการพบแพร่ระบาดในหลายพื้นที่แล้ว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับความพร้อมในการดูแลรักษาผู้ป่วยกรณีติดเชื้อ&nbsp;มีเตียงรองรับได้ทั้งสิ้น&nbsp;2,815&nbsp;เตียง</strong>&nbsp;ขณะนี้มีผู้ป่วยรักษาตัวอยู่&nbsp;337&nbsp;เตียง&nbsp;และสามารถรองรับได้อีกกว่า&nbsp;2,000&nbsp;เตียง&nbsp;รวมถึงให้เตรียมความพร้อมของสถานที่ที่จะดูแลและรักษาผู้ป่วย&nbsp;ทั้งโรงพยาบาลสนาม&nbsp;,&nbsp;CI&nbsp;และ&nbsp;HI&nbsp;และให้ทุกส่วนราชการ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;สถานประกอบการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;นำมาตรการ&nbsp;Covid&nbsp;&nbsp;Free&nbsp;&nbsp;Setting&nbsp;มาปรับใช้&nbsp;เพื่อเป็นแนวทางป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ภายในหน่วยงานได้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ขณะเดียวกันขอให้ประชาชนคำนึงถึงความปลอดภัยยกระดับการป้องกันตนเอง&nbsp;</strong>ด้วยหลัก&nbsp;VUCA&nbsp;(Vaccine&nbsp;,&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;,&nbsp;Covid&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;และ&nbsp;ATK)&nbsp;พร้อมดำรงวิถีชีวิตแบบ&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ควบคู่การฉีดวัคซีน&nbsp;เพื่อลดอาการรุนแรงของโรคและลดอัตราการเสียชีวิตได้&nbsp;ขณะนี้ข้อมูลภาพรวมการฉีดวัคซีนของประชากรในจังหวัดสตูลกว่า&nbsp;300,000&nbsp;ราย&nbsp;ฉีดวัคซีนแล้วกว่า&nbsp;59&nbsp;%&nbsp;(ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;4&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;)&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;กล่าวอีกว่า&nbsp;ถัดจากนี้สิ่งที่จะไม่ดำเนินการคือการล็อกดาวน์พื้นที่&nbsp;</strong>เพราะคำนึงถึงการดำรงชีวิตของพี่น้องประชาชนควบคู่กับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ&nbsp;พร้อมกันนี้ขอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการด้านการบริหารจัดการขยะติดเชื้อจากโรงพยาบาลสนาม&nbsp;CI&nbsp;และ&nbsp;HI&nbsp;ด้วย&nbsp;เนื่องจากมีผู้ป่วยรักษาตัวใน&nbsp;CI&nbsp;และ&nbsp;HI&nbsp;ที่อยู่ในความดูแลของแต่ละพื้นที่&nbsp;โดยเฉพาะการจัดเตรียมถังสีแดงในชุมชนสำหรับใส่ขยะติดเชื้อ&nbsp;ในส่วนของการเปิดสถานบริการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ขณะนี้ยังไม่อนุญาต&nbsp;โดยขอให้ฝ่ายปกครองในท้องที่เร่งสร้างความเข้าใจ&nbsp;โดยเฉพาะในเขตพื้นที่อำเภอเมืองสตูล&nbsp;และการขอเปิดเรียนของโรงเรียน&nbsp;ต้องคำนึงถึงความพร้อมสำหรับยกระดับด้วยแผนเผชิญเหตุ&nbsp;สามารถดำเนินการได้ทันทีกรณีพบมีการติดเชื้อภายในโรงเรียน&nbsp;เนื่องจากสายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;พบติดเชื้อในเด็กได้ง่าย&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>&nbsp;<strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong>&nbsp;</p>	5/1/2022	ภาคใต้	สตูล	สวท.สตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105162541738
172	อำเภอเมืองหนองบัวลำภู ประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลครั้งแรกหลัง กกต.รับรอง	<p><strong>นายประยูร อรัญรุท นายอำเภอเมืองหนองบัวลำภู</strong> เป็นประธานเปิดประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลครั้งแรกหลังจากที่คณะกรรมการการเลือกตั้งรับรองผลการเลือกตั้ง จำนวน 12 แห่ง ซึ่งวันนี้กำหนดประชุม จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพร้าว ,โนนขมิ้น , หนองสวรรค์ และหนองหว้า  การประชุมดังกล่าวปฎิบัติภายใต้มาตรการการป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19 โดยการตรวจด้วยระบบ ATK ทุกคนที่เข้าประชุม</p><p><br></p>	5/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105163909746
173	กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงศึกษาฯปรับมาตรการรับมือ โอมิครอน	<p><strong>สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;19</strong>&nbsp;หลังเทศกาลปีใหม่&nbsp;พบผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น&nbsp;(ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;5&nbsp;ม.ค.65&nbsp;ผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;3,899&nbsp;คน&nbsp;และ&nbsp;ติดเชื้อเข้าข่าย&nbsp;ATK&nbsp;3,730&nbsp;คน)</p><p><strong>ขณะที่ข้อมูลผู้ติดเชื้อโอมิครอนที่พบในประเทศไทย</strong>ตั้งแต่&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;4&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;สะสม&nbsp;2,062&nbsp;ราย&nbsp;ในจำนวนนี้เป็นการติดเชื้อจากต่างประเทศ&nbsp;1,105&nbsp;ราย&nbsp;และติดเชื้อในประเทศ&nbsp;957&nbsp;ราย</p><p><strong>โดยกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ปรับมาตรการขอความร่วมมือ</strong>&nbsp;ทั้งหน่วยงานรัฐ&nbsp;-&nbsp;เอกชน&nbsp;ให้ข้าราชการ&nbsp;พนักงาน&nbsp;ปฏิบัติหน้าที่ที่บ้าน&nbsp;หรือ&nbsp;Work&nbsp;From&nbsp;Home&nbsp;เป็นเวลา&nbsp;7&nbsp;-&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;ในช่วงวันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;14&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางกลับจากภูมิลำเนา</p><p>1.ก่อนเดินทางกลับมาทำงาน&nbsp;หรือ&nbsp;เรียน&nbsp;ขอให้มีการตรวจคัดกรองด้วย&nbsp;ATK&nbsp;และเมื่อกลับมาถึงสามารถทำงานที่บ้านได้ให้ทำงานที่บ้านเป็นเวลา&nbsp;14&nbsp;วัน</p><p>2.หากต้องเริ่มปฏิบัติงานทันทีขอให้ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเข้าทำงาน&nbsp;และในสัปดาห์แรกให้ตรวจ&nbsp;2&nbsp;ครั้งห่างกันอย่างน้อย3&nbsp;วัน&nbsp;พร้อมทั้งเฝ้าระวังอาการจนครบ&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;และงดการรวมกลุ่มพูดคุย/รับประทานอาหาร</p><p>3.หากเกิดการติดเชื้อในโรงงานไม่จำเป็นต้องปิดโรงงาน&nbsp;แต่ขอให้ใช้มาตรการ&nbsp;Bubble&nbsp;&amp;&nbsp;Seal&nbsp;เพื่อไม่ให้เกิดการแพร่กระจายเชื้อออกภายนอก</p><p><strong>ทางด้านกระทรวงศึกษาธิการออกประกาศ</strong>ให้ทุกโรงเรียนในสังกัดดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุโควิด-19&nbsp;ประเมินความเสี่ยงครู&nbsp;นักเรียน&nbsp;ปรับเรียนออนไลน์</p><p>ให้สถานศึกษาประเมินสถานการณ์ความเสี่ยงอย่างรอบด้าน&nbsp;หากมีนักเรียนหรือครูที่เป็นกลุ่มเสี่ยง&nbsp;ให้สถานศึกษาสามารถพิจารณาปรับการเรียนการสอนเป็นระบบการศึกษาทางไกล&nbsp;(On&nbsp;air,&nbsp;Online,&nbsp;On&nbsp;hand&nbsp;และ&nbsp;On&nbsp;demand)&nbsp;ได้ตามความเหมาะสม&nbsp;และประสานกับคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอย่างใกล้ชิด</p><p>ให้สถานศึกษาประเมินมาตรการการเปิดเรียนของ&nbsp;Thai&nbsp;stop&nbsp;COVID&nbsp;plus&nbsp;และปฏิบัติตามข้อกำหนดของ&nbsp;6&nbsp;มาตรการหลัก&nbsp;(DMHT-RC),&nbsp;6&nbsp;มาตรการเสริม&nbsp;(SSET-CQ)&nbsp;และแนวทาง&nbsp;7&nbsp;มาตรการเข้มสำหรับสถานศึกษาโดยเคร่งครัด&nbsp;โดยให้ปฏิบัติตามแนวทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด&nbsp;หรือตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด</p><p>ให้สถานศึกษาดำเนินมาตรการตามแผนเผชิญเหตุที่กำหนด&nbsp;กรณีนักเรียน&nbsp;ครู&nbsp;หรือ&nbsp;บุคลากรในสถานศึกษามีการติดเชื้อ&nbsp;โควิด-19&nbsp;หรือ&nbsp;มีผลตรวจคัดกรองหาเชื้อเป็นบวก&nbsp;โดยให้มีการชักซ้อมอย่างเคร่งครัด&nbsp;และประสานความร่วมมือกับสถานพยาบาลเครือข่ายในพื้นที่ที่ดูแลอย่างใกล้ชิด</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้ประกาศเลื่อนการจัดกิจกรรมฉลองวันเด็กแห่งชาติ</strong>ที่ส่วนกลาง&nbsp;และ&nbsp;เลื่อนการจัดกิจกรรมการมอบโล่รางวัลและประกาศนียบัตรแก่เด็กและเยาวชนดีเด่นและนำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติทั่วประเทศ&nbsp;ออกไปจนกว่าสถานการณ์โควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;จะคลี่คลาย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	5/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรปราการ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105175037778
174	ผู้ว่าฯ ฉะเชิงเทรา ประชุมติดตามสถานการณ์โควิด-19 เตรียมพร้อมรับมือโอมิครอน	<p><strong>วันนี้&nbsp;(5&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ที่ห้องประชุมมรุพงษ์ศิริพัฒน์&nbsp;ศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา</strong>&nbsp;นายไมตรี&nbsp;ไตรติลานันท์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;เป็นประธานประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายอำเภอ&nbsp;สาธารณสุขอำเภอ&nbsp;11&nbsp;อำเภอ&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม&nbsp;เพื่อรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;และติดตามผลดำเนินงานของหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;รวมทั้งสรุปการฉีดวัคซีน&nbsp;โควิด-19&nbsp;จังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;เข็มที่&nbsp;1&nbsp;ฉีดแล้ว&nbsp;614,582&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;81.86&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;ฉีดแล้ว&nbsp;548,242&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;73.02&nbsp;และเข็มที่&nbsp;3&nbsp;ฉีดแล้ว&nbsp;74,027&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;9.85</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดฉะเชิงเทราแจ้งว่า</strong>&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;4&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ได้รับรายงานว่าพบผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอนในพื้นที่อำเภอบางน้ำเปรี้ยว&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;และอำเภอเมือง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;โดยผู้ป่วยทั้งหมดเป็นเพศหญิง&nbsp;ได้ไปเที่ยวสถานบันเทิงพัทยา&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;ขณะนี้ได้เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลแล้ว&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้</strong>&nbsp;ได้นำผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเข้ากักตัว&nbsp;ณ&nbsp;สถานที่กักตัวของรัฐ&nbsp;และติดตามเฝ้าระวังผู้สัมผัสอย่างใกล้ชิด&nbsp;ทั้งนี้ผู้ว่าฯ&nbsp;ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อม&nbsp;สถานที่แยกกักตัวในชุมชน&nbsp;(Community&nbsp;Isolation&nbsp;)&nbsp;ทั้ง&nbsp;11&nbsp;อำเภอ&nbsp;และแพทย์&nbsp;พยาบาล&nbsp;อุปกรณ์ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ให้พร้อมรองรับสถานการณ์หากเกิดการแพร่ระบาดในพื้นที่</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;</strong>ประชาชนไม่ควรตื่นตระหนกเกี่ยวกับเชื้อไวรัสโควิดสายพันธุ์ใหม่อย่างโอมิครอน&nbsp;แต่ควรเตรียมตัวให้พร้อมในการป้องกันและรับมือ&nbsp;ดังนั้น&nbsp;จังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;จึงขอความร่วมมือประชาชน&nbsp;สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยฉีดวัคซีน&nbsp;โดยเฉพาะประชาชนกลุ่มเสี่ยง&nbsp;ทั้งผู้สูงอายุ&nbsp;ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง&nbsp;สตรีมีครรภ์&nbsp;ติดต่อขอรับการฉีดวัคซีนโดยเร็วที่สุด&nbsp;หรือหากเคยฉีดแล้วก็ควรติดต่อขอฉีดเข็มกระตุ้น&nbsp;เนื่องจากวัคซีนเข็มกระตุ้นจะช่วยเพิ่มภูมิต้านทานต่อเชื้อโควิด-19&nbsp;สามารถลดการป่วยหนักและอัตราการเสียชีวิตได้</p><p><strong>สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงจะติดเชื้อ</strong>&nbsp;หรือเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ&nbsp;ที่มีความเสี่ยง&nbsp;ตามที่ประกาศไว้&nbsp;เพื่อความปลอดภัยต่อตัวเอง&nbsp;ครอบครัวและสังคมให้ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;และเฝ้าระวังสังเกตอาการ&nbsp;หากพบอาการไข้&nbsp;ไอ&nbsp;หรือมีอาการผิดปกติ&nbsp;ให้แจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุข&nbsp;อสม.หรือติดต่อสถานพยาบาลใกล้บ้านทันที&nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้แพร่เชื้อสู่ผู้อื่น&nbsp;และลดอัตราการป่วยหนักของตนเอง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	5/1/2022	ภาคตะวันออก	ฉะเชิงเทรา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดฉะเชิงเทรา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105170455755
175	จังหวัดสตูล ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสตูล เพื่อติดตามสถานการณ์โควิด-19 ในพื้นที่หลังเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา พร้อมเน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องรับมือดูแลประชาชนอย่างครอบคลุม หากพบมีการติดเชื้อโควิด-19	<p><strong>จังหวัดสตูลประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสตูล&nbsp;</strong>เพื่อติดตามสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ในพื้นที่หลังเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา&nbsp;พร้อมเน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องรับมือดูแลประชาชนอย่างครอบคลุม&nbsp;หากพบมีการติดเชื้อโควิด-19&nbsp;</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(5&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;</strong>ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;80&nbsp;พรรษา&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสตูล&nbsp;นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสตูล&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;โดยมีคณะกรรมการโรคติดต่อฯ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุมและร่วมประชุมผ่านระบบ&nbsp;Zoom&nbsp;เพื่อลดการแออัดอีกด้วย</p><p><strong>สำหรับผลการประชุมฯ&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;</strong>ได้มีการติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ภาพรวมในระดับโลก&nbsp;ระดับประเทศ&nbsp;และในระดับพื้นที่&nbsp;โดยจังหวัดสตูล&nbsp;ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;4&nbsp;ม.ค.65&nbsp;มีผู้ติดเชื้อสะสม&nbsp;9,008&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;8,415&nbsp;ราย&nbsp;ขณะที่จำนวนผู้ป่วยรายใหม่เริ่มลดลง&nbsp;แต่ยังคงมีอัตราการเสียชีวิตเกือบทุกวัน&nbsp;ซึ่งผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่&nbsp;เป็นกลุ่มเปราะบาง&nbsp;(ผู้สูงอายุ&nbsp;60&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;และมีโรคประจำตัว)&nbsp;จึงขอเชิญชวนให้กลุ่มเปราะบางและประชาชนทั่วไปเข้ารับการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันการป่วยหนักและเสียชีวิต&nbsp;แต่อย่างไรก็ขอให้ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสตูล&nbsp;ใช้กลไกล&nbsp;Mobile&nbsp;Unit&nbsp;เพื่อเร่งฉีดวัคซีนให้ประชาชนครอบคลุมและทั่วถึงทุกพื้นที่&nbsp;</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>หลังจากเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านนั้น&nbsp;ขอเน้นย้ำให้ประชาชนเฝ้าระวังสังเกตอาการตนเอง&nbsp;โดยให้ปฏิบัติตามหลัก&nbsp;VUCA&nbsp;(Vaccine,&nbsp;Universal&nbsp;Prevention,&nbsp;Covid&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;และ&nbsp;ATK&nbsp;)&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคฯ&nbsp;ขอให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องรับมือดูแลประชาชนอย่างครอบคลุม&nbsp;หากพบมีการติดเชื้อโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ในส่วนของโรงเรียนมีการขออนุญาตเปิดสถานศึกษาแบบ&nbsp;On&nbsp;Site</strong>&nbsp;เพิ่มอีก&nbsp;30&nbsp;โรงเรียน&nbsp;โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลได้เน้นย้ำว่า&nbsp;ขอให้ทุกโรงเรียนปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุอย่างเคร่งครัด&nbsp;และพร้อมยกระดับโรงเรียนเป็น&nbsp;CI&nbsp;กรณีพบการติดเชื้อภายในโรงเรียนด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	5/1/2022	ภาคใต้	สตูล	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105181641788
176	นายกฯ สั่งประเมินสถานการณ์โควิด-19 ระลอกหลังปีใหม่ 2 สัปดาห์แรกประเมินตัวเลขผู้ติดเชื้อ 2 สัปดาห์ประเมินผู้ป่วยอาการหนักและอัตราการเสียชีวิต นำเข้าที่ประชุม	<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;เผย&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;หลังจากหน่วยงานรัฐ&nbsp;รัฐวิสาหกิจ&nbsp;กิจการ&nbsp;ภาคธุรกิจ&nbsp;เอกชนกลับมาเปิดดำเนินปกติ&nbsp;เพื่อเตรียมแนวทางการป้องกันและรักษาผู้ติดเชื้อจากคลัสเตอร์ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ให้ทันสถานการณ์&nbsp;พร้อมนำเข้าสู่พิจารณาเพื่อปรับมาตรการในที่ประชุม&nbsp;ศบค.&nbsp;7&nbsp;ม.ค.&nbsp;นี้</p><p><strong>โดยในวันนี้พบผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;รายใหม่&nbsp;3,899&nbsp;ราย</strong>&nbsp;จำแนกเป็น&nbsp;ผู้ป่วยจากระบบเฝ้าระวังฯ&nbsp;3,648&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยจากการค้นหาเชิงรุก&nbsp;14&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยภายในเรือนจำ/ที่ต้องขัง&nbsp;68&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยมาจากต่างประเทศ&nbsp;169&nbsp;ราย&nbsp;ผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น&nbsp;19&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ที่กำลังรักษาตัว&nbsp;34,877&nbsp;ราย&nbsp;และมียอดผู้ที่หายป่วยกลับบ้านแล้ว&nbsp;2,508&nbsp;ราย&nbsp;ทำให้มียอดผู้ป่วยยืนยันสะสมตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;เม.ย.&nbsp;64&nbsp;จำนวน&nbsp;2,210,612&nbsp;ราย&nbsp;จำนวนผู้ที่หายป่วยสะสมจำนวน&nbsp;2,155,403&nbsp;ราย&nbsp;ขณะที่สรุปผลการให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;สะสม&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;28&nbsp;ก.พ.&nbsp;2564&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;ม.ค.&nbsp;2565&nbsp;อยู่ที่&nbsp;105,012,701&nbsp;โดส&nbsp;ใน&nbsp;77&nbsp;จังหวัด&nbsp;โดยแบ่งเป็น&nbsp;จำนวนผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มที่&nbsp;1&nbsp;สะสม&nbsp;51,314,397&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มที่&nbsp;2&nbsp;สะสม&nbsp;46,282,489&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มที่&nbsp;3&nbsp;สะสม&nbsp;7,152,002&nbsp;ราย&nbsp;และผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มที่&nbsp;4&nbsp;สะสม&nbsp;263,813&nbsp;ราย</p><p><strong>นายธนกร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;รัฐบาลจะทำการประเมินสถานการณ์การ</strong>ติดเชื้อระลอกหลังปีใหม่เป็นเวลาประมาณ&nbsp;4&nbsp;สัปดาห์&nbsp;โดย&nbsp;2&nbsp;สัปดาห์แรกจะประเมินสถานการณ์&nbsp;จำนวนตัวเลขผู้ติดเชื้อ&nbsp;ส่วน&nbsp;2&nbsp;สัปดาห์หลังจะประเมินผู้ป่วยอาการหนักและอัตราการเสียชีวิต&nbsp;ก่อนตัดสินใจปรับมาตรการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชน&nbsp;สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยฉีดวัคซีน&nbsp;โดยเฉพาะประชาชนกลุ่มเสี่ยง&nbsp;ทั้งผู้สูงอายุ&nbsp;ผู้ป่วยโรคเรื่อรัง&nbsp;สตรีมีครรภ์&nbsp;ติดต่อขอรับการฉีดวัคซีนโดยเร็วที่สุด&nbsp;หรือหากเคยฉีดแล้วก็ควรติดต่อขอฉีดเข็มกระตุ้น&nbsp;เนื่องจากวัคซีนเข็มกระตุ้นจะช่วยเพิ่มภูมิต้านทานต่อเชื้อโควิด-19&nbsp;สามารถลดการป่วยหนักและอัตราการเสียชีวิตได้</p><p><strong>นายธนกรกล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงจะติดเชื้อ</strong>&nbsp;หรือเดินทางไปยังสถานที่ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่มีความเสี่ยง&nbsp;ตามที่ประกาศไว้&nbsp;ขอให้มีความรับผิดชอบต่อสังคม&nbsp;โดยการเฝ้าระวังตนเอง&nbsp;กักตัว&nbsp;และควรเข้าตรวจสอบหาเชื้อโควิด-19&nbsp;ทันที&nbsp;ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้แพร่เชื้อสู้ผู้อื่น&nbsp;และลดอัตราการป่วยหนักของตนเอง</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;ย้ำ&nbsp;ภายหลังเทศกาลปีใหม่</strong>ขอความร่วมมือประชาชนให้ความสำคัญการใส่หน้ากาก&nbsp;ล้างมือ&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;ตรวจคัดกรองตนเองด้วย&nbsp;ATK&nbsp;และเวิร์คฟอร์โฮมเป็นเวลา&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;หากจำเป็นต้องเริ่มปฏิบัติงานทันทีขอให้ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเข้าทำงาน&nbsp;และควรตรวจซ้ำทุก&nbsp;3&nbsp;วันเพื่อเฝ้าระวังอาการ&nbsp;งดการรวมกลุ่มพูดคุย/รับประทานอาหาร&nbsp;เพื่อไม่ให้เกิดการแพร่กระจายเชื้อออกภายนอก&nbsp;สำหรับรัฐบาลจะคอยติดตามสถานการณ์เพื่อประเมินปรับใช้มาตรการที่เหมาะสมต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	5/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106111816956
177	กรุงเทพมหานคร เน้นย้ำมาตรการเข้มป้องกันโควิด-19 ในสถานศึกษา	<p><strong>นายเกรียงยศ&nbsp;สุดลาภา&nbsp;รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;ได้ดำเนินมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร</strong>&nbsp;โดยมีการประเมินสถานการณ์ความเสี่ยงและตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;อย่างต่อเนื่อง&nbsp;รวมถึงเตรียมความพร้อมการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้นักเรียนในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร&nbsp;ระดับชั้นประถมศึกษากลุ่มเด็กอายุ&nbsp;5-11&nbsp;ปี&nbsp;ในเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;พร้อมทั้งพิจารณาปรับการเรียนการสอนให้เหมาะสมตามสถานการณ์ของแต่ละโรงเรียน&nbsp;โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของนักเรียน&nbsp;ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเป็นสำคัญ&nbsp;เน้นย้ำการปฏิบัติตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;ตามข้อกำหนด&nbsp;6&nbsp;มาตรการหลัก(DMHT-RC)&nbsp;6&nbsp;มาตรการเสริม&nbsp;(SSET-CQ)&nbsp;และ&nbsp;7&nbsp;มาตรการเข้มสำหรับสถานศึกษา&nbsp;รวมถึงมาตรการ&nbsp;Sandbox&nbsp;:&nbsp;Safety&nbsp;Zone&nbsp;in&nbsp;School&nbsp;ทำความเข้าใจและซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ&nbsp;สุ่มตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;นักเรียนข้าราชการครู&nbsp;และบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับสถานศึกษา&nbsp;เพื่อคัดกรองและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19</p><p><strong>หากมีข้อสงสัยหรือเมื่อตรวจพบการติดเชื้อของนักเรียน&nbsp;ครู&nbsp;หรือบุคลากร&nbsp;ให้ประสานศูนย์บริการสาธารณสุขในพื้นที่</strong>ส่งตรวจยืนยันด้วย&nbsp;(RT-PCR)&nbsp;จัดการรักษาแบบ&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;ในเบื้องต้นและทำการการสอบสวนโรคเพื่อค้นหาผู้สัมผัสเสี่ยงสูง-ต่ำ</p>	5/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105211205851
178	จ.ร้อยเอ็ด คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดร้อยเอ็ด ประชุมติดตามสถานการณ์โควิด-19 รองรับช่วงเทศกาลปีใหม่	<p><strong>วันที่&nbsp;5&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;</strong>นายภูสิต&nbsp;สมจิตต์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ที่ห้องประชุมพระมหาเจดีย์ชัยมงคล&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายสนอง&nbsp;ดลประสิทธิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;,นายชูศักดิ์&nbsp;ราชบุรี&nbsp;ปลัดจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;,นายแพทย์ปิติ&nbsp;ทั้งไพศาล&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;,คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดร้อยเอ็ดและคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;เข้าร่วมประชุม</p><p><strong>โดยการในประชุมมีการนำเสนอสถานการณ์โรคโควิด-19&nbsp;</strong>ซึ่งมีผู้ติดเชื้อเพิ่ม&nbsp;46&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ติดเชื้อในจังหวัด&nbsp;35&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ติดเชื้อมาจากต่างจังหวัด&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ติดเชื้อมาจากต่าง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;หายป่วยกลับบ้าน&nbsp;25&nbsp;ราย&nbsp;และกำลังรักษาขณะนี้&nbsp;415&nbsp;ราย&nbsp;ส่วนประเด็นที่สำคัญ&nbsp;คือ&nbsp;แนวทางปฏิบัติของส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐภายหลังเทศกาลปีใหม่&nbsp;เพื่อยกระดับมาตรการป้องกันควบคุมโรคในที่ทำงาน&nbsp;ได้ให้หัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐ&nbsp;กำชับให้ข้าราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่หรือบุคลากรในสถานที่ทำงานปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;รวมถึงมาตรการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้งหน่วยงาน&nbsp;(Work&nbsp;From&nbsp;Home)&nbsp;ตามความเหมะสม&nbsp;ไม่ให้มีผลกระทบต่อการให้บริการประชาชน&nbsp;อีกทั้งการจัดกิจกรรมที่ส่งผลให้เกิดการรวมกลุ่มของคนจำนวนมาก&nbsp;เช่น&nbsp;การประชุม&nbsp;การสัมมนา&nbsp;หากมีความจำเป็นให้จัดกิจกรรมโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ให้มาก&nbsp;และเนื่องจากในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ประชาชนกลับไปภูมิลำเนา&nbsp;ซึ่งได้มีการใช้ชุดตรวจ&nbsp;Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit&nbsp;(ATK)&nbsp;จำนวนมากในการคัดกรอง&nbsp;ทำให้เกิดขยะจากชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;รวมถึงขยะจากอุปกรณ์ป้องกันโรค&nbsp;เช่นหน้ากากอนามัยเพิ่มขึ้นมาก&nbsp;จึงได้กำชับให้หน่วยงานท้องถิ่นดูแลเรื่องของการจัดเก็บ&nbsp;และทำลายขยะติดเชื้อให้ถูกวิธีไม่ให้กลายเป็นแหล่งแพร่ระบาดในชุมชน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;</strong>ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการป้องกันและดูแลตนเองเพื่อป้องกันการติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ทั้งการป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล&nbsp;(Universal&nbsp;Prevention&nbsp;For&nbsp;COVID-19)&nbsp;และให้ทุกภาคส่วนรวมถึงประชาชนต้องมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการสถานการณ์การร่วมกัน&nbsp;และที่สำคัญต้องปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;D-M-H-T-T-A&nbsp;และมาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร&nbsp;(Covid&nbsp;Free&nbsp;Setting)&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องชาวร้อยเอ็ด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด</p>	5/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ร้อยเอ็ด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220105184203797
179	คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ เปลี่ยนแปลงสถานที่ตั้งโรงพยาบาลสนาม เพิ่มความสะดวกในการให้บริการ ด้านสาธารณสุขจังหวัดแนะนำให้สถานที่เสี่ยงปฏิบัติตามมาตรการอย่างเข้มงวด	<p><strong>คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์มติในที่ประชุม</strong>&nbsp;เห็นชอบให้ดำเนินการเปลี่ยนแปลงสถานที่จัดตั้งโรงพยาบาลสนามเดิม&nbsp;&nbsp;โรงพยาบาลสนามเซราะกราว&nbsp;&nbsp;ให้เปลี่ยนแปลงเป็นสถานที่ใหม่&nbsp;เป็นบริเวณ&nbsp;โรงพยาบาลสนามอาคารโรงเก็บพัสดุ&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;&nbsp;&nbsp;เนื่องจากโรงพยาบาลสนามเดิมมีอุปสรรคขัดข้องบางประการ&nbsp;ทั้งต่อผู้ป่วยที่ไปรับบริการและเจ้าหน้าที่ผู้ให้รับบริการ&nbsp;หากเปลี่ยนแปลงสถานที่มาใช้สถานที่ใกล้เคียง&nbsp;เป็นหน่วยบริการทางการแพทย์ชั่วคราวหรือโรงพยาบาลสนาม&nbsp;แทน&nbsp;จะมีความพร้อมมากกว่า&nbsp;สามารถให้บริการผู้ป่วยที่ไปเข้ารับบริการ&nbsp;และเจ้าหน้าที่จะมีความสะดวกในการให้บริการได้ดีเช่นกัน&nbsp;นอกจากนี้ยังแต่งตั้งคณะที่ปรึกษา&nbsp;คณะกรรมการอำนวยการ&nbsp;และคณะทำงาน&nbsp;เพื่อให้การดำเนินการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามจังหวัดบุรีรัมย์ดังกล่าว&nbsp;เป็นไปด้วยความเรียบร้อย</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;สาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์</strong>&nbsp;ได้แนะนำ&nbsp;กรณีมีผู้ให้บริการ&nbsp;หรือผู้รับบริการติดเชื้อในสถานประกอบการ&nbsp;หากเกิดกรณีผู้มารับบริการ&nbsp;ติดเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ให้ปิดสถานประกอบการ&nbsp;1&nbsp;วัน,ทำความสะอาดบริเวณที่เสี่ยง&nbsp;พื้นที่เสี่ยง&nbsp;พื้นที่ทำความสะอาดยาก&nbsp;หรือกรณีผู้ให้บริการติดเชื้อ&nbsp;Covid&nbsp;-19&nbsp;ให้ปิดสถานประกอบการ&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;เพื่อทำความสะอาดบริเวณที่เสี่ยง&nbsp;และสับเปลี่ยนพนักงานคนอื่นมาบริการแทน&nbsp;หากความเสี่ยงสูง&nbsp;ให้กักตัวพนักงาน&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;หากเสี่ยงต่ำ&nbsp;ต้องกักตัวพนักงาน&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR</p><p><strong>ส่วนห้างสรรพสินค้า&nbsp;,&nbsp;ร้านอาหารที่มีห้องปิด</strong>,&nbsp;ร้านอาหารที่มีดนตรีสด&nbsp;ให้ทำความสะอาดบริเวณพื้นที่เสี่ยง,&nbsp;พื้นที่ทำความสะอาดยาก&nbsp;และ&nbsp;Big&nbsp;cleaning&nbsp;day&nbsp;ทุกวันพุธ&nbsp;รวมถึงตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;พนักงานทุกคน&nbsp;ทุกวันพฤหัส&nbsp;และให้พนักงานทุกคนฉีดวัคซีนเข็ม&nbsp;3</p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	6/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.บุรีรัมย์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106111933957
180	สาธารณสุขลำปาง เสนอมาตรการป้องกัน COVID-19 หลังมีแนวโน้มระบาดสูงขึ้น	<p><strong>สำนักงานจังหวัดลำปาง&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;เนื่องด้วยสถานการณ์การระบาดของโควิด-19&nbsp;ในจังหวัดลำปาง&nbsp;มีแนวโน้มสูงขึ้นเช่นเดียวกับแนวโน้มของประเทศ&nbsp;ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของประชาชน&nbsp;จึงเสนอมาตรการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรคโควิด-19&nbsp;ดังนี้</p><p><strong>ประชาชนที่มีอายุ&nbsp;12&nbsp;ปีขึ้นไปที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน</strong>&nbsp;ให้รีบเข้ารับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;โดยเร็ว&nbsp;ส่วนผู้ที่ได้ฉีดวัคซีนไปแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;ให้รีบเข้ารับบริการรับวัคซีนเข็ม&nbsp;3&nbsp;โดยด่วน</p><p><strong>ด้านองค์กรต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ให้มีการคัดกรองความเสี่ยงของพนักงาน</strong>อย่างสม่ำเสมอทุก&nbsp;3-5&nbsp;วัน&nbsp;หากมีความเสี่ยงอย่างใดอย่างหนึ่ง&nbsp;เช่น&nbsp;มีอาการป่วยในระบบทางเดินหายใจ&nbsp;เดินทางไปต่างจังหวัดหรือพื้นที่เสี่ยง&nbsp;หรือร่วมกิจกรรมสังสรรค์&nbsp;หรือรวมกลุ่มกัน&nbsp;ให้ตรวจด้วยชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ภายในวันที่&nbsp;6-10&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ให้เร่งรัดดำเนินการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ในเขตอำเภอเมือง&nbsp;อำเภอเกาะคา&nbsp;อำเภอแม่เมาะ&nbsp;และอำเภองาว&nbsp;เนื่องจากเป็นพื้นที่ซึ่งพบผู้ติดเชื้อสูง&nbsp;หากพบว่ามีการติดเชื้อ&nbsp;ให้กัก-แยก&nbsp;รักษาตัวที่บ้าน&nbsp;(Home&nbsp;Isolation)&nbsp;โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจะจัดยา&nbsp;และดูแลให้เป็นระยะเวลา&nbsp;7-10&nbsp;วัน&nbsp;เพื่อความปลอดภัยของผู้ติดเชื้อ&nbsp;ครอบครัว&nbsp;ชุมชน&nbsp;และสังคม</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ทุกหมู่บ้าน/ตำบล&nbsp;จัดเตรียมสถานที่รับรักษาตัวในแต่ละชุมชน</strong>&nbsp;ตามข้อสั่งกันให้พร้อม&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนปรับตัวอยู่ร่วมกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&nbsp;ด้วยวิถีชีวิตใหม่&nbsp;(VUCA)&nbsp;ซึ่งประกอบด้วย&nbsp;ฉีดวัคซีนให้ครบ&nbsp;(V&nbsp;&nbsp;Vaccine)&nbsp;เพื่อลดอัตราการป่วยรุนแรงและลดอัตราการเสียชีวิต,&nbsp;ป้องกันการติดเชื้อตามหลัก&nbsp;Universal&nbsp;Precaution&nbsp;(U)&nbsp;เช่น&nbsp;การออกจากบ้านเมื่อจำเป็น&nbsp;สวมแมส&nbsp;รักษาระยะห่าง&nbsp;ล้างมือบ่อย&nbsp;ๆ&nbsp;เป็นต้น,&nbsp;ทุกองค์กร&nbsp;ทุกหน่วยงาน&nbsp;ดำเนินมาตรการ&nbsp;COVID&nbsp;FREE&nbsp;SETTING&nbsp;(C&nbsp;)เช่น&nbsp;การให้พนักงานทุกคนฉีดวัคซีนครบโดส&nbsp;การคัดกรองความเสี่ยงพนักงานด้วยชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;และการจัดสถานที่ทำงานให้สะอาด&nbsp;ปลอดภัยจากแพร่กระจายเชื้อโควิด-19&nbsp;เป็นต้น&nbsp;และตรวจเช็คโควิด-19&nbsp;ด้วยชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;-Antigen&nbsp;test&nbsp;kit&nbsp;(A)&nbsp;โดยสามารถหาซื้อได้จากร้านขายยา&nbsp;ร้านสะดวกซื้อ&nbsp;ร้านค้าทั่วไป&nbsp;หรือขอรับบริการตรวจฟรีได้จากโรงพยาบาลใกล้บ้าน&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	6/1/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106094417878
181	ผอ.สพป.แม่ฮ่องสอน เขต 2 ประกาศ งดจัดงานวันเด็ก-การแข่งกีฬา เลื่อนจัดงานวันครู ป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19	<p><strong>นายคุณาพิชศน์&nbsp;แซมสีม่วง&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแม่ฮ่องสอน&nbsp;เขต&nbsp;2&nbsp;</strong>ออกประกาศมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ของบุคลากรในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแม่ฮ่องสอน&nbsp;เขต&nbsp;2&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;1)&nbsp;เริ่มตั้งแต่วันที่&nbsp;1-14&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</p><p><strong>มาตรการโดยสรุปคือ</strong>&nbsp;ให้ข้าราชการทุกรายทำการตรวจคัดกรองโรคด้วยชุดตรวจ&nbsp;Antigen&nbsp;test&nbsp;kit&nbsp;(ATK)&nbsp;หลังเดินทางกลับจากภูมิลำเนา&nbsp;รวมถึงให้บุคลากรทุกกลุ่มงานมาปฏิบัติหน้าที่ไม่เกิน&nbsp;ร้อยละ&nbsp;15&nbsp;ยกเว้นทีมบริหารให้มาปฏิบัติราชการทุกวัน&nbsp;บุคลากรในส่วนที่เหลือจากการมาปฏิบัติหน้าที่ให้ปฏิบัติงานภายในที่พัก&nbsp;(Work&nbsp;From&nbsp;Home)&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1-14&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;<strong>นอกจากนั้น&nbsp;งด&nbsp;</strong>การจัดกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มทุกรายการ&nbsp;เช่น&nbsp;การจัดงานวันเด็ก&nbsp;การจัดการแข่งขันกีฬา&nbsp;เลื่อนการจัดงานวันครูทุกกิจกรรม&nbsp;โดยไม่มีกำหนด</p><p><strong>เนื่องด้วยสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID&nbsp;-&nbsp;19)</strong>&nbsp;ยังมีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาด&nbsp;ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;โดยจะมีการเดินทาง&nbsp;และการรวมกลุ่มของประชาชนจำนวนมาก&nbsp;ทั้งการกลับไปยังภูมิลำเนา&nbsp;การจัดกิจกรรมเฉลิมฉลอง&nbsp;และงานสังสรรค์ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ประกอบกับการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;สายพันธุ์&nbsp;Omicron&nbsp;จากการเดินทางเข้ามาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ&nbsp;และผู้ที่เดินทางกลับมายังประเทศไทย&nbsp;จึงเป็นช่วงที่มีความจำเป็นที่จะต้องกำกับการปฏิบัติมาตรการให้เป็นไปตามมาตรการที่ทางราชการกำหนด&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	6/1/2022	NULL	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106095017880
182	กระทรวงสาธารณสุข ประกาศยกระดับการเตือนภัยโรคโควิด-19 จากระดับ 3 เป็นระดับ 4 มีผลให้ต้องปิดสถานที่เสี่ยง 	<p><strong>นพ.เกียรติภูมิ&nbsp;วงศ์รจิต&nbsp;ปลัดกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;สถานการณ์โรคโควิด-19&nbsp;วันนี้พบผู้ป่วยติดเชื้อ&nbsp;5,775&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;11&nbsp;ราย&nbsp;ทั้งนี้พบจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อมากขึ้น&nbsp;จากการเข้าใช้บริการสถานที่ปิด&nbsp;ผับ&nbsp;บาร์&nbsp;จัดงานเลี้ยง&nbsp;งานบุญ&nbsp;และการเดินทางไปต่างจังหวัด&nbsp;ส่วนหนึ่งเพราะเชื้อสายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;ที่แพร่โรคเร็ว&nbsp;แม้ว่าอาการจะไม่รุนแรง&nbsp;และร้อยละ&nbsp;95&nbsp;ของผู้ติดเชื้อโอมิครอนจะไม่มีอาการ&nbsp;แต่หากพบจำนวนผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นก็มีโอกาสที่จะพบผู้เสียชีวิตมากขึ้น&nbsp;ทั้งนี้เพื่อเป็นการควบคุมและชะลอการระบาดของโรคกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;จึงประกาศเพิ่มระดับการเตือนจากเดิมอยู่ที่ระดับ&nbsp;3&nbsp;เป็นระดับ&nbsp;4&nbsp;มีผลให้ต้องปิดสถานที่เสี่ยงและจำกัดการเดินทางข้ามจังหวัด&nbsp;และจะมีมาตรการต่างๆ&nbsp;ตามมา&nbsp;เช่น&nbsp;อาจจะปิดสถานที่เสี่ยงแพร่โรค&nbsp;เพิ่มมาตรการควบคุมโรคให้เกิดความปลอดภัย&nbsp;ให้ทำงานที่บ้าน&nbsp;การเดินทางต่างๆ&nbsp;ไปต่างจังหวัดก็ชะลอเพราะการเคลื่อนย้ายของคนก็ทำให้เกิดการแพร่โรคได้&nbsp;จำกัดการรวมกลุ่มต่างๆ&nbsp;</p><p><strong>ขอความร่วมมือประชาชนให้รับการฉีดวัคซีน</strong>&nbsp;ใช้การป้องกันตัวขั้นสูงสุด&nbsp;ผู้ประกอบการให้จัดสถานที่ตามมาตรการ&nbsp;Covid&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;อยากให้ประชาชนที่กลับมาจากต่างจังหวัดเฝ้าระวังอาการตัวเอง&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;หากทำงานจากที่บ้านได้(Work&nbsp;From&nbsp;Home)&nbsp;ได้จะดีมาก&nbsp;โดยเฉพาะในสัปดาห์แรก&nbsp;ขอให้ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นประจำ&nbsp;เพื่อให้พบเชื้อได้เร็วและควบคุม&nbsp;ป้องกันอย่างรวดเร็ว&nbsp;นอกจากนี้ขอให้จังหวัดต่างๆ&nbsp;ต้องเน้นบังคับใช้กฎหมาย&nbsp;กรณีที่พบผู้ติดเชื้อเช่นเดียวกับร้านอาหารหรือสถานบริการต่างๆ&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	6/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106103835900
183	ภูเก็ตปลัดกระทรวงสาธารณสุข แถลง ยกระดับการเตือนประชาชนเนื่องจากมีการติดเชื้อเพิ่มอย่างรวดเร็ว ขอความร่วมมือ ชะลอการเดินทาง ข้ามจังหวัด การจำกัดจำนวนการรวมกลุ่มเน้น 4 มาตรการเปิดประเทศ V-U-C-A	<p><strong>วันนี้&nbsp;(&nbsp;6&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;ที่ห้องประชุมราชพฤกษ์ชั้น&nbsp;6&nbsp;ตึกคุณพุ่ม&nbsp;โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต&nbsp;</strong>นพ.เกียรติภูมิ&nbsp;วงศ์รจิต&nbsp;ปลัดกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;แถลงประเด็นสำคัญจากสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;Coronavirus&nbsp;Disease&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ทีมตระหนักรู้สถานการณ์(&nbsp;Situation&nbsp;Awareness&nbsp;Team)&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข&nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ต่อสื่อมวลชน&nbsp;</p><p><strong>นพ.เกียรติภูมิ&nbsp;วงศ์รจิต&nbsp;ปลัดกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;แนวโน้มสถานการณ์โรคโควิด-19&nbsp;พบผู้ป่วยอาการหนัก&nbsp;ผู้เสียขีวิตลดลง&nbsp;ขณะที่พบผู้ติดเชื้อยืนยันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว&nbsp;จากปัจจัยเสี่ยงต่อการแพร่ระบาด&nbsp;จากการใช้บริการเวลานานในสถานที่ระบบปิดร้านอาหารกึ่งผับ&nbsp;ร่วมกิจกรรมงานเลี้ยง&nbsp;งานบุญ&nbsp;พิธีกรรมทางศาสนา&nbsp;รวมทั้งเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;เริ่มพบสัญญาณการเพิ่มขึ้นผู้ติดเชื้อรายใหม่จากการสัมผัสใกล้ชิดในครอบครัว&nbsp;และที่ทำงานเพิ่มขึ้น&nbsp;ดังนั้น&nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;เร่งสื่อสาร&nbsp;ประชาสัมพันธ์ขอให้&nbsp;ประชาชนกลับจากต่างจังหวัดให้เฝ้าสังเกตอาการตนเอง&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;และ&nbsp;WFH&nbsp;ในสัปดาห์แรกพร้อมตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;ครั้งห่างกัน&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางด้วยขนส่งสาธารณะนานกว่า&nbsp;4&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;หรือไปในสถานที่มีคนรวมกลุ่มจำนวนมาก&nbsp;และได้แจ้ง&nbsp;คกก.โรคติดต่อจังหวัด&nbsp;ในพื้นที่ควบคุม&nbsp;(สีส้ม)&nbsp;เน้นบังคับใช้กฎหมาย&nbsp;กรณีพบผู้ติดเชื้อเชื่อมโยงกับการดื่มสุราในร้านอาหารกึ่งผับ&nbsp;รวมทั้งร้านที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;Covid-Free&nbsp;Setting&nbsp;มีผู้ใช้บริการแออัด&nbsp;ขาดการควบคุมกำกับของเจ้าของร้าน&nbsp;ทั้งนี้พบข้อมูลผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วโดยเมื่อวันที่&nbsp;4&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มีผู้ติดเชื้อประมาณ&nbsp;3,800&nbsp;ราย&nbsp;และข้อมูลในวันที่&nbsp;5&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มีผู้ติดเชื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;5,775&nbsp;ราย&nbsp;ดังนั้นกระทรวงสาธารณสุขจึง&nbsp;ยกระดับการเตือน&nbsp;จากระดับ&nbsp;3&nbsp;เป็นระดับ&nbsp;4&nbsp;ซึ่งจะมีมาตรการตามมา&nbsp;เช่น&nbsp;การปิดสถานที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคเพิ่มมาตรการต่างๆ&nbsp;ให้ปลอดภัยในสถานที่เสี่ยง&nbsp;ชะลอการเดินทาง&nbsp;ข้ามจังหวัด&nbsp;การจำกัดจำนวนการรวมกลุ่ม&nbsp;งดกิจกรรมการรวมกลุ่มเพื่อลดการแพร่ระบาดของโรค&nbsp;และเน้น&nbsp;4&nbsp;มาตรการเปิดประเทศ&nbsp;V-U-C-A1.Vaccine&nbsp;ฉีดครบ&nbsp;ลดป่วยหนัก&nbsp;2.Universal&nbsp;Prevention&nbsp;ป้องกันตนเองตลอดเวลาสวมหน้ากาก&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;3.Covid&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;Area,&nbsp;District,&nbsp;Community&nbsp;สถานที่บริการพร้อม&nbsp;ผู้ให้บริการฉีดวัคซีนครบ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทุกสัปดาห์&nbsp;&nbsp;4.ATK&nbsp;(Antigen&nbsp;test&nbsp;kit)&nbsp;พร้อมตรวจเสมอเมื่อใกล้ชิดคนติดเชื้อ/มีอาการทางเดินหายใจ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	6/1/2022	ภาคใต้	ภูเก็ต	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106100516886
184	ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19 (ศบค.) จังหวัดสตูล เผยพบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด  19 สายพันธุ์โอมิครอน รายแรกในพื้นที่	<p><strong>วันนี้&nbsp;(6&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;นายแพทย์สมบัติ&nbsp;ผดุงวิทย์วัฒนา</strong>&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสตูล&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ขณะนี้จังหวัดสตูลยืนยันมีผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;(เมื่อวันที่&nbsp;5&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เป็นรายแรกของจังหวัด&nbsp;ผลการสอบสวนโรคในระหว่างวันที่&nbsp;3&nbsp;&nbsp;4&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อค้นหาขอบเขตการระบาด&nbsp;แหล่งโรค&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อ&nbsp;และให้คำแนะนำป้องกันควบคุมโรคเบื้องต้น&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ผลการสอบสวนโรค&nbsp;ผู้ป่วยเป็นเพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;32&nbsp;ปี</strong>&nbsp;ไม่ใช่กลุ่มเปราะบาง&nbsp;อยู่บ้านพักในตำบลพิมาน&nbsp;อำเภอเมืองสตูล&nbsp;มีอาชีพรับจ้าง&nbsp;(รับทำวีซ่า&nbsp;ประเทศอเมริกา&nbsp;,&nbsp;สหราชอาณาจักร&nbsp;,&nbsp;แคนาดา&nbsp;และออสเตรเลีย)&nbsp;เป็นผู้สัมผัสชาวต่างชาติที่จังหวัดภูเก็ต&nbsp;มีประวัติได้รับวัคซีนป้องกันโควิด&nbsp;-19&nbsp;ครบโดส&nbsp;โดยเดินทางไปจังหวัดภูเก็ตพบปะผู้คน&nbsp;มีสุขอนามัยที่ไม่เข้มงวดมากนัก&nbsp;และเดินทางกลับถึงจังหวัดสตูลเมื่อ&nbsp;วันที่&nbsp;27&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ถัดจากนั้น&nbsp;2&nbsp;&nbsp;3&nbsp;วันต่อมาเริ่มมีอาการหวัด&nbsp;และตรวจพบเชื้อก่อนได้รับรายงายว่าเป็นสายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;ซึ่งมีอาการไม่มาก&nbsp;หลังจากนั้นได้สอบสวนเบื้องต้นเพื่อค้นหาผู้สัมผัสเสี่ยงสูงรวม&nbsp;4&nbsp;คน&nbsp;พร้อมตรวจหาเชื้อด้วยชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นลบไม่พบเชื้อ&nbsp;และได้เข้ากักตัวที่ห้องพิเศษของโรงพยาบาลสตูล&nbsp;โดยอยู่ในความดูแลของทีมแพทย์อย่างใกล้ชิด</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสตูล</strong>&nbsp;กล่าวอีกว่า&nbsp;การที่จังหวัดสตูลพบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอนเป็นรายแรกของจังหวัด&nbsp;ทางเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการกักตัวตามมาตรการควบคุมป้องกันโรคในทันที&nbsp;จึงขอแจ้งเตือนไปยังผู้ที่เดินทางมาจากแหล่งระบาดต้องจำกัดบริเวณที่อยู่และเข้มงวดเรื่องของสุขอนามัย&nbsp;พร้อมเน้นย้ำเฝ้าระวังผู้ที่มีอาการเป็นหวัด&nbsp;ให้รีบรักษาโดยเร็วที่สุด&nbsp;รวมถึงการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคแบบครอบจักรวาล&nbsp;(Universal&nbsp;Prevention)&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ควบคู่กับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคฯ&nbsp;สวมใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลา&nbsp;รักษาระยะห่างจากผู้อื่น&nbsp;ไม่รับประทานอาหารร่วมกัน&nbsp;ไม่ไปในที่ที่มีผู้คนรวมกลุ่มเป็นจำนวนมาก&nbsp;และหมั่นล้างมือบ่อย&nbsp;ๆ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	6/1/2022	ภาคใต้	สตูล	สวท.สตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106100242884
185	จ.ลำปาง เดินหน้ามาตรการป้องกัน COVID-19 ออกให้บริการตรวจ ATK ฟรี 6 -10 มกราคม นี้	<p><strong>สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;ออกให้บริการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;พร้อมออกใบรับรองให้กับประชาชนฟรี&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;6&nbsp;-10&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;-&nbsp;15.30&nbsp;น.&nbsp;ตามมาตรการป้องกัน&nbsp;COVID-19&nbsp;หลังมีแนวโน้มระบาดสูงขึ้น&nbsp;โดยกำหนดเป้าหมายจุดละ&nbsp;1,000&nbsp;คน/วัน&nbsp;ณ&nbsp;จุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;พื้นที่อำเภอเมืองลำปาง&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;จุด&nbsp;ได้แก่&nbsp;เทศบาลเมืองพิชัย&nbsp;สถานีดับเพลิงเทศบาลนครลำปาง&nbsp;มหาวิทยาลัยกีฬาลำปาง&nbsp;สถานีรถไฟนครลำปาง&nbsp;และมิวเซียมลำปาง</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังออกให้บริการตรวจ&nbsp;ATK</strong>&nbsp;ณ&nbsp;โรงพยาบาลประจำอำเภอทุกแห่ง&nbsp;โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง&nbsp;โทร.&nbsp;0&nbsp;5422&nbsp;7526-8&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	6/1/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106102618892
186	สธ.แถลงด่วน! ยกระดับเตือนภัยโควิด ระดับ 4 หลังพบผู้ติดเชื้อเพิ่มสูง	<p><strong>วันนี้ (6ม.ค.65) นายแพทย์ เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ระบุถึงสถานการณ์โควิด-19 และมาตรการเพื่อป้องกันและควบคุมโรคว่า</strong> วันนี้ พบผู้ป่วยติดเชื้อ 5,775 ราย เสียชีวิต 11 ราย&nbsp;สำหรับปัจจัยที่พบจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อมากขึ้น เพราะเชื้อสายพันธุ์โอมิครอน แพร่ระบาดเร็ว แต่อาการจะไม่รุนแรง โดย 95% ติดเชื้อ ไม่มีอาการ อย่างไรก็ตามหากพบจำนวนผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นก็มีโอกาสที่จะมีผู้เสียชีวิตมากขึ้น</p><p><strong>ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้ยกระดับมาตรการแจ้งเตือนภัยโควิด จากเดิม ระดับ 3 เป็น ระดับ 4</strong>&nbsp;ซึ่งจะมีข้อแนะนำ และมาตรการเพิ่มขึ้น ดังนี้</p><p>1) อาจมีการปิดสถานที่เสี่ยงที่อาจจะทำให้เกิดการแพร่เชื้อ&nbsp;</p><p>2) ชะลอการเดินทาง เช่น การไปทำงานก็ให้ทำงานที่บ้าน (work from home) การเดินทางข้ามจังหวัด การเคลื่อนย้ายของคน</p><p>3) การจำกัดการรวมกลุ่ม โดยมีมาตรการเข้มงวดมากขึ้น</p><p>4) ขอความร่วมมือประชาชนและสถานประกอบการปฏิบัติตามมาตรการ VUCA อย่างเคร่งครัด คือ รับการฉีดวัคซีนตามที่กำหนด ป้องกันตนเองครอบจักรวาลทุกที่ทุกเวลา สถานประกอบการมีระบบ COVID-19 Free Setting และตรวจ ATK สม่ำเสมอ</p><p><br></p>	6/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106103116896
187	จังหวัดสตูล พร้อมยกระดับมาตรการป้องกันและควบคุมโรคโควิด -19 ในสถานที่ราชการและหน่วยงานของรัฐ รวมถึงการจัดการมูลฝอยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(6&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล</strong>&nbsp;กล่าวในที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสตูล&nbsp;และ&nbsp;ศบค.จ.สตูล&nbsp;ว่า&nbsp;จังหวัดสตูลได้รับแจ้งจากกระทรวงมหาดไทยเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติของส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐหลังเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;เพื่อยกระดับมาตรการป้องกันและ&nbsp;ควบคุมโรคในสถานที่ราชการและหน่วยงานของรัฐ&nbsp;ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;โดยให้หัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐ&nbsp;พิจารณาสั่งการให้ข้าราชการ&nbsp;พนักงาน&nbsp;เจ้าหน้าที่หรือบุคคลในความรับผิดชอบดำเนินการปฏิบัติในระหว่างวันที่&nbsp;1&nbsp;&nbsp;14&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ดังนี้&nbsp;ให้พิจารณาดำเนินมาตรการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้งหน่วยงาน&nbsp;(Work&nbsp;From&nbsp;Home)&nbsp;ตามความเหมาะสม&nbsp;โดยไม่ให้กระทบต่อการให้บริการประชาชน&nbsp;และพิจารณาหลีกเลี่ยงการจัดกิจกรรมที่ส่งผลให้เกิดการรวมกลุ่มหรือเคลื่อนที่ของกลุ่มคนจำนวนมาก&nbsp;เช่น&nbsp;การประชุม&nbsp;การสัมมนา&nbsp;การฝึกอบรม&nbsp;การจัดสอบ&nbsp;ฯลฯ&nbsp;หากมีความจำเป็นให้จัดกิจกรรมโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ให้มากที่สุด&nbsp;ยกเว้นกรณีการยกเลิก&nbsp;ระงับ&nbsp;หรือเลื่อนการจัดกิจกรรมใดแล้วอาจเกิดผลเสียแก่ทางราชการ&nbsp;ให้พิจารณาดำเนินการจัดกิจกรรมดังกล่าว&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันโรคฯ&nbsp;</p><p><strong>ตามที่&nbsp;กระทรวงสาธารณสุขกำหนดอย่างเต็มขีดความสามารถ</strong>รวมถึงแนวทางดำเนินการในการแก้ไขปัญหาด้านการจัดการมูลฝอยติดเชื้อในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่นำไปใช้เป็นแนวทางปฏิบัติ&nbsp;เนื่องจากในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ประชาชนออกเดินทางท่องเที่ยว&nbsp;กลับภูมิลำเนา&nbsp;ตลอดจนมีกิจกรรมที่รวมกลุ่ม&nbsp;โดยได้มีการใช้ชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ในการคัดกรองซึ่งทำให้เกิดขยะจาก&nbsp;ATK&nbsp;รวมถึงขยะจากอุปกรณ์ป้องกันโรค&nbsp;เช่น&nbsp;หน้ากากอนามัยเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก&nbsp;จึงขอให้หน่วยงานท้องถิ่นดูแลเรื่องของการจัดเก็บและทำลายขยะติดเชื้อให้ถูกวิธีไม่ให้กลายเป็นแหล่งแพร่ระบาดในชุมชน&nbsp;โดยให้ปฏิบัติตามแนวทางการจัดการมูลฝอยติดเชื้อในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;ของกรมอนามัย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-center"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-center""><br></p>"	6/1/2022	ภาคใต้	สตูล	สวท.สตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106104034905
188	ปชส.สุราษฎร์ธานี เผยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หลังเทศกาลปีใหม่พบผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น	<p><strong>นางสุนิสา&nbsp;รามแก้ว&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;</strong>กล่าวถึงมาตรการรับมือโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;ว่า&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;หลังเทศกาลปีใหม่พบผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น&nbsp;ขณะที่ข้อมูลผู้ติดเชื้อโอมิครอนที่พบในประเทศไทยตั้งแต่&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564-4&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;สะสม&nbsp;2,062&nbsp;ราย&nbsp;ในจำนวนนี้เป็นการติดเชื้อจากต่างประเทศ&nbsp;1,105&nbsp;ราย&nbsp;และติดเชื้อในประเทศ&nbsp;957&nbsp;ราย&nbsp;ขณะนี้พบมีผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอมิครอนเพิ่มขึ้นทั่วโลก&nbsp;ทำให้ประเทศไทยประกาศชะลอการเดินทางเข้าประเทศในระบบ&nbsp;Test&nbsp;&amp;&nbsp;Go&nbsp;เพื่อประเมินสถานการณ์&nbsp;อย่างไรก็ตามกรณีผู้เดินทางในระบบ&nbsp;Test&nbsp;&amp;&nbsp;Go&nbsp;ที่ยังค้างอยู่ในระบบหากต้องการใช้สิทธิตามที่ลงทะเบียน&nbsp;จะต้องเดินทางเข้ามาภายในวันที่&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;หลังจากนั้นหากบุคคลใดต้องการเข้ามาประเทศไทยจะต้องเข้าระบบแซนด์บ็อกซ์ที่ภูเก็ต&nbsp;หรือผ่านระบบกักตัวเท่านั้น</p><p><strong>ด้านกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;</strong>ปรับมาตรการขอความร่วมมือ&nbsp;ทั้งหน่วยงานรัฐ&nbsp;-&nbsp;เอกชน&nbsp;ให้ข้าราชการ&nbsp;พนักงาน&nbsp;ปฏิบัติหน้าที่ที่บ้าน&nbsp;หรือ&nbsp;Work&nbsp;From&nbsp;Home&nbsp;เป็นเวลา&nbsp;7-14&nbsp;วัน&nbsp;ในช่วงวันที่&nbsp;1-14&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางกลับจากภูมิลำเนา&nbsp;ก่อนเดินทางกลับมาทำงาน&nbsp;หรือเรียน&nbsp;ขอให้มีการตรวจคัดกรองด้วย&nbsp;ATK&nbsp;และเมื่อกลับมาถึงสามารถทำงานที่บ้านได้ให้ทำงานที่บ้านเป็นเวลา&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;หากต้องเริ่มปฏิบัติงานทันทีขอให้ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเข้าทำงาน&nbsp;และในสัปดาห์แรกให้ตรวจ&nbsp;2&nbsp;ครั้งห่างกันอย่างน้อย&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;พร้อมทั้งเฝ้าระวังอาการจนครบ&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;และงดการรวมกลุ่มพูดคุย/รับประทานอาหาร&nbsp;หากเกิดการติดเชื้อในโรงงานไม่จำเป็นต้องปิดโรงงาน&nbsp;แต่ขอให้ใช้มาตรการ&nbsp;Bubble&nbsp;&amp;&nbsp;Seal&nbsp;เพื่อไม่ให้เกิดการแพร่กระจายเชื้อออกภายนอก</p><p><strong>ขณะที่กระทรวงศึกษาธิการ</strong>&nbsp;ออกประกาศให้ทุกโรงเรียนในสังกัดดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุโควิด-19&nbsp;ประเมินความเสี่ยงครู&nbsp;นักเรียน&nbsp;ปรับเรียนออนไลน์&nbsp;โดยให้สถานศึกษาประเมินสถานการณ์ความเสี่ยงอย่างรอบด้าน&nbsp;หากมีนักเรียนหรือครูที่เป็นกลุ่มเสี่ยง&nbsp;ให้สถานศึกษาสามารถพิจารณาปรับการเรียนการสอนเป็นระบบการศึกษาทางไกล&nbsp;(On&nbsp;air,&nbsp;Online,&nbsp;On&nbsp;hand&nbsp;และ&nbsp;On&nbsp;demand)&nbsp;ได้ตามความเหมาะสม&nbsp;และประสานกับคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอย่างใกล้ชิด&nbsp;ให้สถานศึกษาประเมินมาตรการการเปิดเรียนของ&nbsp;Thai&nbsp;stop&nbsp;COVID&nbsp;plus&nbsp;และปฏิบัติตามข้อกำหนดของ&nbsp;6&nbsp;มาตรการหลัก&nbsp;(DMHT-RC),&nbsp;6&nbsp;มาตรการเสริม&nbsp;(SSET-CQ)&nbsp;และแนวทาง&nbsp;7&nbsp;มาตรการเข้มสำหรับสถานศึกษาโดยเคร่งครัด&nbsp;โดยให้ปฏิบัติตามแนวทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด&nbsp;หรือตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด&nbsp;และให้สถานศึกษาดำเนินมาตรการตามแผนเผชิญเหตุที่กำหนด&nbsp;กรณีนักเรียน&nbsp;ครู&nbsp;หรือบุคลากรในสถานศึกษามีการติดเชื้อโควิด-19&nbsp;หรือมีผลตรวจคัดกรองหาเชื้อเป็นบวก&nbsp;โดยให้มีการชักซ้อมอย่างเคร่งครัด&nbsp;และประสานความร่วมมือกับสถานพยาบาลเครือข่ายในพื้นที่ที่ดูแลอย่างใกล้ชิด</p><p><strong>นอกจากนี้</strong>&nbsp;ยังมีการประกาศเลื่อนการจัดกิจกรรมฉลองวันเด็กแห่งชาติที่ส่วนกลาง&nbsp;และเลื่อนการจัดกิจกรรมการมอบโล่รางวัลและประกาศนียบัตรแก่เด็กและเยาวชนดีเด่นและนำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติทั่วประเทศ&nbsp;ออกไปจนกว่าสถานการณ์โควิด-19&nbsp;จะคลี่คลาย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	6/1/2022	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106105713930
189	กาชาดยะลา  เปิดหน่วยรับบริจาคโลหิต ช่วยเหลือผู้เจ็บป่วย ต่อเนื่อง	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(6&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่บริเวณหอประชุม&nbsp;ที่ว่าการอำเภอเมืองยะลา&nbsp;</strong>ได้มีการตั้งจุดหน่วยรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่&nbsp;โดยสำนักงานเหล่ากาชาด&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ผศ.ดร.ทิพยวรรณ&nbsp;นิลยา&nbsp;&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา&nbsp;&nbsp;ร่วมกับธนาคารเลือด&nbsp;โรงพยาบาลศูนย์ยะลา&nbsp;&nbsp;โดยมี&nbsp;นายธราวุธ&nbsp;ช่วยเกิด&nbsp;นายอำเภอเมืองยะลา&nbsp;เดินทางมาตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ&nbsp;ผู้เข้ารับบริจาคโลหิต&nbsp;&nbsp;ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักมีประชาชนทั่วไปเดินทางเข้ามาบริจาคโลหิตกันอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยก่อนเข้ารับการบริจาคโลหิตทุกคนต้องผ่านจุดการคัดกรองโควิด-19&nbsp;(ด้วยชุดตรวจ&nbsp;ATK)&nbsp;หากแสดงผลเป็นลบก็สามารถเข้ารับการบริจาคเลือดได้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ส่วนผู้ที่มีผลการตรวจคัดกรองโควิด-19&nbsp;เป็นบวก&nbsp;</strong>(positive)&nbsp;ในกลุ่มผู้สูงอายุ&nbsp;ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า&nbsp;8&nbsp;ปี&nbsp;ผู้ป่วยมีโรคประจำตัวความดันหัวใจ&nbsp;โรคเบาหวาน&nbsp;โรคมะเร็ง&nbsp;และโรคหอบ&nbsp;และหญิงตั้งครรภ์&nbsp;หากพบว่าผลเป็นบวกจากชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก็จะดำเนินการส่งตรวจซ้ำด้วย&nbsp;PCR&nbsp;และหากพบว่าผลเป็นบวกก็เข้าสู่กระบวนการรักษาโควิด-19&nbsp;ต่อไป</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ที่หน่วยบริจาคโลหิตยังได้มีการตั้งจุด&nbsp;แสดงความจำนงบริจาคดวงตา</strong>โดยศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทยจะนำกระจกตาที่ได้รับบริจาคส่งมอบให้แก่จักษุแพทย์นำไปสู่การปลูกถ่ายกระจกตาให้แก่ผู้เปิดกระจกตาพิการเพื่อให้มีดวงตาที่สดใสและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น</p><p><strong>สำหรับผู้ที่สนใจสามารถแสดงความจำนงบริจาคดวงตาผ่านช่องทางบริจาคดวงตา&nbsp;ด้วยตัวเอง&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย</strong>&nbsp;ศูนย์บริจาคโลหิตหน่วยอาสา&nbsp;กาชาดศาลาทินฑัต&nbsp;โรงพยาบาลจุฬาภรณ์&nbsp;โรงพยาบาลเครือข่ายศูนย์ดวงตา&nbsp;สภากาชาดไทย&nbsp;เหล่ากาชาดจังหวัดกิ่งกาชาดอำเภอ&nbsp;กรมการปกครอง&nbsp;สำนักงานเขตที่ว่าการอำเภอ&nbsp;หรือบริจาคทางโทรศัพท์หมายเลข&nbsp;02-2564039-40&nbsp;(เวลาราชการ)&nbsp;รวมไปถึง&nbsp;LINE&nbsp;แอปพลิเคชัน&nbsp;MOPH&nbsp;Connect&nbsp;หรือทางเว็บไซต์&nbsp;<a&nbsp;href=""http://www.eyebankthai.com""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank"">www.eyebankthai.com</a>&nbsp;ได้อีกด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	6/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106110245936
190	สปสช. เปิด 3 ช่องทางให้ผู้ติดเชื้อโควิดลงทะเบียนสู่ระบบการรักษาที่บ้าน 	"<p><strong>นพ.จเด็จ&nbsp;ธรรมธัชอารี</strong>&nbsp;เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&nbsp;(สปสช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด&nbsp;-19&nbsp;ที่เพิ่มมากขึ้น&nbsp;ในส่วนของประชาชนที่ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;แล้วพบว่าผลเป็นบวกติดเชื้อโควิด&nbsp;ตามหลักเกณฑ์การให้บริการ&nbsp;ต้องเข้าสู่ระบบการดูแลที่บ้าน&nbsp;(Home&nbsp;Isolation)&nbsp;</p><p><strong>ระบบ&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;</strong>เป็นบริการที่ครอบคลุมดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ทุกคน&nbsp;ทุกสิทธิการรักษา&nbsp;ซึ่งสามารถเข้าสู่ระบบได้ด้วย&nbsp;3&nbsp;ช่องทางคือ&nbsp;โทรหาสายด่วน&nbsp;สปสช.&nbsp;1330&nbsp;กด&nbsp;14&nbsp;ช่องทางลิงค์&nbsp;<a&nbsp;href=""https://crmsup.nhso.go.th/#TicketHI""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;99,&nbsp;193);"">https://crmsup.nhso.go.th/#TicketHI</a>&nbsp;ไปกรอกข้อมูลตัวเองเพื่อให้เจ้าหน้าทีติดต่อกลับ&nbsp;หรือทางช่องทาง&nbsp;Line&nbsp;สปสช.&nbsp;@nhso&nbsp;เมื่อลงทะเบียนในระบบ&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;แล้ว&nbsp;เจ้าหน้าที่จะเร่งประสานและจับคู่กับสถานพยาบาลเพื่อรักษาตามระบบการดูแลผู้ติดเชื้อโควิด&nbsp;-19&nbsp;ที่บ้าน&nbsp;ภายใน&nbsp;6&nbsp;ชม.&nbsp;จะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับเพื่อประเมินอาการเบื้องต้น&nbsp;หากยังไม่ได้รับการติดต่อกลับภายใน&nbsp;6&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ขอให้โทรแจ้งสายด่วน&nbsp;สปสช.&nbsp;1330&nbsp;อีกครั้ง&nbsp;ทางเจ้าหน้าที่จะติดตามให้&nbsp;เมื่อได้รับการจับคู่ดูแลกับสถานพยาบาลแล้ว&nbsp;จะได้รับบริการดูแล&nbsp;คือมีการประเมินอาการด้วยวิดิโอคอลติดตามวันละ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;ได้รับเครื่องวัดไข้และเครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว&nbsp;ได้ยาฟ้าทะลายโจรและยาพื้นฐานอื่นๆ&nbsp;พร้อมส่งอาหารให้วันละ&nbsp;3&nbsp;มื้อ&nbsp;ในกรณีที่ผู้ติดเชื้อโควิด&nbsp;19&nbsp;มีอาการเปลี่ยนแปลง&nbsp;ให้แจ้งสถานพยาบาลที่ดูแลเพื่อขอรับยาฟาวิพิราเวียร์&nbsp;และหากมีอาการแย่ลงให้แจ้งสถานพยาบาล&nbsp;เพื่อส่งต่อรักษาในโรงพยาบาลต่อไป&nbsp;</p><p><strong>สปสช.เพิ่มสายด่วน&nbsp;สปสช.&nbsp;1330&nbsp;เป็น&nbsp;3,000&nbsp;คู่สาย</strong>&nbsp;เริ่มมีความตื่นตัวในการโทร.เข้ามากขึ้นวันละ&nbsp;2,000-3,000&nbsp;ราย&nbsp;โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;ยังไม่พบปัญหาอะไร&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>"	6/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106152017081
191	จังหวัดตรัง ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อครั้งที่ 1 ประจำปี 2565 เพื่อร่วมกันประเมินวิเคราะห์สถานการณ์ ที่มีผู้ติดเชื้อโอมิครอน	<p><strong>วันนี้&nbsp;(6&nbsp;ม.ค.2565)&nbsp;ที่ห้องประชุมพระยารัษฎา&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;พร้อมด้วยนายไพบูลย์&nbsp;โอมาก&nbsp;นายภูวนัฐ&nbsp;สมใจ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;ร่วมเป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ในวันนี้&nbsp;(6&nbsp;ม.ค.)&nbsp;จะมีการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดตรัง&nbsp;เพื่อร่วมกันประเมินวิเคราะห์สถานการณ์&nbsp;ที่มีผู้ติดเชื้อโอไมครอน&nbsp;ซึ่งขณะนี้&nbsp;&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;พบผู้ติดเชื้อแล้ว&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;ส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าจากผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ&nbsp;บางกลุ่มก็เข้ามาจากโครงการ&nbsp;Test&nbsp;&amp;&nbsp;Go&nbsp;ขณะนี้ได้ทางเจ้าหน้าที่มีการเช็คคนที่เดินทางมาจากต่างประเทศว่า&nbsp;มีใครบ้างที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่&nbsp;จะมีการเฝ้าสังเกตคนเหล่านี้&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;รวมถึงคนที่&nbsp;มาจากโครงการ&nbsp;Test&nbsp;&amp;&nbsp;Go&nbsp;รวมทั้งนักท่องเที่ยวจากที่อื่นที่เข้ามาเที่ยวในจังหวัดตรัง&nbsp;ตอนนี้ก็มีการเฝ้าระวังในการใช้&nbsp;ATK&nbsp;ตรวจเช็ค&nbsp;ในวันแรกที่เข้ามาในพื้นที่&nbsp;จนถึงวันที่&nbsp;3&nbsp;ที่จะต้องติดตามตรวจหาเชื้อ&nbsp;</p><p><strong>ส่วนที่พบแล้วขณะนี้ทีมสอบสวนเข้าไปดำเนินการสอบสวนอย่างรวดเร็ว</strong>และนำตัวคนกลุ่มเสี่ยงที่สัมผัสใกล้ชิดมากักตัว&nbsp;14&nbsp;วันตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;และเฝ้าระวังสังเกตอาการ&nbsp;ขณะนี้&nbsp;จำนวนที่ตรวจพบ&nbsp;6&nbsp;คน&nbsp;อยู่ในห้วงของการสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องผู้ที่สัมผัสเสี่ยงสูง&nbsp;และเจ้าตัวได้อยู่ในสถานที่กักและในส่วนที่โรงพยาบาลที่เข้ารับการรักษาอยู่&nbsp;ในส่วนของการเฝ้าระวังป้องกันทางจังหวัดได้ทำกันอย่างเต็มที่&nbsp;และก็วางมาตรการในอำเภอที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวให้เน้นบุคคลที่เดินทางมาจากต่างประเทศและจะต้องมีการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดต่อไป&nbsp;</p><p><strong>ในส่วนของคนไทยที่เดินทางมาจากกรุงเทพฯ&nbsp;หรือต่างจังหวัด&nbsp;</strong>ทุกคนจะต้องมีสแกนแอปพลิเคชันติดตามตัวและ&nbsp;Healthy&nbsp;Passport&nbsp;รวมทั้งในคนตรังที่เดินทางไปเที่ยว&nbsp;หรือเดินทางกลับมาจังหวัดตรัง&nbsp;เพราะอาจจะมีการนำเชื้อเข้ามาติดคนในครอบครัวเหมือนกรณีครอบครัวที่&nbsp;ต.ควนเมา&nbsp;อ.รัษฎา&nbsp;จากนี้ไปได้สั่งการให้เครือข่ายเฝ้าระวังโรคควบคุมป้องกันโรค&nbsp;ทั้งฝ่ายปกครอง&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และ&nbsp;อสม.เร่งตรวจสอบ&nbsp;และขอให้ประชาชนให้ความร่วมมือกับทางราชการในการเฝ้าระวัง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ในที่ประชุมจะนำเรื่องที่จะพิจารณา&nbsp;ดังนี้&nbsp;</strong>แนวปฏิบัติสถานที่และกิจกรรมตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19&nbsp;สำหรับกิจกรรมการเล่นหรือแข่งขันชนไก่&nbsp;กัดปลา&nbsp;แข่งม้า&nbsp;ชนโค&nbsp;ชกมวย&nbsp;แข่งนก/การจัดกิจกรรมพิธีกรรมมโนราห์โรงครู/การจัดกิจกรรมงานวันครู&nbsp;วันที่&nbsp;16&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;วัดกะพังสุรินทร์/&nbsp;การจัดกิจกรรมงานวันเด็ก/การขอเปิดร้านเกมส์ภายในห้างสรรพสินค้า&nbsp;โรบินสันตรัง/การแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานป้องกันควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ตามมาตรการ&nbsp;5&nbsp;เร่ง&nbsp;จัดการโควิด-19&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;(เพิ่มเติม)/การขอเปิด&nbsp;Onsite&nbsp;โรงเรียนวิเชียรมาตุ&nbsp;2&nbsp;และการขออนุญาตขยายเวลาปิดให้บริการและบริโภคอาหาร/เครื่องดื่มในโรงภาพยนตร์&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>	6/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106120858989
192	รัฐเร่งรับมือเชื้อไวรัสโอมิครอน แนะทุกภาคส่วน Work From Home	<p><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า</strong>&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;หลังเทศกาลปีใหม่&nbsp;พบผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น&nbsp;(ข้อมูลวันที่&nbsp;5&nbsp;ม.ค.65&nbsp;ผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;3,899&nbsp;คน&nbsp;และติดเชื้อเข้าข่าย&nbsp;ATK&nbsp;3,730&nbsp;คน)&nbsp;ข้อมูลผู้ติดเชื้อโอมิครอนที่พบในประเทศไทยตั้งแต่&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564-4&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;สะสม&nbsp;2,062&nbsp;ราย&nbsp;ในจำนวนนี้เป็นการติดเชื้อจากต่างประเทศ&nbsp;1,105&nbsp;ราย&nbsp;และติดเชื้อในประเทศ&nbsp;957&nbsp;ราย</p><p><strong>ขณะนี้พบมีผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอมิครอนเพิ่มขึ้นทั่วโลก</strong>&nbsp;ทำให้ประเทศไทยประกาศชะลอการเดินทางเข้าประเทศในระบบ&nbsp;Test&nbsp;&amp;&nbsp;Go&nbsp;เพื่อประเมินสถานการณ์&nbsp;อย่างไรก็ตามกรณีผู้เดินทางในระบบ&nbsp;Test&nbsp;&amp;&nbsp;Go&nbsp;ที่ยังค้างอยู่ในระบบหากต้องการใช้สิทธิตามที่ลงทะเบียน&nbsp;จะต้องเดินทางเข้ามาภายในวันที่&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;หลังจากนั้นหากบุคคลใดต้องการเข้ามาประเทศไทยจะต้องเข้าระบบแซนด์บ็อกซ์&nbsp;(Sandbox)&nbsp;ที่ภูเก็ต&nbsp;หรือ&nbsp;ผ่านระบบกักตัว&nbsp;(Quarantine)&nbsp;เท่านั้น</p><p><strong>สำหรับจังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อโอมิครอน&nbsp;6&nbsp;จังหวัดสูงสุด</strong>&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;585&nbsp;ราย&nbsp;ติดในประเทศ&nbsp;7&nbsp;ราย,&nbsp;กาฬสินธุ์&nbsp;มี&nbsp;233&nbsp;ราย&nbsp;ติดเชื้อในประเทศ&nbsp;231&nbsp;ราย,&nbsp;ร้อยเอ็ด&nbsp;180&nbsp;ราย&nbsp;ติดในประเทศ&nbsp;180&nbsp;ราย,&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;175&nbsp;ราย&nbsp;ติดในประเทศ&nbsp;17&nbsp;ราย,&nbsp;ชลบุรี&nbsp;162&nbsp;ราย&nbsp;ติดในประเทศ&nbsp;70&nbsp;ราย,&nbsp;สมุทรปราการ&nbsp;106&nbsp;ราย&nbsp;ติดในประเทศ&nbsp;28&nbsp;ราย&nbsp;โดยทั้งหมดติดเชื้อไป&nbsp;54&nbsp;จังหวัดแล้ว</p><p><strong>การปรับมาตรการรับมือโอมิครอนนั้น&nbsp;</strong>กระทรวงสาธารณสุขขอความร่วมมือ&nbsp;ทั้งหน่วยงานรัฐ-เอกชน&nbsp;ให้ข้าราชการ&nbsp;พนักงาน&nbsp;ปฏิบัติหน้าที่ที่บ้าน&nbsp;หรือ&nbsp;Work&nbsp;From&nbsp;Home&nbsp;เป็นเวลา&nbsp;7-14&nbsp;วัน&nbsp;ในช่วงวันที่&nbsp;1-14&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางกลับจากภูมิลำเนา&nbsp;โดยก่อนเดินทางกลับมาทำงาน&nbsp;หรือ&nbsp;เรียน&nbsp;ขอให้มีการตรวจคัดกรองด้วย&nbsp;ATK&nbsp;และเมื่อกลับมาถึงสามารถทำงานที่บ้านได้ให้ทำงานที่บ้านเป็นเวลา&nbsp;14&nbsp;วัน,&nbsp;หากต้องเริ่มปฏิบัติงานทันทีขอให้ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเข้าทำงาน&nbsp;และในสัปดาห์แรกให้ตรวจ&nbsp;2&nbsp;ครั้งห่างกันอย่างน้อย&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;พร้อมทั้งเฝ้าระวังอาการจนครบ&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;และงดการรวมกลุ่มพูดคุย/รับประทานอาหาร&nbsp;และหากเกิดการติดเชื้อในโรงงานไม่จำเป็นต้องปิดโรงงาน&nbsp;แต่ขอให้ใช้มาตรการ&nbsp;Bubble&nbsp;&amp;&nbsp;Seal&nbsp;เพื่อไม่ให้เกิดการแพร่กระจายเชื้อออกภายนอก</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	6/1/2022	ภาคเหนือ	แพร่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106120234982
193	โควิดยะลา ติดเชื้อรายใหม่ 17 ราย ขณะศูนย์ตรวจ ATK เทศบาลฯ  เปิดบริการ  เพื่อขอหนังสือรับรองการตรวจโควิด	<p><strong>สถานการณ์โควิด-19&nbsp;&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ในวันที่&nbsp;6&nbsp;ม.ค.65&nbsp;&nbsp;พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น&nbsp;เป็น&nbsp;17&nbsp;ราย&nbsp;</strong>ซึ่งเมื่อวานนี้พบเพียง&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;ยังคงหลักสิบต่อเนื่องเป็นเวลาหลายวัน&nbsp;ป่วยสะสม&nbsp;48,867&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;203&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;50,223&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;วันนี้มีผู้ป่วยรายใหม่ใน&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;สะสมรวม&nbsp;355&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนการตรวจเชื้อด้วย&nbsp;ATK&nbsp;พบผู้ป่วยที่เข้าข่ายติดเชื้อ&nbsp;สะสม&nbsp;8,036&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;17&nbsp;รายใหม่&nbsp;พบใน&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;11&nbsp;ราย</strong>&nbsp;&nbsp;อ.รามัน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;อ.กรงปินัง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อ.ยะหา&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และ&nbsp;อ.เบตง&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ส่วน&nbsp;อ.กาบัง&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;อ.ธารโต&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ไม่มีรายใหม่เพิ่ม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;ทางด้านศูนย์ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;สะพานดำ&nbsp;เทศบาลนครยะลา&nbsp;</strong>ได้เปิดบริการตรวจโควิด-19&nbsp;เพื่อขอหนังสือรับรองการตรวจโควิด<strong>&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ช่วงวันหยุดส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่&nbsp;ได้มีประชาชนเดินทางกลับมาเยี่ยมญาติ&nbsp;และต้องกลับไปทำงานอีกครั้ง&nbsp;สถานที่ทำงาน&nbsp;หรือสถานศึกษาบางแห่ง&nbsp;ต้องใช้หนังสือรับรองในการกลับเข้าทำงาน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยทาง&nbsp;ศูนย์ตรวจสะพานดำ&nbsp;ได้ขอรับสนับสนุนชุดตรวจรายละ&nbsp;300&nbsp;บาท&nbsp;(ชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;แบบโปรเฟชชั่นแนล&nbsp;ไม่ใช่แบบโฮมยูสตรวจเองที่บ้าน)&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนประชาชนที่มีความเสี่ยงสัมผัสผู้ป่วย&nbsp;&nbsp;เทศบาลนครยะลา&nbsp;ได้เปิดให้บริการตรวจฟรีตามปกติ&nbsp;&nbsp;ประชาชนสามารถ&nbsp;ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;โทร.&nbsp;094-3157779</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	6/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106121418995
194	ยอดผู้ป่วยโควิดไทยขณะนี้ขึ้นสูงตามแบบจำลองสถานกาณ์กรณีร้ายแรงสุดแล้ว เชื้อเร็ววันนี้ไทยจะมียอดป่วยพุ่ง 10,000 รายต่อวัน 	<p><strong>นายแพทย์โอภาส&nbsp;การย์กวินพงศ์&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมโรค&nbsp;</strong>กล่าวถึงสถานกาณ์โรคโควิด-19&nbsp;&nbsp;ทั่วโลก&nbsp;ว่า&nbsp;วันนี้เป็นวันสำคัญที่มีพบผู้ติดเชื้อมากถึง&nbsp;2,234,977&nbsp;ราย&nbsp;ทำให้ยอดติดเชื้อสะสมทั่วโลกใกล้แตะ&nbsp;300&nbsp;ล้านรายแล้ว&nbsp;อย่างไรก็ตามจะพบว่าการเสียชีวิตกลับลดลง&nbsp;เนื่องจากเชื้อโอมิครอนที่อ่อนลง&nbsp;รวมถึงการที่ทั่วโลกมีการฉีดวัคซีนไปมากแล้วนับพันล้านโดส&nbsp;สอดคล้องกันสถานการณ์ในไทยด้วย&nbsp;วันนี้พบผู้ติดเชื้อมากกว่าค่าเฉลี่ย&nbsp;7&nbsp;วันย้อนหลัง&nbsp;แม้ภาพรวมของไทยพบผู้ป่วยอาการหนักและผู้เสียชีวิตลดลง&nbsp;แต่การพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากปัจจัยเสี่ยงการแพร่ระบาดคือใช้บริการเวลานานในสถานที่ระบบปิด&nbsp;เช่น&nbsp;ร้านอาหารกึ่งผับที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;จนเกิดคลัสเตอร์อย่างที่ชลบุรี&nbsp;และอุบลราชธานี&nbsp;การร่วมกิจกรรมงานเลี้ยง&nbsp;งานบุญ&nbsp;และการเดินทางกลับจากภูมิลำเนาเข้า&nbsp;กทม.หลังเทศกาลปีใหม่&nbsp;จนภาพรวมแนวโน้มผู้ติดเชื้อรายใหม่ของไทย&nbsp;ค่อนข้างขึ้นเร็ว&nbsp;เป็นไปตามแบบจำลองกรณีร้ายแรงสุดที่กรมควบคุมโรคคาดการณ์ไว้ก่อนหน้าและจากสถานกาณณ์วันนี้คาดไทยจะพบผู้ติดเชื้อเกิน&nbsp;10,000&nbsp;รายในเร็ววันนี้&nbsp;ดังนั้นจะต้องมีมาตรการเพิ่มเติมซึ่งนายอนุทิน&nbsp;ชาญวีรกูล&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;เตรียมนำเสนอมาตรการเพิ่มต่อที่ประชุม&nbsp;ศบค.เพื่อพิจารณาในวันพรุ่งนี้&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;สิ่งที่กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;</strong>ขอความร่วมมือจากประชาชนคือ&nbsp;ขอให้ดูแลตัวเองและครอบครัวด้วยการเคร่งครัดมาตรการ&nbsp;VUCA&nbsp;คือ&nbsp;V&nbsp;วัคซีน&nbsp;ขอให้ครบ&nbsp;ใครฉีดเข็ม&nbsp;1&nbsp;ให้รับเข็ม&nbsp;2&nbsp;ตามกำหนด&nbsp;ใครครบ&nbsp;2&nbsp;เข็มเกิน&nbsp;3&nbsp;เดือนให้ไปรับเข็ม&nbsp;3&nbsp;และใครที่เป็นเจ้าหน้าที่ด่านหน้า&nbsp;ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง&nbsp;ผู้มีโรคที่ทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำฉีด&nbsp;3&nbsp;เข็มครบ&nbsp;3&nbsp;เดือนแล้วก็ให้ไปรับเข็มกระตุ้น&nbsp;เพราะแม้โอมิครอนจะไม่รุนแรงน้อยไม่ต่างจากไข้หวัดใหญ่&nbsp;แต่ถ้าคนที่ติดเป็นปลุ่มเสี่ยงก็มีโอกาสเสียชีวิตได้&nbsp;U&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;ป้องกันตัวเองขั้นสูงสุด&nbsp;C&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;ให้ผู้ประกอบการจัดสิ่งแวดล้อมในสถานที่ตนเองให้ปลอดภัย&nbsp;และ&nbsp;A&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;การตรวครั้งเดียวไม่มีประโยชน์&nbsp;ขอให้ตรวจสม่ำเสมอโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง&nbsp;หากพบผลตรวจเป็นบวก&nbsp;ให้โทรหาสายด่วน&nbsp;สปสช.&nbsp;1330</p><p><br></p><p><br></p>	6/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106180456200
195	จ.แม่ฮ่องสอน พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่ม 14 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย เป็นผู้สูงอายุวัย 71 ปี ใน อ.สบเมย	<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;(ศปก.จ.มส.)&nbsp;รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;</strong>ในการระบาดระลอกใหม่เมษายน&nbsp;2564&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;6&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.&nbsp;มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ระลอกเมษายน&nbsp;จำนวน&nbsp;3,527&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเพศชาย&nbsp;1,625&nbsp;ราย&nbsp;และ&nbsp;เพศหญิง&nbsp;1,902&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;46&nbsp;ราย&nbsp;(1.30&nbsp;%)&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;3,303&nbsp;ราย&nbsp;(93.65&nbsp;%)&nbsp;ยังอยู่ระหว่างรักษา&nbsp;178&nbsp;ราย&nbsp;(5.15&nbsp;%)&nbsp;ไม่มีอาการ&nbsp;35&nbsp;ราย&nbsp;มีอาการเล็กน้อยไม่ใช้ออกซิเจน&nbsp;127&nbsp;ราย&nbsp;ใช้ออกชิเจนแรงดันต่ำ&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;ใช้ออกซิเจนแรงดันสูง&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;ใส่ท่อและเครื่องช่วยหายใจ&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;รักษาอยู่ที่โรงพยาบาลศรีสังวาลย์&nbsp;12&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลปาย&nbsp;17&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลแม่สะเรียง&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลสบเมย&nbsp;16&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลแม่ลาน้อย&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลขุนยวม&nbsp;4&nbsp;รายโรงพยาบาลปางมะผ้า&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลสนาม&nbsp;78&nbsp;ราย&nbsp;และรักษาในศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;35&nbsp;ราย</p><p><strong>สำหรับวันนี้&nbsp;มีผู้ได้รับการตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;437&nbsp;ชุด</strong>&nbsp;พบเชื้อ&nbsp;14&nbsp;รายและเสียชีวิต&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ป่วยในจังหวัดทั้งหมด&nbsp;โดยมีรายละเอียด&nbsp;ดังนี้</p><p><strong>รายที่&nbsp;3514&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;35&nbsp;ปี</strong>&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ต.ปางหมู&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;อาชีพรับราชการพื้นที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยันจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;ไอ&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;มีน้ำมูก&nbsp;มีเสมหะ&nbsp;และปวดกล้ามเนื้อ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสนาม</p><p><strong>รายที่&nbsp;3515&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;37&nbsp;ปี&nbsp;</strong>ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ต.ห้วยโป่ง&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;อาชีพเกษตรกร&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงเดินทางไปในพื้นที่ที่มีการระบาดจังหวัดชลบุรี&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;มีน้ำมูก&nbsp;และมีเสมหะ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสนาม</p><p><strong>รายที่&nbsp;3516&nbsp;-&nbsp;3518&nbsp;รวม&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง&nbsp;1&nbsp;ราย</strong>&nbsp;ช่วงอายุระหว่าง&nbsp;32&nbsp;-&nbsp;38&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;ต.ทุ่งยาว&nbsp;และ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ต.แม่ฮี้&nbsp;อ.ปาย&nbsp;อาชีพรับเหมาก่อสร้าง&nbsp;รับจ้าง&nbsp;และครูในพื้นที่อำเภอปางมะผ้า&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงทำกิจกรรมพบปะสังสรรค์และเดินทางไปในพื้นที่ที่มีการระบาดจังหวัดเชียงใหม่และลำพูน&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;มีน้ำมูก&nbsp;ปวดศีรษะ&nbsp;และปวดกล้ามเนื้อ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลปาย</p><p><strong>รายที่&nbsp;3519&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;68&nbsp;ปี&nbsp;</strong>ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ต.บ้านกาศ&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;เป็นผู้สูงอายุ&nbsp;มีโรคประจำตัว&nbsp;วันที่&nbsp;5&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;หนาวสั่น&nbsp;ไอ&nbsp;และหายใจเหนื่อย&nbsp;มารักษาที่โรงพยาบาลแม่สะเรียง&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;ส่งต่อเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลศรีสังวาลย์</p><p><strong>รายที่&nbsp;3520&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;52&nbsp;ปี&nbsp;</strong>ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ต.สบเมย&nbsp;อ.สบเมย&nbsp;อาชีพเกษตรกร&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;(3512)&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;แม่ตอละ&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;และมีน้ำมูก&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวกและส่งตรวจ&nbsp;RT&nbsp;-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสบเมย</p><p><strong>รายที่&nbsp;3521&nbsp;และ&nbsp;3523&nbsp;-&nbsp;3527&nbsp;รวม&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;</strong>เพศชาย&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ช่วงอายุระหว่าง&nbsp;2&nbsp;-75&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ต.แม่คะตวน&nbsp;อ.สบเมย&nbsp;เป็นเด็กในปกครอง&nbsp;และอาชีพเกษตรกร&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงอยู่ในพื้นที่ที่มีการระบาดซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;ผาผ่า&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;และมีน้ำมูก&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อเข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสบเมย</p><p><strong>รายที่&nbsp;3522&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;55&nbsp;ปี&nbsp;</strong>ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ต.แม่สามแลบ&nbsp;อ.สบเมย&nbsp;อาชีพเกษตรกร&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงอยู่ในพื้นที่ที่มีการระบาด&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;แม่สามแลบ&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;และมีน้ำมูก&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-&nbsp;PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;ส่งต่อเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลศรีสังวาลย์</p><p><strong>สำหรับผู้ป่วยที่เสียชีวิตในวันนี้&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;มีรายละเอียด&nbsp;ดังนี้</strong></p><p><strong>รายที่&nbsp;3425&nbsp;ผู้ป่วยชาย&nbsp;อายุ&nbsp;71&nbsp;ปี&nbsp;</strong>ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ต.แม่สามแลบ&nbsp;อ.สบเมย&nbsp;เป็นผู้สูงอายุ&nbsp;วันที่&nbsp;30&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสบเมย&nbsp;ด้วยอาการมีไข้&nbsp;ไอ&nbsp;และเหนื่อย&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;มีภาวะปอดบวม&nbsp;ส่งต่อมารักษาที่โรงพยาบาลศรีสังวาล&nbsp;ทำการรักษาตามแนวทางการรักษาผู้ป่วยกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ระหว่างการรักษามีอาการหายใจเหนื่อยหอบมากขึ้น&nbsp;ญาติปฏิเสธการช่วยฟื้นคืนชีพ&nbsp;ต่อมาเสียชีวิต&nbsp;ในวันที่&nbsp;5&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;18.20&nbsp;น.&nbsp;แพทย์วินิจฉัยสาเหตุการเสียชีวิตจากปอดอักเสบจากเชื้อโควิด-19&nbsp;โดยมีปัจจัยที่ส่งเสริมให้เกิดโรครุนแรงคือ&nbsp;เป็นผู้สูงอายุ&nbsp;และไม่ได้รับการฉีดวัคซีน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	6/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106130815007
196	ภูเก็ต Big Cleaning ซอยบางลา ป่าตอง พร้อมปิดบริการ 1 วัน และตรวจ ATK ผู้ประกอบการและพนักงาน ตรวจคัดกรองหาเชื้อโควิดหลังพบเพิ่มมากขึ้น และสร้างความเชื่อมั่นให้กับชาวป่าตอง และนักท่องเที่ยว	<p><strong>วันนี้&nbsp;(6&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;นายวีรวิชญ์&nbsp;เครือสมบัติ&nbsp;ประธานชมรม</strong>ผู้ประกอบการสถานบันเทิง&nbsp;หาดป่าตอง&nbsp;นำผู้ประกอบการและพนักงานในซอยบางลา&nbsp;ทำความสะอาด&nbsp;(Big&nbsp;Cleaning)&nbsp;พื้นที่&nbsp;ทั้งบริเวณถนน&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;พื้นผิวสัมผัส&nbsp;เพื่อฆ่าเชื้อโรคหลังพบยอดผู้ติดเชื้อในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น&nbsp;พร้อมกับการปิดให้บริการ&nbsp;1&nbsp;วัน&nbsp;และตั้งจุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ฟรี&nbsp;เพื่อคัดกรองตรวจหาเชื้อโควิดกับพนักงาน&nbsp;ผู้ให้บริการ&nbsp;และผู้ประกอบการทั้งหมด&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายวีรวิชญ์&nbsp;เครือสมบัติ&nbsp;ประธานชมรมผู้ประกอบการสถานบันเทิง&nbsp;</strong>หาดป่าตอง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การจัดกิจกรรมทั้งหมดเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนชาวป่าตอง&nbsp;และนักท่องเที่ยว&nbsp;ซึ่งโดยปกติได้ทำเป็นประจำ&nbsp;แต่เนื่องจากพบมีการระบาดมากขึ้น&nbsp;และซอยบางลาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในพื้นที่ป่าตอง&nbsp;ที่มีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก&nbsp;ดังนั้น&nbsp;จึงเป็นเรื่องปกติที่จะพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นจากเดิม&nbsp;หลังจากช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่&nbsp;และมีงานสังสรรค์&nbsp;ดื่มกินตามที่มาตรการกำหนด</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ชมรมผู้ประกอบการสถานบันเทิง&nbsp;หาดป่าตอง&nbsp;ต่างเห็นตรงกันว่า&nbsp;</strong>การที่เราจะเดินหน้าต่อไปโดยไม่หยุดชะงักเราต้องร่วมมือกันสกัดเชื้อโควิด&nbsp;และเดินหน้าควบคู่ไปกับมาตรการต่างๆของจังหวัดและรัฐบาล&nbsp;จึงร่วมกันปิดบริการ&nbsp;1&nbsp;วันและทำความสะอาดพื้นที่&nbsp;ฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อ&nbsp;และจัดหาชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;มาตรวจคัดกรองหาเชื้อให้กับชาวบางลา&nbsp;เพื่อเป็นการเร่งค้นหาและสกัดเชื้อไม่ให้มีการแพร่ระบาดไปมากกว่านี้</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนกกับยอดผู้ติดเชื้อที่พบเพิ่มขึ้น&nbsp;</strong>เพราะทั้งหมดเป็นยอดจากการคัดกรอง&nbsp;โดยอยากให้ทุกฝ่ายเชื่อมั่นและให้ความมั่นใจว่าเราจะเดินหน้าต่อไปภายใต้มาตรการควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด&nbsp;และในทุกวันนี้ได้มีการตรวจหาเชื้อด้วยการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นประจำ&nbsp;ซึ่งหากร้านใดพบตั้งแต่&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;จะให้ปิดบริการ&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;เพื่อทำความสะอาด&nbsp;ถือเป็นการตามมาตรการและสร้างความเชื่อมั่นและเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับป่าตองต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	6/1/2022	ภาคใต้	ภูเก็ต	สวท.ภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106145017046
197	จังหวัดระยอง เรียนออนไลน์ในพื้นที่เสี่ยงสูง ส่วนโซนสีเขียวและสีเหลืองเปิดเรียนได้ตามปกติ แต่ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ปกครองอย่างน้อยร้อยละ 70	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สิบโท&nbsp;ไชยยันต์&nbsp;เกิดเหมาะ&nbsp;ศึกษาธิการจังหวัดระยอง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ตั้งแต่พบการระบาดไวรัสโควิด-19&nbsp;ในช่วงเดือนเมษายน2564&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายให้จัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์เพื่อป้องกันแพร่ระบาดในกลุ่มเด็กนักเรียน/นักศึกษา&nbsp;จนกระทั่งสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;เริ่มดีขึ้น&nbsp;ทำให้สถานศึกษาหลายแห่งกลับมาเปิดการเรียนตามปกติ&nbsp;ภายใต้มาตรการที่กำหนด&nbsp;ก็คือ&nbsp;ต้องผ่านความเห็นชอบจากผู้ปกครองอย่างน้อย&nbsp;ร้อยละ&nbsp;70&nbsp;และผ่านความเห็นของคณะกรรมการสถานศึกษาและคณะกรรมการโรคติดต่อระดับจังหวัด&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องได้รับวัคซีนอย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;ส่วนนักเรียนต้องได้รับซีนครบตามจำนวน&nbsp;ที่กระทรวงกำหนด&nbsp;พร้อมกับตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเข้าเรียนเป็นประจำทุกสัปดาห์&nbsp;ซึ่งปัจจุบัน&nbsp;มีสถานศึกษาเปิดการเรียนการสอนแบบออนไซต์ใน&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;63&nbsp;โรง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;โรงเรียนเอกชน&nbsp;33&nbsp;โรง,&nbsp;สพป.เขต&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;24&nbsp;โรง,สพม.&nbsp;ชลบุรี&nbsp;1&nbsp;โรง&nbsp;สถานศึกษาในสังกัดอาชีวะศึกษา&nbsp;4&nbsp;โรง&nbsp;และสถานศึกษานอกระบบอีก&nbsp;1&nbsp;โรง&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>แต่หลังจากช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;พบการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19&nbsp;ในพื้นที่</strong>จังหวัดระยองเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;และคาดการณ์ว่าอาจจะมีผู้ติดเชื้อหลายร้อยคนต่อวัน&nbsp;สร้างความวิตกกังวลให้กับผู้ปกครองเป็นอย่างมาก&nbsp;เนื่องจากใกล้เวลาสอบปลายภาคและสอบเรียนต่อ&nbsp;สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดระยองได้หารือกับสาธารณสุขจังหวัดระยอง&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว&nbsp;ได้กำหนดแนวทางให้สถานศึกษาที่ต้องการเปิดการเรียนการสอนแบบออนไซต์&nbsp;เฉพาะสถานศึกษาที่ไม่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงสูงหรือโซนสีเขียวกับสีเหลืองเท่านั้น&nbsp;ส่วนพื้นที่เสี่ยงสูงหรือโซนสีแดง&nbsp;ต้องเรียนออนไลน์&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หากตรวจคัดกรองพบนักเรียนมีอาการผิดปกติ&nbsp;ต้องแยกนักเรียนออกจากกลุ่ม&nbsp;พร้อมติดต่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและผู้ปกครองทันที</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	6/1/2022	ภาคตะวันออก	ระยอง	สวท.ระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106135609020
198	จ.สุโขทัย พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน 4 ราย	<p><strong>จังหวัดสุโขทัย&nbsp;พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19</strong>&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;เป็นคนไทย&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;และชาวต่างประเทศ&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;พร้อมขอให้ประชาชนไปรับบริการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;</p><p><strong>วันที่&nbsp;6&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;</strong>ดร.นายแพทย์ปองพล&nbsp;วรปาณิ&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สถานการณ์โควิด-19&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดสุโขทัยขณะนี้พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอนแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็นคนไทย&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;และชาวต่างประเทศ&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>โดยรายแรกเป็นเพศหญิง</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;ทำงานที่จังหวัดชลบุรี&nbsp;เดินทางกลับบ้านที่อำเภอสวรรคโลก&nbsp;ช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;และทราบข่าวจากเพื่อนที่ทำงานแจ้งว่า&nbsp;ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;จึงนำชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ตรวจหาเชื้อด้วยตนเอง&nbsp;ผลตรวจพบเชื้อโควิด-19&nbsp;และได้เดินทางไปที่โรงพยาบาลสวรรคโลก&nbsp;ตรวจด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลตรวจยืนยันติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ขณะนี้พักรักษาที่โรงพยาบาลสวรรคโลก&nbsp;</p><p><strong>ผู้ป่วยรายที่&nbsp;2&nbsp;เป็นเพศหญิง</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;25&nbsp;ปี&nbsp;ชาวอำเภอคีรีมาศ&nbsp;มีแฟนเป็นชาวประเทศนอร์เวย์&nbsp;ซึ่งได้พักอาศัยอยู่ที่อำเภอคีรีมาศนานหลายเดือนแล้ว&nbsp;ได้เดินทางไปเที่ยวที่จังหวัดชลบุรีในช่วงปลายเดือนธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;และได้เดินกลับบ้านที่อำเภอคีรีมาศ&nbsp;มีอาการเหนื่อย&nbsp;ไข้&nbsp;ไอ&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;มีผื่นตามขาและมือ&nbsp;จึงได้เดินทางไปตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;ด้วยด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลตรวจยืนยันติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ขณะนี้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลคีรีมาศ&nbsp;</p><p><strong>ผู้ป่วยรายที่&nbsp;3&nbsp;</strong>อายุ&nbsp;54&nbsp;ปี&nbsp;ชาวประเทศนอร์เวย์&nbsp;เป็นแฟนผู้ป่วยรายที่สอง&nbsp;ขณะนี้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลกรุงเทพ-พิษณุโลก&nbsp;</p><p><strong>และผู้ป่วยรายที่&nbsp;4&nbsp;เป็นเพศชาย</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;34&nbsp;ปี&nbsp;ชาวประเทศสวิตเซอร์แลนด์&nbsp;ได้เดินทางมาท่องเที่ยวช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;ที่จังหวัดสุโขทัย&nbsp;ได้รับแจ้งผลการตรวจด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ผลตรวจยืนยันติดเชื้อโควิด-19&nbsp;และได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสุโขทัย&nbsp;ส่วนภรรยาไม่พบเชื้อ&nbsp;และได้กักตัวอยู่ที่พัก&nbsp;</p><p><strong>นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย&nbsp;กล่าวด้วยว่า</strong>&nbsp;โรคโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอนแพร่ระบาดเร็ว&nbsp;แต่อาการจะไม่รุนแรง&nbsp;และในช่วงนี้มีแนวโน้มการระบาดเพิ่มมากขึ้น&nbsp;จึงขอให้ประชาชนและสถานประกอบการ&nbsp;ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;พร้อมทั้งให้ไปรับบริการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	6/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	สุโขทัย	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุโขทัย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106142845039
199	จ.อุดรธานี ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19	"<p><strong>จ.อุดรธานี&nbsp;ติดตาม&nbsp;สถานการณ์และปรับมาตรการป้องกัน&nbsp;covid</strong>&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานีเรียกประชุม&nbsp;คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอุดรธานี&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;ติดตามสถานการณ์&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;และติดตามการปฏิบัติหลังจากออกคำสั่งจังหวัดหลังเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;วันที่&nbsp;6&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ห้องประชุมสบายดี&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;อาคาร&nbsp;2&nbsp;ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี&nbsp;นายสยาม&nbsp;ศิริมงคล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;""คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอุดรธานี&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565""&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;หรือ&nbsp;โควิด-19&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี&nbsp;ตลอดจนร่วมกันพิจารณาปรับมาตรการป้องกัน&nbsp;ควบคุมการแพร่ระบาดหลังจังหวัดมีคำสั่งหลังเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;โดยมีคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอุดรธานี&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ศึกษาธิการจังหวัดอุดรธานีร่วมประชุม&nbsp;</p><p><strong>นายอุเทน&nbsp;หาแก้ว&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้อุดรธานีพบผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;รายใหม่&nbsp;150&nbsp;คน&nbsp;ผู้สัมผัสเสี่ยงสูง&nbsp;95&nbsp;คน&nbsp;เข้าเกณฑ์สอบสวนโรค&nbsp;5&nbsp;คน&nbsp;ผู้ติเชื้อภายนอกจังหวัด&nbsp;12&nbsp;คน&nbsp;รักษาหายกลับบ้าน&nbsp;42&nbsp;คน&nbsp;ภาพรวมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;พบผู้ติดเชื้อสะสม&nbsp;21,635&nbsp;คน&nbsp;รักษาหายสะสม&nbsp;20,797&nbsp;คน&nbsp;เสียชีวิตสะสม&nbsp;168&nbsp;คน&nbsp;หลังเทศกาลปีใหม่พบอัตราการเสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ค่อนข้างต่ำ&nbsp;แต่พบอัตราการติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;โดยเฉพาะโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;ถึงวันนี้จังหวัดอุดรธานีพบผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอนแล้ว&nbsp;86&nbsp;คน&nbsp;พร้อมย้ำผู้ที่ฉีดวัคซีนจะมีภูมิคุ้มกันต่อโอมิครอน&nbsp;4-5&nbsp;เท่า&nbsp;และสามารถลดความรุนแรงสายพันธุ์เดลต้าได้&nbsp;กล่าวคือ&nbsp;ลดอาการป่วยหนัก&nbsp;การนอนโรงพยาบาลได้มากกว่าคนที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีน&nbsp;สำหรับปี&nbsp;2565&nbsp;โดยรวมแล้วกาแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;มีแนวโน้มที่ดีขึ้น&nbsp;และโรคโควิด-19&nbsp;จะกลายเป็นโรคประจำถิ่น&nbsp;เพราะโรคมีการปรับตัวอย่างรวดเร็ว&nbsp;และจะอ่อนแรงลง&nbsp;นายสยาม&nbsp;ศิริมงคล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี&nbsp;เน้นย้ำมาตรการป้องกันหลังเทศกาลปีใหม่&nbsp;ให้ประชาชนตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;สำหรับประชาชนที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด&nbsp;ต่างประเทศ&nbsp;รวมทั้งในพื้นที่เสี่ยงให้เฝ้าระวังตนเองตามมาตรการการป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;""อยู่ห่างไว้&nbsp;ใส่แมสก์กัน&nbsp;หมั่นล้างมือ&nbsp;วัดอุณหภูมิ&nbsp;ตรวจหาเชื้อ&nbsp;แอปพลิเคชัน&nbsp;(ไทยชนะ&nbsp;หมอชนะ)""&nbsp;ขอให้ประชาชนทุกคนคิดเสมอว่า&nbsp;อาจจะติดเชื้อโควิด-19&nbsp;โดยไม่รู้ตัว&nbsp;และไม่มีอาการ&nbsp;รวมทั้งคนทุกคนที่อยู่รอบตัวเราไม่ว่าจะสนิทขนาดไหนอาจเป็นผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;แฝงกันทั้งหมดและอาจแพร่เชื้อมาสู่เราได้&nbsp;ทุกคนต้องป้องกันอย่างสุดความสามารถเพื่อที่จะไม่ให้ตนเองไปรับเชื้อหรือแพร่เชื้อแก่ผู้อื่น&nbsp;พร้อมทั้งเน้นย้ำมาตรการเคาะประตูบ้านเพื่อตรวจหาเชื้อทั้งเชิงรุกและเชิงรับ&nbsp;ให้ผู้ที่ติดเชื้อเข้าสู่ระบบการรักษา&nbsp;กลุ่มเสี่ยงกักตัว&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	6/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุดรธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106151445070
200	จ.แม่ฮ่องสอน มีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 1 ราย ขณะที่มีผู้ติดเชื้อเพิ่ม 14 ราย ใน 4 อำเภอ	<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในการระบาดระลอกใหม่เมษายน&nbsp;2564&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;6&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ว่ามีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ระลอกเมษายน&nbsp;จํานวน&nbsp;3,527&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเพศชาย&nbsp;1,625&nbsp;ราย&nbsp;และเพศหญิง&nbsp;1,902&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;46&nbsp;ราย&nbsp;(1.30&nbsp;%)&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;3,303&nbsp;ราย&nbsp;(93.65%)&nbsp;ยังอยู่ระหว่างรักษา&nbsp;178&nbsp;ราย&nbsp;(5.15&nbsp;%)&nbsp;ไม่มีอาการ&nbsp;35&nbsp;ราย&nbsp;มีอาการเล็กน้อยไม่ใช้ออกซิเจน&nbsp;127&nbsp;ราย&nbsp;ใช้ออกซิเจนแรงดันต่ำ&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;ใช้ออกซิเจน&nbsp;แรงดันสูง&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;ใส่ท่อและเครื่องช่วยหายใจ&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;รักษาอยู่ที่โรงพยาบาลศรีสังวาลย์&nbsp;12&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลปาย&nbsp;17&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลแม่สะเรียง&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลสบเมย&nbsp;16&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลแม่ลาน้อย&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลขุนยวม&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลปางมะผ้า&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลสนาม&nbsp;78&nbsp;ราย&nbsp;และรักษาในศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;35&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>สําหรับวันนี้มีผู้ได้รับการตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;437&nbsp;ชุด</strong>&nbsp;พบเชื้อ&nbsp;14&nbsp;ราย&nbsp;และเสียชีวิต&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ป่วยในจังหวัดทั้งหมด&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอสบเมย&nbsp;6&nbsp;ราย/อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;3&nbsp;ราย/อำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;8&nbsp;ราย/อำเภอปาย&nbsp;5&nbsp;ราย/และอำเภอเมือง&nbsp;10&nbsp;ราย</p><p><strong>สําหรับผู้ป่วยที่เสียชีวิตในวันนี้&nbsp;1&nbsp;ราย</strong>&nbsp;มีรายละเอียด&nbsp;ดังนี้&nbsp;เป็นผู้ป่วยชาย&nbsp;รายที่&nbsp;3425&nbsp;อายุ&nbsp;71&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ต.แม่สามแลบ&nbsp;อ.สบเมย&nbsp;เป็นผู้สูงอายุ&nbsp;วันที่&nbsp;30&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสบเมย&nbsp;ด้วยอาการมีไข้ไอ&nbsp;และเหนื่อย&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;มีภาวะปอดบวม&nbsp;ส่งต่อมารักษาที่โรงพยาบาลศรีสังวาล&nbsp;ทําการรักษาตามแนวทางการรักษาผู้ป่วยกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ระหว่างการรักษามีอาการหายใจเหนื่อยหอบมากขึ้น&nbsp;ญาติปฏิเสธการช่วยฟื้นคืนชีพ&nbsp;ต่อมาเสียชีวิตในวันที่&nbsp;5&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;18.20&nbsp;น.&nbsp;แพทย์วินิจฉัยสาเหตุการเสียชีวิตจากปอดอักเสบจากเชื้อโควิด-19&nbsp;โดยมีปัจจัย&nbsp;ที่ส่งเสริมให้เกิดโรครุนแรงคือ&nbsp;เป็นผู้สูงอายุ&nbsp;และไม่ได้รับการฉีดวัคซีน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	6/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106144632045
201	6 ม.ค.64 จ.ลำพูนพบติดเชื้อ COVID-19 จากผล RT-PCR 14 ราย ผลตรวจ ATK Plus 28 ราย	<p><strong>วันนี้&nbsp;(6&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ที่ศาลาประชาคม&nbsp;ศาลากลางจังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;พร้อมด้วยนายแพทย์โภคิน&nbsp;ศักรินทร์กุล&nbsp;นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ&nbsp;โรงพยาบาลลำพูน&nbsp;ร่วมสถานการณ์&nbsp;COVID-19&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดลำพูน&nbsp;พบผู้ติดเชื้อเพิ่มในจังหวัด&nbsp;12&nbsp;ราย&nbsp;ต่างจังหวัดอีก&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ATK&nbsp;Plus&nbsp;28&nbsp;ราย&nbsp;มีผู้ป่วยยืนยันสะสมทั้งสิ้น&nbsp;4,776&nbsp;ราย&nbsp;ยอดเสียชีวิตสะสม&nbsp;41&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ระหว่างการรักษาตัวทั้งหมด&nbsp;229&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;ใน&nbsp;รพ.ลำพูน&nbsp;27&nbsp;ราย&nbsp;รพ.สนามเวียงยอง&nbsp;21&nbsp;ราย&nbsp;รพ.สนามป่าซาง&nbsp;12&nbsp;ราย&nbsp;รพ.อื่นๆ&nbsp;169&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;4,506&nbsp;ราย</p><p><strong>ในส่วนของสถิติการครองเตียงของโรงพยาบาลรัฐทุกแห่งในจังหวัดลำพูนมีทั้งหมด&nbsp;504&nbsp;เตียง&nbsp;</strong>ใช้ไป&nbsp;131&nbsp;เตียง&nbsp;หรือคิดเป็น&nbsp;26%&nbsp;จึงทำให้มีเตียงเหลือรองรับผู้ป่วย&nbsp;373&nbsp;เตียง&nbsp;คิดเป็น&nbsp;74%&nbsp;นอกจากนี้เตียงรองรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลเอกชนมีรองรับทั้งสิ้น&nbsp;361&nbsp;เตียง&nbsp;ใช้ไป&nbsp;108&nbsp;เตียง&nbsp;คิดเป็น&nbsp;29.92%&nbsp;จึงทำให้มีเตียงเหลือรองรับผู้ป่วยอีก&nbsp;253&nbsp;เตียง&nbsp;คิดเป็น&nbsp;70.08%</p><p><strong>สำหรับการให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ของจังหวัดลำพูน&nbsp;</strong>ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;6&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มียอดสะสมการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ไปแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;312,230&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;76.13%&nbsp;ของผู้ประสงค์ฉีดทั้งหมด&nbsp;126,648&nbsp;คน&nbsp;จากประชากรทั้งหมด&nbsp;401,408&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็น&nbsp;77.78%&nbsp;ฉีดเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;312,230&nbsp;ราย&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;273,383&nbsp;ราย&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;58,604&nbsp;ราย&nbsp;และเข็มที่&nbsp;4&nbsp;จำนวน&nbsp;747&nbsp;เข็ม</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	6/1/2022	ภาคเหนือ	ลำพูน	สวท.ลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106150550057
202	จังหวัดตรัง  แถลงข่าวสถานการณ์โควิด 19  วันนี้พบผู้ป่วยโควิด 19  รายใหม่ 28 ราย รวมผู้ติดเชื้อสะสม 18,148 ราย	<p><strong>วันนี้&nbsp;(6&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่ศูนย์แถลงข่าว&nbsp;ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค</strong>ติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ห้องลิบง&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตรัง&nbsp;แพทย์หญิงทิพย์ลดา&nbsp;บุญชัย&nbsp;นายแพทย์ชำนาญการ&nbsp;โรงพยาบาลตรัง&nbsp;&nbsp;ในฐานะรองโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;แถลงข่าวสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;&nbsp;ของจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>สำหรับวันนี้&nbsp;จังหวัดตรังพบผู้ป่วยโควิด&nbsp;19&nbsp;รายใหม่&nbsp;&nbsp;28&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ติดเชื้อในจังหวัดตรังทั้ง&nbsp;28&nbsp;ราย&nbsp;รวมผู้ติดเชื้อตามการระบาดระลอกใหม่ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;18,148&nbsp;&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;จำแนกผู้ป่วยเป็นรายอำเภอ&nbsp;ดังนี้&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอวังวิเศษ&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอรัษฎา&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอสิเกา&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และอำเภอห้วยยอด&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอที่ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ในพื้นที่&nbsp;คือ&nbsp;อำเภอกันตัง&nbsp;อำเภอนาโยง&nbsp;และอำเภอหาดสำราญ&nbsp;มีผู้ป่วยรักษาหายวันนี้&nbsp;53&nbsp;ราย&nbsp;รวมหายสะสม&nbsp;17,811&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;98.14&nbsp;&nbsp;วันนี้ไม่มีผู้เสียชีวิต&nbsp;ยอดเสียชีวิตสะสมยังคงอยู่ที่&nbsp;115&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>วันนี้ได้ทำการตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;เป็นบวก&nbsp;28&nbsp;ราย&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;94&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;29.79%&nbsp;</strong>และตรวจโดยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;เป็นบวกวันนี้&nbsp;101&nbsp;ราย&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;1,437&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;7.03%&nbsp;รวมผู้ติดเชื้อ&nbsp;129&nbsp;ราย&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;1,531&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;8.43%&nbsp;สำหรับการฉีดวัคซีนโควิด&nbsp;19&nbsp;ของจังหวัดตรังทางระบบหมอพร้อมรายงานการฉีดวัคซีนไปแล้ว&nbsp;462,944&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;&nbsp;75.25%&nbsp;การฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;436,871&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;71.01%&nbsp;สำหรับจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด&nbsp;-19&nbsp;แยกตามสาเหตุการสัมผัสร่วมบ้าน&nbsp;42.86%&nbsp;ที่ทำงาน&nbsp;7.14%&nbsp;ในชุมชน&nbsp;39.29%&nbsp;&nbsp;และการพูดคุยไม่สวมหน้ากากอนามัย&nbsp;10.71%&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	6/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106153859107
203	สสจ.ขอนแก่น เผยพบคลัสเตอร์ค่ายทหาร 124 ราย แนวโน้มติดเชื้อยังเพิ่มต่อเนื่อง	<p><strong>นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น</strong>&nbsp;เผยตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;รายใหม่&nbsp;242&nbsp;ราย&nbsp;พบคลัสเตอร์ใหม่ค่ายทหารติดเชื้อ&nbsp;100&nbsp;กว่าราย&nbsp;แนวโน้มติดเชื้อยังเพิ่มสูงขึ้นต่อ&nbsp;เนื่องหวั่นเตียงโรงพยาบาลไม่พอ&nbsp;เตรียมตั้ง&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;รักษาผู้ติดเชื้อที่บ้าน</p><p><strong>นายแพทย์ภาคี&nbsp;ทรัพย์พิพัฒน์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ขณะสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&nbsp;ในจังหวัดขอนแก่น&nbsp;มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ตั้งแต่ช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;เนื่องจากมีการเฉลิมฉลองและรวมกลุ่มกันตามบ้านเรือน&nbsp;และร้านอาหารที่อนุญาตให้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และนั่งดื่มในร้านได้&nbsp;จนกลายเป็นคลัสเตอร์ร้านอาหารกึ่งผับ&nbsp;เช่นเดียวกับที่อำเภอชุมแพ&nbsp;ที่พบกำลังพลของค่ายทหารแห่งหนึ่งในอำเภอชุมแพ&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;ที่ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;จากการไปเฉลิมฉลองกับเพื่อน&nbsp;โดยไม่ทันระวังตัวแล้วกลับเข้าไปปฎิบัติงานค่าย&nbsp;จนเกิดการแพร่กระจายเชื้อไปยังผู้สัมผัสใกล้ชิด&nbsp;จำนวน&nbsp;124&nbsp;ราย&nbsp;กลายเป็นคลัสเตอร์ใหม่&nbsp;โดยขณะนี้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น&nbsp;ได้ร่วมกับค่ายทหาร&nbsp;และอำเภอชุมแพ&nbsp;ทำการซีล&nbsp;และจัดตัดตั้ง&nbsp;community&nbsp;isolation&nbsp;และคัดแยกกลุ่มผู้ติดเชื้อและไม่ติดเชื้อออกจากกัน&nbsp;เพื่อลดการแพร่ระบาด&nbsp;โดยกลุ่มผู้ติดเชื้อจะได้รับการรักษาตามอาการ&nbsp;ส่วนใหญ่แล้วแสดงอาการน้อยมาก&nbsp;ทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น&nbsp;จำนวน&nbsp;242&nbsp;ราย&nbsp;จากเมื่อวาน&nbsp;(5)&nbsp;ที่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;จำนวน&nbsp;164&nbsp;ราย</p><p><strong>นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น</strong>&nbsp;กล่าวอีกว่า&nbsp;แนวโน้มผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เพิ่มสูงขึ้นทุกวัน&nbsp;อาจจะส่งผลทำให้เตียงไม่พอรักษาผู้ติดเชื้อ&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;มีมาตรการด้านการแพทย์และสาธารณสุข&nbsp;โดยปรับยุทธศาสตร์ในการรับมือ&nbsp;เพื่อให้จํานวนผู้ติดเชื้อไม่มากเกินกำลังสาธารณสุข&nbsp;และเศรษฐกิจสามารถเดินต่อไปได้&nbsp;ไม่จําเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาแบบผู้ป่วยในของโรงพยาบาล&nbsp;ใช้แนวทางการพักรักษาที่บ้าน&nbsp;(Home&nbsp;Isolation)&nbsp;หรือสถานที่รัฐจัดให้&nbsp;(Community&nbsp;Isolation)มีการปรับเกณฑ์การรับผู้ป่วยที่ชัดเจน&nbsp;มีแนวทางการดูอย่างมีคุณภาพ&nbsp;และ&nbsp;มีประสิทธิภาพ&nbsp;โดยผู้ที่มีผลการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นบวก&nbsp;ให้เข้ารับการรักษา&nbsp;ใน&nbsp;HI&nbsp;CI&nbsp;ไม่จำเป็นต้องตรวจ&nbsp;RT&nbsp;PCR&nbsp;การบริหารจัดการใน&nbsp;HI&nbsp;CI&nbsp;โดยใช้โปรแกรมของโรงพยาบาลศรีนครินทร์&nbsp;มหาวิทยาลัยขอนแก่น&nbsp;ขอนแก่นชนะ&nbsp;หรือโปรแกรมของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น&nbsp;สั่งการให้ทุกอำเภอ&nbsp;ทุกหน่วยบริการ&nbsp;เตรียมความพร้อมรับผู้ติดเชื้อ&nbsp;การลงทะเบียน&nbsp;การจัดระบบสื่อสาร&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;ไลน์&nbsp;ตรวจเยี่ยมสนับสนุนทาง&nbsp;TeleMed&nbsp;ระบบสนับสนุนยาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็น&nbsp;โดยจ่ายกล่องขอนแก่นชนะ&nbsp;การจัดการด้านอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ใน&nbsp;การจัดอาหาร&nbsp;การจัดการขยะติดเชื้อ&nbsp;ใน&nbsp;HI&nbsp;CI&nbsp;การติดตามการดำเนินงาน&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;COVID&nbsp;Fee&nbsp;Personnel&nbsp;การวางแผนการเร่งรัดฉีดวัคซีนในกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;เนื่องจากความครอบคลุมยังต่ำกว่า&nbsp;80&nbsp;%&nbsp;ควรมีแผนการฉีดวัคซีนและกลยุทธ์ในการเพิ่มการฉีดวัคซีน&nbsp;เพราะอัตราติดเชื้อในจังหวัดสูงมากขึ้นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและในเขตสุขภาพที่&nbsp;7&nbsp;ร้อยแก่นสารสินธุ์&nbsp;เน้นประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนมาฉีดวัคซีน&nbsp;โดยเผยแพร่กำหนดการฉีด&nbsp;สถานที่ฉีดในเว็บไซต์สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	6/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ขอนแก่น	สวท.ขอนแก่น	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106151128067
204	ภูเก็ต สถานบริการร่วมBig Cleaning ซอยบางลา ป่าตอง พร้อมปิดบริการ 1 วัน และตรวจ ATK ผู้ประกอบการและพนักงาน ตรวจคัดกรองหาเชื้อโควิดหลังพบมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนชาวป่าตอง และนักท่องเที่ยว	<p><strong>วันนี้&nbsp;(&nbsp;6&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)ที่ซอยบางลา&nbsp;ป่าตอง&nbsp;กลุ่มสถานประกอบการ</strong>ในซอยบางลาร่วมกันจัดกิจกรรมทำความสะอาดซอยบางลาและสถานบันเทิงในซอย&nbsp;โดย&nbsp;นายวีรวิชญ์&nbsp;เครือสมบัติ&nbsp;ประธานชมรมผู้ประกอบการสถานบันเทิง&nbsp;หาดป่าตอง&nbsp;ได้นำผู้ประกอบการและพนักงานในซอยบางลา&nbsp;ทำความสะอาด&nbsp;(Big&nbsp;Cleaning)&nbsp;พื้นที่&nbsp;ทั้งบริเวณถนน&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;พื้นผิวสัมผัส&nbsp;เพื่อฆ่าเชื้อโรคหลังพบยอดผู้ติดเชื้อในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น&nbsp;พร้อมกับการปิดให้บริการ&nbsp;1&nbsp;วัน&nbsp;และตั้งจุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ฟรี&nbsp;เพื่อคัดกรองตรวจหาเชื้อโควิดกับพนักงาน&nbsp;ผู้ให้บริการ&nbsp;และผู้ประกอบการทุกคน&nbsp;ซึ่งถือเป็นมาตราการป้องกันการแพร่ระบาดในพื้นที่และเป็นการสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวพร้อมประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวและพนักงานได้สวมใส่หน้ากากอนามัยและปฏิบัติตามมาตราการที่ทางกระทรวงสาธารณสุขกำหนดโดยเคร่งครัด&nbsp;</p><p><strong>นายวีรวิชญ์&nbsp;เครือสมบัติ&nbsp;ประธานชมรมผู้ประกอบการสถานบันเทิง&nbsp;หาดป่าตอง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การจัดกิจกรรมทั้งหมดเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนชาวป่าตอง&nbsp;และนักท่องเที่ยว&nbsp;ซึ่งโดยปกติได้ทำเป็นประจำ&nbsp;แต่เนื่องจากพบมีการระบาดมากขึ้น&nbsp;และซอยบางลาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในพื้นที่ป่าตอง&nbsp;ที่มีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก&nbsp;ดังนั้น&nbsp;จึงเป็นเรื่องปกติที่จะพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นจากเดิม&nbsp;หลังจากช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่&nbsp;และมีงานสังสรรค์&nbsp;ดื่มกินตามที่มาตรการกำหนด&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ชมรมผู้ประกอบการสถานบันเทิง&nbsp;หาดป่าตอง&nbsp;ต่างร่วมมือกัน</strong>ที่จะเดินหน้าต่อไปโดยไม่หยุดชะงักและต้องร่วมมือกันสกัดเชื้อโควิด&nbsp;และเดินหน้าควบคู่ไปกับมาตรการต่างๆของจังหวัดและรัฐบาล&nbsp;จึงร่วมกันปิดบริการ&nbsp;1&nbsp;วันและทำความสะอาดพื้นที่&nbsp;ฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อ&nbsp;และจัดหาชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;มาตรวจคัดกรองหาเชื้อให้กับชาวบางลา&nbsp;เพื่อเป็นการเร่งค้นหาและสกัดเชื้อไม่ให้มีการแพร่ระบาดไปมากกว่านี้</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนกกับยอดผู้ติดเชื้อที่พบเพิ่มขึ้น</strong>&nbsp;เพราะทั้งหมดเป็นยอดจากการคัดกรอง&nbsp;โดยอยากให้ทุกฝ่ายเชื่อมั่นและให้ความมั่นใจว่าผู้ประกอบการทั้งหมดจะเดินหน้าต่อไปภายใต้มาตรการควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด&nbsp;และในทุกวันนี้ได้มีการตรวจหาเชื้อด้วยการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นประจำ&nbsp;ซึ่งหากร้านใดพบตั้งแต่&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;จะให้ปิดบริการ&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;เพื่อทำความสะอาด&nbsp;ถือเป็นการตามมาตรการและสร้างความเชื่อมั่นและเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับป่าตองต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	6/1/2022	ภาคใต้	ภูเก็ต	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106152824095
205	ส.ปชส.ตราด ประชาสัมพันธ์ กระทรวงสาธารณสุข แถลงยกระดับการเตือนภัยโรคโควิด-19 เป็นระดับ 4	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>(6&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด&nbsp;รายงานว่า&nbsp;กระทรวงสาธารณสุขแถลงข่าวสถานการ์ณโควิด-19</strong>&nbsp;ยกระดับการเตือนภัยจากระดับ&nbsp;3&nbsp;เป็นระดับ&nbsp;4&nbsp;เนื่องจากมีการติดเชื้อเพิ่มอย่างรวดเร็ว&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นพ.เกียรติภูมิ&nbsp;วงศ์รจิต&nbsp;ปลัดกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>แนวโน้มพบผู้ป่วยติดเชื้อโควิดอาการหนัก&nbsp;ผู้เสียชีวิตลดลง&nbsp;แต่พบผู้ติดเชื้อยืนยันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว&nbsp;จากปัจจัยเสี่ยงต่อการแพร่ระบาด&nbsp;การใช้บริการเวลานานในสถานที่ระบบปิดร้านอาหารกึ่งผับ&nbsp;กิจกรรมงานเลี้ยง&nbsp;งานบุญ&nbsp;พิธีกรรมทางศาสนา&nbsp;รวมทั้งการเดินทางช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;เริ่มพบสัญญาณการเพิ่มขึ้นผู้ติดเชื้อรายใหม่จากการสัมผัสใกล้ชิดในครอบครัว&nbsp;และที่ทำงานเพิ่มขึ้น&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ขอให้ประชาชนที่กลับจากต่างจังหวัดเฝ้าสังเกตอาการตนเองอย่างน้อย&nbsp;14&nbsp;วัน</strong>&nbsp;และ&nbsp;WFH&nbsp;ในสัปดาห์แรกพร้อมตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;ห่างกัน&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;พร้อมแจ้ง&nbsp;คกก.&nbsp;โรคติดต่อจังหวัด&nbsp;ในพื้นที่ควบคุม&nbsp;(สีส้ม)&nbsp;เน้นบังคับใช้กฎหมาย&nbsp;กรณีพบผู้ติดเชื้อเชื่อมโยงกับการดื่มสุราในร้านอาหารกึ่งผับ&nbsp;และร้านที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;Covid-Free&nbsp;Setting&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สธ.&nbsp;ยกระดับการเตือนจากระดับ&nbsp;3&nbsp;เป็นระดับ&nbsp;4&nbsp;ซึ่งจะมีมาตรการตามมา&nbsp;</strong>เช่น&nbsp;การปิดสถานที่เสี่ยง&nbsp;เพิ่มมาตรการต่างๆ&nbsp;ในสถานที่เสี่ยง&nbsp;ชะลอการเดินทางข้ามจังหวัด&nbsp;การจำกัดจำนวนการรวมกลุ่ม&nbsp;งดกิจกรรมการรวมกลุ่มเพื่อลดการแพร่ระบาดของโรค&nbsp;และเน้นมาตรการเปิดประเทศ&nbsp;V-U-C-A&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>การเตือนภัยจากโรคโควิด-19&nbsp;แบ่ง&nbsp;5&nbsp;ระดับ&nbsp;ได้แก่</strong></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ระดับ&nbsp;1&nbsp;ใช้บริการสถานที่เสี่ยงได้ทุกแห่ง&nbsp;ร่วมกิจกรรมได้แบบ&nbsp;New&nbsp;Normal</strong>&nbsp;โดยสารขนส่งสาธารณะได้&nbsp;เดินทางเข้า-ออกประเทศได้ตามปกติ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ระดับ&nbsp;2&nbsp;กลุ่มเสี่ยง&nbsp;608&nbsp;(ผู้สูงอายุ&nbsp;มีโรคประจำตัว&nbsp;หญิงตั้งครรภ์)&nbsp;และผู้รับวัคซีนไม่ครบ</strong>&nbsp;งดเข้าสถานบันเทิง&nbsp;เลี่ยงเข้าสถานที่ปิด/แออัด&nbsp;เลี่ยงร่วมกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มจำนวนมาก&nbsp;เลี่ยงโดยสารขนส่งสาธารณะทุกประเภท&nbsp;เลี่ยงเดินทางไปต่างประเทศ&nbsp;เข้าประเทศแบบกักตัว</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ระดับ&nbsp;3&nbsp;งดเข้าสถานบันเทิง&nbsp;เลี่ยงเข้าสถานที่ปิด/แออัด&nbsp;กลุ่มเสี่ยง&nbsp;608&nbsp;และผู้รับวัคซีนไม่ครบ</strong>&nbsp;เลี่ยงร่วมกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มจำนวนมาก&nbsp;เลี่ยงโดยสารขนส่งสาธารณะทุกประเภท&nbsp;งดไปต่างประเทศ&nbsp;คนทั่วไปเลี่ยงเดินทางไปต่างประทศ&nbsp;เข้าประเทศแบบกักตัว</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ระดับ&nbsp;4&nbsp;ทุกคน&nbsp;งดไปรับประทานร่วม/ดื่มสุราในร้าน&nbsp;งดเข้าสถานที่เสี่ยงทุกประเภท</strong>&nbsp;เลี่ยงใกล้ชิดผู้อื่นนอกบ้าน&nbsp;งดร่วมกิจกรรมกลุ่ม&nbsp;งดโดยสารขนส่งสาธารณะทุกประเภท&nbsp;งดไปต่างประเทศ&nbsp;เข้าประเทศแบบกักตัว</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ระดับ&nbsp;5&nbsp;ทุกคนงดออกนอกบ้าน&nbsp;หากจำเป็นเพื่อการดำรงชีวิต</strong>&nbsp;เช่น&nbsp;ตรวจ&nbsp;รักษา&nbsp;ซื้ออาหาร&nbsp;ของใช้&nbsp;งดรวมกลุ่มมากกว่า&nbsp;5&nbsp;คน&nbsp;งดใกล้ชิดกันในบ้าน&nbsp;(ผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีน)&nbsp;งดออกนอกบ้าน&nbsp;หากจำเป็นให้ใช้รถส่วนตัวและคัดกรอง&nbsp;ห้ามไปต่างประเทศ&nbsp;และเข้าประเทศแบบกักตัว</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>"	6/1/2022	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106155205117
206	ปรับมาตรการรับมือ โอมิครอน	<p><strong>&nbsp;ปรับมาตรการรับมือ&nbsp;โอมิครอน&nbsp;</strong>กระทรวงสาธารณสุขปรับมาตรการ&nbsp;ขอความร่วมมือ&nbsp;ทั้งหน่วยงานรัฐ-เอกชน&nbsp;ให้ข้าราชการ&nbsp;พนักงาน&nbsp;ปฏิบัติหน้าที่ที่บ้าน&nbsp;หรือ&nbsp;Work&nbsp;From&nbsp;Home&nbsp;เป็นเวลา&nbsp;7-14&nbsp;วัน&nbsp;ในช่วงวันที่&nbsp;1-14&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางกลับจากภูมิลำเนา</p><p>1.ก่อนเดินทางกลับมาทำงาน&nbsp;หรือเรียน&nbsp;ขอให้มีการตรวจคัดกรองด้วย&nbsp;ATK&nbsp;และเมื่อกลับมาถึงสามารถทำงานที่บ้านได้ให้ทำงานที่บ้านเป็นเวลา&nbsp;14&nbsp;วัน</p><p>2.หากต้องเริ่มปฏิบัติงานทันทีขอให้ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเข้าทำงาน&nbsp;และในสัปดาห์แรกให้ตรวจ&nbsp;2&nbsp;ครั้งห่างกันอย่างน้อย3&nbsp;วัน&nbsp;พร้อมทั้งเฝ้าระวังอาการจนครบ&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;และงดการรวมกลุ่มพูดคุย/รับประทานอาหาร</p><p>3.หากเกิดการติดเชื้อในโรงงานไม่จำเป็นต้องปิดโรงงาน&nbsp;แต่ขอให้ใช้มาตรการ&nbsp;Bubble&nbsp;&amp;&nbsp;Seal&nbsp;เพื่อไม่ให้เกิดการแพร่กระจายเชื้อออกภายนอก</p><p>.</p><p>#สำนักข่าว&nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	6/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106163001157
207	จังหวัดตรัง แถลงข่าวสถานการณ์โควิด 19 วันนี้พบผู้ป่วยโควิด 19 รายใหม่ 28 ราย ขณะที่ กระทรวงสาธารณสุข  ได้ยกระดับการเตือนภัยประชาชนจากระดับ 3 เป็นระดับ 4	<p><strong>วันนี้&nbsp;&nbsp;(6&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;&nbsp;ที่ห้องลิบง&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตรัง&nbsp;</strong>&nbsp;แพทย์หญิงทิพย์ลดา&nbsp;บุญชัย&nbsp;นายแพทย์ชำนาญการ&nbsp;โรงพยาบาลตรัง&nbsp;&nbsp;ในฐานะรองโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;แถลงข่าวสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;&nbsp;ของจังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>สำหรับวันนี้&nbsp;(6&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;&nbsp;จังหวัดตรังพบผู้ป่วยโควิด&nbsp;19&nbsp;รายใหม่&nbsp;&nbsp;28&nbsp;ราย</strong>&nbsp;เป็นการติดเชื้อในจังหวัดตรังทั้งหมด&nbsp;28&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;รวมผู้ติดเชื้อตามการระบาดระลอกใหม่ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;18,148&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;จำแนกผู้ป่วยเป็นรายอำเภอ&nbsp;ดังนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;10&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอรัษฏา&nbsp;&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;อำเภอวังวิเศษ&nbsp;อำเภอสิเกา&nbsp;และอำเภอห้วยยอด&nbsp;อำเภอละ&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยในวันนี้มี&nbsp;3&nbsp;อำเภอที่ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ในพื้นที่&nbsp;&nbsp;</strong>คือ&nbsp;อำเภอกันตัง&nbsp;อำเภอนาโยงและอำเภอหาดสำราญ&nbsp;&nbsp;&nbsp;มีผู้ป่วยรักษาหายวันนี้&nbsp;53ราย&nbsp;รวมหายสะสม&nbsp;17,811&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;98.14&nbsp;&nbsp;&nbsp;ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม&nbsp;&nbsp;ยอดเสียชีวิตสะสมยังคงอยู่ที่&nbsp;115&nbsp;ราย&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;&nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;&nbsp;&nbsp;ได้ยกระดับการเตือนภัยประชาชนจากระดับ&nbsp;3&nbsp;เป็นระดับ&nbsp;4&nbsp;โดยมีข้อแนะนำ&nbsp;คือ&nbsp;</p><p>1.อาจปิดสถานที่เสี่ยงที่ทำให้มีการแพร่เชื้อ&nbsp;หรือเพิ่มมาตรการมากขึ้นให้สถานที่เสี่ยงมีความปลอดภัย&nbsp;</p><p>2.ชะลอการเดินทาง&nbsp;เช่น&nbsp;ขอให้ทำงานที่บ้าน&nbsp;งดเดินทางข้ามจังหวัดถ้าไม่จำเป็น&nbsp;เนื่องจากการเคลื่อนย้ายทำให้เกิดการแพร่เชื้ออย่างรวดเร็วได้&nbsp;</p><p>3.จำกัดการรวมกลุ่ม&nbsp;มีมาตรการเคร่งครัดมากขึ้น&nbsp;ไม่ให้มีการแพร่เชื้อต่อ&nbsp;</p><p>4.ปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;VUCA&nbsp;คือ&nbsp;V&nbsp;เร่งฉีดวัคซีน&nbsp;U&nbsp;ป้องกันตนเองครอบจักรวาล&nbsp;รักษาระยะห่าง&nbsp;ล้างมือ&nbsp;ใส่หน้ากาก&nbsp;พยายามอยู่ในที่โล่ง&nbsp;C&nbsp;สถานประกอบการปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;และ&nbsp;A&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นประจำ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;หากทุกฝ่ายและประชาชนร่วมมือกัน</strong>&nbsp;เชื่อว่าจะสามารถชะลอการระบาดครั้งนี้และสามารถขับเคลื่อนประเทศไทยต่อไปได้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	6/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106160232127
208	รองโฆษก ศบค.จังหวัดตรัง ขอให้ประชาชนเข้มงวดมาตรการด้านสาธารณสุข  หลังพบการผู้ติดเชื้อโควิด 19 สายพันธ์โอมิครอน ในพื้นที่จังหวัดตรัง	<p><strong>แพทย์หญิงทิพย์ลดา&nbsp;บุญชัย&nbsp;นายแพทย์ชำนาญการ&nbsp;โรงพยาบาลตรัง&nbsp;</strong>&nbsp;ในฐานะรองโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(พฤหัสบดีที่&nbsp;6&nbsp;มกราคม&nbsp;2564)&nbsp;&nbsp;จังหวัดตรังพบผู้ป่วยโควิด&nbsp;19&nbsp;รายใหม่&nbsp;28&nbsp;ราย&nbsp;รวมผู้ติดเชื้อตามการระบาดระลอกใหม่ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;18,148&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;โดยจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;ได้ทำการตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;เป็นบวก&nbsp;28&nbsp;ราย&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;94&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;29.79&nbsp;%&nbsp;และตรวจโดยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;เป็นบวกวันนี้&nbsp;101&nbsp;ราย&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;1,431&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;8.43&nbsp;%&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;&nbsp;&nbsp;แม้ขณะนี้ผู้ติดเชื้อโควิด&nbsp;19&nbsp;ของจังหวัดตรัง&nbsp;จะมีแนวโน้มลดลง</strong>&nbsp;แต่ยังมีความเสี่ยงที่สถานการณ์จะกลับมาระบาดได้&nbsp;โดยเฉพาะช่วงหลังเทศกาลปีใหม่นี้&nbsp;ที่มีความเคลื่อนไหวจากการเดินทางของประชาชน&nbsp;รวมถึงการรวมตัวจัดกิจกรรมเฉลิมฉลอง&nbsp;&nbsp;&nbsp;อีกทั้ง&nbsp;ได้พบการผู้ติดเชื้อโควิด&nbsp;19&nbsp;สายพันธ์โอมิครอน&nbsp;ที่แพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็วกว่าสายพันธ์อื่นในพื้นที่จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>จึงขอความร่วมมือให้ทุกภาคส่วนได้ปฏิบัติตามแนวทางป้องกันควบคุมโรค</strong>ด้วยมาตรการ&nbsp;VUCA&nbsp;ได้แก่&nbsp;V&nbsp;วัคซีน&nbsp;โดยผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนขอให้เข้ารับการฉีดวัคซีนและผู้ที่ได้รับวัคซีน&nbsp;2&nbsp;เข็มและครบตามเวลาที่กำหนด&nbsp;ให้ไปรับวัคซีนเข็มกระตุ้น,&nbsp;U&nbsp;ป้องกันตนเองสูงสุดตลอดเวลา&nbsp;โดยเฉพาะเว้นระยะห่าง&nbsp;ล้างมือ&nbsp;สวมหน้ากาก&nbsp;โดยสวมอย่างถูกวิธีทั้งหน้ากากผ้าและหน้ากากอนามัย&nbsp;จะสามารถป้องกันได้ทุกสายพันธุ์&nbsp;ป้องกันติดเชื้อ&nbsp;และป่วยหนักได้,&nbsp;C&nbsp;COVID&nbsp;Safe&nbsp;Living&nbsp;ใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย&nbsp;หลีกเลี่ยงจัดกิจกรรมเสี่ยงรวมถึง&nbsp;สถานที่ต่างๆ&nbsp;ต้องมีมาตรการป้องกัน&nbsp;เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยในสถานการณ์โควิด&nbsp;และ&nbsp;A&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;กรณีที่มีความเสี่ยงต่อการรับเชื้อ&nbsp;หากได้รับการวินิจฉัยโดยเร็วและแยกกักตัวเข้ารับการรักษา&nbsp;จะช่วยป้องกันการแพร่ระบาดได้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	6/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106160444130
209	ประมวลข่าวทั่วไทยประจำวันที่ 6 มกราคม 2565	"<p>ประมวลข่าวทั่วไทยประจำวันที่&nbsp;6&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</p><p><br></p><p>การเมือง/มั่นคง</p><p><strong>เปิดรับสมัครเลือกตั้งซ่อม&nbsp;ส.ส.กทม.&nbsp;แทนตำแหน่งที่ว่าง&nbsp;</strong></p><p><strong>นายเฉลิมพล&nbsp;โชตินุชิต&nbsp;รองปลัดกรุงเทพมหานคร&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;คณะกรรมการการเลือกตั้ง&nbsp;เปิดรับสมัครผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร&nbsp;เขตเลือกตั้งที่&nbsp;9&nbsp;แทนตำแหน่งที่ว่าง&nbsp;ตั้งแต่วันนี้&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;10&nbsp;ม.ค.65&nbsp;เวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.&nbsp;16.30&nbsp;น.&nbsp;ไม่เว้นวันหยุดราชการ&nbsp;ผู้ที่สนใจสามารถยื่นใบสมัครพร้อมค่าธรรมเนียมการสมัครคนละ&nbsp;10,000&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>วันนี้มีผู้ยื่นใบสมัครคือ</strong>&nbsp;ผู้สมัครหมายเลข&nbsp;1&nbsp;นายพันธุ์เทพ&nbsp;ฉัตรนะรัชต์&nbsp;พรรคไทยภักดี&nbsp;หมายเลข&nbsp;2&nbsp;นายอรรถวิชช์&nbsp;สุวรรณภักดี&nbsp;พรรคกล้า&nbsp;หมายเลข&nbsp;3&nbsp;นายสุรชาติ&nbsp;เทียนทอง&nbsp;พรรคเพื่อไทย&nbsp;หมายเลข&nbsp;4&nbsp;นางสาวกุลรัตน์&nbsp;กลิ่นดี&nbsp;พรรคยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;&nbsp;หมายเลข&nbsp;5&nbsp;นายรุ่งโรจน์&nbsp;อิบรอฮีม&nbsp;พรรคไทยศรีวิไลย์&nbsp;&nbsp;หมายเลข&nbsp;6&nbsp;นายกรุณพล&nbsp;เทียนสุวรรณ&nbsp;พรรคก้าวไกล&nbsp;&nbsp;หมายเลข&nbsp;7&nbsp;นางสรัลรัศมิ์&nbsp;เจนจาคะ&nbsp;พรรคพลังประชารัฐ</p><p><strong>เขตเลือกตั้งที่&nbsp;9&nbsp;กรุงเทพมหานคร</strong>&nbsp;มีหน่วยเลือกตั้งรวม&nbsp;280&nbsp;หน่วย&nbsp;เป็น&nbsp;เขตหลักสี่&nbsp;122&nbsp;หน่วย&nbsp;ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง86,544&nbsp;คน&nbsp;และเขตจตุจักร&nbsp;158&nbsp;หน่วย&nbsp;&nbsp;ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง&nbsp;84,220&nbsp;คน&nbsp;</p><p><br></p><p><strong>เร่งแก้ปัญหาข่าวปลอมในโลกออนไลน์&nbsp;ผู้ที่แชร์ข่าวปลอมมีความผิดตามกฎหมาย</strong></p><p><strong>นางสาวนพวรรณ&nbsp;หัวใจมั่น</strong>&nbsp;โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง&nbsp;(ดีอีเอส)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากแนวโน้มปัญหาการโพสต์ข้อความเท็จที่ยังมีการแพร่กระจายบนช่องทางโซเชียลต่างๆ&nbsp;ที่สร้างความตื่นตระหนกและความสับสนให้กับประชาชนกระทบต่อความมั่นคงของชาติ</p><p><strong>นายชัยวุฒิ&nbsp;ธนาคมานุสรณ์&nbsp;รัฐมนตรีดีอีเอส</strong>&nbsp;ได้สั่งการให้เร่งติดตามปัญหาเชิงรุกติดตามสถานการณ์ทั้งในและต่างประเทศทุกวัน&nbsp;โดยรอบสัปดาห์ระหว่างวันที่&nbsp;27&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ดำเนินการทางกฎหมายกับผู้กระทำความผิดตาม&nbsp;พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์จำนวน&nbsp;19&nbsp;บัญชีรายชื่อ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เฟซบุ๊ก&nbsp;&nbsp;ยูทูป&nbsp;และทวิตเตอร์&nbsp;โดยประสานหน่วยงานเจ้าของเรื่องมาร้องทุกข์ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดแล้ว&nbsp;และศาลได้สั่งปิดกั้นและลบเนื้อหาแล้ว&nbsp;2&nbsp;คำสั่ง&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;บัญชีรายชื่อ&nbsp;เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับความมั่นคง&nbsp;ขอให้ประชาชนระมัดระวังและไตร่ตรองข้อมูลที่ได้รับจากสื่อโซเชียลอย่างรอบคอบก่อนแชร์ข้อมูล&nbsp;เพราะหากเป็นข่าวปลอมผู้ที่แชร์ข้อความนั้นจะว่ามีความผิดตามกฎหมายเช่นกัน&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgba(0,&nbsp;0,&nbsp;0,&nbsp;0.65);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">เศรษฐกิจ/ท่องเที่ยว</span></p><p><strong>กำชับ&nbsp;บริหารจัดการควบคุมทิศทางพลังงานไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน&nbsp;เตรียมประกาศปรับขึ้นราคาก๊าซ&nbsp;LPG</strong></p><p><strong>นายกุลิศ&nbsp;สมบัติศิริ&nbsp;ปลัดกระทรวงพลังงาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;มอบหมายให้กระทรวงพลังงาน&nbsp;บริหารจัดการและดูแลทิศทางพลังงานทั้งไฟฟ้าและน้ำมัน&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;ที่ปรับตัวสูงขึ้นส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพประชาชน&nbsp;รวมถึงต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการที่จะเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;ควรมีการจำแนกกลุ่มการใช้พลังงานและมีการดูแลแต่ละกลุ่มตามความเหมาะสม&nbsp;โดยย้ำว่าห้ามมีการขาดแคลนพลังงาน</p><p><strong>เบื้องต้นจากการนำเม็ดเงินที่ได้รับจากการจัดสรรผลประโยชน์บัญชี</strong>&nbsp;&nbsp;Take&nbsp;or&nbsp;Pay&nbsp;&nbsp;หรือภาระไม่ได้ใช้ก็ต้องจ่ายเงินของแหล่งก๊าซธรรมชาติเมียนมา&nbsp;จํานวน&nbsp;13,594&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อจะนำไปลดค่าไฟฟ้าให้กับประชาชนในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;จะสามารถช่วยลดค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ&nbsp;หรือค่า&nbsp;Ft&nbsp;&nbsp;ให้กับประชาชนได้ประมาณ&nbsp;22&nbsp;สตางค์&nbsp;เป็นจำนวน&nbsp;1&nbsp;เดือน&nbsp;หรือหากเฉลี่ย&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;จะช่วยให้ประชาชนจ่ายค่า&nbsp;Ft&nbsp;อยู่ที่&nbsp;1.39&nbsp;สตางค์ต่อหน่วยต่อเดือน&nbsp;เป็นระยะเวลา&nbsp;3&nbsp;เดือน</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;กระทรวงพลังงาน</strong>&nbsp;ยังได้วางแผนบริหารราคาน้ำมันโดยคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ&nbsp;จะอยู่ในระดับ&nbsp;78&nbsp;&nbsp;80&nbsp;เหรียญสหรัฐฯ&nbsp;ต่อบาร์เรล&nbsp;&nbsp;ยังคงยืนยันจะดำเนินการตามนโยบายภาครัฐตรึงราคาน้ำมันดีเซลต่อไปอีกไม่ให้เกิน&nbsp;30&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีความต้องการใช้สูงสุดของประเทศถึงร้อยละ&nbsp;70&nbsp;ของผู้ใช้น้ำมันทุกประเภท&nbsp;ควบคู่กับการบริหารจัดการการใช้เงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาบริหารจัดการ&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่ราคา&nbsp;ก๊าซ&nbsp;LPG&nbsp;ในเดือนกุมภาพันธ์นี้</strong>&nbsp;มีความจำเป็นต้องปรับราคาเพิ่มขึ้น&nbsp;โดยกระทรวงพลังงาน&nbsp;ได้ตรึงราคาก๊าซ&nbsp;LPG&nbsp;ถัง&nbsp;15&nbsp;กิโลกรัมในราคา&nbsp;318&nbsp;บาทต่อถัง&nbsp;ตามนโยบายของรัฐบาลไปจนถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;โดยจะทยอยปรับขึ้นราคา&nbsp;แบบขั้นบันได&nbsp;ส่วนปรับขึ้นในอัตราเท่าใดนั้นอยู่ระหว่างการนำเสนอคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน&nbsp;หรือ&nbsp;กบง.&nbsp;ซึ่งต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดทุกสัปดาห์&nbsp;โดยยอมรับว่า&nbsp;ขณะนี้ราคาพลังงานมีความผันผวนสูงมาก</p><p><br></p><p><strong>มั่นใจ&nbsp;ความตกลง&nbsp;RCEP&nbsp;ช่วยเพิ่มโอกาสการส่งออกสินค้าและบริการ&nbsp;ดึงดูดการลงทุนเข้าประเทศ</strong></p><p><strong>นายสินิตย์&nbsp;เลิศไกร&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค&nbsp;หรือ&nbsp;RCEP&nbsp;เริ่มมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคมที่ผ่านมา&nbsp;ส่งผลให้ประเทศไทยได้รับประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;ทั้งช่วยลดต้นทุนการผลิตและโอกาสส่งออกสินค้าและบริการ&nbsp;รวมทั้งดึงดูดการลงทุนเข้าประเทศ&nbsp;เพิ่มการจ้างงานให้กับแรงงานที่มีฝีมือและบุคลากรด้านวิชาชีพ&nbsp;และส่งเสริมบทบาทของไทยในฐานะห่วงโซ่การผลิตที่สำคัญของภูมิภาค&nbsp;</p><p><strong>สถานการณ์โควิด-19&nbsp;ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมในภาคบริการอย่างมาก</strong>&nbsp;ซึ่งความตกลง&nbsp;RCEP&nbsp;จะเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจของไทยและประเทศในภูมิภาค&nbsp;โดยการเปิดตลาดภาคบริการของประเทศสมาชิกจะช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าไปลงทุนในสาขาที่ไทยมีศักยภาพ&nbsp;อาทิ&nbsp;ก่อสร้าง&nbsp;ธุรกิจเกี่ยวเนื่องด้านสุขภาพ&nbsp;ภาพยนตร์และบันเทิง&nbsp;รวมทั้งยังช่วยสร้างโอกาสให้คนไทยสามารถเข้าไปทำงานในประเทศสมาชิก&nbsp;RCEP&nbsp;อีกด้วย&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;การลด&nbsp;หรือยกเลิกกฎระเบียบและมาตรการที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุน</strong>&nbsp;จะช่วยดึงดูดการลงทุนในสาขาที่ไทยมีความต้องการและเกิดเป็นเทคโนโลยีใหม่ๆ&nbsp;ได้อย่างต่อเนื่อง&nbsp;ตลอดจนต่อยอดอุตสาหกรรมเป้าหมาย&nbsp;S&nbsp;curve&nbsp;ซึ่งจีน&nbsp;เกาหลีใต้&nbsp;ญี่ปุ่น&nbsp;และสิงคโปร์&nbsp;ถือเป็นนักลงทุนรายใหญ่ที่มีการลงทุนในอาเซียนสูงและนักลงทุนไทยได้เข้าไปลงทุนในอาเซียนเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน</p><p><strong>ภูมิภาค&nbsp;RCEP&nbsp;ถือเป็นฐานการผลิตที่สำคัญและเป็นกลไกหลัก</strong>&nbsp;ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก&nbsp;แม้ทั่วโลกจะได้รับผลกระทบโควิด-19&nbsp;แต่การลงทุนในภูมิภาค&nbsp;RCEP&nbsp;ยังคงขยายตัวต่อเนื่อง&nbsp;โดยหลังจากนี้ความตกลง&nbsp;RCEP&nbsp;จะทำให้มีการลงทุนเพิ่มมากขึ้น&nbsp;ซึ่งเป็นผลมาจากการอำนวยความสะดวกและการลดอุปสรรคทางการค้า&nbsp;ผู้สนใจทำการค้าในตลาด&nbsp;RCEP&nbsp;จึงควรเร่งทำความเข้าใจกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องของแต่ละประเทศสมาชิก&nbsp;และศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภค&nbsp;ตลอดจนช่องทางการจำหน่าย&nbsp;เพื่อสร้างแต้มต่อทางการค้าในตลาด&nbsp;RCEP&nbsp;ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p><p><br></p><p><strong>กรมการค้าภายใน&nbsp;เสริมความแข็งแกร่งให้ผู้ประกอบการโรงสีข้าวสู่มาตรฐานสากล&nbsp;GHP&nbsp;และ&nbsp;HACCP</strong></p><p><strong>นายอาวุธ&nbsp;วงศ์สวัสดิ์&nbsp;รองอธิบดีกรมการค้าภายใน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรมฯ&nbsp;เปิดโครงการเพิ่มศักยภาพมาตรฐานของผู้ประกอบการค้าข้าว&nbsp;ให้ผู้ประกอบการโรงสีได้รับรองระบบมาตรฐานการจัดการสุขลักษณะที่ดีในการผลิตอาหาร&nbsp;หรือ&nbsp;GHP&nbsp;(Good&nbsp;Hygiene&nbsp;Practice)&nbsp;และระบบมาตรฐานการวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤติที่ต้องควบคุม&nbsp;ืหรือ&nbsp;HACCP&nbsp;(Hazard&nbsp;Analysis&nbsp;Critical&nbsp;Control&nbsp;Point)&nbsp;มีผู้ประกอบการโรงสีข้าวได้รับรองระบบมาตรฐานแล้ว&nbsp;375&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งในปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;มีผู้ได้รับการรับรองระบบมาตรฐานเพิ่มเติมจำนวนทั้งสิ้น&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;ขณะนี้ทุกรายได้ผ่านการตรวจรับรองระบบมาตรฐาน&nbsp;GHP&nbsp;และ&nbsp;HACCP&nbsp;เป็นที่เรียบร้อยแล้ว&nbsp;รวมเป็น&nbsp;385&nbsp;ราย&nbsp;โดยในวันนี้&nbsp;(6&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;มอบใบประกาศเกียรติคุณให้แก่ผู้ได้เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ดังกล่าวด้วย</p><p><strong>การดำเนินโครงการดังกล่าว&nbsp;</strong>จะส่งผลต่อการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อและผู้บริโภค&nbsp;และแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว&nbsp;เพิ่มศักยภาพการผลิตและการแข่งขันการส่งออกข้าวไทยได้ในระยะยาว&nbsp;อยู่ภายใต้นโยบายเกษตรผลิต&nbsp;พาณิชย์ตลาด&nbsp;ของรัฐบาลและยุทธศาสตร์ข้าว&nbsp;ปี&nbsp;2563&nbsp;&nbsp;2567&nbsp;ส่งเสริมพัฒนาและสร้างความเติบโตให้ธุรกิจค้าข้าวได้อย่างแท้จริง</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgba(0,&nbsp;0,&nbsp;0,&nbsp;0.65);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">เกษตร/สิ่งแวดล้อม</span></p><p><strong>กรมส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;ขานรับนโยบายแก้หนี้ข้าราชการในระบบสหกรณ์</strong></p><p><strong>นายวิศิษฐ์&nbsp;ศรีสุวรรณ์&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์</strong>&nbsp;กล่าวถึงนโยบายนายกรัฐมนตรี&nbsp;ในการแก้ไขปัญหาหนี้สินราชการในภาคสหกรณ์ว่า&nbsp;กรมพร้อมสนับสนุนการแก้ไขปัญหาหนี้สินตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี&nbsp;ผ่านเกณฑ์การกำกับดูแลสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน&nbsp;ซึ่งปัจจุบันได้มีการกำหนดเพดานของอัตราดอกเบี้ยเงินฝากและอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ไว้เพื่อไม่ให้กระทบต่อสมาชิกและการทำธุรกรรมของสถาบันการเงินทั้ง&nbsp;2&nbsp;ประเภท&nbsp;ภายใต้การแนะนำของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)&nbsp;และยึดวัตถุประสงค์ของขบวนการสหกรณ์&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ยอมรับว่าในการทำธุรกรรมของสหกรณ์</strong>&nbsp;ปัจจุบันมีการพยายามสร้างรูปแบบจูงใจให้กู้เงินกันเพิ่มมากขึ้น&nbsp;ซึ่งหากร่างกฎกระทรวงเรื่องการบริหารจัดการและกำกับทางการเงินสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน&nbsp;พ.ศ...ที่รอคณะรัฐมนตรีเห็นชอบออกมาแล้วสามารถออกประกาศมาบังคับใช้ได้&nbsp;ก็จะเป็นประโยชน์ในการกำกับสหกรณ์ได้ดีขึ้นเพราะจะมีสาระสำคัญในเรื่องการกำกับการกู้ยืม&nbsp;การกู้ยืมซ้ำซ้อนและกำกับกิจกรรมทางการเงินที่เข้มงวดเพิ่มขึ้น&nbsp;ซึ่งเป็นร่างที่ปรับปรุงโดยมีกรณีการดำเนินงานในอดีตที่ผ่านมาของสหกรณ์เป็นกรณีศึกษา</p><p><strong>ปัจจุบันมาตรการที่กรมส่งเสริมสหกรณ์</strong>&nbsp;ได้ใช้กำกับดูแลสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนในเรื่อง&nbsp;ธุรกรรมทางการเงิน&nbsp;เพื่อไม่ให้ใช้การจูงใจทางการเงินและป้องกันการกู้เงินจนหนี้สินล้นพ้นตัวมีประเด็นสำคัญ&nbsp;คือการกำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้&nbsp;โดยกรณีอัตราดอกเบี้นเงินฝากกำหนดให้ไม่เกินร้อยละ&nbsp;4&nbsp;มีผลบังคับใช้เมื่อ&nbsp;1&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2564&nbsp;เพื่อไม่ให้กระทบต่อสมาชิกสหกรณ์ที่มีรายได้จากดอกเบี้ยเพื่อการยังชีพ&nbsp;จากเดิมที่สหกรณ์จะให้สูงถึงร้อยละ&nbsp;7&nbsp;เพื่อระดมเงินฝาก&nbsp;แต่โดยเฉลี่ยสหกรณ์จะให้สมาชิกอยู่ที่ประมาณร้อยละ&nbsp;2&nbsp;กว่าๆ&nbsp;เท่านั้น&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตามเร็วๆ&nbsp;นี้&nbsp;</strong>กรมอาจจะออกประกาศฉบับใหม่กำหนดเพดานดอกเบี้ยเงินฝากให้ไม่เกินร้อยละ&nbsp;3.5&nbsp;ซึ่งเป็นการปรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากแบบขั้นบันไดที่มีการปรับลงมาจากที่อัตราร้อยละ&nbsp;4.5&nbsp;ลงมาที่ร้อยละ&nbsp;4&nbsp;และร้อยละ&nbsp;3.5&nbsp;ตามลำดับ&nbsp;อันจะเป็นการลดต้นทุนของแต่ละสหกรณ์ที่มีภาระผูกพันจากกการรับฝากเงินจากสหกรณ์อื่น&nbsp;ซึ่งรับฝากมาใช้เป็นทุนธุรกิจด้วยเช่นกัน&nbsp;สำหรับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนนั้น&nbsp;ได้แนะนำให้กำหนดเพดานไว้ว่าต้นทุนเท่าไหร่บวกได้ไม่เกินร้อยละ&nbsp;3&nbsp;เพื่อเป็นการลดภาระหนี้ของสมาชิกและเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและมีธรรมาภิบาลและสอดคล้องกับเจตนารมย์ของระบบสหกรณ์ที่มุ่งช่วยสมาชิก&nbsp;ไม่แสวงหากำไรที่เกินควร</p><p><br></p><p><strong>PM&nbsp;2.5&nbsp;กทม.และปริมณฑล&nbsp;สูงขึ้นเกินเกณฑ์มาตรฐานระดับสีส้ม&nbsp;15&nbsp;พื้นที่</strong></p><p><strong>นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)</strong>&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(6&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;10)&nbsp;ทั่วประเทศส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานและคุณภาพอากาศดีมากหลายพื้นที่&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;15&nbsp;พื้นที่&nbsp;อยู่ที่&nbsp;32&nbsp;&nbsp;60&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;เช่น&nbsp;ต.ทรงคนอง&nbsp;อ.พระประแดง&nbsp;จ.สมุทรปราการ&nbsp;,&nbsp;ต.ปากน้ำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.สมุทรปราการ&nbsp;,&nbsp;ต.มหาชัย&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.สมุทรสาคร&nbsp;,&nbsp;ริมถนนดินแดง&nbsp;เขตดินแดง&nbsp;,&nbsp;ริมถนนพระราม&nbsp;3&nbsp;เขตยานนาวา&nbsp;,&nbsp;ริมถนนบางนา-ตราด&nbsp;เขตบางนา&nbsp;,&nbsp;ริมถนนแยกท่าพระ&nbsp;เขตบางกอกใหญ่&nbsp;,&nbsp;ริมถนนเพชรเกษม&nbsp;เขตภาษีเจริญ&nbsp;,&nbsp;ริมถนนมาเจริญ&nbsp;เพชรเกษม&nbsp;81&nbsp;เขตหนองแขม&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศนิ่ง&nbsp;ลมอ่อน&nbsp;และการจราจรหนาแน่น&nbsp;</p><p><strong>ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ</strong>&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;จะมีแนวโน้มสูงขึ้นถึงวันที่&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศนิ่งและลมอ่อนในหลายพื้นที่&nbsp;แล้ววันที่&nbsp;11&nbsp;-&nbsp;13&nbsp;มกราคมจะมีแนวโน้มลดลง&nbsp;จึงขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;หรือพื้นที่สีส้ม&nbsp;ให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;สวมใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศ&nbsp;</strong>ได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;หรือทางแอปพลิเคชั่น&nbsp;Air4Thai&nbsp;และ&nbsp;AirBKK&nbsp;แล้วยังติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์คุณภาพอากาศผ่านทาง&nbsp;Facebook&nbsp;Fanpage&nbsp;ศูนย์แก้ขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgba(0,&nbsp;0,&nbsp;0,&nbsp;0.65);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">สถานการณ์โควิด-19</span></p><p><strong>การเตือนภัยโควิดระดับ&nbsp;4&nbsp;ประชาชนยังใช้ชีวิตได้ตามปกติ&nbsp;เพียงแต่ขอความร่วมมืองดกิจกรรมเสี่ยง</strong></p><p><strong>นายแพทย์โอภาส&nbsp;การย์กวินพงศ์&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมโรค</strong>&nbsp;กล่าวถึงกรณีที่ศูนย์บริหารสถานการณ์ฉุกเฉินกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;มีมติยกระดับการแจ้งเตือนภัยโควิด&nbsp;จากระดับ&nbsp;3&nbsp;ิ&nbsp;เป็นระดับ&nbsp;4&nbsp;ว่าเป็นการส่งสัญญาณเป็นสัญญาณเตือนถึงประชาชน&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนระวังตัว&nbsp;แต่เรื่องมาตรการบังคับต่างๆ&nbsp;ต้องรอดูจาก&nbsp;ศบค.พรุ่งนี้&nbsp;</p><p><strong>การเตือนภัยโควิดระดับ&nbsp;4&nbsp;นี้</strong>&nbsp;ประชาชนยังสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ&nbsp;เพียงแต่ขอความร่วมมืองดกิจกรรมเสี่ยง&nbsp;เช่น&nbsp;การกินอาหารร่วม&nbsp;การดื่มสุราในร้านในสถานที่เสี่ยงโดยสถานที่เสี่ยงหมายถึงสถานที่ที่ปิดไม่มีระบบระบายอากาศ&nbsp;มีกิจกรรมรวมตัวหน้าแน่น&nbsp;แออัดไม่เว้นระยะห่าง&nbsp;และ&nbsp;มีการไม่ใส่หน้ากากอนามัยเป็นเวลานาน&nbsp;มีการ&nbsp;ดื่ม&nbsp;กิน&nbsp;ร้องเพลงร่วมกัน&nbsp;อย่างร้านอาหารกึ่งผับบาร์เป็นต้น&nbsp;การเดินทางข้ามจังหวัดยังทำได้&nbsp;แต่ขอให้เลี่ยงการเดินทางที่ไม่จำเป็น&nbsp;งดใช้รถโดยสารสาธารณะทุกประเภทโดยไม่จำเป็น&nbsp;การเดินทางไปต่างประเทศขอให้งด&nbsp;เพราะขณะนี้ต่างประเทศโดยเฉพาะอเมริกา&nbsp;ยุโรปติดเชื้อมากและพบคนที่เดินทางกลับเข้ามาติดเชื้อจำนวนมาก&nbsp;ดังนั้นไม่จำเป็นขอให้งดไปก่อน&nbsp;ส่วนผู้ที่กลับเข้ามาต้องกักตัว</p><p><strong>หากไม่ใช่สถานที่เสี่ยง&nbsp;ไม่ใช่กิจกรรมเสี่ยง&nbsp;</strong>ยังสามารถเปิดดำเนินการได้ตามปกติ&nbsp;อย่างโรงเรียน&nbsp;โรงงานที่มีระบบบับเบิ้ล&nbsp;แอนด์&nbsp;ซีล&nbsp;ไม่แนะนำให้ปิดดำเนินการ&nbsp;</p><p><br></p><p><strong>สปสช.&nbsp;เปิด&nbsp;3&nbsp;ช่องทางให้ผู้ติดเชื้อโควิดลงทะเบียนสู่ระบบการรักษาที่บ้าน</strong></p><p><strong>นพ.จเด็จ&nbsp;ธรรมธัชอารี</strong>&nbsp;เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&nbsp;(สปสช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด&nbsp;-19&nbsp;ที่เพิ่มมากขึ้น&nbsp;ในส่วนของประชาชนที่ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;แล้วพบว่าผลเป็นบวกติดเชื้อโควิด&nbsp;ตามหลักเกณฑ์การให้บริการ&nbsp;ต้องเข้าสู่ระบบการดูแลที่บ้าน&nbsp;(Home&nbsp;Isolation)&nbsp;</p><p><strong>ระบบ&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;</strong>เป็นบริการที่ครอบคลุมดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ทุกคน&nbsp;ทุกสิทธิการรักษา&nbsp;ซึ่งสามารถเข้าสู่ระบบได้ด้วย&nbsp;3&nbsp;ช่องทางคือ&nbsp;โทรหาสายด่วน&nbsp;สปสช.&nbsp;1330&nbsp;กด&nbsp;14&nbsp;ช่องทางลิงค์&nbsp;https://crmsup.nhso.go.th/#TicketHI&nbsp;ไปกรอกข้อมูลตัวเองเพื่อให้เจ้าหน้าทีติดต่อกลับ&nbsp;หรือทางช่องทาง&nbsp;Line&nbsp;สปสช.&nbsp;@nhso&nbsp;เมื่อลงทะเบียนในระบบ&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;แล้ว&nbsp;เจ้าหน้าที่จะเร่งประสานและจับคู่กับสถานพยาบาลเพื่อรักษาตามระบบการดูแลผู้ติดเชื้อโควิด&nbsp;-19&nbsp;ที่บ้าน&nbsp;ภายใน&nbsp;6&nbsp;ชม.&nbsp;จะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับเพื่อประเมินอาการเบื้องต้น&nbsp;หากยังไม่ได้รับการติดต่อกลับภายใน&nbsp;6&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ขอให้โทรแจ้งสายด่วน&nbsp;สปสช.&nbsp;1330&nbsp;อีกครั้ง&nbsp;ทางเจ้าหน้าที่จะติดตามให้&nbsp;เมื่อได้รับการจับคู่ดูแลกับสถานพยาบาลแล้ว&nbsp;จะได้รับบริการดูแล&nbsp;คือมีการประเมินอาการด้วยวิดิโอคอลติดตามวันละ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;ได้รับเครื่องวัดไข้และเครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว&nbsp;ได้ยาฟ้าทะลายโจรและยาพื้นฐานอื่นๆ&nbsp;พร้อมส่งอาหารให้วันละ&nbsp;3&nbsp;มื้อ&nbsp;ในกรณีที่ผู้ติดเชื้อโควิด&nbsp;19&nbsp;มีอาการเปลี่ยนแปลง&nbsp;ให้แจ้งสถานพยาบาลที่ดูแลเพื่อขอรับยาฟาวิพิราเวียร์&nbsp;และหากมีอาการแย่ลงให้แจ้งสถานพยาบาล&nbsp;เพื่อส่งต่อรักษาในโรงพยาบาลต่อไป&nbsp;</p><p><strong>สปสช.เพิ่มสายด่วน&nbsp;สปสช.&nbsp;1330&nbsp;เป็น&nbsp;3,000&nbsp;คู่สาย</strong>&nbsp;เริ่มมีความตื่นตัวในการโทร.เข้ามากขึ้นวันละ&nbsp;2,000-3,000&nbsp;ราย&nbsp;โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;ยังไม่พบปัญหาอะไร&nbsp;</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgba(0,&nbsp;0,&nbsp;0,&nbsp;0.65);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">สังคม</span></p><p><strong>มอบ&nbsp;10&nbsp;สิทธิประโยชน์&nbsp;บัตรทอง&nbsp;ดูแลประชาชนได้อย่างครอบคลุมและทั่วถึงยิ่งขึ้น</strong></p><p><strong>นพ.จเด็จ&nbsp;ธรรมธัชอารี&nbsp;เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ</strong>&nbsp;(สปสช.)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&nbsp;หรือ&nbsp;บัตรทอง&nbsp;มอบ&nbsp;10&nbsp;สิทธิประโยชน์บริการใหม่และการขยายบริการ&nbsp;เพื่อเพิ่มการดูแลประชาชนได้อย่างครอบคลุมและทั่วถึงยิ่งขึ้น&nbsp;อาทิ&nbsp;ประชาชนที่เจ็บป่วยสามารถรับบริการ&nbsp;หน่วยบริการปฐมภูมิที่ไหนก็ได้&nbsp;โดยที่หน่วยบริการจะไม่มีการเรียกให้กลับไปรับใบส่งตัวมาเหมือนในอดีต,&nbsp;บริการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีหลังการสัมผัสเชื้อ&nbsp;(HIV&nbsp;PEP)&nbsp;โดยให้ประชาชนทุกคนได้รับยาต้านไวรัสเอชไอวีหลังสัมผัสเชื้อ&nbsp;(PEP)&nbsp;เพื่อป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี&nbsp;โดยไม่เสีนค่าใช้จ่าย,&nbsp;การตรวจยีน&nbsp;ในผู้ป่วยมะเร็งเต้านม&nbsp;เพื่อตรวจคัดกรองและค้นหาการกลายพันธุ์ของยีนโรคมะเร็งเต้านม&nbsp;หากพบในระยะเริ่มต้นและได้รับการรักษาเร็ว,&nbsp;บริการตรวจคัดกรองผู้ป่วยโรคพันธุกรรมเมตาบอลิกในทารกแรกเกิด&nbsp;เพื่อเข้าสู่การรักษาโรคหายากได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;,การผ่าตัดใส่รากฟันเทียมสำหรับผู้ที่ไม่มีฟันทั้งและการบำรุงรักษา,&nbsp;บริการคัดกรองโรคเสี่ยงมะเร็งและมะเร็งช่องปาก&nbsp;เพื่อเข้าสู่การรักษาได้เร็วขึ้น,&nbsp;บริการแว่นตาสำหรับเด็กที่มีภาวะสายตาผิดปกติ&nbsp;สำหรับนักเรียนชั้นอนุบาล&nbsp;1&nbsp;ถึงนักเรียนชั้น&nbsp;ป.6&nbsp;,&nbsp;บริการตรวจคัดกรองคู่หญิงตั้งครรภ์&nbsp;ได้แก่&nbsp;การตรวจคัดกรองธาลัสซีเมียและเชื้อซิฟิลิส&nbsp;เนื่องจากเป็นโรคที่ส่งผลต่อการตั้งครรภ์และทารกในครรภ์&nbsp;ทำให้เกิดภาวะแท้งบุตรง่าย,&nbsp;และขยายบริการล้างไตผ่านช่องท้องด้วยเครื่องอัตโนมัติ&nbsp;(Automated&nbsp;Peritoneal&nbsp;Dialysis&nbsp;:&nbsp;APD)&nbsp;ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีความจำเป็นทางการแพทย์และผู้ป่วยที่มีความจำเป็นทางสังคม&nbsp;อาทิ&nbsp;นักเรียน&nbsp;นักศึกษา&nbsp;โดยสปสช.เพิ่มเครื่องล้างไตอัตโนมัติ&nbsp;APD&nbsp;เกือบ&nbsp;1,300&nbsp;เครื่อง&nbsp;กระจายทั่วประเทศ</p><p><strong>ประชาชนที่ไม่มีสวัสดิการอื่นใดที่รัฐจัดให้&nbsp;</strong>สามารถนำบัตรประชาชนเช็คสิทธิการใช้บริการหรือลงทะเบียนเพื่อขอรับบริการได้ที่สถานพยาบาลทุกที่ทั่วประเทศ&nbsp;สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;1330&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชม.</p><p><br></p><p><strong>รัฐบาล&nbsp;กำหนดมาตรการแก้ปัญหาเนื้อหมูแพง&nbsp;สั่งห้ามส่งออกชั่วคราว&nbsp;ช่วยลดต้นทุน&nbsp;เร่งกระจายพันธ์ุ</strong></p><p><strong>นางสาวรัชดา&nbsp;ธนาดิเรก&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงแนวทางการแก้ปัญหาเนื้อหมูราคาแพง&nbsp;จากปริมาณสุกรที่ลดลง&nbsp;ต้นทุนการเลี้ยงสุกรปรับสูงขึ้น&nbsp;ส่งผลให้เนื้อหมูปัจจุบันมีราคาสูงมาก&nbsp;ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์&nbsp;และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้หารือร่วมกันออกมาตรการเร่งด่วน&nbsp;ได้แก่&nbsp;การห้ามส่งออกหมูมีชีวิตเป็นเวลา&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;6&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ถึง&nbsp;วันที่&nbsp;5&nbsp;เมษายน&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;เพื่อเพิ่มปริมาณเนื้อหมูภายในประเทศ&nbsp;และกระทรวงพาณิชย์จะพิจารณาตามสถานการณ์ว่าควรให้มีการต่ออายุหรือไม่&nbsp;โดยจะมีการติดตมาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;&nbsp;ตัวเลขเบื้องต้นในปี&nbsp;2564&nbsp;มีการเลี้ยงหมูป้อนเข้าสู่ตลาด&nbsp;ประมาณ&nbsp;19&nbsp;ล้านตัว&nbsp;บริโภคในประเทศ&nbsp;18&nbsp;ล้านตัว&nbsp;ส่งออกไปต่างประเทศประมาณ&nbsp;1&nbsp;ล้านตัว&nbsp;</p><p><strong>การช่วยเหลือด้านราคาอาหารสัตว์&nbsp;</strong>โดยเฉพาะส่วนที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ&nbsp;เช่น&nbsp;&nbsp;การงดเว้นการเก็บค่าธรรมเนียมหรือภาษี&nbsp;การจัดสินเชื่อพิเศษของ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรที่สามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขได้กลับมาเลี้ยงใหม่ในพื้นที่ความเสี่ยงต่อโรคระบาดต่ำ&nbsp;การตรึงราคาจำหน่ายที่เหมาะสมและสอดคล้องกับต้นทุนที่เกิดขึ้น&nbsp;การเร่งสำรวจภาพรวมสถานการณ์การผลิตสุกร&nbsp;เพื่อกำหนดพื้นที่เป้าหมายและมาตรการที่เหมาะสม&nbsp;พร้อมเพิ่มกำลังการผลิตแม่สุกรทดแทน&nbsp;โดยให้เกษตรกรใช้สุกรขุนตัวเมียมาใช้ทำพันธุ์ชั่วคราว</p><p><strong>มาตรการระยะสั้น&nbsp;ได้แก่&nbsp;การส่งเสริมการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์</strong>&nbsp;เพื่อทดแทนการนำเข้าจากต่างประเทศ&nbsp;การขยายกำลังผลิตแม่สุกร&nbsp;สนับสนุนศูนย์วิจัยและบำรุงสัตว์&nbsp;ในสังกัดกรมปศุสัตว์และเครือข่ายคู่ขนานกับฟาร์มเกษตรกรและภาคเอกชน&nbsp;</p><p><strong>มาตรการระยะยาว&nbsp;กระทรวงเกษตรฯ</strong>&nbsp;จะผลักดันการยกระดับมาตรฐานฟาร์มของเกษตรกรเพื่อป้องกันโรคระบาด&nbsp;ส่งเสริมให้ปรับปรุงเป็นฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม&nbsp;(GFM)&nbsp;มีค่าใช้จ่ายต่ำกว่ามาตรฐานฟาร์ม&nbsp;GAP&nbsp;ซึ่งจะเป็นแรงจูงใจให้เกษตรกรกลับมาเลี้ยงสุกรใหม่และเพิ่มปริมาณการผลิตหมูให้เพียงพอต่อความต้องการบริโภค&nbsp;ซึ่งนายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้สั่งการให้กรมปศุสัตว์&nbsp;เร่งขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายย่อย&nbsp;เพื่อช่วยเหลือให้เข้าถึงแหล่งสินเชื่อได้ง่ายและสะดวกรวดเร็ว</p><p><br></p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;สั่งเร่งขยายผล&nbsp;สกัดกั้นขบวนการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายและค้ายาเสพติด&nbsp;กำชับคุมเข้มชายแดน</strong></p><p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;สั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดตามแนวชายแดน&nbsp;เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง&nbsp;ทั้งตำรวจ&nbsp;ทหาร&nbsp;ฝ่ายปกครอง&nbsp;ให้เพิ่มความเข้มงวด&nbsp;เฝ้าระวัง&nbsp;สกัดกั้นขบวนการขนย้าย&nbsp;ค้าแรงงานต่างด้าวที่แอบลักลอบเข้าประเทศไทยตามแนวชายแดนโดยผิดกฎหมาย&nbsp;รวมถึงการลักลอบขนยาเสพติดเข้าประเทศไทย&nbsp;หลังพบการรายงานการจับกุมการลักลอบขนย้ายแรงงานเถื่อนผ่านชายแดนมีความถี่มากขึ้น&nbsp;โดยพบว่า&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;5&nbsp;ม.ค.&nbsp;65&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดของกลางยาบ้าบริเวณเส้นทางธรรมชาติริมฝั่งแม่น้ำโขง&nbsp;พื้นที่บ้านแพงใต้&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;กระสอบ&nbsp;378&nbsp;มัด&nbsp;ประมาณ&nbsp;756,000&nbsp;เม็ด&nbsp;ได้นำของกลาง&nbsp;ไปตรวจนับโดยละเอียด&nbsp;และส่งมอบให้กับ&nbsp;สภ.บ้านแพง&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไปแล้ว&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังพบรายงานจากกองกำลังผาเมือง</strong>&nbsp;ได้จับกุมผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย&nbsp;สัญชาติเมียนมา&nbsp;จำนวน&nbsp;34&nbsp;คน&nbsp;บริเวณบ้านหนองบัวคำ&nbsp;อำเภอฝาง&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;จากการสอบถามต้องการมาทำงานในพื้นที่จังหวัดและกรุงเทพมหานคร</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;กำชับสั่งขยายผลขบวนการนำพาแรงงานเถื่อนข้ามพรมแดน</strong>&nbsp;ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ดำเนินการตามกฎหมายโดยเคร่งครัด&nbsp;นำไปสู่ผลสัมฤทธิ์จับกุมผู้กระทำความผิด&nbsp;ปราบปรามการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย&nbsp;พร้อมกับตรวจตราแรงงานต่างด้าวที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย&nbsp;กระทำผิดกฎหมาย&nbsp;ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน&nbsp;หรือเป็นลักษณะการกระทำผิดเข้าข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ&nbsp;ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ&nbsp;สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้มงวดมากขึ้น</p><p><br></p><p><strong>วางมาตรการคุมเข้มป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;ในสถานประกอบการและแคมป์คนงาน</strong></p><p><strong>นายนิยม&nbsp;สองแก้ว&nbsp;&nbsp;อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;วันหยุดยาวในช่วงเทศกาลปีใหม่<strong>&nbsp;</strong>ลูกจ้างส่วนใหญ่เดินทางกลับภูมิลำเนาและเมื่อกลับมาทำงานอาจทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;ประกอบกับกระทรวงสาธารณสุขได้ประเมินมีผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;</p><p><strong>นายสุชาติ&nbsp;ชมกลิ่น&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน</strong>&nbsp;&nbsp;ประเมินสถานการณ์พร้อมวางมาตรการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดเหมือนในสายพันธุ์เดลต้า&nbsp;ที่มีการติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อน&nbsp;หรือคลัสเตอร์ในที่พักอาศัยของคนงานก่อสร้าง&nbsp;สั่งการให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน&nbsp;ส่งหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด&nbsp;มอบหมายให้สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบและประชาสัมพันธ์ให้สถานประกอบกิจการ&nbsp;โดยเฉพาะแคมป์ก่อสร้างปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุข&nbsp;&nbsp;ให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคุมเข้มแนวทางการปฏิบัติในสถานประกอบการ&nbsp;พร้อมกำหนดแนวทางป้องกันการแพร่ระบาดในสถานประกอบกิจการกลุ่มเสี่ยง&nbsp;&nbsp;โดยเฉพาะกิจการก่อสร้างขนาดใหญ่&nbsp;&nbsp;ได้จัดทำประกาศเรื่องมาตรการเฝ้าระวังป้องกัน&nbsp;ด้วยการขอความร่วมมือสถานประกอบกิจการ&nbsp;นายจ้างและลูกจ้าง&nbsp;ปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;<strong>&nbsp;</strong>&nbsp;</p><p><strong>ฮธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน</strong>&nbsp;&nbsp;ยอมรับมีความเป็นห่วงเรื่องที่พักอาศัยของแรงงาน&nbsp;อาจมีการติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อน&nbsp;จึงมีประกาศเรื่องจัดสวัสดิการสำหรับสถานประกอบกิจการที่จัดที่พักอาศัยให้กับลูกจ้างในการป้องกันความเสี่ยงจากการติดเชื้อโควิด&nbsp;-19&nbsp;&nbsp;มีเป้าหมายสำคัญต้องการให้การพักอาศัยของลูกจ้างถููกสุขลักษณะและเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ส่วนกรณีเกิดการแพร่ระบาดในสถานประกอบการและแคมป์ก่อสร้าง</strong>&nbsp;จะต้องแยกกักตัวในสถานที่ทำงาน&nbsp;(Company&nbsp;Isolation)&nbsp;หรือไม่นั้น&nbsp;คงต้องประเมินสถานการณ์&nbsp;และพิจารณาดำเนินการในแต่ละพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาด&nbsp;หากสถานประกอบกิจการ&nbsp;นายจ้าง&nbsp;และลูกจ้าง&nbsp;</p><p><strong>หากมีข้อสงสัยติดต่อสอบถามได้ที่</strong>&nbsp;&nbsp;สามารถสอบถามข้อมูลได้ที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด&nbsp;&nbsp;สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน&nbsp;กรุงเทพมหานครทุกพื้นที่&nbsp;รวมทั้งสายด่วน&nbsp;1546&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>"	6/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106155416119
210	รองโฆษก ศบค.จังหวัดตรัง  ขอให้ประชาชนเข้มงวดมาตรการด้านสาธารณสุข   หลังพบการผู้ติดเชื้อโควิด 19  สายพันธ์โอมิครอน  ในพื้นที่จังหวัดตรัง	<p><strong>แพทย์หญิงทิพย์ลดา&nbsp;บุญชัย&nbsp;นายแพทย์ชำนาญการ&nbsp;โรงพยาบาลตรัง&nbsp;</strong>&nbsp;ในฐานะรองโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(พฤหัสบดีที่&nbsp;6&nbsp;มกราคม&nbsp;2564)&nbsp;&nbsp;จังหวัดตรังพบผู้ป่วยโควิด&nbsp;19&nbsp;รายใหม่&nbsp;28&nbsp;ราย&nbsp;รวมผู้ติดเชื้อตามการระบาดระลอกใหม่ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;18,148&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;โดยจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;ได้ทำการตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;เป็นบวก&nbsp;28&nbsp;ราย&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;94&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;29.79&nbsp;%&nbsp;และตรวจโดยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;เป็นบวกวันนี้&nbsp;101&nbsp;ราย&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;1,431&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;&nbsp;8.43&nbsp;%&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;&nbsp;&nbsp;แม้ขณะนี้ผู้ติดเชื้อโควิด&nbsp;19&nbsp;ของจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;จะมีแนวโน้มลดลง&nbsp;แต่ยังมีความเสี่ยงที่สถานการณ์จะกลับมาระบาดได้&nbsp;โดยเฉพาะช่วงหลังเทศกาลปีใหม่นี้&nbsp;ที่มีความเคลื่อนไหวจากการเดินทางของประชาชน&nbsp;รวมถึงการรวมตัวจัดกิจกรรมเฉลิมฉลอง&nbsp;&nbsp;&nbsp;อีกทั้ง&nbsp;ได้พบการผู้ติดเชื้อโควิด&nbsp;19&nbsp;สายพันธ์โอมิครอน&nbsp;ที่แพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็วกว่าสายพันธ์อื่น&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>จึงขอความร่วมมือให้ทุกภาคส่วนได้ปฏิบัติตามแนวทางป้องกันควบคุมโรค</strong>ด้วยมาตรการ&nbsp;VUCA&nbsp;ได้แก่&nbsp;V&nbsp;วัคซีน&nbsp;โดยผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนขอให้เข้ารับการฉีดวัคซีนและผู้ที่ได้รับวัคซีน&nbsp;2&nbsp;เข็มและครบตามเวลาที่กำหนด&nbsp;ให้ไปรับวัคซีนเข็มกระตุ้น,&nbsp;U&nbsp;ป้องกันตนเองสูงสุดตลอดเวลา&nbsp;โดยเฉพาะเว้นระยะห่าง&nbsp;ล้างมือ&nbsp;สวมหน้ากาก&nbsp;โดยสวมอย่างถูกวิธีทั้งหน้ากากผ้าและหน้ากากอนามัย&nbsp;จะสามารถป้องกันได้ทุกสายพันธุ์&nbsp;ป้องกันติดเชื้อ&nbsp;และป่วยหนักได้,&nbsp;C&nbsp;COVID&nbsp;Safe&nbsp;Living&nbsp;ใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย&nbsp;หลีกเลี่ยงจัดกิจกรรมเสี่ยงรวมถึง&nbsp;สถานที่ต่างๆ&nbsp;ต้องมีมาตรการป้องกัน&nbsp;เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยในสถานการณ์โควิด&nbsp;และ&nbsp;A&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;กรณีที่มีความเสี่ยงต่อการรับเชื้อ&nbsp;หากได้รับการวินิจฉัยโดยเร็วและแยกกักตัวเข้ารับการรักษา&nbsp;จะช่วยป้องกันการแพร่ระบาดได้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	6/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106160903134
211	จ.ลำปาง เดินหน้าคัดกรองเชิงรุกค้นหาผู้ป่วยติดเชื้อ เร่งตั้งจุดบริการตรวจ ATK แก่ประชาชน	"<p><strong>หน่วยงานด้านสาธารณสุขในจังหวัดลำปาง&nbsp;</strong>ร่วมบูรณาการแผนมาตรการเชิงรุก&nbsp;""คัดกรองค้นหาผู้ป่วยผู้ติดเชื้อ&nbsp;COVID-19""&nbsp;ส่งเจ้าหน้าที่ทีมแพทย์&nbsp;พยาบาล&nbsp;และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข&nbsp;ลงพื้นที่ออกหน่วยให้บริการคัดกรองตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;แก่ประชาชนสร้างความมั่นใจในการบริหารจัดการสถานการณ์การแพร่ระบาดหลังช่วงวันหยุดยาวต้อนรับปีใหม่</p><p><strong>หลังจากห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมาตั้งแต่วันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;3&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;เป็นช่วงเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่&nbsp;ซึ่งมีวันหยุดยาวต่อเนื่องติดต่อกันหลายวัน&nbsp;ทำให้ในพื้นที่จังหวัดลำปางมีประชาชนจำนวนมากเดินทางจากต่างจังหวัดเข้ามาท่องเที่ยว&nbsp;และบางส่วนได้เดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อเยี่ยมญาติพี่น้องที่อยู่ในเขตพื้นที่จังหวัด&nbsp;ประกอบกับปัจจุบันเป็นห้วงสถานการณ์ที่โรคติดเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ได้กลับมาแพร่ระบาดอีกครั้ง&nbsp;โดยพื้นที่จังหวัดลำปางสถานการณ์การแพร่ระบาดมีแนวโน้มสูงขึ้น&nbsp;มีการตรวจพบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่อย่างต่อเนื่อง&nbsp;เฉพาะวันที่&nbsp;5&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เพียงวันเดียว&nbsp;จังหวัดลำปางได้มีการตรวจพบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่มากถึง&nbsp;31&nbsp;ราย</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;เพื่อให้การบริหารจัดการสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ&nbsp;COVID-19</strong>&nbsp;ในเขตพื้นที่จังหวัดลำปางอยู่ในเกณฑ์ที่จะสามารถควบคุมได้&nbsp;และเพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนรวมถึงหน่วยงานสถานประกอบการต่างๆ&nbsp;ว่าจะไม่มีผู้ป่วยผู้ติดเชื้อหลุดเข้าไปปะปนอยู่ในกลุ่มประชาชนที่ปกติ&nbsp;ซึ่งจะทำให้การแพร่ระบาดของโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;ขยายออกไปเป็นวงกว้าง&nbsp;ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปางจึงได้ร่วมกับโรงพยาบาลลำปาง&nbsp;โรงพยาบาลมะเร็งลำปาง&nbsp;และหน่วยงานด้านสาธารณสุข&nbsp;สถานพยาบาลในจังหวัดลำปาง&nbsp;ดำเนินแผนมาตรการเชิงรุกเดินหน้าตรวจคัดกรองค้นหาผู้ป่วยผู้ติดเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ในหมู่ประชาชนภายในเขตพื้นที่จังหวัด&nbsp;โดยได้มีการจัดส่งทีมแพทย์&nbsp;พยาบาล&nbsp;เจ้าหน้าที่สาธารณสุข&nbsp;ร่วมลงพื้นที่ปูพรมออกหน่วยให้บริการคัดกรอง&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;แก่ประชาชนฟรี</p><p><strong>โดยล่าสุดเช้าวันนี้&nbsp;(6&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;</strong>ที่บริเวณลานอเนกประสงค์เทศบาลเมืองพิชัย&nbsp;ตำบลพิชัย&nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&nbsp;ทางเจ้าหน้าที่ทีมแพทย์&nbsp;พยาบาล&nbsp;และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข&nbsp;จากโรงพยาบาลมะเร็งลำปาง&nbsp;ได้ทำการออกหน่วยให้บริการคัดกรองตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;แก่ประชาชนในเขตเทศบาลเมืองพิชัย&nbsp;จำนวน&nbsp;1,000&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งในการออกหน่วยก็ได้มีประชาชน&nbsp;ทั้งเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;พนักงานบริษัทห้างร้าน&nbsp;รวมถึงประชาชนทั่วไปให้ความสนใจทยอยเดินทางมาขอเข้ารับการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;กันอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยผู้ที่มาขอเข้ารับการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ครั้งนี้ส่วนใหญ่&nbsp;ให้เหตุผลว่าอยากสร้างความมั่นใจให้กับตนเองว่าไม่เป็นผู้ติดเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;เพราะในช่วงเทศกาลวันหยุดยาวที่ผ่านมาหลายคนได้มีการเคลื่อนย้ายเดินไปในหลายๆ&nbsp;พื้นที่&nbsp;และไม่ทราบว่าตนเองได้ไปสัมผัสกับเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;มาหรือไม่&nbsp;ซึ่งการมาตรวจหาเชื้อนอกจากจะสร้างความมั่นใจให้กับตนเองแล้ว&nbsp;ยังเพื่อเป็นการป้องกันสร้างความปลอดภัยให้กับคนในครอบครัวรวมถึงคนรอบข้างอีกด้วย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำหรับจังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;มีแผนที่จะดำเนินการปูพรมตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ให้แก่ประชาชนในเขตพื้นที่ทั่วทั้งจังหวัด&nbsp;ในช่วงระหว่างวันที่&nbsp;6-10&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;09.00-15.30&nbsp;น.&nbsp;โดยมีเป้าหมายจะทำการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;แก่ประชาชน&nbsp;ให้ได้อย่างน้อย&nbsp;10,000&nbsp;ราย/วัน&nbsp;ซึ่งจะมีการกระจายออกหน่วยตั้งจุดคัดกรองไปตามพื้นที่ชุมชนต่างๆ&nbsp;ในทุกเขตท้องที่ทุกอำเภอ&nbsp;เฉพาะเขตพื้นที่อำเภอเมืองลำปาง&nbsp;จะดำเนินการตั้งหน่วยให้บริการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;แก่ประชาชนในจุดบริการ&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;1.เทศบาลเมืองพิชัย&nbsp;2.สถานีดับเพลิงเทศบาลนครลำปาง&nbsp;3.วิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ&nbsp;วิทยาเขตลำปาง&nbsp;4.สถานีรถไฟนครลำปาง&nbsp;5.มิวเซียมลำปาง&nbsp;ส่วนในพื้นที่อำเภออื่นๆ&nbsp;จะกระจายตั้งจุดบริการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ให้แก่ประชาชนในจุดที่เหมาะสม&nbsp;เช่น&nbsp;โรงพยาบาลประจำอำเภอ&nbsp;และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล&nbsp;เป็นต้น&nbsp;โดยประชาชนที่มีความประสงค์ต้องการขอเข้ารับการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;สามารถเข้าใช้บริการได้ตามจุดบริการใกล้บ้าน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>"	6/1/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106160328128
212	อำเภอเมืองหนองบัวลำภู  เปิดประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลครั้งแรก หลัง กกต. รับรอง	<p><strong>นายประยูร อรัญรุท นายอำเภอเมืองหนองบัวลำภู</strong> เป็นประธานเปิดการประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลครั้งแรก หลังจากที่คณะกรรมการการเลือกตั้งรับรองผลการเลือกตั้ง จำนวน 12 แห่ง ซึ่งวันนี้กำหนดประชุม จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบลนามะเฟือง ,บ้านขาม ,ป่าไม้งาม และหัวนา ซึ่งการประชุมดังกล่าวปฎิบัติภายใต้มาตรการการป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19 โดยการตรวจด้วยระบบ ATK ทุกคนที่เข้าประชุม</p><p><br></p>	6/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106160432129
213	จังหวัดพังงาประชุมติดตามสถานการณ์โควิด-19 พบนักท่องเที่ยวต่างชาติ Test And Go ติด Omicron 8 ราย	<p><strong>วันนี้&nbsp;(6&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;08.00&nbsp;น.</strong>&nbsp;นายจำเริญ&nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพังงา&nbsp;เพี่อติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;พร้อมกับมาตรการป้องกันและควบคุมในพื้นที่&nbsp;ผ่านระบบคอนเฟอเรนซ์ไปทุกอำเภอ&nbsp;โดยมีนายเถลิงศักดิ์&nbsp;นุชประหาร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมภูผา&nbsp;ศาลากลางจังหวัดพังงา&nbsp;ที่ประชุมได้พิจารณาหารือร่วมกันเกี่ยวกับมาตรการรับมือสถานการณ์โรคโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์&nbsp;Omicron&nbsp;ซึ่งจังหวัดพังงามีผู้ติดเชื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;จากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ&nbsp;Test&nbsp;And&nbsp;Go&nbsp;มาตรการการกำจัดขยะติดเชื้อขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;และการเปิดพื้นที่การท่องเที่ยว&nbsp;Sand&nbsp;Box&nbsp;ของจังหวัดพังงาทั้งจังหวัด&nbsp;ในวันที่&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาได้สั่งการให้สาธารณสุขจังหวัดพังงา</strong>&nbsp;จัดทำแผนและข้อมูลการฉีดวัคซีนกลุ่มแรงงานต่างด้าวและกลุ่มเด็กอายุ&nbsp;5-11&nbsp;ปี&nbsp;ให้ทุกส่วนราชการโดยเฉพาะอำเภอกำชับเจ้าหน้าที่ในสังกัดที่เดินทางออกนอกพื้นที่ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;สองครั้ง&nbsp;และสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด&nbsp;สำหรับการจัดกิจกรรมวันเด็กให้เป็นดุลพินิจของนายอำเภอ&nbsp;โดยทุกกิจกรรมต้องปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;DMHTTA&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	6/1/2022	ภาคใต้	พังงา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106162426153
214	สาธารณสุขมุกดาหารคุมเข้ม ตรวจ ATK พ่อค้า แม่ค้า เริ่มก่อนงานกาชาดและของดีจังหวัดมุกดาหาร ประจำปี 2565	<p><strong>วันนี้&nbsp;(6&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;14.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>นางพันธ์ฉวี&nbsp;สุขบัติ&nbsp;หัวหน้ากลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;นำเจ้าหน้าที่ตั้งจุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;กลุ่มพ่อค้า-แม่ค้าทุกคน&nbsp;ที่เข้ามาตั้งร้านค้าภายในบริเวณที่จัดงานกาชาดและของดี&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค&nbsp;Covid-19&nbsp;และสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว&nbsp;และประชาชนทั่วไปก่อนที่จะมีพิธีเปิดงานฯ&nbsp;ในวันที่&nbsp;7&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</p><p><strong>นางพันธ์ฉวี&nbsp;สุขบัติ&nbsp;หัวหน้ากลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;</strong>กล่าวว่า<strong>&nbsp;</strong>นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุดาหาร&nbsp;มีความห่วงใย&nbsp;และมีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค&nbsp;Covid-19&nbsp;อย่างเข้มข้นและจริงจัง&nbsp;โดยในส่วนของพ่อค้าแม่ค้าที่จะเข้ามาจำหน่ายสินค้าภายในงาน&nbsp;โดยเฉพาะผู้ที่มาจากต่างจังหวัด&nbsp;ต้องเข้ารับการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนทุกคน&nbsp;และเมื่อร้านใดตรวจครบทุกคนแล้วจะได้รับใบรับรอง&nbsp;หลังจากนั้นอีก&nbsp;5&nbsp;วันจะต้องเข้ารับการตรวจซ้ำอีกครั้ง&nbsp;โดยพ่อค้าแม่ค้าทุกคนยังต้องมีหลักฐานยืนยันการรับวัคซีนอย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็มด้วย&nbsp;และหากร้านค้าใดมีผลตรวจเป็นบวกจะต้องปิดร้าน&nbsp;และไม่อนุญาตให้เข้ามาค้าขายในงานฯได้</p><p><strong>หัวหน้ากลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;</strong>กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหารยังได้เตรียมให้บริการฉีดวัคซีนป้องกัน&nbsp;Covid-19&nbsp;แก่ประชาชนทั่วไปอีกด้วย&nbsp;เนื่องจากผู้ที่จะเข้างานได้ต้องได้รับวัคซีนมาแล้วอย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;และในกรณีที่มีผู้มาเที่ยวงานที่ยังไม่ได้รับวัคซีน&nbsp;หรือยังได้รับวัคซีนไม่ครบตามกำหนดสามารถแจ้งขอรับการฉีดวัคซีนภายในงานได้ทันที&nbsp;โดยได้มีการจัดเตรียมวัคซีนครบทุกสูตร&nbsp;ตามความต้องการของประชาชนไว้รอให้บริการอีกด้วย</p><p>&nbsp;</p><p><br></p>	6/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106163823160
215	อุบลฯ ซักซ้อมวิธีการใช้ชุด ตรวจ ATK ให้กับเจ้าหน้าที่ หน่วยงานศาลากลางจังหวัด ให้มีความรู้ เข้าใจ สามารถใช้ชุดตรวจได้อย่างถูกต้องและมีความปลอดภัย.	<p><strong>ดร.วิโรจน์&nbsp;เซมรัมย์&nbsp;หัวหน้ากลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ&nbsp;</strong>สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด&nbsp;เป็นวิทยากรบรรยายและวิธีซักซ้อมวิธีการใช้ชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ให้กับเจ้าหน้าที่ส่วนราชการที่ปฏิบัติงานในอาคารศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>เพื่อให้บุคลากรในศูนย์ราชการจังหวัดอุบลราชธานี</strong>&nbsp;ได้มีความรู้&nbsp;เข้าใจ&nbsp;&nbsp;สามารถใช้ชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;&nbsp;&nbsp;ตรวจ&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;พนักงานราชการ&nbsp;พนักงานจ้างเหมาบริการและลูกจ้างชั่วคราว&nbsp;หน่วยงานภายในศูนย์ราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ได้อย่างถูกต้อง&nbsp;มีความปลอดภัย&nbsp;และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนที่มารับบริการ</p><p><strong>สำหรับการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่</strong>&nbsp;หน่วยงานศูนย์ราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;จะเป็นการสุ่มตรวจเป็นระยะๆ&nbsp;อย่างต่อเนื่อง&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	6/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106172309175
216	จังหวัดเพชรบุรี พร้อมยกระดับการท่องเที่ยว ชายฝั่งทะเลตะวันตก Thailand Riviera หวังสร้างความโดดเด่นระดับโลก ภายใต้ความเปลี่ยนแปลง New Normal	<p>.วันนี้&nbsp;(วันที่&nbsp;6&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;)นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;คณะกรรมาธิการท่องเที่ยว&nbsp;วุฒิสภา&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ประชุมร่วมจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ระนอง&nbsp;และชุมพร&nbsp;ผ่านระบบวิดิทัศน์ทางไกล&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;ศาลากลางจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p><br></p><p>นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีเปิดเผยว่าคณะกรรมาธิการท่องเที่ยว&nbsp;วุฒิสภา&nbsp;ลงพื้นที่เพชรบุรี&nbsp;พร้อมประชุมผ่านระบบวิดิทัศน์&nbsp;เพื่อรับฟังปัญหาอุปสรรค&nbsp;การพัฒนาการท่องเที่ยว&nbsp;ซึ่งจังหวัดเพชรบุรีพร้อมยกระดับการท่องเที่ยวทุกด้าน&nbsp;โดยจะให้ความสำคัญด้านการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ&nbsp;และเน้นความร่วมมือของชาวบ้าน&nbsp;ในชุมชนแต่ละพื้นที่เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างสมดุลและมีความมั่นคงอย่างยั่งยืน&nbsp;ซึ่งจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;มีพร้อมทั้งกิจกรรมและทรัพยากรด้านการท่องเที่ยวที่หลากหลาย&nbsp;ตอบโจทย์การท่องเที่ยวทุกรูปแบบและทุกกลุ่มนักท่องเที่ยว&nbsp;โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีได้กล่าวถึงการท่องเที่ยว&nbsp;ชายฝั่งทะเลตะวันตก&nbsp;Thailand&nbsp;Riviera&nbsp;ว่า&nbsp;แม้จะอยู่ภายใต้ความเปลี่ยนแปลงยุค&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;แต่จะวางแนวทางการบริหารจัดการป้องกันความเสี่ยงให้นักท่องเที่ยวเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย&nbsp;ทั้งการฉีดวัคซีน&nbsp;ผลการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;การเพิ่มมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;PLUS&nbsp;เป็นการท่องเที่ยวที่ให้ความใส่ใจด้านอนามัยและสิ่งแวดล้อม&nbsp;โดยจะเพิ่มขีดความสามารถการบริหารจัดการ&nbsp;ซึ่งThailand&nbsp;Riviera&nbsp;นับเป็นแหล่งท่องเที่ยว&nbsp;ที่มีศักยภาพ&nbsp;ซึ่งมีทั้งแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น&nbsp;กิจกรรมการท่องเที่ยวบริเวณชายหาด&nbsp;การท่องเที่ยวในทะเล&nbsp;ที่จะสามารถส่งเสริมกิจกรรมต่างๆทำให้ชุมชนเกิดรายได้&nbsp;สำหรับอุปสรรคและปัญหาที่เกี่ยวโยงต่อการพัฒนาการท่องเที่ยว&nbsp;นั้นมีทั้งปัญหาการเร่งส่งเสริมช่องทางการตลาด&nbsp;การส่งเสริมความรู้ให้ชุมชนได้รับมาตรฐานสากล&nbsp;การประชาสัมพันธ์อัตลักษณ์ของแต่ละจังหวัด&nbsp;และที่สำคัญพบว่า&nbsp;นักท่องเที่ยวที่ขาดจิตสํานึกมีผลทําให้เกิดความเสื่อมโทรมของทรัพยากรในแหล่งท่องเที่ยว&nbsp;ซึ่งจะได้บูรณาการทุกฝ่ายร่วมกันพัฒนาหวังสร้างความโดดเด่น&nbsp;ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่โดดเด่นระดับโลกต่อไป&nbsp;</p>	6/1/2022	ภาคตะวันตก	เพชรบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106191752238
217	จังหวัดยโสธร ติดตามสถานการณ์โควิด-19 พร้อมย้ำการฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกัน และคุมเข้มมาตรการป้องกันโควิด-19	<p><strong>วันที่&nbsp;6&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;นายชลธี&nbsp;ยังตรง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดยโสธร&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสุวัฒน์&nbsp;เข็มเพชร&nbsp;นายชัยวัฒน์&nbsp;แสงศรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;นายชัยวัฒน์&nbsp;ชัยเวชพิสิฐ&nbsp;ปลัดจังหวัดยโสธร&nbsp;และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดยโสธร&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;1&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยโสธร&nbsp;รวมทั้งนายอำเภอ&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดยโสธรได้ร่วมประชุมทางทางไกลด้วย&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อรับทราบสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)</strong>&nbsp;สถานการณ์การฉีดวัคซีน&nbsp;การจัดงานวิพิชิต&nbsp;3&nbsp;ลุ่มน้ำ&nbsp;โขง&nbsp;ชี&nbsp;มูล&nbsp;สะออน&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;ศรีโสธร&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ยโสธร&nbsp;ศรีสะเกษ&nbsp;และร้อยเอ็ด&nbsp;การตรวจร้านอาหารในช่วงปีใหม่&nbsp;พบว่าส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือในการปฏิบัติและมีการจับกุมบางร้านที่ไม่ให้ความร่วมมือแล้ว&nbsp;การจัดตั้งศูนย์พักคอย&nbsp;CI&nbsp;ในระดับอำเภอเพื่อเตรียมรับมือการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;หลังเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;พร้อมให้หน่วยงานราชการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนมาปฏิบัติงานหรือการปฏิบัติงาน&nbsp;work&nbsp;from&nbsp;home&nbsp;&nbsp;และย้ำมาตรการ&nbsp;COVID-Free&nbsp;Setting&nbsp;และ&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;การป้องกันการติดเชื้อโควิดแบบครอบจักรวาล&nbsp;เพื่อป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดยโสธร&nbsp;(ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;6&nbsp;มกราคม&nbsp;2564&nbsp;)</strong>&nbsp;มีผู้ป่วยรายใหม่&nbsp;27&nbsp;ราย&nbsp;รวมผู้ป่วยสะสม&nbsp;6,287&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;207&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;6,026&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;54&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งผู้เสียชีวิต&nbsp;49&nbsp;ราย&nbsp;ไม่ได้รับการฉีดวัคซีน&nbsp;ส่วนอีก&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;ได้รับการฉีดวัคซีนเพียง&nbsp;1&nbsp;เข็มเท่านั้น&nbsp;ทั้งนี้จังหวัดยโสธรจึงได้ย้ำประชาสัมพันธ์รณรงค์การฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;โดยประชาชนเพียงถือบัตรประจำตัวประชาชนก็สามารถไปติดต่อขอรับการฉีดวัคซีนได้เลยที่โรงพยาบาลและสถานพยาบาลใกล้บ้าน&nbsp;ซึ่งจังหวัดยโสธรมีประชาชนฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;1&nbsp;แล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;302,426&nbsp;ราย&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;259,998&nbsp;ราย&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;24,081&nbsp;ราย&nbsp;และเข็มที่&nbsp;4&nbsp;จำนวน&nbsp;1,934&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>และภายหลังจากการประชุม&nbsp;นายชลธี&nbsp;ยังตรง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธ</strong>ร&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายแพทย์ธีระพงษ์&nbsp;แก้วภมร&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยโสธร&nbsp;ได้ร่วมกันไลฟ์สดแถลงข่าวสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ผ่านทางเพจสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร&nbsp;เพจศูนย์สื่อสารโควิดจังหวัดยโสธร&nbsp;เพจเครือข่ายประชาสัมพันธ์&nbsp;และเครือข่ายสื่อมวลชนทุกแขนง&nbsp;เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข่าวสารสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ผ่านสื่อออนไลน์&nbsp;นอกจากนั้นยังได้เชิญชวนประชาชนฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;และการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อเป็นการเฝ้าระวังและป้องกันโควิด-19&nbsp;ในพื้นที่ต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	6/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ยโสธร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106193754241
218	อุบลฯ ดำเนินตามมาตราการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ให้กับประชาชนในพื้นที่อำเภอม่วงสามสิบ	"<p><strong>วานนี้&nbsp;5&nbsp;ม.ค.&nbsp;2565&nbsp;ตามนโยบายของ&nbsp;นายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี</strong>&nbsp;ภายใต้การอำนวยการของ&nbsp;นายชินวัต&nbsp;ทองปรีชา&nbsp;นายอำเภอม่วงสามสิบ&nbsp;สั่งการให้เจ้าหน้าที่ส่วนราชการ&nbsp;ทุกส่วนราชการ&nbsp;สาธารณสุขอำเภอม่วงสามสิบ&nbsp;เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล&nbsp;อสม.&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;แต่ละตำบล/หมู่บ้าน&nbsp;ดำเนินการ&nbsp;ดังนี้</p><p>1.&nbsp;ติดตาม&nbsp;Case&nbsp;คลัสเตอร์ที่มีการระบาดที่&nbsp;""ร้านเอกมัย""&nbsp;ในพื้นที่อำเภอม่วงสามสิบ&nbsp;โดยให้ทีมสอบสวนโรค&nbsp;และฝ่ายปกครอง&nbsp;เข้าควบคุมการกักตัวของกลุ่มเสี่ยง&nbsp;ให้รวดเร็ว&nbsp;แม่นยำ&nbsp;และเคร่งครัด&nbsp;พร้อมทั้งดำเนินการควบคุมคลัสเตอร์โควิด-19&nbsp;ในหมู่บ้าน&nbsp;ดังนี้</p><p>-&nbsp;คัดกรองหาเชื้อโควิด-19&nbsp;เชิงรุก&nbsp;ด้วยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;แก่กลุ่มเสี่ยงคลัสเตอร์&nbsp;ร้านเอกมัย</p><p>-&nbsp;เคร่งครัดการคัดกรองคนเข้า-ออก&nbsp;หมู่บ้านที่มีการระบาดของโรค</p><p>-&nbsp;จัดเตรียมความพร้อมเปิดโรงพยาบาลสนาม&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์การคณะสงฆ์ภาค&nbsp;10&nbsp;ต.หนองเมือง&nbsp;ในวันที่&nbsp;6&nbsp;ม.ค.65</p><p>2.&nbsp;บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;โดยกลุ่มเป้าหมายจากประชากรอยู่จริง&nbsp;จำนวน&nbsp;49,185&nbsp;ราย</p><p><strong>ซึ่งสรุปผลการดำเนินการฉีดวัคซีนของประชาชนรวมทุกกลุ่ม&nbsp;ได้ดังนี้</strong></p><p>-&nbsp;เข็มที่&nbsp;1&nbsp;ได้รับวัคซีนแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;46,990&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;95.54</p><p>-&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;ได้รับวัคซีนแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;41,698&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;84.78</p><p>-&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;Booster&nbsp;dose&nbsp;ได้รับวัคซีนแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;3,213&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;6.53</p><p>3.&nbsp;ประชาสัมพันธ์แนวทางการปฏิบัติตามมาตราการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19&nbsp;ผ่านหอกระจายข่าวหมู่บ้าน&nbsp;ให้ประชาชนในพื้นที่รับทราบและถือปฏิบัติ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ได้ปฏิบัติตามมาตรการ</strong>ป้องกันและเฝ้าระวังโรคระบาด&nbsp;COVID-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	6/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106211240258
219	วัดป่าถ้ำวัว กำหนดจัดพิธีตัดหวายฝังลูกนิมิต และผูกพัทธสีมา วันที่ 8 - 9 มกราคม แบบ New Normal ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19	<p>พระครูวิมลภาวนานุศาสตร์&nbsp;เจ้าอาวาสวัดป่าถ้ำวัว&nbsp;เจริญพรว่า&nbsp;ด้วยวัดป่าถ้ำวัว&nbsp;พร้อมด้วยพุทธศาสนิกชน&nbsp;ได้ร่วมกันก่อสร้างอุโบสถขึ้นจนสำเร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว&nbsp;และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา&nbsp;ตามมติมหาเถรสมาคม&nbsp;จึงกำหนดจัดพิธีตัดหวายฝังลูกนิมิต&nbsp;และผูกพัทธสีมาของวัดป่าถ้ำวัว&nbsp;ในวันที่&nbsp;8&nbsp;-&nbsp;9&nbsp;มกราคม&nbsp;พุทธศักราช&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งจะมีพระเถระชั้นผู้ใหญ่&nbsp;หน่วยงานราชการ&nbsp;เอกชน&nbsp;และเจ้าภาพ&nbsp;แขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานจำนวนมาก&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>แต่เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;หรือโควิด&nbsp;19&nbsp;ระลอกใหม่&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;ซึ่งสามารถแพร่กระจายเชื้อได้อย่างรวดเร็วกว่าเชื้อเดลต้า&nbsp;ได้ขยายขอบเขตการแพร่กระจายโรคออกเป็นวงกว้างในหลายพื้นที่&nbsp;ดังนั้นเพื่อเป็นการลดความเสี่ยง&nbsp;และป้องกันการเกิดคลัสเตอร์ของการติดเชื้อโควิด19&nbsp;ทางวัดป่าถ้ำวัว&nbsp;จึงกำหนดแนวทางมาตรการควบคุมการแพร่ระบาด&nbsp;เพื่อความปลอดภัยได้บุญ&nbsp;ด้วยการจัดพิธีในรูปแบบวิถีปกติชีวิตใหม่&nbsp;หรือ&nbsp;New&nbsp;normal&nbsp;ด้วยระบบปิด&nbsp;โดยการจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมพิธีในอุโบสถเฉพาะผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้แก่&nbsp;พระภิกษุสงฆ์&nbsp;เจ้าภาพลูกนิมิต&nbsp;แขกผู้มีอุปการะคุณกับทางวัด&nbsp;ทั้งจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;โดยมีมาตรการให้ผู้เข้าร่วมงานและเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในงานพิธีทั้งหมด&nbsp;จะต้องมีใบรับรองการฉีดวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;หรือมีผลตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;หรือ&nbsp;ATK&nbsp;ที่มีแพทย์เซ็นต์รับรอง&nbsp;ภายใน&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;อย่างไรก็ตามทางวัดป่าถ้ำวัว&nbsp;จะมีการถ่ายทอดสดผ่าน&nbsp;ช่องทาง&nbsp;Social&nbsp;Media&nbsp;ให้ญาติโยมที่มีความศรัทธาในจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก&nbsp;ได้ชมบรรยากาศในช่วงที่มีการประกอบพิธีในอุโบสถผ่าน&nbsp;Facebook&nbsp;live&nbsp;และถ่ายทอดสดผ่านช่องต้นว่าน&nbsp;cable&nbsp;TV&nbsp;ในช่วงระยะเวลา&nbsp;14.00&nbsp;-&nbsp;16.00&nbsp;น.&nbsp;ของวันที่&nbsp;9&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;สามารถติดตามชมย้อนหลังในช่องทาง&nbsp;Facebook&nbsp;และ&nbsp;YouTube&nbsp;</p>	6/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106212005263
220	วัดป่าถ้ำวัว กำหนดจัดพิธีตัดหวายฝังลูกนิมิต และผูกพัทธสีมา วันที่ 8 - 9 มกราคม แบบ New Normal ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19	<p><strong>พระครูวิมลภาวนานุศาสตร์&nbsp;เจ้าอาวาสวัดป่าถ้ำวัว&nbsp;เจริญพรว่า</strong>&nbsp;ด้วยวัดป่าถ้ำวัว&nbsp;พร้อมด้วยพุทธศาสนิกชน&nbsp;ได้ร่วมกันก่อสร้างอุโบสถขึ้นจนสำเร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว&nbsp;และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา&nbsp;ตามมติมหาเถรสมาคม&nbsp;จึงกำหนดจัดพิธีตัดหวายฝังลูกนิมิต&nbsp;และผูกพัทธสีมาของวัดป่าถ้ำวัว&nbsp;ในวันที่&nbsp;8&nbsp;-&nbsp;9&nbsp;มกราคม&nbsp;พุทธศักราช&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งจะมีพระเถระชั้นผู้ใหญ่&nbsp;หน่วยงานราชการ&nbsp;เอกชน&nbsp;และเจ้าภาพ&nbsp;แขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานจำนวนมาก&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>แต่เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;หรือโควิด&nbsp;19&nbsp;ระลอกใหม่</strong>&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;ซึ่งสามารถแพร่กระจายเชื้อได้อย่างรวดเร็วกว่าเชื้อเดลต้า&nbsp;ได้ขยายขอบเขตการแพร่กระจายโรคออกเป็นวงกว้างในหลายพื้นที่&nbsp;ดังนั้นเพื่อเป็นการลดความเสี่ยง&nbsp;และป้องกันการเกิดคลัสเตอร์ของการติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ทางวัดป่าถ้ำวัว&nbsp;จึงกำหนดแนวทางมาตรการควบคุมการแพร่ระบาด&nbsp;เพื่อความปลอดภัยได้บุญ&nbsp;ด้วยการจัดพิธีในรูปแบบวิถีปกติชีวิตใหม่&nbsp;หรือ&nbsp;New&nbsp;normal&nbsp;ด้วยระบบปิด&nbsp;โดยการจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมพิธีในอุโบสถเฉพาะผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้แก่&nbsp;พระภิกษุสงฆ์&nbsp;เจ้าภาพลูกนิมิต&nbsp;แขกผู้มีอุปการะคุณกับทางวัด&nbsp;ทั้งจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;โดยมีมาตรการให้ผู้เข้าร่วมงานและเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในงานพิธีทั้งหมด&nbsp;จะต้องมีใบรับรองการฉีดวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;หรือมีผลตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;หรือ&nbsp;ATK&nbsp;ที่มีแพทย์เซ็นต์รับรอง&nbsp;ภายใน&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตามทางวัดป่าถ้ำวัว&nbsp;จะมีการถ่ายทอดสดผ่าน&nbsp;ช่องทาง&nbsp;Social&nbsp;Media&nbsp;</strong>ให้ญาติโยมที่มีความศรัทธาในจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก&nbsp;ได้ชมบรรยากาศในช่วงที่มีการประกอบพิธีในอุโบสถผ่าน&nbsp;Facebook&nbsp;live&nbsp;และถ่ายทอดสดผ่านช่องต้นว่าน&nbsp;cable&nbsp;TV&nbsp;ในช่วงระยะเวลา&nbsp;14.00&nbsp;-&nbsp;16.00&nbsp;น.&nbsp;ของวันที่&nbsp;9&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;สามารถติดตามชมย้อนหลังในช่องทาง&nbsp;Facebook&nbsp;และ&nbsp;YouTube</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	6/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106211742260
221	ภูเก็ตภาครัฐร่วมเอกชนคัดกรองเชิงรุกด้วย ATK  พนักงานและผู้ประกอบการร้านอาหารกึ่งผับภายในซอยบางลา หาดป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ตเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการให้บริการ	<p><strong>วันนี้&nbsp;(6&nbsp;ม.ค.64)&nbsp;พนักงานและผู้ประกอบการร้านอาหารกึ่งผับ&nbsp;</strong>ภายในซอยบางลา&nbsp;หาดป่าตอง&nbsp;อ.กะทู้&nbsp;จ.ภูเก็ต&nbsp;ประมาณ&nbsp;1,000&nbsp;คน&nbsp;เข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;ด้วย&nbsp;ATK&nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการให้บริการ&nbsp;ทั้งในส่วนของประชาชนชาวป่าตอง&nbsp;นักท่องเที่ยวและพนักงานเอง&nbsp;หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;เริ่มกลับมาอีกครั้ง&nbsp;และพบผู้ติดเชื้อที่มาจากสถานบริการในพื้นที่จำนวนหนึ่ง&nbsp;โดยเป็นความร่วมมือของสำนักงานสาธารณสุขอำเภอกะทู้,&nbsp;โรงพยาบาลป่าตอง,&nbsp;ชมรมผู้ประกอบการสถานบันเทิง&nbsp;หาดป่าตอง,&nbsp;มูลนิธิพัฒนาป่าตอง&nbsp;และเจ้าหน้าที่เทศกิจเทศบาลเมืองป่าตอง&nbsp;ซึ่งเป็นการให้บริการฟรี&nbsp;การสอบถามต่างบอกว่าเป็นเรื่องที่ดีที่มีการตรวจ&nbsp;เพื่อจะได้เกิดความสบายใจ&nbsp;และไม่ต้องกังวล&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;สำหรับผลการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ให้กับพนักงาน</strong>และผู้ประกอบการในพื้นที่หาดป่าตอง&nbsp;ณ&nbsp;ซอยบางลา&nbsp;จำนวน&nbsp;948&nbsp;คน&nbsp;ปรากฎว่า&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;159&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการรักษาต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	6/1/2022	ภาคใต้	ภูเก็ต	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106211807262
222	อบจ.อำนาจเจริญ ตรวจโควิดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด และสร้างความมั่นใจในการทำงานบริการประชาชน	<p><strong>วันนี้&nbsp;6&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;นางสาววันเพ็ญ&nbsp;ตั้งสกุล&nbsp;นายก&nbsp;อบจ.อำนาจเจริญ&nbsp;</strong>สั่งการให้กองสาธารณสุข&nbsp;อบจ.อำนาจเจริญ&nbsp;ดำเนินการตรวจคัดกรองหาเชื้อโควิด-19&nbsp;ด้วยการใช้&nbsp;Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit&nbsp;(ATK)&nbsp;ให้แก่&nbsp;คณะผู้บริหาร&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่ในสังกัด&nbsp;อบจ.อำนาจเจริญ&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด&nbsp;และสร้างความมั่นใจในการทำงานบริการประชาชน&nbsp;ที่&nbsp;อาคารดลเมธา&nbsp;อบจ.อำนาจเจริญ</p><p><strong>โดยได้รับการสนับสนุนชุดตรวจโควิด&nbsp;(ATK)&nbsp;จากคุณสุขสมรวย&nbsp;วันทนียกุล&nbsp;</strong>เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;(FCเจ๊รวยของคนอำนาจ)</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>Cr#นายกตุ๊ก_&nbsp;วันเพ็ญ&nbsp;ตั้งสกุล</p><p>#ภูมิใจรับใช้ประชาชน</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	6/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106222929274
223	จังหวัดภูเก็ตเดินหน้าคัดกรองโควิด ในซอยบางลา ป่าตอง โดยภาครัฐร่วมกับเอกชนคัดกรองเชิงรุกด้วย ATK พนักงานและผู้ประกอบการร้านอาหารกึ่งผับภายทุกร้าน สร้างความเชื่อมั่นการให้บริการ	<p><strong>จังหวัดภูเก็ตเดินหน้าคัดกรองโควิด&nbsp;ในซอยบางลา&nbsp;ป่าตอง</strong>&nbsp;โดยภาครัฐร่วมกับเอกชนคัดกรองเชิงรุกด้วย&nbsp;ATK&nbsp;พนักงานและผู้ประกอบการร้านอาหารกึ่งผับภายทุกร้าน&nbsp;สร้างความเชื่อมั่นการให้บริการ</p><p><strong>วันที่&nbsp;6&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่&nbsp;บริเวณซอยบางลา&nbsp;ป่าตอง&nbsp;จังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;ชมรมผู้ประกอบการสถานบันเทิงหาดป่าตองร่วมกับหน่วยงานราชการในจังหวัดภูเก็ต&nbsp;และภาคเอกชน&nbsp;อย่างทั้งจากสำนักงานสาธารณสุขอำเภอกะทู้,&nbsp;โรงพยาบาลป่าตอง,&nbsp;ชมรมผู้ประกอบการสถานบันเทิง&nbsp;หาดป่าตอง,&nbsp;มูลนิธิพัฒนาป่าตอง&nbsp;และเจ้าหน้าที่เทศกิจเทศบาลเมืองป่าตอง&nbsp;เพื่อนำพนักงานและผู้ประกอบการร้านอาหารกึ่งผับ&nbsp;ภายในซอยบางลา&nbsp;หาดป่าตอง&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;ประมาณ&nbsp;1,000&nbsp;คน&nbsp;เข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;ด้วยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการให้บริการ&nbsp;ทั้งในส่วนของประชาชนชาวป่าตอง&nbsp;พนักงาน&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;และนักท่องเที่ยว&nbsp;หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;เริ่มกลับมาอีกครั้ง&nbsp;และพบผู้ติดเชื้อที่มาจากสถานบริการในพื้นที่จำนวนหนึ่ง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เป็นการให้บริการตรวจหาเชื้อโควิดโดยไม่คิดค่าบริการ</strong>&nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับชาว&nbsp;ป่าตอง&nbsp;พนักงานผู้ให้บริการ&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;และนักท่องเที่ยวจากสถานการณ์ดังกล่าว&nbsp;โดยได้รับความร่วมมืออย่างดีและต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า&nbsp;การเปิดจุดคัดกรองครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่ดี&nbsp;เพื่อคลายข้อกังขาและทำให้เกิดความสบายใจในทุกฝากที่ไม่ต้องกังวลกับสถานการณ์ในขณะนี้</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;สำหรับผลการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ให้กับพนักงาน</strong>และผู้ประกอบการในพื้นที่หาดป่าตอง&nbsp;จำนวน&nbsp;948&nbsp;คน&nbsp;พบผลเป็นบวก&nbsp;159&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งทั้งหมดได้นำตัวเข้าสู่กระบวนการรักษาโดยส่วยใหญ่จะป็นกลุ่มผู้ป่วยสีเขียว&nbsp;ไม่ค่อยแสดงอาการ&nbsp;ผลจากการได้รับวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกัน&nbsp;ที่ทางจังหวัดภูเก็ตได้ปฏิบัติการเชิงรุกมาอย่างต่อเนื่องและจะดำเนินการต่อไป&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ชมรมผู้ประกอบการสถานบันเทิงหาดป่าตอง</strong>&nbsp;มีมติว่าหากพบพนักงานรายใดไม่เข้ารับการตรวจคัดกรองในครั้งนี้จะทำการปิดสถานประกอบการของพนักงานรสยดังกล่าวทันทีเป็นเวลา&nbsp;1&nbsp;วัน&nbsp;เพื่อการรวมใจเป็นหนึ่งเดียวในการให้กิจการเดินหน้าต่อไปในทุกสถานการณ์</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	6/1/2022	ภาคใต้	ภูเก็ต	สวท.ภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220106222007271
224	นายกฯ สั่งประเมินสถานการณ์โควิด-19 ระลอกหลังปีใหม่ 2 สัปดาห์แรกประเมินตัวเลขผู้ติดเชื้อ 2 สัปดาห์ประเมินผู้ป่วยอาการหนักและอัตราการเสียชีวิต	"<p><strong>""นายกฯ""&nbsp;สั่งประเมินสถานการณ์โควิด-19</strong>&nbsp;ระลอกหลังปีใหม่&nbsp;2&nbsp;สัปดาห์แรกประเมินตัวเลขผู้ติดเชื้อ&nbsp;2&nbsp;สัปดาห์ประเมินผู้ป่วยอาการหนักและอัตราการเสียชีวิต&nbsp;นำเข้าที่ประชุม&nbsp;ศบค.&nbsp;7&nbsp;ม.ค.&nbsp;นี้</p><p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;เผย&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;หลังจากหน่วยงานรัฐ&nbsp;รัฐวิสาหกิจ&nbsp;กิจการ&nbsp;ภาคธุรกิจ&nbsp;เอกชนกลับมาเปิดดำเนินปกติ&nbsp;เพื่อเตรียมแนวทางการป้องกันและรักษาผู้ติดเชื้อจากคลัสเตอร์ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ให้ทันสถานการณ์&nbsp;พร้อมนำเข้าสู่พิจารณาเพื่อปรับมาตรการในที่ประชุม&nbsp;ศบค.&nbsp;7&nbsp;ม.ค.&nbsp;นี้</p><p><strong>โดยในวันนี้พบผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;</strong>รายใหม่&nbsp;3,899&nbsp;ราย&nbsp;จำแนกเป็น&nbsp;ผู้ป่วยจากระบบเฝ้าระวังฯ&nbsp;3,648&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยจากการค้นหาเชิงรุก&nbsp;14&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยภายในเรือนจำ/ที่ต้องขัง&nbsp;68&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยมาจากต่างประเทศ&nbsp;169&nbsp;ราย&nbsp;ผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น&nbsp;19&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ที่กำลังรักษาตัว&nbsp;34,877&nbsp;ราย&nbsp;และมียอดผู้ที่หายป่วยกลับบ้านแล้ว&nbsp;2,508&nbsp;ราย&nbsp;ทำให้มียอดผู้ป่วยยืนยันสะสมตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;เม.ย.&nbsp;64&nbsp;จำนวน&nbsp;2,210,612&nbsp;ราย&nbsp;จำนวนผู้ที่หายป่วยสะสมจำนวน&nbsp;2,155,403&nbsp;ราย&nbsp;ขณะที่สรุปผลการให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;สะสม&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;28&nbsp;ก.พ.&nbsp;2564&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;ม.ค.&nbsp;2565&nbsp;อยู่ที่&nbsp;105,012,701&nbsp;โดส&nbsp;ใน&nbsp;77&nbsp;จังหวัด&nbsp;โดยแบ่งเป็น&nbsp;จำนวนผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มที่&nbsp;1&nbsp;สะสม&nbsp;51,314,397&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มที่&nbsp;2&nbsp;สะสม&nbsp;46,282,489&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มที่&nbsp;3&nbsp;สะสม&nbsp;7,152,002&nbsp;ราย&nbsp;และผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มที่&nbsp;4&nbsp;สะสม&nbsp;263,813&nbsp;ราย</p><p><strong>นายธนกร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;รัฐบาลจะทำการประเมินสถานการณ์การ</strong>ติดเชื้อระลอกหลังปีใหม่เป็นเวลาประมาณ&nbsp;4&nbsp;สัปดาห์&nbsp;โดย&nbsp;2&nbsp;สัปดาห์แรกจะประเมินสถานการณ์&nbsp;จำนวนตัวเลขผู้ติดเชื้อ&nbsp;ส่วน&nbsp;2&nbsp;สัปดาห์หลังจะประเมินผู้ป่วยอาการหนักและอัตราการเสียชีวิต&nbsp;ก่อนตัดสินใจปรับมาตรการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชน&nbsp;สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยฉีดวัคซีน&nbsp;โดยเฉพาะประชาชนกลุ่มเสี่ยง&nbsp;ทั้งผู้สูงอายุ&nbsp;ผู้ป่วยโรคเรื่อรัง&nbsp;สตรีมีครรภ์&nbsp;ติดต่อขอรับการฉีดวัคซีนโดยเร็วที่สุด&nbsp;หรือหากเคยฉีดแล้วก็ควรติดต่อขอฉีดเข็มกระตุ้น&nbsp;เนื่องจากวัคซีนเข็มกระตุ้นจะช่วยเพิ่มภูมิต้านทานต่อเชื้อโควิด-19&nbsp;สามารถลดการป่วยหนักและอัตราการเสียชีวิตได้</p><p><strong>นายธนกรกล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงจะติดเชื้อ</strong>&nbsp;หรือเดินทางไปยังสถานที่ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่มีความเสี่ยง&nbsp;ตามที่ประกาศไว้&nbsp;ขอให้มีความรับผิดชอบต่อสังคม&nbsp;โดยการเฝ้าระวังตนเอง&nbsp;กักตัว&nbsp;และควรเข้าตรวจสอบหาเชื้อโควิด-19&nbsp;ทันที&nbsp;ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้แพร่เชื้อสู้ผู้อื่น&nbsp;และลดอัตราการป่วยหนักของตนเอง</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;ย้ำ&nbsp;ภายหลังเทศกาลปีใหม่</strong>ขอความร่วมมือประชาชนให้ความสำคัญการใส่หน้ากาก&nbsp;ล้างมือ&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;ตรวจคัดกรองตนเองด้วย&nbsp;ATK&nbsp;และเวิร์คฟอร์โฮมเป็นเวลา&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;หากจำเป็นต้องเริ่มปฏิบัติงานทันทีขอให้ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเข้าทำงาน&nbsp;และควรตรวจซ้ำทุก&nbsp;3&nbsp;วันเพื่อเฝ้าระวังอาการ&nbsp;งดการรวมกลุ่มพูดคุย/รับประทานอาหาร&nbsp;เพื่อไม่ให้เกิดการแพร่กระจายเชื้อออกภายนอก&nbsp;สำหรับรัฐบาลจะคอยติดตามสถานการณ์เพื่อประเมินปรับใช้มาตรการที่เหมาะสมต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	7/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107093439322
225	จ.สงขลา เร่งติดตามผู้สัมผัสเสี่ยง ฯ และควบคุมโรคหลังพบผู้เดินทางกลับจาก จ.ชลบุรี ผู้ติดเชื้อโควิด ฯ สายพันธุ์โอมิครอน 2 ราย	<p><strong>จ.สงขลา&nbsp;เร่งติดตามผู้สัมผัสเสี่ยง&nbsp;ฯ&nbsp;และควบคุมโรค</strong>หลังพบผู้เดินทางกลับจาก&nbsp;จ.ชลบุรี&nbsp;ผู้ติดเชื้อโควิด&nbsp;ฯ&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ป่วยรายที่&nbsp;1&nbsp;เป็นหญิงไทย&nbsp;อายุ&nbsp;62&nbsp;ปี&nbsp;,&nbsp;ผู้ป่วยรายที่&nbsp;2&nbsp;ชายไทย&nbsp;อายุ&nbsp;65&nbsp;ปี&nbsp;อ.รัตภูมิ&nbsp;จ.สงขลา&nbsp;เป็นคู่สามีภรรยา&nbsp;เดินทางโดยรถไฟหาดใหญ่&nbsp;-&nbsp;กรุงเทพ&nbsp;ฯ&nbsp;(18&nbsp;ธ.ค.&nbsp;2564)&nbsp;เข้าพักบ้านญาติที่&nbsp;จ.ราชบุรี&nbsp;วันที่&nbsp;21&nbsp;ธ.ค.&nbsp;2564&nbsp;บุตรสาวและบุตรเขย&nbsp;(เป็นชาวต่างชาติที่มาอาศัยอยู่ใน&nbsp;จ.ชลบุรี)&nbsp;มารับที่บ้านญาติเพื่อเดินทางไป&nbsp;จ.ชลบุรีโดยรถยนต์ส่วนตัว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เข้าพักบ้านบุตรสาวจนถึงวันที่&nbsp;27&nbsp;ธ.ค.&nbsp;2564&nbsp;และเดินทางกลับจากชลบุรี&nbsp;-&nbsp;อ.รัตภูมิ&nbsp;จ.สงขลา&nbsp;(28&nbsp;ธ.ค.&nbsp;2564)&nbsp;พร้อมสามีและบุตรสาวบุตรเขยโดยรถยนต์ส่วนตัว&nbsp;และบุตรสาว,&nbsp;บุตรเขยเดินทางกลับชลบุรีในวันที่&nbsp;29&nbsp;ธ.ค.2564&nbsp;,&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ป่วยรายที่&nbsp;1&nbsp;และรายที่&nbsp;2&nbsp;เริ่มมีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ&nbsp;ตอนเย็นทราบข่าวบุตรสาวและบุตรเขยตรวจพบเชื้อโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;(30&nbsp;-31&nbsp;ธ.ค.2564)&nbsp;ผู้ป่วยรายที่&nbsp;1&nbsp;ได้แจ้งให้สะใภ้ซื้อชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;มาตรวจที่บ้าน&nbsp;ผลไม่พบเชื้อ&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;ม.ค.2565&nbsp;ผู้ป่วยทั้ง&nbsp;2&nbsp;รายเดินทางไปตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ที่&nbsp;รพ.สต.ใกล้บ้าน&nbsp;พบผลเป็นบวก&nbsp;วันที่&nbsp;2&nbsp;ม.ค.&nbsp;2565&nbsp;เข้ารับการตรวจแบบ&nbsp;&nbsp;RT-PCR&nbsp;ทราบผลยืนยันติดเชื้อโควิด&nbsp;-19&nbsp;จึงเข้ารับการรักษาที่ห้องแยก&nbsp;รพ.รัตภูมิ&nbsp;จ.สงขลา&nbsp;&nbsp;(ห้องความดันลบ&nbsp;:&nbsp;Negative&nbsp;Pressure&nbsp;Room)&nbsp;</p><p>ส่งตรวจยืนยันสายพันธุ์ของเชื้อ&nbsp;ฯ<strong>&nbsp;</strong>กับศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่&nbsp;12&nbsp;สงขลา&nbsp;(วันที่&nbsp;4&nbsp;ม.ค.&nbsp;2565)&nbsp;ผลการตรวจยืนยันติดเชื้อโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;B.1.1.529&nbsp;ทั้ง&nbsp;2&nbsp;ราย</p><p><strong>การดำเนินการควบคุมโรคในพื้นที่</strong></p><p>-ผู้สัมผัสเสี่ยงสูง&nbsp;ได้แก่&nbsp;หลานชาย/หลานสาว/ลูกสะใภ้/เพื่อนร่วมสังสรรค์&nbsp;4&nbsp;คน&nbsp;รวม&nbsp;7&nbsp;คน&nbsp;ตรวจหาเชื้อแบบ&nbsp;ATK&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ผลไม่พบเชื้อ&nbsp;(2&nbsp;ม.ค.2565)&nbsp;และตรวจครั้งที่&nbsp;2&nbsp;(6&nbsp;ม.ค.&nbsp;2565)&nbsp;ทราบผลพบเชื้อ&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;และผู้สัมผัสร่วมบ้าน&nbsp;15&nbsp;คน&nbsp;รับการกักตัวที่บ้าน&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;(HQ&nbsp;:&nbsp;Home&nbsp;Quarantine)</p><p>-ผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ลูกค้าร้านขายของชำ/ร้ายขายยา&nbsp;อ.รัตภูมิ&nbsp;จำนวน&nbsp;18&nbsp;คน&nbsp;ตรวจหาเชื้อแบบ&nbsp;ATK&nbsp;ผลไม่พบเชื้อ</p><p>-การดำเนินการควบคุมโรคของเครือข่ายบริการสาธารณสุข&nbsp;อ.รัตภูมิ&nbsp;(ตั้งแต่วันที่&nbsp;4&nbsp;ม.ค.2565)&nbsp;ได้เร่งค้นหากลุ่มเสี่ยงเชิงรุกในชุมชน&nbsp;เพื่อตรวจหาเชื้อด้วย&nbsp;ATK&nbsp;/&nbsp;การเร่งรัดการฉีดวัคซีนแก่ประชาชน&nbsp;(เข็ม&nbsp;1&nbsp;เป้าหมาย&nbsp;100%)&nbsp;และเร่งฉีดเข็มกระตุ้น&nbsp;/&nbsp;เร่งทำเวทีประชาคมเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ประชาชนในพื้นที่&nbsp;/&nbsp;เตรียมการจัดตั้งศูนย์กักชุมชน&nbsp;(LO&nbsp;:&nbsp;Local&nbsp;Quarantine)&nbsp;รองรับการกักตัวกลุ่มเสี่ยง&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	7/1/2022	ภาคใต้	สงขลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107072536301
226	จังหวัดสงขลา เร่งแก้ปัญหาขยะมูลฝอยและขยะติดเชื้อ ควบคู่การรณรงค์ สร้างการรับรู้การคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี เพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม	<p><strong>นายพนมเทียน&nbsp;เส้งวั่น&nbsp;ท้องถิ่นจังหวัดสงขลา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ได้วางแนวทางการขับเคลื่อนการจัดการขยะ&nbsp;ภายใต้แผน&nbsp;จังหวัดสะอาด&nbsp;ซึ่งแบ่งออกเป็น&nbsp;3&nbsp;ระดับ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ระดับต้นทาง&nbsp;กลางทาง&nbsp;และปลายทาง&nbsp;โดยการจัดการขยะต้นทาง&nbsp;ใช้หลัก&nbsp;3Rs&nbsp;ในการคัดแยกขยะตั้งแต่ครัวเรือน&nbsp;การคัดแยกขยะอินทรีย์&nbsp;หรือขยะเปียกออกจากขยะทั่วไป&nbsp;ซึ่งเป็นการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม&nbsp;และแก้ไขปัญหาขยะได้เป็นอย่างดี&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการจัดการขยะระดับกลางทาง&nbsp;จะเน้นในเรื่องของการเก็บขนขยะมูลฝอย</strong>แยกประเภทให้สอดคล้องกับพื้นที่&nbsp;รวมถึงการดูแล&nbsp;ตรวจสอบรถขนขยะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้อยู่ในสภาพที่ใช้การได้ดีและดำเนินการเก็บขนอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยไม่ให้เกิดการตกหล่นระหว่างทาง&nbsp;และในระดับปลายทาง&nbsp;จะมีการบริหารจัดการโดยกลุ่ม&nbsp;Cluster&nbsp;ซึ่งจังหวัดสงขลามีกลุ่ม&nbsp;Cluster&nbsp;หลัก&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;กลุ่ม&nbsp;และในแต่ละกลุ่ม&nbsp;Cluster&nbsp;จะมี&nbsp;5&nbsp;กลุ่มที่มีแหล่งกำจัดขยะที่ถูกหลักสุขาภิบาล&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เทศบาลนครสงขลา&nbsp;เทศบาลนครหาดใหญ่&nbsp;เทศบาลเมืองบ้านพรุ&nbsp;เทศบาลเมืองสะเดา&nbsp;และองค์การบริหารส่วนตำบลคลองหอยโข่ง&nbsp;ในการเข้ามาบริหารจัดการขยะด้วยวิธีการแปรรูปขยะมูลฝอยเป็นพลังงานไฟฟ้า&nbsp;หรือกำจัดขยะตามความเหมาะสม</p><p><strong>อีกทั้งในห้วงของการแพร่ระบาดโรคโควิด-19&nbsp;ส่งผลให้เกิดขยะจาก&nbsp;ATK</strong>&nbsp;และขยะจากอุปกรณ์ป้องกันโรคอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;เช่น&nbsp;หน้ากากอนามัยขึ้นเป็นจำนวนมาก&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;จึงได้สั่งการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;เข้ามาดำเนินการบริหารจัดการขยะเหล่านี้&nbsp;โดยจัดเก็บและทำลายขยะติดเชื้อให้ถูกวิธี&nbsp;ทั้งในหน่วยงาน&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;รวมถึงประชาชนในพื้นที่&nbsp;เพื่อเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง&nbsp;โดยการคัดแยกขยะออกเป็น&nbsp;2&nbsp;ประเภท&nbsp;&nbsp;คือ&nbsp;ขยะที่ไม่ได้ปนเปื้อนสารคัดหลั่ง&nbsp;สามารถทิ้งลงถังขยะทั่วไป&nbsp;และขยะที่ปนเปื้อนสารคัดหลั่ง&nbsp;ที่จะต้องทำความสะอาดด้วยน้ำชาฆ่าเชื้อ&nbsp;ปิดฝาให้มิดชิด&nbsp;&nbsp;หรือทำสัญลักษณ์บ่งบอกเจ้าหน้าที่ก่อนจะนำไปทิ้ง&nbsp;เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาจัดเก็บและนำไปกำจัดอย่างถูกวิธี&nbsp;ทั้งนี้เพื่อเป็นการช่วยกันหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;และทำให้เกิดสิ่งแวดล้อมที่ดี</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	7/1/2022	ภาคใต้	สงขลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107074452302
227	สสจ.ประจวบฯ ตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิด 19 สายพันธุ์โอมิครอนแล้ว 21 คน พร้อมเน้นย้ำผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างพื้นที่ต้องตรวจ ATK เพื่อให้สามารถควบคุมโรคได้เร็ว	<p><strong>นายแพทย์วรา&nbsp;เศลวัตนะกุล&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;</strong>เปิดเผยว่า&nbsp;ขณะนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;19&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอมิครอนแล้วจำนวน&nbsp;21&nbsp;คน&nbsp;เป็นการติดเชื้อจากผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ&nbsp;6&nbsp;คน&nbsp;ติดเชื้อในจังหวัด&nbsp;14&nbsp;คน&nbsp;และอยู่ระหว่างการสอบสวนโรค&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;เชื้อโควิดสายพันธุ์โอมิครอนแม้จะติดเชื้อได้เร็ว&nbsp;แต่ความรุนแรงไม่ได้แตกต่างจากสายพันธุ์เดลต้าที่เป็นสายพันธุ์หลักที่มีการระบาดอยู่ในขณะนี้&nbsp;</p><p><strong>จึงได้ประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจให้ประชาชนไม่ตื่นตระหนก&nbsp;</strong>แต่ขอให้ระมัดระวังป้องกันตัวเองตามมาตรการสาธารณสุข&nbsp;ขณะที่วัคซีนที่มีอยู่ยังมีประสิทธิภาพในการสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันความรุนแรงของโรคได้&nbsp;จึงขอให้ประชาชนมารับการฉีดวัคซีนโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงผู้สูงอายุ&nbsp;ผู้มีโรคประจำตัว&nbsp;และผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน&nbsp;พร้อมกันนี้&nbsp;ทางจังหวัดได้เตรียมความพร้อมรองรับผู้ป่วยที่อาจจะเพิ่มขึ้นหลังเทศกาลปีใหม่&nbsp;และเน้นย้ำให้ผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างพื้นที่ต้องมีการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เพื่อให้สามารถควบคุมโรคได้เร็ว</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	7/1/2022	ภาคตะวันตก	ประจวบคีรีขันธ์	สวท.ประจวบคีรีขันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107082024306
228	รัฐบาลพบข้อร้องเรียนชุดตรวจ ATK ราคาเพิ่มสูงขึ้น นายกรัฐมนตรีมอบหมายกระทรวงพาณิชย์ติดตามใกล้ชิดและวางแนวทางแก้ไข	<p><strong>นางสาวไตรศุลี&nbsp;ไตรสรณกุล&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ขณะนี้รัฐบาลได้รับข้อร้องเรียนจากหลายช่องทางเกี่ยวกับราคาชุดตรวจโควิด&nbsp;&nbsp;Rapid&nbsp;Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit&nbsp;(ATK)&nbsp;ด้วยตนเอง&nbsp;ที่ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้น&nbsp;ทั้งในส่วนที่ขายในร้านขายยาและร้านค้าออนไลน์&nbsp;เนื่องจากมีความต้องการใช้เพื่อการตรวจคัดกรองมากขึ้น&nbsp;ทั้งในช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ได้มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด&nbsp;หากพบว่ามีการฉวยโอกาสขึ้นราคาให้ดำเนินการตามกฎหมาย&nbsp;พร้อมกับวางแนวทางป้องกันไม่เกิดการเอารัดเอาเปรียบประชาชนที่อยู่ในช่วงยากลำบาก&nbsp;</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;ขอให้กระทรวงพาณิชย์</strong>&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเช่นเดียวกับช่วงแรกที่รัฐบาลอนุญาตให้ใช้ชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;แล้วมีปัญหาชุดตรวจราคาสูงโดยกระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;อาทิ&nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;สำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กระทรวงการคลัง&nbsp;และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ&nbsp;ตั้งคณะทำงานเพื่อทำหน้าที่ติดตาม&nbsp;วิเคราะห์สถานการณ์ซื้อขายชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;นำไปสู่การวางมาตรการต่างๆ&nbsp;เพื่อให้มีการขายที่เป็นธรรม&nbsp;เปิดให้มีการแข่งขันสูงขึ้น&nbsp;และให้จำหน่ายผ่านช่องทางที่หลากหลาย&nbsp;ซึ่งช่วยแก้ไขปัญหาราคาชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ให้ลดต่ำลงจนประชาชนสามารถเข้าถึงในวงกว้างและกลายเป็นกลไกการตรวจคัดกรองและนำผู้ป่วยเข้าสู่การรักษาได้รวดเร็ว&nbsp;ลดการเสียชีวิต&nbsp;จำกัดวงจรการระบาด&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;นายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;ยังขอความร่วมมือผู้ขายอย่าฉวยโอกาสเอาเปรียบประชาชน&nbsp;&nbsp;ขอให้ทำธุรกิจอย่างเป็นธรรม&nbsp;โดยภาครัฐมีกลไกติดตามการค้าขายในทุกช่องทางหากพบมีการเอารัดเอาเปรียบ&nbsp;ค้าขายไม่เป็นธรรมจะต้องถูกลงโทษตามกฎหมาย</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	7/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107100222334
229	โรงพยาบาลมะเร็งลำปาง เร่งให้บริการ ATK คัดกรองโควิด-19 แก่ประชาชน ฟรี	<p><strong>นายแพทย์วีรวัต&nbsp;อุครานันท์&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมะเร็งลำปาง</strong>&nbsp;พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลมะเร็งลำปาง&nbsp;ออกหน่วยให้บริการตรวจATK&nbsp;แก่ประชาชนในจังหวัดลำปาง&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;เทศบาลเมืองพิชัย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;6-10&nbsp;มกราคม&nbsp;2564&nbsp;โดยมีนายสันติ&nbsp;รังษิรุจิ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;เป็นประธานในการเปิดจุดให้บริการ&nbsp;พร้อมด้วยนายสองเมือง&nbsp;วงค์ไชย&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองพิชัย&nbsp;และคณะผู้บริหาร</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การเปิดจุดคัดกรองบริการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ให้แก่ประชาชน</strong>&nbsp;เป็นไปตามมติของศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขของจังหวัดลำปาง(EOC)&nbsp;โดยเปิดจุดคัดกรองบริการตรวจATK&nbsp;ให้แก่ประชาชนในจังหวัดลำปางทุกอำเภอ&nbsp;โดยในอำเภอเมืองมีจุดบริการทั้งหมด&nbsp;5&nbsp;จุด&nbsp;จุดละ&nbsp;1,000&nbsp;รายต่อวัน&nbsp;เพื่อเป็นการเร่งค้นหาผู้ป่วยโควิดรายใหม่เข้าสู่กระบวนการรักษาต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	7/1/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107084346308
230	ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ขอให้กลุ่มเสี่ยงรีบตรวจหาเชื้อโควิด-19  และขอความร่วมมือประชาชนงดกิจกรรมการรวมกลุ่ม เดินทางออกจากบ้านเท่าที่จำเป็นเท่านั้น	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ขณะนี้จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;&nbsp;มีผู้ป่วยจากการติดเชื้อโควิด-19&nbsp;เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ดังนั้น&nbsp;เพื่อความปลอดภัย&nbsp;ขอให้ประชาชนที่เข้าไปในพื้นที่เสี่ยง&nbsp;เช่น&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;ห้างสรรพสินค้า&nbsp;ที่ทางจังหวัดประกาศให้ทราบ&nbsp;ให้ทำการตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;&nbsp;ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน&nbsp;หรือ&nbsp;หน่วยบริการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เพื่อเข้ารับการรักษาให้เร็วที่สุด&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นอกจากนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนให้ออกจากบ้านเท่าที่จำเป็นเท่านั้น</strong>&nbsp;และงดกิจกรรมต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่เป็นการรวมกลุ่มกันให้งดทั้งหมด&nbsp;เช่น&nbsp;การรับประทานอาหาร&nbsp;หรือการดื่มสุราร่วมกัน&nbsp;รวมทั้งการเล่นการพนัน&nbsp;ซึ่งนอกจากจะเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อแล้วยังผิดกฎหมายด้วย&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">กรกช&nbsp;ภูมี&nbsp;&nbsp;สวท.อุบลฯ&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายงาน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	7/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สวท.อุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107093421321
231	เปิดสนามวิ่งเทรลที่แม่ลาน้อย 9 ม.ค.นี้ ย้ำ นักวิ่งต้องตรวจ ATK ก่อนเข้าร่วมงาน	"<p><strong>กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน&nbsp;1&nbsp;(เชียงใหม่&nbsp;ลำปาง&nbsp;ลำพูน&nbsp;แม่ฮ่องสอน)</strong>&nbsp;กำหนดจัดงานวิ่งเทรล&nbsp;Green&nbsp;Season&nbsp;Lanna&nbsp;Trail&nbsp;Season&nbsp;2&nbsp;สนามที่&nbsp;2&nbsp;อ.แม่ลาน้อย&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;ภายใต้โครงการท่องเที่ยวธรรมชาติ&nbsp;วิถีล้านนา&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;โดยในวันที่&nbsp;8&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;นักวิ่งที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;ต้องเดินทางไปรับการ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;พร้อมรับอุปกรณ์การแข่งขัน&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขอำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;เวลา&nbsp;9.00&nbsp;-&nbsp;18.00&nbsp;น.&nbsp;และในวันที่&nbsp;9&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จะเปิดให้ลงทะเบียน&nbsp;เวลา&nbsp;05.00&nbsp;น.&nbsp;จากนั้นเวลา&nbsp;06.30&nbsp;น.&nbsp;ปล่อยตัวนักกีฬา&nbsp;ระยะ&nbsp;30&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;เวลา&nbsp;06.50&nbsp;น.&nbsp;พิธีเปิดงาน&nbsp;และเวลา&nbsp;07.00&nbsp;น.&nbsp;ปล่อยตัวนักกีฬา&nbsp;ระยะ&nbsp;15&nbsp;กิโลเมตร</p><p><strong>สำหรับมาตรการหลักเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19</strong>&nbsp;ผู้ร่วมกิจกรรมต้องได้รับการตรวจหาเชื้อ&nbsp;(Covid-19)&nbsp;แบบ&nbsp;ATK&nbsp;(Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit)&nbsp;พร้อมแสดงผลตรวจไม่เกิน&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;(&nbsp;อย่างใดอย่างหนึ่ง)&nbsp;ก่อนการรับ&nbsp;BIB&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.&nbsp;ผู้ร่วมกิจกรรมสามารถมารับการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;จากเจ้าหน้าที่&nbsp;ในวันที่&nbsp;8&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มี&nbsp;2&nbsp;ช่วงเวลาได้แก่เวลา&nbsp;9.00&nbsp;&nbsp;12.00&nbsp;น.&nbsp;และ&nbsp;15.00&nbsp;&nbsp;18.00&nbsp;น.เท่านั้น&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณหน้าสำนักงานสาธารณสุขอำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;(โดยค่าใช้จ่ายในการตรวจ&nbsp;100&nbsp;บาทหักจากค่าประกันการวิ่ง&nbsp;)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;หรือสามารถตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ได้ตาม&nbsp;คลินิก&nbsp;หรือสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาต&nbsp;ใบรับรองแพทย์หรือใบรับรองผลการตรวจ&nbsp;หรือผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ใน&nbsp;Application&nbsp;หมอพร้อม&nbsp;มาแสดงในวันรับ&nbsp;BIB&nbsp;/&nbsp;หรือตอนที่มารับ&nbsp;BIB&nbsp;หน้างานในวันแข่งขัน&nbsp;(นักวิ่งจะได้รับที่ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ท่านละ&nbsp;1&nbsp;กล่อง&nbsp;โดยหัก&nbsp;100&nbsp;บาทจากค่าประกันการวิ่ง&nbsp;)</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ไม่อนุโลมให้มาตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ในวันแข่งขัน</strong>&nbsp;หากนักวิ่งไม่สะดวกที่จะมารับ&nbsp;BIB&nbsp;ได้ตามเงื่อนไขได้&nbsp;จะต้องเตรียมหลักฐานการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;มาแสดงต่อทีมงาน&nbsp;และรับ&nbsp;BIB&nbsp;ในวันแข่งขันเท่านั้น&nbsp;ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม&nbsp;และติดตามภาพบรรยากาศการจัดงานได้ที่&nbsp;<a&nbsp;href=""https://www.facebook.com/GreenSeasonLannaTrail/?__cft__[0]=AZXUBFkJNFJ-N7_GehDxlMSl-l1QcpUF3pAvoa1D5l88Fzq76LOnjPl0czmFWbSzbQ10J9N78egKsh2BKTwBYKrVMmKvTqHrSRjyCUOMj7YSZwo4-ICEI0sa-39HPLYb4exnh-5bL40tzB5f1anDdi1_2sBhFS5G5t831_74b4t73wxLHPOFd4DoK7SqI8bG0fY&amp;__tn__=kK-R""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""background-color:&nbsp;transparent;&nbsp;color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;17,&nbsp;17);"">https://www.facebook.com/GreenSeasonLannaTrail</a></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	7/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107084914309
232	ยะลา เฝ้าระวังโอมิครอน ตรวจ ATK ประชาชนสุ่มเสี่ยง ครั้งที่ 2 ป้องกันการระบาด	<p><strong>สำนักการสาธารณสุข&nbsp;และสิ่งแวดล้อม&nbsp;เทศบาลนครยะลา&nbsp;ได้เปิดจุดคัดกรองตรวจโควิด-19&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2</strong>&nbsp;ให้กับผู้ที่เข้าร่วมชมคอนเสิร์ตในงานเคานต์ดาวน์&nbsp;Yala&nbsp;Art&nbsp;Street&nbsp;เมื่อคืนวันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;ตามมาตรการแซนด์บ็อกซ์&nbsp;&nbsp;หลังจากได้ตรวจหาเชื้อให้กับประชาชน&nbsp;จำนวนเกือบ&nbsp;200&nbsp;คน&nbsp;ในครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ไปแล้ว&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;4&nbsp;-&nbsp;5&nbsp;ม.ค.65&nbsp;โดยผลการตรวจครั้งแรกทั้งหมดมีผลเป็นลบไม่พบผู้ติดเชื้อ</p><p><strong>ซึ่งในวันนี้&nbsp;(7&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ตั้งแต่ช่วงเช้า&nbsp;ได้มีประชาชน&nbsp;ทยอยเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;ด้วย&nbsp;ATK&nbsp;</strong>&nbsp;กันอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยส่วนใหญ่ก็จะนั่งรอฟังผลการตรวจเลย&nbsp;ซึ่งจะใช้เวลา&nbsp;15-20&nbsp;นาที&nbsp;ก็จะทราบผลการตรวจ&nbsp;เพื่อให้เกิดความมั่นใจ&nbsp;ว่าตนเองไม่ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;โดยเฉพาะสายพันธุ์โอมิครอนที่มีความกังวลกันอยู่ในขณะนี้</p><p><strong>สำหรับการจัดคอนเสิร์ต&nbsp;งาน&nbsp;COUNTDOWN&nbsp;TO&nbsp;2022&nbsp;</strong>ทางเทศบาลนครยะลา&nbsp;ได้จัดทำในรูปแบบแซนด์บ็อกซ์เป็นครั้งแรกในจังหวัดยะลา&nbsp;&nbsp;เป็นไปตามมาตรการที่&nbsp;ศบค.กำหนด&nbsp;&nbsp;จำกัดจำนวนคนไว้ที่&nbsp;1,000&nbsp;คน&nbsp;ดูแลเป็นโซนในพื้นที่&nbsp;โดยมีเงื่อนไขทุกคนที่ร่วมงานต้องได้รับการฉีดวัคซีนมาแล้ว&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;ผ่านการตรวจคัดกรองตามมาตรการสาธารณสุข&nbsp;หลังจากการจัดงานในรูปแบบแซนด์บ็อกซ์&nbsp;และไม่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ทางเทศบาลฯ&nbsp;ได้เตรียมพิจารณาจัดงานมลายูเดย์&nbsp;งานสงกรานต์&nbsp;งานวิ่งยะลามาราธอน&nbsp;&nbsp;พร้อมกับเปิดเมืองยะลา&nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;ฟื้นฟูการท่องเที่ยว&nbsp;รวมไปถึงเปิดโรงเรียน&nbsp;เพื่อให้ประชาชน&nbsp;ได้กลับมาใช้ชีวิตใกล้เคียงปกติภายใต้วิถีใหม่มากที่สุด&nbsp;ต่อไป</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;สถานการณ์โควิด-19&nbsp;&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ล่าสุดเมื่อ&nbsp;6&nbsp;ม.ค.65&nbsp;&nbsp;มีผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;17&nbsp;ราย&nbsp;</strong>ป่วยสะสม&nbsp;48,867&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;203&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;50,223&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;สะสมรวม&nbsp;355&nbsp;ราย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	7/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107100716342
233	101 โรงเรียน ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล พร้อมเปิดการเรียนการสอนแบบ On Site ภายใต้แผนเผชิญของโรงเรียน	<p><strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;นายประหยัด&nbsp;สุขขี&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูลมีทั้งสิ้น&nbsp;159&nbsp;โรงเรียน&nbsp;ขณะนี้มีโรงเรียนที่ได้ขอเปิดการเรียนการสอนแบบ&nbsp;On&nbsp;Site&nbsp;&nbsp;รวม&nbsp;101&nbsp;โรงเรียน&nbsp;และยังเหลืออีก&nbsp;58&nbsp;โรงเรียน&nbsp;ที่อยู่ระหว่างการเตรียมขออนุญาตต่อไป</p><p><strong>สำหรับโรงเรียนที่เปิดแบบ&nbsp;On&nbsp;Site&nbsp;มีแนวทางและข้อปฏิบัติต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เป็นไปตามที่&nbsp;&nbsp;ศบค.&nbsp;และ&nbsp;สพฐ&nbsp;กำหนด</strong>&nbsp;รวมถึงได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสตูล&nbsp;โดยเฉพาะการปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุรองรับกรณีพบการติดเชื้อในโรงเรียน&nbsp;ซึ่งแต่ละโรงเรียนมีแนวทางปฏิบัติที่แตกต่างกันตามบริบท&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ที่ได้ผ่านการเห็นชอบและเป็นข้อตกลงร่วมกัน&nbsp;ระหว่างฝ่ายปกครอง&nbsp;ฝ่ายสาธารณสุข&nbsp;ฝ่ายการศึกษา&nbsp;&nbsp;โดยคณะกรรมการสถานศึกษาในแต่ละพื้นที่</p><p><strong>โดยที่ผ่านมามีบางโรงเรียนที่พบการติดเชื้อภายในโรงเรียน</strong>&nbsp;และสามารถปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุได้เป็นอย่างดี&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เมื่อพบการติดเชื้อจะมีการแยกกักตัวนักเรียนกลุ่มเสี่ยงในทันที&nbsp;กรณีนักเรียนที่ไม่เป็นกลุ่มเสี่ยงได้มีการจัดสถานที่แยกเรียน&nbsp;โดยสามารถจัดการเรียนการสอนไปพร้อมกันได้&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;การฉีดวัคซีนของผู้ปกครอง&nbsp;ซึ่งถือเป็น&nbsp;1&nbsp;ในมาตรการที่ถูกกำหนดอยู่ในแนวทางปฏิบัติของ&nbsp;สพฐ.&nbsp;</strong>สำหรับโรงเรียนที่จะเปิด&nbsp;On&nbsp;Site&nbsp;ต้องฉีดให้ได้ไม่น้อยกว่า&nbsp;85&nbsp;%&nbsp;ขณะที่&nbsp;ศบค.จังหวัดสตูล&nbsp;ให้ถือจำนวนประชากรในเขตพื้นที่&nbsp;รพ.สต.ให้ได้ไม่น้อยกว่า&nbsp;70&nbsp;%&nbsp;ในส่วนของนักเรียนที่อยู่ในเกณฑ์ให้เข้ารับการ&nbsp;ฉีดวัคซีนให้เป็นไปตามเป้าหมาย&nbsp;เพื่อให้โรงเรียนสามารถเปิดทำการเรียนการสอนในรูปแบบปกติต่อไปขณะเดียวกันขอความร่วมมือผู้ปกครองดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด&nbsp;โดยเฉพาะกรณีของเชื้อโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;สิ่งสำคัญที่สุดคือการป้องกันตนเอง&nbsp;ด้วยการสวมหน้ากากอนามัยก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง&nbsp;การดูแลสุขอนามัยที่ดี&nbsp;ล้างมืออย่างสม่ำเสมอ&nbsp;เว้นระยะห่างในการใช้ชีวิตประจำวัน&nbsp;หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด&nbsp;และเฝ้าระวังสังเกตอาการตนเอง&nbsp;หากมีอาการบ่งชี้หรือสงสัยให้ตรวจด้วย&nbsp;ATK&nbsp;ทันที&nbsp;และสร้างภูมิคุ้มกันด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	7/1/2022	ภาคใต้	สตูล	สวท.สตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107111804380
234	อำเภอเมืองหนองบัวลำภู บูรณาการส่วนราชการปฎิบัติงานในเชิงพื้นที่ช่วยประชาชน	<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคติดต่ออำเภอ (ศปก.อ.) เมืองหนองบัวลำภู </strong>นายประยูร&nbsp;อรัญรุท นายอำเภอเมืองหนองบัวลำภู พร้อมด้วยสาธารณสุขอำเภอเมืองหนองบัวลำภู และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ออกปฏิบัติภารกิจในการเฝ้าระวัง ควบคุมโรค ป้องกันโรคโควิด-19 ในพื้นที่ โดยจัดบริการให้วัคซีนสำหรับประชาชน ที่ห้องประชุมศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนฯ (กศน.) มีผู้มารับบริการวัคซีนเข็ม 1,2,3 และเข็มที่ 4จำนวน 177 คน และมอบรางวัลสร้อยคอทองคำ น้ำหนัก 1 บาท แก่ผู้โชคดีที่รับบริการวัคซีนเข็ม 1 ช่วงรณรงค์ (27 ธันวาคม 2564  3 มกราคม 2565 ) </p><p><strong>นายอำเภอเมืองหนองบัวลำภู กล่าวว่า </strong>สาธารณสุขอำเภอเมืองหนองบัวลำภู จัดทีมเฝ้าระวัง สอบสวน ควบคุมป้องกันโรคให้บริการตรวจคัดกรองเชิงรุกด้วยชุดตรวจ ATK แก่เจ้าหน้าที่และบุคลากร ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดหนองบัวลำภู (จำนวน 49 คน ผลตรวจเป็นลบทั้งหมด)</p><p><br></p>	7/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107111248375
235	ศูนย์ปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุขจังหวัดพะเยา เตรียมความพร้อมด้านการรักษาพยาบาล ยกระดับการเฝ้าระวังควบคุมโรค รองรับการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน	<p><strong>วันที่&nbsp;7&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ที่ห้องประชุม&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพะเยา&nbsp;</strong>นายแพทย์ศุภชัย&nbsp;บุญอำพันธ์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพะเยา&nbsp;ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุขจังหวัดพะเยา&nbsp;กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;พร้อมด้วยนายบุญวาทย์&nbsp;สมศักดิ์&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดพะเยา&nbsp;ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนถึงสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดพะเยา</p><p><strong>นายแพทย์ศุภชัย&nbsp;บุญอำพันธ์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพะเยา</strong>&nbsp;ได้เปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า&nbsp;จังหวัดพะเยามีรายงานผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;สะสมตั้งแต่&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;6&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวนทั้งหมด&nbsp;2,906&nbsp;ราย&nbsp;ติดเชื้อจากต่างจังหวัด&nbsp;1,586&nbsp;ราย&nbsp;ร้อยละ&nbsp;54.58&nbsp;และติดเชื้อในจังหวัด&nbsp;1,320&nbsp;ราย&nbsp;ร้อยละ&nbsp;45.42&nbsp;มีการระบาดอยู่&nbsp;3&nbsp;ช่วง&nbsp;คือช่วงเดือนเมษายน&nbsp;2564&nbsp;เดือนกรกฎาคม-สิงหาคม&nbsp;2564&nbsp;และตุลาคม-พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;และในช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;พบมีผู้ป่วยสูงขึ้นจากการรวมกลุ่มสังสรรค์&nbsp;ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่&nbsp;</p><p>ซี่งมีคลัสเตอร์ที่มีการระบาดในช่วงนี้&nbsp;4&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;ดังนี้&nbsp;คลัสเตอร์นักเรียน-ครู-ครอบครัวในโรงเรียน&nbsp;พื้นที่เทศบาลเมืองพะเยา&nbsp;(70&nbsp;ราย)&nbsp;ระบาดในพื้นที่อำเภอเมืองพะเยา&nbsp;อำเภอแม่ใจ&nbsp;อำเภอดอกคำใต้&nbsp;และอำเภอภูกามยาว&nbsp;คลัสเตอร์ร้านอาหาร&nbsp;อำเภอเชียงคำ&nbsp;(13&nbsp;ราย)&nbsp;ระบาดในพื้นที่อำเภอเชียงคำและอำเภอภูซาง&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;Countdown&nbsp;ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่&nbsp;ร้านพระราม&nbsp;8&nbsp;เขตเทศบาลเมืองพะเยา&nbsp;(57&nbsp;ราย)&nbsp;ระบาดในพื้นที่อำเภอเมืองพะเยา&nbsp;อำเภอดอกคำใต้&nbsp;อำเภอภูกามยาวและอำเภอเชียงคำ&nbsp;คลัสเตอร์ติดเชื้อในครอบครัว&nbsp;จากญาติที่เดินทางกลับมาจากจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;(11&nbsp;ราย)&nbsp;ระบาดในพื้นที่อำเภอแม่ใจ&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการส่งตัวอย่างตรวจหาสายพันธุ์พบ&nbsp;2&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;</strong>ที่เป็นสายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;คือ&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;Count&nbsp;down&nbsp;ร้านพระราม&nbsp;8&nbsp;เขตเทศบาลเมืองพะเยาและคลัสเตอร์ติดเชื้อในครอบครัว&nbsp;อำเภอแม่ใจ&nbsp;โดยจังหวัดพะเยา&nbsp;มีความพร้อมด้านการรักษาพยาบาล&nbsp;ในการรองรับผู้ป่วยของโรงพยาบาลทุกสังกัด&nbsp;ขณะนี้ใช้เตียงไปทั้งหมด&nbsp;จำนวน&nbsp;148&nbsp;เตียง&nbsp;(ร้อยละ&nbsp;46.54&nbsp;ของการรองรับในระบบ&nbsp;318&nbsp;เตียง)&nbsp;สามารถรองรับผู้ป่วยได้อีก&nbsp;จำนวน&nbsp;170&nbsp;เตียง&nbsp;เปิดปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุขในรูปแบบศูนย์พักคอยและส่งต่อชุมชน&nbsp;(Community&nbsp;Isolation)&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;ณ&nbsp;สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดพะเยา&nbsp;จำนวน&nbsp;98&nbsp;เตียง&nbsp;ใช้งานแล้ว&nbsp;14&nbsp;เตียง&nbsp;และเตรียมความพร้อมเปิด&nbsp;CI&nbsp;ระดับจังหวัดแห่งที่&nbsp;2&nbsp;อาคารแขวงการทางที่&nbsp;2&nbsp;อำเภอเชียงคำ&nbsp;80&nbsp;เตียง&nbsp;สำรองศูนย์พักคอยและส่งต่อชุมชน&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;ณ&nbsp;อาคารโรงยิม&nbsp;มณฑลทหารบกที่&nbsp;34&nbsp;อีกทั้งเตรียมพร้อมศูนย์พักคอยระดับอำเภอทุกอำเภอ&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;902&nbsp;เตียง&nbsp;</p><p><strong>สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงใน&nbsp;2&nbsp;เหตุการณ์</strong>&nbsp;คือ&nbsp;ไป&nbsp;Countdown&nbsp;ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่&nbsp;ที่ร้านพระราม&nbsp;8&nbsp;อำเภอเมืองพะเยา&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;30&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;2&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;และพบปะสังสรรค์กับญาติที่มาจากจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;หรือสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันโควิดใน&nbsp;2&nbsp;เหตุการณ์นี้ให้ขอเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;ได้ที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน&nbsp;พร้อมทั้งแยกตัวเองสังเกตอาการป่วย&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;หลังจากไปในสถานที่เสี่ยง&nbsp;ผู้ที่มีความเสี่ยงและตรวจหาการติดเชื้อด้วยตัวเองโดยชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;แล้วผลบวก&nbsp;ให้ประสานเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ใกล้บ้านเพื่อประสานการตรวจยืนยันและการรักษา&nbsp;การสร้างการรับรู้&nbsp;และการมีส่วนร่วม&nbsp;โดยประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน&nbsp;องค์กร&nbsp;ต่างๆ&nbsp;ดำเนินการตามมาตรการ&nbsp;VUCA&nbsp;เพื่อรองรับการเปิดประเทศ&nbsp;โดยคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดพะเยารวมทั้งแรงงานต่างด้าว&nbsp;ให้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ปฏิบัติตนเพื่อป้องกันตนเองตามหลัก&nbsp;D-M-H-T-T-A&nbsp;โดยสวมหน้ากาก&nbsp;100%&nbsp;เว้นระยะห่างในที่สาธารณะ&nbsp;และล้างมือบ่อยๆ&nbsp;สถานบริการ&nbsp;สถานประกอบการ&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;สถานที่พัก/โรงแรม&nbsp;ดำเนินตามมาตรฐาน&nbsp;COVID&nbsp;FREE&nbsp;SETTING&nbsp;และตรวจคัดกรองตนเอง&nbsp;คัดกรองในชุมชนและสถานที่เสี่ยง&nbsp;โดยใช้ชุดตรวจอย่างง่าย&nbsp;เป็นประจำและสม่ำเสมอ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	7/1/2022	ภาคเหนือ	พะเยา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพะเยา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107115618399
236	วัดป่าถ้ำวัว จ.แม่ฮ่องสอน กำหนดจัดพิธีตัดหวายฝังลูกนิมิต และผูกพัทธสีมา วันที่ 8 - 9 มกราคม 2565 แบบ New Normal ป้องกันการแพร่ระบาดของ COVID-19	<p><strong>พระครูวิมลภาวนานุศาสตร์&nbsp;เจ้าอาวาสวัดป่าถ้ำวัว&nbsp;</strong>เจริญพรว่า&nbsp;ด้วยวัดป่าถ้ำวัว&nbsp;กำหนดจัดพิธีตัดหวายฝังลูกนิมิต&nbsp;และผูกพัทธสีมาของวัดป่าถ้ำวัว&nbsp;ในวันที่&nbsp;8&nbsp;-&nbsp;9&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งจะมีพระเถระชั้นผู้ใหญ่&nbsp;หน่วยงานราชการ&nbsp;เอกชน&nbsp;และเจ้าภาพ&nbsp;แขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานจำนวนมาก</p><p><strong>แต่เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ระลอกใหม่</strong>&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;ซึ่งสามารถแพร่กระจายเชื้อได้อย่างรวดเร็วกว่าเชื้อเดลต้า&nbsp;ได้ขยายขอบเขตการแพร่กระจายโรคออกเป็นวงกว้างในหลายพื้นที่&nbsp;ดังนั้นเพื่อเป็นการลดความเสี่ยง&nbsp;และป้องกันการเกิดคลัสเตอร์ของการติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ทางวัดป่าถ้ำวัว&nbsp;จึงกำหนดแนวทางมาตรการควบคุมการแพร่ระบาด&nbsp;เพื่อความปลอดภัย&nbsp;ด้วยการจัดพิธีในรูปแบบวิถีปกติชีวิตใหม่&nbsp;หรือ&nbsp;New&nbsp;normal&nbsp;ด้วยระบบปิด&nbsp;โดยการจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมพิธีในอุโบสถเฉพาะผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้แก่&nbsp;พระสงฆ์&nbsp;เจ้าภาพลูกนิมิต&nbsp;แขกผู้มีอุปการะคุณกับทางวัด&nbsp;ทั้งจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;โดยมีมาตรการให้ผู้เข้าร่วมงานและเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในงานพิธีทั้งหมด&nbsp;จะต้องมีใบรับรองการฉีดวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;หรือมีผลตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;หรือ&nbsp;ATK&nbsp;ที่มีแพทย์เซ็นต์รับรอง&nbsp;ภายใน&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมง</p><p><strong>อย่างไรก็ตามทางวัดป่าถ้ำวัว&nbsp;</strong>จะมีการถ่ายทอดสดผ่านช่องทาง&nbsp;Social&nbsp;Media&nbsp;ให้ญาติโยมที่มีความศรัทธาในจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก&nbsp;ได้ชมบรรยากาศในช่วงที่มีการประกอบพิธีในอุโบสถผ่าน&nbsp;Facebook&nbsp;live&nbsp;และถ่ายทอดสดผ่านช่องต้นว่าน&nbsp;cable&nbsp;TV&nbsp;ในช่วงเวลา&nbsp;14.00-16.00&nbsp;น.&nbsp;ของวันที่&nbsp;9&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;สามารถติดตามชมย้อนหลังในช่องทาง&nbsp;Facebook&nbsp;และ&nbsp;YouTube&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	7/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107120255414
237	แนะนำการกำจัดชุดตรวจ ATK ที่ใช้แล้ว ซึ่งเป็นขยะที่เสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อโรค	<p><strong>ในช่วงที่มีการตรวจคัดกรองด้วย&nbsp;ATK&nbsp;การกักตัว</strong>&nbsp;และการรักษาตัวที่บ้านหรือ&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;อาจทำให้เกิดขยะติดเชื้อจากครัวเรือนได้&nbsp;การทำความเข้าใจในการจัดการขยะติดเชื้อเพื่อลดการกระจายของเชื้อในวงกว้าง&nbsp;ขยะติดเชื้อ&nbsp;หรือมูลฝอยติดเชื้อ&nbsp;หมายถึง&nbsp;มูลฝอยที่มีเชื้อโรคปะปนอยู่ในปริมาณหรือความเข้มข้น&nbsp;ซึ่งถ้ามีการสัมผัสหรือใกล้ชิดกับมูลฝอยนั้นแล้วทำให้เกิดโรคได้&nbsp;โดยเฉพาะขยะติดเชื้อที่เสี่ยงต่อโรคโควิด-19&nbsp;ได้แก่&nbsp;หน้ากากอนามัย&nbsp;ชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;(หลอด&nbsp;น้ำยา&nbsp;ตลับ&nbsp;ไม้&nbsp;Swab)&nbsp;&nbsp;กระดาษทิชชู่&nbsp;ผ้าก๊อช&nbsp;สำลีที่ใช้แล้ว&nbsp;และเข็มฉีดวัคซีนต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;</p><p><strong>ชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ที่ใช้แล้วถือเป็นขยะที่เสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อโรค</strong>&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ATK&nbsp;แยกขยะออกเป็น&nbsp;2&nbsp;ประเภท&nbsp;คือ&nbsp;</p><p>1.ขยะที่ไม่ได้ปนเปื้อนน้ำมูก&nbsp;น้ำลาย&nbsp;หรือสารคัดหลั่งที่ใช้ทดสอบ&nbsp;เช่น&nbsp;เอกสารกำกับชุดตรวจ&nbsp;และกล่องบรรจุภัณฑ์&nbsp;ขยะประเภทนี้ให้เก็บรวบรวมทิ้งถังขยะทั่วไปที่มีฝาปิดมิดชิดได้เลย&nbsp;</p><p>2.&nbsp;ขยะที่ปนเปื้อนน้ำมูก&nbsp;น้ำลาย&nbsp;หรือสารคัดหลั่งที่ใช้ทดสอบ&nbsp;เช่น&nbsp;ตลับหรือแผ่นทดสอบ&nbsp;หลอดใส่น้ำยา&nbsp;ฝาหลอดหยด&nbsp;ไม้&nbsp;Swap&nbsp;ขยะประเภทนี้&nbsp;ถือเป็นขยะที่มีความเสี่ยงสูง&nbsp;ต้องแยกจัดการจากขยะทั่วไป&nbsp;เพราะมีโอกาสแพร่กระจายเชื้อโรคได้</p><p><strong>การกำจัด&nbsp;ATK&nbsp;อย่างถูกวิธี&nbsp;</strong>เก็บรวบรวมขยะติดเชื้อเป็นประจำทุกวัน&nbsp;ใส่ถุงขยะสีแดง&nbsp;2&nbsp;ชั้น&nbsp;โดยถุงชั้นแรกที่สัมผัสขยะติดเชื้อ&nbsp;มัดปากถุง&nbsp;ด้วยเชือกให้แน่น&nbsp;แล้วฉีดพ่นบริเวณปากถุงด้วยสารฆ่าเชื้อ&nbsp;เช่น&nbsp;สารโซเดียมไฮโปคลอไรท์&nbsp;5,000&nbsp;ppm&nbsp;หรือเตรียมจากน้ำยาฟอกขาวผสมน้ำอัตราส่วน&nbsp;1:10&nbsp;หรือแอลกอฮอล์&nbsp;70%&nbsp;มัดปากถุงชั้นนอกด้วยเชือกให้แน่น&nbsp;และฉีดพ่นบริเวณปากถุงด้วยสารฆ่าเชื้ออีกครั้ง&nbsp;แล้วเคลื่อนย้ายไปไว้ยังจุดพักขยะที่จัดไว้เฉพาะ&nbsp;&nbsp;ประสานไปยังหน่วยงานที่ทำหน้าที่ให้บริการเก็บขนขยะ&nbsp;ติดเชื้อในพื้นที่&nbsp;เช่น&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือโรงพยาบาล&nbsp;ส่งเสริมสุขภาพตำบล&nbsp;เพื่อกำหนดวิธีการนำขยะติดเชื้อไปกำจัดอย่างถูกต้องต่อไป</p><p><strong>ในกรณีที่ชุมชนไม่มีระบบการเก็บขนขยะติดเชื้อ</strong>&nbsp;หรือระบบการเก็บขนขยะติดเชื้อเข้าไม่ถึง&nbsp;ให้ซ้อนด้วยถุงขยะอีก&nbsp;1&nbsp;ชั้น&nbsp;มัดปากถุงชั้นนอกด้วยเชือกให้แน่น&nbsp;และฉีดพ่นด้วยสารฆ่าเชื้อบริเวณปากถุงอีกครั้ง&nbsp;ซึ่งขยะที่ผ่านการทำลายเชื้อแล้วให้ประสานและนำส่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่นำไปกำจัดเป็นขยะทั่วไป&nbsp;โดยหลังจัดการขยะติดเชื้อแล้ว&nbsp;ต้องล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำหรือเจลแอลกอฮอล์ทันที</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>	7/1/2022	ภาคเหนือ	แพร่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107120754418
238	พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์ตรวจติดตามการจำหน่ายหน้ากกากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ และราคาจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค พบเนื้อหมูราคาปรับตัวสูงขึ้น	<p><strong>นางพิรุณวรรณน์&nbsp;จงใจภักดิ์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์</strong>&nbsp;มอบหมายให้นางสาวภัทรสุดา&nbsp;เกิดเกลี้ยง&nbsp;นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการ&nbsp;กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;ออกตรวจติดตามการจำหน่ายหน้ากากอนามัยในเขตอำเภอเมืองสุรินทร์&nbsp;พบว่าสถานการณ์การการจำหน่ายยังอยู่ในภาวะปกติ&nbsp;ปริมาณยังคงมีเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน&nbsp;ร้านค้าส่วนใหญ่ยังไม่มีการจำกัดปริมาณการซื้อ&nbsp;โดยราคาจำหน่ายหน้ากากอนามัยในท้องตลาดยังคงปกติ&nbsp;อยู่ในราคาที่กำหนด&nbsp;และพบว่าขณะนี้ประชาชนให้ความสนใจในการซื้อชุดตรวจโควิด&nbsp;ATK&nbsp;มากขึ้นื&nbsp;&nbsp;โดยราคาหน้ากากอนามัย&nbsp;ขนาดกล่องบรรจุ&nbsp;50&nbsp;ชิ้น&nbsp;ราคากล่องละ&nbsp;60-125&nbsp;บาท&nbsp;เจลแอลกอฮอล์&nbsp;450&nbsp;มล.&nbsp;ขวดละ&nbsp;90-100&nbsp;บาท&nbsp;ชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;แบบน้ำลาย&nbsp;ราคา&nbsp;69-150&nbsp;บาท/ชุด&nbsp;แบบสวอปจมูก&nbsp;ราคา&nbsp;59-220&nbsp;บาท/ชุด&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์</strong>&nbsp;ได้เน้นย้ำให้ผู้ประกอบการปิดป้ายแสดงราคาให้ชัดเจน&nbsp;และราคาจำหน่ายหน้ากากอนามัยต้องจำหน่ายไม่เกินชิ้นละ&nbsp;2.50&nbsp;บาท&nbsp;กรณีจำหน่ายหน้ากากอนามัยทางการแพทย์เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด&nbsp;มีโทษจำคุกไม่เกิน&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;ปรับไม่เกิน&nbsp;100,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;หรือกรณีไม่ปิดป้ายแสดงราคา&nbsp;มีโทษปรับไม่เกิน&nbsp;10,000&nbsp;บาท</p><p>นอกจากนั้น&nbsp;ยังได้ติดตามสถานการณ์การจำหน่ายสินค้าอุปโภค&nbsp;สุกรเนื้อแดง&nbsp;และ<strong>น้ำมันพืช&nbsp;พบว่าขณะนี้ราคามีการปรับตัวสูงขึ้นจากสัปดาห์ก่อน</strong>&nbsp;&nbsp;โดยราคาจำหน่ายสุกรเนื้อแดง&nbsp;&nbsp;ราคา&nbsp;ณ&nbsp;ตลาดสด&nbsp;ราคา&nbsp;200-230&nbsp;บาท/กก.&nbsp;ส่วนราคา&nbsp;ณ&nbsp;ห้างสรรพสินค้า&nbsp;ราคา&nbsp;165-173&nbsp;บาท/กก.&nbsp;</p><p><strong>สำหรับราคาจำหน่ายน้ำมันพืชถั่วเหลือง</strong>&nbsp;ราคา&nbsp;55-58&nbsp;บาท/ขวด&nbsp;1&nbsp;ลิตร&nbsp;ราคาจำหน่ายน้ำมันพืชปาล์ม&nbsp;ราคา&nbsp;54-55&nbsp;บาท/ขวด&nbsp;1&nbsp;ลิตร</p><p>ส่วนราคาไข่ไก่พบว่าราคายังคงทรงตัวอยู่&nbsp;ดังนี้&nbsp;</p><p>ไข่ไก่&nbsp;เบอร์&nbsp;0&nbsp;ราคา&nbsp;3.6-3.7&nbsp;บาท/ฟอง</p><p>ไข่ไก่&nbsp;เบอร์&nbsp;1&nbsp;ราคา&nbsp;3.4-3.5&nbsp;บาท/ฟอง</p><p>ไข่ไก่&nbsp;เบอร์&nbsp;2&nbsp;ราคา&nbsp;3.2-3.3&nbsp;บาท/ฟอง</p><p>ไข่ไก่&nbsp;เบอร์&nbsp;3&nbsp;ราคา&nbsp;2.9-3.0&nbsp;บาท/ฟอง</p><p>ไข่ไก่&nbsp;เบอร์&nbsp;4&nbsp;ราคา&nbsp;226.-2.7&nbsp;บาท/ฟอง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;พบว่าสินค้ายังมีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการ</strong>&nbsp;และหากประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรม&nbsp;สามารถแจ้งได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน&nbsp;1569</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	7/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107120437415
239	นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพะเยา แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ในการยกระดับเฝ้าระวังควบคุมโรค รองรับการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน	<p><strong>ที่ห้องประชุมสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพะเยา&nbsp;</strong>นายแพทย์ศุภชัย&nbsp;บุญอำพันธ์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพะเยา&nbsp;ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ศูนย์ปฎิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุขจังหวัดพะเยา&nbsp;กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนถึงสถานการณ์โควิด-&nbsp;19&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดพะเยา&nbsp;ว่า&nbsp;ล่าสุดมีรายงานผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;สะสมตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;6&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวนทั้งหมด&nbsp;2,906&nbsp;ราย&nbsp;ติดเชื้อจากต่างจังหวัด&nbsp;1,586&nbsp;ราย&nbsp;ร้อยละ&nbsp;54.58&nbsp;และติดเชื้อในจังหวัด&nbsp;1,320&nbsp;ราย&nbsp;ร้อยละ&nbsp;45.42&nbsp;มีการระบาดอยู่&nbsp;3&nbsp;ช่วง&nbsp;คือช่วงเดือนเมษายน&nbsp;2564&nbsp;เดือนกรกฎาคม-สิงหาคม&nbsp;2564&nbsp;และตุลาคม-พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;และในช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;พบมีผู้ป่วยสูงขึ้นจากการรวมกลุ่มสังสรรค์&nbsp;ส่งท้ายปีเก่า-ต้อนรับปีใหม่&nbsp;ซี่งมีคลัสเตอร์ที่มีการระบาดในช่วงนี้&nbsp;4&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;ดังนี้&nbsp;คลัสเตอร์นักเรียน-ครู-ครอบครัวในโรงเรียน&nbsp;พื้นที่เทศบาลเมืองพะเยา&nbsp;(70&nbsp;ราย)&nbsp;ระบาดในพื้นที่อำเภอเมืองพะเยา&nbsp;อำเภอแม่ใจ&nbsp;อำเภอดอกคำใต้และอำเภอภูกามยาว,&nbsp;คลัสเตอร์ร้านอาหาร&nbsp;อำเภอเชียงคำ&nbsp;(13&nbsp;ราย)&nbsp;ระบาดในพื้นที่อำเภอเชียงคำและอำเภอภูซาง,&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;Countdown&nbsp;ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่&nbsp;ร้านพระราม&nbsp;8&nbsp;เขตเทศบาลเมืองพะเยา&nbsp;(57&nbsp;ราย)&nbsp;ระบาดในพื้นที่อำเภอเมืองพะเยา&nbsp;อำเภอดอกคำใต้&nbsp;อำเภอภูกามยาวและอำเภอเชียงคำ,&nbsp;คลัสเตอร์ติดเชื้อในครอบครัวจากญาติที่เดินทางกลับมาจากจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;(11&nbsp;ราย)&nbsp;ระบาดในพื้นที่อำเภอแม่ใจ&nbsp;สำหรับการส่งตัวอย่างตรวจหาสายพันธุ์&nbsp;พบ&nbsp;2&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;ที่เป็นสายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;คือ&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;Count&nbsp;down&nbsp;ร้านพระราม&nbsp;8&nbsp;เขตเทศบาลเมืองพะเยาและคลัสเตอร์ติดเชื้อในครอบครัว&nbsp;อำเภอแม่ใจ</p><p><strong>นอกจากนี้</strong>&nbsp;จังหวัดพะเยามีความพร้อมด้านการรักษาพยาบาลในการรองรับผู้ป่วยของโรงพยาบาล&nbsp;ทุกสังกัด&nbsp;ขณะนี้ใช้เตียงไปทั้งหมด&nbsp;จำนวน&nbsp;148&nbsp;เตียง&nbsp;(ร้อยละ&nbsp;46.54&nbsp;ของการรองรับในระบบ&nbsp;318&nbsp;เตียง)&nbsp;สามารถรองรับผู้ป่วยได้อีก&nbsp;จำนวน&nbsp;170&nbsp;เตียง&nbsp;เปิดปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุขในรูปแบบศูนย์พักคอยและส่งต่อชุมชน&nbsp;(community&nbsp;Isolation)&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;ณ&nbsp;สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดพะเยา&nbsp;จำนวน&nbsp;98&nbsp;เตียง&nbsp;ใช้งานแล้ว&nbsp;14&nbsp;เตียง&nbsp;และเตรียมความพร้อมเปิด&nbsp;CI&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;แห่งที่&nbsp;2&nbsp;อาคารแขวงการทางที่&nbsp;2&nbsp;อำเภอเชียงคำ&nbsp;80&nbsp;เตียง&nbsp;สำรองศูนย์พักคอยและส่งต่อชุมชน&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;ณ&nbsp;อาคารโรงยิม&nbsp;มณฑลทหารบกที่&nbsp;34&nbsp;อีกทั้งเตรียมพร้อมศูนย์พักคอยระดับอำเภอทุกอำเภอ&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;902&nbsp;เตียง</p><p><strong>สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงใน&nbsp;2&nbsp;เหตุการณ์&nbsp;</strong>คือ&nbsp;ไป&nbsp;Countdown&nbsp;ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่&nbsp;ที่ร้านพระราม&nbsp;8&nbsp;อำเภอเมืองพะเยา&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;30&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;2&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;และพบปะสังสรรค์กับญาติที่มาจากจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;หรือสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันโควิด-19&nbsp;ใน&nbsp;2&nbsp;เหตุการณ์นี้&nbsp;ให้ขอเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด19&nbsp;ได้ที่&nbsp;สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน&nbsp;พร้อมทั้งแยกตัวเองสังเกตอาการป่วย&nbsp;14&nbsp;วันหลังจากไปในสถานที่เสี่ยง&nbsp;ผู้ที่มีความเสี่ยงและตรวจหาการติดเชื้อด้วยตัวเองโดยชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;แล้วผลบวก&nbsp;ให้ประสานเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ใกล้บ้าน&nbsp;เพื่อประสานการตรวจยืนยันและการรักษา</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;การสร้างการรับรู้และการมีส่วนร่วม&nbsp;</strong>โดยประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน&nbsp;องค์กรต่างๆ&nbsp;ดำเนินการตามมาตรการ&nbsp;VUCA&nbsp;เพื่อรองรับการเปิดประเทศ&nbsp;โดยคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดพะเยารวมทั้งแรงงานต่างด้าว&nbsp;ให้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ปฏิบัติตนเพื่อป้องกันตนเองตามหลัก&nbsp;D-M-H-T-T-A&nbsp;โดยสวมหน้ากาก&nbsp;100%&nbsp;เว้นระยะห่างในที่สาธารณะ&nbsp;และล้างมือบ่อยๆ&nbsp;สถานบริการ&nbsp;สถานประกอบการ&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;สถานที่พัก/โรงแรม&nbsp;ดำเนินตามมาตรฐาน&nbsp;COVID&nbsp;FREE&nbsp;SETTING&nbsp;และตรวจคัดกรองตนเอง&nbsp;คัดกรองในชุมชนและสถานที่เสี่ยง&nbsp;โดยใช้ชุดตรวจอย่างง่าย&nbsp;เป็นประจำและสม่ำเสมอ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	7/1/2022	ภาคเหนือ	พะเยา	สวท.พะเยา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107121335424
240	เทศบาลตำบลบ้านกลางตรวจ ATK พ่อค้าแม่ค้า ตลาดในพื้นที่กว่า 500 ราย ป้องกันการระบาด COVID19 หลังเทศกาลปีใหม่	<p><strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;</strong>ที่บริเวณหน้าศาลาประชาคมเทศบาลตำบลบ้านกลาง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;นายสอน&nbsp;อิ่นแก้ว&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลบ้านกลาง&nbsp;ตรวจติดตามให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ซึ่งเทศบาลตำบลบ้านกลาง&nbsp;ร่วมที่สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองลำพูน&nbsp;โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพใกล้เคียง&nbsp;และอาสาสาธารณสุขในพื้นที่&nbsp;ได้ดำเนินการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ด้วยชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ให้กับพ่อค้าแม่ค้า&nbsp;500&nbsp;ราย&nbsp;ที่ค้าขายในตลาดเขตพื้นที่ตำบลบ้านกลางซึ่งมีจำนวน&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;หลังจากหยุดยาวเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งผลของการตรวจทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านกลางจะดำเนินการขึ้นในแอปพลิเคชัน&nbsp;หมอพร้อม&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	7/1/2022	ภาคเหนือ	ลำพูน	สวท.ลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107122038431
241	ปัตตานี-ประชุมคณะอนุกรรมการด้านการป้องกันการติดเชื้อ การแพร่ระบาด และติดตามการบังคับใช้กฎหมาย	<p><strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;ผู้สื่อข่าวปัตตานีรายงาน&nbsp;ว่า&nbsp;นายสมนึก&nbsp;พรหมเขียว&nbsp;</strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการด้านการป้องกันการติดเชื้อ&nbsp;คณะอนุกรรมการการป้องกันการแพร่ระบาด&nbsp;และอนุกรรมการด้านการกำกับติดตามการบังคับใช้กฎหมาย&nbsp;ที่ห้องประชุมพญาตานี&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดปัตตานี&nbsp;&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;และติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาด&nbsp;โควิด-19&nbsp;โอมิครอน&nbsp;ของจังหวัดปัตตานี&nbsp;&nbsp;หลังประชาชนเดินทางกลับจากการเที่ยวช่วงหยุดยาวต้อนรับปีใหม่&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-&nbsp;19&nbsp;และการเสียชีวิตของประชาชนในพื้นที่&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;มีตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลงจากเดิมเป็นอย่างน่าพอใจ&nbsp;แต่คงไว้ซึ่งความไม่ประมาท&nbsp;และปฏิบัติตามมาตรการของสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;สิ่งที่สำคัญ&nbsp;คือ&nbsp;หลังเทศกาลปีใหม่&nbsp;ยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;อย่างใกล้ชิด&nbsp;อีกเป็นเวลา&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;พร้อมเปิดช่องทางให้ประชาชนที่มีความเสี่ยง&nbsp;หรือมีอาการผิดปกติ&nbsp;เข้ารับการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุก&nbsp;ณ&nbsp;สถานที่ราชการกำหนด&nbsp;หรือที่&nbsp;รพสต&nbsp;ทุกแห่ง&nbsp;พร้อมเร่งสร้างความเข้าใจให้ประชาชนทุกกลุ่ม&nbsp;เข้ารับวัคซีนให้เป็นไปตามได้ร้อยละ&nbsp;70&nbsp;หรือมากที่สุด&nbsp;เพื่อลดการติดเชื้อ&nbsp;และเสียชีวิดจากโรคโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ในที่ประชุม&nbsp;ได้ติดตามผลการปฏิบัติงานในด้านต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ยังต้องเน้นย้ำพี่น้องประชาชน&nbsp;และเจ้าหน้าที่รัฐ&nbsp;ให้เร่งการตรวจ</strong>กลุ่มเป้าหมายเสี่ยงเชิงรุก&nbsp;ATK&nbsp;เพิ่ม&nbsp;เพื่อให้การควบคุมและติดตามอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;สำหรับสถานการณ์&nbsp;COVID&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>	7/1/2022	ภาคใต้	ปัตตานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107124748444
242	ผู้ว่าฯ ตาก ตรวจเยี่ยมการตรวจหาเชื้อโควิด-19 แบบ ATK ให้กับกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ของโรงพยาบาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช หลังจากพบการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น	<p><strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;</strong>ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดตาก&nbsp;นายสมชัย&nbsp;กิจเจริญรุ่งโรจน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางวรรณฤดี&nbsp;กิจเจริญรุ่งโรจน์&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดตาก&nbsp;นายแพทย์บรรเจิด&nbsp;นนทสูติ&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช&nbsp;และผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;ตรวจเยี่ยมการตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;แบบ&nbsp;ATK&nbsp;ให้กับกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงของโรงพยาบาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช&nbsp;หลังจากพบการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น</p><p><strong>สืบเนื่องจากปัจจุบัน&nbsp;เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19</strong>&nbsp;ในพื้นที่หลายจังหวัดของประเทศไทย&nbsp;รวมถึงจังหวัดตาก&nbsp;ที่มีแนวโน้มการติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น&nbsp;ประกอบกับในช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;มีการเดินทางท่องเที่ยวของประชาชน&nbsp;ทำให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19&nbsp;ออกเป็นวงกว้าง&nbsp;จึงทำให้มีกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูง&nbsp;ได้เดินทางมาตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;แบบ&nbsp;ATK&nbsp;จำนวนมาก</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;โรงพยาบาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช&nbsp;</strong>ได้จัดตั้งจุดตรวจหาเชื้อแบบ&nbsp;ATK&nbsp;พร้อมแจ้งแนวทางการปฏิบัติกรณีผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นบวก&nbsp;โดยต้องปฏิบัติดังนี้&nbsp;1.เมื่อทราบผล&nbsp;ATK&nbsp;เป็นบวก&nbsp;ให้รักษามาตรการ&nbsp;DMHTT&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;และกักตัวอยู่บ้านเท่านั้น&nbsp;2.ให้มาตรวจซ้ำที่&nbsp;ARI&nbsp;คลินิก&nbsp;ในวันเวลาราชการได้&nbsp;(ไม่ควรมาห้องฉุกเฉิน&nbsp;เนื่องจากอาจเป็นเหตุให้แพร่กระจายเชื้อได้)&nbsp;3.กรณีท่านมีอาการมาก&nbsp;เช่น&nbsp;เหนื่อย&nbsp;หอบ&nbsp;ต้องรักษาอย่างเร่งด่วน&nbsp;และขอความร่วมมือไม่ปกปิดประวัติของท่าน</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;กรณีที่มาตรวจยืนยันผลที่โรงพยาบาลแล้วมีการติดเชื้อจริง&nbsp;</strong>แต่อาการไม่มาก&nbsp;จะใช้แนวทางการดูแลแบบกักตัวรักษาที่บ้าน&nbsp;(Home&nbsp;Isolation)&nbsp;ซึ่งทางโรงพยาบาลมีระบบให้คำปรึกษาและติดตามผล&nbsp;จนกว่าจะหายเป็นปกติ&nbsp;หากมีอาการมากหรือมีข้อบ่งชี้&nbsp;สามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลได้</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	7/1/2022	ภาคตะวันตก	ตาก	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตาก	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107143746500
243	แพร่ พบโควิด - 19 เพิ่มอีก 8 ราย	<p><strong>สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแพร่</strong>&nbsp;รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;6&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;พบผู้ป่วยรายใหม่&nbsp;เพิ่มอีก&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;คือ&nbsp;ต.บ้านถิ่น&nbsp;อ.เมือง&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงของผู้ป่วย&nbsp;ต.ร่องฟอง&nbsp;ที่ตรวจพบเชื้อก่อนนี้/ต.ในเวียง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;มีประวัติเดินทางมาจาก&nbsp;จ.เชียงใหม่/ต.ทุ่งกวาว&nbsp;อ.เมือง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;มีประวัติสัมผัสผู้ป่วย&nbsp;จ.เชียงใหม่/ต.แม่คำมี&nbsp;อ.เมือง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เป็นพนักงาน&nbsp;ร้านเบิร์น&nbsp;อ.เมือง/ต.ตำหนักธรรม&nbsp;อ.หนองม่วงไข่&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ประวัติเดินทางมาจาก&nbsp;กรุงเทพฯ/ต.บ่อเหล็กลอง&nbsp;อ.ลอง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;มีประวัติสัมผัสผู้ป่วย&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;(ลูกเขยมาเยี่ยมบ้าน&nbsp;ช่วงเทศกาลฯ)&nbsp;และ&nbsp;ต.ห้วยอ้อ&nbsp;อ.ลอง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;มีประวัติเดินทางไป&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;ช่วงเทศกาลปีใหม่</p><p><strong>จังหวัดแพร่&nbsp;มีผู้ป่วยยืนยันสะสมจำนวน&nbsp;2,157&nbsp;ราย</strong>/ผู้ป่วยที่ยังคงรักษาอยู่&nbsp;จำนวน&nbsp;70&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยสีเขียว&nbsp;35&nbsp;ราย&nbsp;สีเหลือง&nbsp;34&nbsp;ราย&nbsp;สีแดง&nbsp;1&nbsp;ราย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ขอให้ผู้ที่เดินทางกลับมาจากพื้นที่เสี่ยงสูง</strong>&nbsp;หรือบ้านที่มีคนมาจากพื้นที่เสี่ยงสูงช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;ควรตรวจหาเชื้อเบื้องต้นด้วย&nbsp;ATK&nbsp;และขอให้ฉีดวัคซีนให้ครบ&nbsp;ปฏิบัติตามมาตรการของจังหวัดอย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	7/1/2022	ภาคเหนือ	แพร่	สวท.แพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107133431463
244	ผู้ว่าฯ อยุธยา ขานรับนโยบายตรวจเชิงรุกหาเชื้อโควิด-19 ด้วย ATK ผู้ปฏิบัติงานศูนย์ราชการ 100% เพื่อสร้างความมั่นใจหลังเทศกาลปีใหม่	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;ที่ห้องประชุมบึงพระราม&nbsp;ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา</strong>&nbsp;นายวีระชัย&nbsp;นาคมาศ&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ตรวจเยี่ยมติดตามการตรวจเชิงรุกหาเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ด้วยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;สำหรับข้าราชการและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานภายในศูนย์ราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;เพื่อยกระดับมาตรการป้องกันและควบคุมโรคในสถานที่ราชการให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;100%&nbsp;พร้อมสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ปฏิบัติงานและประชาชนผู้มาติดต่อราชการ&nbsp;โดยมี&nbsp;พันเอก&nbsp;ภัทราวุธ&nbsp;ทิพโกมุท&nbsp;รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด&nbsp;นายนครินทร์&nbsp;อาจหาญ&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด&nbsp;นางพิศมัย&nbsp;เลิศอิทธิบาท&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัด&nbsp;นายสิทธิวีร์&nbsp;วรรณพฤกษ์&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัด&nbsp;ร่วมตรวจเยี่ยมและรายงานผลการดำเนินงาน</p><p><strong>นายวีระชัย&nbsp;นาคมาศ&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การตรวจคัดกรองเชิงรุก&nbsp;ATK&nbsp;ในวันนี้&nbsp;เป็นการจัดตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;เชิงรุกให้ข้าราชการที่อยู่ในศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยาทุกคน&nbsp;100%&nbsp;หลังกลับจากภูมิลำเนาช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;โดยได้รับความร่วมมือจากสาธารณสุขจังหวัด&nbsp;นำชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;มาตรวจให้กับข้าราชการ&nbsp;และเจ้าหน้าที่ทุกคน&nbsp;เพื่อให้ทราบว่าตัวเองติดเชื้อมาหรือไม่&nbsp;จะได้ปฏิบัติตัวเองและดูแลตัวเองให้ถูกต้อง&nbsp;ไม่นำมาแพร่เชื้อในที่ทำงาน&nbsp;ตามมติของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด&nbsp;และฝากถึงพี่น้องประชาชนว่าก่อนกลับบ้านให้ท่านตรวจหาเชื้อด้วย&nbsp;ATK&nbsp;ด้วย&nbsp;เพราะห่วงพ่อแม่พี่น้องที่อยู่ที่บ้าน&nbsp;ถ้าทราบว่าติดให้ไปรักษา&nbsp;และฝากไปถึงทางอำเภอและหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ถ้าท่านมีโอกาสตรวจเชื้อ&nbsp;ATK&nbsp;ให้ดำเนินการ&nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันเพื่อนร่วมงานและตัวท่านเองอีกด้วย</p><p><br></p><p>ข่าว&nbsp;:&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระ&nbsp;นครศรีอยุธยา</p><p>เว็บไซต์&nbsp;:<a&nbsp;href=""&nbsp;https://ayutthaya.prd.go.th""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank"">&nbsp;https://ayutthaya.prd.go.th</a></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>"	7/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	พระนครศรีอยุธยา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107140626471
245	สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น ประชุมจัดระบบการดูแลรักษาผู้ป่วย Covid-19 ด้วย Home Isolation	<p><strong>นายแพทย์ภาคี&nbsp;ทรัพย์พิพัฒน์</strong>&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น&nbsp;เป็นประธานการประชุมจัดระบบการดูแลรักษาผู้ป่วย&nbsp;Covid-19&nbsp;ด้วย&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;ขับเคลื่อนนโยบายถ่ายทอดแนวทางให้ปฏิบัติได้ในวันที่&nbsp;7&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อให้ประชาชนในจังหวัดขอนแก่น&nbsp;ที่&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;เข้ารับรักษาในการแยกกักตัวที่บ้าน&nbsp;หรือ&nbsp;HI&nbsp;เป็นอันดับแรกโดยไม่ต้อง&nbsp;RT-PCR&nbsp;ซ้ำ&nbsp;ได้รับยา&nbsp;Favipiravia&nbsp;โดยเร็ว&nbsp;จัด&nbsp;Favipiraviaในset&nbsp;boxขอนแก่นชนะ&nbsp;มีระบบสื่อสาร&nbsp;ติดตามอาการผู้ป่วย&nbsp;มีข้อบ่งชี้ส่งต่อรักษาในโรงพยาบาล&nbsp;ด้วยดุลยพินิจแพทย์ตามแนวปฏิบัติฯ&nbsp;กรมการแพทย์&nbsp;และจัดระบบสนับสนุนให้สอดคล้อง&nbsp;เช่น&nbsp;ปรับการเบิกจ่าย&nbsp;กระจายยาสู่&nbsp;รพ.สต&nbsp;และสำรองยาให้เพียงพอในโรงพยาบาลเอกชน&nbsp;สำหรับระบบเบิกจ่าย&nbsp;สป.สช&nbsp;ระบบ&nbsp;SCET&nbsp;โปรแกรมที่ช่วยการติดตามดูแลพื้นที่สามารถเลือกใช้ได้&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น</strong>&nbsp;ได้เร่งดำเนินการหา&nbsp;platform&nbsp;ที่เหมาะสม&nbsp;และจะมี&nbsp;clip&nbsp;เพื่อสื่อสารไปถึงประชาชน&nbsp;เช่น&nbsp;การกำจัดขยะ&nbsp;ผู้ร่วมประชุมประกอบด้วยผู้บริหาร&nbsp;พร้อมบุคลากรในรพ.สังกัดกระทรวงสาธารณสุข,&nbsp;รพ.เอกชน&nbsp;,รพ.ศรีนครินทร์&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ.แล&nbsp;ะรพ.สต.ทุกแห่ง&nbsp;ด้วยระบบ&nbsp;web&nbsp;conference</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	7/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ขอนแก่น	สวท.ขอนแก่น	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107141417475
246	"ผู้ว่าฯ พังงา ออกรายการวิทยุ ""สุขจังที่พังงา"" ห่วงใยชาวบ้านเรื่องหมูราคาแพง"	"<p><strong>วันที่&nbsp;7&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;08.00&nbsp;น.&nbsp;นายจำเริญ&nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา</strong>&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;ร่วมพบปะพูดคุยกับชาวพังงาผ่านรายการ&nbsp;""สุขจังที่พังงา""&nbsp;ทาง&nbsp;สวท.พังงา&nbsp;FM&nbsp;100&nbsp;MHz&nbsp;และ&nbsp;สวท.ตะกั่วป่า&nbsp;FM&nbsp;90.25&nbsp;MHz&nbsp;พร้อมไลฟ์สดผ่านเพจ&nbsp;Radio&nbsp;Thail&nbsp;Png&nbsp;,&nbsp;เพจ&nbsp;Pr&nbsp;Phangnga&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา&nbsp;ซึ่งสัปดาห์นี้ได้พูดคุยประเด็นสำคัญ&nbsp;ๆ&nbsp;ดังนี้</p><p><strong>1.สถานการณ์หมูราคาแพง</strong>&nbsp;โดยได้สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดพังงา&nbsp;จัดจำหน่ายเนื้อสุกรชำแหละ&nbsp;ราคากิโลกรัมละ&nbsp;150&nbsp;บาท&nbsp;ไก่สด&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;และผลิตภัณฑ์อื่นเพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภค&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณหน้าสำนักงานพาณิชย์จังหวัดพังงา&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;10-14&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</p><p><strong>2.สรุปผลการดำเนินงานศูนย์</strong>ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;วันที่&nbsp;29&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564-4&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ภายใต้หัวข้อ&nbsp;ชีวิตวิถีใหม่&nbsp;ขับขี่อย่างปลอดภัย&nbsp;ไร้อุบัติเหตุ&nbsp;จังหวัดพังงา&nbsp;เกิดอุบัติเหตุ&nbsp;32&nbsp;ครั้ง&nbsp;มีผู้บาดเจ็บ&nbsp;34&nbsp;ราย&nbsp;ไม่มีผู้เสียชีวิต&nbsp;ส่วนใหญ่เกิดจากเมาแล้วขับและขับรถเร็วจากรถจักรยานยนต์&nbsp;ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;ได้เน้นย้ำถึงมาตรการสวมหมวกกันน็อค&nbsp;100%</p><p><strong>3.การตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ของผู้ที่เดินทางออกนอกพื้นที่</strong>ทุกหน่วยงานและการกำหนดแผนฉีดวัคซีนในเด็กอายุ&nbsp;5-12&nbsp;ปี&nbsp;และการฉีดวัคซีนเข็ม&nbsp;3&nbsp;ให้กับชาวพังงา</p><p><strong>4.การจัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ</strong>&nbsp;ซึ่งในปี&nbsp;พล.อ.ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้มอบคำขวัญ&nbsp;ความว่า&nbsp;""รู้คิด&nbsp;รอบคอบ&nbsp;รับผิดชอบต่อสังคม""&nbsp;ว่าสามารถดำเนินการได้แต่ให้อยู่ในดุลพินิจของแต่ละอำเภอโดยให้ปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;DMKTTA&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ได้ขอความร่วมมือประชาชนชาวพังงา&nbsp;</strong>ช่วยกันดูแลรักษาความสะอาดทุกพื้นที่&nbsp;เพื่อ&nbsp;พังงาเมืองสวยในหุบเขาและเมืองแห่งความสุข</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	7/1/2022	ภาคใต้	พังงา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107144126506
247	7 ม.ค.64 จ.ลำพูนพบติดเชื้อ COVID-19 จากผล RT-PCR 12 ราย ผลตรวจ ATK Plus 59 ราย	<p>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ที่ศาลาประชาคม&nbsp;ศาลากลางจังหวัดลำพูน&nbsp;นายภาษเดช&nbsp;หงส์ลดารมภ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;พร้อมด้วยนายแพทย์สุริยพงณช์&nbsp;สุริยพงฑากุล&nbsp;รองนายแพทย์สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำพูน&nbsp;ร่วมสถานการณ์&nbsp;COVID-19&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;จ.ลำพูน&nbsp;พบผู้ติดเชื้อเพิ่มในจังหวัด&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ต่างจังหวัดอีก&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;ATK&nbsp;Plus&nbsp;59&nbsp;ราย&nbsp;มีผู้ป่วยยืนยันสะสมทั้งสิ้น&nbsp;4,788&nbsp;ราย&nbsp;ยอดเสียชีวิตสะสม&nbsp;41&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ระหว่างการรักษาตัวทั้งหมด&nbsp;319&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;ใน&nbsp;รพ.ลำพูน&nbsp;34&nbsp;ราย&nbsp;รพ.สนามเวียงยอง&nbsp;22&nbsp;ราย&nbsp;รพ.สนามป่าซาง&nbsp;16&nbsp;ราย&nbsp;รพ.อื่นๆ&nbsp;247&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;4,429&nbsp;ราย</p><p><strong>ในส่วนของสถิติการครองเตียงของโรงพยาบาลรัฐทุกแห่งในจังหวัดลำพูนมีทั้งหมด&nbsp;504&nbsp;เตียง&nbsp;</strong>ใช้ไป&nbsp;170&nbsp;เตียงหรือคิดเป็น&nbsp;33.73%&nbsp;จึงทำให้มีเตียงเหลือรองรับผู้ป่วย&nbsp;334&nbsp;เตียงคิดเป็น&nbsp;66.27%&nbsp;นอกจากนี้เตียงรองรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลเอกชนมีรองรับทั้งสิ้น&nbsp;361&nbsp;เตียง&nbsp;ใช้ไป&nbsp;158&nbsp;เตียง&nbsp;คิดเป็น&nbsp;43.77%&nbsp;จึงทำให้มีเตียงเหลือรองรับผู้ป่วยอีก&nbsp;203&nbsp;เตียง&nbsp;คิดเป็น&nbsp;56.23%</p><p><strong>สำหรับการให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;</strong>ของจังหวัดลำพูน&nbsp;ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;7&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มียอดสะสมการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ไปแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;313,468&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;76.44%&nbsp;ของผู้ประสงค์ฉีดทั้งหมด&nbsp;126,648&nbsp;คน&nbsp;จากประชากรทั้งหมด&nbsp;401,408&nbsp;คนคิดเป็น&nbsp;78.09%&nbsp;ฉีดเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;313,468&nbsp;ราย&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;276,256&nbsp;ราย&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;65,603&nbsp;ราย&nbsp;และเข็มที่&nbsp;4&nbsp;จำนวน&nbsp;1,137&nbsp;เข็ม</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	7/1/2022	ภาคเหนือ	ลำพูน	สวท.ลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107143114493
248	COVID-19 แม่ฮ่องสอน มีผู้ติดเชื้อสะสม ทะลุ 3,500 ราย ขณะที่วันนี้ (7 ม.ค. 65) มีผู้ติดเชื้อเพิ่ม 23 ราย	"<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong>รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในการระบาดระลอกใหม่เมษายน&nbsp;2564&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;7&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ว่ามีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ระลอกเมษายน&nbsp;จำนวน&nbsp;3,550&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเพศชาย&nbsp;1,633&nbsp;ราย&nbsp;และเพศหญิง&nbsp;1,917&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;46&nbsp;ราย&nbsp;(1.30%)&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;3,336&nbsp;ราย&nbsp;(93.97%)&nbsp;ยังอยู่ระหว่างรักษา&nbsp;168&nbsp;ราย&nbsp;(4.73%)&nbsp;ไม่มีอาการ&nbsp;41&nbsp;ราย&nbsp;มีอาการเล็กน้อยไม่ใช้ออกซิเจน&nbsp;115&nbsp;ราย&nbsp;ใช้ออกซิเจนแรงดันต่ำ&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;ใช้ออกซิเจน&nbsp;แรงดันสูง&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ใส่ท่อและเครื่องช่วยหายใจ&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;รักษาอยู่ที่โรงพยาบาลศรีสังวาล&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลปาย&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลแม่สะเรียง&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลสบเมย&nbsp;21&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลแม่ลาน้อย&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลขุนยวม&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลปางมะผ้า&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลสนาม&nbsp;64&nbsp;ราย&nbsp;และรักษาในศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;41&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>สำหรับวันนี้&nbsp;มีผู้ได้รับการตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;334&nbsp;ชุด</strong>&nbsp;พบเชื้อ&nbsp;23&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ป่วยในจังหวัด&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;ดังนี้&nbsp;อำเภอสบเมย&nbsp;1&nbsp;ราย/อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;3&nbsp;ราย/อำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;4&nbsp;ราย/อำเภอเมือง&nbsp;5&nbsp;ราย/อำเภอขุนยวม&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;และอำเภอปางมะผ้า&nbsp;3&nbsp;ราย</p><p><strong>ขอเชิญชวนประชาสัมพันธ์&nbsp;เยาวชนอายุ&nbsp;12-18&nbsp;ปี&nbsp;</strong>(ทั้งในและนอกระบบการศึกษา)&nbsp;ผู้สูงอายุ&nbsp;ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว&nbsp;หญิงตั้งครรภ์&nbsp;ประชาชนทั่วไปทุกคน&nbsp;ที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ติดต่อสอบถาม&nbsp;ณ&nbsp;โรงพยาบาล&nbsp;หรือ&nbsp;รพ.สต.ทุกแห่ง&nbsp;เพื่อเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็ม&nbsp;1&nbsp;หรือกระตุ้นเข็ม&nbsp;3&nbsp;เพื่อความปลอดภัยของตัวเองและสังคม&nbsp;ลดการแพร่กระจายเชื้อเป็นการป้องกันโรค&nbsp;ลดความรุนแรงของโรคและลดการเสียชีวิตหากมีการติดเชื้อโควิด-19&nbsp;หากมีความเสี่ยงให้ตรวจด้วย&nbsp;ATK&nbsp;ส่วนสถานบริการต่างๆ&nbsp;ควรทำตามมาตรการ&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;โดยเฉพาะร้านอาหาร&nbsp;สถานที่ต้องสะอาด&nbsp;มีการเว้นระยะห่าง&nbsp;มีเจลแอลกอฮอล์&nbsp;ตรวจวัดอุณหภูมิ&nbsp;พนักงานฉีดวัคซีนทุกคน&nbsp;ลูกค้าต้องแสดงผลวัคซีน&nbsp;หรือตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ซึ่งหากทำตามมาตรการเหล่านี้&nbsp;จะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้</p><p><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>"	7/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107145821515
249	จังหวัดตรัง แถลงพบผู้ป่วยโควิด 19 รายใหม่ 19 ราย สะสม 18,167 ราย	<p><strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;นายแพทย์&nbsp;ตุลกานต์&nbsp;มักคุ้น&nbsp;นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ</strong>&nbsp;โรงพยาบาลตรัง&nbsp;ในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;พบผู้ป่วยโควิด&nbsp;19&nbsp;รายใหม่&nbsp;19&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็นติดเชื้อในจังหวัดตรัง&nbsp;19&nbsp;รวมผู้ติดเชื้อตามการระบาดระลอกใหม่ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;18,167&nbsp;ราย&nbsp;ผลการตรวจด้วย&nbsp;ATK&nbsp;เป็นบวก&nbsp;109&nbsp;ราย&nbsp;จากผลตรวจ&nbsp;1,208&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จำแนกผู้ป่วยเป็นรายอำเภอ&nbsp;ดังนี้&nbsp;</strong>อำเภอกันตัง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอนาโยง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอวังวิเศษ&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอสิเกา&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;และอำเภอห้วยยอด&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็นสัมผัสร่วมบ้าน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;สัมผัสในชุมชน&nbsp;18&nbsp;ราย&nbsp;ในวันนี้&nbsp;มีการฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดตรัง&nbsp;เข็มที่1&nbsp;จำนวน&nbsp;463,163&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;75.29&nbsp;และฉีดเข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;437,524&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;71.12&nbsp;จากประชากร&nbsp;615,192&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ถึงแม้สถานการณ์โควิด&nbsp;19&nbsp;ในจังหวัดตรังจะมีผู้ติดเชื้อน้อยลง</strong>&nbsp;แต่ยังคงต้องปฏิบัติตามมาตรการของจังหวัดตรังและรอดูสถานการณ์โควิด&nbsp;19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอนที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้&nbsp;เน้นย้ำมาตรการที่จำเป็นในการป้องกันโควิด&nbsp;19&nbsp;คือการป้องกันแบบครอบจักรวาล&nbsp;อาทิ&nbsp;สวมหน้ากาก&nbsp;2&nbsp;ชั้น&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;2&nbsp;เมตร&nbsp;ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์&nbsp;ลดการจับหน้ากากอนามัย&nbsp;รับประทานอาหารปรุงสุก&nbsp;ออกจากบ้านเท่าที่จำเป็น&nbsp;และหากมีความเสี่ยงให้ทำการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	7/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107162125567
250	นายกรัฐมนตรี กำชับเร่งฉีดวัคซีนให้ได้มากที่สุด วางแผนฉีดเข็มกระตุ้นเข็ม 3-4 และเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ผ่านระบบการประชุมทางไกล&nbsp;(Video&nbsp;Conference)&nbsp;เห็นชอบ&nbsp;ปรับระดับพื้นที่สถานการณ์ทั่วราชอาณาจักร&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;9&nbsp;ม.ค.&nbsp;65&nbsp;พื้นที่ควบคุม&nbsp;69&nbsp;จังหวัด&nbsp;และพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยว&nbsp;8&nbsp;จังหวัด&nbsp;ขยายระยะเวลา&nbsp;WFH&nbsp;ออกไปถึง&nbsp;31&nbsp;ม.ค.&nbsp;65&nbsp;สถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ&nbsp;สถานบันเทิง&nbsp;ผับ&nbsp;บาร์&nbsp;คาราโอเกะ&nbsp;ให้เปิดในรูปแบบร้านอาหาร&nbsp;โดยต้องได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/กทม.&nbsp;ก่อนวันที่&nbsp;15&nbsp;ม.ค.&nbsp;65</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายกรัฐมนตรี&nbsp;ขอบคุณ&nbsp;ศบค.</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ที่ได้ร่วมกันทำงานอย่างเต็มกำลัง&nbsp;ทำให้ประเทศไทยผ่านพ้นช่วงเวลาวิกฤตที่เกิดขึ้นในปี&nbsp;2564&nbsp;ได้&nbsp;จนได้รับการยอมรับและยกย่องให้เป็นประเทศที่มีความแข็งแกร่งของระบบสาธารณสุขอันดับ&nbsp;5&nbsp;ของโลก&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ยังไม่ยุติลง&nbsp;ยังพบการกลายพันธุ์ของเชื้อโควิด-19&nbsp;ปัจจุบันมีการแพร่ระบาดของสายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;ซึ่งทำให้หลายประเทศดำเนินมาตรการที่เข้มงวดมากขึ้น&nbsp;หลายประเทศกลับไปใช้มาตรการ&nbsp;Lock&nbsp;Down&nbsp;อีกครั้ง&nbsp;โดยที่ไทยยังพบการระบาดจากโรคโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอนจากนักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย&nbsp;</span></p><p><strong>นายกรัฐมนตรี</strong><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;กล่าวถึงการเปิดประเทศเมื่อวันที่&nbsp;1&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;และการจัดงานช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;ที่ได้รับความร่วมมือในการปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุข&nbsp;ขอบคุณทุกฝ่ายที่ได้ดำเนินการอย่างเข้มแข็ง&nbsp;ทั้งนี้ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก&nbsp;WHO&nbsp;ระบุว่าสายพันธุ์โอมิครอนติดเชื้อได้เร็ว&nbsp;แต่มีความรุนแรงน้อยกว่า&nbsp;จึงต้องหาแนวทางประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องแก่ประชาชน&nbsp;ให้มีความรู้ความเข้าใจต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไม่ตื่นตระหนกและให้เกิดการให้ความร่วมมือ&nbsp;โดยกำชับไหยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมทางด้านสาธารณสุขของไทย&nbsp;ทั้งเรื่องวัคซีน&nbsp;ยา&nbsp;เวชภัณฑ์&nbsp;การครองเตียงต่างๆ&nbsp;ให้พร้อม&nbsp;ชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ยารักษาที่จำเป็น&nbsp;ที่ต้องมีเพียงพอ&nbsp;รวมทั้งเตรียมโรงพยาบาลสนาม&nbsp;ศูนย์พักคอย(HI&nbsp;/&nbsp;CI)&nbsp;ในพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดมาก&nbsp;เพื่อให้สามารถดูแลช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;เร่งรัดแผนการฉีดวัคซีนให้ได้มากที่สุด&nbsp;ซึ่งในปี&nbsp;2564&nbsp;สามารถฉีดวัคซีนไปได้ประมาณ&nbsp;105&nbsp;ล้านโดส&nbsp;ดังนั้น&nbsp;ต้องวางแผนการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น&nbsp;เข็ม&nbsp;3&nbsp;และเข็ม&nbsp;4&nbsp;และการฉีดวัคซีนให้แก่เด็กนักเรียนอายุต่ำกว่า&nbsp;12&nbsp;ปีด้วยวัคซีนที่ได้รับการรับรองแล้ว&nbsp;เพื่อจะช่วยลดความรุนแรงของโรคโควิด-19&nbsp;ได้&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์อะไรก็ตาม</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นอกจากนี้&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">กล่าวถึงการท่องเที่ยวจากต่างประเทศว่า&nbsp;ถ้าดูจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาในประเทศไทย&nbsp;ยังคงมีจำนวนไม่มากนัก&nbsp;เพราะประเทศต่างๆ&nbsp;ยังคงไม่ให้ประชาชนเดินทางออกนอกประเทศ&nbsp;จึงขอเน้นย้ำให้ประชาชน&nbsp;สถานประกอบการ&nbsp;สถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;ยังคงต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันแบบครอบจักรวาล&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;และ&nbsp;Covid&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;รวมถึงการปฏิบัติงานที่บ้าน&nbsp;Work&nbsp;From&nbsp;Home&nbsp;ซึ่งควรต้องมีการติดตามประเมินผลการปฏิบัติ&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาระบบติดตามตัว&nbsp;แอปพลิเคชันหมอพร้อม&nbsp;หมอชนะ&nbsp;ให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่องต่อไป&nbsp;พร้อมกับนายกรัฐมนตรีย้ำว่าประเทศไทยต้องเดินหน้าต่อไป&nbsp;โดยต้องระมัดระวังอย่างที่สุดเพื่อให้สถานการณ์ดีขึ้น&nbsp;และนายกรัฐมนตรียังห่วงใยสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทยขณะนี้&nbsp;ย้ำให้ความสำคัญในพื้นที่เสี่ยงต่างๆ&nbsp;ทั้งชุมชน&nbsp;ชุมชนแออัด&nbsp;ที่ส่วนท้องถิ่นต้องช่วยกันดูแล&nbsp;โดยขอให้หน่วยงานในพื้นที่ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง&nbsp;ร่วมมือการแก้ปัญหาอย่างเข้มแข็งต่อไป</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	7/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107155331548
251	กลุ่มเสี่ยงโควิดขอนแก่น ผิดหวัง หลังหน่วยรับชุดตรวจ ATK ผ่านแอปเป๋าตัง ใกล้บ้านหลายแห่งของหมด	<p><strong>ประชาชนกลุ่มเสี่ยงโควิด-19&nbsp;ต้องผิดหวัง</strong>&nbsp;หลังหน่วยบริการใกล้บ้านและร้านขายยาหลายแห่งที่เข้าร่วมแจกชุดตรวจหาเชื้อโควิด19&nbsp;แบบเร่งด่วน&nbsp;หรือ&nbsp;ATK&nbsp;ผ่านแอพพลิเคชั่น&nbsp;เป๋าตังของหมด&nbsp;ขอให้ประชาชนโทรศัพท์ตรวจสอบจุดอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ใกล้บ้านก่อนเดินทางไปติดต่อขอรับ</p><p><strong>จากกรณีที่มีบริการแจกชุดตรวจคัดกรองโควิด-19</strong>&nbsp;แบบเร่งด่วน&nbsp;(Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit&nbsp;หรือ&nbsp;ATK)&nbsp;ให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงทุกสิทธิการรักษาไว้ใช้ตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;ด้วยตนเอง&nbsp;โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย&nbsp;เพื่อควบคุมการระบาดของโรค&nbsp;ตลอดจนลดการระบาดโควิด-19&nbsp;โดย&nbsp;1&nbsp;สิทธิ์จะได้รับชุดตรวจ&nbsp;2&nbsp;ชุดผ่านการประเมินตนเองในแอพพลิเคชั่น&nbsp;เป๋าตัง&nbsp;นั้น&nbsp;พบว่า&nbsp;ที่หน่วยบริการ&nbsp;ร้านยาในเขตเมืองขอนแก่นและติดต่อผ่านเบอร์โทรศัพท์ที่หน่วยบริการและร้านยาให้ไว้พบว่าส่วนใหญ่ชุดตรวจโควิดแบบเร่งด่วน&nbsp;ATK&nbsp;หมด&nbsp;เช่นเดียวกับที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลศิลา&nbsp;ถ.กสิกรทุ่งสร้าง&nbsp;ต.ศิลา&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ขอนแก่น&nbsp;ที่วันนี้&nbsp;บอกว่าชุดตรวจโควิด&nbsp;ATK&nbsp;หมดแล้ว&nbsp;ขอให้ติดต่อของรับที่หน่วยบริการหรือร้านยาอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;บริเวณใกล้เคียง&nbsp;อย่างไรก็ตามหากประชาชนที่ประสงค์จะขอรับชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผ่านแอพพลิเคชั่นเป๋าตังฟรี&nbsp;ขอให้โทรศัพท์ตรวจสอบหน่วยบริการหรือร้านยาในพื้นที่ก่อนว่ามีจุดไหนที่มีชุดตรวจก่อนที่จะเดินทางมารับ&nbsp;เพื่อจะได้ไม่เสียเวลา</p><p><strong>นางศรัญญา&nbsp;เครื่องฉาย&nbsp;ผู้อำนวยการ&nbsp;รพ.สต.ศิลา</strong>&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเป็นจุดเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อโควิดเท่านั้น&nbsp;เมื่อเกิดการแพร่ระบาดในพื้นที่ก็จะจัดเจ้าหน้าที่นำเครื่องมือไปตรวจเพื่อหาผู้ป่วย&nbsp;ซึ่งชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ที่ได้รับจัดสรรมาที่&nbsp;รพ.สต.แบ่งเป็น&nbsp;2&nbsp;ชุด&nbsp;ชุดแรกสำหรับประชาชนที่ลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชั่นเป๋าตังและชุดที่สองไว้สำหรับชุดเคลื่อนที่เร็วไปตรวจกลุ่มเสี่ยงโควิดเพื่อนำมาเข้าสู่กระบวนการรักษาต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	7/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ขอนแก่น	สวท.ขอนแก่น	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107155949557
252	จ.ลำพูนพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ติดเชื้อในจังหวัด 3 ราย เดินทางมาจากต่างจังหวัด 9 ราย รวมผู้ป่วยสะสม 4,788 ราย รักษาอยู่ 319 ราย และรักษาหายแล้ว 4,429 ราย 	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ที่&nbsp;ศาลาประชาคม&nbsp;ศาลากลางจังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;ประธานการแถลงสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ลำพูน&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายภาษเดช&nbsp;หงส์ลดารมภ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;และนายแพทย์สุริยพงณช์&nbsp;สุริยพงฑากุล&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำพูน&nbsp;ร่วมแถลงข่าวสถานการณ์&nbsp;COVID-19&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดลำพูน&nbsp;ซึ่งพบรายงานผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ภายในพื้นที่จังหวัดลำพูน&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;เดินทางมาจากต่างจังหวัด&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;จังหวัดลำพูนมียอดผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;สะสมตั้งแต่วันที่&nbsp;9&nbsp;เมษายน&nbsp;2564-6&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;(16.00&nbsp;น)&nbsp;พบผู้ป่วยสะสม&nbsp;4,788&nbsp;ราย&nbsp;ยอดสะสมของผู้เสียชีวิตอยู่ที่&nbsp;41&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ระหว่างการรักษาตัวทั้งหมด&nbsp;319&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;ใน&nbsp;รพ.ลำพูน&nbsp;34&nbsp;ราย&nbsp;รพ.สนามเวียงยอง&nbsp;22&nbsp;ราย&nbsp;รพ.สนามป่าซาง&nbsp;16&nbsp;ราย&nbsp;รพ.อื่นๆ&nbsp;247&nbsp;ราย&nbsp;และ&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;4,429&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;เผยว่า&nbsp;</strong>สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(Covid-19)&nbsp;ทั่วโลก&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;7&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มียอดผู้ติดเชื้อรวม&nbsp;300,800,312&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหาย&nbsp;257,498,758&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิตรวม&nbsp;5,489,717&nbsp;ราย&nbsp;โดยประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ประเทศสหรัฐอเมริกา&nbsp;พบผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;751,512&nbsp;ราย&nbsp;ประเทศอินเดียพบผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;114,484&nbsp;ราย&nbsp;และประเทศบราซิลพบผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;44,218&nbsp;ราย&nbsp;โดยทั้งนี้สถานการณ์&nbsp;Covid-19&nbsp;สายพันธุ์ใหม่โอมิครอนที่มีการตรวจพบเชื้อสายพันธุ์ใหม่ในพื้นที่จังหวัดลำพูน&nbsp;โดยทั้งนี้ให้ประชาชนปฏิบัติตามข้อกำหนดตามคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดอย่างเคร่งครัด&nbsp;D-M-H-T-T-A&nbsp;หมั่นล้างมือบ่อยครั้ง&nbsp;สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาเมื่อออกจากนอกสถานที่&nbsp;เพื่อป้องกันการรับเชื้อจากภายนอกและเพิ่มเกราะป้องกันให้แก่ตอนเองและครอบครัว&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำพูน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การอยู่ร่วมกันกับ&nbsp;Covid-19&nbsp;อย่างปลอดภัย&nbsp;(Smart&nbsp;living&nbsp;with&nbsp;COVID-19)&nbsp;ด้วยวิธีการปฏิบัติตาม&nbsp;4&nbsp;มาตรการ&nbsp;V-U-C-A&nbsp;โดย&nbsp;V&nbsp;หมายถึง&nbsp;Vaccine&nbsp;ฉีดให้ครบ&nbsp;ลดป่วยหนัก&nbsp;U&nbsp;หมายถึง&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;ป้องกันตัวตลอดเวลา&nbsp;ห่างไกลโควิด&nbsp;C&nbsp;หมายถึง&nbsp;Covid&nbsp;Free&nbsp;setting&nbsp;สถานที่ให้บริการพร้อมผู้ให้บริการได้รับวัคซีน&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทุกสัปดาห์&nbsp;และ&nbsp;A&nbsp;หมายถึง&nbsp;(ATK&nbsp;Antigen&nbsp;test&nbsp;kit)&nbsp;พร้อมตรวจเสมอเมื่อใกล้ชิดผู้ติดเชื้อหรือมีอาการทางเดินหายใจ</p><p><br></p><p><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p><p><br></p>"	7/1/2022	ภาคเหนือ	ลำพูน	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107152446519
253	โควิดยะลา ยอดเพิ่ม รายใหม่ 41   ราย เสียชีวิต เพิ่ม 2 ราย	<p><strong>โควิด-19&nbsp;&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ในวันที่&nbsp;7&nbsp;ม.ค&nbsp;65&nbsp;&nbsp;พบ&nbsp;ผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม&nbsp;41&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;</strong>&nbsp;หลังจากได้ลดลงอย่างต่อเนื่องหลายวันในช่วงก่อนเทศกาลปีใหม่&nbsp;โดย&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;ยังพบผู้ติดเชื้อมากสุด&nbsp;ถึง&nbsp;36&nbsp;ราย&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อ.กาบัง&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;อ.เบตง&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ส่วน&nbsp;อ.ยะหา&nbsp;อ.รามัน&nbsp;อ.กรงปินัง&nbsp;อ.ธารโต&nbsp;ไม่มีผู้ป่วยรายใหม่&nbsp;ทำให้ขณะนี้&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;มีผู้ป่วยสะสม&nbsp;&nbsp;48,908&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;194&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;50,260&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>วันนี้มีผู้ป่วยรายใหม่&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;อ.ยะหา&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;</strong>และ&nbsp;อ.รามัน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;สะสมรวม&nbsp;357&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;ส่วน&nbsp;การตรวจเชื้อด้วย&nbsp;ATK&nbsp;พบผู้ป่วยที่เข้าข่ายติดเชื้อ&nbsp;สะสม&nbsp;8,041&nbsp;ราย&nbsp;ผลการคัดกรองตามมาตรการสาธารณสุข&nbsp;สะสมรวม&nbsp;206,242&nbsp;ราย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	7/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107163120574
254	สาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรีขอความร่วมมือประชาชนป้องกันตนเองจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างเคร่งครัด	"<p><strong>สาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรีขอความร่วมมือประชาชนป้องกันตนเองจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดมากขึ้น&nbsp;โดยเฉพาะการระบาดคลัสเตอร์ใหญ่เป็นกลุ่มก้อน</strong></p><p><br></p><p><strong>นายแพทย์ชาติชาย&nbsp;กิติยานันท์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กระทรวงสาธารณสุขขอความร่วมมือประชาชนป้องกันตนเองจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;หลังมีการปรับการแจ้งเตือนเป็นระดับ&nbsp;4&nbsp;ป้องกันไม่ให้แพร่ระบาดมากขึ้น&nbsp;โดยเฉพาะการระบาดคลัสเตอร์&nbsp;ใหญ่เป็นกลุ่มก้อน&nbsp;จึงขอความร่วมมือประชาชน&nbsp;ดังนี้&nbsp;&nbsp;</p><p>1.งดไปสถานที่เสี่ยงที่ระบบระบายอากาศไม่ดี&nbsp;แออัด&nbsp;ไม่ใส่หน้ากาก&nbsp;งดรับประทานอาหารและดื่มสุราในร้าน&nbsp;</p><p>2.หลีกเลี่ยงกิจกรรมรวมตัวจำนวนมาก&nbsp;</p><p>3.เดินทางข้ามจังหวัดเท่าที่จำเป็น&nbsp;ขอให้งดโดยสารขนส่งสาธารณะทุกประเภท&nbsp;แต่หากมีความจำเป็นขอให้ระมัดระวัง&nbsp;ซึ่งขนส่งสาธารณะมีมาตรการเข้มงวด&nbsp;ทั้งใส่หน้ากาก&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;กรณีใช้เวลาโดยสารเป็นเวลานาน&nbsp;</p><p>4.งดเดินทางไปต่างประเทศ&nbsp;เนื่องจากต่างประเทศมีการแพร่ระบาดสูง&nbsp;และผู้เดินทางกลับมาติดเชื้อจำนวนมาก&nbsp;หากพบผู้ติดเชื้อในสถานประกอบการโรงงาน&nbsp;ไม่แนะนำให้ปิดโรงงาน&nbsp;แต่ให้ใช้มาตรการ&nbsp;Bubble&nbsp;&amp;&nbsp;Seal&nbsp;ป้องกันดูแลอย่างเข้มงวด&nbsp;โดยเฉพาะลดความเสี่ยงจุดรับประทานอาหาร/น้ำดื่ม&nbsp;และการรวมตัวทำกิจกรรมจำนวนมาก""เนื่องจากหากปิดโรงงานจะทำให้มีความเสี่ยงจากคนงานที่กระจายตัวกลับบ้านไปแพร่เชื้อ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ขอให้ประชาชนป้องกันตนเองขั้นสูงสุด&nbsp;ด้วยมาตรการ&nbsp;VUCA</strong>&nbsp;หากสงสัยว่าตนเองเสี่ยงควรรีบตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;และใช้มาตรการแยกกักที่บ้านหรือที่พักอาศัย&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;เพื่อป้องกันการติดเชื้อเพิ่มในครอบครัวและชุมชนจนการระบาดคลัสเตอร์ใหญ่เป็นกลุ่มก้อน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	7/1/2022	ภาคตะวันตก	กาญจนบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107172136610
255	สรุปข่าวประจำสัปดาห์ ( 4-6 มกราคม 2565 )	"<p><strong>สรุปข่าวประจำสัปดาห์&nbsp;(&nbsp;4-6&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;)</strong></p><p><br></p><p>การเมือง/มั่นคง</p><p><strong>4&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong></p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;พอใจเสียงตอบรับจากประชาชน&nbsp;4&nbsp;มาตรการของรัฐ&nbsp;ลดภาระค่าครองชีพและฟื้นฟูเศรษฐกิจ&nbsp;เตรียมเดินหน้าเฟส&nbsp;4</strong></p><p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;พลเอกประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;มีความยินดีที่กระแสตอบรับจากประชาชนพอใจและชื่นชอบมาตรการลดภาระค่าครองชีพและฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบ&nbsp;COVID-19&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ของรัฐบาล&nbsp;โดยทั้ง&nbsp;4&nbsp;โครงการ&nbsp;ได้แก่</p><p><strong>โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;ระยะที่&nbsp;3</strong>&nbsp;โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ&nbsp;โครงการคนละครึ่ง&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้&nbsp;สิ้นสุดระยะเวลาการใช้จ่ายไปเมื่อวันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งกระทรวงการคลังโดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง&nbsp;ได้รายงานตัวเลขยอดการใช้จ่ายมีผู้ใช้สิทธิสะสมทั้ง&nbsp;4&nbsp;โครงการรวม&nbsp;41.5&nbsp;ล้านราย&nbsp;ยอดใช้จ่ายสะสมทั้งหมด&nbsp;254,281.7&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;มีผู้ใช้สิทธิสะสมประมาณ&nbsp;13.55&nbsp;ล้านราย&nbsp;โดยมียอดการใช้จ่ายสะสมรวม&nbsp;24,010&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ&nbsp;ผู้ใช้สิทธิสะสมประมาณ&nbsp;1.51&nbsp;ล้านราย&nbsp;โดยมียอดการใช้จ่ายสะสมรวม&nbsp;2,183.3&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โครงการคนละครึ่ง&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;มีผู้ใช้สิทธิสะสมจำนวน&nbsp;26.35&nbsp;ล้านราย&nbsp;จากผู้ได้รับสิทธิจำนวน&nbsp;27.98&nbsp;ล้านราย&nbsp;และมีจำนวนผู้ใช้สิทธิครบ&nbsp;4,500&nbsp;บาท&nbsp;แล้วกว่า&nbsp;10.87&nbsp;ล้านราย&nbsp;โดยมียอดการใช้จ่ายสะสมรวม&nbsp;223,921.8&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้&nbsp;มีประชาชนผู้ใช้สิทธิสะสมจำนวน&nbsp;91,952&nbsp;ราย&nbsp;จากผู้ได้รับสิทธิจำนวนกว่า&nbsp;4.9&nbsp;แสนราย&nbsp;โดยมียอดใช้จ่ายสะสมส่วนประชาชน&nbsp;3,827.4&nbsp;ล้านบาท&nbsp;มีมูลค่าการใช้จ่ายสะสมที่นำมาคำนวณสิทธิ&nbsp;e-Voucher&nbsp;3,064&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และคิดเป็นมูลค่าสะสม&nbsp;e-Voucher&nbsp;ทั้งสิ้นกว่า&nbsp;353.8&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และมูลค่าการใช้จ่ายสะสมส่วน&nbsp;e-Voucher&nbsp;339.2&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ขณะนี้กระทรวงการคลัง&nbsp;ได้มีมาตรการช้อปดีมีคืน&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;15&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;โดยผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสามารถนำค่าใช้จ่ายจากการซื้อสินค้าและค่าบริการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม&nbsp;หนังสือ&nbsp;e-Book&nbsp;และสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน&nbsp;30,000&nbsp;บาท&nbsp;หักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับปีภาษี&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งจะยื่นแบบและชำระภาษีในช่วงต้นปี&nbsp;2566&nbsp;โดยผู้ใช้สิทธิโครงการคนละครึ่งเฟส&nbsp;3&nbsp;ที่พึ่งสิ้นสุดโครงการไปเมื่อวันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;สามารถไปใช้โครงการสิทธิ์ช้อปดีมีคืนได้&nbsp;และล่าสุด&nbsp;ครม.&nbsp;ได้เห็นชอบโครงการคนละครึ่ง&nbsp;เฟส&nbsp;4&nbsp;แล้ว&nbsp;มอบของขวัญปีใหม่ให้คนไทยขณะนี้&nbsp;กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างเตรียมมาตรการและการปรับปรุงระบบ&nbsp;""คนละครึ่งเฟส&nbsp;4""&nbsp;ที่จะเริ่มในวันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;.-&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งเบื้องต้นผู้ได้สิทธิในโครงการคนละครึ่งเฟส&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;27.98&nbsp;ล้านราย&nbsp;ต้องกดยืนยันตนอีกครั้ง&nbsp;ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง&nbsp;โดยไม่ต้องลงทะเบียนใหม่</p><p><strong>ส่วนผู้ที่ไม่เคยลงทะเบียนจะต้องสมัครผ่านทางเว็บไซต์</strong>&nbsp;คนละครึ่ง.com&nbsp;เหมือนที่ผ่านมา&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;จะนำผลการดำเนินโครงการตามมาตรการลดภาระค่าครองชีพและฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบ&nbsp;COVID-19&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;พิจารณาปรับปรุงเพื่อออกแบบโครงการที่เหมาะสมกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในอนาคตต่อไป&nbsp;ทั้งนี้ผู้ที่ผู้ที่ใช้สิทธิ์ช้อปดีมีคืน&nbsp;สามารถใช้สิทธิ์มาตรการคนละครึ่งเฟส&nbsp;4&nbsp;ที่จะเริ่มในวันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;.-&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ได้อีก&nbsp;เพราะช่วงเวลาไม่ทับซ้อนกัน</p><p><br></p><p><strong>สภาผู้แทนราษฏร&nbsp;งดประชุมสภาและกรรมาธิการทุกคณะ&nbsp;โดยให้ข้าราชการทำงานจากบ้านพัก&nbsp;100%</strong></p><p>บรรยากาศที่อาคารรัฐสภา&nbsp;เป็นไปด้วยความเงียบเหงา&nbsp;หลังจากนายชวน&nbsp;หลีกภัย&nbsp;ประธานสภาผู้แทนราษฏร&nbsp;มีคำสั่งงดการประชุมช่วงสัปดาห์แรกของเดือนมกราคมนี้&nbsp;ในวันที่&nbsp;5-6&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;รวมทั้งเลื่อนพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ&nbsp;แต่งตั้ง&nbsp;นายแพทย์ชลน่าน&nbsp;ศรีแก้ว&nbsp;ส.ส.น่าน&nbsp;และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย&nbsp;ให้เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรออกไปก่อน&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;ขณะเดียวกัน&nbsp;สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;มีคำสั่งให้ข้าราชการของสำนักงานทำงานที่บ้าน&nbsp;(Work&nbsp;From&nbsp;Home)&nbsp;แบบ&nbsp;100%&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1-9&nbsp;มกราคม&nbsp;โดยยังมีผู้ปฏิบัติงานในหน้าที่ที่สำคัญ&nbsp;เช่น&nbsp;การดูแลรักษาความปลอดภัย&nbsp;รวมถึงแม่บ้านทำความสะอาดสถานที่ที่ต้องปฏิบัติงานในพื้นที่ระหว่างนี้&nbsp;โดยวางมาตรการอย่างเข้มข้น&nbsp;โดยการตรวจหาเชื้อเบื้องต้นด้วย&nbsp;ATK&nbsp;ให้กับข้าราชการเจ้าหน้าที่ที่จะเข้าปฏิบัติงานภายในสำนักงาน&nbsp;สมาชิกและผู้ติดตาม&nbsp;รวมถึงสื่อมวลชนประจำรัฐสภา&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.&nbsp;-15.00&nbsp;น.</p><p><br></p><p><strong>5&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong></p><p><strong>อุบัติเหตุทางถนนปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;ในช่วง&nbsp;7&nbsp;วันของการรณรงค์&nbsp;ภาพรวมการเกิดอุบัติเหตุลดลง</strong></p><p><strong>นายบุญธรรม&nbsp;เลิศสุขีเกษม&nbsp;อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย</strong>&nbsp;ในฐานะประธานการประชุมคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนตลอดทั้งปี&nbsp;(ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์)&nbsp;แถลงสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่&nbsp;4&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการรณรงค์&nbsp;ชีวิตวิถีใหม่&nbsp;ขับขี่อย่างปลอดภัยไร้อุบัติเหตุ&nbsp;เกิดอุบัติเหตุ&nbsp;209&nbsp;ครั้ง&nbsp;ผู้เสียชีวิต&nbsp;21&nbsp;ราย&nbsp;ผู้บาดเจ็บ&nbsp;202&nbsp;คน</p><p><strong>สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;ของการรณรงค์</strong>&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;29&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เกิดอุบัติเหตุรวม&nbsp;2,707&nbsp;ครั้ง&nbsp;ผู้เสียชีวิตรวม&nbsp;333&nbsp;ราย&nbsp;ผู้บาดเจ็บรวม&nbsp;2,672&nbsp;คน&nbsp;จากสถิติของการเกิดอุบัติเหตุที่ผ่านมา&nbsp;สาเหตุหลักเกิดจากการขับรถเร็ว&nbsp;รองลงมาทคือ&nbsp;ตัดหน้ากระชั้นชิด&nbsp;ดื่มแล้วขับ&nbsp;ขณะที่&nbsp;ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด&nbsp;ได้แก่&nbsp;รถจักรยานยนต์&nbsp;ร้อยละ&nbsp;82.04&nbsp;ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง&nbsp;ร้อยละ&nbsp;82.78&nbsp;จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด&nbsp;ได้แก่&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;(96&nbsp;ครั้ง)&nbsp;จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด&nbsp;ได้แก่&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;(22&nbsp;ราย)&nbsp;จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตในช่วง&nbsp;7&nbsp;วันของการรณรงค์มี&nbsp;9&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ตรัง&nbsp;นครนายก&nbsp;ปัตตานี&nbsp;พังงา&nbsp;ยะลา&nbsp;สตูล&nbsp;สมุทรสงคราม&nbsp;สุโขทัย&nbsp;และแพร่</p><p><strong>จากสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565</strong>&nbsp;พบว่า&nbsp;จำนวนครั้งของการเกิดอุบัติเหตุ&nbsp;จำนวนผู้เสียชีวิตและจำนวนผู้บาดเจ็บลดลง&nbsp;เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา&nbsp;แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการดำเนินมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง&nbsp;โดยบูรณาการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ถอดบทเรียน&nbsp;ตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลอุบัติเหตุทางถนนเชิงลึก&nbsp;รวมถึงกำหนดมาตรการที่เหมาะสมกับสภาพปัญหาและปัจจัยเสี่ยงอุบัติเหตุทางถนนในแต่ละพื้นที่&nbsp;ขับเคลื่อนมาตรการสร้างความปลอดภัยทางถนนอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี&nbsp;เพื่อนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายภาพรวมของประเทศในการลดอัตราผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนของประเทศให้เหลือ&nbsp;12&nbsp;คน&nbsp;ต่อประชากรหนึ่งแสนภายในปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2570</p><p><br></p><p><strong>กองทัพบก&nbsp;เดินหน้าหาคนที่ใช่&nbsp;ใจอยากเป็นทหาร&nbsp;ล่าสุดมียอดผู้สมัครกว่า&nbsp;5,400&nbsp;คน</strong></p><p><strong>พันเอกหญิง&nbsp;ศิริจันทร์&nbsp;งาทอง&nbsp;รองโฆษกกองทัพบก&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กองทัพบกยังคงเดินหน้าค้นหาผู้สมัครเป็นทหารกองประจำการปี&nbsp;65&nbsp;กรณีพิเศษทางออนไลน์&nbsp;ซึ่งเปิดรับสมัครจนถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ล่าสุดกองทัพบก&nbsp;เปิดตัวพลทหารบอล-พลทหารบาส&nbsp;หรือ&nbsp;พลทหารศาตราวุธ&nbsp;อบเชย&nbsp;(บอล)&nbsp;และพลทหาร&nbsp;เศรษฐศาสตร์&nbsp;อบเชย&nbsp;(บาส)&nbsp;สองพี่น้องคู่แฝด&nbsp;อายุ&nbsp;19&nbsp;ปี&nbsp;จากเมืองน่าน&nbsp;ที่ตั้งใจสมัครเป็นทหารกองประจำการกรณีพิเศษตามระบบออนไลน์&nbsp;โดยได้คำแนะนำเรื่องการสมัครจากสัสดีในพื้นที่&nbsp;อีกทั้งมีความตั้งใจที่อยากจะเป็นทหาร&nbsp;เพราะเป็นการส่งเสริมของครอบครัวและต้องการความมั่นคงในชีวิต&nbsp;ปัจจุบันทั้ง&nbsp;2&nbsp;นาย&nbsp;ปฏิบัติงานสนามชายแดน&nbsp;อยู่ที่ฐานปฏิบัติการดอยช้างมูบ&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่&nbsp;3&nbsp;อำเภอแม่สาย&nbsp;จังหวัดเชียงราย&nbsp;นอกจากต้องปฏิบัติภารกิจดูแลชายแดนไทย-เมียนมาแล้ว&nbsp;ทั้ง&nbsp;2&nbsp;นาย&nbsp;ยังได้รับการส่งเสริมจากต้นสังกัดทั้งด้านการศึกษาและเสริมสร้างสมรรถภาพร่างกายเพื่อเตรียมตัวสอบเป็นนักเรียนนายสิบทหารบก&nbsp;ด้วยโควตาพิเศษตามที่เจ้าตัวตั้งเป้าหมายไว้&nbsp;เป็นตัวอย่างของชายไทยที่มีความมุ่งมั่น&nbsp;เสียสละสมัครเข้ามาปฏิบัติงานด้านความมั่นคง&nbsp;ดูแลประเทศชาติช่วยเหลือประชาชน&nbsp;ซึ่งกองทัพบกพร้อมให้โอกาสต่อยอดสู่ทหารอาชีพต่อไป</p><p><strong>สำหรับการสมัครเป็นทหารกองประจำการปี&nbsp;65</strong>&nbsp;กรณีพิเศษทางออนไลน์&nbsp;ผ่านทางเว็บไซต์&nbsp;rcm65.rta.mi.th&nbsp;ในเดือนธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;มีผู้สมัครจำนวนมากถึง&nbsp;5,460&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่สัสดีเขต/อำเภอ&nbsp;และชุดประชาสัมพันธ์เชิงรุกของหน่วยทหารที่พบปะประชาชนและแจ้งข่าวสารการสมัครดังกล่าว&nbsp;ทั้งนี้การสมัครเป็นทหารกองประจำการ&nbsp;กรณีพิเศษทางออนไลน์&nbsp;สำหรับชายไทยอายุ&nbsp;18-20&nbsp;ปี&nbsp;และอายุ&nbsp;22-29&nbsp;ปี&nbsp;ที่เคยผ่านการตรวจเลือกแล้ว&nbsp;แต่ไม่ถูกเข้ากองประจำการ&nbsp;จะเปิดรับสมัครไปจนถึง&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</p><p><br></p><p><strong>6&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong></p><p><strong>เปิดรับสมัครเลือกตั้งซ่อม&nbsp;ส.ส.กทม.&nbsp;แทนตำแหน่งที่ว่าง</strong></p><p><strong>นายเฉลิมพล&nbsp;โชตินุชิต&nbsp;รองปลัดกรุงเทพมหานคร&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;คณะกรรมการการเลือกตั้ง&nbsp;เปิดรับสมัครผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร&nbsp;เขตเลือกตั้งที่&nbsp;9&nbsp;แทนตำแหน่งที่ว่าง&nbsp;ตั้งแต่วันนี้&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;10&nbsp;ม.ค.65&nbsp;เวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.&nbsp;16.30&nbsp;น.&nbsp;ไม่เว้นวันหยุดราชการ&nbsp;ผู้ที่สนใจสามารถยื่นใบสมัครพร้อมค่าธรรมเนียมการสมัครคนละ&nbsp;10,000&nbsp;บาท</p><p><strong>วันนี้มีผู้ยื่นใบสมัครคือ</strong>&nbsp;ผู้สมัครหมายเลข&nbsp;1&nbsp;นายพันธุ์เทพ&nbsp;ฉัตรนะรัชต์&nbsp;พรรคไทยภักดี&nbsp;หมายเลข&nbsp;2&nbsp;นายอรรถวิชช์&nbsp;สุวรรณภักดี&nbsp;พรรคกล้า&nbsp;หมายเลข&nbsp;3&nbsp;นายสุรชาติ&nbsp;เทียนทอง&nbsp;พรรคเพื่อไทย&nbsp;หมายเลข&nbsp;4&nbsp;นางสาวกุลรัตน์&nbsp;กลิ่นดี&nbsp;พรรคยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;หมายเลข&nbsp;5&nbsp;นายรุ่งโรจน์&nbsp;อิบรอฮีม&nbsp;พรรคไทยศรีวิไลย์&nbsp;หมายเลข&nbsp;6&nbsp;นายกรุณพล&nbsp;เทียนสุวรรณ&nbsp;พรรคก้าวไกล&nbsp;หมายเลข&nbsp;7&nbsp;นางสรัลรัศมิ์&nbsp;เจนจาคะ&nbsp;พรรคพลังประชารัฐ</p><p><strong>เขตเลือกตั้งที่&nbsp;9&nbsp;กรุงเทพมหานคร</strong>&nbsp;มีหน่วยเลือกตั้งรวม&nbsp;280&nbsp;หน่วย&nbsp;เป็น&nbsp;เขตหลักสี่&nbsp;122&nbsp;หน่วย&nbsp;ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง86,544&nbsp;คน&nbsp;และเขตจตุจักร&nbsp;158&nbsp;หน่วย&nbsp;ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง&nbsp;84,220&nbsp;คน</p><p><br></p><p><strong>เร่งแก้ปัญหาข่าวปลอมในโลกออนไลน์&nbsp;ผู้ที่แชร์ข่าวปลอมมีความผิดตามกฎหมาย</strong></p><p><strong>นางสาวนพวรรณ&nbsp;หัวใจมั่น</strong>&nbsp;โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง&nbsp;(ดีอีเอส)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากแนวโน้มปัญหาการโพสต์ข้อความเท็จที่ยังมีการแพร่กระจายบนช่องทางโซเชียลต่างๆ&nbsp;ที่สร้างความตื่นตระหนกและความสับสนให้กับประชาชนกระทบต่อความมั่นคงของชาติ</p><p><strong>นายชัยวุฒิ&nbsp;ธนาคมานุสรณ์&nbsp;รัฐมนตรีดีอีเอส</strong>&nbsp;ได้สั่งการให้เร่งติดตามปัญหาเชิงรุกติดตามสถานการณ์ทั้งในและต่างประเทศทุกวัน&nbsp;โดยรอบสัปดาห์ระหว่างวันที่&nbsp;27&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ดำเนินการทางกฎหมายกับผู้กระทำความผิดตาม&nbsp;พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์จำนวน&nbsp;19&nbsp;บัญชีรายชื่อ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เฟซบุ๊ก&nbsp;ยูทูป&nbsp;และทวิตเตอร์&nbsp;โดยประสานหน่วยงานเจ้าของเรื่องมาร้องทุกข์ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดแล้ว&nbsp;และศาลได้สั่งปิดกั้นและลบเนื้อหาแล้ว&nbsp;2&nbsp;คำสั่ง&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;บัญชีรายชื่อ&nbsp;เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับความมั่นคง&nbsp;ขอให้ประชาชนระมัดระวังและไตร่ตรองข้อมูลที่ได้รับจากสื่อโซเชียลอย่างรอบคอบก่อนแชร์ข้อมูล&nbsp;เพราะหากเป็นข่าวปลอมผู้ที่แชร์ข้อความนั้นจะว่ามีความผิดตามกฎหมายเช่นกัน</p><p><br></p><p><strong>เศรษฐกิจ/ท่องเที่ยว</strong></p><p><strong>4&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong></p><p><strong>คาดการณ์เศรษฐกิจอุตสาหกรรมขยายตัวร้อยละ&nbsp;2.5-3.0&nbsp;จากการส่งออกขยายตัวต่อเนื่อง&nbsp;และการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ</strong></p><p><strong>นายทองชัย&nbsp;ชวลิตพิเชฐ&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม</strong>&nbsp;หรือ&nbsp;สศอ.&nbsp;กล่าวถึงภาวะเศรษฐกิจอุตสาหกรรมในปี&nbsp;2565&nbsp;โดยคาดว่า&nbsp;GDP&nbsp;ภาคอุตสาหกรรมขยายตัวร้อยละ&nbsp;2.5-3.5&nbsp;เป็นผลจากตลาดส่งออกขยายตัวต่อเนื่อง&nbsp;รวมถึงตลาดในประเทศเริ่มฟื้นตัวจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคโควิด-19&nbsp;และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;ต่างๆ&nbsp;ของภาครัฐ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ยังต้องเฝ้าระวังการแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;ประกอบกับต้องพิจารณาปัจจัยราคาพลังงานและการขาดแคลนแรงงานโดยเฉพาะในอุตสาหกรรมสำคัญที่มีการใช้แรงงานเข้มข้นต่อไป</p><p><br></p><p><strong>5&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong></p><p><strong>ธ.ก.ส.&nbsp;จัดสินเชื่อพิเศษสนับสนุนการเลี้ยงสุกรแบบครบวงจร&nbsp;เร่งแก้ปัญหาราคาเนื้อสุกรเพิ่มสูงขึ้น</strong></p><p><strong>นายอาคม&nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง</strong>&nbsp;ในฐานะประธานกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากปัญหาราคาเนื้อสุกรที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;รัฐบาลได้เร่งออกนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว&nbsp;ทั้งการงดส่งออกสุกรมีชีวิต&nbsp;การงดเก็บค่าธรรมเนียมและภาษี&nbsp;รวมทั้งการจัดสินเชื่อพิเศษเพื่อการฟื้นฟูการผลิตสุกรเป็นการจำเพาะ&nbsp;ผ่านระบบ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;เพื่อสร้างความเข้มแข็งในระบบการเลี้ยงสุกรที่ส่งผลดีทั้งต่อเกษตรกรผู้ผลิตและผู้บริโภค</p><p><strong>ธ.ก.ส.&nbsp;จัดเตรียมสินเชื่อพิเศษสำหรับเป็นทุนในการสนับสนุนการเลี้ยงสุกร</strong>&nbsp;การเพาะปลูกผลผลิตทางการเกษตรที่จำเป็นต่อการผลิตอาหารสัตว์&nbsp;และการวางระบบการเลี้ยงที่เป็นมาตรฐานเพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงจากปัญหาโรคระบาดที่มักจะเกิดขึ้น&nbsp;เพื่อเพิ่มปริมาณสุกรให้ออกสู่ตลาดได้มากขึ้น&nbsp;วงเงินรวม&nbsp;30,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;สินเชื่อสานฝันสร้างอาชีพ&nbsp;สำหรับเกษตรกรรายย่อยและบุคคลในครัวเรือนที่ประสงค์จะกู้เงิน&nbsp;เพื่อไปลงทุนเลี้ยงสุกรหรืออื่นๆ&nbsp;วงเงินกู้ไม่เกิน&nbsp;100,000&nbsp;บาท&nbsp;กรณีกู้เป็นค่าใช้จ่ายคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ&nbsp;4&nbsp;ต่อปี&nbsp;กรณีเป็นค่าลงทุนคิดดอกเบี้ยปีที่&nbsp;1-3&nbsp;ในอัตราร้อยละ&nbsp;4&nbsp;ต่อปี</p><p><strong>สินเชื่อ&nbsp;Food&nbsp;Safety&nbsp;เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายหมุนเวียน</strong>&nbsp;หรือเพื่อเป็นค่าลงทุนในการส่งเสริมการประกอบอาชีพที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;อัตราดอกเบี้ยกรณีเกษตรกร&nbsp;MRR&nbsp;(ปัจจุบัน&nbsp;MRR&nbsp;เท่ากับ&nbsp;ร้อยละ&nbsp;6.5&nbsp;ต่อปี)&nbsp;กรณีผู้ประกอบการ&nbsp;นิติบุคคล&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนหรือองค์กร&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;หรือสหกรณ์การเกษตร&nbsp;ดอกเบี้ย&nbsp;MLR&nbsp;(ปัจจุบัน&nbsp;MLR&nbsp;เท่ากับ&nbsp;ร้อยละ&nbsp;4.875&nbsp;ต่อปี)</p><p><strong>สินเชื่อเสริมแกร่ง&nbsp;SME&nbsp;เกษตร&nbsp;</strong>เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายหมุนเวียนหรือค่าลงทุนในการประกอบธุรกิจ&nbsp;โดยมีการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ&nbsp;หรือรักษาสิ่งแวดล้อม&nbsp;กำหนด&nbsp;วงเงินกู้ไม่เกิน&nbsp;100&nbsp;ล้านบาทต่อราย&nbsp;อัตราดอกเบี้ยปีที่&nbsp;1&nbsp;&nbsp;2&nbsp;ร้อยละ&nbsp;4&nbsp;ต่อปี&nbsp;และปีที่&nbsp;3&nbsp;&nbsp;10&nbsp;อัตราดอกเบี้ยตามประเภทของลูกค้า&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดสินเชื่อได้ที่&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ทุกสาขาทั่วประเทศ</p><p><br></p><p><strong>นักท่องเที่ยวสะสมเข้ามาในประเทศไทยผ่าน&nbsp;Thailand&nbsp;Pass&nbsp;กว่า&nbsp;1&nbsp;ล้านคน&nbsp;เร่งเปิดพื้นที่แซนด์บ็อกซ์รับต่างชาติเพิ่ม</strong></p><p><strong>นายยุทธศักดิ์&nbsp;สุภสร&nbsp;ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยวันนี้&nbsp;6,618&nbsp;คน&nbsp;เดินทางเข้ามาประเทศไทยสะสมตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;282,395&nbsp;คน&nbsp;จำนวนนักท่องเที่ยวสะสมที่ลงทะเบียน&nbsp;Thailand&nbsp;Pass&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;1,358,805&nbsp;คน&nbsp;ได้รับการอนุมัติ&nbsp;1,063,179&nbsp;คน</p><p><strong>ททท.&nbsp;กำลังหาแนวทางกระจายนักท่องเที่ยวต่างชาติจากภูเก็ตไปยังพื้นที่อื่นๆ</strong>&nbsp;เตรียมเสนอให้&nbsp;ศบค.&nbsp;พิจารณาเพิ่มพื้นที่&nbsp;แซนด์บ็อกซ์&nbsp;ในพื้นที่ที่เป็นเกาะ&nbsp;หรือที่เรียกว่า&nbsp;Island&nbsp;Approves&nbsp;อาทิ&nbsp;กระบี่&nbsp;พังงา&nbsp;สมุย&nbsp;เกาะยาว&nbsp;เกาะไหง&nbsp;ไร่เลย์&nbsp;ฯลฯ&nbsp;รวมถึงพื้นที่อื่นๆ&nbsp;ที่มีลักษณะภูมิประเทศเป็นเกาะ&nbsp;เนื่องจากสามารถบริหารจัดการการเข้า-ออก&nbsp;ของนักท่องเที่ยวได้ง่ายเช่นเดียวกับภูเก็ต</p><p><br></p><p><strong>6&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong></p><p><strong>กำชับ&nbsp;บริหารจัดการควบคุมทิศทางพลังงานไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน&nbsp;เตรียมประกาศปรับขึ้นราคาก๊าซ&nbsp;LPG</strong></p><p><strong>นายกุลิศ&nbsp;สมบัติศิริ&nbsp;ปลัดกระทรวงพลังงาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;มอบหมายให้กระทรวงพลังงาน&nbsp;บริหารจัดการและดูแลทิศทางพลังงานทั้งไฟฟ้าและน้ำมัน&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;ที่ปรับตัวสูงขึ้นส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพประชาชน&nbsp;รวมถึงต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการที่จะเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;ควรมีการจำแนกกลุ่มการใช้พลังงานและมีการดูแลแต่ละกลุ่มตามความเหมาะสม&nbsp;โดยย้ำว่าห้ามมีการขาดแคลนพลังงาน</p><p><strong>เบื้องต้นจากการนำเม็ดเงินที่ได้รับจากการจัดสรรผลประโยชน์บัญชี</strong>&nbsp;Take&nbsp;or&nbsp;Pay&nbsp;หรือภาระไม่ได้ใช้ก็ต้องจ่ายเงินของแหล่งก๊าซธรรมชาติเมียนมา&nbsp;จํานวน&nbsp;13,594&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อจะนำไปลดค่าไฟฟ้าให้กับประชาชนในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;จะสามารถช่วยลดค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ&nbsp;หรือค่า&nbsp;Ft&nbsp;ให้กับประชาชนได้ประมาณ&nbsp;22&nbsp;สตางค์&nbsp;เป็นจำนวน&nbsp;1&nbsp;เดือน&nbsp;หรือหากเฉลี่ย&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;จะช่วยให้ประชาชนจ่ายค่า&nbsp;Ft&nbsp;อยู่ที่&nbsp;1.39&nbsp;สตางค์ต่อหน่วยต่อเดือน&nbsp;เป็นระยะเวลา&nbsp;3&nbsp;เดือน</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;กระทรวงพลังงาน</strong>&nbsp;ยังได้วางแผนบริหารราคาน้ำมันโดยคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ&nbsp;จะอยู่ในระดับ&nbsp;78&nbsp;&nbsp;80&nbsp;เหรียญสหรัฐฯ&nbsp;ต่อบาร์เรล&nbsp;ยังคงยืนยันจะดำเนินการตามนโยบายภาครัฐตรึงราคาน้ำมันดีเซลต่อไปอีกไม่ให้เกิน&nbsp;30&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีความต้องการใช้สูงสุดของประเทศถึงร้อยละ&nbsp;70&nbsp;ของผู้ใช้น้ำมันทุกประเภท&nbsp;ควบคู่กับการบริหารจัดการการใช้เงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาบริหารจัดการ</p><p><strong>ขณะที่ราคา&nbsp;ก๊าซ&nbsp;LPG&nbsp;ในเดือนกุมภาพันธ์นี้</strong>&nbsp;มีความจำเป็นต้องปรับราคาเพิ่มขึ้น&nbsp;โดยกระทรวงพลังงาน&nbsp;ได้ตรึงราคาก๊าซ&nbsp;LPG&nbsp;ถัง&nbsp;15&nbsp;กิโลกรัมในราคา&nbsp;318&nbsp;บาทต่อถัง&nbsp;ตามนโยบายของรัฐบาลไปจนถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;โดยจะทยอยปรับขึ้นราคา&nbsp;แบบขั้นบันได&nbsp;ส่วนปรับขึ้นในอัตราเท่าใดนั้นอยู่ระหว่างการนำเสนอคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน&nbsp;หรือ&nbsp;กบง.&nbsp;ซึ่งต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดทุกสัปดาห์&nbsp;โดยยอมรับว่า&nbsp;ขณะนี้ราคาพลังงานมีความผันผวนสูงมาก</p><p><br></p><p><strong>มั่นใจ&nbsp;ความตกลง&nbsp;RCEP&nbsp;ช่วยเพิ่มโอกาสการส่งออกสินค้าและบริการ&nbsp;ดึงดูดการลงทุนเข้าประเทศ</strong></p><p><strong>นายสินิตย์&nbsp;เลิศไกร&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค&nbsp;หรือ&nbsp;RCEP&nbsp;เริ่มมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคมที่ผ่านมา&nbsp;ส่งผลให้ประเทศไทยได้รับประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;ทั้งช่วยลดต้นทุนการผลิตและโอกาสส่งออกสินค้าและบริการ&nbsp;รวมทั้งดึงดูดการลงทุนเข้าประเทศ&nbsp;เพิ่มการจ้างงานให้กับแรงงานที่มีฝีมือและบุคลากรด้านวิชาชีพ&nbsp;และส่งเสริมบทบาทของไทยในฐานะห่วงโซ่การผลิตที่สำคัญของภูมิภาค</p><p><strong>สถานการณ์โควิด-19&nbsp;ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมในภาคบริการอย่างมาก</strong>&nbsp;ซึ่งความตกลง&nbsp;RCEP&nbsp;จะเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจของไทยและประเทศในภูมิภาค&nbsp;โดยการเปิดตลาดภาคบริการของประเทศสมาชิกจะช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าไปลงทุนในสาขาที่ไทยมีศักยภาพ&nbsp;อาทิ&nbsp;ก่อสร้าง&nbsp;ธุรกิจเกี่ยวเนื่องด้านสุขภาพ&nbsp;ภาพยนตร์และบันเทิง&nbsp;รวมทั้งยังช่วยสร้างโอกาสให้คนไทยสามารถเข้าไปทำงานในประเทศสมาชิก&nbsp;RCEP&nbsp;อีกด้วย</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;การลด&nbsp;หรือยกเลิกกฎระเบียบและมาตรการที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุน</strong>&nbsp;จะช่วยดึงดูดการลงทุนในสาขาที่ไทยมีความต้องการและเกิดเป็นเทคโนโลยีใหม่ๆ&nbsp;ได้อย่างต่อเนื่อง&nbsp;ตลอดจนต่อยอดอุตสาหกรรมเป้าหมาย&nbsp;S&nbsp;curve&nbsp;ซึ่งจีน&nbsp;เกาหลีใต้&nbsp;ญี่ปุ่น&nbsp;และสิงคโปร์&nbsp;ถือเป็นนักลงทุนรายใหญ่ที่มีการลงทุนในอาเซียนสูงและนักลงทุนไทยได้เข้าไปลงทุนในอาเซียนเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน</p><p><strong>ภูมิภาค&nbsp;RCEP&nbsp;ถือเป็นฐานการผลิตที่สำคัญและเป็นกลไกหลัก</strong>&nbsp;ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก&nbsp;แม้ทั่วโลกจะได้รับผลกระทบโควิด-19&nbsp;แต่การลงทุนในภูมิภาค&nbsp;RCEP&nbsp;ยังคงขยายตัวต่อเนื่อง&nbsp;โดยหลังจากนี้ความตกลง&nbsp;RCEP&nbsp;จะทำให้มีการลงทุนเพิ่มมากขึ้น&nbsp;ซึ่งเป็นผลมาจากการอำนวยความสะดวกและการลดอุปสรรคทางการค้า&nbsp;ผู้สนใจทำการค้าในตลาด&nbsp;RCEP&nbsp;จึงควรเร่งทำความเข้าใจกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องของแต่ละประเทศสมาชิก&nbsp;และศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภค&nbsp;ตลอดจนช่องทางการจำหน่าย&nbsp;เพื่อสร้างแต้มต่อทางการค้าในตลาด&nbsp;RCEP&nbsp;ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p><p><br></p><p><strong>กรมการค้าภายใน&nbsp;เสริมความแข็งแกร่งให้ผู้ประกอบการโรงสีข้าวสู่มาตรฐานสากล&nbsp;GHP&nbsp;และ&nbsp;HACCP</strong></p><p><strong>นายอาวุธ&nbsp;วงศ์สวัสดิ์&nbsp;รองอธิบดีกรมการค้าภายใน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรมฯ&nbsp;เปิดโครงการเพิ่มศักยภาพมาตรฐานของผู้ประกอบการค้าข้าว&nbsp;ให้ผู้ประกอบการโรงสีได้รับรองระบบมาตรฐานการจัดการสุขลักษณะที่ดีในการผลิตอาหาร&nbsp;หรือ&nbsp;GHP&nbsp;(Good&nbsp;Hygiene&nbsp;Practice)&nbsp;และระบบมาตรฐานการวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤติที่ต้องควบคุม&nbsp;ืหรือ&nbsp;HACCP&nbsp;(Hazard&nbsp;Analysis&nbsp;Critical&nbsp;Control&nbsp;Point)&nbsp;มีผู้ประกอบการโรงสีข้าวได้รับรองระบบมาตรฐานแล้ว&nbsp;375&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งในปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;มีผู้ได้รับการรับรองระบบมาตรฐานเพิ่มเติมจำนวนทั้งสิ้น&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;ขณะนี้ทุกรายได้ผ่านการตรวจรับรองระบบมาตรฐาน&nbsp;GHP&nbsp;และ&nbsp;HACCP&nbsp;เป็นที่เรียบร้อยแล้ว&nbsp;รวมเป็น&nbsp;385&nbsp;ราย&nbsp;โดยในวันนี้&nbsp;(6&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;มอบใบประกาศเกียรติคุณให้แก่ผู้ได้เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ดังกล่าวด้วย</p><p><strong>การดำเนินโครงการดังกล่าว&nbsp;</strong>จะส่งผลต่อการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อและผู้บริโภค&nbsp;และแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว&nbsp;เพิ่มศักยภาพการผลิตและการแข่งขันการส่งออกข้าวไทยได้ในระยะยาว&nbsp;อยู่ภายใต้นโยบายเกษตรผลิต&nbsp;พาณิชย์ตลาด&nbsp;ของรัฐบาลและยุทธศาสตร์ข้าว&nbsp;ปี&nbsp;2563&nbsp;&nbsp;2567&nbsp;ส่งเสริมพัฒนาและสร้างความเติบโตให้ธุรกิจค้าข้าวได้อย่างแท้จริง</p><p><br></p><p><strong>สังคม</strong></p><p><strong>4&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong></p><p><strong>กระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;ประกาศเลื่อนจัดกิจกรรมฉลองวันเด็กแห่งชาติ&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;หลังสถานการณ์โควิด&nbsp;-19&nbsp;ในหลายพื้นที่ยังน่ากังวล</strong></p><p><strong>นางสาวตรีนุช&nbsp;เทียนทอง&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;เนื่องจากขณะนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;มีแนวโน้มการแพร่ระบาดเพิ่มมากขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศ&nbsp;กระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;จึงขอเลื่อนการจัดกิจกรรมฉลองวันเด็กแห่งชาติ&nbsp;ที่ส่วนกลางและเลื่อนการจัดกิจกรรมการมอบโล่รางวัลและประกาศนียบัตรแก่เด็กและเยาวชนดีเด่นและนำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ&nbsp;ทั่วประเทศ&nbsp;ออกไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมฉลองวันเด็กแห่งชาติ&nbsp;ในส่วนภูมิภาคนั้น</strong>&nbsp;ให้ประเมินสถานการณ์เป็นรายพื้นที่&nbsp;ร่วมกับคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด&nbsp;หากเห็นว่าปลอดภัย&nbsp;ก็สามารถจัดกิจกรรมได้</p><p><strong>ยืนยันว่า&nbsp;กระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;เห็นความสำคัญของเด็กทุกคน&nbsp;</strong>ซึ่งภายในปีนี้จะมีการจัดงานวันเด็กแห่งชาติขึ้นแน่นอน&nbsp;ส่วนจะกำหนดใหม่ว่าจะจัดกิจกรรมเมื่อไหร่&nbsp;ในรูปแบบใดนั้น&nbsp;ต้องประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ถ้ามีความเสี่ยงสูงก็ยังจัดไม่ได้&nbsp;เพื่อความปลอดภัยของเด็กๆ&nbsp;และผู้ปกครองทุกคน</p><p><br></p><p><strong>6&nbsp;วันของการรณรงค์&nbsp;ชีวิตวิถีใหม่&nbsp;ขับขี่อย่างปลอดภัย&nbsp;ไร้อุบัติเหตุ&nbsp;อุบัติเหตุเกิดจากขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด</strong></p><p><strong>นายบุญธรรม&nbsp;เลิศสุขีเกษม&nbsp;อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;(ปภ.)</strong>&nbsp;ในฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน&nbsp;(ศปถ.)&nbsp;แถลงสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่&nbsp;3&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งเป็นวันที่&nbsp;6&nbsp;ของการรณรงค์&nbsp;ชีวิตวิถีใหม่&nbsp;ขับขี่อย่างปลอดภัย&nbsp;ไร้อุบัติเหตุ&nbsp;เกิดอุบัติเหตุ&nbsp;264&nbsp;ครั้ง&nbsp;ผู้เสียชีวิต&nbsp;34&nbsp;ราย&nbsp;ผู้บาดเจ็บ&nbsp;274&nbsp;คน&nbsp;สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด&nbsp;ยังคงเป็นขับรถเร็วร้อยละ&nbsp;35.61&nbsp;รองลงมาคือ&nbsp;ดื่มแล้วขับร้อยละ&nbsp;18.94&nbsp;ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด&nbsp;3&nbsp;อันดับแรก&nbsp;ได้แก่&nbsp;รถจักรยานยนต์&nbsp;รถปิกอัพหรือกระบะ</p><p><strong>สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง&nbsp;6&nbsp;วันของการรณรงค์</strong>&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;29&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;3&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เกิดอุบัติเหตุรวม&nbsp;2,488&nbsp;ครั้ง&nbsp;ผู้เสียชีวิตรวม&nbsp;300&nbsp;ราย&nbsp;ผู้บาดเจ็บรวม&nbsp;2,471&nbsp;คน&nbsp;จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุดได้แก่&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;(92&nbsp;ครั้ง)&nbsp;จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด&nbsp;ได้แก่&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;(20&nbsp;ราย)&nbsp;จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด&nbsp;ได้แก่&nbsp;กาญจนบุรี&nbsp;(91&nbsp;คน)&nbsp;จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตในช่วง&nbsp;6&nbsp;วันของการรณรงค์มี&nbsp;11&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ตรัง&nbsp;นครนายก&nbsp;ปัตตานี&nbsp;พังงา&nbsp;แพร่&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;ยะลา&nbsp;ระนอง&nbsp;สตูล&nbsp;สมุทรสงคราม&nbsp;และสุโขทัย</p><p><strong>อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;(ปภ.)</strong>&nbsp;ในฐานะเลขานุการ&nbsp;ศปถ.กล่าวว่า&nbsp;วันนี้ยังมีประชาชนบางส่วนเดินทางกลับมายังกรุงเทพมหานคร-ปริมณฑล&nbsp;และเมืองหลักต่างๆ&nbsp;เพื่อกลับมาทำงาน&nbsp;จึงเน้นย้ำให้จังหวัดบูรณาการดูแลความปลอดภัยการเดินทางของประชาชนต่อเนื่อง&nbsp;รวมทั้งฝากให้ผู้ที่ขับขี่ยานพาหนะให้เคร่งครัดในการขับขี่&nbsp;โดยเฉพาะเรื่องของความเร็วขอให้อยู่ภายใต้กฎหมายกำหนด</p><p><br></p><p><strong>กระทรวงแรงงาน&nbsp;ส่งของขวัญปีใหม่ให้ผู้ใช้แรงงาน&nbsp;กู้เงินผ่านสหกรณ์ออมทรัพย์ดอกเบี้ยต่ำ&nbsp;วงเงิน&nbsp;50&nbsp;ล้านบาท</strong></p><p><strong>นายสุชาติ&nbsp;ชมกลิ่น&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;เทศกาลปีใหม่เป็นเทศกาลแห่งความสุขและถือเป็นนิมิตรหมายอันดีในการส่งต่อความสุขให้ผู้ใช้แรงงาน&nbsp;กระทรวงแรงงาน&nbsp;โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน&nbsp;ออกประกาศคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงาน&nbsp;เรื่อง&nbsp;โครงการเงินกู้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงาน&nbsp;เพื่อช่วยเหลือให้ผู้ใช้แรงงานที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ในสถานประกอบกิจการ&nbsp;และรัฐวิสาหกิจสามารถเข้าถึงการบริการเงินกู้ของกองทุนเพื่อผู้ใช้แรงานในการนำไปลงทุนประกอบอาชีพเสริม&nbsp;เพื่อพัฒนารายได้แก่ตนเองและครอบครัว&nbsp;โดยประกาศนี้บังคับใช้ตั้งแต่วันที่&nbsp;2&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป</p><p><strong>โครงการนี้มีวงเงินในการดำเนินโครงการ&nbsp;50&nbsp;ล้านบาท</strong>&nbsp;มีระยะเวลาในการยื่นคำขอกู้ตามโครงการ&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;-&nbsp;วันที่&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;หรือจนกว่าจะมีสหกรณ์ออมทรัพย์ใช้บริการครบตามวงเงินที่กำหนด&nbsp;ซึ่งสหกรณ์ออมทรัพย์ในสถานประกอบกิจการหรือในรัฐวิสาหกิจ&nbsp;สามารถยื่นคำขอกู้เงินจากกองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงานตามโครงการนี้&nbsp;เพื่อนำไปให้บริการเงินกู้แก่ผู้ใช้แรงงานที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์&nbsp;ได้ไม่เกินแห่งละ&nbsp;10&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ&nbsp;0.50&nbsp;ต่อปี&nbsp;ระยะเวลาการส่งชำระคืนสูงสุดไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;โดยผ่อนส่งเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยเงินกู้เป็นงวดรายเดือน&nbsp;พร้อมกันนี้ผู้ใช้แรงงานที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์กู้ได้ไม่เกินคนละ&nbsp;100,000&nbsp;บาท</p><p><strong>ด้านนายนิยม&nbsp;สองแก้ว&nbsp;อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;สหกรณ์ออมทรัพย์ที่ประสงค์เข้าร่วมโครงการ&nbsp;สามารถยื่นคำขอกู้เงินต่อกองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงาน&nbsp;โดยมีคณะกรรมการดำเนินงานสหกรณ์ทั้งคณะและผู้ปฏิบัติหน้าที่ผู้จัดการสหกรณ์เป็นผู้ค้ำประกันการกู้เงิน&nbsp;ในส่วนของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้&nbsp;สหกรณ์ออมทรัพย์ที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;ต้องให้บริการเงินกู้กับสมาชิกโดยกำหนดอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยประเภทเงินกู้สามัญที่เรียกเก็บจากสมาชิกไม่น้อยกว่าร้อยละ&nbsp;2.25&nbsp;ต่อปี&nbsp;และในกรณีที่มีปัญหาในการดำเนินการตามประกาศนี้&nbsp;ให้นำเสนอคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงานพิจารณาเป็นกรณีไป&nbsp;ผลการพิจารณาของคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงานให้ถือเป็นที่สุดทั้งนี้&nbsp;หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถติดต่อ&nbsp;กองสวัสดิการแรงงาน&nbsp;กลุ่มงานกองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงาน&nbsp;โทร&nbsp;0&nbsp;2660&nbsp;2180</p><p><br></p><p><strong>กรมอนามัย&nbsp;เตือนกินเค้ก-คุกกี้&nbsp;เสี่ยงน้ำหนักเพิ่ม&nbsp;อ้วนลงพุง</strong></p><p><strong>นายแพทย์สุวรรณชัย&nbsp;วัฒนายิ่งเจริญชัย&nbsp;อธิบดีกรมอนามัย&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ขนมเค้ก&nbsp;คุกกี้&nbsp;ถือเป็นของขวัญที่นิยมมอบให้กันในช่วงเทศกาลปีใหม่และด้วยรสชาติที่หวาน&nbsp;อร่อย&nbsp;อาจทำให้กินเพลิน&nbsp;หากกินมากเกินไป&nbsp;ติดต่อกันเป็นประจำโดยไม่มีการควบคุม&nbsp;อาจทำร่างกายได้รับแป้ง&nbsp;น้ำตาลและไขมันมากเกินไป&nbsp;ส่งผลให้น้ำหนักตัวเพิ่มได้ง่าย&nbsp;เพราะขนมเค้กเนยสด&nbsp;1&nbsp;ชิ้นเล็กขนาด&nbsp;35&nbsp;กรัม&nbsp;ให้พลังงาน&nbsp;140&nbsp;กิโลแคลอรี&nbsp;ขณะที่คุกกี้&nbsp;1&nbsp;ชิ้น&nbsp;ขนาด&nbsp;10&nbsp;กรัม&nbsp;ให้พลังงาน&nbsp;50&nbsp;กิโลแคลอรี&nbsp;หากกินเค้กปริมาณ&nbsp;1&nbsp;ปอนด์ต่อวันจะทำให้ร่างกายได้รับพลังงานถึง&nbsp;1,800&nbsp;กิโลแคลอรี</p><p><strong>ขณะที่พลังงานที่ร่างกายต้องการต่อวันอยู่ที่&nbsp;1,600&nbsp;-&nbsp;2,000&nbsp;กิโลแคลอรี</strong>&nbsp;ดังนั้น&nbsp;หากสามารถเลือกได้&nbsp;ขอให้เลือกขนมเค้กสูตรหวานน้อย&nbsp;เพิ่มผักหรือธัญพืชในเนื้อเค้ก&nbsp;ใช้ผลไม้ตกแต่งทดแทนครีม&nbsp;ที่นอกจากจะช่วยเพิ่มความสวยงามแล้ว&nbsp;ยังช่วยเพิ่มวิตามิน&nbsp;แร่ธาตุและใยอาหาร&nbsp;คุกกี้ควรเสริมด้วยธัญพืชต่างๆ&nbsp;เพื่อให้ได้รับประโยชน์เพิ่มมากขึ้น&nbsp;ที่สำคัญควรกินชิ้นเล็กๆ&nbsp;ควบคุมปริมาณการกินไม่กินมากเกินไป&nbsp;และหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ&nbsp;เพื่อลดการสะสมของน้ำตาล&nbsp;ไขมัน&nbsp;ลดปัจจัยเสี่ยงของโรคอ้วนลงพุง</p><p><br></p><p><strong>5&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong></p><p><strong>เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตศิลปินพื้นบ้านทั่วประเทศ&nbsp;ส่งเสริมการจ้างงานในช่วงเทศกาลประเพณีของทุกจังหวัด</strong></p><p><strong>นายอิทธิพล&nbsp;คุณปลื้ม&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;นับตั้งแต่ก่อนเทศกาลปีใหม่หลายพื้นที่ได้มีการเปิดพื้นที่จัดการแสดงศิลปวัฒนธรรม&nbsp;ทำให้ศิลปินพื้นบ้านได้มีโอกาสกลับมารับการแสดงแล้วบางส่วน&nbsp;โดยย้ำให้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดดูแลมาตรการป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;ร่วมกับจังหวัดจัดการแสดงต่างๆ&nbsp;อย่างเข้มงวด&nbsp;ส่วนใหญ่ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี&nbsp;จากผู้จัดงาน&nbsp;ศิลปิน&nbsp;และผู้ร่วมงานปฏิบัติตามระเบียบของกระทรวงสาธารณสุขทำให้ไม่ได้รับการรายงานเกิดคลัสเตอร์จากการแสดงพื้นบ้าน</p><p><strong>จากการปรับแผนยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติราชการ</strong>ให้สอดคล้องกับร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ&nbsp;ฉบับที่&nbsp;13&nbsp;(พ.ศ.2566&nbsp;-&nbsp;2570)&nbsp;ที่ผลักดันการยกระดับอาชีพศิลปิน&nbsp;โดยเฉพาะศิลปินพื้นบ้าน&nbsp;ให้เป็นที่ยอมรับ&nbsp;มีการอนุรักษ์&nbsp;สืบสาน&nbsp;รักษาไม่ให้สูญหาย&nbsp;และส่งเสริมการสร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้ให้มากขึ้น</p><p><strong>ในปีนี้&nbsp;จึงมุ่งเน้นการทำงานฟื้นฟูวิถีชีวิต&nbsp;ศิลปินพื้นบ้าน</strong>&nbsp;ให้มีโอกาสทำการแสดงอย่างหลากหลาย&nbsp;โดยรณรงค์ให้หน่วยงานในพื้นที่ต่างๆ&nbsp;จ้างงานศิลปินพื้นบ้าน&nbsp;เพื่อให้เกิดการจ้างงานในช่วงเทศกาล&nbsp;งานประเพณีตลอดทั้งปี&nbsp;ขณะเดียวกัน&nbsp;กำหนดให้มีการจัดมหกรรมการแสดงพื้นบ้านทั่วประเทศในช่วงไตรมาส&nbsp;ที่&nbsp;2&nbsp;หรือ&nbsp;ไตรมาสที่&nbsp;3&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;จะให้การส่งเสริมให้การแสดงพื้นบ้านของประเทศไทย&nbsp;ให้เป็นหนึ่งในการ&nbsp;สร้าง&nbsp;soft&nbsp;power&nbsp;ของไทย&nbsp;เพื่อส่งเสริมความนิยมไทยไปสู่นานาชาติ&nbsp;ให้ทุกจังหวัดยกระดับเทศกาลงานประเพณีเด่นๆ&nbsp;จังหวัดละ&nbsp;1&nbsp;รายการ&nbsp;เพื่อทำให้เป็นที่รู้จักให้มีการแสดงพื้นบ้านเข้าไปร่วมจัดแสดงโดยจะสนับสนุนงบประมาณและการประชาสัมพันธ์ทั้งในและต่างประเทศ</p><p><br></p><p><strong>เชื่อมั่นผู้ตรวจกระทรวง&nbsp;หัวใจสำคัญขับเคลื่อนประเทศ&nbsp;ชี้แนะให้การทำงานเกิดประสิทธภาพต่อประชาชน</strong></p><p><strong>นายอนุชา&nbsp;นาคาศัย&nbsp;รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีอบรมหลักสูตรผู้ตรวจราชการระดับกระทรวง&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องสุขุมวิท&nbsp;แกรนด์บอลรูม&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;โรงแรม&nbsp;เจดับบลิว&nbsp;แมริออท&nbsp;ถนนสุขุมวิท&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;โดยกล่าวว่า&nbsp;ผู้ตรวจกระทรวงเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศชาติ&nbsp;รวมถึงคอยตรวจสอบ&nbsp;แนะนำ&nbsp;ชี้แจงนโยบายและการปฏิบัติงานของหน่วยงานและเจ้าหน้าที่&nbsp;ติดตามความก้าวหน้า&nbsp;ความสำเร็จ&nbsp;ปัญหาอุปสรรค&nbsp;พร้อมทั้งคุณภาพงานและการปฏิบัติงานของหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ให้ถูกต้องมีประสิทธิภาพ</p><p><strong>คาดหวังให้การฝึกอบรมครั้งนี้</strong>&"	""	""	""	""	""
256	nbsp;ช่วยเตรียมความพร้อมให้ผู้เข้ารับการอบรมในฐานะผู้ตรวจราชการระดับกระทรวงมีความชำนาญอย่างลึกซึ้งถึงบทบาทหน้าที่และประสานการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านเครือข่ายการอบรม&nbsp;ช่วยเติมเต็มการทำงานร่วมกันและเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;และร่วมผลักดันการปฏิบัติงานตามนโยบายรัฐบาล&nbsp;แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชนทุกพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว</p><p><strong>ด้านนายธีรภัทร&nbsp;ประยูรสิทธิ&nbsp;ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลสิ่งที่สำคัญ&nbsp;คือการติดตาการตรวจราชการของหน่วยงานส่วนกลาง&nbsp;เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายเห็นผลเป็นรูปประธรรม&nbsp;ที่จะต้องเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้&nbsp;ซึ่งนายกรัฐมนตรี&nbsp;อนุมัติให้มีการตรวจราชการบูรณาการ&nbsp;ตรวจราชการเชิงพื้นที่ต่างๆ&nbsp;ตลอดจนการให้บริการประชาชนในการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&nbsp;ซึ่งการฝึกอบรมผู้ตรวจราชการใหม่ทั้งหมด&nbsp;จะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างเครือข่ายสร้างการรับรู้&nbsp;ให้ความรู้ความเข้าใจให้เป็นทิศทางเดียวกันในการขับเคลื่อนงานต่างๆ&nbsp;และผู้ตรวจราชการเหล่านี้ก็จะต้องทำงานร่วมกับทุกหน่วยงาน&nbsp;เนื่องจากบางเรื่องมีความเกี่ยวพันกันในทุกมิติ&nbsp;ทั้งเศรษฐกิจ&nbsp;สังคมและสิ่งแวดล้อม</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;จะมีการศึกษาดูงานโดยเป็นการจำลองเหตุการณ์ของปัญหา</strong>&nbsp;ที่อาจเกิดขึ้นจริง&nbsp;ในพื้นที่ภาคกลางและภาคเหนือ&nbsp;โดยหลังจากฝึกอบรมสามารถนำไปปรับใช้กับสถานการณ์จริงได้</p><p><br></p><p><strong>6&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong></p><p><strong>มอบ&nbsp;10&nbsp;สิทธิประโยชน์&nbsp;บัตรทอง&nbsp;ดูแลประชาชนได้อย่างครอบคลุมและทั่วถึงยิ่งขึ้น</strong></p><p><strong>นพ.จเด็จ&nbsp;ธรรมธัชอารี&nbsp;เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ</strong>&nbsp;(สปสช.)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&nbsp;หรือ&nbsp;บัตรทอง&nbsp;มอบ&nbsp;10&nbsp;สิทธิประโยชน์บริการใหม่และการขยายบริการ&nbsp;เพื่อเพิ่มการดูแลประชาชนได้อย่างครอบคลุมและทั่วถึงยิ่งขึ้น&nbsp;อาทิ&nbsp;ประชาชนที่เจ็บป่วยสามารถรับบริการ&nbsp;หน่วยบริการปฐมภูมิที่ไหนก็ได้&nbsp;โดยที่หน่วยบริการจะไม่มีการเรียกให้กลับไปรับใบส่งตัวมาเหมือนในอดีต,&nbsp;บริการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีหลังการสัมผัสเชื้อ&nbsp;(HIV&nbsp;PEP)&nbsp;โดยให้ประชาชนทุกคนได้รับยาต้านไวรัสเอชไอวีหลังสัมผัสเชื้อ&nbsp;(PEP)&nbsp;เพื่อป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี&nbsp;โดยไม่เสีนค่าใช้จ่าย,&nbsp;การตรวจยีน&nbsp;ในผู้ป่วยมะเร็งเต้านม&nbsp;เพื่อตรวจคัดกรองและค้นหาการกลายพันธุ์ของยีนโรคมะเร็งเต้านม&nbsp;หากพบในระยะเริ่มต้นและได้รับการรักษาเร็ว,&nbsp;บริการตรวจคัดกรองผู้ป่วยโรคพันธุกรรมเมตาบอลิกในทารกแรกเกิด&nbsp;เพื่อเข้าสู่การรักษาโรคหายากได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;,การผ่าตัดใส่รากฟันเทียมสำหรับผู้ที่ไม่มีฟันทั้งและการบำรุงรักษา,&nbsp;บริการคัดกรองโรคเสี่ยงมะเร็งและมะเร็งช่องปาก&nbsp;เพื่อเข้าสู่การรักษาได้เร็วขึ้น,&nbsp;บริการแว่นตาสำหรับเด็กที่มีภาวะสายตาผิดปกติ&nbsp;สำหรับนักเรียนชั้นอนุบาล&nbsp;1&nbsp;ถึงนักเรียนชั้น&nbsp;ป.6&nbsp;,&nbsp;บริการตรวจคัดกรองคู่หญิงตั้งครรภ์&nbsp;ได้แก่&nbsp;การตรวจคัดกรองธาลัสซีเมียและเชื้อซิฟิลิส&nbsp;เนื่องจากเป็นโรคที่ส่งผลต่อการตั้งครรภ์และทารกในครรภ์&nbsp;ทำให้เกิดภาวะแท้งบุตรง่าย,&nbsp;และขยายบริการล้างไตผ่านช่องท้องด้วยเครื่องอัตโนมัติ&nbsp;(Automated&nbsp;Peritoneal&nbsp;Dialysis&nbsp;:&nbsp;APD)&nbsp;ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีความจำเป็นทางการแพทย์และผู้ป่วยที่มีความจำเป็นทางสังคม&nbsp;อาทิ&nbsp;นักเรียน&nbsp;นักศึกษา&nbsp;โดยสปสช.เพิ่มเครื่องล้างไตอัตโนมัติ&nbsp;APD&nbsp;เกือบ&nbsp;1,300&nbsp;เครื่อง&nbsp;กระจายทั่วประเทศ</p><p><strong>ประชาชนที่ไม่มีสวัสดิการอื่นใดที่รัฐจัดให้&nbsp;</strong>สามารถนำบัตรประชาชนเช็คสิทธิการใช้บริการหรือลงทะเบียนเพื่อขอรับบริการได้ที่สถานพยาบาลทุกที่ทั่วประเทศ&nbsp;สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;1330&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชม.</p><p><br></p><p><strong>รัฐบาล&nbsp;กำหนดมาตรการแก้ปัญหาเนื้อหมูแพง&nbsp;สั่งห้ามส่งออกชั่วคราว&nbsp;ช่วยลดต้นทุน&nbsp;เร่งกระจายพันธ์ุ</strong></p><p><strong>นางสาวรัชดา&nbsp;ธนาดิเรก&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงแนวทางการแก้ปัญหาเนื้อหมูราคาแพง&nbsp;จากปริมาณสุกรที่ลดลง&nbsp;ต้นทุนการเลี้ยงสุกรปรับสูงขึ้น&nbsp;ส่งผลให้เนื้อหมูปัจจุบันมีราคาสูงมาก&nbsp;ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์&nbsp;และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้หารือร่วมกันออกมาตรการเร่งด่วน&nbsp;ได้แก่&nbsp;การห้ามส่งออกหมูมีชีวิตเป็นเวลา&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;6&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ถึง&nbsp;วันที่&nbsp;5&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เพื่อเพิ่มปริมาณเนื้อหมูภายในประเทศ&nbsp;และกระทรวงพาณิชย์จะพิจารณาตามสถานการณ์ว่าควรให้มีการต่ออายุหรือไม่&nbsp;โดยจะมีการติดตมาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;ตัวเลขเบื้องต้นในปี&nbsp;2564&nbsp;มีการเลี้ยงหมูป้อนเข้าสู่ตลาด&nbsp;ประมาณ&nbsp;19&nbsp;ล้านตัว&nbsp;บริโภคในประเทศ&nbsp;18&nbsp;ล้านตัว&nbsp;ส่งออกไปต่างประเทศประมาณ&nbsp;1&nbsp;ล้านตัว</p><p><strong>การช่วยเหลือด้านราคาอาหารสัตว์&nbsp;</strong>โดยเฉพาะส่วนที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ&nbsp;เช่น&nbsp;การงดเว้นการเก็บค่าธรรมเนียมหรือภาษี&nbsp;การจัดสินเชื่อพิเศษของ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรที่สามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขได้กลับมาเลี้ยงใหม่ในพื้นที่ความเสี่ยงต่อโรคระบาดต่ำ&nbsp;การตรึงราคาจำหน่ายที่เหมาะสมและสอดคล้องกับต้นทุนที่เกิดขึ้น&nbsp;การเร่งสำรวจภาพรวมสถานการณ์การผลิตสุกร&nbsp;เพื่อกำหนดพื้นที่เป้าหมายและมาตรการที่เหมาะสม&nbsp;พร้อมเพิ่มกำลังการผลิตแม่สุกรทดแทน&nbsp;โดยให้เกษตรกรใช้สุกรขุนตัวเมียมาใช้ทำพันธุ์ชั่วคราว</p><p><strong>มาตรการระยะสั้น&nbsp;ได้แก่&nbsp;การส่งเสริมการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์</strong>&nbsp;เพื่อทดแทนการนำเข้าจากต่างประเทศ&nbsp;การขยายกำลังผลิตแม่สุกร&nbsp;สนับสนุนศูนย์วิจัยและบำรุงสัตว์&nbsp;ในสังกัดกรมปศุสัตว์และเครือข่ายคู่ขนานกับฟาร์มเกษตรกรและภาคเอกชน</p><p><strong>มาตรการระยะยาว&nbsp;กระทรวงเกษตรฯ</strong>&nbsp;จะผลักดันการยกระดับมาตรฐานฟาร์มของเกษตรกรเพื่อป้องกันโรคระบาด&nbsp;ส่งเสริมให้ปรับปรุงเป็นฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม&nbsp;(GFM)&nbsp;มีค่าใช้จ่ายต่ำกว่ามาตรฐานฟาร์ม&nbsp;GAP&nbsp;ซึ่งจะเป็นแรงจูงใจให้เกษตรกรกลับมาเลี้ยงสุกรใหม่และเพิ่มปริมาณการผลิตหมูให้เพียงพอต่อความต้องการบริโภค&nbsp;ซึ่งนายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้สั่งการให้กรมปศุสัตว์&nbsp;เร่งขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายย่อย&nbsp;เพื่อช่วยเหลือให้เข้าถึงแหล่งสินเชื่อได้ง่ายและสะดวกรวดเร็ว</p><p><br></p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;สั่งเร่งขยายผล&nbsp;สกัดกั้นขบวนการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายและค้ายาเสพติด&nbsp;กำชับคุมเข้มชายแดน</strong></p><p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;สั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดตามแนวชายแดน&nbsp;เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง&nbsp;ทั้งตำรวจ&nbsp;ทหาร&nbsp;ฝ่ายปกครอง&nbsp;ให้เพิ่มความเข้มงวด&nbsp;เฝ้าระวัง&nbsp;สกัดกั้นขบวนการขนย้าย&nbsp;ค้าแรงงานต่างด้าวที่แอบลักลอบเข้าประเทศไทยตามแนวชายแดนโดยผิดกฎหมาย&nbsp;รวมถึงการลักลอบขนยาเสพติดเข้าประเทศไทย&nbsp;หลังพบการรายงานการจับกุมการลักลอบขนย้ายแรงงานเถื่อนผ่านชายแดนมีความถี่มากขึ้น&nbsp;โดยพบว่า&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;5&nbsp;ม.ค.&nbsp;65&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดของกลางยาบ้าบริเวณเส้นทางธรรมชาติริมฝั่งแม่น้ำโขง&nbsp;พื้นที่บ้านแพงใต้&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;กระสอบ&nbsp;378&nbsp;มัด&nbsp;ประมาณ&nbsp;756,000&nbsp;เม็ด&nbsp;ได้นำของกลาง&nbsp;ไปตรวจนับโดยละเอียด&nbsp;และส่งมอบให้กับ&nbsp;สภ.บ้านแพง&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไปแล้ว</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังพบรายงานจากกองกำลังผาเมือง</strong>&nbsp;ได้จับกุมผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย&nbsp;สัญชาติเมียนมา&nbsp;จำนวน&nbsp;34&nbsp;คน&nbsp;บริเวณบ้านหนองบัวคำ&nbsp;อำเภอฝาง&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;จากการสอบถามต้องการมาทำงานในพื้นที่จังหวัดและกรุงเทพมหานคร</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;กำชับสั่งขยายผลขบวนการนำพาแรงงานเถื่อนข้ามพรมแดน</strong>&nbsp;ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ดำเนินการตามกฎหมายโดยเคร่งครัด&nbsp;นำไปสู่ผลสัมฤทธิ์จับกุมผู้กระทำความผิด&nbsp;ปราบปรามการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย&nbsp;พร้อมกับตรวจตราแรงงานต่างด้าวที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย&nbsp;กระทำผิดกฎหมาย&nbsp;ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน&nbsp;หรือเป็นลักษณะการกระทำผิดเข้าข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ&nbsp;ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ&nbsp;สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้มงวดมากขึ้น</p><p><br></p><p><strong>วางมาตรการคุมเข้มป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;ในสถานประกอบการและแคมป์คนงาน</strong></p><p><strong>นายนิยม&nbsp;สองแก้ว&nbsp;อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;วันหยุดยาวในช่วงเทศกาลปีใหม่ลูกจ้างส่วนใหญ่เดินทางกลับภูมิลำเนาและเมื่อกลับมาทำงานอาจทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;ประกอบกับกระทรวงสาธารณสุขได้ประเมินมีผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น</p><p><strong>นายสุชาติ&nbsp;ชมกลิ่น&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน</strong>&nbsp;ประเมินสถานการณ์พร้อมวางมาตรการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดเหมือนในสายพันธุ์เดลต้า&nbsp;ที่มีการติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อน&nbsp;หรือคลัสเตอร์ในที่พักอาศัยของคนงานก่อสร้าง&nbsp;สั่งการให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน&nbsp;ส่งหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด&nbsp;มอบหมายให้สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบและประชาสัมพันธ์ให้สถานประกอบกิจการ&nbsp;โดยเฉพาะแคมป์ก่อสร้างปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุข&nbsp;ให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคุมเข้มแนวทางการปฏิบัติในสถานประกอบการ&nbsp;พร้อมกำหนดแนวทางป้องกันการแพร่ระบาดในสถานประกอบกิจการกลุ่มเสี่ยง&nbsp;โดยเฉพาะกิจการก่อสร้างขนาดใหญ่&nbsp;ได้จัดทำประกาศเรื่องมาตรการเฝ้าระวังป้องกัน&nbsp;ด้วยการขอความร่วมมือสถานประกอบกิจการ&nbsp;นายจ้างและลูกจ้าง&nbsp;ปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด</p><p><strong>ฮธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน</strong>&nbsp;ยอมรับมีความเป็นห่วงเรื่องที่พักอาศัยของแรงงาน&nbsp;อาจมีการติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อน&nbsp;จึงมีประกาศเรื่องจัดสวัสดิการสำหรับสถานประกอบกิจการที่จัดที่พักอาศัยให้กับลูกจ้างในการป้องกันความเสี่ยงจากการติดเชื้อโควิด&nbsp;-19&nbsp;มีเป้าหมายสำคัญต้องการให้การพักอาศัยของลูกจ้างถููกสุขลักษณะและเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน</p><p><strong>ส่วนกรณีเกิดการแพร่ระบาดในสถานประกอบการและแคมป์ก่อสร้าง</strong>&nbsp;จะต้องแยกกักตัวในสถานที่ทำงาน&nbsp;(Company&nbsp;Isolation)&nbsp;หรือไม่นั้น&nbsp;คงต้องประเมินสถานการณ์&nbsp;และพิจารณาดำเนินการในแต่ละพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาด&nbsp;หากสถานประกอบกิจการ&nbsp;นายจ้าง&nbsp;และลูกจ้าง</p><p><strong>หากมีข้อสงสัยติดต่อสอบถามได้ที่</strong>&nbsp;สามารถสอบถามข้อมูลได้ที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด&nbsp;สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน&nbsp;กรุงเทพมหานครทุกพื้นที่&nbsp;รวมทั้งสายด่วน&nbsp;1546</p><p><br></p><p><strong>&nbsp;</strong></p>	7/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107154006528	""
257	สาธารณสุขอำเภอสังขละบุรี คัดกรองเชิงรุกผู้ประกอบการหลังช่วงปีใหม่	<p><strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;ม.ค.&nbsp;64)&nbsp;สาธารณสุขอำเภอสังขละบุรี&nbsp;ร่วมกับโรงพยาบาลสังขละบุรี&nbsp;เทศบาลตำบลวังกะ&nbsp;</strong>และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่คัดกรองเชิงรุก&nbsp;ค้นหาผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ด้วยชุดตรวจ&nbsp;Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit&nbsp;(ATK)&nbsp;ในกลุ่มพ่อค้า&nbsp;แม่ค้า&nbsp;และผู้ให้บริการ&nbsp;ที่บริเวณตลาดสดอำเภอสังขละบุรี&nbsp;และบริเวณสะพานไม้อุตตมานุสรณ์&nbsp;(สะพานมอญ)&nbsp;อำเภอสังขละบุรี&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;หลังช่วงเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ที่ได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก&nbsp;เพื่อประเมิน&nbsp;แยกผู้ติดเชื้อเข้าสู่กระบวนการรักษารวมทั้งจำกัดวงการแพร่กระจายเชื้อโรค&nbsp;ซึ่งในวันนี้ได้ทำการตรวจทั้งหมด&nbsp;282&nbsp;คน&nbsp;พบผลบวก&nbsp;1&nbsp;คน</p><p><strong>โดยนายรังสิมันตุ์&nbsp;ทองสวัสดิ์&nbsp;สาธารณสุขอำเภอสังขละบุรี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ยังไม่พบการระบาดจำนวนมาก&nbsp;หรือแบบกลุ่มก้อนในอำเภอสังขละบุรี&nbsp;ผู้ติดเชื้อที่พบมีอาการไม่รุนแรงมาก&nbsp;โดยการรักษาจะเป็นไปตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ที่หากอาการน้อยจะเน้นเป็นการรักษาแบบ&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;โดยจะมีการนำข้อมูลผู้ป่วยในพื้นที่มาประเมิน&nbsp;และหาแนวทางเตรียมการจัดตั้ง&nbsp;CI&nbsp;ต่อไป&nbsp;เพราะในอำเภอสังขละบุรีได้มีการเฝ้าระวังอย่างเข้มข้นมาตลอดอยู่แล้ว</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังบอกถึงขั้นตอนการปฏิบัติสำหรับผู้ที่พบว่าตนเองติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ว่า&nbsp;</strong>ขั้นแรก&nbsp;ให้แจ้งทางเจ้าหน้าที่&nbsp;ซึ่งสามารถโทรแจ้งได้ที่โรงพยาบาลสังขละบุรี&nbsp;เบอร์&nbsp;034-595030&nbsp;หรือ&nbsp;สายด่วน&nbsp;สปสช.&nbsp;เบอร์&nbsp;1330&nbsp;จากนั้นให้ทำการกักตัวที่บ้าน&nbsp;ตามหลักการ&nbsp;Home&nbsp;isolation&nbsp;ซึ่งจะมีแพทย์ติดตามอาการผ่านช่องทางแอปพลิเคชันไลน์&nbsp;เพื่อประเมินอาการและให้การรักษาเป็นเวลา&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;โดยแพทย์อาจส่งผู้ป่วยมารักษายังโรงพยาบาลขึ้นอยู่กับระดับอาการของผู้ป่วย</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ในอำเภอสังขละบุรี&nbsp;ล่าสุด&nbsp;</strong>(6&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;ไม่มีผู้ป่วยรายใหม่&nbsp;มีผู้ติดเชื้อสะสม&nbsp;1,911&nbsp;ราย&nbsp;ยังคงรักษาตัวอยู่&nbsp;10&nbsp;ราย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>	7/1/2022	ภาคตะวันตก	กาญจนบุรี	สวท.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107170452599
258	เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี จัดกิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยว	"<p><strong>เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี&nbsp;จัดกิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยวภายใต้โครงการพัฒนาส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้กับชุมชน&nbsp;Chiang&nbsp;Mai&nbsp;Night&nbsp;Safari""</strong></p><p><strong>นายสายสิทธิ์&nbsp;เจตสิกทัต&nbsp;ปฏิบัติหน้าที่แทนผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาพิงคนคร</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง&nbsp;เนื่องจากมีมาตรการการปิดประเทศ&nbsp;ทำให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวและประชาชนได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจที่หยุดชะงักตัวลง&nbsp;ดังนั้นเพื่อเป็นการเชิญชวนให้คนไทยท่องเที่ยวภายในประเทศ&nbsp;เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี&nbsp;จึงมีแนวคิดที่จะฟื้นฟู&nbsp;ปรับปรุง&nbsp;และสร้างกิจกรรมที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวไทย&nbsp;เพื่อสร้างรายได้ให้กับเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีและชุมชนให้มีรายได้เพิ่มขึ้น&nbsp;จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้กับชุมชน&nbsp;Chiang&nbsp;Mai&nbsp;Night&nbsp;Safari&nbsp;ขึ้น&nbsp;เพื่อสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีและจังหวัดเชียงใหม่เพิ่มขึ้น&nbsp;ตลอดจนเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง&nbsp;พร้อมพัฒนาส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้กับชุมชน&nbsp;ให้เกิดการกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;ซึ่งก่อให้เกิดกระแสการท่องเที่ยว&nbsp;การซื้อสินค้า&nbsp;และบริการ&nbsp;ทั้งในระดับจังหวัดและระดับภูมิภาค&nbsp;เป็นการกระจายรายได้สู่ภาคประชาชน&nbsp;ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่นและชุมชนต่อไป</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี</strong>&nbsp;เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;Plus&nbsp;จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;และได้รับการรับรองมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวเพื่อนันทนาการระดับดีเยี่ยม&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;จากกรมการท่องเที่ยว&nbsp;กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;นักท่องเที่ยวสามารถมั่นใจได้ถึงความปลอดภัยในการเข้าใช้บริการ&nbsp;ซึ่งมีมาตราการป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;โดยแสดงวัคซีนพาสปอร์ต&nbsp;หรือผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;คัดกรองวัดอุณหภูมิก่อนเข้า&nbsp;(ไม่เกิน&nbsp;37.5&nbsp;องศาเซลเซียส)&nbsp;และขอความร่วมมือสวมหน้ากากอนามัยขณะเข้าใช้บริการ&nbsp;และเว้นระยะห่างอย่างน้อย&nbsp;1&nbsp;เมตร</p><p><strong>สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่</strong>&nbsp;โทร&nbsp;0-5399-9000&nbsp;หรือทางโซเชียลมีเดีย&nbsp;Facebook&nbsp;:&nbsp;เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี&nbsp;Chiang&nbsp;Mai&nbsp;Night&nbsp;Safari,&nbsp;LineOA&nbsp;:&nbsp;@nightsafari,&nbsp;Tiktok&nbsp;และ&nbsp;IG&nbsp;:&nbsp;chiangmainightsafariari</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>"	7/1/2022	ภาคเหนือ	เชียงใหม่	สวท.เชียงใหม่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107163145575
259	จ.แม่ฮ่องสอนพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่ม 23 ราย สะสมระลอก เม.ย.64 จำนวน 3,550 ราย	<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong>รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในการระบาดระลอกใหม่เมษายน&nbsp;2564&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;7&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;(เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.)&nbsp;มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ระลอกเมษายน&nbsp;จำนวน&nbsp;3,550&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเพศชาย&nbsp;1,633&nbsp;ราย&nbsp;และเพศหญิง&nbsp;1,917&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;46&nbsp;ราย&nbsp;(1.30%)&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;3,336&nbsp;ราย&nbsp;(93.97%)&nbsp;ยังอยู่ระหว่างรักษา&nbsp;168&nbsp;ราย&nbsp;(4.73%)&nbsp;ไม่มีอาการ&nbsp;41&nbsp;ราย&nbsp;มีอาการเล็กน้อยไม่ใช้ออกชิเจน&nbsp;115&nbsp;ราย&nbsp;ใช้ออกซิเจนแรงดันต่ำ&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;ใช้ออกซิเจนแรงดันสูง&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ใส่ท่อและเครื่องช่วยหายใจ&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;รักษาอยู่ที่โรงพยาบาลศรีสังวาลย์&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลปาย&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลแม่สะเรียง&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลสบเมย&nbsp;21&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลแม่ลาน้อย&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลขุนยวม&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลปางมะผ้า&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลสนาม&nbsp;64&nbsp;ราย&nbsp;และรักษาในศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;41&nbsp;ราย</p><p><strong>สำหรับวันนี้&nbsp;มีผู้ได้รับการตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;334&nbsp;ชุด&nbsp;</strong>พบเชื้อ&nbsp;23&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ป่วยในจังหวัดทั้งหมด&nbsp;โดยมีรายละเอียด&nbsp;ดังนี้</p><p><strong>รายที่&nbsp;3528&nbsp;-&nbsp;3530&nbsp;รวม&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง&nbsp;2&nbsp;ราย</strong>&nbsp;ช่วงอายุระหว่าง&nbsp;7&nbsp;-&nbsp;60&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ต.ห้วยโป่ง&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นนักเรียน&nbsp;และอาชีพเกษตรกร&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;(3515)&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;ไอ&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;มีน้ำมูก&nbsp;มีเสมหะ&nbsp;ปวดศีรษะ&nbsp;และปวดกล้ามเนื้อ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT&nbsp;-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสนาม</p><p><strong>รายที่&nbsp;3531&nbsp;-&nbsp;3532&nbsp;รวม&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง&nbsp;1&nbsp;ราย</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;42&nbsp;ปี&nbsp;และ&nbsp;39&nbsp;ปี&nbsp;สัญชาติพม่าที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;และหมู่ที่&nbsp;11&nbsp;ต.ปางหมู&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;อาชีพรับจ้างในโรงงานพื้นที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;(3484)&nbsp;และทำกิจกรรมร่วมกัน&nbsp;อาการมีน้ำมูก&nbsp;มีเสมหะ&nbsp;และแสบคอ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสนาม</p><p><strong>รายที่&nbsp;3533&nbsp;-&nbsp;3535&nbsp;รวม&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;</strong>ช่วงอายุระหว่าง&nbsp;19&nbsp;-&nbsp;47&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ต.สบปอง&nbsp;อ.ปางมะผ้า&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;ไอ&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;ปวดกล้ามเนื้อ&nbsp;มีน้ำมูก&nbsp;มีเสมหะ&nbsp;และหายใจลำบาก&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลปางมะผ้า</p><p><strong>รายที่&nbsp;3536&nbsp;-&nbsp;3540&nbsp;รวม&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;</strong>ช่วงอายุระหว่าง&nbsp;27-62&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ต.ขุนยวม&nbsp;อ.ขุนยวม&nbsp;อาชีพค้าขายและรับจ้าง&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงทำกิจกรรมพบปะสังสรรค์กัน&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;ไอ&nbsp;และเจ็บคอ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลขุนยวม</p><p><strong>รายที่&nbsp;3541&nbsp;เพศชาย&nbsp;</strong>อายุ&nbsp;62&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ต.เมืองปอน&nbsp;อ.ขุนยวม&nbsp;อาชีพรับจ้าง&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;(3464)&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;และไอ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลขุนยวม</p><p><strong>รายที่&nbsp;3542&nbsp;เพศชาย&nbsp;</strong>อายุ&nbsp;8&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ต.ขุนยวม&nbsp;อ.ขุนยวม&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยันอำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลขุนยวม</p><p><strong>รายที่&nbsp;3543&nbsp;เพศหญิง&nbsp;</strong>อายุ&nbsp;26&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ต.บ้านกาศ&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;อาชีพรับจ้าง&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;แม่ต๊อบใต้&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;ไอ&nbsp;และมีน้ำมูก&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวกและส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาในศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;อ.แม่สะเรียง</p><p><strong>รายที่&nbsp;3544&nbsp;เพศหญิง</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;26&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ต.แม่ยวม&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;อาชีพรับจ้าง&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับคลัสเตอร์ห้วยโผ&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;และเจ็บคอ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นลบ&nbsp;และส่งตรวจRT&nbsp;-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาในศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;อ.แม่สะเรียง</p><p><strong>รายที่&nbsp;3545&nbsp;เพศหญิง</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;51&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ต.แม่สามแลบ&nbsp;อ.สบเมย&nbsp;อาชีพเกษตรกร&nbsp;วันที่&nbsp;6&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มาเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแม่สะเรียง&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงอยู่ในพื้นที่ที่มีการระบาด&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;แม่สามแลบ&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาในศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;อ.สบเมย</p><p><strong>รายที่&nbsp;3546&nbsp;-&nbsp;3547&nbsp;และ&nbsp;3549</strong>&nbsp;รวม&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ช่วงอายุระหว่าง&nbsp;19-&nbsp;41&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ต.แม่ลาน้อย&nbsp;อ.แม่ลาน้อย&nbsp;อาชีพรับจ้าง&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับคลัสเตอร์&nbsp;ป่าหมาก&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสนาม</p><p><strong>รายที่&nbsp;3548&nbsp;เพศหญิง&nbsp;</strong>อายุ&nbsp;51&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ต.สันติคีรี&nbsp;อ.แม่ลาน้อย&nbsp;อาชีพเกษตรกร&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยันอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;มีอาการปวดเมื่อยตามตัว&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อเข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสนาม</p><p><strong>รายที่&nbsp;3550&nbsp;เพศหญิง</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;45&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;11&nbsp;ต.สบเมย&nbsp;อ.สบเมย&nbsp;อาชีพเกษตรกร&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;(&nbsp;3512)&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;แม่ตอละ&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;และมีน้ำมูก&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวกและส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสบเมย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	7/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107164002578
260	ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คุมเข้มมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด -19 งานกาชาดและงานของดี ปี 2565	<p><strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;&nbsp;นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากการที่จังหวัดมุกดาหารได้กำหนดจัดงานกาชาดและงานของดีจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;7-15&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;รวม&nbsp;9&nbsp;วัน&nbsp;9&nbsp;คืน&nbsp;และในการจัดงานดังกล่าว&nbsp;คาดว่าจะมีประชาชน&nbsp;มาร่วมงานจำนวนมาก</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;เพื่อเป็นการควบคุม&nbsp;ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19</strong>&nbsp;ภายในงานได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้ปฏิบัติตามมาตรการควบคุม&nbsp;ป้องกัน&nbsp;การแพร่ระบาดของโรค&nbsp;ของสาธารณสุขและของจังหวัดอย่างเคร่งครัด&nbsp;ทั้งการตรวจคัดกรอง&nbsp;พ่อค้าแม่ค้า&nbsp;ที่มาออกร้านในงาน&nbsp;ทุกรายต้องได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;หรือหากไม่ได้รับการฉีดวัคซีนต้องมีผลการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ยืนยันเป็นลบ&nbsp;หรือไม่พบเชื้อโควิด-19&nbsp;ทุกราย&nbsp;ส่วนประชาชนที่มาเที่ยวงานต้องตรวจสอบข้อมูลการได้รับวัคซีน&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;ที่บริเวณประตูทางเข้าทุกแห่งอย่างเข้มงวด&nbsp;หากไม่ได้รับการฉีดวัคซีนครบตามที่กำหนด&nbsp;ต้องมีผลการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ยืนยันเป็นลบ&nbsp;และต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;ตลอดเวลาที่อยู่ภายในงาน</p><p><strong>ทั้งนี้จังหวัดมุกดาหารจะดำเนินการตรวจคัดกรอง</strong>&nbsp;และให้บริการตรวจหาเชื้อด้วยระบบ&nbsp;ATK&nbsp;ให้กับประชาชน&nbsp;โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ&nbsp;อีกทั้งภายในงานยังมีจุดให้บริการฉีดวัคซีนตลอดงานด้วย&nbsp;จึงขอให้มั่นใจในระบบสาธารณสุขของจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ในการควบคุม&nbsp;ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ในงานกาชาดและงานของดีจังหวัดมุกดาหาร</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>	7/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สวท.มุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107165507590
261	มูลนิธิกาญจนบารมี จัดโครงการคัดกรองมะเร็งเต้านมโดยเครื่องเอกซเรย์เต้านมเคลื่อนที่ ให้บริการสตรีจังหวัดตราด โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายตลอดเดือนมกราคม  	<p><strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;บริเวณวัดพระแม่รับสาร&nbsp;จังหวัดตราด</strong>&nbsp;&nbsp;มูลนิธิกาญจนบารมี&nbsp;ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;จัดโครงการคัดกรองมะเร็งเต้านมโดยเครื่องเอกซเรย์เต้านมเคลื่อนที่&nbsp;(Mammogram)&nbsp;ให้บริการสตรีชาวตราดเข้ารับการคัดกรองมะเร็งเต้านม&nbsp;โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย&nbsp;มีผู้สนใจเข้ารับการตรวจคัดกรอง&nbsp;ซึ่งทางมูลนิธิกาญจนบารมี&nbsp;ได้นำรถเครื่องเอกซเรย์เต้านมเคลื่อนที่จำนวน&nbsp;4&nbsp;คันให้บริการ</p><p><strong>แพทย์หญิง&nbsp;ผลินทร์&nbsp;ผดุงมาตรวรกุล&nbsp;รังสีแพทย์&nbsp;มูลนิธิกาญจนบารมี&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;การจัดโครงการคัดกรองมะเร็งเต้านมโดยเครื่องเอกซเรย์เต้านมเคลื่อนที่&nbsp;(Mammogram)&nbsp;ในครั้งนี้เพื่อต้องการให้สตรีที่อยู่ห่างไกลและมีปัจจัยเสี่ยงต่อการป่วยด้วยมะเร็งเต้านม&nbsp;ได้รับการตรวจค้นหามะเร็งเต้านมระยะเริ่มแรก&nbsp;ด้วยเครื่องเอกซเรย์เต้านมเคลื่อนที่&nbsp;(Mammogram)&nbsp;และเครื่อง&nbsp;Ultrasound&nbsp;เป็นการกระตุ้นเตือนให้ความรู้เกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง&nbsp;อาการของโรค&nbsp;พร้อมทั้งมีการสอนการตรวจเต้านมด้วยตนเอง&nbsp;ให้กับสตรีกลุ่มเสี่ยงและด้อยโอกาส&nbsp;ซึ่งหากพบโรค&nbsp;จะมีการส่งต่อเพื่อรักษาตัวในโรงพยาบาลของรัฐต่อไป</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สตรีจังหวัดตราด&nbsp;</strong>ที่สนใจรับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมตามโครงการนี้&nbsp;เตรียมหลักฐาน&nbsp;ประกอบด้วยบัตรประจำตัวประชาชน&nbsp;หลักฐานฉีดวัคซีนโควิด&nbsp;หรือหากยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนจะต้องผ่านการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเข้ารับการคัดกรองมะเร็งเต้านม&nbsp;ซึ่งผู้ที่จะตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม&nbsp;จะต้องสวมเสื้อชั้นในที่ถอดออกง่าย&nbsp;และไม่สวมชุดแซก&nbsp;โดยการจัดโครงการที่จังหวัดตราด&nbsp;เปิดให้บริการทุกวันจันทร์-ศุกร์&nbsp;จนถึงวันที่&nbsp;28&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	7/1/2022	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107174546626
262	จ.สมุทรปราการแถลงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)	<p><strong>จังหวัดสมุทรปราการแถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;</strong>(COVID-19)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;สร้างความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชน&nbsp;พร้อมทั้งขอความร่วมมือให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>นายชัยพจน์&nbsp;จรูญพงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ</strong>&nbsp;เป็นประธานแถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้&nbsp;ข้อมูลจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;(7&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;มีผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;561&nbsp;ราย&nbsp;(ติดเชื้อในจังหวัด&nbsp;351&nbsp;ราย&nbsp;และรับส่งต่อเพื่อรับรักษา&nbsp;210&nbsp;ราย)&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการมีผู้ติดเชื้อระลอกใหม่สะสม&nbsp;(ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;เม.ย.64)&nbsp;จำนวน&nbsp;133,991&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;125,435&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษาอยู่&nbsp;2,092&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิตสะสม&nbsp;1,481&nbsp;ราย&nbsp;ผลการดำเนินการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ของจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;มียอดผู้ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;จำนวน&nbsp;1,610,652&nbsp;คน&nbsp;จากประชาชนเป้าหมายในจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;จำนวน&nbsp;1,931,727&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งคิดเป็น&nbsp;83.38&nbsp;%</p><p><strong>จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;</strong>(COVID-19)&nbsp;หลังช่วงเทศกาลปีใหม่ที่มีแนวโน้มผู้ติดเชื้อสูงขึ้น&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการขอให้ประชาชนป้องกันตนเองด้วย&nbsp;วิธีป้องกันการติดเชื้อโควิดขั้นสูงสุด&nbsp;(แบบครอบจักรวาล)&nbsp;:&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;ดังนี้&nbsp;ออกจากบ้านเมื่อจำเป็น/เว้นระยะห่าง&nbsp;1-2&nbsp;เมตร/สวมหน้ากากอนามัยและทับด้วยหน้ากากผ้าตลอดเวลา/ล้างมือบ่อยๆ&nbsp;ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์/อย่าใช้มือสัมผัสหน้ากาก&nbsp;รวมทั้งใบหน้า&nbsp;ตา&nbsp;จมูก&nbsp;ปาก/ผู้เป็นกลุ่มเสี่ยง&nbsp;หลีกเลี่ยงการออกนอกบ้าน/ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อพื้นผิวที่ถูกสัมผัสบ่อยๆ/แยกของใช้ส่วนตัวทุกชนิด&nbsp;ไม่ใช้ร่วมกับผู้อื่น/กินอาหารปรุงสุกใหม่&nbsp;แยกสำรับ&nbsp;ใช้ช้อนกลางส่วนตัว&nbsp;และหากสงสัยว่าตนเองเสี่ยงตรวจด้วย&nbsp;ATK&nbsp;บ่อยๆ&nbsp;เพื่อยืนยันว่าติดเชื้อหรือไม่</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	7/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรปราการ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107174913629
263	เทศบาลนครเชียงราย  เปิดเทศกาลอาหารเชียงราย?ฯ และขบวนเชียงรายแฟนตาซีพาเหรด ประจำปี 2565 	<p><strong>เทศบาลนครเชียงราย&nbsp;เตรียมเปิดงานเทศกาลอาหารเชียงราย</strong>?&nbsp;อาหารชาติพันธุ์&nbsp;?อาหารฮาลาล&nbsp;ชา&nbsp;กาแฟนครเชียงราย&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;บริเวณถนนและลานใกล้กับสวนตุงและโคมนครเชียงราย&nbsp;ถนนธนาลัย&nbsp;อำเภอเมืองเชียงราย&nbsp;</p><p><strong>เวลา&nbsp;18.00&nbsp;น.&nbsp;วันนี้&nbsp;(7&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;</strong>โดยจะมีขบวนแห่เชียงรายแฟนตาซีพาเหรด&nbsp;จะเคลื่อนไปตามถนนธนาลัยบริเวณหน้าสวนตุงและโคมนครเชียงราย&nbsp;&nbsp;เพื่อเป็นสัญลักษณ์ความรื่นเริง&nbsp;ครึกครื้น&nbsp;สร้างบรรยากาศความสนุกสนาน&nbsp;ท่ามกลางความสุขของประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มาเยือนจังหวัดเชียงราย&nbsp;ในห้วงเวลาเดียวกัน&nbsp;เทศบาลนครเชียงราย&nbsp;ได้จัดงานเชียงรายดอกไม้งาม&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;24&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;-&nbsp;9&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;สวนตุงและโคมนครเชียงราย&nbsp;มีการจัดสวนดอกไม้&nbsp;ดอกไม้เมืองหนาวหลากหลายสายพันธุ์&nbsp;เช่น&nbsp;ดอกไฮเดรนเยียยักษ์&nbsp;ดอกลิลลี่&nbsp;ดอกทิวลิป&nbsp;ดอกผีเสื้อ&nbsp;ดอกเยอร์บีร่า&nbsp;ดอกเบญจมาศ&nbsp;ดอกกุหลาบหิน&nbsp;ดอกกล้วยไม้สวยงามตระการตา&nbsp;พร้อมจัดแสดง&nbsp;ดนตรีในสวน&nbsp;Music&nbsp;in&nbsp;the&nbsp;Park&nbsp;ร่วมขับกล่อมบทเพลงท่ามกลางสวนดอกไม้เมืองหนาว&nbsp;วันเสาร์ที่&nbsp;8&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;พบกับ&nbsp;เบลสุพล&nbsp;วันเสาร์ที่&nbsp;15&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;วงลิปตา&nbsp;วันเสาร์ที่&nbsp;22&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มาเรียม&nbsp;B5&nbsp;วันเสาร์ที่&nbsp;29&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ส้ม&nbsp;มารี&nbsp;วันเสาร์&nbsp;ที่&nbsp;5&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;Daddy&nbsp;(พาวเวอร์แพท)&nbsp;วันเสาร์ที่&nbsp;12&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;พบกับ&nbsp;พลพล&nbsp;กิจกรรมต่างๆ&nbsp;อยู่ภายใต้มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ได้แก่&nbsp;มาตรการ&nbsp;Covid&nbsp;Free&nbsp;&nbsp;Personnel&nbsp;Covid&nbsp;Free&nbsp;Customer&nbsp;และ&nbsp;Covid&nbsp;Free&nbsp;Environment&nbsp;ผู้ร่วมกิจได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ครบตามเกณฑ์&nbsp;มีผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทุกคน&nbsp;และมีผลเป็นลบก่อนเข้างาน&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;รวมถึงประชาชนและนักท่องเที่ยว&nbsp;ทุกคนต้องตรวจคัดกรองความเสี่ยงก่อนเข้างาน&nbsp;และปฏิบัติตามมาตรการทางสาธารณสุข&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	7/1/2022	ภาคเหนือ	เชียงราย	สวท.เชียงราย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107171339604
264	จังหวัดเชียงราย เตรียมจัดงานพ่อขุนเม็งรายมหาราชและงานกาชาด ประจำปี 2565	<p><strong>จังหวัดเชียงราย&nbsp;</strong>โดยคณะกรรมการดำเนินการจัดงานพ่อขุนเม็งรายมหาราชและงานกาชาดจังหวัดเชียงราย&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;จะดำเนินการจัดงานพ่อขุนเม็งรายมหาราชและงานกาชาด&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;และกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงราย&nbsp;สำหรับปีนี้การงานพ่อขุนเม็งรายมหาราชและงานกาชาด&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;28&nbsp;มกราคม&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;รวม&nbsp;10&nbsp;วัน&nbsp;10&nbsp;คืน&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณสนามบินเก่า&nbsp;ฝูงบิน&nbsp;416&nbsp;&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดเชียงราย</p><p><strong>ในส่วนพิธีเปิดงานพ่อขุนเม็งรายมหาราชและงานกาชาด&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565</strong>&nbsp;จะเริ่มจัดขบวนแห่&nbsp;18&nbsp;อำเภอ&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;15.30&nbsp;น.&nbsp;บริเวณโรงเรียนบ้านสันโค้งเชียงรายจรูญราษฏร์&nbsp;และเคลื่อนขบวนไปยังสถานที่จัดงาน&nbsp;ทำพิธีเปิดเวลา&nbsp;18.30&nbsp;น.&nbsp;ภายในงานมีการออกร้านจำหน่ายสินค้าของดีจังหวัดเชียงราย&nbsp;การแสดงบนเวทีของศิลปินนักร้อง&nbsp;นักแสดง&nbsp;การจัดนิทรรศการของหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;การจัดนิทรรศการและการออกร้านทั้ง&nbsp;18&nbsp;อำเภอ&nbsp;การออกรางวัลกาชาด</p><p><strong>วันที่&nbsp;26&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;จะประกอบพิธีสักการะพระบรมอัฐิพ่อขุนเม็งรายมหาราช&nbsp;ณ&nbsp;วัดดอยงำเมือง&nbsp;การประกอบพิธีบวงสรวง&nbsp;สืบชะตา&nbsp;ทำบุญเมืองเชียงราย&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช&nbsp;พร้อมประกอบพิธีไหว้สาพญามังราย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้ร่วมกิจกรรม&nbsp;และร่วมงานทุกคนต้องได้รับวัคซีนครบกำหนด</strong>&nbsp;หรือมีผลตรวจแบบ&nbsp;RT-PCR&nbsp;หรือ&nbsp;ATK&nbsp;ที่ได้รับการรับรองจากแพทย์&nbsp;และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	7/1/2022	ภาคเหนือ	เชียงราย	สวท.เชียงราย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107171731606
265	หอการค้าไทย ขอบคุณรัฐบาลไม่ล็อกดาวน์ประเทศ ย้ำภาครัฐดูแลให้เข้าถึง ATK มากขึ้น	<p><strong>นายสนั่น&nbsp;อังอุบลกุล&nbsp;ประธานกรรมการหอการค้าไทย</strong>และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ขอบคุณรัฐบาลที่ฟังเสียงผู้ประกอบการ&nbsp;โดยใช้การยกระดับพื้นที่ให้เป็นระดับสีส้ม&nbsp;หรือพื้นที่ควบคุม&nbsp;69&nbsp;จังหวัด&nbsp;และไม่ได้เป็นการล็อกดาวน์ทั้งประเทศ&nbsp;แม้อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและเศรษฐกิจโดยรวมอยู่บ้าง&nbsp;แต่เชื่อว่าเป็นเพียงระยะสั้นเท่านั้น&nbsp;โดยต่อจากนี้&nbsp;ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด&nbsp;เพราะอาจเป็นจุดเปลี่ยนในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;หากทุกคนให้ความร่วมมือตามคำแนะนำ&nbsp;เชื่อว่าผู้ติดเชื้อจะมีแนวโน้มที่ลดลงได้&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้มีการแจ้งให้หอการค้าจังหวัดและสมาคมการค้าช่วยกำกับดูแลผู้ประกอบการที่เป็นสมาชิก&nbsp;พร้อมเสนอว่าภาครัฐต้องเข้ามาดูแลเรื่องราคาและการเข้า&nbsp;ATK&nbsp;ให้มากขึ้น&nbsp;เนื่องจากเป็นเครื่องมือสำคัญในการตรวจหาเชื้อเบื้องต้น&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่การเลื่อนเปิดสถานบันเทิง</strong>&nbsp;อาจจะกระทบต่อผู้ประกอบการบ้าง&nbsp;แต่การอนุญาตให้ปรับเปลี่ยนรูปแบบเป็นร้านอาหารได้แทน&nbsp;ก็ถือเป็นการช่วยบรรเทาผลกระทบได้ส่วนหนึ่ง&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ในพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว&nbsp;8&nbsp;จังหวัด&nbsp;ที่อนุญาตให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ถึง&nbsp;3&nbsp;ทุ่ม&nbsp;ยังเป็นแนวทางที่เหมาะสมในช่วงเวลาเช่นกัน</p><p><strong>ส่วนการเปิดรับผู้เดินทางเข้าราชอาณาจักรในพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยว&nbsp;3&nbsp;จังหวัด/พื้นที่</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;พังงา&nbsp;และกระบี่&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;11&nbsp;มกราคมนั้น&nbsp;จะเป็นตัวเสริมให้การท่องเที่ยวค่อยๆ&nbsp;ฟื้นตัวขึ้น&nbsp;โดยภาคเอกชนเสนอให้ภาครัฐทยอยเพิ่มพื้นที่ที่มีความพร้อมในระยะต่อไปด้วย&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;การระงับ&nbsp;Test&nbsp;&amp;Go&nbsp;&nbsp;มองว่าจะกระทบต่อชื่อเสียงหรือภาพลักษณ์ของประเทศ&nbsp;รวมทั้งภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ภาครัฐจึงควรใช้วิธีปรับมาตรการ&nbsp;เช่นเดียวกับที่บางประเทศได้มีการนำมาปรับใช้แล้ว&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หอการค้าไทยเห็นด้วยกับแนวทางของ&nbsp;ศบค.ที่ให้พิจารณาเพิ่มวันทำงานที่บ้าน&nbsp;และไม่ประกาศล็อกดาวน์&nbsp;โดยจะช่วยรณรงค์ไปยังเครือข่ายเพื่อให้ความร่วมมือต่อไป</p><p><br></p><p><br></p>	7/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107203810709
266	ผู้ว่าฯ ภูเก็ต ตรวจความพร้อมคลีนิคอุ่นใจก่อนเปิดให้บริการประชาชนอีกครั้งหลังมีผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่มขึ้น เพื่อให้ประชาชนเข้ามาปรึกษาหากตรวจ ATK แล้วมีผลเป็นบวก	<p><strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ที่ศูนย์ประชุมจังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;นายณรงค์&nbsp;วุ่นซิ้ว&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ได้ตรวจเยี่ยมการตรวจความพร้อมของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและส่วนที่เกี่ยวข้องในการเปิดคลีนิคอุ่นใจเป็นครั้งที่&nbsp;2&nbsp;หลังจากที่มีจำนวนยอดผู้ติดเชื้อของจังหวัดภูเก็ตเพิ่มขึ้นในช่วงนี้&nbsp;โดยทางเจ้าหน้าที่ได้มีการเตรียมความพร้อมทั้งในเรื่องของอุปกรณ์ต่างๆ&nbsp;ที่จำเป็นต้องใช้และเตรียมสถานที่ให้มีความพร้อมเพื่อให้บริการประชาชน&nbsp;</p><p>นายณรงค์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การเปิดคลีนิคอุ่นใจอีกครั้งเพื่อเป็นการให้บริการแก่ประชาชนที่ตรวจหาเชื้อด้วยตัวเองที่มีผลเป็นบวกหรือยังมีความกังวลและไม่แน่ใจก็สามารถเดินทางมาตรวจที่คลีนิคอุ่นใจได้เลยหรือจะโทรสอบถามที่สายด่วนที่เบอร์&nbsp;076-254200&nbsp;ทั้งนี้เพื่อเป็นการลดความกังวลของประชาชนตลอดจนถึงเป็นการให้คำปรึกษาแนะนำสำหรับประชาชนที่สงสัยว่าติดเชื้อเพื่อที่จะเข้ารับบริการในโรงพยาบาลหรือแนวทางในการดูแลรักษาต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	7/1/2022	ภาคใต้	ภูเก็ต	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107172607611
267	จังหวัดนราธิวาส ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนราธิวาส พิจารณาการเปิดเรียนแบบ On-site ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ผู้ปกครองและนักเรียนฉีดวัคซีนร้อยละ 100 เขตพื้นที่บริการของโรงเรียนร้อยละ 70 ส่วนในพื้นที่ตำบลที่โรงเรียนต้องผ่านเกณฑ์ร้อยละ 55	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนราธิวาส&nbsp;พิจารณาการเปิดเรียนแบบ&nbsp;On-site&nbsp;ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์&nbsp;ผู้ปกครองและนักเรียนฉีดวัคซีนร้อยละ&nbsp;100&nbsp;เขตพื้นที่บริการของโรงเรียนร้อยละ&nbsp;70&nbsp;ส่วนในพื้นที่ตำบลที่โรงเรียนต้องผ่านเกณฑ์ร้อยละ&nbsp;55</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ห้องประชุมพระนราภิบาล&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส</strong>&nbsp;นายสนั่น&nbsp;พงษ์อักษร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;ศบค.จังหวัดนราธิวาส&nbsp;และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนราธิวาส&nbsp;โดยมีนายทศพล&nbsp;สวัสดิสุข&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส&nbsp;ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;นายอำเภอทั้ง&nbsp;13&nbsp;อำเภอ&nbsp;ร่วมประชุมผ่านระบบ&nbsp;Zoom&nbsp;Meeting</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;ในที่ประชุมนายแพทย์ชัยวัฒน์&nbsp;พัฒนาพิศาลศักดิ์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส</strong>&nbsp;ได้รายงานภาพรวมสถานการณ์การแพร่ระบาดฯ&nbsp;โควิด-19&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ขณะที่&nbsp;ล่าสุดมีการรณรงค์เร่งฉีดวัคซีนให้แก่กลุ่มเสี่ยง&nbsp;และกลุ่ม&nbsp;608&nbsp;โดยเฉพาะผู้สูงอายุให้ได้รับวัคซีนตามเป้าหมาย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>โดยที่ประชุมมีการพิจารณาการขออนุญาตเปิดภาคเรียนที่&nbsp;2&nbsp;ปีการศึกษา&nbsp;2564&nbsp;ในรูปแบบ&nbsp;On-site</strong>&nbsp;รวมถึงเกณฑ์ความครอบคลุมวัคซีน&nbsp;เพื่อเอื้อการเปิดเรียนแบบ&nbsp;On-site&nbsp;ในที่ประชุมมีมติปรับเกณฑ์ร้อยละการครอบคลุมผู้ฉีดวัคซีนเป็นผู้ปกครองร้อยละ&nbsp;100&nbsp;นักเรียนร้อยละ&nbsp;100&nbsp;และเขตพื้นที่บริการของโรงเรียนร้อยละ&nbsp;70&nbsp;ส่วนในพื้นที่ตำบลที่โรงเรียนตั้งอยู่ร้อยละ&nbsp;55&nbsp;และจะมีการสุ่มตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทุกสัปดาห์ร้อยละ&nbsp;10&nbsp;อีกด้วย</p><p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;นายสนั่น&nbsp;พงษ์อักษร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส</strong>&nbsp;เน้นย้ำให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เร่งรณรงค์ประชาสัมพันธ์การฉีดวัคซีนในชุมชน&nbsp;ครู&nbsp;และนักเรียน&nbsp;เพื่อเอื้อต่อการเปิดเรียนแบบ&nbsp;On-site&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส&nbsp;ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19</p>	7/1/2022	ภาคใต้	นราธิวาส	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107175443640
268	ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอ่างทอง ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทุกพื้นที่เตรียมพร้อม CI มั่นใจรับมือการระบาดระลอก 5 ได้ ขอความร่วมมือประชาชนรับการฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ มากที่สุด	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>เมื่อเวลา&nbsp;13.00&nbsp;น.&nbsp;วันนี้&nbsp;(7&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;ที่ห้องประชุมวิเศษชัญชาญ&nbsp;ศาลากลางจังหวัดอ่างทอง</strong>&nbsp;นางเอกรัตน์&nbsp;นาคาคง&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง&nbsp;พร้อมด้วยนายศักดิ์ดา&nbsp;บรรดาศักดิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง&nbsp;ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอ่างทอง&nbsp;และหน่วยงานในจังหวัดอ่างทอง&nbsp;ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;พื้นที่จังหวัดอ่างทอง&nbsp;พิจารณามาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กรของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กซึ่งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอ่างทอง&nbsp;ยกร่างคำสั่งจังหวัดอ่างทองเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ผลการประเมินความพร้อมสถานศึกษาก่อนเปิดภาคเรียนที่&nbsp;2</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>โดยที่ประชุมวันนี้ได้มีการกำชับการปฏิบัติงาน&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;อำเภอทุกอำเภอ&nbsp;รวมทั้งบุคลากร&nbsp;</strong>เตรียมความพร้อมในการเตรียมระบบรักษาตัวในชุมชนหรือ&nbsp;CI&nbsp;(Community&nbsp;Isolation)&nbsp;เป็นการรักษาด่านแรก&nbsp;ให้มีความพร้อมให้บริการได้ภายใน&nbsp;48&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ให้มีการตรวจสอบร้านอาหาร&nbsp;สถานบริการ&nbsp;ผับ&nbsp;บาร์&nbsp;สถานบันเทิง&nbsp;ที่มีการปรับแปลงเป็นร้านอาหาร&nbsp;ที่อาจเป็นเหตุของการแพร่ระบาด&nbsp;ซึ่งฝ่ายปกครองได้ประสานทุกอำเภอจัดชุดปฏิบัติการออกสุ่มตรวจร้านอาหารดังกล่าวในทุกอำเภอด้วยแล้ว&nbsp;และให้จัดบริการฉีดวัคซีนเชิงรุก&nbsp;เร่งประชาสัมพันธ์ผู้ที่ยังไม่รับวัคซีน&nbsp;มาฉีดวัคซีนโดยเร็ว&nbsp;ให้หน่วยบริการกำกับติดตามผู้ได้รับการฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;1&nbsp;กระตุ้นให้ได้รับเข็มที่&nbsp;2&nbsp;และเข็มที่&nbsp;3</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>&nbsp;ในการนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนรับการฉีดวัคซีนให้มากที่สุด&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ</strong>&nbsp;ซึ่งจังหวัดอ่างทองมีวัคซีนเพียงพอบริการฉีดให้กับประชาชนอย่างเพียงพอ&nbsp;มั่นใจรับมือการระบาดระลอก&nbsp;5ได้&nbsp;และจากการที่&nbsp;ศบค.&nbsp;ได้มีประกาศปรับระดับพื้นที่จังหวัดอ่างทอง&nbsp;จากเดิมสีเหลือง&nbsp;เป็นพื้นที่สีส้ม&nbsp;มีผลตั้งแต่วันที่&nbsp;9&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;เป็นผลทำให้ไม่สามารถบริโภคสุราในร้านได้&nbsp;จึงขอความร่วมมือผู้ประกอบการได้ปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารธารณสุข&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานบริการต้องใช้มาตรการ&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;ผ่านการประเมินและให้มีการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ด้วย</p>	7/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	อ่างทอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอ่างทอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107180108643
269	ผู้ว่าฯ ภูเก็ต ตรวจสอบความพร้อมของคลินิกอุ่นใจ ก่อนเปิดให้บริการประชาชนอีกครั้ง หลังมีผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่มขึ้น เพื่อประชาชนได้รับการปรึกษาและเข้ารักษาตามกระบวนในทันที ผลตรวจ ATK เป็นบวก	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ตรวจสอบความพร้อมของคลินิกอุ่นใจ&nbsp;ก่อนเปิดให้บริการประชาชนอีกครั้ง&nbsp;หลังมีผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่มขึ้น&nbsp;เพื่อประชาชนได้รับการปรึกษาและเข้ารักษาตามกระบวนในทันที&nbsp;ผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นบวก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(7&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;ที่ศูนย์ประชุมจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ศูนย์ราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;นายณรงค์&nbsp;วุ่นซิ้ว&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและตรวจความพร้อมของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและส่วนงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ในการเปิดให้บริการ&nbsp;คลินิกอุ่นใจ&nbsp;เป็นครั้งที่&nbsp;2&nbsp;หลังจากที่มีจำนวนยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ในจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เพิ่มมากขึ้นในช่วงนี้&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้เตรียมความพร้อมทั้งในเรื่องของบุคลากร&nbsp;อุปกรณ์ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่มีความจำเป็นต้องใช้ในการบริการประชาชน&nbsp;และจัดเตรียมสถานที่ให้มีความพร้อมต่อการให้บริการประชาชนเกี่ยวกับโรคโควิด-19</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายณรงค์&nbsp;วุ่นซิ้ว&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การเปิดคลินิกอุ่นใจอีกครั้งของจังหวัดภูเก็ตครั้งนี้&nbsp;เพื่อเป็นการให้บริการแก่ประชาชนที่ตรวจหาเชื้อด้วยตัวเอง&nbsp;ด้วยชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;และมีผลเป็นบวก&nbsp;หรือมีความกังวลและไม่แน่ใจว่าจะติดเชื้อโควิด-19&nbsp;หรือไม่&nbsp;สามารถเดินทางมาตรวจได้ที่คลินิกอุ่นใจได้ด้วยตนเอง&nbsp;หรือจะโทรสอบถามที่หมายเลขสายด่วน&nbsp;0-7625-4200</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;การดำเนินการดังกล่าวเป็นการลดความกังวลให้กับประชาชน</strong>&nbsp;ตลอดจนเป็นการเปิดสายด่วนให้คำปรึกษา&nbsp;แนะนำ&nbsp;สำหรับประชาชนที่สงสัยว่าติดเชื้อ&nbsp;ก่อนที่จะเข้ารับการรักษาในระบบโรงพยาบาลหรือตามแนวทางการดูแลรักษาตามกระบวนการด้านสาธารณสุขต่อไป</p>	7/1/2022	ภาคใต้	ภูเก็ต	สวท.ภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107191657677
270	Walk-in ฉีดวัคซีนได้ทุกพื้นที่ นครพนมพบป่วยโควิด 40 ราย แนะหลักป้องกันตัวเองขั้นสูงสุด	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายแพทย์ปรีดา&nbsp;วรหาร&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม&nbsp;ผู้บัญชาการเหตุการณ์ภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข&nbsp;(Incident&nbsp;Command&nbsp;System&nbsp;:&nbsp;ICS)&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;วันนี้มีรายงานพบผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ที่เดินทางมาจากจังหวัดกรุงเทพมหานคร&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;สกลนคร&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และเป็นคนในพื้นที่จังหวัดนครพนม&nbsp;จำนวน&nbsp;34&nbsp;ราย&nbsp;(ติดเชื้อนอกพื้นที่&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;ติดเชื้อในพื้นที่&nbsp;34&nbsp;ราย)&nbsp;เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลนครพนม&nbsp;14&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลนาแก&nbsp;17&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลท่าอุเทน&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลบ้านแพง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และโรงพยาบาลศรีสงคราม&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;รวมยอดผู้ติดเชื้อสะสม&nbsp;5,408&nbsp;ราย&nbsp;(ยอดผู้ป่วยยืนยันสะสม&nbsp;4&nbsp;สัปดาห์&nbsp;234&nbsp;ราย)&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;5,240&nbsp;ราย&nbsp;หายป่วยกลับบ้านวันนี้&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษาอยู่&nbsp;139&nbsp;ราย&nbsp;(อาการของผู้ป่วยทั้ง&nbsp;139&nbsp;ราย&nbsp;ไม่มีอาการ&nbsp;63&nbsp;ราย&nbsp;มีอาการเล็กน้อย&nbsp;72&nbsp;ราย&nbsp;อาการปานกลาง&nbsp;4&nbsp;ราย)&nbsp;เสียชีวิตสะสม&nbsp;28&nbsp;ราย&nbsp;โดยไม่พบผู้เสียชีวิตต่อเนื่องมา&nbsp;57&nbsp;วัน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ผลการตรวจหาสายพันธุ์&nbsp;Omicron&nbsp;ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;7&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;พบว่า&nbsp;มีการส่งตรวจไปแล้ว&nbsp;67&nbsp;ตัวอย่าง&nbsp;พบเชื้อ&nbsp;Omicron&nbsp;37&nbsp;ตัวอย่าง&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;55.55</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>&nbsp;ในส่วนของภาพรวมจำนวนเตียงสำหรับรองรับการรักษาผู้ปวยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019</strong>&nbsp;เตียงของ&nbsp;รพ.ทั่วไป/&nbsp;รพ.ชุมชน&nbsp;ทั้ง&nbsp;12&nbsp;อำเภอ&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;466&nbsp;เตียง&nbsp;ใช้ไป&nbsp;139&nbsp;เตียง&nbsp;คงเหลือ&nbsp;327&nbsp;เตียง&nbsp;ด้านการให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;มีประชาชนที่ได้รับการฉีดวัคซีน&nbsp;(เข็มหนึ่ง)&nbsp;แล้ว&nbsp;399,822&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็น&nbsp;64.66%&nbsp;เทียบกับประชากรตามสิทธิ์การรักษาพยาบาล&nbsp;ฉีดเข็มสองแล้ว&nbsp;327,438&nbsp;Dose&nbsp;คิดเป็น&nbsp;52.95%&nbsp;ฉีดเข็มสามแล้ว&nbsp;31,729&nbsp;Dose&nbsp;คิดเป็น&nbsp;5.14%&nbsp;ฉีดเข็มสี่แล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;1,839&nbsp;Dose&nbsp;คิดเป็น&nbsp;0.30%</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม&nbsp;กล่าวอีกว่า</strong>&nbsp;ในห้วงหลังเทศกาลปีใหม่จะพบผู้ติดเชื้อในจังหวัดนครพนมเพิ่มมากขึ้น&nbsp;โดยมีลักษณะเป็นกลุ่มเล็ก&nbsp;ๆ&nbsp;กระจายตามอำเภอต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ส่วนใหญ่จะมีความเชื่อมโยงกับกิจกรรมการสังสรรค์ในชุมชน&nbsp;ครอบครัว&nbsp;และญาติที่เดินทางมาจากพื้นที่ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ทั่วประเทศ&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนมได้เปิดศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินทางด้านการแพทย์และสาธารณสุข&nbsp;(Emergency&nbsp;Operation&nbsp;Center&nbsp;:&nbsp;EOC)&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์และสั่งการอย่างใกล้ชิด&nbsp;โดยให้ทุกอำเภอเปิดสถานที่ศูนย์ดูแลโควิด-19&nbsp;ชุมชน&nbsp;(Community&nbsp;Isolation&nbsp;:&nbsp;CI)&nbsp;ทันที&nbsp;เน้นการตวรจการติดเชื้อฯ&nbsp;โดยใช้ชุดตรวจ&nbsp;(Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit&nbsp;:&nbsp;ATK)&nbsp;เป็นหลัก&nbsp;และให้เร่งรัดดำเนินการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;เข็ม&nbsp;1&nbsp;และเข็ม&nbsp;3&nbsp;ในทุกพื้นที่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019</strong>&nbsp;ที่มีการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มเพิ่มสูงมากขึ้น&nbsp;(ระดับการแจ้งเตือนสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ประเทศไทย&nbsp;ระดับ&nbsp;4&nbsp;:&nbsp;ปิดสถานที่เสี่ยง)&nbsp;ขอเชิญชวนชาวนครพนมไปขอรับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;เข็ม&nbsp;1&nbsp;และเข็ม&nbsp;3&nbsp;ได้&nbsp;ณ&nbsp;หน่วยบริการใกล้บ้าน&nbsp;และให้ยึดหลัก&nbsp;V-U-C-A&nbsp;:&nbsp;V-Vaccine&nbsp;ฉีดครบ&nbsp;ลดป่วยหนัก&nbsp;U-Universal&nbsp;Prevention&nbsp;:&nbsp;ป้องกันตัวเองตลอดเวลา&nbsp;ห่างไกลจากโควิด&nbsp;C-COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;:&nbsp;สถานที่บริการพร้อม&nbsp;ผู้ให้บริการฉีดวัคซีนครบ&nbsp;และตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทุกสัปดาห์&nbsp;A-ATK&nbsp;(Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit)&nbsp;รวมทั้งงดดื่มสุราร่วมกัน&nbsp;งดทานอาหารร่วมกัน&nbsp;งดการเดินทางไปต่างประเทศ&nbsp;งดเข้าสถานที่เสี่ยงทุกประเภท&nbsp;เลี่ยงใกล้ชิดผู้อื่นนอกบ้าน&nbsp;เข้าประเทศผ่านระบบกักตัว&nbsp;งดร่วมกิจกรรมที่รวมกลุ่มคน&nbsp;งดเดินทางข้ามจังหวัดด้วยขนส่งสาธารณะทุกประเภทโดยไม่จำเป็น&nbsp;Work&nbsp;from&nbsp;home&nbsp;สวมหน้ากากอนามัย&nbsp;100%&nbsp;ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันตัวเองขั้นสูงสุดแบบครอบจักรวาล&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;for&nbsp;COVID-19&nbsp;กล่าวคือ&nbsp;ออกจากบ้านเมื่อจำเป็น&nbsp;สวมหน้ากากอนามัยและทับด้วยหน้ากากผ้า&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;1-2&nbsp;เมตร&nbsp;หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสหน้ากากอนามัย&nbsp;แยกของใช้ส่วนตัวทุกชนิด&nbsp;ทำความสะอาดฆ่าเชื้อพื้นผิวที่ถูกสัมผัสบ่อย&nbsp;ๆ&nbsp;ผู้สูงอายุมากกว่า&nbsp;60&nbsp;ปี&nbsp;และผู้มีโรคเรื้อรังออกจากบ้านเท่าที่จำเป็น&nbsp;เลือกทานอาหารที่ร้อน&nbsp;หรือปรุงสุกใหม่&nbsp;ล้างมือบ่อย&nbsp;ๆ&nbsp;หากสงสัยว่าตัวเองมีความเสี่ยง&nbsp;ควรตรวจด้วยชุดตรวจ&nbsp;ATK</p>	7/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครพนม	สวท.นครพนม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107191128672
271	จังหวัดเพชรบุรี ชวนนักวิ่งทั่วไทย นักกีฬาทั่วโลก มาเบิกบานความสุข วิ่งเริงร่า สัมผัสบรรยากาศแก่งกระจาน สำรวจแหล่งมรดกโลก พร้อมลิ้มรสเสน่ห์เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารของยูเนสโก 6 กุมภาพันธ์ 2565 Kaengkrachan Explorer Run 2022	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ชวนนักวิ่งทั่วไทย&nbsp;นักกีฬาทั่วโลก&nbsp;มาเบิกบานความสุข&nbsp;วิ่งเริงร่า&nbsp;สัมผัสบรรยากาศแก่งกระจาน&nbsp;สำรวจแหล่งมรดกโลก&nbsp;พร้อมลิ้มรสเสน่ห์เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารของยูเนสโก&nbsp;6&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;Kaengkrachan&nbsp;Explorer&nbsp;Run&nbsp;2022</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>เมื่อเวลา&nbsp;16.30&nbsp;น.&nbsp;วันนี้&nbsp;(7&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)</strong>&nbsp;นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;นางสาวเลิศจันฑา&nbsp;สีเหลืองสวัสดิ์&nbsp;ประธานกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่&nbsp;นายอำเภอแก่งกระจาน&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และสื่อมวลชน&nbsp;ร่วมงานแถลงข่าวการจัดกิจกรรมวิ่ง&nbsp;Kaengkrachan&nbsp;Explorer&nbsp;Run&nbsp;2022&nbsp;แก่งกระจานเอ๊กซ์โปเรอร์รัน&nbsp;2022&nbsp;ณ&nbsp;ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน&nbsp;ไลฟ์สไตล์&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี</strong>&nbsp;ได้กล่าวเชิญชวนนักวิ่งทั่วประเทศไทย&nbsp;นักกีฬาทั่วโลก&nbsp;รวมถึงนักท่องเที่ยวได้มีโอกาสไปเยือนเมืองเพชรบุรี&nbsp;ได้ท่องเที่ยวด้วย&nbsp;ได้สุขภาพด้วย&nbsp;ซึ่งหลังจากที่แก่งกระจานเพชรบุรีได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก&nbsp;นักวิ่งจะได้มาดูความพิเศษ&nbsp;ว่าแก่งกระจานมีความพิเศษอย่างไร&nbsp;ถึงได้เป็นมรดกโลก&nbsp;มาเบิกบานความสุข&nbsp;วิ่งเริงร่าบนสันเขื่อน&nbsp;พร้อมสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติ&nbsp;แก่งกระจาน&nbsp;สำรวจแหล่งมรดกโลก&nbsp;มาพักแรม&nbsp;พักผ่อนหย่อนใจ&nbsp;เที่ยวแบบครอบครัว&nbsp;เหมาะแก่การตั้งแคมป์&nbsp;นอนเต็นท์&nbsp;สูดกลิ่นไออากาศบริสุทธิ์บนเนินเขา&nbsp;และยังได้ลิ้มรสเสน่ห์&nbsp;เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารของยูเนสโก&nbsp;ซึ่งจะมีทั้งอาหารพื้นถิ่น&nbsp;รสชาติพื้นบ้าน&nbsp;สไตล์เพชรบุรีแท้&nbsp;ๆ&nbsp;เช่นข้าวราดแกงหัวตาล&nbsp;ขนมจีนกินคู่กับทอดมัน&nbsp;ชิมปลาน้ำจืดจากแก่งกระจาน&nbsp;พร้อมปลาสดจากทะเลน้ำเค็ม&nbsp;และสินค้าพื้นเมืองนานาชนิด&nbsp;แบบยกตลาดมาวางจำหน่าย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นอกจากนั้น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ได้กล่าวถึงความพร้อมมาตรการป้องกันแบบคุมเข้มโควิด-19</strong>&nbsp;นักวิ่งทุกคนจะมีการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;และยืนยันการฉีดวัคซีน&nbsp;ผู้สนใจสมัครเข้าร่วมกิจกรรมวิ่ง&nbsp;6&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;Kaengkrachan&nbsp;Explorer&nbsp;Run&nbsp;2022&nbsp;จะได้รับเหรียญรางวัลที่ระลึกแบบแฮนด์เมด&nbsp;แบบเหรียญเดียวในโลก&nbsp;ถ้วยรางวัล&nbsp;ที่ไม่มีที่ใดเหมือน&nbsp;สอบถามรายละเอียดได้ที่&nbsp;09-2484-9591&nbsp;หรือสมัครได้ที่&nbsp;ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน&nbsp;เพชรบุรี&nbsp;รายได้หลังหักค่าใช้จ่าย&nbsp;จะนำไปซื้ออุปกรณ์การแพทย์ร่วมทำบุญ&nbsp;มอบให้โรงพยาบาลแก่งกระจาน</p>	7/1/2022	ภาคตะวันตก	เพชรบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107193020686
272	กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลเมืองเบตง ร่วมกับสาธารณสุขอำเภอเบตง ร่วมตรวจ ATK คัดกรองหาเชื้อโควิด-19 ให้กับผู้ประกอบการในตลาดสดหลังเทศกาลปีใหม่	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เทศบาลเมืองเบตง&nbsp;ร่วมกับสาธารณสุขอำเภอเบตง&nbsp;ร่วมตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;คัดกรองหาเชื้อโควิด-19&nbsp;ให้กับผู้ประกอบการในตลาดสดหลังเทศกาลปีใหม่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;ที่ตลาดสดเทศบาลเมืองเบตง&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา</strong>&nbsp;นายสกุล&nbsp;เล็งลัคน์กุล&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองเบตง&nbsp;พร้อมด้วยนายศิริ&nbsp;มงคลประจักษ์&nbsp;รองนายกเทศมนตรีเมืองเบตง&nbsp;ลงพื้นที่ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เทศบาลเมืองเบตง&nbsp;และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอเบตง&nbsp;ที่ร่วมตรวจคัดกรองเพื่อหาเชื้อโควิด-19&nbsp;ด้วยชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;(Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit)&nbsp;ให้กับผู้ประกอบการในตลาดสด&nbsp;เทศบาลเมืองเบตง&nbsp;พร้อมทั้งให้มีการจัดการสิ่งแวดล้อมให้ถูกต้อง&nbsp;ตามหลัก&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์&nbsp;""โอมิครอน""&nbsp;ตามมาตรการเร่งด่วนในการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายวงศ์วิทย์&nbsp;อัครวโรทัย&nbsp;สาธารณสุขอำเภอเบตง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;หลังจากการเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่เป็นต้นมา&nbsp;ยอดการติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ในหลายพื้นที่มีแนวโน้มสูงขึ้นมาก&nbsp;โดย&nbsp;5&nbsp;อันดับแรกของผู้ติดเชื้อรายใหม่ในวันที่&nbsp;5&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;อันดับที่&nbsp;ชลบุรี&nbsp;ตามมาด้วยกรุงเทพมหานคร&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;สมุทรปราการ&nbsp;และขอนแก่น&nbsp;ซึ่งการติดเชื้อในประเทศไทยขณะนี้&nbsp;70-80%&nbsp;ยังเป็นสายพันธุ์เดลตาที่ทำให้ป่วยหนักและเสียชีวิตได้&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง&nbsp;608&nbsp;เช่น&nbsp;กลุ่มผู้สูงอายุ&nbsp;60&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;ผู้ป่วย&nbsp;7&nbsp;โรคเรื้อรัง&nbsp;ส่วนสายพันธุ์&nbsp;""โอมิครอน""&nbsp;สัดส่วนอยู่ที่ราว&nbsp;20%&nbsp;ซึ่งแม้สายพันธุ์&nbsp;""โอมิครอน""&nbsp;จะมีอัตราการแพร่ระบาดรวดเร็วกว่าสายพันธุ์เดลตา&nbsp;แต่อาการที่เกิดขึ้นรุนแรงน้อยกว่า&nbsp;และมีแนวโน้มที่จะทำให้ผู้ติดเชื้อต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลน้อยกว่าด้วย&nbsp;ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ก็มาจากการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น&nbsp;รวมถึงภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติหลังการติดเชื้อไปแล้ว</p>"	7/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107202008701
273	อปท.4 ตำบลของอำเภอสุไหงโก-ลก งดจัดงานวันเด็กแห่งชาติ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน	<p><strong>สืบเนื่องจากศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;</strong>ได้ยกระดับมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;โดยงดกิจกรรมการรวมกลุ่มในทุกพื้นที่&nbsp;</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;วันเด็กแห่งชาติ&nbsp;วันที่&nbsp;8&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในอำเภอสุไหงโก-ลก&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก&nbsp;เทศบาลตำบลปาเสมัส&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลมูโนะ&nbsp;และองค์การบริหารส่วนตำบลปูโยะ&nbsp;ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการจัดกิจกรรมงานวันเด็กแห่งชาติในท้องที่ของอำเภอสุไหงโก-ลก&nbsp;จึงประกาศงดการจัดงานดังกล่าว&nbsp;เพื่อเป็นไปตามมาตรการที่กำหนด&nbsp;และเพื่อควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตามยังมีหลายชุมชนที่เตรียมจัดกิจกรรมงานวันเด็กแห่งชาติ</strong>ภายในชุมชนของตนเอง&nbsp;ในเรื่องดังกล่าว&nbsp;นายมะยุรี&nbsp;เจะโซะ&nbsp;สาธารณสุขอำเภอสุไหงโก-ลก&nbsp;ได้แสดงความห่วงใยเกี่ยวกับมาตรการควบคุมป้องกันภายในชุมชน&nbsp;ดังนั้นชุมชนใดที่ต้องการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ&nbsp;ต้องขออนุญาตผ่านทางสำนักงานสาธารณสุขอำเภอสุไหงโก-ลก&nbsp;เพื่อเสนอต่อนายอำเภอสุไหงโก-ลก&nbsp;อีกทั้งต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;อาทิ&nbsp;ผู้ที่มาร่วมกิจกรรมไม่เกิน&nbsp;200&nbsp;คนโดยทุกคนต้องลงทะเบียน&nbsp;และตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเข้าไปในงาน&nbsp;อีกทั้งต้องมีจุดบริการล้างมือ&nbsp;และต้องฉีดวัคซีนอย่างน้อย&nbsp;1&nbsp;เข็ม&nbsp;ยกเว้นเด็กที่มีอายุต่ำกว่า&nbsp;12&nbsp;ปี&nbsp;มีการสุ่มตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผู้เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;ซึ่งมาตรการดังกล่าวจำเป็นอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่พบการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;ที่มีการเน้นย้ำให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษในช่วง&nbsp;2&nbsp;สัปดาห์หลังเทศกาลปีใหม่&nbsp;ทั้งนี้ในกรณีมีการจัดกิจกรรมที่รวมตัวกันผู้เป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมจะต้องรับผิดชอบ&nbsp;หากพบคลัสเตอร์ผู้ติดเชื้อโควิด-19</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	7/1/2022	ภาคใต้	นราธิวาส	สวท.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107235634733
274	จังหวัดนราธิวาสพร้อมรับมือโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน ด้วยยุทธศาสตร์ VUCAF เพื่อให้สายพันธุ์ดังกล่าวกลายเป็นโรคประจำถิ่น	<p><strong>จังหวัดนราธิวาส&nbsp;พร้อมรับมือโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;</strong>ตามแผน&nbsp;Moving&nbsp;To&nbsp;COVID-19&nbsp;Endemic&nbsp;ที่ทำให้กลายเป็นโรคประจำถิ่น&nbsp;ซึ่งมีลักษณะเชื้อต้องอ่อนประสิทธิภาพลง&nbsp;ในรูปแบบแพร่เชื้อได้เร็วแต่ไม่รุนแรง&nbsp;ติดง่ายขึ้น&nbsp;แต่อาการน้อย&nbsp;ด้วยการทำให้ประชากรมีภูมิคุ้มกันมากขึ้น&nbsp;การจัดการสภาพแวดล้อมที่ดี&nbsp;ลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดของโรค&nbsp;และให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาได้เร็ว&nbsp;เน้นการรักษาภายในชุมชน&nbsp;กินยาต้านไวรัส&nbsp;และดูแลตัวเองเป็นหลัก&nbsp;เมื่อป่วยหนักเข้ารักษาโรงพยาบาล&nbsp;และเน้นเร่งฉีดวัคซีนให้ผู้ที่ยังไม่ฉีดวัคซีนเข็ม&nbsp;1&nbsp;เข็ม&nbsp;2&nbsp;และเข็มกระตุ้น&nbsp;เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชนทั้ง&nbsp;13&nbsp;อำเภอ</p><p><strong>ด้วยยุทธศาสตร์&nbsp;VUCAF&nbsp;ประกอบด้วย</strong>&nbsp;Vaccination&nbsp;มีวัคซีนมากและเพียงพอเน้นบูสตอร์และWalk&nbsp;In&nbsp;มีวัคซีนมากเพียงพอ&nbsp;เพิ่มจุดฉีด&nbsp;จัดบริการฉีดวัคซีนอย่างไม่มีเงื่อนไข&nbsp;และให้เข้าถึงวัคซีนได้มากที่สุด&nbsp;และเร่งค้นหา&nbsp;ชักชวนกลุ่มประชากรทั้งสัญชาติไทยและไม่ใช่สัญชาติไทยในพื้นที่ที่มีความครอบคลุมต่ำเข้าถึงยากให้เข้ารับการฉีดวัคซีน&nbsp;พร้อมจัดแผนเสิร์ฟวัคซีนถึงบ้าน&nbsp;บริการแด่ผู้สูงอายุ&nbsp;Innovative&nbsp;Service&nbsp;Model&nbsp;ชราธิวาส&nbsp;เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุ&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;ปฏิบัติตนตามมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;สวมหน้ากากอนามัย&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;ล้างมือ&nbsp;หลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่แออัด&nbsp;Community&nbsp;isolation&nbsp;Covid&nbsp;free&nbsp;&nbsp;Setting&nbsp;&nbsp;ไม่มีการปิดบ้านปิดเมืองและโรงงาน&nbsp;ไม่เน้นโรงพยาบาลสนาม&nbsp;และโรงพยาบาลทั่วไป&nbsp;แต่จะเน้นการรักษาภายในครัวเรือน&nbsp;หรือชุมชนเป็นหลัก&nbsp;Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit&nbsp;เน้นตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;โดยไม่เน้นแยกสายพันธุ์&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่มาจากจังหวัดเสี่ยงพบการแพร่ระบาดของสายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;Favipiravir&nbsp;ใช้Favipiravir&nbsp;เป็นยาหลักในการรักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ให้ยา&nbsp;5&nbsp;วัน&nbsp;กักตัว&nbsp;10&nbsp;วัน</p><p><strong>นายสนั่น&nbsp;พงษ์อักษร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&nbsp;เน้นย้ำ&nbsp;</strong>มาตรการสำคัยที่สามารถควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;และลดอัตราการป่วยหนัก&nbsp;และเสียชีวิต&nbsp;คือการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;ดังนั้นจึงขอให้ทุกอำเภอร่วมกับหน่วยงานในระดับพื้นที่ค้นหาเชิงรุก&nbsp;พร้อมจัดแผนกระตุ้นให้ประชาชนทั่วไป&nbsp;และนักเรียนในพื้นที่ฉีดวัคซีน&nbsp;เข็ม&nbsp;1&nbsp;เข็ม&nbsp;2&nbsp;และเข็มกระตุ้นเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่&nbsp;ป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;โดยเฉพาะอำเภอจะแนะ&nbsp;และเจาะไอร้อง&nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่มีความครอบคลุมการฉีดวัคซีนต่ำ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	7/1/2022	ภาคใต้	นราธิวาส	สวท.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107235322732
275	นพ.สสจ.นราธิวาส ยืนยันนราธิวาสยังไม่พบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอน แต่เพื่อความไม่ประมาท ยึดตรวจเชิงรุก เพื่อให้พบเร็วรักษาเร็ว	<p><strong>นายแพทย์ชัยวัฒน์&nbsp;พัฒนาพิศาลศักดิ์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส</strong>&nbsp;ยืนยันจังหวัดนราธิวาสยังไม่มีรายงานพบผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;และแม้ในภายหลังจะพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์ดังกล่าว&nbsp;ก็สามารถทำการรักษาตามมาตรการของจังหวัดนราธิวาสตามปกติ&nbsp;เพราะเป็นเชื้อที่ไม่มีความร้ายแรง&nbsp;และรักษาหายได้ด้วยยาต้านไวรัสฟาวิพิราเวียร์&nbsp;ที่ทั้งหวัดมีอยู่กว่า&nbsp;1.4&nbsp;ล้านเม็ด&nbsp;</p><p>อย่างไรก็ตามยังเน้นย้ำให้ประชาชน&nbsp;ป้องกันตัวเองจากโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;และทุกสายพันธุ์&nbsp;ด้วยการปฏิบัติตัวแบบวิถีใหม่ตามมาตรการ&nbsp;DMHTT&nbsp;ด้วยการเว้นระยะห่าง&nbsp;สวมหน้ากากอนามัย&nbsp;หมั่นล้างมือ&nbsp;ตรวจวัดอุณหภูมิ&nbsp;และสแกนแอปไทยชนะ&nbsp;อีกทั้งเมื่อเดินทางกลับมาจากจังหวัดเสี่ยงพบการติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนให้เน้น&nbsp;Work&nbsp;From&nbsp;Home&nbsp;ตรวจATK&nbsp;และติดตามอาการในช่วง&nbsp;2&nbsp;สัปดาห์นี้อย่างใกล้ชิด</p><p><strong>ส่วนภาพรวมของจังหวัดนราธิวาส&nbsp;หลังเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;</strong>จะยึดมาตรการเฝ้าระวังป้องกัน&nbsp;ด้วยการตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;จากผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ&nbsp;และประชาชนที่เดินทางมาจากจังหวัดเสี่ยง&nbsp;ติดตามอัตราการเข้าตรวจรักษาอาการที่คลีนิคโรคทางเดินหายใจว่ามีเพิ่มขึ้นหรือไม่&nbsp;และมีการตรวจหาเชื้อในบุคคลที่เป็นกลุ่มเสี่ยง&nbsp;รวมถึงการตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;ในชุมชน&nbsp;เช่น&nbsp;ตลาด&nbsp;หรือ&nbsp;โรงเรียน&nbsp;เพราะการตรวจแล้วพบผู้ติดเชื้อเร็ว&nbsp;จะควบคุมการแพร่ระบาดได้เร็ว&nbsp;โดยเมื่อพบผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ในพื้นที่ใด&nbsp;จะทำการฉีดวัคซีนให้บุคคลใกล้ชิด&nbsp;หรือในชุมชนโดยรอบ&nbsp;เน้นการกักตัวผู้ติดเชื้อที่บ้านพร้อมกินยาต้านไวรัส&nbsp;ประมาณ&nbsp;10&nbsp;วัน&nbsp;ก็สามารถหยุดเชื้อได้แล้ว&nbsp;ยกเว้นผู้ที่มีอาการป่วยหนักหรือมีโรคแทรกซ้อนที่จะนำตัวเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล</p><p>&nbsp;<strong>ส่วนอัตราผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;ในปัจจุบัน</strong>&nbsp;จังหวัดนราธิวาสพบผู้ติดเชื้อต่ำกว่า&nbsp;5&nbsp;ต่อแสนประชากร&nbsp;โดยทั้งจังหวัดพบผู้ติดเชื้อไม่ถึง&nbsp;60&nbsp;ราย&nbsp;มีผู้ป่วยอาการหนัก&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และไม่มีผู้เสียชีวิตมาประมาณ&nbsp;3&nbsp;สัปดาห์ติดต่อกัน&nbsp;จึงเป็นจังหวัดที่อยู่ในเกณฑ์สีเขียว&nbsp;ที่จะเน้นการดูแลโดยชุมชนกันเองเป็นหลัก&nbsp;ขณะที่ระบบการรักษาโควิด-19&nbsp;ภายในโรงพยาบาลจะเริ่มทยอยปิด&nbsp;และคงไว้ตามสัดส่วนที่เหมาะสมเท่านั้น</p><p><br></p><p><br></p><p>สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	7/1/2022	ภาคใต้	นราธิวาส	สวท.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107234847731
276	เปิดอย่างเป็นทางการ งานกาชาดและของดีจังหวัดมุกดาหาร 7-15 มกราคม 2565 ภายใต้มาตรการป้องกัน Covid-19 อย่างเคร่งครัด	"<p><strong>วันที่&nbsp;7&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;18.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงานกาชาดและของดีจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;ภาครัฐ&nbsp;เอกชน&nbsp;ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมพิธี&nbsp;และมีนางอิสรีย์&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ในนามคณะกรรมการจัดงานฯ&nbsp;กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดงาน&nbsp;ที่บริเวณลานด้านหน้าศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร</p><p><strong>นางอิสรีย์&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การจัดงานกาชาดและงานของดีจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ในครั้งนี้ถือเป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;และการสาธารณกุศล&nbsp;โดยกำหนดจัดงานในระหว่างวันที่&nbsp;7&nbsp;-&nbsp;15&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;รวม&nbsp;9&nbsp;วัน&nbsp;9&nbsp;คืน&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญ&nbsp;เพื่อสืบสานและอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม&nbsp;ขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น&nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;และเพื่อจัดหารายได้สนับสนุนกิจการสาธารณกุศลของเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;เพื่อนำไปให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบความเดือดร้อนต่อไป</p><p><strong>การจัดงานกาชาดและของดีจังหวัดมุกดาหารประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ในครั้งนี้</strong>&nbsp;มีกิจกรรมต่างๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;การบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง&nbsp;การประกวดฟ้อนรำ&nbsp;การแสดงศิลปวัฒนธรรมจากอำเภอต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;การจำหน่าย&nbsp;""สินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์&nbsp;""&nbsp;(OTOP)&nbsp;จากท้องถิ่นและชุมชน&nbsp;การออกร้านนิทรรศการของหน่วยงานราชการ&nbsp;รัฐวิสาหกิจ&nbsp;และภาคเอกชน&nbsp;การออกร้านนาวาพาโชคของเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;พร้อมด้วยการออกรางวัลสลากกาชาด&nbsp;โดยได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนจากคณะกรรมการจัดงาน/ส่วนราชการ/อำเภอ/หน่วยงาน/รัฐวิสาหกิจ/สถานศึกษา/องค์กรภาคเอกชน/องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;และเทศบาลเมืองมุกดาหาร&nbsp;และผู้สนับสนุนอื่นๆ&nbsp;อีกมากมาย&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดมุกดาหารได้กำหนดให้มีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค&nbsp;Covid&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</strong>&nbsp;โดยมีการตรวจคัดกรองผู้ที่เข้าร่วมงานอย่างเข้มข้น&nbsp;และกำหนดให้ผู้เข้าร่วมงานต้องแสดงหลักฐานผ่านการฉีดวัคซีนป้องกัน&nbsp;Covid-19&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;หรือมีผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นลบ&nbsp;พร้อมประชาสัมพันธ์ให้สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา&nbsp;การจัดให้มีจุดล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์&nbsp;และมีเจ้าหน้าที่คอยเช็ดทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสของสถานที่ภายในงานอย่างสม่ำเสมอ&nbsp;อีกทั้งยังมีการจัดเตรียมวัคซีนครบทุกสูตรทุกยี่ห้อ&nbsp;เพื่อฉีดให้กับประชาชนที่มาร่วมงานอีกด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p><p>#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร</p>"	7/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107233543727
277	เร่งตามตัวนักท่องเที่ยวทึ่ติดเชื้อโควิด-19 อีก 3 ราย บนพื้นที่เกาะช้าง	<p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;20.45&nbsp;น.</strong>&nbsp;ผู้ว่าฯ&nbsp;ชำนาญวิทย์&nbsp;เตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&nbsp;ให้สัมภาษณ์กรณี&nbsp;นทท.ต่างชาติ&nbsp;6&nbsp;คน&nbsp;เดินทางมาที่เกาะช้างด้วยระบบ&nbsp;Test&nbsp;&amp;&nbsp;Go&nbsp;ซึ่ง&nbsp;6&nbsp;คน&nbsp;เข้ารับการตรวจด้วย&nbsp;ATK&nbsp;ปรากฎว่าผลเป็นบวก&nbsp;ทั้ง&nbsp;6&nbsp;คน&nbsp;และได้ส่งตรวจด้วยวิธี&nbsp;RT-Pcr&nbsp;ซ้ำ&nbsp;และผลก็เป็นบวก&nbsp;ทั้ง&nbsp;6&nbsp;คน&nbsp;จากนั้น&nbsp;ทั้ง&nbsp;6&nbsp;คน&nbsp;ได้หายตัวออกจากที่พัก&nbsp;ในวันนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ล่าสุด&nbsp;จนท.ตามตัวเจอแล้ว&nbsp;3&nbsp;คน&nbsp;อยู่บนเกาะช้าง</strong>&nbsp;เป็นชาวฝรั่งเศษ&nbsp;อายุ&nbsp;32&nbsp;และ&nbsp;35&nbsp;ปี&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;และชาวโปแลนด์&nbsp;อายุ&nbsp;65&nbsp;ปี&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;ทั้ง&nbsp;3&nbsp;คน&nbsp;ได้ถูกนำส่งเข้าระบบการรักษา&nbsp;AQ&nbsp;แล้ว&nbsp;ส่วนอีก&nbsp;3&nbsp;คน&nbsp;เป็นชาวรัสเซีย&nbsp;อายุ&nbsp;39&nbsp;ปี&nbsp;ชาวโปแลนด์&nbsp;อายุ&nbsp;51&nbsp;ปี&nbsp;และชาวสวิส&nbsp;อายุ&nbsp;31&nbsp;ปี&nbsp;ขณะนี้&nbsp;ยังไม่พบตัว&nbsp;และยังไม่ทราบว่ายังพักอยู่บนเกาะช้างหรือไม่&nbsp;ตอนนี้ประสานทาง&nbsp;ตม.&nbsp;เร่งติดตามตัวกลับมาเข้าสู่กระบวนการรักษาแล้ว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับกรณีที่เกิดขึ้น&nbsp;ทาง&nbsp;คกก.โรคติดต่อฯ&nbsp;จ.ตราด</strong>&nbsp;ได้แจ้งความเบื้องต้น&nbsp;คือ&nbsp;ผิดเงื่อนไขของการเข้าเมือง&nbsp;และอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;แต่ทาง&nbsp;ผวจ.ตราด&nbsp;ได้มอบให้พนักงานสอบสวน&nbsp;สอบปากคำและดูที่เจตนาของ&nbsp;นทท.&nbsp;เป็นหลัก&nbsp;ว่า&nbsp;มีเจตนาฝ่าฝืนกฏหรือไม่&nbsp;ซึ่งทาง&nbsp;นทท.เองกังวลว่า&nbsp;เมื่อตรวจพบเชื้อแล้วเข้าสู่กระบวนการรักษา&nbsp;กลัวว่าจะเข้าสู่ระบบการรักษาใน&nbsp;รพ.สนาม&nbsp;หรือ&nbsp;CI&nbsp;แต่เมื่อ&nbsp;นทท.&nbsp;ทั้ง&nbsp;3&nbsp;คน&nbsp;ที่ตามพบตัว&nbsp;ได้เขเาสู่ระบบการรักษา&nbsp;AQ&nbsp;แล้ว&nbsp;ทั้ง&nbsp;3&nbsp;คน&nbsp;พอใจ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ผวจ.ตราด</strong>&nbsp;บอกว่า&nbsp;ตอนนี้กำชับ&nbsp;จนท.&nbsp;ในกรณีนักท่องเที่ยวต่างชาติ&nbsp;หากตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ให้นำเข้าสู่ระบบการรักษา&nbsp;AQ&nbsp;เป็นหลัก&nbsp;เพื่อคลายความกังวลใจ&nbsp;โดยให้ประสานกับทางบริษัทประกันภัยของ&nbsp;นทท.คนนั้น&nbsp;ๆ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ส่วนที่เกาะช้าง</strong>&nbsp;ตอนนี้มีเตียงใน&nbsp;รพ.ของรัฐ&nbsp;20&nbsp;เตียง/รพ.สนาม&nbsp;50&nbsp;เตียง&nbsp;และ&nbsp;CI&nbsp;70&nbsp;เตียง&nbsp;โดยมอบหมายในหลักการให้คณะกรรมการโรคติดต่อฯ&nbsp;หากจำเป็นต้องต้องเพิ่ม&nbsp;CI&nbsp;ก็ให้ดำเนินการได้ทันที&nbsp;โดยใช้สนามกีฬาจังหวัดตราด&nbsp;ดำเนินการ&nbsp;เพราะเป็น&nbsp;CI&nbsp;เดิม&nbsp;รับได้&nbsp;300&nbsp;เตียง</p>	8/1/2022	ภาคตะวันออก	ตราด	สวท.ตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220108103124783
278	ประชาชน ทยอยตรวจ ATK ต่อเนื่อง นายกฯ เมืองยะลา ยืนยันเคาท์ดาวน์ปีใหม่ ประสบความสำเร็จ เรียกผู้ร่วมงานตรวจไม่พบผู้ติดเชื้อแม้แต่รายเดียว	<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;ม.ค&nbsp;65)&nbsp;</strong>เทศบาลนครยะลาได้ตั้งจุดตรวจคัดกรองตรวจโควิด-19&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ให้กับผู้ที่เข้าร่วมชมคอนเสิร์ตในงานเค้าท์ดาวน์&nbsp;Yala&nbsp;Art&nbsp;Street&nbsp;เมื่อคืนวันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ตามมาตรการแซนด์บ็อกซ์&nbsp;เพื่อให้มีความมั่นใจ&nbsp;และเป็นไปตามขั้นตอนที่ได้กำหนดตามมาตรการไว้&nbsp;ซึ่งมีประชาชนทยอยเดินทางเข้ารับการตรวจหาเชื้อด้วย&nbsp;ATK&nbsp;&nbsp;กันอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยทางเจ้าหน้าที่บอกว่า&nbsp;เมื่อวานซึ่งเป็นวันแรกของการตรวจหาโควิด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ประชาชนมาไม่มาก&nbsp;ส่วนใหญ่จะมีผู้ที่ไม่ได้รับการตรวจหาเชื้อในครั้งแรกมารับบริการ&nbsp;ซึ่งจากการตรวจเชื้อครั้งที่&nbsp;1&nbsp;และ&nbsp;2&nbsp;กว่า&nbsp;200&nbsp;คน&nbsp;ที่ตรวจไปเมื่อวันที่&nbsp;4-5&nbsp;ม.ค&nbsp;65&nbsp;,7&nbsp;ม.ค&nbsp;65&nbsp;ผลเป็นลบไม่พบผู้ติดเชื้อ</p><p><strong>ทางด้าน&nbsp;นายพงษ์ศักดิ์&nbsp;ยิ่งชนม์เจริญ&nbsp;</strong>นายกเทศมนตรี&nbsp;เทศบาลนครยะลา&nbsp;ได้เปิดเผยว่า&nbsp;จากการจัดกิจกรรมเคาท์ดาวน์ส่งท้ายปีเก่า&nbsp;ต้อนรับปีใหม่&nbsp;ที่ทางเทศบาลนครยะลา&nbsp;ได้จัดขึ้นเมื่อวันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมานั้น&nbsp;โดยจัดทำในรูปแบบแซนด์บ๊อก&nbsp;คือมีการลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;และต้องได้รับวัคซีนอย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวนับว่าประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ&nbsp;และขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ให้ความร่วมมือในขั้นตอนการปฏิบัติก่อนเข้าร่วมกิจกรรม</p><p><strong>ในส่วนกรณีที่มีเฟคนิวส์แพร่สะพัดว่าพบผู้ติดเชื้อหลังมาร่วมงานเคาท์ดาวน์กว่าร้อยรายนั้น&nbsp;</strong>นายพงษ์ศักดิ์&nbsp;ชี้แจงว่าไม่เป็นความจริง&nbsp;เพราะภายหลังกิจกรรม&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;4&nbsp;ม.ค.65&nbsp;ทางเทศบาลนครยะลาได้ติดต่อให้ผู้ร่วมกิจกรรม&nbsp;มาทำการตรวจหาเชื้อด้วยชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ซึ่งมีผู้เดินทางมาตรวจหลายร้อยคนนั้น&nbsp;ก็ไม่พบผู้ติดเชื้อแม้แต่รายเดียว&nbsp;ซึ่งอาจเป็นการเข้าใจผิด&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	8/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220108105224803
279	รัฐบาลพบข้อร้องเรียนชุดตรวจ ATK ราคาพุ่ง หลังความต้องการใช้สูงขึ้น	<p>น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลได้รับข้อร้องเรียนจากหลายช่องทางเกี่ยวกับราคาชุดตรวจโควิด ATKด้วยตนเอง ที่ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้น ทั้งในส่วนที่ขายในร้านขายยา และร้านค้าออนไลน์ เนื่องจากมีความต้องการใช้เพื่อการตรวจคัดกรองมากขึ้น&nbsp;</p><p><br></p><p>ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้มอบหมายไปยังกระทรวงพาณิชย์ให้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด หากพบว่ามีการฉวยโอกาสขึ้นราคาก็ให้ดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมกับวางแนวทางป้องกันไม่เกิดการเอารัดเอาเปรียบประชาชนที่อยู่ในช่วงยากลำบาก</p><p><br></p><p>น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า ชุดตรวจ ATK เป็นเครื่องมือช่วยคัดกรองที่สำคัญ นอกจากกระทรวงพาณิชย์ต้องติดตาม แก้ไขและป้องกันปัญหาเรื่องราคาแล้ว นายกรัฐมนตรียังขอความร่วมมือผู้ขายอย่าฉวยโอกาสเอาเปรียบประชาชน ขอให้ทำธุรกิจอย่างเป็นธรรม โดยภาครัฐมีกลไกติดตามการค้าขายในทุกช่องทางหากพบมีการเอารัดเอาเปรียบ ค้าขายไม่เป็นธรรมจะต้องถูกลงโทษตามกฎหมาย</p>	8/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220107115817406
280	เริ่มแล้วงานกาชาดและงานของดีจังหวัดมุกดาหารประจำปี 2565 ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างเข้มงวด	<p><strong>วันที่&nbsp;7&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง</strong>&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงานกาชาดและงานของดีจังหวัดมุกดาหารประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ภายหลังการประกวดขบวนฟ้อนรำของแต่ละอำเภอทั้ง&nbsp;7&nbsp;อำเภอ&nbsp;การรำในชุด&nbsp;เปิดเมืองมุกดาหาร&nbsp;โดยนักเรียนโรงเรียนนวมินทราชูทิศอีสาน&nbsp;การฟ้อนรำในชุด&nbsp;ออนซอนมุกดาหารของนักเรียนโรงเรียนมุกดาหาร&nbsp;และการแสดงฟ้อนรำ&nbsp;โดยขบวนฟ้อนลำของทั้ง&nbsp;7&nbsp;อำเภอ&nbsp;ในเพลงมุกดาหารบ้านเฮา&nbsp;บริเวณหน้าเวทีกลางการจัดงาน&nbsp;โดยมีรองผู้ว่าราชการทั้ง&nbsp;3&nbsp;คน&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;หน่วยงานภาครัฐภาคเอกชน&nbsp;ประชาชน&nbsp;ร่วมงานในพิธี&nbsp;ภายใต้มาตรการควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัส&nbsp;covid-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>นางอิสรีย์&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหาร</strong>&nbsp;ในนามของคณะกรรมการจัดงานกาชาดและงานของดีจังหวัดมุกดาหารประจำปี&nbsp;2565&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;งานกาชาดและงานของดีจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ถือเป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและการสาธารณกุศลของจังหวัด&nbsp;โดยกำหนดจัดงานในระหว่างวันที่&nbsp;7&nbsp;-15&nbsp;มกราคม&nbsp;2555&nbsp;รวม&nbsp;9&nbsp;วัน&nbsp;9&nbsp;คืน&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญคือ&nbsp;เพื่อสืบสาน&nbsp;และอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม&nbsp;ขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น&nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;นำเสนอผลงานของส่วนราชการ&nbsp;ผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นของจังหวัด&nbsp;ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายกว้างขวางมากยิ่งขึ้น&nbsp;และเพื่อจัดหารายได้สนับสนุนกิจกรรม&nbsp;สาธารณกุศลและสาธารณประโยชน์ต่างๆ&nbsp;ของเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ในการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบความเดือดร้อนจากสาธารณภัย&nbsp;และผู้ด้อยโอกาสทางสังคม&nbsp;เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ดีขึ้น</p><p><strong>การจัดงานในปีนี้ได้มีกิจกรรมต่างๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;</strong>การบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง&nbsp;ในช่วงเช้าของการเปิดงาน&nbsp;การประกวดฟ้อนรำ&nbsp;การแสดงศิลปวัฒนธรรมจากอำเภอต่างๆทั้ง&nbsp;7&nbsp;อำเภอของจังหวัด&nbsp;การออกร้านนิทรรศการของหน่วยงานราชการ&nbsp;รัฐวิสาหกิจ&nbsp;และภาคเอกชน&nbsp;ในการจำหน่ายสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์&nbsp;OTOP&nbsp;จากท้องถิ่นและชุมชน&nbsp;การเดินแบบแฟชั่นผ้าไหม&nbsp;และผ้าพื้นเมือง&nbsp;การแสดงของศิลปิน&nbsp;ที่มีชื่อเสียงการร่วมทำบุญกุศลพร้อมลุ้นรับรางวัลมากมายในร้านนาวาพาโชคและการออกรางวัลสลากกาชาด</p><p><strong>ทั้งนี้โดยได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนช่วยเหลือเป็นอย่างดี</strong>&nbsp;จากส่วนราชการ&nbsp;อำเภอ&nbsp;หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ&nbsp;สถานศึกษา&nbsp;องค์กรภาคเอกชน&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;และเทศบาลเมืองมุกดาหารที่ได้สนับสนุนทั้งงบประมาณบุคลากรในการจัดเตรียมงานให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;และอีกหลายแห่งที่ไม่สามารถเปิดเผยนามได้ครบถ้วน</p><p><strong>ในขณะที่นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;</strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การจัดงานในปีนี้เป็นไปอย่างหลากหลายและน่าสนใจ&nbsp;มีทั้งกิจกรรมจากร้านนิทรรศการของส่วนราชการ&nbsp;การศึกษาศิลปะวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ของอำเภอ&nbsp;กิจกรรมให้ความบันเทิงต่างๆ&nbsp;แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว&nbsp;ที่ได้มีโอกาสเดินทางมาเที่ยวงานจนการจำหน่ายสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;จากท้องถิ่นและชุมชน&nbsp;ร่วมทำบุญกุศล&nbsp;พร้อมลุ้นรับรางวัลในกิจกรรมออกร้านนาวาพาโชค&nbsp;และประการสำคัญคือ&nbsp;การนำรายได้จากการจัดงานมอบให้เหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;เพื่อนำไปสนับสนุนกิจการสาธารณกุศลและกิจการสาธารณประโยชน์ต่างๆ&nbsp;ในการช่วยเหลือสังคมและผู้ด้อยโอกาสในส่วนที่ภาคราชการไม่สามารถให้การช่วยเหลือได้อย่างทั่วถึง</p><p><strong>อย่างไรก็ตามเนื่องจากในปีนี้มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า&nbsp;2019</strong>&nbsp;ในหลายพื้นที่&nbsp;เพื่อเป็นการควบคุมป้องกันมิให้มีการระบาดของโรคภายในงานหรือพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ได้กำหนดจัดงานรูปแบบใหม่ภายใต้&nbsp;ระบบ&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;คือทุกภาคส่วนจะต้องปฏิบัติตามมาตรการควบคุมป้องกัน&nbsp;การแพร่ระบาดของโรค&nbsp;ตามมาตรการของสาธารณสุข&nbsp;และของจังหวัดมุกดาหารอย่างเคร่งครัด&nbsp;ตั้งแต่ประตูทางเข้าภายในงานต้องมีการตรวจคัดกรองผู้เข้าร่วมงานทุกคน&nbsp;ต้องผ่านการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;หากไม่ได้รับการฉีดวัคซีน&nbsp;หรือฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ไม่ครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;ให้มีการตรวจด้วยระบบ&nbsp;ATK&nbsp;และมีผลการตรวจเป็นลบ&nbsp;และขอให้ทุกภาคส่วนทั้ง&nbsp;ผู้มาออกร้านนิทรรศการ&nbsp;ประชาชน&nbsp;นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวงาน&nbsp;ได้ร่วมกันปฏิบัติตามมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ให้ความร่วมมือในการลงทะเบียนเข้าออกงานกาชาดฯ&nbsp;และสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่เข้ามาเยี่ยมชมงาน</p><p><strong>ทั้งนี้เพื่อให้จังหวัดมุกดาหาร</strong>สามารถขับเคลื่อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการดำเนินมาตรการด้านสาธารณสุขได้อย่างต่อเนื่อง&nbsp;และท้ายสุดขอให้&nbsp;การแต่งงานในครั้งนี้ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ทุกประการ</p><p><strong>สำหรับผลการประกวดขบวนฟ้อนรำของแต่ละอำเภอ&nbsp;</strong>ซึ่งใช้ขบวนนางรำไม่เกิน&nbsp;50&nbsp;คน&nbsp;และใช้หลักเกณฑ์ในการตัดสินการแต่งกายตามชนเผ่าและวัฒนธรรมท้องถิ่น&nbsp;ความเป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงาม&nbsp;ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์&nbsp;และคำบรรยายความหมายของท่ารำ&nbsp;ชนะเลิศได้แก่&nbsp;ดงหลวง&nbsp;รองชนะเลิศอันดับ&nbsp;1&nbsp;ได้แก่&nbsp;หนองสูง&nbsp;รองชนะเลิศอันดับ&nbsp;2&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอหว้านใหญ่&nbsp;ส่วนที่เหลือ&nbsp;4&nbsp;อำเภอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอคำชะอี&nbsp;อำเภอนิคมคำสร้อย&nbsp;อำเภอดอนตาล&nbsp;และอำเภอเมืองมุกดาหาร&nbsp;ได้รับรางวัลชมเชย&nbsp;โดยได้รับเกียรติบัตรและเงินรางวัล&nbsp;15,000&nbsp;บาท&nbsp;10,000&nbsp;บาท&nbsp;7,500&nbsp;บาท&nbsp;และ&nbsp;5,000&nbsp;บาทตามลำดับ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	8/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สวท.มุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220108124016838
281	สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร คุมเข้ม ตรวจ ATK พ่อค้า แม่ค้าทุกรายที่ออกร้านในงานกาชาด และของดีจังหวัดมุกดาหาร ประจำปี 2565	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;คุมเข้ม&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;พ่อค้า&nbsp;แม่ค้าทุกรายที่ออกร้านในงานกาชาด&nbsp;และของดีจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;14.00&nbsp;น.</strong>&nbsp;นางพันธ์ฉวี&nbsp;สุขบัติ&nbsp;หัวหน้ากลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;นำเจ้าหน้าที่ฯ&nbsp;ตั้งจุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;กลุ่มพ่อค้า&nbsp;แม่ค้าทุกคน&nbsp;ที่เข้ามาตั้งร้านค้าภายในบริเวณที่จัดงานกาชาดและของดี&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;และสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว&nbsp;และประชาชนทั่วไปก่อนที่จะมีพิธีเปิดงานฯ&nbsp;วันที่&nbsp;7&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;และตรวจซ้ำอีกภายใน&nbsp;5&nbsp;วัน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นางพันธ์ฉวี&nbsp;สุขบัติ&nbsp;หัวหน้ากลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุดาหาร&nbsp;มีความห่วงใย&nbsp;และมีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;อย่างเข้มข้นและจริงจัง&nbsp;โดยในส่วนของพ่อค้าแม่ค้าที่จะเข้ามาจำหน่ายสินค้าภายในงาน&nbsp;ที่มาจากต่างจังหวัด&nbsp;ทุกคนต้องมีหลักฐานยืนยันการรับวัคซีนอย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;และต้องเข้ารับการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนทุกคน&nbsp;และเมื่อร้านใดตรวจครบทุกคนแล้วไม่พบเชื้อ&nbsp;จะได้รับใบรับรอง&nbsp;และหากร้านค้าใดมีผลตรวจเป็นบวกจะต้องปิดร้าน&nbsp;และไม่อนุญาตให้เข้ามาค้าขายในงาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับผลการคัดกรอง&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK</strong>&nbsp;แม่ค้า&nbsp;พ่อค้า&nbsp;ที่มาออกร้านในงานกาชาดฯ&nbsp;ทุกร้าน&nbsp;จำนวน&nbsp;306&nbsp;&nbsp;ร้าน&nbsp;ไม่พบมีผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ทุกราย&nbsp;อย่างไรก็จะมีการตรวจซ้ำอีกภายใน&nbsp;5&nbsp;วัน&nbsp;เพื่อความมั่นใจและความปลอดภัยของทุกคนที่มาเที่ยวงาน</p>	8/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สวท.มุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220108145922895
282	จ.แม่ฮ่องสอน พบผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ 11 ราย ส่วนใหญ่สัมผัสผู้ป่วยยืนยันในครอบครัวและเดินทางไปพื้นที่ระบาด	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;(ศปก.จ.มส.)</strong>&nbsp;รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในกรระบาดระลอกใหม่เมษายน&nbsp;2564&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;8&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.&nbsp;มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ระลอกเมษายน&nbsp;จำนวน&nbsp;3,561&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเพศชาย&nbsp;1,638&nbsp;ราย&nbsp;และเพศหญิง&nbsp;1,923&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;48&nbsp;ราย&nbsp;(1.35%)&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;3,361&nbsp;ราย&nbsp;(94.38%)&nbsp;ยังอยู่ระหว่างรักษา&nbsp;152&nbsp;ราย&nbsp;(4.27%)&nbsp;ไม่มีอาการ&nbsp;36&nbsp;ราย&nbsp;มีอาการเล็กน้อยไม่ใช้ออกซิเจน&nbsp;107&nbsp;ราย&nbsp;ใช้ออกชิเจนแรงดันต่ำ&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ใช้ออกซิเจนแรงดันสูง&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;ใส่ท่อและเครื่องช่วยหายใจ&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;รักษาอยู่ที่โรงพยาบาลศรีสังวาลย์&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลปาย&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลแม่สะเรียง&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลสบเมย&nbsp;17&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลแม่ลาน้อย&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลขุนยวม&nbsp;9&nbsp;รายโรงพยาบาลปางมะผ้า&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลสนาม&nbsp;54&nbsp;ราย&nbsp;และรักษาในศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;36&nbsp;ราย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับวันนี้มีผู้ได้รับการตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;200&nbsp;ชุด</strong>&nbsp;พบเชื้อ&nbsp;11&nbsp;ราย&nbsp;และเสียชีวิต&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ป่วยในจังหวัดทั้งหมด&nbsp;โดยมีรายละเอียด&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายที่&nbsp;3,551&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;57&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ต.ห้วยโปง&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;อาชีพเกษตรกร&nbsp;ปัจจัยเสี่ยง&nbsp;สัมผัสใกล้ชิดบุคคลในครอบครัวกับผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;(3,528)&nbsp;มีอาการปวดศีรษะ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-&nbsp;PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสนาม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายที่&nbsp;3,552&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;44&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ต.แม่ฮี้&nbsp;อ.ปาย&nbsp;อาชีพแม่บ้าน&nbsp;ปัจจัยเสี่ยง&nbsp;สัมผัสใกล้ชิด&nbsp;บุคคลในครอบครัวกับผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;(3,492)&nbsp;และเดินทางไปในพื้นที่ที่มีการระบาดเมืองพัทยา&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;ไอ&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;มีน้ำมูก&nbsp;ปวดศีรษะ&nbsp;ปวดกล้ามเนื้อ&nbsp;ครั่นเนื้อครั่นตัว&nbsp;และหนาวสั่น&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลปาย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายที่&nbsp;3,553&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;18&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ประเทศโคลัมเบีย&nbsp;อาชีพครูสอนภาษาโรงเรียนแห่งหนึ่งในเมืองพัทยา&nbsp;ปัจจัยเสี่ยง&nbsp;เดินทางไปในพื้นที่ที่มีการระบาดและสถานที่ที่มีคนหนาแน่นเมืองพัทยา&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;และปวดศีรษะ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลปาย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายที่&nbsp;3,554&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;18&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ต.โป่งสา&nbsp;อ.ปาย&nbsp;ปัจจัยเสี่ยง&nbsp;สัมผัสใกล้ชิด&nbsp;และทำกิจกรรมร่วมกันกับผู้ป่วยยืนยันจากจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดชลบุรี&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;และไอ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลปาย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายที่&nbsp;3,555&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;29&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ต.แม่ฮี้&nbsp;อ.ปาย&nbsp;อาชีพพนักงานโรงแรมพื้นที่อำเภอปาย&nbsp;ปัจจัยเสี่ยง&nbsp;สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยันจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;(CM&nbsp;30244)&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;มีเสมหะ&nbsp;และระคายเคืองคอ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลปาย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายที่&nbsp;3,556&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;28&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ต.แม่ฮี้&nbsp;อ.ปาย&nbsp;อาชีพค้าขาย&nbsp;ปัจจัยเสี่ยง&nbsp;เดินทางไปในพื้นที่ที่มีการระบาดจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;มีน้ำมูก&nbsp;มีเสมหะ&nbsp;ปวดศีรษะ&nbsp;และปวดกล้ามเนื้อ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลปาย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายที่&nbsp;3,557&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;22&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ต.เวียงใต้&nbsp;อ.ปาย&nbsp;อาชีพทหาร&nbsp;ปัจจัยเสี่ยง&nbsp;เดินทางไปในพื้นที่ที่มีการระบาด&nbsp;และสถานที่ที่มีคนหนาแน่นจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;มีอาการเจ็บคอ&nbsp;ปวดศีรษะ&nbsp;และอ่อนเพลีย&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลปาย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายที่&nbsp;3,558&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;20&nbsp;วัน&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ต.แม่ยวม&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;เป็นเด็กในปกครอง&nbsp;ปัจจัยเสี่ยง&nbsp;สัมผัสใกล้ชิดเป็นบุคคลในครอบครัวเดียวกับผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;(3,544)&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;ห้วยโผ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;ส่งต่อเข้ารับการรักษาที่ศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;อ.แม่สะเรียง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายที่&nbsp;3,559-3,560&nbsp;รวม&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อายุ&nbsp;69&nbsp;ปี&nbsp;และ&nbsp;72&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;12&nbsp;ต.แม่ยวม&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;เป็นผู้สูงอายุ&nbsp;ปัจจัยเสี่ยง&nbsp;อยู่ในพื้นที่ที่มีการระบาดและสัมผัสใกล้ชิดเป็นบุคคลในครอบครัวเดียวกับผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับคลัสเตอร์บ้านแพะคะปวง&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;1&nbsp;รายลบ&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;ส่งต่อเข้ารับการรักษาที่ศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(C)&nbsp;อ.แม่สะเรียง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายที่&nbsp;3,561&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;37&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;12&nbsp;ต.แม่สวด&nbsp;อ.สบเมย&nbsp;อาชีพเกษตรกร&nbsp;วันที่&nbsp;7&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มาตรวจฟันที่โรงพยาบาสสบเมย&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนทำหัตถการ&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;เจ็บฅอและมีน้ำมูก&nbsp;และ&nbsp;ส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสบเมย</p>	8/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220108145915893
283	จ.ลำปาง พบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่  94  ราย	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง&nbsp;</strong>รายงานสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;8&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>เป็นผู้ติดเชื้อยืนยันตรวจด้วยวิธี</strong>&nbsp;RT-PCR&nbsp;38&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ติดเชื้อเข้าข่ายตรวจด้วยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;56&nbsp;คน&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;27&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;ถึงปัจจุบัน&nbsp;พบผู้ป่วยสะสม&nbsp;3,824&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ระหว่างรักษา&nbsp;394&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายกลับบ้านสะสม&nbsp;3,405&nbsp;ราย&nbsp;และเสียชีวิตสะสม&nbsp;31&nbsp;ราย</p><p><strong>สำหรับข้อมูลการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;</strong>ณ&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ของวันเดียวกัน&nbsp;จังหวัดลำปางวัคซีนไปแล้ว&nbsp;980,795&nbsp;เข็ม&nbsp;จำแนกเป็นเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;468,508&nbsp;คน&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;433,627&nbsp;คน&nbsp;และเข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;78,660&nbsp;คน</p><p><strong>จังหวัดลำปางขอความร่วมมือประชาชนเคร่งครัดตามมาตรการป้องกันโรค&nbsp;DMHTTA</strong>&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หากมีข้อสงสัย&nbsp;สอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนโควิด-19&nbsp;ลำปาง&nbsp;โทร.&nbsp;093&nbsp;140&nbsp;8023&nbsp;ในวันเวลาราชการ&nbsp;และวันเสาร์-อาทิตย์&nbsp;เวลา&nbsp;08.30-16.30&nbsp;น.&nbsp;หรือสอบถามที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	8/1/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220108132847855
284	จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 เพิ่ม 2 ราย สะสม 48 ราย	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;(ศปก.จ.มส.)</strong>&nbsp;รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในการระบาดระลอกใหม่เมษายน&nbsp;2564&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;8&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;มีผู้เสียชีวิตสะสม&nbsp;48&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;1.35&nbsp;โดยมีผู้ป่วยโควิดที่เสียชีวิตในวันนี้&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.ผู้ป่วยรายที่&nbsp;3,430&nbsp;ผู้ป่วยชาย&nbsp;อายุ&nbsp;29&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ต.เวียงใต้&nbsp;อ.ปาย&nbsp;อาชีพรับจ้าง&nbsp;ปัจจัยเสี่ยง&nbsp;ปฏิบัติงานในที่ที่มีคนหนาแน่น&nbsp;วันที่&nbsp;30&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลปาย&nbsp;ด้วยอาการมีไข้&nbsp;และหายใจเหนื่อย&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-&nbsp;PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เริ่มเหนื่อยมากขึ้น&nbsp;ระดับออกซิเจนในเลือดเริ่มต่ำลง&nbsp;จึงใส่ท่อช่วยหายใจ&nbsp;ส่งตัวเข้ารับการรักษาต่อที่โรงพยาบาลศรีสังวาลย์&nbsp;ทำการรักษาตามแนวทางการรักษาผู้ป่วยกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ระหว่างการรักษาผู้ป่วยมีอัตราการเต้นหัวใจช้าลง&nbsp;ให้ยากระตุ้นการเต้นของหัวใจ&nbsp;วันที่&nbsp;6&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จับชีพจรผู้ป่วยไม่ได้&nbsp;ได้รับการช่วยเหลือโดยการกดนวดหัวใจและยากระตุ้น&nbsp;ต่อมาเสียชีวิต&nbsp;ในวันที่&nbsp;6&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;22.35&nbsp;น.&nbsp;แพทย์วินิจฉัยสาเหตุการเสียชีวิตจากปอดอักเสบจากเชื้อโควิด-19&nbsp;และสันนิษฐานว่ามีภาวะแทรกซ้อน&nbsp;คือ&nbsp;กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ&nbsp;และ/หรือภาวะปอดแตก&nbsp;โดยมีปัจจัยที่ส่งเสริมให้เกิดโรครุนแรง&nbsp;คือ&nbsp;ภาวะอ้วน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.ผู้ป่วยรายที่&nbsp;3,522&nbsp;ผู้ป่วยชาย&nbsp;อายุ&nbsp;55&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ต.แม่สามแลบ&nbsp;อ.สบเมย&nbsp;อาชีพรับจ้าง&nbsp;ปัจจัยเสี่ยง&nbsp;อยู่ในพื้นที่ที่มีการระบาด&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;แม่สามแลบ&nbsp;วันที่&nbsp;5&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสบเมย&nbsp;ด้วยอาการ&nbsp;6&nbsp;วันก่อนมามีอาการไข้&nbsp;ไอ&nbsp;เหนื่อยและปวดเมื่อยตามร่างกาย&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และ&nbsp;ส่งตรวจ&nbsp;RT-&nbsp;PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;ส่งต่อเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลศรีสังวาลย์&nbsp;ทำการรักษาตามแนวทางการรักษาผู้ป่วยกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ระหว่างการรักษามีอาการหายใจเหนื่อยหอบมากขึ้น&nbsp;ญาติปฏิเสธการช่วยฟื้นคืนชีพ&nbsp;ต่อมาเสียชีวิตในวันที่&nbsp;7&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;07.00&nbsp;น.&nbsp;แพทย์วินิจฉัยสาเหตุการเสียชีวิตจากปอดอักเสบจากเชื้อโควิด-19&nbsp;โดยมีปัจจัยที่ส่งเสริมให้เกิดโรครุนแรง&nbsp;คือ&nbsp;ไม่ได้รับการฉีดวัคซีน</p>	8/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220108135947871
285	โฆษก บช.น. กำชับตำรวจบังคับใช้กฎหมายคุมเข้มร้านอาหารขายสุราตามที่กฎหมายกำหนด พร้อมเผยคัสเตอร์ข้าวสารไม่พบเจ้าหน้าที่บกพร่อง	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โฆษก&nbsp;บช.น.&nbsp;กำชับตำรวจบังคับใช้กฎหมายคุมเข้มร้านอาหารขายสุราตามที่กฎหมายกำหนด&nbsp;พร้อมเผยคัสเตอร์ข้าวสารไม่พบเจ้าหน้าที่บกพร่อง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>พล.ต.ต.จิรสันต์&nbsp;แก้วแสงเอก&nbsp;รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงการปรับเปลี่ยนเวลาการจำหน่ายสุรา&nbsp;ว่าขณะนี้ยังรอทาง&nbsp;ศบค.&nbsp;รัฐบาล&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;ซึ่งกรุงเทพมหานครยังเป็นพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยวในส่วนของผับบาร์&nbsp;คาราโอเกะ&nbsp;ยังไม่เปิดอยู่แล้ว&nbsp;การดื่มสุรายังสามารถดื่มได้ถึงเวลา&nbsp;23.00&nbsp;น.&nbsp;แต่มีข้อมูลว่าอาจจะปรับเวลาเป็น&nbsp;21.00&nbsp;น.&nbsp;ซึ่งทางตำรวจนครบาล&nbsp;ได้ประชุมเตรียมความพร้อมไว้แล้ว&nbsp;เมื่อ&nbsp;ศบค.&nbsp;ประกาศเป็นเวลา&nbsp;21.00&nbsp;น.&nbsp;จะมีการประชุมกำชับการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจ&nbsp;ให้เตรียมความพร้อมในการดำเนินการตรวจสอบบังคับใช้กฎหมายเพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นอกจากนี้&nbsp;ทางตำรวจนครบาลได้เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบและเพิ่มความเข้มมาอย่างต่อเนื่อง</strong>&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;และจะปรับเวลาก็จะต้องเพิ่มความเข้มให้มากยิ่งขึ้น&nbsp;เพื่อให้ผู้ประกอบการปฏิบัติภายใต้กรอบของกฎหมาย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ได้จับกุม&nbsp;จำนวน&nbsp;49&nbsp;ราย&nbsp;เป็นการจำหน่ายสุราในเวลาห้าม&nbsp;28&nbsp;ราย&nbsp;และอีก&nbsp;21&nbsp;ราย&nbsp;เป็นการจำหน่ายสุราโดยไม่มีใบอนุญาตจากสำนักอนามัย&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;จากการกวดขันในระยะหลังไม่ค่อยพบการกระทำความผิด&nbsp;ส่วนใหญ่จะปฏิบัติตามกรอบของกฎหมาย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ส่วนกรณีการเกิดคัสเตอร์ย่านถนนข้าวสาร&nbsp;มีการวางระบบตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;ตามที่รัฐบาลได้มีการผ่อนคลาย</strong>&nbsp;ผู้ที่จะเข้าไปใช้บริการจะต้องผ่านการฉีดวัคซีนอย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;หากเกิน&nbsp;3&nbsp;เดือนจะต้องตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ซึ่งจุดที่ตรวจจะบล็อคหัวท้ายถนนตั้งแต่ถนนจักรเพชร&nbsp;และถนนตะนาว&nbsp;ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;การตรวจคัดกรองผู้ที่จะเข้ามาใช้บริการก่อน&nbsp;ซึ่งตรวจพบถึง&nbsp;60&nbsp;กว่ารายและส่งเข้ารับการรักษา&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ในช่วงปีใหม่มีผู้มาใช้บริการแล้วติดในส่วนหนึ่ง&nbsp;และจะต้องทำการตรวจสอบว่าหลุดเข้าไปในส่วนจุดไหน&nbsp;และย้ำมาตรการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่ทำมาได้เข้มงวดมาโดยตลอด&nbsp;การตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบว่าเป็นความบกพร่องในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่อย่างใด</p>	8/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220108140656875
286	COVIC-19 แม่ฮ่องสอนมีผู้เสียชีวิต 2 ราย ขณะที่มีผู้ติดเชื้อเพิ่ม 11 ราย ใน 4 อำเภอ	<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong>รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในการระบาดระลอกใหม่เมษายน&nbsp;2564&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;8&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ว่ามีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ระลอกเมษายน&nbsp;จำนวน&nbsp;3,561&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเพศชาย&nbsp;1,638&nbsp;ราย&nbsp;และ</p><p>เพศหญิง&nbsp;1,923&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;48&nbsp;ราย&nbsp;(1.35%)&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;3,361&nbsp;ราย&nbsp;(94.38%)&nbsp;ยังอยู่ระหว่างรักษา&nbsp;152&nbsp;ราย&nbsp;(4.27%)&nbsp;ไม่มีอาการ&nbsp;36&nbsp;ราย&nbsp;มีอาการเล็กน้อยไม่ใช้ออกซิเจน&nbsp;107&nbsp;ราย&nbsp;ใช้ออกซิเจนแรงดันต่่า&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ใช้ออกซิเจน&nbsp;แรงดันสูง&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;ใส่ท่อและเครื่องช่วยหายใจ&nbsp;&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;รักษาอยู่ที่โรงพยาบาลศรีสังวาลย์&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลปาย&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลแม่สะเรียง&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลสบเมย&nbsp;17&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลแม่ลาน้อย&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลขุนยวม&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลปางมะผ้า&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลสนาม&nbsp;54&nbsp;ราย&nbsp;และรักษาในศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;&nbsp;36&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>สำหรับวันนี้&nbsp;มีผู้ได้รับการตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;200&nbsp;ชุด</strong>&nbsp;พบเชื้อ&nbsp;11&nbsp;รายและเสียชีวิต&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ป่วยในจังหวัดทั้งหมด&nbsp;ดังนี้&nbsp;อ.สบเมย&nbsp;1&nbsp;ราย,&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;3&nbsp;ราย,&nbsp;อ.ปาย&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;และ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;1&nbsp;ราย</p><p><strong>สำหรับผู้ป่วยที่เสียชีวิตในวันนี้&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;มีรายละเอียด&nbsp;ดังนี้</strong>&nbsp;&nbsp;เป็นผู้ป่วยชาย&nbsp;รายที่&nbsp;3430&nbsp;อายุ&nbsp;29&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ต.เวียงใต้&nbsp;อ.ปาย&nbsp;อาชีพรับจ้าง&nbsp;ปัจจัยเสี่ยง&nbsp;ปฏิบัติงานในที่ที่มีคนหนาแน่น&nbsp;วันที่&nbsp;30&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลปาย&nbsp;ด้วยอาการมีไข้&nbsp;และหายใจเหนื่อย</p><p>ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และ&nbsp;ส่งตรวจ&nbsp;RT-&nbsp;PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เริ่มเหนื่อยมากขึ้น&nbsp;ระดับออกซิเจน&nbsp;ในเลือดเริ่มต่่าลง&nbsp;จึงใส่ท่อช่วยหายใจ&nbsp;ส่งตัวเข้ารับการรักษาต่อที่โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ท่าการรักษาตามแนวทางการรักษาผู้ป่วยกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ระหว่างการรักษาผู้ป่วยมีอัตราการเต้นหัวใจช้าลง&nbsp;ให้ยากระตุ้นการเต้นของหัวใจ&nbsp;วันที่&nbsp;6&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จับชีพจรผู้ป่วยไม่ได้&nbsp;ได้รับการช่วยเหลือโดยการกดนวดหัวใจและยากระตุ้น&nbsp;ต่อมาเสียชีวิตในวันที่&nbsp;6&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;22.35&nbsp;น.&nbsp;แพทย์วินิจฉัยสาเหตุการเสียชีวิตจากปอดอักเสบจากเชื้อโควิด-19&nbsp;และสันนิษฐานว่ามีภาวะแทรกซ้อน&nbsp;คือ&nbsp;กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ&nbsp;และหรือภาวะปอดแตก&nbsp;โดยมีปัจจัยที่ส่งเสริมให้เกิดโรครุนแรงคือ&nbsp;ภาวะอ้วน</p><p><strong>อีกหนึ่งรายเป็นผู้ป่วยชาย&nbsp;รายที่&nbsp;3522</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;55&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ต.แม่สามแลบ&nbsp;อ.สบเมย&nbsp;อาชีพรับจ้าง&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงอยู่ในพื้นที่ที่มีการระบาด&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ&nbsp;Cluster&nbsp;แม่สามแลบ&nbsp;วันที่&nbsp;5&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสบเมย&nbsp;ด้วยอาการ&nbsp;6&nbsp;วันก่อนมามีอาการไข้&nbsp;ไอ&nbsp;เหนื่อยและปวดเมื่อยตามร่างกาย&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และ&nbsp;ส่งตรวจ&nbsp;RT-&nbsp;PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;ส่งต่อเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ท่าการรักษาตามแนวทางการรักษาผู้ป่วยกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019&nbsp;ระหว่างการรักษามีอาการหายใจเหนื่อยหอบมากขึ้น&nbsp;ญาติปฏิเสธการช่วยฟื้นคืนชีพ&nbsp;ต่อมาเสียชีวิตในวันที่&nbsp;7&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;07.00&nbsp;น.&nbsp;แพทย์วินิจฉัยสาเหตุการเสียชีวิตจากปอดอักเสบจากเชื้อโควิด-19&nbsp;โดยมีปัจจัยที่ส่งเสริมให้เกิดโรครุนแรงคือ&nbsp;ไม่ได้รับการฉีดวัคซีน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	8/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220108141232878
287	รายใหม่โควิด-19 ยะลา พบติดเชื้อ 24 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สถานการณ์โควิด-19&nbsp;ในวันนี้&nbsp;(8&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;จ.ยะลา</strong>&nbsp;พบจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลง&nbsp;เหลือ&nbsp;24&nbsp;ราย&nbsp;จากเมื่อวานนี้ที่มี&nbsp;จำนวน&nbsp;41&nbsp;ราย&nbsp;ป่วยสะสม&nbsp;48,932&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;194&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;50,280&nbsp;ราย&nbsp;ไม่มีผู้เสียชีวิตรายใหม่เพิ่ม&nbsp;สะสมรวม&nbsp;357&nbsp;ราย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับผู้ป่วยรายใหม่&nbsp;24&nbsp;ราย&nbsp;วันนี้พบกระจายไปในหลายอำเภอ</strong>&nbsp;โดย&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;13&nbsp;ราย&nbsp;อ.รามัน&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;อ.กรงปินัง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อ.กาบัง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;อ.เบตง&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;โดย&nbsp;อำเภอที่ไม่มีรายใหม่เพิ่ม&nbsp;คือ&nbsp;อ.ยะหา&nbsp;และ&nbsp;อ.ธารโต&nbsp;ขณะที่&nbsp;การตรวจเชื้อด้วย&nbsp;ATK&nbsp;พบผู้ป่วยที่เข้าข่ายติดเชื้อ&nbsp;สะสม&nbsp;8,050&nbsp;ราย&nbsp;ผลการคัดกรองตามมาตรการสาธารณสุข&nbsp;สะสมรวม&nbsp;206,440&nbsp;ราย</p>	8/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220108141401879
288	ผู้ว่าฯ อุบลราชธานี ขอความร่วมมือประชาชนงดออกจากบ้าน เวลา 23.00-04.00 น. ตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2565 เป็นต้นไป ส่วนการเดินทางเข้าพื้นที่ต้องปฎิบัติตามมาตรการที่จังหวัดกำหนด	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี</strong>&nbsp;แถลงข่าวผ่านเพจรวมการเฉพาะกิจ&nbsp;เครือข่ายสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ว่า&nbsp;คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอุบลราชธานีได้ประเมินสถานการณ์โดยพบผู้ติดเชื้อสูง&nbsp;เพิ่มขึ้นทุกวัน&nbsp;โดยประกาศจังหวัดจึงได้ขอความร่วมมือประชาชนที่ไม่มีความจำเป็น&nbsp;งดออกจากบ้าน&nbsp;เวลา&nbsp;23.00-04.00&nbsp;น.&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;8&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;แต่ยกเว้นสำหรับประชาชนที่มีความจำเป็นในการประกอบอาชีพ&nbsp;ในช่วงเวลาดังกล่าว&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อเป็นการควบคุมการแพร่ระบาดโรคโควิด-19&nbsp;โดยประกาศดังกล่าวไม่ใช่เป็นประกาศเคอร์ฟิวแต่อย่างใด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับผู้เดินทางเข้า-ออก&nbsp;พื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี</strong>&nbsp;โดยทางรถไฟ&nbsp;เครื่องบิน&nbsp;และรถยนต์&nbsp;ต้องได้รับวัคซีน2&nbsp;เข็ม&nbsp;หรือครบโดส&nbsp;หากยังไม่ได้รับวัคซีน&nbsp;โดยจังหวัดได้เตรียมจุดบริการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ที่สถานีรถไฟ&nbsp;สนามบิน&nbsp;และสถานีขนส่ง&nbsp;และหากยังไม่ได้รับวัคซีนและตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;จะต้องกักตัว&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;ตามหลักเกณฑ์ที่จังหวัดได้กำหนดไว้&nbsp;สำหรับสถานการณ์โควิด-19&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;8&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;พบผู้ป่วยรายใหม่วันนี้&nbsp;435&nbsp;ราย&nbsp;ติดเชื้อในพื้นที่&nbsp;525&nbsp;ราย&nbsp;ติดเชื้อจากต่างจังหวัด&nbsp;13&nbsp;ราย</p>	8/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220108143725885
289	จังหวัดตรัง แถลงพบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ 31 ราย สะสม 18,198 ราย	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;นายแพทย์ตุลกานต์&nbsp;มักคุ้น&nbsp;นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ&nbsp;โรงพยาบาลตรัง</strong>&nbsp;ในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;พบผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;รายใหม่&nbsp;31&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็นติดเชื้อในจังหวัดตรัง&nbsp;31&nbsp;ติดเชื้อจากที่อื่น&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;รวมผู้ติดเชื้อตามการระบาดระลอกใหม่ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;18,198&nbsp;ราย&nbsp;ผลการตรวจด้วย&nbsp;ATK&nbsp;เป็นบวก&nbsp;155&nbsp;ราย&nbsp;จากผลตรวจ&nbsp;1,076&nbsp;ราย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;จำแนกผู้ป่วยเป็นรายอำเภอ&nbsp;ดังนี้</strong>&nbsp;อำเภอกันตัง&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอวังวิเศษ&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอรัษฎา&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอสิเกา&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และอำเภอห้วยยอด&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็นสัมผัสร่วมบ้าน&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;สัมผัสในชุมชน&nbsp;17&nbsp;ราย&nbsp;พูดคุยโดยไม่สวมแมส&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;ในวันนี้&nbsp;มีการฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดตรัง&nbsp;เข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;463,242ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;75.30&nbsp;และฉีดเข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;437,683&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;71.15&nbsp;จากประชากร&nbsp;615,192&nbsp;ราย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันโควิด-19</strong>&nbsp;สวมหน้ากาก&nbsp;2&nbsp;ชั้น&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;2&nbsp;เมตร&nbsp;ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์&nbsp;ลดการจับหน้ากากอนามัย&nbsp;ออกจากบ้านเท่าที่จำเป็น&nbsp;และหากมีความเสี่ยงให้ทำการตรวจ&nbsp;ATK</p>	8/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220108143906886
290	8 ม.ค.65 จ.ลำพูน พบติดเชื้อ COVID-19 จากผล RT-PCR 17 ราย ผลตรวจ ATK Plus 21 ราย	"<p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(68,&nbsp;68,&nbsp;68);"">วันนี้&nbsp;(8&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;</span>ที่ศาลาประชาคม&nbsp;ศาลากลางจังหวัดลำพูน&nbsp;นายชาตรี&nbsp;กิตติธนดิตถ์&nbsp;ปลัดจังหวัดลำพูน&nbsp;พร้อมด้วยนายแพทย์นิมิตร&nbsp;อินปั๋นแก้ว&nbsp;นายแพทย์เชี่ยวชาญ&nbsp;โรงพยาบาลลำพูนร่วมสถานการณ์&nbsp;COVID-19&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;จ.ลำพูน&nbsp;พบผู้ติดเชื้อเพิ่มในจังหวัด&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;ต่างจังหวัดอีก&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;ATK&nbsp;Plus&nbsp;21&nbsp;ราย&nbsp;มีผู้ป่วยยืนยันสะสมทั้งสิ้น&nbsp;4,805&nbsp;ราย&nbsp;ยอดเสียชีวิตสะสม&nbsp;41&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ระหว่างการรักษาตัวทั้งหมด&nbsp;346&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;ใน&nbsp;รพ.ลำพูน&nbsp;34&nbsp;ราย&nbsp;รพ.สนามเวียงยอง&nbsp;23&nbsp;ราย&nbsp;รพ.สนามป่าซาง&nbsp;14&nbsp;ราย&nbsp;รพ.อื่นๆ&nbsp;275&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;4,418&nbsp;ราย</p><p><strong>ในส่วนของสถิติการครองเตียงของโรงพยาบาลรัฐทุกแห่งในจังหวัดลำพูนมีทั้งหมด&nbsp;504&nbsp;เตียง</strong>&nbsp;ใช้ไป&nbsp;173&nbsp;เตียงหรือคิดเป็น&nbsp;34.33%&nbsp;จึงทำให้มีเตียงเหลือรองรับผู้ป่วย&nbsp;331&nbsp;เตียงคิดเป็น&nbsp;65.67%&nbsp;นอกจากนี้เตียงรองรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลเอกชนมีรองรับทั้งสิ้น&nbsp;361&nbsp;เตียง&nbsp;ใช้ไป&nbsp;174&nbsp;เตียง&nbsp;คิดเป็น&nbsp;48.20%&nbsp;จึงทำให้มีเตียงเหลือรองรับผู้ป่วยอีก&nbsp;187&nbsp;เตียง&nbsp;คิดเป็น&nbsp;51.80%</p><p><strong>สำหรับการให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ของจังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;8&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มียอดสะสมการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ไปแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;314,096&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;76.62%&nbsp;ของผู้ประสงค์ฉีดทั้งหมด&nbsp;126,648&nbsp;คน&nbsp;จากประชากรทั้งหมด&nbsp;401,408&nbsp;คนคิดเป็น&nbsp;78.25%&nbsp;ฉีดเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;314,096&nbsp;ราย&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;278,182&nbsp;ราย&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;69,298&nbsp;ราย&nbsp;และเข็มที่&nbsp;4&nbsp;จำนวน&nbsp;1,267&nbsp;เข็ม</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	8/1/2022	ภาคเหนือ	ลำพูน	สวท.ลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220108145848892
291	มท.2 ขอบคุณทุกฝ่ายที่ช่วยกันดูแลความปลอดภัยช่วงเทศกาลปีใหม่ ส่งผลให้การเกิดเหตุลดลง ระบุ ภายในปี 2570 คนไทยจะต้องเสียเสียชีวิตไม่เกินปีละ 12 คนต่อแสนประชากร	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>เมื่อเวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ของวันนี้&nbsp;(8&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)</strong>&nbsp;นายนิพนธ์&nbsp;บุญญามณี&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;ได้เดินทาง&nbsp;มาตรวจเยี่ยมและให้กำลัง&nbsp;จนท.&nbsp;ที่ปฏิบัติงานดูแลความปลอดภัย&nbsp;ณ&nbsp;จุดตรวจเขานิพันธ์&nbsp;อ.เวียงสระ&nbsp;จ.&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;โดยมีนายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ตลอดจน&nbsp;จนท.&nbsp;ประจำจุดตรวจ&nbsp;และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายนิพนธ์&nbsp;บุญญามณี&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ต้องขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ได้ช่วยกันดูแลความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนให้กับพี่น้องประชาชน&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งพบว่าจำนวนครั้งที่เกิดอุบัติเหตุ&nbsp;จำนวนผู้เสียชีวิต&nbsp;มีสถิติตัวเลขลดลง&nbsp;ต่อเนื่องเป็นปีที่&nbsp;3&nbsp;แล้ว&nbsp;เพราะฉะนั้นถือว่าจากการพยายามความทุ่มเทการเสียสละของทุกฝ่าย&nbsp;ในการดูแลความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน&nbsp;ถือว่าได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่ง&nbsp;ปีนี้สถิติการเสียชีวิตของพี่น้องลดลงกว่า&nbsp;15%&nbsp;เพราะฉะนั้นถ้าเราทำได้ในมาตราฐานอย่างนี้&nbsp;เชื่อมั่นเหลือเกินว่า&nbsp;สิ่งที่กำหนดไว้ว่า&nbsp;ภายในปี&nbsp;2570&nbsp;คนไทยจะต้องเสียเสียชีวิตไม่เกินปีละ&nbsp;12&nbsp;คนต่อแสนประชากร&nbsp;ซึ่งหากเป็นอย่างนี้ต่อเนื่องก็จะไปสู่เป้าหมายที่กำหนดได้อย่างแน่นอน&nbsp;ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;ความร่วมมือของพี่น้องประชาชนในการที่จะปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัดจะไม่มีการขับรถเร็วกว่าที่กำหนด&nbsp;จะต้องมีหมวกนิรภัยหรือหมวกกันน็อก&nbsp;คาดเซ็ตตี้เบลหรือเข็มขัด&nbsp;ในเวลานั่งรถ&nbsp;และสิ่งที่สำคัญคือการไม่ขับรถเร็วกว่าที่กฎหมายกำหนด&nbsp;เป็นเรื่องใหญ่มาก&nbsp;นอกจากนั้นการดื่มแล้วต้องไม่ขับรถ&nbsp;ซึ่งต้องขอความร่วมมือกับพี่น้องประชาชน&nbsp;ให้ปฏิบัติอย่างนี้กันตลอดทั้งปี&nbsp;2565&nbsp;นี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>โอกาสนี้&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;ได้กล่าวถึงสถานการโควิด-19</strong>&nbsp;ว่าขณะนี้อยู่ในระยะเวลาต้องดูแลกันอย่างพิเศษ&nbsp;การรักษาระยะห่าง&nbsp;การสวมหน้ากากอนามัย&nbsp;การวัดอุณหภูมิ&nbsp;หรือแม้กระทั่งการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ยังต้องขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่รับวัคซีนไม่ครบตามกำหนดเวลาก็ขอให้ได้รับวัคซีนด้วย&nbsp;เพราะตอนนี้รัฐบาลจัดหาวัคซีนมาให้พี่น้องประชาชนอย่างเพียงพอกับความต้องการ&nbsp;ขอบคุณทุกฝ่ายที่ร่วมมือกัน&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะประธานคณะกรรมการความปลอดภัยทางถนนระดับจังหวัด&nbsp;ท่านนายอำเภอในฐานะประธานความปลอดภัยบนท้องถนนระดับอำเภอ&nbsp;หรือแม้กระทั่งผู้บริหารท้องถิ่น&nbsp;องค์กรป้องครองท้องถิ่นต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ท่านก็เป็นคนที่ต้องดูแล&nbsp;ในส่วนความปลอดภัยบนถนนของกรมการปกครองท้องถิ่นต้องช่วยกันดูแล&nbsp;แล้วเราบูรณาการระหว่างความปลอดภัยทางถนนกับความปลอดภัยของโควิด-19&nbsp;ไปด้วยกัน&nbsp;ในด่านต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่เราตรวจ&nbsp;เราก็ทำทั้ง&nbsp;2&nbsp;อย่างไปด้วยกัน&nbsp;ข้อห่วงใยของท่านนายกรัฐมนตรี&nbsp;ข้อห่วงใยของกระทรวงมหาดไทยต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ได้มีการแจ้งเวียนต่าง&nbsp;ๆทางแต่ละจังหวัดได้ปฏิบัติ&nbsp;ตาม&nbsp;สบค.&nbsp;ที่กำหนดทุกประการ&nbsp;เพราะฉะนั้นจึงของความร่วมมือกับพี่น้องประชาชน&nbsp;ว่ามาตราการที่รัฐบาลที่กระทรวงต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ได้ออกมานั้นไม่สำเร็จถ้าไม่ได้รับความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน&nbsp;เพราะฉะนั้นการที่ได้นับความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนก็ถือโอกาสนี้ขอบคุณทุกคน</p>	8/1/2022	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220108152409907
292	จังหวัดเพชรบุรี สานมติ ศบค. ยกระดับสถานการณ์ป้องกันการแพร่ระบาดโควิด 19 ทุกด้าน เพิ่มมาตรการป้องกันควบคุมโรคในพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยว ชะอำ ยังคงเที่ยวได้ จำกัดเวลาบริโภคสุรา ไม่เกิน 21.00 น. เริ่ม 9 มกราคม 2565 พร้อมย้ำสายด่วนโควิด ฯ หากใครต้องการความช่วยเหลือ 032  400099 โทรฟรี 24 ชั่วโมง	<p>เ<strong>วลา&nbsp;14.00&nbsp;น.&nbsp;วันนี้&nbsp;(8&nbsp;ม.ค.65&nbsp;)&nbsp;</strong>นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และคณะกรรมการฯ&nbsp;ร่วมประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p><strong>นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</strong>เปิดเผยถึงการเตรียมพร้อมรับมือการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์ใหม่โอมิครอน&nbsp;คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;เร่งวางแนวทางยกระดับการป้องกันทุกกลุ่มเสี่ยง&nbsp;ที่เคยเป็นคลัสเตอร์แพร่ระบาด&nbsp;คลัสเตอร์โรงงาน&nbsp;ตลาด&nbsp;สถานบันเทิง&nbsp;ให้เร่งระดมการฉีดวัคซีนเพิ่มเติมเข็ม&nbsp;Booster&nbsp;ในส่วนประชาชน&nbsp;แม้ตัวเลขการฉีดวัคซีนอยู่ที่&nbsp;78%&nbsp;แต่ยังคงเร่งกระตุ้นกลุ่มผู้สูงอายุ&nbsp;กลุ่ม&nbsp;608&nbsp;ซึ่งเปิดศูนย์ฉีดวัคซีนต่อเนื่อง&nbsp;ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;และที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี&nbsp;โดยโรงพยาบาลพระจอมเกล้าฯ&nbsp;อำนวยความสะดวกเต็มที&nbsp;ซึ่งจะสามารถระดมการฉีดวัคซีนได้จนถึง&nbsp;80%&nbsp;ก็จะลดความเสี่ยง&nbsp;ลดความสูญเสีย&nbsp;ลดผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อร่างกาย&nbsp;สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนคนเพชรบุรีได้ว่า&nbsp;ถ้าฉีดวัคซีนแล้ว&nbsp;หากมีการติดเชื้อก็จะไม่เกิดผลกระทบมาก&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี</strong>ได้แสดงความห่วงใยหลังจากช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา&nbsp;มีนักท่องเที่ยวเข้ามาพักอยู่ในพื้นที่สถานบริการต่างๆ&nbsp;แม้มีการตรวจคัดกรองแล้ว&nbsp;มีมาตรฐาน&nbsp;Sha+แล้ว&nbsp;แต่เพื่อความมั่นใจให้พนักงานบริการต่างๆ&nbsp;ทั้งหมดจะต้องมาตรวจ&nbsp;atk&nbsp;เพิ่มเติมอีกครั้ง&nbsp;หลังจากผ่านช่วงปีใหม่ไปแล้วและเร่งระดมฉีดวัคซีนเข็ม&nbsp;Booster&nbsp;ให้&nbsp;เพราะเราคาดการณ์ว่าในช่วงเทศกาลตรุษจีนเดือนกุมภาพันธ์จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่เพิ่มมากอีก&nbsp;จึงต้องเตรียมความพร้อมของบุคลากร&nbsp;และป้องกันบุคลากรของเราก่อนด้วย&nbsp;และในวันที่&nbsp;9&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;พื้นที่บลูโซนในเขตเทศบาลเมืองชะอำ&nbsp;จะจำกัดเวลาบริโภคสุรา&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;21.00&nbsp;น.สานมติ&nbsp;ศบค.&nbsp;เพื่อลดระยะเวลาในการดื่มแอลกอฮอล์ลงและลดการเลี้ยงสังสรรค์ในหมู่เพื่อนฝูงญาติสนิทมิตรสหายโอกาสที่จะแพร่เชื้อก็จะลดน้อยลงไป&nbsp;ป้องกันการติดเชื้อในเขตพื้นที่&nbsp;โดยจัดตั้งคณะทำงานตรวจสอบ&nbsp;ไปตรวจตราสถานบริการบริการต่างๆ&nbsp;โรงแรม&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;พูลวิลล่า&nbsp;ไม่ให้มีที่มั่วสุม&nbsp;พร้อมมาตรการคัดกรองไม่ให้เชื้อไวรัสโควิดสายพันธุ์ใหม่โอมิครอนหรือสายพันธุ์อื่นกลับมาระบาดในจังหวัดเพชรบุรีได้อีก&nbsp;</p><p><strong>สำหรับประชาชนหากเดือดร้อน</strong>&nbsp;หรือกังวลใจจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;สามารถขอความช่วยเหลือ&nbsp;โทรสายด่วน&nbsp;032-400099&nbsp;โทรฟรี&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	8/1/2022	ภาคตะวันตก	เพชรบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220108162114921
293	จังหวัดภูเก็ตเปิดคลินิกอุ่นใจ วันแรกมีประชาชนมาใช้บริการจำนวนมาก หลังพบมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่เพิ่มขึ้น ถือเป็นการดูแลรักษาที่เข้าถึงประชาชนและเร่งควบคุมการแพร่ระบาดให้ได้โดยเร็ว	<p><strong>&nbsp;หลังจากที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;</strong>ในจังหวัดภูเก็ต</p><p>พบมีผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว&nbsp;เกินหลักร้อยรายในแต่ละวัน&nbsp;หลังเทศกาลปีใหม่เป็นต้นมา&nbsp;จังหวัดภูเก็ตจัดเปิดให้บริการ&nbsp;คลินิกอุ่นใจ&nbsp;อีกรอบเป็นครั้งที่&nbsp;2&nbsp;เพื่อให้บริการประชาชนที่ตรวจหาเชื้อด้วยตัวเอง&nbsp;ด้วยชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;และมีผลเป็นบวก&nbsp;หรือประชาชนรายใดมีความกังวลและไม่แน่ใจว่าจะติดเชื้อหรือไม่&nbsp;สามารถโทรสอบถามการดูแลรักษาตัวเองได้ที่&nbsp;คลินิกอุ่นใจ&nbsp;หมายเลขสายด่วน&nbsp;0-7625-4200&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;คู่สาย&nbsp;</p><p>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;เป็นวันแรกที่คลินิกอุ่นใจ&nbsp;ให้บริการประชาชน&nbsp;ซึ่งมีประชาชนที่ตรวจหาเชื้อด้วยตนเองแล้วผลเป็นบวก&nbsp;Walk&nbsp;&nbsp;in&nbsp;มารับรักษาเป็นจำนวนมากตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา&nbsp;โดยคลินิกอุ่นใจเปิดรักษาประชาชนในช่วงเวลา&nbsp;08.30&nbsp;-&nbsp;20.00&nbsp;น.&nbsp;ทุกวัน&nbsp;ส่วนคนที่มีปัญหาต้องการสอบถามหรือปรึกษาเกี่ยวกับโรคโควิด-19&nbsp;สามารถโทรสอบถามได้ทางโทรศัพท์หมายเลข&nbsp;0-7625-4200&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;คู่สาย&nbsp;&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;08.30&nbsp;-&nbsp;24.00&nbsp;น.&nbsp;ทุกวัน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การดำเนินการของคลินิกอุ่นใจ&nbsp;</strong>ถือเป็นการดูแลรักษาที่เข้าถึงประชาชนในสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ตามมาตรการของจังหวัดภูเก็ตในการเร่งควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ให้ได้โดยเร็วที่สุด&nbsp;และในระยะนี้ประชาชนรายใดหากมีอาการ&nbsp;ไอ&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;มีน้ำมูก&nbsp;เมื่อยตัว&nbsp;ปวดกล้ามเนื้อ&nbsp;ให้รีบไปพบแพทย์&nbsp;และงดไปพื้นที่สาธารณะหรือทำกิจกรรมร่วมกับบุคคลอื่นๆ&nbsp;เพื่อป้องกันการระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;และทางจังหวัดภูเก็ตได้เปิดโรงพยาบาลสนามทั้ง&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&nbsp;วิทยาเขตภูเก็ต&nbsp;และที่มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต&nbsp;เพื่อรองรับการรักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตแล้ว</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	8/1/2022	ภาคใต้	ภูเก็ต	สวท.ภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220108165627927
294	"ภูเก็ต เปิดอีกรอบ ""คลินิกอุ่นใจ"" เพื่อดูแลประชาชน และเร่งควบคุมการแพร่ระบาดให้ได้โดยเร็ว หลังพบมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้น"	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;เปิดอีกรอบ&nbsp;""คลินิกอุ่นใจ""&nbsp;เพื่อดูแลประชาชน&nbsp;และเร่งควบคุมการแพร่ระบาดให้ได้โดยเร็ว&nbsp;หลังพบมีผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;เพิ่มขึ้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>หลังจากที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ในจังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;พบมีผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว&nbsp;เกินหลักร้อยตั้งแต่ช่วงหลังเทศกาลปีใหม่เป็นต้นมา&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจแก่ประชาชน&nbsp;และเป็นการควบคุมการแพร่ระบาดทาง&nbsp;จังหวัดภูเก็ตจึงจัดเปิดให้บริการ&nbsp;""คลินิกอุ่นใจ""&nbsp;อีกรอบ&nbsp;เป็นครั้งที่&nbsp;2&nbsp;เพื่อให้บริการประชาชนที่ตรวจหาเชื้อด้วยตัวเอง&nbsp;ด้วยชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;และมีผลเป็นบวก&nbsp;หรือประชาชนรายใดมีความกังวล&nbsp;และไม่แน่ใจว่าจะติดเชื้อหรือไม่&nbsp;สามารถโทรสอบถามการดูแลรักษาตัวเองได้ที่&nbsp;""คลินิกอุ่นใจ""&nbsp;สายด่วน&nbsp;0-7625-4200&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;คู่สาย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>โดยวันนี้&nbsp;(8&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;เป็นวันแรกที่&nbsp;""คลินิกอุ่นใจ""&nbsp;ให้บริการประชาชน</strong>&nbsp;ซึ่งมีประชาชนที่ตรวจหาเชื้อด้วยตนเองแล้วผลเป็นบวก&nbsp;Walk-in&nbsp;มารับรักษาเป็นจำนวนมากตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา&nbsp;โดย&nbsp;""คลินิกอุ่นใจ""&nbsp;เปิดรักษาประชาชนในช่วงเวลา&nbsp;08.30-20.00&nbsp;น.&nbsp;ทุกวัน&nbsp;ส่วนคนที่มีปัญหาต้องการสอบถาม&nbsp;หรือปรึกษาเกี่ยวกับโรคโควิด-19&nbsp;สามารถโทรสอบถามได้ทางโทรศัพท์หมายเลข&nbsp;0-7625-4200&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;คู่สาย&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;08.30-24.00&nbsp;น.&nbsp;ทุกวัน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;การดำเนินการของ&nbsp;""คลินิกอุ่นใจ""&nbsp;</strong>ถือมาตรการเชิงรุกในการดูแลรักษาที่เข้าถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็วในสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ตามมาตรการของจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ในการเร่งควบคุมการแพร่ระบาดให้ได้โดยเร็วที่สุด&nbsp;และในระยะนี้ประชาชนรายใดหากมีอาการ&nbsp;ไอ&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;มีน้ำมูก&nbsp;เมื่อยตัว&nbsp;ปวดกล้ามเนื้อ&nbsp;ให้รีบไปพบแพทย์&nbsp;และงดไปพื้นที่สาธารณะ&nbsp;หรือทำกิจกรรมร่วมกับบุคคลอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อป้องกันการระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;และทางจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ได้เปิดโรงพยาบาลสนามทั้ง&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&nbsp;วิทยาเขตภูเก็ต&nbsp;และที่มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต&nbsp;เพื่อรองรับการรักษาผู้ติดเชื้อในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตแล้ว</p>"	8/1/2022	ภาคใต้	ภูเก็ต	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220108173257942
295	จังหวัดสกลนคร ยกระดับมาตรการป้องกันโควิด-19 เตรียมเปิด CI ทุกอำเภอ งดการแสดงคอนเสิร์ตงานนมัสการพระธาตุเชิงชุมฯ	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>จังหวัดสกลนคร&nbsp;ยกระดับมาตรการป้องกันโควิด-19</strong>&nbsp;ตามที่&nbsp;ศบค.&nbsp;ได้ปรับระดับพื้นที่สถานการณ์&nbsp;โดยจังหวัดสกลนคร&nbsp;ปรับเป็นพื้นที่ควบคุม&nbsp;หรือสีส้ม&nbsp;ด้าน&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร&nbsp;ให้ทุกอำเภอเตรียมเปิด&nbsp;CI&nbsp;รองรับผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น&nbsp;และมติคณะกรรมการโรคติดต่อฯ&nbsp;เห็นชอบให้งดการแสดงคอนเสิร์ตในงานนมัสการพระธาตุเชิงชุมฯ&nbsp;ตามแนวทางการปรับระดับพื้นที่สถานการณ์ของ&nbsp;ศบค.&nbsp;(8&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร&nbsp;ตำบลธาตุเชิงชุม&nbsp;อำเภอเมืองสกลนคร&nbsp;จังหวัดสกลนคร&nbsp;ได้จัดการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสกลนคร&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;โดยมีนางจุรีรัตน์&nbsp;เทพอาสน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;มี&nbsp;นายชานน&nbsp;วาสิกศิริ&nbsp;นายวิฑูรย์&nbsp;นวลนุกูล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร&nbsp;คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสกลนคร&nbsp;ผู้แทนคณะสงฆ์&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมประชุม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>โดยที่ประชุมได้มีการรายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;หรือโควิด-19&nbsp;จังหวัดสกลนคร</strong>&nbsp;ซึ่งวันนี้มีผู้ป่วยรายใหม่&nbsp;จำนวน&nbsp;58&nbsp;ราย&nbsp;มาจากทั้งคลัสเตอร์สถานประกอบการร้านอาหาร&nbsp;และการจัดงานที่มีการรวมกลุ่มกัน&nbsp;โดยมีผู้ป่วยสะสม&nbsp;จำนวน&nbsp;10,150&nbsp;ราย&nbsp;หายป่วยสะสม&nbsp;9,875&nbsp;ราย&nbsp;และเสียชีวิตสะสม&nbsp;37&nbsp;ราย&nbsp;ขณะที่&nbsp;ข้อมูลการฉีดวัคซีนของจังหวัดสกลนคร&nbsp;ตั้งแต่เดือนเมษายน&nbsp;2564&nbsp;จนถึงวันที่&nbsp;6&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มีการฉีดวัคซีนเข็ม&nbsp;1&nbsp;ตามจำนวนประชากรที่อาศัยอยู่จริง&nbsp;920,216&nbsp;ราย&nbsp;ฉีดวัคซีนแล้ว&nbsp;733,263&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;79.68</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นางจุรีรัตน์&nbsp;เทพอาสน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จังหวัดสกลนครได้มีการยกระดับเตรียมความพร้อมรับมือการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ตามที่&nbsp;ศบค.&nbsp;ได้ปรับระดับพื้นที่สถานการณ์&nbsp;เพิ่มจังหวัดพื้นที่ควบคุม&nbsp;หรือสีส้ม&nbsp;โดยจังหวัดสกลนคร&nbsp;เป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;69&nbsp;จังหวัดที่ได้ปรับเป็นพื้นที่สีส้ม&nbsp;โดยร้านอาหารสามารถรับประทานในร้านได้ตามปกติ&nbsp;แต่ห้ามบริโภคสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้าน&nbsp;ขอความร่วมมือหน่วยงานราชการ&nbsp;เอกชน&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;Work&nbsp;From&nbsp;Home&nbsp;ต่อไปอีก&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;โดยไม่ให้กระทบต่อการบริการประชาชน&nbsp;ขยายเวลาเปิดเรียน&nbsp;On&nbsp;site&nbsp;จนถึงวันที่&nbsp;16&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;และได้มอบหมายให้นายอำเภอทั้ง&nbsp;18&nbsp;อำเภอ&nbsp;บูรณาการกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;โรงพยาบาลในพื้นที่&nbsp;เตรียมเปิด&nbsp;CI&nbsp;(Community&nbsp;Isolation)&nbsp;ซึ่งเป็นแนวทางการแยกกักผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;ในชุมชน&nbsp;อย่างน้อยอำเภอละ&nbsp;1&nbsp;แห่ง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ขณะที่&nbsp;การจัดงานนมัสการพระธาตุเชิงชุมและหลวงพ่อพระองค์แสน</strong>&nbsp;ที่กำหนดจัดระหว่างวันที่&nbsp;11-17&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ยังจัดได้ตามประเพณี&nbsp;โดยทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัย&nbsp;ลดจำนวนผู้ที่ร่วมในขบวนแห่&nbsp;เพิ่มความเข้มข้นด้วยมาตรการเข้าพื้นที่จัดงานหรือจัดกิจกรรมต้องฉีดวัคซีน&nbsp;2&nbsp;เข็มขึ้นไป&nbsp;ผู้ประกอบการต้องมีการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;และงดการแสดงคอนเสิร์ต</p>	8/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สกลนคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสกลนคร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220108184308969
296	การจัดการขยะติดเชื้อให้ถูกวิธี	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>การจัดการขยะติดเชื้อในช่วงที่มีการตรวจคัดกรองด้วย&nbsp;ATK</strong>&nbsp;การกักตัว&nbsp;และการรักษาตัวที่บ้านหรือ&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;อาจทำให้เกิดขยะติดเชื้อจากครัวเรือน&nbsp;ให้ทำความเข้าใจในการจัดการขยะติดเชื้อเพื่อลดการกระจายของเชื้อในวงกว้าง&nbsp;ขยะติดเชื้อหรือมูลฝอยติดเชื้อ&nbsp;หมายถึง&nbsp;มูลฝอยที่มีเชื้อโรคปะปนอยู่ในปริมาณหรือความเข้มข้น&nbsp;ซึ่งถ้ามีการสัมผัสหรือใกล้ชิดกับมูลฝอยนั้นแล้วทำให้เกิดโรคได้&nbsp;โดยเฉพาะขยะติดเชื้อที่เสี่ยงต่อโรคโควิด-19&nbsp;ได้แก่&nbsp;1.หน้ากากอนามัย&nbsp;2.ชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;(หลอด&nbsp;น้ำยา&nbsp;ตลับ&nbsp;ไม้&nbsp;Swab)&nbsp;3.กระดาษทิชชู่&nbsp;ผ้าก๊อซ&nbsp;สำลีที่ใช้แล้ว&nbsp;4.เข็มฉีดวัคซีนต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ที่ใช้แล้วถือเป็นขยะที่เสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อโรค</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ATK&nbsp;แยกขยะออกเป็น&nbsp;2&nbsp;ประเภท</strong>&nbsp;1.ขยะที่ไม่ได้ปนเปื้อนน้ำมูก&nbsp;น้ำลาย&nbsp;หรือสารคัดหลั่งที่ใช้ทดสอบ&nbsp;เช่น&nbsp;เอกสารกำกับชุดตรวจ&nbsp;และกล่องบรรจุภัณฑ์&nbsp;ขยะประเภทนี้ให้เก็บรวบรวมทิ้งถังขยะทั่วไปที่มีฝาปิดมิดชิดได้เลย&nbsp;2.ขยะที่ปนเปื้อนน้ำมูก&nbsp;น้ำลาย&nbsp;หรือสารคัดหลั่งที่ใช้ทดสอบ&nbsp;เช่น&nbsp;ตลับ&nbsp;หรือแผ่นทดสอบ&nbsp;หลอดใส่น้ำยา&nbsp;ฝาหลอดหยด&nbsp;ไม้&nbsp;Swap&nbsp;ขยะประเภทนี้&nbsp;ถือเป็นขยะที่มีความเสี่ยงสูง&nbsp;ต้องแยกจัดการจากขยะทั่วไป&nbsp;เพราะมีโอกาสแพร่กระจายเชื้อโรคได้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ATK&nbsp;กำจัดอย่างถูกวิธี</strong>&nbsp;เก็บรวบรวมขยะติดเชื้อเป็นประจำทุกวัน&nbsp;ใส่ถุงขยะสีแดง&nbsp;2&nbsp;ชั้น&nbsp;โดยถุงชั้นแรกที่สัมผัสขยะติดเชื้อ&nbsp;มัดปากถุงด้วยเชือกให้แน่น&nbsp;แล้วฉีดพ่นบริเวณปากถุงด้วยสารฆ่าเชื้อ&nbsp;เช่น&nbsp;สารโซเดียมไฮโปคลอไรท์&nbsp;5,000&nbsp;ppm&nbsp;หรือเตรียมจากน้ำยาฟอกขาวผสมน้ำอัตราส่วน&nbsp;1&nbsp;:&nbsp;10&nbsp;หรือแอลกอฮอล์&nbsp;70&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;มัดปากถุงชั้นนอกด้วยเชือกให้แน่น&nbsp;และฉีดพ่นบริเวณปากถุงด้วยสารฆ่าเชื้ออีกครั้ง&nbsp;แล้วเคลื่อนย้ายไปไว้ยังจุดพักขยะที่จัดไว้เฉพาะ&nbsp;ประสานไปยังหน่วยงานที่ทำหน้าที่ให้บริการเก็บขนขยะติดเชื้อในพื้นที่&nbsp;เช่น&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;หรือโรงพยาบาล&nbsp;ส่งเสริมสุขภาพตำบล&nbsp;เพื่อกำหนดวิธีการนำขยะติดเชื้อไปกำจัดอย่างถูกต้องต่อไป&nbsp;ในกรณีที่ชุมชนไม่มีระบบการเก็บขนขยะติดเชื้อ&nbsp;หรือระบบการเก็บขนขยะติดเชื้อเข้าไม่ถึง&nbsp;ให้ซ้อนด้วยถุงขยะอีก&nbsp;1&nbsp;ชั้น&nbsp;มัดปากถุงชั้นนอกด้วยเชือกให้แน่น&nbsp;และฉีดพ่นด้วยสารฆ่าเชื้อบริเวณปากถุงอีกครั้ง&nbsp;ซึ่งขยะที่ผ่านการทำลายเชื้อแล้ว&nbsp;ให้ประสานและนำส่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่นำไปกำจัดเป็นขยะทั่วไป&nbsp;โดยหลังจัดการขยะติดเชื้อแล้วต้องล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำหรือเจลแอลกอฮอล์ทันที</p><p><br></p>	8/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220108185601975
297	นครพนม พบผู้ป่วย 60 ราย เชิญชวนฉีดวัคซีน แนะหลักป้องกันตนเอง	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;15.39&nbsp;น.</strong>&nbsp;ที่ห้องประชุมพระธาตุพนม&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดนครพนม&nbsp;นายชาธิป&nbsp;รุจนเสรี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&nbsp;มอบหมายนายชวนินทร์&nbsp;วงศ์สถิตจิรกาล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&nbsp;พร้อมนายแพทย์กิตติเชษฐ์&nbsp;ธีรกุลพงศ์เวช&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม&nbsp;(ด้านเวชกรรมป้องกัน)&nbsp;นายดนัย&nbsp;เนวะมาตย์&nbsp;ผู้ช่วยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม&nbsp;และนายแพทย์&nbsp;จรุงธรรม&nbsp;ขันตี&nbsp;รักษาการรองผู้อำนวยการด้านการแพทย์&nbsp;โรงพยาบาลนครพนม&nbsp;แถลงข่าวรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ซึ่งวันนี้มีรายงานพบผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;จำนวน&nbsp;60&nbsp;ราย&nbsp;รวมยอดผู้ติดเชื้อสะสม&nbsp;5,468&nbsp;ราย&nbsp;(ยอดผู้ป่วยยืนยันสะสม&nbsp;4&nbsp;สัปดาห์&nbsp;283&nbsp;ราย)&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;5,243&nbsp;ราย&nbsp;หายป่วยกลับบ้านวันนี้&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษาอยู่&nbsp;240&nbsp;ราย&nbsp;(อาการของผู้ป่วยทั้ง&nbsp;240&nbsp;ราย&nbsp;ไม่มีอาการ&nbsp;69&nbsp;ราย&nbsp;มีอาการเล็กน้อย&nbsp;165&nbsp;ราย&nbsp;และอาการปานกลาง&nbsp;6&nbsp;ราย)&nbsp;เสียชีวิตสะสม&nbsp;28&nbsp;ราย&nbsp;โดยไม่พบผู้เสียชีวิตต่อเนื่องมา&nbsp;58&nbsp;วัน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ปัจจุบันยังคงมีการเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดอยู่&nbsp;4&nbsp;คลัสเตอร์</strong>&nbsp;คือ&nbsp;คลัสเตอร์งานบวชบ้านคำเตย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;ที่จะสิ้นสุดการติดตามในวันที่&nbsp;16&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งในคลัสเตอร์นี้พบผู้ติดเชื้อ&nbsp;36&nbsp;ราย&nbsp;และคาดว่าจะไม่พบผู้ป่วยเพิ่มเติมเพราะมีการตรวจค้นหาเชิงรุกรอบที่&nbsp;2&nbsp;ไปแล้ว&nbsp;ตามมาด้วยคลัสเตอร์ตำบลนาทราย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;ที่เป็นคลัสเตอร์ที่มีผู้มาจากพื้นที่เสี่ยงคือจังหวัดชลบุรีและมีการเลี้ยงสังสรรค์ทำให้มีการแพร่กระจายพบผู้ติดเชื้อ&nbsp;14&nbsp;ราย&nbsp;คลัสเตอร์ต่อมาเป็น&nbsp;2&nbsp;คลัสเตอร์ของอำเภอนาแก&nbsp;ที่ประชาชนมีการเดินทางไปดูคณะหมอลำที่อำเภอดงหลวง&nbsp;จังหวัดมุกดาหารแล้วกลับมาติดเชื้อ&nbsp;ทำให้ติดใน&nbsp;2&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;คือ&nbsp;บ้านดงน้อย&nbsp;และบ้านพิมาน&nbsp;ซึ่งพบผู้ติดเชื้อรวมแล้ว&nbsp;51&nbsp;ราย&nbsp;สำหรับการตรวจหาสายพันธุ์โอมิครอนนั้น&nbsp;มีการส่งตรวจไปทั้งสิ้น&nbsp;67&nbsp;ราย&nbsp;พบว่า&nbsp;55%&nbsp;เป็นสายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;และมีแนวโน้มในอนาคตว่าจะเป็นสายพันธุ์ดังกล่าวทั้งหมด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ในส่วนของการรักษานั้น&nbsp;ได้มีการใช้นโยบายการแยกกักตัวผู้ป่วยรักษาที่บ้าน&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;และการแยกกักตัวผู้ป่วยในชุมชน&nbsp;Community&nbsp;Isolation&nbsp;มาใช้</strong>&nbsp;ซึ่งพบว่ามีผู้ป่วยหลายรายยินดีปฏิบัติตามเพราะมีการกำกับติดตามอาการอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง&nbsp;มีการประเมินจากทีมแพทย์ในการรักษา&nbsp;ทั้งมีระบบออนไลน์เพื่อให้ผู้ป่วยได้สอบถามได้ตลอดเวลา&nbsp;และถ้าพบว่าผู้ป่วยมีอาการรุนแรงเพิ่มมากขึ้นจะมีการนำมารักษาที่โรงพยาบาลทันที&nbsp;ที่ผ่านมาพบว่าผู้ป่วยโควิดที่เป็นผู้สูงอายุมีแนวโน้มอาการเพิ่มขึ้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ในส่วนของภาพรวมจำนวนเตียงสำหรับรองรับการรักษาผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019</strong>&nbsp;เตียงของ&nbsp;รพ.ทั่วไป/&nbsp;รพ.ชุมชน&nbsp;ทั้ง&nbsp;12&nbsp;อำเภอ&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;466&nbsp;เตียง&nbsp;ใช้รองรับผู้ป่วย&nbsp;184&nbsp;เตียง&nbsp;คงเหลือ&nbsp;282&nbsp;เตียง&nbsp;เตียงศูนย์ดูแลโควิด-19&nbsp;ชุมชน&nbsp;(Community&nbsp;Isolate&nbsp;:&nbsp;CI)&nbsp;รวม&nbsp;820&nbsp;เตียง&nbsp;ใช้รองรับผู้ป่วยพื้นที่อำเภอนาแก&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;เตียง&nbsp;คงเหลือ&nbsp;790&nbsp;เตียง&nbsp;ด้านการให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;มีประชาชนที่ได้รับการฉีดวัคซีน&nbsp;(เข็ม&nbsp;1)&nbsp;แล้ว&nbsp;401,278&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็น&nbsp;64.89%&nbsp;เทียบกับประชากรตามสิทธิ์การรักษาพยาบาล&nbsp;ฉีดเข็ม&nbsp;2&nbsp;แล้ว&nbsp;335,021&nbsp;Dose&nbsp;คิดเป็น&nbsp;54.18%&nbsp;ฉีดเข็ม&nbsp;3&nbsp;แล้ว&nbsp;35,252&nbsp;Dose&nbsp;คิดเป็น&nbsp;5.70%&nbsp;ฉีดเข็ม&nbsp;4&nbsp;แล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;2,045&nbsp;Dose&nbsp;คิดเป็น&nbsp;0.39%</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับห้วงหลังเทศกาลปีใหม่จะพบผู้ติดเชื้อในจังหวัดนครพนมเพิ่มมากขึ้น</strong>&nbsp;โดยมีลักษณะเป็นกลุ่มเล็ก&nbsp;ๆ&nbsp;กระจายตามอำเภอต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ส่วนใหญ่จะมีความเชื่อมโยงกับกิจกรรมการสังสรรค์ในชุมชน&nbsp;ครอบครัว&nbsp;และญาติที่เดินทางมาจากพื้นที่ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ทั่วประเทศ&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนม&nbsp;ได้เปิดศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินทางด้านการแพทย์และสาธารณสุข&nbsp;(Emergency&nbsp;Operation&nbsp;Center&nbsp;:&nbsp;EOC)&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์และสั่งการอย่างใกล้ชิด&nbsp;โดยให้ทุกอำเภอเปิดสถานที่ศูนย์ดูแลโควิด-19&nbsp;ชุมชน&nbsp;(Community&nbsp;Isolation:&nbsp;CI)&nbsp;ทันที&nbsp;เน้นการตวรจการติดเชื้อฯ&nbsp;โดยใช้ชุดตรวจ&nbsp;(Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit&nbsp;:&nbsp;ATK)&nbsp;เป็นหลัก&nbsp;และให้เร่งรัดดำเนินการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;เข็ม&nbsp;1&nbsp;และเข็ม&nbsp;3&nbsp;ในทุกพื้นที่&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ที่มีการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มเพิ่มสูงมากขึ้น&nbsp;(ระดับการแจ้งเตือนสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ประเทศไทย&nbsp;ระดับ&nbsp;4&nbsp;:&nbsp;ปิดสถานที่เสี่ยง)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ในการนี้&nbsp;ขอเชิญชวนชาวนครพนมเข้ารับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;เข็ม&nbsp;1&nbsp;และเข็ม&nbsp;3&nbsp;</strong>ได้&nbsp;ณ&nbsp;หน่วยบริการใกล้บ้าน&nbsp;และให้ยึดหลัก&nbsp;V-U-C-A&nbsp;:&nbsp;V-Vaccine&nbsp;ฉีดครบ&nbsp;ลดป่วยหนัก&nbsp;U-Universal&nbsp;Prevention&nbsp;:&nbsp;ป้องกันตัวเองตลอดเวลา&nbsp;ห่างไกลจากโควิด&nbsp;C-COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;:&nbsp;สถานที่บริการพร้อม&nbsp;ผู้ให้บริการฉีดวัคซีนครบ&nbsp;และตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทุกสัปดาห์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;ในวันจันทร์ที่&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;14.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป</strong>&nbsp;จังหวัดนครพนมจะจัดประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครพนม&nbsp;และจะมีการแถลงข่าวความคืบหน้าสถานการณ์และแนวทางการควบคุมป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;หลังเสร็จสิ้นการประชุมฯ</p>	8/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครพนม	สวท.นครพนม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220108191940989
298	จ.อุบลฯ ประชุมดำเนินการป้องกันแก้ไขปัญหาและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)ในพื้นที่ อำเภอม่วงสามสิบ	<p><strong>วันที่&nbsp;7&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมอำเภอม่วงสามสิบ</strong>&nbsp;นายชินวัต&nbsp;ทองปรีชา&nbsp;นายอำเภอม่วงสามสิบ&nbsp;ประธานประชุมดำเนินการป้องกันแก้ไขปัญหาและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;โดยมี&nbsp;สาธารณสุขอำเภอม่วงสามสิบ&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลม่วงสามสิบ&nbsp;ท้องถิ่นอำเภอม่วงสามสิบ&nbsp;ปลัดอำเภอ&nbsp;นายก/ปลัด&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ทุกแห่ง&nbsp;กำนัน&nbsp;ทุกตำบล&nbsp;ร่วมประชุมเพื่อดำเนินการดังนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>1.&nbsp;ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในพื้นที่อำเภอม่วงสามสิบ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>2.&nbsp;ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเตรียมความพร้อมเปิดศูนย์ดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;ในชุมชน&nbsp;(Community&nbsp;Isolation&nbsp;:&nbsp;CI</p><p>3.&nbsp;ให้กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;จัดเตรียมสถานที่พักกักรักษาผู้ป่วยที่บ้าน&nbsp;(Home&nbsp;Isolation&nbsp;:&nbsp;HI)&nbsp;รองรับการส่งผู้ป่วยกลับไปรักษาที่บ้านตามที่แพทย์สั่งการรักษา&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>4.&nbsp;ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินแจ้งประชาชนตรวจหาเชื้อด้วยตนเอง&nbsp;และการตรวจค้นหาเชิงรุก&nbsp;กลุ่มเสี่ยง&nbsp;พร้อมจัดทีมตรวจเชิงรุก&nbsp;โดย&nbsp;รพ.สต.&nbsp;เป็นวิทยากรจัดอบรมการตรวจ&nbsp;ATK</p><p>ทั้งนี้ได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังโรคระบาด&nbsp;COVID-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	8/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220108201016006
299	ผู้ว่าฯ ตรัง กำชับ อปท. บริหารจัดการขยะติดเชื้อ พร้อมสร้างการรับรู้การมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการขยะตั้งแต่ครัวเรือน เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในชุมชน	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;กำชับ&nbsp;อปท.&nbsp;บริหารจัดการขยะติดเชื้อ&nbsp;พร้อมสร้างการรับรู้การมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการขยะตั้งแต่ครัวเรือน&nbsp;เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ในชุมชน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;</strong>เปิดเผยว่า&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;มีความเป็นห่วงในด้านการจัดการขยะติดเชื้อจากชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;และอุปกรณ์ป้องกันโรคอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;จึงได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทย&nbsp;ดำเนินการบริหารจัดการขยะเหล่านี้&nbsp;เพื่อไม่ให้เกิดแหล่งแพร่ระบาดของโรค</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>จังหวัดตรัง&nbsp;โดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดตรัง&nbsp;</strong>จึงได้กำชับให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่&nbsp;ดำเนินการจัดเก็บและทำลายขยะติดเชื้อให้ถูกวิธีตามหลักวิชาการ&nbsp;เพื่อไม่ให้กลายเป็นแหล่งแพร่ระบาดในชุมชน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นอกจากนี้&nbsp;จังหวัดตรังได้เร่งสร้างการรับรู้ความเข้าใจกับประชาชน</strong>&nbsp;ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง&nbsp;(ครัวเรือน)&nbsp;ด้วยการคัดแยกขยะ&nbsp;ก่อนจะนำไปทิ้งให้หน่วยงานมาจัดเก็บขนย้ายขยะไปกำจัดอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ&nbsp;เพื่อลดความเสี่ยงกับชุมชนต่อไป</p>	9/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220109102119030
300	ผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ กำชับเร่งฉีดวัคชีนเข้มกระตุ้น รับมือโอมิครอน	<p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษกำชับทุกเอำภอพร้อมรับสถานการณ์&nbsp;Omicron&nbsp;พร้อมเฝ้าระวังผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงทั้งแยกกัก&nbsp;และ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;ครั้งให้มั่นใจ</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(9&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ภายหลังเทศกาลปีใหม่ได้พบเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;จากการเดินทางเข้ามาของนักท่องเที่ยวต่างชาติและผู้เดินทางกลับเข้ามายังประเทศไทย&nbsp;ได้พบการแพร่ระบาดของโรคมีลักษณะเป็นคลัสเตอร์ในหลายจังหวัด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;จึงได้ให้ทุกอำเภอประชุม&nbsp;EOC</strong>&nbsp;เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ดอมิครอน&nbsp;ทั้ง&nbsp;Home&nbsp;isolation&nbsp;และ&nbsp;Community&nbsp;isolation&nbsp;การจัดหาเตียง&nbsp;การตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;&nbsp;เวชภัณฑ์ยา&nbsp;และอุปกรณ์สำหรับการเก็บตัวอย่าง&nbsp;สอบสวนควบคุมโรค&nbsp;พร้อมจัดทีมออกตรวจติดตามและรายงานผลให้คณะกรรมการโรคติดต่อทราบทุกสัปดาห์&nbsp;ขณะเดียวกันผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงที่มีการแพร่ระบาดเป็นกลุ่มก้อนมาก&nbsp;หรือมีประวัติเสี่ยงสัมผัสผู้ป่วยโควิด&nbsp;ให้แยกกักตัวและเก็บตัวอย่างด้วย&nbsp;ATK&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;ห่างกันประมาณ&nbsp;5-7&nbsp;วัน&nbsp;&nbsp;พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;3&nbsp;มากที่สุด&nbsp;ที่สำคัญ&nbsp;ต้องขอให้เลื่อนหรือลดกิจกรรมที่มีการรวมคนเป็นจำนวนมากไปจนถึงวันที่&nbsp;14&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;หรือจนกว่าสถานการณ์จะผ่อนคลาย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;กล่าวย้ำอีกว่า&nbsp;</strong>การสร้างความเข้าใจเรื่องการป้องกันเชื้อแบบครอบจักวาล&nbsp;หรือมาตรการ&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;ถือว่าจำเป็นมากเช่นว่า&nbsp;ไม่จำเป็นห้ามออกนอกบ้าน&nbsp;หากเป็นกลุ่มเสี่ยงหลีกเลี่ยงออกนอกบ้าน&nbsp;การเว้นระยะห่าง&nbsp;หมั่นล้างมือและฆ่าเชื้อด้วยแอลกอฮอล์บ่อย&nbsp;ๆ&nbsp;ต้องสวมหน้ากากอนามัยเสมอ&nbsp;การแยกของใช้ส่วนตัวทุกชนิดไม่ใช้ร่วมกับผู้อื่น&nbsp;ที่สำคัญ&nbsp;หากสงสัยว่าตนเองอาจเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ต้องหมั่นตรวจด้วย&nbsp;ATK&nbsp;ทุก&nbsp;3-5&nbsp;วัน&nbsp;การป้องกันตนเองและดูแลคนรอบข้างนับว่าสำคัญมากที่สุดในสถานการณ์ขณะนี้</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	9/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220109113226061
301	สธ.แม่ฮ่องสอน คัดกรอง COVID-19 เข้ม ผู้ร่วมพิธีปิดทองผูกพันธสีมาและฝังลูกนิมิต ณ วัดป่าถ้ำวัว พบผลเป็นบวก 3 ราย	<p><strong>วันที่&nbsp;8&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอนร่วมกับเครือข่ายโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุกพื้นที่&nbsp;อสม.อบต.ห้วยผา&nbsp;ตำรวจ&nbsp;ทหาร&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;และกำนันผู้ใหญ่บ้านบูรณาการร่วมกันตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;โดยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;แก่ผู้เข้าร่วมพิธีปิดทอง&nbsp;ผูกพันธสีมา&nbsp;และฝังลูกนิมิต&nbsp;ซึ่งประกอบด้วย&nbsp;พระสงฆ์&nbsp;และปราชาชนทั่วไป&nbsp;จำนวน&nbsp;487&nbsp;ราย&nbsp;ณ&nbsp;วัดป่าถ้ำวัว&nbsp;ตำบลห้วยผ้า&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแม่อ่องสอน&nbsp;ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;8-9&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;โดยผู้จะเข้าร่วมงานต้องมีผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นลบก่อน&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;&nbsp;หรือมีการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;ครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;พบผลเป็นบวก&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ส่งผู้ติดเชื้อเข้ารับการรักษาตามขั้นตอนต่อไป</p><p><strong>ซึ่งเป็นไปตามมาตรการการเฝ้าระวัง</strong>&nbsp;และคัดกรองเชิงรุกโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	9/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220109115819077
302	"ลำปาง ตั้งการ์ดรับมือโควิด-19 สายพันธุ์ ""โอมิครอน"" หลังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง"	<p><strong>สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากข้อมูลสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ในพื้นที่พบว่ามีประชาชนลำปาง&nbsp;ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;อย่างน้อยวันละ&nbsp;90&nbsp;คน&nbsp;ติดต่อกันมากว่า&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;จึงแนะนำให้ประชาชนเตรียมความพร้อมป้องกันการระบาดของโรค&nbsp;โดยฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้รับบริการฉีด&nbsp;และฉีดกระตุ้นเข็มที่&nbsp;3&nbsp;เพื่อลดการป่วยรุนแรงและลดอัตราการเสียชีวิต&nbsp;ให้สวมหน้ากากอนามัย&nbsp;รักษาระยะห่าง&nbsp;ล้างมือบ่อยๆ&nbsp;และออกบ้านเมื่อจำเป็น&nbsp;เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด-19&nbsp;นอกจากนี้ให้ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;และหากพบผลบวกติดต่อศูนย์ปฏิบัติการ&nbsp;COVID&nbsp;&amp;&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;ในเขตอำเภอของท่านทันที</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;เชิญชวนชาวลำปาง&nbsp;</strong>เข้ารับการฉีดวัคซีน&nbsp;เข็ม&nbsp;1&nbsp;และเข็ม&nbsp;3&nbsp;(เข็มกระตุ้น)&nbsp;โดยผู้มีอายุ&nbsp;12&nbsp;ปีขึ้นไปจะได้รับเข็ม&nbsp;1&nbsp;ผู้ที่ไม่เคยได้รับวัคซีน&nbsp;จะได้รับ-เข็ม&nbsp;1&nbsp;ไฟเซอร์+เข็ม&nbsp;2&nbsp;ไฟเซอร์,&nbsp;ผู้มีอายุ&nbsp;18&nbsp;ปีขึ้นไปจะได้รับเข็ม&nbsp;1&nbsp;แอสตร้าเซนเนก้า+เข็ม&nbsp;2&nbsp;ไฟเซอร์&nbsp;และผู้มีอายุ&nbsp;18&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;จะได้รับเข็ม&nbsp;1&nbsp;แอสตร้าเซนเนก้า+เข็ม&nbsp;2&nbsp;แอสตร้าเซนเนก้า</p><p><strong>สำหรับผู้ที่ฉีดชิโนแวค/ซิโนฟาร์ม&nbsp;ครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม</strong>&nbsp;(ตั้งแต่&nbsp;4&nbsp;สัปดาห์ขึ้นไป),&nbsp;ผู้ที่ฉีดแอสตร้าเซนเนก้า&nbsp;ครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;(ตั้งแต่&nbsp;3&nbsp;เดือนขึ้นไป),&nbsp;ผู้ที่ฉีดเข็ม&nbsp;1&nbsp;ซิโนแวค+&nbsp;เข็ม&nbsp;2&nbsp;แอสตร้าเซนเนก้า&nbsp;(ตั้งแต่&nbsp;3&nbsp;เดือนขึ้นไป)&nbsp;จะได้รับเข็ม&nbsp;3&nbsp;โดยสามารถเลือกวัคซีนได้&nbsp;(ไฟเซอร์หรือแอสตร้าเซนเนก้า)&nbsp;โดยสามารถติดต่อได้ที่ศูนย์ฉีดวัคซีนใกล้บ้าน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	9/1/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220109122145085
303	โควิดที่จังหวัดยะลาไม่มีเสียชีวิตเพิ่ม รายใหม่พบติดเชื้อ 11   ราย	<p><strong>วันนี้&nbsp;(9&nbsp;ม.ค&nbsp;65)&nbsp;โควิด-19&nbsp;จ.ยะลา</strong>&nbsp;ผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลงจากเมื่อวาน&nbsp;(24&nbsp;ราย)&nbsp;เหลือ&nbsp;11&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;ป่วยสะสม&nbsp;&nbsp;48,943&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;194&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;50,292&nbsp;ราย&nbsp;ไม่มีผู้เสียชีวิตรายใหม่เพิ่ม&nbsp;สะสมรวม&nbsp;357&nbsp;ราย&nbsp;โดยผู้ป่วยรายใหม่&nbsp;11&nbsp;ราย&nbsp;พบใน&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;อ.รามัน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และ&nbsp;อ.กาบัง&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ส่วน&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;อ.กรงปินัง&nbsp;อ.เบตง&nbsp;อ.ยะหา&nbsp;และ&nbsp;อ.ธารโต&nbsp;วันนี้ไม่มีรายใหม่เพิ่ม&nbsp;ขณะที่ผู้ป่วยที่เข้าข่ายติดเชื้อ&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;รายใหม่&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;สะสม&nbsp;8,060&nbsp;ราย&nbsp;ผลการคัดกรองตามมาตรการสาธารณสุข&nbsp;สะสมรวม&nbsp;206,684&nbsp;ราย</p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	9/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220109122918086
304	คกก.โรคติดต่อจังหวัดพิจิตร ปรับหลายมาตรการ รองรับมติ ศบค. มีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป (9 ม.ค. 65 )	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คกก.โรคติดต่อจังหวัดพิจิตร&nbsp;ปรับหลายมาตรการ&nbsp;รองรับมติ&nbsp;ศบค.&nbsp;มีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป&nbsp;(9&nbsp;ม.ค.&nbsp;65&nbsp;)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(9&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดพิจิตร</strong>&nbsp;นายธวัชชัย&nbsp;เลี้ยงประเสริฐ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพิจิตร&nbsp;ภายหลัง&nbsp;ศบค.&nbsp;ประกาศ&nbsp;ให้จังหวัดพิจิตรเป็นพื้นที่ควบคุม&nbsp;(สีส้ม)&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;69&nbsp;จังหวัด&nbsp;ทั่วประเทศ&nbsp;ทำให้ต้องปรับมาตรการที่เกี่ยวข้องตามประกาศ&nbsp;ศบค.&nbsp;ดังนี้&nbsp;รวมกลุ่มทำกิจกรรมไม่เกิน&nbsp;500&nbsp;คน&nbsp;,&nbsp;ร้านอาหารเปิดจำหน่ายตามเวลาปกติแต่ห้ามบริโภคสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้าน&nbsp;,&nbsp;สวนสนุก&nbsp;สวนน้ำเปิดได้เฉพาะพื้นที่เปิดโล่ง&nbsp;,&nbsp;สถานที่เล่นกีฬาในร่ม&nbsp;จำกัดจำนวนผู้เข้าชมไม่เกิน&nbsp;50%&nbsp;,&nbsp;สถานที่เล่นกีฬากลางแจ้ง&nbsp;ผู้ชมไม่เกิน&nbsp;75%&nbsp;,&nbsp;จัดประชุม&nbsp;แสดงสินค้า&nbsp;มหกรรมกีฬา&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;1,000&nbsp;คน&nbsp;เหมาะสมกับขนาดพื้นที่&nbsp;เว้นระยะห่างอย่างน้อย&nbsp;1&nbsp;เมตร&nbsp;,&nbsp;ร้านเสริมสวย&nbsp;นวด&nbsp;สปา&nbsp;เปิดบริการตามปกติแต่ไม่เกิน&nbsp;24.00&nbsp;น.&nbsp;,&nbsp;โรงภาพยนตร์&nbsp;มหรสพ&nbsp;การแสดงพื้นบ้าน&nbsp;เปิดตามปกติ&nbsp;จำนวนผู้ชมตามมาตรการที่กำหนด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(77,&nbsp;81,&nbsp;86);"">นายแพทย์อดิสรณ์&nbsp;วรรธนะศักดิ์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพิจิตร</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จังหวัดพิจิตรมีผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;เพิ่มขึ้นหลังเทศกาลปีใหม่&nbsp;ขณะนี้&nbsp;มี&nbsp;รพ.สนาม&nbsp;อำเภอตะพานหิน&nbsp;และบึงนาราง&nbsp;กลับมาเปิดใช้งานอีกครั้ง&nbsp;จำนวน&nbsp;27&nbsp;เตียง&nbsp;โดยยังมีเตียงว่างพร้อมใช้&nbsp;1,030&nbsp;เตียง&nbsp;กรณีพบผู้ป่วยจาก&nbsp;ATK&nbsp;หากไม่มีอาการ&nbsp;หรืออาการไม่รุนแรง&nbsp;ไม่มีสมาชิกในครอบครัวเป็นผู้ป่วยกลุ่มโรคเรื้อรัง&nbsp;สามารถรักษาตัวที่บ้าน&nbsp;ภายใต้การติดตามกำกับดูแลของทีมบุคลากรทางการแพทย์&nbsp;โดยผ่านการประเมินของเจ้าหน้าที่ตามแนวทางกรมการแพทย์&nbsp;เช่น&nbsp;บ้านพักต้องมีห้องส่วนตัว&nbsp;ระบายอากาศได้ดี&nbsp;มีผู้จัดหาอาหาร&nbsp;ของใช้จำเป็น&nbsp;และเดินทางไปโรงพยาบาลได้สะดวก&nbsp;เป็นต้น</p>"	9/1/2022	ภาคเหนือ	พิจิตร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพิจิตร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220109140718118
305	"เปิดสนามวิ่งเทรลที่แม่ลาน้อย งาน ""Green Season Lanna Trail Season 2"" วิ่งลัดป่า ชมวิวดอยขุมคำ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา กระจายรายได้แก่ชุมชน"	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(9&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน&nbsp;1&nbsp;(เชียงใหม่&nbsp;ลำปาง&nbsp;ลำพูน&nbsp;แม่ฮ่องสอน)&nbsp;โดยสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;จัดงาน&nbsp;""Green&nbsp;Season&nbsp;Lanna&nbsp;Trail&nbsp;Season&nbsp;2""&nbsp;กิจกรรมหลักที่&nbsp;6&nbsp;Lanna&nbsp;Trail&nbsp;4&nbsp;จังหวัด&nbsp;ภายใต้โครงการท่องเที่ยวธรรมชาติ&nbsp;วิถีล้านนา&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;เป็นสนามที่&nbsp;2&nbsp;โดยจัดขึ้นที่&nbsp;อ.แม่ลาน้อย&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;ในการนี้&nbsp;ดร.ชูชาติ&nbsp;คำมา&nbsp;นายอำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;เข้าร่วม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>กำหนดการแข่งขันออกเป็น&nbsp;2&nbsp;ระยะ</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;ประเภทล่นเอาม่วน&nbsp;ชาย/หญิง&nbsp;ระยะทาง&nbsp;15&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;และประเภทล่นเอามันส์ชาย/หญิง&nbsp;ระยะทาง&nbsp;30&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;โดยการจัดงานครั้งนี้&nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา&nbsp;เป็นช่องทางหนึ่งที่จะทำให้นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปได้รู้จักและเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวและเกิดการกระจายรายได้แก่ชุมชนท่องเที่ยวต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน&nbsp;1&nbsp;ต่อไป&nbsp;สำหรับสนามถัดไป&nbsp;สนามที่&nbsp;3&nbsp;จะจัดที่&nbsp;ม่อนล่อง&nbsp;อ.แม่ริม&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;และสนามที่&nbsp;4&nbsp;แม่สะป๊วด&nbsp;?อ.แม่ทา&nbsp;จ.ลำพูนสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม&nbsp;และติดตามภาพบรรยากาศการจัดงานได้ที่&nbsp;https://www.facebook.com/GreenSeasonLannaTrail</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายจักรกฤษณ์&nbsp;เอ่งฉ้วน&nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลำพูน&nbsp;ผู้จัดงาน</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จัดงานขึ้นภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิดอย่างเคร่งครัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;การตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;การคัดกรองวัดไข้และอาการเสี่ยง&nbsp;ก่อนเข้าสถานที่จัดงาน&nbsp;และจัดให้นักวิ่ง&nbsp;หรือผู้มาร่วมงาน&nbsp;เว้นระยะห่างระหว่างบุคคล&nbsp;ไม่ต่ำกว่า&nbsp;1&nbsp;เมตร&nbsp;รวมถึงได้จัดให้นักวิ่ง&nbsp;หรือผู้มาร่วมงาน&nbsp;ทุกท่านจะต้องลงทะเบียนก่อนเข้างานและออกงาน&nbsp;โดยให้มีการสแกนข้อมูลผ่านแอปพลิเคชั่น&nbsp;เน้นย้ำให้นักวิ่ง&nbsp;หรือผู้มาร่วมงานปฏิบัติตามมาตรการการป้องกัน&nbsp;COVID-19&nbsp;ตามมาตรการคณะกรรมการโรคติดต่อของแต่ละจังหวัด&nbsp;</p>"	9/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220109160416142
306	จ.เชียงใหม่เปิดจุดให้บริการตรวจหาเชื้อโควิด-19 เพิ่มเติม	<p><strong>จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;แจ้งผู้ที่เดินทางไปวัดดอนจั่น&nbsp;อำเภอเมืองเชียงใหม่&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1-7&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ขอให้สังเกตอาการตนเองเป็นเวลา&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;หากมีอาการผิดปกติให้เข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;ล่าสุดขณะนี้&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ได้เปิดจุดให้บริการตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;ด้วย&nbsp;ATK&nbsp;เพิ่มเติม&nbsp;สำหรับประชาชนผู้ที่เสี่ยงสัมผัสเชื้อโควิด-19</strong></p><p><strong>คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;</strong>ออกประกาศแจ้งให้ผู้ที่เสี่ยงสัมผัสผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ที่มีประวัติเดินทางไปวัดดอนจั่น&nbsp;ต.ท่าศาลา&nbsp;อ.เมืองจ.เชียงใหม่&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1-7&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ขอให้สังเกตอาการตนเอง&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;นับจากวันที่สัมผัสเสี่ยงวันสุดท้าย&nbsp;หากพบอาการผิดปกติ&nbsp;ให้เข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;ได้ที่โรงพยาบาลทุกแห่ง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่</strong>&nbsp;ได้ประกาศแจ้งเปิดจุดให้บริการประชาชนผู้ที่เสี่ยงสัมผัสในการตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;ด้วย&nbsp;ATK&nbsp;ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;9&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;คือ&nbsp;1.อาคารอเนกประสงค์สวนสุขภาพบ้านเด่น&nbsp;ต.วัดเกต&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;2.สนามกีฬาเทศบาลนครเชียงใหม่&nbsp;ต.ศรีภูมิ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;และ&nbsp;3.ศูนย์วัณโรคเขต&nbsp;10&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;ต.ช้างคลาน&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;ทุกวันเวลา&nbsp;08.30-15.00&nbsp;น.</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	9/1/2022	ภาคเหนือ	เชียงใหม่	สวท.เชียงใหม่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220109151238128
307	ลำปาง พบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ 125 ราย	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง&nbsp;รายงานสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;9&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;ณ&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;สถานการณ์โควิด-19&nbsp;วันนี้&nbsp;พบผู้ป่วยรายใหม่&nbsp;125&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ติดเชื้อยืนยัน&nbsp;ตรวจด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;59&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ติดเชื้อเข้าข่าย&nbsp;ตรวจด้วยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;66&nbsp;ราย&nbsp;สถานการณ์ตั้งแต่วันที่&nbsp;27&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;ถึงปัจจุบัน&nbsp;พบผู้ป่วยสะสม&nbsp;3,949&nbsp;คน&nbsp;อยู่ระหว่างรักษา&nbsp;489&nbsp;คน&nbsp;รักษาหายกลับบ้านสะสม&nbsp;3,435&nbsp;คน&nbsp;และเสียชีวิตสะสม&nbsp;31&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับข้อมูลการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ณ&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ของวันเดียวกัน</strong>&nbsp;จังหวัดลำปางวัคซีนไปแล้ว&nbsp;981,775เข็ม&nbsp;จำแนกเป็นเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;468,553&nbsp;คน&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;433,651&nbsp;คน&nbsp;และเข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;79,571&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>จังหวัดลำปางขอความร่วมมือประชาชนเคร่งครัดตามมาตรการ&nbsp;D-M-H-T-T-A</strong>&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หากมีข้อสงสัยสอบถามเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;สายด่วนศูนย์โควิด-19&nbsp;สสจ.ลำปาง&nbsp;โทร.09-3140-8023&nbsp;เวลา&nbsp;08.30&nbsp;-16.30&nbsp;น.&nbsp;หรือสอบถามที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน</p>	9/1/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220109160703144
308	วัดป่าถ้ำวัว จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประกอบพิธีปิดทองผูกพัทธสีมาและฝังลูกนิมิต ตามมติมหาเถรสมาคม ภายใต้มาตรการป้องกันโคววิด-19	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(9&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;13.00&nbsp;น.</strong>&nbsp;เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์&nbsp;กรรมการมหาเถรสมาคม&nbsp;เลขาธิการคณะธรรมยุต&nbsp;อธิบดีฝ่ายสงฆ์ในมณฑลพิธี&nbsp;ประกอบพิธีตัดหวายลูกนิมิตผูกพัทธสีมา&nbsp;วัดป่าถ้ำวัว&nbsp;ตำบลห้วยผา&nbsp;อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ตามมติมหาเถรสมาคม&nbsp;โดยมีนายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นประธานพิธีฝ่ายคฤหัสถ์&nbsp;โดยสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้ออกประกาศเรื่องพระราชทานวิสุงคามมสีมา&nbsp;ความว่า&nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม&nbsp;พระราชทานวิสุงคามสีมา&nbsp;ให้แก่วัดป่าถ้ำวัว&nbsp;ประกาศ&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;13&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2563&nbsp;ตามบัญชี&nbsp;งวดที่&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;2563&nbsp;ที่&nbsp;69&nbsp;และตามราชกิจจานุเบกษา&nbsp;เล่มที่&nbsp;137&nbsp;ตอนพิเศษ&nbsp;168&nbsp;ง&nbsp;วันที่&nbsp;23&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2563&nbsp;การประกอบพิธีฯ&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;อยู่ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;โดยก่อนประกอบพิธี&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ดำเนินการตรวจคัดกรองผู้เข้าร่วมพิธีตลอดทั้งวันที่&nbsp;8&nbsp;และ&nbsp;9&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ทั้งมาตรการตรวจด้วยชุด&nbsp;ATK&nbsp;,&nbsp;ตรวจวัดอุณหภูมิ&nbsp;และมาตรการจำกัดจำนวนผู้ร่วมงาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วัดป่าถ้ำวัว&nbsp;ตั้งอยู่ที่บ้านสุยะ&nbsp;ตำบลห้วยผา&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;เริ่มสร้างขึ้นเมื่อปี&nbsp;2536&nbsp;โดยท่านพระครูวิมลภาวนานุศาสน์&nbsp;หรือพระอาจารย์สายหยุด&nbsp;ปญญาธโร&nbsp;เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน&nbsp;โดยหลังจากบวชพระเมื่อปี&nbsp;2517&nbsp;ได้มีโอกาสปฏิบัติสมาธิกับศิษย์ของพระอาจารย์ชา&nbsp;แห่งวัดหนองป่าพง&nbsp;,&nbsp;หลวงปู่เทสก์&nbsp;เทสรํสี&nbsp;,&nbsp;หลวงพ่อพุธ&nbsp;ฐานิโย&nbsp;และหลวงพ่อพุทธทาสภิกขุ&nbsp;เป็นต้น&nbsp;จากนั้น&nbsp;ได้ออกเดินธุดงค์มาที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;และได้เริ่มสร้างวัดแห่งนี้ขึ้น</p>	9/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220109165232149
309	"จังหวัดตรัง ยกระดับเตรียมความพร้อมรับมือ COVID-19 สายพันธุ์ ""โอมิครอน"" ระบุ ขณะนี้ รพ.สนาม และศูนย์แยกกักในชุมชน มีเพียงพอ"	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายแพทย์ตุลกานต์&nbsp;มักคุ้น&nbsp;นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ&nbsp;โรงพยาบาลตรัง&nbsp;ในฐานะโฆษก&nbsp;ศบค.จ.ตรัง</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรังได้เน้นย้ำการป้องกันการแพร่ระบาด&nbsp;COVID-19&nbsp;สายพันธุ์&nbsp;""โอมิครอน""&nbsp;โดยขอให้ประชาชนเว้นระยะห่าง&nbsp;และงดกิจกรรมทางสังคมตามมาตรการของจังหวัดตรังอีกระยะหนึ่ง&nbsp;จนกว่าจะพ้นระยะฟักตัวของเชื้อสายพันธุ์&nbsp;""โอมิครอน""&nbsp;หลังจากในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่า&nbsp;ต้อนรับปีใหม่&nbsp;มีการทำกิจกรรมทางสังคมร่วมกัน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นอกจากนี้&nbsp;กิจกรรมโนราโรงครูซึ่งอนุญาตให้จัดหลังจากวันที่&nbsp;15&nbsp;มกราคมนี้</strong>&nbsp;หรือการจัดเลี้ยงมงคลสมรสซึ่งจะพิจารณาหลังจากการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดในครั้งถัดไป&nbsp;หรือการผ่อนคลายมาตรการอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ก็ขอให้ประชาชนให้ความระมัดระวังในระยะนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับเจ้าหน้าที่ในส่วนราชการ&nbsp;ได้มีคำสั่งให้หัวหน้าส่วนราชการพิจารณาการ&nbsp;Work&nbsp;From&nbsp;Home&nbsp;ของเจ้าหน้าที่ที่เดินทางกลับจากต่างจังหวัด</strong>&nbsp;และมีการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;หากเจ้าหน้าที่นั้นมีความจำเป็นต้องบริการประชาชน&nbsp;เพื่อไม่ให้กระทบกับการบริการประชาชน&nbsp;และสร้างความมั่นใจในการรับบริการ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ในด้านการเตรียมรับมือสายพันธุ์&nbsp;""โอมิครอน""&nbsp;โรงพยาบาลสนามของจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;ในขณะนี้มีจำนวน&nbsp;1,140&nbsp;เตียง&nbsp;ใช้ไปแล้ว&nbsp;13&nbsp;เตียง&nbsp;ซึ่งมีศักยภาพในการรองรับประชาชน&nbsp;หากมีการแพร่ระบาดที่สูงขึ้นจากสายพันธุ์&nbsp;""โอมิครอน""&nbsp;โดยจากการคาดการณ์ของจังหวัดตรังเนื่องจากไม่ได้มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามามาก&nbsp;และการเดินทางจากจังหวัดเสี่ยงสูงไม่ได้มีเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;ฉะนั้น&nbsp;สถานการณ์จังหวัดตรังยังคงอยู่ที่ระดับ&nbsp;30&nbsp;รายต่อวันส่วน&nbsp;ATK&nbsp;ประมาณ&nbsp;50&nbsp;รายต่อวัน&nbsp;จึงไม่กระทบกับการใช้โรงพยาบาลสนาม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ในขณะที่&nbsp;การใช้ศูนย์แยกกักในชุมชนขณะนี้</strong>&nbsp;มีทั้งสิ้น&nbsp;1,551&nbsp;เตียง&nbsp;ใช้ไป&nbsp;117&nbsp;เตียง&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;7.54&nbsp;ยังมีเตียงว่างอีก&nbsp;1,400&nbsp;เตียง&nbsp;และว่างอยู่ในทุกอำเภอ&nbsp;เพื่อรองรับประชาชนที่ผลเป็นบวก&nbsp;และไม่สามารถรักษาที่บ้านได้&nbsp;หรือเป็นสถานที่กักสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูงซึ่งไม่สามารถกักกันตัวที่บ้านได้เช่นเดียวกัน</p>"	9/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220109165936152
310	ผู้ว่าฯ ภูเก็ต เตรียมแผนเชิงรุกในทุกด้านหลังพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น เน้นจัดระบบการรักษาที่บ้าน โรงแรมที่พักหรือชุมชน เพื่อให้โรงพยาบาลรองรับผู้ป่วยกลุ่มสีเหลืองแดง และไม่กระทบการให้บริการผู้ป่วยอื่น	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เตรียมแผนเชิงรุกในทุกด้านหลังพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น&nbsp;เน้นจัดระบบการรักษาที่บ้าน&nbsp;โรงแรมที่พักหรือชุมชน&nbsp;เพื่อให้โรงพยาบาลรองรับผู้ป่วยกลุ่มสีเหลืองแดง&nbsp;และไม่กระทบการให้บริการผู้ป่วยอื่น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(9&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;ที่ห้องประชุมมุขหน้า&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต&nbsp;(หลังใหม่)&nbsp;ศูนย์ราชการจังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;นายณรงค์&nbsp;วุ่นซิ้ว&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;พร้อมด้วยนายอำนวย&nbsp;พิณสุวรรณ&nbsp;นายอานุภาพ&nbsp;รอดขวัญ&nbsp;ยอดระบำ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ผู้บริหารของจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ภาครัฐและเอกชน&nbsp;ร่วมประชุมหารือแนวทางการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ในกลุ่มประชาชนและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในจังหวัดภูเก็ต&nbsp;พร้อมติดตามสถานการณ์โควิด-19&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;หลังพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น&nbsp;เพื่อกำชับให้ทุกภาคส่วนติดตามประเมินสถานการณ์ใกล้ชิด&nbsp;เน้นจัดระบบการรักษาที่บ้าน&nbsp;โรงแรมที่พัก&nbsp;หรือชุมชน&nbsp;เพื่อให้โรงพยาบาลรองรับผู้ป่วยกลุ่มสีเหลือง/แดง&nbsp;และไม่กระทบการให้บริการผู้ป่วยอื่น&nbsp;ๆ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายณรงค์&nbsp;วุ่นซิ้ว&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;ได้กำชับให้ติดตามประเมินสถานการณ์การติดเชื้ออย่างใกล้ชิด&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมทรัพยากร&nbsp;ทั้งด้านเตียง&nbsp;ยาและเวชภัณฑ์&nbsp;รองรับ&nbsp;โดยให้เน้นการจัดระบบการรักษาที่บ้าน&nbsp;หรือชุมชน&nbsp;(Home&nbsp;Isolation&nbsp;:&nbsp;HI/Community&nbsp;Isolation&nbsp;:&nbsp;CI)&nbsp;เนื่องจากผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่เป็นกลุ่มสีเขียวที่ไม่มีอาการ&nbsp;หรือมีอาการน้อย&nbsp;พร้อมมีระบบติดตามอาการและสื่อสารเพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้ติดเชื้อและครอบครัว&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อให้โรงพยาบาลสามารถรองรับการรักษาผู้ป่วยกลุ่มสีเหลืองและแดง&nbsp;รวมถึงให้บริการผู้ป่วยอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ได้ตามปกติ&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ได้ให้เพิ่มการจัดบริการฉีดวัคซีนเชิงรุกในพื้นที่&nbsp;เพื่อให้ประชาชนได้รับวัคซีนมากที่สุด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายแพทย์กู้ศักดิ์&nbsp;กู้เกียรติกูล&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;ได้รายงานการประเมินสถานการณ์ประเทศไทย&nbsp;มีแนวโน้มการระบาดเพิ่มขึ้นจังหวัดภูเก็ตมีอัตราการพบเชื้อเฉลี่ย&nbsp;7&nbsp;วันย้อนหลังเท่ากับ&nbsp;340&nbsp;ราย&nbsp;และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นมากพบผู้ติดเชื้อในกลุ่มผู้เดินทางมาจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ทั้งรูปแบบ&nbsp;Test&nbsp;&amp;&nbsp;GO&nbsp;และ&nbsp;Phuket&nbsp;Sandbox&nbsp;รวมทั้งการติดเชื้อในพื้นที่จังหวัดเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;อัตราครองเตียงรักษาผู้ป่วยเพิ่มขึ้นมาก&nbsp;เริ่มไม่เพียงพอรองรับผู้ป่วย&nbsp;อัตราการเสียชีวิตแนวโน้มลดลง&nbsp;ผู้ติดเชื้อมีประวัติเสี่ยง&nbsp;ส่วนใหญ่เป็นการสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย&nbsp;การมีกิจกรรมร่วมกัน&nbsp;อาชีพสัมผัสนักท่องเที่ยวทำงานในแหล่งท่องเที่ยว&nbsp;และมีความเชื่อมโยงการระบาดในกลุ่ม&nbsp;Test&nbsp;&amp;&nbsp;GO&nbsp;จากการสุ่มตรวจสายพันธุ์ของตัวอย่างในจังหวัด&nbsp;พบเชื้อ&nbsp;Omicron&nbsp;ร้อยละ&nbsp;66.3LQ&nbsp;สำหรับกักกัน&nbsp;HRC&nbsp;เริ่มไม่เพียงพอ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ดังนั้น&nbsp;กระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศปรับระดับการเตือนภัยโรคโควิด-19&nbsp;สำหรับประชาชนและสถานประกอบการเป็นระดับ&nbsp;4&nbsp;(งดเข้าสถานที่เสี่ยง)</strong>&nbsp;สถานที่ระบบปิด&nbsp;สถานที่แออัด&nbsp;เช่น&nbsp;ร้านอาหารกึ่งผับ&nbsp;ซึ่งมีระบบระบายอากาศไม่ดี&nbsp;เน้นสื่อสารประชาชนกลับจากต่างจังหวัดให้เฝ้าสังเกตอาการตนเองอย่างน้อย&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;,&nbsp;WFH&nbsp;,&nbsp;งดเข้าสถานที่เสี่ยง&nbsp;และเร่งไปฉีดวัคซีนตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทุกสัปดาห์&nbsp;หากพบการติดเชื้อ&nbsp;โทร.1330&nbsp;สปสช.&nbsp;เพื่อลงทะเบียนรักษาแบบแยกกักที่บ้าน&nbsp;(Home&nbsp;Isolation)&nbsp;ชะลอการเดินทางข้ามจังหวัด&nbsp;หรือไปต่างประเทศ&nbsp;หากไม่จำเป็น&nbsp;และกำหนดให้สถานประกอบการ&nbsp;ปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;หากพบผู้ติดเชื้อให้ทำ&nbsp;Bubble&nbsp;&amp;&nbsp;Seal&nbsp;ในโรงงาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ในส่วนของการเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุขเร่งรัดดำเนินการ&nbsp;4&nbsp;มาตรการเปิดประเทศ</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;Vaccine&nbsp;,&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;,&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;,&nbsp;ATK&nbsp;เตรียมแผนเผชิญเหตุรองรับการเปิดประเทศแผนปฏิบัติการรองรับการระบาดในพื้นที่&nbsp;จัดเตรียมระบบการรักษาผู้ติดเชื้อโควิดที่เพิ่มขึ้น&nbsp;ทั้งในส่วน&nbsp;รพ./รพ.สนาม/CI/Hospitel/AQ/Hotel&nbsp;Isolation/Home&nbsp;Isolation&nbsp;เพิ่มมาตรการชะลอการระบาดเป็นวงกว้าง&nbsp;โดยเฝ้าระวัง&nbsp;Event-based&nbsp;Surveillance&nbsp;และตรวจเชิงรุกด้วย&nbsp;ATKเร่งรัดการฉีดวัคซีนเข็ม&nbsp;3&nbsp;,&nbsp;เข็มที่&nbsp;4&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่ม&nbsp;608&nbsp;กลุ่มเสี่ยงอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;นอกจากที่ประชุมหารือกรณีสถานบันเทิง&nbsp;ผับบาร์&nbsp;คาราโอเกะ&nbsp;สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบไปเปิดเป็นร้านอาหารได้&nbsp;แต่ต้องได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/กรุงเทพมหานคร&nbsp;ภายในวันที่&nbsp;15&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เท่านั้น&nbsp;และส่วนพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว&nbsp;(สีฟ้า)&nbsp;อนุญาตเปิดมาตรการได้แบบสีเขียว&nbsp;คือ&nbsp;ดื่มสุราในร้านอาหารได้&nbsp;จำกัดเวลาถึง&nbsp;21.00&nbsp;น.&nbsp;โดยต้องเป็นร้านที่ผ่านมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;Plus&nbsp;และ&nbsp;Thai&nbsp;Stop&nbsp;Covid19&nbsp;2&nbsp;Plus&nbsp;เท่านั้น&nbsp;โดยทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดจะคุมเข้มการเปิด&nbsp;หากทำไม่ถูก&nbsp;จะมีดำเนินคดี&nbsp;สั่งปิด&nbsp;สั่งพักใบอนุญาตอย่างจริงจัง</p>	9/1/2022	ภาคใต้	ภูเก็ต	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220109175919155
311	จังหวัดภูเก็ตเตรียมแผนเชิงรุกทุกมิติ หลังยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นรายวัน เน้นการจัดระบบรักษาที่บ้าน โรงแรมที่พัก หรือชุมชน เพื่อให้โรงพยาบาลรองรับผู้ป่วยกลุ่มสีเหลืองหรือสีแดง และไม่กระทบต่อการให้บริการผู้ป่วยอื่น	<p><strong>วันนี้&nbsp;(9&nbsp;มกราคม&nbsp;65)&nbsp;ที่ห้องประชุมมุขหน้า&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศูนย์ราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;</strong>นายณรงค์&nbsp;วุ่นซิ้ว&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายอำนวย&nbsp;พิณสุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;นายอานุภาพ&nbsp;รอดขวัญ&nbsp;ยอดระบำ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ผู้บริหารส่วนราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;และภาคเอกชน&nbsp;ร่วมประชุมหารือแนวทางการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ในกลุ่มประชาชนและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในจังหวัดภูเก็ต&nbsp;พร้อมติดตามสถานการณ์หลังพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น&nbsp;โดยเน้นย้ำและกำชับให้ทุกภาคส่วนติดตามประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;เน้นการจัดระบบการรักษาที่บ้าน&nbsp;โรงแรมที่พัก&nbsp;หรือชุมชน&nbsp;เพื่อให้โรงพยาบาลไว้รองรับผู้ป่วยกลุ่มสีเหลืองหรือกลุ่มสีแดง&nbsp;ไม่ส่งผลกระทบต่อการให้บริการผู้ป่วยอื่น</p><p><strong>นายณรงค์&nbsp;วุ่นซิ้ว&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;กล่าวเน้นย้ำให้ทุกส่วนติดตามประเมินสถานการณ์การติดเชื้ออย่างใกล้ชิด&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมทรัพยากร&nbsp;ทั้งเรื่องของเตียง&nbsp;ยา&nbsp;และเวชภัณฑ์&nbsp;ไว้รองรับผู้ติดเชื้อ&nbsp;โดยให้เน้นการจัดระบบการรักษาที่บ้านหรือชุมชน&nbsp;(Home&nbsp;Isolation&nbsp;:&nbsp;HI&nbsp;/&nbsp;Community&nbsp;Isolation&nbsp;:&nbsp;CI)&nbsp;เนื่องจากผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่เป็นกลุ่มสีเขียวที่ไม่มีอาการหรือมีอาการน้อย&nbsp;และให้มีระบบติดตามอาการ&nbsp;และสื่อสาร&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้ติดเชื้อและครอบครัว&nbsp;ซึ่งการดำเนินการตามแนวทางดังกล่าว&nbsp;เพื่อต้องการให้พื้นที่โรงพยาบาลสามารถรองรับการรักษาผู้ป่วยกลุ่มสีเหลืองและกลุ่มสีแดง&nbsp;รวมถึงให้บริการผู้ป่วยอื่นๆ&nbsp;ได้ตามปกติ&nbsp;และขอให้เพิ่มการจัดบริการฉีดวัคซีนเชิงรุกในพื้นที่&nbsp;เพื่อให้ประชาชนได้รับวัคซีนมากที่สุด</p><p><strong>นายแพทย์กู้ศักดิ์&nbsp;กู้เกียรติกูล&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;ได้รายงานการประเมินสถานการณ์ระดับประเทศ&nbsp;ว่า&nbsp;ขณะนี้ประเทศไทยมีแนวโน้มการระบาดเพิ่มขึ้น&nbsp;ซึ่งจังหวัดภูเก็ตมีอัตราการพบเชื้อเฉลี่ย&nbsp;7&nbsp;วันย้อนหลัง&nbsp;เท่ากับ&nbsp;340&nbsp;ราย&nbsp;และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นมาก&nbsp;โดยพบผู้ติดเชื้อในกลุ่มผู้เดินทางมาจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ทั้งรูปแบบ&nbsp;Test&nbsp;&amp;&nbsp;GO&nbsp;และ&nbsp;Phuket&nbsp;Sandbox&nbsp;รวมทั้งการติดเชื้อในพื้นที่จังหวัดเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;ทำให้อัตราครองเตียงรักษาผู้ป่วยเพิ่มขึ้นมากตามมา&nbsp;และเริ่มไม่เพียงพอในการรองรับผู้ป่วย&nbsp;ส่วนอัตราการเสียชีวิตมีแนวโน้มลดลง&nbsp;สำหรับผู้ติดเชื้อที่มีประวัติเสี่ยงส่วนใหญ่เป็นการสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย&nbsp;จากการมีกิจกรรมร่วมกัน&nbsp;รวมถึงมีอาชีพสัมผัสนักท่องเที่ยว&nbsp;ทำงานในแหล่งท่องเที่ยว&nbsp;และมีความเชื่อมโยงการระบาดในกลุ่ม&nbsp;Test&nbsp;&amp;&nbsp;GO&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;จากการสุ่มตรวจสายพันธุ์ของตัวอย่างในจังหวัด&nbsp;</strong>พบเชื้อโอมิครอน&nbsp;ร้อยละ&nbsp;66.3&nbsp;LQ&nbsp;สำหรับกักกัน&nbsp;HRC&nbsp;เริ่มไม่เพียงพอ&nbsp;ดังนั้น&nbsp;กระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศปรับระดับการเตือนภัยโรคโควิด-19&nbsp;สำหรับประชาชนและสถานประกอบการเป็นระดับ&nbsp;4&nbsp;(งดเข้าสถานที่เสี่ยง)&nbsp;สถานที่ระบบปิด&nbsp;สถานที่แออัดเช่น&nbsp;ร้านอาหารกึ่งผับ&nbsp;ซึ่งมีระบบระบายอากาศไม่ดี&nbsp;เน้นสื่อสารประชาชนกลับจากต่างจังหวัดให้เฝ้าสังเกตอาการตนเองอย่างน้อย&nbsp;14&nbsp;วัน,&nbsp;WFH&nbsp;งดเข้าสถานที่เสี่ยง&nbsp;และเร่งไปฉีดวัคซีนตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทุกสัปดาห์&nbsp;หากพบการติดเชื้อ&nbsp;โทร.1330&nbsp;สปสช.&nbsp;เพื่อลงทะเบียนรักษาแบบแยกกักที่บ้าน&nbsp;(Home&nbsp;Isolation)&nbsp;ชะลอการเดินทางข้ามจังหวัด&nbsp;หรือไปต่างประเทศ&nbsp;หากไม่จำเป็น&nbsp;และกำหนดให้สถานประกอบการ&nbsp;ปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;Covid-Free&nbsp;Setting&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;หากพบผู้ติดเชื้อให้ทำ&nbsp;Bubble&nbsp;&amp;&nbsp;Seal&nbsp;ในโรงงาน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ในส่วนของการเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุขเร่งรัดดำเนินการ&nbsp;4&nbsp;มาตรการ</strong>&nbsp;เปิดประเทศ&nbsp;ได้แก่&nbsp;Vaccine,&nbsp;Universal&nbsp;Prevention,&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting,&nbsp;ATKเตรียมแผนเผชิญเหตุรองรับการเปิดประเทศแผนปฏิบัติการรองรับการระบาดในพื้นที่จัดเตรียมระบบการรักษาผู้ติดเชื้อโควิดที่เพิ่มขึ้น&nbsp;ทั้งในส่วน&nbsp;รพ./รพ.สนาม/CI/Hospitel/AQ&nbsp;/Hotel&nbsp;Isolation/Home&nbsp;Isolation&nbsp;เพิ่มมาตรการชะลอการระบาดเป็นวงกว้าง&nbsp;โดยเฝ้าระวัง&nbsp;Event-based&nbsp;Surveillance&nbsp;และตรวจเชิงรุกด้วย&nbsp;ATK&nbsp;เร่งรัดการฉีดวัคซีนเข็ม&nbsp;3,&nbsp;เข็มที่&nbsp;4&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่ม&nbsp;608&nbsp;กลุ่มเสี่ยงอื่นๆ</p><p><strong>นอกจากนั้น&nbsp;ในที่ประชุมได้หารือกรณีสถานบันเทิง&nbsp;ผับบาร์&nbsp;คาราโอเกะ&nbsp;</strong>สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบไปเปิดเป็นร้านอาหารได้&nbsp;แต่ต้องได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด&nbsp;ภายในวันที่&nbsp;15&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เท่านั้น&nbsp;และ&nbsp;ในส่วนพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว&nbsp;(สีฟ้า)&nbsp;อนุญาตเปิดมาตรการได้แบบสีเขียว&nbsp;คือ&nbsp;ดื่มสุราในร้านอาหารได้&nbsp;จำกัดเวลาถึง&nbsp;21.00&nbsp;น.&nbsp;โดยต้องเป็นร้านที่ผ่านมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;Plus&nbsp;และ&nbsp;Thai&nbsp;Stop&nbsp;Covid19&nbsp;2&nbsp;Plus&nbsp;เท่านั้น&nbsp;โดยทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดจะคุมเข้มการเปิด&nbsp;หากทำไม่ถูกจะมีดำเนินคดีสั่งปิด&nbsp;สั่งพักใบอนุญาตอย่างจริงจังต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	9/1/2022	ภาคใต้	ภูเก็ต	สวท.ภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220109181720156
312	จังหวัดสระบุรีเตรียมพร้อมสถานพยาบาลหลังสถานการณ์โควิด-19 มีแนวโน้มสูงขึ้น	<p><strong>นายแพทย์ธนวัฒน์&nbsp;วงศ์ผัน&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสระบุรี&nbsp;</strong>เปิดเผยว่า&nbsp;สถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่า&nbsp;2019&nbsp;ในจังหวัดสระบุรมีแนวโน้มการติดเชื้อสูงขึ้นหลังช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;จังหวัดสระบุรี&nbsp;จึงเตรียมความพร้อม&nbsp;สถานพยาบาล&nbsp;hospitel&nbsp;และหอผู้ป่วยในโรงพยาบาลเตรียมรับสถานการณ์โควิดในระลอก&nbsp;4&nbsp;พร้อมเสริมศักยภาพการตรวจหาสายพันธุ์ทางห้องปฏิบัติการได้ทุกโรงพยาบาล&nbsp;ทั้งจังหวัดฟรี&nbsp;ส่วนมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19&nbsp;ยังคงเข้มงวด&nbsp;สถานประกอบการโรงงาน&nbsp;ก็ยังเน้นการตรวจด้วยชุด&nbsp;ATK&nbsp;ตามมาตรการของโรงงานและก็ยังคงเข้มงวดในการปฏิบัติ&nbsp;ในการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19</p><p>&nbsp;<strong>ในส่วนของโรงเรียนยังคงมีการตรวจ&nbsp;ATK</strong>&nbsp;อยู่อย่างสม่ำเสมอและกำหนดให้มีการสอนในลักษณะ&nbsp;on&nbsp;site&nbsp;เปิดที่โรงเรียน&nbsp;ประมาณ&nbsp;ร้อยละ&nbsp;75&nbsp;และเป็นออนไลน์ประมาณ&nbsp;ร้อยละ&nbsp;25&nbsp;สำหรับความพร้อมของสถานพยาบาลในจังหวัดสระบุรี&nbsp;มีเตียงรองรับผู้ป่วยที่อยู่ในระบบเกือบ&nbsp;2,000&nbsp;เตียง&nbsp;ปัจจุบันมีผู้ป่วยนอนอยู่ประมาณ&nbsp;300-400&nbsp;เตียง</p><p><strong>แต่อย่างไรก็ตามมาตรการก็คงยังให้เตรียมความพร้อมศูนย์พักคอยของแต่ละชุมชนไว้&nbsp;</strong>และเร่งฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;3&nbsp;เข็มที่&nbsp;4&nbsp;สำหรับเข็ม&nbsp;3&nbsp;ก็เร่งฉีดให้กับกลุ่มประชาชนทั่วไป&nbsp;และเข็ม&nbsp;4&nbsp;เน้นกลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติในกลุ่มของด่านหน้า&nbsp;และกลุ่มผู้มีโรคประจำตัว&nbsp;สำหรับประชาชนที่มีความเสี่ยงก็สามารถไปรับการตรวจได้&nbsp;โดยสามารถไปขอรับการตรวจได้ที่โรงพยาบาล&nbsp;ของรัฐทุกแห่ง&nbsp;ซึ่งปัจจุบันในจังหวัดสระบุรีได้เปิดดำเนินการตรวจให้กับพี่น้องประชาชนทุกวัน&nbsp;หรืออีกช่องทางโดยเข้าไปลงทะเบียนในแอพเป๋าตังค์ก็จะสามารถขอรับชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ได้ฟรีเพื่อจะนำไปตรวจหาเชื้อวิเคราะห์ด้วยตนเองเบื้องต้น</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	9/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	สระบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220109190330162
313	นายกรัฐมนตรี กำชับผู้ว่าราชการจังหวัด เตรียมพร้อมเตียง เวชภัณฑ์ รองรับจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดย้ำทุกพื้นที่ ทุกจังหวัด เข้มมาตรการ ศบค.	<p>พลเอก ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมทรัพยากรสาธารณสุข ทั้งบุคลากรทางการแพทย์ เตียง ยาและเวชภัณฑ์ล่วงหน้าแล้ว เพื่อรองรับจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นซึ่งเป็นไปตามการประเมินของคณะแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข สอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดทั่วโลก</p><p><br></p><p>.</p><p>นายกรัฐมนตรีได้กำชับไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด ทุกจังหวัด รวมทั้งกทม. คุมเข้มการปฏิบัติตามมาตรการทางสาธารณสุขและ ศบค. อย่างเคร่งครัด เพื่อควบคุมจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ภายในพื้นที่ พร้อมขอความร่วมมือประชาชนดูแลตนเองตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด รวมถึงการคัดกรองตนเองด้วย ATK อย่างสม่ำเสมอ ด้วยความร่วมมือของทุกคน เชื่อว่าไทยจะสามารถควบคุมและเอาชนะการแพร่ระบาดระลอกปัจจุบันได้ เช่นเดียวกับทุกครั้งที่ผ่านมา</p><p><br></p>	10/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220109102341037
314	จังหวัดตรังพบผู้ป่วยติดเชื้อลดลง และมีผู้ที่รักษาหายเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังมีผู้เสียชีวิต ในขณะที่มีผู้ติดเชื้อโอมิครอน อีก 3 ราย รวมผู้ติดเชื้อโอมิครอน 9 ราย   จึงขอเตือนประชาชนให้ปฏิบัติตามาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด	<p><strong>นายแพทย์&nbsp;ตุลกานต์&nbsp;มักคุ้น&nbsp;นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ&nbsp;โรงพยาบาลตรัง</strong>&nbsp;ในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ผู้ป่วยที่รักษาหายเพิ่ม&nbsp;62&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายรวม&nbsp;17,556&nbsp;ราย&nbsp;มีผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;ยังคงรักษาใน&nbsp;รพ.&nbsp;213&nbsp;ราย&nbsp;มีอาการน้อย&nbsp;153&nbsp;ราย&nbsp;ปานกลาง&nbsp;53&nbsp;ราย&nbsp;ให้ออกซิเจน&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;ให้ออกซิเจนแรงดันสูง&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;มีเสียชีวิต&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;รวมผู้เสียชีวิตทั้งสิ้นขณะนี้&nbsp;116&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้จังหวัดตรังได้ทำการตรวจหาเชื้อ&nbsp;SARs-COV-2</strong>&nbsp;โดยดำเนินการไปแล้วทั้งสิ้น&nbsp;117,940&nbsp;ราย&nbsp;พบผลบวก&nbsp;(ติดเชื้อ)&nbsp;18,375&nbsp;ราย&nbsp;ขณะนี้มีผู้ติดเชื้อโอมิครอนแล้วจำนวน&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;วันนี้มีการ&nbsp;Swab&nbsp;59&nbsp;ราย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;การฉีดวัคซีนในเด็กอายุ&nbsp;5-11&nbsp;ปี&nbsp;คาดว่าจะเริ่มการฉีดในปลายเดือนมกราคมนี้</p><p><strong>นอกจากนี้จังหวัดตรังมีผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;</strong>ที่รักษาหาย&nbsp;27&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายสะสม&nbsp;17,838&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;รวม&nbsp;116&nbsp;ราย&nbsp;และตรังมีผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนเพิ่มอีก&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งรายแรกเป็นเด็กหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;9&nbsp;ขวบ&nbsp;5&nbsp;เดือน&nbsp;ภูมิลำเนา&nbsp;อยู่ที่&nbsp;ต.ควนเมา&nbsp;อ.รัษฎา&nbsp;รับเชื้อจากรายที่&nbsp;5&nbsp;ที่เป็นเพศหญิงใน&nbsp;อ.รัษฎา&nbsp;ที่ลูกชายนำเชื้อมาให้จาก&nbsp;กทม.&nbsp;ส่วนอีกสองราย&nbsp;มาจาก&nbsp;จ.ภูเก็ต&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และติดในบ้านเดียวกัน&nbsp;1&nbsp;รายรายแรกเป็นเพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;41&nbsp;ปี&nbsp;เป็นพนักงานธนาคารที่&nbsp;ต.รัษฎา&nbsp;อ.เมืองภูเก็ต&nbsp;เดินทางมา&nbsp;จ.ตรังเมื่อวันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;&nbsp;โดยก่อนหน้าได้ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นลบ&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;เดินทางไปเที่ยวทะเลใน&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;ร่วมกับญาติๆ&nbsp;เริ่มมีอาการเมื่อวันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;และวันที่&nbsp;2&nbsp;มกราคม&nbsp;มีอาการเพลียและเมื่อทำการตรวจในเวลาต่อมาผลยืนยันว่าเป็นบวก&nbsp;ส่วนรายที่อยู่บ้านเดียวกันใน&nbsp;จ.ตรังเป็นเพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;45&nbsp;ปี&nbsp;เป็นบุคลากรทางการแพทย์ของ&nbsp;รพ.วังวิเศษ&nbsp;รายนี้สัมผัสจากผู้ที่เดินทางมาจากภูเก็ต&nbsp;สรุปในขณะนี้&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;มีผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนแล้ว&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;จากใน&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;นำเข้าจากต่างประเทศ&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;นำเข้าจาก&nbsp;กทม.1&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;และมาจาก&nbsp;จ.ภูเก็ต&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;มาตรการของคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อเมื่อวานนี้มีมติสำคัญดังนี้&nbsp;ข้อแรกก็คือ&nbsp;วันเด็กแห่งชาติ&nbsp;เนื่องจากว่าได้มีการขอความร่วมมือจากกระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;ให้งดจัดงานวันเด็กด้วยเหตุผลสำคัญ&nbsp;2&nbsp;ข้อ&nbsp;ข้อแรกก็คือ&nbsp;วันเด็กอยู่ในช่วงเวลาของการแพร่ระบาดของสายพันธุ์โอมิครอนหลังเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่&nbsp;นับจากวันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;ไป&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;วันเด็กปีนี้ตรงกับวันเสาร์ที่&nbsp;8&nbsp;จึงของดในการจัดกิจกรรม&nbsp;ประกอบกับเด็กอายุ&nbsp;5-11&nbsp;ปียังไม่ได้รับวัคซีนป้องกันโรคจึงมีโอกาสที่จะเกิดโรครุนแรงขึ้นได้&nbsp;ด้วนเหตุนี้มติกรรมการโรคติดต่อ&nbsp;จึงเลื่อนจัดงานวันเด็กประจำปีนี้ของ&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;ออกไปก่อน&nbsp;อาจจะมีการจัดชดเชยให้ในกรณีที่ได้รับวัคซีนและสถานการณ์ของ&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;ดีขึ้น&nbsp;ข้อที่สอง&nbsp;ในเหตุผลเดียวกัน&nbsp;เนื่องจากการจัดงานวันครูในวันที่&nbsp;16&nbsp;มกราคมนี้&nbsp;เป็นการจัดในผู้ใหญ่ที่ได้รับวัคซีนแล้ว&nbsp;และเป็นการปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;เช่น&nbsp;การเว้นระยะห่าง&nbsp;การสวมหน้ากากอนามัย&nbsp;และการงดรับประทานอาหารในระหว่างทำพิธี&nbsp;และการจัดวันครูอยู่ในวันที่&nbsp;16&nbsp;มกราคม&nbsp;ซึ่งเป็นหลังจากช่วงเวลาของการฟักตัวของเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนหลังเทศกาลปีใหม่แล้ว&nbsp;ที่ประชุมจึงมีมติอนุญาตให้จัดงานวันครูได้&nbsp;อันนี้จึงขอให้ครูและนักเรียนได้เข้าใจตรงนี้&nbsp;ทำไมครูจัดได้นักเรียนจัดไม่ได้&nbsp;ในกรณีของโนราโรงครูเช่นเดียวกันแม้ว่าคณะกรรมการจะเข้าใจความจำเป็นในการจัดโนราโรงครูในเดือนยี่นี้&nbsp;แต่ว่าเพื่อความปลอดภัยของทั้งทีมโนราและผู้ร่วมงาน&nbsp;จึงมีมติให้จัดงานโนราโรงครูได้หลังวันที่&nbsp;15&nbsp;มกราคม&nbsp;ซึ่งเป็นระยะเวลาฟักตัวของเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนหลังเทศกาลปีใหม่&nbsp;เช่นเดียวกับเรื่องของงานแต่ง&nbsp;เดิมคณะกรรมการโรคติดต่อได้พิจารณาให้จัดงานเลี้ยงมงคลสมรสได้&nbsp;แต่ว่าเนื่องจากการฟักตัวของเชื้อฯ&nbsp;อยู่ในช่วงเวลานี้&nbsp;การจัดงานเลี้ยงมงคลสมรสต้องรอพิจารณาการประชุมของคณะกรรมการโรคติดต่อคราวหน้า&nbsp;อนุญาตให้เพียงจัดประเพณีมงคลสมรสเท่านั้น&nbsp;เช่น&nbsp;การจัดขบวนขันหมาก&nbsp;การรดน้ำสังข์&nbsp;การจดทะเบียนสมรส&nbsp;หรือการยกน้ำชา&nbsp;พิธีการเหล่านี้ทำในครอบครัวสามารถกระทำได้&nbsp;ข้อถัดไปคือ&nbsp;เรื่องของสนามชนไก่&nbsp;สนามชนโค&nbsp;สนามกัดปลา&nbsp;3&nbsp;สนามนี้ให้มีการข้ออนุญาตและมีการไปตรวจพื้นที่โดยสำนักงานการปกครอง&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;แต่เนื่องจากเป็นระยะเวลาของการระบาดของเชื้อสายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;ในช่วง&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;หลังปีใหม่จึงขอให้เลื่อนออกไปก่อน&nbsp;หลังวันที่&nbsp;15&nbsp;มกราคม&nbsp;คาดว่าจะเปิดได้ในกิจกรรม&nbsp;3&nbsp;อย่างนี้ที่ได้ขอความร่วมมือประชาชนไป&nbsp;เช่นเดียวกับร้านเกมส์ในห้างก็ยังขอให้งดเช่นเดียวกัน</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	10/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110084708212
315	นายกรัฐมนตรี ห่วงการแพร่ระบาด โอมิครอน สั่งการตรวจเชื้อเชิงรุก ขอความร่วมมืออย่ากักตุนฉวยโอกาสขึ้นราคา ATK	<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;กำชับทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมโดยเฉพาะด้านสาธารณสุขรองรับจำนวนผู้ติดเชื้อที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;จากโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;ที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว&nbsp;โดยได้สั่งการให้มีการตรวจเชื้อแบบเชิงรุก&nbsp;เพื่อเร่งแยกผู้ป่วยออกจากประชากรทั่วไปให้ได้มากที่สุด</p><p><strong>ล่าสุด&nbsp;กระทรวงสาธารณสุข</strong>&nbsp;โดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&nbsp;(สปสช.)&nbsp;ร่วมกับคณะเทคนิคการแพทย์&nbsp;มหาวิทยาลัยมหิดล&nbsp;และบริษัท&nbsp;ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์&nbsp;&nbsp;จำกัด&nbsp;(ธพส.)&nbsp;จัดตรวจโควิด-19&nbsp;เชิงรุกที่ศูนย์ราชการฯ&nbsp;ถ.แจ้งวัฒนะ&nbsp;กทม.&nbsp;(บริเวณลานจอดรถชั้น&nbsp;1&nbsp;อาคารบี)&nbsp;เพื่อสนับสนุนกรุงเทพมหานครและอำนวยความสะดวกให้ประชาชน&nbsp;ใช้ชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;รู้ผลใน&nbsp;30&nbsp;นาที&nbsp;โดยหากปรากฏว่าผลตรวจเป็นบวก&nbsp;หรือติดเชื้อก็จะเข้าสู่กระบวนการรักษาที่บ้าน&nbsp;(Home&nbsp;Isolation)&nbsp;หรือในระบบชุมชน&nbsp;&nbsp;(Community&nbsp;Isolation)&nbsp;หากอาการแย่ลงก็จะส่งเข้ารักษาในโรงพยาบาลทันที&nbsp;โดยตั้งเป้าตรวจวันละ&nbsp;1,000&nbsp;ราย&nbsp;เริ่มตั้งแต่วันที่&nbsp;11-21&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์</strong>&nbsp;ให้ติดตามควบคุมราคาการจำหน่าย&nbsp;&nbsp;ATK&nbsp;&nbsp;อย่างใกล้ชิด&nbsp;หากพบว่ามีการฉวยโอกาสขึ้นราคาก็ให้ดำเนินการตามกฎหมาย&nbsp;พร้อมกับวางแนวทางป้องกันไม่เกิดการเอารัดเอาเปรียบประชาชนที่อยู่ในช่วงยากลำบาก</p><p><strong>โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;ในการเตรียมความพร้อมระบบการดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ที่บ้าน&nbsp;(Home&nbsp;Isolation:&nbsp;HI)&nbsp;เพื่อรองรับกับสถานการณ์ในประเทศไทยที่พบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;(Omicron)&nbsp;เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เนื่องจากแพร่ระบาดที่รวดเร็ว&nbsp;อาจส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นกระจายไปในหลายพื้นที่ได้&nbsp;สปสช.&nbsp;ได้พัฒนาระบบการติดตามผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ทาง&nbsp;Line&nbsp;สปสช.&nbsp;@nhso&nbsp;กรณีเข้ารับบริการดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ที่บ้าน&nbsp;</p><p><strong>แนะนำประชาชนที่ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ด้วยตัวเองแล้วขึ้น&nbsp;2&nbsp;ขีด</strong>&nbsp;สิ่งที่ต้องทำคือ&nbsp;โทรแจ้งสายด่วน&nbsp;1330&nbsp;กด&nbsp;14&nbsp;หรือแอดไลน์&nbsp;@nhso&nbsp;(เจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับภายใน&nbsp;6&nbsp;ชั่วโมง)&nbsp;กรณีที่โทรไม่ติด&nbsp;หรือสายไม่ว่าง&nbsp;ไม่ต้องกังวล&nbsp;เพราะระบบได้บันทึกข้อมูลไว้แล้ว&nbsp;และจะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับเพื่อรับข้อมูลเข้าระบบ&nbsp;ส่วนต่างจังหวัดสามารถติดต่อสถานพยาบาลใกล้บ้าน&nbsp;หรือโรงพยาบาลส่วนตำบล&nbsp;</p><p><strong>ผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ที่เข้าสู่ระบบการรักษาที่บ้าน</strong>&nbsp;จะได้รับการดูแลติดตามอาการ&nbsp;บริการส่งยา&nbsp;ส่งอาหาร&nbsp;ส่งอุปกรณ์ทางการแพทย์&nbsp;อาทิ&nbsp;ที่วัดไข้แบบดิจิทัล&nbsp;เครื่องวัดค่าออกซิเจนปลายนิ้ว&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ในกรณีที่จำเป็นอาจได้รับการเอกซเรย์ปอด&nbsp;การตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;จนหายป่วย&nbsp;หรือส่งต่อไปรักษาต่อในโรงพยาบาลกรณีอาการเปลี่ยนแปลง</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	10/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110093158224
316	เร่งติดตามสถานการณ์ราคาและการจำหน่ายชุดตรวจ ATK อย่างใกล้ชิด ล่าสุดมีแนวโน้มราคาปรับลดลงต่อเนื่อง 	<p><strong>นางมัลลิกา&nbsp;บุญมีตระกูล&nbsp;มหาสุข</strong>&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;ติดตามสถานการณ์ราคาและการจำหน่ายชุดตรวจโควิด-19&nbsp;แบบ&nbsp;ATK&nbsp;อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง&nbsp;โดยรายงานจากกรมการค้าภายใน&nbsp;แจ้งว่า&nbsp;ในช่วงปลายปีต่อต้นปี&nbsp;บางยี่ห้อราคาสูงขึ้นเล็กน้อย&nbsp;เพราะความต้องการใช้ที่สูงขึ้น&nbsp;ประกอบกับสินค้าอยู่ระหว่างการสั่งซื้อและจัดส่ง&nbsp;ทำให้สินค้ามีน้อย&nbsp;แต่ขณะนี้&nbsp;มีแนวโน้มราคาลดลงอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เนื่องจากมีผู้ที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าจาก&nbsp;อย.&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;และมีการนำเข้ามาจำนวนหลายราย&nbsp;ทำให้สินค้าในท้องตลาดมีจำนวนมากขึ้น&nbsp;</p><p><strong>โดยช่องทางออนไลน์</strong>&nbsp;ราคาจำหน่ายเริ่มตั้งแต่ชุดละ&nbsp;38-390&nbsp;บาท/ชิ้น&nbsp;ส่วนร้านขายยา&nbsp;ราคาตั้งแต่ชุดละ&nbsp;40-350&nbsp;บาท/ชิ้น&nbsp;คาดว่า&nbsp;ราคาจะทรงตัวในระดับนี้&nbsp;หรืออาจจะลดลงได้อีก&nbsp;หากมีการนำเข้ามาขายในตลาดมากขึ้น&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;โครงการต่างๆ&nbsp;ของรัฐ</strong>&nbsp;เช่น&nbsp;สปสช.&nbsp;แจก&nbsp;ATK&nbsp;ฟรี&nbsp;จำนวน&nbsp;8.5&nbsp;ล้านชิ้น&nbsp;ซึ่งล่าสุดแจกทั่วประเทศไปแล้วกว่า&nbsp;5,000,000&nbsp;ชุด&nbsp;รวมถึงโครงการ&nbsp;ATK&nbsp;คุณภาพ&nbsp;เพื่อสังคมไทย&nbsp;ขององค์การเภสัชกรรม&nbsp;(GPO)&nbsp;ยังช่วยลดภาระของประชาชนและชะลอการสั่งซื้อลงได้</p><p><strong>ชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ถือเป็นสินค้าควบคุม&nbsp;</strong>ตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;(กกร.)&nbsp;และยังใช้มาตรการแจ้งข้อมูลและจัดทำบัญชีคุมสินค้าชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;โดยผู้ผลิต&nbsp;ผู้นำเข้า&nbsp;ผู้ค้าส่ง&nbsp;ต้องแจ้งข้อมูลสินค้าต่อกรมการค้าภายใน&nbsp;เพื่อให้สามารถติดตามความเคลื่อนไหว&nbsp;ป้องกันการฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้บริโภค&nbsp;หากไม่แจ้งจะมีความผิดตามกฎหมาย&nbsp;และหากขายราคาสูงเกินสมควรจะมีความผิดตามมาตรา&nbsp;29&nbsp;ตาม&nbsp;พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;พ.ศ.2542&nbsp;มีโทษปรับไม่เกิน&nbsp;140,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือจำคุกไม่เกิน&nbsp;7&nbsp;ปี&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;ประชาชนสามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน&nbsp;โทร&nbsp;1569&nbsp;หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	10/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110102647246
317	จังหวัดแพร่ตรวจ ATK หาเชื้อโควิด-19 เบื้องต้นแก่ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติราชการศาลากลางจังหวัดแพร่	<p><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(10&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;</strong>ที่บริเวณศาลากลางจังหวัดแพร่&nbsp;นายสมหวัง&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;ได้มอบหมายให้สำนักงานสาธารรสุขจังหวัดแพร่&nbsp;โดยนายแพทย์ขจร&nbsp;วินัยพานิช&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแพร่นำเจ้าหน้าที่มาดำเนินการตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;ด้วยชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;กับข้าราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;พนักงาน&nbsp;ที่ปฏิบัติราชการ&nbsp;ณ&nbsp;ศาลากลางจังหวัดแพร่ทุกคน&nbsp;เพี่อเป็นการหาเชื้อโควิด-19&nbsp;ในเบื้องต้น&nbsp;จำนวน&nbsp;543&nbsp;คน&nbsp;</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์โรคโควิด-19&nbsp;ของจังหวัดแพร่</strong>&nbsp;ข้อมูลจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแพร่&nbsp;ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;9&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;18.00&nbsp;น.&nbsp;จังหวัดแพร่มีผู้ติดเชื้อตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;6&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;โดยมีผู้ป่วยรายใหม่&nbsp;34&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยยืนยันสะสม&nbsp;2,201&nbsp;ราย&nbsp;(แบ่งเป็นผู้ป่วยในจังหวัดแพร่&nbsp;1,068&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยจากต่างจังหวัด&nbsp;523&nbsp;ราย&nbsp;จากสถานที่กักกันตัว&nbsp;610&nbsp;ราย)&nbsp;ผู้ป่วยที่ยังรักษาตัวอยู่&nbsp;102&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ระหว่างรับตัวเพื่อรักการรักษา&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;(HI)&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;2,078&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;19&nbsp;ราย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดแพร่ยังไม่พบผู้ป่วยจากโควิด-19&nbsp;</strong>จากสายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;และยอดผู้ป่วยสะสมเป็นลำดับที่&nbsp;77&nbsp;ของประเทศ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	10/1/2022	ภาคเหนือ	แพร่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110103411256
318	วัดป่าถ้ำวัว จ.แม่ฮ่องสอน ประกอบพิธีปิดทองผูกพัทธสีมาและฝังลูกนิมิต ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19	<p><strong>วันที่&nbsp;9&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์&nbsp;กรรมการมหาเถรสมาคม&nbsp;เลขาธิการคณะธรรมยุต&nbsp;อธิบดีฝ่ายสงฆ์ในมณฑลพิธี&nbsp;ประกอบพิธีตัดหวายลูกนิมิตผูกพัทธสีมา&nbsp;วัดป่าถ้ำวัว&nbsp;ตำบลห้วยผา&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ตามมติมหาเถรสมาคม&nbsp;โดยมีนายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นประธานพิธีฝ่ายคฤหัสถ์&nbsp;</p><p><strong>การประกอบพิธีฯ&nbsp;ดังกล่าว</strong>&nbsp;อยู่ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;โดยก่อนประกอบพิธี&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ดำเนินการตรวจคัดกรองผู้เข้าร่วมพิธีตลอดทั้งวันที่&nbsp;8&nbsp;และ&nbsp;9&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ทั้งมาตรการตรวจด้วยชุด&nbsp;ATK&nbsp;ตรวจวัดอุณหภูมิ&nbsp;&nbsp;และมาตรการจำกัดจำนวนผู้ร่วมงาน</p><p><strong>วัดป่าถ้ำวัว&nbsp;ตั้งอยู่ที่บ้านสุยะ&nbsp;ตำบลห้วยผา&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;เริ่มสร้างขึ้นเมื่อปี&nbsp;2536&nbsp;โดยท่านพระครูวิมลภาวนานุศาสน์&nbsp;หรือพระอาจารย์สายหยุด&nbsp;ปญญาธโร&nbsp;&nbsp;เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน&nbsp;โดยหลังจากบวชพระเมื่อปี&nbsp;2517&nbsp;ได้มีโอกาสปฏิบัติสมาธิกับศิษย์ของพระอาจารย์ชา&nbsp;แห่งวัดหนองป่าพง,&nbsp;หลวงปู่เทสก์&nbsp;เทสรํสี,&nbsp;หลวงพ่อพุธ&nbsp;ฐานิโย&nbsp;และหลวงพ่อพุทธทาสภิกขุ&nbsp;เป็นต้น&nbsp;จากนั้นได้ออกเดินธุดงค์มาที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;และได้เริ่มสร้างวัดแห่งนี้ขึ้น</p><p><strong>วัดแห่งนี้เป็นสำนักปฏิบัติธรรมที่มีความสะอาด</strong>&nbsp;สงบ&nbsp;สันติ&nbsp;สิ่งแวดล้อมร่มรื่น&nbsp;สวยงาม&nbsp;เหมาะสมที่จะปฏิบัติธรรม&nbsp;ทำให้ติดอันดับ&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;5&nbsp;ของสำนักปฏิบัติธรรมที่ดีที่สุดในโลก&nbsp;เป็นวัดที่มีชาวต่างชาติพากันเดินทาง&nbsp;มาฝึกปฏิบัติธรรมและฝึกสมาธิ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>	10/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110104916260
319	เที่ยว ถ้ำแก้วโกมล ถ้ำแคลไซต์ 1 ใน 3 ของโลก แบบ Safety สสอ.แม่ลาน้อย จับมือวนอุทยานแก้วโกมล คุมเป็นพื้นที่ COVID Free Setting	<p><strong>นายกฤต&nbsp;วงศ์น้อย&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong>เปิดเผยว่า&nbsp;ยกระดับมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;ในสถานที่ท่องเที่ยวถ้ำแก้วโกมล&nbsp;อำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นพื้นที่โควิดฟรีเซตติ้ง&nbsp;COVID-Free&nbsp;Setting&nbsp;(มาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร)&nbsp;ภายใต้&nbsp;3&nbsp;มาตรการสำคัญ&nbsp;คือ&nbsp;1.COVID-Free&nbsp;Environment&nbsp;หรือการจัดสิ่งแวดล้อมให้ปลอดโควิด&nbsp;ได้กำชับให้มีการระบายอากาศ&nbsp;สุขอนามัยเหมาะสม&nbsp;สะอาดปลอดภัย&nbsp;และเว้นระยะห่าง&nbsp;2.COVID-Free&nbsp;Personnel&nbsp;หรือพนักงานปลอดโควิด&nbsp;เจ้าหน้าที่ของวนอุทยานถ้ำแก้วโกมล&nbsp;ต้องฉีดวัคซีนครบตามเกณฑ์&nbsp;และตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทุกสัปดาห์&nbsp;3.COVID-Free&nbsp;Customer&nbsp;หรือลูกค้าปลอดโควิด&nbsp;คือนักท่องเที่ยวต้องฉีดวัคซีนครบตามเกณฑ์&nbsp;หรือมีผลตรวจ&nbsp;ATK</p><p><strong>นายจรูญศักดิ์&nbsp;สารคำ&nbsp;พนักงานพิทักษ์ป่า&nbsp;วนอุทยานแก้วโกมล</strong>&nbsp;ระบุว่า&nbsp;หลังจากประกาศเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวเข้ามาชมถ้ำแก้วโกมล&nbsp;วนอุทยานแก้วโกมล&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;29&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;พบว่า&nbsp;ช่วงปีใหม่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจเดินทางเข้าเยี่ยมชมเป็นจำนวนมาก&nbsp;แม้ว่าจะน้อยกว่าทุกปีที่ผ่านมา&nbsp;แต่เจ้าหน้าที่ยังคงเตรียมความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยว&nbsp;ให้สามารถท่องเที่ยวได้อย่างปลอดภัย&nbsp;ทั้งการดำเนินการ&nbsp;ตามมาตรการ&nbsp;COVID-Free&nbsp;Setting&nbsp;จำกัดผู้เข้าชม&nbsp;10&nbsp;คน/รอบ&nbsp;รอบละ&nbsp;20&nbsp;นาที</p><p><strong>ถ้ำแก้วโกมล&nbsp;วนอุทยานแก้วโกมล&nbsp;</strong>อยู่ในท้องที่ตำบลแม่ลาน้อย&nbsp;อำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นถ้ำที่ไปด้วยผลึกแร่แคลไซด์&nbsp;ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;3&nbsp;ของโลก&nbsp;ในโลกจะมี&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;คือประเทศจีน&nbsp;ประเทศออสเตรเลีย&nbsp;และประเทศไทย&nbsp;คือ&nbsp;ที่ถ้ำแก้วโกมล&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;16&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2539&nbsp;สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;ได้เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรและได้พระราชทานนามเป็นชื่อ&nbsp;ถ้ำแก้วโกมล&nbsp;และชื่อห้องในถ้ำเป็นชั้นๆ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ห้องพระทัยธาร&nbsp;วิมานเมฆ&nbsp;เฉกหิมพานต์&nbsp;ม่านผาแก้ว&nbsp;และเพลิศแพร้วมณีบุปผาเต็ม</p><p><strong>สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเดินทางโดยรถประจำทางหรือใช้รถยนต์&nbsp;</strong>มาตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข&nbsp;108&nbsp;เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน&nbsp;หลักกิโลเมตรที่&nbsp;132&nbsp;เส้นทางบ้านห้วยมะไฟ&nbsp;ระยะทางประมาณ&nbsp;7&nbsp;กิโลเมตรจะถึงวนอุทยานแก้วโกมล&nbsp;เปิดทุกวันเวลา&nbsp;08:00&nbsp;น&nbsp;ถึง&nbsp;16:30&nbsp;น.&nbsp;สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม&nbsp;โทร&nbsp;09-7206-1613</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	10/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110115438298
320	หยุดโควิด-19 หาดใหญ่ ด้วย Fast ATK  ทน.หาดใหญ่ตรวจเชิงรุก ATK ฟรี ณ สถานีสูบน้ำหลังที่ว่าการอำเภอ ถนนสาครมงคล	<p><strong>วันที่&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เทศบาลนครหาดใหญ่&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;โรงพยาบาลราษฎร์ยินดี</strong>&nbsp;ปฏิบัติการเชิงรุกตรวจคัดกรอง&nbsp;เพื่อหาเชื้อโควิด&nbsp;-19&nbsp;โดย&nbsp;พล.ต.ท.สาคร&nbsp;ทองมุณี&nbsp;นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่&nbsp;มอบหมาย&nbsp;นางสาวรุจิยา&nbsp;สุขมี&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมอนามัยสิ่งแวดล้อม&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;ลงพื้นที่ให้กำลังใจและอำนวยความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติการเชิงรุก&nbsp;ตรวจคัดกรองเพื่อหาเชื้อโควิด-19&nbsp;ด้วยชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;(Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit)&nbsp;ให้กับประชาชน&nbsp;ชุมชนหลังที่ว่าการอำเภอ&nbsp;ชุมชนบ้านหาดใหญ่&nbsp;ชุมชนท่าเคียน&nbsp;ชุมชนศาลาลุงทอง&nbsp;และชุมชนใกล้เคียง&nbsp;ณ&nbsp;สถานีสูบน้ำหลังที่ว่าการอำเภอ&nbsp;ถนนสาครมงคล&nbsp;เพื่อลดการแพร่ระบาดในเชิงรุก&nbsp;ตามมาตรการเร่งด่วนในการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ภาพ/ข่าว&nbsp;:&nbsp;ประชาสัมพันธ์เทศบาลนครหาดใหญ่</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	10/1/2022	ภาคใต้	สงขลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110130914304
321	ยะลา ผู้ป่วยโควิด  เสียชีวิตเพิ่ม 2    รายใหม่  ติดเชื้อ 13   ราย  สถานการณ์ทรงตัว	<p><strong>สำหรับสถานการณ์โควิดที่&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ในวันนี้&nbsp;(10&nbsp;ม.ค&nbsp;65)&nbsp;</strong>พบ&nbsp;ผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;13&nbsp;ราย&nbsp;เพิ่มจากเมื่อวาน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;ป่วยสะสม&nbsp;&nbsp;48,956&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษาเหลือ&nbsp;172&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;50,313&nbsp;ราย&nbsp;ส่วนเสียชีวิตวันนี้&nbsp;เพิ่ม&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;จากในพื้นที่&nbsp;อ.เมือง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อ.รามัน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;สะสมรวม&nbsp;359&nbsp;ราย</p><p><strong>โดยผู้ป่วยรายใหม่&nbsp;&nbsp;13&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;พบใน&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;8&nbsp;ราย</strong>&nbsp;อ.รามัน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อ.เบตง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และ&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ส่วน&nbsp;อ.กาบัง&nbsp;อ.กรงปินัง&nbsp;อ.ยะหา&nbsp;และ&nbsp;อ.ธารโต&nbsp;วันนี้ไม่มีรายใหม่เพิ่ม&nbsp;&nbsp;ขณะที่ผู้ป่วยที่เข้าข่ายติดเชื้อ&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;รายใหม่&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;สะสม&nbsp;8,063&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	10/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110131018305
322	อำเภอเบตงยกระดับควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ภายหลังกระทรวงสาธารณสุขได้ยกระดับมาตรการแจ้งเตือนภัยโควิด จากเดิม ระดับ 3 เป็น ระดับ 4 พร้อมให้ประชาชนและสถานประกอบการ ปฏิบัติตามแนวทางป้องกันควบคุมโรคด้วยมาตรการ  VUCA ห่างไกลโอมิครอน	<p><strong>อำเภอเบตงยกระดับควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ภายหลังกระทรวงสาธารณสุขได้ยกระดับมาตรการแจ้งเตือนภัยโควิด จากเดิม ระดับ 3 เป็น ระดับ 4&nbsp;พร้อมให้ประชาชนและสถานประกอบการ ปฏิบัติตามแนวทางป้องกันควบคุมโรคด้วยมาตรการ&nbsp;VUCA ห่างไกลโอมิครอน</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้ 10 มกราคม 2565&nbsp;นายเอก ยังอภัย ณ สงขลา นายอำเภอเบตง กำชับให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการคัดกรองบุคคลที่เดินทางเข้า-ออก ในอำเภอเบตง และภายในหมู่บ้าน เพื่อยกระดับควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ห่างไกลโอมิครอน&nbsp;ภายหลังกระทรวงสาธารณสุขได้ยกระดับมาตรการแจ้งเตือนภัยโควิด จากเดิม ระดับ 3 เป็น ระดับ 4&nbsp;พร้อมตั้งเป็นจุดประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้และความเข้าใจมาตรการป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;ขอเน้นย้ำความร่วมมือให้ประชาชนและสถานประกอบการ ปฏิบัติตามแนวทางป้องกันควบคุมโรคด้วยมาตรการ&nbsp;<strong>VUCA</strong> ได้แก่ <strong>V</strong>&nbsp;คือ วัคซีน โดยผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนขอให้เข้ารับการฉีดวัคซีนและผู้ที่ได้รับวัคซีน 2 เข็มและครบตามเวลาที่กำหนด ให้ไปรับวัคซีนเข็มกระตุ้น&nbsp;ซึ่งทาง ศปก.อ.เบตง ได้จัดชุดบุคลากรทางการแพทย์ ฉีดวัคซีนเชิงรุก (Betong Drive - Thru) เข็ม 1 เข็ม 2 เข็ม 3 ให้กับประชาชนในพื้นที่ และมอบข้าวสารให้แก่ประชาชนที่เข้ารับบริการฉีดวัคซีน ณ จุดตรวจ ศอร.กม.2 ทุกวัน&nbsp;สำหรับ <strong>U</strong> คือ การป้องกันตนเองสูงสุดตลอดเวลา โดยเฉพาะเว้นระยะห่าง ล้างมือ สวมหน้ากาก โดยสวมอย่างถูกวิธีทั้งหน้ากากผ้าและหน้ากากอนามัย จะสามารถป้องกันได้ทุกสายพันธุ์ ป้องกันติดเชื้อ และป่วยหนักได้ , <strong>C</strong>&nbsp;คือ COVID Safe Living ใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย หลีกเลี่ยงจัดกิจกรรมเสี่ยงรวมถึง สถานที่ต่างๆ ต้องมีมาตรการป้องกัน เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยในสถานการณ์โควิด และ <strong>A</strong>&nbsp;คือ การตรวจ ATK กรณีที่มีความเสี่ยงต่อการรับเชื้อ หากได้รับการวินิจฉัยโดยเร็วและแยกกักตัวเข้ารับการรักษา จะช่วยป้องกันการแพร่ระบาดได้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้ขอความร่วมมือประชาชนให้ชะลอการเดินทาง เช่น การไปทำงานก็ให้ทำงานที่บ้าน (work from home) การเดินทางข้ามจังหวัด การเคลื่อนย้ายของคน และจำกัดการรวมกลุ่ม โดยมีมาตรการเข้มงวดมากขึ้น ขยายเวลาใช้มาตรการควบคุมโรค ถึง 31 ม.ค.65</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนสถานการณ์ โควิด-19 อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา ประจำวันที่&nbsp;10 มกราคม 2565 พบผู้ป่วยรายใหม่&nbsp;1 ราย&nbsp;&nbsp;รวมผู้ป่วยสะสม&nbsp;&nbsp;5,137 ราย&nbsp;&nbsp;มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 35 ราย&nbsp;ขณะที่ภาพรวมของจังหวัดยะลา พบผู้ป่วยรายใหม่&nbsp;13 ราย&nbsp;เสียชีวิต 2 ราย&nbsp;ผู้ป่วยสะสม&nbsp;&nbsp;48,956 ราย&nbsp;&nbsp;มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 359 ราย&nbsp;</p>	10/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110131220307
323	ศบค. รายงานผู้ติดเชื้อวันนี้ 7,926 ราย เสียชีวิต 13 คน พบคลัสเตอร์ใหม่ในหลายจังหวัด 	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">พญ.สุมณี&nbsp;วัชรสินธุ์</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ&nbsp;กรมควบคุมโรค&nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;รายงานผู้ติดเชื้อระลอกที่&nbsp;4&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;โดยเป็นผู้ติดรายใหม่วันนี้&nbsp;7,926&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยยืนยันสะสม&nbsp;54,041&nbsp;ราย&nbsp;หายป่วยเพิ่ม&nbsp;3,612&nbsp;ราย&nbsp;รวมหายป่วยสะสม&nbsp;28,985&nbsp;ราย&nbsp;รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล&nbsp;58,159&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ป่วยอาการหนัก&nbsp;495&nbsp;ราย&nbsp;ใส่เครื่องช่วยหายใจ&nbsp;115&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิตเพิ่ม&nbsp;13&nbsp;คน&nbsp;รวมเสียชีวิตสะสม&nbsp;140&nbsp;คน&nbsp;ผู้ติดเชื้อในประเทศ&nbsp;7,319&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;ผู้ป่วยรายใหม่จากระบบเฝ้าระวังและบริการ&nbsp;7,229&nbsp;ราย&nbsp;จากการคัดกรองเชื้อโรคในชุมชน&nbsp;90&nbsp;ราย&nbsp;ในเรือนจำ&nbsp;195&nbsp;ราย&nbsp;ติดเชื้อจากต่างประเทศ&nbsp;412&nbsp;ราย</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ส่วนผู้เสียชีวิต&nbsp;13&nbsp;คน&nbsp;เป็นชาย&nbsp;4&nbsp;คน&nbsp;หญิง&nbsp;9&nbsp;คน</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;เป็นคนไทยทั้งหมด&nbsp;อายุระหว่าง&nbsp;30&nbsp;ถึง&nbsp;89&nbsp;ปี&nbsp;ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุมากกว่า&nbsp;60&nbsp;ปี&nbsp;และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง&nbsp;โดยมี&nbsp;10&nbsp;รายเป็นผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนเลย&nbsp;หรือได้รับวัคซีนไม่ครบโด๊ส</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">สำหรับผลการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทั่วประเทศเมื่อวานนี้&nbsp;52,329&nbsp;คน</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;พบติดเชื้อ&nbsp;1,262&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;1.23&nbsp;ซึ่งผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากสถานการณ์ก่อนหน้านี้&nbsp;ส่วนการสุ่มตรวจการกลายพันธุ์พบเป็นโอมิครอน&nbsp;5,397&nbsp;ราย&nbsp;กระจายไปแล้ว&nbsp;71&nbsp;จังหวัด&nbsp;เป็นเชื้อเดลต้า&nbsp;ร้อยละ&nbsp;64.71&nbsp;โอมิครอน&nbsp;ร้อยละ&nbsp;35.17&nbsp;ที่เหลือเป็นสายพันธุ์อัลฟ่า&nbsp;ร้อยละ&nbsp;0.1&nbsp;กับเบต้า&nbsp;ร้อยละ&nbsp;0.03&nbsp;โดยจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;รายใหม่สูงสุดในประเทศ&nbsp;อยู่ที่จังหวัดชลบุรี&nbsp;767&nbsp;ราย,&nbsp;สมุทรปราการ&nbsp;693&nbsp;ราย,&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;534&nbsp;ราย,&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;513&nbsp;ราย,&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;383&nbsp;ราย</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">รายงานผู้ติดเชื้อเป็นคลัสเตอร์ที่ตลาด&nbsp;จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ชลบุรี&nbsp;ปทุมธานี&nbsp;พิษณุโลก/&nbsp;แคมป์คนงาน&nbsp;นครราชสีมา/&nbsp;โรงเรียน&nbsp;สถานศึกษา&nbsp;ที่นครปฐม/&nbsp;ค่ายทหาร&nbsp;ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์/&nbsp;สถานพยาบาล&nbsp;บุคลากรทางการแพทย์&nbsp;พบที่กรุงเทพฯ&nbsp;และปทุมธานี/&nbsp;คลัสเตอร์ร้านอาหาร&nbsp;สถานบันเทิง&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;บุรีรัมย์&nbsp;พะเยา&nbsp;นนทบุรี&nbsp;ชลบุรี&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;นครปฐม&nbsp;น่าน&nbsp;ศรีสะเกษ&nbsp;ร้อยเอ็ด&nbsp;และอุบลราชธานี/&nbsp;คลัสเตอร์งานเลี้ยงปีใหม่&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;13&nbsp;ราย,&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;25&nbsp;ราย,&nbsp;ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;22&nbsp;ราย,&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;13&nbsp;ราย,&nbsp;ราชบุรี&nbsp;8&nbsp;ราย,&nbsp;ลพบุรี&nbsp;7&nbsp;ราย,&nbsp;พะเยา&nbsp;6&nbsp;ราย,&nbsp;น่าน&nbsp;8&nbsp;ราย,&nbsp;อำนาจเจริญ&nbsp;5&nbsp;ราย,&nbsp;ชลบุรี&nbsp;5&nbsp;ราย,&nbsp;ยโสธร&nbsp;6&nbsp;ราย,&nbsp;และ&nbsp;มหาสารคาม&nbsp;4&nbsp;ราย</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ส่วนการคาดการณ์ผู้ติดเชื้อทั่วประเทศ</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องคาดว่าช่วงปลายเดือนนี้จะมีผู้ติดเชื้อกว่า&nbsp;20,000&nbsp;ราย&nbsp;และอาจจะเกิน&nbsp;30,000&nbsp;ราย&nbsp;ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;แต่การเสียชีวิตภาพรวมน้อยอยู่&nbsp;อาจเป็นเพราะการได้รับวัคซีนครอบคลุมมากขึ้น&nbsp;และการปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;แต่การที่มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นในระรอกที่&nbsp;4&nbsp;นี้&nbsp;กระทรวงสาธารณสุขได้เตรียมมาตรการรับมือไว้แล้ว&nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก&nbsp;จะต้องเตรียมความพร้อมให้มากที่สุด&nbsp;เพื่อรองรับจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ขณะที่สถานการณ์ผู้ติดเชื้อทั่วโลก&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">พบผู้ติดเชื้อสะสมแล้ว&nbsp;307&nbsp;ล้านราย&nbsp;เสียชีวิตสะสม&nbsp;5.5&nbsp;ล้านคน&nbsp;สหรัฐอเมริกามีผู้ติดเชื้อสูงสุด&nbsp;61.2&nbsp;ล้านราย,&nbsp;ตามด้วยอินเดีย&nbsp;35.7&nbsp;ล้านราย,&nbsp;บราซิล&nbsp;22.5&nbsp;ล้านราย,&nbsp;สหราชอาณาจักร&nbsp;14.4&nbsp;ล้านราย,&nbsp;ฝรั่งเศส&nbsp;12.1&nbsp;ล้านราย</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	10/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110153401419
324	นพ.สาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี  รณรงค์เชิญชวนประชาชนเข้ารับบริการวัคซีนตามจุดบริการ  ลดอาการเจ็บป่วยรุนแรงเมื่อได้รับเชื้อโควิด 19 คาดว่าอีก 14 วันข้างหน้าจะมีผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น	<p><strong>นพ.สาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;รณรงค์เชิญชวนประชาชน</strong>เข้ารับบริการวัคซีนตามจุดบริการ&nbsp;ลดอาการเจ็บป่วยรุนแรงเมื่อได้รับเชื้อโควิด&nbsp;19&nbsp;คาดว่าอีก&nbsp;14&nbsp;วันข้างหน้าจะมีผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น&nbsp;(10&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;นพ.เพชรฤกษ์&nbsp;แทนสวัสดิ์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จำนวนผู้ติดเชื้อเฉลี่ย&nbsp;ประมาณวันละ&nbsp;30-40&nbsp;ราย&nbsp;แต่แนวโน้มการติดเชื้อกลุ่มผู้เสี่ยงสูงและผู้สัมผัสลดลง&nbsp;สถานการณ์โควิด&nbsp;19&nbsp;ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาจากการตรวจคัดกรอง&nbsp;ATK&nbsp;เบื้องต้น&nbsp;กลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ชะอำ&nbsp;หัวหิน&nbsp;เมืองเพชรบุรี&nbsp;การติดเชื้อเกิดจากการรวมกลุ่มสังสรรค์ปีใหม่&nbsp;ทำกิจวัตรร่วมกันช่วงผ่อนคลายมาตการ&nbsp;มีผลให้เกิดการระบาดโควิด&nbsp;19&nbsp;ต้องเฝ้าระวังในกลุ่มผู้สูงอายุ&nbsp;608&nbsp;หรือหญิงตั้งครรภ์ถ้าติดเชื้อแล้วอาการจะรุนแรงกว่ากลุ่มวัยรุ่น&nbsp;ทางออกของการลดความรุนแรงจากการติดเชื้อโควิด&nbsp;19&nbsp;คือการได้รับวัคซีน&nbsp;</p><p><strong>จังหวัดได้รณรงค์การฉีดวัคซีนให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีหลายจุด</strong>&nbsp;เช่น&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี&nbsp;ณ&nbsp;อาคารสุเมธ&nbsp;ตันติเวชกุล&nbsp;บริการฉีดวัคซีนให้ประชาชนเริ่มเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว&nbsp;วันละ&nbsp;1,500&nbsp;-2,000&nbsp;โดส&nbsp;ให้บริการสำหรับผู้ที่ยังไม่ได้รับเข็มที่&nbsp;1&nbsp;ฉีดเข็มที่&nbsp;2&nbsp;ยังไม่ครบ&nbsp;และกระตุ้นเข็ม&nbsp;3&nbsp;บริการฉีดวัคซีนให้&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;&nbsp;และห้างสรรพสินค้า&nbsp;โรบินสัน&nbsp;ไลท์สไตล์&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;24-28&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ประชาชนสะดวกรับวัคซีนจุดไหนเข้ารับบริการได้&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอให้ประชาชนรักษามาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด&nbsp;19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;หลีกเลี่ยงการเดินทางข้ามจังหวัด&nbsp;ลดกิจกรรมร่วมตัวกัน&nbsp;การจัดกิจกรรมส่งท้ายปีเก่ากลางเดือนนี้ขอให้ชะลอไว้ก่อน&nbsp;ลดการปนเปื้อนติดเชื้อ&nbsp;คาดว่าอีก&nbsp;14&nbsp;วันข้างหน้าจะมีผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>เครดิต&nbsp;-&nbsp;สวท.เพชรบุรี/10&nbsp;ม.ค.65</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	10/1/2022	ภาคตะวันตก	เพชรบุรี	สวท.เพชรบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110140034335
325	จ.แม่ฮ่องสอนยังมีผู้ป่วยโควิด-19 รักษาตัว 150 ราย และมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 9 ราย	<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong>&nbsp;รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในการระบาดระลอกใหม่เมษายน&nbsp;2564&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ระลอกเมษายน&nbsp;จำนวน&nbsp;3,586&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเพศชาย&nbsp;1,648&nbsp;ราย&nbsp;และเพศหญิง&nbsp;1,938&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;48&nbsp;ราย&nbsp;(1.34&nbsp;%)&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;3,388&nbsp;ราย&nbsp;(94,48&nbsp;%)&nbsp;ยังอยู่ระหว่างรักษา&nbsp;150&nbsp;ราย&nbsp;(4.18&nbsp;%)&nbsp;ไม่มีอาการ&nbsp;&nbsp;35&nbsp;ราย&nbsp;มีอาการเล็กน้อยไม่ใช้ออกชิเจน&nbsp;103&nbsp;ราย&nbsp;ใช้ออกซิเจนแรงดันต่ำ&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;ใช้ออกซิเจนแรงดันสูง&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;ใส่ท่อและเครื่องช่วยหายใจ&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;รักษาอยู่ที่โรงพยาบาลศรีสังวาลย์&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลปาย&nbsp;14&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลแม่สะเรียง&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลสบเมย&nbsp;19&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลแม่ลาน้อย&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลขุนยวม&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลสนาม&nbsp;55&nbsp;ราย&nbsp;และรักษาในศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;35&nbsp;ราย</p><p>สำหรับวันนี้&nbsp;มีผู้ได้รับการตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVD-19&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;1,517&nbsp;ชุด&nbsp;พบเชื้อ&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ป่วยในจังหวัดทั้งหมด&nbsp;โดยมีรายละเอียด&nbsp;ดังนี้</p><p><strong>รายที่&nbsp;3578&nbsp;-&nbsp;3580&nbsp;รวม&nbsp;3&nbsp;ราย</strong>&nbsp;<strong>เพศชาย&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง&nbsp;2&nbsp;ราย</strong>&nbsp;ช่วงอายุระหว่าง&nbsp;46&nbsp;-&nbsp;60&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ต.ห้วยโป่ง&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;อาชีพเกษตรกร&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิด&nbsp;ผู้ป่วยยืนยันและบุคคลในครอบครัวซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;บ้านห้วยช่างคำ&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;ไอ&nbsp;หนาวสั่น&nbsp;คัดจมูก&nbsp;มีน้ำมูกและปวดศีรษะ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสนาม</p><p><strong>รายที่&nbsp;3581&nbsp;เพศหญิง&nbsp;</strong>อายุ&nbsp;10&nbsp;เดือน&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นเด็กในความปกครอง&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยันและบุคคลในครอบครัว&nbsp;(3564&nbsp;-&nbsp;3566)&nbsp;ส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสนาม</p><p><strong>รายที่&nbsp;3582&nbsp;เพศชาย</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;49&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ต.ผาบ่อง&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;อาชีพรับจ้าง&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดทำกิจกรรมพบปะสังสรรค์กับผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;(รายที่&nbsp;3536)&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;ปีใหม่บ้านขุนยวม&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลขุนยวม</p><p><strong>รายที่&nbsp;3583&nbsp;-&nbsp;3584&nbsp;รวม&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;36&nbsp;ปี&nbsp;<strong>เพศชาย&nbsp;</strong>อายุ&nbsp;40&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ต.ขุนยวมอ.ขุนยวม&nbsp;อาชีพรับจ้าง&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงเดินทางไปพื้นที่ที่มีโรคระบาดจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;ไอ&nbsp;มีเสมหะและจมูกไม่ได้กลิ่น&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลขุนยวม</p><p><strong>รายที่&nbsp;3585&nbsp;-&nbsp;3586&nbsp;รวม&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง&nbsp;</strong>อายุ&nbsp;30&nbsp;ปี&nbsp;<strong>เพศชาย</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;67&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ต.บ้านกาศอ.แม่สะเรียง&nbsp;เป็นผู้สูงอายุและอาชีพรับราชการหน่วยงานแห่งหนึ่งในอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงอยู่ในพื้นที่ที่มีโรคระบาดและสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยันบ้านแม่หาร&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;บ้านแม่หาร&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;และหายใจ&nbsp;เหนื่อยหอบ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับกรรักษาโรงพยาบาลแม่สะเรียง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;อ.แม่สะเรียง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	10/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110145727376
326	รองโฆษก ศบค.ตรัง เผยจังหวัดตรังมีผู้ป่วยโควิด-19 ที่รักษาหายวันนี้ 15 ราย รักษาหายสะสม 17,889 ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 1 ราย	<p><strong>วันนี้&nbsp;(10&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;แพทย์หญิงทิพย์ลดา&nbsp;บุญชัย&nbsp;แพทย์ชำนาญการ&nbsp;โรงพยาบาลตรัง&nbsp;</strong>ในฐานะรองโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ผู้ป่วยที่รักษาหายเพิ่ม&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายรวม&nbsp;17,889&nbsp;ราย&nbsp;มีผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;ยังคงรักษาใน&nbsp;รพ.&nbsp;260&nbsp;ราย&nbsp;ไม่มีอาการหรือมีอาการน้อย&nbsp;183&nbsp;ราย&nbsp;อาการปานกลาง&nbsp;68&nbsp;ราย&nbsp;ให้ออกซิเจน&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;ให้ออกซิเจนแรงดันสูง&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ไม่มีผู้ที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ&nbsp;โดยในวันนี้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่อวันเฉลี่ยใน&nbsp;7&nbsp;วันเฉพาะในจังหวัดตรัง&nbsp;30.8&nbsp;ราย&nbsp;รวมที่มารักษาด้วย&nbsp;32.2&nbsp;ราย&nbsp;ผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ทำให้มียอดเสียชีวิตสะสม&nbsp;117&nbsp;ราย&nbsp;โดยในขณะนี้&nbsp;จังหวัดตรังได้ดำเนินการฉีดวัคซีนเข็ม&nbsp;1&nbsp;ไปแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;463,288&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;75.31&nbsp;และจำนวนผู้ได้รับวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;จำนวน&nbsp;437,863&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;71.18&nbsp;จากกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;615,192&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้จังหวัดตรัง&nbsp;ได้ทำการตรวจหาเชื้อ&nbsp;SARs-COV-2&nbsp;</strong>โดยดำเนินการไปแล้วทั้งสิ้น&nbsp;118,178&nbsp;ราย&nbsp;พบผลบวก(ติดเชื้อ)&nbsp;18,475&nbsp;ราย&nbsp;วันนี้มีการ&nbsp;Swab&nbsp;76&nbsp;ราย&nbsp;รอผลทั้ง&nbsp;76&nbsp;ราย&nbsp;และยังคงเน้นย้ำมาตรการการรักษามาตรการส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อป้องกันและลดการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ในวันนี้ได้มีการตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;เป็นบวก&nbsp;จำนวน&nbsp;35&nbsp;ราย&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;92&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;38.04%&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นบวก&nbsp;67&nbsp;ราย&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;770&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;8.70%&nbsp;รวมผู้ติดเชื้อ&nbsp;102&nbsp;ราย&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;862&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;11.83%</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	10/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110143410350
327	นายกรัฐมนตรี ห่วงใยกรณีพบผู้ป่วยโควิด-19 ในเด็กเพิ่มขึ้น ย้ำโรงพยาบาลทุกแห่งต้องรับผู้ป่วยเด็ก หรือช่วยเหลือด้านการส่งต่อ	<p><strong>นางสาวไตรศุลี&nbsp;ไตรสรณกุล&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ห่วงใยกรณีพบผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;ในเด็กเพิ่มขึ้น&nbsp;รวมถึงที่มีการเผยแพร่ในสื่อว่าได้เกิดกรณีโรงพยาบาลปฏิเสธการรับรักษาเด็ก&nbsp;โดยในเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีขอให้กระทรวงสาธารณสุขกำชับโรงพยาบาลทุกแห่งทั้งรัฐและเอกชน&nbsp;อย่าปฏิเสธการรับผู้ป่วยเข้ารักษา&nbsp;หากเกิดกรณีผู้ป่วยเต็มให้มีการประสานงานส่งต่อผู้ป่วยให้เร็วที่สุด&nbsp;โดยต้องให้ความสำคัญกับผู้ป่วยกลุ่มนี้เป็นลำดับแรก&nbsp;เนื่องจากเด็กมีภูมิคุ้มกันน้อยเพราะยังไม่ได้รับวัคซีนเหมือนผู้ใหญ่&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ได้กำชับให้สถาบันเด็กแห่งชาติมหาราชราชินี&nbsp;</strong>ซึ่งเป็นสถาบันหลักที่มีความเชี่ยวชาญในการดูแลรักษาโรคเด็กให้เตรียมการให้พร้อมเพื่อรองรับการรักษาผู้ป่วยโควิดเด็กทุกกลุ่มทุกระดับอาการ&nbsp;และเป็นหน่วยงานหลักในการให้คำแนะนำเกี่ยวกับการรักษาผู้ป่วยเด็กแก่โรงพยาบาลทั่วประเทศ&nbsp;ทั้งขั้นตอนวิธีการดูแล&nbsp;การเตรียมยาน้ำฟาร์วิพิราเวียร์สำหรับเด็ก&nbsp;</p><p><strong>ขอให้ผู้ปกครองเฝ้าสังเกตอาการ&nbsp;หากเด็กมีไข้&nbsp;ไอ</strong>&nbsp;มีน้ำมูกและมีประวัติไปยังพื้นที่เสี่ยง&nbsp;หรือมีคนในครอบครัวเป็นผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;ถือว่าเด็กมีความเสี่ยงควรใช้ชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;&nbsp;ที่ปัจจุบันมีทั้งแบบตรวจโพรงจมูกและน้ำลายเพื่อตรวจคัดกรอง&nbsp;หากให้ผลลบควรตรวจซ้ำในวันที่&nbsp;3-4&nbsp;แต่หากผลเป็นบวกกรณีอยู่ในภูมิภาคให้ติดต่อโรงพยาบาลใกล้บ้าน&nbsp;หากอยู่ใน&nbsp;กทม.และปริมณฑล&nbsp;สามารถติดต่อไปยังสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี&nbsp;หรือติดต่อสายด่วน&nbsp;สปสช.&nbsp;1330&nbsp;เพื่อเข้าสู่ระบบการรักษา</p><p><strong>นางสาวไตรศุลี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;นายอนุทิน&nbsp;ชาญวีรกูล&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;มีข้อสั่งการให้กรมการแพทย์ร่วมกับภาคีเครือข่ายร่วมกันดูแลผู้ป่วยโควิดกลุ่มเด็กให้ดีที่สุด&nbsp;ซึ่งล่าสุดได้มีการประสานกับ&nbsp;กทม.ให้จัดทำเตียง&nbsp;&nbsp;Community&nbsp;Isolation&nbsp;(CI)&nbsp;สำหรับเด็กและครอบครัวเอาไว้&nbsp;6&nbsp;โซน&nbsp;โซนละ&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;ทั่วกรุงเทพฯ&nbsp;แห่งละอย่างน้อย&nbsp;50&nbsp;เตียง&nbsp;โดย&nbsp;1&nbsp;ห้องเด็กอยู่ร่วมกัน&nbsp;3-4&nbsp;คน</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	10/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110151323396
328	ประกาศใช้ 4 มาตรการหลัก เดินหน้ายุทธศาสตร์ทำโรคโควิด เป็นโรคประจำถิ่น	<p><strong>นายแพทย์เกียรติภูมิ&nbsp;วงศ์รจิต&nbsp;ปลัดกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ขณะนี้สถานการณ์โรคโควิดทั่วโลก&nbsp;เพิ่มขึ้นเฉพาะวันนี้มีผู้ป่วยเพิ่มกว่า&nbsp;1.7&nbsp;ล้านราย&nbsp;แต่กลับพบผู้ป่วยหนักผู้เสียชีวิตลดลง&nbsp;ซึ่งสถานกาณณ์ของไทยก็สอดคล้องกับสถานกาณณ์โรค&nbsp;แม้ขณะนี้จะพบอัตราผู้ป่วยใหม่&nbsp;เป็นไปตามแบบจำลองสถานการณ์ที่กรมควบคุมโรคทำไว้ก่อนปีใหม่&nbsp;โดยจำนวนผู้ป่วยเป็นไปตามแบบจำลองที่คาดสถานการณ์แบบรุนแรงที่สุด&nbsp;แต่จำนวนผู้เสียชีวิตกลับเป็นไปตามแบบจำลองคาดสถานการณ์แบบดีที่สุด&nbsp;</p><p><strong>สะท้อนว่าโรคโควิดขณะนี้ที่เผชิญกับเชื้อโอมิครอนติดง่ายขึ้น&nbsp;</strong>แต่อัตราป่วยรุนแรงและเสียชีวิตลดไปมาก&nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;จึงให้ดำเนินการเพื่อให้โรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;กลายเป็นโรคประจำถิ่นได้แล้ว&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;การที่เชื้อแพร่เร็วเป็นสิ่งที่ทางการแพทย์กลัวเพราะทำให้เกิดเชื้อกลายพันธุ์ได้&nbsp;ดังนั้นกระทรวงสาธารณสุขจึงวางยุทธศาสตร์ปีนี้มุ่งสู่การทำให้โควิดเป็นโรคประจำถิ่น&nbsp;โดยใช้&nbsp;4&nbsp;มาตรการหลักคือ&nbsp;มาตรการสาธารณสุข&nbsp;เน้นชะลอการระบาด&nbsp;ฉีดวัคซีนโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง&nbsp;607&nbsp;ที่เป็นกลุ่ใหญ่ที่ยังเสียชีวิตจากโรควิด&nbsp;ซึ่งร้อยละ&nbsp;70&nbsp;ของผู้เสียชีวิตไม่ได้รับการฉีดวัคซีน&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังเน้นการคัดกรองด้วย&nbsp;ATK&nbsp;เป็นหลัก&nbsp;พร้อมติดตามเฝ้าระวังการกลายพันธุ์&nbsp;มาตรการการแพทย์&nbsp;ให้เปลี่ยนวิธีดูแล&nbsp;ใช้หารรักษาที่บ้าน&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;:&nbsp;HI&nbsp;อันดับแรกเป็นหลัก&nbsp;หากบ้านไม่สะดวกให้ใช้ระบบ&nbsp;Community&nbsp;Isolation&nbsp;:&nbsp;CI&nbsp;จับคู่&nbsp;รพ.ติดตามอาการ&nbsp;หากอาการเปลี่ยนรุนแรงขึ้น&nbsp;มีช่องทางด่วนส่งต่อเข้า&nbsp;รพ.&nbsp;มาตรการสังคม&nbsp;ขอให้ประชาชนดูแลตัวเองขั้นสูงสุด&nbsp;ตามมาตรการ&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;เลี่ยงไปสถานที่ไม่ปลอดภัย&nbsp;</p><p><strong>ส่วนสถานบริการขอให้ทำพื้นที่ตนเองให้ปลอดความเสี่ยง</strong>&nbsp;ด้วยมาตรการ&nbsp;COVI&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;และมาตรการสนับสนุน&nbsp;เรื่องรักษาพยาบาล&nbsp;ค่าตรวจต่างๆ&nbsp;คาดว่าปีนี้โควิด&nbsp;-19&nbsp;จะเข้าสู่โรคประจำถิ่น&nbsp;ประชาชนจะทำกิจกรรมได้ดีขึ้น&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ยังขึ้นอยู่กับความร่วมมือของประชาชน&nbsp;หากทุกคนร่วมกันปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;VUCA&nbsp;คือ&nbsp;V&nbsp;วัคซีน&nbsp;ฉีดกระตุ้นตามกำหนดโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง&nbsp;607&nbsp;U&nbsp;ป้องกันตนเองขั้นสูงสุด&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;C&nbsp;ทำพื้นที่ให้ปลอดภัยตาม&nbsp;COVI&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;และ&nbsp;A&nbsp;ตรวจหาเชื้อทันทีด้วย&nbsp;ATK&nbsp;ที่รู้ว่าเสี่ยงหรือเริ่มมีอาการ&nbsp;ซึ่งจากนี้กระทรวงสาธารณสุขให้ใช้วิธีการตรวจหาเชื้อด้วย&nbsp;ATK&nbsp;เป็นหลักอันดับแรก&nbsp;เพราะจากการศึกษาจากที่ใช้แล้วนับล้านชิ้นพบว่ามีประสิทธิภาพในการดักจับโรคได้ดีป้องกันการระบาดได้&nbsp;ต่อไปจะเป็นสิ่งที่ต้องใช้เป็นประจำ&nbsp;หากทุกฝ่ายร่วมมือกัน&nbsp;เชื่อว่าประเทศไทยจะเดินหน้าต่อไปได้&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	10/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110150106380
329	COVID-19 จ.แม่ฮ่องสอน พบผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่ม 9 ราย ใน 3 อำเภอ ปัจจัยเสี่ยงส่วนใหญ่สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน	<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong>รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในการระบาดระลอกใหม่เมษายน&nbsp;2564&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ว่ามีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ระลอกเมษายน&nbsp;จำนวน&nbsp;3,586&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเพศชาย&nbsp;1,648&nbsp;ราย&nbsp;และเพศหญิง&nbsp;1,938&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;48&nbsp;ราย&nbsp;(1.34&nbsp;%)&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;3,388&nbsp;ราย&nbsp;(94.48&nbsp;%)&nbsp;ยังอยู่ระหว่างรักษา&nbsp;150&nbsp;ราย&nbsp;(4.18&nbsp;%)&nbsp;ไม่มีอาการ&nbsp;35&nbsp;ราย&nbsp;มีอาการเล็กน้อยไม่ใช้ออกซิเจน&nbsp;103&nbsp;ราย&nbsp;ใช้ออกซิเจนแรงดันต่ำ&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;ใช้ออกซิเจน&nbsp;แรงดันสูง&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;ใส่ท่อและเครื่องช่วยหายใจ&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;รักษาอยู่ที่โรงพยาบาลศรีสังวาลย์&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลปาย&nbsp;14&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลแม่สะเรียง&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลสบเมย&nbsp;19&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลแม่ลาน้อย&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลขุนยวม&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลสนาม&nbsp;55&nbsp;ราย&nbsp;และรักษาในศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;35&nbsp;ราย&nbsp;ส่าหรับวันนี้&nbsp;มีผู้ได้รับการตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;1,517&nbsp;ชุด&nbsp;พบเชื้อ&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ป่วยในจังหวัด&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;โดยมีรายละเอียด&nbsp;ดังนี้</p><p><strong>รายที่&nbsp;3578&nbsp;-&nbsp;3580&nbsp;รวม&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;เป็นชาย&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เป็นหญิง&nbsp;2&nbsp;ราย</strong>&nbsp;ช่วงอายุระหว่าง&nbsp;46&nbsp;-&nbsp;60&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ต.ห้วยโป่ง&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;อาชีพเกษตรกร&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยันและบุคคลในครอบครัว&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ&nbsp;Cluster&nbsp;บ้านห้วยช่างค่า&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;ไอ&nbsp;หนาวสั่น&nbsp;คัดจมูก&nbsp;มีน้ำมูกและปวดศีรษะ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสนาม</p><p><strong>รายที่&nbsp;3581&nbsp;เป็นหญิง</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;10&nbsp;เดือน&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นเด็กในความปกครอง&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยันและบุคคลในครอบครัว&nbsp;(รายที่&nbsp;3564&nbsp;&nbsp;รายที่&nbsp;3566)&nbsp;ส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการ&nbsp;รักษาในโรงพยาบาลสนาม</p><p><strong>รายที่&nbsp;3582&nbsp;เป็นชาย&nbsp;</strong>อายุ&nbsp;49&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ต.ผาบ่อง&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;อาชีพรับจ้าง&nbsp;ปัจจัยเสี่ยง&nbsp;สัมผัสใกล้ชิดทำกิจกรรมพบปะสังสรรค์กับผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;(รายที่&nbsp;3536)&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ&nbsp;Cluster&nbsp;ปีใหม่บ้าน&nbsp;ขุนยวม&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลขุนยวม</p><p><strong>รายที่&nbsp;3583&nbsp;-&nbsp;3584&nbsp;รวม&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เป็นหญิง&nbsp;</strong>อายุ&nbsp;36&nbsp;ปี&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;40&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ต.ขุนยวม&nbsp;อ.ขุนยวม&nbsp;อาชีพรับจ้าง&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงเดินทางไปพื้นที่ที่มีโรคระบาดจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;ไอ&nbsp;มีเสมหะ&nbsp;และจมูกไม่ได้กลิ่น&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลขุนยวม</p><p><strong>รายที่&nbsp;3585&nbsp;-&nbsp;3586&nbsp;รวม&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เป็นหญิง&nbsp;</strong>อายุ&nbsp;30&nbsp;ปี&nbsp;เป็นชาย&nbsp;อายุ&nbsp;67&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ต.บ้านกาศ&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;เป็นผู้สูงอายุและอาชีพรับราชการหน่วยงานแห่งหนึ่งในอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงอยู่ในพื้นที่&nbsp;ที่มีโรคระบาดและสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยันบ้านแม่หาร&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ&nbsp;Cluster&nbsp;บ้านแม่หาร&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;และหายใจ&nbsp;เหนื่อยหอบ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลแม่สะเรียง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และ&nbsp;ศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;อ.แม่สะเรียง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	10/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110150003379
330	จ.ลำปาง แถลงจัดตั้งศูนย์ COVID-19 & Home Isolation พร้อมรับสถานการณ์โรคโควิด-19 กรณีพบจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น	<p><strong>วันที่&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;นายสันติ&nbsp;รังษิรุจิ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;พร้อมด้วยนายแพทย์ประเสริฐ&nbsp;กิจสุวรรณรัตน์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำปาง&nbsp;และนายแพทย์พงษ์ศักดิ์&nbsp;โสภณ&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลลำปาง?&nbsp;ได้เปิดเผยสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;ว่า&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;16&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564-&nbsp;9&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;พบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จำนวน&nbsp;4,043&nbsp;ราย&nbsp;อัตราป่วย&nbsp;เท่ากับ&nbsp;541.94&nbsp;ต่อแสนประชากร&nbsp;และเสียชีวิต&nbsp;34&nbsp;ราย&nbsp;อัตราป่วยตาย&nbsp;0.84&nbsp;รักษาหาย&nbsp;3,281&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ระหว่างรักษา&nbsp;171&nbsp;ราย&nbsp;จำแนกเป็นผู้ป่วยโครงการรับคนลำปางกลับบ้าน&nbsp;1,054&nbsp;ราย&nbsp;(ร้อยละ&nbsp;26.07)&nbsp;ติดเชื้อมาจากต่างจังหวัด&nbsp;797&nbsp;ราย&nbsp;(ร้อยละ&nbsp;19.71)&nbsp;และติดเชื้อภายในจังหวัดลำปาง&nbsp;2,192&nbsp;ราย&nbsp;(ร้อยละ&nbsp;54.22)&nbsp;พบการระบาดเป็นกลุ่มก้อนล่าสุด&nbsp;&nbsp;คือ&nbsp;สถานศึกษา&nbsp;สถานบันเทิง&nbsp;สถานประกอบการ&nbsp;และตลาดสดในเขตอำเภอเมืองลำปาง&nbsp;โดยจังหวัดลำปาง&nbsp;พบติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;สายพันธุ์&nbsp;Omicron&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ในพื้นที่อำเภอแม่ทะ&nbsp;(ประเทศสวิตเซอร์แลนด์)&nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&nbsp;(ประเทศอังกฤษ)&nbsp;และอำเภอแม่เมาะ&nbsp;(ประเทศอเมริกา)&nbsp;มีประวัติเดินทางมาจากต่างประเทศด้วยโปรแกรม&nbsp;Test&nbsp;&amp;&nbsp;Go</p><p><strong>จากสถานการณ์ดังกล่าว</strong>&nbsp;จังหวัดลำปางจึงต้องเร่งค้นหาผู้ป่วยเชิงรุกให้ได้เร็วและให้ได้มากที่สุด&nbsp;เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อโรคโควิด-19&nbsp;ดังนั้นการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ด้วยวิธี&nbsp;Antigen&nbsp;test&nbsp;kit&nbsp;จึงมีความสำคัญและมีความจำเป็นในห้วงเวลาเช่นนี้&nbsp;โดยเกณฑ์ในการ&nbsp;คัดกรองตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(ตามนิยามในการเฝ้าระวังโรค&nbsp;(Case&nbsp;definition&nbsp;for&nbsp;surveillance)&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564)&nbsp;คือ&nbsp;1.ผู้ที่มีอาการอย่างน้อยหนึ่งอาการดังต่อไปนี้&nbsp;ให้ประวัติว่ามีไข้/วัดอุณหภูมิร่างกายได้ตั้งแต่&nbsp;37.5&nbsp;องศาเซลเซียสขึ้นไป&nbsp;ไอ&nbsp;มีน้ำมูก&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;จมูกไม่ได้กลิ่น&nbsp;ลิ้นไม่รับรส&nbsp;ถ่ายเหลว&nbsp;ตาแดง&nbsp;ผื่นขึ้น&nbsp;หายใจเร็ว&nbsp;หายใจเหนื่อย&nbsp;หรือหายใจลำบาก&nbsp;หรือ&nbsp;2)&nbsp;ผู้ที่มีประวัติอย่างน้อยหนึ่งอย่าง&nbsp;ได้แก่&nbsp;เดินทางไปยัง/มาจากต่างประเทศทุกเที่ยวบิน/ทุกช่องทางระหว่างประเทศ&nbsp;หรืออยู่อาศัยในประเทศ&nbsp;ที่มีการรายงานโรคในช่วง&nbsp;14&nbsp;วันที่ผ่านมา,&nbsp;สัมผัสกับผู้ติดเชื้อเข้าข่าย/ผู้ป่วยยืนยันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ช่วง&nbsp;14&nbsp;วันหลังสัมผัสผู้ติดเชื้อ&nbsp;และไปในสถานที่ชุมนุมชน&nbsp;หรือสถานที่ที่มีการรวมตัวของกลุ่มคน&nbsp;เช่น&nbsp;สถานบันเทิง&nbsp;ตลาดตลาดนัด&nbsp;ห้างสรรพสินค้า&nbsp;สถานพยาบาล&nbsp;หรือขนส่งสาธารณะ&nbsp;ที่พบผู้ติดเชื้อเข้าข่าย/ผู้ป่วยยืนยันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในช่วง&nbsp;14&nbsp;วันที่ผ่านมา&nbsp;ดังนั้นประชาชนที่เข้าเกณฑ์ดังกล่าว&nbsp;ขอให้รีบตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;แบบ&nbsp;ATK&nbsp;ด้วยตนเอง&nbsp;โดยสามารถซื้อได้จากร้านขายยา&nbsp;ร้านสะดวกซื้อ&nbsp;ร้านค้าทั่วไป&nbsp;หรือขอรับบริการตรวจที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน</p><p><strong>หากผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;พบผลบวกให้ติดต่อศูนย์ปฏิบัติการ&nbsp;Covid&nbsp;&amp;&nbsp;Home&nbsp;Isolation</strong>&nbsp;ประจำอำเภอ&nbsp;หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในสถานพยาบาลใกล้บ้าน&nbsp;หรือโทรติดต่อศูนย์ปฏิบัติการ&nbsp;Covid&nbsp;&amp;&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;(HI)&nbsp;ในเขตอำเภอในพื้นที่&nbsp;เจ้าหน้าที่ประเมินอาการและความพร้อมในการดูแลตัวเองที่บ้าน&nbsp;(Home&nbsp;Isolation&nbsp;;HI)&nbsp;และหากเข้าเกณฑ์จะได้รับการดูแลตัวเองที่บ้าน&nbsp;(HI)&nbsp;ภายใต้มาตรฐานการดูแลของแพทย์&nbsp;และบุคลากรทางการแพทย์&nbsp;โดยจะมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรกรรม&nbsp;และกุมารแพทย์ให้การดูแล&nbsp;รักษา&nbsp;และติดตามอาการผู้ป่วย&nbsp;จนครบ&nbsp;7-10&nbsp;วัน</p><p>ทั้งนี้&nbsp;ขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่า&nbsp;หากติดเชื้อโควิด-19&nbsp;และต้องดูแลตัวเองที่บ้าน&nbsp;(Home&nbsp;Isolation;HI)&nbsp;จะได้รับการดูแล&nbsp;รักษา&nbsp;และติดตามอาการอย่างใกล้ชิด&nbsp;จากทีมแพทย์&nbsp;และบุคลากรทางการแพทย์ภายใต้มาตรฐานการรักษาที่เทียบเท่ากับการรักษาจากโรงพยาบาล&nbsp;โดยหากประชาชนมีความกังวลใจในเรื่องอาการป่วย&nbsp;สามารถโทรติดต่อศูนย์ปฏิบัติการ&nbsp;Covid&nbsp;&amp;&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;ได้ทุกวัน</p><p>&nbsp;</p>	10/1/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110150659389
331	จังหวัดขอนแก่น ยังคงพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่เฉลี่ยวันละกว่า 200 ราย ผู้ที่รักษาหายแล้วมีจำนวนใกล้เคียงกัน ส่วนเตียงรองรับผู้ป่วยยังคงมีอยู่กว่า 1,700 เตียง	<p><strong>นายสมศักดิ์&nbsp;จังตระกุล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ในพื้นที่ว่า&nbsp;จนถึงขณะนี้จำนวนผู้ป่วยรายใหม่ถือว่าทรงตัว&nbsp;เฉลี่ยอยู่ที่วันละ&nbsp;200&nbsp;กว่าราย&nbsp;ส่วนผู้ที่รักษาหายมีจำนวนที่ใกล้เคียงกัน&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่จำนวนเตียงรักษาทั่วทั้งจังหวัดมีจำนวน&nbsp;3,467&nbsp;เตียง&nbsp;</strong>ใช้ไปแล้ว&nbsp;2,700&nbsp;เตียง&nbsp;ยังมีเตียงว่างอยู่กว่า&nbsp;1,700&nbsp;เตียง&nbsp;แต่เพื่อความไม่ประมาทได้ประสานไปยังองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น&nbsp;ในการจัดเตรียม&nbsp;Community&nbsp;Isolation&nbsp;ส่วนโรงพยาบาลเอกชนประสานกับโรงแรมจัดเตรียมโฮสพิเทล&nbsp;เพื่อรองรับผู้ป่วยระดับสีเขียว&nbsp;ส่วนโรงพยาบาลสนาม&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;โรงพยาบาลสนามพุทธมณฑลอีสาน&nbsp;โรงพยาบาลสนามวิทยาลัยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต&nbsp;6&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;และโรงพยาบาลสนาม&nbsp;กองพลทหารม้าที่&nbsp;3&nbsp;อำเภอน้ำพอง&nbsp;นอกจากนี้ยังให้สาธารณสุขจังหวัดเป็นหน่วยงานรับผิดชอบบริหารจัดการเตียง&nbsp;เพื่อกระจายผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลที่มีเตียงว่าง&nbsp;โดยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่&nbsp;โทร&nbsp;091-7120123,&nbsp;082-2839170&nbsp;และ&nbsp;093-1909161</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ขณะนี้อัตราการติดเชื้อรายใหม่และการรักษาผู้ป่วยครบระยะการรักษามีจำนวนใกล้เคียงกัน&nbsp;จำนวนเตียงรองรับผู้ป่วยและระบบการให้บริการอยู่ในระดับที่มีความมั่นคงและสามารถให้บริการผู้ป่วยในพื้นที่ได้&nbsp;สำหรับภาพรวมการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ฉีดได้ประมาณ&nbsp;1.14&nbsp;ล้านคน&nbsp;ในเข็มที่&nbsp;1&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;ประมาณ&nbsp;1&nbsp;ล้านคน&nbsp;และเข็มที่&nbsp;3&nbsp;อยู่ที่ประมาณ&nbsp;1.5&nbsp;แสนคน&nbsp;พร้อมเชิญชวนพี่น้องชาวขอนแก่นที่ถึงวงรอบในการฉีดเข็ม&nbsp;2&nbsp;หรือเข็ม&nbsp;3&nbsp;ให้ไปเข้ารับการฉีดได้ในวันที่&nbsp;10-13&nbsp;มกราคมนี้&nbsp;ซึ่งตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปโรงพยาบาลขอนแก่นและโรงพยาบาลศรีนครินทร์&nbsp;มข.&nbsp;และหน่วยงานอื่นๆ&nbsp;ได้เริ่มเปิดบริการการฉีดแบบ&nbsp;Walk&nbsp;in&nbsp;เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าไปใช้บริการได้</p><p><strong>ในส่วนของการบริหารจัดการเตียง</strong>&nbsp;ขณะนี้เทศบาลนครขอนแก่น&nbsp;ได้ให้หน่วยบริการปฐมภูมิของในเขตเทศบาลนครซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่จะอยู่ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น&nbsp;ได้เปิดหน่วยบริการและให้คำปรึกษาแก่ประชาชนในกรณีที่ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;แล้วมีผลเป็นบวก&nbsp;โดยมีหน่วยปฐมภูมิในเขตเทศบาลนครขอนแก่น&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;10&nbsp;แห่ง&nbsp;ในความรับผิดชอบของเทศบาลนคร&nbsp;และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น&nbsp;จะเป็นหน่วยบริหารจัดการเตียงผู้ป่วยกลางซึ่งจะมีการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปในจุดที่เตียงว่างและอำนวยความสะดวกในการขนส่งและเคลื่อนย้ายผู้ป่วย&nbsp;</p><p><strong>เนื่องจากจังหวัดขอนแก่นมีทั้งหมด&nbsp;26&nbsp;อำเภอ</strong>&nbsp;ได้รับการพิจารณาเป็นพื้นที่สีฟ้า&nbsp;blue&nbsp;zone&nbsp;7&nbsp;อำเภอ&nbsp;ขณะนี้ยังคงมีมติให้งดการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหาร&nbsp;สถานบันเทิง&nbsp;อย่างไม่มีกำหนด&nbsp;และจะมีการประชุมประเมินสถานการณ์ทุก&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;หากสถานการณ์ดีขึ้น&nbsp;จะมีการพิจารณาผ่อนคลายมติต่างๆ&nbsp;เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ประกอบสัมมาอาชีพได้โดยเร็ว&nbsp;ส่วนสถานศึกษา&nbsp;ได้มีมติให้โรงเรียนในทุกระดับและศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก&nbsp;ปิดการเรียนการสอนแบบ&nbsp;on&nbsp;site&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;จนถึงวันที่&nbsp;14&nbsp;มกราคม&nbsp;และจะมีการประเมินอีกครั้ง&nbsp;ยกเว้นโรงเรียนที่เป็นโรงเรียนที่มีหอพักที่อยู่ประจำ&nbsp;หรือโรงเรียนการศึกษาพิเศษ&nbsp;ให้เปิดการเรียนการสอนได้&nbsp;แต่ห้ามมิให้บุคคลภายนอกเข้าเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค</p><p>จังหวัดขอนแก่นได้ออกมาตรการซึ่งมีผลตั้งแต่วันนี้&nbsp;คือ&nbsp;ให้หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และข้าราชการในสังกัดภูมิภาคในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น&nbsp;งดการเดินทางออกนอกเขตจังหวัด&nbsp;หากมีกิจธุระที่สำคัญจำเป็นเร่งด่วน&nbsp;ต้องขออนุมัติต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นรายกรณีไป&nbsp;และขอให้หัวหน้าส่วนราชการและข้าราชการในส่วนภูมิภาค&nbsp;ได้เตรียมความพร้อมทั้งบุคลากร&nbsp;ทรัพยากรในส่วนที่จะสนับสนุนกรณีที่ได้รับการร้องขอให้ช่วยเหลือ&nbsp;สนับสนุนทีมของสาธารณสุข&nbsp;หรือภารกิจอื่นที่จำเป็น</p><p><strong>สำหรับยอดผู้ติดเชื้อโอมิครอนพบว่ามีจำนวน&nbsp;69&nbsp;คน&nbsp;ในลักษณะทรงตัว</strong>&nbsp;โดยขอให้ประชาชนยังคงยึดแนวทางการป้องกันตนเองอย่างเคร่งครัด&nbsp;งดการพบปะสังสรรค์หรือการรวมกลุ่มของคนจำนวนมาก&nbsp;และให้เข้ารับการฉีดวัคซีนตามวงรอบระยะเวลาที่กำหนด&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>	10/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ขอนแก่น	สวท.ขอนแก่น	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110155122433
332	ขอเชิญเยี่ยมชมงาน ข่วงฟื้นผญา ศิลปวัฒนธรรมล้านนา ภายในงาน Lanna Expo 2021	"<p><strong>จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;หนุนข่วงฟื้นผญา&nbsp;ศิลปวัฒนธรรมล้านนา&nbsp;มุ่งสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ&nbsp;นำเสนอผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน&nbsp;1&nbsp;</strong></p><p><strong>สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่</strong>&nbsp;ร่วมกับสมาคมศิลปินขับซอล้านนา,&nbsp;สมาคมกลองและศิลปะการแสดงล้านนา&nbsp;และเครือข่ายทางวัฒนธรรม&nbsp;ขอเชิญเที่ยวงาน&nbsp;ข่วงฟื้นผญา&nbsp;ศิลปวัฒนธรรมล้านนา&nbsp;กิจกรรมฟื้นผญาล้านนา&nbsp;ศิลปวัฒนธรรมล้านนา&nbsp;นำคุณค่าสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม&nbsp;ภายใต้โครงการจัดแสดงนวัตกรรมและจำหน่ายสินค้า&nbsp;Lanna&nbsp;Expo&nbsp;2021&nbsp;เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน&nbsp;1&nbsp;เพิ่มโอกาสการสร้างงานและการกระจายรายได้สู่ชุมชน&nbsp;พร้อมทั้งให้ผู้ประกอบการรายย่อยในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน&nbsp;1&nbsp;เข้าใจถึงความต้องการของตลาด&nbsp;เพื่อนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการของตน&nbsp;รวมถึงการขยายฐานลูกค้าในระดับนานาชาติ&nbsp;ภายในงานพบกับ&nbsp;การสาธิตภูมิปัญญาท้องถิ่น&nbsp;การแสดงทางศิลปวัฒนธรรมและการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม&nbsp;(CPOT)&nbsp;จากกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;52&nbsp;ภูมิปัญญา&nbsp;อาทิ&nbsp;ผ้าทอ&nbsp;ผ้าปักพื้นเมือง&nbsp;ผ้าย้อมสีธรรมชาติ&nbsp;ผ้ากลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ&nbsp;งานไม้แกะสลัก&nbsp;เครื่องเงิน&nbsp;เครื่องจักสาน&nbsp;สาดแหย่ง&nbsp;น้ำมันงา&nbsp;และผลิตภัณฑ์จากเครือข่ายชุมชนคุณธรรม&nbsp;ที่นำเสนอรูปแบบวิถีเสน่ห์ชุมชนขับเคลื่อนด้วยพลัง&nbsp;""บวร""&nbsp;&nbsp;(บ้าน-ชุมชน/วัด-ศาสนาสถาน/โรงเรียน-ราชการ)&nbsp;น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;นอกจากนี้ยังพบกับการแสดงทางศิลปวัฒนธรรมจากสมาคมศิลปินขับซอล้านนา&nbsp;สมาคมกลองและศิลปะการแสดงล้านนาและเครือข่ายทางวัฒนธรรม&nbsp;ตลอดการจัดงาน&nbsp;และอีกหนึ่งไฮไลท์ของงานคือ&nbsp;ข่วงกาดหมั้วอาหารล้านนาที่มีอาหารและขนมพื้นเมืองให้ลิ้มลองกว่า&nbsp;30&nbsp;ร้านค้า</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ขอเชิญชวนประชาชนร่วมชมงานได้ที่</strong>&nbsp;บริเวณโถงท่าแพ&nbsp;ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;7&nbsp;รอบพระชนมพรรษา&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่&nbsp;16&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;เวลา&nbsp;10.00-20.00&nbsp;น.&nbsp;และเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยว&nbsp;ภูมิปัญญาท้องถิ่นและเครือข่ายทางวัฒนธรรมที่ร่วมกิจกรรมในงานนี้ได้รับการตรวจโควิด&nbsp;(ATK)&nbsp;ก่อนเข้างานทุกคน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>"	10/1/2022	ภาคเหนือ	เชียงใหม่	สวท.เชียงใหม่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110151709400
333	สาธารณสุขขอนแก่น ประชุมติดตามผลการดำเนินงานของศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์และสาธารณสุขกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID -19) จังหวัดขอนแก่น (EOC)	<p><strong>นายแพทย์ภาคี&nbsp;ทรัพย์พิพัฒน์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์และสาธารณสุขกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID&nbsp;-19)&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;(EOC)&nbsp;ผ่านการประชุมทางไกล&nbsp;Web&nbsp;Conference&nbsp;ครั้งที่&nbsp;36&nbsp;/2565&nbsp;โดยมีประเด็นติดตามและข้อสั่งการที่สำคัญ&nbsp;ดังนี้&nbsp;เรื่องแจ้งจากการประชุม&nbsp;EOC&nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ปลัดกระทรวงสาธารณสุขให้แนวทางในการดูแลผู้ติดเชื้อ&nbsp;กรณีการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นบวก&nbsp;ให้เข้ารับการรักษา&nbsp;ใน&nbsp;HI&nbsp;CI&nbsp;ไม่จำเป็นต้องตรวจ&nbsp;RT&nbsp;PCR&nbsp;เกณฑ์ในการนำส่งผู้ป่วยเข้าโรงพยาบาล&nbsp;1)&nbsp;เมื่อมีอาการไข้สูงกว่า&nbsp;39&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;ระยะเวลานานกว่า&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;2)&nbsp;หายใจเร็วกว่า&nbsp;25&nbsp;ครั้งต่อนาทีในผู้ใหญ่&nbsp;3)&nbsp;Oxygen&nbsp;Saturation&nbsp;&lt;94&nbsp;%&nbsp;4)&nbsp;โรคประจําตัวที่มีการเปลี่ยนแปลงหรือจําเป็นต้องติดตามอาการอย่างใกล้ชิดตามดุลยพินิจของแพทย์&nbsp;5)&nbsp;สําหรับในเด็ก&nbsp;หากมีอาการหายใจลําบาก&nbsp;ซึมลง&nbsp;ดื่มนมหรือ&nbsp;รับประทานอาหารน้อยลง&nbsp;</p><p><strong>เรื่องแจ้งจากการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดขอนแก่น&nbsp;ครั้งที่&nbsp;15/2565&nbsp;</strong>วันที่&nbsp;7&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มีมติให้คงใช้ประกาศจังหวัดขอนแก่น&nbsp;เรื่อง&nbsp;มาตรการ&nbsp;การเฝ้าระวัง&nbsp;ป้องกัน&nbsp;และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;ฉบับที่&nbsp;51&nbsp;ฉบับที่&nbsp;58&nbsp;ฉบับที่&nbsp;59&nbsp;และฉบับที่&nbsp;60&nbsp;</p><p>1)ห้ามบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ที่ร้านอาหาร&nbsp;2)&nbsp;การจำกัดการรวมกลุ่มคน&nbsp;ส่วนราชการงดการจัดประชุมสัมมนาออกไปก่อน&nbsp;ยกเว้นกรณีที่มีผลกระทบเกิดความเสียหาย&nbsp;พิจารณาจัดได้ต้องดำเนินการตามมาตรการอย่างเคร่งครัด&nbsp;เลื่อนการจัดงานไหม&nbsp;งานกาชาด&nbsp;และประเพณีผูกเสี่ยว&nbsp;ห้ามข้าราชการออกนอกพื้นที่&nbsp;3)&nbsp;ปิดโรงเรียน&nbsp;ศูนย์พัฒนาเด็ก&nbsp;4)&nbsp;ให้&nbsp;WFH&nbsp;อย่างเต็มกำลังความสามารถ&nbsp;โดยไม่มีผลกระทบ&nbsp;ขยาย&nbsp;WFH&nbsp;&nbsp;ออกไปจนถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเข้าทำงาน&nbsp;การบริหารจัดการเตียงโดยมีศูนย์บริหารจัดการเตียงผู้ป่วย&nbsp;เพิ่มศักยภาพในการรองรับผู้ป่วย&nbsp;ใน&nbsp;HI&nbsp;CI&nbsp;ตามเกณฑ์ที่กำหนด&nbsp;HI&nbsp;ในเขต&nbsp;อ.เมืองขอนแก่น&nbsp;จำนวน&nbsp;1,040&nbsp;เตียงต่อวันในรอบ&nbsp;10&nbsp;วัน&nbsp;สามารถรับได้จำนวน&nbsp;10,400&nbsp;เตียง&nbsp;HI&nbsp;ในจังหวัดขอนแก่น&nbsp;จำนวน&nbsp;2,520&nbsp;เตียงต่อวันในรอบ&nbsp;10&nbsp;วัน&nbsp;สามารถรับได้จำนวน&nbsp;25,200&nbsp;เตียง&nbsp;CI&nbsp;ทั้งจังหวัด&nbsp;รับผู้ป่วยได้จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;4,950&nbsp;เตียง&nbsp;จัดทำผังแนวทางการรับผู้ป่วย&nbsp;</p><p><strong>การบริหารจัดการยาและเวชภัณฑ์ให้ผู้ป่วย&nbsp;</strong>และประชาสัมพันธ์ให้ทุกหน่วยบริการปฏิบัติเป็นไปในแนวทางเดียวกัน&nbsp;การบริหารจัดการใน&nbsp;HI&nbsp;โดยใช้โปรแกรม&nbsp;AMED&nbsp;ของกรมการแพทย์&nbsp;สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&nbsp;แจ้งขั้นตอนการประสานให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด&nbsp;19&nbsp;กรณีรอเตียง&nbsp;โดยใช้สายด่วน&nbsp;สปสช.&nbsp;1330</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>	10/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ขอนแก่น	สวท.ขอนแก่น	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110155605437
334	10 ม.ค.65 จ.ลำพูนพบติดเชื้อ COVID-19 จากผล RT-PCR 1 ราย ผลตรวจ ATK Plus 44 ราย	<p><strong>วันนี้&nbsp;(10&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ที่ศาลาประชาคม&nbsp;ศาลากลางจังหวัดลำพูน&nbsp;</strong>นายแพทย์นิมิตร&nbsp;อินปั๋นแก้ว&nbsp;นายแพทย์เชี่ยวชาญ&nbsp;โรงพยาบาลลำพูน&nbsp;แถลงสถานการณ์&nbsp;COVID-19&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;จ.ลำพูน&nbsp;พบผู้ติดเชื้อเพิ่มในจังหวัด&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ต่างจังหวัดอีก&nbsp;0&nbsp;ราย&nbsp;ATK&nbsp;Plus&nbsp;44&nbsp;ราย&nbsp;มีผู้ป่วยยืนยันสะสมทั้งสิ้น&nbsp;5,508&nbsp;ราย&nbsp;ยอดเสียชีวิตสะสม&nbsp;42&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ระหว่างการรักษาตัวทั้งหมด&nbsp;272&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;ใน&nbsp;รพ.ลำพูน&nbsp;36&nbsp;ราย&nbsp;รพ.สนามเวียงยอง&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;รพ.สนามป่าซาง&nbsp;14&nbsp;ราย&nbsp;รพ.อื่นๆ&nbsp;306&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;4,679&nbsp;ราย</p><p><strong>ในส่วนของสถิติการครองเตียงของโรงพยาบาลรัฐทุกแห่งในจังหวัดลำพูนมีทั้งหมด&nbsp;504&nbsp;เตียง</strong>&nbsp;ใช้ไป&nbsp;165&nbsp;เตียงหรือคิดเป็น&nbsp;32.74%&nbsp;จึงทำให้มีเตียงเหลือรองรับผู้ป่วย&nbsp;339&nbsp;เตียงคิดเป็น&nbsp;67.26%&nbsp;นอกจากนี้เตียงรองรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลเอกชนมีรองรับทั้งสิ้น&nbsp;361&nbsp;เตียง&nbsp;ใช้ไป&nbsp;286&nbsp;เตียง&nbsp;คิดเป็น&nbsp;79.22%&nbsp;จึงทำให้มีเตียงเหลือรองรับผู้ป่วยอีก&nbsp;75&nbsp;เตียง&nbsp;คิดเป็น&nbsp;20.78%</p><p><strong>สำหรับการให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19</strong>&nbsp;ของจังหวัดลำพูน&nbsp;ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มียอดสะสมการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ไปแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;315,152&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;76.89%&nbsp;ของผู้ประสงค์ฉีดทั้งหมด&nbsp;126,648&nbsp;คน&nbsp;จากประชากรทั้งหมด&nbsp;401,408&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็น&nbsp;78.25%&nbsp;ฉีดเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;315,152&nbsp;ราย&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;280,195&nbsp;ราย&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;74,663&nbsp;ราย&nbsp;และเข็มที่&nbsp;4&nbsp;จำนวน&nbsp;1,519&nbsp;เข็ม</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>	10/1/2022	ภาคเหนือ	ลำพูน	สวท.ลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110153256418
335	จังหวัดพะเยา ตรวจ ATK คัดกรองผู้ติดเชื้อโควิด-19 และตรวจสารเสพติด  ข้าราชการ และลูกจ้างทุกราย	<p><strong>วันที่&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;นายศักดิ์ฤทธิ์&nbsp;สลักคำ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา&nbsp;</strong>เข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;ด้วยการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ร่วมถึงหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;พนักงานลูกจ้างทุกหน่วยงานราชการในศาลากลางจังหวัดพะเยา&nbsp;ร่วมถึงการตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะ&nbsp;ซึ่งเป็นมาตรการที่ทางจังหวัดพะเยานำมาใช้ในการตรวจคัดกรองหาเชื้อโควิด-19&nbsp;ข้าราชการลูกจ้างที่ปฏิบัติงานในศาลากลางจังหวัดพะเยา</p><p><strong>โดยข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;9&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;</strong>จังหวัดพะเยาพบผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;รายใหม่ในจังหวัด&nbsp;38&nbsp;ราย&nbsp;จำแนกดังนี้&nbsp;กลุ่มคลัสเตอร์เดิมที่ยังพบการระบาดต่อเนื่อง&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;Countdown&nbsp;ร้านพระราม&nbsp;8&nbsp;อำเภอเมืองพะเยา&nbsp;จำนวน&nbsp;22&nbsp;ราย&nbsp;(อำเภอเมืองพะเยา&nbsp;20&nbsp;ราย/ดอกคำใต้&nbsp;2&nbsp;ราย)&nbsp;คลัสเตอร์เดิม&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;อำเภอเชียงคำ&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ติดในครอบครัวและคนใกล้ชิด&nbsp;จำนวน&nbsp;13&nbsp;ราย&nbsp;และอยู่ระหว่างการสอบสวนหาปัจจัยเสี่ยง&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;กทม./จังหวัดอื่นๆ&nbsp;11&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยยืนยันสะสม&nbsp;3,037&nbsp;ราย&nbsp;(ในจังหวัด&nbsp;1,505&nbsp;ราย&nbsp;กทม./จังหวัดอื่นๆ&nbsp;1,532&nbsp;ราย&nbsp;)&nbsp;รักษาหายกลับบ้านวันนี้&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;ไม่มีผู้เสียชีวิต&nbsp;การคัดกรองกลุ่มเสี่ยงตามเกณฑ์เฝ้าระวัง&nbsp;ส่งตรวจหาเชื้อสะสม&nbsp;83,601&nbsp;ราย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>	10/1/2022	ภาคเหนือ	พะเยา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพะเยา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110153650422
336	ผู้ว่าฯสมุทรสงครามประชุมคณะกรรมการโรคติดจังหวัดเร่งฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เน้นสวมหน้ากากอนามัย 100 % บุคคลากรส่วนราชการตรวจชุด ATK ทุกสัปดาห์	<p><strong>วันนี้&nbsp;(10&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)นายนายขจร&nbsp;ศรีชวโนทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม</strong>&nbsp;เป็นประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;โดยมีนายศิริศักดิ์&nbsp;ศิริมังคะลา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ&nbsp;ปลัดจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลทั้งสามแห่ง&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ของจังหวัดสมุทรสงครามจากนั้นที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาขอความเห็นชอบแผนรองรับผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;การเปิดใช้โรงพยาบาลสนามอัมพวาร่วมใจ&nbsp;และโรงพยาบ่าลสนามวัดบางคณฑีนอก,การเปิดใช้ศูนย์พักคอย&nbsp;รวมทั้งการใช้งบประมาณของศูนย์&nbsp;CI/LQ</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;แม้ว่าขณะนี้สถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโควิดด-19&nbsp;</strong>ของจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;ยังสามารถควบคุมและโรงพยาบาลสามารถรองรับจำนวนผู้ป่วยได้&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมด้านโรงพยาบาลสนาม&nbsp;ศูนย์พักคอยสถานการณ์โควิดในระลอก&nbsp;4&nbsp;ซึ่งขณะนี้ทางโรงพยาบาลสนามอัมพวาร่วมใจ&nbsp;มีประชาชนจิตอาสาของตำบลแพรกหนามแดง&nbsp;ได้ร่วมใจกันปรับปรุงภูมิทัศน์และทำความสะอาด&nbsp;เนื่องจากมีการปิดระบบไปเมื่อต้นเดือนธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;เพื่อดูแลประชาชนหากมีจำนวนผู้ป่วยมากขึ้นเกินกว่าที่ทางโรงพยาบาลจังหวัดและอำเภอจะรองรับได้&nbsp;</p><p><strong>ส่วนมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด19&nbsp;ยังคง&nbsp;เข้มงวด&nbsp;ส</strong>ถานประกอบการโรงงาน&nbsp;ก็ยังเน้นการ&nbsp;ตรวจด้วยชุด&nbsp;ATK&nbsp;ตามมาตรการของโรงงานและก็ยังคงเข้มงวดในการปฏิบัติ&nbsp;ในการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด19.&nbsp;พร้อมทั้งสั่งการให้ส่วนราชการทุกภาคส่วนในจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;มีการตรวจด้วยชุด&nbsp;ATK&nbsp;บุคลากรในสำนักงานทุกสัปดาห์พร้อมรายงานผลให้จังหวัดทราบ</p><p><strong>ด้านนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;กล่าวด้วยว่า</strong>&nbsp;ขณะนี้ทางโรงพยาบาลทั้งสามแห่งของจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;เร่งฉีดวัคซีนให้ประชาชนทั่วไปตามกำหนดเวลาของแต่ละโรงพยาบาล&nbsp;ส่วนกลุ่ม&nbsp;608&nbsp;สามารถวอคอินฉีดได้ตลอดเวลา&nbsp;กรณีที่เป็นผู้ป่วยติดเตียงหรือผู้สูงอายุเดินทางไปโรงพยาบาลไม่สะดวกประสานกับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุกแห่ง&nbsp;เพื่อให้เจ้าหน้าที่เดินทางไปอำนวยความสะดวกฉีดวัคซีนให้ที่บ้านได้&nbsp;เพื่อให้มั่นใจว่าประชาชนจะได้รับความปลอดภัย&nbsp;ยืนยันว่าวัคซีนมีเพียงพอฉีดให้กับประชาชนทุกคน&nbsp;และแม้การฉีดวัคซีนจะช่วยลดความเสี่ยงอาการรุนแรง&nbsp;และเสียชีวิตได้แต่ขอให้ประชาชนยังคงป้องกันตัวเองอย่างเข้มงวด&nbsp;ทั้งการสวมหน้ากากอนามัย&nbsp;ล้างมือบ่อยๆ&nbsp;หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัด&nbsp;โอกาสติดเชื้อจะได้น้อยลง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>	10/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรสงคราม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110152147404
337	จังหวัดตรัง แถลงพบผู้ป่วยโควิด 19 รายใหม่ 35 ราย สะสม 18,266 ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย รวมผู้เสียชีวิตสะสม 117 ราย	<p><strong>วันนี้&nbsp;(&nbsp;10&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;นายแพทย์&nbsp;ตุลกานต์&nbsp;มักคุ้น&nbsp;นายแพทย์ชำนาญการพิเศ</strong>ษ&nbsp;โรงพยาบาลตรัง&nbsp;ในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;พร้อมด้วยแพทย์หญิงทิพย์ลดา&nbsp;บุญชัย&nbsp;นายแพทย์ชำนาญการ&nbsp;โรงพยาบาลตรัง&nbsp;ในฐานะรองโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ร่วมแถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์แถลงข่าวศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยในวันนี้&nbsp;พบผู้ป่วยโควิด&nbsp;19&nbsp;รายใหม่&nbsp;35&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็นติดเชื้อในจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;33&nbsp;ติดเชื้อจากที่อื่น&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;รวมผู้ติดเชื้อตามการระบาดระลอกใหม่ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;18,266&nbsp;ราย&nbsp;ผลการตรวจด้วย&nbsp;ATK&nbsp;เป็นบวก&nbsp;67&nbsp;ราย&nbsp;จากผลตรวจ&nbsp;770&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;8.70%&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จำแนกผู้ป่วยเป็นรายอำเภอดังนี้&nbsp;อำเภอกันตัง&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;16&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอวังวิเศษ&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอห้วยยอด&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;พบการติดเชื้อมากที่สุดจากการสัมผัสในชุมชน&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;</strong>คิดเป็นร้อยละ&nbsp;42.86&nbsp;และการสัมผัสร่วมบ้าน&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;42.86&nbsp;พูดคุยโดยไม่สวมหน้ากากและอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;11.43&nbsp;และสัมผัสในที่ทำงาน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;2.86&nbsp;และในวันนี้มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;รวมผู้เสียชีวิตสะสม&nbsp;117&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	10/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110151810401
338	สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี เตรียมจัดอบรม พัฒนาศักยภาพเครือข่ายการสื่อสารสุขภาพจังหวัดกาญจนบุรี ปี 2565 เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจกับการดูแลสุขภาพ	<p><strong>สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;เตรียมจัดอบรม&nbsp;</strong>พัฒนาศักยภาพเครือข่ายการสื่อสารสุขภาพจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจกับการดูแลสุขภาพ&nbsp;&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;และจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;ได้รับประกาศให้เป็นพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว&nbsp;</p><p><strong>สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;กำหนด&nbsp;จัดอบรมพัฒนาศักยภาพ</strong>เครือข่ายการสื่อสารสุขภาพจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;ในวันพุธที่&nbsp;12&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่&nbsp;ห้องประชุมสุรพงษ์&nbsp;ตันธนศรีกุล&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;เพื่อสร้างความรู้&nbsp;ความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับประชาชน&nbsp;โดยกลุ่มเป้าหมายในการอบรมฯ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;สื่อมวลชนในพื้นที่&nbsp;ทุกแขนง&nbsp;ภาคเครือข่ายสุขภาพ&nbsp;เครือข่ายการสื่อสารสุขภาพจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;</p><p><strong>ประเด็นที่สำหรับการอบรมฯ&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;อาทิ&nbsp;การดูแลสุขภาพและป้องกันโรค&nbsp;</strong>การรณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;การตรวจคัดกรอง&nbsp;ATK&nbsp;สำหรับประชาชนกลุ่มเสี่ยง&nbsp;การขับเคลื่อนด้านสาธารณสุขเพื่อรองรับนโยบายการเปิดพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;โดยนายแพทย์ชาติชาย&nbsp;กิติยานันท์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;การสื่อสารในภาวะโรคระบาด&nbsp;โดยนายอนุ&nbsp;ทองดี&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;การขับเคลื่อนนโยบายการฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;ในยุคการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;โดยนายภานุวัฒน์&nbsp;ศิลแดนจันทร์&nbsp;มณีเวชช&nbsp;หัวหน้าคณะทำงานขับเคลื่อนการฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการจัดอบรมฯ&nbsp;ครั้งนี้&nbsp;สามารถสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อ</strong>งกับประชาชนให้ครอบคลุมทั่วถึง&nbsp;โดยใช้การสื่อสารประชาสัมพันธ์เป็นเครื่องมือในการสร้างความรู้ความเข้าใจและความร่วมมือ&nbsp;เพื่อให้ประชาชนตระหนักและใส่ใจการดูแลสุขภาพ&nbsp;และสร้างความร่วมมืออันดีระหว่างผู้ให้บริการ&nbsp;และผู้รับบริการ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ณัฏฐภัส&nbsp;เหลืองพฤกษชาติ&nbsp;/&nbsp;สวท.กาญจนบุรี</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	10/1/2022	ภาคตะวันตก	กาญจนบุรี	สวท.กาญจนบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110152625410
339	ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม ประชุมคณะกรรมการโรคติดจังหวัดเร่งฉีดวัคซีนป้องกันโควิด - 19 เน้นสวมหน้ากากอนามัย 100 % บุคคลากรส่วนราชการตรวจชุด ATK ทุกสัปดาห์	<p><strong>วันนี้&nbsp;(10&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;นายนายขจร&nbsp;ศรีชวโนทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม</strong>&nbsp;เป็นประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;โดยมีนายศิริศักดิ์&nbsp;ศิริมังคะลา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ&nbsp;ปลัดจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลทั้งสามแห่ง&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ของจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;&nbsp;จากนั้น&nbsp;ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาขอความเห็นชอบแผนรองรับผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;การเปิดใช้โรงพยาบาลสนามอัมพวาร่วมใจ&nbsp;และโรงพยาบ่าลสนามวัดบางคณฑีนอก,การเปิดใช้ศูนย์พักคอย&nbsp;รวมทั้งการใช้งบประมาณของศูนย์&nbsp;CI/LQ&nbsp;</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;แม้ว่าขณะนี้สถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโควิดด-19</strong>&nbsp;ของจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;ยังสามารถควบคุมและโรงพยาบาลสามารถรองรับจำนวนผู้ป่วยได้&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมด้านโรงพยาบาลสนาม&nbsp;ศูนย์พักคอยสถานการณ์โควิดในระลอก&nbsp;4&nbsp;ซึ่งขณะนี้ทางโรงพยาบาลสนามอัมพวาร่วมใจ&nbsp;มีประชาชนจิตอาสาของตำบลแพรกหนามแดง&nbsp;ได้ร่วมใจกันปรับปรุงภูมิทัศน์และทำความสะอาด&nbsp;เนื่องจากมีการปิดระบบไปเมื่อต้นเดือนธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;เพื่อดูแลประชาชนหากมีจำนวนผู้ป่วยมากขึ้นเกินกว่าที่ทางโรงพยาบาลจังหวัดและอำเภอจะรองรับได้&nbsp;</p><p><strong>ส่วนมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด19&nbsp;ยังคง&nbsp;เข้มงวด&nbsp;สถานประกอบการโรงงาน</strong>&nbsp;ก็ยังเน้นการ&nbsp;ตรวจด้วยชุด&nbsp;ATK&nbsp;ตามมาตรการของโรงงานและก็ยังคงเข้มงวดในการปฏิบัติ&nbsp;ในการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด19.&nbsp;พร้อมทั้งสั่งการให้ส่วนราชการทุกภาคส่วนในจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;มีการตรวจด้วยชุด&nbsp;ATK&nbsp;บุคลากรในสำนักงานทุกสัปดาห์พร้อมรายงานผลให้จังหวัดทราบ&nbsp;</p><p><strong>ด้านนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;กล่าวด้วยว่า&nbsp;</strong>ขณะนี้ทางโรงพยาบาลทั้งสามแห่งของจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;เร่งฉีดวัคซีนให้ประชาชนทั่วไปตามกำหนดเวลาของแต่ละโรงพยาบาล&nbsp;ส่วนกลุ่ม&nbsp;608&nbsp;สามารถวอคอินฉีดได้ตลอดเวลา&nbsp;กรณีที่เป็นผู้ป่วยติดเตียงหรือผู้สูงอายุเดินทางไปโรงพยาบาลไม่สะดวกประสานกับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุกแห่ง&nbsp;เพื่อให้เจ้าหน้าที่เดินทางไปอำนวยความสะดวกฉีดวัคซีนให้ที่บ้านได้&nbsp;เพื่อให้มั่นใจว่าประชาชนจะได้รับความปลอดภัย&nbsp;ยืนยันว่าวัคซีนมีเพียงพอฉีดให้กับประชาชนทุกคน&nbsp;และแม้การฉีดวัคซีนจะช่วยลดความเสี่ยงอาการรุนแรง&nbsp;และเสียชีวิตได้แต่ขอให้ประชาชนยังคงป้องกันตัวเองอย่างเข้มงวด&nbsp;ทั้งการสวมหน้ากากอนามัย&nbsp;ล้างมือบ่อยๆ&nbsp;หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัด&nbsp;โอกาสติดเชื้อจะได้น้อยลง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	10/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรสงคราม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110152905412
340	สสจ.ชลบุรี ตรวจพื้นที่เมืองพัทยา หลังยอดผู้ป่วยโควิดพุ่ง	<p><strong>สสจ.ชลบุรี&nbsp;ตรวจพื้นที่เมืองพัทยา&nbsp;หลังยอดผู้ป่วยโควิดพุ่งอันดับ&nbsp;1&nbsp;</strong>ย้ำสถานบริการตรวจเข้ม&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเข้าร้าน&nbsp;</p><p><strong>นายอภิรัต&nbsp;กตัญญุตานนท์&nbsp;นายแพทย์&nbsp;สาธารณสุขจังหวัดชลบุรี</strong>&nbsp;เจ้าหน้าที่สาธารสุขอำเภอบางละมุง&nbsp;นำกำลังลงตรวจสอบพื้นที่&nbsp;ที่เคยตกเป็นคลัสเตอร์&nbsp;มีผู้ป่วยติดเชื้อโควิด&nbsp;19&nbsp;ในพื้นที่เมืองพัทยา&nbsp;หลังจากที่จังหวัดชลบุรี&nbsp;นั้นมียอดผู้ป่วยติดเชื้อสูงขึ้นเป็นอัน1&nbsp;ของประเทศ&nbsp;พร้อมประชาสัมพันธ์&nbsp;ให้สถานบริการ&nbsp;ต่างๆให้เข้มงวดเกี่ยวกับมาตรการ&nbsp;และการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;&nbsp;ก่อนเข้าร้านมากขึ้น&nbsp;จากเดิมที่&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;ครั้ง&nbsp;และวันเว้นวัน&nbsp;ให้เป็นการตรวจทุกวันสำหรับพนักงาน&nbsp;รวมถึงนักท่องเที่ยวที่จะเข้าบริการด้วย</p><p><strong>โดยทางร้านจะต้องทำการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ให้กับผู้เข้าใช้บริการก่อนเข้าร้าน</strong>&nbsp;และจะต้องตรวจที่ร้านเท่านั้น&nbsp;ไม่อนุญาตให้ตรวจมาเองที่บ้านอีกแล้ว&nbsp;เนื่องจากผู้ที่เข้าใช้บริการ&nbsp;อาจจะนำที่ตรวจ&nbsp;ที่ไม่เป็นปัจจุบันมาแสดง&nbsp;เพื่อเข้าใช้บริการ&nbsp;ซึ่งพบว่าบ้างร้านยังคงไม่มีการตรวจก่อนเข้าใช้&nbsp;ยังคงให้นักท่องเที่ยวตรวจมาเอง&nbsp;หากมีผู้ติดเชื้อเข้าใช้บริการก็อาจจะเกิดการแพร่ระบาดได้&nbsp;ถือว่ายังเป็นความเสี่ยงอย่างมาก&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ทางเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดชลบุรี&nbsp;ได้ประชาสัมพันธ์</strong>&nbsp;ให้ทุกร้านต้องช่วยกันทำตามมาตรการอย่างเข้มงวด&nbsp;ส่วนปัญหาที่พบส่วนใหญ่เกี่ยวกับเรื่องการตรวจ&nbsp;&nbsp;ATK&nbsp;ที่บ้างร้านไม่สามารถหาซื้อได้&nbsp;บางร้านก็หาซื้อได้ในราคาที่สูง&nbsp;และหลังจากนี้จะทำการสุ่มตรวจอีกครั้ง&nbsp;หากพบว่ายังไม่เป็นไปตามมาตรการอาจจะต้องเสนอสั่งปิดต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ปริญญา/ข่าว/ภาพ</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	10/1/2022	ภาคตะวันออก	ชลบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110155203434
341	มร.ลป. ตรวจ ATK คัดกรองโควิด-19 ให้กับบุคลากรและนักศึกษา ป้องกันการแพร่ระบาดในสถานศึกษา	<p><strong>วันที่&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปา</strong>ง&nbsp;จัดบริการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ให้กับคณาจารย์&nbsp;บุคลากร&nbsp;และนักศึกษา&nbsp;ที่เดินทางมาจากจังหวัดที่ประกาศเป็นจังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด&nbsp;หรือจังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุด&nbsp;หรือพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาด&nbsp;หรือเข้าร่วมกิจกรรมที่มีความเสี่ยงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ตามมาตรการป้องกันที่จังหวัดลำปาง&nbsp;และกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรมกำหนด</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง&nbsp;</strong>ได้กำหนดให้บริการตรวจหาเชื้อไวรัส&nbsp;COVID&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;ด้วยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;(Antigen&nbsp;test&nbsp;kit)&nbsp;ให้คณาจารย์&nbsp;บุคลากร&nbsp;และนักศึกษาที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง&nbsp;อีกครั้งในวันที่&nbsp;12&nbsp;และ&nbsp;14&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	10/1/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110174748491
342	องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) นำร่องจังหวัดบุรีรัมย์เป็นพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(10&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ที่โรงแรม&nbsp;Cresco&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;</strong>นายไชยวัฒน์&nbsp;จุนถิระพงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;พร้อมด้วยนาวาอากาศเอก&nbsp;อธิคุณ&nbsp;คงมี&nbsp;ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน&nbsp;และคณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม&nbsp;มหาวิทยาลัยมหาสารคาม&nbsp;ร่วมรับฟังความคิดเห็นภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยว&nbsp;การประกาศพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์""&nbsp;ภายใต้โครงการการศึกษาความเหมาะสมเพื่อเตรียมประกาศพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน&nbsp;ในเขตพัฒนาการท่องเที่ยวอารยธรรมอีสานใต้&nbsp;โดยมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ผู้นำชุมชนและตัวแทนวิสาหกิจชุมชนในจังหวัดบุรีรัมย์เข้าร่วมประชุม&nbsp;พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น&nbsp;ซึ่งได้จัดการประชุมโดยการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเข้มงวดซึ่งผู้เข้าร่วมประชุมรวมถึงผู้จัดงานและเจ้าหน้าที่&nbsp;จะต้องผ่านการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;และผ่านจุดคัดกรองก่อนเข้าร่วมประชุม&nbsp;ซึ่งการจัดประชุมในครั้งนี้ได้นำเสนอผลการศึกษาการประเมินพื้นที่&nbsp;เพื่อกำหนดร่างขอบเขตพื้นที่พิเศษจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;เวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อร่างขอบเขตพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน&nbsp;การประชุมกลุ่มย่อย&nbsp;เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์การท่องเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;และความต้องการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;รวมถึงการระดมความคิดเห็นการประเมินความพร้อมของภาคีเครือข่ายการขับเคลื่อนพื้นที่พิเศษจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;</p><p><strong>นาวาอากาศเอก&nbsp;อธิคุณ&nbsp;คงมี&nbsp;ผอ.อพท.&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>จังหวัดบุรีรัมย์เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพทางการท่องเที่ยวที่โดดเด่น&nbsp;และเหมาะสมที่จะเป็นพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน&nbsp;ซึ่งการที่จะเป็นพื้นที่พิเศษได้ต้องมีองค์ประกอบ&nbsp;3&nbsp;ด้าน&nbsp;คือ&nbsp;คุณค่าด้านแหล่งท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ&nbsp;ประวัติศาสตร์&nbsp;และวัฒนธรรม&nbsp;ด้านนี้จะเห็นได้ว่าจังหวัดบุรีรัมย์ได้มีการเชื่อมโยงสถานที่ท่องเที่ยวกับอารยธรรมขอม&nbsp;รวมถึงนำวิถีชีวิตของชาวบ้านไม่ว่าจะเป็นการทอผ้าไหม&nbsp;การปลูกข้าวฯลฯ&nbsp;ซึ่งเป็นอัตลักษณ์ของแต่ละชุมชน&nbsp;มาผสมผสานกับการท่องเที่ยวได้อย่างลงตัว/ด้านที่&nbsp;2&nbsp;คือการบริหารจัดการกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;และการท่องเที่ยว&nbsp;มีการบริหารจัดการดี&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นที่พัก&nbsp;สิ่งอำนวยความสะดวก&nbsp;รวมถึงกิจกรรมที่น่าสนใจ&nbsp;และด้านที่&nbsp;3&nbsp;คือ&nbsp;พื้นที่ที่เสี่ยงต่อการถูกทำลาย&nbsp;ซึ่งจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ต้องเร่งปกป้อง&nbsp;และเป็นเมืองต้นแบบพื้นที่พิเศษแห่งอารยธรรมอีสานใต้&nbsp;จากนั้น&nbsp;อพท.&nbsp;จะพัฒนาจังหวัดนครราชสีมา,&nbsp;สุรินทร์,&nbsp;ศรีสะเกษ&nbsp;และอุบลราชธานี&nbsp;เพื่อสร้างความเข้มแข็ง&nbsp;และเชื่อมโยงพื้นที่ท่องเที่ยวต่อไป&nbsp;</p><p><strong>นายไชยวัฒน์&nbsp;จุนถิระพงศ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การที่จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ได้เป็นอันดับ&nbsp;1&nbsp;ของการประเมินศักยภาพและความเหมาะสมในการประกาศพื้นที่พิเศษ&nbsp;จะส่งผลให้เกิดกิจกรรมที่หลากหลายภายในจังหวัด&nbsp;ซึ่งประชาชนในพื้นที่ทุกพื้นที่ที่มีการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนจะได้รับประโยชน์จากการสร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจให้ชุมชนอีกด้วย&nbsp;นอกจากนี้ยังมีการกระจายความรู้ด้านการดำเนินการต่างๆที่อาศัยเรื่องการมีส่วนร่วม&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจและรักษาวัฒนธรรมท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืน&nbsp;ส่วนการท่องเที่ยวในยุคสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ทางจังหวัดได้ให้ความสำคัญตั้งแต่หน้าด่านที่รับนักท่องเที่ยวเข้ามาในจังหวัด&nbsp;ซึ่งประชาชนในจังหวัดบุรีรัมย์ได้รับวัคซีนมากกว่า&nbsp;90%&nbsp;&nbsp;และมีมาตรการคัดกรองคนเข้าจังหวัดที่เข้มงวด&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการคัดกรองผู้ที่เขามาในจังหวัดอย่างน้อยต้องรับวัคซีนแล้ว&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;ผู้ที่มาจากพื้นที่สีเหลือง&nbsp;สีส้ม&nbsp;หรือสีฟ้า&nbsp;จะต้องมีการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และมาตรการอื่นๆ&nbsp;ฉะนั้นขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวมั่นใจ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>"	10/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	บุรีรัมย์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบุรีรัมย์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110171113486
343	ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เน้นย้ำการป้องกันตนเองห่างไกล COVID-19 ด้วยการฉีดวัคซีนทุกคน แม้จะติดเชื้อแต่ก็ลดอาการป่วยหนักและเสียชีวิตได้ พร้อมนำมาตรการ VUCA มาปรับใช้	<p><strong>วันนี้&nbsp;(10&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;</strong>กล่าวในรายการเช็คอินฟิน&nbsp;ฟิน&nbsp;ถิ่นสโตย&nbsp;กับผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดสตูล&nbsp;FM95.50MHz&nbsp;ว่าขณะนี้ประชาชนกลับเข้าสู่ในช่วงการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;อีกครั้ง&nbsp;จากการระบาดของสายพันธุ์&nbsp;OMICRON&nbsp;ซึ่งต้องเฝ้าระวังกันทั่วโลก&nbsp;โดยจังหวัดสตูล&nbsp;มีผู้ติดเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;รวมมากถึง&nbsp;9,137&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;8,561&nbsp;ราย&nbsp;และกำลังรักษาอยู่อีก&nbsp;451&nbsp;ราย&nbsp;โดยมีผู้เสียชีวิตรวมมากถึง&nbsp;125&nbsp;ราย&nbsp;(ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;9&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;ซึ่งในกลุ่มของผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่ยังไม่รับการฉีดวัคซีนป้องกัน&nbsp;COVID-19&nbsp;</p><p><strong>จึงได้เน้นย้ำให้ทุกอำเภอเร่งรณรงค์และการฉีดวัคซีนป้องกัน&nbsp;COVID-19</strong>&nbsp;โดยจัดหน่วยโมบายออกให้บริการฉีดวัคซีนแก่ประชาชนทุกกลุ่ม&nbsp;อาจเป็นการตั้งหน่วยที่มัสยิด&nbsp;ที่ทำการชุมชน&nbsp;และการออกให้บริการฉีดวัคซีนที่บ้านแก่ผู้ป่วยติดเตียง&nbsp;รวมทั้งการลงพื้นที่สร้างความเข้าใจกลุ่มที่ยังไม่เข้ารับการฉีดวัคซีนให้เปลี่ยนใจรับการฉีดวัคซีนให้มากที่สุด&nbsp;อย่างน้อยแม้วัคซีนจะช่วยป้องกันการติดไม่ได้แต่ก็ช่วยลดการเจ็บป่วยหนักและเสียชีวิตได้&nbsp;ส่วนการบริหารจัดการขยะติดเชื้อขอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมกับหน่วยงานสาธารณสุขในการจัดการขยะติดเชื้อให้ถูกสุขลักษณะ</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;สำหรับการจัดกิจกรรมต่างๆ&nbsp;จะต้องมีการนำมาตรการ&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;setting</strong>&nbsp;นำมาปรับใช้&nbsp;ทั้งการบริหารจัดการสถานที่&nbsp;การตรวจสอบการฉีดวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;การตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;แม้ทาง&nbsp;ศบค.ชุดใหญ่&nbsp;จะอนุญาตให้มีการจัดกิจกรรมบ้างแล้ว&nbsp;แต่ทั้งนี้ก็ต้องมีการนำมาตรการที่กระทรวงสาธารรสุขมาปรับใช้&nbsp;เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและลดความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของโรค&nbsp;โดยใช้มาตรการ&nbsp;VUCA&nbsp;มาปรับใช้และรณรงค์ประชาชนอย่าได้ตื่นตระหนก&nbsp;ขอให้ดูแลสุขอนามัยให้ดีที่สุด&nbsp;และขอให้กำลังใจให้พี่น้องประชาชนสู้กับวิกฤติ&nbsp;COVID-19&nbsp;ไปด้วยกัน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	10/1/2022	ภาคใต้	สตูล	สวท.สตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110162115461
344	ประมวลข่าวทั่วไทยประจำวันที่ 10 มกราคม 2565	"<p>ประมวลข่าวทั่วไทยประจำวันที่&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</p><p><br></p><p>การเมือง/มั่นคง</p><p><strong>ไทย-เคนยา&nbsp;พร้อมเพิ่มพูนความร่วมมือระหว่างกันรอบด้าน&nbsp;ทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี</strong></p><p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong>&nbsp;&nbsp;เปิดโอกาสให้&nbsp;นายคิปทิเนสส์&nbsp;ลินด์ซีย์&nbsp;คิมโวเล&nbsp;(Mr.&nbsp;Kiptiness&nbsp;Lindsay&nbsp;Kimwole)&nbsp;&nbsp;เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเคนยาประจำประเทศไทย&nbsp;เข้าเยี่ยมคารวะ&nbsp;ในโอกาสเข้ารับหน้าที่&nbsp;ณ&nbsp;ห้องสีงาช้าง&nbsp;ตึกไทยคู่ฟ้า&nbsp;ทำเนียบรัฐบาล</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวยินดีที่ได้พบ</strong>&nbsp;แสดงความยินดีที่ได้เข้ารับตำแหน่งเอกอัครราชทูตเคนยาประจำประเทศไทย&nbsp;หวังเป็นอย่างยิ่งว่า&nbsp;ทั้งสองฝ่ายจะสามารถกระชับความสัมพันธ์&nbsp;&nbsp;และขยายความร่วมมือในด้านต่างๆ&nbsp;ให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น&nbsp;โดยไทยและเคนยาจะครบรอบ&nbsp;55&nbsp;ปี&nbsp;ของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันในปีนี้&nbsp;ทั้งนี้เชื่อมั่นว่าจากประสบการณ์&nbsp;ความรู้&nbsp;ความสามารถของเอกอัครราชทูตฯ&nbsp;ทั้งในเวทีโลกและระหว่างประเทศจะทำให้ทั้งสองฝ่ายทำงานร่วมกันเพื่อส่งเสริมความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมและรอบด้านมากยิ่งขึ้น</p><p><strong>ด้านเอกอัครราชทูตเคนยาประจำประเทศไทย</strong>&nbsp;กล่าวขอบคุณที่ให้เข้าพบในวันนี้&nbsp;รู้สึกยินดีที่ได้มาประจำการที่ประเทศไทย&nbsp;พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินบทบาทอย่างแข็งขัน&nbsp;เพื่อกระชับและสานต่อความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน&nbsp;และสร้างสรรค์ในการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเคนยาอย่างรอบด้านต่อไป</p><p><strong>โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือในประเด็นความร่วมมือ</strong>&nbsp;ที่รัฐบาลของทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญ&nbsp;ด้านสาธารณสุข&nbsp;ไทยยินดีและพร้อมส่งเสริมความร่วมมือกับเคนยาในการรับมือต่อสู้กับโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;และโรคระบาดอื่นๆ&nbsp;ในอนาคต&nbsp;รวมถึงการให้ทุนการศึกษาและฝึกอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากร&nbsp;ด้านสาธารณสุขของเคนยา&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า&nbsp;โดยเอกอัครราชทูตฯ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เคนยาหวังที่จะเรียนรู้และแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับ&nbsp;หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า&nbsp;(Universal&nbsp;Health&nbsp;Coverage&nbsp;-&nbsp;UHC)&nbsp;และการแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;การแบ่งปันและถ่ายถอดองค์ความรู้&nbsp;การวิจัย&nbsp;และพัฒนาการผลิตวัคซีนป้องกันโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;ซึ่งไทยมีศักยภาพในการผลิตเพื่อใช้ภายในประเทศ</p><p><strong>ด้านการค้าและการลงทุน</strong>&nbsp;นายกรัฐมนตรียินดีที่เคนยาเป็นคู่ค้าอันดับ&nbsp;1&nbsp;ของไทยใน&nbsp;แอฟริกาตะวันออก&nbsp;หวังว่าทั้งสองฝ่ายจะสามารถเพิ่มพูนปริมาณการค้าระหว่างกันให้มากขึ้นได้ในอนาคต&nbsp;โดยไทยและเคนยาต่างมีพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็งและสามารถเป็นประตูการค้าให้แก่กันและกันสู่ภูมิภาคอาเซียน&nbsp;(ASEAN)&nbsp;และแอฟริกาได้&nbsp;ซึ่งทั้งสองฝ่ายต่างมีศักยภาพ&nbsp;และพร้อมสนับสนุนเพื่อขยายความร่วมมือกันมากขึ้นในด้านนี้&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เอกอัครราชทูตกล่าวพร้อมสนับสนุนหากภาคเอกชนไทยมีความสนใจที่จะเข้าไปลงทุน&nbsp;ซึ่งไทยก็พร้อมที่จะอำนวยความสะดวกแก่นักลงทุนเคนยาอย่างเต็มที่เช่นเดียวกัน</p><p><strong>ด้านการศึกษา&nbsp;วิชาการและการพัฒนา</strong>&nbsp;ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเพิ่มพูนความร่วมมือในด้านนี้&nbsp;โดยรัฐบาลเคนยาให้ความสำคัญกับเรื่องการศึกษาเป็นอย่างมาก&nbsp;ซึ่งไทยยินดีให้ความร่วมมือทางวิชาการแก่เคนยาในสาขาที่ไทยมีศักยภาพ&nbsp;ผ่านการจัดสรรทุนฝึกอบรมระยะสั้นและระยะยาวในรูปแบบทุนระดับปริญญาโท&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาไทยได้ให้ทุนในรูปแบบทุนฝึกอบรม&nbsp;ซึ่งดำเนินการโดยกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ&nbsp;(TICA)</p><p><strong>ด้านเศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;ทั้งสองฝ่ายต่างเห็นว่า</strong>&nbsp;ไทยและเคนยาสามารถร่วมมือกันในเรื่องดังกล่าวได้&nbsp;โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า&nbsp;รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนาประเทศภายใต้โมเดล&nbsp;BCG&nbsp;ที่เน้นการใช้ประโยชน์&nbsp;จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนและคุ้มค่า&nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดเรื่องเศรษฐกิจภาคพื้นทะเล&nbsp;(Blue&nbsp;Economy)&nbsp;ของเคนยา&nbsp;ซึ่งให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรทางทะเลให้เกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;โดยเฉพาะการแปรรูปสินค้าและวัตถุดิบทางทะเล&nbsp;รวมทั้งการทำประมงอย่างยั่งยืน</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgba(0,&nbsp;0,&nbsp;0,&nbsp;0.65);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">เศรษฐกิจ/ท่องเที่ยว</span></p><p><strong>ธอส.&nbsp;เปิดขายสลาก&nbsp;ต่อเงินต่อทอง&nbsp;ลุ้นรางวัลเป็นสลากมูลค่าสูงสุด&nbsp;1&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เริ่มจำหน่าย&nbsp;12&nbsp;มกราคมนี้</strong></p><p><strong>นายฉัตรชัย&nbsp;ศิริไล&nbsp;กรรมการผู้จัดการ&nbsp;ธนาคารอาคารสงเคราะห์&nbsp;(ธอส.)</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;&nbsp;ธอส.&nbsp;ได้จัดทำผลิตภัณฑ์&nbsp;สลากออมทรัพย์&nbsp;ชุดต่อเงินต่อทอง&nbsp;มูลค่าหน่วยละ&nbsp;&nbsp;10,000&nbsp;บาท&nbsp;กรอบวงเงิน&nbsp;20,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;อายุสลาก&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;ให้ผลตอบแทนหน้าสลาก&nbsp;ร้อยละ&nbsp;0.50&nbsp;ต่อปี&nbsp;เมื่อฝากครบกำหนดจะได้รับเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยรวมหน่วยละ&nbsp;&nbsp;10,150&nbsp;บาท&nbsp;อีกทั้งยังมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลเป็นสลากออมทรัพย์ชุดต่อเงินต่อทองเพื่อเพิ่มโอกาสในการถูกรางวัลมากขึ้น&nbsp;ทุกเดือน&nbsp;รวม&nbsp;36&nbsp;ครั้ง</p><p><strong>และยังเป็นสลากที่มีผลตอบแทนสูง&nbsp;โดยซื้อสลากเพียง&nbsp;10&nbsp;หน่วย</strong>&nbsp;&nbsp;หรือ&nbsp;100,000&nbsp;บาท&nbsp;จะได้รับผลตอบแทนขั้นต่ำคิดเป็นร้อยละ&nbsp;0.86&nbsp;ต่อปี&nbsp;นอกจากนี้ผู้ซื้อยังมีโอกาสถูกรางวัลสูง&nbsp;โดยรางวัลที่&nbsp;1&nbsp;เป็นสลากมูลค่า&nbsp;1&nbsp;ล้านบาท&nbsp;รางวัลที่&nbsp;2&nbsp;สลากมูลค่า&nbsp;100,000&nbsp;บาท&nbsp;รางวัลที่&nbsp;3&nbsp;สลากมูลค่า&nbsp;20,000&nbsp;บาท&nbsp;รางวัลที่&nbsp;4&nbsp;สลากมูลค่า&nbsp;10,000&nbsp;บาท&nbsp;และรางวัลพิเศษ&nbsp;รวมทั้งได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับดอกเบี้ยและเงินรางวัลอีกด้วย&nbsp;เริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่&nbsp;12&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จนกว่าจะเต็มกรอบวงเงิน&nbsp;และเริ่มออกรางวัลครั้งแรก&nbsp;วันที่&nbsp;17&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ผู้ที่สนใจสามารถซื้อสลากออมทรัพย์&nbsp;ธอส.&nbsp;ผ่าน&nbsp;Mobile&nbsp;Application&nbsp;:&nbsp;GHB&nbsp;ALL&nbsp;หรือที่สาขาของธนาคาร&nbsp;ธอส.&nbsp;ทุกสาขาทั่วประเทศ&nbsp;</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgba(0,&nbsp;0,&nbsp;0,&nbsp;0.65);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">เกษตร/สิ่งแวดล้อม</span></p><p><strong>กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;เร่งศึกษาการขยายพันธุ์และส่งเสริมพืชกระท่อมพันธุ์ดีสู่พืชเศรษฐกิจ</strong></p><p><strong>นายขจร&nbsp;เราประเสริฐ&nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรด้านส่งเสริมการผลิต</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;พืชกระท่อมได้พ้นจากบัญชียาเสพติดให้โทษ&nbsp;จึงได้รับความสนใจจากเกษตรกรและประชาชนทั่วไป&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;พืชกระท่อมยังขาดการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการขยายพันธุ์ที่มีคุณภาพและปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโต&nbsp;</p><p><strong>กรมส่งเสริมการเกษตร</strong>&nbsp;จึงได้ร่วมกับคณะเกษตรศาสตร์&nbsp;มหาวิทยาลัยขอนแก่น&nbsp;โดยการสนับสนุนทุนวิจัยโดยสำนักงาน&nbsp;ป.ป.ส.&nbsp;ดำเนินการวิจัยเรื่องการศึกษาการขยายพันธุ์และส่งเสริมพืชกระท่อมพันธุ์ดีสู่พืชเศรษฐกิจ&nbsp;เพื่อศึกษาการขยายพันธุ์&nbsp;การเจริญเติบโตและการตอบสนองทางสรีรวิทยาในระยะต้นกล้าและศึกษาปัจจัย&nbsp;รวมถึงอุปสรรค&nbsp;สำหรับการขยายพันธุ์กล้าไม้พืชกระท่อม&nbsp;เพื่อใช้เป็นแนวทางในการส่งเสริมการปลูก&nbsp;สามารถนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และพัฒนาไปสู่พืชเศรษฐกิจฐานชุมชน&nbsp;เพื่อสร้างรายได้ที่ดีให้กับเกษตรกรต่อไป&nbsp;โดยมีเป้าหมายการผลิตจำนวน&nbsp;100,000&nbsp;ต้น</p><p><br></p><p><strong>กรมปศุสัตว์&nbsp;ยืนยันไม่เคยเห็นหนังสือจากภาคีคณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย&nbsp;เรื่องข้อห่วงใยโรคระบาดในสุกร</strong></p><p><strong>นายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ตามที่มีการนำเสนอข่าวทางสื่อออนไลน์กรณี&nbsp;ภาคีคณบดี&nbsp;คณะสัตวแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย&nbsp;ได้มีหนังสือลงวันที่&nbsp;7&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;แจ้งมายังกรมปศุสัตว์&nbsp;เรื่อง&nbsp;ข้อห่วงใยต่อสถานการณ์โรคระบาดและการควบคุมโรคในสุกร&nbsp;โดยหน่วยงานของสถาบันการศึกษาสัตวแพทยศาสตร์ในประเทศไทย&nbsp;พบเชื้อไวรัสอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;(Afican&nbsp;Swine&nbsp;Fever:&nbsp;ASF)&nbsp;ในซากสุกรที่ส่งชันสูตรโรค&nbsp;และได้รายงานการตรวจพบโรคต่อกรมปศุสัตว์ตามข้อกำหนดของพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์&nbsp;พ.ศ.2558&nbsp;และขอให้กรมปศุสัตว์ดำเนินการตามมาตรการเพื่อควบคุมโรคโดยเร็ว&nbsp;นั้นขอยืนยันว่า&nbsp;ยังไม่เคยเห็นหนังสือดังกล่าวเสนอขึ้นมารายงานให้ทราบ&nbsp;แต่เพื่อเป็นการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะเร่งดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวและดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบต่างๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้องโดยเร็วต่อไป&nbsp;</p><p><strong>กรมปศุสัตว์&nbsp;ขอยืนยันว่า</strong>&nbsp;ได้ดำเนินการทุกอย่างตามขั้นตอน&nbsp;ตามหลักวิชาการและเฝ้าระวังโรคอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เร่งสั่งการให้ทุกจังหวัดตรวจสอบลงพื้นที่&nbsp;พร้อมประเมินความเสี่ยงและขอความร่วมมือเกษตรกรในการสังเกตและเฝ้าระวังโรค&nbsp;โดยสามารถรายงานหรือขอความช่วยเหลือได้ที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดและอำเภอในทุกพื้นที่&nbsp;หรือที่&nbsp;Application:&nbsp;DLD&nbsp;4.0&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ได้สั่งการด่วนจัดชุดเฉพาะกิจลงตรวจสอบสภาวะโรคในพื้นที่เสี่ยง&nbsp;</strong>สุ่มตรวจเพิ่มเติมโดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการเลี้ยงสุกรหนาแน่น&nbsp;โดยในวันที่&nbsp;8&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;สุ่มดำเนินการในพื้นที่จังหวัดราชบุรี&nbsp;โดยการเฝ้าระวังและเก็บตัวอย่างจำนวน&nbsp;6&nbsp;ฟาร์ม&nbsp;&nbsp;รวม&nbsp;196&nbsp;ตัวอย่าง&nbsp;และวันที่&nbsp;9&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;สุ่มดำเนินการในพื้นที่จังหวัดนครปฐม&nbsp;โดยการเฝ้าระวังและเก็บตัวอย่างจำนวน&nbsp;4&nbsp;ฟาร์ม&nbsp;2&nbsp;โรงฆ่ารวม&nbsp;114&nbsp;ตัวอย่าง&nbsp;เพื่อเข้าไปสำรวจโรคและเก็บตัวอย่างจากเลือดสุกร&nbsp;นำไปตรวจหาโรคโดยสถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ&nbsp;ซึ่งเมื่อทราบผลการวิเคราะห์จะรายงานผลและเร่งดำเนินการต่อไปโดยเร็ว&nbsp;เพื่อลดผลกระทบและความเสียหายให้เกิดน้อยที่สุด</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgba(0,&nbsp;0,&nbsp;0,&nbsp;0.65);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">สถานการณ์โควิด-19</span></p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;ห่วงการแพร่ระบาด&nbsp;โอมิครอน&nbsp;สั่งการตรวจเชื้อเชิงรุก&nbsp;ขอความร่วมมืออย่ากักตุนฉวยโอกาสขึ้นราคา&nbsp;ATK</strong></p><p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;กำชับทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมโดยเฉพาะด้านสาธารณสุขรองรับจำนวนผู้ติดเชื้อที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;จากโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;ที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว&nbsp;โดยได้สั่งการให้มีการตรวจเชื้อแบบเชิงรุก&nbsp;เพื่อเร่งแยกผู้ป่วยออกจากประชากรทั่วไปให้ได้มากที่สุด</p><p>ล่าสุด&nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;โดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&nbsp;(สปสช.)&nbsp;ร่วมกับคณะเทคนิคการแพทย์&nbsp;มหาวิทยาลัยมหิดล&nbsp;และบริษัท&nbsp;ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์&nbsp;จำกัด&nbsp;&nbsp;(ธพส.)&nbsp;จัดตรวจโควิด-19&nbsp;เชิงรุกที่ศูนย์ราชการฯ&nbsp;ถ.แจ้งวัฒนะ&nbsp;กทม.&nbsp;&nbsp;(บริเวณลานจอดรถชั้น&nbsp;1&nbsp;อาคารบี)&nbsp;เพื่อสนับสนุนกรุงเทพมหานครและอำนวยความสะดวกให้ประชาชน&nbsp;ใช้ชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;รู้ผลใน&nbsp;30&nbsp;นาที&nbsp;โดยหากปรากฏว่าผลตรวจเป็นบวก&nbsp;หรือติดเชื้อก็จะเข้าสู่กระบวนการรักษาที่บ้าน&nbsp;(Home&nbsp;Isolation)&nbsp;หรือในระบบชุมชน&nbsp;(Community&nbsp;Isolation)&nbsp;หากอาการแย่ลงก็จะส่งเข้ารักษาในโรงพยาบาลทันที&nbsp;โดยตั้งเป้าตรวจวันละ&nbsp;1,000&nbsp;ราย&nbsp;เริ่มตั้งแต่วันที่&nbsp;11-21&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;</p><p>นอกจากนี้&nbsp;มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์&nbsp;ให้ติดตามควบคุมราคาการจำหน่าย&nbsp;ATK&nbsp;อย่างใกล้ชิด&nbsp;หากพบว่ามีการฉวยโอกาสขึ้นราคาก็ให้ดำเนินการตามกฎหมาย&nbsp;พร้อมกับวางแนวทางป้องกันไม่เกิดการเอารัดเอาเปรียบประชาชนที่อยู่ในช่วงยากลำบาก</p><p><strong>โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;ในการเตรียมความพร้อมระบบการดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ที่บ้าน&nbsp;(Home&nbsp;Isolation:&nbsp;HI)&nbsp;เพื่อรองรับกับสถานการณ์ในประเทศไทยที่พบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;(Omicron)&nbsp;เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เนื่องจากแพร่ระบาดที่รวดเร็ว&nbsp;อาจส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นกระจายไปในหลายพื้นที่ได้&nbsp;สปสช.&nbsp;ได้พัฒนาระบบการติดตามผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ทาง&nbsp;Line&nbsp;สปสช.&nbsp;@nhso&nbsp;กรณีเข้ารับบริการดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ที่บ้าน&nbsp;</p><p><strong>แนะนำประชาชนที่ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ด้วยตัวเองแล้วขึ้น&nbsp;2&nbsp;ขีด</strong>&nbsp;สิ่งที่ต้องทำคือ&nbsp;โทรแจ้งสายด่วน&nbsp;1330&nbsp;กด&nbsp;14&nbsp;หรือแอดไลน์&nbsp;@nhso&nbsp;(เจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับภายใน&nbsp;6&nbsp;ชั่วโมง)&nbsp;กรณีที่โทรไม่ติด&nbsp;หรือสายไม่ว่าง&nbsp;ไม่ต้องกังวล&nbsp;เพราะระบบได้บันทึกข้อมูลไว้แล้ว&nbsp;และจะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับเพื่อรับข้อมูลเข้าระบบ&nbsp;ส่วนต่างจังหวัดสามารถติดต่อสถานพยาบาลใกล้บ้าน&nbsp;หรือโรงพยาบาลส่วนตำบล&nbsp;</p><p><strong>ผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ที่เข้าสู่ระบบการรักษาที่บ้าน</strong>&nbsp;จะได้รับการดูแลติดตามอาการ&nbsp;บริการส่งยา&nbsp;ส่งอาหาร&nbsp;ส่งอุปกรณ์ทางการแพทย์&nbsp;อาทิ&nbsp;ที่วัดไข้แบบดิจิทัล&nbsp;เครื่องวัดค่าออกซิเจนปลายนิ้ว&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ในกรณีที่จำเป็นอาจได้รับการเอกซเรย์ปอด&nbsp;การตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;จนหายป่วย&nbsp;หรือส่งต่อไปรักษาต่อในโรงพยาบาลกรณีอาการเปลี่ยนแปลง</p><p><br></p><p><strong>ประกาศใช้&nbsp;4&nbsp;มาตรการหลัก&nbsp;เดินหน้ายุทธศาสตร์ทำโรคโควิด&nbsp;เป็นโรคประจำถิ่น</strong></p><p><strong>นายแพทย์เกียรติภูมิ&nbsp;วงศ์รจิต&nbsp;ปลัดกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ขณะนี้สถานการณ์โรคโควิดทั่วโลก&nbsp;เพิ่มขึ้นเฉพาะวันนี้มีผู้ป่วยเพิ่มกว่า&nbsp;1.7&nbsp;ล้านราย&nbsp;แต่กลับพบผู้ป่วยหนักผู้เสียชีวิตลดลง&nbsp;ซึ่งสถานกาณณ์ของไทยก็สอดคล้องกับสถานกาณณ์โรค&nbsp;แม้ขณะนี้จะพบอัตราผู้ป่วยใหม่&nbsp;เป็นไปตามแบบจำลองสถานการณ์ที่กรมควบคุมโรคทำไว้ก่อนปีใหม่&nbsp;โดยจำนวนผู้ป่วยเป็นไปตามแบบจำลองที่คาดสถานการณ์แบบรุนแรงที่สุด&nbsp;แต่จำนวนผู้เสียชีวิตกลับเป็นไปตามแบบจำลองคาดสถานการณ์แบบดีที่สุด&nbsp;</p><p><strong>สะท้อนว่าโรคโควิดขณะนี้ที่เผชิญกับเชื้อโอมิครอนติดง่ายขึ้น&nbsp;</strong>แต่อัตราป่วยรุนแรงและเสียชีวิตลดไปมาก&nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;จึงให้ดำเนินการเพื่อให้โรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;กลายเป็นโรคประจำถิ่นได้แล้ว&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;การที่เชื้อแพร่เร็วเป็นสิ่งที่ทางการแพทย์กลัวเพราะทำให้เกิดเชื้อกลายพันธุ์ได้&nbsp;ดังนั้นกระทรวงสาธารณสุขจึงวางยุทธศาสตร์ปีนี้มุ่งสู่การทำให้โควิดเป็นโรคประจำถิ่น&nbsp;โดยใช้&nbsp;4&nbsp;มาตรการหลักคือ&nbsp;มาตรการสาธารณสุข&nbsp;เน้นชะลอการระบาด&nbsp;ฉีดวัคซีนโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง&nbsp;607&nbsp;ที่เป็นกลุ่ใหญ่ที่ยังเสียชีวิตจากโรควิด&nbsp;ซึ่งร้อยละ&nbsp;70&nbsp;ของผู้เสียชีวิตไม่ได้รับการฉีดวัคซีน&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังเน้นการคัดกรองด้วย&nbsp;ATK&nbsp;เป็นหลัก&nbsp;พร้อมติดตามเฝ้าระวังการกลายพันธุ์&nbsp;มาตรการการแพทย์&nbsp;ให้เปลี่ยนวิธีดูแล&nbsp;ใช้หารรักษาที่บ้าน&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;:&nbsp;HI&nbsp;อันดับแรกเป็นหลัก&nbsp;หากบ้านไม่สะดวกให้ใช้ระบบ&nbsp;Community&nbsp;Isolation&nbsp;:&nbsp;CI&nbsp;จับคู่&nbsp;รพ.ติดตามอาการ&nbsp;หากอาการเปลี่ยนรุนแรงขึ้น&nbsp;มีช่องทางด่วนส่งต่อเข้า&nbsp;รพ.&nbsp;มาตรการสังคม&nbsp;ขอให้ประชาชนดูแลตัวเองขั้นสูงสุด&nbsp;ตามมาตรการ&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;เลี่ยงไปสถานที่ไม่ปลอดภัย&nbsp;</p><p><strong>ส่วนสถานบริการขอให้ทำพื้นที่ตนเองให้ปลอดความเสี่ยง</strong>&nbsp;ด้วยมาตรการ&nbsp;COVI&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;และมาตรการสนับสนุน&nbsp;เรื่องรักษาพยาบาล&nbsp;ค่าตรวจต่างๆ&nbsp;คาดว่าปีนี้โควิด&nbsp;-19&nbsp;จะเข้าสู่โรคประจำถิ่น&nbsp;ประชาชนจะทำกิจกรรมได้ดีขึ้น&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ยังขึ้นอยู่กับความร่วมมือของประชาชน&nbsp;หากทุกคนร่วมกันปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;VUCA&nbsp;คือ&nbsp;V&nbsp;วัคซีน&nbsp;ฉีดกระตุ้นตามกำหนดโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง&nbsp;607&nbsp;U&nbsp;ป้องกันตนเองขั้นสูงสุด&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;C&nbsp;ทำพื้นที่ให้ปลอดภัยตาม&nbsp;COVI&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;และ&nbsp;A&nbsp;ตรวจหาเชื้อทันทีด้วย&nbsp;ATK&nbsp;ที่รู้ว่าเสี่ยงหรือเริ่มมีอาการ&nbsp;ซึ่งจากนี้กระทรวงสาธารณสุขให้ใช้วิธีการตรวจหาเชื้อด้วย&nbsp;ATK&nbsp;เป็นหลักอันดับแรก&nbsp;เพราะจากการศึกษาจากที่ใช้แล้วนับล้านชิ้นพบว่ามีประสิทธิภาพในการดักจับโรคได้ดีป้องกันการระบาดได้&nbsp;ต่อไปจะเป็นสิ่งที่ต้องใช้เป็นประจำ&nbsp;หากทุกฝ่ายร่วมมือกัน&nbsp;เชื่อว่าประเทศไทยจะเดินหน้าต่อไปได้&nbsp;</p><p><br></p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;ห่วงใยกรณีพบผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;ในเด็กเพิ่มขึ้น&nbsp;ย้ำโรงพยาบาลทุกแห่งต้องรับผู้ป่วยเด็ก&nbsp;หรือช่วยเหลือด้านการส่งต่อ</strong></p><p><strong>นางสาวไตรศุลี&nbsp;ไตรสรณกุล&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ห่วงใยกรณีพบผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;ในเด็กเพิ่มขึ้น&nbsp;รวมถึงที่มีการเผยแพร่ในสื่อว่าได้เกิดกรณีโรงพยาบาลปฏิเสธการรับรักษาเด็ก&nbsp;โดยในเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีขอให้กระทรวงสาธารณสุขกำชับโรงพยาบาลทุกแห่งทั้งรัฐและเอกชน&nbsp;อย่าปฏิเสธการรับผู้ป่วยเข้ารักษา&nbsp;หากเกิดกรณีผู้ป่วยเต็มให้มีการประสานงานส่งต่อผู้ป่วยให้เร็วที่สุด&nbsp;โดยต้องให้ความสำคัญกับผู้ป่วยกลุ่มนี้เป็นลำดับแรก&nbsp;เนื่องจากเด็กมีภูมิคุ้มกันน้อยเพราะยังไม่ได้รับวัคซีนเหมือนผู้ใหญ่&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ได้กำชับให้สถาบันเด็กแห่งชาติมหาราชราชินี&nbsp;</strong>ซึ่งเป็นสถาบันหลักที่มีความเชี่ยวชาญในการดูแลรักษาโรคเด็กให้เตรียมการให้พร้อมเพื่อรองรับการรักษาผู้ป่วยโควิดเด็กทุกกลุ่มทุกระดับอาการ&nbsp;และเป็นหน่วยงานหลักในการให้คำแนะนำเกี่ยวกับการรักษาผู้ป่วยเด็กแก่โรงพยาบาลทั่วประเทศ&nbsp;ทั้งขั้นตอนวิธีการดูแล&nbsp;การเตรียมยาน้ำฟาร์วิพิราเวียร์สำหรับเด็ก&nbsp;</p><p><strong>ขอให้ผู้ปกครองเฝ้าสังเกตอาการ&nbsp;หากเด็กมีไข้&nbsp;ไอ</strong>&nbsp;มีน้ำมูกและมีประวัติไปยังพื้นที่เสี่ยง&nbsp;หรือมีคนในครอบครัวเป็นผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;ถือว่าเด็กมีความเสี่ยงควรใช้ชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;&nbsp;ที่ปัจจุบันมีทั้งแบบตรวจโพรงจมูกและน้ำลายเพื่อตรวจคัดกรอง&nbsp;หากให้ผลลบควรตรวจซ้ำในวันที่&nbsp;3-4&nbsp;แต่หากผลเป็นบวกกรณีอยู่ในภูมิภาคให้ติดต่อโรงพยาบาลใกล้บ้าน&nbsp;หากอยู่ใน&nbsp;กทม.และปริมณฑล&nbsp;สามารถติดต่อไปยังสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี&nbsp;หรือติดต่อสายด่วน&nbsp;สปสช.&nbsp;1330&nbsp;เพื่อเข้าสู่ระบบการรักษา</p><p><strong>นางสาวไตรศุลี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;นายอนุทิน&nbsp;ชาญวีรกูล&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;มีข้อสั่งการให้กรมการแพทย์ร่วมกับภาคีเครือข่ายร่วมกันดูแลผู้ป่วยโควิดกลุ่มเด็กให้ดีที่สุด&nbsp;ซึ่งล่าสุดได้มีการประสานกับ&nbsp;กทม.ให้จัดทำเตียง&nbsp;&nbsp;Community&nbsp;Isolation&nbsp;(CI)&nbsp;สำหรับเด็กและครอบครัวเอาไว้&nbsp;6&nbsp;โซน&nbsp;โซนละ&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;ทั่วกรุงเทพฯ&nbsp;แห่งละอย่างน้อย&nbsp;50&nbsp;เตียง&nbsp;โดย&nbsp;1&nbsp;ห้องเด็กอยู่ร่วมกัน&nbsp;3-4&nbsp;คน</p><p><br></p><p><strong>เร่งติดตามสถานการณ์ราคาและการจำหน่ายชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;อย่างใกล้ชิด&nbsp;ล่าสุดมีแนวโน้มราคาปรับลดลงต่อเนื่อง</strong></p><p><strong>นางมัลลิกา&nbsp;บุญมีตระกูล&nbsp;มหาสุข</strong>&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;ติดตามสถานการณ์ราคาและการจำหน่ายชุดตรวจโควิด-19&nbsp;แบบ&nbsp;ATK&nbsp;อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง&nbsp;โดยรายงานจากกรมการค้าภายใน&nbsp;แจ้งว่า&nbsp;ในช่วงปลายปีต่อต้นปี&nbsp;บางยี่ห้อราคาสูงขึ้นเล็กน้อย&nbsp;เพราะความต้องการใช้ที่สูงขึ้น&nbsp;ประกอบกับสินค้าอยู่ระหว่างการสั่งซื้อและจัดส่ง&nbsp;ทำให้สินค้ามีน้อย&nbsp;แต่ขณะนี้&nbsp;มีแนวโน้มราคาลดลงอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เนื่องจากมีผู้ที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าจาก&nbsp;อย.&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;และมีการนำเข้ามาจำนวนหลายราย&nbsp;ทำให้สินค้าในท้องตลาดมีจำนวนมากขึ้น&nbsp;</p><p><strong>โดยช่องทางออนไลน์</strong>&nbsp;ราคาจำหน่ายเริ่มตั้งแต่ชุดละ&nbsp;38-390&nbsp;บาท/ชิ้น&nbsp;ส่วนร้านขายยา&nbsp;ราคาตั้งแต่ชุดละ&nbsp;40-350&nbsp;บาท/ชิ้น&nbsp;คาดว่า&nbsp;ราคาจะทรงตัวในระดับนี้&nbsp;หรืออาจจะลดลงได้อีก&nbsp;หากมีการนำเข้ามาขายในตลาดมากขึ้น&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;โครงการต่างๆ&nbsp;ของรัฐ</strong>&nbsp;เช่น&nbsp;สปสช.&nbsp;แจก&nbsp;ATK&nbsp;ฟรี&nbsp;จำนวน&nbsp;8.5&nbsp;ล้านชิ้น&nbsp;ซึ่งล่าสุดแจกทั่วประเทศไปแล้วกว่า&nbsp;5,000,000&nbsp;ชุด&nbsp;รวมถึงโครงการ&nbsp;ATK&nbsp;คุณภาพ&nbsp;เพื่อสังคมไทย&nbsp;ขององค์การเภสัชกรรม&nbsp;(GPO)&nbsp;ยังช่วยลดภาระของประชาชนและชะลอการสั่งซื้อลงได้</p><p><strong>ชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ถือเป็นสินค้าควบคุม&nbsp;</strong>ตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;(กกร.)&nbsp;และยังใช้มาตรการแจ้งข้อมูลและจัดทำบัญชีคุมสินค้าชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;โดยผู้ผลิต&nbsp;ผู้นำเข้า&nbsp;ผู้ค้าส่ง&nbsp;ต้องแจ้งข้อมูลสินค้าต่อกรมการค้าภายใน&nbsp;เพื่อให้สามารถติดตามความเคลื่อนไหว&nbsp;ป้องกันการฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้บริโภค&nbsp;หากไม่แจ้งจะมีความผิดตามกฎหมาย&nbsp;และหากขายราคาสูงเกินสมควรจะมีความผิดตามมาตรา&nbsp;29&nbsp;ตาม&nbsp;พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;พ.ศ.2542&nbsp;มีโทษปรับไม่เกิน&nbsp;140,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือจำคุกไม่เกิน&nbsp;7&nbsp;ปี&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;ประชาชนสามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน&nbsp;โทร&nbsp;1569&nbsp;หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ&nbsp;</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgba(0,&nbsp;0,&nbsp;0,&nbsp;0.65);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">สังคม</span></p><p><strong>เรือโดยสารคลองแสนแสบ&nbsp;ปรับอัตราค่าโดยสารขึ้นอีก&nbsp;1&nbsp;บาท&nbsp;เริ่ม&nbsp;14&nbsp;มกราคมนี้</strong></p><p><strong>นายอธิรัฐ&nbsp;รัตนเศรษฐ&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาค</strong>ม&nbsp;เปิดเผยถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าเรือด่วนคลองแสนแสบเตรียมปรับขึ้นราคาค่าโดยสารอีก&nbsp;1&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;จาก&nbsp;8&nbsp;บาท&nbsp;เป็น&nbsp;9&nbsp;บาท&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;14&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ว่า&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;ราคาน้ำมัน&nbsp;ปรับสูงขึ้น&nbsp;เกินกว่า&nbsp;25&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;และที่ผ่านมา&nbsp;บริษัท&nbsp;ครอบครัวขนส่ง&nbsp;ซึ่งให้บริการเดินเรือโดยสารคลองแสนแสบ&nbsp;ได้จัดเก็บอัตราค่าโดยสารเริ่มต้นเพียง&nbsp;8&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งต่ำกว่าราคาที่กรมเจ้าท่าประกาศไว้เมื่อปี&nbsp;2563&nbsp;เดิมในสถานการณ์ปกติ&nbsp;จะมีประกาศ&nbsp;คกก.&nbsp;เรือประจำทาง&nbsp;ปี&nbsp;2559&nbsp;กำหนดให้ค่าโดยสาร&nbsp;สามารถปรับขึ้นลงตามอัตราราคาน้ำมัน&nbsp;ซึ่งในเดือนมีนาคม&nbsp;2563&nbsp;ราคาน้ำมันอยู่ที่&nbsp;24&nbsp;บาท&nbsp;และมีอัตราค่าโดยสาร&nbsp;ของเส้นทางคลองแสนแสบ&nbsp;เริ่มต้นที่&nbsp;8&nbsp;บาท&nbsp;แต่ด้วยสถานที่มีจำนวนคนโดยสาร&nbsp;ลดลงมากจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;เหลือร้อยละ&nbsp;10&nbsp;ทำให้การเดินเรือประจำทางประสบภาวะขาดทุนหนักมาก&nbsp;และไม่สามารถคงการเดินเรือให้บริการได้ผู้ประกอบการเดินเรือคลองแสนแสบจึงยังคงอัตราค่าโดยสารเริ่มต้นที่&nbsp;8&nbsp;บาท&nbsp;ทั้งที่กรอบในการจัดเก็บเส้นทางแสนแสบจะเริ่มต้นที่&nbsp;9&nbsp;บาท&nbsp;ดังนั้น&nbsp;เพื่อให้ผู้ประกอบการเดินเรือสามารถรักษาการให้บริการได้ต่อไป&nbsp;</p><p><strong>กรมเจ้าท่า&nbsp;จึงอนุมัติให้&nbsp;บริษัท&nbsp;ครอบครัวขนส่ง</strong>&nbsp;ปรับอัตราค่าโดยสารที่ระดับราคาน้ำมันเกิน&nbsp;25&nbsp;บาท&nbsp;สามารถให้ใช้ราคาเริ่มต้นที่&nbsp;9&nbsp;บาทได้&nbsp;เพื่อให้ผู้ให้บริการสามารถเดินเรือประจำทางได้ตามที่กฎหมายกำหนดไว้</p><p><br></p><p><strong>ย้ำไม่ตัดกระแสไฟฟ้ากับสถานที่ที่มีผู้ป่วยต้องใช้ไฟฟ้า&nbsp;เดินเครื่องมือทางการแพทย์เพื่อการรักษา</strong></p><p><strong>การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค&nbsp;(PEA)</strong>&nbsp;มีหลักเกณฑ์ยกเว้นการงดจ่ายไฟฟ้า&nbsp;(ไม่ตัดกระแสไฟฟ้า)&nbsp;กับสถานที่&nbsp;หรือบ้านที่มีผู้ป่วยที่ต้องใช้ไฟฟ้าในการเดินเครื่องมือทางการแพทย์เพื่อการรักษาพยาบาล&nbsp;ได้แก่&nbsp;ผู้ใช้ไฟฟ้าติดต่อลงทะเบียนที่สำนักงาน&nbsp;PEA&nbsp;ในพื้นที่ทุกแห่ง&nbsp;PEA&nbsp;สงวนสิทธิ์การเข้าตรวจสอบสถานที่ใช้ไฟฟ้า&nbsp;ยื่นลงทะเบียนเพื่อรักษาสิทธิต่อเนื่องภายในวันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;ของทุกปี&nbsp;</p><p><strong>กรณีไม่มีความจำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าในการเดินเครื่องมือทางการแพทย์</strong>&nbsp;ต้องแจ้งยกเลิกกับ&nbsp;PEA&nbsp;ภายใน&nbsp;30&nbsp;วัน&nbsp;นับตั้งแต่วันที่สิ้นสุดความจำเป็น&nbsp;และPEA&nbsp;จะยกเลิกสิทธิ&nbsp;ในกรณีค้างชำระค่าไฟฟ้ารวมกัน&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;ตรวจพบการกระทำโดยมิชอบ/การละเมิดการใช้ไฟฟ้า&nbsp;แจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จ&nbsp;ตรวจพบผู้ป่วยยกเลิกการใช้เครื่องมือทางการแพทย์&nbsp;แต่ไม่มีการแจ้งยกเลิกกับ&nbsp;PEA&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ไม่ครอบคลุมกรณีไฟดับจากเหตุสุดวิสัย/ภัยธรรมชาติ&nbsp;การงดจ่ายไฟฟ้าคือ&nbsp;ไม่ตัดกระแสไฟฟ้าไม่ใช่การยกเว้นค่าไฟฟ้า&nbsp;สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร.&nbsp;1129&nbsp;PEA&nbsp;Contact&nbsp;Center&nbsp;หรือที่สำนักงาน&nbsp;PEA&nbsp;ทั่วประเทศ</p><p><br></p><p><strong>ยกระดับมาตรฐานช่างก่อสร้างไทย&nbsp;รับอัตราค่าจ้างสูงขึ้น</strong></p><p><strong>นายประทีป&nbsp;ทรงลำยอง&nbsp;อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน</strong>&nbsp;กล่าวเปิดศูนย์ฝึกอบรมและศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน&nbsp;จระเข้&nbsp;อะคาเดมี่&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานใหญ่&nbsp;บริษัท&nbsp;จระเข้&nbsp;คอร์ปอเรชั่น&nbsp;จำกัด&nbsp;ว่า&nbsp;ศูนน์ทดสอบแห่งนี้&nbsp;เกิดจากการบูรณาการระหว่างสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;13&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;ร่วมกับบริษัท&nbsp;จระเข้&nbsp;คอร์ปอเรชั่น&nbsp;จำกัด&nbsp;เปิดศูนย์ฝึกอบรมและศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน&nbsp;ซึ่งได้รับการอนุญาตจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงานให้เป็นศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน&nbsp;สาขา&nbsp;ช่างปูกระเบื้องผนังและพื้น&nbsp;ระดับ&nbsp;1&nbsp;ซึ่งศูนย์ทดสอบฯ&nbsp;ที่ได้รับอนุญาตนี้จะมีเครื่องมือพร้อมรองรับการฝึกอบรม&nbsp;มีบุคลากรที่มีความรู้&nbsp;ความเชี่ยวชาญที่ได้มาตรฐานตรงกับประเภทของงานในแต่ละชนิด&nbsp;รวมถึงหลักสูตรที่ใช้สอนและทดสอบสามารถตอบโจทย์เกณฑ์การประเมินของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;</p><p>โ<strong>ดยช่างฝีมือเมื่อได้รับรองมาตรฐานฝีมือแรงงาน</strong>&nbsp;จะเป็นเครื่องมือในการยกระดับและเพิ่มโอกาสในการจ้างงาน&nbsp;รวมถึงค่าตอบแทนที่เพิ่มขึ้นเป็นไปตามอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ&nbsp;เปรียบเสมือนสิ่งจูงให้แรงงานมีการพัฒนาตนเอง&nbsp;ซึ่งการจะได้ค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือจะต้องผ่านเกณฑ์การทดสอบกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;ซึ่งแบ่งออกเป็นภาคทฤษฎีและปฏิบัติ&nbsp;รวมถึงต้องผ่านการประเมินจากการปฏิบัติงานหลายด้าน&nbsp;</p><p><strong>กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน</strong>&nbsp;มุ่งพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานให้เป็นแรงงานคุณภาพ&nbsp;เสริมสร้างการมีงานทำ&nbsp;ได้รับค่าจ้างตามทักษะฝีมือ&nbsp;แก้ปัญหาขาดแคลนเชิงระบบ&nbsp;จึงเร่งดำเนินการฝึกอบรมและทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานให้แรงงานเป็นแรงงานคุณภาพตามนโยบายของนายสุชาติ&nbsp;ชมกลิ่น&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน&nbsp;พร้อมร่วมมือกับเครือข่ายทั้งภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจของประเทศ&nbsp;</p><p><strong>นอกจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน</strong>&nbsp;จะมีสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;(สพร.)&nbsp;และสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;(สนพ.)&nbsp;ทั้ง&nbsp;77&nbsp;แห่ง&nbsp;ที่เป็นศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแล้ว&nbsp;ยังมีหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;เอกชน&nbsp;และสถาบันการศึกษาที่ได้รับอนุญาตจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงานเป็นศูนย์ทดสอบฯ&nbsp;อีกจำนวน&nbsp;475&nbsp;แห่งทั่วประเทศ</p><p><br></p>"	10/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110163507469
345	จ.สมุทรปราการแถลงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVID-19)	<p><strong>จังหวัดสมุทรปราการแถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019(COVID-19)</strong>&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;สร้างความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชน&nbsp;พร้อมทั้งขอความร่วมมือให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>นายวันชัย&nbsp;คงเกษม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ</strong>&nbsp;เป็นประธานแถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019(COVID-19)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;โดยมี&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้</p><p><strong>ข้อมูลจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;(10&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;</strong>มีผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;693&nbsp;ราย&nbsp;(ติดเชื้อในจังหวัด&nbsp;453&nbsp;ราย&nbsp;และรับส่งต่อเพื่อรับรักษา&nbsp;240&nbsp;ราย)&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการมีผู้ติดเชื้อระลอกใหม่สะสม&nbsp;(ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;เม.ย.64)&nbsp;จำนวน&nbsp;135,895&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;125,730&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษาอยู่&nbsp;4,037&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิตสะสม&nbsp;1,481&nbsp;ราย&nbsp;ผลการดำเนินการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ของจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;มียอดผู้ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;จำนวน&nbsp;1,611,885&nbsp;คน&nbsp;จากประชาชนเป้าหมายในจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;จำนวน&nbsp;1,931,727&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งคิดเป็น&nbsp;83.44&nbsp;%</p><p><strong>จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;ขอให้ประชาชนป้องกันตนเองด้วยวิธีป้องกันการติดเชื้อโควิด</strong>&nbsp;(แบบครอบจักรวาล)&nbsp;:&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;ดังนี้&nbsp;ออกจากบ้านเมื่อจำเป็น&nbsp;,เว้นระยะห่าง&nbsp;1-2&nbsp;เมตร&nbsp;,สวมหน้ากากอนามัยและทับด้วยหน้ากากผ้าตลอดเวลา&nbsp;,ล้างมือบ่อยๆ&nbsp;ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์&nbsp;,อย่าใช้มือสัมผัสหน้ากาก&nbsp;รวมทั้งใบหน้า&nbsp;ตา&nbsp;จมูก&nbsp;ปาก&nbsp;,ผู้เป็นกลุ่มเสี่ยง&nbsp;หลีกเลี่ยงการออกนอกบ้าน&nbsp;,ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อพื้นผิวที่ถูกสัมผัสบ่อยๆ&nbsp;,แยกของใช้ส่วนตัวทุกชนิด&nbsp;ไม่ใช้ร่วมกับผู้อื่น&nbsp;,กินอาหารปรุงสุกใหม่&nbsp;แยกสำรับ&nbsp;ใช้ช้อนกลางส่วนตัว&nbsp;และหากสงสัยว่าตนเองเสี่ยงตรวจด้วย&nbsp;ATK&nbsp;บ่อยๆ&nbsp;เพื่อยืนยันว่าติดเชื้อหรือไม่&nbsp;เพื่อปลอดภัยจาก&nbsp;COVID-19</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	10/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรปราการ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110165423478
346	จังหวัดอุบลฯ อำเภอม่วงสามสิบ ดำเนินการตามมาตรการป้องกันควบคุมโรค COVID-19 อย่างเคร่งครัด	"<p><strong>วันที่&nbsp;9&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ตามนโยบายของ&nbsp;นายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์</strong>&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี.&nbsp;ภายใต้การอำนวยการของ&nbsp;นายชินวัต&nbsp;ทองปรีชา&nbsp;นายอำเภอม่วงสามสิบ&nbsp;สั่งการให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ดำเนินการ&nbsp;ดังนี้</p><p><strong>&nbsp;1.&nbsp;ติดตาม&nbsp;Case&nbsp;คัสเตอร์ที่มีการระบาดที่&nbsp;""ร้านเอกมัย""&nbsp;ดังนี้</strong></p><p>-&nbsp;คัดกรองเชิงรุก&nbsp;ด้วยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;พร้อม&nbsp;ติดตามกลุ่มเสี่ยงสูง&nbsp;จำนวน&nbsp;59&nbsp;คน</p><p>-&nbsp;ควบคุม&nbsp;เคร่งครัด&nbsp;การเข้า-ออก&nbsp;ในหมูบ้าน&nbsp;และเตรียมสถานที่รองรับผู้ป่วย&nbsp;HI,CI&nbsp;ในหมู่บ้าน/ตำบล</p><p><strong>&nbsp;2.&nbsp;เปิดโรงพยาบาลสนาม&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์การคณะสงฆ์ภาค&nbsp;10&nbsp;</strong>เพื่อรองรับผู้ป่วย&nbsp;จำนวน&nbsp;150&nbsp;เตียง&nbsp;ปัจจุบันมีผู้ป่วยครองเตียง&nbsp;จำนวน&nbsp;103&nbsp;ราย</p><p><strong>3.&nbsp;บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;</strong>โดยกลุ่มเป้าหมายจากประชากรอยู่จริง&nbsp;จำนวน&nbsp;49,185&nbsp;ราย</p><p>-&nbsp;เข็มที่&nbsp;1&nbsp;ได้รับวัคซีนแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;47,323&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;96.21</p><p>&nbsp;-&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;ได้รับวัคซีนแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;42,987&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;87.40</p><p>&nbsp;-&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;Booster&nbsp;dose&nbsp;ได้รับวัคซีนแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;4,110&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;8.36</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>"	10/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110191231540
347	อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง ปิดให้บริการพักค้างแรม สถานที่กางเต็นท์ และงดการทำกิจกรรมการท่องเที่ยวทุกประเภทในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง จังหวัดตราด เป็นการชั่วคราว	<p><strong>นิพนธ์&nbsp;ภิญโญ&nbsp;เจ้าพนักงานป่าไม้อาวุโส&nbsp;</strong>ทำหน้าที่หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดและลดความเสี่ยงของการติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;จึงออกประกาศอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง&nbsp;เรื่อง&nbsp;ปิดให้บริการพักค้างแรม&nbsp;สถานที่กางเต็นท์&nbsp;และงดการทำกิจกรรมการท่องเที่ยวทุกประเภทในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;ดังนี้</p><p>1.น้ำตกคลองพลู</p><p>2.น้ำตกธารมะยม</p><p>3.จุดชมวิวไก่แบ้</p><p>4.เกาะทรายขาว</p><p>5.จุดดำน้ำหมู่เกาะรัง</p><p><strong>ตั้งแต่วันที่&nbsp;9&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;หรือจนกว่าสถานการณ์โควิด&nbsp;-19&nbsp;</strong>จะเข้าสู่สภาวะปกติ&nbsp;ทั้งนี้สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง&nbsp;ทางอีเมล&nbsp;kochang.dnp@gmail.com&nbsp;หรือหมายเลขโทรศัพท์&nbsp;039-510928</p><p><strong>ส่วนพื้นที่ท่องเที่ยว&nbsp;อื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ของเกาะช้าง&nbsp;ยังสามารถเที่ยวได้ตามปกติ</strong>&nbsp;และต้องปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุข&nbsp;(VUCA)&nbsp;คือ&nbsp;V&nbsp;-&nbsp;Vaccine&nbsp;ฉีดครบ&nbsp;ลดป่วยหนัก&nbsp;U&nbsp;-&nbsp;Universa&nbsp;l&nbsp;Prevention&nbsp;ป้องกันตัวเองตลอดเวลา&nbsp;ห่างไกลจากโควิด&nbsp;C&nbsp;-&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;สถานที่บริการพร้อม&nbsp;ผู้ให้บริการฉีดวัคซีนครบ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทุกสัปดาห์&nbsp;A&nbsp;-&nbsp;ATK&nbsp;(Antigen&nbsp;test&nbsp;kit)&nbsp;&nbsp;พร้อมตรวจเสมอเมื่อใกล้ชิดคนติดเชื้อ&nbsp;หรือมีอาการทางเดินหายใจ&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>	10/1/2022	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110181405501
348	จ.นครพนม ปรับมาตรการรับมือโควิด ขยายเวลาปิด On site งดดื่มสุราและแอลกอฮอล์ในร้านอาหาร	<p><strong>วันที่&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ที่ห้องประชุมพระธาตุพนม&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดนครพนม&nbsp;</strong>นายชาธิป&nbsp;รุจนเสรี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายแพทย์ปรีดา&nbsp;วรหาร&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม&nbsp;นายแพทย์ธนสิทธิ์&nbsp;ไพรพงษ์&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครพนม&nbsp;และนายแพทย์กิตติเชษฐ์&nbsp;ธีรกุลพงศ์เวช&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม&nbsp;(ด้านเวชกรรมป้องกัน)&nbsp;ร่วมกันแถลงสถานการณ์การเฝ้าระวังป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดในพื้นที่&nbsp;ซึ่งในวันนี้มีการเชิญคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครพนมร่วมหารือเป็นวาระพิเศษ&nbsp;เพื่อประเมินสถานการณ์และปรับมาตรการใหม่หลังช่วงเทศกาลปีใหม่จนถึงปัจจุบันมีตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นทุกวัน&nbsp;โดยในวันนี้พบยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น&nbsp;47&nbsp;ราย&nbsp;และมีคลัสเตอร์เฝ้าระวังเพิ่มขึ้น&nbsp;ซึ่งจากการส่งตรวจหาสายพันธุ์โอไมครอนพบว่ามีผู้ป่วยติดเชื้อในพื้นที่รวมแล้ว&nbsp;49&nbsp;ราย&nbsp;ประกอบกับศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;(ศบค.)&nbsp;ได้มีการปรับให้จังหวัดนครพนมเป็นพื้นที่ควบคุมสีส้ม</p><p><strong>โดยในการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครพนมเห็นชอบในการปรับมาตรการ&nbsp;</strong>ประกอบไปด้วย&nbsp;ให้ปิดการเรียนการสอนแบบ&nbsp;On&nbsp;site&nbsp;ไปจนถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เนื่องจากเด็กส่วนหนึ่งยังไม่ได้ฉีดวัคซีนหากสถานการณ์ดีขึ้นจะมีการพิจารณาอีกรอบ&nbsp;แต่หากไม่ดีขึ้นก็จะมีการขยายเวลาออกไปอีก&nbsp;โดยให้มีโรงเรียนจัดการเรียนการสอนแบบ&nbsp;ON-AIR&nbsp;,ONLINE&nbsp;,&nbsp;ONDEMAND&nbsp;และ&nbsp;ON-HAND&nbsp;ทดแทน&nbsp;เรื่องต่อมาคือห้ามบริโภคสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหาร&nbsp;ทั้งในและนอกศูนย์การค้า&nbsp;ห้างสรรพสินค้าหรือสถานที่อื่นๆที่มีร้านอาหาร&nbsp;เริ่มตั้งแต่วันที่&nbsp;11&nbsp;มกราคมเป็นต้นไปจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง&nbsp;ส่วนการจัดกิจกรรมนั้นให้รวมกลุ่มได้ไม่เกิน&nbsp;200&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งต้องจัดกิจกรรมภายใต้มาตรการที่กำหนด&nbsp;ผู้เข้าร่วมกิจกรรมต้องเป็นผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบตามเกณฑ์หรือมีผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;ทั้งนี้ตั้ง&nbsp;201-500&nbsp;คนให้เสนอเรื่องเพื่อขออนุญาตจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดผ่านทางคณะอนุกรรมการกลั่นกรอง&nbsp;นอกจากนี้ยังให้งดกิจกรรมที่จังหวัดจัดไม่มีกำหนด&nbsp;เช่น&nbsp;กิจกรรมนครพนมยามเช้าและกิจกรรมปั่นจักรยานชายโขง&nbsp;ขณะเดียวกันก็ได้เน้นย้ำในระดับพื้นที่ในเรื่องของงานสังสรรค์&nbsp;งานบุญ&nbsp;การรวมกลุ่มต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ต้องปฏิบัติตามสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;ในเรื่องของการปิดหมู่บ้านเพื่อตรวจค้นหาเชิงรุกในคลัสเตอร์ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;นั้น&nbsp;ให้ปิด&nbsp;3&nbsp;หมู่บ้านในตำบลพิมาน&nbsp;อำเภอนาแก&nbsp;คือบ้านดอนพัฒนา&nbsp;หมู่&nbsp;6&nbsp;บ้านดงน้อย&nbsp;หมู่&nbsp;9&nbsp;และบ้านคลองเจริญ&nbsp;หมู่&nbsp;10&nbsp;ไปจนถึงวันที่&nbsp;17&nbsp;มกราคม&nbsp;ส่วนอำเภอเมืองนครพนม&nbsp;ให้ปิดบ้านหนองยาว&nbsp;หมู่&nbsp;11&nbsp;ตำบลคำเตย&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;16&nbsp;มกราคม&nbsp;และปิดในพื้นที่ตำบลนาทราย&nbsp;ไปจนถึงวันที่&nbsp;20&nbsp;มกราคม&nbsp;</p><p><strong>ขณะเดียวกันห้างสรรพสินค้าที่อำเภอธาตุพนมที่มีการปิดถึงวันที่&nbsp;12&nbsp;มกราคม</strong>ก่อนเปิดทำการใหม่บุคคลากรของห้างทุกคนจะต้องผ่านการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;และเตีรยมฉีดวัคซีนเข็ม&nbsp;3&nbsp;ให้กับทุกคน&nbsp;อีกทั้งให้มีการรณรงค์ฉีดวัคซีนให้กับประชาชนเพิ่มขึ้น&nbsp;รวมถึงบุคลากรด่านหน้าที่ครบกำหนดฉีดเข็ม&nbsp;4&nbsp;ก็ขอให้เข้ารับการฉีดเช่นเดียวกัน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	10/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครพนม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110195024554
349	กรมการแพทย์ ชี้หลังปีใหม่อัตรครองเตียงผู้ป้วยโควิดเพิ่มเป็นเท่าตัว โดยเฉพาะผู้ป่วยสีเขียว 	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นพ.สมศักดิ์&nbsp;อรรฆศิลป์&nbsp;อธิบดีกรมการแพทย์</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;กล่าวถึงระบบการรักษาพยาบาลรองรับโอมิครอน&nbsp;ว่า&nbsp;ผู้ติดเชื้อโอมิครอนส่วนใหญ่&nbsp;ร้อยละ&nbsp;48&nbsp;ไม่มีอาการ&nbsp;ส่วนอาการของโอมิครอนที่พบมาก&nbsp;คือ&nbsp;ไอ&nbsp;ร้อยละ&nbsp;54&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;ร้อยละ&nbsp;37&nbsp;และไข้&nbsp;ร้อยละ&nbsp;29&nbsp;เพราะครึ่งหนึ่งของโอมิครอนไม่มีอาการ&nbsp;จึงเน้นการดูแลที่บ้าน&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;:HI&nbsp;และในชุมชน&nbsp;Community&nbsp;Isolation&nbsp;:&nbsp;CI&nbsp;เป็นหลัก&nbsp;</span><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">การนำผู้ติดเชื้อเข้าสู่ระบบรักษาพยาบาลมี&nbsp;3&nbsp;แบบคือ</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;แบบมาตรวจที่&nbsp;รพ.&nbsp;แบบตรวจที่หน่วยบริการเชิงรุก&nbsp;ซึ่ง&nbsp;2&nbsp;แบบนี้หากผลเป็นบวกไม่ต้องติดต่อ&nbsp;สายด่วน&nbsp;สปสช.1330&nbsp;เพราะ&nbsp;รพ.และหน่วยบริการเชิงรุกจะประเมินอาการให้ทันที&nbsp;ส่วนแบบ&nbsp;3&nbsp;คือ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ด้วยตนเอง&nbsp;หากผลบวก&nbsp;ให้โทรหา&nbsp;1330&nbsp;และช่องทางที่&nbsp;สปสช.เตรียมไว้&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นอกจากนี้&nbsp;ปลัดกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ยังได้สั่งการให้ทุกจังหวัดจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการจังหวัด&nbsp;เพื่อเป็นอีกช่องทางสำหรับรองรับผู้ที่มีผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นบวกให้ติดต่อเพื่อรับการประเมินอาการเบื้องต้นได้เร็วและมากขึ้นด้วย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;การตรวจทั้ง&nbsp;3&nbsp;รูปแบบจะเหมือนกันคือ&nbsp;เมื่อได้รับการประเมินอาการ&nbsp;หากไม่มีอาการหรืออาการไม่มาก&nbsp;จะให้ดูแลในระบบ&nbsp;HI&nbsp;ที่บ้าน&nbsp;หากบ้านไม่สะดวกทำ&nbsp;HI&nbsp;จะให้เข้า&nbsp;CI&nbsp;ซึ่งระบบ&nbsp;HI&nbsp;จะมีการส่งอาหารและยาตามแนวทางการรักษา&nbsp;โดยฉบับล่าสุด&nbsp;หากไม่มีอาการ&nbsp;แพทย์จะยังไม่ให้ยา&nbsp;แต่ถ้าเริ่มมีอาการจะจ่ายฟาวิพิราเวียร์&nbsp;ซึ่งเมื่อให้หลังมีอาการไม่เกิน&nbsp;3-4&nbsp;วันได้ผลดี</span></p><p><strong>ถ้าประเมินแล้วมีอาการมากหรือหากทำ&nbsp;HI&nbsp;CI&nbsp;แล้วอาการมากขึ้น</strong>&nbsp;จะมีการประเมินและจะส่งต่อผู้ป่วยไปยังฮอสปิเทล&nbsp;รพ.สนาม&nbsp;หรือรพ.หลักต่อไป&nbsp;ซึ่งภาพรวมใช้เวลารักษา&nbsp;10&nbsp;วัน&nbsp;ไม่ว่าจะฉีดหรือไม่ฉีดวัคซีน&nbsp;หากครบ&nbsp;10&nbsp;วันอาการไม่หนักขึ้นก็ถือว่าหาย</p><p><strong>สำหรับเกณฑ์ผู้ที่ต้องได้รับการส่งต่อเข้า&nbsp;รพ.&nbsp;คือ</strong>&nbsp;มีไข้สูงเกิน&nbsp;39&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;มากกว่า&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;หายใจเร็วกว่า&nbsp;25&nbsp;ครั้งต่อนาที&nbsp;(ผู้ใหญ่)&nbsp;ออกซิเจนในเลือดต่ำกว่า&nbsp;ร้อยละ&nbsp;94&nbsp;มีโรคประจำตัวที่มีการเปลี่บนแปลง&nbsp;กลุ่ม&nbsp;608&nbsp;ที่มีความเสี่ยง&nbsp;หรือผู้ติดเชื้อที่จำเป็นต้องติดตามอาการอย่างใกล้ชิดตามดุลยพินิจของแพทย์&nbsp;และสำหรับในเด็ก&nbsp;จะถูกส่งเข้า&nbsp;รพ.&nbsp;เมื่ออาการหายใจลำบาก&nbsp;ซึมลง&nbsp;ดื่มนม&nbsp;หรือทานอาหารน้อยลง&nbsp;สำหรับอัตราครองเตียง&nbsp;ปัจจุบันมีเตียงราว&nbsp;1.78&nbsp;แสนเตียง&nbsp;ภาพรวมช่วงต้น&nbsp;ม.ค.มีการครองเตียงเพิ่มขึ้นจากช่วงวันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;จากร้อยละ&nbsp;11&nbsp;เพิ่มเป็น&nbsp;ร้อยละ&nbsp;22.7&nbsp;ส่วน&nbsp;กทม.&nbsp;สิ้นปีอยู่ที่&nbsp;ร้อยละ&nbsp;12.2&nbsp;วันที่&nbsp;9&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เพิ่มเป็น&nbsp;ร้อยละ&nbsp;30.7&nbsp;ที่เพิ่มขึ้นคือเตียงสีเขียวดังนั้น&nbsp;จึงขอความร่วมมือใช้&nbsp;HI&nbsp;CI&nbsp;ก่อน&nbsp;เพื่อให้มีเตียงรองรับกลุ่มทึ่จำเป็นต้องใช้เตียงเช่น&nbsp;กรณีผู้ป่วยอายุต่ำกว่า&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;หรือสูงอายุ&nbsp;80-90&nbsp;ปีที่หากติดเชื้อแล้วอาจมีอาการเปลี่ยนแปลงเร็ว&nbsp;แพทย์อาจขอให้แอดมิทไว้ก่อน&nbsp;ซึ่งแพทย์จะพิจารณาประเมินเป็นรายๆ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ย้ำว่าหากติดเชื้อแล้วดูแลด้วย&nbsp;HI/CI&nbsp;First&nbsp;จะทำให้เตียงเพียงพอ&nbsp;ซึ่งระบบ&nbsp;HI&nbsp;จะมีการส่งอาหารและยาตามแนวทางการรักษา&nbsp;โดยฉบับล่าสุด&nbsp;หากไม่มีอาการ&nbsp;แพทย์จะยังไม่ให้ยา&nbsp;แต่ถ้าเริ่มมีอาการจะจ่ายฟาวิพิราเวียร์&nbsp;ซึ่งเมื่อให้หลังมีอาการไม่เกิน&nbsp;3-4&nbsp;วันได้ผลดี&nbsp;อย่างไรก็ตามขณะนี้ได้มีการสต็อกยาฟาวิพิราเวียร์&nbsp;ไว้แล้วทั้งหมดกว่า&nbsp;158&nbsp;ล้านเม็ด</p><p><br></p><p><br></p>"	10/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110184053528
350	คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เฝ้าระวังการติดเชื้อโควิดสายพันธ์ โอมิครอน สั่งเข้มเตรียมพร้อมศูนย์ HICI รองรับระลอก 5 เลื่อนการจัดสอบจัดงานออกไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย	<p><strong>คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพระนครศรีอยุธยา</strong>&nbsp;เฝ้าระวังการติดเชื้อโควิดสายพันธ์&nbsp;โอมิครอน&nbsp;สั่งเข้มเตรียมพร้อมศูนย์&nbsp;HI/CI&nbsp;รองรับระลอก&nbsp;5&nbsp;เลื่อนการจัดสอบ/จัดงานออกไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย</p><p><strong>วันที่&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;65&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;ที่&nbsp;ห้องประชุมอโยธยา</strong>&nbsp;ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;นายวีระชัย&nbsp;นาคมาศ(นาค-คะ-มาด)&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสมศักดิ์&nbsp;เจริญไพฑูรย์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ&nbsp;พ.อ.ภัทราวุธ&nbsp;ทิพโกมุท&nbsp;รอง&nbsp;ผอ.รมน.จ.&nbsp;นายยุทธนา&nbsp;วรรณโพธิ์กลาง&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด&nbsp;ผู้แทนนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด&nbsp;พร้อมด้วยคณะกรรมการ&nbsp;ฯ&nbsp;และผู้นำท้องถิ่น&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ของประเทศไทยและจังหวัดพระนครศรีอยุธยา</p><p><strong>โดยสถานการณ์ล่าสุดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;</strong>มีผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;59&nbsp;ราย&nbsp;หายป่วยวันนี้&nbsp;54&nbsp;ราย&nbsp;รักษาอยู่&nbsp;457&nbsp;ราย&nbsp;ไม่มีผู้เสียชีวิตติดต่อกัน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สาธารณสุขฯ&nbsp;ได้ควบคุมและเฝ้าระวัง&nbsp;ผู้สัมผัสใกล้ชิดและผู้เสี่ยงสูง&nbsp;เพื่อตัดวงจรการแพร่ระบาดแล้ว&nbsp;โดยก่อนหน้านี้&nbsp;คณะกรรมการควบคุมโรคได้ออกคำสั่งจังหวัดฯ&nbsp;ที่&nbsp;26/2565&nbsp;ให้ประชาชนที่เดินทางกลับมาจากต่างจังหวัด&nbsp;หลังจากเทศกาลปีใหม่&nbsp;ตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;หรือ&nbsp;ATK&nbsp;ด้วยตนเองหรือสถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน&nbsp;สถานศึกษาจัดระบบการเรียนการสอนแบบทางไกล&nbsp;หากมีการปรับรูปแบบการเรียนการสอนให้ต้นสังกัดของสถานศึกษาพิจารณา&nbsp;รายงานผลต่อสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;เพื่อนำเสนอให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพระนครศรีอยุธยาทราบตามลำดับ</p><p><strong>สำหรับมาตรการป้องกัน&nbsp;COVID-19&nbsp;ในร้านอาหารเฉพาะใน</strong>&nbsp;อ.พระนครศรีอยุธยา&nbsp;(เฉพาะร้านที่มีการแสดงดนตรีและบริโภคเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์)&nbsp;(1)&nbsp;มีจุดวัดอุณหภูมิ&nbsp;คัดกรองอาการไข้และตรวจสอบประวัติการฉีดวัคซีน&nbsp;สำหรับผู้มาใช้บริการต้องได้รับวัคซีน&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;โดยใช้บัตรประจ&nbsp;าตัวประชาชนในการตรวจสอบ&nbsp;(2)&nbsp;จัดให้มีระบบระบายอากาศที่เพียงพอ&nbsp;กรณีที่เป็นอาคารปิด&nbsp;มีระบบปรับอากาศต้องมีพัดลมระบายอากาศเพื่อให้อากาศหมุนเวียนเหมาะสม&nbsp;(3)&nbsp;ลดความแออัดระหว่างบุคคล&nbsp;จำกัดผู้ใช้บริการ&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;ต่อ&nbsp;4&nbsp;ตารางเมตร&nbsp;ของพื้นที่ให้บริการในร้าน&nbsp;(ติดป้ายแสดงจำนวนผู้รับบริการสูงสุด)&nbsp;และจำหน่ายสุราได้ไม่เกิน&nbsp;21.00&nbsp;น.</p><p><strong>นายวีระชัย&nbsp;นาคมาศ&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;19</strong>&nbsp;สายพันธ์โอมิคอน&nbsp;หรือสายพันธ์เดลต้า&nbsp;ปัจจุบันพบการติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อน&nbsp;แต่อยู่ในสถานการณ์ทางสาธารณสุขในพื้นที่ควบคุมได้&nbsp;รวมทั้งเร่งให้ทุกพื้นที่กระตุ้นเตือนการเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็ม&nbsp;2&nbsp;รวมถึงเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นให้มากที่สุด&nbsp;โดยให้อำเภอสำรวจผู้ที่ยังไม่ได้ฉีดหรือมีความต้องการจะฉีดวัคซีน&nbsp;ส่งให้จังหวัดฯ&nbsp;เพื่อจัดสรรวัคซีนกระจายลงไปให้สถานพยาบาลทุกอำเภอ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ได้สั่งการไปยังนายอำเภอ&nbsp;และท้องถิ่น&nbsp;จัดหาศูนย์พักคอยชุมชนระดับอำเภอ&nbsp;</strong>(&nbsp;CI&nbsp;)&nbsp;เพิ่มเติม&nbsp;จัดตั้ง&nbsp;Call&nbsp;Center&nbsp;ระดับจังหวัดและระดับอำเภอ&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมระบบการรองรับผู้ป่วยตั้งแต่รับเข้าจนกระทั่งรักษาหายส่งกลับบ้าน&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ให้เลื่อนการจัดสอบและการจัดงานต่างๆ&nbsp;ออกไปก่อนจนกว่าสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;จะคลี่คลาย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	10/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	พระนครศรีอยุธยา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110181221500
351	จังหวัดปัตตานี ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ติดตามผลการฉีดวัคซีน การตรวจ ATK เชิงรุก และเห็นชอบเปิดการเรียนการสอน แบบ On site 3 แห่ง	<p><strong>จังหวัดปัตตานี&nbsp;ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด&nbsp;</strong>ติดตามผลการฉีดวัคซีน&nbsp;การตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เชิงรุก&nbsp;และเห็นชอบเปิดการเรียนการสอน&nbsp;แบบ&nbsp;On&nbsp;site&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;</p><p><strong>วันที่&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;นายนิพันธ์&nbsp;บุญหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี</strong>&nbsp;เป็นประธานประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดปัตตานี&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;ที่ห้องประชุมพญาตานี&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;&nbsp;ศาลากลางจังหวัดปัตตานี&nbsp;&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;ของจังหวัดปัตตานี&nbsp;และผลการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการ&nbsp;7&nbsp;ด้าน&nbsp;&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;คณะอนุกรรมการด้านการป้องกันการติดเชื้อ&nbsp;,&nbsp;ด้านการควบคุมการแพร่ระบาด&nbsp;,&nbsp;ด้านการรักษาผุ้ติดเชื้อ&nbsp;,&nbsp;ด้านการเยียวยา&nbsp;,&nbsp;ด้านการเตรีความพร้อมสำหรับมาตรการผ่อนคลาย&nbsp;,&nbsp;ด้านข้อมูลประชาสัมพันธ์&nbsp;และรับเรื่องร้องเรียน&nbsp;และด้านกำกับติดตามการบังคับใช้กฎหมาย&nbsp;เพื่อติดตามผลการฉีดวัคซีน&nbsp;การตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เชิงรุก&nbsp;มาตรการ&nbsp;COVID&nbsp;&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;&nbsp;ของหน่วยงาน&nbsp;สถานศึกษา&nbsp;และสถานประกอบการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;จำนวนทั้งหมด&nbsp;3,374&nbsp;แห่ง&nbsp;ผ่านเกณฑ์&nbsp;2,313&nbsp;แห่ง&nbsp;คิดเป็น&nbsp;ร้อยละ&nbsp;74.09&nbsp;พร้อมได้เห็นชอบให้เปิดการเรียนการสอน&nbsp;แบบบ&nbsp;&nbsp;On&nbsp;site&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;ที่ได้ผ่านการประเมินความพร้อมของสถานศึกษา&nbsp;คือ&nbsp;โรงเรียนบ้านควนลังงา&nbsp;โรงเรียนวัดทรายขาว&nbsp;และโรงเรียนมูลนิธิอาซิซสถาน&nbsp;ในพื้นที่อำเภอโคกโพธิ์&nbsp;&nbsp;จังหวัดปัตตานี</p><p><strong>สถานการณ์การติดเชื้อโควิด-&nbsp;19&nbsp;และการเสียชีวิตของประชาชนในพื้นที่ปัตตานี</strong>&nbsp;&nbsp;มีตัวเลขผู้ติดเชื้อยังทรงตัว&nbsp;อยู่ที่หลักสบรายมาหลายวันแล้ว&nbsp;แต่คงไว้ซึ่งความไม่ประมาท&nbsp;และปฏิบัติตามมาตรการของสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;ให้ประชาชชน&nbsp;เข้ารับวัคซีนให้เป็นไปตามได้ร้อยละ&nbsp;70&nbsp;หรือมากที่สุด&nbsp;เพื่อลดการติดเชื้อ&nbsp;และเสียชีวิดจากโรคโควิด&nbsp;&nbsp;๑๙&nbsp;ในส่วนกลุ่มเสี่ยงหรือมีอาการผิดปกติ&nbsp;ให้เข้ารับการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ณ&nbsp;สถานที่ทางราชการกำหนด&nbsp;หรือ&nbsp;ที่&nbsp;รพ.สต.&nbsp;ใกล้บ้าน&nbsp;เพื่อให้การควบคุมและติดตามอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;</p><p><strong>โดยเฉพาะในพื้นที่&nbsp;พบมีผู้ป่วยติดอย่างต่อเนื่องและกำชับติดตามเรือประมง</strong>&nbsp;ทั้งในประเทศและต่างประเทศที่เข้ามาในท่าเทียบเรือปัตตานีด้วย&nbsp;สำหรับสถานการณ์&nbsp;COVID&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;9&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม&nbsp;14&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยยืนยันสะสมแล้ว&nbsp;48,469&nbsp;ราย&nbsp;ผู้หายป่วย&nbsp;47,747&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;474&nbsp;ราย.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ภาพ/ข่าว/บดินทร์&nbsp;ส.ปชส.ปน.</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	10/1/2022	ภาคใต้	ปัตตานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110182733512
352	อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ Kick off พร้อมรับผู้ป่วยโควิด-19	<p><strong>ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลนาป่า</strong>&nbsp;อำเภอเมืองเพชรบูรณ์&nbsp;นายสืบพงษ์&nbsp;นิ่มพูลสวัสดิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรม&nbsp;Kick&nbsp;off&nbsp;พร้อมรับผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;เพื่อรองรับผู้ป่วยที่อยู่ในพื้นที่และผู้ป่วยที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่อำเภอเมืองเพชรบูรณ์&nbsp;ในช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นายศิลชัย&nbsp;สำเภา&nbsp;กำนันตำบลนาป่า&nbsp;กล่าวรายงาน&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายชัยสิทธิ์&nbsp;ชัยสัมฤทธิ์ผล&nbsp;นายอำเภอเมืองเพชรบูรณ์&nbsp;สาธารณสุขอำเภอเมืองเพชรบูรณ์&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;แพทย์ประจำตำบล&nbsp;อสม.&nbsp;เข้าร่วม</p><p><strong>สำหรับการเปิดกิจกรรม&nbsp;Kick&nbsp;off</strong>&nbsp;พร้อมรับผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;ในครั้งนี้เพื่อเผยแพร่ข้อมูลและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่ทราบเกี่ยวกับมาตรการเตรียมความพร้อมรับผู้ป่วยโควิดในพื้นที่อำเภอเมืองเพชรบูรณ์&nbsp;โดยพื้นที่ตำบลนาป่าเป็นพื้นที่ตัวอย่างแห่งหนึ่งที่มีการร่วมมือกับภาคราชการและประชาชนในการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเข้มแข็ง&nbsp;ซึ่งปัจจุบัน&nbsp;(10&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;พบผู้ติดเชื้อ&nbsp;16&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหาย&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;มีการติดตามเฝ้าระวังผู้ที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด&nbsp;ให้รายงานตัวกับกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และ&nbsp;ให้กำนันผู้ใหญ่บ้านรายงานให้อำเภอทราบ&nbsp;ผู้ที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดจะต้องแจ้งประวัติการเข้ารับวัคซีน&nbsp;และทำการตรวจหาเชื้อด้วยชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเข้าพื้นที่&nbsp;หากพบผู้ติดเชื้อก็จะประสานกับ&nbsp;รพ.สต.&nbsp;เพื่อทำการรักษา&nbsp;และให้ครอบครัวผู้ติดเชื้อเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง&nbsp;ทำการกักตัว&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;และทำการตรวจหาเชื้อ</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	10/1/2022	ภาคเหนือ	เพชรบูรณ์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบูรณ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110183107519
353	จังหวัดยโสธร ติดตามสถานการณ์โควิด-19 พร้อมจัดตั้งศูนย์ CI ระดับอำเภอ เตรียมรองรับการแพร่ระบาดโควิด-19	<p><strong>วันที่&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.</strong>&nbsp;นายชลธี&nbsp;ยังตรง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดยโสธร&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสุวัฒน์&nbsp;เข็มเพชร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;นายชัยวัฒน์&nbsp;ชัยเวชพิสิฐ&nbsp;ปลัดจังหวัดยโสธร&nbsp;และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดยโสธร&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;1&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยโสธร&nbsp;รวมทั้งนายอำเภอ&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดยโสธรได้ร่วมประชุมทางทางไกลด้วย&nbsp;</p><p>&nbsp;<strong>ทั้งนี้เพื่อรับทราบสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;</strong>สถานการณ์การฉีดวัคซีน&nbsp;การพิจารณาร่างประกาศคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดยโสธร&nbsp;เรื่อง&nbsp;การดำเนินการตามมาตรการความปลอดภัยสำหรับองค์กร&nbsp;(Covid&nbsp;-&nbsp;Free&nbsp;Setting)&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดยโสธร&nbsp;การพิจารณาประกาศจังหวัดยโสธร&nbsp;เรื่องมาตรการเร่งด่วนในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;เพิ่มเติม&nbsp;ฉบับที่&nbsp;53&nbsp;และการเตรียมความพร้อมจัดตั้งศูนย์&nbsp;CI&nbsp;ระดับอำเภอทั้ง&nbsp;9&nbsp;อำเภอ&nbsp;เพื่อเตรียมรองรับการแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดยโสธร&nbsp;พร้อมย้ำการ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนมาปฏิบัติงานหรือการปฏิบัติงาน&nbsp;work&nbsp;from&nbsp;home&nbsp;และคุมเข้มมาตรการ&nbsp;COVID-Free&nbsp;Setting&nbsp;และ&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;การป้องกันการติดเชื้อโควิด-19&nbsp;แบบครอบจักรวาล&nbsp;เพื่อป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;รวมทั้งรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนถือบัตรประชาชน&nbsp;Walk&nbsp;in&nbsp;ฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ได้ทั้งเข็ม&nbsp;1&nbsp;เข็ม&nbsp;2&nbsp;และเข็ม&nbsp;3&nbsp;ได้ที่&nbsp;โรงพยาบาลและสถานพยาบาลใกล้บ้าน</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดยโสธร</strong>&nbsp;(ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;มีผู้ป่วยรายใหม่&nbsp;69&nbsp;ราย&nbsp;รวมผู้ป่วยสะสม&nbsp;6,437&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;348&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;6,035&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;54&nbsp;ราย&nbsp;ส่วนประชาชนฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;1&nbsp;แล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;304,540&nbsp;ราย&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;265,413&nbsp;ราย&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;26,742ราย&nbsp;และเข็มที่&nbsp;4&nbsp;จำนวน&nbsp;2,438&nbsp;ราย&nbsp;และภายหลังจากการประชุม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยโสธร&nbsp;ได้ร่วมกันไลฟ์สดแถลงข่าวสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ผ่านทางเพจสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร&nbsp;เพจศูนย์สื่อสารโควิดจังหวัดยโสธร&nbsp;เพจเครือข่ายประชาสัมพันธ์&nbsp;และเครือข่ายสื่อมวลชนทุกแขนง&nbsp;เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข่าวสารสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ผ่านสื่อออนไลน์&nbsp;นอกจากนั้นยังได้เชิญชวนประชาชนฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;และการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อเป็นการเฝ้าระวังและป้องกันโควิด-19&nbsp;ในพื้นที่ต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p>	10/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ยโสธร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110194342551
354	จ.นครพนม เข้มปิดการเรียน On site  ห้ามดื่มสุราในร้านอาหาร งดกิจกรรมรวมกลุ่มไม่เกิน 500 คน	<p><strong>จังหวัดนครพนม&nbsp;เข้มปรับมาตรการรับมือโควิด-19&nbsp;</strong>&nbsp;กิจกรรมเสียงที่จะเป็นคลัสเตอร์แพร่เชื้อ&nbsp;ปิดการเรียนการสอนแบบ&nbsp;On&nbsp;site&nbsp;ห้ามดื่มสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหาร</p><p><strong>วันที่&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;</strong>ณ&nbsp;ศาลากลางจังหวัดนครพนม&nbsp;นายชาธิป&nbsp;รุจนเสรี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายแพทย์ปรีดา&nbsp;วรหาร&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม&nbsp;นายแพทย์ธนสิทธิ์&nbsp;ไพรพงษ์&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครพนม&nbsp;ร่วมกันแถลงสถานการณ์การเฝ้าระวังป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ซึ่งในวันนี้มีการเชิญคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครพนมร่วมหารือเป็นวาระพิเศษ&nbsp;เพื่อประเมินสถานการณ์และปรับมาตรการใหม่หลังช่วงเทศกาลปีใหม่จนถึงปัจจุบันมีตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นทุกวัน&nbsp;โดยวันนี้พบยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น&nbsp;47&nbsp;ราย&nbsp;และมีคลัสเตอร์เฝ้าระวังเพิ่มขึ้น&nbsp;ซึ่งจากการส่งตรวจหาสายพันธุ์โอไมครอนพบว่ามีผู้ป่วยติดเชื้อในพื้นที่รวมแล้ว&nbsp;49&nbsp;ราย&nbsp;ประกอบกับศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;(ศบค.)&nbsp;ได้มีการปรับให้จังหวัดนครพนมเป็นพื้นที่ควบคุมสีส้ม</p><p><strong>โดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครพนมได้ปรับมาตรการ</strong>&nbsp;เช่น</p><p>1.ให้ปิดการเรียนการสอนแบบ&nbsp;On&nbsp;site&nbsp;ไปจนถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;โดยให้มีโรงเรียนจัดการเรียนการสอนแบบ&nbsp;ON-AIR,&nbsp;ONLINE,&nbsp;ONDEMAND&nbsp;และ&nbsp;ON-HAND&nbsp;ทดแทน</p><p>2.ห้ามบริโภคสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหาร&nbsp;ทั้งในและนอกศูนย์การค้า&nbsp;ห้างสรรพสินค้าหรือสถานที่อื่นๆที่มีร้านอาหาร&nbsp;เริ่มตั้งแต่วันที่&nbsp;11&nbsp;มกราคมเป็นต้นไปจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง</p><p>3.&nbsp;การจัดกิจกรรมนั้นให้รวมกลุ่มได้ไม่เกิน&nbsp;200&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งต้องจัดกิจกรรมภายใต้มาตรการที่กำหนด&nbsp;ผู้เข้าร่วมกิจกรรมต้องเป็นผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบตามเกณฑ์หรือมีผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเข้าร่วม&nbsp;</p><p>4.&nbsp;กิจกรรมตั้งแต่&nbsp;201-500&nbsp;คนให้เสนอเรื่องเพื่อขออนุญาตจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดผ่านทางคณะอนุกรรมการกลั่นกรอง</p><p>5.&nbsp;งดกิจกรรมที่จังหวัด&nbsp;เช่น&nbsp;กิจกรรม&nbsp;นครพนมยามเช้าและกิจกรรม&nbsp;ปั่นจักรยานชายโขง</p><p>6.&nbsp;เน้นย้ำในระดับพื้นที่ในเรื่องของงานสังสรรค์&nbsp;งานบุญ&nbsp;การรวมกลุ่มต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ต้องปฏิบัติตามสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด</p><p>7.&nbsp;การปิดหมู่บ้าน&nbsp;อำเภอนาแก&nbsp;3&nbsp;หมู่บ้านในตำบลพิมาน&nbsp;คือบ้านดอนพัฒนา&nbsp;หมู่&nbsp;6&nbsp;บ้านดงน้อย&nbsp;หมู่&nbsp;9&nbsp;และบ้านคลองเจริญ&nbsp;หมู่&nbsp;10&nbsp;ไปจนถึงวันที่&nbsp;17&nbsp;มกราคม&nbsp;</p><p>8.&nbsp;อำเภอเมืองนครพนมให้ปิดบ้านหนองยาว&nbsp;หมู่&nbsp;11&nbsp;ตำบลคำเตย&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;16&nbsp;มกราคม&nbsp;และปิดในพื้นที่ตำบลนาทราย&nbsp;ไปจนถึงวันที่&nbsp;20&nbsp;มกราคม&nbsp;</p><p>9.&nbsp;ห้างสรรพสินค้าที่อำเภอธาตุพนมที่มีการปิดถึงวันที่&nbsp;12&nbsp;มกราคมก่อนเปิดทำการใหม่บุคคลากรของห้างทุกคนจะต้องผ่านการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;และเตรียมฉีดวัคซีนเข็ม&nbsp;3&nbsp;ให้กับทุกคน&nbsp;อีกทั้งให้มีการรณรงค์ฉีดวัคซีนให้กับประชาชนเพิ่มขึ้น&nbsp;รวมถึงบุคลากรด่านหน้าที่ครบกำหนดฉีดเข็ม&nbsp;4&nbsp;ก็ขอให้เข้ารับการฉีดเช่นเดียวกัน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	10/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครพนม	สวท.นครพนม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110193228547
355	ข่าวปลอม พบคนติดโควิด-19 ในงานพระยาพิชัยดาบหักและงานกาชาด จ.อุตรดิตถ์	"<p><strong>นายศุภมิตร&nbsp;ปาณธูป&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุข&nbsp;จังหวัดอุตรดิตถ์</strong>&nbsp;เปิดเผยหลังพบข้อมูลการแชร์ข่าวในสื่อโซเซียล&nbsp;ว่า&nbsp;พบผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ในงานพระยาพิชัยดาบหักและงานกาชาด&nbsp;จังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;และผู้ว่าราชการ&nbsp;จังหวัดอุตรดิตถ์เตรียมแถลงข่าวปิดงาน&nbsp;ซึ่งข้อมูลนี้&nbsp;<a&nbsp;href=""https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%87?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZXWTZAnPZHCMY63fM-AMfCHTNrOQyqwxQWRv_1AhxP2lOVPyUAaHfk318aae50XjsbnM2CCW02hdQ2GOWsVN6-LzMN6dCaAR6YlTiKLuvCmHtIjGRlDOKJLKYaDvTd3uGQ-baiBWfXwYMbNXSUR83VFsZxEandbVAbSxQxsxkmXtpOcvF9zh0DskRjqXGAmRgI&amp;__tn__=*NK-R""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""color:&nbsp;var(--accent);&nbsp;background-color:&nbsp;transparent;"">ไม่เป็นความจริง</a></p><p>.<strong>สำหรับการส่งต่อข้อมูลเหล่านี้อาจเกิดจากความเข้าใจผิด</strong>&nbsp;หลังจากที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุข&nbsp;พบผู้ค้าในซุ้มของอำเภอทองแสนขัน&nbsp;ยังไม่ได้ตรวจเชื้อ&nbsp;จึงแนะนำให้ไปตรวจ&nbsp;ซึ่งผลการตรวจออกมาเป็นลบ&nbsp;ส่วนการแถลงข่าวปิดงานนั้นก็ไม่เป็นความจริง&nbsp;ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ประชาชนให้ความร่วมมือในมาตรการควบคุมโรคของจังหวัดเป็นอย่างดี&nbsp;มีผู้ใส่หน้ากากตลอดเวลา&nbsp;ถึงร้อยละ&nbsp;99&nbsp;ส่วนผู้ค้าขายทุกร้านได้รับการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นลบทั้งหมด&nbsp;โดยจะมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขตรวจประเมินสถานการณ์ทุกวัน&nbsp;จึงอยากให้ประชาชนวางใจในมาตรการการจัดงาน&nbsp;และขอบคุณที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;งานพระยาพิชัยดาบหักและงานกาชาด</strong>&nbsp;จังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;จะจัดถึงวันที่&nbsp;16&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;โดยทุกคืนมีการแสดงจะศิลปินชื่อดัง&nbsp;การจำหน่ายสินค้าโอทอป&nbsp;สินค้าราคาถูก&nbsp;และอาหารที่หลายหลาก&nbsp;ให้ได้เลือกชิม&nbsp;นอกจากนั้นยังมีการตักรางวัลมัจฉากาชาด&nbsp;และในคืนวันที่&nbsp;16&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นการออกรางวัลสลากกาชาด&nbsp;ลุ้นรับของรางวัลมากมาย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>"	10/1/2022	ภาคเหนือ	อุตรดิตถ์	สวท.อุตรดิตถ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110185826535
356	องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน จัดการประชุม รับฟังความคิดเห็นภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยว การประกาศพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน จังหวัดบุรีรัมย์	<p><strong>วันนี้&nbsp;(10&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ที่โรงแรม&nbsp;Cresco&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;</strong>&nbsp;นาวาอากาศเอก&nbsp;อธิคุณ&nbsp;คงมี&nbsp;ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายไชยวัฒน์&nbsp;จุนถิระพงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;และคณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม&nbsp;มหาวิทยาลัยมหาสารคาม&nbsp;ร่วมจัดการประชุม&nbsp;รับฟังความคิดเห็นภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยว&nbsp;การประกาศพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ภายใต้&nbsp;โครงการการศึกษาความเหมาะสมเพื่อเตรียมประกาศพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน&nbsp;ในเขตพัฒนาการท่องเที่ยวอารยธรรมอีสานใต้&nbsp;โดยมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ผู้นำชุมชนและตัวแทนวิสาหกิจชุมชนในจังหวัดบุรีรัมย์เข้าร่วมประชุม</p><p><strong>โดยการประชุมในครั้งนี้ได้มีการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;</strong>อย่างเข้มงวดซึ่งผู้เข้าร่วมประชุมรวมถึงผู้จัดงานและเจ้าหน้าที่&nbsp;จะต้องผ่านการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;และผ่านจุดคัดกรองก่อนเข้าร่วมประชุม&nbsp;รวมถึงมีการนำระบบวิดีโอคอนเฟอร์เร้นท์มาใช้ในการประชุมอีกด้วย&nbsp;ซึ่งการประชุมในวันนี้ได้มีการนำเสนอผลการศึกษาการประเมินพื้นที่&nbsp;เพื่อกำหนดร่างขอบเขตพื้นที่พิเศษจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;,&nbsp;เวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อร่างขอบเขตพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน,&nbsp;การประชุมกลุ่มย่อย&nbsp;เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์การท่องเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;และความต้องการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;รวมถึงการระดมความคิดเห็นการประเมินความพร้อมของภาคีเครือข่ายการขับเคลื่อนพื้นที่พิเศษจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;เพื่อนำผลการประชุมไปวางแนวทางการขับเคลื่อนและพัฒนา</p><p><strong>นาวาอากาศเอก&nbsp;อธิคุณ&nbsp;คงมี&nbsp;ผอ.อพท.&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพทางการท่องเที่ยวที่โดดเด่น&nbsp;และเหมาะสมที่จะเป็นพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน&nbsp;ซึ่งการที่จะเป็นพื้นที่พิเศษได้ต้องมีองค์ประกอบ&nbsp;3&nbsp;ด้าน&nbsp;คือ&nbsp;คุณค่าด้านแหล่งท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ&nbsp;ประวัติศาสตร์&nbsp;และวัฒนธรรม&nbsp;ด้านนี้จะเห็นได้ว่าจังหวัดบุรีรัมย์ได้มีการเชื่อมโยงสถานที่ท่องเที่ยวกับอารยธรรมขอม&nbsp;รวมถึงนำวิถีชีวิตของชาวบ้านไม่ว่าจะเป็นการทอผ้าไหม&nbsp;การปลูกข้าวฯลฯ&nbsp;ซึ่งเป็นอัตลักษณ์ของแต่ละชุมชน&nbsp;มาผสมผสานกับการท่องเที่ยวได้อย่างลงตัว&nbsp;ด้านที่&nbsp;2&nbsp;คือการบริหารจัดการกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;และการท่องเที่ยว&nbsp;มีการบริหารจัดการดี&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นที่พัก&nbsp;สิ่งอำนวยความสะดวก&nbsp;รวมถึงกิจกรรมที่น่าสนใจ&nbsp;และด้านที่&nbsp;3&nbsp;คือ&nbsp;พื้นที่ที่เสี่ยงต่อการถูกทำลาย&nbsp;ซึ่งจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ต้องเร่งปกป้อง&nbsp;และเป็นเมืองต้นแบบพื้นที่พิเศษแห่งอารยธรรมอีสานใต้&nbsp;จากนั้น&nbsp;อพท.&nbsp;จะพัฒนาจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;/สุรินทร์/ศรีสะเกษ&nbsp;และอุบลราชธานี&nbsp;เพื่อสร้างความเข้มแข็ง&nbsp;และเชื่อมโยงพื้นที่ท่องเที่ยวต่อไป</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นายไชยวัฒน์&nbsp;จุนถิระพงศ์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;การที่จังหวัดบุรีรัมย์ได้เป็นอันดับ&nbsp;1&nbsp;ของการประเมินศักยภาพและความเหมาะสมในการประกาศพื้นที่พิเศษ&nbsp;จะส่งผลให้เกิดกิจกรรมที่หลากหลายภายในจังหวัด&nbsp;ซึ่งประชาชนในพื้นที่ทุกพื้นที่ที่มีการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนจะได้รับประโยชน์จากการสร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจให้ชุมชนอีกด้วย&nbsp;นอกจากนี้ยังมีการกระจายความรู้ด้านการดำเนินการต่างๆที่อาศัยเรื่องการมีส่วนร่วม&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจและรักษาวัฒนธรรมท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืน&nbsp;ส่วนการท่องเที่ยวในยุคสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ทางจังหวัดได้ให้ความสำคัญตั้งแต่หน้าด่านที่รับนักท่องเที่ยวเข้ามาในจังหวัด&nbsp;ซึ่งประชาชนในจังหวัดบุรีรัมย์ได้รับวัคซีนมากกว่า&nbsp;90%&nbsp;และมีมาตรการคัดกรองคนเข้าจังหวัดที่เข้มงวด&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการคัดกรองผู้ที่เขามาในจังหวัดอย่างน้อยต้องรับวัคซีนแล้ว&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;ผู้ที่มาจากพื้นที่สีเหลือง&nbsp;สีส้ม&nbsp;หรือสีฟ้า&nbsp;จะต้องมีการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และมาตรการอื่นๆ&nbsp;ฉะนั้นขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวมั่นใจ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	10/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	บุรีรัมย์	สวท.บุรีรัมย์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110194720552
357	จังหวัดสระบุรี วันนี้มีผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 ยืนยัน ( RT-PCR )เพิ่มขึ้น 86 ราย	<p><strong>สาธารณสุขจังหวัดสระบุรี&nbsp;รายงาน&nbsp;ว่า&nbsp;วันนี้(10&nbsp;ม.ค.64)&nbsp;พบผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19</strong>&nbsp;ยืนยันเพิ่มขึ้น&nbsp;86&nbsp;รายไม่พบผู้ติดเชื้อเข้าข่าย&nbsp;ATK&nbsp;ขณะนี้ประชาชนฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด&nbsp;รวม&nbsp;1,055,039&nbsp;ราย&nbsp;แยกเป็นเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;475,742&nbsp;ราย&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;466,694&nbsp;ราย&nbsp;และเข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;12,603&nbsp;ราย&nbsp;สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่ในวันนี้&nbsp;มีประวัติสัมผัสเชื้อรายก่อนหน้า&nbsp;จากการไปรับประทานอาหารในร้านอาหาร&nbsp;มีแพร่เชื้อไปยังคนในครอบครัว&nbsp;ซึ่งในขณะนี้มีผู้ป่วยที่กำลังรับการรักษาในโรงพยาบาล&nbsp;จำนวน&nbsp;76&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;แยกเป็นกลุ่มสีแดงต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;กลุ่มสีเหลือง&nbsp;มีอาการทางระบบทางเดินหายใจต้องใช้เครื่องออกซิเจน&nbsp;จำนวน&nbsp;56&nbsp;ราย&nbsp;และกลุ่มสีเขียว&nbsp;เป็นผู้ติดเชื้อมีอาการเล็กน้อย&nbsp;อยู่ในโรงพยาบาลสนาม&nbsp;จำนวน&nbsp;17&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ในโรงพยาบาลสนาม&nbsp;441&nbsp;ราย&nbsp;แยกรักษาที่บ้าน&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;ผู้เสียชีวิตสะสมถึงปัจจุบัน&nbsp;381&nbsp;ราย</p><p><strong>สถานการณ์การติดเชื้อโรคโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;โดยในจังหวัดสระบุรี&nbsp;</strong>ได้พบว่ามีการติดเชื้อฯ&nbsp;จากการไปรับประทานอาหารในร้านที่เปิดการแสดงดนตรีแบบคอนเสิร์ท&nbsp;ซึ่งเกิดจากการเปิดหน้ากากอนามัยขณะรับประทานอาหาร&nbsp;พูดคุย&nbsp;ร้องเพลง&nbsp;และอยู่ในสถานที่แออัด&nbsp;อากาศถ่ายเทไม่สะดวก&nbsp;การที่มีคนที่ติดเชื้อโดยไม่แสดงอาการ&nbsp;อยู่ร่วมในคนกลุ่มใหญ่&nbsp;โดยไม่สวมหน้ากากอนามัย&nbsp;จึงเกิดความเสี่ยงในการติดเชื้อได้อย่างมาก&nbsp;หากมีอาการ&nbsp;เช่น&nbsp;มีไข้&nbsp;ไอ&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;ให้ตรวจด้วย&nbsp;ATK&nbsp;หลังเข้าร่วมกิจกรรมที่มีคนจำนวนมากหรือเดินทางไปต่างจังหวัด&nbsp;&nbsp;ก็ขอให้ตรวจหาเชื้อด้วยชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ด้วยตนเอง&nbsp;หากผลตรวจเป็นลบ&nbsp;คือ&nbsp;ไม่ติดเชื้อจริง&nbsp;แปลว่าอาจไม่ติดเชื้อโควิด&nbsp;หรือติดเชื้อแล้ว&nbsp;แต่ยังมีเชื้อน้อยจึงตรวจไม่พบ&nbsp;เรียกว่าผลลบลวง&nbsp;&nbsp;ต้องตรวจซ้ำอีก&nbsp;3-5วัน&nbsp;หากผลเป็นบวกให้รีบติดต่อสถานพยาบาลใกล้บ้าน&nbsp;และต้องป้องกันการแพร่เชื้อไปยังผู้อื่นโดยการแยกกักตัวเองที่บ้าน&nbsp;(HI)&nbsp;หรือศูนย์พักคอยชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อลดความเสี่ยงและความรุนแรงการเสียชีวิต&nbsp;ของกลุ่มเสี่ยงคือผู้ที่มีอายุ&nbsp;60&nbsp;ปีขึ้นไป</strong>&nbsp;และผู้ป่วยเรื้อรัง&nbsp;7&nbsp;กลุ่มโรค&nbsp;จึงขอให้งดการอยู่ใกล้ชิด&nbsp;และให้เข้ารับการฉีดวัคชีนตามที่กำหนด&nbsp;มีการปฏิบัติตาม&nbsp;มาตรการ&nbsp;VUCA&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ฉีดวัคซีนให้ครบ&nbsp;ลดความรุนแรง&nbsp;ป้องกันตัวเองตลอดเวลา&nbsp;สถานบริการหรือผู้ให้บริการมีการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทุกสัปดาห์&nbsp;และบุคคลใกล้ชิดผู้ติดเชื้อให้ตรวจด้วย&nbsp;ATK&nbsp;การป้องกันการติดเชื้อโควิด&nbsp;-&nbsp;1&nbsp;9&nbsp;ด้วยการการฉีดวัคชีน&nbsp;ร่วมกับการป้องกันการติดเชื้อโควิด&nbsp;-19&nbsp;แบบ&nbsp;VUCA&nbsp;คงเป็นมาตรการสำคัญที่จะช่วยป้องกันการเสียชีวิตและเจ็บป่วยรุนแรงได้&nbsp;สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่ออกจากที่พักอาศัย&nbsp;เว้นระยะห่างจากผู้อื่น&nbsp;และล้างมือบ่อย&nbsp;ๆในทุกสถานที่&nbsp;ก็ยิ่งช่วยเพิ่มการป้องกันโรคได้ดียิ่งขึ้น&nbsp;ช่วยลดความเสี่ยงการแพร่เชื้อภายในครอบครัวหรือชุมชน&nbsp;การแพร่ระบาดลดน้อยลง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	10/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	สระบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110200524560
358	จ.ลำปาง พบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ 162 ราย  เสียชีวิต 2 ราย	<p><strong>สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;รายงานสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;สถานการณ์โควิด-19&nbsp;วันนี้&nbsp;พบผู้ป่วยรายใหม่&nbsp;162&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิตวันนี้&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ติดเชื้อยืนยัน&nbsp;ตรวจด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;51&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ติดเชื้อเข้าข่าย&nbsp;ตรวจด้วยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;111&nbsp;ราย&nbsp;สถานการณ์ตั้งแต่วันที่&nbsp;27&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;ถึงปัจจุบัน&nbsp;พบผู้ป่วยสะสม&nbsp;4,111&nbsp;คน&nbsp;อยู่ระหว่างรักษา&nbsp;749&nbsp;คน&nbsp;รักษาหายกลับบ้านสะสม&nbsp;3,459&nbsp;คน&nbsp;และเสียชีวิตสะสม&nbsp;33&nbsp;คน</p><p><strong>สำหรับข้อมูลการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;</strong>ณ&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ของวันเดียวกัน&nbsp;จังหวัดลำปางวัคซีนไปแล้ว&nbsp;982,875&nbsp;เข็ม&nbsp;จำแนกเป็นเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;468,621&nbsp;คน&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;433,731&nbsp;คน&nbsp;และเข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;80,523&nbsp;คน</p><p><strong>จังหวัดลำปางขอความร่วมมือประชาชนเคร่งครัดตามมาตรการ&nbsp;DMHTTA&nbsp;</strong>ทั้งนี้หากมีข้อสงสัยสอบถามเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;สายด่วนศูนย์โควิด-19&nbsp;สสจ.ลำปาง&nbsp;โทร.093&nbsp;140&nbsp;8023&nbsp;เวลา&nbsp;08.30&nbsp;-16.30&nbsp;น.&nbsp;หรือสอบถามที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>	10/1/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110205536567
359	ผู้ว่าฯ สกลนคร นำบวงสรวงก่อนการจัดงานนมัสการพระธาตุเชิงชุมฯ	<p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร</strong>&nbsp;นำพุทธศาสนิกชนบวงสรวงองค์พระธาตุเชิงชุม&nbsp;เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนการจัดงานนมัสการองค์พระธาตุเชิงชุมและหลวงพ่อพระองค์แสน&nbsp;ซึ่งกำหนดจัดงานระหว่างวันที่&nbsp;11&nbsp;-&nbsp;17&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ตามมาตรการปลอดโควิด&nbsp;โดยมีนักแสดงสาว&nbsp;เบลลา&nbsp;ราณี&nbsp;แคมเปน&nbsp;ร่วมรำบูชาพระธาตุเชิงชุม</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(10&nbsp;ม.ค&nbsp;65)&nbsp;ที่วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร</strong>&nbsp;ตำบลธาตุเชิงชุม&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสกลนคร&nbsp;นางจุรีรัตน์&nbsp;เทพอาสน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร&nbsp;พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร&nbsp;ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&nbsp;29&nbsp;ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสกลนคร&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการและประชาชนชาวจังหวัดสกลนคร&nbsp;ร่วมในพิธีบวงสรวงองค์พระธาตุเชิงชุม&nbsp;ที่จัดขึ้นก่อนการจัดงานนมัสการองค์พระธาตุเชิงชุมและหลวงพ่อพระองค์แสน&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อความเป็นสิริมงคลในพิธีบวงสรวง&nbsp;มีพระครูกิตติธรรมนิวิฐ&nbsp;เจ้าคณะอำเภอโพนนาแก้ว&nbsp;เป็นประธานฝ่ายสงฆ์&nbsp;โดยมีพราหมณ์ประกอบพิธีบวงสรวงบูชาเทพยดาฟ้าดิน</p><p><strong>งานนมัสการองค์พระธาตุเชิงชุมและหลวงพ่อพระองค์แสน</strong>&nbsp;ปีนี้กำหนดจัดงานระหว่างวันที่&nbsp;11-17&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ซึ่งผู้ร่วมงานต้องสวมหน้ากากอนามัย&nbsp;จำกัดจำนวนผู้ร่วมงาน&nbsp;เพื่อเว้นระยะห่าง&nbsp;ตรวจคัดกรองผู้ประกอบการแบบ&nbsp;ATK&nbsp;และผู้เข้างานต้องฉีดวัคซีน&nbsp;2&nbsp;เข็มขึ้นไป&nbsp;ส่วนการรำบูชาองค์พระธาตุเชิงชุม&nbsp;ของชาวจังหวัดสกลนครในชุดภูไท&nbsp;&nbsp;หลังพิธีเปิดงาน&nbsp;มีนักแสดงสาว&nbsp;เบลลา&nbsp;ราณี&nbsp;แคมเปน&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;อแมนด้า&nbsp;ออบดัม&nbsp;แพร&nbsp;จุฑามาศ&nbsp;พาราสิงห์&nbsp;ร่วมรำบูชาพระธาตุเชิงชุม</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	10/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สกลนคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสกลนคร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110224539584
360	จ.บึงกาฬ ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ครั้งที่ 1/2565 เน้นย้ำแนวทางควบคุมการแพร่ระบาดของคลัสเตอร์ใหม่ๆ โดยเฉพาะเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ Omicron	<p><strong>วันที่&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;นายสนิท&nbsp;ขาวสอาด</strong>&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมภูทอก&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;ศาลากลางจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;นายอำเภอ&nbsp;และผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับโรคโควิด-19&nbsp;เข้าร่วมประชุม</p><p><strong>การประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565</strong>&nbsp;กล่าวถึงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในปัจจุบันที่น่าเป็นห่วง&nbsp;เนื่องจากการเกิดคลัสเตอร์ใหม่ขึ้นและการแพร่ระบาดของเชื้อสายพันธุ์&nbsp;Omicron&nbsp;โดยมีสาระสำคัญ&nbsp;4&nbsp;เรื่องหลักๆ&nbsp;ดังนี้&nbsp;1.การกำหนดมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;พื้นที่จังหวัดบึงกาฬ&nbsp;ที่กำลังเกิดคลัสเตอร์ใหม่ขึ้นโดยเฉพาะเชื้อสายพันธุ์&nbsp;Omicron&nbsp;2.การระงับการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;เพื่อไม่ให้กระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ&nbsp;3.การเตรียมพร้อมรองรับผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;4.การตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;โดยใช้&nbsp;ATK&nbsp;ในกลุ่มข้าราชการที่มีความเสี่ยงเพื่อเป็นมาตรฐานสังคมในการสร้างจิตสำนึกต่อส่วนรวม&nbsp;รวมถึงจังหวัดมุ่งเน้นมาตรการเชิงรุกในการออกตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;กับพี่น้องประชาชนจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;เพื่อคัดกรอกผู้ติดเชื้อให้ได้เร็วที่สุดและเข้าระบบการรักษาโดยด่วน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬฝากพี่น้องประชาชนกลุ่มผู้มีความเสี่ยง&nbsp;</strong>ที่อาจเดินทางมาจากจังหวัดที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;&nbsp;ให้ใช้การตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;วันแรก&nbsp;และเว้นระยะสามถึงห้าวันในการตรวจครั้งที่&nbsp;2&nbsp;เพื่อตรวจหาเชื้อขั้นต้น&nbsp;รวมถึงให้ประชาชน&nbsp;หน่วยงานราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้มาตรการ&nbsp;VUCA&nbsp;ในการปฏิบัติตนภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	10/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	บึงกาฬ	สวท.บึงกาฬ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110231454597
361	กระทรวงพาณิชย์ เร่งติดตามสถานการณ์ราคาและการจำหน่ายชุดตรวจ ATK อย่างใกล้ชิด ล่าสุดมีแนวโน้มราคาปรับลดลงต่อเนื่อง	<p>นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ ติดตามสถานการณ์ราคาและการจำหน่ายชุดตรวจโควิด-19 แบบ ATK อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง โดยรายงานจากกรมการค้าภายใน แจ้งว่า ในช่วงปลายปีต่อต้นปี บางยี่ห้อราคาสูงขึ้นเล็กน้อย เพราะความต้องการใช้ที่สูงขึ้น&nbsp;แต่ขณะนี้ มีแนวโน้มราคาลดลงอย่างต่อเนื่อง&nbsp;</p><p><br></p><p>โดยช่องทางออนไลน์ ราคาจำหน่ายเริ่มตั้งแต่ชุดละ 38-390 บาท/ชิ้น ส่วนร้านขายยา ราคาตั้งแต่ชุดละ 40-350 บาท/ชิ้น คาดว่า ราคาจะทรงตัวในระดับนี้ หรืออาจจะลดลงได้อีก หากมีการนำเข้ามาขายในตลาดมากขึ้น</p><p><br></p><p><br></p><p>ทั้งนี้ ชุดตรวจ ATK ถือเป็นสินค้าควบคุม ตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) โดยผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้ค้าส่ง ต้องแจ้งข้อมูลสินค้าต่อกรมการค้าภายใน เพื่อให้สามารถติดตามความเคลื่อนไหว ป้องกันการฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้บริโภค หากไม่แจ้งจะมีความผิดตามกฎหมาย และหากขายราคาสูงเกินสมควรจะมีความผิด มีโทษปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ ประชาชนสามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน โทร 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ&nbsp;</p><p><br></p>	11/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220110145408372
362	สสจ.ลำปาง แนะให้ประชาชนหมั่นตรวจเช็คโควิด-19 ด้วยชุดตรวจ ATK พร้อมยึดปฏิบัติวิถีชีวิตใหม่ (VUCA)	<p><strong>นายแพทย์ประเสริฐ&nbsp;กิจสุวรรณรัตน์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19&nbsp;ในปัจจุบัน&nbsp;จังหวัดลำปางจึงต้องเร่งค้นหาผู้ป่วยเชิงรุกให้ได้เร็วและให้ได้มากที่สุด&nbsp;เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อโรคโควิด-19&nbsp;ดังนั้นการตรวจหาเชื้อด้วยวิธี&nbsp;Antigen&nbsp;test&nbsp;kit&nbsp;(ATK)&nbsp;จึงมีความสำคัญและมีความจำเป็นในห้วงเวลานี้</p><p><strong>นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำปาง&nbsp;ย้ำให้ประชาชนตรวจเช็คโควิด-19&nbsp;</strong>ด้วยชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;โดยสามารถหาซื้อได้จากร้านขายยา&nbsp;ร้านสะดวกซื้อ&nbsp;ร้านค้าทั่วไป&nbsp;หรือขอรับบริการตรวจฟรีได้จากโรงพยาบาลใกล้บ้าน&nbsp;พร้อมปรับตัวอยู่ร่วมกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคด้วยวิถีชีวิตใหม่&nbsp;(VUCA)&nbsp;คือ&nbsp;ฉีดวัคซีนให้ครบ&nbsp;(V)&nbsp;เพื่อลดอัตราการป่วยรุนแรงและลดอัตราการเสียชีวิต,&nbsp;ป้องกันการติดเชื้อตามหลัก&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;(U)&nbsp;เช่น&nbsp;การออกจากบ้านเมื่อจำเป็น&nbsp;สวมแมส&nbsp;รักษาระยะห่าง&nbsp;ล้างมือบ่อยๆ&nbsp;เป็นต้น,&nbsp;</p><p>ทุกองค์กร&nbsp;ทุกหน่วยงาน&nbsp;ดำเนินมาตรการ&nbsp;COVID&nbsp;FREE&nbsp;SETTING&nbsp;(C)&nbsp;เช่น&nbsp;การให้พนักงานทุกคนฉีดวัคซีนครบโดส&nbsp;การคัดกรองความเสี่ยงพนักงานด้วยชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;และการจัดสถานที่ทำงานให้สะอาด&nbsp;ปลอดภัยจากแพร่กระจายเชื้อโควิด-19&nbsp;เป็นต้น&nbsp;และประชาชนที่มีอายุ&nbsp;12&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน&nbsp;ให้รีบเข้ารับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;โดยเร็ว&nbsp;ส่วนผู้ที่ได้ฉีดวัคซีนไปแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;ให้รีบเข้ารับบริการรับวัคซีนเข็ม&nbsp;3&nbsp;โดยด่วน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดลำปางได้เปิดให้บริการตรวจคัดกรองโควิด-19&nbsp;(ATK)&nbsp;</strong>ให้กับประชาชนในพื้นที่จังหวัดลำปาง&nbsp;ทุกวัน&nbsp;ณ&nbsp;โรงพยาบาลทุกแห่ง&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมืองลำปาง&nbsp;&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขได้เปิดให้บริการใน&nbsp;ทุกวันจันทร์&nbsp;วันพุธ&nbsp;และวันศุกร์&nbsp;เพื่อความปลอดภัยของประชาชน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	11/1/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111085039606
363	สถาบันคชบาลแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์ฯ จ.ลำปาง ค้นหาเชื้อโควิด-19 เชิงรุกด้วยชุดตรวจ ATK	<p><strong>เจ้าหน้าที่สาธารณสุข&nbsp;จากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านห้วยเรียน&nbsp;</strong>ทำการตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;เชิงรุกด้วยชุดตรวจ&nbsp;Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit&nbsp;(ATK)&nbsp;ให้แก่ผู้ปฏิบัติงาน&nbsp;พนักงานควาญช้าง&nbsp;ลูกจ้าง&nbsp;ตลอดจนผู้อยู่อาศัยภายในสถาบันคชบาลแห่งชาติ&nbsp;ในพระอุปถัมภ์ฯ&nbsp;อ.ห้างฉัตร&nbsp;จ.ลำปาง&nbsp;จำนวน&nbsp;339&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งทั้งหมดไม่พบสารพันธุกรรมเชื้อโควิด-19</p><p><br></p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สถาบันคชบาลแห่งชาติ&nbsp;ในพระอุปถัมภ์ฯ&nbsp;ยังคงมาตราการการคัดกรอง</strong>ให้ผู้ปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง&nbsp;การเว้นระยะห่าง&nbsp;การสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน&nbsp;&nbsp;ตลอดจนให้ผู้ปฏิบัติงานทุกคนปฏิบัติตามมาตราการการป้องกันไวรัสโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อให้เกิดความมั่นใจต่อนักท่องเที่ยวในการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวภายในสถาบันต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	11/1/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111085153607
364	จังหวัดชัยนาท ออกคำสั่ง เรื่อง มาตรการป้องกันควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด - 19) กําหนดให้สถานที่ กิจการ หรือกิจกรรมในพื้นที่จังหวัดชัยนาท ต้องดําเนินการตามมาตรการปลอดภัยสําหรับองค์กร (COVID-Free Setting)	<p><strong>ตามคําสั่งจังหวัดชัยนาท&nbsp;ที่&nbsp;59/2564&nbsp;ลงวันที่&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เรื่อง&nbsp;มาตรการป้องกันควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด&nbsp;-&nbsp;19)&nbsp;</strong>ในเขตพื้นที่จังหวัดชัยนาท</p><p><strong>ด้วยได้ปรากฏว่ามีการระบาดแบบกลุ่มก้อน&nbsp;(Cluster)&nbsp;ในพื้นที่สาธารณะ</strong>&nbsp;ที่ชุมนุมชน&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดชัยนาท&nbsp;ซึ่งราษฎรทั่วไปสามารถเข้าไปในสถานที่นั้นได้เป็นจํานวนมาก&nbsp;อีกทั้งข้อกําหนดออกตาม&nbsp;ความในมาตรา&nbsp;9&nbsp;แห่งพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2558&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;41)&nbsp;ลงวันที่&nbsp;8&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ประกอบข้อกําหนดออกตามความในมาตรา&nbsp;9&nbsp;แห่งพระราชกําหนดการบริหาร&nbsp;ราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2558&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;37)&nbsp;ลงวันที่&nbsp;30&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;ได้กําหนดให้&nbsp;ผู้ประกอบการหรือผู้มีหน้าที่รับผิดชอบจัดเตรียมสถานที่&nbsp;ให้เป็นไปตามมาตรการปลอดภัยสําหรับองค์กร&nbsp;(COVID-Free&nbsp;Setting)&nbsp;ตามประเภทของกิจการกิจกรรมตามระดับความเสี่ยงที่กระทรวงสาธารณสุขกําหนด&nbsp;และปฏิบัติตามเงื่อนไข&nbsp;เงื่อนเวลา&nbsp;การจัดระบบ&nbsp;ระเบียบ&nbsp;และมาตรการป้องกันโรคต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ตามที่ทางราชการ&nbsp;กําหนด&nbsp;อาศัยอํานาจตามความในมาตรา&nbsp;22&nbsp;และมาตรา&nbsp;34&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2558&nbsp;ข้อ&nbsp;2&nbsp;ของข้อกําหนดออกตามความในมาตรา&nbsp;9&nbsp;แห่งพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2548&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;41)&nbsp;ลงวันที่&nbsp;8&nbsp;มกราคม&nbsp;2564&nbsp;ประกอบข้อ&nbsp;6&nbsp;ของข้อกําหนดออกตามความในมาตรา&nbsp;9&nbsp;แห่งพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2548&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;37)&nbsp;ลงวันที่&nbsp;30&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;และคําสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด&nbsp;-&nbsp;19)&nbsp;ที่&nbsp;1/2565&nbsp;เรื่อง&nbsp;พื้นที่สถานการณ์ที่กําหนดเป็นพื้นที่ควบคุม&nbsp;และพื้นที่นําร่องด้านการท่องเที่ยว&nbsp;ตามข้อกําหนด&nbsp;ออกตามความในมาตรา&nbsp;9&nbsp;แห่งพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2548&nbsp;ลงวันที่&nbsp;8&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดชัยนาท&nbsp;ตามมติที่ประชุม&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ในวันที่&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จึงได้กําหนดมาตรการ&nbsp;ดังนี้</p><p>ข้อ&nbsp;1&nbsp;ให้ร้านจําหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม&nbsp;ห้างสรรพสินค้า&nbsp;และสถานประกอบกิจการใด&nbsp;ๆ&nbsp;ซึ่งมีพนักงาน&nbsp;ผู้ดูแล&nbsp;บุคลากร&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;11&nbsp;รายขึ้นไป&nbsp;ไม่ว่าบุคคลเหล่านั้นจะปฏิบัติหน้าที่เป็นการประจําหรือไม่&nbsp;ต้องดําเนินการตามมาตรการปลอดภัยสําหรับองค์กร&nbsp;(COVID-Free&nbsp;Setting)&nbsp;ตามประเภทของกิจการกิจกรรม&nbsp;ตามระดับความเสี่ยงที่กระทรวงสาธารณสุขกําหนดอย่างเคร่งครัด</p><p>ข้อ&nbsp;2&nbsp;ให้สถานประกอบกิจการตามข้อ&nbsp;1&nbsp;รายงานผลการดําเนินการตามมาตรการ&nbsp;ปลอดภัยสําหรับองค์กร&nbsp;(COVID-Free&nbsp;Setting)&nbsp;ให้ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคอําเภอทราบ&nbsp;ทุกสัปดาห์&nbsp;โดยเฉพาะ&nbsp;อย่างยิ่ง&nbsp;ผลการสุ่มตรวจจากชุดตรวจการติดเชื้อโควิด-19&nbsp;เบื้องต้น&nbsp;(Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit&nbsp;:&nbsp;ATK)&nbsp;โดยให้เจ้าของ&nbsp;ผู้ดูแล&nbsp;ผู้จัดการสถานประกอบการตามข้อ&nbsp;1&nbsp;สุ่มตรวจพนักงาน&nbsp;ผู้ดูแล&nbsp;บุคลากร&nbsp;ทุกวัน&nbsp;วันละไม่น้อยกว่าร้อยละ&nbsp;90&nbsp;ของจํานวนพนักงานทั้งหมด&nbsp;โดยเป็นการสุ่มตรวจไม่ซ้ําราย</p><p>ข้อ&nbsp;3&nbsp;ให้เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อสอดส่อง&nbsp;เฝ้าระวัง&nbsp;และติดตามการดําเนินมาตรการ&nbsp;ของผู้ประกอบการและผู้มีหน้าที่รับผิดชอบสถานที่และการจัดงานหรือกิจกรรมต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ให้เป็นไปตามมาตรการ&nbsp;ปลอดภัยสําหรับองค์กร&nbsp;(COVID-Free&nbsp;Setting)&nbsp;ตามประเภทของกิจการกิจกรรมตามระดับความเสี่ยงที่&nbsp;กระทรวงสาธารณสุขกําหนด&nbsp;รวมถึงมาตรการในการป้องกันโรคที่ทางราชการกําหนด&nbsp;หากเจ้าพนักงานควบคุม&nbsp;โรคติดต่อพบว่าการดําเนินการของสถานที่&nbsp;กิจการ&nbsp;หรือกิจกรรมตามข้อ&nbsp;1&nbsp;มิได้ปฏิบัติตามหรือย่อหย่อน&nbsp;การดําเนินการมาตรการป้องกันและควบคุมโรคที่ทางราชการกําหนดซึ่งอาจเป็นเหตุให้เกิดการระบาดแบบ&nbsp;กลุ่มก้อน&nbsp;ให้พิจารณาใช้อํานาจดําเนินการตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ&nbsp;และกฎหมายว่าด้วยการบริหาร&nbsp;ราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน&nbsp;อย่างเฉียบขาดทันที</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;หากเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อพิจารณาแล้วเห็นว่าหากมีเหตุจําเป็นเร่งด่วน</strong>&nbsp;หากปล่อยให้สถานที่ตามข้อ&nbsp;1&nbsp;เปิดดําเนินการไปจะก่อให้เกิดการแพร่ระบาดเป็นวงกว้างและร้ายแรง&nbsp;ให้เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อรายงานศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคอําเภอ&nbsp;(ศปก.อ)&nbsp;ที่สถานที่นั้นตั้งอยู่&nbsp;เพื่อเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดชัยนาท&nbsp;พิจารณาสั่งปิดสถานที่ดังกล่าวต่อไปโดยเร็ว</p><p>ข้อ&nbsp;4&nbsp;ให้ผู้ประกอบการและผู้มีหน้าที่รับผิดชอบสถานที่ตามข้อ&nbsp;1&nbsp;ถือปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;ปลอดภัยสําหรับองค์กร&nbsp;(COVID-Free&nbsp;Setting)&nbsp;ที่สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดชัยนาทกําหนดเพิ่มเติมในส่วน&nbsp;ที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัดด้วย</p><p><strong>โดยประกาศมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;</strong>จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	11/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	ชัยนาท	สวท.ชัยนาท	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111105305656
365	จังหวัดชัยนาท เลื่อนจัดงานหุ่นฟางนก เนื่องจากสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID -19) กลับมาระบาดเพิ่มขึ้น	<p><strong>สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID&nbsp;-19)&nbsp;จังหวัดชัยนาท</strong>&nbsp;วันที่&nbsp;11&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;(ยอดรายงาน&nbsp;พบผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;ราย&nbsp;โดยเป็นการตรวจพบภายในจังหวัด&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;ผู้เดินทางสัมผัสเสี่ยงสูง&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;รวมผู้ป่วยสะสม&nbsp;3,115&nbsp;ราย&nbsp;รักษาตัวอยู่&nbsp;76&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;3,001&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;38&nbsp;ราย</p><p><strong>รายที่&nbsp;1&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;61&nbsp;ปี&nbsp;(ไม่ได้ทำงาน)</strong>&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ม.8&nbsp;ต.สามง่ามท่าโบสถ์&nbsp;อ.หันคา&nbsp;ประวัติเสี่ยง&nbsp;มีอาการ&nbsp;PUI&nbsp;สัมผัสเสี่ยงสูงผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;จ.ขอนแก่น</p><p><strong>รายที่&nbsp;2&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;64&nbsp;ปี&nbsp;(ไม่ได้ทำงาน)</strong>&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ม.5&nbsp;ต.สามง่ามท่าโบสถ์&nbsp;อ.หันคา&nbsp;ประวัติเสี่ยง&nbsp;มีอาการ&nbsp;PUI&nbsp;สัมผัสร่วมบ้านรายที่1</p><p><strong>รายที่&nbsp;3&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;43&nbsp;ปี&nbsp;(อาชีพแม่บ้าน)</strong>&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ม.3&nbsp;ต.ห้วยกรดพัฒนา&nbsp;อ.สรรคบุรี&nbsp;ประวัติเสี่ยง&nbsp;มีอาการ&nbsp;PUI&nbsp;สัมผัสเสี่ยงสูงคลัสเตอร์&nbsp;ห้างสรรพสินค้า&nbsp;(คลัสเตอร์&nbsp;ห้างสรรพสินค้า&nbsp;อ.เมือง)</p><p><strong>รายที่&nbsp;4&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;42&nbsp;ปี&nbsp;(อาชีพค้าขาย)</strong>&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ม.1&nbsp;ต.ห้วยกรด&nbsp;อ.สรรคบุรี&nbsp;ประวัติเสี่ยง&nbsp;มีอาการ&nbsp;PUI&nbsp;สัมผัสเสี่ยงสูงรายที่&nbsp;3097&nbsp;(คลัสเตอร์&nbsp;ม.6&nbsp;ต.บางหลวง)</p><p><strong>รายที่&nbsp;5&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;17&nbsp;ปี&nbsp;(อาชีพนักเรียน)</strong>&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ม.2&nbsp;ต.หางน้ำสาคร&nbsp;อ.มโนรมย์&nbsp;ประวัติเสี่ยง&nbsp;มีอาการ&nbsp;PUI&nbsp;สัมผัสเสี่ยงสูงผู้ป่วยยืนยันจ.กทม</p><p><strong>รายที่&nbsp;6&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;52&nbsp;(อาชีพเกษตรกร)</strong>&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ม.4&nbsp;ต.หนองขุ่น&nbsp;อ.วัดสิงห์&nbsp;ประวัติเสี่ยง&nbsp;มีอาการ&nbsp;PUI&nbsp;สัมผัสเสี่ยงสูงรายที่&nbsp;3072&nbsp;(คลัสเตอร์&nbsp;ม.4&nbsp;ต.หนองขุ่น)</p><p><strong>รายที่&nbsp;7&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;56&nbsp;ปี&nbsp;(อาชีพรับจ้าง)</strong>&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ม.2&nbsp;ต.วังหมัน&nbsp;อ.วัดสิงห์&nbsp;ประวัติเสี่ยง&nbsp;มีอาการ&nbsp;PUI&nbsp;สัมผัสเสี่ยงสูง&nbsp;จ.นครราชสีมา&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;positive&nbsp;เดินทางกลับมาขอตรวจซ้ำตามภูมิลำเนา</p><p><strong>รายที่&nbsp;8&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;54&nbsp;ปี&nbsp;(อาชีพรับจ้าง)</strong>&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ม.1&nbsp;ต.มะขามเฒ่า&nbsp;อ.วัดสิงห์&nbsp;ประวัติเสี่ยง&nbsp;มีอาการ&nbsp;PUI&nbsp;สัมผัสเสี่ยงสูงรายที่&nbsp;3072&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ด้วยตนเองตนเอง&nbsp;Positive&nbsp;(คลัสเตอร์&nbsp;ม.4&nbsp;ต.หนองขุ่น)</p><p><strong>รายที่&nbsp;&nbsp;9&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;8&nbsp;ปี&nbsp;(อาชีพนักเรียน)</strong>&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ม.11&nbsp;ต.ตลุก&nbsp;อ.สรรพยา&nbsp;ประวัติเสี่ยง&nbsp;มีอาการ&nbsp;PUI&nbsp;สัมผัสเสี่ยงสูงรายที่&nbsp;3044&nbsp;(รายที่มีอาการ&nbsp;PUI)</p><p><strong>รายที่&nbsp;10&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;42&nbsp;ปี&nbsp;(อาชีพค้าขาย)</strong>&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ม.1&nbsp;ต.ห้วยกรด&nbsp;อ.สรรคบุรี&nbsp;ประวัติเสี่ยง&nbsp;มีอาการ&nbsp;PUI&nbsp;สัมผัสร่วมบ้านรายที่&nbsp;3107&nbsp;(คลัสเตอร์&nbsp;ม.6&nbsp;ต.บางหลวง)</p><p><strong>รายที่&nbsp;11&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;7&nbsp;ปี&nbsp;(อาชีพนักเรียน)</strong>&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ม.6&nbsp;ต.เขาท่าพระ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;ประวัติเสี่ยง&nbsp;มีอาการ&nbsp;PUI&nbsp;สัมผัสเสี่ยงสูงผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;จ.ลพบุรี</p><p><strong>รายที่&nbsp;12&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;34&nbsp;ปี&nbsp;(อาชีพข้าราชการ)</strong>&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ต.บ้านกล้วย&nbsp;อ.เมือง&nbsp;ประวัติเสี่ยง&nbsp;มีอาการ&nbsp;PUI&nbsp;สัมผัสเสี่ยงสูงผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;จ.ลพบุรี</p><p><strong>คลัสเตอร์&nbsp;ม.6&nbsp;ต.บางหลวง</strong>&nbsp;Index&nbsp;case&nbsp;เดินทางมาจาก&nbsp;กทม.&nbsp;ตรวจช่วงปีใหม่&nbsp;ตรวจก่อนเข้าบ้านไม่พบเชื้อ</p><p>ตรวจก่อนจะกลับไปทำงาน&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;ทำให้เกิดการระบาดในครอบครัวและครอบครัวต่างอำเภอ&nbsp;พบรายแรกวันที่&nbsp;3/1/65&nbsp;สะสม&nbsp;จำนวน&nbsp;13&nbsp;ราย&nbsp;มีอาการ&nbsp;PUI&nbsp;ไม่รุนแรง&nbsp;จำนวน&nbsp;13&nbsp;ราย&nbsp;พบวันนี้&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย</p><p><strong>คลัสเตอร์&nbsp;ห้างสรรพสินค้า&nbsp;อ.เมือง</strong>&nbsp;Index&nbsp;case&nbsp;มีประวัติเดิทางไป&nbsp;จ.นครสวรรค์&nbsp;พบการติดเชื้อในกลุ่มของพนักงานในแผนกและต่างแผนก&nbsp;พบรายแรกวันที่&nbsp;6/1/65&nbsp;สะสม&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;มีอาการ&nbsp;PUI&nbsp;ไม่รุนแรง&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;พบวันนี้&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;(HR&nbsp;กักตัวอยู่&nbsp;ตรวจซ้ำ&nbsp;เนื่องจากมีอาการ)</p><p><strong>คลัสเตอร์&nbsp;ม.4&nbsp;ต.หนองขุ่น</strong>&nbsp;Index&nbsp;case&nbsp;เดินทางมาจากจ.กทม&nbsp;กลับมาช่วงปีใหม่&nbsp;ตรวจATK&nbsp;ก่อนจะกลับไปทำงานผลพบเชื้อ&nbsp;ทำให้เกิดการระบาดให้ครอบครัว&nbsp;พบราบแรกวันที่&nbsp;7/1/65&nbsp;สะสม&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;มีอาการPUI&nbsp;ไม่รุนแรง&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ราย</p><p><strong>สำหรับรายงานผลการให้บริการฉีดวัคซีนวัคซีนโควิด-19</strong>&nbsp;รวมทุกกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;จากที่ทำการปกครองจังหวัดชัยนาท&nbsp;ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;9&nbsp;มกราาคม&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;ให้บริการฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;1&nbsp;แล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;257,906&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;80.38&nbsp;จากประชากรทั้งหมด&nbsp;โดยในทุกอำเภอในจังหวัดชัยนาท&nbsp;มีการให้บริการฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;1&nbsp;แล้ว&nbsp;ไม่ต่ำกว่าร้อยละ&nbsp;75&nbsp;จากประชากรทั้งหมด</p><p><strong>ด้วยปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ของประเทศ</strong>&nbsp;กลับมามีการแพร่ระบาดเพิ่มมากขึ้น&nbsp;ดังนั้น&nbsp;จังหวัดชัยนาทจึงขอแจ้งเลื่อนการจัดงานหุ่นฟางนกฯ&nbsp;ออกไปก่อนโดยไม่มีกำหนด&nbsp;(คาดว่าจะจัดงานราวเดือน&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	11/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	ชัยนาท	สวท.ชัยนาท	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111114146696
366	จ.ลำปาง ตั้งศูนย์ปฏิบัติการ COVID & HOME ISOLATION พร้อมรับสถานการณ์การแพร่ระบาด	<p><strong>นายสันติ&nbsp;รังษิรุจิ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นพ.ประเสริฐ&nbsp;กิจสุวรรณรัตน์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำปาง&nbsp;นพ.พงษ์ศักดิ์&nbsp;โสภณ&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลลำปาง&nbsp;และ&nbsp;นพ.นิพนธ์&nbsp;เฉลิมพันธ์ชัย&nbsp;รองผู้อำนวยการด้านพัฒนาระบบบริการและสนับสนุนบริการสุขภาพโรงพยาบาลลำปาง&nbsp;ร่วมตรวจติดตามการดำเนินการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการ&nbsp;COVID&nbsp;&amp;&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;ประจำพื้นที่อำเภอเมืองลำปาง&nbsp;พร้อมเยี่ยมชมทดสอบระบบดูวิธีการทำงานการดูแลติดตามผู้ป่วยผู้ติดเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ที่ผู้ป่วยจะต้องกักตัวเองและรักษาตัวอยู่กับบ้านโดยมีทีมแพทย์&nbsp;พยาบาล&nbsp;คอยตรวจประเมินอาการผ่านทางระบบออนไลน์&nbsp;ซึ่งทางจังหวัดลำปางได้เริ่มดำเนินการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการ&nbsp;COVID&nbsp;&amp;&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;อำเภอเมืองลำปางขึ้น&nbsp;หลังพบว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;ในเขตพื้นที่จังหวัด&nbsp;ปัจจุบันมีแนวโน้มที่จะพบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยการจัดตั้งศูนย์ฯ&nbsp;ได้อาศัยพื้นที่ห้องประชุม&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;อาคารโภชนาการของโรงพยาบาลลำปาง&nbsp;จัดตั้งเป็นศูนย์ปฏิบัติการประจำอำเภอเมืองลำปางชั่วคราว</p><p><strong>โดยในการตรวจเยี่ยมครั้งนี้&nbsp;</strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;พร้อมคณะผู้บริหาร&nbsp;หัวหน่วยงานส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้กันร่วมแถลงถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;ในเขตพื้นที่จังหวัด&nbsp;ซึ่งปัจจุบันนับแต่วันที่&nbsp;16&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564-9&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดลำปางมีการตรวจพบผู้ป่วยติดเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;รวมสะสมทั้งหมดจำนวน&nbsp;4,043&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นอัตราป่วย&nbsp;541.94&nbsp;ต่อแสนประชากร&nbsp;มีผู้เสียชีวิต&nbsp;34&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นอัตราป่วยตาย&nbsp;0.84&nbsp;ขณะที่ผู้ป่วยทั้งหมดมีผู้ได้รับการรักษาจนหาย&nbsp;รวมแล้วจำนวนกว่า&nbsp;3,281&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ระหว่างรักษา&nbsp;171&nbsp;ราย&nbsp;จำแนกเป็นผู้ป่วยโครงการรับคนลำปางกลับบ้าน&nbsp;1,054&nbsp;ราย&nbsp;ร้อยละ&nbsp;26.07&nbsp;ติดเชื้อมาจากต่างจังหวัด&nbsp;797&nbsp;ราย&nbsp;ร้อยละ&nbsp;19.71&nbsp;และเป็นผู้ติดเชื้อภายในพื้นที่จังหวัด&nbsp;2,192&nbsp;ราย&nbsp;ร้อยละ&nbsp;54.22&nbsp;โดยสถานการณ์พบการระบาดแบบลักษณะเป็นกลุ่มก้อนทั้งในสถานศึกษา&nbsp;สถานบันเทิง&nbsp;สถานประกอบการ&nbsp;และตามตลาดสด&nbsp;ในจำนวนนี้มีการตรวจพบผู้ป่วยติดเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;สายพันธุ์&nbsp;Omicron&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;มีประวัติการเดินทางมาจากต่างประเทศด้วยโปรแกรม&nbsp;Test&nbsp;&amp;&nbsp;Go&nbsp;อยู่ในเขตพื้นที่อำเภอแม่ทะ&nbsp;(มาจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์)&nbsp;ในเขตพื้นที่อำเภอเมืองลำปาง&nbsp;(มาจากประเทศอังกฤษ)&nbsp;และในเขตพื้นที่อำเภอแม่เมาะ&nbsp;(มาจากประเทศอเมริกา)</p><p><strong>ดังนั้นเนื่องในสถานการณ์ดังกล่าวจังหวัดลำปาง</strong>ได้เร่งที่จะทำการค้นหาผู้ป่วยเชิงรุกให้ได้โดยเร็วและมากที่สุด&nbsp;เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อเป็นวงกว้าง&nbsp;ซึ่งวิธีการที่ง่ายและรวดเร็วที่สุด&nbsp;คือการตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID&nbsp;ด้วยวิธี&nbsp;Antigen&nbsp;test&nbsp;kit&nbsp;และปัจจุบันได้เร่งทำการปูพรมคัดกรองไปตามพื้นที่ชุมชนต่างๆ&nbsp;โดย&nbsp;นพ.ประเสริฐ&nbsp;กิจสุวรรณรัตน์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำปาง&nbsp;ได้กล่าวว่า&nbsp;ในการตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ด้วย&nbsp;ATK&nbsp;นั้นจะดำเนินการกับผู้ที่มีอาการอย่างน้อยหนึ่งอาการดังต่อไปนี้&nbsp;ให้ประวัติว่ามีไข้&nbsp;วัดอุณหภูมิร่างกายได้ตั้งแต่&nbsp;37.5&nbsp;องศาเซลเซียสขึ้นไป&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;มีน้ำมูก&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;จมูกไม่ได้กลิ่น&nbsp;ลิ้นไม่รับรส&nbsp;ถ่ายเหลว&nbsp;ตาแดง&nbsp;ผื่นขึ้น&nbsp;หายใจเร็ว&nbsp;หายใจเหนื่อย&nbsp;หรือหายใจลำบาก,&nbsp;ผู้ที่มีประวัติอย่างน้อยหนึ่งอย่าง&nbsp;อาทิเช่น&nbsp;มีการเดินทางไปมาจากต่างประเทศทุกเที่ยวบิน&nbsp;และทุกช่องทางระหว่างประเทศ&nbsp;หรือ&nbsp;เคยอยู่อาศัยในประเทศที่มีการรายงานโรคในช่วง&nbsp;14&nbsp;วันที่ผ่านมา,&nbsp;มีการสัมผัสกับผู้ติดเชื้อเข้าข่ายผู้ป่วยยืนยันในช่วง&nbsp;14&nbsp;วัน,&nbsp;มีการเดินทางไปในสถานที่ชุมนุมชน&nbsp;หรือสถานที่ที่มีการรวมตัวของกลุ่มคน&nbsp;เช่น&nbsp;สถานบันเทิง&nbsp;ตลาดนัด&nbsp;ห้างสรรพสินค้า&nbsp;สถานพยาบาล&nbsp;หรือ&nbsp;ใช้ขนส่งสาธารณะที่พบผู้ติดเชื้อเข้าข่ายผู้ป่วยยืนยันในช่วง&nbsp;14&nbsp;วัน</p><p><strong>ส่วนในการตรวจหาเชื้อนั้น&nbsp;นพ.นิพนธ์&nbsp;เฉลิมพันธ์ชัย</strong>&nbsp;รองผู้อำนวยการฯ&nbsp;โรงพยาบาลลำปาง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;หากการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;พบผลเป็นบวกผู้ป่วยจะต้องดำเนินการติดต่อศูนย์ปฏิบัติการ&nbsp;Covid&nbsp;&amp;&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;ประจำอำเภอ&nbsp;หรือ&nbsp;เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในสถานพยาบาลใกล้บ้าน&nbsp;เพื่อให้เจ้าหน้าที่ประเมินอาการและประเมินความพร้อม&nbsp;ว่าผู้ป่วยจะสามารถดูแลตัวเองอยู่ที่บ้าน&nbsp;(Home&nbsp;Isolation)&nbsp;ได้หรือไม่&nbsp;ซึ่งหากประเมินแล้วผู้ป่วยมีความพร้อม&nbsp;ผู้ป่วยจึงจะได้รับการอนุญาตดูแลตัวเองอยู่ที่บ้าน&nbsp;ภายใต้มาตรฐานการดูแลของแพทย์&nbsp;และบุคลากรทางการแพทย์&nbsp;โดยจะมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรกรรม&nbsp;และกุมารแพทย์ให้การดูแล&nbsp;รักษา&nbsp;และติดตามอาการผู้ป่วยจนครบ&nbsp;7-10&nbsp;วัน</p><p><strong>สำหรับการดูแลรักษาด้วยระบบ&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;</strong>นพ.พงษ์ศักดิ์&nbsp;โสภณ&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลลำปาง&nbsp;ได้กล่าวรับรองว่า&nbsp;การรักษาด้วยวิธีการดังกล่าวมีความปลอดภัย&nbsp;ทั้งต่อตัวผู้ป่วยเอง&nbsp;รวมถึงแพทย์&nbsp;พยาบาล&nbsp;และในการรักษาผู้ป่วยจะได้รับการดูแลอย่างทั่วถึงเท่าเทียม&nbsp;ซึ่งจะมีการตรวจติดตามประเมินอาการผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;โดยระหว่างการรักษาทางเจ้าหน้าที่&nbsp;จะมีการจัดส่งยาเวชภัณฑ์&nbsp;รวมถึงอุปกรณ์ต่างๆ&nbsp;ที่จำเป็น&nbsp;ไปให้กับผู้ป่วยถึงบ้าน&nbsp;รวมไปถึงจะดูแลเรื่องอาหารการกิน&nbsp;3&nbsp;มื้อ&nbsp;ตลอดระยะเวลาในการรักษาด้วย&nbsp;โดยประชาชนที่ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;พบผลตรวจเป็นบวก&nbsp;สามารถติดต่อประสานศูนย์ปฏิบัติการ&nbsp;Covid&nbsp;&amp;&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;ประจำอำเภอได้ทุกแห่งระหว่าง&nbsp;เวลา&nbsp;08.00-20.00&nbsp;น.&nbsp;&nbsp;อ.เมืองลำปาง&nbsp;โทร&nbsp;054-019998&nbsp;และ&nbsp;054-222225</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>	11/1/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111110302661
367	พาณิชย์ฯ แม่ฮ่องสอน ติดตามสถานการณ์การจำหน่ายชุดตรวจโควิด-19 ร้านขายยา อ.เมืองแม่ฮ่องสอน พบสินค้ายังมีเพียงพอต่อความต้องการ	<p><strong>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong>ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การจำหน่ายชุดตรวจโควิด-19&nbsp;Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit&nbsp;(ATK)&nbsp;และหน้ากากอนามัยทางการแพทย์&nbsp;ณ&nbsp;ร้านขายยา&nbsp;อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;เพื่อป้องกันการจำหน่ายเกินราคา&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ร้าน&nbsp;ผลการตรวจสอบพบว่า&nbsp;ชุดตรวจโควิด-19&nbsp;Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit&nbsp;(ATK)&nbsp;ราคาชุดละ&nbsp;90-95&nbsp;บาท,&nbsp;หน้ากากอนามัยทางการแพทย์&nbsp;ชนิดกล่อง&nbsp;(50&nbsp;ชิ้น)&nbsp;ราคากล่องละ&nbsp;100-120&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่ายปลีกแพ็คละ&nbsp;4&nbsp;ชิ้น&nbsp;ราคา&nbsp;10&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ราคาตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;(หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ที่ผลิตในประเทศไทย&nbsp;ราคาจำหน่ายปลีกไม่เกินชิ้นละ&nbsp;2.50&nbsp;บาท)&nbsp;ปริมาณ&nbsp;สินค้ายังมีเพียงพอต่อความต้องการ</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;พบว่าร้านค้าปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายชัดเจน</strong>&nbsp;และจำหน่ายตรงตามราคาที่แสดงไว้ในฉลากสินค้า&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้กำชับให้ร้านปฏิบัติตาม&nbsp;พ.ร.บ.&nbsp;ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2542&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ให้ติดป้ายแสดงราคาจำหน่ายให้ชัดเจน&nbsp;ห้ามขายสินค้าในราคาแพงเกินสมควร&nbsp;ห้ามกักตุนหรือปฏิเสธการจำหน่ายสินค้า</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>	11/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111111443668
368	เก็บตกตรวจโควิด ครู ท.2 ยะลา ก่อนเปิดเรียน สร้างความเชื่อมั่นผู้ปกครอง	<p><strong>วันนี้&nbsp;(11&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;&nbsp;บรรดาคณะคุณครู&nbsp;นักเรียนฝึกสอน</strong>&nbsp;ของทางโรงเรียนเทศบาล&nbsp;2&nbsp;บ้านมลายูบางกอก&nbsp;&nbsp;เทศบาลนครยะลา&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;กว่า&nbsp;50&nbsp;คน&nbsp;ได้พร้อมใจเข้าร่วมตรวจสวอป&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเปิดโรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครยะลา&nbsp;พร้อมกันในวันจันทร์หน้า&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งทาง&nbsp;นายธีรพัฒน์&nbsp;ง๊ะสมัน&nbsp;<em>ผู้อำนวยการโรงเรียน</em>เทศบาล&nbsp;2</strong>&nbsp;(บ้านมลายูบางกอก)&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;&nbsp;&nbsp;เผยว่า&nbsp;วันนี้ได้นำทางคณะครูมาตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;&nbsp;ทยอยมาทั้งโรงเรียน&nbsp;ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว&nbsp;เมื่อวาน&nbsp;จนถึงวันนี้&nbsp;เก็บตกอีก&nbsp;กว่า&nbsp;50&nbsp;คน&nbsp;&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมที่จะเปิดการเรียนการสอน&nbsp;ซึ่งทาง&nbsp;นายพงษ์ศักดิ์&nbsp;ยิ่งชนม์เจริญ&nbsp;นายกเทศมนตรีนครยะลา&nbsp;&nbsp;ได้ให้ทุกโรงเรียนในสังกัดเทศบาล&nbsp;เปิดเรียนพร้อมกันในวันจันทร์หน้า&nbsp;โดยจะเป็นนักเรียน&nbsp;ชั้น&nbsp;ป.6&nbsp;มัธยม&nbsp;&nbsp;ก่อน&nbsp;และจะเปิดเต็มรูปแบบ&nbsp;100%&nbsp;ต้นเดือน&nbsp;ก.พ&nbsp;ต่อไป&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการตรวจสวอปครั้งนี้&nbsp;ก็จะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ปกครอง&nbsp;</strong>ส่วนเด็กๆ&nbsp;ที่จะมาเรียนก็จะต้องผ่านการตรวจสวอป&nbsp;100%&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้ทาง&nbsp;สสจ.ยะลา&nbsp;ก็จะเข้าไปฝึกให้คุณครู&nbsp;ได้ใช้ชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็น&nbsp;เพื่อเพิ่มทักษะ&nbsp;ให้กับทางคุณครู&nbsp;สามารถตรวจนักเรียนเบื้องต้นได้&nbsp;ในขณะเดียวกัน&nbsp;ทางโรงเรียน&nbsp;ก็ได้จัดทำแผนเผชิญเหตุ&nbsp;ต่างๆมีการจัดจุดตรวจ&nbsp;จุดพักคอย&nbsp;จุดแยกสังเกตอาการ&nbsp;หลังจากผ่านการประเมินจาก&nbsp;อ.เมือง&nbsp;ศบค.ยะลา&nbsp;เป็นที่เรียบร้อยแล้ว&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	11/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111122956729
369	กฟผ.แม่เมาะ ตรวจ ATK เชิงรุก ผู้ปฏิบัติงานและลูกจ้าง 1,041 คน ผลเป็นลบทั้งหมด	<p><strong>นายจรัญ&nbsp;คำเงิน&nbsp;ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า&nbsp;2</strong>&nbsp;การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&nbsp;(กฟผ.)&nbsp;แม่เมาะ&nbsp;ในฐานะผู้รักษาบริเวณ&nbsp;กฟผ.แม่เมาะ&nbsp;และประธานศูนย์จัดการภาวะวิกฤตโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;กฟผ.แม่เมาะ&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;กฟผ.แม่เมาะ&nbsp;พบผู้ปฏิบัติงาน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ปฏิบัติงานที่แผนกประสิทธิภาพ&nbsp;1&nbsp;กองการผลิต&nbsp;1&nbsp;ฝ่ายการผลิตโรงไฟฟ้าแม่เมาะ&nbsp;ได้ดำเนินการตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;โดย&nbsp;ATK&nbsp;ด้วยตนเอง&nbsp;พบผลเป็นบวก&nbsp;จึงไปตรวจยืนยันผล&nbsp;ณ&nbsp;จุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เชิงรุก&nbsp;มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ&nbsp;วิทยาเขตลำปาง&nbsp;ในวันที่&nbsp;9&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;พบผลเป็นบวก&nbsp;(ติดเชื้อโควิด-19)&nbsp;โดยผู้ป่วยได้เข้ารับการรักษาแบบ&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;แล้ว&nbsp;นับเป็นผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19&nbsp;รายที่&nbsp;24&nbsp;ของ&nbsp;กฟผ.แม่เมาะ&nbsp;นับตั้งแต่เริ่มการระบาด</p><p><strong>กฟผ.แม่เมาะ&nbsp;ได้ประสานกับหน่วยงานสาธารณสุข</strong>&nbsp;เพื่อคัดกรองผู้สัมผัสผู้ป่วยพร้อมดำเนินการตามมาตรการควบคุมโรคของ&nbsp;จ.ลำปาง&nbsp;โดยมีผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานที่มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายที่&nbsp;24&nbsp;ของ&nbsp;กฟผ.แม่เมาะเสี่ยงสูง&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งทั้งหมดได้เข้ารับการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ที่จุดคัดกรองเชิงรุกใน&nbsp;จ.ลำปาง&nbsp;และพบผลเป็นลบ&nbsp;(ไม่ติดเชื้อโควิด-19)&nbsp;โดยแพทย์ได้แจ้งให้ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงกักตัวและเข้าติดตามตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;อีกครั้ง&nbsp;ก่อนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กฟผ.แม่เมาะ&nbsp;ได้ดำเนินการตรวจหาเชื้อโควิด-19</strong>&nbsp;เชิงรุกด้วยชุดตรวจ&nbsp;Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit&nbsp;(ATK)&nbsp;ในผู้ปฏิบัติงานและลูกจ้างทั้งโรงไฟฟ้าแม่เมาะ&nbsp;และเหมืองแม่เมาะ&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;6,7&nbsp;และ&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;1,041&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งไม่พบสารพันธุกรรมเชื้อโควิด-19&nbsp;ในผู้เข้ารับการตรวจทั้งหมด&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;กฟผ.แม่เมาะ&nbsp;ยังคงมาตรการการคัดกรองผู้ที่เข้ามาติดต่อภายในพื้นที่อย่างเข้มงวด&nbsp;พร้อมดำเนินการแบ่งกลุ่มผู้ปฏิบัติงานตามกฎ&nbsp;Bubble&nbsp;and&nbsp;Seal&nbsp;ตลอดจนให้ผู้ปฏิบัติงานและลูกจ้างทุกคนเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง&nbsp;งดการจัดงานสังสรรค์&nbsp;พร้อมสังเกตอาการตัวเองและดำเนินชีวิตตามหลัก&nbsp;DMHTT&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	11/1/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111112503675
370	รองผู้ว่าฯ ชัยนาท ลงพื้นที่ตรวจสอบมาตรการป้องกันและควบคุมโรคโควิด - 19 ในตลาดสดเขตเทศบาลเมืองชัยนาท	<p><strong>เช้าวันนี้&nbsp;(11&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;นายนที&nbsp;มนตริวัต&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นายอรุณ&nbsp;คุ้มหุ่น&nbsp;ปลัดเทศบาลเมืองชัยนาท&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองชัยนาท&nbsp;ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบมาตรการป้องกันและควบคุมโรคโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;ในตลาดสดภาษีซุง&nbsp;เขตเทศบาลเมืองชัยนาท&nbsp;อำเภอเมืองชัยนาท&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;และคณะฯ&nbsp;ได้ตรวจสอบทางเข้า&nbsp;-&nbsp;ออกบริเวณตลาด&nbsp;การตั้งจุดคัดกรอง&nbsp;การบริการเจล/แอลกอฮอล์ล้างมือ&nbsp;พร้อมทั้งได้ให้คำแนะนำและขอความร่วมมือเจ้าของ/ผู้ประกอบการตลาดในเรื่องการเข้มงวดจุดตรวจคัดกรองบุคคลเข้า&nbsp;&nbsp;ออก&nbsp;ทุกจุด&nbsp;การทำความสะอาด&nbsp;การสวมหน้ากากอนามัย&nbsp;และการเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล&nbsp;การสุ่มตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;หาผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;หากพบว่ามีความเสี่ยงจากพ่อค้า-แม่ค้า&nbsp;หรือ&nbsp;ผู้บริโภคที่มาจับจ่ายซื้อของทั้งนี้เพื่อป้องกันโรคตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ในเขตพื้นที่จังหวัดชัยนาท&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;</p><p><br></p><p>ส.ปชส.ชัยนาท</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	11/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	ชัยนาท	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111112601676
371	อำเภอเมืองชัยนาท ทำการสุ่มตรวจ ATK หาผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) ในกลุ่มผู้ดูแล และพนักงานร้านลาบเป็ดชัยนาท พื้นที่อำเภอเมืองชัยนาท	<p><strong>วันนี้&nbsp;(11&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;ภายใต้การอำนวยการของ&nbsp;นายสุพล&nbsp;ภูมิฐานนท์&nbsp;นายอำเภอเมืองชัยนาท&nbsp;</strong>มอบหมายให้&nbsp;ปลัดอำเภอ&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;สสอ.เมืองชัยนาท&nbsp;ทำการสุ่มตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;หาผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID&nbsp;-&nbsp;19)&nbsp;ในกลุ่มผู้ดูแล&nbsp;และพนักงานร้านลาบเป็ดชัยนาท&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;ณ&nbsp;ร้านลาบเป็ดชัยนาท&nbsp;ม.5&nbsp;ต.บ้านกล้วย&nbsp;อ.เมืองชัยนาท&nbsp;จ.ชัยนาท&nbsp;ผลการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผู้ดูแลและพนักงานเป็นลบทุกราย&nbsp;ทั้งนี้จะมีการสุ่มตรวจกลุ่มผู้ดูแลและพนักงานร้านลาบเป็ดชัยนาท&nbsp;เป็นประจำทุกวัน&nbsp;วันละ&nbsp;10&nbsp;คน&nbsp;โดยเป็นการสุ่มตรวจไม่ซ้ำราย&nbsp;ตามมาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร&nbsp;(COVID-Free&nbsp;Setting)&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	11/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	ชัยนาท	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111121352722
372	ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เน้นย้ำความร่วมมือจากทุกภาคส่วนร่วมกันปฏิบัติตามมาตรการส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด หลังตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่พุ่งสูงขึ้นรายวัน ตั้งแต่หลังเทศกาลปีใหม่เป็นต้นมา	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายณรงค์&nbsp;วุ่นซิ้ว&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;เน้นย้ำความร่วมมือจากทุกภาคส่วนร่วมกันปฏิบัติตามมาตรการส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด&nbsp;โดยขอให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าทุกครั้งที่ออกนอกบ้าน&nbsp;หรือไปในที่สาธารณะ&nbsp;พื้นที่ชุมชน&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;พร้อมทั้งเน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดกำลังเจ้าหน้าที่ออกประชาสัมพันธ์&nbsp;แนะนำ&nbsp;หรือตักเตือน&nbsp;นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต&nbsp;ต้องสวมหน้ากากอนามัยอย่างเคร่งครัด&nbsp;โดยไม่มีข้อยกเว้น&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดบางส่วนมาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาจากประเทศต่างๆ&nbsp;แล้วนำมาแพร่ในพื้นที่</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทั้งนี้&nbsp;จากการรายงานสถิติตัวเลขผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;</strong>ระลอกเดือนเมษายน&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ในจังหวัดภูเก็ต&nbsp;มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงรายวัน&nbsp;ซึ่งรายงานประจำวันที่&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์โควิด-19&nbsp;มีการตรวจพบผู้ติดเชื้อรายใหม่รวมทั้งหมด&nbsp;726&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็นผู้ติดเชื้อภายในจังหวัดภูเก็ต&nbsp;468&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ติดเชื้อจากโครงการ&nbsp;Phuket&nbsp;Sandbox&nbsp;184&nbsp;ราย&nbsp;และผู้ติดเชื้อจาก&nbsp;Test&amp;Go&nbsp;74&nbsp;ราย&nbsp;และมีผู้ติดเชื้อหายกลับบ้านแล้ว&nbsp;201&nbsp;ราย&nbsp;และยังคงรักษาตัวในสถานพยาบาล&nbsp;3,651&nbsp;ราย&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;จากภาพรวมการติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ในจังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;พบว่าหลังจากช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งเป็นช่วงที่มีการจัดกิจกรรมต่างๆ&nbsp;และมีการเดินทางเข้า-ออก&nbsp;ของประชาชน&nbsp;และนักท่องเที่ยวต่างชาติ&nbsp;ทำให้มีการตรวจพบผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นหลายเท่าตัว&nbsp;ทำให้สถานการณ์ในจังภูเก็ตปัจจุบัน&nbsp;มีผู้ติดเชื้อสะสมระลอกเดือนเมษายน&nbsp;2564&nbsp;รวมทั้งหมด&nbsp;23,767&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ติดเชื้อรักษาหาย&nbsp;20,116&nbsp;ราย&nbsp;และมีผู้ติดเชื้อเสียชีวิตสะสม&nbsp;143&nbsp;ราย&nbsp;และเตรียมแนวทางระบบการรักษาที่เพิ่มขึ้น&nbsp;ทั้งในรูปแบบโรงพยาบาล&nbsp;โรงพยาบาลสนาม&nbsp;ศูนย์&nbsp;CI&nbsp;Hospitel&nbsp;Hotel&nbsp;Isolation&nbsp;AQ&nbsp;และ&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;เพื่อลดอัตราการครองเตรียง&nbsp;พร้อมเร่งตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เชิงรุก&nbsp;และฉีดวัคซีนบูสเตอร์โดส&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;และ&nbsp;เข็มที่&nbsp;4&nbsp;ให้ครอบคลุมมากที่สุดในขณะนี้</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	11/1/2022	ภาคใต้	ภูเก็ต	สวท.ภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111121138721
373	ลำปาง เดินหน้าจัดแคมเปญต่อ ฉีดเข็ม 3 ครบ 100% ใน 1 เดือน	<p><strong>จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19&nbsp;</strong>ของจังหวัดลำปาง&nbsp;ที่ตรวจพบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ซึ่งส่วนหนึ่งมีผลสืบเนื่องมาจากประชาชนได้ให้ความร่วมมือในการคัดกรองค้นหาเชื้อด้วยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;ทำให้สถานการณ์ตั้งแต่วันที่&nbsp;27&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;พบผู้ป่วยสะสม&nbsp;4,111&nbsp;คน&nbsp;อยู่ระหว่างรักษา&nbsp;749&nbsp;คน&nbsp;รักษาหายกลับบ้านสะสม&nbsp;3,459&nbsp;คน&nbsp;และเสียชีวิตสะสม&nbsp;33&nbsp;คน</p><p><strong>สำหรับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19</strong>&nbsp;ล่าสุดจังหวัดลำปางเดินหน้าจัดแคมเปญต่อ&nbsp;ฉีดเข็ม&nbsp;3&nbsp;ครบ&nbsp;100%&nbsp;ใน&nbsp;1&nbsp;เดือน&nbsp;สำหรับประชาชนที่ครบกำหนดเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น&nbsp;(เข็ม&nbsp;3)&nbsp;มุ่งให้คนลำปางร่วมใจสร้างลำปางปลอดภัย&nbsp;ห่างไกลจากโรคโควิด-19&nbsp;เริ่มตั้งแต่วันที่&nbsp;7-31&nbsp;ม.ค.65&nbsp;โดยมีประชาชนเข้ารับบริการการฉีดวัคซีนฟรี&nbsp;ที่ศูนย์ฉีดวัคซีน/โรงพยาบาล/สถานพยาบาลใกล้บ้านอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดดำเนินการฉีดวัคซีนไปแล้วกว่า&nbsp;982,875&nbsp;เข็ม&nbsp;จำแนกเป็นเข็ม&nbsp;1&nbsp;สะสม&nbsp;468,621&nbsp;เข็ม&nbsp;เข็ม&nbsp;2&nbsp;สะสม&nbsp;433,738&nbsp;เข็ม&nbsp;และเข็ม&nbsp;3&nbsp;สะสม&nbsp;80,523&nbsp;เข็ม</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	11/1/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111121049720
374	ยะลา ป่วยโควิดติดเชื้อลดเหลือ เลขหลักเดียว 6 ราย   ไม่มีเสียชีวิตเพิ่ม	<p><strong>จ.ยะลา&nbsp;วันนี้(11&nbsp;ม.ค&nbsp;65)&nbsp;สถานการณ์โควิดในพื้นที่ดีขึ้น</strong>&nbsp;รายใหม่ติดเชื้อลดลงเหลือเลขหลักเดียว&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;ป่วยสะสม&nbsp;&nbsp;48,962&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;178&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;50,328&nbsp;ราย&nbsp;ไม่มีเสียชีวิตเพิ่ม&nbsp;&nbsp;สะสมรวม&nbsp;359&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับผู้ป่วยรายใหม่&nbsp;&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;พบใน&nbsp;2&nbsp;อำเภอ&nbsp;</strong>คือ&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;อ.รามัน&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;ส่วนอีก&nbsp;6&nbsp;อำเภอ&nbsp;คือ&nbsp;อ.เบตง&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;อ.กาบัง&nbsp;อ.กรงปินัง&nbsp;อ.ยะหา&nbsp;และ&nbsp;อ.ธารโต&nbsp;วันนี้ไม่มีรายใหม่เพิ่ม&nbsp;ขณะผู้ป่วยที่เข้าข่ายติดเชื้อ&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;รายใหม่&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;สะสม&nbsp;8,066&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	11/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111123202732
375	ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร ตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญกำลังพล สถานการณ์ชายแดนเป็นเรื่องภายในประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมดูแลผู้อพยพตามหลักมนุษยธรรม	<p><strong>วันที่&nbsp;11&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;</strong>พลตรี&nbsp;ประสาน&nbsp;แสงศิริรักษ์&nbsp;ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร&nbsp;ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมและบำรุงขวัญกำลังพลหน่วยปฏิบัติการในสนาม&nbsp;ณ&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่&nbsp;7&nbsp;บ้านม่อนตะแลง&nbsp;ตำบลผาบ่อง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;โดยมี&nbsp;พันเอก&nbsp;สุจินต์&nbsp;ทรัพย์สิน&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่&nbsp;7&nbsp;นำกำลังพลทหารให้การต้อนรับ&nbsp;พร้อมกันนี้&nbsp;ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวรได้มอบชุดของขวัญ&nbsp;และเครื่องอุปโภคบริโภค&nbsp;ข้าวสาร&nbsp;อาการสำเร็จรูป&nbsp;และชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ให้กับกำลังพล</p><p><strong>ภายหลังการตรวจเยี่ยม&nbsp;พลตรี&nbsp;ประสาน&nbsp;แสงศิริรักษ์&nbsp;ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การเดินทางมาตรวจเยี่ยมกำลังพลสนามในพื้นที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่&nbsp;7&nbsp;เพื่อรับทราบปัญหาข้อขัดข้องหลังจากได้มอบนโยบายจากผู้บังคับบัญชาในทุกระดับแล้ว&nbsp;เพื่อมาช่วยแก้ปัญหาต่างๆ&nbsp;และถือโอกาสมาอวยพรปีใหม่และมอบของขวัญปีใหม่ให้กำลังใจให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติงาน&nbsp;และเน้นย้ำเฝ้าระวังป้องกันการแพร่ระบาดของสถานการณ์โควิดในหน่วยทหาร&nbsp;และดูแลช่วยเหลือสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงโควิดอย่างใกล้ชิด&nbsp;เพื่อไม่ให้มีการแพร่ระบาดหรือคราสเตอร์ในหมู่บ้านชุมชน</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์ชายแดนที่เกิดขึ้นนั้น&nbsp;</strong>ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นภายในของประเทศเพื่อนบ้านตามแนวชายแดน&nbsp;แต่ในห้วง&nbsp;2&nbsp;วันนี้ได้คลี่คลายลงตามลำดับ&nbsp;แต่ที่ส่งผลกระทบมาคือมีผู้ลี้ภัยจากความไม่สงบชาวเมียนมาในหมู่บ้านชายแดนของประเทศเพื่อนบ้านอพยพเข้ามาในเขตไทยขณะนี้อยู่ในพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;โดยหน่วยทหารได้กำหนดพื้นที่ควบคุมและดูแลความเป็นอยู่ตามหลักมนุษยธรรมอยู่แล้ว&nbsp;แต่ถ้าหากสถานการณ์คลี่คลายก็คงจะเดินทางกลับไปยังพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;และเรื่องที่สำคัญเร่งด่วนคือความปลอดภัยของประชาชนคนไทยตามแนวชายแดน&nbsp;ได้ให้หน่วยทหารในพื้นที่ดูแลความปลอดภัยสูงสุด&nbsp;รวมทั้งชีวิตและทรัพย์สิน&nbsp;หากมีสถานการณ์ชายแดนรุนแรงสิ่งที่จะต้องทำเร่งด่วนคือต้องอพยพคนไทยที่อยู่ตามแนวชายแดนให้เข้ามาอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยเร่งด่วน&nbsp;แต่ขณะนี้สถานการณ์ภายในประเทศเพื่อนบ้านคลี่คลายลงจึงให้หน่วยทหารในพื้นที่เฝ้าระวังดูแลความปลอดภัยประชาชนตามแนวชายแดนอย่างใกล้ชิด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	11/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111132255748
376	ย้ำมาตรการ Covid Free Setting ควบคุมการแพร่ระบาดโควิด หลังพบคลัสเตอร์ใหม่หลายจังหวัดท่องเที่ยว	<p><strong>นายแพทย์โอภาส&nbsp;การย์กวินพงศ์&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมโรค</strong>&nbsp;กล่าวถึงสถานการณ์ประจำวันและการป้องกันควบคุมโรคโควิด&nbsp;ว่า&nbsp;โรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;เป็นโรคที่ติดต่อจากคนสู่คน&nbsp;หากมีกิจกรรมร่วมกับผู้ที่ติดเชื้อจะเกิดการแพร่กระจายของโรคมากขึ้น&nbsp;จากการติดตามข้อมูลการเคลื่อนที่ของประชาชนพบว่า&nbsp;ภาพรวมของประเทศช่วงต้นเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;มีการเคลื่อนที่ค่อนข้างมาก&nbsp;แทบจะสูงสุดในรอบ&nbsp;2&nbsp;ปีที่ผ่านมา&nbsp;ประกอบกับเชื้อโควิด&nbsp;-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอนที่มีการแพร่กระจายได้รวดเร็ว&nbsp;ซึ่งจังหวัดชลบุรีที่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นนั้น&nbsp;มีการเดินทางในช่วงปีใหม่มากกว่าปี&nbsp;2563&nbsp;โดยยอดผู้ติดเชื้อในวันที่&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;767&nbsp;ราย&nbsp;เมื่อตรวจเชิงรุกจึงเจอคลัสเตอร์อีกหลายกลุ่ม&nbsp;เช่น&nbsp;พื้นที่พัทยา&nbsp;อำเภอบางละมุง&nbsp;37&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่บางแสน&nbsp;หาดวอนนภา&nbsp;อำเภอเมืองชลบุรี&nbsp;19&nbsp;ราย&nbsp;รวมถึงจังหวัดเชียงใหม่ที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปจำนวนมากในช่วงปีใหม่&nbsp;ก็พบการระบาดเป็นคลัสเตอร์เช่นกัน&nbsp;จนต้องปิดร้านอาหารจำนวน&nbsp;23&nbsp;แห่ง&nbsp;</p><p><strong>ขอเน้นย้ำให้ผู้ที่มีอาการสงสัยว่าติดเชื้อโควิด&nbsp;-19</strong>&nbsp;ให้รีบตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เพราะปัจจัยเสี่ยงการติดเชื้อที่สำคัญมาจากการสัมผัสกันภายในครอบครัว&nbsp;หรือการกินอาหารร่วมกัน&nbsp;ทั้งในบ้านและที่ทำงาน&nbsp;ซึ่งผู้ติดเชื้ออาจได้รับเชื้อมาจากสถานที่ระบาดและแพร่กระจายเชื้อสู่คนใกล้ตัว&nbsp;จึงต้องระมัดระวังและปฏิบัติตามมาตรการดูแลตนเองขั้นสูงสุด&nbsp;สวมหน้ากากอนามัย&nbsp;ล้างมือบ่อยๆ&nbsp;เว้นระยะห่างและไม่ไปสถานที่เสี่ยง&nbsp;มาตรการ&nbsp;Covid&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;ยังเป็นเรื่องที่ต้องเคร่งครัด&nbsp;เพื่อป้องกันการเกิดคลัสเตอร์ใหม่&nbsp;โดยเฉพาะร้านอาหาร&nbsp;</p><p><strong>ส่วนสถานประกอบการควรจัดให้&nbsp;Work&nbsp;From&nbsp;Home</strong>&nbsp;และตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นประจำทุกสัปดาห์&nbsp;สำหรับโรงงานหากพบผู้ติดเชื้อให้ทำ&nbsp;Bubble&nbsp;&amp;&nbsp;Seal&nbsp;แยกผู้ติดเชื้อออก&nbsp;แต่ไม่ต้องหยุดทำงาน&nbsp;เพราะการปิดสถานประกอบการจะทำให้คนเคลื่อนย้าย&nbsp;อาจแพร่กระจายเชื้อออกไปได้&nbsp;อีกทั้งขอความร่วมมือประชาชนและผู้ประกอบการติดต่อให้เข้ารับวัคซีน&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง&nbsp;ซึ่งกรมควบคุมโรคจะสนับสนุนการจัดส่งวัคซีนให้ทุกจังหวัดอย่างเพียงพอ&nbsp;หากทุกคนร่วมกันปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด&nbsp;เชื่อว่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ภายใน&nbsp;1-2&nbsp;สัปดาห์</p><p><br></p><p><br></p>	11/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111141348779
377	นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรีเปิดศูนย์ให้บริการฉีดวัคซีนให้ประชาชนเข้าถึงวัคซีนได้อย่างทั่วถึง	<p><strong>นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;เปิดศูนย์ให้บริการฉีดวัคซีนให้ประชาชนเข้าถึงวัคซีนได้อย่างทั่วถึงเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ตัวเอง&nbsp;หยุดความรุนแรงและการสูญเสียด้วยการฉีดวัคซีน&nbsp;</strong></p><p><br></p><p><strong>นายแพทย์ชาติชาย&nbsp;กิติยานันท์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>ทางกระทรวงสาธารณสุขได้จัดทำแผนรับมือการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;(Omicron)&nbsp;เพื่อชะลอการระบาด&nbsp;บรรเทาผลกระทบให้มากที่สุด&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดกาญจนบุรีซึ่งเป็น&nbsp;Blue&nbsp;Zone&nbsp;พื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยวยิ่งทำให้ต้องดำเนินการอย่างเข้มข้น&nbsp;จัดทำแผนเผชิญเหตุรองรับสถานการณ์โรคติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ทุกสัปดาห์&nbsp;มีการติดตามผลการดำเนินงานเรื่องวัคซีนในทุกพื้นที่&nbsp;13&nbsp;อำเภอทุกวัน&nbsp;การบริหารจัดการวัคซีนทุกสูตรตามหลักวิชาการ&nbsp;คำนึงถึงวันหมดอายุของวัคซีน&nbsp;เร่งฉีดโดยเร็วก่อนวัคซีนหมดอายุ&nbsp;และบริหารจัดการวัคซีนโควิด-19&nbsp;เข็มที่&nbsp;1&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;และเข็มกระตุ้น&nbsp;ให้บริการฉีดวัคซีนเชิงรุกในประชากรทั้งสัญชาติไทยและไม่ใช่สัญชาติไทย&nbsp;รวมทั้งการบริหารจัดการวัคซีนคงคลังอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;</p><p><strong>โดยจังหวัดกาญจนบุรีได้เปิดศูนย์ให้บริการฉีดวัคซีนเพิ่มนอกเหนือจากโรงพยาบาลทุกแห่ง</strong>ยังมีศูนย์ให้บริการฉีดวัคซีนอีกหลายแห่ง&nbsp;ดังนี้&nbsp;1.โรบินสันกาญจนบุรี&nbsp;บริเวณชั้น&nbsp;2&nbsp;หน้าศูนย์อาหาร&nbsp;เริ่มตั้งแต่วันที่&nbsp;11&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;2.โลตัส&nbsp;กาญจนบุรี&nbsp;บริเวณ&nbsp;ร้านกาแฟอเมซอน&nbsp;เริ่มตั้งแต่&nbsp;4&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;3.บิ๊กซี&nbsp;กาญจนบุรี&nbsp;บริเวณโถงด้านหน้า&nbsp;เริ่มตั้งแต่&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;4.TMK&nbsp;กาญจนบุรี&nbsp;บริเวณชั้น&nbsp;2&nbsp;หน้าโรงภาพยนตร์&nbsp;เริ่มตั้งแต่&nbsp;4&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;5.ร้านของฝากศรีฟ้า&nbsp;ท่าม่วง&nbsp;เริ่มตั้งแต่&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;6.ห้างกนกกาญจน์&nbsp;บริเวณชั้น&nbsp;3&nbsp;เริ่มตั้งแต่&nbsp;4&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;วัคซีนหลักจะเป็นแอสตร้าเซเนก้า&nbsp;และไฟเซอร์&nbsp;โดยให้บริการทุกคนไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือต่างด้าว&nbsp;ไม่จำเป็นต้องเป็นมีทะเบียนบ้านในกาญจนบุรี&nbsp;เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงวัคซีนได้ง่ายที่สุด&nbsp;สะดวกที่สุด&nbsp;สบายที่สุด&nbsp;สถานที่ฉีดวัคซีนทั้งเข็ม&nbsp;1&nbsp;เข็ม&nbsp;2&nbsp;และเข็มกระตุ้น&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัว&nbsp;ผู้ป่วยเรื้อรัง&nbsp;ยิ่งจำเป็นต้องฉีด&nbsp;เพราะหากได้รับเชื้อจะมีความเสี่ยง&nbsp;มีโอกาสป่วยรุนแรงหรือเสียชีวิตได้&nbsp;เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ตัวเอง&nbsp;หยุดความรุนแรงและการสูญเสียด้วยการฉีดวัคซีน&nbsp;นอกจากเร่งดำเนินการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;อย่างเต็มที่&nbsp;ร่วมกับมาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร&nbsp;(COVID-Free&nbsp;Setting)&nbsp;ที่สำคัญขอความร่วมมือประชาชนทุกคนในการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันตนเองขั้นสูงสุด&nbsp;(Universal&nbsp;Prevention)&nbsp;ได้แก่&nbsp;ออกจากบ้านเมื่อจำเป็น&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;สวมหน้ากาก&nbsp;100&nbsp;%&nbsp;ตลอดเวลาเมื่ออยู่ที่สาธารณะ&nbsp;อย่าใช้มือสัมผัสหน้ากาก&nbsp;ใบหน้า&nbsp;ตา&nbsp;จมูก&nbsp;ปาก&nbsp;ล้างมือหรือใช้เจลแอลกอฮอล์&nbsp;ทำความสะอาดฆ่าเชื้อพื้นผิวที่สัมผัสบ่อยๆ&nbsp;แยกของใช้ส่วนตัว&nbsp;กินอาหารปรุงสุกใหม่&nbsp;แยกสำรับใช้ช้อนส่วนตัว&nbsp;ระมัดระวังเมื่อไปร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์และการรับประทานอาหารร่วมกัน&nbsp;หลีกเลี่ยงสถานที่รวมตัวกันของคนหมู่มาก&nbsp;การเดินทางไปสถานที่ต่างๆ&nbsp;ด้วยความระมัดระวัง&nbsp;เลือกร้านอาหารหรือสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นระบบเปิด&nbsp;อากาศถ่ายเทสะดวก&nbsp;คนไม่แออัด&nbsp;ขอให้สังเกตอาการ&nbsp;หลีกเลี่ยงสัมผัสใกล้ชิดกลุ่มเสี่ยง&nbsp;ทั้งคนในครอบครัวและคนรู้จัก&nbsp;และช่วงกลับมาทำงานหลังเทศกาลปีใหม่อาจมีการระบาดมากขึ้น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หากสงสัยว่าตนเองเสี่ยงควรตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เพื่อให้รู้ผลเร็ว&nbsp;และเข้าสู่ระบบควบคุมป้องกันโรคได้เร็ว&nbsp;ลดการแพร่เชื้อในชุมชน&nbsp;</p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;:&nbsp;ข่าว/ภาพ&nbsp;</p><p>ภัสร์ภรณ์&nbsp;เหลืองทอง&nbsp;ข่าว</p>	11/1/2022	ภาคตะวันตก	กาญจนบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111143619798
378	จ.แม่ฮ่องสอน มีผู้ป่วยติดเชื้อ COVD-19 เพิ่ม 14 ราย ใน 5 อำเภอ อายุระหว่าง 1-84 ปี	<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;(ศปก.จ.มส.)&nbsp;</strong>รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในการระบาดระลอกใหม่เมษายน&nbsp;2564&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;11&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ว่ามีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ระลอกเมษายน&nbsp;จำนวน&nbsp;3,600&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเพศชาย&nbsp;1,652&nbsp;ราย&nbsp;และเพศหญิง&nbsp;1,948&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;48&nbsp;ราย&nbsp;(1.33&nbsp;%)&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;3,405&nbsp;ราย&nbsp;(94.59&nbsp;%)&nbsp;ยังอยู่ระหว่างรักษา&nbsp;147&nbsp;ราย&nbsp;(4.08&nbsp;%)&nbsp;ไม่มีอาการ&nbsp;39&nbsp;ราย&nbsp;มีอาการเล็กน้อยไม่ใช้ออกซิเจน&nbsp;96&nbsp;ราย&nbsp;ใช้ออกซิเจนแรงดันต่ำ&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;ใช้ออกซิเจน&nbsp;แรงดันสูง&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;ใส่ท่อและเครื่องช่วยหายใจ&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;รักษาอยู่ที่โรงพยาบาลศรีสังวาล&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลปาย&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลแม่สะเรียง&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลสบเมย&nbsp;16&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลแม่ลาน้อย&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลขุนยวม&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลสนาม&nbsp;46&nbsp;ราย&nbsp;และรักษาในศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;39&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>ส่าหรับวันนี้&nbsp;มีผู้ได้รับการตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;597&nbsp;</strong>ชุด&nbsp;พบเชื้อ&nbsp;14&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ป่วยในจังหวัดทั้งหมด&nbsp;โดยมีรายละเอียด&nbsp;ดังนี้</p><p><strong>รายที่&nbsp;3587&nbsp;เพศชาย</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;36&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ต.ปางหมู&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;อาชีพลูกจ้างของรัฐแห่งหนึ่ง&nbsp;ในอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีโรคระบาดจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;มีน้ำมูกและ&nbsp;จมูกไม่ได้กลิ่น&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสนาม</p><p><strong>รายที่&nbsp;3588&nbsp;เพศชาย</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;40&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ต.ห้วยผา&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;อาชีพครูในโรงเรียนแห่งหนึ่ง&nbsp;พื้นที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีโรคระบาดและอยู่ในสถานที่ที่มีคนหนาแน่น&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสนาม</p><p><strong>รายที่&nbsp;3589&nbsp;เพศหญิง</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;19&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ต.ผาบ่อง&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;อาชีพว่างงาน&nbsp;ปัจจัยเสี่ยง&nbsp;สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;(MS3567)&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;มีน้ำมูก&nbsp;มีเสมหะ&nbsp;จมูกไม่ได้กลิ่นและปวดศีรษะ&nbsp;ตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสนาม</p><p><strong>รายที่&nbsp;3590&nbsp;เพศหญิง</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;11&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ต.จองค่า&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นนักเรียน&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัส&nbsp;ใกล้ชิดบุคคลในครอบครัวกับผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;(รายที่&nbsp;3564&nbsp;-&nbsp;3566&nbsp;บุคคลในครอบครัว)&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;มีน้ำมูก&nbsp;และจมูกไม่ได้กลิ่น&nbsp;ส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสนาม</p><p><strong>รายที่&nbsp;3591-&nbsp;3592&nbsp;เพศหญิง&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;</strong>อายุ&nbsp;12&nbsp;ปี&nbsp;และ&nbsp;63&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ต.ห้วยโป่ง&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นนักเรียนและอาชีพเกษตรกร&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยง&nbsp;Cluster&nbsp;บ้านห้วยช่างค่า&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;และมีน้ำมูก&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการ&nbsp;รักษาในโรงพยาบาลสนาม</p><p><strong>รายที่&nbsp;3593&nbsp;เพศหญิง</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;36&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ต.ขุนยวม&nbsp;อ.ขุนยวม&nbsp;อาชีพรับราชการหน่วยงาน&nbsp;แห่งหนึ่งในอำเภอขุนยวม&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีโรคระบาดจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;มีอาการคัดจมูก&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลขุนยวม</p><p><strong>รายที่&nbsp;3594&nbsp;เพศหญิง</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ต.แม่ยวม&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;เป็นเด็กในปกครอง&nbsp;ปัจจัยเสี่ยง&nbsp;สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยันในครอบครัว&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ&nbsp;Cluster&nbsp;บ้านห้วยเคี้ยะ&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;อ.แม่สะเรียง</p><p><strong>รายที่&nbsp;595&nbsp;เพศชาย&nbsp;</strong>อายุ&nbsp;84&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ต.แม่ยวม&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;เป็นผู้สูงอายุ&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัส&nbsp;ใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยันในครอบครัว&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ&nbsp;Cluster&nbsp;บ้านห้วยโผ&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;น้ำมูก&nbsp;จมูกไม่ได้กลิ่น&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลแม่สะเรียง</p><p><strong>รายที่&nbsp;3596&nbsp;เพศหญิง</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ต.บ้านกาศ&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;เป็นนักเรียน&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัส&nbsp;ใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยันในครอบครัว&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ&nbsp;Cluster&nbsp;บ้านแม่ต๊อบเหนือ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นลบ&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;อ.แม่สะเรียง</p><p><strong>รายที่&nbsp;3597-3599&nbsp;เพศหญิง&nbsp;3&nbsp;ราย</strong>&nbsp;ช่วงอายุระหว่าง&nbsp;50&nbsp;-&nbsp;84&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ต.แม่ลาน้อย&nbsp;อ.แม่ลาน้อย&nbsp;อาชีพเกษตรกร&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยันในพื้นที่&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ&nbsp;Cluster&nbsp;ป่าหมาก&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;และมีน้ำมูก&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาล&nbsp;แม่ลาน้อย</p><p><strong>รายที่&nbsp;3600&nbsp;เพศชาย</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;14&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ต.แม่สวด&nbsp;อ.สบเมย&nbsp;เป็นนักเรียน&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิด&nbsp;ผู้ป่วยยืนยันในพื้นที่&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ&nbsp;Cluster&nbsp;แม่สวด&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;และหายใจเหนื่อยหอบ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสบเมย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>	11/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111142652788
379	จ.แม่ฮ่องสอน พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่ม 14 ราย	<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;(ศปก.จ.มส.)&nbsp;</strong>รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในการระบาดระลอกใหม่เมษายน&nbsp;2564&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;11&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ระลอกเมษายน&nbsp;จำนวน&nbsp;3,600&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเพศชาย&nbsp;1,652&nbsp;ราย&nbsp;และเพศหญิง&nbsp;1,948&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;48&nbsp;ราย&nbsp;(1.33&nbsp;%)&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;3,405&nbsp;ราย&nbsp;(94.59&nbsp;%)&nbsp;ยังอยู่ระหว่างรักษา&nbsp;147&nbsp;ราย&nbsp;(4.08&nbsp;%)&nbsp;ไม่มีอาการ&nbsp;39&nbsp;ราย&nbsp;มีอาการเล็กน้อยไม่ใช้ออกซิเจน&nbsp;96&nbsp;ราย&nbsp;ใช้ออกซิเจนแรงดันต่ำ&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;ใช้ออกซิเจนแรงดันสูง&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;ใส่ท่อและเครื่องช่วยหายใจ&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;รักษาอยู่ที่โรงพยาบาลศรีสังวาลย์&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลปาย&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลแม่สะเรียง&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลสบเมย&nbsp;16&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลแม่ลาน้อย&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลขุนยวม&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลสนาม&nbsp;46&nbsp;ราย&nbsp;และรักษาในศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;39&nbsp;ราย</p><p><strong>สำหรับวันนี้&nbsp;มีผู้ได้รับการตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;597&nbsp;ชุด&nbsp;</strong>พบเชื้อ&nbsp;14&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ป่วยในจังหวัด&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;โดยมีรายละเอียด&nbsp;ดังนี้</p><p><strong>รายที่&nbsp;3587&nbsp;เพศชาย&nbsp;</strong>อายุ&nbsp;36&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ต.&nbsp;ปางหมู&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;อาชีพลูกจ้างของรัฐแห่งหนึ่งในอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีโรคระบาดจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;มีน้ำมูกและจมูกไม่ได้กลิ่น&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสนาม</p><p><strong>รายที่&nbsp;3588&nbsp;เพศชาย</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;40&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ต.ห้วยผา&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;อาชีพครูในโรงเรียนแห่งหนึ่งพื้นที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีโรคระบาดและอยู่ในสถานที่ที่มีคนหนาแน่น&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสนาม</p><p><strong>รายที่&nbsp;3589&nbsp;เพศหญิง</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;19&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ต.ผาบ่อง&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;อาชีพว่างงาน&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;3567&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;มีน้ำมูก&nbsp;มีเสมหะ&nbsp;จมูกไม่ได้กลิ่นและปวดศีรษะ&nbsp;ตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสนาม</p><p><strong>รายที่&nbsp;3590&nbsp;เพศหญิง&nbsp;</strong>อายุ&nbsp;11&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นนักเรียน&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดบุคคลในครอบครัวกับผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;(รายที่&nbsp;3564&nbsp;-&nbsp;3566&nbsp;บุคคลในครอบครัว)&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;มีน้ำมูก&nbsp;และจมูกไม่ได้กลิ่น&nbsp;ส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสนาม</p><p><strong>รายที่&nbsp;3591&nbsp;-&nbsp;3592&nbsp;เพศหญิง&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;</strong>อายุ&nbsp;12&nbsp;ปี&nbsp;และ&nbsp;63&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ต.ห้วยโป่ง&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นนักเรียนและอาชีพเกษตรกร&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยง&nbsp;คลัสเตอร์บ้านห้วยช่างคำ&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;และมีน้ำมูก&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสนาม</p><p><strong>รายที่&nbsp;3593&nbsp;เพศหญิง&nbsp;</strong>อายุ&nbsp;36&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ต.ขุนยวม&nbsp;อ.ขุนยวม&nbsp;อาชีพรับราชการหน่วยงานแห่งหนึ่งในอำเภอขุนยวม&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีโรคระบาดจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;มีอาการคัดจมูกตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลขุนยวม</p><p><strong>รายที่&nbsp;3594&nbsp;เพศหญิง&nbsp;</strong>อายุ&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ต.แม่ยวม&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;เป็นเด็กในปกครอง&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยันในครอบครัว&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;บ้านห้วยเคี้ยะ&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;อ.แม่สะเรียง</p><p><strong>รายที่&nbsp;3595&nbsp;เพศชาย</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;84&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ต.แม่ยวม&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;เป็นผู้สูงอายุ&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยันในครอบครัว&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;บ้านห้วยโผ&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;น้ำมูก&nbsp;จมูกไม่ได้กลิ่น&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลแม่สะเรียง</p><p><strong>รายที่&nbsp;3596&nbsp;เพศหญิง</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ต.บ้านกาศ&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;เป็นนักเรียน&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยันในครอบครัว&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;บ้านแม่ต้อบเหนือ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นลบ&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT&nbsp;-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;อ.แม่สะเรียง</p><p><strong>รายที่&nbsp;3597&nbsp;-&nbsp;3599&nbsp;เพศหญิง&nbsp;3&nbsp;ราย</strong>&nbsp;ช่วงอายุระหว่าง&nbsp;50&nbsp;-&nbsp;84&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ต.แม่ลาน้อย&nbsp;อ.แม่ลาน้อย&nbsp;อาชีพเกษตรกร&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยันในพื้นที่&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ&nbsp;คลัสเตอร์ป่าหมาก&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;และมีน้ำมูก&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลแม่ลาน้อย</p><p><strong>รายที่&nbsp;3600&nbsp;เพศชาย&nbsp;</strong>อายุ&nbsp;14&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ต.แม่สวด&nbsp;อ.สบเมย&nbsp;เป็นนักเรียน&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยันในพื้นที่&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับคลัสเตอร์แม่สวด&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;และหายใจเหนื่อยหอบ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสบเมย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	11/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111140847776
380	จังหวัดตรัง แถลงพบผู้ป่วยโควิด - 19 รายใหม่ 42 ราย สะสม 18,308  ราย	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>(11&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;นายแพทย์&nbsp;ตุลกานต์&nbsp;มักคุ้น&nbsp;นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ&nbsp;โรงพยาบาลตรัง&nbsp;</strong>ในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;พร้อมด้วยแพทย์หญิงทิพย์ลดา&nbsp;บุญชัย&nbsp;นายแพทย์ชำนาญการ&nbsp;โรงพยาบาลตรัง&nbsp;ในฐานะรองโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ร่วมแถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์แถลงข่าวศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตรัง&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>โดยในวันนี้&nbsp;พบผู้ป่วยโควิด&nbsp;-19&nbsp;รายใหม่&nbsp;42&nbsp;ราย&nbsp;</strong>แบ่งเป็นติดเชื้อในจังหวัดตรัง&nbsp;40&nbsp;ราย&nbsp;ติดเชื้อจากที่อื่น&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;รวมผู้ติดเชื้อตามการระบาดระลอกใหม่ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;18,308&nbsp;ราย&nbsp;ผลการตรวจด้วย&nbsp;ATK&nbsp;เป็นบวก&nbsp;59&nbsp;ราย&nbsp;จากผลตรวจ&nbsp;407&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;14.50%&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จำแนกผู้ป่วยเป็นรายอำเภอดังนี้&nbsp;อำเภอกันตัง&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอนาโยง&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;14&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอวังวิเศษ&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอห้วยยอด&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอสิเกา&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ทั้งนี้พบการติดเชื้อจากการสัมผัสในชุมชน&nbsp;25&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;59.52&nbsp;และการสัมผัสร่วมบ้าน&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;19.05&nbsp;พูดคุยโดยไม่สวมหน้ากากและอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;16.67&nbsp;และสัมผัสในที่ทำงาน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;2.38&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	11/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111150405827
381	จังหวัดตรัง แถลงพบผู้ป่วยโควิด -19 รายใหม่ 42 ราย สะสม 18,308 ราย	<p><strong>(11&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ที่ศูนย์แถลงข่าว&nbsp;ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</strong>ห้องลิบง&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตรัง&nbsp;นายแพทย์&nbsp;ตุลกานต์&nbsp;มักคุ้น&nbsp;นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ&nbsp;โรงพยาบาลตรัง&nbsp;ในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;และแพทย์หญิงทิพย์ลดา&nbsp;บุญชัย&nbsp;นายแพทย์ชำนาญการ&nbsp;โรงพยาบาลตรัง&nbsp;ในฐานะรองโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;พบผู้ป่วยโควิด&nbsp;-19&nbsp;รายใหม่&nbsp;42&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็นติดเชื้อในจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;40&nbsp;ราย&nbsp;ติดเชื้อจากที่อื่น&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;รวมผู้ติดเชื้อตามการระบาดระลอกใหม่ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;18,308&nbsp;ราย&nbsp;ผลการตรวจด้วย&nbsp;ATK&nbsp;เป็นบวก&nbsp;59&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;จากผลตรวจ&nbsp;407&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จำแนกผู้ป่วยเป็นรายอำเภอดังนี้</strong>&nbsp;อำเภอกันตัง&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอนาโยง&nbsp;2&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;10&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;14&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอวังวิเศษ&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอสิเกา&nbsp;1&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;และอำเภอห้วยยอด&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็นสัมผัสร่วมบ้าน&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;สัมผัสที่ทำงาน&nbsp;1&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;สัมผัสในชุมชน&nbsp;25&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ในพื้นที่ระบาด&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;พูดคุยโดยไม่สวมแมส&nbsp;&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;ในวันนี้&nbsp;มีการฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดตรัง&nbsp;เข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;463,301&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;75.31&nbsp;ฉีดเข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;437,954&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;71.19&nbsp;ฉีดเข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;83,144&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;13.52&nbsp;จากประชากร&nbsp;615,192&nbsp;ราย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	11/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111153206844
382	"จังหวัดสงขลา ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ชูมาตรการ VUCAT รับมือการแพร่ระบาดของโรคโดยเฉพาะสายพันธุ์ ""โอมิครอน"""	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;ชูมาตรการ&nbsp;VUCAT&nbsp;รับมือการแพร่ระบาดของโรคโดยเฉพาะสายพันธุ์&nbsp;""โอมิครอน""</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>&nbsp;วันนี้&nbsp;(11&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่ห้องประชุม&nbsp;1&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสงขลา</strong>&nbsp;นายเจษฎา&nbsp;จิตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;พร้อมคณะรองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;นำส่วนราชการ&nbsp;และผู้ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;และการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสงขลา&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์และการป้องกันควบคุมโรค</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;โดยเฉพาะหลังช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา</strong>&nbsp;พบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์&nbsp;""โอมิครอน""&nbsp;กระจายไปในหลายจังหวัดของประเทศ&nbsp;เช่นเดียวกับจังหวัดสงขลา&nbsp;โดยสถานการณ์ในวันนี้&nbsp;(11&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม&nbsp;101&nbsp;คน&nbsp;ไม่มีผู้เสียชีวิต&nbsp;ขณะที่&nbsp;การฉีดวัคซีน&nbsp;ข้อมูลล่าสุด&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มีการฉีดวัคซีนเข็ม&nbsp;1&nbsp;ไปแล้ว&nbsp;ร้อยละ&nbsp;75.84&nbsp;เข็ม&nbsp;2&nbsp;ร้อยละ&nbsp;70.86&nbsp;เข็ม&nbsp;3&nbsp;ร้อยละ&nbsp;12.72&nbsp;และเข็ม&nbsp;4&nbsp;ร้อยละ&nbsp;0.64&nbsp;โดยพบว่าผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่เดินทางมาจากกรุงเทพมหานคร&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;และจังหวัดชลบุรี&nbsp;ทางจังหวัดสงขลา&nbsp;จึงได้เน้นย้ำการลงทะเบียนผ่าน&nbsp;QR&nbsp;CODE&nbsp;Songkhla&nbsp;Care&nbsp;ทุกครั้งเมื่อเดินทางเข้า-ออก&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ทั้งที่สนามบินหาดใหญ่และสถานีขนส่งผู้โดยสาร&nbsp;เพื่อให้สามารถติดตามตัวได้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังคงมี&nbsp;Setting&nbsp;ที่ต้องเฝ้าระวังในช่วงเดือนมกราคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;หรือสถานที่จำหน่ายอาหารที่แปลงสภาพมาจากผับ&nbsp;บาร์&nbsp;คาราโอเกะ&nbsp;เป็นจุดเสี่ยงสูง&nbsp;เนื่องจากเป็นสถานที่ปิดและอาจมีการระบายอากาศไม่ดี&nbsp;พร้อมขอความร่วมมือจากที่ทำการปกครองจังหวัด&nbsp;ในการสำรวจและชี้เป้าสถานประกอบการประเภทนี้เป็นรายอำเภอ&nbsp;เพื่อที่ทางสาธารณสุขจะได้เข้าไปแนะนำและดำเนินมาตรการ&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;รวมทั้งกลุ่มแรงงานต่างด้าวในโรงงาน&nbsp;และสถานประกอบการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;โดยเฉพาะสถานประกอบการที่รับพนักงานใหม่&nbsp;หรือพนักงานที่ยังได้รับวัคซีนไม่ครบตลาดสด&nbsp;และตลาดนัด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีการนำมาตรการ&nbsp;VUCAT&nbsp;(Strong&nbsp;VUCAT&nbsp;Songkhla&nbsp;Strong)&nbsp;มาใช้ในการป้องกันควบคุมโรค</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;V&nbsp;:&nbsp;Vaccine&nbsp;เร่งรัดการฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็ม&nbsp;3&nbsp;,&nbsp;U&nbsp;:&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;ประชาสัมพันธ์&nbsp;D-M-H-T-T&nbsp;,&nbsp;C&nbsp;:&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;ให้สถานประกอบการ&nbsp;ร้านค้า&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;ปฏิบัติตามแนวทาง&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;,&nbsp;A&nbsp;:&nbsp;ATK&nbsp;เร่งตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ร้อยละ&nbsp;2&nbsp;ของประชากรต่อสัปดาห์&nbsp;และ&nbsp;Treatment&nbsp;เตรียม&nbsp;CI/HI&nbsp;ในการดูแลรักษาพยาบาล&nbsp;การชะลอการลงทะเบียนผ่านระบบ&nbsp;Test&nbsp;and&nbsp;Go&nbsp;ควบคู่กับมาตรการอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ที่มีมาก่อนหน้านี้&nbsp;อาทิ&nbsp;ห้ามกิจกรรมรวมคนมากกว่า&nbsp;500&nbsp;คน&nbsp;,&nbsp;ให้ใช้อาคารสถานที่เพื่อจัดการเรียนการสอนได้ตามปกติภายใต้มาตรการป้องกัน&nbsp;COVID-19&nbsp;เป็นต้น&nbsp;พร้อมขอความร่วมมือประชาชนในการป้องกันโรคตามมาตรการของสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด</p>"	11/1/2022	ภาคใต้	สงขลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111151903832
383	อ.เมืองสุพรรณบุรี ปรับ CQ ตำบล เป็น CI รองรับ ผู้ป่วยโควิดระลอก 5	<p><strong>นายศรีธรรม&nbsp;ราชแก้ว&nbsp;นายอำเภอเมืองสุพรรณบุรี&nbsp;ร่วมกับสาธารณสุขอำเภอเมืองฯ</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;อบต.สนามชัย&nbsp;อบต.พิหารแดง&nbsp;และ&nbsp;นพ.จีรภัทร&nbsp;กัลยาณพจน์พร&nbsp;แพทย์โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช&nbsp;และทีมงาน&nbsp;ตรวจสอบสถานที่ที่เคยใช้เป็น&nbsp;CQ&nbsp;และศูนย์แรกรับ&nbsp;ATK&nbsp;บวก&nbsp;ที่โรงเรียนบ้านกิโลแปด&nbsp;(รร.ถูกยุบ)&nbsp;ที่ตำบลสนามชัย&nbsp;และสถานที่ที่เคยใช้เป็น&nbsp;CQ&nbsp;โรงเรียนวัดหน่อพุทธางกูร&nbsp;(รร.ถูกยุบ)&nbsp;ต.พิหารแดง&nbsp;เพื่อฟื้นฟูปรับปรุงเป็น&nbsp;CI&nbsp;เตรียมพร้อมรองรับผู้ป่วยที่ประเมินผลที่อยู่อาศัยแล้วไม่สามารถใช้การรักษาแบบ&nbsp;HI&nbsp;(Home&nbsp;Isolation)ได้</p><p><strong>โดยทั้ง&nbsp;อบต.สนามชัย&nbsp;และ&nbsp;อบต.พิหารแดง&nbsp;</strong>จะดำเนินการปรับปรุงให้เสร็จพร้อมรับผู้ป่วยเข้าพักรักษาได้ภายในวันศุกร์ที่&nbsp;14&nbsp;มกราคมนี้&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;150&nbsp;เตียง&nbsp;(โรงเรียนบ้านกิโลแปด&nbsp;50&nbsp;เตียง&nbsp;โรงเรียนวัดหน่อพุทธางกูร&nbsp;100&nbsp;เตียง)</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	11/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	สุพรรณบุรี	สวท.สุพรรณบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111154142852
384	ผบ.กองกำลังนเรศวร ตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญกำลังพล ณ ฉก.ร.7 บ้านม่อนตะแลง จ.แม่ฮ่องสอน เน้นย้ำเฝ้าระวังป้องกันการแพร่ระบาด COVID-19	<p><strong>วันนี้&nbsp;(11&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.&nbsp;</strong>พลตรี&nbsp;ประสาน&nbsp;แสงศิริรักษ์&nbsp;ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร&nbsp;เดินทางไปตรวจเยี่ยมและบำรุงขวัญกำลังพลหน่วยปฏิบัติการในสนาม&nbsp;ณ&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่&nbsp;7&nbsp;บ้านม่อนตะแลง&nbsp;ตำบลผาบ่อง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;โดยมี&nbsp;พันเอก&nbsp;สุจินต์&nbsp;ทรัพย์สิน&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่&nbsp;7&nbsp;นำกำลังพลทหารให้การต้อนรับ&nbsp;พร้อมกันนี้&nbsp;ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร&nbsp;ได้มอบชุดของขวัญ&nbsp;และเครื่องอุปโภคบริโภค&nbsp;ข้าวสาร&nbsp;อาการสำเร็จรูป&nbsp;และชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ให้กับกำลังพล</p><p><strong>ภายหลังการตรวจเยี่ยม</strong>&nbsp;พลตรี&nbsp;ประสาน&nbsp;แสงศิริรักษ์&nbsp;ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร&nbsp;ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า&nbsp;การเดินทางมาตรวจเยี่ยมกำลังพลสนามในพื้นที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่&nbsp;7&nbsp;เพื่อรับทราบปัญหาข้อขัดข้องหลังจากได้มอบนโยบายจากผู้บังคับบัญชาในทุกระดับแล้ว&nbsp;เพื่อมาช่วยแก้ปัญหาต่างๆ&nbsp;และถือโอกาสมาอวยพรปีใหม่และมอบของขวัญปีใหม่ให้กำลังใจให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติงาน&nbsp;และเน้นย้ำเฝ้าระวังป้องกันการแพร่ระบาดของสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ในหน่วยทหาร&nbsp;และดูแลช่วยเหลือสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงโควิด-19&nbsp;อย่างใกล้ชิด&nbsp;เพื่อไม่ให้มีการแพร่ระบาดหรือคลัสเตอร์ในหมู่บ้านชุมชน</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>	11/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111160657867
385	อุบลฯ สุ่มตรวจคัดกรองโควิด-19 ข้าราชการเจ้าหน้าที่งานปกครองอำเภอศรีเมืองใหม่	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วานนี้&nbsp;(10&nbsp;มกรม&nbsp;2565)&nbsp;ภายใต้การอำนวยการของนายสรชาย&nbsp;ครองยุทธ&nbsp;นายอำเภอศรีเมืองใหม่</strong>&nbsp;สั่งการให้กลุ่มงานบริหารงานปกครองอำาคเภอจัดเจ้าหน้าที่สุ่มตรวจคัดกรองโควิด-19&nbsp;Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit&nbsp;(ATK)&nbsp;ณ&nbsp;ที่ว่าการอำเภอศรีเมืองใหม่&nbsp;ให้กับข้าราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่ปกครอง&nbsp;พนักงาน&nbsp;ลูกจ้าง&nbsp;สมาชิก&nbsp;อส.&nbsp;ซึ่งคิดเป็นจำนวนร้อยละ&nbsp;10&nbsp;ของแต่ละส่วนราชการในอาคารที่ว่าการอำเภอศรีเมืองใหม่&nbsp;เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่&nbsp;และสร้างความปลอดภัยภายในองค์กร&nbsp;รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนที่จะมารับบริการ&nbsp;ผลการตรวจเบื้องต้น&nbsp;ATK&nbsp;ทุกคนมีผลเป็น&nbsp;negative&nbsp;ทุกราย&nbsp;และจะมีการดำเนินการสุ่มตรวจเป็นระยะๆ&nbsp;อย่างต่อเนื่อง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>เวลา&nbsp;13:30&nbsp;น.&nbsp;ประสานโรงพยาบาลศรีเมืองใหม่</strong>&nbsp;ดำเนินการจัดอบรมซักซ้อมวิธีการใช้ชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ให้กับข้าราชการ&nbsp;พนักงาน&nbsp;ลูกจ้าง&nbsp;สมาชิก&nbsp;อส.&nbsp;บุคลากรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมโรงพยาบาลศรีเมืองใหม่&nbsp;เพื่อให้มีความรู้&nbsp;ความเข้าใจ&nbsp;สามารถใช้ชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ได้อย่างถูกต้อง&nbsp;มีความปลอดภัย</p>	11/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111162820877
386	จ.อุบลฯ ดำเนินการตามมาตรการป้องป้องกันและเฝ้าระวังโรคระบาด COVID-19 ในพื้นที่อำเภอม่วงสามสิบ	"<p><strong>วันที่&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;ตามนโยบายของนายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ภายใต้การอำนวยการของ&nbsp;นายชินวัต&nbsp;ทองปรีชา&nbsp;นายอำเภอม่วงสามสิบสั่งการให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ดำเนินการ&nbsp;ดังนี้</p><p>1.&nbsp;ติดตาม&nbsp;Case&nbsp;คัสเตอร์ที่มีการระบาดที่&nbsp;""ร้านเอกมัย""</p><p>-&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ให้กับผู้ที่สัมผัสผู้ป่วยโรคโควิด19&nbsp;และผู้มีความเสี่ยง&nbsp;จำนวน155ราย&nbsp;และเคร่งครัดการเข้า-ออก&nbsp;หมู่บ้าน</p><p>2.&nbsp;เตรียมสถานที่รองรับผู้ป่วยที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น&nbsp;ดังนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>-&nbsp;เปิดโรงพยาบาลสนาม&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์การคณะสงฆ์ภาค&nbsp;10&nbsp;จำนวน&nbsp;150&nbsp;เตียง&nbsp;มีผู้ป่วยครองเตียง&nbsp;จำนวน&nbsp;121&nbsp;ราย</p><p>-&nbsp;เตรียมความพร้อมเปิด&nbsp;CI&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;ศูนย์&nbsp;รองรับผู้ป่วยได้&nbsp;จำนวน&nbsp;281&nbsp;ราย</p><p>3.&nbsp;บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;โดยกลุ่มเป้าหมายจากประชากรอยู่จริง&nbsp;จำนวน&nbsp;49,185&nbsp;ราย</p><p>-&nbsp;เข็มที่&nbsp;1&nbsp;ได้รับวัคซีนแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;47,353&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;96.28</p><p>-&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;ได้รับวัคซีนแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;43,079&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;87.59</p><p>-&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;Booster&nbsp;dose&nbsp;ได้รับวัคซีนแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;4,335&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;8.81</p><p>ทั้งนี้ได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังโรคระบาด&nbsp;COVID-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	11/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111163142883
387	จังหวัดสงขลา ติดตามความคืบหน้าการขับเคลื่อนเตรียมความพร้อมเปิดพื้นที่การท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(11&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสงขลา</strong>&nbsp;นายอำพล&nbsp;พงศ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;เป็นประธานการประชุมติดความคืบหน้าการขับเคลื่อนเตรียมความพร้อมเปิดพื้นที่การท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา&nbsp;ร่วมกับตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;อาทิ&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานหาดใหญ่&nbsp;สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสงขลา&nbsp;สำนักงานจังหวัดสงขลา&nbsp;สำนักงานจังหวัดสงขลา&nbsp;สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา&nbsp;ฯลฯ&nbsp;โดยหารือเกี่ยวกับการประเมินพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยว&nbsp;การพัฒนาพื้นที่ปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว&nbsp;แนวทางการเปิดด่านชายแดน&nbsp;แนวทางการจัดกิจกรรมการท่องเที่ยว&nbsp;เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายอำพล&nbsp;พงศ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตามที่&nbsp;รัฐบาลกำหนดให้จังหวัดสงขลา&nbsp;ดำเนินการเปิดพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยว&nbsp;ในระยะที่&nbsp;2&nbsp;(1-31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564)&nbsp;เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;จังหวัดสงขลาได้ดำเนินการขับเคลื่อนและเตรียมความพร้อมในด้านมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย&nbsp;ด้านกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;เพื่อรองรับการเปิดพื้นที่การท่องเที่ยว&nbsp;โดยในเบื้องต้นได้กำหนดเปิดพื้นที่การท่องเที่ยว&nbsp;ระยะที่&nbsp;1&nbsp;ในวันที่&nbsp;16&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;รูปแบบ&nbsp;Test&nbsp;and&nbsp;G0&nbsp;ช่องทางทางบก&nbsp;ผ่านบริษัทนำเที่ยว&nbsp;ณ&nbsp;ด่านสะเดา&nbsp;ซึ่งการเปิดด่านชายแดนไทย-มาเลเซีย&nbsp;ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาลทั้ง&nbsp;2&nbsp;ประเทศก่อน&nbsp;โดยพลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;มีกำหนดหารือทวิภาคีกับรัฐมนตรีมาเลเซีย&nbsp;เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบความเป็นไปได้ในการเปิดพรมแดน&nbsp;และการอำนวยความสะดวกในการเดินทาง&nbsp;ทั้งทางอากาศ&nbsp;ทางบก&nbsp;และทางน้ำ&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;29-30&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>แต่เนื่องจากมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์&nbsp;""โอมิครอน""</strong>&nbsp;รวมทั้งทางประเทศมาเลเซียเกิดน้ำท่วมหนัก&nbsp;ทำให้บ้านเรือนประชากรในประเทศมาเลเซียได้รับความเสียหาย&nbsp;นายกรัฐมนตรีประเทศมาเลเซีย&nbsp;จึงเลื่อนกำหนดการเจรจากับทางรัฐบาลไทย&nbsp;และให้มีการเลื่อนการเปิดด่านไปก่อน&nbsp;รวมทั้งปัจจุบันรัฐบาลได้ยกเลิกมาตรการเดินทางเข้าประเทศแบบ&nbsp;Test&nbsp;and&nbsp;Go&nbsp;และ&nbsp;Sandbox&nbsp;ยกเว้น&nbsp;ภูเก็ตแชนด์บ็อกซ์&nbsp;เป็นการชั่วคราว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;จังหวัดสงขลายังคงขับเคลื่อนและเตรียมความพร้อมเปิดพื้นที่การท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง</strong>&nbsp;โดยเร่งรัดการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น&nbsp;หรือเข็ม&nbsp;3&nbsp;ดำเนินมาตรการ&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;เร่งรัดการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;2%&nbsp;ของประชากรต่อสัปดาห์&nbsp;เตรียมความพร้อมเรื่องการดูแลรักษาพยาบาล&nbsp;โดยเฉพาะความพร้อมของโรงพยาบาลคู่ปฏิบัติการ&nbsp;และผลักดันให้สถานประกอบการในพื้นที่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยให้ได้มากที่สุด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>"	11/1/2022	ภาคใต้	สงขลา	สวท.สงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111170218903
388	อุบลฯ ประชุมเพื่อดำเนินงานตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>&nbsp;วานนี้&nbsp;(10&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;14.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองเดช</strong>&nbsp;นายธรรมนูญ&nbsp;แจ่มใส&nbsp;นายอำเภอเดชอุดม&nbsp;มอบหมายให้นายอุบล&nbsp;พีระพรปัญญา&nbsp;ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง&nbsp;เป็นประธานการประชุมเพื่อดำเนินงานตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;และประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ในพื้นที่ตำบลเมืองเดช&nbsp;รายละเอียดดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.ให้คำแนะนำผู้มีเหตุอันควรสงสัยว่าติดเชื้อให้กักตัวอยู่ในเคหสถานเป็นระยะเวลา&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ&nbsp;หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่งด&nbsp;หรือหลีกเลี่ยงการออกนอกเคหสถาน&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;23.00&nbsp;น.&nbsp;ถึงเวลา&nbsp;04.00&nbsp;น.&nbsp;ของวันรุ่งขึ้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.ประชาสัมพันธ์ให้ผู้สัมผัสกลุ่มเสี่ยง/ประชาชนทั่วไปในพื้นที่ที่สัมผัสผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;เข้ารับการตรวจคัดกรอง&nbsp;ATK</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4.ประชาสัมพันธ์&nbsp;เคาะประตูบ้านเพื่อรณรงค์สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและเชิญชวนกลุ่มเป้าหมายที่ยังไม่ได้รับวัคซีนให้เข้ารับการฉีดวัคซีนเพื่อขับเคลื่อน&nbsp;,""ชาวอุบลอุบล&nbsp;รับวัคซีนโควิด-19&nbsp;ครบ&nbsp;100%""&nbsp;ตามนโยบายนายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;โดยมีปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองเดช&nbsp;ผู้อำนวยการกองการสาธารณสุขเทศบาลเมืองเดชอุดม&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านในพื้นที่ตำบลเมืองเดช&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ผู้เข้าร่วมประชุมได้ดำเนินการตามมาตรการการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p>"	11/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111164942891
389	จ.อุบลฯ ประชุม เพื่อดำเนินงานตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด -19)	"<p><strong>วันที่&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;14.00&nbsp;น.</strong>&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองเดช&nbsp;นายธรรมนูญ&nbsp;แจ่มใส&nbsp;นายอำเภอเดชอุดม&nbsp;มอบหมายให้นายอุบล&nbsp;พีระพรปัญญา&nbsp;ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง&nbsp;เป็นประธานการประชุมเพื่อดำเนินงานตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19&nbsp;)&nbsp;และประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ในพื้นที่ตำบลเมืองเดช&nbsp;รายละเอียดดังนี้</p><p>1.&nbsp;ให้คำแนะนำผู้มีเหตุอันควรสงสัยว่าติดเชื้อให้กักตัวอยู่ในเคหสถานเป็นระยะเวลา&nbsp;14&nbsp;วันและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด</p><p>2.&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่งดหรือหลีกเลี่ยงการออกนอกเคหสถานตั้งแต่เวลา&nbsp;23.00&nbsp;น&nbsp;ถึงเวลา&nbsp;04.00&nbsp;น.ของวันรุ่งขึ้น</p><p>3.&nbsp;ประชาสัมพันธ์ให้ผู้สัมผัสกลุ่มเสี่ยง/ประชาชนทั่วไปในพื้นที่ที่สัมผัสผู้ติดเชื้อไวรัส&nbsp;covid-19&nbsp;เข้ารับการตรวจคัดกรอง&nbsp;ATK</p><p>4.&nbsp;ประชาสัมพันธ์&nbsp;เคาะประตูบ้านเพื่อรณรงค์สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและเชิญชวนกลุ่มเป้าหมายที่ยังไม่ได้รับวัคซีนให้เข้ารับการฉีดวัคซีนเพื่อขับเคลื่อน&nbsp;""ชาวอุบลอุบล&nbsp;รับวัคซีนโควิด&nbsp;19&nbsp;ครบ&nbsp;100%""&nbsp;ตามนโยบายนายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;โดยมีปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองเดช&nbsp;ผู้อำนวยการกองการสาธารณสุขเทศบาลเมืองเดชอุดม&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านในพื้นที่ตำบลเมืองเดชเข้าร่วมประชุม&nbsp;</p><p>ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมประชุมได้ดำเนินการตามมาตรการการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด&nbsp;19)&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	11/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111164940890
390	จังหวัดแพร่ ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดแพร่	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;ร่วมกับคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดแพร่&nbsp;(ศปก.จ.แพร่)&nbsp;และคณะกรรมการดำเนินการป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินจังหวัดแพร่&nbsp;ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดแพร่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายสมหวัง&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดแพร่&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;เพื่อติดตามและพิจารณา?รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในประเทศไทย&nbsp;และในจังหวัดแพร่/ผลการดำเนินงานให้บริการวัคซีนของจังหวัดแพร่&nbsp;การทบทวน&nbsp;คำสั่งจังหวัดแพร่&nbsp;ที่&nbsp;3970/2564&nbsp;ลงวันที่?&nbsp;30&nbsp;ธันวาคม?&nbsp;2564&nbsp;เรื่องมาตรการป้องกัน&nbsp;และควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดแพร่&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;82)/ทบทวน&nbsp;คำสั่งจังหวัดแพร่&nbsp;ที่&nbsp;3971/2564&nbsp;ลงวันที่?&nbsp;30&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;เรื่องแนวทางปฏิบัติในการเดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัดแพร่&nbsp;ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;83)/พิจารณาเตรียมความพร้อมในการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อโควิด?-19&nbsp;แบบ?&nbsp;Home&nbsp;Isolation?&nbsp;(HI)?&nbsp;และ?&nbsp;Community?&nbsp;Isolation?&nbsp;(CI)/พิจารณาให้ความเห็นชอบการจัดซื้อชุดตรวจ?&nbsp;Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit&nbsp;(ATK)?&nbsp;จำนวน?&nbsp;10,000&nbsp;ชุด?&nbsp;เพื่อใช้สุ่มตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา?&nbsp;2019&nbsp;สำหรับประชาชนกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่จังหวัดแพร่?&nbsp;โดยใช้งบประมาณจากเงินทดรองราชการในเชิงป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินจังหวัดแพร่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;พิจารณาให้ความเห็นชอบการดำเนินงานในโรงพยาบาลสนาม</strong>&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์ประชุมและแสดงศิลปวัฒนธรรมล้านนาตะวันออกและกลุ่มประเทศ&nbsp;GMS&nbsp;บ้านกอเปา&nbsp;ตำบลทุ่งโฮ้ง&nbsp;อำเภอเมืองแพร่&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;เพื่อดูแลรักษาผู้ป่วยโรคติดเชื้อเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม?จดหมายเหตุ?&nbsp;ชั้น?&nbsp;2?&nbsp;อาคาร?&nbsp;2&nbsp;ศาลากลางจังหวัดแพร่</p>	11/1/2022	ภาคเหนือ	แพร่	สวท.แพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111170056902
391	"จังหวัดสงขลา ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยเฉพาะสายพันธุ์ ""โอมิครอน"" พร้อมเร่งรัดการฉีดวัคซีนเข็ม 3 ให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย ยกระดับการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19"	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;โดยเฉพาะสายพันธุ์&nbsp;""โอมิครอน""&nbsp;พร้อมเร่งรัดการฉีดวัคซีนเข็ม&nbsp;3&nbsp;ให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;ยกระดับการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(11&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;ที่ห้องประชุม&nbsp;1&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสงขลา&nbsp;</strong>นายเจษฎา&nbsp;จิตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;และการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสงขลา&nbsp;โดยมีคณะรองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;นายวงศกร&nbsp;นุ่นชูคันธ์&nbsp;นางสุรียพรรณ์&nbsp;ณ&nbsp;สงขลา&nbsp;และนายวรณัฎฐ์&nbsp;หนูรอต&nbsp;ตลอดจนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;อาทิ&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา&nbsp;ที่ทำการปกครองจังหวัดสงขลา&nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา&nbsp;และสำนักงานท้องถิ่นจังหวัดสงขลา&nbsp;เป็นต้น&nbsp;เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19</strong>&nbsp;โดยเฉพาะหลังช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา&nbsp;พบผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์&nbsp;""โอมิครอน""&nbsp;กระจายไปในหลายจังหวัดของประเทศ&nbsp;เช่นเดียวกับจังหวัดสงขลา&nbsp;โดยสถานการณ์ในวันนี้พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม&nbsp;101&nbsp;คน&nbsp;ไม่มีผู้เสียชีวิต&nbsp;ขณะที่&nbsp;การฉีดวัคซีน&nbsp;ข้อมูลล่าสุด&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มีการฉีดวัคซีนเข็ม&nbsp;1&nbsp;ไปแล้ว&nbsp;ร้อยละ&nbsp;75.84&nbsp;เข็ม&nbsp;2&nbsp;ร้อยละ&nbsp;70.86&nbsp;เข็ม&nbsp;3&nbsp;ร้อยละ&nbsp;12.72&nbsp;และเข็ม&nbsp;4&nbsp;ร้อยละ&nbsp;0.64&nbsp;โดยพบว่าผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่เดินทางมาจากกรุงเทพมหานคร&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;และจังหวัดชลบุรี&nbsp;ทางจังหวัดสงขลา&nbsp;จึงได้เน้นย้ำการลงทะเบียนผ่าน&nbsp;QR&nbsp;CODE&nbsp;Songkhla&nbsp;Care&nbsp;ทุกครั้งเมื่อเดินทาง&nbsp;เข้า-ออก&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ทั้งที่สนามบินหาดใหญ่&nbsp;&nbsp;และสถานีขนส่งผู้โดยสาร&nbsp;เพื่อให้สามารถติดตามตัวได้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังคงมี&nbsp;Setting&nbsp;ที่ต้องเฝ้าระวังในช่วงเดือนมกราคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;หรือสถานที่จำหน่ายอาหารที่แปลงสภาพมาจากผับ&nbsp;บาร์&nbsp;คาราโอเกะ&nbsp;เป็นจุดเสี่ยงสูง&nbsp;เนื่องจากเป็นสถานที่ปิดและอาจมีการระบายอากาศไม่ดี&nbsp;พร้อมขอความร่วมมือจากที่ทำการปกครองจังหวัดในการสำรวจ&nbsp;และชี้เป้าสถานประกอบการประเภทนี้เป็นรายอำเภอ&nbsp;เพื่อที่ทางสาธารณสุขจะได้เข้าไปแนะนำและดำเนินมาตรการ&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;รวมทั้งกลุ่มแรงงานต่างด้าวในโรงงาน&nbsp;และสถานประกอบการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;โดยเฉพาะสถานประกอบการที่รับพนักงานใหม่&nbsp;หรือพนักงานที่ยังได้รับวัคซีนไม่ครบ&nbsp;ตลาดสด&nbsp;และตลาดนัด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีการนำมาตรการ&nbsp;VUCAT&nbsp;(Strong&nbsp;VUCAT&nbsp;Songkhla&nbsp;Strong)&nbsp;มาใช้ในการป้องกันควบคุมโรค</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;V&nbsp;:&nbsp;Vaccine&nbsp;เร่งรัดการฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็ม&nbsp;3&nbsp;,&nbsp;U&nbsp;:&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;ประชาสัมพันธ์&nbsp;D-M-H-T-T&nbsp;,&nbsp;C&nbsp;:&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;ให้สถานประกอบการ&nbsp;ร้านค้า&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;ปฏิบัติตามแนวทาง&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;,&nbsp;A&nbsp;:&nbsp;ATK&nbsp;เร่งตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ร้อยละ&nbsp;2&nbsp;ของประชากรต่อสัปดาห์&nbsp;และ&nbsp;Treatment&nbsp;เตรียม&nbsp;CI&nbsp;/&nbsp;HI&nbsp;ในการดูแลรักษาพยาบาล&nbsp;การชะลอการลงทะเบียนผ่านระบบ&nbsp;Test&nbsp;and&nbsp;Go&nbsp;ควบคู่กับมาตรการอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ที่มีมาก่อนหน้านี้&nbsp;อาทิ&nbsp;ห้ามกิจกรรมรวมคนมากกว่า&nbsp;500&nbsp;คน&nbsp;,&nbsp;ให้ใช้อาคารสถานที่เพื่อจัดการเรียนการสอนได้ตามปกติภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;เป็นต้น&nbsp;พร้อมขอความร่วมมือประชาชนในการป้องกันโควิด-19&nbsp;ตามมาตรการของสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-right""><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางสาวอารียา&nbsp;คำล้วน&nbsp;/&nbsp;ข่าว</strong></p><p&nbsp;class=""ql-align-right""><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทีปรกร&nbsp;จันทร์ชนะ&nbsp;/&nbsp;ภาพ</strong></p><p&nbsp;class=""ql-align-right""><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา</strong></p>"	11/1/2022	ภาคใต้	สงขลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111173446916
392	กระทรวงแรงงาน จับมือทางการเมียนมา เปิดศูนย์ CI  ใน 5 จังหวัด อำนวยความสะดวกในการออกเอกสารรับรองบุคคล	<p><strong>นายสุชาติ&nbsp;ชมกลิ่น&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ทางการไทยโดยกระทรวงแรงงานและสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง&nbsp;ร่วมกับทางการเมียนมาจัดตั้งศูนย์พิจารณาอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร&nbsp;อนุญาตให้ทำงานและออกเอกสารรับรองบุคคล&nbsp;(Certificate&nbsp;of&nbsp;identity:&nbsp;CI)&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;จังหวัดระนอง&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;และจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;ตามมติ&nbsp;ครม.เมื่อวันที่&nbsp;13&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2564&nbsp;โดยเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;1&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2565&nbsp;เปิดทำการในวันจันทร์&nbsp;-&nbsp;วันเสาร์&nbsp;และหยุดทำการในวันอาทิตย์&nbsp;และวันหยุดนักขัตฤกษ์&nbsp;(ของฝ่ายไทย)&nbsp;โดยกำหนดจำนวนผู้มาใช้บริการ&nbsp;ประมาณ&nbsp;450&nbsp;-&nbsp;500&nbsp;คนต่อวัน&nbsp;หรือเป็นไปตามมาตรการควบคุมโรคของแต่ละจังหวัด</p><p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน&nbsp;กล่าวอีกว่า&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19</strong>&nbsp;ทำให้ประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านที่มีแรงงานเข้ามาทำงานในประเทศไทย&nbsp;ประกาศใช้มาตรการด้านสาธารณสุขและมาตรการควบคุมโรค&nbsp;ซึ่งต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด&nbsp;ทำให้การเดินทางกลับประเทศต้นทางเพื่อขอหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางของคนต่างด้าว&nbsp;มีขั้นตอนปฏิบัติและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น&nbsp;ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงกับนายจ้าง/สถานประกอบการที่ใช้แรงงานต่างด้าว&nbsp;การร่วมมือระหว่างทางการไทยและเมียนมาในครั้งนี้&nbsp;จะทำให้แรงงานเมียนมามีเอกสารรับรองบุคคล&nbsp;(Certificate&nbsp;of&nbsp;identity:&nbsp;CI)&nbsp;เพื่อดำเนินการขอตรวจลงตราอนุญาตให้อยู่และทำงานในประเทศไทยต่อไปได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย&nbsp;เกี่ยวกับเรื่องนี้พล.อ.&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;และพล.อ.&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;ซึ่งกำกับดูแลกระทรวงแรงงาน&nbsp;ให้ความสำคัญและติดตามความคืบหน้ามาโดยตลอด&nbsp;เนื่องจากเกี่ยวข้องกับปัญหาการขาดแคลนแรงงาน&nbsp;จนถึงปัญหาการลักลอบเข้าเมืองเพื่อทำงานอย่างผิดกฎหมาย</p><p><strong>ด้านนายไพโรจน์&nbsp;โชติกเสถียร&nbsp;อธิบดีกรมการจัดหางาน</strong>&nbsp;กล่าวถึงขั้นตอนการดำเนินการ&nbsp;ว่าแรงงานเมียนมาชำระค่าธรรมเนียม&nbsp;จำนวน&nbsp;310&nbsp;บาท&nbsp;ที่เคาน์เตอร์เซอร์วิส&nbsp;เพื่อลงทะเบียนนัดหมายล่วงหน้า&nbsp;โดยกำหนดจำนวนผู้มาใช้บริการต่อวัน&nbsp;จำนวน&nbsp;450&nbsp;&nbsp;500&nbsp;คน&nbsp;หรือขึ้นอยู่กับมาตรการควบคุมโรคของแต่ละจังหวัด</p><p><strong>แรงงานเมียนมา&nbsp;มาขอรับดำเนินการตามวัน&nbsp;และเวลาที่ระบุ</strong>&nbsp;ซึ่งแรงงานเมียนมาต้องได้รับการตรวจคัดกรองโรคโควิด-19&nbsp;(ทางศูนย์ฯ&nbsp;มีบริการตรวจคัดกรองโรคโควิด-19&nbsp;ด้วยวิธี&nbsp;ATK</p><p><strong>แรงงานเมียนมา&nbsp;มาขอรับเอกสาร&nbsp;CI&nbsp;ฉบับใหม่</strong>&nbsp;โดยทางการเมียนมาจะมีหน่วยงานประกอบด้วย&nbsp;สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;และกระทรวงแรงงานของทางการเมียนมา&nbsp;เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับเอกสารของแรงงานมียนมา&nbsp;ซึ่งจะมีเคาน์เตอร์ห้บริการ&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;จุด&nbsp;ได้แก่&nbsp;จุดตรวจสอบประวัติการจัดทำเอกสาร&nbsp;CI&nbsp;และการยืนยันตัวตน&nbsp;โดยการถ่ายรูปและเก็บประวัติลายนิ้วมือ&nbsp;จุดปรับปรุงประวัติข้อมูลของแรงงานเมียนมา&nbsp;จุดออกเอกสารรับรองบุคคล&nbsp;(Certificate&nbsp;of&nbsp;Identity:&nbsp;CI)&nbsp;จุดออกบัตรประจำตัวแรงงานในต่างประเทศ&nbsp;(Overseas&nbsp;Worker&nbsp;Identification&nbsp;Card:&nbsp;OWIC)&nbsp;และจุดตรวจสอบข้อมูลในกรณีที่เอกสารขัดข้อง</p><p><strong>แรงงานเมียนมาที่ได้รับเอกสาร&nbsp;CI&nbsp;ฉบับใหม่แล้ว</strong>&nbsp;ให้เข้ารับการตรวจสอบเอกสาร&nbsp;โดยเจ้าหน้าที่ของกรมการจัดหางาน&nbsp;กระทรวงแรงงานของทางการไทย&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;3&nbsp;กรณีคือ&nbsp;กรณีที่ได้รับอนุญาตทำงานถึงวันที่&nbsp;13&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2566&nbsp;แล้วให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบใบอนุญาตทำงาน&nbsp;รวมถึงข้อมูลอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;เช่น&nbsp;การขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน&nbsp;หรือการทำประกันสุขภาพ&nbsp;&nbsp;กรณีที่ยังไม่ได้ดำเนินการขออนุญาตทำงาน&nbsp;ให้แรงงานเมียนมาดำเนินการขอต่ออายุใบอนุญาตทำงาน&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์ฯ&nbsp;โดยยื่นคำขอตามแบบ&nbsp;บต.50&nbsp;ภายในวันที่&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;แลให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;เช่น&nbsp;การขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน&nbsp;หรือการทำประกันสุขภาพ&nbsp;&nbsp;กรณีแรงงานเมียนมาประสงค์เปลี่ยนแปลงรายการในใบอนุญาตทำงาน&nbsp;อาทิ&nbsp;เปลี่ยนนายจ้าง&nbsp;เปลี่ยนแปลงที่อยู่&nbsp;สามารถยื่นคำขอเปลี่ยนรายการในใบอนุญาตทำงานตามแบบ&nbsp;บต.44&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์ฯ&nbsp;ได้</p><p><strong>สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของทางการไทย</strong>&nbsp;พิจารณาตรวจลงตราหรือย้ายรอยตราประทับการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวให้กับแรงงานมียนมา&nbsp;ที่มาขอรับเอกสารรับรองบุคคล&nbsp;(Certificate&nbsp;of&nbsp;Identity:&nbsp;CI)&nbsp;ฉบับใหม่&nbsp;เมื่อแรงงานเมียนมาดำเนินการครบทั้ง&nbsp;5&nbsp;ขั้นตอน&nbsp;การอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร&nbsp;อนุญาตให้ทำงาน&nbsp;และออกเอกสารรับรองบุคคล&nbsp;(Certificate&nbsp;of&nbsp;Identity:&nbsp;CI)&nbsp;จึงจะครบถ้วนสมบูรณ์</p><p><strong>นายไพโรจน์&nbsp;กล่าวต่อไปว่า</strong>&nbsp;ศูนย์พิจารณาอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร&nbsp;อนุญาตไห้ทำงาน&nbsp;และออกเอกสารรับรองบุคคล&nbsp;(Certificate&nbsp;of&nbsp;Identity:&nbsp;CI)&nbsp;จะให้บริการและอำนวยความสะดวกให้กับแรงงานเมียนมาที่จะเดินทางเข้าไปดำเนินการจัดทำเอกสารรับรองบุคคล&nbsp;(CI)&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์ฯ&nbsp;สอดคล้องกับแนวทางการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ของจังหวัด&nbsp;โดยศูนย์&nbsp;ทั้ง&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;&nbsp;ที่ตั้งตลาดสยามนินจา&nbsp;ทางหลวงชนบทหมายเลข&nbsp;ชบ.&nbsp;3023&nbsp;ตำบลหนองหงษ์&nbsp;อำเภอพานทอง&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ที่ตั้งเลขที่&nbsp;138&nbsp;หมู่&nbsp;4&nbsp;ตำบลท่าศาลา&nbsp;อำเภอเมืองเชียงใหม่&nbsp;จังหวัดระนอง&nbsp;&nbsp;ที่ตั้งเลขที่&nbsp;89/296&nbsp;หมู่&nbsp;1&nbsp;ตำบลปากน้ำ&nbsp;อำเภอเมืองระนอง</p><p>จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;&nbsp;ที่ตั้งเลขที่&nbsp;339/2&nbsp;หมู่&nbsp;9&nbsp;ซอยสุขสวัสดิ์&nbsp;74&nbsp;อำเภอพระประแดง</p><p>จังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;&nbsp;ที่ตั้งบริษัท&nbsp;มหาชัย&nbsp;ออโต้&nbsp;เพ้นท์&nbsp;จำกัด&nbsp;เลขที่&nbsp;32/8&nbsp;ถนนเศรษฐกิจ&nbsp;1&nbsp;ตำบลท่าทราย&nbsp;อำเภอเมืองสมุทรสาคร</p><p><br></p><p><br></p>	11/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111203944987
393	ประมวลข่าวทั่วไทยประจำวันที่ 11 มกราคม 2565	"<p>ประมวลข่าวทั่วไทยประจำวันที่&nbsp;11&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</p><p><br></p><p>ประชุมคณะรัฐมนตรี</p><p><strong>ครม.เห็นชอบงบประมาณผูกพันข้ามปีงบประมาณ&nbsp;66&nbsp;เริ่มก่อสร้างสวนสัตว์ใหม่ปทุมธานี&nbsp;บนที่ดินพระราชทาน&nbsp;300&nbsp;ไร่</strong></p><p><strong>นางสาวรัชดา&nbsp;ธนาดิเรก&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;เห็นชอบงบแระมาณผูกพันข้ามปีงบประมาณ&nbsp;2566&nbsp;จำนวน&nbsp;1,109&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เพื่อดำเนินการก่อสร้างสวนสัตว์แห่งใหม่&nbsp;บนที่ดินพระราชทานจำนวน&nbsp;300&nbsp;ไร่&nbsp;ในพื้นที่คลองหก&nbsp;ตำบลรังสิต&nbsp;อำเภอธัญบุรี&nbsp;จังหวัดปทุมธานี&nbsp;ซึ่งจะต้องเสนอขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปี&nbsp;2566&nbsp;ต่อสำนักงานประมาณต่อไป&nbsp;</p><p><strong>โครงการก่อสร้างสวนสัตว์แห่งใหม่</strong>&nbsp;เป็นการดำเนินงานระยะยาวระหว่างปี&nbsp;พ.ศ.2566&nbsp;&nbsp;2570&nbsp;&nbsp;จัดสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;รัชกาลที่&nbsp;10&nbsp;ภายใต้แนวคิดจัดทำเป็นสวนสัตว์ที่ทันสมัยระดับนานาชาติ&nbsp;เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติที่สมบูรณ์ครบถ้วนในระดับสากล&nbsp;ทั้งการเป็นแหล่งเรียนรู้ชีวิตสัตว์ป่าในและนอกถิ่นอาศัย&nbsp;ระบบภูมินิเวศทางธรรมชาติที่สมบูรณ์แบบ&nbsp;เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์ศึกษาวิจัยและเพาะขยายพันธุ์สัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติ&nbsp;รวมถึงเป็นแหล่งนันทการรองรับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;ตามแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;แบ่งออกเป็น&nbsp;6&nbsp;ส่วน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;พื้นที่สวนสาธารณะ&nbsp;พื้นที่ส่วนพาณิชย์&nbsp;พื้นที่ส่วนป้องกันน้ำท่วม&nbsp;พื้นที่ส่วนวิจัย&nbsp;พื้นที่ส่วนจอดรถและพื้นที่ส่วนจัดแสดงสัตว์โซนแอฟริกา&nbsp;โซนเอเชีย&nbsp;โซนออสเตรเลีย&nbsp;&nbsp;โซนอเมริกาใต้และสวนสัตว์เด็ก</p><p>&nbsp;</p><p><strong>คณะรัฐมนตรี&nbsp;อนุมัติ&nbsp;9&nbsp;โครงการของ&nbsp;กทม.&nbsp;วงเงินรวม&nbsp;18,158&nbsp;ล้านบาท</strong></p><p><strong>นางสาวไตรศุลี&nbsp;ไตรสรณกุล&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;คณะรัฐมนตรี&nbsp;&nbsp;อนุมัติโครงการของกรุงเทพมหานคร&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;โครงการ&nbsp;วงเงินทั้งสิ้น&nbsp;18,158&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ซึ่งเป็นโครงการที่จะต้องมีการก่อหนี้ผูกพันงบประมาณมากกว่าหนึ่งปีงบประมาณสำหรับรายการที่มีวงเงินตั้งแต่&nbsp;1,000&nbsp;ล้านบาทขึ้นไป&nbsp;พร้อมอนุมัติให้กรุงเทพมหานครนำค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการดังกล่าว&nbsp;ยื่นเป็นคำขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;2566&nbsp;ต่อสำนักงบประมาณต่อไป</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;9&nbsp;โครงการของกทม.ที่&nbsp;ครม.อนุมัติในครั้งนี้</strong>&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณแยกเกียกกายช่วงที่&nbsp;4&nbsp;ก่อสร้างทางยกระดับและถนนฝั่งพระนครจากแยกสะพานแดงถึงถนนกำแพงเพชร&nbsp;โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;บริเวณแยกเกียกกาย&nbsp;ช่วงที่&nbsp;5&nbsp;ก่อสร้างทางยกระดับและถนนฝั่งพระนครจากถนนกำแพงเพชรถึงถนนพหลโยธิน&nbsp;โครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำคลองพระยาราชมนตรี&nbsp;จากคลองภาษีเจริญถึงคลองสนามชัย&nbsp;&nbsp;โครงการก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตเสริมเหล็กสมอยึดด้านหลังคลองบางไผ่&nbsp;จากบริเวณคลองพระยาราชมนตรีถึงบริเวณสุดเขต&nbsp;กทม.&nbsp;โครงการก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตเสริมเหล็กพร้อมระบบรวบรวมน้ำเสียคลองแสนแสบ&nbsp;จากบริเวณประตูระบายน้ำมีนบุรีถึงบริเวณประตูระบายน้ำหนองจอก&nbsp;&nbsp;โครงการก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตเสริมเหล็กคลองบางนาจากคลองเคล็ดถึงบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงที่&nbsp;1&nbsp;จากคลองเคล็ดถึงคลองหลอด&nbsp;2&nbsp;โครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายอุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองบางซื่อ&nbsp;จากถนนรัชดาภิเษกถึงคลองลาดพร้าว&nbsp;&nbsp;โครงการบำบัดน้ำเสียมีนบุรี&nbsp;ระยะที่&nbsp;2&nbsp;และโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลบางขุนเทียน&nbsp;กรุงเทพมหานครและศูนย์สำรวจและเฝ้าระวังชายฝั่ง</p><p><br></p><p><strong>ข้าราชการชายลาช่วยดูลูกได้&nbsp;15&nbsp;วัน&nbsp;ไม่ต้องติดต่อกัน&nbsp;ส่วนข้าราชการหญิงลาคลอดเพิ่มได้ถึง&nbsp;188&nbsp;วัน</strong></p><p><strong>นางสาวรัชดา&nbsp;ธนาดิเรก&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;เห็นชอบหลักการร่างมาตรการสนับสนุนสตรีให้เป็นพลังสำคัญทางเศรษฐกิจ&nbsp;ตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เสนอ&nbsp;เพื่อเป็นมาตรการคุ้มครอง&nbsp;สนับสนุน&nbsp;&nbsp;และอำนวยความสะดวกให้ผู้หญิงสามารถเข้ามามีบทบาททางด้านเศรษฐกิจ&nbsp;ช่วยสร้างการมีส่วนร่วมของผู้ชายในการเลี้ยงดูบุตร&nbsp;และสร้างกลไกการพัฒนาเด็กเพื่อลดภาระให้กับผู้หญิงที่ทำงาน&nbsp;&nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับหลักการตามรัฐธรรมนูญและอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ&nbsp;(CEDAW)&nbsp;ที่ไทยเข้าร่วมเป็นรัฐภาคี&nbsp;ซึ่งมาตรการนี้ครอบคลุม&nbsp;3&nbsp;กลุ่มเป้าหมายคือ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กลุ่มแรงงานหญิงทั้งในระบบและนอกระบบ&nbsp;จำนวน&nbsp;17,366,400&nbsp;คน&nbsp;กลุ่มแม่เลี้ยงเดี่ยว&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;1,061,082&nbsp;คน&nbsp;และกลุ่มผู้หญิงสูงอายุที่เป็นผู้เลี้ยงดูเด็ก&nbsp;จำนวน&nbsp;379,347&nbsp;คน</p><p><strong>สำหรับมาตรการสนับสนุนให้สตรีเป็นพลังสำคัญทางเศรษฐกิจ</strong>&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;3&nbsp;มาตรการย่อย&nbsp;ได้แก่&nbsp;จัดบริการศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอายุต่ำกว่า&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;โดยขยายบริการของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กหรือสถานรับเลี้ยงเด็กให้รับอายุ&nbsp;0&nbsp;-&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;และขยายเวลาเปิด&nbsp;&nbsp;ปิดศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก&nbsp;หรือสถานรับเลี้ยงเด็กให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตคนทำงานตามบริบทของพื้นที่&nbsp;ส่งเสริมการลาของสามี&nbsp;&nbsp;(ข้าราชการชาย)&nbsp;เพื่อช่วยภรรยาดูแลบุตรหลังคลอด&nbsp;โดยให้ข้าราชการชายมีสิทธิลาได้&nbsp;15&nbsp;วันทำการ&nbsp;เป็นช่วงๆ&nbsp;ไม่ติดต่อกันจนครบวันลา&nbsp;&nbsp;ขยายวันลาคลอดของแม่&nbsp;(ข้าราชการหญิง)&nbsp;โดยได้รับค่าจ้าง&nbsp;ซึ่งระเบียบเดิมข้าราชการหญิงสามารถลาคลอดบุตรได้ไม่เกิน&nbsp;90&nbsp;วัน&nbsp;และข้าราชการหญิงที่ลาคลอดบุตรแล้ว&nbsp;หากประสงค์ลากิจส่วนตัว&nbsp;เพื่อเลี้ยงดูบุตร&nbsp;ให้มีสิทธิลาต่อเนื่องจากการลาคลอดบุตรได้ไม่เกิน&nbsp;150&nbsp;วันทำการ&nbsp;โดยไม่ได้รับเงินเดือน&nbsp;ซึ่งมาตรการใหม่นี้&nbsp;ข้าราชการหญิงสามารถลาคลอดบุตรได้&nbsp;98&nbsp;วัน&nbsp;(เพิ่มขึ้นจากเดิม&nbsp;8&nbsp;วัน)&nbsp;โดยได้รับค่าจ้าง&nbsp;และเมื่อครบ&nbsp;98&nbsp;วันแล้ว&nbsp;สามารถลาเพิ่มได้อีกไม่เกิน&nbsp;90&nbsp;วัน&nbsp;โดยได้รับเงินเดือนร้อยละ&nbsp;50&nbsp;ของเงินเดือน&nbsp;รวมวันลาคลอดทั้งสิ้น&nbsp;188&nbsp;วัน&nbsp;หรือประมาณ&nbsp;6&nbsp;เดือน</p><p><strong>นางสาวรัชดา&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;ที่ประชุม&nbsp;ครม.&nbsp;เห็นชอบ</strong>&nbsp;ในหลักการเบื้องต้นของมาตรการ&nbsp;&nbsp;และให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&nbsp;รับข้อเสนอแนะจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาหาข้อสรุปที่ชัดเจน&nbsp;ก่อนเสนอให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนและหน่วยงานกลางบริหารทรัพยากรบุคลลในส่วนราชการต่างๆ&nbsp;ดำเนินการปรับแก้ระเบียบต่อไป</p><p><br></p><p><strong>ครม.&nbsp;รับทราบ&nbsp;9&nbsp;มาตรการรองรับสถานการณ์ขาดแคลนน้ำ&nbsp;เร่งจัดหาแหล่งกักเก็บน้ำสำรองในพื้นที่เสี่ยง</strong></p><p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;คณะรัฐมนตรี&nbsp;มีมติรับทราบมาตรการรองรับสถานการณ์ขาดแคลนน้ำ&nbsp;ฤดูแล้ง&nbsp;ปี&nbsp;2564/2565&nbsp;และโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อรองรับสถานการณ์ภัยแล้งและฝนทิ้งช่วง&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ตามที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สนทช.)&nbsp;เสนอ&nbsp;เพื่อรองรับสถานการณ์ภัยแล้งและฝนทิ้งช่วง&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ประกอบไปด้วย&nbsp;9&nbsp;มาตรการ&nbsp;ได้แก่&nbsp;</p><p><strong>เร่งเก็บกักน้ำในแหล่งน้ำทุกประเภท</strong>&nbsp;โดยการสูบน้ำจากแหล่งน้ำมากไปสู่แหล่งน้ำน้อย&nbsp;ไปเก็บไว้ในอ่างเก็บน้ำ&nbsp;แหล่งน้ำธรรมชาติและแหล่งน้ำใต้ดิน&nbsp;รวมถึงการปรับปรุงและพัฒนาแหล่งเก็บน้ำและปรับปรุงและพัฒนาระบบธนาคารน้ำใต้ดิน&nbsp;จัดหาแหล่งน้ำสำรองในพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ&nbsp;สำรวจพื้นที่ที่มีศักยภาพจะพัฒนาเป็นแหล่งเก็บกักน้ำสำรองได้&nbsp;จัดทำแผนปฏิบัติการสำรองน้ำในพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำดิบเพื่ออุปโภค&nbsp;บริโภค&nbsp;และการเกษตร&nbsp;และจัดทำทะเบียนผู้ใช้น้ำจากแหล่งน้ำเพื่อเป็นข้อมูลในการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&nbsp;ปฏิบัติการเติมน้ำให้กับแหล่งน้ำในพื้นที่เกษตรและพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำตามสภาพอากาศที่เหมาะสม&nbsp;</p><p><strong>กำหนดการจัดสรรน้ำฤดูแล้ง</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;กำหนดแผนปริมาณน้ำจัดสรรในฤดูแล้งให้ชัดเจน&nbsp;ควบคุมการใช้น้ำของพื้นที่ลุ่มน้ำตอนบนให้เป็นไปตามแผนและมีประสิทธิภาพ&nbsp;และการบริหารจัดการน้ำต้องคำนึงถึงระดับน้ำในทางน้ำที่อาจจะลดต่ำกว่าปกติ&nbsp;วางแผนเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง&nbsp;โดยจัดทำทะเบียนเกษตรกร&nbsp;ระบุพื้นที่เพาะปลูกและแหล่งน้ำที่นำมาใช้ให้ชัดเจนเพื่อให้การเพาะปลูกสอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุน&nbsp;เตรียมน้ำสำรองสำหรับพื้นที่ลุ่มต่ำ&nbsp;เพื่อสนับสนุนน้ำเตรียมแปลงเพาะปลูกนารอบที่&nbsp;1&nbsp;(นาปี)&nbsp;เฝ้าระวังคุณภาพน้ำในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;สายรอง&nbsp;และเตรียมแผนปฏิบัติการรองรับกรณีเกิดปัญหา&nbsp;เฝ้าระวัง&nbsp;ตรวจวัด&nbsp;และควบคุมการปล่อยน้ำเสียจากภาคอุตสาหกรรม&nbsp;&nbsp;การเกษตร&nbsp;และชุมชนลงสู่แหล่งน้ำ&nbsp;รวมทั้งควบคุมและขึ้นทะเบียนการเลี้ยงปลากระชังในแหล่งน้ำและลำน้ำ&nbsp;ติดตามและประเมินผลเพื่อให้ผลการดำเนินงานเป็นไปตามแผน&nbsp;โดยรายงานเป็นประจำทุกเดือนอย่างต่อเนื่อง&nbsp;รวมทั้งติดตาม&nbsp;ควบคุมการจัดสรรน้ำและการเพาะปลูกพืชทนแล้ง&nbsp;การทำนาปรัง&nbsp;สร้างการรับรู้สถานการณ์และแผนบริหารจัดการน้ำ&nbsp;เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการใช้น้ำอย่างประหยัดและเป็นไปตามแผนที่กำหนด&nbsp;ซึ่งสามารถให้ความช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุได้ทันที</p><p><strong>โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ</strong>&nbsp;เพื่อรองรับสถานการณ์ภัยแล้งและฝนทิ้งช่วง&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ขาดแคลนน้ำ&nbsp;หรือเสี่ยงภัยแล้ง&nbsp;หรือฝนทิ้งช่วง&nbsp;ผ่านโครงการต่างๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;โครงการซ่อมแซมอาคารชลศาสตร์&nbsp;เพื่อรองรับสถานการณ์ภัยแล้ง&nbsp;โครงการการสร้างความมั่นคงด้านน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค&nbsp;โครงการปรับปรุงอาคารชลศาสตร์&nbsp;เพื่อรองรับสถานการณ์ภัยแล้ง&nbsp;และโครงการเพิ่มน้ำต้นทุน&nbsp;เพื่อรองรับสถานการณ์ภัยแล้ง&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้เกิดการสร้างอาชีพ&nbsp;รายได้&nbsp;และการจ้างแรงงานให้กับประชาชนหรือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง&nbsp;ที่จะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศอีกด้วย</p><p><br></p><p><strong>ครม.&nbsp;อนุมัติ&nbsp;574.11&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เยียวยาเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายย่อยในพื้นที่&nbsp;56&nbsp;จังหวัด</strong></p><p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;(ครม.)&nbsp;มีมติอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;งบกลาง&nbsp;รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น&nbsp;จำนวน&nbsp;574.11&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;(African&nbsp;Swine&nbsp;Fever&nbsp;:&nbsp;ASF)&nbsp;และโรคระบาดร้ายแรงในสุกรหรือหมูป่า&nbsp;โดยจะจ่ายเป็นค่าชดใช้ราคาสุกรที่ถูกทำลายตั้งแต่วันที่&nbsp;23&nbsp;มีนาคม&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;15&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;56&nbsp;จังหวัด&nbsp;มีเกษตรกรที่กรมปศุสัตว์ได้ทำลายสุกรไปแล้ว&nbsp;แต่ยังไม่ได้รับเงินค่าชดใช้ราคาสุกรที่ถูกทำลาย&nbsp;คิดเป็นเงิน&nbsp;จำนวน&nbsp;574.11&nbsp;ล้านบาท&nbsp;แก่เกษตรกร&nbsp;4,941&nbsp;ราย&nbsp;และจำนวนสุกร&nbsp;159,453&nbsp;ตัว</p><p><strong>โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวอีกว่า</strong>&nbsp;รัฐบาลได้มีการสนับสนุนงบประมาณ&nbsp;เพื่อการวิจัยพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคในสุกร&nbsp;ดำเนินการโดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&nbsp;ร่วมกรมปศุสัตว์&nbsp;ซึ่งในขณะนี้มีความคืบหน้าของโครงการกว่าร้อยละ&nbsp;70&nbsp;ซึ่งหากพัฒนาได้สำเร็จ&nbsp;ไทยจะเป็นชาติแรกในโลกที่พัฒนาวัคซีนป้องกันโรคในสุกรได้เป็นชาติแรก&nbsp;พร้อมกันนี้กรมปศุสัตว์ยังได้ดำเนินระบบการเฝ้าระวังและประเมินความเสี่ยง&nbsp;กำกับดูแล&nbsp;ให้เกษตรกร&nbsp;ตลอดจนการป้องกันและควบคุมโรค&nbsp;อาทิ&nbsp;ให้มีรั้วรอบฟาร์ม&nbsp;ให้มีจุดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;นายกรัฐมนตรีย้ำให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;</strong>ดำเนินการตรวจสอบ&nbsp;สำรวจโรคตามหลักวิชาการและมาตรฐานสากล&nbsp;พร้อมชี้แจงให้ประชาชนอย่างโปร่งใส&nbsp;ที่สำคัญต้องลดความเดือดร้อนของเกษตรกรเจ้าของฟาร์ม&nbsp;ผู้ค้ารายย่อย&nbsp;โดยเฉพาะผู้บริโภค&nbsp;ในขณะนี้ให้มากที่สุด</p><p><br></p><p>การเมือง/มั่นคง</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;ห่วงสินค้าราคาแพง&nbsp;กำชับกระทรวงพาณิชย์เร่งควบคุมและแก้ไขปัญหาแบบครบวงจร&nbsp;ไม่ให้กระทบประชาชน</strong></p><p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;แสดงความเป็นห่วงกรณีราคาสินค้าที่ปรับสูงขึ้น&nbsp;โดยเฉพาะหมวดอาหารสด&nbsp;ซึ่งส่วนหนึ่งปัจจัยมาจากภาวะเงินเฟ้อ&nbsp;จึงกำชับกระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหาหมูแพง&nbsp;รวมถึงสินค้าทุกชนิดอย่างเป็นระบบครบวงจร&nbsp;โดยให้มีการวางแนวทางแก้ปัญหาทั้งระยะสั้นและระยะยาวเพื่อดูแลไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน&nbsp;ขณะเดียวกันขออย่าให้มีการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค</p><p><strong>ส่วนกรณีที่มีการวิเคราะห์ว่าหากรัฐบาลไม่สามารถแก้ปัญหาหมูแพงได้</strong>&nbsp;อาจกระทบต่อรัฐบาลได้นั้น&nbsp;นายธนกร&nbsp;ระบุว่า&nbsp;นายกรัฐมนตรีสอบถามกลับว่าใครวิเคราะห์&nbsp;ซึ่งขณะนี้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;กำลังวิเคราะห์หาทางแก้ปัญหาจากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น&nbsp;ไม่ใช่เอาประเด็นเหล่านี้ไปสร้างปัญหาเกี่ยวพันไปเรื่อย&nbsp;สำหรับกรณีที่คณะสัตวแพทย์&nbsp;มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&nbsp;ส่งเอกสารแจ้งเรื่องเชื้อโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรไปยังกรมปศุสัตว์แล้ว&nbsp;แต่ทางกรมปศุสัตว์ยังไม่ได้รับทราบข้อมูลดังกล่าวนั้น&nbsp;นายกรัฐมนตรีให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง&nbsp;และยืนยันว่ารัฐมนตรีทุกคนมุ่งมั่นทำงานแก้ปัญหาอย่างจริงจัง&nbsp;ทั้งนี้ที่ผ่านมาได้มอบหมายให้กรมปศุสัตว์ดำเนินการระบบเฝ้าระวังและประเมินความเสี่ยงกำกับดูแลเกษตรและดูแลควบคุมโรค&nbsp;เช่น&nbsp;มีจุดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ&nbsp;แต่การแพร่ระบาดโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;(ASF)&nbsp;มีมากว่าร้อยปีแล้ว&nbsp;แต่ยังไม่มีวัคซีนและยาป้องกัน&nbsp;หรือรักษาโรคได้&nbsp;ซึ่งทางกรมปศุสัตว์ได้ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&nbsp;ร่วมกันทำวิจัยในการพัฒนาวัคซีน&nbsp;ซึ่งมีความคืบหน้าไปแล้วร้อยละ&nbsp;60-70&nbsp;คาดว่าจะสามารถผลิตวัคซีนได้ในปีนี้&nbsp;ซึ่งจะถือเป็นประเทศแรกของโลกที่สามารถผลิตวัคซีนได้</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;นายธนกร&nbsp;ชี้แจงเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์ได้ขยายผลวิเคราะห์เชื้อโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;(ASF)&nbsp;จาก&nbsp;309&nbsp;ตัวอย่าง&nbsp;พบเชื้อ&nbsp;ASF&nbsp;ในสุกร&nbsp;1&nbsp;ตัวอย่าง&nbsp;ที่จังหวัดนครปฐม&nbsp;จึงได้ส่งชุดเฉพาะกิจเข้าไปสอบสวนโรคและติดตามสถานการณ์&nbsp;ย้ำว่านายกรัฐมนตรีห่วงใยและสั่งการให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน&nbsp;ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี&nbsp;2562&nbsp;แล้วเนื่องจากเป็นวาระแห่งชาติ</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgba(0,&nbsp;0,&nbsp;0,&nbsp;0.65);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">เศรษฐกิจ/ท่องเที่ยว</span></p><p><strong>เปิดพื้นที่แซนด์บ๊อกซ์&nbsp;3&nbsp;จังหวัดภาคใต้วันนี้วันแรก&nbsp;กำชับเจ้าหน้าที่ทุกราย&nbsp;คุมเข้มตามมาตรการสาธารณสุข</strong></p><p><strong>นายยุทธศักดิ์&nbsp;สุภสร&nbsp;ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงภาพรวมการเปิด&nbsp;sandbox&nbsp;3&nbsp;จังหวัดภาคใต้&nbsp;วันนี้วันแรก&nbsp;หลังมีมติจาก&nbsp;ศบค.&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;7&nbsp;มกราคมที่ผ่านมา&nbsp;ว่า&nbsp;ได้อนุมัติการเปิดพื้นที่&nbsp;sandbox&nbsp;เพิ่มเติมใน&nbsp;3&nbsp;จังหวัดภาคใต้&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;จังหวัดพังงาและจังหวัดกระบี่&nbsp;ซึ่งดูจากสถิติในการยื่นขอ&nbsp;Thailand&nbsp;Pass&nbsp;มีประชาชนเข้าร่วมประมาณ&nbsp;3,800&nbsp;คน&nbsp;ส่วนใหญ่จะเป็นประชาชนที่เข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตรองลงมากระบี่&nbsp;และสมุย&nbsp;ตามลำดับ</p><p><strong>การท่องเที่ยว&nbsp;มีมาตรการและแนวทางความพร้อม&nbsp;</strong>ของ&nbsp;sandbox&nbsp;ในพื้นที่ใหม่&nbsp;ยังคงเป็นไปตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดและกำชับเจ้าหน้าที่ทุกรายตรวจคัดกรองอย่างเข้มงวด&nbsp;&nbsp;ประกอบไปด้วย&nbsp;ติดตั้ง&nbsp;แอปพลิเคชันหมอชนะ&nbsp;เพื่อการติดตามและกำกับที่อยู่ในพื้นที่และมีการตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;เนื่องจากการตรวจพบเชื้อครั้งที่สองจะมีสถิติที่สูงกว่าการตรวจหาเชื้อในครั้งแรก&nbsp;ซึ่งจะเน้นการตรวจคัดกรองในพื้นที่&nbsp;phuket&nbsp;sandbox&nbsp;เดิม&nbsp;และ&nbsp;3&nbsp;พื้นที่&nbsp;sandbox&nbsp;ใหม่</p><p><br></p><p><strong>เน้นพัฒนาผู้ประกอบการไทยทั่วประเทศมากกว่า&nbsp;7,000&nbsp;ราย&nbsp;พร้อมรับมือทุกสถานการณ์เพิ่มยอดขาย-ขยายตลาดผ่าน&nbsp;อี-คอมเมิร์ซ</strong></p><p><strong>นายสินิตย์&nbsp;เลิศไกร&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ได้เน้นการสร้างความเข้มแข็ง&nbsp;พัฒนาศักยภาพและเพิ่มทักษะให้พร้อมผู้ประกอบการทั่วประเทศมากกว่า&nbsp;7,000&nbsp;ราย&nbsp;พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น&nbsp;โดยความต้องการของผู้ประกอบการและเทรนด์การตลาดออนไลน์เป็นสำคัญผ่าน&nbsp;3&nbsp;รูปแบบ&nbsp;ประกอบด้วยการพัฒนาองค์ความรู้&nbsp;(Boost&nbsp;Up&nbsp;e-Commerce&nbsp;Skill)&nbsp;เสริมทักษะแก่ผู้ประกอบการชุมชน&nbsp;ต่อยอดขยายโอกาสการค้า&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;เสริมสร้างองค์ความรู้ด้านการตลาดออนไลน์&nbsp;(Digital&nbsp;Marketing)&nbsp;พร้อมฝึกปฏิบัติ&nbsp;Workshop&nbsp;อย่างเข้มข้น&nbsp;</p><p><strong>การจับคู่ธุรกิจ&nbsp;(Business&nbsp;Matching)&nbsp;</strong>ผ่านกิจกรรม&nbsp;Smart&nbsp;Trader&nbsp;Online&nbsp;สร้างผู้ประกอบการให้เป็นนักการค้าออนไลน์มืออาชีพ&nbsp;(Smart&nbsp;Trader&nbsp;Online)&nbsp;ช่วยจำหน่ายสินค้าให้กับชุมชนที่มีสินค้าดีสินค้าเด่น&nbsp;เก่งผลิตแต่ไม่เก่งขาย&nbsp;หรือยังไม่คุ้นชินกับการค้าสมัยใหม่&nbsp;จำหน่ายสินค้าทั้งในและต่างประเทศ&nbsp;เป็นสินค้าเกษตรในรูปแบบB2B&nbsp;ภายใต้นโยบาย&nbsp;เกษตรผลิต&nbsp;พาณิชย์ตลาด&nbsp;</p><p><strong>การส่งเสริมการตลาดออนไลน์&nbsp;(e-Commerce&nbsp;Booster&nbsp;Package)</strong>&nbsp;ร่วมกับแพลตฟอร์มการค้าออนไลน์ชั้นนำ&nbsp;กระตุ้นส่งเสริมการขายให้กับผู้ประกอบการและสินค้าชุมชน&nbsp;ซึ่งปัจจุบันมีสินค้าชุมชนกว่า&nbsp;10,000&nbsp;รายการ&nbsp;จาก&nbsp;500&nbsp;ร้านค้า&nbsp;สร้างยอดขายรวมไปแล้วกว่า&nbsp;80&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</p><p><strong>สำหรับผู้ที่สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่</strong>&nbsp;กองพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์&nbsp;กรมพัฒนาธุรกิจการค้า&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;โทรสายด่วน&nbsp;1570&nbsp;และ&nbsp;www.dbd.go.th</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgba(0,&nbsp;0,&nbsp;0,&nbsp;0.65);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">เกษตร/สิ่งแวดล้อม</span></p><p><strong>เร่งรับมือผลไม้ฤดูการผลิตปี&nbsp;2565&nbsp;ล่วงหน้า&nbsp;เพิ่มโอกาสส่งออกสินค้าเกษตรไทยไปจีน</strong></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">นายอลงกรณ์&nbsp;พลบุตร&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;ส่งผลให้เกิดมาตรการที่เข้มงวดโดยเฉพาะด่านนำเข้าจีนและส่งผลต่อการส่งออกผลผลิตทางการเกษตรผลไม้ของไทย&nbsp;นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ในฐานะประธานคณะกรรมการและบริหารการจัดการผลไม้&nbsp;มีความเป็นห่วงสถานการณ์และได้เร่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;เพื่อไม่ให้กระทบต่อเกษตรกรและภาคการเกษตรของไทย&nbsp;จึงได้มอบหมายให้นายอลงกรณ์&nbsp;พลบุตร&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ในฐานะประธานคณะทำงานจัดทำแผนการแก้ไขปัญหาผลไม้เศรษฐกิจล่วงหน้าทั้งระบบ&nbsp;ลงพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;3&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;ลำพูน&nbsp;และเชียงราย&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;11-15&nbsp;ม.ค.&nbsp;65&nbsp;โดยจะติดตามความคืบหน้าในหลายด้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;การบริหารจัดการผลไม้ของภาคเหนือ&nbsp;ฤดูการผลิตปี&nbsp;2565&nbsp;(ลำไย)&nbsp;ความคืบหน้าการดำเนินงานของคณะกรรมการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&nbsp;(กรกอ.)&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;การขับเคลื่อนศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม&nbsp;(Agritech&nbsp;and&nbsp;Innovation&nbsp;Center&nbsp;:AIC)&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ลำพูน&nbsp;และเชียงราย&nbsp;พร้อมตรวจเยี่ยมด่านเชียงของและด่านเชียงแสนในการส่งออกผลไม้และสินค้าเกษตรทางบกและทางเรือลำน้ำโขง&nbsp;โดยเฉพาะมาตรการ&nbsp;SPS&nbsp;และโควิดฟรี&nbsp;(Covid&nbsp;Free)&nbsp;และแนวทางแก้ไขปัญหาการขนส่งผ่านด่านบ่อเตนและด่านโมฮ่าน&nbsp;ตลอดจนการประชุมหารือกับวิสาหกิจชุมชนเพื่อพัฒนากาแฟอาราบิก้า&nbsp;(Arabica)&nbsp;ตลอดห่วงโซอุปทาน&nbsp;การบริหารจัดการน้ำของโครงการชลประทานภาคเหนือตอนบนและการขับเคลื่อนโครงการเกษตรกรรมยั่งยืนภาคเหนือเพื่อพัฒนาการเกษตรในเมืองและส่งเสริมเพิ่มพื่นที่สีเขียวเพื่อแก้ปัญหา&nbsp;pm.2.5&nbsp;และลดก๊าซเรือนกระจก</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">สำหรับข้อมูลการส่งออกนำเข้าผักผลไม้โดยรวมระหว่างไทยกับจีน</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">&nbsp;ปรากฎว่าไทยได้เปรียบดุลการค้าจีนกว่า&nbsp;3&nbsp;เท่าตัว&nbsp;โดยในปี&nbsp;2563&nbsp;ไทยส่งออกผลไม้ไปจีน&nbsp;1.02&nbsp;แสนล้านบาท&nbsp;ไทยนำเข้าผลไม้จากจีน&nbsp;30,735&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ไทยได้เปรียบจีน&nbsp;7.2&nbsp;หมื่นล้านบาท&nbsp;</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgba(0,&nbsp;0,&nbsp;0,&nbsp;0.65);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">สถานการณ์โควิด-19</span></p><p><strong>ย้ำมาตรการ&nbsp;Covid&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;ควบคุมการแพร่ระบาดโควิด&nbsp;หลังพบคลัสเตอร์ใหม่หลายจังหวัดท่องเที่ยว</strong></p><p><strong>นายแพทย์โอภาส&nbsp;การย์กวินพงศ์&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมโรค</strong>&nbsp;กล่าวถึงสถานการณ์ประจำวันและการป้องกันควบคุมโรคโควิด&nbsp;ว่า&nbsp;โรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;เป็นโรคที่ติดต่อจากคนสู่คน&nbsp;หากมีกิจกรรมร่วมกับผู้ที่ติดเชื้อจะเกิดการแพร่กระจายของโรคมากขึ้น&nbsp;จากการติดตามข้อมูลการเคลื่อนที่ของประชาชนพบว่า&nbsp;ภาพรวมของประเทศช่วงต้นเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;มีการเคลื่อนที่ค่อนข้างมาก&nbsp;แทบจะสูงสุดในรอบ&nbsp;2&nbsp;ปีที่ผ่านมา&nbsp;ประกอบกับเชื้อโควิด&nbsp;-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอนที่มีการแพร่กระจายได้รวดเร็ว&nbsp;ซึ่งจังหวัดชลบุรีที่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นนั้น&nbsp;มีการเดินทางในช่วงปีใหม่มากกว่าปี&nbsp;2563&nbsp;โดยยอดผู้ติดเชื้อในวันที่&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;767&nbsp;ราย&nbsp;เมื่อตรวจเชิงรุกจึงเจอคลัสเตอร์อีกหลายกลุ่ม&nbsp;เช่น&nbsp;พื้นที่พัทยา&nbsp;อำเภอบางละมุง&nbsp;37&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่บางแสน&nbsp;หาดวอนนภา&nbsp;อำเภอเมืองชลบุรี&nbsp;19&nbsp;ราย&nbsp;รวมถึงจังหวัดเชียงใหม่ที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปจำนวนมากในช่วงปีใหม่&nbsp;ก็พบการระบาดเป็นคลัสเตอร์เช่นกัน&nbsp;จนต้องปิดร้านอาหารจำนวน&nbsp;23&nbsp;แห่ง&nbsp;</p><p><strong>ขอเน้นย้ำให้ผู้ที่มีอาการสงสัยว่าติดเชื้อโควิด&nbsp;-19</strong>&nbsp;ให้รีบตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เพราะปัจจัยเสี่ยงการติดเชื้อที่สำคัญมาจากการสัมผัสกันภายในครอบครัว&nbsp;หรือการกินอาหารร่วมกัน&nbsp;ทั้งในบ้านและที่ทำงาน&nbsp;ซึ่งผู้ติดเชื้ออาจได้รับเชื้อมาจากสถานที่ระบาดและแพร่กระจายเชื้อสู่คนใกล้ตัว&nbsp;จึงต้องระมัดระวังและปฏิบัติตามมาตรการดูแลตนเองขั้นสูงสุด&nbsp;สวมหน้ากากอนามัย&nbsp;ล้างมือบ่อยๆ&nbsp;เว้นระยะห่างและไม่ไปสถานที่เสี่ยง&nbsp;มาตรการ&nbsp;Covid&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;ยังเป็นเรื่องที่ต้องเคร่งครัด&nbsp;เพื่อป้องกันการเกิดคลัสเตอร์ใหม่&nbsp;โดยเฉพาะร้านอาหาร&nbsp;</p><p><strong>ส่วนสถานประกอบการควรจัดให้&nbsp;Work&nbsp;From&nbsp;Home</strong>&nbsp;และตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นประจำทุกสัปดาห์&nbsp;สำหรับโรงงานหากพบผู้ติดเชื้อให้ทำ&nbsp;Bubble&nbsp;&amp;&nbsp;Seal&nbsp;แยกผู้ติดเชื้อออก&nbsp;แต่ไม่ต้องหยุดทำงาน&nbsp;เพราะการปิดสถานประกอบการจะทำให้คนเคลื่อนย้าย&nbsp;อาจแพร่กระจายเชื้อออกไปได้&nbsp;อีกทั้งขอความร่วมมือประชาชนและผู้ประกอบการติดต่อให้เข้ารับวัคซีน&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง&nbsp;ซึ่งกรมควบคุมโรคจะสนับสนุนการจัดส่งวัคซีนให้ทุกจังหวัดอย่างเพียงพอ&nbsp;หากทุกคนร่วมกันปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด&nbsp;เชื่อว่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ภายใน&nbsp;1-2&nbsp;สัปดาห์</p><p><br></p><p><strong>ศูนย์เอราวัณ&nbsp;เพิ่มศักยภาพรับ-ส่งผู้ป่วย&nbsp;เพิ่มคู่สายด่วน&nbsp;1669&nbsp;เป็น&nbsp;60&nbsp;คู่สาย</strong></p><p><strong>พล.ต.อ.อัศวิน&nbsp;ขวัญเมือง&nbsp;ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ที่อาจมีการแพร่ระบาดเพิ่มมากขึ้นและเพิ่มศักยภาพการนำส่งผู้ป่วยเข้ารับการรักษา&nbsp;ณ&nbsp;โรงพยาบาลสนาม&nbsp;ศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อ&nbsp;(Community&nbsp;Isolation&nbsp;:&nbsp;CI)&nbsp;หรือโรงพยาบาลในกรณีที่มีผู้ป่วยแสดงอาการ&nbsp;หรือมีอาการรุนแรง&nbsp;</p><p><strong>กรุงเทพมหานคร&nbsp;โดยศูนย์เอราวัณ</strong>&nbsp;ได้เพิ่มจำนวนคู่สาย&nbsp;สายด่วน&nbsp;&nbsp;1669&nbsp;&nbsp;จากเดิม&nbsp;&nbsp;30&nbsp;คู่สาย&nbsp;เป็น&nbsp;60&nbsp;คู่สาย&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่บริการตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;&nbsp;และภายในสัปดาห์หน้ามีแผนจะเพิ่มคู่สายอีก&nbsp;60&nbsp;คู่สาย&nbsp;โดยยังคงมีเป้าหมายนำส่งผู้ป่วยเข้าสู่ระบบการรักษาภายใน&nbsp;1&nbsp;วันโดยไม่ให้มีผู้ป่วยตกค้าง&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ได้ปรับปรุงศักยภาพการรับ-ส่งผู้ป่วย</strong>&nbsp;โดยร่วมกับเครือข่าย&nbsp;อาทิ&nbsp;เทศกิจ&nbsp;&nbsp;50&nbsp;เขต&nbsp;เจ้าหน้าที่ทหาร&nbsp;อาสาสมัคร&nbsp;&nbsp;มูลนิธิต่างๆ&nbsp;ทำให้รับ-ส่งผู้ป่วยได้รวดเร็วขึ้น&nbsp;จากเดิมสามารถรับผู้ป่วยได้วันละ&nbsp;150&nbsp;คน&nbsp;เพิ่มเป็นวันละ&nbsp;&nbsp;300&nbsp;คน&nbsp;โดยรถ&nbsp;1&nbsp;คัน&nbsp;จะรับผู้ป่วยวันละ&nbsp;2&nbsp;รอบๆ&nbsp;ละ&nbsp;3&nbsp;คน&nbsp;</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgba(0,&nbsp;0,&nbsp;0,&nbsp;0.65);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">สังคม</span></p><p><strong>เตือนภัยแก๊ง&nbsp;CALL&nbsp;CENTER&nbsp;แอบอ้างเป็น&nbsp;DSI&nbsp;พร้อมเร่งสืบสวนจับกุม&nbsp;ยึดทรัพย์</strong></p><p><strong>นายไตรยฤทธิ์&nbsp;&nbsp;เตมหิวงศ์&nbsp;&nbsp;อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ</strong>&nbsp;แจ้งเตือนประชาชน&nbsp;กรณีมีแก๊ง&nbsp;CALL&nbsp;CENTER&nbsp;โทรศัพท์แอบอ้างเป็น&nbsp;DSI&nbsp;หรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ&nbsp;หลอกลวงเอาเงินของผู้เสียหาย&nbsp;โดยอ้างว่ากำลังถูก&nbsp;DSI&nbsp;ดำเนินคดีอาญาฐานฟอกเงินและให้นำเงินไปเก็บไว้ในบัญชีของที่แจ้ง&nbsp;เพื่อตรวจสอบหากดำเนินการเสร็จแล้วจะโอนคืนให้&nbsp;พร้อมทั้งหลอกลวงให้เดินทางมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อสอบปากคำอันเพิ่มความน่าเชื่อถือ&nbsp;สุดท้ายเชิดเงินหนี&nbsp;</p><p><strong>ล่าสุดช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่</strong>&nbsp;และวันที่&nbsp;8&nbsp;-&nbsp;9&nbsp;มกราคมที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งเป็นวันหยุดราชการ&nbsp;ยังมีผู้เสียหายหลงเชื่อเดินทางมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษ&nbsp;ตามคำหลอกลวงจำนวนหลายราย&nbsp;และบางรายมีการทำธุรกรรมโอนเงินให้กับคนร้ายต้องสูญเสียเงินเป็นจำนวนมาก&nbsp;</p><p><strong>กรมสอบสวนคดีพิเศษ&nbsp;ขอเน้นย้ำวิธีการสังเกตและรับมือเรื่องดังกล่าว</strong>อีกครั้งหนึ่งเพื่อเป็นการเตือนภัยคือ&nbsp;ไม่มีเจ้าหน้าที่ของ&nbsp;DSI&nbsp;หรือของรัฐติดต่อประชาชนทางโทรศัพท์เพื่อสอบถามข้อมูลส่วนตัวเกี่ยวกับการเงิน&nbsp;เลขบัญชี&nbsp;หรือให้โอนเงิน&nbsp;หรือทำธุรกรรมทางการเงินใดๆ&nbsp;ทั้งสิ้น&nbsp;และไม่มีการนัดหมายให้มาพบนอกวัน&nbsp;เวลาราชการ&nbsp;&nbsp;หากพบพฤติกรรมดังกล่าวให้วางสายทันที&nbsp;เพื่อไม่ให้ถูกพูดจาหว่านล้อมจนหลงเชื่อ&nbsp;หากหลงเชื่อและมีการโอนเงินให้คนร้ายไปแล้ว&nbsp;ให้รีบแจ้งความกับพนักงานสอบสวนท้องที่&nbsp;ที่เกิดเหตุการณ์นั้นและรีบติดต่อธนาคารเพื่อระงับการทำธุรกรรมโดยเร็วที่สุด</p><p><strong>กรมสอบสวนคดีพิเศษ</strong>&nbsp;ฝากถึงกลุ่มคนไทยที่ยอมตัวเป็นเครื่องมือของคนต่างชาติที่มาหลอกลวงให้หยุดการกระทำดังกล่าว&nbsp;เพราะผู้ที่เสียหายอาจเป็นบุคคลในครอบครัว&nbsp;และยังอาจถูกดำเนินคดีและยึดทรัพย์&nbsp;สำหรับผู้มีข้อมูลหรือเบาะแสในเรื่องดังกล่าว&nbsp;สามารถส่งข้อมูลได้ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ&nbsp;เลขที่&nbsp;128&nbsp;ถนนแจ้งวัฒนะ&nbsp;แขวงทุ่งสองห้อง&nbsp;เขตหลักสี่&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;10210&nbsp;เว็ปไซต์&nbsp;www.dsi.go.th&nbsp;&nbsp;หรือโทรสายด่วน&nbsp;&nbsp;1202&nbsp;กรมสอบสวนคดีพิเศษจะเก็บรักษาข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแสเป็นความลับ</p><p><br></p><p><strong>สพฐ.จัดทำปฎิทินรับนักเรียนปี&nbsp;2565&nbsp;ย้ำนักเรียนชั้นอนุบาลห้ามสอบวัดความสามารถทางวิชาการ&nbsp;ส่วนมัธยมศึกษา&nbsp;ไม่มีการใช้คะแนนโอเน็ต</strong></p><p><strong>นายอัมพร&nbsp;พินะสา&nbsp;เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน&nbsp;(กพฐ.)</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;&nbsp;ได้ลงนามประกาศสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน&nbsp;เรื่อง&nbsp;นโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการรับนักเรียน&nbsp;&nbsp;สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน&nbsp;ปีการศึกษา&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยแนวปฏิบัติการรับเด็กชั้นก่อนประถมศึกษา&nbsp;</strong>ให้รับเด็กอายุ&nbsp;4&nbsp;-&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;ในเขตพื้นที่บริการเข้าเรียนชั้นอนุบาล&nbsp;2&nbsp;และ&nbsp;3&nbsp;โดยห้ามสอบวัดความสามารถทางวิชาการ&nbsp;หากโรงเรียนมีความจำเป็นและมีความพร้อมให้เสนอขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน&nbsp;&nbsp;การรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่&nbsp;1&nbsp;ให้รับเด็กที่มีอายุย่างเข้าปีที่&nbsp;7&nbsp;&nbsp;หรือจบการศึกษาชั้นก่อนประถมศึกษาที่อยู่ในเขตพื้นที่บริการของโรงเรียนเข้าเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่&nbsp;1&nbsp;ทุกคน&nbsp;โดยห้ามสอบวัดความสามารถทางวิชาการ&nbsp;ถ้ายังไม่เต็มแผนการรับนักเรียนให้รับเด็กนอกเขตพื้นที่บริการได้&nbsp;&nbsp;สำหรับการรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่&nbsp;1&nbsp;โดยสัดส่วนการรับนักเรียนและวิธีการคัดเลือกเป็นไปตามประกาศการรับสมัครนักเรียนของโรงเรียน&nbsp;ต้องคำนึงถึงโอกาสของนักเรียนในเขตพื้นที่บริการ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ให้เป็นไปตามนโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการรับนักเรียน&nbsp;สังกัด&nbsp;สพฐ.&nbsp;และไม่นำผลคะแนนการทดสอบทาง&nbsp;การศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน&nbsp;(O-NET)&nbsp;มาใช้ในการรับนักเรียนเข้าศึกษาต่อชั้น&nbsp;ม.&nbsp;1&nbsp;&nbsp;และการรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่&nbsp;4&nbsp;โดยทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเรียนต่อในโรงเรียนเดิมตามศักยภาพ&nbsp;ความถนัดของนักเรียนและตามแผนการรับนักเรียนของโรงเรียน&nbsp;กรณีที่ยังมีนักเรียนไม่เต็มแผนการรับนักเรียน&nbsp;ให้สามารถรับนักเรียนจากโรงเรียนอื่นได้&nbsp;โดยสัดส่วนการรับนักเรียนและวิธีการคัดเลือกเป็นไปตามประกาศการรับสมัครนักเรียนของโรงเรียน&nbsp;&nbsp;โดยไม่นำผลคะแนนโอเน็ตมาใช้&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับปฎิทินการรับนักเรียนปีการศึกษา&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;</strong>ก่อนประถมศึกษา&nbsp;รับสมัครวันที่&nbsp;12-15&nbsp;ก.พ.65&nbsp;จับฉลาก&nbsp;วันที่&nbsp;19&nbsp;ก.พ.65&nbsp;ประกาศผลวันที่&nbsp;19&nbsp;ก.พ.65&nbsp;รายงานตัววันที่&nbsp;19&nbsp;ก.พ.65&nbsp;และมอบตัววันที่&nbsp;26&nbsp;ก.พ.65&nbsp;</p><p><strong>ประถมศึกษาปีที่&nbsp;1</strong>&nbsp;รับสมัครวันที่&nbsp;23-27&nbsp;ก.พ.65&nbsp;จับฉลากวันที่&nbsp;5&nbsp;มี.ค.65&nbsp;ประกาศผลวันที่&nbsp;5&nbsp;มี.ค.65&nbsp;รายงานตัว&nbsp;5&nbsp;มี.ค.65&nbsp;มอบตัววันที่&nbsp;12&nbsp;มี.ค.65&nbsp;</p><p><strong>มัธยมศึกษาปีที่&nbsp;1</strong>&nbsp;รับสมัครวันที่&nbsp;9-13&nbsp;มี.ค.65&nbsp;สอบคัดเลือกวันที่&nbsp;26&nbsp;มี.ค.65&nbsp;ประกาศผลวันที่&nbsp;30&nbsp;มี.ค.65&nbsp;รายงานตัววันที่&nbsp;30&nbsp;มี.ค.65&nbsp;จับฉลากวันที่&nbsp;1&nbsp;เม.ย.65&nbsp;ประกาศผลจับฉลากวันที่&nbsp;1&nbsp;เม.ย.&nbsp;และรายงานตัววันที่&nbsp;1&nbsp;เม.ย.&nbsp;มอบตัววันที่&nbsp;2&nbsp;เม.ย.&nbsp;</p><p><strong>มัธยมศึกษาปีที่&nbsp;4</strong>&nbsp;ประเภทสอบคัดเลือกับสมัครวันที่&nbsp;9-13&nbsp;มี.ค.65&nbsp;สอบคัดเลือกวันที่&nbsp;27&nbsp;มี.ค.65&nbsp;ประกาศผลวันที่&nbsp;31&nbsp;มี.ค.65&nbsp;และรายงานตัววันที่&nbsp;31&nbsp;มี.ค.65&nbsp;มอบตัววันที่&nbsp;3&nbsp;เม.ย.&nbsp;และโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา&nbsp;กรุงเทพมหานครและโรงเรียนเตรียมศึกษาภูมิภาค&nbsp;รับสมัครวันที่&nbsp;19-23&nbsp;ก.พ.65&nbsp;สอบคัดเลือกวันที่&nbsp;5&nbsp;มี.ค.65&nbsp;ประกาศผลวันที่&nbsp;12&nbsp;มี.ค.65&nbsp;รายงานตัววันที่&nbsp;15&nbsp;มี.ค.65&nbsp;มอบตัววันที่&nbsp;21&nbsp;มี.ค.65&nbsp;</p><p><br></p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;ยินดีหลังประเทศไทยถูกจัดให้เป็นที่&nbsp;1&nbsp;ของเอเชีย&nbsp;และที่&nbsp;11&nbsp;ของโลก&nbsp;ในด้านประเทศที่เหมาะใช้ชีวิตหลังเกษียณ</strong></p><p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับที่&nbsp;11&nbsp;ของโลก&nbsp;และนับเป็นอันดับที่&nbsp;1&nbsp;ของเอเชีย&nbsp;จากผลการจัดอันดับ&nbsp;ประเทศที่ดีที่สุดในโลกที่จะใช้ชีวิตหลังเกษียณ&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;(The&nbsp;Worlds&nbsp;Best&nbsp;Places&nbsp;to&nbsp;Retire&nbsp;in&nbsp;2022)</p><p>จัดอันดับโดย&nbsp;นิตยสาร&nbsp;International&nbsp;Living&nbsp;ประกาศผลเมื่อวันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จากผลการจัดอันดับนี้&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรับทราบ&nbsp;และยินดีเป็นอย่างยิ่งที่เป็นอีกครั้งที่ประเทศไทยมีชื่อเสียง&nbsp;เป็นที่นิยมระดับโลก&nbsp;</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;เชื่อมั่นว่าประเทศไทยน่าอยู่ไม่แพ้ที่ใดในโลก&nbsp;ผู้ที่ได้เคยมาสัมผัส&nbsp;ไม่ว่าจะมาเที่ยว&nbsp;หรือมาทำงานต่างหลงรักความเป็นไทย&nbsp;ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น&nbsp;และขอขอบคุณคนไทยทุกคนที่มีส่วนสำคัญ&nbsp;มีมิตรไมตรีต่อกันและต่อชาวต่างชาติ&nbsp;จนทำให้ประเทศได้รับการจัดอันดับที่ดีอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยปัจจัยที่นำมาพิจารณาในการจัดอันดับแบ่งเป็น&nbsp;4&nbsp;หมวด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ทั่วไป&nbsp;การเงิน&nbsp;วิถีชีวิต&nbsp;และหลักธรรมาภิบาล&nbsp;โดยปัจจัยย่อยที่นำมาพิจารณา&nbsp;อาทิ&nbsp;สภาพอากาศ&nbsp;ระบบดูแลสุขภาพ&nbsp;สาธารณสุข&nbsp;ค่าครองชีพ&nbsp;ที่อยู่อาศัย&nbsp;การขอวีซ่า&nbsp;ระดับการพัฒนาและสิทธิพิเศษต่างๆ</p><p><strong>นายธนกรฯ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เป็นเรื่องที่น่ายินดี</strong>&nbsp;แสดงว่าประเทศไทยของเรามีความสวยงามน่าดึงดูดใจจนเป็นที่นิยม&nbsp;ได้รับการจัดอันดับเป็นที่&nbsp;1&nbsp;ในเอเชีย&nbsp;เชื่อว่าเป็นผลจากแนวทางการบริหารประเทศของรัฐบาลและวิสัยทัศน์ของนายกรัฐมนตรี&nbsp;ที่จับทางความนิยมในกระแสโลกและได้อำนวยความสะดวกให้กับการเดินทางมาท่องเที่ยวและทำงาน&nbsp;รวมถึงวางแผนเกษียณที่ประเทศไทย&nbsp;ซึ่งรัฐบาลสนับสนุนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุน&nbsp;โดยเฉพาะดึงดูดชาวต่างชาติที่มีศักยภาพสูงพำนักระยะยาว&nbsp;(long-term&nbsp;stay)&nbsp;ในประเทศไทย&nbsp;ทั้งนี้เชื่อว่า&nbsp;จะเป็นโอกาสสำคัญให้กับการฟื้นฟูเศรษฐกิจในประเทศ&nbsp;จึงอยากเชิญชวนให้คนไทยทุกคนร่วมเป็นเจ้าบ้านที่ดีเพื่อต่อยอดการพัฒนา&nbsp;เอกลักษณ์&nbsp;วัฒนธรรมและเป็นโอกาสสนับสนุน&nbsp;Soft&nbsp;Power&nbsp;ไทยในเวทีโลก</p><p><br></p><p><br></p>"	11/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111200226969
394	ลำปาง พบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ 169 ราย	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง&nbsp;รายงานสถานการณ์โควิด-19</strong>&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;11&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;สถานการณ์โควิด-19&nbsp;วันนี้&nbsp;พบผู้ป่วยรายใหม่&nbsp;169&nbsp;ราย&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;37&nbsp;ราย&nbsp;(เมือง&nbsp;19&nbsp;เกาะคา&nbsp;4&nbsp;แจ้ห่ม&nbsp;1&nbsp;ห้างฉัตร&nbsp;5&nbsp;เมืองปาน&nbsp;8)&nbsp;และจากการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;132&nbsp;ราย&nbsp;(เมือง&nbsp;95&nbsp;เสริมงาม&nbsp;1&nbsp;งาว&nbsp;1&nbsp;วังเหนือ&nbsp;2&nbsp;เถิน&nbsp;1&nbsp;แม่ทะ&nbsp;4&nbsp;สบปราบ&nbsp;17&nbsp;ห้างฉัตร&nbsp;10&nbsp;เมืองปาน&nbsp;1)&nbsp;สถานการณ์ตั้งแต่วันที่&nbsp;27&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;ถึงปัจจุบัน&nbsp;พบผู้ป่วยสะสม&nbsp;4,280&nbsp;คน&nbsp;อยู่ระหว่างรักษา&nbsp;750&nbsp;คน&nbsp;รักษาหายกลับบ้านสะสม&nbsp;3,722&nbsp;คน&nbsp;และเสียชีวิตสะสม&nbsp;33&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับข้อมูลการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ณ&nbsp;วันเดียวกัน</strong>&nbsp;จังหวัดลำปางวัคซีนไปแล้ว&nbsp;988,400&nbsp;เข็ม&nbsp;จำแนกเป็นเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;469,455&nbsp;คน&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;434,343&nbsp;คน&nbsp;และเข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;84,602&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>จังหวัดลำปางขอความร่วมมือประชาชนเคร่งครัดตามมาตรการ&nbsp;D-M-H-T-T-A</strong>&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หากมีข้อสงสัยสอบถามเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;สายด่วนศูนย์โควิด-19&nbsp;สสจ.ลำปาง&nbsp;โทร.09-3140-8023&nbsp;เวลา&nbsp;08.30&nbsp;-16.30&nbsp;น.&nbsp;หรือสอบถามที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน</p>	11/1/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111213340013
395	จังหวัดสุรินทร์ คุมเข้มมาตรการป้องกันโควิด ให้ทุกคนที่เดินทางมาจาก 10 จังหวัด ต้องกักกันตัว 14 วัน	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ปรับมาตรการควบคุมและป้องกันโควิด-19</strong>&nbsp;โดยให้ทุกคนที่เดินทางมาจาก&nbsp;10&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;ชลบุรี&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;ระยอง&nbsp;สมุทรปราการ&nbsp;อุดรธานี&nbsp;และจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ที่ดินทางเข้ามาในจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ต้องกักกันตัว&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;และบันทึกรายละเอียดการเดินทาง&nbsp;นำส่งแบบรายงานไปยังเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ&nbsp;ณ&nbsp;โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล&nbsp;หรือสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ&nbsp;หรือโรงพยาบาลรัฐในพื้นที่&nbsp;ภายในวันที่ได้รับรายงานตัว&nbsp;หากได้รับรายงานตัวในช่วงเวลากลางคืนให้นำส่งแบบรายงานในวันรุ่งขึ้น&nbsp;พร้อมติดตั้งแอปพลิเคชันหมอชนะด้วย&nbsp;ยกเว้น&nbsp;ผู้ที่มีผลการตรวจหาเชื้อโรคโควิด-19&nbsp;(ผลการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;หรือ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมง)&nbsp;มาแสดง&nbsp;ผู้ที่เดินทางมาจากศูนย์กักกันตัวของรัฐ&nbsp;(State&nbsp;Quarantine)&nbsp;และผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;แล้ว</p>	11/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111213633016
396	จ.อำนาจเจริญ จัดงานผลิตภัณฑ์ คักขนาด ดีเกินคาด อํานาจเจริญ คุมเข้มตามมาตรการป้องกันโควิด-19	<p><strong>วันนี้&nbsp;(11&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;</strong>ที่บริเวณสนามหน้าสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดอํานาจเจริญ&nbsp;ตําบลบุ่ง&nbsp;อําเภอเมือง&nbsp;จังหวัดอํานาจเจริญ&nbsp;นายธนูสินธ์&nbsp;ไชยสิริ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;คักขนาด&nbsp;ดีเกินคาด&nbsp;อํานาจเจริญ&nbsp;พร้อมทั้งเป็นสักขีพยานในการลงนามจับคู่ธุรกิจระหว่างนักธุรกิจกับเกษตรกร&nbsp;ผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;พร้อมทั้งเดินเยี่ยมชมบูธแสดงและจำหน่ายสินค้าโอทอป&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;โดยผู้จําหน่ายสินค้าทุกรายต้องได้รับวัคซีนมาแล้วอย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็มและต้องผ่านการตรวจ&nbsp;Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit&nbsp;(ATK)&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ก่อนเข้าจําหน่ายสินค้า&nbsp;ตลอดผู้เข้าร่วมงานต้องได้รับวัคซีนอย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;และผ่านการตรวจคัดกรองก่อนเข้าร่วมงานและยังได้ดําเนินการตามมาตรการควบคุมโรค&nbsp;D-M-&nbsp;H-T-&nbsp;T-&nbsp;A&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>นายวิรัตน์&nbsp;นามวงษา&nbsp;พาณิชย์จังหวัดอํานาจเจริญ&nbsp;</strong>ได้กล่าวถึงการจัดงานในครั้งนี้ว่า&nbsp;จังหวัดอํานาจเจริญได้กําหนดประเด็นการพัฒนาด้านการส่งเสริมการค้า&nbsp;การลงทุน&nbsp;การท่องเที่ยว&nbsp;และบริการ&nbsp;และสินค้าชุมชนให้สามารถแข่งขันได้&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจการค้าของจังหวัดให้เติบโตอย่างต่อเนื่องจากฐานการเกษตร&nbsp;การสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่ชุมชนและเป็นปัจจัยสําคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับชุมชนให้เติบโตมากขึ้น&nbsp;และสามารถแข่งขันได้&nbsp;โดยผู้ประกอบการรายย่อยที่เป็นเกษตรกร&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;เครือข่ายสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;สมาชิกบิสคลับอํานาจเจริญ&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;SMEs&nbsp;วิสาหกิจชุมชน&nbsp;ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจําหน่ายสินค้าชุมชน&nbsp;สินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;ยังคงต้องได้รับการส่งเสริมและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน&nbsp;และให้สามารถขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนให้เข้มแข็ง&nbsp;มีช่องทางการตลาด&nbsp;และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการได้เรียนรู้และพัฒนาขีดความสามารถทางการตลาดของตนเอง&nbsp;เพื่อให้มีรายได้เพิ่มขึ้น&nbsp;ประกอบกับสถานการณ์ในห้วงที่ผ่านมา&nbsp;และในสถานการณ์ปัจจุบันเกิดการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;ส่งผลกระทบต่อสภาวะเศรษฐกิจ&nbsp;การค้าขายสินค้าได้น้อยลง&nbsp;ทําให้เม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจลดลงด้วย&nbsp;ดังนั้น&nbsp;เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการรายย่อยจังหวัดอํานาจเจริญ&nbsp;สํานักงานพาณิชย์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;จึงได้จัดงาน&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;คักขนาด&nbsp;ดีเกินคาด&nbsp;อํานาจเจริญ&nbsp;ขึ้น&nbsp;โดยมีกิจกรรมประกอบด้วย&nbsp;การแสดงและจําหน่ายสินค้าชุมชน&nbsp;สินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;ของผู้ประกอบการรายย่อยที่เป็นเกษตรกร&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;เครือข่ายสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;สมาชิกบิสคลับอํานาจเจริญ&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;SMEs&nbsp;วิสาหกิจชุมชน&nbsp;ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจําหน่ายสินค้าดังกล่าว&nbsp;จํานวน&nbsp;80&nbsp;คูหา&nbsp;โดยเป็นผู้ประกอบการในจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;จํานวน&nbsp;52&nbsp;คูหา&nbsp;ต่างจังหวัด&nbsp;จํานวน&nbsp;28&nbsp;คูหา&nbsp;และมีกิจกรรมบันเทิงเพื่อสร้างความสนใจให้มีผู้มาจับจ่ายใช้สอยตลอดการจัดงานระยะเวลา&nbsp;5&nbsp;วัน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;10-14&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;และยังมีการเจรจาจับคู่ธุรกิจ&nbsp;โดยเชิญนักธุรกิจ/ผู้ซื้อ(Buyer)&nbsp;ร่วมเจรจาธุรกิจกับเกษตรกร&nbsp;ผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการภายในงาน&nbsp;เพื่อเชื่อมโยงและสร้างเครือข่ายธุรกิจการค้า&nbsp;สํานักงานพาณิชย์จังหวัดอํานาจเจริญได้ให้ความสําคัญกับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;โดยผู้จําหน่ายสินค้าทุกรายต้องได้รับวัคซีนมาแล้วอย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;และผู้จําหน่ายสินค้าที่เดินทางมาจากจังหวัดอื่นต้องได้รับวัคซีนมาแล้วอย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;และต้องผ่านการตรวจ&nbsp;Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit&nbsp;(ATK)&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ก่อนเข้าจําหน่ายสินค้า&nbsp;และยังได้ดําเนินการตามมาตรการควบคุมโรค&nbsp;D&nbsp;-M&nbsp;-&nbsp;H-&nbsp;T&nbsp;-&nbsp;T-&nbsp;A&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	11/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111232312026
397	ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา มอบชุดตรวจ ATK แก่ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดปัตตานี เพื่อรองรับการเปิดเรียนแบบ ON SITE แบบปลอดภัย	<p><strong>วันที่&nbsp;11&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>ศูนย์อนามัยที่&nbsp;12&nbsp;ยะลา&nbsp;ได้มอบชุดตรวจคัดกรองหาเชื้อโควิด-19&nbsp;(ATK)&nbsp;จำนวน&nbsp;350&nbsp;ชุด&nbsp;ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;แก่สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดปัตตานี&nbsp;เพื่อใช้ในการเฝ้าระวังคัดกรองนักเรียนและประชาชนกลุ่มเสี่ยงในสถานศึกษาที่ได้เปิดเรียนแบบปกติ&nbsp;On-Site&nbsp;ให้มีความปลอดภัยและมีความเป็นอยู่อย่างปกติตามแนววิถีใหม่&nbsp;(New&nbsp;normal)&nbsp;โดยมีนางมาเรียม&nbsp;ยะสะแต&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาการศึกษา&nbsp;รักษาการศึกษาธิการจังหวัดปัตตานี&nbsp;เป็นผู้แทนในการรับมอบ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	11/1/2022	ภาคใต้	ปัตตานี	สวท.ปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220111231042023
398	ผลิตภัณฑ์ คักขนาด  ดีเกินคาด อำนาจเจริญ	<p><strong>วันที่&nbsp;11&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;16.30&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณสนามหน้าสถานีขนส่ง</strong>ผู้โดยสารจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ตำบลบุ่ง&nbsp;อำเภอเมืองอำนาจเจริญ&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;(นายธนูสินธ์&nbsp;ไชยสิริ)&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;คักขนาด&nbsp;ดีเกินคาด&nbsp;อำนาจเจริญ&nbsp;ซึ่งเป็นการจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าตามโครงการเสริมสร้างศักยภาพและขีดความสามารถผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการด้านผลิตภัณฑ์&nbsp;การตลาด&nbsp;การค้า&nbsp;การลงทุน&nbsp;กิจกรรมการเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันด้านการตลาด&nbsp;โดยการจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้า&nbsp;กระตุ้นการค้าและส่งเสริมช่องทางการตลาด&nbsp;ตามแผนปฏิบัติราชการจังหวัดอำนาเจริญประจำปี&nbsp;งบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจการค้าของจังหวัดให้เติบโตอย่างต่อเนื่องจากฐานการเกษตร&nbsp;การสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่ชุมชนและเป็นปัจจัยสำคัญ&nbsp;ในการกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับชุมชนให้เติบโตมากขึ้น&nbsp;และสามารถแข่งขันได้&nbsp;</p><p><strong>โดยผู้ประกอบการรายย่อยที่เป็นเกษตรกรกร&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;</strong>เครือข่ายสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;สมาชิกบิสคลับอำนาจเจริญ&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;SMEs&nbsp;วิสาหกิจชุมชน&nbsp;ซึ่งเป็นผู้ผลิต</p><p>และจำหน่ายสินค้าชุมชน&nbsp;สินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;ยังคงต้องได้รับการส่งเสริมและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน&nbsp;และ&nbsp;ให้สามารถขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนให้เข้มแข็ง&nbsp;มีช่องทางการตลาด&nbsp;และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการได้เรียนรู้และพัฒนาขีดความสามารถทางการตลาดของตนเอง&nbsp;เพื่อให้&nbsp;มีรายได้เพิ่มขึ้น&nbsp;ประกอบกับสถานการณ์ในห้วงที่ผ่านมา&nbsp;และในสถานการณ์ปัจจุบันเกิดการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด&nbsp;-&nbsp;19)&nbsp;ส่งผลกระทบต่อสภาวะเศรษฐกิจ&nbsp;การค้าขายสินค้าได้น้อยลง&nbsp;ทำให้เม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจลดลงด้วย&nbsp;</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้ผลิต</strong>&nbsp;ผู้ประกอบการรายย่อย&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัด&nbsp;จึงได้งาน&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;คักขนาด&nbsp;&nbsp;ดีเกินคาด&nbsp;&nbsp;อำนาจเจริญ&nbsp;ขึ้น&nbsp;โดยมีกิจกรรม&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การแสดงและจำหน่ายสินค้าสินค้าชุมชน&nbsp;สินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;ของผู้ประกอบการรายย่อยที่เป็นเกษตรกรกร&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;เครือข่ายสินค้า&nbsp;&nbsp;OTOP&nbsp;&nbsp;สมาชิกบิสคลับอำนาจเจริญ&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;SMEs&nbsp;วิสาหกิจชุมชน&nbsp;ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าดังกล่าว&nbsp;จำนวน&nbsp;80&nbsp;คูหา&nbsp;โดยเป็นผู้ประกอบการในจังหวัดจำนวน&nbsp;&nbsp;52&nbsp;คูหา&nbsp;และต่างจังหวัดจำนวน&nbsp;28&nbsp;คูหา&nbsp;และกิจกรรมบันเทิงเพื่อสร้างความสนใจให้มีผู้มาจับจ่ายใช้สอยตลอดการจัดงาน&nbsp;ระยะเวลา&nbsp;5&nbsp;วัน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;10&nbsp;&nbsp;14&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</p><p>และผู้จำหน่ายสินค้าที่เดินทางมาจากจังหวัดอื่นต้องได้รับวัคซีนมาแล้วอย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;และต้องผ่านการตรวจ&nbsp;Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit&nbsp;(ATK)&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ก่อนเข้าจำหน่ายสินค้า&nbsp;และยังได้ดำเนินการตามมาตรการควบคุมโรค&nbsp;D&nbsp;&nbsp;M&nbsp;-&nbsp;H&nbsp;&nbsp;T&nbsp;&nbsp;T&nbsp;&nbsp;A&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>การจัดงานครั้งนี้&nbsp;ได้รับความร่วมมือ&nbsp;และสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ</strong>&nbsp;&nbsp;และเอกชนในจังหวัดเป็นอย่างดี&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่ง&nbsp;บริษัท&nbsp;อำนาจศูนย์การค้าเมืองใหม่&nbsp;จำกัด&nbsp;ที่ได้กรุณาอำนวยความสะดวกสถานที่แห่งนี้ใช้จัดงาน&nbsp;จนทำให้การจัดงานครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>	12/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112093148045
399	เปิดงานยิ่งใหญ่ ผลิตภัณฑ์ คักขนาด ดีเกินคาด อำนาจเจริญ   การเจรจาจับคู่ธุรกิจ	<p><strong>วานนี้&nbsp;(11&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;16.30&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณสนามหน้าสถานีขนส่ง</strong>ผู้โดยสารจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ตำบลบุ่ง&nbsp;อำเภอเมืองอำนาจเจริญ&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;(นายธนูสินธ์&nbsp;ไชยสิริ)&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;คักขนาด&nbsp;ดีเกินคาด&nbsp;อำนาจเจริญ&nbsp;และหัวหน้าราชการร่วมงานในครั้งนี้&nbsp;ผู้อำนวยการประชาสัมพันธ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;และผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งเป็นการจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าตามโครงการเสริมสร้างศักยภาพ</strong>และขีดความสามารถผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการด้านผลิตภัณฑ์&nbsp;การตลาด&nbsp;การค้า&nbsp;การลงทุน&nbsp;กิจกรรมการเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันด้านการตลาด&nbsp;โดยการจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้า&nbsp;กระตุ้นการค้าและส่งเสริมช่องทางการตลาด&nbsp;ตามแผนปฏิบัติราชการจังหวัดอำนาเจริญประจำปี&nbsp;งบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจการค้าของจังหวัดให้เติบโตอย่างต่อเนื่องจากฐานการเกษตร&nbsp;การสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่ชุมชนและเป็นปัจจัยสำคัญ&nbsp;ในการกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับชุมชนให้เติบโตมากขึ้น&nbsp;และสามารถแข่งขันได้&nbsp;</p><p><strong>โดยผู้ประกอบการรายย่อยที่เป็นเกษตรกรกร&nbsp;กลุ่มเกษตรกร</strong>&nbsp;เครือข่ายสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;สมาชิกบิสคลับอำนาจเจริญ&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;SMEs&nbsp;วิสาหกิจชุมชน&nbsp;ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าชุมชน&nbsp;สินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;ยังคงต้องได้รับการส่งเสริมและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน&nbsp;และ&nbsp;ให้สามารถขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนให้เข้มแข็ง&nbsp;มีช่องทางการตลาด&nbsp;และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการได้เรียนรู้และพัฒนาขีดความสามารถทางการตลาดของตนเอง&nbsp;เพื่อให้&nbsp;มีรายได้เพิ่มขึ้น&nbsp;ประกอบกับสถานการณ์ในห้วงที่ผ่านมา&nbsp;และในสถานการณ์ปัจจุบันเกิดการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด&nbsp;-&nbsp;19)&nbsp;ส่งผลกระทบต่อสภาวะเศรษฐกิจ&nbsp;การค้าขายสินค้าได้น้อยลง&nbsp;ทำให้เม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจลดลงด้วย&nbsp;</p><p>ดังนั้น&nbsp;เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;รายย่อยจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัด&nbsp;จึงได้งานผลิตภัณฑ์&nbsp;คักขนาด&nbsp;ดีเกินคาด&nbsp;อำนาจเจริญ&nbsp;ขึ้น&nbsp;โดยมีกิจกรรม&nbsp;ประกอบด้วย</p><p><strong>1.&nbsp;การแสดงและจำหน่ายสินค้าสินค้าชุมชน&nbsp;สินค้า&nbsp;OTOP</strong>&nbsp;ของผู้ประกอบการรายย่อยที่เป็นเกษตรกรกร&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;เครือข่ายสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;สมาชิกบิสคลับอำนาจเจริญ&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;SMEs&nbsp;วิสาหกิจชุมชน&nbsp;ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าดังกล่าว&nbsp;จำนวน&nbsp;80&nbsp;คูหา&nbsp;โดยเป็นผู้ประกอบการในจังหวัดจำนวน&nbsp;52&nbsp;คูหา&nbsp;และต่างจังหวัดจำนวน&nbsp;28&nbsp;คูหา&nbsp;และกิจกรรมบันเทิงเพื่อสร้างความสนใจให้มีผู้มาจับจ่ายใช้สอยตลอดการจัดงาน&nbsp;ระยะเวลา&nbsp;5&nbsp;วัน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;10&nbsp;&nbsp;14&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</p><p><strong>&nbsp;2.&nbsp;การเจรจาจับคู่ธุรกิจ&nbsp;ในวันอังคารที่&nbsp;11&nbsp;มกรามคม&nbsp;2565&nbsp;</strong>เวลา&nbsp;16.30&nbsp;น.&nbsp;ในบริเวณพื้นที่การจัดงานแห่งนี้&nbsp;โดยเชิญนักธุรกิจ/ผู้ซื้อ(Buyer)&nbsp;ร่วมเจรจาธุรกิจกับเกษตรกร&nbsp;ผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการภายในงาน&nbsp;เพื่อเชื่อมโยงและสร้างเครือข่ายธุรกิจการค้า</p><p><strong>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ได้ให้ความสำคัญกับมาตรการ</strong>ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด&nbsp;-&nbsp;19)&nbsp;โดยผู้จำหน่ายสินค้าทุกรายต้องได้รับวัคซีนมาแล้วอย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;และผู้จำหน่ายสินค้าที่เดินทางมาจากจังหวัดอื่นต้องได้รับวัคซีนมาแล้วอย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;และต้องผ่านการตรวจ&nbsp;Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit&nbsp;(ATK)&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ก่อนเข้าจำหน่ายสินค้า&nbsp;และยังได้ดำเนินการตามมาตรการควบคุมโรค&nbsp;D&nbsp;&nbsp;M&nbsp;-&nbsp;H&nbsp;&nbsp;T&nbsp;&nbsp;T&nbsp;&nbsp;A&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>การจัดงานครั้งนี้&nbsp;ได้รับความร่วมมือ&nbsp;และสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;</strong>&nbsp;และเอกชนในจังหวัดเป็นอย่างดี&nbsp;อย่าลืม!!&nbsp;สวมหน้ากากอนามัย&nbsp;เว้นระยะห่างระหว่าง&nbsp;หมั่นล้างมือ&nbsp;และปฎิบัติตามมาตราการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>	12/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112093502049
400	อบรมครูอนามัย โรงเรียนสังกัดเทศบาลฯยะลา  รับการเปิดสถานศึกษาในรูปแบบ on-site	<p><strong>สำนักการศึกษาร่วมกับสำนักสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม</strong>&nbsp;เทศบาลนครยะลา&nbsp;จัดอบรมครูอนามัยเชิงปฏิบัติการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;(แบบ&nbsp;Home&nbsp;use)&nbsp;ให้กับเด็กนักเรียนเพื่อรองรับการเปิดสถานศึกษาในรูปแบบ&nbsp;on-site&nbsp;ภาคเรียนที่&nbsp;2&nbsp;ปีการศึกษา&nbsp;2564&nbsp;สังกัดเทศบาลนครยะลา&nbsp;ในวันจันทร์ที่&nbsp;17&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งทางสถานศึกษาจะต้องการดำเนินการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ให้กับครูบุคลากรทางการศึกษาและนักเรียน&nbsp;ตามหลักเกณฑ์การเปิดสถานศึกษาในสถานการณ์แพร่ระบาดเชื้อโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมเทศบาลนครยะลา</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	12/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112094217059
401	เตรียมเปิดเรียน โรงเรียนในสังกัดเทศบาลฯ ยะลาหลังสถานการณ์โควิดดีขึ้น	<p><strong>นายกเทศมนตรีนครยะลา&nbsp;เผย&nbsp;เตรียมเปิดเรียน&nbsp;โรงเรียนในสังกัดเทศบาล&nbsp;ฯ&nbsp;</strong>ภายใต้&nbsp;มาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;หลังสถานการณ์ดีขึ้น&nbsp;</p><p><strong>เทศบาลนครยะลา&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เผย&nbsp;โควิด-19&nbsp;ในพื้นที่เขตเทศบาลฯ&nbsp;</strong>สถานการณ์ดีขึ้น&nbsp;นายพงษ์ศักดิ์&nbsp;ยิ่งชนม์เจริญ&nbsp;นายกเทศมนตรีนครยะลา&nbsp;ระบุว่า&nbsp;ในส่วนของการดำเนินงานของเทศบาลนครยะลาในเรื่องของการบริหารงานภาพรวมได้ดำเนินงานร่วมกับมหาวิทยาลัยนเรศวรในการพยายามพยากรณ์สถานการณ์โควิดในพื้นที่เขตเทศบาลนครยะลาไปข้างหน้า&nbsp;15&nbsp;วันเพื่อเป็นการคาดการณ์สถานการณ์โควิด&nbsp;เพื่อทำให้เห็นทิศทาง&nbsp;แนวทางอนาคตและพื้นที่&nbsp;โดยการวิเคราะห์ภาพรวมในพื้นที่ล่วงหน้า&nbsp;หากพื้นที่ใดที่เราดูแล้วหลังจากที่เราได้ตรวจสอบจากงานวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยนเรศวรมีความเสี่ยงสูง&nbsp;จะได้ดำเนินการจัดชุดโมบายเคลื่อนที่เพื่อไปเจาะลึกในขณะเดียวกันทางฝั่งคู่ขนานทางเทศบาลนครยะลาก็เร่งฉีดวัคซีนใดให้กับพี่น้องประชาชนสำหรับวัคซีนเข็มที่&nbsp;2&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;และเข็มที่&nbsp;4&nbsp;บางส่วนพี่น้องประชาชนอาจจะมีความตื่นตัวน้อยลงเพราะมองว่าวัคซีนไม่ได้หายากอย่างในอดีต</p><p><strong>ส่วนการดำเนินงานของเทศบาล&nbsp;ในการเร่งการฉีดวัคซีนนั้น</strong>&nbsp;อาศัยมาตรการการทำงานเชิงรุกเข้าไปในชุมชนในพื้นที่ต่างๆของเขตเทศบาลนครยะลา&nbsp;เหมือนกับการไปป้อนข้าวให้ถึงบ้าน&nbsp;เป็นการลงพื้นที่แต่ละชุมชน&nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่ของชุมชนตลาดเก่าทางเทศบาลนครยะลา&nbsp;ก็เร่งที่จะฉีดวัคซีนให้กับพี่น้องประชาชนเนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นจุดเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรค&nbsp;โควิด-19&nbsp;ในพื้นที่เขตเทศบาลนครยะลา&nbsp;ซึ่งถือได้ว่าเป็นพื้นที่เป้าหมายแรก</p><p><strong>ขณะเดียวกันในส่วนของการศึกษาในพื้นที่เขตเทศบาลนครยะลา&nbsp;</strong>จะเห็นได้ว่าในปีนี้นักเรียนแทบจะไม่ได้เรียนในรูปแบบปกติเป็นเวลากว่า&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;ความสูญเสียที่เกิดจากการที่นักเรียนไม่ได้รับการศึกษามีมูลค่ามหาศาล&nbsp;ซึ่งก่อนหน้านี้ทางเทศบาลนครยะลาได้ทดลองการทำคอนเสิร์ตแซนบล็อกในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่&nbsp;หลังจากเสร็จสิ้นงานก็ได้มีการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;กับผู้เข้าร่วมงาน&nbsp;ซึ่งไม่พบผู้ติดเชื้อ&nbsp;โควิด-19&nbsp;แต่อย่างใด&nbsp;การดำเนินงานดังกล่าวนั้นถือได้ว่าเป็นแนวทางในการเปิดการเรียนการสอนให้กับนักเรียนในเขตเทศบาลนครยะลา&nbsp;ในวันที่&nbsp;17&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;นี้</p><p><strong>โดยทางเทศบาลนครยะลา&nbsp;จะเปิดให้มีการเรียนการสอนสำหรับนักเรียน</strong>ชั้นประถมศึกษาปีที่&nbsp;6&nbsp;จนไปถึงนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่&nbsp;6&nbsp;ซึ่งนักเรียนกลุ่มนี้ได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;แล้ว&nbsp;เพราะฉะนั้นในเรื่องของความเสี่ยงและความรุนแรงของการติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ก็ไม่หนัก&nbsp;ซึ่งผลจากการฉีดวัคซีนจะทำให้มีอัตราการเสียชีวิตที่ลดลงซึ่งเป็นเปอร์เซ็นต์ที่ต่ำมาก&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ส่วนมาตรการสำหรับการเปิดการเรียนการสอนในพื้นที่เขตเทศบาลนครยะลา&nbsp;</strong>จะดำเนินการฉีดแอนโดรกราโฟไลด์ให้กับนักเรียนก่อนเข้าเรียนทุกคน&nbsp;ซึ่งก่อนหน้านี้ทางเทศบาลนครยะลาได้ทดลองใช้กับนักเรียนโรงเรียนเทศบาล&nbsp;2&nbsp;ในช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมาแล้ว&nbsp;ซึ่งไม่พบการติดเชื้อแม้แต่รายได้&nbsp;และจะทำการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทุกๆ&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;เพื่อที่จะยืนยันความปลอดภัยสำหรับนักเรียนที่มีอายุต่ำกว่า&nbsp;11&nbsp;ปี&nbsp;ขณะที่นักเรียนที่มีอายุมากกว่า&nbsp;11&nbsp;ปีที่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกัน&nbsp;โควิด-19&nbsp;แล้วทางเทศบาลนครยะลาจะดำเนินการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทุกๆ&nbsp;10&nbsp;วัน&nbsp;&nbsp;แล้วจะรวบรวมเก็บข้อมูล&nbsp;45&nbsp;วัน&nbsp;และหากพบว่าการตรวจหาเชื้อดังกล่าวไม่พบผู้ติดเชื้อแต่อย่างใด&nbsp;ทางเทศบาลนครยะลาก็จะดำเนินการเปิดการเรียนการสอนแบบเต็มรูปแบบในเวลาเหมาะสมต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>	12/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112094416061
402	พาณิชย์จังหวัดตรัง ลงพื้นที่ตรวจการจำหน่ายชุดตรวจ ATK ตามร้านจำหน่าย พบว่ามีเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน 	<p><strong>พาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจการจำหน่ายชุดตรวจ&nbsp;ATK</strong>&nbsp;ตามร้านจำหน่าย&nbsp;พบว่ามีเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน&nbsp;ในขณะที่ผู้ประกอบการแจ้งว่าช่วงเทศกาลปีใหม่มีประชาชนมาซื้อจำนวนมาก&nbsp;ทำให้สินค้ามีไม่พอประกอบกับ&nbsp;เป็นช่วงวันหยุดทำให้ชุดตรวจไม่สามารถส่งมาได้ทัน&nbsp;แต่ในขณะนี้สามารถส่งมาจำหน่ายได้ตามปกติแล้ว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ที่ร้านไทยสวัสดิ์เภสัช&nbsp;2&nbsp;ตำบลทับเที่ยง&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</strong>นางสาวสุภากิตติ์&nbsp;เกลี้ยงสงค์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจการจำหน่ายชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;และจากการสอบถามเจ้าของร้านทราบว่าช่วงเทศกาลปีใหม่นั้นประชาชนเดินทางกลับมาบ้านและมาท่องเที่ยวจำนวนมาก&nbsp;และมาหาซื้อชุดตรวจชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ในการนำไปตรวจหาเชื้อโควิด&nbsp;-19&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับตนเองและบุคคลในครอบครัวหรือบุคคลรอบข้าง&nbsp;หากพบเชื้อก็จะได้ติดต่อเจ้าหน้าที่นำตัวไปรักษา&nbsp;ชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นประโยชน์ต่อประชาชนเป็นอย่างมาก&nbsp;</p><p><strong>ทางด้านนางสาวสุภากิตติ์&nbsp;เกลี้ยงสงค์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;ได้ให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบปริมาณและราคาของชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;อย่างต่อเนื่อง&nbsp;พบว่าชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;มีเพียงพอต่อความต้องการประชาชน&nbsp;ในขณะที่ราคาจำหน่ายก็ขึ้นอยู่กับยี่ห้อของแต่ละบริษัท&nbsp;ที่ตรวจสอบนั้นราคาชุดละ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;ชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;นั้นไม่เป็นสินค้าควบคุม&nbsp;ประชาชนสามารถเลือกได้ว่าจะซื้อในราคาเท่าไหร่หรือยี่ห้อไหนก็ได้&nbsp;ยืนยันว่าชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;มีเพียงพอต่อความต้องการของประชาชนอย่างแน่นอน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	12/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112094843063
403	สถานการณ์โควิด-19 อุบลฯ มีแนวโน้มที่ดีขึ้นเพราะยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่เริ่มลดลง	<p><strong>ศูนย์&nbsp;EOC&nbsp;COVID&nbsp;&nbsp;19&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี</strong>&nbsp;รายงานสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;วันที่&nbsp;12&nbsp;ม.ค.2565&nbsp;พบผู้ติดรายใหม่&nbsp;295&nbsp;ราย&nbsp;ลดลงจากเมื่อวาน(11&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ซึ่งพบผู้ติดเชื้อ&nbsp;325&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;โดยส่วนใหญ่ยังเป็นการติดเชื้อในพื้นที่จังหวัด&nbsp;และจากการสุ่มตรวจสายพันธุ์ผู้ป่วยโควิด&nbsp;จ.อุบลฯ&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;25&nbsp;ธ.ค.64&nbsp;&nbsp;10&nbsp;ม.ค.65&nbsp;พบสายพันธุ์โอไมครอน&nbsp;27&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>ส่วนการฉีดวัคซีนโควิด&nbsp;เข็มที่&nbsp;1</strong>&nbsp;ประมาณ&nbsp;1&nbsp;ล้าน&nbsp;1&nbsp;แสน&nbsp;3&nbsp;หมื่นเข็ม&nbsp;ฉีดเข็มที่&nbsp;2&nbsp;ประมาณ&nbsp;9&nbsp;แสน&nbsp;9&nbsp;หมื่นเข็ม&nbsp;ฉีดเข็มที่&nbsp;3&nbsp;ประมาณ&nbsp;1&nbsp;แสน&nbsp;2&nbsp;หมื่นเข็ม&nbsp;ฉีดเข็มที่&nbsp;4&nbsp;ประมาณ&nbsp;&nbsp;1&nbsp;หมื่น&nbsp;1&nbsp;พันเข็ม&nbsp;รวมทั้งหมดประมาณ&nbsp;2&nbsp;ล้าน&nbsp;2&nbsp;แสน&nbsp;5&nbsp;หมื่นเข็ม&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติ</strong>ตัวเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเข้มงวด&nbsp;เช่น&nbsp;งดเดินทางข้ามจังหวัดหรือไปต่างประเทศ&nbsp;งดกิจกรรมรวมกลุ่ม&nbsp;งดการตั้งวงรับประทานอาหารและเครื่องดื่มร่วมกัน&nbsp;งดเข้าไปในสถานที่แออัด&nbsp;เน้นการทำงานที่บ้าน&nbsp;ซื้ออาหารไปรับประทานที่บ้าน&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ด้วยตนเองทุก&nbsp;5-7&nbsp;วัน&nbsp;หากมีผลเป็นบวก&nbsp;รับเข้ารับการรักษาทันที&nbsp;รวมทั้งเข้ารับการฉีดวัคซีน&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ&nbsp;และผู้ที่มีโรคประจำตัว&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	12/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สวท.อุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112093841052
404	พาณิชย์จังหวัดตรัง ลงพื้นที่ตรวจการจำหน่ายชุดตรวจ ATK ตามร้านจำหน่าย พบว่ามีเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน	<p><strong>ที่ร้านไทยสวัสดิ์เภสัช&nbsp;2&nbsp;ตำบลทับเที่ยง&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;จังหวัดตรัง</strong>&nbsp;นางสาวสุภากิตติ์&nbsp;เกลี้ยงสงค์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจการจำหน่ายชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;และจากการสอบถามเจ้าของร้านทราบว่าช่วงเทศกาลปีใหม่นั้นประชาชนเดินทางกลับมาบ้านและมาท่องเที่ยวจำนวนมาก&nbsp;และมาหาซื้อชุดตรวจชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ในการนำไปตรวจหาเชื้อโควิด&nbsp;-19&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับตนเองและบุคคลในครอบครัวหรือบุคคลรอบข้าง&nbsp;หากพบเชื้อก็จะได้ติดต่อเจ้าหน้าที่นำตัวไปรักษา&nbsp;ชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นประโยชน์ต่อประชาชนเป็นอย่างมาก</p><p><strong>ทางด้านนางสาวสุภากิตติ์&nbsp;เกลี้ยงสงค์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;ได้ให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบปริมาณและราคาของชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;อย่างต่อเนื่อง&nbsp;พบว่าชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;มีเพียงพอต่อความต้องการประชาชน&nbsp;ในขณะที่ราคาจำหน่ายก็ขึ้นอยู่กับยี่ห้อของแต่ละบริษัท&nbsp;ที่ตรวจสอบนั้นราคาชุดละ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;ชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;นั้นไม่เป็นสินค้าควบคุม&nbsp;ประชาชนสามารถเลือกได้ว่าจะซื้อในราคาเท่าไหร่หรือยี่ห้อไหนก็ได้&nbsp;ยืนยันว่าชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;มีเพียงพอต่อความต้องการของประชาชนอย่างแน่นอน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	12/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112094947064
405	นายกรัฐมนตรี พอใจภาพรวมฉีดวัคซีนโควิดนักเรียน ร้อยละ 83.85  เตรียมแผนฉีดวัคซีนเด็กเล็ก พร้อมกำชับติดตามเวชภัณท์ที่เกี่ยวข้องการป้องกัน ควบคุมการแพร่ระบาดโควิดไม่ให้ขาดแคลน  	<p><strong>พลเอกประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;พอใจภาพรวมของนักเรียนช่วงอายุ&nbsp;12&nbsp;ปีขึ้นไปที่ได้รับวัคซีนโควิด-19&nbsp;ทั่วประเทศ&nbsp;</strong>ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการรายงาน&nbsp;(ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;11&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;พบจำนวนนักเรียนผู้ประสงค์ฉีด&nbsp;4,317,337&nbsp;คน&nbsp;จากจำนวนนักเรียนทั้งหมด&nbsp;5,148,710&nbsp;คน&nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&nbsp;83.85&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้กระทรวงศึกษาธิการยังเตรียมแผนการจัดสรรวัคซีนสำหรับเด็กอายุ&nbsp;5-11&nbsp;ปี</strong>&nbsp;ขณะนี้กำลังสำรวจตัวเลขตลอดจนสำรวจความยินยอมผู้ปกครองโดยในระบบของกระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;และกระทรวงอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;มีนักเรียนที่อยู่ในระบบราว&nbsp;5.2&nbsp;ล้านคน&nbsp;ซึ่งนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้มีการสร้างความเข้าใจกับผู้ปกครองให้มากที่สุด&nbsp;ทั้งนี้กระทรวงศึกษาธิการคาดว่าจะเปิดลงทะเบียนประสงค์รับวัคซีนช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมกราคม&nbsp;ส่วนรูปแบบในการฉีดจะใช้แนวทางเดิมที่ฉีดให้กับเด็กอายุ&nbsp;12-18&nbsp;ปี</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ภาพรวมการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ให้แก่เด็กนักเรียนในประเทศ&nbsp;มีความคืบหน้าในทุกภูมิภาค&nbsp;</strong>รัฐบาลก็จะเร่งดำเนินการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;แก่เด็กนักเรียนให้ครอบคลุมและทั่วถึงที่สุด&nbsp;ทั้งนี้เพื่อรองรับการระบาดของสายพันธุ์โอมิครอนและเพื่อให้กลุ่มนักเรียนที่ได้รับวัคซีนครบโดสแล้วสามารถกลับเข้ามาเรียนที่โรงเรียนได้โดยเร็วที่สุด</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;ยังขอให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ช่วยติดตามและดูแล&nbsp;อย่าให้เวชภัณท์ที่เกี่ยวข้องกับการป้องกัน&nbsp;ควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;ภายในประเทศขาดแคลน</strong>&nbsp;ซึ่งล่าสุด&nbsp;องค์การเภสัชกรรมเปิดจำหน่าย&nbsp;ATK&nbsp;ให้ประชาชนในราคา&nbsp;35&nbsp;บาทต่อชุด&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ล้านชุด&nbsp;โดยเริ่มจำหน่ายวันที่&nbsp;14&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ประชาชนสามารถซื้อผ่านร้านขายยาขององค์การเภสัชกรรมทั้ง&nbsp;8&nbsp;สาขา&nbsp;รวมทั้งองค์การเภสัชกรรม&nbsp;จะจำหน่ายทางออนไลน์&nbsp;เริ่มที่&nbsp;17&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป</p>	12/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112124109134
406	ศูนย์ Community Isolation (CI) อบต.ท่าอิฐ เตรียมความพร้อม รองรับผู้ป่วยติดเชื้อไวรัส COVID -19 ตามนโยบายผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี	"<p><strong>นายทศพล&nbsp;เผื่อนอุดม&nbsp;ปลัดจังหวัดนนทบุรี&nbsp;พร้อมด้วย</strong>&nbsp;นายสมยศ&nbsp;วิชากร&nbsp;นายอำเภอปากเกร็ด&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมศูนย์&nbsp;Community&nbsp;Isolation&nbsp;(CI)&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลท่าอิฐ&nbsp;โดยมีนายปรีดา&nbsp;เชื้อผู้ดี&nbsp;(ที่ปรึกษาจุฬาราชมนตรี/นายก&nbsp;อบต.ท่าอิฐ)&nbsp;,&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;อบต.ท่าอิฐ&nbsp;คอยให้การต้อนรับ&nbsp;ซึ่งการเปิดศูนย์&nbsp;CI&nbsp;อบต.ท่าอิฐ&nbsp;ได้รับการอนุมัติเป็นพิเศษจากท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี&nbsp;เป็นที่แรกภายในจังหวัดนนทบุรี&nbsp;เพื่อรองรับผู้ป่วยติดเชื้อไวรัส&nbsp;COVID-19&nbsp;ในพื้นที่ตำบลท่าอิฐ&nbsp;ในกรณีที่เตียงจากโรงพยาบาลหรือโรงพยาบาลสนามไม่เพียงพอ&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์&nbsp;Community&nbsp;Isolation&nbsp;(CI)&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลท่าอิฐ&nbsp;อำเภอปากเกร็ด&nbsp;จังหวัดนนทบุรี&nbsp;สำหรับสรุปย่อ&nbsp;ผู้ป่วยยืนยันโควิด-19&nbsp;จ.นนทบุรี&nbsp;หลัง&nbsp;Count&nbsp;Down&nbsp;ปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;วันที่&nbsp;11&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมด&nbsp;197&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง&nbsp;88&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;109&nbsp;ราย&nbsp;ต่างชาติ&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;(พม่า&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และฟิลิปปินส์&nbsp;1&nbsp;ราย)&nbsp;ภูมิลำเนา&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;83&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอปากเกร็ด&nbsp;49&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอบางบัวทอง&nbsp;25&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอบางกรวย&nbsp;18&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอบางใหญ่&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;และอำเภอไทรน้อย&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;มีอาการ&nbsp;156&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;79.18%&nbsp;ไม่มีอาการ&nbsp;41&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;20.92%</p><p><strong>ในส่วนข้อมูลปนะชาชน&nbsp;ต้องการเข้าการดูแลที่บ้าน&nbsp;(Home&nbsp;Isolation)</strong>&nbsp;จังหวัดนนทบุรี&nbsp;มีดังนี้https://www.facebook.com/944802815716443/posts/1737011546495562</p><p>&nbsp;ศูนย์บริหารจัดการการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19&nbsp;(One&nbsp;Stop&nbsp;Service)&nbsp;ทั้ง&nbsp;6&nbsp;อำเภอ&nbsp;ประกอบด้วยจุดตรวจหาเชื้อ&nbsp;(ATK/RT-PCR)&nbsp;สถานที่สังเกตอาการ&nbsp;จุดคัดกรอง&nbsp;(X-Ray&nbsp;ปอด)&nbsp;มีสถานที่ให้การรักษาพยาบาล&nbsp;(โรงพยาบาลสนาม/ศูนย์พักคอย)&nbsp;ศูนย์ส่งต่อกรณีผู้ป่วยไม่สามารถเดินทางเองได้&nbsp;และศูนย์ติดต่อประสานงาน&nbsp;(วันที่&nbsp;26&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564)&nbsp;https://www.facebook.com/102988938006022/posts/433809321590647/</p><p>&nbsp;</p><p>***โรงพยาบาลรัฐที่รับตรวจโควิค-19&nbsp;ในจังหวัดนนทบุรี&nbsp;//&nbsp;Update&nbsp;6&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</p><p>https://www.facebook.com/944802815716443/posts/1861682454028470/</p><p>&nbsp;""ผู้ที่มีความเสี่ยง/สัมผัสใกล้ชิด&nbsp;ให้ประเมินความเสี่ยงโควิด19&nbsp;ได้ที่&nbsp;</p><p>https://agnosteam96.wixsite.com/nonselfcheck""&nbsp;</p><p>(ถ้ามีความเสี่ยงสูงและอาการเร่งด่วนจะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อไป&nbsp;ภายใน&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง)</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	12/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	นนทบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนนทบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112104700086
407	จังหวัดตรัง ประชุมหารือข้อราชการประจำสัปดาห์ Morning Brief ติดตามสถานการณ์การการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รวมถึงมาตรการควบคุมราคาเนื้อหมู บรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชน	<p><strong>วันนี้&nbsp;(12&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ที่เรือนสโมสร&nbsp;จวนผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;เป็นประธานกิจกรรมสภากาแฟยามเช้า&nbsp;(Morning&nbsp;Brief)&nbsp;หารือการปฏิบัติราชการประจำสัปดาห์&nbsp;โดยมี&nbsp;นายไพบูลย์&nbsp;โอมาก&nbsp;นายภูวนัฐ&nbsp;สมใจ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;ปลัดจังหวัดตรัง&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมประชุมเพื่อติดตามผลการดำเนินงานจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;รวมถึงติดตามความก้าวหน้าในการกำกับ&nbsp;ติดตาม&nbsp;มาตรการควบคุมราคาสินค้าแพง&nbsp;อาทิ&nbsp;เนื้อหมู&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดตรัง</p><p><strong>โดยในที่ประชุมได้ชี้แจงสรุปสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19</strong>&nbsp;สรุปผลการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ของจังหวัดตรัง&nbsp;มาตรการเฝ้าระวังสำหรับผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงในการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&nbsp;ในหน่วยงานราชการ&nbsp;การลงทะเบียนตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ของประชาชนชาวตรัง&nbsp;ประเด็นการร้องเรียนเรื่องการตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;โดยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;การบูรณาการร่วมกันในการใช้ประโยชน์แพลตฟอร์ม&nbsp;Jitasa.care&nbsp;เพื่อสนับสนุนการบริหารสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดตรัง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	12/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112105808098
408	จังหวัดสระแก้วให้บริการฉีดวัคซีน ตรวจ ATK เพื่อค้นหาเชื้อโควิด-19 ให้แก่ประชาชน ข้าราชการ และกลุ่มเสี่ยง ลดผู้ป่วยรุนแรง ลดการเสียชีวิต	<p><strong>วันนี้&nbsp;(12&nbsp;ม.ค.64)&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมปางสีดา&nbsp;ศูนย์ราชการจังหวัดสระแก้ว</strong>&nbsp;นายธีระชัย&nbsp;ลิ้มประสิทธิศักดิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว&nbsp;นายวัลลภ&nbsp;ประวัติวงศ์&nbsp;ปลัดจังหวัดสระแก้ว&nbsp;ตรวจเยี่ยมการฉีดวัคซีนให้กับข้าราชการและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ภายในศูนย์ราชการจังหวัดสระแก้ว&nbsp;เพื่อเป็นการยกระดับมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;พร้อมทั้งสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้มาติดต่อราชการ&nbsp;โดยการให้บริการในวันนี้ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสระแก้ว&nbsp;โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว&nbsp;ได้ตั้งหน่วยบริการฉีดวัคซีน&nbsp;AstraZeneca&nbsp;หรือ&nbsp;Pfizer&nbsp;เข็มกระตุ้น&nbsp;สำหรับผู้มี่เคยฉีดเข็มที่&nbsp;2&nbsp;หรือเข็มที่&nbsp;3&nbsp;มาแล้วมากกว่า&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;โดยเวลา&nbsp;08.30&nbsp;-&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;ฉีดวัคซีนให้แก่กลุ่มองค์กร&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;บุคลากรผู้ปฏิบัติงานด่านหน้าของ&nbsp;จังหวัดสระแก้ว&nbsp;และหลังจากนั้นเป็นการให้บริการฉีดวัคซีนผู้ที่เคยติดเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;มาแล้วมากกว่า&nbsp;1&nbsp;เดือน&nbsp;และประชาชนทั่วไป&nbsp;พร้อมทั้งในวันที่&nbsp;13-14&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ยังมีการให้บริการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เพื่อค้นหาเชื้อโควิด-19&nbsp;ให้แก่ประชาชน&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;และกลุ่มเสี่ยงดังกล่าวด้วย</p><p>สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;สายด่วน&nbsp;วัคซีนโควิด&nbsp;รพร.สระแก้ว&nbsp;โทร.&nbsp;092-2567102&nbsp;(ในวันและเวลาราชการ&nbsp;08.30-15.00&nbsp;น.)&nbsp;หรือ&nbsp;Line&nbsp;SCPH&nbsp;Connect&nbsp;Line&nbsp;:&nbsp;@SCPH</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	12/1/2022	ภาคตะวันออก	สระแก้ว	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระแก้ว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112114133110
409	นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี เผยแผนการดูแลสุขภาพและป้องกันโรค รับมือการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน 	<p><strong>นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี</strong>เผยแผนการดูแลสุขภาพและป้องกันโรค&nbsp;รับมือการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอนการรณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;การตรวจคัดกรอง&nbsp;ATK&nbsp;สำหรับประชาชนกลุ่มเสี่ยง&nbsp;การขับเคลื่อนด้านสาธารณสุขเพื่อรองรับนโยบายการเปิดพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;รวมทั้งตอบข้อซักถามสื่อมวลชน&nbsp;หน่วยงานและภาคีเครือข่ายสุขภาพต่างๆ&nbsp;</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(12&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;</strong>ที่ห้องประชุมสุรพงษ์&nbsp;ตันธนศรีกุล&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;นายชาติชาย&nbsp;กิติยานันท์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;เป็นประธานในการอบรมพัฒนาศักยภาพเครือข่ายการสื่อสารสุขภาพจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;โดยมีสื่อมวลชน&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;เข้าร่วมฯ&nbsp;กระทรวงสาธารณสุขให้ความสำคัญกับการสนับสนุนละพัฒนาภาคีเครือข่ายประชาสัมพันธ์&nbsp;มุ่งหวังให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพที่ถูกต้อง&nbsp;และมีความรอบรู้ด้านสุขภาพ&nbsp;เพื่อการมีสุขภาพที่ดี&nbsp;จำเป็นต้องใช้การสื่อสารประชาสัมพันธ์ในการสร้างการรับรู้&nbsp;ความเข้าใจที่ถูกต้องกับประชาชน&nbsp;สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญในการสื่อสาร&nbsp;สร้างการรับรู้&nbsp;ความเข้าใจที่ถูกต้องกับประชาชนให้ครอบคลุมทั่วถึง&nbsp;โดยใช้การสื่อสารประชาสัมพันธ์เป็นเครื่องมือ&nbsp;และเพื่อเพิ่มพูนทักษะ&nbsp;สร้างความรู้ความเข้าใจและความร่วมมือ&nbsp;เพื่อให้ประชาชนตระหนักและใส่ใจการดูแลสุขภาพ&nbsp;และสร้างความร่วมมืออันดีระหว่างผู้ให้บริการและผู้รับบริการ&nbsp;ประชาชน&nbsp;และชุมชน&nbsp;สื่อสารประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าใจ&nbsp;เพื่อความร่วมมือ&nbsp;ร่วมใจ&nbsp;ก้าวผ่านสถานการณ์นี้ไปด้วยกัน&nbsp;กระทรวงสาธารณสุขได้จัดทำแผนรับมือการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอไมครอน&nbsp;เพื่อชะลอการระบาด&nbsp;บรรเทาผลกระทบให้มากที่สุด&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;ซึ่งเป็น&nbsp;Blue&nbsp;Zone&nbsp;พื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยวยิ่งทำให้ต้องดำเนินการอย่างเข้มข้น&nbsp;มีการจัดทำแผนเผชิญเหตุรองรับสถานการณ์โรคติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ทุกสัปดาห์&nbsp;และติดตามผลการดำเนินงานตามแผนเร่งฉีดวัคซีนเพิ่มความครอบคลุมในทุกพื้นที่&nbsp;13&nbsp;อำเภอทุกวัน&nbsp;ดำเนินการควบคุมป้องกันสถานการณ์การแพร่ระบาดให้มีอัตราการติดเชื้อที่สามารถควบคุมได้&nbsp;และลดอัตราการป่วย/เสียชีวิตให้ต่ำกว่าร้อยละ&nbsp;0.5&nbsp;เพิ่มความครอบคลุมการได้รับวัคซีนเพื่อให้ประชาชนมีภูมิคุ้มกันโรคมากที่สุด&nbsp;อย่างน้อยให้ประชาชนได้รับวัคซีน&nbsp;2&nbsp;เข็มมากกว่าร้อยละ&nbsp;80&nbsp;สื่อสารประชาสัมพันธ์มาตรการป้องกันเพื่อให้ประชาชนดูแลสุขภาพตนเองได้อย่างถูกต้อง&nbsp;หากพบผู้ที่มีความเสี่ยงหรือผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ให้ใช้มาตรการ&nbsp;HI&nbsp;และ&nbsp;CI&nbsp;&nbsp;(Home&nbsp;Isolation-Community&nbsp;Isolation)&nbsp;ในผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;กลุ่มสีเขียวที่ไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อย&nbsp;ช่วยลดการใช้เตียงในโรงพยาบาล&nbsp;ช่วยผู้ติดเชื้อกลุ่มสีเหลือง&nbsp;สีแดงได้รับการดูแลเต็มที่&nbsp;(ผู้ป่วยสีเหลืองและสีแดงคือมีอาการปานกลางหรืออาการรุนแรง&nbsp;ต้องรับไว้ในโรงพยาบาลและต้องการใช้เครื่องมือแพทย์&nbsp;ซึ่งส่วนมากอยู่ในกลุ่มผู้สูงอายุ&nbsp;ผู้มีโรคเรื้อรัง&nbsp;รวมถึงคนอ้วน&nbsp;โดยบริหารจัดการระบบการดูแลรักษาผู้ป่วย&nbsp;และบริหารจัดการเตียงเพื่อให้เพียงพอและมีประสิทธิภาพสูงสุด&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;ได้จัดตั้งศูนย์ประสานงาน&nbsp;Call&nbsp;Center&nbsp;Home&nbsp;Isolationระดับจังหวัด&nbsp;หมายเลขโทรศัพท์&nbsp;06-1405-3658&nbsp;และศูนย์&nbsp;Call&nbsp;Center&nbsp;ในทุกโรงพยาบาลครอบคลุม&nbsp;13&nbsp;อำเภอ&nbsp;ให้ประชาชนสามารถโทรศัพท์เข้ามาสอบถาม&nbsp;หรือประชาชนสามารถติดต่อสอบถามทางสายด่วน&nbsp;1330&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	12/1/2022	ภาคตะวันตก	กาญจนบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112120434122
410	จังหวัดกาญจนบุรีประชุมติดตามสถานการณ์การป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19	<p><strong>จังหวัดกาญจนบุรีประชุมติดตามสถานการณ์การป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19</strong>&nbsp;เน้นการเชิญชวนให้ประชาชนเข้ารับวัคซีน&nbsp;ทั้งเข็มที่&nbsp;1&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;และเข็มกระตุ้น&nbsp;เพื่อลดอัตราการเจ็บป่วย&nbsp;การเสียชีวิตและสร้างภูมิคุ้มกันหมู่</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(12&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>ที่ห้องประชุมแควใหญ่&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;นายรณภพ&nbsp;เวียงสิมมา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมประชุมฯ&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ของจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;ยังคงมีผู้ติดเชื้อและเข้ารับการรักษา&nbsp;พร้อมทั้งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ยังคงปรับให้จังหวัดกาญจนบุรีเป็นพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยว&nbsp;โดยมีมาตรการให้ร้านอาหารและจำหน่ายเครื่องดื่ม&nbsp;สามารถจำหน่ายได้ตามเวลาปกติ&nbsp;สามาถดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ไม่เกินเวลา&nbsp;21.00&nbsp;น.&nbsp;และสถานประกอบการทั้งสถานบริการ&nbsp;สถานบันเทิง&nbsp;ผับ&nbsp;บาร์&nbsp;คารโอเกะ&nbsp;ยังคงปิดให้บริการหากจะปรับรูปแบบเป็นร้านจำหน่ายอาหาร&nbsp;เครื่องดื่ม&nbsp;จะต้องได้รับการตรวจประเมินความพร้อม&nbsp;มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;และได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ในส่วนของการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนได้เปิดให้บริการทั้งโรงพยาบาลของรัฐ</strong>&nbsp;และได้ร่วมกับห้างสรรพสินค้า&nbsp;ศูนย์การค้า&nbsp;ตั้งจุด&nbsp;walk&nbsp;in&nbsp;ฉีดวัคซีนให้กับประชาชน&nbsp;ทั้งเข็มที่&nbsp;1&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;และเข็มกระตุ้น&nbsp;เพื่อให้ได้เข้าถึงประชาชนทุกกลุ่มให้ได้รับวัคซีน&nbsp;ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ&nbsp;ลดอัตราการเจ็บป่วยและเสียชีวิต&nbsp;พร้อมทั้งให้บริการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;จากสถานบริการของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;เพื่อตรวจค้นหาผู้มีความเสี่ยง&nbsp;ผู้ติดเชื้อ&nbsp;เพื่อให้ได้เข้ารับการรักษาโดยเร็ว&nbsp;ในส่วนของสถานประกอบการสถานบันเทิง&nbsp;ผับ&nbsp;บาร์&nbsp;คาราโอเกะ&nbsp;ได้มีการขอรับการตรวจประเมินความพร้อม&nbsp;มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;และขออนุญาตจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;ในการปรับรูปแบบเป็นร้านจำหน่ายอาหาร&nbsp;เครื่องดื่มอีกด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	12/1/2022	ภาคตะวันตก	กาญจนบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112115724121
411	ศูนย์อนามัยที่ 10 อุบลราชธานี เตรียมความพร้อม สถานศึกษา รับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 (โอมิครอน) ในเขตสุขภาพที่ 10  พื้นที่ 5 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	<p><strong>นพ.ปกรณ์&nbsp;ตุงคะเสรีรักษ์&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่&nbsp;10</strong>&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;เป็นประธานในการประชุมเตรียมความพร้อม&nbsp;เปิดเรียนมั่นใจ&nbsp;ปลอดภัยไร้โควิด&nbsp;19&nbsp;เขตสุขภาพที่&nbsp;10&nbsp;&nbsp;ผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์&nbsp;ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด&nbsp;เครือข่ายภาคการศึกษา&nbsp;สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา&nbsp;สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา&nbsp;ศึกษาธิการจังหวัด&nbsp;และสังกัดองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ทั้ง&nbsp;5&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;ศรีสะเกษ&nbsp;ยโสธร&nbsp;อำนาจเจริญ&nbsp;และมุกดาหาร&nbsp;จำนวน&nbsp;150&nbsp;แห่ง&nbsp;เพื่อชี้แจงแนวทางปฏิบัติและแลกเปลี่ยนเรียนรู้&nbsp;การเตรียมความพร้อม&nbsp;รับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;ในสถานศึกษา&nbsp;</p><p><strong>สำหรับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด</strong>ในสถานศึกษาที่จะต้องดำเนินการตามมาตรการ&nbsp;COVID&nbsp;FREE&nbsp;SETTING&nbsp;เน้นย้ำ&nbsp;ความเข้มข้น&nbsp;ของการปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;Sandbox&nbsp;Safety&nbsp;Zone&nbsp;in&nbsp;School&nbsp;และการติดตามประเมิน&nbsp;การปฏิบัติตามมาตรการอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุในพื้นที่&nbsp;และยังได้ชี้แจงแนวทางการขอรับการสนับสนุนชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;และการบริหารจัดการในพื้นที่&nbsp;เพื่อสนับสนุนชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ให้กับสถานศึกษาในเขตสุขภาพที่&nbsp;10&nbsp;เพื่อให้สถานศึกษาสามารถที่จะดำเนินการตามมาตรการเข้ม&nbsp;และกลับมาเปิดเรียน&nbsp;On&nbsp;site&nbsp;กลับเข้าสู่ระบบการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพอีกครั้ง&nbsp;ได้อย่างปลอดภัย&nbsp;และสามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติในวิถีใหม่แบบ&nbsp;New&nbsp;Normal</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	12/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สวท.อุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112142545203
412	ศูนย์อนามัยที่ 10 อุบลราชธานี เตรียมความพร้อม สถานศึกษา รับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 (โอมิครอน) ในเขตสุขภาพที่ 10 พื้นที่ 5 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	<p><strong>นพ.ปกรณ์&nbsp;ตุงคะเสรีรักษ์&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่&nbsp;10</strong>&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;เป็นประธานในการประชุมเตรียมความพร้อม&nbsp;เปิดเรียนมั่นใจ&nbsp;ปลอดภัยไร้โควิด&nbsp;19&nbsp;เขตสุขภาพที่&nbsp;10&nbsp;&nbsp;ผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์&nbsp;ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด&nbsp;เครือข่ายภาคการศึกษา&nbsp;สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา&nbsp;สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา&nbsp;ศึกษาธิการจังหวัด&nbsp;และสังกัดองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ทั้ง&nbsp;5&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;ศรีสะเกษ&nbsp;ยโสธร&nbsp;อำนาจเจริญ&nbsp;และมุกดาหาร&nbsp;จำนวน&nbsp;150&nbsp;แห่ง&nbsp;เพื่อชี้แจงแนวทางปฏิบัติและแลกเปลี่ยนเรียนรู้&nbsp;การเตรียมความพร้อม&nbsp;รับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;ในสถานศึกษา</p><p><strong>สำหรับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด</strong>ในสถานศึกษาที่จะต้องดำเนินการตามมาตรการ&nbsp;COVID&nbsp;FREE&nbsp;SETTING&nbsp;เน้นย้ำ&nbsp;ความเข้มข้น&nbsp;ของการปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;Sandbox&nbsp;Safety&nbsp;Zone&nbsp;in&nbsp;School&nbsp;และการติดตามประเมิน&nbsp;การปฏิบัติตามมาตรการอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุในพื้นที่&nbsp;และยังได้ชี้แจงแนวทางการขอรับการสนับสนุนชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;และการบริหารจัดการในพื้นที่&nbsp;เพื่อสนับสนุนชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ให้กับสถานศึกษาในเขตสุขภาพที่&nbsp;10&nbsp;เพื่อให้สถานศึกษาสามารถที่จะดำเนินการตามมาตรการเข้ม&nbsp;และกลับมาเปิดเรียน&nbsp;On&nbsp;site&nbsp;&nbsp;กลับเข้าสู่ระบบการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพอีกครั้ง&nbsp;ได้อย่างปลอดภัย&nbsp;และสามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติในวิถีใหม่แบบ&nbsp;New&nbsp;Normal</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	12/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.อุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112142214197
413	ติดเชื้อรายใหม่ ยะลา วันนี้ คงตัวเลขหลักเดียวที่ 9 ราย เสียชีวิต 1 ราย	<p><strong>สถานการณ์โควิดในพื้นที่&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ระลอกเดือนมกราคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;(ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;ม.ค&nbsp;65)&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;12&nbsp;ม.ค&nbsp;65&nbsp;พบผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;ยังคงมีตัวเลขหลักเดียวอยู่ที่&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;เพิ่มจากเมื่อวานนี้&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;ที่มีผู้ติดเชื้อ&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ป่วยสะสม&nbsp;183&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;205&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;39&nbsp;ราย&nbsp;มีผู้เสียชีวิตรายใหม่&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ใน&nbsp;อ.รามัน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;สะสมรวม&nbsp;6&nbsp;ราย</p><p><strong>ผู้ป่วยรายใหม่&nbsp;&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;พบใน&nbsp;4&nbsp;อำเภอ&nbsp;คือ&nbsp;</strong>อ.เมืองยะลา&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;อ.รามัน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และ&nbsp;อ.เบตง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ส่วนอีก&nbsp;4&nbsp;&nbsp;อำเภอ&nbsp;คือ&nbsp;อ.กาบัง&nbsp;อ.กรงปินัง&nbsp;อ.ยะหา&nbsp;และ&nbsp;&nbsp;อ.ธารโต&nbsp;&nbsp;วันนี้ไม่มีรายใหม่เพิ่ม&nbsp;ขณะที่ผู้ป่วยที่เข้าข่ายติดเชื้อ&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;รายใหม่&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;สะสม&nbsp;67&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	12/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112133006138
414	จังหวัดเชียงใหม่ เน้นย้ำผู้ประกอบการปฏิบัติตามมาตรการ COVID Free Setting อย่างเคร่งครัด หลังพบผู้ติดเชื้อจากร้านจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มจำนวนมาก	<p><strong>สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่&nbsp;1&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;</strong>เน้นย้ำผู้ประกอบการ&nbsp;ปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ขณะเดียวกันขอให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล&nbsp;หรือ&nbsp;UP&nbsp;(Universal&nbsp;Prevention)&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกัน&nbsp;</p><p><strong>แพทย์หญิง&nbsp;เสาวนีย์&nbsp;วิบุลสันติ&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่&nbsp;1&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;หรือ&nbsp;COVID-19&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ซึ่งพบผู้ติดเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;เป็นจำนวนมาก&nbsp;จากร้านจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม&nbsp;ขอเน้นย้ำให้ผู้ประกอบการ&nbsp;โดยเฉพาะร้านอาหารและเครื่องดื่ม&nbsp;ปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อป้องกันการเกิดคลัสเตอร์ใหม่&nbsp;ส่วนสถานประกอบการควรจัดให้&nbsp;Work&nbsp;From&nbsp;Home&nbsp;และตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นประจำทุกสัปดาห์&nbsp;สำหรับโรงงานหากพบผู้ติดเชื้อให้ทำ&nbsp;Bubble&nbsp;&amp;&nbsp;Seal&nbsp;แยกผู้ติดเชื้อออก&nbsp;แต่ไม่ต้องหยุดทำงาน&nbsp;เพราะการปิดสถานประกอบการจะทำให้คนเคลื่อนย้าย&nbsp;อาจแพร่กระจายเชื้อออกไปได้&nbsp;รวมทั้งขอความร่วมมือประชาชนและผู้ประกอบการเข้ารับวัคซีน&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอเน้นย้ำให้ผู้ที่มีอาการต้องสงสัยว่าติดเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ให้รีบตรวจ&nbsp;Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit&nbsp;(ATK)&nbsp;เพราะปัจจัยเสี่ยงการติดเชื้อยังคงมาจากการสัมผัสกันภายในครอบครัว&nbsp;ชุมชน&nbsp;หรือการรับประทานอาหารร่วมกัน&nbsp;ทั้งในบ้านและที่ทำงาน&nbsp;ซึ่งผู้ติดเชื้ออาจได้รับเชื้อมาจากสถานที่ระบาดและแพร่กระจายเชื้อสู่คนใกล้ตัว&nbsp;จึงต้องระมัดระวังและปฏิบัติตามมาตรการดูแลตนเองขั้นสูงสุด&nbsp;สวมหน้ากากอนามัย&nbsp;ล้างมือบ่อยๆ&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;และไม่ไปสถานที่เสี่ยง&nbsp;ที่สำคัญขอให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล&nbsp;หรือ&nbsp;UP&nbsp;(Universal&nbsp;Prevention)&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;จะเป็นการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกัน&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	12/1/2022	ภาคเหนือ	เชียงใหม่	สวท.เชียงใหม่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112135134155
415	ศบค. รายงานผู้ติดเชื้อวันนี้ 7,681 ราย เสียชีวิต 19 คน จำนวนผู้ติดเชื้อเริ่มทรงตัว และมีแนวโน้มลดลง แต่การทำกิจกรรมใด ๆ ให้เน้นการคัดกรองด้วย ATK เป็นหลัก	<p><strong>พญ.สุมณี&nbsp;วัชรสินธุ์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ&nbsp;กรมควบคุมโรค</strong>&nbsp;<strong>รายงานผู้ติดเชื้อระรอกที่&nbsp;4&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;12&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;โดยเป็นผู้ติดรายใหม่วันนี้&nbsp;7,681&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยยืนยันสะสม&nbsp;68,855&nbsp;ราย&nbsp;หายป่วยเพิ่ม&nbsp;3,350&nbsp;ราย&nbsp;รวมหายป่วยสะสม&nbsp;35,641&nbsp;ราย&nbsp;รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล&nbsp;66,286&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ป่วยอาการหนัก&nbsp;480&nbsp;ราย&nbsp;ใส่เครื่องช่วยหายใจ&nbsp;108&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิตเพิ่ม&nbsp;19&nbsp;คน&nbsp;รวมเสียชีวิตสะสม&nbsp;171&nbsp;คน&nbsp;ผู้ติดเชื้อในประเทศ&nbsp;7,392&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;ผู้ป่วยรายใหม่จากระบบเฝ้าระวังและบริการ&nbsp;7,282&nbsp;ราย&nbsp;จากการคัดกรองเชื้อโรคในชุมชน&nbsp;110&nbsp;ราย&nbsp;ในเรือนจำ&nbsp;12&nbsp;ราย&nbsp;ติดเชื้อจากต่างประเทศ&nbsp;277&nbsp;ราย//&nbsp;ส่วนผู้เสียชีวิต&nbsp;19&nbsp;คน&nbsp;เป็นชาย&nbsp;10&nbsp;คน&nbsp;หญิง&nbsp;9&nbsp;คน&nbsp;เป็นคนไทยทั้งหมด&nbsp;อายุระหว่าง&nbsp;19&nbsp;ถึง&nbsp;92&nbsp;ปี&nbsp;ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุมากกว่า&nbsp;60&nbsp;ปี&nbsp;และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง&nbsp;ร้อยละ&nbsp;89&nbsp;โดย&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;จาก&nbsp;19&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนเลย&nbsp;หรือได้รับวัคซีนไม่ครบโด๊ส&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับจำนวนผู้ติดเชื้อในช่วง&nbsp;3&nbsp;วันที่ผ่านมา&nbsp;เริ่มทรงตัว&nbsp;และมีแนวโน้มลดลง</strong>&nbsp;ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้มาตรการต่างๆ&nbsp;ของรัฐบาล&nbsp;เพื่อชะลอและควบคุมการระบาด&nbsp;และการเสียชีวิตในการระบาดระรอกปัจจุบัน&nbsp;มีความรุนแรงของโรคน้อยกว่า&nbsp;ระรอกเดือนเมษายนปีที่แล้ว&nbsp;เนื่องจากความครอบคลุมเพิ่มขึ้นของการฉีดวัคซีน&nbsp;โดยจะเห็นได้จากจำนวนผู้ป่วยปอดอักเสบ&nbsp;ที่ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจที่มีอัตราส่วน&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;ต่อ&nbsp;ผู้ติดเชื้อ&nbsp;1,000&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งเป็นลักษณะคล้ายกับโรคประจำถิ่นแล้ว&nbsp;จะทำให้เราใช้ชีวิตอยู่กับโรคได้&nbsp;แต่โควิด19&nbsp;ไม่เหมือนโรคประจำถิ่นอื่นๆ&nbsp;ที่เราจะต้องใช้ชีวิตวิถีใหม่&nbsp;ต้องใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่ออกจากบ้าน&nbsp;ล้างมือบ่อยๆ&nbsp;เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ&nbsp;ซึ่งจากข้อมูลของผู้เสียชีวิตและการป่วยหนักที่ลดลง&nbsp;รวมทั้งความร่วมมือของทุกฝ่าย&nbsp;หากยังเคร่งครัดมาตรการส่วนบุคคล&nbsp;ก็จะมีความหวังว่าในปีนี้โรคโควิด&nbsp;19&nbsp;จะเปลี่ยนจากโรคระบาดเป็นโรคประจำถิ่น</p><p><strong>ส่วนการตรวจคัดกรองช่วงนี้จะยังคงต้องเน้น&nbsp;ATK&nbsp;เป็นหลัก&nbsp;หากจะไปร่วมกิจกรรมใดๆ&nbsp;ที่มีคนร่วมกิจกรรมจำนวนมาก</strong>&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการสัมมนา&nbsp;ไปโรงเรียน&nbsp;ก็ให้คัดกรองด้วยการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อน&nbsp;เมื่อพบผลการตรวจเป็นบวก&nbsp;จะต้องรีบโทรแจ้งไปที่สายด่วน&nbsp;สปสช.&nbsp;1330&nbsp;เพื่อเข้าสู่ระบบการกักตัวรักษาที่บ้าน&nbsp;home&nbsp;isolation&nbsp;นอกจากนี้จะต้องกระตุ้นให้ผู้ได้รับวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;ไปฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็มที่&nbsp;3&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;และยุทธศาสตร์ปีนี้จะต้องชะลอการระบาดของ&nbsp;Covid-19&nbsp;ให้มากที่สุด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่สถานการณ์ผู้ติดเชื้อทั่วโลก&nbsp;</strong>พบผู้ติดเชื้อสะสมแล้ว&nbsp;314&nbsp;ล้านราย&nbsp;เสียชีวิตสะสม&nbsp;5.52&nbsp;ล้านคน&nbsp;สหรัฐอเมริกามีผู้ติดเชื้อสูงสุด&nbsp;63.3&nbsp;ล้านราย,&nbsp;ตามด้วยอินเดีย&nbsp;36&nbsp;ล้านราย,&nbsp;บราซิล&nbsp;22.6&nbsp;ล้านราย,&nbsp;สหราชอาณาจักร&nbsp;14.7&nbsp;ล้านราย,&nbsp;ฝรั่งเศส&nbsp;12.5&nbsp;ล้านราย&nbsp;ประเทศไทยอยู่ในระดับที่&nbsp;25</p>	12/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112143458221
416	จังหวัดสงขลา เพิ่มมาตรการสกัดโควิด-19 ให้ผู้เดินทางจากต่างจังหวัด สแกน QR Code Songkhla Care ก่อนเข้าพื้นที่	<p><strong>นายแพทย์นายแพทย์ปพน&nbsp;ดีไชยเศรษฐ&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสงขลา</strong>&nbsp;เปิดเผยว่าเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;19&nbsp;พบผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;โดยเฉพาะเป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด&nbsp;จังหวัดสงขลาจึงได้ออกมาตรการสำหรับเดินทางเข้าจังหวัดสงขลา&nbsp;โดยให้มีการลงทะเบียนข้อมูลบุคคลใน&nbsp;QR&nbsp;Code&nbsp;Songkhla&nbsp;Care&nbsp;ก่อนออกจากช่องทางเข้าออก&nbsp;ที่ท่าอากาศยานหาดใหญ่&nbsp;และสถานีขนส่งผู้โดยสารที่มาจากจังหวัดภูเก็ต&nbsp;กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;เพื่อให้สามารถตามตัวบุคคลได้หากเกิดการติดเชื้อหรือการแพร่ระบาดของโควิด&nbsp;19&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ในช่วงเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดสงขลาได้เฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;19</strong>&nbsp;ตามสถานที่เสี่ยง&nbsp;ได้แก่&nbsp;ตลาดนัด&nbsp;ตลาดสด&nbsp;และร้านอาหารที่แปลงสภาพมาจากผับ&nbsp;บาร์&nbsp;คาราโอเกะ&nbsp;ซึ่งถือเป็นจุดเสี่ยงสูงเนื่องจากเป็นสถานที่ปิดและอาจมีการระบายอากาศไม่ดี&nbsp;เมื่อเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่สำรวจสถานประกอบการประเภทนี้ในทุกอำเภอ&nbsp;ทางสาธารณสุขจะเข้าไปแนะนำและดำเนินมาตรการ&nbsp;Covid&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;ต่อไป&nbsp;ร่วมทั้งกลุ่มแรงงานต่างด้าวในโรงงานและสถานประกอบการต่างๆ&nbsp;โดยเฉพาะสถานประกอบการที่รับพนักงานใหม่&nbsp;หรือพนักงานที่ยังได้รับวัคซีนไม่ครบ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;จังหวัดสงขลายังคงใช้มาตรการป้องกันโควิด&nbsp;19</strong>&nbsp;อย่างเข้มข้น&nbsp;ตามแนวทาง&nbsp;Stong&nbsp;VUCAT&nbsp;For&nbsp;Songkhla&nbsp;Strong&nbsp;คือ&nbsp;เร่งรัดการฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;3&nbsp;หรือเข็มกระตุ้น&nbsp;&nbsp;ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนปฏิบัติการมาตรการ&nbsp;DMHTT&nbsp;ดำเนินมาตรการ&nbsp;Covid&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;เร่งรัดการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;2%&nbsp;ของประชากรต่อสัปดาห์&nbsp;และเตรียม&nbsp;Home&nbsp;&nbsp;Isolation&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;&nbsp;Community&nbsp;Isolation&nbsp;ให้พร้อมสำหรับการดูแลรักษาผู้ป่วย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	12/1/2022	ภาคใต้	สงขลา	สวท.สงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112140101164
417	จ.แม่ฮ่องสอน พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ 38 ราย อ.สบเมย ยอดพุ่งสูง 26 ราย ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนและเกษตรกร	<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;(ศปก.จ.มส.)&nbsp;</strong>รายงาน&nbsp;สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในการระบาดระลอกเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;วันที่&nbsp;12&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;(เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.)&nbsp;มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ทั้งสิ้นจำนวน&nbsp;3,638&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเพศชาย&nbsp;1,670&nbsp;ราย&nbsp;และ&nbsp;เพศหญิง&nbsp;1,968&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;48&nbsp;ราย&nbsp;(1.32&nbsp;%)&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;3,412&nbsp;ราย&nbsp;(93.79&nbsp;%)&nbsp;ยังอยู่ระหว่างรักษา&nbsp;178&nbsp;ราย&nbsp;(4.89&nbsp;%)&nbsp;ไม่มีอาการ&nbsp;74&nbsp;ราย&nbsp;มีอาการเล็กน้อยไม่ใช้ออกซิเจน&nbsp;93&nbsp;ราย&nbsp;ใช้ออกซิเจนแรงดันต่ำ&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ใช้ออกซิเจน&nbsp;แรงดันสูง&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;ใส่ท่อและเครื่องช่วยหายใจ&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;รักษาอยู่ที่โรงพยาบาลศรีสังวาลย์&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลปาย&nbsp;14&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลแม่สะเรียง&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลสบเมย&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลแม่ลาน้อย&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลขุนยวม&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลสนาม&nbsp;50&nbsp;ราย&nbsp;และรักษาในศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;74&nbsp;ราย</p><p><strong>สำหรับวันนี้&nbsp;มีผู้ได้รับการตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;1,065&nbsp;ชุด</strong>&nbsp;พบเชื้อ&nbsp;38&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ป่วยในจังหวัด&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;โดยมีรายละเอียด&nbsp;ดังนี้</p><p><strong>รายที่&nbsp;157&nbsp;เพศหญิง&nbsp;</strong>อายุ&nbsp;63&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;อาชีพแม่บ้าน&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัส&nbsp;ใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;(รายที่&nbsp;3369)&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;มีเสมหะ&nbsp;และหายใจเหนื่อยหอบ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลศรีสังวาลย์</p><p><strong>รายที่&nbsp;158-159&nbsp;เพศชาย&nbsp;2&nbsp;ราย</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;38&nbsp;ปี&nbsp;และ&nbsp;42&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ต.ปางหมู&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;และหมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ต.คลองแม่ลาย&nbsp;อ.เมืองกำแพงเพชร&nbsp;จ.กำแพงเพชร&nbsp;อาชีพรับเหมา&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงเดินทางไปพื้นที่ที่มีโรคระบาด&nbsp;อำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;และเจ็บคอ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษา&nbsp;โรงพยาบาลสนาม</p><p><strong>รายที่&nbsp;160-163&nbsp;รวม&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง&nbsp;2&nbsp;ราย</strong>&nbsp;ช่วงอายุระหว่าง&nbsp;11&nbsp;-&nbsp;53&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ต.ปางหมู&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นนักเรียนและอาชีพรับเหมาก่อสร้าง&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;(รายที่&nbsp;3531)&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;และมีน้ำมูก&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการ&nbsp;รักษาโรงพยาบาลสนาม</p><p><strong>รายที่&nbsp;164-165&nbsp;เพศหญิง&nbsp;2&nbsp;ราย</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;และ&nbsp;53&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ต.แม่อูคอ&nbsp;อ.ขุนยวม&nbsp;เป็นเด็กในปกครองและอาชีพรับราชการ&nbsp;หน่วยงานแห่งหนึ่งใน&nbsp;อำเภอขุนยวม&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงเดินทางไปพื้นที่ที่มีโรคระบาด&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;และมีน้ำมูก&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษา&nbsp;โรงพยาบาลขุนยวม</p><p><strong>รายที่&nbsp;166&nbsp;เพศหญิง</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;68&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;13&nbsp;ต.แม่ยวม&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;เป็นผู้สูงอายุ&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัส&nbsp;ใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยันในครอบครัว&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;บ้านจอมกิตติ&nbsp;มีอาการเวียนศีรษะ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;อ.แม่สะเรียง</p><p><strong>รายที่&nbsp;167-168&nbsp;เพศชาย</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;11&nbsp;ปี&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;60&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ต.บ้านกาศ&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;เป็นนักเรียนและผู้สูงอายุ&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยันในครอบครัว&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;บ้านแม่หาร&nbsp;มีอาการเวียนศีรษะ&nbsp;มีน้ำมูก&nbsp;และมีเสมหะสีเขียว&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการ&nbsp;รักษาโรงพยาบาลแม่สะเรียง&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;(ศปก.จ.มส.)</p><p><strong>รายที่&nbsp;169&nbsp;เพศชาย</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;26&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;12&nbsp;ต.สบเมย&nbsp;อ.สบเมย&nbsp;เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐแห่งหนึ่งใน&nbsp;อำเภอ&nbsp;สบเมย&nbsp;ส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;อ.สบเมย</p><p><strong>รายที่&nbsp;170&nbsp;-&nbsp;181&nbsp;รวม&nbsp;12&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง&nbsp;7&nbsp;ราย</strong>&nbsp;ช่วงอายุระหว่าง&nbsp;11-25&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ต.แม่สามแลบ&nbsp;อ.สบเมย&nbsp;เป็นนักเรียน&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;(รายที่&nbsp;172)&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับคลัสเตอร์โตแฮ&nbsp;ส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;อ.สบเมย</p><p><strong>รายที่&nbsp;182-183&nbsp;เพศหญิง&nbsp;2&nbsp;ราย</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;14&nbsp;ปี&nbsp;และ&nbsp;30&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;และหมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ต.แม่สวด&nbsp;อ.สบเมย&nbsp;เป็นนักเรียนและอาชีพรับราชการ&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงอยู่ในพื้นที่ที่มีโรคระบาด&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;สบโขง&nbsp;ส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;อ.สบเมย</p><p><strong>รายที่&nbsp;184-188&nbsp;รวม&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;4&nbsp;ราย</strong>&nbsp;ช่วงอายุระหว่าง&nbsp;2-83&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8,&nbsp;9&nbsp;ต.สบเมย&nbsp;อ.สบเมย&nbsp;เป็นเด็กในปกครอง,&nbsp;นักเรียนและอาชีพเกษตรกร&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงอยู่ในพื้นที่ที่มี&nbsp;โรคระบาด&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับคลัสเตอร์แม่ตอละ&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;และมีน้ำมูก&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสบเมย</p><p><strong>รายที่&nbsp;189&nbsp;เพศหญิง</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;28&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ต.แม่สามแลบ&nbsp;อ.สบเมย&nbsp;อาชีพเกษตรกร&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงอยู่ใน&nbsp;พื้นที่ที่มีโรคระบาด&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;แม่สามแลบ&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;และมีน้ำมูก&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และ&nbsp;ส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสบเมย</p><p><strong>รายที่&nbsp;190-194&nbsp;รวม&nbsp;5&nbsp;ราย</strong>&nbsp;<strong>เพศชาย&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง&nbsp;2&nbsp;ราย</strong>&nbsp;ช่วงอายุระหว่าง&nbsp;6&nbsp;-&nbsp;73&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ต.แม่คะตวน&nbsp;และหมู่ที่&nbsp;2,&nbsp;3&nbsp;ต.แม่สวด&nbsp;อ.สบเมย&nbsp;เป็นนักเรียนและอาชีพเกษตรกร&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงอยู่ใน&nbsp;พื้นที่ที่มีโรคระบาด&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;ผาผ่า&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;และมีน้ำมูก&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสบเมย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	12/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112141152186
418	ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ประชุม Morning Brief ติดตามสถานการณ์การการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รวมถึงมาตรการควบคุมราคาเนื้อหมู บรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชน	<p><strong>วันนี้&nbsp;(12&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;ที่เรือนสโมสร&nbsp;จวนผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;</strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;เป็นประธานกิจกรรมสภากาแฟยามเช้า&nbsp;(Morning&nbsp;Brief)&nbsp;หารือการปฏิบัติราชการประจำสัปดาห์&nbsp;เพื่อติดตามผลการดำเนินงานจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;รวมถึงติดตามความก้าวหน้าในการกำกับ&nbsp;ติดตาม&nbsp;มาตรการควบคุมราคาสินค้าแพง&nbsp;อาทิ&nbsp;เนื้อหมู&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดตรัง</p><p><strong>โดยในที่ประชุมได้ชี้แจงสรุปสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19</strong>&nbsp;สรุปผลการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ของจังหวัดตรัง&nbsp;มาตรการเฝ้าระวังสำหรับผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงในการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&nbsp;ในหน่วยงานราชการ&nbsp;การลงทะเบียนตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ของประชาชนชาวตรัง&nbsp;ประเด็นการร้องเรียนเรื่องการตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;โดยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;การบูรณาการร่วมกันในการใช้ประโยชน์แพลตฟอร์ม&nbsp;Jitasa.care&nbsp;เพื่อสนับสนุนการบริหารสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดตรัง</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;ยังได้ติดตามมาตรการควบคุมราคาสินค้าแพง</strong>&nbsp;อาทิ&nbsp;เนื้อหมู&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดตรัง&nbsp;หลังจากที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรังได้ดำเนินโครงการหมูพาณิชย์ลดราคาช่วยประชาชนจังหวัดตรัง&nbsp;เพื่อเป็นการแก้ปัญหาเร่งด่วนในภาวะราคาหมูที่สูงขึ้นและให้ประชาชนมีช่องทางในการเลือกซื้อเนื้อหมูราคาถูกกว่าท้องตลาด&nbsp;เป็นการลดภาระค่าครองชีพและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนผู้บริโภคในช่วงสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ซึ่งในขณะนี้ถือเป็นครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ที่จังหวัดตรังดำเนินโครงการหมูพาณิชย์ลดราคาช่วยประชาชน&nbsp;โดยให้บริการจำหน่ายหมูเนื้อแดงในราคากิโลกรัมละ&nbsp;150&nbsp;บาท&nbsp;ในจุดจำหน่าย&nbsp;6&nbsp;จุด&nbsp;ในจังหวัดตรัง&nbsp;และจะมีการขยายจุดจำหน่ายโครงการหมูพาณิชย์ลดราคาช่วยประชาชนจังหวัดตรังเพิ่มเติมอีก&nbsp;6&nbsp;จุด&nbsp;รวมเป็น&nbsp;12&nbsp;จุดจำหน่าย&nbsp;จนถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	12/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112141637192
419	รองโฆษก ศบค.ตรัง เผย จังหวัดตรังมีผู้ป่วยโควิด-19 ที่รักษาหายวันนี้ 16 ราย รักษาหายสะสม 17,930 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม	<p><strong>วันนี้&nbsp;(12&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;</strong>แพทย์หญิงทิพย์ลดา&nbsp;บุญชัย&nbsp;แพทย์ชำนาญการ&nbsp;โรงพยาบาลตรัง&nbsp;ในฐานะรองโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ผู้ป่วยที่รักษาหายเพิ่ม&nbsp;16&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายรวม&nbsp;17,930&nbsp;ราย&nbsp;มีผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;ยังคงรักษาใน&nbsp;รพ.&nbsp;288&nbsp;ราย&nbsp;ไม่มีอาการหรือมีอาการน้อย&nbsp;224&nbsp;ราย&nbsp;อาการปานกลาง&nbsp;59&nbsp;ราย&nbsp;ให้ออกซิเจน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ให้ออกซิเจนแรงดันสูง&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ไม่มีผู้ที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ&nbsp;โดยในวันนี้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่อวันเฉลี่ยใน&nbsp;7&nbsp;วันเฉพาะในจังหวัดตรัง&nbsp;29.5&nbsp;ราย&nbsp;รวมที่มารักษาด้วย&nbsp;30.7&nbsp;ราย&nbsp;ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม&nbsp;ทำให้มียอดเสียชีวิตสะสม&nbsp;117&nbsp;ราย</p><p><strong>นอกจากนี้จังหวัดตรัง&nbsp;ได้ทำการตรวจหาเชื้อ&nbsp;SARs-COV-2&nbsp;</strong>โดยดำเนินการไปแล้วทั้งสิ้น&nbsp;118,323&nbsp;ราย&nbsp;พบผลบวก(ติดเชื้อ)&nbsp;18,546&nbsp;ราย&nbsp;วันนี้มีการ&nbsp;Swab&nbsp;75&nbsp;ราย&nbsp;รอผลทั้ง&nbsp;75&nbsp;ราย&nbsp;และยังคงเน้นย้ำมาตรการการรักษามาตรการส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อป้องกันและลดการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ในวันนี้ได้มีการตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;เป็นบวก&nbsp;จำนวน&nbsp;27&nbsp;ราย&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;70&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;38.57%&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นบวก&nbsp;74&nbsp;ราย&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;1,259&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;5.88%&nbsp;รวมผู้ติดเชื้อ&nbsp;101&nbsp;ราย&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;1,329&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;7.60%</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	12/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112144152230
420	โควิด-19 แพร่ เพิ่มต่อเนื่องอีก 8 ราย	<p><strong>งานระบาดวิทยา&nbsp;กลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแพร่&nbsp;</strong>รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;11&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;พบผู้ป่วยรายใหม่&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;คือ&nbsp;ม.5&nbsp;ต.ทุ่งน้าว&nbsp;อ.สอง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงในชุมชน&nbsp;ของผู้ป่วยที่ตรวจพบเชื้อก่อนนี้/ม.3&nbsp;ต.ท่าข้าม&nbsp;อ.เมือง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงในครอบครัว&nbsp;ของผู้ป่วยที่ตรวจพบเชื้อก่อนนี้/ม.12&nbsp;ต.แม่คำมี&nbsp;อ.เมือง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;มีผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;Positive&nbsp;จาก&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;ไม่มีเตียงรักษา&nbsp;จึงกลับมา&nbsp;จ.แพร่/ม.4&nbsp;ต.บ้านถิ่น&nbsp;อ.เมือง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงในครอบครัว&nbsp;ของผู้ป่วยที่ตรวจพบเชื้อก่อนนี้/ม.6&nbsp;ต.ทุ่งกวาว&nbsp;อ.เมือง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;มีประวัติไป&nbsp;กทม.&nbsp;กลับมามีอาการเจ็บคอ&nbsp;จึงเข้ารับการตรวจหาเชื้อฯ&nbsp;และ&nbsp;ม.2&nbsp;ต.วังชิ้น&nbsp;อ.วังชิ้น&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงในครอบครัว&nbsp;และมี&nbsp;1&nbsp;รายที่อยู่ระหว่างสอบสวนโรคหาความเชื่อมโยง&nbsp;ผู้ป่วยยืนยันสะสมจำนวน&nbsp;2,216&nbsp;ราย&nbsp;/ผู้ป่วยรักษาหาย&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยที่ยังคงรักษาอยู่&nbsp;จำนวน&nbsp;93&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยสีเขียว&nbsp;48&nbsp;ราย&nbsp;สีเหลือง&nbsp;45&nbsp;ราย&nbsp;สีแดง&nbsp;2&nbsp;ราย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	12/1/2022	ภาคเหนือ	แพร่	สวท.แพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112150654250
421	โรงเรียนเอกชนในอำเภอเบตง จัดตรวจ ATK นักเรียนก่อนเปิดเรียนแบบปกติในชั้นเรียน (On Site) ในวันที่ 17 ม.ค. นี้  เพื่อป้องกันไวรัสโควิด19 แพร่ระบาด สร้างความเชื่อมั่น มั่นใจให้ผู้ปกครองนักเรียน	<p><strong>วันนี้&nbsp;12&nbsp;ม.ค.65&nbsp;ที่อาคารหอประชุมโรงเรียนจงฝามูลนิธิ&nbsp;</strong>อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;นางธาอร&nbsp;มณีสุรัตน์&nbsp;ผู้อำนวยการโรงเรียนจงฝามูลนิธิ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;คุณครู&nbsp;บุคลากรของโรงเรียนทำการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ให้กับนักเรียนของโรงเรียนจำนวน&nbsp;300&nbsp;คน&nbsp;ก่อนที่จะมีการเปิดการเรียนการสอนแบบปกติในชั้นเรียน&nbsp;(On&nbsp;Site)&nbsp;&nbsp;ในวันที่&nbsp;17&nbsp;ม.ค.&nbsp;นี้&nbsp;เพื่อเป็นการคัดกรอง&nbsp;ป้องกันการพร่ระบาดของไวรัสโควิด19&nbsp;และเป็นการสร้างความเชื่อมั่น&nbsp;มั่นใจให้ผู้ปกครองนักเรียน&nbsp;ถึงมาตรการป้องกันไวรัสโควิด19&nbsp;ของโรงเรียน</p><p><strong>นางธาอร&nbsp;มณีสุรัตน์&nbsp;ผู้อำนวยการโรงเรียนจงฝามูลนิธิ&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;โรงเรียนจงฝามูลนิธิ&nbsp;เป็นโรงเรียนเอกชนแห่งแรกในพื้นที่อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ที่ผ่านการประเมิน&nbsp;และได้รับอนุญาตให้ทำการเปิดการเรียนการสอแบบปกติในชั้นเรียน&nbsp;(On&nbsp;Site)&nbsp;ทางโรงเรียนได้ยึดมั่นในเรื่องของคุณภาพการศึกษาของนักเรียนเป็นอันดับแรก&nbsp;นับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในประเทศไทย&nbsp;ทางโรงเรียนประกาศให้บุคลากรโรงเรียนจะต้องให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยของนักเรียน&nbsp;ครู&nbsp;และบุคลากร&nbsp;ควบคู่กับการรักษาไว้ซึ่งคุณภาพการศึกษา&nbsp;</p><p><strong>โรงเรียนได้กำหนดและวางมาตรการการป้องกันการพร่ระบาดของไวรัสโควิด19</strong>&nbsp;ตามมาตรฐานของสาธารณสุขอย่างเข้มงวด&nbsp;ตั้งแต่เข้าประตูจึงถึงห้องเรียน&nbsp;ดังนั้นก่อนที่จะเปิดการเรียนการสอนปกติในชั้นเรียน&nbsp;(On&nbsp;Site)&nbsp;ทางโรงเรียนจึงส่งคุณครู&nbsp;บุคลากรของโรงเรียนไปอบรม&nbsp;ในการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เพื่อที่จะมาทำการตรวจให้กับนักเรียนทั้งหมด&nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่น&nbsp;มั่นใจให้ผู้ปกครองนักเรียน&nbsp;โดยแบ่งวันและกำหนดให้นักเรียนแต่ละชั้นมาทำการ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เพื่อลดความแออัด&nbsp;ซึ่งเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด19&nbsp;อีกทางหนึ่งด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	12/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112150606249
422	จ.ศรีสะเกษ พร้อมจัดกีฬาแห่งชาติ ศรีสะเกษเกมส์	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(12&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;นายอนุรัตน์&nbsp;ธรรมประจำจิต</strong>&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;พร้อมด้วยนายสิริพงศ์&nbsp;อังคสกุลเกียรติ&nbsp;ส.ส.ศรีสะเกษเขต&nbsp;1&nbsp;นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายชนินทร์&nbsp;คุ้มใหญ่โต&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย&nbsp;(กกท.)&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ประชุมเตรียมความพร้อมจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติครั้งที่&nbsp;47&nbsp;""ศรีสะเกษเกมส์""&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;5-25&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายอนุรัตน์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จ.ศรีสะเกษ</strong>&nbsp;พร้อมแล้วกับการรับหน้าเป็นเจ้าภาพถึงแม้จะถูกเลื่อนมาแล้ว&nbsp;3&nbsp;ครั้ง&nbsp;ถึงแม้ในตอนนี้สถานการณ์โควิด-19&nbsp;ภายในจังหวัดค่อนข้างที่จะมีหลายคนกังวลในเรื่องของความปลอดภัยอยู่&nbsp;แต่เราก็มีการเตรียมการรับมือไว้แล้ว&nbsp;รวมถึงการทำเอกสารคู่มือเตรียมในการเดินทางมาร่วมแข่งขันรอบสุดท้ายที่&nbsp;จ.ศรีสะเกษ&nbsp;พร้อมกับส่งไปให้ทุกจังหวัดที่กำลังแข่งขันรอบคัดเลือกอยู่ในเวลานี้เรียบร้อยแล้ว&nbsp;</p><p><strong>ปกติแล้วกีฬาแห่งชาติจะจัดแข่งขันกันประมาณ&nbsp;10&nbsp;วัน</strong>&nbsp;จากเดิมที่จะมีนักกีฬาและผู้เกี่ยวข้องเดินทางเข้ามาทีเดียวประมาณ&nbsp;20,000&nbsp;คน&nbsp;แต่ครั้งนี้เราจะแบ่งเป็นกลุ่มชนิดกีฬาครั้งละ&nbsp;3&nbsp;รอบ&nbsp;ในวันที่&nbsp;5-11&nbsp;มีนาคม,&nbsp;12-18&nbsp;มีนาคม&nbsp;และ&nbsp;19-25&nbsp;มีนาคม&nbsp;รอบละ&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;โดยจะมีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่เข้ามาในจังหวัดครั้งละ&nbsp;6,000&nbsp;คน&nbsp;ผสมผสานกันทั้งกีฬาประเภททีม&nbsp;และประเภทเดี่ยว&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยนักกีฬาและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด</strong>จะต้องได้รับการฉีควัคซีนมาก่อน&nbsp;และจะต้องมีผลการตรวจหาเชื้อด้วยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเดินทางเข้า&nbsp;จ.ศรีสะเกษ&nbsp;ซึ่งเมื่อเดินทางมาถึงเราจะตรวจหาเชื้อให้กับนักกีฬาอีกครั้งในทุกๆ&nbsp;5&nbsp;วันระหว่างการแข่งขัน&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	12/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112155012271
423	จังหวัดตรัง แถลงพบผู้ป่วยโควิด 19 รายใหม่ 27 ราย สะสม 18,335 ราย	<p><strong>วันนี้&nbsp;(12&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;แพทย์หญิงทิพย์ลดา&nbsp;บุญชัย&nbsp;นายแพทย์ชำนาญการ&nbsp;</strong>โรงพยาบาลตรัง&nbsp;ในฐานะรองโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;&nbsp;2019&nbsp;&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์แถลงข่าวศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>โดยในวันนี้&nbsp;พบผู้ป่วยโควิด&nbsp;19&nbsp;รายใหม่&nbsp;27&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็นติดเชื้อ</strong>ในจังหวัดตรัง&nbsp;25&nbsp;ราย&nbsp;ติดเชื้อจากที่อื่น&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;รวมผู้ติดเชื้อตามการระบาดระลอกใหม่ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;18,335&nbsp;ราย&nbsp;ผลการตรวจด้วย&nbsp;ATK&nbsp;เป็นบวก&nbsp;74&nbsp;ราย&nbsp;จากผลตรวจ&nbsp;1,259&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;5.88%&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จำแนกผู้ป่วยเป็นรายอำเภอดังนี้&nbsp;อำเภอกันตัง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอนาโยง&nbsp;&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;14&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอวังวิเศษ&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;พบการติดเชื้อจากการสัมผัสในชุมชน&nbsp;16&nbsp;ราย</strong>&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;55.17&nbsp;และการสัมผัสร่วมบ้าน&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;31.03&nbsp;พูดคุยโดยไม่สวมหน้ากากและอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;4ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;13.79</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	12/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112161133283
424	จังหวัดสตูล ประชุม ศบค.จังหวัด ติดตามและป้องกันการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 อย่างต่อเนื่อง ยังเน้นการฉีดวัคซีนให้ครอบคลุม พร้อมให้ชุมชนช่วยสอดส่องเฝ้าระวังการแพร่กระจายของเชื้อโรค	<p><strong>วันนี้&nbsp;(12&nbsp;ธ.ค.64)&nbsp;ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;80&nbsp;พรรษา&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสตูล&nbsp;</strong>ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสตูล&nbsp;จัดการประชุมติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดสตูล&nbsp;โดยมีนายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;เป็นประธานการประชุมพร้อมด้วยคณะกรรมการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุมโดยพร้อมเพรียง&nbsp;<strong>ที่ประชุมติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;</strong>ทั้งสายพันธุ์เดลต้า&nbsp;โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่ในจังหวัดสตูลเป็นกลุ่มที่ติดเชื้อสายพันธุ์ดังกล่าว&nbsp;และการเตรียมความพร้อมรับมือกับสายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;ซึ่งขณะนี้แม้จังหวัดสตูลยังพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนเพียง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;แต่ก็ยังประมาทไม่ได้&nbsp;เนื่องจากเป็นเชื้อที่มีการแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว</p><p><strong>นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสตูล&nbsp;กล่าวในที่ประชุมว่า</strong>&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของสายพันธุ์โอมิครอนนั้นมีการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว&nbsp;แต่ผู้ติดเชื้อมีอาการไม่มาก&nbsp;ทั้งนี้ส่วนหนึ่งมาจากผู้ติดเชื้อได้รับการฉีดวัคซีนป้องกัน&nbsp;COVID&nbsp;แล้ว&nbsp;แต่ยังมีชาวสตูลอีกบางส่วนที่ยังไม่รับการฉีดวัคซีน&nbsp;ซึ่งจากรายงานสถิติผู้ติดเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ของจังหวัดสตูล&nbsp;พบว่าผู้ติดเชื้อที่ไม่รับการฉีดวัคซีนเสียชีวิตจำนวนมาก&nbsp;และส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเปราะบาง&nbsp;และกลุ่ม&nbsp;608&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาวัคซีนที่เข้ามานั้นมีเพียงพอพร้อมให้บริการฉีดให้แก่ประชาชน&nbsp;แต่ถึงอย่างไรก็ตามการใช้ชีวิตและสุขอนามัยยังเป็นเรื่องสำคัญ&nbsp;รวมทั้งการช่วยกันสอดส่องเฝ้าระวังผู้ที่เดินทางกลับมาจากพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดมาก&nbsp;หากมีไข้&nbsp;หรือมีอาการให้รีบพบแพทย์ทันที&nbsp;และในอนาคตสำหรับกลุ่มเสี่ยงสูงที่เป็นกลุ่มเปราะบาง&nbsp;อาจต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ&nbsp;เนื่องจากกลุ่มนี้มีความเสี่ยงสูง&nbsp;ยิ่งไม่ได้รับวัคซีนยิ่งเสี่ยงเกิดอาการรุนแรงมากไปอีก&nbsp;ส่วนกลุ่มที่ติดเชื้อแต่เป็นคนไข้ประเภทสีเขียว&nbsp;สีเหลือง&nbsp;ที่อาการไม่รุนแรงให้ทานยาเพื่อรักษาตัวเองตามที่แพทย์แนะนำ</p><p><strong>ด้าน&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;</strong>กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมรองรับกรณีจังหวัดสตูลมีผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนในอนาคต&nbsp;โดยให้นายอำเภอทุกอำเภอเตรียมสถานที่&nbsp;CI&nbsp;ไว้ให้พร้อมและสามารถเปิดรับผู้ติดเชื้อได้ทันทีเมื่อเกิดการแพร่ระบาดในพื้นที่มากขึ้น&nbsp;ส่วนการตรวจพบผู้ติดเชื้อด้วยเครื่องตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ของประชาชนทั่วไป&nbsp;สถานประกอบการ&nbsp;และโรงเรียนที่มีการเปิดการเรียนการสอนแบบ&nbsp;On&nbsp;site&nbsp;นั้น&nbsp;จะต้องมีการรองรับผู้ติดเชื้อเข้ารักษาได้ทันทีโดยเน้นว่าประชาชนต้องไม่ตกใจและสามารถติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวของในการประสานงานเข้ารับการรักษาได้อย่างรวดเร็ว</p><p><strong>นอกจากนี้ในที่ประชุมมีการขออนุญาตในการจัดกิจกรรมหลายกิจกรรม</strong>&nbsp;โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลได้เน้นย้ำเรื่องมาตรการ&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;setting&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค&nbsp;ให้กิจกรรมกิจการสามารถเดินต่อไปได้&nbsp;สอดคล้องกับที่&nbsp;ศบค.ชุดใหญ่&nbsp;อนุญาตได้ในบางกิจกรรม&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	12/1/2022	ภาคใต้	สตูล	สวท.สตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112162730299
425	ลำปาง พบผู้ป่วยโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน รายที่ 4 เป็นชายวัย 30 ปี	<p><strong>วันที่&nbsp;12&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;นายสิธิชัย&nbsp;จินดาหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;</strong>พร้อมด้วยนายแพทย์ประเสริฐ&nbsp;กิจสุวรรณรัตน์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำปาง&nbsp;ได้เปิดเผยว่า&nbsp;จังหวัดลำปางพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;รายที่&nbsp;4&nbsp;ของจังหวัดลำปาง&nbsp;เป็นเพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;30&nbsp;ปี&nbsp;มีภูมิลำเนาที่ตำบลบ่อแฮ้ว&nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&nbsp;ประวัติไม่มีโรคประจำตัว&nbsp;ได้รับวัคซีน&nbsp;AztraZeneca&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;และได้ตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;(RT-PR)&nbsp;ซึ่งไม่พบเชื้อ&nbsp;โดยมีประวัติการเดินทางมาจากประเทศมาเลเซีย&nbsp;ด้วยโปรแกรม&nbsp;Test&nbsp;&amp;&nbsp;Go</p><p><strong>จังหวัดลำปาง&nbsp;</strong>จึงขอความร่วมมือประชาชน&nbsp;ปกป้องตนเอง&nbsp;ครอบครัว&nbsp;ชุมชน&nbsp;และสังคม&nbsp;โดยปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;(VUCA)&nbsp;คือ&nbsp;ฉีดวัคซีนให้ครบ&nbsp;(V)&nbsp;สำหรับประชาชนที่มีอายุ&nbsp;12&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนให้รีบเข้ารับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;ให้เร็วที่สุด&nbsp;ส่วนผู้ที่ได้ฉีดวัคซีนไปแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;ให้รีบเข้ารับบริการรับวัคซีนเข็ม&nbsp;3&nbsp;โดยด่วน&nbsp;เพื่อลดอัตราการป่วยรุนแรงและลดอัตราการเสียชีวิต,&nbsp;ป้องกันการติดเชื้อ&nbsp;ตามหลัก&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;(U)&nbsp;เช่น&nbsp;การออกจากบ้านเมื่อจำเป็น&nbsp;สวมแมส&nbsp;รักษาระยะห่าง&nbsp;ล้างมือบ่อยๆ&nbsp;เป็นต้น,&nbsp;ทุกองค์กร&nbsp;ทุกหน่วยงาน&nbsp;ดำเนินมาตรการ&nbsp;COVID&nbsp;FREE&nbsp;SETTING&nbsp;(C)&nbsp;เช่น&nbsp;การให้พนักงานทุกคนฉีดวัคซีนครบโดส&nbsp;การคัดกรองความเสี่ยงพนักงานด้วยชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;และการจัดสถานที่ทำงานให้สะอาด&nbsp;ปลอดภัยจากแพร่กระจายเชื้อโควิด-19&nbsp;เป็นต้น&nbsp;และหมั่นตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;แบบ&nbsp;ATK&nbsp;(A)&nbsp;ด้วยตนเอง&nbsp;หรือขอรับบริการตรวจได้ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	12/1/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112161940290
426	จ.อุบลฯ ดำเนินการตามมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังโรคระบาด COVID-19 ในพื้นที่ อำเภอม่วงสามสิบ	"<p><strong>วันที่&nbsp;11&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ตามนโยบายของ&nbsp;นายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;</strong>ภายใต้การอำนวยการของ&nbsp;นายชินวัต&nbsp;ทองปรีชา&nbsp;นายอำเภอม่วงสามสิบ&nbsp;สั่งการให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ดำเนินการ&nbsp;ดังนี้</p><p>1.&nbsp;ติดตาม&nbsp;Case&nbsp;คัสเตอร์ที่มีการระบาดที่&nbsp;""ร้านเอกมัย""&nbsp;โดยการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ให้กับผู้ที่สัมผัสผู้ป่วยโรคโควิด19&nbsp;ผู้มีความเสี่ยงสูง&nbsp;และเคร่งครัดการเข้า-ออก&nbsp;หมู่บ้าน</p><p>2.&nbsp;เปิดโรงพยาบาลสนาม&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์การคณะสงฆ์ภาค&nbsp;10&nbsp;จำนวน&nbsp;150&nbsp;เตียง&nbsp;มีผู้ป่วยครองเตียง&nbsp;จำนวน&nbsp;136&nbsp;ราย&nbsp;และเตรียมความพร้อมเปิด&nbsp;CI&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;ศูนย์&nbsp;รองรับผู้ป่วยได้&nbsp;จำนวน&nbsp;281&nbsp;ราย</p><p>3.&nbsp;บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;โดยกลุ่มเป้าหมายจากประชากรอยู่จริง&nbsp;จำนวน&nbsp;49,185&nbsp;ราย</p><p>4.&nbsp;ขอความร่วมมือผู้ขายของตลาดนัดชุมชนปิดตลาดเพื่อหยุดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้ได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังโรคระบาด&nbsp;COVID-19</strong>&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	12/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112165941311
427	เชียงใหม่ ยืนยัน จังหวัดเชียงใหม่ มีเวชภัณฑ์และยารักษาโควิด-19 เพียงพอต่อการใช้งาน	<p><strong>ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครพิงค์&nbsp;เผยการรักษาโควิด-19&nbsp;ด้วยระบบ&nbsp;HI&nbsp;และ&nbsp;CI&nbsp;มีความปลอดภัย&nbsp;และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล&nbsp;&nbsp;ยืนยันจังหวัดเชียงใหม่มีเวชภัณฑ์และยารักษาโควิด-19&nbsp;เพียงพอต่อการใช้งาน</strong></p><p><strong>นายแพทย์วรเชษฐ&nbsp;เต๋ชะรัก&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครพิงค์&nbsp;</strong>เปิดเผยว่า&nbsp;การระบาดของโควิด-19&nbsp;ในระลอกนี้&nbsp;จะเน้นการรักษาแบบแยกกักที่บ้าน&nbsp;หรือ&nbsp;HI&nbsp;และแยกกักในชุมชน&nbsp;หรือ&nbsp;CI&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาการรักษาในช่วงเดือนพฤศจิกายน&nbsp;ถึงเดือนธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ผู้ป่วยส่วนใหญ่ติดเชื้อสายพันธุ์เดลต้า&nbsp;ซึ่งมีอาการรุนแรง&nbsp;จำเป็นต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล&nbsp;สัดส่วนผู้ป่วยเตียงระดับสีเหลือง&nbsp;และสีแดง&nbsp;มีเป็นจำนวนมากต้องดูแลรักษาอย่างใกล้ชิดกว่าผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;ซึ่งพบมากตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;โดยส่วนใหญ่ไม่มีอาการ&nbsp;หรือมีอาการเพียงเล็กน้อยเท่านั้น&nbsp;และผู้เสียชีวิตช่วงนี้พบว่าเป็นผู้ป่วยสายพันธุ์เดลต้าที่มีการรักษาตัวต่อเนื่องมาจากเดิม&nbsp;และยังไม่พบผู้ติดเชื้อที่มีอาการรุนแรงเลยจากโอมิครอน&nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับหลักวิชาการของต่างประเทศ&nbsp;ที่สายพันธุ์โอมิครอนจะแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว&nbsp;ทั่วโลกจัดการกับโอมิครอนคล้ายกันคือ&nbsp;ถ้าไม่มีอาการหรือมีอาการเพียงเล็กน้อย&nbsp;ให้ใช้วิธีการรักษาตัวที่บ้าน&nbsp;ซึ่งเป็นระบบที่ได้ผลดี&nbsp;ทุกคนได้รับการดูแลจากทีมแพทย์อย่างทั่วถึง&nbsp;เว้นแต่มีอาการจะรับตัวเข้ารักษาในโรงพยาบาลต่อไป&nbsp;ขอย้ำว่าทั้งระบบ&nbsp;HI&nbsp;และ&nbsp;CI&nbsp;มีความปลอดภัย&nbsp;เพราะเป็นระบบที่ถูกออกแบบมาเป็นอย่างดีไม่ให้เกิดการกระจายเชื้อ&nbsp;พร้อมยืนยันจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;มี&nbsp;เวชภัณฑ์&nbsp;และยารักษา&nbsp;(ฟาวิพิราเวีย)&nbsp;ในปริมาณเพียงพอต่อการใช้งาน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่ได้เปิดจุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เฉพาะกิจ</strong>&nbsp;เพื่อให้บริการตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;กระจายในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงใหม่&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;จุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;อาคารอเนกประสงค์สวนสุขภาพบ้านเด่น&nbsp;สนามกีฬาเทศบาลนครเชียงใหม่&nbsp;(สนามฟุตซอลด้านหลัง)&nbsp;และศูนย์วันโรคเขต&nbsp;10&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;(ตรงข้ามกับร้านสุริวงค์บุ๊คเซ็นเตอร์)&nbsp;ผู้ที่มีความเสี่ยงสามารถขอเข้ารับบริการได้ทุกวันตั้งแต่เวลา&nbsp;08.30-15.00&nbsp;น.&nbsp;ตลอดจน&nbsp;ได้เปิดสายด่วนให้คำปรึกษา&nbsp;สำหรับผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ที่ยังไม่ได้เข้าสู่ระบบการรักษา&nbsp;หรือตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เองแล้วผลเป็นบวก&nbsp;ที่สายด่วน&nbsp;สปสช.&nbsp;1330&nbsp;&nbsp;กด&nbsp;14&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และที่ศูนย์ประสานงาน&nbsp;ATK&nbsp;ทั้ง&nbsp;25&nbsp;อำเภอของเชียงใหม่&nbsp;และที่ศูนย์ประสานงานจังหวัดเชียงใหม่อีก&nbsp;3&nbsp;หมายเลข&nbsp;ได้แก่&nbsp;06-5472-4315,&nbsp;06-5472-4316&nbsp;และ&nbsp;06-5472-4317&nbsp;ซึ่งสามารถติดต่อได้ทุกวันตั้งแต่เวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.ถึง&nbsp;20.00&nbsp;น.&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	12/1/2022	ภาคเหนือ	เชียงใหม่	สวท.เชียงใหม่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112181505366
428	ศบค.ปรับมาตรการการรับมือกับโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน	<p><strong>การประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;</strong>(ศบค.)&nbsp;เห็นชอบปรับระดับพื้นที่สถานการณ์ทั่วราชอาณาจักร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พื้นที่ควบคุมหรือพื้นที่สีส้ม&nbsp;ปรับเป็น&nbsp;69&nbsp;จังหวัด&nbsp;(จากเดิม&nbsp;36&nbsp;จังหวัด)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พื้นที่เฝ้าระวังสูง&nbsp;หรือพื้นที่สีเหลือง&nbsp;ปรับเหลือ&nbsp;0&nbsp;จังหวัด&nbsp;(จากเดิม&nbsp;30&nbsp;จังหวัด)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พื้นที่นำร่องการท่องเที่ยว&nbsp;(สีฟ้า)&nbsp;8&nbsp;จังหวัด&nbsp;กทม.&nbsp;กาญจนบุรี&nbsp;กระบี่&nbsp;ชลบุรี&nbsp;นนทบุรี&nbsp;ปทุมธานี&nbsp;พังงา&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;และบางพื้นที่&nbsp;18&nbsp;จังหวัด</p><p><strong>สำหรับแผนรับมือโควิด19&nbsp;ประกอบด้วย</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.&nbsp;มาตรการสาธารณสุข&nbsp;ใช้แนวทางการชะลอการระบาด&nbsp;เพื่อให้ระบบสาธารณสุขดูแลทุกคนได้&nbsp;เพิ่มวัคซีนเข็มที่&nbsp;3&nbsp;หรือเข็มที่&nbsp;4&nbsp;ยืนยันว่า&nbsp;วัคซีนมีคุณภาพและมีความเพียงพอ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;จึงต้องขอความร่วมมือประชาชนตรวจคัดกรองตัวเอง&nbsp;หรือเข้ารับการตรวจที่คลินิก&nbsp;สถานพยาบาลได้&nbsp;และติดตามเฝ้าระวังการกลายพันธุ์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;มาตรการการแพทย์&nbsp;เนื่องจากโรคไม่มีความรุนแรง&nbsp;จึงเน้นการดูแลมาใช้แบบแยกกักที่บ้าน&nbsp;(Home&nbsp;Isolation)&nbsp;และศูนย์พักคอยในชุมชน&nbsp;(Community&nbsp;Isolation)&nbsp;โควิด-19&nbsp;จะกลายเป็นโรคประจำถิ่น&nbsp;เราต้องดูแลตัวเองจากที่บ้านได้&nbsp;ถ้าเรายังต้องอยู่ในสถานพยาบาล&nbsp;ก็ยังเป็นโรคที่มีความร้ายแรง&nbsp;แต่ปัจจุบัน&nbsp;ถ้าโรคไม่แรง&nbsp;ก็ดูแลจากที่บ้านได้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.&nbsp;มาตรการสังคม&nbsp;ประชาชนยึดหลักป้องกันตัวเองสูงสุด&nbsp;(Universal&nbsp;Prevention)&nbsp;เลี่ยงการเข้าสถานที่ไม่ปลอดภัย&nbsp;ดังนั้น&nbsp;ผู้ประกอบการต้องเคร่งครัดให้สถานบริการปลอดโควิด-19&nbsp;(Covid&nbsp;free&nbsp;setting)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4.&nbsp;มาตรการสนับสนุน&nbsp;ด้านค่ารักษาพยาบาลและการตรวจหาเชื้อ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	12/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรปราการ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113060941436
429	จังหวัดเลย พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มห้วงสัปดาห์นี้กว่า  240 ราย  พร้อมเน้นย้ำขอให้ทุกคนป้องกันตนเองแบบครอบจักรวาล  และมาตรการ VUCA ลดความเสี่ยงโควิด-19	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(12&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;นายผดุงศักดิ์&nbsp;หาญปรีชาสวัสดิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;วันนี้จังหวัดเลย&nbsp;พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19&nbsp;เพิ่มขึ้นจำนวน&nbsp;56&nbsp;ราย&nbsp;โดยติดเชื้อจากนอกพื้นที่&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;และจากในพื้นที่&nbsp;53&nbsp;ราย&nbsp;โดยการติดเชื้อในพื้นที่ส่วนใหญ่มาจากการตรวจพบเชื่อมโยงจากคลัสเตอร์ต่างๆ&nbsp;ในจังหวัด&nbsp;สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้&nbsp;เช่น&nbsp;คลัสเตอร์ร้านอาหาร&nbsp;เป็นต้น&nbsp;โดยในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา&nbsp;(6-12&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;พบผู้ติดเชื้อเพิ่มรวมจำนวน&nbsp;245&nbsp;ราย&nbsp;โดยมีข้อสังเกตว่า&nbsp;เป็นการพบเชื้อหลังเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;และมักติดเชื้อเกี่ยวเนื่องกับบุคคลใกล้ชิดในครอบครัว&nbsp;จึงเน้นย้ำขอให้ทุกคนตระหนักในการป้องกันตนเองแบบครอบจักรวาล&nbsp;และมาตรการ&nbsp;VUCA&nbsp;ซึ่งประกอบด้วย&nbsp;V&nbsp;=&nbsp;วัคซีน&nbsp;การดูแลตนเองให้ได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์,&nbsp;U&nbsp;=&nbsp;การป้องกันตนเองแบบครอบจักรวาล,&nbsp;C=&nbsp;การดำเนินการตามมาตรการ&nbsp;Covid&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;และ&nbsp;A&nbsp;หากพบว่ามีความเสี่ยงควรตรวจเบื้องต้นด้วยชุด&nbsp;ATK</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้านนายอภิชาต&nbsp;สะบู่แก้ว&nbsp;ผู้ช่วยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเลย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ในห้วงสัปดาห์ผ่านมาพบผู้เสียชีวิตเพิ่มจำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้สูงอายุที่ยังไม่เคยได้รับการฉีดวัคซีนโควิด&nbsp;19&nbsp;และมีโรคประจำตัว&nbsp;จึงขอให้ประชาชนให้ความสำคัญการฉีดวัคซีน&nbsp;ควบคู่กับการปฏิบัติตัวป้องกันโควิด-19&nbsp;โดยปัจจุบันจังหวัดเลยฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;เข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;399,823&nbsp;โดส(คน)&nbsp;และเข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;355,544&nbsp;โดส(คน)&nbsp;ซึ่งประชาชนสามารถรับวัคซีนได้ตามสถานพยาบาลใกล้บ้าน&nbsp;ซึ่งมีหลายชนิดให้เลือกตามความต้องการของประชาชน&nbsp;ในส่วนคลัสเตอร์ต่างๆ&nbsp;ในพื้นที่นั้น&nbsp;ทีมสาธารณสุข&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้เร่งเข้าไปควบคุมจำกัดพื้นที่ตามแนวทางของการควบคุมโรค&nbsp;กระทรวงสาธารณสุขแล้ว</p>	12/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	เลย	สวท.เลย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112173809329
430	ผอ.กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ทม.สุไหงโก-ลก แนะ แยกขยะติดเชื้อทิ้งลงถังขยะติดเชื้ออย่างถูกวิธี เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19	<p><strong>ตามที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน</strong>เริ่มพบมากขึ้น&nbsp;ประกอบกับมีการเน้นให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงพบผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;และ&nbsp;ผู้มีอาการไอ&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;มีไข้&nbsp;ปวดกล้ามเนื้อ&nbsp;มีน้ำมูก&nbsp;ปวดศรีษะ&nbsp;หายใจลำบาก&nbsp;ได้กลิ่นลดลง&nbsp;ควรตรวจATKเพื่อหาเชื้อทุกวัน&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;ประกอบกับการใช้หน้ากากอนามัยที่ยังมีการใช้ในชีวิตประจำวันในครัวเรือนเป็นจำนวนมาก</p><p><strong>สำหรับในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก&nbsp;นายพิทักษ์ศิษย์&nbsp;พาณิชย์ธนาคม&nbsp;</strong>ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก&nbsp;กล่าวว่าได้มีการดำเนินการจัดการขยะติดเชื้อในกลุ่ม&nbsp;ชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;และ&nbsp;หน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วรวมทั้งขยะอื่นๆที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เช่น&nbsp;สิ่งของเครื่องใช้ของผู้ติดเชื้อโควิด-19ที่กักตัวอยู่บ้าน&nbsp;มาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยขอให้ประชาชนนำชุดตรวจATK&nbsp;และหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วและขยะอื่นๆที่เกี่ยวข้องใส่ในถุง&nbsp;มัดปากถุงให้แน่น&nbsp;แล้วนำไปทิ้งในถังขยะสีแดง&nbsp;ที่ระบุว่า&nbsp;ขยะติดเชื้อ&nbsp;ที่จัดเตรียมสำหรับการทิ้งขยะติดเชื้อ&nbsp;ซึ่งนำไปวางกระจายในหลายพื้นที่รอบเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก</p><p><strong>ส่วนวิธีทำลาย&nbsp;ได้ทำการขุดหลุมสำหรับขยะติดเชื้อโดยเฉพาะไว้ภายในพื้นที่บ่อขยะ</strong>&nbsp;เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก&nbsp;ด้านล่างโรยปูนยาว&nbsp;นำขยะติดเชื้อลงฝังโดยทำให้แตกก่อนราดน้ำยาฆ่าเชื้อแล้วทำการฝังกลบ&nbsp;ซึ่งเป็นการจัดการขยะติดเชื้อตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านสาธารณสุข&nbsp;ทั้งนี้ขอให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าวอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ได้ขอความร่วมมือประชาชน&nbsp;แยกการทิ้งขยะแต่ละประเภทให้ถูกต้อง</strong>&nbsp;เพราะเมื่อทิ้งลงถังแล้ว&nbsp;เจ้าหน้าที่จะไม่สามารถทำการคัดแยกขยะออกมาได้&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มขยะอันตราย&nbsp;และ&nbsp;ขยะมีพิษ&nbsp;ในกรณีขยะติดเชื้อที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&nbsp;ทุกประเภท&nbsp;ต้องใส่ลงถุงที่มีการมัดปากถุงให้แน่นก่อนทิ้ง&nbsp;ส่วนขยะอันตราย&nbsp;เช่น&nbsp;หลอดไฟ&nbsp;ถ่านไฟฉาย&nbsp;กระป๋องสเปรย์&nbsp;ภาชนะใส่น้ำยาทำความสะอาด&nbsp;ให้ใส่ลงถังขยะอันตราย&nbsp;โดยต้องคัดแยกขยะประเภทอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องออกไปก่อน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	12/1/2022	ภาคใต้	นราธิวาส	สวท.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112181031356
431	นพ.สสจ.นราธิวาส ระบุ หลังปีใหม่ จังหวัดนราธิวาสพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ในอัตราปกติ และยังไม่พบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอน	<p><strong>นายแพทย์ชัยวัฒน์&nbsp;พัฒนาพิศาลศักดิ์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จากการติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&nbsp;โดยเฉพาะสายพันธุ์โอมิครอนอย่างใกล้ชิด&nbsp;พบว่า&nbsp;สถานการณ์ในพื้นที่อยู่ในเกณฑ์ปกติไม่พบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;และมีการพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่อวันในอัตราปกติ&nbsp;โดยเกือบทุกอำเภอพบผู้ติดเชื้อต่ำกว่า&nbsp;5&nbsp;ต่อแสนประชากร</p><p><strong>ส่วนข้อกังวลของประชาชนที่ระบุว่า&nbsp;เพราะตรวจเชื้อน้อยจึงพบผู้ติดเชื้อน้อย&nbsp;</strong>ข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว&nbsp;ได้ชี้แจงว่า&nbsp;ปัจจุบันจังหวัดนราธิวาสทำการตรวจATKในกลุ่มเสี่ยงในชุมชน&nbsp;ในโรงเรียน&nbsp;ในโรงงาน&nbsp;ผู้เดินทางมาจากจังหวัดเสี่ยง&nbsp;ซึ่งไม่รวมจากการตรวจบุคคลที่เดินทางจากต่างประเทศที่เข้ามาทางด่านพรมแดนสุไหงโก-ลก&nbsp;และคลีนิครักษาโรคระบบทางเดินหายใจ(ARI)&nbsp;มีจำนวนประมาณ&nbsp;1,700&nbsp;รายต่อวัน&nbsp;เมื่อเทียบกับ&nbsp;7จังหวัดภาคใต้ตอนล่างพบว่ามีการตรวจATKเป็นรองเพียงจังหวัดสงขลาเท่านั้น&nbsp;ขณะที่ในการตรวจในคลีนิคARIของโรงพยาบาลทุกแห่ง&nbsp;มีประมาณ&nbsp;1,000&nbsp;รายต่อวัน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ปัจจัยที่ทำให้พบการแพร่ระบาดลดลง&nbsp;คาดว่าเป็นผลสืบเนื่องจากจังหวัดนราธิวาส&nbsp;ผ่</strong>านช่วงการแพร่ระบาดสูงสุดมาแล้วในช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งมีผู้ติดเชื้อสูงสุดต่อวัน&nbsp;คือ&nbsp;616&nbsp;ราย&nbsp;และต่ำสุดคือ&nbsp;0&nbsp;ราย&nbsp;ประกอบกับเชื้อโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;ไม่ได้มีอาการที่รุนแรง&nbsp;และไม่มีคลัสเตอร์ใหญ่ที่พบผู้ติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อน&nbsp;ในขณะที่มาตรการเชิงรุก&nbsp;พบผู้มีผลตรวจATKเป็นบวก&nbsp;จะให้กักตัวพร้อมให้ยาต้านไวรัส&nbsp;ฟาวิพิราเวียร์ทันทีภายใน&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;จึงทำให้มีการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&nbsp;ได้ดี&nbsp;</p><p>ในขณะที่ประชาชนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดนราธิวาส&nbsp;ทั้งในกลุ่มผู้ฉีดวัคซีนแล้ว&nbsp;กลุ่มผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ที่รักษาหายแล้ว&nbsp;ทำให้มีภูมิคุ้มกันตัวเองและภูมิคุ้มกันหมู่ให้กับภาพรวมของจังหวัดนราธิวาส&nbsp;ประมาณ&nbsp;70&nbsp;เปอร์เซ็นของจำนวนประชากรในพื้นที่&nbsp;แต่เพื่อเป็นการยกระดับการสร้างภูมิคุ้มกันให้สูงขึ้น&nbsp;ในรายที่ยังไม่ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;ทั้งเข็ม&nbsp;1&nbsp;เข็ม&nbsp;2&nbsp;และเข็มกระตุ้น&nbsp;ก็ขอให้เข้ารับการฉีด&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเอง&nbsp;และเป็นการช่วยเหลือสังคม&nbsp;โดยเฉพาะการฉีดวัคซีนให้เป็นไปตามเป้าหมายการเปิดเรียนแบบOn-Site&nbsp;ซึ่งครูต้องได้รับการฉีดวัคซีนเข็ม1&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;เปอร์เซ็น&nbsp;เข็ม2&nbsp;จำนวน&nbsp;85&nbsp;เปอร์เซ็น&nbsp;นักเรียน&nbsp;จำนวน&nbsp;80&nbsp;เปอร์เซ็น&nbsp;ชุมชน&nbsp;และเขตบริการ&nbsp;55&nbsp;เปอร์เซ็น&nbsp;เพื่อให้นักเรียนในจังหวัดนราธิวาสได้เข้าเรียนแบบOn-Site&nbsp;ก่อนสอบ&nbsp;เพราะขณะนี้มีโรงเรียนเปิดเรียนแบบ&nbsp;On-Site&nbsp;ประมาณ&nbsp;200&nbsp;แห่งจากทั้งหมด&nbsp;ประมาณ&nbsp;1,400&nbsp;แห่ง&nbsp;</p><p><strong>ส่วนพฤติกรรมการป้องกันตัวเองตามมาตรการ?DMHTTของจังหวัดนราธิวาส</strong>พบว่ายังอยู่ในเกณฑ์ดี&nbsp;คือ&nbsp;สวมหน้ากากอนามัยเกิน&nbsp;85&nbsp;เปอร์เซ็น&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;79&nbsp;เปอร์เซ็น&nbsp;ซึ่งในส่วนนี้อยากขอความร่วมมือประชาชนให้ยกระดับการเว้นระยะห่างให้มากขึ้น&nbsp;รวมทั้งลดเวลาการถอดหน้ากากรับประทานอาหารร่วมกัน&nbsp;เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อโควิด-19&nbsp;และแม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดในพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;แต่ประชาชนยังจำเป็นต้องป้องกันตัวเองอย่างเข้มงวด&nbsp;เพื่อไม่ให้มีความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรค</p><p><strong>นายแพทย์นายแพทย์ชัยวัฒน์&nbsp;พัฒนาพิศาลศักดิ์</strong>&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส&nbsp;ย้ำว่า&nbsp;หากจังหวัดนราธิวาสสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&nbsp;ให้มีอัตราผู้ติดเชื้อต่ำ&nbsp;และมีการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ตามเป้าหมาย&nbsp;จะเป็นการเพิ่มโอกาสให้จังหวัดนราธิวาสเข้าสู่&nbsp;การทำให้ไวรัสโควิด-19&nbsp;เป็นโรคประจำถิ่น&nbsp;ที่หมายถึง&nbsp;การป่วยจะมีลักษณะคล้ายกลุ่มเป็นไข้หวัด&nbsp;ซึ่งรักษาตามอาการปกติ&nbsp;ได้เร็วกว่าจังหวัดอื่นๆ&nbsp;</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&nbsp;ของผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;และสะสม</strong>&nbsp;ในระลอกเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1-12&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดนราธิวาสมีผู้ติดเชื้อรายใหม่สะสม&nbsp;จำนวน&nbsp;99&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับในหลายจังหวัดทั่วประเทศ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	12/1/2022	ภาคใต้	นราธิวาส	สวท.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112181322358
432	อุบลราชธานี ดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด- 19 เชิงรุก	<p>วันที่ 11 มกราคม 2565 นายธรรมนูญ แจ่มใส นายอำเภอเดชอุดม มอบหมายให้โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเดชอุดมร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขอำเภอเดชอุดมและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในพื้นที่ ดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19) เชิงรุก&nbsp;ดังนี้</p><p>1. เวลา 08.30 น. เป็นต้นไป ณ เทศบาลเมืองเดชอุดม สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเดชอุดม ร่วมกับเจ้าหน้าที่ศูนย์สุขภาพชุมชนเมืองเทศบาลเมืองเดชอุดม เปิดให้บริการตรวจคัดกรองโควิด -19 เชิงรุกด้วยวิธี ATK ผู้เข้ารับการตรวจ ATK จำนวน 299 ราย&nbsp;ผล ATK + จำนวน 18 ราย เก็บตัวอย่างส่งตรวจ PCR จำนวน 72 ราย</p><p>2. เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป ณ องค์การบริหารส่วนตำบลสมสะอาด โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลม่วง ดำเนินการตรวจ ATK เชิงรุกในพื้นที่ตำบลสมสะอาด จำนวน 40 ผลเป็นลบทั้ง 40 ราย</p><p>3. เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป ณ ศาลากลางบ้านห่องเตย? หมู่ที่ 6 ตำบลนาเจริญ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาเจริญ ออกตรวจคัดกรองเชิงรุก ในผู้สัมผัสเสี่ยงสูงและเสี่ยงต่ำ รวมทั้งสิ้น จำนวน 150 ราย ปรากฏว่าผล Negative จำนวน 144 ราย ผล ATK+ จำนวน 6 ราย</p>	12/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112182840368
433	จังหวัดสุราษฎร์ธานี ขยายโมเดลต้นแบบการดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ในโครงการ บ้านอุ่นใจ เมืองคนดี ผ่านโปรแกรม We Safe @ Home บน Plate Form กิน อยู่ ดี เน้น ผู้ป่วยอุ่นใจ ครอบครัวอุ่นใจ ชุมชนอุ่นใจ หมออุ่นใจ  ครอบคลุมทั้ง 19 อำเภอ	<p><strong>วันนี้&nbsp;(12&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี</strong>&nbsp;เผยว่า&nbsp;ขณะนี้จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;มีมาตรการรองรับผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;สำหรับผู้ป่วยในกลุ่มสีเขียวหรือกลุ่มสีเหลืองที่ไม่แสดงอาการ&nbsp;ในโครงการบ้านอุ่นใจ&nbsp;เมืองคนดี&nbsp;ที่เป็นโมเดลต้นแบบนำร่องสำหรับดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;ซึ่งได้มีการขยายพื้นที่ในการรักษาผู้ป่วยครอบคลุมทั้ง&nbsp;19&nbsp;อำเภอ&nbsp;&nbsp;โดยบุคลากรทางการแพทย์จะทำการตรวจสอบและประเมินอาการผู้ป่วยผ่านระบบข้อมูลและการติดตามในการดูแลผู้ป่วยของบ้านอุ่นใจ&nbsp;เมืองคนดี&nbsp;จากโปรแกรม&nbsp;We&nbsp;Safe&nbsp;@&nbsp;Home&nbsp;บน&nbsp;Plate&nbsp;Form&nbsp;กิน&nbsp;อยู่&nbsp;ดี&nbsp;เพื่อบันทึกผลข้อมูลผู้ป่วย&nbsp;รวมถึงการติดตามผู้ป่วยรายวัน&nbsp;ผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์&nbsp;ในระหว่างการรักษาผู้ป่วย&nbsp;เน้น&nbsp;ผู้ป่วยอุ่นใจ&nbsp;ครอบครัวอุ่นใจ&nbsp;ชุมชนอุ่นใจ&nbsp;หมออุ่นใจ</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เพิ่มเติมอีกว่า</strong>&nbsp;โครงการบ้านอุ่นใจเมืองคนดี&nbsp;เป็นโครงการต้นแบบ&nbsp;ในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ซึ่งโมเดลของบ้านอุ่นใจเมืองคนดี&nbsp;ได้มีการบันทึกข้อมูลรายวัน&nbsp;รวมไปถึงการติดตามอาการของผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดจาก&nbsp;3&nbsp;หมอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;อสม.&nbsp;เจ้าหน้าที่สาธารณสุข&nbsp;และแพทย์ในโรงพยาบาล&nbsp;ผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์&nbsp;พร้อมลงพื้นที่เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ป่วยเสมือนรักษาตัวที่โรงพยาบาล&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ด้านนายแพทย์จิรชาติ&nbsp;เรืองวัชรินทร์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;&nbsp;กระบวนการรักษาผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;ของ&nbsp;จ.สุราษฎร์ธานี&nbsp;ปัจจุบันนี้พบว่าเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น&nbsp;ซึ่งมาจากความร่วมมือระหว่างประชาชนกับเจ้าหน้าที่&nbsp;โดยภายหลังการตรวจพบเชื้อโควิด-19&nbsp;ก็สามารถเข้ากระบวนการรักษาได้อย่างทันท่วงที&nbsp;&nbsp;สำหรับอัตราการครองเตียงของผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;ในปัจจุบัน&nbsp;อยู่ที่ร้อยละ&nbsp;40&nbsp;เปอร์เซ็น&nbsp;ทำให้มีเตียงว่างถึง&nbsp;60&nbsp;เปอร์เซ็น&nbsp;ของจำนวนเตียงทั้งหมดในจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ที่เพียงพอต่อการรักษาผู้ป่วยทั่วไปที่จำเป็นต้องใช้ในการพักรักษาตัว&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้ตลอดระยะเวลาการดำเนินการกว่า&nbsp;2&nbsp;เดือนที่ผ่านมา&nbsp;มีจำนวนผู้เข้าร่วมโครงการบ้านอุ่นเมืองคนดี&nbsp;จำนวน&nbsp;522&nbsp;ราย&nbsp;สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ป่วยที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;และพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง&nbsp;ทั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ได้มอบนโยบายให้กับบุคลากรทางการแพทย์ในการปฏิบัติงาน&nbsp;ว่า&nbsp;ประชาชนจะต้องไม่รู้สึกว่าถูกทอดทิ้ง&nbsp;</p><p><strong>สำหรับผู้ป่วยที่จะเข้ารับการดูแลในโครงการบ้านอุ่นใจ&nbsp;เมืองคนดี</strong>&nbsp;คือ&nbsp;กลุ่มที่ไม่มีอาการ&nbsp;หรืออาการน้อย&nbsp;(ผู้ป่วยสีเขียว)&nbsp;ที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยง&nbsp;และกลุ่มที่มีอาการ(ผู้ป่วยสีเหลืองหรือแดง)&nbsp;หรือกลุ่มไม่มีอาการแต่มีปัจจัยเสี่ยงและโรคประจำตัว&nbsp;ซึ่งได้รับการรักษาในโรงพยาบาลแล้วอาการดีขึ้นแล้ว&nbsp;ส่งเข้าดูแลต่อในบ้านอุ่นใจ&nbsp;เมืองคนดี&nbsp;จนครบกำหนดตามมาตรฐานการรักษา&nbsp;(Step&nbsp;Down)&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการคัดกรองผู้ป่วยเข้าบ้านอุ่นใจ&nbsp;เมืองคนดี&nbsp;ผู้ป่วยจะต้อง</strong>มีผลการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข(Professional&nbsp;Use)&nbsp;หรือ&nbsp;RT-PCR&nbsp;เป็นผลบวก&nbsp;ประเมินอาการผู้ป่วยโดยแพทย์&nbsp;(หมออุ่นใจ)&nbsp;ประเมินความพร้อมบ้านผู้ป่วย&nbsp;คนในครอบครัวยอมรับและมีส่วนร่วมในการดูแล&nbsp;โดยต้องมีพื้นที่เป็นสัดส่วนแยกจากคนอื่นๆในครอบครัว&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ&nbsp;(ครอบครัวอุ่นใจ)&nbsp;รวมไปถึงชุมชนรอบๆ&nbsp;บ้านอุ่นใจจะต้องให้การยอมรับพร้อมจัดบริการฉีดวัคซีนให้คนในชุมชนที่ยังไม่ได้รับวัคซีนตามมาตรฐาน&nbsp;(ชุมชนอุ่นใจ)&nbsp;สิ่งสำคัญคือ&nbsp;ผู้ป่วยต้องสมัครใจที่จะเข้ารักษาในบ้านอุ่นใจ&nbsp;เมืองคนดี&nbsp;(ผู้ป่วยอุ่นใจ)&nbsp;หากบ้าน&nbsp;หรือชุมชน&nbsp;หรือผู้ป่วยไม่สมัครใจที่จะเข้าบ้านอุ่นใจ&nbsp;จะให้เข้ารับรักษาในโรงพยาบาล&nbsp;หรือศูนย์แยกกัก&nbsp;(Community&nbsp;Isolation&nbsp;:&nbsp;CI)&nbsp;&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	12/1/2022	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112185243374
434	สมุทรสาครจัดงานเทศกาลลำไยพวงทองบ้านแพ้วและสินค้าเกษตรแปรรูป	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(12&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;17.00&nbsp;น.&nbsp;ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา&nbsp;มหาชัย</strong>&nbsp;นายสุรศักดิ์&nbsp;ผลยังส่ง&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงานเทศกาลลำไยพวงทองบ้านแพ้วและสินค้าเกษตรแปรรูป&nbsp;โดยมี&nbsp;ดร.สุนันทา&nbsp;น้อยพิทักษ์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;นายพิพัฒน์&nbsp;ตันติศรีเจริญกุล&nbsp;ผู้จัดการทั่วไปศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซามหาชัย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และ&nbsp;สื่อมวลชน&nbsp;เข้าร่วมงาน&nbsp;</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;การจัดงาน&nbsp;""เทศกาลลำไยพวงทองบ้านแพ้วและสินค้าเกษตรแปรรูป""&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2</strong>&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์ลำไยพวงทองบ้านแพ้ว&nbsp;เป็นสินค้า&nbsp;GI&nbsp;ของจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;ได้รับการขึ้นทะเบียน&nbsp;GI&nbsp;เมื่อวันที่19&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2562&nbsp;มีเอกลักษณ์โดดเด่น&nbsp;คือ&nbsp;เนื้อแน่น&nbsp;น้ำนิด&nbsp;ติดก้าน&nbsp;หวานกรอบ&nbsp;ความอร่อยของลำไยพวงทองบ้านแพ้ว&nbsp;มาจากจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;เป็นเมือง&nbsp;3&nbsp;น้ำ&nbsp;ได้แก่&nbsp;น้ำจืด&nbsp;น้ำกร่อย&nbsp;และน้ำเค็ม&nbsp;ลักษณะของดินที่ใช้ในการเพาะปลูก&nbsp;เป็นดินเหนียว&nbsp;ซึ่งดินในลักษณะนี้จะมีอนุมูลของโพแทสเชียม&nbsp;(K+)&nbsp;มีหน้าที่ในการสร้างน้ำตาล&nbsp;ทำให้ผลไม้ที่ปลูกในจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;มีรสชาติหวานเด่นเป็นเอกลักษณ์แตกต่างจากที่&nbsp;</p><p><strong>โดยภายในงานจะพบกับลำไยพวงทองบ้านแพ้วที่ขายสด&nbsp;ปลอดภัยไม่อบกำมะถัน</strong>&nbsp;กินแล้วไม่เจ็บคอ&nbsp;ไม่ร้อนใน&nbsp;สินค้าเกษตรแปรรูป&nbsp;โดยเฉพาะสินค้าที่นำลำไยพวงทองบ้านแพ้วมาสรรสร้างดัดแปลงเป็นเมนูอาหารคาวหวาน&nbsp;เช่น&nbsp;เค้กลำไยพวงทองบ้านแพ้ว&nbsp;ไอศกรีมกะทิสดลำไย&nbsp;วาฟเฟิลหน้าลำไย&nbsp;สาคูไส้ลำไย&nbsp;ซึ่งงานเทศกาลลำไยพวงทองบ้านแพ้วและสินค้าเกษตรแปรรูป&nbsp;จัดขึ้นระหว่าง&nbsp;วันที่&nbsp;12-16มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;10.00-20.00.&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ลานกิจกรรมศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซามหาชัย&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;การจัดงานครั้งนี้อยู่ภายใต้การปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19</strong>&nbsp;ผู้ประกอบการ/เจ้าหน้าที่มีการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเข้าบูธ&nbsp;และทุกคนต้องได้รับการฉีดวัคซีนอย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;โดยมีใบรับรองมาแสดงให้ดู&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้เข้าเที่ยวชมภายในงาน&nbsp;อีกทั้งยังมีจุดคัดกรองวัดอุณหภูมิ&nbsp;เจลล้างมือ&nbsp;รักษาระยะห่าง&nbsp;และข้อสำคัญแม่ค้า&nbsp;พ่อค้า&nbsp;และผู้เข้าร่วมงานต้องสวมหน้ากากอนามัย&nbsp;100%&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	12/1/2022	ภาคตะวันตก	สมุทรสาคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาคร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112211903412
435	จังหวัดระยองติดตามสถานการณ์และพิจารณามาตรการโควิด-19 ในการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดระยอง ครั้งที่ 2 ประจำปี 2565	<p><strong>ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดระยอง&nbsp;นายชาญนะ&nbsp;เอี่ยมแสง</strong>&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดระยอง&nbsp;&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;มี&nbsp;นพ.สุนทร&nbsp;เหรียญภูมิการกิจ&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดระยอง&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม&nbsp;เพื่อร่วมพิจารณาการมาตรการและการดำเนินการในพื้นที่จังหวัดระยองรวมถึงพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยวเกาะเสม็ด</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์ผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;ในจังหวัดระยองวันนี้&nbsp;</strong>(12&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;พบผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงต่อเนื่อง?&nbsp;132&nbsp;ราย&nbsp;มีผู้เสียชีวิตสะสม&nbsp;312&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ติดเชื้อสะสมละลอกใหม่เพิ่มเป็น&nbsp;47,839&nbsp;ราย&nbsp;พบผู้ติดเชื้อโควิดเสียชีวิต&nbsp;1&nbsp;ราย?&nbsp;เป็นเพศหญิง?&nbsp;อายุ?&nbsp;78&nbsp;ปี?&nbsp;มีโรคประจำตัว?&nbsp;ความดันโลหิตสูง?&nbsp;เข้ารับการรักษาตัวที่?&nbsp;รพ.ปลวกแดง?&nbsp;เสียชีวิต?วันที่?&nbsp;8&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา?&nbsp;โดยหลังเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;พบว่ามีผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;&nbsp;เนื่องจากมาตรการการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;&nbsp;หลังที่กลับมาจากภูมิลำเนาก่อนเข้าทำงาน&nbsp;และการรณรงค์ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;หลังกลับมาจากภูมิลำเนา&nbsp;ส่วนสถานบันเทิง&nbsp;&nbsp;ผับ&nbsp;บาร์&nbsp;คาราโอเกะ&nbsp;สถานบริการ&nbsp;สถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ&nbsp;หรือสถานที่อื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน&nbsp;ยังคงมีความจำเป็นต้องปิดให้บริการต่อ&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่มาตรการที่เกาะเสม็ดมีการปรับมาตรการ</strong>ในส่วนของการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกประเภทเพื่มบริโภคในร้านอาหารให้สามารถขายได้ถึง&nbsp;&nbsp;21.00&nbsp;น.&nbsp;และร้านที่จะเปิดขายได้ต้องผ่านผ่านการตรวจมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย&nbsp;ระดับ&nbsp;SHA&nbsp;PLUS&nbsp;หรือผ่านการตรวจ&nbsp;Thai&nbsp;Stop&nbsp;Covid&nbsp;&nbsp;2&nbsp;Plus&nbsp;&nbsp;และปฏิบัติตามคำแนะนำของสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;ส่วนพื้นที่บนฝั่งจังหวัดระยองยังคงการห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกประเภทเพื่อบริโภคในร้านอาหารเช่นเดิม</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ขอให้ทุกคนปรับตัวใช้ชีวิตวิถีใหม่</strong>&nbsp;ปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของสาธารณสุขเช่น&nbsp;การเว้นระยะห่าง&nbsp;สวมใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;ล้างมือให้สะอาดอย่างเป็นประจำ&nbsp;หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้า&nbsp;ถือหลักความสะอาด&nbsp;ใช้แอปไทยชนะในการลงทะเบียนเข้าใช้บริการ&nbsp;เข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;และหมั่นตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;อย่างเป็นประจำ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	12/1/2022	ภาคตะวันออก	ระยอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112214254413
436	ลำปาง พบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่   120  ราย	<p><strong>สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง&nbsp;รายงานสถานการณ์โควิด-19</strong>&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;12&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;สถานการณ์โควิด-19&nbsp;วันนี้&nbsp;พบผู้ป่วยรายใหม่&nbsp;120&nbsp;ราย&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;62&nbsp;ราย&nbsp;และจากการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;58&nbsp;ราย&nbsp;สถานการณ์ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ถึงปัจจุบัน&nbsp;พบผู้ป่วยสะสม&nbsp;1,189&nbsp;คน&nbsp;อยู่ระหว่างรักษา&nbsp;1,072&nbsp;คน&nbsp;รักษาหายกลับบ้านสะสม&nbsp;117&nbsp;คน&nbsp;และเสียชีวิตสะสม&nbsp;0&nbsp;คน</p><p><br></p><p><strong>สำหรับข้อมูลการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ณ&nbsp;วันเดียวกัน&nbsp;</strong>จังหวัดลำปางวัคซีนไปแล้ว&nbsp;995,349&nbsp;เข็ม&nbsp;จำแนกเป็นเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;470,036&nbsp;คน&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;435,381&nbsp;คน&nbsp;และเข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;89,932&nbsp;คน</p><p><br></p><p><strong>จังหวัดลำปาง&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนเคร่งครัดตามมาตรการ&nbsp;DMHTTA</strong>&nbsp;ทั้งนี้หากมีข้อสงสัยสอบถามเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;สายด่วนศูนย์โควิด-19&nbsp;สสจ.ลำปาง&nbsp;โทร.093&nbsp;140&nbsp;8023&nbsp;เวลา&nbsp;08.30&nbsp;-16.30&nbsp;น.&nbsp;หรือสอบถามที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	12/1/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220112235239433
437	แจกฟรีชุดตรวจ ATK สำหรับประชาชนกลุ่มเสี่ยงยะลา ป้องกันโควิดโอมิครอน	<p><strong>หลังจากโควิดสายพันธุ์ใหม่&nbsp;โอมิครอน&nbsp;ได้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว</strong>ทั่วประเทศในขณะนี้&nbsp;และมีแนวโน้มผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น&nbsp;</p><p><strong>ทางด้านสำนักงานสาธารณสุข&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;แนะให้ประชาชนที่เป็นกลุ่มเสี่ยง</strong>&nbsp;มีอาการเข้าข่ายสงสัย&nbsp;เร่งตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เบื้องต้น&nbsp;จะได้รู้ไวรักษาเร็ว&nbsp;เพื่อป้องกันตนเอง&nbsp;ครอบครัว&nbsp;และชุมชน&nbsp;ลดการแพร่เชื้อ&nbsp;&nbsp;ซึ่งจะมีการแจกชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ฟรี&nbsp;โดยประชาชน&nbsp;&nbsp;สามารถประเมินความเสี่ยง&nbsp;เพื่อรับชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;&nbsp;ผ่านทางแอพเป๋าตัง&nbsp;และรับ&nbsp;ATK&nbsp;ได้ทั้ง&nbsp;8&nbsp;อำเภอ&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;จ.ยะลา</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;รับได้ที่ศูนย์สุขภาพชุมชนเมือง&nbsp;</strong>โรงพยาบาลยะลา&nbsp;และรพ.สต.&nbsp;ในเขตอำเภอ&nbsp;ร้านศูนย์ยายะลา&nbsp;เซ็นเตอร์&nbsp;คลินิกเทคนิคการแพทย์&nbsp;ศูนย์อนามัยที่12&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;รับได้ที่&nbsp;รพ.เบตง&nbsp;ศูนย์สุขภาพชุมชนเมือง&nbsp;และรพ.สต.&nbsp;ในเขตอำเภอ&nbsp;ร้านหมอยาเบตง&nbsp;ร้านโพธิ์ทองโอสถ&nbsp;ร้านคลินิกยาเบตง&nbsp;ร้านรุ่งทิพย์เภสัช&nbsp;คลินิกเทคนิคการแพทย์เบตงแลบเซ็นเตอร์&nbsp;อำเภอยะหา&nbsp;รับได้ที่&nbsp;รพ.ยะหา&nbsp;และรพ.สต.&nbsp;อำเภอบันนังสตา&nbsp;รับได้ที่&nbsp;รพ.บันนังสตา&nbsp;และ&nbsp;รพ.สต.ร้านศูนย์ยาบันนังสตา&nbsp;อำเภอกรงปินัง&nbsp;รพ.กรงปินัง&nbsp;และรพ.สต.&nbsp;อำเภอรามัน&nbsp;รพ&nbsp;รามัน&nbsp;และรพ.สต.ร้านสลามัตเภสัช&nbsp;อำเภอธารโต&nbsp;&nbsp;รพ.&nbsp;ธารโต&nbsp;และรพ.สต.ร้านศูนย์ยาธารโต&nbsp;อำเภอกาบัง&nbsp;รพ.กาบัง&nbsp;และรพ.สต.ทั้งนี้&nbsp;หากตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ด้วยตนเองขึ้น&nbsp;2&nbsp;ขีดผลบวกติดเชื้อโควิด&nbsp;โทรแจ้งได้ที่&nbsp;Call&nbsp;center&nbsp;ศูนย์ประสาน&nbsp;Hi&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;093-6518820</p><p><strong>ทางด้านเภสัชกร&nbsp;ศูนย์สุขภาพชุมชนเมือง&nbsp;โรงพยาบาลยะลา</strong>&nbsp;ถนนผังเมือง&nbsp;4&nbsp;ซอย&nbsp;24&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;ได้ให้ข้อมูลว่า&nbsp;สำหรับ&nbsp;ทาง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ได้รับการสนับสนุนชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;มาจำนวน&nbsp;16,750&nbsp;ชุด&nbsp;ขณะนี้ได้แจกจ่ายให้กับประชาชนทั้งจังหวัด&nbsp;ไปแล้ว&nbsp;10,514&nbsp;ชุด&nbsp;คงเหลือ&nbsp;6,236&nbsp;ชุด&nbsp;ในช่วงนี้เป็นช่วงที่โอมิครอนกำลังระบาด&nbsp;ก็ขอเชิญชวนให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงประเมินความเสี่ยงของตนเองเพื่อรับชุดตรวจ&nbsp;ผ่านทางแอพเป๋าตัง&nbsp;และ&nbsp;มารับชุดตรวจได้คนละ&nbsp;2&nbsp;ชุด&nbsp;ตามสถานที่&nbsp;ที่กำหนด&nbsp;ซึ่งจะมีการแจกชุดตรวจให้ฟรี&nbsp;จนกว่าจะหมด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	13/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113083932456
438	ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคติดต่อ จ.แม่ฮ่องสอน แจ้ง 8 ข้อปฏิบัติเบื้องต้น สำหรับผู้ที่มีผลตรวจ ATK เป็นบวก	<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;แจ้ง&nbsp;8&nbsp;ข้อปฏิบัติเบื้องต้นสำหรับผู้ที่มีผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นบวก&nbsp;ขั้นตอนที่&nbsp;1.&nbsp;เตรียมเอกสารที่ต้องใช้&nbsp;เช่น&nbsp;บัตรประจำตัวประชาชน&nbsp;และผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;2.&nbsp;แจ้งเบอร์โทรศัพท์ของตนกับสถานบริการสาธารณสุข&nbsp;เพื่อเข้ารับการรักษา&nbsp;โทร.&nbsp;062-2953064,&nbsp;096-1703251&nbsp;หรือ&nbsp;1669&nbsp;3.&nbsp;งดออกจากที่พักหรือออกเดินทางข้ามจังหวัด&nbsp;4.งดใกล้ชิดบุคคลในครอบครัวหรือผู้อื่น&nbsp;&nbsp;5.งดการใช้ห้องน้ำร่วมกับบุคคลอื่น&nbsp;6.กรณีที่มีอาการไข้&nbsp;ให้รับประทานยาลดไข้&nbsp;เช็ดตัวเพื่อลดไข้&nbsp;7.สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา&nbsp;8.แยกของเครื่องใช้ส่วนตัว</p><p><strong>สำหรับการนำผู้ติดเชื้อเข้าสู่ระบบรักษาพยาบาลมี&nbsp;3&nbsp;แบบ</strong>&nbsp;คือ&nbsp;1.มาตรวจที่&nbsp;รพ.&nbsp;2.&nbsp;ตรวจที่หน่วยบริการเชิงรุก&nbsp;ซึ่ง&nbsp;2&nbsp;แบบนี้หากผลบวกไม่ต้องติดต่อ&nbsp;1330&nbsp;โดย&nbsp;รพ.และหน่วยบริการเชิงรุกจะประเมินอาการ&nbsp;และ&nbsp;3.การตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ด้วยตนเอง&nbsp;หากผลบวกให้โทร&nbsp;1330&nbsp;ช่องทางที่&nbsp;สปสช.เตรียมไว้&nbsp;หรือโทรศัพท์แจ้งสถานบริการสาธารณสุข</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เกณฑ์การส่งต่อผู้ป่วยเข้า&nbsp;รพ.&nbsp;</strong>คือ&nbsp;1.ไข้สูงเกิน&nbsp;39&nbsp;องศาเซลเซียสมากกว่า&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;2.หายใจเร็วกว่า&nbsp;25&nbsp;ครั้งต่อนาที&nbsp;(ผู้ใหญ่)&nbsp;3.ออกซิเจนในเลือดต่ำกว่า&nbsp;94%&nbsp;4.โรคประจำตัวที่มีการเปลี่ยนแปลง&nbsp;กลุ่ม&nbsp;608&nbsp;ที่มีความเสี่ยง&nbsp;หรือผู้ติดเชื้อที่จำเป็นต้องติดตามอาการอย่างใกล้ชิดตามดุลยพินิจของแพทย์&nbsp;และ&nbsp;5.สำหรับในเด็ก&nbsp;อาการหายใจลำบาก&nbsp;ซึมลง&nbsp;ดื่มนม&nbsp;หรือทานอาหารน้อยลง</p><p><strong>ประชาชนที่มีผลตรวจโควิด-19&nbsp;เป็นบวก&nbsp;</strong>ทั้งจากการตรวจด้วย&nbsp;ATK&nbsp;หรือโดยหน่วยบริการ&nbsp;และยังไม่เข้าสู่ระบบการรักษา&nbsp;สามารถติดต่อเข้าสู่ระบบการรักษาได้ตามช่องทางข้างต้น&nbsp;เพื่อเข้าสู่ระบบการรักษา&nbsp;หากไม่มีข้อห้าม&nbsp;เช่น&nbsp;ไม่ได้เป็นกลุ่มเสี่ยงที่ไม่ได้รับวัคซีน&nbsp;หรือเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ไม่สามารถควบคุมอาการได้&nbsp;จะได้รับคำแนะนำให้เข้าระบบการรักษาแบบ&nbsp;HI&nbsp;และ&nbsp;CI&nbsp;โดยจะมีการติดตามอาการโดยบุคลากรทางการแพทย์,&nbsp;ยาที่จำเป็น,&nbsp;อุปกรณ์&nbsp;เครื่องวัดอุณหภูมิ&nbsp;เครื่องวัดออกซิเจน&nbsp;ใช้เวลาในการรักษาตัว&nbsp;ประมาณ&nbsp;10&nbsp;วัน&nbsp;ระหว่างรักษาตัวหากผู้ติดเชื้อมีอาการเปลี่ยนแปลง&nbsp;จะนำเข้าสู่ระบบรักษาในขั้นตอนต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	13/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113101346483
439	จังหวัดระยอง แนะนำผู้ที่ตรวจ ATK ผลเป็นบวก หากอาการไม่รุนแรงสามารถรักษาที่บ้านได้	<p><strong>นายแพทย์ประดิษฐ์&nbsp;ปฐวีศรีสุธา&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดระยอง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;สถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโควิด-19&nbsp;ในจังหวัดระยอง&nbsp;มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น&nbsp;ซึ่งการระบาดในครั้งนี้มีทั้งสายพันธุ์เดลต้า&nbsp;และสายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;จากการสังเกตุพบว่าส่วนใหญ่ไม่มีอาการรุนแรงและจำนวนผู้เสียชีวิตลดลง&nbsp;ประกอบกับมีผู้ได้รับวัคซีนจำนวนมากขึ้น&nbsp;มั่นใจว่าในอนาคตไวรัสโควิด-19&nbsp;จะเป็นโรคประจำถิ่นเช่นเดียวกับโรคไข้หวัดใหญ่&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยอง&nbsp;ขอแนะนำสำหรับผู้ที่ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;แล้วผลเป็นบวก&nbsp;มีอาการไม่รุนแรง&nbsp;ต้องการดูแลรักษาตัวเองที่บ้าน&nbsp;ให้ติดต่อเจ้าหน้าที่&nbsp;เพื่อรับเครื่องตรวจอุณหภูมิ&nbsp;เครื่อวัดออกซิเจนในเลือด&nbsp;และยาที่จำเป็นในการรักษา&nbsp;ส่วนกรณีผู้ที่มีอาการเล็กน้อย&nbsp;เช่น&nbsp;เป็นไข้&nbsp;ไอ&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;แนะนำให้ติดต่อเจ้าหน้าที่&nbsp;เพื่อเข้ารับการรักษาในสถานที่กักตัวของรัฐที่อยู่ในพื้นที่&nbsp;ซึ่งปัจจุบันมีทั้งหมด&nbsp;14&nbsp;แห่ง&nbsp;884&nbsp;เตียง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หากผู้ติดเชื้อ&nbsp;มีอาการรุนแรง&nbsp;เหนื่อย&nbsp;หอบและมีโรคประจำตัว&nbsp;จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสนามหรือโรงพยาบาลหลัก&nbsp;เพื่อรับการรักษาจากแพทย์ต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	13/1/2022	ภาคตะวันออก	ระยอง	สวท.ระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113101528484
440	อุบลฯ เข้มติดตามคัสเตอร์ที่มีการระบาด และการฉีดวัคซีนป้องกันและเฝ้าระวังโรคระบาด COVID-19 ในพื้นที่อำเภอม่วงสามสิบ	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วานนี้&nbsp;(12&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)</strong>&nbsp;ตามนโยบายของนายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ผวจ.อบ.&nbsp;ภายใต้การอำนวยการของนายชินวัต&nbsp;ทองปรีชา&nbsp;นายอำเภอม่วงสามสิบ&nbsp;สั่งการให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ดำเนินการ&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.ติดตาม&nbsp;Case&nbsp;คัสเตอร์ที่มีการระบาดที่&nbsp;""ร้านเอกมัย""&nbsp;โดยการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ให้กับผู้ที่สัมผัสผู้ป่วยโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;ผู้มีความเสี่ยงสูง&nbsp;และเคร่งครัดการเข้า-ออก&nbsp;หมู่บ้าน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.เปิดโรงพยาบาลสนาม&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์การคณะสงฆ์ภาค&nbsp;10&nbsp;จำนวน&nbsp;150&nbsp;เตียง&nbsp;มีผู้ป่วยครองเตียง&nbsp;จำนวน&nbsp;111&nbsp;ราย&nbsp;และเตรียมความพร้อมเปิด&nbsp;CI&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;ศูนย์&nbsp;รองรับผู้ป่วยได้&nbsp;จำนวน&nbsp;281&nbsp;ราย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;โดยกลุ่มเป้าหมายจากประชากรอยู่จริง&nbsp;จำนวน&nbsp;49,185&nbsp;ราย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4.ประชาสัมพันธ์แนวทางการปฏิบัติตามมาตราการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ผ่านหอกระจายข่าวหมู่บ้าน&nbsp;ให้ประชาชนในพื้นที่รับทราบและถือปฏิบัติ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้</strong>&nbsp;ได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังโรคระบาด&nbsp;COVID-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p>"	13/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113102951491
441	สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี เร่งกระจายจุดฉีดวัคซีนให้ประชาชน พร้อมเน้นย้ำป้องกันตนเองตามมาตรการ ลดความเสี่ยงของการติดเชื้อไวรัสโควิด-19	<p><strong>สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรีเร่งกระจายจุดฉีดวัคซีนให้ประชาชน</strong>เข้าถึงบริการ&nbsp;เพื่อลดความรุนแรงของโรคและสร้างภูมิคุ้มกันหมู่&nbsp;พร้อมเน้นย้ำสวมหน้ากากอนามัย&nbsp;ล้างมือ&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;ปฏิบัติตามมาตรการลดความเสี่ยงของการติดเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ได้</p><p><strong>นายแพทย์ชาติชาย&nbsp;กิติยานันท์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ของจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;ในขณะนี้อยู่ระดับที่ยังควบคุมได้อยู่ในเกณฑ์ดี&nbsp;หากเทียบกับจังหวัดอื่นๆ&nbsp;ซึ่งจังหวัดกาญจนบุรีอยู่ในระดับพื้นที่สีฟ้า&nbsp;เป็นพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว&nbsp;จะต้องมีการเฝ้าระวังและควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;เพื่อที่จะดำเนินเศรษฐกิจให้เป็นจังหวัดนำร่องท่องเที่ยวต่อไปได้&nbsp;ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรีได้ปฏิบัติตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขไม่ว่าจะเป็นการระดมฉีดวัคซีนให้ได้มากที่สุด&nbsp;</p><p><strong>โดยปัจจุบันจังหวัดกาญจนบุรีมีการฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;1&nbsp;และเข็มที่&nbsp;2</strong>&nbsp;อยู่ในระดับ&nbsp;90&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;ส่วนเข็มที่&nbsp;3&nbsp;อยู่ในระดับ&nbsp;70-80&nbsp;เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป&nbsp;และในขณะนี้ได้มีการให้บริการฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาลและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล&nbsp;พร้อมทั้งการกระจายฉีดวัคซีน&nbsp;ในการตั้งจุดบริการตามห้างสรรพสินค้า&nbsp;ศูนย์การค้าต่างๆ&nbsp;และจุดจำหน่ายของฝาก&nbsp;เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการฉีดวัคซีนได้มากยิ่งขึ้น&nbsp;รวมถึงได้มีการรณรงค์ให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยง&nbsp;เข้ารับการฉีดวัคซีนให้ได้มากที่สุด&nbsp;เพื่อลดความรุนแรงของโรค&nbsp;เพื่อให้ประชาชนทั้งชาวจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;ผู้ที่มาทำงานในจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;ชาวต่างชาติ&nbsp;กลุ่มแรงงานต่างด้าวที่ถูกกฎหมาย&nbsp;ให้ได้รับประโยชน์ในการป้องกันควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ให้ได้มากที่สุด&nbsp;ตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ในการระดมการฉีดวัคซีนอย่างต่อเนื่องต่อไป&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีการติดตามทุกโรงพยาบาลทุกอำเภอ&nbsp;ในจำนวนการฉีดวัคซีน</strong>&nbsp;ผลรวมของแต่ละอำเภอ&nbsp;และรวบรวมภาพรวมของจังหวัด&nbsp;ซึ่งการฉีดวัคซีนมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ในการป้องกันตนเองของประชาชน&nbsp;ได้มีการออกรณรงค์ให้คำแนะนำอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัย&nbsp;เมื่อออกจากบ้าน&nbsp;และอยู่ในที่ชุมชนต่างๆ&nbsp;ใช้แอลกอฮอล์เจลล้างมือ&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;พร้อมทั้งได้ให้เจ้าหน้าที่ออกสำรวจร้านค้า&nbsp;สถานประกอบการ&nbsp;ตลาดนัด&nbsp;สถานที่ต่างๆ&nbsp;ในการปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด&nbsp;หากไม่ปฏิบัติตามก็ได้มีการตักเตือนและแนะนำให้ปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด&nbsp;</p><p><strong>ส่วนของการตรวจคัดกรอง&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรีได้กระจาย&nbsp;</strong>ชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ไปยังโรงพยาบาล&nbsp;โรงพยาบาลชุมชน&nbsp;โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล&nbsp;และตั้งจุดตรวจกระจายไปยังชุมชนต่างๆ&nbsp;ที่ประชาชนมีกลุ่มเสี่ยงหรือพบว่ามีความเสี่ยง&nbsp;มีโรคประจำตัว&nbsp;หรือกลุ่มที่มีความเสี่ยงเป็นผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ได้มีจุดบริการให้กับประชาชนด้วยเช่นกัน&nbsp;เพื่อที่จะทำให้ชาวจังหวัดกาญจนบุรีได้รับการดูแลและรักษาได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น&nbsp;พร้อมทั้งได้มีระบบรองรับในเรื่องของการรักษา&nbsp;ในเรื่องเตียงรักษาผู้ป่วย&nbsp;ซึ่งมีความพร้อมเป็นอย่างดี&nbsp;ในส่วนของนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ให้เน้นในเรื่องของ&nbsp;แนวทาง&nbsp;Home&nbsp;isolation&nbsp;การแยกกักตัวที่บ้าน&nbsp;ในผู้ป่วยไม่มีอาการ&nbsp;หรือ&nbsp;อาการไม่รุนแรง&nbsp;หากมีอาการว่าเป็นผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ขอเข้ารับการรักษา&nbsp;จะมี&nbsp;Call&nbsp;Center&nbsp;ของโรงพยาบาลในพื้นที่ในการติดต่อรับผู้ป่วยเข้ารับการรักษา&nbsp;ณ&nbsp;โรงพยาบาลจุดต่างๆในทั้ง&nbsp;13&nbsp;อำเภอของจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้มีการเตรียมความพร้อมรองรับหากเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19</strong>&nbsp;และมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น&nbsp;ถึงแม้ว่าจังหวัดกาญจนบุรียังไม่พบการแพร่ระบาดเป็นจำนวนมาก&nbsp;ก็ได้มีการเตรียมพร้อมในทุกด้าน&nbsp;โดยเฉพาะเรื่องเตียงรักษาผู้ป่วย&nbsp;อุปกรณ์&nbsp;ยา&nbsp;บุคลากร&nbsp;ในการปฏิบัติหน้าที่มีความเพียงพอ&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;Home&nbsp;isolation&nbsp;การแยกกักตัวที่บ้าน&nbsp;หรือ&nbsp;Community&nbsp;Isolation&nbsp;ศูนย์โควิดชุมชนระดับอำเภอ&nbsp;ต้องประสานงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ทั้ง&nbsp;ท้องถิ่น&nbsp;ปกครอง&nbsp;ซึ่งทุกภาคส่วนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี&nbsp;ให้ทำอัตราการป่วยและเสียชีวิตลดน้อยลง&nbsp;</p><p><strong>นายแพทย์ชาติชาย&nbsp;กิติยานันท์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี</strong>&nbsp;ได้กล่าวเน้นย้ำให้ประชาชนป้องกันตนเอง&nbsp;หากออกจากบ้าน&nbsp;ไปในสถานที่ชุมชน&nbsp;หรือไปในที่เสี่ยง&nbsp;ให้สวมหน้ากากอนามัย&nbsp;ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์&nbsp;หรือสบู่&nbsp;และเว้นระยะห่างอยู่ห่างกันอย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เมตรขึ้นไป&nbsp;เลี่ยงการอยู่รวมกลุ่ม&nbsp;ทำให้โอกาสเสี่ยงลดน้อยลง&nbsp;และเข้ารับการฉีดวัคซีนให้ได้มากที่สุดเพราะการฉีดวัคซีนจะสามารถลดความรุนแรงของโรคได้&nbsp;หากร่วมมือกันชาวจังหวัดกาญจนบุรีจะปลอดภัย&nbsp;สามารถดำเนินชีวิตและเศรษฐกิจได้ใกล้เคียงกับชีวิตปกติได้มากที่สุด&nbsp;ในส่วนของการบริการที่จะให้มีการพัฒนาในหน่วยบริการต่างๆ&nbsp;สามารถให้คำแนะนำได้ที่&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;หมายเลขโทรศัพท์&nbsp;034-512961</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	13/1/2022	ภาคตะวันตก	กาญจนบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113113447529
442	จังหวัดยะลา  เหล่ากาชาดร่วมกับโรงพยาบาล  เดินหน้าตั้งจุดรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่ ต่อเนื่อง หลังประสบปัญหาโควิดระบาด ขาดแคลน	<p><strong>ยะลา&nbsp;เหล่ากาชาด&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;โรงพยาบาล&nbsp;เดินหน้าตั้งจุดรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่&nbsp;</strong>ต่อเนื่อง&nbsp;หลังประสบปัญหาโควิดระบาด&nbsp;ขาดแคลน&nbsp;ขณะ&nbsp;จนท.&nbsp;ศาลปกครองยะลา&nbsp;ประชาชน&nbsp;เข้าร่วมคึกคัก&nbsp;</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(13&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่&nbsp;บริเวณอาคารเอนกประสงค์&nbsp;บ้านพักศาลปกครองยะลา</strong>&nbsp;ได้มีการตั้งจุดหน่วยรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์&nbsp;โดย&nbsp;ศาลปกครองยะลา&nbsp;ร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัดยะลาโรงพยาบาลยะลา&nbsp;และส่วนราชการในพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;บริจาคโลหิต&nbsp;เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;วันชาติ&nbsp;และวันพ่อแห่งชาติ&nbsp;5&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564</p><p><strong>ซึ่งทางด้าน&nbsp;นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;</strong>ก็ได้เดินทางมาเป็นประธานเปิดหน่วยรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;ผศ.ดร.ทิพยวรรณ&nbsp;นิลยา&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา&nbsp;และนายสมมาศ&nbsp;รัฐพิทักษ์สันติ&nbsp;อธิบดีศาลปกครองยะลา&nbsp;ร่วมมอบของที่ระลึก&nbsp;สำหรับบรรยากาศภายในหน่วยรับบริจาคโลหิต&nbsp;มีผู้ที่เดินทางมาบริจาคโลหิต&nbsp;อย่างคึกคัก&nbsp;ซึ่งมีทั้ง&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;พนักงานราชการ&nbsp;ลูกจ้างในสังกัดของศาลปกครอง&nbsp;และประชาชนจากหน่วยงานต่างๆ</p><p><strong>กิจกรรมบริจาคโลหิต&nbsp;โดยศาลปกครองยะลาได้รับการประสานจากโรงพยาบาลยะลา&nbsp;ว่า</strong>&nbsp;ขณะนี้ประสบปัญหาการขาดแคลนโลหิตจำนวนมาก&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019(COVD&nbsp;-&nbsp;19)&nbsp;ทำให้จำนวนประชาชนที่ไปบริจาคโลหิตลดลง&nbsp;ซึ่งหากศาลปกครองยะลาดำเนินการช่วยเหลือเป็นสื่อกลางในการจัดกิจกรรมดังกล่าว&nbsp;นับเป็นการสร้างประโยชน์ต่อสังคมเป็นอย่างมาก&nbsp;ประกอบกับสถานที่ตั้งของศาลปกครองยะลามีพื้นที่กว้างขวางและมีความพร้อมจะจัดกิจกรรมได้&nbsp;และจากการประเมินความพร้อมเกี่ยวกับสถานที่จัดกิจกรรมบริจาคโลหิต&nbsp;ตามมาตรการการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID&nbsp;-&nbsp;19)&nbsp;โดยใช้อาคารอเนกประสงค์&nbsp;เพื่อเป็นไปตามมาตรการการป้องกันโรคระบาดฯ&nbsp;ของกรมควบคุมโรค&nbsp;กระทรวงสาธารณสุข</p><p><strong>ส่วนขั้นตอนก่อนจะเข้ารับการบริการโลหิตในครั้งนี้&nbsp;</strong>ทุกคนต้องผ่านจุดการคัดกรองโควิด-19&nbsp;มีการตรวจวัดอุณหภูมิ&nbsp;มีจุดบริการล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์&nbsp;และมีการตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;ด้วยชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;โดยได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่บุคลากรสาธารสุขจาก&nbsp;รพ.สต.ท่าสาป&nbsp;คอยให้บริการ&nbsp;สำหรับผู้ที่ได้รับการตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;แสดงผลเป็นลบก็จะสามารถเข้ารับการบริจาคเลือดได้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	13/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113112510519
443	คำสั่งจังหวัดแพร่ ฉบับที่ 86 แนวทางปฏิบัติในการเดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัดแพร่	<p><strong>จังหวัดแพร่&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่จังหวัดแพร่รวมถึงประชาชนทั่วไป</strong>&nbsp;งดหรือชะลอการเดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัดแพร่&nbsp;ในช่วงเวลานี้โดยไม่มีเหตุจำเป็น&nbsp;และให้หลีกเลี่ยงการเข้าไปในสถานที่ที่มีคนแออัดหรือเขตพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดของโรค&nbsp;ตามคำสั่งจังหวัดแพร่&nbsp;ฉบับที่&nbsp;86&nbsp;แนวทางปฏิบัติในการเดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัดแพร่&nbsp;สั่ง&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;11&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มีผลตั้งแต่วันที่&nbsp;11&nbsp;-&nbsp;24&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</p><p><strong>สำหรับแนวทางปฏิบัติในการเดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัดแพร่&nbsp;มีดังนี้</strong></p><p>1.แจ้งล่วงหน้าก่อนเข้าพื้นที่ต่อกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;อสม.&nbsp;หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่</p><p>2.เมื่อเดินทางเข้าพื้นที่แล้ว&nbsp;ให้รายงานตัวต่อกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;อสม.&nbsp;หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่</p><p>3.ลงทะเบียนผ่าน&nbsp;QR&nbsp;Code&nbsp;แพร่ชนะ</p><p>4.กักกันตนเองที่บ้านหรือที่พักอาศัย&nbsp;เป็นระยะเวลา&nbsp;10&nbsp;วัน&nbsp;หรือตามระยะเวลาที่พักอาศัยอยู่จริง&nbsp;หากบ้านหรือที่พักอาศัย&nbsp;ไม่มีความเหมาะสมสำหรับกักกันตัว&nbsp;ให้เข้ารับการกักกันตัว&nbsp;โดยคุมไว้สังเกตในสถานที่กักกันตัวที่แต่ละพื้นที่กำหนด&nbsp;ทั้งนี้กรณีพักอาศัยในสถานประกอบการโรงแรม&nbsp;ให้ลงทะเบียนตามระบบของโรงแรม&nbsp;และถือปฏิบัติตามแนวทางดังกล่าวข้างต้น&nbsp;โดยเคร่งครัด</p><p>5.กรณีแรงงานต่างด้าวที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่จังหวัดแพร่&nbsp;ให้เข้ารับการกักกันตัวโดยคุมไว้สังเกตในสถานที่กักกันตัวที่นายจ้างกำหนด&nbsp;เป็นระยะเวลา&nbsp;10&nbsp;วัน&nbsp;โดยให้เป็นไปตามมาตรฐานการกักตัวที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด</p><p>6.หากมีความจำเป็นที่จะต้องออกไปปฏิบัติภารกิจหรือทำธุระส่วนตัว&nbsp;ให้ขออนุญาตต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อในพื้นที่ก่อนทุกครั้งและปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรคตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดโดยเคร่งครัด</p><p>7.ผู้ที่ได้รับวัคซีนโควิด-19&nbsp;ครบตามเกณฑ์ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดมาแล้วไม่น้อยกว่า&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;หรือผู้ที่เคยป่วยด้วยโรคโควิด-19&nbsp;มาแล้วไม่เกินสามเดือนนับจากการรักษาสิ้นสุด&nbsp;ไม่ต้องกักกันตัว&nbsp;10&nbsp;วัน&nbsp;โดยให้แสดงหลักฐานการได้รับวัคซีน&nbsp;หรือใบรับรองแพทย์ที่ระบุว่าเคยติดเชื้อมาแล้วภายในระยะเวลาไม่เกินสามเดือน&nbsp;ต่อกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;อสม.&nbsp;หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่แล้วแต่กรณี&nbsp;และปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;D-M-H&nbsp;-T-T-A&nbsp;โดยเคร่งครัด&nbsp;พร้อมทั้งลงทะเบียน&nbsp;ผ่าน&nbsp;QR&nbsp;Code&nbsp;แพร่ชนะด้วย</p><p><strong>กรณีผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนโควิด-19&nbsp;</strong>หรือได้รับวัคชื่นไม่ครบตามเกณฑ์ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด&nbsp;สามารถแสดงผลการตรวจหาเชื้อแบบ&nbsp;ATK/&nbsp;RT-PCR&nbsp;ซึ่งสถานพยาบาลภาครัฐหรือภาคเอกชนเป็นผู้รับรองให้&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;โดยให้แสดงหลักฐานต่อกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;อสม.&nbsp;หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่&nbsp;และไม่ต้องกักกันตัว&nbsp;10&nbsp;วัน&nbsp;แต่ให้ปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;D-M-H-T-T-A&nbsp;โดยเคร่งครัด&nbsp;พร้อมทั้งลงทะเบียนผ่าน&nbsp;QR&nbsp;Code&nbsp;แพร่ชนะด้วย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ไม่รวมถึงแรงงานต่างด้าวตาม&nbsp;ข้อ&nbsp;5.&nbsp;และหากเป็นผู้ที่มีอาการสงสัยเข้าข่ายโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่ออาจออกคำสั่งให้เข้ารับการตรวจหาเชื้อด้วยวิธีการ&nbsp;Swab&nbsp;ทุกราย&nbsp;ถึงแม้จะเข้าเงื่อนไขตาม&nbsp;ข้อ&nbsp;7.</p><p><strong>ผู้ใดฝ่าผืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งฉบับนี้&nbsp;</strong>อาจมีความผิดตามมาตรา&nbsp;51&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2558&nbsp;ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	13/1/2022	ภาคเหนือ	แพร่	สวท.แพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113112517520
444	นายกรัฐมนตรี กำชับดีอีเอส ปอท. สธ. เฝ้าระวังมิจฉาชีพฉวยโอกาสใช้ประโยชน์ช่วงการแพร่ระบาดโควิด19 หลอกลวงประชาชน ฉ้อโกง	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งผลักดันมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน&nbsp;ทั้งการตรึงราคาพลังงาน&nbsp;การเพิ่มช่องจำหน่ายสินค้าราคาถูกธงฟ้า&nbsp;รวมทั้งการให้มีจัดจำหน่ายชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;สำหรับประชาชน&nbsp;ในราคาเหมาะสมอย่างทั่วถึง&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นอกจากนี้&nbsp;นายกรัฐมนตรียังกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ทั้งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี&nbsp;หรือ&nbsp;ปอท&nbsp;เฝ้าระวังการฉ้อโกงทางอินเทอร์เน็ต&nbsp;เว็บไซต์และ&nbsp;SMS&nbsp;ต่างๆ&nbsp;ซึ่งมิจฉาชีพในปัจจุบัน&nbsp;จะมีรูปแบบหลอกลวงใหม่ๆ&nbsp;เพื่อฉวยโอกาสแสวงหาประโยชน์จากสถานการณ์ที่มีการแพร่ระบาดโควิด&nbsp;-19</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวต่อว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ในช่วงสถานการณ์โควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;ที่ส่งผลกระทบทั้งด้านสุขภาพ&nbsp;สังคม&nbsp;และเศรษฐกิจ&nbsp;เปิดโอกาสให้เกิดมิจฉาชีพในรูปแบบต่างๆ&nbsp;จำนวนมาก&nbsp;ล่าสุดจากกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์ประกาศจ้างเด็กเอ็นฯ&nbsp;โดยต้องเป็นผู้ที่ติดเชื้อโควิดเท่านั้น&nbsp;และต้องมีผลการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ยืนยันผล&nbsp;เพื่อเรียกร้องเอาเงินประกันภัยจากบริษัทประกันภัย&nbsp;การกระทำลักษณะดังกล่าวเข้าข่ายเป็นการฉ้อฉลประกันภัยและอาจเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย&nbsp;(คปภ.)&nbsp;ได้ดำเนินการเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน&nbsp;พร้อมตรวจสอบเพิ่มเติม&nbsp;หากพบการกระทำความผิดจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป&nbsp;การกระทำดังกล่าวนอกจากจะมีความผิดต่อกฎหมายแล้ว&nbsp;ยังเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;ในปัจจุบันด้วย</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">สำหรับรายงานยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;วันที่&nbsp;13&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;พบ&nbsp;ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;เพิ่มวันนี้&nbsp;8,167&nbsp;ราย&nbsp;จำแนกเป็น&nbsp;ผู้ติดเชื้อใหม่&nbsp;8,101&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยภายในเรือนจำ/ที่ต้องขัง&nbsp;66&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยสะสม&nbsp;77,022&nbsp;ราย&nbsp;(ตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;หายป่วยกลับบ้าน&nbsp;3,845&nbsp;ราย&nbsp;หายป่วยสะสม&nbsp;39,486&nbsp;ราย&nbsp;(ตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;ผู้ป่วยกำลังรักษา&nbsp;70,591&nbsp;ราย&nbsp;และเสียชีวิตเพิ่ม&nbsp;14&nbsp;ราย</span></p><p><br></p><p><br></p>"	13/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113184733846
445	กรุงเทพมหานคร แนะนำการดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ที่แยกรักษาตัวที่บ้าน (HI)	<p><strong>พล.ต.อ.อัศวิน&nbsp;ขวัญเมือง&nbsp;ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>เนื่องจากในขณะนี้พบผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;กระจายในหลายพื้นที่&nbsp;ซึ่งหากเป็นการตรวจพบโดยหน่วยค้นหาเชิงรุกของกรุงเทพมหานคร&nbsp;หรือสถานพยาบาลอื่นๆ&nbsp;ผู้ป่วยจะได้รับการประสานเพื่อนำเข้าสู่กระบวนการรักษาสำหรับผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ที่ตรวจด้วยชุดตรวจ&nbsp;Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit&nbsp;(ATK)&nbsp;ด้วยตนเอง&nbsp;&nbsp;สามารถโทรประสานเบื้องต้นเพื่อเข้าสู่ระบบการรักษาได้ที่&nbsp;สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติโทร.1330&nbsp;กด&nbsp;14&nbsp;ได้ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;หรือประสานทางช่องทาง&nbsp;Line&nbsp;@nhso&nbsp;&nbsp;เลือกเมนูบริการเกี่ยวกับโควิด-19&nbsp;รวมทั้งสามารถประสานผ่านช่องทางของกรุงเทพมหานคร&nbsp;ได้แก่&nbsp;ศูนย์เอราวัณ&nbsp;โทร.1669&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และLine&nbsp;@BKKCOVID19CONNECT&nbsp;</p><p><strong>ในส่วนผู้ป่วยที่มีอาการเล็กน้อย&nbsp;หรือไม่มีอาการเลย</strong>&nbsp;สามารถทำการแยกกักรักษาตัวที่บ้าน&nbsp;หรือ&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;(HI)&nbsp;ได้&nbsp;ซึ่งเจ้าหน้าที่จะมอบชุดในการดูแลตนเองที่บ้านพร้อมประเมินอาการผู้ป่วยต่อเนื่อง&nbsp;สำหรับสถิติผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ที่ทำการแยกกักรักษาตัวที่บ้านในพื้นที่กรุงเทพมหานคร&nbsp;จากข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;12&nbsp;ม.ค.65&nbsp;มีจำนวน&nbsp;4,181&nbsp;ราย&nbsp;ส่วนยอดสะสมตั้งแต่วันที่&nbsp;2&nbsp;ส.ค.64&nbsp;มีจำนวน&nbsp;129,712&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ครอบครัวที่มีผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;แยกกักรักษาตัวที่บ้าน</strong>&nbsp;ควรปฏิบัติตนเพื่อป้องกันไม่ให้มีการติดเชื้อ&nbsp;โดยสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา&nbsp;ระมัดระวังการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ป่วย&nbsp;&nbsp;แยกใช้ห้องน้ำ&nbsp;และทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อหลังใช้ทุกครั้ง&nbsp;ไม่ใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกับผู้ป่วย&nbsp;โดยผู้ที่ดูแลผู้ป่วย&nbsp;หรือคนในครอบครัวต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p>	13/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113184612845
446	โรงพยาบาลพะเยา เตรียมความพร้อมเปิด CI แห่งที่ 2 รองรับผู้ติดเชื้อโควิด-19	<p><strong>นายแพทย์ธวัชชัย&nbsp;ปานทอง&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพะเยา</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;&nbsp;แพทย์หญิงกนกรส&nbsp;โค้วจิริยะพันธุ์&nbsp;รองผู้อำนวยการด้านผลิตและพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์&nbsp;รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลสนาม&nbsp;และคณะผู้บริหาร&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมเปิด&nbsp;CI&nbsp;เพื่อรองรับผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;ตามข้อสั่งการของปลัดกระทรวงสาธารณสุขให้ทุกจังหวัดจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการจังหวัด&nbsp;เพื่อเป็นอีกช่องทางรองรับผู้ที่มีผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นบวก&nbsp;ในการติดต่อทางจังหวัดพะเยา&nbsp;จึงได้เตรียม&nbsp;CI&nbsp;แห่งที่&nbsp;2&nbsp;รับผู้ป่วยติดเชื้อสีเขียว&nbsp;จำนวน&nbsp;80&nbsp;เตียง&nbsp;ที่โรงพยาบาลค่ายขุนเจืองธรรมิกราช&nbsp;ให้พร้อมเปิดใช้งานในวันที่&nbsp;12&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</p><p><strong>นายแพทย์ธวัชชัย&nbsp;ปานทอง&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพะเยา</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ผู้ติดเชื้อโอมิครอนส่วนใหญ่&nbsp;48%&nbsp;ไม่มีอาการ&nbsp;ส่วนอาการของโอมิครอนที่พบมาก&nbsp;คือ&nbsp;ไอ&nbsp;54%&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;37%&nbsp;และไข้&nbsp;29%&nbsp;จึงเน้นการดูแลที่บ้านและชุมชน&nbsp;(HI/CI)&nbsp;เป็นหลัก&nbsp;ซึ่งการนำผู้ติดเชื้อเข้าสู่ระบบรักษาพยาบาลมี&nbsp;3&nbsp;แบบ&nbsp;คือ&nbsp;1.มาตรวจที่โรงพยาบาล&nbsp;2.ตรวจที่หน่วยบริการเชิงรุก&nbsp;ซึ่ง&nbsp;2&nbsp;แบบนี้หากผลบวกไม่ต้องติดต่อ&nbsp;1330&nbsp;โดยโรงพยาบาลและหน่วยบริการเชิงรุกจะประเมินอาการ&nbsp;และ&nbsp;3.การตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ด้วยตนเอง&nbsp;หากผลบวกในเขตอำเภอเมืองให้โทรติดต่อที่โรงพยาบาลพะเยา&nbsp;โทร&nbsp;054-409300&nbsp;กด&nbsp;0&nbsp;จะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อผู้ติดเชื้อกลับใน&nbsp;6&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;โดยผู้ติดเชื้อหากอาการหนักจะส่งตัวไปยังโรงพยาบาล&nbsp;</p><p><strong>ส่วนผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการหรืออาการไม่มาก</strong>&nbsp;จะมีระบบ&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;ภายใต้การกำกับติดตามของทีมบุคลากรทางการแพทย์&nbsp;หากติดเชื้อที่มีอาการจะมีโรงพยาบาลสนามรับดูแล&nbsp;Community&nbsp;Isolation&nbsp;รองรับ&nbsp;ส่วนกรณีผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นลบ&nbsp;แต่ยังมีอาการทางเดินหายใจ&nbsp;ให้ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;อีกครั้ง&nbsp;หากผลยังเป็นลบอยู่และมีอาการมาก&nbsp;ให้ไปตรวจซ้ำที่คลินิกไข้หวัด&nbsp;โรงพยาบาลใกล้บ้าน&nbsp;แต่ผลลบไม่มีอาการ&nbsp;เป็นกลุ่มสัมผัสเสี่ยงต่ำจะเน้นการป้องกันตนเอง&nbsp;และหากเป็นกลุ่มสัมผัสเสี่ยงสูงให้กักตัวเอง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	13/1/2022	ภาคเหนือ	พะเยา	สวท.พะเยา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113120245542
447	รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท ลงพื้นที่ตรวจสอบมาตรการป้องกันและควบคุมโรคโควิด - 19 ในตลาดสดภาษีซุง เขตเทศบาลเมืองชัยนาท	<p><strong>วันนี้&nbsp;(13&nbsp;มกราคม&nbsp;65)&nbsp;นายนที&nbsp;มนตริวัต&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนายสุชาติ&nbsp;อรุณเมือง&nbsp;ที่ปรึกษานายกเทศบาลเมืองชัยนาท&nbsp;ปลัดอำเภอ&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองชัยนาท&nbsp;และตำรวจ&nbsp;ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบ&nbsp;และทำความเข้าใจ&nbsp;ในการใช้มาตรการป้องกันและควบคุมโรคโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;ในตลาดสดภาษีซุง&nbsp;เขตเทศบาลเมืองชัยนาท&nbsp;อำเภอเมืองชัยนาท&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;และคณะฯ&nbsp;ได้ตรวจสอบทางเข้า&nbsp;-&nbsp;ออก</strong>บริเวณตลาด&nbsp;การตั้งจุดคัดกรอง&nbsp;การบริการเจล/แอลกอฮอล์ล้างมือ&nbsp;พร้อมทั้งได้ให้คำแนะนำ&nbsp;โดยทำความเข้าใจให้กับผู้ดูแลตลาดสดแม่ค้า&nbsp;และขอความร่วมมือเจ้าของ/ผู้ประกอบการตลาดในเรื่องการเข้มงวดจุดตรวจคัดกรองบุคคลเข้า&nbsp;&nbsp;ออก&nbsp;ทุกจุด&nbsp;การทำความสะอาด&nbsp;การสวมหน้ากากอนามัย&nbsp;และการเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล&nbsp;การสุ่มตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;หาผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;หากพบว่ามีความเสี่ยงจากพ่อค้า-แม่ค้า&nbsp;หรือ&nbsp;ผู้บริโภคที่มาจับจ่ายซื้อของ&nbsp;ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันโรคตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ในเขตพื้นที่จังหวัดชัยนาท&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	13/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113123148575
448	สถานการณ์โควิดใน กทม. เริ่มพบการระบาดเพิ่มในสถานที่เสี่ยงอากาศปิด แออัด 	<p><strong>นายแพทย์สุทัศน์&nbsp;โชตนะพันธ์</strong>&nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง&nbsp;กรมควบคุมโรค&nbsp;กล่าวสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;เฉพาะเขตสุขภาพที่&nbsp;13&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;ขณะนี้พบมีการระบาดเพิ่มมากขึ้น&nbsp;การกระจายตัวของอัตราการเจ็บป่วยอยู่ในทุกกลุ่มอายุ&nbsp;ทุกเขตของ&nbsp;กทม.&nbsp;แต่มีอัตราป่วยสูงกว่าในโซนอื่นเป็นบางเขต&nbsp;โดยกลุ่มเสี่ยงสูงที่ทำให้พบผู้ติดเชื้อคือ&nbsp;พื้นที่เสี่ยงและชุมชน&nbsp;พื้นที่เสี่ยงคือ&nbsp;สถานที่ระบายอากาศไม่ดี&nbsp;โดยเฉพาะร้านผับ&nbsp;บาร์&nbsp;ที่ขอปรับปรุงมาเป็นร้านอาหาร&nbsp;ที่อนุญาตแล้วแต่ไม่สามารถจัดการระบายอากาศที่ดีได้&nbsp;ทำให้พื้นที่เหล่านี้เป็นพื้นที่เสี่ยง&nbsp;แต่ละกลุ่มมีการระบาดมากกว่า&nbsp;5&nbsp;รายขึ้นไป&nbsp;ประชาชนผู้ใช้บริการพบเห็นร้านอาหารกึ่งพับ&nbsp;บาร์&nbsp;ที่ระบบระบายอากาศไม่ดี&nbsp;ไม่ปฏิบัติมาตรฐาน&nbsp;SHA+&nbsp;และ&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อตรวจสอบและจะมีการถอนการอนุญาตให้บริการเพื่อตัดจุดเสี่ยง&nbsp;</p><p><strong>ส่วนชุมชนช่วงนี้พบหอพักที่มีลักษณะอัด</strong>&nbsp;เช่นหอพักนักศึกษา&nbsp;เริ่มมีรายงานผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น&nbsp;ขอผู้ที่อาศัยในชุมชนที่เสี่ยง&nbsp;แออัดขอให้แยกตัวและปฏิบัติตามมาตรการกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;งดร่วมกิจกรรมเป็นเวลานาน&nbsp;โดยเฉพาะหากไม่สวมหน้ากาก&nbsp;เช่น&nbsp;วงเหล้า&nbsp;ชะลอการเดินทางหากไม่จำเป็น&nbsp;ถ้ากลับมาจากนอกพื้นที่ให้สังเกตอาการตนเองอย่างน้อย&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;ถ้าเป็นไปได้ให้&nbsp;work&nbsp;from&nbsp;home&nbsp;เพื่อลดความเสี่ยงติดเชื้อ&nbsp;<strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังพบมีกลุ่มบุคลากรการแพทย์&nbsp;</strong>เริ่มมีรายงานพบป่วยมากขึ้นไม่ใช่ติดจากการให้บริการผู้ป่วยแต่เป็นการติดจากชุมชนและคนใกล้ชิด&nbsp;นอกจากนี้ยังพบการเพิ่มขึ้นของผู้ที่มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;กลุ่มนี้ขอให้พยายาม&nbsp;ตรวจคัดกรองตัวเองด้วย&nbsp;ATK&nbsp;<strong>หากพบผู้ป่วยให้แยกตัวออกจากผู้ใกล้ชิด</strong>&nbsp;ติดต่อสายด่วน&nbsp;สปสช.&nbsp;โทร&nbsp;1330&nbsp;เพื่อเข้าระบบดูแลรักษาที่บ้าน&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;หรือศูนย์กักตัวในชุมชน&nbsp;Community&nbsp;Isolation&nbsp;ให้เร็วที่สุด&nbsp;และขอให้เร่งไปรับวัคซีนทั้งเข็มปกติและเข็มกระตุ้น&nbsp;เพราะจากรายงานผู้เสียชีวิตด้วยโควิด&nbsp;ใน&nbsp;กทม.&nbsp;ส่วนใหญ่ร้อยละ&nbsp;61&nbsp;เป็นผู้ที่ยังไม่เคยได้รับวัคซีน&nbsp;ส่วนคนที่ฉีดแล้วเสียชีวิตมีอัตราน้อยมาก&nbsp;ร้อยละ&nbsp;13.6&nbsp;แต่ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่รับวัควีนแต่ยังไม่ครบโดส&nbsp;จึงขอให้มารับตามกำหนด&nbsp;ซึ่งขณะนี้ใน&nbsp;กทม.&nbsp;จัดจุดบริการวัคซีนไว้กว่า&nbsp;20&nbsp;จุด&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	13/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113153333685
449	คัดกรองอย่างเข้ม รพ.ยะลา เฝ้าระวังโอมิครอน ขณะโควิดรายใหม่ติดเชื้อ 14 ราย	<p><strong>พบผู้ติดเชื้อ&nbsp;โควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;กระจายอยู่หลายจังหวัดในประเทศไทย</strong>&nbsp;ขณะนี้&nbsp;โรงพยาบาลยะลา&nbsp;ต้องเพิ่มมาตรการตรวจคัดกรองขั้นสูงสุด&nbsp;จากเดิมที่ตรวจคัดกรองเข้มข้นแล้ว&nbsp;ตั้งแต่บริเวณทางเข้าหน้าประตู&nbsp;ซึ่งจะเป็นจุดแรกในการตรวจคัดกรอง&nbsp;ผู้ที่มารับบริการแผนกต่างๆ&nbsp;ภายใน&nbsp;รพ.ยะลา&nbsp;ต้องแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีน&nbsp;โควิด-19&nbsp;ครบตามเกณฑ์&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;ที่&nbsp;รพ.กำหนด&nbsp;หากไม่ได้รับการฉีดวัคซีนแต่ต้องการใช้บริการก็จะมีจุดฉีดวัคซีนบริการให้&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ผู้เข้ารับบริการต้องสวมหน้ากากอนามัย&nbsp;หรือ&nbsp;หน้ากากผ้า</strong>&nbsp;ให้แนบสนิทกับใบหน้าตลอดเวลา&nbsp;จากนั้นก็จะแยกช่องรับบริการ&nbsp;ตามจุดต่างๆ&nbsp;ทั้ง&nbsp;ผู้เข้าใช้บริการทั่วไป&nbsp;และ&nbsp;จุดสำหรับผู้ป่วยระบบทางเดินหายใจ(ไอ&nbsp;จาม&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;มีน้ำมูก)&nbsp;ผู้ป่วยที่มาตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;(SWAB)&nbsp;โดยทุกจุดก็จะมีการคัดกรองอีก&nbsp;1&nbsp;ชั้น&nbsp;ทั้งการซักประวัติเดินทาง&nbsp;ประวัติเสี่ยงสัมผัส&nbsp;ตรวจเอกสารฉีดวัคซีน&nbsp;ซึ่งการคัดกรองอย่างเข้ม&nbsp;ก็เพื่อป้องกันไม่ให้มีการนำเชื้อโควิด-19&nbsp;เล็ดลอด&nbsp;เข้ามาแพร่ระบาด&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ของ&nbsp;รพ.ยะลา&nbsp;ซึ่งเป็นสถานที่&nbsp;ที่รักษาผู้ป่วย</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;สถานการณ์โควิด&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ระลอกเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;วันนี้&nbsp;13&nbsp;ม.ค&nbsp;65</strong>&nbsp;พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มอยู่ในหลักสิบที่&nbsp;14&nbsp;ราย&nbsp;จากเมื่อวานนี้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;ป่วยสะสม&nbsp;197&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;165&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;85&nbsp;ราย&nbsp;มีผู้เสียชีวิตรายใหม่&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ใน&nbsp;อ.ยะหา&nbsp;สะสมรวม&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;ขณะ&nbsp;ผู้ป่วยที่เข้าข่ายติดเชื้อ&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;รายใหม่&nbsp;&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;สะสม&nbsp;72&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>	13/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113131405585
450	โรงเรียนในสังกัดเทศบาลเมืองศรีราชาพร้อมจัดการเรียนการสอนแบบปกติ	<p><strong>นางสาวกรวรรณ&nbsp;เตมียศร&nbsp;รองนายกเทศมนตรีเมืองศรีราชา&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;โรงเรียนในสังกัดเทศบาลเมืองศรีราชา&nbsp;ทั้ง&nbsp;3&nbsp;โรง&nbsp;พร้อมเปิดการเรียนการสอนแบบปกติ&nbsp;ในวันที่&nbsp;18&nbsp;มกราคม&nbsp;นี้&nbsp;โดยในวันที่&nbsp;17&nbsp;มกราคม&nbsp;จะทำการนัดหมายนักเรียน&nbsp;ที่ผู้ปกครองสมัครใจให้มาเรียนแบบปกติ&nbsp;มาตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทุกคน&nbsp;ก่อนการมาเรียนในวันรุ่งขึ้น&nbsp;และจะมีการตรวจซ้ำในทุกสัปดาห์&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งโรงเรียนได้เตรียมความพร้อมในด้านความปลอดภัย&nbsp;เช่น&nbsp;จุดคัดกรองอุณหภูมิ</strong>&nbsp;เจลแอลกอฮอล์ล้างมือในทุกห้องเรียน&nbsp;พร้อมประชาสัมพันธ์ให้นักเรียนสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา&nbsp;ในส่วนของบุคลากรทางการศึกษาต้องได้รับการฉีดวัคซีนครบ&nbsp;สองเข็ม&nbsp;และต้องตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเช่นกัน&nbsp;ทั้งนี้ให้ถือเป็นการปฏิบัติตามแนวทางป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด&nbsp;19&nbsp;ตามข้อกำหนดของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ปริญญา/ข่าว/ภาพ</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	13/1/2022	ภาคตะวันออก	ชลบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113134757601
451	ร้อยเอ็ด คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดร้อยเอ็ด ประชุมติดตามสถานการณ์โควิด-19	<p>ร้อยเอ็ด&nbsp;คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;ประชุมติดตามสถานการณ์โควิด-19</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วานนี้&nbsp;(12&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.</strong>&nbsp;นายภูสิต&nbsp;สมจิตต์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;ที่ห้องประชุมพระมหาเจดีย์ชัยมงคล&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;พร้อมด้วยนายชนาส&nbsp;ชัชวาลวงศ์&nbsp;,&nbsp;นายเชวงศักดิ์&nbsp;พลเยี่ยม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;,&nbsp;นายชูศักดิ์&nbsp;ราชบุรี&nbsp;ปลัดจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;,&nbsp;คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;และคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;เข้าร่วมประชุม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>โดยการในประชุมมีการนำเสนอสถานการณ์โรคโควิด-19</strong>&nbsp;ซึ่งจังหวัดร้อยเอ็ดมีผู้ติดเชื้อเพิ่ม&nbsp;62&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ติดเชื้อในจังหวัด&nbsp;55&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ติดเชื้อมาจากต่างจังหวัด&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;หายป่วยกลับบ้าน&nbsp;34&nbsp;ราย&nbsp;และกำลังรักษาขณะนี้&nbsp;567&nbsp;ราย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;มีข้อเน้นย้ำสั่งการสำคัญ&nbsp;คือ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.การเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงขอให้เพิ่มความเข้มข้นการตรวจคัดกรองเชิงรุกในพื้นที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาด&nbsp;เช่น&nbsp;หน่วยงานราชการ&nbsp;สถานศึกษา&nbsp;สถานประกอบการ/โรงงานอุตสาหกรรม&nbsp;ชุมชน&nbsp;ศาสนสถาน&nbsp;และตลาด&nbsp;เป็นต้น&nbsp;และเพิ่มความเข้มข้นในการเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงด้วยการสุ่มตรวจ&nbsp;โดยแบบตรวจหาแอนติเจนด้วยตนเอง&nbsp;(Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit&nbsp;:&nbsp;ATK)&nbsp;อย่างต่อเนื่อง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ดร่วมกับที่ทำการปกครองจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;ที่ทำการปกครองอำเภอทุกอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เตรียมความพร้อมรองรับการระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ระลอกใหม่&nbsp;โดยสำรวจและเตรียมความพร้อมโรงพยาบาลสนามและศูนย์แยกโรคชุมชน&nbsp;(Community&nbsp;Isolation&nbsp;:&nbsp;CI)&nbsp;จำนวนเตียง&nbsp;เวชภัณฑ์&nbsp;และอุปกรณ์เครื่องมือที่จำเป็นให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานได้ทันที</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.ให้ที่ทำการปกครองจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;ที่ทำการปกครองอำเภอทุกอำเภอ&nbsp;เฝ้าระวังมิให้มีการลักลอบเปิดสถานบริการ&nbsp;สถานประกอบการคล้ายสถานบริการผับบาร์&nbsp;คาราโอเกะ&nbsp;บ่อนการพนัน&nbsp;หรือสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่โรค&nbsp;หากพบการฝ่าฝืนให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด&nbsp;ในส่วนของร้านอาหารสามารถเปิดได้&nbsp;แต่ให้งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหารอย่างเด็ดขาด&nbsp;ผู้ใดฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายตามประกาศ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4.ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;โรงพยาบาลทุกแห่งเร่งดำเนินการฉีดวัคซีนให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยเพิ่มการให้บริการฉีดวัคซีนเชิงรุก&nbsp;(Mobile&nbsp;Unit)&nbsp;ในหมู่บ้านชุมชน&nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนพร้อมทั้งสื่อสารสร้างการรับรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนในเรื่องวัคซีนที่ถูกต้องควบคู่ไปด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;5.โรงเรียนหรือสถาบันการศึกษาทุกประเภทให้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอนจากการเปิดเรียนตามปกติ&nbsp;(Onsite)&nbsp;เป็นรูปแบบอื่นแทนตามความเหมาะสม&nbsp;และทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดร้อยเอ็ดได้เห็นชอบให้โรงเรียนมัธยมทั้งจังหวัดหยุดการเรียน&nbsp;(Onsite)&nbsp;เพิ่มอีก&nbsp;1&nbsp;สัปดาห์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;6.การจัดการมูลฝอยติดเชื้อชุมชนให้สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;ที่ทำการปกครองอำเภอทุกอำเภอกำชับ&nbsp;เน้นย้ำ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่&nbsp;ปฏิบัติตามแนวทางการจัดการมูลฝอยติดเชื้อในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;ของกรมอนามัย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;นายภูสิต&nbsp;สมจิตต์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;</strong>ได้มีข้อห่วงใยถึงพี่น้องประชาชน&nbsp;โดยให้ทุกหน่วยงานประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการป้องกันและดูแลตนเองเพื่อป้องกันการติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ทั้งการป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล&nbsp;(Universal&nbsp;Prevention&nbsp;For&nbsp;COVID-19)&nbsp;และให้ทุกภาคส่วนรวมถึงประชาชนต้องมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการสถานการณ์การร่วมกัน&nbsp;และที่สำคัญต้องปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;D-M-H-T-T-A&nbsp;และมาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร&nbsp;(COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting)&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องชาวร้อยเอ็ด</p>	13/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ร้อยเอ็ด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113135356608
452	ผวจ.จันทบุรีตรวจเยี่ยมความพร้อมจุดคัดกรองนักแสวงบุญ ประชาชน และนักท่องเที่ยวที่จะขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาทพลวง บนยอดเขาคิชฌกูฏ เน้นจองคิวขึ้นเขาผ่านแอป QueQ เท่านั้นไม่รับ Wolkin	<p><strong>วันนี้&nbsp;(&nbsp;13&nbsp;ม.ค.65&nbsp;)&nbsp;ที่วัดกระทิง&nbsp;อ.เขาคิชฌกูฏ&nbsp;จ.จันทบุรี</strong>&nbsp;และที่วัดพลวง&nbsp;นายสุธี&nbsp;ทองแย้ม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;พระครูพุทธบทบริบาล&nbsp;เจ้าคณะอำเภอเขาคิชฌกูฏ&nbsp;เจ้าอาวาสวัดพลวง&nbsp;ประธานมูลนิธิพระพุทธบาทพลวง&nbsp;/&nbsp;นายอำเภอเขาคิชฌกูฏ&nbsp;/&nbsp;สาธารณสุขอำเภอ&nbsp;/&nbsp;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติ&nbsp;เขาคิชฌกูฏ&nbsp;ผู้นำท้องที่&nbsp;และผู้ที่เกี่ยวข้องได้เดินทางเข้าเยี่ยมชมความพร้อมของจุดคัดกรองตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด&nbsp;-19&nbsp;ตามแผนเผชิญเหตุและมาตรการป้องกันของคณะกรรมการควบคุมโรคจังหวัดจันทบุรี&nbsp;</p><p><strong>รวมทั้งศูนย์&nbsp;CI&nbsp;จุดให้บริการรถคิวที่จะรับนักแสวงบุญขึ้นไปบนยอดเขา</strong>ที่ต้องแยกออกจากจุดคัดกรอง&nbsp;และให้คำแนะนำว่าไม่ควรมีการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ที่บริเวณหน้างานเนื่องจากเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;ได้&nbsp;ดังนั้นนักแสวงบุญ&nbsp;ประชาชน&nbsp;นักท่องเที่ยวที่จะขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาทในปีนี้&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;2&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;&nbsp;2&nbsp;เมษายน&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;จะต้องตรวจคัดกรองมาก่อนหน้า&nbsp;และต้องจองคิวการขึ้นเขาผ่านแอป&nbsp;QueQ&nbsp;ของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชเท่านั้นไม่รับ&nbsp;Wolkin&nbsp;หน้างาน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับงานประเพณีนมัสการรอยพระพุทธบาทพลวง(เขาคิชฌกูฏ)&nbsp;ปีนี้&nbsp;</strong>กำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่&nbsp;2&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;&nbsp;2&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ตามประเพณีคือขึ้น&nbsp;1&nbsp;ค่ำเดือน&nbsp;3&nbsp;ถึง&nbsp;ขึ้น&nbsp;&nbsp;1&nbsp;ค่ำ&nbsp;เดือน&nbsp;5&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;อย่างเข้มข้น&nbsp;และจะมีพิธี&nbsp;บวงสรวง&nbsp;ปิดป่า&nbsp;เปิดเขาในวันจันทร์ที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;โดยนักแสวงบุญ&nbsp;ประชาชน&nbsp;นักท่องเที่ยวที่จะขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาทพลวง&nbsp;บนยอดเขาคิชฌกูฏต้องปฏิบัติตามนี้&nbsp;ต้องเป็นผู้ที่ได้รับวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็มโดยแสดงเอกสารรับรองการรับวัคซีนหรือการยืนยันจากแอปพลิเคชั่นหมอพร้อม&nbsp;/&nbsp;แสดงเอกสารรายงานผลการตรวจโควิด&nbsp;-19&nbsp;ด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;หรือ&nbsp;Rapid&nbsp;Antigan&nbsp;test&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;จากสถานพยาบาลของรัฐ&nbsp;หรือ&nbsp;สถานพยาบาลเอกชนที่กระทรวงสาธารณสุขรับรองแสดงผลทดสอบว่าไม่พบเชื้อ&nbsp;/&nbsp;กรณีผู้ที่เคยป่วยโควิด&nbsp;-19&nbsp;ที่ได้รับการรักษาหายแล้วต้องมีเอกสารรับรองผลการตรวจรักษาว่าหายป่วยมาแล้วไม่เกิน&nbsp;90&nbsp;วัน&nbsp;</p><p><strong>ผู้ที่จะขึ้นไปบนเขาต้องปฏิบัติตามมาตรการและระเบียบของกรมอุทยานแห่งชาติฯ</strong>&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;การจองคิวรถเพื่อขึ้นไปบนยอดเขาสามารถจองได้&nbsp;2&nbsp;คิว&nbsp;ผ่านแอปพลิเคชั่น&nbsp;QueQ&nbsp;โดยมีขั้นตอนรวม&nbsp;4&nbsp;ขั้นตอนทั้งนี้คิวรถที่จะให้บริการขึ้นไปบนเขามี&nbsp;2&nbsp;คิว&nbsp;คือคิววัดพลวง&nbsp;มีรถบริการจำนวน&nbsp;111&nbsp;คิว&nbsp;และคิววัดกระทิงมีรถบริการ&nbsp;31&nbsp;คิว&nbsp;ผู้ที่จะขึ้นไปบนเขาโดยรถบริการต้องจองผ่านแอปพลิเคชั่น&nbsp;QueQ&nbsp;เท่านั้นไม่รับ&nbsp;Walk&nbsp;in</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	13/1/2022	ภาคตะวันออก	จันทบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113135230606
453	"จังหวัดศรีสะเกษ พร้อมจัดกีฬาแห่งชาติ ""ศรีสะเกษเกมส์"""	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;มอบหมายให้นายอนุรัตน์&nbsp;ธรรมประจำจิต&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เป็นประธานการประชุมเพื่อหารือเตรียมความพร้อมจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติครั้งที่&nbsp;47&nbsp;""ศรีสะเกษเกมส์""&nbsp;และ&nbsp;การจัดการแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;37&nbsp;""นครลำดวนเกมส์""&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;1.ฝ่ายพัฒนาเมือง&nbsp;และรักษาความสะอาด&nbsp;,&nbsp;2.ฝ่ายประชาสัมพันธ์&nbsp;,&nbsp;3.ฝ่ายพิธีเปิด-ปิดการแสดง&nbsp;,&nbsp;4.ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศและประมวลผลการแข่งขัน&nbsp;และ&nbsp;5.ฝ่ายขนส่งและยานพาหนะ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;พร้อมแล้วกับการเป็นเจ้าภาพ&nbsp;โดยการจัดกิจกรรมดังกล่าวถือปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;และการจัดการแข่งขันในครั้งนี้&nbsp;จะแบ่งเป็นกลุ่มชนิดกีฬาครั้งละ&nbsp;3&nbsp;รอบ&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;5-11&nbsp;มีนาคม&nbsp;,&nbsp;12-18&nbsp;มีนาคม&nbsp;และ&nbsp;19-25&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;รอบละ&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;ซึ่งจะมีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่เข้ามาในจังหวัดครั้งละประมาณ&nbsp;6,000&nbsp;คน&nbsp;ผสมผสานกันทั้งกีฬาประเภทเดี่ยวและประเภททีม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยนักกีฬาและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดจะต้องได้รับการฉีดวัคซีนมาก่อน&nbsp;จะต้องมีผลตรวจหาเชื้อ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเดินทางเข้าจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;และเมื่อมาถึงจังหวัดศรีสะเกษแล้วต้องตรวจหาเชื้อให้กับนักกีฬาอีกครั้ง&nbsp;ทุก&nbsp;ๆ&nbsp;5&nbsp;วัน&nbsp;ในช่วงระว่างการแข่งขัน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;มี&nbsp;ส.ส.สิริพงศ์&nbsp;อังคสกุลเกียรติ&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษเขต&nbsp;1/นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ผอ.สนง.กกท.จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ&nbsp;ผู้แทนนายกเทศมนตรีเมืองศรีสะเกษ&nbsp;ผู้แทนประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;และผู้ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน</p><p>&nbsp;&nbsp;</p>"	13/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สวท.ศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113135549610
454	จ.แม่ฮ่องสอน พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ เพิ่ม 18 ราย ภาพรวมผู้ป่วยยังรักษาตัว 190 ราย ทั้งในโรงพยาบาล CI และ HI	<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong>รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ในการระบาดระลอกเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;13&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;(เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.)&nbsp;มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ทั้งสิ้นจำนวน&nbsp;3,656&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเพศชาย&nbsp;1,682&nbsp;ราย&nbsp;และเพศหญิง&nbsp;1,974&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;48&nbsp;ราย&nbsp;(1.31&nbsp;%)&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;3,418&nbsp;ราย&nbsp;(93.49&nbsp;%)&nbsp;ยังอยู่ระหว่างรักษา&nbsp;190&nbsp;ราย&nbsp;(5.20&nbsp;%)&nbsp;ไม่มีอาการ&nbsp;97&nbsp;ราย&nbsp;มีอาการเล็กน้อยไม่ใช้ออกซิเจน&nbsp;83&nbsp;ราย&nbsp;ใช้ออกชิเจนแรงดันต่ำ&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ใช้ออกซิเจนแรงดันสูง&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;ใส่ท่อและเครื่องช่วยหายใจ&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;รักษาอยู่ที่โรงพยาบาลศรีสังวาลย์&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลปาย&nbsp;14&nbsp;รายโรงพยาบาลแม่สะเรียง&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลสบเมย&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลแม่ลาน้อย&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลขุนยวม&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลสนาม&nbsp;41&nbsp;ราย&nbsp;และรักษาในศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;97&nbsp;ราย</p><p><strong>สำหรับวันนี้มีผู้ได้รับการตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;438&nbsp;ชุด</strong>&nbsp;พบเชื้อ&nbsp;18&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ป่วยในจังหวัดทั้งหมด&nbsp;โดยมีรายละเอียด&nbsp;ดังนี้</p><p><strong>รายที่&nbsp;195-198&nbsp;รวม&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;</strong>ช่วงอายุระหว่าง&nbsp;4&nbsp;-&nbsp;28&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ต.ปางหมู&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นนักเรียนและอาชีพค้าขาย&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยันและอยู่ในพื้นที่ที่มีการระบาด&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยง&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;บ้านกิ่วขมิ้น&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;มีน้ำมูก&nbsp;มือเท้าเย็น&nbsp;และจมูกไม่ได้กลิ่น&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT&nbsp;-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสนาม</p><p><strong>รายที่&nbsp;199&nbsp;เพศชาย</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;18&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ต.ผาบ่อง&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;อาชีพว่างงาน&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;(3589)&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;ปวดกล้ามเนื้อ&nbsp;และปวดศีรษะ&nbsp;ส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสนาม</p><p><strong>รายที่&nbsp;200&nbsp;-&nbsp;201&nbsp;เพศชาย&nbsp;2&nbsp;ราย</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;11&nbsp;ปี&nbsp;และ&nbsp;88&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;และ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ต.ปางหมู&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นนักเรียนและพระภิกษุ&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;ไอ&nbsp;และปวดศีรษะ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสนาม</p><p><strong>รายที่&nbsp;202&nbsp;เพศชาย</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;23&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ต.ปางหมู&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐในพื้นที่&nbsp;อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงเดินทางไปในพื้นที่ที่มีการระบาดจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;มีอาการไข้และปวดศีรษะ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสนาม</p><p><strong>รายที่&nbsp;203&nbsp;-&nbsp;204&nbsp;เพศหญิง&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;</strong>อายุ&nbsp;34&nbsp;ปี&nbsp;และ&nbsp;73&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ต.ปางหมู&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นผู้สูงอายุและอาชีพรับราชการในพื้นที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;(3587)&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;มีน้ำมูก&nbsp;และปวดกล้ามเนื้อ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสนาม</p><p><strong>รายที่&nbsp;205&nbsp;-&nbsp;207&nbsp;เพศชาย&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;</strong>ช่วงอายุระหว่าง&nbsp;9&nbsp;-&nbsp;71&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ต.ห้วยโป่ง&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นนักเรียน&nbsp;ผู้สูงอายุและอาชีพเกษตรกร&nbsp;ปัจจัยเยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยันและอยู่ในพื้นที่ที่มีการระบาด&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยง&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;บ้านห้วยช่างคำ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสนาม</p><p><strong>รายที่&nbsp;208&nbsp;เพศหญิง</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ต.แม่คง&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;เป็นนักเรียน&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยง&nbsp;&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;โรงเรียนอนุบาลธารทิพย์&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;และเจ็บคอ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลแม่สะเรียง</p><p><strong>รายที่&nbsp;209&nbsp;เพศหญิง</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;42&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;12&nbsp;ต.บ้านกาศ&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;อาชีพรับจ้าง&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงเดินทางไปในพื้นที่ที่มีการระบาดจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;และมีน้ำมูก&nbsp;ตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาใน&nbsp;โรงพยาบาลแม่สะเรียง</p><p><strong>รายที่&nbsp;210&nbsp;-&nbsp;211&nbsp;เพศชาย&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;</strong>อายุ&nbsp;30&nbsp;ปี&nbsp;และ&nbsp;45&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ต.ผาบ่อง&nbsp;และ&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;อาชีพตำรวจ&nbsp;คัดกรองก่อนปฏิบัติภารกิจพื้นที่อำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน</p><p><strong>รายที่&nbsp;212&nbsp;เพศชาย</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;65&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ต.กองก๋อย&nbsp;อ.สบเมย&nbsp;อาชีพเกษตรกร&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงอยู่ในพื้นที่ที่มีโรคระบาด&nbsp;ส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;อ.สบเมย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	13/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113135735613
455	COVID-19 จ.แม่ฮ่องสอน มีผู้ติดเชื้อเพิ่ม 18 ราย ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยันและอยู่ในพื้นที่ที่มีการระบาด	<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในการระบาดระลอกเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;13&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ว่ามีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ทั้งสิ้นจำนวน&nbsp;3,656&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเพศชาย&nbsp;1,682&nbsp;ราย&nbsp;และเพศหญิง&nbsp;1,974&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;48&nbsp;ราย&nbsp;(1.31&nbsp;%)&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;3,418&nbsp;ราย&nbsp;(93.49&nbsp;%)&nbsp;ยังอยู่ระหว่างรักษา&nbsp;190&nbsp;ราย&nbsp;(5.20&nbsp;%)&nbsp;ไม่มีอาการ&nbsp;97&nbsp;ราย&nbsp;มีอาการเล็กน้อยไม่ใช้ออกซิเจน&nbsp;83&nbsp;ราย&nbsp;ใช้ออกซิเจนแรงดันต่ำ&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ใช้ออกซิเจน&nbsp;แรงดันสูง&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;ใส่ท่อและเครื่องช่วยหายใจ&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;รักษาอยู่ที่โรงพยาบาลศรีสังวาลย์&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลปาย&nbsp;14&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลแม่สะเรียง&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลสบเมย&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลแม่ลาน้อย&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลขุนยวม&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลสนาม&nbsp;41&nbsp;ราย&nbsp;และรักษาในศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;97&nbsp;รายสำหรับวันนี้มีผู้ได้รับการตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;438&nbsp;ชุด&nbsp;พบเชื้อ&nbsp;18&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ป่วยในจังหวัด&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;โดยมีรายละเอียด&nbsp;ดังนี้</p><p><strong>รายที่&nbsp;195-198&nbsp;รวม&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง&nbsp;2&nbsp;ราย</strong>&nbsp;ช่วงอายุระหว่าง&nbsp;4&nbsp;-&nbsp;28&nbsp;ปีที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ต.ปางหมู&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นนักเรียนและอาชีพค้าขาย&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยันและอยู่ในพื้นที่ที่มีการระบาด&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยง&nbsp;Cluster&nbsp;บ้านกิ่วขมิ้น&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;มีน้ำมูก&nbsp;มือเท้าเย็น&nbsp;และจมูกไม่ได้กลิ่น&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสนาม</p><p><strong>รายที่&nbsp;199&nbsp;เพศชาย&nbsp;</strong>อายุ&nbsp;18&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ต.ผาบ่อง&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;อาชีพว่างงาน&nbsp;ปัจจัยเสี่ยง&nbsp;สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;(MS3589)&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;ปวดกล้ามเนื้อ&nbsp;และปวดศีรษะ&nbsp;ส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสนาม</p><p><strong>รายที่&nbsp;200-201&nbsp;เพศชาย&nbsp;2&nbsp;ราย</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;11&nbsp;ปี&nbsp;และ&nbsp;88&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ต.จองค่า&nbsp;และ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ต.ปางหมู&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นนักเรียนและพระภิกษุ&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;ไอ&nbsp;และปวดศีรษะ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสนาม</p><p><strong>รายที่&nbsp;202&nbsp;เพศชาย&nbsp;</strong>อายุ&nbsp;23&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ต.ปางหมู&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐในพื้นที่&nbsp;อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงเดินทางไปในพื้นที่ที่มีการระบาดจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;มีอาการไข้และปวดศีรษะ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสนาม</p><p><strong>รายที่&nbsp;203-204&nbsp;เพศหญิง&nbsp;2&nbsp;ราย</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;34&nbsp;ปีและ&nbsp;73&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ต.ปางหมู&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นผู้สูงอายุและอาชีพรับราชการในพื้นที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;(MS3587)&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;มีน้ำมูก&nbsp;และปวดกล้ามเนื้อ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อเข้ารับการรักษา&nbsp;ในโรงพยาบาลสนาม</p><p><strong>รายที่&nbsp;205-207&nbsp;เพศชาย&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;</strong>ช่วงอายุระหว่าง&nbsp;9-71&nbsp;ปีที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ต.ห้วยโป่ง&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นนักเรียน&nbsp;ผู้สูงอายุและอาชีพเกษตรกร&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยันและอยู่ในพื้นที่ที่มีการ&nbsp;ระบาด&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยง&nbsp;Cluster&nbsp;บ้านห้วยช่างค่า&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการ&nbsp;รักษาในโรงพยาบาลสนาม</p><p><strong>รายที่&nbsp;208&nbsp;เพศหญิง</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ต.แม่คง&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;เป็นนักเรียน&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิด&nbsp;ผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยง&nbsp;Cluster&nbsp;โรงเรียนอนุบาลธารทิพย์&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;และเจ็บคอ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และ&nbsp;ส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลแม่สะเรียง</p><p><strong>รายที่&nbsp;209&nbsp;เพศหญิง&nbsp;</strong>อายุ&nbsp;42&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;12&nbsp;ต.บ้านกาศ&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;อาชีพรับจ้าง&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงเดินทาง&nbsp;ไปในพื้นที่ที่มีการระบาดจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;และมีน้ำมูก&nbsp;ตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาใน&nbsp;โรงพยาบาลแม่สะเรียง</p><p><strong>รายที่&nbsp;210-211&nbsp;เพศชาย&nbsp;2&nbsp;ราย</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;30&nbsp;ปีและ&nbsp;45&nbsp;ปีที่อยู่&nbsp;ต.ผาบ่อง&nbsp;และ&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;อาชีพตำรวจ&nbsp;คัดกรองก่อนปฏิบัติภารกิจพื้นที่อำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน</p><p><strong>รายที่&nbsp;212&nbsp;เพศชาย</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;65&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ต.กองก๋อย&nbsp;อ.สบเมย&nbsp;อาชีพเกษตรกร&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงอยู่ในพื้นที่&nbsp;ที่มีโรคระบาด&nbsp;ส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;อ.สบเมย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	13/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113145135640
456	สสจ.นครพนม ประชาสัมพันธ์ข่าวทราบโดยทั่วกัน	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ประกาศด่วน</strong>&nbsp;ลูกค้าที่ไปใช้บริการ&nbsp;ร้าน&nbsp;SAFE&nbsp;HOUSE&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.นครพนม&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;7-10&nbsp;ม.ค.&nbsp;65&nbsp;ให้สังเกตอาการตนเอง&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;สวมหน้ากากอนามัย&nbsp;เว้นระยะห่างจากผู้อื่น&nbsp;และให้ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ด้วยตนเองทุก&nbsp;5&nbsp;วัน&nbsp;สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนข้อมูลโควิด-19&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;08-2849-8155&nbsp;,&nbsp;06-1019-2999</p>	13/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครพนม	สวท.นครพนม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113144831637
457	ตำรวจภูธรจังหวัดสิงห์บุรี ตรวจหาเชื้อโควิด-19 หลังช่วงหยุดยาวเทศกาลปีใหม่	<p><strong>ตำรวจภูธรจังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;ตรวจหาเชื้อโควิด-19</strong>&nbsp;หลังช่วงหยุดยาวเทศกาลปีใหม่&nbsp;พล.ต.ต.วีรวิชญ์&nbsp;บัวประเสริฐยิ่ง&nbsp;ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;ได้รับมอบนโยบายจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ&nbsp;ให้ข้าราชการตำรวจในสังกัดฯทุกนายเข้ารับการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ATK&nbsp;หลังจากช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่เป็นการเร่งด่วน&nbsp;</p><p><strong>โดยมี&nbsp;เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอเมืองสิงห์บุรีมาทำการตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;</strong>ให้กับข้าราชการตำรวจภูธรอำเภอเมืองสิงห์บุรีทุกคน&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมต้นโพธิ์&nbsp;หลังสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองสิงห์บุรี&nbsp;</p><p><strong>เนื่องจากสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)</strong>&nbsp;เริ่มกลับมาแพร่ระบาด&nbsp;โดยเฉพาะสายพันธุ์ใหม่&nbsp;โอมิครอน&nbsp;ทำให้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นและเนื่องจากช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;ที่มีวันหยุดต่อเนื่องหลายวัน&nbsp;&nbsp;ซึ่งพี่น้องประชาชน&nbsp;อาจมีการไปท่องเที่ยว&nbsp;หรือกลับภูมิลำเนา&nbsp;ซึ่งข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกเรื่องการจราจรและ&nbsp;ป้องกันอาชญากรรม&nbsp;ช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมาเป็นกลุ่มเสี่ยงเพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนที่มาใช้บริการสถานีตำรวจภูธรจังหวัดสิงห์บุรีห่างไกลโควิด-19&nbsp;ยังไม่พบผู้ติดเชื้อโควิด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	13/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	สิงห์บุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสิงห์บุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113150536650
458	แพทย์โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ย้ำ หากติด COVID ประสาน Call Center 1330  กด 14 อาการไม่หนัก ให้กัก-รักษาตัวที่บ้าน (Home Isolation First) มีทีมดูแลใกล้ชิดจนหายเป็นปกติ	"<p><strong>แพทย์โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่</strong>&nbsp;ย้ำ&nbsp;หากติด&nbsp;COVID&nbsp;ประสาน&nbsp;Call&nbsp;Center&nbsp;1330&nbsp;กด&nbsp;14&nbsp;อาการไม่หนัก&nbsp;ให้กัก-รักษาตัวที่บ้าน&nbsp;(Home&nbsp;Isolation&nbsp;First)&nbsp;มีทีมดูแลใกล้ชิดจนหายเป็นปกติ&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่&nbsp;ย้ำ&nbsp;ประชาชนที่ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ด้วยตนเอง&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;ให้ประสานเข้า&nbsp;Call&nbsp;Center&nbsp;จะได้รับการนำเข้าระบบ&nbsp;""Home&nbsp;Isolation""&nbsp;โดยการกักตัว-รักษาอาการที่บ้าน&nbsp;สะดวกปลอดภัย&nbsp;มีทีมแพทย์พยาบาลคอยติดตามอาการใกล้ชิดจนหายเป็นปกติ&nbsp;</p><p><strong>ผู้ช่วยศาสตราจารย์&nbsp;นพ.นเรนทร์&nbsp;โชติรสนิรมิต&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จากสถานการณ์ปัจจุบัน&nbsp;พบว่า&nbsp;เชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;มีการติดต่อกันง่ายขึ้น&nbsp;แต่โอกาสที่เชื้อจะลงปอดมีน้อยลง&nbsp;ความรุนแรงของโรคจึงน้อยลงไปด้วย&nbsp;ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ประชาชนส่วนใหญ่ได้รับวัคซีนป้องกันโรคมาระยะหนึ่งแล้ว&nbsp;โดยขณะนี้มีประชาชนกว่าร้อยละ&nbsp;80&nbsp;ที่ได้รับวัคซีนครบ&nbsp;เมื่อติดเชื้อโอกาสที่จะป่วยหนักก็มีไม่มาก&nbsp;หากเทียบกับเมื่อก่อนที่มีผู้ป่วยหนักจำนวนมากเนื่องจากประชาชนยังไม่ได้รับวัคซีน&nbsp;ด้วยความรุนแรงของอาการของโรคลดลง&nbsp;ส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะอยู่ในกลุ่มอาการสีเขียว&nbsp;จึงมีการมุ่งเน้นการรักษาผู้ป่วยในระบบ&nbsp;""Home&nbsp;Isolation""&nbsp;หรือการแยกกักตัวที่บ้าน&nbsp;แทนการรักษาในโรงพยาบาลหลัก&nbsp;ซึ่งทางโรงพยาบาลจำเป็นต้องสงวนเตียงไว้รองรับผู้ป่วยที่มีอาการหนัก&nbsp;(กลุ่มอาการสีเหลือง&nbsp;ส้ม&nbsp;แดง)&nbsp;โดยถือเป็นแนวปฏิบัติเหมือนกันทุกโรงพยาบาลในขณะนี้&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ระบบการแยกกักรักษาตัวที่บ้าน&nbsp;(Home&nbsp;Isolation)&nbsp;ได้ออกแบบไว้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;โดยการรักษาตัวอยู่ที่บ้านจะมีทีมแพทย์และพยาบาลคอยติดตามอาการ&nbsp;อย่างใกล้ชิด&nbsp;โดยจะส่งทั้งยาและอุปกรณ์ที่ต้องใช้&nbsp;อาทิ&nbsp;ปรอทวัดไข้&nbsp;เครื่องวัดออกซิเจนในเลือด&nbsp;ไปให้ผู้ป่วยทุกราย&nbsp;ผู้ป่วยก็มีหน้าที่ปฏิบัติตามคำแนะนำ&nbsp;และผู้ป่วยจะต้องส่งข้อมูลกลับเข้าระบบเพื่อรับการประเมินอาการต่อเนื่อง&nbsp;นอกจากนี้ยังมีการบริการส่งอาหารให้ผู้ป่วยถึงบ้าน&nbsp;วันละ&nbsp;3&nbsp;มื้ออีกด้วย&nbsp;ซึ่งผู้ป่วยจะมีอาหารรับประทานตลอดระยะเวลาการรักษาตัว&nbsp;โดยไม่ต้องออกไปนอกบ้านเสี่ยงแพร่เชื้อให้ผู้อื่น&nbsp;หากเข้าระบบนี้จนกระทั่งหายป่วย&nbsp;ก็จะออกจากระบบไปใช้ชีวิตได้ตามปกติต่อไป&nbsp;หากผู้ที่ติดเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ที่ยังไม่ได้เข้าสู่ระบบการรักษา&nbsp;หรือตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เองแล้วผลเป็นบวก&nbsp;สามารถโทรไปได้ที่สายด่วน&nbsp;สปสช.&nbsp;1330&nbsp;กด&nbsp;14&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และที่ศูนย์ประสานงาน&nbsp;ATK&nbsp;ทั้ง&nbsp;25&nbsp;อำเภอของเชียงใหม่&nbsp;หรือที่ศูนย์ประสานงานจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;อีก&nbsp;3&nbsp;หมายเลข&nbsp;คือ&nbsp;065-4724315,&nbsp;065-4724316&nbsp;และ&nbsp;065-4724317&nbsp;ซึ่งเปิดให้ติดต่อได้ทุกวันระหว่างเวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.&nbsp;ถึง&nbsp;20.00&nbsp;น.</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	13/1/2022	ภาคเหนือ	เชียงใหม่	สวท.เชียงใหม่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113150252648
459	13 ม.ค.65 จ.ลำพูน พบติดเชื้อ COVID-19 จากผล RT-PCR 9 ราย ผลตรวจ ATK Plus 91 ราย	<p><strong>วันนี้&nbsp;(13&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ที่ศาลาประชาคม&nbsp;ศาลากลางจังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;นายภาษเดช&nbsp;หงส์ลดารมภ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;พร้อมด้วยนายแพทย์สันติ&nbsp;วงศ์ฝั้น&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำพูน&nbsp;ร่วมแถลงสถานการณ์&nbsp;COVID-19&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดลำพูน&nbsp;พบผู้ติดเชื้อเพิ่มในจังหวัด&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;ต่างจังหวัดอีก&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ATK&nbsp;Plus&nbsp;91&nbsp;ราย&nbsp;มีผู้ป่วยยืนยันสะสมทั้งสิ้น&nbsp;5,753&nbsp;ราย&nbsp;ยอดเสียชีวิตสะสม&nbsp;44&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ระหว่างการรักษาตัวทั้งหมด&nbsp;134&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;Pro.Case&nbsp;จำนวน&nbsp;449&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;ใน&nbsp;รพ.ลำพูน&nbsp;42&nbsp;ราย&nbsp;รพ.สนามเวียงยอง&nbsp;38&nbsp;ราย&nbsp;รพ.สนามป่าซาง&nbsp;17&nbsp;ราย&nbsp;รพ.อื่นๆ&nbsp;456&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;4,688&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหาย&nbsp;Pro.Case&nbsp;จำนวน&nbsp;438&nbsp;ราย</p><p><strong>ในส่วนของสถิติการครองเตียงของโรงพยาบาลรัฐทุกแห่งในจังหวัดลำพูนมีทั้งหมด&nbsp;504&nbsp;เตียง</strong>&nbsp;ใช้ไป&nbsp;190&nbsp;เตียงหรือคิดเป็น&nbsp;37.70%&nbsp;จึงทำให้มีเตียงเหลือรองรับผู้ป่วย&nbsp;314&nbsp;เตียงคิดเป็น&nbsp;62.30%&nbsp;นอกจากนี้เตียงรองรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลเอกชนมีรองรับทั้งสิ้น&nbsp;485&nbsp;เตียง&nbsp;ใช้ไป&nbsp;373&nbsp;เตียง&nbsp;คิดเป็น&nbsp;76.91%&nbsp;จึงทำให้มีเตียงเหลือรองรับผู้ป่วยอีก&nbsp;112&nbsp;เตียง&nbsp;คิดเป็น&nbsp;23.09%</p><p><strong>สำหรับการให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ของจังหวัดลำพูน&nbsp;ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;13&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;มียอดสะสมการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ไปแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;316,905&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;77.36%&nbsp;ของผู้ประสงค์ฉีดทั้งหมด&nbsp;126,648&nbsp;คน&nbsp;จากประชากรทั้งหมด&nbsp;401,408&nbsp;คนคิดเป็น&nbsp;78.95%&nbsp;ฉีดเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;316,905&nbsp;ราย&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;284,006&nbsp;ราย&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;83,959&nbsp;ราย&nbsp;และเข็มที่&nbsp;4&nbsp;จำนวน&nbsp;1,755&nbsp;เข็ม</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	13/1/2022	ภาคเหนือ	ลำพูน	สวท.ลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113150817652
460	อุทยานฯ แม่ปิง จ.ลำพูน ยังคงเข้มงวดมาตรการรองรับนักท่องเที่ยว ป้องกัน COVID-19 ระบาด	<p><strong>อุทยานแห่งชาติแม่ปิง&nbsp;จังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;ได้มีการประกาศ&nbsp;เรื่อง&nbsp;การเปิดให้บริการการท่องเที่ยวและพักค้างแรม&nbsp;ในอุทยานแห่งชาติแม่ปิง&nbsp;และข้อปฏิบัติในการท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติแม่ปิงตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;ซึ่งเริ่มเปิดให้บริการในวันที่&nbsp;1&nbsp;ต.ค.&nbsp;64&nbsp;โดยขอเน้นย้ำเรื่องของข้อปฏิบัติในการท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติแม่ปิงตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>ทางด้านนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาในเขตอุทยานแห่งชาติแม่ปิง&nbsp;อำเภอลี้&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;</strong>โดยไม่ต้องกักตัวเพื่อสังเกตอาการ&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;(Home&nbsp;Quaratine&nbsp;)&nbsp;มีข้อยกเว้นดังต่อไปนี้</p><p>1.ให้แจ้งข้อมูลการเดินทางต่อสถานที่พำนัก&nbsp;ก่อนเดินทางเข้าจังหวัดลำพูน&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;1&nbsp;วัน&nbsp;และให้เจ้าของสถานที่นั้นๆ&nbsp;แจ้งข้อมูลการเดินทางให้กับผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;หรือ&nbsp;อสม.&nbsp;ในพื้นที่</p><p>2.&nbsp;ตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;โดยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ด่านอุทยานแห่งชาติแม่ปิง&nbsp;ผลต้องเป็นลบเท่านั้น&nbsp;(นำอุปกรณ์ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;มาเอง)</p><p>3.&nbsp;รับคำแนะนำการป้องกันตนเองจากโควิด-19&nbsp;จากเจ้าหน้าที่&nbsp;(ไม่ต้องกักตัว)</p><p>ส่วนผู้ที่เดินทางมาจากหรือกลับมาจาก&nbsp;กทม./กระบี่/ขอนแก่น/ชัยภูมิ/นครพนม&nbsp;/ปัตตานี/เพชรบุรี/เพชรบูรณ์/ภูเก็ต/มหาสารคาม/มุกดาหาร/ยโสธร/เลย/&nbsp;สุพรรณบุรี/สุรินทร์/หนองคาย/หนองบัวลำภู/อุดรธานี&nbsp;</p><p>-&nbsp;ให้แจ้งข้อมูลการเดินทางต่อสถานที่พำนัก&nbsp;ก่อนเดินทางเข้าจังหวัดลำพูน&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;1&nbsp;วัน&nbsp;และให้เจ้าของสถานที่นั้นๆ&nbsp;แจ้งข้อมูลการเดินทางให้กับผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;หรือ&nbsp;อสม.ในพื้นที่</p><p>-&nbsp;ตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;โดยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ด่านอุทยานแห่งชาติแม่ปิง&nbsp;ผลต้องเป็นลบเท่านั้น&nbsp;(นำอุปกรณ์ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;มาเอง)</p><p>-ให้เข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;ณ&nbsp;โรงพยาบาลหรือสถานที่ที่กำหนดนัดหมายยกเว้น-ผู้มีผลตรวจโควิด-19&nbsp;วิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;หรือ&nbsp;ATK&nbsp;อายุไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;และไม่พบการติดเชื้อ-ผู้ที่เคยป่วยโควิด-19&nbsp;แล้วรักษาหายไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;เดือนนับ&nbsp;จากการรักษาสิ้นสุด&nbsp;และมีใบรับรองแพทย์</p><p><strong>นอกจากนี้ผู้ที่เดินทางจากพื้นที่&nbsp;4&nbsp;จังหวัด</strong>&nbsp;ได้แก่/ชลบุรี/อุบลราชธานี/ร้อยเอ็ด/กาฬสินธุ์/ต้องได้รับการกักตัว</p><p>1.ให้แจ้งข้อมูลการเดินทางต่อสถานที่พำนัก&nbsp;ก่อนเดินทางเข้าจังหวัดลำพูน&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;1&nbsp;วัน&nbsp;และให้เจ้าของสถานที่นั้นๆ&nbsp;แจ้งข้อมูลการเดินทางให้กับผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;หรือ&nbsp;อสม.ในพื้นที่</p><p>2.ให้รายงานตัวต่อผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;หรือ&nbsp;อสม.&nbsp;ในพื้นที่</p><p>3.ตรวจหาเชื้อ&nbsp;โควิด-19&nbsp;โดยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;ต่อหน้า&nbsp;เจ้าหน้าที่ด่านอุทยานแห่งชาติแม่ปิง&nbsp;ผลต้องเป็นลบเท่านั้น&nbsp;(นำอุปกรณ์ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;มาเอง)</p><p>4.กักตัว&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;สำหรับผู้ที่เดินทางมาจาก&nbsp;4&nbsp;จังหวัดดังกล่าว</p><p>5.ให้เข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ที่โรงพยาบาลลี้&nbsp;ในวันที่&nbsp;5-7&nbsp;ของการกักตัว</p><p><strong>สำหรับการติดต่อบ้านพักสามารถจอง</strong>&nbsp;หรือโทรติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;โทร.&nbsp;052-030-380&nbsp;และขอความร่วมมือนักท่องเที่ยว&nbsp;งดประกอบอาหารประเภท&nbsp;ปิ้งย่าง&nbsp;มีกลิ่นควัน&nbsp;รบกวนผู้พักเเรม</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	13/1/2022	ภาคเหนือ	ลำพูน	สวท.ลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113152850674
461	จ.ศรีสะเกษพร้อมจัดกีฬาแห่งชาติ ศรีสะเกษเกมส์	"<p><strong>จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;</strong>ความเคลื่อนไหวการเป็นเจ้าภาพจัดมหกรรมกีฬาแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;47&nbsp;ศรีสะเกษเกมส์&nbsp;ที่จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>วันที่&nbsp;12&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;นายอนุรัตน์&nbsp;ธรรมประจำจิต</strong>&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;พร้อมด้วยนายสิริพงศ์&nbsp;อังคสกุลเกียรติ&nbsp;ส.ส.ศรีสะเกษเขต&nbsp;1&nbsp;นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายชนินทร์&nbsp;คุ้มใหญ่โต&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย&nbsp;(กกท.)&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ประชุมเตรียมความพร้อมจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติครั้งที่&nbsp;47&nbsp;""ศรีสะเกษเกมส์""&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;5-25&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายอนุรัตน์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>จังหวัดศรีสะเกษพร้อมแล้วกับการรับหน้าเป็นเจ้าภาพถึงแม้จะถูกเลื่อนมาแล้ว&nbsp;3&nbsp;ครั้ง&nbsp;ถึงแม้ในตอนนี้สถานการณ์โควิด-19&nbsp;ภายในจังหวัดค่อนข้างที่จะมีหลายคนกังวลในเรื่องของความปลอดภัยอยู่&nbsp;แต่เราก็มีการเตรียมการรับมือไว้แล้ว&nbsp;รวมถึงการทำเอกสารคู่มือเตรียมในการเดินทางมาร่วมแข่งขันรอบสุดท้ายที่จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;พร้อมกับส่งไปให้ทุกจังหวัดที่กำลังแข่งขันรอบคัดเลือกอยู่ในเวลานี้เรียบร้อยแล้ว&nbsp;&nbsp;ปกติแล้วกีฬาแห่งชาติจะจัดแข่งขันกันประมาณ&nbsp;10&nbsp;วัน&nbsp;จากเดิมที่จะมีนักกีฬาและผู้เกี่ยวข้องเดินทางเข้ามาทีเดียวประมาณ&nbsp;20,000&nbsp;คน&nbsp;แต่ครั้งนี้เราจะแบ่งเป็นกลุ่มชนิดกีฬาครั้งละ&nbsp;3&nbsp;รอบ&nbsp;ในวันที่&nbsp;5-11&nbsp;มีนาคม,&nbsp;12-18&nbsp;มีนาคม&nbsp;และ&nbsp;19-25&nbsp;มีนาคม&nbsp;รอบละ&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;โดยจะมีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่เข้ามาในจังหวัดครั้งละ&nbsp;6,000&nbsp;คน&nbsp;ผสมผสานกันทั้งกีฬาประเภททีม&nbsp;และประเภทเดี่ยว&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;โดยนักกีฬาและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดจะต้องได้รับการฉีควัคซีนมาก่อน&nbsp;และจะต้องมีผลการตรวจหาเชื้อด้วยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเดินทางเข้าจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ซึ่งเมื่อเดินทางมาถึงเราจะตรวจหาเชื้อให้กับนักกีฬาอีกครั้งในทุกๆ&nbsp;5&nbsp;วันระหว่างการแข่งขัน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	13/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113164443767
462	จังหวัดภูเก็ต ภาคเอกชนมอบชุดตรวจ ATK และหน้ากากอนามัยแก่ทางจังหวัดเพื่อมอบให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยง	<p><strong>วันนี้(13&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ที่บริเวณศาลากลางจังหวัดภูเก็ต&nbsp;นายคำรณ&nbsp;สุขบาล&nbsp;</strong>นายกสมาคมชาวนครศรีธรรมราชจังหวัดภูเก็ต&nbsp;พร้อมด้วยคณะกรรมการสมาคมฯ&nbsp;ได้เดินทางมามอบชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;จำนวน&nbsp;1,000&nbsp;ชุดและหน้ากากอนามัยจำนวน&nbsp;2,000&nbsp;ชุด&nbsp;โดยมีนายณรงค์&nbsp;วุ่นซิ้ว&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;นายอานุภาพ&nbsp;รอดขวัญ&nbsp;ยอดระบำ&nbsp;นายพิเชษฐ์&nbsp;ปาณะพงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เป็นตัวแทนรับมอบ&nbsp;</p><p><strong>นายคำรณ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การมอบอุปกรณ์ดังกล่าวเพื่อให้ทางจังหวัด</strong>ไปมอบให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานตามสถานที่ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่เป็นจุดเสี่ยงไม่ว่าจะเป็น&nbsp;Ci&nbsp;ตามอำเภอต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เนื่องจากขณะนี้จังหวัดภูเก็ตมียอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น&nbsp;ทางสมาคมชาวนครศรีธรรมราชจังหวัดภูเก็ตจึงได้มอบอุปกรณ์ดังกล่าวให้ทางจังหวัดได้นำไปมอบให้ทางเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	13/1/2022	ภาคใต้	ภูเก็ต	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113155141709
463	ประมวลข่าวทั่วไทยประจำวันที่ 13 มกราคม 2565	"<p>ประมวลข่าวทั่วไทยประจำวันที่&nbsp;13&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</p><p><br></p><p>การเมือง/มั่นคง</p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgba(0,&nbsp;0,&nbsp;0,&nbsp;0.65);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">เศรษฐกิจ/ท่องเที่ยว</span></p><p><strong>ย้ำมาตรการการเดินทางเข้าไทย&nbsp;เพิ่ม&nbsp;Sandbox&nbsp;อีก&nbsp;3&nbsp;จังหวัด</strong></p><p><strong>นายธานี&nbsp;แสงรัตน์&nbsp;อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ</strong>&nbsp;ย้ำถึงการเปลี่ยนแปลงมาตรการการเดินทางเข้าประเทศไทย&nbsp;ในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ซึ่งที่ประชุม&nbsp;ศบค.&nbsp;มีมติให้คงการระงับการรับลงทะเบียน&nbsp;Thailand&nbsp;Pass&nbsp;เพิ่มเติมสำหรับผู้เดินทางเข้าแบบ&nbsp;Test&nbsp;and&nbsp;Go&nbsp;ไปจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง&nbsp;</p><p><strong>โดยยังสามารถเข้าไทยด้วยวิธี&nbsp;Sandbox&nbsp;</strong>หรือเข้ารับการกักตัวแบบ&nbsp;Alternative&nbsp;Quarantine&nbsp;หรือ&nbsp;AQ&nbsp;ซึ่งตั้งแต่วันที่&nbsp;11&nbsp;มกราคมที่ผ่านมา&nbsp;มีการเปิดรับลงทะเบียนใหม่สำหรับผู้เดินทางแบบ&nbsp;Sandbox&nbsp;เพิ่มเติมอีก3&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;&nbsp;(เกาะสมุย&nbsp;เกาะพะงัน&nbsp;เกาะเต่า)&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;และจังหวัดพังงา&nbsp;ซึ่งมีความพร้อมด้านการบริหารจัดการและด้านสาธารณสุข&nbsp;เพื่อให้เกิดการกระจายตัวของผู้เดินทางจากจังหวัดภูเก็ต&nbsp;และส่งเสริมการท่องเที่ยวในรูปแบบกลุ่มจังหวัด&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังอนุญาตให้ผู้เดินทางจากประเทศต้นทางแอฟริกา</strong>&nbsp;สามารถเดินทางเข้าประเทศไทยได้แล้วเช่นกัน&nbsp;หากเข้ามาในรูปแบบ&nbsp;AQ&nbsp;ปรับลดระยะเวลาการกักตัวจาก&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;เป็น&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;สำหรับผู้ที่ได้รับวัคซีนครบตามข้อกำหนดของไทย&nbsp;และ&nbsp;10&nbsp;วันสำหรับผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีน&nbsp;หรือได้รับวัคซีนไม่ครบตามข้อกำหนด</p><p><strong>ส่วนสถานะล่าสุดของผู้ลงทะเบียนขอเดินทางเข้าประเทศไทย&nbsp;</strong>ผ่านระบบ&nbsp;Thailand&nbsp;Pass&nbsp;มีผู้ลงทะเบียนแล้ว&nbsp;876,957&nbsp;คน&nbsp;ได้รับอนุมัติแล้ว&nbsp;696,941คน<strong>&nbsp;</strong>ในจำนวนผู้ได้รับอนุมัติแล้ว&nbsp;เป็นผู้ลงทะเบียนเดินทางเข้าแบบ&nbsp;Test&nbsp;and&nbsp;go&nbsp;528,608&nbsp;คน&nbsp;แบบ&nbsp;Sandbox&nbsp;128,274&nbsp;และแบบ&nbsp;AQ&nbsp;40,059&nbsp;คน&nbsp;(สถานะ&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;12&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;14.00&nbsp;น.)</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgba(0,&nbsp;0,&nbsp;0,&nbsp;0.65);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">เกษตร/สิ่งแวดล้อม</span></p><p><strong>เดินหน้าโครงการประกันราคาลำไยรูปแบบใหม่&nbsp;พัฒนาเพิ่มมูลค่าครบวงจร</strong></p><p><strong>นายอลงกรณ์&nbsp;พลบุตร&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;เพื่อติดตามงานนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;โดยที่ประชุมได้รับทราบประเด็นสำคัญ&nbsp;อาทิ&nbsp;รายงานการคาดการณ์แนวโน้มผลผลิตภาคเหนือ&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;รายงานผลการบริหารจัดการผลไม้ภาคเหนือ&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;และปัญหาอุปสรรค&nbsp;และที่ประชุมได้ร่วมหารือพิจารณาในแนวทางการบริหารจัดการผลไม้ภาคเหนือ&nbsp;ระดับพื้นที่&nbsp;</p><p><strong>ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;และปีต่อๆ&nbsp;ไปได้วางเป้าหมายพลิกโฉมภาคเกษตรไทยมุ่งเน้นการทำเกษตรมูลค่าสูง&nbsp;ในมิติภาคการผลิตและบริการเป้าหมายหมุดหมายที่&nbsp;1&nbsp;ไทยเป็นประเทศชั้นนำด้านสินค้าเกษตรและเกษตรมูลค่าสูง&nbsp;มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าของสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูป&nbsp;โดยอาศัยเทคโนโลยีและนวัตกรรม&nbsp;การเพิ่มประสิทธิภาพของโครงสร้างพื้นฐานของภาคเกษตร&nbsp;และการสนับสนุนบทบาทของผู้ประกอบการเกษตร&nbsp;โดยมอบหมายให้ศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรมหรือ&nbsp;ศูนย์&nbsp;AIC&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;และอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ&nbsp;เร่งวิจัยพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมรวมทั้งการแปรรูปและพัฒนาผลิตภัณฑ์ผลไม้&nbsp;</p><p><strong>จังหวัดลำพูน&nbsp;นับเป็นศูนย์กลางลำไยภาคเหนือและเป็นเมืองหลวงลำไยโลก</strong>&nbsp;มีพื้นที่ปลูกลำไยกว่า&nbsp;250,000&nbsp;ไร่&nbsp;เป็นแหล่งผลิตสำคัญในภาคเหนือ&nbsp;8&nbsp;จังหวัด&nbsp;โดยในปี&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;สถานการณ์การผลิต&nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;3.12&nbsp;ต่อปี&nbsp;ซึ่งเป็นผลมาจากการส่งเสริมสนับสนุนของรัฐบาล&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ยังเผชิญปัญหาราคาลำไยตกต่ำในบางปีบางฤดูเป็นปัญหาซ้ำซากตลอดมา&nbsp;จึงให้ดำเนินการโครงการประกันราคาลำไยขั้นต่ำบนความร่วมมือระหว่างภาคเกษตรกรและภาคเอกชนโดยการสนับสนุนของภาครัฐเป็นโมเดลใหม่เพื่อให้ทุกภาคส่วนเป็นหุ้นส่วนกัน&nbsp;แบบ&nbsp;win-win&nbsp;ทุกฝ่าย&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;ติดตามสถานการณ์ผลผลิตลำไยในพื้นที่ภาคเหนืออย่างใกล้ชิด&nbsp;เพื่อเตรียมการรองรับผลผลิตลำไยออกสู่ตลาดล่วงหน้าตามแนวทางการบริหารจัดหารผลผลิตลำไยปี&nbsp;2565&nbsp;เช่น&nbsp;โครงการกระจายลำไยออกนอกแหล่งผลิต&nbsp;จังหวัดลำพูนโดย&nbsp;คพจ.&nbsp;ได้ขอรับการจัดสรรงบประมาณจากเงินกองทุนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;เพื่อเตรียมการรองรับการแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมากและราคาผลผลิตตกต่ำและพัฒนาระบบตั้งแต่ต้นน้ำ&nbsp;-&nbsp;ปลายน้ำ&nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อถือให้กับผู้บริโภคมั่นใจในคุณภาพสินค้า&nbsp;ตลอดจนแนวทางส่งเสริมการพัฒนาสินค้าเกษตรเพื่อให้ได้รับการรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;(GI)&nbsp;สินค้าลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน&nbsp;รวมถึงผลิตภัณฑ์แปรรูป&nbsp;ให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;และเกษตรกร&nbsp;เพื่อให้ตรงกับความต้องการของตลาด&nbsp;ทั้งหมดนี้จะเป็นก้าวสำคัญให้ภาคเกษตรไทยก้าวสู่มิติใหม่&nbsp;โดยใช้โมเดล&nbsp;Fair&nbsp;Trade&nbsp;ลำไย&nbsp;การค้าที่เป็นธรรมเพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกรชาวสวนลำไยอย่างยั่งยืนโดยบูรณาการทำงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง</p><p><br></p><p><strong>พัฒนาทักษะอาชีพผู้บังคับโดรนเพื่อการเกษตร&nbsp;เกษตรกรมีรายได้ที่ดีขึ้น&nbsp;มีความยั่งยืน</strong></p><p><strong>นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับบริษัท&nbsp;แอโร&nbsp;กรุ๊ป&nbsp;(1992)&nbsp;จำกัด&nbsp;ในการดำเนินโครงการพัฒนาทักษะอาชีพผู้บังคับอากาศยานไร้คนขับ&nbsp;(Drone)&nbsp;เพื่อการเกษตร&nbsp;เน้นถ่ายทอดความรู้ให้กับเกษตรกรปราดเปรื่อง&nbsp;เกษตรกรรุ่นใหม่&nbsp;และเกษตรกรที่สนใจเป็นผู้บังคับอากาศยานไร้คนขับ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันพัฒนาหลักสูตรผู้บังคับหรือปล่อยอากาศยานไร้คนขับ</strong>&nbsp;หรือโดรนเพื่อการเกษตร&nbsp;โดยคัดเลือกผู้สนใจและมีคุณสมบัติเหมาะสมเข้ารับการฝึกอบรมให้มีความรู้&nbsp;ความสามารถ&nbsp;พัฒนาทักษะฝีมือให้สูงขึ้นจนสามารถนำไปประกอบอาชีพได้&nbsp;รวมทั้งยังคาดหมายว่าจะนำไปสู่การส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรม&nbsp;สนับสนุนการสร้างผู้ประกอบการเกษตรรุ่นใหม่&nbsp;</p><p><strong>ในปี&nbsp;2565&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร</strong>&nbsp;ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอาชีพและสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร&nbsp;เพื่อการพัฒนาประเทศไทยไปสู่&nbsp;ความมั่นคง&nbsp;ความมั่งคั่งและความยั่งยืน&nbsp;&nbsp;โดยรัฐบาลมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;โดยการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจไทยไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม&nbsp;</p><p><strong>โดยการขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใน&nbsp;3&nbsp;มิติสำคัญคือ</strong>&nbsp;เปลี่ยนจากการผลิตสินค้าโภคภัณฑ์ไปสู่สินค้าเชิงนวัตกรรม&nbsp;เปลี่ยนจากการขับเคลื่อนประเทศด้วยภาคอุตสาหกรรมไปสู่การขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี&nbsp;ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม&nbsp;และเปลี่ยนจากการเน้นภาคการผลิตสินค้าไปสู่การเน้นภาคบริการมากขึ้น&nbsp;</p><p><br></p><p><strong>พร้อมจ่ายเงินประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;งวดที่&nbsp;3&nbsp;ในวันพรุ่งนี้กว่า&nbsp;850&nbsp;ล้านบาท</strong></p><p><strong>นายณกรณ์&nbsp;ตรรกวิรพัท&nbsp;ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>โครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;ได้เริ่มดำเนินการจ่ายเงินส่วนต่างชดเชยรายได้ให้กับชาวสวนยาง&nbsp;งวดที่&nbsp;1&nbsp;ประจำเดือนตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;และงวด&nbsp;2&nbsp;ประจำเดือนพฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;แล้ว&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;9&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;สำหรับงวดที่&nbsp;3&nbsp;ประจำเดือนธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;พร้อมโอนเข้าบัญชีของเกษตรกรชาวสวนยางในวันที่&nbsp;14&nbsp;มกราคมนี้&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;รวมวงเงินทั้งสิ้น&nbsp;850.25&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</p><p><strong>โดยได้กำหนดราคายางพาราอ้างอิง</strong>&nbsp;ราคายางแผ่นดิบคุณภาพดี&nbsp;อยู่ที่&nbsp;59.85&nbsp;บาท/กก.&nbsp;ชดเชย&nbsp;5.15&nbsp;บาท/กก.&nbsp;ราคานำ้ยางสด&nbsp;DRC&nbsp;100%&nbsp;อยู่ที่&nbsp;51.03&nbsp;บาพ/กก.&nbsp;ชดเชย&nbsp;5.97&nbsp;บาพ/กก.&nbsp;และราคายางก้อนถ้วย&nbsp;อยู่ที่&nbsp;23.18&nbsp;บาท/กก.&nbsp;จะไม่มีชดเชยในงวดที่&nbsp;3&nbsp;เนื่องจากราคาขายยางก้อนถ้วยสูงกว่าราคาประกันที่ตั้งไว้&nbsp;ถือเป็นเรื่องดีที่แนวโน้มราคายางในตลาดอยู่ในแนวบวก&nbsp;ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการดำเนินโครงการชะลอขายยางก้อนถ้วยของ&nbsp;กยท.&nbsp;ที่ช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้เกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;ไม่ต้องเร่งขายช่วงที่ผลผลิตในตลาดมากเกินไป&nbsp;เมื่อปริมาณผลผลิตในตลาดมีความเหมาะสม&nbsp;ราคาจะปรับตัวขึ้น&nbsp;จึงสามารถนำผลผลิตยางที่เก็บไว้มาขายในช่วงที่ราคายางสูงขึ้นในระดับที่เหมาะสม&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;โครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;จ่ายเงินส่วนต่างชดเชยรายได้ให้กับเกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;ตั้งแต่งวดที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;3&nbsp;เป็นเงินรวมกว่า&nbsp;2,284&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;การยางแห่งประเทศไทย&nbsp;ไม่นิ่งนอนใจ</strong>&nbsp;ลงพื้นที่สำรวจและเร่งประสานงานข้อมูลเกษตรชาวสวนยางที่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ให้ได้รับเงินประกันรายได้อย่างรวดเร็วและครบถ้วนทุกราย&nbsp;พร้อมขับเคลื่อนการดำเนินนโยบายและมาตรการอื่นคู่ขนานไปด้วย&nbsp;เพื่อรองรับสถานการณ์และสร้างเสถียรภาพให้แก่ราคายางพาราต่อไป</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgba(0,&nbsp;0,&nbsp;0,&nbsp;0.65);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">สถานการณ์โควิด-19</span></p><p><strong>สถานการณ์โควิดใน&nbsp;กทม.&nbsp;เริ่มพบการระบาดเพิ่มในสถานที่เสี่ยงอากาศปิด&nbsp;แออัด</strong></p><p><strong>นายแพทย์สุทัศน์&nbsp;โชตนะพันธ์</strong>&nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง&nbsp;กรมควบคุมโรค&nbsp;กล่าวสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;เฉพาะเขตสุขภาพที่&nbsp;13&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;ขณะนี้พบมีการระบาดเพิ่มมากขึ้น&nbsp;การกระจายตัวของอัตราการเจ็บป่วยอยู่ในทุกกลุ่มอายุ&nbsp;ทุกเขตของ&nbsp;กทม.&nbsp;แต่มีอัตราป่วยสูงกว่าในโซนอื่นเป็นบางเขต&nbsp;โดยกลุ่มเสี่ยงสูงที่ทำให้พบผู้ติดเชื้อคือ&nbsp;พื้นที่เสี่ยงและชุมชน&nbsp;พื้นที่เสี่ยงคือ&nbsp;สถานที่ระบายอากาศไม่ดี&nbsp;โดยเฉพาะร้านผับ&nbsp;บาร์&nbsp;ที่ขอปรับปรุงมาเป็นร้านอาหาร&nbsp;ที่อนุญาตแล้วแต่ไม่สามารถจัดการระบายอากาศที่ดีได้&nbsp;ทำให้พื้นที่เหล่านี้เป็นพื้นที่เสี่ยง&nbsp;แต่ละกลุ่มมีการระบาดมากกว่า&nbsp;5&nbsp;รายขึ้นไป&nbsp;ประชาชนผู้ใช้บริการพบเห็นร้านอาหารกึ่งพับ&nbsp;บาร์&nbsp;ที่ระบบระบายอากาศไม่ดี&nbsp;ไม่ปฏิบัติมาตรฐาน&nbsp;SHA+&nbsp;และ&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อตรวจสอบและจะมีการถอนการอนุญาตให้บริการเพื่อตัดจุดเสี่ยง&nbsp;</p><p><strong>ส่วนชุมชนช่วงนี้พบหอพักที่มีลักษณะอัด</strong>&nbsp;เช่นหอพักนักศึกษา&nbsp;เริ่มมีรายงานผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น&nbsp;ขอผู้ที่อาศัยในชุมชนที่เสี่ยง&nbsp;แออัดขอให้แยกตัวและปฏิบัติตามมาตรการกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;งดร่วมกิจกรรมเป็นเวลานาน&nbsp;โดยเฉพาะหากไม่สวมหน้ากาก&nbsp;เช่น&nbsp;วงเหล้า&nbsp;ชะลอการเดินทางหากไม่จำเป็น&nbsp;ถ้ากลับมาจากนอกพื้นที่ให้สังเกตอาการตนเองอย่างน้อย&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;ถ้าเป็นไปได้ให้&nbsp;work&nbsp;from&nbsp;home&nbsp;เพื่อลดความเสี่ยงติดเชื้อ&nbsp;<strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังพบมีกลุ่มบุคลากรการแพทย์&nbsp;</strong>เริ่มมีรายงานพบป่วยมากขึ้นไม่ใช่ติดจากการให้บริการผู้ป่วยแต่เป็นการติดจากชุมชนและคนใกล้ชิด&nbsp;นอกจากนี้ยังพบการเพิ่มขึ้นของผู้ที่มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;กลุ่มนี้ขอให้พยายาม&nbsp;ตรวจคัดกรองตัวเองด้วย&nbsp;ATK&nbsp;<strong>หากพบผู้ป่วยให้แยกตัวออกจากผู้ใกล้ชิด</strong>&nbsp;ติดต่อสายด่วน&nbsp;สปสช.&nbsp;โทร&nbsp;1330&nbsp;เพื่อเข้าระบบดูแลรักษาที่บ้าน&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;หรือศูนย์กักตัวในชุมชน&nbsp;Community&nbsp;Isolation&nbsp;ให้เร็วที่สุด&nbsp;และขอให้เร่งไปรับวัคซีนทั้งเข็มปกติและเข็มกระตุ้น&nbsp;เพราะจากรายงานผู้เสียชีวิตด้วยโควิด&nbsp;ใน&nbsp;กทม.&nbsp;ส่วนใหญ่ร้อยละ&nbsp;61&nbsp;เป็นผู้ที่ยังไม่เคยได้รับวัคซีน&nbsp;ส่วนคนที่ฉีดแล้วเสียชีวิตมีอัตราน้อยมาก&nbsp;ร้อยละ&nbsp;13.6&nbsp;แต่ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่รับวัควีนแต่ยังไม่ครบโดส&nbsp;จึงขอให้มารับตามกำหนด&nbsp;ซึ่งขณะนี้ใน&nbsp;กทม.&nbsp;จัดจุดบริการวัคซีนไว้กว่า&nbsp;20&nbsp;จุด&nbsp;</p><p><br></p><p><strong>ประกันสังคม&nbsp;พร้อมดูแลจ่ายเงินทดแทนขาดรายได้&nbsp;เมื่อผู้ประกันตนป่วยโควิด-19&nbsp;ต้องพักรักษาตัว</strong></p><p><strong>นางกนกนันท์&nbsp;วีริยานันท์</strong>&nbsp;หัวหน้าสำนักงานประกันสังคมจังหวัดสาขาพระประแดง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เมื่อลูกจ้างในระบบประกันสังคมเจ็บป่วยด้วยโรคโควิด-19&nbsp;นอกจากจะได้รับการรักษาพยาบาลฟรีแล้ว&nbsp;ยังสามารถยื่นขอเบิกเงินทดแทนการขาดรายได้จากประกันสังคม&nbsp;โดยผู้ประกันตนมาตรา&nbsp;33&nbsp;ต้องส่งเงินสมทบครบ&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;ภายใน&nbsp;15&nbsp;เดือน&nbsp;(ส่งสมทบติดต่อกันหรือไม่ก็ได้)&nbsp;ก่อนเดือนที่เจ็บป่วย&nbsp;เมื่อผู้ประกันตนมาตรา&nbsp;33&nbsp;ลาป่วย&nbsp;30&nbsp;วันแรกจะได้รับค่าจ้างจากนายจ้างตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน&nbsp;ส่วนที่ลาป่วยเกิน&nbsp;30&nbsp;วัน&nbsp;คือตั้งแต่วันที่&nbsp;31&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;สามารถยื่นขอรับเงินทดแทนการขาดรายได้&nbsp;50%&nbsp;ของค่าจ้าง&nbsp;โดยคิดจากฐานไม่เกิน&nbsp;15,000&nbsp;บาท&nbsp;ตามกฎหมายประกันสังคม&nbsp;เท่ากับว่าจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้สูงสุดวันละ&nbsp;250&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>พร้อมย้ำว่าส่วนที่ลาป่วยเกิน&nbsp;30&nbsp;วันนั้น</strong>&nbsp;จะต้องมีใบรับแพทย์และหนังสือรับรองจากนายจ้างว่าได้รับค่าจ้างในวันลาป่วยครบ&nbsp;30&nbsp;วันทำงาน&nbsp;ใน&nbsp;1&nbsp;ปีปฏิทิน&nbsp;เพื่อเป็นหลักฐานใช้เบิกเงินจากประกันสังคม&nbsp;เมื่อถามว่ากรณีผู้ประกันตนก่อนหน้าเกิดการเจ็บป่วยไม่ว่าจากโรคโควิด-19&nbsp;หรือโรคใดก็ตาม&nbsp;และได้ลาป่วยหยุดงานไปแล้ว&nbsp;30&nbsp;วันในรอบปีปฏิทินของสถานประกอบการนั้น&nbsp;กรณีเช่นนี้สามารถยื่นขอรับเงินทดแทนการขาดรายได้&nbsp;50%&nbsp;ของค่าจ้าง&nbsp;จากสำนักงานประกันสังคมได้</p><p><strong>เมื่อผู้ประกันตนรักษาตัวจนหายป่วยดีแล้ว</strong>&nbsp;สามารถติดต่อขอรับเงินทดแทนการขาดรายได้ที่สำนักงานประกันสังคมทุกแห่งทั่วประเทศ&nbsp;สอบถามเพิ่มเติมโทร.1506&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgba(0,&nbsp;0,&nbsp;0,&nbsp;0.65);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">สังคม</span></p><p><strong>เชิญชวนร่วมงานวันครูครั้งที่&nbsp;66&nbsp;ในรูปแบบออนไลน์&nbsp;เน้นกิจกรรมด้านวิชาการที่หลากหลาย</strong></p><p><strong>นายดิศกุล&nbsp;เกษมสวัสดิ์&nbsp;&nbsp;เลขาธิการคุรุสภา&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาเตรียมจัดงานวันครู&nbsp;ครั้งที่&nbsp;66&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ในวันอาทิตย์ที่&nbsp;16&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ภายใต้หัวข้อ&nbsp;""พลังครูยุคใหม่&nbsp;สร้างคุณภาพคนไทยสู่สากล""&nbsp;โดยมีพลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันครู&nbsp;ในรูปแบบออนไลน์&nbsp;มอบสารวันครูและพิธีคารวะครูอาวุโส</p><p><strong>นางสาวตรีนุช&nbsp;เทียนทอง&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีของส่วนกลาง&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมคุรุสภา&nbsp;และพิธีคารวะครูอาวุโส&nbsp;ซึ่งภายในงานดังกล่าวมีกิจกรรมที่หลากหลาย&nbsp;ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล&nbsp;www.วันครู.com&nbsp;อาทิ&nbsp;&nbsp;การทำบุญตักบาตรและส่งการ์ดคาราวะครูออนไลน์&nbsp;การถ่ายทอดสดพิธีการงานวันครู&nbsp;และการประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ที่ได้รับรางวัลเกียรติยศของคุรุสภาและของหน่วยงานอื่นๆ&nbsp;&nbsp;การปาฐกถา&nbsp;หม่อมหลวงปิ่น&nbsp;มาลากุล&nbsp;ครั้งที่&nbsp;5&nbsp;สร้างพลังและแรงบันดาลใจส่งถึงครูยุคใหม่&nbsp;&nbsp;การเสวนา&nbsp;แลกเปลี่ยน&nbsp;เรียนรู้&nbsp;ประเด็นความท้าทายที่มีคำตอบจากประสบการณ์และมุมมองของครูผู้สร้างสู่คุณภาพของผู้เรียน&nbsp;(ภาคภาษาไทยและภาษาอังกฤษ)&nbsp;กิจกรรมส่งต่อ&nbsp;แบ่งปันเรื่องราวความสำเร็จและความภาคภูมิใจของต้นแบบครูและบุคลากรทางการศึกษา&nbsp;ผ่านนิทรรศการของผู้ได้รับรางวัล&nbsp;&nbsp;พัฒนา&nbsp;ปรับเปลี่ยน&nbsp;เรียนรู้&nbsp;เพื่อครูสู่ศิษย์&nbsp;ผ่านหลักสูตรการพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา</p><p><strong>ผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่</strong>&nbsp;www.วันครู.com&nbsp;&nbsp;เข้ารับการพัฒนาได้ในระหว่างวันที่&nbsp;16&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;31&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;(ลงทะเบียนฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)&nbsp;และรับชมการถ่ายทอดสดวัที่&nbsp;16&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่&nbsp;https://www.facebook.com/Khurusaphaofficial/</p><p><br></p><p><strong>ยืนยันมีเงินให้นักเรียนนักศึกษากู้ยืม&nbsp;หากเลือกเรียนกลุ่มที่ประเทศต้องการ&nbsp;ได้ลดเงินต้น&nbsp;50%</strong></p><p><strong>นายชัยณรงค์&nbsp;กัจฉปานันท์&nbsp;</strong>ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา&nbsp;(กยศ.)&nbsp;เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับนางสาวตรีนุช&nbsp;เทียนทอง&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;ถึงการดำเนินการให้กู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;(ศธ.)&nbsp;&nbsp;ว่า&nbsp;ระหว่าง&nbsp;กยศ.กับ&nbsp;ศธ.&nbsp;มีการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องใน&nbsp;3&nbsp;เรื่องคือ&nbsp;การให้กู้ยืมเงินนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน&nbsp;(สพฐ.)&nbsp;การให้กู้ยืมเงินแก่นักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง&nbsp;(ปวส.)&nbsp;สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา&nbsp;(สอศ.)&nbsp;และข้าราชการ&nbsp;พนักงาน&nbsp;ลูกจ้างของศธ.ที่เป็นลูกหนี้&nbsp;กยศ.&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กยศ.และ&nbsp;ศธ.จะตั้งคณะกรรมการขึ้นหนึ่งชุด&nbsp;เพื่อดูและสิทธิพิเศษใน&nbsp;3&nbsp;กลุ่มดังกล่าวอย่างเต็มที่&nbsp;</p><p><strong>ผู้จัดการกองทุน&nbsp;กยศ.กล่าวต่อไปว่า&nbsp;</strong>กยศ.มีโปรโมชันพิเศษสำหรับนักศึกษา&nbsp;ปวช.ที่เรียนในกลุ่ม&nbsp;10&nbsp;อุตสาหกรรม<strong>&nbsp;</strong>เป้าหมายต่อยอด&nbsp;5&nbsp;อุตสาหกรรมเดิม&nbsp;เติม&nbsp;5&nbsp;อุตสาหกรรมใหม่(First&nbsp;S&nbsp;-&nbsp;Curve)&nbsp;และ&nbsp;5&nbsp;อุตสาหกรรมอนาคต&nbsp;(New&nbsp;S&nbsp;-&nbsp;Curve)&nbsp;ที่&nbsp;กยศ.จะมีการลดเงินต้นจากการกู้ยืมให้&nbsp;50%&nbsp;เนื่องจากเป็นการเรียนที่ประเทศมีความต้องการกำลังคนด้านดังกล่าวเป็นอย่างมาก&nbsp;โดยการจัดโปรโมชันดังกล่าวมีการดำเนินการมา&nbsp;2&nbsp;ปีแล้ว&nbsp;ซึ่งพบว่าเด็กให้ความสนใจเป็นพิเศษ&nbsp;ขณะเดียวกันหากเด็กกลุ่มดังกล่าวต้องการศึกษาในระดับอุดมศึกษาใน&nbsp;10&nbsp;กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย&nbsp;และ&nbsp;3&nbsp;โครงสร้างพื้นฐานทาง&nbsp;กยศ.ก็ลดเงินต้นจากเงินกู้ให้อีก&nbsp;30%&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ยืนยันว่า&nbsp;</strong>ขณะนี้กองทุน&nbsp;กยศ.มีเงินให้นักเรียนกู้ยืมเงินอย่างแน่นอน<strong>&nbsp;</strong>และเป็นเงินจาก&nbsp;กยศ.เองที่ไม่ได้ต้องใช้งบประมาณจากรัฐบาล&nbsp;เนื่องจากที่ผ่านมา&nbsp;กยศ.&nbsp;บริหารจัดการหนี้ได้ดีขึ้น&nbsp;เพราะมีโปรโมชั่นพิเศษด้วยการลดดอกเบี้ยเงินกู้&nbsp;เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ลูกหนี้มาชำระเงิน&nbsp;ซึ่งส่งผลให้จำนวนลูกหนี้ที่ก่อนหน้านี้มีกว่าแสนรายเหลือเพียง&nbsp;60,000&nbsp;รายเท่านั้น</p><p><br></p><p><br></p>"	13/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113155230711
464	Ultra Trail Thailand Series Phatthalung 2021	<p><strong>ประชุมการเตรียมการจัดกิจกรรมโครงการ&nbsp;Ultra&nbsp;Trail&nbsp;Thailand&nbsp;Series&nbsp;Phatthalung&nbsp;2021&nbsp;โดย&nbsp;UTBM</strong></p><p><strong>วันนี้&nbsp;(13&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;</strong>ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;อาคารสำนักงาน&nbsp;การกีฬาแห่งประเทศไทย&nbsp;จังหวัดพัทลุง&nbsp;นายกู้เกียรติ&nbsp;วงศ์กระพันธุ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;โดยมี&nbsp;นายฉัตรชัย&nbsp;อุสาหะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง&nbsp;และคณะกรรมการเข้าร่วมประชุมการเตรียมการจัดกิจกรรมโครงการ&nbsp;Ultra&nbsp;Trail&nbsp;Thailand&nbsp;Series&nbsp;Phatthalung&nbsp;2021&nbsp;โดยสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย&nbsp;จังหวัดพัทลุง&nbsp;กำหนดจัดการแข่งขันวิ่งตามภูมิประเทศ&nbsp;(การวิ่งเทรล&nbsp;หรือ&nbsp;Trail&nbsp;Running)&nbsp;เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายและส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดพัทลุง&nbsp;(Sports&nbsp;Tourism)&nbsp;โดยการกีฬาแห่งประเทศไทย&nbsp;เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการจัดการแข่งขัน&nbsp;และได้กำหนดจัดกิจกรรมวิ่งตามภูมิประเทศ&nbsp;(Trail&nbsp;Running)&nbsp;บริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด&nbsp;เทศบาลตำบลคลองทรายขาว&nbsp;และเทศบาลตำบลกงหรา&nbsp;อำเภอกงหรา&nbsp;จังหวัดพัทลุง&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;24-26&nbsp;กันยายน&nbsp;2564&nbsp;</p><p><strong>เนื่องจากปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ยังคงมีผู้ติดเชื้อเป็นจำนวนมาก&nbsp;</strong>จังหวัดพัทลุงไม่สามารถดำเนินการจัดการแข่งขันตามกำหนดการดังกล่าวได้จึงต้องเลื่อนการจัดกิจกรรมโครงการ&nbsp;Ultra&nbsp;Trail&nbsp;Thailand&nbsp;Series&nbsp;Phatthalung&nbsp;2021&nbsp;จากเดิมในระหว่างวันที่&nbsp;24-26&nbsp;กันยายน&nbsp;2564&nbsp;เปลี่ยนเป็นระหว่างวันที่&nbsp;11-13&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;เทศบาลตำบลคลองทรายขาว&nbsp;อำเภอกงหรา&nbsp;จังหวัดพัทลุง&nbsp;บริษัทวันนาบี&nbsp;ซึ่งรับผิดชอบการแข่งขันได้กำหนดระยะทางและรายละเอียดการจัดกิจกรรม&nbsp;รวมทั้งประเภทการแข่งขัน&nbsp;ได้แก่/ระยะทาง&nbsp;5&nbsp;กม.(ครอบครัวและเยาวชน)&nbsp;จำนวน&nbsp;211&nbsp;คน/ระยะทาง&nbsp;10&nbsp;กม.(ครอบครัวและเยาวชน)&nbsp;จำนวน&nbsp;324&nbsp;คน/ระยะทาง&nbsp;35&nbsp;กม.(นักวิ่งมืออาชีพ)&nbsp;จำนวน&nbsp;282&nbsp;คน/ระยะทาง&nbsp;60&nbsp;กม.(นักวิ่งมืออาชีพและนักกีฬา)&nbsp;จำนวน&nbsp;180&nbsp;คน&nbsp;รวมผู้เข้าร่วมทั้งหมด&nbsp;997&nbsp;คน</p><p><strong>โดยสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย&nbsp;จังหวัดพัทลุง&nbsp;</strong>กำหนดจัดพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์&nbsp;กิจกรรมโครงการ&nbsp;Ultra&nbsp;Trail&nbsp;Thailand&nbsp;Series&nbsp;Phatthalung&nbsp;2021&nbsp;ในวันศุกร์ที่&nbsp;28&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;เทศบาลตำบลคลองทรายขาว&nbsp;อำเภอกงหรา&nbsp;จังหวัดพัทลุง&nbsp;โดยมีถ้วยรางวัลรางวัลรุ่นอายุ&nbsp;ตั้งแต่อายุ&nbsp;20-60&nbsp;ปี&nbsp;โดยจะแบ่งตามระยะทางที่นักกีฬาลงสมัคร&nbsp;เหรียญรางวัล&nbsp;และเงินรางวัล</p><p><strong>ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมสมัครต้องปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;</strong>ดำเนินการตรวจคัดครองและอุปกรณ์การวิ่ง&nbsp;รวมทั้งรับ&nbsp;BIB&nbsp;วันที่&nbsp;11&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะต้องฉีดวัคซีน&nbsp;2&nbsp;เข็มและจะต้องตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผู้ที่ติดเชื้อหายแล้ว&nbsp;ภายใน&nbsp;28&nbsp;วัน&nbsp;ต้องตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;และเจ้าหน้าที่และทีมงานทุกคนต้องปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าวด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>	13/1/2022	ภาคใต้	พัทลุง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113161621736
465	ปชส.สุราษฎร์ธานี เผย ศบค. เห็นชอบปรับระดับพื้นที่สถานการณ์โควิด-19 ทั่วราชอาณาจักร ปรับเพิ่มพื้นที่ควบคุมเป็น 69 จังหวัด	"<p><strong>นางสุนิสา&nbsp;รามแก้ว&nbsp;ประขาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;</strong>กล่าวถึงการปรับมาตรการการรับมือกับโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;ว่า&nbsp;การประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;(ศบค.)&nbsp;เห็นชอบปรับระดับพื้นที่สถานการณ์ทั่วราชอาณาจักร&nbsp;โดยพื้นที่ควบคุมหรือพื้นที่สีส้ม&nbsp;ปรับเป็น&nbsp;69&nbsp;จังหวัด&nbsp;(จากเดิม&nbsp;36&nbsp;จังหวัด)&nbsp;&nbsp;ได้แก่&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;&nbsp;จันทบุรี&nbsp;เชียงราย&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;ตราด&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;บุรีรัมย์&nbsp;ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;พระนครศรีอยุธยา&nbsp;เพชรบุรี&nbsp;ระนอง&nbsp;ระยอง&nbsp;เลย&nbsp;สมุทรปราการ&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;สุรินทร์&nbsp;หนองคาย&nbsp;อุดรธานี&nbsp;กาฬสินธุ์&nbsp;กำแพงเพชร&nbsp;ฉะเชิงเทรา&nbsp;ชุมพร&nbsp;ชัยนาท&nbsp;ชัยภูมิ&nbsp;ตรัง&nbsp;ตาก&nbsp;นครนายก&nbsp;นครปฐม&nbsp;นครพนม&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;นครสวรรค์&nbsp;นราธิวาส&nbsp;น่าน&nbsp;ปราจีนบุรี&nbsp;ปัตตานี&nbsp;บึงกาฬ&nbsp;พะเยา&nbsp;พัทลุง&nbsp;พิจิตร&nbsp;พิษณุโลก&nbsp;เพชรบูรณ์&nbsp;แพร่&nbsp;มหาสารคาม&nbsp;มุกดาหาร&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;ยโสธร&nbsp;ยะลา&nbsp;ร้อยเอ็ด&nbsp;ราชบุรี&nbsp;ลพบุรี&nbsp;ลำปาง&nbsp;ลำพูน&nbsp;ศรีสะเกษ&nbsp;สกลนคร&nbsp;สงขลา&nbsp;สตูล&nbsp;สมุทรสงคราม&nbsp;สมุทรสาคร&nbsp;สระแก้ว&nbsp;สระบุรี&nbsp;สิงห์บุรี&nbsp;สุโขทัย&nbsp;สุพรรณบุรี&nbsp;หนองบัวลำภู&nbsp;อ่างทอง&nbsp;อำนาจเจริญ&nbsp;อุตรดิตถ์&nbsp;อุทัยธานี&nbsp;และ&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;พื้นที่เฝ้าระวังสูงหรือพื้นที่สีเหลือง&nbsp;ปรับเหลือ&nbsp;0&nbsp;จังหวัด&nbsp;(จากเดิม&nbsp;30&nbsp;จังหวัด)&nbsp;และพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยว&nbsp;(สีฟ้า)&nbsp;8&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;กทม.&nbsp;กาญจนบุรี&nbsp;กระบี่&nbsp;ชลบุรี&nbsp;นนทบุรี&nbsp;ปทุมธานี&nbsp;พังงา&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;และบางพื้นที่&nbsp;18&nbsp;จังหวัด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่แผนรับมือโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ที่สำคัญ&nbsp;ได้แก่&nbsp;1.มาตรการสาธารณสุข&nbsp;</strong>ใช้แนวทางการชะลอการระบาด&nbsp;เพื่อให้ระบบสาธารณสุขดูแลทุกคนได้&nbsp;เพิ่มวัคซีนเข็มที่&nbsp;3&nbsp;หรือเข็มที่&nbsp;4&nbsp;ยืนยันว่า&nbsp;วัคซีนมีคุณภาพและมีความเพียงพอ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;จึงต้องขอความร่วมมือประชาชนตรวจคัดกรองตัวเอง&nbsp;หรือเข้ารับการตรวจที่คลินิก&nbsp;สถานพยาบาลได้&nbsp;และติดตามเฝ้าระวังการกลายพันธุ์&nbsp;2.มาตรการการแพทย์&nbsp;เนื่องจากโรคไม่มีความรุนแรง&nbsp;จึงเน้นการดูแลมาใช้แบบแยกกักที่บ้าน&nbsp;(Home&nbsp;Isolation)&nbsp;และศูนย์พักคอยในชุมชน&nbsp;(Community&nbsp;Isolation)&nbsp;โควิด-19&nbsp;จะกลายเป็นโรคประจำถิ่น&nbsp;เราต้องดูแลตัวเองจากที่บ้านได้&nbsp;ถ้าเรายังต้องอยู่ในสถานพยาบาล&nbsp;ก็ยังเป็นโรคที่มีความร้ายแรง&nbsp;แต่ปัจจุบัน&nbsp;ถ้าโรคไม่แรง&nbsp;ก็ดูแลจากที่บ้านได้&nbsp;3.&nbsp;มาตรการสังคม&nbsp;ประชาชนยึดหลักป้องกันตัวเองสูงสุด&nbsp;(Universal&nbsp;Prevention)&nbsp;เลี่ยงการเข้าสถานที่ไม่ปลอดภัย&nbsp;ดังนั้น&nbsp;ผู้ประกอบการต้องเคร่งครัดให้สถานบริการปลอดโควิด-19&nbsp;(Covid&nbsp;free&nbsp;setting)&nbsp;และ&nbsp;4.&nbsp;มาตรการสนับสนุน&nbsp;ด้านค่ารักษาพยาบาลและการตรวจหาเชื้อ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ส่วนความพร้อมในการรองรับผู้ติดเชื้อ&nbsp;ในปัจจุบันทั่วประเทศไทย</strong>มีอัตราการครองเตียงอยู่ที่&nbsp;178,139&nbsp;เตียง&nbsp;โดยอัตราการครองเตียงสีเหลืองและแดงลดลง&nbsp;ในขณะที่เตียงสีเขียวมีอัตราการครองเตียงที่มากขึ้น&nbsp;ทั้งนี้การขยายโรงพยาบาลสนามช่วงนี้ยังไม่มีความจำเป็น&nbsp;เนื่องจากจะให้ใช้&nbsp;""HI&nbsp;&amp;&nbsp;CI&nbsp;First""&nbsp;เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถดูแลผู้ป่วยอาการหนักได้อย่างทั่วถึง.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	13/1/2022	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113162502747
466	ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล แนะการจัดกิจกรรมใดๆ ขอให้ใช้มาตรการ COVID FREE Setting เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค และคำนึงถึงมาตรการที่สาธารณสุขแนะนำ	<p><strong>นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;กล่าวในที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์</strong>แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสตูล&nbsp;วานนี้&nbsp;(12&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;ถึงการอนุญาตให้มีการจัดกิจกรรมต่างๆ&nbsp;ในจังหวัดสตูล&nbsp;ซึ่งอาจสร้างความกังวลใจให้กับประชาชนเนื่องจากขณะนี้มีการแพร่ระบาดของโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;ซึ่งจังหวัดสตูลมีรายงานพบผู้ติดเชื้อ&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ในการประชุม&nbsp;ศบค.จังหวัดสตูล&nbsp;</strong>จะมีการขออนุญาตจัดกิจกรรมต่างๆ&nbsp;ที่มีการรวมตัวกันของประชาชน&nbsp;การเปิดโรงเรียนแบบ&nbsp;On&nbsp;Site&nbsp;และการอนุญาตให้มีการละหมาดวันศุกร์อย่างต่อเนื่องในทุกสัปดาห์&nbsp;โดยเรื่องดังกล่าวนั้น&nbsp;แม้ว่าอาจจะมีความกังวลใจเรื่องสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค&nbsp;COVID-19</p><p><strong>แต่อย่างไรก็ตาม&nbsp;กิจกรรมกิจการต่างๆ&nbsp;ยังต้องมีการเดินต่อ&nbsp;ประชาชนใช้ชีวิตในรูปแบบวิถีใหม่&nbsp;</strong>ซึ่ง&nbsp;COVID&nbsp;จะยังอยู่กับประชาชนไปอีกนาน&nbsp;ดังนั้น&nbsp;เมื่อมีการอนุญาตให้มีการจัดกิจกรรมกิจการต่างๆ&nbsp;แล้ว&nbsp;ก็ต้องมีแนวทางรองรับ&nbsp;โดยใช้มาตรการที่สาธารณสุขกำหนดและแนะนำอย่างมาตรการ&nbsp;COVID&nbsp;FREE&nbsp;Setting&nbsp;ซึ่งการจัดกิจกรรมต่างๆ&nbsp;จะต้องมีกฎกติกาเพื่อไม่ให้มีการระบาดของโรค&nbsp;เช่น&nbsp;การรักษาสุขอนามัย&nbsp;,&nbsp;การตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผู้เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;,&nbsp;การอนุญาตให้ผู้ที่รับการฉีดวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ซึ่งมาตรการดังกล่าวเมื่อมีการใช้ที่เข้มงวดแล้ว&nbsp;ก็จะสามารถสร้างความเชื่อมั่นได้ว่าการจัดกิจกรรมนั้นๆ&nbsp;จะไม่มีผู้ติดเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;เข้าไปปะปนจนนำไปสู่การแพร่ระบาดของโรค&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	13/1/2022	ภาคใต้	สตูล	สวท.สตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113165324780
467	จังหวัดภูเก็ต เสริมทัพคลินิกอุ่นใจ รักษาโควิด-19 เร่งควบคุมระงับการระบาดในพื้นที่	<p><strong>แพทย์หญิง&nbsp;วิทิตา&nbsp;แจ้งเอี่ยม&nbsp;รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ในจังหวัดภูเก็ต&nbsp;พบผู้ติดเชื้อรายใหม่หลักร้อยคนต่อวัน&nbsp;โดยมาตรการหลักในการรักษา&nbsp;คือ&nbsp;ทุกโรงพยาบาลได้เปิด&nbsp;AI&nbsp;คลินิก&nbsp;หรือคลินิกโรคทางเดินหายใจเพื่อดูแลรักษาในทุกโรงพยาบาล&nbsp;แต่จากการทวีความสูงของยอดผู้ติดเชื้อในจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ส่งผลต่อการบริการในแต่ละโรงพยาบาลไม่เพียงพอ&nbsp;เกิดความหนาแน่น&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;จึงได้เปิดให้บริการ&nbsp;คลินิกอุ่นใจ&nbsp;ซึ่งตั้งอยู่ที่ศูนย์ราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ซึ่งเคยเปิดให้บริการมาแล้วในช่วงการระบาดระลอกที่ผ่านมา&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;คลินิกอุ่นใจ&nbsp;ให้บริการสำหรับผู้ที่มีผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นบวก&nbsp;</strong>สามารถเดินทางเข้ารักษาได้ที่คลินิกอุ่นใจ&nbsp;และนอกจากคลินิกอุ่นใจแล้ว&nbsp;ได้มีการเปิดสายด่วน&nbsp;Phuket&nbsp;Covid19&nbsp;&nbsp;Call&nbsp;Center&nbsp;หมายเลข&nbsp;076-254-&nbsp;200&nbsp;คอยให้คำปรึกษาเกี่ยวกับแนวทางการรักษาหรือประสานส่งต่อผู้ติดเชื้อเข้ารับการรักษาตามกระบวน&nbsp;ซึ่งหากเป็นชาวต่างชาติ&nbsp;สามารถกด&nbsp;88&nbsp;&nbsp;โดยจะมีการให้บริการเป็นภาษาอังกฤษ&nbsp;เพื่อความสะดวกและความมั่นใจของประชาชนชาวภูเก็ตและนักท่องเที่ยวที่อาศัยในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตขณะนี้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	13/1/2022	ภาคใต้	ภูเก็ต	สวท.ภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113171003796
468	สายการบินไทยเวียตเจ็ท เชื่อมระบบ หมอพร้อม บนระบบเช็คอินออนไลน์ อำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร ลดการสัมผัสขณะเดินทาง 	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">สายการบินไทยเวียตเจ็ท&nbsp;แจ้งว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;เพื่อเป็นการยกระดับการให้บริการผู้โดยสารในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;ลดการสัมผัสขณะเดินทาง&nbsp;สายการบินได้อำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสารด้วยการเชื่อมต่อแอปพลิเคชัน&nbsp;หมอพร้อม&nbsp;บนระบบเช็คอินออนไลน์ของไทยเวียตเจ็ท&nbsp;ผู้โดยสารสามารถเช็คอินออนไลน์ล่วงหน้า&nbsp;พร้อมรับตรารับรองการฉีดวัคซีน&nbsp;รวมถึงผลตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;ด้วยชุดตรวจด้วยตนเอง&nbsp;หรือ&nbsp;ATK&nbsp;(Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit&nbsp;)&nbsp;และการตรวจหาสารพันธุกรรมเชื้อไวรัสแบบ&nbsp;RT-PCR&nbsp;บนบัตรที่นั่งอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;ผ่านแอปพลิเคชันหมอพร้อม&nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร&nbsp;เพิ่มความมั่นใจด้วยการลดการสัมผัสบริเวณเคาน์เตอร์เช็คอิน&nbsp;มอบประสบการณ์การเดินทางวิถีใหม่&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">ผู้โดยสารสามารถรับตรารับรองการฉีดวัคซีน</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">โดยการเปิดใช้งานเอกสารรับรองสุขภาพอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;(Digital&nbsp;Health&nbsp;Pass)&nbsp;ผ่านแอปพลิเคชันหมอพร้อม&nbsp;โดยสามารถดาวน์โหลดผ่าน&nbsp;App&nbsp;Store&nbsp;(สำหรับระบบ&nbsp;iOS)&nbsp;หรือ&nbsp;Play&nbsp;Store&nbsp;(สำหรับระบบ&nbsp;Android)&nbsp;จากนั้นลงทะเบียนหรือเข้าสู่ระบบหมอพร้อม&nbsp;เมื่อเข้าสู่ระบบสำเร็จ&nbsp;เลือกเมนู&nbsp;เอกสารรับรองสุขภาพอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;เพื่อเปิดใช้งานเอกสารรับรองการฉีดวัคซีน&nbsp;เมื่อเสร็จสิ้น&nbsp;ข้อมูลเอกสารรับรองสุขภาพของผู้โดยสารจะเชื่อมต่อกับระบบเช็คอินออนไลน์ของสายการบินโดยอัติโนมัติ&nbsp;เมื่อทำการเช็คอินออนไลน์&nbsp;ผู้โดยสารสามารถระบุหมายเลขประจำตัวประชาชนและรับตราประทับจากแอปพลิเคชันหมอพร้อมบนบัตรที่นั่งอิเล็กทรอนิกส์ทันที&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">สายการบินไทยเวียตเจ็ทพร้อมให้บริการเช็คอินออนไลน์&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">สำหรับทุกเส้นทางบินภายในประเทศจากกรุงเทพฯ&nbsp;(สุวรรณภูมิ)&nbsp;และเส้นทางบินข้ามภูมิภาค&nbsp;ผู้โดยสารสามารถเช็คอินออนไลน์ล่วงหน้าได้ภายใน&nbsp;24&nbsp;&nbsp;1&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ก่อนเวลาเดินทางได้ที่เว็บไซต์&nbsp;&nbsp;</span><a&nbsp;href=""http://vzcheckin.vietjetair.com/""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);"">vzcheckin.vietjetair.com</a><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;สายการบินไทยเวียตเจ็ทให้บริการครอบคลุม&nbsp;14&nbsp;เส้นทางบินภายในประเทศ</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	13/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113173623808
469	อุบลฯ ดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เชิงรุก ในพื้นที่อำเภอเดชอุดม	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วานนี้&nbsp;(12&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;นายธรรมนูญ&nbsp;แจ่มใส&nbsp;นายอำเภอเดชอุดม</strong>&nbsp;มอบหมายให้โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเดชอุดม&nbsp;ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขอำเภอเดชอุดม&nbsp;และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในพื้นที่&nbsp;ดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;เชิงรุก&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ณ&nbsp;เทศบาลเมืองเดชอุดม&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเดชอุดม&nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่ศูนย์สุขภาพชุมชนเมืองเทศบาลเมืองเดชอุดม&nbsp;เปิดให้บริการตรวจคัดกรองโควิด-19&nbsp;เชิงรุกด้วยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;ผู้เข้ารับการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;จำนวน&nbsp;81&nbsp;ราย&nbsp;ผล&nbsp;ATK&nbsp;+&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ณ&nbsp;ศาลากลางบ้านคำกลาง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลกลาง&nbsp;โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลคำกลางดำเนินการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เชิงรุกในพื้นที่&nbsp;จำนวน&nbsp;18&nbsp;ราย&nbsp;ผลเป็นลบทั้ง&nbsp;18&nbsp;ราย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ณ&nbsp;ศาลากลางบ้านบัวงาม&nbsp;หมู่ที่&nbsp;15&nbsp;ตำบลบัวงาม&nbsp;โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบัวงามดำเนินการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เชิงรุกในพื้นที่&nbsp;จำนวน&nbsp;53&nbsp;ราย&nbsp;ผลเป็นลบทั้ง&nbsp;53&nbsp;ราย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ณ&nbsp;ศาลาตลาดนัดชุมชนบ้านคำครั่ง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลคำครั่ง&nbsp;โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลคำครั่งดำเนินการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เชิงรุกในพื้นที่&nbsp;จำนวน&nbsp;130&nbsp;ราย&nbsp;ผลเป็นลบทั้ง&nbsp;130&nbsp;ราย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ณ&nbsp;วัดท่าโพธิ์ศรี&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลท่าโพธิ์ศรี&nbsp;ได้รับการสนับสนุนรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยพระราชทานจาก&nbsp;สคร.10&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ในการตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;แก่ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงและเสี่ยงตำ่&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;จำนวน&nbsp;462&nbsp;ราย&nbsp;ผล&nbsp;Positive&nbsp;จำนวน&nbsp;18&nbsp;ราย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ณ&nbsp;ศาลากลางบ้านสี่แยกโนนทอง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;ตำบลบนาเจริญ&nbsp;โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาเจริญดำเนินการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เชิงรุกในพื้นที่&nbsp;จำนวน&nbsp;108&nbsp;ราย&nbsp;ผลเป็นลบทั้ง&nbsp;108&nbsp;ราย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เวลา&nbsp;13.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ณ&nbsp;PCU&nbsp;โคกเถื่อนช้าง&nbsp;ตำบลเมืองเดช&nbsp;ดำเนินการตรวจคัดกรองเชิกรุก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;บ้านเมืองเก่า&nbsp;ตำบลเมืองเดช&nbsp;ในกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงและเสี่ยงตำ่&nbsp;จำนวน&nbsp;49&nbsp;ราย&nbsp;ATK&nbsp;จำนวน&nbsp;36&nbsp;ราย&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;PCR&nbsp;จำนวน&nbsp;13&nbsp;ราย&nbsp;ส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเดชอุดม&nbsp;(รอผล)</p>	13/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113200940871
470	โรคโควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่นได้ หากทุกภาคส่วนและประชาชนร่วมมือกัน	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ขณะนี้&nbsp;สถานการณ์โรคโควิด-19&nbsp;ของประเทศไทยเริ่มทรงตัว</strong>&nbsp;หลังจากมีการติดเชื้อสูงขึ้นตั้งแต่ช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา&nbsp;และมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นโรคประจำถิ่นได้ภายในปี&nbsp;2565&nbsp;โดยพิจารณาจาก&nbsp;3&nbsp;ปัจจัย&nbsp;คือ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.เชื้อโรคมีความรุนแรงลดลงซึ่งสอดคล้องกับการแพร่ระบาดของสายพันธุ์&nbsp;Omicron&nbsp;ในขณะนี้&nbsp;ที่เชื้อมีความรุนแรงลดลง&nbsp;เห็นได้จากแม้จะมีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก&nbsp;แต่จำนวนผู้ป่วยอาการหนัก&nbsp;ใส่เครื่องช่วยหายใจ&nbsp;และผู้เสียชีวิตมีทิศทางลดลง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.ประชาชนมีภูมิคุ้มกันต่อโรคมากขึ้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.ระบบบริหารจัดการ&nbsp;การดูแลรักษา&nbsp;ที่มีประสิทธิภาพ&nbsp;และควบคุมการระบาดได้ดี</p><p>ทั้งนี้&nbsp;การที่โรคโควิด-19&nbsp;จะเข้าสู่โรคประจำถิ่นได้&nbsp;ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยกระทรวงสาธารณสุขจะพยายามชะลอการระบาดของโรค&nbsp;พร้อมไปกับการเร่งฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;ให้กับประชาชนทั่วประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกัน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>จึงขอให้ผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนและผู้ที่ถึงกำหนดรับวัคซีนเข็มกระตุ้น</strong>&nbsp;ติดต่อขอรับวัคซีนได้ที่สถานพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุขใกล้บ้าน&nbsp;หรือตามที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกำหนด&nbsp;และขอให้ยังคงเคร่งครัดมาตรการป้องกันส่วนบุคคล&nbsp;ใส่หน้ากากตลอดเวลา&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;ล้างมือ&nbsp;หลีกเลี่ยงสถานที่เสี่ยง&nbsp;ตรวจคัดกรองด้วย&nbsp;ATK&nbsp;เมื่อมีความเสี่ยง&nbsp;ส่วนสถานประกอบการต้องเข้มการปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting</p>	13/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113200953873
471	ลำปาง พบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ 66 ราย	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง&nbsp;รายงานสถานการณ์โควิด-19</strong>&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;13&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;สถานการณ์โควิด-19&nbsp;วันนี้&nbsp;พบผู้ป่วยรายใหม่&nbsp;66&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ติดเชื้อนยืนยันจากการตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;และผู้ติดเชื้อเข้าข่ายจากการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;61&nbsp;ราย&nbsp;สถานการณ์ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ถึงปัจจุบัน&nbsp;พบผู้ป่วยสะสม&nbsp;1,255&nbsp;คน&nbsp;อยู่ระหว่างรักษา&nbsp;1,128&nbsp;คน&nbsp;รักษาหายกลับบ้านสะสม&nbsp;127&nbsp;คน&nbsp;และเสียชีวิตสะสม&nbsp;0&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับข้อมูลการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ณ&nbsp;วันเดียวกัน</strong>&nbsp;จังหวัดลำปางวัคซีนไปแล้ว&nbsp;1,000,315&nbsp;เข็ม&nbsp;จำแนกเป็นเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;470,379&nbsp;คน&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;436,839&nbsp;คน&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;89,861&nbsp;คน&nbsp;และรายใหม่&nbsp;3,236&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>จังหวัดลำปางขอความร่วมมือประชาชนเคร่งครัดตามมาตรการ&nbsp;D-M-H-T-T-A&nbsp;</strong>ทั้งนี้&nbsp;หากมีข้อสงสัยสอบถามเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;สายด่วนศูนย์โควิด-19&nbsp;สสจ.ลำปาง&nbsp;โทร.09-3140-8023&nbsp;เวลา&nbsp;08.30-16.30&nbsp;น.&nbsp;หรือสอบถามที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน</p>	13/1/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113201859880
472	จ.หนองคาย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานด่านศุลกากรหนองคายและหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ พร้อมหามาตรการส่งเสริมสินค้าเกษตรส่งออกไปยังต่างประเทศ	<p><strong>วันที่&nbsp;13&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ด่านศุลกากรหนองคาย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดหนองคาย&nbsp;</strong>นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;พร้อมคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานด่านศุลกากรหนองคายและหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เพื่อรับฟังบรรยายสรุปการนำเข้าและส่งออกสินค้าผ่านด่านศุลกากรหนองคายหลังจากมีรถไฟคุณหมิงมาเวียงจันทน์&nbsp;พร้อมได้มอบนโยบายและแนวทางการดำเนินงานแก่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;โดยให้ติดตามสถานการณ์การผลิตสินค้าเกษตรว่า&nbsp;มีสินค้าชนิดใดที่สามารถส่งออกผ่านเส้นทางดังกล่าวได้&nbsp;พร้อมหามาตรการที่จะส่งเสริมและผลักดันสินค้าเกษตร&nbsp;ทั้งด้านพืช&nbsp;ด้านประมง&nbsp;และด้านปศุสัตว์&nbsp;ให้สามารถส่งออกไปยังต่างประเทศได้ต่อไป&nbsp;&nbsp;โดยมีนายมนต์สิทธิ์&nbsp;ไพศาลธนวัฒน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย&nbsp;พ.ต.อ.ณรัชต์พล&nbsp;เลิศรัชตะปภัสส์&nbsp;นายด่านศุลกากรหนองคาย&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ&nbsp;จากนั้นคณะฯ&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงาน&nbsp;ณ&nbsp;ด่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว&nbsp;แห่งที่&nbsp;1&nbsp;อำเภอเมืองหนองคาย&nbsp;ชมขั้นตอนการปล่อยขบวนรถขนส่งสินค้าด้านการเกษตร&nbsp;ที่ผ่านพิธีการศุลกากรเรียบร้อยแล้ว&nbsp;</p><p><strong>นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ได้รับทราบสถานการณ์การค้าชายแดน&nbsp;หลังจากได้มีการเปิดวิ่งรถไฟจีน-ลาว&nbsp;ระหว่างคุนหมิง-เวียงจันทน์&nbsp;ซึ่งมีระยะทางประมาณ&nbsp;1,035&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;3&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;มีสินค้านำเข้าและส่งออกเพิ่มมากขึ้น&nbsp;ส่งผลให้ผู้ประกอบการประหยัดต้นทุนและระยะเวลาในการขนส่งสินค้าจากไทย&nbsp;-&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;และจีน&nbsp;ส่งผลให้จังหวัดหนองคายกลายเป็นศูนย์กลางการค้า&nbsp;การลงทุน&nbsp;การค้าชายแดน&nbsp;การท่องเที่ยว&nbsp;การขนส่งโลจิสติกส์&nbsp;รวมถึงด้านการบริการที่พัก&nbsp;โรงแรม&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;และมีสินค้านำเข้าและส่งออกเพิ่มมากขึ้นด้วย&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังมีการหารือถึงการเปิดด่านแบบ&nbsp;One&nbsp;day&nbsp;go&nbsp;ระหว่างไทยกับ&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;แบบไปเช้าเย็นกลับ&nbsp;ทาง&nbsp;สปป.ลาวพร้อมแล้ว&nbsp;สามารถมารักษาโรคได้&nbsp;และซื้อของกลับบ้านได้&nbsp;ซึ่งจะทำให้ได้ประโยชน์ร่วมกันทั้งสองประเทศ&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นายมนต์สิทธิ์&nbsp;ไพศาลธนวัฒน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จังหวัดหนองคายและนครเวียงจันทน์&nbsp;ได้ประโยชน์ทั้งสองประเทศในการค้าขายซึ่งกันและกัน&nbsp;มาช้านาน&nbsp;หลังจากที่ปิดด่านฯ&nbsp;มา&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;การค้าชายแดนมียอดตก&nbsp;จึงเป็นส่วนหนึ่งที่จังหวัดหนองคายจะขอทาง&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;ผ่านทางรัฐมนตรีฯ&nbsp;ให้เปิดด่านแบบเช้าไปเย็นกลับ&nbsp;one&nbsp;day&nbsp;go&nbsp;มีมาตรการสาธารณสุขอย่างเข้มข้นเช่นเดิม&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นลบก็สามารถข้ามมาและกลับไม่เกิน&nbsp;4&nbsp;ทุ่ม&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	13/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	หนองคาย	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114002502912
473	จ.อำนาจเจริญ ตรวจเชิงรุกกลุ่มเสี่ยงผู้ป่วยโควิด-19 คลัสเตอร์งานเลี้ยงปีใหม่และงานวันเกิดพบผลบวก	<p><strong>วันนี้&nbsp;(13&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;เจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโคกกลาง&nbsp;</strong>โรงพยาบาลลืออำนาจ&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขอำเภอลืออำนาจ&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจคัดกรองโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;เชิงรุก&nbsp;โดยใช้ชุดตรวจ&nbsp;Antigen&nbsp;test&nbsp;kit&nbsp;(ATK)&nbsp;ที่วัดเจริญจิตร&nbsp;ตำบลโคกกลาง&nbsp;อำเภอลืออำนาจ&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;โดยมีนายแพทย์ปฐมพงศ์&nbsp;ปรุโปร่ง&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;นายแพทย์สุเมธ&nbsp;แสงอ่อน&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลลืออำนาจ&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่เข้ารับการตรวจโควิดในครั้งนี้</p><p><strong>ในช่วงระหว่างวันที่&nbsp;4-5&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;ทีม&nbsp;SAT&nbsp;อำเภอลืออำนาจได้รับรายงานว่ามีผู้ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;พบผลบวก&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ได้รับการตรวจยืนยันพบว่าติดเชื้อโควิด-19&nbsp;เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลลืออำนาจ&nbsp;จึงได้ติดตามผู้สัมผัสเสี่ยงสูงของผู้ป่วยทั้งสองราย&nbsp;เข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;ด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;พบผู้ติดเชื้ออีก&nbsp;22&nbsp;ราย&nbsp;ทีมสาธารณสุขจึงได้ออกดำเนินการสอบสวนโรค&nbsp;และควบคุมโรคอย่างเร่งด่วน&nbsp;ผลการตรวจสอบและสอบสวนข้อมูลเบื้องต้น&nbsp;จากการสอบสวนพบว่า&nbsp;ผู้ป่วยมีประวัติร่วมงานสังสรรค์&nbsp;ที่จัดในพื้นที่&nbsp;หมู่&nbsp;5&nbsp;ต.โคกกลาง&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;งาน&nbsp;คือ&nbsp;1.งานสังสรรค์ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่&nbsp;วันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;มีการแสดงหมอลำ&nbsp;ผู้ร่วมงานเป็นคนในครอบครัว&nbsp;ญาติพี่น้อง&nbsp;เพื่อนๆ&nbsp;จากในพื้นที่ตำบลโคกกลาง&nbsp;ต่างอำเภอ&nbsp;และต่างจังหวัด&nbsp;ร่วมรับประทานอาหาร&nbsp;ดื่มเครื่องดื่ม&nbsp;งานเริ่มประมาณ&nbsp;18.00&nbsp;น&nbsp;ถึง&nbsp;24.00&nbsp;น&nbsp;กลุ่มที่ร่วมงานนี้&nbsp;ได้รับการตรวจยืนยันว่าติดเชื้อและเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลลืออำนาจ&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;ราย&nbsp;รับการรักษาที่โรงพยาบาลอำนาจ&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลในจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และโรงพยาบาลในกรุงเทพ&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ยังมีผู้สัมผัสเสี่ยงสูงที่ผลตรวจครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ว่า&nbsp;ผลเป็นลบต้องกักตัวเพื่อสังเกตอาการจำนวน&nbsp;46&nbsp;คน&nbsp;และเคสที่&nbsp;2&nbsp;เป็นงานเลี้ยงสังสรรค์วันเกิดบุตรหลาน&nbsp;วันที่&nbsp;4&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มีการรับประทานอาหารร่วมกัน&nbsp;ผู้ร่วมงานจะเป็นเด็กพร้อมผู้ปกครอง&nbsp;ญาติพี่น้องในพื้นที่ตำบลโคกกลาง&nbsp;กลุ่มนี้ได้รับการตรวจยืนยันว่าติดเชื้ออจำนวน&nbsp;11&nbsp;ราย&nbsp;รับการรักษาที่โรงพยาบาลลืออำนาจ&nbsp;มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูงที่ผลตรวจครั้งที่&nbsp;1&nbsp;เป็นผลลบ&nbsp;และต้องกักตัวเพื่อสังเกตุอาการจำนวน&nbsp;31&nbsp;ราย</p><p><strong>ซึ่งที่ผ่านมาทีมสาธารณสุขอำเภอลืออำนาจ&nbsp;</strong>และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดเตรียมสถานที่สำหรับกักตัวผู้สัมผัสผู้ป่วยและให้พักอาศัยในสถานที่ที่จัดเตรียมไว้&nbsp;ติดตามสังเกตอาการ&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;และได้ติดตามกลุ่มสัมผัสเสี่ยงสูงเข้ารับการตรวจหาเชื้อ&nbsp;กลุ่มเสี่ยงสูงตรวจด้วย&nbsp;วิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;และกลุ่มเสี่ยงต่ำ&nbsp;ตรวจคัดกรองด้วย&nbsp;ATK&nbsp;และได้เตรียมแผนในการดำเนินการต่อไป&nbsp;คือ&nbsp;1.&nbsp;ติดตามอาการกลุ่มผู้สัมผัสร่วมบ้าน&nbsp;ต่อเนื่อง&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;นับจากวันที่สัมผัสผู้ป่วยครั้งสุดท้าย&nbsp;และค้นหาผู้สัมผัสอื่นๆ&nbsp;ในชุมชน&nbsp;ด้วยการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;คัดกรองเชิงรุกในพื้นที่&nbsp;หมู่&nbsp;1&nbsp;และหมู่&nbsp;5&nbsp;ตำบลโคกกลาง&nbsp;</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(13&nbsp;ม.ค.65)</strong>&nbsp;ทีมเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโคกกลาง&nbsp;โรงพยาบาลลืออำนาจ&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขอำเภอลืออำนาจ&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจคัดกรองโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;เชิงรุกโดยใช้ชุดตรวจ&nbsp;Antigen&nbsp;test&nbsp;kit&nbsp;(ATK)&nbsp;จากกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่จำนวน&nbsp;&nbsp;289&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;มีผลเป็นบวก&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ทั้งนี้ได้มีข้อสั่งการให้พื้นที่หมู่&nbsp;1&nbsp;และ&nbsp;หมู่&nbsp;5&nbsp;ตำบลโคกกลาง&nbsp;ควรงดกิจกรรมสังสรรค์&nbsp;หรือกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มกันจำนวนมาก&nbsp;การจัดงานประเพณี&nbsp;ต่างๆ&nbsp;ควรงดมหรสพ&nbsp;การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยึดตามมาตรการ&nbsp;DMHTT&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงทุกหลังคาเรือน&nbsp;ต้องดำเนินการกักตัวเพื่อสังเกต&nbsp;อาการอย่างเคร่งครัด&nbsp;ห้ามออกนอกบ้านหรือเดินทางออกนอกพื้นที่&nbsp;และให้กำนัน/ผู้ใหญ่บ้านร่วมควบคุมกำกับติดตามผู้กักตัวทุกราย&nbsp;และควบคุมกำกับการเดินทางเข้าพื้นที่ของประชาชนจากต่างจังหวัดอย่างเคร่งครัด&nbsp;รายงานตัวต่อคณะกรรมการควบคุมโรคประจำหมู่บ้านก่อนเข้าพื้นที่ทุกคน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	13/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220113231230891
474	ศูนย์อนามัยที่ 10 อุบลราชธานี ร่วมกับเครือข่ายภาคการศึกษาในเขตสุขภาพที่ 10 เตรียมความพร้อมเปิดเรียนมั่นใจ ปลอดภัยไร้โควิด-19 (โอมิครอน) ในสถานศึกษา	<p><br></p><p><strong>นายแพทย์ปกรณ์&nbsp;ตุงคะเสรีรักษ์&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่&nbsp;10</strong>&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ปัจจุบันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;ขยายวงกว้างมากขึ้น&nbsp;ทำให้โรงเรียนในเขตสุขภาพที่&nbsp;10&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ศรีสะเกษ&nbsp;ยโสธร&nbsp;อำนาจเจริญ&nbsp;และ&nbsp;มุกดาหาร&nbsp;มีการปรับรูปแบบการเรียนการสอนเป็นรูปแบบอื่นแทนการเปิดเรียนแบบ&nbsp;On&nbsp;site&nbsp;&nbsp;สำหรับการเตรียมพร้อมของสถานศึกษาก่อนเปิดเรียน&nbsp;จะต้องดำเนินการตามมาตรการ&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;ยังคงเน้นย้ำความเข้มข้นในการปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;Sandbox&nbsp;Safety&nbsp;Zone&nbsp;in&nbsp;School&nbsp;หรือ&nbsp;SSS&nbsp;เพื่อให้สามารถเปิดเรียนได้อย่างปลอดภัย&nbsp;โดยการติดตามประเมินการปฏิบัติตามมาตรการอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยเฉพาะการซักซ้อมและปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุอย่างเคร่งครัด&nbsp;รวมทั้งเข้ม&nbsp;7&nbsp;มาตรการสำหรับสถานศึกษา&nbsp;บุคลากรและนักเรียนต้องได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;ตามเกณฑ์&nbsp;เพื่อให้มีภูมิคุ้มกัน&nbsp;&nbsp;เฝ้าระวังสุ่มตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;หรือได้รับการตรวจเมื่อมีความเสี่ยงด้วยการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;และเข้มการปฏิบัติตาม&nbsp;6&nbsp;มาตรการหลัก&nbsp;และ&nbsp;6&nbsp;มาตรการเสริม&nbsp;</p><p><strong>หลังจากนี้สถานศึกษาในเขตสุขภาพที่&nbsp;10</strong>&nbsp;จะต้องมีการประเมิน&nbsp;Thai&nbsp;Stop&nbsp;Covid&nbsp;Plus&nbsp;ควบคู่กับมาตรการ&nbsp;SSS&nbsp;ก่อนเปิดการเรียนการสอนแบบ&nbsp;On&nbsp;site&nbsp;และยังคงต้องประเมินซ้ำทุก&nbsp;2&nbsp;เดือนอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อให้เกิดความปลอดภัยตามชีวิตวิถีใหม่แบบ&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	14/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สวท.อุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114092009928
475	ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐหรือ ซีดีซี เปิดเผยว่า จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนครองสัดส่วนเกือบทั้งหมดของผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศแล้ว	"<p class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐหรือ ซีดีซี เปิดเผยว่า จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนครองสัดส่วนกว่าร้อยละ 98 ของผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศ</p><p class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้เชื้อโอมิครอนได้แพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว และใช้เวลาไม่นานกลายเป็นสายพันธุ์หลักในสหรัฐแทนที่เชื้อเดลตา หลังพบครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 ธันวาคมปีที่แล้ว </p><p class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะเดียวกันประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่ารัฐบาลจะสั่งซื้อชุดตรวจแอนติเจน &nbsp;หรือ ATK เพิ่มอีก 500 ล้านชุด&nbsp;รวมเป็น 1,000 ล้านชุด เพื่อจัดส่งให้ประชาชน&nbsp;</p><p><br></p>"	14/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114090652917
476	สปสช.เร่งกระจายชุดตรวจ ATK ผ่านแอปเป๋าตังและหน่วยบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน	<p><strong>นายแพทย์จเด็จ&nbsp;ธรรมธัชอารี</strong>&nbsp;เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&nbsp;&nbsp;(สปสช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ได้เร่งกระจายชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ไปยังประชาชนในระบบของ&nbsp;สปสช.&nbsp;ผ่านช่องทางต่างๆ&nbsp;ทั้งแอปเป๋าตังที่จะกระจายไปยังร้านขายยาใกล้บ้านและหน่วยบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน&nbsp;เช่น&nbsp;โรงพยาบาลสุขภาพตำบล&nbsp;ชุมชนและจังหวัด&nbsp;รวมถึงพื้นที่กรุงเทพมหานครที่ศูนย์บริการสาธารณสุข&nbsp;69&nbsp;แห่ง&nbsp;และคลินิคชุมชนอบอุ่นกว่า&nbsp;200&nbsp;แห่ง&nbsp;&nbsp;หรือสามารถติดต่อผ่านสายด่วน&nbsp;1330&nbsp;ที่จะมีเจ้าหน้าที่แจ้งสถานที่เพื่อรับชุดตรวจ&nbsp;โดย<strong>ประชาชนที่ตรวจแล้วผลเป็นบวกสามารถแจ้ง</strong>&nbsp;ผ่านสายด่วนของ&nbsp;สปสช.&nbsp;1330&nbsp;&nbsp;ต่อ&nbsp;14&nbsp;เพื่อแจ้งเข้าสู่ระบบการรักษาทั้งแบบการดูแลรักษาที่บ้าน&nbsp;ศูนย์บริการชุมชน&nbsp;หรือการเข้ารับการรักษายังโรงพยาบาลในกลุ่มเสี่ยง&nbsp;3&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ได้แก่&nbsp;กลุ่มผู้สูงอายุ&nbsp;กลุ่มผู้มีโรคประจำตัวและกลุ่มหญิงตั้งครรภ์&nbsp;ซึ่งการรักษาตัวที่โรงพยาบาลจะต้องมีผลยืนยันการตรวจ&nbsp;แบบ&nbsp;RT-PCR&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการรักษาตัวที่บ้านและศูนย์บริการชุมชน</strong>&nbsp;สปสช.จะประสานงานกับสถานพยาบาลดูแลผู้ป่วยประกอบด้วยการจัดส่งยา&nbsp;จัดอาหาร&nbsp;3&nbsp;มื้อ&nbsp;มีอุปกรณ์เช่นเครื่องวัดอุณหภูมิ&nbsp;เครื่องวัดออกซิเจนและติดตามอาการผ่านวิดีโอคอลจนครบการดูแล&nbsp;10&nbsp;วัน&nbsp;ทั้งนี้จะมีการประเมินผลเพื่อให้การกระจายชุดตรวจมีความทั่วถึงมากยิ่งขึ้น</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	14/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114094919953
477	อ.แม่สะเรียง ยังคงสุ่มตรวจหาเชื้อโควิด-19 ต่อเนื่อง	<p><strong>กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม</strong>&nbsp;เทศบาลตำบลแม่สะเรียง&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;โรงพยาบาลแม่สะเรียง&nbsp;และสาธารณสุขอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;ได้ดำเนินการสุ่มตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;ด้วยชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;โดยได้กำหนดกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;คือ&nbsp;ผู้ประกอบการประเภทต่างๆ&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;และพระภิกษุ&nbsp;สามเณร&nbsp;ในเขตพื้นที่เทศบาลตำบลแม่สะเรียง&nbsp;จำนวน&nbsp;70&nbsp;ราย&nbsp;โดยมีรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย&nbsp;พระราชทาน&nbsp;(Biosafety&nbsp;Mobile&nbsp;Unit)ให้บริการ&nbsp;ณ&nbsp;ลานโดมเทศบาลตำบลแม่สะเรียง&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่เชื้อในสถานประกอบกิจการ&nbsp;รวมถึงไม่ให้มีการแพร่ระบาดทั่วชุมชน&nbsp;รวมถึงป้องกันการเสียชีวิต&nbsp;และลดผลกระทบทางเศรษฐกิจสังคมจากการหยุดดำเนินกิจการ</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ขอความร่วมมือทุกภาคส่วน</strong>&nbsp;เข้ารับการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันตนเอง&nbsp;และ&nbsp;คนรอบข้าง&nbsp;ร่วมถึงเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นเพื่อให้ภูมิต้านทานคงอยู่&nbsp;ขณะเดียวกันต้องหลีกเลี่ยงการไปในสถานที่ชุมชน&nbsp;สถานที่แออัด&nbsp;และ&nbsp;ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด&nbsp;ทั้งการสวมหน้ากากอนามัย,&nbsp;หมั่นล้างมือด้วยสบู่&nbsp;เจลแอลกอฮอล์&nbsp;เว้นระยะห่าง)&nbsp;หากพบผู้ติดเชื้อและยังไม่ได้เข้าสู่ระบบการรักษา&nbsp;โทร.&nbsp;062-2953064&nbsp;,&nbsp;096-1703251&nbsp;,&nbsp;1669&nbsp;หรือ&nbsp;สปสช.&nbsp;1330</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	14/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114092305932
478	ขอนแก่น ขยายเวลาปิดเรียนถึงสิ้นเดือนและจับร้านจำหน่ายสุรา	<p><strong>คณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อ&nbsp;จ.ขอนแก่น&nbsp;ขยายเวลาปิดการเรียนการสอน</strong>จนถึงสิ้นเดือนนี้&nbsp;ขณะที่เตียงรองรับผู้ติดเชื้อยังสามารถรองรับได้อีก&nbsp;ขณะที่ตำรวจและฝ่ายปกครอง&nbsp;จับร้านจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์&nbsp;หลังฝ่าฝืนคำสั่งจังหวัดได้อีก&nbsp;1&nbsp;ร้าน</p><p><strong>ดร.สมศักดิ์&nbsp;จังจระกุล&nbsp;ผู้ว่าชการจังหวัดขอนแก่น&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ภายหลังจากการประชุมคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดขอนแก่น&nbsp;ที่ประชุมได้มีมติให้&nbsp;จัดตั้งโรงพยาบาลสนามของเทศบาลนครขอนแก่น&nbsp;โดยใช้โรงแรมวีวิช&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;และให้พิจารณาจัดหาสถานที่เพิ่มเติม&nbsp;จำนวน&nbsp;200&nbsp;&nbsp;300&nbsp;เตียง&nbsp;หลังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ในเขตอำเภอเมืองขอนแก่น&nbsp;เพิ่มขึ้นจำนวนมาก&nbsp;พร้อมให้คงใช้ประกาศจังหวัดขอนแก่น&nbsp;ฯ&nbsp;ฉบับที่&nbsp;51&nbsp;,&nbsp;58&nbsp;,59&nbsp;และฉบับที่&nbsp;60&nbsp;ให้มีการปรับเปลี่ยนเพิ่มเติม&nbsp;คือ</p><p>-&nbsp;ขยายระยะเวลาการปิดโรงเรียน&nbsp;สถานศึกษา&nbsp;ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;ม.ค&nbsp;2565</p><p>-&nbsp;ขยายระยะเวลา&nbsp;Work&nbsp;from&nbsp;home&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;ม.ค&nbsp;2565</p><p>-&nbsp;ให้หน่วยงานกำหนดมาตรการคัดกรองกลุ่มเสี่ยง&nbsp;และตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เจ้าหน้าที่ทุกคนที่มีความเสี่ยง</p><p><strong>รวมทั้ง&nbsp;การงดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไปจนถึงสิ้นเดือนนี้เช่นกัน</strong>&nbsp;เพราะเนื่องจากพบว่า&nbsp;ผู้ติดเชื้อรายใหม่จะติดจากร้านอาหารกึ่งผับ&nbsp;จึงต้องขยายการงดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ออกไปอีก&nbsp;พร้อมให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องออกตรวจตรา&nbsp;หากพบการฝ่าฝืนคำสั่งให้ดำเนินการทางกฎหมายทันที&nbsp;จนกว่าสถานการณ์ดีขึ้นจะมีการพิจารณาต่อไป&nbsp;ส่วนผู้ติดเชื้อรายใหม่เมื่อเวลา&nbsp;20.00น.&nbsp;ของวันที่&nbsp;13&nbsp;ม.ค.&nbsp;64&nbsp;พบผู้ติดเชื้อจำนวน&nbsp;299&nbsp;ราย&nbsp;โดยอำเภอเมืองขอนแก่น&nbsp;พบผู้ติดเชื้อมากสุดจำนวน&nbsp;178&nbsp;ราย</p><p><strong>ขณะที่เมื่อคืนที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและตำรวจขอนแก่น&nbsp;</strong>ได้เข้าตรวจสอบร้านเอากันอย่าทิ้งกัน&nbsp;ริมถนนรอบเมือง&nbsp;เขตเทศบาลนครขอนแก่น&nbsp;หลังได้รับการร้องเรียนจากภาคประขาชนว่ามีการลักลอบจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ให้กับลูกค้านั่งบริโภคภายในร้านซึ่งเป็นการฝ่าฝืนประกาศจังหวัดขอนแก่น&nbsp;เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเข้าตรวจสอบภายในร้านดังกล่าวพบ&nbsp;น.ส.วิกรรดา&nbsp;แขนสูงเนิน&nbsp;อายุ&nbsp;21&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;1&nbsp;หมู่&nbsp;3&nbsp;ต.แวงใหญ่&nbsp;อ.แวงใหญ่&nbsp;จ.ขอนแก่น&nbsp;อ้างว่าเป็นผู้ดูแลร้าน&nbsp;</p><p><strong>จากการตรวจสอบพยานหลักฐานซึ่งเป็นใบเสร็จรับเงินของร้าน</strong>&nbsp;ยืนยันได้ว่า&nbsp;มีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ให้แก่ลูกค้าเพื่อนั่งดื่มบริโภคภายในร้านจริง&nbsp;เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ตรวจยึดใบเสร็จรายการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ชุด&nbsp;ไว้เป็นของกลาง&nbsp;พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาให้&nbsp;น.ส.วิกรรดาฯ&nbsp;ผู้ต้องหา&nbsp;ทราบว่า&nbsp;ฝ่าฝืนประกาศจังหวัดขอนแก่น&nbsp;ฉบับที่&nbsp;59&nbsp;โดยเป็นสถานที่จำหน่ายสุรา&nbsp;ปล่อยให้มีการนั่งดื่มสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอลล์ภายในร้าน&nbsp;ในชั้นจับกุม&nbsp;ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา&nbsp;จึงได้ควบคุมตัวพร้อมของกลาง&nbsp;นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	14/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ขอนแก่น	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดขอนแก่น	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114111409982
479	ขอนแก่น คุมเข้มป้องกันโควิดเน้นตรวจหาเชื้อทั้ง ATK และ RT- PCR ให้ท้องถิ่นจัดตั้ง HI CI ทุกตำบล ขยายเวลาปิดเรียนและ WFH ไปจนถึง 31 ม.ค.	<p><strong>นายสมศักดิ์&nbsp;จังตระกุล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดขอนแก่น&nbsp;ครั้งที่&nbsp;16/2565&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายแพทย์ภาคี&nbsp;ทรัพย์พิพัฒน์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น&nbsp;และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดขอนแก่น&nbsp;เข้าร่วมประชุม</p><p><strong>นายสมศักดิ์&nbsp;จังตระกุล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ที่ประชุมได้มีมติและข้อสั่งการจากการประชุม&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.รับทราบการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามของเทศบาลนครขอนแก่น&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรมวีวิช&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;และให้พิจารณาจัดหาสถานที่เพิ่มเติม&nbsp;จำนวน&nbsp;200&nbsp;&nbsp;300&nbsp;เตียง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.อนุญาตให้จัดประชุมสามัญ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;สหกรณ์ออมทรัพย์มหาวิทยาลัยขอนแก่น&nbsp;จำกัด&nbsp;ในวันที่&nbsp;29&nbsp;ม.ค&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;มหาวิทยาลัยขอนแก่น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.&nbsp;รับทราบสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;และให้มีการรายงานข้อมูลการตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ด้วยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;ควบคู่กับวิธี&nbsp;RT-PCR</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;4.&nbsp;ให้คงใช้ประกาศจังหวัดขอนแก่น&nbsp;ฯ&nbsp;ฉบับที่&nbsp;51&nbsp;,&nbsp;58&nbsp;,59&nbsp;และฉบับที่&nbsp;60&nbsp;ให้มีการปรับเปลี่ยนเพิ่มเติม&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;ขยายระยะเวลาการปิดโรงเรียน&nbsp;สถานศึกษา&nbsp;ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;ม.ค&nbsp;2565</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;ขยายระยะเวลา&nbsp;Work&nbsp;from&nbsp;home&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;ม.ค&nbsp;2565</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;ให้หน่วยงานกำหนดมาตรการคัดกรองกลุ่มเสี่ยง&nbsp;และตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เจ้าหน้าที่ทุกคนที่มีความเสี่ยง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;5.&nbsp;อนุญาตให้จัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา&nbsp;ตำแหน่งครูผู้ช่วย&nbsp;ในวันที่&nbsp;30&nbsp;ม.ค&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;มหาวิทยาลัยขอนแก่น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ให้ปฏิบัติตามมาตรการทางด้านสาธารณสุข</p><p>และประกาศจังหวัดขอนแก่นฯ&nbsp;ฉบับที่&nbsp;51&nbsp;,58&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;6.&nbsp;อนุญาตให้&nbsp;มทบ.23&nbsp;ค่ายศรีพัชรินทร&nbsp;จัดทำพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ในวันที่&nbsp;18&nbsp;ม.ค&nbsp;2565&nbsp;โดยให้ปฏิบัติตามมาตรการทางด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;7.&nbsp;รับทราบการจัดสอบคัดเลือกบุคคลเข้าปฏิบัติหน้าที่ในกองทัพบก&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ของ&nbsp;มทบ.&nbsp;23&nbsp;ค่ายศรีพัชรินทร</p><p><strong>ทั้งนี้ได้มีข้อสั่งการ&nbsp;ดังนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>1.&nbsp;มอบหมายให้ปกครองจังหวัดขอนแก่น&nbsp;แจ้งนายอำเภอ&nbsp;และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเตรียมความพร้อมการในการจัดตั้ง&nbsp;HI&nbsp;CI&nbsp;ทุกตำบล</p><p>2.&nbsp;มอบหมายให้สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่&nbsp;7&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;และหน่วยงานสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง&nbsp;กำกับ&nbsp;ติดตาม&nbsp;มาตรการการเฝ้าระวัง&nbsp;ควบคุม&nbsp;โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;&nbsp;สายพันธุ์&nbsp;Omicron&nbsp;ในเรือนจำกลางขอนแก่น&nbsp;เรือนจำอำเภอพล&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;ทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น&nbsp;และสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดขอนแก่น</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	14/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ขอนแก่น	สวท.ขอนแก่น	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114111601986
480	จ.ยะลา โรงเรียนสังกัดเทศบาลฯ เตรียมพร้อมเปิดเรียน On site ตรวจ ATK นักเรียน สร้างความมั่นใจผู้ปกครอง	<p>วันนี้&nbsp;(14&nbsp;ม.ค&nbsp;65)&nbsp;โรงเรียนเทศบาล&nbsp;2&nbsp;บ้านมลายูบางกอก&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ซึ่งเป็นโรงเรียนในสังกัด&nbsp;เทศบาลนครยะลา&nbsp;ได้นักนักเรียน&nbsp;ชั้น&nbsp;ป.6&nbsp;และมัธยม&nbsp;จำนวน&nbsp;120&nbsp;คน&nbsp;เข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;ด้วยชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนทำการเปิดการเรียนการสอนในวันจันทร์ที่จะถึง&nbsp;นี้&nbsp;&nbsp;โดยมีทางคณะคุณครู&nbsp;ของทางโรงเรียนเป็นผู้ดำเนินการ&nbsp;พร้อมด้วยทางสำนักการสาธารณสุข&nbsp;และสิ่งแวดล้อมเทศบาลนครยะลา&nbsp;ซึ่งจะคอยมาดูแลความเรียบร้อยในการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ให้กับนักเรียน&nbsp;ทุกขั้นตอนดำเนินการภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ทั้งการล้างมือ&nbsp;ตรวจวัดอุณหภูมิ&nbsp;รวมถึง&nbsp;ครู&nbsp;บุคลากร&nbsp;นักเรียน&nbsp;สวมใส่หน้ากากอนามัยทุกคน</p><p><strong>นายธีรพัฒน์&nbsp;ง๊ะสมัน&nbsp;ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาล&nbsp;2&nbsp;(บ้านมลายูบางกอก)</strong>&nbsp;เผยว่า&nbsp;การตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ให้กับนักเรียนในวันนี้&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมที่จะเปิดเรียนในวันที่&nbsp;17&nbsp;ม.ค&nbsp;65&nbsp;เป็นนักเรียนทั้งชาย&nbsp;หญิง&nbsp;ป.6&nbsp;กับมัธยมม.1-ม.6&nbsp;&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;จำนวน&nbsp;120&nbsp;คน&nbsp;&nbsp;ซึ่งเป็นการตรวจโดยคุณครู&nbsp;ซึ่งเป็นบุคลากรของทางโรงเรียนโดยการสนับสนุนจากสำนักการสาธารณสุข&nbsp;และสิ่งแวดล้อม&nbsp;เทศบาลนครยะลา&nbsp;อุปกรณ์&nbsp;การจัดเจ้าหน้าที่มาฝึกอบรมให้กับคุณครู&nbsp;จนครูมีทักษะ&nbsp;มีทางเจ้าหน้าที่มาคอยดูแลเพื่อให้กระบวนการ&nbsp;เป็นไปอย่างถูกต้องผลออกมาเป็นที่น่าเชื่อถือ</p><p>สำหรับก่อนหน้านี้ได้มีการประชุมชี้แจงผู้ปกครองไปแล้ว&nbsp;โดยผู้ปกครองให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี&nbsp;ในการให้บุตรหลานมารับการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นก่อนที่จะเปิดเรียน&nbsp;ซึ่งโรงเรียนสังกัดเทศบาลทั้ง&nbsp;6&nbsp;โรงนี้&nbsp;จะตรวจพร้อมกันในวันนี้&nbsp;โดยไม่มีค่าใช้จ่ายกับผู้ปกครองแต่อย่างใด</p><p><strong>ขณะที่ทางด้าน&nbsp;นางสุภาภรณ์&nbsp;บุญพงษ์มณี</strong>&nbsp;หัวหน้ากลุ่มงานป้องกันและควบคุมโรค&nbsp;สำนักการสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมเทศบาลนครยะลา&nbsp;เผยว่า&nbsp;ทางสำนักการสาธารณสุขฯ&nbsp;เทศบาลฯ&nbsp;ได้สนับสนุนชุดตรวจให้กับ&nbsp;6&nbsp;โรงเรียน&nbsp;ในสังกัดเทศบาลฯ&nbsp;โดยก่อนส่งมอบชุดตรวจ&nbsp;จะมีการจัดอบรมให้กับครูในสังกัดโรงเรียนเทศบาลฯ&nbsp;ในการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;นักเรียน&nbsp;เพื่อให้คุณครูมั่นใจ&nbsp;เชื่อมั่นในการตรวจ&nbsp;หลังตรวจเสร็จก็จะมีการติดตามประเมินผลการปฎิบัติงานด้วย&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังสนับสนุนน้ำยา&nbsp;เครื่องมืออุปกรณ์ป้องกันต่างๆ&nbsp;เท่าที่ดูการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ของทางคุณครู&nbsp;มั่นใจสามารถตรวจได้&nbsp;100%&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	14/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114104928966
481	ปัตตานีตรวจ ATK นักเรียนมัธยมศึกษาก่อนลงสนามสอบ ห่างโควิด รักษาสิทธิ์ผู้เข้าสอบนับเป็นต้นแบบแรกของประเทศ	"<p><strong>ที่อาคารเรียนรวม&nbsp;19&nbsp;มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&nbsp;</strong>วิทยาเขดปัตตานี&nbsp;ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;ตระกูล&nbsp;โทธรรม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี&nbsp;เป็นประธานในกิจกรรม&nbsp;&nbsp;""สนามสอบห่างโควิด&nbsp;รักษาสิทธิ์ผู้เข้าสอบ""&nbsp;เพื่อเป็นกระบวนการตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;ในการดำเนินการสอบเข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่&nbsp;1&nbsp;และมัธยมศึกษาปีที่&nbsp;4&nbsp;และการทดสอบความรู้ทางวิชาการสำหรับนักเรียนชั้น&nbsp;ป.4-ป.5&nbsp;และ&nbsp;ม.1&nbsp;-&nbsp;ม.&nbsp;2&nbsp;ของโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&nbsp;(ฝ่ายมัธยมศึกษา)&nbsp;รวม&nbsp;1,080&nbsp;คน&nbsp;&nbsp;วันนี้มีนักเรียนเข้ารับการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;รวม&nbsp;312&nbsp;คน&nbsp;โดยมีนายภาณุ&nbsp;อุทัยรัตน์&nbsp;นายกสมาคมนักเรียนเก่าโรงเรียนสาธิตฯและผู้ปกครองนักเรียนเข้าร่วม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับกิจกรรม&nbsp;""สนามสอบห่างโควิด&nbsp;รักษาสิทธิ์ผู้เข้าสอบ""&nbsp;</strong>มีการดูแลนักเรียนทุกคนภายใต้มาตรการที่เข้มงวดและยังคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของผู้เข้าสอบทุกคนให้เป็นไปอย่างปลอดภัย&nbsp;บรรลุเป้าประสงค์&nbsp;นักเรียนผู้เข้าสอบได้ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;จากทีมงานสาธารณสุข&nbsp;โดยไม่มีค่าใช้จ่าย&nbsp;เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ปกครอง&nbsp;อีกทั้งยังนับเป็นต้นแบบแรกของประเทศในการจัดสนามสอบที่ให้โอกาสแก่ผู้เข้าสอบที่มีผลการตรวจโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;เป็นบวก&nbsp;หรือแม้แต่ผู้เข้าสอบที่ได้รับการรักษาโรคโควิด-19&nbsp;อยู่&nbsp;ให้สามารถเข้าสอบตามความตั้งใจที่ได้เตรียมตัวสอบมาเป็นระยะเวลานาน&nbsp;เป็นการส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาให้แก่เยาวชนอย่างเท่าเทียมกันและสร้างความตระหนักรู้ให้แก่ทุกคนว่า&nbsp;""ถ้าเราปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัดและร่วมมือกันเป็นอย่างดีแล้ว&nbsp;เราก็สามารถใช้ชีวิตโดยยังมีโรคโควิด-19&nbsp;อยู่&nbsp;ได้อย่างมีคุณภาพ</p><p><br></p><p><br></p>"	14/1/2022	ภาคใต้	ปัตตานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114112701992
482	ผู้ว่าฯ สุพรรณบุรี ตรวจเยี่ยมการจำหน่าย  หมูพาณิชย์... ลดราคา ช่วยประชาชน	<p><strong>วันนี้(14&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ที่&nbsp;ร้านหมูแฮปปี้ฟาร์ม&nbsp;</strong>สาขา&nbsp;ถ.เณรแก้ว&nbsp;จ.สุพรรณบุรี&nbsp;นายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายศรีธรรม&nbsp;ราชแก้ว&nbsp;นายอำเภอเมืองสุพรรณบุรี&nbsp;นายวินิจ&nbsp;เฮ่าบุญ&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;และคณะ&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการจำหน่าย&nbsp;หมูพาณิชย์...&nbsp;ลดราคา&nbsp;ช่วยประชาชน&nbsp;</p><p><strong>โดยนายณัฐภัทร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ขณะนี้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค</strong>&nbsp;โดยเฉพาะสินค้าที่จำเป็น&nbsp;คือ&nbsp;หมู&nbsp;ไก่&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;มีราคาสูงขึ้น&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;จึงมีมาตรการช่วยเหลือประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ช่วงนี้เป็นรอบที่&nbsp;3&nbsp;โดยการชดเชยราคาให้ผู้ประกอบการด้วย&nbsp;ซึ่งเป็นหมูเนื้อแดงกิโลกรัมละ&nbsp;150&nbsp;บาท&nbsp;ณ&nbsp;จุดจำหน่ายบริเวณร้านหมูแฮปปี้ฟาร์ม&nbsp;ทั้ง&nbsp;8&nbsp;สาขา&nbsp;ทั่วทั้งจังหวัด&nbsp;ที่เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;เฉลี่ย&nbsp;สาขาละ&nbsp;70-100&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนในภาวะที่ราคาเนื้อหมูเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;</p><p><strong>อีกทั้ง&nbsp;ยังเป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายเนื้อหมูในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาดทั่วไป</strong>&nbsp;โดยจำกัดจำนวน&nbsp;1&nbsp;กิโลกรัมต่อคน&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;แม้จะไม่ทั่วถึง&nbsp;แต่สามารถช่วยบรรเทาความเดือนได้ระดับหนึ่ง&nbsp;แต่เชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะออกนโยบายมาช่วยเหลือประชาชนเป็นระยะๆ</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;พาณิชย์จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;</strong>ลงพื้นที่ตรวจสอบราคาสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆเพื่อป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า&nbsp;การติดป้ายแสดงราคา&nbsp;โดยเฉพาะชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;จึงขอความร่วมมือร้านค้า&nbsp;ต้องติดป้ายแสดงราคาตามที่กฎหมายกำหนดเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบอย่างชัดเจน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong>&nbsp;&nbsp;</p>	14/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	สุพรรณบุรี	สวท.สุพรรณบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114113904998
483	ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐหรือซีดีซีเปิดเผยว่าจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19สายพันธุ์โอมิครอนครองสัดส่วนเกือบทั้งหมดของผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศแล้ว	"<p><span style=""color: rgba(0, 0, 0, 0.65); background-color: rgb(255, 255, 255);"">&nbsp;ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐหรือ&nbsp;ซีดีซี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โอมิครอนครองสัดส่วนกว่าร้อยละ&nbsp;98&nbsp;ของผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศ&nbsp;ทั้งนี้เชื้อโอมิครอนได้แพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว&nbsp;และใช้เวลาไม่นานกลายเป็นสายพันธุ์หลักในสหรัฐแทนที่เชื้อเดลตา&nbsp;หลังพบครั้งแรกเมื่อวันที่&nbsp;1&nbsp;ธันวาคมปีที่แล้ว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะเดียวกันประธานาธิบดีโจ&nbsp;ไบเดน&nbsp;ผู้นำสหรัฐ&nbsp;กล่าวว่ารัฐบาลจะสั่งซื้อชุดตรวจแอนติเจน&nbsp;&nbsp;หรือ&nbsp;ATK&nbsp;เพิ่มอีก&nbsp;500&nbsp;ล้านชุด&nbsp;รวมเป็น&nbsp;1,000&nbsp;ล้านชุด&nbsp;เพื่อจัดส่งให้ประชาชน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้านศาลสูงสุดสหรัฐมีคำพิพากษาคัดค้านคำสั่งของประธานาธิบดีไบเดนที่จะบังคับให้พนักงานธุรกิจขนาดใหญ่&nbsp;ฉีดวัคซีนหรือตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;ซึ่งเรื่องนี้ประธานาธิบดีไบเดนได้แสดงความผิดหวังต่อคำตัดสินของศาล&nbsp;อย่างไรก็ตามเขาได้เรียกร้องให้พนักงานเหล่านี้ทำในสิ่งที่ถูกต้องด้วยการเข้ารับการฉีดวัคซีนเพื่อปกป้องเศรษฐกิจและสุขภาพของชาวอเมริกัน.</span></p>"	14/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114134213037
484	จังหวัดมุกดาหาร จัดเดินแบบผ้าไหมและผ้าพื้นเมืองงานกาชาดและงานของดีจังหวัดประจำปี 2565	<p><strong>วันที่&nbsp;13&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่เวทีกลางการจัดงานกาชาด</strong>และงานของดีจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;เหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;ชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;จัดให้มีการเดินแบบผ้าไหมและผ้าพื้นเมืองจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;โดยมีนายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;และนางอิสรีย์&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;และร่วมในการเดินแบบครั้งนี้ด้วย&nbsp;ซึ่งมีรองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;นายอำเภอ&nbsp;พร้อมภรรยาทั้ง&nbsp;7&nbsp;อำเภอ&nbsp;และภาคส่วนต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ทั้งหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ผู้นำท้องที่&nbsp;นักศึกษา&nbsp;ประชาชน&nbsp;ร่วมในการเดินแบบ&nbsp;ไม่ต่ำกว่า&nbsp;250&nbsp;คู่&nbsp;โดยผู้เข้าร่วมเดินแบบแต่ละคนต้องจ่ายค่าสมัครในการเดินคนละ&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือคู่ละ2,000บาท&nbsp;นอกจากนั้นมีการประกวดขวัญใจมหาชน&nbsp;จากคะแนนของช่อดอกไม้ที่มอบให้กับผู้ร่วมเดินแบบ&nbsp;ซึ่งผู้ชนะเลิศ&nbsp;ได้คะแนนช่อดอกไม้มากที่สุด&nbsp;385&nbsp;ดอกๆ&nbsp;ละ&nbsp;20&nbsp;บาท&nbsp;ได้แก่&nbsp;นางสาว&nbsp;ศิรติกานต์&nbsp;ซาลือ&nbsp;ผู้ช่วยนักวิชาการเกษตร&nbsp;อบต.บ้านโคก&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จ.มุกดาหาร</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์ผ้าไหมและผ้าพื้นเมืองของจังหวัด</strong>ให้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย&nbsp;สนับสนุนส่งเสริมสร้างอาชีพ&nbsp;รายได้จากการจำหน่ายของประชาชนอีกทางหนึ่ง&nbsp;และเพื่อหารายได้สนับสนุนกิจกรรมของเหล่ากาชาดจังหวัด&nbsp;ในการนำไปช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยผู้ด้อยโอกาสและสาธารณประโยชน์ในพื้นที่จังหวัด</p><p><strong>สำหรับการจัดงานกาชาดและงานของดีจังหวัดมุกดาหาร</strong>&nbsp;เป็นงานประเพณีที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;7-15&nbsp;มกราคม&nbsp;เพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น&nbsp;แสดงผลงานทางวิชาการของส่วนราชการ&nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัด&nbsp;และหารายได้สนับสนุนกิจกรรมของเหล่ากาชาดจังหวัด&nbsp;ในการช่วยเหลือประชาชน&nbsp;ผู้ด้อยโอกาส&nbsp;ผู้ประสบสาธารณภัย&nbsp;สาธารณประโยชน์ที่หน่วยงานภาครัฐไม่สามารถเข้าไปให้การช่วยเหลือได้อย่างทั่งถึง&nbsp;ภายในงานจัดให้มีกิจกรรมหลากหลายทั้งด้านวิชาการ&nbsp;การจำหน่ายสิค้า&nbsp;โอท็อป&nbsp;ของดีจังหวัด&nbsp;การแสดงศิลปวัฒนธรรมของชน&nbsp;8&nbsp;เผ่าจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;การเดินแบบผ้าไหม&nbsp;ผ้าพื้นเมืองการออกร้านนาวาพาโชค&nbsp;และความบันเทิง&nbsp;ภายใต้มาตรการการควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ของสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;โดยผู้เข้าไปเที่ยวชมงานต้องผ่านการฉีดวัคซีน&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;หรือผ่านการตรวจด้วยระบบ&nbsp;ATK&nbsp;และต้องสวมหน้ากากอนามัย&nbsp;หรือหน้ากากผ้าตลอดที่อยู่ภายในงาน</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	14/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สวท.มุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114120039009
485	จังหวัดอุบลราชธานี พบผู้ติดเชื้อโควิด กว่า 200 ราย ผู้รักษาหายเพิ่มกว่า 200 รายเช่นกัน	<p><strong>ศูนย์&nbsp;EOC&nbsp;COVID&nbsp;&nbsp;19&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี</strong>&nbsp;รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;วันที่&nbsp;14&nbsp;ม.ค.2565&nbsp;พบผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;296&nbsp;ราย&nbsp;มาจากต่างจังหวัด&nbsp;11&nbsp;ราย&nbsp;ติดเชื้อในพื้นที่&nbsp;285&nbsp;ราย&nbsp;มีผู้รักษาหายเพิ่ม&nbsp;250&nbsp;ราย&nbsp;ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม&nbsp;ผู้ที่กำลังรักษา&nbsp;3,920&nbsp;ราย&nbsp;ขณะที่ในกลุ่มคลัสเตอร์มีผู้ติดเชื้อเพิ่ม&nbsp;9&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;28&nbsp;ราย&nbsp;ส่วนการฉีดวัคซีน&nbsp;ตั้งแต่เข็มที่&nbsp;1&nbsp;ถึงเข็มที่&nbsp;4&nbsp;รวมประมาณ&nbsp;2&nbsp;ล้าน&nbsp;3&nbsp;แสนเข็ม&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ศูนย์&nbsp;EOC&nbsp;COVID-19&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี</strong>&nbsp;ขอให้ประชาชนตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ด้วยตนเองทุก&nbsp;5-7&nbsp;วัน&nbsp;/&nbsp;ผู้ป่วยที่อาการไม่รุนแรง&nbsp;ให้กักตัวและรักษาตัวที่บ้าน&nbsp;ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ติดตามอาการอย่างใกล้ชิด&nbsp;/&nbsp;เน้นการทำงานที่บ้าน&nbsp;และซื้ออาหารไปรับประทานที่บ้าน&nbsp;/&nbsp;งดกิจกรรมร่วมกลุ่ม&nbsp;หลีกเลี่ยงการเข้าไปในที่แออัด&nbsp;สถานที่ปิด&nbsp;ห้องปรับอากาศ&nbsp;หรือสถานที่เสี่ยง&nbsp;/&nbsp;ป้องกันตนเองแบบครอบจักรวาล&nbsp;/&nbsp;ผู้สัมผัสเสี่ยงสูง&nbsp;ให้กักตัว&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;ตรวจโควิด&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;และเร่งฉีดวัคซีนให้ครบ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	14/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สวท.อุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114135437046
486	ผู้ปกครองยะลา นำเด็กตรวจสวอป เตรียมสอบ คึกคัก ขณะ โควิดรายใหม่ พบติดเชื้อ 7 ราย	<p><strong>วันนี้&nbsp;(14&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;บรรยากาศ&nbsp;การตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;&nbsp;</strong>ที่ศูนย์ตรวจโควิด-19&nbsp;สะพานดำ&nbsp;เขตเทศบาลนครยะลา&nbsp;เป็นไปอย่างคึกคัก&nbsp;ได้มีบรรดาผู้ปกครอง&nbsp;นำบุตร&nbsp;หลานไปร่วมตรวจหาเชื้อ&nbsp;กันอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับสอบ&nbsp;ม.4&nbsp;ในวันเสาร์&nbsp;อาทิตย์&nbsp;นี้&nbsp;หลังจากได้มีข้อกำหนดผู้ที่จะเข้าสอบต้องได้รับการตรวจสวอป&nbsp;พร้อมกับนำผลการตรวจไปแสดงก่อนเข้าห้องสอบ&nbsp;&nbsp;ซึ่งการตรวจโควิด-19&nbsp;นี้&nbsp;เป็นการตรวจเชื้อ&nbsp;(Rapid&nbsp;Antigen&nbsp;test)&nbsp;&nbsp;ซึ่งจะทราบผลได้&nbsp;ภายใน&nbsp;30&nbsp;นาที&nbsp;โดย&nbsp;นักเรียน&nbsp;ผู้ปกครองก็จะนั่งรอจนทราบผลการตรวจ&nbsp;ถึงจะกลับ&nbsp;&nbsp;ขณะที่จากการตรวจสอบเบื้องต้น&nbsp;พบว่า&nbsp;ยังไม่มีนักเรียนรายใดผลเป็นบวก</p><p><strong>ขณะที่ในส่วนของ&nbsp;&nbsp;สถานการณ์โควิด&nbsp;ระลอกเดือนมกราคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;วันนี้&nbsp;14&nbsp;ม.ค&nbsp;65&nbsp;พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลง&nbsp;เหลือ&nbsp;7&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;ป่วยสะสม&nbsp;&nbsp;204&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;155&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;106&nbsp;ราย&nbsp;ไม่มีผู้เสียชีวิต&nbsp;สะสมรวม&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;ขณะ&nbsp;ผู้ป่วยที่เข้าข่ายติดเชื้อ&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;รายใหม่&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;สะสมรวม&nbsp;75&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;ส่วนผลการคัดกรองตามมาตรการด้านสาธารณสุข&nbsp;รวมสะสม&nbsp;3,715&nbsp;ราย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>	14/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114140557053
487	ศบค. ชุดเล็ก ยังพบการแพร่ระบาดเป็นคลัสเตอร์ในหลายพื้นที่ จากการเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ 	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">พญ.อภิสมัย&nbsp;ศรีรังสรรค์&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;หรือ&nbsp;ศบค.&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;นพ.เกียรติภูมิ&nbsp;วงศ์รจิต&nbsp;ปลัดกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;เน้นย้ำมาตรการสำคัญ&nbsp;4&nbsp;ประการ&nbsp;vuca&nbsp;คือ&nbsp;vaccine&nbsp;ฉีดวัคซีนตามกำหนดลดป่วยหนัก&nbsp;ลดเสียชีวิต,&nbsp;universal&nbsp;prevention&nbsp;ป้องกันตนเองกับทุกคน&nbsp;ทุกที่&nbsp;ทุกเวลา,&nbsp;covid&nbsp;free&nbsp;setting&nbsp;สถานที่ปลอดภัยผู้ให้บริการฉีดวัคซีนครบตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นประจำ,&nbsp;Antigen&nbsp;test&nbsp;kit&nbsp;ต้องตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เมื่อมีความเสี่ยง&nbsp;หรือมีอาการคล้ายไข้หวัด&nbsp;ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;เตรียมการรับมือการระบาดของโควิด-19&nbsp;ระลอกเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อให้ประชาชนปลอดภัยประเทศไทยเดินต่อได้&nbsp;ทุกฝ่ายร่วมมือกัน</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ที่ประชุม&nbsp;ศบค.ชุดเล็ก</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;รายงานผู้ติดเชื้อเป็นคลัสเตอร์และมีการแพร่ระบาดเป็นกลุ่มก้อน&nbsp;ส่วนใหญ่จะเป็นคลัสเตอร์ร้านอาหาร&nbsp;ที่จังหวัดเลย&nbsp;ขอนแก่น(ร้านเหล้าที่เปิดโดยฝ่าฝืนข้อกำหนด)&nbsp;ขณะที่สถานบันเทิงหลายแห่งพยายามควบคุมการแพร่ระบาดเพื่อให้สถานบันเทิงกลับมาเปิดได้&nbsp;แต่ยังไม่ทันเปิดสถานบันเทิงได้&nbsp;ก็มีการลักลอบเปิดจนมีการติดเชื้อแพร่ระบาดเป็นคลัสเตอร์&nbsp;ทำให้การพิจารณาเปิดสถานบันเทิงจะต้องชะลอออกไป&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังมีคลัสเตอร์ที่จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;หนองบัวลำภู&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;</span><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">คลัสเตอร์</span><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ปีใหม่&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;/&nbsp;พิธีกรรมทางศาสนา&nbsp;งานบวช&nbsp;จังหวัดลพบุรี&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;/&nbsp;งานแต่งงาน&nbsp;จังหวัดสงขลา/&nbsp;โรงงานและสถานประกอบการ&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;สมุทรปราการ&nbsp;ปราจีนบุรี&nbsp;ฉะเชิงเทรา&nbsp;ร้อยเอ็ด&nbsp;เกิดจากพนักงานเดินทางกลับช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;และไม่ได้ปฏิบัติตามมาตรการของทางบริษัท&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">หากสงสัยว่าตนเองมีความเสี่ยงหรือไปในพื้นที่เสี่ยง</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ขอให้รีบตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทันที&nbsp;และแยกกากตนเองระหว่างรอผลตรวจ&nbsp;ไม่ไปในพื้นที่ชุมชน&nbsp;และให้กักตัวอยู่ที่บ้านหรือชุมชน&nbsp;ซึ่งขณะนี้ในกรุงเทพฯ&nbsp;เปิดศูนย์พักคอยแล้ว&nbsp;25&nbsp;แห่ง&nbsp;และกำลังจะเปิดอีก&nbsp;16&nbsp;แห่ง&nbsp;เกือบ&nbsp;5,000&nbsp;เตียง&nbsp;และหากมีความจำเป็นจะขยายให้ได้ถึง&nbsp;62&nbsp;แห่ง&nbsp;รวมทั้งโรงพยาบาลสนาม&nbsp;ทั้งนี้เพื่อให้ทุกคนเกิดความมั่นใจว่ากระทรวงสาธารณสุขสามารถที่จะรับมือได้&nbsp;และให้ประชาชนสำรวจตัวเองรู้ตัวให้เร็ว</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ส่วนการเดินทางเข้าราชอาณาจักร</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;กระทรวงสาธารณสุขยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงมาตรการ&nbsp;ผู้ที่เดินทางเข้าประเทศจะต้องมีผลตรวจ&nbsp;rt-pcr&nbsp;ก่อนที่จะเดินทางมาประเทศไทย&nbsp;ซึ่งเป็นมาตรการที่ใช้กับทั้งชาวต่างชาติและคนไทย&nbsp;และเมื่อเดินทางมาถึงจะต้องตรวจ&nbsp;rt-pcr&nbsp;ซ้ำทันที&nbsp;รวมทั้งในวันที่&nbsp;5&nbsp;และ&nbsp;6&nbsp;จะต้องตรวจ&nbsp;rt-pcr&nbsp;ซ้ำครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ด้วย&nbsp;ส่วนการติดตามนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามา&nbsp;ทุกคนจะต้องโหลด&nbsp;application&nbsp;หมอชนะ&nbsp;ทั้งนี้ผู้ที่ลงทะเบียนผ่าน&nbsp;thailand&nbsp;pass&nbsp;ก่อนหน้านี้และได้รับการอนุมัติแล้ว&nbsp;หลังจากวันที่&nbsp;15&nbsp;มกราคม&nbsp;ยังสามารถเดินทางเข้ามาได้&nbsp;จนกว่าจะมีการประชุม&nbsp;ศบค.ชุดใหญ่&nbsp;จึงจะมีการพิจารณาเพิ่มเติม</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	14/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114205631308
488	จ.แม่ฮ่องสอน มีผู้เสียชีวิตจาก COVID-19 เพิ่ม 1 ราย ขณะที่วันนี้มีผู้ติดเชื้อเพิ่ม 14 ราย สูงสุดในอำเภอแม่สะเรียง	<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;(ศปก.จ.มส.)&nbsp;รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในการระบาดตั้งแต่ระลอกเดือนเมษายน&nbsp;2564&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;14&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ว่ามีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ทั้งสิ้นจำนวน&nbsp;3,670&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเพศชาย&nbsp;1,690&nbsp;ราย&nbsp;และเพศหญิง&nbsp;1,980&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;49&nbsp;ราย&nbsp;(1.34%)&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;3,436&nbsp;ราย&nbsp;(93.62%)&nbsp;ยังอยู่ระหว่างรักษา&nbsp;185&nbsp;ราย&nbsp;(5.04%)&nbsp;มีอาการเล็กน้อย&nbsp;176&nbsp;ราย&nbsp;ปานกลาง&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;และรุนแรง&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;รักษาอยู่ที่&nbsp;โรงพยาบาลศรีสังวาลย์&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลปาย&nbsp;14&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลแม่สะเรียง&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลสบเมย&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลแม่ลาน้อย&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลขุนยวม&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลสนาม&nbsp;38&nbsp;ราย&nbsp;และรักษาในศูนย์แยกกักโรค&nbsp;ชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;97&nbsp;ราย&nbsp;วันนี้มีผู้ได้รับการตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;1,004&nbsp;ชุด&nbsp;พบเชื้อ&nbsp;14&nbsp;ราย&nbsp;และเสียชีวิต&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ป่วยในจังหวัดทั้งหมด</p><p><strong>สำหรับผู้ป่วยที่เสียชีวิตในวันนี้&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;</strong>มีรายละเอียด&nbsp;ดังนี้&nbsp;เป็นผู้ป่วยหญิง&nbsp;รายที่&nbsp;3359&nbsp;อายุ&nbsp;72&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ต.แม่สะเรียง&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;เป็นผู้สูงอายุ&nbsp;ปัจจัย&nbsp;เสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;วันที่&nbsp;26&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแม่สะเรียง&nbsp;ด้วยอาการไอแห้ง&nbsp;หายใจหอบเหนื่อย&nbsp;และเจ็บชายโครง&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;ทำการรักษาตามแนว&nbsp;ทางการรักษาผู้ป่วยกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ต่อมาวันที่&nbsp;13&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เริ่มมีระบบอวัยวะภายในล้มเหลว&nbsp;ไตวายเฉียบพลัน&nbsp;ปอดเสียหายจากการติดเชื้อรุนแรง&nbsp;ผู้ป่วยมีระดับออกซิเจนในเลือดต่ำลงเรื่อยๆ&nbsp;ความดันโลหิตต่ำลง&nbsp;ผู้ป่วยได้เสียชีวิตลงในเวลา&nbsp;06.05&nbsp;น.&nbsp;แพทย์วินิจฉัยสาเหตุการเสียชีวิตจากปอดอักเสบจากเชื้อโควิด-19&nbsp;โดยมีปัจจัยที่&nbsp;ส่งเสริมให้เกิดโรครุนแรง&nbsp;คือ&nbsp;ผู้สูงอายุและไม่รับวัคซีน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	14/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114140919055
489	สาธารณสุขแพร่เตรียมระบบ Home Isolation และ Community Isolation รองรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้น	<p><strong>นายแพทย์ขจร&nbsp;วินัยพานิช&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแพร่</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ตามที่กระทรวงสาธารณสุขมีแนวทางสำหรับผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ที่ไม่แสดงอาการหรือมีอาการเล็กน้อย&nbsp;ระดับสีเขียว&nbsp;สามารถรักษาตัวเองได้ที่บ้าน&nbsp;หรือ&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;ภายใต้การติดตามดูแลจากทีมแพทย์อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแพร่จึงได้ดำเนินการจัดเตรียมระบบ&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;และ&nbsp;Community&nbsp;Isolation&nbsp;เพื่อรองรับในกรณีที่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;ลดภาระการครองเตียงในโรงพยาบาล&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ขณะนี้การตรวจหาเชื้อด้วยชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ที่เมื่อพบผลเป็นบวก&nbsp;ส่วนใหญ่มักไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อย&nbsp;สามารถเข้าสู่ระบบการรักษาตัวที่บ้านหรือในชุมชน</p><p><strong>โดยแนวทางปฏิบัติเมื่อผลตรวจด้วย&nbsp;ATK&nbsp;เป็นบวก</strong>&nbsp;ให้ผู้ป่วยติดต่อศูนย์ประสานงานโควิด&nbsp;&amp;&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;ประจำอำเภอ&nbsp;ซึ่งขณะนี้ได้จัดตั้งครบแล้วทั้ง&nbsp;8&nbsp;อำเภอ&nbsp;เพื่อให้เจ้าหน้าที่ประเมินอาการและความพร้อมในการดูแลตัวเองที่บ้าน&nbsp;หรือมีความเสี่ยงที่ต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลหรือไม่&nbsp;หากผู้ป่วยเข้าเกณฑ์จะได้รับการรักษาตัวเองที่บ้านภายใต้มาตรฐานการดูแลของแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์จนครบ&nbsp;7-10&nbsp;วัน&nbsp;นอกจากนี้ยังสามารถติดต่อศูนย์ประสานงานกลางโควิดจังหวัดแพร่ได้ทุกวัน&nbsp;ในเวลา&nbsp;08.30&nbsp;&nbsp;20.00&nbsp;น.</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	14/1/2022	ภาคเหนือ	แพร่	สวท.แพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114143500080
490	จังหวัดระยอง ออกคำสั่งให้ผู้ที่เดินทางไปยังเกาะเสม็ด ต้องได้รับการฉีดวัคซีนอย่างน้อย 1 เข็ม พร้อมตรวจ ATK ผลเป็นลบ ยกเว้นเด็กอายุต่ำกว่า  5 ปี	<p><strong>นายชาญนะ&nbsp;เอี่ยมแสง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;ออกคำสั่งจังหวัดระยองที่&nbsp;466/2565&nbsp;</strong>ลงวันที่&nbsp;14&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เรื่อง&nbsp;มาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ในเขตพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยวจังหวัดระยอง&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;3)&nbsp;ปรับมาตรการให้ผู้ที่เดินทางเข้าพื้นที่เกาะเสม็ด&nbsp;ต้องได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;อย่างน้อยจำนวน&nbsp;1&nbsp;เข็ม&nbsp;และต้องได้รับการตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;ด้วยวิธีการ&nbsp;RT-PCR&nbsp;หรือ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นผลลบจากสถานพยาบาลหรือห้องปฏิบัติการ&nbsp;และสามารถนำชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ที่ได้รับมาตรฐานการรับรองจาก&nbsp;อย.&nbsp;ไปตรวจกับสถานพยาบาลหรือห้องปฏิบัติการ&nbsp;หรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล&nbsp;แล้วนำผลยืนยันเป็นลบมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่&nbsp;ใช้ยืนยันผลได้ครั้งละไม่เกิน&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ยกเว้น&nbsp;เด็กอายุต่ำกว่า&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;ที่เดินทางมาพร้อมกับผู้ปกครองหรือผู้ดูแล&nbsp;โดยมีผลบังคับตั้งแต่วันที่&nbsp;11&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;9&nbsp;มกราคมที่ผ่านมา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัด</strong>&nbsp;ได้ออกคำสั่งห้ามสถานประกอบการร้านอาหารบนเกาะเสม็ดเปิดให้บริการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้าน&nbsp;หลังเวลา&nbsp;21.00&nbsp;น.&nbsp;&nbsp;และต้องผ่านการตรวจมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย&nbsp;ระดับ&nbsp;SHA&nbsp;PLUS&nbsp;หรือผ่านการตรวจ&nbsp;Thai&nbsp;Stop&nbsp;Covid&nbsp;2&nbsp;Plus&nbsp;พร้อมกับปฏิบัติมาตรการป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล&nbsp;(Universal&nbsp;Prevention)&nbsp;และมาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร&nbsp;(Covid&nbsp;Free&nbsp;Setting)&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังให้หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และหน่วยงานของรัฐ</strong>&nbsp;รวมถึงเจ้าของกิจการหรือผู้ประกอบการภาคเอกชน&nbsp;พิจารณาการทำงานแบบ&nbsp;Work&nbsp;From&nbsp;Home&nbsp;ตามความเหมาะสม&nbsp;ไปจนถึง&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	14/1/2022	ภาคตะวันออก	ระยอง	สวท.ระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114143124074
491	มุกดาหาร พบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ 66 ราย จากการระบาดในพื้นที่ พร้อมเชิญชวนประชาชนรับวัคซีนเข็มกระตุ้น เพิ่มภูมิคุ้มกัน	<p>วันนี้&nbsp;(14&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;จังหวัดมุกดาหารรายงานสถานการณ์การระบาดโรคโควิด-19&nbsp;จากการตรวจหาเชื้อทางห้องปฏิบัติการโรงพยาบาลมุกดาหาร&nbsp;ของผู้มีอาการเข้าเกณฑ์ต้องสงสัย&nbsp;(PUI)&nbsp;ผู้สัมผัสเสี่ยงสูง&nbsp;ระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ&nbsp;การเฝ้าระวังเชิงรุกในชุมชน&nbsp;พบมีผู้ป่วยรายใหม่&nbsp;66&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งเป็นจำนวนผู้ติดเชื้อสูงสุดเท่าที่ผ่านมา&nbsp;พบมากที่สุดที่อำเภอคำชะอี&nbsp;28&nbsp;ราย&nbsp;(cluster&nbsp;บ้านห้วยทราย)&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;22&nbsp;ราย&nbsp;(วง2-3&nbsp;clusterหมอลำ)&nbsp;และ&nbsp;อำเภอนิคมคำสร้อย&nbsp;14&nbsp;ราย&nbsp;(กระจายในหลายตำบล)อำเภอดอนตาล&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;หว้านใหญ่&nbsp;1&nbsp;รายและผู้ติดเชื้อนอกจังหวัด&nbsp;6&nbsp;ราย</p><p><br></p><p>นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารเปิดเผยว่า&nbsp;คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;รายงานข้อมูลการระบาดคลัสเตอร์บ้านห้วยทราย&nbsp;อำเภอคำชะอี&nbsp;พบผู้ติดเชื้อรายแรกวันที่&nbsp;5&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จากการรวมกลุ่ม&nbsp;ชมหมอลำ,ร่วมงานศพ,และงานแต่ง&nbsp;ซึ่งอยู่ระหว่างการควบคุมโรค&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;22&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</p><p>ส่วนการควบคุมโรคที่&nbsp;อ.คำชะอี&nbsp;มีผู้ป่วยอยู่ระหว่างการควบคุมโรค14&nbsp;วัน&nbsp;จำนวน97ราย&nbsp;กระจายในทุกตำบล&nbsp;โดย&nbsp;cluster&nbsp;บ้านห้วยทราย&nbsp;มีผู้ป่วยสะสมทั้งหมด&nbsp;71&nbsp;ราย&nbsp;กระจายในอำเภอคำชะอี&nbsp;67ราย&nbsp;อำเภอดอนตาล&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;และอำเภอเมือง&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;ซึ่งวันนี้&nbsp;(14&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;)สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ออกเก็บแล็ปผู้สัมผัสเสี่ยง(&nbsp;HR)ที่บ้านห้วยทราย&nbsp;ครั้งที่2(day5-7)&nbsp;อีกจำนวนประมาณ150&nbsp;ราย</p><p><br></p><p>การระบาดในพื้นที่อำเภอนิคมคำสร้อย&nbsp;มีผู้ป่วยอยู่ระหว่างการควบคุมโรค14วัน&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;33&nbsp;ราย&nbsp;กระจายในทุกตำบล&nbsp;โดยพบมากที่สุดที่&nbsp;ต.นิคมคำสร้อยจำนวน15ราย&nbsp;(งานสังสรรค์ปีใหม่),ตำบลโชคชัย10ราย&nbsp;(งานแต่งงาน,งานสังสรรค์)</p><p><br></p><p>การระบาด&nbsp;ในเขตเทศบาลเมืองฯ&nbsp;มีclusterอยู่ระหว่างควบคุมโรค&nbsp;ได้แก่&nbsp;สำนักงานการไฟฟ้าฯผู้ป่วยสะสม&nbsp;17ราย&nbsp;บริษัท&nbsp;NT&nbsp;TOT&nbsp;ผู้ป่วยสะสม5ราย&nbsp;,พนักงานร้านกู๊ดวิว&nbsp;สะสม11ราย&nbsp;แม่ค้าตลาดพรเพชร&nbsp;สะสม&nbsp;3&nbsp;ราย</p><p>&nbsp;</p><p>นายประวิตร&nbsp;ศรีบุญรัตน์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;พบผู้ป่วยรายวันเกินกว่า&nbsp;60&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งผู้ป่วยกระจายในหลายพื้นที่&nbsp;แต่ยังคงควบคุมสถานการณ์การระบาดได้&nbsp;และขอเชิญชวนชาวมุกดาหาร&nbsp;รับการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;โดยเฉพาะการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกัน&nbsp;โดยขอให้ผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนและผู้ที่ถึงกำหนดรับวัคซีนเข็มกระตุ้น&nbsp;ติดต่อขอรับวัคซีนได้ที่สถานพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุขใกล้บ้าน&nbsp;รพ.สต.&nbsp;โรงพยาบาลชุมชน&nbsp;หอประชุม&nbsp;250&nbsp;ปี&nbsp;มุกดาหาร&nbsp;และ&nbsp;ในงานกาชาดและของดีจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;(7-15&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;และขอให้เคร่งครัดมาตรการป้องกันส่วนบุคคล&nbsp;ใส่หน้ากากตลอดเวลา&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;ล้างมือ&nbsp;หลีกเลี่ยงสถานที่เสี่ยง&nbsp;ตรวจคัดกรองด้วย&nbsp;ATK&nbsp;เมื่อมีความเสี่ยง&nbsp;ส่วนสถานประกอบการต้องเข้มการปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting</p><p>&nbsp;</p>	14/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114152107117
492	14 ม.ค.65 จ.ลำพูน พบติดเชื้อ COVID-19 จากผล RT-PCR 11 ราย ผลตรวจ ATK Plus 61 ราย	<p><strong>วันนี้&nbsp;(14&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ที่ศาลาประชาคม&nbsp;ศาลากลางจังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่ารชการจังหวัดลำพูน&nbsp;พร้อมด้วยนายแพทย์สาริกข์&nbsp;พรหมมารัตน์&nbsp;นายแพทย์ชำนาญการพิเศษโรงพยาบาลลำพูน&nbsp;ร่วมแถลงสถานการณ์&nbsp;COVID-19&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดลำพูน&nbsp;พบผู้ติดเชื้อเพิ่มในจังหวัด&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;ต่างจังหวัดอีก&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;ATK&nbsp;Plus&nbsp;61&nbsp;ราย&nbsp;มีผู้ป่วยยืนยันสะสมทั้งสิ้น&nbsp;5,825&nbsp;ราย&nbsp;ยอดเสียชีวิตสะสม&nbsp;44&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยยืนยันรักษาตัวทั้งหมด&nbsp;147&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;Pro.Case&nbsp;จำนวน&nbsp;508&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็นใน&nbsp;รพ.รัฐ&nbsp;188&nbsp;ราย&nbsp;รพ.เอกชน&nbsp;402&nbsp;ราย&nbsp;CI&nbsp;และ&nbsp;HI&nbsp;60&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;4,686&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหาย&nbsp;Pro.Case&nbsp;จำนวน&nbsp;440&nbsp;ราย</p><p><strong>ในส่วนของสถิติการครองเตียงของโรงพยาบาลรัฐทุกแห่งในจังหวัดลำพูนมีทั้งหมด&nbsp;504&nbsp;เตียง</strong>&nbsp;ใช้ไป&nbsp;195&nbsp;เตียงหรือคิดเป็น&nbsp;38.69%&nbsp;จึงทำให้มีเตียงเหลือรองรับผู้ป่วย&nbsp;309&nbsp;เตียงคิดเป็น&nbsp;61.31%&nbsp;นอกจากนี้เตียงรองรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลเอกชนมีรองรับทั้งสิ้น&nbsp;485&nbsp;เตียง&nbsp;ใช้ไป&nbsp;402&nbsp;เตียง&nbsp;คิดเป็น&nbsp;82.89%&nbsp;จึงทำให้มีเตียงเหลือรองรับผู้ป่วยอีก&nbsp;83&nbsp;เตียง&nbsp;คิดเป็น&nbsp;17.11%</p><p><strong>สำหรับการให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ของจังหวัดลำพูน&nbsp;ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;14&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;มียอดสะสมการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ไปแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;317,611&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;77.58%&nbsp;ของผู้ประสงค์ฉีดทั้งหมด&nbsp;126,648&nbsp;คน&nbsp;จากประชากรทั้งหมด&nbsp;401,408&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็น&nbsp;79.12%&nbsp;ฉีดเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;317,611&nbsp;ราย&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;285,070&nbsp;ราย&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;87,534&nbsp;ราย&nbsp;และเข็มที่&nbsp;4&nbsp;จำนวน&nbsp;1,863&nbsp;เข็ม</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	14/1/2022	ภาคเหนือ	ลำพูน	สวท.ลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114154026127
493	ผู้ว่าฯ กำชับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินงานล่วงหน้าให้แล้วเสร็จ พร้อมการรับเสด็จฯ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ในวันที่ 28 มกราคม 2565	<p><strong>เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.</strong>&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(14&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;นายสนิท&nbsp;ขาวสอาด&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;</strong>ประธานการประชุมการเตรียมการรับเสด็จฯ&nbsp;ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา&nbsp;สิริวัฒนาพรรณวดี&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมใหญ่&nbsp;วิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดบึงกาฬ&nbsp;โดยมี&nbsp;เจ้าหน้าที่งานในพระองค์ฯ&nbsp;สำนักพระราชวัง&nbsp;ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;นายธาตรี&nbsp;บุญมาก&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการเข้าร่วมประชุม</p><p><strong>โดยการประชุมครั้งที่&nbsp;2&nbsp;นี้&nbsp;</strong>เจ้าหน้าที่งานในพระองค์ฯ&nbsp;สำนักพระราชวังพร้อม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;รวมทั้งผู้เกี่ยวข้องได้สำรวจพื้นที่&nbsp;และตรวจสอบความคืบหน้าการดำเนินงานปรับปรุงภูมิทัศน์&nbsp;พื้นถนน&nbsp;อาคาร&nbsp;ห้องรับรอง&nbsp;สถานที่การแสดง&nbsp;หลอดไฟแสงสว่าง&nbsp;ภายในวิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ&nbsp;เพื่อให้มีความสวยงาม&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;และมีความพร้อมก่อนวันรับเสด็จฯ&nbsp;พร้อมทั้งให้คณะกรรมการทั้ง&nbsp;11&nbsp;คณะ&nbsp;ดำเนินการตามคำสั่งจังหวัดบึงกาฬให้เรียบร้อย&nbsp;จังหวัดบึงกาฬ&nbsp;ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;ในการพระราชการวโรกาสเสด็จติดตามผลการดำเนินงาน&nbsp;โครงการ&nbsp;TO&nbsp;BE&nbsp;NUMBER&nbsp;ONE&nbsp;และทรงเปิดชมรม&nbsp;TO&nbsp;BE&nbsp;NUMBER&nbsp;ONE&nbsp;และศูนย์เพื่อนใจโครงการ&nbsp;&nbsp;TO&nbsp;BE&nbsp;NUMBER&nbsp;&nbsp;ONE&nbsp;FRIEND&nbsp;&nbsp;CONER&nbsp;ในวันศุกร์ที่&nbsp;28&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;วิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬกำชับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;</strong>เร่งดำเนินงานล่วงหน้าให้แล้วเสร็จ&nbsp;รวมถึงให้เจ้าหน้าที่ชี้แจ้งวิธีการปฏิบัติตัว&nbsp;มารยาท&nbsp;การแต่งกาย&nbsp;และมาตรการเข้าพื้นที่วิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ&nbsp;ภายใต้สถานการณ์โควิด-19&nbsp;เช่น&nbsp;การตรวจ&nbsp;&nbsp;ATK&nbsp;หรือ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ก่อน&nbsp;72&nbsp;ชม.&nbsp;การสวมหน้ากากอนามัยโทนสีสุภาพ&nbsp;ไปยังหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;บุคลากรครู&nbsp;นักเรียน&nbsp;ผู้มาร่วมรับเสด็จฯ&nbsp;ทุกท่าน&nbsp;เพื่อให้เกิดการปฏิบัติที่ถูกต้องในแนวทางเดียวกันไม่เกิดข้อผิดพลาด&nbsp;เนื่องจาการสื่อสารเป็นเรื่องที่สำคัญ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>	14/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	บึงกาฬ	สวท.บึงกาฬ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114230451342
494	จังหวัดตรัง แถลงพบผู้ป่วยโควิด 19 รายใหม่ 30 ราย สะสม 18,390 ราย	<p><strong>วันนี้&nbsp;(14&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่ศูนย์แถลงข่าว&nbsp;ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาด</strong>ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ห้องลิบง&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตรัง&nbsp;นายแพทย์&nbsp;ตุลกานต์&nbsp;มักคุ้น&nbsp;นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ&nbsp;โรงพยาบาลตรัง&nbsp;ในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;และแพทย์หญิงทิพย์ลดา&nbsp;บุญชัย&nbsp;นายแพทย์ชำนาญการ&nbsp;โรงพยาบาลตรัง&nbsp;ในฐานะรองโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;พบผู้ป่วยโควิด&nbsp;19&nbsp;รายใหม่&nbsp;30&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็นติดเชื้อในจังหวัดตรัง&nbsp;27&nbsp;ราย&nbsp;ติดเชื้อจากที่อื่น&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;รวมผู้ติดเชื้อตามการระบาดระลอกใหม่ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;18,390&nbsp;ราย&nbsp;ผลการตรวจด้วย&nbsp;ATK&nbsp;เป็นบวก&nbsp;62&nbsp;ราย&nbsp;จากผลตรวจ&nbsp;862&nbsp;ราย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จำแนกผู้ป่วยเป็นรายอำเภอดังนี้&nbsp;อำเภอกันตัง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอนาโยง&nbsp;1&nbsp;ราย</strong>&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;1&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;&nbsp;18&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอวังวิเศษ&nbsp;1&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอสิเกา&nbsp;1&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;และอำเภอห้วยยอด&nbsp;4&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็นสัมผัสร่วมบ้าน&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;สัมผัสในชุมชน&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;พูดคุยโดยไม่สวมแมส&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ในวันนี้&nbsp;มีการฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดตรัง&nbsp;เข็มที่1&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;464,059&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;&nbsp;72.53&nbsp;&nbsp;ฉีดเข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;439,477&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;68.69&nbsp;ฉีดเข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;90,859&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;14.20&nbsp;จากประชากร&nbsp;639,788&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;มีผู้ติดเชื้อโควิด&nbsp;19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็นชาย&nbsp;3&nbsp;ราย</strong>&nbsp;หญิง&nbsp;12&nbsp;ราย&nbsp;มีผู้ติดเชื้อในอำเภอเมืองตรัง&nbsp;อำเภอกันตัง&nbsp;อำเภอวังวิเศษ&nbsp;อำเภอรัษฎา&nbsp;และต่างจังหวัด&nbsp;แห่งละ&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงต่อการติดเชื้อติดจากคนในครอบครัว&nbsp;เดินทางมาจากต่างจังหวัด&nbsp;และTest&nbsp;&amp;&nbsp;Go&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	14/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114151842113
495	ลำปาง พบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่  114  ราย	<p>สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง&nbsp;รายงานสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;14&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;&nbsp;เป็นผู้ติดเชื้อยืนยันตรวจด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;81&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ติดเชื้อเข้าข่ายตรวจด้วยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;33&nbsp;ราย&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ถึงปัจจุบัน&nbsp;พบผู้ป่วยสะสม&nbsp;1,369&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ระหว่างรักษา&nbsp;1,223&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายกลับบ้านสะสม&nbsp;146&nbsp;ราย&nbsp;และเสียชีวิตสะสม&nbsp;0&nbsp;ราย</p><p><br></p><p>สำหรับข้อมูลการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ณ&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ของวันเดียวกัน&nbsp;จังหวัดลำปางรับวัคซีนไปแล้ว&nbsp;1,009,254&nbsp;เข็ม&nbsp;จำแนกเป็นเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;471,206&nbsp;คน&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;439,154&nbsp;คน&nbsp;และเข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;3,322&nbsp;คน</p><p><br></p><p>จังหวัดลำปางขอความร่วมมือประชาชนเคร่งครัดตามมาตรการป้องกันโรค&nbsp;DMHTTA&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หากมีข้อสงสัย&nbsp;&nbsp;สอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนโควิด-19&nbsp;ลำปาง&nbsp;โทร.&nbsp;093&nbsp;140&nbsp;8023&nbsp;ในวันเวลาราชการ&nbsp;และวันเสาร์-อาทิตย์&nbsp;เวลา&nbsp;08.30-16.30&nbsp;น.&nbsp;หรือสอบถามที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน</p>	14/1/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114160529143
496	จ.อุบลฯ ดำเนินการตามมาตรกรป้องกันและเฝ้าระวังโรคระบาด COVID-19 ในพื้นที่อำเภอม่วงสามสิบ	"<p><strong>วันที่&nbsp;13&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;</strong>&nbsp;ตามนโยบายของ&nbsp;นายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;&nbsp;ภายใต้การอำนวยการของ&nbsp;นายชินวัต&nbsp;ทองปรีชา&nbsp;นายอำเภอม่วงสามสิบ&nbsp;สั่งการให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ดำเนินการ&nbsp;ดังนี้</p><p>1.&nbsp;ติดตาม&nbsp;Case&nbsp;คัสเตอร์ที่มีการระบาดที่&nbsp;""ร้านเอกมัย""&nbsp;โดยการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ให้กับผู้ที่สัมผัสผู้ป่วยโรคโควิด19&nbsp;ผู้มีความเสี่ยงสูง&nbsp;และเคร่งครัดการเข้า-ออก&nbsp;หมู่บ้าน</p><p>2.&nbsp;เปิดโรงพยาบาลสนาม&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์การคณะสงฆ์ภาค&nbsp;10&nbsp;จำนวน&nbsp;150&nbsp;เตียง&nbsp;มีผู้ป่วยครองเตียง&nbsp;จำนวน&nbsp;95&nbsp;ราย&nbsp;และเตรียมความพร้อมเปิด&nbsp;CI&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;ศูนย์&nbsp;รองรับผู้ป่วยได้&nbsp;จำนวน&nbsp;281&nbsp;ราย</p><p>3.&nbsp;บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;โดยกลุ่มเป้าหมายจากประชากรอยู่จริง&nbsp;จำนวน&nbsp;49,185&nbsp;ราย</p><p>4.&nbsp;มอบถุงยังชีพ&nbsp;เครื่องอุปโภค-บริโภค&nbsp;ให้แก่ผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;ที่กลับไปกักตัวที่บ้านอีก&nbsp;10&nbsp;วัน</p><p>ทั้งนี้ได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังโรคระบาด&nbsp;COVID-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	14/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114204149298
497	สสจ.น่าน เผยข้อมูลสุ่มตรวจพันธุกรรมโควิด 6 ตัวอย่างจากคลัสเตอร์สถานบันเทิงพบสายพันธุ์โอมิคอนคาดติดเชื้อ 200 กว่าราย	<p><strong>สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19</strong>&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดน่าน&nbsp;หลังพบการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วพบผู้ติดเชื้อที่เข้ารับการรักษาหลังจากวันหยุดยาว&nbsp;ประชาชนเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่&nbsp;จากการอนุญาตให้นักดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์คืนส่งท้ายปีได้ถึง&nbsp;01.00&nbsp;น.&nbsp;พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น&nbsp;เร่งเปิดโรงพยาบาลสนาม&nbsp;ศูนย์พักคอย&nbsp;เพื่อรองรับผู้ติดเชื้อ</p><p><strong>ด้านนายวรินทร์เทพ&nbsp;เชื้อสำราญ&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดน่าน</strong>&nbsp;เปิดเผยข้อมูลว่า&nbsp;ในส่วนของจังหวัดน่านได้มีการสุ่มตรวจเป็นระยะ&nbsp;&nbsp;ล่าสุดพบว่ามี&nbsp;6&nbsp;ตัวอย่างผลออกมายืนยันเป็นสายพันธุ์โอมิคอน&nbsp;ใน&nbsp;6&nbsp;ตัวอย่างจะอยู่ใน&nbsp;4&nbsp;อีเว้นท์ในช่วงนี้จะมีผู้ติดเชื้ออยู่เป็นจำนวนมาก&nbsp;ที่มีการแพร่ระบาดเชื่อมโยงกันกับร้านอาหารที่สามารถดื่มเครื่องดื่มทีมีแอลกอฮอล์ได้&nbsp;โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;โดยคลัสเตอร์นี้พบผู้ป่วยถึง&nbsp;200&nbsp;กว่าราย&nbsp;ส่วนใหญ่กระจายอยู่ในอำเภอเมืองน่าน&nbsp;ส่วนหนึ่งทำการรักษาตัวอยู่ที่บ้านประมาณ&nbsp;150&nbsp;คน&nbsp;และที่เหลือรักษาอยู่ในโรงพยาบาลสนามและศูนย์พักคอย&nbsp;โดยหลังๆ&nbsp;มา&nbsp;พบว่าผู้ป่วยติดเชื้อค่อนข้างที่จะมีอาการน้อยมาก&nbsp;หรือไม่มีอาการเลย&nbsp;ส่วนใหญ่ที่ตรวจพบเพราะว่าผู้ป่วยเข้ารับการตรวจหาเชื้อ&nbsp;เพราะรู้ตัวว่าตนเองมีความเสี่ยง&nbsp;ไปขอรับการตรวจยังสถานที่ที่ทางสำนักงานสาธารณสุขได้ตั้งจุดตรวจหาเชื้อ&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;29&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลต่างๆ&nbsp;ตามด่านบูรณาการ&nbsp;และจุดตรวจพิเศษ&nbsp;ทั้งที่สนามบิน&nbsp;และสถานีขนส่งผู้โดยสาร&nbsp;ปัจจุบันมีการรักษาตัวอยู่ประมาณ&nbsp;500&nbsp;กว่าราย&nbsp;โดยพบผู้ติดเชื้อรายใหม่วันละ&nbsp;50-60&nbsp;รายส่วนใหญ่จะเชื่อมโยงกับคลัสเตอร์สถานบันเทิงและจากการสุ่มตรวจก็พบว่าเป็นสายพันธุ์โอมิคอน</p><p><strong>สำหรับสถาการณ์โควิด-19&nbsp;ในพี้นที่จังหวัดน่าน&nbsp;</strong>ข้อมูลในวันที่&nbsp;13&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;พบผู้ป่วยรายใหม่&nbsp;66&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ป่วยที่ส่งตรวจจากอำเภอต่างๆ&nbsp;ดังนี้&nbsp;อำเภอเมืองน่าน&nbsp;46&nbsp;ราย&nbsp;เชียงกลาง&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ทุ่งช้าง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ท่าวังผา&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ภูเพียง&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ปัว&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;สันติสุข&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;และอำเภอเวียงสา&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยสะสม&nbsp;3,710&nbsp;รายราย&nbsp;กลุ่มเฝ้าระวังหลังเทศกาลปีใหม่&nbsp;แนะนำงดรวมกลุ่มสังสรรค์ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;หากไปสถานที่เสี่ยงมาเฝ้าระวังสังเกตอาการตนเอง14&nbsp;วันหากไม่สบายหรือสงสัยให้รีบไปตรวจที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน&nbsp;หรือศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน&nbsp;กรณีโรคโควิด-19&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดน่าน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	14/1/2022	ภาคเหนือ	น่าน	สวท.น่าน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114161331153
498	สาธารณสุขขอนแก่น ประชุมศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์และสาธารณสุขกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (EOC)	<p><strong>นายแพทย์ภาคี&nbsp;ทรัพย์พิพัฒน์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์และสาธารณสุขกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID&nbsp;-19)&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;(EOC)&nbsp;ผ่านการประชุมทางไกล&nbsp;Web&nbsp;Conference&nbsp;ครั้งที่&nbsp;38&nbsp;/2565&nbsp;มีผู้เข้าร่วมประชุมผ่านออนไลน์&nbsp;162&nbsp;คน&nbsp;คณะผู้บริหาร&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;ที่&nbsp;ห้องประชุมหม่อนไหม&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;คน&nbsp;มีประเด็นติดตามและข้อสั่งการที่สำคัญ&nbsp;ดังนี้</p><p><strong>จากการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดขอนแก่น</strong>&nbsp;ครั้งที่&nbsp;16/2565&nbsp;วันที่&nbsp;13&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มีมติและข้อสั่งการดังนี้&nbsp;1)&nbsp;ห้ามดื่มสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหารจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม&nbsp;2)&nbsp;ขยายระยะเวลาการปิดโรงเรียน&nbsp;สถานศึกษา&nbsp;ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก&nbsp;และขยายระยะเวลา&nbsp;Work&nbsp;from&nbsp;Home&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;ม.ค&nbsp;2565&nbsp;3)&nbsp;ให้หน่วยงานกำหนดมาตรการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงและตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เจ้าหน้าที่ทุกคนที่มีความเสี่ยง&nbsp;มติอื่นให้คงใช้ประกาศจังหวัดขอนแก่น&nbsp;เรื่อง&nbsp;มาตรการ&nbsp;การเฝ้าระวัง&nbsp;ป้องกัน&nbsp;และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;ฉบับที่&nbsp;51&nbsp;ฉบับที่&nbsp;58&nbsp;ฉบับที่&nbsp;59&nbsp;และฉบับที่&nbsp;60&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น&nbsp;ได้มีข้อสั่งการ</p><p>1)&nbsp;ให้ทุกอำเภอเร่งดำเนินการฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;608&nbsp;โดยจัดทำบัญชีรายชื่อกลุ่มเป้าหมายและติดตามมาฉีดวัคซีน&nbsp;</p><p>2)&nbsp;เตรียมการฉีดวัคซีนในกลุ่มเด็ก&nbsp;5-11&nbsp;ปี&nbsp;โดยร่วมกับสถานศึกษา&nbsp;จัดประชุมชี้แจงผู้ปกครอง&nbsp;On-Site&nbsp;online&nbsp;Hybrid&nbsp;เพื่อสร้างการรับรู้และเสริมพลัง&nbsp;ให้ผู้ปกครองความยินยอมให้บุตรหลานฉีดวัคซีน</p><p>3)&nbsp;เร่งรัดการฉีดวัคซีน&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;ในบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข&nbsp;บุคลากรด่านหน้า&nbsp;โดยเฉพาะ&nbsp;อสม.โดยเชิญชวนหรือให้คำปรึกษารายบุคคล&nbsp;ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;</p><p>4)&nbsp;การจัดทำแบบประเมินความเสี่ยงของบุคลากรและประเมินความเสี่ยงทุกคน&nbsp;อย่างน้อยเดือยละ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;หากพบเสี่ยงสูงให้ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทุกราย</p><p>5)&nbsp;ให้ทุกอำเภอรายงานจำนวน&nbsp;ATK+&nbsp;ที่ไม่ส่ง&nbsp;RT-&nbsp;PCR&nbsp;ที่รับไว้รักษาใน&nbsp;Home&nbsp;Isolation,&nbsp;Community&nbsp;Isolation&nbsp;การติดตามสอบสวนโรคให้ทันเวลา&nbsp;การรับผู้ป่วยไว้รักษาใน&nbsp;HI&nbsp;CI&nbsp;</p><p>6)&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ&nbsp;โรงพยาบาลทุกแห่งสังกัดกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล&nbsp;สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;ให้ประเมิน&nbsp;Thai&nbsp;Stop&nbsp;Covid&nbsp;Plus&nbsp;ภายใน&nbsp;25&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;และนำเสนอผลการประเมินในการประชุมครั้งถัดไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	14/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ขอนแก่น	สวท.ขอนแก่น	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114161900162
499	จ.สมุทรปราการแถลงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)	<p><strong>จังหวัดสมุทรปราการแถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ในพื้นที่</strong>&nbsp;สร้างความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชน&nbsp;พร้อมทั้งขอความร่วมมือให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>นายเจนเจตน์&nbsp;เจนนาวิน&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;เ</strong>ป็นประธานแถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้</p><p><strong>ข้อมูลจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;(14&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;</strong>มีผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;735&nbsp;ราย&nbsp;(ติดเชื้อในจังหวัด&nbsp;442&nbsp;ราย&nbsp;และรับส่งต่อเพื่อรับรักษา&nbsp;293&nbsp;ราย)&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการมีผู้ติดเชื้อระลอกใหม่(ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;จำนวน&nbsp;6,006&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;1,501&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษาอยู่&nbsp;5,969&nbsp;ราย&nbsp;ผู้เสียชีวิตสะสม&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ผลการดำเนินการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ของจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;มียอดผู้ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;จำนวน&nbsp;1,616,392&nbsp;คน&nbsp;จากประชาชนเป้าหมายในจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;จำนวน&nbsp;1,931,727&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งคิดเป็น&nbsp;83.68&nbsp;%</p><p><strong>จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;ขอให้ประชาชนป้องกันตนเองด้วยวิธีป้องกันการติดเชื้อโควิด</strong>&nbsp;(แบบครอบจักรวาล)&nbsp;:&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;ดังนี้&nbsp;ออกจากบ้านเมื่อจำเป็น&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;1-2&nbsp;เมตร&nbsp;สวมหน้ากากอนามัยและทับด้วยหน้ากากผ้าตลอดเวลา&nbsp;ล้างมือบ่อยๆ&nbsp;ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์&nbsp;อย่าใช้มือสัมผัสหน้ากาก&nbsp;รวมทั้งใบหน้า&nbsp;ตา&nbsp;จมูก&nbsp;ปาก&nbsp;ผู้เป็นกลุ่มเสี่ยง&nbsp;หลีกเลี่ยงการออกนอกบ้าน&nbsp;ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อพื้นผิวที่ถูกสัมผัสบ่อยๆ&nbsp;แยกของใช้ส่วนตัวทุกชนิด&nbsp;ไม่ใช้ร่วมกับผู้อื่น&nbsp;กินอาหารปรุงสุกใหม่&nbsp;แยกสำรับ&nbsp;ใช้ช้อนกลางส่วนตัว&nbsp;และหากสงสัยว่าตนเองเสี่ยงตรวจด้วย&nbsp;ATK&nbsp;บ่อยๆ&nbsp;เพื่อยืนยันว่าติดเชื้อหรือไม่&nbsp;เพื่อปลอดภัยจาก&nbsp;COVID-19</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	14/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรปราการ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114163539181
500	จ.มุกดาหารมีผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ต่อเนื่องล่าสุดเพิ่ม 66 ราย มากที่สุดเป็นครั้งแรกต่อวัน	<p><strong>จ.มุกดาหารมีผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ต่อเนื่องล่าสุดเพิ่ม&nbsp;66&nbsp;ราย</strong>&nbsp;จากคลัสเตอร์งานศพ&nbsp;งานแต่ง&nbsp;และชมดนตรีในเขตอำเภอคำชะอีและอำเภอดงหลวง&nbsp;มากที่สุดเป็นครั้งแรกต่อวัน&nbsp;แต่ยังควบคุมได้</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(14&nbsp;ม.ค.65&nbsp;)&nbsp;เพจเฟสบุ๊คโควิด-19</strong>&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหารได้รายงาน&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;หรือโควิด-19&nbsp;ระลอกใหม่&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;14&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จากการตรวจหาเชื้อทางห้องปฏิบัติการโรงพยาบาลมุกดาหาร&nbsp;ของผู้มีอาการเข้าเกณฑ์ต้องสงสัย&nbsp;(PUI)&nbsp;ผู้สัมผัสเสี่ยงสูง&nbsp;ระบบฝ้าระวังและระบบบริการ&nbsp;การเฝ้าระวังเชิงรุกในชุมชน&nbsp;พบมีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้น&nbsp;66&nbsp;ราย&nbsp;ติดเชื้อนอกจังหวัด&nbsp;(ระยอง/&nbsp;ชลบุรี/ภูเก็ต/และสกลนคร)&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;ติดเชื้อภายในจังหวัด&nbsp;60&nbsp;ราย&nbsp;จากคลัสเตอร์&nbsp;งานศพ,และงานแต่ง&nbsp;บ้านห้วยทราย&nbsp;อำเภอคำชะอี&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;ราย&nbsp;สะสมมีผู้ติดเชื้อแล้วจำนวน&nbsp;71&nbsp;ราย&nbsp;ขณะนี้ทีมสอบสวนโรค&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ออกเก็บแลปผู้สัมผัสเสี่ยง(&nbsp;HR)&nbsp;ที่บ้านห้วยทราย&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;(&nbsp;5-7&nbsp;วัน)&nbsp;อีกจำนวนประมาณ&nbsp;150&nbsp;ราย</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังพบผู้ป่วยสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง&nbsp;จำนวน&nbsp;14&nbsp;ราย</strong>&nbsp;อยู่ระหว่างการสอบสวนโรค&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;กระจายอยู่เกือบทุกอำเภอ&nbsp;โดยแยกเป็นรายอำเภอดังนี้&nbsp;อำเภอเมืองมุกดาหาร&nbsp;22&nbsp;ราย&nbsp;(ติดเชื้อในจังหวัด&nbsp;21&nbsp;ราย/นอกจังหวัด&nbsp;1&nbsp;ราย)&nbsp;อำเภอคำซะอี&nbsp;28&nbsp;ราย&nbsp;ติดเชื้อภายในจังหวัด&nbsp;28&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอนิคมคำสร้อย&nbsp;จำนวน&nbsp;14&nbsp;ราย&nbsp;(ติดเชื้อภายในจังหวัด&nbsp;9&nbsp;ราย/นอกจังหวัด&nbsp;5&nbsp;ราย)&nbsp;อำเภอดอนตาลติดเชื้อภายในจังหวัด&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และอำเภอหว้านใหญ่ติดเชื้อภายในจังหวัด&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหาย&nbsp;23&nbsp;ราย</p><p><strong>รวมผู้ป่วยระลอกใหม่&nbsp;(1&nbsp;เม.ย.64-14&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;</strong>สะสมในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;จำนวน&nbsp;2,988&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายสะสม&nbsp;2,715&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ระหว่างรักษา&nbsp;257&nbsp;ราย&nbsp;รักษาตัวในโรงพยาบาล&nbsp;120&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลสนาม&nbsp;137&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ไม่มีอาการ&nbsp;87&nbsp;ราย&nbsp;มีอาการเล็กน้อย&nbsp;จำนวน&nbsp;116&nbsp;ราย&nbsp;ปอดอักเสบ/มีอาการและภาวะเสี่ยง&nbsp;จำนวน&nbsp;54&nbsp;ราย&nbsp;ปอดอักเสบและภาวะพร่องออกซิเจนเป็น&nbsp;ศูนย์&nbsp;ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม&nbsp;มีผู้เสียชีวิตสะสม&nbsp;16&nbsp;ราย</p><p><strong>นายแพทย์ประวิตร&nbsp;ศรีบุญรัตน์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ผู้ป่วยรายวันที่เพิ่มขึ้นกว่า&nbsp;60&nbsp;ราย&nbsp;นับเป็นครั้งแรกของจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ซึ่งผู้ป่วยดังกล่าวกระจายในหลายพื้นที่&nbsp;แต่ยังคงควบคุมสถานการณ์การระบาดได้&nbsp;อย่างไรก็ตามขอความร่วมมือประชาชนปฎิบัติตามมาตรการของสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดทั้งการป้องกันส่วนบุคคล&nbsp;ใส่หน้ากากตลอดเวลา&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;ล้างมือ&nbsp;หลีกเลี่ยงสถานที่เสี่ยง&nbsp;ตรวจคัดกรองด้วย&nbsp;ATK&nbsp;เมื่อมีความเสี่ยง&nbsp;ส่วนสถานประกอบการต้องเข้มการปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting</p><p><strong>พร้อมได้เชิญชวนชาวมุกดาหารรับการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;</strong>โดยเฉพาะการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกัน&nbsp;โดยขอให้ผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนและผู้ที่ถึงกำหนดรับวัคซีนเข็มกระตุ้น&nbsp;ติดต่อขอรับวัคซีนได้ที่สถานพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุขใกล้บ้าน&nbsp;รพ.สต.โรงพยาบาลชุมชน&nbsp;และโรงพยาบาลมุกดาหาร&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุม&nbsp;250&nbsp;ปี&nbsp;มุกดาหาร&nbsp;หรือในงานกาชาดและของดีจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;7-15&nbsp;มกราคมนี้</p><p><strong>สำหรับจังหวัดมุกดาหารมีผู้ฉีดวัคซีนเข็ม&nbsp;1&nbsp;ทั้งจังหวัด&nbsp;</strong>จำนวน&nbsp;219,773&nbsp;ราย&nbsp;เฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ&nbsp;80.45&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;190,504&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;69.84&nbsp;โดยอำเภอที่มีผู้ฉีดวัคซีนมากที่สุด&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอเมืองมุกดาหาร&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;91.23&nbsp;และอำเภอที่มีการฉีดวัคซีนน้อยที่สุด&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอดงหลวงคิดเป็นร้อยละ&nbsp;65.33&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	14/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สวท.มุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114170442194
501	พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์ตรวจติดตามการจำหน่ายสินค้าอุปโภค-บริโภค ในพื้นที่	<p><strong>พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์ตรวจติดตามการจำหน่ายหน้ากากอนามัย&nbsp;</strong>เจลแอลกอฮอล์&nbsp;ชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;และราคาจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค&nbsp;</p><p><strong>วันที่&nbsp;14&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;นางพิรุณวรรณน์&nbsp;จงใจภักดิ์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;</strong>มอบหมายให้นางสาวภัทรสุดา&nbsp;เกิดเกลี้ยง&nbsp;นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการ&nbsp;และเจ้าหน้าที่กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;ออกตรวจติดตามการจำหน่ายหน้ากากอนามัยในเขตอำเภอเมืองสุรินทร์&nbsp;พบว่าสถานการณ์การจำหน่ายยังอยู่ในภาวะปกติ&nbsp;ปริมาณยังคงมีเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน&nbsp;ร้านค้าส่วนใหญ่ยังไม่มีการจำกัดปริมาณการซื้อ&nbsp;โดยราคาจำหน่ายหน้ากากอนามัยในท้องตลาดยังคงปกติ&nbsp;อยู่ในราคาที่กำหนด&nbsp;พบว่าขณะนี้ประชาชนให้ความสนใจในการซื้อชุดตรวจโควิด&nbsp;ATK&nbsp;มากขึ้น&nbsp;หน้ากากอนามัย&nbsp;ขนาดกล่องบรรจุ&nbsp;50&nbsp;ชิ้น&nbsp;ราคา&nbsp;80-125&nbsp;บาท/กล่อง&nbsp;เจลแอลกอฮอล์&nbsp;450&nbsp;มล.&nbsp;ราคา&nbsp;99-130&nbsp;บาท/ขวด&nbsp;ชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;แบบน้ำลาย&nbsp;ราคา&nbsp;95-150&nbsp;บาท/ชุด&nbsp;แบบสวอปจมูก&nbsp;ราคา&nbsp;95-120&nbsp;บาท/ชุด&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ได้เน้นย้ำให้ผู้ประกอบการปิดป้ายแสดงราคาให้ชัดเจน</strong>&nbsp;และราคาจำหน่ายหน้ากากอนามัยต้องจำหน่ายไม่เกินชิ้นละ&nbsp;2.50&nbsp;บาท&nbsp;กรณีจำหน่ายหน้ากากอนามัยทางการแพทย์เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด&nbsp;มีโทษจำคุกไม่เกิน&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;ปรับไม่เกิน&nbsp;100,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;หรือกรณีไม่ปิดป้ายแสดงราคา&nbsp;มีโทษปรับไม่เกิน&nbsp;10,000&nbsp;บาท&nbsp;พร้อมทั้งได้ติดตามสถานการณ์การจำหน่ายสินค้าอุปโภค&nbsp;สุกรเนื้อแดง&nbsp;และน้ำมันพืช&nbsp;พบว่าขณะนี้ราคาสุกรเนื้อแดงมีการปรับตัวสูงขึ้นจากสัปดาห์ก่อน&nbsp;ส่วนน้ำมันพืชและไข่ไก่ราคายังคงทรงตัว&nbsp;</p><p><strong>ราคาจำหน่ายสุกรเนื้อแดง</strong>&nbsp;ณ&nbsp;ตลาดสด&nbsp;ราคา&nbsp;200-240&nbsp;บาท/กก.&nbsp;ณ&nbsp;ห้างสรรพสินค้า&nbsp;ราคา&nbsp;185-252&nbsp;บาท/กก.&nbsp;</p><p><strong>ราคาจำหน่ายน้ำมันพืชถั่วเหลือง&nbsp;</strong>ราคา&nbsp;54-55&nbsp;บาท/ขวด&nbsp;1&nbsp;ลิตร&nbsp;ราคาจำหน่ายน้ำมันพืชปาล์ม&nbsp;ราคา&nbsp;54-55&nbsp;บาท/ขวด&nbsp;1&nbsp;ลิตร&nbsp;</p><p><strong>ส่วนราคาไข่ไก่พบว่าราคายังคงทรงตัวอยู่&nbsp;</strong>ดังนี้&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;เบอร์&nbsp;0&nbsp;ราคา&nbsp;3.8-3.9&nbsp;บาท/ฟอง&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;เบอร์&nbsp;1&nbsp;ราคา&nbsp;3.6-3.7&nbsp;บาท/ฟอง&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;เบอร์&nbsp;2&nbsp;ราคา&nbsp;3.4-3.5&nbsp;บาท/ฟอง&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;เบอร์&nbsp;3&nbsp;ราคา&nbsp;3.2-3.3&nbsp;บาท/ฟอง&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;เบอร์&nbsp;4&nbsp;&nbsp;ราคา&nbsp;&nbsp;3.0-3.10&nbsp;บาท/ฟอง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้พบว่าสินค้ายังมีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการ</strong>&nbsp;และหากประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรม&nbsp;สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน&nbsp;1569&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	14/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114172700208
502	จังหวัดปัตตานีตรวจ ATK นักเรียนและผู้ปกครองก่อนลงสนามสอบ ห่างโควิด รักษาสิทธิ์ผู้เข้าสอบเป็นต้นแบบการเข้าสอบอย่างปลอดภัยจากโควิด-19	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(14&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;ที่&nbsp;อาคารเรียนรวม&nbsp;19</strong>&nbsp;มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&nbsp;วิทยาเขดปัตตานี&nbsp;ว่าที่ร้อยตรีตระกูล&nbsp;โทธรรม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี&nbsp;เป็นประธานในกิจกรรม&nbsp;""สนามสอบห่างโควิด&nbsp;รักษาสิทธิ์ผู้เข้าสอบ""&nbsp;ในการดำเนินการสอบเข้าเรียนชั้น&nbsp;มัธยมศึกษาปีที่&nbsp;1&nbsp;และมัธยมศึกษาปีที่&nbsp;4&nbsp;และการทดสอบความรู้ทางวิชาการสำหรับนักเรียนชั้น&nbsp;ป.4-ป.5&nbsp;และ&nbsp;ม.1&nbsp;-&nbsp;ม.&nbsp;2&nbsp;ของโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&nbsp;(ฝ่ายมัธยมศึกษา)&nbsp;จำนวน&nbsp;1080&nbsp;คน&nbsp;เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;มีนักเรียนเข้ารับการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;รวม&nbsp;312&nbsp;คน&nbsp;โดยมีนายภาณุ&nbsp;อุทัยรัตน์&nbsp;นายกสมาคมนักเรียนเก่าโรงเรียนสาธิตฯและผู้ปกครองนักเรียนเข้าร่วม</p><p><strong>สำหรับกิจกรรม&nbsp;""สนามสอบห่างโควิด&nbsp;รักษาสิทธิ์ผู้เข้าสอบ""&nbsp;</strong>มีการดูแลนักเรียนทุกคนภายใต้มาตรการที่เข้มงวด&nbsp;และยังคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของผู้เข้าสอบทุกคนให้เป็นไปอย่างปลอดภัย&nbsp;บรรลุเป้าประสงค์&nbsp;นักเรียนผู้เข้าสอบและผู้ปกครอง&nbsp;รวมถึงอาจารย์ผู้คุมสอบและสตาฟ&nbsp;ได้ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;จากทีมงานสาธารณสุข&nbsp;โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย&nbsp;เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ปกครอง&nbsp;</p><p><strong>อีกทั้ง&nbsp;ยังนับเป็นต้นแบบแรกของประเทศในการจัดสนามสอบที่ให้โอกาส</strong>แก่ผู้เข้าสอบที่มีผลการตรวจโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;เป็นบวก&nbsp;หรือแม้แต่ผู้เข้าสอบที่ได้รับการรักษาโรคโควิด-19&nbsp;อยู่&nbsp;ให้สามารถเข้าสอบตามความตั้งใจที่ได้มีการเตรียมตัวสอบมาเป็นระยะเวลานาน&nbsp;เป็นการส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาให้แก่เยาวชนอย่างเท่าเทียมกัน&nbsp;และสร้างความตระหนักรู้ให้แก่ทุกคนว่า&nbsp;""ถ้าเราปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด&nbsp;และร่วมมือกันเป็นอย่างดีแล้ว&nbsp;เราก็สามารถ&nbsp;ใช้ชีวิตโดยยังมีโรคโควิด-19&nbsp;อยู่&nbsp;ได้อย่างมีคุณภาพ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	14/1/2022	ภาคใต้	ปัตตานี	สวท.ปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114173355214
503	จังหวัดปทุมธานี ย้ำยังคงเข้มมาตรการฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันหมู่แก่ประชาชน และการตรวจเชื้อโควิด 19 ด้วย ATK ทุกครั้งก่อนการเข้าร่วมกิจกรรมของประชาชนและเจ้าหน้าที่เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อและลดความเสี่ยงเกิดเป็นคลัสเตอร์ใหม่	<p><strong>นายณรงค์ศักดิ์&nbsp;โอสถธนากร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี&nbsp;เป็นประธาน</strong>การประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดปทุมธานี&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3/2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;1&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี&nbsp;โดยที่ประชุมได้รับทราบผลการดำเนินงานเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี&nbsp;หลังจากที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดปทุมธานี&nbsp;เห็นชอบให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานีจัดซื้อชุดตรวจ&nbsp;โควิด-19&nbsp;Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit&nbsp;(ATK)&nbsp;จำนวน&nbsp;300,000&nbsp;ชุด&nbsp;นั้น&nbsp;</p><p><strong>ได้ดำเนินการจัดซื้อแล้วจำนวน&nbsp;225,000&nbsp;ชุด&nbsp;และส่งมอบชุดตรวจ&nbsp;โควิด-19&nbsp;ATK&nbsp;</strong>ให้กับสถานศึกษาต่างๆในจังหวัดปทุมธานีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว&nbsp;ส่วนการบริหารจัดการวัคซีนซิโนฟาร์ม&nbsp;จากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์&nbsp;โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี&nbsp;จัดซื้อวัคซีนจำนวน&nbsp;734,600&nbsp;โดส&nbsp;ได้ดำเนินการฉีดไปแล้ว&nbsp;706,600&nbsp;โดส&nbsp;คงเหลือ&nbsp;28,000&nbsp;โดส&nbsp;ขณะนี้&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานีจะดำเนินการฉีดวัคซีนซิโนฟาร์ม&nbsp;เข็มที่&nbsp;1&nbsp;และ&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;ในวันที่&nbsp;17-18&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์การค้าเซียร์&nbsp;รังสิต&nbsp;และ&nbsp;ฉีดวัคซีนซิโนฟาร์ม&nbsp;เข็มที่&nbsp;1&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;และเข็มที่&nbsp;3&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;27-28&nbsp;และ&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ในเขตพื้นที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล&nbsp;จำนวน&nbsp;13&nbsp;แห่ง&nbsp;ที่ดำเนินการถ่ายโอนภารกิจมา&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการบริหารจัดการวัคซีนโมเดอร์นาจากสภากาชาดไทย</strong>&nbsp;ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานีจัดซื้อวัคซีนจำนวน&nbsp;100,000&nbsp;โดส&nbsp;ดำเนินการฉีดแล้ว&nbsp;81,000&nbsp;โดส&nbsp;คงเหลือ&nbsp;18,100&nbsp;โดส&nbsp;โดยจะดำเนินการฉีดวัคซีนโมเดอร์น่าเข็มที่&nbsp;3&nbsp;ในวันที่&nbsp;24&nbsp;ถึง&nbsp;25&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;โดยทีมแพทย์บุคลากรทางการแพทย์จากโรงพยาบาลแพทย์รังสิต&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์การค้าเซียร์&nbsp;รังสิต&nbsp;จังหวัดปทุมธานี&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบตามที่มีการขออนุญาตสถานบริการ&nbsp;</strong>สถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ&nbsp;สถานบันเทิง&nbsp;ผับ&nbsp;บาร์&nbsp;คาราโอเกะ&nbsp;หรือสถานที่ที่มีลักษณะคล้ายกัน&nbsp;โดยให้เปิดบริการในลักษณะของร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มปกติได้ตามมติของคณะกรรมการโรคติดต่อฯ&nbsp;โดยจะต้องมีการตรวจซ้ำอีกครั้งก่อนเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ&nbsp;และกรณีร้านค้าที่ยังคงจำหน่ายแอลกอฮอล์ขอให้เปิดจำหน่ายตามเวลาที่กำหนดเท่านั้นและมีมาตรฐานSHA+รับรองการประกอบกิจการด้วย&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;คณะกรรมการโรคติดต่อฯยังคงมาตรการการตรวจ&nbsp;ATK</strong>&nbsp;ของผู้เข้าร่วมในกรณีการจัดงานหรือกิจกรรมที่รวมตัวของคนจำนวนมาก&nbsp;อาทิ&nbsp;กิจกรรมในมหาวิทยาลัย&nbsp;&nbsp;สถานศึกษาต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;การจัดพิธีประสาทปริญญา&nbsp;การจัดสอบคัดเลือกโดยใช้สถานที่สอบของสถาบันการศึกษาหรือหน่วยงานราชการเป็นพื้นที่จัดงาน&nbsp;และการจัดกิจกรรมของหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;เช่นมหกรรมจัดแสดงสินค้า&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;การประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดปทุมธานี&nbsp;ครั้งนี้</strong>&nbsp;ยังได้เน้นย้ำเรื่องของศูนย์คอลเซ็นเตอร์&nbsp;Call&nbsp;Center&nbsp;โควิด-19&nbsp;จังหวัดปทุมธานี&nbsp;หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ&nbsp;ศูนย์อำนวยการเฝ้าระวังและศูนย์ประสานงานสถานการณ์&nbsp;โควิด-19&nbsp;ในเขตพื้นที่จังหวัดปทุมธานี&nbsp;เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในจังหวัดปทุมธานีที่ประสบปัญหาเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของ&nbsp;โควิด-19&nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกและให้คำปรึกษาแก้ไขปัญหาในเบื้องต้นตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่าน&nbsp;8&nbsp;คู่สาย&nbsp;หมายเลข&nbsp;02-147-5622&nbsp;ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก&nbsp;</p><p>บริษัท&nbsp;โทรคมนาคมแห่งชาติ&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;NT&nbsp;โดยเบื้องต้นจะตั้งศูนย์ไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์นี้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	14/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	ปทุมธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปทุมธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114173123211
504	คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเพชรบุรี ศึกษาข้อมูล สะท้อนการระบาดโควิด 19 สายพันธ์ใหม่ ที่ต้องเฝ้าระวังร่วมกัน เร่งฉีดวัคซีนทุกกลุ่มเป้าหมาย และเตรียมแผนบริการฉีดวัคซีนให้กลุ่มเด็กนักเรียน 11 ขวบลงมาถึง 5 ขวบ แบบวัคซีนไปหาเด็ก โดยมีผู้ปกครองประกบดูแล	<p><strong>คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ศึกษาข้อมูล&nbsp;สะท้อนการระบาดโควิด&nbsp;19&nbsp;สายพันธ์ใหม่</strong>&nbsp;ที่ต้องเฝ้าระวังร่วมกัน&nbsp;เร่งฉีดวัคซีนทุกกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;และเตรียมแผนบริการฉีดวัคซีนให้กลุ่มเด็กนักเรียน&nbsp;11&nbsp;ขวบลงมาถึง&nbsp;5&nbsp;ขวบ&nbsp;แบบวัคซีนไปหาเด็ก&nbsp;โดยมีผู้ปกครองประกบดูแล&nbsp;</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(วันที่&nbsp;14&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)เวลา&nbsp;14.30&nbsp;น.&nbsp;นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี</strong>&nbsp;,&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี,&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และคณะกรรมการฯ&nbsp;ร่วมประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p><strong>นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</strong>เปิดเผยถึงการเฝ้าระวัง&nbsp;คุมเข้ม&nbsp;ป้องกันโรค&nbsp;covid-19&nbsp;ว่า&nbsp;สถานการณ์&nbsp;ดีขึ้นตามลำดับ&nbsp;ซึ่งถือว่ามาตรการที่ได้วางระบบไว้ประสบความสำเร็จ&nbsp;คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ได้ถอดบทเรียนศึกษาข้อมูล&nbsp;สะท้อนการระบาดโควิด&nbsp;19&nbsp;สายพันธ์ใหม่&nbsp;เพื่อเข้มทุกมาตรการและที่สำคัญต้องเฝ้าระวังร่วมกัน&nbsp;ทั้งเร่งฉีดวัคซีนทุกกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งขณะนี้&nbsp;ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง&nbsp;และเตรียมพร้อมแผนบริการฉีดวัคซีนให้กลุ่มเด็กนักเรียน&nbsp;11</strong>&nbsp;ขวบลงมาถึง&nbsp;5&nbsp;ขวบ&nbsp;แบบวัคซีนไปหาเด็ก&nbsp;โดยมีผู้ปกครองประกบดูแล&nbsp;ซึ่งจะฉีดให้นักเรียนในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;จะให้บริการฉีดในโรงเรียนทั้ง&nbsp;8&nbsp;อำเภอ&nbsp;และอำนวยความสะดวกให้ประชาชนจะบริการฉีดที่ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน&nbsp;และที่โรงงานแคลคอมพ์&nbsp;พี่น้องประชาชนสามารถติดต่อสอบถามได้ที่&nbsp;โรงพยาบาลใกล้บ้าน&nbsp;หรือที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;และสามารถเลือกชนิดวัคซีนได้&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนั้น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีได้กล่าวเพิ่มเติมว่าหากสงสัยว่าตนเองมีความเสี่ยง</strong>&nbsp;เช่นสัมผัสผู้ที่อาจติดเชื้อ&nbsp;หรือมีอาการ&nbsp;ควรแยกตัวจากผู้อื่นประมาณ&nbsp;2&nbsp;สัปดาห์และตรวจเบื้องต้นด้วยชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;หลังการสัมผัสโรค&nbsp;3&nbsp;&nbsp;5&nbsp;วัน&nbsp;ถ้าไม่พบอาการติดเชื้อให้ตรวจซ้ำอีกภายใน&nbsp;3-05&nbsp;วัน&nbsp;หรือเมื่อมีอาการ&nbsp;และให้ไปรับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลอย่าประมาท&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>จามรี&nbsp;อนุรัตน์&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรีรายงาน</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	14/1/2022	ภาคตะวันตก	เพชรบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114180233234
505	คกก.โรคติดต่อจังหวัดอุดรธานนี มีมติเปิดเรียน On site ระดับมัธยมขึ้นไป	"<p><strong>คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอุดรธานี&nbsp;มีมติเปิดเรียน&nbsp;On-site&nbsp;</strong>ตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมศึกษาขึ้นไป&nbsp;คงงดเรียน&nbsp;On-site&nbsp;ชั้นประถมและอนุบาล&nbsp;พร้อมประเมินความพร้อมอีกครั้งก่อนตัดสินใจ&nbsp;ส่วนสถานศึกษาที่เปิดเรียนต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด&nbsp;19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;</p><p><strong>วันที่&nbsp;14&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;นายสยาม&nbsp;ศิริมงคล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี&nbsp;</strong>เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอุดรธานี&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3/2565&nbsp;เพื่อติดตามการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;หรือโควิด-19&nbsp;หลังเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งทั่วโลกพบมีการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว&nbsp;กว้างขวางในหลายพื้นที่&nbsp;ซึ่งสถานการณ์การแพร่ระบาดของประเทศไทย&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพบผู้ติดเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ในจังหวัดอุดรธานีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;</p><p><strong>วันที่&nbsp;14&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ห้องประกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;อาคาร&nbsp;1&nbsp;ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี</strong>&nbsp;นายสยาม&nbsp;ศิริมงคล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;""คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอุดรธานี&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3/2565""&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;หรือโควิด-19&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี&nbsp;ตลอดจนร่วมกันพิจารณาปรับมาตรการป้องกัน&nbsp;ควบคุมการแพร่ระบาดหลังจังหวัดมีคำสั่งหลังเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;โดยมีคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอุดรธานี&nbsp;ศึกษาธิการจังหวัดอุดรธานี&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ร่วมประชุม&nbsp;</p><p><strong>นายอุเทน&nbsp;หาแก้ว&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>วันนี้ประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;รายใหม่&nbsp;8,167&nbsp;คน&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;14&nbsp;คน&nbsp;ผู้ป่วยสะสม&nbsp;2,300,457&nbsp;คน&nbsp;อยู่ระหว่างการรักษา&nbsp;70,594&nbsp;คน&nbsp;รักษาหาย&nbsp;3,845&nbsp;คน&nbsp;เสียชีวิตสะสม&nbsp;21,883&nbsp;คน&nbsp;ในขณะที่จังหวัดอุดรธานี&nbsp;พบผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;รายใหม่&nbsp;121&nbsp;คน&nbsp;ผู้ป่วยสะสม&nbsp;22,802&nbsp;คน&nbsp;อยู่ระหว่างการรักษาตัว&nbsp;972&nbsp;คน&nbsp;รักษาหาย&nbsp;21,653&nbsp;คน&nbsp;เสียชีวิตสะสม&nbsp;169&nbsp;คน&nbsp;อยู่ในลำดับที่&nbsp;11&nbsp;ของประเทศไทย&nbsp;</p><p><strong>สำหรับเป้าหมายการเข้ารับการฉีดวัคซีนจังหวัดอุดรธานี&nbsp;1,429,193&nbsp;คน</strong>&nbsp;ฉีดไปแล้ว&nbsp;1,975,705&nbsp;โดส&nbsp;แยกเป็นเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;949,633&nbsp;คน&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;871,094&nbsp;คน&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;143,091&nbsp;คน&nbsp;และเข็มที่&nbsp;4&nbsp;จำนวน&nbsp;11,887&nbsp;คน&nbsp;ที่ประชุมยังได้ร่วมกันพิจารณาทบทวนปรับมาตรการเปิดเรียนในชั้นเรียน&nbsp;(On&nbsp;site)&nbsp;ซึ่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอุดรธานีมีมติให้เปิดเรียนในระดับมัธยมศึกษาขึ้นไป&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;17&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;คงมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;เข้มข้น&nbsp;นักเรียนทุกคนตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเข้าเรียน&nbsp;ผู้ปกครอง&nbsp;ครู&nbsp;นักเรียนได้รับการฉีดวัคซีนครบโดส&nbsp;</p><p><strong>ในขณะที่ระดับประถมศึกษาและระดับอนุบาล&nbsp;ยังให้งดเรียน&nbsp;On&nbsp;site&nbsp;ออกไปก่อน&nbsp;</strong>ซึ่งที่ประชุมจะทำการประเมินความพร้อมของสถานศึกษาอีกครั้ง&nbsp;ร้านอาหารที่ผ่าน&nbsp;SHA&nbsp;plus&nbsp;ที่ได้รับอนุญาต&nbsp;เปิดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านได้ไม่เกิน&nbsp;21.00&nbsp;น.&nbsp;พร้อมกันนี้ที่ประชุมได้นำเสนอมาตรการด้านสาธารณสุข&nbsp;และคำแนะนำประชาชน&nbsp;หลังกระทรวงสาธารณสุขยกระดับการเตือนภัยโรคโควิด-19&nbsp;เป็นระดับ&nbsp;4&nbsp;โดยขอความร่วมมือประชาชนงดเข้าสถานที่เสี่ยง/อากาศไม่ถ่ายเทและแออัด/งดร่วมกิจกรรมสังสรรค์ดื่มกิน,&nbsp;สวมหน้ากากตลอดเวลา/ชะลอการเดินทางหากไม่จำเป็น/ผู้ที่เดินทางกลับจากต่างจังหวัดให้เฝ้าระวังสังเกตอาการตนเองที่บ้าน&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;(Work&nbsp;From&nbsp;Home&nbsp;)&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทุกสัปดาห์&nbsp;หากพบว่าติดเชื้อ&nbsp;โทร&nbsp;1330&nbsp;สปสช.หรือโรงพยาบาลใกล้บ้าน&nbsp;เพื่อลงทะเบียนรักษาแบบแยกกักที่บ้าน&nbsp;Home&nbsp;Isolation,&nbsp;สถานประกอบการปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;COVID-Free&nbsp;Setting&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;หากพบว่าติดเชื้อให้ทำ&nbsp;Bubble&nbsp;และ&nbsp;Seal&nbsp;และขอความร่วมมือประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาลหรือศูนย์บริการฉีดวัคซีนใกล้บ้าน&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้จากการแพร่ระบาดของโควิด-19</strong>&nbsp;ที่พบว่าปัจจุบันความรุนแรงและผู้เสียชีวิตมีทิศทางลดลง&nbsp;ประชาชนมีภูมิคุ้มกันมากขึ้น&nbsp;และระบบบริหารจัดการดูแลรักษาและความคุมการระบาดได้ดีในปี&nbsp;2656&nbsp;คาดการณ์ว่าโควิด-19&nbsp;จะกลายเป็นโรคประจำถิ่นด้วย&nbsp;3&nbsp;ปัจจัยหลักดังกล่าว&nbsp;</p><p><strong>ในการประชุมครั้งนี้ที่ประชุมยังได้ร่วมกันพิจารณาอนุญาตให้จัดตั้งศูนย์พักคอย</strong>&nbsp;(Community&nbsp;isolation&nbsp;หรือ&nbsp;CI&nbsp;จำนวน&nbsp;24&nbsp;แห่ง&nbsp;จำนวนเตียง&nbsp;1,445&nbsp;เตียง&nbsp;ใน&nbsp;19&nbsp;อำเภอ&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ในพื้นที่,&nbsp;อนุญาตให้จัดสอบแข่งขันบรรจุและแต่งตั้งบุคลากรเข้ารับราชการครูและบุคลากรการศึกษา&nbsp;ตำแหน่งผู้ช่วยครู&nbsp;สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน&nbsp;ปี&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ซึ่งกำหนดจัดสอบวันที่&nbsp;5-6&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;โดยมีสนามสอบ&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;โรงเรียนอนุบาลอุดรธานี/โรงเรียนอุดรพิทยานุกูล/โรงเรียนอุดรพิชัยรักษ์พิทยา&nbsp;และโรงเรียนบ้านหมากแข้ง&nbsp;การขอใช้สถานที่มหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานีเป็นสนามสอบแข่งขันเพื่อบรรจุแต่งตั้งบุคลากรเข้ารับราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา&nbsp;ตำแหน่งผู้ช่วยครู&nbsp;ในวันที่&nbsp;30&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;การจัดการแข่งขันแบดมินตัน&nbsp;(เสนีย์แบดมินตัน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1)&nbsp;การจัดการแข่งขันกีฬา&nbsp;""ลุ่มน้ำโขงเกมส์&nbsp;โดยในการอนุญาตกำหนดให้ดำเนินการภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;(ตรวจATK&nbsp;หน้างาน/ห้องสอบ&nbsp;วัดอุณหภูมิร่างกายก่อนสวมแมสก์ตลอดเวลา&nbsp;นำอาหารกลางวันมารับประทานในห้องสอบไม่อนุญาตให้ญาติเข้าไปในสถานที่สอบ&nbsp;และจำกัดผู้ชม)&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	14/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุดรธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114183443249
506	ประชาสัมพันธ์จังหวัดเลย จัดโครงการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวจังหวัดเลย กิจกรรมสร้างพัฒนาและรักษาเครือข่ายการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว	<p><strong>ที่ห้องประชุมไอยรา&nbsp;โรงแรมฟลอร่า&nbsp;ฮิลล์&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดเลย</strong>&nbsp;นายชัยธวัช&nbsp;เนียมศิริ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวจังหวัดเลย&nbsp;กิจกรรมสร้างพัฒนาและรักษาเครือข่ายการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;เครือข่ายประชาสัมพันธ์&nbsp;</p><p><strong>นายชัยธวัช&nbsp;เนียมศิริ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จังหวัดเลยมีคำขวัญประจำจังหวัด&nbsp;ว่า&nbsp;เมืองแห่งทะเลภูเขา&nbsp;สุดหนาวในสยาม&nbsp;ดอกไม้งามสามฤดู&nbsp;ถิ่นที่อยู่อริยสงฆ์&nbsp;มั่นคงความสะอาด&nbsp;โดยกำหนดวิสัยทัศน์ในการพัฒนาจังหวัดว่า&nbsp;เมืองน่าอยู่&nbsp;เมืองแห่งการท่องเที่ยว&nbsp;การค้าและการลงทุนภายใต้การพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;และกำหนดตำแหน่งการพัฒนาด้านการเป็นเมืองท่องเที่ยวอยู่ในลำดับแรก&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;ยังเป็นจังหวัดที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ&nbsp;เนื่องจากมีทรัพยากรและศักยภาพทางการท่องเที่ยว&nbsp;เป็นสถานที่ทางธรรมชาติ&nbsp;เช่น&nbsp;ป่าไม้&nbsp;ภูเขา&nbsp;ถ้ำ&nbsp;น้ำตก&nbsp;แม่น้ำ&nbsp;และสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ&nbsp;เช่น&nbsp;บ้านไม้เรือนเก่าเชียงคาน&nbsp;สกายวอล์คเชียงคาน&nbsp;มีสถานที่ท่องเที่ยวด้านศาสนาและวัฒนธรรม&nbsp;อีกเป็นจำนวนมาก&nbsp;ดังนั้น&nbsp;การจัดกิจกรรมสร้างพัฒนาและรักษาเครือข่ายการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว&nbsp;จึงมีความจำเป็นเป็นอย่างยิ่ง&nbsp;ในการเสริมสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างหน่วยงานและทุก&nbsp;ๆ&nbsp;องค์กร&nbsp;เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนงานด้านการประชาสัมพันธ์&nbsp;ตลอดจนการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและการเป็นเจ้าบ้านที่ดีให้นักท่องเที่ยวโดยทั่วไปได้รับทราบ&nbsp;โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ในขณะนี้&nbsp;สื่อมวลชน&nbsp;นักประชาสัมพันธ์&nbsp;มีความสำคัญในการสร้างการรับรู้&nbsp;สร้างความเข้าใจ&nbsp;ในการเฝ้าระวัง&nbsp;การระงับยับยั้งป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด-19&nbsp;มากที่สุด&nbsp;จึงขอฝากทุกท่านได้ช่วยกันสื่อข่าวให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบและถือปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;อย่างจริงจังและต่อเนื่องผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า&nbsp;ผู้เข้าร่วมสัมมนาฯ&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง&nbsp;ในความร่วมมือด้านการเป็นเครือข่ายประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;และร่วมกันขับเคลื่อนให้จังหวัดเลยเป็นเมืองน่าอยู่&nbsp;เมืองแห่งการท่องเที่ยวและการลงทุน&nbsp;ภายใต้การพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป&nbsp;</p><p><strong>นางทรงศิริ&nbsp;แก้วคำ&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดเลย&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ในนามคณะผู้จัดและผู้เข้าร่วมกิจกรรมสร้างพัฒนาและรักษาเครือข่ายประชาสัมพันธ์&nbsp;ขอขอบพระคุณ&nbsp;นายชัยธวัช&nbsp;เนียมศิริ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&nbsp;เป็นอย่างยิ่งที่ให้เกียรติเป็นประธานพิธีเปิดการจัดกิจกรรมสร้างพัฒนาและรักษาเครือข่ายประชาสัมพันธ์&nbsp;ตามโครงการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวจังหวัดเลย&nbsp;เพื่อพัฒนาและรักษาเครือข่ายสื่อบุคคลที่มีอยู่&nbsp;ให้เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ&nbsp;มีทักษะและประสบการณ์&nbsp;ในการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น&nbsp;และประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารด้านการเฝ้าระวัง&nbsp;ป้องกันระงับยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;เป็นการเพิ่มช่องทางการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว&nbsp;การรับ-ส่ง&nbsp;ข่าวสาร&nbsp;ให้กว้างขวางและครอบคลุมทุกหน่วยงาน&nbsp;ทุกพื้นที่ของจังหวัดเลย&nbsp;โดยกำหนดจัดเป็น&nbsp;2&nbsp;รุ่น&nbsp;ๆ&nbsp;ละ&nbsp;50&nbsp;คน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;สื่อวิทยุในพื้นที่จังหวัดเลย&nbsp;ผู้ดูแลหอกระจายข่าว&nbsp;อาสาสมัครประชาสัมพันธ์ประจำหมู่บ้านและชุมชน</p><p><strong>ทั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดเลยย้ำถึงการประชาสัมพันธ์ในเรื่องไวรัสโคโรนา&nbsp;2019</strong>&nbsp;เพื่อให้ประชาชนได้รับข่าวสารที่ถูกต้อง&nbsp;พร้อมทั้งกำชับให้ใช้มาตรการ&nbsp;VUCA&nbsp;(วูก้า)&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;ในเขตพื้นที่จังหวัดเลยโดยแบ่งออกเป็น&nbsp;4&nbsp;ตัวได้แก่&nbsp;V&nbsp;-&nbsp;Vaccine&nbsp;ฉีดครบ&nbsp;ลดป่วยหนัก&nbsp;U&nbsp;-&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;ป้องกันตัวเองตลอดเวลา&nbsp;ห่างไกลจากโควิด,&nbsp;C&nbsp;-&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;สถานที่บริการพร้อม&nbsp;ผู้ให้บริการฉีดวัคซีนครบ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทุกสัปดาห์,&nbsp;A&nbsp;-&nbsp;ATK&nbsp;(Antigen&nbsp;test&nbsp;kit)&nbsp;พร้อมตรวจเสมอเมื่อใกล้ชิดคนติดเชื้อ&nbsp;หรือมีอาการทางเดินหายใจ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	14/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	เลย	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเลย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114192829257
507	พบแล้ว						
508	ผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน 2 รายแรกของจังหวัดนราธิวาส ที่อำเภอสุไหงโก-ลก	<p><strong>นายมะยุรี&nbsp;เจะโซะ&nbsp;สาธารณสุขอำเภอสุไหงโก-ลก&nbsp;แจ้งว่า</strong>&nbsp;ขณะนี้อำเภอสุไหงโก-ลก&nbsp;พบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนในพื้นที่&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;โดยเป็นนักศึกษาที่พักอาศัยในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และ&nbsp;หมู่5&nbsp;ตำบลปาเสมัส&nbsp;จำนวน1&nbsp;ราย&nbsp;โดยทั้ง2&nbsp;ราย&nbsp;กลับมาจากการร่วมงานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ในจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เมื่อมีอาการจึงทำการตรวจATK&nbsp;โดยผลเป็นบวก&nbsp;จากนั้นจึงส่งสิ่งส่งตรวจไปหาสายพันธุ์&nbsp;และได้รับการยืนยันว่าเป็นสายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;โดยขณะนี้ทั้ง2&nbsp;รายเข้ารับการรักษาตัวและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้เข้าทำการคัดกรองกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงในครอบครัว&nbsp;และผู้สัมผัสใกล้ชิดบุคคลทั้ง2รายเพื่อให้กักตัว&nbsp;ติดตามอาการโดยภายในครอบครัวมีผลเป็นลบ&nbsp;ทั้งนี้ขอเน้นย้ำว่า&nbsp;การนิยามการเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง&nbsp;จะหมายถึง&nbsp;ผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ&nbsp;โดยไม่สวมหน้ากากอนามัยเป็นหลัก</p><p><strong>สำหรับประชาชนในพื้นที่&nbsp;ไม่ควรตื่นตระหนกกับการพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอน</strong>&nbsp;เพราะอาการโดยรวมน้อยกว่าสายพันธุ์เดลต้า&nbsp;เพียงแต่จะแพร่เชื้อได้ง่าย&nbsp;ดังนั้นขอให้ทุกคนให้ความสำคัญกับการสวมหน้ากากอนามัย&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;ล้างมือ&nbsp;หลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่แออัด&nbsp;และทุกครัวเรือนที่มีผู้ที่ครบตามเกณฑ์&nbsp;ตั้งแต่อายุ&nbsp;12&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;ผู้สูงอายุ&nbsp;กลุมเสี่ยง&nbsp;7&nbsp;โรคเรื้อรัง&nbsp;หญิงตั้งครรภ์เกิน&nbsp;12&nbsp;สัปดาห์&nbsp;รวมทั้งผู้ป่วยติดเตียง&nbsp;ควรฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมทุกเข็มตามประกาศของกรมควบคุมโรค</p><p>และในกรณีพบเชื้อ&nbsp;จะมีการจัดยาต้านไวรัสฟาวิพิราเวียร์&nbsp;ให้รับประทานในช่วง&nbsp;5-10&nbsp;วัน&nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่เชื้อไวรัสก็จะหายไป&nbsp;แต่ในรายที่พบเชื้อสายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;หรือ&nbsp;ผู้ป่วยที่มีอาการ&nbsp;ก็จะนำเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดในวงกว้างหากรักษาตัวภายในบ้าน&nbsp;</p><p><strong>นายมะยุรี&nbsp;เจะโซะ&nbsp;สาธารณสุขอำเภอสุไหงโก-ลก&nbsp;เน้นย้ำ&nbsp;กรณีเดินทางมาจากต่างจังหวัด</strong>&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่ที่พบการแพร่ระบาดของสายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;ขอให้ทำการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเข้าพื้นที่&nbsp;ประมาณ&nbsp;12-72&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และตรวจซ้ำทุก&nbsp;3&nbsp;วันจนครบ&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;เพราะการพบผู้ติดเชื้อเร็ว&nbsp;รักษาทันที&nbsp;จะสามารถป้องกันการแพร่ระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	14/1/2022	ภาคใต้	นราธิวาส	สวท.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114203236291
509	ตลาดนัด ถนนคนเดินเที่ยวเพลินเมืองโก-ลก ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างเข้มงวด	<p><strong>ผอ.กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ทม.สุไหงโก-ลก&nbsp;ยืนยัน&nbsp;ตลาดนัด</strong>&nbsp;ถนนคนเดินเที่ยวเพลินเมืองโก-ลก&nbsp;มีหลักเกณฑ์การควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;อย่างเข้มงวด&nbsp;มั่นใจหากทุกคนปฏิบัติตามกฎจะไม่เกิดคลัสเตอร์&nbsp;หรือการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&nbsp;ในพื้นที่</p><p><strong>นายพิทักษ์ศิษย์&nbsp;พาณิชย์ธนาคม&nbsp;ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม</strong>&nbsp;เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตามที่อำเภอสุไหงโก-ลก&nbsp;พบผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอนในพื้นที่&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ยืนยันไม่กระทบกับการเปิดตลาดทั้งตลาดทั่วไป&nbsp;และตนาดนัดในพื้นที่&nbsp;โดยเฉพาะตลาดนัด&nbsp;ถนนคนเดินเที่ยวเพลินเมืองโก-ลก&nbsp;ที่เปิดตลาดทุกวันศุกร์&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณอาคารฟู๊ดเซนเตอร์&nbsp;เนื่องจากกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก&nbsp;ได้กำหนดหลักเกณฑ์ที่เข้มงวดและรัดกุมตามาตรฐานความปลอดภัยเพื่อควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&nbsp;ดังนั้นหากทุกคนปฏิบัติตามกฎจะไม่เกิดคลัสเตอร์&nbsp;หรือพบการแพร่ระบาดภายในงาน&nbsp;</p><p><strong>สำหรับผู้ประกอบการร้านค้าและผู้ช่วย&nbsp;จะต้องฉีดวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็มเท่านั้น</strong>&nbsp;กรณีมีอาการหวัด&nbsp;จะต้องเข้ารับการตรวจATKในช่วงเย็นวันพฤหัสบดีที่กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม&nbsp;&nbsp;และจะมีการออกสุ่มตรวจในช่วงเปิดตลาดทุกครั้ง&nbsp;ทุกคนจะต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่ให้บริการประชาชน&nbsp;และมีเจลล้างมือสำหรับตนเองและให้บริการลูกค้า&nbsp;ส่วนประชาชนที่มาใช้บริการ&nbsp;ทุกคนต้องลงทะเบียน&nbsp;และล้างมือ&nbsp;อีกทั้งต้องตรวจวัดอุณหภูมิ&nbsp;หากสูงกว่า&nbsp;37.5&nbsp;องศาเซลเซียสจะไม่อนุญาตให้เข้าไปภายในพื้นที่&nbsp;ทั้งนี้ขอความร่วมมือกรณีที่มีอาการป่วยไข้ไม่สบายขอให้งดการเดินทางเข้าไปภายในงานถนนคนเดินฯอย่างเด็ดขาด&nbsp;เมื่อเข้าไปในพื้นที่โปรดเว้นระยะห่างกับบุคคลอื่น&nbsp;หากจำเป็นต้องถอดหน้ากากอนามัยเพื่อรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่ม&nbsp;ขอให้เว้นระยะห่างระหว่างบุคคล</p><p><strong>นายพิทักษ์ศิษย์&nbsp;พาณิชย์ธนาคม&nbsp;ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม</strong>&nbsp;เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&nbsp;อยู่กับพื้นที่มาเป็นระยะเวลากว่า&nbsp;2&nbsp;ปีแล้ว&nbsp;และขณะนี้อัตราการป่วยรุนแรงหรือเสียชีวิตไม่มีอยู่ในระบบหลายสัปดาห์ติดต่อกัน&nbsp;อีกทั้งประชาชนส่วนใหญ่ได้ฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ตนเอง&nbsp;และสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ในกับตนเองแล้ว&nbsp;สิ่งสำคัญที่ต้องเน้นย้ำเพื่อการป้องกันตัวเองให้ปลอดภัยจากโควิด-19&nbsp;ซึ่งรวมทั้งสายพันธ์โอมิครอน&nbsp;คือ&nbsp;การฉีดวัคซีนให้ครบตามเกณฑ์&nbsp;การสวมหน้ากากอนามัย&nbsp;การเว้นระยะห่างทางสังคม&nbsp;หมั่นล้างมือบ่อยๆเมื่อเดินทางเข้าไปในพื้นที่สาธารณะ&nbsp;ซึ่งหากปฏิบัติได้ตามนี้ก็จะช่วยลดการติดเชื้อ&nbsp;และการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&nbsp;ได้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	14/1/2022	ภาคใต้	นราธิวาส	สวท.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114203356293
510	จ.แม่ฮ่องสอน มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 14 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย	<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;(ศปก.จ.มส.)&nbsp;</strong>รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในการระบาดตั้งแต่ระลอกเดือนเมษายน&nbsp;&nbsp;2564&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;14&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;(เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.)&nbsp;มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ทั้งสิ้นจำนวน&nbsp;3,670&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเพศชาย&nbsp;&nbsp;1,690&nbsp;ราย&nbsp;และเพศหญิง&nbsp;1,980&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;49&nbsp;ราย&nbsp;(1.34&nbsp;%)&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;3,436&nbsp;ราย&nbsp;(93.62&nbsp;%)&nbsp;ยังอยู่ระหว่างรักษา&nbsp;185&nbsp;ราย&nbsp;(5.04&nbsp;%)&nbsp;มีอาการเล็กน้อย&nbsp;176&nbsp;ราย&nbsp;ปานกลาง&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;และรุนแรง&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;รักษาอยู่ที่&nbsp;โรงพยาบาลศรีสังวาลย์&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลปาย&nbsp;14&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลแม่สะเรียง&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลสบเมย&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลแม่ลาน้อย&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลขุนยวม&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลสนาม&nbsp;38&nbsp;ราย&nbsp;และรักษาในศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;97&nbsp;ราย</p><p><strong>สำหรับวันนี้&nbsp;มีผู้ได้รับการตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;1,004&nbsp;ชุด&nbsp;</strong>พบเชื้อ&nbsp;14&nbsp;ราย&nbsp;และเสียชีวิต&nbsp;1&nbsp;รายเป็นผู้ป่วยในจังหวัดทั้งหมด&nbsp;โดยมีรายละเอียด&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายที่&nbsp;213&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;34&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;12&nbsp;ต.ปางหมู&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;อาชีพพนักงานบริษัทแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงอยู่ในสถานที่ที่มีคนหนาแน่นและสัมผัสผู้คนเป็นจำนวนมาก&nbsp;มีอาการเจ็บคอ&nbsp;และมีน้ำมูก&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสนาม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายที่&nbsp;214&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ต.ผาบ่อง&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นนักเรียน&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;(157)&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;และมีน้ำมูก&nbsp;ส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสนาม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายที่&nbsp;215&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;15&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ต.เวียงใต้&nbsp;อ.ปาย&nbsp;เป็นนักเรียน&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงเดินทางไปพื้นที่ที่มีโรคระบาดและสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยันจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;ปวดศีรษะ&nbsp;ไอ&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;มีเสมหะ&nbsp;มีน้ำมูก&nbsp;และ&nbsp;ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลปาย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายที่&nbsp;216&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;41&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ต.เวียงใต้&nbsp;อ.ปาย&nbsp;อาชีพธุรกิจส่วนตัว&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงอยู่ในสถานที่ที่มีคนหนาแน่นและสัมผัสใกล้ชิดนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;ปวดศีรษะ&nbsp;และถ่ายเหลว&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลปาย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายที่&nbsp;217&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;32&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ต.ขุนยวม&nbsp;อ.ขุนยวม&nbsp;อาชีพรับราชการ&nbsp;หน่วยงานแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอขุนยวม&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;(รายที่&nbsp;164&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT&nbsp;-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลขุนยวม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายที่&nbsp;218&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;62&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ต.แม่อูคอ&nbsp;อ.ขุนยวม&nbsp;เป็นผู้สูงอายุ&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;(รายที่&nbsp;165)&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;และมีน้ำมูก&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลขุนยวม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายที่&nbsp;219&nbsp;-&nbsp;221&nbsp;รวม&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ช่วงอายุระหว่าง&nbsp;62&nbsp;-&nbsp;80&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่หมู่ที่&nbsp;7,&nbsp;10&nbsp;ต.บ้านกาศ&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;เป็นผู้สูงอายุ&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยันในพื้นที่&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยง&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;บ้านขุนแม่ต๊อบ&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;มีน้ำมูก&nbsp;และลิ้นไม่รับรส&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลแม่สะเรียง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;2&nbsp;ราย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายที่&nbsp;222&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;19&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ต.สบเมย&nbsp;อ.สบเมย&nbsp;อาชีพรับจ้าง&nbsp;มาตรวจสุขภาพประจำปีที่โรงพยาบาลแม่สะเรียง&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นลบ&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;อ.แม่สะเรียง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายที่&nbsp;223&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;56&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ต.สบเมย&nbsp;อ.สบเมย&nbsp;อาชีพรับจ้าง&nbsp;มีอาการไอเป็นเลือดส่งตัวมารักษาโรงพยาบาลแม่สะเรียง&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นลบ&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลแม่สะเรียง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายที่&nbsp;224&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;8&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;13&nbsp;ต.แม่ยวม&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;เป็นนักเรียน&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยันในพื้นที่&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยง&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;บ้านจอมกิตติ&nbsp;มีอาการ&nbsp;มีน้ำมูก&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นลบและส่งตรวจ&nbsp;RT&nbsp;-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;อ.แม่สะเรียง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายที่&nbsp;225&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;39&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ต.แม่คะตวน&nbsp;อ.สบเมย&nbsp;อาชีพเกษตรกร&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงอยู่ในพื้นที่ที่มีโรคระบาด&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ&nbsp;คลัสเตอรผาผ่า&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;และหายใจเหนื่อยหอบ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวกและส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสบเมย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายที่&nbsp;226&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;65&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;ต.สบเมย&nbsp;อ.สบเมย&nbsp;อาชีพเกษตรกร&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงอยู่ในพื้นที่ที่มีโรคระบาด&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ&nbsp;คลัสเตอร์แม่ตอละ&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;และไอ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสบเมย</p><p><strong>สำหรับผู้ป่วยที่เสียชีวิตในวันนี้&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;มีรายละเอียด&nbsp;ดังนี้&nbsp;</strong>รายที่&nbsp;3359&nbsp;ผู้ป่วยหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;72&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ต.แม่สะเรียง&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;เป็นผู้สูงอายุ&nbsp;&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;วันที่&nbsp;26&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแม่สะเรียง&nbsp;ด้วยอาการไอแห้งหายใจหอบเหนื่อย&nbsp;และเจ็บชายโครง&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;ทำการรักษาตามแนวทางการรักษาผู้ป่วยกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ต่อมาวันที่&nbsp;13&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เริ่มมีระบบอวัยวะภายในล้มเหลวไตวายเฉียบพลัน&nbsp;ปอดเสียหายจากการติดเชื้อรุนแรง&nbsp;ผู้ป่วยมีระดับออกซิเจนในเลือดต่ำลงเรื่อยๆ&nbsp;ความดันโลหิตต่ำลง&nbsp;ผู้ป่วยได้เสียชีวิตลงในเวลา&nbsp;06.05&nbsp;น.&nbsp;แพทย์วินิจฉัยสาเหตุการเสียชีวิตจากปอดอักเสบจากเชื้อโควิด-19&nbsp;โดยมีปัจจัยที่ส่งเสริมให้เกิดโรครุนแรง&nbsp;คือ&nbsp;ผู้สูงอายุและไม่รับวัคซีน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	14/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114223401340
511	ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ประกาศเข้มมาตรการรับมือโอมิครอน ให้ WFH ต่อถึง 31 มกราคมนี้	<p><strong>นายธีรภัทร&nbsp;ประยูรสิทธิ&nbsp;ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ได้ลงนามในประกาศสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เรื่องแนวทางการปฎิบัติงานภายในที่พักและมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;หรือโควิด-19&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;11)&nbsp;โดยที่สถานการณ์การแพร่ระบาด&nbsp;โควิด-19&nbsp;ในหลายประเทศทั่วโลกได้ทวีความรุนแรง&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอนสามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วและมีโอกาสทำให้ติดเชื้อได้ง่ายกว่าสายพันธุ์อื่นๆ&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่ประเทศไทย&nbsp;ตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัสกลายพันธุ์ดังกล่าวมากขึ้นเป็นลำดับ</strong>&nbsp;จึงจำเป็นต้องเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;โดยการปรับพื้นที่สถานการณ์และปรับปรุงมาตรการป้องกันและควบคุมโรคให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป&nbsp;ดังนั้นตามข้อกำหนดมาตรา&nbsp;9&nbsp;แห่ง&nbsp;พ.ร.ก.ฉุกเฉิน&nbsp;ที่ให้ขยายเวลา&nbsp;Work&nbsp;From&nbsp;Home&nbsp;ไปจนถึงสิ้นเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;ขอให้บุคลากรสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;ปฎิบัติงานภายในที่พัก(เวิร์ก&nbsp;ฟอรม&nbsp;โฮม)&nbsp;อย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่าร้อยละ&nbsp;85&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;15-31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>การปฎิบัติงานดังกล่าวต้องไม่กระทบกับภารกิจการให้บริการประชาชน</strong>&nbsp;โดยให้หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กำกับ&nbsp;ควบคุม&nbsp;ดูแลบุคลากรในสังกัดให้ปฏิบัติงานภายในที่พักในเวลาราชการ&nbsp;ทั้งนี้บุคลากรที่เดินทางโดยรถโดยสารสาธารณะ&nbsp;ให้ปฏิบัติงานภายในที่พัก&nbsp;รวมทั้งให้เจ้าหน้าที่ตรวจคัดกรองเบื้องต้นเพื่อหาเชื้อโควิด-19&nbsp;โดยชุด&nbsp;ATK&nbsp;ทุกสัปดาห์ๆ&nbsp;ละ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;ในวันแรกที่เข้าปฎิบัติงาน&nbsp;ตามแนวทางที่ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้พิจารณาเห็นชอบแล้ว</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	15/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220115140954457
512	โรงพยาบาลลำปาง นำร่องจัด ยาด่วน เพื่อคนเมือง อำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่ผลตรวจ ATK เป็นบวก ณ จุดตรวจทันที	"<p><strong>นายแพทย์นิพนธ์&nbsp;เฉลิมพันธ์ชัย&nbsp;รองผู้อำนวยการด้านพัฒนาระบบบริการและสนับสนุนบริการสุขภาพ&nbsp;โรงพยาบาลลำปาง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ปัจจุบันพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดลำปางติดเชื้อโควิด-19&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;เฉลี่ยประมาณ&nbsp;50-100&nbsp;คนต่อวัน&nbsp;ส่วนใหญ่ร้อยละ&nbsp;80&nbsp;อยู่ในเขตอำเภอเมือง&nbsp;ซึ่งทางศูนย์&nbsp;COVID-19&nbsp;&amp;&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;โรงพยาบาลลำปาง&nbsp;พบปัญหาการไม่สามารถส่งยาและอาหารให้กับผู้ป่วยที่พบว่าติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ที่กักตัวและดูแลตัวเองที่บ้านได้ทัน&nbsp;ซึ่งต้องรอประมาณ&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงถึงจะได้ยา&nbsp;เพราะกำลังเจ้าหน้าที่มีจำนวนจำกัด&nbsp;</p><p><strong>นายแพทย์นิพนธ์&nbsp;เฉลิมพันธ์ชัย&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;</strong>โครงการ&nbsp;ยาด่วน&nbsp;เพื่อคนเมือง&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน&nbsp;โดยหากพบว่าผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นบวก&nbsp;จะจ่ายยาที่จำเป็นพื้นฐานพร้อมยาฟาวิพิราเวียร์ให้ทันที&nbsp;ณ&nbsp;จุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;พร้อมมีพยาบาลสอนวิธีการดูแลตัวเองที่บ้าน&nbsp;(Home&nbsp;Isolation&nbsp;;HI)&nbsp;ส่วนวิธีการลงทะเบียน&nbsp;ทางเจ้าหน้าที่จะเป็นผู้ทำการลงทะเบียนให้กับผู้ที่ผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นบวก&nbsp;ซึ่งจะสามารถช่วยลดปัญหาการโทรเข้าศูนย์ฯ&nbsp;ไม่ติด&nbsp;การรอสายนาน&nbsp;การรอยานาน&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;เป็นต้น&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ขอให้ประชาชนเข้ารับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;เพราะวัคซีนจะสามารถลดอาการรุนแรงของโรคและมีความปลอดภัยได้&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการ&nbsp;COVID&nbsp;&amp;&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;เขตอำเภอเมืองลำปาง&nbsp;ได้ปรับเวลาให้บริการ&nbsp;เป็นทุกวัน</strong>&nbsp;ระหว่างเวลา&nbsp;08.30&nbsp;-&nbsp;20.00&nbsp;น.&nbsp;ตั้งแต่วันเสาร์ที่&nbsp;15&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;โดยประชาชชนสามารถปรึกษากรณีตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ได้ผลบวก&nbsp;กรณีมีปัญหาระหว่างกักตัวที่บ้าน&nbsp;และสอบถามปัญหาทั่วไปเกี่ยวกับโควิด-19&nbsp;ได้ทางหมายเลขโทรศัพท์&nbsp;0&nbsp;5401&nbsp;9998</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);"">#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>"	15/1/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220115103840363
513	สนามสอบ ม.1, ม.4 โรงเรียนอนุบาลยะลา คึกคัก คุมเข้มโควิด นักเรียนทุกคนต้องตรวจ ATK	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(15&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;&nbsp;ทางโรงเรียนอนุบาลยะลา&nbsp;ได้เปิดห้องเรียน&nbsp;เป็นสนามสอบคัดเลือกนักเรียน</strong>เพื่อเข้าศึกษาในชั้นมัธยมศึกษาปีที่&nbsp;1&nbsp;และ&nbsp;4&nbsp;ประจำปีการศึกษา&nbsp;2565&nbsp;ให้กับนักเรียน&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดยะลา&nbsp;ซึ่งต้องการเข้าศึกษาต่อที่&nbsp;มอ.ปัตตานี&nbsp;โดยในปีนี้เป็นปีแรกที่&nbsp;ทาง&nbsp;มอ.ปัตตานี&nbsp;ได้กระจายผู้เข้าสอบไปยังจังหวัดต่างๆ&nbsp;จากเดิมที่ต้องเดินทางไปสอบที่&nbsp;มอ.ปัตตานี&nbsp;เพียงจุดเดียว&nbsp;&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ลดความหนาแน่นของนักเรียน</p><p><strong>ขณะที่บรรยากาศโดยทั่วไป&nbsp;ได้มีบรรดาพ่อแม่&nbsp;ผู้ปกครอง&nbsp;นำบุตรหลาน&nbsp;จากโรงเรียนต่างๆ</strong>&nbsp;ทั้งใน&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;และต่างอำเภอ&nbsp;มาเข้าร่วมสอบอย่างคึกคัก&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งทางโรงเรียนอนุบาลฯ&nbsp;ได้ตั้งจุดตรวจคัดกรอง&nbsp;คุมเข้มงวดมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;ตั้งแต่ทางเข้าประตูโรงเรียน&nbsp;โดยทุกคนจะต้องสแกนคิวอาร์โค้ด&nbsp;เพื่อประเมินความเสี่ยง&nbsp;แสดงหนังสือรับรองการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;&nbsp;&nbsp;รวมถึงตรวจวัดอุณหภูมิ&nbsp;ล้างมือ&nbsp;สวมหน้ากากอนามัย&nbsp;ตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;ขณะเดียวกัน&nbsp;ที่หน้าห้องสอบก็จะมีเจลล้างมือ&nbsp;เตรียมไว้&nbsp;ซึ่งนักเรียนทุกคนที่เข้าห้องสอบก็จะต้องล้างมือก่อนเข้าห้อง&nbsp;พร้อมทั้งจำกัดจำนวนนักเรียนห้องละ&nbsp;25&nbsp;คน&nbsp;ใช้ห้องสอบ&nbsp;จำนวน&nbsp;14&nbsp;ห้อง&nbsp;รวมทั้งต้องปฏิบัติตามขั้นตอนการสอบซึ่งการดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย</p><p><strong>นายไพศาล<em>&nbsp;</em>ว่องภาณุสกุล<em>&nbsp;</em>ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลยะลา&nbsp;&nbsp;&nbsp;เผยว่า&nbsp;</strong>วันนี้เป็นการสอบเข้าเรียนต่อ&nbsp;ม.1&nbsp;ม.4&nbsp;โดยทางโรงเรียนอนุบาลสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&nbsp;วิทยาเขตปัตตานี&nbsp;มีการรับนักเรียน&nbsp;&nbsp;ชั้น&nbsp;ม.1&nbsp;,&nbsp;&nbsp;ม.4&nbsp;เข้าศึกษาต่อ&nbsp;สำหรับจังหวัดยะลา&nbsp;ได้ใช้โรงเรียนอนุบาล&nbsp;เป็นสนามสอบ&nbsp;มีนักเรียนในจังหวัดยะลาเข้าสอบครั้งนี้&nbsp;จำนวน&nbsp;212&nbsp;คน&nbsp;&nbsp;ส่วนมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;นั้น&nbsp;นักเรียนที่เข้าสอบรวมถึงคณะครู&nbsp;บุคลากรที่คุมสอบทุกคน&nbsp;ก็จะต้องมีการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเป็นไปตามมาตรการที่กำหนดอย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);"">#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>"	15/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220115105323376
514	อุบลฯ มีผู้ป่วยโควิด รักษาหายเพิ่มมากกว่า 300 ราย ส่วนติดเชื้อรายใหม่ในพื้นที่จังหวัดยังมีมาก	<p><strong>ศูนย์&nbsp;EOC&nbsp;COVID&nbsp;-19&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;รายงาน</strong>สถานการณ์การแพร่ระบาด&nbsp;โควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;วันที่&nbsp;15&nbsp;ม.ค.2565&nbsp;&nbsp;พบผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;293&nbsp;ราย&nbsp;ติดเชื้อในพื้นที่&nbsp;274&nbsp;ราย&nbsp;ติดเชื้อจากต่างจังหวัด&nbsp;19&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายเพิ่ม&nbsp;320&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิตสะสม&nbsp;198&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;3,886&nbsp;ราย&nbsp;จากการสุ่มตรวจสายพันธุ์ผู้ป่วยโควิด&nbsp;วันที่&nbsp;25&nbsp;ธ.ค.64&nbsp;&nbsp;14&nbsp;ม.ค.65&nbsp;พบเป็นสายพันธ์โอไมครอน&nbsp;93.5&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;สายพันธุ์เดลต้า&nbsp;6.5&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;ขณะที่ในกลุ่มคลัสเตอร์มีผู้ติดเชื้อเพิ่ม&nbsp;7&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;41&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ศูนย์&nbsp;EOC&nbsp;COVID-19&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ขอให้ประชาชนตรวจ&nbsp;ATK</strong>&nbsp;ด้วยตนเองทุก&nbsp;5-7&nbsp;วัน&nbsp;/&nbsp;ผู้ป่วยที่อาการไม่รุนแรง&nbsp;ให้กักตัวและรักษาตัวที่บ้าน&nbsp;ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ติดตามอาการอย่างใกล้ชิด&nbsp;/&nbsp;เน้นการทำงานที่บ้าน&nbsp;และซื้ออาหารไปรับประทานที่บ้าน&nbsp;/&nbsp;งดกิจกรรมร่วมกลุ่ม&nbsp;หลีกเลี่ยงการเข้าไปในที่แออัด&nbsp;สถานที่ปิด&nbsp;ห้องปรับอากาศ&nbsp;หรือสถานที่เสี่ยง&nbsp;/&nbsp;ป้องกันตนเองแบบครอบจักรวาล&nbsp;/&nbsp;ผู้สัมผัสเสี่ยงสูง&nbsp;ให้กักตัว&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;ตรวจโควิด&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;และเร่งฉีดวัคซีนให้ครบ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>กรกช&nbsp;&nbsp;ภูมี&nbsp;&nbsp;สวท.อุบลฯ&nbsp;&nbsp;รายงาน&nbsp;15&nbsp;ม.ค.65&nbsp;</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>	15/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สวท.อุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220115112442391
515	เร่งกระจายชุดตรวจ ATK ผ่านแอปเป๋าตัง	<p>&nbsp;<strong>สปสช.เร่งกระจายชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผ่านแอปเป๋าตัง</strong>และหน่วยบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน&nbsp;นายแพทย์จเด็จ&nbsp;ธรรมธัชอารี&nbsp;เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&nbsp;(สปสช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ได้เร่งกระจายชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ไปยังประชาชนในระบบของ&nbsp;สปสช.&nbsp;ผ่านช่องทางต่างๆ&nbsp;ทั้งแอปเป๋าตังที่จะกระจายไปยังร้านขายยาใกล้บ้านและหน่วยบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน&nbsp;เช่น&nbsp;โรงพยาบาลสุขภาพตำบล&nbsp;ชุมชนและจังหวัด&nbsp;รวมถึงพื้นที่กรุงเทพมหานครที่ศูนย์บริการสาธารณสุข&nbsp;69&nbsp;แห่ง&nbsp;และคลินิคชุมชนอบอุ่นกว่า&nbsp;200&nbsp;แห่ง&nbsp;หรือสามารถติดต่อผ่านสายด่วน&nbsp;1330&nbsp;ที่จะมีเจ้าหน้าที่แจ้งสถานที่เพื่อรับชุดตรวจ&nbsp;</p><p><strong>โดยประชาชนที่ตรวจแล้วผลเป็นบวกสามารถแจ้ง&nbsp;ผ่านสายด่วนของ&nbsp;สปสช.&nbsp;1330&nbsp;ต่อ&nbsp;14&nbsp;</strong>เพื่อแจ้งเข้าสู่ระบบการรักษาทั้งแบบการดูแลรักษาที่บ้าน&nbsp;ศูนย์บริการชุมชน&nbsp;หรือการเข้ารับการรักษายังโรงพยาบาลในกลุ่มเสี่ยง&nbsp;3&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ได้แก่&nbsp;กลุ่มผู้สูงอายุ&nbsp;กลุ่มผู้มีโรคประจำตัวและกลุ่มหญิงตั้งครรภ์&nbsp;ซึ่งการรักษาตัวที่โรงพยาบาลจะต้องมีผลยืนยันการตรวจ&nbsp;แบบ&nbsp;RT-PCR</p><p><strong>สำหรับการรักษาตัวที่บ้านและศูนย์บริการชุมชน&nbsp;สปสช.</strong>จะประสานงานกับสถานพยาบาลดูแลผู้ป่วยประกอบด้วยการจัดส่งยา&nbsp;จัดอาหาร&nbsp;3&nbsp;มื้อ&nbsp;มีอุปกรณ์เช่นเครื่องวัดอุณหภูมิ&nbsp;เครื่องวัดออกซิเจนและติดตามอาการผ่านวิดีโอคอลจนครบการดูแล&nbsp;10&nbsp;วัน&nbsp;ทั้งนี้จะมีการประเมินผลเพื่อให้การกระจายชุดตรวจมีความทั่วถึงมากยิ่งขึ้น</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>Cr#&nbsp;สำนักประชาสัมพันธ์เขต&nbsp;2.</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	15/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220115115103406
516	นายกรัฐมนตรี ยืนยันรัฐบาลเตรียมโรงพยาบาลเพียงพอพร้อมรองรับผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น เตือนประชาชนอย่าประมาท	<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;เตือนประชาชนอย่าประมาท&nbsp;จากการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;แม้เชื้อจะไม่รุนแรงในเด็กและคนสูงอายุ&nbsp;แต่โอมิครอนยังทำให้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วโลก&nbsp;ยืนยัน&nbsp;รัฐบาลเตรียมความพร้อมรองรับผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นได้อย่างเพียงพอ&nbsp;ขอเพียงประชาชนร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;งดเข้าสถานที่เสี่ยง&nbsp;ชะลอเดินทาง&nbsp;ตามที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศเตือนภัยระดับ&nbsp;4&nbsp;หากสถานการณ์ปรับตัวดีขึ้น&nbsp;การแพร่ระบาดลดระดับลง&nbsp;อาจมีการพิจารณาลดระดับ&nbsp;ในระยะถัดไป&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่สถานการณ์โควิด-19&nbsp;ประจำวันนี้</strong>&nbsp;พบผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;รายใหม่&nbsp;7,793&nbsp;ราย&nbsp;จำแนกเป็น&nbsp;ผู้ติดเชื้อในประเทศ&nbsp;7,523&nbsp;ราย&nbsp;และผู้ป่วยมาจากต่างประเทศ&nbsp;270&nbsp;ราย&nbsp;ผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น&nbsp;18&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ที่กำลังรักษาตัว&nbsp;77,368&nbsp;ราย&nbsp;และมียอดผู้ที่หายป่วยกลับบ้านแล้ว&nbsp;5,202&nbsp;ราย&nbsp;ทำให้มียอดผู้ป่วยยืนยันสะสมตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;ม.ค.&nbsp;65&nbsp;จำนวน&nbsp;92,973&nbsp;ราย&nbsp;จำนวนผู้ที่หายป่วยสะสมจำนวน&nbsp;48,630&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่รายงานภาพรวมการฉีดวัคซีนโควิด-19</strong>&nbsp;สรุปจำนวนผู้ที่ได้รับได้รับวัคซีนสะสม&nbsp;&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;13&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;รวม&nbsp;109,089,753&nbsp;โดส&nbsp;ใน&nbsp;77&nbsp;จังหวัด&nbsp;แบ่งเป็นผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่&nbsp;1&nbsp;สะสม&nbsp;51,695,957&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่&nbsp;2&nbsp;สะสม&nbsp;47,360,883&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่&nbsp;3&nbsp;สะสม&nbsp;9,479,827&nbsp;ราย&nbsp;และผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่&nbsp;4&nbsp;สะสม&nbsp;553,086&nbsp;ราย</p><p><strong>ส่วนการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม</strong>&nbsp;(ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;12&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;ตามที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมความพร้อมสถานพยาบาลเพื่อรองรับการรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19&nbsp;ตามระดับอาการ&nbsp;&nbsp;ได้แก่&nbsp;สถานะโรงพยาบาลสนามของ&nbsp;กระทรวงกลาโหม&nbsp;(กห.)&nbsp;กระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;(อว.)&nbsp;และกรุงเทพมหานคร&nbsp;(กทม.)&nbsp;รวมสถานะการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามจาก&nbsp;3&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;ปัจจุบันมีทั้งหมด&nbsp;จำนวน&nbsp;118&nbsp;แห่ง&nbsp;พร้อมรับ&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;24,646&nbsp;&nbsp;เตียง&nbsp;รับผู้ป่วยแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;2,611&nbsp;เตียง&nbsp;และสามารถรองรับได้เพิ่มเติมอีก&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;22,035&nbsp;เตียง&nbsp;&nbsp;และสถานะศูนย์แยกกักชุมชน&nbsp;(Community&nbsp;Isolation)&nbsp;ของ&nbsp;อว.&nbsp;ปัจจุบันมีทั้งหมด&nbsp;จำนวน&nbsp;11&nbsp;&nbsp;แห่ง&nbsp;&nbsp;พร้อมรับ&nbsp;จำนวน&nbsp;2,951&nbsp;เตียง&nbsp;รับผู้ป่วยแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;201&nbsp;เตียง&nbsp;และสามารถรองรับได้เพิ่มเติม&nbsp;จำนวน&nbsp;2,705&nbsp;เตียง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;14&nbsp;วันที่ผ่านมา&nbsp;แผนการชะลอการระบาดถือว่าสามารถควบคุมได้ดี</strong>&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนมารับวัคซีนให้ครบตามที่สาธารณสุขแนะนำ&nbsp;เน้นมาตรการ&nbsp;ATK&nbsp;First&nbsp;ขณะเดียวกันการดำเนินการของมาตรการทางการแพทย์&nbsp;ได้มีระบบสายด่วนประสานผู้ติดเชื้อ&nbsp;ซึ่งสามารถติดต่อได้ที่สายด่วน&nbsp;1330&nbsp;หรือสายด่วนในระดับจังหวัด&nbsp;โดยในขณะนี้&nbsp;ยังเน้นการดูแลที่บ้าน&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;เป็นหลัก&nbsp;เนื่องจากจำนวนของผู้ป่วยที่มีอาการน้อยมากมีจำนวนมากที่สุด&nbsp;ประมาณร้อยละ&nbsp;90&nbsp;โดยการดูแลรักษาผู้ป่วยในกลุ่มนี้จะมีระบบการติดตาม&nbsp;และดูแลโดยบุคลากรทางการแพทย์จากโรงพยาบาล&nbsp;หากดูแลที่บ้านไม่ได้&nbsp;สามารถดูแลผ่านศูนย์ระดับชุมชน&nbsp;Community&nbsp;Isolation&nbsp;ซึ่งหากระหว่างการติดตามอาการพบมีผู้ป่วยอาการรุนแรงขึ้นก็จะดำเนินการส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลทันที</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;พร้อมรับฟังข้อเสนอที่เป็นประโยชน์&nbsp;</strong>เพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไขมาตรการรับมือต่างๆ&nbsp;เพื่อให้ประชาชนใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติได้มากที่สุด&nbsp;ยืนยันว่า&nbsp;ไม่เคยลดหย่อนการทำงานแม้สถานการณ์จะดีขึ้น&nbsp;ในส่วนของมาตรการต่างๆ&nbsp;จะพิจารณาผ่อนคลายให้เร็วที่สุดภายหลังสถานการณ์ดีขึ้น&nbsp;โดยจะเน้นความปลอดภัยประชาชนเป็นหลัก&nbsp;ย้ำขอความร่วมมือประชาชนทุกภาคส่วนช่วยกันป้องกันตัวเองตามมาตรการ&nbsp;VUCA&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;V-&nbsp;Vaccine,&nbsp;U-Universal&nbsp;Prevention,&nbsp;C-&nbsp;Covid-19&nbsp;free&nbsp;setting&nbsp;และ&nbsp;A-&nbsp;ATK&nbsp;เพื่อป้องกันตัวเองและเป็นการช่วยกันลดการแพร่ระบาด</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	15/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220115141326460
517	นายกรัฐมนตรี กำชับ เฝ้าระวังมิจฉาชีพฉวยโอกาสใช้ประโยชน์ช่วงการแพร่ระบาดโควิด19 หลอกลวงประชาชน ฉ้อโกง	<p>นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งผลักดันมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ทั้งการตรึงราคาพลังงาน การเพิ่มช่องจำหน่ายสินค้าราคาถูกธงฟ้า รวมทั้งให้มีการจัดจำหน่ายชุดตรวจ ATK สำหรับประชาชน ในราคาเหมาะสมอย่างทั่วถึง&nbsp;</p><p><br></p><p>นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้าระวังการฉ้อโกงทางอินเทอร์เน็ต เว็บไซต์และ SMS ต่างๆ ซึ่งมิจฉาชีพในปัจจุบัน จะมีรูปแบบหลอกลวงใหม่ๆ เพื่อฉวยโอกาสแสวงหาประโยชน์จากสถานการณ์ที่มีการแพร่ระบาด โควิด -19</p><p><br></p><p><br></p>	15/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114122012014
518	สปสช.เร่งกระจายชุดตรวจ ATK ผ่านแอปเป๋าตังและหน่วยบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน	<p>นายแพทย์จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า ได้เร่งกระจายชุดตรวจ ATK ไปยังประชาชนในระบบของ สปสช. ผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งแอปเป๋าตังที่จะกระจายไปยังร้านขายยาใกล้บ้านและหน่วยบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน เช่น โรงพยาบาลสุขภาพตำบล ชุมชนและจังหวัด รวมถึงพื้นที่กรุงเทพมหานครที่ศูนย์บริการสาธารณสุข 69 แห่ง และคลินิคชุมชนอบอุ่นกว่า 200 แห่ง หรือสามารถติดต่อผ่านสายด่วน 1330 ที่จะมีเจ้าหน้าที่แจ้งสถานที่เพื่อรับชุดตรวจ โดยประชาชนที่ตรวจแล้วผลเป็นบวกสามารถแจ้ง ผ่านสายด่วนของ สปสช. 1330 ต่อ 14 เพื่อแจ้งเข้าสู่ระบบการรักษาทั้งแบบการดูแลรักษาที่บ้าน ศูนย์บริการชุมชน หรือการเข้ารับการรักษายังโรงพยาบาลในกลุ่มเสี่ยง 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มผู้มีโรคประจำตัวและกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งการรักษาตัวที่โรงพยาบาลจะต้องมีผลยืนยันการตรวจ แบบ RT-PCR</p><p><br></p>	15/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220114122228020
519	โควิดติดเชื้อรายใหม่ ยะลา 15  รายไม่มีผู้เสียชีวิต	<p><strong>สำหรับสถานการณ์โควิดรายวัน&nbsp;ในวันนี้&nbsp;15&nbsp;ม.ค&nbsp;65&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;</strong>มีผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;พบกระจายไปใน&nbsp;6&nbsp;อำเภอ&nbsp;&nbsp;คือ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;อ.รามัน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;อ.กรงปินัง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อ.กาบัง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;และ&nbsp;อ.เบตง&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;ป่วยสะสม&nbsp;219&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;161&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;124&nbsp;ราย&nbsp;ไม่มีผู้เสียชีวิตรายใหม่&nbsp;สะสมรวม&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;ขณะ&nbsp;ผู้ป่วยที่เข้าข่ายติดเชื้อ&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;รายใหม่&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;สะสม&nbsp;79&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>	15/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220115124312413
520	จังหวัดลำปาง พบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ 60 ราย	<p><strong>สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง&nbsp;รายงานสถานการณ์โควิด-19</strong>&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;15&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;สถานการณ์โควิด-19&nbsp;วันนี้&nbsp;พบผู้ป่วยรายใหม่&nbsp;60&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ติดเชื้อยืนยันด้วยการตรวจวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;40&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ติดเชื้อเข้าข่ายตรวจด้วยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;สถานการณ์ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ถึงปัจจุบัน&nbsp;พบผู้ป่วยสะสม&nbsp;1,429&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ระหว่างรักษ&nbsp;1,269&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายกลับบ้านสะสม&nbsp;160&nbsp;ราย&nbsp;และเสียชีวิตสะสม&nbsp;0&nbsp;ราย</p><p><br></p><p><strong>สำหรับข้อมูลการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ณ&nbsp;วันเดียวกัน&nbsp;จังหวัดลำปางวัคซีน</strong>ไปแล้ว&nbsp;1,049,341&nbsp;เข็ม&nbsp;จำแนกเป็นเข็มที่&nbsp;1&nbsp;472,149&nbsp;คน&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;442,205&nbsp;คน&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;101,532&nbsp;คน&nbsp;และเข็มที่&nbsp;4&nbsp;จำนวน&nbsp;3,455</p><p><br></p><p><strong>จังหวัดลำปางขอความร่วมมือประชาชนเคร่งครัดตามมาตรการ&nbsp;DMHTTA</strong>&nbsp;ทั้งนี้หากมีข้อสงสัยสอบถามเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;สายด่วนศูนย์โควิด-19&nbsp;&nbsp;สสจ.ลำปาง&nbsp;&nbsp;โทร.093&nbsp;140&nbsp;8023&nbsp;เวลา&nbsp;08.30&nbsp;-16.30&nbsp;น.&nbsp;หรือสอบถามที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	15/1/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220115132536423
521	ศบค. ปรับมาตรการการรับมือกับโควิด - 19 สายพันธุ์โอมิครอน	<p><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่&nbsp;รายงานว่า</strong>&nbsp;ในการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;(ศบค.)&nbsp;เห็นชอบปรับระดับพื้นที่สถานการณ์ทั่วราชอาณาจักร&nbsp;โดย</p><p><u>พื้นที่ควบคุม&nbsp;หรือพื้นที่&nbsp;สีส้ม</u>&nbsp;ปรับเป็น&nbsp;69&nbsp;จังหวัด&nbsp;(จากเดิม&nbsp;36&nbsp;จังหวัด)&nbsp;คือ&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;จันทบุรี&nbsp;เชียงราย&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;&nbsp;ตราด&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;บุรีรัมย์&nbsp;ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พระนครศรีอยุธยา&nbsp;เพชรบุรี&nbsp;ระนอง&nbsp;ระยอง&nbsp;เลย&nbsp;สมุทรปราการ&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;สุรินทร์&nbsp;&nbsp;หนองคาย&nbsp;&nbsp;อุดรธานี&nbsp;กาฬสินธุ์&nbsp;กำแพงเพชร&nbsp;&nbsp;ฉะเชิงเทรา&nbsp;ชุมพร&nbsp;ชัยนาท&nbsp;&nbsp;ชัยภูมิ&nbsp;ตรัง&nbsp;&nbsp;ตาก&nbsp;นครนายก&nbsp;นครปฐม&nbsp;นครพนม&nbsp;&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;นครสวรรค์&nbsp;&nbsp;นราธิวาส&nbsp;น่าน&nbsp;&nbsp;ปราจีนบุรี&nbsp;ปัตตานี&nbsp;บึงกาฬ&nbsp;พะเยา&nbsp;พัทลุง&nbsp;พิจิตร&nbsp;&nbsp;พิษณุโลก&nbsp;&nbsp;เพชรบูรณ์&nbsp;แพร่&nbsp;มหาสารคาม&nbsp;มุกดาหาร&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;ยโสธร&nbsp;ยะลา&nbsp;ร้อยเอ็ด&nbsp;ราชบุรี&nbsp;ลพบุรี&nbsp;ลำปาง&nbsp;ลำพูน&nbsp;ศรีสะเกษ&nbsp;สกลนคร&nbsp;สงขลา&nbsp;สตูล&nbsp;สมุทรสงคราม&nbsp;สมุทรสาคร&nbsp;สระแก้ว&nbsp;สระบุรี&nbsp;สิงห์บุรี&nbsp;สุโขทัย&nbsp;สุพรรณบุรี&nbsp;หนองบัวลำภู&nbsp;อ่างทอง&nbsp;อำนาจเจริญ&nbsp;อุตรดิตถ์&nbsp;อุทัยธานี&nbsp;และ&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;,<u>&nbsp;</u></p><p><u>พื้นที่เฝ้าระวังสูง</u>&nbsp;หรือพื้นที่สีเหลือง&nbsp;ปรับเหลือ&nbsp;0&nbsp;จังหวัด&nbsp;(จากเดิม&nbsp;30&nbsp;จังหวัด)&nbsp;,&nbsp;</p><p><u>พื้นที่นำร่องการท่องเที่ยว</u>&nbsp;(สีฟ้า)&nbsp;8&nbsp;จังหวัด&nbsp;กทม.&nbsp;กาญจนบุรี&nbsp;กระบี่&nbsp;ชลบุรี&nbsp;นนทบุรี&nbsp;ปทุมธานี&nbsp;พังงา&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;และบางพื้นที่&nbsp;18&nbsp;จังหวัด</p><p>สำหรับข้อปฏิบัติในแต่ละพื้นที่&nbsp;<u>พื้นที่สีส้ม</u>&nbsp;:&nbsp;ไม่มีข้อกำหนดเคอร์ฟิว&nbsp;ให้ทำงานที่บ้านตามความเหมาะสม&nbsp;ซึ่ง&nbsp;ศบค.&nbsp;ขอให้ดำเนินการถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;&nbsp;ห้ามจัดกิจกรรมรวมคนมากกว่า&nbsp;500&nbsp;คน&nbsp;สามารถจัดการเรียนการสอนได้ตามปกติภายใต้มาตรการป้องกันโรค&nbsp;,&nbsp;กิจการกิจกรรมที่สามารถเปิดบริการได้ตามปกติ&nbsp;ได้แก่&nbsp;สถานรับเลี้ยงเด็ก&nbsp;ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก&nbsp;สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย&nbsp;ศูนย์เด็กพิเศษ&nbsp;ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ&nbsp;ห้องสมุด&nbsp;พิพิธภัณฑ์&nbsp;ศูนย์การเรียนรู้&nbsp;ร้านสะดวกซื้อ&nbsp;ตลาด&nbsp;ตลาดนัด&nbsp;ร้านเสริมสวยร้านสัก&nbsp;สถานเสริมความงาม&nbsp;สถานบริการเพื่อสุขภาพ&nbsp;นวด&nbsp;สปา&nbsp;โรงภาพยนตร์&nbsp;โรงมหรสพ&nbsp;และการแสดงพื้นบ้าน&nbsp;,&nbsp;ร้านอาหารทั้งในและนอกห้างสรรพสินค้า&nbsp;เปิดได้แต่ห้ามบริโภคสุราในร้านอาหาร&nbsp;,&nbsp;ศูนย์การค้า&nbsp;ศูนย์ประชุม&nbsp;คนร่วมงานไม่เกิน&nbsp;1&nbsp;พันคน&nbsp;,&nbsp;สนามกีฬาแข่งกีฬา&nbsp;ให้จำกัดผู้ชมในร่มไม่เกิน&nbsp;50%&nbsp;กลางแจ้งไม่เกิน&nbsp;75&nbsp;%&nbsp;</p><p><u>พื้นที่สีฟ้า</u>&nbsp;:&nbsp;สามารถดำเนินการทุกอย่างได้&nbsp;โดยร้านอาหารสามารถนั่งดื่มแอลในร้านได้ถึงเวลา&nbsp;21.00&nbsp;น.และต้องเป็นร้านอาหารที่ผ่าน&nbsp;SHA+&nbsp;หรือ&nbsp;Thai&nbsp;Stop&nbsp;COVID&nbsp;2&nbsp;Plus&nbsp;เท่านั้น&nbsp;พร้อมทั้งขอให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดและฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ตรวจสอบการดำเนินงานของกิจการ&nbsp;หากไม่ทำตามมาตรการให้ดำเนินเอาผิดอย่างเต็มที่</p><p><u>มาตรการป้องกันควบคุมโรคโควิด-19&nbsp;</u>&nbsp;1.&nbsp;ขยายระยะเวลา&nbsp;work&nbsp;from&nbsp;home&nbsp;ออกไปอีก&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;(&nbsp;จากเดิม&nbsp;1&nbsp;&nbsp;14&nbsp;มกราคม&nbsp;เพิ่มเป็น&nbsp;15&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;)&nbsp;แต่ต้องไม่กระทบต่อบริการประชาชน&nbsp;และการดำเนินงานขององค์กร&nbsp;2.&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเข้าทำงาน&nbsp;หรือ&nbsp;ก่อนร่วมกิจกรรมต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;กับผู้อื่น&nbsp;</p><p><u>มาตรการป้องกันโรคสำหรับการเดินทางเข้าราชอาณาจักร</u>&nbsp;ยกเลิกการกำหนดกลุ่มประเทศเสี่ยงในการเข้าราชอาณาจักร&nbsp;คือ&nbsp;ประเทศในทวีปแอฟริกาทั้งหมด&nbsp;(รวม&nbsp;8&nbsp;ประเทศในทวีปแอฟริกา)&nbsp;สามารถเข้ามาได้เหมือนประเทศอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;แต่ให้เป็นไปตามแนวทางที่กำหนดแต่ละรูปแบบ&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;11&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;,&nbsp;เปิดรับผู้เดินทางเข้าราชอาณาจักรในพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยว&nbsp;3&nbsp;จังหวัด/พื้นที่&nbsp;ได้แก่&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;(เกาะสมุย&nbsp;เกาะพงัน&nbsp;เกาะเต่า)&nbsp;พังงา&nbsp;และกระบี่&nbsp;(ทั้งจังหวัด)&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;11&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;โดยผู้เดินทางต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด&nbsp;(ค่าที่พัก&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;และค่าตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ครั้ง)&nbsp;,&nbsp;ระงับการลงทะเบียนเข้าราชอาณาจักรในรูปแบบ&nbsp;Test&nbsp;and&nbsp;Go&nbsp;ออกไปก่อน&nbsp;,&nbsp;ระงับการเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรในรูปแบบ&nbsp;Test&nbsp;&amp;&nbsp;Go&nbsp;ส่วนผู้ที่ได้รับอนุมัติแล้ว&nbsp;ให้เข้าได้ตามวัน&nbsp;และ&nbsp;เวลา&nbsp;ที่ได้รับอนุญาต&nbsp;หรือจนกว่าจะเปลี่ยนแปลง&nbsp;ซึ่งจะมีการประชุมสรุปความชัดเจนอีกครั้งในวันที่&nbsp;15&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;</p><p><u>อาการผู้ป่วยติดเชื้อโอมิครอน</u>&nbsp;ร้อยละ&nbsp;48&nbsp;ไม่มีอาการ&nbsp;,&nbsp;ไอ&nbsp;ร้อยละ&nbsp;54&nbsp;,&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;ร้อยละ&nbsp;37&nbsp;,&nbsp;ไข้&nbsp;ร้อยละ&nbsp;29&nbsp;เน้นการดูแลที่บ้าน&nbsp;(Home&nbsp;Isolation)&nbsp;และชุมชน&nbsp;(Commuity&nbsp;Isolation)&nbsp;เป็นหลัก&nbsp;การนำผู้ติดเชื้อเข้าสู่ระบบรักษาพยาบาลมี&nbsp;3&nbsp;แบบ&nbsp;คือไปตรวจที่โรงพยาบาล&nbsp;,&nbsp;ตรวจที่หน่วยบริการเชิงรุก&nbsp;ซึ่ง&nbsp;2&nbsp;แบบนี้หากผลตรวจเป็นบวก&nbsp;ไม่ต้องติดต่อสายด่วน&nbsp;1330&nbsp;โดยหน่วยตรวจจะดำเนินการให้&nbsp;และการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ด้วยตนเอง&nbsp;หากผลเป็นบวก&nbsp;ให้โทร.1330&nbsp;ช่องทางที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&nbsp;(สปสช.)&nbsp;</p><p><u>สำหรับแผนรับมือโควิด&nbsp;&nbsp;19</u>&nbsp;มีมาตรการสาธารณสุข&nbsp;ใช้แนวทางการชะลอการระบาด&nbsp;เพื่อให้ระบบสาธารณสุขดูแลทุกคนได้&nbsp;เพิ่มวัคซีนเข็มที่&nbsp;3&nbsp;หรือเข็มที่&nbsp;4&nbsp;&nbsp;ยืนยันว่า&nbsp;วัคซีนมีคุณภาพและมีความเพียงพอ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;จึงต้องขอความร่วมมือประชาชนตรวจคัดกรองตัวเอง&nbsp;หรือเข้ารับการตรวจที่คลินิก&nbsp;สถานพยาบาลได้&nbsp;และติดตามเฝ้าระวังการกลายพันธุ์&nbsp;มาตรการการแพทย์&nbsp;เนื่องจากโรคไม่มีความรุนแรง&nbsp;จึงเน้นการดูแลมาใช้แบบแยกกักที่บ้าน&nbsp;(Home&nbsp;Isolation)&nbsp;และศูนย์พักคอยในชุมชน&nbsp;(Community&nbsp;Isolation)&nbsp;โควิด-19&nbsp;จะกลายเป็นโรคประจำถิ่น&nbsp;เราต้องดูแลตัวเองจากที่บ้านได้&nbsp;ถ้าเรายังต้องอยู่ในสถานพยาบาล&nbsp;ก็ยังเป็นโรคที่มีความร้ายแรง&nbsp;แต่ปัจจุบัน&nbsp;ถ้าโรคไม่แรง&nbsp;ก็ดูแลจากที่บ้านได้&nbsp;มาตรการสังคม&nbsp;ประชาชนยึดหลักป้องกันตัวเองสูงสุด&nbsp;(Universal&nbsp;Prevention)&nbsp;เลี่ยงการเข้าสถานที่ไม่ปลอดภัย&nbsp;ดังนั้น&nbsp;ผู้ประกอบการต้องเคร่งครัดให้สถานบริการปลอดโควิด-19&nbsp;(Covid&nbsp;free&nbsp;setting)&nbsp;และมาตรการสนับสนุน&nbsp;ด้านค่ารักษาพยาบาลและการตรวจหาเชื้อ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เกณฑ์การส่งต่อผู้ป่วยเข้าโรงพยาบาล&nbsp;</strong>คือ&nbsp;ไข้สูงเกิน&nbsp;39&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;มากกว่า&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;,&nbsp;หายใจเร็วกว่า&nbsp;25&nbsp;ครั้งต่อนาที&nbsp;&nbsp;(ผู้ใหญ่)&nbsp;,&nbsp;&nbsp;ออกซิเจนในเลือดต่ำกว่า&nbsp;ร้อยละ&nbsp;94&nbsp;,&nbsp;โรคประจำตัวที่มีการเปลี่ยนแปลง&nbsp;กลุ่ม&nbsp;608&nbsp;ที่มีความเสี่ยง&nbsp;หรือผู้ติดเชื้อที่จำเป็นต้องติดตามอาการอย่างใกล้ชิดตามดุลยพินิจของแพทย์&nbsp;และสำหรับในเด็ก&nbsp;อาการหายใจลำบาก&nbsp;ซึมลง&nbsp;ดื่มนม&nbsp;หรือรับประทานอาหารได้น้อยลง</p><p>กรณีผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นลบ&nbsp;แต่ยังมีอาการทางเดินหายใจ&nbsp;ให้ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;อีกครั้ง&nbsp;หากผลยังเป็นลบอยู่และมีอาการมาก&nbsp;ก็ให้ไปตรวจซ้ำที่คลินิกไข้หวัด&nbsp;รพ.ใกล้บ้าน&nbsp;แต่หากผลลบ&nbsp;ไม่มีอาการ&nbsp;เป็นกลุ่มสัมผัสเสี่ยงต่ำก็เน้นการป้องกันตนเอง&nbsp;ถ้าเป็นกลุ่มสัมผัสเสี่ยงสูงให้กักตัวเอง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	15/1/2022	ภาคเหนือ	แพร่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220115133456431
522	จ.แม่ฮ่องสอน มีผู้ป่วยติดเชื้อโควิด 19 เพิ่ม 15 ราย ใน 5 อำเภอ อายุระหว่าง 3 เดือน-40 ปี	<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;(ศปก.จ.มส.)&nbsp;</strong>รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรั&nbsp;สโ&nbsp;คโรนา&nbsp;2&nbsp;019&nbsp;ใ&nbsp;นการระบาดตั้งแต่ร&nbsp;ะลอกเดือนเมษายน&nbsp;2&nbsp;564&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;15&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ว่ามีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ทั้งสิ้นจำนวน&nbsp;3,68&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเพศชาย&nbsp;1,698&nbsp;ราย&nbsp;และเพศหญิง&nbsp;1,987ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;49ราย&nbsp;(1.33%)&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;3,462&nbsp;ราย&nbsp;(93.95%)&nbsp;ยังอยู่ระหว่างรักษา174ราย(4.72&nbsp;%)&nbsp;มีอาการเล็กน้อย&nbsp;167&nbsp;ราย&nbsp;ปานกลาง&nbsp;&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;และรุนแรง&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;รักษาอยู่ที่&nbsp;โรงพยาบาลศรีสังวาลย์&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลปาย&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลแม่สะเรียง&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลสบเมย&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;โรงพยาบาลแม่ลาน้อย&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลขุนยวม&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลสนาม&nbsp;25&nbsp;ราย&nbsp;และรักษาในศูนย์แยกกักโรค&nbsp;ชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;114&nbsp;ราย&nbsp;สำหรับวันนี้&nbsp;มีผู้ได้รับการตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ทั้งหมด329&nbsp;ชุด&nbsp;พบเชื้อ&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ป่วยในจังหวัด&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;โดยมีรายละเอียด&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายที่&nbsp;227&nbsp;-&nbsp;229&nbsp;เพศหญิง&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ช่วงอายุระหว่าง&nbsp;15&nbsp;-&nbsp;23&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5,&nbsp;8&nbsp;ต.ปางหมู&nbsp;และ&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นนักเรียนและอาชีพแม่ค้า&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงท&nbsp;ากิจกรรมสังสรรค์ร่วมกัน&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;ไอ&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;น้ำมูกใส&nbsp;มีเสมหะ&nbsp;ปวดศีรษะ&nbsp;และปวดเมื่อยตามตัว&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการ&nbsp;รักษาโรงพยาบาลสนาม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายที่&nbsp;230&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;37&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ต.เวียงใต้&nbsp;อ.ปาย&nbsp;อาชีพเกษตรกร&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงเดินทางไป&nbsp;พื้นที่ที่มีโรคระบาดและสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยันจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;มีเสมหะ&nbsp;ปวดศีรษะ&nbsp;และปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลปาย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายที่&nbsp;231&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;8&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ต.ทุ่งยาว&nbsp;อ.ปาย&nbsp;เป็นนักเรียน&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย&nbsp;ยืนยัน&nbsp;(รายที่&nbsp;3556)&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลปาย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายที่&nbsp;232&nbsp;-&nbsp;233&nbsp;รวม&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;19&nbsp;ปี&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;38&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ต.แม่ฮี้&nbsp;อ.ปาย&nbsp;อาชีพรับจ้างและว่างงาน&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงอยู่ในสถานที่ที่มีผู้คนหนาแน่นและสัมผัสใกล้ชิดนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;ไอ&nbsp;ปวดศีรษะ&nbsp;และปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการ</p><p>รักษาโรงพยาบาลปาย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายที่&nbsp;234&nbsp;-236&nbsp;เพศชาย&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ช่วงอายุระหว่าง&nbsp;17&nbsp;-&nbsp;23&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ต.แม่ฮี้,&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ต.ทุ่งยาว&nbsp;อ.ปาย&nbsp;และหมู่ที่&nbsp;12&nbsp;ต.ป่าแดด&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;เป็นนักเรียนนายสิบตำรวจและขายของออนไลน์&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงเดินทาง&nbsp;มาจากพื้นที่ที่มีโรคระบาด&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;ไอ&nbsp;มีเสมหะ&nbsp;ปวดศีรษะ&nbsp;และปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก</p><p>และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลปาย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายที่&nbsp;237&nbsp;เป็นนักท่องเที่ยวชาวสวิสเซอร์แลนด์&nbsp;อายุ&nbsp;6&nbsp;ปี&nbsp;ตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;Test&amp;Go&nbsp;ที่โรงพยาบาล&nbsp;ศรีสังวาลย์&nbsp;ผล&nbsp;Inconclusive&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ที่โรงพยาบาลปายอีกครั้ง&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;ปัจจุบันผู้ป่วยรักษาตัวอยู่ที่&nbsp;อ.แม่อาย&nbsp;จ.เชียงใหม่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายที่&nbsp;238&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;40&nbsp;ปีที่อยู่&nbsp;หมู่ที่5&nbsp;ต.นาปู่ป้อม&nbsp;อ.ปางมะผ้า&nbsp;อาชีพรับราชการครูโรงเรียน&nbsp;ตชด.&nbsp;แห่งหนึ่งในอำเภอปางมะผ้า&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;ไอ&nbsp;และเจ็บคอตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และ&nbsp;ส่งตรวจ&nbsp;RT-CPR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;อ.ปางมะผ้า</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายที่&nbsp;239&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;37&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ต.แม่สะเรียง&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;อาชีพครู&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัส&nbsp;ใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยง&nbsp;Cluster&nbsp;โรงเรียนอนุบาลธารทิพย์&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;อ.แม่สะเรียง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายที่&nbsp;240&nbsp;-&nbsp;241&nbsp;รวม&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;29&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ต.แม่นาจาง&nbsp;อ.แม่ลาน้อย&nbsp;เป็นเด็กในความปกครองและอาชีพเกษตรกร&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ&nbsp;Cluster&nbsp;แม่แป&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลแม่ลาน้อย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	15/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220115135935452
523	รพ.สต.บ้านหนองโจงโลง ร่วมกับ อส.ม.ปฏิบัติงานเชิงรุกออกให้คำแนะนำด้านมาตรการป้องกันโควิด-19 แก่ประชาชนในพื้นที่	<p><strong>นางจณา&nbsp;ชุ่มมาก&nbsp;นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ&nbsp;โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหนองโจงโลง&nbsp;</strong>เปิดเผยว่า&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;12-14&nbsp;&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหนองโจงโลง&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านในพื้นที่รับผิดชอบ&nbsp;ตำบลบ้านหนองโจงโลง&nbsp;อำเภอบัวเชด&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ปฏิบัติงานเชิงรุกออกให้คำแนะนำการจัดงานประเพณีแต่งงาน&nbsp;ในพื้นที่บ้านแสนสำราญและบ้านโคกสำโรง&nbsp;พร้อมกับให้บริการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;แก่ผู้มาร่วมงานในกลุ่มที่มาจากต่างจังหวัดและต่างอำเภอ&nbsp;รวมทั้งร่วมดำเนินการสอบสวนและควบคุมโรคในพื้นที่ตำบลสำเภาลูน&nbsp;ด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	15/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220115140059453
524	จ.ลำพูน พบติดเชื้อ COVID19 จากผล RT-PCR 11 ราย ผลตรวจ ATK Plus 61 ราย	<p><strong>วันนี้&nbsp;(15&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;ที่ศาลาประชาคม&nbsp;ศาลากลางจังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;นายบุญส่ง&nbsp;ไชยมณี&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน&nbsp;พร้อมด้วยนายแพทย์สุริยพงณช์&nbsp;สุริยพงฑากุล&nbsp;รองนายแพทย์สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำพูน&nbsp;ร่วมแถลงสถานการณ์&nbsp;COVID-19&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;จ.ลำพูน&nbsp;พบผู้ติดเชื้อเพิ่มในจังหวัด&nbsp;&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;ต่างจังหวัดอีก&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ATK&nbsp;Plus&nbsp;58&nbsp;ราย&nbsp;มีผู้ป่วยยืนยันสะสมทั้งสิ้น&nbsp;5,894&nbsp;ราย&nbsp;ยอดเสียชีวิตสะสม&nbsp;44&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยยืนยันรักษาตัวทั้งหมด&nbsp;&nbsp;154&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;Pro.Case&nbsp;จำนวน&nbsp;532&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;ใน&nbsp;รพ.รัฐ&nbsp;196&nbsp;ราย&nbsp;รพ.เอกชน&nbsp;419&nbsp;ราย&nbsp;CI&nbsp;และ&nbsp;HI&nbsp;85&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;4,886&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหาย&nbsp;&nbsp;Pro.Case&nbsp;จำนวน&nbsp;474&nbsp;ราย</p><p><strong>ในส่วนของสถิติการครองเตียงของโรงพยาบาลรัฐทุกแห่งในจังหวัดลำพูน</strong>มีทั้งหมด&nbsp;542&nbsp;เตียง&nbsp;ใช้ไป&nbsp;201&nbsp;เตียงหรือคิดเป็น&nbsp;37.08%&nbsp;จึงทำให้มีเตียงเหลือรองรับผู้ป่วย&nbsp;341&nbsp;เตียงคิดเป็น&nbsp;62.92%&nbsp;นอกจากนี้เตียงรองรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลเอกชนมีรองรับทั้งสิ้น&nbsp;485&nbsp;เตียง&nbsp;ใช้ไป&nbsp;419&nbsp;เตียง&nbsp;คิดเป็น&nbsp;&nbsp;86.39%&nbsp;จึงทำให้มีเตียงเหลือรองรับผู้ป่วยอีก&nbsp;66&nbsp;เตียง&nbsp;คิดเป็น&nbsp;13.61%</p><p><strong>สำหรับการให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ของจังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;15&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มียอดสะสมการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ไปแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;318,301&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;77.78%&nbsp;ของผู้ประสงค์ฉีดทั้งหมด&nbsp;126,648&nbsp;คน&nbsp;จากประชากรทั้งหมด&nbsp;401,408&nbsp;คนคิดเป็น&nbsp;79.30%&nbsp;ฉีดเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;318,301&nbsp;ราย&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;286,283&nbsp;ราย&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;91,554&nbsp;ราย&nbsp;และเข็มที่&nbsp;4&nbsp;จำนวน&nbsp;1,971&nbsp;เข็ม</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	15/1/2022	ภาคเหนือ	ลำพูน	สวท.ลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220115142834470
525	นายแพทย์ สสจ.นราธิวาส ระบุ ยังคงเดินหน้าตามมาตรการ VUCA ป้องกันโควิด-19 โดยเฉพาะการฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มผู้สูงอายุ ในแคมเปญ ชราธิวาส ตั้งเป้าฉีดครอบคลุมภายในวันที่ 31 มกราคม นี้	"<p><strong>นายแพทย์ชัยวัฒน์&nbsp;&nbsp;พัฒนาพิศาลศักดิ์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ซึ่งถือมาตรการสำคัญที่ใช้ในการควบคุม&nbsp;ดูแล&nbsp;ปกป้องคนนรา&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;4&nbsp;มาตรการ&nbsp;คือ&nbsp;Vaccine,&nbsp;Universal&nbsp;Prevention,&nbsp;Covid&nbsp;Free&nbsp;Setting,&nbsp;ATK&nbsp;(VUCA)&nbsp;&nbsp;โดยในเรื่องของการตรวจ&nbsp;&nbsp;ATK&nbsp;ใช้ป้องกันคลัสเตอร์ใหญ่&nbsp;เพื่อให้ความมั่นใจว่าระบบเฝ้าระวังดีพอ&nbsp;เพื่อให้ประชาชนในจังหวัดนราธิวาสสบายใจว่าไม่ใช่ตรวจน้อยไปจำให้พบคนไข้น้อยลง&nbsp;ขอยืนยันว่าในการตรวจใช้&nbsp;3&nbsp;ส่วน&nbsp;ได้แก่&nbsp;(1)&nbsp;ด่านช่องทางธรรมชาติ&nbsp;มีการตรวจเข้ม&nbsp;(2)&nbsp;ARI&nbsp;Clinic&nbsp;เป็นคลินิกที่ดูแลระบบทางเดินหายใยซึ่งมีอยู่ครบทุกโรงพยาบาลในพื้นที่&nbsp;ตรวจกว่า&nbsp;2,000&nbsp;คนต่อสัปดาห์&nbsp;ล่าสุดในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาพบ&nbsp;12&nbsp;คนและ&nbsp;(3)&nbsp;ตรวจในชุมชนจุดที่มีความแออัด&nbsp;หรือที่เรียกว่า&nbsp;Covid&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;ตลาด&nbsp;โรงพยาบาล&nbsp;โรงเรียน&nbsp;โรงงานเรือนจำ&nbsp;ซึ่งมีการสุ่มตรวจโดยตลอด&nbsp;โดยเฉพาะโรงเรียนที่เปิดเรียน&nbsp;On&nbsp;Site&nbsp;ไปแล้วกว่า&nbsp;&nbsp;200&nbsp;แห่ง&nbsp;จะมีการตรวจทุกสัปดาห์&nbsp;เป็นหารสุ่มตรวจ&nbsp;10-15&nbsp;%&nbsp;ส่วนมาตรการใส่ใจป่วยหนักกับพิทักษ์ป่วยตาย&nbsp;ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องฉีดวัคซีนกับคนที่มีโอกาสเสียชีวิต&nbsp;อาทิ&nbsp;ผู้สูงอายุ&nbsp;กลุ่มเปราะบางที่มี&nbsp;7&nbsp;กลุ่มโรค&nbsp;อีกทั้งให้ยาฟาวิพิราเวียร์&nbsp;ให้เร็ว</p><p><strong>นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส&nbsp;กล่าวต่อว่า&nbsp;</strong>การฉีดวัคซีนโควิด&nbsp;-19&nbsp;&nbsp;ให้กับประชาชนเป้าหมายกว่า&nbsp;600,000&nbsp;คน&nbsp;ภาพรวมฉีดเข็มที่&nbsp;1&nbsp;แล้ว&nbsp;54&nbsp;%&nbsp;ส่วนสำคัญที่สามารถดำเนินการได้เนื่องจากมีวัคซีนเพียงพอ&nbsp;และจัดแคมเปญต่างๆ&nbsp;อีกทั้งในช่วงแรกทาง&nbsp;ศบค.&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;ได้เข้ามาช่วยดำเนินการ&nbsp;ทำให้สถานการณ์โควิด-19&nbsp;ในพื้นที่ดีขึ้น&nbsp;ในช่วงนี้เน้นการฉีดวัคซีนให้กับผู้สูงอายุซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบาง&nbsp;เพื่อป้องกันการติดเชื้อแล้วเสียชีวิต&nbsp;ได้ทำแคมเปญฉีดผู้สูงอายุลงสู่อำเภอ&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;ชราธิวาส&nbsp;ซึ่งมีความตั้งใจดูแลผู้สูงอายุที่อยู่ในพื้นที่ในทุกมิติ&nbsp;ทั้งทางสังคม&nbsp;สุขภาพเรื่องความเป็นอยู่&nbsp;จิตใจ&nbsp;สิ่งแรกที่กำลังดำเนินการคือเรื่องฉีดวัคซีนและเรื่องต่อ&nbsp;ๆ&nbsp;ไปก็จะตามมา&nbsp;&nbsp;ล่าสุดมีผู้สูงอายุฉีดเข็มที่&nbsp;1&nbsp;อยู่ที่&nbsp;55&nbsp;%&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;อยู่ที่&nbsp;43&nbsp;%&nbsp;และเข็มที่&nbsp;3&nbsp;อยู่ที่&nbsp;3&nbsp;%&nbsp;ทั้งนี้วัคซีนมีอยู่ที่&nbsp;รพ.สต.&nbsp;สามารถ&nbsp;Walk&nbsp;in&nbsp;ได้&nbsp;และมีการฉีดให้กับผู้ป่วยติดเตียง&nbsp;&nbsp;ซึ่งจะฉีดให้มีความครอบคลุมทุกจุดภายในวันที่&nbsp;31&nbsp;&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;นี้</p><p><strong>จากข้อมูลการเสียชีวิตของผู้ป่วยโควิดระลอกเมษายน&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;380&nbsp;คน&nbsp;</strong>&nbsp;ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ&nbsp;ผู้ที่มีโรคประจำตัวและผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนมาก่อน&nbsp;ในช่วงหลังการติดเชื้อของจังหวัดนราธิวาส&nbsp;เมื่อกลุ่มเปราะบางได้รับการฉีดวัคซีนและมีบางส่วนเสียชีวิต&nbsp;ทำให้สัดส่วนการติดเชื้ออยู่ที่กลุ่มเด็ก&nbsp;&nbsp;กำลังพิจารณาฉีดวัคซีนให้กับเด็ก&nbsp;คาดว่าในช่วงปลายเดือนนี้จะมีความก้าวหน้าในเรื่องนี้มากขึ้น</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);"">#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>"	15/1/2022	ภาคใต้	นราธิวาส	สวท.นราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220115150220475
526	จังหวัดตรัง แถลงพบผู้ป่วยโควิด 19 รายใหม่ 29 ราย สะสม 478 ราย	<p><strong>วันนี้&nbsp;15&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่ศูนย์แถลงข่าว&nbsp;ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;</strong>จังหวัดตรัง&nbsp;ห้องลิบง&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตรัง&nbsp;นายแพทย์&nbsp;ตุลกานต์&nbsp;มักคุ้น&nbsp;นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ&nbsp;โรงพยาบาลตรัง&nbsp;ในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;และแพทย์หญิงทิพย์ลดา&nbsp;บุญชัย&nbsp;นายแพทย์ชำนาญการ&nbsp;โรงพยาบาลตรัง&nbsp;ในฐานะรองโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;พบผู้ป่วยโควิด&nbsp;19&nbsp;รายใหม่&nbsp;พบจำนวน&nbsp;29&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็นติดเชื้อในจังหวัดตรัง&nbsp;27&nbsp;ราย&nbsp;ติดเชื้อจากที่อื่น&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;รวมผู้ติดเชื้อตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;478&nbsp;ราย&nbsp;ผลการตรวจด้วย&nbsp;ATK&nbsp;เป็นบวก&nbsp;60&nbsp;ราย&nbsp;จากผลตรวจ&nbsp;924&nbsp;ราย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จำแนกผู้ป่วยเป็นรายอำเภอดังนี้&nbsp;อำเภอกันตัง&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;</strong>อำเภอปะเหลียน&nbsp;8&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;&nbsp;13&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอวังวิเศษ&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็นสัมผัสร่วมบ้าน&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;สัมผัสในชุมชน&nbsp;&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;พูดคุยโดยไม่สวมแมส&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ในวันนี้&nbsp;มีการฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดตรัง&nbsp;เข็มที่1&nbsp;จำนวน&nbsp;489,983&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;&nbsp;77.56&nbsp;&nbsp;ฉีดเข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;464,085&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;73.46&nbsp;ฉีดเข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;102,952&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;16.30&nbsp;จากประชากร&nbsp;631,755&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	15/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220115161823487
527	จังหวัดเชียงใหม่ กำชับทุกภาคส่วนปฏิบัติตามมาตรการ Universal Prevention For COVID  19 อย่างเคร่งครัด	"<p><strong>จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;กำชับทุกภาคส่วนปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;For&nbsp;COVID&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;</strong></p><p><strong>คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;เน้นย้ำ</strong>&nbsp;ทุกภาคส่วนปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;For&nbsp;COVID&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;อย่างต่อเนื่อง&nbsp;งดจัดงานปาร์ตี้สังสรรค์&nbsp;ขณะเดียวกันกลุ่มเสี่ยงที่มีผลการตรวจเป็นลบกักตัวอย่างเคร่งครัด&nbsp;</p><p><strong>คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่</strong>&nbsp;ชี้แจงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค&nbsp;COVID&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;15&nbsp;มกราคม&nbsp;2564&nbsp;มีผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;190&nbsp;ราย&nbsp;โดยเป็นผู้ติดเชื้อที่เดินทางมาจากต่างพื้นที่&nbsp;11&nbsp;ราย&nbsp;ส่วนอีก&nbsp;179&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ติดเชื้อในจังหวัด&nbsp;โดยมาจากคลัสเตอร์ใหม่&nbsp;คลัสเตอร์ที่ยังคงมีการระบาด,&nbsp;คลัสเตอร์เดิมที่อยู่ระหว่างการควบคุมโรค&nbsp;ผู้ติดเชื้อที่อยู่ระหว่างการสอบสวนโรคและเชื้อมโยงคลัสเตอร์ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;รวมถึงผู้ติดเชื้อจากการสัมผัสกับผู้ติดเชื้อรายก่อนหน้า&nbsp;โดยในขณะนี้มีผู้ติดเชื้อสะสม&nbsp;32,124&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้วสะสม&nbsp;29,775&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ระหว่างการรักษา&nbsp;2,085&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็นกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่มีอาการหรืออาการเล็กน้อย&nbsp;(สีเขียว)&nbsp;1,732&nbsp;ราย&nbsp;อาการปานกลาง&nbsp;(สีเหลือง)&nbsp;335&nbsp;ราย&nbsp;อาการหนัก&nbsp;(สีแดง)&nbsp;18&nbsp;ราย&nbsp;ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม&nbsp;ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตยังคงสะสมอยู่ที่&nbsp;194&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ขอให้ทุกภาคส่วนปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;For&nbsp;COVID&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;อย่างต่อเนื่อง</strong>&nbsp;และงดจัดงานปาร์ตี้&nbsp;สังสรรค์&nbsp;ออกไปก่อน&nbsp;ส่วนกลุ่มเสี่ยงที่มีผลการตรวจเป็นลบ&nbsp;ต้องเคร่งครัดในการกักตัว&nbsp;และสังเกตอาการให้ครบ&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;ไม่ทำกิจกรรมร่วมกับบุคคลในครอบครัว&nbsp;ถ้ามีอาการผิดปกติให้เข้ารับการตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;ด้วย&nbsp;ATK&nbsp;สำหรับผู้ที่ติดเชื้อ&nbsp;COVID&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;ที่ยังไม่ได้เข้าสู่ระบบการรักษา&nbsp;หรือตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เองแล้วผลเป็นบวก&nbsp;สามารถโทรไปได้ที่สายด่วน&nbsp;สปสช.&nbsp;1330&nbsp;กด&nbsp;14&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และที่ศูนย์ประสานงาน&nbsp;ATK&nbsp;ทั้ง&nbsp;25&nbsp;อำเภอของเชียงใหม่&nbsp;หรือที่ศูนย์ประสานงานจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;อีก&nbsp;5&nbsp;หมายเลข&nbsp;คือ&nbsp;065-4724315&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;ซึ่งเปิดให้ติดต่อได้ทุกวันระหว่างเวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.&nbsp;ถึง&nbsp;20.00&nbsp;น.&nbsp;</p><p><br></p><p>พิมลกัลย์&nbsp;เดชะชัย&nbsp;สวท.&nbsp;เชียงใหม่</p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);"">#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p><p><br></p>"	15/1/2022	ภาคเหนือ	เชียงใหม่	สวท.เชียงใหม่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220115172330499
528	เน้นย้ำบูรณาการแก้ไขปัญหาโควิด-19 ควบคู่คุมเข้มชายแดน	<p><strong>พันเอก&nbsp;วินธัย&nbsp;สุวารี&nbsp;รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน</strong>&nbsp;(&nbsp;กอ.รมน.)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากการประชุมหน่วยขึ้นตรง&nbsp;กอ.รมน.&nbsp;ประจำเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;ผ่านระบบประชุมทางไกล&nbsp;&nbsp;มี&nbsp;พลเอก&nbsp;สันติพงศ์&nbsp;ธรรมปิยะ&nbsp;เสนาธิการทหารบก/เลขาธิการ&nbsp;กอ.รมน.&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;&nbsp;ได้เน้นย้ำป้องกันและรับมือการแพร่ระบาดโรคโควิด-19&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยในส่วนของ&nbsp;กอ.รมน.&nbsp;&nbsp;สั่งการให้&nbsp;กอ.รมน.ส่วนกลาง,&nbsp;ส่วนภูมิภาค&nbsp;และรอง&nbsp;ผอ.รมน.จังหวัด&nbsp;&nbsp;ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;จัดทำแผนเผชิญเหตุเพื่อรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดและเตรียมความพร้อมด้านต่างๆ&nbsp;&nbsp;สนับสนุนการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย,&nbsp;การรองรับผู้ป่วยในรูปแบบการรักษาตัวเองจากที่บ้าน&nbsp;(HI)&nbsp;และศูนย์แยกโรคของชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;และโรงพยาบาลสนาม&nbsp;ตลอดจนบูรณาการเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง,&nbsp;ฝ่ายปกครอง&nbsp;เข้าตรวจสถานประกอบการ&nbsp;โรงงาน&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;ควบคู่สร้างการรับรู้การป้องกันตนเองจากโควิด-19&nbsp;ให้กับประชาชนและผู้ประกอบการ&nbsp;รวมถึงรณรงค์การฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันโรค&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ขณะเดียวกัน&nbsp;เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐ</strong>&nbsp;&nbsp;ได้สั่งการให้หน่วยขึ้นตรง&nbsp;กอ.รมน.&nbsp;จัดกำลังพลปฏิบัติงาน&nbsp;ณ&nbsp;ที่ตั้งหน่วยให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น&nbsp;โดยสลับผลัดเข้าทำงานไม่เกิน&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;3&nbsp;จนถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;พร้อมกำชับให้กำลังพลทุกนายที่ต้องเข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่&nbsp;กอ.รมน.&nbsp;ต้องเข้ารับการตรวจคัดกรอง&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนการปฏิบัติงานทุกครั้ง&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>พร้อมกันนี้&nbsp;กำชับให้&nbsp;กอ.รมน.</strong>&nbsp;บูรณาการสกัดกั้นผู้หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย&nbsp;โดยเฉพาะห้วงหน้าแล้งที่แม่น้ำเริ่มตื้นเขิน&nbsp;ทำให้สามารถเดินเท้าข้ามได้&nbsp;ขอให้กองกำลังป้องกันชายแดน&nbsp;และ&nbsp;กอ.รมน.จังหวัด&nbsp;เข้มงวดในการเฝ้าระวัง&nbsp;ตรวจตราพื้นที่ชายแดนและพื้นที่ตอนในอย่างเข้มงวด&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	15/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220115203337562
529	ภูเก็ตภาคเอกชนในพื้นที่ป่าตองยังคงเดินหน้าตรวจคัดกรองเชิงรุกด้วย ATK  พนักงานและผู้ประกอบการร้านอาหารกึ่งผับภายในซอยบางลา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว	<p><strong>วันนี้&nbsp;(15&nbsp;ม.ค.64)&nbsp;พนักงานและผู้ประกอบการร้านอาหารกึ่งผับภายในซอยบางลา</strong>&nbsp;หาดป่าตอง&nbsp;อ.กะทู้&nbsp;จ.ภูเก็ต&nbsp;กว่า50คนเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;ด้วย&nbsp;ATK&nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการให้บริการ&nbsp;ทั้งในส่วนของประชาชนชาวป่าตอง&nbsp;นักท่องเที่ยวและพนักงานเอง&nbsp;หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;เริ่มกลับมาอีกครั้ง&nbsp;และพบผู้ติดเชื้อที่มาจากสถานบริการในพื้นที่จำนวนหนึ่ง&nbsp;</p><p><strong>โดยเป็นความร่วมมือของสำนักงานสาธารณสุขอำเภอกะทู้,</strong>&nbsp;โรงพยาบาลป่าตอง,&nbsp;ชมรมผู้ประกอบการสถานบันเทิง&nbsp;หาดป่าตอง,&nbsp;มูลนิธิพัฒนาป่าตอง&nbsp;และเจ้าหน้าที่เทศกิจเทศบาลเมืองป่าตอง&nbsp;ซึ่งเป็นการให้บริการฟรี&nbsp;การสอบถามต่างบอกว่าเป็นเรื่องที่ดีที่มีการตรวจ&nbsp;เพื่อจะได้เกิดความสบายใจ&nbsp;และไม่ต้องกังวล&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ทางภาคเอกชนในพื้นที่ป่าตองยังคงเดินหน้าตรวจคัดกรองอย่างต่อเนื่อง</strong>เพื่อลดจำนวนของผู้ติดเชื้อซึ่งพบว่าจำนวนผู้ที่ติดเชื้อลดลงเป็นอย่างจากจนเหลือเลขตัวเดียวในการตรวจแต่ละครั้ง&nbsp;แต่อย่างไรก็ตามก็จะมีการตรวจคัดกรองอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะไม่มีผู้ติดเชื้อในพื้นที่&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจแก่พนักงาน&nbsp;ผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	15/1/2022	ภาคใต้	ภูเก็ต	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220115201009550
530	ภูเก็ตภาคเอกชนในพื้นที่ป่าตองยังคงเดินหน้าตรวจคัดกรองเชิงรุกด้วย ATK  พนักงานและผู้ประกอบการร้านอาหารกึ่งผับภายในซอยบางลา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว	<p><strong>ภูเก็ตประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;4&nbsp;/2565&nbsp;เพื่อหารือมาตรการการป้องกันโรคโควิด&nbsp;-19</strong>&nbsp;และปรับมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;15&nbsp;&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ห้องประชุมคอซิมบี้&nbsp;ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต&nbsp;(หลังเก่า)&nbsp;นายพิเชษฐ์&nbsp;ปาระพงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;4&nbsp;/2565&nbsp;เพื่อหารือมาตรการการป้องกันโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;และปรับมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ภาคเอกชนและภาคประชาชน&nbsp;เข้าร่วม&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการประชุมในวันนี้เพื่อเป็นการติดตามสถานการณ์การติดเชื้อของจังหวัดภูเก็ต</strong>ที่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นตั้งแต่ชวงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านซึ่งทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ได้มีการตรวจคัดกรองเชิงรุกพร้อมทั้งวางมาตราการต่างๆในการลดจำนวนผู้ติดเชื้อพร้อมทั้งมีการเตรียมสถานที่ในการดูแลรักษาผู้ที่ติดเชื้อ</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีการเปิดคลีนิคอุ่นใจเพื่อให้ประชาชนที่ตรวจ&nbsp;atk&nbsp;</strong>ด้วยตัวเองและมีผลเป็นบวกได้เข้ามาตรวจที่คลีนิคอุ่นใจ&nbsp;เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและมีการเปิดสายด่วน076-254200&nbsp;เพื่อให้บริการประชาชนอีกด้วย&nbsp;นอกจากนี้การประชุมในวันนี้ยังได้มีการรายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ของจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ว่า&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;14&nbsp;มกราคม&nbsp;2564&nbsp;มียอดผู้ติดเชื้อรวม&nbsp;530&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;ในจังหวัด&nbsp;420&nbsp;ราย,&nbsp;ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์&nbsp;99&nbsp;ราย&nbsp;และเทสต์แอนด์โก&nbsp;11ราย&nbsp;มีผู้เสียชีวิต&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ได้มีการรายงานสถานการณ์การติดเชื้อของจังหวัดภูเก็ตมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น</strong>&nbsp;เฉลี่ย&nbsp;ช่วง&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;ย้อนหลัง&nbsp;ในกลุ่มคนไทยเท่ากับ&nbsp;455&nbsp;ราย&nbsp;และในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติเท่ากับ&nbsp;173&nbsp;ราย&nbsp;พบผู้ติดเชื้อในกลุ่มผู้เดินทางมาจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ทั้งภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์&nbsp;และเทสต์แอนด์โก&nbsp;รวมทั้งในจังหวัดที่เพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน&nbsp;ส่งผลให้อัตราการครองเตียงรักษาเพิ่มขึ้น&nbsp;ผู้ติดเชื้อมีประวัติเสี่ยงส่วนใหญ่เป็นการสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย&nbsp;การมีกิจกรรมร่วมกัน&nbsp;อาชีพสัมผัสนักท่องเที่ยว&nbsp;ทำงานในแหล่งท่องเที่ยว&nbsp;และมีความเชื่อมโยงการระบาดในกลุ่มเทสต์แอนด์โก&nbsp;และจากการสุ่มตรวจสายพันธุ์ของตัวอย่างในจังหวัดภูเก็ต&nbsp;พบติดเชื้อโอไมครอน&nbsp;จำนวน&nbsp;280&nbsp;ราย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ทางจังหวัดได้มีการปรับแผนเพื่อรองรับสถานการณืการแพร่ระบาด</strong>และได้ขอความร่วมมือจากประชาชนและนักท่องเที่ยวให้ปฏิตามมาตราการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด19อย่างเคร่งครัดเพื่อลดการแพร่ระบาดในพื้นที่ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	15/1/2022	ภาคใต้	ภูเก็ต	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220115202841556
531	ขนส่งจังหวัดเพชรบุรี ประมูลหมายเลขทะเบียนรถเลขสวย หมวดอักษร กน รายได้นำเข้ากองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ส่งเสริมแผนการลดอุบัติเหตุทางถนนกรมขนส่งทางบก	"<p><strong>นายชนะ&nbsp;ลิขิตเดชาโรจน์&nbsp;ขนส่งจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ขนส่งจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;จัดให้มีการประมูลหมายเลขทะเบียนรถเลขสวย&nbsp;สำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน&nbsp;7&nbsp;คน&nbsp;หมวดอักษร&nbsp;กน&nbsp;(ก้าวหน้า&nbsp;ร่ำรวย&nbsp;เลขสวยหนุนนำ)&nbsp;ผ่านทางเว็บไซต์<a&nbsp;href=""&nbsp;www.tabienrod.com""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank"">&nbsp;www.tabienrod.com</a>&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;5&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;และกำหนดปิดประมูลในวันอาทิตย์ที่&nbsp;16&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;วิทยาลัยอาชีวศึกษาเพชรบุรี&nbsp;ถนนราชวิถี&nbsp;ตำบลคลองกระแชง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;จำนวน&nbsp;301&nbsp;หมายเลข&nbsp;หมายเลขแบ่งเป็นกลุ่มตัวเลขตัวเดียว&nbsp;(1-9)&nbsp;เลขสองตัวเหมือน&nbsp;(11-99)&nbsp;สามตัวเหมือเน&nbsp;(111-999)&nbsp;สี่ตัวเหมือน&nbsp;(1111&nbsp;&nbsp;9999)&nbsp;เลขคู่&nbsp;8&nbsp;คู่&nbsp;9&nbsp;(8899&nbsp;9988&nbsp;8998&nbsp;8989&nbsp;9889)&nbsp;เลขหลักพัน&nbsp;(1000&nbsp;&nbsp;9000)&nbsp;เลขเรียง&nbsp;(123&nbsp;&nbsp;789,1234&nbsp;&nbsp;6789)&nbsp;และกลุ่มเลขคู่&nbsp;(1122,3434,5665)&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><strong>แผ่นป้ายทะเบียนรถในกลุ่มหมายเลขสวยทั้งหมดพื้นหลังจะมีความพิเศษ</strong>เป็นนลวดลายกราฟิกสีสันสวยงาม&nbsp;ผู้ประมูลจะได้รับการรับรองสิทธิ์จากกรมการขนส่งทางบก&nbsp;โดยสามารถเปลี่ยนแปลงเป็นสิทธิ์เป็นมรดกส่งต่อให้บุคคลอันเป็นที่รัก&nbsp;และสามารถนำไปใช้กับรถที่จดทะเบียนแล้ว&nbsp;โดยขอเปลี่ยนใช้หมายเลขที่ได้จากการประมูลแทน&nbsp;รายได้จากการประมูล&nbsp;นำเข้ากองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน&nbsp;เพื่อใช้ตามแผนลดอุบัติเหตุทางถนนของกรมการขนส่งทางบก&nbsp;และหน่วยงานที่มีแผนงานด้านความปลอดภัยทางถนน&nbsp;สนับสนุนการศึกษาวิจัยเพี่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน&nbsp;สนับสนุนช่วยเหลือผู้พิการอันเนื่องจากประสบภัยจากการใช้รถใช้ถนน&nbsp;</p><p><strong>ผู้ที่สนใจเข้าร่วมประมูลยังสามารถลงทะเบียน/เพิ่มวางเงินหลักประกันได้</strong>ถึงวันนี้&nbsp;16&nbsp;ม.ค.&nbsp;2565&nbsp;โดยสามารถลงทะเบียนผ่านทางเว็บไซต์&nbsp;<a&nbsp;href=""www.tabienrod.com&nbsp;""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank"">www.tabienrod.com&nbsp;</a>หรือ&nbsp;<a&nbsp;href=""https://car.tabienrod.com/""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank"">https://car.tabienrod.com/</a>&nbsp;ผู้เข้าร่วมประมูล&nbsp;ณ&nbsp;สถานที่ที่จัดไว้&nbsp;จะต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันฯ&nbsp;โรคไวรัสโควิด-19&nbsp;และผ่านการตรวจคัดกรอง&nbsp;ด้วยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;การจัดกิจกรรมครั้งนี้ดำเนินการภายใต้มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดโรคโควิด&nbsp;19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;</p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี</p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);"">#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>"	16/1/2022	ภาคตะวันตก	เพชรบุรี	สวท.เพชรบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220116080027587
532	ลำปาง พบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่  100 ราย	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง&nbsp;รายงานสถานการณ์โควิด-19&nbsp;</strong>ประจำวันที่&nbsp;16&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;&nbsp;เป็นผู้ติดเชื้อยืนยันตรวจด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;43&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ติดเชื้อเข้าข่ายตรวจด้วยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;57&nbsp;ราย&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ถึงปัจจุบัน&nbsp;พบผู้ป่วยสะสม&nbsp;1,529&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ระหว่างรักษา&nbsp;1,346&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายกลับบ้านสะสม&nbsp;183&nbsp;ราย&nbsp;และเสียชีวิตสะสม&nbsp;0&nbsp;ราย</p><p><strong>สำหรับข้อมูลการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ณ&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>ของวันเดียวกัน&nbsp;จังหวัดลำปางวัคซีนไปแล้ว&nbsp;1,020,891&nbsp;เข็ม&nbsp;จำแนกเป็นเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;472,310&nbsp;คน&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;442,279&nbsp;คน&nbsp;&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;102,815&nbsp;คน&nbsp;และเข็มที่&nbsp;4&nbsp;จำนวน&nbsp;3,487&nbsp;คน</p><p><strong>จังหวัดลำปางขอความร่วมมือประชาชนเคร่งครัดตามมาตรการป้องกันโรค&nbsp;DMHTTA&nbsp;</strong>ทั้งนี้&nbsp;หากมีข้อสงสัย&nbsp;&nbsp;สอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนโควิด-19&nbsp;ลำปาง&nbsp;โทร.&nbsp;093&nbsp;140&nbsp;8023&nbsp;ในวันเวลาราชการ&nbsp;และวันเสาร์-อาทิตย์&nbsp;เวลา&nbsp;08.30&nbsp;-&nbsp;16.30&nbsp;น.&nbsp;หรือสอบถามที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);"">#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p><p><br></p><p><br></p>"	16/1/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220116101204599
533	อุบลฯ พบผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่กว่า 200 ราย โดยมีผู้ติดเชื้อมาจากต่างประเทศด้วย	<p><strong>ศูนย์&nbsp;EOC&nbsp;COVID&nbsp;-19&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาด&nbsp;โควิด&nbsp;&nbsp;19</strong>&nbsp;วันที่&nbsp;16&nbsp;ม.ค.2565&nbsp;&nbsp;พบผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;244&nbsp;ราย&nbsp;ติดเชื้อในพื้นที่&nbsp;239&nbsp;ราย&nbsp;ติดเชื้อจากต่างจังหวัด&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;ติดเชื้อจากต่างประเทศ&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เป็นหญิงอายุ&nbsp;43&nbsp;ปี&nbsp;ชาว&nbsp;ต.ขุหลุ&nbsp;อ.ตระการพืชผล&nbsp;จ.อุบลราชธานี&nbsp;กลับมาจาก&nbsp;สหรัฐอเมริกา&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;10&nbsp;ม.ค.65&nbsp;ระบบ&nbsp;Test&nbsp;and&nbsp;go&nbsp;&nbsp;มีผู้ป่วยรักษาหายเพิ่ม&nbsp;314&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิตสะสม&nbsp;198&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;3,802&nbsp;ราย&nbsp;ขณะที่ในกลุ่มคลัสเตอร์มีผู้ติดเชื้อเพิ่ม&nbsp;6&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;18&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;ผลการฉีดวัคซีนทั้ง&nbsp;4&nbsp;เข็ม&nbsp;รวมประมาณ&nbsp;2&nbsp;ล้าน&nbsp;3&nbsp;แสนคนเศษ&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ศูนย์&nbsp;EOC&nbsp;COVID-19&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ขอให้ประชาชนตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;</strong>ด้วยตนเองทุก&nbsp;5-7&nbsp;วัน&nbsp;/&nbsp;ผู้ป่วยที่อาการไม่รุนแรง&nbsp;ให้กักตัวและรักษาตัวที่บ้าน&nbsp;ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ติดตามอาการอย่างใกล้ชิด&nbsp;/&nbsp;เน้นการทำงานที่บ้าน&nbsp;และซื้ออาหารไปรับประทานที่บ้าน&nbsp;/&nbsp;งดกิจกรรมร่วมกลุ่ม&nbsp;หลีกเลี่ยงการเข้าไปในที่แออัด&nbsp;สถานที่ปิด&nbsp;ห้องปรับอากาศ&nbsp;หรือสถานที่เสี่ยง&nbsp;/&nbsp;ป้องกันตนเองแบบครอบจักรวาล&nbsp;/&nbsp;ผู้สัมผัสเสี่ยงสูง&nbsp;ให้กักตัว&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;ตรวจโควิด&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;และเร่งฉีดวัคซีนให้ครบ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>กรกช&nbsp;&nbsp;ภูมี&nbsp;สวท.อุบลฯ&nbsp;/รายงาน&nbsp;16&nbsp;ม.ค.65&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	16/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สวท.อุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220116110220618
534	รายใหม่ โควิดยะลา  วันนี้พบติดเชื้อ 17  ราย  ไร้เสียชีวิต	"<p><strong>สถานการณ์โควิดระลอกเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;ในวันที่&nbsp;16&nbsp;ม.ค.65&nbsp;&nbsp;</strong>จ.ยะลา&nbsp;พบผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;17&nbsp;ราย&nbsp;โดย&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;มากสุด&nbsp;11&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;อ.เบตง&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;อ.ยะหา&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อ.รามัน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ส่วนอำเภอที่ไม่มีผู้ป่วย&nbsp;คือ&nbsp;&nbsp;อ.กาบัง&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;อ.กรงปินัง&nbsp;&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;อ.ธารโต&nbsp;&nbsp;ป่วยสะสม&nbsp;236&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;&nbsp;153&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;153&nbsp;ราย&nbsp;ไม่มีผู้ป่วยรายใหม่เสียชีวิต&nbsp;สะสมรวม&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;ขณะผู้ป่วยที่เข้าข่ายติดเชื้อ&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;รายใหม่&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;สะสม&nbsp;82&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);"">#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>"	16/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220116122633642
535	นักท่องเที่ยวทั่วสารทิศแห่เที่ยวอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ชมสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สมบูรณ์ ลิ้มลองรสชาดอาหารเด่น ไก่สับเบตง ส้มโชกุนเบตง ทำบรรยากาศเที่ยวช่วงสุดสัปดาห์คึกคัก ท่ามกลางมาตรการทางด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด	<p><strong>วันนี้&nbsp;16&nbsp;ม.ค.&nbsp;65&nbsp;บรรยากาศท่องเที่ยวในอำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;</strong>ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์พบว่า&nbsp;มีนักท่องเที่ยวทั่วสารทิศเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่กันอย่างคึกคักทำให้สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆในเขตเทศบาลและนอกเมือง&nbsp;ต่างรับนักท่องเที่ยววันละนับพันคน&nbsp;และได้มีจองโปรแกรมท่องเที่ยวกับผู้ประกอบการอย่างคึกคัก&nbsp;ทั้งรถนำเที่ยวท้องถิ่น&nbsp;ทั้งแบบเช้าไปเย็นกลับ&nbsp;และพักค้างคืนตามรีสอร์ทต่างๆ&nbsp;เพื่อสัมผัสธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์&nbsp;ทำให้บรรยากาศในตัวเมืองเบตงโดยเฉพาะจุดเช็คอิน&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นตู้ไปรษณีย์ยักษ์&nbsp;สัญลักษณ์ประจำเมืองเบตง&nbsp;และตู้ไปรษณีย์ที่สร้างขึ้นมาใหม่ใหญ่กว่าเดิม&nbsp;ที่ตั้งอยู่ที่ด้านหน้าอาคารเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;80&nbsp;พรรษา&nbsp;(ศาลาประชาคมหลังเก่า&nbsp;เทศบาลเบตง)&nbsp;ถนนสุขยางค์&nbsp;มีความสูง&nbsp;9&nbsp;เมตร&nbsp;จึงเป็นอีกหนึ่งจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมแวะไปถ่ายรูปตู้ไปรษณีย์&nbsp;และไม่พลาดที่ต้องไปชมสวรรค์บนดิน&nbsp;สนามบินเบตง&nbsp;ที่ท่าอากาศยานนานาชาติเบตงที่ได้รับความนิยมทั้งจากชาวเบตงและนักท่องเที่ยวจากต่างพื้นที่&nbsp;เพื่อไปชมสถาปัตยกรรมของอาคารที่พักผู้โดยสาร&nbsp;รวมถึงถ่ายรูปเป็นที่ระลึก&nbsp;บริเวณด้านหน้า&nbsp;เพราะที่นี่ตกแต่งด้วยไม้ไผ่สุดอลังการ&nbsp;สะท้อนเอกลักษณ์ท้องถิ่น&nbsp;</p><p><strong>โดยคำว่า&nbsp;เบตง&nbsp;หรือ&nbsp;บือตง&nbsp;เป็นภาษามลายู&nbsp;แปลว่า&nbsp;ไม้ไผ่&nbsp;</strong>ซึ่งหากเปิดบริการสนามบินเบตงจะอำนวยความสะดวกในการเดินทาง&nbsp;รวมถึงการท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอเบตง&nbsp;ของผู้คนทั้งไทยและต่างชาติเพิ่มขึ้น&nbsp;และไม่พลาดที่ต้องลิ้มลอง&nbsp;รสชาติ&nbsp;ส้มโชกุนเบตงแท้&nbsp;เพราะอำเภอเบตง&nbsp;เป็นแหล่งปลูกส้มโชกุนที่มีคุณภาพดีที่สุดเพราะที่นี่มีลักษณะพิเศษ&nbsp;เป็นพื้นที่เป็นที่ราบสูง&nbsp;ภูเขาสลับซับซ้อน&nbsp;มีดินเป็นดินร่วน&nbsp;อุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ&nbsp;20-27&nbsp;องศาทำให้อากาศเย็นสบาย&nbsp;ยิ่งช่วงนี้ส้มโชกุนกำลังออกผลผลิตใกล้ตรุษจีน&nbsp;นักท่องเที่ยวแห่ชิมเลือกซื้อกันอย่างคึกคักสร้างรายได้เข้าพื้นที่&nbsp;ทั้ง&nbsp;โรงแรม&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;ห้องพัก&nbsp;และร้านอาหาร&nbsp;เที่ยวชมสวนส้มโชกุน&nbsp;คาดเงินสะพัดจำนวนมาก</p><p><strong>นักท่องเที่ยวจากจังหวัดลพบุรี&nbsp;บอกว่า&nbsp;อากาศ&nbsp;ที่เบตงเยี่ยมยอดมาก</strong>&nbsp;เพราะอยากมาสัมผัสเมืองเบตง&nbsp;เพราะเป็นอีกอำเภอหนึ่งของจังหวัดยะลา&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;และเป็นอำเภอที่ตั้งอยู่ใต้สุดของประเทศไทย&nbsp;เมื่อมาได้สัมผัส&nbsp;ที่นี่เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย&nbsp;ทั้งธรรมชาติและวัฒนธรรม&nbsp;มีอาหารการกินอร่อย&nbsp;อย่าง&nbsp;ไก่เบตง&nbsp;ที่ใครก็บอกว่าเด็ด&nbsp;ผู้คนหลายอยู่กันหลายเชื้อชาติน่ารักใจดี&nbsp;เป็นอีกหนึ่งเมืองที่มีเสน่ห์น่าไปสัมผัสขอเชิญชวนมาเที่ยว</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;ศปก.อำเภอเบตง&nbsp;ก็ได้มีการวางมาตรการทางด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด</strong>&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส&nbsp;โควิด-19&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวโดย&nbsp;ประชาชน&nbsp;และผู้ประกอบการในพื้นที่อำเภอเบตง&nbsp;ขณะนี้เกือบครบ&nbsp;100&nbsp;%&nbsp;แล้ว&nbsp;ที่ได้รับวัคซีน&nbsp;เพราะทางอำเภอเบตงได้เปิดบริการฉีดวัคซีนให้ทุกคนที่มาเที่ยวในพื้นที่&nbsp;รวมทั้งผู้ที่เดินทางเข้าสู่จังหวัดยะลาต้องฉีดวัคซีนทุกคน&nbsp;ผ่านมาตรการคัดกรองอย่างเข้มงวด&nbsp;หากรู้สึกไม่สบาย&nbsp;ทางเจ้าหน้าที่&nbsp;พร้อมตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ให้ฟรี&nbsp;และหากพบว่ามีเชื้อเป็นบวก&nbsp;เจ้าหน้าที่พร้อมจัดยาฟาวิพิราเวียร์ให้ทานทันที</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	16/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220116131450650
536	โฆษก ศบค.ตรัง เผย จังหวัดตรังมีผู้ป่วยโควิด -19 ที่รักษาหายวันนี้ 42 ราย รักษาหายสะสม 222 ราย นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(16&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;นายแพทย์ตุลกานต์&nbsp;มักคุ้น&nbsp;แพทย์ชำนาญการพิเศษโรงพยาบาลตรัง</strong>&nbsp;ในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ผู้ป่วยที่รักษาหายเพิ่ม&nbsp;42&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายรวม&nbsp;222&nbsp;ราย&nbsp;นับตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มีผู้ป่วยโควิด&nbsp;-19&nbsp;ยังคงรักษาใน&nbsp;รพ.&nbsp;279&nbsp;ราย&nbsp;ไม่มีอาการหรือมีอาการน้อย&nbsp;249&nbsp;ราย&nbsp;อาการปานกลาง&nbsp;24&nbsp;ราย&nbsp;ให้ออกซิเจน&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;ให้ออกซิเจนแรงดันสูง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;โดยในวันนี้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่อวันเฉลี่ยใน&nbsp;7&nbsp;วันเฉพาะในจังหวัดตรัง&nbsp;28.2&nbsp;ราย&nbsp;รวมที่มารักษาด้วย&nbsp;30.8&nbsp;ราย&nbsp;ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม&nbsp;ทำให้มียอดเสียชีวิตสะสม&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;โดยในขณะนี้&nbsp;จังหวัดตรังได้ดำเนินการฉีดวัคซีนเข็ม&nbsp;1&nbsp;ไปแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;489,983&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;77.56&nbsp;และจำนวนผู้ได้รับวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;จำนวน&nbsp;464,085&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;73.46&nbsp;จากกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;631,755&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ได้ทำการตรวจหาเชื้อ&nbsp;SARs-COV-2&nbsp;</strong>ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;15&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;โดยดำเนินการไปแล้วทั้งสิ้น&nbsp;1,156&nbsp;ราย&nbsp;พบผลบวก&nbsp;(ติดเชื้อ)&nbsp;570&nbsp;ราย&nbsp;วันนี้มีการ&nbsp;Swab&nbsp;83&nbsp;ราย&nbsp;รอผลทั้ง&nbsp;83&nbsp;ราย&nbsp;และยังคงเน้นย้ำมาตรการการรักษามาตรการส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อป้องกันและลดการแพร่ระบาดของโควิด&nbsp;-19&nbsp;ในวันนี้ได้มีการตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;เป็นบวก&nbsp;จำนวน&nbsp;28&nbsp;ราย&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;74&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;37.84%&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นบวก&nbsp;52&nbsp;ราย&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;1,022&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;5.09%&nbsp;รวมผู้ติดเชื้อ&nbsp;80&nbsp;ราย&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;1,096&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;7.30%</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);"">#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>"	16/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220116152406699
537	ลำพูน พบติดเชื้อ COVID-19 เพิ่มอีก 15 ราย ติดเชื้อในจังหวัด 15 ราย ตรวจ ATK Pro และ ATK Plus 85 ราย ด้านคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดขอเน้นย้ำ เลี่ยงการเดินทางไปพื้นที่เสี่ยง งดการรวมกลุ่มสังสรรค์ และตรวจหาเชื้อด้วย ATK ทันทีเมื่ออยู่ในกลุ่มเสี่ยง	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(16&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;ที่ศาลาประชาคม&nbsp;ศาลากลางจังหวัดลำพูน&nbsp;</strong>นายบุญส่ง&nbsp;ไชยมณี&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายแพทย์นิมิตร&nbsp;อินปั๋นแก้ว&nbsp;นายแพทย์เชี่ยวชาญโรงพยาบาลลำพูน&nbsp;ร่วมแถลงสถานการณ์&nbsp;COVID-19&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;จ.ลำพูน&nbsp;โดยในวันนี้พบผู้ติดเชื้อเพิ่มในจังหวัด&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;ATK&nbsp;Pro&nbsp;และ&nbsp;ATK&nbsp;Plus&nbsp;85&nbsp;ราย&nbsp;โดยสถิติตั้งแต่วันที่&nbsp;9&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;-&nbsp;16&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มีผู้ป่วยยืนยันสะสมทั้งสิ้น&nbsp;5,994&nbsp;ราย&nbsp;ยอดเสียชีวิตสะสม&nbsp;44&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ระหว่างการรักษาตัวทั้งหมด&nbsp;700&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;ใน&nbsp;รพ.รัฐ&nbsp;196&nbsp;ราย&nbsp;รพ.เอกชน&nbsp;419&nbsp;ราย&nbsp;CI&amp;HI&nbsp;85&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;5,199&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>ด้านหัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ในช่วงนี้&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดลำพูน&nbsp;และอีกหลายๆ&nbsp;จังหวัด&nbsp;ยังพบผู้ติดเชื้อต่อเนื่อง&nbsp;จึงขอความร่วมมือประชาชนผู้ที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่จังหวัดลำพูนทุกคน&nbsp;ปฏิบัติตามคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดลำพูนอย่างเคร่งครัด&nbsp;งดการรวมกลุ่มสังสรรค์&nbsp;และเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงต่างๆ&nbsp;พร้อมทั้งให้ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรค&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;</p><p><br></p><p>ภาพ/ข่าว&nbsp;รุจิรา&nbsp;เสนานุช&nbsp;</p><p>ผู้สื่อข่าว&nbsp;ส.ปชส.ลำพูน&nbsp;</p><p><a&nbsp;href=""https://www.facebook.com/PRLAMPHUN/posts/2076340259214699""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank"">https://www.facebook.com/PRLAMPHUN/posts/2076340259214699</a></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);"">#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>"	16/1/2022	ภาคเหนือ	ลำพูน	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220116150844691
538	ผอ.ศกว.สั่งเปิดเรียน On Site ทุกชั้นเรียน ฝ่าวิกฤติโควิด-19 ยืนยันมาตรการเข้มเชื่อมโยงข้อมูลสาธารณสุขรายวัน	<p><strong>วันที่&nbsp;16&nbsp;ม.ค.&nbsp;65&nbsp;นายยิ่งยง&nbsp;นันทวณิชชากร&nbsp;ผอ.โรงเรียนศรีสะเกษวิทยาลัย&nbsp;(ศกว.)&nbsp;</strong>เปิดเผยว่า&nbsp;ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน&nbsp;ได้มีนโยบาย&nbsp;เรื่องมาตรการป้องกันและควบคมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19&nbsp;และแนวปฏิบัติภายหลังเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งทางโรงเรียนศรีสะเกษวิทยาลัย&nbsp;ได้เฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อดังกล่าว&nbsp;โดยการปรับรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนทางไกล&nbsp;(ออนไลน์)&nbsp;ทุกระดับนั้น</p><p><strong>ขณะนี้ทางโรงเรียนได้ประเมินความเสี่ยง&nbsp;โดยยึดคุณภาพในการจัดการเรียนรู้&nbsp;</strong>และประโยชน์สูงสุดกับผู้เรียน&nbsp;จึงประกาศเปิดเรียนแบบมาเรียนที่โรงเรียน&nbsp;(On&nbsp;Site)&nbsp;ทุกชั้นเรียน&nbsp;ตั้งแต่ระดับชั้น&nbsp;ม.1-ม.6&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;17&nbsp;ม.ค.&nbsp;นี้&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;และอนุญาตให้เรียนออนไลน์ได้บางชั้นเรียนและบางกรณี&nbsp;ทั้งนี้ทางโรงเรียนได้ดำเนินการตามมาตรการ&nbsp;Thai&nbsp;Stop&nbsp;COVID&nbsp;Plus&nbsp;(TSC+)&nbsp;และรายงานการติดตามการประเมินผลผ่าน&nbsp;MOECOVID&nbsp;โดยคณะครู&nbsp;บุคลากรทางการศึกษา&nbsp;และนักเรียนได้รับการฉีดวัคซีนเป็นส่วนใหญ่&nbsp;รวมทั้งมีการรับวัคซีนเพิ่มอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ประกอบกับสถานการณ์โรคติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;จ.ศรีสะเกษ&nbsp;มีแนวโน้มลดลง&nbsp;และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขรวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถควบคุมสถานการณ์การแพร่กระจายเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;โรงเรียนยังมีระบบเชื่อมโยงพื้นที่เสี่ยงกับภูมิลำเนาหรือที่อยู่ของนักเรียน</strong>&nbsp;เพื่อคัดกรองนักเรียนกลุ่มเสี่ยง&nbsp;หากพบว่าพื้นที่หมู่บ้าน/ตำบล/อำเภอใด&nbsp;ที่นักเรียนอาศัยอยู่&nbsp;มีผู้ติดเชื้อโควิด&nbsp;และมีความเสี่ยงสูงจะได้รับการตรวจหาเชื้อด้วย&nbsp;Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit&nbsp;(ATK)&nbsp;ทุกคน&nbsp;ก่อนที่จะปล่อยให้เข้าชั้นเรียนได้ตามปกติ&nbsp;หากพบว่ามีผลบวก&nbsp;จะแจ้งให้ผู้ปกครองมารับตัวเพื่อไปตรวจซ้ำที่โรงพยาบาล&nbsp;เพื่อยืนยันอีกครั้ง&nbsp;ซึ่งจะสร้างความมั่นใจ&nbsp;และความปลอดภัยให้กับนักเรียนได้&nbsp;พร้อมทั้งได้ให้นักเรียนตอบแบบประเมินความเสี่ยงของโรงเรียนที่ปรับปรุงจาก&nbsp;แบบ&nbsp;TST&nbsp;เพื่อประเมินตนเองอีกด้วย</p><p><strong>ในระหว่างเปิดเรียนปกติ&nbsp;(On&nbsp;Site)&nbsp;โรงเรียนยังยึดหลักการเข้ม&nbsp;6&nbsp;มาตรการหลัก</strong>&nbsp;(DMHT-RC)&nbsp;6&nbsp;มาตรการเสริม&nbsp;(SSET-CQ)&nbsp;และแนวทาง&nbsp;7&nbsp;มาตรการเข้ม&nbsp;สำหรับสถานศึกษาแบบไป-กลับ&nbsp;ตามนโยบายต้นสังกัด&nbsp;และมีแผนเผชิญเหตุที่สามารถแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที</p><p><strong>ด้วยเหตุนี้ทางโรงเรียนจึงประกาศเปิดเรียนแบบมาเรียนที่โรงเรียน&nbsp;(On&nbsp;Site)&nbsp;</strong>ทุกชั้นเรียนและขอความร่วมมือผู้ปกครอง&nbsp;ได้กำกับดูแลนักเรียนในการดูแลของท่าน&nbsp;ให้มีวินัย&nbsp;มีความตระหนักในการระวังป้องกันโรคติดต่อ&nbsp;โดยเฉพาะการรักษาสุขภาพอนามัยการสังเกตอาการ&nbsp;ทั้งภายในบ้าน&nbsp;ในที่ชุมชน&nbsp;การเดินทางมาเรียน&nbsp;การปฏิบัติตนระหว่างเรียน&nbsp;การไม่ไปพื้นที่เสี่ยง&nbsp;และการเดินทางกลับบ้านอย่างตรงเวลา&nbsp;ทั้งนี้ทางโรงเรียนจะพยายามจัดการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพ&nbsp;และปลอดภัยจากโรคติดต่อต่อไป.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	16/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220116182815738
539	นายกฯ ขอประชาชนฉีดวัคซีนให้ครบตามเกณฑ์ ไทยจะเป็นประเทศที่ 2 ของเอเชีย มีวัคซีนเด็กเล็ก	<p><strong>นายกฯ&nbsp;ขอประชาชนฉีดวัคซีนให้ครบตามเกณฑ์&nbsp;ไทยจะเป็นประเทศที่&nbsp;2&nbsp;ของเอเชีย&nbsp;</strong>มีวัคซีนเด็กเล็ก&nbsp;เตรียมนำเข้าปลายเดือนนี้&nbsp;</p><p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ชวนประชาชนฉีดวัคซีนครบตามเกณฑ์&nbsp;ก่อนรีบฉีดกระตุ้นเข็ม&nbsp;3&nbsp;</p><p>โดยไทยจะเป็นประเทศที่&nbsp;2&nbsp;ของทวีปเอเชียที่มีวัคซีนเด็กเล็ก&nbsp;อายุ&nbsp;5-11&nbsp;ปี&nbsp;และขอให้ประชาชนทุกคนปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขป้องกันส่วนบุคคลขั้นสูงสุด&nbsp;และสวมหน้ากากอนามัย&nbsp;100%&nbsp;ออกนอกบ้านขอให้สวมหน้ากากผ้า/หน้ากากอนามัยเป็นปกติวิสัย&nbsp;เว้นระยะห่างระหว่างบุคคล&nbsp;หมั่นล้างมือบ่อย&nbsp;ๆ&nbsp;งดการรวมกลุ่มรับประทานอาหารร่วมกันในที่ทำงาน&nbsp;และไม่ไปในสถานที่เสี่ยง&nbsp;เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ&nbsp;พร้อมย้ำร้านอารหารต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ต้องเข้มงวดตามมาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร&nbsp;(Covid&nbsp;&nbsp;Free&nbsp;Setting)&nbsp;ขณะที่สถานประกอบการและหน่วยงานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ควรจัดให้&nbsp;Work&nbsp;From&nbsp;Home&nbsp;และขอให้มีตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;อย่างสม่ำเสมอ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>Cr#ที่มา&nbsp;:&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</p><p>#ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด19&nbsp;&nbsp;#ศูนย์ข้อมูลCOVID19</p><p>#ฉีดวัคซีนหยุดเชื้อเพื่อชาติ</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	16/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220116213312769
540	เปิดเทอม On-Site วันแรก จังหวัดยะลาคึกคัก คุมเข้มป้องกันโควิด-19 สร้างความเชื่อมั่นผู้ปกครอง	<p><strong>ทดลองเปิดเทอม&nbsp;On-Site&nbsp;วันแรกโรงเรียนมัธยมยะลา&nbsp;คึกคัก&nbsp;นักเรียน&nbsp;-&nbsp;ผู้ปกครองขานรับ&nbsp;มาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;เข้มข้น&nbsp;ผอ.โรงเรียนย้ำห้ามคลุกคลีกัน&nbsp;เด็กๆ&nbsp;เผย&nbsp;ดีใจหลังได้กลับมาเรียน&nbsp;หยุดไปเกือบปี&nbsp;</strong></p><p><strong>หลังได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดยะลา&nbsp;ในวันนี้&nbsp;(17&nbsp;ม.ค&nbsp;65)&nbsp;</strong>&nbsp;เป็นวันแรกที่ทางโรงเรียนคณะราษฎรบำรุง&nbsp;จังหวัดยะลาได้เปิดเรียนรูปแบบปกติ&nbsp;On-Site&nbsp;ภาคเรียนที่&nbsp;2&nbsp;ปีการศึกษา&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;จัดการเรียนการสอนแบบผสมผสาน&nbsp;ให้นักเรียนมาเรียนที่โรงเรียนแบบสลับการเรียน&nbsp;แบ่ง&nbsp;2&nbsp;กลุ่ม&nbsp;เป็นกลุ่มนักเรียนเลขที่คู่&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;กลุ่มนักเรียนเลขที่คี่&nbsp;สลับคนละสัปดาห์&nbsp;ทำให้ทางโรงเรียน&nbsp;ซึ่งมีนักเรียนกว่า&nbsp;2,400&nbsp;คน&nbsp;จะลดลงตามจำนวน&nbsp;ซึ่งวันนี้เป็นวันแรกของกลุ่ม&nbsp;1&nbsp;จะมีนักเรียนมาเรียน&nbsp;700&nbsp;กว่าคน&nbsp;และในส่วนที่เหลือ&nbsp;ไม่ได้มาเรียนในรูปแบบปกติ&nbsp;On-Site&nbsp;ก็จะเรียนออนไลน์ที่บ้าน</p><p><strong>ขณะที่บรรยากาศการเปิดเรียนวันแรกเป็นไปอย่างคึกคัก</strong>&nbsp;ทั้งผู้ปกครอง&nbsp;ที่ได้นำลูกๆ&nbsp;มาโรงเรียนกันตั้งแต่เช้า&nbsp;และนักเรียน&nbsp;ซึ่งต่างรู้สึกตื่นเต้น&nbsp;และดีใจที่ได้มาโรงเรียนตามปกติ&nbsp;หลังจากต้องหยุดไปนานเกือบปีไม่ได้มาโรงเรียน&nbsp;ไม่ได้มาเจอกับเพื่อนๆ&nbsp;พร้อมกับบอกว่าจะดูแลปฎิบัติตนเองสวมหน้ากากเว้นระยะห่างอย่างเคร่งครัด&nbsp;ไม่อยากให้โรงเรียนต้องปิดไปอีกขณะที่ผู้ปกครองเองก็ได้เน้นย้ำลูกๆ&nbsp;ห้ามถอดแมสเป็นอันขาด&nbsp;</p><p><strong>ในส่วนของการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)</strong>&nbsp;ทางโรงเรียนได้มีมาตรการที่เข้มงวด&nbsp;ตั้งแต่ก่อนเข้าไปภายในโรงเรียน&nbsp;นักเรียนจะต้องผ่านการตรวจคัดกรองตามมาตรการสาธารณสุข&nbsp;ทั้งการสวมหน้ากากอนามัย&nbsp;การล้างมือ&nbsp;รวมถึง&nbsp;การเว้นระยะห่าง&nbsp;เพื่อสร้างความปลอดภัยอย่างสูงสุดแก่นักเรียน&nbsp;ครู&nbsp;บุคลากร&nbsp;ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ปกครอง</p><p><strong>นายนพปฎล&nbsp;มุณีรัตน์&nbsp;ผู้อำนวยการโรงเรียนคณะราษฎรบำรุง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;เผยว่า&nbsp;</strong>สำหรับวันนี้เป็นการเปิดเรียน&nbsp;On-Site&nbsp;วันแรก&nbsp;ซึ่งทางโรงเรียนมีมาตรการตามที่กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;และกระทรวงศึกษาธิการกำหนด&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ตั้งแต่เด็กเข้ามาในโรงเรียนตรวจวัดอุณหภูมิ&nbsp;ทำความสะอาดล้างมือ&nbsp;ในส่วนการมาเรียน&nbsp;ก็จะแบ่งเป็น&nbsp;2&nbsp;กลุ่ม&nbsp;กลุ่มแรก&nbsp;มีนักเรียนประสงค์เรียนปกติ&nbsp;773&nbsp;คน&nbsp;ในกลุ่ม&nbsp;2&nbsp;ประสงค์เข้ามาเรียนในแบบปกติ&nbsp;เท่าๆ&nbsp;กัน&nbsp;774&nbsp;คน&nbsp;ในส่วนการใช้ชีวิตในโรงเรียน&nbsp;ทางโรงเรียนมีมาตรการ&nbsp;ทางกระบวนการสาธารณสุข&nbsp;เข้มข้น&nbsp;โดยเฉพาะการรักษาระยะห่างของเด็กๆ&nbsp;ได้เน้นย้ำไม่ให้เด็กคลุกคลีกัน&nbsp;ส่วนสำคัญอีกอย่าง&nbsp;เมื่อพบเด็กที่มีผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;บวก&nbsp;มีเชื้อก็จะส่งต่อโดยเร็วเพื่อรีบรักษา&nbsp;และในแต่ละสัปดาห์จะมีการสุ่มตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ตลอด&nbsp;50%&nbsp;และอีกอย่างทางนายกเทศมนตรีนครยะลา&nbsp;นายพงษ์ศักดิ์&nbsp;ยิ่งชนม์เจริญ&nbsp;ได้ให้ความอนุเคราะห์&nbsp;นำน้ำในท่อน้ำทิ้ง&nbsp;ไปตรวจซากเชื้อของโควิดที่จะมีผล&nbsp;ถ้ามีผลเราก็จะประเมินสถานการณ์&nbsp;การแพร่ระบาดได้อีกทางหนึ่ง&nbsp;ฉะนั้นใน&nbsp;2&nbsp;อาทิตย์ที่นักเรียนมาเรียนเราก็จะดู&nbsp;ประเมิน&nbsp;สถานการณ์&nbsp;เตรียมแผนเผชิญเหตุต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อให้รัดกุมที่สุด</p><p><strong>ขณะที่ในวันนี้นอกจากทางโรงเรียนคณะราษฎรบำรุง</strong>&nbsp;ซึ่งเป็นโรงเรียนเก่าแก่ประจำจังหวัดยะลา&nbsp;ได้เปิดการเรียนการสอนแบบปกติแล้วยังมี&nbsp;โรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครยะลา&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;โรง&nbsp;รวมถึงโรงเรียนอื่นๆ&nbsp;ที่มีความพร้อมได้ทยอยเปิดการเรียนการสอนในระดับชั้น&nbsp;ม.ต้น&nbsp;เช่นกัน&nbsp;&nbsp;ซึ่งจากข้อมูล&nbsp;คณะกรรมการโรคติดต่อ&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ได้มีมติเห็นชอบอนุญาตให้สถานศึกษาดำเนินการเปิดสถานศึกษา&nbsp;รูปแบบ&nbsp;On-Site&nbsp;ภาคเรียนที่&nbsp;2&nbsp;ปีการศึกษา&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;43&nbsp;แห่ง&nbsp;โดยมีเงื่อนไขผู้เรียนที่จะสามารถดำเนินการเรียนในชั้นเรียน&nbsp;On-Site&nbsp;&nbsp;จะต้องได้รับวัคซีนครบโดส&nbsp;กรณีผู้เรียนที่ยังไม่ได้รับวัคซีนให้ดำเนินการเรียนในรูปแบบอื่นที่เหมาะสม&nbsp;ซึ่งโรงเรียนที่ไอนุญาตให้เปิดเรียนก็จะมีทั้งโรงเรียนในสังกัด&nbsp;ท้องถิ่นจังหวัด&nbsp;สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา&nbsp;สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา&nbsp;สำนักงานการศึกษาเอกชน&nbsp;สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย&nbsp;&nbsp;โรงเรียนราชประชานุเคราะห์&nbsp;41&nbsp;จังหวัดยะลา</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	17/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117094821807
541	ยะลาเปิด On site วันแรก 46 โรง มาตรการคักกรองเข้ม ด้าน ผอ.โรงเรียนคณะราษฎรบำรุง จังหวัดยะลาเผยเน้นย้ำดูแลตนเองป้องกันโควิด	<p><strong>วันนี้&nbsp;(17&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;บรรยากาศการเปิดเรียน&nbsp;On&nbsp;site</strong>&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดยะลาที่โรงเรียนคณะราษฎรบำรุงจังหวัดยะลา&nbsp;ทางโรงเรียนได้มีมาตรการเข้มในการคัดกรองเด็กนักเรียนที่เดินทางมาโรงเรียน&nbsp;มีการตั้งจุดคัดกรองที่ประตูทางเข้าโรงเรียน&nbsp;ตรวจวัดอุณหภูมิ&nbsp;จุดล้างมือ&nbsp;พร้อมทั้งการเว้นระยะห่าง&nbsp;เป็นไปตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรตติดเชื้อโควิด-19</p><p><strong>นายนพปฎล&nbsp;มุณีรัตน์&nbsp;ผู้อำนวยการโรงเรียนคณะราษฎรบำรุง&nbsp;จังหวัดยะลา</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;การเปิดเรียน&nbsp;On&nbsp;site&nbsp;วันแรกประจำปีการศึกษา&nbsp;2564&nbsp;ทางโรงเรียนได้ผ่านการประเมินความพร้อมจากกระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการอำเภอ&nbsp;โดยได้รับการอนุญาติจาก&nbsp;ศบค.&nbsp;จังหวัด&nbsp;ในส่วนโรงเรียนของโรงเรียนคณะราษฎรบำรุงจังหวัดยะลา&nbsp;ได้เพิ่มความเข้มข้น&nbsp;เน้นย้ำในการปฏิบัติตามาตรการต่างๆ&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;มีการจัดการเรียนการสอนแบ่งเป็น&nbsp;2&nbsp;กลุ่ม&nbsp;คือ&nbsp;นักเรียนที่มีเลขคี่&nbsp;จำนวน&nbsp;773&nbsp;คน&nbsp;&nbsp;และนักเรียนเลขคู่&nbsp;จำนวน&nbsp;774&nbsp;คน&nbsp;มาเรียนสลับกันใน&nbsp;2&nbsp;อาทิตย์แรก&nbsp;พร้อมทั้งในการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ได้ถือปฏิบัติตามาตรการของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;มีการตรวจเป็นระยะและสม่ำเสมอ&nbsp;ทั้งนี้ได้มีการเน้นย้ำเรื่องของการดูแลรักษาตนเอง&nbsp;ไม่ให้เกิดความสุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อ&nbsp;ซึ่งช่วงระยะเวลาที่เรียน&nbsp;On&nbsp;line&nbsp;นักเรียนได้มีการศึกษาการดำรงชีวิตท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาด&nbsp;เมื่อพบว่ามีการติดเชื้อ&nbsp;ต้องปฏิบัติตนเองอย่างไร&nbsp;เพื่อเข้าสู่กระบวนรักษาตามระบบ&nbsp;ให้เร็วที่สุด&nbsp;ป้องกันไม้ให้ไปแพร่เชื้อสู่ผู้อื่น&nbsp;การตรวจอย่างสม่ำเสมอ&nbsp;มีระยะเวลาที่ชัดเจน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ทั้งนั้น&nbsp;ทางโรงเรียนพยายามที่จะให้นักเรียนมีทักษะชีวิตในการที่จะอยู่ร่วมช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด19&nbsp;ให้รอดพ้น&nbsp;รักษาตัวให้รอดปลอดภัย&nbsp;ไม่นำไปสู่การแพร่ระบาดต่อไป</p><p><strong>นายธนธร&nbsp;แสงสมนึก&nbsp;นักเรียนชั้น&nbsp;ม.3&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ดีใจและตื่นเต้นที่โรงเรียนเปิดได้เจอเพื่อน&nbsp;ที่ผ่านมาเรียนออนไลน์ไม่ค่อยเข้าใจ&nbsp;บางครั้งสัญญาณไม่ค่อยดี&nbsp;ทำให้เป้นอุปสรรคต่อการเรียน&nbsp;แต่การเรียนในวันนี้&nbsp;จะทำให้เรียนในห้องเรียนที่เข้าใจมากยิ่งขึ้น&nbsp;เพราะได้สื่อสารโยตรงกับครู&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ในการป้องกันตนเอง&nbsp;สวมหน้ากากอนามัย&nbsp;ล้างมือบ่อยๆ&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;ไม่เข้าใกล้ในที่แออัด&nbsp;ซึ่งจะเป็นการป้องกันได้</p><p><strong>สำหรับในพื้นที่จังหวัดยะลา&nbsp;</strong>ที่ผ่านการประเมินจากศูนย์ปฏิบัติการอำเภอ&nbsp;ร่วมกับสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ทั้งระดับประถมศึกษา&nbsp;และมัธยมศึกษาโรงเรียนในสังกัดการศึกษาเอกชน&nbsp;สังกัดอาวีชะศึกษา&nbsp;มีจำนวนทั้งหมด&nbsp;46&nbsp;แห่ง&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	17/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117102051820
542	โรงเรียนในพื้นที่ จ.ยะลา ทยอยเปิดเรียน On-site อีกครั้ง หลังต้องประสบกับโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมา	<p><strong>วันนี้&nbsp;(17&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;</strong>โรงเรียนในพื้นที่จังหวัดยะลาหลายแห่งได้ทยอยเปิดเรียนในรูปแบบ&nbsp;On&nbsp;site&nbsp;เป็นวันแรก&nbsp;หลังจากที่ต้องปิดชั่วคราวและทำการเรียนการสอนในรูปแบบ&nbsp;On&nbsp;line&nbsp;แทน&nbsp;เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ทำให้บรรยากาศที่โรงเรียนต่างๆ&nbsp;ในพื้นที่เป็นไปอย่างคึกคัก&nbsp;ท่ามกลางการดูแลคามมาตรการที่กำหนด</p><p><strong>โดยที่โรงเรียนคณะราษฎรบำรุงจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;ทางโรงเรียนได้มีมาตรการเข้มในการคัดกรองเด็กนักเรียนที่เดินทางมาโรงเรียน&nbsp;มีการตั้งจุดคัดกรอง&nbsp;ที่ประตูทางเข้าโรงเรียน&nbsp;ตรวจวัดอุณหภูมิ&nbsp;จุดล้างมือ&nbsp;พร้อมทั้งการเว้นระยะห่าง&nbsp;เป็นไปตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด19&nbsp;ซึ่งผู้อำนวยการโรงเรียน&nbsp;เปิดเผยว่าได้แบ่งการจัดการเรียนการสอนออกเป็น&nbsp;2&nbsp;กลุ่ม&nbsp;คือ&nbsp;นักเรียนที่มีเลขคี่&nbsp;จำนวน&nbsp;773&nbsp;คน&nbsp;และนักเรียนเลขคู่&nbsp;จำนวน&nbsp;774&nbsp;คน&nbsp;มาเรียนสลับกันใน&nbsp;2&nbsp;อาทิตย์แรก&nbsp;พร้อมทั้งได้มีการตรวจ&nbsp;ATK</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;นายธนธร&nbsp;แสงสมนึก</strong>&nbsp;นักเรียนชั้น&nbsp;ม.3&nbsp;รร.&nbsp;คณะราษฎรบำรุงจังหวัดยะลา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;รู้สึกดีใจและตื่นเต้นที่โรงเรียนเปิดได้เจอเพื่อน&nbsp;ที่ผ่านมาเรียนออนไลน์ไม่ค่อยเข้าใจ&nbsp;บางครั้งสัญญาณไม่ค่อยดี&nbsp;ทำให้เป้นอุปสรรคต่อการเรียน&nbsp;แต่การเรียนในวันนี้&nbsp;จะทำให้เรียนในห้องเรียนที่เข้าใจมากยิ่งขึ้น&nbsp;เพราะได้สื่อสารโยตรงกับครู&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ในการป้องกันตนเอง&nbsp;สวมหน้ากากอนามัย&nbsp;ล้างมือบ่อยๆ&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;ไม่เข้าใกล้ในที่แออัด&nbsp;ซึ่งจะเป็นการป้องกันได้&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;พื้นที่จังหวัดยะลาโรงเรียนที่ผ่านการประเมิน&nbsp;และอนุญาตให้เรียน&nbsp;on&nbsp;site&nbsp;ได้มีจำนวนท้งสิ้น&nbsp;46&nbsp;แห่ง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	17/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สวท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117104116844
543	จ.ลำปาง พบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่  81 ราย	<p><strong>สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;รายงานสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;17&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;พบผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;81&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ติดเชื้อยืนยันตรวจด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;16&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ติดเชื้อเข้าข่ายตรวจด้วยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;65&nbsp;ราย&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ถึงปัจจุบัน&nbsp;พบผู้ป่วยสะสม&nbsp;1,610&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ระหว่างรักษา&nbsp;1,350&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายกลับบ้านสะสม&nbsp;260&nbsp;ราย&nbsp;และเสียชีวิตสะสม&nbsp;0&nbsp;ราย</p><p>&nbsp;<strong>สำหรับข้อมูลการฉีดวัคซีนโควิด-19</strong>&nbsp;ณ&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ของวันเดียวกัน&nbsp;จังหวัดลำปางวัคซีนไปแล้ว&nbsp;1,02114&nbsp;เข็ม&nbsp;จำแนกเป็น&nbsp;เข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;472,337&nbsp;คน&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;442,298&nbsp;คน&nbsp;&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;102,984&nbsp;คน&nbsp;และเข็มที่&nbsp;4&nbsp;จำนวน&nbsp;3,495&nbsp;คน</p><p><strong>จังหวัดลำปางขอความร่วมมือประชาชนเคร่งครัดตามมาตรการป้องกันโรค&nbsp;DMHTTA&nbsp;</strong>ทั้งนี้&nbsp;หากมีข้อสงสัย&nbsp;&nbsp;สอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนโควิด-19&nbsp;ลำปาง&nbsp;โทร.&nbsp;093&nbsp;140&nbsp;8023&nbsp;ในวันเวลาราชการ&nbsp;และวันเสาร์-อาทิตย์&nbsp;เวลา&nbsp;08.30-16.30&nbsp;น.&nbsp;หรือสอบถามสถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	17/1/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117102734832
544	อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย แนะนำการปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (covid-19) อย่างเคร่งครัด	<p><strong>นายนที&nbsp;พรมภักดี&nbsp;นายอำเภอด่านซ้าย</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง&nbsp;ร่วมกับผอ.รพ.สต.โคกงาม&nbsp;จนท.ตำรวจ&nbsp;สภ.โคกงาม&nbsp;ทหารพราน&nbsp;กองร้อยทหารพรานที่&nbsp;2101&nbsp;ทหารหมวดเคลื่อนที่เร็ว&nbsp;ร.8&nbsp;พัน&nbsp;1&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;อบต.โคกงาม&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;บ้านโคกงาม&nbsp;และ&nbsp;อสม.&nbsp;ออกตรวจร้านค้าและผู้จำหน่ายสินค้าบริเวณตลาด&nbsp;3&nbsp;แยกบ้านนาเจียง&nbsp;ในท้องที่บ้านโคกงาม&nbsp;ม.1&nbsp;ตำบลโคกงาม&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;เพื่อแนะนำให้ผู้ค้าและผู้เข้ามาซื้อสินค้าปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(covid-19)&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ตามมาตรการสังคม&nbsp;ประชาชนยึดหลักป้องกันตัวเองสูงสุด&nbsp;(Universal&nbsp;Prevention)&nbsp;เลี่ยงการเข้าสถานที่ไม่ปลอดภัย&nbsp;ดังนั้น&nbsp;ผู้ประกอบการต้องเคร่งครัดให้สถานบริการปลอดโควิด-19&nbsp;(Covid&nbsp;free&nbsp;setting)</p><p><strong>ด้านเจ้าหน้าที่&nbsp;รพ.สต.บ้านทับกี่</strong>&nbsp;พร้อมด้วยผู้นำชุมชน&nbsp;และอสม.บ้านป่าม่วง&nbsp;ได้ลงพื้นที่ทำการสอบสวนโรคค้นหาผู้สัมผัสผู้ป่วยโควิด19เพิ่มเติม&nbsp;เมื่อวันที่</p><p>&nbsp;15&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมาได้มีเคสผู้ป่วยตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ด้วยตนเอง&nbsp;Positive&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;จึงได้ส่งตรวจซ้ำพร้อมกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูง&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;ที่รพร.ด่านซ้าย&nbsp;ที่&nbsp;ผลตรวจ&nbsp;positive&nbsp;&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;Negative&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;ได้ออกพื้นที่สอบสวนโรคเพิ่มเติมหาผู้สัมผัสมีความเสี่ยง&nbsp;ได้ตรวจATK&nbsp;เพิ่มอีก&nbsp;11&nbsp;ราย&nbsp;ผลตรวจ&nbsp;Negative&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;11&nbsp;ราย&nbsp;เจ้าหน้าที่จึงได้แนะนำกับผู้สัมผัสเสี่ยงสูงให้ปฏิบัติตัวในการกักตัวตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19&nbsp;(DMHTTA)&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ให้ครบ&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;ซึ่งทุกคนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	17/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	เลย	สวท.ด่านซ้าย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117112826877
545	ตรวจ ATK ครู-นักเรียน สาธิต มรย.  เปิดเรียน On-site วันแรก  หลังเจอวิกฤตโควิดปิดเรียนเกือบปี	<p><strong>วันนี้&nbsp;(17&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;ทางโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา</strong>&nbsp;ซึ่งเป็นโรงเรียนในระดับประถมศึกษา&nbsp;&nbsp;และมัธยมศึกษา&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ได้เปิดเรียน&nbsp;On-Site&nbsp;&nbsp;&nbsp;เป็นวันแรก&nbsp;ซึ่งทางโรงเรียนได้มีมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเข้มงวด&nbsp;มีการจุดคัดกรองโควิด-19&nbsp;&nbsp;วัดอุณหภูมิร่างกายและเจลล้างมือ&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;นอกจากนี้ทางโรงเรียน&nbsp;ได้ประสานกับสำนักงานสาธารณสุข&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;นำเจ้าหน้าที่&nbsp;เข้ามาตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ให้กับ&nbsp;คณะครู&nbsp;บุคลากร&nbsp;และนักเรียน&nbsp;&nbsp;&nbsp;ก่อนเข้าเรียน&nbsp;&nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่น&nbsp;ให้กับ&nbsp;ครู&nbsp;บุคลากร&nbsp;และนักเรียน&nbsp;อีกด้วย</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโรคไวรัสโควิด-19&nbsp;</strong>ในประเทศไทย&nbsp;ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา&nbsp;ทำให้นักเรียนทุกระดับชั้นทั้งประถม&nbsp;&nbsp;มัธยมศึกษา&nbsp;ต้องหันไปเรียนออนไลน์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทำให้เกิดปัญหาความเครียด&nbsp;การไม่พร้อมด้านอุปกรณ์&nbsp;และอุปสรรคอื่นๆ&nbsp;&nbsp;จน&nbsp;กระทั่งได้มีการระดมฉีดวัคซีนให้กับนักเรียนกลุ่มอายุ&nbsp;12&nbsp;-&nbsp;17&nbsp;ปี&nbsp;ในช่วงที่ผ่านมา&nbsp;เพื่อให้สามารถกลับเรียนในห้องได้ตามปกติอีกครั้ง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	17/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117104500848
546	ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ประกาศเข้มมาตรการรับมือโอมิครอน ให้ WFH ต่อถึง 31 มกราคมนี้	<p><strong>นายธีรภัทร&nbsp;ประยูรสิทธิ&nbsp;ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ได้ลงนามในประกาศสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เรื่องแนวทางการปฎิบัติงานภายในที่พักและมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;หรือโควิด-19&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;11)&nbsp;โดยที่สถานการณ์การแพร่ระบาด&nbsp;โควิด-19&nbsp;ในหลายประเทศทั่วโลกได้ทวีความรุนแรง&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอนสามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วและมีโอกาสทำให้ติดเชื้อได้ง่ายกว่าสายพันธุ์อื่นๆ</p><p><strong>ขณะที่ประเทศไทย&nbsp;ตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัสกลายพันธุ์</strong>ดังกล่าวมากขึ้นเป็นลำดับ&nbsp;จึงจำเป็นต้องเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;โดยการปรับพื้นที่สถานการณ์และปรับปรุงมาตรการป้องกันและควบคุมโรคให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป&nbsp;ดังนั้นตามข้อกำหนดมาตรา&nbsp;9&nbsp;แห่ง&nbsp;พ.ร.ก.ฉุกเฉิน&nbsp;ที่ให้ขยายเวลา&nbsp;Work&nbsp;From&nbsp;Home&nbsp;ไปจนถึงสิ้นเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;ขอให้บุคลากรสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;ปฎิบัติงานภายในที่พัก(เวิร์ก&nbsp;ฟอรม&nbsp;โฮม)&nbsp;อย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่าร้อยละ&nbsp;85&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;15-31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</p><p><strong>การปฎิบัติงานดังกล่าวต้องไม่กระทบกับภารกิจการให้บริการประชาชน</strong>&nbsp;โดยให้หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กำกับ&nbsp;ควบคุม&nbsp;ดูแลบุคลากรในสังกัดให้ปฏิบัติงานภายในที่พักในเวลาราชการ&nbsp;ทั้งนี้บุคลากรที่เดินทางโดยรถโดยสารสาธารณะ&nbsp;ให้ปฏิบัติงานภายในที่พัก&nbsp;รวมทั้งให้เจ้าหน้าที่ตรวจคัดกรองเบื้องต้นเพื่อหาเชื้อโควิด-19&nbsp;โดยชุด&nbsp;ATK&nbsp;ทุกสัปดาห์ๆ&nbsp;ละ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;ในวันแรกที่เข้าปฎิบัติงาน&nbsp;ตามแนวทางที่ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้พิจารณาเห็นชอบแล้ว</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	17/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117121136892
547	สาธารณสุขแม่ฮ่องสอน นำทีมเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่ให้คำแนะนำมาตรการ Covid free setting และตรวจประเมินมาตรฐานสถานประกอบการในเขตพื้นที่ อ.ขุนยวม	"<p><strong>นายเอกชัย&nbsp;คำลือ&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong>พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มงานอนามัยสิ่งแวดล้อม/เครือข่ายอนามัยสิ่งแวดล้อมระดับอำเภอ&nbsp;และโรงพยาบาลศรีสังวาลย์&nbsp;ลงพื้นที่ให้คำแนะนำมาตรการ&nbsp;Covid&nbsp;free&nbsp;setting&nbsp;และตรวจประเมินมาตรฐานสถานประกอบการในเขตพื้นที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอนและอำเภอขุนยวม&nbsp;พร้อมทั้งมอบใบประกาศให้กับสถานประกอบการที่ผ่านเกณฑ์การประเมินมาตรฐาน&nbsp;Covid&nbsp;free&nbsp;setting&nbsp;และมาตรฐานอาหารปลอดภัย&nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน&nbsp;และนักท่องเที่ยวผู้มารับบริการ<span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);"">&nbsp;</span>สถานประกอบกิจการสะอาดปลอดภัย-ปลอดโรค&nbsp;Covid-19</p><p><strong>มาตรการปลอดภัย&nbsp;Covid&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;สำหรับ&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;</strong>ดังนี้&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Environment&nbsp;Clean&nbsp;and&nbsp;Safe&nbsp;ทำความสะอาด&nbsp;โต๊ะ&nbsp;ที่นั่ง&nbsp;ทันทีก่อน-หลังใช้บริการ&nbsp;และจัดทำป้ายที่แสดงถึงการทำความสะอาด&nbsp;ทำความสะอาดจุดสัมผัสร่วมและห้องน้ำทุก&nbsp;1-2&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และดำเนินการตามหลักสุขาภิบาลของร้านอาหาร&nbsp;จัดอุปกรณ์รับประทานอาหารเฉพาะบุคคล&nbsp;งดจัดบริการอาหารรูปแบบผู้บริโภคบริการตนเอง&nbsp;จัดบริการเจลแอลกอฮอล์ประจำโต๊ะ</p><p><strong>Distancing&nbsp;เว้นระยะห่างระหว่างบุคคล</strong>&nbsp;และโต๊ะรับประทานอาหาร&nbsp;1-2&nbsp;เมตร&nbsp;กรณีพื้นที่ใช้เครื่องปรับอากาศ&nbsp;เว้นระยะระหว่างโต๊ะ&nbsp;2&nbsp;เมตร&nbsp;หากพื้นที่จำกัด&nbsp;จัดโต๊ะเว้นระยะไม่ถึง&nbsp;1&nbsp;เมตร&nbsp;จัดพื้นที่ไม่ให้แออัด&nbsp;ไม่นั่งตรงข้ามกันความหนาแน่นผู้ใช้บริการ&nbsp;พื้นที่มีเครื่องปรับอากาศ&nbsp;ไม่เกินร้อยละ&nbsp;50&nbsp;พื้นที่เปิด(อากาศถ่ายเท)&nbsp;ไม่เกินร้อยละ&nbsp;75&nbsp;จำกัดระยะเวลารับประทานอาหารไม่เกิน&nbsp;1&nbsp;ชั่วโมง</p><p><strong>Ventilation&nbsp;เปิดประตู&nbsp;หน้าต่าง&nbsp;</strong>หรือเดินระบบจ่ายอากาศสะอาด&nbsp;อย่างน้อยครึ่งชั่วโมง&nbsp;ก่อนเปิดและปิดระบบปรับอากาศ&nbsp;มีการระบายอากาศและหมุนเวียนที่เหมาะสมต่อจำนวนคน&nbsp;พื้นที่ปรับอากาศ&nbsp;ให้เปิดระบายอากาศในพื้นที่รับประทานอาหาร&nbsp;ทุก&nbsp;1&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ห้องน้ำควรมีระบบระบายอากาศที่ดี&nbsp;หรือเปิดพัดลมระบายอากาศในห้องน้ำตลอดเวลาที่ให้บริการ</p><p><strong>COVID&nbsp;Free&nbsp;Personnel</strong><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);"">&nbsp;</strong><strong>(มีภูมิคุ้มกัน)</strong>&nbsp;พนักงานทุกคนฉีดวัคซีนครบโดส&nbsp;หรือเคยมีประวัติการติดเชื้อโควิดมาก่อนอยู่ในช่วง&nbsp;1-3&nbsp;เดือน&nbsp;ไม่พบเชื้อโดยการคัดกรอง&nbsp;คัดกรองความเสี่ยงพนักงานทุกวัน&nbsp;ด้วย&nbsp;Thai&nbsp;Save&nbsp;Thai&nbsp;(TST)&nbsp;หรือ&nbsp;APP&nbsp;อื่นๆ&nbsp;จัดหา&nbsp;ATK&nbsp;ให้พนักงาน&nbsp;ทำการตรวจทุก&nbsp;7&nbsp;วัน,&nbsp;UP-DMHTA&nbsp;มีผู้รับผิดชอบ&nbsp;กำกับติดตาม&nbsp;พนักงานทุกคน&nbsp;งดรวมกลุ่มขณะปฏิบัติงาน&nbsp;ระหว่างพัก&nbsp;งดรับประทานอาหารร่วมกัน</p><p><strong>COVID&nbsp;Free&nbsp;Customer</strong><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);"">&nbsp;(ผู้มารับบริการ)&nbsp;</strong>คัดกรองความเสี่ยงก่อนเข้าร้าน&nbsp;ด้วย&nbsp;TST&nbsp;หรือ&nbsp;APP&nbsp;อื่นๆ&nbsp;เข้าร้านที่มีเครื่องปรับอากาศ&nbsp;หรือในห้างสรรพสินค้า&nbsp;ศูนย์การค้า&nbsp;คอมมูนิตี&nbsp;มอลล์&nbsp;ต้องฉีดวัคซีนครบโดส&nbsp;หรือ&nbsp;เคยมีประวัติการติดเชื้อมาก่อน&nbsp;อยู่ในช่วง&nbsp;1-3&nbsp;เดือน&nbsp;หรือ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นลบไม่เกิน&nbsp;7&nbsp;วัน,&nbsp;มีการกำกับให้ปฏิบัติมาตรการ&nbsp;UP-DMHTA&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p><strong>นายเอกชัย&nbsp;คำลือ&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong>พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มงานอนามัยสิ่งแวดล้อม/เครือข่ายอนามัยสิ่งแวดล้อมระดับอำเภอ&nbsp;และโรงพยาบาลศรีสังวาลย์&nbsp;ลงพื้นที่ให้คำแนะนำมาตรการ&nbsp;Covid&nbsp;free&nbsp;setting&nbsp;และตรวจประเมินมาตรฐานสถานประกอบการในเขตพื้นที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอนและอำเภอขุนยวม&nbsp;พร้อมทั้งมอบใบประกาศให้กับสถานประกอบการที่ผ่านเกณฑ์การประเมินมาตรฐาน&nbsp;Covid&nbsp;free&nbsp;setting&nbsp;และมาตรฐานอาหารปลอดภัย&nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน&nbsp;และนักท่องเที่ยวผู้มารับบริการ&nbsp;สถานประกอบกิจการสะอาดปลอดภัย-ปลอดโรค&nbsp;Covid-19&nbsp;มาตรการปลอดภัย&nbsp;Covid&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;</p><p>สำหรับ&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;ดังนี้&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Environment&nbsp;Clean&nbsp;and&nbsp;Safe&nbsp;ทำความสะอาด&nbsp;โต๊ะ&nbsp;ที่นั่ง&nbsp;ทันทีก่อน-หลังใช้บริการ&nbsp;และ&nbsp;จัดทำป้ายที่แสดงถึงการทำความสะอาด,&nbsp;ทำความสะอาดจุดสัมผัสร่วมและห้องน้ำ&nbsp;ทุก&nbsp;1-2&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และดำเนินการตามหลักสุขาภิบาลของร้านอาหาร,&nbsp;จัดอุปกรณ์รับประทานอาหารเฉพาะบุคคล,&nbsp;งดจัดบริการอาหารรูปแบบผู้บริโภคบริการตนเอง,&nbsp;จัดบริการเจลแอลกอฮอล์ประจำโต๊ะ</p><p>Distancing&nbsp;เว้นระยะห่างระหว่างบุคคล&nbsp;และโต๊ะรับประทานอาหาร&nbsp;1-2&nbsp;เมตร,&nbsp;กรณีพื้นที่ใช้เครื่องปรับอากาศ&nbsp;เว้นระยะระหว่างโต๊ะ&nbsp;2&nbsp;เมตร&nbsp;หากพื้นที่จำกัด&nbsp;จัดโต๊ะเว้นระยะไม่ถึง&nbsp;1&nbsp;เมตร,&nbsp;จัดพื้นที่ไม่ให้แออัด&nbsp;ไม่นั่งตรงข้ามกัน,&nbsp;ความหนาแน่นผู้ใช้บริการ&nbsp;พื้นที่มีเครื่องปรับอากาศ&nbsp;ไม่เกินร้อยละ&nbsp;50,&nbsp;พื้นที่เปิด&nbsp;(อากาศถ่ายเท)&nbsp;ไม่เกินร้อยละ&nbsp;75,&nbsp;จำกัดระยะเวลารับประทานอาหาร&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;1&nbsp;ชั่วโมง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;Ventilation&nbsp;เปิดประตู&nbsp;หน้าต่าง&nbsp;หรือเดินระบบจ่ายอากาศสะอาด&nbsp;อย่างน้อยครึ่งชั่วโมง&nbsp;ก่อนเปิดและปิดระบบปรับอากาศ,&nbsp;มีการระบายอากาศและหมุนเวียนที่เหมาะสมต่อจำนวนคน,&nbsp;พื้นที่ปรับอากาศ&nbsp;ให้เปิดระบายอากาศในพื้นที่รับประทานอาหาร&nbsp;ทุก&nbsp;1&nbsp;ชั่วโมง,&nbsp;ห้องน้ำควรมีระบบระบายอากาศที่ดี&nbsp;หรือเปิดพัดลมระบายอากาศในห้องน้ำตลอดเวลาที่ให้บริการ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Personnel&nbsp;(มีภูมิคุ้มกัน)&nbsp;พนักงานทุกคนฉีดวัคซีนครบโดส&nbsp;หรือเคยมีประวัติการติดเชื้อโควิดมาก่อน&nbsp;อยู่ในช่วง&nbsp;1-3&nbsp;เดือน,&nbsp;ไม่พบเชื้อโดยการคัดกรอง&nbsp;คัดกรองความเสี่ยงพนักงานทุกวัน&nbsp;ด้วย&nbsp;Thai&nbsp;Save&nbsp;Thai&nbsp;(TST)&nbsp;หรือ&nbsp;APP&nbsp;อื่นๆ,&nbsp;จัดหา&nbsp;ATK&nbsp;ให้พนักงาน&nbsp;ทำการตรวจทุก&nbsp;7&nbsp;วัน,&nbsp;UP-DMHTA&nbsp;มีผู้รับผิดชอบ&nbsp;กำกับติดตาม&nbsp;พนักงานทุกคน,&nbsp;งดรวมกลุ่มขณะปฏิบัติงาน&nbsp;ระหว่างพัก,&nbsp;งดรับประทานอาหารร่วมกัน</p><p><strong>COVID&nbsp;Free&nbsp;Customer&nbsp;(ผู้มารับบริการ)</strong>&nbsp;คัดกรองความเสี่ยงก่อนเข้าร้าน&nbsp;ด้วย&nbsp;TST&nbsp;หรือ&nbsp;APP&nbsp;อื่นๆ&nbsp;เข้าร้านที่มีเครื่องปรับอากาศ&nbsp;หรือในห้างสรรพสินค้า&nbsp;ศูนย์การค้า&nbsp;คอมมูนิตี&nbsp;มอลล์&nbsp;ต้องฉีดวัคซีนครบโดส&nbsp;หรือเคยมีประวัติการติดเชื้อมาก่อน&nbsp;อยู่ในช่วง&nbsp;1-3&nbsp;เดือน&nbsp;หรือ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นลบไม่เกิน&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;มีการกำกับให้ปฏิบัติมาตรการ&nbsp;UP-DMHTA&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	17/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117121914898
548	รร.สาธิต มรย.เปิดเรียน on site วันแรก	<p><strong>วันนี้(17&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;ที่&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;วันแรกของการเปิดเรียนรูปแบบ</strong>&nbsp;on&nbsp;site&nbsp;ที่โรงเรียนสาธิต&nbsp;ม.ราชภัฏยะลา&nbsp;หนึ่งในสถานศึกษา&nbsp;64&nbsp;แห่ง&nbsp;ที่ได้รับอนุญาตให้เปิดทำการเรียนการสอนแบบ&nbsp;on-site&nbsp;จากคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัด&nbsp;เนื่องจากเป็นนักเรียนที่มีความพร้อมและปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคผ่านเกณฑ์ที่กำหนด&nbsp;โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก&nbsp;ผู้ปกครองต่างพาบุตรหลานมาส่งที่โรงเรียนกันตั้งแต่เช้า&nbsp;ในขณะที่คณะครู&nbsp;นำโดย&nbsp;ผศ.ดร.มูหัมมัดตอลาล&nbsp;แกมะ&nbsp;ผอ.โรงเรียน&nbsp;มายืนคอยรับเด็กนักเรียนที่หน้าประตูโรงเรียน&nbsp;ท่ามกลางมาตรการป้องกันและควบคุมโรคอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดขอเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;โดยมีการจัดจุดคัดกรอง&nbsp;วัดอุณหภูมิ&nbsp;และให้คำแนะนำเด็กนักเรียนล้างมืออย่างถูกวิธี&nbsp;รวมทั้งตรวจการติดเชื้อ&nbsp;Covid-19&nbsp;ด้วย&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเข้าไปยังชั้นเรียน</p><p><strong>ผศ.ดร.มูหัมมัดตอลาล&nbsp;แกมะ&nbsp;ผอ.โรงเรียนสาธิต&nbsp;มรย.&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;วันนี้มาให้กำลังใจกับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่&nbsp;6&nbsp;เเละ&nbsp;นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่&nbsp;1&nbsp;ที่ได้มาเรียนในรูปแบบOn-Site&nbsp;ซึ่งก็ได้เน้นย้ำเรื่องมาตรการต่างๆอย่างเข้มงวด&nbsp;ให้ทุกคนรอดปลอดภัยจากเชื้อไวรัส&nbsp;Covid&nbsp;-19&nbsp;ซึ่งการที่นักเรียนที่ได้มาเรียนในรูปแบบOn-Site&nbsp;ได้นั้นคือนักเรียนที่ผ่านการวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;ส่วนนักเรียนที่อายุยังไม่ถึง12&nbsp;ปี&nbsp;ยังคงเรียน&nbsp;On-Line&nbsp;ตามตารางปกติ&nbsp;ทั้งนี้กระบวนการสอนของครูก็จะดำเนินในรูปแบบ&nbsp;Hybrid&nbsp;เพื่อให้ผู้เรียนได้รับความรู้อย่างทั่วถึง</p><p><strong>ผอ.โรงเรียนสาธิต&nbsp;มรย.&nbsp;กล่าวด้วยว่า&nbsp;วันนี้ได้รับความอนุเคราะห์</strong>จากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดยะลามาให้ความรู้&nbsp;เเนะนำวิธีการใช้ชุดตรวจการติดเชื้อ&nbsp;Covid-19&nbsp;ด้วย&nbsp;ATK&nbsp;เพื่อให้คณะครูใช้ชุดตรวจกับตัวเองเเละนักเรียนอย่างถูกวิธีตามมาตรการ&nbsp;การเปิดเรียนในรูปแบบOn-Site&nbsp;ตามมาตรการป้องกันและควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ของกระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;ซึ่งได้ทำการ&nbsp;Swab&nbsp;ผู้อำนวยการโรงเรียน&nbsp;คณาจารย์&nbsp;ครู&nbsp;บุคลากร&nbsp;เเละนักเรียน&nbsp;โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;และผลการตรวจออกมาเป็น&nbsp;Negative&nbsp;ทุกคน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	17/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สวท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117125410910
549	สถานศึกษา 6 แห่ง ใน อ.เบตง จ.ยะลา เริ่มเปิดเรียน On Site วันแรก ในรูปแบบ Hybrid Learning พร้อมปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(17&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่โรงเรียนเบตง&nbsp;""วีระราษฎร์ประสาน""</strong>&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;นายวงศ์วิทย์&nbsp;อัครวโรทัย&nbsp;สาธารณสุขอำเภอเบตง&nbsp;และเจ้าหน้าที่ได้มาตรวจเยี่ยมการดำเนินการเปิดเรียนOn&nbsp;Site&nbsp;วันแรกของโรงเรียน&nbsp;โดยที่บริเวณหน้าโรงเรียน&nbsp;มีการคัดกรองเข้ม&nbsp;ทั้งตรวจวัดอุณหภูมิ&nbsp;ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์&nbsp;การตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;รวมถึงมาตรการลดความหนาแน่น&nbsp;โดยมีนายสุทธานนท์&nbsp;ทองนุ่น&nbsp;ผู้อำนวยการโรงเรียนเบตง&nbsp;""วีระราษฎร์ประสาน""&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;</p><p>พร้อมเน้นย้ำเตือนไปยังครู&nbsp;บุคลากรทางการศึกษา&nbsp;ผู้ปกครองให้ร่วมกันดูแลป้องกันเด็กๆ&nbsp;และขอให้ป้องกันตัวเองอย่างเคร่งครัด&nbsp;ใส่หน้ากากเสมอ&nbsp;อยู่ห่างๆ&nbsp;คนอื่น&nbsp;และลดละเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง&nbsp;เพื่อลดและชะลอการระบาดที่อาจเกิดขึ้น&nbsp;และขอให้ประเมินสถานการณ์ความเสี่ยงอย่างรอบด้าน&nbsp;ของนักเรียนหรือครูที่อาจเป็นกลุ่มเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด-19&nbsp;หากมีนักเรียนหรือครูที่เป็นกลุ่มเสี่ยงดังกล่าว&nbsp;ให้สถานศึกษาสามารถพิจารณาปรับการเรียนการสอนเป็นระบบการศึกษาทางไกล&nbsp;คือ&nbsp;On&nbsp;air&nbsp;,&nbsp;Online,&nbsp;On&nbsp;hand&nbsp;และ&nbsp;On&nbsp;demand&nbsp;ได้ตามความเหมาะสม&nbsp;และประสานกับศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคอำเภอเบตงอย่างใกล้ชิด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายสุทธานนท์&nbsp;ทองนุ่น&nbsp;ผู้อำนวยการโรงเรียนเบตง&nbsp;""วีระราษฎร์ประสาน""&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>โรงเรียนเบตง&nbsp;วีระราษฎร์ประสาน&nbsp;เริ่มเปิดเรียน&nbsp;On&nbsp;Site&nbsp;เทอมสองเป็นวันแรก&nbsp;หลังจากหยุดจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;มานาน&nbsp;ซึ่งทางโรงเรียน&nbsp;ได้จัดการเรียนการสอนในรูปแบบแบบผสมผสานที่หลากหลาย&nbsp;หรือ&nbsp;Hybrid&nbsp;Learning&nbsp;เป็นการนำจุดเด่นของทั้งการเรียนแบบออฟไลน์และออนไลน์&nbsp;มาใช้ในการออกแบบการเรียนการสอน&nbsp;ทำให้เกิดรูปแบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น&nbsp;สามารถที่จะปรับให้เข้ากับบริบทของผู้เรียนและสถานที่ได้&nbsp;</p><p>ซึ่งส่งผลให้เกิดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ&nbsp;เข้าถึงผู้เรียน&nbsp;และสอดคล้องกับโลกในยุคปัจจุบัน&nbsp;โดยแบ่ง&nbsp;นักเรียนกลุ่ม&nbsp;A&nbsp;และกลุ่ม&nbsp;B&nbsp;คือ&nbsp;กลุ่มนักเรียนประเภทไปกลับ&nbsp;จัดออกเป็น&nbsp;2&nbsp;กลุ่มย่อยต่อห้อง)&nbsp;นักเรียนมีการสลับมาเรียนรูปแบบ&nbsp;On&nbsp;Site&nbsp;ที่โรงเรียน&nbsp;ส่วนนักเรียนกลุ่ม&nbsp;C&nbsp;คือ&nbsp;กลุ่มนักเรียนประเภทไปกลับ&nbsp;มีเฉพาะบางห้องเรียน&nbsp;เท่านั้น&nbsp;</p><p>โดยเป็นห้องเรียนที่มีจำนวนนักเรียนไม่เกิน&nbsp;20&nbsp;คน&nbsp;และนักเรียนกลุ่ม&nbsp;D&nbsp;คือ&nbsp;กลุ่มนักเรียนประเภทพักนอน&nbsp;เรียนรูปแบบ&nbsp;On&nbsp;Site&nbsp;ที่โรงเรียนทุกวันทำการ&nbsp;โดยโรงเรียนเบตง&nbsp;""วีระราษฎร์ประสาน""&nbsp;มีนักเรียนจำนวนประมาณ&nbsp;1,400&nbsp;ราย&nbsp;นักเรียนรวมถึงครูบุคลากรส่วนใหญ่กว่า&nbsp;90&nbsp;%&nbsp;ก็ได้รับวัคซีนครบสองเข็มแล้ว&nbsp;และหากผู้ปกครองหรือนักเรียนที่ยังไม่มั่นใจในสถานการณ์โควิด-19&nbsp;สามารถเลือกเรียนออนไลน์(online&nbsp;)อยู่ที่บ้านได้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นักเรียนโรงเรียนเบตง&nbsp;วีระราษฎร์ประสาน&nbsp;รายหนึ่ง&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ตื่นเต้นมากที่ได้เริ่มมาโรงเรียน&nbsp;หลังจากที่ต้องเรียนออนไลน์อยู่ที่บ้านมาอย่างยาวนาน&nbsp;ซึ่งตนได้รับวัคซีนครบสองเข็มแล้ว&nbsp;จึงมีความมั่นใจมากขึ้นที่มาโรงเรียน&nbsp;และต้องป้องกันตัวเองสวมใส่หน้าหากอนามัยตลอดเวลา&nbsp;และพร้อมปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับสถานศึกษาในอำเภอเบตง&nbsp;มี&nbsp;25&nbsp;แห่ง<strong>&nbsp;</strong>เปิดเรียน&nbsp;On&nbsp;Site&nbsp;ในช่วงนี้&nbsp;มี&nbsp;6&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;โรงเรียนเบตง&nbsp;วีระราษฎร์ประสาน&nbsp;,&nbsp;โรงเรียนจงฝามูลนิธิ&nbsp;,&nbsp;โรงเรียนจันทร์ประภัสสร์อนุสรณ์&nbsp;,&nbsp;โรงเรียนบ้านด่านสันติราษฎร์&nbsp;,&nbsp;วิทยาลัยการอาชีพเบตง&nbsp;และศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเบตง&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	17/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117125623911
550	จ.อุบลฯ พบการติดเชื้อโควิดจากงานประเพณี เพิ่มขึ้น จึงขอความร่วมมือลดกิจกรรมรวมกลุ่ม ลดการเดินทางเน้นการทำงานที่บ้านให้มากที่สุด	<p><strong>นายวิโรจน์&nbsp;เซมรัมย์&nbsp;หัวหน้ากลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ</strong>&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;เปิดเผยในการแถลงข่าวสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ว่า&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;16&nbsp;ม.ค.65&nbsp;พบผู้ติดเชื้อ&nbsp;244&nbsp;ราย&nbsp;ส่วนวันที่&nbsp;17&nbsp;ม.ค.65&nbsp;ผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลง&nbsp;อยู่ที่&nbsp;195&nbsp;ราย&nbsp;ติดเชื้อในพื้นที่ยังมีจำนวนมาก&nbsp;มีผู้ที่รักษาหายเพิ่ม&nbsp;345&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายวิโรจน์&nbsp;ฯ&nbsp;ได้กล่าวถึงการประเมินสถานการณ์</strong>&nbsp;วันที่&nbsp;17&nbsp;ม.ค.65&nbsp;พบว่า&nbsp;ผู้ป่วยจากคลัสเตอร์ร้านอาหาร&nbsp;สถานบันเทิงเริ่มลดลง&nbsp;แต่การติดเชื้อในครอบครัวมีมากขึ้น&nbsp;วันละประมาณ&nbsp;50&nbsp;&nbsp;55&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;และการติดเชื้อโดยไม่ทราบปัจจัยเสี่ยงเพิ่มขึ้นมากเช่นกัน&nbsp;&nbsp;//&nbsp;ผู้ป่วยจากการไปร่วมงานบุญ&nbsp;งานแต่งงาน&nbsp;งานหมั้น&nbsp;งานกีฬาในชุมชน&nbsp;เพิ่มมากขึ้น&nbsp;//&nbsp;อ.เมืองอุบลฯ&nbsp;อ.วารินชำราบ&nbsp;อ.พิบูลมังสาหาร&nbsp;อ.ม่วงสามสิบ&nbsp;มีการระบาดเป็นวงกว้าง&nbsp;//&nbsp;ผู้ป่วยที่รักษาตัวที่บ้านบางราย&nbsp;ไม่ยอมกักตัว&nbsp;ต้องมีการออกใบกักตัวตาม&nbsp;ม.34&nbsp;ของ&nbsp;พรบ.โรคติดต่อ&nbsp;//&nbsp;และอัตราป่วยตายลดลง&nbsp;แต่การใส่เครื่องช่วยหายใจเพิ่มขึ้น&nbsp;</p><p><strong>ด้านจุดเน้นการควบคุมโรค</strong>&nbsp;เน้นสื่อสารให้ประชาชนป้องกันตนเองแบบครอบจักรวาล&nbsp;ลดกิจกรรมการรวมกลุ่ม&nbsp;ลดการเดินทางข้ามจังหวัด&nbsp;เน้นการทำงานที่บ้านให้มากที่สุด&nbsp;ห้ามจำหน่ายและดื่มสุราในร้านอาหารร้อยเปอร์เซ็นต์&nbsp;&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ซึ่งมีการระบาดให้เพิ่มจุดตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยง&nbsp;//&nbsp;ประชาชนที่เสี่ยงให้ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ด้วยตนเอง&nbsp;ทุก&nbsp;5&nbsp;&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;//&nbsp;เร่งฉีดวัคซีนโดยเฉพาะกลุ่ม&nbsp;608&nbsp;และกระตุ้นเข็ม&nbsp;3&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	17/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สวท.อุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117141014943
551	ยะลา รายใหม่ โควิด ติดเชื้อเพิ่ม 22 ราย เสียชีวิต 1 ราย	<p><strong>สถานการณ์โควิด&nbsp;สำหรับ&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ในวันที่&nbsp;17&nbsp;ม.ค.&nbsp;65&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>พบผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;22&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งเพิ่มขึ้น&nbsp;5&nbsp;รายจากเมื่อวานนี้&nbsp;มี&nbsp;17&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;ป่วยสะสม&nbsp;&nbsp;&nbsp;258&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;152&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;182&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิตรายใหม่วันนี้&nbsp;ในอ.เมืองยะลา&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;สะสมรวม&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;ขณะ&nbsp;ผู้ป่วยที่เข้าข่ายติดเชื้อ&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;พบรายใหม่&nbsp;&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;สะสมรวม&nbsp;85&nbsp;&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;ผลการตรวจคัดกรองตามมาตรการสาธารณสุข&nbsp;ตรวจสะสมรวม&nbsp;4,377&nbsp;ราย</p><p><strong>ในส่วนผู้ติดเชื้อ&nbsp;22&nbsp;ราย&nbsp;พบใน&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;16&nbsp;ราย&nbsp;อ.รามัน&nbsp;1&nbsp;ราย</strong>&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;ส่วน&nbsp;อีก&nbsp;5&nbsp;อำเภอที่ไม่มีรายใหม่เพิ่ม&nbsp;คือ&nbsp;อ.กาบัง&nbsp;อ.ยะหา&nbsp;อ.กรงปินัง&nbsp;อ.ธารโต&nbsp;อ.เบตง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>	17/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117135209925
552	จังหวัดชัยนาท ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดชัยนาท เพื่อพิจารณาคำสั่งจังหวัดชัยนาท ปิดสถานประกอบการและสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019	<p><strong>วันนี้&nbsp;(17&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมธรรมจักร&nbsp;(501)&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดชัยนาท</strong>&nbsp;นายรังสรรค์&nbsp;ตันเจริญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดชัยนาท&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3/2565&nbsp;เพื่อพิจารณาคำสั่งจังหวัดชัยนาท&nbsp;ปิดสถานประกอบการและสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์จังหวัดชัยนาทภายหลังเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมืองชัยนาท&nbsp;พบการติดเชื้อในลักษณะเป็นคลัสเตอร์&nbsp;จากสถานประกอบการร้านอาหาร&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ร้าน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ร้านเดอะซัน&nbsp;(The&nbsp;Sun)&nbsp;ร้านขวัญเรือนแลนด์มาร์ค&nbsp;และร้านชาบูบู๊ตึ๊ง&nbsp;ซึ่งมีการติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ทั้งพนักงานและบุคคลภายนอกร้าน&nbsp;รวมทั้งยังมีผู้สัมผัสเสี่ยงสูงอีกหลายราย&nbsp;ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ&nbsp;และป้องกันการเข้ามาใช้บริการในพื้นที่เสี่ยงที่มีการติดเชื้อของพนักงานและยังพบผู้มีความเสี่ยงสูง&nbsp;คณะกรรมการโรคติดต่อได้พิจารณาและมีมติ&nbsp;ดังนี้&nbsp;1.&nbsp;ร้านเดอะซัน&nbsp;(The&nbsp;Sun)&nbsp;พบการติดเชื้อในพนักงาน&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;และผู้เสี่ยงสูง&nbsp;จำนวน&nbsp;32&nbsp;ราย&nbsp;จึงให้ปิดร้านจนกว่าพนักงานที่ถูกกักตัวครบกำหนดการกักตัวและมีความปลอดภัยแล้วสามารถมาปฏิบัติงานได้&nbsp;พร้อมทั้งจะทำการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;พนักงานในร้านทุกคนก่อนเปิดให้บริการ&nbsp;2.&nbsp;ร้านขวัญเรือนแลนด์มาร์ค&nbsp;พบผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;(อำเภอเมือง&nbsp;8&nbsp;ราย,&nbsp;อำเภอสรรพยา&nbsp;7&nbsp;ราย)&nbsp;และขณะนี้ร้านได้ปิดตัวเองไปแล้วเนื่องจากร้านหมดสัญญาเช่ากับเจ้าของที่&nbsp;แต่ให้ปิดร้าน&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;เพื่อทำการฆ่าเชื้อและทำความสะอาดสถานที่ป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค&nbsp;และหากจะมีการเปิดกิจการใหม่ขอให้มีการแจ้งขออนุญาตต่อ/อำเภอและเจ้าพนักงานท้องที่&nbsp;3.&nbsp;ร้านชาบูบู๊ตึ๊ง&nbsp;พบผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;(อำเภอเมืองฯ)&nbsp;มีผู้เสี่ยงสูง&nbsp;จำนวน&nbsp;11&nbsp;ราย&nbsp;ร้านจะสามารถเปิดบริการได้ตั้งแต่วันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;และก่อนเปิดบริการทางร้านจะต้องแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเพื่อตรวจสอบด้านความสะอาดและความปลอดภัยด้านอื่นๆ&nbsp;พร้อมทั้งทำการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;พนักงานในร้านทุกคนก่อน&nbsp;</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;ได้กำชับสถานประกอบการร้านอาหาร&nbsp;ทั้ง&nbsp;3&nbsp;ร้าน&nbsp;</strong>ภายหลังการปิดบริการชั่วคราวไปแล้ว&nbsp;เมื่อจะกลับมาเปิดร้านให้ดำเนินการขออนุญาตต่ออำเภอ/เจ้าพนักงานท้องที่&nbsp;และทำการประเมินเพื่อความปลอดภัยก่อน&nbsp;ภายใต้มาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร&nbsp;(COVID-Free&nbsp;Setting)&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาทจะได้ลงนามออกคำสั่งจังหวัดชัยนาท&nbsp;เรื่องการปิดสถานประกอบการและสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	17/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	ชัยนาท	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117185109183
553	กระทรวงสาธารณสุข ระบุผู้เสียชีวิต ยืนยันสายพันธุ์เป็นโอมิครอน 2 ราย เป็นกลุ่มเสี่ยง สูงอายุ และมีโรคประจำตัว ติดเชื้อจากคนในครอบครัว จึงขอทุกครอบครัวเคร่งครัดมาตรการส่วนบุคคล ระวังอย่าใกล้กลุ่มคนเปราะบาง พร้อมขอให้พาไปรับการวัคซีนเข็มกระตุ้น เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกัน	<p><strong>นพ.เฉวตสรร&nbsp;นามวาท&nbsp;ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน&nbsp;กรมควบคุมโรค&nbsp;ระบุว่า&nbsp;มีผู้เสียชีวิตที่ยืนยันสายพันธุ์เป็นโอมิครอน&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;<u>รายที่&nbsp;1&nbsp;เป็นหญิงไทย&nbsp;</u></strong>อายุ&nbsp;86&nbsp;ปี&nbsp;จ.สงขลา&nbsp;เป็นผู้ป่วยติดเตียงและอัลไซเมอร์&nbsp;ได้รับวัคซีนไฟเซอร์&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;มีประวัติเสี่ยงคือหลานชายเดินทางกลับมาจากภูเก็ตเป็นผู้ป่วยยืนยันโควิดสายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;แล้วแพร่เชื้อให้แก่คนในครอบครัว&nbsp;ผู้เสียชีวิตรายนี้เริ่มมีอาการไข้มีเสมหะในวันที่&nbsp;6&nbsp;ม.ค.วันเดียวกับที่ทราบว่าลูกสาวติดโควิด&nbsp;และหลานสาว&nbsp;มีผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นบวกจึงส่งต่อเข้ารับรักษาที่รพ.หาดใหญ่&nbsp;จนเสียชีวิตเมื่อวันที่&nbsp;12&nbsp;ม.ค.&nbsp;และได้มีการส่งตัวอย่างตรวจยืนยันสายพันธุ์พบเป็นโอมิครอน&nbsp;</p><p><strong><u>ส่วนรายที่&nbsp;2&nbsp;หญิงไทย&nbsp;อายุ&nbsp;84&nbsp;ปี</u></strong>&nbsp;จ.อุดรธานี&nbsp;ป่วยเป็นมะเร็งที่ปอดระยะสุดท้าย&nbsp;รักษาแบบประคับประคองให้ออกซิเจนเป็นผู้ป่วยติดเตียง&nbsp;และไม่มีประวัติการได้รับวัคซีนโควิด&nbsp;19&nbsp;เป็นกลุ่มเสี่ยงสูง&nbsp;สัมผัสกับลูกชายที่ติดโควิด&nbsp;ตรวจพบเชื้อในวันที่&nbsp;10&nbsp;ม.ค.&nbsp;จึงประสานส่งเข้ารักษาในโรงพยาบาล&nbsp;แต่ผู้ป่วยและญาติปฏิเสธการเข้ารักษา&nbsp;แพทย์จึงอนุญาติให้เข้าสู่ระบบ&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;ตามความประสงค์ของผู้ป่วยและญาติ&nbsp;แพทย์ให้ยาฟาวิพิราเวียร์&nbsp;ตามแผนการรักษา&nbsp;จัดอุปกรณ์ตรวจออกซิเจนและติตดามดูแลตลอด&nbsp;วันที่&nbsp;10&nbsp;ไม่ได้มีไข้แต่กินอาหารได้ลดลง&nbsp;อยู่ใน&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;ได้&nbsp;6&nbsp;วัน&nbsp;ก็เสียชีวิตลง&nbsp;</p><p><strong>ผู้เสียชีวิตทั้ง&nbsp;2&nbsp;รายนี้จะเห็นว่ามีการติดเชื้อมาจากคนในครอบครัว&nbsp;และปัจจัยสำคัญของเสียชีวิต&nbsp;คือ&nbsp;สูงอายุ&nbsp;มีโรคประจำตัว&nbsp;</strong>ดังนั้น&nbsp;ขอให้ทุกครอบครัวระมัดระวัง&nbsp;อย่าใกล้กลุ่มคนเปราะบาง&nbsp;ขอให้เคร่งครัดมาตรการส่วนบุคคล&nbsp;พากลุ่มคนเปราะบางเหล่านี้ไปรับการวัคซีนเข็มกระตุ้น&nbsp;หรือ&nbsp;เข็ม&nbsp;3&nbsp;เพื่อให้มีระดับภูมิคุ้มกันที่สูงขึ้น</p><p><br></p>	17/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117205625231
554	COVID-19 แม่ฮ่องสอน มีผู้ติดเชื้อเพิ่ม 17 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ อ.ปาย	<p><strong>เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.&nbsp;วันที่&nbsp;17&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;</strong>ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในการระบาดตั้งแต่ระลอกเดือนเมษายน&nbsp;2564&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;17&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ว่ามีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ทั้งสิ้นจำนวน&nbsp;3,707&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเพศชาย&nbsp;1,712&nbsp;ราย&nbsp;และเพศหญิง&nbsp;1,995&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;49&nbsp;ราย&nbsp;(1.32&nbsp;%)&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;3,488&nbsp;ราย&nbsp;(94.09&nbsp;%)&nbsp;ยังอยู่ระหว่างรักษา&nbsp;170&nbsp;ราย&nbsp;(4.59&nbsp;%)&nbsp;มีอาการเล็กน้อย&nbsp;161&nbsp;ราย&nbsp;ปานกลาง&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;และรุนแรง&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;รักษาอยู่ที่โรงพยาบาลศรีสังวาลย์&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลปาย&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลแม่สะเรียง&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลแม่ลาน้อย&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลสบเมย&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลสนาม&nbsp;18&nbsp;ราย&nbsp;และรักษาในศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;113&nbsp;ราย&nbsp;สำหรับวันนี้มีผู้ได้รับการตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;279&nbsp;ชุด&nbsp;พบเชื้อ&nbsp;17&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ป่วยในจังหวัดทั้งหมด&nbsp;โดยมีรายละเอียด&nbsp;ดังนี้</p><p><strong>รายที่&nbsp;247&nbsp;เพศชาย</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;8&nbsp;ปี&nbsp;เพศชาย&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;12&nbsp;ต.ปางหมู&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นนักเรียนโรงเรียนแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;ไอ&nbsp;และมีน้ำมูก&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสนาม</p><p><strong>รายที่&nbsp;248&nbsp;เพศชาย&nbsp;</strong>อายุ&nbsp;4&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ต.ปางหมู&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นนักเรียนโรงเรียนแห่งหนึ่ง&nbsp;ในเขตเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดครอบครัวเดียวกับผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;(MS204)&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;ไอ&nbsp;และ&nbsp;มีน้ำมูก&nbsp;ส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสนาม</p><p><strong>รายที่&nbsp;249&nbsp;เพศหญิง</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;17&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นนักเรียนโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;(รายที่3564&nbsp;-&nbsp;3566)&nbsp;มีอาการปวดศีรษะ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสนาม</p><p><strong>รายที่&nbsp;250-254&nbsp;รวม&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;3&nbsp;ราย</strong>&nbsp;ช่วงอายุระหว่าง&nbsp;26&nbsp;-&nbsp;71&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ต.เมืองแปง&nbsp;อ.ปาย&nbsp;อาชีพค้าขาย&nbsp;และเกษตรกร&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงเดินทางไปพื้นที่ที่มีการระบาด&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ทำกิจกรรมพบปะสังสรรค์ร่วมกัน&nbsp;และสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;(MS230)&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;ไอ&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;และปวดศีรษะ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลปาย</p><p><strong>รายที่&nbsp;255&nbsp;เพศชาย</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ต.ทุ่งยาว&nbsp;อ.ปาย&nbsp;เป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ&nbsp;ปัจจัยเสี่ยง&nbsp;ฝึกปฏิบัติในสถานที่ที่คนหนาแน่น&nbsp;(ศูนย์ฝึกฯ&nbsp;จ.ล&nbsp;าปาง)&nbsp;และสัมผัสท&nbsp;ากิจกรรมร่วมกับผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;(MS234)&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;และมีน้&nbsp;ามูก&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาล&nbsp;ปาย</p><p><strong>รายที่&nbsp;256&nbsp;เพศชาย</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;26&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ต.เวียงใต้&nbsp;อ.ปาย&nbsp;อาชีพค้าขาย&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงทำกิจกรรมพบปะ&nbsp;สังสรรค์และเดินทางไปในพื้นที่ที่มีการระบาด&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;ไอ&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;มีน้ำมูก&nbsp;มีเสมหะ&nbsp;ปวดศีรษะและ&nbsp;ปวดกล้ามเนื้อ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลปาย)</p><p><strong>รายที่&nbsp;257&nbsp;-&nbsp;260&nbsp;รวม&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;1&nbsp;ราย</strong>&nbsp;ช่วงอายุระหว่าง&nbsp;10&nbsp;&nbsp;43&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ต.เวียงเหนือ&nbsp;อ.ปาย&nbsp;เป็นนักเรียน&nbsp;อาชีพครู&nbsp;และธุรกิจส่วนตัว&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงเดินทางไปพื้นที่ที่มีการระบาด&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่และสัมผัสใกล้ชิดทำกิจกรรมร่วมกัน&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;ไอ&nbsp;มีน้ำมูก&nbsp;มีเสมหะและหายใจเหนื่อย&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลปาย</p><p><strong>รายที่&nbsp;261&nbsp;เพศชาย&nbsp;</strong>อายุ&nbsp;26&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ต.บ้านกาศ&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;อาชีพรับจ้าง&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัส&nbsp;ใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยง&nbsp;Cluster&nbsp;แม่ต๊อบเหนือ&nbsp;อาการมีไข้&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;อ.แม่สะเรียง</p><p><strong>รายที่&nbsp;262&nbsp;เพศหญิง&nbsp;</strong>อายุ&nbsp;7&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ต.แม่สะเรียง&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;เป็นนักเรียน&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัส&nbsp;ใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยง&nbsp;Cluster&nbsp;โรงเรียนอนุบาลธารทิพย์&nbsp;มีอาการเวียนศีรษะ&nbsp;และมีไข้&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;อ.แม่สะเรียง</p><p><strong>รายที่&nbsp;263&nbsp;เพศชาย</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;47&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ต.แม่สวด&nbsp;อ.สบเมย&nbsp;อาชีพเกษตรกร&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงอยู่ในพื้นที่&nbsp;ที่มีการระบาด&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยง&nbsp;Cluster&nbsp;ผาผ่า&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;ไอ&nbsp;และมีเสมหะ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสบเมย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	17/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117145400994
555	โฆษก ศบค.ตรัง เผย จังหวัดตรังมีผู้ป่วยโควิด 19 ที่รักษาหายวันนี้ 31 ราย รักษาหายสะสม 253 ราย นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565	<p><strong>วันนี้&nbsp;(17&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;นายแพทย์ตุลกานต์&nbsp;มักคุ้น&nbsp;</strong>แพทย์ชำนาญการพิเศษโรงพยาบาลตรัง&nbsp;ในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ผู้ป่วยที่รักษาหายเพิ่ม&nbsp;31&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายรวม&nbsp;253&nbsp;ราย&nbsp;นับตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มีผู้ป่วยโควิด&nbsp;19&nbsp;ยังคงรักษาใน&nbsp;รพ.&nbsp;275&nbsp;ราย&nbsp;ไม่มีอาการหรือมีอาการน้อย&nbsp;247&nbsp;ราย&nbsp;อาการปานกลาง&nbsp;22&nbsp;ราย&nbsp;ให้ออกซิเจน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ให้ออกซิเจนแรงดันสูง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>โดยในวันนี้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่อวันเฉลี่ยใน&nbsp;7&nbsp;วัน</strong>เฉพาะในจังหวัดตรัง&nbsp;27.4&nbsp;ราย&nbsp;รวมที่มารักษาด้วย&nbsp;29.7&nbsp;ราย&nbsp;ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม&nbsp;ทำให้มียอดเสียชีวิตสะสม&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;โดยในขณะนี้&nbsp;จังหวัดตรังได้ดำเนินการฉีดวัคซีนเข็ม&nbsp;1&nbsp;ไปแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;489,983&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;77.56&nbsp;และจำนวนผู้ได้รับวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;จำนวน&nbsp;464,085&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;73.46&nbsp;และ&nbsp;Booster&nbsp;เข็ม&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;104,813&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;16.59&nbsp;จากกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;631,755&nbsp;ราย</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ได้ทำการตรวจหาเชื้อ&nbsp;SARs-COV-2</strong>&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;15&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;โดยดำเนินการไปแล้วทั้งสิ้น&nbsp;1,252&nbsp;ราย&nbsp;พบผลบวก&nbsp;(ติดเชื้อ)&nbsp;533&nbsp;ราย&nbsp;วันนี้มีการ&nbsp;Swab&nbsp;96&nbsp;ราย&nbsp;รอผลทั้ง&nbsp;96&nbsp;ราย&nbsp;และยังคงเน้นย้ำมาตรการการรักษามาตรการส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อป้องกันและลดการแพร่ระบาดของโควิด&nbsp;19&nbsp;ในวันนี้ได้มีการตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;เป็นบวก&nbsp;จำนวน&nbsp;27&nbsp;ราย&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;83&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;32.53%&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นบวก&nbsp;41&nbsp;ราย&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;543&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;7.55%&nbsp;รวมผู้ติดเชื้อ&nbsp;68&nbsp;ราย&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;626&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;10.86%</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	17/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117152837034
556	โฆษก ศบค.ตรัง เผย จังหวัดตรังมีผู้ป่วยโควิด 19 ที่รักษาหายวันนี้ 31 ราย รักษาหายสะสม 253 ราย นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565	<p><strong>วันนี้&nbsp;(17&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;นายแพทย์ตุลกานต์&nbsp;มักคุ้น&nbsp;แพทย์ชำนาญการพิเศษโรงพยาบาลตรัง</strong>&nbsp;ในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ผู้ป่วยที่รักษาหายเพิ่ม&nbsp;31&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายรวม&nbsp;253&nbsp;ราย&nbsp;นับตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มีผู้ป่วยโควิด&nbsp;19&nbsp;ยังคงรักษาใน&nbsp;รพ.&nbsp;275&nbsp;ราย&nbsp;ไม่มีอาการหรือมีอาการน้อย&nbsp;247&nbsp;ราย&nbsp;อาการปานกลาง&nbsp;22&nbsp;ราย&nbsp;ให้ออกซิเจน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ให้ออกซิเจนแรงดันสูง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>โดยในวันนี้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่อวันเฉลี่ยใน&nbsp;7&nbsp;วัน</strong>เฉพาะในจังหวัดตรัง&nbsp;27.4&nbsp;ราย&nbsp;รวมที่มารักษาด้วย&nbsp;29.7&nbsp;ราย&nbsp;ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม&nbsp;ทำให้มียอดเสียชีวิตสะสม&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;โดยในขณะนี้&nbsp;จังหวัดตรังได้ดำเนินการฉีดวัคซีนเข็ม&nbsp;1&nbsp;ไปแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;489,983&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;77.56&nbsp;และจำนวนผู้ได้รับวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;จำนวน&nbsp;464,085&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;73.46&nbsp;และ&nbsp;Booster&nbsp;เข็ม&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;104,813&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;16.59&nbsp;จากกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;631,755&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ได้ทำการตรวจหาเชื้อ&nbsp;SARs-COV-2&nbsp;</strong>ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;15&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;โดยดำเนินการไปแล้วทั้งสิ้น&nbsp;1,252&nbsp;ราย&nbsp;พบผลบวก&nbsp;(ติดเชื้อ)&nbsp;533&nbsp;ราย&nbsp;วันนี้มีการ&nbsp;Swab&nbsp;96&nbsp;ราย&nbsp;รอผลทั้ง&nbsp;96&nbsp;ราย&nbsp;และยังคงเน้นย้ำมาตรการการรักษามาตรการส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อป้องกันและลดการแพร่ระบาดของโควิด&nbsp;19&nbsp;ในวันนี้ได้มีการตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;เป็นบวก&nbsp;จำนวน&nbsp;27&nbsp;ราย&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;83&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;32.53%&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นบวก&nbsp;41&nbsp;ราย&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;543&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;7.55%&nbsp;รวมผู้ติดเชื้อ&nbsp;68&nbsp;ราย&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;626&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;10.86%</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	17/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117153119037
557	"สถิติจังหวัดสุรินทร์ ชี้  ""คุณมาดี""  เจ้าหน้าที่สำนักงานสถิติจังหวัดสุรินทร์ ปลอดเชื้อโควิด-19 ก่อนกระจายลงพื้นที่เก็บข้อมูลทุกอำเภอ  ขอให้ประชาชนมั่นใจในความปลอดภัยและขอความร่วมมือให้ข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่"	"<p><strong>สถิติจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ชี้&nbsp;""คุณมาดี""</strong>&nbsp;เจ้าหน้าที่สำนักงานสถิติจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ปลอดเชื้อโควิด-19&nbsp;ก่อนกระจายลงพื้นที่เก็บข้อมูลทุกอำเภอ&nbsp;ขอให้ประชาชนมั่นใจในความปลอดภัยและขอความร่วมมือให้ข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่</p><p><strong>นางวิลาวรรณ์&nbsp;แสนจันทร์&nbsp;สถิติจังหวัดสุรินทร์</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;การผลิตข้อมูลสถิติเป็นหนึ่งในภารกิจหลัก&nbsp;ของสำนักงานสถิติจังหวัดสุรินทร์&nbsp;โดยข้อมูลส่วนหนึ่งมาจากการลงพื้นที่ต่างๆ&nbsp;ที่กระจายอยู่ในทุกอำเภอของจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ซึ่งในทุกเดือนจะมีเจ้าหน้าที่ของสำนักงานสถิติจังหวัดฯ&nbsp;หรือที่เรียกว่า&nbsp;""คุณมาดี""&nbsp;ลงไปสอบถามข้อมูลโครงการต่างๆ&nbsp;ตามแผนปฏิบัติงานของสำนักงานสถิติแห่งชาติ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ให้ข้อมูล</strong>&nbsp;นางวิลาวรรณ์&nbsp;แสนจันทร์&nbsp;สถิติจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ได้ตระหนักถึงความปลอดภัยกับทุกฝ่าย&nbsp;ดังนั้นในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ก่อนลงพื้นที่ต้องให้&nbsp;""คุณมาดี""&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทุกครั้ง&nbsp;และปฏิบัติตามข้อปฏิบัติการป้องกันโควิด-19&nbsp;ของกระทรวง&nbsp;สาธารณสุข&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ทั้งนี้ได้รับความร่วมมือจาก&nbsp;รพ.สต.&nbsp;นอกเมือง&nbsp;เป็นอย่างดี&nbsp;ในการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ให้กับ&nbsp;""คุณมาดี""</p><p><strong>สำนักงานสถิติจังหวัดสุรินทร์จึงขอความร่วมมือประชาชน</strong>&nbsp;ให้ข้อมูล&nbsp;แก่เจ้าหน้าที่ด้วย&nbsp;หากสงสัย&nbsp;สามารถขอดูบัตรประจำตัว&nbsp;และตรวจสอบข้อมูลเพื่อยืนยันตัวตนคุณมาดีได้ที่เว็บไซต์&nbsp;http://surin.nso.go.th&nbsp;หรือโทร&nbsp;0-4451-1931</p><p><strong>ซึ่งข้อมูลที่ได้จะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ใช้ข้อมูลพื้นฐาน</strong>&nbsp;ทั้งในภาครัฐและเอกชน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	17/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117161908072
558	17 ม.ค.65 จ.ลำพูน พบติดเชื้อ COVID-19 จากผล RT-PCR 6 ราย ผลตรวจ ATK Positive 30 ราย	<p><strong>วันนี้&nbsp;(17&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ที่ศาลาประชาคม&nbsp;ศาลากลางจังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;พร้อมด้วยนายแพทย์สุกิจ&nbsp;สุขประเสริฐ&nbsp;ผู้ช่วยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำพูน&nbsp;ร่วมแถลงสถานการณ์&nbsp;COVID-19&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;จ.ลำพูน&nbsp;พบผู้ติดเชื้อเพิ่มในจังหวัด&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;ต่างจังหวัดอีก&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ATK&nbsp;Positive&nbsp;30&nbsp;ราย&nbsp;มีผู้ป่วยติดเชื้อสะสมทั้งสิ้น&nbsp;6,031&nbsp;ราย&nbsp;ยอดเสียชีวิตสะสม&nbsp;44&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยยืนยันรักษาตัวทั้งหมด&nbsp;150&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;Pro.Case&nbsp;จำนวน&nbsp;572&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;ใน&nbsp;รพ.รัฐ&nbsp;188&nbsp;ราย&nbsp;รพ.เอกชน&nbsp;376&nbsp;ราย&nbsp;CI&nbsp;และ&nbsp;HI&nbsp;103&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;4,715&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหาย&nbsp;Pro.Case&nbsp;จำนวน&nbsp;550&nbsp;ราย</p><p><strong>ในส่วนของสถิติการครองเตียงของโรงพยาบาลรัฐทุกแห่งในจังหวัดลำพูนมีทั้งหมด&nbsp;542&nbsp;เตียง&nbsp;</strong>ใช้ไป&nbsp;194&nbsp;เตียงหรือคิดเป็น&nbsp;35.79%&nbsp;จึงทำให้มีเตียงเหลือรองรับผู้ป่วย&nbsp;348&nbsp;เตียงคิดเป็น&nbsp;64.21%&nbsp;นอกจากนี้เตียงรองรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลเอกชนมีรองรับทั้งสิ้น&nbsp;511&nbsp;เตียง&nbsp;ใช้ไป&nbsp;376&nbsp;เตียง&nbsp;คิดเป็น&nbsp;73.58%&nbsp;จึงทำให้มีเตียงเหลือรองรับผู้ป่วยอีก&nbsp;135&nbsp;เตียง&nbsp;คิดเป็น&nbsp;26.42%</p><p><strong>สำหรับการให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19</strong>&nbsp;ของจังหวัดลำพูน&nbsp;ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;17&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มียอดสะสมการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ไปแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;319,335&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;78.04%&nbsp;ของผู้ประสงค์ฉีดทั้งหมด&nbsp;126,648&nbsp;คน&nbsp;จากประชากรทั้งหมด&nbsp;401,408&nbsp;คนคิดเป็น&nbsp;79.55%&nbsp;ฉีดเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;319,335&nbsp;ราย&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;289,289&nbsp;ราย&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;95,228&nbsp;ราย&nbsp;และเข็มที่&nbsp;4&nbsp;จำนวน&nbsp;2,239&nbsp;เข็ม</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	17/1/2022	ภาคเหนือ	ลำพูน	สวท.ลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117154219046
559	เทศบาลเมืองลำพูนตรวจ ATK พ่อค้า แม่ค้า ลูกจ้างตลาดทุกแห่ง ในเขตรับผิดชอบ รอบที่ 2 ยกระดับมาตรการป้องกันควบคุม COVID19	<p><strong>วันนี้&nbsp;(17&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;เทศบาลเมืองลำพูน</strong>&nbsp;นำโดย&nbsp;นายประภัสร์&nbsp;ภู่เจริญ&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองลำพูน&nbsp;คณะผู้บริหาร&nbsp;เจ้าหน้าที่ศูนย์บริการสาธารณสุข&nbsp;กองการแพทย์&nbsp;และเจ้าหน้าที่กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เทศบาลเมืองลำพูน&nbsp;ให้บริการเชิงรุกคัดกรองหาเชื้อโควิด-19&nbsp;ด้วยชุดตรวจ&nbsp;Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit&nbsp;(ATK)&nbsp;ให้กับกลุ่มพ่อค้า&nbsp;แม่ค้า&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;ลูกจ้าง&nbsp;และพนักงานทุกท่าน&nbsp;ในตลาดสดพื้นที่เขตเทศบาลฯ&nbsp;ทุกแห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;ตลาดสดหนองดอก&nbsp;ตลาดโต้รุ่ง&nbsp;ตลาดหลังลานเจ้าแม่&nbsp;ตลาดวัดไชยชนึก&nbsp;(ข่วงพระเจ้าเพ่อเล่อ)&nbsp;ตลาดสองเลน&nbsp;และตลาดเย็นเทศบาล&nbsp;เพื่อเฝ้าระวัง&nbsp;ป้องกัน&nbsp;และควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;ให้เป็นไปอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน&nbsp;เนื่องจากเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอไมครอน&nbsp;ซึ่งแพร่กระจายเชื้อได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;โดยผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่จะไม่แสดงอาการของโรค&nbsp;และมีแนวโน้มผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น&nbsp;ซึ่งผู้ประกอบการและลูกจ้างทุกคนจะเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;ครั้งแรก&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;และครั้งนี้ในรอบที่&nbsp;2&nbsp;ให้บริการตั้งแต่เวลา&nbsp;08.0011.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว&nbsp;เชิงสะพานท่าขาม</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การตรวจคัดกรองหาเชื้อโควิด-19&nbsp;ด้วยชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;</strong>เป็นการตรวจหาเชื้อเบื้องต้น&nbsp;สามารถรอฟังผลการตรวจได้ทันที&nbsp;จึงทำให้เข้าถึงการตรวจที่รวดเร็ว&nbsp;ลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อและได้รับการดูแลรักษาได้เร็วขึ้น&nbsp;รวมทั้งเป็นการแบ่งเบาภาระของโรงพยาบาล&nbsp;ช่วยควบคุมการแพร่ระบาด&nbsp;ซึ่งหากพบว่าติดเชื้อโควิด&nbsp;ก็จะส่งตัวเข้ารับการรักษาต่อไป&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัย&nbsp;ให้ผู้ประกอบการ&nbsp;รวมถึงประชาชนที่อยู่ในพื้นที่และผู้ใช้บริการตลาดสดในเขตเทศบาลฯ&nbsp;รวมทั้งขอความร่วมมือประชาชนและสถานประกอบการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด&nbsp;ทั้งการสวมหน้ากากอนามัย&nbsp;การเว้นระยะห่าง&nbsp;งดไปสถานที่เสี่ยง&nbsp;หลีกเลี่ยงพื้นที่ปิด&nbsp;ล้างมือบ่อยๆ&nbsp;รับการฉีดวัคซีนตามที่กำหนด&nbsp;ป้องกันตนเองครอบจักรวาลทุกที่ทุกเวลา&nbsp;สถานประกอบการมีระบบ&nbsp;COVID-19&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;และตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;สม่ำเสมอ&nbsp;เพื่อเป็นการเฝ้าระวัง&nbsp;ป้องกัน&nbsp;และควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ในจังหวัดลำพูนอย่างมีประสิทธิภาพ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	17/1/2022	ภาคเหนือ	ลำพูน	สวท.ลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117160635056
560	อุบลฯ สถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ขอเชิญประชาชนรับวัคซีนโควิด -19   ที่ โรงพยาบาลใกล้บ้านทุกแห่ง	<p><strong>ดร.วิโรจน์&nbsp;เซมรัมย์&nbsp;หัวหน้ากลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อสำนักงานสาธารณสุข</strong>&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สถานการณ์โควิด-19&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;หลังเทศกาลช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;และครบ&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;&nbsp;เริ่มลดลง&nbsp;จากการประเมินสถานการณ์โรคโควิด&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานีเมื่อวัน&nbsp;วันที่&nbsp;17&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ผู้คลัสเตอร์ร้านอาหาร&nbsp;&nbsp;สถานบันเทิง&nbsp;เริ่มลดลง&nbsp;แต่มีการติดเชื้อในครอบครัวเพิ่มขึ้น&nbsp;50-55%&nbsp;จากพื้นที่เสี่ยง&nbsp;ผู้ป่วยงานบุญ&nbsp;-&nbsp;งานแต่งาน&nbsp;&nbsp;งานหมั้น&nbsp;-&nbsp;งานกีฬาในชุมชน&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;อำเภอเมืองอุบลราชธานี&nbsp;&nbsp;อำเภอวารินชำราบ&nbsp;อำเภอพิบูลมังสาหาร&nbsp;อำเภอเดชอุดม&nbsp;อำเภอม่วงสามสิบ&nbsp;โดยมีการระบาดเป็นวงกว้าง&nbsp;ผู้ป่วยที่รักษาที่บ้านบางราย(HI)&nbsp;ไม่ยอมกักตัว&nbsp;สถานการณ์อัตราป่วยเสียชีวิตลดลง&nbsp;(CFR&nbsp;0.6%)&nbsp;ผู้ป่วยใส่ท่อช่วยหายใจ&nbsp;ETT&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;ในกลุ่ม&nbsp;608&nbsp;</p><p><strong>สำหรับมาตการควบคุมโรค&nbsp;เน้นให้ประชาชน</strong>&nbsp;&nbsp;หมั่นล้างมือ&nbsp;ใส่หน้ากากนามัย&nbsp;เว้นระห่าง&nbsp;&nbsp;ลดกิจกรรมการรวมกลุ่ม&nbsp;ลดการเดินทางข้ามจังหวัด&nbsp;ทำงานที่บ้าน&nbsp;Work&nbsp;from&nbsp;home&nbsp;50-80%&nbsp;และ&nbsp;ห้ามจำหน่ายและดื่มสุราในร้านอาหาร</p><p><strong>สำหรับอำเภอที่ระบาด&nbsp;เพิ่มจุดตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยง</strong>&nbsp;เพื่อแยกผู้ป่วยให้เร็วที่สุด&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เพื่อไม่ให้การระบาดติดในครอบครัว&nbsp;&nbsp;ประชาชนที่เสี่ยง&nbsp;ให้&nbsp;ATK&nbsp;ประจำตัว&nbsp;ตรวจด้วยตัวเอง&nbsp;(เน้น&nbsp;Home&nbsp;used)&nbsp;หากพบผลบวกให้แจ้ง&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;ตรวจซ้ำครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ที่บ้านได้&nbsp;ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการมาโรงพยาบาล&nbsp;ลดความเสี่ยงจาการติดเชื้อสถานที่เสี่ยง&nbsp;เร่งฉีดวัคซีนกระตุ้นกลุ่ม&nbsp;608&nbsp;และกระตุ้นเข็ม&nbsp;3&nbsp;ให้กับประชาชน&nbsp;ที่โรงพยาบาลใกล้บ้านทุกแห่ง&nbsp;&nbsp;เมื่อเจ้าหน้าที่ออกเอกสารกักตัวทุกราย&nbsp;กลุ่มเสี่ยงขอให้ผู้ป่วยให้กักตัวรักษาที่บ้านอย่างน้อย&nbsp;10&nbsp;วัน&nbsp;&nbsp;</p><p>เนื่องจากผู้ป่วยจำนวนมาก&nbsp;อาการเชื้อไม่รุนแรง&nbsp;หรือผู้ป่วยสีเขียว&nbsp;เน้นให้ผู้ป่วยรักษาตัวที่บ้าน&nbsp;แต่บ้านต้อง&nbsp;มีห้องนอน&nbsp;ห้องน้ำ&nbsp;แยก&nbsp;ออกจากคนภายในบ้าน&nbsp;โดยมีการรักษาจากทีมแพทย์&nbsp;ผ่านระบบมือถือ&nbsp;และรับยาที่บ้าน</p><p><strong>โดยวันนี้&nbsp;(&nbsp;17&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ผู้ป่วยรายใหม่วันนี้&nbsp;195&nbsp;ราย</strong>&nbsp;ลดลงต่อเนื่อง&nbsp;3-4&nbsp;วัน&nbsp;พบผู้ติดเชื้อในพื้นที่&nbsp;187&nbsp;ราย&nbsp;ติดเชื้อจากต่างจังหวัด&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยสะสม&nbsp;29,286&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหาย&nbsp;25,447&nbsp;ราย&nbsp;กำลัง&nbsp;รักษา&nbsp;3,641&nbsp;ราย&nbsp;เรือนจำสะสม&nbsp;842&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;198&nbsp;ราย&nbsp;ใส่เครื่องหายใจ&nbsp;5&nbsp;ราย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	17/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117161310064
561	นายแพทย์ สสจ.นราธิวาส ย้ำ ประชาชนการ์ดอย่าตก DMHTT เคร่งครัด และเลี่ยงรับประทานอาหารร่วมกัน ที่มาของการแพร่กระจายเชื้อโควิด-19 กระจายสู่วงกว้าง	<p><strong>วันนี้&nbsp;(17&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.</strong>&nbsp;นายแพทย์ชัยวัฒน์&nbsp;พัฒนาพิศาลศักดิ์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส&nbsp;&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;กรณีพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนในพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;รายโดยทั้ง&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เดินทางกลับมาจากการร่วมงานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ในจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ซึ่งได้ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;พบว่าผลเป็นบวก&nbsp;จึงเข้ารับการรักษาทางการแพทย์เป็นที่เรียบร้อย&nbsp;</p><p><strong>ในส่วนมาตรการรับมือกับโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์ต่างๆ&nbsp;</strong>รวมถึงสายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;สำคัญคือการชะลอและป้องกันไม่ให้แพร่กระจายในวงกว้าง&nbsp;&nbsp;จึงต้องระวังเรื่องคลัสเตอร์ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;โดยเน้นการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เชิงรุก&nbsp;ในสถานที่ต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;ที่ด่านชายแดนในพื้นทื่&nbsp;และพื้นที่เสี่ยง&nbsp;นอกจากนี้มีการตรวจ&nbsp;ARI&nbsp;Clinic&nbsp;เป็นคลินิกที่ตรวจระบบทางเดินหายใจเพื่อคัดกรองโควิด-19&nbsp;ทุกวัน&nbsp;ทั้ง&nbsp;13&nbsp;โรงพยาบาลในจังหวัดนราธิวาส&nbsp;ล่าสุดยังไม่พบผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;เพิ่มเติม&nbsp;พร้อมเน้นย้ำว่า&nbsp;สำคัญจริงๆ&nbsp;คือประชาชนในสังคมต้องทำ&nbsp;DMHTT&nbsp;ตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;และที่เน้นมาก&nbsp;ๆ&nbsp;ตอนนี้คือการรับประทานอาหารร่วมกัน&nbsp;เพราะช่วงที่ทานอาหารเราจะเปิดปาก&nbsp;ไม่สวมหน้ากากอนามัย&nbsp;แต่ช่วงอื่นทุกคนจะใส่หน้ากากอนามัยอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ถือว่ามีความเสี่ยงต่ำ</p><p><strong>พร้อมทิ้งท้าย&nbsp;ว่า</strong>การสำรวจและการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ยังดำเนินการสำรวจเชิงรุกอยู่ในกลุ่มที่สำคัญ&nbsp;เช่น&nbsp;ตลาด&nbsp;โรงเรียน&nbsp;โรงงาน&nbsp;โรงพยาบาล&nbsp;เป็นต้น&nbsp;และนี่คือมาตรการที่เราจะรับมือกับโอมิครอน&nbsp;ก็คือ&nbsp;การ์ดอย่าตก&nbsp;ไม่ประมาท&nbsp;และอย่าตระหนกจนเกินไป&nbsp;แต่ต้องตระหนักในเรื่องของการทำ&nbsp;DMHTT&nbsp;ให้มาก&nbsp;และขอให้ตระหนักเรื่องการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;และฉีดกระตุ้นฯ&nbsp;เนื่องจากฉีดวัคซีนเลย&nbsp;6&nbsp;เดือนไปแล้ว&nbsp;ภูมิคุ้มกันจะค่อยๆ&nbsp;ลดลงเรื่อย&nbsp;จึงต้องมีการฉีดกระตุ้นต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันตนเอง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	17/1/2022	ภาคใต้	นราธิวาส	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117163350078
562	นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส เผย โรคโควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่นได้ เมื่อลดความรุนแรงลดลง ผุดไอเดีย โครงการ ชราธิวาส  รณรงค์ฉีดวัคซีนคนชรา ลดอัตราการเสียชีวิต	"<p><strong>วันนี้&nbsp;17&nbsp;ม.ค.65&nbsp;เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.&nbsp;นายแพทย์ชัยวัฒน์&nbsp;พัฒนาพิศาลศักดิ์</strong>&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส&nbsp;&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สำหรับการเปลี่ยนผ่านของการระบาดใหญ่&nbsp;pandemic&nbsp;สู่โรคประจำถิ่น&nbsp;endemic&nbsp;ของจังหวัดนราธิวาส&nbsp;หรือการใช้ชีวิตตามปกติท่ามกลางการระบาดของโควิด-19&nbsp;&nbsp;คือต้องใช้หลัก&nbsp;3&nbsp;ส่วน&nbsp;คือ&nbsp;1.&nbsp;เชื้อลดความรุนแรงลง&nbsp;ซึ่งโอมิครอนเป็นแบบนั้นแล้ว&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;ประชาชนจะต้องมีภูมิคุ้มกันที่ดีขึ้น&nbsp;โรคจะได้ไม่รุนแรงและอยู่กับเราได้&nbsp;โดยทำได้สองทาง&nbsp;หลักๆคือ&nbsp;การฉีดวัคซีน&nbsp;และการมีภูมิคุ้มกันหมู่ในหมู่บ้าน&nbsp;&nbsp;3.สิ่งแวดล้อม&nbsp;คือการดูแลรักษา&nbsp;อย่าให้การ์ดตก&nbsp;การให้ยาทันทีที่ป่วย&nbsp;การจัดระบบที่ไม่แออัด&nbsp;เหล่านี้เป็นต้น&nbsp;ฉะนั้นการเข้าสู่&nbsp;endemic&nbsp;จึงไม่ใช่เรื่องที่จะไกลเกินกว่ารับมือได้ของจังหวัดนราธิวาส</p><p><strong>พร้อมกล่าวถึงภาพรวมการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;</strong>ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส&nbsp;ยังต้องเร่งประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนัก&nbsp;เร่งสร้างภูมิคุ้มกันหมู่&nbsp;ควบคู่กับการรณรงค์และการกระตุ้นการฉีดวัคซีน&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สูงอายุที่เปราะบาง&nbsp;หากติดเชื้อ&nbsp;จะมีโอกาสที่จะเสียชีวิตสูงกว่า</p><p><strong>ฉะนั้นจึงมีโครงการ&nbsp;""ชราธิวาส""&nbsp;&nbsp;เป็นวัคซีนของคนชรา&nbsp;ชราธิวาสก็คือที่อยู่ของคนชรา</strong>&nbsp;ซึ่งจะดูแลเกี่ยวกับเรื่องวัคซีน&nbsp;โดยการรณรงค์ฉีดวัคซีนในคนชรา&nbsp;ลดการเสียชีวิต&nbsp;และหากทุกคนมีภูมิคุ้มกันจากวัคซีนทั้งหมดแล้ว&nbsp;ก็จะเข้าสู่การเป็นโรคประจำถิ่นได้โดยสมบูรณ์&nbsp;แต่สิ่งสำคัญ&nbsp;คือต้องไม่ประมาท&nbsp;การ์ดอย่าตก&nbsp;ขณะที่สถานประกอบการต้องเข้ม&nbsp;covid&nbsp;free&nbsp;&nbsp;setting&nbsp;และหมั่นตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นประจำ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	17/1/2022	ภาคใต้	นราธิวาส	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117163856085
563	ประธานมูลนิธิกาญจนบารมี ตรวจเยี่ยมโครงการคัดกรองมะเร็งเต้านมโดยเครื่องเอกซเรย์เต้านมเคลื่อนที่ (Mammogram) ที่จังหวัดตราด	<p><strong>ดร.นพ.สมยศ&nbsp;ดีรัศมี&nbsp;ประธานมูลนิธิกาญจนบารมี</strong>&nbsp;เดินทางตรวจเยี่ยมการจัดโครงการคัดกรองมะเร็งเต้านมโดยเครื่องเอกซเรย์เต้านมเคลื่อนที่&nbsp;(Mammogram)&nbsp;ซึ่งมูลนิธิกาญจนบารมี&nbsp;ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;จัดหน่วยมาให้บริการสตรีในจังหวัดตราด&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;5&nbsp;-28&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;บริเวณวัดพระแม่รับสาร&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;อำเภอเมืองตราด&nbsp;โดยมีคุณพ่อวิเชียร&nbsp;ฉันทพิริยกุล&nbsp;คุณพ่อเจ้าอาวาสวัดแม่พระรับสารตราด&nbsp;ตลอดจนนายวิจิตร&nbsp;อาชีวะ&nbsp;ประธานชมรม&nbsp;อสม.&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;และคณะ&nbsp;อสม.จังหวัดตราด&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับพร้อมนำเยี่ยมการจัดหน่วยให้บริการ&nbsp;</p><p><strong>ประธานมูลนิธิกาญจนบารมี</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;มูลนิธิกาญจนบารมีเป็นมูลนิธิที่ได้รับพระบรมราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;ให้จัดตั้งมาเมื่อปี&nbsp;พ.ศ.2540&nbsp;มีวัตถุประสงค์&nbsp;เพื่อเป็นการสนับสนุนและส่งเสริมการป้องกันมะเร็ง&nbsp;ในสตรีกลุ่มเสี่ยงและด้อยโอกาส&nbsp;โดยโรคมะเร็งถือเป็นสาเหตุการตายสูงเป็นอันดับ&nbsp;1&nbsp;ของคนไทย&nbsp;โดยการจัดตั้งหน่วยของมูลนิธิกาญจนบารมี&nbsp;จะมีแพทย์&nbsp;และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข&nbsp;มาคัดกรองผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง&nbsp;ต่อการเป็นมะเร็งเต้านม&nbsp;รวมถึงให้ความรู้&nbsp;แก่ประชาชน&nbsp;ให้เข้าใจว่ามะเร็งเต้านมสามารถรักษาหายได้&nbsp;ถ้าตรวจเจอในระยะแรกๆ&nbsp;ซึ่งการดำเนินการตรวจคัดกรองในพื้นที่จังหวัดตราด&nbsp;ตลอดระยะเวลา&nbsp;ประมาณ&nbsp;1&nbsp;เดือน&nbsp;คาดการณ์ว่า&nbsp;จะเจอสตรีที่เป็นมะเร็งเต้านม&nbsp;ประมาณ&nbsp;10&nbsp;คน&nbsp;สามารถที่จะรักษามะเร็งเต้านมให้หายขาดได้</p><p><strong>ด้าน&nbsp;คุณพ่อเจ้าอาวาสวัดแม่พระรับสารตราด</strong>&nbsp;ได้กล่าวซาบซึ้ง&nbsp;ในพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;ที่พระองค์ทรงเป็นห่วงเป็นใย&nbsp;พสกนิกรของพระองค์&nbsp;และคำนึงถึงชีวิตความเป็นในด้านสุขภาพ&nbsp;ของพี่น้องประชาชนชาวตราด&nbsp;ที่ทางมูลนิธิกาญจนบารมีได้นำ&nbsp;รถตรวจมะเร็งเต้านม&nbsp;รถนิทรรศการและให้ความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านม&nbsp;รวมถึงการสอนการตรวจเต้านมโดยแพทย์และเจ้าหน้าที่&nbsp;และรถเอกซเรย์เต้านมเคลื่อนที่แบบมีประสิทธิภาพสูง&nbsp;มาตรวจคัดกรองให้พี่น้องชาวตราด&nbsp;โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จากการดำเนินการจัดโครงการคัดกรองมะเร็งเต้านม&nbsp;</strong>โดยเครื่องเอกซเรย์เต้านมเคลื่อนที่&nbsp;(Mammogram)&nbsp;ที่จังหวัดตราด&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;5&nbsp;-14&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มีสตรีเข้ารับการคัดกรองแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;717&nbsp;คน&nbsp;เข้ารับการทำ&nbsp;Mammogram&nbsp;จำนวน&nbsp;315&nbsp;คน&nbsp;พบผู้ป่วยมะเร็งเต้านม&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งจะมีการส่งต่อเพื่อรักษาตัวในโรงพยาบาลของรัฐต่อไป&nbsp;อย่างไรก็ตามสตรีที่สนใจรับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมตามโครงการนี้&nbsp;เตรียมหลักฐาน&nbsp;ประกอบด้วยบัตรประจำตัวประชาชน&nbsp;หลักฐานฉีดวัคซีนโควิด&nbsp;หรือหากยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนจะต้องผ่านการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเข้ารับการคัดกรองมะเร็งเต้านม&nbsp;ซึ่งผู้ที่จะตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม&nbsp;จะต้องสวมเสื้อชั้นในที่ถอดออกง่าย&nbsp;และไม่สวมชุดแซก&nbsp;โดยการจัดโครงการที่จังหวัดตราด&nbsp;เปิดให้บริการทุกวันจันทร์&nbsp;&nbsp;ศุกร์&nbsp;จนถึงวันที่&nbsp;28&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	17/1/2022	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117164646092
564	จังหวัดปัตตานี ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ครั้งที่ 3/2565 ผ่อนคลายมาตรการจัดกิจกรรมได้ ไม่เกิน 200 คน พร้อมขยายเวลาปิดร้านอาหารและร้านสะดวกซื้อ จาก 22.00 เป็น 23.00 น.	<p><strong>จังหวัดปัตตานี&nbsp;ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด</strong>&nbsp;<strong>ครั้งที่&nbsp;3/2565</strong>&nbsp;ผ่อนคลายมาตรการจัดกิจกรรมได้&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;200&nbsp;คน&nbsp;พร้อมขยายเวลาปิดร้านอาหารและร้านสะดวกซื้อ&nbsp;จาก&nbsp;22.00&nbsp;เป็น&nbsp;23.00&nbsp;น.&nbsp;</p><p><strong>วันที่&nbsp;17&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;นายนิพันธ์&nbsp;บุญหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี</strong>&nbsp;เป็นประธานประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดปัตตานี&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3/2565&nbsp;ที่ห้องประชุมพญาตานี&nbsp;&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;&nbsp;ศาลากลางจังหวัดปัตตานี&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;ของจังหวัดปัตตานี&nbsp;ที่เร่งการการฉีดวัคซีนกระตุ้มเข็ม&nbsp;3&nbsp;และการตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงเชิงรุก&nbsp;ด้วยระบบ&nbsp;ATK&nbsp;ค้นหาผู้ติดเชื้อโดยเฉพาะผู้ที่เดินทางจากจังหวัดกลุ่มเสี่ยง&nbsp;เพื่อให้การควบคุมและป้องกันโรคโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;</p><p><strong>รวมถึงมาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร&nbsp;COVID-Free&nbsp;Setting</strong>&nbsp;และติดตามผลการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการ&nbsp;7&nbsp;ด้าน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;คณะอนุกรรมการด้านการป้องกันการติดเชื้อ&nbsp;,&nbsp;ด้านการควบคุมการแพร่ระบาด&nbsp;,&nbsp;ด้านการรักษาผุ้ติดเชื้อ&nbsp;,&nbsp;ด้านการเยียวยา&nbsp;,&nbsp;ด้านการเตรีความพร้อมสำหรับมาตรการผ่อนคลาย&nbsp;,&nbsp;ด้านข้อมูลประชาสัมพันธ์&nbsp;และรับเรื่องร้องเรียน&nbsp;และด้านกำกับติดตามการบังคับใช้กฎหมาย&nbsp;ซึ่งมีผลการปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย</p><p><strong>ที่ประชุมได้เห็นชอบให้มีการผ่อนคลายมาตรการฯ&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี</strong>&nbsp;หลังจากที่สถานการณ์ได้คลี่คลายมากขึ้น&nbsp;โดยให้สามารถจัดกิจกรรมที่มีการรวมตัวกัน&nbsp;จากที่กำหนดจำนวนไม่เกิน&nbsp;25&nbsp;คน&nbsp;ให้เป็นจำนวนไม่เกิน&nbsp;200&nbsp;คน&nbsp;ภายใต้การปฏิบัติตามมาตรการของสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;และการขยายเวลาการปิดร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม&nbsp;จากเวลา&nbsp;22.00&nbsp;น.&nbsp;เป็น&nbsp;23.00&nbsp;น.&nbsp;และร้านสะดวกซื้อ&nbsp;จากที่ปิดให้บริการระหว่างเวลา&nbsp;22.00&nbsp;&nbsp;03.00&nbsp;น.&nbsp;เป็น&nbsp;ระหว่างเวลา&nbsp;23.00&nbsp;&nbsp;03.00&nbsp;น.&nbsp;ด้วย&nbsp;</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-&nbsp;19&nbsp;และการเสียชีวิตของประชาชนในพื้นที่ลดลง</strong>&nbsp;พร้อมยังต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-&nbsp;๑๙&nbsp;อย่างใกล้ชิด&nbsp;เพื่อลดการแพร่ระบาดและเสียชีวิต&nbsp;ข้อมูลสถานการณ์&nbsp;COVID&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;16&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยยืนยันสะสม&nbsp;48,561&nbsp;ราย&nbsp;ผู้หายป่วย&nbsp;47,897&nbsp;ราย&nbsp;และผู้เสียชีวิตสะสม&nbsp;476&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ภาพ/ข่าว/บดินทร์&nbsp;ส.ปชส.ปน.</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	17/1/2022	ภาคใต้	ปัตตานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117163139076
565	จ.สมุทรปราการ แถลงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVID-19)	<p><strong>จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019</strong>(COVID-19)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;สร้างความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชน&nbsp;พร้อมทั้งขอความร่วมมือให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>นายเจนเจตน์&nbsp;เจนนาวิน&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ</strong>&nbsp;เป็นประธานแถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019(COVID-19)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;โดยมี&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้</p><p><strong>ข้อมูลจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ</strong>&nbsp;(17&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;มีผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;656&nbsp;ราย&nbsp;(ติดเชื้อในจังหวัด&nbsp;432&nbsp;ราย&nbsp;และรับส่งต่อเพื่อรับรักษา&nbsp;224&nbsp;ราย)&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการมีผู้ติดเชื้อระลอกใหม่(ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;จำนวน&nbsp;8,084&nbsp;ราย&nbsp;ผู้เสียชีวิตสะสม&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ผลการดำเนินการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ของจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;มียอดผู้ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;จำนวน&nbsp;1,618,881&nbsp;คน&nbsp;จากประชาชนเป้าหมายในจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;จำนวน&nbsp;1,931,727&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งคิดเป็น&nbsp;83.80&nbsp;%</p><p><strong>จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;ขอให้ประชาชนป้องกันตนเอง</strong>ด้วยวิธีป้องกันการติดเชื้อโควิด&nbsp;(แบบครอบจักรวาล)&nbsp;:&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;ดังนี้&nbsp;ออกจากบ้านเมื่อจำเป็น&nbsp;,เว้นระยะห่าง&nbsp;1-2&nbsp;เมตร&nbsp;,สวมหน้ากากอนามัยและทับด้วยหน้ากากผ้าตลอดเวลา&nbsp;,ล้างมือบ่อยๆ&nbsp;ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์&nbsp;,อย่าใช้มือสัมผัสหน้ากาก&nbsp;รวมทั้งใบหน้า&nbsp;ตา&nbsp;จมูก&nbsp;ปาก&nbsp;,ผู้เป็นกลุ่มเสี่ยง&nbsp;หลีกเลี่ยงการออกนอกบ้าน&nbsp;,ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อพื้นผิวที่ถูกสัมผัสบ่อยๆ&nbsp;,แยกของใช้ส่วนตัวทุกชนิด&nbsp;ไม่ใช้ร่วมกับผู้อื่น&nbsp;,กินอาหารปรุงสุกใหม่&nbsp;แยกสำรับ&nbsp;ใช้ช้อนกลางส่วนตัว&nbsp;และหากสงสัยว่าตนเองเสี่ยงตรวจด้วย&nbsp;ATK&nbsp;บ่อยๆ&nbsp;เพื่อยืนยันว่าติดเชื้อหรือไม่&nbsp;เพื่อปลอดภัยจาก&nbsp;COVID-19</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	17/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรปราการ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117170130105
566	จังหวัดสตูล ประชุมคณะกรรมการวิ่งย้อนรอยประวัติศาสตร์ตะรุเตา ครั้งที่ 18 ประจำปี 2565	<p><strong>วันนี้&nbsp;17&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสตูล&nbsp;</strong>ตำบลคลองขุด&nbsp;อำเภอเมืองสตูล&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;นายสุพจน์&nbsp;รอดเรือง&nbsp;ณ&nbsp;หนองคาย&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการวิ่งย้อนรอยประวัติศาสตร์ตะรุเตา&nbsp;ครั้งที่&nbsp;18&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีนายสุรัตน์&nbsp;จรณโยธิน&nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสตูล&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;คณะกรรมการฯ&nbsp;เข้าร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพรียง</p><p><strong>นายสุรัตน์&nbsp;จรณโยธิน&nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสตูล&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสตูล&nbsp;ร่วมกับอุทยานแห่งชาติตะรุเตา&nbsp;กำหนดจัดกิจกรรมการแข่งขันวิ่งย้อนรอยประวัติศาสตร์เกาะตะรุเตา&nbsp;ครั้งที่&nbsp;18&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;12&nbsp;-&nbsp;13&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;อุทยานแห่งชาติตะรุเตา&nbsp;อำเภอเมืองสตูล&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;เพื่อส่งเสริมกิจกรรมกีฬา&nbsp;เพื่อการท่องเที่ยว&nbsp;และเป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดสตูล&nbsp;ให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ&nbsp;อีกทั้งเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนได้ออกกำลังกาย&nbsp;มีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง&nbsp;ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ&nbsp;โดยใช้กิจกรรมการแข่งขันกีฬาเป็นการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวด้วย</p><p><strong>ซึ่งในวันนี้เป็นการประชุมเตรียมความพร้อมในการจัดกิจกรรมวิ่งย้อนรอยประวัติศาสตร์ตะรุเตา</strong>&nbsp;ในเรื่องของรูปแบบการจัดกิจกรรม&nbsp;รูปแบบการรับสมัคร&nbsp;รูปแบบเสื้อ&nbsp;เหรียญ&nbsp;และถ้วยรางวัล&nbsp;พร้อมทั้งกำหนดรูปแบบในการคัดกรองผู้เข้าร่วมงาน&nbsp;ในเบื้องต้นผู้เข้าร่วมงานทุกคนต้องมีใบรับรองการฉีดวัคซีน&nbsp;ครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;และจะต้องตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;โดยสำนักงานสาธารณสุขในพื้นที่&nbsp;ก่อนลงเรือไปยังเกาะตะรุเตา&nbsp;ซึ่งทางบริษัทจะเตรียมอุปกรณ์ชุดตรวจไว้ให้</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การจัดกิจกรรมการแข่งขันวิ่งย้อนรอยประวัติศาสตร์เกาะตะรุเตา&nbsp;</strong>ครั้งที่&nbsp;18&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสตูล&nbsp;จะนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสตูล&nbsp;เพื่อขออนุญาตการจัดกิจกรรมฯ&nbsp;และจะแจ้งช่องทางการเปิดรับสมัครในลำดับต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	17/1/2022	ภาคใต้	สตูล	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117165511103
567	ว่าฯ แม่ฮ่องสอน ลงพื้นที่ อ.แม่สะเรียง รับฟังปัญหาและความต้องการของประชาชน พร้อมมอบแนวทางการปฏิบัติราชการแก่หน่วยงานระดับอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน	<p><strong>วันนี้&nbsp;(17&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;13.30น.&nbsp;นายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;</strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นประธานการประชุมมอบแนวทางการปฏิบัติราชการและติดความการปฏิบัติราชการ&nbsp;ในพื้นที่อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;เพื่อติดตามความก้าวหน้าการทำงานของส่วนราชการในการช่วยเหลือประชาชน&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมที่ว่าการอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;โดยมีนายสังคม&nbsp;คัดเชียงแสน&nbsp;นายอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการระดับอำเภอ&nbsp;ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;</p><p>ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การแก้ปัญหาของประชาชนให้ประสบความสำเร็จนั้นต้องขอความร่วมมือจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ทั้งส่วนกลาง&nbsp;ส่วนภูมิภาค&nbsp;และส่วนท้องถิ่น&nbsp;ร่วมค้นหาปัญหาอุปสรรค&nbsp;และความต้องการของประชาชนในพื้นที่&nbsp;ต้องสร้างความร่วมมือกับประชาชน&nbsp;จะสามารถทำงานได้สะดวกขึ้นต้องเน้นการหาทางออกให้ประชาชน&nbsp;โดยไม่ผิดกฎหมาย&nbsp;โดยมนระยะนี้แม่ฮ่องสอนเข้าสู่ช่วงการเกิดสถานการณ์ไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละออง&nbsp;ต้องสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนถึงมาตรการของจังหวัด&nbsp;และทำให้ประชาชนความร่วมมือปฏิบัติตามเพื่อลดปัญหาฯ&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;ขณะที่ด้านการท่องเที่ยวต้องส่งเสริมภายใต้การกำกับดูแลของภาครัฐต้องไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม&nbsp;ให้คงสภาพความสมบูรณ์ของธรรมชาติไว้&nbsp;โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และเส้นทางธรรมชาติ&nbsp;ที่อำเภอแม่สะเรียงมีอยู่อย่างสมบูรณ์&nbsp;ขณะที่การป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019&nbsp;ในส่วนการจัดกิจกรรมต้องมีมาตรการเฝ้าระวังอย่างเคร่งครัด&nbsp;แม้จะอยู่ในสถานการณ์ฯ&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;แต่ต้องให้คนในพื้นที่ทำมาหากินได้&nbsp;โดยต้องเร่งเชิญชวนประชาชนให้สมัครใจเข้ารับการฉีดวัคซีน&nbsp;เพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน&nbsp;ประการสำคัญต้องให้ความรู้ประชาชนในการกำจัดขยะติดเชื้อรวมถึงชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ที่ใช้แล้ว&nbsp;</p><p><strong>ด้านผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น</strong>&nbsp;นำเสนอประเด็นความต้องการในพื้นที่ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาคุณภาพชีวิต&nbsp;อาทิ&nbsp;ปัญหาด้านการคมนาคม&nbsp;ด้านไฟฟ้าส่องสว่าง&nbsp;ปัญหาด้านน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค&nbsp;และเพื่อการเกษตร&nbsp;ปัญหาด้านสุขภาพของประชาชนในพื้นที่&nbsp;ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;ปัญหาเรื่องสัญชาติ&nbsp;ปัญหาด้านที่ดินทำกิน&nbsp;ความก้าวหน้าของโครงการจัดที่ดินทำกิน&nbsp;คทช.&nbsp;และปัญหาด้านความมั่นคง&nbsp;ต้องสร้างความร่วมมือกับประชาชน&nbsp;จะสามารถทำงานได้สะดวกขึ้นต้องเน้นหาทางออกให้ประชาชน&nbsp;โดยไม่ผิดกฎหมาย&nbsp;เป็นต้น</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	17/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117171157117
568	จ.มุกดาหารมีผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ต่อเนื่องล่าสุดเพิ่ม 37 รายจาก 4 คลัสเตอร์ รักษาหาย 34 ราย	<p><strong>วันนี้&nbsp;(17&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;เพจเฟขบุ๊ค&nbsp;โควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;สำนักงานสาธารณสุข</strong>&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ได้รายงาน&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;หรือ&nbsp;โควิด-19&nbsp;ระลอกใหม่&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;17&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จากการตรวจหาเชื้อทางห้องปฏิบัติการโรงพยาบาลมุกดาหาร&nbsp;ของผู้มีอาการเข้าเกณฑ์ต้องสงสัย&nbsp;(PUI)ผู้สัมผัสเสี่ยงสูง&nbsp;ระบบฝ้าระวังและระบบบริการ&nbsp;การเฝ้าระวังเชิงรุกในชุมชน&nbsp;พบมีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้น&nbsp;37&nbsp;ราย&nbsp;ติดเชื้อนอกจังหวัด&nbsp;(&nbsp;ร้อยเอ็ด&nbsp;)&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ติดเชื้อภายในจังหวัด&nbsp;36&nbsp;ราย&nbsp;จากคลัสเตอร์ชมดนตรีที่อำเภอดงหลวง&nbsp;22&nbsp;ราย&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;ตำบลมุกดาหาร&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;คลัสเตอร์บ้านด่านมนต์&nbsp;อำเภอนิคมคำสร้อย&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;สัมผัสผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;กระจายอยู่ในพื้นที่&nbsp;4&nbsp;อำเภอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอเมืองมุกดาหาร&nbsp;26&nbsp;ราย&nbsp;(&nbsp;ติดเชื้อภายในจังหวัด&nbsp;25&nbsp;ราย&nbsp;นอกจังหวัด&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;)&nbsp;อำเภอนิคมคำสร้อยติดเชื้อภายในจังหวัด&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอดอนตาลติดเชื้อภายในจังหวัด&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;และอำเภอดอนตาลติดเชื้อภายในจังหวัด&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายเพิ่ม&nbsp;34&nbsp;ราย</p><p><strong>รวมผู้ป่วยระลอกใหม่&nbsp;(1&nbsp;เม.ย.64-&nbsp;17&nbsp;ม.ค.65)</strong>&nbsp;สะสมในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;จำนวน&nbsp;3,074&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายสะสม&nbsp;2,806&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ระหว่างรักษา&nbsp;257&nbsp;ราย&nbsp;รักษาตัวในโรงพยาบาล&nbsp;112&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลสนาม&nbsp;145&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ไม่มีอาการ&nbsp;127&nbsp;ราย&nbsp;มีอาการเล็กน้อย&nbsp;จำนวน&nbsp;81&nbsp;ราย&nbsp;ปอดอักเสบ/มีอาการและภาวะเสี่ยง&nbsp;จำนวน&nbsp;48&nbsp;ราย&nbsp;ปอดอักเสบและภาวะพร่องออกซิเจน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายเพิ่ม&nbsp;34&nbsp;ราย&nbsp;ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม&nbsp;มีผู้เสียชีวิตสะสม&nbsp;16&nbsp;ราย</p><p><strong>นายแพทย์ประวิตร&nbsp;ศรีบุญรัตน์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ผู้ป่วยรายวันที่เพิ่มขึ้น&nbsp;ยังคงควบคุมสถานการณ์การระบาดได้&nbsp;มีเตียงรองรับผู้ป่วย&nbsp;ทั้งโรงพยาบาลหลักและโรงพยาบาลสนาม&nbsp;จำนวน&nbsp;601&nbsp;เตียง&nbsp;ใช้ไปแล้ว&nbsp;257&nbsp;เตียง&nbsp;ยังคงเหลือ&nbsp;344&nbsp;เตียง&nbsp;หากไม่พอได้เตรียมโรงพยาบาลสนามไว้แล้วครบทุกอำเภอ&nbsp;และขอความร่วมมือประชาชน&nbsp;สวม&nbsp;ใส่หน้ากากตลอดเวลา&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;ล้างมือ&nbsp;หลีกเลี่ยงสถานที่เสี่ยง&nbsp;ตรวจคัดกรองด้วย&nbsp;ATK&nbsp;เมื่อมีความเสี่ยง&nbsp;ส่วนสถานประกอบการต้องเข้มการปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อป้องกันตนเองและผู้อื่นไม่ให้ติดเชื้อ&nbsp;และลดการแพร่ระบาดของโรค&nbsp;และฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันโรคและลดอันตรายจากการติดเชื้อ&nbsp;ณ&nbsp;สถานพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุขใกล้บ้าน&nbsp;รพ.สต.&nbsp;โรงพยาบาลชุมชน&nbsp;และโรงพยาบาลมุกดาหาร&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุม&nbsp;250&nbsp;ปี&nbsp;มุกดาหาร</p><p><strong>สำหรับจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;มีผู้ฉีดวัคซีนเข็ม&nbsp;1</strong>&nbsp;ทั้งจังหวัด&nbsp;จำนวน&nbsp;220,682&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;80.90&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;193,639&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;70.99&nbsp;โดยอำเภอที่มีผู้ฉีกวัคซีนมากที่สุดได้แก่&nbsp;อำเภอเมืองมุกดาหาร&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;91.72&nbsp;และอำเภอที่มีการฉีดวัคซีนน้อยที่สุดได้แก่&nbsp;อำเภอดงหลวงคิดเป็นร้อยละ&nbsp;65.74</p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	17/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สวท.มุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117172817124
569	จ.แม่ฮ่องสอน มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ต่อเนื่อง วันนี้ 17 ราย ขณะที่ผู้ป่วยยังคงรักษาตัวอยู่ 170 ราย อาการรุนแรง 6 ราย	<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong>รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในการระบาดตั้งแต่ระลอกเดือนเมษายน&nbsp;2564&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;17&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ว่ามีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ทั้งสิ้นจำนวน&nbsp;3,707&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเพศชาย&nbsp;1,712&nbsp;ราย&nbsp;และเพศหญิง&nbsp;1,995&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;49&nbsp;ราย&nbsp;(1.32&nbsp;%)&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;3,488&nbsp;ราย&nbsp;(94.09&nbsp;%)&nbsp;ยังอยู่ระหว่างรักษา&nbsp;170&nbsp;ราย&nbsp;(4.59&nbsp;%)&nbsp;มีอาการเล็กน้อย&nbsp;161&nbsp;ราย&nbsp;ปานกลาง&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;และรุนแรง&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;รักษาอยู่ที่โรงพยาบาลศรีสังวาลย์&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลปาย&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลแม่สะเรียง&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลแม่ลาน้อย&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลสบเมย&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลสนาม&nbsp;18&nbsp;ราย&nbsp;และรักษาในศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;113&nbsp;ราย&nbsp;สำหรับวันนี้&nbsp;มีผู้ได้รับการตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;279&nbsp;ชุด&nbsp;พบเชื้อ&nbsp;17&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ป่วยในจังหวัด&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;โดยมีรายละเอียด&nbsp;ดังนี้</p><p><strong>รายที่&nbsp;247&nbsp;เพศชาย&nbsp;</strong>อายุ&nbsp;8&nbsp;ปี&nbsp;เพศชาย&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;12&nbsp;ต.ปางหมู&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นนักเรียนโรงเรียน&nbsp;แห่งหนึ่งในเขตเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;ไอ&nbsp;และมีน้ำมูก&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสนาม</p><p><strong>รายที่&nbsp;248&nbsp;เพศชาย</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;4&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ต.ปางหมู&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นนักเรียนโรงเรียนแห่งหนึ่ง&nbsp;ในเขตเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดครอบครัวเดียวกับผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;(MS204)&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;ไอ&nbsp;และ&nbsp;มีน้ำมูก&nbsp;ส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสนาม</p><p><strong>รายที่&nbsp;249&nbsp;เพศหญิง</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;17&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นนักเรียนโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;(รายที่&nbsp;3564-3566)&nbsp;มีอาการปวดศีรษะ&nbsp;ตรวจ&nbsp;&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสนาม</p><p><strong>รายที่&nbsp;250-254&nbsp;รวม&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;3&nbsp;ราย</strong>&nbsp;ช่วงอายุระหว่าง&nbsp;26-71&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ต.เมืองแปง&nbsp;อ.ปาย&nbsp;อาชีพค้าขาย&nbsp;และเกษตรกร&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงเดินทางไปพื้นที่ที่มีการระบาด&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ทำกิจกรรมพบปะสังสรรค์ร่วมกัน&nbsp;และสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;(MS&nbsp;230)&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;ไอ&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;และปวดศีรษะ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลปาย</p><p><strong>รายที่&nbsp;255&nbsp;เพศชาย&nbsp;</strong>อายุ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ต.ทุ่งยาว&nbsp;อ.ปาย&nbsp;เป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ&nbsp;ปัจจัยเสี่ยง&nbsp;ฝึกปฏิบัติในสถานที่ที่คนหนาแน่น&nbsp;(ศูนย์ฝึกฯ&nbsp;จ.ลำปาง)&nbsp;และสัมผัสทำกิจกรรมร่วมกับผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;(รายที่234)&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;และมีน้ำมูก&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาล&nbsp;ปาย</p><p><strong>รายที่&nbsp;256&nbsp;เพศชาย</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;26&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ต.เวียงใต้&nbsp;อ.ปาย&nbsp;อาชีพค้าขาย&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงทำกิจกรรมพบปะ&nbsp;สังสรรค์และเดินทางไปในพื้นที่ที่มีการระบาด&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;ไอ&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;มีน้ำมูก&nbsp;มีเสมหะ&nbsp;ปวดศีรษะและ&nbsp;ปวดกล้ามเนื้อ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลปาย)</p><p><strong>รายที่&nbsp;257-260&nbsp;รวม&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;1&nbsp;ราย</strong>&nbsp;ช่วงอายุระหว่าง&nbsp;10-43&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ต.เวียงเหนือ&nbsp;อ.ปาย&nbsp;เป็นนักเรียน&nbsp;อาชีพครู&nbsp;และธุรกิจส่วนตัว&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงเดินทางไปพื้นที่ที่มีการระบาด&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่และสัมผัสใกล้ชิดทำกิจกรรมร่วมกัน&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;ไอ&nbsp;มีน้ำมูก&nbsp;มีเสมหะและหายใจเหนื่อย&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลปาย</p><p><strong>รายที่&nbsp;261&nbsp;เพศชาย&nbsp;</strong>อายุ&nbsp;26&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ต.บ้านกาศ&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;อาชีพรับจ้าง&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัส&nbsp;ใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยง&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;แม่ต๊อบเหนือ&nbsp;อาการมีไข้&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;อ.แม่สะเรียง</p><p><strong>รายที่&nbsp;262&nbsp;เพศหญิง</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;7&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ต.แม่สะเรียง&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;เป็นนักเรียน&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัส&nbsp;ใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;มีอาการเวียนศีรษะ&nbsp;และมีไข้&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;อ.แม่สะเรียง</p><p><strong>รายที่&nbsp;263&nbsp;เพศชาย</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;47&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ต.แม่สวด&nbsp;อ.สบเมย&nbsp;อาชีพเกษตรกร&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงอยู่ในพื้นที่&nbsp;ที่มีการระบาด&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยง&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;ผาผ่า&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;ไอ&nbsp;และมีเสมหะ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสบเมย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	17/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117174542138
570	สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสตูล ประชุมหน่วยงานเตรียมความพร้อมจัดการแข่งขัน วิ่งย้อนรอยประวัติศาสตร์ตะรุเตา ครั้งที่ 18 จำกัดนักวิ่ง 500 คน ภายใต้มาตรการป้องกัน COVID-19	<p><strong>วันนี้&nbsp;(17&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสตูล</strong>&nbsp;ตำบลคลองขุด&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสตูล&nbsp;จัดการประชุมคณะกรรมการเตรียมความพร้อมในการจัดการแข่งขันวิ่งย้อนรอยประวัติศาสตร์ตะรุเตา&nbsp;ครั้งที่&nbsp;18&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีนายสุพจน์&nbsp;รอดเรือง&nbsp;ณ&nbsp;หนองคาย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;พร้อมด้วยนายสุรัตน์&nbsp;จรณโยธิน&nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสตูล&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุมโดยพร้อมเพรียง&nbsp;โดยการประชุมดังกล่าว&nbsp;เพื่อหารือและเตรียมความพร้อมในการจัดการแข่งขันวิ่งย้อนรอยประวัติศาสตร์ตะรุเตา&nbsp;ครั้งที่&nbsp;18&nbsp;ซึ่งได้มีการเลื่อนการจัดการแข่งขันไปก่อนหน้านี้&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;ในปี&nbsp;2563&nbsp;และประกาศงดการแข่งขันในเวลาต่อมา&nbsp;จากนั้นปี&nbsp;2564&nbsp;ได้งดการแข่งขันฯ&nbsp;ต่อเนื่องเป็นปีที่&nbsp;2&nbsp;แต่ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;แม้จะมีการแพร่ระบาดของสายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;ที่ข้อมูลระบุว่าเชื้อไม่รุนแรง&nbsp;รวมถึงการเข้าถึงการฉีดวัคซีน&nbsp;และมีชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เพื่อคัดกรองผู้ติดเชื้อก่อนร่วมกิจกรรมต่างๆ&nbsp;สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสตูลจึงเตรียมจัดการแข่งขันวิ่งย้อนรอยประวัติศาสตร์ตะรุเตาขึ้นอีกครั้ง&nbsp;เป็นครั้งที่&nbsp;18&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวจังหวัด&nbsp;โดยจะมีการจัดการแข่งขันในวันที่&nbsp;12-13&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ภายใต้สถานการณ์การแพร่ะบาดของโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;ใน&nbsp;3&nbsp;ประเภทการแข่งขัน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ประเภทฟันรัน&nbsp;ระยะทาง&nbsp;4&nbsp;กิโลเมตร,&nbsp;ประเภทมินิมาราธอน&nbsp;ระยะทาง&nbsp;10.5&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;และประเภท&nbsp;Super&nbsp;Half&nbsp;Marathon&nbsp;ระยะทาง&nbsp;24&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;โดยจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมการแข่งขันจำนวน&nbsp;500&nbsp;คน&nbsp;เท่านั้น&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการจัดการแข่งขันวิ่งย้อนรอยประวัติศาสตร์ตะรุเตา&nbsp;ครั้งที่&nbsp;18&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;</strong>จะมีประกาศให้ทราบอย่างเป็นทางการต่อไป&nbsp;เนื่องจากจะต้องมีการขออนุญาตการจัดกิจกรรมจาก&nbsp;ศบค.จังหวัดสตูล&nbsp;และกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&nbsp;โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดจะประกาศเปิดรับสมัครอย่างเป็นทางการต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	17/1/2022	ภาคใต้	สตูล	สวท.สตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117181835154
571	คกก.โรคติดต่อฯ จ.นครพนม ปรับมาตรการเพิ่มให้ร้านอาหารตรวจ ATK ก่อนแสดง ส่วนเรียน ON Site ให้ชี้แจงเหตุผลพร้อมอนุมัติเป็นรายโรงเรียน	<p><strong>คกก.โรคติดต่อฯ&nbsp;นครพนม&nbsp;ปรับมาตรการเพิ่มให้ร้านอาหารตรวจ&nbsp;ATK</strong>&nbsp;ก่อนแสดง&nbsp;ส่วนเรียน&nbsp;ON&nbsp;Site&nbsp;ให้ชี้แจงเหตุผลพร้อมอนุมัติเป็นรายโรงเรียน&nbsp;วันที่&nbsp;17&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ห้องประชุมพระธาตุพนม&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดนครพนม&nbsp;นายชาญชัย&nbsp;คงทัน&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายแพทย์ปรีดา&nbsp;วรหาร&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม&nbsp;นายแพทย์ธนสิทธิ์&nbsp;ไพรพงษ์&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครพนม&nbsp;และนายแพทย์กิตติเชษฐ์&nbsp;ธีรกุลพงศ์เวช&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม&nbsp;(ด้านเวชกรรมป้องกัน)&nbsp;ร่วมกันแถลงสถานการณ์การเฝ้าระวังป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด&nbsp;ภายหลังการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครพนมเพื่อประเมินและปรับมาตรการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่&nbsp;</p><p><strong>โดยในวันนี้จังหวัดนครพนม</strong>&nbsp;พบผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่มขึ้น&nbsp;19&nbsp;ราย&nbsp;เป็นติดเชื้อในพื้นที่&nbsp;16&nbsp;ราย&nbsp;และนอกพื้นที่&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสม&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;590&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ระหว่างการรักษา&nbsp;439&nbsp;ราย&nbsp;และมีผู้ป่วย&nbsp;2&nbsp;รายที่มีอาการรุนแรง&nbsp;เป็นชายไทยอายุ&nbsp;53&nbsp;ปี&nbsp;น้ำหนักตัว&nbsp;120&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;มีอาการหายใจหอบเหนื่อยจนแพทย์ต้องให้ออกซิเจนช่วยแต่จากการประเมินของทีมแพทย์คาดว่าพรุ่งนี้จะสามารถถอดเครื่องช่วยหายใจได้เนื่องจากอาการดีขึ้น&nbsp;ส่วนอีกรายเป็นเด็กชายวัย&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;10&nbsp;เดือน&nbsp;ที่มีอาการไอ&nbsp;มีเสมหะมาก&nbsp;หายใจหอบเหนื่อยซึ่งรายนี้ยังต้องใช้ออกซิเจนช่วยในการหายใจและอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด&nbsp;ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;จังหวัดนครพนมพบผู้ติดเชื้อประมาณวันละ&nbsp;36&nbsp;ราย&nbsp;ส่วนอัตราการหายป่วยอยู่ที่&nbsp;12&nbsp;คนต่อวัน&nbsp;และปัจจุบันยังคงเฝ้าระวังอยู่&nbsp;3&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;ประกอบไปด้วย&nbsp;พื้นที่อำเภอเมืองนครพนม&nbsp;อำเภอนาแก&nbsp;และอำเภอธาตุพนม&nbsp;พื้นที่ละ&nbsp;1&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;ส่วนผู้ยอดผู้ติดเชื้อจากการสุ่มตรวจพบว่าแทบจะทุกอำเภอเป็นสายพันธุ์โอไมครอนหมดแล้ว&nbsp;ขณะที่เตียงรักษาทั้งในโรงพยาบาลทั่วไป&nbsp;โรงพยาบาลชุมชนและศูนย์ดูแลโควิด-19&nbsp;ชุมชน&nbsp;มีทั้งสิ้นรวม&nbsp;2,114&nbsp;เตียง&nbsp;ใช้ไปแล้ว&nbsp;430&nbsp;เตียง&nbsp;คงเหลือ&nbsp;1,684&nbsp;เตียง&nbsp;และในที่ประชุมได้มีมติปรับมาตรการเพิ่มเติมในส่วนของร้านอาหาร&nbsp;สถานบันเทิง&nbsp;สถานประกอบการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ให้มีการตรวจบุคลากร&nbsp;ด้วย&nbsp;ATK&nbsp;สัปดาห์ละ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;ส่วนการจัดกิจกรรม&nbsp;งานแสดงดนตรีสด&nbsp;หรืองานแสดงอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;นักร้อง&nbsp;นักแสดง&nbsp;นักดนตรี&nbsp;ผู้ทำการแสดง&nbsp;ต้องตรวจก่อนการแสดง&nbsp;2&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ส่วนโรงเรียนที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่การแพร่ระบาด&nbsp;บุคลากรทางการศึกษาและนักเรียนได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์&nbsp;และเคยได้รับการอนุมัติให้ทำการเรียนการสอนแบบ&nbsp;ON&nbsp;SITE&nbsp;ได้ตามมติก่อนหน้านี้&nbsp;ถ้ามีเหตุจำเป็นและมีความพร้อมให้เข้าชี้แจงรายละเอียดต่อคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครพนมในวันที่&nbsp;21&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งจะพิจารณาอนุมัติเป็นรายโรงเรียนเพื่อให้เปิดการเรียนการสอนได้ในวันที่&nbsp;24&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ก่อนเปิดบุคคลากรทุกคนต้องมีการตรวจ&nbsp;ATK</strong>&nbsp;และนักเรียนต้องทำแบบประเมินความเสี่ยง&nbsp;ขณะเดียวกันก็ได้มีการฝากเชิญชวนประชาชนทุกกลุ่มในการเข้ารับวัคซีนได้ทั้งโรงพยาบาลใกล้บ้านและโรงพยาบาลส่งเสริมตำบล&nbsp;ซึ่งปัจจุบันยังคงให้&nbsp;Walk&nbsp;In&nbsp;ได้ตามความสะดวกของแต่ละบุคคล&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นเข็มที่&nbsp;1,2&nbsp;,3&nbsp;และ&nbsp;4&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	17/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครพนม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117185952188
572	มติ คกก.โรคติดต่อนครพนม เห็นชอบเปิดศูนย์ CI เพิ่มร้านอาหาร ต้องฉีดวัคซีนต้องครบ ตรวจ ATK ทุกปสัดาห์	<p><strong>วันที่&nbsp;17&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;15.49&nbsp;น.</strong>&nbsp;ที่ห้องประชุมพระธาตุพนม&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดนครพนม&nbsp;(หลังใหม่)&nbsp;หลังการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครพนม&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3/2565&nbsp;นายชาธิป&nbsp;รุจนเสรี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&nbsp;ประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครพนม&nbsp;มอบหมายนายชาญชัย&nbsp;คงทัน&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&nbsp;พร้อมนายแพทย์ปรีดา&nbsp;วรหาร&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม&nbsp;ผู้บัญชาการเหตุการณ์ภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข&nbsp;(Incident&nbsp;Command&nbsp;System:&nbsp;ICS)&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;นายแพทย์ธนสิทธิ์&nbsp;ไพรพงษ์&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครพนม&nbsp;และนายแพทย์กิตติเชษฐ์&nbsp;ธีรกุลพงศ์เวช&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม&nbsp;(ด้านเวชกรรมป้องกัน)&nbsp;แถลงข่าวรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;</p><p><strong>วันนี้มีรายงานพบผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;จำนวน&nbsp;19&nbsp;ราย</strong>&nbsp;เป็นผู้ที่เดินทางมาจากกรุงเทพมหานคร&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;กาฬสินธุ์&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และเป็นคนในพื้นที่จังหวัดนครพนม&nbsp;จำนวน&nbsp;17&nbsp;ราย&nbsp;รวมจำนวนผู้ป่วยสะสม&nbsp;จำนวน&nbsp;590&nbsp;ราย&nbsp;หายป่วยสะสม&nbsp;196&nbsp;ราย&nbsp;หายป่วยกลับบ้านวันนี้&nbsp;35&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษาอยู่&nbsp;439&nbsp;ราย&nbsp;(อาการของผู้ป่วยทั้ง&nbsp;439&nbsp;ราย&nbsp;ไม่มีอาการ&nbsp;274&nbsp;ราย&nbsp;มีอาการเล็กน้อย&nbsp;139&nbsp;ราย&nbsp;อาการปานกลาง&nbsp;24&nbsp;ราย&nbsp;อาการรุนแรง&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;โดยไม่พบผู้เสียชีวิตเพิ่มต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)</p><p><strong>ในส่วนของภาพรวมจำนวนเตียงสำหรับรองรับการรักษาผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;</strong>เตียงศูนย์ดูแลโควิด-19&nbsp;ชุมชน&nbsp;(Community&nbsp;Isolate&nbsp;:&nbsp;CI)&nbsp;รวม&nbsp;1,576&nbsp;เตียง&nbsp;ใช้ไป&nbsp;150&nbsp;เตียง&nbsp;คงเหลือ&nbsp;1,426&nbsp;เตียง&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;9&nbsp;เตียง&nbsp;รพ.ทั่วไป/&nbsp;รพ.ชุมชน&nbsp;&nbsp;ทั้ง&nbsp;12&nbsp;อำเภอ&nbsp;&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;538&nbsp;เตียง&nbsp;ใช้รองรับผู้ป่วย&nbsp;280&nbsp;เตียง&nbsp;คงเหลือ&nbsp;258&nbsp;เตียง&nbsp;รวมจำนวนทั้งหมด&nbsp;2,114&nbsp;เตียง&nbsp;ใช้ไป&nbsp;430&nbsp;เตียง&nbsp;คงเหลือ&nbsp;1,684&nbsp;เตียง&nbsp;ด้านการให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;มีประชาชนที่ได้รับการฉีดวัคซีน&nbsp;(เข็มหนึ่ง)&nbsp;แล้ว&nbsp;406,439&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็น&nbsp;65.73%&nbsp;เทียบกับประชากรตามสิทธิ์การรักษาพยาบาล&nbsp;ฉีดเข็มสองแล้ว&nbsp;358,030&nbsp;Dose&nbsp;คิดเป็น&nbsp;57.90%&nbsp;ฉีดเข็มสามแล้ว&nbsp;51,440&nbsp;Dose&nbsp;คิดเป็น&nbsp;8.32%&nbsp;ฉีดเข็มสี่&nbsp;จำนวน&nbsp;3,703&nbsp;Dose&nbsp;คิดเป็น&nbsp;0.60%&nbsp;คงเหลือ&nbsp;(เป้าหมาย&nbsp;70%)&nbsp;จำนวน&nbsp;26,416&nbsp;คน&nbsp;นับตั้งแต่วันที่&nbsp;1-17&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;Cluster&nbsp;Covid-19&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;มีทั้งหมด&nbsp;5&nbsp;เหตุการณ์&nbsp;สามารถควบคุมได้ไม่เกิน&nbsp;28&nbsp;วัน&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;เหตุการณ์&nbsp;โดยต้องติดตามต่อเนื่องอีก&nbsp;3&nbsp;เหตุการณ์&nbsp;โดยทั้ง&nbsp;3&nbsp;เหตุการณ์&nbsp;คือ&nbsp;Cluster&nbsp;ในพื้นที่อำเภอนาแก&nbsp;จะสิ้นสุดการติดตามวันที่&nbsp;26&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;Cluster&nbsp;ห้างสรรพสินค้า&nbsp;อำเภอธาตุพนม&nbsp;จะสิ้นสุดการติดตามในวันที่&nbsp;23&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;และ&nbsp;Cluster&nbsp;สถานบันเทิง&nbsp;จะสิ้นสุดการติดตามวันที่&nbsp;26&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;ในส่วนของการตรวจหาสายพันธุ์โควิดฯ&nbsp;มีการส่งตรวจ&nbsp;ทั้งสิ้น&nbsp;86&nbsp;ราย&nbsp;พบเป็นเชื้อโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์&nbsp;Delta&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;และเป็นสายพันธุ์&nbsp;Omicron&nbsp;จำนวน&nbsp;49&nbsp;ราย&nbsp;รอผลตรวจ&nbsp;7&nbsp;ราย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ในการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครพนม&nbsp;</strong>ที่ประชุมมีมติใน&nbsp;4&nbsp;ประเด็น&nbsp;คือ&nbsp;1)&nbsp;มาตรการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;สำหรับพนักงาน&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;สถานบันเทิง&nbsp;สถานประกอบการ&nbsp;พนักงาน&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;ต้องได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ที่ทางราชการกำหนดตามบัญชีรายชื่อวัคซีน&nbsp;และต้องตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;สัปดาห์ละ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;ในทุกสัปดาห์&nbsp;รวมทั้งเมื่อจะมีการจัดกิจกรรมงานแสดงดนตรีสด&nbsp;หรืองานแสดงอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;นักร้อง&nbsp;นักดนตรี&nbsp;ผู้ทำการแสดง&nbsp;ต้องตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนการแสดง&nbsp;2&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;2)&nbsp;ที่ประชุมเห็นชอบให้เป็นศูนย์ดูแลโควิด-19&nbsp;ชุมชน&nbsp;(Community&nbsp;Isolation&nbsp;&nbsp;:&nbsp;CI)&nbsp;ในพื้นที่ทุกอำเภอเพิ่ม&nbsp;จำนวน&nbsp;1,636&nbsp;เตียง&nbsp;3)&nbsp;การขอพิจารณาเปิดการเรียนการสอนแบบ&nbsp;On-site&nbsp;ก่อนวันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;โดยมีเงื่อนไขบุคลากรทุกคนในโรงเรียนต้องได้รับการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;โรงเรียนที่ขอเปิดเรียน&nbsp;On-Site&nbsp;ต้องได้รับการพิจารณาอนุญาตจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครพนม&nbsp;เป็นรายโรงเรียน&nbsp;และ&nbsp;4)&nbsp;การจัดกิจกรรมที่มีการรวมกันของคนจำนวนมากจังหวัดนครพนม&nbsp;ซึ่งที่ประชุมได้เห็นชอบให้จัดกิจกรรมได้ตามที่คณะอนุกรรมการกลั่นกรองการฯ&nbsp;เสนอ&nbsp;คือ&nbsp;การเตรียมการรับเสด็จ&nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;เสด็จทอดพระเนตรกลุ่มทอผ้าไหมกลุ่มแรกของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ&nbsp;ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์&nbsp;พระบรมราชินินาถ&nbsp;และนิทรรศการผ้าและหัตถกรรมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;10&nbsp;จังหวัด&nbsp;ในวันที่&nbsp;23&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;วัดธาตุประสิทธิ์&nbsp;และหอประชุมนาหว้าพิทยาคม&nbsp;ตำบลนาหว้า&nbsp;อำเภอนาหว้า&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;รวมทั้งพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ในวันที่&nbsp;18&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณสนามหญ้า&nbsp;หน้ากองบัญชาการมณฑลทหารบกที่&nbsp;210&nbsp;ค่ายพระยอดเมืองขวาง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดนครพนม</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	17/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครพนม	สวท.นครพนม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117193412207
573	"จังหวัดบุรีรัมย์ เตรียมจัดงาน ""บุรีรัมย์มาราธอน 2022"" พร้อมเข้มมาตรการด้านสาธารณสุข"	"<p><strong>จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;เตรียมจัดงาน&nbsp;""บุรีรัมย์มาราธอน&nbsp;2022""</strong>&nbsp;ในวันเสาร์ที่&nbsp;22&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;โดยเป็นงานดังกล่าวเป็นงานวิ่งมาราธอนเมเจอร์ระดับประเทศ&nbsp;ที่ได้รับการรับรองจาก&nbsp;สหพันธ์สมาคมกรีฑานานาชาติ&nbsp;ให้เป็นมาราธอนเหรียญเงินของโลก&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ผู้จัดพร้อมจัดงานวิ่งภายใต้มาตรการด้านสาธารณสุข&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งผู้ร่วมงานทุกคนต้องได้รับวัคซีนครบโดส</strong>&nbsp;และตรวจเอกสารการรับวัคซีนก่อนเข้าร่วมงาน&nbsp;นอกจากนี้นักวิ่งทุกคนจะต้องตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทางน้ำลาย&nbsp;ก่อนเข้าร่วมวิ่ง&nbsp;ห้ามซื้อ-ขาย&nbsp;บี๊บ&nbsp;เพื่อความถูกต้องของหลักฐานการตรวจวัคซีน,&nbsp;เจ้าหน้าที่ที่ปฎิบัติงานในบุรีรัมย์&nbsp;มาราธอน&nbsp;รวมถึงผู้จัด&nbsp;กองเชียร์และร้านค้าที่มาออกบูธจำหน่ายสินค้า&nbsp;ทุกคนได้รับวัคซีนครบโดส&nbsp;และทำการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเข้าพื้นที่&nbsp;และหลีกเลี่ยงการสัมผัสโดนตัวนักวิ่ง&nbsp;รวมถึงเน้นย้ำให้ผู้ร่วมงานทุกคนใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา&nbsp;โดยอนุญาตให้ถอดหน้ากากอนามัยหลังปล่อยตัวจากจุดสตาร์ทเท่านั้น&nbsp;และใส่หน้ากากอนามัยหลังแข่งขันเสร็จ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้จัดงานจะเตรียมหน้ากากอนามัย</strong>อันใหม่แจกให้นักวิ่งทุกคนหลังเข้าเส้นชัย&nbsp;สำหรับการปล่อยตัว&nbsp;จะปล่อยตัวแบบเวฟ&nbsp;โดยจะปล่อยตัวที่ละบล็อก&nbsp;เพื่อลดความแออัด&nbsp;ซึ่งในแต่ละบล็อกนักวิ่งต้องเว้นระยะห่าง&nbsp;และกำหนดให้นักวิ่งแยกรับประทานอาหารตามจุดที่กำหนด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	17/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	บุรีรัมย์	สวท.บุรีรัมย์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117194451214
574	อำเภอศรีณรงค์  จังหวัดสุรินทร์ ให้เจ้าหน้าที่ตรวจหาเชื้อ covid-19 เพื่อความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน	<p><strong>วันนี้&nbsp;(17&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;นายพีรวัฒน์&nbsp;ธีระวัฒนา&nbsp;นายอำเภอศรีณรงค์&nbsp;จังหวัดสุรินทร์</strong>&nbsp;สั่งการให้บุคลากรในสังกัดที่ทำการปกครองอำเภอ&nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน&nbsp;ณ&nbsp;ที่ว่าการอำเภอศรีณรงค์&nbsp;เข้ารับการตรวจคัดกรองโควิด-19&nbsp;ด้วย&nbsp;ATK&nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่&nbsp;รพ.สต.ณรงค์&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจคัดกรอง&nbsp;มีผู้เข้ารับการคัดกรอง&nbsp;20&nbsp;คน&nbsp;ผลเป็นลบทั้ง&nbsp;20&nbsp;คน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>	17/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220117230511238
575	นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร เชิญชวนพีน้องประชาชนมาฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19	<p><strong>นายแพทย์ประวิตร&nbsp;ศรีบุญรัตน์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ผู้ป่วยรายวันที่เพิ่มขึ้น&nbsp;นับเป็นครั้งแรกของจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ซึ่งผู้ป่วยดังกล่าวกระจายในหลายพื้นที่&nbsp;แต่ยังคงควบคุมสถานการณ์การระบาดได้&nbsp;อย่างไรก็ตามขอความร่วมมือประชาชนปฎิบัติตามมาตรการของสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดทั้งการป้องกันส่วนบุคคล&nbsp;ใส่หน้ากากตลอดเวลา&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;ล้างมือ&nbsp;หลีกเลี่ยงสถานที่เสี่ยง&nbsp;ตรวจคัดกรองด้วย&nbsp;ATK&nbsp;เมื่อมีความเสี่ยง&nbsp;ส่วนสถานประกอบการต้องเข้มการปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting</p><p><strong>พร้อมได้เชิญชวนชาวมุกดาหาร&nbsp;รับการฉีดวัคซีนโควิด-19</strong>&nbsp;โดยเฉพาะการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกัน&nbsp;โดยขอให้ผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนและผู้ที่ถึงกำหนดรับวัคซีนเข็มกระตุ้น&nbsp;ติดต่อขอรับวัคซีนได้ที่สถานพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุขใกล้บ้าน&nbsp;รพ.สต.&nbsp;โรงพยาบาลชุมชน&nbsp;และโรงพยาบาลมุกดาหาร&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุม&nbsp;250&nbsp;ปี&nbsp;มุกดาหาร&nbsp;</p><p><strong>สำหรับจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;มีผู้ฉีดวัคซีนเข็ม&nbsp;1</strong>&nbsp;ทั้งจังหวัด&nbsp;จำนวน&nbsp;219,773&nbsp;เฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ&nbsp;80.45&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;190,504&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;69.84&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	18/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.มุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118103256318
576	จ.อุบลฯ สั่งปิดชั่วคราว สถานที่เสี่ยงหลายแห่ง เพื่อลดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19	"<p><strong>นายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานีได้มีคำสั่งขยายระยะเวลาปิดสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19&nbsp;เป็นการชั่วคราว&nbsp;ได้แก่&nbsp;โรงเรียน&nbsp;หรือสถานศึกษาทุกแห่ง&nbsp;/&nbsp;ร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม&nbsp;เฉพาะส่วนที่เป็นห้องปรับอากาศ&nbsp;โดยให้บริการจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มนำไปบริโภคที่บ้านแทน&nbsp;&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;18&nbsp;ถึง&nbsp;24&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ได้ขยายระยะเวลาปิดชั่วคราว</strong>&nbsp;โรงภาพยนตร์&nbsp;/&nbsp;สถานออกกำลังกายยิม&nbsp;ฟิตเนส&nbsp;ทุกแห่ง&nbsp;/&nbsp;ให้ปิดสนามกีฬาหรือสถานที่ออกกำลังกายที่ใช้ในการแข่งขัน&nbsp;ฝึกซ้อม&nbsp;และเล่นกีฬาที่มีการสัมผัสระหว่างผู้เล่น&nbsp;เช่น&nbsp;ฟุตบอล&nbsp;ฟุตซอล&nbsp;บาสเกตบอล&nbsp;ตระกร้อ&nbsp;วอลเลย์บอล&nbsp;หากมีความประสงค์จะแข่งขันให้ขออนุญาตคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด</p><p><strong>หากผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม</strong>&nbsp;มีโทษตามมาตรา&nbsp;52&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2558&nbsp;จำคุกไม่เกิน&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;หรือปรับไม่เกิน&nbsp;1&nbsp;แสนบาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;และมีความผิดตามมาตรา&nbsp;18&nbsp;แห่งพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน&nbsp;พ.ศ.2548&nbsp;โทษจำคุกไม่เกิน&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;หรือปรับไม่เกิน&nbsp;4&nbsp;หมื่นบาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;แล้วแต่กรณี&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;18&nbsp;&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;</p><p><br></p><p><img&nbsp;src=""data:image/png;base64,iVBORw0KGgoAAAANSUhEUgAABVYAAAMACAYAAADPPjzCAAAgAElEQVR4nNy9aaxlyXEm9kXe7e31XlXX0vtS7Ca7W82txUUSh1pIDQe2BhZtyLItGTbGloEBBh4NJP2QMIYlyAMYsATSgH8YmPEPDWzBwEiAZWk0kmYgkYKoocRFItlbsWvrpbqWV/Xeq7ffd+894R+ZkRm5nHPPfVVNUc5G9bv33HMyIyMjI76IjMxDnR/8DWZmpKVSn4kAgEAAKLsTqEoXawuBQLBtEgDbtmEGg8AkbRLslXaVM9g/A3LUSr/Itmd/t00SCQ2uTzRTJ45RSDVhHD2OGLb0C622QzQjTRUAo5pjWzfI9TempTSSldyfFKmVLGNrim2vIttPljaFBDbue0aMo71Ouo5RgljZr0qW7Pi7H0279uxzoUJyHeOkDVu1kz9u4lVDW0pW4bvBXmZ1qZLnpAS5FrqpVpRkHqa/azqivzJHVRtpP4tDPEsxtuaUzrT/Uws7USAnX2QC3URgriI66+iOxrZALBEHnhPJcAEU6y89u7RMpfKVEwClM9OfrCxWlMhA5fTLFJ75Z9hJiqO/rewGPaaIbWhL94HclA91uHnl6khrSmXAy67cSXpsY16l8yo8bwmRqxVzGCPFm0iZ1RTRuG2K0femtsgEm+CtrutbZCs46Puoz1RFMpvNG6nb2cNSj+Jxmi4M0n6pPv0bIGqXYl5xFey3flb1QY/XNPkkhLFkrzs5ukPmqDe9TpeJngs/qPkvouCuEQFVlYqHsjUAUAV74+sW+mUsjNNNzGCRRxlrV3eTXAOV+izUU7inqgTo+Ib9bPP9m6IrNC/cfwbGqVShS2aB8d/tqHYcLqjUfaVGLHhIdS4p2ot6sIY3Qms8n0KJcSE31lPXdqkLqNHXceNhLkdzjONZkNJUawv15PPwmj1PIfItt1Vl+tI57PkmY8Acz8lI9qUthOu6Lo71TkQy57yI8FpDKY6baoOj72Ge6+K1acaAys3JWP7YdVUjV6kxPF5FwCL1e+KWUwsiPOf4J8GYUg8rvaX4wE5ZMRiGyc+DOn7NUhiVt5tcnK8Uy9fMmKIdfcSC7+zn0AQFsSECcRWwtOgYCOumtOXGb1Z+aU3pq3L1BYSjJSexTxm2ClhpGikm+b0qyTsjks28OJpqfj62/LDIYfA7WMYjaT/zvYBkLApKBgFTk3HzIyC8CE7dS7EtV833ODytXc0KDBCD2CTewX0gKqov6JvMzwGCepmxhDEJfZ+GEXN+V84Wmfxehxna1h3V6Wqwz+XPauwVMGFqOPMSYRyO75PfmmxVPFfKMpveK7Ie6VauAq7j+P62JcZUdTchFg6l6+tLEkdgN/+UT+zlTqmVCnFbRBT9bm3BxF53/9gQuqaDXs9gcWkO1YSxs3OAyYTBGIOYUElYiTmiO/KNlDyU8MdxS7fuBy3utcFNpxzbaCktSqGT4blKOqgZPGXae4NOlmKmSlVJSnLskMbKWBN374xsLI7GimNgz44mAwPACo4NWhn3a17qOW2SuxjpKKa/5jVM4UNkHNKfSFGcQuY6Fss9uXK9p6KdaI9JKTiRBWJCEEVUZGzSU+fKTvDQRwE8/r5WIuVgvnLsUsXFNZ/TUlQKBfCdUVAj+7MEMtk1oSWs/ZLIu1gK9ouUviKycueD4bW8AFKJJyI7n8lJsSFUFQfZcRaENQ3iiNWA9LJTD+8TF2lzgSHxv6IpWCfnXsYLv8mzLUssb/WjXnaaSzqONLvq24Lwy9ZUaqupiM1Nn5vB/8sKAzDpGJL/H9KAif1dQKAEKcQRUHMXcX0qDKyoZQ8iNAAqyrSSyaa+1s0HHwBVjmtpzDSAYd/VZFKKY0cGnNUgfUzqI3gexSUooRjGGseT3B7Za1VEfOi3c26dUEi/Ixie+KVRoE6K0e2m2MONZ0H3R2Od0FaWcVL/NPDPnWeCAaiK5uu0YAYDIFVXarVDqzrgb1CB7XORg5vqORegdYHXHAiz11v5Ak0Yr6AvObNhbS1SW7tXH+jO+5fc5L3bWazk1GBTqSofXA4iQPo34gzMiU2Te23gSWxMQa8UfEYisuMu9lH0TSvehhmmaU3HvI4X5Phb0uWV1M8NGCe5VCXQyS/Sse9u4tLHrdUVWXwJc9rR5gvnvLUERA681sVRAB4AVaK3YtojOqYGDXPtngWZS7w0dOzgaju6xAwY/1m7ouTUjbWSxq2hTcr1NJEWYZyY9zUPIJ1B0oidDxIcTSVHPxfzLVtwbLQDDZQlPG3st0/uqeJroTanx2akwfsi7PFwtIjt6Szj1ITImkZS/CR0G0ybl20KtZKD71zJ519qZ8t2VwdZW7dV0Ac6tFJEZrX114yFeiBe2GsqdrytX5fgZkyzPaWxlOQpmWsBd2uMLTTaDEPNEzF6ad0t5cYpMAuLrM6IEH9L+YsSEjTN/mNBd6e2puS7TClG2hAd7T4zTwAXPJX7qkQRxbo89gGICF1DGMz1sLyygL3dAxzsH2LMFp9yJTJKiB3w5hIno2gmzF6iwGpsw0tZbs6IFt1hFbgqDIIfW0CBJNVpp2h9xlTUWpxZ4+uOAIOiy2kLn2Hn73Gg14EqmNmAbblIH/IBDBkTcD6fBNDs9CAoh8L1JSg68kJZpjBRbkYEUVZOjM1hpVihcBrOIDXf6mxUnUKKJoKtJMoMUyu9IWhTUv73sViNpwAr+2bqx1pnQ4kjEcuwOKcUAfZm+uuAu86M8vdBpEj9RoB3RluyKs1s8S02PF8CV1aGHMiRWkj1WjusrL+7XsTRhhpAWgfrmhH4LEFfj679dyCtuzZTLqtKZ4PYm1gBYzJuQcSQM4Rptq+bJ5oOZlQm6AZOxkr0pNZ5Ahj1ilugNX7e06yDK+XORV+Z2dHKwSk2AJiywFqk52pKbLSUHAVG+uKaKfqUMfGp/chlo+ScedfFzWd9r0iL6GIGw/j+5bNe813az41VMoZSv30gc6ecCnN8VsEvjU4pjKe2QBLJyOYzw8sNqFkfCC/CAlKeMVecodrORMFl74ZHHJD5kM0+jwFCH0vBwQLRwZCRCfKlVY8fy7B8BnTgRyRpx+ORVNa9nLED3JbpxgWIuUqzhk1keUvBlKZFrvT3/HMn4wWRy1RFMCWRDcwGMTj8se7S7cU2wTUVrkTD7nvr/wRbEUmt13OlwKS3vZEuk1sSHnNwPbTc+jntAX09T9MMvKYgBiXyGe5vCAop/sZ1ucV3asgOSccwrSAC2jGdnmVOrwmdIfUlQiHOBoTpENsD2fGh+CR9JrfoaEhN4WA3o2wU1TGP1xD4zqpfAVLmu2nsbXb8vbwg5meETx1PLEa214LkBL8hiBhB/AYieNqk3rRoCwWvJ5J578d54u4kxIsSlao6nn/RJ4W1NS2RnKg+CH99PTVynV9n1QwhCgpykplZhSQGj1OA1PsolsagoRMRPYb6Ltk9KSIX6A3yZxJe+TGtm7P6WjFIoS04fDvRvYX+WRmrEEtL4KtWn+VM+2Cf4oXOvAtBDtMfGkbDi1zcP5F7qbO02NVUAowh1UbQ8fZrTV3ePkxrBKVhCb8ds/hH2/Y1jUGoijTmMxlRNbpcFGhBVusXW+18tOyO8bE3hT7wUI9D6uqOiBPbose2rtSRy9EHd2ubVJ2wqyDCJG2LHxPSA61+98pTQ0L1YDompO5P+K79FJm/ULpB4R2urK/HLEPfZrlBAzH3p0FmNeyNaQs6TDCB3gkLmftO2cZY0fWNo/1b+idHVz7aQFh0ZDBMp+P50u120et1sbAwh527+xgOjzB2C3gVVwAZVBXD69EMDzppKvi8JX4oklqXOLCqHmzKIRS518IuA5kLVgDnOX0KBDhZ9rCOwzWg0CfR7AWgkBpIDWaoJPgtyvSVXqseg1HUkFG4WSHMd8UFAoTjJYqK0yHDWTIaYZNpp1Cb2jjrKFLt6PngBsob0BZFupwGUQNgrq9pFsOc3p8qLAAW1GsaWtSX1hECAgrY1Bid9sYoegrxHKDsV7mjjjMB5JbBMdCAAUQOqTA27Gdicw+ScfM2kaKb4r/hTk1I4XrcTlpdq0KABAOPU4LzJoELMb0UQI4ykGrDoJKdQIxxrK6kH9PoIg1QyOGtIJ+sfhIiyviqxINk0SMpkjff6HTUlHbB7/Lc1EHVYLTFmHMQL57upGV0ub9686VdLCGv/yrdrhh49awez2g8pL7IblFwJimeT8GnSOdCCHySDvrVZIZoAGLxsWRiA+SPhJHvwT54gBQFZIIjTKq9xGePqK0RtzKtHG9vtEDf8UDJcFB+rv9GowMDplLmEcGPrCgiAkD2mBxW8sLR0Tnk1KDb9ZL2qNBJHTTMQDxz2Nrv740rCIHEmK8lfpKSzazH6fOk5C/FKx7oC7lGf0FAA0J3dLPThZW6Vo8SddCrcLKLalvTqPMxLCdkIcoIXXalGBVXXkQkOCbHIQAFmSTScUMQOh5ka10ttOvPYZ7AnxyR2eqCjStiiuR7Pv7xQkaoN/weO02kZLq5cM0k9lNFgQ2R6fQoodC+Cswqp9G7UAU4QXBBTHX8RqBB6XXdf9XPqT0s4MHQeHzN24GCovKOmLTvkhQYknzu7EX0jKs3CgwZhPBsvuAZ5lmnOF+Z6+ZXrDCYEfCutqnMKFZB6kF9TY97rZ+k/Tk3h92Ai3iljjdAYL03PQpI1hc970oq2S/6GMVzR4SXQS/P7h7qoGIbyIoWh7WdTelwC+W1dGbTiv3/ox5SeofrJRnHxhSdtMyslLFD1GX72bFEr50IL/SxR9MbEAUQH20B1MKS5uqk1DwbL8rFsliHRfR9DNlpEngb6pw9a1W8a0+V11Em4BfI4h5gbVGgs+KwQG9PekoXt/VEraAXrQBlL6AWHluoRF20m0f6YrKTpORXtysBF8gMqK/BFD4lo5IIVm2iUmaLo9mVqxmCHkmkutDLjv89xfgU833qsX+yFzjWL/GiYNC5xlisWk0mkd0TjO8DkQLnnDz4uhg+fuN70CgnGkEU5l3SvaCTC5UqIauIIM4cU+X1NLkd2f7YT6W7kirsd2N1c6djQIbQn+9ivj/Awf4hDg6G8Mkszv8JYyWoMd7FV8uFJnmfcSr4wGqkuohqBiKMVCmTRX5MFR8neb5Z0NOhLtICq4CcLqn9ijIplIDHjJQIdQwuZ1UbU4N/RLCZI1WzHLduz/5N1IsCtOJwsd1e4UFV80RPaQs4J87clHt13C4yLHrCs97uWexNPUFQhqPWaNb0QUQmEDb94cQg2TMy84l1L2PYZAD0ih47pmVtkXJQIkOQFglUBGWl/RbBvzI2KZauq5YS4eO6eylUzDX9zihOgiuzFCt3MoDKqfR1hoyUrBGu1LXEGMtzHoA7gxCtYoWtjWG6BcebUovmaGCv3zTkjtsOxrO+3xA5NaIzm/VRXYZbaL5+FTWfC3nm1jR9GPFTgGkb+VBOmXeWtFDrYAOL+AWa6oIeOrtFh5C0Ude062erYkAi0CRgjjkeXVbHI+ht1Cl9GjjnhVAbWfO0aKUWb7ELC6Aq21jod4EZCSbrPqtwloJbYlsY4FSSE5ptZdrAFOXbO+OZYUIAdVINW7oNdYpjIk1HsRsXXdCYhdCxbRaCPEUjlAmIurfEhWSO+EBKAmBCPFt2rCQgWmMuJHMq0jV6Lk/JGIlUoJ7/bu44nMRsT0DzpiBxPkpFzofNbYHbhE3S75BJmC68SsCEVUTAO5MglQ2nJF4MVOJ8yZj7LeDyDLNywMhfk37GWT1Kt+i+Jjoiy6rhoMu87uEw5+LgYVjQEJ0nat7+muq08KS/hmbMIrttPJ4gwC46BoLJOXVWtHJZywKeCQaErl/dKDZLkLHTRoq37hkfoCj4EYrWqXZE+JzYrGCf4/5AjW1YoHIyFsl9gc9+/IPsBEwsPQWagjmlsYttM+I7FI6JWOHVTNlGs8ZI2hditTBH9bbdBzNFJ2g6lb9lcVIYW67IYye7SCr1Fewqh/mtZSQs+IVwtQ00qIWPlI9u/BiFo86InJ1wNdVMHsHoDpGIGlH4K8/Y9HQcF+hGBMT4y1ab18vqL8Fur9Vne9prSmf58WhPStDXWk+Sw2GzLb5LhV6fN7ZakkU0t5fgxHspTSkm6dwMCw/JfQld8liYSxwNSClLM7K7s/TJ20qKnrM6tX6ea/0+c+EYJWR1KLUR/SJ6KT3bY1rxdoeja40kKkwWZX0j6A19t7+Xcy/U281U93rbFpIsInzm/hoyQV9xGH1JnKrknPzEN9V+L9Asq42cULofiZylsWNyYxMHMlG4sVSHk0HBdiKSYnfcI8YYGKf3OsaAiDA/P4f5+QE2N7YwmUzATO6f8F5hK2/TnY6KjjRRE+9dKN1goABP1j0qIV+hd1rqOlC6HhuPaNDuhQ8eVB6vkrbBBPg2/GxV16Wy9meKpgCO1Bl8ftzcQdiNz+rrNSwoZeT6etQEeffEEUWDJDRk7da8fCoAuOnthWBCfE14ca9TIS0chq9WHgNwkb6UqYgClEbup8RS5ahCrsgUbTKarB/SH7MgW9ZMbYlXo7MfAabI8GRzT/RyhOdDBlp9NpH0qMzzdFGhZW9c8AyR0bWGztVlwniyMoy6DvdkbSt5gFfkljIAE/ojfafE4LVfrY/ODC2wLgL7Dbq7rmf1Dhy8rqnUNU0KAPc+slxW0gCLLllrzsmQHzKa1HXNa9bX2sh+wzxrC1zTYIO7GouQD+bmdMWZofD9qWs/zpBLMifb0FxgTHkGzlZkDhRtMTfNpDaVy18FnU1qH1VmbA34z/SQHifk9lZ0cghn+weTIUudbHdTHQ0KRKaL2hKsqLUymcCFicKlfkd7x2vsltbfmR5MBRZe3we5yTO68nO+Sc1TDnhASNNnUztafVDMmGAjs0BiA62qTbnFH/0ibWXBkWBzghuQZkM2jM+MJV1IS/ugbWDu8MJ3O1cjub60Z8c02BqyU6dSfZdxkmwwvXW8jbqpWyiMg9kludVzRLqRKxKVVwu9SFVnO0TkghQVbB2UnEXPlxb8WwAtfQvX21hx0mVTgw8GzxocK9ULBEbK+AozZgGLqs5SwCCzW8V+at2nnW07xmEeastUo7ug2JvcIvUw6+8NxentensYlNq0YInIoidJkomTedoBheMSSBaw2o9FfKvGsQbg2bJANe2zF60Zau5QgabjtTG97vy6pU0vcka/pw8QCjLr9CbTrLOkdZlWb4ZNgno8ds11Gaep7a6zdAGNtSu1Y86FNrT5Yg4YknJepLWW7IQiwk9C7xf6y2F3s+iOqmLFpxAszLuQ2lsOokSAMbKQqzrXgnl1YxSc2XKfyRnzetNhECsjjSPzuzU2IhA6nQ7mF3ogAJsb2xiP3a4RdvOEy8lxSa2oH6j7W7p626W8wKtNqTW+mt81QgGUDGJ+TxWPnPN/4+fSVcJpJQW396PE2Q1I+q09qdnajcC1B+iqrUhIa+o4ZldrgxKqW3ql5n4bLt8ePP7QDTc/UxLNJCpTByLzrK0yTXWlBGIF9Ey8E6tX7Gv4rBRZHajyAdjUOBv3hA+8Ri5QA/WlRooNF2+8nyIgmQh23tcDfj/V3BYcb3yLOlRlrMmqX+S4xRl9pSAWyw/ynSvnCPu8VfeskV5kgKGcTRYTnG359DRamiIzJ86Rqybmk5MB5mieluSuNrjmjbxkxpfvzWA1KWBIZZDot5XED7rf7OcmsRIgW2qz1F50BAAFwJ0G6uqdUe2khUvamZrVMdUZe9OeLeu2wvcI15tInkKGdZypV2wvaKpoPSAK/igGePlC4BGr6zJenDxKKMgUxyAz0KvtQjpJ83kkcyIciyDyVQDEfn+SykQHId3aBxIgSwC7A87lpXhCl+9jjlkkI094ktsDyaOKi64pzR4r32Vp8Sv4iXySGtRo7NzvFafv7bXCJWsRUZ/QFEYTfQhvf6WGiVPi5P9v+VMpO03MYSsZqhTne9K8vqWcd4aBSgX7pIqmQIgMrROiMiaTGhsUVURuMmjhfPq0EsnaLGGU+jl7fCxWo/9jy+Z46+a2Ut/6vhSVE5AkszibSQygiqZwOp0ZFLL9m/RzPDka9Zrc4nWBx4bxLot0bkgWU2nxVmczKnMcbFKNP9RmtIRWCThPXRx199chv9RnCRgoZ1uztOVF4mtaX0OPF6uQWKHzTfJbt3ir8Zz0I7Wn8SeXrSoBDVe3PWaGERbV3L1iQ3S/irTOyi1HUfExqvksJX+hqre5wurSk8nFWZICK/eqZd9I1H/7EuZ3pyRaxY9BWUfOWt89UxfhG7Hx8T3pDgd7MX99mS2lV0O6ByK62wSUWpaisLT6sXAvUNrk3xRc1XIomfW67dSDqPVlKNV8zaTWLlkyijYkTbryer+A80qf7TNq7jr5lYBudL/ehV3y2Uq6OgCayL8tF8f4Fi95inYtJtg52L4aDMGBnQHiUt4BwGFj0buEbg9YXJpHNRljZ2cXjC6YK1cfu6MP5BipkkzEsnuv64Ztij8KgEgFAGYJlGnmNBiGKKCR3VaYaKqK4qpkNqmCYKYiws6wH1+PBgURlLk4K84QK1Cl+z2sPnfcRr8rSr/3c9k1C5ZKCqc4lMcrFsEo0H6MKtLgmR8zJCgTwYlLSSjUWydG6VRmimCgc0bJK9KsXkdbusJa2hICQMcA8E//gwPw/lt4Y+cMXt9YwaX1DrYOCOME50gG03EMcVNW22wVuWeSsQEKBihxpHwwAeLIh+1IITvLqdLkrbRs7HlI//Qze+C9t3B17ywuCq8OgfEkgDVA/CD1GbmhklPU/CgZJWOR06aCeAiyYvszCbW5LpSDqqLzyjzN7xOjqdtKthdzyRmW+4Ff+swuqr038ebuWby+tYJLtzrYHppMrmp8xqRd1I5z3pUky4CBsDU16HyRB0AZfaeXy6XcbgkEh4WLeP6FwFhYKTUG+MVP76Laewtv7p3Fxa0TuHTbytVkiq9hfWWRDRdwE1umHdI6r5ekHjeKjlfOeAKw26dDpnwNDxLueP3p68+BrbW5MYD09RQALjl7/ouf2kW1+wbe3D+Hi5sruLTRxd1DlPVV9l1p1STgIoGYcCSKAoBe7Mt2IGzbdp9T+qNt0/6hMNfdZ6bUBajrUwiMsv5N9IWr9pd+ZA/V3pt4Y/8sLm2t4OLtDu4OHa9SWKONMIdz3YqBIJFxkt4b9wy8jWDIyafsYZ7dG9BC66u2dbaY1wWs+wtl7y2esrvHyWbNO8fKjmvs2Mj4kyH80g/vgXffwhsHZ6y+0rzyXA/yyV5xKVqds1qJ3ZUHnExV7qVMXvfr6GKhxHZLXTPkt0jD/V5RaDOIbRhP3YuKEv0Asi8xrUIbwlON2eKAFPCn7/t1vDB/rb4D96Gc+Nqv4+6LP4cTX/t1SMNUse+D7aJkajHsWYVqMUfLa7ow4L/I3HZhMvUbRfeHLZsSlCj5J2EBqr5f6QJoG1yVBmEBtzOkUAd52QuoISyoTFmIo3yO+B+01lD6PYwF/P0SfMzsEVL9HnRWUnXQvcn4sUyqmOygo1Ub7P6LSFfKU4+DqEHdXLQV1fEk0OcrCXNe0SB6wt5fJf1kd687ld69wFACyDzDDqG8TJen6G4vx96MePFhh00N62DetMBLXJia1R35o/CaLOBxS1nW4iSUenzji7eR90ZjtNii5lbApAXq3cBkuh1i9ZpHnBnOLibH1dTogan6iBAAnoC9urP8fbB4Npm0RS1oKoiS0VK4SG4xlPyYU7g/hcMJPmwqeqGH0+tBHXjMEvE4CF/SXBuZqpSOQXR+c2HvoftdvRuBGeTfVl43VgjxBu8AFu9EPHuaS6STKZU71SdHhMQVLd5zO97IvWCSHYpURw5JUJWIYIxBv9fB/Pw8RqMR9vaGYHTA1Rh+B4T4r2Scq5/yQ+iV/wes+W6WrrygpIae4iSg5B5v66bNYR/4KN2YqJRaYQ0jx1HQIGrITwbfbgv68ps0wGHnuFLhFm3ci/P9/7fl3lfKgikUB+O+RGjdWKXp93Yyw12zryQgUHaqAPs69JtGJQgVQyXSzwAZ7XWyEIN5mYn53bWrQBC9TvjQ0wP86AtP4dW//mN0egs4ceohjLGINzaX8Nr1OXz7Rgev32C8fotwfZMwnHFhWYOIGPgfY5wYkGCxBtqZ4QqDFpwr91vwxSmumBLwHyFrq4A/+J4BPv09T+a82lrCazfm8frNLl6/wbh4i3D9bgfDcTBM2VhQkAsdSNDd0OECuZZVUrym+Rz66OyJd8zSsztj59HxwznsHAEBlblYCLYbED54foBPPR/zakKLeGNzGa/dnMfrtxyvblteHU3KIK+1w6lkIeUjRwMf8628YBeyni0/KGSmZLfHFwQQlOauvO1a2xcC4QPnB/j0c0/kvNpaxgXh1U3GpfUOrm8bDCd5QLuRTYXAiM5WF1DJnB6Wz5A3CFkZSPhFLkSk5kqRnSLn2TXblq8zcpzL9XzgqT4+9WxBru5aXl1ct7y6uE64sdPF4ahujNNrAj5FywcZTx1ydm9Xjf2IMG9C9pN2P5OsRbfDKbymhiCOd53eT+EwuS3Ptm0NBAOvPl3k1RJeuzWP12/1cPFW5eag8bqdCm1JnTlFpO5XC0gSBAX5wIRxNEav/yI5x7TyhkkCMpbHSjeq5qOXZzKj8kBc0aM7UAUXy8s4+5A4PvjUAJ9+9qkiry7cnMO313u4eIvx+jrh+jZhOLE9NuoIA1lsMkgWouD0R6bfXPYb7BneWfDJXQMBVWUzgPW5YrZNjX+Cu6M4CIbdyut/8wFqabNyz9rAjiGGdps8YJBxAACYdz2oqksIrlZAh8LCpxMuj7FhMbcWEENySEZqZ70Ggs/ojAJ4hfEi+XtvSD1a9E5cGN8ys1UUBY1gpU/PApPlqmlbpxdlwu+6r+q6F7AKKqroHpGX7IgPZXFB6scVutRQAg2BL+FaMeNKk6AuZhiCY70lsQ+qu79Q5P1ZRbTlj1cLmKFYZxSUS7kTv7GwI2cAACAASURBVPxP6qsrdQkT7YuWqRRDB95rKr2+ZoQFU2W2iexv8nLVPCOuUlXndoRRwR9158e7ObDsKXYExD1QuBVOBgjg4rED1CbxzrdRz3n9S9P4Ofzt/DeNXe1f3aSdo9YdFYtabiKfyewXmTyqIWnfuNhEybvgXESL/bDPGocfZSG1eK/oCt9vKSWPGDW/12TZCgQttkyoxCa779oFIEjQN5d5TXuqL+LFmPC58vgnp6eIbknhxSL9uisugaZStl37NW5u2WvqZaruN1b9DD/EY0aqj9pKlnWf+p1iXFffh/SrLBZS9luKQe26Z2hBJwwR2WMMjOmg3+9icX4ew+EQ+/tDVH7BOJ1jsV3QNHqUGMVZIFpFUXi8opPhdOmW3Mcocy8V9EhzOaKnOM2xE1d3b3w9BHKq7Le0jrpMrmZnPhU3j2xjJjnQzpFBdU8ZAqgCV4RocNOWFubB+wd/6/7Wcq6Gr8eJsREhyuycKVu6uWbvcEi9suEngFQH0jnQrpWAON5S/DdqD4dypcyuvTTAEba8ti7aUEwqzC0s4QMf/w9x5dWvYOvWZSwsDPDeEwYfONtHpzeHTvcEYBYwmnTwxvoyXr41j8s3GZeuH+Hltw0u3jbYP+JoStjuTsmMaFOSrkVZG4WAZEAt8nBSXUFGfPWFAK1/cyy4nlcrBh84U+DV7WW8cmsBl28Bl2+M8PI1g0t3OtgfctpMsYTM4jzbg12w15I9fVuPl0F1X2owZWVZQIpX/m4VMOVX3dgyMXgyKfLqmRWD95d4dWcZr64v4PItwqUbR3j5msHlzW7EK+FFaDtwz8tCgYcEAkwqi8E5joGuq4X0fQCok1jflGe5Hs9mu/8hgr5AVZarZ5YN3n8659Wbd1bwyvoCLq8DV26M8NJ1g8sbXTsHBUWrwRUoIFgivCiobrGDIICWVGVxQIIUn/Q8rHwVioUZL9IsoMZdKQrM1s3BZ5YM3v9AiVfLeOX2Aq6sEy7fPMLL1w0u33G8SsYia907UglukHsNZVu5TWlKpFgIgA9KgyJ5yUPQNYXKbqc6PXQ6rz6QzMENNwdvA5dvHDm56nhehaBenKGfzhu5RxdGnF0nIFxvZwwejKs9cyZFjsPW2qgNDrSJsxTUhFemiiKpg8F1c7BGrt7YWMYr6/O4sg5cvnmEl64TLt/uYu/IZVsoIBwwvByvIryysi24OcviYGfrDTu+5jy1LGfPq8ghcLyyssIuCMvB/iOgVnHF7NgkWFaAjrsxlc/5X3gD71r5z37Lf5TgquWTLGSQezuwAmKoQNTR1NsisukDMZWyhyJh2oexc1EC5UFHBRmybNc6FEVb3Lz4l2fVklTmeJ8FiKIOtS82MKo8TUVF+MjhpbZ2ovmFAr+7AQSfQZQ7UEH2nP2UFw2lO4nStv04pqaGES0KC9/9bcxhPqTdis41C4ZR3qAeZw0WueafTK8zOZ3vn6sZELKSVKo3cnOhsFpNyRfp3VOM9JfGWmxpbquSaU92QSYc6ZbrB+3nVODIFuox0YEsb039uz6U7sn0e0Krn/IUdYeB8GIykT+eEowuYJTaWwt+jb02nadim8J8AoLcUXFKskccQX800lf67lWLyLJHhFCIJrShFH3QRWnF9lplidJQcIaig/wzP2zbV3Mw2MTQH7GvaUawBIQ1aoo0u9fjTrLds2kgXEq6OKGDyVn3ZGw95Cno0VAziOxLmCoWnYvQWfc8awbodmvFJe57+pN+uV9dPaz+UvQh6WjysB8L0c9a7ZOyh1FdJsgYVd7/JQJMx6BjDLrdDubm57C3t4/h4ZHDVUJBldiCmELdqZBUSfqy1ymzGt40WbPOV++qePgUKpEwO2VWTRWu4V4HGPQM9odVxKT8IQuUPDxKABAQAM0M7svUErJS4hWzcEMHaer19PMr3H0uSPm37a/v+vE0bX1RIM82GOakBaUpqppSSpPMRZU0+CV0wBS2qRBE6STn+TaRXhdUrpkPOeisa4cbfiv/EsAoLBjgCsaMcP79n8T1Sy/h+tuvYjQkHC2MMb/AGMxV6HR20TddPH12E8+c64DMAKazBJg5TCaMt7cGuHijj0s3GJdujvCtNye4uG5wZ4cwvpepljyrjRmHi0oRhvvKPG9WimmgiSWDih3AmYVXZzbxzNmcV9e25nDx5gCXbjEu3xzhW29N8Potg809wqhg5+q2dPtMgVYLCsZPD59ZYJST5QEVubtD9khYpQ2G1jporACbJtjl3s3Cq9ObeOZMB/SC5tUhrt2dw8VbA1y6ybhya4xvvV3h9fWcV824RBxB2ZEg/ZX5nT1QqCQfmNaLOcpBTp9j2DMhZ+HVe05v4ukzBbm6O4dLt5xc3RrjpWuWV1sHBkeTZEsSgtzkvKvrv9ZFGmDofk1nB+RJBTYyPlIuWFZf3Q9eWbm6tG55dWXdytXFdYPN/SBX0csCWbnFDQeQx0twsNuriUDG+Dcr2764s1eVAyPPt8dt9bqfj6OvHtjEM6fLcnVxvW8XiG6P8K23J3YO7huMStvRFP3aCU1nUPzdgeRI34QSY6oa/stW2ugpCxLyeepGiY9pB4u8GnleXbpV4fKtEV56Z4xv33JyJUMtHojzsovDrS/4oyQYsg1O41crMyqQqvgk2z89PnWYydNBkgDga/LP+nFjApkQuLIvifxOlbglG1z9XBbXkT9evxdSZ/zRCgQQhwWgCJt7nRSuShZSbeZk6WJhWtY6VTXzpfRs3KH4moze9Ffchgbr2gu7+ixXqaCPp7ei6NPOcivlJtncye2J086oiouD2r4wheNI6t5k3lQa3zdB7jgwhF1jPgu87gFlS71MwnbTRPeVaW0KrEWudqsSywLAtW3MejBBbAsTqST3a6ErcdstZIXijwlqiBY6qOaoJ65yT67WN/M7RQKCzLBVA+Xh3jAfAiY1iv8U3VcvU3VFLxTEVsPj95ajKvTUml7psCObAX0KSV6fpwr1N8UtYLos6HvCC54yOpPrlfN2osxNN/alLGJLv1wwzpQrHAxGm/iSRzmlF4jr+IOT2aqqotiHJ0yC+olurOdrMjCKbUm+Sn1Relyb0DybPsXwQY7CC9Xd39Jc8wF7cjpD3ksgZBDIAB0ymBv00Rt0cbB/iMOjEWReepQ8w4uDyPXj3cI58bwPpdvAu6bqZmvcMD75TAfPP7mG29sj3Ng8wu0dxtZ+hfXtMQ6OvGhGRGhwlLYbbSVGyanU1KYBWC2sulUxluqXQtu6zhkxyt+a4rNXIUEbbbTvpeLkS3HyO/CXNlWcUGV60pVNWV30k5kBwMAeU9esgaIsthmD+nH2WCxfM7GydK8IqDIc1g0/wEPveT/ml07h0ktfcG8atEp7MGfQ7Rm3nZMBHqGabIOqPXTQweOrBo+vGXz6uS5MZwVk5jEZT3B3n/Ha9Q6+8MoEn/vDCvvDGWjX3fDBTRfsE7YoQ47wFfXuRTJm7oE4ExLBwVf8C2faxLz6yy9/GUvLY5w7ddiKV4+t7uCxNYNPPSu86jteARdudPCFVyt8/o8Y+0cJuR6Ex05PWopQSYsTx9+tDlQZqWKMKNg79khJOOB4U+MoBQyY8OovvoylpRl4dWIHj60afOq9Ka8YF2528MXXKnz+38HyKusyeYjTBDOaSls3sPZ5CjRYlhVq5PBB8+orf/FlLC6PcY5n49WPJLza3p/gtZsdfPEC43/9Y8LeUQkAxb22wDLMhYhcRW/oZwBN72bhBl4tLY9xdlZePZPyivHarQ7+9EKFz/0JcDAKYNM7AyzjmusN7VTozPCq4pD97mjyDp8/bsNVkMmIGgels5tiHURUq6+OK1ef8rwahDl4q4MvXqjw+T8pz8F7xTkyh6MNgzUdL2YS+VpSXyS2zY366p54NR/x6gsXJvjcn4yxPxQ7ziB3BIfPYlKeipehqoBroKVEo4rgAGcZUHJ0ATv3j6twLXkxRng+lce6DZ/3v5Rw490X/wlOfE29g0BDcio/E4peSJStx/lcKx+u5O5IFpAyufMfc761sSZtdvromjId1Kr+KXwi9z91FEelMnwjnBTdX6eQStC8wA93qW5HpC/MigHyGPnvmdz758L3++I2K9sQxCi2i3C6nT1dHRBJIM+NnZpvIbMu50H9GFNsgz1om1Yc51wiUljDN3lbNVgvyu7Szyi++J0J3o7SdEyWwYmW8wfCT42Vw2/vfsl9tlKpQ0t1GZH3VnKvM83grH+y3T1ia8NEr/ENWtSXl+axbzqGoN3OyUijqvvTEZIJXz9Gfu6WHnU6FKQWjgBAXo7JiSV3c6uqWgTAWzO2PAtS9dU2aSwdm8YkF9/A9JmYJ4IA5I5NEn1HBHSMwdx8D4NeF9s7+xiNJpF58EQJqS3K/fZkapO8KCa0a1jpUBW4mmlNpUC9JmChR/jpv7OEZ88voNcZY9A/hYMjYHsf2NirsL41wdbeBLd3xri+OcH69gg3tsZ4Z2OEjV17YFiWVZS06aPmJdCagQV288UA6MBuhQmZFn5KRIY8BgBhviqzInJ5jFXh77bis1cJtj/VMbfoi1GGZPy6Fc7KuDFz5jljl3EPNp/dUrcaqbfAxivsHUh0xL74CCgBv7qARXCyc6U5vYjQijPQfpZZ/uh3mrPfFh2cONUO72Lt3MN4fvk/xYWv/S7294cwpgMyXQAddPsVOmQ8L+yccOPDAPMYjF3wuAJxhRMDxsceZ3z8/Ar6hvA//j9hi166NQwcttblZyPJ3Eto9gAqwBn/XG2Rlz3Zc5+0E5pt0QN7S1HHq7/z6c/i61+9hG9eX8Bc9wBrJw6xuHCAxx6YnVcffYzxsadW0KcOfvl3u7VymoKFSBIbum7FIXDHyHZTgUVks0Aqtdwsqil8DnNDznDK2oni2opXn1K86h3g5MohFhYP8NipY/DqUcbHnlxB33Txy7/XK9JR4p81yE2g0niDx8bJpbbLXieIhOQLJh4QyfmJEJWV68M6ufrEpz6Lv/jyBXz16hyWFyc4deJ4vFpJePUrv9+TnmQ808FA8iA513PxbAt8bdJNqcyWsgiDcyjsiM/yrZOrT3zqs/jin72Gb1/u4YFlwul74dUjjI89sYIedfArf9iL6HNHziLeAsueY1Ls9jSVIWISXYegB2P9LjIbxgESiJVt3EmGlg7qyoImMzfy6utfvYRv3rD66uSJQywsHHMOOl71TQe/8gdd1Vp7HCOwJ9YreseIv8H2VduuDHwnTpR8V3WWZH6qvrqfvCLCL/9BOMalkmxdtWgWBzqcfETHaSVbq8WtTBwIy1vniMCgAqOTgVT7e+Vk0m+r9kE1WIVO6hzE71gpG7O7L/4TnPj65y1nskSKmprIZn3J/PLHJji9I05tkLt8y3zACIIT3c+CX9ytdsT0vCb1uUxbEwdKT5WzsNvNO6IOZIef8CMPEgTb6TGC8EbkE6rD2tEp0EHG53T6Z+qCwl6/RhgnPuHO+2KsatXVOP9DtwdxLABv1zRmD2pdL04U+pV1kVARwbi3ToexkbP5tG8ouxwZiLuoatO8EvsyvWQ6pJU/GXSRX2BX+hhcAdQBhE/E/gVypfb1X+b4PmX9ba/IbuNu3l3G7qOWx3K/0hwafXRGJh8R3VqvNfMsLKxY/hjFZmnHblTpWN6V5gLsMxXs81lMWo1j6K8WutQP1Ed1Tdz4wePz8LetXVZ4xI9l8xPBPKk55o/g0To0rnd6CcdEFHlJQS4EdeeZqrFclmoHh0xkX5PgjdTfkrOVFU6JsG1tdmS+g1lwc4TjiOyuWGa7KO+r08cbuStV3t+0RHGwJPLJQq/haI7IUJIPArOuMByzFitdhYYjbR0RrRO6IhoDQxxvnIUiOH/dtmiMARmg2+libq6HwVwfd7d2MB5L3C/gGPJ1U4vdHBHXpoOK6TXESIsksdJxSMkuAHTRsjStFhi4yWrUrFC3dozBqdUufvO3LuMP/+11fOiDZ/DE46dw5lQXp05WePKBHk492cf8wjx6/QFMp4PDYYXbWxXu7lfY3q9wfeMI6zs2w/XC24e4eXeE65sjDEdqAnlHMRZ45lgwJEtF/+4/o7y9n4zTrTBOOKUdOd9HNVnDJ3126XfzZ128QCVOUn0moWzNUkqyTpF7A9sg9OpYgFkDuxZwxockh22hucHRJYSs4t/SUwooor+Jvtx4MhsQpQGMEl9bALJSHIR3Mb84jxe+/6dw8Rv/Bvt7GzCdHozpwnQ69hUXxir74NgIUHRAjN3RCWzf1sujLXzsyWXEAYVEP2h04QOtDiRqEB/XgGb+TS/TV9hcqeHVwtI8vu8T78ebF98AzX8PuoMlHI2Bv7q+izlzA8BdnBhs4+zaBPPddrz66JMrALqFlX54+Tcuq4ApHuU6Z6UUTNSAq0lXx3ov6M6w8HCPvLqxizlyvJrbxtnVGXj1+AqAXqHBpAMa4DMa+xsC+ghvN07+3+THimOobUatjDXw6pM/9GFcff0NjDtPoNNfxHAMfOnqXZzob6HT3cWJwQ7Oro7b8+qxFRD1kzEMNGsnk4hQMTtdOOs2tPpSz/d4J4fwLtpK3sCrv/vpF/G7X7mEl/cewcLRIvqjDr56cxdPrW5h0N23vFobY77TnldA3zmSAaZYh1AG04bFKuVoCe1BTgI/mxybZjvlYGF0S9juZqtNXnQz6xy8WZiDM/GqG8mPdN2ticVgvhisinnlPQj/hibhRMyzWTL14Dikh4db8OqN16+i6jyPwdIpjKoO/urmDuboJrxun0VfPbYMUB9ggjGksmVVn8AusBfbdRvLFUdLbXdkE/gVOTTqXIs68aqTO3JWN3WSv0vK3Q//LFa+/vlwoUUgaTYsGBakQ5anw+4+OOZvAYybf/J+BzJAlGkUD3TTrgG90Owpcfq4vm+AN1otStpyiX3NOxtqHmoqGmyV9gqLLmCZp2F+G7cFOze7AUeXgjZNAUa9K2m6eHPxoy6yrVgqLR0tEcAIwb+0L/lF6NbHMdXrujho1nYxvqnIS0tJE57wMUUFWRJTy3abX3oj9TnOWIejVR/e3ZIm3kAZO3vNB4pKxYmdYPf0vrpxblUyjO9QK+fXwgJeOqsC3+uzN+tJzIao1Mn6y6rMupBXJfjD4YmC/5i2rXe3hS33wjvNw7QertUHjcUJQHTEA8HKD5Hf+q/9uXR6la6lRWdA19VV0qrht5pkMeEFwSdryXnk4bl2pW4hXi9iEJE9F5cMjCF0jMH8/ABcTbC5seP45forf2Xc3QKPaU3R/S9N2ENkqFvpkGNyPzmBka0jaeXeUaKkseTe+b7BmbUuXn7pCK/+9Tm8+vKy1USdHtAD6EQHD54GHjo3wYNnDB4+y3j04RGefqKPUycGOH2W8PxjXRBN0DUMY4BRxRgeVdjen2Bzf4wbmxWu3Rnh2+8McfH6IW5vjzGpgNGkwsFRhdE4dgai4Kp6RaJEnv3dbmWfozPIVCfZOMcbDkSE+7xj64KWOnCpXxL13XZdFwKFVZtIPjj564ppEHgm+ICcv23aBHHOhleXsaxpw8JyuyUkUCdKLq4VwYEl/y9gWtcehdUfMb7hhQpV7Ew2BS0i7W8hiH3MqGu+IUCDGAca40CbddCl6dqW+QCd7gTPfO9/jCvf+B0cHmyh2+2i0+nAUAeGKhA7aBV5qdbx0M4k3Cr+HHZBNOe75RW9ClwTkXupW3BmJAmZFS/C+EnGeFy0IS0aVYYaD3btJSwQhe45XWM9Ha+eePZ9eOv1S0DvWZxaO4WHH3oQ3d7zGE8m2N3dw7X1Ldy4cwNnF+6g19nD2tIB1hbqeVXRfKDJA4TQ2cqNeQ5odYal4yXb1VcyqgKIDrb1aw2k7wngWp/RJJlgHBAbBV7VZqzNyqvFO+iZPawuHeBkDa8GvAuYxWZwU7BRYZ7AvmkacBkuSYCP4YCDOEjsD3Znp/elv+wDkcE5cVYe0RstnQNsM9aaefXUc+/D25euwAzei9OnT+H8U0+CQTg4OMDe3j4urm/izvZtPLS6g35nH2uL9XI14F0AS0pe2AfX42zt1FFSAJfk95JLJNl3DlZ5pJpGjwBC0IdRt9mdieffiM0+22kar/6j7/8efOkb38arR0+hu7iG/e4j+PcjwtLkEIsHh+jd2cEyb+CJk7vTeYVdGF6EgLOQxR3r73ibOjtwB7Wir3+n+M3KPEGcLVMh1l2QCZp1Oc7sdPQTAdSBRV/3PgdvbtzAmYXb6LWRK5631SPWR6ndJVlwSPRW9t3rEwlVJPgLag6rzwLEmdkuAIqSY8VTPb8xXa6efO5ZvPKNV3Bz6xBrq2t438OrWFx8GKbTx+HRxPHqOs4s3JnKqznsAnxK9dk4pwSwZy6Hrbk+WGZvBlhcA8neMA5jcnwvpL8d57+5vhsdnIvlypDYyvBCkuAaKXucMvBvsGx/+Gex+vXPI0bXTc54/FvkbOo+MeDf2SD6XeYhWx4aAlgyJj1PyOo1nth/gMK2pA5RjgMA/ndFCZHOqq2TT6Er9Ee7s0bxhf21hBcKU0dY0emq4LMRiCqAO44ed4QFbFae/ayzywroUuMUomAjlM7QgZxoriuMWcpIq5gz+u1bbRhkFIj0fXL62dv0nFwfeFV8SHcJRESS5YS/pAMZ0lYUNIt1vxURE3kWwuv6MzbDsTJZQE7LhvseYn+c3Krtv34u0CPPc8YscnYspjGlKcqodUSlsyALjrszqZgmiSymvEwHI/4FkEzSwJDcqgpbkh0BiT2L7I5qN+2TDtYTkCYrenwoAaFS8MWrXPeE4G6PM1nukvvDtnJNV6ZtfFCVi9/DU+qYQw7fGwNF5PpaOtNYbnCQOO5fWjTGLO820fZe+9gRllD4XD3s9aIfQeU7p5RHz2qiuXDf1EWMJOhIcjSGfY4rtWiuhsBXKeqnMaoq8yTBiRTPbgCAqcI3N3Yiy4K7a1tyelVwlOzOErgcMuGnYwYZg5hmhwLd+4qMIXQ6XSwsDADD2NsbYjKZgDkcX5JlxJLsGmzeQa2z603N9Zl2DMvfVLcmJLC71pix6hVTWW2F6ptkAsBDp3o4mjA2Ng4A9ICTDFAH6AwAHoB5Ce+8s4R33uoDkwEwGgCP9PALP2Pw3Pkh9vdHqAzD0AhznX2sLFVYWuiiP9dHd8A4MxjioVND/J3nCfNzBoNeBz2qMKEO1ncMXn97G//yj67gD795KNxpBydbrOzr7IlM4MSeJFmhaWDzu+26J39hHhjXMsexSEkHBZ5NE/y2JQCsXPkIWHKnjCEmRIKk0xSjrlO2zun2jQJrCUDOaGojLxkOcsX4vmQ1ZQ55ac419JGPQNjE2rkXcPXVP0Kv10On00Wn07UG0a0mWdAoaK3kTIoiioMzEXAWe+adEwc4lA5KwY0e4zYlHdewwu8y9abK3XReLa3M47WLF7G8ehenzz6EldWTmBvM4+TJkzh16hRewHlMJhPs7Ozgxp0dXLm2jnm6CeYdnFnawcmlECifTk/d78k4M5Rz15JZKBjtRAh1llk6Vxq3Ah+TV1evrWPe3ARXOa+KzTkcUXqnHRfuq62jZhyIvJT6mwMgCC2R/CYNK76Rv1hTHK+WV+Zxa2ML3d4AnW4Pg8E8VldXsbZ2Eo8++igmkwn29/ext7eHa7e28PKNOzg5dxfALs4sJrxKOhhoTfuTz5mYMW0CGLG+K7MydojYvYTIhHxtNA+SPGh59cyZBVz+6kXMnznCwqlHcGJpAWROALSKI34Qr+1XeGu8j/7BAarbO3jEbOGhpR0Q5bxKHSurnXTmqCyOBs4ZFzCoXYUPgqCCqi4o6s67FICdPctcPya+Xg6xnim8mllfvbOOeboB5oJckZdyFYCAsg0uQ7PgrBa/q6BRyd3UeZkU6XUKv0tGfhMvWsrVg+dWcfu1baxvdrDPC+jvdjHXH2JgJnj8wVW87/E1wPSxdzCewisDMWx+Z0zqxCtdq2M4pTJLJlpTkZfwpKEKKLWvAyPfLWXrwz+LE1//vD8SQJewAAivh3RwLHV4shpSB8jPv9QhT59zi/rc4JA2FGU+kL6gKe5XXe2WIK1Bj1vayxb5OS/4Jds1g5RVnF2MAyJtaYxpTRdgAr6cbb4EjJP+AOdtq8k5rcqpg5DXF44/eBcmXBuaoX0pdnDI2v440CuzoaEw+50eel5OTUD10FX7M+RE5x44Mzsktrc3yE6kE/yF4P0VKvN0zOL3NmaRuzuaOqYX1t/VUhKLlnJnS0MucwN+aFrYLX7W3zVtHOPhYEo4u882ltddV/QjMq+YOX+2Ou4YlWTkGJbgb8jWa59BslWNMTBdwsJiH6OjEQ4ORgjB9/tN6L1YzdmKSPk9HQXQVoE8frqH/QPGm2+PAOo65FcBNLLbbjqHwJyx0fYOgCODk2sDfN+HBvj7PzTArQ1gbwgcHtkXK+wfAUdDxu6IcTgmHAyHmIwOYHiEuT4w3yeYTged6i4+/dFzeGCJcPvSNbz81im8vanoR80QslL6M/bV3RyHwZLAZRrY/G64XspW5f0DUB/IIvsCdjzzRAupz+p6LaCIQLLDll6Bh2wzBuIAblpbc9yoYezaGDWK+hkHWwJAcO51c1WALLSjtD0wpUmviIT+VFG77csQxszhcH+IwWCIbq+PTncCYyr4cy5kAHwGWxJUFSIqWfmKwaqOLVkcwhIeKNIbZzaUdQu77Xh2TN1qnHN2wkq4rT8KJEV1z1qG6HQIC3MdzPU7uL1+E7fvbOLkqQfQ7XbR6/WxsLCAfr+P1dVVrK6uAngUzIy9vT1sbe/iL9+5hSWzjre3d7HcPcTueABQYbwLK6quA0Bq9J2jHo5sSG5vU9R9Rad05sWQ+8Srzjre3tnFSucQu5MBIjeWEyzuNbdF8zp4FW5JIDCpp3IVheTpqJBSKPqzD5iY6fBYeEXE2N/dxGDOHnvT6Xbt2cddqwM7nQ6Wl5exvLyMc+fOoaoq2WGYawAAIABJREFUHBwcYH9/H5t3d/CtK+tYm7uLt3f2sax4Fdvnwip9Te904CxwS5xClUVOYauT1dVJhg4Mgl6yrwQUGWY4p8svELWZk0P0uh1cRx/drT08uPsaVs89gjvvrGPuuQ/BEOHxZYMJLwFYQvXAabx2wLg0OsBgfIju+j56b2zgvSe28fbOPpa6h9idzGVr1FpPxDwwXraayA29kfN8FcxmqtV9PqqjSjl40Uay7sMcvO701c4uls0hdqu5cNZaNmRxJrhlW/0CkuaAZM3LM7M6o0EWS4GQ9rya6wyxutrFhPZgACzPrYH6c9g6qLC+W8FgH10c4czaHB49/Rg6nadwNCFs7x7gL6/fdLzaw0p36OagJtLqiNLiMrlxD1JigGTc0/OuI/611DR1Ipvz+TvjdLQd37sf/ln/QqvjLMz7jELfcEChiP5GABHepDLFd1Am/KEa1VascUvcr8E3Nf2oW2zWXwvL3PX1RN+55ilZ5FZBa/+c0DJFf5fGTMA9wdvqpv6n/kI8fs2FptHnyXS1csskG9XC9KQR7amUbO90GtsEjY8xPUq1wO6eszi7hMU1Taj9ddpRALpFk9uPaJ61Gb/y9dwvnJFJTb6i991q6DuGq6FlKfVbfbs6IJg0Q66OjiJ75sWGaTQqOvIn6pDl1NZdfdOeFd4kgUoKtlAHUn1GK+xnf0xlARFnGpvD4kcdXaI5Y+3EXtZkJ0mgI95Wf6+lOZaRtxFjhxlLpfa5eN1f31Zd8fJt3NwxBOoQlpfncbg/xHA4RuXOl7Uv95pOaWmhUbyL+NDF8khSebK16kcdHd7bYRdYrWtDMjgYZZA4rcz3gRPzBj/5fQNsbh1hfWMM9AGvHlj9mwjargCqsHFnhG++1scPfsTmAiwOgOV5t83JbYOtYLe4jHkOo8kchiPgcAiMxsDV24w33trHj0zG2NndwfbeCB1MoM+GTGMWgT3tS5adEHoXzMR3aWaqDqbWBVcddzyPIofAay0FJDhsEfTXGgyRzgxTcQHI1gAG3Fs4GRUlKoLszSEwEOzi/ciW9f0BJfWG7UC6M5k6TjC8BxDEqCpVpwKS4jjKlyjoLNUW+tamtwzgaDjC4eERBnMj9Pt9VN3KBlc5vEzMjqiDSVFQVQIHE4StGuV2LA5xRx7U3ue2TST7ahgKi6toewikAqAE4CYOVLZtKbl3Kq+YcXfzDubml/HAqXMYLCxjZ/cQRB0sLM5h/2CIu9vbIADdbhfz8/OYm5vD0tISlpaW8MhD58DM+J7nj/DJ793ClXc28IWX7+Arl7bx6k3gykZoqyirNUo/NejpKm4UUFbAsvZ8najt473Q5L7x6rkjfPJFy6svvnIHX720jVduAVc2Ab9Y5ckNWTXygr0QbGFAzRuZwylHI34wshcThWQAPQFjHjK1C31pXg0P9nC4v4PB3CJ6/Tl0uz37RvGCHBhjsLi4iMXFRZw+fRpPn38SR0dHePqpPfz5s3dx9cYm/uzCXXzjzQNcuEO4soFEBmJXM11wCA6cDs66F9wASi8FpzvSRUyoqPJA197fQXTWNtxCjB+Atk4yY2myC9NfxsbSGdzcBc50CSf2buPm1avYvnYdp3/0xzA/OkDVn0d3sQPwAiosgHESO0eP4E8OjrB6dh//7Gd2Ue3cxdvXtvHSO0NcuEO4uqH1RKzXJeOASM0jBbz9eCroGskYI2zbds+zMlKiFbMtqZpFbMe/Tbmvc/DDW7hyfQNffOU2vnJlG6/cqvDGXQmc2wlH5F4I4fQua3AQWOD0u3NWyLhjT+C3JnsGeX7HmCDW6oo9FLb/wXDW9jRe3bl7iP3JbTz80DmsLvexc/s6qu09nHnP05g7vYaDnV1MukvYPTjCrZ0RuBqiUx1ivk/4wJMPYtB/HM8+08X3vbCFt2/v4Auv3MZXL2/jlfUKV7W+iuyQcnR0h9TOqJAJnNs9nxnm8Vh9JqHnISi8gDS9t+m81vtcDn/zxzH4LxSNCS3RggcJtEzojRhob+Sg5KN75JIxgD3LPnRfb6cktyDkd7oQ2yOMkmlnF5KUTSG2GMm/BGxKSC+xE7UZmelj3qfI7bfU0RTQ8jZAyVCEmTjoO7mYbre1C3f62CwJHJScRrmqBkrZzrbTNMtATkGwl+tgd0wF2W0urkFNSY9YUrZrBj0iMlUed4o+ylEJ0/ySCLcmtqb+GVWvngfQdizIbhkzRka9lg8+wOJlQ8uxRfxiMtO+6kUPrdtzLKJIacmDcvEAbvYnKcaCmk494plYQlBEvUREskzI+lygprYPYXdHaL2+6CMeOJE1eJpS3ynSt1B6TJkprtges4VIkvxtJvXBEt9FjGKa5KGzqSP54CB7ccZqLLtyXI61Of6OqA85nqsfE4Ltq5eJSE8BVcWQZKBpdd3f4hRfctaz18ecj8uU2u6JljQOQySxO0Kv28XcQh8H+yMfVAXsy73YH/dUTSWi9DOrH8L+4rrShK2jg8GyOV5Pk50vPmNVK+YAzDyp7qfpwdUHlglnTxh88tkufvyjJ7C0tIzVlTl88UtvAQcAFsYAevABVXk5ACqA3HlGVAGjCV65NMbduz10usDRJDCSjPvn5nzXAD0DzM0Dq/PAoA/MzRHm2Z4Dub29jcOqj1u7786bUEs8ic5kmZIhmn7/Tt9fdxSAoz63HL6T7vcpvPDgp42CUY4DEPhYDLDJA4GYjJ57KSQOia4+KSFW4NQ1x79F1IjOgFY4U+rPeBbePFwp57Ot6h6NxxgdjXA0HGEwN0ZPDtZ2TkJ0pEIWVLVny9XtaCiIQ1YiwOL7KP1yTkCxZkq+B6MfYoj2S8GHTMBjOxmZTCZYX78B6vRxZn4RZ8+cBshgc+suJhUwv3QCC3N9jEYjbGzeRa+7g9OnT0dtDgYDnDt3FufOncX3fRgYj8f4xisX8QP/7LLc1IqWuiI6Ol3MyDKlkufu18KDlCZeVQysnXwARDQzr7756kX8wP98JdpOHPoeD7Ix7iVgCYiInI66fjeaBqWPBBAWIyTtynh0hKPDfRwN9zEYLaLqz8F0uq1EQfg0GAxw8uRJPPXUk/jkR8fY29vDhctv4Yd//a3smXLmnP0u5/vavolugotIuP5557G8xVbOboszxmWLYchkZXnbur82vVz/V7+BR3/yv8HS/DyqlXM4OPlefPtwjLX5ZTz16BiHv/0b2PyD/xeX+/N49hf+B9z9g9/Dwkc+joUXfwDU72C13wejD8YqhpNH0H9wgh+t9vCf7NzGf/d/vO2DPFZnlKFa2OaNXE9TuibuvlPgBst2ccXnwKey00RMDrS3PweqWV8xVtbW0Ov02s/BD4U5+Ilfu5hb2NR0acWrzbKbdzpIb308dvMunC0Y80XZ/4hpTk6DjzVzMUd7GPROYn1riLuHGzj3wBpOPPIQ9ocTXLv6JlavXcOXuqt44swqHl5dRKc7h93DHrYOR7ixO4KhER451cXJk2t49NFHPK9eu/QmPvI/vVzfsLL/emu7FB+4UN9rIJX9qwImdTvKarHX/TUBU8vwN3+88feD/+VxAMDK1z8fdNGUOiUwGTKhOVogk+MkwppGPFcFb0RBk8wW5FSQA3NyLiOz0p0q8FSjNPJ5n9FR7K2qL74vy8RHCGgA7Xy31kFe31GhWVMQztPWJQoMeyhfAGr1jRe/yhpEFNZmGZtK3Rs/EFXHuaQ1ZYyWsonbZJjq0urWsmlovB2FR3RwI3uGCPZ8cPVjY5uBKL0IGf1qzV+WUd0U5vA7Q/zRKrZef+5pS101RcKnPq8XOiVYXK7H0VVa1GsITEe31dZfRzejbpTbZgtHRzshLKbrmptluU4oA7aZ1awQkZelchF8YGB3Q7mrSXwKPqgqOjn4mVF/lFHlZMdb22J9Zje3HFaW81RlxcfU8NHKVllP3nupeUFtAZodq3iwoStqHnUi8jG7fq+LwWCA4XCE4eHQPl05vCx6mBn2iJIJgpXJupO9M1HUh7+nyd+bWgIfm6qgGrvqA6u1gkWhY7L6ZRsLlT12ymBlgfDhJzr46R9cw8rKCtbWTuLBBx/E4uISrl55Bdt3R8Diot3yOK6ArgumVgx07FtXUVX2M1XAuMLFNyvc2AAeOQMcjeSNmo4msn03BIxIDuy31yYVcGcb6KBCNRljd3cPe0cGB6PcePpOpkUFmN3XoPDjSqZODR2wrAtipi+SaqrjftyfBl41bVHmKlUeSDlVXNdL9y85f5PJ2ZkgN14hUgz4spU/QiK09Zy+34EiV6ttNUbNuRCU5EJu948qp7FgRKKMApSNWzHbDEXpLRYG8O3rD+DkcAX93R6eBOORwQTc7To6K6vwPT5Ngqo+YqXHUjrY3LbnhXIm5TFSdfqrgoMVIPefExAohpm5qpWlUHU7bjm3DN1OBxsbd7C0sorB/CIGgwWcPXsWk8kEd+7cwZ3dCisra5ibX8D1d65hfn4eS0tLtfV2u130+/0SYcX7JYAun+OoYci3mF5mnx9tTX5bXo0nx+OVnG/c5ByWMgz8dPVBjAAk6+ZXPBLkr1dOtkTbk3FjwXJ+cHu5qqoxxuMjjEaHGI9HmFRjdDmVifal2+3ixIkTMOZacQGKxUYp/mW8VLzyhAKQM0NtJoqel+4jEQyzP9cx8l/dh0hVer5Ply4GsPaRj+DW1/4M83/+FSz85z+D5U/+GOZPLOBo5b24vHeIUwuncf77P4i1+VN46cJFPPP6N7H5ra9jfzTC6fc9h53f+W0cPPQw1j7zWQw6wJMrHQAruLOz7XkQyYuATxc48FmrDnjIi/AUyxQLKQA7CsDaq1DDIKZoK5leGPG1iF2cAfC/23Mw6Si8T0NBDnzGaUp3JGchkzJABQIRu0wQ14D8YZmXHIVsfBas3DiDemMAF29sYrQ5wfPvOY/llTXc2J5g42AXZ0708fjDZ7G7PI+1N2/jX3/9MkYMPHVmFX/3hSfAA9vmwXCEcXL+fLdrnQZfDEUBYVb/971ke59frYzsJHleC4/Tbsb4Kcxz3ahdDLKVR9lSfLxzQ78jJcJL+np+i1xi3UcnU6meibOxEIIKCufXQQSdRe0/k7Sl6vZZVmpcQmTXe3/sj1/SfSrPeX1AgQTfIxiUBBk4+Zst5Gf1BzljP58U9qq1vQJ+tVYjsOyAQozhAr36nE/nHxwjxhBlX+r6ffBP+lVfPxmyCVL2LWaQHZppNzHNT5+Cg5kQZbvVV6KabRGw9YukiX3XxNaNn87e9guLJR3ufpiacSt/iw6R3KP0ttDv8RmCzvKvbJsehCo1lWha9bdcT5qpGb4rHZHyxGesq8zKojcoNlN0xKx5uIR4lvoa4/rRKIL+Tru1Xu+OkP7HvmX5cYI2bOze4lnXbysz2jcLujDRClEPQriXFX35y99sF1y2Y1oV7LwwyQ9BH8fjns1h/139IHQ7ebWhq0oFUh39FhTni3pZ3CnQdF/iGHUDl2LzhIq2VfsR4TBPEogHsU/keGQModfrYnFhHts7OxiPJ2BYvctgNX3ctoPUz2/Rxab5lO14OIataUOHqNAuEcEG2ksTAtBsTwf9hce6+LGPPIAPP3qAZ58+j/mFAU6fPofFxUUAwGg0xvr6Ona2tvDWO1v4+McexDs3x3jz0hBYGcBmp05gueqyVdllrnYqXHlrhItv9HHmJGE8chQKvwkha1X+ATAd+3dzB1gwjNF4iLt372J/1HScbL7WExyfYHg0L1q81yrwrRDEnLXQ+fOoXvwIzO/9Tn0dJ9fAn/4M6N/9IbCxWb7HFQmgaprqaLQvOJq2JiaKX77FzlF0ZwSA4VnLwb7WGIl3J+N4WpHMSHWloI1M4T4EpVy2OeW2Gr7ra5rj1CaxiSf44z/9AyyeOIVzD57HlZvPYuHEA3jvk2s4sTBEv7OPxx8YotuxgIbSoKr1+KK5EfpYKvEWvECHAi6+f1NQaUNxsBCpDEYNAgG4teQVVzaw3OkY3L59G6snz/g+d7tdnD17FlVV4a233sLKiVOYn1/EG2+8gWeeeQa9Xm/GHgiJOaA1CEGE9uCp0EJk+FtalqpFS+86r+y4EuCC5wUSEp41ORJRzS5wbTjZ5qSfKXFdRMqoMxJb8qqqKkwmY0zGI1TjEbiqMrrutbC4s6JLrWfggR4Zuy3bcLLpxc9LuHnaCcHFWocryFd4jhG24MYvbSFw6zm49Y2/Qud7P4HTJ09g92Abvb0N8DcuYvn9H0X/xApGy0/jK7uHOD+8icUHzuKG6WLtH/4jVKtrmPvH/xD84vNYf/sqHvh7n8VEkR1h5xpZkZdbRZopAd3+pSQO3GusHAL94ZrNEQ52zP6mj1UJN/vQwHeBvvIzwAdGBYcV5hiCuEUPs/4CJG80zJUa5xo90lwl29KSV4+fPYHLdyv86atv4uOdJTzx0MMYVgYbuyOsrhqcffBBnD57Fu996Bre3Bxi42CMSVW5rX6FwEuL4ucIEBHObLMs9Y3F4HTrl18U6pKrRs/DEgNnK3z3bYxf+leoLv4RqluvRL+ZM8+h++I/QOd7fmKmOjs+2AZkAELmXI3TxZBtp/H1Ykyk0HXjsjfi8c0xivIE4vu9jKeZYcYuVKszde1xSgy4F6SKZNcH00JQFVnwr4wTs+2+2U3+5lgmoTB8Q/G6kyRzWmhrfq4YpAJQCqJNDUGJUjB6bFS/Iza5zeVplYWuRhmZAULmgRJNeRLMlPt8BrX4rlySSUIeONK7O5qVW7xQKrygxvmiKAclKWCBvjpcHahO22KGD4tKCQh9ily58eQo89NlK9bKTUxiCaFk5sWNQcqbph0+kAU95w/JMXHsjnIKsqJ11vEPM8gLqb8xGImOk6t7UhnlEM+eLWMzWgyR4uZe/VtDwk5LMexB9cQyp59ipUvDuCiMJItUydSQozfs7NEcmaCpRItAdSxRuGdSVQpXs6czajWRWcoq043VZJy2LMG/K21fl+O50oeO11aemEhe2UpMDmR3Evb7HfR7XWzv7mM0tkclVN5mis2gJIZijyRj1sl6lZK/aXTF1+SUAUK84F0ukq06TVdRMRbYTVcp2iqBZ84Q/usXb8LQOjZvLqH7vvfhiSfOYzgc4p133sHu7i6Ojo4AAAdHI1y6vIfHH3scSyeGePP1G8BkApiJzVKlCuCx/c4TgEcA97C11cGFK2N8+NkejkYOV6oBk8AqPMOATsfK8PY+sDx3iKMhYX9/H4fj1u/p8gwjxI74dJhRLscNpvp2z58H/+KvovvYY6hOrIL+r9/Ig5/nz4N+6h8AP/TDwPteQPW//VoWXE3PUM3qqD1jVWSjPQfSrT/TjGklZlf05v2NMzjFRsVB9ABeBVaaMheOu6o002MtDB2nn2NclJQK4CFOrZ3DjY0bGHcnuPDWa1heexq//0c38OwzH8aZU+fwvvd/P1b6e+jRDhZ6ezh/ehdGMj/Eet3nIJAtzeDN3lEAOyxiqbbsNhS1CD2VVzL3e90ednZ2cHh4iP7cQnSnMQa9Xg/f/vYFnD17DgDhzp07OHv27PHkRGW2eFl0ALNpRVMCGSomFnWv7kjwWpyqV5O/K3jVbrNTBoiTzxH0nGF4wuJakDv9G9cxPiqWVwf7+1hYXEFVVaiqCZir6c5jy1Ih5oEOQvnvFEBxcAQTpcuhnqKTEQV9kDwX7tNOnX+MFDFTeDV3sA/DE2wsnUD/vS+g/2u/ikk1wdU/+yIe/vlfRdcAZ1fmcOtmH3cuvYq5jTt48Mn3YOdf/u/Y/8zfw+ZnfhxnFxYwKu2OKslcyTlrsEdl8gPQjhzxmid0AIlIXgzoiQw3/Q3PwTTDWbZZ6zM/s35BMgcVD2oNq/1f2BkB+Bxxx8c6CBKJZAte9fs9PP/IEjqDFXQGHXfOV1yMMZibm8Phxpt47qn34Gg0wWgywbiqPWFS9WOKelH6JKuIoQIU8TxjIHIKgsPfRFBct/94j3Z89KXPYfznn6/9vbr1Co7+zc/DvPRb6H/2n4MGK63qTcNKs1KZ2rpY/yRZff4m1VAhIKbr8fcnxQewE+ffv+hTyXX+bPK9IdhRCl7aS9J+u3pmKW2wTJz1G/qviw46sH8uu83Xx2mQ6j6UiilsE5WxLrYdztxuRcJUH1zZZW8bdd0ThEBqEZS1JMS1kS0256o3HldXv9I/M/E+8fNKx1NML/czCJk0nlTsgz8o8Yr1FG7fTNO8lUYL7X0nSqNZVEUn7hTrmZpQE2Y4Z9cQyUns0+UYNG+8vs3sxpL4crLzzSuh/D1C7MAsuec8iaXAsm4qqpqicZ9ejhNUrV/IsuozogQtoorNrWXJKaE1jQXJEIwB+oMuVpaWsbm1aRMkRaezZBk3zJcC4Ltvmb3vYpk12giRmqfPjvHKt17D5eu38YmPvIhXX/kW5uYHuLOxgeFwiH6/71+SsHFnhM3NCqfOVHj6yUV8YQEYjydAv4LPUmUGqgnQmQCYAN0R+LCD198YY2unCwJhLLExyVR1NsgHVwF0DDAcATt7Y8yvTHA4ZIxGR9g96rUaDL89UHpM8URk1IP7iFPyXCFYmW65r/sLAHT+PMzP/xL4qSeAcQXzEz9tgWMaXP2RHwV94getiP7QD9t1jyS4Whs0nXbGqng2MxYfXOWghNJV1cBLpdAY93/iFOqLpnMB6emtomF72XGaPg7v9Ocak5japKk1Vvjgcz8A9BgXr13AW1tXcPXq1zAcAof7h1hY6uP1a3+F8XCMzdsbeM/5Z/HAw+/Dc4+dxbmTBofDXTxxasdTVwIROrvbb4NFEofJAjZU66iWj4EPThKAsFVczstRdan3mgOkVsla8MpuE6xgOoRer4f9vT2srJ7M7q6qCpevXMbc/DzWVpdhjMHm5iZOnszvbWox3X5TQS9OkLuGTDcF2U22JCrdFaZZ4DkwfWq30Jh4d3lFEcDV8mXjm/E2wyxLJJG18P/wnCnNT+10ybgwh8+UcKfVHLe8+saFG1h6Zx8f+VAfy6un7+86BQVZ0vRb8uNgTbrdTd8jMKzyGcJx/1KHTDsolu0y8xyviVC5rd48PT4O4dX8Bz6EhasXMVpYwPjmVRzOzWPnv/3HeLA/iCBoNZng6Hd+G8uvXcZb/+e/QHX9bax84odxqgscdbtFuCoJk/b4ExXk0sBYgDQVgjLGAQ+/hV2eC46Hnl9TN15TeHaWHTHfaX3lY3kmEOplys1XHWSxzyQOS8HGx5krsW5jCnIkWUFxdkPbSWR51esYDPpddAc9mF4Xo/EElcnrYGa8c+1NPPjgOZw4+QAOjwiTyaix9lgY2F/3x4eEXvpgB4PtrhN3plVdsBqASvSloPuV7JREh5K/rvJjBTF4uI2j//snswxVXcyjH"	""	""	""	""	""
577	4d59OOo3voyqre+jNHv/xz6n/3n7epP9JZO+JDt2sXgqK6Dgv+Y1heeUXoLKvNcgkqJbsz0fWmSEtzESGgjwGemu6MfGIAho7KMcixVdmLDUQNa74qd13o+8luEvJxq357u5YR1vlhCF1TQscAE2Wrs643GwD7Prj92q67UVegzwlmURZ5wflYlq/mTYneCjpMkczWZe14HiR5qmDBc0Gea1ohG6SuEv1WN36OP98hlpH2ZFoxQGoIq34xPXojmQEJHoV6inFKGnZPuSMWp2DJgf2G8ZPORH6tZSjDtKV6s4WkOCTxdgQ3sZdnWJ/foB/K0osgezgQA6z0lP1P10JjgxzJEN8DrOdt+5WQ19h9qkzhEt0ZqMdi5cC3oHo2xI25EH51uSMZE86di9VJVjudYiY8Vwb3PKdXhad8K80PjZo83LPMiPzIb9LgNz2r/SM0OqRnjBLWLfrrOtB8S21B0K2sYs2X2KQaCDaiS3eyFuUEPpmNw+/YmqgpgjF0wtbSrJG6NoWWlYZ7OUEqLS3VF3mE59fYCWZHNdHi1VTk4rLB1dYQ/+dffwp07e1g9uYq9vV0Q2RcgdDoWREzGI4xGwKjqY3w0wtpKDw8+1AEOd4HJEKiGQHUI8Bj2OIAqSOJ4gjeuV9i8yziaAIeHwOHQ/Ttyf921obs2HAPbB8DR0QiL8wYHBwcYjytsH9a/xVyX2jRiWJU+m8OD7HxVfW3aX8lUxfn3hvq6BuYnfhr4qf/K1wcA+ON/C1y6ABpXoHFlg6v/6OeBk2utaJS6ojrtFcw+veRJZTzIAg/hYxMvjxVTbfkQE8CGwqG8qnuR8SR1RuF9mND3VhJajzkkDGCMHg4mq1h57O/jM5/87/H+pz+OnjEw3RFuXuvh6uWXsL+1iwdOPYTnn3sBZngXf/3X38S///JLeOPNbXzptTVcuHkO/+WLE3zsccbKoH5rhQ/Q+JWP5jOaSl3k5J8PlLl6ydWrAXFd39sFVcP9+sOg38ekmuBoOMzvZcbuzi52d/fwzjs3wIz/j7k3j7bsOgs7f/ucc++7b6xXr+rVpFKpSlKVRluSJWTZFrixsd0GEoZldwJpwpgeYnolrNXQJN2dwAKSXgnple5Fp7vDAtqGdEwIAQIBbBo5HvCgAduyJVnzUPPw5uFO5+zdf+z5DPfeV5Jj77Wq3r3n7rOHb3/z/va32dnZodudLFJ9L9hlj7aExzjdrL8OaDpJk193WFnnjeYacWd7mHOdI0e7WSZ/XylVwce9iHwF3HxshuXFDp/94jk+9smvsrKyovMxfR1K2VkVfh6tmCmXV9Y92Qv9RMtjsNa2NSHAFdBdvoH1rM32hbMMX3mB7okTHDp8FLF8rFL3pZtPs/OzP838g+9g8033svG//CKv/dR/i1xfHdlHYxHEmxIj6tl/huNF8sNX84JmZDRw8Nkp82PK15sGw6i/aqfNpTx0NYGSKQIeX37ujChUwAJU1bYZURTw/AsvcOXKFdJU0OlktLM0+NWX4XDI0089xdbWFkoqEiFIU0GSTHJQ2rSWBGvYILsFIjqmX1cinCk5rst9VuSm7btU73pUrXFOVQB59vOXcl4hAAAgAElEQVQUT/w6rXf9Q9rv/2WKFz6OPPv5idoXQpAk1t1kdcUqfyq/U/6sqOJfXC94XneVvKtQs2h1RmGwzH5zJeADoZPNNBnrls07Tq4NEehTzpkSvtdgsJccrKOKpbEx6NjwchnmgupJItu+h2t5TJV1oyqzRhVfv9TzyPfFxAaeqBljqaeJ2gErDhPsZmR9W7Y9fxnkuN5jGbSXoJCkVh8o1/FFUIe7ooSrkegogdrahla79W14Gaz/JgafkupaCfffHuZ6fbatxRUtzgQ6nYe9VTu5/mYn7bvWGJSVf/X47vmGu0TJnaWP8bBx4yoYhyitbXnqnnc166O6zTi9SZhyx3+O9X570qRxnAqUUONVzqAv7cevMHiXrkeWxlg3BzdeZXi8ky3NTmDTEdeDPHXpicJxNEZ5RoqC0sfC7ffJ2aHm8olO/SUSnVN1ZrZD1mrT6w7N6TyJv0yyOv+xvP3rSlNxke7v6DElDf+yRNmsE5o8mvOx+Nw3QiSkiWDpe5/n6OLLdFqCZNDWl6MpRVHoPHJCCBIhUYUAKciLgt5gwOmb5zn78mUoeuibjYYgByA7kMxC2gfRgXyKC+ckF66mnMhadPvCLJww0apCC/8g12qWwnYPyId0WopBd0AhJZe39pif0+6QhwpxTdF5kuper6qtk0apAs6pmp44ob/nMvprI1eTX/9/kEUP8cp55C//Ix3detsdiFyiSpGrlT5qcr9Wo1ZVVUMNdqCr8Ki1Gmolnc0j5naPTbNuM9Lk/FFBM42lzFSckK05Ume2LSoKb5M0Vg3zmrDsRSF074waT02ZyFehYG2YkE61OCi6nF0/yvE7f4QHv+2v8dyTn+Kzj36N7bU5dq8NWD7U5sjiSS6fz9m/2OIt99/PVFvxwtOP8eQnf599yRQfuPV2hocV08u38sLWEv/Hp/xtHuPC9cu/N9X0qFeKtMNEmAhl0ERE79h6ceJy3dGksNLj1C+tra+ztHyEzc1NZmbnK9WHwyFZlnFg6QCXrqxy+dJF9i9e4b777iHLqgcDQt4S3l4YwiWxlpqKccjSiY9QKZNnDKvG4t73EXc2jtPtck+Cgl9XWBlmYC/DMGstlO3PyCURzFd5ug9hWo3OtLikn1gJ56bsgRLBPKTkaDd9AlCh4OJKn1PHF3jTLQsMleBjn32JVvsi73v4DEePHHZOhddbGnexhY/CH6XohnUsOw0jgHAR4t7JVW5Dpyz0Ce4tDOUkWpKCtD1D6/53IB58F/2hpPv7v8+LP/A9HP4XHyY5dNyPNUnYd8Mp2rfcS+v0nRw8doqttzzMwaPHSWb31a5NtEMvBOYGLievyiemqnSl3Hz0eFUJgfRxcmk3i0VsXsawV0b2xbiq1ARGgYGVHcLXg18Jo2TZ8Vn9zo/fDkMG4t7AyJle9XK2zsFneXxUT5WO5hpjJVzHSfHq4IEDbGysM3X5CjfOHiBJBJmo5jfLsozpmWkG/b7bVBmla1t+7PhPEvP0cnSdR50J+DUlXLN0qUq/l9qMOgub30skhSnDR36+0akq9h0nvfW9JCceQm2co3j+4wx+/2/R+a/+gjaQP/5rtG98aKJ+pJQVPhjKdcLP1nBET08GAlGnRtFaZDlSvz56JTD8IqGKV0ZUwPdKY1JGgRVlWEOtjPcWrG0rMf3LkmMMSPzGnjD562M4CE0NIiW8LMYPP8z7OsnCC8MW6+rWbyzYS4uqcK3KNH3ZUhxVi5lb3RibaKTWSMeycfup9G5oVJRfNyF5Lh0HMd6YL75NqrzKLr4zHwM7skqXLqMfNUHzNUMMcae+hBCKcPM6SnNgyWT5IL2Du7Se9nf7zTphlYe7CGqU2zTUHoHDnfioR9kGkPkf6mSRbq8JBiW3ouEbNi9kxG6NA/P12JL1o4vz2Srhp+ko3vGk+vft7D16BzykjlGKYNaiFM9cp1MGNG4dlApqTqWPONbufCoq+F5fr+KisNMojc+/Y08ZeJmi60l9jwKGD5b6dPZA8LxuA9jjcmk+FTFhYCMEopw4tlTq59FM48rmlw31hbp2bZUKMfgHlQAAzEZZok8rzMx0QCm2t3YoiuD9Kgj3VIQQOuL1daYzGN9R6bul6+af9Gejj2bR7X1OGbaV6tmaRNGSCYfftsv3fmjAbX/apbsyxeCoJM/zSCkaqpzt3V12d4cgYWVll4MHpunMJ/S2BzopqkhA5VAMjLI3hKQPtFi50uPcuYwDczP0Blo5ECLRxCkSEvNXGEOo3YaVdaBX0MoKtgdDekO4uLF3Y9UyKI9DNZxZKnN7fUCUpTLKgVmJUp2ZhqPHUH/vF0jM8X+VJdpRWvqbfPC/hEIhPvoR5G4XXnxxpHNVlXKu1jlZa/OsTiAIdNi0mDQYSfdfUZyC7iagG7c2r5fGGufnJfY4R2Fj04g9KTTu+MskXQXn3SbBbqWgl06RMMXucBaVZaxtSrbkMjOHv4//+ie6XLr0LH/2yGd420P38ZnPfpFnX75I3u/y0d/+PZaWFrj/LW/hxz70D+jubHDuled5+fmnOf/sp1lcOA7c4x0DweqGs2/6bKcci04/7qpqKfzfsswPXrRthW9PDKtcMWO+HDh4iJdfPYeUsLj/ANPT01Hdzd2CvJAcPnKUJE256aaTrKyscPXaCkePHK60HxvI5ctszE9u8vahnmsdXBvbr/wQ46T/638P6fKbAVbKGMaElxmYZY8vOHBvuE8256jL0BppXNZE1Z9k6W2rulvwxyA10tQQq/GhTASrUycOcXldorZ3OXEkI9t5lSMHT/Lxv3gJkbzMt3/LTRy/4Yg79bHXMs6Z7hwRdbLKCbJQnlnD0czQwl7PCDt/uxnp5xr0YdoRov54aV1RCpLdPmpmgZl9S8zNLrHz4z/J0cNHSZeORdcQSKlYW9vllNKK+9KR48AN0CiTajZlQmeHu6V9NCOOjo1Wxq9cc/4hQcoSe/mFcVhGpO7bfaNpEHB62uQ06FNnKKVIksQZDRE8ajRPDRuvTDlHhEEiPVXfVtlQcSxeJAFx1hg45U20EbCa6nQ4dPRGOnNLY9WH+fkFhnluHOR70wFCp4tzDONp1DrwNC9jcl1mL7qIWROfrgG3DntRntTGOfInfr32t+ztf5fWO34qfnb/j5M/8WvIs58nvfuDFM9/fKJ+vFM+6Ft5fAn5c/WovKjgDipBGgeMO0zseHe5c/2fNvqDI/VW9pY2Piws3Rivo1RzbTac7FGW3zSZw9Xv1qDXTUssLy/5HGL9qOT0Lf8+DvPCt0I4R5tylOVPOErl5ylszJBf17KDvPw5SoEQGr1OZAc6qmqYT2DLTRab7ibuL4Tco7kgyt8Ujk9WHEV7sLSu3zyyvMry5Lo6diNAuXqVebhxBNhboRWzWV7jgIqL1eYT06dJ4zOJo2VklfG8sKozSezlnlDWu0qXIFkZV9dzhMde73LPrFysBYwM/q8ZMzr4rM6Zr51c/nmYviMMtmhqeeRKhXy0/F4gByutqqjmSN3eFimrY61jxTWqiR9u4PxX+AtyLf9y0bQq0F4jfVe4hRoV5VvXv+eXweyuk2jr5YbZjAsQyNt7qoJYGu4JdnPJ314S6y5hn/ZZmghmZqfJC0W/N6CQml6dKjxCRsaBbqIGWMKP1UXjhSsg3DrpZatPdSSNXyAZgb8RrFzrk5dMlScUvV0V1nagaSa56YUf5cTCm5jNbkS2+kjZJs9zlFLOuTrM+1y91mVrNwch2dwckmZtDhxoc35rF1QLVIZOMJUDKTrvqgIh2d0dcvnKkN2bCroDPU19Q3Hicq0mwiqnglwK1tYFU4kiSSSD4ZB+nrCymwQ7BBOASIQLGzPdeEeiWsoO1tBpOjZa1ThV0xMnoBSlWv6rsgTx138IUuEiV9UY52r5QqtwXOFYg19rFZhQ0bTHmmqkfw1YRcyQRAjd4LhKoFzXqYzRMZLGvoI2rnuXcAyHs+NvqFbZ7TX4VxbSLgJTCkMLIoLRdY2tUlUys30VZgp227MM84KFTkYbhVQpMj/Mxc0B3/+9J1mc3eVfff5j7D9wkB/+bz7E4r4FDi+3efTRL3Dx4hWOHTlIZ/YIp26bY3E+4wtPvmR8TML9jcZeWcSaSYW7ozUAjY3RpAJbEfwr33Ru250ICwysvnwW1l6Bt98J952Z4/Cxk+zsDrh06QqnTt3kqg8lfPRxyac3C34gldx2Q8aJ+RYL+xbZ2lhpdGJ5dltSyAJ6q0ywrjhQ10VOmN/KuBbsIPtGrkOa/yeBlfJ5BUWMOnWOHF2nFF0SGMLK8Rk/31o+jo2qsY4PYW6Ddd14HjgJ6Ays5mbaHD60SNrZx3MXhswcOsjC/Axb669w08nbeOQzL1GIF3jPw6c5cfzoHniXl1m1PFuM4pX10Tj1vVit3HZpvgtvHEW8nHCJJpyLgVV7Z5Veew61H9I0Y+n4zcjp+chgBkgFHGspLpy9zPHb7txbX5Wh+fnX4aNVwuuiA0VSyqun/DvV7kT0zUV+lPsch1x7pEEF7O52WV/fZHt7l32LC2StFouLi2ys19Og5RYVv1Udqw7krtcfAv4jQGdVtNq259bhplyJRLE54IJJE2HWJHRiYDU11QlmpbzhVFOklO4UlsJvdkilGOQFs6X6ZcegqCeEhrFdRwmNwMpP9tn1u1dsyZ/4tdrn7ff/MundH6z9Lb37g6iNcwC03vUPJ+5r1FpaXhzuxFuK1by6mnHTFodpQhCZXYG6UovONZ+jHkJe2zhyXJ3SbDzPteoPUPa0e10hjKK0qk1ScnU0rXsN8dYQsfLKSTRuGzE7cgOjUbWzYw7lZQyLWj1JD2iv3LzUfj1tKOrn3wQ/WzXi8aU6sZOrpl+LI2WYR7Ub+q882UsRJRwZX9/+FfZ64VrdtGlUVhsP4CagbquzbkyRfBTeZtKOHxXVnBQqjbp1zThG6dO2RizrDX7vYYNl0oCd8SOur6FQ7iBO/FZpbqN0vlr9x/Je+19wKiOyLUSolmKpxfIQ5d5WI1lV9LjZ2A7mVLN6Y9DEsQHh9demaHhj5E424HHF6pNBkxPtEzTYyM2RvL6DWI0qzWMP0wh1YJHC9Mw0RSHpdbtIGyBr1bw9bjxWNFDNgDQ6Rjd4el7hTkGX7INyGSujK8JPv1XLpyL1Tn/JIhFpYGSNsLCR8m6JSoccbt2G/OKbWd28gFxeR8oZhkUO0kQ0KEVCzoXzWwx6CXkh2d3uk7QUhw9Mc/61HZA5iBxUChQgh5AkwFAn+RkMuLLSY3O7wzAXSCRCJDoiVpjoVWGNX0FeCNY3Mw4t7JIoRX8wpJfHBI+bY70Qr5JLqEqICEG9YRW2G/wQtjNBTtXwoqqmSFX7134upwWoc67y8Dsb0wJE0bLB9xBm0Q5/qDwK4S5lmIRwqsa+V2re3v8tQxTKEYdSmPwcCiUlsigQRYHIB6T5kCzvk+VDsmJAq8hJKUiVjlyp4LDSLL1QUCjBEP2vR0ZPZPSTjD4pQ5GQiwSJPrJaVqRC2Gzc9z/WqxSNDM4amXHUmCNkITR8I52i4Wh3aHsH/9cAHShQKqc/6NHffImTJztMLUyTzqRsyBY3HtrPi+vrzCwu8ck/+Ve89cw8Z89d4sChI6ysbZCmKTOdlG9/57tZXb9Gr7fD7Ox+zl3e4fjJE7z53nnUY32PJ5qROFqo24QKaa3sgGhSNsLjLGXm545qluqHeKawiu94WC3vg34X/vgpwfO7gnffJ7h5aZHNrU2KonARhWkCZ47CzIJkQ8GlvuAT51Peeyxj3mwyVaMPg6N8dUxnBAzM5Kt1G/WievxR0Xe9W+3Ernn8zQErO5HEOV2CyQHW4amccmLXPDVzSM2cCoOIVsfycYOVyUXw0vqWltZhlGMYgTMprKwrZ2Yq49vuv4H2zH4+/9QK+czNpCgeONHm8Wc2+eyjL5JQcOzYsYmjV/XmDPjbIWJasXOIIxXq5KNXLO1xSj9XDemqkwvXp4tVKPNAo/BMCqtPPvIxvu8Hf4LPffqTPPDdH6y3wICiKOhubPD5P/oFjt98Eyduu70ZSH4Gje2BNQLjqAsPKzvU0gaZUjHP0bX1M2PhREpggGfeJIiLHGX0XAcNCmCqM8XMTIckTZxjptVuoxppsLwZEUZfBvNGuItooggyYutOGeeKjo5LUSqIP7Y0VsIdC04NjthsspGfMhpjM6ykLChkgWEbI3Mc53nBYDhkOMxJs8QN63e+8Dzf+cBp9u+b7Lb7pgg44SflDIPwHeUtuYn6qPB6gz61eDpRq7oUL1QjTtO7P9DoVB383t8iPf1e8id+nakf/hPEvuO19coldKDX6UjSOFaEwVuFT5cR8nfrofSnGoT5p3MPyhHGV0VONshovTSxTrvX4mV3QDdC4F0P9e+EemnZweNhhv/rZJYbeU2bYeqRGH9CvGrKV29HLdFpUFDKwb8c0dfk0C27RBIVy5tofoHeU7uxUKdXWRoLgGPU1QgO9SV0uMSbh27MI2SKbyU0p3w6HRnKbBHAQVl9USIw+TzHHBWG0ioHsseNQQWbWFEJXeeT4nRps6Lyrneq1RjZDWAL6NmNOvjV6fbNaQncego9glA+x+scy9lyXHcVl+pHbCPiVIBf2hayuVet48fiknTj1H9jPSL2vZRXS5T+Vkbj3yzJBU8v1cv2QrugrtRtNocj1CMSNcML6Fh3WlURa5zV9nO5X8f/okgarddPckFaXUnQ66SkMnRmeaydyN55fGOxek5iLJE9nIiJAiYmGVLMrKh+GYdLvg0BJrBR67ZpJuhMT1HkObu7fSyO10cd15c6GzUKpiLE/utfAxEhYGUUDY/LwYBiVG0qybR09KFwgjAm7Bip2jMwGPQYrPWQYhakIs+HqEI7VqemplAy5/zFIcM8odsbsrubI8lpt1vMzKXsbg1AZECqw05UDtKkgBVAkbGy0mdjc4hU2tmViBSRSONUtf/0eAd5ysbWgFOHeiQp7Ox0GRRNiOKfu8TZRk6P3qkKWigzlDoHXOCwHJdTFZNTFah1ppafT+pcBfSFVsRpAUZHq1aZmd/xD+Y3EaRCgIjKd4EO6VdKOgZmHazmG0poQ2xmYZEzdz1IW0hSVdAWOZmSDAcFLSe4FK0UisL46Q2PTxIYFrhoZykEhUrpyoSNnmCzW/CVxz5GPhxopmraUpRucLVTGGxBNo1Is7HMTb9phaumpcorVvevgGw092z8RSnsjaOonHywxVNfepxWZ4mTc8fY3epx/Ngyq23J9MFZOlOSK2nOTfuX6O5uQaJY29hAkTDMc3Z2B6TZgOlOxpWra+zff4B+L2f54DJwzinGbsxu/KNhU52vVqaVmnyHfaQz1jQ6sq0SrITa5MblOQ4q6E/BSzuCF/op7zzQodfrMTs768Z69CAcvkFxaE6yrw2HOnqtkzqHmAiNBDQ6BU6YkXMxRkdZObRH3cuCyH6O1sI5dirDmrz8p4JV1GVowILBEP2/EKDC9Q0MTuGdY/7dUXDwhk74Oajh2q9G/o6HVbnHqVbGf/6O00iR8qnHX+XylSscL9aYXryBxx9/nLe//e0cOnSoESfKZZxSHM2zyUA2U6xTciYbRIIq5eF0GuCodkqwOnf2JR75+J/y1HPPcd/7v18fsakpeT7ks5/+BM9+9cv80a/+Cn/7l39lD2MNeasjSIcvSNk45nEwsU270zIlNh6uQWxCTqB/XCcNAnS7fXrdAbKQrjuRpI006G+iD8ccGmJ2zFUzfRSehRGEVh7WH30ULo+cd/B7WAnnVG0oJVhdvHCBg0cEUzOLFEXhHAIKxaX1HU6Z1AlFUXDu3GssHzrEyZtPI00eSyUVn3vhIt91/60jOq0bh5vO2DIpHde8WHVYgTHur8fUNG2YyNOwZPf/eGP94oWPI68+jdo4h7zyNMmhOxvrNpXKeI1R4yKgFcHFVjFORvUjvGyORrKlasiVm9UEcT2O1JEltH2tQ5LRNOTfFSPWOLwjQ3cUuY1KfD7uKXZqTjQN4XOzhsFFk0boheMOtywVzjwNSvPR4ubxxYaxPbovCC4sCR0zjqYE5XCyin4V6Cevp0QbR6b7Nyb7ui6SILBlrHfG44CwvNrxsqZ3S1gkPKwqeFRZ02pT4QZLvX0e+ycamqmMNR7PpDxXEZ+gGFMCfb3mR0LZGaaOeSNKEw+zfdtxXY9sKMsoUXpueQ3CXkruF9ptToRjjewW26LXNzxfjqPzE0O52P8bQFfYcaoYJmVns1Jjri26nhyfZurC8YZgBC5XWV0ZfSLudaOJ3TXcSzvOhwFZK2Nmdprd3a72myi7qmW7aVyD1cpvtHydBMXVBGvr08lQO8dMCOFvVhOGZVnpNRLWgnZnBpH2aLUTRJIwkAXDoc6lmqapBrtSrKxrlXhne8jOzpBCSUhyFve12d3eQV9elfib2tXAJO2UUEiurnVZXeuTZgmFTEiSDIS9hcznXE0SgejC1mbB4nwBFOzsbLPVs8QicLsZQjjStJEpbm2jNS5H5ggnhxyIVVCvZuVCh+WonKrpiRORI9W9Yz6Pcq5C9UKr0LnKLbfp+qXI1UnyrDqTs4Hw646GeH5rVFpR3ZEpM3LtWKXKRAOjVwjJ9Ow8Z+5/D502tDPIEljfLliY0WubtVIEkv6gR0soSDsUUuf/aGWCfr9PpzNFO9WE0e1DdzBka1dx9kpOsfsq/f4ug1war6wCkXD3nWd47oWX+cpTz5kjwsDOBZi9AZXM1QMnwAn9v7/IpFbcqSpcnLlQ3iWs7zF4UZrdUN2nkgU37IP0zClW11dZpkOadriwuclzl1e49013sqOGvOXmE0hZMDc/Q15IHv3ikxxYWqbdbtHpTHP7rcu8+fbjnLt4hYHqsNttc/ebzngFRVBzIRNeKw7G74V6GQwi0mGvS+gnoYGgPJ+va6sGVhfOv4ycW+H03UdIZhTzmeJCT9BqtR3PBJCyYHXtHHcv3sOhBYlowd1HYH8mKDbr19gqZXudVp1TVQgd4Rzl9BaAajYgq0qex9GxYuU/JawCJ1cYZeUvpTBREgpz+6d+FsYvWN7j3vCb0N7XV3JYEyia5chG5bfhglE2LGQNrJQ0nzUiOIi3s4T3vO0WiuJm/uPjh9jYXmF9fZ21tTUOHjw4WdSqFrr+q7sAUAVWqc99Ny4qOozMcelKCOBFFV8cXgaXzyilnAHX2GMNrNrTs3QHBetXzvLil77Ine98X02PetNr/sBxEI/Rv/ASly6uc+To4nhwBZsuepzxcxUL+2B+DWykFPVRpj0VwDx23huYOmNjDCW+DhoEmJpqUyhJfzDEB2sKmqSKwhjibt71dYVQlPMely+6s	18/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.อุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118100556284	""
578	นักกีฬาแฮนด์บอลชายหาดหญิง ทีมชาติไทย รายงานตัวฝึกซ้อมที่อุบลราชธานีวันแรก พร้อมสู้ศึกซีเกมส์ ที่เวียดนาม	<p><strong>นายศุภกิจ&nbsp;จันทร์ตรี&nbsp;ผู้อำนวยการโรงเรียนกีฬาจังหวัดอุบลราชธานี</strong>&nbsp;ในฐานะผู้จัดการทีมแฮนด์บอลชายหาดทีมชาติไทย&nbsp;ทีมหญิง&nbsp;ให้การต้อนรับนักกีฬาแฮนด์บอลชายหาดหญิงทีมชาติไทย&nbsp;เพื่อทำการเก็บตัวและฝึกซ้อมที่โรงเรียนกีฬาจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;โดยเข้ารับการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ซึ่งทุกคนมีผลเป็นลบ&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการเก็บตัวฝึกซ้อมของนักกีฬา</strong>ชุดนี้อยู่ภายใต้การควบคุมมาตราการควบคุมโรคติดต่อของจังหวัด&nbsp;โดย&nbsp;ดร.สมบัติ&nbsp;คุรุพันธ์&nbsp;นายกสมาคมแฮนด์บอลแห่งประเทศไทย&nbsp;กำชับให้ทุกคนปฏิบัติตามกฏและมาตราการป้องกันโรคติดต่ออย่างเคร่งครัด&nbsp;ซึ่งจะทำการคัดเลือกนักกีฬาที่ดีที่สุดจาก&nbsp;21&nbsp;คน&nbsp;ให้เหลือ&nbsp;10&nbsp;คน&nbsp;เพื่อเข้าร่วมแข่งขันกีฬาซีเกมส์&nbsp;ครั้งที่&nbsp;31&nbsp;ที่เวียดนาม&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;12&nbsp;-&nbsp;23&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่จะถึงนี้&nbsp;+</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	18/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สวท.อุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118101055289
579	โรงพยาบาลลำปาง ปล่อยขบวนรถส่ง ยาด่วนคนเมือง อำนวยความสะดวกแก่ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่รักษาที่บ้าน	<p><strong>บริเวณลานพระราชานุสาวรีย์&nbsp;</strong>สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร&nbsp;อดุลยเดชวิกรม&nbsp;พระบรมราชชนก&nbsp;และสมเด็จพระศรีนครินทรบรมราชชนนี&nbsp;โรงพยาบาลลำปาง&nbsp;<strong>นายแพทย์พงษ์ศักดิ์&nbsp;โสภณ&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลลำปาง&nbsp;</strong>มอบหมายให้&nbsp;นายแพทย์นิพนธ์&nbsp;เฉลิมพันธ์ชัย&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการ&nbsp;COVID&nbsp;&amp;&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;เขตอำเภอเมือง&nbsp;เป็นประธานในพิธีปล่อยขบวนรถส่งยาด่วนแก่ผู้ติดเชื้อรักษาที่บ้าน&nbsp;ซึ่งเป็นโครงการยาด่วนคนเมือง&nbsp;ที่โรงพยาบาลลำปาง&nbsp;ร่วมกับสมาคมสว่างนครลำปาง</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;โครงการ&nbsp;ยาด่วนคนเมือง&nbsp;</strong>ยังช่วยแก้ปัญหาและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน&nbsp;หากพบว่าผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นบวก&nbsp;โดยศูนย์ปฏิบัติการ&nbsp;COVID&nbsp;&amp;&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;เขตอำเภอเมือง&nbsp;จะจ่ายยาที่จำเป็นพื้นฐานพร้อมยาฟาวิพิราเวียร์ให้ทันที&nbsp;ณ&nbsp;จุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;พร้อมมีพยาบาลสอนวิธีการดูแลตัวเองที่บ้าน&nbsp;(Home&nbsp;Isolation&nbsp;;HI)&nbsp;ส่วนวิธีการลงทะเบียน&nbsp;ทางเจ้าหน้าที่จะเป็นผู้ทำการลงทะเบียนให้กับผู้ที่ผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นบวก&nbsp;ซึ่งจะสามารถช่วยลดปัญหาการโทรเข้าศูนย์ฯ&nbsp;ไม่ติด&nbsp;การรอสายนาน&nbsp;การรอยานาน&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;เป็นต้น&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ขอให้ประชาชนเข้ารับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;เพราะวัคซีนจะสามารถลดอาการรุนแรงของโรคและมีความปลอดภัยได้</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการ&nbsp;COVID&nbsp;&amp;&nbsp;Home&nbsp;Isolation</strong>&nbsp;เขตอำเภอเมืองลำปางให้บริการประชาชนทุกวัน&nbsp;ระหว่างเวลา&nbsp;08.30&nbsp;-&nbsp;20.00&nbsp;น.&nbsp;โดยประชาชนสามารถปรึกษากรณีตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ได้ผลบวก&nbsp;กรณีมีปัญหาระหว่างกักตัวที่บ้าน&nbsp;และสอบถามปัญหาทั่วไปเกี่ยวกับโควิด-19&nbsp;ได้ทางโทร&nbsp;0&nbsp;5401&nbsp;9998</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	18/1/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118101712295
580	บุคลากรด้านสาธารณสุขเทศบาลตำบลห้วยยอด จ.ตรัง ลงพื้นที่ตรวจ ATK เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรห้วยยอด สร้างความมั่นใจแก่ผู้มารับบริการ	<p><strong>วันนี้&nbsp;(18&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่ห้องประชุมสถานีตำรวจภูธรห้วยยอด&nbsp;</strong>บุคลากรด้านสาธารณสุขกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เทศบาลตำบลห้วยยอด&nbsp;พร้อมด้วยบุคลากรด้านสาธารณสุข&nbsp;โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลห้วยยอด&nbsp;และสาธารณสุขอำเภอห้วยยอด&nbsp;ลงพื้นที่ดำเนินการตรวจคัดกรองโควิด&nbsp;-19&nbsp;ด้วยชุดตรวจATK&nbsp;(Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit)&nbsp;แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ&nbsp;สถานีตำรวจภูธรห้วยยอด&nbsp;ค้นหาเชื้อไวรัสโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;เพื่อแสดงความห่วงใยแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน&nbsp;ตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ&nbsp;ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง&nbsp;และผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรห้วยยอด&nbsp;ภายหลังจากได้ปฏิบัติงานในหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนในช่วง&nbsp;7&nbsp;วันอันตรายในเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา</p><p><strong>โดยการตรวจเจ้าหน้าที่ตำรวจในครั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นใจ&nbsp;</strong>และความสบายใจของครอบครัวเจ้าหน้าที่ตำรวจ&nbsp;ตลอดจนประชาชนที่เดินทางมาติดต่อราชการที่สถานีตำรวจภูธรห้วยยอดได้มีความมั่นใจและปลอดภัยจากเชื้อไวรัสโควิด&nbsp;-19</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	18/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118120401381
581	จ.อุบลฯ สร้างความปลอดภัยภายในองค์กร รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนที่จะมารับบริการ ผลการตรวจเบื้องต้น ATK ทุกคนมีผลเป็น negative ทุกรายของแต่ละส่วนราชการในพื้นที่อำเภอศรีเมืองใหม่	<p><strong>วันที่&nbsp;17&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;08.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>ภายใต้การอำนวยการของนายสรชาย&nbsp;ครองยุทธ&nbsp;นายอำเภอศรีเมืองใหม่&nbsp;สั่งการให้กลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอ&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง&nbsp;จัดเจ้าหน้าที่สุ่มตรวจคัดกรองโควิด-19&nbsp;Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit&nbsp;&nbsp;(ATK)&nbsp;ให้กับข้าราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;พนักงาน&nbsp;ลูกจ้าง&nbsp;สมาชิก&nbsp;อส.&nbsp;และบุคลากร&nbsp;อปท.&nbsp;ซึ่งคิดเป็นจำนวนร้อยละ&nbsp;10&nbsp;ของแต่ละส่วนราชการในพื้นที่อำเภอศรีเมืองใหม่&nbsp;เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่&nbsp;และสร้างความปลอดภัยภายในองค์กร&nbsp;รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนที่จะมารับบริการ&nbsp;ผลการตรวจเบื้องต้น&nbsp;ATK&nbsp;ทุกคนมีผลเป็น&nbsp;negative&nbsp;ทุกราย&nbsp;และจะมีการดำเนินการสุ่มตรวจเป็นระยะๆ&nbsp;อย่างต่อเนื่อง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	18/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118113900369
582	จ.ลำปางพบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ 65 ราย เสียชีวิต 1 ราย	<p><strong>สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง&nbsp;รายงานสถานการณ์โควิด-19&nbsp;</strong>ประจำวันที่&nbsp;18&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;พบผู้ป่วยรายใหม่&nbsp;65&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ติดเชื้อยืนยันตรวจด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;25&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ติดเชื้อเข้าข่ายตรวจด้วยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;40&nbsp;ราย&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ถึงปัจจุบันพบผู้ป่วยสะสม&nbsp;1,675&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ระหว่างรักษา&nbsp;1,273&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายกลับบ้านสะสม&nbsp;401&nbsp;ราย&nbsp;และเสียชีวิตสะสม&nbsp;1&nbsp;ราย</p><p><strong>สำหรับข้อมูลการฉีดวัคซีนโควิด-19</strong>&nbsp;ณ&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.ของวันเดียวกัน&nbsp;จังหวัดลำปางวัคซีนไปแล้ว&nbsp;1,024,973&nbsp;เข็ม&nbsp;จำแนกเป็นเข็มที่&nbsp;1&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;472,959&nbsp;คน&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;442,685&nbsp;คน&nbsp;&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;105,881&nbsp;คน&nbsp;และเข็มที่&nbsp;4&nbsp;จำนวน&nbsp;3,518&nbsp;คน</p><p><strong>จังหวัดลำปางขอความร่วมมือประชาชนเคร่งครัดตามมาตรการป้องกันโรค&nbsp;DMHTTA&nbsp;</strong>ทั้งนี้&nbsp;หากมีข้อสงสัย&nbsp;สอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนโควิด-19&nbsp;ลำปาง&nbsp;โทร.&nbsp;093&nbsp;140&nbsp;8023&nbsp;ในวันเวลาราชการ&nbsp;และวันเสาร์-อาทิตย์&nbsp;เวลา&nbsp;08.30-16.30&nbsp;น.&nbsp;หรือสอบถามที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	18/1/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118114738373
583	จ.อุบลฯ ดำเนินการตามมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังโรคระบาด COVID-19 ในพื้นที่ อำเภอม่วงสามสิบ	<p><strong>วันที่&nbsp;17&nbsp;ม.ค.&nbsp;2565&nbsp;ตามนโยบายของ</strong>&nbsp;นายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ผวจ.อบ.&nbsp;ภายใต้การอำนวยการของ&nbsp;นายชินวัต&nbsp;ทองปรีชา&nbsp;นายอำเภอม่วงสามสิบ&nbsp;สั่งการให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ดำเนินการ&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;1.&nbsp;คัดกรองเชิงรุก&nbsp;ด้วยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;พร้อม&nbsp;ติดตามกลุ่มเสี่ยงสูงควบคุม&nbsp;เคร่งครัด&nbsp;การเข้า-ออก&nbsp;ในหมูบ้าน</p><p>&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;เปิดโรงพยาบาลสนาม&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์การคณะสงฆ์ภาค&nbsp;10&nbsp;เพื่อรองรับผู้ป่วย&nbsp;จำนวน&nbsp;150&nbsp;เตียง&nbsp;ปัจจุบันมีผู้ป่วยครองเตียง&nbsp;จำนวน&nbsp;57&nbsp;ราย</p><p>&nbsp;&nbsp;3.&nbsp;บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;โดยกลุ่มเป้าหมายจากประชากรอยู่จริง&nbsp;จำนวน&nbsp;49,185&nbsp;ราย</p><p>4.ประชาสัมพันธ์แนวทางการปฏิบัติตามมาตราการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19&nbsp;ผ่านหอกระจายข่าวหมู่บ้าน&nbsp;ให้ประชาชนในพื้นที่รับทราบและถือปฏิบัติ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน</strong>และเฝ้าระวังโรคระบาด&nbsp;COVID-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	18/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118120513383
584	"สถิติจังหวัดสุรินทร์ ย้ำ ตรวจ ATK ""คุณมาดี"" ก่อนลงพื้นที่เก็บข้อมูลทุกครั้ง ขอชาวสุรินทร์มั่นใจและขอความร่วมมือให้ข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่"	"<p><strong>นางวิลาวรรณ์&nbsp;แสนจันทร์&nbsp;สถิติจังหวัดสุรินทร์</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;การผลิตข้อมูลสถิติเป็นหนึ่งในภารกิจหลัก&nbsp;ของสำนักงานสถิติจังหวัดสุรินทร์&nbsp;โดยข้อมูลส่วนหนึ่งมาจากการลงพื้นที่ต่างๆ&nbsp;ที่กระจายอยู่ในทุกอำเภอของจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ซึ่งในทุกเดือน&nbsp;จะมีเจ้าหน้าที่ของสำนักงานสถิติจังหวัด&nbsp;หรือที่เรียกว่า&nbsp;""คุณมาดี""&nbsp;ลงไปสอบถามข้อมูลโครงการต่างๆ&nbsp;ตามแผนปฏิบัติงานของสำนักงานสถิติแห่งชาติ&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ให้ข้อมูล&nbsp;</p><p><strong>โดยเฉพาะในช่วงที่โรคโควิด-19</strong>&nbsp;กำลังแพร่ระบาด&nbsp;สำนักงานสถิติจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ตระหนักถึงความปลอดภัยของทุกฝ่าย&nbsp;ก่อนลงพื้นที่ต้องให้&nbsp;""คุณมาดี""&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทุกครั้ง&nbsp;โดยความร่วมมือจาก&nbsp;รพ.สต.&nbsp;นอกเมือง&nbsp;และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;ของกระทรวง&nbsp;สาธารณสุขอย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	18/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118120637385
585	สาธารณสุขขอนแก่น ประชุมการจัดระบบการดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ในรูปแบบการแยกกักตัวที่บ้าน (Home Isolation) และการรับไว้ รักษาสถานที่รัฐจัดให้ในชุมชน (Community Isolation) ผ่านแพลตฟอร์ม A-MED	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายแพทย์ภาคี&nbsp;ทรัพย์พิพัฒน์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมการจัดระบบการดูแลผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;ในรูปแบบการแยกกักตัวที่บ้าน&nbsp;(Home&nbsp;Isolation)&nbsp;และการรับไว้&nbsp;รักษาสถานที่รัฐจัดให้ในชุมชน&nbsp;(Community&nbsp;Isolation)&nbsp;โดยมีนายแพทย์วิโรจน์&nbsp;เลิศพงษ์พิพัฒน์&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชกระนวน&nbsp;เข้าร่วมรับฟังด้วย&nbsp;ทั้งนี้จังหวัดขอนแก่นได้มีการจัดระบบบริการดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;ในรูปแบบการแยกกักตัวที่บ้าน&nbsp;(Home&nbsp;Isolation)&nbsp;และการรับไว้รักษาสถานที่รัฐจัดให้ในชุมซน&nbsp;(Community&nbsp;Isolation)&nbsp;กรณีที่ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลบวก&nbsp;ในกลุ่มไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อย&nbsp;โดยมีการใช้ระบบการบริหารจัดการข้อมูลด้วย&nbsp;ระบบโปรแกรม&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;และ&nbsp;Community&nbsp;Isolation&nbsp;เพื่อให้ระบบการดูแสรักษาผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;มีประสิทธิภาพ&nbsp;และสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลตามระเบียบ&nbsp;สปสช.&nbsp;ได้ครบถ้วน&nbsp;สำนักงานสาธารณสุข</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>จังหวัดขอนแก่น&nbsp;อาศัยความร่วมมือทุก&nbsp;CUP</strong>&nbsp;จัดตั้งศูนย์&nbsp;Community&nbsp;Solation&nbsp;และพิจารณาใช้โปรแกรมในการดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;รูปแบบ&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;และ&nbsp;Community&nbsp;Isolation&nbsp;ในชุมชน&nbsp;โดยขอให้ลงทะเบียนสมัครใช้โปรแกรม&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;by&nbsp;A-MED&nbsp;ศูนย์&nbsp;Community&nbsp;Solation&nbsp;ระดับตำบลทุกพื้นที่&nbsp;พร้อมเปิดให้บริการดูแลรักษาในกรณีที่ผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;ไม่สามารถทำ&nbsp;HI&nbsp;ได้&nbsp;เพื่อรองรับสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;ผู้รับผิดชอบ&nbsp;หรือ&nbsp;Project&nbsp;Manager&nbsp;และตัวแทนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล&nbsp;ผู้เกี่ยวข้องทุกแห่ง&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;แพลตฟอร์ม&nbsp;AMED&nbsp;Telehealth&nbsp;เป็น&nbsp;ปฏิบัติการระบบหลังบ้าน&nbsp;สำคัญของ&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;ซึ่งออกแบบโดยนักวิจัยศูนย์วิจัยเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกและเครื่องมือแพทย์&nbsp;(A-MED)&nbsp;สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ&nbsp;(สวทช.)&nbsp;กระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;หรือ&nbsp;อว.&nbsp;ด้วยการนำเทคโนโลยีระบบตรวจสุขภาพทางไกล&nbsp;(AMED&nbsp;Telehealth)&nbsp;มาประยุกต์ใช้&nbsp;ต่อยอดกับแอปพลิเคชันไลน์ของแต่ละโรงพยาบาล&nbsp;ผ่าน&nbsp;LINE&nbsp;Official&nbsp;Account&nbsp;(Line&nbsp;OA)&nbsp;เพื่อใช้เป็นช่องทางการสื่อสารระหว่างบุคลากรทางการแพทย์&nbsp;ให้สามารถเชื่อมต่อกับคนไข้กลุ่มสีเขียวที่อยู่กับ&nbsp;""เตียงเสมือน""&nbsp;ได้ดูแลตนเองที่บ้านอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;ช่วยเติมเต็มระยะห่างของคนไข้&nbsp;ให้รู้สึกอุ่นใจและใกล้หมอในสถานการณ์แบบนี้มากยิ่งขึ้น</p>"	18/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ขอนแก่น	สวท.ขอนแก่น	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118133137414
586	สาธารณสุขขอนแก่น ประชุมศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์และสาธารณสุขกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จังหวัดขอนแก่น (EOC)	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายแพทย์ภาคี&nbsp;ทรัพย์พิพัฒน์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์และสาธารณสุขกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;(EOC)&nbsp;ผ่านการประชุมทางไกล&nbsp;Web&nbsp;Conference&nbsp;ครั้งที่&nbsp;38/2565&nbsp;จำนวนผู้เข้าร่วมประชุมผ่านออนไลน์&nbsp;คณะผู้บริหาร&nbsp;เข้าร่วมประชุมที่ห้องประชุมหม่อนไหม&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;คน&nbsp;มีประเด็นติดตามและข้อสั่งการที่สำคัญ&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>กระทรวงสาธารณสุขจะทำให้โควิด-19&nbsp;จะเป็นโรคประจำถิ่น&nbsp;(Endemic)</strong>&nbsp;หากจะทำให้เป็นโรคประจำถิ่น&nbsp;ต้องมีเงื่อนไข&nbsp;คือ&nbsp;เชื้อรุนแรงน้อยลง&nbsp;(ปัจจุบันความรุนแรง&nbsp;อัตราป่วยตายโรคโควิด-19&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;จากผู้ติดเชื้อ&nbsp;1,000&nbsp;ราย)&nbsp;คนมีภูมิต้านทานมากขึ้นจากการฉีดวัคซีน&nbsp;การติดเชื้อก่อนหน้า&nbsp;สิ่งแวดล้อมเหมาะสม&nbsp;และมีระบบการบริหารจัดการ&nbsp;การดูแลรักษา&nbsp;และควบคุมชะลอการระบาดได้อย่างดี&nbsp;ที่ประชุมมีข้อสั่งการให้มีการดำเนินงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.สถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ยังพบผู้ติดเชื้อรายวัน&nbsp;รายงานสถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ผ่านระบบ&nbsp;Co-lab&nbsp;ให้เป็นปัจจุบัน&nbsp;เพื่อนำข้อมูลมาใช้ในการประเมินสถานการณ์การติดเชื้อและการควบคุมโรคในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;ทันเวลาและสถานการณ์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.การประเมินความเสี่ยงของบุคลากร&nbsp;ก่อนเข้าปฏิบัติงาน&nbsp;สัปดาห์ละ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;ทุกวันอาทิตย์&nbsp;หากพบเสี่ยงสูงให้ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทุกราย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.ให้ทุกอำเภอรายงานจำนวน&nbsp;ATK+&nbsp;ที่ไม่ส่ง&nbsp;RT-&nbsp;PCR&nbsp;ที่รับไว้รักษาใน&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;(HI)&nbsp;และ&nbsp;Community&nbsp;Isolation&nbsp;(CI)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4.การติดตามการประเมินตนเองของสถานประกอบการ&nbsp;ร้านค้า&nbsp;ผ่าน&nbsp;Thai&nbsp;Stop&nbsp;COVID&nbsp;2&nbsp;Plus&nbsp;รายอำเภอ&nbsp;ส่วนใหญ่ดำเนินการได้ดี&nbsp;แต่ต้องมีการประเมินซ้ำทุก&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;รวมทั้งการดำเนินงาน&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Personnel</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;5.ขอให้ทุกหน่วยฉีด&nbsp;เร่งรัดการฉีดวัคซีนตามข้อสั่งการ&nbsp;EOC&nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;วันที่&nbsp;11&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;โดยใช้สูตรวัคซีนไขว้&nbsp;เข็มที่&nbsp;1&nbsp;Sinovac&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;Astra&nbsp;Zeneca&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;AstraZeneca</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;6.มอบหมาย&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น&nbsp;หัวหน้ากลุ่มงาน&nbsp;ออกติดตามการดำเนินงานในพื้นที่อำเภอที่รับผิดชอบ&nbsp;เพื่อติดตามการฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;2&nbsp;และเข็มที่&nbsp;3&nbsp;การเตรียมความพร้อม&nbsp;HI/CI</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>จากการวางแผนเพิ่มศักยภาพเตียง&nbsp;HI/CI&nbsp;ในการรองรับผู้ติดเชื้อ</strong>&nbsp;ทำให้จังหวัดขอนแก่นมีความพร้อมในการรองรับผู้ติดเชื้อได้ถึง&nbsp;24,300&nbsp;เตียง&nbsp;มีการเตรียมความพร้อมของเวชภัณฑ์&nbsp;ยา&nbsp;ความครอบคลุมการฉีดวัคซีนในนักเรียน&nbsp;รวมทั้งการจะทำให้เป็นโรคประจำถิ่น&nbsp;ควรเสนอคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดขอนแก่น&nbsp;พิจารณาการเปิดเรียน&nbsp;โดยจัดทำแผนเตรียมการ&nbsp;เริ่มในโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา&nbsp;ส่วนการเปิดเรียนในระดับปฐม&nbsp;พิจารณาลำดับถัดไปหลังการฉีดวัคในเด็ก&nbsp;5-11&nbsp;ปี&nbsp;</p>	18/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ขอนแก่น	สวท.ขอนแก่น	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118133457417
587	โควิดยะลา  ติดเชื้อรายใหม่ 11 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต สสจ.ยะลา ย้ำ ชะลอการแพร่เชื้อโอมิครอน ยกการ์ดสูง	<p><strong>สำหรับสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ระลอกใหม่&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;ม.ค&nbsp;65&nbsp;</strong>ซึ่ง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ยังคงมีผู้ติดเชื้ออย่างต่อเนื่องตัวเลขลด&nbsp;และเพิ่มในหลักหน่วยและหลักสิบ&nbsp;&nbsp;โดยวันนี้&nbsp;18&nbsp;ม.ค&nbsp;65&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พบผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;11&nbsp;ราย&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;และ&nbsp;อ.เบตง&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;ส่วน&nbsp;6&nbsp;อำเภอที่เหลือไม่มีรายใหม่เพิ่ม&nbsp;&nbsp;คือ&nbsp;กาบัง&nbsp;ยะหา&nbsp;กรงปินัง&nbsp;ธารโต&nbsp;รามัน&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;บันนังสตา&nbsp;ป่วยสะสม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;269&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;145&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;201&nbsp;ราย&nbsp;ไม่มีผู้เสียชีวิตรายใหม่&nbsp;สะสมรวม&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;ขณะที่&nbsp;ผู้ป่วยที่เข้าข่ายติดเชื้อ&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ไม่พบรายใหม่เพิ่ม&nbsp;&nbsp;สะสมรวม&nbsp;85&nbsp;&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;ส่วนผลการตรวจคัดกรองตามมาตรการสาธารณสุข&nbsp;ตรวจสะสมรวม&nbsp;4,830&nbsp;ราย</p><p><strong>ทางด้านสำนักงานสาธารณสุข&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ได้เตือนภัย&nbsp;โควิด-19</strong>&nbsp;จากระดับ&nbsp;3&nbsp;เป็นระดับ&nbsp;4&nbsp;เพื่อชะลอการแพร่เชื้อโอมิครอน&nbsp;ย้ำ&nbsp;ให้ชาวยะลาร่วมใจต้านภัย&nbsp;ยกการ์ดสูง&nbsp;งดเข้าสถานที่เสี่ยง&nbsp;ทานอาหาร&nbsp;ดื่มสุราร่วมกัน&nbsp;เลี่ยง&nbsp;ไปที่มีคนจำนวนมาก&nbsp;ร่วมกิจกรรมกลุ่ม&nbsp;เดินทางไปต่างประเทศ&nbsp;รวมถึง&nbsp;สวมหน้ากากอนามัย&nbsp;100%&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;&nbsp;และล้างมือบ่อยๆ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	18/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118133143415
588	จ.แม่ฮ่องสอน มีผู้ติดเชื้อโควิด-19รายใหม่เพิ่ม 6 ราย ทำให้ยอดผู้ป่วยสะสมอยู่ที่  3,713 ราย	<p><strong>&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;(ศปก.จ.มส.)&nbsp;</strong>รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน&nbsp;า&nbsp;2019&nbsp;ในการระบาดตั้งแต่ระลอกเดือนเมษายน&nbsp;2564&nbsp;ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;18&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ทั้งสิ้นจำนวน&nbsp;3,713&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเพศชาย&nbsp;1,713&nbsp;ราย&nbsp;และเพศหญิง&nbsp;2,000&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;49&nbsp;ราย&nbsp;(1.32&nbsp;%)&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;3,506&nbsp;ราย&nbsp;(94.42&nbsp;%)&nbsp;ยังอยู่ระหว่างรักษา&nbsp;158&nbsp;ราย&nbsp;(4.26&nbsp;%)&nbsp;มีอาการเล็กน้อย&nbsp;145&nbsp;ราย&nbsp;ปานกลาง&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;และรุนแรง&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;รักษาอยู่ที่โรงพยาบาลศรีสังวาลย์&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลปาย&nbsp;21&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลแม่สะเรียง&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลแม่ลาน้อย&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลสบเมย&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลสนาม&nbsp;17&nbsp;ราย&nbsp;และรักษาในศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;97&nbsp;ราย</p><p><strong>สำหรับวันนี้&nbsp;มีผู้ได้รับการตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;401&nbsp;ชุด</strong>&nbsp;พบเชื้อ&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ป่วยในจังหวัดทั้งหมด&nbsp;โดยมีรายละเอียด&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายที่&nbsp;264&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;29&nbsp;ปี&nbsp;เพศหญิง&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;อาชีพธุรกิจส่วนตัวมีอาการไข้&nbsp;และเจ็บคอ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสนาม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายที่&nbsp;265&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;21&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ต.เวียงใต้&nbsp;อ.ปาย&nbsp;เป็นแม่บ้าน&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงเดินทางไปพื้นที่ที่มีการระบาด&nbsp;และทำกิจกรรมพบปะสังสรรค์ร่วมกันกับผู้ป่วยยืนยันอำเภอเวียงแหง&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;มีอาการเจ็บคอมีน้ำมูก&nbsp;และมีเสมหะ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลปาย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายที่&nbsp;266&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;18&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ต.เวียงเหนือ&nbsp;อ.ปาย&nbsp;เป็นนักศึกษาสถาบันแห่งหนึ่งพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงเดินทางมาจากพื้นที่ที่มีการระบาด&nbsp;และสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยันจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;มีน้ำมูก&nbsp;และปวดศีรษะ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลปาย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายที่&nbsp;267&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;80&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ต.แม่ยวม&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;เป็นผู้สูงอายุ&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;และอยู่ในพื้นที่ที่มีการระบาด&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยงคลัสเตอร์&nbsp;&nbsp;ห้วยโผ&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;ไอ&nbsp;และมีน้ำมูกตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;อ.แม่สะเรียง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายที่&nbsp;268&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;27&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;13&nbsp;ต.บ้านกาศ&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;อาชีพค้าขาย&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงพบปะคนจำนวนมาก&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;ไอ&nbsp;มีน้ำมูก&nbsp;และจมูกไม่ได้กลิ่น&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-&nbsp;PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;อ.แม่สะเรียง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายที่&nbsp;269&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;47&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ต.แม่คะตวน&nbsp;อ.สบเมย&nbsp;เป็นแม่บ้าน&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงอยู่ในพื้นที่ที่มีการระบาด&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยง&nbsp;คลัสเตอร์ผาผ่า&nbsp;อาการมีน้ำมูก&nbsp;ตรวจ&nbsp;&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสบเมย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	18/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118134141421
589	จ.แม่ฮ่องสอน พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่ม 6 ราย ส่วนใหญ่มีประวัติเดินทางไปในพื้นที่ที่มีการระบาด	<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในการระบาดตั้งแต่ระลอกเดือนเมษายน&nbsp;2564&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;18&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ว่ามีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ทั้งสิ้นจำนวน&nbsp;3,713&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเพศชาย&nbsp;1,713&nbsp;ราย&nbsp;และเพศหญิง&nbsp;2,000&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;49&nbsp;ราย&nbsp;(1.32&nbsp;%)&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;3,506&nbsp;ราย&nbsp;(94.42&nbsp;%)&nbsp;ยังอยู่ระหว่างรักษา&nbsp;158&nbsp;ราย&nbsp;(4.26&nbsp;%)&nbsp;มีอาการเล็กน้อย&nbsp;145&nbsp;ราย&nbsp;ปานกลาง&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;และรุนแรง&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;รักษาอยู่ที่โรงพยาบาลศรีสังวาล&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลปาย&nbsp;21&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลแม่สะเรียง&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลแม่ลาน้อย&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลสบเมย&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลสนาม&nbsp;17&nbsp;ราย&nbsp;และรักษาในศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;97&nbsp;ราย&nbsp;สำหรับวันนี้&nbsp;มีผู้ได้รับการตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;401&nbsp;ชุด&nbsp;พบเชื้อ&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ป่วยในจังหวัด&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;โดยมีรายละเอียด&nbsp;ดังนี้</p><p><strong>รายที่&nbsp;264&nbsp;เพศหญิง&nbsp;</strong>อายุ&nbsp;29&nbsp;ปี&nbsp;เพศหญิง&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;อาชีพธุรกิจส่วนตัว&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;และเจ็บคอ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสนาม</p><p><strong>รายที่&nbsp;265&nbsp;เพศหญิง</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;21&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ต.เวียงใต้&nbsp;อ.ปาย&nbsp;เป็นแม่บ้าน&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงเดินทางไปพื้นที่ที่มีการระบาด&nbsp;และทำกิจกรรมพบปะสังสรรค์ร่วมกันกับผู้ป่วยยืนยันอำเภอเวียงแหง&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;มีอาการเจ็บคอ&nbsp;มีน้ำมูก&nbsp;และมีเสมหะ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลปาย</p><p><strong>รายที่&nbsp;266&nbsp;เพศชาย</strong>&nbsp;อายุ18&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ต.เวียงเหนือ&nbsp;อ.ปาย&nbsp;เป็นนักศึกษาสถาบันแห่งหนึ่งพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงเดินทางมาจากพื้นที่ที่มีการระบาด&nbsp;และสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยันจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;มีอาการ&nbsp;ไอ&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;มีน้ำมูก&nbsp;และปวดศีรษะ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาล&nbsp;ปาย</p><p><strong>รายที่&nbsp;267&nbsp;เพศหญิง</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;80&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ต.แม่ยวม&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;เป็นผู้สูงอายุ&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัส&nbsp;ใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;และอยู่ในพื้นที่ที่มีการระบาด&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยง&nbsp;Cluster&nbsp;ห้วยโผ&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;ไอ&nbsp;และมีน้ำมูก&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;อ.แม่สะเรียง</p><p><strong>รายที่&nbsp;268&nbsp;เพศหญิง</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;27&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;13&nbsp;ต.บ้านกาศ&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;อาชีพค้าขาย&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงพบปะ&nbsp;คนจำนวนมาก&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;ไอ&nbsp;มีน้ำมูก&nbsp;และจมูกไม่ได้กลิ่น&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-&nbsp;PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;อ.แม่สะเรียง</p><p><strong>รายที่&nbsp;269&nbsp;เพศหญิง</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;47&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ต.แม่คะตวน&nbsp;อ.สบเมย&nbsp;เป็นแม่บ้าน&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงอยู่ในพื้นที่&nbsp;ที่มีการระบาด&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยง&nbsp;Cluster&nbsp;ผาผ่า&nbsp;อาการมีน้ำมูก&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสบเมย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	18/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118142247452
590	"29 ม.ค.นี้ นักเรียนที่เข้าสอบชิงทุนมูลนิธิ Dr.Robert Dyckerhoff Foundation ณ รร.แม่สะเรียง ""บริพัตรศึกษา ""ให้ตรวจ ATK ก่อนเข้าสอบทุกราย"	<p><strong>ตามที่&nbsp;มูลนิธิ&nbsp;Dr.Robert&nbsp;Dyckerhoff&nbsp;Foundation&nbsp;</strong>เปิดรับสมัครนักเรียนทุนของมูลนิธิ&nbsp;ประจำปีการศึกษา&nbsp;2565&nbsp;เพื่อสนับสนุนนักเรียนที่เรียนดี&nbsp;ความประพฤติดีแต่ยากจน&nbsp;ซึ่งจะหมดเขตการรับสมัครในวันที่&nbsp;28&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;และมีกำหนดการสอบคัดเลือกเพื่อรับทุนการศึกษาจากมูลนิธิในวันที่&nbsp;29&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00-&nbsp;16.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;โรงเรียนแม่สะเรียงบริพัตรศึกษา&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</p><p><strong>การสอบครั้งนี้&nbsp;ให้นักเรียนดำเนินการตรวจ&nbsp;Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit&nbsp;(ATK)&nbsp;ก่อนการสอบคัดเลือก&nbsp;</strong>ดังนี้&nbsp;1.ถ่ายคลิปวีดีโอขณะตรวจ&nbsp;2.บันทึกภาพผลการตรวจ&nbsp;3.ส่งคลิปวีดีโอการตรวจ&nbsp;และภาพผลการตรวจ&nbsp;พร้อมระบุชื่อ-นามสกุลและโรงเรียน&nbsp;ไปยัง&nbsp;เพจ&nbsp;Robert&nbsp;Dyckerhoff&nbsp;Foundation-RDF&nbsp;https://www.facebook.com/RdfFoundation&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;09.00-17.00&nbsp;น.&nbsp;ของวันที่&nbsp;28&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;หากนักเรียนไม่สามารถทำการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ด้วยตนเอง&nbsp;สามารถมาตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเข้าห้องสอบ&nbsp;ในเวลา&nbsp;07.00-08.30&nbsp;น.&nbsp;โดยนักเรียนต้องชำระค่าชุดตรวจด้วยตนเอง&nbsp;(ชุดละ&nbsp;80&nbsp;บาท)&nbsp;ส่วนนักเรียนที่ไม่แสดงผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ถือว่าสละสิทธิ์ในการสอบคัดเลือก&nbsp;สอบถามเพิ่มเติม&nbsp;ครูรำไพ&nbsp;โทร&nbsp;084-4823778&nbsp;ครูศุภกิจ&nbsp;โทร.063-9916960</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	18/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118155742536
591	จ.ฉะเชิงเทราประชุมเตรียมการรับเสด็จ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  ทรงเสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ พระธรรมมังคลาจารย์ (ประยงค์  ปิยวณฺโณ)	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>วันนี้&nbsp;(&nbsp;18&nbsp;ม.ค.65&nbsp;)&nbsp;เวลา&nbsp;14.00&nbsp;น.&nbsp;ที่ห้องประชุมศาลาการเปรียญ&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;วัดโสธรวราราม&nbsp;วรวิหาร</strong>&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;พระเทพรัตนมุนี&nbsp;ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร&nbsp;เป็นประธานสงฆ์&nbsp;และ&nbsp;นายไมตรี&nbsp;ไตรติลานันท์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;เป็นประธานฝ่ายฆราวาส&nbsp;ประชุมเตรียมความพร้อมในการเตรียมการรับเสด็จ&nbsp;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;ทรงเสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ&nbsp;พระธรรมมังคลาจารย์&nbsp;(ประยงค์&nbsp;ปิยวณฺโณ)&nbsp;อายุ&nbsp;96&nbsp;พรรษา&nbsp;54&nbsp;วิทยาฐานะ&nbsp;น.ธ.เอก&nbsp;อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค&nbsp;12&nbsp;และอดีตเจ้าอาวาสวัดโสธรวราราม&nbsp;วรวิหาร&nbsp;ณ&nbsp;เมรุชั่วคราววัดโสธรวราราม&nbsp;วรวิหาร&nbsp;ตำบลหน้าเมือง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;ในวันศุกร์ที่&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;15.00&nbsp;น.&nbsp;โดยมีพระราชภาวนาพิธาน&nbsp;เจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;และผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร&nbsp;คณะสงฆ์&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;สาธารณสุข&nbsp;และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมฯ&nbsp;เพื่อรับมอบหมายหน้าที่ความรับผิดชอบที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการ&nbsp;ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ซึ่งในที่ประชุมได้หารือเตรียมความพร้อมทั้งในด้านสถานที่บริเวณพิธี</strong>&nbsp;แผนการดำเนินงานก่อสร้างเมรุ&nbsp;การจัดเตรียมกำลังพลทหารช่วยสนับสนุนการปฏิบัติงานของวัดโสธรวราราม&nbsp;วรวิหาร&nbsp;&nbsp;การจัดเตรียมด้านพิธีการ&nbsp;&nbsp;การถวายความปลอดภัย&nbsp;จัดระเบียบการจราจร&nbsp;และสถานที่จอดรถ&nbsp;การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ส่วนราชการ&nbsp;หน่วยงานเอกชน&nbsp;และประชาชนทั่วไปร่วมรับเสด็จฯ&nbsp;มาตรการจุดตรวจคัดกรองเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อโควิด-19&nbsp;&nbsp;การจัดทำแผนเชิญเหตุทางการแพทย์&nbsp;&nbsp;การตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;หรือ&nbsp;RTPCR&nbsp;ให้แก่พระสงฆ์ผู้เข้าร่วมพิธี&nbsp;&nbsp;การจัดเตรียมดอกไม้จันทน์&nbsp;สำหรับประชาชนที่มาร่วมงานและอื่นๆ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	18/1/2022	ภาคตะวันออก	ฉะเชิงเทรา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดฉะเชิงเทรา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118164225572
592	จังหวัดชุมพร ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อ ติดตามสถานการณ์ระบาดโควิด -19	<p><strong>วันนี้&nbsp;(18&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;นายโชตินรินทร์&nbsp;เกิดสม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดชุมพร&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า&nbsp;2019&nbsp;ทั้งระดับประเทศและในพื้นที่ของจังหวัดชุมพร&nbsp;พร้อมร่วมพิจารณามาตรการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;ให้ทันต่อสถานการณ์ในพื้นที่&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;คณะกรรมการฯ&nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมเกาะมัตรา&nbsp;ศาลากลางจังหวัดชุมพร</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19</strong>&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดชุมพร&nbsp;โดยข้อมูลวันที่&nbsp;17&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;จังหวัดชุมพร&nbsp;มีผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;จำนวน&nbsp;54&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งการระบาดระลอกเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;มีจำนวน&nbsp;730&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ระหว่างการรักษา&nbsp;414&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายกลับบ้าน&nbsp;110&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอเมืองชุมพร&nbsp;ยังคงเป็นพื้นที่สีเหลืองคือยังคงต้องเฝ้าระวัง&nbsp;ขณะที่การฉีดวัคซีนให้แก่พี่น้องประชาชนทั่วไป&nbsp;เจ้าหน้าที่ด้านหน้า&nbsp;บุคลากรทางการแพทย์&nbsp;ตลอดจนกลุ่มผู้อายุ&nbsp;60&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;โรคเรื้อรัง&nbsp;7&nbsp;กลุ่มโรค&nbsp;และหญิงตั้งครรภ์&nbsp;ได้รับวัคซีนแล้วรวม&nbsp;785,247&nbsp;โดส</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ทุกคนยังคงต้องดำเนินการตามแนวทางของจังหวัด&nbsp;และในด้านการป้องกันรณรงค์</strong>ให้ทุกคนทำตามมาตรการป้องกันตนเอง&nbsp;โดยเน้นที่มาตรการความปลอดภัยในองค์กรของตนเอง&nbsp;ครอบครัวบ้านเรือนของตนเอง&nbsp;ยึดหลัก&nbsp;Covid&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;และ&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;หรือสุขบัญญัติ&nbsp;10&nbsp;ประการ&nbsp;ชุมพรต้านโควิด&nbsp;-19&nbsp;พร้อมกับขอความร่วมมือไปยังพี่น้องประชาชนให้&nbsp;ลดกิจกรรมพบปะให้น้อยครั้งที่สุด&nbsp;และใช้ระยะเวลาพบปะให้สั้นลง&nbsp;เนื่องจากเชื้อโควิด-19&nbsp;แพร่เชื้อจากคนสู่คน&nbsp;หากลดกิจกรรมพบปะได้จะเป็นการช่วยลดการแพร่ระบาดได้&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;จังหวัดชุมพรได้เร่งรัด&nbsp;ในการบริหารจัดการวัคซีนให้เข้าถึงประชาชนมากที่สุด</strong>&nbsp;พร้อมกับเพิ่มจำนวน&nbsp;ผู้ที่ฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;3&nbsp;โดยเริ่มจาก&nbsp;บุคลากรทางการแพทย์&nbsp;&nbsp;บุคลากรทางการศึกษา&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;ผู้ประกอบการส่งออก&nbsp;รวมถึงประชาชนที่มีความต้องการวัคซีนเข็มที่&nbsp;3&nbsp;สำหรับการควบคุมโรค&nbsp;ยังคงยึดแนวทาง&nbsp;ร่วมมือร่วมใจ&nbsp;ค้นให้พบ&nbsp;จบให้เร็ว&nbsp;ให้&nbsp;ศปก.หมู่บ้าน/ชุมชน&nbsp;ค้นหาในพื้นที่ของตนเอง&nbsp;บุคคลที่มีความเสี่ยง&nbsp;หรือเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงให้ดำเนินการตรวจคัดกรองด้วย&nbsp;ATK&nbsp;นอกจากนี้ได้ดำเนินการ&nbsp;สุ่มตรวจATKในพื้นที่เสี่ยง&nbsp;พื้นที่ชุมชนแออัด&nbsp;และพื้นที่รวมตัวกันเป็นจำนวนมาก&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	18/1/2022	ภาคใต้	ชุมพร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชุมพร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118163602567
593	ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมคณะลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ  ติดตามสถานการณ์โควิด-19	<p><strong>นายแพทย์เกียรติภูมิ&nbsp;วงศ์รจิต&nbsp;ปลัดกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;</strong>ลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ติดตามสถานการณ์โควิด-19&nbsp;หลังเขตสุขภาพที่&nbsp;10&nbsp;มีผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;โดยเฉพาะ&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ให้เข้มมาตรการเฝ้าระวัง&nbsp;ป้องกันควบคุมโรคทั้งมาตรการส่วนบุคคล&nbsp;สังคม&nbsp;การตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;และเพิ่มการฉีดวัคซีน&nbsp;</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(18&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมโรงพยาบาลศรีสะเกษ&nbsp;นายแพทย์เกียรติภูมิ&nbsp;วงศ์รจิต</strong>&nbsp;ปลัดกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นพ.ทวีศิลป์&nbsp;วิษณุโยธิน&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ติดตามสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ที่เพิ่มสูงขึ้น&nbsp;และมาตรการควบคุมโรค&nbsp;เพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(Covid-19)&nbsp;รับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(Covid-19)&nbsp;ของจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;พร้อมทั้งเยี่ยมอาคารผู้ป่วย&nbsp;เพื่อพบปะเจ้าหน้าที่และผู้ป่วย&nbsp;เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ&nbsp;</p><p><strong>โดยมี&nbsp;นายนพ&nbsp;พงศ์พลาดิสัย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;นายแพทย์ทนง&nbsp;วีระแสงพงษ์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;พร้อมด้วยนายแพทย์ชลวิทย์&nbsp;หลาวทอง&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศรีสะเกษ&nbsp;คณะผู้บริหารสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;คณะผู้บริหารโรงพยาบาลศรีสะเกษ&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลทั่วไป&nbsp;คณะผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชน&nbsp;คณะสาธารณสุขอำเภอ&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ</p><p><strong>โดยนายแพทย์เกียรติภูมิ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;</strong>มีความห่วงใยเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ในเขตสุขภาพที่&nbsp;10&nbsp;โดยเฉพาะ&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;พบว่าเขต&nbsp;10&nbsp;มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น&nbsp;สาเหตุหลักจากการจัดกิจกรรมรวมกลุ่ม&nbsp;ส่วนใหญ่เป็นการติดเชื้อในบ้านและชุมชน&nbsp;ไม่พบการระบาดเป็นคลัสเตอร์ใหญ่&nbsp;จึงได้เน้นย้ำให้พื้นที่เตรียมมาตรการควบคุมโรคที่ชัดเจน&nbsp;</p><p><strong>ทั้งมาตรการส่วนบุคคล&nbsp;สื่อสารให้ประชาชนป้องกันตนเองขั้นสูงสุด</strong>&nbsp;(Universal&nbsp;Prevention)&nbsp;มาตรการสังคมโดยใช้กลไกของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด&nbsp;ให้ลดการรวมกลุ่ม,&nbsp;ตั้ง&nbsp;COVID-19&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;Area,&nbsp;ประชาชนกลุ่มเสี่ยงต้องเข้าถึงการตรวจด้วยชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เพื่อจะได้ทราบผลเร็ว&nbsp;แยกผู้ป่วยออกจากชุมชนได้เร็ว&nbsp;และให้โรงพยาบาลเตรียมเตียงสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการปานกลางถึงอาการหนัก&nbsp;ทั้ง&nbsp;ICU&nbsp;โควิด,&nbsp;หอผู้ป่วยโควิด,&nbsp;ห้องความดันลบ,&nbsp;จัดหาเครื่องผลิตออกซิเจนเพิ่มขึ้น&nbsp;และให้เตรียมโรงพยาบาลสนามไว้รองรับผู้ป่วยที่ไม่มีอาการ&nbsp;และอาการน้อย&nbsp;เตรียมระบบ&nbsp;HI/CI&nbsp;ไว้รองรับหากมีจำนวนผู้ป่วยที่มากขึ้นเพื่อให้เข้าถึงกระบวนการรักษาได้เร็วขึ้น&nbsp;</p><p><strong>รวมถึงเร่งรัดการฉีดวัคซีนโดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงให้มีความครอบคลุมยิ่งขึ้น</strong>&nbsp;เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันลดป่วยหนัก&nbsp;ลดเสียชีวิต&nbsp;โดยกระทรวงสาธารณสุขได้จัดส่งยา&nbsp;และเวชภัณฑ์ไปยังเขตสุขภาพที่&nbsp;10&nbsp;เพื่อรองรับการป้องกันควบคุมโรค&nbsp;และเตรียมการรักษาในพื้นที่</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	18/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118164658574
594	จังหวัดกาญจนบุรี เตรียมจัดงานเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประจำปี 2565	<p><strong>วันนี้&nbsp;(&nbsp;18&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;)&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;ที่&nbsp;ห้องประชุมหอสมุดแห่งชาติ</strong>รัชมังคลาภิเษกกาญจนบุรี&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;นายรณภพ&nbsp;เวียงสิมมา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;เป็นประธานการประชุมจัดงานเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางสาวกิรดา&nbsp;ลำโครัตน์&nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ปลัดอำเภอ&nbsp;ผู้แทนเทศมนตรีตำบลดอนเจดีย์&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;เข้าร่วมประชุมฯ&nbsp;</p><p><strong>จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;กำหนดจัดงานเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช&nbsp;</strong>ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;18-27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ระยะเวลา&nbsp;10&nbsp;วัน&nbsp;10&nbsp;คืน&nbsp;ที่&nbsp;บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์&nbsp;สมเด็จพระนเรศวรมหาราช&nbsp;ตำบลดอนเจดีย์&nbsp;อำเภอพนมทวน&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;เพื่อให้ประชาชนชาวจังหวัดกาญจนบุรีและนักท่องเที่ยวได้รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช&nbsp;รวมทั้งเป็นการอนุรักษ์และสืบทอดวัฒนธรรมของท้องถิ่นนำทุนทางวัฒนธรรมของจังหวัดกาญจนบุรีมาส่งเสริมการท่องเที่ยวให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย&nbsp;&nbsp;สร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย&nbsp;ภายในงานจะมีการแสดง&nbsp;แสง&nbsp;เสียง&nbsp;ย้อนรอยประวัติศาสตร์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช&nbsp;พระมหากษัตริย์ผู้กอบกู้เอกราชของชาติไทย&nbsp;ใช้เวลาในการแสดง&nbsp;40&nbsp;นาที&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;รอบ&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;18-22&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;รองรับที่นั่งชมการแสดงบริเวณภายในอัฒจันทร์&nbsp;จำนวน&nbsp;1,000&nbsp;ที่นั่ง&nbsp;จะมีการดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้เข้าชมจะต้องนำบัตรประชาชนมาแสดงสำหรับชาวไทย&nbsp;</strong>หรือพาสปอร์ตสำหรับชาวต่างชาติ&nbsp;พร้อมทั้งแสดงหลักฐานได้รับการฉีดวัคซีนไวรัสโควิด-19&nbsp;แล้วอย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;ส่วนผู้ที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนไวรัสโควิด-19&nbsp;รวมถึงเด็กอายุต่ำกว่า&nbsp;12&nbsp;ปี&nbsp;จะต้องแสดงหลักฐานผลการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ด้วย&nbsp;ATK&nbsp;มาแล้วไม่เกิน&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และต้องผ่านจุดคัดกรองเพื่อวัดอุณหภูมิ&nbsp;พร้อมทั้งสวมใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า&nbsp;และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;นอกจากนี้ภายในงาน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;18-27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ยังมีการแสดงนิทรรศการการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์&nbsp;กิจกรรมการแสดงศิลปะวัฒนธรรมพื้นบ้าน&nbsp;การจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม&nbsp;และการแสดงมหรสพสร้างความบันเทิงให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวชมงานโดยเปิดให้เข้าชมฟรีตลอดงาน&nbsp;ซึ่งการจัดงานจะจัดขึ้นภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19ตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ภัสร์ภรณ์&nbsp;เหลืองทอง-/ข่าว-/พิมพ์&nbsp;&nbsp;จิตริน&nbsp;มัชฌันติกะ-/ภาพนิ่ง&nbsp;</p><p>พัชรพล&nbsp;เจริญสุข&nbsp;-/ช่างภาพวีดีโอ/ส่งข่าว&nbsp;</p><p>ทีมข่าวสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;</p><p>จังหวัดกาญจนบุรีเตรียมจัดงานเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	18/1/2022	ภาคตะวันตก	กาญจนบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118165708582
595	คกก.โรคติดต่อ จ.ประจวบฯ อนุญาตจัดวิ่งบึงบัวสามร้อยยอด รัน ซีซั่น 2 หารายได้สร้างอาคารฟอกไต รพ.ผู้สูงอายุวัดตาลเจ็ดยอด	"<p><strong>(18&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ที่ห้องราชภักดิ์&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;</strong>นายพรหมพิริยะ&nbsp;กิจนุสนธิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดฯ&nbsp;ผ่านระบบซูม&nbsp;โดยมีการรายงานข้อมูลสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;ของ&nbsp;จ.ประจวบฯ&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;18&nbsp;ม.ค.65&nbsp;พบผู้ป่วยรายใหม่&nbsp;50&nbsp;คน&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;สำหรับแนวทางการดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด&nbsp;-19&nbsp;รายใหม่จากนี้&nbsp;จะเน้นการประเมินความเสี่ยงของผู้ติดเชื้อ&nbsp;หากพบว่าเป็นผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง&nbsp;ติดเชื้อแล้วไม่มีอาการหรือมีอาการน้อย&nbsp;จะแนะนำให้เข้าสู่ระบบการแยกกักตัวเองที่บ้าน&nbsp;(HI)&nbsp;หรือแยกกักตัวในศูนย์พักคอยในชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;โดยจะมีเจ้าหน้าที่คอยติดตามสอบถามอาการของผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด&nbsp;หากต่อมามีอาการป่วยมากขึ้นจะนำตัวเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล&nbsp;ส่วนผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ที่แพทย์ประเมินแล้วว่ามีความเสี่ยงไม่สามารถเข้าสู่ระบบ&nbsp;HI&nbsp;หรือ&nbsp;CI&nbsp;ได้&nbsp;ก็จะให้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลทันที&nbsp;ส่วนความคืบหน้าการฉีดวัคซีนโควิด&nbsp;19&nbsp;ให้กับประชาชนใน&nbsp;จ.ประจวบฯ&nbsp;ขณะนี้มีผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็ม&nbsp;1&nbsp;แล้ว&nbsp;ร้อยละ&nbsp;71&nbsp;ผู้ที่ได้รับวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;ร้อยละ&nbsp;67.1&nbsp;และผู้ที่ได้รับวัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกันเข็ม&nbsp;3&nbsp;ร้อยละ&nbsp;13&nbsp;</p><p><strong>สำหรับในวาระเรื่องเพื่อพิจารณา&nbsp;ที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดฯ&nbsp;</strong>ได้เห็นชอบให้มีการจัดกิจกรรมโครงการวิ่ง&nbsp;""บึงบัว&nbsp;สามร้อยยอด&nbsp;รัน&nbsp;ซีซั่น&nbsp;2""&nbsp;ในวันอาทิตย์ที่&nbsp;13&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ตามที่มูลนิธิเพื่อผู้ป่วยผู้สูงอายุวัดตาลเจ็ดยอด&nbsp;ร่วมกับคณะกรรมการสภาผู้นำตำบลไร่เก่า&nbsp;โรงพยาบาลสามร้อยยอด&nbsp;โรงเรียนสามร้อยยอดวิทยาคม&nbsp;และภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน&nbsp;เสนอขออนุญาต&nbsp;เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกาย&nbsp;และสมทบทุนหารายได้สร้างอาคารฟอกไต&nbsp;โรงพยาบาลผู้สูงอายุวัดตาลเจ็ดยอด&nbsp;รวมถึงสนับสนุนการจัดการศึกษาให้กับโรงเรียนสามร้อยยอดวิทยาคม&nbsp;อำเภอสามร้อยยอด&nbsp;คาดว่าจะมีผู้ร่วมกิจกรรมประมาณ&nbsp;1,000&nbsp;คน&nbsp;โดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดฯ&nbsp;ได้เน้นย้ำให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมต้องแสดงหลักฐานการได้รับวัคซีนโควิด&nbsp;-19&nbsp;ครบโดส&nbsp;และให้ผู้จัดมีการตรวจคัดกรองผู้เข้าร่วมกิจกรรมด้วยชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;จัดเตรียมสถานที่ให้เป็นไปตามมาตรการความปลอดภัยสำหรับองค์กร&nbsp;หรือ&nbsp;Covid&nbsp;-Free&nbsp;Setting&nbsp;และให้ปฏิบัติตามมาตรการที่ทางราชการกำหนดอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;19&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดฯ&nbsp;ยังเห็นชอบให้ใช้อาคารเรียนของวิทยาลัยเทคนิคประจวบคีรีขันธ์</strong>&nbsp;อ.เมืองประจวบฯ&nbsp;เป็นสนามสอบแข่งขันเพื่อบรรจุ&nbsp;</p><p>และแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา&nbsp;ตำแหน่งครูผู้ช่วย&nbsp;สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา&nbsp;ในวันอาทิตย์ที่&nbsp;30&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00-16.30&nbsp;น.โดยมีผู้สมัครสอบที่มีภูมิลำเนาและพำนักอาศัยอยู่ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;จำนวน&nbsp;274&nbsp;คน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ให้ผู้จัดสอบและผู้เข้าสอบปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>"	18/1/2022	ภาคตะวันตก	ประจวบคีรีขันธ์	สวท.ประจวบคีรีขันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118170044588
596	จังหวัดตรัง  แถลงข่าวสถานการณ์โควิด 19  วันนี้พบผู้ป่วยโควิด 19  รายใหม่ 22 ราย รวมยอดสะสมจากการระบาดระลอก 1 มกราคม 2565 จำนวน 602 ราย	<p><strong>วันนี้&nbsp;(18&nbsp;ม.ค.2565)&nbsp;ที่ศูนย์แถลงข่าว&nbsp;ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาด</strong>ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ห้องลิบง&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตรัง&nbsp;นายแพทย์&nbsp;ตุลกานต์&nbsp;มักคุ้น&nbsp;นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ&nbsp;โรงพยาบาลตรัง&nbsp;ในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;แพทย์หญิงทิพย์ลดา&nbsp;บุญชัย&nbsp;นายแพทย์ชำนาญการ&nbsp;โรงพยาบาลตรัง&nbsp;&nbsp;ในฐานะรองโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;แถลงข่าวสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;&nbsp;ของจังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>สำหรับวันนี้&nbsp;จังหวัดตรังพบผู้ป่วยโควิด&nbsp;19&nbsp;รายใหม่&nbsp;&nbsp;22&nbsp;ราย&nbsp;</strong>เป็นการติดเชื้อในจังหวัดตรัง&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;และติดเชื้อจากกที่อื่นมารับการรักษาที่จังหวัดตรัง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;รวมยอดสะสมจากการระบาดระลอก&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;602&nbsp;ราย&nbsp;จำแนกผู้ป่วยเป็นรายอำเภอ&nbsp;ดังนี้&nbsp;อำเภอกันตัง&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอสิเกา&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอห้วยยอด&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอนาโยง&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอที่ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ในพื้นที่&nbsp;คือ&nbsp;อำเภอวังวิเศษ&nbsp;อำเภอรัษฎา&nbsp;และอำเภอหาดสำราญ&nbsp;มีผู้ป่วยรักษาหายวันนี้&nbsp;35&nbsp;ราย&nbsp;รวมหายสะสม&nbsp;335&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;55.65&nbsp;มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่อวันเฉลี่ยใน&nbsp;7&nbsp;วันเฉพาะในจังหวัดตรัง&nbsp;24.7&nbsp;และรวมที่มารักษาด้วย&nbsp;26.8&nbsp;มียอดเสียชีวิตสะสม&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ในวันนี้ได้ทำการตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;เป็นบวก&nbsp;22&nbsp;ราย&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;96&nbsp;ราย</strong>&nbsp;คิดเป็น&nbsp;22.92%&nbsp;และตรวจโดยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;เป็นบวกวันนี้&nbsp;36&nbsp;ราย&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;323&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;11.15%&nbsp;รวมผู้ติดเชื้อ&nbsp;58&nbsp;ราย&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;419&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;13.84%&nbsp;สำหรับการฉีดวัคซีนโควิด&nbsp;19&nbsp;ของจังหวัดตรังทางระบบหมอพร้อมรายงานการฉีดวัคซีนไปแล้ว&nbsp;489,998&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;77.56%&nbsp;การฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;464,195&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;73.48%&nbsp;และจำนวนผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;105,111&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;16.64%</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	18/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118164041570
597	บ้านน้ำบ่อ อำเภอดงหลวง ปิดทางเข้า-ออกหมู่บ้านคัดกรองโควิด กักตัวผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 111 คน 75 หลังคาเรือน	<p><strong>วันนี้&nbsp;(18&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.จังหวัดมุกดาหารรายงานสถานการการระบาดโรคโควิด-19&nbsp;</strong>จากการตรวจหาเชื้อทางห้องปฏิบัติการโรงพยาบาลมุกดาหาร&nbsp;ของผู้มีอาการเข้าเกณฑ์ต้องสงสัย&nbsp;(PUI)&nbsp;ผู้สัมผัสเสี่ยงสูง&nbsp;ระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ&nbsp;การเฝ้าระวังเชิงรุกในชุมชน&nbsp;พบมีผู้ป่วยรายใหม่&nbsp;30&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;นิคมคำสร้อย&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;คำชะอี&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;หว้านใหญ่&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และอำเภอดงหลวง&nbsp;17&nbsp;ราย</p><p><strong>สำหรับอำเภอดงหลวง&nbsp;พบผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;เป็นคลัสเตอร์ใหม่มีผู้ป่วย&nbsp;14&nbsp;ราย</strong>จากงานแต่งบ้านน้ำบ่อ&nbsp;ตำบลหนองบัว&nbsp;โดยพบผู้ป่วยรายแรกเมื่อ&nbsp;วันที่&nbsp;14&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;และกลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อจังหวัดมุกดาหารดำเนินการสวบสวนและควบคุมโรค&nbsp;จนถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;และกักตัวกลุ่มสัมผัสเสี่ยงสูง&nbsp;111&nbsp;คน&nbsp;75&nbsp;หลังคาเรือน</p><p><strong>นายชาคริต&nbsp;ชุมจันทร์&nbsp;นายอำเภอดงหลวง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ที่ประชุม&nbsp;EOC&nbsp;ตำบลหนองบัว&nbsp;อำเภอดงหลวง&nbsp;ได้มีมติกำหนดมาตรการเพื่อควบคุมโรค&nbsp;กรณีงานแต่งงานบ้านน้ำบ่อ&nbsp;ดังนี้</p><p>1.ปิดทางทางเข้า-ออก&nbsp;หมู่บ้านบ้านน้ำบ่อ&nbsp;เพื่อคัดกรองคนเข้าออกหมู่บ้าน</p><p>2.จัดทีมประเมินผู้กักตัว&nbsp;อย่างมีคุณภาพ&nbsp;โดยติดป้ายหลังคาเรือนผู้กักตัว&nbsp;ทุกหลังคา</p><p>3.งดกิจกรรมการรวมตัวทุกอย่างในตำบล&nbsp;รวมทั้งงานบุญ&nbsp;ถึงสิ้นเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;งดตลาดนัด&nbsp;1&nbsp;สัปดาห์</p><p>4.เร่งรัดฉีดวัคซีน&nbsp;ให้ครอบคลุมและเข็มกระตุ้น&nbsp;เข็ม&nbsp;3และ&nbsp;4</p><p>5.นำกองทุน&nbsp;พชอ.ดงหลวง&nbsp;จัดซื้อน้ำและอาหาร&nbsp;ดูแลประชาชนตลอดระยะการกักตัว</p><p>และในบ่ายวันนี้&nbsp;(18&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;ทีมปฏิบัติการควบคุมโรค(CDCU)&nbsp;ออกคัดกรองและเก็บสิ่งส่งตรวจ&nbsp;ผู้สัมผัสเสี่ยงผู้ติดเชื้อกรณีงานแต่งบ้านน้ำบ่อ&nbsp;ด้วย&nbsp;ATK&nbsp;อีกจำนวน&nbsp;40&nbsp;ราย&nbsp;ผลบวก&nbsp;2&nbsp;รายส่งตรวจ&nbsp;ด้วย&nbsp;PCR&nbsp;รอผลอีกจำนวน&nbsp;86&nbsp;ราย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จากรายงานกลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร</strong>&nbsp;ระบุว่าคลัสเตอร์งานแต่งบ้านน้ำบ่อ&nbsp;อำเภอดงหลวง&nbsp;มีผู้ป่วยซึ่งเป็นน้องชายเจ้าสาวเดินทางมาร่วมงานแต่งจาก&nbsp;อำเภอนาแก&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;12&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ตรวจพบเชื้อโควิด-19&nbsp;และตรวจพบเชื้อโควิด-19&nbsp;เจ้าบ่าว&nbsp;-เจ้าสาว&nbsp;และญาติในเวลาต่อมา</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	18/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118173058609
598	จ.มุกดาหาร อำเภอดงหลวง ประกาศปิดทางเข้า-ออกหมู่บ้านบ้านบ่อหลังพบมีผู้ติดเชื้องานแต่ง 14 รายและผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 111 คน	<p><strong>จ.มุกดาหาร&nbsp;อำเภอดงหลวง&nbsp;ประกาศปิดทางเข้า-ออกหมู่บ้านบ้านบ่อ</strong>หลังพบมีผู้ติดเชื้องานแต่ง&nbsp;14&nbsp;รายและผู้สัมผัสเสี่ยงสูง&nbsp;111&nbsp;คน&nbsp;75&nbsp;หลังคาเรือน</p><p><strong>สาธารณสุข&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ได้รายงาน&nbsp;สถานการการระบาดโรคโควิด-19</strong>&nbsp;จากการตรวจหาเชื้อทางห้องปฏิบัติการโรงพยาบาลมุกดาหาร&nbsp;ของผู้มีอาการเข้าเกณฑ์ต้องสงสัย&nbsp;(PUI)&nbsp;ผู้สัมผัสเสี่ยงสูง&nbsp;ระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ&nbsp;การเฝ้าระวังเชิงรุกในชุมชน&nbsp;พบมีผู้ป่วยรายใหม่&nbsp;30&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;นิคมคำสร้อย&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;คำชะอี&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;หว้านใหญ่&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และอำเภอดงหลวง&nbsp;17&nbsp;ราย</p><p><strong>สำหรับอำเภอดงหลวง&nbsp;พบผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;เป็นคลัสเตอร์ใหม่มีผู้ป่วย&nbsp;14&nbsp;ราย</strong>จากงานแต่งบ้านน้ำบ่อ&nbsp;ตำบลหนองบัว&nbsp;โดยพบผู้ป่วยรายแรกเมื่อวันที่&nbsp;14&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จากรายงานกลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ระบุว่าคลัสเตอร์งานแต่งบ้านน้ำบ่อ&nbsp;อำเภอดงหลวง&nbsp;มีผู้ป่วยซึ่งเป็นน้องชายเจ้าสาว&nbsp;จากอำเภอนาแก&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;เดินทางมาร่วมงานแต่ง&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;12&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;และได้พบเชื้อโควิด-19&nbsp;รวมถึงเจ้าบ่าว&nbsp;-เจ้าสาว&nbsp;และญาติในเวลาต่อมา&nbsp;ซึ่งกลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;กำลังดำเนินการสวบสวนและควบคุมโรค&nbsp;และจำเป็นต้องกักตัวกลุ่มสัมผัสเสี่ยงสูง&nbsp;111&nbsp;คน&nbsp;75&nbsp;หลังคาเรือน&nbsp;ไปจนถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</p><p><strong>นายชาคริต&nbsp;ชุมจันทร์&nbsp;นายอำเภอดงหลวง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ที่ประชุม&nbsp;EOC&nbsp;</strong>ตำบลหนองบัว&nbsp;อำเภอดงหลวง&nbsp;ได้มีมติกำหนดมาตรการเพื่อควบคุมโรค&nbsp;กรณีงานแต่งงานบ้านน้ำบ่อ&nbsp;เพื่อป้องกันควบคุมโรคไม่ให้แพร่ระบาดเป็นวงกว้างได้ออกประกาศปิดหมู่บ้านดังนี้</p><p>1.ปิดทางทางเข้า-ออก&nbsp;หมู่บ้านบ้านน้ำบ่อ&nbsp;เพื่อคัดกรองคนเข้าออกหมู่บ้าน</p><p>2.จัดทีมประเมินผู้กักตัว&nbsp;อย่างมีคุณภาพ&nbsp;โดยติดป้ายหลังคาเรือนผู้กักตัว&nbsp;ทุกหลังคา</p><p>3.งดกิจกรรมการรวมตัวทุกอย่างในตำบล&nbsp;รวมทั้งงานบุญ&nbsp;ถึงสิ้นเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;งดตลาดนัด&nbsp;1&nbsp;สัปดาห์</p><p>4.เร่งรัดฉีดวัคซีน&nbsp;ให้ครอบคลุมและเข็มกระตุ้น&nbsp;เข็ม&nbsp;3และ&nbsp;4</p><p>5.นำกองทุน&nbsp;พชอ.ดงหลวง&nbsp;จัดซื้อน้ำและอาหาร&nbsp;ดูแลประชาชนตลอดระยะการกักตัวและในบ่ายวันนี้&nbsp;(18&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;ทีมปฏิบัติการควบคุมโรค(CDCU)&nbsp;ออกคัดกรองและเก็บสิ่งส่งตรวจ&nbsp;ผู้สัมผัสเสี่ยงผู้ติดเชื้อกรณีงานแต่งบ้านน้ำบ่อ&nbsp;ด้วย&nbsp;ATK&nbsp;อีกจำนวน&nbsp;40&nbsp;ราย&nbsp;ผลบวก&nbsp;2&nbsp;รายส่งตรวจ&nbsp;ด้วย&nbsp;PCR&nbsp;รอผลอีกจำนวน&nbsp;86&nbsp;ราย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>	18/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สวท.มุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118182701641
599	สสอ.สุไหงโก-ลกขอความร่วมมือตรวจATKก่อนเดินทางกลับจากจังหวัดเสี่ยงพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน	<p><strong>นายมะยุรี&nbsp;เจะโซะ&nbsp;สาธารณสุขอำเภอสุไหงโก-ลก&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ขณะนี้เริ่มมีการพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยปัจจัยหลักเกิดจากบุคคลที่เดินทางกลับมาจากพื้นที่เสี่ยงที่ติดเชื้อแล้วนำมาติดบุคคลในครอบครัว&nbsp;ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ของอำเภอสุไหงโก-ลก&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1-17&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มีผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;รายใหม่&nbsp;จำนวน&nbsp;18&nbsp;ราย&nbsp;โดยแยกเป็นในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก&nbsp;จำนวน&nbsp;11&nbsp;ราย&nbsp;ตำบลปาเสมัส&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;มาจากพื้นที่อื่น&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ขณะนี้รักษาตัวอยู่จำนวน&nbsp;12&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหาย&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดให้เกิดประสิทธิภาพ</strong>สูงสุดจึงขอความร่วมมือ&nbsp;กรณีเดินทางจากจังหวัดเสี่ยงพบผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;เช่น&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;สมุทรปราการ&nbsp;ชลบุรี&nbsp;ทั้งการโดยสารเครื่องบิน&nbsp;รถไฟ&nbsp;รถโดยสารสาธารณะ&nbsp;หรือรถส่วนบุคคล&nbsp;โปรดตรวจATKก่อนเข้าพื้นที่ล่วงหน้าไม่เกิน&nbsp;12-72ชั่วโมง&nbsp;และตรวจอีกครั้งทุก3วันจนครบ7วัน&nbsp;ในระหว่างนี้&nbsp;กักตัวเว้นระยะห่างจากบุคคลอื่นประมาณ&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;เนื่องจากเป็นระยะที่เชื้อจะแสดงอาการเพื่อความปลอดภัยของบุคคลในครอบครัวและส่วนรวม&nbsp;ทุกคนในครอบครัวผู้ที่กลับมาจากจังหวัดเสี่ยงสวมหน้ากากอนามัย&nbsp;และหมั่นล้างมือ&nbsp;</p><p><strong>หากตรวจATKเอง&nbsp;แล้วผลเป็นบวกหรือเริ่มมีอาการ&nbsp;ไอ&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;ปวดกล้ามเนื้อ</strong>&nbsp;เหนื่อยมาก&nbsp;ไอแห้ง&nbsp;ให้เข้าไปพบแพทย์ที่คลีนิคARI&nbsp;หรือคลีนิคคัดกรองโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ&nbsp;ณ&nbsp;โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก&nbsp;&nbsp;&nbsp;เมื่อผลเป็นบวก&nbsp;แพทย์จะจ่ายยาต้านไวรัสฟาวิพิราเวียร์ให้รับประทาน&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;วัน&nbsp;พร้อมอุปกรณ์เครื่องหนีบนิ้ววัดค่าออกซิเจน&nbsp;และดิจิทัลปรอท&nbsp;เพื่อวัดอุณหภูมิร่างกาย&nbsp;สำหรับหลักเกณฑ์การประเมินของแพทย์&nbsp;กรณีเป็นผู้ติดเชื้อที่มีอาการเล็กน้อยหรือไม่แสดงอาการ&nbsp;มีสุขภาพแข็งแรง&nbsp;อาจมีโรคร่วมที่รักษาและสามารถควบคุมได้ตามดุลยพินิจของแพทย์&nbsp;อายุน้อยกว่า&nbsp;75&nbsp;ปี&nbsp;ยินยอมแยกกักตัวในที่พักของตนเอง&nbsp;ไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อย&nbsp;ให้กักตัวและรักษาตัวที่บ้าน</p><p><strong>กรณีหากมีอาการไข้สูงกว่า&nbsp;39&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;เป็นระยะเวลานานกว่า&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</strong>หายใจเร็วกว่า&nbsp;25&nbsp;ครั้งต่อนาทีในผู้ใหญ่&nbsp;Oxygen&nbsp;Saturation&nbsp;น้อยกว่า&nbsp;94%&nbsp;โรคประจำตัวที่มีการเปลี่ยนแปลง&nbsp;หรือจำเป็นต้องติดตามอาการอย่างใกล้ชิดตามดุลยพินิจของแพทย์&nbsp;สำหรับเด็ก&nbsp;หากหายใจลำบาก&nbsp;ซึมลง&nbsp;ดื่มนมได้ลดลง&nbsp;หรือทานอาหารน้อยได้น้อยลง&nbsp;กลุ่มนี้จะนำตัวผู้ป่วยเข้ารักษาที่โรงพยาบาล</p><p><strong>สำหรับแนวทางการป้องกันและควบคุมโรค&nbsp;คือ&nbsp;ติดโควิด-19&nbsp;</strong>ไม่ต้องตื่นตระหนก&nbsp;พบเร็ว&nbsp;รักษาเร็ว&nbsp;หายป่วยเร็ว&nbsp;หากไม่ปิดบังข้อมูลและปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;พร้อมย้ำว่า&nbsp;เราสามารถลดความรุนแรงของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ด้วยวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;ทุกคนที่เข้าหลักเกณฑ์ฉีดวัคซีน&nbsp;อายุ&nbsp;12&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;อายุ&nbsp;60&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;กลุ่มเสี่ยง7โรคเรื้อรัง&nbsp;และหญิงตั้งครรภ์มากกว่า&nbsp;12&nbsp;สัปดาห์&nbsp;ขอให้เข้ารับการฉีดวัคซีน&nbsp;เข็ม1&nbsp;เข็ม2&nbsp;และเข็มกระตุ้นซึ่งมีพร้อมให้บริการฉีด&nbsp;ณ&nbsp;สถานพยาบาลใกล้บ้าน</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่&nbsp;โควิด-19&nbsp;</strong>ป้องกันได้ด้วยการสวมหน้ากากอนามัย&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;ล้างมือ&nbsp;ไม่ควรรับประทานอาหารร่วมกันเป็นระยะเวลานาน&nbsp;หลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงหรือแออัด&nbsp;หากทุกคนสามารถปฏิบัติตามนี้ก็จะช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ได้มากขึ้น</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	18/1/2022	ภาคใต้	นราธิวาส	สวท.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118190318650
600	ข้อปฏิบัติสำหรับผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 เมื่อกักตัวที่บ้าน	<p><strong>ตามที่&nbsp;ศบค.จังหวัดนราธิวาส&nbsp;เน้นให้รักษาผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19&nbsp;</strong>ที่บ้านแบบHome&nbsp;Isolation&nbsp;ตามนโยบายของ&nbsp;ศบค.ใหญ่&nbsp;สิ่งสำคัญที่จะต้องเน้นย้ำให้ปฏิบัติอย่างเคร่งครัด&nbsp;&nbsp;คือ&nbsp;&nbsp;การกักตัวที่ถูกต้องตามมาตรการด้านสาธารณสุข&nbsp;รวมทั้งข้อปฏิบัติสำหรับการจัดการขยะติดเชื้อ&nbsp;ดังนั้น&nbsp;จึงขอความร่วมมือผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;และครอบครัว&nbsp;ปฏิบัติตามแนวทางดังนี้</p><p><strong>-</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับผู้ป่วยติดเชื้อ&nbsp;โควิด-19&nbsp;ให้สังเกตอาการตนเอง</strong>วัดอุณหภูมิและวัดระดับออกซิเจนปลายนิ้วทุกวัน&nbsp;หากมีอาการแย่ลง&nbsp;เช่น&nbsp;หอบเหนื่อยไข้สูง&nbsp;ให้รีบติดต่อโรงพยาบาลที่รักษาอยู่&nbsp;เมื่อต้องเดินทางไปโรงพยาบาลให้ใช้รถส่วนตัว&nbsp;ไม่ใช้รถสาธารณะ&nbsp;ให้ทุกคนในรถใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา&nbsp;เปิดหน้าต่างรถ&nbsp;เพื่อเพิ่มการระบายอากาศ</p><p><strong>-</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ผู้ป่วยงดออกจากบ้านไม่ให้บุคคลอื่นมาเยี่ยม&nbsp;</strong>อยู่ในห้องส่วนตัวตลอดเวลา&nbsp;สวมหน้ากากอนามัย&nbsp;อยู่ห่างจากผู้อื่นอย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เมตร&nbsp;ถูมือด้วยเจลแอลกอฮอล์หรือล้างมือด้วยสบู่และน้ำเป็นประจำ&nbsp;ไม่รับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น&nbsp;ไม่รับอาหารโดยตรงจากผู้ส่งอาหาร&nbsp;ไม่ใช้จาน&nbsp;ช้อนส้อม&nbsp;แก้วน้ำ&nbsp;ร่วมกับผู้อื่น&nbsp;ทิ้งหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วขยะบนเปื้อนสารคัดหลัง&nbsp;ใส่ถุงพลาสติกปิดปากถุงให้มิดชิด&nbsp;หากจำเป็นต้องใช้ห้องน้ำร่วมกัน&nbsp;ให้ใช้เป็นคนสุดท้าย&nbsp;ควรทำความสะอาดโถสุขภัณฑ์&nbsp;หรือพื้นที่&nbsp;ที่อาจปนเปื้อนสารคัดหลัง&nbsp;แยกซักเสื้อผ้าผ้าขนหนูและเครื่องนอน&nbsp;กรณีผู้ป่วยอยู่ระยะให้นมบุตร&nbsp;มารดาสามารถให้นมบุตรได้</p><p><strong>-</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ส่วนผู้ที่อาศัยร่วมกับผู้ป่วย&nbsp;โควิด-19&nbsp;เมื่อแยกกับตัวที่บ้าน</strong>ทุกคนในบ้านสวมหน้ากากอนามัยล้างมือทุกครั้งที่สัมผัสพื้นที่&nbsp;ที่ใช้ร่วมกัน&nbsp;ก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ&nbsp;เฝ้าระวังอาการเจ็บป่วยของสมาชิกในบ้านภายในระยะเวลา&nbsp;7วัน&nbsp;หลังสัมผัสผู้ป่วย&nbsp;ควรนอนแยกห้องกับผู้ป่วย&nbsp;ไม่รับประทานอาหารและใช้ของส่วนตัวร่วมกัน</p><p><strong>-</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ส่วนข้อปฏิบัติในการจัดการขยะติดเชื้อของผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;</strong>ที่เกิดจากการแยกกักตัวที่บ้าน&nbsp;กระดาษทิชชูที่ปนเปื้อนน้ำมูก&nbsp;น้ำลาย&nbsp;และสารคัดหลั่ง&nbsp;หน้ากากอนามัย&nbsp;หน้ากากผ้า&nbsp;ชุดตรวจATK&nbsp;ภาชนะใส่อาหารพร้อมบริโภคแบบใช้ครั้งเดียว&nbsp;ให้นำขยะดังกล่าวแยกใส่ถุงต่างหากจากถุงขยะทั่วไป&nbsp;มัดปากถุงให้แน่น&nbsp;เขียนกำกับบนถุงว่า&nbsp;ขยะติดเชื้อ&nbsp;ฉีดพ่นด้วยสารฆ่าเชื้อบริเวณปากถุง&nbsp;เช่น&nbsp;แอลกอฮอล์&nbsp;70%&nbsp;หรือน้ำยาฟอกขาว&nbsp;เช่น&nbsp;ไฮเตอร์&nbsp;นำไปทิ้งในถังขยะติดเชื้อสีแดงที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;จัดวางตามจุดต่างๆ&nbsp;</p><p><br></p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ขอให้ทุกครอบครัว&nbsp;ที่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;กักตัวที่บ้าน&nbsp;</strong>ปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าวอย่างเข้มงวด&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&nbsp;ภายในครอบครัว&nbsp;และชุมชน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	18/1/2022	ภาคใต้	นราธิวาส	สวท.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118190551652
601	ผอ.รร.เทศบาล3 วิมุกตายนวิทยาจัดแผนเปิดเรียน On-Site ภายใต้มาตรการควบคุมป้องกันโควิด-19	<p><strong>นายยุทธนา&nbsp;วังเพ็ชร&nbsp;ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาล&nbsp;3</strong>&nbsp;วิมุกตายนวิทยาเดินหน้าเปิดเรียนOn-Site&nbsp;ภายหลังได้รับการอนุมัติจากศบค.จังหวัดนราธิวาส&nbsp;โดยระบุว่า&nbsp;โรงเรียนเทศบาล&nbsp;3&nbsp;&nbsp;ได้บริหารจัดการการเรียนการสอนภายใต้มาตรการควบคุมป้องกันโควิด-19&nbsp;</p><p><strong>โดยในห้วงนี้&nbsp;จะมีการสุ่มตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;15&nbsp;เปอร์เซ็น&nbsp;ของนักเรียน</strong>ที่เข้ามาเรียนแบบ&nbsp;On-Site&nbsp;แบ่งกลุ่มนักเรียนทุกสายชั้น&nbsp;จำนวน&nbsp;1,850&nbsp;คน&nbsp;ตั้งแต่อนุบาล1-มัธยมศึกษาปีที่&nbsp;3&nbsp;เป็น&nbsp;2&nbsp;กลุ่ม&nbsp;คือ&nbsp;กลุ่ม&nbsp;เอ&nbsp;และ&nbsp;กลุ่ม&nbsp;บี&nbsp;ทำให้ทุกห้อง&nbsp;ครึ่งหนึ่งจะเข้าเรียนในห้องเรียนตามปกติ&nbsp;ส่วนอีกครึ่งหนึ่งจะเรียนแบบ&nbsp;Online&nbsp;ซึ่งกลุ่มนี้จะมีสื่อการเรียนการสอนส่งให้กับนักเรียน&nbsp;โดยจะใช้ตารางสอนเดียวกับผู้ที่มาเรียนแบบ&nbsp;On-Site&nbsp;ทั้งนี้ในสัปดาห์แรกกลุ่มเอ&nbsp;จะมาเรียนแบบ&nbsp;On-Site&nbsp;กลุ่มบี&nbsp;จะเรียนแบบ&nbsp;Online&nbsp;ส่วนสัปดาห์ต่อไปกลุ่มบี&nbsp;จะมาเรียนแบบ&nbsp;On-Site&nbsp;กลุ่มเอ&nbsp;จะเรียนแบบ&nbsp;Online&nbsp;</p><p><strong>ในขณะที่การเรียนที่จำเป็นต้องมีการรวมตัวและอาจมีการสัมผัสใกล้ชิด&nbsp;</strong>เช่น&nbsp;วิชาลูกเสือ&nbsp;เนตรนารี&nbsp;หรือ&nbsp;พละศึกษา&nbsp;ได้ปรับให้เรียนภาคทฤษฎีแทนการเรียนภาคปฏิบัติ&nbsp;สำหรับการรับประทานอาหาร&nbsp;จะให้มารับประทานตามห้วงเวลาของสายชั้น&nbsp;เพื่อลดความแออัด&nbsp;ส่วนกลุ่มที่เรียน&nbsp;Onlineจะให้ค่าอาหารกลางวัน&nbsp;ทุกๆ&nbsp;2สั&nbsp;ปดาห์</p><p><strong>ส่วนแผนเผชิญเหตุ&nbsp;กรณีพบผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;หากติดเชื้อ&nbsp;1&nbsp;คน</strong>&nbsp;จะปิดเฉพาะห้องเรียนนั้น&nbsp;โดยให้ครูและนักเรียนทำการกักตัวที่บ้าน&nbsp;แต่หากติดเชื้อ&nbsp;3-5&nbsp;คนในสายชั้นนั้น&nbsp;ก็จะปิดทั้งสายชั้น&nbsp;แล้วให้ทุกคนกักตัวที่บ้าน&nbsp;และจะเปิดเรียนอีกครั้งเมื่อมีผลการตรวจยืนยันว่าไม่มีผู้ติดเชือโควิด-19&nbsp;ในสายชั้นนั้นๆแล้ว&nbsp;</p><p><strong>นายยุทธนา&nbsp;วังเพ็ชร&nbsp;ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาล&nbsp;3&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;โชคดีที่โรงเรียนได้รับอนุมัติให้เปิดเรียน&nbsp;On-Site&nbsp;แล้ว&nbsp;เพราะเป็นห่วงนักเรียนกลุ่ม&nbsp;ป.6&nbsp;และ&nbsp;ม.3&nbsp;ที่ต้องเตรียมตัวเพื่อสอบปลายภาคให้พร้อมสำหรับการไปศึกษาต่อในโรงเรียนอื่นจึงจำเป็นต้องมีความพร้อมมากกว่าชั้นเรียนอื่นๆ&nbsp;ทั้งนี้จากการประเมินทักษะการเรียนรู้ของนักเรียน&nbsp;หลังจากกลับมาเรียนเแบบ&nbsp;On-Site&nbsp;ทำให้เห็นว่านักเรียนบางรายไม่สามารถเรียนรู้และเข้าใจได้เลย&nbsp;ซึ่งคาดว่าจะมาจากผู้ปกครองทำให้ทั้งหมด&nbsp;หรือเด็กมีสมาธิและความตั้งใจต่อการเรียนแบบOnline&nbsp;น้อย&nbsp;ในการเรียน&nbsp;On-Site&nbsp;จึงจะพยายามพัฒนาและยกระดับการเรียนการสอนให้นักเรียนได้รื้อฟื้นการเรียนรู้และเข้าใจเนื้อหาของแต่ละรายวิชา&nbsp;ก่อนที่จะสอบปลายภาคให้ได้มากที่สุด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	18/1/2022	ภาคใต้	นราธิวาส	สวท.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118190921656
602	กองทัพอากาศ จัดพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล เนื่องในวันกองทัพไทย ประจำปี 2565	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">พลอากาศเอก&nbsp;นภาเดช&nbsp;ธูปะเตมีย์&nbsp;ผู้บัญชาการทหารอากาศ</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;เป็นประธานในพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล&nbsp;เนื่องในวันกองทัพไทย&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณลานอเนกประสงค์หน้ากองบัญชาการ&nbsp;โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช&nbsp;โดยกองทัพอากาศได้จัดกำลังพลจาก&nbsp;5&nbsp;กองพันเข้าร่วมพิธี&nbsp;รวมทั้งได้จัดนายทหารสัญญาบัตร&nbsp;นายทหารชั้นประทวนและทหารกองประจำการ&nbsp;ที่ยังไม่เคยเข้าร่วมพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนฯ&nbsp;ได้เข้าปฏิญาณตนในพิธีฯ&nbsp;ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่บุคคลซึ่งเข้ามารับราชการทหารจะต้องเข้าร่วมพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล&nbsp;จึงจะถือว่าเป็นทหารโดยสมบูรณ์&nbsp;พร้อมทั้งจัดเครื่องบินขับไล่แบบที่&nbsp;19/ก&nbsp;(F-16)&nbsp;จากฝูงบิน&nbsp;403&nbsp;กองบิน&nbsp;4&nbsp;บินผ่านบริเวณพิธี</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">การประกอบพิธีดังกล่าว</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ดำเนินการภายใต้มาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;โดยได้จำกัดจำนวนกำลังพลที่เข้าร่วมพิธี&nbsp;การรักษาระยะห่างและการตรวจคัดกรองด้วย&nbsp;Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit&nbsp;(ATK)&nbsp;ฯลฯ</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	18/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118192420664
603	ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผยแผนการจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัด	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายธัชกร&nbsp;หัตถาธยากูล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;เปิดเผยกรณีการส่งเสริมการท่องเที่ยว</strong>ภายในจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ว่า&nbsp;ขณะนี้ทางจังหวัดได้จัดกิจกรรมต่างๆ&nbsp;ขึ้นโดยมุ่งเน้นการกระจายรายได้สู่ชุมชน&nbsp;และเผยแพร่วัฒนธรรมออกสู่สายตานักท่องเที่ยว&nbsp;โดยให้คนในชุมชนนำของดีของเด่น&nbsp;รวมถึงวัฒนธรรมในแต่ละพื้นที่มาขายและจัดแสดงที่งาน&nbsp;ยกตัวอย่างเช่น&nbsp;ตลาดถนนคนเดินเมืองต่ำและงานแสง&nbsp;สี&nbsp;เสียงภูเขาไฟกระโดงที่เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่&nbsp;14&nbsp;มกราคมที่ผ่านมา&nbsp;ก็ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก&nbsp;โดยใน&nbsp;2&nbsp;วันแรกมียอดจำหน่ายมากกว่า&nbsp;1&nbsp;ล้านบาท&nbsp;สร้างรายได้ให้แก่พ่อค้าแม่ค้าอย่างล้นหลาม&nbsp;ซึ่งการจัดกิจกรรมของทั้ง&nbsp;2&nbsp;แห่งได้มีการนำมาตรการด้านสาธารณสุขมาใช้อย่างเข้มงวด&nbsp;ช่วยลดโอกาสการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;และเป็นแนวทางจัดกิจกรรมต่างๆในรูปแบบวิถีใหม่</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สำหรับกิจกรรมวิ่งมาราธอนที่จะจัดในวันที่&nbsp;22&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;</strong>ทางจังหวัด&nbsp;ผู้จัดงานและส่วนที่เกี่ยวข้องต่างก็ให้ความสำคัญ&nbsp;กับมาตรการด้านสาธารณสุข&nbsp;พร้อมปรับกิจกรรมต่างๆ&nbsp;ให้เข้ากับมาตรการที่จังหวัดได้วางไว้&nbsp;ไม่ว่าจะเป็น&nbsp;กรณีของผู้จัดงานผู้ร่วมงานต้องได้รับวัคซีนครบโดส&nbsp;และตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทางน้ำลาย&nbsp;ก่อนเข้าร่วมวิ่ง&nbsp;อนุญาตให้ถอดหน้ากากอนามัยหลังปล่อยตัวจากจุดสตาร์ทเท่านั้น&nbsp;และใส่หน้ากากอนามัยหลังแข่งขันเสร็จ&nbsp;การปล่อยตัวนักวิ่งทีละบล็อก&nbsp;เพื่อลดความแออัด&nbsp;ซึ่งในแต่ละบล็อกนักวิ่งต้องเว้นระยะห่าง&nbsp;และกำหนดให้นักวิ่งแยกรับประทานอาหารตามจุดที่กำหนด&nbsp;เป็นต้น&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ขอให้ประชาชนผู้ที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงช่วยกันรักษาความสะอาด&nbsp;และเป็นเจ้าภาพที่ดีในการจัดงานครั้งนี้</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	18/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	บุรีรัมย์	สวท.บุรีรัมย์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220118195903702
604	คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพะเยา ประชุมติดตามการดำเนินงานตามมาตรการการยกระดับการเตรียมพร้อมในจังหวัด เพื่อรองรับการระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน	<p><strong>ที่ห้องประชุม&nbsp;1&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพะเยา</strong>&nbsp;นายศักดิ์ฤทธิ์&nbsp;สลักคำ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพะเยา&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3/2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นายบำรุง&nbsp;สังข์ขาว&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา&nbsp;นายเทวา&nbsp;ปัญญาบุญ&nbsp;ปลัดจังหวัดพะเยาเข้าร่วมประชุมพร้อมกับคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพะเยา&nbsp;และนายศุภชัย&nbsp;บุญอำพันธ์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพะเยา&nbsp;เป็นเลขานุการคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพะเยา&nbsp;นายแพทย์ธวัชชัย&nbsp;ปานทอง&nbsp;หัวหน้าทีมปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุข&nbsp;เพื่อติดตามการดำเนินงานตามมาตรการการยกระดับการเตรียมพร้อมในจังหวัด&nbsp;เพื่อรองรับการระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอนและรายงานการเปิดปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุข&nbsp;ในรูปแบบศูนย์พักคอยและส่งต่อชุมชน&nbsp;ระดับอำเภอที่สนามกีฬา&nbsp;อบจ.พะเยา&nbsp;โรงยิมมณฑลทหารบกที่&nbsp;34&nbsp;อำเภอเมืองพะเยาและศูนย์พักคอย&nbsp;เทศบาลดงเจน&nbsp;อำเภอภูกามยาว&nbsp;ศูนย์พักคอย&nbsp;อำเภอภูซาง&nbsp;จุน&nbsp;และปง&nbsp;ซึ่งเปิดดำเนินการแล้ว&nbsp;อีกทั้งเตรียมมอบหมายให้ทุกอำเภอจัดให้มีศูนย์พักคอยระดับตำบล&nbsp;โดยมอบหมายภารกิจหน้าที่รับผิดชอบให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;คือ&nbsp;ศปก.อำเภอ&nbsp;อปท.ในพื้นที่&nbsp;รวมทั้งภาคส่วนต่างๆ&nbsp;โดยให้ถือปฏิบัติตามระเบียบ&nbsp;กฎหมายและหนังสือสั่งการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อให้มีการบริหารจัดการสถานการณ์พื้นที่ให้เกิดการประสานเชื่อมโยงในการส่งต่อผู้ป่วยระหว่างโรงพยาบาล&nbsp;ศูนย์พักคอยระดับตำบล&nbsp;การแยกรักษาตัวที่บ้าน&nbsp;และการดูแลต่อเนื่องในชุมชนที่ครอบคลุมทั้งบุคคล&nbsp;ครอบครัว&nbsp;ชุมชน&nbsp;และสังคม</p><p><strong>นอกจากนี้ยังติดตามการดำเนินงานแยกกักตัวที่บ้าน</strong>&nbsp;ที่เครือข่ายบริการสุขภาพอำเภอเมืองพะเยา&nbsp;อำเภอดอกคำใต้&nbsp;อำเภอภูกามยาว&nbsp;และอำเภอปง&nbsp;รวมทั้งสั่งการให้กำกับ&nbsp;ติดตามการเร่งรัดการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;เข็ม&nbsp;1&nbsp;ในกลุ่มประชาชนทั่วไป&nbsp;กลุ่ม&nbsp;608&nbsp;และวัคซีนเข็มกระตุ้น&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;โดยให้&nbsp;ศปก.ทุกอำเภอจัดส่งแผนปฏิบัติการบูรณาการเชิงรุกและความก้าวหน้า&nbsp;พร้อมข้อขัดข้องที่ไม่สามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมาย&nbsp;เพื่อนำไปสู่การแก้ไขเป็นระบบตามมาตรการการเตรียมความพร้อม&nbsp;รองรับการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;พร้อมปัญหาอุปสรรคและแนวทางในการแก้ไข</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดพะเยาได้ขับเคลื่อนกลไกการดำเนินงานรองรับการเปิดเมืองอย่างปลอดภัย&nbsp;</strong>ห่างไกลโควิด&nbsp;ตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ภายใต้หลัก&nbsp;VUCA&nbsp;(ฉีดวัคซีนให้ครอบคลุม&nbsp;ป้องกันตนเองขั้นสูงสุด&nbsp;สร้างพื้นที่ปลอดการแพร่เชื้อ&nbsp;และตรวจคัดกรองด้วย&nbsp;ATK)&nbsp;V-&nbsp;Vaccine&nbsp;ฉีดครบ&nbsp;ลดป่วยหนัก/&nbsp;U-Universal&nbsp;Prevention&nbsp;ใช้มาตรการ&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;ป้องกันตนเองสูงสุดกับทุกคน&nbsp;ทุกที่&nbsp;ทุกเวลา&nbsp;เพื่อลดการติดเชื้อ&nbsp;ลดการระบาด&nbsp;สถานบริการ/สถานที่ต่างๆ/C-COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;สถานที่บริการพร้อม&nbsp;ผู้ให้บริการฉีดวัคซีนครบ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทุกสัปดาห์,&nbsp;A&nbsp;-&nbsp;ATK&nbsp;(Antigen&nbsp;test&nbsp;kit)&nbsp;ใช้&nbsp;ATK&nbsp;ตรวจคัดกรองในชุมชน&nbsp;สถานที่เสี่ยง&nbsp;พร้อมตรวจเสมอเมื่อใกล้ชิดคนติดเชื้อ&nbsp;หรือมีอาการทางเดินหายใจ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	19/1/2022	ภาคเหนือ	พะเยา	สวท.พะเยา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119102744778
605	จ.ลำปางพบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่  70 ราย	"<p><strong>สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง&nbsp;</strong>รายงานสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;19&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;พบผู้ป่วยรายใหม่&nbsp;70&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ติดเชื้อยืนยันตรวจด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;28&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ติดเชื้อเข้าข่ายตรวจด้วยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;42&nbsp;ราย&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ถึงปัจจุบัน&nbsp;พบผู้ป่วยสะสม&nbsp;1,745&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ระหว่างรักษา&nbsp;1,310&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายกลับบ้านสะสม&nbsp;434&nbsp;ราย&nbsp;และเสียชีวิตสะสม&nbsp;1&nbsp;ราย</p><p>&nbsp;<strong>สำหรับข้อมูลการฉีดวัคซีนโควิด-19</strong>&nbsp;ณ&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ของวันเดียวกัน&nbsp;จังหวัดลำปางวัคซีนไปแล้ว&nbsp;1,030,145&nbsp;เข็ม&nbsp;จำแนกเป็นเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;473,594&nbsp;คน&nbsp;&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;443,328&nbsp;คน&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;109,681&nbsp;คน&nbsp;และเข็มที่&nbsp;4&nbsp;จำนวน&nbsp;3,542&nbsp;คน</p><p><strong>จังหวัดลำปางขอความร่วมมือประชาชนเคร่งครัดตามมาตรการป้องกันโรค&nbsp;DMHTTA</strong>&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หากมีข้อสงสัย&nbsp;สอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนโควิด-19&nbsp;ลำปาง&nbsp;โทร.&nbsp;093&nbsp;140&nbsp;8023&nbsp;ในวันเวลาราชการ&nbsp;และวันเสาร์-อาทิตย์&nbsp;เวลา&nbsp;08.30-16.30&nbsp;น.&nbsp;หรือสอบถามที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p>"	19/1/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119112924826
606	ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เน้นย้ำให้ทุกภาคส่วน ดำเนินงานตามมาตรการ VUCA โดยเฉพาะการสื่อสารให้ประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกัน	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;</strong>เป็นประธานกิจกรรมสภากาแฟยามเช้า&nbsp;(Morning&nbsp;Brief)&nbsp;หารือการปฏิบัติราชการประจำสัปดาห์&nbsp;ณ&nbsp;เรือนสโมสร&nbsp;จวนผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;โดยได้ติดตามสถานการณ์การฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;&nbsp;ซึ่งล่าสุด(ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;18&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;16.00&nbsp;น.&nbsp;)&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;มีผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;489,998&nbsp;ราย&nbsp;จากเป้าหมาย&nbsp;631,775&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;77.56&nbsp;ผู้ได้รับวัคซีน&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;จำนวน&nbsp;464,195&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;631,755&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;73.48&nbsp;และผู้ได้รับวัคซีน&nbsp;3&nbsp;เข็ม&nbsp;จำนวน&nbsp;105,111&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;16.64</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;ได้เน้นย้ำให้ทุกภาคส่วน&nbsp;ดำเนินงานตามมาตรการ&nbsp;VUCA&nbsp;</strong>โดยเฉพาะการสื่อสารให้ประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น&nbsp;เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกัน&nbsp;&nbsp;โดยได้มอบหมายให้ทุกอำเภอ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เร่งรณรงค์ให้ประชาชนในพื้นที่เข้ารับวัคซีนให้ครอบคลุมจำนวนประชากร&nbsp;&nbsp;และจัดทำให้โรงพยาบาลเป็นพื้นที่ปลอดภัยจากโควิด&nbsp;19&nbsp;(COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting)&nbsp;เช่น&nbsp;มีการคัดกรองประชาชนที่มารับบริการจากประวัติการรับวัคซีนหรือตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;แยกการจัดบริการผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจออกจากผู้ป่วยอื่น&nbsp;เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่กระจายเชื้อ&nbsp;ซึ่งหากสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโรคได้ดี&nbsp;คาดว่าโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;จะเข้าสู่การเป็นโรคประจำถิ่นในอนาคต&nbsp;&nbsp;&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ถึงแม้ว่าความรุนแรงของเชื้อโอมิครอน&nbsp;อาจไม่เท่ากับเชื้อสายพันธุ์เดลต้า&nbsp;แต่เพื่อเป็นการป้องกันจำนวนการรักษาพยาบาลที่มากเกินจำนวนที่รับได้&nbsp;ประชาชนจึงยังคงต้องป้องกันการติดเชื้อโดยการปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด&nbsp;รวมถึงเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น&nbsp;เพื่อให้ประชากรมีภูมิคุ้มกันโดยเร็ว</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	19/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119122332868
607	จังหวัดตรัง  คุมเข้มการดำเนินงานตามมาตรการ VUCA โดยเฉพาะการสื่อสารให้ประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกัน	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;เป็นประธานกิจกรรมสภากาแฟยามเช้า&nbsp;(Morning&nbsp;Brief)&nbsp;หารือการปฏิบัติราชการประจำสัปดาห์&nbsp;ณ&nbsp;เรือนสโมสร&nbsp;จวนผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;โดยได้ติดตามสถานการณ์การฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;&nbsp;ซึ่งล่าสุด(ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;18&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;16.00&nbsp;น.&nbsp;)&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;มีผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;489,998&nbsp;ราย&nbsp;จากเป้าหมาย&nbsp;631,775&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;77.56&nbsp;ผู้ได้รับวัคซีน&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;จำนวน&nbsp;464,195&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;631,755&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;73.48&nbsp;และผู้ได้รับวัคซีน&nbsp;3&nbsp;เข็ม&nbsp;จำนวน&nbsp;105,111&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;16.64</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;ได้เน้นย้ำให้ทุกภาคส่วน&nbsp;ดำเนินงานตามมาตรการ&nbsp;VUCA</strong>&nbsp;โดยเฉพาะการสื่อสารให้ประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น&nbsp;เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกัน&nbsp;&nbsp;โดยได้มอบหมายให้ทุกอำเภอเร่งรณรงค์ให้ประชาชนในพื้นที่เข้ารับวัคซีนให้ครอบคลุมจำนวนประชากร&nbsp;&nbsp;และจัดทำให้โรงพยาบาลเป็นพื้นที่ปลอดภัยจากโควิด&nbsp;19&nbsp;(COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting)&nbsp;เช่น&nbsp;มีการคัดกรองประชาชนที่มารับบริการจากประวัติการรับวัคซีนหรือตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;แยกการจัดบริการผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจออกจากผู้ป่วยอื่น&nbsp;เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่กระจายเชื้อ&nbsp;ซึ่งหากสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโรคได้ดี&nbsp;คาดว่าโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;จะเข้าสู่การเป็นโรคประจำถิ่นในอนาคต&nbsp;&nbsp;&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ถึงแม้ว่าความรุนแรงของเชื้อโอมิครอน&nbsp;อาจไม่เท่ากับเชื้อสายพันธุ์เดลต้า&nbsp;แต่เพื่อเป็นการป้องกันจำนวนการรักษาพยาบาลที่มากเกินจำนวนที่รับได้&nbsp;ประชาชนจึงยังคงต้องป้องกันการติดเชื้อโดยการปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด&nbsp;รวมถึงเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น&nbsp;เพื่อให้ประชากรมีภูมิคุ้มกันโดยเร็ว</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	19/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119122723871
608	จังหวัดระยองประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดระยองประจำสัปดาห์ ปรับเงื่อนไขเข้าเกาะเสม็ด และเตรียมพร้อมตั้งสถานที่กักตัวในชุมชน	<p>ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดระยอง นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดระยอง ครั้งที่ 3 ประจำปี 2565 โดยมีนายแพทย์สุนทร เหรียญภูมิการกิจ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดระยอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม เพื่อติดตามแนวโน้มสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นและพิจารณาปรับมาตรการตามความเหมาะสมรวมถึงภาพรวมกับรับวัคซีนของประชาชนในพื้นที่จังหวัดระยอง รวมถึงให้แต่ละอำเภอดำเนินการเตรียมความพร้อมตั้งสถานที่กักตัวเพื่อรองรับผู้ติดเชื้อในพื้นที่</p><p><br></p><p>นอกจากนี้ สาธารณสุขจังหวัดระยองได้ประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมในการเดินทางเข้าเกาะเสม็ดหลังจังหวัดระยองได้ประกาศกรอบแนวทางการเดินทางเข้าเกาะเสม็ดเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยผู้ที่จะเข้าเกาะเสม็ดได้ต้องได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 อย่างน้อย 1 เข็ม และต้องมีผลตรวจ ATK หรือ RT-PCR ผลเป็นลบไม่เกิน 72 ชั่วโมง หรือ 3 วัน ยกเว้น ผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้านการแพทย์ ผู้ป่วยฉุกเฉิน กู้ชีพ กู้ภัย กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ต้องเดินทางมากับผู้ปกครอง ส่วนผู้เคยป่วยโควิด-19 ที่รักษาหายแล้วมากกว่า 30 วัน แต่ไม่เกิน 90 วัน ต้องมีใบรับรองแพทย์มาแสดงโดยไม่ต้องตรวจ ATK หรือ RT-PCR หากเกิน 90 วัน ให้แสดงผลตรวจ ATK หรือ RT-PCR ผลเป็นลบ ไม่เกิน 72 ชั่วโมง หรือ 3 วัน ต่อเจ้าหน้าที่&nbsp;</p>	19/1/2022	ภาคตะวันออก	ระยอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119120803861
609	"เทศบาลตำบลแม่สะเรียง เปลี่ยน ""ขยะ"" เป็น ""ปุ๋ยอินทรีย์"" แจกฟรีทุกครัวเรือน และขอความร่วมมือประชาชนแยกทิ้ง ขยะติดเชื้อ"	<p><strong>กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เทศบาลตำบลแม่สะเรียง</strong>&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ลงพื้นที่บริหารจัดการขยะ&nbsp;โดยการโม่และบรรจุปุ๋ย&nbsp;จากเศษอาหาร&nbsp;เศษผักผลไม้ในชุมชน&nbsp;เป็นปุ๋ยอินทรีย์&nbsp;เพื่อแจกจ่ายกลับคืนให้ชุมชนฟรี&nbsp;ซึ่งโครงการนี้ทำมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2564&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรและประชาชนได้ลดภาระค่าใช้จ่าย&nbsp;ลดต้นทุนการผลิต&nbsp;จึงขอความร่วมมือจากประชาชนในเขตเทศบาลฯ&nbsp;ช่วยกันคัดแยกขยะออกจากกันให้ชัดเจน&nbsp;และมัดปากถุงขยะให้สนิท&nbsp;เพื่อความสะดวกในการนำขยะแต่ละชนิดไปกำจัดได้ถูกต้อง&nbsp;ซึ่งการคัดแยกขยะให้ถูกต้องจะช่วยลดปริมาณขยะปลายทาง&nbsp;และลดค่าใช้จ่ายในการขนย้ายได้อีกด้วย</p><p><strong>ขณะเดียวกัน&nbsp;ในพื้นที่อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;ยังคงมีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;</strong>พบว่ามี&nbsp;ขยะติดเชื้อ&nbsp;เช่น&nbsp;หน้ากากอนามัย&nbsp;หน้ากากผ้า&nbsp;ชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เพิ่มขึ้นจำนวนมาก&nbsp;ซึ่งไม่สามารถทิ้งรวมกับขยะทั่วไปได้&nbsp;จึงต้องขอให้ประชาชนแยกใส่ถุงต่างหาก&nbsp;ปิดปากถุงให้สนิท&nbsp;แล้วนำไปทิ้งในถังขยะที่เทศบาลฯ&nbsp;กำหนดไว้&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;คือเทศบาลตำบลแม่สะเรียง&nbsp;และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;(สวนสุขภาพ)</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ไม่ว่าจะทำการทิ้งขยะติดเชื้อที่บ้านหรือสถานประกอบการ&nbsp;</strong>ควรสวมถุงมือยางอนามัยก่อนทุกครั้ง&nbsp;หลังจากการจำกัดขยะติดเชื้อแล้ว&nbsp;ต้องล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ทันที</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	19/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119122641870
610	ยะลา โควิดรายใหม่ 12 ราย  ศบค.ย้ำ ตรุษจีน ผู้ร่วมกิจกรรมกับผู้สูงอายุ ให้สวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง  ป้องกันการแพร่เชื้อ พร้อมเร่งนำผู้สูงอายุรับวัคซีน เข็ม 3 เพิ่มภูมิคุ้มกัน	<p><strong>ยะลา&nbsp;โควิดรายใหม่&nbsp;12&nbsp;ราย&nbsp;ศบค.ย้ำ&nbsp;ตรุษจีน&nbsp;ผู้ร่วมกิจกรรมกับผู้สูงอายุ&nbsp;ให้สวมหน้ากากอนามัย&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;ป้องกันการแพร่เชื้อ&nbsp;พร้อมเร่งนำผู้สูงอายุรับวัคซีน&nbsp;เข็ม&nbsp;3&nbsp;เพิ่มภูมิคุ้มกัน</strong></p><p><strong>&nbsp;</strong></p><p><strong>สำหรับสถานการณ์โควิด-19&nbsp;รายวัน&nbsp;ระลอกใหม่&nbsp;เดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;</strong>วันนี้&nbsp;(19&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;ในจังหวัดยะลา&nbsp;&nbsp;พบผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;12&nbsp;ราย&nbsp;ใน&nbsp;3&nbsp;อำเภอ&nbsp;โดยเป็นผู้ป่วย&nbsp;ใน&nbsp;อ.เมือง&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;อ.รามัน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และ&nbsp;อ.เบตง&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ส่วนอำเภอที่ไม่พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม&nbsp;&nbsp;มี&nbsp;5&nbsp;อำเภอ&nbsp;คือ&nbsp;กาบัง&nbsp;ยะหา&nbsp;กรงปินัง&nbsp;ธารโต&nbsp;และ&nbsp;บันนังสตา&nbsp;&nbsp;ขณะที่ยอดผู้ป่วยสะสม&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;ม.ค.65&nbsp;จนถึงวันนี้&nbsp;มีจำนวน&nbsp;&nbsp;&nbsp;281&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;147&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;&nbsp;213&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้เสียชีวิตรายใหม่&nbsp;สะสมรวม&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;ส่วนผู้ป่วยที่เข้าข่ายติดเชื้อ&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;วันนี้พบรายใหม่&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;สะสมรวมอยู่ที่&nbsp;89&nbsp;&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทางด้าน&nbsp;ศบค.&nbsp;เน้นย้ำ&nbsp;ในเทศกาลตรุษจีนที่จะถึงนี้</strong>&nbsp;ผู้ร่วมกิจกรรมกับผู้สูงอายุ&nbsp;ให้สวมหน้ากากอนามัย&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;ป้องกันการแพร่เชื้อสู่ผู้สูงอายุ&nbsp;พร้อมทั้งนำผู้สูงอายุรับวัคซีน&nbsp;เข็ม&nbsp;3&nbsp;เพิ่มภูมิคุ้มกัน&nbsp;รับมือโอมิครอน&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>	19/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119130119879
611	รองโฆษก ศบค.ตรัง เผย ผู้ติดเชื้อโควิด 19 จังหวัดตรัง เป็นการสัมผัสในชุมชน กว่าร้อยละ 80 รองลงมา  คือ สัมผัสการพูดคุยโดยไม่สวมหน้ากากอนามัย และการสัมผัสร่วมบ้าน	<p><strong>แพทย์หญิงทิพย์ลดา&nbsp;บุญชัย&nbsp;นายแพทย์ชำนาญการ&nbsp;โรงพยาบาลตรัง</strong>&nbsp;&nbsp;ในฐานะรองโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดตรัง&nbsp;ในภาพรวมมีผู้ติดเชื้อลดลง&nbsp;เนื่องจากได้รับความร่วมมือจากประชาชนในการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค&nbsp;COVID&nbsp;&nbsp;19&nbsp;เป็นอย่างดี&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยหากแยกจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด&nbsp;19&nbsp;ตามสาเหตุการสัมผัส&nbsp;พบว่า&nbsp;&nbsp;</strong>เป็นการสัมผัสในชุมชน&nbsp;มากถึงร้อยละ&nbsp;80.77&nbsp;รองลงมา&nbsp;&nbsp;คือ&nbsp;&nbsp;สัมผัสการพูดคุยโดยไม่สวมหน้ากากอนามัย&nbsp;&nbsp;&nbsp;ร้อยละ&nbsp;11.54&nbsp;และการสัมผัสร่วมบ้านร้อยละ&nbsp;7.69&nbsp;สำหรับการตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;วันนี้พบผลบวก&nbsp;26&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;95&nbsp;รายคิดเป็นร้อยละ&nbsp;27.37&nbsp;&nbsp;/&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;1,393&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;พบผลเป็นบวก&nbsp;91&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;6.53&nbsp;รวมผู้ติดเชื้อจากการตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;และ&nbsp;ATK&nbsp;วันนี้&nbsp;117&nbsp;ราย&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;1,488&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;7.86&nbsp;ขณะที่การตรวจหาเชื้อแยกตามความเสี่ยงและการสัมผัสในกลุ่มผู้เข้าเกณฑ์สอบสวนโรค&nbsp;&nbsp;ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเสี่ยงต่ำ&nbsp;&nbsp;เรือนจำแรกรับ&nbsp;&nbsp;การตรวจเชิงรุก&nbsp;&nbsp;ตรวจแรงงานต่างด้าวเข้าเกณฑ์&nbsp;PUI&nbsp;การตรวจก่อนผ่าตัดและอื่นๆ&nbsp;รวม&nbsp;85&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;จะต้องรอผลตรวจในวันพรุ่งนี้&nbsp;(20&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ศบค.จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;ขอให้ทุกภาคส่วนช่วยกันดำเนินตามมาตรการ</strong>&nbsp;VUCA&nbsp;คือ&nbsp;V&nbsp;ไปฉีดวัคซีนตามกำหนด&nbsp;U&nbsp;ป้องกันตนเองกับทุกคน&nbsp;ทุกที่&nbsp;ทุกเวลา&nbsp;C&nbsp;ใช้&nbsp;&nbsp;COVID&nbsp;&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;ทำให้สถานที่&nbsp;ผู้ให้บริการ&nbsp;ผู้รับบริการมีความปลอดภัย&nbsp;และ&nbsp;A&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นประจำ&nbsp;และนอกจากการดำเนินงานตามมาตรการ&nbsp;VUCA&nbsp;แล้ว&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ได้เร่งสื่อสารความเข้าใจให้ประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น&nbsp;เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	19/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119143430927
612	19 ม.ค.65 จ.ลำพูน พบติดเชื้อ COVID-19 จากผล RT-PCR 25 ราย ผลตรวจ ATK Positive 113 ราย	<p><strong>วันนี้&nbsp;(19&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ที่ศาลาประชาคม&nbsp;ศาลากลางจังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;พร้อมด้วยนายแพทย์ชำนาญการ&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลแม่ทา&nbsp;ร่วมแถลงสถานการณ์&nbsp;COVID-19&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดลำพูน&nbsp;พบผู้ติดเชื้อเพิ่มในจังหวัด&nbsp;12&nbsp;ราย&nbsp;ต่างจังหวัดอีก&nbsp;13&nbsp;ราย&nbsp;ATK&nbsp;Positive&nbsp;113&nbsp;ราย&nbsp;มีผู้ป่วยติดเชื้อสะสมทั้งสิ้น&nbsp;6,194&nbsp;ราย&nbsp;ยอดเสียชีวิตสะสม&nbsp;44&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยยืนยันรักษาตัวทั้งหมด&nbsp;155&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;Pro.Case&nbsp;จำนวน&nbsp;648&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;ใน&nbsp;รพ.รัฐ&nbsp;222&nbsp;ราย&nbsp;รพ.เอกชน&nbsp;368&nbsp;ราย&nbsp;CI&nbsp;และ&nbsp;HI&nbsp;119&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;4,742&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหาย&nbsp;Pro.Case&nbsp;จำนวน&nbsp;605&nbsp;ราย</p><p><strong>ในส่วนของสถิติการครองเตียงของโรงพยาบาลรัฐทุกแห่งในจังหวัดลำพูนมีทั้งหมด&nbsp;552&nbsp;เตียง&nbsp;</strong>ใช้ไป&nbsp;228&nbsp;เตียง&nbsp;หรือคิดเป็น&nbsp;41.30%&nbsp;จึงทำให้มีเตียงเหลือรองรับผู้ป่วย&nbsp;324&nbsp;เตียง&nbsp;คิดเป็น&nbsp;58.70%&nbsp;นอกจากนี้เตียงรองรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลเอกชนมีรองรับทั้งสิ้น&nbsp;511&nbsp;เตียง&nbsp;ใช้ไป&nbsp;368&nbsp;เตียง&nbsp;คิดเป็น&nbsp;72.02%&nbsp;จึงทำให้มีเตียงเหลือรองรับผู้ป่วยอีก&nbsp;143&nbsp;เตียง&nbsp;คิดเป็น&nbsp;27.98%</p><p><strong>สำหรับการให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ของจังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;19&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มียอดสะสมการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ไปแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;320,197&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;78.30%&nbsp;ของผู้ประสงค์ฉีดทั้งหมด&nbsp;126,648&nbsp;คน&nbsp;จากประชากรทั้งหมด&nbsp;401,408&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็น&nbsp;79.77%&nbsp;ฉีดเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;320,197&nbsp;ราย&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;292,149&nbsp;ราย&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;99,289&nbsp;ราย&nbsp;และเข็มที่&nbsp;4&nbsp;จำนวน&nbsp;2,378&nbsp;เข็ม</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	19/1/2022	ภาคเหนือ	ลำพูน	สวท.ลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119143745930
613	รองโฆษก ศบค.ตรัง เผย ผู้ติดเชื้อโควิด 19 จังหวัดตรัง เป็นการสัมผัสในชุมชน  กว่าร้อยละ 80 รองลงมา   คือ  สัมผัสการพูดคุยโดยไม่สวมหน้ากากอนามัย และการสัมผัสร่วมบ้าน	<p><strong>วันนี้&nbsp;(19&nbsp;ม.ค.&nbsp;2565)&nbsp;แพทย์หญิงทิพย์ลดา&nbsp;บุญชัย&nbsp;นายแพทย์ชำนาญการ</strong>&nbsp;โรงพยาบาลตรัง&nbsp;&nbsp;ในฐานะรองโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในภาพรวมมีผู้ติดเชื้อลดลง&nbsp;เนื่องจากได้รับความร่วมมือจากประชาชนในการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค&nbsp;COVID&nbsp;&nbsp;19&nbsp;เป็นอย่างดี&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยหากแยกจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด&nbsp;19&nbsp;ตามสาเหตุการสัมผัส&nbsp;พบว่า</strong>&nbsp;&nbsp;เป็นการสัมผัสในชุมชน&nbsp;มากถึงร้อยละ&nbsp;80.77&nbsp;รองลงมา&nbsp;&nbsp;คือ&nbsp;สัมผัสการพูดคุยโดยไม่สวมหน้ากากอนามัย&nbsp;&nbsp;ร้อยละ&nbsp;11.54&nbsp;และการสัมผัสร่วมบ้านร้อยละ&nbsp;7.69&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ฃ</p><p><strong>สำหรับการตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;วันนี้พบผลบวก&nbsp;26&nbsp;ราย</strong>&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;95&nbsp;รายคิดเป็นร้อยละ&nbsp;27.37&nbsp;&nbsp;/&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;1,393&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;พบผลเป็นบวก&nbsp;91&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;6.53&nbsp;รวมผู้ติดเชื้อจากการตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;และ&nbsp;ATK&nbsp;วันนี้&nbsp;117&nbsp;ราย&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;1,488&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;7.86&nbsp;ขณะที่การตรวจหาเชื้อแยกตามความเสี่ยงและการสัมผัสในกลุ่มผู้เข้าเกณฑ์สอบสวนโรค&nbsp;&nbsp;ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเสี่ยงต่ำ&nbsp;&nbsp;เรือนจำแรกรับ&nbsp;&nbsp;การตรวจเชิงรุก&nbsp;&nbsp;ตรวจแรงงานต่างด้าวเข้าเกณฑ์&nbsp;PUI&nbsp;การตรวจก่อนผ่าตัดและอื่นๆ&nbsp;รวม&nbsp;85&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;จะต้องรอผลตรวจในวันพรุ่งนี้(20&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ศบค.จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;ขอให้ทุกภาคส่วนช่วยกันดำเนินตาม</strong>มาตรการ&nbsp;VUCA&nbsp;คือ&nbsp;V&nbsp;ไปฉีดวัคซีนตามกำหนด&nbsp;U&nbsp;ป้องกันตนเองกับทุกคน&nbsp;ทุกที่&nbsp;ทุกเวลา&nbsp;C&nbsp;ใช้&nbsp;&nbsp;COVID&nbsp;&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;ทำให้สถานที่&nbsp;ผู้ให้บริการ&nbsp;ผู้รับบริการมีความปลอดภัย&nbsp;และ&nbsp;A&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นประจำ&nbsp;และนอกจากการดำเนินงานตามมาตรการ&nbsp;VUCA&nbsp;แล้ว&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ได้เร่งสื่อสารความเข้าใจให้ประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น&nbsp;เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	19/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119144229934
614	โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล สังกัดสาธารณสุขอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลยร่วมกันลงพื้นที่ตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) กับผู้สัมผัสเสี่ยงสูงในพื้นที่	<p><strong>เจ้าหน้าที่&nbsp;รพ.สต.บ้านหนองอุมลัว</strong>&nbsp;พร้อมด้วยผู้นำชุมชน&nbsp;และ&nbsp;อสม.ตำบลโพนสูงได้ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;กับผู้สัมผัสเสี่ยงสูงที่บ้านกกโพธิ์วังกำ&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;คน&nbsp;โดยใช้ชุดตรวจ&nbsp;Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit-ATK&nbsp;หรือชุดตรวจโควิด-19&nbsp;แบบเร่งด่วน&nbsp;ด้วยการ&nbsp;Swab&nbsp;เก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งทางจมูก&nbsp;เป็นการตรวจคัดกรองเบื้องต้น&nbsp;ผลการตรวจออกมาเป็น&nbsp;Negative&nbsp;ทั้ง&nbsp;3&nbsp;คน&nbsp;พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่&nbsp;รพ.สต.บ้านหนองอุมลัว&nbsp;และอสม.ได้เดินทางไปโรงเรียนบ้านห้วยทอง&nbsp;ทำการตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;ด้วยชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ให้กับนักเรียน&nbsp;และคณะครู&nbsp;โรงเรียนบ้านห้วยทอง&nbsp;จำนวน&nbsp;60&nbsp;คน&nbsp;ผลการตรวจออกมาเป็น&nbsp;Negative&nbsp;ทุกๆ&nbsp;คน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กรณีมีผู้ที่ไปร่วมงานหมอลำบ้านปากหมัน</strong>&nbsp;มาตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ที่&nbsp;รพ.สต.&nbsp;บ้านนาดี&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;ผลเป็น&nbsp;Nagative&nbsp;ทั้ง&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;และมี&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ที่ได้ไปจับมือนักร้อง&nbsp;และเต้นหน้าเวที&nbsp;โดยไม่ได้สวมหน้ากากอนามัย&nbsp;จนท.จึงให้กักตัว&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;เพื่อตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;รอบที่&nbsp;2&nbsp;และให้คำแนะนำปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(covid-19)&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>ด้าน&nbsp;รพ.สต.โคกงาม&nbsp;</strong>ได้ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรน่า&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;โดยใช้ชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;กับผู้สัมผัสเสี่ยง&nbsp;ที่บ้านหนองสนุ่น&nbsp;จำนวน&nbsp;74&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;ผลตรวจเป็น&nbsp;Positive&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;Negative&nbsp;จำนวน&nbsp;72&nbsp;ราย&nbsp;และบ้านโคกงาม&nbsp;จำนวน&nbsp;22&nbsp;ราย&nbsp;ผลตรวจ&nbsp;Positive&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;Negative&nbsp;จำนวน&nbsp;21&nbsp;ราย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	19/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	เลย	สวท.ด่านซ้าย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119145721946
615	กระทรวงสาธารณสุข เตรียมเสนอเรื่อง Test&Go หากกลับมาใช้ต้องเพิ่มมาตรการ และทุกมาตรการต้องครอบคลุมในประกัน ส่วนการกักตัวกลุ่มเสี่ยงสูง กระทรวงสาธารณสุขมีมติลดวันกักตัวจาก 14 วันเหลือ 7+3 วัน	<p>นายแพทย์เกียรติภูมิ&nbsp;วงศ์รจิต&nbsp;ปลัดกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;กล่าวถึงกรณีที่กระทรวงสาธารณสุขเตรียมเสนอให้กลับมาลงทะเบียน&nbsp;Test&amp;Go&nbsp;นั้น&nbsp;นายแพทย์เกียรติภูมิ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ต้องมีการเสนอเพิ่มมาตรการ&nbsp;เพราะยังพบการติดเชื้อในคนเดินทางเข้าประเทศ&nbsp;ต้องมีการตรวจหาเชื้อ&nbsp;3&nbsp;ครั้ง&nbsp;คือ&nbsp;วันแรกที่มาถึงไทย&nbsp;และก่อน&nbsp;7&nbsp;วันหลังมาถึงให้ตรวจซ้ำครั้งที่&nbsp;2&nbsp;และครั้งสุดท้ายตรวจก่อนขึ้นเครื่องออกนอกประเทศ&nbsp;ซึ่งค่าใช้จ่ายในการตรวจทั้งหมดต้องครอบคลุมอยู่ในการซื้อประกันเดินทางเข้าไทย&nbsp;โดยที่กรมควบคุมโรคจะไม่ออกค่าใช้จ่ายค่าตรวจครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ในระบบ&nbsp;Test&amp;Go&nbsp;ให้อีก</p><p><br></p><p>&nbsp;นอกจากนี้ยังต้องมีมาตรการเรื่องประกันสุขภาพโควิดต้องปรับให้ครอบคลุมการรักษากรณีผู้ติดเชื้อไม่มีอาการให้สามารถเข้าได้ทุกระบบดูแลตามมาตรฐานของไทยด้วยส่วนเรื่องลดวันกักตัวกลุ่มเสี่ยงสูงนั้น&nbsp;ปลัดกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์สาธารณสุข&nbsp;(EOC)&nbsp;กรณีโควิด&nbsp;-19&nbsp;เห็นชอบแล้วว่าให้ลดวันกักตัวกลุ่มเสี่ยงสูง&nbsp;เป็น&nbsp;7+3&nbsp;คือกักตัวแยก&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;ส่วนอีก&nbsp;3&nbsp;วันออกจากการแยกตัวสามารถไปทำกิจกรรมได้&nbsp;แต่ให้เฝ้าระวังตัวเองพิเศษพยายามอยู่ห่างจากผู้อื่น&nbsp;เมื่อครบวันที่&nbsp;3&nbsp;ให้ตรวจหาเชื้อด้วย&nbsp;ATK&nbsp;อีกครั้ง&nbsp;ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขกำลังทำเอกสารมติดังกล่าว&nbsp;เพื่อทำเป็นแนวทางปฏิบัติและจะประกาศให้ทราบทั่วกันต่อไป</p>	19/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119161013015
616	"พาณิชย์ลำพูน จับตาราคาสินค้า ""เนื้อหมู เนื้อไก่ ไข่ไก่ น้ำมันปาล์ม ชุดตรวจ ATK"" กำชับ ปิดป้ายราคาให้ชัดเจน ห้ามฉวยโอกาสเอาเปรียบประชาชน"	<p><strong>วันที่&nbsp;19&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;นางกนกรัตน์&nbsp;ยุกติรัตน์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดลำพูน&nbsp;</strong>เปิดเผยว่า&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำพูน&nbsp;ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การจำหน่ายสินค้า&nbsp;อาทิ&nbsp;เนื้อหมู&nbsp;เนื้อไก่&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;น้ำมันปาล์ม&nbsp;ข้าวสาร&nbsp;ชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;และหน้ากากอนามัยทางการแพทย์&nbsp;ของผู้ประกอบการ&nbsp;ห้างสรรพสินค้า&nbsp;และร้านค้าขายปลีกในพื้นที่อำเภอเมืองลำพูน&nbsp;ตามข้อสั่งการของนายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ที่กำชับให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดติดตามสถานการณ์ราคาจำหน่ายสินค้า&nbsp;และการปิดป้ายแสดงราคาสินค้าและบริการอย่างเข้มงวด&nbsp;เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสเอาเปรียบประชาชนช่วงการแพร่ระบาดสถานการณ์โรคไวรัสโควิด-19&nbsp;และป้องกันการร้องเรียน&nbsp;หลังกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการรายใหญ่&nbsp;และรายเล็ก&nbsp;ชะลอการขึ้นราคาสินค้าหลายรายการ&nbsp;และหารือกำหนดราคาสินค้าให้เหมาะสม&nbsp;เพื่อลดภาระค่าครองชีพประชาชนในช่วงนี้&nbsp;และได้เน้นย้ำให้พาณิชย์จังหวัด&nbsp;ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;และให้ความเป็นธรรมทางการค้าของผู้บริโภค</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;หากประชาชนพบเห็นว่ามีการกักตุนหรือฉวยโอกาสจำหน่ายสินค้าในราคาที่ไม่เป็นธรรม&nbsp;</strong>สามารถแจ้งได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน&nbsp;1569&nbsp;หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ&nbsp;และหากตรวจสอบพบการกระทำผิดจะมีโทษตามมาตรา&nbsp;29&nbsp;แห่ง&nbsp;พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;ซึ่งมีโทษจำคุก&nbsp;7&nbsp;ปี&nbsp;ปรับ&nbsp;140,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือทั้งจำและปรับ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	19/1/2022	ภาคเหนือ	ลำพูน	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119154543990
617	สาธารณสุขขอนแก่น ประชุมศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์และสาธารณสุขกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID -19) จังหวัดขอนแก่น (EOC)	<p><strong>นายแพทย์ภาคี&nbsp;ทรัพย์พิพัฒน์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์และสาธารณสุขกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID&nbsp;-19)&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;(EOC)&nbsp;ผ่านการประชุมทางไกล&nbsp;Web&nbsp;Conference&nbsp;ครั้งที่&nbsp;7&nbsp;/2565&nbsp;จำนวนผู้เข้าร่วมประชุมผ่านออนไลน์&nbsp;163&nbsp;คน&nbsp;คณะผู้บริหาร&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;ที่&nbsp;ห้องประชุมหม่อนไหม&nbsp;</p><p><strong>โดยมีประเด็นติดตามและข้อสั่งการที่สำคัญ</strong>&nbsp;ดังนี้&nbsp;</p><p><strong>1.&nbsp;ขอให้ทุกหน่วยฉีด&nbsp;เร่งรัดการฉีดวัคซีนตามข้อสั่งการ&nbsp;EOC</strong>&nbsp;กระทรวงสาธารณสุขเน้นฉีด&nbsp;Sinovac&nbsp;เป็นเข็มที่&nbsp;1&nbsp;AstraZeneca&nbsp;เป็นเข็มที่&nbsp;2&nbsp;และ&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;ฉีด&nbsp;AstraZeneca&nbsp;ให้เพิ่มศักยภาพการจัดเก็บวัคซีน&nbsp;Sinovac&nbsp;และ&nbsp;AstraZeneca&nbsp;ไว้ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุกแห่ง&nbsp;และจัดระบบการฉีดวัคซีน&nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวก&nbsp;และเร่งสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชาชน&nbsp;ขอให้ทุกหน่วยฉีดตรวจสอบอายุวัคซีน&nbsp;Moderna&nbsp;เร่งฉีดให้ทันก่อนกำหนดวันหมดอายุ</p><p><strong>2.การประเมินความเสี่ยงบุคลากร&nbsp;ก่อนเข้าปฏิบัติงาน</strong>&nbsp;สัปดาห์ละ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;ทุกวันอาทิตย์&nbsp;หากพบเสี่ยงสูงให้ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทุกราย&nbsp;โดยใช้โปรแกรม&nbsp;Thai&nbsp;Save&nbsp;Thai&nbsp;ของกรมอนามัย&nbsp;กระทรวงสาธารณสุข</p><p><strong>3.&nbsp;ให้ทุกอำเภอรายงานจำนวน</strong>&nbsp;ATK+&nbsp;ที่ไม่ส่ง&nbsp;RT-&nbsp;PCR&nbsp;ที่รับไว้รักษาใน&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;Community&nbsp;Isolation&nbsp;</p><p><strong>4.กำหนดการตรวจเยี่ยมเสริมพลัง</strong>&nbsp;ของผู้บริหารในพื้นที่อำเภอที่รับผิดชอบ&nbsp;ในวันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;โดยติดตามเยี่ยมหน่วยฉีดวัคซีน&nbsp;การนัดหมายการฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;2&nbsp;และเข็มที่&nbsp;3&nbsp;การจัดเก็บวัคซีนใน&nbsp;รพ.สต.&nbsp;ติดตามการเตรียมความพร้อม&nbsp;Home&nbsp;Isolation/Community&nbsp;Isolation</p><p><strong>การติดตามการดำเนินงานด้านต่าง&nbsp;ๆ</strong>&nbsp;ขอให้ประชาสัมพันธ์ศูนย์ปฏิบัติการเก็บตัวอย่างส่งตรวจจังหวัดขอนแก่น&nbsp;ณ&nbsp;อาคารศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์&nbsp;ถนนศูนย์ราชการ&nbsp;ให้บริการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทุกวัน&nbsp;</p><p><strong>การดูแลสุขภาพจิตประชาชน&nbsp;MCATT</strong>&nbsp;ผ่าน&nbsp;Mental&nbsp;Health&nbsp;Checklist&nbsp;ทั้งในประชาชนทั่วไป&nbsp;และ&nbsp;ผู้ป่วยโควิด&nbsp;19&nbsp;ที่รับไว้รักษาในโรงพยาบาล&nbsp;</p><p><strong>การเตรียมความพร้อมเพื่อการเปิดเรียนการสอนในสถานศึกษา</strong>&nbsp;หลังวันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;โดยใช้แนวทางมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;กระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดขอนแก่นพิจารณาการเปิดเรียน&nbsp;เน้นมาตรการสำคัญ&nbsp;การได้รับวัคซีนตามเกณฑ์&nbsp;การประเมินความเสี่ยงตนเองของนักเรียนผ่านแอปพลิเคชั่น&nbsp;Thai&nbsp;Save&nbsp;Thai&nbsp;ของกรมอนามัย&nbsp;ทุกวัน&nbsp;ถ้าเสี่ยงสูงให้งดมาโรงเรียนและตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ด้วยตัวเอง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การเปิดสถานศึกษาขึ้นกับสถานการณ์</strong>&nbsp;ความเหมาะสม&nbsp;และความพร้อม&nbsp;ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	19/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ขอนแก่น	สวท.ขอนแก่น	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119153612978
618	จังหวัดตรัง ปรับการดูแลรักษาให้เป็นระบบดูแลที่บ้านหรือในชุมชน (Home IsolationCommunity Isolation) โดยล่าสุดได้จำหน่ายผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาลสนามทั้งหมดแล้ว	<p><strong>วันนี้&nbsp;(19&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;แพทย์หญิงทิพย์ลดา&nbsp;บุญชัย&nbsp;นายแพทย์ชำนาญการ</strong>&nbsp;โรงพยาบาลตรัง&nbsp;&nbsp;ในฐานะรองโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;การฉีดวัคซีนในพื้นที่จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;จนถึงวันที่&nbsp;19&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;มีประชาชนกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;631,755&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;ฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;1&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;490,295&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;77.61&nbsp;มีผู้ที่ได้รับวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;464,508&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;73.53&nbsp;และผู้ได้รับวัคซีนเข็ม&nbsp;3&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;106,260&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;16.82&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;จำนวนผู้ป่วยที่ต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล&nbsp;ลดลงอย่างต่อเนื่อง</strong>&nbsp;โดยในโรงพยาบาลของรัฐทั้ง&nbsp;10&nbsp;แห่ง&nbsp;มีอัตราการครองเตียงอยู่ที่&nbsp;ร้อยละ&nbsp;29&nbsp;ของจำนวนเตียงที่มีทั้งหมด&nbsp;&nbsp;ขณะที่&nbsp;โรงพยาบาลเอกชนทั้ง&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;มีอัตราการครองเตียงอยู่ที่&nbsp;ร้อยละ&nbsp;51&nbsp;ส่วนโรงพยาบาลสนามทุกแห่งของจังหวัดตรัง&nbsp;ได้มีการจำหน่ายผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาลสนามทั้งหมดแล้ว&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งจังหวัดตรัง&nbsp;ได้ปรับการดูแลรักษาให้เป็นระบบดูแลที่บ้านหรือในชุมชน&nbsp;</strong>(Home&nbsp;Isolation/Community&nbsp;Isolation)&nbsp;เป็นลำดับแรก&nbsp;ซึ่งวันนี้จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่มีแนวโน้มลดลง&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ขอให้ทุกภาคส่วนช่วยกันดำเนินตามมาตรการ&nbsp;VUCA&nbsp;คือ&nbsp;V&nbsp;ไปฉีดวัคซีนตามกำหนด&nbsp;U&nbsp;ป้องกันตนเองกับทุกคน&nbsp;ทุกที่&nbsp;ทุกเวลา&nbsp;C&nbsp;ใช้&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;ทำให้สถานที่&nbsp;ผู้ให้บริการ&nbsp;ผู้รับบริการมีความปลอดภัย&nbsp;และ&nbsp;A&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นประจำ&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยเฉพาะอย่างยิ่ง&nbsp;&nbsp;การเข้ารับวัคซีน&nbsp;เพราะวัคซีนทุกสูตรมีประสิทธิผล</strong>ป้องกันอาการป่วยรุนแรงและเสียชีวิตสูงประมาณ&nbsp;90-100%&nbsp;ส่วนการป้องกันการติดเชื้อมีประสิทธิผลสูงพอสมควร&nbsp;แต่จะลดลงเมื่อเวลาผ่านไป&nbsp;แต่เมื่อได้รับการฉีดเข็มกระตุ้นหรือการฉีดสูตรไขว้&nbsp;จะเพิ่มประสิทธิผลการป้องกันการติดเชื้อให้สูงขึ้น&nbsp;จึงช่วยควบคุมการระบาดได้ดี&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	19/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119155021994
619	จังหวัดตรัง  ปรับการดูแลรักษาให้เป็นระบบดูแลที่บ้านหรือในชุมชน (Home IsolationCommunity Isolation)  โดยล่าสุดได้จำหน่ายผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาลสนามทั้งหมดแล้ว	<p><strong>วันนี้(19&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;แพทย์หญิงทิพย์ลดา&nbsp;บุญชัย&nbsp;นายแพทย์ชำนาญการ</strong>&nbsp;โรงพยาบาลตรัง&nbsp;&nbsp;ในฐานะรองโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;การฉีดวัคซีนในพื้นที่จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;จนถึงวันที่&nbsp;19&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;มีประชาชนกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;631,755&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;ฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;1&nbsp;&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;490,295&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;77.61&nbsp;มีผู้ที่ได้รับวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;464,508&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;73.53&nbsp;และผู้ได้รับวัคซีนเข็ม&nbsp;3&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;106,260&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;16.82&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;จำนวนผู้ป่วยที่ต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล&nbsp;ลดลงอย่างต่อเนื่อง</strong>&nbsp;โดยในโรงพยาบาลของรัฐทั้ง&nbsp;10&nbsp;แห่ง&nbsp;มีอัตราการครองเตียงอยู่ที่&nbsp;ร้อยละ&nbsp;29&nbsp;ของจำนวนเตียงที่มีทั้งหมด&nbsp;&nbsp;ขณะที่&nbsp;โรงพยาบาลเอกชนทั้ง&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;มีอัตราการครองเตียงอยู่ที่&nbsp;ร้อยละ&nbsp;51&nbsp;ส่วนโรงพยาบาลสนามทุกแห่งของจังหวัดตรัง&nbsp;ได้มีการจำหน่ายผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาลสนามทั้งหมดแล้ว&nbsp;ซึ่งจังหวัดตรัง&nbsp;ได้ปรับการดูแลรักษาให้เป็นระบบดูแลที่บ้านหรือในชุมชน&nbsp;(Home&nbsp;Isolation/Community&nbsp;Isolation)&nbsp;เป็นลำดับแรก&nbsp;ซึ่งวันนี้จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่มีแนวโน้มลดลง&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ขอให้ทุกภาคส่วนช่วยกันดำเนินตามมาตรการ&nbsp;VUCA&nbsp;คือ</strong>&nbsp;V&nbsp;ไปฉีดวัคซีนตามกำหนด&nbsp;U&nbsp;ป้องกันตนเองกับทุกคน&nbsp;ทุกที่&nbsp;ทุกเวลา&nbsp;C&nbsp;ใช้&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;ทำให้สถานที่&nbsp;ผู้ให้บริการ&nbsp;ผู้รับบริการมีความปลอดภัย&nbsp;และ&nbsp;A&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นประจำ&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่ง&nbsp;&nbsp;การเข้ารับวัคซีน&nbsp;&nbsp;&nbsp;เพราะวัคซีนทุกสูตรมีประสิทธิผลป้องกันอาการป่วยรุนแรงและเสียชีวิตสูงประมาณ&nbsp;90-100%&nbsp;ส่วนการป้องกันการติดเชื้อมีประสิทธิผลสูงพอสมควร&nbsp;แต่จะลดลงเมื่อเวลาผ่านไป&nbsp;แต่เมื่อได้รับการฉีดเข็มกระตุ้นหรือการฉีดสูตรไขว้&nbsp;จะเพิ่มประสิทธิผลการป้องกันการติดเชื้อให้สูงขึ้น&nbsp;จึงช่วยควบคุมการระบาดได้ดี</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	19/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119155906004
620	จ.น่าน โรงเรียนชนบทจัดการเรียนการสอน ตามมาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัด	<p><strong>ที่โรงเรียนบ้านทุ่งน้อย&nbsp;ตำบลฝายแก้ว&nbsp;อำเภอภูเพียง&nbsp;จังหวัดน่าน&nbsp;</strong>โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน&nbsp;เขต&nbsp;1&nbsp;&nbsp;นักเรียนที่เดินทางเข้าเรียนต้องผ่านจุดคัดกรองบริเวณทางเข้าหน้าโรงเรียนมีจุดบริการให้ล้างมือ&nbsp;ตรวจวัดไข้&nbsp;และฉีดพ่นแอลกอฮอล์&nbsp;โดยครูอาจารย์คอยตรวจสอบความพร้อม&nbsp;หากนักเรียนคนไหนไม่สวมหน้ากากอนามัยก็จะมีบริการให้สวมก่อนเข้าโรงเรียน&nbsp;และเปิดการเรียนการสอนภายใต้มาตรการโควิด-19&nbsp;โดยเว้นระยะห่าง&nbsp;และภายในห้องเรียนก่อนทำการสอนครูประจำโฮมรูมก็จะสอบถามความเป็นอยู่ของนักเรียนและครอบครัวมีสมาชิกเดินทางเข้ามาจากที่อื่นหรือไม่&nbsp;หากมีกลุ่มเสี่ยงพร้อมทั้งและนำการปฏิบัติตัวระหว่างอยู่ในครอบครัวและอยู่ในโรงเรียน</p><p><strong>นางสาวจิดาภา&nbsp;เดือนเพ็ญ&nbsp;นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่&nbsp;3&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ช่วงที่จะเดินทางเข้ามาเรียนแต่ละวันก็เตรียมอุปกรณ์เพื่อป้องกันโควิด-19&nbsp;โดยเฉพาะหน้ากากอนามัย&nbsp;แอลกอฮอล์&nbsp;น้ำดื่มส่วนตัว&nbsp;การเรียนนั่งเว้นระยะ&nbsp;หรือการจัดกิจกรรมต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิดอย่างเคร่งครัด&nbsp;และยังช่วยสอดส่องตามชุมชนในหมู่บ้านของตนหากมีใครมีอาการหรือเป็นกลุ่มเสี่ยงก็จะแจ้งให้ผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;ผู้นำท้องที่และครูอาจารย์</p><p><strong>ด้านว่าที่ร้อยตรียุทธพล&nbsp;ฟักมงคล&nbsp;ผู้อำนวยการโรงเรียนทุ่งน้อย&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ทางโรงเรียนปฏิบัติตามมาตรการโควิดเรื่องการเรียนการสอน&nbsp;โดยเฉพาะการเฝ้าระวังป้องกัน&nbsp;ทุกวันอังคารจะนำครูอาจารย์ไปตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทุกสัปดาห์&nbsp;ส่วนนักเรียนพบมาจากพื้นที่เสี่ยงก็จะให้หยุดหารเรียนหรือทั้งห้องก็ให้หยุดพักและนำไปตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;หาเชื้อเพื่อป้องกันการติดเชื้อ&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาในโรงเรียนยังไม่พบมีการติดเชื้อ&nbsp;เนื่องจากทางโรงเรียนได้ระงับเหตุอย่างรวดเร็ว&nbsp;และยังประสานกับหมู่บ้านในพื้นที่ที่โรงเรียนให้บริการเพื่อเป็นการเฝ้าระวังป้องกันอย่างเคร่งครัด&nbsp;ซึ่งสองสามวันที่ผ่ามมา&nbsp;ปรากฏว่าพบนักเรียนที่มาจากกลุ่มเสี่ยงจากหมู่บ้านที่มีการพบผู้ติดเชื้อ&nbsp;ทางโรงเรียนจึงนำนักเรียนจำนวน&nbsp;18&nbsp;ราย&nbsp;ไปรับการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลฝายแก้ว&nbsp;สำหรับโรงเรียนบ้านทุ่งน้อย&nbsp;ตำบลฝายแก้ว&nbsp;อำเภอภูเพียง&nbsp;จังหวัดน่าน&nbsp;เป็นโรงเรียนประถมขยายโอกาสขนาดเล็กในสังกัด&nbsp;สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน&nbsp;เขต&nbsp;1&nbsp;มีนักเรียนประมาณ&nbsp;100&nbsp;คน&nbsp;นักเรียนมาจากพื้นที่ห่างไกลจากที่มีการยุบโรงเรียนตามหมู่บ้านจึงมารวมกันที่โรงเรียนแห่ง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	19/1/2022	ภาคเหนือ	น่าน	สวท.น่าน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119155709002
621	จ.แม่ฮ่องสอน พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ 12 ราย ปัจจัยเสี่ยงส่วนใหญ่จากการเดินทาง-พบปะสังสรรค์	<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong>รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในการระบาดตั้งแต่ระลอกเดือนเมษายน&nbsp;2564&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;19&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ทั้งสิ้นจำนวน&nbsp;3,725&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเพศชาย&nbsp;1,721&nbsp;ราย&nbsp;และเพศหญิง&nbsp;2,004&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;49&nbsp;ราย&nbsp;(1.32&nbsp;%)&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;3,524&nbsp;ราย&nbsp;(94.60&nbsp;%)&nbsp;ยังอยู่ระหว่างรักษา&nbsp;152&nbsp;ราย&nbsp;(4.08&nbsp;%)&nbsp;มีอาการเล็กน้อย&nbsp;141&nbsp;ราย&nbsp;ปานกลาง&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;และรุนแรง&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;รักษาอยู่ที่โรงพยาบาลศรีสังวาลย์&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลปาย&nbsp;22&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลแม่สะเรียง&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลแม่ลาน้อย&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลสบเมย&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลสนาม&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;และรักษาในศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;101&nbsp;ราย</p><p><strong>สำหรับวันนี้&nbsp;มีผู้ได้รับการตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19</strong>&nbsp;<strong>ทั้งหมด&nbsp;768&nbsp;ชุด</strong>&nbsp;พบเชื้อ&nbsp;12&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ป่วยในจังหวัดทั้งหมด&nbsp;โดยมีรายละเอียด&nbsp;ดังนี้</p><p><strong>รายที่&nbsp;270&nbsp;เพศหญิง&nbsp;</strong>อายุ&nbsp;36&nbsp;ปี&nbsp;เพศหญิง&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;อาชีพธุรกิจส่วนตัว&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;และเจ็บคอ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสนาม</p><p><strong>รายที่&nbsp;271&nbsp;เพศชาย</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;23&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ต.ผาบ่อง&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;อาชีพลูกจ้างในหน่วยงานราชการพื้นที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;ไอ&nbsp;และเจ็บคอ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสนาม</p><p><strong>รายที่&nbsp;272&nbsp;เพศชาย&nbsp;</strong>อายุ&nbsp;27&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ต.ปางหมู&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;อาชีพรับราชการในหน่วยงานราชการพื้นที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงเดินทางไปพื้นที่ที่มีการระบาดจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;มีอาการเจ็บคอ&nbsp;ส่งตรวจ&nbsp;RT&nbsp;-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสนาม</p><p><strong>รายที่&nbsp;273&nbsp;เพศชาย</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;39&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ต.เวียงใต้&nbsp;อ.ปาย&nbsp;อาชีพรับราชการทหาร&nbsp;ปัจจัยเสี่ยง&nbsp;ทำกิจกรรมพบปะสังสรรค์ร่วมกัน&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;ไอ&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;น้ำมูกใส&nbsp;และมีเสมหะ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลปาย</p><p>รายที่&nbsp;274&nbsp;-&nbsp;275&nbsp;รวม&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อายุ&nbsp;31&nbsp;ปี&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ต.แม่ฮี้&nbsp;อ.ปาย&nbsp;อาชีพค้าขายวัว&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;(MS233)&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;มีน้ำมูก&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;และมีเสมหะ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลปาย</p><p><strong>รายที่&nbsp;276-MS277&nbsp;รวม&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;29&nbsp;ปี&nbsp;และ&nbsp;34&nbsp;ปี&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ต.เวียงใต้&nbsp;และหมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ต.แม่นาเติง&nbsp;อ.ปาย&nbsp;อาชีพเกษตรกร&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;(MS265&nbsp;ทำกิจกรรมพบปะสังสรรค์ร่วมกัน&nbsp;และเดินทางไปในพื้นที่ที่มีการระบาดอำเภอเวียงแหง&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;และมีอาการไข้&nbsp;ปวดศีรษะ&nbsp;มีน้ำมูก&nbsp;ถ่ายเหลว&nbsp;และหนาวสั่น&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลปาย</p><p><strong>รายที่&nbsp;278&nbsp;เพศชาย</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;8&nbsp;เดือน&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ต.แม่ยวม&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;เป็นเด็กในปกครอง&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยง&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;บ้านห้วยสิงห์&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;อ.แม่สะเรียง</p><p><strong>รายที่&nbsp;279&nbsp;เพศหญิง&nbsp;</strong>อายุ&nbsp;68&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;10&nbsp;ต.แม่คง&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;อาชีพเกษตรกร&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัส&nbsp;ใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;และมีน้ำมูก&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-&nbsp;PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษา&nbsp;ศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;อ.แม่สะเรียง</p><p><strong>รายที่&nbsp;280&nbsp;-&nbsp;281&nbsp;รวม&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;</strong>อายุ&nbsp;68&nbsp;ปี&nbsp;และ&nbsp;69&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9ต.แม่ยวม&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;เป็นผู้สูงอายุ&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยง&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;แม่กองแป&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;มีน้ำมูก&nbsp;และหายใจเหนื่อย&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;อ.แม่สะเรียง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	19/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119160121006
622	ที่ประชุม ศบค.จังหวัดสตูล เผยผู้ติดเชื้อ COVID-19 จังหวัดสตูลลดลงแต่ห้ามประมาท เน้นให้ประชาชนเข้ารับวัคซีนเข็มกระตุ้น พร้อมชวนผู้ไม่ฉีดวัคซีนให้เข้ารับการฉีดเร็วที่สุด ลดความรุนแรงจากการติดเชื้อ	<p><strong>วันนี้&nbsp;(19&nbsp;ม.ค.&nbsp;64)&nbsp;ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;80&nbsp;พรรษา&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสตูล</strong>&nbsp;ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสตูล&nbsp;จัดการประชุมติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดสตูล&nbsp;โดยมีนายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;เป็นประธานการประชุมพร้อมด้วยคณะกรรมการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุมและผ่านระบบออนไลน์โดยพร้อมเพรียง</p><p><strong>นายเอกพล&nbsp;เหมรา&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสตูล</strong>&nbsp;รายงานจำนวนผู้ติดเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ของจังหวัดสตูล&nbsp;และสถานการณ์ทั้งประเทศ&nbsp;ว่าในขณะนี้จำนวนผู้ติดเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;เพิ่มสูงขึ้น&nbsp;ซึ่งเป็นไปตามคาดการณ์ของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;เนื่องจากมีการแพร่ระบาดของสายโอมิครอน&nbsp;แต่ยังเป็นจำนวนที่สามารถรองรับการแพร่ระบาดได้&nbsp;ส่วนในพื้นที่จังหวัดสตูลมีจำนวนผู้ติดเชื้อลดลง&nbsp;เนื่องจากการมีการแบ่งผู้ติดเชื้อเป็นกลุ่มที่ตรวจด้วย&nbsp;ATK&nbsp;และรักษาตัวที่บ้าน&nbsp;(HI)&nbsp;หรือ&nbsp;CI&nbsp;ส่วนผู้ที่มีอาการมากจะส่งต่อโรงพยาบาล&nbsp;และกลุ่มที่ตรวจด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;เน้นกลุ่ม&nbsp;608&nbsp;และกลุ่มเปราะบางที่มีความเสี่ยงสูง&nbsp;เพื่อเป็นการยืนยันการติดเชื้อ&nbsp;แต่ยังคงต้องดูแลรักษาสุขอนามัยของตนเองอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันการติดเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;</p><p><strong>ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;แม้จำนวนผู้ติดเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ลดลง</strong>&nbsp;แต่สิ่งสำคัญคือการให้ประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกัน&nbsp;COVID-19&nbsp;ให้มากที่สุด&nbsp;แม้ตัวเลขขณะนี้จังหวัดสตูล&nbsp;ยังไม่ครบ&nbsp;70&nbsp;เปอร์เซ็น&nbsp;แต่เมื่อแยกตัวเลขเป็นกลุ่มประชากรในพื้นที่จริงๆ&nbsp;จังหวัดสตูลได้เกินกว่าเป้าหมายไปแล้ว&nbsp;ขณะนี้วัคซีนมีเพียงพอ&nbsp;ยังมีประชาชนอีกจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่รับการฉีดวัคซีนด้วยเหตุผลต่างๆ&nbsp;ซึ่งต้องสร้างความเข้าใจ&nbsp;และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่ฉีดวัคซีนครบแล้ว&nbsp;เข้ารับวัคซีนเข็ม&nbsp;3&nbsp;กระตุ้นภูมิคุ้มกันโรค&nbsp;อย่างน้อยแม้จะติดเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;วัคซีนจะช่วยลดอาการป่วยหนักและเสียชีวิตได้</p><p><strong>โดยที่ประชุมมีการอนุญาตในการเปิดเรียนแบบ&nbsp;On&nbsp;site&nbsp;เพิ่มเติม</strong>และอนุญาตให้จัดการสอบของหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ในจังหวัดสตูล&nbsp;โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;เน้นย้ำมาตรการ&nbsp;&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;setting&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดจากกิจกรรมที่จัดขึ้นในพื้นที่</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	19/1/2022	ภาคใต้	สตูล	สวท.สตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119161400019
623	กศน.อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง จัดโครงการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน กิจกรรมอบรมลูกเสือจิตอาสาพระราชทานในสถานศึกษา	<p><strong>วันนี้&nbsp;(พุธที่&nbsp;19&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;)&nbsp;กศน.อำเภอปะเหลียน&nbsp;</strong>จัดโครงการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน&nbsp;กิจกรรมอบรมลูกเสือจิตอาสาพระราชทานในสถานศึกษา&nbsp;ณ&nbsp;ค่ายลูกเสือชั่วคราว&nbsp;&nbsp;สำนักงาน&nbsp;กศน.จังหวัดตรัง&nbsp;นางนภา&nbsp;จิโรภาส&nbsp;ผู้อำนวยการ&nbsp;สำนักงาน&nbsp;กศน.จังหวัดตรัง&nbsp;ประธานเปิดการจัดโครงการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน&nbsp;กิจกรรมอบรมลูกเสือจิตอาสาพระราชทานในสถานศึกษา&nbsp;</p><p><strong>โดยมี&nbsp;นางเพียงใจ&nbsp;หอยสังข์&nbsp;ผู้อำนวยการ&nbsp;กศน.อำเภอปะเหลียน</strong>&nbsp;กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ในการจัดโครงการในวันนี้&nbsp;ตามที่สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ&nbsp;ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานหลักสูตร&nbsp;และพระราชทานตราสัญลักษณ์ลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;12&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;สำนักงานลูกเสือแห่งชาติจึงได้กำหนดจัดโครงการลูกเสือจิตอาสาพระราชทานเพื่อส่งเสริมให้ลูกเสือและบุคลากรทางการลูกเสือน้อมนำโครงการจิตอาสาพระราชทานมาเสริมสร้างจิตสำนึกความเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง&nbsp;และบำเพ็ญประโยชน์ต่อชุมชนอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน&nbsp;เป็นการถวายความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;ประมุขของคณะลูกเสือแห่งชาติ&nbsp;โดยการส่งเสริมสนับสนุนการสร้างจิตสำนึกที่ดีให้กับลูกเสือได้ร่วมทำกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญประโยชน์&nbsp;มีจิตสาธารณะตามกฎและคำปฏิญาณของลูกเสือ&nbsp;และขยายผลโครงการสู่สถานศึกษาทั่วประเทศ&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>กศน.อำเภอปะเหลียนและสำนักงานลูกเสือจังหวัดตรัง&nbsp;จึงได้กำหนดจัดโครงการ</strong>ฝึกอบรมลูกเสือจิตอาสาพระราชทานในสถานศึกษา&nbsp;กศน.อำเภอปะเหลียน&nbsp;จังหวัดตรังขึ้น&nbsp;เพื่อพัฒนาลูกเสือในสถานศึกษา&nbsp;ให้มีความรู้&nbsp;ความเข้าใจหลักการและวิธีการของโครงการลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน&nbsp;&nbsp;ฝึกอบรมลูกเสือและตั้งหน่วยลูกเสือจิตอาสาพระราชทานในสถานศึกษาได้&nbsp;และส่งเสริมให้ลูกเสือน้อมนำหลักการและวิธีการของโครงการจิตอาสาพระราชทานไปจัดกิจกรรมจิตอาสาในสถานศึกษาและชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;การฝึกอบรมแบบค่ายพักแรม&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;2&nbsp;คืน&nbsp;ณ&nbsp;ค่ายลูกเสือชั่วคราว&nbsp;สำนักงาน&nbsp;กศน.จังหวัดตรัง&nbsp;ผู้เข้าอบรมเป็นนักศึกษา&nbsp;กศน.อำเภอปะเหลียน&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;คน&nbsp;ผู้ชายจำนวน&nbsp;30&nbsp;คน&nbsp;ผู้หญิง&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;10&nbsp;คน&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>การฝึกอบรมในวันนี้เป็นการฝึกอบรมรุ่นที่&nbsp;1&nbsp;ของ&nbsp;กศน.อำเภอปะเหลียน</strong>&nbsp;ได้รับการสนับสนุนวิทยากรจากสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดตรัง&nbsp;สำนักงานกศน.จังหวัดตรัง&nbsp;สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตรัง&nbsp;กระบี่&nbsp;สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรัง&nbsp;เขต&nbsp;1&nbsp;สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรัง&nbsp;เขต&nbsp;2&nbsp;วิทยาลัยการอาชีพตรัง&nbsp;มทร.ศรีวิชัย&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;นักศึกษา&nbsp;กศน.&nbsp;วิทยากรทุกคนต้องผ่านการตรวจคัดกรอง</strong>การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า-2019&nbsp;ด้วยการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย&nbsp;และตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรน่า-2019&nbsp;ด้วย&nbsp;ชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ซึ่งผลการตรวจทั้งหมด&nbsp;80&nbsp;คน&nbsp;ผลเป็นลบทั้งหมด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	19/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119164537054
624	จ.สมุทรปราการ แถลงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVID-19)	<p><strong>จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัส</strong>โคโรนา&nbsp;2019(COVID-19)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;สร้างความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชน&nbsp;พร้อมทั้งขอความร่วมมือให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>นายเจนเจตน์&nbsp;เจนนาวิน&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ</strong>&nbsp;เป็นประธานแถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019(COVID-19)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;โดยมี&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้</p><p><strong>ข้อมูลจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;(19&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)</strong>&nbsp;มีผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;601&nbsp;ราย&nbsp;(ติดเชื้อในจังหวัด&nbsp;390&nbsp;ราย&nbsp;และรับส่งต่อเพื่อรับรักษา&nbsp;221&nbsp;ราย)&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการมีผู้ติดเชื้อระลอกใหม่(ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;จำนวน&nbsp;9,247&nbsp;ราย&nbsp;ผู้เสียชีวิตสะสม&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ผลการดำเนินการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ของจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;มียอดผู้ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;จำนวน&nbsp;1,621,255&nbsp;คน&nbsp;จากประชาชนเป้าหมายในจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;จำนวน&nbsp;1,931,727&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งคิดเป็น&nbsp;83.93&nbsp;%</p><p><strong>จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;ขอให้ประชาชนป้องกันตนเอง</strong>ด้วยวิธีป้องกันการติดเชื้อโควิด&nbsp;(แบบครอบจักรวาล)&nbsp;:&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;ดังนี้&nbsp;ออกจากบ้านเมื่อจำเป็น&nbsp;,เว้นระยะห่าง&nbsp;1-2&nbsp;เมตร&nbsp;,สวมหน้ากากอนามัยและทับด้วยหน้ากากผ้าตลอดเวลา&nbsp;,ล้างมือบ่อยๆ&nbsp;ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์&nbsp;,อย่าใช้มือสัมผัสหน้ากาก&nbsp;รวมทั้งใบหน้า&nbsp;ตา&nbsp;จมูก&nbsp;ปาก&nbsp;,ผู้เป็นกลุ่มเสี่ยง&nbsp;หลีกเลี่ยงการออกนอกบ้าน&nbsp;,ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อพื้นผิวที่ถูกสัมผัสบ่อยๆ&nbsp;,แยกของใช้ส่วนตัวทุกชนิด&nbsp;ไม่ใช้ร่วมกับผู้อื่น&nbsp;,กินอาหารปรุงสุกใหม่&nbsp;แยกสำรับ&nbsp;ใช้ช้อนกลางส่วนตัว&nbsp;และหากสงสัยว่าตนเองเสี่ยงตรวจด้วย&nbsp;ATK&nbsp;บ่อยๆ&nbsp;เพื่อยืนยันว่าติดเชื้อหรือไม่&nbsp;เพื่อปลอดภัยจาก&nbsp;COVID-19</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	19/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรปราการ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119165102065
625	กรมอนามัย ย้ำประชาชนปฏิบัติมาตรการป้องกันโควิด-19 จริงจัง เข้มข้น ทุกที่ ทุกโอกาส ทุกเทศกาล	<p><strong>นายแพทย์สุวรรณชัย&nbsp;วัฒนายิ่งเจริญชัย&nbsp;อธิบดีกรมอนามัย&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;สถานการณ์ของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;ทุกภาคส่วนยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด&nbsp;เพื่อลดอัตราเสี่ยงของการแพร่ระบาด&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง&nbsp;2&nbsp;สัปดาห์ที่จะถึงนี้&nbsp;กรมอนามัยมีความห่วงใยใน&nbsp;2&nbsp;ประเด็น&nbsp;เนื่องจากจะเป็นการรวมกลุ่มของญาติพี่น้องช่วงเทศกาลตรุษจีน&nbsp;ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;และประเด็นที่ห่วงคือ&nbsp;กลุ่มนักเรียน&nbsp;ที่จะมีการเปิดเรียนแบบ&nbsp;On-Site&nbsp;นั้น&nbsp;จำเป็นต้องปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด&nbsp;ทั้ง&nbsp;6&nbsp;มาตรการหลัก&nbsp;6&nbsp;มาตรการเสริม&nbsp;ที่ต้องร่วมมือกันดำเนินการเฝ้าระวังอย่างเข้นข้นและปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุด้วยเช่นเดียวกัน&nbsp;</p><p><strong>ในช่วงของการกลับมาดำเนินชีวิตในสังคม</strong>&nbsp;ทั้งในเรื่องของเทศกาลวันสำคัญต่างๆ&nbsp;หรือการเตรียม&nbsp;ความพร้อมสำหรับการเปิดเรียน&nbsp;On-site&nbsp;ขอเน้นย้ำให้ประชาชนเฝ้าระวังป้องกันตนเองและปฏิบัติตามหลัก&nbsp;UP&nbsp;(Universal&nbsp;Prevention)&nbsp;ขณะที่สถานประกอบการต่างๆ&nbsp;ให้ปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;รวมทั้งให้ทุกคนประเมินความเสี่ยงตนเองเป็นระยะๆ&nbsp;หากพบว่าตนเองเสี่ยง&nbsp;ให้ตรวจด้วย&nbsp;ATK&nbsp;และขอความร่วมมือในการเข้ารับวัคซีน&nbsp;ตามเกณฑ์ที่กำหนด&nbsp;เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับทุกคน&nbsp;ทุกที่&nbsp;ทุกโอกาสและทุกเทศกาล</p><p>?</p><p><br></p>	19/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119185324131
626	จ.แม่ฮ่องสอน เตรียมแผนเฝ้าระวังเชิงรุก ถึงเดือนเมษายน 2565 เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19	<p><strong>นายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่อง</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ณ&nbsp;ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เพื่อรับทราบสถานการณ์และผลการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคโควิด19&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;นอกจากนี้ในที่ประชุม&nbsp;มีมติเห็นชอบแผนเฝ้าระวังเชิงรุก&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;เดือนมกราคม-เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์การระบาดในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ยังพบผู้ป่วยรายใหม่อย่างต่อเนื่อง&nbsp;ทั้งผู้ป่วยยืนยันและผู้ป่วยเข้าข่าย&nbsp;และผลจากการตรวจเฝ้าระวังเชิงรุกที่ผ่านมา&nbsp;ตรวจพบผู้ป่วยและสามารถป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;19&nbsp;ได้&nbsp;เช่น&nbsp;กรณีรถโดยสาร&nbsp;โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล&nbsp;เป็นต้น&nbsp;จึงเห็นควรดำเนินการเฝ้าระวังโดยการตรวจคัดกรองเชิงรุกในบุคคลเสี่ยง&nbsp;สถานที่เสี่ยง&nbsp;กิจกรรมที่มีความเสี่ยง&nbsp;สาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้ทำแผนปฏิบัติการเฝ้าระวังเชิงรุก&nbsp;โดยสุ่มตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;Professional&nbsp;Use&nbsp;ระหว่างเดือน&nbsp;กุมภาพันธ์-เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ในกลุ่มคนไทย&nbsp;และในกลุ่มประชากรต่างด้าวที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน&nbsp;ทั้ง&nbsp;7&nbsp;อำเภอ&nbsp;ดังนี้&nbsp;แผนปฏิบัติการเฝ้าระวังโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;เชิงรุก&nbsp;ในกลุ่มประชากรคนไทย&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;(ก.พ.-เมษ.&nbsp;65)&nbsp;กลุ่มเป้าหมายบุคลากรสาธารณสุข&nbsp;จำนวน&nbsp;1,500&nbsp;ชุด,&nbsp;โรงเรียนและสถานศึกษาต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;จำนวน&nbsp;4,500&nbsp;ชุด,&nbsp;ร้านอาหารที่ลูกค้านั่งทานในร้าน&nbsp;จำนวน&nbsp;350&nbsp;ชุด,&nbsp;โรงงาน&nbsp;สถานประกอบการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;จำนวน&nbsp;350&nbsp;ชุด,&nbsp;โรงแรม&nbsp;ที่พัก&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;350&nbsp;ชุด,&nbsp;ร้านเสริมสวย&nbsp;ทำเล็บ&nbsp;เจาะสัก&nbsp;จำนวน&nbsp;350&nbsp;ชุด,&nbsp;ห้างสรรพสินค้า&nbsp;ศูนย์การค้า&nbsp;ร้านสะดวกซื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;350&nbsp;ชุด,&nbsp;โรงยิม&nbsp;ฟิตเนส&nbsp;สถานที่ออกกำลังกาย&nbsp;จำนวน&nbsp;350&nbsp;ชุด,&nbsp;ตลาดสด&nbsp;ตลาดนัด&nbsp;ถนนคนเดิน&nbsp;จำนวน&nbsp;350&nbsp;ชุด,&nbsp;สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ&nbsp;จำนวน&nbsp;350&nbsp;ชุด,&nbsp;รถยนต์&nbsp;รถโดยสารสาธารณะ&nbsp;จำนวน&nbsp;350&nbsp;ชุด&nbsp;,&nbsp;การจัดกิจกรรม&nbsp;การจัดงานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;จำนวน&nbsp;350&nbsp;ชุด&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;9,500&nbsp;ชุด</p><p><strong>ส่วนของแผนปฏิบัติการเฝ้าระวังโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;เชิงรุก</strong>&nbsp;ในกลุ่มประชากรต่างด้าว&nbsp;โดยใช้ชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ที่ขอรับการสนับสนุนจากงบป้องกันยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินฯ&nbsp;เดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;650&nbsp;ชุด&nbsp;และเดือนมีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;650&nbsp;ชุด&nbsp;รวม&nbsp;1300&nbsp;ชุด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	19/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119181100116
627	สสจ.ชุมพร แถลงสถานการณ์โควิด-19 ในพื้นที่หลังพบยอดพุ่งเชื่อเป็นโอมิครอนแต่ควบคุมได้	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(19&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;นายแพทย์นราพงศ์&nbsp;ธีรอัครวิภาส</strong>&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชุมพร&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายแพทย์อนุ&nbsp;ทองแดง&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด&nbsp;และเจ้าหน้าที่ทีมตระหนักรู้สถานการณ์&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์และสาธารณสุข&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชุมพร&nbsp;ร่วมแถลงข่าวสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติอดเชื้อโควิด-19&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดชุมพร&nbsp;หลังพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเมื่อวันที่&nbsp;18&nbsp;ม.ค.&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;จำนวน&nbsp;111&nbsp;ราย&nbsp;โดยพบมากที่สุดในอำเภอหลังสวนจำนวน&nbsp;68&nbsp;ราย&nbsp;รองลงมา&nbsp;อำเภอเมืองชุมพร&nbsp;16&nbsp;ราย&nbsp;และอำเภอสวี&nbsp;13&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>นายแพทย์นราพงศ์&nbsp;ธีรอัครวิภาส&nbsp;สสจ.ชุมพร</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ข้อมูลผู้ป่วยย้อนหลัง&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;จังหวัดชุมพร&nbsp;พบผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;747&nbsp;ราย&nbsp;(เฉลี่ย&nbsp;53&nbsp;ราย/วัน)&nbsp;พบผู้ป่วยมากที่สุดในอำเภอเมืองชุมพร&nbsp;285&nbsp;ราย&nbsp;(เฉลี่ย&nbsp;20&nbsp;ราย/วัน)&nbsp;รองลงมาหลังสวน&nbsp;209&nbsp;ราย&nbsp;(เฉลี่ย&nbsp;15&nbsp;ราย/วัน)&nbsp;และ&nbsp;สวี&nbsp;131&nbsp;ราย&nbsp;(เฉลี่ย&nbsp;9&nbsp;ราย/วัน)&nbsp;ซึ่งอำเภอที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ&nbsp;คือ&nbsp;อำเภอสวี&nbsp;พบการระบาดเป็นกลุ่มก้อน&nbsp;(Cluster)&nbsp;2&nbsp;เหตุการณ์&nbsp;ดังนี้&nbsp;1.&nbsp;เป็นการรวมกลุ่มร่วมกิจกรรมเสี่ยง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลครน&nbsp;พบผู้ป่วยยืนยันจำนวน&nbsp;42&nbsp;ราย&nbsp;รายแรกพบวันที่&nbsp;8&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;รายล่าสุดพบวันที่&nbsp;18&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;และ&nbsp;2.&nbsp;คลัสเตอร์พื้นที่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลเขาค่าย&nbsp;เหตุการณ์ระบาดเริ่มจากมีญาติจากสุราษฎร์ธานี&nbsp;ในช่วงวันที่&nbsp;30&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;และเดินทางกลับวันที่&nbsp;10&nbsp;มกราคม&nbsp;65&nbsp;กลับไปตรวจพบเชื้อโควิด-19&nbsp;ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;บุคคลในครอบครัวรวม&nbsp;8&nbsp;คน&nbsp;ตรวจผลพบเชื้อโควิด-19&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;คน&nbsp;รายแรกเมื่อวันที่&nbsp;13&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;รายล่าสุดพบวันที่&nbsp;18&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ขณะที่&nbsp;อำเภอหลังสวนพบการระบาดเป็นกลุ่มก้อน&nbsp;(Cluster)&nbsp;2&nbsp;เหตุการณ์&nbsp;เช่นกัน&nbsp;คือ&nbsp;คลัสเตอร์งานมงคลสมรส&nbsp;ตำบลท่ามะพลา&nbsp;อำเภอหลังสวน&nbsp;จังหวัดชุมพร&nbsp;พบผู้ป่วยจำนวน&nbsp;22&nbsp;ราย&nbsp;รายแรกพบวันที่&nbsp;13&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;รายล่าสุดพบวันที่&nbsp;18&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดการรวมกลุ่มญาติในงานมงคลสมรส&nbsp;พักอาศัยและรับประทานอาหารร่วมกัน&nbsp;มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูงประมาณ&nbsp;300&nbsp;คน&nbsp;และคลัสเตอร์โรงเรียนประถมศึกษา&nbsp;หมู่ที่&nbsp;12&nbsp;ตำบลบ้านควน&nbsp;อำเภอหลังสวน&nbsp;จังหวัดชุมพร&nbsp;พบผู้ป่วยจำนวน&nbsp;12&nbsp;ราย&nbsp;รายแรกพบวันที่&nbsp;13&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;รายล่าสุดพบวันที่&nbsp;18&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งได้ดำเดินการปิดโรงเรียนทำความสะอาดตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขเรียบร้อยแล้ว&nbsp;ส่วนกลุ่มคลัสเตอร์ข้างต้นเจ้าหน้าที่ได้ติดต่อผู้สัมผัสเสี่ยงให้กักตัวอยู่ที่บ้าน&nbsp;และสังเกตดูแลตนเอง&nbsp;พร้อมตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ซึ่งตอนนี้ควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชุมพร</strong>&nbsp;ได้ฝากเน้นย้ำในการป้องกันตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;VUCA&nbsp;ได้แก่&nbsp;V&nbsp;วัคซีน&nbsp;โดยผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนขอให้เข้ารับการฉีดวัคซีนและผู้ที่ได้รับวัคซีน&nbsp;2&nbsp;เข็มและครบตามเวลาที่กำหนด&nbsp;ให้ไปรับวัคซีนเข็มกระตุ้น,&nbsp;U&nbsp;ป้องกันตนเองสูงสุดตลอดเวลา&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;ล้างมือ&nbsp;สวมหน้ากากอย่างถูกวิธี&nbsp;จะสามารถป้องกันได้ทุกสายพันธุ์&nbsp;ป้องกันติดเชื้อ&nbsp;และป่วยหนักได้,&nbsp;C&nbsp;คือ&nbsp;COVID&nbsp;Safe&nbsp;Living&nbsp;ใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย&nbsp;หลีกเลี่ยงจัดกิจกรรมเสี่ยงรวมถึง&nbsp;สถานที่ต่างๆ&nbsp;ต้องมีมาตรการป้องกัน&nbsp;เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยในสถานการณ์โควิด&nbsp;และ&nbsp;A&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;กรณีที่มีความเสี่ยงต่อการรับเชื้อ&nbsp;หากได้รับการวินิจฉัยโดยเร็วและแยกกักตัวเข้ารับการรักษา&nbsp;นอกจากนี้ยังได้เน้นย้ำการลงทะเบียน&nbsp;""ไทยชนะ""&nbsp;เพื่อการติดตามและค้นหาผู้สัมผัสกรณีเกิดเหตุได้รวดเร็ว&nbsp;และก็จะทำให้การป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดได้เร็วขึ้นด้วยตามหลักการค้นให้พบจบให้เร็ว&nbsp;</p><p><strong>สำหรับสายพันธุ์ที่แพร่ระบาดในขณะนี้</strong>&nbsp;สสจ.ชุมพร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ข้อมูลจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;8&nbsp;-&nbsp;14&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มีการตรวจหาสายพันธุ์โควิด-19&nbsp;จำนวน&nbsp;4,538&nbsp;ตัวอย่าง&nbsp;พบสายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;ร้อยละ&nbsp;81.93)&nbsp;สายพันธุ์เดลต้า&nbsp;ร้อยละ&nbsp;18.07&nbsp;เชื่อว่าโอมิครอนน่าจะระบาดไปทั่วแล้ว</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	19/1/2022	ภาคใต้	ชุมพร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชุมพร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119184418122
628	นครพนม วันนี้มีผู้ป่วยโควิดฯ 20 ราย  รวมสะสม 621 รักษาหาย 317 กลับบ้านวันนี้ 72 ราย	<p><strong>วันที่&nbsp;19&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019</strong>&nbsp;วันนี้มีรายงานพบผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ที่เดินทางมาจากกรุงเทพมหานคร&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และเป็นคนในพื้นที่จังหวัดนครพนม&nbsp;จำนวน&nbsp;19&nbsp;ราย&nbsp;เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลนครพนม&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;รพ.เรณูนคร&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;รพ.นาหว้า&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;รพ.บ้านแพง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;รพ.ท่าอุเทน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และ&nbsp;รพ.วังยาง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;รวมจำนวนผู้ป่วยสะสม&nbsp;(ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;จำนวน&nbsp;621&nbsp;ราย&nbsp;หายป่วยสะสม&nbsp;317&nbsp;ราย&nbsp;หายป่วยกลับบ้านวันนี้&nbsp;72&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษาอยู่&nbsp;333&nbsp;ราย&nbsp;(อาการของผู้ป่วยทั้ง&nbsp;439&nbsp;ราย&nbsp;ไม่มีอาการ&nbsp;219&nbsp;ราย&nbsp;มีอาการเล็กน้อย&nbsp;89&nbsp;ราย&nbsp;อาการปานกลาง&nbsp;22&nbsp;ราย&nbsp;อาการรุนแรง&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;โดยไม่พบผู้เสียชีวิตเพิ่มต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</p><p><strong>ในส่วนของภาพรวมจำนวนเตียงสำหรับรองรับการรักษาผู้ปวยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019</strong>&nbsp;เตียงศูนย์ดูแลโควิด-19&nbsp;ชุมชน&nbsp;(Community&nbsp;Isolate&nbsp;:&nbsp;CI)&nbsp;รวม&nbsp;1,655&nbsp;เตียง&nbsp;ใช้ไป&nbsp;122&nbsp;เตียง&nbsp;คงเหลือ&nbsp;1,533&nbsp;เตียง&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;3&nbsp;เตียง&nbsp;รพ.ทั่วไป&nbsp;รพ.ชุมชน&nbsp;ทั้ง&nbsp;12&nbsp;อำเภอ&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;538&nbsp;เตียง&nbsp;ใช้รองรับผู้ป่วย&nbsp;208&nbsp;เตียง&nbsp;คงเหลือ&nbsp;330&nbsp;เตียง&nbsp;รวมจำนวนทั้งหมด&nbsp;2,193&nbsp;เตียง&nbsp;ใช้ไป&nbsp;330&nbsp;เตียง&nbsp;คงเหลือ&nbsp;1,863&nbsp;เตียง&nbsp;ด้านการให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;มีประชาชนที่ได้รับการฉีดวัคซีน&nbsp;(เข็มหนึ่ง)&nbsp;แล้ว&nbsp;407,298&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็น&nbsp;65.87%&nbsp;เทียบกับประชากรตามสิทธิ์การรักษาพยาบาล&nbsp;ฉีดเข็มสองแล้ว&nbsp;361,699&nbsp;Dose&nbsp;คิดเป็น&nbsp;58.49%&nbsp;ฉีดเข็มสามแล้ว&nbsp;53,907&nbsp;Dose&nbsp;คิดเป็น&nbsp;8.72%&nbsp;ฉีดเข็มสี่&nbsp;จำนวน&nbsp;3,862&nbsp;Dose&nbsp;คิดเป็น&nbsp;0.62%&nbsp;คงเหลือ&nbsp;(เป้าหมาย&nbsp;70%)&nbsp;จำนวน&nbsp;25,557&nbsp;คน</p><p><strong>ขอเน้นย้ำประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบว่า&nbsp;หากมีอาการไอ&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;มีน้ำมูก&nbsp;ควรพบแพทย์</strong>หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข&nbsp;และงดสถานที่สาธารณะ&nbsp;หรือทำกิจกรรมกับคนอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หากตรวจด้วยชุดตรวจ&nbsp;(Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit:&nbsp;ATK)&nbsp;ด้วยตนเองแล้วขึ้น&nbsp;2&nbsp;ขีด&nbsp;(ผลบวกว่าติดเชื้อโควิด-19)&nbsp;ให้ติดต่อสถานพยาบาลใกล้บ้าน&nbsp;หรือ&nbsp;รพ.สต.ใกล้บ้าน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอเชิญชวนชาวนครพนมไปขอรับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;ได้&nbsp;ณ&nbsp;หน่วยบริการใกล้บ้าน&nbsp;และให้ยึดหลัก&nbsp;V-U-C-A&nbsp;:&nbsp;V-Vaccine&nbsp;ฉีดครบ&nbsp;ลดป่วยหนัก&nbsp;U-Universal&nbsp;Prevention&nbsp;:&nbsp;ป้องกันตัวเองตลอดเวลา&nbsp;ห่างไกลจากโควิด&nbsp;C-COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;:&nbsp;สถานที่บริการพร้อม&nbsp;ผู้ให้บริการฉีดวัคซีนครบ&nbsp;และตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทุกสัปดาห์</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	19/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครพนม	สวท.นครพนม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220119213708182
629	คณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดมุกดาหารรายงานกรณีพบผู้ติดเชื้อในเรือนจำจังหวัดมุกดาหาร พร้อมควบคุมโรคตามหลักการ bubble and seal	<p><strong>นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดมุกดาหารครั้งที่&nbsp;3/2565&nbsp;วานนี้&nbsp;(&nbsp;19&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;รับทราบรายงานสถานการณ์กรณีพบผู้ติดเชื้อในเรือนจำจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;รายซึ่งเป็นผู้ป่วยเพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;47&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ต.บางทรายใหญ่&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.มุกดาหาร&nbsp;เป็นผู้ต้องขังรับเข้าเรือนจำเมื่อวันที่&nbsp;24&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;โดยตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ผลลบ&nbsp;และในวันที่&nbsp;18&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ผู้ต้องขังรายดังกล่าวมาขึ้นศาล&nbsp;ที่ศาลจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;เมื่อกลับจากขึ้นศาลเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเข้าแดนกักผลเป็นบวก&nbsp;จึงส่งตรวจยืนยันด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;ทราบผลวันที่&nbsp;19&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;01.20&nbsp;น.&nbsp;โดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดมุกดาหารมอบหายให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหารได้ดำเนินการตามมาตกรการดังนี้&nbsp;</p><p><strong>1.ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ในเจ้าหน้าที่เรือนจำ</strong>&nbsp;และผู้ต้องขังทั้งหมด&nbsp;1,814&nbsp;ราย&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;52&nbsp;ราย&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;จำนวน&nbsp;119&nbsp;ราย&nbsp;ทราบผลตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการเมื่อเวลา&nbsp;01.37&nbsp;น.วันที่&nbsp;20&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ผลยืนยันติดเชื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;46&nbsp;ราย&nbsp;(เป็นผู้ต้องขัง&nbsp;45&nbsp;ราย&nbsp;เจ้าหน้าที่เรือนจำ&nbsp;1&nbsp;ราย)&nbsp;</p><p><strong>2.&nbsp;เตรียมสถานที่ศูนย์แยกกัก&nbsp;(CI)</strong>&nbsp;โดยใช้เรือนตรวจพิสูจน์ในเรือนจำ&nbsp;เป็นสถานที่แยกกักผู้ป่วยที่ยืนยัน&nbsp;RT-PCR&nbsp;และผล&nbsp;ATK&nbsp;พบเชื้อ&nbsp;กรณีพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นจะใช้แดนหญิงและแดนชายเป็นสถานที่กัก&nbsp;</p><p><strong>3.&nbsp;มาตรการการเฝ้าระวังโรค&nbsp;Day1-&nbsp;Day14&nbsp;</strong>มีการคัดกรองและเฝ้าระวัง&nbsp;PUI&nbsp;ทุกวัน&nbsp;หากพบ&nbsp;PUI&nbsp;ให้ทำ&nbsp;ATK&nbsp;ทันที&nbsp;</p><p><strong>4.&nbsp;จัดเตรียมอุปกรณ์ในการป้องกัน&nbsp;ควบคุมโรค</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;ATK&nbsp;ออกซิเจนแซท&nbsp;PPE&nbsp;เจลแอลกอฮอล์&nbsp;หน้ากากอนามัย&nbsp;</p><p><br></p><p><strong>นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดหาร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ในการดำเนินการควบคุมโรคครั้งนี้&nbsp;ได้ทำตามหลักการ&nbsp;bubble&nbsp;and&nbsp;seal&nbsp;พร้อมทั้งการควบคุมการแพร่ระบาดและเฝ้าระวังควบคุมโรคตามมาตรฐานสาธารณสุข&nbsp;การรักษาผู้ป่วย&nbsp;และการรักษาความปลอดภัยโดยได้รับความร่วมมือในการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ทั้ง&nbsp;ปกครอง&nbsp;ตำรวจ&nbsp;เรือนจำ&nbsp;และ&nbsp;&nbsp;หน่วยงานสาธารณสุข&nbsp;ร่วมดำเนินการเพื่อควบคุมสถารณ์การให้กลับคืนภาวะปกติโดยเร็ว&nbsp;</p><p><br></p><p><strong>สำหรับสถานการณ์การระราดโรคโควิด-19&nbsp;วันที่&nbsp;20&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;จังหวัดมุกดาหารพบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19&nbsp;จำนวน&nbsp;39&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ป่วย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;19&nbsp;ราน&nbsp;อำเภอนิคมคำสร้อย&nbsp;&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอดงหลวง&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอคำชะอี&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอดอนตาล&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอหว้านใหญ่&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;และติดเชื้อมาจากนอกพื้นที่กลับมารักษาอีก&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งมีผู้ป่วยกำลังรักษาทั้งหมด&nbsp;&nbsp;292&nbsp;ราย&nbsp;โดยรักษาอยู่โรงพยาบาล&nbsp;จำนวน&nbsp;133&nbsp;รายและรักษาศูนย์แยกกักชุมชน159&nbsp;ราย&nbsp;(ทั้งนี้ยังไม่รวมผู้ป่วยจากเรือนจำจังหวัดมุกดาหาร)&nbsp;ที่มา:&nbsp;คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	20/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120091419214
630	พาณิชย์จังหวัดบึงกาฬ ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์การจำหน่ายหน้ากากอนามัย ชุดตรวจ ATK ฟ้าทะลายโจร และผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบ ในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ	<p><strong>นางสาวเอื้อนจิตร&nbsp;ช่วยนก&nbsp;พาณิชย์จังหวัดบึงกาฬ</strong>&nbsp;มอบหมายให้กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;ตรวจติดตามสถานการณ์การจำหน่ายหน้ากากอนามัย&nbsp;ชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ฟ้าทะลายโจร&nbsp;และผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบ&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ&nbsp;ผลการตรวจสอบ&nbsp;ดังนี้&nbsp;</p><p>1.หน้ากากอนามัย&nbsp;รวมถึงหน้ากากทางเลือกหรือหน้ากากผ้า&nbsp;ราคาชิ้นละ&nbsp;7-130&nbsp;บาท&nbsp;หน้ากากอนามัยที่ผลิตในประเทศ&nbsp;ราคา&nbsp;ชิ้นละ&nbsp;1.20&nbsp;-&nbsp;2.50&nbsp;บาท&nbsp;แบบบรรจุกล่อง&nbsp;กล่องละ&nbsp;50&nbsp;ชิ้น&nbsp;ราคากล่องละ&nbsp;60-125&nbsp;บาท&nbsp;</p><p>2.&nbsp;ชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ราคาชุดละ&nbsp;49-300&nbsp;บาท</p><p>3.&nbsp;ฟ้าทะลายโจร&nbsp;ราคากระปุกละ&nbsp;110-180&nbsp;บาท</p><p>4.&nbsp;ผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบ&nbsp;ราคา&nbsp;29-950&nbsp;บาท</p><p><strong>ซึ่งสถานการณ์โดยรวมส่วนใหญ่ประชาชนสามารถซื้อสินค้า</strong>ได้ตามปกติ&nbsp;เพียงพอต่อความต้องการใช้&nbsp;ซื้อหาได้ง่าย&nbsp;สถานการณ์ปริมาณการจำหน่าย&nbsp;ทางผู้ประกอบการแจ้งว่า&nbsp;ได้สั่งซื้อสินค้าไปยังผู้ประกอบการรายใหญ่&nbsp;สั่งซื้อได้ตามจำนวนที่สั่ง&nbsp;ส่วนร้านขายยาบางร้านแจ้งว่า&nbsp;ร้านมีสินค้าจำหน่ายตามสต็อกเดิมที่มีอยู่&nbsp;ส่วนร้านค้าทั่วไป&nbsp;สั่งซื้อหน้ากากอนามัยผ่านช่องทางร้านขายออนไลน์</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดบึงกาฬ&nbsp;</strong>ได้ขอความร่วมมือร้านขายยาทุกร้าน&nbsp;ติดป้ายแสดงราคาจำหน่ายสินค้า&nbsp;และห้ามจำหน่ายสินค้าสูงเกินสมควร&nbsp;หากมีผู้บริโภคร้องเรียนจะดำเนินการตาม&nbsp;พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2542&nbsp;อย่างเด็ดขาด&nbsp;และหากผู้บริโภครายใดพบเห็นผู้ประกอบการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย&nbsp;สามารถแจ้งได้ที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดบึงกาฬ&nbsp;042&nbsp;492&nbsp;528&nbsp;หรือสายด่วน&nbsp;1569</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	20/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	บึงกาฬ	สวท.บึงกาฬ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120094648228
631	จ.ร้อยเอ็ด คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดร้อยเอ็ด ประชุมติดตามสถานการณ์โควิด  19	<p><strong>นายภูสิต&nbsp;สมจิตต์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3/2565&nbsp;ที่&nbsp;ห้องประชุมพระมหาเจดีย์ชัยมงคล&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายแพทย์ปิติ&nbsp;ทั้งไพศาล&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;คณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;โดย&nbsp;การในประชุมมีการนำเสนอสถานการณ์โรคโควิด-19&nbsp;ซึ่งจังหวัดร้อยเอ็ดมีผู้ติดเชื้อเพิ่ม&nbsp;83&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ติดเชื้อในจังหวัด&nbsp;75&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ติดเชื้อมาจากต่างจังหวัด&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;หายป่วยกลับบ้าน&nbsp;58&nbsp;ราย&nbsp;และกำลังรักษาขณะนี้&nbsp;588&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด</strong>&nbsp;มีข้อเน้นย้ำสั่งการสำคัญ&nbsp;คือ</p><p>1.การเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงขอให้เพิ่มความเข้มข้นการตรวจคัดกรองเชิงรุกในพื้นที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาด&nbsp;เช่น&nbsp;หน่วยงานราชการ&nbsp;สถานศึกษา&nbsp;สถานประกอบการ/โรงงานอุตสาหกรรม&nbsp;ชุมชน&nbsp;ศาสนสถาน&nbsp;และตลาด&nbsp;เป็นต้น&nbsp;และเพิ่มความเข้มข้นในการเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงด้วยการสุ่มตรวจโดยแบบตรวจหาแอนติเจนด้วยตนเอง&nbsp;(Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit:&nbsp;ATK)&nbsp;อย่างต่อเนื่อง&nbsp;</p><p>2.ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ดร่วมกับที่ทำการปกครองจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;ที่ทำการปกครองอำเภอทุกอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เตรียมความพร้อมรองรับการระบาดของโรคติดเชื้อโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;ระลอกใหม่โดยสำรวจและเตรียมความพร้อมโรงพยาบาลสนามและศูนย์แยกโรคชุมชน&nbsp;(Community&nbsp;Isolation:&nbsp;CI)&nbsp;จำนวนเตียง&nbsp;เวชภัณฑ์&nbsp;และอุปกรณ์เครื่องมือที่จำเป็นให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานได้ทันที</p><p>3.ให้ที่ทำการปกครองจังหวัดร้อยเอ็ดที่ทำการปกครองอำเภอทุกอำเภอเฝ้าระวังมิให้มีการลักลอบเปิดสถานบริการ&nbsp;สถานประกอบการคล้ายสถานบริการผับบาร์&nbsp;คาราโอเกะ&nbsp;บ่อนการพนันหรือสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่โรค&nbsp;หากพบการฝ่าฝืนให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด&nbsp;ในส่วนของร้านอาหารสามารถเปิดได้&nbsp;แต่ให้งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหาร&nbsp;อย่างเด็ดขาด&nbsp;ผู้ใดฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายตามประกาศของจังหวัดร้อยเอ็ด</p><p>4.ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;โรงพยาบาลทุกแห่งเร่งดำเนินการฉีดวัคซีนให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่อย่างต่อเนื่องโดยเพิ่มการให้บริการฉีดวัคซีนเชิงรุก&nbsp;(Mobile&nbsp;Unit)&nbsp;ในหมู่บ้านชุมชน&nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนพร้อมทั้งสื่อสารสร้างการรับรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนในเรื่องวัคซีนที่ถูกต้องควบคู่ไปด้วย&nbsp;</p><p>5.โรงเรียนหรือสถาบันการศึกษาทุกประเภทให้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอนจากการเปิดเรียนตามปกติ&nbsp;(Onsite)&nbsp;เป็นรูปแบบอื่นแทนตามความเหมาะสม&nbsp;</p><p>6.การจัดการมูลฝอยติดเชื้อชุมชนให้สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดร้อยเอ็ดที่ทำการปกครองอำเภอทุกอำเภอกำชับเน้นย้ำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ปฏิบัติตามแนวทางการจัดการมูลฝอยติดเชื้อในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ของกรมอนามัย</p><p><br></p><p>ทั้งนี้&nbsp;นายภูสิต&nbsp;สมจิตต์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ขอให้ทุกหน่วยงานประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับแนวทางป้องกันและช่องทางการรับแจ้งเหตุ&nbsp;การรักษาพยาบาล&nbsp;และการดูแลตนเองเพื่อป้องกันการติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ทั้งการป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล&nbsp;(Universal&nbsp;Prevention&nbsp;For&nbsp;COVID-19)&nbsp;และให้ทุกภาคส่วนรวมถึงประชาชนต้องมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการสถานการณ์การร่วมกัน&nbsp;และที่สำคัญต้องปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;D-M-H-T-T-A&nbsp;และมาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร&nbsp;(Covid&nbsp;Free&nbsp;Setting)&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องชาวร้อยเอ็ด&nbsp;ส่วนการบริหารจัดการระบบรักษาพยาบาลแบบเชิงรุก&nbsp;ต้องมีการรับแจ้งและตอบสนองให้เป็นไปอย่างทันเวลา&nbsp;รวดเร็ว&nbsp;และมีประสิทธิภาพ&nbsp;เข้มงวดในการตรวจสอบร้านอาหารที่ดำเนินการโดยผิดกฎหมาย&nbsp;รวมทั้งบ่อนการพนัน&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;อย่างกว้างขวาง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	20/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ร้อยเอ็ด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120094039227
632	ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผยแผนการจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัด	<p><strong>นายธัชกร&nbsp;หัตถาธยากูล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์</strong>&nbsp;เปิดเผย&nbsp;กรณีการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในจังหวัดบุรีรัมย์ว่า&nbsp;ขณะนี้ทางจังหวัดได้จัดกิจกรรมต่างๆขึ้นโดยมุ่งเน้นการกระจายรายได้สู่ชุมชน&nbsp;และเผยแพร่วัฒนธรรมออกสู่สายตานักท่องเที่ยว&nbsp;โดยให้คนในชุมชนนำของดีของเด่น&nbsp;รวมถึงวัฒนธรรมในแต่ละพื้นที่มาขายและจัดแสดงที่งาน&nbsp;ยกตัวอย่างเช่น&nbsp;ตลาดถนนคนเดินเมืองต่ำและงานแสง&nbsp;สี&nbsp;เสียงภูเขาไฟกระโดงที่เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่&nbsp;14&nbsp;ม.ค.&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ก็ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก&nbsp;โดยใน&nbsp;2&nbsp;วันแรกมียอดจำหน่ายมากกว่า&nbsp;1&nbsp;ล้านบาท&nbsp;สร้างรายได้ให้แก่พ่อค้าแม่ค้าอย่างล้นหลาม&nbsp;ซึ่งการจัดกิจกรรมของทั้ง&nbsp;2&nbsp;แห่งได้มีการนำมาตรการด้านสาธารณสุขมาใช้อย่างเข้มงวด&nbsp;ช่วยลดโอกาสการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;และเป็นแนวทางจัดกิจกรรมต่างๆในรูปแบบวิถีใหม่</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมวิ่งมาราธอน</strong>ที่จะจัดในวันที่&nbsp;22&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;ทางจังหวัด&nbsp;ผู้จัดงานและส่วนที่เกี่ยวข้องต่างก็ให้ความสำคัญ&nbsp;กับมาตรการด้านสาธารณสุข&nbsp;พร้อมปรับกิจกรรมต่างๆให้เข้ากับมาตรการที่จังหวัดได้วางไว้&nbsp;ไม่ว่าจะเป็น&nbsp;กรณีของผู้จัดงานผู้ร่วมงานต้องได้รับวัคซีนครบโดส&nbsp;และตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทางน้ำลาย&nbsp;ก่อนเข้าร่วมวิ่ง&nbsp;อนุญาตให้ถอดหน้ากากอนามัยหลังปล่อยตัวจากจุดสตาร์ทเท่านั้น&nbsp;และใส่หน้ากากอนามัยหลังแข่งขันเสร็จ&nbsp;การปล่อยตัวนักวิ่งที่ละบล็อก&nbsp;เพื่อลดความแออัด&nbsp;ซึ่งในแต่ละบล็อกนักวิ่งต้องเว้นระยะห่าง&nbsp;และกำหนดให้นักวิ่งแยกรับประทานอาหารตามจุดที่กำหนด&nbsp;เป็นต้น&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ขอให้ประชาชนผู้ที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงช่วยกันรักษาความสะอาด&nbsp;และเป็นเจ้าภาพที่ดีในการจัดงานครั้งนี้</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	20/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	บุรีรัมย์	สวท.บุรีรัมย์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120112401291
633	"พาณิชย์ลำพูน ติดตามราคาสินค้า ""เนื้อหมู เนื้อไก่ ไข่ไก่ น้ำมันปาล์ม ชุดตรวจ ATK"" กำชับ ปิดป้ายราคาให้ชัดเจน ห้ามฉวยโอกาสเอาเปรียบประชาชน"	<p><strong>นางกนกรัตน์&nbsp;ยุกติรัตน์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดลำพูน&nbsp;</strong>เปิดเผยว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(20&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำพูน&nbsp;ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การจำหน่ายสินค้า&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;19&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;อาทิ&nbsp;เนื้อหมู&nbsp;เนื้อไก่&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;น้ำมันปาล์ม&nbsp;ข้าวสาร&nbsp;ชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;และหน้ากากอนามัยทางการแพทย์&nbsp;ของผู้ประกอบการ&nbsp;ห้างสรรพสินค้า&nbsp;และร้านค้าขายปลีก&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมืองลำพูน&nbsp;ตามข้อสั่งการของนายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ที่กำชับให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัด&nbsp;ติดตามสถานการณ์ราคาจำหน่ายสินค้า&nbsp;และการปิดป้ายแสดงราคาสินค้าและบริการ&nbsp;อย่างเข้มงวด&nbsp;เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสเอาเปรียบประชาชน&nbsp;ช่วงที่มีการแพร่ระบาดสถานการณ์โรคไวรัสโควิด-19&nbsp;และป้องกันการร้องเรียน&nbsp;หลังกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการรายใหญ่&nbsp;และรายเล็ก&nbsp;ชะลอการขึ้นราคาสินค้าหลายรายการ&nbsp;และหารือกำหนดราคาสินค้าให้เหมาะสม&nbsp;เพื่อลดภาระค่าครองชีพประชาชนในช่วงนี้&nbsp;และได้เน้นย้ำให้พาณิชย์จังหวัด&nbsp;ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;และให้ความเป็นธรรมทางการค้าของผู้บริโภค</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;หากประชาชนพบเห็นว่ามีการกักตุน</strong>หรือฉวยโอกาสจำหน่ายสินค้าในราคาที่ไม่เป็นธรรม&nbsp;สามารถแจ้งได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน&nbsp;1569&nbsp;หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ&nbsp;และหากตรวจสอบพบการกระทำผิดจะมีโทษตามมาตรา&nbsp;29&nbsp;แห่ง&nbsp;พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;ซึ่งมีโทษจำคุก&nbsp;7&nbsp;ปี&nbsp;ปรับ&nbsp;140,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือทั้งจำและปรับ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	20/1/2022	ภาคเหนือ	ลำพูน	สวท.ลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120104000257
634	จ.ลำปางพบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่  57  ราย	<p><strong>สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง&nbsp;</strong>รายงานสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;20&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;พบผู้ป่วยรายใหม่&nbsp;57&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ติดเชื้อยืนยันตรวจด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;17&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ติดเชื้อเข้าข่ายตรวจด้วยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;40&nbsp;ราย&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ถึงปัจจุบัน&nbsp;พบผู้ป่วยสะสม&nbsp;1,802&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ระหว่างรักษา&nbsp;1,243&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายกลับบ้านสะสม&nbsp;558&nbsp;ราย&nbsp;และเสียชีวิตสะสม&nbsp;1&nbsp;ราย</p><p>&nbsp;<strong>สำหรับข้อมูลการฉีดวัคซีนโควิด-19</strong>&nbsp;ณ&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ของวันเดียวกัน&nbsp;จังหวัดลำปางวัคซีนไปแล้ว&nbsp;1,034,396&nbsp;เข็ม&nbsp;จำแนกเป็นเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;474,034&nbsp;คน&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;444,208&nbsp;คน&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;112,529&nbsp;คน&nbsp;และเข็มที่&nbsp;4&nbsp;จำนวน&nbsp;3,625&nbsp;คน</p><p><strong>จังหวัดลำปางขอความร่วมมือประชาชนเคร่งครัดตามมาตรการป้องกันโรค&nbsp;DMHTTA&nbsp;</strong>ทั้งนี้&nbsp;หากมีข้อสงสัย&nbsp;สอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนโควิด-19&nbsp;ลำปาง&nbsp;โทร.&nbsp;093&nbsp;140&nbsp;8023&nbsp;ในวันเวลาราชการ&nbsp;และวันเสาร์-อาทิตย์&nbsp;เวลา&nbsp;08.30-16.30&nbsp;น.&nbsp;หรือสอบถามที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>	20/1/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120113703302
635	รายใหม่ โควิดยะลาพบ  9 ราย  สสจ.ยะลา ย้ำ ตั้งการ์ดสูงรับมือโอมิครอน ฉีดกระตุ้น เข็ม 3	<p><strong>สำหรับสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;วันนี้&nbsp;(20&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;&nbsp;</strong>พบผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;ลดลง&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;จากเมื่อวานนี้&nbsp;ที่มีผู้ติดเชื้อ&nbsp;&nbsp;12&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>โดย&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;วันนี้&nbsp;พบใน&nbsp;อ.เมือง&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;อ.รามัน&nbsp;1&nbsp;ราย</strong>&nbsp;และ&nbsp;อ.เบตง&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ส่วน&nbsp;ส่วน&nbsp;5&nbsp;อำเภอที่เหลือคือ&nbsp;กาบัง&nbsp;ยะหา&nbsp;กรงปินัง&nbsp;ธารโต&nbsp;และ&nbsp;บันนังสตา&nbsp;ไม่พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;ยอดผู้ป่วยสะสม&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;ม.ค&nbsp;65&nbsp;&nbsp;</strong>จนถึงวันที่&nbsp;20&nbsp;ม.ค&nbsp;65&nbsp;&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;พบผู้ติดเชื้อแล้ว&nbsp;290&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;181&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;220&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม&nbsp;สะสมรวม&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยที่เข้าข่ายติดเชื้อ&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;วันนี้รายใหม่เพิ่ม&nbsp;17&nbsp;ราย&nbsp;สะสมรวม&nbsp;106&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ในส่วน&nbsp;ทางด้าน&nbsp;สาธารณสุข&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;&nbsp;ได้เน้นย้ำ</strong>ถึงประชาชนในการปฎิบัติตนตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;&nbsp;&nbsp;เนื่องจากใกล้ถึงเทศกาลตรุษจีน&nbsp;ที่จะมีการรวมกลุ่มญาติพี่น้อง&nbsp;อาจทำให้เกิดการแพร่ระบาดขึ้นอีกระลอก&nbsp;&nbsp;พร้อมทั้ง&nbsp;ให้เร่งรับการฉีดวัคซีนเข็ม&nbsp;3&nbsp;&nbsp;เพื่อกระตุ้นภูมิป้องกันโควิดที่ลดลง&nbsp;หรือภูมิตกแล้วให้สูงขึ้น&nbsp;ลดการแพร่เชื้อ&nbsp;ลดเจ็บป่วยรุนแรง&nbsp;และลดการเสียชีวิตจากเชื้อโควิดกลายพันธุ์&nbsp;โอมิครอน&nbsp;&nbsp;โดยเฉพาะ&nbsp;กลุ่มเปราะบาง&nbsp;608&nbsp;สูงอายุ&nbsp;โรคประจำตัว&nbsp;หญิงตั้งครรภ์</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	20/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120130409337
636	จังหวัดชลบุรี   สาธารณสุขอำเภอศรีราชา ร่วมกับผู้นำท้องถิ่น  เดินหน้าตรวจคัดกรองเชิงรุก ด้วยชุดตรวจ ATK กลุ่มเป้าหมาย แบบเชิงรุก	<p><strong>ที่บริเวณบริษัท&nbsp;ช.เครน&nbsp;ทรานสปอร์ต&nbsp;จำกัด&nbsp;ต.บางพระ&nbsp;อ.ศรีราชา&nbsp;จ.ชลบุรี&nbsp;</strong>นายสมพล&nbsp;จิตติเรืองเกียรติ&nbsp;สาธารณสุขอำเภอศรีราชา&nbsp;นางชวรรณลักษณ์&nbsp;กลิ่นสุคนธ์รองประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลบางพระ&nbsp;นางมณีกัญวรรณ&nbsp;กิจปัญญาคุณณ์&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ม.7&nbsp;และ&nbsp;นายณัฐฏาพงศ์&nbsp;กลิ่นสุคนธ์&nbsp;ผู้บริหารบริษัท&nbsp;ช.เครน&nbsp;ทรานสปอร์ต&nbsp;จำกัด&nbsp;เ&nbsp;จ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพบ้านห้วยกุ่ม&nbsp;อาสาสมัครสาธารณสุข&nbsp;ร่วมทำการคัดกรองโรคเชิงรุก&nbsp;ด้วยชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ANTIGEN&nbsp;TEST&nbsp;KIT&nbsp;ที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&nbsp;สปสช.&nbsp;ซึ่งกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;ได้มีประชาชน&nbsp;ทั้งเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;พนักงานบริษัทห้างร้าน&nbsp;รวมถึงประชาชนทั่วไป&nbsp;ให้ความสนใจทยอยเดินทางมาขอเข้ารับการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;กันอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยผู้ที่มาขอเข้ารับการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ครั้งนี้ส่วนใหญ่&nbsp;ให้เหตุผลว่า&nbsp;อยากสร้างความมั่นใจให้กับตนเองว่าไม่เป็นผู้ติดเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;นอกจากจะสร้างความมั่นใจให้กับตนเองแล้ว&nbsp;ยังเพื่อเป็นการป้องกันสร้างความปลอดภัยให้กับคนในครอบครัวรวมถึงคนรอบข้างอีกด้วย</p><p><strong>นางชวรรณลักษณ์&nbsp;กลิ่นสุคนธ์รองประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลบางพระ&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ทางสาธารณสุขอำเภอศรีราชาได้ขอใช้พื้นที่&nbsp;บริษัท&nbsp;ช.เครน&nbsp;ทรานสปอร์ต&nbsp;จำกัด&nbsp;ในการ&nbsp;ตรวจคัดกรองเชิงรุก&nbsp;ด้วยชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ให้กับชาวบ้านห้วยกุ่ม&nbsp;และพนักงานบริษัท&nbsp;พื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;โดยการดำเนินแผนมาตรการเชิงรุกเดินหน้าตรวจคัดกรองค้นหาผู้ป่วยผู้ติดเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ในหมู่ประชาชนภายในเขตพื้นที่โดยได้มีการจัดส่งทีมแพทย์&nbsp;พยาบาล&nbsp;เจ้าหน้าที่สาธารณสุข&nbsp;ร่วมลงพื้นที่ปูพรมออกหน่วยให้บริการคัดกรอง&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;แก่ประชาชน&nbsp;ฟรี!&nbsp;ในฐานะเราเป็นรองประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลบางพระ&nbsp;ต้องขอขอบคุณ&nbsp;สาธารณสุขอำเภอศรีราชา&nbsp;โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพบ้านห้วยกุ่ม&nbsp;และอาสาสมัครสาธารณสุขศรีราชา&nbsp;ที่ออกมาตรการเชิงรุกเดินหน้าตรวจคัดกรองค้นหาผู้ป่วยผู้ติดเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ชาวบ้านในครั้งนี้</p><p><br></p><p>บัณฑิต&nbsp;มันปาฏิ....ภาพ/ข่าว</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	20/1/2022	ภาคตะวันออก	ชลบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120141910419
637	จังหวัดสตูล องค์การบริหารส่วนตำบลขอนคลาน ประกาศมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 ในพื้นที่ตลาดนัด	<p><strong>วันนี้&nbsp;(20&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;นายโชติ&nbsp;ดำอ่อน&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลขอนคลาน&nbsp;</strong>เปิดเผยว่า&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลขอนคลาน&nbsp;ได้มีการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อตำบล&nbsp;เกี่ยวกับการเปิดตลาดนัดในพื้นที่ตำบลขอนคลาน&nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในตำบลขอนคลานให้กลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันป้องกันควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด&nbsp;จึงได้ออกมาตรการป้องกันในการเฝ้าระวังป้องกันไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(Covid&nbsp;-&nbsp;19)&nbsp;สำหรับผู้ประกอบการและผู้มาใช้บริการตลาดนัด&nbsp;เพื่อจับจ่ายใช้สอยสินค้า&nbsp;ซึ่งมาตรการประกอบด้วย</p><p>1.ลงทะเบียนผู้ประกอบการทุกราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>2.ผู้ประกอบการทุกรายต้องได้รับวัคซีนอย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>3.ทุกวันศุกร์&nbsp;ผู้ประกอบการทุกรายต้องแสดงผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;(เป็นลบ)&nbsp;ทางกลุ่มไลน์&nbsp;QR&nbsp;Code&nbsp;ตลาดนัดเปิดท้ายหาดราไว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>4.ผู้ประกอบการและผู้ใช้บริการต้องสวมหน้ากากอนามัย&nbsp;100&nbsp;%&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>5.บริเวณหน้าตลาดนัด&nbsp;ต้องมีเจลแอลกอฮอล์สำหรับล้างมือ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>6.ทุกร้านต้องมีฉากกั้นหน้าร้าน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>7.มีการเว้นระยะห่างระหว่างร้านค้า&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>8.&nbsp;กำหนดทางเข้า-ออก&nbsp;ทางเดียว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;</strong>ในพื้นที่ตำบลขอนคลาน&nbsp;จึงขอให้ผู้มาใช้บริการตลาดนัด&nbsp;ปฏิบัติตามมาตรการข้างต้นอย่างเคร่งครัดด้วย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	20/1/2022	ภาคใต้	สตูล	สวท.สตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120134932380
638	นายกรัฐมนตรี กำชับทุกหน่วยงานเตรียมพร้อมรับมือการเปิดประเทศและคุมเข้มการจัดงานตรุษจีน 	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;หรือ&nbsp;ศบค.ผ่านระบบการประชุมทางไกล&nbsp;และกล่าวว่าการจะปรับการดำเนินกิจการ/กิจกรรมต่างๆ&nbsp;ต้องสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน&nbsp;และการควบคุมการแพร่ระบาดต้องควบคู่กับมาตรการด้านเศรษฐกิจ&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ขณะเดียวกันแสดงความห่วงใยต่อเทศกาลตรุษจีน</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;กำชับให้ทุกส่วนราชการต้องมีมาตรการที่เด็ดขาดและรัดกุมขึ้น&nbsp;โดยให้จัดชุดตรวจเข้าตรวจบริเวณพื้นที่ที่มีการจัดงานต่างๆ&nbsp;ว่าดำเนินการตามมาตรการทางสาธารณสุขครบถ้วนหรือไม่&nbsp;หากไม่ครบจะต้องยุติ&nbsp;ปิด&nbsp;หรือยกเลิกการจัดงาน&nbsp;โดยให้ดำเนินการอย่างเข้มงวด&nbsp;รวมทั้งต้องมีมาตรการเข้า-ออก&nbsp;การตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;หากพบว่าไม่ปฏิบัติตามมาตรการของภาครัฐ&nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่จะต้องรับผิดชอบ&nbsp;และหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบจะต้องได้รับโทษทางวินัยหากมีการปล่อยปละละเลย</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายกรัฐมนตรี&nbsp;ยังกล่าวถึงการทำงานที่ผ่านมาว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;เน้นแนวปฏิบัติ&nbsp;วิธีการปฏิบัติและการแก้ไขปัญหาทุกขั้นตอนไว้ล่วงหน้า&nbsp;การออกมาตรการใดๆ&nbsp;ก็ตามอาจต้องมีการปรับปรุง&nbsp;เปลี่ยนแปลง&nbsp;และต้องเตรียมแผนเผชิญเหตุไว้ล่วงหน้า&nbsp;ดังนั้นทุกกระทรวงทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการตามแผนที่เตรียมไว้&nbsp;โดยการเปิดประเทศวันนี้&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ทั้งกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;และ&nbsp;ศปก.ศบค.&nbsp;ต้องยกระดับการปฏิบัติการให้ครอบคลุมตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางอย่างเคร่งครัด&nbsp;หากมีการปล่อยปละละเลย&nbsp;จะต้องถูกดำเนินการทางวินัย&nbsp;โดยเฉพาะการปล่อยให้มีการเปิดสถานที่ท่องเที่ยวกลางคืนโดยไม่ได้รับอนุญาต&nbsp;หรือกระทำผิด&nbsp;พ.ร.ก.&nbsp;ฉุกเฉิน</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายกรัฐมนตรียังได้กำชับถึงความพร้อมและประสิทธิภาพของสายด่วน</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ในการรับแจ้ง&nbsp;ปรึกษาระบบการรักษาและการตรวจ&nbsp;ในความรับผิดชอบของหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ให้มีการประสานส่งต่อข้อมูลอย่างแน่นแฟ้น&nbsp;เพื่อลดความกังวลของประชาชนให้ได้มากที่สุด&nbsp;รวมถึงรณรงค์ชี้แจงทำความเข้าใจ&nbsp;เพื่อสร้างความร่วมมืออย่างจริงจัง&nbsp;โอกาสนี้ได้ขอบคุณทุกฝ่ายที่ให้ความร่วมมือ&nbsp;และเข้าใจในสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่ในวันนี้&nbsp;ทั้งเศรษฐกิจ&nbsp;สังคม&nbsp;การเมือง&nbsp;และโควิด&nbsp;หลายสิ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศไทย&nbsp;ยืนยันจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	20/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120192728604
639	จังหวัดตรัง  ขอให้ทุกภาคส่วนช่วยกันดำเนินตามมาตรการ VUCA  พร้อมเร่งสื่อสารความเข้าใจให้ประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกัน	<p><strong>แพทย์หญิงทิพย์ลดา&nbsp;บุญชัย&nbsp;นายแพทย์ชำนาญการ&nbsp;โรงพยาบาลตรัง&nbsp;&nbsp;</strong>ในฐานะรองโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;วันนี้(20&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในภาพรวมมีผู้ติดเชื้อลดลง&nbsp;เนื่องจากได้รับความร่วมมือจากประชาชนในการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค&nbsp;COVID&nbsp;&nbsp;19&nbsp;เป็นอย่างดี&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยหากแยกจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด&nbsp;19&nbsp;ตามสาเหตุการสัมผัส&nbsp;พบว่า&nbsp;&nbsp;เป็นการสัมผัสในชุมชน&nbsp;มากถึงร้อยละ&nbsp;42.11&nbsp;รองลงมา&nbsp;&nbsp;คือ&nbsp;การสัมผัสร่วมบ้าน&nbsp;ร้อยละ&nbsp;34.21&nbsp;และการสัมผัสโดยการพูดคุยและไม่สวมหน้ากากอนามัย&nbsp;&nbsp;ร้อยละ&nbsp;23.68&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;วันนี้พบผลบวก&nbsp;38&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;85&nbsp;ราย&nbsp;</strong>คิดเป็นร้อยละ&nbsp;44.71&nbsp;&nbsp;/&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;1,377&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;พบผลเป็นบวก&nbsp;98&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;7.12&nbsp;รวมผู้ติดเชื้อจากการตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;และ&nbsp;ATK&nbsp;วันนี้&nbsp;136&nbsp;ราย&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;1,462&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;9.30&nbsp;ขณะที่การตรวจหาเชื้อแยกตามความเสี่ยงและการสัมผัสในกลุ่มผู้เข้าเกณฑ์สอบสวนโรค&nbsp;&nbsp;ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเสี่ยงต่ำ&nbsp;&nbsp;เรือนจำแรกรับ&nbsp;&nbsp;การตรวจเชิงรุก&nbsp;&nbsp;ตรวจแรงงานต่างด้าวเข้าเกณฑ์&nbsp;PUI&nbsp;การตรวจก่อนผ่าตัดและอื่นๆ&nbsp;รวม&nbsp;72&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;จะต้องรอผลตรวจในวันพรุ่งนี้(21&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ศบค.จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;ขอให้ทุกภาคส่วนช่วยกันดำเนินตามมาตรการ</strong>&nbsp;VUCA&nbsp;คือ&nbsp;V&nbsp;ไปฉีดวัคซีนตามกำหนด&nbsp;U&nbsp;ป้องกันตนเองกับทุกคน&nbsp;ทุกที่&nbsp;ทุกเวลา&nbsp;C&nbsp;ใช้&nbsp;&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;ทำให้สถานที่&nbsp;ผู้ให้บริการ&nbsp;ผู้รับบริการมีความปลอดภัย&nbsp;และ&nbsp;A&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นประจำ&nbsp;และนอกจากการดำเนินงานตามมาตรการ&nbsp;VUCA&nbsp;แล้ว&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ได้เร่งสื่อสารความเข้าใจให้ประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น&nbsp;เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	20/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120150806448
640	จังหวัดตรัง มีประชาชนกลุ่มเป้าหมายฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 แล้วกว่าร้อยละ 77 มีผู้ที่ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม กว่าร้อยละ 73 และผู้ได้รับวัคซีนเข็ม 3  กว่าร้อยละ 17	<p><strong>วันนี้&nbsp;(20&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;แพทย์หญิงทิพย์ลดา&nbsp;บุญชัย&nbsp;นายแพทย์ชำนาญการ&nbsp;</strong>โรงพยาบาลตรัง&nbsp;&nbsp;ในฐานะรองโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;&nbsp;2019&nbsp;&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;การฉีดวัคซีนในพื้นที่จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;จนถึงวันที่&nbsp;20&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;มีประชาชนกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;631,755&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;ฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;490,572&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;77.65&nbsp;มีผู้ที่ได้รับวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;จำนวน&nbsp;465,540&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;73.69&nbsp;และผู้ได้รับวัคซีนเข็ม&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;107,671&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;17.04</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;จำนวนผู้ป่วยที่ต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล&nbsp;ลดลงอย่างต่อเนื่อง</strong>&nbsp;ส่งผลให้อัตราการครองเตียงลดลง&nbsp;&nbsp;ส่วนโรงพยาบาลสนามทุกแห่งของจังหวัดตรัง&nbsp;ได้มีการจำหน่ายผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาลสนามทั้งหมดแล้ว&nbsp;&nbsp;ซึ่งจังหวัดตรัง&nbsp;ได้ปรับการดูแลรักษาให้เป็นระบบดูแลที่บ้านหรือในชุมชน&nbsp;(Home&nbsp;Isolation/Community&nbsp;Isolation)&nbsp;เป็นลำดับแรก&nbsp;ซึ่งวันนี้จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่มีแนวโน้มลดลง&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ขอให้ทุกภาคส่วนช่วยกันดำเนินตามมาตรการ&nbsp;VUCA&nbsp;คือ&nbsp;V&nbsp;</strong>ไปฉีดวัคซีนตามกำหนด&nbsp;U&nbsp;ป้องกันตนเองกับทุกคน&nbsp;ทุกที่&nbsp;ทุกเวลา&nbsp;C&nbsp;ใช้&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;ทำให้สถานที่&nbsp;ผู้ให้บริการ&nbsp;ผู้รับบริการมีความปลอดภัย&nbsp;และ&nbsp;A&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นประจำ&nbsp;&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่ง&nbsp;&nbsp;การเข้ารับวัคซีน&nbsp;&nbsp;เพราะวัคซีนทุกสูตรมีประสิทธิผลป้องกันอาการป่วยรุนแรงและเสียชีวิตสูงประมาณ&nbsp;90-100%&nbsp;ส่วนการป้องกันการติดเชื้อมีประสิทธิผลสูงพอสมควร&nbsp;แต่จะลดลงเมื่อเวลาผ่านไป&nbsp;แต่เมื่อได้รับการฉีดเข็มกระตุ้นหรือการฉีดสูตรไขว้&nbsp;จะเพิ่มประสิทธิผลการป้องกันการติดเชื้อให้สูงขึ้น&nbsp;จึงช่วยควบคุมการระบาดได้ดี&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	20/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120151032450
641	20 ม.ค.65 จ.ลำพูน พบติดเชื้อ COVID-19 จากผล RT-PCR 11 ราย ผลตรวจ ATK Positive 34 ราย	<p><strong>วันนี้&nbsp;(20&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;</strong>ที่ศาลาประชาคม&nbsp;ศาลากลางจังหวัดลำพูน&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายแพทย์นิมิตร&nbsp;อินปั๋นแก้ว&nbsp;นายแพทย์เชี่ยวชาญ&nbsp;โรงพยาบาลลำพูน&nbsp;ร่วมแถลงสถานการณ์&nbsp;COVID-19&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดลำพูน&nbsp;พบผู้ติดเชื้อเพิ่มในจังหวัด&nbsp;11&nbsp;ราย&nbsp;ต่างจังหวัดอีก&nbsp;0&nbsp;ราย&nbsp;ATK&nbsp;Positive&nbsp;34&nbsp;ราย&nbsp;มีผู้ป่วยติดเชื้อสะสมทั้งสิ้น&nbsp;6,239&nbsp;ราย&nbsp;ยอดเสียชีวิตสะสม&nbsp;44&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยยืนยันรักษาตัวทั้งหมด&nbsp;160&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;Pro.Case&nbsp;จำนวน&nbsp;656&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็นใน&nbsp;รพ.รัฐ&nbsp;220&nbsp;ราย&nbsp;รพ.เอกชน&nbsp;390&nbsp;ราย&nbsp;CI&nbsp;และ&nbsp;HI&nbsp;133&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;4,748&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหาย&nbsp;Pro.Case&nbsp;จำนวน&nbsp;631&nbsp;ราย</p><p><strong>ในส่วนของสถิติการครองเตียงของโรงพยาบาลรัฐทุกแห่งในจังหวัดลำพูนมีทั้งหมด&nbsp;552&nbsp;เตียง</strong>&nbsp;ใช้ไป&nbsp;228&nbsp;เตียง&nbsp;หรือคิดเป็น&nbsp;41.30%&nbsp;จึงทำให้มีเตียงเหลือรองรับผู้ป่วย&nbsp;324&nbsp;เตียง&nbsp;คิดเป็น&nbsp;58.70%&nbsp;นอกจากนี้เตียงรองรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลเอกชนมีรองรับทั้งสิ้น&nbsp;511&nbsp;เตียง&nbsp;ใช้ไป&nbsp;391&nbsp;เตียง&nbsp;คิดเป็น&nbsp;76.52%&nbsp;จึงทำให้มีเตียงเหลือรองรับผู้ป่วยอีก&nbsp;120&nbsp;เตียง&nbsp;คิดเป็น&nbsp;23.48%</p><p><strong>สำหรับการให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ของจังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;19&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มียอดสะสมการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ไปแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;320,715&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;78.42%&nbsp;ของผู้ประสงค์ฉีดทั้งหมด&nbsp;126,648&nbsp;คน&nbsp;จากประชากรทั้งหมด&nbsp;401,408&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็น&nbsp;79.90%&nbsp;ฉีดเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;320,715&nbsp;ราย&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;293,872&nbsp;ราย&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;102,089&nbsp;ราย&nbsp;และเข็มที่&nbsp;4&nbsp;จำนวน&nbsp;2,447&nbsp;เข็ม</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>	20/1/2022	ภาคเหนือ	ลำพูน	สวท.ลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120151749457
642	รองโฆษก ศบค.ตรัง   ขอให้ทุกภาคส่วนช่วยกันดำเนินตามมาตรการ VUCA   พร้อมเร่งสื่อสารความเข้าใจให้ประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกัน	<p><strong>วันนี้&nbsp;(20&nbsp;ม.ค.&nbsp;2565)&nbsp;แพทย์หญิงทิพย์ลดา&nbsp;บุญชัย&nbsp;นายแพทย์ชำนาญการ</strong>&nbsp;โรงพยาบาลตรัง&nbsp;&nbsp;ในฐานะรองโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;วันนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในภาพรวมมีผู้ติดเชื้อลดลง&nbsp;เนื่องจากได้รับความร่วมมือจากประชาชนในการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค&nbsp;COVID&nbsp;&nbsp;19&nbsp;เป็นอย่างดี&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยหากแยกจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด&nbsp;19&nbsp;ตามสาเหตุการสัมผัส&nbsp;พบว่า&nbsp;&nbsp;</strong>เป็นการสัมผัสในชุมชน&nbsp;มากถึงร้อยละ&nbsp;42.11&nbsp;รองลงมา&nbsp;&nbsp;คือ&nbsp;การสัมผัสร่วมบ้าน&nbsp;ร้อยละ&nbsp;34.21&nbsp;และการสัมผัสโดยการพูดคุยและไม่สวมหน้ากากอนามัย&nbsp;&nbsp;ร้อยละ&nbsp;23.68&nbsp;&nbsp;สำหรับการตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;วันนี้พบผลบวก&nbsp;38&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;85&nbsp;รายคิดเป็นร้อยละ&nbsp;44.71&nbsp;&nbsp;/&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;1,377&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;พบผลเป็นบวก&nbsp;98&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;7.12&nbsp;รวมผู้ติดเชื้อจากการตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;และ&nbsp;ATK&nbsp;วันนี้&nbsp;136&nbsp;ราย&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;1,462&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;9.30&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่การตรวจหาเชื้อแยกตามความเสี่ยงและการสัมผัสในกลุ่มผู้เข้าเกณฑ์</strong>สอบสวนโรค&nbsp;&nbsp;ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเสี่ยงต่ำ&nbsp;&nbsp;เรือนจำแรกรับ&nbsp;&nbsp;การตรวจเชิงรุก&nbsp;&nbsp;ตรวจแรงงานต่างด้าวเข้าเกณฑ์&nbsp;PUI&nbsp;การตรวจก่อนผ่าตัดและอื่นๆ&nbsp;รวม&nbsp;72&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;จะต้องรอผลตรวจในวันพรุ่งนี้(21&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ศบค.จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;ขอให้ทุกภาคส่วนช่วยกันดำเนินตามมาตรการ</strong>&nbsp;&nbsp;VUCA&nbsp;คือ&nbsp;V&nbsp;ไปฉีดวัคซีนตามกำหนด&nbsp;U&nbsp;ป้องกันตนเองกับทุกคน&nbsp;ทุกที่&nbsp;ทุกเวลา&nbsp;C&nbsp;ใช้&nbsp;&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;ทำให้สถานที่&nbsp;ผู้ให้บริการ&nbsp;ผู้รับบริการมีความปลอดภัย&nbsp;และ&nbsp;A&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;&nbsp;เป็นประจำ&nbsp;และนอกจากการดำเนินงานตามมาตรการ&nbsp;VUCA&nbsp;แล้ว&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ได้เร่งสื่อสารความเข้าใจให้ประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น&nbsp;เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	20/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120151632456
643	จังหวัดตรัง  มีประชาชนกลุ่มเป้าหมายฉีดวัคซีนเข็มที่ 1  แล้วกว่าร้อยละ 77  มีผู้ที่ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม  กว่าร้อยละ 73  และผู้ได้รับวัคซีนเข็ม 3   กว่าร้อยละ 17	<p><strong>วันนี้&nbsp;(20&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;แพทย์หญิงทิพย์ลดา&nbsp;บุญชัย</strong>&nbsp;นายแพทย์ชำนาญการ&nbsp;โรงพยาบาลตรัง&nbsp;&nbsp;ในฐานะรองโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;การฉีดวัคซีนในพื้นที่จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;จนถึงวันที่&nbsp;20&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;มีประชาชนกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;631,755&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;ฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;490,572&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;77.65&nbsp;มีผู้ที่ได้รับวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;465,540&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;73.69&nbsp;และผู้ได้รับวัคซีนเข็ม&nbsp;3&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;107,671&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;17.04&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;จำนวนผู้ป่วยที่ต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล&nbsp;ลดลงอย่างต่อเนื่อง</strong>&nbsp;ส่งผลให้อัตราการครองเตียงลดลง&nbsp;&nbsp;ส่วนโรงพยาบาลสนามทุกแห่งของจังหวัดตรัง&nbsp;ได้มีการจำหน่ายผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาลสนามทั้งหมดแล้ว&nbsp;&nbsp;ซึ่งจังหวัดตรัง&nbsp;ได้ปรับการดูแลรักษาให้เป็นระบบดูแลที่บ้านหรือในชุมชน&nbsp;(Home&nbsp;Isolation/Community&nbsp;Isolation)&nbsp;เป็นลำดับแรก&nbsp;ซึ่งวันนี้จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่มีแนวโน้มลดลง&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ขอให้ทุกภาคส่วนช่วยกันดำเนินตามมาตรการ&nbsp;VUCA&nbsp;</strong>คือ&nbsp;V&nbsp;ไปฉีดวัคซีนตามกำหนด&nbsp;U&nbsp;ป้องกันตนเองกับทุกคน&nbsp;ทุกที่&nbsp;ทุกเวลา&nbsp;C&nbsp;ใช้&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;ทำให้สถานที่&nbsp;ผู้ให้บริการ&nbsp;ผู้รับบริการมีความปลอดภัย&nbsp;และ&nbsp;A&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นประจำ&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่ง&nbsp;&nbsp;การเข้ารับวัคซีน&nbsp;&nbsp;&nbsp;เพราะวัคซีนทุกสูตรมีประสิทธิผลป้องกันอาการป่วยรุนแรงและเสียชีวิตสูงประมาณ&nbsp;90-100%&nbsp;ส่วนการป้องกันการติดเชื้อมีประสิทธิผลสูงพอสมควร&nbsp;แต่จะลดลงเมื่อเวลาผ่านไป&nbsp;แต่เมื่อได้รับการฉีดเข็มกระตุ้นหรือการฉีดสูตรไขว้&nbsp;จะเพิ่มประสิทธิผลการป้องกันการติดเชื้อให้สูงขึ้น&nbsp;จึงช่วยควบคุมการระบาดได้ดี</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	20/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120151931460
644	สาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรีตั้งศูนย์ประสานงาน Call Center Home Isolation	"<p><strong>สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;ตั้งศูนย์ประสานงาน&nbsp;Call&nbsp;Center&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;ของโรงพยาบาลทุกแห่ง&nbsp;ทั้ง&nbsp;13&nbsp;อำเภอ</strong>&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;พร้อมให้คำแนะนำประชาชนทราบแนวทางปฏิบัติหากสงสัยว่าติดเชื้อโควิด-19&nbsp;จัดระบบการดูแลรักษาที่บ้านหรือในชุมชน&nbsp;(Home&nbsp;Isolation/&nbsp;Community&nbsp;Isolation)&nbsp;เร่งฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;1&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;และเข็มกระตุ้น&nbsp;เพื่อช่วยเพิ่มภูมิต้านทานลดป่วยหนักลดเสียชีวิต</p><p><strong>นายแพทย์ชาติชาย&nbsp;กิติยานันท์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;สืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ในประเทศไทย&nbsp;พบว่า&nbsp;มีการติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น&nbsp;รวมทั้งพบการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;และสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ในจังหวัดกาญจนบุรีก็มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกัน&nbsp;เพื่อให้การดูแลผู้ติดเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;เป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;มีประสิทธิภาพ&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรีจึงมีแผนรับมือการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;พร้อมให้คำแนะนำประชาชนทราบแนวทางปฏิบัติหากสงสัยว่าติดเชื้อโควิด-19&nbsp;สามารถติดต่อศูนย์ประสานงาน&nbsp;Call&nbsp;Center&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;ของโรงพยาบาลทุกแห่ง&nbsp;ทั้ง&nbsp;13&nbsp;อำเภอ&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;ดังนี้&nbsp;1.สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;โทร.092-2566785&nbsp;</p><p>2.โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;โทร&nbsp;061-3957376&nbsp;</p><p>3.โรงพยาบาลมะการักษ์&nbsp;อำเภอท่ามะกา&nbsp;โทร.098-3675746&nbsp;</p><p>4.โรงพยาบาลไทรโยค&nbsp;อำเภอไทรโยค&nbsp;โทร.&nbsp;097-2941332&nbsp;</p><p>5.โรงพยาบาลสมเด็จพระปิยมหาราชรมณีเขต&nbsp;อำเภอไทรโยค&nbsp;โทร.065-4694194</p><p>&nbsp;6.โรงพยาบาลบ่อพลอย&nbsp;อำเภอบ่อพลอย&nbsp;โทร.092-6124524&nbsp;</p><p>7.โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่&nbsp;19&nbsp;อำเภอท่าม่วง&nbsp;โทร.095-2469019&nbsp;</p><p>8.โรงพยาบาลทองผาภูมิ&nbsp;อำเภอทองผาภูมิ&nbsp;โทร.092-5284540&nbsp;</p><p>9.โรงพยาบาลสังขละบุรี&nbsp;อำเภอสังขละบุรี&nbsp;โทร.098-8324159&nbsp;</p><p>10.โรงพยาบาลเจ้าคุณไพบูลย์พนมทวน&nbsp;อำเภอพนมทวน&nbsp;โทร.091-4277962&nbsp;</p><p>11.โรงพยาบาลเลาขวัญ&nbsp;อำเภอเลาขวัญ&nbsp;โทร.086-3272327,&nbsp;085-1869066&nbsp;</p><p>12.โรงพยาบาลด่านมะขามเตี้ย&nbsp;อำเภอด่านมะขามเตี้ย&nbsp;โทร.092-2508599&nbsp;</p><p>13.โรงพยาบาลพยาบาลสถานพระบารมี&nbsp;อำเภอหนองปรือ&nbsp;โทร.094-9429153&nbsp;</p><p>14.โรงพยาบาลหนองปรือ&nbsp;อำเภอหนองปรือ&nbsp;โทร.081-8571186&nbsp;</p><p>15.โรงพยาบาลท่ากระดาน&nbsp;อำเภอศรีสวัสดิ์&nbsp;โทร.081-1979577&nbsp;</p><p>16.โรงพยาบาลศุกร์ศิริศรีสวัสดิ์&nbsp;อำเภอศรีสวัสดิ์&nbsp;โทร.086-1740042&nbsp;</p><p>17.โรงพยาบาลห้วยกระเจาฯ&nbsp;อำเภอห้วยกระเจา&nbsp;โทร.084-3949595&nbsp;</p><p><strong>กระทรวงสาธารณสุขได้ปรับการดูแลรักษาให้เป็นระบบดูแลที่บ้านหรือในชุมชน</strong>&nbsp;(Home&nbsp;Isolation/&nbsp;Community&nbsp;Isolation)&nbsp;ใช้การดูแลผู้ติดเชื้อด้วยระบบ&nbsp;HI/CI&nbsp;มีการจัดตั้ง&nbsp;Call&nbsp;Center&nbsp;ของจังหวัดและศูนย์ประสานโควิด&nbsp;-19&nbsp;ประจำอำเภอ/ตำบล&nbsp;ทำให้ผู้ติดเชื้อที่มีผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นบวกได้เข้าสู่ระบบ&nbsp;HI&nbsp;อย่างรวดเร็ว&nbsp;โดยมีบุคลากรทางการแพทย์ติดตามอาการต่อเนื่อง&nbsp;หากมีอาการเปลี่ยนแปลงมากขึ้นจะส่งต่อเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ได้เน้นให้ดำเนินงานตามมาตรการ&nbsp;V-U-C-A&nbsp;</strong>คือ&nbsp;V&nbsp;:&nbsp;Vaccine&nbsp;ฉีดครบ&nbsp;ลดป่วยหนัก&nbsp;U&nbsp;:&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;ป้องกันตัวเองตลอดเวลา&nbsp;ห่างไกลจากโควิด-19&nbsp;C&nbsp;:&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;สถานที่บริการพร้อมผู้ให้บริการได้รับวัคซีนครบ&nbsp;A&nbsp;:&nbsp;ATK&nbsp;พร้อมตรวจเสมอ&nbsp;เมื่อใกล้ชิดคนติดเชื้อหรือมีอาการทางเดินหายใจ&nbsp;โดยเฉพาะการสื่อสารให้ประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกัน&nbsp;ลดเสี่ยงในการติดและแพร่เชื้อของโควิด-19&nbsp;""ตรวจเร็ว&nbsp;เจอเร็ว&nbsp;รักษาเร็ว&nbsp;เศรษฐกิจฟื้นเร็ว""</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	20/1/2022	ภาคตะวันตก	กาญจนบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120155817495
645	อุบลฯปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังโรคระบาด COVID-19 ในพื้นที่ อำเภอม่วงสามสิบ	<p><strong>ตามนโยบายของ&nbsp;นายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ผวจ.อบ.</strong>&nbsp;ภายใต้การอำนวยการของ&nbsp;นายชินวัต&nbsp;ทองปรีชา&nbsp;นายอำเภอม่วงสามสิบ&nbsp;สั่งการให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ดำเนินการ&nbsp;ดังนี้</p><p>1.&nbsp;บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;โดยกลุ่มเป้าหมายจากประชากรอยู่จริง&nbsp;จำนวน&nbsp;49,185&nbsp;ราย&nbsp;และคัดกรองเชิงรุก&nbsp;ด้วยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;พร้อม&nbsp;ติดตามกลุ่มเสี่ยงสูงควบคุม&nbsp;เคร่งครัด&nbsp;การเข้า-ออก&nbsp;ในหมูบ้าน</p><p>2.&nbsp;เปิดโรงพยาบาลสนาม&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์การคณะสงฆ์ภาค&nbsp;10&nbsp;เพื่อรองรับผู้ป่วย&nbsp;จำนวน&nbsp;150&nbsp;เตียง&nbsp;ปัจจุบันมีผู้ป่วยครองเตียง&nbsp;จำนวน&nbsp;42&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;</p><p>3.&nbsp;ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;VUCA&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;V&nbsp;คือวัคซีน&nbsp;U&nbsp;คือป้องกันตนเองอยู่ตลอดเวลา&nbsp;C&nbsp;คือ&nbsp;COVIC&nbsp;Safe&nbsp;Living&nbsp;ใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย&nbsp;และ&nbsp;A&nbsp;คือ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน</strong>และเฝ้าระวังโรคระบาด&nbsp;COVID-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	20/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120163214512
646	พ่อเมืองศรีสะเกษ ตรวจติดตามความพร้อมเจ้าภาพการจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 47 ศรีสะเกษเกมส์	<p><strong>นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจติดตามความพร้อม&nbsp;ในการจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;47&nbsp;ศรีสะเกษเกมส์&nbsp;กำหนดการแข่งขันในระหว่างวันที่&nbsp;5&nbsp;-&nbsp;25&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;55&nbsp;ประเภทกีฬา&nbsp;ซึ่งเป็นมิติใหม่ของการจัดการแข่งขันกีฬาในระดับชาติภายใต้การดำเนินการตามมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;เพื่อลดความเสี่ยงและความแออัดของนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ที่จะเดินทางมาร่วมการแข่งขันกว่า&nbsp;20,000&nbsp;คน&nbsp;โดยแบ่งการแข่งขันชนิดกีฬาออกเป็น&nbsp;3&nbsp;ช่วงๆละประมาณ&nbsp;6,000&nbsp;คน</p><p><strong>สำหรับการจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ</strong>&nbsp;ครั้งที่&nbsp;47ศรีสะเกษเกมส์วันที่&nbsp;5&nbsp;-&nbsp;25&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ชิงชัย&nbsp;55&nbsp;ชนิดกีฬา&nbsp;และการจัดการแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;37&nbsp;นครลำดวนเกมส์&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;30&nbsp;มีนาคม&nbsp;-&nbsp;3&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ใช้สนามกีฬาจัดการแข่งขันภายในจังหวัด&nbsp;จำนวน&nbsp;46&nbsp;แห่ง&nbsp;ภายนอกจังหวัดอีก&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;นอกจากนี้ผู้ที่มาเข้าร่วมทุกคนต้องฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;ให้ครบโดส&nbsp;พร้อมทั้งมีผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;จากต้นทาง&nbsp;ผลตรวจไม่พบเชื้อ&nbsp;และเมื่อเข้ามาในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษต้องตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;อีกครั้ง&nbsp;พร้อมทั้งได้ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการ&nbsp;สถานบริการได้&nbsp;ดำเนินการตามมาตรฐานการให้บริการนักท่องเที่ยว&nbsp;ร่วมเป็นเจ้าบ้านที่ดีในการต้อนรับทัพนักกีฬา&nbsp;เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษเป็น&nbsp;1ใน&nbsp;6&nbsp;เมืองกีฬา&nbsp;(Sports&nbsp;City)</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	20/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สวท.ศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120162953511
647	จังหวัดเชียงราย จัดงานแถลงข่าวการจัดงานพ่อขุนเม็งรายมหาราชและงานกาชาด ประจำปี 2565	<p><strong>วันนี้&nbsp;(20&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;10.30&nbsp;ที่&nbsp;โรงแรมเฮอริเทจ&nbsp;เชียงราย&nbsp;</strong>อ.เมือง?เชียงราย?&nbsp;นายภาสกร&nbsp;บุญญลักษม์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย&nbsp;เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงานพ่อขุนเม็งรายมหาราชและงานกาชาด&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงราย&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;พันตำรวจเอก&nbsp;มานพ&nbsp;เสนากุล&nbsp;รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย&nbsp;นายแพทย์วัชรพงษ์&nbsp;คำหล้า&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย&nbsp;และนายกนก&nbsp;ศรีวิชัยนันท์&nbsp;ปลัดจังหวัดเชียงราย&nbsp;ร่วมแถลงข่าวถึงความพร้อมในการจัดงานและความพร้อมด้านมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;19&nbsp;</p><p><strong>รวมทั้งการอำนวยความสะดวกและการดูแลความปลอดภัยแก่ผู้ร่วมงาน</strong>&nbsp;โดยวันที่&nbsp;26&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งตรงกับคล้ายวันสถาปนาเมืองเชียงรายครบรอบ&nbsp;760&nbsp;ปี&nbsp;ช่วงเช้าจะมีการประกอบพิธีสักการะพระบรมอัฐิพ่อขุนเม็งรายมหาราช&nbsp;ณ&nbsp;วัดดอยงำเมือง&nbsp;จากนั้นจะประกอบพิธีบวงสรวงสืบชะตา&nbsp;ทำบุญเมืองเชียงราย&nbsp;และพิธีไหว้สาพญามังราย&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับงานพ่อขุนเม็งรายมหาราชและงานกาชาดจังหวัดเชียงรายประจำปี&nbsp;2565&nbsp;</strong>กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;28&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;6&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณสนามบินเก่า&nbsp;ฝูงบิน&nbsp;416&nbsp;อำเภอเมืองเชียงราย&nbsp;จังหวัดเชียงราย&nbsp;พิธีเปิดจะมีขึ้นวันที่&nbsp;28&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;โดยจะเริ่มขบวนแห่ของ&nbsp;18&nbsp;อำเภอ&nbsp;เวลา&nbsp;15.30&nbsp;น.&nbsp;บริเวณโรงเรียนบ้านสันโค้งเชียงรายจรูญราษฏร์&nbsp;และเคลื่อนขบวนไปยังสถานที่จัดงาน&nbsp;ทำพิธีเปิดเวลา&nbsp;18.30&nbsp;น.&nbsp;</p><p><strong>ภายในงานมีการออกร้านบู๊ทนิทรรศการของส่วนราชการ&nbsp;</strong>หน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;สถาบันการศึกษา&nbsp;มูลนิธิ&nbsp;และอำเภอทั้ง&nbsp;18&nbsp;อำเภอ&nbsp;และการออกร้านของเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงราย&nbsp;การจำหน่ายและออกรางวัลสลากกาชาด&nbsp;และจำหน่ายบัตรกาชาดไชโย&nbsp;ลุ้นรับของรางวัลมากมาย&nbsp;เพื่อนำรายได้ไปช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัย&nbsp;รวมถึงกิจกรรมสาธารณกุศลอื่นๆ&nbsp;ตามภารกิจเหล่ากาชาดจังหวัด&nbsp;นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมการแสดงบนเวที&nbsp;การประกวดธิดาดอย&nbsp;การประกวดร้องเพลงของกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;การประกวดรำวงย้อนยุค&nbsp;และความบันเทิงอื่นๆ&nbsp;เพื่อสร้างความสุขให้กับชาวเชียงรายตลอด&nbsp;10&nbsp;วัน&nbsp;10&nbsp;คืน&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ในส่วนผู้เข้าร่วมงานต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคโควิด&nbsp;19</strong>&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ได้รับวัคซีนครบตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดอย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;หรือมีผลตรวจแบบ&nbsp;RT-PCR&nbsp;หรือ&nbsp;ATK&nbsp;ที่ได้รับการรับรองจากแพทย์&nbsp;และผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;COVID-Free&nbsp;Setting&nbsp;ทุกราย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	20/1/2022	ภาคเหนือ	เชียงราย	สวท.เชียงราย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120174927568
648	เรือนจำจังหวัดมุกดาหารมีผู้เสี่ยงสูงติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 52 ราย หลังการตรวจด้วย ATK มีผลเป็นบวก	<p><strong>เรือนจำจังหวัดมุกดาหารมีผู้เสี่ยงสูงติดเชื้อโควิด-19&nbsp;จำนวน&nbsp;52&nbsp;ราย&nbsp;</strong>หลังการตรวจด้วย&nbsp;ATK&nbsp;มีผลเป็นบวก&nbsp;จากจำนวนเจ้าหน้าที่และผู้ต้องขัง&nbsp;ผู้กักขังรวม&nbsp;1,814&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(&nbsp;20&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;&nbsp;กลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อสำนักงานสาธรณสุขจังหวัดมุกดาหาร</strong>&nbsp;ได้รายงานผ่านเพจเฟชบุ๊ค&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ถึงสถานการณ์การณ์&nbsp;การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19&nbsp;)&nbsp;วันที่&nbsp;20&nbsp;มกราคม&nbsp;พบมีผู้เสี่ยงสูงติดเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ใน&nbsp;เรือนจำจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;จากการตรวจหาเชื้อด้วย&nbsp;ATK&nbsp;ของเจ้าหน้าที่เรือนจำ&nbsp;และผู้ต้องขังทั้งหมด&nbsp;1,814&nbsp;ราย&nbsp;มีผลเป็นบวก&nbsp;จำนวน&nbsp;52&nbsp;ราย&nbsp;ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผล&nbsp;RT-PCR&nbsp;ทางห้องปฏิบัติการโรงพยาบาลมุกดาหาร&nbsp;แยกเป็น</p><p>-&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;จำนวน&nbsp;83&nbsp;ราย&nbsp;ผลการตรวจบวก&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;-&nbsp;ผู้ต้องขังที่สัมผัสเสี่ยงสูง&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;13&nbsp;ราย&nbsp;ผลการตรวจบวก&nbsp;42&nbsp;ราย&nbsp;-&nbsp;ผู้ต้องขังแดนหญิง&nbsp;แดนชาย&nbsp;และเรือนกักโรค&nbsp;จำนวน&nbsp;1,618&nbsp;ราย&nbsp;ผลการตรวจบวก&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สืบเนื่องจากเมื่อวันที่&nbsp;24&nbsp;ธ.ค.64&nbsp;เรือนจำจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;</strong>ได้รับผู้ต้องขัง&nbsp;ซึ่งเพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;47&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ต.บางทรายใหญ่&nbsp;อ.เมืองมุกดาหาร&nbsp;จ.มุกดาหาร&nbsp;เข้าเรือนจำ&nbsp;โดยผลการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;มีผลเป็นลบ&nbsp;ต่อมาเมื่อ&nbsp;วันที่&nbsp;18&nbsp;ม.ค.65&nbsp;เรือนจำจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ในนำผู้ต้องขังไปขึ้นศาล&nbsp;ที่ศาลจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;เมื่อกลับจากขึ้นศาล&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเข้าแดนกัก&nbsp;ผลตรวจเป็นบวก&nbsp;จึงส่งตรวจยืนยันด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;ทราบผล&nbsp;ยืนยันพบเชื้อโควิด-19&nbsp;เวลา&nbsp;01.20&nbsp;น.&nbsp;ของวันที่&nbsp;19&nbsp;ม.ค.&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;</p><p><strong>ทางด้าน&nbsp;นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดหาร&nbsp;</strong>ได้สั่งการให้ทีมสอบสวนโรคสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;และโรงพยาบาลมุกดาหาร&nbsp;และเรือนจำจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;เร่งตรวจคัดกรองผู้บุคคลเสี่ยงเพื่อควบคุมป้องกันไม่ให้ระบาดเพิ่มขึ้น&nbsp;กรณีผู้ป่วยที่ยืนยัน&nbsp;RT-PCR&nbsp;และผล&nbsp;ATK&nbsp;มีผลเป็นบวกผู้ป่วย&nbsp;ให้แยกกัก&nbsp;(CI)&nbsp;ภายในเรือนจำ&nbsp;ให้เฝ้าระวัง&nbsp;PUI&nbsp;ทุกวัน&nbsp;หากพบ&nbsp;PUI&nbsp;ให้ทำ&nbsp;ATK&nbsp;ทันที&nbsp;รวมถึงการจัดเตรียมอุปกรณ์ในการป้องกัน&nbsp;ควบคุมโรค&nbsp;ได้แก่&nbsp;ATK&nbsp;ออกซิเจนแซท&nbsp;PPE&nbsp;เจลแอลกอฮอล์&nbsp;หน้ากากอนามัยให้เพียงพอ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ในการดำเนินการควบคุมโรคดังกล่าว&nbsp;ได้ทำตามหลักการ&nbsp;bubble&nbsp;and&nbsp;seal&nbsp;</strong>พร้อมทั้งการควบคุมการแพร่ระบาดและเฝ้าระวังควบคุมโรคตามมาตรฐานสาธารณสุข&nbsp;การรักษาผู้ป่วย&nbsp;และการรักษาความปลอดภัยโดยได้รับความร่วมมือในการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ทั้ง&nbsp;ปกครอง&nbsp;ตำรวจ&nbsp;เรือนจำ&nbsp;และ&nbsp;หน่วยงานสาธารณสุข&nbsp;ร่วมดำเนินการเพื่อควบคุมสถานการณ์การให้กลับคืนภาวะปกติโดยเร็ว</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>	20/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สวท.มุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120173247557
649	จ.แม่ฮ่องสอน มีผู้เสียชีวิตจากโควิดเพิ่ม 1 ราย สะสม 50 ราย และพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 14 ราย	<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในการระบาดตั้งแต่ระลอกเดือนเมษายน&nbsp;2564&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;20&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ทั้งสิ้นจำนวน&nbsp;3,739&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเพศชาย&nbsp;1,728&nbsp;ราย&nbsp;และเพศหญิง&nbsp;2,011&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;50&nbsp;ราย&nbsp;(1.33&nbsp;%)&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;3,531&nbsp;ราย&nbsp;(94.44&nbsp;%)&nbsp;ยังอยู่ระหว่างรักษา&nbsp;158&nbsp;ราย&nbsp;(4.23&nbsp;%)&nbsp;มีอาการเล็กน้อย&nbsp;144&nbsp;ราย&nbsp;ปานกลาง&nbsp;11&nbsp;ราย&nbsp;และรุนแรง&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;รักษาอยู่ที่โรงพยาบาลศรีสังวาลย์&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลปาย&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลขุนยวม&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลแม่สะเรียง&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลแม่ลาน้อย&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลสบเมย&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลสนาม&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;และรักษาในศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;107&nbsp;ราย</p><p><strong>สำหรับวันนี้&nbsp;มีผู้ได้รับการตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;539&nbsp;ชุด</strong>&nbsp;พบเชื้อ&nbsp;14&nbsp;ราย&nbsp;และเสียชีวิต&nbsp;1&nbsp;รายเป็นผู้ป่วยในจังหวัดทั้งหมด&nbsp;โดยมีรายละเอียด&nbsp;ดังนี้รายที่&nbsp;282&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ต.ปางหมู&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นพม่าพลัดถิ่น&nbsp;อาชีพธุรกิจส่วนตัว&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;และเจ็บคอ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลศรีสังวาลย์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายที่&nbsp;283&nbsp;-&nbsp;284&nbsp;รวม&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;48&nbsp;ปี&nbsp;และ&nbsp;71&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ต.ห้วยโป่ง&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;อาชีพเกษตรกร&nbsp;และเป็นผู้สูงอายุ&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงอยู่ในพื้นที่ที่มีการระบาด&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยง&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;ห้วยช่างคำ&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;มีเสมหะ&nbsp;และเจ็บคอ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลศรีสังวาลย์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายที่&nbsp;285&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;24&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;อาชีพรับราชการพื้นที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;ไอ&nbsp;เจ็บคอและมีน้ำมูก&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และ&nbsp;ส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสนาม</p><p>รายที่&nbsp;286&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;38&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ต.ผาบ่อง&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นบุคลากรทางการแพทย์ปัจจัยเสี่ยงปฏิบัติหน้าที่ในสถานที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ&nbsp;มีอาการ&nbsp;ไอ&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;มีเสมหะและมีน้ำมูก&nbsp;ส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสนาม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายที่&nbsp;287&nbsp;-&nbsp;288&nbsp;รวม&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อายุ&nbsp;73&nbsp;ปี&nbsp;และ&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;และหมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ต.เวียงเหนือ&nbsp;อ.ปาย&nbsp;เป็นผู้สูงอายุและเด็กในปกครอง&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;(MS257&nbsp;-&nbsp;MS259)&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;ไอ&nbsp;ปวดกล้ามเนื้อ&nbsp;และมีน้ำมูก&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลปาย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายที่&nbsp;289&nbsp;-&nbsp;290&nbsp;รวม&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อายุ&nbsp;30&nbsp;ปี&nbsp;และ&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ต.แม่กิ๊&nbsp;อ.ขุนยวม&nbsp;อาชีพค้าขายและเด็กในปกครอง&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงเดินทางไปรับการรักษาในโรงพยาบาลพื้นที่อำเภอ&nbsp;เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;12&nbsp;&nbsp;14&nbsp;มกราคม&nbsp;2564&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;ไอ&nbsp;มีเสมหะ&nbsp;และเจ็บคอ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลขุนยวม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายที่&nbsp;291&nbsp;-&nbsp;292&nbsp;รวม&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อายุ&nbsp;79&nbsp;ปี&nbsp;และ&nbsp;76&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ต.แม่เงา&nbsp;อ.ขุนยวม&nbsp;เป็นผู้สูงอายุ&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงอยู่ในพื้นที่เสี่ยงต่อการระบาดแนวชายแดน&nbsp;วันที่&nbsp;18&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มารับการรักษาที่โรงพยาบาลขุนยวม&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;ไอ&nbsp;ปวดศีรษะ&nbsp;และเหนื่อย&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลขุนยวม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายที่&nbsp;293&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;28&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;12&nbsp;ต.บ้านกาศ&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;อาชีพรับจ้าง&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงเดินทางมาจากพื้นที่ที่มีการระบาด&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;อาการมีเสมหะ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;อ.แม่สะเรียง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายที่&nbsp;294&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;72&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;ต.แม่ยวม&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;เป็นผู้สูงอายุ&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยง&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;แม่กองแป&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-&nbsp;PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;อ.แม่สะเรียง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายที่&nbsp;295&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;46&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ต.ปางหมู&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;อาชีพค้าขาย&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;มีเสมหะ&nbsp;หายใจเหนื่อย&nbsp;และปวดเมื่อยตามร่างกาย&nbsp;วันที่&nbsp;7&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลศรีสังวาลย์</p><p><strong>สำหรับผู้ป่วยที่เสียชีวิตในวันนี้&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ป่วยรายที่&nbsp;295&nbsp;ผู้ป่วยหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;46&nbsp;ปี</strong>&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ต.ปางหมู&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;อาชีพค้าขาย&nbsp;วันที่&nbsp;7&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลศรีสังวาลย์&nbsp;ด้วยอาการไอ&nbsp;มีเสมหะ&nbsp;หายใจเหนื่อย&nbsp;และปวดเมื่อย&nbsp;ตามร่างกาย&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;ทำการรักษาตามแนวทางการรักษาผู้ป่วยกรณีโรค&nbsp;ติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ระหว่างการรักษามีอาการหายใจเหนื่อยมากขึ้น&nbsp;ปริมาณออกซิเจนในเลือดต่ำลง&nbsp;ปฏิเสธการช่วยฟื้นคืนชีพ&nbsp;ต่อมาเสียชีวิตในวันที่&nbsp;18&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;07.20&nbsp;น.&nbsp;แพทย์วินิจฉัยสาเหตุการเสียชีวิตจากปอดอักเสบจากเชื้อโควิด-19&nbsp;โดยมีปัจจัยที่ส่งเสริมให้เกิดโรครุนแรงคือ&nbsp;ไม่ได้รับการฉีดวัคซีน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	20/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120194253610
650	ปรับมาตรการคุมโควิด-19  การปฎิบัติดังนี้	"<p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;var(--primary-text);"">ปรับมาตรการคุมโควิด&nbsp;เริ่ม&nbsp;24&nbsp;ม.ค.2565</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;var(--primary-text);"">1.&nbsp;WFH&nbsp;(Work&nbsp;From&nbsp;Home)&nbsp;สำหรับทุกพื้นที่:&nbsp;ไม่ขยายระยะเวลา&nbsp;WFH&nbsp;/ตามที่หน่วยงานเห็นเหมาะสม</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;var(--primary-text);"">2.&nbsp;มาตรการบริโภคเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้านอาหาร&nbsp;พื้นที่นำร่องการท่องเที่ยว&nbsp;และพื้นที่เฝ้าระวังสูง</span></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=""color:&nbsp;var(--primary-text);"">-&nbsp;จำกัดเวลาไม่เกิน&nbsp;23.00&nbsp;น.&nbsp;(ปรับจากเดิม&nbsp;21.00&nbsp;น.)</span></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=""color:&nbsp;var(--primary-text);"">-&nbsp;ต้องเป็นร้านอาหารที่ผ่าน&nbsp;SHA+&nbsp;หรือ&nbsp;Thai&nbsp;Stop&nbsp;COVID&nbsp;2&nbsp;Plus&nbsp;เท่านั้น&nbsp;และตามมาตรการ&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;var(--primary-text);"">3.&nbsp;มาตรการสำหรับสถานบริการ&nbsp;สถานบันเทิง&nbsp;ผับ&nbsp;บาร์&nbsp;คาราโอเกะ</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;var(--primary-text);"">ปรับมาตรการตามที่กำหนด&nbsp;ขออนุญาตจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/กทม.&nbsp;ได้เมื่อพร้อม</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;var(--primary-text);"">4.&nbsp;มาตรการสำหรับผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงสูง&nbsp;</span></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=""color:&nbsp;var(--primary-text);"">-กักตัวที่บ้าน&nbsp;(Home&nbsp;Quarantine)&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;วันที่&nbsp;5&nbsp;-6&nbsp;หลังสัมผัสใกล้ชิดผู้ติดเชื้อครั้งสุดท้าย&nbsp;</span></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=""color:&nbsp;var(--primary-text);"">&nbsp;(.)หากพบติดเชื้อให้&nbsp;โทร.&nbsp;1330&nbsp;รับการดูแลแบบแยกกักที่บ้าน&nbsp;(Home&nbsp;Isolation)</span></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=""color:&nbsp;var(--primary-text);"">&nbsp;(.)หากไม่พบเชื้อ&nbsp;ให้สังเกตอาการตนเอง&nbsp;(Self&nbsp;Monitoring)&nbsp;ต่ออีก&nbsp;3&nbsp;วัน</span></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=""color:&nbsp;var(--primary-text);"">&nbsp;(.)ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ในวันที่&nbsp;10&nbsp;หลังสัมผัสใกล้ชิดผู้ติดเชื้อครั้งสุดท้าย&nbsp;</span></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>Cr<a&nbsp;href=""https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%A8%E0%B8%B9%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%9419?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZUwnq_hmeVJ-EUufSkR03uMYkqCN8Cyjm5Xlkng09nfjQZUg5TUNThzNbfGTeSN-sUVMQVwOvVNjJA5LoZw0P6q31nmNO7AGtwABTIOgZRX2qiktVlAtsJZGssgq_mODWN7JdMwed0iC0C7VBo1Hc_N&amp;__tn__=*NK-R""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""color:&nbsp;var(--accent);&nbsp;background-color:&nbsp;transparent;"">#ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด19</a>&nbsp;ที่มา&nbsp;:&nbsp;ศบค.</p><p><a&nbsp;href=""https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%A8%E0%B8%B9%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5covid19?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZUwnq_hmeVJ-EUufSkR03uMYkqCN8Cyjm5Xlkng09nfjQZUg5TUNThzNbfGTeSN-sUVMQVwOvVNjJA5LoZw0P6q31nmNO7AGtwABTIOgZRX2qiktVlAtsJZGssgq_mODWN7JdMwed0iC0C7VBo1Hc_N&amp;__tn__=*NK-R""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""color:&nbsp;var(--accent);&nbsp;background-color:&nbsp;transparent;"">#ศูนย์ข้อมูลCOVID19</a></p><p><a&nbsp;href=""https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%89%E0%B8%B5%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%84%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZUwnq_hmeVJ-EUufSkR03uMYkqCN8Cyjm5Xlkng09nfjQZUg5TUNThzNbfGTeSN-sUVMQVwOvVNjJA5LoZw0P6q31nmNO7AGtwABTIOgZRX2qiktVlAtsJZGssgq_mODWN7JdMwed0iC0C7VBo1Hc_N&amp;__tn__=*NK-R""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""color:&nbsp;var(--accent);&nbsp;background-color:&nbsp;transparent;"">#ฉีดวัคซีนหยุดเชื้อเพื่อชาติ</a></p><p><strong><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	20/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120204731665
651	นครพนม พบผู้ป่วยโควิด 32 ราย รวมสะสม 653 รักษาหาย 366 กลับบ้านวันนี้ 49 ราย	<p><strong>วันที่&nbsp;20&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;พบผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;จำนวน&nbsp;32&nbsp;ราย</strong>&nbsp;เป็นการติดเชื้อในพื้นที่ทั้ง&nbsp;32&nbsp;ราย&nbsp;เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลนครพนม&nbsp;11&nbsp;ราย&nbsp;รพ.นาหว้า&nbsp;11&nbsp;ราย&nbsp;รพ.นาแก&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;รพ.วังยาง&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;รพ.โพนสวรรค์&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และ&nbsp;รพ.ท่าอุเทน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;รวมจำนวนผู้ป่วยสะสม&nbsp;(ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;จำนวน&nbsp;653&nbsp;ราย&nbsp;หายป่วยสะสม&nbsp;366&nbsp;ราย&nbsp;หายป่วยกลับบ้านวันนี้&nbsp;49&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษาอยู่&nbsp;343&nbsp;ราย&nbsp;(อาการของผู้ป่วยทั้ง&nbsp;343&nbsp;ราย&nbsp;ไม่มีอาการ&nbsp;248&nbsp;ราย&nbsp;มีอาการเล็กน้อย&nbsp;71&nbsp;ราย&nbsp;อาการปานกลาง&nbsp;21&nbsp;ราย&nbsp;อาการรุนแรง&nbsp;3&nbsp;ราย)&nbsp;โดยไม่พบผู้เสียชีวิตเพิ่มต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</p><p><strong>ในส่วนของภาพรวมจำนวนเตียงสำหรับรองรับการรักษาผู้ปวยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;</strong>เตียงศูนย์ดูแลโควิด-19&nbsp;ชุมชน&nbsp;(Community&nbsp;Isolate&nbsp;:&nbsp;CI)&nbsp;รวม&nbsp;1,655&nbsp;เตียง&nbsp;ใช้ไป&nbsp;119&nbsp;เตียง&nbsp;คงเหลือ&nbsp;1,536&nbsp;เตียง&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;3&nbsp;เตียง&nbsp;รพ.ทั่วไป/&nbsp;รพ.ชุมชน&nbsp;ทั้ง&nbsp;12&nbsp;อำเภอ&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;585&nbsp;เตียง&nbsp;ใช้รองรับผู้ป่วย&nbsp;221&nbsp;เตียง&nbsp;คงเหลือ&nbsp;364&nbsp;เตียง&nbsp;รวมจำนวนทั้งหมด&nbsp;2,240&nbsp;เตียง&nbsp;ใช้ไป&nbsp;340&nbsp;เตียง&nbsp;คงเหลือ&nbsp;1,900&nbsp;เตียง&nbsp;(ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;20&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;08.00&nbsp;น.)&nbsp;ด้านการให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;19&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;มีประชาชนที่ได้รับการฉีดวัคซีน&nbsp;(เข็มหนึ่ง)&nbsp;แล้ว&nbsp;407,298&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็น&nbsp;65.87%&nbsp;เทียบกับประชากรตามสิทธิ์การรักษาพยาบาล&nbsp;ฉีดเข็มสองแล้ว&nbsp;361,699&nbsp;Dose&nbsp;คิดเป็น&nbsp;58.49%&nbsp;ฉีดเข็มสามแล้ว&nbsp;53,907&nbsp;Dose&nbsp;คิดเป็น&nbsp;8.72%&nbsp;ฉีดเข็มสี่แล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;3,862&nbsp;Dose&nbsp;คิดเป็น&nbsp;0.62%&nbsp;คงเหลือ&nbsp;(เป้าหมาย&nbsp;70%)&nbsp;จำนวน&nbsp;25,557&nbsp;คน</p><p><strong>ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน&nbsp;หากมีอาการไอ&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;มีน้ำมูก&nbsp;ควรพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข</strong>&nbsp;และงดสถานที่สาธารณะ&nbsp;หรือทำกิจกรรมกับคนอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หากตรวจด้วยชุดตรวจ&nbsp;(Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit:&nbsp;ATK)&nbsp;ด้วยตนเองแล้วขึ้น&nbsp;2&nbsp;ขีด&nbsp;(ผลบวกว่าติดเชื้อโควิด-19)&nbsp;ให้ติดต่อสถานพยาบาลใกล้บ้าน&nbsp;หรือ&nbsp;รพ.สต.ใกล้บ้าน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอเชิญชวนชาวนครพนมไปขอรับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;ได้&nbsp;ณ&nbsp;หน่วยบริการใกล้บ้าน&nbsp;และให้ยึดหลัก&nbsp;V-U-C-A&nbsp;:&nbsp;V-Vaccine&nbsp;ฉีดครบ&nbsp;ลดป่วยหนัก&nbsp;U-Universal&nbsp;Prevention&nbsp;:&nbsp;ป้องกันตัวเองตลอดเวลา&nbsp;ห่างไกลจากโควิด&nbsp;C-COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;:&nbsp;สถานที่บริการพร้อม&nbsp;ผู้ให้บริการฉีดวัคซีนครบ&nbsp;และตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทุกสัปดาห์</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	20/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครพนม	สวท.นครพนม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220120211827685
652	ผู้ว่าฯ บึงกาฬ ตรวจติดตามความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมการรับเสด็จฯ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี	<p><strong>วันนี้&nbsp;20&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;13.00&nbsp;น.&nbsp;นายสนิท&nbsp;ขาวสอาด&nbsp;</strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;ประธานการประชุมการเตรียมการรับเสด็จฯ&nbsp;ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา&nbsp;สิริวัฒนาพรรณวดี&nbsp;ครั้งที่&nbsp;5&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมใหญ่&nbsp;วิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ&nbsp;อำเภอเมืองบึงกาฬ&nbsp;จังหวัดบึงกาฬ&nbsp;โดยมี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&nbsp;29&nbsp;ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการเข้าร่วมประชุม&nbsp;</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ</strong>&nbsp;รวมทั้งผู้เกี่ยวข้องได้ตรวจติดตามความคืบหน้าในการดำเนินงานแต่ละส่วนในพื้นที่วิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ&nbsp;โดยภาพรวมสำเร็จแล้วกว่า&nbsp;ร้อยละ&nbsp;80&nbsp;ทั้งด้านภูมิทัศน์&nbsp;เช่น&nbsp;การประดับตกแต่งผ้าสีขาว-แดง&nbsp;บริเวณรั้ว&nbsp;และอาคาร&nbsp;การปลูกต้นไม้&nbsp;การตัดตกแต่งกิ่งไม้&nbsp;การล้างถนน&nbsp;การติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์รับเสด็จฯ&nbsp;จุดห้องรับรอง&nbsp;เวทีการแสดง&nbsp;หลอดไฟแสงสว่าง&nbsp;ความปลอดภัย&nbsp;และจุดเปิดป้ายชมรมศูนย์เพื่อนใจ&nbsp;TO&nbsp;BE&nbsp;NUMBER&nbsp;ONE&nbsp;(TO&nbsp;BE&nbsp;NUMBER&nbsp;ONE&nbsp;FRIEND&nbsp;CORNER)&nbsp;</p><p><strong>โดยมีหัวหน้าสำนักงานจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดบึงกาฬ</strong>&nbsp;และผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ&nbsp;ได้ให้ข้อมูลความคืบหน้าการดำเนินงาน&nbsp;สำหรับส่วนที่เหลือจะเป็นพื้นถนนที่ยังไม่เรียบร้อย&nbsp;และงานทาสีอาคาร&nbsp;พร้อมทั้งให้หน่วยงานที่ได้รับมอบหมายภารกิจทั้ง&nbsp;25&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;รายงานผลการดำเนินการตามลำดับ</p><p><strong>จากการตรวจติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานในส่วนต่างๆ&nbsp;</strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;เน้นย้ำให้ผู้รับผิดชอบงานทุกหน่วยงาน&nbsp;ติดตามจุดต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ให้เรียบร้อยที่สุดไม่ให้หลุดรอดข้อบกพร่อง&nbsp;ทั้งเรื่องกลิ่นสีที่ยังไม่แห้ง&nbsp;วัสดุตกแต่งภายในห้องรับรอง&nbsp;ถนนที่ยังไม่เรียบร้อยให้มีการกั้นเขตก่อสร้างชัดเจน&nbsp;การนัดซักซ้อม&nbsp;การแต่งกาย&nbsp;เวลานัดหมายของหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และบุคลากรครู&nbsp;นักเรียนที่จะเข้ารับเสด็จฯ&nbsp;ให้ชัดเจน&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;นายนฤชา&nbsp;โฆษาศิวิไลซ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ</strong>&nbsp;กำชับทุกคนที่เข้ารับเสด็จฯ&nbsp;ให้มีการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;วันที่&nbsp;28&nbsp;มกราคม&nbsp;ก่อนเข้างานเพื่อความปลอดภัยสูงสุด&nbsp;ให้ฝ่ายทหารและฝ่ายรักษาความปลอดภัยทำความเข้าใจกับประชาชนบ้านเรือนใกล้เคียงพื้นที่เวทีการแสดง&nbsp;เนื่องจากเป็นพื้นที่เปิดโล่ง&nbsp;&nbsp;เรื่องความสะอาดและกลิ่นของสุขา&nbsp;รวมถึงขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนที่พักอาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียงสถานที่เสด็จฯ&nbsp;ตั้งแต่ถนนเส้นกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่&nbsp;244&nbsp;จนถึงวิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ&nbsp;ให้ดูแลสัตว์เลี้ยง&nbsp;และความสะอาดบริเวณบ้านเรือนให้มีความเรียบร้อยในวันเสด็จฯ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	20/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	บึงกาฬ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบึงกาฬ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121002246709
653	นายกรัฐมนตรี ขอประชาชนยังป้องกันตนเองขั้นสูงสุด แม้ ศบค. ผ่อนคลายกิจกรรม ปรับลดพื้นที่	<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ขอความร่วมมือผู้ประกอบการ&nbsp;ประชาชนต้องปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;และป้องกันตัวเองแบบครอบจักรวาล&nbsp;งดเข้าสถานที่เสี่ยง&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;พร้อมรับการฉีดวัคซีนให้ครบโดสและวัคซีนเข็มกระตุ้นด้วย&nbsp;</p><p><strong>แม้&nbsp;ศบค.&nbsp;จะมีการปรับลดพื้นที่ควบคุม</strong>&nbsp;หรือพื้นที่สีส้มทั้งประเทศ&nbsp;เหลือ&nbsp;44&nbsp;จังหวัด&nbsp;&nbsp;(จาก&nbsp;69&nbsp;จังหวัด)&nbsp;พื้นที่เฝ้าระวัง&nbsp;25&nbsp;จังหวัด&nbsp;ส่วนพื้นที่สีฟ้า&nbsp;หรือพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยว&nbsp;&nbsp;ยังคง&nbsp;8&nbsp;จังหวัดเช่นเดิม&nbsp;เริ่ม&nbsp;24&nbsp;มกราคมนี้&nbsp;ซึ่งจะมีการผ่อนคลายกิจกรรมในพื้นที่สีส้ม&nbsp;&nbsp;44&nbsp;จังหวัด&nbsp;ร้านอาหารทั้งในและนอกศูนย์การค้าห้างสรรพสินค้า&nbsp;หรือสถานที่อื่นใดที่มีร้านอาหาร&nbsp;สามารถบริโภคในร้านได้&nbsp;เปิดได้ตามปกติ&nbsp;รวมทั้งการปรับมาตรการป้องกันควบคุมโควิด-19&nbsp;ในส่วนการเดินทางเข้าราชอาณาจักร&nbsp;ระบบไม่กักตัว&nbsp;(Test&nbsp;and&nbsp;Go)&nbsp;&nbsp;เริ่ม&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;อนุญาตให้เข้ามาได้ทุกประเทศ&nbsp;แต่ยังต้องตรวจหาเชื้อโดยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;2&nbsp;ครั้ง</p><p><strong>โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;นายกรัฐมนตรีจะพิจารณาสถานการณ์ในทุกมิติทั้งความรุนแรงของโรค&nbsp;สถานการณ์ของโลก&nbsp;สถานการณ์ในประเทศ&nbsp;&nbsp;และความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;โดยที่ผ่านมาแผนการชะลอการระบาดถือว่าควบคุมได้ดี&nbsp;จึงต้องขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมมือกัน&nbsp;หากสถานการณ์ทุกอย่างดีขึ้น&nbsp;จะพิจารณาจะลดระดับการเตือนภัยในระยะถัดไป&nbsp;รวมถึงเสนอ&nbsp;ศบค.ให้ผ่อนคลายมาตรการต่างๆ&nbsp;ให้มากที่สุดและเร็วที่สุด&nbsp;เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติ</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	21/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121104220748
654	จ.อุบลฯ พบการติดเชื้อโควิด-19 ในครอบครัวเพิ่มมากขึ้น โดยขอความร่วมมือประชาชน ป้องกันตนเองแบบครอบจักรวาล ผู้ที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดต้องกักตัว และเฝ้าระวังการจัดงานประเพณี	<p><strong>ศูนย์&nbsp;EOC&nbsp;COVID-19&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี</strong>&nbsp;รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาด&nbsp;โควิด-19&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;วันที่&nbsp;21&nbsp;ม.ค.2565&nbsp;พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม&nbsp;216&nbsp;ราย&nbsp;เพิ่มจากวันที่&nbsp;20&nbsp;ม.ค.2565&nbsp;16&nbsp;ราย&nbsp;ส่วนใหญ่เป็นการติดเชื้อในพื้นที่&nbsp;โดยผู้ติดเชื้อใหม่ในวันนี้&nbsp;(&nbsp;21ม.ค.65)&nbsp;เป็นการติดเชื้อในครอบครัวจำนวนมากถึง&nbsp;108&nbsp;ราย&nbsp;สาเหตุของการแพร่ระบาด&nbsp;พบว่า&nbsp;ผู้ที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดไม่ยอมกักตัว&nbsp;แล้วแพร่เชื้อให้คนในครอบครัวมากขึ้น&nbsp;และยังมีการแพร่เชื้อในงานประเพณี&nbsp;เช่น&nbsp;งานบุญ&nbsp;งานแต่งงาน&nbsp;งานหมั้น&nbsp;งานศพ&nbsp;ในหมู่บ้านเพิ่มมากขึ้น&nbsp;</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่เชื้อและควบคุมป้องกันโรค</strong>&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนใช้มาตรการป้องกันตนเองแบบครอบจักรวาลอย่างเคร่งครัด&nbsp;&nbsp;ลดการใกล้ชิดกลุ่ม&nbsp;608&nbsp;ผู้ที่มาจากต่างจังหวัดกลุ่มสีส้ม&nbsp;ให้ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;.&nbsp;ก่อนเข้าพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;และกักตัว&nbsp;10&nbsp;วันขึ้นไป&nbsp;และขอความร่วมมือเจ้าภาพในการจัดงานประเพณี&nbsp;ต้องมีมาตรการป้องกันโรคที่เข้มงวด&nbsp;ลดจำนวนวันในการจัดงาน&nbsp;จำกัดจำนวนผู้ร่วมงานไม่เกิน&nbsp;100&nbsp;คน&nbsp;ตามที่คณะกรรมการควบคุมโรคกำหนด&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	21/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สวท.อุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121103726746
655	สธ.สงขลา เตือนประชาชนร่วมกิจกรรมในเทศกาลตรุษจีน แบบไร้โควิด -19	<p><strong>สธ.สงขลา&nbsp;เตือนประชาชนร่วมกิจกรรมในเทศกาลตรุษจีน&nbsp;แบบไร้โควิด&nbsp;-19&nbsp;</strong>ช่วงเทศกาลตรุษจีนของทุกปี&nbsp;ประชาชนชาวไทยเชื้อสายจีน&nbsp;จะมีการกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์และ</p><p>บรรพบุรุษ&nbsp;เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคล&nbsp;ซึ่งจะมีญาติมารวมตัวกัน&nbsp;จึงขอให้ประชาชนป้องกันตนเองอย่างเคร่งครัด&nbsp;แม้ว่าเป็นคนในครอบครัวหรือเครือญาติ&nbsp;รวมทั้งการเดินทางออกไปท่องเที่ยวหรือรับประทานอาหารนอกบ้าน&nbsp;โดยปฏิบัติตามมาตรการในการป้องกันโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;แบบครอบจักรวาล</p><p><strong>นพ.สงกรานต์&nbsp;ไหมชุม&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสงขลา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ในช่วงเทศกาลตรุษจีน&nbsp;ประชาชนเชื้อสายจีน&nbsp;จะมีการเลือกซื้อหาอาหารและสิ่งของจากตลาดหรือร้านค้าสำหรับสักการะบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์&nbsp;และเฉลิมฉลอง&nbsp;ฯ&nbsp;ซึ่งอาจทำให้เกิดความแออัดและเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;ได้&nbsp;ดังนั้นในการไปจ่ายตลาดเพื่อเลือกซื้ออาหารและสิ่งของอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ควรมีการวางแผนในการซื้อของเพื่อใช้เวลาให้น้อยที่สุด&nbsp;พกเจลแอลกอฮอล์&nbsp;หลีกเลี่ยงการเข้าไปในจุดที่มีคนอยู่แออัด&nbsp;หรือเว้นระยะห่างจากผู้อื่นอย่างน้อย&nbsp;1-2&nbsp;เมตร&nbsp;ล้างมือบ่อยๆ&nbsp;ด้วยสบู่&nbsp;หรือเจลแอลกอฮอล์&nbsp;หากต้องสัมผัสสิ่งของร่วมกันหรือจุดเสี่ยง&nbsp;และที่สำคัญจะต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;ตลอดระยะเวลา&nbsp;ในช่วงระหว่างที่อยู่ในตลาด&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ควรปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคของตลาดด้วยการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย</strong>&nbsp;และสแกนไทยชนะ&nbsp;ก่อนเข้าตลาดและปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;&nbsp;ของตลาดอย่างเคร่งครัด&nbsp;ซื้อของเสร็จให้รีบกลับบ้าน&nbsp;ควรถอดรองเท้าก่อนเข้าบ้านและรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าทำความสะอาดร่างกาย&nbsp;หากต้องการลดความเสี่ยงดังกล่าวสามารถเลือกสั่งชุดไหว้และจ่ายเงินผ่านระบบออนไลน์</p><p><strong>นพ.สงกรานต์&nbsp;ไหมชุม&nbsp;&nbsp;ยังกล่าวย้ำเรื่องการให้ความสำคัญ</strong>กับการทำความสะอาดวัตถุดิบก่อนปรุงอาหาร&nbsp;และหลังไหว้ควรอุ่นอาหารให้ร้อน&nbsp;ก่อนรับประทานหรือก่อนเก็บอาหารไว้เสมอ&nbsp;เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร&nbsp;ในช่วงเทศกาลตรุษจีนอาจมีญาติจากหลายที่มารวมตัวกัน&nbsp;และมีญาติผู้ใหญ่ซึ่งเป็นผู้สูงอายุและมีโรคประจำตัวอยู่ที่บ้าน&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;ผู้ที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดหรือพื้นที่เสี่ยง&nbsp;ควรมีการประเมิน</strong>ความเสี่ยงของตนเอง&nbsp;โดยตรวจหาเชื้อด้วย&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเดินทางมาพบญาติและก่อนกลับเข้าไปทำงาน&nbsp;สวมหน้ากากอนามัย&nbsp;2&nbsp;ชั้น&nbsp;และควรเว้นระยะห่างในการมีกิจกรรมร่วมกัน&nbsp;&nbsp;เพื่อปกป้องคนที่รักห่างไกลจากเชื้อโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;สำหรับผู้ที่ครบกำหนดเวลาในการรับวัคซีนเข็มที่&nbsp;3&nbsp;ควรเข้ารับวัคซีนตามระยะเวลาเพื่อเพิ่มระดับภูมิคุ้มกันต่อเชื้อโควิด&nbsp;19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอนและทุกสายพันธุ์</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	21/1/2022	ภาคใต้	สงขลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121114841790
656	สธ.สงขลา เน้นย้ำประชาชนร่วมกิจกรรมในเทศกาลตรุษจีน ให้ปลอดภัยจากโควิด 19	<p><strong>นพ.สงกรานต์&nbsp;ไหมชุม&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสงขลา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ในช่วงเทศกาลตรุษจีน&nbsp;ประชาชนเชื้อสายจีน&nbsp;จะมีการเลือกซื้อหาอาหารและสิ่งของจากตลาดหรือร้านค้า&nbsp;สำหรับสักการะบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์และเฉลิมฉลอง&nbsp;ซึ่งอาจทำให้เกิดกวามแออัดและเสี่ยงต่อการแพร่ระบาคของโรค&nbsp;โควิด&nbsp;-19&nbsp;ได้&nbsp;ดังนั้นในการไปจ่ายตลาดเพื่อเลือกซื้ออาหารและสิ่งของอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ควรมีการวางแผนในการซื้อของเพื่อใช้เวลาให้น้อยที่สุด&nbsp;พกเจลแอลกอฮอล์&nbsp;หลีกเลี่ยงการเข้าไปในจุดที่มีคนอยู่แออัด&nbsp;หรือเว้นระยะห่างจากผู้อื่นอย่างน้อย&nbsp;1-2&nbsp;เมตร&nbsp;ล้างมือบ่อยๆ&nbsp;ด้วยสบู่&nbsp;หรือเจลแอลกอฮอล์&nbsp;หากต้องสัมผัสสิ่งของร่วมกันหรือจุดเสี่ยง&nbsp;และที่สำคัญจะต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดระยะเวลา&nbsp;ในช่วงระหว่างที่อยู่ในตลาด&nbsp;นอกจากนี้ควร&nbsp;ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคของตลาดด้วยการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย&nbsp;และสแกนไทยชนะ&nbsp;ก่อนเข้าตลาดและ&nbsp;ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;ของตลาดอย่างเคร่งครัด&nbsp;ซื้อของเสร็จให้รีบกลับบ้าน&nbsp;ควรถอดรองเท้าก่อนเข้าบ้านและรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าทำความสะอาดร่างกาย&nbsp;หากต้องการลดความเสี่ยงดังกล่าวสามารถเลือกสั่งชุดไหว้และจ่ายเงินผ่านระบบออนไลน์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นพ.สงกรานต์&nbsp;ไหมชุม&nbsp;ยังกล่าวย้ำเรื่องการให้ความสำคัญกับการทำความสะอาดวัตถุดิบ</strong>ก่อนปรุงอาหาร&nbsp;และหลังไหว้ควรอุ่นอาหารให้ร้อน&nbsp;ก่อนรับประทานหรือก่อนเก็บอาหารไว้เสมอ&nbsp;เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร&nbsp;ในช่วงเทศกาลตรุษจีนอาจมีญาติจากหลายที่มารวมตัวกัน&nbsp;และมีญาติผู้ใหญ่ซึ่งเป็นผู้สูงอายุและมีโรคประจำตัวอยู่ที่บ้าน&nbsp;</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;ผู้ที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดหรือพื้นที่เสี่ยง&nbsp;ควรมีการประเมินความเสี่ยงของตนเอง</strong>&nbsp;โดยตรวจหาเชื้อด้วย&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเดินทางมาพบญาติและก่อนกลับเข้าไปทำงาน&nbsp;สวมหน้ากากอนามัย&nbsp;2&nbsp;ชั้น&nbsp;และควรเว้นระยะห่างในการมีกิจกรรมร่วมกัน&nbsp;เพื่อปกป้องคนที่รักห่างไกลจากเชื้อโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;สำหรับผู้ที่ครบกำหนดเวลาในการรับวัคซีนเข็มที่&nbsp;3&nbsp;ควรเข้ารับวัคซีนตามระยะเวลา&nbsp;เพื่อเพิ่มระดับภูมิคุ้มกันต่อเชื้อโควิด&nbsp;19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอนและทุกสายพันธุ์&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	21/1/2022	ภาคใต้	สงขลา	สวท.สงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121115515802
657	นพ.สาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี สร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยว ธุรกิจโรงแรม สถานประกอบการ ร้านค้า เข้าสู่มาตรฐาน SHA-SHA Plus เน้นย้ำทุกคนยังต้องรักษาตามมาตรการป้องกันโควิด -19  อย่างเคร่งครัด	<p><strong>(21&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;นพ.เพชรฤกษ์&nbsp;แทนสวัสดิ์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>สถานการณ์โควิด&nbsp;-19&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;การติดเชื้อโควิดคงที่&nbsp;เฉลี่ยรายวันสะสม&nbsp;20-30&nbsp;ราย&nbsp;มีแนวโน้มสูงขึ้นเนื่องจากจังหวัดใกล้เคียงมีปริมาณการติดเชื้อเพิ่มขึ้น&nbsp;ค่าเฉลี่ยการติดเชื้อในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ร้อยละ&nbsp;70&nbsp;เป็นสายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;ร้อยละ&nbsp;30&nbsp;เป็นสายพันธุ์เดลต้า&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;อยู่ในช่วงของการเฝ้าระวังและป้องกัน&nbsp;การติดเชื้อโควิด&nbsp;-19&nbsp;ทำให้ธุรกิจสถานประกอบการ&nbsp;การท่องเที่ยว&nbsp;ที่พัก&nbsp;ธุรกิจ&nbsp;โรงแรม&nbsp;ได้รับผลกระทบ&nbsp;การเข้าสู่มาตรฐาน&nbsp;SHA-SHA&nbsp;Plus&nbsp;จังหวัดเพชรบุรีได้ดำเนินการมานานกว่า&nbsp;5&nbsp;เดือนแล้ว&nbsp;เป็นการการันตี&nbsp;สร้างความเชื่อมั่นและมั่นใจให้กับผู้ที่มาใช้สินค้าและบริการ&nbsp;</p><p><strong>สำหรับมาตรฐาน&nbsp;SHA-SHA&nbsp;Plus&nbsp;สถานประกอบการ&nbsp;</strong>ผู้ให้บริการต้องได้รับวัคซีนครบตามระยะ&nbsp;เจ้าหน้าที่ต้องตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ตามระยะตามเกณฑ์ที่กำหนด&nbsp;ผู้เข้ารับบริการก็ต้องได้รับการฉีดวัคซีน&nbsp;มาตรฐานของสถานประกอบการมีการทำความสะอาดสถานที่&nbsp;ถึงแม้ธุรกิจโรงแรม&nbsp;สถานประกอบการ&nbsp;ร้านค้า&nbsp;เข้าสู่มาตรฐาน&nbsp;SHA-SHA&nbsp;Plus&nbsp;แล้ว&nbsp;พี่น้องประชาชนยังต้องปฏิบัติตามมมาตรการป้องกันโควิด&nbsp;-19&nbsp;อย่างเคร่งครัดด้วย</p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>	21/1/2022	ภาคตะวันตก	เพชรบุรี	สวท.เพชรบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121113620779
658	จ.ลำปาง พบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่  50  ราย	<p><strong>สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;รายงานสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;21&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;&nbsp;&nbsp;พบผู้ป่วยรายใหม่&nbsp;50&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ติดเชื้อยืนยันตรวจด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;12&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ติดเชื้อเข้าข่ายตรวจด้วยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;38&nbsp;ราย&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ถึงปัจจุบัน&nbsp;พบผู้ป่วยสะสม&nbsp;1,852&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ระหว่างรักษา&nbsp;1,121&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายกลับบ้านสะสม&nbsp;730&nbsp;ราย&nbsp;และเสียชีวิตสะสม&nbsp;1&nbsp;ราย</p><p><strong>สำหรับข้อมูลการฉีดวัคซีนโควิด-19</strong>&nbsp;ณ&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ของวันเดียวกัน&nbsp;จังหวัดลำปางวัคซีนไปแล้ว&nbsp;1,040,683&nbsp;เข็ม&nbsp;จำแนกเป็นเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;474,609&nbsp;คน&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;445,622&nbsp;คน&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;116,788&nbsp;คน&nbsp;และเข็มที่&nbsp;4&nbsp;จำนวน&nbsp;3,664&nbsp;คน</p><p><strong>จังหวัดลำปาง&nbsp;ขอความร่วมมือป</strong>ระชาชนเคร่งครัดตามมาตรการป้องกันโรค&nbsp;DMHTTA&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หากมีข้อสงสัย&nbsp;&nbsp;สอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนโควิด-19&nbsp;ลำปาง&nbsp;โทร.&nbsp;093&nbsp;140&nbsp;8023&nbsp;ในวันเวลาราชการ&nbsp;และวันเสาร์-อาทิตย์&nbsp;เวลา&nbsp;08.30-16.30&nbsp;น.&nbsp;หรือสอบถามที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	21/1/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121115105797
659	จ.แม่ฮ่องสอน พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่เพิ่ม 12 ราย ยังอยู่ระหว่างรักษา 138 ราย	<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;&nbsp;รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในการระบาดตั้งแต่ระลอกเดือนเมษายน&nbsp;2564&nbsp;ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;21&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ทั้งสิ้นจำนวน&nbsp;3,751&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเพศชาย&nbsp;1,732&nbsp;ราย&nbsp;และเพศหญิง&nbsp;2,019&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;50&nbsp;ราย&nbsp;(1.33&nbsp;%)&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;3,563&nbsp;ราย&nbsp;(94.99&nbsp;%)&nbsp;ยังอยู่ระหว่างรักษา&nbsp;138&nbsp;ราย&nbsp;(3.68&nbsp;%)&nbsp;มีอาการเล็กน้อย&nbsp;124&nbsp;ราย&nbsp;ปานกลาง&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;และรุนแรง&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;รักษาอยู่ที่โรงพยาบาลศรีสังวาลย์&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลปาย&nbsp;18&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลขุนยวม&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลแม่สะเรียง&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลแม่ลาน้อย&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลสบเมย&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลสนาม&nbsp;21&nbsp;ราย&nbsp;และรักษาในศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;69&nbsp;ราย</p><p><strong>สำหรับวันนี้&nbsp;(21&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;</strong>มีผู้ได้รับการตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;905&nbsp;ชุด&nbsp;พบเชื้อ&nbsp;12&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ป่วยในจังหวัดทั้งหมด&nbsp;โดยมีรายละเอียด&nbsp;ดังนี้</p><p><strong>รายที่&nbsp;296&nbsp;เพศชาย</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;58&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นบุคลากรทางการแพทย์ปัจจัยเสี่ยงปฏิบัติหน้าที่ในสถานที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ&nbsp;และสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;(MS286)&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;ไอ&nbsp;และเจ็บคอ&nbsp;ส่งตรวจ&nbsp;RT&nbsp;-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสนาม</p><p><strong>รายที่&nbsp;297&nbsp;-&nbsp;298&nbsp;รวม&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;และ&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ต.เมืองแปง&nbsp;อ.ปาย&nbsp;อาชีพเกษตรกรและเป็นเด็กในปกครอง&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงอยู่ในพื้นที่ที่มีการระบาดและสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;(MS251,MS253,&nbsp;MS254)&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยง&nbsp;คลัสเตอร์แกงหอมม้ง&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;ปวดศีรษะ&nbsp;มีน้ำมูก&nbsp;และมีเสมหะ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-&nbsp;PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลปาย</p><p><strong>รายที่&nbsp;299&nbsp;เพศหญิง&nbsp;</strong>อายุ&nbsp;14&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ต.เวียงใต้&nbsp;อ.ปาย&nbsp;เป็นนักเรียน&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงพบปะสังสรรค์&nbsp;ทำกิจกรรมร่วมกับผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;(MS215)&nbsp;และเดินทางไปในพื้นที่ที่มีการระบาด&nbsp;อำเภอเวียงแหง&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;ปวดศีรษะ&nbsp;และมีน้ำมูก&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-&nbsp;PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลปาย</p><p><strong>รายที่&nbsp;300-303&nbsp;รวม&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง&nbsp;3&nbsp;ราย</strong>&nbsp;ช่วงอายุระหว่าง&nbsp;62-94&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ต.แม่เงา&nbsp;อ.ขุนยวม&nbsp;เป็นผู้สูงอายุ&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงอยู่ในพื้นที่เสี่ยงต่อการระบาดแนวชายแดน&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยงคลัสเตอร์&nbsp;ห้วยต้นนุ่น&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;ไอ&nbsp;ปวดศีรษะ&nbsp;มีเสมหะ&nbsp;และมีน้ำมูก&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลขุนยวม</p><p><strong>รายที่&nbsp;304&nbsp;-&nbsp;305&nbsp;รวม&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;10&nbsp;เดือน&nbsp;และ&nbsp;81&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;10&nbsp;ต.บ้านกาศ&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;เป็นเด็กในปกครองและผู้สูงอายุ&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงอยู่ในพื้นที่ที่มีการระบาดและสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยง&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;ขุนแม่ต๊อบและแม่ต้อบเหนือ&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;และปวดศีรษะ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-&nbsp;PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;อ.แม่สะเรียง</p><p><strong>รายที่&nbsp;306-307&nbsp;รวม&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;26&nbsp;ปี&nbsp;และ&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ต.สบเมย&nbsp;อ.สบเมย&nbsp;อาชีพเกษตรกร&nbsp;และเป็นเด็กในปกครอง&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงอยู่ในพื้นที่ที่มีการระบาดและสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยง&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;ห้วยไชยยงค์&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;และไอ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-&nbsp;PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสบเมย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	21/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121123502825
660	ยะลา โควิดรายใหม่ติดเชื้อ เพิ่ม 28 ราย	<p><strong>สถานการณ์โควิด-19&nbsp;พื้นที่&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ในวันนี้&nbsp;21&nbsp;ม.ค.65&nbsp;พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น&nbsp;28&nbsp;ราย&nbsp;จากเมื่อวานนี้&nbsp;มีผู้ติดเชื้อ&nbsp;9&nbsp;ราย</strong></p><p><strong>สำหรับ&nbsp;28&nbsp;รายใหม่&nbsp;ได้กระจายไปในหลายอำเภอ</strong>&nbsp;&nbsp;โดย&nbsp;อ.เมือง&nbsp;พบ&nbsp;19&nbsp;ราย&nbsp;อ.รามัน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อ.กาบัง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อ.กรงปินัง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;และ&nbsp;อ.เบตง&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่&nbsp;มี&nbsp;2&nbsp;อำเภอที่ไม่พบผู้ป่วย&nbsp;คือ&nbsp;อ.ยะหา&nbsp;และ&nbsp;อ.ธารโต&nbsp;</p><p><strong>ทำให้&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;ม.ค65&nbsp;จนถึงขณะนี้&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;มียอดผู้ป่วยสะสม&nbsp;แล้ว&nbsp;&nbsp;318&nbsp;&nbsp;&nbsp;ราย</strong>&nbsp;ผู้ป่วยที่กำลังรักษา&nbsp;187&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;238&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม&nbsp;สะสมรวม&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;สำหรับผู้ป่วยที่เข้าข่ายติดเชื้อ&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;วันนี้รายใหม่เพิ่ม&nbsp;8&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;สะสมรวม&nbsp;114&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>	21/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121124813828
661	จ.ชัยภูมิ พบคลัสเตอร์บ้านหนองบัวบาน โผล่ 35 ราย นอ.จัตุรัสสั่งปิดหมู่บ้านทันที 14 วัน	<p><strong>วันนี้&nbsp;(21&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;นายแพทย์วชิระ&nbsp;บถพิบูลย์</strong>&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชัยภูมิ&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จ.ชัยภูมิ&nbsp;พบผู้ติดเชื้อโควิด&nbsp;-19&nbsp;รายใหม่จำนวน&nbsp;61&nbsp;ราย&nbsp;โดยเป็นการติดเชื้อในจังหวัด&nbsp;56&nbsp;ราย&nbsp;และพบผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างจังหวัด&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;ได้แก่&nbsp;อ.จัตุรัส&nbsp;36&nbsp;ราย,&nbsp;อ.เมือง&nbsp;10&nbsp;ราย,&nbsp;อ.ภักดีชุมพล&nbsp;5&nbsp;ราย,&nbsp;อ.ภูเขียว&nbsp;4&nbsp;ราย,&nbsp;อ.เทพสถิต&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;และ&nbsp;อ.หนองบัวแดง&nbsp;3&nbsp;ราย</p><p><strong>โดยหลังจากที่&nbsp;อำเภอจัตุรัสได้ระดมตรวจ&nbsp;ATK</strong>&nbsp;พบผลบวก&nbsp;35&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งเป็นกลุ่มคลัสเตอร์บ้านหนองบัวบาน&nbsp;ล่าสุดนายวรศิษย์&nbsp;พุฒจีบ&nbsp;นายอำเภอจัตุรัส&nbsp;ได้มีคำสั่งปิดหมู่บ้านหนองบัวบาน&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;และนำทีมลงพื้นที่บริหารสถานการณ์และดำเนินมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ในพื้นที่ชุมชนหนองบัวบาน&nbsp;(8&nbsp;หมู่บ้าน)&nbsp;โดยได้จัดตั้งศูนย์พักคอย/โรงพยาบาลสนามประจำตำบล&nbsp;เพื่อรองรับผู้ป่วยในกลุ่มนี้แล้ว</p><p><strong>สรุปยอดรวมผู้ป่วยสะสมของจังหวัดชัยภูมิ</strong>อยู่ที่&nbsp;13,196&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษาตัว&nbsp;389&nbsp;ราย&nbsp;และเสียชีวิตรวม&nbsp;134&nbsp;ราย</p><p><strong>ส่วนผลการเข้ารับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19</strong>&nbsp;ในจังหวัดชัยภูมิ&nbsp;ณ&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;มีผู้เข้ารับบริการวัคซีนเข็มที่&nbsp;1&nbsp;แล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;636,252&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็น&nbsp;56.06&nbsp;%&nbsp;และมีผู้เข้ารับบริการวัคซีนเข็มที่&nbsp;2&nbsp;แล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;576,808&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็น&nbsp;50.83&nbsp;%&nbsp;และ&nbsp;มีผู้เข้ารับบริการวัคซีนเข็มที่&nbsp;3&nbsp;แล้ว&nbsp;94,494&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็น&nbsp;8.13&nbsp;%&nbsp;และมีผู้เข้ารับบริการวัคซีนเข็มที่&nbsp;4&nbsp;แล้ว&nbsp;6,171&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็น&nbsp;0.54%</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	21/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ชัยภูมิ	สวท.ชัยภูมิ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121160654959
662	COVID-19 จ.แม่ฮ่องสอน มีผู้ติดเชื้อเพิ่ม 12 ราย ใน 5 อำเภอ ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ที่มีการระบาดและสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน	<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในการระบาดตั้งแต่ระลอกเดือนเมษายน&nbsp;2564&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;21&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ทั้งสิ้นจำนวน&nbsp;3,751&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเพศชาย&nbsp;1,732&nbsp;ราย&nbsp;และเพศหญิง&nbsp;2,019&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;50ราย&nbsp;(1.33&nbsp;%)&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;3,563ราย&nbsp;(94.99&nbsp;%)&nbsp;ยังอยู่ระหว่างรักษา&nbsp;138&nbsp;ราย&nbsp;(3.68&nbsp;%)&nbsp;มีอาการเล็กน้อย&nbsp;124&nbsp;ราย&nbsp;ปานกลาง&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;และรุนแรง&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;รักษาอยู่ที่โรงพยาบาลศรีสังวาล&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลปาย&nbsp;18&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลขุนยวม&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลแม่สะเรียง&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลแม่ลาน้อย&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลสบเมย&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;โรงพยาบาลสนาม&nbsp;21&nbsp;ราย&nbsp;และรักษาในศูนย์แยกกักโรค&nbsp;ชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;69&nbsp;ราย</p><p><strong>สำหรับวันนี้&nbsp;มีผู้ได้รับการตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;905&nbsp;ชุด</strong>&nbsp;พบเชื้อ&nbsp;12&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ป่วยในจังหวัด&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;โดยมีรายละเอียด&nbsp;ดังนี้</p><p><strong>รายที่&nbsp;296&nbsp;เพศชาย</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;58&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นบุคลากรทางการแพทย์&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงปฏิบัติหน้าที่ในสถานที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ&nbsp;และสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;(รายที่&nbsp;286)&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;ไอ&nbsp;และ&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;ส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสนาม</p><p><strong>รายที่&nbsp;297-298&nbsp;รวม&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;</strong>อายุ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;และ&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ต.เมืองแปง&nbsp;อ.ปาย&nbsp;อาชีพเกษตรกรและเป็นเด็กในปกครอง&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงอยู่ในพื้นที่ที่มีการระบาดและสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;(รายที่&nbsp;251,&nbsp;253,&nbsp;254)&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยง&nbsp;Cluster&nbsp;แกงหอมม้ง&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;ปวดศีรษะ&nbsp;มีน้ำมูก&nbsp;และมีเสมหะ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-&nbsp;PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลปาย</p><p><strong>รายที่&nbsp;299&nbsp;เพศหญิง</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;14&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ต.เวียงใต้&nbsp;อ.ปาย&nbsp;เป็นนักเรียน&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงพบปะสังสรรค์&nbsp;ทำกิจกรรมร่วมกับผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;(รายที่&nbsp;215)&nbsp;และเดินทางไปในพื้นที่ที่มีการระบาด&nbsp;อำเภอเวียงแหง&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;มีอาการไอ&nbsp;ปวดศีรษะ&nbsp;และมีน้ำมูก&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-&nbsp;PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษา&nbsp;โรงพยาบาลปาย</p><p><strong>รายที่&nbsp;300-303&nbsp;รวม&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;</strong>ช่วงอายุระหว่าง&nbsp;62-94&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ต.แม่เงา&nbsp;อ.ขุนยวม&nbsp;เป็นผู้สูงอายุ&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงอยู่ในพื้นที่เสี่ยงต่อการระบาดแนวชายแดน&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยง&nbsp;Cluster&nbsp;ห้วยต้นนุ่น&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;ไอ&nbsp;ปวดศีรษะ&nbsp;มีเสมหะ&nbsp;และมีน้ำมูก&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลขุนยวม</p><p><strong>รายที่&nbsp;304-305&nbsp;รวม&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;10&nbsp;เดือน&nbsp;และ&nbsp;81&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;10&nbsp;ต.บ้านกาศ&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;เป็นเด็กในปกครองและผู้สูงอายุ&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงอยู่ในพื้นที่ที่มีการระบาดและสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยง&nbsp;Cluster&nbsp;ขุนแม่ต๊อบและแม่ต๊อบเหนือ&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;และปวดศีรษะ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-&nbsp;PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;อ.แม่สะเรียง</p><p><strong>รายที่&nbsp;306-307&nbsp;รวม&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง</strong>&nbsp;อายุ&nbsp;26&nbsp;ปี&nbsp;และ&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;ที่อยู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ต.สบเมย&nbsp;อ.สบเมย&nbsp;อาชีพเกษตรกร&nbsp;และเป็นเด็กในปกครอง&nbsp;ปัจจัยเสี่ยงอยู่ในพื้นที่ที่มีการระบาดและสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยง&nbsp;Cluster&nbsp;ห้วยไชยยงค์&nbsp;มีอาการไข้&nbsp;และไอ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;และส่งตรวจ&nbsp;RT-&nbsp;PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ&nbsp;เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสบเมย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	21/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121160342952
663	21 ม.ค.65 จ.ลำพูน พบติดเชื้อ COVID-19 จากผล RT-PCR 18 ราย ผลตรวจ ATK Positive 70 ราย	<p><strong>วันนี้&nbsp;(21&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;</strong>ที่ศาลาประชาคม&nbsp;ศาลากลางจังหวัดลำพูน&nbsp;นายแพทย์สุกิจ&nbsp;สุขประเสริฐ&nbsp;ผู้ช่วยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำพูน&nbsp;แถลงสถานการณ์&nbsp;COVID-19&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดลำพูน&nbsp;พบผู้ติดเชื้อเพิ่มในจังหวัด&nbsp;16&nbsp;ราย&nbsp;ต่างจังหวัดอีก&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ATK&nbsp;Positive&nbsp;70&nbsp;ราย&nbsp;มีผู้ป่วยติดเชื้อสะสมทั้งสิ้น&nbsp;6,327&nbsp;ราย&nbsp;ยอดเสียชีวิตสะสม&nbsp;44&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยยืนยันรักษาตัวทั้งหมด&nbsp;146&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;Pro.Case&nbsp;จำนวน&nbsp;699&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;ใน&nbsp;รพ.รัฐ&nbsp;224&nbsp;ราย&nbsp;รพ.เอกชน&nbsp;377&nbsp;ราย&nbsp;CI&nbsp;และ&nbsp;HI&nbsp;140&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;4,780&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหาย&nbsp;Pro.Case&nbsp;จำนวน&nbsp;658&nbsp;ราย</p><p><strong>ในส่วนของสถิติการครองเตียงของโรงพยาบาลรัฐทุกแห่งในจังหวัดลำพูนมีทั้งหมด&nbsp;552&nbsp;เตียง</strong>&nbsp;ใช้ไป&nbsp;230&nbsp;เตียง&nbsp;หรือคิดเป็น&nbsp;41.67%&nbsp;จึงทำให้มีเตียงเหลือรองรับผู้ป่วย&nbsp;322&nbsp;เตียง&nbsp;คิดเป็น&nbsp;58.33%&nbsp;นอกจากนี้เตียงรองรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลเอกชนมีรองรับทั้งสิ้น&nbsp;511&nbsp;เตียง&nbsp;ใช้ไป&nbsp;377&nbsp;เตียง&nbsp;คิดเป็น&nbsp;73.78%&nbsp;จึงทำให้มีเตียงเหลือรองรับผู้ป่วยอีก&nbsp;134&nbsp;เตียง&nbsp;คิดเป็น&nbsp;26.22%</p><p><strong>สำหรับการให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19</strong>&nbsp;<strong>ของจังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;21&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มียอดสะสมการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ไปแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;321,331&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;78.59%&nbsp;ของผู้ประสงค์ฉีดทั้งหมด&nbsp;126,648&nbsp;คน&nbsp;จากประชากรทั้งหมด&nbsp;401,408&nbsp;คนคิดเป็น&nbsp;78.59%&nbsp;ฉีดเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;321,331&nbsp;ราย&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;295,864&nbsp;ราย&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;104,981&nbsp;ราย&nbsp;และเข็มที่&nbsp;4&nbsp;จำนวน&nbsp;2,543&nbsp;เข็ม</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	21/1/2022	ภาคเหนือ	ลำพูน	สวท.ลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121163044986
664	จังหวัดตรัง แถลงพบผู้ป่วยโควิด 19 รายใหม่ 33 ราย สะสม 699 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม รวมผู้เสียชีวิตสะสม 6 ราย	<p><strong>วันนี้&nbsp;&nbsp;21&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;นายแพทย์&nbsp;ตุลกานต์&nbsp;มักคุ้น&nbsp;นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ</strong>&nbsp;โรงพยาบาลตรัง&nbsp;ในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;&nbsp;2019&nbsp;&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;พร้อมด้วยแพทย์หญิงทิพย์ลดา&nbsp;บุญชัย&nbsp;นายแพทย์ชำนาญการ&nbsp;โรงพยาบาลตรัง&nbsp;ในฐานะรองโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ร่วมแถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ณ&nbsp;ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน&nbsp;สาขาตรัง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยในวันนี้&nbsp;พบผู้ป่วยโควิด&nbsp;19&nbsp;รายใหม่&nbsp;33&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็นติดเชื้อในจังหวัดตรัง&nbsp;30</strong>&nbsp;ติดเชื้อจากที่อื่น&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;รวมยอดสะสมจากการระบาดระลอก&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;699&nbsp;รายผลการตรวจด้วย&nbsp;ATK&nbsp;เป็นบวก&nbsp;67&nbsp;ราย&nbsp;จากผลตรวจ&nbsp;1,306&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;5.13%&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จำแนกผู้ป่วยเป็นรายอำเภอดังนี้&nbsp;อำเภอกันตัง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอนาโยง&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;11&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอวังวิเศษ&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอห้วยยอด&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอหาดสำราญ&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;พบการติดเชื้อมากที่สุดจากการสัมผัสในชุมชน&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;60.61</strong>&nbsp;และการสัมผัสร่วมบ้าน&nbsp;11&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;33.33&nbsp;พูดคุยโดยไม่สวมหน้ากากและอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;6.06&nbsp;สำหรับการฉีดวัคซีนโควิด&nbsp;19&nbsp;ของจังหวัดตรังทางระบบหมอพร้อมรายงานการฉีดวัคซีนไปแล้ว&nbsp;490,716&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;77.68%&nbsp;การฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;465,882&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;73.74%&nbsp;และจำนวนผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;108,966&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;17.25%&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong>&nbsp;&nbsp;</p>	21/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121165828014
665	ผู้ว่าฯ มุกดาหาร สั่งใช้มาตรการคุมเข้มคลัสเตอร์เรือนจำไม่ให้รุกลามหลังพบผู้ติดเชื้อ 73 ราย	<p><strong>นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากกรณีมีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด&nbsp;-19&nbsp;ภายในเรือนจำจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;จำนวน&nbsp;73&nbsp;ราย&nbsp;หลังจากเรือนจำจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;นำผู้ต้องขังชาย&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;47&nbsp;ปี&nbsp;บ้านอยู่&nbsp;ต.บางทรายใหญ่&nbsp;อ.เมืองมุกดาหาร&nbsp;จ.มุกดาหาร&nbsp;ตรวจด้วย&nbsp;ATK&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;18&nbsp;มกราคม&nbsp;ก่อนนำไปขึ้นศาลจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;และตรวจตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ซ้ำอีก&nbsp;ก่อนเข้าแดนกักเรือนจำ&nbsp;ปรากฏผลเป็นบวก&nbsp;จึงส่งตรวจยืนยันด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลยืนยันพบเชื้อโควิด-19&nbsp;ในวันต่อมา</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;เรือนจำจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ทำการตรวจ&nbsp;ATK</strong>&nbsp;เจ้าหน้าที่เรือนจำ&nbsp;และผู้ต้องขังทั้งหมด&nbsp;1,814&nbsp;ราย&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;73&nbsp;ราย&nbsp;และผลการตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ยืนยันพบผู้ติดเชื้อ&nbsp;73&nbsp;ราย</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;เพื่อควบคุม&nbsp;ป้องกันมิให้มีการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้น</strong>&nbsp;ได้สั่งการให้เรือนจำจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ทั้งฝ่ายปกครอง&nbsp;ตำรวจ&nbsp;สาธารณสุขจังหวัด&nbsp;ดำเนินการคัดกรองและเก็บสิ่งสงตรวจ</p><p>ตามหลักการ&nbsp;bubble&nbsp;and&nbsp;seal&nbsp;ซึ่งมีทั้งการควบคุม&nbsp;การแยกกักตัว&nbsp;การรักษา&nbsp;การเฝ้าระวังโรค&nbsp;การคัดกรองค้นหาผู้ป่วย&nbsp;และเฝ้าระวังทุกวัน&nbsp;หากพบผู้ป่วยมีอาการที่เข้าเกณฑ์ต้องสอบสวนโรค(PUI)&nbsp;ก็จะทำการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทันทีหากพบมีการติดเชื้อและมีจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่มขึ้น&nbsp;ใช้แดนหญิงและแดนชายเป็นสถานที่กักตัว</p><p><strong>นอกจากนั้น&nbsp;ให้มีการปฏิบัติตามมาตรการควบคุมป้องกัน</strong>&nbsp;ของสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;ทั้งการสวมหน้ากากอนามัย&nbsp;การล้างมือบ่อย&nbsp;และระยะห่างทางสังคม&nbsp;เพื่อควบคุมสถารณ์การให้กลับคืนภาวะปกติโดยเร็ว</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	21/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สวท.มุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121191333107
666	6 โรงเรียนสังกัดเทศบาลนครยะลา เตรียมให้นักเรียน ป.4 และ ป.5 เรียนออนไซต์เริ่มวันแรก 24 ม.ค.นี้	<p><strong>เทศบาลนครยะลา&nbsp;เปิดเรียนออนไซต์&nbsp;</strong>ที่โรงเรียนมาแล้วหนึ่งสัปดาห์&nbsp;โดยมัธยม&nbsp;ม.ต้น&nbsp;ม.ปลาย&nbsp;และ&nbsp;ป.6&nbsp;โรงเรียนสังกัดเทศบาลนครยะลา&nbsp;เริ่มไปเรียนออนไซต์ที่โรงเรียนแล้วหนึ่งสัปดาห์&nbsp;ผลปรากฎว่าสามารถปฎิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;ได้เป็นอย่างดี&nbsp;ไม่มีผู้ติดเชื้อ</p><p><strong>ดังนั้นโรงเรียนสังกัดเทศบาลนครยะลา&nbsp;</strong>ทั้ง&nbsp;6&nbsp;โรงและคณะผู้บริหารเทศบาล&nbsp;ได้ร่วมตัดสินใจ&nbsp;ให้นักเรียน&nbsp;ป.4&nbsp;และ&nbsp;ป.5&nbsp;ได้เริ่มเรียนออนไซต์ที่โรงเรียนในวันที่&nbsp;24&nbsp;มกราคมด้วย&nbsp;เป็นนักเรียนระดับ&nbsp;ป.4&nbsp;ป.5&nbsp;ป.6&nbsp;และมัธยม&nbsp;โดยจะมีการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;นักเรียนทุกคนก่อนเข้าเรียน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	21/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122011341202
667	จังหวัดอุดรธานีประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดครั้งที่ 4/2565	"<p><strong>คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอุดรธานี</strong>&nbsp;มีมติขยายเวลางดเรียนในห้องเรียน&nbsp;(งด&nbsp;On&nbsp;site&nbsp;)&nbsp;ระดับอนุบาลและประถมศึกษาออกไปจนถึง&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ส่วนการดื่มแอลกอฮอล์ในร้าน&nbsp;SHA&nbsp;plus&nbsp;สามารถดื่มได้ไม่เกินเวลา&nbsp;21.00&nbsp;น.เช่นเดิม&nbsp;</p><p><strong>วันที่&nbsp;21&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;ที่ห้องประชุมกรมหลวงประจักษฺศิลปาคม&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;อาคาร&nbsp;1&nbsp;ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี&nbsp;นายนิติพัฒน์&nbsp;ลีลาเลิศแล้ว&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอุดรธานี&nbsp;ครั้งที่&nbsp;4/2565&nbsp;โดยมีคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอุดรธานี&nbsp;หน่วยงานการศึกษา&nbsp;ทั้งศึกษาธิการจังหวัดและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาร่วมประชุม&nbsp;</p><p><strong>นายอุเทน&nbsp;หาแก้ว&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>วันนี้ประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;รายใหม่&nbsp;&nbsp;8,129&nbsp;คน&nbsp;&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;19&nbsp;คน&nbsp;ผู้ป่วยสะสม&nbsp;2,353,062&nbsp;คน&nbsp;อยู่ระหว่างการรักษา&nbsp;82,734&nbsp;คน&nbsp;รักษาหาย&nbsp;6,978&nbsp;คน&nbsp;เสียชีวิตสะสม&nbsp;21,987&nbsp;คน&nbsp;ในขณะที่จังหวัดอุดรธานี&nbsp;พบผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;รายใหม่&nbsp;82&nbsp;คน<strong>&nbsp;</strong>ผู้ป่วยสะสม&nbsp;23,430&nbsp;คน&nbsp;อยู่ระหว่างการรักษาตัว&nbsp;487&nbsp;คน&nbsp;รักษาหาย&nbsp;22,770&nbsp;คน&nbsp;เสียชีวิตสะสม&nbsp;173&nbsp;คน&nbsp;อยู่ในลำดับที่&nbsp;13&nbsp;ของประเทศไทย&nbsp;สำหรับเป้าหมายการเข้ารับการฉีดวัคซีนจังหวัดอุดรธานี&nbsp;1,429,193&nbsp;คน&nbsp;ฉีดไปแล้ว&nbsp;2,023,879&nbsp;โดส&nbsp;แยกเป็นเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;954,704&nbsp;คน&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;882,322&nbsp;คน&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;173,683&nbsp;คน&nbsp;และเข็มที่&nbsp;4&nbsp;จำนวน&nbsp;13,170&nbsp;คน&nbsp;</p><p><strong>การประชุมวันนี้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอุดรธานี</strong>&nbsp;มีมติให้ขยายเวลางดเรียนในชั้นเรียน&nbsp;(On&nbsp;site)&nbsp;ในระดับอนุบาลและประถมศึกษา&nbsp;ออกไปจนถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ในขณะที่ร้านอาหารที่ผ่าน&nbsp;SHA&nbsp;plus&nbsp;ที่ได้รับอนุญาตให้เปิดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านได้ไม่เกินเวลา&nbsp;&nbsp;21.00&nbsp;น.ก่อนหน้านี้&nbsp;ยังคงให้ดำเนินการตามคำสั่งจังหวัดยังไม่มีการขยายเวลา&nbsp;พร้อมกันนี้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอุดรธานี&nbsp;ได้ร่วมกันพิจารณาอนุมัติการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง&nbsp;(ภาค&nbsp;ค)&nbsp;ซึ่งกำหนดสอบวันที่&nbsp;27&nbsp;-28&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;โดยใช้มหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานีเป็นศูนย์สอบ&nbsp;โดยให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;ตรวจวัดอุณหภูมิร่างการ&nbsp;ผู้เข้าสอบต้องได้รับการฉีดวัคซีน&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และที่ประชุมยังมีมติอนุมัติจัดกิจกรรมวิ่ง&nbsp;""เขื่อนห้วยหลวง&nbsp;มินิมาราธอน""&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ณ&nbsp;เขื่อนห้วยหลวง&nbsp;อำเภอเมืองอุดรธานี,&nbsp;อนุมัติการจัดคอนเสิร์ตเสียงอิสานแบบไม่มีผู้ชม&nbsp;วันที่&nbsp;23&nbsp;และ&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;สตูดิโอเสียงอิสาน,&nbsp;อนุมัติการจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์มอเตอร์ครอส&nbsp;รายการชิงแชมป์&nbsp;KC&nbsp;Truck&nbsp;ครั้งที่&nbsp;4&nbsp;วันที่&nbsp;30&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;สนามแข่งขันตำบลปะโค&nbsp;อำเภอกุมภวาปี&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	21/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุดรธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220121233912175
668	กรมอนามัย แนะผู้ปกครองดูแลสังเกตอาการเด็กเล็กติดเชื้อโควิด-19 ที่แยกกักตัวที่บ้านอย่างใกล้ชิด 	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">นายแพทย์สุวรรณชัย&nbsp;วัฒนายิ่งเจริญชัย&nbsp;อธิบดีกรมอนามัย&nbsp;กล่าวว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ยังคงมีผู้ติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเล็กติดเชื้อโควิด-19&nbsp;จากคนในครอบครัว&nbsp;ซึ่งอาการติดเชื้อที่พบตั้งแต่ไม่มีอาการ&nbsp;จนถึงมีอาการรุนแรง&nbsp;เช่น&nbsp;ปอดอักเสบ&nbsp;โดยกลุ่มเสี่ยงที่พบอาการรุนแรงคือ&nbsp;เด็กทารกและเด็กเล็กอายุน้อยกว่า&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;ซึ่งต้องเข้ารับการตรวจหาเชื้อทันที&nbsp;เมื่อตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;หรือเมื่อตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;&nbsp;ให้ผลพบเชื้อ&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">ส่วนเด็กที่ไม่มีอาการหรือมีอาการเพียงเล็กน้อย&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">สามารถรับการรักษาแบบ&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;(HI)&nbsp;ได้&nbsp;แต่ต้องมีพ่อแม่&nbsp;หรือผู้ปกครองที่สามารถดู&nbsp;และประเมินอาการให้เด็กได้ตลอดเวลา&nbsp;โดยใช้อุปกรณ์เพื่อติดตามอาการ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ปรอทวัดไข้&nbsp;เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว&nbsp;อุปกรณ์ที่สามารถถ่ายภาพหรือคลิปวีดีโออาการของเด็กได้&nbsp;&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;เพื่อติดต่อกับสถานพยาบาลหากมีเหตุจำเป็น&nbsp;และยาสามัญประจำบ้านเพื่อบรรเทาอาการ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ยาลดไข้&nbsp;เช่น&nbsp;พาราเซตามอล&nbsp;ยาแก้ไอ&nbsp;ยาลดน้ำมูกและเกลือแร่&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">ผู้ปกครองต้องคอยสังเกตอาการโดยรวมของเด็กอย่างน้อยวันละ&nbsp;2&nbsp;ครั้ง</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;ซึ่งระดับอาการของเด็กแบ่งเป็น&nbsp;2&nbsp;แบบคือ&nbsp;แบบที่&nbsp;1&nbsp;อาการในระดับที่สามารถเฝ้าสังเกตที่บ้านต่อไปได้คือ&nbsp;มีไข้ต่ำ&nbsp;มีน้ำมูก&nbsp;มีอาการไอเล็กน้อย&nbsp;ไม่มีอาการหอบเหนื่อย&nbsp;ถ่ายเหลว&nbsp;ยังคงกินอาหารหรือนมได้ปกติ&nbsp;และไม่ซึม&nbsp;ส่วนแบบที่&nbsp;2&nbsp;อาการที่ผู้ปกครองควรติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อนำเด็กส่งโรงพยาบาลโดยเร็วคือ&nbsp;มีไข้สูงกว่า&nbsp;39&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;หายใจหอบเร็วกว่าปกติ&nbsp;ใช้แรงในการหายใจ&nbsp;ปากเขียว&nbsp;ระดับออกซิเจน&nbsp;ปลายนิ้วน้อยกว่า&nbsp;94&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;ซึมลง&nbsp;ไม่ดูดนม&nbsp;และไม่กินอาหาร&nbsp;</span><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">นอกจากนี้&nbsp;ผู้ปกครองต้องสวม&nbsp;หน้ากากอนามัยตลอดเวลา</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;ล้างมืออย่างถูกวิธี&nbsp;หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสใบหน้า&nbsp;ตา&nbsp;ปาก&nbsp;จมูก&nbsp;ไม่ใช้สิ่งของ&nbsp;ร่วมกับเด็กที่ติดเชื้อ&nbsp;ทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสในห้องเป็นระยะด้วยแอลกอฮอล์ความเข้มข้น&nbsp;70&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;หรือน้ำยาทำความสะอาดที่สามารถกำจัดเชื้อโควิด-19&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">หากเด็กมีภาวะข้อใดข้อหนึ่ง</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;เช่น&nbsp;อาการหายใจหอบ&nbsp;มีการใช้แรงในการหายใจ&nbsp;เช่น&nbsp;หายใจอกบุ๋ม&nbsp;ชายโครงบุ๋ม&nbsp;หรือปีกจมูกบาน&nbsp;ระดับออกซิเจนปลายนิ้วน้อยกว่า&nbsp;94&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;ริมฝีปาก&nbsp;เล็บ&nbsp;หรือปลายมือปลายเท้าเขียวคล้ำ&nbsp;ซึมลง&nbsp;ไม่ดูดนม&nbsp;กินไม่ได้&nbsp;เพลีย&nbsp;ไม่มีมีแรง&nbsp;หรือมีไข้ตั้งแต่&nbsp;39&nbsp;องศาเซลเซียสขึ้นไป&nbsp;ให้รีบส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	22/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122203713453
669	ลำปาง พบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ 43 ราย	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง&nbsp;รายงานสถานการณ์โควิด-19</strong>&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;22&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;พบผู้ป่วยรายใหม่&nbsp;43&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ติดเชื้อยืนยันตรวจด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ติดเชื้อเข้าข่ายตรวจด้วยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;34&nbsp;ราย&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ถึงปัจจุบัน&nbsp;พบผู้ป่วยสะสม&nbsp;1,893&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ระหว่างรักษา&nbsp;1,083&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายกลับบ้านสะสม&nbsp;809&nbsp;ราย&nbsp;และเสียชีวิตสะสม&nbsp;1&nbsp;ราย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับข้อมูลการฉีดวัคซีนโควิด-19</strong>&nbsp;ณ&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ของวันเดียวกัน&nbsp;จังหวัดลำปางวัคซีนไปแล้ว&nbsp;1,047,222&nbsp;เข็ม&nbsp;จำแนกเป็นเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;474,134&nbsp;คน&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;447,560&nbsp;คน&nbsp;&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;120,825&nbsp;คน&nbsp;และเข็มที่&nbsp;4&nbsp;จำนวน&nbsp;3,703&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>จังหวัดลำปางขอความร่วมมือประชาชนเคร่งครัดตามมาตรการป้องกันโรค</strong>&nbsp;D-M-H-T-T-A&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หากมีข้อสงสัยสอบถามเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;สายด่วนโควิด-19&nbsp;ลำปาง&nbsp;โทร.09-3140-8023&nbsp;ในวันเวลาราชการ&nbsp;และวันเสาร์-อาทิตย์&nbsp;เวลา&nbsp;08.30-16.30&nbsp;น.&nbsp;หรือสอบถามที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน</p>	22/1/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122111659254
670	"รร.แม่สะเรียง ""บริพัตรศึกษา"" เปิดเรียน On-Site พร้อมกันทุกชั้นเรียน"	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นางกาญจนา&nbsp;เตชะสร&nbsp;รองผู้อำนวยการ&nbsp;รักษาราชการแทน&nbsp;ผู้อำนวยการโรงเรียนแม่สะเรียง&nbsp;""บริพัตรศึกษา""</strong>&nbsp;ประกาศปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนแม่สะเรียง&nbsp;""บริพัตรศึกษา""&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;37)&nbsp;โดยมีแนวทางโดยสรุป&nbsp;คือ&nbsp;ในวันที่&nbsp;24-28&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ทุกระดับชั้น&nbsp;(ม.1&nbsp;ถึง&nbsp;ม.6)&nbsp;จะเรียนในชั้นเรียนปกติ&nbsp;(On-Site)&nbsp;ซึ่งนักเรียนระดับชั้น&nbsp;ม.1&nbsp;และระดับชั้น&nbsp;ม.2&nbsp;ต้องส่งผลตรวจคัดกรองด้วย&nbsp;Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit&nbsp;(ATK)&nbsp;ของตนเอง&nbsp;ภายในเวลา&nbsp;10.00-14.00&nbsp;น.&nbsp;ของวันอาทิตย์ที่&nbsp;23&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;โดยถ่ายคลิปวิดีโอขณะตรวจพร้อมทั้งบันทึกภาพผลการตรวจ&nbsp;และส่งให้ครูที่ปรึกษาภายหลังการตรวจ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อให้การจัดการเรียนการสอนเกิดประโยชน์สูงสุดกับนักเรียน</strong>&nbsp;และเพื่อให้นักเรียนได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากครูผู้สอน&nbsp;ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับเพื่อนในชั้นเรียน&nbsp;รวมทั้งได้รับการส่งเสริมพัฒนาทักษะที่จำเป็นในการดำเนินชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>การจัดการเรียนการสอนในรูปแบบนี้นั้น</strong>&nbsp;โรงเรียนได้คำนึงถึงความปลอดภัยในสุขภาพของนักเรียน&nbsp;ครูและบุคลากรทางการศึกษา&nbsp;มีการเตรียมการและดำเนินการให้สอดคล้องกับมาตรการป้องกันและควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด&nbsp;ประกอบกับข้อมูลรายงานการติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ในเขตพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนของศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดแม่ฮ่องสอนที่ยังคงพบผู้ติดเชื้อ&nbsp;ทำให้ประชาชนมีความตื่นตัวเข้ารับวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันโรคอย่างต่อเนื่อง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>รวมทั้งมีการเฝ้าระวังและรณรงค์ให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคในเชิงรุก&nbsp;</strong>ของหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างแข็งขัน&nbsp;ส่งผลให้คลายความกังวลในสถานการณ์และสร้างความมั่นใจได้ในระดับหนึ่ง&nbsp;จึงได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับการเรียนรู้ของนักเรียนอย่างสูงสุด</p>"	22/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122113324261
671	รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารสุข ลงพื้นที่จังหวัดน่าน ตรวจเยี่ยมจุดให้บริการฉีดวัคซีน และจุดตรวจ ATK พร้อมเตรียมขยายจุดให้บริการวัคซีนที่สนามบินเพิ่ม	<p><strong>นายอนุทิน&nbsp;ชาญวีรกุล&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข</strong>&nbsp;ตรวจเยี่ยมจุดให้บริการฉีดวัคซีน&nbsp;และจุดตรวจหาเชื้อโดยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;พร้อมออกใบรับรอง&nbsp;ที่จุดให้บริการเคลื่อนที่ของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดน่าน&nbsp;และโรงพยาบาลน่านออกให้บริการแก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดน่านโดยมีผู้ใช้บริการมากกว่าวันละ&nbsp;200&nbsp;ราย&nbsp;เตรียมขยายเพิ่มจุดให้บริการฉีดวัคซีน&nbsp;ในสนามบินและสถานีขนส่งผู้โดยสาร&nbsp;เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงวัคซีนได้ง่ายและสะดวก&nbsp;โดยจุดให้บริการฉีดวัคซีนที่สนามบินจังหวัดน่าน&nbsp;มีผู้ใช้บริการอย่างคึกคักส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวที่จังหวัดน่าน&nbsp;โดยวันนี้ผู้มาฉีดวัคซีนก่อนขึ้นเครื่องเดินทางกลับไปกรุงเทพ&nbsp;ฯ&nbsp;เป็นวัคซีนไฟเซอร์เข็ม&nbsp;3&nbsp;กว่า&nbsp;300&nbsp;รายส่วนด้านจุดบริการตรวจหาเชื้อโควิดด้วยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;ก็ได้รับความนิยมในการใช้บริการเช่นกัน&nbsp;โดยนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวที่จังหวัดน่าน&nbsp;ต่างเข้ามาตรวจหาเชื้อเพื่อออกใบรับรองเพื่อใช้ในการเข้าพักในพื้นที่จังหวัดน่าน</p><p><strong>ด้านนายอนุทิน&nbsp;ชาญวีรกุล&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ทางกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ขอเชิญชวนประชาชน&nbsp;ร่วมกันเข้ามารับวัคซีนป้องกันโรคโควิดเข็มที่&nbsp;3&nbsp;หรือบูสเตอร์โดสเพิ่ม&nbsp;เพื่อทุกท่านจะได้มีความปลอดภัยสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ&nbsp;โดยขณะนี้ทางกระทรวงสาธารณสุขได้ขยายจุดให้บริการวัคซีนให้ได้มากที่สุด&nbsp;อาทิ&nbsp;จังหวัดน่านได้ขยายจุดให้บริการวัคซีนที่สนามบิน&nbsp;รวมทั้งสนามบินหลายๆ&nbsp;แห่งในประเทศไทย&nbsp;มีห้องมีศูนย์บริการฉีดวัคซีนโควิด&nbsp;ไว้บริการผู้โดยสาร&nbsp;ทั้งขาเข้า&nbsp;ขาออก&nbsp;หากท่านไหนได้รับวัคซีนก่อนเดือนพฤศจิกายนแล้ว&nbsp;ท่านสามารถเข้ามารับวัคซีนเข็ม&nbsp;3&nbsp;ได้เลย&nbsp;เพียงแสดงหลักฐานวัคซีนให้กับเจ้าหน้าที่&nbsp;ทางเจ้าหน้าที่จะได้ทำการฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;3&nbsp;หรือบูสเตอร์โดสให้กับท่าน&nbsp;เป็นการอำนวยความสะดวก&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;ขอเน้นย้ำและขอเชิญชวนทุกท่านมาฉีดวัคซีนโดยพร้อมเพียงกัน&nbsp;เพื่อประเทศไทยของเราจะได้กลับเข้าสู่ภาวะที่เป็นปกติในเร็ววัน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>	22/1/2022	ภาคเหนือ	น่าน	สวท.น่าน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122115610266
672	จ.แม่ฮ่องสอน มีผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่ม 11 ราย ใน 4 อำเภอ ขณะที่มีผู้ป่วยที่อยู่ในการรักษา 113 ราย	<p><strong>สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;รายงานสถานการณ์&nbsp;COVID-19&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ระลอกมกราคม&nbsp;2565&nbsp;วันที่&nbsp;22&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ว่ามีการตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;จำนวน&nbsp;570&nbsp;ราย&nbsp;(สะสมตั้งแต่วันที่&nbsp;1-22&nbsp;ม.ค.65&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;11,922&nbsp;ราย)&nbsp;พบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่&nbsp;11&nbsp;ราย&nbsp;ใน&nbsp;4&nbsp;อำเภอ&nbsp;ดังนี้&nbsp;อ.สบเมย&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย,&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ราย,&nbsp;อ.ปาย&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ราย,&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>ส่งผลให้ผู้ป่วยสะสมในจังหวัด&nbsp;</strong>ตั้งแต่วันที่&nbsp;1-22&nbsp;ม.ค.&nbsp;65&nbsp;มีจำนวน&nbsp;318&nbsp;ราย&nbsp;ขณะที่ในวันนี้&nbsp;(22&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;มีผู้ป่วยที่รักษาหายเพิ่มจำนวน&nbsp;36&nbsp;ราย&nbsp;ทำให้ยอดผู้ป่วยรักษาหาย&nbsp;(สะสม)&nbsp;203&nbsp;รายเสียชีวิต&nbsp;(สะสม)&nbsp;2&nbsp;ราย</p><p><strong>สำหรับผู้ป่วยที่อยู่ในการรักษา&nbsp;จำนวน&nbsp;113&nbsp;ราย</strong>&nbsp;แบ่งเป็นไม่มีอาการ&nbsp;หรือมีอาการเล็กน้อย&nbsp;(สีเขียว)&nbsp;จำนวน&nbsp;99&nbsp;ราย&nbsp;อาการปานกลาง&nbsp;(สีเหลือง)&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;และ&nbsp;ผู้ป่วยอาการรุนแรง&nbsp;(สีแดง)&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ราย</p><p><strong>วัคซีนเปรียบเหมือนเกราะการป้องกัน</strong>&nbsp;เฝ้าระวังการสูญเสียคนที่เรารัก&nbsp;ดังนั้นเพื่อดูแลคนที่เรารักให้อยู่กับ&nbsp;เราไปนานๆ&nbsp;ขอเชิญชวน&nbsp;ประชาสัมพันธ์&nbsp;เยาวชนอายุ&nbsp;12-18&nbsp;ปี&nbsp;(ทั้งในและนอกระบบการศึกษา)&nbsp;ผู้สูงอายุ&nbsp;ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว&nbsp;หญิงตั้งครรภ์&nbsp;ประชาชนทั่วไปทุกคน&nbsp;ที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ติดต่อ&nbsp;สอบถาม&nbsp;ณ&nbsp;โรงพยาบาลหรือ&nbsp;รพ.สต.ทุกแห่ง&nbsp;เพื่อเข้ารับการฉีดวัคซีน&nbsp;เข็ม&nbsp;1&nbsp;หรือกระตุ้นเข็ม&nbsp;3&nbsp;เพื่อความปลอดภัยของตัวเองและสังคม&nbsp;ลดการแพร่กระจายเชื้อ&nbsp;เป็นการป้องกันโรคลดความ&nbsp;รุนแรงของโรคและลดการเสียชีวิตหากมีการติดเชื้อโควิด-19&nbsp;หากมีความเสี่ยงให้ตรวจด้วย&nbsp;ATK&nbsp;ส่วนสถานบริการต่างๆ&nbsp;ควรทำตามมาตรการ&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;โดยเฉพาะร้านอาหาร&nbsp;สถานที่ต้องสะอาด&nbsp;มีการเว้นระยะห่าง&nbsp;มีเจลแอลกอฮอล์&nbsp;ตรวจวัดอุณหภูมิ&nbsp;พนักงานฉีดวัคซีนทุกคน&nbsp;ลูกค้าต้องแสดงผลวัคซีน&nbsp;หรือตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ซึ่งหากทำตามมาตรการเหล่านี้จะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>	22/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122121133274
673	กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก จัดกิจกรรมเปิดประตูสู่ภาคใต้ รวมพลังแพทย์แผนไทยจังหวัดชุมพร	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายแพทย์ยงยศ&nbsp;ธรรมวุฒิ&nbsp;อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก&nbsp;</strong>พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเครือข่ายแพทย์แผนไทยจังหวัดชุมพร&nbsp;ณ&nbsp;โรงเรียนเทศบาล&nbsp;1&nbsp;(บ้านท่าตะเภา)&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดชุมพร&nbsp;ในการออกหน่วยเคลื่อนที่&nbsp;เพื่อนำองค์ความรู้ด้านศาสตร์การแพทย์แผนไทย&nbsp;ให้ความรู้กับประชาชนทั่วไปและผู้หายป่วยจาก&nbsp;COVID-19&nbsp;มีอาการ&nbsp;Long&nbsp;COVID&nbsp;หรือ&nbsp;Post&nbsp;COVID-19&nbsp;Syndrome&nbsp;โดยมีนายโชตินรินทร์&nbsp;เกิดสม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร&nbsp;นายแพทย์นราพงศ์&nbsp;ธีรอัครวิภาส&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชุมพร&nbsp;และนายศรีชัย&nbsp;วีรนรพานิช&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองชุมพร&nbsp;ให้การต้อนรับ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายแพทย์ยงยศ&nbsp;ธรรมวุฒิ&nbsp;อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;การออกหน่วยแพทย์แผนไทยเคลื่อนที่เพื่อให้องค์ความรู้เรื่องการดูแลประชาชนที่มีอาการหลังติดเชื้อ&nbsp;Long&nbsp;COVID&nbsp;หรือภาวะ&nbsp;Post&nbsp;COVID-19&nbsp;ด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย&nbsp;จ.ชุมพร&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;ถือเป็นแห่งแรกของภาคใต้&nbsp;กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกได้นำยาสมุนไพรที่ใช้ดูแลประชาชนที่มีอาการหลังติดเชื้อ&nbsp;Long&nbsp;COVID&nbsp;หรือภาวะ&nbsp;Post&nbsp;COVID-19&nbsp;ส่วนใหญ่ผู้ป่วยในระยะนี้&nbsp;จะมีไข้&nbsp;ตัวร้อน&nbsp;อ่อนล้า&nbsp;อ่อนเพลีย&nbsp;ปวดตามข้อหรือกล้ามเนื้อ&nbsp;อารมณ์เปลี่ยนแปลง&nbsp;มีปัญหาเรื่องการนอนหลับ&nbsp;วิตก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทางกรมฯ&nbsp;ได้นำยาสมุนไพรที่ใช้ดูแล&nbsp;บำบัดและบรรเทาอาการ</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;ยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจร&nbsp;สรรพคุณ&nbsp;ลดไข้&nbsp;ต้านการอักเสบ&nbsp;ยาห้าราก&nbsp;สรรพคุณ&nbsp;ถอนพิษไข้&nbsp;ยาประสะจันทน์แดง&nbsp;สรรพคุณลดไข้&nbsp;ร้อนใน&nbsp;กระหายน้ำ&nbsp;ยาจันทน์ลีลา&nbsp;สรรพคุณ&nbsp;ยาหอมนวโกฐ&nbsp;สรรพคุณ&nbsp;แก้ลมวิงเวียน&nbsp;คลื่นเหียนอาเจียน&nbsp;ลมปลายไข้&nbsp;ยาตรีผลา&nbsp;ยาน้ำแก้ไอผสมมะขามป้อม&nbsp;ยาอมมะแว้ง&nbsp;และตรีผลา&nbsp;สรรพคุณ&nbsp;แก้ไอ&nbsp;ขับเสมหะ&nbsp;ยาขิง&nbsp;สรรพคุณ&nbsp;บรรเทาอาการท้องอืด&nbsp;ขับลม&nbsp;แน่นจุกเสียด&nbsp;และ&nbsp;ตำรับยา&nbsp;ที่มีกัญชาเป็นส่วนผสม&nbsp;ได้แก่&nbsp;ตำรับน้ำมันกัญชา&nbsp;สรรพคุณ&nbsp;แก้อาการนอนไม่หลับ&nbsp;ปวดศีรษะ&nbsp;เบื่ออาหาร&nbsp;ตำรับแก้ลมแก้เส้น&nbsp;สรรพคุณ&nbsp;แก้อาการปวดข้อ&nbsp;ปวดกล้ามเนื้อ&nbsp;เจ็บแน่นหน้าอก&nbsp;ปวดจุกท้อง&nbsp;และตำรับศุขไสยาสน์&nbsp;สรรพคุณ&nbsp;แก้อาการนอนไม่หลับ&nbsp;อาการอารมณ์เปลี่ยนแปลง&nbsp;อ่อนเพลีย&nbsp;เหนื่อยล้า&nbsp;เป็นต้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ด้าน&nbsp;นายโชตินรินทร์&nbsp;เกิดสม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ชุมพรเป็นประตูด่านแรก&nbsp;ที่จะเข้าสู่ภาคใต้&nbsp;มีความร่มรื่นอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ&nbsp;เหมาะแก่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว&nbsp;จึงเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&nbsp;ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการใช้ยาสมุนไพร&nbsp;ในขณะที่ต้องส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;เชิงสุขภาพ&nbsp;ความเชื่อมั่นในความปลอดภัยในสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ก็มีความสำคัญ&nbsp;ซึ่งได้ดำเนินการมาตรการเร่งด่วนใน&nbsp;2&nbsp;เรื่อง&nbsp;คือ&nbsp;มาตรการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรค&nbsp;ให้ทันต่อสถานการณ์ในพื้นที่&nbsp;โดยเน้นที่มาตรการความปลอดภัยในองค์กรของตนเอง&nbsp;ครอบครัวบ้านเรือนของตนเองเป็นหลัก&nbsp;โดยใช้&nbsp;สุขบัญญัติ&nbsp;10&nbsp;ประการต้านภัยโควิด-19&nbsp;หรือที่เรียกว่าการป้องกันตนเองแบบครอบจักรวาล&nbsp;รวมถึงการให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน&nbsp;(อสม.)&nbsp;เดินหน้าต่อในการดูแล&nbsp;เฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคโควิด-19&nbsp;ในพื้นที่ของตนเอง&nbsp;โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงให้&nbsp;อสม.&nbsp;แนะนำให้ประชาชนสามารถตรวจคัดกรองหาโควิด-19&nbsp;เบื้องต้นโดยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;อย่างต่อเนื่องเมื่อมีอาการและประวัติเสี่ยง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ส่วนด้านการส่งเสริมการรักษาผู้ป่วยด้วยศาสตร์แพทย์แผนไทยและยาสมุนไพรนั้น</strong>&nbsp;นายแพทย์นราพงศ์&nbsp;ธีรอัครวิภาส&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชุมพร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ที่ผ่านมาจังหวัดชุมพรส่งเสริมการรักษาผู้ป่วยด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทยและยาสมุนไพร&nbsp;โดยการใช้ยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจร&nbsp;และสารสกัดฟ้าทะลายโจร&nbsp;ในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;ที่มีการไม่รุนแรงมาโดยตลอด&nbsp;และมีแพทย์แผนไทยปฏิบัติงานอยู่ในทุกโรงพยาบาลของจังหวัดชุมพร&nbsp;รวมถึงในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล&nbsp;และล่าสุดทางจังหวัดชุมพรมีการขับเคลื่อนงานอย่างต่อเนื่อง&nbsp;มีนโยบายบูรณาการในการใช้องค์ความรู้การแพทย์แผนไทยเพื่อนำมาใช้แก้ปัญหาในสภาวะวิกฤตของการระบาดโควิด-19&nbsp;พร้อมทั้งพัฒนาระบบถ่ายทอดองค์ความรู้&nbsp;ติดตามและประเมินผล&nbsp;ในการออกหน่วยแพทย์แผนไทยเคลื่อนที่ดูแลผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;และประชาชนที่มีอาการหลังติดเชื้อโควิด-19&nbsp;(Long&nbsp;COVID&nbsp;หรือภาวะ&nbsp;Post&nbsp;COVID-19)&nbsp;ณ&nbsp;ชุมชน&nbsp;และโรงพยาบาลสนาม&nbsp;เพื่อให้ผู้ป่วยได้เข้าถึงการดูแลเชิงรุกได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;โดยมีการเตรียมความพร้อมดำเนินการในเรื่อง&nbsp;การจัดทำแนวทางเวชปฏิบัติเวชกรรมไทย&nbsp;การใช้ยาสมุนไพร&nbsp;ให้กับหน่วยบริการสาธารณสุขของจังหวัดชุมพร&nbsp;ตามแนวทางของกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก</strong>&nbsp;ได้มอบตำรับยาสมุนไพรที่ใช้รักษาผู้ป่วย&nbsp;COVID-19&nbsp;ระยะเริ่มต้น&nbsp;และใช้ในการดูแลประชาชนที่มีอาการหลังติดเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;(ภาวะ&nbsp;Long&nbsp;COVID-19&nbsp;หรือภาวะ&nbsp;Post&nbsp;COVID-19)&nbsp;ให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร&nbsp;เพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการรวมพลังแพทย์แผนไทยสู้ภัยโควิดสู่ภูมิภาคในพื้นที่ภาคใต้อีกด้วย</p>	22/1/2022	ภาคใต้	ชุมพร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชุมพร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122122520277
674	โควิด-19 ยะลา รายใหม่  19  ราย	<p><strong>จังหวัดยะลายังพบผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ต่อเนื่อง</strong>&nbsp;ไม่หมดจากพื้นที่&nbsp;ซึ่งในวันนี้&nbsp;(22&nbsp;ม.ค&nbsp;65)&nbsp;พบรายใหม่ลดเหลือ&nbsp;19&nbsp;ราย&nbsp;จากเมื่อวานนี้&nbsp;ที่พบผู้ติดเชื้อ&nbsp;28&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;19&nbsp;รายใหม่ที่พบผู้ติดเชื้อ</strong>&nbsp;อยู่ในอำเภอเมือง&nbsp;13&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอรามัน&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอยะหา&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และอำเภอเบตง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ส่วนอำเภอกาบัง&nbsp;อำเภอกรงปินัง&nbsp;อำเภอบันนังสตา&nbsp;และอำเภอธารโต&nbsp;ไม่มีรายใหม่เพิ่ม&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;ยอดผู้ป่วยสะสมตั้งแต่วันที่&nbsp;1-22&nbsp;ม.ค&nbsp;65&nbsp;</strong>มีจำนวน&nbsp;337&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยที่กำลังรักษา&nbsp;193&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;251&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;ไม่มีผู้เสียชีวิตรายใหม่เพิ่ม&nbsp;สะสมรวม&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;สำหรับผู้ป่วยที่เข้าข่ายติดเชื้อจากการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;วันนี้รายใหม่เพิ่ม&nbsp;2&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;สะสมรวม&nbsp;116&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>	22/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122125158288
675	โรงพยาบาลศรีสังวาลย์แม่ฮ่องสอน เปิดศูนย์ประสานการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ที่บ้าน และชุมชน	<p><strong>วันนี้&nbsp;(22&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;โรงพยาบาลศรีสังวาลย์</strong>&nbsp;ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมือง&nbsp;เปิดศูนย์ประสานการรักษาผู้ป่วยโควิดที่บ้าน&nbsp;(HI)&nbsp;และศูนย์ชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;ณ&nbsp;อาคารผู้สูงอายุ&nbsp;โดยศูนย์ประสานงานแห่งนี้&nbsp;จะให้บริการสำหรับผู้ที่ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ด้วยตนเอง&nbsp;แล้วพบว่ามีผลเป็นบวก&nbsp;โดยทางศูนย์ประสานงานฯ&nbsp;จะบริการประเมินอาการ&nbsp;และสถานที่กักตัว&nbsp;พร้อมจ่ายยา&nbsp;และอุปกรณ์&nbsp;โดยมีแพทย์&nbsp;พยาบาล&nbsp;เภสัชกร&nbsp;และนักวิชาการสาธารณสุข&nbsp;พร้อมให้บริการ</p><p><strong>โดยผู้ที่ต้องการติดต่อ&nbsp;</strong>สามารถใช้เส้นทางประตูด้านหลังโรงพยาบาลศรีสังวาลย์&nbsp;&nbsp;ตรงข้ามที่ทำการชุมชนป๊อกตะวันออก&nbsp;วัดกลางทุ่ง&nbsp;สำนักงานสหกรณ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ด้วยความร่วมมือจาก&nbsp;เทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;อบต.ผาบ่อง&nbsp;อบต.ปางหมู&nbsp;อบต.&nbsp;ห้วยผา&nbsp;อบต.&nbsp;หมอกจำแป่&nbsp;และชมรมผู้สูงอายุ&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน</p><p><strong>อย่างไรก็ตามในระยะนี้</strong>&nbsp;ยังพบการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19&nbsp;จึงของขอความร่วมมือประชาชนชาวแม่ฮ่องสอน&nbsp;สวมหน้ากากอนามัย&nbsp;รักษาระยะห่าง&nbsp;งดการรวมกลุ่ม&nbsp;งดการสังสรรค์&nbsp;งดการของใช้ส่วนตัวเช่น&nbsp;ช้อน&nbsp;แก้วน้ำ&nbsp;ร่วมกัน&nbsp;ล้างมือบ่อยๆ&nbsp;และเข้ารับการฉีดวัคซีน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	22/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122143237327
676	กรุงเทพมหานคร ตรวจคัดกรองเชิงรุกเชื้อโควิด-19 ทั้ง 50 เขต ระหว่างวันที่ 22-31 ม.ค.65	<p>กรุงเทพมหานคร&nbsp;ตรวจคัดกรองเชิงรุกเชื้อโควิด-19&nbsp;ทั้ง&nbsp;50&nbsp;เขต&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;22-31&nbsp;ม.ค.65</p><p><br></p><p>นายขจิต&nbsp;ชัชวานิชย์&nbsp;ปลัดกรุงเทพมหานคร&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน(Omicron)&nbsp;ในประเทศไทยที่มีผู้ติดเชื้อจำนวนมากขึ้น&nbsp;เพื่อเป็นการควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;กรุงเทพมหานครได้เปิดจุดตรวจคัดกรองเชิงรุกเชื้อโควิด-19&nbsp;กระจายหมุนเวียน&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;50&nbsp;เขต&nbsp;เพื่อคัดกรองผู้ที่มีความเสี่ยงติดเชื้อและอำนวยความสะดวกประชาชน&nbsp;ระหว่าง&nbsp;วันที่&nbsp;22&nbsp;ถึง&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;80&nbsp;ชุมชน</p><p><br></p><p>โดยใช้ชุดตรวจ&nbsp;Antigen Test Kit (ATK)&nbsp;ซึ่งสามารถรู้ผลภายใน&nbsp;30&nbsp;นาที&nbsp;แต่หากมีผลเป็นบวกติดเชื้อ&nbsp;หรือมีอาการน่าสงสัย&nbsp;จะตรวจซ้ำด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;&nbsp;พร้อมให้การรักษาพยาบาลเบื้องต้นก่อนส่งต่อเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลและให้คำแนะนำในการแยกกักที่บ้าน&nbsp;(Home Isolation : HI)&nbsp;พร้อมมอบชุด&nbsp;HI&nbsp;แก่ผู้ป่วยที่สามารถกักตัวที่บ้านได้และจะมีการจ่ายยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจร&nbsp;เครื่องวัดอุณหภูมิ&nbsp;เครื่องวัดออกซิเจน&nbsp;สำหรับผู้ติดเชื้อมีอาการเปลี่ยนแปลง&nbsp;หรือไม่สามารถแยกกักที่บ้านได้&nbsp;จะนำส่งศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อ&nbsp;(Community Isolation : CI)&nbsp;โรงพยาบาลสนาม&nbsp;หรือส่งต่อรักษาในโรงพยาบาลตามระดับความรุนแรงของอาการต่อไป&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สิ่งที่ประชาชนต้องเตรียมมา&nbsp;ได้แก่&nbsp;บัตรประจำตัวประชาชน&nbsp;ปากกาหมึกสีน้ำเงิน&nbsp;และขอความร่วมมือในการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันสุขอนามัยส่วนบุคคล&nbsp;(D-M-H-T-T-A)&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;</p>	22/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122215012470
677	โฆษก ศบค.ตรัง เผยผู้ติดเชื้อโควิด-19 จังหวัดตรัง เป็นการสัมผัสในชุมชน กว่าร้อยละ 55 รองลงมา คือ สัมผัสร่วมบ้าน การพูดคุยโดยไม่สวมหน้ากากอนามัย และการสัมผัสในที่ทำงาน	<p><strong>วันนี้&nbsp;(22&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;นายแพทย์ตุลกานต์&nbsp;&nbsp;มักคุ้น&nbsp;</strong>นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ&nbsp;โรงพยาบาลตรัง&nbsp;ในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดตรังในภาพรวมมีผู้ติดเชื้อลดลง&nbsp;เนื่องจากได้รับความร่วมมือจากประชาชนในการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;เป็นอย่างดี&nbsp;โดยหากแยกจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด&nbsp;19&nbsp;ตามสาเหตุการสัมผัส&nbsp;พบว่า&nbsp;เป็นการสัมผัสในชุมชน&nbsp;มากถึงร้อยละ&nbsp;55.56&nbsp;รองลงมา&nbsp;คือ&nbsp;การสัมผัสร่วมบ้าน&nbsp;ร้อยละ&nbsp;29.63&nbsp;การพูดคุยโดยไม่สวมหน้ากากอนามัย&nbsp;ร้อยละ&nbsp;7.41&nbsp;และการสัมผัสในที่ทำงาน&nbsp;ร้อยละ&nbsp;7.41&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;วันนี้พบผลบวก&nbsp;27&nbsp;ราย&nbsp;</strong>&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;51&nbsp;รายคิดเป็นร้อยละ&nbsp;52.84/ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;1,035&nbsp;ราย&nbsp;พบผลเป็นบวก&nbsp;56&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;5.41&nbsp;รวมผู้ติดเชื้อจากการตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;และ&nbsp;ATK&nbsp;วันนี้&nbsp;83&nbsp;ราย&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;1,086&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;7.64&nbsp;ขณะที่การตรวจหาเชื้อแยกตามความเสี่ยงและการสัมผัสในกลุ่มผู้เข้าเกณฑ์สอบสวนโรค&nbsp;ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเสี่ยงต่ำ&nbsp;เรือนจำแรกรับ&nbsp;การตรวจเชิงรุกตรวจแรงงานต่างด้าวเข้าเกณฑ์&nbsp;PUI&nbsp;การตรวจก่อนผ่าตัดและอื่นๆ&nbsp;รวม&nbsp;85&nbsp;รายจะต้องรอผลตรวจในวันพรุ่งนี้&nbsp;(23&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ศบค.จังหวัดตรัง&nbsp;ขอให้ทุกภาคส่วนช่วยกันดำเนินตามมาตรการ&nbsp;VUCA&nbsp;คือ&nbsp;V&nbsp;ไปฉีดวัคซีนตามกำหนด&nbsp;U&nbsp;ป้องกันตนเองกับทุกคน&nbsp;ทุกที่&nbsp;ทุกเวลา&nbsp;C&nbsp;ใช้&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;ทำให้สถานที่&nbsp;ผู้ให้บริการ&nbsp;ผู้รับบริการมีความปลอดภัย&nbsp;และ&nbsp;A&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นประจำ&nbsp;และนอกจากการดำเนินงานตามมาตรการ&nbsp;VUCA&nbsp;แล้ว&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ได้เร่งสื่อสารความเข้าใจให้ประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น&nbsp;เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	22/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122161445350
678	จังหวัดตรัง จำหน่ายผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาลสนามทั้งหมดแล้ว เน้นปรับ การดูแลรักษาให้เป็นระบบดูแลที่บ้านหรือในชุมชน (Home IsolationCommunity Isolation)	<p><strong>วันนี้&nbsp;(22&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;แพทย์หญิงทิพย์ลดา&nbsp;บุญชัย</strong>&nbsp;นายแพทย์ชำนาญการ&nbsp;โรงพยาบาลตรัง&nbsp;ในฐานะรองโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;การฉีดวัคซีนในพื้นที่จังหวัดตรัง&nbsp;จนถึงวันที่&nbsp;22&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;มีประชาชนกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;631,755&nbsp;ราย&nbsp;ฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;1&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;490,824&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;77.69&nbsp;มีผู้ที่ได้รับวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;464,900&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;73.75&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จำนวนผู้ป่วยที่ต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล</strong>&nbsp;ลดลงอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยในโรงพยาบาลของรัฐทั้ง&nbsp;10&nbsp;แห่ง&nbsp;มีอัตราการครองเตียงอยู่ที่&nbsp;ร้อยละ&nbsp;31.2&nbsp;ของจำนวนเตียงที่มีทั้งหมด&nbsp;&nbsp;ขณะที่โรงพยาบาลเอกชนทั้ง&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;มีอัตราการครองเตียงอยู่ที่&nbsp;ร้อยละ&nbsp;48&nbsp;ส่วนโรงพยาบาลสนามทุกแห่งของจังหวัดตรัง&nbsp;ได้มีการจำหน่ายผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาลสนามทั้งหมดแล้ว&nbsp;&nbsp;ซึ่งจังหวัดตรัง&nbsp;ได้ปรับการดูแลรักษาให้เป็นระบบดูแลที่บ้านหรือในชุมชน&nbsp;(Home&nbsp;Isolation/Community&nbsp;Isolation)&nbsp;เป็นลำดับแรก&nbsp;ซึ่งวันนี้จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่มีแนวโน้มลดลง&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ขอให้ทุกภาคส่วนช่วยกันดำเนินตามมาตรการ&nbsp;VUCA&nbsp;คือ&nbsp;V&nbsp;ไปฉีดวัคซีนตามกำหนด&nbsp;U&nbsp;ป้องกันตนเองกับทุกคน&nbsp;ทุกที่&nbsp;ทุกเวลา&nbsp;C&nbsp;ใช้&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;ทำให้สถานที่&nbsp;ผู้ให้บริการ&nbsp;ผู้รับบริการมีความปลอดภัย&nbsp;และ&nbsp;A&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นประจำ&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่ง&nbsp;การเข้ารับวัคซีน&nbsp;เพราะวัคซีนทุกสูตรมีประสิทธิผลป้องกันอาการป่วยรุนแรงและเสียชีวิตสูงประมาณ&nbsp;90-100%&nbsp;ส่วนการป้องกันการติดเชื้อมีประสิทธิผลสูงพอสมควร&nbsp;แต่จะลดลงเมื่อเวลาผ่านไป&nbsp;แต่เมื่อได้รับการฉีดเข็มกระตุ้นหรือการฉีดสูตรไขว้&nbsp;จะเพิ่มประสิทธิผลการป้องกันการติดเชื้อให้สูงขึ้น&nbsp;จึงช่วยควบคุมการระบาดได้ดี&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	22/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122162032352
679	จังหวัดตรังจำหน่ายผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาลสนามทั้งหมดแล้ว เน้นปรับการดูแลรักษาให้เป็นระบบดูแลที่บ้านหรือในชุมชน (Home Isolation Community Isolation)	<p><strong>วันนี้&nbsp;(22&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;แพทย์หญิงทิพย์ลดา&nbsp;บุญชัย</strong>&nbsp;นายแพทย์ชำนาญการ&nbsp;โรงพยาบาลตรัง&nbsp;ในฐานะรองโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;การฉีดวัคซีนในพื้นที่จังหวัดตรัง&nbsp;จนถึงวันที่&nbsp;22&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;มีประชาชนกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;631,755&nbsp;ราย&nbsp;ฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;490,824&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;77.69&nbsp;มีผู้ที่ได้รับวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;จำนวน&nbsp;464,900&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;73.75&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จำนวนผู้ป่วยที่ต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลลดลงอย่างต่อเนื่อง&nbsp;</strong>โดยในโรงพยาบาลของรัฐทั้ง&nbsp;10&nbsp;แห่ง&nbsp;มีอัตราการครองเตียงอยู่ที่&nbsp;ร้อยละ&nbsp;31.2&nbsp;ของจำนวนเตียงที่มีทั้งหมด&nbsp;ขณะที่โรงพยาบาลเอกชนทั้ง&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;มีอัตราการครองเตียงอยู่ที่&nbsp;ร้อยละ&nbsp;48&nbsp;ส่วนโรงพยาบาลสนามทุกแห่งของจังหวัดตรัง&nbsp;ได้มีการจำหน่ายผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาลสนามทั้งหมดแล้ว&nbsp;ซึ่งจังหวัดตรังได้ปรับการดูแลรักษาให้เป็นระบบดูแลที่บ้านหรือในชุมชน&nbsp;(Home&nbsp;Isolation/&nbsp;Community&nbsp;Isolation)&nbsp;เป็นลำดับแรก&nbsp;ซึ่งวันนี้จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่มีแนวโน้มลดลง&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม</strong>&nbsp;ขอให้ทุกภาคส่วนช่วยกันดำเนินตามมาตรการ&nbsp;VUCA&nbsp;คือ&nbsp;V&nbsp;ไปฉีดวัคซีนตามกำหนด&nbsp;U&nbsp;ป้องกันตนเองกับทุกคน&nbsp;ทุกที่&nbsp;ทุกเวลา&nbsp;C&nbsp;ใช้&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;ทำให้สถานที่&nbsp;ผู้ให้บริการ&nbsp;ผู้รับบริการมีความปลอดภัย&nbsp;และ&nbsp;A&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นประจำ&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้ารับวัคซีน&nbsp;เพราะวัคซีนทุกสูตรมีประสิทธิผลป้องกันอาการป่วยรุนแรงและเสียชีวิตสูงประมาณ&nbsp;90-100%&nbsp;ส่วนการป้องกันการติดเชื้อมีประสิทธิผลสูงพอสมควร&nbsp;แต่จะลดลงเมื่อเวลาผ่านไป&nbsp;แต่เมื่อได้รับการฉีดเข็มกระตุ้นหรือการฉีดสูตรไขว้&nbsp;&nbsp;จะเพิ่มประสิทธิผลการป้องกันการติดเชื้อให้สูงขึ้น&nbsp;จึงช่วยควบคุมการระบาดได้ดี&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	22/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122162728356
680	โฆษก ศบค.ตรัง เผยผู้ติดเชื้อโควิด-19 จังหวัดตรัง เป็นการสัมผัสในชุมชน กว่าร้อยละ 55 รองลงมา คือ สัมผัสร่วมบ้าน การพูดคุยโดยไม่สวมหน้ากากอนามัย และการสัมผัสในที่ทำงาน	<p><strong>วันนี้&nbsp;(22&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;นายแพทย์ตุลกานต์&nbsp;&nbsp;มักคุ้น&nbsp;</strong>นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ&nbsp;โรงพยาบาลตรัง&nbsp;ในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดตรังในภาพรวมมีผู้ติดเชื้อลดลง&nbsp;เนื่องจากได้รับความร่วมมือจากประชาชนในการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;เป็นอย่างดี&nbsp;โดยหากแยกจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ตามสาเหตุการสัมผัส&nbsp;พบว่าเป็นการสัมผัสในชุมชน&nbsp;มากถึงร้อยละ&nbsp;55.56&nbsp;รองลงมา&nbsp;คือ&nbsp;การสัมผัสร่วมบ้าน&nbsp;ร้อยละ&nbsp;29.63&nbsp;การพูดคุยโดยไม่สวมหน้ากากอนามัย&nbsp;ร้อยละ&nbsp;7.41&nbsp;และการสัมผัสในที่ทำงาน&nbsp;ร้อยละ&nbsp;7.41&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;วันนี้พบผลบวก&nbsp;27&nbsp;ราย</strong>&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;51&nbsp;รายคิดเป็นร้อยละ&nbsp;52.84/ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;1,035&nbsp;ราย&nbsp;พบผลเป็นบวก&nbsp;56&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;5.41&nbsp;รวมผู้ติดเชื้อจากการตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;และ&nbsp;ATK&nbsp;วันนี้&nbsp;83&nbsp;ราย&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;1,086&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;7.64&nbsp;ขณะที่การตรวจหาเชื้อแยกตามความเสี่ยงและการสัมผัสในกลุ่มผู้เข้าเกณฑ์สอบสวนโรค&nbsp;ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเสี่ยงต่ำ&nbsp;เรือนจำแรกรับ&nbsp;การตรวจเชิงรุก&nbsp;ตรวจแรงงานต่างด้าวเข้าเกณฑ์&nbsp;PUI&nbsp;การตรวจก่อนผ่าตัดและอื่นๆ&nbsp;รวม&nbsp;85&nbsp;ราย&nbsp;จะต้องรอผลตรวจในวันพรุ่งนี้&nbsp;(23&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ศบค.จังหวัดตรัง</strong>&nbsp;ขอให้ทุกภาคส่วนช่วยกันดำเนินตามมาตรการ&nbsp;VUCA&nbsp;คือ&nbsp;V&nbsp;ไปฉีดวัคซีนตามกำหนด&nbsp;U&nbsp;ป้องกันตนเองกับทุกคน&nbsp;ทุกที่&nbsp;ทุกเวลา&nbsp;C&nbsp;ใช้&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;ทำให้สถานที่&nbsp;ผู้ให้บริการ&nbsp;ผู้รับบริการมีความปลอดภัย&nbsp;และ&nbsp;A&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นประจำ&nbsp;และนอกจากการดำเนินงานตามมาตรการ&nbsp;VUCA&nbsp;แล้ว&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ได้เร่งสื่อสารความเข้าใจให้ประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น&nbsp;เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	22/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122164329362
681	เทศบาลเมืองศรีสะเกษ ออกตรวจ คัดกรองโควิด-19 เชิงรุก แบบ ATK พร้อมอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการร้านอาหาร ผู้ประกอบการหอพัก และผู้เช่าอาศัยหอพัก	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำนักงานเทศบาลเมืองศรีสะเกษ</strong>&nbsp;ภายใต้การอำนวยการของ&nbsp;ดร.ฉัฐมงคล&nbsp;อังคสกุลเกียรติ&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองศรีสะเกษ&nbsp;ได้มอบหมายให้นายต่อพงศ์&nbsp;จันทร์พวง&nbsp;ผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคม&nbsp;เทศบาลเมืองศรีสะเกษ&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองสวัสดิการสังคม&nbsp;,&nbsp;เจ้าหน้าที่กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม&nbsp;,&nbsp;เจ้าหน้าที่ศูนย์บริการสาธารณสุข&nbsp;เทศบาลเมืองศรีสะเกษ&nbsp;ออกตรวจ&nbsp;คัดกรองโควิด-19&nbsp;เชิงรุก&nbsp;แบบ&nbsp;ATK&nbsp;พร้อมอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการร้านอาหาร&nbsp;,&nbsp;ผู้ประกอบการหอพัก&nbsp;และผู้เช่าอาศัยหอพักในพื้นที่ชุมชนพันทาใหญ่&nbsp;และชุมชนโนนหนามแท่ง&nbsp;เขตเทศบาลเมืองศรีสะเกษ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อเป็นการควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19</strong>&nbsp;ในเขตเทศบาลเมืองศรีสะเกษ</p><p><br></p>	22/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122183711405
682	บรรยากาศวันที่2 ของการจัดงาน Gastronomy Amazing ยิ่งกว่าเดิม Gastronomic Tread มากินกัญ เป็นไปอย่างคึกคัก ทั้งแสงสีเสียง การแสดงดนตรีสด พื้นที่ขายของจากร้านชั้นนำ	<p>บรรยากาศวันที่2&nbsp;ของการจัดงาน&nbsp;Gastronomy&nbsp;Amazing&nbsp;ยิ่งกว่าเดิม&nbsp;Gastronomic&nbsp;Tread&nbsp;มากินกัญ&nbsp;เป็นไปอย่างคึกคัก&nbsp;ทั้งแสงสีเสียง&nbsp;การแสดงดนตรีสด&nbsp;พื้นที่ขายของจากร้านชั้นนำ</p><p><br></p><p>บรรยากาศวันที่&nbsp;2&nbsp;ของการจัดงาน&nbsp;Gastronomy&nbsp;Amazing&nbsp;ยิ่งกว่าเดิม&nbsp;Gastronomic&nbsp;Tread&nbsp;มากินกัญ&nbsp;สนับสนุนโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;มีประชาชนเข้ามาร่วมงานกันอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ซึ่งภายในงานมีทั้งอาหารเครื่องดื่ม&nbsp;สิ่งของเครื่องใช้&nbsp;มีการให้คำแนะนำจากกรมสุขภาพจิต&nbsp;อีกทั้งยังมีการแสดงดนตรีเปิดหมวก&nbsp;กิจกรรมบนเวทีที่น่าสนใจอีกเป็นจำนวนมาก&nbsp;และได้รับอนุญาตตามข้อบัญญัติของกฎหมาย&nbsp;มานำเสนอในรูปแบบเมนูของคนรักสุขภาพ&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;Health&nbsp;&amp;&nbsp;Wellness&nbsp;และการท่องเที่ยวเส้นทางผลิตภัณฑ์กัญชา-กัญชง&nbsp;รวมถึงพืชผักสมุนไพรท้องถิ่นเชื่อมโยงกับชุมชน&nbsp;สะท้อนวิถีชีวิตและภูมิปัญญาไทย</p><p><br></p><p>นาย&nbsp;อัครเดช&nbsp;มั่งมี&nbsp;หนึ่งในประชาชนที่มาร่วมงาน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ปัจจุบันนี้มีการเปิดเสรีกัญชาถือเป็นข้อดีที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ได้&nbsp;ช่วยรักษาโรคและบรรเทาอาการได้หลากหลาย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ด้าน&nbsp;นาง&nbsp;วันดี&nbsp;ธิติกรพงศ์&nbsp;หนึ่งในผู้ประกอบการร้านค้าภายในงาน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ชอบมาตรการการป้องกันโควิด-19&nbsp;ของที่นี่&nbsp;เพราะมีการตรวจคัดกรองโควิด-19&nbsp;โดยผ่านการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเข้างาน&nbsp;ตรวจผลการฉีดวัคซีน&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;และสำหรับผู้ประกอบการร้านค้ามีการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทุกวันที่จัดงาน</p><p><br></p><p><br></p><p>ทั้งนี้&nbsp;ภายในงานมีการจัดงานในรูปแบบ&nbsp;Covid&nbsp;Free-Setting&nbsp;ตามมาตรการสาธารณสุข&nbsp;โดยสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานล่วงหน้าได้ทางแอปพลิเคชั่น&nbsp;QueQ&nbsp;/&nbsp;มีการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;/&nbsp;แสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;จำกัดคนเข้างานรอบละ&nbsp;500&nbsp;คน&nbsp;และยังมีบริการส่งอาหาร&nbsp;50&nbsp;เมนูเด็ดจาก&nbsp;40&nbsp;ร้านอาหารดังภายในงานนี้&nbsp;ผ่านแฟลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่&nbsp;/&nbsp;สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมงานนี้ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่&nbsp;23&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;15.00-21.00&nbsp;น.&nbsp;ณอุทยาน&nbsp;100&nbsp;ปี&nbsp;ถนนบรรทัดทอง&nbsp;เขตปทุมวัน&nbsp;กรุงเทพฯ</p><p><br></p>	22/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220122175927395
683	รพ.ศรีสังวาลย์ จ.แม่ฮ่องสอน เปิดศูนย์รักษาผู้ป่วยโควิดที่บ้าน (HI) และศูนย์ชุมชน (CI)	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>โรงพยาบาลศรีสังวาลย์&nbsp;และสำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมือง</strong>&nbsp;เปิดศูนย์ประสานการรักษาผู้ป่วยโควิดที่บ้าน&nbsp;(HI)&nbsp;และศูนย์ชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;ณ&nbsp;อาคารผู้สูงอายุ&nbsp;ชมรมผู้สูงอายุ&nbsp;อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;โดยผู้ติดต่อสามารถใช้เส้นทางประตูด้านหลังโรงพยาบาลศรีสังวาลย์&nbsp;ตรงข้ามที่ทำการชุมชนป๊อกตะวันออก&nbsp;วัดกลางทุ่ง&nbsp;สำนักงานสหกรณ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;โดยศูนย์ประสานงานแห่งนี้&nbsp;จะให้บริการสำหรับผู้ที่ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ด้วยตนเอง&nbsp;แล้วพบว่ามีผลเป็นบวก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทางศูนย์ประสานงานฯ&nbsp;จะบริการประเมินอาการ&nbsp;และสถานที่กักตัว</strong>&nbsp;พร้อมจ่ายยา&nbsp;และอุปกรณ์&nbsp;โดยมีแพทย์&nbsp;พยาบาล&nbsp;เภสัชกร&nbsp;และนักวิชาการสาธารณสุข&nbsp;พร้อมให้บริการ&nbsp;ศูนย์ประสานการรักษาฯ&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;เปิดจากความร่วมมือของเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;อบต.ผาบ่อง&nbsp;อบต.ปางหมู&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยผา&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลหมอกจำแป่&nbsp;และชมรมผู้สูงอายุ&nbsp;อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;ยังคงขอความร่วมมือจากทุกท่าน</strong>&nbsp;ครอบครัว&nbsp;ชุมชน&nbsp;สวมหน้ากากอนามัย&nbsp;รักษาระยะห่าง&nbsp;งดการรวมกลุ่ม&nbsp;งดการสังสรรค์&nbsp;งดการของใช้ส่วนตัวเช่น&nbsp;ช้อน&nbsp;แก้วน้ำ&nbsp;ร่วมกัน&nbsp;ล้างมือบ่อย&nbsp;ๆ&nbsp;และมาเข้ารับการฉีดวัคซีน</p>	23/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220123090037496
684	สปสช. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินหน้าตรวจคัดกรองโควิด-19 เชิงรุกด้วยชุดตรวจ ATK ที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ	<p><strong>ทพ.อรรถพร&nbsp;ลิ้มปัญญาเลิศ</strong>&nbsp;รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&nbsp;หรือ&nbsp;สปสช.&nbsp;เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานตรวจคัดกรองโควิด&nbsp;-19&nbsp;ด้วย&nbsp;ATK&nbsp;ที่ศูนย์ราชการ&nbsp;ถนนแจ้งวัฒนะ&nbsp;ว่า&nbsp;เนื่องจากโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;เริ่มระบาดตั้งแต่ช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;เพื่อให้ตรวจพบและคัดแยกผู้ติดเชื้อเข้าสู่ระบบการรักษาได้เร็ว&nbsp;</p><p><strong>สปสช.จึงจัดทำโครงการตรวจคัดกรองเชิงรุกด้วย&nbsp;ATK</strong>&nbsp;ที่ใช้โดยนักเทคนิคการแพทย์&nbsp;โดยร่วมมือกับคณะเทคนิคการแพทย์&nbsp;มหาวิทยาลัยมหิดล&nbsp;ในการสนับสนุนนักเทคนิคการแพทย์&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;11-21&nbsp;มกราคมที่ผ่านมา&nbsp;มีประชาชนเข้ารับการคัดกรองทั้งสิ้น&nbsp;6,278&nbsp;คน&nbsp;ผลเป็นลบ&nbsp;6,067&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;96.64&nbsp;ส่วนผู้ที่มีผลเป็นบวก&nbsp;มีจำนวน&nbsp;211&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ&nbsp;3.36&nbsp;โดยผู้ติดเชื้อทั้ง&nbsp;211&nbsp;คน&nbsp;ได้รับการส่งตัวเข้ารักษาในระบบ&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;จำนวน&nbsp;56&nbsp;คน&nbsp;เริ่มมีอาการและรักษาใน&nbsp;Hospitel&nbsp;ของโรงพยาบาลปิยะเวท&nbsp;94&nbsp;คน&nbsp;ส่งตัวไปรักษาในพื้นที่เขตสุขภาพที่&nbsp;4&nbsp;จำนวน&nbsp;42&nbsp;คน&nbsp;และส่งต่อไปยังโรงพยาบาลหรือเขตสุขภาพอื่นๆ&nbsp;อีก&nbsp;19&nbsp;คน</p><p><strong>ศ.ดร.ฉัตรเฉลิม&nbsp;อิศรางกูร&nbsp;ณ&nbsp;อยุธยา</strong>&nbsp;คณบดีคณะเทคนิคการแพทย์&nbsp;มหาวิทยาลัยมหิดล&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สำหรับผู้ที่ผลตรวจเป็นบวก&nbsp;กรณีที่ไม่มีอาการ&nbsp;จะได้รับการจับคู่กับสถานพยาบาลเข้าระบบการดูแลที่บ้าน&nbsp;หรือ&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;ส่วนกลุ่มที่เริ่มมีอาการ&nbsp;จะส่งต่อเข้าระบบ&nbsp;Hospitel&nbsp;ซึ่งการดำเนินการงานร่วมกับ&nbsp;สปสช.&nbsp;ในครั้งนี้สามารถส่งต่อเข้าระบบการรักษาทั้ง&nbsp;2&nbsp;แบบได้ทั้งหมด&nbsp;โดยรถพยาบาลของโรงพยาบาลปิยะเวท&nbsp;และรถรับส่งจากกรมขนส่งทหารบกช่วยอำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายผู้ติดเชื้อ</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>	23/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	นนทบุรี	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220123132451567
685	"บุรีรัมย์ มาราธอน 2022 ปิดฉากอย่างน่าประทับใจ บรรยากาศ 2 ข้างทางเป็นไปอย่างอบอุ่นด้วยสีสันไฟประดับสวยงาม มีกองเชียร์ให้กำลังใจตลอด 2 ข้างทาง ส่วนผลการแข่งขัน ""สัญชัย"" คว้าถ้วยพระราชทานฯ สมัย 3"	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;""บุรีรัมย์&nbsp;มาราธอน&nbsp;2022""&nbsp;ปิดฉากอย่างน่าประทับใจ&nbsp;บรรยากาศ&nbsp;2&nbsp;ข้างทางเป็นไปอย่างอบอุ่นด้วยสีสันไฟประดับสวยงาม&nbsp;มีกองเชียร์ให้กำลังใจตลอด&nbsp;2&nbsp;ข้างทาง&nbsp;ส่วนผลการแข่งขัน&nbsp;""สัญชัย""&nbsp;คว้าถ้วยพระราชทานฯ&nbsp;สมัย&nbsp;3</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>เมื่อช่วงเย็นวานนี้&nbsp;(22&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;ที่สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์</strong>&nbsp;นายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;พร้อมด้วยนายธัชกร&nbsp;หัตถาธยากูล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ผู้บริหารกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ร่วมปล่อยตัวนักวิ่ง&nbsp;""บุรีรัมย์มาราธอน&nbsp;2022""&nbsp;รูปแบบไนท์รันบนมาตรฐานระดับเหรียญเงินของโลก&nbsp;(ซิลเวอร์&nbsp;เลเบิล)&nbsp;ระยะวิ่งได้แก่&nbsp;มาราธอน&nbsp;ระยะทาง&nbsp;42.195&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;,&nbsp;ฮาล์ฟ&nbsp;มาราธอน&nbsp;ระยะทาง&nbsp;21.1&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;,&nbsp;มินิมาราธอน&nbsp;ระยะทาง&nbsp;10&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;และฟันรัน&nbsp;ระยะทาง&nbsp;4.554&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ท่ามกลางสายฝนตั้งแต่ปล่อยตัวระยะมาราธอน&nbsp;ซึ่งนักวิ่งและผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดต้องแสดงเอกสารการรับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;และต้องตรวจคัดกรองหาเชื้อฯ&nbsp;แบบ&nbsp;ATK&nbsp;ทุกคน&nbsp;กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;ร่วมกับจังหวัดบุรรัมย์&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ร่วมกันจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวด้านกีฬาเชื่อโยงการท่องเที่ยวทางอายธรรม&nbsp;และเป็นจุดหมายปลายทางที่นักวิ่งจากทั่วโลก&nbsp;ต้องไปสัมผัสกับบรรยากาศการวิ่งที่บุรีรัมย์สักครั้งหนึ่งในชีวิต&nbsp;ส่วนบรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;มีความสุข</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ตลอดเส้นทางการวิ่งได้สัมผัสกับบรรยากาศธรรมชาติ&nbsp;และแสงไฟสีสันอย่างสวยงาม&nbsp;</strong>มีประชาชนชาวบุรีรัมย์ไปชมและเชียร์ให้กำลังใจนักวิ่งมาราธอนตลอด&nbsp;2&nbsp;ข้างทาง&nbsp;มีมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดโดยการปิดจราจร&nbsp;100&nbsp;เปอร์เซ็นด์&nbsp;มีทีมแพทย์ฉุกเฉินช่วยเหลือนักกีฬา&nbsp;มีจุดปฐมพยาบาล&nbsp;ตลอดระยะทาง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ส่วนผลการแข่งขัน&nbsp;ระยะมาราธอน&nbsp;42.195&nbsp;กิโลเมตร</strong>&nbsp;ผู้ที่เข้าเส้นชัยคนแรก&nbsp;ฝ่ายชาย&nbsp;ได้แก่&nbsp;เซอร์เก&nbsp;ซีรียานอฟ&nbsp;ปอดเหล็กจากรัสเซีย&nbsp;ทำเวลาได้&nbsp;2.28.21.80&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;อันดับ&nbsp;2&nbsp;สัญชัย&nbsp;นามเขต&nbsp;เหรียญเงินซีเกมส์&nbsp;ครั้งที่&nbsp;30&nbsp;ที่ฟิลิปปินส์&nbsp;ทำเวลาได้&nbsp;2.35.25.74&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;คว้าแชมป์คนไทย&nbsp;และได้รับถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา&nbsp;นเรนทิราเทพยวดี&nbsp;กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร&nbsp;มหาวัชรราชธิดา&nbsp;เป็นสมัยที่&nbsp;3&nbsp;ส่วนอันดับ&nbsp;3&nbsp;บุญถึง&nbsp;ศรีสังข์&nbsp;ทำเวลาได้&nbsp;2.41.01.89&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ฝ่ายหญิง&nbsp;อันดับ&nbsp;1&nbsp;อเล็กซานดรา&nbsp;โมโรโซวา&nbsp;ชาวรัสเซีย&nbsp;ทำเวลาได้&nbsp;2.52.12.88&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;อันดับ&nbsp;2&nbsp;ลินดา&nbsp;อินทะชิต&nbsp;ทีมชาติ&nbsp;ได้แชมป์คนไทย&nbsp;ทำเวลาได้&nbsp;3.00.08.11&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;อันดับ&nbsp;3&nbsp;อาภัสรา&nbsp;ปราสาทหินพิมาย&nbsp;ทำเวลาได้&nbsp;3.06.21.38&nbsp;ชั่วโมง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ระยะฮาล์ฟมาราธอน&nbsp;21.1&nbsp;กิโลเมตร</strong>&nbsp;ฝ่ายชาย&nbsp;ที่&nbsp;1&nbsp;""บิ๊ก""&nbsp;ณัฐวุฒิ&nbsp;อินนุ่ม&nbsp;คู่แฝดคนพี่&nbsp;ทีมชาติชุดซีเกมส์&nbsp;ทำเวลาได้&nbsp;1.08.35.25&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;คว้าแชมป์&nbsp;2&nbsp;สมัย&nbsp;แต่เป็นแชมป์คนไทยมาโดยตลอด&nbsp;อันดับที่&nbsp;2&nbsp;คริสตอฟ&nbsp;ฮาดาซ&nbsp;(โปแลนด์)&nbsp;ทำเวลาได้&nbsp;1.09.36.78&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ที่&nbsp;3&nbsp;อีน็อค&nbsp;ไคเกน&nbsp;(เคนยา)&nbsp;ทำเวลาได้&nbsp;1.14.17.53&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ฝ่ายหญิง&nbsp;ที่&nbsp;1&nbsp;อรอนงค์&nbsp;วงศ์ศร&nbsp;ทำเวลาได้&nbsp;1.26.06.33&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ที่&nbsp;2&nbsp;""ฝน""&nbsp;ณัฐธยาน์&nbsp;ธนรณวัฒน์&nbsp;อดีตทีมชาติไทย&nbsp;ทำเวลาได้&nbsp;1.28.00.38&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ที่&nbsp;3&nbsp;อรนุช&nbsp;เอี่ยมเทศ&nbsp;ทำเวลาได้&nbsp;1.29.01.85&nbsp;ชั่วโมง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ระยะมินิมาราธอน&nbsp;10&nbsp;กิโลเมตร</strong>&nbsp;ฝ่ายชาย&nbsp;ที่&nbsp;1&nbsp;อาทิตย์&nbsp;โสดา&nbsp;ทำเวลาได้&nbsp;32.13.99&nbsp;น.&nbsp;ที่&nbsp;2&nbsp;""เบล""&nbsp;ณัฐวัฒน์&nbsp;อินนุ่ม&nbsp;แฝดผู้น้อง&nbsp;ทำเวลาได้&nbsp;32.24.97&nbsp;น.&nbsp;ที่&nbsp;3&nbsp;นิติธรรม&nbsp;มิสาธรรม&nbsp;33.45.05&nbsp;น.&nbsp;ฝ่ายหญิง&nbsp;ที่&nbsp;1&nbsp;""น้องบิ๊กซี""&nbsp;ศรัญญา&nbsp;บัวไพร&nbsp;37.28.12&nbsp;น.&nbsp;ที่&nbsp;2&nbsp;ปารียา&nbsp;สนเส็ม&nbsp;37.54.74&nbsp;น.&nbsp;ที่&nbsp;3&nbsp;กัลยรักษ์&nbsp;เสรีวุฒิชัย&nbsp;38.39.59&nbsp;น.</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;การจัดการแข่งขัน&nbsp;""บุรีรัมย์&nbsp;มาราธอน&nbsp;2022""&nbsp;ปีนี้มีการบริหารจัดการแข่งขันที่ดีมาก&nbsp;และมีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ที่เข้มแข็ง&nbsp;การปล่อยตัวแบบเว้นระยะห่าง&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทุกคน&nbsp;หากบุรีรัมย์&nbsp;มาราธอนจัดงานประสบความสำเร็จได้&nbsp;ภายใต้การจัดการผู้ร่วมงานหลายหมื่นคน&nbsp;ก็จะเป็นตัวอย่างสำหรับการแข่งขันวิ่งรายการอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ของจังหวัดอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;หากสามารถบริหารจัดการ&nbsp;เราจะสามารถจัดการแข่งขัน&nbsp;หรือจัดอีเวนต์ได้ทุกอย่าง&nbsp;หลังจากนี้&nbsp;ทางกระทรวงฯ&nbsp;จะติดตามผลการจัดงาน&nbsp;1&nbsp;สัปดาห์&nbsp;หากไม่พบการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;และในวันที่&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;จะมีการประกาศให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาได้ในระบบ&nbsp;Test&nbsp;and&nbsp;Go&nbsp;หากเราสามารถจัดงานครั้งนี้สำเร็จได้&nbsp;ก็แสดงให้เห็นว่าไทยสามารถจัดการแข่งขันกีฬาได้&nbsp;แม้ว่าจะมีจำนวนคนร่วมกิจกรรมจำนวนมาก&nbsp;ซึ่งการจัดการแข่งขันบุรีรัมย์&nbsp;มาราธอน&nbsp;จะเป็นตัวอย่างและแนวทางสำหรับจังหวัดสปอร์ตซิตี้ที่เรามีอยู่&nbsp;10&nbsp;กว่าจังหวัด&nbsp;ว่าสามารถจัดการแข่งขันกีฬาได้&nbsp;หากทุกคนช่วยกันปฏิบัติตามแนวทางสาธารณสุขอย่างเข้มงวด&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นอีเว้นต์ของท่องเที่ยวต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;การจัดคอนเสิร์ต&nbsp;หรือการจัดกีฬาต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;</p>"	23/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	บุรีรัมย์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบุรีรัมย์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220123110354526
686	อำเภอรัตนบุรี ร่วมกับเรือนจำอำเภอรัตนบุรี และโรงพยาบาลรัตนบุรี เร่งกำหนดมาตรการควบคุมโควิด-19 ในเรือนจำ	<p><strong>นายคเณศวร&nbsp;เกษอินทร์&nbsp;นายอำเภอรัตนบุรี</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ผลการประชุมเพื่อกำหนดมาตรการควบคุมการแพร่กระจายเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ภายในเรือนจำอำเภอรัตนบุรี&nbsp;โดย&nbsp;นายดุษฎี&nbsp;ดวงใจ&nbsp;ปลัดอำเภออาวุโส&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;ผู้บัญชาการเรือนจำอำเภอรัตนบุรี&nbsp;โรงพยาบาลรัตนบุรี&nbsp;ร่วมประชุมพิจารณากำหนดมาตการ&nbsp;ดังนี้</p><p><strong>1.&nbsp;เจ้าพนักงานควบคุมโรค</strong>&nbsp;เข้าตรวจ&nbsp;PCR&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;และ&nbsp;ผู้ต้องขัง&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;139&nbsp;ทราบผลการตรวจแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;54&nbsp;ราย&nbsp;ยังคงรอผลตรวจอีกจำนวนหนึ่ง&nbsp;หากพบผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;ให้นำเข้ารักษาที่โรงพยาบาลรัตนบุรี</p><p>&nbsp;<strong>2.&nbsp;ในวันที่&nbsp;23&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;เจ้าพนักงานควบคุมโรคจะเข้าตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;และผู้ต้องขังให้ครบทุกคน</p><p><strong>3.เรือนจำจะพิจารณาเปิดศูนย์กักตัวในเรือนจำ</strong>&nbsp;เพื่อกักตัวผู้พ้นโทษก่อนปล่อยตัว</p><p><strong>4.กรณีศูนย์กักตัวในเรือนจำมีพื้นที่ไม่เพียงพอ</strong>&nbsp;เรือนจำจะได้ประสานอำเภอรัตนบุรี&nbsp;ขอเปิดศูนย์กักตัวเพิ่มเติม</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ในวันที่&nbsp;24&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;มีกำหนดปล่อยตัวผู้พ้นโทษ&nbsp;จำนวน&nbsp;112&nbsp;ราย&nbsp;เรือนจำจะพิจารณาดำเนินมาตรการควบคุมการแพร่กระจายเชื้อโควิด-19&nbsp;ไม่ให้เสี่ยงต่อความปลอดภัยประชาชน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	23/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220123110011517
687	"นายอำเภอรัตนบุรี เยี่ยมกลุ่มโอทอปกลุ่มเกษตรอินทรีย์ เครือข่ายโคกหนองนา งาน ""มหกรรมสินค้า OTOP เกษตรอินทรีย์ ของดี รัตนบุรี และคาราวานสินค้าราคาถูก"" มุ่งสร้างรายได้ กระจายความสุข เสริมสร้างเศรษฐกิจฐานราก"	<p><strong>นายคเณศวร&nbsp;เกษอินทร์&nbsp;นายอำเภอรัตนบุรี</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายดุษฎี&nbsp;ดวงใจ&nbsp;ปลัดอำเภออาวุโส&nbsp;และนางศรินทราภรณ์&nbsp;ไกรเสือ&nbsp;พัฒนาการอำเภอรัตนบุรี&nbsp;เข้าเยี่ยมติดตามการจำหน่ายผลผลิตของเครือข่ายกลุ่มวิสาหกิจ&nbsp;OTOP&nbsp;สมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&nbsp;แกนนำขับเคลื่อนหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ในรูปแบบ&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;เปิดงาน&nbsp;มหกรรมสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;เกษตรอินทรีย์&nbsp;ของดีรัตนบุรี&nbsp;และคาราวานสินค้าราคาถูก&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ซึ่งเป็นกิจกรรมจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าของชุมชน&nbsp;จากสัมมาชีพในชุมชน&nbsp;ผลผลิตทางการเกษตรอินทรีย์&nbsp;ผลผลิตจากกลุ่มเครือข่ายโคกหนองนาโมเดล&nbsp;กรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;ผลิตภัณฑ์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;และเครื่องอุปโภคบริโภคจำเป็นที่มีราคาประหยัด&nbsp;SMEs&nbsp;นำมาจำหน่ายเพิ่อสร้างรายได้&nbsp;ส่งเสริมกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;และลดค่าครองชีพของประชาชน&nbsp;ซึ่งงานได้จัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;17-23&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่บริเวณสนามข้างที่ว่าการอำเภอรัตนบุรี&nbsp;จังหวัดสุรินทร์</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมมหกรรมจำหน่ายสินค้า</strong>&nbsp;เพื่อให้ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;ได้มีโอกาสนำเสนอสินค้าผลิตภัณฑ์&nbsp;OTOP&nbsp;ที่มีคุณภาพ&nbsp;จำหน่ายให้กับผู้บริโภค&nbsp;เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจจากฐานราก&nbsp;โดยเน้นมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเข้มข้น&nbsp;การจัดงานในครั้งนี้ผู้ประกอบการมีการตรวจวัคซีน&nbsp;และมีการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ส่วนผู้เข้าร่วมงานก็มีการตรวจคัดกรองวัดอุณหภูมิ&nbsp;สวมใส่หน้ากากผ้า&nbsp;หรือหน้ากากอนามัย&nbsp;และรักษาระยะห่าง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;นายอำเภอรัตนบุรี&nbsp;ได้มอบหมายให้ผู้เกี่ยวข้องติดตามยอดจากการจำหน่ายสินค้า&nbsp;เพื่อนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ในการกำหนดแผนการส่งเสริมและพัฒนาการตลาดได้อย่างเหมาะสมต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	23/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220123110230518
688	จ.ลำปาง พบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่  48 ราย	<p><strong>สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;รายงานสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;23&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;สถานการณ์โควิด-19&nbsp;วันนี้พบผู้ป่วยรายใหม่&nbsp;48&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ติดเชื้อยืนยันด้วยการตรวจวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;17&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ติดเชื้อเข้าข่ายตรวจด้วยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;31&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;สถานการณ์ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ถึงปัจจุบัน&nbsp;พบผู้ป่วยสะสม&nbsp;1,939&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ระหว่างรักษ&nbsp;1,066&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายกลับบ้านสะสม&nbsp;872&nbsp;ราย&nbsp;และเสียชีวิตสะสม1&nbsp;ราย</p><p><strong>สำหรับข้อมูลการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ณ&nbsp;วันเดียวกัน</strong>&nbsp;จังหวัดลำปางวัคซีนไปแล้ว&nbsp;1,048,861&nbsp;เข็ม&nbsp;จำแนกเป็นเข็มที่&nbsp;1&nbsp;475,348&nbsp;คน&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;447,610&nbsp;คน&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;122,183&nbsp;คน&nbsp;และเข็มที่&nbsp;4&nbsp;จำนวน&nbsp;3,720&nbsp;คน</p><p><strong>จังหวัดลำปางขอความร่วมมือประชาชนเคร่งครัดตามมาตรการ&nbsp;DMHTTA&nbsp;</strong>ทั้งนี้หากมีข้อสงสัยสอบถามเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;สายด่วนศูนย์โควิด-19&nbsp;สสจ.ลำปาง&nbsp;โทร.093&nbsp;140&nbsp;8023&nbsp;เวลา&nbsp;08.30&nbsp;-16.30&nbsp;น.&nbsp;หรือสอบถามที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	23/1/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220123113244533
689	รายใหม่โควิดยะลา วันนี้ 22 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม	<p><strong>สถานการณ์โควิด-19&nbsp;ใน&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;วันนี้&nbsp;23&nbsp;ม.ค&nbsp;65</strong>&nbsp;พบ&nbsp;22&nbsp;รายใหม่&nbsp;เพิ่ม&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;จากเมื่อวานนี้ที่มีผู้ติดเชื้อ&nbsp;19&nbsp;ราย&nbsp;ส่วนยอดผู้ป่วยสะสมตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;ม.ค&nbsp;65&nbsp;เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน&nbsp;มีจำนวน&nbsp;359&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยที่กำลังรักษา&nbsp;202&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;260&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;ไม่มีผู้เสียชีวิตรายใหม่&nbsp;สะสมเสียชีวิตคงที่&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;สำหรับ&nbsp;22&nbsp;รายใหม่&nbsp;พบใน&nbsp;อ.เมือง&nbsp;17&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;อ.รามัน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และ&nbsp;อ.เบตง&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วน&nbsp;อ.ยะหา&nbsp;อ.กาบัง&nbsp;อ.กรงปินัง&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;และ&nbsp;อ.ธารโต&nbsp;&nbsp;ไม่มีรายใหม่เพิ่ม&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ในขณะที่ผู้ป่วยที่เข้าข่ายติดเชื้อ&nbsp;</strong>จากการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;วันนี้รายใหม่เพิ่ม&nbsp;6&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;สะสมรวม&nbsp;122&nbsp;ราย&nbsp;ส่วนผลการคัดกรองตามมาตรการด้านสาธารณสุขรวมสะสม&nbsp;7,052&nbsp;ราย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	23/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220123131637564
690	จ.แม่ฮ่องสอนมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่ม 9 ราย ใน 3 อำเภอ อายุน้อยสุด 5 เดือน	"<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในการระบาดตั้งแต่วันที่&nbsp;1-23&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ว่ามีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ทั้งสิ้นจำนวน&nbsp;327&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;2&nbsp;ราย(0.61&nbsp;%)&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;225&nbsp;ราย(63.80&nbsp;%)&nbsp;ยังอยู่ระหว่างรักษา&nbsp;100&nbsp;ราย(30.58&nbsp;%)&nbsp;มีอาการเล็กน้อย&nbsp;89&nbsp;ราย&nbsp;ปานกลาง&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;และรุนแรง&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;รักษาอยู่ที่โรงพยาบาล/โรงพยาบาลสนาม&nbsp;40&nbsp;ราย&nbsp;ศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;และแยกกักตนเองที่บ้าน&nbsp;(HI)&nbsp;45&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>สำหรับวันนี้มีผู้ได้รับการตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;201&nbsp;ชุด</strong>&nbsp;พบเชื้อ&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเพศชาย&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ที่อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;อำเภอปาย&nbsp;และอำเภอสบเมย&nbsp;โดยแบ่งเป็นประชาชนทั่วไป&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;เด็กนักเรียน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เด็กอายุ&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และเด็กอายุ&nbsp;5&nbsp;เดือน&nbsp;1&nbsp;ราย</p><p><strong>จากข้อมูลการดำเนินการฉีดวัคซีนป้องกันโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;</strong>แก่ประชาชนในกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;23&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ประชาชนได้รับการฉีดวัคซีนเป็นวัคซีนเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;163,412&nbsp;คน(66.49&nbsp;%)&nbsp;ฉีดครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;จำนวน&nbsp;120,687&nbsp;คน(49.11&nbsp;%)&nbsp;และฉีดกระตุ้นเข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;18,288&nbsp;คน&nbsp;(7.44&nbsp;%)&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;การป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล/ออกจากบ้านเมื่อจำเป็นเท่านั้น/เว้นระยะห่างจากคนอื่น&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;1-2&nbsp;เมตร&nbsp;ในทุกสถานที่/ล้างมือบ่อยๆ&nbsp;ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ทุกครั้งก่อนกินอาหาร&nbsp;/สวมหน้ากากอนามัย&nbsp;และทับด้วยหน้ากากผ้าตลอดเวลา&nbsp;ทั้งที่อยู่ในและนอกบ้านที่มีคนมากกว่า&nbsp;2&nbsp;คน/ผู้เป็นกลุ่มเสี่ยง&nbsp;ผู้ที่มีอายุมากกว่า&nbsp;60&nbsp;ปี&nbsp;และผู้มีโรคเรื้อรัง&nbsp;หลีกเลี่ยงการออกนอกบ้านเว้นแต่จำเป็น/ไม่สัมผัสหน้ากากอนามัย&nbsp;หรือหน้ากากผ้าที่สวมใส่อยู่&nbsp;รวมทั้งไม่สัมผัสใบหน้า&nbsp;ตา&nbsp;จมูก&nbsp;ปาก/แยกของใช้ส่วนตัวทุกชนิด&nbsp;ไม่ควรใช้ของร่วมกับผู้อื่น/ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ&nbsp;พื้นผิวที่ถูกสัมผัสบ่อยๆ&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นข้าวเครื่องใช้&nbsp;หรือสิ่งแวดล้อมด้านกายภาพ/เลือกกินอาหารที่ร้อนและปรุงสุกใหม่&nbsp;ควรกินอาหารแยกสำรับหากกินร่วมกันให้ใช้ช้อนกลางส่วนตัว/หากสงสัยว่าตนเองมีความเสี่ยง&nbsp;ควรได้รับการตรวจด้วย&nbsp;ATK&nbsp;เพื่อยืนยันว่ามีการติดเชื้อหรือไม่</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(68,&nbsp;68,&nbsp;68);"">&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(68,&nbsp;68,&nbsp;68);"">&nbsp;</span></p>"	23/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220123133748574
691	เริ่มปี 65 จ.แม่ฮ่องสอน มีผู้ติดเชื้อโควิดรวม 327 ราย เสียชีวิตแล้ว 2 ราย ขณะที่ผู้รับวัคซีนเข็มแรกยังอยู่ที่ ร้อยละ 66.49	<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong>&nbsp;รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;23&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;(เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.)&nbsp;พบว่า&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1-23&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ทั้งสิ้นจำนวน&nbsp;327&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;2&nbsp;ราย(0.61&nbsp;%)&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;225&nbsp;ราย(63.80&nbsp;%)&nbsp;ยังอยู่ระหว่างรักษา&nbsp;100&nbsp;ราย(30.58&nbsp;%)&nbsp;มีอาการเล็กน้อย&nbsp;89&nbsp;ราย&nbsp;ปานกลาง&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;และรุนแรง&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;รักษาอยู่ที่โรงพยาบาล/โรงพยาบาลสนาม&nbsp;40&nbsp;ราย&nbsp;ศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;และแยกกักตนเองที่บ้าน&nbsp;(HI)&nbsp;&nbsp;45&nbsp;ราย</p><p><strong>สำหรับวันนี้&nbsp;มีผู้ได้รับการตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19</strong>&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;201&nbsp;ชุด&nbsp;พบเชื้อ&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเพศชาย&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ที่อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;อำเภอปาย&nbsp;และอำเภอสบเมย&nbsp;โดยแบ่งเป็นประชาชนทั่วไป&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;เด็กนักเรียน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เด็กอายุ&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และเด็กอายุ&nbsp;5&nbsp;เดือน&nbsp;1&nbsp;ราย</p><p><strong>ขณะที่ข้อมูลการดำเนินการฉีดวัคซีนป้องกันโรค&nbsp;COVID-19</strong>&nbsp;แก่ประชาชนในกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;23&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ประชาชนได้รับการฉีดวัคซีน&nbsp;เป็นวัคซีนเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;163,412&nbsp;คน(66.49&nbsp;%)&nbsp;ฉีดครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;จำนวน&nbsp;120,687&nbsp;คน(49.11&nbsp;%)&nbsp;และฉีดกระตุ้นเข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;18,288&nbsp;คน7.44&nbsp;%)&nbsp;จึงขอเชิญชวนให้เยาวชนอายุ&nbsp;12-18&nbsp;ปี&nbsp;(ทั้งในและนอกระบบการศึกษา)&nbsp;ผู้สูงอายุ&nbsp;ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว&nbsp;หญิงตั้งครรภ์&nbsp;ประชาชนทั่วไป&nbsp;ที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ติดต่อ&nbsp;สอบถาม&nbsp;ณ&nbsp;โรงพยาบาลหรือ&nbsp;รพ.สต.ทุกแห่ง&nbsp;เพื่อเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็ม&nbsp;1&nbsp;หรือ&nbsp;กระตุ้น&nbsp;เข็ม&nbsp;3&nbsp;เพื่อความปลอดภัยของตัวเองและสังคม&nbsp;ลดการแพร่กระจายเชื้อเป็นการป้องกันโรค&nbsp;ลดความรุนแรงของโรคและลดการเสียชีวิตหากมีการติดเชื้อโควิด-19&nbsp;หากมีความเสี่ยงให้ตรวจด้วย&nbsp;ATK</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	23/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220123134033575
692	อุบลฯ ดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เชิงรุก	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ระหว่างวันที่&nbsp;17-22&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;</strong>นายธรรมนูญ&nbsp;แจ่มใส&nbsp;นายอำเภอเดชอุดม&nbsp;มอบหมายให้โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเดชอุดม&nbsp;ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขอำเภอเดชอุดม&nbsp;และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในพื้นที่&nbsp;ดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;เชิงรุก&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ณ&nbsp;วัดป่านาดง&nbsp;ตำบลท่าโพธิ์ศรี&nbsp;โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท่าโพธิ์ศรี&nbsp;ดำเนินการออกตรวจคัดกรอง&nbsp;ATK&nbsp;เชิงรุก&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;จำนวน&nbsp;194&nbsp;ราย&nbsp;ปรากฏว่า&nbsp;Positive&nbsp;ทั้งหมดจำนวน&nbsp;5&nbsp;ราย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ณ&nbsp;โรงเรียนบ้านไฮตาก&nbsp;ตำบลแก้ง&nbsp;โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแก้ง&nbsp;ดำเนินการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เชิงรุกในพื้นที่&nbsp;จำนวน&nbsp;64&nbsp;ราย&nbsp;ผลเป็นลบทั้งหมด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ณ&nbsp;ศาลาประชาคมบ้านนากระแซง&nbsp;ม.2&nbsp;ตำบลนากระแซง&nbsp;โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนากระแซง&nbsp;ดำเนินการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เชิงรุกในพื้นที่&nbsp;จำนวน&nbsp;48&nbsp;ราย&nbsp;ผลเป็นลบทั้งหมด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาส่วง&nbsp;ดำเนินการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เชิงรุกในพื้นที่&nbsp;ดังนี้&nbsp;ณ&nbsp;เทศบาลตำบลนาส่วง&nbsp;ดำเนินการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;จำนวน&nbsp;96&nbsp;ราย&nbsp;ผลเป็นลบทั้งหมด&nbsp;,&nbsp;ณ&nbsp;บ้านนาห้วยแคน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;ตำบลนาส่วง&nbsp;ดำเนินการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;จำนวน&nbsp;63&nbsp;ราย&nbsp;ผลเป็นลบทั้งหมด&nbsp;,&nbsp;ณ&nbsp;บ้านโนนกระแต&nbsp;หมู่ที่&nbsp;11&nbsp;ตำบลนาส่วง&nbsp;ดำเนินการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;จำนวน&nbsp;22&nbsp;ราย&nbsp;ผล&nbsp;negative&nbsp;จำนวน&nbsp;19&nbsp;ราย&nbsp;Inconclusive&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ราย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;วัดบ้านเสียมเจริญ&nbsp;ม.17&nbsp;ตำบลกุดประทาย&nbsp;โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาทุ่ง&nbsp;ร่วมกับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน&nbsp;และกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่ในพื้นที่ตำบลกุดประทาย&nbsp;ดำเนินการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ประชาชนในพื้นที่บ้านเสียมเจริญ&nbsp;จำนวน&nbsp;236&nbsp;ราย&nbsp;ผลเป็นลบทั้งหมด</p>	23/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220123152951597
693	จ.อุบลฯ ดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในพื้นที่ม่วงสามสิบ	<p><strong>วันที่&nbsp;22&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;ตามนโยบายของนายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ภายใต้การอำนวยการของ&nbsp;นายชินวัต&nbsp;ทองปรีชา&nbsp;นายอำเภอม่วงสามสิบ&nbsp;สั่งการให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;กำนัน&nbsp;และผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ดำเนินการ&nbsp;ดังนี้</p><p>1.&nbsp;ทำความสะอาดฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19</p><p>2.&nbsp;คัดกรองเชิงรุก&nbsp;ด้วยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;พร้อมติดตามกลุ่มเสี่ยงสูงควบคุม&nbsp;เคร่งครัด&nbsp;การเข้า-ออก&nbsp;ในหมูบ้าน</p><p>3.&nbsp;บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;โดยกลุ่มเป้าหมายจากประชากรอยู่จริง&nbsp;จำนวน&nbsp;49,185&nbsp;ราย</p><p>4.&nbsp;เปิดโรงพยาบาลสนาม&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์การคณะสงฆ์ภาค&nbsp;10&nbsp;จำนวน&nbsp;150&nbsp;เตียง&nbsp;ปัจจุบันมีผู้ป่วยครองเตียง&nbsp;จำนวน&nbsp;35&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้ได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังโรคระบาด&nbsp;COVID-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	23/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220123160306611
694	ภูเก็ต ชุมชนบ้านนาใน ร่วมกับมูลนิธิพัฒนาป่าตอง มอบทุนการศึกษาแก่เด็กมในเขตอำเอภกะทู้ จำนวน 100 ทุน และมอบถุงยังชีพ จำนวน 200 ชุด แก่ประชาชน	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;ชุมชนบ้านนาใน&nbsp;ร่วมกับมูลนิธิพัฒนาป่าตอง&nbsp;มอบทุนการศึกษาแก่เด็กมในเขตอำเอภกะทู้&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;ทุน&nbsp;และมอบถุงยังชีพ&nbsp;จำนวน&nbsp;200&nbsp;ชุด&nbsp;แก่ประชาชน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายปรีชาวุธ&nbsp;กี่สิ้น&nbsp;ประธานมูลนิธิพัฒนาป่าตอง</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ทางมูลนิธิร่วมกับชุมชนบ้านนาใน&nbsp;ตำบลป่าตอง&nbsp;อำเภอกะทู้&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;ได้มีการมอบทุนการการศึกษาแก่เด็กในพื้นที่อำเภอกะทู้&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;ทุน&nbsp;ๆ&nbsp;ละ&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อเป็นทุนการศึกษาแก่เด็ก&nbsp;ๆ&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;และเพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระของผู้ปกครอง&nbsp;โดยการมอบทุนการศึกษาจะแบ่งเป็นการมอบแบบออนไลน์&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;ทุน&nbsp;และมอบให้กับเด็กที่มารับด้วยตนเอง&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;ทุน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีการมอบถุงยังชีพแก่ประชาชน&nbsp;จำนวน&nbsp;200&nbsp;ชุด</strong>&nbsp;โดยมีการมอบแบบออนไลน์&nbsp;100&nbsp;ชุด&nbsp;และมารับมอบด้วยตัวเอง&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;ชุด&nbsp;ซึ่งการมอบถุงยังชีพดังกล่าวเพื่อเป็นการลดค่าครองชีพแก่ประชาชนผู้มีรายได้น้อย&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังมีการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;แก่พนักงานสถานบริการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในพื้นที่ป่าตอง&nbsp;โดยเมื่อวานนี้&nbsp;(22&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;มีผู้ตรวจ&nbsp;จำนวน&nbsp;22&nbsp;ราย&nbsp;ผลเป็นลบทั้งหมด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;ทางมูลนิธิพัฒนาป่าตอง&nbsp;ยังคงมีการให้ความช่วยเหลือประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;</strong>โดยเฉพาะในเรื่องของตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;แก่พนักงานตามสถานบริการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่ตำบลป่าตอง</p>	23/1/2022	ภาคใต้	ภูเก็ต	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220123155706608
695	อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ลงพื้นที่ตรวจคัดกรองเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>เจ้าหน้าที่&nbsp;รพ.สต.บ้านทับกี่&nbsp;และวังบอน&nbsp;พร้อมด้วยแพทย์ประจำตาบล&nbsp;อิปุ่ม</strong>&nbsp;ได้ออกพื้นที่ทำการตรวจคัดกรองเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19&nbsp;ในกลุ่มนักเรียน&nbsp;และเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนการเปิดการเรียนการสอนให้กับทางคุณครูและนักเรียนโรงเรียนบ้านทับกี่&nbsp;ได้ทำการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;คณะคุณครูแม่บ้านทำอาหาร&nbsp;กลางวัน&nbsp;จำนวน&nbsp;24&nbsp;คน&nbsp;และนักเรียน&nbsp;ชั้นอนุบาลถึงมัธยมศึกษาปี&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;234&nbsp;คน&nbsp;รวมทั้งหมด&nbsp;258&nbsp;คน&nbsp;ผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;Negative&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;258&nbsp;คน&nbsp;เจ้าหน้าที่จึงได้แนะนำในปฏิบัติตัวในการป้องกันตัวเองตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19&nbsp;(D-M-H-T-T-A)&nbsp;ในกลุ่มดังกล่าวถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>&nbsp;ด้านกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมเทศบาลตำบลด่านซ้าย</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;รพร.ด่านซ้าย&nbsp;ได้ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;เชิงรุก&nbsp;โดยใช้ชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;กับแม่ค้าตลาดเย็นน่าซื้อ&nbsp;และแม่ค้าตลาดถนนคนเดิน&nbsp;(ตอนเย็น)&nbsp;หน้าลานวัฒนธรรมอำเภอด่านซ้าย&nbsp;จำนวน&nbsp;29&nbsp;ราย&nbsp;ไม่พบผู้ติดเชื้อ</p>	23/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	เลย	สวท.ด่านซ้าย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220123160246610
696	จังหวัดตรัง แถลงพบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ 50 ราย สะสม 776 ราย	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(23&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;แพทย์หญิงทิพย์ลดา&nbsp;บุญชัย&nbsp;นายแพทย์ชำนาญการ&nbsp;โรงพยาบาลตรัง</strong>&nbsp;ในฐานะรองโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;พบผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;รายใหม่&nbsp;พบจำนวน&nbsp;50&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็นติดเชื้อในจังหวัดตรัง&nbsp;49&nbsp;ราย&nbsp;ติดเชื้อจากที่อื่น&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;รวมผู้ติดเชื้อตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;776&nbsp;ราย&nbsp;ผลการตรวจด้วย&nbsp;ATK&nbsp;เป็นบวก&nbsp;59&nbsp;ราย&nbsp;จากผลตรวจ&nbsp;974&nbsp;ราย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;จำแนกผู้ป่วยเป็นรายอำเภอ&nbsp;ดังนี้</strong>&nbsp;อำเภอกันตัง&nbsp;17&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอนาโยง&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;5&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;&nbsp;16&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอวังวิเศษ&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็นสัมผัสร่วมบ้าน&nbsp;31&nbsp;ราย&nbsp;สัมผัสที่ทำงาน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;สัมผัสในชุมชน&nbsp;13&nbsp;ราย&nbsp;พูดคุยโดยไม่สวมแมส&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;ในวันนี้&nbsp;มีการฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดตรัง&nbsp;เข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;491,351&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;77.78&nbsp;ฉีดเข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;467,294&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;73.97&nbsp;ฉีดเข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;110,236&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;17.45&nbsp;จากประชากร&nbsp;631,755&nbsp;ราย&nbsp;</p>	23/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220123173159622
697	บุรีรัมย์ มาราธอน 2022 ปิดฉากอย่างน่าประทับใจ บรรยากาศ 2 ข้างทาง เป็นไปอย่างอบอุ่นด้วยสีสันไฟประดับสวยงาม มีกองเชียร์ให้กำลังใจตลอด 2 ข้างทาง	<p><strong>วันที่&nbsp;22&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;</strong>ที่สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.บุรีรัมย์&nbsp;นายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายธัชกร&nbsp;หัตถาธยากูล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ผู้บริหารกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ร่วมปล่อยตัวนักวิ่ง&nbsp;บุรีรัมย์มาราธอน&nbsp;2022&nbsp;รูปแบบไนท์รันบนมาตรฐานระดับเหรียญเงินของโลก&nbsp;ระยะวิ่งได้แก่&nbsp;มาราธอน&nbsp;ระยะทาง&nbsp;42.195&nbsp;ก.ม.,&nbsp;ฮาล์ฟ&nbsp;มาราธอน&nbsp;ระยะทาง&nbsp;21.1&nbsp;ก.ม.,&nbsp;มินิมาราธอน&nbsp;ระยะทาง&nbsp;10&nbsp;ก.ม.&nbsp;และฟันรัน&nbsp;ระยะทาง&nbsp;4.554&nbsp;ก.ม.&nbsp;ท่ามกลางสายฝนตั้งแต่ปล่อยตัวระยะมาราธอน&nbsp;ซึ่งนักวิ่งและผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดต้องแสดงเอกสารการรับวัคซีนป้องกันโรคโควิด&nbsp;19&nbsp;และต้องตรวจคัดกรองหาเชื้อฯ&nbsp;แบบ&nbsp;ATK&nbsp;ทุกคน&nbsp;ซึ่งกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;ร่วมกับจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ร่วมกันจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวด้านกีฬาเชื่อโยงการท่องเที่ยวทางอายธรรม&nbsp;และเป็นจุดหมายปลายทางที่นักวิ่งจากทั่วโลกต้องไปสัมผัสกับบรรยากาศการวิ่งที่บุรีรัมย์สักครั้งหนึ่งในชีวิต&nbsp;ส่วนบรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;มีความสุข&nbsp;ตลอดเส้นทางการวิ่งได้สัมผัสกับบรรยากาศธรรมชาติ&nbsp;และแสงไฟสีสันอย่างสวยงาม&nbsp;มีประชาชนชาวบุรีรัมย์ไปชมและเชียร์ให้กำลังใจนักวิ่งมาราธอนตลอด&nbsp;2&nbsp;ข้างทาง&nbsp;มีมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดโดยการปิดจราจร&nbsp;100&nbsp;%&nbsp;มีทีมแพทย์ฉุกเฉินช่วยเหลือนักกีฬา&nbsp;มีจุดปฐมพยาบาล&nbsp;ตลอดระยะทาง</p><p><strong>โดยนายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ</strong>&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;การจัดการแข่งขัน&nbsp;บุรีรัมย์&nbsp;มาราธอน&nbsp;2022&nbsp;ปีนี้มีการบริหารจัดการแข่งขันที่ดีมาก&nbsp;และมีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ที่เข้มแข็ง&nbsp;การปล่อยตัวแบบเว้นระยะห่าง&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทุกคน&nbsp;หากบุรีรัมย์&nbsp;มาราธอนจัดงานประสบความสำเร็จได้&nbsp;ภายใต้การจัดการผู้ร่วมงานหลายหมื่นคน&nbsp;ก็จะเป็นตัวอย่างสำหรับการแข่งขันวิ่งรายการอื่นๆ&nbsp;ของจังหวัดอื่นๆ&nbsp;หากสามารถบริหารจัดการ&nbsp;เราจะสามารถจัดการแข่งขัน&nbsp;หรือจัดอีเวนต์ได้ทุกอย่าง&nbsp;</p><p><strong>สำหรับผลการแข่งขัน&nbsp;ระยะมาราธอน&nbsp;42.195&nbsp;กิโลเมตร</strong>&nbsp;ผู้ที่เข้าเส้นชัยคนแรก&nbsp;ฝ่ายชาย&nbsp;ได้แก่&nbsp;เซอร์เก&nbsp;ซีรียานอฟ&nbsp;ปอดเหล็กจากรัสเซีย&nbsp;ทำเวลาได้&nbsp;2&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;28&nbsp;นาที&nbsp;อันดับ&nbsp;2&nbsp;สัญชัย&nbsp;นามเขต&nbsp;เหรียญเงินซีเกมส์&nbsp;ครั้งที่&nbsp;30&nbsp;ที่ฟิลิปปินส์&nbsp;ทำเวลาได้&nbsp;2&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;35&nbsp;นาที&nbsp;คว้าแชมป์คนไทยและได้รับถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา&nbsp;นเรนทิราเทพยวดี&nbsp;กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร&nbsp;มหาวัชรราชธิดาเป็นสมัยที่&nbsp;3&nbsp;ส่วนอันดับ&nbsp;3&nbsp;บุญถึง&nbsp;ศรีสังข์&nbsp;ทำเวลาได้&nbsp;2.41.01.89&nbsp;ชม.</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	23/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	บุรีรัมย์	สวท.บุรีรัมย์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220123222611676
698	ยะลา ตรวจ ATK นักเรียน ป.4-ป.5 ก่อนเข้าเรียน ออนไซต์  โรงเรียนสังกัดเทศบาลฯ  วันแรก	<p><strong>จาก&nbsp;ที่โรงเรียนสังกัดเทศบาลนครยะลา&nbsp;ทั้ง&nbsp;6&nbsp;โรงเรียน&nbsp;</strong>ได้เปิดทำการเรียน&nbsp;การสอน&nbsp;ในรูปแบบ&nbsp;On-Site<strong>&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;โดยให้นักเรียนชั้นมัธยม&nbsp;ม.ต้น&nbsp;ม.ปลาย&nbsp;และ&nbsp;ป.6&nbsp;มาโรงเรียน&nbsp;เป็นสัปดาห์แรก&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;ม.ค&nbsp;65&nbsp;โดยตลอดหนึ่งสัปดาห์&nbsp;ทุกโรงเรียนสามารถปฎิบัติตามมาตรการป้องกันโควิดได้เป็นอย่างดี&nbsp;&nbsp;ทำให้ไม่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19</p><p><strong>ล่าสุดทางคณะผู้บริหารเทศบาลฯ&nbsp;ได้ให้นักเรียน&nbsp;ชั้น&nbsp;ป.4&nbsp;และ&nbsp;ป.5</strong>&nbsp;ของโรงเรียนเทศบาลฯ&nbsp;ทั้ง&nbsp;6&nbsp;แห่ง&nbsp;เรียน&nbsp;On-Site<strong>&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;ที่โรงเรียนแล้ว&nbsp;โดยเริ่มวันนี้&nbsp;24&nbsp;ม.ค&nbsp;65&nbsp;เป็นวันแรก&nbsp;พร้อมกับ&nbsp;นักเรียนชั้นมัธยม&nbsp;ม.ต้น&nbsp;ม.ปลาย&nbsp;และ&nbsp;ป.6&nbsp;ในกลุ่มแรกที่เปิดเรียนไปแล้ว&nbsp;</p><p><strong>ขณะบรรยากาศ&nbsp;วันแรกที่โรงเรียนเทศบาล&nbsp;6&nbsp;บรรดาพ่อ&nbsp;แม่&nbsp;ผู้ปกครอง&nbsp;</strong>ได้นำลูกๆ&nbsp;มาส่งที่โรงเรียนกันตั้งแต่เช้า&nbsp;&nbsp;นักเรียนทุกคนต่างตื่นเต้น&nbsp;ดีใจที่ได้มาโรงเรียนกันตามปกติในรูปแบบวิถีใหม่&nbsp;ได้มาเจอกับเพื่อนๆ&nbsp;&nbsp;โดยนักเรียนทุกคน&nbsp;ก็จะต้องผ่านจุดคัดกรองเพื่อความปลอดภัยตามมาตรการรองรับการเปิดสถานศึกษาในรูปแบบ&nbsp;on-site&nbsp;&nbsp;มีการสวมหน้ากาก&nbsp;ล้างมือ&nbsp;ตรวจวัดอุณหภูมิ&nbsp;ลงทะเบียน&nbsp;ซึ่งบางคนก็จะพกเจลล้างมือ&nbsp;ติดตัวมาด้วย&nbsp;&nbsp;ส่วนนักเรียน&nbsp;ป.4,ป.5&nbsp;ที่มาเรียนในวันนี้ก็จะต้องเข้ารับการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเข้าห้องเรียน&nbsp;&nbsp;ซึ่งมีทางคณะครู&nbsp;ที่ผ่านการฝึกอบรมตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;(แบบ&nbsp;Home&nbsp;use)&nbsp;&nbsp;เจ้าหน้าที่จากสำนักการสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เทศบาลฯ&nbsp;ทำการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ให้กับนักเรียน&nbsp;เบื้องต้นจากการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลออกมากเป็นลบ&nbsp;(Negative)&nbsp;ทุกคน</p><p><strong>นางพนิดา&nbsp;อินทจันทร์&nbsp;ผอ.โรงเรียน&nbsp;เทศบาล&nbsp;6&nbsp;วัดเมืองยะลา&nbsp;เผยว่า&nbsp;</strong>วันนี้เป็นการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ให้กับนักเรียน&nbsp;ที่เข้ามาเรียน&nbsp;โดยความยินยอมของผู้ปกครอง&nbsp;เนื่องจากเด็กบางคนยังไม่ได้รับวัคซีน&nbsp;สำหรับทางโรงเรียนก็จะมีมาตรการป้องกันโควิด&nbsp;การตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ของสำนักการสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เทศบาลฯ&nbsp;พ่นยาฆ่าเชื้อ&nbsp;ก่อนเรียน&nbsp;มีการเว้นระยะห่าง&nbsp;รวมไปถึงอาหารกลางวัน&nbsp;ก็จะเป็นกล่อง&nbsp;ชุดเดียวพอทานเสร็จทิ้งได้เลย&nbsp;</p><p><strong>สำหรับนักเรียนของทางโรงเรียนมาทั้งหมด&nbsp;177&nbsp;คน</strong>&nbsp;มีทั้งนักเรียน&nbsp;อนุบาล&nbsp;ประถม&nbsp;นักเรียนเด็กเล็ก&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;การเปิดเรียนชั้น&nbsp;ป.6&nbsp;ในสัปดาห์แรก&nbsp;ที่เรียนไปแล้วเป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด&nbsp;ทางโรงเรียนมีมาตรการป้องกันที่เข้มงวดผู้ปกครองก็ไว้ใจที่จะให้นักเรียนมาเรียนมากขึ้น&nbsp;ตอนนี้นักเรียนมาโรงเรียนแล้ว&nbsp;80%&nbsp;ก็คงทยอยมาเรื่อยๆ</p><p><strong>ขณะที่จากข้อมูลพบว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;จะมีนักเรียน&nbsp;ป.4-ป.5</strong>&nbsp;โรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครยะลา&nbsp;ทั้ง&nbsp;6&nbsp;แห่ง&nbsp;เข้ารับการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;จำนวน&nbsp;702&nbsp;คน&nbsp;ก่อนเข้าเรียน&nbsp;On-Site<strong>&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;ที่โรงเรียน&nbsp;&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;ร.ร.เทศบาล&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;57&nbsp;คน&nbsp;ร.ร.&nbsp;เทศบาล&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;109&nbsp;คน(ตรวจไปแล้วเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา)&nbsp;ร.ร.เทศบาล&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;คน&nbsp;ร.ร.เทศบาล&nbsp;4&nbsp;จำนวน&nbsp;303&nbsp;คน&nbsp;&nbsp;ร.ร.เทศบาล&nbsp;5&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;193&nbsp;คน&nbsp;และ&nbsp;ร.ร.เทศบาล&nbsp;6&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;คน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	24/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124094039699
699	จ.ลำปางพบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่  45  ราย	<p><strong>สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;รายงานสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;24&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;พบผู้ป่วยรายใหม่&nbsp;45&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ติดเชื้อยืนยันตรวจด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;24&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ติดเชื้อเข้าข่ายตรวจด้วยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;21&nbsp;ราย&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ถึงปัจจุบัน&nbsp;พบผู้ป่วยสะสม&nbsp;&nbsp;1,983&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ระหว่างรักษา&nbsp;1,046&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายกลับบ้านสะสม&nbsp;936&nbsp;ราย&nbsp;และเสียชีวิตสะสม&nbsp;1&nbsp;ราย</p><p>&nbsp;<strong>สำหรับข้อมูลการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;</strong>ณ&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ของวันเดียวกัน&nbsp;จังหวัดลำปางวัคซีนไปแล้ว&nbsp;1,049,868&nbsp;เข็ม&nbsp;จำแนกเป็นเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;475,527&nbsp;คน&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;447,629&nbsp;คน&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;122,983&nbsp;คน&nbsp;และเข็มที่&nbsp;4&nbsp;จำนวน&nbsp;3,729&nbsp;คน</p><p><strong>จังหวัดลำปางขอความร่วมมือประชาชนเคร่งครัดตามมาตรการป้องกันโรค&nbsp;DMHTTA&nbsp;</strong>ทั้งนี้&nbsp;หากมีข้อสงสัย&nbsp;สอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนโควิด-19&nbsp;ลำปาง&nbsp;โทร.&nbsp;093&nbsp;140&nbsp;8023&nbsp;ในวันเวลาราชการ&nbsp;และวันเสาร์-อาทิตย์&nbsp;เวลา&nbsp;08.30-16.30&nbsp;น.&nbsp;หรือสอบถามที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	24/1/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124104237736
700	นายกรัฐมนตรี ขอสภาฯร่วมผลักดันกฎหมายสำคัญ เตรียมพร้อมการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ยืนยันการทำงานพรรคร่วมรัฐบาลเป็นหนึ่งเดียว	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;ว่า&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;รับทราบรายงานวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;ที่คาดว่าจะมีการพิจารณาร่างกฏหมายประกอบรัฐธรรมนูญ&nbsp;ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;และร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง&nbsp;ในเดือนกุมภาพันธ์นี้&nbsp;โดยนายกรัฐมนตรี&nbsp;ขอให้สมาชิกรัฐสภาร่วมกันผลักดันกฎหมายที่มีความสำคัญ&nbsp;ซึ่งรัฐบาลมีความตั้งใจให้กฎหมายของไทยเป็นไปตามหลักสากล&nbsp;รวมทั้งญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะเกิดขึ้นขอให้ทุกกระทรวงเตรียมความพร้อมในการชี้แจง&nbsp;โดยเฉพาะรัฐมนตรีจะต้องช่วยชี้แจงเองด้วย&nbsp;พร้อมย้ำว่าวันนี้การทำงานของรัฐบาลเป็นหนึ่งเดียวกัน</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ด้านนายนิโรธ&nbsp;สุนทรเลขา</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล&nbsp;หรือวิปรัฐบาล&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ปัญหาการเมืองภายในพรรคพลังประชารัฐ&nbsp;อาจส่งผลกระทบต่อเสียงของรัฐบาลในสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;แต่คาดว่าแม้ร้อยเอก&nbsp;ธรรมนัส&nbsp;พรหมเผ่า&nbsp;จะออกไปอยู่พรรคใหม่&nbsp;ก็ยังคงสนับสนุนรัฐบาลต่อ&nbsp;ส่วนกฎหมายลูกที่กำลังจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ&nbsp;มองว่า&nbsp;ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านจะร่วมมือกัน&nbsp;เพราะถือว่าเป็นกฎหมายสำคัญ&nbsp;เป็นกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญในการเลือกตั้ง&nbsp;จึงเชื่อว่าจะผ่านไปด้วยดี&nbsp;ไม่น่ามีปัญหา&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">สำหรับกรณีที่&nbsp;ส.ส.บางส่วนต้องกักตัวนั้น</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ได้แจ้งไปยังกลุ่มผู้แทนพรรคพลังประชารัฐ&nbsp;ให้ไปตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ให้เรียบร้อย&nbsp;และได้รายงานให้นายชวน&nbsp;หลีกภัย&nbsp;ประธานสภาผู้แทนราษฏร&nbsp;ได้รับทราบแล้ว&nbsp;ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าจะเสนอให้เลื่อนการประชุม&nbsp;แต่คือความรับผิดชอบที่ต้องแจ้งให้ประธานรับทราบว่ามีกรณีนี้เกิดขึ้นเท่านั้น</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	24/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124195803970
701	จังหวัดพังงา ติดตามสถานการณ์การควบคุมและป้องกันโควิด-19	<p><strong>วันนี้&nbsp;(24&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพังงา</strong>&nbsp;ได้ประชุมติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;พร้อมกับมาตรการควบคุมและป้องกันในทุกพื้นที่&nbsp;โดยมีนายจำเริญ&nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;มีนายบุญเติม&nbsp;เรณุมาศ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;นายเถลิงศักดิ์&nbsp;นุชประหาร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;คณะกรรมการฯ&nbsp;นายอำเภอทั้ง&nbsp;8&nbsp;อำเภอ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมภูผา&nbsp;ศาลากลางจังหวัดพังงา&nbsp;</p><p><strong>โดยศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;</strong>(Covid&nbsp;-19)&nbsp;จังหวัดพังงา&nbsp;(ศบค.พง.)&nbsp;ได้รายงานสรุปสถานการณ์ของระลอกเดือนมกราคม&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;23&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;รวมผู้ป่วยสะสมในจังหวัด&nbsp;จำนวน&nbsp;1,570&nbsp;ราย&nbsp;-รักษาหายแล้ว&nbsp;1,048&nbsp;ราย&nbsp;-กำลังรักษา&nbsp;521&nbsp;ราย&nbsp;-เสียชีวิต&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และพบผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;&nbsp;95&nbsp;ราย&nbsp;รวมทั้งรายงานการให้บริการฉีดวัคซีนเข็ม&nbsp;1&nbsp;เข็ม&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;3&nbsp;ในทุกพื้นที่,&nbsp;นำเสนอแผนบริหารจัดการการฉีดวัคซีนในเด็กอายุระหว่าง&nbsp;5-11&nbsp;ขวบ,&nbsp;และการปรับมาตรการในพื้นที่นำร่องจังหวัดท่องเที่ยว&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ยังต้องให้ประชาชนปฏิบัติตัวให้ปลอดภัยด้วยมาตรการเช่นเดิม</strong>&nbsp;รวมไปถึงมาตรการที่เพิ่มเข้ามาคือ&nbsp;พังงาเราช่วยกัน&nbsp;ปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;VUCA&nbsp;ได้แก่&nbsp;V&nbsp;การรับวัคซีน&nbsp;&nbsp;U&nbsp;ป้องกันตนเองตลอดเวลา&nbsp;C&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;ร้านค้า&nbsp;สถานประกอบการใช้มาตรการพื้นที่ปลอดโควิด-19&nbsp;และ&nbsp;A&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;กรณีที่มีความเสี่ยงต่อการรับเชื้อ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong>&nbsp;</p>	24/1/2022	NULL	พังงา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124152654822
702	ยังไม่มีคำสั่งงดประชุมสภาผู้แทนราษฎร หลังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ติดโควิด-19 	<p><strong>นายแพทย์&nbsp;สุกิจ&nbsp;อัถโถปกรณ์&nbsp;ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร</strong>&nbsp;กล่าวถึงกรณีที่นายชัยวุฒิ&nbsp;ธนาคมานุสรณ์&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;มีผลยืนยันติดเชื้อโควิด-19&nbsp;และเข้ารับการรักษาตัวว่า&nbsp;จากการสอบถามนายชัยวุฒิ&nbsp;ทราบว่าเมื่อวันที่&nbsp;19&nbsp;มกราคมที่ผ่านมา&nbsp;ได้เข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;จากนั้นลงพื้นที่และเมื่อวันที่&nbsp;22&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มีอาการไม่สบาย&nbsp;จึงเข้ารับการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;และตรวจแบบ&nbsp;RT-PCR&nbsp;เมื่อ&nbsp;23&nbsp;มกราคม&nbsp;และเข้ารับการรักษาตัวแล้ว&nbsp;จากไทม์ไลน์ดังกล่าว&nbsp;เชื่อว่า&nbsp;ส.ส.&nbsp;ที่ใกล้ชิดนายชัยวุฒิ&nbsp;ในวันที่&nbsp;19&nbsp;มกราคมนั้นไม่มีโอกาสจะรับเชื้อ&nbsp;ส่วนวันที่&nbsp;20&nbsp;-21&nbsp;มกราคม&nbsp;บุคคลใกล้ชิดมีความเสี่ยง&nbsp;ส่วนกรณีที่นายนิโรธ&nbsp;สุนทรเลขา&nbsp;ประธานวิปรัฐบาล&nbsp;จะขอหารือกับนายชวน&nbsp;หลีกภัย&nbsp;ประธานสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;เพื่อขอให้มีคำสั่งงดการประชุมสัปดาห์นี้จากการประเมินแล้วมองว่าไม่มีความจำเป็นต้องงด&nbsp;ทั้งนี้ก่อนการเข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎรต้องขอความร่วมมือจาก&nbsp;ส.ส.พรรคพลังประชารัฐทุกคน&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรให้บริการ&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.&nbsp;-&nbsp;12.00&nbsp;น.&nbsp;ก่อน</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์ผู้ติดเชื้อของสภาผู้แทนราษฎร</strong>&nbsp;พบว่า&nbsp;มี&nbsp;ส.ส.ติดเชื้อ&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;คือ&nbsp;นายเดชอิศม์&nbsp;ขาวทอง&nbsp;ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์&nbsp;และนายชัยวุฒิ&nbsp;โดยเป็นการติดเชื้อจากนอกสภาและมีข้าราชการ&nbsp;10&nbsp;คน&nbsp;โดยทั้งหมดทำงานที่บ้าน</p><p><br></p><p><br></p>	24/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124193949956
703	สาธารณสุขขอนแก่น ประชุมศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์และสาธารณสุขกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID -19) จังหวัดขอนแก่น (EOC)	<p><strong>นายแพทย์ภาคี&nbsp;ทรัพย์พิพัฒน์</strong>&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น&nbsp;เป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์และสาธารณสุขกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;(EOC)&nbsp;ผ่านการประชุมทางไกล&nbsp;Web&nbsp;Conference&nbsp;ครั้งที่&nbsp;9/2565&nbsp;จำนวนผู้เข้าร่วมประชุมผ่านออนไลน์&nbsp;176&nbsp;คน&nbsp;คณะผู้บริหาร&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมหม่อนไหม&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;คน&nbsp;มีประเด็นติดตามและข้อสั่งการที่สำคัญ&nbsp;ดังนี้&nbsp;</p><p><strong>ข้อสรุปจาก&nbsp;EOC&nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;</strong>การฉีดวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็มขึ้นไป&nbsp;ทุกสูตร&nbsp;ทุกประเภท&nbsp;มีประสิทธิผลการป้องกันการสียชีวิตและป่วยรุนแรงจากโควิดได้สูงถึง&nbsp;86-100%&nbsp;ผู้ได้รับวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็มทุกสูตร&nbsp;ประสิทธิผลการป้องกันการติดเชื้อลดลงเมื่อเวลาผ่านไป&nbsp;และไม่เพียงพอในการป้องกันการติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;การกระตุ้นเข็มที่&nbsp;3&nbsp;สำหรับผู้ที่ได้รับวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันการติดเชื้อให้สูงขึ้น&nbsp;และสามารถป้องกันการติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนได้พอสมควร&nbsp;52-89%&nbsp;โดยป้องกันการติดเชื้อได้น้อยกว่าสายพันธุ์เดลต้า&nbsp;(เดลต้า&nbsp;82-100%)</p><p><strong>การฉีดวัคซีนเข็ม&nbsp;3&nbsp;ด้วย&nbsp;AZ&nbsp;และ&nbsp;PF&nbsp;</strong>มีประสิทธิผลการป้องกันการติดเชื้อและการเสียชีวิตได้สูงไม่แตกต่างกัน&nbsp;ทั้งต่อสายพันธุ์เดลต้าและโอมิครอน&nbsp;การป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19&nbsp;ให้ใช้มาตรการที่มีประสิทธิผลผสมผสานร่วมกัน&nbsp;คือ&nbsp;</p><p>1)&nbsp;การฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น&nbsp;และบุคคลที่ไม่ได้ฉีด&nbsp;</p><p>2)&nbsp;การร่วมมือป้องกัน&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;และ&nbsp;VUCA&nbsp;</p><p>3)&nbsp;จัดสถานที่สิ่งแวดล้อมปลอดภัย&nbsp;(Covid&nbsp;Free&nbsp;Setting)&nbsp;หลีกเลี่ยงความแออัด&nbsp;อยู่ใกล้ชิด&nbsp;ที่ปิดอับ&nbsp;(3C:&nbsp;Crowed,&nbsp;Close-contact,&nbsp;Confined&nbsp;and&nbsp;enclosed)&nbsp;</p><p>4)&nbsp;การตรวจหาการติดเชื้อหากมีอาการสงสัยหรือความเสี่ยงด้วย&nbsp;ATK&nbsp;</p><p>แนวปฏิบัติสำหรับการลดการติดเชื้อสู่โรคประจำถิ่น&nbsp;เน้นการตรวจด้วย&nbsp;ATK&nbsp;และรับไว้รักษาแบบ&nbsp;Home&nbsp;Isolation,&nbsp;Community&nbsp;Isolation&nbsp;กรณีผู้สัมผัสเสี่ยงสูงกักตัว10&nbsp;วัน&nbsp;หลังกักตัว&nbsp;5-6&nbsp;วัน&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นลบ&nbsp;เฝ้าระวังสังเกตอาการตัวเอง&nbsp;ไม่ต้องกักตัวต่อ&nbsp;</p><p>การรับเข้ารักษาในโรงพยาบาลขอให้เป็นไปตามเกณฑ์ในการนำส่งต่อผู้ป่วยเข้าโรงพยาบาล&nbsp;ของกรมการแพทย์&nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;(วันที่&nbsp;4&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;</p><p>การติดตามสถานการณ์การติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;ยังพบการติดเชื้อสูงต่อเนื่อง&nbsp;กรณีเกิดการติดเชื้อในโรงงาน&nbsp;อำเภอชุมแพ&nbsp;สสจ.ขอนแก่น&nbsp;ออกติดตามร่วมกับ&nbsp;สคร.&nbsp;7&nbsp;ขอนแก่นแล้ว&nbsp;และขอให้ลงกำกับติดตามร่วมกับแรงงานจังหวัดและอุตสาหกรรมจังหวัดอีกครั้ง&nbsp;</p><p>การติดตามการดำเนินงาน&nbsp;Covid&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;ดำเนินการได้ครอบคลุมในสถานประกอบการร้านค้า&nbsp;หน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;สถานประกอบการนวด&nbsp;สปา&nbsp;โรงงานน้ำแข็ง&nbsp;น้ำดื่ม&nbsp;ประเมินตนเองแล้ว&nbsp;53&nbsp;%&nbsp;</p><p>การติดตามการฉีดวัคซีนประชาชนจังหวัดขอนแก่น&nbsp;ปรับเป้าหมายตามสิทธิรักษาพยาบาลเป็นหลักตาม&nbsp;ศบค.กำหนด&nbsp;</p><p>-&nbsp;ความครอบคลุมการฉีด&nbsp;68.3&nbsp;%&nbsp;</p><p>-&nbsp;การบริหารจัดการวัคซีน&nbsp;ขอให้ตรวจสอบอายุวัคซีน&nbsp;และเร่งการฉีดวัคซีนให้ได้มากที่สุด&nbsp;</p><p>-&nbsp;การเตรียมการฉีดวัคซีนในเด็ก&nbsp;5-11&nbsp;ปี&nbsp;วันที่&nbsp;30-31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;แจ้งแผนกำหนดการฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;สถานที่และจำนวนรายวัน&nbsp;เริ่มฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;1&nbsp;ให้นักเรียน&nbsp;5-12&nbsp;ปี&nbsp;นำแผนการบูรณาการการฉีดวัคซีนฯ&nbsp;เข้าหารือในการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดขอนแก่นอีกครั้ง&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	24/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ขอนแก่น	สวท.ขอนแก่น	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124193428951
704	คกก.นครพนม ปรับมาตรการดื่มในร้านอาหารได้ไม่เกิน 23.00 น. รวมกลุ่มได้ไม่เกิน 1,000 คน	<p><strong>วันที่&nbsp;24&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ห้องประชุมพระธาตุพนม&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดนครพนม&nbsp;</strong>นายวรรณพล&nbsp;ต่อพล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายแพทย์ปรีดา&nbsp;วรหาร&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม&nbsp;นายแพทย์ธนสิทธิ์&nbsp;ไพรพงษ์&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครพนม&nbsp;และนายแพทย์กิตติเชษฐ์&nbsp;ธีรกุลพงศ์เวช&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม&nbsp;(ด้านเวชกรรมป้องกัน)&nbsp;ร่วมกันแถลงสถานการณ์ในการเฝ้าระวังป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิดในพื้นที่&nbsp;ภายหลังการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครพนม&nbsp;ซึ่งวันนี้มีผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;16&nbsp;ราย&nbsp;เป็นคนในพื้นที่ทั้งหมด&nbsp;โดยปัจจุบันยังคงเฝ้าระวังอยู่&nbsp;6&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;คือ&nbsp;อำเภอวังยาง&nbsp;1&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;อำเภอนาหว้า&nbsp;1&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;อำเภอท่าอุเทน&nbsp;1&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;2&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;และอำเภอนาแก&nbsp;1&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;สำหรับชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ที่ใช้ในการปฏิบัติการเชิงรุก&nbsp;เพื่อค้นหาผู้ป่วย&nbsp;ยังคงเหลือจำนวน&nbsp;31,097&nbsp;ชุด&nbsp;ถือว่ามีความเพียงพอต่อการปฏิบัติหน้าที่&nbsp;ส่วนเตียงรักษามีผู้ป่วยครองเตียง&nbsp;ทั้งสิ้น&nbsp;248&nbsp;เตียง&nbsp;ยังคงเหลือ&nbsp;1,992&nbsp;เตียง&nbsp;ซึ่งผู้ป่วยที่กำลังรักษาส่วนใหญ่ไม่มีอาการ&nbsp;อาการเล็กน้อย&nbsp;47&nbsp;ราย&nbsp;อาการปานกลาง&nbsp;22&nbsp;ราย&nbsp;อาการรุนแรงไม่มี&nbsp;</p><p><strong>โดยในวันนี้&nbsp;คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครพนม&nbsp;ได้มีการปรับมาตรการ&nbsp;</strong>เพื่อให้สอดคล้องกับการปฏิบัติในพื้นที่&nbsp;ซึ่งเป็นสีส้ม&nbsp;โดยมีการปรับ&nbsp;ให้สามารถจัดกิจกรรมหรือการรวมกลุ่มของบุคคลที่เข้าร่วมได้ไม่เกิน&nbsp;1,000&nbsp;คน&nbsp;โดยให้ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคติดต่ออำเภอ&nbsp;พิจารณาการจัดกิจกรรมที่มีการรวมกันของบุคคลจำนวนมาก&nbsp;และต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครพนม&nbsp;ซึ่งผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมจะต้องแสดงหลักฐานในการรับวัคซีนครบตามเกณฑ์ที่ทางราชการกำหนด&nbsp;หรือแสดงตรวจผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ในระยะไม่เกิน&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมงก่อนเข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;ส่วนการบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้าน&nbsp;จำกัดเวลาไม่เกิน&nbsp;23.00&nbsp;น.&nbsp;โดยร้านที่ประสงค์ขอเปิดให้บริโภคสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์&nbsp;ต้องให้ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคติดต่ออำเภอเป็นผู้พิจารณา&nbsp;และต้องเป็นร้านที่ผ่านมาตรฐาน&nbsp;SHA+&nbsp;หรือ&nbsp;Thai&nbsp;stop&nbsp;covid&nbsp;2&nbsp;plus&nbsp;หรือมาตรการ&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;setting&nbsp;ขึ้นอยู่กับประเภทของร้าน&nbsp;นอกจากนี้ยังมีการพิจารณาอนุมัติให้เปิดเรียนแบบ&nbsp;On&nbsp;site&nbsp;ได้เพิ่มอีก&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;แห่ง&nbsp;ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอีก&nbsp;6&nbsp;แห่ง&nbsp;ทำให้ปัจจุบันมีโรงเรียนที่สามารถเปิดได้แล้ว&nbsp;165&nbsp;แห่ง&nbsp;ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก&nbsp;16&nbsp;แห่ง&nbsp;</p><p><br></p><p>ภาพ/ข่าว/ส.ปชส.นครพนม</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	24/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครพนม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124182713871
705	นายอำเภอรัตนบุรี ร่วมกับผู้บัญชาการเรือนจำอำเภอรัตนบุรี และส่วนราชการ เร่งกำหนดมาตรการควบคุมป้องโควิด-19 เพื่อความปลอดภัยของประชาชน	<p><strong>วันนี้&nbsp;(24&nbsp;มกราคม&nbsp;2569)&nbsp;นายคเณศวร&nbsp;เกษอินทร์&nbsp;นายอำเภอรัตนบุรี</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายวิรัตน์&nbsp;แดงเถิน&nbsp;ผู้บัญชาการเรือนจำอำเภอรัตนบุรี&nbsp;นพ.กฤษฎา&nbsp;วันดี&nbsp;รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลรัตนบุรี&nbsp;ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง&nbsp;ผู้ช่วยสาธารณสุขอำเภอรัตนบุรี&nbsp;และนายก&nbsp;อบต.ไผ่&nbsp;ร่วมกัน&nbsp;พิจารณากำหนดมาตรการเร่งด่วน&nbsp;เพื่อควบคุมการแพร่กระจายเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ภายในเรือนจำอำเภอรัตนบุรี&nbsp;ประกอบด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1)&nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ที่&nbsp;23&nbsp;ม.ค.65&nbsp;เจ้าพนักงานควบคุมโรค&nbsp;เข้าตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผู้ต้องขัง&nbsp;จำนวน&nbsp;1,214&nbsp;คน&nbsp;ผลเป็น&nbsp;negative&nbsp;ทุกคน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2)&nbsp;เรือนจำอำเภอรัตนบุรี&nbsp;แจ้งประสานอำเภอรัตนบุรี&nbsp;แจ้งต่อคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ขอเปิดศูนย์กักตัวในบริเวณพื้นที่เรือนจำ&nbsp;เนื่องจาก&nbsp;มีสถานที่&nbsp;บุคลากร&nbsp;พร้อมดูแล&nbsp;ซึ่งจำเป็นต้องดูแลผู้พ้นโทษ&nbsp;จำนวน&nbsp;112&nbsp;คน&nbsp;ที่ปล่อยตัวในวันนี้&nbsp;ตามมาตรการสาธารณสุข&nbsp;ก่อนปล่อยตัวกลับภูมิลำเนา&nbsp;ป้องกันไม่ให้โรคติดต่อแพร่กระจายสู่ชุมชน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3)&nbsp;เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ&nbsp;ฝ่ายสาธารณสุข&nbsp;พิจารณาสั่งกักกันตัว&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;เพื่อป้องกันลดความเสี่ยงต่อประชาชน&nbsp;และ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4)&nbsp;เรือนจำอำเภอรัตนบุรี&nbsp;จะแจ้งประสานไปที่&nbsp;อบต.ไผ่&nbsp;เพื่อพิจารณาดำเนินการป้องกันและควบคุมโรค&nbsp;ตามอำนาจหน้าที่ต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	24/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124191339925
706	จังหวัดปัตตานี ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ครั้งที่ 42565 เห็นชอบให้เปิดการเรียนการสอน แบบ On site จำนวน 13 โรงเรียน	<p><strong>วันนี้&nbsp;(24&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด</strong>&nbsp;ครั้งที่&nbsp;4/2565&nbsp;เห็นชอบให้เปิดการเรียนการสอน&nbsp;แบบ&nbsp;On&nbsp;site&nbsp;จำนวน&nbsp;13&nbsp;โรงเรียน</p><p><strong>ว่าที่ร้อยตรีตระกูล&nbsp;โทธรรม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี</strong>&nbsp;เป็นประธานประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดปัตตานี&nbsp;ครั้งที่&nbsp;4/2565&nbsp;ที่ห้องประชุมพญาตานี&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดปัตตานี&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;ของจังหวัดปัตตานี&nbsp;โดยให้คณะอนุกรรมการฯ&nbsp;ทั้ง&nbsp;7&nbsp;ด้าน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;คณะอนุกรรมการด้านการป้องกันการติดเชื้อ&nbsp;,&nbsp;ด้านการควบคุมการแพร่ระบาด&nbsp;,&nbsp;ด้านการรักษาผุ้ติดเชื้อ&nbsp;,&nbsp;ด้านการเยียวยา&nbsp;,&nbsp;ด้านการเตรีความพร้อมสำหรับมาตรการผ่อนคลาย&nbsp;,&nbsp;ด้านข้อมูลประชาสัมพันธ์&nbsp;&nbsp;และรับเรื่องร้องเรียน&nbsp;และด้านกำกับติดตามการบังคับใช้กฎหมาย&nbsp;ได้รายงานผลการปฏิบัติงานฯ&nbsp;ตามลำดับ&nbsp;ด้านการฉีดวัคซีนในภาพรวมของทุกกลุ่ม&nbsp;อยู่ที่ร้อยละ&nbsp;59.5&nbsp;พร้อมเร่งรณรงค์ให้ประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนกระตุ้ม&nbsp;เข็ม&nbsp;3&nbsp;ณ&nbsp;รพ.สต.ใกล้บ้าน&nbsp;ให้ครอบคลุมมากที่สุด&nbsp;ในส่วนมาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร&nbsp;COVID-Free&nbsp;Setting&nbsp;จำนวน&nbsp;3,359&nbsp;แห่ง&nbsp;ผ่านเกณฑ์&nbsp;&nbsp;3,227&nbsp;แห่ง&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;96.07&nbsp;พร้อมให้มีการตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงเชิงรุก&nbsp;ด้วยระบบ&nbsp;ATK&nbsp;ค้นหาผู้ติดเชื้อโดยเฉพาะผู้ที่เดินทางจากจังหวัดกลุ่มเสี่ยง&nbsp;เพื่อให้การควบคุมและป้องกันโรคโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยที่ประชุมครั้งนี้&nbsp;ได้เห็นชอบให้เปิดการเรียนการสอนของสถานศึกษาปัตตานี</strong>&nbsp;แบบ&nbsp;On&nbsp;site&nbsp;ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ผ่านการประเมินความพร้อม&nbsp;Thai&nbsp;Stop&nbsp;Covid&nbsp;Plus&nbsp;ตามเงื่อนไขที่กำหนด&nbsp;จำนวน&nbsp;13&nbsp;โรงเรียน&nbsp;ประกอบด้วยโรงเรียน&nbsp;ในพื้นที่อำเภอปะนาเระ&nbsp;4&nbsp;โรงเรียน&nbsp;อำเภอเมืองปัตตานี&nbsp;2&nbsp;โรงเรียน&nbsp;และอำเภอโคกโพธิ์&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;โรงเรียน&nbsp;พร้อมเน้นย้ำให้ทุกโรงเรียนได้ถือปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด&nbsp;สำหรับสถานการณ์&nbsp;COVID&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;ระลอกเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;23&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ผู้ป่วยยืนยันรายใหม่&nbsp;(RT-&nbsp;PCR)&nbsp;จำนวน&nbsp;13&nbsp;ราย&nbsp;และผู้ติดเชื้อเข้าข่าย&nbsp;(ATK)&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยยืนยันสะสม&nbsp;405&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;ผู้หายป่วย&nbsp;270&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;8&nbsp;ราย.&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ภาพ/ข่าว/บดินทร์&nbsp;ส.ปชส.ปน.</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	24/1/2022	ภาคใต้	ปัตตานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124182815872
707	คกก.โรคติดต่อจังหวัดนครพนม อนุมัติเปิดเรียน On-Site เพิ่ม รวมกลุ่มได้ไม่เกิน 1,000 ดื่มในร้านไม่เกิน 23.00 น.	<p><strong>วันที่&nbsp;24&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;15.49&nbsp;น.&nbsp;ที่ห้องประชุมพระธาตุพนม&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดนครพนม&nbsp;(หลังใหม่)</strong>&nbsp;หลังการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครพนม&nbsp;ครั้งที่&nbsp;5/2565&nbsp;นายชาธิป&nbsp;รุจนเสรี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&nbsp;ประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครพนม&nbsp;มอบหมาย&nbsp;นายวรรณพล&nbsp;ต่อพล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&nbsp;พร้อมนายแพทย์ปรีดา&nbsp;วรหาร&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม&nbsp;ผู้บัญชาการเหตุการณ์ภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข&nbsp;(Incident&nbsp;Command&nbsp;System:&nbsp;ICS)&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;นายแพทย์ธนสิทธิ์&nbsp;ไพรพงษ์&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครพนม&nbsp;และนายแพทย์กิตติเชษฐ์&nbsp;ธีรกุลพงศ์เวช&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม&nbsp;(ด้านเวชกรรมป้องกัน)&nbsp;แถลงข่าวรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;วันนี้มีรายงานพบผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;16&nbsp;ราย&nbsp;เป็นการติดเชื้อในพื้นที่จังหวัดนครพนม&nbsp;รวมจำนวนผู้ป่วยสะสม&nbsp;จำนวน&nbsp;742&nbsp;ราย&nbsp;หายป่วยสะสม&nbsp;538&nbsp;ราย&nbsp;หายป่วยกลับบ้านวันนี้&nbsp;23&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษาอยู่&nbsp;253&nbsp;ราย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ในการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครพนม&nbsp;</strong>ที่ประชุมมีมติใน&nbsp;3&nbsp;ประเด็น&nbsp;คือ&nbsp;</p><p>1)&nbsp;การจัดกิจกรรมหรือการรวมกลุ่มของบุคคลที่มีผู้เข้าร่วมไม่เกิน&nbsp;500&nbsp;คน&nbsp;สามารถจัดได้โดยให้ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคติดต่ออำเภอ&nbsp;(ศปก.อ.)&nbsp;พิจารณาการจัดกิจกรรมที่มีการรวมกันของบุคคลจำนวนมาก&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;และต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครพนม&nbsp;โดยผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมต้องสามารถแสดงหลักฐานการได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ที่ทางราชการกำหนดตามบัญชีรายชื่อวัคซีนหรือแสดงผลการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ในระยะเวลาไม่เกิน&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ก่อนเข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;โดยไม่อนุญาตให้มีการจัดกิจกรรมการรวมกลุ่มของบุคคลที่เกินกว่า&nbsp;1,000&nbsp;คน&nbsp;ในทุกกรณี</p><p>2)&nbsp;การบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้าน&nbsp;โดยมาตรการนี้ให้ใช้บังคับกับร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มที่ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้า&nbsp;ศูนย์การค้า&nbsp;คอมมูนิตี้มอลล์&nbsp;หรือสถานประกอบการอื่นที่มีลักษณะคล้ายกันด้วย&nbsp;จำกัดเวลาไม่เกิน&nbsp;23.00&nbsp;น.&nbsp;(จากเดิม&nbsp;21.00&nbsp;น.)&nbsp;ร้านอาหารที่ประสงค์ขอเปิดให้บริโภคสุรา&nbsp;หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้านให้ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคติดต่ออำเภอ&nbsp;(ศปก.อ.)&nbsp;เป็นผู้พิจารณา&nbsp;ต้องเป็นร้านอาหารที่ผ่าน&nbsp;SHA+&nbsp;หรือ&nbsp;THAI&nbsp;STOP&nbsp;COVID&nbsp;2&nbsp;PLUS&nbsp;หรือตามมาตรการ&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;setting&nbsp;(CFS)&nbsp;และ&nbsp;3)&nbsp;การพิจารณาขอเปิดเรียนแบบ&nbsp;On-site&nbsp;ก่อนวันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครพนม&nbsp;เห็นชอบให้เปิดเรียน&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;แห่ง&nbsp;เป็นโรงเรียนในพื้นที่อำเภอเมือง&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;โรงเรียนบ้านนาหลวง&nbsp;และโรงเรียนบ้านนาหัวบ่อ&nbsp;อำเภอนาหว้า&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;โรงเรียนชุมชนนางัว&nbsp;และโรงเรียนบ้านอูนนา&nbsp;อำเภอเรณูนคร&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;โรงเรียนบ้านโคกหินแฮ่&nbsp;อำเภอปลาปาก&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;โรงเรียนบ้านทันสมัย&nbsp;และโรงเรียนบ้านดอนกลาง&nbsp;อำเภอธาตุพนม&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;โรงเรียนบ้านโปร่งหนองเปง&nbsp;และศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก&nbsp;ในพื้นที่อำเภอนาทม&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;แห่ง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ศพด.บ้านนานอ&nbsp;ศพด.บ้านนาดี&nbsp;ศพด.บ้านคำแม่นาง&nbsp;ศพด.เทพนิมิตร&nbsp;ศพด.บ้านชัยมงคล&nbsp;และ&nbsp;ศพด.บวัดศรีบุญสงค์&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ในการประชุมฯ&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;21&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ได้มีการอนุมัติให้เปิดเรียนแบบ&nbsp;On-Site&nbsp;จำนวน&nbsp;157&nbsp;แห่ง&nbsp;และศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;แห่ง&nbsp;รวมโรงเรียนได้รับอนุมัติให้เปิดเรียนแบบ&nbsp;On-Site&nbsp;ก่อน&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;165&nbsp;แห่ง&nbsp;ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก&nbsp;จำนวน&nbsp;18&nbsp;แห่ง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	24/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครพนม	สวท.นครพนม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124185708899
708	คณะกรรมการโรคติดต่อเห็นชอบแนวมาตรการเฝ้าระวังโรคและแนวทางการปรับสถานบริการ สถานบันเทิงเป็นร้านอาหารหรือเครื่องดื่ม	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>วันนี้&nbsp;(24&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;15.20&nbsp;น.&nbsp;ที่ห้องประชุมทานตะวัน&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดลพบุรี&nbsp;</strong>นายสุภกิณห์&nbsp;แวงชิน&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี&nbsp;เป็นประธานประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดลพบุรี&nbsp;โดยที่ประชุมรับทราบสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ของจังหวัดลพบุรี&nbsp;ภายหลังเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;มีแนวโน้มผู้ติดเชื้อมากขึ้น&nbsp;โดยจำนวนผู้ป่วยกระจายอยู่ทุกอำเภอ&nbsp;มีปัจจัยเสี่ยงจากการสัมผัสกับผู้ที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด&nbsp;ร้อยละ&nbsp;33&nbsp;รองลงมาคือสัมผัสกับบุคคลในครอบครัวที่เป็นผู้เสี่ยง&nbsp;ร้อยละ&nbsp;28&nbsp;ที่ประชุมได้ร่วมกันกำหนดแนวทาง/มาตรการ&nbsp;เฝ้าระวังโรค&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้วยการเฝ้าระวังกลุ่มบุคคลที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดตามมาตรการอย่างเคร่งครัด&nbsp;เน้นการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนกลับบ้าน&nbsp;เข้มงวด&nbsp;ติดตาม&nbsp;มาตรการในโรงงานสถานประกอบการ&nbsp;โรงเรียน&nbsp;สถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคระดับอำเภอและคณะตรวจติดตามของจังหวัดที่มีอยู่&nbsp;8&nbsp;คณะ&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังต้องเฝ้าระวังการรวมกลุ่มของประชาชน&nbsp;เน้นย้ำให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน&nbsp;ควบคุมโรคในการจัดงานประเพณีต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;งานบวช&nbsp;งานแต่งงาน&nbsp;งานขึ้นบ้านใหม่&nbsp;งานวันเกิด&nbsp;เป็นต้น&nbsp;พร้อมทั้ง&nbsp;สร้างความตระหนักให้ประชาชนทุกคน&nbsp;ปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;DMHT&nbsp;สำหรับการจัดงานประจำปี&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;ร้านค้า&nbsp;ควรผ่านการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;และมีผลเป็นลบ&nbsp;(ไม่ติดเชื้อ)&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ก่อนได้รับการอนุญาตให้ขายสินค้า&nbsp;ส่วนเทศกาลตรุษจีนที่กำลังจะมาถึงนี้&nbsp;&nbsp;จะมีการกำกับติดตามมาตรการ&nbsp;ในตลาดสด/ตลาดนัด&nbsp;ห้างสรรพสินค้าอย่างเคร่งครัด&nbsp;เนื่องจากเป็นช่วงที่ประชาชนจะออกมาซื้อสินค้าเพื่อใช้ตามประเพณีกัน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เป็นจำนวนมาก</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีมติเห็นชอบแนวทางพิจารณาอนุญาตสำหรับสถานบริการ&nbsp;</strong>สถานบันเทิงที่ประสงค์จะปรับรูปแบบเป็นร้านอาหารหรือเครื่องดื่ม&nbsp;ตามข้อกำหนดฯ&nbsp;ฉบับที่&nbsp;41&nbsp;และฉบับที่&nbsp;42&nbsp;&nbsp;โดยสถานบริการจะต้องประเมินตนเองผ่านแพลตฟอร์ม&nbsp;THAI&nbsp;Stop&nbsp;Covid&nbsp;Plus&nbsp;และ&nbsp;THAI&nbsp;Stop&nbsp;Covid&nbsp;2&nbsp;Plus&nbsp;และยื่นคำขออนุญาตต่อนายอำเภอ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;หรือเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองที่ได้รับมอบหมาย&nbsp;ซึ่งจะมีการตรวจสอบ&nbsp;ประเมินโดยศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคระดับอำเภอ&nbsp;ซึ่งจะอนุญาตเฉพาะผู้ประกอบการที่มีความพร้อมและผ่านเกณฑ์การตรวจประเมินเท่านั้น&nbsp;และภายหลังจากที่ได้รับอนุญาตแล้วจะมีการติดตามตรวจสอบการปฏิบัติของร้านอาหารอย่างใกล้ชิด</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p>"	24/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	ลพบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124190043903
709	คณะกรรมการโรคติดต่อเห็นชอบแนวมาตรการเฝ้าระวังโรคและแนวทางการปรับสถานบริการ สถานบันเทิงเป็นร้านอาหารหรือเครื่องดื่ม	<p><strong>วันที่&nbsp;24&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;15.20&nbsp;น.&nbsp;ที่ห้องประชุมทานตะวัน&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดลพบุรี&nbsp;</strong>นายสุภกิณห์&nbsp;แวงชิน&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี&nbsp;เป็นประธานประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดลพบุรี&nbsp;โดยที่ประชุมรับทราบสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ของจังหวัดลพบุรี&nbsp;ภายหลังเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;มีแนวโน้มผู้ติดเชื้อมากขึ้น&nbsp;โดยจำนวนผู้ป่วยกระจายอยู่ทุกอำเภอ&nbsp;มีปัจจัยเสี่ยงจากการสัมผัสกับผู้ที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด&nbsp;ร้อยละ&nbsp;33&nbsp;รองลงมาคือสัมผัสกับบุคคลในครอบครัวที่เป็นผู้เสี่ยง&nbsp;ร้อยละ&nbsp;28&nbsp;ที่ประชุมได้ร่วมกันกำหนดแนวทาง/มาตรการ&nbsp;เฝ้าระวังโรค&nbsp;ด้วยการเฝ้าระวังกลุ่มบุคคลที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดตามมาตรการอย่างเคร่งครัด&nbsp;เน้นการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนกลับบ้าน&nbsp;เข้มงวด&nbsp;ติดตาม&nbsp;มาตรการในโรงงาน&nbsp;สถานประกอบการ&nbsp;โรงเรียน&nbsp;สถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ&nbsp;โดยศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคระดับอำเภอและคณะตรวจติดตามของจังหวัดที่มีอยู่&nbsp;8&nbsp;คณะ&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังต้องเฝ้าระวังการรวมกลุ่มของประชาชน&nbsp;เน้นย้ำให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน&nbsp;ควบคุมโรคในการจัดงานประเพณีต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;งานบวช&nbsp;งานแต่งงาน&nbsp;งานขึ้นบ้านใหม่&nbsp;งานวันเกิด&nbsp;เป็นต้น&nbsp;พร้อมทั้ง&nbsp;สร้างความตระหนักให้ประชาชนทุกคน&nbsp;ปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;DMHT&nbsp;สำหรับการจัดงานประจำปี&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;ร้านค้า&nbsp;ควรผ่านการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;และมีผลเป็นลบ&nbsp;(ไม่ติดเชื้อ)ก่อนได้รับการอนุญาตให้ขายสินค้า&nbsp;ส่วนเทศกาลตรุษจีนที่กำลังจะมาถึงนี้&nbsp;จะมีการกำกับติดตามมาตรการ&nbsp;ในตลาดสด/ตลาดนัด&nbsp;ห้างสรรพสินค้าอย่างเคร่งครัด&nbsp;เนื่องจากเป็นช่วงที่ประชาชนจะออกมาซื้อสินค้าเพื่อใช้ตามประเพณีกันเป็นจำนวนมาก&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีมติเห็นชอบแนวทางพิจารณาอนุญาตสำหรับสถานบริการ&nbsp;สถานบันเทิง</strong>ที่ประสงค์จะปรับรูปแบบเป็นร้านอาหารหรือเครื่องดื่ม&nbsp;ตามข้อกำหนดฯ&nbsp;ฉบับที่&nbsp;41&nbsp;และฉบับที่&nbsp;42&nbsp;โดยสถานบริการจะต้องประเมินตนเองผ่านแพลตฟอร์ม&nbsp;THAI&nbsp;Stop&nbsp;Covid&nbsp;Plus&nbsp;และ&nbsp;THAI&nbsp;Stop&nbsp;Covid&nbsp;2&nbsp;Plus&nbsp;และยื่นคำขออนุญาตต่อนายอำเภอ&nbsp;หรือเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองที่ได้รับมอบหมาย&nbsp;ซึ่งจะมีการตรวจสอบ&nbsp;ประเมินโดยศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคระดับอำเภอ&nbsp;ซึ่งจะอนุญาตเฉพาะผู้ประกอบการที่มีความพร้อมและผ่านเกณฑ์การตรวจประเมินเท่านั้น&nbsp;และภายหลังจากที่ได้รับอนุญาตแล้วจะมีการติดตามตรวจสอบการปฏิบัติของร้านอาหารอย่างใกล้ชิด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	24/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	ลพบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124192057933
710	ประมวลข่าวทั่วไทยประจำวันที่ 24 มกราคม 2565	"<p>ประมวลข่าวทั่วไทยประจำวันที่&nbsp;24&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</p><p><br></p><p>ประชุมคณะรัฐมนตรี</p><p><strong>ครม.&nbsp;มีมติให้เพิ่มสินค้าประเภทไก่และเนื้อไก่เป็นสินค้าควบคุมเพิ่มเติม&nbsp;ป้องกันการโกงราคาและกักตุนสินค้า</strong></p><p><strong>นางสาวรัชดา&nbsp;ธนาดิเรก&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;มีมติเห็นชอบกำหนดสินค้าควบคุมประจำปี&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;รายการ&nbsp;ตามมติคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;หรือ&nbsp;กกร.&nbsp;ซึ่งเป็นมาตรการระยะเร่งด่วน&nbsp;ในการแก้ไขปัญหารการโก่งราคาสินค้าและกักตุนสินค้า&nbsp;ที่มีความจำเป็นในช่วงเวลานี้&nbsp;</p><p><strong>โดยเพิ่มสินค้าควบคุมใหม่ประกอบด้วย&nbsp;ไก่และเนื้อไก่</strong>&nbsp;เนื่องจากเป็นเนื้ออาหารสัตว์ทางเลือกในช่วงที่เนื้อหมูมีราคาแพง&nbsp;ประชาชนจึงหันมาบริโภคเนื้อไก่มากขึ้นจากรายการสินค้าควบคุมเดิมในปี&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;รายการ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;หน้ากากอนามัย&nbsp;ใยสังเคราะห์เพื่อใช้ผลิตหน้ากากอนามัย&nbsp;ผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบเพื่อสุขอนามัยสำหรับมือ&nbsp;เศษกระดาษหรือกระดาษที่นำกลับมาใช้ได้อีก&nbsp;ดังนั้นเกษตรผู้เลี้ยงไก่และผู้ประกอบการต้องมีหน้าที่รายงานปริมาณการเลี้ยงและต้นทุนราคา&nbsp;โดย&nbsp;กกร.กำหนดให้ผู้เลี้ยงไก่มีปริมาณการเลี้ยงไก่ตั้งแต่&nbsp;100,000&nbsp;ตัวขึ้นไป&nbsp;และโรงชำแหละไก่ที่มีกำลังการผลิตมากกว่า&nbsp;4,000&nbsp;ตัวต่อวัน&nbsp;ต้องแจ้งปริมาณการสต๊อกและต้นทุนราคาการเลี้ยงสัตว์&nbsp;ต่อ&nbsp;กกร.รับทราบเป็นประจำทุกเดือน&nbsp;เพื่อป้องกันการโกงราคาและป้องกันการกักตุนสินค้า&nbsp;ทำให้ปัจจุบันกระทรวงพาณิชย์ได้ประกาศรายการสินค้าและบริการควบคุมไปแล้วรวมครั้งนี้จะเป็นจำนวนทั้งสิ้น&nbsp;56&nbsp;รายการ&nbsp;(จากเดิม&nbsp;51&nbsp;รายการ)&nbsp;เช่น&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;หมูและเนื้อหมู&nbsp;แชมพู&nbsp;ผงซักฟอก&nbsp;ข้าวสาร&nbsp;กระเทียม&nbsp;อาหารกึ่งสำเร็จรูป&nbsp;เครื่องแบบนักเรียน&nbsp;ค่ารักษาพยาบาล&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>นางสาวรัชดา&nbsp;ธนาดิเรก&nbsp;ยังชี้แจงถึงกระแสที่ออกมาว่า</strong>&nbsp;รัฐบาลชุดนี้ปล่อยให้ราคาสินค้าแพง&nbsp;โดยไม่มีการดำเนินการใดๆ&nbsp;โดยยืนยันว่า&nbsp;สถานการณ์สินค้าบางตัวที่มีการปรับราคาสูงขึ้น&nbsp;รัฐบาลและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้เร่งดำเนินการในการรักษาระดับราคาในรูปแบบที่สร้างสมดุลระหว่างการให้สินค้าเกษตรมีราคาสูงขึ้นเพื่อสร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้นแก่เกษตรกร&nbsp;แต่ราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้นนั้น&nbsp;จะต้องไม่กระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน&nbsp;ที่ผ่านมารัฐบาลได้ออกมาตรการต่างๆ&nbsp;เพื่อลดผลกระทบ&nbsp;เช่น&nbsp;การตรึงราคาสินค้าใน&nbsp;5&nbsp;หมวดที่เกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตประจำวันของประชาชน&nbsp;โดยกระทรวงพาณิชย์ได้ประสานกับผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;ผู้ค้าและสมาคมต่างๆ&nbsp;ตรึงราคาในหลายหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตประจำวันคือ&nbsp;เครื่องใช้ไฟฟ้า&nbsp;ซอสปรุงรส&nbsp;บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป&nbsp;น้ำอัดลม&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ทางสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ</strong>&nbsp;ประกาศตรึงราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มไว้&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;110&nbsp;บาท&nbsp;ไปจนถึงเสร็จสิ้นเทศกาลตรุษจีนและทางสมาคมผู้เลี้ยงและส่งออกไข่ไก่&nbsp;พร้อมให้ความร่วมมือตรึงราคาไข่ไก่เบอร์&nbsp;3&nbsp;ไว้ที่ฟองละ&nbsp;2.90&nbsp;บาท&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ในขณะเดียวกันราคาเนื้อหมู&nbsp;&nbsp;ไข่ไก่และผักชนิดต่างๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;ผักคะน้า&nbsp;ผักบุ้งจีน&nbsp;กะหล่ำปลี&nbsp;ถั่วฝักยาว&nbsp;ตามรายงานของสถานการณ์สินค้าเกษตรเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว&nbsp;(17&nbsp;-&nbsp;24&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;อยู่ในระดับที่ทรงตัว</p><p><br></p><p><strong>ครม.&nbsp;เห็นชอบ&nbsp;กรอบวงเงิน&nbsp;9,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ภายใต้โครงการเที่ยวด้วยกัน</strong></p><p><strong>นางสาวไตรศุลี&nbsp;ไตรสรณกุล&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;เพื่อสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวให้ประชาชน&nbsp;เกิดการใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประกอบการภายในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;และมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ของรัฐบาล&nbsp;ในวันนี้&nbsp;(24&nbsp;ม.ค.)&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;จึงมีมติอนุมัติโครงการเราเที่ยวด้วยกัน&nbsp;กรอบวงเงิน&nbsp;9,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;เพิ่มเติม&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;โดยให้มีระยะเวลาดำเนินโครงการจากเดิมตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนมิถุนายน&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;เป็นตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนกรกฎาคม&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>โดยภาครัฐยังสนับสนุนค่าโรงแรมที่พัก</strong>&nbsp;คนละไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ห้อง&nbsp;ร้อยละ&nbsp;40&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;3,000&nbsp;บาทต่อห้องต่อคืน&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ล้านสิทธิ&nbsp;แต่ปรับลดสิทธิสำหรับบัตรค่าโดยสารเครื่องบินลงเหลือ&nbsp;600,000&nbsp;สิทธิ&nbsp;เนื่องจากการดำเนินโครงการในระยะที่ผ่านมาในส่วนของบัตรโดยสาร&nbsp;ปรากฏว่า&nbsp;ผู้ร่วมโครงการไม่ได้มีการใช้สิทธิเต็มสิทธิที่ให้อยู่แล้ว&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ที่ประชุมยังได้มอบหมายให้&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย</strong>&nbsp;&nbsp;หรือ&nbsp;ททท.&nbsp;&nbsp;พิจารณากำหนด&nbsp;มาตรการเพิ่มเติมในการกำกับและติดตาม&nbsp;การดำเนินโครงการ&nbsp;เพื่อป้องกันการแสวงหาประโยชน์จากการดำเนินโครงการโดยมิชอบ&nbsp;ทั้งในส่วนของผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวอย่างเคร่งครัด</p><p><strong>นางสาวไตรศุลี&nbsp;ไตรสรณกุล&nbsp;กล่าวด้วยว่า</strong>&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;เห็นชอบให้&nbsp;ททท.&nbsp;&nbsp;เปลี่ยนแปลงรายละเอียดที่เป็นสาระสำคัญของโครงการทัวร์เที่ยวไทย&nbsp;โดยปรับลดจำนวนสิทธิโครงการจากเดิม&nbsp;1&nbsp;ล้านสิทธิ&nbsp;เป็น&nbsp;200,000&nbsp;สิทธิ&nbsp;ลดกรอบวงเงินดำเนินโครงการลงจาก&nbsp;5,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เป็น&nbsp;1,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ที่ยังไม่เอื้ออำนวยให้มีการเดินทางเป็นหมู่คณะ&nbsp;จึงได้ขยายระยะเวลาดำเนินโครงการ&nbsp;จากเดิมที่สิ้นสุดเดือนกุมภาพันธ์นี้เป็นสิ้นสุดเดือนพฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;พร้อมกับมอบหมายให้&nbsp;ททท.&nbsp;กำหนดแนวทางในการบริหารจัดการเพื่อควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดที่อาจเกิดขึ้นจากการเดินทางท่องเที่ยวภายใต้โครงการฯ&nbsp;โดยเคร่งครัด</p><p><br></p><p><strong>ครม.&nbsp;อนุมัติยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา&nbsp;-&nbsp;นิติบุคคล&nbsp;ที่ได้รับเงินเยียวยาจาก&nbsp;12&nbsp;โครงการช่วยเหลือของรัฐ</strong></p><p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;มีมติอนุมัติร่างกฎหมายการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินเยียวยา&nbsp;เงินช่วยเหลือ&nbsp;เงินสนับสนุน&nbsp;เงินอุดหนุน&nbsp;และประโยชน์อื่นใดที่ได้รับจากโครงการภาครัฐ&nbsp;อันเนื่องมาจากการบรรเทา&nbsp;ผลกระทบการแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;รวม&nbsp;2&nbsp;ฉบับ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ร่าง&nbsp;พ.ร.ฎ.&nbsp;ออกตามความใน&nbsp;ป.&nbsp;รัษฎากร&nbsp;ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;..)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;....&nbsp;และ&nbsp;ร่างกฎกระทรวง&nbsp;ฉบับที่&nbsp;..&nbsp;(พ.ศ.&nbsp;....)&nbsp;ออกตามความใน&nbsp;ป.&nbsp;รัษฎากร&nbsp;ว่าด้วย&nbsp;การยกเว้นรัษฎากร&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อเป็นการลดภาระภาษีและช่วยเหลือ&nbsp;ประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;และกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ&nbsp;รวมทั้งเพื่อให้เกิดความชัดเจนแก่ประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับเงินเยียวยาจาก&nbsp;12&nbsp;โครงการ&nbsp;ที่ภาครัฐได้จ่ายเงินเยียวยา&nbsp;เงินช่วยเหลือ&nbsp;เงินสนับสนุน&nbsp;เงินอุดหนุน&nbsp;และประโยชน์อื่นใดให้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการ&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา</p><p>สำหรับสาระสำคัญของร่าง&nbsp;พ.ร.ฎ.&nbsp;ออกตามความใน&nbsp;ป.&nbsp;รัษฎากร&nbsp;ว่าด้วยการยกเว้น&nbsp;รัษฎากร&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;..)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;....&nbsp;ให้ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วน&nbsp;นิติบุคคล&nbsp;สำหรับเงินได้ที่ได้รับจากโครงการของภาครัฐ&nbsp;ได้แก่&nbsp;(1)&nbsp;เงินเยียวยาที่ได้รับตามโครงการเยียวยานายจ้างและ&nbsp;ผู้ประกันตนตาม&nbsp;ม.33&nbsp;แห่ง&nbsp;พ.ร.บ.&nbsp;ประกันสังคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;33&nbsp;ในกิจการ&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด&nbsp;(2)&nbsp;เงินอุดหนุนที่ได้รับตามโครงการส่งเสริมและรักษาระดับ&nbsp;การจ้างงานในธุรกิจ&nbsp;SMEs&nbsp;ของกรมการจัดหางาน&nbsp;โดยบริษัท&nbsp;หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นต้องไม่นำรายจ่ายที่จ่ายจากเงินอุดหนุนตาม&nbsp;โครงการดังกล่าวมาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ&nbsp;เพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล&nbsp;ทั้งนี้สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่ได้มีการรับเงินตามโครงการ&nbsp;ทั้ง&nbsp;2&nbsp;โครงการดังกล่าว</p><p><strong>ส่วนสาระสำคัญของร่างกฎกระทรวง&nbsp;ฉบับที่&nbsp;..&nbsp;(พ.ศ.&nbsp;....)&nbsp;</strong>ออกตามความใน&nbsp;ป.&nbsp;รัษฎากร&nbsp;ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร&nbsp;ให้เงินได้ที่ผู้มีเงินได้ได้รับเป็นเงินเยียวยา&nbsp;เงินช่วยเหลือ&nbsp;เงินสนับสนุน&nbsp;เงินอุดหนุน&nbsp;หรือประโยชน์อื่นใดที่ได้รับจากโครงการของภาครัฐเป็นเงินได้พึงประเมินที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณ&nbsp;ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สำหรับเงินได้พึงประเมินที่ได้รับในปีภาษี&nbsp;64&nbsp;ได้แก่&nbsp;เงินได้ที่ได้รับเป็นค่าที่พัก&nbsp;ค่าอาหาร&nbsp;ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;และค่าตั๋วโดยสารเครื่องบินตามโครงการเราเที่ยวด้วยกัน/เงินได้ที่อาสาสมัครสาธารณสุข&nbsp;อาสาสมัคร&nbsp;กทม.&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;รพ.สต.&nbsp;ได้รับเป็นค่าซื้อแพ็กเกจทัวร์จากผู้ประกอบการนำเที่ยว&nbsp;ตามโครงการกำลังใจ/เงินได้ที่ได้&nbsp;รับเป็นค่าเดินทางและค่าซื้อแพ็กเกจทัวร์&nbsp;จากผู้ประกอบการนำเที่ยวในลักษณะร่วมจ่าย&nbsp;(Co-pay)&nbsp;ตามโครงการ&nbsp;ทัวร์เที่ยวไทย/เงินได้ที่ได้รับสำหรับค่าซื้อสินค้าจากร้านธงฟ้าและค่าซื้อ&nbsp;สินค้าหรือบริการจากร้านค้าหรือผู้ให้บริการที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;ตามโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;ระยะที่&nbsp;3/&nbsp;เงินได้ที่ได้รับสำหรับค่าซื้อสินค้าจากร้านธงฟ้าและค่าซื้อสินค้า&nbsp;หรือบริการจากร้านค้าหรือผู้ให้บริการที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;เฉพาะผู้ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษตามโครงการ&nbsp;เพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ&nbsp;/&nbsp;เงินได้ที่ได้รับเป็นค่าอาหาร&nbsp;ค่าเครื่องดื่ม&nbsp;และค่าซื้อสินค้าอื่น&nbsp;ที่ได้ใช้จ่ายผ่านระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์โดยภาครัฐ&nbsp;ตามโครงการคนละครึ่ง&nbsp;ระยะที่&nbsp;1&nbsp;ระยะที่&nbsp;2&nbsp;และระยะที่&nbsp;3&nbsp;/เงินได้ที่ได้รับในรูปของ&nbsp;e-Voucher&nbsp;เป็นค่าอาหาร&nbsp;ค่าเครื่องดื่ม&nbsp;หรือค่าสินค้าหรือบริการตามโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้/เงินได้ที่ประชาชนทั่วไปที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐและไม่เป็น&nbsp;ผู้ประกันตนตาม&nbsp;ม.33&nbsp;แห่ง&nbsp;พ.ร.บ.&nbsp;ประกันสังคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;33&nbsp;ได้รับ&nbsp;เป็นค่าครองชีพตามโครงการเราชนะ&nbsp;และเงินได้ที่ผู้ประกันตนตาม&nbsp;ม.33&nbsp;แห่ง&nbsp;พ.ร.บ.&nbsp;ประกันสังคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;33&nbsp;ได้รับตามโครงการ&nbsp;ม.33&nbsp;เรารักกัน</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;รายได้ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและรายได้ภาษีเงินได้นิติบุคคล</strong>จากโครงการดังกล่าวไม่อยู่&nbsp;ในประมาณการรายได้ประจำปีงบประมาณ&nbsp;แต่หากไม่ได้กำหนดให้มีการยกเว้นภาษีเงินได้&nbsp;บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคล&nbsp;จะสามารถจัดเก็บภาษีดังกล่าวได้ประมาณ&nbsp;31,979&nbsp;&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจะช่วยเพิ่มการบริโภคภายในประเทศ&nbsp;ช่วยสนับสนุนภาคธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค&nbsp;รวมถึงภาคธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้อง&nbsp;</p><p><br></p><p><strong>ครม.&nbsp;อนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณ&nbsp;34,800&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โครงการคนละครึ่ง&nbsp;เฟส&nbsp;4&nbsp;ช่วยเหลือค่าครองครองชีพประชาชนคนละ&nbsp;1,200&nbsp;บาท</strong></p><p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;มีมติอนุมัติโครงการคนละครึ่ง&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;กรอบวงเงิน&nbsp;34,800&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;เพิ่มเติม&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;ให้กับประชาชนประมาณ&nbsp;29&nbsp;ล้านสิทธิ์&nbsp;โดยโครงการคนสะครึ่ง&nbsp;เฟซ&nbsp;4&nbsp;มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์และเงื่อนไข&nbsp;รวมทั้งมีการขยับช่วงเวลา&nbsp;เริ่มต้นของโครงการให้เร็วขึ้น&nbsp;เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์และบรรเทาค่าครองชีพที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นและกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ&nbsp;โดยคำนึงถึงการใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่าและเหมาะสม&nbsp;</p><p><strong>ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้พิจารณาปรับช่วงเวลาเริ่มต้นของโครงการให้เร็วขึ้น</strong>เป็นวันที่&nbsp;1&nbsp;&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;จากเดิมที่กำหนดไว้&nbsp;ในวันที่&nbsp;21&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2455&nbsp;ครอบคลุมร้านค้ารายย่อยที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;ประมาณ&nbsp;28&nbsp;ล้านคน&nbsp;โดยสามารถยืนยันตัวตนและเริ่มใช้สิทธิตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ขณะเดียวก็เปิดสิทธิเพิ่มอีก&nbsp;1&nbsp;ล้านสิทธิให้สำหรับผู้สนใจและยังไม่เคยเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;โดยเปิดลงทะเบียนในวันที่&nbsp;10&nbsp;กุมภาพันธ์นี้&nbsp;จนกว่าจะครบ&nbsp;1&nbsp;ล้านสิทธิ&nbsp;&nbsp;และสามารถใช้สิทธิโครงการฯ&nbsp;ได้ตั้งแต่วันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์นี้</p><p><strong>สำหรับรูปแบบการดำเนินโครงการในรอบนี้</strong>&nbsp;รัฐบาลอนุมัติวงเงินไม่เกิน&nbsp;1,200&nbsp;บาทต่อคนตลอดโครงการสามารถนำไปชำระค่าอาหารเครื่องดื่ม&nbsp;รวมถึงสินค้าและบริการทั่วไปที่เข้าร่วมโครงการโดยภาครัฐร่วมชำระอัตราร้อยละ&nbsp;50&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;150&nbsp;บาทต่อคนต่อวัน&nbsp;</p><p><br></p><p><strong>ครม.&nbsp;อนุมัติงบกลางกว่า&nbsp;1,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ดำเนินโครงการจ้างพนักงานราชการเฉพาะกิจ&nbsp;กว่า&nbsp;2,400&nbsp;อัตรา</strong></p><p><strong>นางสาวไตรศุลี&nbsp;ไตรสรณกุล&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;คณะรัฐมนตรี&nbsp;&nbsp;อนุมัติงบประมาณรายจ่ายงบกลาง&nbsp;จำนวนเงิน&nbsp;1,084&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อเป็นค่าใช้ในการจ้างพนักงานราชการเฉพาะกิจ&nbsp;จำนวน&nbsp;2,402&nbsp;อัตรา&nbsp;สำหรับโครงการจ้างแพทย์&nbsp;พยาบาลวิชาชีพและสายงานบริการทางการแพทย์&nbsp;เป็นการจัดหาบุคลากรทางการแพทย์เพิ่มเติมเพื่อให้เพียงพอรอรองรับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับบุคลากรทางการแพทย์&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการจ้างพนักงานราชการเฉพาะกิจนี้</strong>&nbsp;แบ่งเป็นแพทย์&nbsp;จำนวน&nbsp;55&nbsp;อัตรา&nbsp;พยาบาลวิชาชีพ&nbsp;950&nbsp;อัตรา&nbsp;นักวิชาการสาธารณสุขดูแลผู้ป่วยที่กักตัวที่บ้านหรือเป็นผู้ช่วยพยาบาล&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;1,084&nbsp;อัตรา&nbsp;เภสัชกร&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;อัตรา&nbsp;นักเทคนิคการแพทย์&nbsp;จำนวน&nbsp;269&nbsp;อัตรา&nbsp;นักรังสีการแพทย์&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;อัตรา&nbsp;นักวิทยาศาสตร์การแทพย์&nbsp;จำนวน&nbsp;29&nbsp;อัตรา&nbsp;</p><p><strong>คุณสมบัติของผู้สมัครต้องไม่เป็นพนักงานราชการ</strong>&nbsp;พนักงานสาธารณสุข&nbsp;ลูกจ้างชั่วคราวรายเดือนหรือรายวัน&nbsp;และจ้างเหมาบริการของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ระยะเวลาดำเนินโครงการ&nbsp;&nbsp;9&nbsp;เดือน&nbsp;คือตั้งแต่เดือนมกราคม&nbsp;-&nbsp;กันยายน&nbsp;2565&nbsp;ทั้งนี้จะทำให้เกิดประโยชน์ทั้งทำให้บุคลาการที่อยู่นอกระบบการจ้างงานภาครัฐจะได้รับการจ้างงาน&nbsp;ประชาชนได้รับการดูแล&nbsp;ละแบ่งเบาภาระแพทย์ลง</p><p><br></p><p><strong>ครม.&nbsp;เห็นชอบให้ปรับช่วงเวลาโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้เร็วขึ้น&nbsp;พร้อมอนุมัติงบประมาณเพื่อช่วยเหลือผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐระยะที่&nbsp;4</strong></p><p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;มีมติอนุมัติโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐระยะที่&nbsp;4&nbsp;กรอบวงเงินกว่า&nbsp;8,072&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษระยะที่&nbsp;2&nbsp;กรอบวงเงินกว่า&nbsp;1,351&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเยียวยา&nbsp;และลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนกลุ่มดังกล่าวในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;&nbsp;โดยมีระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์ถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;และเพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อย&nbsp;ในสถานการณ์ในปัจจุบันที่ค่าครองชีพ&nbsp;ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;จึงเห็นชอบให้ปรับช่วงเวลาเริ่มต้นของโครงการเร็วขึ้นเป็นวันที่&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;จากเดิมที่กำหนดไว้ในวันที่&nbsp;21&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>โดยภาครัฐจะให้ความช่วยเหลือเป็นเงินจำนวน&nbsp;600&nbsp;บาทต่อคน</strong>&nbsp;เป็นการเติมเงินจำนวน&nbsp;200&nbsp;บาทต่อเดือนตลอดระยะเวลา&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อย&nbsp;สามารถซื้อสินค้าจากร้านธงฟ้า&nbsp;ร้านค้า&nbsp;หรือผู้ให้บริการที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง&nbsp;ในสถานการณ์ในปัจจุบันที่ค่าครองชีพ&nbsp;ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น</p><p><strong>สำหรับประชาชนที่อยู่ภายใต้</strong>&nbsp;โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;ในปัจจุบันมี&nbsp;จำนวนไม่เกิน&nbsp;13.45&nbsp;ล้านคน&nbsp;&nbsp;และโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ&nbsp;ระยะที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;2.25&nbsp;ล้านคน&nbsp;ซึ่งรัฐบาลได้มีการกำหนดมาตรการเพิ่มเติมในการกำกับและติดตาม&nbsp;การดำเนินโครงการ&nbsp;เพื่อป้องกันการแสวงหา&nbsp;ประโยชน์จากการดำเนินโครงการโดยมิชอบได้&nbsp;อาทิ&nbsp;ร้านค้าที่รับสแกนสิทธิ์แลกเปลี่ยนเป็นเงินสด&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p><strong>นายกรัฐมนตรีและคณะ&nbsp;เดินทางเยือนราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียอย่างเป็นทางการ&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;25-26&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong></p><p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;มีกำหนดการเดินทางเยือนราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย&nbsp;อย่างเป็นทางการ&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;25&nbsp;&nbsp;26&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;พร้อมด้วยนายดอน&nbsp;ปรมัตถ์วินัย&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;นายสุพัฒนพงษ์&nbsp;พันธ์มีเชาว์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน&nbsp;รวมถึงนายสุชาติ&nbsp;ชมกลิ่น&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน&nbsp;ตามคำเชิญของเจ้าชายมุฮัมมัด&nbsp;บิน&nbsp;ซัลมาน&nbsp;บิน&nbsp;อับดุลอะซีช&nbsp;อัลซะอูด&nbsp;มกุฎราชกุมาร&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบีย&nbsp;</p><p><strong>การเยือนครั้งนี้เป็นการเยือนในระดับผู้นำรัฐบาล</strong>ระหว่างสองประเทศเป็นครั้งแรกในรอบกว่า&nbsp;30&nbsp;ปี&nbsp;โดยนายกรัฐมนตรี&nbsp;มีกำหนดเข้าเฝ้าฯและพบหารือกับเจ้าชายมุฮัมมัด&nbsp;บิน&nbsp;ซัลมาน&nbsp;บิน&nbsp;อับดุลอะซีซ&nbsp;อัลซะอูด&nbsp;มกุฎราชกุมาร&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบีย&nbsp;เพื่อส่งเสริมและกระชับความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างกัน</p><p><strong>นายธนกร&nbsp;กล่าวด้วยว่า&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ชี้แจงว่า</strong>&nbsp;การเดินทางเยือนราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียครั้งนี้เป็นเรื่องที่ดีมาก&nbsp;ซึ่งจะช่วยให้เกิดความเชื่อมั่นและเพิ่มสัมพันธภาพที่ดีต่อกันระหว่างรัฐและประชาชน&nbsp;จึงเป็นเรื่องที่น่ายินดี</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;มีกำหนดการออกเดินทางจากประเทศไทย</strong>&nbsp;เช้าวันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;และกลับถึงไทยช่วงเช้าวันที่&nbsp;26&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;โดยนายธนกร&nbsp;ชี้แจงถึงแนวทางการกักตัวของนายกรัฐมนตรีและคณะ&nbsp;หลังเดินทางกลับจากซาอุดีอาระเบีย&nbsp;ว่า&nbsp;ก่อนเดินทางมีการตรวจวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;และเมื่อกลับมา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและคณะยังมีภารกิจอีกจำนวนมาก&nbsp;รวมถึงระหว่างการอยู่ที่ซาอุดีอาระเบียปฎิบัติภารกิจในสถานที่ปิดและไม่ได้มีการค้างคืน&nbsp;จึงใช้วิธีคล้ายกับ&nbsp;Test&nbsp;&amp;&nbsp;go&nbsp;คือเมื่อมาถึงเมืองไทยจะใช้วิธีการตรวจแบบ&nbsp;RT-PCR&nbsp;จากนั้นสังเกตอาการของตนเองและรักษาระยะห่าง&nbsp;เน้นการประชุมออนไลน์และตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;อีกครั้ง&nbsp;ในวันที่&nbsp;5&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ทุกอย่างเป็นไปตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขและ&nbsp;ศบค.กำหนด</p><p><br></p><p>การเมือง/มั่นคง</p><p><strong>ยังไม่มีคำสั่งงดประชุมสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;หลังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;ติดโควิด-19&nbsp;</strong></p><p><strong>นายแพทย์&nbsp;สุกิจ&nbsp;อัถโถปกรณ์&nbsp;ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร</strong>&nbsp;กล่าวถึงกรณีที่นายชัยวุฒิ&nbsp;ธนาคมานุสรณ์&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;มีผลยืนยันติดเชื้อโควิด-19&nbsp;และเข้ารับการรักษาตัวว่า&nbsp;จากการสอบถามนายชัยวุฒิ&nbsp;ทราบว่าเมื่อวันที่&nbsp;19&nbsp;มกราคมที่ผ่านมา&nbsp;ได้เข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;จากนั้นลงพื้นที่และเมื่อวันที่&nbsp;22&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มีอาการไม่สบาย&nbsp;จึงเข้ารับการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;และตรวจแบบ&nbsp;RT-PCR&nbsp;เมื่อ&nbsp;23&nbsp;มกราคม&nbsp;และเข้ารับการรักษาตัวแล้ว&nbsp;จากไทม์ไลน์ดังกล่าว&nbsp;เชื่อว่า&nbsp;ส.ส.&nbsp;ที่ใกล้ชิดนายชัยวุฒิ&nbsp;ในวันที่&nbsp;19&nbsp;มกราคมนั้นไม่มีโอกาสจะรับเชื้อ&nbsp;ส่วนวันที่&nbsp;20&nbsp;-21&nbsp;มกราคม&nbsp;บุคคลใกล้ชิดมีความเสี่ยง&nbsp;ส่วนกรณีที่นายนิโรธ&nbsp;สุนทรเลขา&nbsp;ประธานวิปรัฐบาล&nbsp;จะขอหารือกับนายชวน&nbsp;หลีกภัย&nbsp;ประธานสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;เพื่อขอให้มีคำสั่งงดการประชุมสัปดาห์นี้จากการประเมินแล้วมองว่าไม่มีความจำเป็นต้องงด&nbsp;ทั้งนี้ก่อนการเข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎรต้องขอความร่วมมือจาก&nbsp;ส.ส.พรรคพลังประชารัฐทุกคน&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรให้บริการ&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.&nbsp;-&nbsp;12.00&nbsp;น.&nbsp;ก่อน</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์ผู้ติดเชื้อของสภาผู้แทนราษฎร</strong>&nbsp;พบว่า&nbsp;มี&nbsp;ส.ส.ติดเชื้อ&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;คือ&nbsp;นายเดชอิศม์&nbsp;ขาวทอง&nbsp;ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์&nbsp;และนายชัยวุฒิ&nbsp;โดยเป็นการติดเชื้อจากนอกสภาและมีข้าราชการ&nbsp;10&nbsp;คน&nbsp;โดยทั้งหมดทำงานที่บ้าน</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgba(0,&nbsp;0,&nbsp;0,&nbsp;0.65);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">เศรษฐกิจ/ท่องเที่ยว</span></p><p><strong>ปี&nbsp;2564&nbsp;ไทยส่งออกสินค้าอาหาร&nbsp;มูลค่ากว่า&nbsp;1,100,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;คงที่อยู่ในอันดับที่&nbsp;13&nbsp;ของโลก</strong></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">นางอนงค์&nbsp;ไพจิตรประภาภรณ์&nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">&nbsp;หน่วยงานเครือข่ายกระทรวงอุตสาหกรรม&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;3&nbsp;องค์กรเศรษฐกิจด้านธุรกิจเกษตรและอาหาร&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย&nbsp;สถาบันอาหาร&nbsp;และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&nbsp;ร่วมบูรณาการข้อมูลจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;โดยพบว่าในปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;การส่งออกขยายตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดการณ์&nbsp;ส่งผลทำให้สินค้าส่งออกที่มีตลาดในกลุ่มธุรกิจบริการร้านอาหารและโรงแรมปรับตัวดีขึ้น&nbsp;ส่งผลดีต่อกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารที่เน้นผลิตเพื่อการส่งออก&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">โดยปี&nbsp;2564&nbsp;การส่งออกสินค้าอาหารไทยมีมูลค่า&nbsp;1,107,450&nbsp;ล้านบาท</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">&nbsp;ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;11.8&nbsp;ขณะที่ส่วนแบ่งตลาดโลกของไทยลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ&nbsp;2.30&nbsp;จากร้อยละ&nbsp;2.32&nbsp;ในปีก่อนหน้า&nbsp;และอันดับประเทศผู้ส่งออกอาหารของไทยคงที่อยู่ในอันดับที่&nbsp;13&nbsp;ของโลก&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">ตลาดส่งออกอาหารเพิ่มขึ้นเป็นส่วนใหญ่</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">&nbsp;ยกเว้น&nbsp;สหรัฐอเมริกา&nbsp;แอฟริกา&nbsp;โอเชียเนีย&nbsp;และสหราชอาณาจักร&nbsp;โดยประเทศจีนเป็นตลาดส่งออกอาหารอันดับที่&nbsp;1&nbsp;ของไทย&nbsp;มูลค่าการส่งออกกว่า&nbsp;271,674&nbsp;ล้านบาท&nbsp;จากการส่งออกผลไม้สดและแป้งมันสำปะหลังเป็นหลัก&nbsp;รองลงมาได้แก่&nbsp;CLMV&nbsp;และญี่ปุ่น&nbsp;ส่วนปัจจัยที่ส่งผลทำให้การส่งออกอาหารในภาพรวมขยายตัวดี&nbsp;มาจากราคาสินค้าเกษตรวัตถุดิบอาหารที่ปรับตัวสูงขึ้น</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">ขณะที่ในปี&nbsp;2565&nbsp;คาดว่าแนวโน้มการส่งออกสินค้าอาหารจะมีมูลค่า&nbsp;1,200,000&nbsp;ล้านบาท</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">&nbsp;ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;8.4&nbsp;ซึ่งหากเป็นไปตามคาด&nbsp;จะเป็นสถิติส่งออกสูงสุดครั้งใหม่&nbsp;(New&nbsp;high)&nbsp;อย่างไรก็ตามยังมีอีกหลายปัจจัยที่จะทำให้การส่งออกไม่เป็นไปตามคาดการณ์&nbsp;เช่น&nbsp;ราคาวัตถุดิบภาคเกษตร&nbsp;บรรจุภัณฑ์และน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;กระทบต่อต้นทุนการผลิตและขนส่ง&nbsp;รวมทั้งการขาดแคลนแรงงานและกำลังซื้อของผู้บริโภคอ่อนตัวลงจากภาวะเงินเฟ้อ</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">สำหรับสินค้าส่งออกหลัก&nbsp;10&nbsp;กลุ่มสินค้า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">&nbsp;คาดว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นทุกกลุ่ม&nbsp;โดยกลุ่มขยายตัวสูง&nbsp;เช่น&nbsp;ข้าว&nbsp;คาดว่าราคาส่งออกข้าวในปี&nbsp;2565&nbsp;จะทรงตัวอยู่ในระดับที่แข่งขันได้&nbsp;,&nbsp;กลุ่มขยายตัวปานกลาง&nbsp;เช่น&nbsp;แป้งมันสำปะหลัง&nbsp;ผลิตภัณฑ์มะพร้าว&nbsp;(กะทิสำเร็จรูป)&nbsp;และเครื่องปรุงรส&nbsp;และกลุ่มขยายตัวต่ำ&nbsp;ได้แก่&nbsp;การส่งออกไก่&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากตลาดหลักในญี่ปุ่น&nbsp;ที่ยังคงมีมาตรการเข้มงวดในการเปิดประเทศ&nbsp;ส่งผลทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวและร้านอาหารฟื้นตัวช้า&nbsp;กระทบต่อการส่งออกสินค้าไก่ของไทย&nbsp;</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgba(0,&nbsp;0,&nbsp;0,&nbsp;0.65);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">เกษตร/สิ่งแวดล้อม</span></p><p><strong>ชวนเกษตรกร&nbsp;วางแผนปลูกพืชหลากหลายใช้น้ำน้อยแทนข้าวในฤดูนาปรังปีนี้&nbsp;ประหยัดน้ำ&nbsp;สร้างรายได้</strong></p><p><strong>นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ในช่วงเดือนพฤศจิกายน&nbsp;&nbsp;เมษายนของทุกปีจะเป็นช่วงหน้าแล้ง&nbsp;ซึ่งปริมาณน้ำในแหล่งน้ำต่างๆ&nbsp;มักจะมีปริมาณจำกัด&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;เชิญชวนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่สนใจหันมาปลูกพืชอื่นที่ใช้น้ำน้อยทดแทนข้าวในฤดูนาปรัง&nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่ชลประทาน&nbsp;เช่น&nbsp;ถั่วเขียว&nbsp;ถั่วเหลือง&nbsp;พริก&nbsp;แตงโม&nbsp;ข้าวโพดหวาน&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><strong>พืชเหล่านี้จะมีอายุการเก็บเกี่ยวไม่เกิน&nbsp;120&nbsp;วัน</strong>&nbsp;โดยเฉลี่ยการปลูกข้าวพื้นที่&nbsp;1&nbsp;ไร่&nbsp;จะใช้น้ำประมาณ&nbsp;1,200&nbsp;-&nbsp;1,500&nbsp;ลูกบาศก์เมตร/ฤดูกาลผลิต&nbsp;ในขณะที่พืชใช้น้ำน้อยจะใช้น้ำเพียงประมาณไร่ละ&nbsp;300&nbsp;-&nbsp;800&nbsp;ลูกบาศก์เมตร/ฤดูกาลผลิตเท่านั้น&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ผลการเก็บข้อมูลของเกษตรกร&nbsp;</strong>เข้าร่วมโครงการส่งเสริมปลูกพืชหลากหลายฤดูนาปรัง&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;มีรายได้จากการปลูกข้าวนาปรัง&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;เปรียบเทียบกับรายได้ปลูกพืชใช้น้ำน้อยชนิดต่างๆ&nbsp;ในพื้นที่ที่มีการวางแผนการผลิตและการตลาด&nbsp;พบว่า&nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;มีรายได้&nbsp;1,185&nbsp;บาท/ไร่&nbsp;(ไม่รวมค่าเช่านา)&nbsp;ในขณะที่เกษตรกรที่ปลูกแตงกวาจะมีรายได้&nbsp;24,760&nbsp;บาท/ไร่,&nbsp;พริกซอส&nbsp;37,600&nbsp;บาท/ไร่,&nbsp;ถั่วเขียว&nbsp;4,040&nbsp;บาท/ไร่,&nbsp;ข้าวโพดหวาน&nbsp;1,450บาท/ไร่,&nbsp;ถั่วเหลือง&nbsp;1,490&nbsp;บาท/ไร่,&nbsp;แตงโม&nbsp;12,220&nbsp;บาท/ไร่,&nbsp;มะเขือเทศ&nbsp;36,800&nbsp;บาท/ไร่,&nbsp;มันฝรั่ง&nbsp;60,075&nbsp;บาท/ไร่,&nbsp;ถั่วสิสง&nbsp;5,800&nbsp;บาท/ไร่,&nbsp;หอมแบ่ง&nbsp;17,030&nbsp;บาท/ไร่&nbsp;และบวบ&nbsp;32,900&nbsp;บาท/ไร่&nbsp;ซึ่งจะเห็นได้ว่า&nbsp;พืชใช้น้ำน้อยสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้เป็นจำนวนมาก&nbsp;</p><p><strong>ก่อนการเลือกปลูกพืชแต่ละชนิด</strong>&nbsp;เกษตรกรควรจะมีการวางแผนการผลิตที่สอดคล้องกับความต้องการตลาดก่อนเริ่มปลูกเสมอ&nbsp;ตลอดจนประเมินความพร้อมของสภาพพื้นที่&nbsp;และศักยภาพในการผลิตของเกษตรกร&nbsp;เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและปริมาณตามทีเหมาะสมและมีตลาดรับซื้อผลผลิตที่แน่นอนด้วย&nbsp;</p><p><strong>สำหรับโครงการส่งเสริมปลูกพืชหลากหลายฤดูนาปรัง</strong>&nbsp;เป็นโครงการที่กรมส่งเสริมการเกษตรดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยเน้นส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชอื่นทดแทนข้าวในฤดูนาปรัง&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรได้เรียนรู้การบริหารจัดการสินค้าเกษตร&nbsp;ตั้งแต่การผลิต&nbsp;การจัดการคุณภาพผลผลิต&nbsp;และการตลาด&nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น</p><p><br></p><p><strong>ออก&nbsp;3&nbsp;มาตรการเร่งด่วนควบคุมการปล่อยมลพิษของโรงงาน&nbsp;แก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM2.5</strong></p><p><strong>นายวันชัย&nbsp;พนมชัย&nbsp;อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม&nbsp;(กรอ.)&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กระทรวงอุตสาหกรรมไม่นิ่งนอนใจในการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;หรือ&nbsp;PM2.5&nbsp;ที่ส่งผลกระทบในชีวิตประจำวันของประชาชนอยู่ตอนนี้&nbsp;โดยมอบนโยบายให้หน่วยงานในกำกับดำเนินการ&nbsp;3&nbsp;มาตรการ&nbsp;ได้แก่&nbsp;</p><p><strong>มาตรการเร่งด่วน</strong>&nbsp;ควบคุมการประกอบกิจการอย่างเข้มงวดกรณีตรวจพบโรงงานปล่อยมลพิษเกินค่ามาตรฐาน&nbsp;จะทำการออกคำสั่งให้ปรับปรุงแก้ไขทันที&nbsp;</p><p><strong>มาตรการระยะกลาง</strong>&nbsp;พัฒนาระบบเฝ้าระวังและเตือนภัยมลพิษทางอากาศระยะไกล<strong>มาตรการระยะยาว</strong>&nbsp;ปรับปรุงกฎหมายการระบายมลพิษจากโรงไฟฟ้าให้เข้มงวดขึ้น&nbsp;รวมถึงพัฒนากฎหมาย&nbsp;3&nbsp;ฉบับ&nbsp;ได้แก่&nbsp;กฎหมายว่าด้วยการรายงานการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษ&nbsp;สำหรับภาคอุตสาหกรรม&nbsp;กฎหมายควบคุมการระบายสารอินทรีย์ระเหย&nbsp;และกฎหมายการระบายฝุ่นละอองขนาดเล็กจากปล่อง&nbsp;</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgba(0,&nbsp;0,&nbsp;0,&nbsp;0.65);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">สถานการณ์โควิด-19</span></p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;ห่วงใยหลังพบผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;ในเด็กเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ส่วน&nbsp;31&nbsp;มกราคมนี้&nbsp;เริ่มฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ให้เด็ก</strong></p><p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ห่วงใยกรณีพบผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;ในเด็กเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเล็กที่ได้รับเชื้อโควิด-19&nbsp;จากคนในครอบครัว&nbsp;ขอผู้ปกครองหลีกเลี่ยงพาเด็กไปในสถานที่ที่มีคนจำนวนมาก&nbsp;ไม่เพิ่มโอกาสในการรับเชื้อ&nbsp;ขณะเดียวกันแนะนำให้ผู้ปกครองซึ่งต้องอยู่ใกล้ชิดเด็กขอให้เข้ารับวัคซีนให้ครบโดส&nbsp;เพื่อลดโอกาสที่จะนำเชื้อมาสู่เด็กเล็กด้วย</p><p><strong>โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;ยังแนะนำว่าการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ให้กับเด็กนั้นควรทำควบคู่กับการฉีดวัคซีนอย่างทั่วถึง&nbsp;โดยวัคซีนไฟเซอร์สำหรับเด็กอายุ&nbsp;5-11&nbsp;&nbsp;ปี&nbsp;ที่จะเข้ามาถึงประเทศไทยวันที่&nbsp;26&nbsp;มกราคมนี้&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ล้านโดสจาก&nbsp;10&nbsp;ล้านโดส&nbsp;จะเริ่มให้บริการฉีดแห่งแรกที่สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี&nbsp;ก่อนเป็นแห่งแรก&nbsp;เพื่อเดินหน้าฉีดให้กับเด็กที่มีโรคประจำตัว&nbsp;ซึ่งถือเป็นเด็กกลุ่มเสี่ยง&nbsp;ก่อนจะกระจายไปยังโรงพยาบาลต่างๆ&nbsp;ซึ่งได้ประสานกระทรวงศึกษาธิการดำเนินการฉีดวัคซีนให้กับเด็กแล้ว&nbsp;</p><p><strong>กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ตั้งเป้าจะเริ่มฉีดวัคซีน&nbsp;""ไฟเซอร์""&nbsp;เด็ก</strong>&nbsp;ในวันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคมนี้&nbsp;ขอความร่วมมือผู้ปกครองให้พาบุตรหลานมารับการฉีดวัคซีนด้วยความสมัครใจ&nbsp;เพื่อความปลอดภัย</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgba(0,&nbsp;0,&nbsp;0,&nbsp;0.65);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">สังคม</span></p><p><strong>แนะวิธีเลือกซื้อสัตว์ปีกมาบริโภคให้ปลอดภัยในช่วงเทศกาลตรุษจีน&nbsp;ยึดหลัก&nbsp;เลือก&nbsp;หลีก&nbsp;ล้าง&nbsp;ให้ปลอดภัยจากโรคไข้หวัดนก</strong></p><p><strong>นายแพทย์โอภาส&nbsp;การย์กวินพงศ์&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมโรค&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ช่วงเทศกาลตรุษจีนของทุกปี&nbsp;จะมีความต้องการใช้สัตว์ปีกจำนวนมากกว่า&nbsp;ดังนั้น&nbsp;หากสัตว์ปีกที่นำมาไหว้มีเชื้อไข้หวัดนก&nbsp;ประชาชนอาจเสี่ยงติดเชื้อจากการบริโภค&nbsp;หรือสัมผัสสัตว์ปีกที่ป่วยเป็นโรคไข้หวัดนกได้&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ประเทศไทยยังมีความเสี่ยงที่จะพบเชื้อโรคไข้หวัดนกในพื้นที่ชายแดนได้&nbsp;จากการขนย้ายและส่งออกสัตว์ปีกข้ามพรมแดนประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;รวมถึงมีโอกาสพบการติดเชื้อในคนที่ประกอบอาชีพเกี่ยวข้องสัตว์ปีก&nbsp;อาทิ&nbsp;เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีก&nbsp;ผู้ค้าสัตว์ปีก&nbsp;ผู้ชำแหละสัตว์ปีก</p><p><strong>กรมควบคุมโรค&nbsp;ได้ดำเนินงานตามมาตรการเฝ้าระวัง&nbsp;ป้องกัน</strong>&nbsp;ควบคุมโรคมาต่อเนื่อง&nbsp;โดยปัจจุบันยังไม่พบรายงานการติดเชื้อโรคไข้หวัดนกทั้งในคนและในสัตว์&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;เพื่อให้ความปลอดภัยแนะประชาชนยึดหลัก&nbsp;เลือก&nbsp;หลีก&nbsp;ล้าง&nbsp;คือ&nbsp;เลือกบริโภคเนื้อไก่หรือเป็ด&nbsp;และไข่ที่ปรุงสุก&nbsp;สะอาด&nbsp;หลีกเลี่ยงนำสัตว์ปีกที่ป่วย&nbsp;มีอาการหงอย&nbsp;ซึม&nbsp;ขนยุ่ง&nbsp;หรือป่วยตายมาประกอบเป็นอาหาร&nbsp;หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสัตว์ปีกที่มีอาการป่วยหรือตาย</p><p><strong>หากไปตลาดค้าสัตว์ปีก&nbsp;ผู้บริโภคควรเลือกซื้อสัตว์ปีกจากร้านที่สะอาด&nbsp;ปลอดภัย</strong>&nbsp;มีทะเบียนการค้าสัตว์ปีกที่ออกโดยกรมปศุสัตว์และล้างมือบ่อยๆ&nbsp;ด้วยน้ำและสบู่&nbsp;โดยเฉพาะหลังจากสัมผัสสัตว์และสารคัดหลั่งของสัตว์</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ในช่วงเทศกาลตรุษจีน</strong>&nbsp;ยังเป็นการรวมตัวกันของญาติพี่น้อง&nbsp;เพื่อไหว้บรรพบุรุษและการกินอาหารร่วมกัน&nbsp;หรือเดินทางไปไหว้ศาลเจ้า&nbsp;ซึ่งอาจมีผู้คนแออัดและเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ได้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนเคร่งครัดมาตรการป้องกันตนเองขั้นสูงสุด&nbsp;</p><p><br></p><p><strong>กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;จับมือเอกชน&nbsp;ขยายความสำเร็จฝึกขับโดรนภาคเกษตร&nbsp;เพิ่มอีก&nbsp;8&nbsp;จังหวัด&nbsp;ตั้งเป้าขั้นต่ำ&nbsp;240&nbsp;คน</strong></p><p><strong>นายสุชาติ&nbsp;ชมกลิ่น&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>รัฐบาลให้ความสำคัญในการการพัฒนาทักษะฝึกแรงงานและยกระดับฝีมืออย่างต่อเนื่อง<strong>&nbsp;</strong>เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างงานและสร้างรายได้ที่มั่นคง&nbsp;โดยเฉพาะแรงงานในภาคเกษตรกรรมถือว่าเป็นรากฐานสำคัญของระบบเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;ที่สร้างรายได้ให้ประเทศแต่ละปีเป็นจำนวนมาก&nbsp;กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;&nbsp;เร่งขับเคลื่อนภารกิจเพื่อตอบโจทย์นโยบายดังกล่าว&nbsp;โดยมุ่งเน้นส่งเสริมให้แรงงานภาคเกษตรกรรมนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ในการทำงานเพื่อเพิ่มผลิตภาพ&nbsp;เพิ่มมูลค่าและลดต้นทุนการผลิต&nbsp;สู่การเป็นเกษตรอัจฉริยะ&nbsp;(Smart&nbsp;Farmer)&nbsp;กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;&nbsp;ได้ใช้แนวทางประชารัฐร่วมมือกับหน่วยงานภาคเอกชนชั้นนำด้านเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ&nbsp;&nbsp;บริษัท&nbsp;แอโร&nbsp;กรุ๊ป&nbsp;(1992)&nbsp;จำกัด&nbsp;จัดฝึกอบรมหลักสูตรสาขา&nbsp;ผู้บังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน&nbsp;(Drone)&nbsp;เพื่อการเกษตร&nbsp;โดยตั้งเป้าหมายให้เกษตรกรนำโดรนไปใช้ในขั้นตอนการเพาะปลูก&nbsp;ใส่ปุ๋ย&nbsp;ฉีดพ่นสารกำจัดศัตรูพืช&nbsp;ซึ่งจะช่วยลดต้นทุน&nbsp;เพิ่มมูลค่าของสินค้า&nbsp;&nbsp;และลดความเสี่ยงอันตรายในระหว่างการปฏิบัติงาน&nbsp;โดยใช้ระยะเวลาการฝึกอบรม&nbsp;18&nbsp;ชั่วโมง</p><p><strong>ด้านนายประทีป&nbsp;ทรงลำยอง&nbsp;อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมาได้ดำเนินการฝึกอบรมในพื้นที่&nbsp;18&nbsp;จังหวัดทั่วประเทศ&nbsp;มีผู้ผ่านการฝึกอบรมกว่า&nbsp;400&nbsp;คนมีความรู้&n"	""	""	""	""	""
711	bsp;ทักษะ&nbsp;และทัศนคติที่ดีต่อการประกอบอาชีพผู้บังคับโดรนที่มีน้ำหนักไม่เกิน&nbsp;25&nbsp;กิโลกรัมเพื่อการเกษตร&nbsp;สามารถอธิบายส่วนประกอบของโดรน&nbsp;หลักการทำงาน&nbsp;ใช้เครื่องบังคับได้อย่างถูกต้อง&nbsp;สามารถบำรุงรักษาเปลี่ยนชิ้นส่วน&nbsp;การผสมสารเพื่อใช้ในการพ่นยา&nbsp;สร้างความปลอดภัยในการปฏิบัติงานและมีความรู้ในการขอทำใบอนุญาตตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง&nbsp;จากความสำเร็จต่อยอดมาสู่ปี&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;ได้ขยายการฝึกอบรมเพิ่มเติมอีก&nbsp;8&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;อุทัยธานี&nbsp;นครนายก&nbsp;เพชรบุรี&nbsp;สุโขทัย&nbsp;ลำปาง&nbsp;น่าน&nbsp;แพร่&nbsp;และสกลนคร&nbsp;ตั้งเป้าหมายฝึกอบรมไม่น้อยกว่า&nbsp;240&nbsp;คน&nbsp;และในอนาคตจะมีการขยายฝึกอบรมทั่วประเทศต่อไป&nbsp;</p><p><strong>ขอเชิญชวนผู้สนใจติดตามข่าวสารการรับสมัคร</strong>ของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานผ่านช่องทาง&nbsp;&nbsp;www.dsd.go.th.&nbsp;และ&nbsp;www.facebook.com/dsdgothai&nbsp;เมื่อเปิดรับสมัครจะได้แจ้งให้ทราบโดยเร็วที่สุด</p><p><br></p><p><br></p>	24/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124195152967	""
712	เปิดปีใหม่ 65 จ.แม่ฮ่องสอน มีผู้ติดเชื้อโควิด 19 แล้ว 333 ราย เสียชีวิต 2 ราย ขณะที่วันนี้ (24 ม.ค. 65) ติดเชื้อเพิ่ม 6 ราย	<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;(ศปก.จ.มส.)&nbsp;</strong>รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในการระบาดตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;24&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ทั้งสิ้นจำนวน&nbsp;333&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;(0.60&nbsp;%)&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;241&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;(72.37&nbsp;%)&nbsp;ยังอยู่ระหว่างรักษา&nbsp;90&nbsp;ราย&nbsp;(27.03&nbsp;%)&nbsp;มีอาการเล็กน้อย&nbsp;79&nbsp;ราย&nbsp;ปานกลาง&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;และรุนแรง&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;รักษาอยู่ที่โรงพยาบาล&nbsp;/&nbsp;โรงพยาบาลสนาม&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;42&nbsp;ราย&nbsp;ศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;จำนวน&nbsp;14&nbsp;ราย&nbsp;และแยก&nbsp;กักตนเองที่บ้าน&nbsp;(HI)&nbsp;จำนวน&nbsp;34&nbsp;ราย&nbsp;สำหรับวันนี้&nbsp;มีผู้ได้รับการตรวจหาเชื้อ&nbsp;&nbsp;COVID-19&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;204&nbsp;ชุด&nbsp;พบเชื้อ&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเพศชาย&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เพศหญิง&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ที่อำเภอเมือง&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;และอำเภอปาย&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;โดยแบ่งเป็นประชาชนทั่วไป&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;และเด็กอายุ&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;1ราย</p><p><strong>จากข้อมูลการดำเนินการฉีดวัคซีนป้องกันโรค&nbsp;COVID-19</strong>&nbsp;แก่ประชาชนในกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;23&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ประชาชนได้รับการฉีดวัคซีน&nbsp;เป็นวัคซีนเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;163,412&nbsp;คน&nbsp;(66.49&nbsp;%)&nbsp;ฉีดครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;จำนวน&nbsp;120,687&nbsp;คน&nbsp;(49.11&nbsp;%)&nbsp;และฉีดกระตุ้นเข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;18,288&nbsp;คน&nbsp;(7.44&nbsp;%)</p><p><strong>ขอเชิญชวน&nbsp;ประชาสัมพันธ์&nbsp;เยาวชนอายุ&nbsp;12&nbsp;-&nbsp;18&nbsp;ปี&nbsp;</strong>(ทั้งในและนอกระบบการศึกษา)&nbsp;ผู้สูงอายุ&nbsp;ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว&nbsp;หญิงตั้งครรภ์&nbsp;ประชาชนทั่วไป&nbsp;ทุกคน&nbsp;ที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ติดต่อ&nbsp;สอบถาม&nbsp;ณ&nbsp;โรงพยาบาลหรือ&nbsp;รพ.สต.ทุกแห่ง&nbsp;เพื่อเข้ารับการ&nbsp;ฉีดวัคซีนเข็ม&nbsp;1&nbsp;หรือ&nbsp;กระตุ้น&nbsp;เข็ม&nbsp;3&nbsp;เพื่อความปลอดภัยของตัวเองและสังคม&nbsp;ลดการแพร่กระจายเชื้อ&nbsp;เป็นการป้องกันโรค&nbsp;ลดความรุนแรงของโรคและลดการเสียชีวิตหากมีการติดเชื้อโควิด-19&nbsp;</p><p><strong>หากมีความเสี่ยงให้ตรวจด้วย&nbsp;ATK&nbsp;ส่วนสถานบริการ&nbsp;ต่างๆ&nbsp;</strong>ควรทำตามมาตรการ&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;โดยเฉพาะร้านอาหาร&nbsp;สถานที่ต้องสะอาด&nbsp;มีการเว้น&nbsp;ระยะห่าง&nbsp;มีเจลแอลกอฮอล์&nbsp;ตรวจวัดอุณหภูมิ&nbsp;พนักงานฉีดวัคซีนทุกคน&nbsp;ลูกค้าต้องแสดงผลวัคซีน&nbsp;หรือตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ซึ่งหาก&nbsp;ทำตามมาตรการเหล่านี้&nbsp;จะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>	24/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220124212437994
713	งานตรุษไทสกล เบิ๊ดฮั่นล่ะ 1-3  กุมภาพันธ์ 2565 เข้มคัดกรอง ฉีดวัคซีน ตรวจ ATK ก่อนเข้างาน	<p><strong>จังหวัดสกลนคร&nbsp;</strong>เตรียมจัดงานสานสัมพันธ์ศิลปวัฒนธรรมละประเพณีไทย&nbsp;จีน&nbsp;เวียดนาม&nbsp;(ตรุษไทสกล)&nbsp;จังหวัดสกลนคร&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ภายใต้ชื่องาน&nbsp;ตรุษไทสกล&nbsp;เบิ๊ดฮั่นล่ะ&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1-3&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;สานสัมพันธ์ขนบธรรมเนียมประเพณี&nbsp;ศิลปวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชนชาติไทย&nbsp;จีน&nbsp;เวียดนาม&nbsp;ภายใต้มาตรการเข้มผู้ร่วมงานต้องฉีดวัคซีนอย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผู้ประกอบการ</p><p><strong>ที่ลานคนเมือง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสกลนคร&nbsp;</strong>นางจุรีรัตน์&nbsp;เทพอาสน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร&nbsp;เป็นประธานในการแถลงข่าว&nbsp;การจัดงานสานสัมพันธ์ศิลปวัฒนธรรมละประเพณีไทย&nbsp;จีน&nbsp;เวียดนาม&nbsp;(ตรุษไทสกล)&nbsp;จังหวัดสกลนคร&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1-3&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ภายใต้ชื่องาน&nbsp;ตรุษไทสกล&nbsp;เบิ๊ดฮั่นล่ะ&nbsp;ซึ่งหมายถึง&nbsp;การรวมเชื้อชาติต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในจังหวัดสกลนคร&nbsp;ที่ไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติใด&nbsp;ทั้งหมดก็คือชาวสกลนคร&nbsp;โดยมี&nbsp;นายกเทศมนตรีนครสกลนคร&nbsp;ผู้แทนนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสกลนคร&nbsp;ผู้แทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสกลนคร&nbsp;ผู้อำนวยการ&nbsp;ททท.&nbsp;สำนักงานนครพนม&nbsp;ผู้แทนหอการค้าจังหวัดสกลนคร&nbsp;นายกสมาคมชาวไทยเชื้อสายเวียดนามจังหวัดสกลนคร&nbsp;ผู้แทนมูลนิธิเมตตาธรรม&nbsp;และประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดสกลนคร&nbsp;ร่วมแถลงข่าว&nbsp;มี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;สื่อมวลชน&nbsp;และชาวจังหวัดสกลนคร&nbsp;ร่วมงาน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมการจัดงาน&nbsp;ภายใต้มาตรป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19&nbsp;โดยผู้ร่วมงานต้องสวมหน้ากากอนามัยทุกคน&nbsp;ผู้ประกอบการที่จำหน่ายสินค้า&nbsp;อาหาร&nbsp;ต้องผ่านการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผู้ร่วมงานแสดงผลการฉีดวัคซีน&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็ม</p><p><strong>งาน&nbsp;ตรุษไทสกล&nbsp;เบิ๊ดฮั่นล่ะ</strong>&nbsp;จัดขึ้นเพื่อเป็นการสานสัมพันธ์ด้านขนบธรรมเนียมประเพณี&nbsp;ศิลปวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชนชาติไทย&nbsp;จีน&nbsp;เวียดนาม&nbsp;อีกทั้งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและเผยแพร่วัฒนธรรมในแต่ละเชื้อชาติ&nbsp;ทั้ง&nbsp;8&nbsp;ชนเผ่า&nbsp;ได้แก่&nbsp;ภูไท&nbsp;ไทญ้อ&nbsp;ไทกะเลิง&nbsp;ไทโส้&nbsp;ไทโย้ย&nbsp;ไทลาว&nbsp;ไทบรู&nbsp;โส้ทะวึง&nbsp;และ&nbsp;2&nbsp;เชื้อชาติ&nbsp;คือ&nbsp;จีน&nbsp;และเวียดนาม&nbsp;กิจกรรมวันแรกช่วงเช้า&nbsp;จะมีการทำบุญตักบาตรบริเวณลานคนเมือง&nbsp;ในพิธีเปิดจะมีการแสดงสิงโต&nbsp;มังกรทอง&nbsp;ตลอดการจัดงานจะมีการแสดงศิลปวัฒนธรรม&nbsp;3&nbsp;เชื้อชาติ&nbsp;การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน&nbsp;ถนนอาหารวัฒนธรรมสานสัมพันธ์&nbsp;ไทย&nbsp;จีน&nbsp;เวียดนาม&nbsp;และพิเศษปีนี้&nbsp;ททท.สำนักงานนครพนม&nbsp;ได้นำ&nbsp;โคมคราม&nbsp;ที่แสดงอัตลักษณ์ของไทสกล&nbsp;มาจัดแสดง&nbsp;พร้อมนำ&nbsp;โคมครามจิ๋ว&nbsp;มอบเป็นที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยวที่เข้าพักในโรงแรมภายใต้มาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;ในจังหวัดสกลนคร&nbsp;ด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	25/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สกลนคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสกลนคร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125111540075
714	จ.สมุทรปราการแถลงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)	<p><strong>จังหวัดสมุทรปราการแถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;สร้างความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชน&nbsp;พร้อมทั้งขอความร่วมมือให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;อย่างเคร่งครัด</strong></p><p><br></p><p><strong>นายวันชัย&nbsp;คงเกษม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ</strong>&nbsp;เป็นประธานแถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;โดยมี&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้&nbsp;ข้อมูลจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;(24&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;มีผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;549&nbsp;ราย&nbsp;(ติดเชื้อในจังหวัด&nbsp;360&nbsp;ราย&nbsp;และรับส่งต่อเพื่อรับรักษา&nbsp;189&nbsp;ราย)&nbsp;ผลการดำเนินการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ของจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;มียอดผู้ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;จำนวน&nbsp;1,627,153&nbsp;คน&nbsp;จากประชาชนเป้าหมายในจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;จำนวน&nbsp;1,931,727&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งคิดเป็น&nbsp;84.23&nbsp;%</p><p>จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนและสถานประกอบการร้านอาหารทุกแห่งลดเสี่ยง&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในการติดและแพร่เชื้อของโควิด-&nbsp;19&nbsp;โดยยึดมาตรการ&nbsp;VUCA&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>V&nbsp;</strong>&nbsp;Vaccine&nbsp;ฉีดครบ&nbsp;ลดป่วยหนัก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>U</strong>&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;ป้องกันตัวเองตลอดเวลา&nbsp;ห่างไกลจากโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>C</strong>&nbsp;Covid&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;สถานที่บริการพร้อมผู้ให้บริการ&nbsp;ได้รับวัคซีนครบ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>A</strong>&nbsp;ATK&nbsp;พร้อมตรวจเสมอเมื่อใกล้ชิดผู้ติดเชื้อหรือสงสัยว่าตนเองเสี่ยง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	25/1/2022	NULL	สมุทรปราการ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125110149066
715	เปิดแล้ว OTOP ทั่วไทย สู้ภัยโควิด-19 จังหวัดสงขลา ประชาชนให้ความสนใจเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก	<p><strong>วานนี้&nbsp;(24&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;ณ.&nbsp;Convention&nbsp;Hall&nbsp;ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ&nbsp;60&nbsp;ปี&nbsp;</strong>มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&nbsp;อ.หาดใหญ่&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;นายเจษฎา&nbsp;จิตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;เป็นประธานในการเปิดงาน&nbsp;OTOP&nbsp;ทั่วไทย&nbsp;สู้ภัยโควิด-19&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ของกลุ่ม&nbsp;OTOP&nbsp;เพื่อการตลาดจังหวัดสงขลา&nbsp;(กลุ่มกิจการเพื่อสังคม)&nbsp;ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;21-30&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นายจรัญ&nbsp;อินทสระ&nbsp;พัฒนาการจังหวัดสงขลา&nbsp;กล่าวรายงานความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของการจัดงานฯ&nbsp;นางสุรียพรรณ์&nbsp;ณ&nbsp;สงขลา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการและแขกผู้มีเกียรติ&nbsp;เข้าร่วมพิธีเปิดงานในครั้งนี้&nbsp;โดยได้ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจบูธ&nbsp;OTOP&nbsp;ที่เข้าร่วมจำหน่ายในงาน&nbsp;<strong>งาน&nbsp;OTOP&nbsp;ทั่วไทย&nbsp;สู้ภัยโควิด-19&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;จัดขึ้นเพื่อเพิ่มช่องทาง</strong>การตลาดให้กับผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;กลุ่มสัมมาชีพ&nbsp;ชุมชนท่องเที่ยว&nbsp;OTOP&nbsp;นวัตวิถี&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า&nbsp;2019&nbsp;เพื่อช่วยผู้ประกอบการ&nbsp;SME&nbsp;จากจังหวัดสงขลา&nbsp;และจากทุกจังหวัดทั่วประเทศ&nbsp;ในการส่งเสริมตลาดประชารัฐ&nbsp;ประเภทตลาดของดีจังหวัด&nbsp;สร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน&nbsp;และพัฒนาการเรียนรู้&nbsp;กลุ่มอาชีพ&nbsp;กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&nbsp;ประเภทเงินทุนหมุนเวียน&nbsp;ทั้งยังเป็นการกระตุ้นกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวและดึงดูดนักท่องเที่ยว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการจัดกิจกรรมในวันนี้&nbsp;กลุ่ม&nbsp;OTOP&nbsp;เพื่อการตลาดจังหวัดสงขลา</strong>&nbsp;(กลุ่มกิจการเพื่อสังคม)&nbsp;กลุ่มองค์กรภาคประชาชนได้ร่วมกันจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าโดยมีสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสงขลา&nbsp;เป็นหน่วยงานกำกับดูแลส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงาน&nbsp;โดยไม่ใช้งบประมาณจากทางราชการ&nbsp;มีกิจกรรมการจำหน่ายสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;สินค้า&nbsp;SMEs&nbsp;อาการชวนชิม&nbsp;จำนวน&nbsp;360&nbsp;บูธ&nbsp;โดยมีผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;ภายในจังหวัดสงขลา&nbsp;จำนวน&nbsp;73&nbsp;บูธ&nbsp;สปาและนวดแผนไทย&nbsp;กิจกรรมส่งเสริมการตลาดกลุ่มอาชีพ&nbsp;ที่กู้ยืมเงินจากกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&nbsp;จำนวน&nbsp;25&nbsp;กลุ่ม&nbsp;การประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนกองพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดสงขลา&nbsp;ในวันที่&nbsp;26&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;42&nbsp;คน&nbsp;</p><p><strong>การดำเนินกิจกรรมดังกล่าวได้ดำเนินการภายใต้มาตรการ&nbsp;Social&nbsp;Distancing</strong>&nbsp;ตามประกาศของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID&nbsp;&nbsp;19)&nbsp;ของจังหวัดสงขลา&nbsp;คณะทำงานผู้จัดงานร่วมกับศูนย์ประชุมฯ&nbsp;ได้ดำเนินการตามมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดอย่างเคร่งครัด&nbsp;ภายในงานได้มีการคัดกรองการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;ก่อนเข้างานและระหว่างการจัดงานฯ&nbsp;</p><p><strong>โดยผู้ประกอบการที่จำหน่ายภายในงานตลอด&nbsp;10&nbsp;วัน</strong>&nbsp;ผ่านการฉีดวัคซีนอย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;และทางศูนย์ประชุมฯ&nbsp;ได้ติดตั้งอุปกรณ์ด้านความปลอดและฆ่าเชื้อขั้นสูงด้วยพลาสม่าและยูวี&nbsp;ติดตั้งระบบแผ่นกรองประสิทธิภาพสูงเฮปปาฟิลเตอร์&nbsp;การจัดแสดงและจำหน่ายของกลุ่ม&nbsp;OTOP&nbsp;เพื่อการตลาดจังหวัดสงขลา&nbsp;(กลุ่มกิจการเพื่อสังคม)&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ย้อนหลัง&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;&nbsp;สามารถสร้างรายได้&nbsp;มากกว่า&nbsp;300&nbsp;ล้านบาทต่อปี&nbsp;และในครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันที่ผ่านมา&nbsp;3&nbsp;วัน(21-23&nbsp;ม.ค.)&nbsp;มียอดจำหน่ายแล้ว&nbsp;มากกว่า&nbsp;17&nbsp;ล้านบาท&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	25/1/2022	ภาคใต้	สงขลา	สวท.สงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125115250096
716	ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ย้ำสถานการณ์โควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น	"<p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ย้ำสถานการณ์โควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น เน้นการทำงานหลังบ้านที่เข้มแข็ง</strong>&nbsp;<strong>พร้อมแพล็ตฟอร์ม&nbsp;POCC</strong>&nbsp;<strong>ดูแลประชาชน</strong>&nbsp;&nbsp;</p><p class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า จากการพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา จังหวัดภูเก็ตยังคงมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ควบคู่กับการฟื้นฟูเศรษฐกิจเพื่อปากท้องของประชาชน โดยเน้นการทำงานของทีมหลังบ้านเพื่อควบคุมสถานการณ์ให้เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งขณะนี้สถานการณ์การระบาดของจังหวัดภูเก็ตดีขึ้นตามลำดับ โดยใช้แนวทางการรักษาผู้ติดเชื้อในรูปแบบ&nbsp;Home Isolation&nbsp;หรือ&nbsp;Community Isolation&nbsp;ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่คอยติดตามสอบถาม ดูแลอาการอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งจัดส่งยาและสิ่งของจำเป็นให้จนกระทั่งหายดี ถือเป็นทางเลือกให้กับผู้ติดเชื้อกลุ่มสีเขียวที่ไม่มีอาการที่มีอยู่กว่าร้อยละ 96 ส่วนกลุ่มสีแดงมีไม่ถึงร้อยละ 1&nbsp;&nbsp;</p><p class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้ นอกจากคลินิกอุ่นใจ ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อดูแลประชาชนที่มีผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นบวกแล้ว จังหวัดภูเก็ตร่วมกับ อบจ.ภูเก็ต จัดทำแพล็ตฟอร์มกลาง&nbsp;POCC&nbsp;หรือ&nbsp;Phuket Organizations Covid Care&nbsp;เพื่อการบริหารดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด-19 แบบระบบออนไลน์ โดยเน้นสื่อสารทำความเข้าใจในสาระสำคัญคือโรคโควิดสายพันธ์โอมิครอน ""ติดแต่ไม่หนัก รักษาที่บ้านได้ ถ้าไม่มั่นใจติดต่อโรงพยาบาลผ่าน&nbsp;POCC&nbsp;ได้ทันที"" ทั้ง 3 ช่องทาง คือ สายด่วน&nbsp;POCC&nbsp;1131 หรือ&nbsp;Facebook:POCC&nbsp;และ&nbsp;Line @POCC&nbsp;เพื่อประชาชนสามารถเข้าถึงการดูแลรักษาที่ถูกต้องอย่างทั่วถึง ซึ่งระบบนี้เป็นการพัฒนาและเปิดใช้เป็นที่แรกของประเทศไทย ในรูปแบบ&nbsp;One province One Hospital&nbsp;&nbsp;</p><p class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อย่างไรก็ตาม ทุกมาตรการยังคงดำเนินการอย่างเข้มข้น เพื่อการป้องกันและควบคุมโรคในทุกกลุ่ม ทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยวในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงแผนการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นเข็มที่ 3 และเข็มที่ 4 มาตรการควบคุมและป้องการการแพร่ระบาดกลุ่มแรงงานต่างด้าวในแคมป์คนงาน สถานประกอบการ ที่เชื่อมั่นว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นภาคการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต แต่ยังคงต้องขอความร่วมมือประชาชนและทุกภาคส่วนให้ความร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่อง&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p>"	25/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.ภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125131551154
717	จ.ลำปาง พบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่  31  ราย	<p><strong>สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;รายงานสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;พบผู้ป่วยรายใหม่&nbsp;31&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ติดเชื้อยืนยันตรวจด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ติดเชื้อเข้าข่ายตรวจด้วยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;25&nbsp;ราย&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ถึงปัจจุบัน&nbsp;พบผู้ป่วยสะสม&nbsp;2,013&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ระหว่างรักษา&nbsp;971&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายกลับบ้านสะสม&nbsp;1,041&nbsp;ราย&nbsp;และเสียชีวิตสะสม&nbsp;1&nbsp;ราย</p><p><strong>สำหรับข้อมูลการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;</strong>ณ&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ของวันเดียวกัน&nbsp;จังหวัดลำปางวัคซีนไปแล้ว&nbsp;1,053,627&nbsp;เข็ม&nbsp;จำแนกเป็นเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;475,889&nbsp;คน&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;448,069&nbsp;คน&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;125,921&nbsp;คน&nbsp;และเข็มที่&nbsp;4&nbsp;จำนวน&nbsp;3,748&nbsp;คน</p><p><strong>จังหวัดลำปางขอความร่วมมือประชาชนเคร่งครัดตามมาตรการป้องกันโรค&nbsp;DMHTTA&nbsp;</strong>ทั้งนี้&nbsp;หากมีข้อสงสัย&nbsp;สอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนโควิด-19&nbsp;ลำปาง&nbsp;โทร.&nbsp;093&nbsp;140&nbsp;8023&nbsp;ในวันเวลาราชการ&nbsp;และวันเสาร์-อาทิตย์&nbsp;เวลา&nbsp;08.30-16.30&nbsp;น.&nbsp;หรือสอบถามที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	25/1/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125131725156
718	ประชาชนแม่ฮ่องสอนได้รับวัคซีนเข็มแรกร้อยละ 66.86 ขณะที่วันที่ 25 ม.ค.65 มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มเพียง 1 ราย	<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในการระบาดตั้งแต่วันที่&nbsp;1-25&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอนมีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ทั้งสิ้นจำนวน&nbsp;334&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;(0.60&nbsp;%)&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;248&nbsp;ราย&nbsp;(74.25%)&nbsp;ยังอยู่ระหว่างรักษา&nbsp;84&nbsp;ราย&nbsp;(2515&nbsp;%)&nbsp;มีอาการเล็กน้อย&nbsp;73&nbsp;ราย&nbsp;ปานกลาง&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;และรุนแรง&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;รักษาอยู่ที่โรงพยาบาล/โรงพยาบาลสนาม&nbsp;จำนวน&nbsp;36&nbsp;ราย&nbsp;ศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;และแยกกักตนเองที่บ้าน&nbsp;(HI)&nbsp;จำนวน&nbsp;39&nbsp;ราย&nbsp;สำหรับวันนี้มีผู้ได้รับการตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;&nbsp;610&nbsp;ชุด&nbsp;พบเชื้อ&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเพศหญิงอยู่ที่อำเภอปาย&nbsp;เป็นประชาชนทั่วไป</p><p><strong>จากข้อมูลการดำเนินการฉีดวัคซีนป้องกันโรค&nbsp;COVID-19</strong>&nbsp;แก่ประชาชนในกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;24&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ประชาชนได้รับการฉีดวัคซีน&nbsp;เป็นวัคซีนเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;164,312&nbsp;คน&nbsp;(66.86%)&nbsp;ฉีดครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;จำนวน&nbsp;122,133&nbsp;คน&nbsp;(49.70%)&nbsp;และฉีดกระตุ้นเข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;19,735&nbsp;คน&nbsp;(8.03%)&nbsp;8&nbsp;ข้อปฏิบัติเบื้องต้น&nbsp;สำหรับผู้ที่ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ด้วยตนเอง&nbsp;และพบผลตรวจเป็นบวก&nbsp;ให้ดำเนินการ&nbsp;ดังนี้&nbsp;1.เตรียมเอกสารที่ต้องใช้&nbsp;ได้แก่&nbsp;บัตรประชาชน&nbsp;และผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;2.&nbsp;แจ้งเบอร์โทรศัพท์ของตนกับสถานบริการสาธารณสุขเพื่อเข้ารับการรักษา&nbsp;โทร&nbsp;062-&nbsp;2953064,&nbsp;096-1703251&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;1669&nbsp;3.งดออกจากที่พักหรือออกเดินทางข้ามจังหวัด&nbsp;4.งดใกล้ชิดบุคคลในครอบครัวหรือผู้อื่น&nbsp;5.งดการใช้ห้องน้ำร่วมกับบุคคลอื่น&nbsp;6.กรณีที่มีอาการไข้&nbsp;ให้รับประทานยาลดไข้&nbsp;และเช็ดตัวเพื่อลดไข้&nbsp;7.สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา&nbsp;8.&nbsp;แยกของเครื่องใช้ส่วนตัว</p><p><strong>วัคซีนเปรียบเหมือนเกราะการป้องกัน</strong>&nbsp;เฝ้าระวังการสูญเสียคนที่เรารัก&nbsp;ดังนั้นเพื่อดูแลคนที่เรารักให้อยู่กับ&nbsp;เราไปนานๆ&nbsp;ขอเชิญชวน&nbsp;ประชาสัมพันธ์&nbsp;เยาวชนอายุ&nbsp;12-18&nbsp;ปี&nbsp;(ทั้งในและนอกระบบการศึกษา)&nbsp;ผู้สูงอายุ&nbsp;ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว&nbsp;หญิงตั้งครรภ์&nbsp;ประชาชนทั่วไปทุกคน&nbsp;ที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ติดต่อ&nbsp;สอบถาม&nbsp;ณ&nbsp;โรงพยาบาลหรือ&nbsp;รพ.สต.ทุกแห่ง&nbsp;เพื่อเข้ารับการ&nbsp;ฉีดวัคซีนเข็ม&nbsp;1&nbsp;หรือกระตุ้น&nbsp;เข็ม&nbsp;3&nbsp;เพื่อความปลอดภัยของตัวเองและสังคม&nbsp;ลดการแพร่กระจายเชื้อ&nbsp;เป็นการป้องกัน&nbsp;โรคลดความรุนแรงของโรคและลดการเสียชีวิตหากมีการติดเชื้อโควิด-19&nbsp;หากมีความเสี่ยงให้ตรวจด้วย&nbsp;ATK&nbsp;ส่วนสถาน&nbsp;บริการต่างๆ&nbsp;ควรทำตามมาตรการ&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;&nbsp;Setting&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;โดยเฉพาะร้านอาหาร&nbsp;สถานที่ต้องสะอาด&nbsp;มีการเว้นระยะห่าง&nbsp;มีเจลแอลกอฮอล์&nbsp;ตรวจวัดอุณหภูมิ&nbsp;พนักงานฉีดวัคซีนทุกคน&nbsp;ลูกค้าต้องแสดงผลวัคซีน&nbsp;หรือตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ซึ่ง&nbsp;หากทำตามมาตรการเหล่านี้&nbsp;จะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	25/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125133725160
719	ผู้ป่วยโควิดยะลา เสียชีวิตเพิ่มอีก 1  พบรายใหม่ติดเชื้อเพิ่ม 17	<p><strong>สถานการณ์โควิด-19&nbsp;สำหรับ&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ในวันนี้&nbsp;25&nbsp;ม.ค&nbsp;65&nbsp;</strong>&nbsp;มีผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;17&nbsp;ราย&nbsp;เพิ่มขึ้นจากเมื่อวานนี้&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งมี&nbsp;14&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ป่วยสะสม&nbsp;390&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;204&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;&nbsp;300&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;วันนี้มีผู้ป่วยเสียชีวิตเพิ่ม&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;จากพื้นที่&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;&nbsp;ทำให้ยอดสะสมเสียชีวิตรวม&nbsp;9&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;17&nbsp;รายใหม่&nbsp;พบใน&nbsp;2&nbsp;อำเภอ&nbsp;คือ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;&nbsp;13&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;</strong>&nbsp;และ&nbsp;อ.เบตง&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;ส่วน&nbsp;6&nbsp;อำเภอที่ไม่มีผู้ป่วยเพิ่ม&nbsp;คือ&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;อ.ยะหา&nbsp;อ.กาบัง&nbsp;อ.กรงปินัง&nbsp;อ.ธารโต&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;อ.รามัน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ป่วยที่เข้าข่ายติดเชื้อ&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;&nbsp;&nbsp;ไม่มีรายใหม่เพิ่ม&nbsp;สะสมรวม&nbsp;&nbsp;130&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;ส่วนผลการคัดกรองตามมาตรการด้านสาธารณสุขรวมสะสม&nbsp;7,594&nbsp;ราย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>	25/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125140432169
720	อำเภอเบตงออกหน่วยบริการฉีดวัคซีนเคลื่อนที่เชิงรุก กระตุ้นภูมิ ให้กับประชาชนที่มี อายุ 12 ปีขึ้นไป ในพื้นที่ตำบลอัยเยอร์เวง รับมือโอมิครอนพร้อมเดินหน้าเปิดการท่องเที่ยวในประเทศในช่วงเทศกาลตรุษจีนได้อย่างปลอดภัย	"<p><strong>วันนี้&nbsp;25&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่&nbsp;โรงเรียนบ้านอัยเยอร์เวง&nbsp;บ้าน&nbsp;ก.ม.29&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลอัยเยอร์เวง&nbsp;</strong>อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;นายเอก&nbsp;ยังอภัย&nbsp;ณ&nbsp;สงขลา&nbsp;นายอำเภอเบตง&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายวงศ์วิทย์&nbsp;อัครวโรทัย&nbsp;สาธารณสุขอำเภอเบตง&nbsp;นายซอลาฮุดดีน&nbsp;ยาญา&nbsp;นายก&nbsp;อบต.อัยเยอร์เวง&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ได้ร่วมประชุมคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคอำเภอเบตง&nbsp;ติดตามสถานการณ์แพร่ระบาดโรคติดเชื้อโควิด&nbsp;-19&nbsp;และการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด&nbsp;-19&nbsp;เชิงรุกในพื้นที่&nbsp;พร้อมทั้งมีการจัดหน่วยบริการฉีดวัคซีน&nbsp;เคลื่อนที่เชิงรุก&nbsp;ให้กับประชาชนที่มี&nbsp;อายุ&nbsp;12&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;ในพื้นที่ตำบลอัยเยอร์เวง&nbsp;กระตุ้นภูมิรับมือโอมิครอน&nbsp;ภายใต้โครงการเฝ้าระวัง&nbsp;ป้องกัน&nbsp;ควบคุมโรคติดต่อในชุมชน&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีบริการฉีดวัคซีน&nbsp;ทั้งเข็มที่&nbsp;1&nbsp;เข็ม&nbsp;2&nbsp;และเข็ม&nbsp;3&nbsp;ซึ่งประชาชนที่เดินทางมารับการฉีดวัคซีนในวันนี้&nbsp;จะได้รับข้าวสารคนละ&nbsp;1&nbsp;ถุง&nbsp;และมีลุ้นรางวัลชิงโชคต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;ตู้เย็น&nbsp;พัดลม&nbsp;ผ้านวม&nbsp;เป็นต้น&nbsp;&nbsp;โดยนายซอลาฮุดดีน&nbsp;ยาญา&nbsp;นายก&nbsp;อบต.อัยเยอร์เวง&nbsp;ร่วมฉีดวัคซีนเข็ม&nbsp;3&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายมะแอ&nbsp;ดอเลาะ&nbsp;รอง&nbsp;นายก&nbsp;อบต.อัยเยอร์เวง&nbsp;ฉีดวัคซีนเข็ม&nbsp;2&nbsp;และนายสีดี&nbsp;ดือราแม็ง&nbsp;กำนันตำบลอัยเยอร์เวง&nbsp;ฉีดวัคซีนเข็ม&nbsp;2&nbsp;ในกิจกรรมครั้งนี้ด้วย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายเอก&nbsp;ยังอภัย&nbsp;ณ&nbsp;สงขลา&nbsp;นายอำเภอเบตง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การควบคุมโรคและเร่งรัดการฉีดวัคซีนโควิด&nbsp;19&nbsp;ถือเป็นนโยบายเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการ&nbsp;เพราะการฉีดวัคซีนทำได้ง่ายกว่าการดูแลรักษาเมื่อป่วยแล้ว&nbsp;ได้ย้ำเจ้าหน้าที่สาธารณสุขให้จัดทีมฉีดวัคซีนโควิด&nbsp;-19&nbsp;เชิงรุก&nbsp;เพื่อเร่งรัดการฉีดวัคซีนในผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนทุกกลุ่ม&nbsp;ตั้งแต่อายุ&nbsp;12&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;และประชาชนในพื้นที่ตำบลอัยเยอร์เวง&nbsp;และนักท่องเที่ยว&nbsp;โดยเฉพาะผู้สูงอายุ&nbsp;ผู้ป่วยติดเตียง&nbsp;และขยายการฉีดวัคซีนให้แก่กลุ่มแรงงานต่าวด้าว&nbsp;เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย&nbsp;100&nbsp;ล้านโดส&nbsp;เพิ่มความครอบคลุมวัคซีนให้ถึง&nbsp;70%&nbsp;ของประชากรร่วมกับมาตรการ&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;และตรวจคัดกรองด้วย&nbsp;ATK&nbsp;ซึ่งจะช่วยควบคุมการแพร่ระบาด&nbsp;ส่งเสริมสุขภาพดีวิถีใหม่&nbsp;ให้ประชาชนใช้ชีวิตร่วมกับโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;ได้อย่างปลอดภัย&nbsp;และทำให้เราสามารถเดินหน้าเปิดการท่องเที่ยวในประเทศได้อย่างปลอดภัย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สถานการณ์โควิด&nbsp;-19&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;พบผู้ป่วยรายใหม่&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;</strong>&nbsp;รวมผู้ป่วยสะสม&nbsp;46&nbsp;ราย&nbsp;ขณะที่&nbsp;ภาพรวมการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ให้กับประชาชน&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ล่าสุด&nbsp;25&nbsp;ม.ค&nbsp;65&nbsp;เข็ม&nbsp;1&nbsp;ฉีดแล้ว&nbsp;352,124&nbsp;ร้อยละ&nbsp;64.26&nbsp;เข็ม&nbsp;2&nbsp;ฉีดแล้ว&nbsp;293,731&nbsp;ร้อยละ&nbsp;53.60&nbsp;เข็ม&nbsp;3&nbsp;ฉีดแล้ว&nbsp;39,271&nbsp;ร้อยละ&nbsp;7.17&nbsp;ฉีดแล้วสะสม&nbsp;685,126&nbsp;โดส</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p>"	25/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125151014213
721	จังหวัดชุมพรกำชับเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังช่วงตรุษจีนย้ำทุกคนปฏิบัติตามสุขบัญญัติ 10 ประการ	<p><strong>วันนี้&nbsp;(25&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;นายโชตินรินทร์&nbsp;เกิดสม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดชุมพร&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า&nbsp;2019&nbsp;ทั้งระดับประเทศและในพื้นที่ของจังหวัดชุมพร&nbsp;พร้อมร่วมพิจารณามาตรการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;ให้ทันต่อสถานการณ์ในพื้นที่&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสมพร&nbsp;ปัจฉิมเพ็ชร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร&nbsp;นายกองเอกพุทธ&nbsp;กฤชคงพันธุ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;คณะกรรมการฯ&nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมเกาะมัตตรา&nbsp;ศาลากลางจังหวัดชุมพร</p><p><strong>โดยผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร&nbsp;</strong>ได้เน้นย้ำให้ทุกคนทำตามมาตรการป้องกันตนเอง&nbsp;VUCA&nbsp;ได้แก่&nbsp;Vaccine&nbsp;ฉีดครบลดป่วยหนัก,&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;ป้องกันตนเองสูงสุดตลอดเวลา&nbsp;ห่างไกลจากโควิด,&nbsp;Covid&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;สถานที่บริการพร้อม&nbsp;ผู้ให้บริการฉีดวัคซีนครบตรวจ&nbsp;&nbsp;ATK&nbsp;ทุกสัปดาห์,&nbsp;ATK&nbsp;(Antigan&nbsp;test&nbsp;kit)&nbsp;พร้อมตรวจเสมอเมื่อใกล้ชิดคนติดเชื้อหรือมีอาการทางเดินหายใจ&nbsp;โดยเฉพาะ&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;หรือสุขบัญญัติ&nbsp;10&nbsp;ประการ&nbsp;และ&nbsp;Covid&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;และ&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;ขอให้ทุกคนปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดด้วย</p><p><strong>ด้านนายสมพร&nbsp;ปัจฉิมเพ็ชร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเทศกาลตรุษจีน&nbsp;ซึ่งจะมีการเดินทาง&nbsp;รวมกลุ่ม&nbsp;พบปะกันในครอบครัว&nbsp;กิจกรรมพิธีทางศาสนา&nbsp;ทำให้มีความเสี่ยงมากขึ้นจึงขอให้&nbsp;ศปก.ทุกระดับ&nbsp;ควบคุมดูแล&nbsp;การจัดกิจกรรมกิจการ&nbsp;ทางศาสนาตามประเพณี&nbsp;ขอให้ปฏิบัติตามมาตรการที่จังหวัดกำหนดอย่างเคร่งครัด&nbsp;กิจกรรมใดที่ได้ขออนุญาตแล้ว&nbsp;ก็ต้องตามไปตรวจดูด้วย&nbsp;โดยเฉพาะสถานการณ์ในอำเภอหลังสวนยังน่าเป็นห่วง&nbsp;ขอให้นายอำเภอ&nbsp;สาธารณสุขอำเภอ&nbsp;ผอ.รพ.หลังสวน&nbsp;รพ.สต.ทุกแห่งรวมกันเป็นทีม&nbsp;ในการขับเคลื่อนการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคอย่างเข้มข้น&nbsp;โดยเฉพาะผู้ป่วย&nbsp;PUI&nbsp;ที่เกิดขึ้น&nbsp;ซึ่งกิจกรรมที่เสี่ยงมากที่สุด&nbsp;คือการรวมกลุ่มเล่นการพนัน&nbsp;ขอให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องช่วยกันป้องปราม&nbsp;ส่วนกิจกรรมล้งผลไม้&nbsp;ที่กำลังมีทุเรียนทวายเริ่มออกมาแล้ว&nbsp;ก็ขอให้ควบคุมดูแลด้วย&nbsp;โดยขอให้ทุกระดับคงมาตรการระบบรังผึ้งเพื่อคัดกรองคนในชุมชน&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ส่วนข้าราชการ&nbsp;ที่เดินทางออกนอกพื้นที่ไปยังจังหวัดเสี่ยง&nbsp;ให้&nbsp;Quarantine&nbsp;ตัวเอง&nbsp;เมื่อครบ&nbsp;5&nbsp;วันให้ไปตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ที่โรงพยาบาล&nbsp;เช่นเดียวกับพี่น้องประชาชน&nbsp;คนที่ไปพื้นที่เสี่ยงกลับมาให้&nbsp;แยกตัวสังเกตอาการของตัวเอง&nbsp;หลังจาก&nbsp;5&nbsp;วัน&nbsp;ให้ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19&nbsp;</strong>ในพื้นที่จังหวัดชุมพร&nbsp;โดยข้อมูลวันที่&nbsp;24&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดชุมพรมีผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;จำนวน&nbsp;57&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งการระบาดระลอกเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;มีจำนวน&nbsp;1,158&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ระหว่างการรักษา&nbsp;516&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	25/1/2022	ภาคใต้	ชุมพร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชุมพร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125144127198
722	รองเลขาธิการ ทปอ.ย้ำ การตรวจ ATK ก่อนเข้าสอบถือเป็นการเพิ่มภาระให้นักเรียนมากเกินไป พร้อมขอความร่วมมือ 1-2 สัปดาห์ก่อนสอบให้นักเรียนอ่านหนังสือเพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อโควิด -19	<p>นางเพ็ญรัตน์&nbsp;หงษ์วิทยากร&nbsp;รองเลขาธิการที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย&nbsp;(ทปอ.)&nbsp;และหัวหน้าทีมคัดเลือกกลางบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา&nbsp;(TCAS)&nbsp;ของ&nbsp;ทปอ.&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สำหรับการสอบวิชาความถนัดทั่วไป&nbsp;หรือ&nbsp;GAT&nbsp;และวิชาความถนัดทางวิชาการ&nbsp;วิชาชีพ&nbsp;หรือ&nbsp;PAT&nbsp;ในวันที่&nbsp;12-15&nbsp;มีนาคม&nbsp;ขณะนี้มีผู้สมัครเข้ามาแล้วบ้าง&nbsp;เนื่องจากเปิดรับสมัครไปแล้วเมื่อวันที่&nbsp;21&nbsp;มกราคม&nbsp;และจะรับสมัครวันสุดท้ายในวันที่9&nbsp;กุมภาพันธ์นี้&nbsp;ซึ่งตนคาดว่าในปีนี้จำนวนผู้สมัครจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด&nbsp;เนื่องจากที่ผ่านมาการเปิดรับสมัครสอบจะเปิดในช่วงก่อนที่จะมีการประกาศรอบที่&nbsp;1&nbsp;แฟ้มสะสมผลงาน&nbsp;และรอบที่&nbsp;2&nbsp;โควต้า&nbsp;ทำให้ที่ผ่านมามีผู้สมัคร&nbsp;4-5&nbsp;แสนคน&nbsp;และ&nbsp;ทปอ.เห็นว่าการเปิดรับสมัครก่อนที่จะประกาศผลรอบที่&nbsp;1&nbsp;และ&nbsp;2&nbsp;นั้น&nbsp;จะทำให้ผู้สมัครได้ผ่านการคัดเลือกรอบที่&nbsp;1&nbsp;และ&nbsp;2&nbsp;เสียเงินค่าสมัครโดยเปล่าประโยชน์</p><p><br></p><p>&nbsp;ส่วนจำนวนผู้สมัครสอบ&nbsp;9&nbsp;วิชาสามัญระหว่างวันที่&nbsp;19-20&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;คาดว่าจะมีผู้สมัครประมาณ&nbsp;5-6&nbsp;หมื่นคน&nbsp;เหมือนที่ผ่าน&nbsp;เพราะเป็นกลุ่มวิชาที่จะในการสมัครกลุ่มกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย&nbsp;(กสพท)&nbsp;สำหรับระบบคัดกรองผู้เข้าสอบเรายังดำเนินการตามมาตรการของ&nbsp;สธ.&nbsp;โดยผู้ที่เข้าสอบจะต้องมีไข้ต่ำกว่า&nbsp;37&nbsp;องศา&nbsp;หากตรวจแล้วพบว่าผู้เข้าสอบมีอุณหภูมิสูงกว่าที่กำหนด&nbsp;ก็มีการจัดห้องสอบเป็นกรณีพิเศษ&nbsp;ส่วนเรื่องที่จะให้มีการแสดงผล&nbsp;Antigen&nbsp;test&nbsp;kit&nbsp;(ATK)&nbsp;คือ&nbsp;ชุดตรวจการติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ก่อนเข้าสอบนั้น&nbsp;มองว่าเรื่องนี้อาจจะเป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้ที่เข้าสอบ</p><p><br></p><p><br></p><p>&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ทปอ.ขอความกรุณาผู้ที่จะเข้าสอบให้รักษาตัว&nbsp;ตั้งใจอ่านหนังสือเตรียมการสอบอยู่ที่บ้านในช่วง&nbsp;1-2&nbsp;สัปดาห์ก่อนจะเข้าสอบ&nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันและลดความเสี่ยงในการรับเชื้อโควิด-19&nbsp;ด้วย&nbsp;</p>	25/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125150538211
723	ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ย้ำสถานการณ์โควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น เน้นการทำงานหลังบ้านที่เข้มแข็ง พร้อมแพล็ตฟอร์ม POCC ดูแลประชาชน	"<p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ย้ำสถานการณ์โควิด-19&nbsp;</strong>ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต&nbsp;เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น&nbsp;เน้นการทำงานหลังบ้านที่เข้มแข็ง&nbsp;พร้อมแพล็ตฟอร์ม&nbsp;POCC&nbsp;ดูแลประชาชน&nbsp;</p><p><strong>นายณรงค์&nbsp;วุ่นซิ้ว&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จากการพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา&nbsp;จังหวัดภูเก็ตยังคงมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&nbsp;ควบคู่กับการฟื้นฟูเศรษฐกิจเพื่อปากท้องของประชาชน&nbsp;โดยเน้นการทำงานของทีมหลังบ้านเพื่อควบคุมสถานการณ์ให้เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น&nbsp;ซึ่งขณะนี้สถานการณ์การระบาดของจังหวัดภูเก็ตดีขึ้นตามลำดับ&nbsp;โดยใช้แนวทางการรักษาผู้ติดเชื้อในรูปแบบ&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;หรือ&nbsp;Community&nbsp;Isolation&nbsp;ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่คอยติดตามสอบถาม&nbsp;ดูแลอาการอย่างต่อเนื่อง&nbsp;พร้อมทั้งจัดส่งยาและสิ่งของจำเป็นให้จนกระทั่งหายดี&nbsp;ถือเป็นทางเลือกให้กับผู้ติดเชื้อกลุ่มสีเขียวที่ไม่มีอาการที่มีอยู่กว่าร้อยละ&nbsp;96&nbsp;ส่วนกลุ่มสีแดงมีไม่ถึงร้อยละ&nbsp;1&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;นอกจากคลินิกอุ่นใจ&nbsp;ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อดูแลประชาชนที่มีผลตรวจ&nbsp;ATK</strong>&nbsp;เป็นบวกแล้ว&nbsp;จังหวัดภูเก็ตร่วมกับ&nbsp;อบจ.ภูเก็ต&nbsp;จัดทำแพล็ตฟอร์มกลาง&nbsp;POCC&nbsp;หรือ&nbsp;Phuket&nbsp;Organizations&nbsp;Covid&nbsp;Care&nbsp;เพื่อการบริหารดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;แบบระบบออนไลน์&nbsp;โดยเน้นสื่อสารทำความเข้าใจในสาระสำคัญคือโรคโควิดสายพันธ์โอมิครอน&nbsp;""ติดแต่ไม่หนัก&nbsp;รักษาที่บ้านได้&nbsp;ถ้าไม่มั่นใจติดต่อโรงพยาบาลผ่าน&nbsp;POCC&nbsp;ได้ทันที""&nbsp;ทั้ง&nbsp;3&nbsp;ช่องทาง&nbsp;คือ&nbsp;สายด่วน&nbsp;POCC&nbsp;1131&nbsp;หรือ&nbsp;Facebook:POCC&nbsp;และ&nbsp;&nbsp;Line&nbsp;&nbsp;@POCC&nbsp;เพื่อประชาชนสามารถเข้าถึงการดูแลรักษาที่ถูกต้องอย่างทั่วถึง&nbsp;ซึ่งระบบนี้เป็นการพัฒนาและเปิดใช้เป็นที่แรกของประเทศไทย&nbsp;ในรูปแบบ&nbsp;One&nbsp;province&nbsp;One&nbsp;Hospital&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ทุกมาตรการยังคงดำเนินการอย่างเข้มข้น</strong>&nbsp;เพื่อการป้องกันและควบคุมโรคในทุกกลุ่ม&nbsp;ทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยวในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;รวมถึงแผนการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นเข็มที่&nbsp;3&nbsp;และเข็มที่&nbsp;4&nbsp;มาตรการควบคุมและป้องการการแพร่ระบาดกลุ่มแรงงานต่างด้าวในแคมป์คนงาน&nbsp;สถานประกอบการ&nbsp;ที่เชื่อมั่นว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นภาคการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต&nbsp;แต่ยังคงต้องขอความร่วมมือประชาชนและทุกภาคส่วนให้ความร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่อง&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	25/1/2022	ภาคใต้	ภูเก็ต	สวท.ภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125160123286
724	เทศบาลเมืองลำพูน ตรวจคัดกรองหาเชื้อ COVID-19 แก่นักเรียน สถานศึกษาในสังกัดเทศบาลเมืองลำพูน ก่อนเข้าเรียน	<p><strong>วันที่&nbsp;24&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;</strong>สถานศึกษาในสังกัดเทศบาลเมืองลำพูน&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้ทำการเปิดการเรียนการสอนในรูปแบบปกติ&nbsp;(On&nbsp;Site)&nbsp;โดยได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคติดต่อโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;มีการจัดเตรียมพื้นที่สำหรับผู้ปกครองรับ-ส่งนักเรียน&nbsp;จุดคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิ&nbsp;จุดตั้งอ่างล้างมือ&nbsp;และจุดวางเจลแอลกอฮอล์&nbsp;รวมทั้งการวางแผนการจัดการเรียนการสอน&nbsp;โดยกำหนดจำนวนนักเรียนห้องละไม่เกิน&nbsp;25&nbsp;คน&nbsp;รวมถึงการสลับวันมาเรียนตามความเหมาะสม&nbsp;ซึ่งทางสถานศึกษาได้ทำการคัดกรองหาเชื้อโควิด-19&nbsp;ด้วยชุดตรวจ&nbsp;Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit&nbsp;(ATK)&nbsp;สำหรับนักเรียนทุกระดับชั้นก่อนเข้าเรียน&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ปกครองและเป็นการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดต่ออย่างเคร่งครัด&nbsp;พร้อมนี้ได้มีการให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้ชุดตรวจและการตรวจสอบคุณภาพของชุดตรวจกับผู้ปกครองเพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน&nbsp;โดยผลการตรวจของนักเรียนทั้งหมดมีผลเป็นลบ&nbsp;(ไม่พบเชื้อ)</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	25/1/2022	ภาคเหนือ	ลำพูน	สวท.ลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125144635200
725	เทศบาลเมืองลำพูน ตรวจคัดกรองหาเชื้อ COVID-19 แก่นักเรียน สถานศึกษาในสังกัดเทศบาลเมืองลำพูน ก่อนเข้าเรียน	<p><strong>วันที่&nbsp;24&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;</strong>สถานศึกษาในสังกัดเทศบาลเมืองลำพูน&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้ทำการเปิดการเรียนการสอนในรูปแบบปกติ&nbsp;(On&nbsp;Site)&nbsp;โดยได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคติดต่อโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;มีการจัดเตรียมพื้นที่สำหรับผู้ปกครองรับ-ส่งนักเรียน&nbsp;จุดคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิ&nbsp;จุดตั้งอ่างล้างมือ&nbsp;และจุดวางเจลแอลกอฮอล์&nbsp;รวมทั้งการวางแผนการจัดการเรียนการสอน&nbsp;โดยกำหนดจำนวนนักเรียนห้องละไม่เกิน&nbsp;25&nbsp;คน&nbsp;รวมถึงการสลับวันมาเรียนตามความเหมาะสม&nbsp;ซึ่งทางสถานศึกษาได้ทำการคัดกรองหาเชื้อโควิด-19&nbsp;ด้วยชุดตรวจ&nbsp;Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit&nbsp;(ATK)&nbsp;สำหรับนักเรียนทุกระดับชั้นก่อนเข้าเรียน&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ปกครองและเป็นการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดต่ออย่างเคร่งครัด&nbsp;พร้อมนี้ได้มีการให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้ชุดตรวจและการตรวจสอบคุณภาพของชุดตรวจกับผู้ปกครองเพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน&nbsp;โดยผลการตรวจของนักเรียนทั้งหมดมีผลเป็นลบ&nbsp;(ไม่พบเชื้อ)</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	25/1/2022	ภาคเหนือ	ลำพูน	สวท.ลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125181134403
726	รองโฆษก ศบค.ตรัง เผย จังหวัดตรังมีผู้ป่วยโควิด 19 ที่รักษาหายวันนี้ 26 ราย รักษาหายสะสม 518 ราย นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565	<p><strong>วันนี้&nbsp;(25&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;แพทย์หญิงทิพย์ลดา&nbsp;บุญชัย&nbsp;แพทย์ชำนาญการ</strong>&nbsp;โรงพยาบาลตรัง&nbsp;ในฐานะรองโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ผู้ป่วยที่รักษาหายเพิ่ม&nbsp;26&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายรวม&nbsp;518&nbsp;ราย&nbsp;นับตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มีผู้ป่วยโควิด&nbsp;19&nbsp;ยังคงรักษาใน&nbsp;รพ.&nbsp;322&nbsp;ราย&nbsp;ไม่มีอาการหรือมีอาการน้อย&nbsp;281&nbsp;ราย&nbsp;อาการปานกลาง&nbsp;36&nbsp;ราย&nbsp;ให้ออกซิเจน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ให้ออกซิเจนแรงดันสูง&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;โดยในวันนี้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่อวันเฉลี่ยใน&nbsp;7&nbsp;วันเฉพาะในจังหวัดตรัง&nbsp;30.8&nbsp;ราย&nbsp;รวมที่มารักษาด้วย&nbsp;34.8&nbsp;ราย&nbsp;ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม&nbsp;ทำให้มียอดเสียชีวิตสะสมยังคงเดิมที่&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;โดยในขณะนี้&nbsp;จังหวัดตรังได้ดำเนินการฉีดวัคซีนเข็ม&nbsp;1&nbsp;ไปแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;491,441&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;77.79&nbsp;ผู้ได้รับวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;จำนวน&nbsp;467,546&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;74.01&nbsp;และ&nbsp;Booster&nbsp;เข็ม&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;112,172&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;17.76&nbsp;จากกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;631,755&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ได้ทำการตรวจหาเชื้อ&nbsp;SARs-COV-2&nbsp;</strong>ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;25&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;โดยดำเนินการไปแล้วทั้งสิ้น&nbsp;1,903&nbsp;ราย&nbsp;พบผลบวก&nbsp;(ติดเชื้อ)&nbsp;846&nbsp;ราย&nbsp;วันนี้มีการ&nbsp;Swab&nbsp;79&nbsp;ราย&nbsp;รอผลทั้ง&nbsp;84&nbsp;ราย&nbsp;และยังคงเน้นย้ำมาตรการการรักษามาตรการส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อป้องกันและลดการแพร่ระบาดของโควิด&nbsp;19&nbsp;ในวันนี้ได้มีการตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;เป็นบวก&nbsp;จำนวน&nbsp;23&nbsp;ราย&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;79&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;29.11%&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นบวก&nbsp;29&nbsp;ราย&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;311&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;9.32%&nbsp;รวมผู้ติดเชื้อ&nbsp;52&nbsp;ราย&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;290ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;13.33%</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	25/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125153526234
727	25 ม.ค.65 จ.ลำพูนพบติดเชื้อ COVID-19 จากผล RT-PCR 4 ราย ผลตรวจ ATK Positive 26 ราย เสียชีวิต 1 ราย	<p><strong>วันนี้&nbsp;(25&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;</strong>ที่ศาลาประชาคม&nbsp;ศาลากลางจังหวัดลำพูน&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;พร้อมด้วยนายแพทย์สุกิจ&nbsp;สุขประเสริฐ&nbsp;ผู้ช่วยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำพูน&nbsp;ร่วมแถลงสถานการณ์&nbsp;COVID-19&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;จ.ลำพูน&nbsp;พบผู้ติดเชื้อเพิ่มในจังหวัด&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;ต่างจังหวัดอีก&nbsp;0&nbsp;ราย&nbsp;ATK&nbsp;Positive&nbsp;26&nbsp;ราย&nbsp;มีผู้ป่วยติดเชื้อสะสมทั้งสิ้น&nbsp;6,598&nbsp;ราย&nbsp;ยอดเสียชีวิตสะสม&nbsp;44&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยยืนยันรักษาตัวทั้งหมด&nbsp;171&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;Pro.Case&nbsp;จำนวน&nbsp;627&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;ใน&nbsp;รพ.รัฐ&nbsp;226&nbsp;ราย&nbsp;รพ.เอกชน&nbsp;284&nbsp;ราย&nbsp;CI&nbsp;และ&nbsp;HI&nbsp;130&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;4,822&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหาย&nbsp;Pro.Case&nbsp;จำนวน&nbsp;933&nbsp;ราย</p><p><strong>ในส่วนของสถิติการครองเตียงของโรงพยาบาลรัฐทุกแห่งในจังหวัดลำพูนมีทั้งหมด&nbsp;510&nbsp;เตียง&nbsp;</strong>ใช้ไป&nbsp;226&nbsp;เตียงหรือคิดเป็น&nbsp;44.31%&nbsp;จึงทำให้มีเตียงเหลือรองรับผู้ป่วย&nbsp;284&nbsp;เตียงคิดเป็น&nbsp;55.69%&nbsp;นอกจากนี้เตียงรองรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลเอกชนมีรองรับทั้งสิ้น&nbsp;511&nbsp;เตียง&nbsp;ใช้ไป&nbsp;284&nbsp;เตียง&nbsp;คิดเป็น&nbsp;55.58%&nbsp;จึงทำให้มีเตียงเหลือรองรับผู้ป่วยอีก&nbsp;227&nbsp;เตียง&nbsp;คิดเป็น&nbsp;44.42%</p><p><strong>สำหรับการให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19</strong>&nbsp;ของจังหวัดลำพูน&nbsp;ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มียอดสะสมการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ไปแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;323,013&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;79.04%&nbsp;ของผู้ประสงค์ฉีดทั้งหมด&nbsp;126,648&nbsp;คน&nbsp;จากประชากรทั้งหมด&nbsp;401,408&nbsp;คนคิดเป็น&nbsp;80.47%&nbsp;ฉีดเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;323,013&nbsp;ราย&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;300,142&nbsp;ราย&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;113,049&nbsp;ราย&nbsp;และเข็มที่&nbsp;4&nbsp;จำนวน&nbsp;2,770&nbsp;เข็ม</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	25/1/2022	ภาคเหนือ	ลำพูน	สวท.ลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125153128229
728	โฆษก ศบค.เตือนช่วงเทศกาลตรุษจีนขอแนะนำมาตรการ VUCA และมาตรการป้องกันตนเองแบบครอบจักรวาล (Universal Prevention) เพื่อป้องกันตนเองให้ห่างไกลจากโควิด-19	"<p class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายแพทย์ตุลย์กานต์ มักคุ้น นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ โรงพยาบาลตรัง ในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จังหวัดตรัง กล่าวว่า การจัดงานเทศกาลตรุษจีนคาดว่าจะจัดงานตามบ้าน จะเป็นการไหว้เทพเจ้าหรือไหว้บรรพบุรุษ การทำความสะอาดบ้านตามเทศกาลของพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีน ขอแนะนำมาตรการ VUCA และมาตรการป้องกันตนเองแบบครอบจักรวาล (Universal Prevention) เพื่อป้องกันตนเองให้ห่างไกลจากโควิด-19 ก่อนช่วงเทศกาลตรุษจีน</p><p class=""ql-align-justify"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้ในปลายสัปดาห์นี้จะมีการฉีดวัคซีนเร่งรัดให้โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีกับ 7 โรคเรื้อรังเข้ารับวัคซีนเข็มที่ 3 และแม้มีญาติที่จะเดินทางมาจากต่างจังหวัด ควรใช้มาตรการสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา เว้นระยะห่าง ล้างมือเป็นประจำ หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารร่วมกัน ถ้าเป็นไปได้ควรจะมีการตรวจ ATK ก่อนที่จะรับประทานอาหารร่วมกัน จะทำให้ท่านปลอดภัยในช่วงเทศกาลตรุษจีนด้วย ถัดมาถ้าเป็นร้านอาหารต่าง ๆ อย่าลืมว่าการเปิดบริการในช่วงตรุษจีนอาจจะมีผู้ที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด ท่านใช้มาตรการ Covid Free Setting เช่นให้มีการเอื้อให้มีการถ่ายเทของอากาศ ลดความหนาแน่นในการบริการ มีการทำความสะอาดจุดสัมผัสอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้สถานประกอบการของท่านปลอดภัยจากการรับและแพร่เชื้อโควิด 19&nbsp;</p><p><br></p>"	25/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125153857238
729	"เชิญชวน ""โรงพยาบาล รพ.สต. คลินิก ห้องแลป ร้านขายยา ""สมัครเข้าร่วม หมอพร้อม Station"""	"<p><strong>ขอเชิญชวน&nbsp;""โรงพยาบาล&nbsp;รพ.สต.&nbsp;คลินิก&nbsp;ห้องแลป&nbsp;ร้านขายยา""</strong>&nbsp;ที่ยังไม่ได้เข้าร่วม&nbsp;""หมอพร้อม&nbsp;Station""&nbsp;สมัครเข้าร่วมโครงการเพื่อบันทึกผลตรวจโควิด&nbsp;19&nbsp;ด้วย&nbsp;RT-PCR&nbsp;และ&nbsp;ATK&nbsp;ให้กับประชาชน&nbsp;และแสดงผลบน&nbsp;LINE&nbsp;OA&nbsp;และ&nbsp;Application&nbsp;""หมอพร้อม""</p><p><strong>สมัครใช้งานที่</strong>&nbsp;https://mohpromtstation.moph.go.th/&nbsp;ค้นหาหน่วยงานที่เข้าร่วมและศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่&nbsp;https://mohpromt.moph.go.th/mpc/mohpromtstation/</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	25/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครพนม	สวท.นครพนม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125191717433
730	คณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรค(ศปก.)จังหวัดจันทบุรี ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมการเตรียมจัดงานประเพณีนมัสการรอยพระพุทธบาทพลวง บนยอดเขาคิชฌกูฏ ประจำปี 2565  ตามมาตรการป้องกัน covid-19	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(&nbsp;25&nbsp;ม.ค.65&nbsp;)&nbsp;ว่าที่เรือตรี&nbsp;ศรันยวัชร&nbsp;พูลสวัสดิ์&nbsp;ปลัดจังหวัดจันทบุรี</strong>&nbsp;ได้รับมอบหมายจากผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี&nbsp;ให้เป็นหัวหน้าชุดคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรค(ศปก.)&nbsp;จังหวัดจันทบุรี&nbsp;นำคณะทำงานซึ่งประกอบด้วยหัวหน้าส่วนราชการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมของวัดกะทิง&nbsp;วัดพลวง&nbsp;และจุดเก็บค่าผ่านทางของอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฎ&nbsp;อ.เขาคิชฌกูฏ&nbsp;จ.จันทบุรี&nbsp;โดยรับฟังการบรรยายสรุปถึง&nbsp;การเตรียมความพร้อมเรื่องสถานที่&nbsp;แนวทางปฏิบัติสำหรับคณะผู้จัดงานและผู้ปฏิบัติงาน&nbsp;ของการจัดงานประเพณีนมัสการรอยพระพุทธบาทพลวง&nbsp;(เขาคิชฌกูฏ)&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันโรคตามที่คณะกรรมการควบคุมโรคจังหวัดจันทบุรีกำหนด&nbsp;พร้อมทั้ง&nbsp;เยี่ยมชมความพร้อมของจุดคัดกรองตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด&nbsp;-19&nbsp;การเตรียมแผนเผชิญเหตุ&nbsp;จุดให้บริการรถคิวที่จะรับนักแสวงบุญขึ้นไปบนยอดเขาที่ต้องแยกออกจากจุดคัดกรอง&nbsp;จุดพักคอยระหว่างรอ&nbsp;วิธีการคัดกรอง&nbsp;การทำความสะอาดบริเวณสถานที่และจุดสัมผัสต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ซึ่งคณะทำงานฯ&nbsp;ได้เสนอแนะ&nbsp;ให้ทางคณะผู้จัด&nbsp;วางแผนผัง&nbsp;และกำหนดผู้รับผิดชอบแต่ละจุดให้ชัดเจน&nbsp;พร้อมทั้งแสนอว่า&nbsp;ไม่ควรให้มีการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ที่บริเวณหน้างาน&nbsp;หรือรับนักแสวงบุญโดยวิธี&nbsp;Walk&nbsp;in&nbsp;เป็นอันขาด&nbsp;เนื่องจากเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;ได้&nbsp;ดังนั้นนักแสวงบุญ&nbsp;ประชาชน&nbsp;นักท่องเที่ยวที่จะขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาทในปี&nbsp;จะต้องตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;มาก่อนล่วงหน้า&nbsp;และต้องจองคิวการขึ้นเขาผ่านแอป&nbsp;QueQ&nbsp;ของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชเท่านั้น&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับงานประเพณีนมัสการรอยพระพุทธบาทพลวง(เขาคิชฌกูฏ)</strong>&nbsp;ปีนี้กำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่&nbsp;2&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;&nbsp;2&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ตามประเพณีคือขึ้น&nbsp;1&nbsp;ค่ำเดือน&nbsp;3&nbsp;ถึง&nbsp;ขึ้น&nbsp;1&nbsp;ค่ำเดือน&nbsp;5&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;อย่างเข้มข้น&nbsp;และจะมีพิธี&nbsp;บวงสรวง&nbsp;ปิดป่า&nbsp;เปิดเขาในวันจันทร์ที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;โดยนักแสวงบุญ&nbsp;ประชาชน&nbsp;นักท่องเที่ยวที่จะขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาทพลวง&nbsp;บนยอดเขาคิชฌกูฏ&nbsp;ต้องปฏิบัติตามนี้&nbsp;ต้องเป็นผู้ที่ได้รับวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็มโดยแสดงเอกสารรับรองการรับวัคซีนหรือการยืนยันจากแอปพลิเคชั่นหมอพร้อม&nbsp;/&nbsp;แสดงเอกสารรายงานผลการตรวจโควิด&nbsp;-19&nbsp;ด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;หรือ&nbsp;Rapid&nbsp;Antigen&nbsp;test&nbsp;(ATK)&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;จากสถานพยาบาลของรัฐ&nbsp;หรือ&nbsp;สถานพยาบาลเอกชนที่กระทรวงสาธารณสุขรับรองแสดงผลทดสอบว่าไม่พบเชื้อ&nbsp;/&nbsp;กรณีผู้ที่เคยป่วยโควิด&nbsp;-19&nbsp;ที่ได้รับการรักษาหายแล้วต้องมีเอกสารรับรองผลการตรวจรักษาว่าหายป่วยมาแล้วไม่เกิน&nbsp;90&nbsp;วัน&nbsp;ผู้ที่จะขึ้นไปบนเขาต้องปฏิบัติตามมาตรการและระเบียบของกรมอุทยานแห่งชาติฯ&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>"	25/1/2022	ภาคตะวันออก	จันทบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125193246451
731	จังหวัดเลย เตรียมความพร้อมจัดงานวิ่งมาราธอน ดอกฝ้ายบานมาราธอน ส่งเสริมให้ประชาชนและเยาวชนได้ออกกำลังกาย กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว	"<p><strong>จังหวัดเลย&nbsp;จัดประชุมคณะกรรมการอำนวยการและคณะทำงานดำเนินงานจัดการแข่งขัน</strong>&nbsp;ดอกฝ้ายบานมาราธอน&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ&nbsp;ให้เกิดความเรียบร้อยในการดำเนินกิจกรรม&nbsp;โดยมีนายณรงค์&nbsp;จีนอ่ำ&nbsp;รองผุ้ว่าราชการจังหวัดเลย&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวจังหวัดเลยได้ร่วมกับส่วนราชการ&nbsp;หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ&nbsp;อำเภอ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และชมรมเลย&nbsp;รันนิ่ง&nbsp;จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนและเยาวชนได้ออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง&nbsp;และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;สร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพและรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่&nbsp;ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดเลย</p><p><strong>นายชัยธวัช&nbsp;เนียมศิริ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การจัดกิจกรรมต่างๆ&nbsp;เพื่อต้องการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ&nbsp;ให้ประชาชนดำเนินชีวิตใกล้เคียงปกติมากที่สุด&nbsp;ผู้ประกอบการมีรายได้&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;เช่น&nbsp;การดำเนินตามมาตรการ&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;และ&nbsp;มาตรการ&nbsp;VUCA&nbsp;โดยในช่วงพิธีเปิดงานที่มีนักวิ่งและผู้ติดตามจำนวนมาก&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19&nbsp;จะต้องมีการเว้นระยะห่างของนักวิ่ง&nbsp;ให้เหมาะสมกับบริเวณเปิดงาน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กิจกรรม&nbsp;ดอกฝ้ายบานมาราธอน&nbsp;กำหนดจัดขึ้น</strong>ระหว่างวันที่&nbsp;4-6&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;แบ่งระยะวิ่งเป็น&nbsp;42&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ฟลาราธอน,&nbsp;21&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ฮาฟมาราธอน,&nbsp;10&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;มินิมาราธอน&nbsp;และ&nbsp;5&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ฟันรัน&nbsp;โดยจะตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;นักวิ่งและทีมงานในวันที่&nbsp;4-5&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;และวันที่&nbsp;6&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ปล่อยตัวนักวิ่งและเปิดงาน&nbsp;บริเวณด้านหน้าเทศบาลเมืองเลย&nbsp;</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>"	25/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	เลย	สวท.เลย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125173627361
732	จังหวัดชุมพร แถลงสถานการณ์โควิด-19 เร่งติดตาม 2 คลัสเตอร์ใหญ่ในพื้นที่อำเภอหลังสวน	<p>จังหวัดชุมพร&nbsp;แถลงสถานการณ์โควิด-19&nbsp;เร่งติดตาม&nbsp;2&nbsp;คลัสเตอร์ใหญ่ในพื้นที่อำเภอหลังสวน</p><p><br></p><p>วันนี้(25&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่&nbsp;ห้องประชุมเกาะมัตตรา&nbsp;ศาลากลางจังหวัดชุมพร&nbsp;นายโชตินรินทร์&nbsp;เกิดสม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายกองเอก&nbsp;พุทธ&nbsp;กฤชคงพันธุ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร,&nbsp;นายแพทย์นราพงศ์&nbsp;ธีรอัครวิภาส&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชุมพร,&nbsp;นายแพทย์อนุ&nbsp;ทองแดง&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด,&nbsp;พ.ต.อ.สัณฑภวิษย์&nbsp;มากช่วย&nbsp;รอง&nbsp;ผบก.ภ.จว.ชุมพร&nbsp;รวมแถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดชุมพร&nbsp;ซึ่งพบการแพร่ระบาดใน&nbsp;2&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ของพื้นที่อำเภอหลังสวน&nbsp;คือ&nbsp;คลัสเตอร์งานมงคลสมรส&nbsp;และคลัสเตอร์โรงเรียนประถมศึกษา&nbsp;ตำบลบ้านควน&nbsp;ซึ่งได้ควบคุมสถานการณ์&nbsp;ในกลุ่มผู้สัมผัสใกล้ชิดที่มีความเสี่ยงสูงทุกราย&nbsp;เป็นที่เรียบร้อย</p><p><br></p><p>โดยสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;ในการระบาดระลอกเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;&nbsp;24&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดชุมพร&nbsp;พบผู้ป่วยยืนยันสะสม&nbsp;1,158&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;อัตราป่วยตายร้อยละ&nbsp;0.26&nbsp;(ผู้ป่วยสะสมตั้งแต่ปี&nbsp;2563&nbsp;จำนวน&nbsp;17,855&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;121&nbsp;ราย)&nbsp;พบผู้ป่วยมากที่สุดในอำเภอเมืองชุมพรร้อยละ&nbsp;34&nbsp;รองลงมาอำเภอหลังสวนร้อยละ&nbsp;26&nbsp;และอำเภอสวีร้อยละ&nbsp;20&nbsp;ปัจจุบันมีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาจำนวน&nbsp;516&nbsp;ราย&nbsp;แยกเป็นการรักษาในโรงพยาบาล&nbsp;301&nbsp;ราย&nbsp;หอผู้ป่วยเฉพาะกิจ(CI)&nbsp;96&nbsp;ราย&nbsp;และบ้านอุ่นใจ(HI)&nbsp;119&nbsp;ราย&nbsp;เมื่อจำแนกตามอาการป่วยพบว่า&nbsp;ผู้ป่วยมีอาการเล็กน้อย&nbsp;334&nbsp;ราย&nbsp;อาการปานกลาง&nbsp;182&nbsp;ราย&nbsp;ไม่มีผู้ป่วยอาการรุนแรง&nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์ของประเทศไทยที่พบผู้ป่วยตั้งแต่ต้นปี&nbsp;2565&nbsp;มีแนวโน้มสูงขึ้น&nbsp;โดยวันที่&nbsp;24&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ประเทศไทยผู้ป่วย&nbsp;7,139&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;13&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยมีอาการเล็กน้อย&nbsp;อัตราป่วยตายลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับการระบาดระลอกเดือนเมษายน&nbsp;2564</p><p><br></p><p>จากเหตุการณ์การระบาดเป็นกลุ่มก้อน&nbsp;(Cluster)&nbsp;ที่อำเภอหลังสวน&nbsp;พบว่า&nbsp;มีคลัสเตอร์งานมงคลสมรส&nbsp;ในพื้นที่ตำบลท่ามะพลา&nbsp;อำเภอหลังสวน&nbsp;พบผู้ป่วยยืนยันด้วยวิธีการตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;ราย&nbsp;โดยรายแรกพบวันที่&nbsp;13&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;รายล่าสุดพบวันที่&nbsp;18&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จากการสอบสวนพบผู้สัมผัสใกล้ชิดที่มีความเสี่ยงสูง&nbsp;(High&nbsp;risk&nbsp;contact)&nbsp;จำนวน&nbsp;60&nbsp;ราย&nbsp;ทุกรายได้รับการตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;โดยจำแนกการตรวจด้วยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;14&nbsp;ราย&nbsp;ทุกรายผลการตรวจเป็นลบ(Negative)&nbsp;และตรวจด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;46&nbsp;ราย&nbsp;พบเชื้อ&nbsp;30&nbsp;ราย&nbsp;ไม่พบเชื้อ&nbsp;16&nbsp;ราย&nbsp;โดยผู้ป่วยพบเชื้อมีอาการเล็กน้อย&nbsp;17&nbsp;ราย&nbsp;ปานกลาง&nbsp;13&nbsp;ราย&nbsp;ไม่มีอาการรุนแรง&nbsp;สำหรับสัมผัสใกล้ชิดที่มีความเสี่ยงสูงทุกราย&nbsp;เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อได้ออกคำสั่งกักกันตัวตามแนวทางของกรมควบคุมโรค&nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ในคลัสเตอร์โรงเรียนประถมศึกษา&nbsp;ตำบลบ้านควน&nbsp;อำเภอหลังสวน&nbsp;พบผู้ป่วยยืนยันด้วยวิธีการตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;จำนวน&nbsp;32&nbsp;ราย&nbsp;โดยรายแรกพบวันที่&nbsp;13&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;รายล่าสุดพบวันที่&nbsp;18&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จากการสอบสวนพบผู้สัมผัสใกล้ชิดที่มีความเสี่ยงสูง&nbsp;(High&nbsp;risk&nbsp;contact)&nbsp;จำนวน&nbsp;138&nbsp;ราย&nbsp;ทุกรายได้รับการตรวจหาเชื้อ&nbsp;โควิด-19&nbsp;โดยจำแนกการตรวจด้วยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;29&nbsp;ราย&nbsp;ทุกรายผลการตรวจเป็นบวก(Positive)&nbsp;และตรวจด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;109&nbsp;ราย&nbsp;พบเชื้อ&nbsp;32&nbsp;ราย&nbsp;ไม่พบเชื้อ&nbsp;77&nbsp;ราย&nbsp;โดยผู้ป่วยพบเชื้อมีอาการเล็กน้อย&nbsp;30&nbsp;ราย&nbsp;ปานกลาง&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ไม่มีอาการรุนแรง&nbsp;สำหรับสัมผัสใกล้ชิดที่มีความเสี่ยงสูงทุกราย&nbsp;เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อได้ออกคำสั่งกักกันตัวตามแนวทางของกรมควบคุมโรค&nbsp;กระทรวงสาธารณสุข</p><p><br></p><p>สำหรับมาตรการที่เร่งดำเนินการ&nbsp;ในกลุ่มผู้สัมผัสใกล้ชิดที่มีความเสี่ยงสูงทุกราย&nbsp;ดำเนินการกักกัน&nbsp;และส่งตรวจหาเชื้อ&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;และดำเนินการกักกันและรักษาผู้ป่วยตามอาการใน&nbsp;บ้านอุ่นใจ(HI)&nbsp;หอผู้ป่วยชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;และโรงพยาบาล&nbsp;ดำเนินกักกันอย่างน้อย&nbsp;10&nbsp;วัน&nbsp;พร้อมกับมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด&nbsp;นอกจากนี้ได้เฝ้าระวังผู้ป่วยเชิงรุก&nbsp;ในกลุ่มประชากรเสี่ยง&nbsp;สถานที่เสี่ยง&nbsp;และผู้เดินทางมาจากต่างจังหวัด&nbsp;ควบคู่ไปกับการค้นหาผู้ป่วยเพิ่มเติม&nbsp;(Active&nbsp;case&nbsp;finding)&nbsp;โดยดำเนินการในสถานที่เสี่ยง&nbsp;เช่น&nbsp;ตลาดนัด&nbsp;สนามกีฬา&nbsp;และห้างสรรพสินค้าเป็นต้น&nbsp;พร้อมขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน&nbsp;ปฏิบัติตามแนวทางการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19&nbsp;เชิงรุก&nbsp;คือ&nbsp;การฉีดวัคซีน&nbsp;สุขบัญญัติ&nbsp;10&nbsp;ประการCOVID&nbsp;FREE&nbsp;SETTING&nbsp;และการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ด้วยตนเอง</p>	25/1/2022	ภาคใต้	ชุมพร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชุมพร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125172525349
733	กรมอนามัย ชี้ยังต้องเฝ้าระวังกลุ่มเปราะบางอย่างสูง เพราะมีโอกาสติดเชื้อจากคนใกล้ชิด แนะกลุ่มเปราะบางติดเชื้อไม่ต้องตกใจให้เข้าระบบ Home Isolation แล้วสังเกตอาการตัวเอง หากมีสัญญาณอาการเปลี่ยนแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที	<p>นพ.สุวรรณชัย&nbsp;วัฒนายิ่งเจริญชัย&nbsp;อธิบดีกรมอนามัย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ปัจจุบันผู้ติดเชื้อโควิดมีแนวโน้มสูงขึ้นตั้งแต่หลังเทศกาลปีใหม่&nbsp;ส่วนใหญ่อาการน้อยหรือไม่แสดงอาการ&nbsp;ซึ่งปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขมีการวางระบบการดูแลที่บ้าน&nbsp;(Home&nbsp;Isolation&nbsp;:&nbsp;HI)&nbsp;แต่มีกลุ่มเปราะบางที่ควรดูแลเป็นพิเศษ&nbsp;อย่างผู้สูงอายุที่แม้ติดเชื้อสัดส่วนไม่สูงมาก&nbsp;ประมาณร้อยละ&nbsp;6-11&nbsp;แต่การเสียชีวิตจากโควิด&nbsp;19&nbsp;ช่วงปีใหม่&nbsp;พบส่วนใหญ่ร้อยละ&nbsp;75&nbsp;เป็นผู้สูงอายุ&nbsp;และร้อยละ&nbsp;60&nbsp;มีประวัติเสี่ยงติดจากผู้สัมผัสใกล้ชิด&nbsp;ส่วนกลุ่มหญิงตั้งครรภ์การติดเชื้อหลังปีใหม่ทรงตัว&nbsp;ดังนั้น&nbsp;ยังต้องเฝ้าระวังกลุ่มเปราะบางอย่างสูง&nbsp;เพราะมีโอกาสติดเชื้อจากคนใกล้ชิด&nbsp;ติดเชื้อแล้วมีอาการรรุนแรงกว่าคนทั่วไปได้&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>โดยกลุ่มเปราะบางที่ต้องเฝ้าระวัง&nbsp;คือ&nbsp;หญิงตั้งครรภ์ภาวะอ้วน&nbsp;อายุมาก&nbsp;มีโรคประจำตัว&nbsp;,&nbsp;กลุ่มเด็กเล็กยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน&nbsp;และผู้สูงอายุ&nbsp;เฝ้าระวังการติดเชื้อจากคนใกล้ชิด&nbsp;คนรู้จัก&nbsp;ครอบครัว&nbsp;โดยเฉพาะที่มีโรคประจำตัว&nbsp;เช่น&nbsp;หัวใจ&nbsp;เบาหวาน&nbsp;ความดันโลหิตสูง&nbsp;และโรคอ้วน&nbsp;กลุ่มเสี่ยงควรตรวจคัดกรองหาเชื้อ&nbsp;ATK&nbsp;เมื่อประเมินตนเองว่ามีความเสี่ยงติดเชื้อ&nbsp;เช่น&nbsp;สัมผัสเสี่ยงสูงผู้ติดเชื้อโควิด&nbsp;ทั้งในบ้าน&nbsp;หรือที่ทำงาน&nbsp;โรงเรียน&nbsp;สถานประกอบการ&nbsp;หรือมีอาการสงสัยติดเชื้อ&nbsp;ไข้&nbsp;ไอ&nbsp;ลิ้นไม่รับรส&nbsp;ปวดเมื่อยตามร่างกาย&nbsp;ปวดศีรษะ&nbsp;หายใจหอบ&nbsp;หายใจลำบาก&nbsp;หรือมีประวัติไปสถานที่เสี่ยงหรือในไทม์ไลน์ของผู้ติดเชื้อยืนยัน&nbsp;โดยเฉพาะเป็นสถานที่แออัด&nbsp;พื้นที่ปิด&nbsp;ระบายอากาศไม่ดี&nbsp;ขอให้ตรวจ&nbsp;AK&nbsp;ทันที&nbsp;หากผลเป็นลบให้ป้องกันตนเองสูงสุดตลอดเวลาต่อเนื่อง&nbsp;หากเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงให้กักตัวและตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ตามระยะ&nbsp;กรณีผลบวกอย่าตกใจ&nbsp;ให้ตั้งสติแล้วติดต่อสายด่วน&nbsp;สปสช.&nbsp;โทร&nbsp;1330&nbsp;กด&nbsp;14&nbsp;เพื่อรับการประเมินอาการ&nbsp;หากอาการน้อย&nbsp;จะได้รับการดูแลรักษาที่บ้าน&nbsp;(HI)&nbsp;หากบ้านไม่สะดวก&nbsp;จะได้เข้าระบบดูแลในชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;แต่หากมีไข้สูงเกิน&nbsp;39&nbsp;องศาเซลเซียสนานกว่า&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;หายใจเร็วติดขัด&nbsp;ระดับออกซิจนปลายนิ้วน้อยกว่า&nbsp;94%&nbsp;จะเข้าเกณฑ์รักษาใน&nbsp;รพ.&nbsp;โดย&nbsp;รพ.ที่ดูแลระบบ&nbsp;HI&nbsp;CI&nbsp;จะทำหน้าที่ส่งต่อ</p>	25/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125173602360
734	จ.ตรัง พบผู้ติดเชื้อ COVID  19 รายใหม่ 23 ราย พร้อมย้ำ 4 มาตรการ VUCA ลดความเสี่ยงโควิด 19 ช่วงตรุษจีน	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(25&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่ห้องประชุมลิบง&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตรัง&nbsp;</strong>นายแพทย์ตุลกานต์&nbsp;มักคุ้น&nbsp;นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ&nbsp;โรงพยาบาลตรัง&nbsp;ในฐานะโฆษก&nbsp;ศบค.จ.ตรัง&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;แพทย์หญิง&nbsp;ทิพย์ลดา&nbsp;บุญชัย&nbsp;นายแพทย์ชำนาญการ&nbsp;โรงพยาบาลตรัง&nbsp;ในฐานะรองโฆษก&nbsp;ศบค.จ.ตรัง&nbsp;ร่วมกันแถลงข่าวสถานการณ์โรค&nbsp;COVID&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ประจำวันของจังหวัดตรัง&nbsp;ซึ่งในวันนี้จังหวัดตรังพบผู้ติดเชื้อโควิด&nbsp;19&nbsp;รายใหม่&nbsp;รายใหม่&nbsp;23&nbsp;ราย&nbsp;รวมยอดติดเชื้อสะสม&nbsp;846&nbsp;ราย&nbsp;ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มวันนี้&nbsp;รวมเสียชีวิตสะสม&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;หายป่วยกลับบ้านวันนี้&nbsp;26&nbsp;ราย&nbsp;รวมหายป่วยสะสม&nbsp;518&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษาตัวในโรงพยาบาล&nbsp;322&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยอยู่ในพื้นที่&nbsp;อำเภอกันตัง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอนาโยง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;2&nbsp;รายอำเภอเมืองตรัง&nbsp;12&nbsp;ราย&nbsp;และอำเภอย่านตาขาว&nbsp;4&nbsp;ราย</p><p><strong>โฆษก&nbsp;ศบค.จ.ตรัง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ในช่วงใกล้เทศกาลตรุษจีน</strong>&nbsp;ขอเน้นย้ำมาตรการ&nbsp;VUCA&nbsp;ลดความเสี่ยงโควิด&nbsp;19&nbsp;ซึ่งจะมีญาติเดินทางมาจากต่างจังหวัด&nbsp;จึงควรใช้มาตรการสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;ล้างมือเป็นประจำ&nbsp;หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารร่วมกัน&nbsp;และถ้าเป็นไปได้ควรจะมีการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนที่จะรับประทานอาหารร่วมกันจะทำให้ปลอดภัยในช่วงเทศกาลตรุษจีนด้วย&nbsp;สำหรับในช่วงปลายสัปดาห์นี้มีการฉีดวัคซีนเร่งรัดให้โดยเฉพาะผู้สูงอายุกลุ่ม&nbsp;60&nbsp;ปี&nbsp;กับ&nbsp;7&nbsp;โรคเรื้อรังเข้ารับวัคซีนเข็มที่สาม&nbsp;ด้านร้านอาหารต่างๆการเปิดบริการในช่วงตรุษจีนอาจจะมีผู้ที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดจึงต้องใช้มาตรการ&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;เพื่อให้มีการถ่ายเทของอากาศ&nbsp;ลดความหนาแน่นในการบริการ&nbsp;มีการทำความสะอาดจุดสัมผัสอย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จะช่วยให้สถานประกอบการของปลอดภัยจากการรับและแพร่เชื้อ&nbsp;COVID&nbsp;&nbsp;19&nbsp;</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>"	25/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125192417439
735	จังหวัดภูเก็ต พิจารณาการขยายเวลาจำหน่ายเครื่องดิ่มแอลกอฮอล์ ในจังหวัดภูเก็ต ได้ถึงเวลา 23.00 น. เฉพาะในร้านอาหารที่ผ่านมาตรฐาน SHA++ หรือ Thai Stop Covid 2 Plus เท่านั้น	"<p><strong>จังหวัดภูเก็ต&nbsp;พิจารณาการขยายเวลาจำหน่ายเครื่องดิ่มแอลกอฮอล์</strong>&nbsp;ในจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ได้ถึงเวลา&nbsp;23.00&nbsp;น.&nbsp;เฉพาะในร้านอาหารที่ผ่านมาตรฐาน&nbsp;SHA++&nbsp;หรือ&nbsp;Thai&nbsp;Stop&nbsp;Covid&nbsp;2&nbsp;Plus&nbsp;เท่านั้น&nbsp;ในส่วนของสถานประกอบการผับบาร์ร้านคาราโอเกะที่มีความประสงค์จะเปลี่ยนเป็นร้านอาหาร&nbsp;ต้องดำเนินการยื่นขออนุญาตจาก&nbsp;ศปก.อำเภอ</p><p><strong>&nbsp;วันนี้(&nbsp;25&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;2565)&nbsp;ที่ห้องประชุมคอซิมบี้</strong>&nbsp;ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต&nbsp;นายพิเชษฐ์ปาณะพงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;พ.ต.อ.อกนิษฐ์&nbsp;ด่านพิทักษ์ศาสตร์&nbsp;รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต&nbsp;นายคนิต&nbsp;คงทอง&nbsp;รองอัยการจังหวัดภูเก็ตพร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ภาคประชาชน&nbsp;เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;5&nbsp;/2565&nbsp;หารือมาตรการการป้องกันโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;ให้สอดคล้องกับสถานการณ์</p><p><strong>นายพิเชษฐ์&nbsp;ปาณะพงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;ที่ประชุมได้พิจารณา&nbsp;การขยายเวลาจำหน่ายเครื่อง&nbsp;ดื่มแอลกอฮอล์&nbsp;ในจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ได้ถึงเวลา&nbsp;23.00&nbsp;น.&nbsp;เฉพาะในร้านอาหารที่ผ่านมาตรฐาน&nbsp;SHA++&nbsp;หรือ&nbsp;Thai&nbsp;Stop&nbsp;Covid&nbsp;2&nbsp;Plus&nbsp;เท่านั้น&nbsp;โดยในส่วนของสถานประกอบการผับบาร์ร้านคาราโอเกะที่มีความประสงค์จะเปลี่ยนเป็นร้านอาหาร&nbsp;ต้องดำเนินการยื่นขออนุญาตจากอำเภอ&nbsp;เมื่อ&nbsp;ศปก.อำเภอ&nbsp;รับเรื่องการยื่นขออนุญาตและดำเนินการตรวจสอบมาตรฐานตามที่&nbsp;กระทรวงสาธารณสุขกำหนด&nbsp;เมื่อผ่านการตรวจแล้ว&nbsp;ศปก.อำเภอจะสรุปข้อมูลและเสนอ&nbsp;ความเห็นเบื้องต้น&nbsp;มายังคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เพื่ออนุมัติให้สถานประกอบการเหล่านั้นสามารถเปิดเป็นร้านอาหารได้&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เมื่ออนุญาตให้ปรับเป็นร้านอาหาร</strong>&nbsp;และเปิดให้บริการได้&nbsp;สถานประกอบการจะต้องดำเนินการ&nbsp;ใน&nbsp;3&nbsp;กระบวนการคือ&nbsp;1.สถานที่ที่ต้องมีความเหมาะสมมีการทำความสะอาดตามกระบวนการของกระทรวงสาธารณสุข2.&nbsp;พนักงานเจ้าหน้าที่&nbsp;ผู้ให้บริการ&nbsp;ได้รับการฉีดวัคซีนครบโดสและมีการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทุก&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;และ&nbsp;3.&nbsp;ผู้มารับบริการ&nbsp;จะต้องสวมหน้ากากเว้นระยะห่าง&nbsp;หมั่นล้างมือและจะต้องมีการตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเข้ารับบริการร้านอาหาร&nbsp;และทุกคนจะต้องปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;DMHTTA&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>นายพิเชษฐ์&nbsp;กล่าวต่อไปว่า&nbsp;ประเด็นที่สำคัญอีกอย่างคือที่ประชุมแจ้งเพื่อทราบ</strong>&nbsp;ในประเด็นที่&nbsp;ศบค.ลดวันกักตัวเหลือ&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;สำหรับผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงสูง&nbsp;HRC-High&nbsp;Risk&nbsp;Contact</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้ที่ติดเชื้อส่วนใหญ่ในจังหวัดเป็นผู้ป่วยในกลุ่มสีเขียว</strong>เนื่องจากส่วนใหญ่ได้มีการฉีดวัคซีนแล้วทำให้ลดความรุนแรงของโรคได้</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>"	25/1/2022	ภาคใต้	ภูเก็ต	สวท.ภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125211350485
736	ปชส.เลย สานสัมพันธ์เครือข่ายประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว สร้างการรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง	"<p><strong>ที่ห้องประชุมเอราวัณ&nbsp;โรงแรมฟอร่า&nbsp;ฮิลล์&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;อำเภอเมืองจังหวัดเลย</strong>&nbsp;นายดำรงค์&nbsp;สิริวิชย&nbsp;อิ่มวิเศษ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวจังหวัดเลย&nbsp;กิจกรรมสร้างพัฒนาและรักษาเครือข่ายการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว&nbsp;โดยมี&nbsp;นางทรงศิริ&nbsp;แก้วคำ&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดเลย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;เครือข่ายประชาสัมพันธ์&nbsp;ร่วมกิจกรรม</p><p><strong>นายดำรงค์&nbsp;สิริวิชย&nbsp;อิ่มวิเศษ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การประชาสัมพันธ์มีความสำคัญมากกับทุกหน่วยงาน&nbsp;โดยเฉพาะในโลกยุกต์ดิจิทัล&nbsp;และการมีเครือข่ายประชาสัมพันธ์ที่มีคุณภาพ&nbsp;ยิ่งจะช่วยสร้างการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร&nbsp;นโยบายรัฐบาล&nbsp;ยุทธศาสตร์ของจังหวัด&nbsp;สู่พี่น้องประชาชนและกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;สื่อมวลชนยังมีอิทธิพลต่อการพัฒนาด้านต่างๆ&nbsp;อยู่เสมอ&nbsp;ในยุกต์โลกไร้พรมแดน&nbsp;(Goverization&nbsp;)&nbsp;สื่อมวลชนจึงมีอิทธิพลสูงต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคมเป็นอย่างมาก&nbsp;และหอกระจายข่าวเป็นสื่อที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่เป็นอย่างดี&nbsp;เมื่อสื่อมีความสำคัญ&nbsp;คนสื่อสารก็มีความสำคัญ&nbsp;และเนื้อหายิ่งมีความสำคัญ&nbsp;เราในฐานะผู้ใช้สื่อจะมีวิธีการอย่างไร&nbsp;เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;ซึ่งจังหวัดเลยเรามียุทธศาสตร์การพัฒนาว่า&nbsp;""เมืองน่าอยู่&nbsp;เมืองแห่งการท่องเที่ยว&nbsp;การค้าและการลงทุนภายใต้การพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;รายได้หลักมาจากการท่องเที่ยวและภาคการเกษตร&nbsp;การท่องเที่ยวจะช่วยสร้างเศรษฐกิจ&nbsp;สร้างรายได้ให้กับชุมชนเป็นอย่างมาก&nbsp;ด้วยความพร้อมทางด้านสถานที่&nbsp;แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ&nbsp;ศิลปวัฒนธรรม&nbsp;ที่มีความพร้อมสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดเลยเป็นจำนวนมาก&nbsp;จึงขอฝากเครือข่ายประชาสัมพันธ์ช่วยสร้างการรับรู้&nbsp;เข้าใจ&nbsp;ข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์สู่กลุ่มเป้าให้ได้รับประโยชน์สูงสุดต่อไป&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;</strong>จังหวัดเลยยังเป็นจังหวัดที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ&nbsp;เนื่องจากมีทรัพยากรและศักยภาพทางการท่องเที่ยว&nbsp;เป็นสถานที่ทางธรรมชาติ&nbsp;เช่น&nbsp;ป่าไม้&nbsp;ภูเขา&nbsp;ถ้ำ&nbsp;น้ำตก&nbsp;แม่น้ำ&nbsp;และสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ&nbsp;เช่น&nbsp;บ้านไม้เรือนเก่าเชียงคาน&nbsp;สกายวอล์คเชียงคาน&nbsp;มีสถานที่ท่องเที่ยวด้านศาสนาและวัฒนธรรม&nbsp;อีกเป็นจำนวนมาก&nbsp;ดังนั้น&nbsp;การจัดกิจกรรมสร้างพัฒนาและรักษาเครือข่ายการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว&nbsp;จึงมีความจำเป็นเป็นอย่างยิ่ง&nbsp;ในการเสริมสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างหน่วยงานและทุกๆ&nbsp;องค์กร&nbsp;เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนงานด้านการประชาสัมพันธ์&nbsp;ตลอดจนการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและการเป็นเจ้าบ้านที่ดีให้นักท่องเที่ยวโดยทั่วไปได้รับทราบ&nbsp;โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ในขณะนี้&nbsp;สื่อมวลชน&nbsp;นักประชาสัมพันธ์&nbsp;มีความสำคัญในการสร้างการรับรู้&nbsp;สร้างความเข้าใจ&nbsp;ในการเฝ้าระวัง&nbsp;การระงับยับยั้งป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด-19&nbsp;มากที่สุด&nbsp;จึงขอฝากทุกท่านได้ช่วยกันสื่อข่าวให้ประชาชนได้รับทราบและถือปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;&nbsp;อย่างจริงจังและต่อเนื่อง&nbsp;หวังเป็นอย่างยิ่งว่า&nbsp;ผู้เข้าร่วมสัมมนาฯ&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง&nbsp;ในความร่วมมือด้านการเป็นเครือข่ายประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดเลย&nbsp;และร่วมกันขับเคลื่อนให้จังหวัดเลยเป็นเมืองน่าอยู่&nbsp;เมืองแห่งการท่องเที่ยวและการลงทุน&nbsp;ภายใต้การพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป&nbsp;</p><p><strong>นางทรงศิริ&nbsp;แก้วคำ&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดเลย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การจัดกิจกรรมสร้างพัฒนาและรักษาเครือข่ายประชาสัมพันธ์&nbsp;ตามโครงการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวจังหวัดเลยในครั้งนี้&nbsp;ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากจังหวัดเลย&nbsp;เพื่อพัฒนาและรักษาเครือข่ายสื่อบุคคลที่มีอยู่&nbsp;ให้เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ&nbsp;มีทักษะและประสบการณ์&nbsp;ในการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น&nbsp;และประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารด้านการเฝ้าระวัง&nbsp;ป้องกันระงับยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;รวมทั้งเป็นการเพิ่มช่องทางการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว&nbsp;การรับ-ส่ง&nbsp;ข่าวสาร&nbsp;ให้กว้างขวางและครอบคลุมทุกหน่วยงาน&nbsp;ทุกพื้นที่ของจังหวัดเลย&nbsp;โดยกำหนดจัดเป็น&nbsp;2&nbsp;รุ่น&nbsp;รุ่นละ&nbsp;50&nbsp;คน&nbsp;รวม&nbsp;2&nbsp;รุ่น&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;คน&nbsp;ผู้เข้าอบรมรุ่นที่&nbsp;2&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;สื่อวิทยุในพื้นที่จังหวัดเลย&nbsp;ผู้ดูแลหอกระจายข่าว&nbsp;อาสาสมัครประชาสัมพันธ์ประจำหมู่บ้านและชุมชน</p><p><strong>ทั้งนี้รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย</strong>&nbsp;ย้ำถึงการประชาสัมพันธ์ในเรื่องไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;เพื่อให้ประชาชนได้รับข่าวสารที่ถูกต้องพร้อมทั้งกำชับให้ใช้มาตรการ&nbsp;VUCA&nbsp;(วูก้า)&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;ในเขตพื้นที่จังหวัดเลย&nbsp;โดยแบ่งออกเป็น&nbsp;4&nbsp;ตัว&nbsp;ได้แก่&nbsp;</p><p><strong>&nbsp;V</strong>&nbsp;-&nbsp;Vaccine&nbsp;ฉีดครบ&nbsp;ลดป่วยหนัก</p><p><strong>U&nbsp;</strong>-&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;ป้องกันตัวเองตลอดเวลา&nbsp;ห่างไกลจากโควิด</p><p><strong>C</strong>&nbsp;-&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;สถานที่บริการพร้อม&nbsp;ผู้ให้บริการฉีดวัคซีนครบ&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทุกสัปดาห์</p><p><strong>A</strong>&nbsp;-&nbsp;ATK&nbsp;(Antigen&nbsp;test&nbsp;kit)&nbsp;พร้อมตรวจเสมอเมื่อใกล้ชิดคนติดเชื้อ&nbsp;หรือมีอาการทางเดินหายใจ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	25/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	เลย	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเลย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220125225016509
737	จังหวัดอุบลราชธานี ออกมาตรการป้องกันโควิด-19 ร้านอาหารและเครื่องดื่ม	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ศูนย์&nbsp;EOC&nbsp;COVID-19&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี</strong>&nbsp;ออกมาตรการป้องกันควบคุมเชื้อโควิด-19&nbsp;ร้านอาหารและเครื่องดื่ม&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม&nbsp;ในส่วนที่เป็นห้องปรับอากาศ&nbsp;ให้บริโภคอาหาร&nbsp;หรือเครื่องดื่มในห้องปรับอากาศนั้นได้ไม่เกิน&nbsp;21.00&nbsp;น.&nbsp;หลังจากนั้น&nbsp;ให้เป็นการจำหน่ายโดยให้นำกลับไปบริโภคที่อื่น&nbsp;โดยให้ผู้ประกอบการร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม&nbsp;จะต้องปฏิบัติการมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม&nbsp;ที่มีลักษณะถ่ายเทอากาศได้ดี&nbsp;,&nbsp;มีการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;พนักงานไม่น้อยกว่า&nbsp;25&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;ของพนักงานในร้านทุก&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;พร้อมจัดทำทะเบียนประวัติ&nbsp;,&nbsp;คัดกรองความเสี่ยงผู้ใช้บริการก่อนเข้าร้าน&nbsp;จะต้องได้รับวัคซีนโควิดอย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็มขึ้นไป&nbsp;หรือมีผล&nbsp;ATK&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;48&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;,&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;ระหว่างโต๊ะไม่น้อยกว่า&nbsp;2&nbsp;เมตร&nbsp;หากน้อยกว่า&nbsp;2&nbsp;เมตร&nbsp;จะต้องมีฉากกั้นระหว่างโต๊ะ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;หากผู้ใดฝ่าฝืน&nbsp;</strong>มีโทษทั้งจำทั้งปรับแล้วแต่กรณี&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น</p>	26/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สวท.อุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126095831540
738	ศปร. เปิดนิทรรศการเคลื่อนที่เชิงรุกด้วยแอพลิเคชั่น (AR ศาสตร์พรระราชา) เฉลิมพระเกียรติฯ ที่สุพรรณบุรี	<p><strong>พันเอก&nbsp;ชนินทร์&nbsp;ขาวรัตน์&nbsp;ผู้อำนวยการ</strong>&nbsp;กองกิจการพลเรือนและประชาสัมพันธ์&nbsp;สำนักปฏิบัติการ&nbsp;ศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;เป็นประธานเปิดนิทรรศการเคลื่อนที่เชิงรุกด้วยแอพลิเคชั่น(AR&nbsp;ศาสตร์พรระราชา)&nbsp;ณ&nbsp;อาคารโรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เมื่อวันศุกร์ที่&nbsp;21&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;พร้อมการบรรยายพิเศษ&nbsp;ด้านเศรษฐกิจพอเพียงนิทรรศการเคลื่อนที่เฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;/&nbsp;หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;/หลักการทรงงานและแนวคิดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับการไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน&nbsp;(นักเรียน/สถานศึกษา)บันได&nbsp;9&nbsp;ขั้น&nbsp;สู่ความยั่งยืน&nbsp;ในการดำรงชีวิต&nbsp;โดย&nbsp;นาวาอากาศโทหญิง&nbsp;อาริยา&nbsp;พรมแก้ว&nbsp;หัวหน้าแผนกกิจการพลเรือน&nbsp;กองกิจการพลเรือนและประชาสัมพันธ์&nbsp;สำนักปฏิบัติการ&nbsp;ศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ</p><p><strong>ด้านนางสมจิต&nbsp;บุญคงเสน&nbsp;ผู้อำนวยการโรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี</strong>&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;โรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ได้รับเกียรติ&nbsp;จากศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและความมั่นคง&nbsp;กองบัญชาการกองทัพไทย&nbsp;ในการจัดนิทรรศการเคลื่อนที่เชิงรุกด้วยแอพลิเคชั่น&nbsp;(AR&nbsp;ศาสตร์พรระราชา)&nbsp;ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการเรียนการของทั้งบุคคลากรทางการศึกษา&nbsp;/ครูและนักเรียน&nbsp;อย่างยิ่ง&nbsp;โดยแบ่งการเข้าชม&nbsp;2&nbsp;รอบ&nbsp;คือรอบเช้า&nbsp;300&nbsp;คน&nbsp;รอบบ่าย&nbsp;350&nbsp;คน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ผู้เข้าร่วมชมนิทรรศการ&nbsp;ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;และมีการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนการเดินทางเข้าร่วมงาน&nbsp;1&nbsp;วัน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	26/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	สุพรรณบุรี	สวท.สุพรรณบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126104738567
739	นพ.สาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี เตรียมความพร้อมวัคซีนฉีดกลุ่มเด็กเล็ก ต้นเดือนกุมภาพันธ์ นี้ จะ Kick off ฉีดในกลุ่มเด็กอายุ 5-11 ปี	<p><strong>(26&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;นายแพทย์เพชรฤกษ์&nbsp;แทนสวัสดิ์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด&nbsp;-19&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ในหนึ่งสัปดาห์เฉลี่ยมีผู้มีติดเชื้อโควิด&nbsp;-19&nbsp;เฉลี่ยวันละ&nbsp;30&nbsp;คน&nbsp;มีแนวโน้มทรงตัว&nbsp;ไม่มีผู้เสียชีวิต&nbsp;การฉีดวัคซีนในจังหวัดเพชรบุรีเข็มที่&nbsp;1&nbsp;ร้อยละ&nbsp;82&nbsp;สำหรับการเตรียมความพร้อมวัคซีนในกลุ่มเด็กในช่วง&nbsp;2&nbsp;เดือนที่ผ่านมา&nbsp;รัฐบาลได้ฉีดให้เด็กอายุ&nbsp;12-18&nbsp;ปี&nbsp;ฉีดได้ร้อยละ&nbsp;90&nbsp;ของผู้ที่มีความประสงค์ฉีด&nbsp;สำหรับเด็กอายุ&nbsp;5-11&nbsp;ปี&nbsp;จะได้รับการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ฝาสีส้ม&nbsp;กระทรวงศึกษาธิการได้มีการสำรวจข้อมูลการฉีดวัคซีนในเด็กกลุ่มนี้&nbsp;ในจังหวัดเพชรบุรีมีประมาณ&nbsp;37,000&nbsp;คน&nbsp;โดยจะกำหนดสถานที่ฉีดให้ในสถานศึกษา&nbsp;คาดว่าในต้นเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;Kick&nbsp;off&nbsp;นำร่องฉีดวัคซีน&nbsp;ฉีดวัคซีนฝาสีส้มให้นักเรียนกลุ่ม&nbsp;11&nbsp;ปีลงมา&nbsp;เพื่อจะได้มีภูมิต้านทาน&nbsp;ลดความรุนแรง&nbsp;ลดการติดเชื้อในเด็ก&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ขอให้ประชาชน&nbsp;ใช้ระบบ&nbsp;วูก้า&nbsp;รับวัคซีนให้ครบ</strong>&nbsp;เดินทางไปไหนเฝ้าระวังไม่รวมกลุ่ม&nbsp;รักษาตามมาตรการ&nbsp;DMHTTA&nbsp;สัมผัสกลุ่มเสี่ยงตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;และเชิญชวนประชาชนฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็มที่&nbsp;3&nbsp;ไปรับบริการสถานบริการใกล้บ้าน&nbsp;ให้ผ่านพ้นโรคโควิดไปด้วยกัน&nbsp;</p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	26/1/2022	ภาคตะวันตก	เพชรบุรี	สวท.เพชรบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126111052582
740	อุบลฯการดำเนินการวางแผนแก้ไขปัญหาและบรรเทาปัญหาค่าครองชีพของประชาชนในพื้นที่อำเภอน้ำยืน	<p><strong>ตามนโยบายนายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์</strong>&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ในการดำเนินการวางแผนแก้ไขปัญหาและบรรเทาปัญหาค่าครองชีพของประชาชนอำนวยการโดยนายวิทยา&nbsp;มุลน้อยสุ&nbsp;นายอำเภอน้ำยืน&nbsp;ได้มอบหมายเทศบาลตำบลน้ำยืน,สนง.พัฒนาชุมชนอำเภอ,สนง.สาธารณสุขอำเภอทำการประชุมคณะกรรมการตลาดประชารัฐอำเภอน้ำยืน&nbsp;และพ่อค้า&nbsp;ผู้ประกอบการตลาดประชารัฐ&nbsp;เพื่อเปิดการค้าขายในช่วงบ่ายถึงเย็น&nbsp;ทุกวันศุกร์ของสัปดาห์&nbsp;และสร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่องมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิต-19&nbsp;และกำหนดให้ทุกคนที่มาขายสินค้าต้องฉีดวัคซีนครบ&nbsp;พร้อมต้องผ่านการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนวันขายทุกสัปดาห์</p><p>ผลการดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;โดยจะเปิดตลาดนัดแรกในวันศุกร์ที่&nbsp;28&nbsp;ม.ค.นี้เป็นต้นไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	26/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126130436640
741	รฟท.ขยายเวลาให้บริการขบวนรถนำเที่ยวเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ต่อไปอีก 1 เดือนหลังประชาชนให้การตอบรับเป็นอย่างดี โดยจะเปิดให้บริการทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ตลอดเดือนกุมภาพันธ์ รวม 8 ขบวน	<p><strong>นายเอกรัช&nbsp;ศรีอาระยันพงษ์&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ประชาสัมพันธ์&nbsp;การรถไฟแห่งประเทศไทย&nbsp;หรือ&nbsp;รฟท.</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;หลังจากการรถไฟฯ&nbsp;เปิดขบวนรถไฟนำเที่ยวเขื่อนปาสักชลสิทธิ์&nbsp;แบบไปเช้า-เย็นกลับ&nbsp;โดยกำหนดจัดให้มีขึ้นทุกวันศุกร์,&nbsp;เสาร์&nbsp;และอาทิตย์&nbsp;เริ่มตั้งแต่วันที่&nbsp;26&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;ไปจนถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ปรากฏว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและชาวต่างชาติและพบว่ายังมีนักท่องเที่ยวต้องการเดินทางท่องเที่ยวไปกับขบวนรถไฟนำเที่ยวเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์อีกเป็นจำนวนมาก&nbsp;</p><p><strong>การรถไฟฯ&nbsp;จึงขยายเวลาออกไปอีก&nbsp;1&nbsp;เดือน&nbsp;หรือจนถึงวันที่&nbsp;27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</strong>&nbsp;โดยจะเปิดเพิ่มเฉพาะวันเสาร์&nbsp;-อาทิตย์&nbsp;รวม&nbsp;8&nbsp;เที่ยวเท่านั้น&nbsp;คือวันที่&nbsp;5-6,&nbsp;12-13,&nbsp;19-20&nbsp;และ&nbsp;26-27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ขบวนรถพิเศษนำเที่ยวเขื่อนปาสักชลสิทธิ์นี้&nbsp;เป็นอีกหนึ่งความพิเศษที่การรถไฟฯ&nbsp;จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี&nbsp;และเชิญชวนคนไทยร่วมท่องไปกับความสุขเหนือน้ำ&nbsp;</p><p><strong>ออกเดินทางจากสถานีกรุงเทพ&nbsp;(หัวลำโพง)&nbsp;เวลา&nbsp;06:00&nbsp;น.</strong>&nbsp;และขบวนรถจะหยุดรับ-ส่งผู้โดยสาร&nbsp;ที่สถานีสามเสน&nbsp;บางซื่อ&nbsp;บางเขน&nbsp;หลักสี่&nbsp;ดอนเมือง&nbsp;รังสิต&nbsp;อยุธยา&nbsp;สระบุรี&nbsp;และชุมทางแก่งคอย&nbsp;ซึ่ง&nbsp;นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นรถไฟตามสถานีดังกล่าวได้&nbsp;จากนั้น&nbsp;เดินทางถึงจุดชมวิว&nbsp;รถไฟลอยน้ำ&nbsp;กลางเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์&nbsp;เวลา&nbsp;09:25&nbsp;น.&nbsp;ถึงสถานีโคกสลุง&nbsp;เพื่อชม&nbsp;ชิม&nbsp;ช้อป&nbsp;สินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;เวลา&nbsp;09:50&nbsp;น.&nbsp;และจะหยุดรถที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์&nbsp;เพื่อท่องเที่ยวสถานที่ใกล้เคียง&nbsp;เวลา&nbsp;10:35&nbsp;น.&nbsp;</p><p><strong>ขากลับ&nbsp;จะออกเดินทางจากที่หยุดรถเขื่อนปาสักชลสิทธิ์กลับสู่กรุงเทพฯ&nbsp;เวลา&nbsp;15:30&nbsp;น.</strong>&nbsp;โดยจะหยุดรับส่งที่ชุมทางแก่งคอย&nbsp;สระบุรี&nbsp;อยุธยา&nbsp;รังสิต&nbsp;ดอนเมือง&nbsp;หลักสี่&nbsp;บางเขน&nbsp;บางซื่อ&nbsp;และสถานีสามเสน&nbsp;ตามลำดับ&nbsp;ถึงสถานีกรุงเทพ&nbsp;(หัวลำโพง)&nbsp;เวลา&nbsp;18:50&nbsp;น.&nbsp;สำหรับนักท่องเที่ยวที่ร่วมโดยสารไปกับขบวนรถไฟ&nbsp;ต้องได้รับการฉีดวัคซีน&nbsp;ครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;โดยสามารถแสดงหลักฐานผ่าน&nbsp;Digital&nbsp;Health&nbsp;Pass&nbsp;บน&nbsp;หมอพร้อม&nbsp;แอพพลิเคชั่น&nbsp;หรือแสดงผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ต่อเจ้าหน้าที่&nbsp;ณ&nbsp;จุดคัดกรองในวันเดินทาง</p><p><strong>ผู้สนใจสามารถติดต่อซื้อตั๋วโดยสารได้ที่สถานีรถไฟทั่วประเทศ&nbsp;หรือผ่านระบบ&nbsp;D-Ticket&nbsp;</strong>และยังสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์&nbsp;1690&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;อัตราค่าโดยสารไป-กลับ&nbsp;ชั้นธรรมดา&nbsp;กรุงเทพ-&nbsp;เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์&nbsp;&nbsp;กรุงเทพ&nbsp;คนละ&nbsp;330&nbsp;บาท&nbsp;สระบุรี/แก่งคอย&nbsp;-&nbsp;โคกสลุง&nbsp;ผู้ใหญ่/เด็ก&nbsp;คนละ&nbsp;130&nbsp;บาท&nbsp;เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์&nbsp;&nbsp;กรุงเทพ&nbsp;(เที่ยวเดียว)&nbsp;คนละ&nbsp;150&nbsp;บาท&nbsp;และอัตราค่าโดยสารไป-กลับ&nbsp;ชั้นปรับอากาศ&nbsp;กรุงเทพ-&nbsp;เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์&nbsp;&nbsp;กรุงเทพ&nbsp;คนละ&nbsp;560&nbsp;บาท&nbsp;สระบุรี/แก่งคอย&nbsp;-&nbsp;โคกสลุง&nbsp;ผู้ใหญ่/เด็ก&nbsp;คนละ&nbsp;260&nbsp;บาท&nbsp;เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์&nbsp;&nbsp;กรุงเทพ&nbsp;(เที่ยวเดียว)&nbsp;คนละ&nbsp;250&nbsp;บาท</p>	26/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126120443603
742	จังหวัดยะลา โควิดติดเชื้อเพิ่มใหม่ 23 ราย รพ.ยังเข้มคัดกรองผู้เข้าใช้บริการ	<p><strong>ไวรัสโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ยังไม่หมด&nbsp;ทางด้านโรงพยาบาลยะลา</strong>&nbsp;ยังคงเข้มงวดคัดกรองประชาชนที่จะเข้าใช้บริการภายใน&nbsp;รพ.ยะลา&nbsp;&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดใหม่ของเชื้อไวรัสโควิด&nbsp;โอมิครอน&nbsp;สำหรับผู้ที่ไม่ฉีดวัคซีนจะไม่สามารถเข้าใช้บริการกับทาง&nbsp;รพ.ได้&nbsp;โดยจะต้องไปรับบริการ&nbsp;ที่ทาง&nbsp;รพ.ยะลา&nbsp;ได้ตั้งจุดฉีดวัคซีนไว้ให้ก่อน&nbsp;ส่วนผู้ที่จะเข้าใช้บริการก็จะต้องมีใบแสดงการฉีดวัคซีน&nbsp;ครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;ยื่นต่อเจ้าหน้าที่&nbsp;&nbsp;พร้อมกับให้ข้อมูลด้านประวัติการเดินทาง&nbsp;อาการเจ็บป่วย&nbsp;ห้ามปกปิด&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้ก็&nbsp;เพื่อป้องกันสถานพยาบาลซึ่งเป็นที่รักษาผู้เจ็บป่วยไม่ให้มีการนำเชื้อจากภายนอกเข้ามาแพร่ระบาด&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้ก็ยังต้องติดกระดาษกาว&nbsp;แนบกับหน้ากากอนามัยอย่างมิดชิดป้องกันการนำเชื้อไปแพร่กับคนอื่น&nbsp;และป้องกันคนอื่นนำเชื้อมาแพร่สู่ตนเอง</p><p><strong>ขณะที่สถานการณ์โควิด-19&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ในวันนี้&nbsp;26&nbsp;ม.ค&nbsp;65&nbsp;&nbsp;สาธารณสุข&nbsp;จ.ยะลา</strong>&nbsp;ได้รายงานพบ&nbsp;ผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;23&nbsp;ราย&nbsp;เพิ่มขึ้นจากเมื่อวานนี้&nbsp;ซึ่งมี&nbsp;17&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ป่วยสะสม&nbsp;413&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;232&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;&nbsp;321&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม&nbsp;สะสมเสียชีวิตรวม&nbsp;9&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;23&nbsp;รายใหม่&nbsp;พบใน&nbsp;อ.เมือง&nbsp;&nbsp;12&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;อ.ยะหา&nbsp;3&nbsp;ราย</strong>&nbsp;อ.เบตง&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ส่วนอำเภอที่ไม่พบรายใหม่&nbsp;คือ&nbsp;&nbsp;อ.กาบัง&nbsp;อ.กรงปินัง&nbsp;อ.ธารโต&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;อ.รามัน&nbsp;ผู้ป่วยที่เข้าข่ายติดเชื้อ&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายใหม่เพิ่ม&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;สะสมรวม&nbsp;&nbsp;135&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;ส่วนผลการคัดกรองตามมาตรการด้านสาธารณสุขรวมสะสม&nbsp;7,920&nbsp;ราย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	26/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126123527626
743	ผู้ว่าฯ นนทบุรี พร้อมคณะตรวจเยี่ยมโรงเรียนที่ผ่านการประเมินตามมาตรฐานการป้องกันโควิด-19	<p><strong>วันนี้(&nbsp;26&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ที่&nbsp;โรงเรียนประสาทวิทยานนทบุรี&nbsp;อ.บางกรวย&nbsp;จ.นนทบุรี</strong>&nbsp;ดร.สุจินต์&nbsp;ไชยชุมศักดิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีพร้อมด้วย&nbsp;นพ.รุ่งฤทัย&nbsp;มวลประสิทธิ์พร&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนนทบุรีและคณะ&nbsp;ตรวจเยี่ยมโรงเรียนที่ผ่านการประเมินตามมาตรฐานการป้องกันโควิด-19&nbsp;</p><p><strong>โดยจัดนักเรียนเว้นระยะห่างในห้องเรียน&nbsp;หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมข้ามกลุ่มกัน&nbsp;</strong>จัดระบบการให้บริการอาหารตามหลักสุขาภิบาลอาหารและหลักโภชนาการ&nbsp;จัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;ได้แก่&nbsp;การระบายอากาศภายในอาคาร&nbsp;การทำความสะอาด&nbsp;คุณภาพน้ำอุปโภคบริโภค&nbsp;และการจัดการขยะ&nbsp;จัดให้มี&nbsp;School&nbsp;Isolation&nbsp;แผนเผชิญเหตุ&nbsp;และมีข้อซักซ้อมอย่างเคร่งครัด&nbsp;การควบคุมดูแลการเดินทางเข้าและออกจากสถานศึกษา&nbsp;(Seal&nbsp;Route)&nbsp;ทั้งกรณีรถรับ&nbsp;-&nbsp;ส่ง&nbsp;นักเรียน&nbsp;ภายใต้สถานการณ์&nbsp;COVID-19&nbsp;มีการจัดการเรียนการสอน&nbsp;on-site&nbsp;และ&nbsp;on-line&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งมีการกำหนดมาตราการปลอดภัยในห้องเรียนไม่ว่าจะเป็นข้อปฏิบัติก่อนเข้าเรียน</strong>และภายในห้องเรียนภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;มีจุดคัดกรองบริเวณประตูทางเข้าโรงเรียน&nbsp;ตรวจวัดอุณหภูมิ&nbsp;จุดแอลกอฮอล์ล้างมือปฏิบัติ&nbsp;7&nbsp;ขั้นตอนมนห้องน้ำ&nbsp;พร้อมทั้งมีการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;นักเรียน/ครู/บุคลากร/ผู้มาติดต่อในช่วงที่ผ่านมา&nbsp;100&nbsp;%&nbsp;ส่วนมาตรการด้านความปลอดภัยการรับวัคซีนของครู/นักเรียน/บุคลากร&nbsp;ได้รับวัคซีนครบ&nbsp;3&nbsp;เข็มครบ&nbsp;100&nbsp;%</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	26/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	นนทบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนนทบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126140256674
744	จ.ลำปางพบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่  43  ราย เสียชีวิตวันนี้ 1 ราย	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;รายงานสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;26&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;พบผู้ป่วยรายใหม่&nbsp;43&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ติดเชื้อยืนยันตรวจด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ติดเชื้อเข้าข่ายตรวจด้วยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;28&nbsp;ราย&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ถึงปัจจุบัน&nbsp;พบผู้ป่วยสะสม&nbsp;2,055&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ระหว่างรักษา&nbsp;977&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายกลับบ้านสะสม&nbsp;1,077&nbsp;ราย&nbsp;และเสียชีวิตสะสม&nbsp;2&nbsp;ราย</p><p><strong>สำหรับข้อมูลการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;</strong>ณ&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ของวันเดียวกัน&nbsp;จังหวัดลำปางวัคซีนไปแล้ว&nbsp;1,054,634&nbsp;เข็ม&nbsp;จำแนกเป็นเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;476,068&nbsp;คน&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;448,088&nbsp;คน&nbsp;&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;126,721&nbsp;คน&nbsp;และเข็มที่&nbsp;4&nbsp;จำนวน&nbsp;3,757&nbsp;คน</p><p><strong>จังหวัดลำปางขอความร่วมมือประชาชนเคร่งครัดตามมาตรการป้องกันโรค&nbsp;DMHTTA&nbsp;</strong>ทั้งนี้&nbsp;หากมีข้อสงสัย&nbsp;สอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนโควิด-19&nbsp;ลำปาง&nbsp;โทร.&nbsp;093&nbsp;140&nbsp;8023&nbsp;ในวันเวลาราชการ&nbsp;และวันเสาร์-อาทิตย์&nbsp;เวลา&nbsp;08.30-16.30&nbsp;น.&nbsp;หรือสอบถามที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	26/1/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126134600668
745	จ.อุบลฯ แนวโน้มผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ อ.สิรินธร เริ่มมีการระบาดเป็นวงกว้าง	<p><strong>นายศุภภิมิตร&nbsp;เปาริก&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนายวิโรจน์&nbsp;&nbsp;เซมรัมย์&nbsp;หัวหน้ากลุ่มงานควบคุมโรค&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ร่วมกันแถลงข่าว&nbsp;สถานการณ์โควิด-19&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;26&nbsp;ม.ค.65&nbsp;พบผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่ม&nbsp;155&nbsp;ราย&nbsp;ส่วนใหญ่ยังเป็นการติดเชื้อในพื้นที่จังหวัด&nbsp;และพบว่าผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกอำเภอ&nbsp;โดยเฉพาะคลัสเตอร์งานบุญ&nbsp;งานแต่งงาน&nbsp;การชนไก่&nbsp;หรือกิจกรรมในหมู่บ้านที่ไม่มีมาตรการป้องกันโรค&nbsp;นอกจากนี้พบว่า&nbsp;พื้นที่&nbsp;อ.สิรินธร&nbsp;เริ่มมีการระบาดเป็นวงกว้าง&nbsp;</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19</strong>&nbsp;ขอให้ประชาชนที่จัดงานบุญ&nbsp;หรือกิจกรรมรวมกลุ่ม&nbsp;ต้องมีมาตรการ&nbsp;DHMTTA&nbsp;ตรวจคัดกรองด้วย&nbsp;ATK.&nbsp;ฉีดวัคซีนอย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;จำกัดจำนวนคน&nbsp;และแยกรับประทานอาหาร&nbsp;&nbsp;&nbsp;ใช้สุขวิทยาส่วนบุคคล&nbsp;สวมหน้ากากอนามัย&nbsp;100&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;ล้างมือบ่อย&nbsp;ๆ&nbsp;ส่วนกลุ่ม&nbsp;608&nbsp;ที่เสี่ยงต่อการเสียชีวิตให้เร่งฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็มที่&nbsp;3&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	26/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สวท.อุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126131115641
746	อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ประชุมเพื่อบูรณาการหาแนวทางร่วมกันในมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 เพื่อเตรียมความพร้อมสถานที่กักตัวและเรื่องดูแลเยียวยาสำหรับผู้ที่กลับมากักตัวรักษาต่อที่บ้าน	<p><strong>นางบุญเรียง&nbsp;สุภาษิ&nbsp;นายกองค์การบริการส่วนตำบลอิปุ่ม</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลอิปุ่ม&nbsp;คณะกรรมการทุกหมู่บ้าน&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;รพ.สต.บ้านทับกี่และบ้านวังบอน&nbsp;ได้ประชุมกับทีมSRRT&nbsp;ตำบลอิปุ่ม&nbsp;เพื่อปรึกษาหาแนวทางร่วมกันในมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมสถานที่กักตัวและเรื่องดูแลเยียวยาสำหรับผู้ที่กลับมากักตัวรักษาต่อที่บ้าน&nbsp;ทุกหมู่บ้านรับทราบพร้อมยึดถือปฏิบัติไปแนวทางเดียวกัน&nbsp;</p><p><strong>ต่อจากนั้น&nbsp;</strong>เจ้าหน้าที่&nbsp;รพ.สต.บ้านทับกี่&nbsp;และบ้านวังบอนได้ออกพื้นที่ติดตามเยี่ยมดูแลความพร้อมสถานที่กักตัวในกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูง&nbsp;และผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;ที่รพ.ส่งตัวกลับมากักตัวรักษาตัวต่อที่บ้าน&nbsp;เพื่อการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19&nbsp;&nbsp;เจ้าหน้าที่จึงได้แนะนำในปฏิบัติตัวในการกักป้องกันตัวเองตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19&nbsp;(D&nbsp;M&nbsp;H&nbsp;T&nbsp;T&nbsp;A)&nbsp;ในกลุ่มดังกล่าวถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ด้าน&nbsp;จนท.รพ.สต.บ้านหนองอุมลัว</strong>&nbsp;ได้ร่วมกับ&nbsp;จนท.อบต.โพนสูง,&nbsp;อสม.บ้านหนองอุมลัว,&nbsp;ผู้นำชุมชนผู้นำหมู่บ้านหนองอุมลัว&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;ให้กับผู้สัมผ้สเสี่ยงสูง&nbsp;ที่สัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ที่บ้านหนองอุมลัว&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ต.โพนสูง&nbsp;อ.ด่านซ้าย&nbsp;จ.เลย&nbsp;โดย&nbsp;จนท.ได้คัดแยกผู้สัมผัสเสียงสูงอีกจำนวน&nbsp;55&nbsp;รายได้ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลตรวจเป็น(ลบ)&nbsp;ให้ปฏิบัติตัวในการป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19&nbsp;ตามมาตรการ&nbsp;D&nbsp;M&nbsp;H&nbsp;T&nbsp;T&nbsp;A&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;และจะรีบดำเนินการตรวจโดยผู้สัมผัสเสี่ยงสูง&nbsp;และผู้ตรวจผลเป็น&nbsp;Positive&nbsp;ได้ให้ความร่วมมือกับคณะเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	26/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	เลย	สวท.ด่านซ้าย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126142333692
747	อุบลฯ แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ผ่านระบบ Facebook Live โดยวันนี้จังหวัดอุบลราชธานีมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ จำนวน 115 ราย	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(26&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.</strong>&nbsp;นายพงษ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;มอบหมายให้นายศุภภิมิตร&nbsp;เปาริก&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้ากลุ่มควบคุมโรค&nbsp;สาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;และสื่อมวลชน&nbsp;ร่วมแถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ผ่านระบบ&nbsp;Facebook&nbsp;Live&nbsp;โดยวันนี้จังหวัดอุบลราชธานีมีผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;จำนวน&nbsp;115&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ติดเชื้อสะสมเดือนมกราคม&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;7,400&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;5,667&nbsp;ราย&nbsp;ยังคงรักษาตัวอีก&nbsp;จำนวน&nbsp;1,722&nbsp;ราย&nbsp;และมีผู้เสียชีวิต&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ราย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19&nbsp;ยังคงต้องเฝ้าระวัง&nbsp;ฝ่ายผู้ปฏิบัติทุกฝ่ายก็ร่วมกันทำงานอย่างเข้มแข็งกันตลอดทั้งระดับจังหวัดจนถึงท้องถิ่นท้องที่&nbsp;ล่าสุดจังหวัดฯ&nbsp;ได้มีคำสั่งเปิดเรียนแบบ&nbsp;On&nbsp;Site&nbsp;ยกเว้นอำเภอที่ยังคงมีการแพร่ระบาด&nbsp;6&nbsp;อำเภอให้มีการสอนในรูปแบบออนไลน์&nbsp;และติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องต่อไป&nbsp;ส่วนร้านอาหาร&nbsp;การดูแลรักษาความสะอาดจำเป็นต้องมีมาตรการเข้มข้น&nbsp;รวมถึงการปฏิบัติตัวของผู้บริการต้องตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;สม่ำเสมอ&nbsp;และต้องปิดภายในระยะเวลาที่กำหนด&nbsp;และในช่วงวันที่&nbsp;27-28&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;การปฏิบัติตัวของผู้เข้าสอบสัมภาษณ์แข่งขันรับราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ปฏิบัติตามมาตรการจังหวัดแล้วให้มีผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;หรือ&nbsp;RT-PCR&nbsp;มีผลเป็นลบถึงจะสามารถเข้าสอบได้&nbsp;ขอให้พี่น้องเชื่อมั่นในมาตรการของจังหวัด&nbsp;ระมัดระวังตนเองในการป้องกันเป็นหลักสำคัญ&nbsp;งดกิจกรรมการรวมกลุ่มต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;และหลีกเลี่ยงสถานที่แออัดของผู้คน&nbsp;ที่เสี่ยงการติดเชื้อได้&nbsp;พร้อมทั้งพกเจลแอลกอฮอล์สม่ำเสมอ</p>	26/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126153113725
748	จ.แม่ฮ่องสอน พบผู้ติดเชื้อโควิด 8 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย	<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;&nbsp;รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;26&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;(เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.)&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;26&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;มีผู้ป่วยยืนยันตรวจด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;เพิ่มขึ้นในวันนี้จำนวน&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;ยอดรวมผู้ป่วยยืนยันสะสมทั้งสิ้น&nbsp;จำนวน&nbsp;342&nbsp;ราย&nbsp;มีผู้ป่วยเสียชีวิตเพิ่มวันนี้&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ยอดรวมเสียชีวิตสะสม&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;(0.88&nbsp;%)&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;254&nbsp;ราย&nbsp;(74.27&nbsp;%)&nbsp;ยังอยู่ระหว่างรักษา&nbsp;85&nbsp;ราย&nbsp;(24.85&nbsp;%)&nbsp;มีอาการเล็กน้อย&nbsp;75&nbsp;ราย&nbsp;ปานกลาง&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;และรุนแรง&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;รักษาอยู่ที่โรงพยาบาล/โรงพยาบาลสนาม&nbsp;จำนวน&nbsp;32&nbsp;ราย&nbsp;ศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;และแยกกักตนเองที่บ้าน&nbsp;(HI)&nbsp;จำนวน&nbsp;45&nbsp;ราย&nbsp;มีผู้ป่วยเข้าข่าย&nbsp;(ตรวจด้วย&nbsp;ATK)&nbsp;เพิ่มขึ้นในวันนี้จำนวน&nbsp;45&nbsp;ราย&nbsp;ยอดรวมผู้ป่วยเข้าข่ายสะสมทั้งสิ้นจำนวน&nbsp;871&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;512&nbsp;ราย&nbsp;(58.79&nbsp;%)&nbsp;ยังอยู่ระหว่างรักษา&nbsp;359&nbsp;ราย&nbsp;(41.21&nbsp;%)&nbsp;รักษาอยู่ที่ศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;จำนวน&nbsp;54&nbsp;ราย&nbsp;และแยกกักตนเองที่บ้าน&nbsp;(HI)&nbsp;จำนวน&nbsp;305&nbsp;ราย</p><p><strong>วันนี้มีผู้ได้รับการตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19</strong>&nbsp;ด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;29&nbsp;ชุด&nbsp;พบเชื้อ&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ที่อำเภอเมือง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอปาย&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอขุนยวม&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และมีผู้ได้รับการตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ด้วย&nbsp;ATK&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;525&nbsp;ชุด&nbsp;พบเชื้อ&nbsp;45&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ที่อำเภอเมือง&nbsp;12&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอปาย&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอสบเมย&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;และอำเภอปางมะผ้า&nbsp;1&nbsp;ราย</p><p>สำหรับผู้ป่วยเสียชีวิตวันนี้&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;51&nbsp;ปี&nbsp;อำเภอขุนยวม&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เข้ารับการรักษาวันที่&nbsp;7&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่โรงพยาบาลขุนยวม&nbsp;ทำการรักษาตามแนวทางการรักษาผู้ป่วยกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;และส่งต่อมารักษาที่โรงพยาบาลศรีสังวาลย์&nbsp;วันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;แพทย์วินิจฉัยสาเหตุการเสียชีวิตจากปอดอักเสบจากเชื้อโควิด-19&nbsp;โดยมีปัจจัยที่ส่งเสริม&nbsp;คือ&nbsp;มีประวัติไม่ได้รับวัคซีน</p><p><strong>จากข้อมูลการดำเนินการฉีดวัคชีนป้องกันโรค&nbsp;COVID-19</strong>&nbsp;แก่ประชาชนในกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ประชาชนได้รับการฉีดวัคซีน&nbsp;เป็นวัคซีนเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;164,902&nbsp;คน&nbsp;(67.10&nbsp;%)&nbsp;ฉีดครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;จำนวน&nbsp;123,137&nbsp;คน&nbsp;(50.10&nbsp;%)&nbsp;และฉีดกระตุ้นเข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;20,316&nbsp;คน&nbsp;(8.27&nbsp;%)</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	26/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126153024724
749	จังหวัดตรัง แถลงพบผู้ป่วยโควิด 19 รายใหม่ 31 ราย สะสม 877 ราย รักษาหาย 29 ราย	<p><strong>วันนี้&nbsp;(26&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;แพทย์หญิงทิพย์ลดา&nbsp;บุญชัย&nbsp;นายแพทย์ชำนาญการ</strong>&nbsp;โรงพยาบาลตรัง&nbsp;ในฐานะรองโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;พบผู้ป่วยโควิด&nbsp;19&nbsp;รายใหม่&nbsp;พบจำนวน&nbsp;31&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็นติดเชื้อในจังหวัดตรัง&nbsp;28&nbsp;ราย&nbsp;ติดเชื้อจากที่อื่น&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;รวมผู้ติดเชื้อตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;877&nbsp;ราย&nbsp;ผลการตรวจด้วย&nbsp;ATK&nbsp;เป็นบวก&nbsp;91&nbsp;ราย&nbsp;จากผลตรวจ&nbsp;931&nbsp;ราย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จำแนกผู้ป่วยเป็นรายอำเภอดังนี้&nbsp;อำเภอกันตัง&nbsp;7&nbsp;ราย</strong>&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;13&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอวังวิเศษ&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอรัษฎา&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอสิเกา&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอห้วยยอด&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็นสัมผัสร่วมบ้าน&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;สัมผัสที่ทำงาน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;สัมผัสในชุมชน&nbsp;14&nbsp;ราย&nbsp;พูดคุยโดยไม่สวมแมส&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ในวันนี้&nbsp;มีการฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดตรัง&nbsp;เข็มที่1&nbsp;จำนวน&nbsp;491,578&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;77.81&nbsp;&nbsp;ฉีดเข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;468,046&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;74.09&nbsp;ฉีดเข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;112,911&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;17.87&nbsp;จากประชากร&nbsp;631,755&nbsp;ราย</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ผู้ป่วยที่รักษาหายเพิ่มนับตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;มีจำนวน&nbsp;29&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายรวม&nbsp;547&nbsp;ราย&nbsp;มีผู้ป่วยโควิด&nbsp;19&nbsp;ยังคงรักษาใน&nbsp;รพ.&nbsp;324&nbsp;ราย&nbsp;มีอาการน้อย&nbsp;269&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;ปานกลาง&nbsp;50&nbsp;ราย&nbsp;ให้ออกซิเจน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ให้ออกซิเจนแรงดันสูง&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ใช้เครื่องช่วยหายใจ&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;นอกจากนี้จังหวัดตรัง&nbsp;ได้ทำการตรวจหาเชื้อ&nbsp;SARs-COV-2&nbsp;โดยดำเนินการไปแล้วทั้งสิ้นตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;23&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;1,984&nbsp;ราย&nbsp;พบผลบวก(ติดเชื้อ)&nbsp;1,026&nbsp;ราย&nbsp;วันนี้มีการ&nbsp;Swab&nbsp;81&nbsp;ราย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ยังคงเน้นย้ำให้ประชาชนป้องกันตนเองด้วยการรักษามาตรการป้องกันโควิด&nbsp;19&nbsp;แบบครอบจักรวาล</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	26/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126163554785
750	จ.ยะลา เฝ้าระวังโควิด-19 ต่อเนื่อง จัดประชุม คณะกรรมการและคณะทำงาน เดินหน้าควบคุมการแพร่ระบาดใหม่	<p><strong>วันนี้&nbsp;(26&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;เป็นประธานประชุมคณะกรรมการและคณะทำงานเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดใหม่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;ร่วมกับคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดยะลาครั้งที่&nbsp;2&nbsp;/&nbsp;2565&nbsp;พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมศรียะลา&nbsp;ศาลากลางจังหวัดยะลา</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ทางจังหวัดยะลา&nbsp;ได้มีการปรับมาตรการเพื่อเป็นการป้องกันควบคุม</strong>สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค&nbsp;โควิด-19&nbsp;สำหรับผู้ที่สัมผัสเสี่ยงสูงจะต้องมีการกักตัวที่บ้านเจ็ดวันและตรวจหาเชื้อแบบเอแคร์หากพบเชื้อให้&nbsp;และประสานงาน&nbsp;เพื่อรับการดูแลรักษาที่บ้าน&nbsp;ขณะเดียวกันสำหรับสถานบริการบันเทิงผับบาร์คาราโอเกะต้องได้รับการอนุญาตจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดก่อนที่จะเปิดให้บริการให้กับผู้บริโภค&nbsp;โดยจะบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายในร้านหรือพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยวและพื้นที่เฝ้าระวังสูงได้ไม่เกินเวลา&nbsp;23:00&nbsp;น.&nbsp;และต้องผ่านการประเมิน&nbsp;SHA+&nbsp;หรือ&nbsp;Thai&nbsp;Stop&nbsp;Covid&nbsp;2&nbsp;plus&nbsp;เท่านั้น</p><p><strong>สำหรับการจัดการทดสอบการศึกษาประจำปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ในพื้นที่</strong>&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ทาง&nbsp;สทศ.&nbsp;ได้กำหนดจัดการทดสอบทางการศึกษาให้กับนักเรียนนักศึกษาและผู้เข้าสอบตามประเภทการสอบจำนวน&nbsp;12&nbsp;ประเภทการสอบเพื่อให้ผู้เข้าสอบและสถานศึกษานำผลการสอบไปใช้ตามวัตถุประสงค์และการดำเนินการทดสอบ&nbsp;โดยคำนึงถึงการปฎิบัติตามข้อกำหนดออกตามความในมาตราเก้าแห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินพ.ศ.&nbsp;2548&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;34)&nbsp;สามารถใช้เป็นแนวทางปฏิบัติให้กับผู้เข้าสอบและผู้ที่เกี่ยวข้องภายในสนามสอบแต่ละจังหวัดและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด</p><p><strong>ทางด้านสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยะลา&nbsp;ได้เผยถึงมาตรการการป้องกันโควิด-19</strong>&nbsp;ที่สามารถทำให้ประชาชนปลอดภัยประเทศไทยเดินต่อได้ทุกฝ่ายร่วมมือกัน&nbsp;โดยการฉีดวัคซีนเพิ่มภูมิต้านทานลดการป่วยหนักและเสียชีวิต&nbsp;รวมไปถึงการป้องกันตัวเองกับทุกคนทุกที่ทุกเวลาและสถานที่ปลอดภัยผู้ให้บริการฉีดวัคซีนครบตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นประจำ&nbsp;นอกจากนี้ยังต้องให้ความสำคัญกับการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เมื่อมีความเสี่ยงหรือมีอาการคล้ายไข้หวัด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	26/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126163708786
751	จังหวัดยะลา ประชุมคณะกรรมการและคณะทำงานเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดใหม่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ร่วมกับคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดยะลาครั้งที่ 2  2565	<p><strong>วันนี้&nbsp;26&nbsp;ม.ค.65&nbsp;ที่ห้องประชุมศรียะลา&nbsp;อาคาร&nbsp;3&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;เป็นประธานประชุมคณะกรรมการและคณะทำงานเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดใหม่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;ร่วมกับคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดยะลาครั้งที่&nbsp;2&nbsp;/&nbsp;2565&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายธีรุตม์&nbsp;ศุภวิบูลย์ผล,นายอำนาจ&nbsp;ชูทอง&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</p><p><strong>โดยจังหวัดยะลายังได้มีการปรับมาตรการเพื่อเป็นการป้องกันควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค</strong>&nbsp;โควิด-19&nbsp;สำหรับผู้ที่สัมผัสเสียงสูงจะต้องมีการกักตัวที่บ้านเจ็ดวันและตรวจหาเชื้อแบบเอแคร์หากพบเชื้อให้&nbsp;และประสานงาน&nbsp;เพื่อรับการดูแลรักษาที่บ้าน&nbsp;ขณะเดียวกันสำหรับสถานบริการบันเทิงผับบาร์คาราโอเกะต้องได้รับการอนุญาตจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดก่อนที่จะเปิดให้บริการให้กับผู้บริโภค&nbsp;โดยจะบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายในร้านหรือพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยวและพื้นที่เฝ้าระวังสูงได้ไม่เกินเวลา&nbsp;23:00&nbsp;น.&nbsp;และต้องผ่านการประเมิน&nbsp;SHA+&nbsp;หรือ&nbsp;Thai&nbsp;Stop&nbsp;Covid&nbsp;2&nbsp;plus&nbsp;เท่านั้น</p><p><strong>สำหรับการจัดการทดสอบการศึกษาประจำปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;</strong>ทาง&nbsp;สทศ.&nbsp;ได้กำหนดจัดการทดสอบทางการศึกษาให้กับนักเรียนนักศึกษาและผู้เข้าสอบตามประเภทการสอบจำนวน&nbsp;12&nbsp;ประเภทการสอบเพื่อให้ผู้เข้าสอบและสถานศึกษานำผลการสอบไปใช้ตามวัตถุประสงค์และการดำเนินการทดสอบ&nbsp;โดยคำนึงถึงการปฎิบัติตามข้อกำหนดออกตามความในมาตราเก้าแห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินพ.ศ.&nbsp;2548&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;34)&nbsp;สามารถใช้เป็นแนวทางปฏิบัติให้กับผู้เข้าสอบและผู้ที่เกี่ยวข้องภายในสนามสอบแต่ละจังหวัดและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ทางด้านของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยะลา&nbsp;ได้เผยถึงมาตรการการป้องกันโควิด-19</strong>&nbsp;ที่สามารถทำให้ประชาชนปลอดภัยประเทศไทยเดินต่อได้ทุกฝ่ายร่วมมือกัน&nbsp;โดยการฉีดวัคซีนเพิ่มภูมิต้านทานลดการป่วยหนักและเสียชีวิต&nbsp;รวมไปถึงการป้องกันตัวเองกับทุกคนทุกที่ทุกเวลาและสถานที่ปลอดภัยผู้ให้บริการฉีดวัคซีนครบตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นประจำ&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้ยังต้องให้ความสำคัญกับการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เมื่อมีความเสี่ยงหรือมีอาการคล้ายไข้หวัด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	26/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126174913828
752	จังหวัดหนองบัวลำภู ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อ มีมติเปิดศูนย์พักคอยในชุมชน หลังพบมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น พร้อมเร่งฉีดวัคซีนในทุกกลุ่มเป้าหมาย	<p><strong>วันที่&nbsp;26&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ห้องประชุมเอราวัณ&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดหนองบัวลำภู</strong>&nbsp;นางศิวพร&nbsp;ฉั่วสวัสดิ์&nbsp;ผู้ว่าราชาการจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;พร้อมด้วยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;พร้อมด้วยคณะกรรมการโรคติดต่อประจำจังหวัด&nbsp;ร่วมประชุมรับทราบสถานการณ์และมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อระบบการรักษา&nbsp;ของโรงพยาบาลและอาจทำให้จำนวนเตียงรักษาไม่เพียงพอต่อการรองรับผู้ติดเชื้อ&nbsp;จึงมีมติให้แต่ละอำเภอได้จัดเตรียมความพร้อมของศูนย์พักคอยในชุมชน&nbsp;Community&nbsp;Isolation&nbsp;หรือ&nbsp;CI&nbsp;ทั้ง&nbsp;6&nbsp;อำเภอ&nbsp;เพื่อเปิดรับผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;รวม&nbsp;9&nbsp;แห่ง&nbsp;ประกอบไปด้วย&nbsp;</p><p>อำเภอศรีบุญเรือง&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;รองรับผู้ป่วยได้&nbsp;จำนวน&nbsp;55&nbsp;เตียง&nbsp;</p><p>อำเภอเมืองหนองบัวลำภู&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;รับรองผู้ป่วยได้&nbsp;จำนวน&nbsp;60&nbsp;เตียง&nbsp;</p><p>อำเภอนากลาง&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;รับรองผู้ป่วยได้จำนวน&nbsp;60&nbsp;เตียง&nbsp;</p><p>อำเภอสุวรรณคูหา&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;รองรับผู้ป่วยได้จำนวน&nbsp;102&nbsp;เตียง&nbsp;</p><p>อำเภอโนนสัง&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;รองรับผู้ป่วยได้&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;เตียง&nbsp;</p><p>อำเภอนาวัง&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;รองรับผู้ป่วยได้จำนวน&nbsp;50&nbsp;เตียง</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์โควิด&nbsp;-19&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;</strong>พบว่าผู้ติดเชื้อมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น&nbsp;ส่วนใหญ่พบการติดเชื้อในพื้นที่&nbsp;และพบคัสเตอร์การระบาดในชุมชน&nbsp;ครอบครัว&nbsp;สถานศึกษา&nbsp;หน่วยงานราชการ&nbsp;จากการจัดกิจกรรมรวมกลุ่ม&nbsp;สังสรรค์&nbsp;รับประทานอาหารร่วมกัน&nbsp;ทางานร่วมกัน&nbsp;และการไปในสถานที่มีการรวมตัวของคนจำนวนมาก&nbsp;จากจังหวัดใกล้เคียง</p><p>นอกจากนั้น&nbsp;มติที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อประจำจังหวัด&nbsp;ยังมีมาตรการป้องกันโรค&nbsp;ให้ประชาชนปฏิบัติเป็นปกติวิสัย&nbsp;และสามารถดูแลตนเองได้&nbsp;ทั้ง&nbsp;เฝ้าระวังอาการตัวเอง&nbsp;หากมีอาการ&nbsp;สามารถตรวจหาเชื้อด้วยตนเอง&nbsp;ด้วย&nbsp;ATK&nbsp;พร้อมเร่งฉีดวัคซีน&nbsp;ทุกกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;เร่งรัดเข็ม&nbsp;1&nbsp;เข็ม&nbsp;2&nbsp;และเข็มเข็มกระตุ้น&nbsp;โดยเฉพาะ&nbsp;เข็ม&nbsp;3&nbsp;ในกลุ่ม&nbsp;608</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	26/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	หนองบัวลำภู	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองบัวลำภู	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126183350851
753	ผู้ว่าฯยะลา ประชุมคณะทำงานโควิด19 ปรับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด	<p><strong>วันนี้&nbsp;(26&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;</strong>เป็นประธานประชุมคณะกรรมการและคณะทำงานเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดใหม่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;ร่วมกับคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดยะลาครั้งที่&nbsp;2&nbsp;/&nbsp;2565&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายธีรุตม์&nbsp;ศุภวิบูลย์ผล,นายอำนาจ&nbsp;ชูทอง&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;</p><p><strong>โดยจังหวัดยะลายังได้มีการปรับมาตรการเพื่อเป็นการป้องกันควบคุมสถานการณ์</strong>การแพร่ระบาดของโรค&nbsp;โควิด-19&nbsp;สำหรับผู้ที่สัมผัสเสียงสูงจะต้องมีการกักตัวที่บ้านเจ็ดวันและตรวจหาเชื้อแบบเอแคร์หากพบเชื้อให้&nbsp;และประสานงาน&nbsp;เพื่อรับการดูแลรักษาที่บ้าน&nbsp;ขณะเดียวกันสำหรับสถานบริการบันเทิงผับบาร์คาราโอเกะต้องได้รับการอนุญาตจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดก่อนที่จะเปิดให้บริการให้กับผู้บริโภค&nbsp;โดยจะบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายในร้านหรือพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยวและพื้นที่เฝ้าระวังสูงได้ไม่เกินเวลา&nbsp;23:00&nbsp;น.&nbsp;และต้องผ่านการประเมิน&nbsp;SHA+&nbsp;หรือ&nbsp;Thai&nbsp;Stop&nbsp;Covid&nbsp;2&nbsp;plus&nbsp;เท่านั้น</p><p><strong>สำหรับการจัดการทดสอบการศึกษาประจำปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;จ.ยะลา</strong>&nbsp;ทาง&nbsp;สทศ.&nbsp;ได้กำหนดจัดการทดสอบทางการศึกษาให้กับนักเรียนนักศึกษาและผู้เข้าสอบตามประเภทการสอบจำนวน&nbsp;12&nbsp;ประเภทการสอบเพื่อให้ผู้เข้าสอบและสถานศึกษานำผลการสอบไปใช้ตามวัตถุประสงค์และการดำเนินการทดสอบ&nbsp;โดยคำนึงถึงการปฎิบัติตามข้อกำหนดออกตามความในมาตราเก้าแห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินพ.ศ.&nbsp;2548&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;34)&nbsp;สามารถใช้เป็นแนวทางปฏิบัติให้กับผู้เข้าสอบและผู้ที่เกี่ยวข้องภายในสนามสอบแต่ละจังหวัดและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ทางด้านของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยะลา&nbsp;ได้เผยถึงมาตรการการป้องกันโควิด-19&nbsp;</strong>ที่สามารถทำให้ประชาชนปลอดภัยประเทศไทยเดินต่อได้ทุกฝ่ายร่วมมือกัน&nbsp;โดยการฉีดวัคซีนเพิ่มภูมิต้านทานลดการป่วยหนักและเสียชีวิต&nbsp;รวมไปถึงการป้องกันตัวเองกับทุกคนทุกที่ทุกเวลาและสถานที่ปลอดภัยผู้ให้บริการฉีดวัคซีนครบตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นประจำ&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังต้องให้ความสำคัญกับการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เมื่อมีความเสี่ยงหรือมีอาการคล้ายไข้หวัด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	26/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สวท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126190237862
754	ตรวจคัดกรองโควิด -19 ด้วย ATK ครั้งที่ 2  นักเรียนโรงเรียนเทศบาล 2 บ้านมลายูบางกอก ยะลา ผลเป็นลบ	<p><strong>โรงเรียนเทศบาล&nbsp;2&nbsp;(บ้านมลายูบางกอก)&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;</strong>ได้ทำการตรวจคัดกรองเชื้อโควิด-19&nbsp;ด้วยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;ให้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่&nbsp;6&nbsp;เป็นครั้งที่&nbsp;2&nbsp;(100%)&nbsp;จำนวน&nbsp;38&nbsp;คน&nbsp;&nbsp;และนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่&nbsp;1-6&nbsp;เป็นครั้งที่&nbsp;2&nbsp;(สุ่มการตรวจ&nbsp;10%)&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;คน&nbsp;ที่มาเรียนในรูปแบบ&nbsp;On&nbsp;Site&nbsp;โดยคุณครูที่ผ่านการฝึกอบรมเป็นผู้ดำเนินการตรวจคัดกรอง&nbsp;ภายใต้การกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดของเจ้าหน้าที่จากสำนักสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เทศบาลนครยะลา&nbsp;ซึ่งมีผลเป็นลบทั้งหมด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	26/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220126193606886
755	ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ขอความร่วมมือประชาชน ในช่วงเทศกาลตรุษจีน ยึดมาตรการป้องกันโควิด19อย่างเคร่งครัด	<p><strong>นายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่กำลังจะมาถึงนี้&nbsp;ประชาชนชาวไทยเชื้อสายจีนจะซื้อหาสินค้าตามตลาด&nbsp;ห้างสรรพสินค้า&nbsp;ทั้งสินค้า&nbsp;อุปโภค&nbsp;บริโภค&nbsp;มาไหว้บรรพบุรุษ&nbsp;หรือทำอาหารรับประทาน&nbsp;ซึ่งถือเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมา&nbsp;ดังนั้นก่อนไปตลาดขอแนะนำให้ประชาชนทำการวางแผนว่าจะซื้ออะไรบ้าง&nbsp;เมื่อไปถึงตลาดให้รีบซื้อสินค้าแล้วรีบกลับบ้านใช้เวลาในตลาดให้น้อยที่สุด&nbsp;ใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;พกเจลแอลกอออร์สำหรับล้างมือ&nbsp;หลังหยิบจับสินค้าหรือจ่ายเงิน-รับเงิน&nbsp;งดการใช้มือที่ยังไม่ได้ล้าง&nbsp;สัมผัสใบหน้า&nbsp;ตา&nbsp;หรือจมูก&nbsp;เวลาซื้อสินค้าขอให้เว้นระยะห่าง&nbsp;พื้นที่ใดที่มีคนแออัดควรสวมหน้ากากอนามัย&nbsp;2&nbsp;ชั้น&nbsp;&nbsp;เพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อโควิด-19&nbsp;เข้าสู่ร่างกาย&nbsp;เมื่อกลับถึงบ้านให้รีบชำระร่างกายให้สะอาด</p><p><strong>หากประชาชนจากต่างจังหวัดเดินทางเข้าสู่จังหวัดอุบลราชธานี</strong>&nbsp;เพื่อร่วมกิจกรรมเทศกาลตรุษจีน&nbsp;ขอให้ทำการตรวจหาเชื้อด้วยตนเองด้วย&nbsp;ATK.&nbsp;เพื่อความปลอดภัยของทุกคน&nbsp;โดยเฉพาะผู้สูงอายุ&nbsp;ผู้ป่วยติดเตียง&nbsp;รวมถึงเด็กเล็ก&nbsp;และที่สำคัญให้ยึดหลักมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	27/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.อุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127105110990
756	จ.แม่ฮ่องสอน เปิดให้บริการตรวจ ATK เชิงรุกแก่ประชาชนทั่วไป	<p><strong>โรงพยาบาลศรีสังวาลย์&nbsp;ร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;สำนักงานเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;และสำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;เปิดให้บริการตรวจ&nbsp;Antigen&nbsp;test&nbsp;kit&nbsp;(ATK)&nbsp;เชิงรุกแก่ประชาชนทั่วไป&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;จุดบริการ&nbsp;ดังนี้&nbsp;สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;(ตรงข้ามที่ทำการไปรษณีย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน)&nbsp;ในวันจันทร์และวันพฤหัสบดี&nbsp;เวลา&nbsp;09.00-12.00&nbsp;น.&nbsp;และศูนย์สุขภาพชุมชนเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;วันจันทร์-วันศุกร์&nbsp;เวลา&nbsp;09.00-15.00&nbsp;น.</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;</strong>ผู้เข้ารับบริการจำเป็นต้องฉีดวัคซีน&nbsp;สวมหน้ากากอนามัย&nbsp;ล้างมือบ่อยๆ&nbsp;งดการสังสรรค์&nbsp;งดการรวมกลุ่ม&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	27/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127095238957
757	จังหวัดลำปางพบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่  42  ราย	<p><strong>สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;รายงานสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;27&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;พบผู้ป่วยรายใหม่&nbsp;42&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ติดเชื้อยืนยันตรวจด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;21&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ติดเชื้อเข้าข่ายตรวจด้วยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;21&nbsp;ราย&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ถึงปัจจุบัน&nbsp;พบผู้ป่วยสะสม&nbsp;2,095&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ระหว่างรักษา&nbsp;314&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายกลับบ้านสะสม&nbsp;1,799&nbsp;ราย&nbsp;และเสียชีวิตสะสม&nbsp;2&nbsp;ราย</p><p><strong>สำหรับข้อมูลการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;</strong>ณ&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ของวันเดียวกัน&nbsp;จังหวัดลำปางวัคซีนไปแล้ว&nbsp;1,057,700&nbsp;เข็ม&nbsp;จำแนกเป็นเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;476,358&nbsp;คน&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;448,628&nbsp;คน&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;128,925&nbsp;คน&nbsp;และเข็มที่&nbsp;4&nbsp;จำนวน&nbsp;3,786&nbsp;คน</p><p><strong>จังหวัดลำปางขอความร่วมมือประชาชนเคร่งครัดตามมาตรการป้องกันโรค&nbsp;DMHTTA</strong>&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หากมีข้อสงสัย&nbsp;&nbsp;สอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนโควิด-19&nbsp;ลำปาง&nbsp;โทร.&nbsp;093&nbsp;140&nbsp;8023&nbsp;ในวันเวลาราชการ&nbsp;และวันเสาร์-อาทิตย์&nbsp;เวลา&nbsp;08.30-16.30&nbsp;น.&nbsp;หรือสอบถามที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	27/1/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127105818997
758	ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ขอความร่วมมือประชาชน ในช่วงเทศกาลตรุษจีน ยึดมาตรการป้องกันโควิด19 อย่างเคร่งครัด	<p><strong>นายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่กำลังจะมาถึงนี้&nbsp;ประชาชนชาวไทยเชื้อสายจีนจะซื้อหาสินค้าตามตลาด&nbsp;ห้างสรรพสินค้า&nbsp;ทั้งสินค้า&nbsp;อุปโภค&nbsp;บริโภค&nbsp;มาไหว้บรรพบุรุษ&nbsp;หรือทำอาหารรับประทาน&nbsp;ซึ่งถือเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมา&nbsp;ดังนั้นก่อนไปตลาดขอแนะนำให้ประชาชนทำการวางแผนว่าจะซื้ออะไรบ้าง&nbsp;เมื่อไปถึงตลาดให้รีบซื้อสินค้าแล้วรีบกลับบ้านใช้เวลาในตลาดให้น้อยที่สุด&nbsp;ใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;พกเจลแอลกอออร์สำหรับล้างมือ&nbsp;หลังหยิบจับสินค้าหรือจ่ายเงิน-รับเงิน&nbsp;งดการใช้มือที่ยังไม่ได้ล้าง&nbsp;สัมผัสใบหน้า&nbsp;ตา&nbsp;หรือจมูก&nbsp;เวลาซื้อสินค้าขอให้เว้นระยะห่าง&nbsp;พื้นที่ใดที่มีคนแออัดควรสวมหน้ากากอนามัย&nbsp;&nbsp;2&nbsp;ชั้น&nbsp;&nbsp;เพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อโควิด-19&nbsp;เข้าสู่ร่างกาย&nbsp;เมื่อกลับถึงบ้านให้รีบชำระร่างกายให้สะอาด&nbsp;</p><p><strong>หากประชาชนจากต่างจังหวัดเดินทางเข้าสู่จังหวัดอุบลราชธานี</strong>&nbsp;เพื่อร่วมกิจกรรมเทศกาลตรุษจีน&nbsp;ขอให้ทำการตรวจหาเชื้อด้วยตนเองด้วย&nbsp;ATK.&nbsp;เพื่อความปลอดภัยของทุกคน&nbsp;โดยเฉพาะผู้สูงอายุ&nbsp;ผู้ป่วยติดเตียง&nbsp;รวมถึงเด็กเล็ก&nbsp;และที่สำคัญให้ยึดหลักมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	27/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สวท.อุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127105255992
759	อ.จัตุรัสจัดทีม CDCU ออกดำเนินการตรวจ ATK กลุ่มเสี่ยง เจอผลบวก 25 ราย นำส่งตรวจยืนยันแล้ว	<p>วันที่&nbsp;26&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;นายวรศิษย์&nbsp;พุฒจีบ&nbsp;นายอำเภอจัตุรัส&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;สาธารณสุขอำเภอ/โรงพยาบาลจัตุรัส&nbsp;จัดทีม&nbsp;CDCU&nbsp;ออกดำเนินการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกแก่ประชน/กลุ่มเสี่ยง&nbsp;ตามนโยบายผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ&nbsp;ดังนี้</p><p>กลุ่มเสี่ยงการแพร่ระบาดจากคลัสเตอร์ตลาดหนองบัวบาน&nbsp;(ATK&nbsp;รอบที่&nbsp;2)</p><p>1.&nbsp;ตำบลบ้านกอก&nbsp;(ATK&nbsp;รอบที่&nbsp;2)&nbsp;โดย&nbsp;รพ.สต.โนนทอง&nbsp;จำนวน&nbsp;25&nbsp;ราย&nbsp;ผลเป็นลบทั้งหมด</p><p>2.ตำบลส้มป่อย&nbsp;(ATK&nbsp;รอบที่&nbsp;2)&nbsp;โดย&nbsp;รพ.สต.ส้มป่อย&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;ผลเป็นลบทั้งหมด</p><p>3.ตำบลหนองบัวบาน&nbsp;(ATK&nbsp;รอบที่&nbsp;2)&nbsp;โดย&nbsp;รพ.จัตุรัส&nbsp;และ&nbsp;รพ.สต.หนองบัวบาน&nbsp;จำนวน&nbsp;516&nbsp;ราย&nbsp;ผลเป็นลบ&nbsp;491&nbsp;ราย&nbsp;ผลบวก&nbsp;25&nbsp;ราย&nbsp;ได้นำส่งตรวจยืนยันแล้ว&nbsp;หากผลเป็นบวกจะเข้ารับการรักษา&nbsp;(ผู้ที่พบผลบวกอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูงที่มีการควบคุม/จำกัดการแพร่ระบาดเดิมอยู่แล้ว&nbsp;(กลุ่มเสี่ยงเดิม))&nbsp;รวมตรวจจำนวน&nbsp;556&nbsp;ราย&nbsp;ผลเป็นลบ&nbsp;531&nbsp;ราย&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;25&nbsp;ราย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	27/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ชัยภูมิ	สวท.ชัยภูมิ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127112310009
760	บ้านน้ำบ่อ อำเภอดงหลวง ปิดทางเข้า-ออกหมู่บ้านคัดกรองโควิด กักตัวผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 111 คน 75 หลังคาเรือน	<p><strong>จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;รายงานสถานการการระบาดโรคโควิด-19</strong>&nbsp;จากการตรวจหาเชื้อทางห้องปฏิบัติการโรงพยาบาลมุกดาหาร&nbsp;ของผู้มีอาการเข้าเกณฑ์ต้องสงสัย&nbsp;(PUI)&nbsp;ผู้สัมผัสเสี่ยงสูง&nbsp;ระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ&nbsp;การเฝ้าระวังเชิงรุกในชุมชน&nbsp;พบมีผู้ป่วยรายใหม่&nbsp;30&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;นิคมคำสร้อย&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;คำชะอี&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;หว้านใหญ่&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และอำเภอดงหลวง&nbsp;17&nbsp;ราย</p><p><strong>สำหรับอำเภอดงหลวง&nbsp;พบผู้ป่วยโควิด-19</strong>&nbsp;เป็นคลัสเตอร์ใหม่มีผู้ป่วย&nbsp;14&nbsp;รายจากงานแต่งบ้านน้ำบ่อ&nbsp;ตำบลหนองบัว&nbsp;โดยพบผู้ป่วยรายแรกเมื่อ&nbsp;วันที่&nbsp;14&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;และกลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อจังหวัดมุกดาหารดำเนินการสวบสวนและควบคุมโรค&nbsp;จนถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;และกักตัวกลุ่มสัมผัสเสี่ยงสูง&nbsp;111&nbsp;คน&nbsp;75&nbsp;หลังคาเรือน</p><p><strong>นายชาคริต&nbsp;ชุมจันทร์&nbsp;นายอำเภอดงหลวง</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ที่ประชุม&nbsp;EOC&nbsp;ตำบลหนองบัว&nbsp;อำเภอดงหลวง&nbsp;ได้มีมติกำหนดมาตรการเพื่อควบคุมโรค&nbsp;กรณีงานแต่งงานบ้านน้ำบ่อ&nbsp;ดังนี้</p><p>1.ปิดทางทางเข้า-ออก&nbsp;หมู่บ้านบ้านน้ำบ่อ&nbsp;เพื่อคัดกรองคนเข้าออกหมู่บ้าน</p><p>2.จัดทีมประเมินผู้กักตัว&nbsp;อย่างมีคุณภาพ&nbsp;โดยติดป้ายหลังคาเรือนผู้กักตัว&nbsp;ทุกหลังคา</p><p>3.งดกิจกรรมการรวมตัวทุกอย่างในตำบล&nbsp;รวมทั้งงานบุญ&nbsp;ถึงสิ้นเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;งดตลาดนัด&nbsp;1&nbsp;สัปดาห์</p><p>4.เร่งรัดฉีดวัคซีน&nbsp;ให้ครอบคลุมและเข็มกระตุ้น&nbsp;เข็ม&nbsp;3และ&nbsp;4</p><p>5.นำกองทุน&nbsp;พชอ.ดงหลวง&nbsp;จัดซื้อน้ำและอาหาร&nbsp;ดูแลประชาชนตลอดระยะการกักตัว</p><p>และในบ่ายวันนี้&nbsp;(18&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;ทีมปฏิบัติการควบคุมโรค(CDCU)&nbsp;ออกคัดกรองและเก็บสิ่งส่งตรวจ&nbsp;ผู้สัมผัสเสี่ยงผู้ติดเชื้อกรณีงานแต่งบ้านน้ำบ่อ&nbsp;ด้วย&nbsp;ATK&nbsp;อีกจำนวน&nbsp;40&nbsp;ราย&nbsp;ผลบวก&nbsp;2&nbsp;รายส่งตรวจ&nbsp;ด้วย&nbsp;PCR&nbsp;รอผลอีกจำนวน&nbsp;86&nbsp;ราย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จากรายงานกลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ</strong>สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ระบุว่าคลัสเตอร์งานแต่งบ้านน้ำบ่อ&nbsp;อำเภอดงหลวง&nbsp;มีผู้ป่วยซึ่งเป็นน้องชายเจ้าสาวเดินทางมาร่วมงานแต่งจาก&nbsp;อำเภอนาแก&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;12&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ตรวจพบเชื้อโควิด-19&nbsp;และตรวจพบเชื้อโควิด-19&nbsp;เจ้าบ่าว&nbsp;-เจ้าสาว&nbsp;และญาติในเวลาต่อมา</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	27/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127123625045
761	ยะลา ป่วยโควิดเสียชีวิต เพิ่มอีก 1  รายใหม่วันนี้ 17 ราย	<p><strong>สถานการณ์โควิด-19&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ในวันที่&nbsp;27&nbsp;ม.ค&nbsp;65&nbsp;&nbsp;</strong>พบ&nbsp;ผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลงเหลือ&nbsp;17&nbsp;ราย&nbsp;จากเมื่อวานนี้ที่มี&nbsp;23&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ป่วยสะสม&nbsp;430&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;232&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;&nbsp;330&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;เสียชีวิตรายใหม่เพิ่ม&nbsp;อีก&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;จากพื้นที่&nbsp;อ.เมือง&nbsp;&nbsp;&nbsp;สะสมเสียชีวิตรวม&nbsp;10&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;17&nbsp;รายใหม่&nbsp;พบว่าในพื้นที่&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;ยังคงมีผู้ติดเชื้อต่อเนื่อง</strong>&nbsp;โดยเพิ่มรายใหม่&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;อ.ยะหา&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;อ.รามัน&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;อ.เบตง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;ส่วนอำเภอ&nbsp;กาบัง&nbsp;อ.กรงปินัง&nbsp;อ.ธารโต&nbsp;&nbsp;ไม่มีรายใหม่เพิ่ม&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>ผู้ป่วยที่เข้าข่ายติดเชื้อ&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;&nbsp;&nbsp;พบรายใหม่เพิ่ม&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;สะสมรวม&nbsp;&nbsp;144&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>ส่วนผลการคัดกรองตามมาตรการด้านสาธารณสุขรวมสะสม&nbsp;8,243&nbsp;ราย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>	27/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127123508044
762	เมืองพัทยาเปิดรับนักท่องเที่ยว 2 รูปแบบ Test & Go,Sand Box 1 ก.พ.นี้	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายกธุรกิจพัทยา&nbsp;เผยเมืองพัทยาเปิดรับนักท่องเที่ยว&nbsp;2&nbsp;รูปแบบ&nbsp;Test&nbsp;&amp;&nbsp;Go,Sand&nbsp;Box&nbsp;1&nbsp;ก.พ.นี้&nbsp;</strong>ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มหลังเกิดกระแสนักท่องเที่ยวยกเลิกพักเกาะเสม็ดด้วยมีการเรียกเก็บค่าตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเดินทาง&nbsp;300&nbsp;บาท&nbsp;ระบุสำหรับชลบุรีเก็บค่าตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;2&nbsp;รอบ&nbsp;ซึ่งนักท่องเที่ยวทราบเพราะอยู่ในเงื่อนไข&nbsp;Thailand&nbsp;Pass&nbsp;ก่อนจับจองอยู่แล้ว</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">จากกรณีที่รัฐมีมาตรการที่มีการประกาศใช้ตั้งแต่วันที่&nbsp;20&nbsp;ม.ค.&nbsp;65&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;ที่ต้องตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปยังเกาะเสม็ด&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;โดยต้องมีผลตรวจไม่เกิน&nbsp;72&nbsp;ชม.&nbsp;และต้องจ่ายค่าเครื่องตรวจสูงถึงรายละ&nbsp;330&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งมาตรการดังกล่าวส่งผลให้นักท่องเที่ยวมีการยกเลิกการเดินทางไปพักผ่อนเป็นจำนวนมากจนส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการท่องเที่ยวนั้น</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายบุญอนันต์&nbsp;พัฒนสิน&nbsp;นายกสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา&nbsp;กล่าวว่า</strong>สำหรับเมืองพัทยา&nbsp;จ.ชลบุรี&nbsp;นั้นอยู่ในพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยวหรือ&nbsp;Blue&nbsp;Zone&nbsp;ร่วมกับอีก&nbsp;3&nbsp;จังหวัด&nbsp;ไม่เหมือนกับพื้นที่จังหวัดระยอง&nbsp;โดยเมืองพัทยาจะรับนักท่องเที่ยวได้ถึง&nbsp;2&nbsp;รูปแบบ&nbsp;ทั้งแบบ&nbsp;Test&nbsp;&amp;&nbsp;Go&nbsp;และ&nbsp;Sand&nbsp;Box&nbsp;ที่จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์นี้เป็นต้นไป&nbsp;ซึ่งมีมาตรการตามข้อกำหนดและมาตรการของภาครัฐอยู่แล้ว&nbsp;อย่างกรณีเรื่องของนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาพักผ่อนที่เมืองพัทยานั้นจะต้องมีการตรวจคัดกรองแบบ&nbsp;RT-PCR&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;คือในวันแรกซึ่งหากมีผลเป็นลบก็สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ตามปกติ&nbsp;ก่อนจะตรวจคัดกรองซ้ำอีกครั้งในวันที่&nbsp;5&nbsp;ของการพำนัก&nbsp;โดยค่าใช้จ่ายเรื่องนี้เป็นไปตามข้อตกลงและตามเงื่อนไขของ&nbsp;Thailand&nbsp;Pass&nbsp;ที่นักท่องเที่ยวยินยอมตั้งแต่เริ่มการจับจอง&nbsp;ซึ่งนอกจากเรื่องนี้แล้วก็ไม่มีนโยบายในการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมแต่อย่างใด&nbsp;ดังนั้นหน้าที่หลักของผู้ประกอบการคือการไปรับนักท่องเที่ยวที่สนามบินก่อนจะพาไปตรวจคัดกรองที่&nbsp;รพ.คู่สัญญา&nbsp;และพาเข้าพักจากนั้นก็จะทำการนัดตรวจอีกครั้งตามข้อกำหนดเท่านั้น&nbsp;ส่วนที่ว่าจะมีการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เพิ่มเติมหรือไม่นั้น&nbsp;คงเป็นเรื่องความสมัครใจระหว่างผู้ประกอบการกับนักท่องเที่ยวมาก&nbsp;กว่าซึ่งก็ถือว่าแตกต่างจากพื้นที่ของจังหวัดระยอง</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายบุญอนันต์&nbsp;กล่าวต่อไปว่า&nbsp;สำหรับพื้นที่ของเกาะล้านนั้น&nbsp;</strong>เมืองพัทยาก็ไม่มีนโยบายการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพื่อตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;แต่อย่างใด&nbsp;เพียงแต่มีความเข้มงวดในการตรวจสอบเรื่องของอุณหภูมิ&nbsp;การสวมหน้ากากอนามัย&nbsp;และการแสดงผลการฉีดวัคซีนตามที่กำหนดเท่านั้น&nbsp;ทั้งในส่วนของนักท่องเที่ยวต่างประเทศและนักท่องเที่ยวชาวไทย&nbsp;ส่วนผู้ใดที่น่าสงสัยก็ให้ทำการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;และแสดงผล&nbsp;ซึ่งหากเป็นลบก็สามารถท่องเที่ยวได้ตามปกติ&nbsp;แต่หากมีผลเป็นบวกก็จะถูนำตัวเข้าสู่ขั้นตอนการรักษาต่อไป</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ปัจจุบันสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยให้ความสนใจในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก&nbsp;</strong>และได้จัดสรรชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;จำนวน&nbsp;6,000&nbsp;ชุด&nbsp;ให้กับพนักงานบริการด้านการท่องเที่ยวฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย&nbsp;เพื่อเป็นมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดด้วย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">ปริญญา&nbsp;&nbsp;ข่าว/ภาพ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	27/1/2022	ภาคตะวันออก	ชลบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127145748132
763	เมืองพัทยา เปิดรับนักท่องเที่ยว 2 รูปแบบ Test&Go,Sand Box 1 ก.พ.นี้	<p><strong>นายกธุรกิจพัทยา&nbsp;เผยเมืองพัทยาเปิดรับนักท่องเที่ยว&nbsp;2&nbsp;รูปแบบ</strong>&nbsp;Test&amp;Go,Sand&nbsp;Box&nbsp;1&nbsp;ก.พ.นี้ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มหลังเกิดกระแสนักท่องเที่ยวยกเลิกพักเกาะเสม็ดด้วยมีการเรียกเก็บค่าตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเดินทาง&nbsp;300&nbsp;บาท&nbsp;ระบุสำหรับชลบุรีเก็บค่าตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;2&nbsp;รอบ&nbsp;ซึ่งนัก&nbsp;ทท.ทราบเพราะอยู่ในเงื่อนไข&nbsp;Thailand&nbsp;Pass&nbsp;ก่อนจับจองอยู่แล้ว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากกรณีที่รัฐมีมาตรการที่มีการประกาศใช้ตั้งแต่วันที่&nbsp;20&nbsp;ม.ค.&nbsp;65&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;ที่ต้องตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;นักท่อง&nbsp;เที่ยวที่จะเดินทางไปยังเกาะเสม็ด&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;โดยต้องมีผลตรวจไม่เกิน&nbsp;72&nbsp;ชม.&nbsp;และต้องจ่ายค่าเครื่องตรวจสูงถึงรายละ&nbsp;330&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งมาตรการดังกล่าวส่งผลให้นักท่องเที่ยวมีการยกเลิกการเดินทางไปพักผ่อนเป็นจำนวนมากจนส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการท่องเที่ยวนั้น&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายบุญอนันต์&nbsp;พัฒนสิน&nbsp;นายกสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;สำหรับเมืองพัทยา&nbsp;จ.ชลบุรี&nbsp;นั้นอยู่ในพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยวหรือ&nbsp;Blue&nbsp;Zone&nbsp;ร่วมกับอีก&nbsp;3&nbsp;จังหวัด&nbsp;ไม่เหมือนกับพื้นที่จังหวัดระยอง&nbsp;โดยเมืองพัทยาจะรับนักท่องเที่ยวได้ถึง&nbsp;2&nbsp;รูปแบบทั้งแบบ&nbsp;Test&amp;Go&nbsp;และ&nbsp;Sand&nbsp;Box&nbsp;ที่จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์นี้เป็นต้นไป&nbsp;ซึ่งมีมาตรการตามข้อกำหนดและมาตรการของภาครัฐอยู่แล้ว&nbsp;อย่างกรณีเรื่องของนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาพักผ่อนที่เมืองพัทยานั้นจะต้องมีการตรวจคัดกรองแบบ&nbsp;RT-PCR&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;คือในวันแรกซึ่งหากมีผลเป็นลบก็สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ตามปกติ&nbsp;ก่อนจะตรวจคัดกรองซ้ำอีกครั้งในวันที่&nbsp;5&nbsp;ของการพำนัก&nbsp;โดยค่าใช้จ่ายเรื่องนี้เป็นไปตามข้อตกลงและตามเงื่อนไขของ&nbsp;Thailand&nbsp;Pass&nbsp;ที่นักท่องเที่ยวยินยอมตั้งแต่เริ่มการจับจอง&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งนอกจากเรื่องนี้แล้วก็ไม่มีนโยบายในการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมแต่อย่างใด</strong>&nbsp;ดังนั้นหน้าที่หลักของผู้ประกอบการคือการไปรับนักท่องเที่ยวที่สนามบินก่อนจะพาไปตรวจคัดกรองที่&nbsp;รพ.คู่สัญญา&nbsp;และพาเข้าพักจากนั้นก็จะทำการนัดตรวจอีกครั้งตามข้อกำหนดเท่านั้น&nbsp;ส่วนที่ว่าจะมีการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เพิ่มเติมหรือไม่นั้น&nbsp;คงเป็นเรื่องความสมัครใจระหว่างผู้ประกอบการกับนักท่องเที่ยวมาก&nbsp;กว่าซึ่งก็ถือว่าแตกต่างจากพื้นที่ของจังหวัดระยอง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายบุญอนันต์&nbsp;กล่าวต่อไปว่าสำหรับพื้นที่ของเกาะล้านนั้น&nbsp;เ</strong>มืองพัทยาก็ไม่มีนโยบายการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพื่อตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;แต่อย่างใด&nbsp;เพียงแต่มีความเข้มงวดในการตรวจสอบเรื่องของอุณหภูมิ&nbsp;การสวมหน้ากากอนามัย&nbsp;และการแสดงผลการฉีดวัคซีนตามที่กำหนดเท่านั้น&nbsp;ทั้งในส่วนของนักท่องเที่ยวต่างประเทศและนักท่องเที่ยวชาวไทย&nbsp;ส่วนผู้ใดที่น่าสงสัยก็ให้ทำการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;และแสดงผล&nbsp;ซึ่งหากเป็นลบก็สามารถท่องเที่ยวได้ตามปกติ&nbsp;แต่หากมีผลเป็นบวกก็จะถูนำตัวเข้าสู่ขั้นตอนการรักษาต่อไป&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ปัจจุบันสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยให้ความสนใจ</strong>ในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก&nbsp;และได้จัดสรรชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;จำนวน&nbsp;6,000&nbsp;ชุด&nbsp;ให้กับพนักงานบริการด้านการท่องเที่ยวฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย&nbsp;เพื่อเป็นมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ปริญญา/ข่าว/ภาพ</p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	27/1/2022	NULL	ชลบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127180648238
764	จังหวัดตรัง แถลงพบผู้ป่วยโควิด 19 รายใหม่ 17 ราย สะสม 894 ราย	<p><strong>วันนี้&nbsp;(27&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;แพทย์หญิงทิพย์ลดา&nbsp;บุญชัย&nbsp;นายแพทย์ชำนาญการ</strong>&nbsp;โรงพยาบาลตรัง&nbsp;ในฐานะรองโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;&nbsp;2019&nbsp;&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;พบผู้ป่วยโควิด&nbsp;19&nbsp;รายใหม่&nbsp;พบจำนวน&nbsp;17&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็นติดเชื้อในจังหวัดตรัง&nbsp;14&nbsp;ราย&nbsp;ติดเชื้อจากที่อื่น&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;รวมผู้ติดเชื้อตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;894&nbsp;ราย&nbsp;ผลการตรวจด้วย&nbsp;ATK&nbsp;เป็นบวก&nbsp;72&nbsp;ราย&nbsp;จากผลตรวจ&nbsp;1,065&nbsp;ราย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จำแนกผู้ป่วยเป็นรายอำเภอดังนี้&nbsp;อำเภอกันตัง&nbsp;2&nbsp;ราย</strong>&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอห้วยยอด&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็นสัมผัสร่วมบ้าน&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;สัมผัสในชุมชน&nbsp;&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;พูดคุยโดยไม่สวมแมส&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ในวันนี้&nbsp;มีการฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดตรัง&nbsp;เข็มที่1&nbsp;จำนวน&nbsp;491,685&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;77.83&nbsp;&nbsp;ฉีดเข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;468,251&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;74.12&nbsp;ฉีดเข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;114,032&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;18.05&nbsp;จากประชากร&nbsp;631,755&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการฉีดวัคซีนในเด็กที่มีอายุ&nbsp;5-&nbsp;11&nbsp;ปี&nbsp;ซึ่งหากได้รับวัคซีนแล้ว</strong>จะดำเนินการกระจายวัคซีนออกไปฉีดให้แก่เด็กที่มีโรคประจำตัวเป็นอันดับแรก&nbsp;เพื่อลดความุรนแรงจาการติดเชื้อโควิด&nbsp;19&nbsp;ในส่วนของอาการที่เกิดขึ้นจากการฉีดวัคซีนของเด็กในขณะนี้มีเด็กที่มีข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนค่อนข้างน้อย&nbsp;ซึ่งให้ผู้ปกครองศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อ&nbsp;ประกอบการตัดสินใจก่อนให้บุตรหลานได้รับการฉีดวัคซีน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	27/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127145036122
765	รองโฆษก ศบค.ตรัง แถลงพบผู้ป่วยโควิด 19 รายใหม่ 17  ราย สะสม 894 ราย	<p><strong>วันนี้&nbsp;(27&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;แพทย์หญิงทิพย์ลดา&nbsp;บุญชัย&nbsp;นายแพทย์ชำนาญการ&nbsp;</strong>โรงพยาบาลตรัง&nbsp;ในฐานะรองโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;พบผู้ป่วยโควิด&nbsp;19&nbsp;รายใหม่&nbsp;พบจำนวน&nbsp;17&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็นติดเชื้อในจังหวัดตรัง&nbsp;14&nbsp;ราย&nbsp;ติดเชื้อจากที่อื่น&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;รวมผู้ติดเชื้อตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;894&nbsp;ราย&nbsp;ผลการตรวจด้วย&nbsp;ATK&nbsp;เป็นบวก&nbsp;72&nbsp;ราย&nbsp;จากผลตรวจ&nbsp;1,065&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จำแนกผู้ป่วยเป็นรายอำเภอดังนี้&nbsp;อำเภอกันตัง&nbsp;2&nbsp;ราย</strong>&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอห้วยยอด&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็นสัมผัสร่วมบ้าน&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;สัมผัสในชุมชน&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;พูดคุยโดยไม่สวมแมส&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ในวันนี้&nbsp;มีการฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดตรัง&nbsp;เข็มที่1&nbsp;จำนวน&nbsp;491,685&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;77.83&nbsp;&nbsp;ฉีดเข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;468,251&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;74.12&nbsp;ฉีดเข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;114,032&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;18.05&nbsp;จากประชากร&nbsp;631,755&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการฉีดวัคซีนในเด็กที่มีอายุ&nbsp;5-&nbsp;11&nbsp;ปี&nbsp;ซึ่งหากได้รับวัคซีนแล้ว</strong>จะดำเนินการกระจายวัคซีนออกไปฉีดให้แก่เด็กที่มีโรคประจำตัวเป็นอันดับแรก&nbsp;เพื่อลดความรุนแรงจาการติดเชื้อโควิด&nbsp;19&nbsp;ในส่วนของอาการที่เกิดขึ้นจากการฉีดวัคซีนของเด็กในขณะนี้มีเด็กที่มีข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนค่อนข้างน้อย&nbsp;ซึ่งให้ผู้ปกครองศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อ&nbsp;ประกอบการตัดสินใจก่อนให้บุตรหลานได้รับการฉีดวัคซีน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	27/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127145352126
766	จังหวัดกาญจนบุรีให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำแนวทางการนำแรงงานต่างด้าวมาทำงานกับนายจ้างในประเทศตาม MOU	<p><strong>จังหวัดกาญจนบุรีให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำแนวทางการนำแรงงานต่างด้าวมาทำงานกับนายจ้างในประเทศตาม&nbsp;MOU&nbsp;ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;โดยทางคณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างถูกต้อง</strong></p><p><br></p><p><strong>นายสมหวัง&nbsp;บุญระยอง&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ในการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;12&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;ที่ประชุมเห็นชอบแนวทางการนำแรงงานต่างด้าวมาทำงานกับนายจ้างในประเทศตามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงานและคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่&nbsp;16&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;รับทราบแนวทางการนำแรงงานต่างด้าวมาทำงานกับนายจ้างในประเทศตาม&nbsp;MOU&nbsp;ที่ประชุมเห็นชอบและมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามแนวทางที่กระทรวงแรงงานเสนอ&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรีจึงขอให้ส่วนราชการ&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;และอำเภอ&nbsp;ดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีตามมาตรการนำแรงงานต่างด้าวเพื่อเข้ามาทำงานในประเทศไทยให้เป็นไปอย่างรัดกุมมีความเข้มงวดและครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด&nbsp;ดังนี้</p><p>แนวทางการนำแรงงานต่างด้าวมาทำงานกับนายจ้างในประเทศตาม&nbsp;MOU</p><p>1.การยื่นแบบคำร้องขอนำเข้าคนต่างด้าวมาทำงานในประเทศ&nbsp;(Demand)&nbsp;โดยนายจ้างยื่นแบบคำร้องไปยังกรมการจัดหางาน&nbsp;สำนักงานจัดหางานจังหวัด</p><p>2.การจัดส่งคำร้องความต้องการจ้างแรงงานต่างด้าว&nbsp;ผ่านสถานทูตประเทศต้นทางประจําประเทศไทย</p><p>3.การดำเนินการของประเทศต้นทาง&nbsp;โดยประเทศต้นทางดำเนินการรับสมัคร&nbsp;คัดเลือกทำสัญญา&nbsp;และจัดทำบัญชีรายชื่อ&nbsp;(Name&nbsp;List)</p><p>4.การยื่นคำขอรับใบอนุญาตทำงานแทนคนต่างด้าว&nbsp;(Name&nbsp;List)</p><p>5.การอนุญาตให้นำคนต่างด้าวเข้ามาทำงานกับนายจ้างในประเทศ&nbsp;โดยกรมการจัดหางานมีหนังสือไปยังสถานเอกอัครราชทูต&nbsp;เพื่ออนุญาตให้คนต่างด้าวเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร</p><p>6.การเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร&nbsp;เมื่อคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรให้แสดงหลักฐาน</p><p>ดังนี้&nbsp;หนังสือยืนยันการอนุญาตให้เข้ามาทำงานพร้อมบัญชีรายชื่อ&nbsp;ผลตรวจโควิด-19&nbsp;ด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ก่อนเดินทางเข้ามาหรือผลรับรองการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;หลักฐานการได้รับวัคซีนโควิด-19&nbsp;หากได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว&nbsp;ตรวจลงตราอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร&nbsp;เดินทางไปยังสถานที่กักตัวโดยยานพาหนะที่แจ้งไว้&nbsp;7.สถานที่กักตัว&nbsp;คนต่างด้าวตรวจโรคต้องห้าม&nbsp;6&nbsp;โรค&nbsp;ตามกฎกระทรวงกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของคนต่างด้าวที่จะขอรับใบอนุญาตทำงาน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2563&nbsp;และเข้ารับการกักตัว&nbsp;ตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;กรณีฉีดวัคซีนครบโดส&nbsp;ให้เข้ารับการกักตัวอย่างน้อย&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;กรณีฉีดวัคซีนยังไม่ครบตามเกณฑ์หรือยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนให้เข้ารับการกักตัวอย่างน้อย&nbsp;14&nbsp;วัน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ที่ประชุมเห็นชอบและมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง&nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;กระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร&nbsp;ดำเนินการตามแนวทางที่กระทรวงแรงงานเสนอ&nbsp;พร้อมทั้ง&nbsp;นายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการให้กระทรวงแรงงาน&nbsp;และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ดำเนินมาตรการนำแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานในประเทศไทยให้เป็นไปอย่างรัดกุม&nbsp;มีความเข้มงวด&nbsp;และครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	27/1/2022	ภาคตะวันตก	กาญจนบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127183426281
767	สธ.ราชบุรีชี้แจงคลัสเตอร์โรงเรียนประจำ หลังมีนักเรียนติดโควิด 311 ราย	<p><strong>สธ.ราชบุรีชี้แจง&nbsp;กรณีคลัสเตอร์ใหม่โรงเรียนประจำพุ่งถึง&nbsp;311&nbsp;ราย&nbsp;ติดอันดับ&nbsp;9&nbsp;ของประเทศ&nbsp;ด้านสาเหตุเกิดจากนักเรียนกลับบ้านก่อนเดินทางเข้าโรงเรียน&nbsp;ล่าสุดยังไม่มีนักเรียนอาการรุนแรง</strong></p><p><br></p><p><strong>วันที่&nbsp;27&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดราชบุรี&nbsp;</strong>นายรณภพ&nbsp;เหลืองไพโรจน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี&nbsp;เป็นประธานประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดราชบุรี&nbsp;โดยมี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี&nbsp;คณะกรรมการโรคติดต่อฯ&nbsp;นายอำเภอทุกแห่ง&nbsp;และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมประชุมเพื่อติดตามสถานการณ์โควิด-19&nbsp;และการดำเนินงานป้องกันและควบคุมโรค&nbsp;โดยวันนี้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดราชบุรี&nbsp;ได้ชี้แจงความคืบหน้ากรณีเหตุการณ์ระบาดของโควิด-19&nbsp;ที่โรงเรียนประจำ&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;อ.ปากท่อ&nbsp;จ.ราชบุรี&nbsp;หลังพบว่ามีผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;เป็นกลุ่มก้อน&nbsp;ล่าสุด&nbsp;ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;27&nbsp;ม.ค.&nbsp;2565&nbsp;มีจำนวน&nbsp;311&nbsp;คน</p><p><strong>โดยแพทย์หญิงปาจรีย์&nbsp;อารีย์รบ&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดราชบุรี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>สาเหตุเนื่องจากทางโรงเรียนได้ปล่อยนักเรียนกลับบ้านช่วงปีใหม่&nbsp;และได้ให้นักเรียนกลับมาช่วงวันที่&nbsp;14&nbsp;-&nbsp;16&nbsp;มกราคม&nbsp;และได้มีการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;และผลออกมาเป็นลบทุกคน&nbsp;หลังจากผ่านไป&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;ก็ได้มีการตรวจซ้ำ&nbsp;ซึ่งผลออกมาเป็นบวก&nbsp;120&nbsp;คน&nbsp;จึงได้แจ้งสาธารณสุข&nbsp;ในวันที่&nbsp;24&nbsp;ม.ค.&nbsp;รพ.ปากท่อ&nbsp;และสาธารณสุขปากท่อ&nbsp;ได้เข้าไปเก็บตัวอย่าง&nbsp;เพื่อไปทำ&nbsp;RT&nbsp;PCR&nbsp;รอบแรกพบเพิ่มอีก&nbsp;74&nbsp;ราย</p><p><strong>ส่วนวันที่&nbsp;24-25&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;โรงพยาบาลปากท่อดำเนินการเก็บตัวอย่างนักเรียน&nbsp;</strong>จำนวน&nbsp;570&nbsp;ราย&nbsp;ครู&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;รวม&nbsp;576&nbsp;ราย&nbsp;ผลพบเชื้อรวมทั้งสิ้น&nbsp;311&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งนักเรียนที่มีผลบวกได้ทำการส่งเข้ารับรักษาที่โรงพยาบาลปากท่อ&nbsp;จำนวน&nbsp;26&nbsp;ราย&nbsp;และโรงพยาบาลสนาม&nbsp;จำนวน&nbsp;285&nbsp;ราย&nbsp;นักเรียนที่ผลปกติ&nbsp;แยกนักเรียนเป็นกลุ่มย่อยตามความเสี่ยง&nbsp;และวางแผนจะเก็บตัวอย่างอีกครั้ง</p><p><strong>ขณะที่ในวันจันทร์ที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ดำเนินการพ่นน้ำยาทำความสะอาดให้ความรู้แก่นักเรียน&nbsp;ครู&nbsp;</strong>ในการดูแลและการป้องกันตนเอง&nbsp;ให้ประเมินอาการตนเองทุกวัน&nbsp;สร้างกลุ่ม&nbsp;ไลน์ในการติดต่อประสานงาน&nbsp;ส่งข้อมูล&nbsp;อย่างไรก็ดีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าดำเนินการป้องกันและควบคุมแล้ว&nbsp;ในเบื้องต้นยังไม่มีนักเรียนที่มีอาการรุนแรง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	27/1/2022	NULL	ราชบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดราชบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127175052228
768	COVID-19 จ.แม่ฮ่องสอน พบการระบาดเป็นกลุ่มก้อน (Cluster) 18 ราย ในพื้นที่ ต.แม่กิ๊ อ.ขุนยวม เป็นกลุ่มอาชีพเกษตรกร ขณะที่วันนี้ติดเชื้อเพิ่ม 42 ราย	<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1-&nbsp;27&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ว่า&nbsp;มีดังนี้&nbsp;ผู้ป่วยยืนยันสะสม&nbsp;(ตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ)&nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;366&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;3&nbsp;ราย(0.82&nbsp;%)&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;260&nbsp;ราย(71.04%)&nbsp;ยังอยู่ระหว่างรักษา&nbsp;103&nbsp;ราย(28.14%)&nbsp;มีอาการเล็กน้อย&nbsp;93&nbsp;ราย&nbsp;ปานกลาง&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;และรุนแรง&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;รักษาอยู่ที่โรงพยาบาล/โรงพยาบาลสนาม&nbsp;จำนวน&nbsp;42&nbsp;ราย&nbsp;ศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;จำนวน&nbsp;21&nbsp;ราย&nbsp;และแยกกักตนเองที่บ้าน&nbsp;(HI)&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยเข้าข่ายสะสม&nbsp;(ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก)&nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;881&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;523&nbsp;ราย(59.36%)&nbsp;ยังอยู่ระหว่างรักษา&nbsp;358&nbsp;ราย&nbsp;(40.64%)&nbsp;รักษาอยู่ที่ศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;จำนวน&nbsp;74&nbsp;ราย&nbsp;และแยกกัก&nbsp;ตนเองที่บ้าน&nbsp;(HI)&nbsp;จำนวน&nbsp;284&nbsp;ราย&nbsp;วันนี้&nbsp;มีผู้ได้รับการตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;52&nbsp;ชุด&nbsp;พบเชื้อ&nbsp;24&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอขุนยวม&nbsp;18&nbsp;ราย&nbsp;และตรวจด้วย&nbsp;ATK&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;240&nbsp;ชุด&nbsp;พบเชื้อ&nbsp;18&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ที่อำเภอเมือง&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;และอำเภอสบเมย&nbsp;5&nbsp;ราย</p><p><strong>พบการระบาดเป็นกลุ่มก้อน&nbsp;(Cluster)&nbsp;</strong>ในพื้นที่ตำบลแม่กิ๊&nbsp;อำเภอขุนยวม&nbsp;จำนวน&nbsp;18&nbsp;ราย&nbsp;ที่หมู่บ้านห้วยฮุง&nbsp;จำนวน&nbsp;16&nbsp;ราย&nbsp;และหมู่บ้านห้วยโปงเลา&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เป็นกลุ่มอาชีพเกษตร&nbsp;โดยมีปัจจัยเสี่ยงจากการสัมผัสใกล้ชิด&nbsp;ผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่อำเภออมก๋อย&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ซึ่งมีการแพร่ระบาดของโรคอยู่ในขณะนี้</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	27/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127165224193
769	ศปก.อ.เบตง จัดชุดบุคลากรทางการแพทย์ ฉีดวัคซีนเชิงรุก (Betong Drive - Thru) ให้กับประชาชนในพื้นที่ พร้อมสุ่มตรวจ ATK นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่	<p><strong>วันที่&nbsp;27&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;จุดตรวจ&nbsp;ศอร.กม.2&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;</strong>นายเอก&nbsp;ยังอภัย&nbsp;ณ&nbsp;สงขลา&nbsp;นายอำเภอเบตง/ผอ.ศปก.อ.เบตง&nbsp;จัดเจ้าหน้าที่สาธารณสุขสุ่มตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;คน&nbsp;จากหลายจังหวัด&nbsp;พร้อมทั้งฉีดวัคซีนเชิงรุก&nbsp;(Betong&nbsp;Drive&nbsp;-&nbsp;Thru)&nbsp;เข็ม&nbsp;1&nbsp;เข็ม&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;3&nbsp;ให้กับประชาชนในพื้นที่&nbsp;และมอบข้าวสารให้แก่ประชาชนที่เข้ารับบริการฉีดวัคซีน&nbsp;โดยมีผู้เข้ารับการฉีดวัคซีนตั้งแต่วันที่&nbsp;25&nbsp;ต.ค.&nbsp;-&nbsp;26&nbsp;ม.ค.65&nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;2,353&nbsp;คน</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์โควิด-19&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;</strong>ประจำวันที่&nbsp;27&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;พบผู้ป่วยรายใหม่&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;รวมผู้ป่วยสะสม&nbsp;54&nbsp;ราย&nbsp;แยกเป็นผู้ป่วยในอำเภอเบตง&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;53&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;พบจากพื้นที่อื่น&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และพบใน&nbsp;state&nbsp;Quarantine&nbsp;จำนวน&nbsp;0&nbsp;ราย&nbsp;มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด&nbsp;0&nbsp;ราย&nbsp;ขอให้ชาวเบตงทุกคนปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;D-M-H-T-T-A.&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	27/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127162052179
770	จ.นครพนม วางแผนเตรียมจัดงานนมัสการองค์พระธาตุพนม	"<p><strong>จ.นครพนม&nbsp;วางแผนเตรียมจัดงานนมัสการองค์พระธาตุพนม</strong>&nbsp;วันที่&nbsp;27&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ห้องประชุมพระธาตุนคร&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดนครพนม&nbsp;นายชาธิป&nbsp;รุจนเสรี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&nbsp;เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการและผู้ที่เกี่ยวข้องในการจัดงานนมัสการองค์พระธาตุพนม&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อหารือในการเตรียมความพร้อมสำหรับการจัดงาน&nbsp;ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;9&nbsp;&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เพื่อให้สอดคล้องกับการเฝ้าระวังป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด&nbsp;แต่ยังคงไว้ซึ่งการรักษาสืบสานประเพณีอันดีงามของพุทธศาสนิกชน&nbsp;</p><p><strong>โดยในปีนี้จะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดงานให้มีขนาดที่เล็กลง</strong>&nbsp;ยังคงมีพิธีอัญเชิญพระอุปคุตและขบวนแห่ที่ปรับเปลี่ยนเป็นคณะกลองยาวตามวิถีชีวิตชาวบ้านแบบดังเดิม&nbsp;จะไม่มีขบวนนางรำเหมือนทุกปี&nbsp;ส่วนพิธีทางพระพุทธศาสนาเช่น&nbsp;พิธีเจริญพระพุทธมนต์&nbsp;ฟังธรรมเทศนา&nbsp;เวียนเทียน&nbsp;ตักบาตรคู่อายุ&nbsp;เสียค่าหัว&nbsp;ถวายข้าวพีชภาค&nbsp;ห่มผ้าพระธาตุพนมยังคงมีอยู่แต่จะมีการเพิ่มระยะห่าง&nbsp;มีการควบคุมจำนวนผู้ร่วมพิธี&nbsp;เบื้องต้นให้รวมกลุ่มกันได้ไม่เกิน&nbsp;1,000&nbsp;คนตามมาตรการสาธารณสุข&nbsp;ส่วนบริเวณด้านหน้าวัดพระธาตุพนมจะไม่มีการออกร้านจำหน่ายสินค้าเหมือนปีที่ผ่าน&nbsp;ๆ&nbsp;มา&nbsp;มีเพียงซุ้มนิทรรศการหมู่บ้านศีล&nbsp;5&nbsp;และซุ้มผลิตภัณฑ์ชุมชนที่จัดแสดงเท่านั้น&nbsp;ทั้งนี้ในบริเวณงานจะมีจุดคัดกรองก่อนเข้างานอย่างน้อย&nbsp;13&nbsp;จุด&nbsp;ดอกไม้ธูปเทียนภายในงานจะไม่มีการเวียนซ้ำ&nbsp;การตักบาตรคู่อายุจะมีการล้างเหรียญด้วยแอลกอฮอล์ให้ผู้ที่อยากทำบุญได้บูชา&nbsp;&nbsp;ส่วนการตักบาตรจะมีการรณรงค์ให้ใส่ถุงมือยางเพื่อความปลอดภัย&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;จะมีการตรวจ&nbsp;ATK</strong>&nbsp;ให้กับพระภิกษุสงฆ์&nbsp;สามเณร&nbsp;ตลอดเจ้าหน้าที่ทุกคนที่จะปฏิบัติหน้าที่ทุกรูปและทุกคน&nbsp;สำหรับผู้ที่จะมาร่วมงานนั้นเบื้องต้นต้องได้รับวัคซีนอย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;หรือมีผลรับรองการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ยืนยันไม่เกิน&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านการตรวจคัดกรองจากเจ้าหน้าที่จัดงาน&nbsp;และอยู่ในโซนที่เจ้าหน้าที่จัดให้ตามพื้นที่ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ระหว่างการรอเข้านมัสการองค์พระธาตุพนม&nbsp;เพื่อเป็นการควบคุมจำนวนการรวมกลุ่มกัน&nbsp;ส่วนผู้เข้าไปนมัสการองค์พระธาตุพนมก็จะมีการกำหนดเวลาให้ว่าแต่ละคนสามารถเข้าไปอยู่ภายในโซนบริเวณวัดได้นานเท่าไหร่&nbsp;เพื่อให้ผู้ที่มาร่วมงานทุกคนได้นมัสการและทำกิจกรรมอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;โดยทั่วกัน&nbsp;ทั้งนี้ทางวัดพรธาตุพนมและจังหวัดนครพนมจะมีการแถลงข่าว&nbsp;เพื่อแจ้งรายละเอียด&nbsp;ขั้นตอนการปฏิบัติและมาตรการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ให้พุทธศาสนิกชนและผู้ที่สนใจได้ทราบอีกครั้งในวันที่&nbsp;2&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>"	27/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครพนม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127180927241
771	จ.แม่ฮ่องสอน พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่ม 24 ราย ผุดคลัสเตอร์ใหม่ ต.แม่กิ๊ อ.ขุนยวม	"<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;(ศปก.จ.มส.)</strong>&nbsp;รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;วันที่&nbsp;27&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;(เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.)ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;27&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มีดังนี้&nbsp;ผู้ป่วยยืนยันสะสม&nbsp;(ตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ)&nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;366&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;(0.82&nbsp;%)รักษาหายแล้ว&nbsp;260&nbsp;ราย&nbsp;(71.04%)&nbsp;ยังอยู่ระหว่างรักษา&nbsp;103&nbsp;ราย&nbsp;(28.14%)&nbsp;มีอาการเล็กน้อย&nbsp;93&nbsp;ราย&nbsp;ปานกลาง&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;และรุนแรง&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;รักษาอยู่ที่โรงพยาบาล&nbsp;/&nbsp;โรงพยาบาลสนาม&nbsp;จำนวน&nbsp;42&nbsp;ราย&nbsp;ศูนย์แยกกักโรคชุมชน(CI)&nbsp;จำนวน&nbsp;21&nbsp;ราย&nbsp;และแยกกักตนเองที่บ้าน&nbsp;(HI)&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยเข้าข่ายสะสม&nbsp;(ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก)&nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;881&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;523&nbsp;ราย&nbsp;(59.36%)&nbsp;ยังอยู่ระหว่างรักษา&nbsp;358&nbsp;ราย&nbsp;(40.64%)&nbsp;รักษาอยู่ที่ศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(C)&nbsp;จำนวน&nbsp;74&nbsp;ราย&nbsp;และแยกกักตนเองที่บ้าน&nbsp;(HI)&nbsp;จำนวน&nbsp;284&nbsp;ราย</p><p><strong>วันนี้&nbsp;มีผู้ได้รับการตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR</strong>&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;52&nbsp;ชุด&nbsp;พบเชื้อ&nbsp;24&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอขุนยวม&nbsp;18&nbsp;ราย&nbsp;และตรวจด้วย&nbsp;ATK&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;240&nbsp;ชุด&nbsp;พบเชื้อ&nbsp;18&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ที่อำเภอเมือง&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;และอำเภอสบเมย&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;พบการระบาดเป็นกลุ่มก้อน&nbsp;(Cluster)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ต.แม่กิ๊&nbsp;อ.ขุนยวม&nbsp;จำนวน&nbsp;18&nbsp;ราย&nbsp;ที่หมู่บ้านห้วยฮุงจำนวน&nbsp;16&nbsp;ราย&nbsp;และ&nbsp;หมู่บ้านห้วยโปงเลา&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เป็นกลุ่มอาชีพเกษตร&nbsp;โดยมีปัจจัยเสี่ยงจากการสัมผัสใกล้ชิดผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่&nbsp;อ.อมก๋อย&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;ซึ่งมีการแพร่ระบาดของโรคอยู่ในขณะนี้</p><p><strong>ผลการฉีดวัคซีนป้องกันโรค&nbsp;COVID-19</strong>&nbsp;แก่ประชาชนในกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;26&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;165,498&nbsp;คน&nbsp;(67.34&nbsp;%)&nbsp;ฉีดครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;จำนวน&nbsp;124,671&nbsp;คน&nbsp;(50.73%)&nbsp;และฉีดกระตุ้นเข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;20,993&nbsp;คน&nbsp;(8.54%)&nbsp;จึงขอเชิญชวน&nbsp;ประชาสัมพันธ์เยาวชนอายุ&nbsp;12&nbsp;-&nbsp;18&nbsp;ปี&nbsp;(ทั้งในและนอกระบบการศึกษา)&nbsp;ผู้สูงอายุ&nbsp;ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว&nbsp;หญิงตั้งครรภ์&nbsp;ประชาชนทั่วไป&nbsp;ทุกคน&nbsp;ที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ติดต่อ&nbsp;สอบถาม&nbsp;ณ&nbsp;โรงพยาบาลหรือ&nbsp;รพ.สต.ทุกแห่ง&nbsp;เพื่อเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็ม&nbsp;1&nbsp;หรือ&nbsp;กระตุ้น&nbsp;เข็ม&nbsp;3&nbsp;เพื่อความปลอดภัยของตัวเองและสังคม&nbsp;ลดการแพร่กระจายเชื้อ&nbsp;เป็นการป้องกันโรคลดความรุนแรงของโรคและลดการเสียชีวิตหากมีการติดเชื้อโควิด-19</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>"	27/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127202625374
772	บุคลากร มทร.ศรวิชัย วิทยาเขตตรัง นำร่องตรวจ ATK ตามมาตรการเฝ้าระวังและค้นหาผู้ติดเชื้อ COVID-19 เชิงรุก เพื่อเตรียมรับการเปิดเรียนแบบ On site	<p><strong>มทร.ศรีวิชัย&nbsp;วิทยาเขตตรัง</strong>&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขอำเภอสิเกา&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;สนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ด้วยชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;โดย&nbsp;มทร.ศรีวิชัย&nbsp;สนับสนุนชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ให้กับบุคลากร&nbsp;และนักศึกษาจำนวน&nbsp;3,000&nbsp;ชุด</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(27&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมพันตรีเพียรจรรย์สืบศรี&nbsp;</strong>มทร.ศรีวิชัย&nbsp;วิทยาเขตตรัง&nbsp;นำโดย&nbsp;ผศ.&nbsp;โกสินทร์&nbsp;พัฒนามณี&nbsp;รองอธิการบดีประจำวิทยาเขตตรัง&nbsp;และบุคลากรมหาวิทยาลัยทั้งหมดเข้ารับการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;จากเจ้าหน้าที่และบุคลากรทางการแพทย์สำนักงานสาธารณสุขอำเภอสิเกา&nbsp;นำโดยนายวุฒิชัย&nbsp;ภักดี&nbsp;สาธารณสุขอำเภอสิเกา&nbsp;</p><p><strong>เวลา&nbsp;13.00&nbsp;น&nbsp;</strong>มีบุคลากรมหาวิทยาลัยเข้ารับการตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;260&nbsp;คน&nbsp;โดยบุคลกรทั้งหมดได้รับการฉีดวัคซีนมาแล้วครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;และมีผลการตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ในวันนี้เป็น&nbsp;Negative&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;100%&nbsp;ซึ่งมหาวิทยาลัยได้มีนโยบายสนับสนุนให้บุคลากรมีสุขอนามัยที่ดี&nbsp;และปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน&nbsp;COVID-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;สร้างความเชื่อมั่นให้กับบุคลากร&nbsp;นักศึกษา&nbsp;ผู้ปกครอง&nbsp;และผู้ที่มาติดต่อในมหาวิทยาลัย&nbsp;เพื่อเป็นพื้นฐานในการเตรียมเปิดเรียนในรูปแบบ&nbsp;On&nbsp;Site&nbsp;ตามมาตรการเฝ้าระวังและค้นหาผู้ติดเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;เชิงรุกโดยมีแผนการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นประจำ&nbsp;2&nbsp;ครั้งต่อเดือน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	27/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127191709343
773	กองบิน 1 แถลงผลการปฏิบัติงานในห้วงที่ผ่านมาและภารกิจที่จะดำเนินการของกองบิน 1 ในปี 2565 ย้ำการฝึกร่วมผสมกับต่างชาติปฏิบัติภายใต้มาตรการสาธารณสุขในการป้องกันโรคอย่างเข้มงวด	<p><strong>วันนี้&nbsp;(27&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;15.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>ที่อาคารบรรยายสรุปร่วม&nbsp;(Star&nbsp;Fire)&nbsp;กองบิน&nbsp;1&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;นาวาอากาศเอกเจริญ&nbsp;วัฒนศรีมงคล&nbsp;ผู้บังคับการกองบิน&nbsp;1&nbsp;แถลงผลการปฏิบัติงานในห้วงที่ผ่านมาและภารกิจที่จะดำเนินการของกองบิน&nbsp;1&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;ให้สื่อมวลชนทราบ&nbsp;โดยได้แนะนำผู้บังคับบัญชาของกองบิน&nbsp;1&nbsp;ก่อนที่จะได้สรุปผลงานของศูนย์บรรเทาสาธารณภัย&nbsp;กองบิน&nbsp;1&nbsp;ที่ได้มีการช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง&nbsp;และขาดแคลนน้้าอุปโภค&nbsp;-&nbsp;บริโภค&nbsp;พื้นที่จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;โดยสนับสนุนน้ำประปาสะอาดช่วยเหลือแก่หน่วยงานราชการ&nbsp;สถานศึกษา&nbsp;ศาสนสถาน&nbsp;และประชาชน&nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;180,000&nbsp;ลิตร&nbsp;สามารถบรรเทาความเดือดร้อน&nbsp;จำนวน&nbsp;477&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ประชาชน&nbsp;1,503&nbsp;คน,&nbsp;ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา,&nbsp;มอบผ้าห่มกองทัพอากาศสู้ภัยหนาว&nbsp;โดยมอบผ้าห่มกันหนาวให้แก่ประชาชนทั่วไป&nbsp;จำนวน&nbsp;300&nbsp;ผืน&nbsp;และมอบผ้าห่มกันหนาวให้แก่ผู้สูงอายุ&nbsp;และผู้พิการติดเตียง&nbsp;จำนวน&nbsp;200&nbsp;ผืน,&nbsp;ช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัยพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ด้วยการสนับสนุนกำลังพล&nbsp;และเครื่องมือช่าง&nbsp;ช่วยเหลือซ่อมแซมบ้านแก่ประชาชนที่ได้รับผลการทบจากต้นไม้ล้มทับบ้านเรือนพังเสียหาย&nbsp;ต่อด้วยมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ภายในกองบิน&nbsp;1&nbsp;ดังนี้&nbsp;ใช้มาตรการ&nbsp;Work&nbsp;From&nbsp;Home&nbsp;(WFH)&nbsp;โดยปฏิบัติตามมาตรการของรัฐบาล&nbsp;และกองทัพอากาศ&nbsp;โดยแบ่งผลัดการทำงาน&nbsp;ร้อยละ&nbsp;50&nbsp;ของกำลังพลในหน่วย,&nbsp;กรอกแบบคัดกรองความเสี่ยงโรคโควิด-19&nbsp;ผ่าน&nbsp;Google&nbsp;from&nbsp;ก่อนเริ่มปฏิบัติงานเป็นประจำทุก&nbsp;ๆ&nbsp;สัปดาห์,&nbsp;จัดอาคารกักตัวสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูง&nbsp;ในเขตพื้นที่&nbsp;กองบิน&nbsp;1&nbsp;ซึ่งได้รับการตรวจจาก&nbsp;สสจ.นครราชสีมา&nbsp;</p><p><strong>สำหรับในส่วนของมาตรการป้องกันโรคโควิด-19</strong>&nbsp;ของหน่วยทหารกองประจำการ&nbsp;กองพันทหารอากาศโยธิน&nbsp;กองบิน&nbsp;1&nbsp;มีการดำเนินการดังนี้&nbsp;</p><p>1.&nbsp;การเตรียมสถานที่พักคอยก่อนเข้าบริเวณกรมกอง&nbsp;ตั้งจุดพักคอยสำหรับทหารที่กลับมาจากการปล่อยพักบ้านก่อนเข้าบริเวณกรมกอง&nbsp;ณ&nbsp;หน้าช่องทางเดชอุดม&nbsp;และเมื่อทหารครบแต่ละกลุ่ม&nbsp;หมวดขนส่ง&nbsp;กองพันทหารอากาศโยธิน&nbsp;ฯ&nbsp;ดำเนินการลำเลียงทหาร&nbsp;จากจุดพักคอยไปดำเนินการแยกกลุ่มเสี่ยง&nbsp;ณ&nbsp;รพ.กองบิน&nbsp;1&nbsp;ต่อไป&nbsp;</p><p>2.&nbsp;ขั้นตอนการตรวจ&nbsp;และคัดกรองความเสี่ยง&nbsp;เมื่อกลับเข้าบริเวณกรมกอง-ส่ง&nbsp;รพ.กองบิน&nbsp;กองบิน&nbsp;1&nbsp;เพื่อตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1-สอบถามประวัติการเดินทาง-คัดความเสี่ยงด้วยแบบคัดกรองของ&nbsp;รพ.กองบิน&nbsp;ฯ&nbsp;-&nbsp;รอผลทดสอบ&nbsp;ATK-หากผล&nbsp;ATK&nbsp;เป็นบวก&nbsp;คัดแยกที่&nbsp;รพ.กองบิน&nbsp;ฯ&nbsp;และ&nbsp;ส่งตรวจ&nbsp;PCR&nbsp;ซ้้าเพื่อหาเชื้อต่อไป-หากผล&nbsp;ATK&nbsp;เป็นลบ&nbsp;นัดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;หลังจากกักตัว&nbsp;หากผล&nbsp;ATK&nbsp;เป็นลบทั้ง&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;ให้กักตัวตัวจนครบ&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;</p><p>3.&nbsp;พื้นที่กักตัวทหารที่มีความเสี่ยงสูง&nbsp;มีการวัดอุณหภูมิและเฝ้าติดตามอาการทุกวัน&nbsp;หากมีอาการดังต่อไปนี้&nbsp;มีไข้&nbsp;หรือวัดอุณหภูมิได้มากกว่า&nbsp;37.5&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;ไอ&nbsp;มีน้้ามูก&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;จมูกไม่รับกลิ่น&nbsp;ลิ้นไม่รับรสชาติ&nbsp;หายใจเร็ว&nbsp;หายใจหอบเหนื่อย&nbsp;หายใจล้าบาก&nbsp;ตาแดง&nbsp;มีผื่น&nbsp;หรือ&nbsp;ถ่ายเหลวให้แจ้ง&nbsp;รพ.กองบิน&nbsp;กองบิน&nbsp;1&nbsp;ทันที&nbsp;ในส่วนของพื้นที่กักตัวทหารที่กลับจากพักบ้าน&nbsp;ให้กักตัวเป็นเวลา&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;โดยมี&nbsp;จ่าเวรกองร้อยรักษาการณ์ฯ&nbsp;เป็นผู้กำกับดูแล&nbsp;ซึ่งที่พักโรงนอน&nbsp;ห้องอาบน้ำของทหารที่เสี่ยงสูงกับเสี่ยงต่ำมีการแยกจากกันอย่างชัดเจน&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้ยังมีการเตรียมความพร้อมรับทหารใหม่&nbsp;</strong>หน่วยฝึกทหารใหม่&nbsp;กองพันทหารอากาศโยธิน&nbsp;ฯ&nbsp;ดังนี้/การเตรียมการก่อนรับและลำเลียง/กรณีพบทหารกองเกินเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19/การเคลื่อนย้ายทหารมายังหน่วยฝึกฯ/การปฏิบัติในการรับทหารใหม่เข้าหน่วยฝึกฯ/แนวทางการเฝ้าระวังป้องกันโรคในห้วงการฝึก/การทำความสะอาด/มาตรการเฝ้าระวังโรคติดต่อ/การฝึกและกิจกรรม</p><p><strong>มาตรการในการเยี่ยมญาติ&nbsp;มีการปฏิบัติดังนี้&nbsp;</strong>เริ่มให้มีการเยี่ยมญาติตั้งแต่สัปดาห์ที่&nbsp;5/การใช้สถานที่เยี่ยมญาติผ่านระบบออนไลน์&nbsp;โดยใช้&nbsp;wifi&nbsp;ของหน่วยฝึกฯ/ใช้พื้นที่ห้องอบรม/สามารถเยี่ยมญาติได้ครั้งละ&nbsp;20&nbsp;คน&nbsp;เว้นระยะห่างใช้เวลาคนละ&nbsp;1&nbsp;ชั่วโมง/ห้ามนำอุปกรณ์สื่อสารออกจากบริเวณที่กำหนดเด็ดขาด/มาตรการในการลา/การปล่อยพักบ้าน&nbsp;ในช่วงนี้จะงดการลา/ปล่อยพักบ้านตามคำสั่ง&nbsp;ทอ.จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง&nbsp;และสุดท้ายผู้บังคับการกองบิน&nbsp;1&nbsp;ได้กล่าวถึงแผนการฝึกร่วมกับกองกำลังมิตรประเทศ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ว่าจะมีการฝึกร่วมผสม&nbsp;Cobra&nbsp;Gold&nbsp;2022&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;20&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยพื้นที่กองบิน&nbsp;1&nbsp;เป็นเพียงสถานที่สำหรับการจอดเครื่องบินลำเลียงแบบ&nbsp;C130&nbsp;ของกองทัพสหรัฐเท่านั้น&nbsp;และอีกการฝึกร่วมผสมคือ&nbsp;Cope&nbsp;Tiger&nbsp;2022&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;10&nbsp;-&nbsp;25&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งเป็นการฝึกร่วม&nbsp;3&nbsp;ประเทศ&nbsp;คือ&nbsp;ไทย&nbsp;สิงคโปร์&nbsp;และสหรัฐ&nbsp;และขอย้ำว่ากำลังพลที่มาร่วมการฝึกจากต่างประเทศมีการปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดทุกขั้นตอน&nbsp;จึงขอให้ประชาชนในจังหวัดนครราชสีมาอย่าได้กังวลในเรื่องการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการฝึกร่วมผสมนอกจากกำลังพลฝ่ายไทย</strong>&nbsp;จะได้รับการพัฒนาศักยภาพและยุทธวิธีพร้อมมิตรภาพจากประเทศที่ร่วมฝึกแล้ว&nbsp;ยังเป็นการช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจในจังหวัดนครราชสีมาอีกด้วย&nbsp;ทั้งนี้กำลังพลในกองบิน&nbsp;1&nbsp;ทุกนายปฏิบัติหน้าที่ภายใต้วิสัยทัศน์ที่ว่ากองบิน&nbsp;1&nbsp;เป็นฐานบินปฏิบัติการหลักที่ใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลางเพื่อมุ่งสู่ฐานบินปฏิบัติการชั้นนำในภูมิภาค</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	27/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครราชสีมา	สวท.นครราชสีมา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220127235002403
774	อำเภอรัตนบุรี เตรียมมาตรการควบคุมป้องกันโควิด-19 ในเรือนจำอำเภอรัตนบุรี ก่อนส่งผู้พ้นโทษกลับภูมิลำเนา เพื่อความปลอดภัยของประชาชน	<p><strong>ที่เรือนจำอำเภอรัตนบุรี&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;นายคเณศวร&nbsp;เกษอินทร์&nbsp;</strong>นายอำเภอรัตนบุรี&nbsp;ได้ร่วมพูดคุยกับ&nbsp;นายวิรัตน์&nbsp;แดงเถิน&nbsp;ผู้บัญชาการเรือนจำอำเภอรัตนบุรี&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่เรือนจำ&nbsp;ในเรื่องมาตรการเร่งด่วน&nbsp;เพื่อควบคุมการแพร่กระจายเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ภายในเรือนจำอำเภอรัตนบุรี&nbsp;ก่อนปล่อยผู้พ้นโทษกลับภูมิลำเนา&nbsp;โดยพิจารณากำหนดมาตรการ&nbsp;ด้านต่างๆ&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.&nbsp;วันที่&nbsp;28&nbsp;ม.ค.65&nbsp;เจ้าพนักงานควบคุมโรค&nbsp;จะเข้าตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผู้ต้องขังทุกคนอีกครั้ง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;อำเภอรัตนบุรี&nbsp;แจ้งมติคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ตั้งศูนย์กักตัวในบริเวณพื้นที่เรือนจำเป็นการชั่วคราว&nbsp;เพื่อดูแลผู้พ้นโทษ&nbsp;จำนวน&nbsp;113&nbsp;คน&nbsp;ตามมาตรการสาธารณสุข&nbsp;ก่อนปล่อยตัวกลับภูมิลำเนา&nbsp;ป้องกันไม่ให้โรคติดต่อแพร่กระจายสู่ชุมชน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.&nbsp;อำเภอรัตนบุรี&nbsp;และ&nbsp;เรือนจำอำเภอรัตนบุรี&nbsp;ประสานแจ้ง&nbsp;อบต.ไผ่&nbsp;เพื่อพิจารณาดำเนินการป้องกันและควบคุมโรค&nbsp;ตามอำนาจหน้าที่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4.&nbsp;โรงพยาบาลรัตนบุรี&nbsp;เข้าตรวจสถานที่กักกัน&nbsp;พร้อมให้คำแนะนำการดูแล&nbsp;และ&nbsp;ลดภาวะความเครียด&nbsp;สร้างกำลังใจให้กับผู้กักกัน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	28/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128084029425
775	ท่าอากาศยานแม่ฮ่องสอน เปิดจุดตรวจ ATK และฉีดวัคซีนฟรี สำหรับผู้โดยสารขาเข้า ส่วนตารางบินเยือนเมืองสามหมอกในเดือนแห่งความรักยังคงไว้ 4 วันต่อสัปดาห์	<p><strong>ท่าอากาศยานแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;ร่วมกับโรงพยาบาลศรีสังวาลย์&nbsp;เปิดให้บริการตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ด้วย&nbsp;ATK&nbsp;(Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit)&nbsp;และบริการฉีดวัคซีน&nbsp;COVID-19&nbsp;ตามมาตรการ&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;สำหรับผู้โดยสารขาเข้าที่สมัครใจรับบริการ&nbsp;โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายตั้งแต่วันที่&nbsp;28&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้อย่างมั่นใจ&nbsp;อีกทั้งท่าอากาศยาน?แม่ฮ่องสอนยังได้รับการรับรองว่าเป็นสถานประกอบกิจการ?&nbsp;ประเภท&nbsp;&nbsp;ขนส่งสาธารณะ?&nbsp;ท่าอากาศยาน?&nbsp;ที่สะอาด?&nbsp;ปลอดภัย?&nbsp;ป้องกันโรค?&nbsp;COVID&nbsp;-?19?&nbsp;ผ่านมาตรฐาน?&nbsp;THAI&nbsp;STOP&nbsp;COVID+&nbsp;อีกด้วย</p><p><strong>สำหรับตารางบินประจำเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;</strong>ตั้งแต่วันที่&nbsp;2-28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;สายการบินนกแอร์จะทำการบินเส้นทาง&nbsp;ดอนเมือง-&nbsp;แม่ฮ่องสอน-ดอนเมือง&nbsp;ในวันจันทร์/พุธ/ศุกร์&nbsp;และอาทิตย์&nbsp;วันละ&nbsp;2&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;(ไป-กลับ)&nbsp;จะใช้เวลาในการเดินทางประมาณ&nbsp;1&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;25&nbsp;นาที&nbsp;จากดอนเมือง&nbsp;ถึง&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;DD154&nbsp;เวลาออก&nbsp;14:20&nbsp;น.&nbsp;เวลาถึง&nbsp;15:45&nbsp;น.&nbsp;ในส่วนของเส้นทางแม่ฮ่องสอน-ดอนเมือง&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;DD155&nbsp;เวลาออก&nbsp;16:15&nbsp;น.&nbsp;&nbsp;เวลาถึง&nbsp;17:40&nbsp;น.&nbsp;ซึ่งปรับลดจำนวนเที่ยวบินจากช่วงเดือนมกราคม&nbsp;สอบถามเพิ่มเติม&nbsp;คอลเซ็นเตอร์นกแอร์&nbsp;1318&nbsp;หรือโทร&nbsp;065-510-8702</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>	28/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128102034469
776	สคร.12 สงขลา เน้นย้ำ ประชาชน เคร่งครัดมาตรการ V U C A  ลดเสี่ยงโควิด 19 ช่วงเทศกาลตรุษจีน	<p><strong>สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด19&nbsp;ไม่ว่าจะสายพันธุ์เดลต้า</strong>&nbsp;หรือสายพันธุ์ใหม่โอมิครอน&nbsp;ทุกภาคส่วนยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด&nbsp;เพื่อลดอัตราเสี่ยงของการแพร่ระบาดแม้ว่าจะมีการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ&nbsp;มากขึ้นก็ไม่ควรไว้วางใจ&nbsp;โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่จะถึงนี้&nbsp;เน้นย้ำประชาชน&nbsp;เคร่งครัดมาตรการ&nbsp;VUCA&nbsp;ลดเสี่ยงโควิด&nbsp;19</p><p><strong>นายแพทย์เฉลิมพล&nbsp;โอสถพรมมา&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่&nbsp;12&nbsp;</strong>จังหวัดสงขลา&nbsp;(สคร.12&nbsp;สงขลา)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เทศกาลตรุษจีนเป็นเทศกาลที่รวมญาติจากหลายที่มารวมตัวกัน&nbsp;ซึ่งอาจจะมีพฤติกรรมหรือกิจกรรมที่มีความสี่ยงต่อการติดและแพร่เชื้อของโควิด&nbsp;19&nbsp;ได้&nbsp;เช่น&nbsp;การรวมกลุ่มของญาติเพื่อไหว้บรรพบุรุษ&nbsp;พบปะสังสรรค์&nbsp;และรับประทานอาหารร่วมกัน&nbsp;การเดินทางไปตลาดหรือซูเปอร์มาร์เก็ต&nbsp;เพื่อซื้อชุดเซ่นไหว้&nbsp;รวมทั้งเดินทางไปไหว้ศาลเจ้า&nbsp;ซึ่งมีผู้คนค่อนข้างแออัด&nbsp;จึงขอให้ประชาชนป้องกันตนเองอย่างเคร่งครัด&nbsp;แม้ว่าเป็นคนในครอบครัวหรือเครือญาติ&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;19&nbsp;โดยยึดมาตรการ&nbsp;V&nbsp;U&nbsp;C&nbsp;A&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ช่วยกันลดความเสี่ยงโควิด&nbsp;19&nbsp;โดยเฉพาะการติดเชื้อในครอบครัวได้</p><p><strong>สำหรับมาตรการ&nbsp;V&nbsp;U&nbsp;C&nbsp;A&nbsp;ประกอบไปด้วย</strong></p><p>&nbsp;V&nbsp;=&nbsp;Vaccine&nbsp;ฉีดให้ครบ&nbsp;ลดป่วยหนัก&nbsp;ผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนขอให้เข้ารับการฉีดวัคซีนโดยเร็ว&nbsp;ส่วนผู้ที่ได้รับวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็มแล้วและถึงเวลาที่กำหนดให้ไปรับวัคซีนเข็มกระตุ้นทันที</p><p>&nbsp;U&nbsp;=&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;ป้องกันตนเองสูงสุดตลอดเวลา&nbsp;คือการเว้นระยะห่าง&nbsp;ล้างมือบ่อยๆด้วยน้ำสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าที่ถูกวิธีและตลอดเวลา&nbsp;จะสามารถป้องกันการติดเชื้อได้ทุกสายพันธุ์&nbsp;ไม่ใช้ของร่วมกับผู้อื่น&nbsp;รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่&nbsp;หากรับประทานอาหารร่วมกัน&nbsp;ให้ใช้ช้อนกลางส่วนตัว</p><p>&nbsp;C&nbsp;=&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;สถานที่ให้บริการพร้อม&nbsp;ผู้ให้บริการได้วัคซีนครบ&nbsp;และตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทุกสัปดาห์&nbsp;รวมไปถึงใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย&nbsp;หลีกเลี่ยงจัดกิจกรรมเสี่ยง&nbsp;รวมถึงสถานที่ต่างๆ&nbsp;ต้องมีมาตรการป้องกัน&nbsp;เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยในสถานการณ์โควิด</p><p>&nbsp;A&nbsp;=&nbsp;Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit&nbsp;พร้อมตรวจเสมอ&nbsp;เมื่อใกล้ชิดคนติดเชื้อหรือมีอาการทางเดินหายใจ&nbsp;กรณีผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการรับเชื้อ&nbsp;หากได้รับการวินิจฉัยโดยเร็วและแยกกักตัวเข้ารับการรักษา&nbsp;จะช่วยลดการแพร่ระบาดของเชื้อได้</p><p><strong>V&nbsp;U&nbsp;C&nbsp;A&nbsp;ถือเป็นมาตรการที่จะช่วยให้ปลอดภัยจากโควิด&nbsp;19</strong>&nbsp;ได้ทุกสายพันธุ์รวมทั้งสายพันธุ์โอไมครอน&nbsp;และปลอดภัยทุกช่วงเทศกาล&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรคโทร.&nbsp;1422</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	28/1/2022	ภาคใต้	สงขลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128102120470
777	ผวจ.สุรินทร์ กำชับส่วนราชการติดตามแก้ไขปัญหาข้อร้องเรียนของประชาชนอย่างใกล้ชิด	<p><strong>ที่ห้องประชุมช้างใหญ่&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศูนย์ราชการจังหวัดสุรินทร์</strong>&nbsp;อำเภอเมืองสุรินทร์&nbsp;จังหวัดสุรินทร์จัดประชุมคณะกรมการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;/2565&nbsp;โดยนายสุวพงศ์&nbsp;กิติภัทย์พิบูลย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;มีรองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ&nbsp;นายอำเภอ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมประชุม</p><p><strong>การประชุมครั้งนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์</strong>&nbsp;ได้แนะนำหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;นายอำเภอที่ย้ายมาดำรงตำแหน่งใหม่&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการที่ย้ายไปดำรงตำแหน่งที่อื่น&nbsp;จากนั้น&nbsp;ได้มีข้อสั่งการที่สำคัญประกอบด้วย&nbsp;การเตรียมการรับเสด็จทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาสิริวัฒนาพรรณวดี&nbsp;การติดตามแก้ไขปัญหาข้อร้องเรียน&nbsp;การแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าว&nbsp;โดยให้จัดหางานจังหวัดสุรินทร์ประสานเตรียมการ&nbsp;กรณีใบขออนุญาตทำงานของแรงงานต่างด้าวหมดอายุการทำงาน&nbsp;ทำให้ไม่สามารถทำงานได้&nbsp;ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ&nbsp;จึงขอให้เร่งรัดดำเนินการแก้ไขปัญหา&nbsp;การดำเนินงานโครงการพระราชดำริ&nbsp;การดำเนินการตามพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;การออกให้บริการประชาชนตามโครงการจังหวัดสุรินทร์สร้างสุขสร้างรอยยิ้ม&nbsp;โดยให้ปรับการให้บริการประชาชนเพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากการจัดโครงการอย่างเต็มที่</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;นายเสริมศักดิ์&nbsp;สีสันต์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์</strong>&nbsp;กล่าวถึงสถานการณ์&nbsp;Covid-19&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ยังคงมีการแพร่ระบาดในหลายพื้นที่&nbsp;จึงกำชับให้ทหารที่มีความเสี่ยง&nbsp;ให้มีการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;รวมทั้งกำชับให้ข้าราชการทุกคนต้องฉีดวัคซีนอย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;โดยข้าราชการต้องเป็นผู้นำและเป็นแบบอย่างที่ดีแก่พี่น้องประชาชน&nbsp;ส่วนกรณีราคาเนื้อสุกรแพงนั้น&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้ออกตรวจสต๊อกสินค้าพบว่าสถานการณ์ปัจจุบันราคาเนื้อสุกรเริ่มลดลง&nbsp;โดยจังหวัดได้มีการจัดจำหน่ายเนื้อสุกรวันละประมาณ&nbsp;160&nbsp;ตัว&nbsp;ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการ&nbsp;ในขณะที่ราคาจำหน่ายเนื้อสุกร&nbsp;เริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	28/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128151429618
778	สถานการณ์โควิด-19 จังหวัดยะลาติดเชื้อ 11 รายใหม่ ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม	<p><strong>สถานการณ์โควิด-19&nbsp;ในวันนี้&nbsp;(28&nbsp;ม.ค&nbsp;65)&nbsp;</strong>จังหวัดยะลามีผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลงเหลือ&nbsp;11&nbsp;ราย&nbsp;จากเมื่อวานนี้ที่พบผู้ติดเชื้อ&nbsp;17&nbsp;ราย&nbsp;ป่วยสะสมตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;ม.ค&nbsp;65&nbsp;จนถึงปัจจุบันมีจำนวน&nbsp;441&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;232&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;346&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;ไม่มีผู้เสียชีวิตรายใหม่เพิ่ม&nbsp;สะสมเสียชีวิตรวม&nbsp;10&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;11&nbsp;รายใหม่</strong>&nbsp;ยังคงพบผู้ติดเชื้อใน&nbsp;อ.เมืองมากสุดมี&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;อ.รามัน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;อ.เบตง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ส่วน&nbsp;5&nbsp;อำเภอที่เหลือ&nbsp;คือ&nbsp;อ.ยะหา&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;อ.กาบัง&nbsp;อ.กรงปินัง&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;อ.ธารโต&nbsp;&nbsp;ไม่มีรายใหม่เพิ่ม&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ผู้ป่วยที่เข้าข่ายติดเชื้อ&nbsp;</strong>จากการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;&nbsp;มีผู้ติดเชื้อ&nbsp;6&nbsp;รายใหม่&nbsp;สะสมรวม&nbsp;150&nbsp;&nbsp;&nbsp;ราย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>	28/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128131251561
779	โอมิครอน BA.2 ไม่น่ากังวล ตรวจหาเชื้อได้ปกติไม่ล่องหนตามที่เป็นข่าว 	<p><strong>แพทย์หญิงอภิสมัย&nbsp;ศรีรังสรรค์</strong>&nbsp;ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;<strong>(ศบค.)</strong>&nbsp;แถลงสถานการณ์&nbsp;ประจำวันศุกร์ที่&nbsp;28&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ว่ากระทรวงสาธารณสุข&nbsp;โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์&nbsp;ยืนยันว่ายังไม่มีรายงานที่ชัดเจนถึงความน่ากังวลใจต่อไว้รัสโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;BA.2&nbsp;ว่าจะเป็นสายพันธุ์ล่องหน&nbsp;ตรวจหาเชื้อไม่เจอ&nbsp;โดยล่าสุดจะมีการพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์ดังกล่าวเกิน&nbsp;14&nbsp;รายแล้วในประเทศ&nbsp;แต่เบื้องต้นยังไม่พบความแตกต่างทางพันธุกรรมของไวรัสชนิดดังกล่าวต่อ&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอนเดิม&nbsp;</p><p><strong>กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์&nbsp;ยืนยันว่า&nbsp;</strong>สามารถตรวจหาเชื้อด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;หรือชุดตรวจ&nbsp;&nbsp;ATK&nbsp;ในการตรวจหาเชื้อได้ปกติ&nbsp;ไม่พบการล่องหนตามที่ปรากฎเป็นข่าวในสื่อต่างประเทศแต่อย่างใด&nbsp;ทั้งนี้กรมควบคุมโรคได้ออกมายืนยันว่าการฉีดวัคซีนเข็มดระตุ้นเข็มที่สามจะสามารถยับยั้งการติดเชื้อได้ดีกว่าการฉีดวัคซีนสองเข็ม&nbsp;</p><p><strong>ขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนออกมารับการฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;3&nbsp;</strong>โดยปัจจุบันมีคนไทยที่รับการฉีดวัคซีนเข็มที่สามแล้วจำนวน&nbsp;13,431,974&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;19.3&nbsp;ของประชากร&nbsp;ซึ่งถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์ที่น้อยอยู่&nbsp;ขณะเดียวกันยังพบว่า&nbsp;มี&nbsp;7&nbsp;จังหวัด&nbsp;ที่ยังมีประชากรกลุ่มหนึ่งยังไม่เข้ารับการฉีดวัคซีนแม้แต่เข็มแรก&nbsp;</p><p><strong>ศบค.ขอเน้นย้ำว่าการสร้างภูมิคุ้มกันหมูเป็นเรื่องสำคัญ</strong>&nbsp;โดยขอฝากไปยังกลุ่มคนที่ยังไม่เข้ารับการฉีดวัคซีนว่าแม้ตนเองจะไม่ได้เดินทางออกไปไหน&nbsp;ไม่มีความเสี่ยงแต่หากยังมีคนที่ไม่มีวัคซีนก็ถือว่ายังไม่เกิดความปลอดภัยต่อไวรัสอย่างแท้จริง</p><p><strong>ผู้ช่วยโฆษก&nbsp;ศบค.&nbsp;กล่าวว่าในวันที่&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</strong>&nbsp;นั้นจะเป็นวันแรกที่เปิดให้นักท่องเที่ยว&nbsp;หรือคนไทยที่ต้องการเดินทางเข้ามายังประเทศไทยได้ลงทะเบียน&nbsp;ในระบบ&nbsp;test&nbsp;&amp;&nbsp;go&nbsp;เป็นวันแรก&nbsp;ซึ่งในขั้นตอนการพิจารณานั้นจะใช้ระยะเวลาไม่เกิน&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;ทั้งนี้ผู้ที่เดินทางเข้ามายังประเทศไทยจะต้องปฏิบัติตามมาตรการทางสาธารณสุขของประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบ</p><p><br></p><p><br></p>	28/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128205646791
780	จ.แม่ฮ่องสอนพบผู้ติดเชื้อโควิด 88 ราย เกิดคลัสเตอร์ใหญ่ในเรือนจำอำเภอแม่สะเรียง ปิดเรือนจำ งดการเยี่ยมผู้ต้องขัง เป็นเวลา 28 วัน	<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong>รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;28&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;(เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.)&nbsp;ซึ่งตั้งแต่วันที่&nbsp;1-28&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มีผู้ป่วยยืนยันสะสม&nbsp;(ตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ)&nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;382&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;(0.79%)&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;265&nbsp;ราย&nbsp;(69.37%)&nbsp;ยังอยู่ระหว่างรักษา&nbsp;114&nbsp;ราย&nbsp;(29.84%)&nbsp;มีอาการเล็กน้อย&nbsp;100&nbsp;ราย&nbsp;ปานกลาง&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;และรุนแรง&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;รักษาอยู่ที่โรงพยาบาล/&nbsp;โรงพยาบาลสนาม&nbsp;จำนวน&nbsp;41&nbsp;ราย&nbsp;ศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;จำนวน&nbsp;31&nbsp;ราย&nbsp;และแยกกักตนเองที่บ้าน&nbsp;(HI)&nbsp;จำนวน&nbsp;42&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยเข้าข่ายสะสม&nbsp;(ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก)&nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;952&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;610&nbsp;ราย&nbsp;(64.08%)&nbsp;ยังอยู่ระหว่างรักษา&nbsp;342&nbsp;ราย&nbsp;(35.92%)&nbsp;รักษาอยู่ที่ศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;จำนวน&nbsp;57&nbsp;ราย&nbsp;และแยกกักตนเองที่บ้าน&nbsp;(HI)&nbsp;จำนวน&nbsp;285&nbsp;ราย</p><p><strong>วันนี้&nbsp;มีผู้ได้รับการตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19</strong>&nbsp;ด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;62&nbsp;ชุด&nbsp;พบเชื้อ&nbsp;16&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอขุนยวม&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอสบเมย&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;และตรวจด้วย&nbsp;ATK&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;688&nbsp;ชุด&nbsp;พบเชื้อ&nbsp;72&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ที่อำเภอเมือง&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอขุนยวม&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอปาย&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;51&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;12&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอสบเมย&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;และอำเภอปางมะผ้า&nbsp;1&nbsp;ราย</p><p>สำหรับการระบาดเป็นกลุ่มก้อน&nbsp;(Cluster)&nbsp;ในพื้นที่อำเภอขุนยวม&nbsp;หมู่บ้านห้วยโปงเลา&nbsp;ตำบลแม่กิ๊&nbsp;วันนี้พบผู้ป่วยเพิ่มอีก&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังพบการระบาดในหมู่บ้านปางตอง&nbsp;ตำบลแม่อูคอ&nbsp;มีผู้ป่วย&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งเป็นกลุ่มเกษตรกรและ&nbsp;เป็นเครือญาติกัน&nbsp;โดยมีปัจจัยเสี่ยงจากการเดินทางไปหมู่บ้านปางอุ๋ง&nbsp;อำเภอแม่แจ่ม&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ซึ่งมีการแพร่ระบาดของโรค</p><p><strong>นอกจากนี้ยังพบการระบาดในกลุ่มผู้ต้องขัง</strong>และเจ้าหน้าที่เรือนจำอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;โดยตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;รวม&nbsp;47&nbsp;ราย&nbsp;ได้นำเข้าสู่ระบบการรักษาแบบแยกกักตนเอง&nbsp;(HI)&nbsp;ส่วนมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรค&nbsp;ทางเรือนจำได้ดำเนินมาตรการ&nbsp;Bubble&nbsp;&amp;&nbsp;Seal&nbsp;คือ&nbsp;แยกกลุ่มผู้ป่วย&nbsp;ผู้ไม่ป่วยออกจากกัน&nbsp;ปิดสถานที่&nbsp;และงดการเยี่ยมผู้ต้องขัง&nbsp;เป็นเวลา&nbsp;28&nbsp;วัน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	28/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128142801588
781	นักศึกษามหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ตรวจ ATK เตรียมพร้อมรับปริญญา	<p><strong>นักศึกษามหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์&nbsp;เข้าตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;</strong>เพื่อเตรียมพร้อมการรับพระราชทานปริญญาบัตรสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(28&nbsp;ม.ค.65)</strong>&nbsp;ที่มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์&nbsp;นักศึกษาทั้งบัณฑิต&nbsp;และมหาบัณฑิตที่เตรียมพร้อมเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;ต่างเข้ารับการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ตามแนวทางมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;ได้จัดรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยพระราชทาน&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่บุคลากรทางการแพทย์&nbsp;ให้บริการการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;แก่นักศึกษา&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;ซึ่งมีผู้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์&nbsp;จำนวน&nbsp;2,217&nbsp;คน&nbsp;ประกอบด้วยระดับปริญญาโท&nbsp;59&nbsp;คน&nbsp;และปริญญาตรี&nbsp;2,158&nbsp;คน&nbsp;จากทั้งหมด&nbsp;6&nbsp;คณะ&nbsp;โดยการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;แก่นักศึกษาผู้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร&nbsp;จะมีอีกครั้งในวันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	28/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	กาฬสินธุ์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาฬสินธุ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128151102613
782	ปางอุ๋ง อุณภูมิ 12 องศา นักท่องเที่ยวขึ้นมารับลมหนาวเคล้าไอหมอกต่อเนื่อง	<p><strong>เช้าวันนี้&nbsp;(28&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ที่ปางอุ๋งคึกคัก&nbsp;</strong>อุณหภูมิ&nbsp;12&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;นักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวรับลมหนาวอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ซึ่งไฮไลท์ของที่นี่คือ&nbsp;การล่องแพไม้ไผ่ฝ่าหมอกขาว&nbsp;ท่ามกลางป่าสนที่เรียงรายเป็นทิวแถวสวยงาม&nbsp;และชมความสวยงามของดอกซากุระเมืองไทยหรือนางพญาเสือโคร่งที่บานต้อนรับนักท่องเที่ยวช่วงหน้าหนาว&nbsp;มาเที่ยวที่นี่นอกจากจะฟินกับบรรยากาศและความสวยงามแล้ว&nbsp;ยังมั่นใจได้ว่าสินค้า/บริการมีความปลอดภัยและถูกต้องตามหลักอนามัย&nbsp;เนื่องจากปางอุ๋งได้รับมาตรฐานด้านสุขอนามัย&nbsp;(SHA+)&nbsp;แล้ว</p><p><strong>ในด้านของมาตรการสาธารณสุข&nbsp;</strong>นักท่องเที่ยวต้องแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;หรือผลการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;30&nbsp;นาที&nbsp;หรือตรวจจากที่พักก่อนเข้าพื้นที่&nbsp;สวมหน้ากากอนามัย&nbsp;ตรวจวัดอุณหภูมิ&nbsp;นำเต็นท์และอุปกรณ์มาเอง</p><p><strong>Check-in&nbsp;ผ่านแอพไทยชนะ</strong>&nbsp;เตรียมบัตรประชาชนและเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนฯ&nbsp;ครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;หรือแสดงชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;30&nbsp;นาที&nbsp;หรือ&nbsp;เอกสารการตรวจโรคโควิด-19&nbsp;กรอกใบลงทะเบียนการเข้าพักของอุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อ&nbsp;Check-out&nbsp;แอพ&nbsp;QueQ&nbsp;และ&nbsp;แอพไทยชนะ</p><p><strong>ในส่วนของขั้นตอนการพักแรมพื้นที่ลานกางเต็นท์ปางอุ๋งตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;</strong>ให้จองพื้นที่ลานกางเต็นท์ในเว็บไซต์&nbsp;www.nps.dnp.go.th&nbsp;ลงทะเบียนเข้าอุทยานฯล่วงหน้าผ่านแอพ&nbsp;QueQ</p><p>ปางอุ๋ง&nbsp;หรือโครงการสวนป่าในพระราชดำริปางตอง&nbsp;2&nbsp;อยู่ในอุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อ&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นหนึ่งในสถานที่ที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบอันดับต้นๆ&nbsp;ของเมืองไทย&nbsp;เนื่องจากมีป่าสนขึ้นเรียงรายอยู่รอบ&nbsp;ๆ&nbsp;อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่บนยอดเขา&nbsp;บรรยากาศสงบเงียบ&nbsp;โดยเฉพาะในช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม&nbsp;อากาศหนาวๆ&nbsp;เช้าๆ&nbsp;จะมีลมหนาวพัดมาพร้อมกับไอหมอกที่ลอยอยู่เหนือผืนน้ำ&nbsp;ประกอบกับความสวยงามของแสงแดดอุ่นๆ&nbsp;สาดแสงแรกกระทบยอดเขาเป็นภาพที่สวยงามที่สุดจนถูกขนานนามว่า&nbsp;สวิสเซอร์แลนด์แห่งเมืองไทย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	28/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128145844602
783	นักเรียน ท.4  ยะลา เข้าตรวจ ATK  หลังเรียน on-site   ครบ 2 สัปดาห์ สร้างความเชื่อมั่น ปลอดโควิด	<p><strong>นักเรียน&nbsp;ท.4&nbsp;โรงเรียนสังกัดเทศบาลนครยะลา&nbsp;ตรวจคัดกรองโควิด&nbsp;-19&nbsp;ด้วย&nbsp;ATK&nbsp;</strong>หลังเปิดเรียน&nbsp;on-site&nbsp;&nbsp;ครบ&nbsp;2&nbsp;สัปดาห์&nbsp;</p><p><strong>หลังจากโรงเรียนเทศบาล&nbsp;4&nbsp;ธนวิถี&nbsp;ซึ่งเป็นโรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครยะลา</strong>&nbsp;ได้เปิดเรียน&nbsp;ในรูปแบบ&nbsp;On-Site<strong>&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;ตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมา&nbsp;โดยให้นักเรียนชั้น&nbsp;ป.6&nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่มีอายุเกิน&nbsp;12&nbsp;ปี&nbsp;และได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดแล้ว&nbsp;มาโรงเรียน&nbsp;เมื่อ&nbsp;17&nbsp;ม.ค&nbsp;65&nbsp;และวันที่&nbsp;24&nbsp;ม.ค&nbsp;65&nbsp;&nbsp;&nbsp;เป็นนักเรียน&nbsp;ชั้น&nbsp;ป.4&nbsp;และ&nbsp;ป.5&nbsp;ภายใต้มาตรการการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเข้มงวด&nbsp;</p><p><strong>ล่าสุด&nbsp;ในวันนี้&nbsp;28&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ทางโรงเรียนเทศบาล&nbsp;4&nbsp;ธนวิถี&nbsp;ยะลา&nbsp;</strong>ได้นำนักเรียน&nbsp;ชั้น&nbsp;ป.6&nbsp;จำนวน&nbsp;53&nbsp;คน&nbsp;รวมถึง&nbsp;นักเรียน&nbsp;ชั้น&nbsp;ป.5&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งเป็นการสุ่มนักเรียนแต่ละห้อง&nbsp;มาเข้ารับการตรวจคัดกรองหาเชื้อโควิด-19&nbsp;ด้วยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;&nbsp;อีกครั้ง&nbsp;&nbsp;หลังจากทางโรงเรียนได้ทดลองเปิดทำการเรียนการสอน&nbsp;ในรูปแบบ&nbsp;on-site&nbsp;&nbsp;มาตั้งแต่วันที่&nbsp;17&nbsp;ม.ค&nbsp;65&nbsp;&nbsp;ครบ&nbsp;2&nbsp;สัปดาห์&nbsp;เพื่อให้นักเรียนปลอดภัย&nbsp;&nbsp;พร้อมกับ&nbsp;สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ปกครอง&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยมี&nbsp;เจ้าหน้าที่จากทางสำนักการสาธารณสุข&nbsp;และสิ่งแวดล้อมเทศบาลนครยะลา</strong>&nbsp;ร่วมกับคณะครูของทางโรงเรียน&nbsp;ซึ่งได้ผ่านการอบรมการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;(แบบ&nbsp;Home&nbsp;use)&nbsp;มาแล้วเป็นผู้ดำเนินการตรวจ&nbsp;&nbsp;จากผลการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เบื้องต้น&nbsp;เป็นลบ&nbsp;ไม่พบนักเรียนติดเชื้อ&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;นักเรียนทุกคน&nbsp;ที่เข้าเรียนในรูปแบบ&nbsp;on-site&nbsp;&nbsp;ก็ยังคงต้องปฎิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุข&nbsp;ป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ทั้งการสวมใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;ล้างมือ&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;ตลอดช่วงที่มีการเรียนการสอนที่โรงเรียน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;มกราคม&nbsp;เทศบาลนครยะลา&nbsp;ได้เปิดเรียน&nbsp;on-site&nbsp;</strong>&nbsp;ระดับ&nbsp;ป.6&nbsp;และมัธยม&nbsp;ก่อน&nbsp;หลังจากทดลองเปิดหนึ่งสัปดาห์มีการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ปรากฎว่า&nbsp;ไม่มีนักเรียนติดเชื้อ&nbsp;นายพงษ์ศักดิ์&nbsp;ยิ่งชนม์เจริญ&nbsp;นายกเทศมนตรีนครยะลา&nbsp;ตัดสินใจเปิดเรียน&nbsp;on-site&nbsp;&nbsp;ให้นักเรียนชั้น&nbsp;ป.4&nbsp;และ&nbsp;ป.5&nbsp;มาเรียน&nbsp;on-site&nbsp;&nbsp;ที่โรงเรียนทั้ง&nbsp;6&nbsp;โรง&nbsp;ภายใต้มาตรการแซนด์บ็อกซ์&nbsp;และมีการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเปิดเรียน&nbsp;ซึ่งเมื่อวันที่&nbsp;24&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;โรงเรียนสังกัดเทศบาลนครยะลา&nbsp;ทั้ง&nbsp;6&nbsp;โรงเรียน&nbsp;ได้มีนักเรียนตั้งแต่&nbsp;ป.4/5/6&nbsp;และระดับมัธยม&nbsp;เดินทางมาโรงเรียน</p><p><strong>คณะผู้บริหารเทศบาลนครยะลา&nbsp;เห็นว่าการเรียน&nbsp;on-site&nbsp;&nbsp;</strong>ที่โรงเรียนจะทำให้นักเรียนเรียนรู้ได้ดีกว่าการเรียนออนไลน์&nbsp;แต่ต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิดอย่างดีที่สุด&nbsp;เพื่อให้ผู้ปกครองมีความมั่นใจ&nbsp;และตัวนักเรียนก็ต้องปลอดภัยด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	28/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128151350617
784	จังหวัดภูเก็ต เตรียมมาตรการความปลอดภัยห่างไกลโควิด-19 ช่วงเทศกาลตรุษจีน	<p><strong>นายณรงค์&nbsp;วุ่นซิ้ว&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ในช่วงเทศกาลตรุษจีน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;28&nbsp;มกราคม-3&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดภูเก็ตได้เตรียมมาตรการป้องกันควบคุมโรคโควิด-19&nbsp;เนื่องจากเป็นเทศกาลที่จะมีการรวมตัวของญาติพี่น้องจากหลายที่&nbsp;เพื่อมาเซ่นไหว้บรรพบุรุษ&nbsp;พบปะสังสรรค์ทั้งภายในบ้าน&nbsp;และการนัดรวมตัวกัน&nbsp;รวมทั้งการเดินทางไปตลาด&nbsp;หรือซูเปอร์มาร์เก็ต&nbsp;เพื่อซื้อของเซ่นไหว้&nbsp;การพบปะสังสรรค์ที่ร้านอาหาร&nbsp;หรือการไหว้พระขอพรที่ศาลเจ้า&nbsp;ซึ่งมีผู้คนค่อนข้างแออัด</p><p><strong>จังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;จึงได้เตรียมความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุข&nbsp;เน้น&nbsp;4&nbsp;มาตรการ&nbsp;หลัก&nbsp;คือ&nbsp;Vaccine,&nbsp;Universal&nbsp;Prevention,&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;และ&nbsp;ATK&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;พร้อมจัดระบบการรักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ที่อาจเพิ่มขึ้น&nbsp;ทั้งในกลุ่มคนไทยและนักท่องเที่ยวโดยคนไทยได้เตรียมพร้อมทั้ง&nbsp;โรงพยาบาล,โรงพยาบาลสนาม,&nbsp;CI&nbsp;และ&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;ส่วนคนต่างชาติจัดเตรียม&nbsp;Hospitel,&nbsp;Hotel&nbsp;Isolation,&nbsp;Hotel&nbsp;Room&nbsp;Isolation,&nbsp;Alternative&nbsp;Quarantine&nbsp;และ&nbsp;Traveler&nbsp;Community&nbsp;Isolation</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ได้จัดระบบการกักกันโรคในกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงที่บ้าน</strong>&nbsp;หรือ&nbsp;Home&nbsp;Quarantine&nbsp;และลด&nbsp;Local&nbsp;Quarantine&nbsp;พร้อมเฝ้าระวัง&nbsp;และเน้นการตรวจเชิงรุกด้วย&nbsp;ATK&nbsp;พร้อมทั้งรณรงค์การฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;3&nbsp;และเข็ม&nbsp;4&nbsp;แก่ประชาชน&nbsp;ด้วยการเพิ่มจุดให้บริการวัคซีนที่&nbsp;รพ.สต.&nbsp;เพื่อเพิ่มช่องทางและความสะดวกในการฉีดวัคซีนให้กับประชาชน&nbsp;และนอกจากมาตรการป้องกันควบคุมโรคโควิด-19&nbsp;ในช่างเทศกาลตรุษจีนแล้ว&nbsp;จังหวัดภูเก็ตได้เตรียมความพร้อมการฉีดวัคซีนให้แก่เด็กนักเรียนอายุ&nbsp;5-11&nbsp;ปี&nbsp;และกลุ่มนักเรียน&nbsp;12-17&nbsp;ปี&nbsp;ในระยะนี้ด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	28/1/2022	ภาคใต้	ภูเก็ต	สวท.ภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128153714635
785	จ.ลำปางพบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่  39  ราย	<p><strong>สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;รายงานสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;28&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;พบผู้ป่วยรายใหม่&nbsp;39&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ติดเชื้อยืนยันตรวจด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;13&nbsp;รายเป็นผู้ติดเชื้อเข้าข่ายตรวจด้วยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;26&nbsp;ราย&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ถึงปัจจุบัน&nbsp;พบผู้ป่วยสะสม&nbsp;2,129&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ระหว่างรักษา&nbsp;247&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายกลับบ้านสะสม&nbsp;1,880&nbsp;ราย&nbsp;และเสียชีวิตสะสม&nbsp;2&nbsp;ราย</p><p><strong>สำหรับข้อมูลการฉีดวัคซีนโควิด-19</strong>&nbsp;ณ&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ของวันเดียวกัน&nbsp;จังหวัดลำปางวัคซีนไปแล้ว&nbsp;1,062,557&nbsp;เข็ม&nbsp;จำแนกเป็นเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;477,023&nbsp;คน&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;449,125&nbsp;คน&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;132,546&nbsp;คน&nbsp;และเข็มที่&nbsp;4&nbsp;จำนวน&nbsp;3,863&nbsp;คน</p><p><strong>จังหวัดลำปางขอความร่วมมือประชาชนเคร่งครัดตามมาตรการป้องกันโรค&nbsp;DMHTTA&nbsp;</strong>ทั้งนี้&nbsp;หากมีข้อสงสัย&nbsp;สอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนโควิด-19&nbsp;ลำปาง&nbsp;โทร.&nbsp;093&nbsp;140&nbsp;8023&nbsp;ในวันเวลาราชการ&nbsp;และวันเสาร์-อาทิตย์&nbsp;เวลา&nbsp;08.30-16.30&nbsp;น.&nbsp;หรือสอบถามที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	28/1/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128155920681
786	โฆษก ศบค.ตรัง เผย จังหวัดตรังมีผู้ป่วยโควิด 19 ที่รักษาหายวันนี้ 19 ราย รักษาหายสะสม 591 ราย นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565	<p><strong>วันนี้&nbsp;(28&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;นายแพทย์ตุลกานต์&nbsp;มักคุ้น&nbsp;แพทย์ชำนาญการพิเศษ&nbsp;</strong>โรงพยาบาลตรัง&nbsp;ในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ผู้ป่วยที่รักษาหายเพิ่ม&nbsp;19&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายรวม&nbsp;591&nbsp;ราย&nbsp;นับตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มีผู้ป่วยโควิด&nbsp;19&nbsp;ยังคงรักษาใน&nbsp;รพ.&nbsp;321&nbsp;ราย&nbsp;ไม่มีอาการหรือมีอาการน้อย&nbsp;267&nbsp;ราย&nbsp;อาการปานกลาง&nbsp;51&nbsp;ราย&nbsp;ให้ออกซิเจนแรงดันสูง&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;และไม่มีผู้ป่วยที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ&nbsp;</p><p><strong>โดยในวันนี้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่อวันเฉลี่ยใน&nbsp;7&nbsp;วันเฉพาะในจังหวัดตรัง&nbsp;27.4&nbsp;ราย&nbsp;</strong>รวมที่มารักษาด้วย&nbsp;31.2&nbsp;ราย&nbsp;ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม&nbsp;ทำให้มียอดเสียชีวิตสะสมยังคงเดิมที่&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;โดยในขณะนี้&nbsp;จังหวัดตรังได้ดำเนินการฉีดวัคซีนเข็ม&nbsp;1&nbsp;ไปแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;491,754&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;77.84&nbsp;ผู้ได้รับวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;จำนวน&nbsp;468,363&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;74.14&nbsp;และ&nbsp;Booster&nbsp;เข็ม&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;114,496&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;18.12&nbsp;จากกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;631,755&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ได้ทำการตรวจหาเชื้อ&nbsp;SARs-COV-2&nbsp;</strong>ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;28&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;โดยดำเนินการไปแล้วทั้งสิ้น&nbsp;2,103&nbsp;ราย&nbsp;พบผลบวก&nbsp;(ติดเชื้อ)&nbsp;918&nbsp;ราย&nbsp;วันนี้มีการ&nbsp;Swab&nbsp;46&nbsp;ราย&nbsp;รอผลทั้ง&nbsp;46&nbsp;ราย&nbsp;และยังคงเน้นย้ำมาตรการการรักษามาตรการส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อป้องกันและลดการแพร่ระบาดของโควิด&nbsp;19&nbsp;ในวันนี้มีผลการตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;เป็นบวก&nbsp;จำนวน&nbsp;24&nbsp;ราย&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;73&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;32.88%&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นบวก&nbsp;89&nbsp;ราย&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;790&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;11.27%&nbsp;รวมผู้ติดเชื้อ&nbsp;113&nbsp;ราย&nbsp;จากการตรวจทั้งสิ้น&nbsp;863&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็น&nbsp;13.09%</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	28/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128152701628
787	สรุปข่าวประจำสัปดาห์ ( 24-27 มกราคม 2565 )	"<p><strong>สรุปข่าวประจำสัปดาห์&nbsp;(&nbsp;24-27&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;)</strong></p><p><br></p><p>การเมือง/มั่นคง</p><p><strong>24&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong></p><p><strong>ยังไม่มีคำสั่งงดประชุมสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;หลังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;ติดโควิด-19&nbsp;</strong></p><p><strong>นายแพทย์&nbsp;สุกิจ&nbsp;อัถโถปกรณ์&nbsp;ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร</strong>&nbsp;กล่าวถึงกรณีที่นายชัยวุฒิ&nbsp;ธนาคมานุสรณ์&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;มีผลยืนยันติดเชื้อโควิด-19&nbsp;และเข้ารับการรักษาตัวว่า&nbsp;จากการสอบถามนายชัยวุฒิ&nbsp;ทราบว่าเมื่อวันที่&nbsp;19&nbsp;มกราคมที่ผ่านมา&nbsp;ได้เข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;จากนั้นลงพื้นที่และเมื่อวันที่&nbsp;22&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มีอาการไม่สบาย&nbsp;จึงเข้ารับการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;และตรวจแบบ&nbsp;RT-PCR&nbsp;เมื่อ&nbsp;23&nbsp;มกราคม&nbsp;และเข้ารับการรักษาตัวแล้ว&nbsp;จากไทม์ไลน์ดังกล่าว&nbsp;เชื่อว่า&nbsp;ส.ส.&nbsp;ที่ใกล้ชิดนายชัยวุฒิ&nbsp;ในวันที่&nbsp;19&nbsp;มกราคมนั้นไม่มีโอกาสจะรับเชื้อ&nbsp;ส่วนวันที่&nbsp;20&nbsp;-21&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;บุคคลใกล้ชิดมีความเสี่ยง&nbsp;ส่วนกรณีที่นายนิโรธ&nbsp;สุนทรเลขา&nbsp;ประธานวิปรัฐบาล&nbsp;จะขอหารือกับนายชวน&nbsp;หลีกภัย&nbsp;ประธานสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;เพื่อขอให้มีคำสั่งงดการประชุมสัปดาห์นี้จากการประเมินแล้วมองว่าไม่มีความจำเป็นต้องงด&nbsp;ทั้งนี้ก่อนการเข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎรต้องขอความร่วมมือจาก&nbsp;ส.ส.พรรคพลังประชารัฐทุกคน&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรให้บริการ&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.&nbsp;-&nbsp;12.00&nbsp;น.&nbsp;ก่อน</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์ผู้ติดเชื้อของสภาผู้แทนราษฎร</strong>&nbsp;พบว่า&nbsp;มี&nbsp;ส.ส.ติดเชื้อ&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;คือ&nbsp;นายเดชอิศม์&nbsp;ขาวทอง&nbsp;ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์&nbsp;และนายชัยวุฒิ&nbsp;โดยเป็นการติดเชื้อจากนอกสภาและมีข้าราชการ&nbsp;10&nbsp;คน&nbsp;โดยทั้งหมดทำงานที่บ้าน</p><p><br></p><p><strong>25&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong></p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;เยือนราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย&nbsp;ร่วมหารือฟื้นความสัมพันธ์ระหว่าง&nbsp;2&nbsp;ประเทศ</strong></p><p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong>&nbsp;&nbsp;กล่าวก่อนนำคณะออกเดินทางไปเยือนราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;25-26&nbsp;มกราคมนี้&nbsp;ว่า&nbsp;ในการเยือนครั้งนี้จะต้องมีสิ่งที่ดีกว่า&nbsp;32&nbsp;ปีที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งไทยได้รับเกียรติเชิญให้เข้าร่วมหารือ&nbsp;เพื่อฟื้นความสัมพันธ์เก่าๆ&nbsp;ให้ดีขึ้นในทุกเรื่อง&nbsp;ซึ่งรวมถึงโอกาสสำหรับแรงงานไทยด้วย&nbsp;โดยในช่วงต้นต้องเริ่มจากการตั้งคณะทำงานหารือร่วมกัน&nbsp;&nbsp;ระหว่าง&nbsp;2&nbsp;ประเทศ&nbsp;พร้อมฝากทิ้งท้ายให้ทุกคนช่วยกันทำให้บ้านเมืองสงบสุข&nbsp;ก่อนนำคณะออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร&nbsp;2&nbsp;ในเวลา&nbsp;7.00&nbsp;น.&nbsp;</p><p><br></p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;ห่วงการสร้างข่าวปลอม&nbsp;โดยเฉพาะเรื่องโควิด-19&nbsp;สร้างความสับสน&nbsp;ให้แก่ประชาชน&nbsp;เตือนอย่าหลงเชื่อและร่วมแจ้งเบาะแส</strong></p><p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;(ดีอีเอส)&nbsp;ได้ทำการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอม&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;14-20&nbsp;&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมมีข้อความที่เข้ามาทั้งสิ้น&nbsp;&nbsp;11,540,617&nbsp;ข้อความ&nbsp;เป็นข่าวเกี่ยวกับโควิด&nbsp;21&nbsp;เรื่อง&nbsp;โดยนายกรัฐมนตรี&nbsp;มีความห่วงใยประชาชนโดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ที่ทุกคนได้รับความเดือดร้อนอยู่แล้ว&nbsp;แต่ยังมีบางกลุ่มบางคนพยายามสร้างความสับสนสร้างกระแสข่าวปลอมรายวัน&nbsp;โดยมุ่งหวังสร้างความเข้าใจผิดในประเด็นต่างๆ&nbsp;โดยเฉพาะเรื่องข่าวปลอมโควิด&nbsp;-19&nbsp;ที่ยอดรับเรื่องสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด&nbsp;จึงขอความร่วมมือประชาชน&nbsp;เมื่อได้รับข้อมูลผ่านโซเชียลอย่าพึ่งหลงเชื่อในทันที&nbsp;ควรตรวจสอบให้รอบด้าน&nbsp;เลือกเชื่อ&nbsp;เลือกแชร์&nbsp;หรือแจ้งข้อมูลไปที่ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมเพื่อช่วยประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบและยืนยันข้อเท็จจริงต่อไป</p><p><strong>ประชาชนสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม</strong>&nbsp;ได้ผ่านช่องทางต่างๆ&nbsp;ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมที่&nbsp;ไลน์&nbsp;@antifakenewscenter&nbsp;เว็บไซต์&nbsp;https://www.antifakenewscenter.com&nbsp;&nbsp;ทวิตเตอร์&nbsp;https://twitter.com/AFNCThailand&nbsp;และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน&nbsp;GCC&nbsp;1111&nbsp;ต่อ&nbsp;87</p><p><br></p><p><strong>ผลการสำรวจดัชนีการรับรู้การทุจริตทั่วโลก&nbsp;ไทยอยู่ในอันดับที่&nbsp;110&nbsp;&nbsp;อันดับ&nbsp;6&nbsp;ของอาเซียน</strong></p><p><strong>องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ</strong>&nbsp;(Transparency&nbsp;International&nbsp;หรือ&nbsp;TI)&nbsp;เผยแพร่ผลการสำรวจดัชนีการรับรู้การทุจริต&nbsp;(Corruption&nbsp;Perceptions&nbsp;Index&nbsp;หรือ&nbsp;CPI)&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;โดยจากจำนวนประเทศ&nbsp;180&nbsp;ประเทศทั่วโลก&nbsp;ประเทศที่ได้คะแนนสูงที่สุดเป็นอันดับ&nbsp;1&nbsp;ของโลกคือ&nbsp;ประเทศเดนมาร์ก&nbsp;88&nbsp;คะแนน&nbsp;ตามด้วยประเทศฟินแลนด์&nbsp;และประเทศนิวซีแลนด์&nbsp;ในขณะที่ประเทศไทย&nbsp;ได้&nbsp;35&nbsp;คะแนน&nbsp;จัดอยู่ในอันดับที่&nbsp;110&nbsp;ของโลก&nbsp;และอยู่ในอันดับที่&nbsp;6&nbsp;ของกลุ่มประเทศอาเซียน&nbsp;ซึ่งประเทศที่ได้คะแนนสูงสุดคือ&nbsp;&nbsp;ประเทศสิงคโปร์&nbsp;ได้&nbsp;85&nbsp;คะแนน&nbsp;จัดอยู่ในอันดับที่&nbsp;4&nbsp;ของโลก</p><p><strong>ผลการสำรวจดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศไทยนั้น</strong>&nbsp;เป็นการประเมินจากแหล่งข้อมูล&nbsp;&nbsp;9&nbsp;แหล่ง&nbsp;โดยประเทศไทยได้คะแนนเพิ่มขึ้น&nbsp;1&nbsp;แหล่ง&nbsp;และลดลง&nbsp;4&nbsp;แหล่ง&nbsp;โดยสำนักงาน&nbsp;ป.ป.ช.&nbsp;&nbsp;จะได้จัดทำผลการวิเคราะห์เผยแพร่ต่อไป&nbsp;สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเข้าชมได้จากเว็บไซต์องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ&nbsp;&nbsp;https://www.transparency.org/en/cpi/2021</p><p><br></p><p><strong>26&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong></p><p><strong>สภาผู้แทนราษฎร&nbsp;มีมติเห็นชอบรับหลักการวาระแรกร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา&nbsp;5&nbsp;ฉบับ</strong></p><p><strong>การประชุมสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;วันนี้</strong>&nbsp;(26&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ที่ประชุมได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;..)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;.&nbsp;ที่คณะรัฐมนตรี&nbsp;เป็นผู้เสนอ&nbsp;และมีร่างพระราชบัญญัติในทำนองเดียวกันอีก&nbsp;4&nbsp;ฉบับ&nbsp;ซึ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกับคณะเป็นผู้เสนอ&nbsp;โดยเป็นการพิจารณาต่อเนื่องจากการประชุมครั้งที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งสมาชิกอภิปรายแสดงความเห็นจำนวนมาก&nbsp;เช่น&nbsp;นายนิคม&nbsp;บุญวิเศษ&nbsp;ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ&nbsp;พรรคพลังปวงชนไทย&nbsp;เห็นว่า&nbsp;ที่ผ่านมาการอนุมัติเงินกู้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา&nbsp;(กยศ.)&nbsp;&nbsp;มีกระบวนการทุจริตร่วมกับเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยอย่างเป็นระบบ&nbsp;มีการสร้างแรงจูงใจให้นักศึกษาสมัครเรียนเพื่อแลกกับการอนุมัติเงินกู้&nbsp;ขณะเดียวกัน&nbsp;ยังพบว่ามีการโอนเงินให้กับนักศึกษาไม่เต็มจำนวน&nbsp;จึงขอให้มีการเข้มงวดในการตรวจสอบกรณีดังกล่าวด้วย&nbsp;พร้อมกันนี้&nbsp;ได้ขอให้มีการปรับปรุงโครงสร้างการคำนวณดอกเบี้ยให้เหมาะสม&nbsp;หากนักศึกษารายใดที่สำเร็จการศึกษาแล้ว&nbsp;แต่ยังไม่มีงานทำควรจะขยายระยะเวลาชำระหนี้และยุติการเรียกเก็บดอกเบี้ยออกไปก่อน&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีสมาชิกอภิปรายเสนอแนะ</strong>ให้มีการขยายโอกาสทางการศึกษาไปยังผู้เรียนหลักในสูตรการศึกษาระยะสั้น&nbsp;มีสิทธิที่จะกู้เงินกับกองทุนกู้ยืมเพื่อศึกษา&nbsp;กยศ.&nbsp;ได้&nbsp;&nbsp;เฉพาะสายอาชีวศึกษาและสายอาชีพเพื่อเป็นการยกระดับการศึกษาให้กับประชาชน&nbsp;&nbsp;พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า&nbsp;ถ้าในอนาคตจะมีการปล่อยกู้เพิ่มขึ้น&nbsp;กองทุนฯ&nbsp;มีการวางแนวทางการบริหารงบประมาณไว้อย่างเป็นระบบแล้วหรือไม่&nbsp;เพื่อให้เงินของกองทุนมีเพียงพอในการปล่อยกู้&nbsp;ให้ผู้กู้รายใหม่ได้รับเงินกู้อย่างทั่วถึง&nbsp;</p><p><strong>หลังการอภิปรายของสมาชิกอย่างกว้างขวางแล้ว</strong>&nbsp;ที่ประชุมมีมติรับหลักการ่างพระราชบัญญัติทั้ง&nbsp;5&nbsp;ฉบับ&nbsp;ด้วยคะแนนเสียง&nbsp;348&nbsp;เสียง&nbsp;ไม่เห็นด้วยไม่มี&nbsp;และงดออกเสียง&nbsp;1&nbsp;เสียง&nbsp;&nbsp;พร้อมตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ&nbsp;จำนวน&nbsp;35&nbsp;คน&nbsp;กำหนดแปรญัตติภายใน&nbsp;15&nbsp;วัน</p><p><br></p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งขจัดคราบน้ำมันรั่ว&nbsp;ที่บริเวณมาบตาพุด&nbsp;โดยเร็ว</strong></p><p><strong>นางสาวไตรศุลี&nbsp;ไตรสรณกุล&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;รับทราบเหตุน้ำมันดิบรั่วไหล&nbsp;บริเวณทุ่นผูกเรือน้ำลึกเดี่ยวกลางทะเล&nbsp;บริเวณท่าเรือมาบตาพุด&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;ซึ่งแม้ว่าจะสามารถควบคุมการรั่วไหลได้แล้ว&nbsp;แต่นายกรัฐมนตรี&nbsp;มีความห่วงใย&nbsp;จึงสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ทั้งกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;และกรมเจ้าท่า&nbsp;บูรณาการร่วมกับจังหวัด&nbsp;และบริษัท&nbsp;สตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;รับมือผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากเหตุดังกล่าวและให้เร่งขจัดคราบน้ำมันโดยเร็ว&nbsp;เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อมให้ได้มากที่สุดและป้องกันคราบน้ำมันไหลสู่ชายหาด&nbsp;</p><p><strong>ขณะเดียวกันได้กำชับให้กระทรวงกลาโหม&nbsp;</strong>สนับสนุนกำลังพลและเรือในการแก้ไขปัญหานี้อย่างเต็มกำลัง&nbsp;รวมทั้งให้ประเมินผลกระทบทางทะเลและให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแจ้งเตือนประชาชนในการประกอบอาชีพ&nbsp;เพื่อที่ประชาชนจะได้ทราบถึงแนวทางการปฏิบัติ&nbsp;ไม่เกิดความตื่นตระหนกจากสถานการณ์</p><p><strong>สำหรับประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง</strong>&nbsp;ขอให้รับฟังการแจ้งเตือนจากหน่วยราชการอย่างใกล้ชิด&nbsp;โดยขณะนี้สามารถควบคุมการรั่วไหลของน้ำมันได้แล้วและกำลังเร่งขจัดคราบน้ำมันในทะเล&nbsp;ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งมือทุกด้านเพื่อแก้ไขปัญหาให้ได้โดยเร็ว</p><p><br></p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;ยินดีผลสำเร็จการเยือนซาอุฯ&nbsp;อย่างเป็นทางการ&nbsp;ถือเป็นการเดินทางครั้งประวัติศาสตร์&nbsp;ต่อยอดสร้างโอกาสความร่วมมือทุกด้าน</strong></p><p><strong>ภายหลังการเดินทางเยือนซาอุดีอาระเบียอย่างเป็นทางการ&nbsp;</strong>ระหว่างวันที่&nbsp;25&nbsp;&nbsp;26&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;2565<strong>&nbsp;</strong>ตามคำเชิญของเจ้าชายมุฮัมมัด&nbsp;บิน&nbsp;ซัลมาน&nbsp;บิน&nbsp;อับดุลอะซีซ&nbsp;อัลซะอูด&nbsp;มกุฎราชกุมาร&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบีย&nbsp;</p><p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม<strong>&nbsp;</strong>ชื่นชมการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยที่ได้ปฏิบัติตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีจนนำมาซึ่งความสำเร็จในการเดินทางครั้งประวัติศาสตร์ครั้งนี้&nbsp;โดยการเยือนครั้งนี้เป็นการเยือนในระดับผู้นำรัฐบาลระหว่างสองประเทศเป็นครั้งแรกในรอบกว่า&nbsp;30&nbsp;ปี&nbsp;และได้รับการต้อนรับอย่างสมเกียรติ&nbsp;ยิ่งใหญ่</p><p><strong>บรรยากาศในการหารือ&nbsp;</strong>เจ้าชายมุฮัมมัด&nbsp;บิน&nbsp;ซัลมาน&nbsp;บิน&nbsp;อับดุลอะซีซ&nbsp;อัลซะอูด&nbsp;มกุฎราชกุมาร&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบีย&nbsp;ทรงให้ความเป็นกันเอง&nbsp;นายกรัฐมนตรียินดีที่การเยือนในครั้งนี้ประสบความสำเร็จสูงสุดในการเปิดศักราชใหม่ของความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับซาอุดีอาระเบีย&nbsp;รวมทั้งเชื่อมั่นว่าการฟื้นฟูความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างสองราชอาณาจักรจะต่อยอด&nbsp;นำมาซึ่งผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองฝ่ายอย่างรอบด้านและในทุกระดับ</p><p><strong>ในขณะที่การพบปะพูดคุยกับชุมชนไทยและนักศึกษาไทยนั้น&nbsp;</strong>เป็นไปด้วยความเป็นกันเอง&nbsp;&nbsp;โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวขอให้ทุกคนร่วมกันเดินหน้าสู่ศักราชใหม่ของความสัมพันธ์ร่วมกัน&nbsp;รัฐบาลต้องการให้ความสัมพันธ์ทวิภาคีที่พัฒนาขึ้นนี้&nbsp;ประชาชนทุกคนได้รับประโยชน์ร่วมกัน&nbsp;ทุกคนที่มาร่วมในวันนี้ถือเป็นมีส่วนสำคัญ&nbsp;เพราะถือเป็นวันประวัติศาสตร์&nbsp;พร้อมย้ำถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลที่จะดูแลคนไทยในซาอุดีอาระเบียทุกคน</p><p><strong>โฆษกรัฐบาลฯ&nbsp;กล่าวอีกว่า</strong>&nbsp;<strong>การเดินทางเยือนครั้งนี้ถือเป็นครั้งประวัติศาสตร์&nbsp;</strong>ความสัมพันธ์ทวิภาคีที่ส่งผลให้เกิดโอกาสด้านการค้าการลงทุน&nbsp;แรงงาน&nbsp;การท่องเที่ยวมากมายตามมา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ขอบคุณความพยายามและการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย&nbsp;เพื่อฟื้นฟูความไว้เนื้อเชื่อใจและความสัมพันธ์ฉันมิตรระหว่างกันจนเป็นผลสำเร็จ&nbsp;</p><p><br></p><p><strong>27&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong></p><p><strong>รัฐบาลมุ่งมั่นแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันอย่างจริงจัง&nbsp;คะแนนความหลากหลายของประชาธิปไตยและการถ่วงดุล&nbsp;3&nbsp;ฝ่ายเพิ่มขึ้น</strong></p><p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;กล่าวถึงกรณีที่พรรคร่วมฝ่ายค้านยังคงหยิบกรณีคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต&nbsp;(Corruption&nbsp;Perceptions&nbsp;Index:&nbsp;CPI)&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;มาโจมตีรัฐบาลรายวัน&nbsp;โดยยืนยันว่ารัฐบาลมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาการทุจริตและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังมาโดยตลอด&nbsp;โดยแม้ว่าคะแนนดัชนี&nbsp;CPI&nbsp;ของไทยจะลดลง&nbsp;แต่ภาพรวมการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้นมีความก้าวหน้าและเป็นรูปธรรมมากขึ้น&nbsp;ขอให้มองภาพกว้างในการทำงานของรัฐบาล&nbsp;ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างสังคมไทยที่ปลอดการทุจริตคอร์รัปชัน&nbsp;</p><p><strong>คะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564</strong>&nbsp;ซึ่งจัดทำโดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ&nbsp;(Transparency&nbsp;International:&nbsp;TI)&nbsp;และมีการประกาศเมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;เป็นการจัดอันดับจากประเทศต่างๆ&nbsp;ทั่วโลก&nbsp;โดยประเทศไทยได้คะแนน&nbsp;35&nbsp;คะแนน&nbsp;จากการใช้แหล่งการประเมินจำนวน&nbsp;9&nbsp;แหล่ง&nbsp;แต่หากพิจารณาแหล่งการประเมินทั้ง&nbsp;9&nbsp;แหล่งจะพบว่า&nbsp;ประเทศไทยได้คะแนนเพิ่มขึ้น&nbsp;1&nbsp;แหล่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;แหล่งข้อมูล&nbsp;Varieties&nbsp;of&nbsp;Democracy&nbsp;Institute&nbsp;(V-DEM)&nbsp;ซึ่งวัดเกี่ยวกับความหลากหลายของประชาธิปไตย&nbsp;การถ่วงดุลของฝ่ายบริหาร&nbsp;นิติบัญญัติและตุลาการ&nbsp;ตลอดจนการทุจริตของเจ้าหน้าที่ในฝ่ายบริหาร&nbsp;นิติบัญญัติและตุลาการ&nbsp;โดยประเทศไทย&nbsp;ได้คะแนน&nbsp;26&nbsp;คะแนน&nbsp;เพิ่มขึ้นจากปี&nbsp;2563&nbsp;ที่ได้&nbsp;20&nbsp;คะแนน</p><p><strong>โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวอีกว่า</strong>&nbsp;ที่ผ่านมารัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหาและป้องกันการทุจริตอย่างจริงจัง&nbsp;โดยประกาศให้การแก้ไขปัญหาการทุจริตเป็นวาระแห่งชาติ&nbsp;ซึ่งจากรายงานผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;(Integrity&nbsp;and&nbsp;Transparency&nbsp;Assessment:&nbsp;ITA)&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;จัดทำโดยสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ&nbsp;(ป.ป.ช.)&nbsp;พบว่า&nbsp;คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ&nbsp;81.25&nbsp;คะแนน&nbsp;สูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ในปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ป.ป.ช.</strong>&nbsp;ดำเนินการเกี่ยวกับคดีทุจริตเสร็จแล้วกว่า&nbsp;&nbsp;4,552&nbsp;คดี&nbsp;สะท้อนความจริงจังของรัฐบาลในการบังคับใช้กฎหมายและมุ่งมั่นให้สังคมไทยเป็นสังคมที่โปร่งใส&nbsp;และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;รัฐบาลได้ปรับปรุงข้อกฎหมายต่างๆ&nbsp;&nbsp;เพื่อให้มีความทันสมัยเป็นสากล&nbsp;ครอบคลุมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบอย่างเป็นระบบ</p><p><br></p><p><strong>ประธานสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;ตรวจญัตติอภิปรายทั่วไป&nbsp;ม.152&nbsp;เสร็จแล้ว&nbsp;เตรียมหารือวิปสองฝ่าย&nbsp;กำหนดเวลาประชุม&nbsp;</strong></p><p><strong>นายชวน&nbsp;หลีกภัย&nbsp;ประธานสภาผู้แทนราษฎร</strong>&nbsp;กล่าวถึงความคืบหน้าในการพิจารณาญัตติอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;152&nbsp;ว่า&nbsp;ทางสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาตรวจสอบญัตติเสร็จเป็นที่เรียบร้อย&nbsp;ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่าการประสานงานกับทางฝั่งรัฐบาลและคณะกรรมการประสานงานฯ&nbsp;หรือวิปทั้งสองฝ่ายอีกครั้งว่า&nbsp;มีความพร้อมที่จะกำหนดวันอภิปรายในช่วงเวลาใด&nbsp;รัฐบาลยังไม่ส่งสัญญาณมา&nbsp;ในส่วนของวิปฝ่ายค้าน&nbsp;ได้ขอให้กำหนดประชุมช่วงหลังกลางเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;ซึ่งจะเหลือเวลาเพียงสองสัปดาห์&nbsp;ก่อนปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;ขณะเดียวกันยังมีพระราชบัญญัติที่ยังค้างการพิจารณา&nbsp;2&nbsp;เรื่อง&nbsp;ที่จะต้องเร่งพิจารณาต่อไป&nbsp;ที่ผ่านมาในการพิจารณาพระราชบัญญัติต่างๆ&nbsp;นั้นเป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;แม้หลายฝ่ายจะกังวลเรื่ององค์ประชุม&nbsp;แต่สุดท้ายก็ผ่านไปได้ด้วยดี</p><p><strong>ประธานสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;อาจต้องมีการนัดประชุมเป็นกรณีพิเศษในวันศุกร์ที่&nbsp;4&nbsp;กุมภาพันธ์นี้&nbsp;โดยจะแจ้งสมาชิกให้ทราบล่วงหน้าเพื่อเตรียมความพร้อม&nbsp;โดยขอให้ทุกฝ่ายเตรียมพร้อมสำหรับการประชุมเพื่อพิจารณาวาระที่เป็นผลงานของสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;หลายเรื่องมีการพิจารณามาเป็นปี&nbsp;ซึ่งจะได้เร่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการ</p><p><br></p><p>เศรษฐกิจ/ท่องเที่ยว</p><p><strong>24&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong></p><p><strong>ปี&nbsp;2564&nbsp;ไทยส่งออกสินค้าอาหาร&nbsp;มูลค่ากว่า&nbsp;1,100,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;คงที่อยู่ในอันดับที่&nbsp;13&nbsp;ของโลก</strong></p><p><strong>นางอนงค์&nbsp;ไพจิตรประภาภรณ์</strong>&nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร&nbsp;หน่วยงานเครือข่ายกระทรวงอุตสาหกรรม&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;3&nbsp;องค์กรเศรษฐกิจด้านธุรกิจเกษตรและอาหาร&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย&nbsp;สถาบันอาหาร&nbsp;และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&nbsp;ร่วมบูรณาการข้อมูลจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;โดยพบว่าในปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;การส่งออกขยายตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดการณ์&nbsp;ส่งผลทำให้สินค้าส่งออกที่มีตลาดในกลุ่มธุรกิจบริการร้านอาหารและโรงแรมปรับตัวดีขึ้น&nbsp;ส่งผลดีต่อกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารที่เน้นผลิตเพื่อการส่งออก&nbsp;</p><p><strong>โดยปี&nbsp;2564&nbsp;การส่งออกสินค้าอาหารไทยมีมูลค่า&nbsp;1,107,450&nbsp;ล้านบาท</strong>&nbsp;ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;11.8&nbsp;ขณะที่ส่วนแบ่งตลาดโลกของไทยลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ&nbsp;2.30&nbsp;จากร้อยละ&nbsp;2.32&nbsp;ในปีก่อนหน้า&nbsp;และอันดับประเทศผู้ส่งออกอาหารของไทยคงที่อยู่ในอันดับที่&nbsp;13&nbsp;ของโลก&nbsp;</p><p><strong>ตลาดส่งออกอาหารเพิ่มขึ้นเป็นส่วนใหญ่&nbsp;</strong>ยกเว้น&nbsp;สหรัฐอเมริกา&nbsp;แอฟริกา&nbsp;โอเชียเนีย&nbsp;และสหราชอาณาจักร&nbsp;โดยประเทศจีนเป็นตลาดส่งออกอาหารอันดับที่&nbsp;1&nbsp;ของไทย&nbsp;มูลค่าการส่งออกกว่า&nbsp;271,674&nbsp;ล้านบาท&nbsp;จากการส่งออกผลไม้สดและแป้งมันสำปะหลังเป็นหลัก&nbsp;รองลงมาได้แก่&nbsp;CLMV&nbsp;และญี่ปุ่น&nbsp;ส่วนปัจจัยที่ส่งผลทำให้การส่งออกอาหารในภาพรวมขยายตัวดี&nbsp;มาจากราคาสินค้าเกษตรวัตถุดิบอาหารที่ปรับตัวสูงขึ้น</p><p><strong>ขณะที่ในปี&nbsp;2565&nbsp;คาดว่าแนวโน้มการส่งออกสินค้าอาหาร</strong>จะมีมูลค่า&nbsp;1,200,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;8.4&nbsp;ซึ่งหากเป็นไปตามคาด&nbsp;จะเป็นสถิติส่งออกสูงสุดครั้งใหม่&nbsp;(New&nbsp;high)&nbsp;อย่างไรก็ตามยังมีอีกหลายปัจจัยที่จะทำให้การส่งออกไม่เป็นไปตามคาดการณ์&nbsp;เช่น&nbsp;ราคาวัตถุดิบภาคเกษตร&nbsp;บรรจุภัณฑ์และน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;กระทบต่อต้นทุนการผลิตและขนส่ง&nbsp;รวมทั้งการขาดแคลนแรงงานและกำลังซื้อของผู้บริโภคอ่อนตัวลงจากภาวะเงินเฟ้อ</p><p><strong>สำหรับสินค้าส่งออกหลัก&nbsp;10&nbsp;กลุ่มสินค้า</strong>&nbsp;คาดว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นทุกกลุ่ม&nbsp;โดยกลุ่มขยายตัวสูง&nbsp;เช่น&nbsp;ข้าว&nbsp;คาดว่าราคาส่งออกข้าวในปี&nbsp;2565&nbsp;จะทรงตัวอยู่ในระดับที่แข่งขันได้&nbsp;,&nbsp;กลุ่มขยายตัวปานกลาง&nbsp;เช่น&nbsp;แป้งมันสำปะหลัง&nbsp;ผลิตภัณฑ์มะพร้าว&nbsp;(กะทิสำเร็จรูป)&nbsp;&nbsp;และเครื่องปรุงรส&nbsp;และกลุ่มขยายตัวต่ำ&nbsp;ได้แก่&nbsp;การส่งออกไก่&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากตลาดหลักในญี่ปุ่น&nbsp;ที่ยังคงมีมาตรการเข้มงวดในการเปิดประเทศ&nbsp;ส่งผลทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวและร้านอาหารฟื้นตัวช้า&nbsp;กระทบต่อการส่งออกสินค้าไก่ของไทย</p><p><br></p><p><strong>25&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong></p><p><strong>ASEAN&nbsp;Access&nbsp;MATCH&nbsp;เพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการขยายธุรกิจ&nbsp;SMEs&nbsp;ผ่านช่องทางออนไลน์</strong></p><p><strong>นายวีระพงศ์&nbsp;มาลัย</strong>&nbsp;สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม&nbsp;(สสว.)&nbsp;เปิดเผยภายหลังพิธีเปิดตัวฟีเจอร์&nbsp;ASEAN&nbsp;Access&nbsp;MATCH&nbsp;ร่วมกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศเยอรมัน&nbsp;(GIZ)&nbsp;ว่า&nbsp;สสว.&nbsp;เปิดตัวเว็บไซต์&nbsp;www.aseanaccess.com&nbsp;ศูนย์รวมข้อมูลและรายละเอียดของผู้ให้บริการผู้ประกอบการ&nbsp;SME&nbsp;ในอาเซียนไปเมื่อช่วงกลางปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ภายใต้สโลแกน&nbsp;&nbsp;""Your&nbsp;Business&nbsp;Information&nbsp;Gateway&nbsp;to&nbsp;ASEAN&nbsp;and&nbsp;Beyond""&nbsp;ช่วยเชื่อมโยงการทำการค้าทั้งในอาเซียนและทั่วโลก&nbsp;ซึ่งปัจจุบันมีผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซค์กว่า&nbsp;22,000&nbsp;ราย&nbsp;และมีผู้ลงทะเบียนเข้าใช้งานกว่า&nbsp;900&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>สำหรับแพลตฟอร์ม&nbsp;ASEAN&nbsp;Access&nbsp;MATCH</strong>&nbsp;หรือชื่อย่อ&nbsp;MATCH&nbsp;ถือเป็นฟีเจอร์ที่สามารถเพิ่มอัตราการจ้างงานเพิ่มโอกาสในการแข่งขันของอาเซียนในตลาดโลก&nbsp;ลดอุปสรรคทางด้านการค้าการตลาดไปยังต่างประเทศ&nbsp;ช่วยเหลือเอสเอ็มอีไทยขยายธุรกิจ&nbsp;&nbsp;อาทิ&nbsp;การจัดประชุมในรูปแบบออนไลน์เสมือนจริง&nbsp;หรือจัดสัมมนาออนไลน์&nbsp;ยกระดับการทำธุรกิจให้เติบโต&nbsp;และขยาย&nbsp;SMEs&nbsp;ของอาเซียนให้ดีขึ้นต่อไปในอนาคตทั่วโลก</p><p><br></p><p><strong>ลุ้นข่าวดี&nbsp;ตลาดแรงงานไทย&nbsp;หลังนายกรัฐมนตรีและคณะ&nbsp;เยือนซาอุดีอาระเบีย</strong></p><p><strong>นายสุชาติ&nbsp;ชมกลิ่น&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน&nbsp;</strong>กล่าวก่อนร่วมติดตามคณะ&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ไปเยือนราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียอย่างเป็นทางการ&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;25-26&nbsp;มกราคมนี้&nbsp;ว่า&nbsp;ถือเป็นมิติใหม่ที่ดี&nbsp;ส่วนตัวรู้สึกตื่นเต้น&nbsp;เพราะไม่เคยเดินทางไปมาก่อน&nbsp;อีกทั้งซาอุดีอาระเบีย&nbsp;ยังถือว่ามีบุญคุณกับครอบครัวของตนเอง&nbsp;เนื่องจากบิดาเคยไปทำงานมาก่อน&nbsp;ซึ่งในอดีตเคยมีแรงงานไทย&nbsp;ได้เข้าไปทำงานที่ซาอุดีอาระเบีย&nbsp;ประมาณ&nbsp;2&nbsp;แสนคน&nbsp;และหลังจากการเดินทางเยือนครั้งนี้&nbsp;จะมีข่าวดีสำหรับตลาดแรงงานไทยหรือไม่&nbsp;ขอให้ติดตามรายละเอียดจาก&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;และในวันพรุ่งนี้&nbsp;หลังเดินทางกลับถึงไทยประมาณ&nbsp;08.45&nbsp;น.&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;และคณะที่ร่วมเดินทาง&nbsp;จะเข้ารับการตรวจด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;และเดินทางแบบ&nbsp;Seal&nbsp;Route&nbsp;กำหนดเส้นทางเฉพาะกลับไปยังบ้านพักและจะเข้ารับการตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;อีกครั้งในวันที่&nbsp;30&nbsp;มกราคมนี้&nbsp;ตามแนวทาง&nbsp;Test&nbsp;and&nbsp;Go</p><p><br></p><p><strong>26&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong></p><p><strong>คุมเข้มราคาสินค้า&nbsp;จัดสายตรวจ&nbsp;55&nbsp;ชุดปูพรมตรวจทั่วประเทศ&nbsp;หากพบกระทำผิด&nbsp;ดำเนินการตามกฏหมายทันที</strong></p><p><strong>นายวัฒนศักย์&nbsp;เสือเอี่ยม&nbsp;อธิบดีกรมการค้าภายใน&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>มีการประชุมติดตามสถานการณ์ราคามันสำปะหลัง<strong>&nbsp;</strong>โดยในปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;สามารถส่งออกได้กว่า&nbsp;10&nbsp;ล้านตัน&nbsp;เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ&nbsp;40&nbsp;จากปีก่อนหน้า&nbsp;ถือเป็นข่าวดีของเกษตรกร&nbsp;รวมทั้งได้พิจารณาเกณฑ์กลางอ้างอิงราคามันสำปะหลัง&nbsp;งวดที่&nbsp;3&nbsp;สำหรับหัวมันสดเชื้อแป้ง&nbsp;25&nbsp;เปอร์เซนต์&nbsp;โดยราคาอยู่ที่&nbsp;&nbsp;2.64&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งสูงกว่าราคาประกันรายได้&nbsp;ทำให้เกษตรได้รับประโยชน์เป็นอย่างมาก&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่สถานการณ์ราคาสินค้าอื่นๆ</strong>&nbsp;เช่น&nbsp;เนื้อหมู&nbsp;พบว่า&nbsp;ราคาหมูเนื้อแดงในท้องตลาดมีการปรับลดลงและเริ่มทรงตัว&nbsp;โดยราคาจำหน่ายอยู่ที่กิโลกรัมละไม่เกิน&nbsp;200-210&nbsp;บาท&nbsp;ส่วนน้ำมันปาล์ม&nbsp;มีราคาสูงขึ้นตามกลไกตลาด&nbsp;เนื่องจากผลปาล์มดิบ&nbsp;ราคาอยู่ในเกณฑ์ที่สูงมาก&nbsp;คาดว่าช่วงเดือนกุมภาพันธ์-&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;จะมีผลผลิตปาล์มเข้ามาในระบบเพิ่มขึ้น&nbsp;ทำให้แนวโน้มสถานการณ์ราคาน่าจะปรับลดลงตามกลไกตลาด&nbsp;รวมทั้งกรมการค้าภายใน&nbsp;ได้มีการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นระยะ&nbsp;เพื่อขอความร่วมมือตรึงราคาให้ได้มากที่สุด&nbsp;ขณะเดียวกัน&nbsp;จากการสำรวจความต้องการใช้น้ำมันปาล์มมีแนวโน้มลดลง&nbsp;ผู้บริโภคหันไปใช้น้ำมันชนิดอื่นทดแทน</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;</strong>แต่งตั้งคณะทำงานวอร์รูม&nbsp;จัดชุดสายตรวจ&nbsp;55&nbsp;ชุด&nbsp;ออกตรวจสอบสถานการณ์ราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด&nbsp;หากพบการกระทำผิด&nbsp;เช่น&nbsp;ไม่ปิดป้ายแสดงราคา&nbsp;หรือจำหน่ายสินค้าราคาเกินควร&nbsp;จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดทันที&nbsp;&nbsp;หากประชาชนพบเห็นการกระทำผิด&nbsp;สามารถแจ้งได้ที่&nbsp;สายด่วยกรมการค้าภายใน&nbsp;1569&nbsp;เจ้าหน้าที่จะเข้าไปตรวจสอบทันที</p><p><br></p><p><strong>เร่งประสาน&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;หาสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษร้อยละ&nbsp;2&nbsp;ต่อปี&nbsp;ช่วยเหลือผู้ประกอบการ&nbsp;SMEs</strong></p><p><strong>นายธีระชาติ&nbsp;ปางวิรุฬห์รักษ์&nbsp;ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;</strong>เปิดเผยว่า&nbsp;เพื่อให้ผู้ประกอบการกิจการสามารถดำเนินต่อไปได้โดยไม่สะดุด<strong>&nbsp;</strong>ได้ประสานธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&nbsp;หรือ&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;ส่งสริมผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้น&nbsp;เพื่อความรวดเร็วและทันต่อความต้องการด้านเงินทุนของผู้ประกอบการ&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;จะใช้แพ็คเกจเดิมที่ธนาคารมีอยู่มาประยุกต์เข้ากับวงเงินสินเชื่อและความสามารถในการผ่อนชำระของเอสเอ็มอี&nbsp;อาทิ&nbsp;โครงการเติมทุนหนุนเอสเอ็มอีไทย&nbsp;โครงการสินเชื่อเพื่อฟื้นฟู&nbsp;โครงการเพิ่มศักยภาพ&nbsp;SME&nbsp;โครงการสร้างโอกาสเสริมสภาพคล่อง&nbsp;SME&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><strong>สำหรับผู้ประกอบการสามารถเข้าร่วมโครงการฯของ&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;</strong>ได้ตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนดวงเงินสินเชื่อ&nbsp;2&nbsp;-&nbsp;15&nbsp;ล้านบาท&nbsp;อัตราดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้นร้อยละ2&nbsp;ต่อปี&nbsp;โดยสามารถกู้ได้ทั้งลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่</p><p><strong>ถือเป็นเพียงจุดเริ่มต้นในการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย&nbsp;</strong>เสริมสภาพคล่องและเติมเงินทุนเข้าสู่ธุรกิจช่วยลดแรงกดดันในการประกอบธุรกิจได้ผลักดันให้ผลประกอบการเป็นไปในทิศทางที่เป็นบวกและดีขึ้นกว่าเดิม</p><p><br></p><p><strong>การรถไฟแห่งประเทศไทย&nbsp;ประกาศปิดเส้นทางช่วงระหว่างสถานีบางซื่อ-บางบำหรุ&nbsp;เป็นการชั่วคราว</strong></p><p><strong>นายเอกรัช&nbsp;ศรีอาระยันพงษ์&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ประชาสัมพันธ์</strong>&nbsp;การรถไฟแห่งประเทศไทย&nbsp;หรือ&nbsp;รฟท.&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ตามที่ได้เกิดเหตุโครงสร้างกลางสะพานพระราม&nbsp;6&nbsp;เคลื่อนตัว&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;24&nbsp;มกราคมที่ผ่านมา&nbsp;ส่งผลให้ขบวนรถไฟในเส้นทางสายใต้ไม่สามารถผ่านได้&nbsp;จำเป็นต้องประกาศปิดทาง&nbsp;ช่วงระหว่างสถานีชุมทางบางซื่อบางบำหรุ&nbsp;เป็นการชั่วคราว&nbsp;ปรับปรุงเสริมความมั่นคงของสะพานพระราม&nbsp;6&nbsp;เนื่องจากสะพานพระราม&nbsp;6&nbsp;เป็นสะพานที่ขบวนรถไฟในเส้นทางสายใต้ทุกขบวนทำขบวนผ่านเป็นประจำทุกวัน</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ระหว่างที่กำลังมีการปรับปรุงสะพานฯ</strong>&nbsp;การรถไฟฯ&nbsp;ขอแจ้งปรับเปลี่ยนแผนการเดินรถในเส้นทางสายใต้เพื่อให้สอดคล้องกับการซ่อมบำรุงสะพานพระราม&nbsp;6&nbsp;โดยมีการปรับเปลี่ยนสถานีต้นทาง&nbsp;ปลายทาง&nbsp;จากสถานีกรุงเทพ&nbsp;เป็นสถานีบางบำหรุและธนบุรี&nbsp;เป็นการชั่วคราว&nbsp;จำนวน&nbsp;16&nbsp;ขบวน</p><p><strong>สำหรับผู้โดยสารที่ซื้อตั๋วโดยสารล่วงหน้าไว้</strong>&nbsp;การรถไฟฯ&nbsp;จะดำเนินการขนส่งผู้โดยสารจากสถานีกรุงเทพและสถานีสามเสน&nbsp;ไปยังสถานีบางบำหรุ&nbsp;โดยทางรถยนต์และสำหรับผู้โดยสารที่สถานีชุมทางบางซื่อ&nbsp;สามารถใช้ตั๋วโดยสารรถไฟทางไกล&nbsp;เดินทางด้วยรถไฟฟ้าสายสีแดงจากสถานีกลางบางซื่อไปยังสถานีบางบำหรุ&nbsp;โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆเพิ่มเติม&nbsp;ด้านการรับ-ส่งสินค้าห่อวัตถุ&nbsp;สัมภาระ&nbsp;และรถจักรยานยนต์ในเส้นทางสายใต้&nbsp;การรถไฟฯ&nbsp;งดให้บริการที่สถานีกรุงเทพ&nbsp;สามเสน&nbsp;บางซื่อ&nbsp;และบางบำหรุ&nbsp;เป็นการชั่วคราว&nbsp;หรือผู้โดยสารที่จองตั๋วล่วงหน้าในเส้นทางสายใต้&nbsp;มีความประสงค์ที่จะไม่เดินทางสามารถติดต่อขอคืนค่าตั๋วโดยสารได้เต็มราคา&nbsp;ทั้งนี้อาจมีขบวนรถในเส้นทางสายใต้บางขบวนเกิดความล่าช้าไปบ้าง&nbsp;</p><p><br></p><p><strong>27&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong></p><p><strong>ส่งเสริมการร่วมลงทุนในกิจการร่วมทุน&nbsp;แก้ไขปัญหาสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ&nbsp;สกัดหนี้เสียเพิ่มสูงขึ้น</strong></p><p><strong>นางสาวสุวรรณี&nbsp;เจษฎาศักดิ์&nbsp;ผู้อำนวยการอาวุโส</strong>&nbsp;ฝ่ายนโยบายและกำกับสถาบันการเงิน&nbsp;2&nbsp;&nbsp;ธนาคารแห่งประเทศไทย&nbsp;หรือ&nbsp;ธปท.&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;(26&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ที่ผ่านมาเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา&nbsp;เผยแพร่ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย&nbsp;เรื่องหลักเกณฑ์การดำเนินงานในกิจการร่วมทุน&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ&nbsp;อันเนื่องมาจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่&nbsp;27&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ทั้งนี้การแพร่ระบาดโควิด&nbsp;-19&nbsp;ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างและยาวนานกว่าที่คาดการณ์ไว้&nbsp;แม้ในช่วงที่ผ่านมาภาครัฐจะดำเนินมาตรการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ในด้านต่างๆ&nbsp;อย่างต่อเนื่อง&nbsp;แต่การฟื้นตัวยังเปราะบางจากความไม่แน่นอนสูงและฐานะการเงินของบางภาคธุรกิจและภาคครัวเรือนยังคงได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก&nbsp;</p><p><strong>เพื่อให้มีเครื่องมือในการบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ</strong>ในระบบเศรษฐกิจการเงินที่อาจเกิดขึ้นในระยะต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;ธนาคารแห่งประเทศไทย&nbsp;จึงมีมาตรการส่งเสริมให้ธนาคารพาณิชย์และบริษัทบริหารสินทรัพย์สามารถร่วมลงทุนในกิจการร่วมทุน&nbsp;&nbsp;หรือ&nbsp;Joint&nbsp;Venture&nbsp;เป็นการชั่วคราว&nbsp;เพื่อรองรับการแก้ไขปัญหาสินทรัพย์ด้อยคุณภาพในระบบเศรษฐกิจการเงินที่คาดว่าจะทยอยเพิ่มสูงขึ้นอันเนื่องมาจากสถานการณ์การระบาดโควิด-19&nbsp;ได้&nbsp;ในระยะเวลาที่กำหนด&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;ในการยื่นขอจัดตั้งกิจการร่วมทุน&nbsp;และมีระยะเวลา&nbsp;15&nbsp;ปีในการดำเนินกิจการร่วมทุนนี้&nbsp;โดยในการดำเนินการ&nbsp;จะต้องให้ความช่วยเหลือในการปรับโครงสร้างหนี้ต่อให้กับลูกหนี้ด้อยคุณภาพที่ได้รับโอนมาด้วย</p><p><strong>ธนาคารแห่งประเทศไทย&nbsp;มั่นใจว่า&nbsp;มาตรการดังกล่าว</strong>&nbsp;จะช่วยให้สถาบันการเงินมีทรัพยากรเพิ่มเติมในการดูแลลูกหนี้ที่กำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัวได้ดีขึ้น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ด้วยกลไกการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่จะดำเนินต่อเนื่องให้แก่ลูกหนี้&nbsp;จะส่งผลให้ลูกหนี้ยังมีโอกาสได้รับความช่วยเหลือและไม่ถูกเร่งรัดให้จำหน่ายทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง&nbsp;ซึ่งจะช่วยให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจยังดำเนินได้อย่างต่อนื่อง</p><p><br></p><p><strong>เกาหลีใต้พร้อมใช้ความตกลง&nbsp;RCEP&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์นี้&nbsp;เตรียมยกเว้นภาษีสินค้าให้ไทยทันที&nbsp;กว่า&nbsp;7,800&nbsp;รายการ</strong></p><p><strong>นางอรมน&nbsp;ทรัพย์ทวีธรรม&nbsp;อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ความตกลง&nbsp;&nbsp;RCEP&nbsp;จะเริ่มมีผลใช้บังคับกับเกาหลีใต้&nbsp;ในวันที่&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ส่งผลเกาหลีใต้จะยกเว้นภาษีสินค้าให้ไทยในทันทีกว่า&nbsp;7,843&nbsp;รายการ&nbsp;รวมทั้งยังเปิดตลาดเพิ่มเติมให้กับสินค้าไทยอีก&nbsp;413&nbsp;รายการ&nbsp;เช่น&nbsp;ผักผลไม้แปรรูปและไม่แปรรูป&nbsp;น้ำมันที่ได้จากพืช&nbsp;ของปรุงแต่งจากธัญพืช&nbsp;แป้งมันสำปะหลังและสินค้าประมง&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;จะช่วยสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย</strong>&nbsp;เข้าไปลงทุนในเกาหลีใต้ในสาขาที่ไทยมีศักยภาพ&nbsp;อาทิ&nbsp;ธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับภาพยนตร์และบันเทิง&nbsp;ประเภทเทคนิคตัดต่อภาพและเสียง&nbsp;และการผลิตแอนิเมชัน&nbsp;ตลอดจนธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว&nbsp;บริการด้านสิ่งแวดล้อมและเกมส์ออนไลน์&nbsp;โดยเกาหลีใต้ถือเป็นคู่ค้าอันดับ&nbsp;10&nbsp;ของไทย&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;มูลค่าการค้ารวม&nbsp;15,801.79&nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ความตกลง&nbsp;RCEP&nbsp;จะมีผลใช้บังคับกับมาเลเซีย</strong>&nbsp;ในวันที่&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ส่งผลให้ได้รับการยกเว้นภาษีสินค้านำเข้าของไทยอีกกว่า&nbsp;6,590&nbsp;รายการ&nbsp;โดยมาเลเซีย&nbsp;ถือเป็นคู่ค้าอันดับ&nbsp;5&nbsp;ของไทย&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;มูลค่าการค้ารวม&nbsp;24,076.37&nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ</p><p>ความตกลง&nbsp;RCEP&nbsp;จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;โดยผู้ประกอบการสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม&nbsp;อาทิ&nbsp;อัตราภาษีศุลกากรภายใต้ความตกลง&nbsp;RCEP&nbsp;ได้ที่ศูนย์&nbsp;RCEP&nbsp;Center&nbsp;กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังได้จัดทำ&nbsp;E-Book&nbsp;ความตกลง&nbsp;RCEP&nbsp;ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ&nbsp;เพื่อให้ผู้สนใจนำไปใช้ได้อย่างสะดวก&nbsp;โดยสามารถเข้าไปสืบค้นได้ที่เว็บไซต์&nbsp;www.dtn.go.th</p><p><br></p><p><strong>เร่งช่วยเหลือผู้บริโภคช่วงเทศกาลตรุษจีน&nbsp;ลดราคาไก่ต้มไหว้เจ้าตัวละ&nbsp;189&nbsp;บาท&nbsp;พร้อมสั่งตรึงราคา&nbsp;5&nbsp;หมวดสินค้า</strong></p><p><strong>นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับห้างสรรพสินค้าชั้นนำของประเทศ&nbsp;ได้แก่&nbsp;แมคโคร&nbsp;บิ๊กซี&nbsp;โลตัสและท๊อป&nbsp;มาร์เก็ต&nbsp;รวม&nbsp;710&nbsp;สาขา&nbsp;จัดจำหน่ายไก่ต้มไหว้เจ้าตัวละ&nbsp;189&nbsp;บาท&nbsp;รวม&nbsp;100,000&nbsp;ตัว&nbsp;&nbsp;ขนาด&nbsp;1.4-1.7&nbsp;กิโลกรัมโดยประมาณ&nbsp;ซึ่งเป็นความร่วมมือกับภาคเอกชนในการจัดโปรโมชันพิเศษช่วงเทศกาลตรุษจีนให้กับประชาชน&nbsp;</p><p><strong>เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป</strong>&nbsp;(27&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;โดยแบ่งเป็นห้างแมคโคร&nbsp;20,000&nbsp;ตัว&nbsp;โลตัส&nbsp;40,000&nbsp;ตัว&nbsp;บิ๊กซี&nbsp;30,000&nbsp;ตัว&nbsp;และท้อป&nbsp;มาร์เก็ต&nbsp;10,000&nbsp;ตัว&nbsp;อย่างไรก็ตามหากพบปริมาณไก่ต้มไหว้เจ้าไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค&nbsp;จะมีการหารือในการเพิ่มปริมาณไก่ไหว้เจ้า&nbsp;เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับประชาชนช่วงเทศกาลตรุษจีน&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการควบคุมราคาไก่สด</strong>&nbsp;หลังจากประชุมร่วมกับเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;โรงชำแหละและห้างสรรพสินค้าต่างๆ&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;มีมติให้ตรึงราคาไก่หน้าฟาร์มกิโลกรัมละไม่เกิน&nbsp;40&nbsp;บาท&nbsp;สำหรับการกำหนดราคาจำหน่ายไก่สดทั้งตัวและน่องติดสะโพกต้องไม่เกินกิโลกรัมละ&nbsp;60-65&nbsp;บาท&nbsp;น่องแยกสะโพกกิโลกรัมละ&nbsp;65-70&nbsp;บาท&nbsp;และน่องไก่กิโลกรัมละ&nbsp;70-75&nbsp;บาท&nbsp;โดยจะจำหน่ายราคานี้ไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์</strong>&nbsp;ได้ย้ำถึงมาตรการตรึงราคาสินค้าหมวดสำคัญ&nbsp;5&nbsp;หมวด&nbsp;ได้แก่&nbsp;เครื่องใช้ไฟฟ้า&nbsp;น้ำอัดลม&nbsp;ซอสปรุงรส&nbsp;บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและอาหารสด&nbsp;เช่น&nbsp;ไข่ไก่คละหน้าฟาร์มฟองละไม่เกิน&nbsp;2.90&nbsp;บาท&nbsp;และหมูหน้าฟาร์มไม่เกินกิโลกรัมละ&nbsp;100-110&nbsp;บาท&nbsp;โดยหลังจากนี้มีแนวโน้มราคาลดลงเนื่องจากมีหมูเข้าสู่ระบบมากขึ้น</p><p><br></p><p><strong>คาดช่วงเทศกาลตรุษจีนเงินสะพัดกว่า&nbsp;39,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;สถานการณ์ราคาสินค้า&nbsp;มีผลต่อการใช้จ่ายของประชาชนมากที่สุด</strong></p><p><strong>นายธนวรรธน์&nbsp;พลวิชัย&nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย</strong>&nbsp;และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธ"	""	""	""	""	""
788	ุรกิจ&nbsp;มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของประชาชนในช่วงเทศกาลตรุษจีน&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ส่วนใหญ่มองว่าบรรยากาศจะคึกคักเทียบเท่ากับปีที่ผ่านมา&nbsp;มูลค่าการใช่จ่ายมีแนวโน้มลดลง&nbsp;เนื่องจากความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจ&nbsp;รายได้และสถานการณ์ราคาสินค้าที่ปรับสูงขึ้น&nbsp;โดยผู้บริโภคหันไปซื้อสินค้าทางเลือกอื่นๆ&nbsp;ในการเซ่นไหว้&nbsp;เช่น&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;หรือ&nbsp;ปลา&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;แทนเนื้อหมูที่มีราคาสูง&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่สถานการณ์โควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน</strong>&nbsp;ไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายและการตัดสินใจไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์&nbsp;ซึ่งประชาชนมีการปรับตัวกับการแพร่ระบาดรอบใหม่&nbsp;ทั้งการเว้นระยะห่าง&nbsp;สวมหน้ากาก&nbsp;ล้างมือ&nbsp;ตามมาตรการอย่างเคร่งครัด&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;คาดว่า&nbsp;จะมีเงินสะพัดในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้&nbsp;ประมาณ&nbsp;39,627.79&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ขยายตัวลดลงร้อยละ&nbsp;11.82&nbsp;จากปีที่ผ่านมา&nbsp;โดยขยายตัวติดลบต่อเนื่องเป็นปีที่&nbsp;3&nbsp;และมูลค่าการใช้จ่ายต่ำสุดในรอบ&nbsp;11&nbsp;ปี&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;การเติบโตของจีดีพีในปีนี้จะยังขยายตัวอยู่ในกรอบร้อยละ&nbsp;3.5-4.5&nbsp;ตามที่ได้คาดการณ์ไว้</p><p><br></p><p>สังคม</p><p><strong>24&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong></p><p><strong>แนะวิธีเลือกซื้อสัตว์ปีกมาบริโภคให้ปลอดภัยในช่วงเทศกาลตรุษจีน&nbsp;ยึดหลัก&nbsp;เลือก&nbsp;หลีก&nbsp;ล้าง&nbsp;ให้ปลอดภัยจากโรคไข้หวัดนก</strong></p><p><strong>นายแพทย์โอภาส&nbsp;การย์กวินพงศ์&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมโรค&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ช่วงเทศกาลตรุษจีนของทุกปี&nbsp;จะมีความต้องการใช้สัตว์ปีกจำนวนมากกว่า&nbsp;ดังนั้น&nbsp;หากสัตว์ปีกที่นำมาไหว้มีเชื้อไข้หวัดนก&nbsp;ประชาชนอาจเสี่ยงติดเชื้อจากการบริโภค&nbsp;หรือสัมผัสสัตว์ปีกที่ป่วยเป็นโรคไข้หวัดนกได้&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ประเทศไทยยังมีความเสี่ยงที่จะพบเชื้อโรคไข้หวัดนกในพื้นที่ชายแดนได้&nbsp;จากการขนย้ายและส่งออกสัตว์ปีกข้ามพรมแดนประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;รวมถึงมีโอกาสพบการติดเชื้อในคนที่ประกอบอาชีพเกี่ยวข้องสัตว์ปีก&nbsp;อาทิ&nbsp;เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีก&nbsp;ผู้ค้าสัตว์ปีก&nbsp;ผู้ชำแหละสัตว์ปีก</p><p><strong>กรมควบคุมโรค&nbsp;ได้ดำเนินงานตามมาตรการเฝ้าระวัง&nbsp;ป้องกัน</strong>&nbsp;ควบคุมโรคมาต่อเนื่อง&nbsp;โดยปัจจุบันยังไม่พบรายงานการติดเชื้อโรคไข้หวัดนกทั้งในคนและในสัตว์&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;เพื่อให้ความปลอดภัยแนะประชาชนยึดหลัก&nbsp;เลือก&nbsp;หลีก&nbsp;ล้าง&nbsp;คือ&nbsp;เลือกบริโภคเนื้อไก่หรือเป็ด&nbsp;และไข่ที่ปรุงสุก&nbsp;สะอาด&nbsp;หลีกเลี่ยงนำสัตว์ปีกที่ป่วย&nbsp;มีอาการหงอย&nbsp;ซึม&nbsp;ขนยุ่ง&nbsp;หรือป่วยตายมาประกอบเป็นอาหาร&nbsp;หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสัตว์ปีกที่มีอาการป่วยหรือตาย</p><p><strong>หากไปตลาดค้าสัตว์ปีก&nbsp;ผู้บริโภคควรเลือกซื้อสัตว์ปีกจากร้านที่สะอาด&nbsp;ปลอดภัย</strong>&nbsp;มีทะเบียนการค้าสัตว์ปีกที่ออกโดยกรมปศุสัตว์และล้างมือบ่อยๆ&nbsp;ด้วยน้ำและสบู่&nbsp;โดยเฉพาะหลังจากสัมผัสสัตว์และสารคัดหลั่งของสัตว์</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ในช่วงเทศกาลตรุษจีน</strong>&nbsp;ยังเป็นการรวมตัวกันของญาติพี่น้อง&nbsp;เพื่อไหว้บรรพบุรุษและการกินอาหารร่วมกัน&nbsp;หรือเดินทางไปไหว้ศาลเจ้า&nbsp;ซึ่งอาจมีผู้คนแออัดและเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ได้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนเคร่งครัดมาตรการป้องกันตนเองขั้นสูงสุด&nbsp;</p><p><br></p><p><strong>กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;จับมือเอกชน&nbsp;ขยายความสำเร็จฝึกขับโดรนภาคเกษตร&nbsp;เพิ่มอีก&nbsp;8&nbsp;จังหวัด&nbsp;ตั้งเป้าขั้นต่ำ&nbsp;240&nbsp;คน</strong></p><p><strong>นายสุชาติ&nbsp;ชมกลิ่น&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>รัฐบาลให้ความสำคัญในการการพัฒนาทักษะฝึกแรงงานและยกระดับฝีมืออย่างต่อเนื่อง<strong>&nbsp;</strong>เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างงานและสร้างรายได้ที่มั่นคง&nbsp;โดยเฉพาะแรงงานในภาคเกษตรกรรมถือว่าเป็นรากฐานสำคัญของระบบเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;ที่สร้างรายได้ให้ประเทศแต่ละปีเป็นจำนวนมาก&nbsp;กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;&nbsp;เร่งขับเคลื่อนภารกิจเพื่อตอบโจทย์นโยบายดังกล่าว&nbsp;โดยมุ่งเน้นส่งเสริมให้แรงงานภาคเกษตรกรรมนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ในการทำงานเพื่อเพิ่มผลิตภาพ&nbsp;เพิ่มมูลค่าและลดต้นทุนการผลิต&nbsp;สู่การเป็นเกษตรอัจฉริยะ&nbsp;(Smart&nbsp;Farmer)&nbsp;กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;&nbsp;ได้ใช้แนวทางประชารัฐร่วมมือกับหน่วยงานภาคเอกชนชั้นนำด้านเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ&nbsp;&nbsp;บริษัท&nbsp;แอโร&nbsp;กรุ๊ป&nbsp;(1992)&nbsp;จำกัด&nbsp;จัดฝึกอบรมหลักสูตรสาขา&nbsp;ผู้บังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน&nbsp;(Drone)&nbsp;เพื่อการเกษตร&nbsp;โดยตั้งเป้าหมายให้เกษตรกรนำโดรนไปใช้ในขั้นตอนการเพาะปลูก&nbsp;ใส่ปุ๋ย&nbsp;ฉีดพ่นสารกำจัดศัตรูพืช&nbsp;ซึ่งจะช่วยลดต้นทุน&nbsp;เพิ่มมูลค่าของสินค้า&nbsp;&nbsp;และลดความเสี่ยงอันตรายในระหว่างการปฏิบัติงาน&nbsp;โดยใช้ระยะเวลาการฝึกอบรม&nbsp;18&nbsp;ชั่วโมง</p><p><strong>ด้านนายประทีป&nbsp;ทรงลำยอง&nbsp;อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมาได้ดำเนินการฝึกอบรมในพื้นที่&nbsp;18&nbsp;จังหวัดทั่วประเทศ&nbsp;มีผู้ผ่านการฝึกอบรมกว่า&nbsp;400&nbsp;คนมีความรู้&nbsp;ทักษะ&nbsp;และทัศนคติที่ดีต่อการประกอบอาชีพผู้บังคับโดรนที่มีน้ำหนักไม่เกิน&nbsp;25&nbsp;กิโลกรัมเพื่อการเกษตร&nbsp;สามารถอธิบายส่วนประกอบของโดรน&nbsp;หลักการทำงาน&nbsp;ใช้เครื่องบังคับได้อย่างถูกต้อง&nbsp;สามารถบำรุงรักษาเปลี่ยนชิ้นส่วน&nbsp;การผสมสารเพื่อใช้ในการพ่นยา&nbsp;สร้างความปลอดภัยในการปฏิบัติงานและมีความรู้ในการขอทำใบอนุญาตตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง&nbsp;จากความสำเร็จต่อยอดมาสู่ปี&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;ได้ขยายการฝึกอบรมเพิ่มเติมอีก&nbsp;8&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;อุทัยธานี&nbsp;นครนายก&nbsp;เพชรบุรี&nbsp;สุโขทัย&nbsp;ลำปาง&nbsp;น่าน&nbsp;แพร่&nbsp;และสกลนคร&nbsp;ตั้งเป้าหมายฝึกอบรมไม่น้อยกว่า&nbsp;240&nbsp;คน&nbsp;และในอนาคตจะมีการขยายฝึกอบรมทั่วประเทศต่อไป&nbsp;</p><p><strong>ขอเชิญชวนผู้สนใจติดตามข่าวสารการรับสมัคร</strong>ของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานผ่านช่องทาง&nbsp;&nbsp;www.dsd.go.th.&nbsp;และ&nbsp;www.facebook.com/dsdgothai&nbsp;เมื่อเปิดรับสมัครจะได้แจ้งให้ทราบโดยเร็วที่สุด</p><p><br></p><p><strong>25&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong></p><p><strong>ยืนยันกระทรวงสาธารณสุขผลักดันเสรีกัญชาจริง&nbsp;แต่เป็นเสรีเพื่อการใช้ประโยชน์ทางการแพทย์&nbsp;ไม่ได้พูดถึงการใช้นันทนาการ</strong></p><p><strong>นายอนุทิน&nbsp;ชาญวีรกูล&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข</strong>&nbsp;กล่าวถึงกรณีการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด&nbsp;(ป.ป.ส.)&nbsp;วันนี้มีการหารือถึงประกาศกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;เรื่องกำหนดรายชื่อยาเสพติดให้โทษประเภท&nbsp;5&nbsp;ที่ปลดล็อกกัญชา&nbsp;กัญชง&nbsp;ออกจากยาเสพติด&nbsp;ว่า&nbsp;เรื่องนี้ไม่ใช่เป็นการแข่งขันกัน&nbsp;แต่กระทรวงสาธารณสุขทำทุกอย่างที่ต้องทำหมดแล้ว&nbsp;ยืนยันเจตนารมณ์ที่ทำเรื่องนี้ก็เพื่อให้สามารถนำกัญชา&nbsp;กัญชง&nbsp;มาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ได้อย่างเต็มที่&nbsp;เมื่อวานนายกรัฐมนตรีก็ได้แจ้งในที่ประชุม&nbsp;ครม.ว่า&nbsp;ต้องทำนโยบายเรื่องนี้ดีๆ&nbsp;คือเป็นประโยชน์ทางการแพทย์&nbsp;คือใช้ทางการแพทย์&nbsp;กระทรวงสาธารณสุขผลักดันเรื่องกัญชาเสรีก็จริงแต่เสรีทางการแพทย์&nbsp;ให้ประชาชนเข้าถึงได้เมื่อมาใช้ทางการแพทย์&nbsp;นำมาใช้เป็นส่วนผสมยารักษาโรค&nbsp;ทำเป็นอาหาร&nbsp;ผลิตภัณฑ์สุขภาพ&nbsp;เครื่องสำอางที่ทำให้เกิดสุขภาวะที่ดี&nbsp;แต่ถ้าใช้นอกเหนือจากการแพทย์&nbsp;ผิดกฎหมาย&nbsp;คนที่ไปพูดว่าเสรีกัญชาแล้วนำเข้ากัญชาต่างประเทศ&nbsp;มวนบุหรี่สูบ&nbsp;ใช้นันทนาการได้&nbsp;เป็นการพูดด้วยความไม่เข้าใจเจตนารมย์กฎหมาย</p><p><br></p><p><strong>เปิดจองโครงการอาคารเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อยจังหวัดมหาสารคามและจังหวัดนครสวรรค์&nbsp;พร้อมโปรโมชัน&nbsp;อยู่ฟรีไม่คิดค่าเช่า&nbsp;ถึง&nbsp;31&nbsp;มกราคมนี้</strong></p><p><strong>นายทวีพงษ์&nbsp;วิชัยดิษฐ&nbsp;ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;&nbsp;การเคหะแห่งชาติเร่งดำเนินการสร้างที่อยู่อาศัยประเภทเช่าในราคาที่ประชาชน&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยสามารถรับภาระได้&nbsp;พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีที่อยู่อาศัยในชุมชนที่มีสภาพแวดล้อมที่ดี&nbsp;มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินตามโยบาบของรัฐบาล&nbsp;ซึ่งขณะนี้การเคหะแห่งชาติ&nbsp;เปิดจองโครงการอาคารเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อย&nbsp;พร้อมทำสัญญาและเข้าอยู่อาศัยได้ทันทีใน&nbsp;2&nbsp;โครงการ&nbsp;ได้แก่&nbsp;โครงการอาคารเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อยจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;จำนวน&nbsp;138&nbsp;หน่วย&nbsp;ตั้งอยู่ถนนนครสวรรค์&nbsp;(ทางหลวง&nbsp;208)&nbsp;ตำบลตลาด&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดมหาสารคราม&nbsp;ในอัตราค่าเช่า&nbsp;1,800-2,000&nbsp;บาท/เดือน&nbsp;และโครงการอาคารเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อยจังหวัดนครสวรรค์&nbsp;จำนวน&nbsp;196&nbsp;หน่วย&nbsp;ตั้งอยู่ถนนกำนันแดง&nbsp;ตำบลวัดไทร&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดนครสวรรค์&nbsp;ในอัตราค่าเช่า&nbsp;1,800-2,200&nbsp;บาท/เดือน&nbsp;</p><p><strong>จัดสร้างเป็นอาคารพักอาศัย&nbsp;4&nbsp;ชั้น</strong>&nbsp;มีพื้นที่ใช้สอยประมาณ&nbsp;28&nbsp;และ&nbsp;30&nbsp;ตารางเมตร&nbsp;ภายในห้องพักอาศัยแบ่งเป็น&nbsp;1&nbsp;ห้องอเนกประสงค์&nbsp;และ&nbsp;1&nbsp;ห้องน้ำ&nbsp;สำหรับชั้นที่&nbsp;1&nbsp;ได้รับการออกแบบในรูปแบบอารยสถาปัตย์&nbsp;หรือการออกแบบเพื่อคนทั้งมวล&nbsp;ซึ่งทำให้ผู้สูงอายุหรือคนพิการสามารถอยู่อาศัยได้อย่างสะดวกสบายและพึ่งพาตนเองได้ภายในห้องพักอาศัย</p><p><strong>ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมโครงการและทำสัญญาเช่าได้</strong>&nbsp;ณ&nbsp;ที่ตั้งโครงการ&nbsp;หรือสำนักงานเคหะจังหวัด&nbsp;มหาสารคาม&nbsp;โทร.&nbsp;08&nbsp;5485&nbsp;6692&nbsp;และสำนักงานเคหะจังหวัดนครสวรรค์&nbsp;โทร.&nbsp;08&nbsp;4387&nbsp;3956&nbsp;ภายหลังจากทำสัญญาเรียบร้อยสามารถเข้าอยู่ได้ทันทีโดย&nbsp;อยู่ฟรีไม่คิดค่าเช่า&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;(ไม่รวมค่าน้ำ-ค่าไฟ)&nbsp;ทั้งนี้เริ่มชำระค่าเช่าตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;โดยเตรียมเอกสารหลักฐานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;สำเนาบัตรประชาชน,&nbsp;สำเนาทะเบียนบ้าน,&nbsp;เอกสารเปลี่ยนชื่อ&nbsp;(ถ้ามี),&nbsp;หลักฐานแสดงรายได้&nbsp;และหนังสือมอบอำนาจ&nbsp;(กรณีทำแทน)&nbsp;ติดต่อทำสัญญาได้&nbsp;ณ&nbsp;ที่ตั้งโครงการ</p><p><strong>สำหรับโครงการอาคารเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อย</strong>&nbsp;จัดทำขึ้นในพื้นที่&nbsp;7&nbsp;จังหวัด&nbsp;รวม&nbsp;1,243&nbsp;หน่วย&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;กาญจนบุรี&nbsp;มหาสารคาม&nbsp;สุรินทร์&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;นครสวรรค์&nbsp;และลำปาง&nbsp;ขนาดห้องพักอาศัย&nbsp;28&nbsp;และ&nbsp;30&nbsp;ตารางวา&nbsp;ค่าเช่าอยู่ที่&nbsp;1,400&nbsp;&nbsp;2,500&nbsp;บาท&nbsp;ขึ้นอยู่กับที่ตั้งโครงการ</p><p><br></p><p><strong>แนะประชาชนร่วมป้องกันอัคคีภัยช่วงตรุษจีน&nbsp;กำชับการประปาส่วนภูมิภาค&nbsp;ตรวจสอบหัวจ่ายน้ำดับเพลิง</strong></p><p><strong>นายทรงศักดิ์&nbsp;ทองศรี&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ช่วงเทศกาลตรุษจีนของทุกปี&nbsp;ชาวไทยเชื้อสายจีนนิยมจัดเตรียมชุดเซ่นไหว้บรรพบุรุษ&nbsp;โดยมีการจุดธูปเทียน&nbsp;เผากระดาษเงินกระดาษทองเพื่อเซ่นไหว้เจ้าที่และเทพเจ้า&nbsp;ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนจึงสั่งการการประปาส่วนภูมิภาค&nbsp;หรือ&nbsp;กปภ.&nbsp;ตรวจสอบความพร้อมของหัวจ่ายน้ำดับเพลิงให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน&nbsp;หากเกิดเหตุอัคคีภัยหรือสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่&nbsp;ซึ่งหัวจ่ายน้ำดับเพลิงถูกออกแบบให้เชื่อมต่อกับท่อเมนของ&nbsp;กปภ.&nbsp;และติดตั้งไว้ในจุดที่สะดวกและเข้าถึงง่าย&nbsp;เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำงานได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;และใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉินได้จริง&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสกลายพันธุ์โอมิครอน</strong>&nbsp;(Omicron)&nbsp;ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่แพร่กระจายได้ง่ายและเร็วกว่าสายพันธุ์เดลต้า&nbsp;การฉลองเทศกาลตรุษจีนจำเป็นต้องเพิ่มมาตรการป้องกันให้เข้มข้นกว่าเดิม&nbsp;นอกจากต้องฉีดวัคซีนแล้ว&nbsp;ยังต้องป้องกันด้วยการสวมใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;ล้างมือบ่อยๆ&nbsp;และรักษาระยะห่างระหว่างบุคคล&nbsp;ตลอดจนหันมาใช้แอปพลิเคชัน&nbsp;หรือสื่อออนไลน์สั่งซื้อ	28/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128160345688	""
789	COVID-19 จ.แม่ฮ่องสอน มีผู้ติดเชื้อเพิ่ม 88 ราย (รวมผล ATK) ล่าสุด เรือนจำสะเรียง ปิด Bubble & Seal 28 วัน หลังพบการระบาดเป็นกลุ่มก้อน	<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1-28&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มีดังนี้&nbsp;ผู้ป่วยยืนยันสะสม&nbsp;(ตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ)&nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;382&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;(0.79%)&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;265&nbsp;ราย&nbsp;(69.37%)&nbsp;ยังอยู่ระหว่างรักษา&nbsp;114&nbsp;ราย&nbsp;(29.84%)&nbsp;มีอาการเล็กน้อย&nbsp;100&nbsp;ราย&nbsp;ปานกลาง&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;และรุนแรง&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;รักษาอยู่ที่โรงพยาบาล/โรงพยาบาลสนาม&nbsp;จำนวน&nbsp;41&nbsp;ราย&nbsp;ศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;จำนวน&nbsp;31&nbsp;ราย&nbsp;และแยกกักตนเองที่บ้าน&nbsp;(HI)&nbsp;จำนวน&nbsp;42&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยเข้าข่ายสะสม&nbsp;(ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก)&nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;952&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;610&nbsp;ราย&nbsp;(64.08%)&nbsp;ยังอยู่ระหว่างรักษา&nbsp;342&nbsp;ราย&nbsp;(35.92%)&nbsp;รักษาอยู่ที่ศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;จำนวน&nbsp;57&nbsp;ราย&nbsp;และแยกกัก&nbsp;ตนเองที่บ้าน&nbsp;(HI)&nbsp;จำนวน285&nbsp;ราย&nbsp;วันนี้&nbsp;มีผู้ได้รับการตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;62&nbsp;ชุด&nbsp;พบเชื้อ&nbsp;16&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอขุนยวม&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอสบเมย&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;และตรวจด้วย&nbsp;ATK&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;688&nbsp;ชุด&nbsp;พบเชื้อ&nbsp;72&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ที่อำเภอเมือง&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอขุนยวม&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอปาย&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;51&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;12&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอสบเมย&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;และอำเภอปางมะผ้า&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;สำหรับการระบาดเป็นกลุ่มก้อน&nbsp;(Cluster)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;อำเภอขุนยวม&nbsp;หมู่บ้านห้วยโปงเลา&nbsp;ตำบลแม่กิ๊&nbsp;วันนี้พบผู้ป่วย&nbsp;เพิ่มอีก&nbsp;4&nbsp;ราย</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังพบการระบาดในหมู่บ้านปางตอง</strong>&nbsp;ตำบลแม่อูคอ&nbsp;มีผู้ป่วย&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งเป็นกลุ่มเกษตรกรและ&nbsp;เป็นเครือญาติกัน&nbsp;โดยมีปัจจัยเสี่ยงจากการเดินทางไปหมู่บ้านปางอุ๋ง&nbsp;อำเภอแม่แจ่ม&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ซึ่งมีการแพร่ระบาดของโรค&nbsp;นอกจากนี้ยังพบการระบาดในกลุ่มผู้ต้องขังและเจ้าหน้าที่เรือนจำ&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;โดยตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก&nbsp;รวม&nbsp;47&nbsp;ราย&nbsp;ได้นำเข้าสู่ระบบการรักษาแบบแยกกักตนเอง&nbsp;(HI)&nbsp;ส่วนมาตรการควบคุมการแพร่&nbsp;ระบาดของโรค&nbsp;ทางเรือนจำได้ดำนินมาตรการ&nbsp;Bubble&nbsp;&amp;&nbsp;Seal&nbsp;คือ&nbsp;แยกกลุ่มผู้ป่วย&nbsp;ผู้ไม่ป่วยออกจากกัน&nbsp;ปิดสถานที่&nbsp;และงดการเยี่ยมผู้ต้องขัง&nbsp;เป็นเวลา&nbsp;28&nbsp;วัน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	28/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128160324686
790	สคร.12 สงขลา เน้นย้ำ ประชาชน เคร่งครัดมาตรการ V U C A  ลดเสี่ยงโควิด 19 ช่วงเทศกาลตรุษจีน	<p><strong>สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด19&nbsp;ไม่ว่าจะสายพันธุ์เดลต้า</strong>&nbsp;หรือสายพันธุ์ใหม่โอมิครอน&nbsp;ทุกภาคส่วนยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด&nbsp;เพื่อลดอัตราเสี่ยงของการแพร่ระบาด&nbsp;แม้ว่าจะมีการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ&nbsp;มากขึ้น&nbsp;ก็ไม่ควรไว้วางใจ&nbsp;โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่จะถึงนี้&nbsp;เน้นย้ำประชาชน&nbsp;เคร่งครัดมาตรการ&nbsp;VUCA&nbsp;ลดเสี่ยงโควิด&nbsp;19</p><p><strong>นายแพทย์เฉลิมพล&nbsp;โอสถพรมมา&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่&nbsp;12&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;(สคร.12&nbsp;สงขลา)</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เทศกาลตรุษจีนเป็นเทศกาลที่รวมญาติจากหลายที่มารวมตัวกัน&nbsp;ซึ่งอาจจะมีพฤติกรรมหรือกิจกรรมที่มีความสี่ยงต่อการติดและแพร่เชื้อของโควิด&nbsp;19&nbsp;ได้&nbsp;เช่น&nbsp;การรวมกลุ่มของญาติเพื่อไหว้บรรพบุรุษ&nbsp;พบปะสังสรรค์&nbsp;และรับประทานอาหารร่วมกัน&nbsp;การเดินทางไปตลาดหรือซูเปอร์มาร์เก็ต&nbsp;เพื่อซื้อชุดเซ่นไหว้&nbsp;รวมทั้งเดินทางไปไหว้ศาลเจ้า&nbsp;ซึ่งมีผู้คนค่อนข้างแออัด&nbsp;จึงขอให้ประชาชนป้องกันตนเองอย่างเคร่งครัด&nbsp;แม้ว่าเป็นคนในครอบครัวหรือเครือญาติ&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;19&nbsp;โดยยึดมาตรการ&nbsp;V&nbsp;U&nbsp;C&nbsp;A&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ช่วยกันลดความเสี่ยงโควิด&nbsp;19&nbsp;โดยเฉพาะการติดเชื้อในครอบครัวได้</p><p><strong>สำหรับมาตรการ&nbsp;V&nbsp;U&nbsp;C&nbsp;A&nbsp;ประกอบไปด้วย</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>V&nbsp;=&nbsp;Vaccine&nbsp;ฉีดให้ครบ&nbsp;ลดป่วยหนัก&nbsp;</strong>ผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนขอให้เข้ารับการฉีดวัคซีนโดยเร็ว&nbsp;ส่วนผู้ที่ได้รับวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็มแล้วและถึงเวลาที่กำหนดให้ไปรับวัคซีนเข็มกระตุ้นทันที?&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>U&nbsp;=&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;ป้องกันตนเองสูงสุดตลอดเวลา&nbsp;</strong>คือการเว้นระยะห่าง&nbsp;ล้างมือบ่อยๆด้วยน้ำสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์&nbsp;สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าที่ถูกวิธีและตลอดเวลา&nbsp;จะสามารถป้องกันการติดเชื้อได้ทุกสายพันธุ์<strong>&nbsp;</strong>ไม่ใช้ของร่วมกับผู้อื่น&nbsp;รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่&nbsp;หากรับประทานอาหารร่วมกัน&nbsp;ให้ใช้ช้อนกลางส่วนตัว?&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>C&nbsp;=&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;สถานที่ให้บริการพร้อม&nbsp;ผู้ให้บริการได้วัคซีนครบ&nbsp;และตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทุกสัปดาห์&nbsp;</strong>รวมไปถึงใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย&nbsp;หลีกเลี่ยงจัดกิจกรรมเสี่ยง&nbsp;รวมถึงสถานที่ต่างๆ&nbsp;ต้องมีมาตรการป้องกัน&nbsp;เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยในสถานการณ์โควิด?&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>A&nbsp;=&nbsp;Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit&nbsp;พร้อมตรวจเสมอ&nbsp;เมื่อใกล้ชิดคนติดเชื้อหรือมีอาการทางเดินหายใจ</strong>&nbsp;กรณีผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการรับเชื้อ&nbsp;หากได้รับการวินิจฉัยโดยเร็วและแยกกักตัวเข้ารับการรักษา&nbsp;จะช่วยลดการแพร่ระบาดของเชื้อได้</p><p><strong>V&nbsp;U&nbsp;C&nbsp;A&nbsp;ถือเป็นมาตรการที่จะช่วยให้ปลอดภัยจากโควิด&nbsp;19</strong>&nbsp;ได้ทุกสายพันธุ์รวมทั้งสายพันธุ์โอไมครอน&nbsp;และปลอดภัยทุกช่วงเทศกาล&nbsp;</p><p>ทั้งนี้&nbsp;หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรคโทร.&nbsp;1422</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	28/1/2022	ภาคใต้	สงขลา	สวท.สงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128170137727
791	การประชุมรับฟังสภาพปัญหาและหารือกรณีช้างป่าบุกรุกทำลายทรัพย์สินและพืชผลทางการเกษตรของราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี	<p><strong>วันนี้&nbsp;(28&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;พลเอกเฉลิมชัย&nbsp;สิทธิสาท</strong>&nbsp;องคมนตรี&nbsp;ประธานบริหารมูลนิธิพัชรสุธาคชานุรักษ์&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;เป็นประธานการประชุมรับฟังสภาพปัญหาและหารือกรณีช้างป่าบุกรุกทำลายทรัพย์สินและพืชผลทางการเกษตรของราษฎรในพื้นที่อำเภอกบินทร์บุรี&nbsp;จังหวัดปราจีนบุรี&nbsp;กรณีช้างป่าจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไนเข้ามาหากินในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี&nbsp;โดยมีราษฎรที่ได้รับผลกระทบฯ&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;ณหอประชุมโรงเรียนบ้านเขาไม้แก้ว&nbsp;ตำบลเขาไม้แก้ว&nbsp;อำเภอกบินทร์บุรี&nbsp;จังหวัดปราจีนบุรี&nbsp;</p><p><strong>โดยมี&nbsp;นายวร?พันธุ์?&nbsp;สุวัณณุสส์&nbsp;ผู้?ว่าราชการ?จังหวัด?ปราจีนบุรี&nbsp;พร้อมด้วย</strong>&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;และผู้แทนประชาชนในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับและเข้าร่วมประชุม&nbsp;ซึ่ง&nbsp;ผู้เข้าร่วมประชุมหารือทั้งหมด&nbsp;ได้รับการตรวจคัดกรองเชื้อโควิด-19&nbsp;ด้วยชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทุกคน</p><p><strong>โดยประธานบริหารงานมูลนิธิ&nbsp;ได้บรรยายพิเศษเกี่ยวกับมูลนิธิพัชรสุธาคชานุรักษ์</strong>&nbsp;และรับฟังสภาพปัญหา&nbsp;ความคิดเห็นและหารือร่วมกันกับผู้แทนราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากช้างป่าบุกรุก&nbsp;เพื่อร่วมกันหาแนวทางป้องกันและแก้ไข&nbsp;ได้แก่&nbsp;องค์ความรู้ในการผลักดันช้างอย่างถูกวิธี&nbsp;การชดเชยเยียวยาค่าเสียหายให้กับเกษตรกร&nbsp;ในด้านพืชผลทางการเกษตร&nbsp;ที่พักอาศัย&nbsp;อุปกรณ์การเกษตร&nbsp;ที่ได้รับความเสียหาย&nbsp;ฯลฯ</p><p><strong>ต่อมา&nbsp;พลเอกเฉลิมชัย&nbsp;สิทธิสาท&nbsp;และผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี&nbsp;</strong>ได้ร่วมมอบนมจืดให้แก่โรงเรียนเขาไม้แก้ว&nbsp;เพื่อนำไปมอบให้แก่เด็กนักเรียน&nbsp;รวมทั้งได้ปลูกต้นรวงผึ้ง&nbsp;เยี่ยมชมแปลงปลูกผักอินทรีย์ของนักเรียนโรงเรียนบ้านเขาไม้แก้ว&nbsp;และเดินทางไปดูสภาพพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากช้างป่าบุกรุก&nbsp;ที่บ้านโปร่งสะเดา&nbsp;ตำบลเขาไม้แก้ว&nbsp;อำเภอกบินทร์บุรี&nbsp;&nbsp;จังหวัดปราจีนบุรี&nbsp;โดยได้ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;รับฟังปัญหาและผลกระทบจาก&nbsp;ราษฎรที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;พร้อม&nbsp;ให้กำลังใจและให้คำแนะนำในด้านการป้องกันและแก้ไขในเบื้องต้น&nbsp;และได้มอบนโยบายให้กับหน่วยงานในพื้นที่หาแนวทางการแก้ไขปัญหาในระยะยาวต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	28/1/2022	ภาคตะวันออก	ปราจีนบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปราจีนบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128162731715
792	จ.สมุทรปราการแถลงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVID-19)	<p><strong>จังหวัดสมุทรปราการแถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019</strong>(COVID-19)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;สร้างความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชน&nbsp;พร้อมทั้งขอความร่วมมือให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>นายวันชัย&nbsp;คงเกษม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;เป็นประธาน</strong>แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019(COVID-19)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;โดยมี&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้&nbsp;ข้อมูลจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;(28&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;มีผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;743&nbsp;ราย&nbsp;(ติดเชื้อในจังหวัด&nbsp;528&nbsp;ราย&nbsp;และรับส่งต่อเพื่อรับรักษา&nbsp;215&nbsp;ราย)&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการมีผู้ติดเชื้อระลอกใหม่&nbsp;(ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)จำนวน&nbsp;15,152&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;ผลการดำเนินการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ของจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;มียอดผู้ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;จำนวน&nbsp;1,633,381&nbsp;คน&nbsp;จากประชาชนเป้าหมายในจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;จำนวน&nbsp;1,931,727&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งคิดเป็น&nbsp;84.56&nbsp;%</p><p><strong>จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;ขอให้ประชาชนป้องกันตนเองด้วยวิธีป้องกันการติดเชื้อโควิด</strong>&nbsp;(แบบครอบจักรวาล)&nbsp;:&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;ดังนี้&nbsp;ออกจากบ้านเมื่อจำเป็น&nbsp;,เว้นระยะห่าง&nbsp;1-2&nbsp;เมตร&nbsp;,สวมหน้ากากอนามัยและทับด้วยหน้ากากผ้าตลอดเวลา&nbsp;,ล้างมือบ่อยๆ&nbsp;ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์&nbsp;,อย่าใช้มือสัมผัสหน้ากาก&nbsp;รวมทั้งใบหน้า&nbsp;ตา&nbsp;จมูก&nbsp;ปาก&nbsp;,ผู้เป็นกลุ่มเสี่ยง&nbsp;หลีกเลี่ยงการออกนอกบ้าน&nbsp;,ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อพื้นผิวที่ถูกสัมผัสบ่อยๆ&nbsp;,แยกของใช้ส่วนตัวทุกชนิด&nbsp;ไม่ใช้ร่วมกับผู้อื่น&nbsp;,กินอาหารปรุงสุกใหม่&nbsp;แยกสำรับ&nbsp;ใช้ช้อนกลางส่วนตัว&nbsp;และหากสงสัยว่าตนเองเสี่ยงตรวจด้วย&nbsp;ATK&nbsp;บ่อยๆ&nbsp;เพื่อยืนยันว่าติดเชื้อหรือไม่&nbsp;เพื่อปลอดภัยจาก&nbsp;COVID-19</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>	28/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรปราการ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128174457745
793	ผู้ว่าฯสมุทรสงคราม เป็นประธานรประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อพร้อมเห็นชอบให้มีการจัดกิจกรรมต่างๆภายในจังหวัดได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19	<p><strong>วันนี้&nbsp;(28&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่ห้องประชุม&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดฯ</strong>&nbsp;<strong>นายขจร&nbsp;ศรีชวโนทัย</strong>&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงครามเป็นประธานประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;โดยนายกรกฎ&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;นายแพทย์สันทิต&nbsp;บุณยะส่ง&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลทั้งสามแห่ง&nbsp;และบุคลากรทางการแพทย์เข้าร่วมประชุม</p><p><strong>โดยคณะกรรรมการฯ&nbsp;ร่วมกันพิจารณากรณีวัดบางกล้วยขออนุญาตจัดงานปิดทองประจำปี</strong>&nbsp;,วัดบางใหญ่&nbsp;ขออนุญาตจัดงานผูกพันธสีมาปิดทองฝังลูกนิมิตอุโบสถ,วัดเจริญสุขารามวรวิหารขออนุญาตจัดงานประจำปีนมัสการปิดทององค์หลวงพ่อโต,ชมรมเปตองขออนุญาตจัดการแข่งขันเปตองประเพณีการกุศลชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี&nbsp;แม่กลองโอเพ่นครั้งที่&nbsp;29,&nbsp;สหกรณ์ออมทรัพย์โรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า&nbsp;ขออนุญาตจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี&nbsp;2564&nbsp;และกลุ่มไฟต์คลับสมุทรสงครามขออนุญาตจัดการแข่งขันกีฬามวยสากลและมวยไทย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบ&nbsp;อนุญาตให้จัดงานดังกล่าวได้</strong>&nbsp;แต่ต้องมีมาตรการคุมเข้ม&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด&nbsp;19&nbsp;ตามความในมาตรา&nbsp;9&nbsp;แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินพ.ศ.2548&nbsp;ฉบับที่&nbsp;37&nbsp;ลงวันที่&nbsp;30&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;และคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด&nbsp;19&nbsp;กำหนดพื้นที่ของจังหวัดเป็นพื้นที่ควบคุม&nbsp;ห้ามจัดกิจกรรมซึ่งมีการรวมกลุ่มบุคคลที่มีจำนวนเกิน&nbsp;500&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งการจัดกิจกรรม&nbsp;ข้อ&nbsp;1-4&nbsp;มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นไปตามเงื่อนไขของระเบียบ&nbsp;กฎหมายที่กำหนด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;ได้เน้นย้ำทุกกิจกรรมคณะกรรมการ</strong>ได้กำหนดมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดภายใต้เงื่อนไขเพิ่มเติม&nbsp;คือ&nbsp;1.ให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน&nbsp;ผู้ประกอบการร้านค้าและผู้แสดง&nbsp;การละเล่นดนตรีทุกคนที่ร่วมงานต้องฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด&nbsp;19&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;และตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;และวันที่&nbsp;5&nbsp;ของการจัดกิจกรรม&nbsp;ณ&nbsp;สถานที่จัดงานโดยมอบหมายให้สาธารณสุขอำเภอ&nbsp;รพ.สต.และอสม.ดำเนินการ,กำหนดเวลาการยุติกิจกรรมในแต่ละวันไม่เกินเวลา&nbsp;23.00&nbsp;น.&nbsp;และจำกัดจำนวนประชาชนที่เข้าภายในอุโบสถตามขนาดของพื้นที่พร้อมมีการจัดเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำและกำกับดูแลให้เป็นไปตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเข้มงวด&nbsp;ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	28/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรสงคราม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128173912742
794	คกก.โรคติดต่ออุดรธานีมีมติเปิดเรียน ON site ระดับประถมศึกษา 1 ก.พ.65	<p><strong>คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอุดรธานี&nbsp;มีมติเห็นชอบให้เปิดเรียนในชั้นเรียน</strong>&nbsp;(ON&nbsp;SITE&nbsp;)&nbsp;&nbsp;ในระดับประถมศึกษาเพิ่ม&nbsp;เริ่ม&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;พร้อมปรับมาตรการเฝ้าระวัง&nbsp;ป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส&nbsp;COVID-19&nbsp;</p><p><strong>วันที่&nbsp;28&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่&nbsp;ห้องประชุมกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม</strong>&nbsp;อาคาร&nbsp;1&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี&nbsp;นายสยาม&nbsp;ศิริมงคล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอุดรธานี&nbsp;ครั้งที่&nbsp;5/2565&nbsp;โดยมีนายกองเอกปราโมทย์&nbsp;ธัญญพืช&nbsp;นายนิติพัฒน์&nbsp;ลีลาเลิศแล้ว&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี&nbsp;นายอุเทน&nbsp;หาแก้ว&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี&nbsp;นายเกรียงศักดิ์&nbsp;ถวายชัย&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี&nbsp;คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอุดรธานี&nbsp;ศึกษาธิการจังหวัดอุดรธานี&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ร่วมประชุม&nbsp;</p><p><strong>ภาพรวมสถานการณ์โควิด-19ในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี&nbsp;พบผู้ติดเชื้อรายใหม่</strong>&nbsp;120&nbsp;คน&nbsp;ผู้ป่วยสะสม&nbsp;24,172&nbsp;คน&nbsp;อยู่ระหว่างการรักษาตัว&nbsp;559&nbsp;คน&nbsp;รักษาหาย&nbsp;23,438&nbsp;คน&nbsp;เสียชีวิตสะสม&nbsp;175&nbsp;คน&nbsp;จังหวัดอุดรธานีมีผู้ติดเชื้ออยู่ในลำดับที่&nbsp;14&nbsp;ของประเทศไทย&nbsp;ภาพรวมการฉีดวัคซีน&nbsp;เป้าหมาย&nbsp;1,429,193&nbsp;คน&nbsp;ฉีดไปแล้ว&nbsp;2,054,716&nbsp;โดส&nbsp;แยกเป็นเข็มที่&nbsp;1&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;957,238&nbsp;คน&nbsp;,เข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;889,251&nbsp;คน&nbsp;,เข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;193,352&nbsp;คน&nbsp;และเข็มที่&nbsp;4&nbsp;จำนวน&nbsp;14,875&nbsp;คน&nbsp;</p><p><strong>นายอุเทน&nbsp;หาแก้ว&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>สถานการณ์โควิด&nbsp;19&nbsp;จังหวัดอุดรธานีอยู่ในช่วงทรงตัวขาขึ้น&nbsp;พร้อมฝากข้อห่วงใยในช่วงเทศกาลตรุษจีนนี้&nbsp;เนื่องจากจะมีประชาชนเดินทางเพิ่มขึ้น&nbsp;ร่วมทั้งกิจกรรมรวมกลุ่มพบปะสังสรรค์ระหว่างญาติมิตร&nbsp;จึงขอความร่วมมือปะชาชนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19ส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด&nbsp;(มาจากต่างจังหวัดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;สังเกตอาการ&nbsp;ตรวจวัดอุณหภูมิ&nbsp;ล้างมือ&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;รับประทานอาหารใช้ซ้อนกลางส่วนตัว&nbsp;งดไปในสถานที่แออัด)&nbsp;</p><p><strong>วันนี้&nbsp;ที่ประชุมได้ระดมความคิดเห็นข้อเสนอแนะในประเด็นการเปิดเรียนในชั้นเรียน</strong>ของนักเรียนในระดับประถมศึกษา&nbsp;ซึ่งที่ประชุมมีมติให้เปิดเรียนได้ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;พร้อมเน้นย้ำคณะกรรมการสถานศึกษาเข้มงวดกวดขันมาตรการป้องกัน&nbsp;เฝ้าระวังโควิด-19&nbsp;(&nbsp;DMHTTA)&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;สำหรับสถานที่รับเลี้ยงเด็ก&nbsp;ศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัย&nbsp;ยังคงให้งดให้บริการออกไปอีกระยะหนึ่ง&nbsp;</p><p><strong>ส่วนร้านอาหารเครื่องดื่มที่ผ่านการประเมินมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;Plus&nbsp;และ&nbsp;Covid&nbsp;free&nbsp;setting</strong>&nbsp;สามารถจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านได้ไม่เกิน&nbsp;21.00&nbsp;น.,ยกเลิกการตรวจ&nbsp;&nbsp;ATK&nbsp;ที่ท่าอากาศยาน&nbsp;สถานีรถไฟ&nbsp;และสถานีขนส่ง&nbsp;และขอให้ผู้ที่เดินทางมาจากกรุงเทพมหานคร&nbsp;สมุทรปราการ&nbsp;ชลบุรี&nbsp;&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;&nbsp;กาฬสินธุ์&nbsp;&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;ลงทะเบียนโปรแกรมโควิด-19&nbsp;Watch&nbsp;Out&nbsp;แจ้งผู้นำชุมชน&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;อสม.ตรวจสอบกรได้รับวัคซีนตามเกณฑ์&nbsp;เกิน&nbsp;&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;&nbsp;กรณีไม่ได้รับการฉีดวัคซีน&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;&nbsp;(&nbsp;วันที่1&nbsp;และ&nbsp;7&nbsp;)&nbsp;กรณีมีผลตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ถ้าไม่พบเชื้อภายใน&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ให้รายงานตัวเจ้าหน้าที่และปฏิบัติตนตามหลัก&nbsp;DMHTTA)อย่างเคร่งครัด&nbsp;พร้อมกันนี้ที่ประชุมได้แจ้งความคืบหน้าการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ในเด็กอายุ&nbsp;5-11&nbsp;ปี&nbsp;ของจังหวัดอุดรธานี&nbsp;จะเริ่มฉีดที่อำเภอเมืองเป็นอำเภอแรกในวันที่&nbsp;1-4&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ทีมข่าวส.ปชส.อด.&nbsp;ศรภูมิ&nbsp;ทองใหญ่&nbsp;ณ&nbsp;อยุธยา&nbsp;ภาพ/</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	28/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุดรธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220128190850766
795	เทศบาลนครยะลา เตรียมฟื้นฟูเศรษฐกิจ จัดแข่งนกเขาชวาเสียง รูปแบบใหม่ sandbox ครั้งแรก	<p><strong>เทศบาลนครยะลา&nbsp;เตรียมฟื้นฟูเศรษฐกิจ&nbsp;จัดแข่งนกเขาชวาเสียง&nbsp;</strong>รูปแบบใหม่&nbsp;sandbox&nbsp;ครั้งแรก&nbsp;จำกัดนก&nbsp;1,000&nbsp;นก&nbsp;ผู้ร่วมงาน&nbsp;2,000&nbsp;คน&nbsp;</p><p><strong>จากนโยบายของทางเทศบาล&nbsp;ในการที่จะฟื้นฟูภาวะเศรษฐกิจ&nbsp;</strong>ซึ่งในปีใหม่ที่ผ่านมา&nbsp;ได้มีการจัดคอนเสิร์ตที่เรียกว่าsandbox&nbsp;ผลปรากฎว่าเราได้ผลที่น่าพอใจมากไม่พบผู้ติดเชื้อแม้กระทั่งรายเดียว&nbsp;แล้วเราก็ใช้ในการเปิดเรียนต่างๆของนักเรียนในเขตเทศบาลตั้งแต่วันที่16&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;จนกระทั่งถึงปัจจุบันนักเรียนที่เราเปิดเรียนไม่พบผู้ติดเชื้อแม้กระทั่งรายเดียว</p><p><strong>นายพงษ์ศักดิ์&nbsp;ยิ่งชนม์เจริญ&nbsp;นายกเทศมนตรีนครยะลา&nbsp;ได้เผยว่า</strong>&nbsp;วันนี้คิดว่าอะไรที่เคยเป็นกิจกรรมเดิมเราก็อยากจะฟื้นฟูกลับมาแต่อาจจะภายใต้ข้อจำกัดอะไรอยู่บ้างเพราะฉะนั้นทางเทศบาลก็ได้ตัดสินใจในการที่จะจัดงานแข่งขันนกเขาชวา&nbsp;เสียงอาเซียน&nbsp;แต่คงไม่ได้เป็นอาเซียนเพราะมาเลเซียและสิงค์โปรยังไม่เปิดประเทศ&nbsp;เป็นการแข่งขันนกเขาของเทศบาลนครยะลาแล้วเป็นการจัดแบบ&nbsp;sandbox&nbsp;ซึ่งเราก็จำกัดนกประมาณ1,000ตัว&nbsp;และนก&nbsp;1&nbsp;ตัว&nbsp;สามารถมีคนติดตามนกได้&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;หมายถึงผู้ที่จะเข้าร่วมงาน&nbsp;2,000&nbsp;คนโดย&nbsp;2,000&nbsp;คน&nbsp;จะมีเงื่อนไขในการเข้า&nbsp;ต้องฉีดวัคซีน&nbsp;2&nbsp;เข็มขึ้นไป&nbsp;จะให้พ่นสารสกัดเอนโดรกาโฟไลฟ์&nbsp;และให้กลับบ้านไปพ่นต่อ&nbsp;ตรวจATK&nbsp;ก่อนและหลังเข้างาน</p><p><strong>ทางเทศบาลฯ&nbsp;ก็ต้องการให้โอกาสว่านกเขาซึ่งเป็นสัตว์เศรษฐกิจ</strong>ของภาคใต้และเป็นสัตว์ที่อยู่ในวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชนในพื้นที่จะได้กลับไปฟื้นตัวขึ้นมาเพื่อรองรับการเปิดประเทศหรือการค้าขายในการจัดกิจกรรมเองเราก็ต้องยอมรับว่าการแข่งขัน1ครั้งก็จะมีเม็ดเงินเข้ามามากมาย&nbsp;จึงเป็นแนวทางหนึ่งในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของเทศบาลนครยะลา&nbsp;เหมือนการที่เราจะจัดการแข่งขันยะลามาราทอนในเดือนกรกฎาคม</p><p><strong>จากการที่ได้ประชุมกับทางสมาคมนกเห็นชอบในการที่เทศบาลจะแข่งขันนก</strong>&nbsp;ซึ่งในวันนี้ก็ต้องยอมรับว่าได้มีการจัดตามหมู่บ้านตามอำเภอ&nbsp;ก็ไม่ได้เป็นการจัดที่เป็นกิจจะลักษณะและการจัดแบบนั้นก็ไม่ได้มีผลในเชิงเศรษฐกิจมากเพราะการซื้อขายนกต่างๆก็จะน้อยแต่ของทางเทศบาลที่จัดก็จะช่วยในการซื้อขายนกได้มากขึ้น&nbsp;นอกเหนือจากการแข่งขันนกเขาชวาแล้ว&nbsp;ก็จะมีการแข่งขันนกกรงหัวจุกซึ่งเราก็จะมีการจำกัดนกประมาณ&nbsp;500&nbsp;ตัว&nbsp;และงานอาหารจานเด็ดก็จะมีการจัดด้วยแต่จะจำกัดในเรื่องของจำนวนคนและคอนเสิร์ตโดยนำสิ่งที่เคยทำในsandbox&nbsp;มาใช้ในการควบคุมต่างๆ</p><p><strong>นายกเทศมนตรีนครยะลา&nbsp;ยังระบุอีกว่า&nbsp;&nbsp;สถานการณ์โควิด&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ณ&nbsp;ปัจจุบัน</strong>&nbsp;ถือว่ามีจำนวนน้อยมากในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา&nbsp;เราเองก็ยังมีการเก็บตัวอย่างน้ำเสียซึ่งเมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ก็เก็บและส่งให้มหาวิทยาลัยนเรศวรในการเก็บตัวอย่างน้ำเสียในโรงเรียนที่พึ่งเปิดไปเก็บตัวอย่างน้ำเสียในโรงเรียนนั้นและดูว่ามีการระบาดของโควิดหรือมีผู้ติดเชื้อไหม&nbsp;แทนที่จะไปนั่งสุ่มตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทุกราย&nbsp;เราใช้วิธีตรวจดูน้ำเสียในทุกโรงเรียนที่เปิดและเสริมในการตรวจในภาพของเมืองด้วยที่&nbsp;ผ่านมาก็เห็นว่าจากการตรวจ&nbsp;น้ำเสีย&nbsp;สถานการณ์ในยะลาไม่น่าเป็นห่วงและมีแนวโน้มที่ดีขึ้นแต่เราก็ยังประมาทไม่ได้ยังคงมีมาตรการตรวจเข้มอยู่ตลอดเวลา</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	29/1/2022	NULL	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220129080136827
796	โรงเรียนทองสวัสดิ์วิทยาคาร พร้อมเปิดเรียนตามปกติทุกชั้น 31 ม.ค. 65 ขอความร่วมมือตรวจ ATK เด็กก่อนเข้าเรียน	<p><strong>โรงเรียนทองสวัสดิ์วิทยาคาร&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;ประกาศจัดการเรียนการสอนแบบปกติ&nbsp;(on-site)&nbsp;ทุกชั้นเรียน&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;เพื่อให้การจัดการเรียนการสอนเกิดประโยชน์สูงสุดกับนักเรียน&nbsp;</p><p><strong>โดยให้นักเรียนมาเรียนที่โรงเรียนได้ตามปกติ&nbsp;และเพื่อความมั่นใจ</strong>ในความปลอดภัย&nbsp;ขอความร่วมมือผู้ปกครองตรวจคัดกรองหาเชื้อโควิดด้วยวิธี&nbsp;Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit&nbsp;(ATK)&nbsp;ให้กับเด็กนักเรียน&nbsp;จากนั้นส่งผลการตรวจได้ที่ครูประจำชั้น&nbsp;อย่างน้อยไม่เกิน&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมงก่อนให้เด็กมาเรียน&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ในโรงเรียน&nbsp;หากกรณีมีผู้ปกครองหรือผู้ใกล้ชิดนักเรียน&nbsp;กักตัวหรือว่ามีความเสี่ยง&nbsp;รู้สึกไม่สบาย&nbsp;ให้งดมาเรียนเป็นการชั่วคราว&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้ปกครองสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านทาง&nbsp;เพจเฟซบุ๊ก</strong>&nbsp;โรงเรียนทองสวัสดิ์วิทยาคาร&nbsp;ซึ่งทางโรงเรียนจะประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง&nbsp;หากมีการเปลี่ยนแปลงจะแจ้งให้ทราบต่อไป&nbsp;ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่&nbsp;053-681525&nbsp;หรือ&nbsp;https://web.facebook.com/Tongsawat</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	29/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220129125839928
797	สถานการณ์โควิด-19 จังหวัดยะลา ติดเชื้อเพิ่ม 12 รายใหม่	"<p><strong>สำหรับ&nbsp;ในวันที่&nbsp;29&nbsp;ม.ค&nbsp;65&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;พบ&nbsp;ผู้ติดเชื้อรายใหม่</strong>&nbsp;12&nbsp;ราย&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;1&nbsp;รายจากเมื่อวานนี้&nbsp;ที่มีผู้ติดเชื้อ&nbsp;11&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ป่วยสะสม&nbsp;จาก&nbsp;1&nbsp;ม.ค&nbsp;65&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;29&nbsp;ม.ค&nbsp;65&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;453&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;215&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;373&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;ไม่มีผู้เสียชีวิตรายใหม่เพิ่ม&nbsp;สะสมเสียชีวิตรวม&nbsp;10&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ส่วน&nbsp;12&nbsp;&nbsp;รายใหม่&nbsp;พบใน&nbsp;อ.เมือง&nbsp;11&nbsp;ราย&nbsp;อ.ยะหา&nbsp;1&nbsp;ราย</strong>&nbsp;อีก&nbsp;6&nbsp;อำเภอไม่พบรายใหม่เพิ่ม&nbsp;คือ&nbsp;อ.รามัน&nbsp;อ.เบตง&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;อ.กาบัง&nbsp;อ.กรงปินัง&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;อ.ธารโต&nbsp;&nbsp;ผู้ป่วยที่เข้าข่ายติดเชื้อ&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;&nbsp;มีผู้ติดเชื้อ&nbsp;7&nbsp;รายใหม่&nbsp;สะสมรวม&nbsp;157&nbsp;&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>"	29/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220129134102942
798	ลำปาง พบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่  31 ราย	<p><strong>สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง&nbsp;รายงานสถานการณ์โควิด-19</strong>&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;29&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;สถานการณ์โควิด-19&nbsp;วันนี้&nbsp;พบผู้ป่วยรายใหม่&nbsp;31&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ติดเชื้อยืนยันด้วยการตรวจวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ติดเชื้อเข้าข่ายตรวจด้วยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;22&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;สถานการณ์ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ถึงปัจจุบัน&nbsp;พบผู้ป่วยสะสม&nbsp;2,159&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ระหว่างรักษา&nbsp;246&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;รักษาหายกลับบ้านสะสม&nbsp;1,911&nbsp;ราย&nbsp;และเสียชีวิตสะสม&nbsp;2&nbsp;ราย</p><p><strong>สำหรับข้อมูลการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ณ&nbsp;วันเดียวกัน&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;</strong>วัคซีนไปแล้ว&nbsp;1,068,267&nbsp;เข็ม&nbsp;จำแนกเป็นเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;477,371&nbsp;คน&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;449,844&nbsp;คน&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;137,160&nbsp;คน&nbsp;และเข็มที่&nbsp;4&nbsp;จำนวน&nbsp;3,892&nbsp;คน</p><p><strong>จังหวัดลำปางขอความร่วมมือประชาชนเคร่งครัดตามมาตรการ&nbsp;DMHTTA</strong>&nbsp;ทั้งนี้หากมีข้อสงสัยสอบถามเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;สายด่วนศูนย์โควิด-19&nbsp;สสจ.ลำปาง&nbsp;โทร.093&nbsp;140&nbsp;8023&nbsp;&nbsp;เวลา&nbsp;08.30&nbsp;-16.30&nbsp;น.&nbsp;หรือสอบถามที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	29/1/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220129135901949
799	รองโฆษก ศบค.ตรัง เผย ผู้ติดเชื้อโควิด 19 จังหวัดตรัง เป็นการสัมผัสร่วมบ้านและในชุมชน  ร้อยละ 46.81 รองลงมา การพูดคุยโดยไม่สวมหน้ากากอนามัย	<p><strong>วันนี้&nbsp;(29&nbsp;ม.ค.&nbsp;2565)&nbsp;แพทย์หญิงทิพย์ลดา&nbsp;บุญชัย&nbsp;นายแพทย์ชำนาญการ&nbsp;</strong>โรงพยาบาลตรัง&nbsp;&nbsp;ในฐานะรองโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดตรัง&nbsp;ในภาพรวมมีผู้ติดเชื้อลดลง&nbsp;เนื่องจากได้รับความร่วมมือจากประชาชนในการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค&nbsp;COVID&nbsp;&nbsp;19&nbsp;เป็นอย่างดี&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยหากแยกจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด&nbsp;19&nbsp;ตามสาเหตุการสัมผัส&nbsp;พบว่า</strong>&nbsp;เป็นการสัมผัสในชุมชน&nbsp;และการสัมผัสร่วมบ้าน&nbsp;ร้อยละ&nbsp;46.81&nbsp;การพูดคุยโดยไม่สวมหน้ากากอนามัย&nbsp;ร้อยละ&nbsp;6.38&nbsp;&nbsp;สำหรับการตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;วันนี้พบผลบวก&nbsp;47&nbsp;ราย&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;73&nbsp;รายคิดเป็นร้อยละ&nbsp;64.38&nbsp;/&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;905&nbsp;ราย&nbsp;พบผลเป็นบวก&nbsp;52&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;5.75&nbsp;รวมผู้ติดเชื้อจากการตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;และ&nbsp;ATK&nbsp;วันนี้&nbsp;99&nbsp;ราย&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;978&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;10.12&nbsp;ขณะที่การตรวจหาเชื้อแยกตามความเสี่ยงและการสัมผัสในกลุ่มผู้เข้าเกณฑ์สอบสวนโรค&nbsp;ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเสี่ยงต่ำ&nbsp;เรือนจำแรกรับ&nbsp;การตรวจเชิงรุก&nbsp;ตรวจแรงงานต่างด้าวเข้าเกณฑ์&nbsp;PUI&nbsp;การตรวจก่อนผ่าตัดและอื่นๆ&nbsp;รวม&nbsp;75&nbsp;ราย&nbsp;จะต้องรอผลตรวจในวันพรุ่งนี้&nbsp;(30&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;2565)&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ศบค.จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;ขอให้ทุกภาคส่วนช่วยกันดำเนินตาม</strong>มาตรการ&nbsp;VUCA&nbsp;คือ&nbsp;V&nbsp;ไปฉีดวัคซีนตามกำหนด&nbsp;U&nbsp;ป้องกันตนเองกับทุกคน&nbsp;ทุกที่&nbsp;ทุกเวลา&nbsp;C&nbsp;ใช้&nbsp;COVID&nbsp;&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;ทำให้สถานที่&nbsp;ผู้ให้บริการ&nbsp;ผู้รับบริการมีความปลอดภัย&nbsp;และ&nbsp;A&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นประจำ&nbsp;และนอกจากการดำเนินงานตามมาตรการ&nbsp;VUCA&nbsp;แล้ว&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ได้เร่งสื่อสารความเข้าใจให้ประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น&nbsp;เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	29/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220129143340973
800	จังหวัดตรัง  พบผู้ติดเชื้อโควิค 19 รายใหม่ใน 4 อำเภอ ส่วนใหญ่เกิดจากการสัมผัสร่วมบ้านและสัมผัสในชุมชน	<p><strong>วันนี้&nbsp;(29&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;แพทย์หญิง&nbsp;ทิพย์ลดา&nbsp;บุญชัย&nbsp;นายแพทย์ชำนาญการ&nbsp;</strong>&nbsp;โรงพยาบาลตรัง&nbsp;&nbsp;ในฐานะรองโฆษก&nbsp;ศบค.จังหวัดตรัง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;&nbsp;วันนี้จังหวัดตรังพบผู้ติดเชื้อใน&nbsp;4&nbsp;อำเภอ&nbsp;&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;&nbsp;อำเภอกันตัง&nbsp;&nbsp;อำเภอย่านตาขาวและอำเภอห้วยยอด&nbsp;&nbsp;ขณะที่&nbsp;6&nbsp;อำเภอไม่มีรายงานพบผู้ติดเชื้อในพื้นที่&nbsp;คือ&nbsp;อำเภอนาโยง&nbsp;&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;&nbsp;อำเภอวังวิเศษ&nbsp;&nbsp;อำเภอรัษฎา&nbsp;&nbsp;อำเภอสิเกาและอำเภอหาดสำราญ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;หากแยกตามสาเหตุการสัมผัสพบว่าเป็นการติดเชื้อ&nbsp;covid19&nbsp;</strong>จากการสัมผัสร่วมบ้าน&nbsp;มากถึงร้อยละ&nbsp;46.81&nbsp;และการสัมผัสในชุมชน&nbsp;ร้อยละ&nbsp;46.81&nbsp;เช่นกัน&nbsp;นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ติดเชื้อโควิค&nbsp;19&nbsp;เกิดจากการพูดคุยโดยไม่สวมหน้ากากอนามัยและอื่นๆ&nbsp;ร้อยละ&nbsp;6.38&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;จึงขอความร่วมมือประชาชนและสถานประกอบการปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;&nbsp;VUCA&nbsp;&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;คือ&nbsp;รับการฉีดวัคซีนตามที่กำหนด&nbsp;ป้องกันตนเองครอบจักรวาลทุกที่ทุกเวลา&nbsp;สถานประกอบการมีระบบ&nbsp;COVID-19&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;และตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;สม่ำเสมอด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	29/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220129144153979
801	กรมอนามัย แนะนำ ตรุษจีนปีนี้ ขอให้ประชาชน  จ่าย  ไหว้  เที่ยว โดยยึดหลัก 3 ป. ปลอดภัย	<p><strong>นายแพทย์สุวรรณชัย&nbsp;วัฒนายิ่งเจริญชัย&nbsp;อธิบดีกรมอนามัย&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;เทศกาลตรุษจีนปีนี้&nbsp;ยังคงเน้นย้ำความปลอดภัย&nbsp;ทั้งวันจ่าย&nbsp;วันไหว้&nbsp;วันเที่ยว&nbsp;ด้วยการยึดหลัก&nbsp;3&nbsp;ป.&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ป.ปลอดภัยแรก&nbsp;คือ&nbsp;อาหารปลอดภัย</strong>&nbsp;<strong>ขอให้ประชาชนเลือกซื้ออาหา</strong>รและวัตถุดิบจากแหล่งที่มีเครื่องหมายรับรองของราชการ&nbsp;สำหรับผักและผลไม้&nbsp;ก่อนกินหรือนำมาปรุงอาหาร&nbsp;&nbsp;ต้องล้างให้สะอาดทุกครั้ง&nbsp;สำหรับสถานประกอบการด้านอาหาร&nbsp;ได้แก่&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;ตลาด&nbsp;โรงทานศาลเจ้า&nbsp;หรือสถานที่ที่มีการรวมกลุ่ม&nbsp;ควรยกระดับมาตรการป้องกันควบคุมโรคจากอาหารและน้ำ&nbsp;ได้แก่&nbsp;อุจจาระร่วง&nbsp;อาหารเป็นพิษ&nbsp;รวมถึงโรคโควิด-19</p><p><strong>ป.ปลอดภัยที่สอง&nbsp;คือ&nbsp;ปลอดภัยจากฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;เลือกใช้ธูปขนาดสั้น&nbsp;</strong>ลดระยะเวลา&nbsp;จุดธูป&nbsp;ดับให้เร็วขึ้น&nbsp;เลือกกระดาษเงิน&nbsp;กระดาษทอง&nbsp;ที่มีคุณภาพ&nbsp;แต่ควรลดปริมาณการเผา&nbsp;ลดควัน&nbsp;และลดฝุ่น&nbsp;หากต้องจุดธูป&nbsp;ภายในบ้าน&nbsp;ควรเปิดประตู&nbsp;หน้าต่าง&nbsp;หรือจุดนอกบ้านในพื้นที่เปิดโล่ง&nbsp;สำหรับวัดหรือศาลเจ้า&nbsp;ควรตั้งกระถางธูปไว้นอกอาคาร&nbsp;หรือในที่ที่อากาศถ่ายเทสะดวก&nbsp;เมื่อเสร็จพิธีกรรม&nbsp;หรือหลังสัมผัสธูปหรือกระดาษเงิน&nbsp;กระดาษทอง&nbsp;ควรล้างมือ&nbsp;ล้างหน้า&nbsp;ล้างตา&nbsp;และเก็บกวาดก้านธูป&nbsp;ขี้เถ้าใส่ถุง&nbsp;และมัดปากถุงให้แน่น&nbsp;ป้องกันการฟุ้งกระจายเข้าสู่ร่างกาย&nbsp;และสิ่งแวดล้อม&nbsp;นำไปกำจัดอย่างถูกต้อง&nbsp;ไม่ทิ้งรวมกับขยะทั่วไป</p><p><strong>ป.ปลอดภัยที่สาม&nbsp;คือ&nbsp;ปลอดภัยจากโควิด-19&nbsp;ยึดหลัก&nbsp;ยูนิเวอร์เซิล&nbsp;พรีเวนชั่น</strong>&nbsp;ด้วยการสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา&nbsp;ล้างมือด้วยน้ำและสบู่&nbsp;หรือเจลแอลกอฮอล์บ่อย&nbsp;ๆ&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เมื่อมีอาการหรือมีความเสี่ยงสูง&nbsp;รวมทั้งการรับวัคซีนครบตามเกณฑ์ที่กำหนด&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เด็กเล็กและผู้สูงอายุ&nbsp;ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางควรอยู่บ้าน&nbsp;เลี่ยงการไปเที่ยวในที่แออัด</strong>&nbsp;เพื่อความปลอดภัย&nbsp;ในส่วนของสถานประกอบการ&nbsp;ประเภทร้านอาหาร&nbsp;ห้างร้าน&nbsp;ตลาด&nbsp;&nbsp;ศาลเจ้า&nbsp;หรือสถานที่ท่องเที่ยวต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;สามารถประเมินตนเองได้ผ่านระบบ&nbsp;Thai&nbsp;Stop&nbsp;COVID&nbsp;2&nbsp;Plus&nbsp;และให้ปฏิบัติตามมาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร&nbsp;หรือ&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	29/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	บุรีรัมย์	สวท.บุรีรัมย์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220129162651008
802	จังหวัดชัยนาท ยังคงต้องเฝ้าระวังโควิด-19 วันนี้พบผู้ป่วยรายใหม่ 21 ราย เป็นการตรวจพบภายในจังหวัด 14 ราย	<p><strong>สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID&nbsp;-19)&nbsp;จังหวัดชัยนาท</strong>&nbsp;วันที่&nbsp;&nbsp;29&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ยอดรายงานพบผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;จำนวน&nbsp;21&nbsp;ราย&nbsp;โดยเป็นการตรวจพบภายในจังหวัด&nbsp;จำนวน&nbsp;14&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ในกลุ่มผู้เดินทางสัมผัสเสี่ยงสูง&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;รวมผู้ป่วยสะสม&nbsp;3,380&nbsp;ราย&nbsp;รักษาตัวอยู่&nbsp;180&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;3,128&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;38&nbsp;ราย</p><p><strong>รายที่1</strong>&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;25&nbsp;ปี&nbsp;(อาชีพรับจ้าง)&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ม.3&nbsp;ต.เขาท่าพระ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;ประวัติเสี่ยง&nbsp;มีอาการPUI&nbsp;ตรวจATK+</p><p><strong>รายที่2</strong>&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;7&nbsp;ปี&nbsp;(อาชีพนักเรียน)&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ม.3&nbsp;ต.หาดท่าเสา&nbsp;อ.เมือง&nbsp;ประวัติเสี่ยง&nbsp;มีอาการPUI&nbsp;ตรวจATK+สัมผัสเสี่ยงสูงรายที่3338</p><p><strong>รายที่3</strong>&nbsp;เพศชาย&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;(อาชีพในปกครอง)&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ม.3&nbsp;ต.หาดท่าเสา&nbsp;อ.เมือง&nbsp;ประวัติเสี่ยง&nbsp;มีอาการPUI&nbsp;ตรวจATK+สัมผัสเสี่ยงสูงรายที่3338</p><p><strong>รายที่4</strong>&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;24&nbsp;ปี&nbsp;(อาชีพค้าขาย)&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ม.3&nbsp;ต.หาดท่าเสา&nbsp;อ.เมือง&nbsp;ประวัติเสี่ยง&nbsp;มีอาการPUI&nbsp;ตรวจATK+สัมผัสเสี่ยงสูงรายที่3338</p><p><strong>รายที่5</strong>&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;27&nbsp;ปี&nbsp;(อาชีพรับจ้าง)&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ม.7&nbsp;ต.เที่ยงแท้&nbsp;อ.สรรคบุรี&nbsp;ประวัติเสี่ยง&nbsp;มีอาการPUI&nbsp;ตรวจATK+สัมผัสเสี่ยงสูงรายที่3333</p><p><strong>รายที่6</strong>&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;23&nbsp;ปี&nbsp;(อาชีพค้าขาย)&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ม.14&nbsp;ต.แพรกศรีราชา&nbsp;อ.สรรคบุรี&nbsp;ประวัติเสี่ยง&nbsp;มีอาการPUI&nbsp;ตรวจATK+&nbsp;,เดินทางมาจาก&nbsp;จ.&nbsp;พิษณุโลก</p><p><strong>รายที่7</strong>&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;34&nbsp;ปี&nbsp;(ไม่ได้ทำงาน)&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ม.4&nbsp;ต.ห้วยกรด&nbsp;อ.สรรคบุรี&nbsp;ประวัติเสี่ยง&nbsp;มีอาการPUI&nbsp;ตรวจATK+&nbsp;เดินทางไปจ.กทม&nbsp;วันที่22-23/1/64</p><p><strong>รายที่8</strong>&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;29&nbsp;ปี&nbsp;(อาชีพรับจ้าง)&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ม.1&nbsp;ต.ห้วยกรด&nbsp;อ.สรรคบุรี&nbsp;ประวัติเสี่ยง&nbsp;มีอาการPUI&nbsp;ตรวจATK+&nbsp;</p><p><strong>รายที่9</strong>&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;4&nbsp;ปี&nbsp;(อาชีพนักเรียน)&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ม.5&nbsp;ต.บางขุด&nbsp;อ.สรรคบุรี&nbsp;ประวัติเสี่ยง&nbsp;มีอาการPUI&nbsp;ตรวจATK+&nbsp;สัมผัสเสี่ยงสูงรายที่3301</p><p><strong>รายที่10</strong>&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;21&nbsp;ปี&nbsp;(อาชีพรับจ้าง)&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ม.9&nbsp;ต.หาดอาษา&nbsp;อ.สรรพยา&nbsp;ประวัติเสี่ยง&nbsp;มีอาการPUI&nbsp;ตรวจATK+&nbsp;เดินทางมาจากจ.นครปฐม&nbsp;ขอตรวจซ้ำตามภูมิลำเนา</p><p><strong>รายที่11</strong>&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;24&nbsp;ปี&nbsp;(อาชีพรับจ้าง)&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ม.3&nbsp;ต.วังหมัน&nbsp;อ.วัดสิงห์&nbsp;ประวัติเสี่ยง&nbsp;มีอาการPUI&nbsp;ตรวจATK+</p><p><strong>รายที่12</strong>&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;43&nbsp;ปี&nbsp;(อาชีพรับจ้าง)&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ม.8&nbsp;ต.มะขามเฒ่า&nbsp;อ.วัดสิงห์&nbsp;ประวัติเสี่ยง&nbsp;มีอาการPUI&nbsp;ตรวจATK+&nbsp;เดินทางมาจากต.กทม&nbsp;ขอตรวจยืนยันตามภูมิลำเนา</p><p><strong>รายที่13</strong>&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;35&nbsp;ปี&nbsp;(อาชีพรับจ้าง)&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ม.1&nbsp;ต.มะขามเฒ่า&nbsp;อ.วัดสิงห์&nbsp;ประวัติเสี่ยง&nbsp;มีอาการPUI&nbsp;ตรวจATK+&nbsp;เดินทางมาจากต.กทม&nbsp;ขอตรวจยืนยันตามภูมิลำเนา</p><p><strong>รายที่14</strong>&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;30&nbsp;ปี&nbsp;(อาชีพธุรกิจส่วนตัว)&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ม.1&nbsp;ต.ท่าฉนวน&nbsp;อ.มโนรมย์&nbsp;ประวัติเสี่ยง&nbsp;มีอาการPUI&nbsp;ตรวจATK+&nbsp;สัมผัสร่วมบ้านรายที่3354&nbsp;(ลูก)</p><p><strong>รายที่15</strong>&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;39&nbsp;ปี&nbsp;(อาชีพรับราชการ&nbsp;จ.อุทัยธานี)&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ม.1&nbsp;ต.ท่าฉนวน&nbsp;อ.มโนรมย์&nbsp;ประวัติเสี่ยง&nbsp;มีอาการPUI&nbsp;ตรวจATK+&nbsp;สัมผัสร่วมบ้านรายที่3354&nbsp;(ลูก)</p><p><strong>รายที่16</strong>&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;68&nbsp;ปี&nbsp;(ไม่ได้ทำงาน)&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ม.2&nbsp;ต.บ้านเชี่ยน&nbsp;อ.หันคา&nbsp;ประวัติเสี่ยง&nbsp;มีอาการPUI&nbsp;ตรวจATK+&nbsp;สัมผัสเสี่ยงสูงรายที่3298&nbsp;</p><p><strong>รายที่17</strong>&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;55&nbsp;ปี&nbsp;(ไม่ได้ทำงาน)&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ม.5&nbsp;ต.หนองแซง&nbsp;อ.หันคา&nbsp;ประวัติเสี่ยง&nbsp;มีอาการPUI&nbsp;ตรวจATK+สัมผัสเสี่ยงสูงรายที่3298</p><p><strong>รายที่18</strong>&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;56&nbsp;ปี&nbsp;(ไม่ได้ทำงาน)&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ม.9&nbsp;ต.เด่นใหญ่&nbsp;อ.หันคา&nbsp;ประวัติเสี่ยง&nbsp;มีอาการPUI&nbsp;ตรวจATK+&nbsp;สัมผัสเสี่ยงสูงรายที่3298</p><p><strong>รายที่19</strong>&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;(อาชีพนักเรียน)&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ม.6&nbsp;ต.บ้านเชี่ยน&nbsp;อ.หันคา&nbsp;ประวัติเสี่ยง&nbsp;มีอาการPUI&nbsp;ตรวจATK+&nbsp;เดินทางไปร่วมงานศพ&nbsp;กับครอบครัวที่จ.สุพรรณบุรี&nbsp;สัมผัสกับผู้ติดเชื้อยืนยันจ.สุพรรณบุรี&nbsp;ทราบภายหลังว่าติดเชื้อ</p><p><strong>รายที่20</strong>&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;38&nbsp;ปี&nbsp;(อาชีพรับจ้าง)&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ม.6&nbsp;ต.บ้านเชี่ยน&nbsp;อ.หันคา&nbsp;ประวัติเสี่ยง&nbsp;มีอาการPUI&nbsp;ตรวจATK+&nbsp;เดินทางไปร่วมงานศพ&nbsp;กับครอบครัวที่จ.สุพรรณบุรี&nbsp;สัมผัสกับผู้ติดเชื้อยืนยันจ.สุพรรณบุรี&nbsp;ทราบภายหลังว่าติดเชื้อ</p><p><strong>รายที่21</strong>&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;9&nbsp;ปี&nbsp;(อาชีพนักเรียน)&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ม.8&nbsp;ต.วังไก่เถื่อน&nbsp;อ.หันคา&nbsp;ประวัติเสี่ยง&nbsp;มีอาการPUI&nbsp;ตรวจATK+&nbsp;สัมผัสเสี่ยงสูงรายที่3273</p><p><strong>สำหรับผลการให้บริการฉีดวัคซีนวัคซีนโควิด-19</strong>&nbsp;รวมทุกกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;จากที่ทำการปกครองจังหวัดชัยนาท&nbsp;ให้บริการฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;1&nbsp;แล้ว&nbsp;มากกว่าร้อยละ&nbsp;80&nbsp;จากจำนวนประชากรทั้งหมด&nbsp;โดยในทุกอำเภอในจังหวัดชัยนาท&nbsp;มีการให้บริการฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;1&nbsp;แล้ว&nbsp;ไม่ต่ำกว่าร้อยละ&nbsp;75&nbsp;จากประชากรทั้งหมด&nbsp;และให้บริการฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;2&nbsp;แล้วไม่ต่ำกว่าร้อยละ&nbsp;76.74&nbsp;จากจำนวนประชากรทั้งหมดของจังหวัดชัยนาท</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	29/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	ชัยนาท	สวท.ชัยนาท	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220129155736991
803	COVID-19 จ.แม่ฮ่องสอน มีผู้ป่วยยืนยันสะสม 392 ราย เสียชีวิต 3 ราย ขณะที่วันนี้มีผู้ป่วยติดเชื้อยืนยัน 10 ราย	<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดแม่ฮ่องสอน(ศปก.จ.มส.)รายงานว่า</strong>ผู้ป่วยยืนยันสะสม&nbsp;(ตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ)&nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;392&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;(0.77%)&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;277&nbsp;ราย&nbsp;(70.66%)&nbsp;ยังอยู่ระหว่างรักษา&nbsp;112&nbsp;ราย&nbsp;(28.57%)&nbsp;มีอาการเล็กน้อย&nbsp;100&nbsp;ราย&nbsp;ปานกลาง&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;และรุนแรง&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;รักษาอยู่ที่โรงพยาบาล&nbsp;/&nbsp;โรงพยาบาลสนาม&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;33&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;ศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;จำนวน&nbsp;32&nbsp;ราย&nbsp;และแยกกักตนเองที่บ้าน&nbsp;(HI)&nbsp;จำนวน&nbsp;47&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยเข้าข่ายสะสม&nbsp;(ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก)&nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;1,003&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;679&nbsp;ราย&nbsp;(67.70%)&nbsp;ยังอยู่ระหว่างรักษา&nbsp;324&nbsp;ราย&nbsp;(32.30%)&nbsp;รักษาอยู่ที่ศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;จำนวน&nbsp;98&nbsp;ราย&nbsp;และ&nbsp;แยกกักตนเองที่บ้าน&nbsp;(HI)&nbsp;จำนวน&nbsp;226&nbsp;ราย</p><p><strong>วันนี้&nbsp;มีผู้ได้รับการตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;</strong>ทั้งหมด&nbsp;22&nbsp;ชุด&nbsp;พบเชื้อ&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอขุนยวม&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอปาย&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;อำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่พักพิงฯ&nbsp;บ้านใหม่ในสอย&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และตรวจด้วย&nbsp;ATK&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;518&nbsp;ชุด&nbsp;พบเชื้อ&nbsp;56&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ที่อำเภอเมือง&nbsp;16&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอขุนยวม&nbsp;19&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอสบเมย&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;และอำเภอปางมะผ้า&nbsp;1&nbsp;ราย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	29/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220129160249994
804	สถานการณ์โควิด จ.แม่ฮ่องสอน มีผู้ป่วยยืนยันและผู้ป่วยเข้าข่าย ยังอยู่ระหว่างรักษา 442 ราย ส่วนใหญ่แยกกักตนเองที่บ้าน และพบผู้ติดเชื้อโควิดยืนยันเพิ่ม 10 ราย	<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;(ศปก.จ.มส.)&nbsp;</strong>รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;29&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;(เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.)&nbsp;&nbsp;สถานการณ์ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;29&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มีผู้ป่วยยืนยันสะสม&nbsp;(ตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ)&nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;392&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;(0.77%)&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;277&nbsp;ราย&nbsp;(70.66%)&nbsp;ยังอยู่ระหว่างรักษา&nbsp;112&nbsp;ราย&nbsp;(28.57%)&nbsp;มีอาการเล็กน้อย&nbsp;100&nbsp;ราย&nbsp;ปานกลาง&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;และรุนแรง&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;รักษาอยู่ที่โรงพยาบาล&nbsp;/&nbsp;โรงพยาบาลสนาม&nbsp;จำนวน&nbsp;33&nbsp;ราย&nbsp;ศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;จำนวน&nbsp;32&nbsp;ราย&nbsp;และแยกกักตนเองที่บ้าน&nbsp;(HI)&nbsp;จำนวน&nbsp;47&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยเข้าข่ายสะสม&nbsp;(ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก)&nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;1,003&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;679&nbsp;ราย&nbsp;(67.70%)&nbsp;ยังอยู่ระหว่างรักษา&nbsp;324&nbsp;ราย&nbsp;(32.30%)รักษาอยู่ที่ศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;จำนวน&nbsp;98&nbsp;ราย&nbsp;และ&nbsp;แยกกักตนเองที่บ้าน&nbsp;(HI)&nbsp;จำนวน&nbsp;226&nbsp;ราย</p><p><strong>วันนี้มีผู้ได้รับการตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;22&nbsp;ชุด&nbsp;</strong>พบเชื้อ&nbsp;10&nbsp;รายอำเภอเมือง&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอขุนยวม&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอปาย&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่พักพิงฯ&nbsp;บ้านใหม่ในสอย&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และตรวจด้วย&nbsp;ATK&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;518&nbsp;ชุด&nbsp;พบเชื้อ&nbsp;56&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ที่อำเภอเมือง&nbsp;16&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอขุนยวม&nbsp;19&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอสบเมย&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;และอำเภอปางมะผ้า&nbsp;1&nbsp;ราย</p><p><strong>สำหรับผลการฉีดวัคซีนป้องกันโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;แก่ประชาชนในกลุ่มเป้าหมาย</strong>&nbsp;ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;28&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;166,187&nbsp;คน&nbsp;(67.628)&nbsp;ฉีดครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;127,348&nbsp;คน&nbsp;(51.82%)&nbsp;และฉีดกระตุ้นเข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;22,460&nbsp;คน&nbsp;(9.14%)&nbsp;จึงขอเชิญชวน&nbsp;ประชาสัมพันธ์เยาวชนอายุ&nbsp;12&nbsp;-&nbsp;18&nbsp;ปี&nbsp;(ทั้งในและนอกระบบการศึกษา)&nbsp;ผู้สูงอายุ&nbsp;ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว&nbsp;หญิงตั้งครรภ์&nbsp;ประชาชนทั่วไป&nbsp;ทุกคน&nbsp;ที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ติดต่อ&nbsp;สอบถาม&nbsp;ณ&nbsp;โรงพยาบาลหรือ&nbsp;รพ.สต.ทุกแห่ง&nbsp;เพื่อเข้ารับการฉีดวัคซีน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	29/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220129162242003
805	ทีมแพทย์รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ ลงพื้นที่โรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนือ เชียงใหม่ หลังพบการระบาดของโควิด-19 ..	<p><strong>พบการระบาดของโควิด-19&nbsp;ในโรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนือ&nbsp;</strong>ทีมแพทย์พยาบาลจากโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด&nbsp;เบื้องต้นแยกกักตัวแบบ&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;แล้ว</p><p><strong>ผศ.นพ.นเรนทร์&nbsp;โชติรสนิรมิต&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;หลังจากที่ได้รับแจ้งจากสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ว่าพบการระบาดของโควิด-19&nbsp;ในโรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนือ&nbsp;(เชียงใหม่)&nbsp;ทางทีมศูนย์สร้างเสริมสุขภาพของโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่&nbsp;จึงส่งทีมแพทย์&nbsp;พยาบาล&nbsp;และบุคลากรทางการแพทย์&nbsp;ลงพื้นที่ตั้งแต่ในช่วงเย็นของวันที่&nbsp;28&nbsp;ม.ค.65&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;เพื่อติดตามดูแลควบคุมสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;เบื้องต้นได้แยกเด็ก&nbsp;2&nbsp;รายที่มีผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นบวกดังกล่าว&nbsp;ออกไปกักตัวในห้องที่เตรียมไว้&nbsp;และได้ทำการรักษาในระบบ&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;คือการกักตัวที่บ้านโดยใช้พื้นที่ของโรงเรียน&nbsp;ซึ่งโดยปกติโรงเรียนสอนคนตาบอดแห่งนี้เป็นโรงเรียนประจำ&nbsp;(กินนอน)&nbsp;อยู่แล้ว&nbsp;</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;จึงค่อนข้างสะดวกในการจัดการรักษาแบบแยกกักตัว&nbsp;(Home&nbsp;Isolation)</strong>&nbsp;เพื่อควบคุมการระบาดของเชื้อได้ง่าย&nbsp;ล่าสุดจากการตรวจคัดกรองเพิ่มเติม&nbsp;ในส่วนของกลุ่มสัมผัสเสี่ยงในพื้นที่โรงเรียน&nbsp;พบว่ามีเด็ก&nbsp;(พิการตาบอด)&nbsp;ที่อยู่ในโรงเรียนประจำนี้&nbsp;มีผลตรวจเป็นบวกอีก&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;ครูผู้สอน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ครูพี่เลี้ยง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;12&nbsp;ราย&nbsp;ส่วนนักเรียนที่นอนอยู่ในโรงเรียน&nbsp;ได้ทำการแยกผู้ที่ป่วยและไม่ป่วยออกจากกัน&nbsp;ทีมโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่&nbsp;ได้เข้าไปสำรวจพื้นที่&nbsp;มีเจ้าหน้าที่เข้าไปให้คำแนะนำ&nbsp;และมีพยาบาลที่ชำนาญด้านการติดเชื้อ&nbsp;ช่วยดูแลเรื่องแนวทางการดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด&nbsp;ฃ</p><p><strong>ขณะนี้ถือว่าเด็กนักเรียนที่ติดเชื้อยังมีอาการไม่มาก</strong>&nbsp;จึงตัดสินใจให้การดูแลในลักษณะคล้ายกับเป็นการดูแลรักษาภายในโรงเรียนโดยมีการใช้ระบบการติดตามดูแลแบบแพทย์ทางไกล&nbsp;ในการที่จะประสานงาน&nbsp;เข้าไปยังพี่เลี้ยงและครู&nbsp;ผู้ดูแลเด็กๆ&nbsp;มีการให้คำปรึกษาต่างๆ&nbsp;มีการติดตามดูแลอาการ&nbsp;อาทิ&nbsp;การวัดไข้&nbsp;วัดปริมาณออกซิเจนในเลือด&nbsp;เพื่อส่งข้อมูลกลับเข้ามาในระบบ&nbsp;รวมถึงการประสานงานกับกุมารแพทย์ในการให้การดูแลแบบแพทย์ทางไกล&nbsp;เพื่อที่จะประเมินและดูแลผู้ป่วยเป็นระยะๆ&nbsp;ทุกวัน&nbsp;ตลอดระยะเวลาของการดูแลผู้ป่วยแต่ละรายซึ่งจะใช้เวลาประมาณ&nbsp;10&nbsp;วัน&nbsp;</p><p><strong>สำหรับแนวทางการสืบค้นหาผู้ที่มีการติดเชื้อเพิ่มเติม&nbsp;โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่&nbsp;</strong>ได้ประสานงานไปยัง&nbsp;สำนักงานควบคุมโรคเขต&nbsp;1&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ซึ่งจะได้ลงพื้นที่ในการช่วยทำการเก็บตัวอย่างเชื้อโดยเก็บจากโพรงจมูก&nbsp;แล้วส่งเพื่อตรวจหาผู้ติดเชื้อเพิ่มเติม&nbsp;หากพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น&nbsp;ก็จะทำการย้ายผู้ติดเชื้อเหล่านั้นให้อยู่ในที่พักที่เดียวกัน&nbsp;โดยมีพี่เลี้ยง&nbsp;และทีมพยาบาลในพื้นที่คอยดูแลผ่านระบบทางไกลเช่นกัน&nbsp;สำหรับผู้ที่ติดเชื้อและทำการตรวจและผลเป็นลบ&nbsp;จะทำการสังเกตอาการไว้อยู่ในห้องพักอีกแห่งหนึ่งโดยแยกจากกัน&nbsp;และติดตามตรวจเชื้อเป็นระยะ&nbsp;จนกว่าจะพบว่าพื้นที่นี้ปลอดภัย&nbsp;และทุกคนหายจากโรค</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ขณะนี้สถานการณ์ของคลัสเตอร์ดังกล่าว&nbsp;ยังอยู่ในช่วงที่เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด</strong>&nbsp;เนื่องจากผู้ป่วยตาบอดนั้นมีความเสี่ยงอย่างยิ่งในการติดเชื้อ&nbsp;และอาจจะมีเปอร์เซ็นต์ของการติดเชื้อได้ง่ายมาก&nbsp;แต่เนื่องจากผู้ป่วยส่วนใหญ่&nbsp;ได้รับวัคซีนตามแผนการให้วัคซีนของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;และมีทีมแพทย์&nbsp;พยาบาลให้การดูแลอย่างใกล้ชิด&nbsp;เชื่อว่าจะทำให้สถานการณ์ผ่านพ้นไปด้วยดี</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	29/1/2022	ภาคเหนือ	เชียงใหม่	สวท.เชียงใหม่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220129172032027
806	ทีมแพทย์ รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ ลงพื้นที่โรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนือ เชียงใหม่ หลังพบการระบาดของโควิด-19 ..	<p><strong>พบการระบาดของโควิด-19&nbsp;ในโรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนือ</strong>&nbsp;ทีมแพทย์พยาบาลจากโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด&nbsp;เบื้องต้นแยกกักตัวแบบ&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;แล้ว</p><p><strong>ผศ.นพ.นเรนทร์&nbsp;โชติรสนิรมิต&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;หลังจากที่ได้รับแจ้งจากสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ว่าพบการระบาดของโควิด-19&nbsp;ในโรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนือ&nbsp;(เชียงใหม่)&nbsp;ทางทีมศูนย์สร้างเสริมสุขภาพของโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่&nbsp;จึงส่งทีมแพทย์&nbsp;พยาบาล&nbsp;และบุคลากรทางการแพทย์&nbsp;ลงพื้นที่ตั้งแต่ในช่วงเย็นของวันที่&nbsp;28&nbsp;ม.ค.65&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;เพื่อติดตามดูแลควบคุมสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;เบื้องต้นได้แยกเด็ก&nbsp;2&nbsp;รายที่มีผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นบวกดังกล่าว&nbsp;ออกไปกักตัวในห้องที่เตรียมไว้&nbsp;และได้ทำการรักษาในระบบ&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;คือการกักตัวที่บ้านโดยใช้พื้นที่ของโรงเรียน&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งโดยปกติโรงเรียนสอนคนตาบอดแห่งนี้เป็นโรงเรียนประจำ</strong>&nbsp;(กินนอน)&nbsp;อยู่แล้ว&nbsp;ดังนั้นจึงค่อนข้างสะดวกในการจัดการรักษาแบบแยกกักตัว&nbsp;(Home&nbsp;Isolation)&nbsp;เพื่อควบคุมการระบาดของเชื้อได้ง่าย&nbsp;ล่าสุดจากการตรวจคัดกรองเพิ่มเติม&nbsp;ในส่วนของกลุ่มสัมผัสเสี่ยงในพื้นที่โรงเรียน&nbsp;พบว่ามีเด็ก&nbsp;(พิการตาบอด)&nbsp;ที่อยู่ในโรงเรียนประจำนี้&nbsp;มีผลตรวจเป็นบวกอีก&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;ครูผู้สอน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ครูพี่เลี้ยง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;12&nbsp;ราย&nbsp;ส่วนนักเรียนที่นอนอยู่ในโรงเรียน&nbsp;ได้ทำการแยกผู้ที่ป่วยและไม่ป่วยออกจากกัน&nbsp;ทีมโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่&nbsp;ได้เข้าไปสำรวจพื้นที่&nbsp;มีเจ้าหน้าที่เข้าไปให้คำแนะนำ&nbsp;และมีพยาบาลที่ชำนาญด้านการติดเชื้อ&nbsp;ช่วยดูแลเรื่องแนวทางการดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด&nbsp;</p><p><strong>ขณะนี้ถือว่าเด็กนักเรียนที่ติดเชื้อยังมีอาการไม่มาก&nbsp;จึงตัดสินใจให้การดูแล</strong>ในลักษณะคล้ายกับเป็นการดูแลรักษาภายในโรงเรียนโดยมีการใช้ระบบการติดตามดูแลแบบแพทย์ทางไกล&nbsp;ในการที่จะประสานงาน&nbsp;เข้าไปยังพี่เลี้ยงและครู&nbsp;ผู้ดูแลเด็กๆ&nbsp;มีการให้คำปรึกษาต่างๆ&nbsp;มีการติดตามดูแลอาการ&nbsp;อาทิ&nbsp;การวัดไข้&nbsp;วัดปริมาณออกซิเจนในเลือด&nbsp;เพื่อส่งข้อมูลกลับเข้ามาในระบบ&nbsp;รวมถึงการประสานงานกับกุมารแพทย์ในการให้การดูแลแบบแพทย์ทางไกล&nbsp;เพื่อที่จะประเมินและดูแลผู้ป่วยเป็นระยะๆ&nbsp;ทุกวัน&nbsp;ตลอดระยะเวลาของการดูแลผู้ป่วยแต่ละรายซึ่งจะใช้เวลาประมาณ&nbsp;10&nbsp;วัน&nbsp;</p><p><strong>สำหรับแนวทางการสืบค้นหาผู้ที่มีการติดเชื้อเพิ่มเติม</strong>&nbsp;โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่&nbsp;ได้ประสานงานไปยัง&nbsp;สำนักงานควบคุมโรคเขต&nbsp;1&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ซึ่งจะได้ลงพื้นที่ในการช่วยทำการเก็บตัวอย่างเชื้อโดยเก็บจากโพรงจมูก&nbsp;แล้วส่งเพื่อตรวจหาผู้ติดเชื้อเพิ่มเติม&nbsp;หากพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น&nbsp;ก็จะทำการย้ายผู้ติดเชื้อเหล่านั้นให้อยู่ในที่พักที่เดียวกัน&nbsp;โดยมีพี่เลี้ยง&nbsp;และทีมพยาบาลในพื้นที่คอยดูแลผ่านระบบทางไกลเช่นกัน&nbsp;สำหรับผู้ที่ติดเชื้อและทำการตรวจและผลเป็นลบ&nbsp;จะทำการสังเกตอาการไว้อยู่ในห้องพักอีกแห่งหนึ่งโดยแยกจากกัน&nbsp;และติดตามตรวจเชื้อเป็นระยะ&nbsp;จนกว่าจะพบว่าพื้นที่นี้ปลอดภัย&nbsp;และทุกคนหายจากโรค</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ขณะนี้สถานการณ์ของคลัสเตอร์ดังกล่าว</strong>&nbsp;ยังอยู่ในช่วงที่เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด&nbsp;เนื่องจากผู้ป่วยตาบอดนั้นมีความเสี่ยงอย่างยิ่งในการติดเชื้อ&nbsp;และอาจจะมีเปอร์เซ็นต์ของการติดเชื้อได้ง่ายมาก&nbsp;แต่เนื่องจากผู้ป่วยส่วนใหญ่&nbsp;ได้รับวัคซีนตามแผนการให้วัคซีนของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;และมีทีมแพทย์&nbsp;พยาบาลให้การดูแลอย่างใกล้ชิด&nbsp;เชื่อว่าจะทำให้สถานการณ์ผ่านพ้นไปด้วยดี////</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ธิติมา&nbsp;พันรอด&nbsp;สวท.เชียงใหม่&nbsp;29&nbsp;ม.ค.2565&nbsp;</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	29/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.เชียงใหม่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220129191347040
807	ททท.จัดงาน Stress Free Festival มหกรรมแห่งความผ่อนคลายหวังกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างยั่งยืน	<p><strong>นายกฤษฎา&nbsp;รัตนพฤกษ์&nbsp;ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรม&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย</strong>&nbsp;และ&nbsp;นายคณัสชนม์&nbsp;ศรีเจริญ&nbsp;นายอำเภอปากช่อง&nbsp;เปิดงาน&nbsp;Stress&nbsp;Free&nbsp;Festival&nbsp;มหกรรมแห่งความผ่อนคลาย&nbsp;ซึ่งจัดระหว่างวันที่&nbsp;28-30&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;16.00-21.00&nbsp;น.ณ&nbsp;ศูนย์การเรียนรู้การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ&nbsp;ททท.&nbsp;ตำบลหมูสี&nbsp;อำเภอปากช่อง&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;โดยมีกิจกรรมมากมาย&nbsp;หลากหลายรูปแบบดังนี้</p><p>1&nbsp;โซน&nbsp;Health&nbsp;&amp;&nbsp;Wellness&nbsp;ผ่อนคลายเติมแบตให้ร่างกายคลายความเหนื่อยล้าด้วยกิจกรรมสปาและโยคะ&nbsp;</p><p>2โซน&nbsp;Check&nbsp;ดวงฟรี&nbsp;โชคดีตลอดไป&nbsp;เปิดประสบการณ์ทำนายโชคชะตากับหมอดูชื่อดัง</p><p>3โซน&nbsp;WonderFood&nbsp;รวบรวมร้านอาหารขึ้นชื่อที่โดดเด่น&nbsp;จัดเต็มทั้งอาหาร&nbsp;คาวหวาน&nbsp;เครื่องดื่ม&nbsp;และ&nbsp;Food&nbsp;Truck&nbsp;</p><p>4&nbsp;โซน&nbsp;Craft&nbsp;เลือกชมและช็อปผลิตภัณฑ์เก๋ไก๋มีสไตล์&nbsp;สุด&nbsp;Chic&nbsp;อาทิ&nbsp;ของที่ระลึก&nbsp;เสื้อผ้า&nbsp;เครื่องประดับ&nbsp;หัตถกรรม&nbsp;งานศิลปะ&nbsp;และอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;</p><p>5โซน&nbsp;Farm&nbsp;Fresh&nbsp;เลือกอุดหนุนผลิตภัณฑ์เกษตรเพื่อสุขภาพยอดนิยม&nbsp;</p><p>6โซน&nbsp;Work&nbsp;Shop&nbsp;รังสรรค์ของที่ระลึกด้วยกิจกรรม&nbsp;D.I.Y&nbsp;ในแบบของตัวเอง&nbsp;&nbsp;</p><p>7&nbsp;โซน&nbsp;Sport&nbsp;มอบประสบการณ์แบบไร้แรงโน้มถ่วงด้วยเครื่องเล่น&nbsp;Gyroscope&nbsp;และเครื่องเล่นสุดมันส์&nbsp;Surf&nbsp;Rider&nbsp;</p><p>8&nbsp;โซน&nbsp;Camping&nbsp;ground&nbsp;เอาใจสายแคมป์ปิ้ง&nbsp;กางเต้นท์ในบรรยากาศสุดชิล&nbsp;ภูเขาโอบล้อม&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีการแสดงดนตรีและความบันเทิงจัดเต็มจากศิลปินชื่อดัง</strong>ที่ขนทัพมามอบความสุข&nbsp;อาทิ&nbsp;วง&nbsp;MEAN,&nbsp;อะตอม&nbsp;ชนกันต์,&nbsp;แพรว&nbsp;คณิตกุล&nbsp;และศิลปินอีกมากมาย&nbsp;โดยผู้สนใจเข้าร่วมงานสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;QueQ&nbsp;และแสดงหลักฐานการรับวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;พร้อมผลตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;ด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;หรือ&nbsp;Antigen&nbsp;Test&nbsp;(ATK)&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมง</p><p><strong>นายกฤษฎา&nbsp;รัตนพฤกษ์&nbsp;&nbsp;ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรม&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;จัดโครงการมหกรรมแห่งความผ่อนคลาย&nbsp;(Stress&nbsp;Free&nbsp;Festival)&nbsp;&nbsp;เพื่อส่งเสริมความมั่นใจด้านความปลอดภัยและความเชื่อมั่นในการเดินทางท่องเที่ยว&nbsp;กระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวเพื่อสร้างประสบการณ์สร้างรายได้กระตุ้นเศรษฐกิจหมุนเวียนเงินเข้าสู่พื้นที่อย่างยั่งยืน&nbsp;โดยดำเนินการจัดงานตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;COVID&nbsp;FREE&nbsp;SETTING&nbsp;และมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;(Amazing&nbsp;Thailand&nbsp;Safety&nbsp;&amp;&nbsp;Health&nbsp;Administration)</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	29/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครราชสีมา	สวท.นครราชสีมา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220129211324063
808	จังหวัดชัยนาท พบผู้ป่วยรายใหม่ 12 ราย ส่วนใหญ่พบมีอาการ PUI ไม่รุนแรง ฉีดวัคซีนไปแล้วกว่าร้อยละ 80	<p><strong>สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID&nbsp;-19)&nbsp;จังหวัดชัยนาท</strong>&nbsp;วันที่&nbsp;30&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ยอดรายงานพบผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;ราย&nbsp;โดยเป็นการตรวจพบภายในจังหวัด&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ในกลุ่มผู้เดินทางสัมผัสเสี่ยงสูง&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;รวมผู้ป่วยสะสม&nbsp;3,392&nbsp;ราย&nbsp;รักษาตัวอยู่&nbsp;177&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;3,177&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;38&nbsp;ราย</p><p><strong>รายที่1</strong>&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;35&nbsp;ปี&nbsp;(อาชีพรับจ้าง)&nbsp;ที่อยู่&nbsp;เขตเทศบาล&nbsp;ต.บ้านกล้วย&nbsp;อ.เมือง&nbsp;ประวัติเสี่ยง&nbsp;มีอาการPUI&nbsp;ตรวจATK+</p><p><strong>รายที่2</strong>&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;55&nbsp;ปี&nbsp;(ไม่ได้ทำงาน)&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ม.10&nbsp;ต.เสือโฮก&nbsp;อ.เมือง&nbsp;ประวัติเสี่ยง&nbsp;มีอาการPUI&nbsp;ตรวจATK+</p><p><strong>รายที่3</strong>&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;9&nbsp;ปี&nbsp;(อาชีพนักเรียน)&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ม.3&nbsp;ต.วังหมัน&nbsp;อ.วัดสิงห์&nbsp;ประวัติเสี่ยง&nbsp;มีอาการPUI&nbsp;ตรวจATK+&nbsp;สัมผัสเสี่ยงสูงรายที่3370</p><p><strong>รายที่4</strong>&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;33&nbsp;ปี&nbsp;(อาชีพค้าขาย)&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ม.15&nbsp;ต.แพรกศรีราชา&nbsp;อ.สรรคบุรี&nbsp;ประวัติเสี่ยง&nbsp;มีอาการPUI&nbsp;ตรวจATK+&nbsp;สัมผัสเสี่ยงสูงรายที่3350(รายที่มีญาติมาจากจ.บุรีรัมย์</p><p><strong>รายที่5</strong>&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;53&nbsp;ปี&nbsp;(อาชีพรับจ้าง)&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ม.10&nbsp;ต.บางขุด&nbsp;อ.สรรคบุรี&nbsp;ประวัติเสี่ยง&nbsp;มีอาการPUI&nbsp;ตรวจATK+&nbsp;สัมผัสเสี่ยงสูงรายที่3242</p><p><strong>รายที่6</strong>&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;32&nbsp;ปี&nbsp;(อาชีพรับจ้าง)&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ม.5&nbsp;ต.ชัยนาท&nbsp;อ.เมือง&nbsp;ประวัติเสี่ยง&nbsp;มีอาการPUI&nbsp;ตรวจATK+</p><p><strong>รายที่7</strong>&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;45&nbsp;ปี&nbsp;(อาชีพรับจ้าง)&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ม.9&nbsp;ต.เด่นใหญ่&nbsp;อ.หันคา&nbsp;ประวัติเสี่ยง&nbsp;มีอาการPUI&nbsp;ตรวจATK+&nbsp;สัมผัสเสี่ยงสูงรายที่3377</p><p><strong>รายที่8</strong>&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;26&nbsp;ปี&nbsp;(อาชีพรับจ้าง)&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ม.1&nbsp;ต.สามง่ามท่าโบสถ์&nbsp;อ.หันคา&nbsp;ประวัติเสี่ยง&nbsp;มีอาการPUI&nbsp;ตรวจATK+</p><p><strong>รายที่9</strong>&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;27&nbsp;ปี&nbsp;(อาชีพรับจ้าง)&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ม.3&nbsp;ต.สามง่ามท่าโบสถ์&nbsp;อ.หันคา&nbsp;ประวัติเสี่ยง&nbsp;มีอาการPUI&nbsp;ตรวจATK+</p><p><strong>รายที่10</strong>&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;60&nbsp;ปี&nbsp;(อาชีพค้าขาย)&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ม.5&nbsp;ต.บางหลวง&nbsp;อ.สรรพยา&nbsp;ประวัติเสี่ยง&nbsp;มีอาการPUI&nbsp;ตรวจATK+&nbsp;มีประวัติเดินทางไปซื้อของมาขาย&nbsp;จากจ.พิษณุโลก</p><p><strong>รายที่11</strong>&nbsp;เพศชาย&nbsp;อายุ&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;(อาชีพค้าขายวัว)&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ม.3&nbsp;ต.สะพานหิน&nbsp;อ.หนองมะโมง&nbsp;ประวัติเสี่ยง&nbsp;มีอาการ&nbsp;PUI&nbsp;ตรวจATK+&nbsp;มีประวัติเดินทางไปค้าขายวัวตามนอกจังหวัด</p><p><strong>รายที่12</strong>&nbsp;เพศหญิง&nbsp;อายุ&nbsp;35&nbsp;ปี&nbsp;(อาชีพรับจ้าง)&nbsp;ที่อยู่&nbsp;ม.10&nbsp;ต.หนองมะโมง&nbsp;อ.หนองมะโมง&nbsp;ประวัติเสี่ยง&nbsp;มีอาการPUI&nbsp;ตรวจATK+&nbsp;สัมผัสเสี่ยงสูงรายที่11</p><p><br></p><p><strong>สำหรับผลการให้บริการฉีดวัคซีนวัคซีนโควิด-19</strong>&nbsp;รวมทุกกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;ข้อมูลจากที่ทำการปกครองจังหวัดชัยนาท&nbsp;วันที่&nbsp;28&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดชัยนาทให้บริการฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;1&nbsp;แล้ว&nbsp;260,446&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;81.17&nbsp;จากจำนวนประชากรทั้งหมด&nbsp;โดยในทุกอำเภอในจังหวัดชัยนาท&nbsp;มีการให้บริการฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;1&nbsp;แล้ว&nbsp;ไม่ต่ำกว่าร้อยละ&nbsp;75&nbsp;จากประชากรทั้งหมด&nbsp;และให้บริการฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;2&nbsp;แล้ว&nbsp;249,066&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;77.63&nbsp;จากจำนวนประชากรทั้งหมดของจังหวัดชัยนาท</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	29/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	ชัยนาท	สวท.ชัยนาท	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220129224133066
809	สสจ.ลำปาง ย้ำประชาชนปฏิบัติตามแนวทางป้องกันควบคุมโรคด้วยมาตรการ V-U-C-A	<p><strong>นายแพทย์ประเสริฐ&nbsp;กิจสุวรรณรัตน์&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;เพื่อลดการระบาดในพื้นที่&nbsp;ขอเน้นย้ำความร่วมมือให้ประชาชน&nbsp;และทุกภาคส่วนปฏิบัติตามแนวทางป้องกันควบคุมโรคด้วยมาตรการ&nbsp;V-U-C-A&nbsp;ได้แก่</p><p><strong>V&nbsp;-&nbsp;Vaccine&nbsp;การได้รับวัคซีน&nbsp;แม้ว่าประชาชนจังหวัดลำปางจะได้รับวัคซีน</strong>ครอบคลุมประชาชนแล้ว&nbsp;กว่าร้อยละ&nbsp;70&nbsp;แต่จากการค้นหาเชิงรุกโดยอสม.&nbsp;พบว่ายังมีประชาชนอายุ&nbsp;12&nbsp;ปี&nbsp;ขึ้นไป&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;50,000&nbsp;ราย&nbsp;ที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน&nbsp;การมีภูมิคุ้มกันโรคโควิด-19&nbsp;เป็นเรื่องจำเป็นเนื่องจากสามารถลดการป่วยรุนแรงและการเสียชีวิตได้&nbsp;</p><p>จึงขอเชิญชวนให้ผู้ที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนมารับบริการฉีดวัคซีนให้เร็วที่สุด<strong>&nbsp;</strong>โดยท่านสามารถขอรับบริการจากหน่วยบริการใกล้บ้านได้โดยไม่ต้องนัดหมายล่วงหน้า&nbsp;และยังสามารถเลือกชนิดวัคซีนที่ต้องการได้เนื่องจากประเทศไทยพบผู้ป่วยโควิดกลายพันธุ์&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;การได้รับวัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกัน&nbsp;(เข็มที่&nbsp;3)&nbsp;จึงเป็นเรื่องจำเป็นเช่นกัน&nbsp;ในเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดลำปางมีจำนวนประชาชนที่ครบกำหนด&nbsp;และยังไม่มารับการฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;3&nbsp;อีกจำนวน&nbsp;70,438&nbsp;ราย&nbsp;จึงขอเชิญชวนให้คนลำปางมารับวัคซีนเข็มที่&nbsp;3&nbsp;ผู้รับบริการสามารถขอรับวัคซีนได้เมื่อครบระยะห่างจากเข็ม&nbsp;2&nbsp;ตามแนวทางที่กำหนด&nbsp;โดยไม่จำเป็นต้องรอการนัดหมายจากสถานบริการ</p><p><strong>U&nbsp;-&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;ป้องกันตนเองสูงสุดตลอดเวลา&nbsp;โดยเฉพาะการเว้นระยะห่าง</strong>อย่างน้อย&nbsp;1-2&nbsp;เมตร&nbsp;สวมหน้ากากอนามัย&nbsp;หรือหน้ากากผ้าตลอดเวลา&nbsp;เมื่ออยู่ในสถานที่ที่มีคนมากกว่า&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;การเลือกรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ&nbsp;แยกรับประทานอาหารกับบุคคลอื่น&nbsp;งดการใช้ของใช้ส่วนตัวหรือภาชนะร่วมกัน&nbsp;และหากท่านมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ&nbsp;ควรแยกตัวจากผู้อื่นประมาณ&nbsp;2&nbsp;สัปดาห์&nbsp;และตรวจเบื้องต้นด้วยชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;หลังการสัมผัสโรคประมาณ&nbsp;3-5&nbsp;วัน&nbsp;ถ้าไม่พบการติดเชื้อให้ตรวจซ้ำ&nbsp;3-5&nbsp;วัน&nbsp;หรือเมื่อมีอาการ&nbsp;จะสามารถป้องกันได้ทุกสายพันธุ์&nbsp;ป้องกันติดเชื้อและป่วยหนักได้</p><p><strong>C&nbsp;-&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;setting&nbsp;หรือองค์กรปลอดโควิด&nbsp;ซึ่งจังหวัดลำปางมีการประเมินร้านอาหาร</strong>&nbsp;(Thai&nbsp;stop&nbsp;Covid&nbsp;2&nbsp;Plus)&nbsp;และ&nbsp;โรงงานอุตสาหกรรมที่มีพนักงาน&nbsp;50&nbsp;คนขึ้นไป&nbsp;&nbsp;(Thai&nbsp;stop&nbsp;Covid&nbsp;Plus)&nbsp;ผลการดำเนินงาน&nbsp;มีร้านอาหารผ่านเกณฑ์&nbsp;จำนวน&nbsp;93&nbsp;แห่ง&nbsp;โรงงานอุตสาหกรรมผ่านเกณฑ์จำนวน&nbsp;411&nbsp;แห่ง&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังมีสถานประกอบการและแหล่งท่องเที่ยวที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;SHA&nbsp;Plus&nbsp;(SHA&nbsp;:&nbsp;Amazing&nbsp;Thailand&nbsp;Safety&nbsp;&amp;&nbsp;Health&nbsp;Administration)&nbsp;ผ่านการรับรองมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;จำนวน&nbsp;125&nbsp;แห่ง&nbsp;และผ่านการรับรองมาตรฐาน&nbsp;&nbsp;SHA&nbsp;Plus&nbsp;จำนวน&nbsp;29&nbsp;แห่ง&nbsp;</p><p>ซึ่งสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการต้องผ่านมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย&nbsp;และพนักงานได้รับวัคซีนโควิดครบ&nbsp;2&nbsp;เข็มไม่ต่ำกว่า&nbsp;ร้อยละ&nbsp;70&nbsp;โดยประชาชนสามารถตรวจสอบรายชื่อร้านอาหารในจังหวัดลำปางที่ผ่านเกณฑ์ตามมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับองค์กรได้ทาง&nbsp;QR&nbsp;Code&nbsp;พร้อมทั้งสามารถใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย&nbsp;หลีกเลี่ยงจัดกิจกรรมเสี่ยงรวมถึงสถานที่ต่างๆ&nbsp;ต้องมีมาตรการป้องกัน&nbsp;เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยในสถานการณ์โควิด&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>A&nbsp;-&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ปัจจุบันชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;สามารถหาซื้อได้โดยทั่วไป</strong>&nbsp;หากท่านมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ&nbsp;ควรแยกตัวจากผู้อื่นประมาณ&nbsp;2&nbsp;สัปดาห์&nbsp;และตรวจเบื้องต้นด้วยชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;&nbsp;หลังการสัมผัสโรคประมาณ&nbsp;3-5&nbsp;วัน&nbsp;ถ้าไม่พบการติดเชื้อให้ตรวจซ้ำ&nbsp;3-5&nbsp;วัน&nbsp;หรือเมื่อมีอาการ&nbsp;รู้เร็ว&nbsp;รักษาเร็ว&nbsp;หากผลพบติดเชื้อสามารถติดต่อศูนย์โควิด&nbsp;และ&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;ระดับอำเภอได้ทันที</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	30/1/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220130112903122
810	ยะลา เพิ่ม 26  รายใหม่ สสจ.ยะลา ย้ำ ประชาชน ลดเสี่ยง เลี่ยงโควิด  รับตรุษจีน	<p><strong>สถานการณ์โควิด-19&nbsp;ในวันที่&nbsp;30&nbsp;ม.ค&nbsp;65&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดยะลา</strong>&nbsp;พบ&nbsp;ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มเท่าตัว&nbsp;อยู่ที่&nbsp;26&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;จากเมื่อวานนี้&nbsp;ที่มีผู้ติดเชื้อ&nbsp;12&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทำให้ขณะนี้&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;มียอดผู้ป่วยสะสมระลอกใหม่เดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;479&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;209&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;403&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;ส่วนผู้ป่วยโควิด&nbsp;วันนี้มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;จาก&nbsp;พื้นที่&nbsp;อ.เบตง&nbsp;สะสมเสียชีวิตรวม&nbsp;11&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับ&nbsp;26&nbsp;รายใหม่&nbsp;พบใน3&nbsp;อำเภอ&nbsp;คือ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;22&nbsp;ราย&nbsp;อ.ยะหา&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;อ.เบตง&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ส่วนอีก&nbsp;5&nbsp;อำเภอไม่พบรายใหม่เพิ่ม&nbsp;คือ&nbsp;อ.รามัน&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;อ.กาบัง&nbsp;อ.กรงปินัง&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;อ.ธารโต&nbsp;&nbsp;ผู้ป่วยที่เข้าข่ายติดเชื้อ&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;&nbsp;มี&nbsp;รายใหม่เพิ่ม&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;สะสมรวม&nbsp;161&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ขณะเดียวกัน&nbsp;ทางด้านสำนักงานสาธารณสุข&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ได้เน้นย้ำ</strong>ในช่วงเทศกาลตรุษจีนนี้&nbsp;ให้ประชาชน&nbsp;ลดเสี่ยง&nbsp;เลี่ยงโควิด&nbsp;ทั้งในวันจ่าย&nbsp;วันไหว้&nbsp;วันเที่ยว&nbsp;ปฎิบัติมาตรการป้องกันโรคส่วนบุคคล&nbsp;แบบครอบจักรวาง&nbsp;D-M-H-T-T-A&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ส่วนสถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;ศาสนสถาน&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;โรงแรม&nbsp;สถานที่จัดงาน&nbsp;ปฎิบัติตามมาตรการ&nbsp;สำหรับองค์กร&nbsp;&nbsp;COID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>	30/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220130121400138
811	ลำปาง พบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่  71 ราย	<p><strong>สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง&nbsp;รายงานสถานการณ์โควิด-19&nbsp;</strong>ประจำวันที่&nbsp;30&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;สถานการณ์โควิด-19&nbsp;วันนี้&nbsp;พบผู้ป่วยรายใหม่&nbsp;71&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ติดเชื้อยืนยันด้วยการตรวจวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;17&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ติดเชื้อเข้าข่ายตรวจด้วยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;54&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;สถานการณ์ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ถึงปัจจุบัน&nbsp;พบผู้ป่วยสะสม&nbsp;2,229&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ระหว่างรักษา&nbsp;292&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;รักษาหายกลับบ้านสะสม&nbsp;1,935&nbsp;ราย&nbsp;และเสียชีวิตสะสม&nbsp;2&nbsp;ราย</p><p><strong>สำหรับข้อมูลการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ณ&nbsp;วันเดียวกัน&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;</strong>ฉีดวัคซีนไปแล้ว&nbsp;1,0619,061&nbsp;เข็ม&nbsp;จำแนกเป็นเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;477,415&nbsp;คน&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;449,861&nbsp;คน&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;137,873&nbsp;คน&nbsp;และเข็มที่&nbsp;4&nbsp;จำนวน&nbsp;3,912&nbsp;คน</p><p><strong>จังหวัดลำปาง&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนเคร่งครัดตามมาตรการ&nbsp;DMHTTA</strong>&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หากมีข้อสงสัยสอบถามเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;สายด่วนศูนย์โควิด-19&nbsp;สสจ.ลำปาง&nbsp;โทร.093&nbsp;140&nbsp;8023&nbsp;&nbsp;เวลา&nbsp;08.30&nbsp;-16.30&nbsp;น.&nbsp;หรือสอบถามที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p>	30/1/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220130123212156
812	ผู้ป่วยโควิด-19 จังหวัดแพร่ยังพบรายใหม่ต่อเนื่อง ล่าสุดติดเชื้อเพิ่มอีก 16 ราย	<p><strong>งานระบาดวิทยา&nbsp;กลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแพร่</strong>&nbsp;รายงานสถานการณ์ผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;รายใหม่ของจังหวัดแพร่ประจำวัน&nbsp;ยังพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง&nbsp;โดยล่าสุดมีผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก&nbsp;16&nbsp;ราย&nbsp;โดยส่วนใหญ่ติดเชื้อจากการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยก่อนหน้านี้&nbsp;ซึ่งอยู่ในพื้นที่อำเภอเมืองแพร่&nbsp;ตำบลนาจักร&nbsp;ตำบลห้วยม้า&nbsp;ตำบลป่าแมต&nbsp;และตำบลเหมืองหม้อ&nbsp;รวม&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่อำเภอสูงเม่น&nbsp;ตำบลน้ำชำ&nbsp;ตำบลบ้านปง&nbsp;และตำบลเวียงทอง&nbsp;รวม&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่อำเภอร้องกวาง&nbsp;ตำบลแม่ยางตาล&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;โดยเป็นผู้เดินทางมาจากกรุงเทพมหานคร&nbsp;และพื้นที่อำเภอสอง&nbsp;ตำบลบ้านกลาง&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งมีประวัติเดินทางจากจังหวัดน่านและสัมผัสผู้ป่วยที่ตรวจพบเชื้อที่จังหวัดน่าน&nbsp;</p><p><strong>ขณะนี้&nbsp;จังหวัดแพร่มีผู้ป่วยยืนยันสะสมตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;จำนวน&nbsp;485&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายเพิ่ม&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;และที่ยังคงรักษาอยู่จำนวน&nbsp;85&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ป่วยระดับสีเขียว&nbsp;40&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;ระดับสีเหลือง&nbsp;44&nbsp;ราย&nbsp;และระดับสีแดง&nbsp;1&nbsp;รายสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแพร่ยังคงเฝ้าระวังในผู้สัมผัสเสี่ยงสูงต่อไป&nbsp;สำหรับประชาชนหากสงสัยว่าสัมผัสผู้ป่วยให้ตรวจหาเชื้อ&nbsp;และขอให้ป้องกันตนเอง&nbsp;โดยสวมใส่หน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในที่ชุมชน&nbsp;หรือหลีกเลี่ยงสถานที่แออัด&nbsp;หมั่นล้างมือ&nbsp;ฉีดวัคซีนตามกำหนด&nbsp;และปฏิบัติตามมาตรการของจังหวัดอย่างเคร่งครัด</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้ติดเชื้อที่ตรวจหาเชื้อด้วยชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;พบผลเป็นบวก&nbsp;</strong>และมีผลตรวจยืนยันด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;เป็นบวก&nbsp;แต่ไม่แสดงอาการหรือมีอาการเล็กน้อย&nbsp;แล้วไม่สามารถรับการรักษาแบบกักตัวที่บ้าน&nbsp;หรือ&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;ได้&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแพร่ได้เปิดการรักษาในโรงพยาบาลสนามชุมชนจังหวัดแพร่&nbsp;หรือ&nbsp;Community&nbsp;Isolation&nbsp;ขนาด&nbsp;120&nbsp;เตียง&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมและแสดงศิลปวัฒนธรรมล้านนาตะวันออกและกลุ่มประเทศ&nbsp;GMS&nbsp;(กอเปา)&nbsp;ตำบลทุ่งโฮ้ง&nbsp;อำเภอเมืองแพร่&nbsp;โดยสามารถติดต่อผ่านศูนย์ประสานกลาง&nbsp;หรือศูนย์ประสานอำเภอ&nbsp;เพื่อเข้ารับการรักษาตัว</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	30/1/2022	ภาคเหนือ	แพร่	สวท.แพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220130124025160
813	ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บูรณาการทุกหน่วยงานพร้อมรองรับผู้โดยสารหลังเปิดให้ลงทะเบียนเข้าประเทศ 	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายกิตติพงศ์&nbsp;กิตติขจร&nbsp;ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;บริษัท&nbsp;ท่าอากาศยานไทย&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;ทอท.&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;หลังจากรัฐบาลโดย&nbsp;ศบค.&nbsp;ได้ปรับมาตรการป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19&nbsp;สำหรับการเดินทางเข้าราชอาณาจักร&nbsp;โดยจะเริ่มให้ผู้เดินทางจากทุกประเทศทั่วโลกลงทะเบียนเพื่อขออนุญาตเข้าประเทศไทยโดยระบบ&nbsp;Test&nbsp;&amp;&nbsp;Go&nbsp;ได้อีกครั้ง&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ในฐานะท่าอากาศยานหลักของประเทศมีความพร้อมในการรองรับผู้โดยสารที่จะกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง&nbsp;ภายใต้มาตรการคัดกรองที่เข้มงวดปฏิบัติตามแนวทาง&nbsp;COVID&nbsp;&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;ตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;เพื่อร่วมเป็นกลไกสำคัญกับรัฐบาลในการฟื้นฟูเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศ</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">โดยบูรณาการกับหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ที่ปฏิบัติงานร่วมกัน</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;อาทิ&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน&nbsp;COVID-19&nbsp;หรือ&nbsp;EOC)&nbsp;ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ&nbsp;กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง&nbsp;กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว&nbsp;สายการบิน&nbsp;ตลอดจนผู้ประกอบการโรงแรม</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ในส่วนของการให้บริการขนส่งผู้โดยสารไปยังโรงแรมที่จองล่วงหน้า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;กรณีรถโรงแรมสำหรับผู้โดยสารระบบ&nbsp;Thailand&nbsp;Pass&nbsp;ไม่เพียงพอ&nbsp;ทอท.&nbsp;ได้จัดเตรียมรถแท็กซี่ที่ผ่านมาตรฐาน&nbsp;Sha&nbsp;plus&nbsp;และ&nbsp;AOT&nbsp;Limousine&nbsp;พร้อมให้บริการผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศที่จองโรงแรมไว้ล่วงหน้าตามมาตรการที่&nbsp;ศบค.&nbsp;กำหนด&nbsp;ภายใต้มาตรการควบคุมการส่งผู้โดยสารที่เข้มงวด</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">สำหรับความพร้อมด้านบุคลากร</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ผู้ปฏิบัติงานจากทุกภาคส่วนที่ปฏิบัติงาน&nbsp;ณ&nbsp;ทสภ.&nbsp;ขณะนี้อยู่ระหว่างการฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;4&nbsp;ซึ่งคาดว่า&nbsp;ปลายเดือนกุมภาพันธ์จะสามารถฉีดได้ครบตามเป้าหมายที่ตั้งไว้จำนวน&nbsp;25,000&nbsp;คน&nbsp;นอกจากนั้นยังมีการสุ่มตรวจคัดกรองผู้ปฏิบัติงานที่มีความเสี่ยงด้วยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;เป็นประจำทุกสัปดาห์&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการ</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">สำหรับตัวเลขผู้โดยสาร&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ตามที่รัฐบาลมีนโยบายเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศอย่างเป็นทางการ&nbsp;นับตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;29&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศไทยรวมทั้งสิ้น&nbsp;381,871&nbsp;คน&nbsp;แบ่งเป็นผู้เดินทางผ่านระบบ&nbsp;Test&nbsp;&amp;&nbsp;Go&nbsp;จำนวน&nbsp;317,754&nbsp;คน&nbsp;ระบบ&nbsp;Sandbox&nbsp;จำนวน&nbsp;22,918&nbsp;คน&nbsp;ระบบ&nbsp;Quarantine&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;จำนวน&nbsp;30,418&nbsp;คน&nbsp;Quarantine&nbsp;10&nbsp;วัน&nbsp;จำนวน&nbsp;9,950&nbsp;คน&nbsp;และ&nbsp;Quarantine&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;จำนวน&nbsp;831&nbsp;คน</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	30/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220130203605320
814	แม่ฮ่องสอน พบผู้ติดเชื้อโควิดยืนยัน 6 ราย และผู้เข้าข่ายติดเชื้อ 45 ราย รวมผู้ป่วยยังรักษาอยู่ 443 ราย	<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;(ศปก.จ.มส.)&nbsp;</strong>รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;30&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;(เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.)&nbsp;&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;30&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;มีผู้ป่วยยืนยันสะสม&nbsp;(ตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ)&nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;398&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;(0.75%)&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;291&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;(73.12%)&nbsp;ยังอยู่ระหว่างรักษา&nbsp;104&nbsp;ราย&nbsp;(26.13%)&nbsp;มีอาการเล็กน้อย&nbsp;92&nbsp;ราย&nbsp;ปานกลาง&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;และรุนแรง&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;รักษาอยู่ที่โรงพยาบาล&nbsp;/&nbsp;โรงพยาบาลสนาม&nbsp;จำนวน&nbsp;37&nbsp;ราย&nbsp;ศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;จำนวน&nbsp;25&nbsp;ราย&nbsp;และแยกกักตนเองที่บ้าน&nbsp;(HI)&nbsp;จำนวน&nbsp;42&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยเข้าข่ายสะสม&nbsp;(ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก)&nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;1,048&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;709&nbsp;ราย&nbsp;(67.65%)&nbsp;&nbsp;&nbsp;ยังอยู่ระหว่างรักษา&nbsp;339&nbsp;ราย&nbsp;(32.35%)&nbsp;รักษาอยู่ที่โรงพยาบาล&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;รักษาอยู่ที่ศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;จำนวน&nbsp;103&nbsp;ราย&nbsp;และแยกกักตนเองที่บ้าน&nbsp;(HI)&nbsp;จำนวน&nbsp;232&nbsp;ราย</p><p><strong>วันนี้&nbsp;มีผู้ใด้รับการตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ด้วยวิธี&nbsp;RTPCR&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;45&nbsp;ชุด</strong>&nbsp;พบเชื้อ&nbsp;6&nbsp;รายอำเภอปาย&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;และตรวจด้วย&nbsp;ATK&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;275&nbsp;ชุด&nbsp;พบเชื้อ&nbsp;45&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ที่อำเภอเมือง&nbsp;14&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอขุนยวม&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอปาย&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;24&nbsp;ราย</p><p><strong>จึงขอเชิญชวนให้เยาวชนอายุ&nbsp;12&nbsp;-&nbsp;18&nbsp;ปี&nbsp;(ทั้งในและนอกระบบการศึกษา)</strong>&nbsp;ผู้สูงอายุ&nbsp;ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว&nbsp;หญิงตั้งตรรภ์&nbsp;ประชาชนทั่วไป&nbsp;ทุกคน&nbsp;ที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ติดต่อ&nbsp;สอบถาม&nbsp;ณ&nbsp;โรงพยาบาลหรือ&nbsp;รพ.สต.ทุกแห่ง&nbsp;เพื่อเข้ารับการฉีดวัคซีน&nbsp;เข็ม&nbsp;1&nbsp;หรือ&nbsp;กระตุ้น&nbsp;เข็ม&nbsp;3&nbsp;เพื่อความปลอดภัยของตัวเองและสังคม</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>	30/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220130170054221
815	จ.แม่ฮ่องสอน มีผู้ป่วยติดเชื้อยืนยันเพิ่ม 6 ราย ใน 2 อำเภอ	<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;(ศปก.จ.มส.)&nbsp;</strong>รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ตั้งแต่วันที่1&nbsp;-&nbsp;30&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ว่ามีดังนี้&nbsp;ผู้ป่วยยืนยันสะสม&nbsp;(ตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ)&nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;398&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;(0.75%)&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;291&nbsp;ราย&nbsp;(73.12%)&nbsp;ยังอยู่ระหว่างรักษา&nbsp;104&nbsp;ราย&nbsp;(26.13%)&nbsp;มีอาการเล็กน้อย&nbsp;92&nbsp;ราย&nbsp;ปานกลาง&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;และรุนแรง&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;รักษาอยู่ที่โรงพยาบาล&nbsp;/&nbsp;โรงพยาบาลสนาม&nbsp;จำนวน&nbsp;37&nbsp;ราย&nbsp;ศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;จำนวน&nbsp;25&nbsp;ราย&nbsp;และแยกกักตนเองที่บ้าน&nbsp;(HI)&nbsp;จำนวน&nbsp;42&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>ผู้ป่วยเข้าข่ายสะสม&nbsp;(ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก)&nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;1,048&nbsp;ราย</strong>&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;709&nbsp;ราย&nbsp;(67.65%)&nbsp;ยังอยู่ระหว่างรักษา&nbsp;339&nbsp;ราย&nbsp;(32.35%)&nbsp;รักษาอยู่ที่โรงพยาบาล&nbsp;&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;รักษาอยู่ที่ศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;จำนวน&nbsp;103&nbsp;ราย&nbsp;และแยกกักตนเองที่บ้าน&nbsp;(HI)&nbsp;จำนวน&nbsp;232&nbsp;ราย&nbsp;วันนี้&nbsp;มีผู้ได้รับการตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;45&nbsp;ชุด&nbsp;พบเชื้อ&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอปาย&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;และตรวจด้วย&nbsp;ATK&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;275&nbsp;ชุด&nbsp;พบเชื้อ&nbsp;45&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ที่อำเภอเมือง&nbsp;14&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอขุนยวม&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอปาย&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;24&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	30/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220130171903229
816	จังหวัดลพบุรีกำหนดจัดพิธีเทิดพระเกียรติและรำบวงสรวงถวายสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ประจำปี 2565ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19	<p><strong>นายนิวัฒน์&nbsp;รุ่งสาคร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>จังหวัดลพบุรีกำหนดจัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนารายณ์มหาราช&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยการประดับไฟและเปิดให้เยี่ยมชม&nbsp;พระนารายณ์ราชนิเวศน์และโบราณสถานต่างๆ&nbsp;(งดการจัดงานเต็มรูปแบบ)&nbsp;เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนารายณ์มหาราชและส่งเสริมการเรียนรู้ประวัติศาสตร์&nbsp;</p><p><strong>โดยกำหนดจัดกิจกรรม&nbsp;รำบวงสรวงถวายสมเด็จพระนารายณ์มหาราช</strong>&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า&nbsp;2019&nbsp;(Covid&nbsp;-19)&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ในวันที่&nbsp;16&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช&nbsp;โดยในช่วงเช้ากำหนดจัดพิธีทำบุญตักบาตร&nbsp;พิธีบวงสรวง&nbsp;และรำบวงสรวงถวายสมเด็จพระนารายณ์มหาราช&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณพระที่นั่งดุสิตสวรรค์ธัญญมหาปราสาท&nbsp;และช่วงบ่าย-ค่ำ&nbsp;จัดพิธีเทิดพระเกียรติ&nbsp;และการรำบวงสรวงถวายบริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช&nbsp;วงเวียนเทพสตรี&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการรำบวงสรวงถวายสมเด็จพระนารายณ์มหาราช&nbsp;ณ&nbsp;พระบรมราชานุสาวรีย์&nbsp;</strong>สมเด็จพระนารายณ์มหาราช&nbsp;ในช่วงเย็นวันที่&nbsp;16&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;จะเปิดให้ผู้ที่อาศัยอยู่ในจังหวัดลพบุรี&nbsp;หรือทำงานในจังหวัดลพบุรีสมัครเข้าร่วมรำ&nbsp;โดยต้องมีหนังสือรับรองการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;&nbsp;มีผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ไม่พบเชื้อ&nbsp;ผลตรวจไม่เกิน&nbsp;48&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;&nbsp;ก่อนวันซ้อมใหญ่&nbsp;(11กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;และวันรำบวงสรวง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยในวันซ้อมใหญ่และวันรำบวงสรวง&nbsp;ผู้รำต้องใส่หน้ากากอนามัย/เฟสชิว&nbsp;</strong>และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;ที่ทำการปกครองอำเภอทุกแห่งในจังหวัดลพบุรี&nbsp;หรือที่ทำการปกครองจังหวัดลพบุรี&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดลพบุรี&nbsp;โทรศัพท์หมายเลข&nbsp;036-770009&nbsp;,&nbsp;036-770-137&nbsp;หรือ&nbsp;08-7665-6021&nbsp;และ&nbsp;099-5036021&nbsp;โดยจะรับสมัครถึงวันที่&nbsp;10&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	30/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	ลพบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220130172631233
817	รับตรุษจีน ชาวไทยเชื้อสายจีนยะลา  ไหว้เจ้า- บรรพบุรุษ  แสดงความกตัญญู เพื่อความเป็นสิริมงคล	<p><strong>บรรยากาศวันไหว้&nbsp;ในช่วงเทศกาลตรุษจีน&nbsp;ในพื้นที่เมืองยะลา</strong>&nbsp;&nbsp;ตั้งแต่เช้า&nbsp;วันนี้&nbsp;(31&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;ชาวไทยเชื้อสายจีน&nbsp;ได้ทยอยไหว้เทพเจ้า&nbsp;ไหว้ผีบ้านผีเรือน&nbsp;โดยนำของไหว้มงคล&nbsp;ตามประเพณี&nbsp;ทั้ง&nbsp;อาหาร&nbsp;ผลไม้&nbsp;ขนม&nbsp;หมู&nbsp;ไก่&nbsp;เป็ด&nbsp;ปลา&nbsp;หมี่ซั่ว&nbsp;หน่อไม้&nbsp;ส้มสีทอง&nbsp;องุ่น&nbsp;แอปเปิ้ล&nbsp;กล้วย&nbsp;สับปะรด&nbsp;สาลี่&nbsp;ขนมเข่ง&nbsp;ขนมเทียน&nbsp;ซาลาเปา&nbsp;ขนมถ้วยฟู&nbsp;ขนมสาลี่&nbsp;ขนมจันอับ&nbsp;น้ำชา&nbsp;เหล้า&nbsp;ฯลฯ&nbsp;&nbsp;รวมทั้งกระดาษเงิน&nbsp;กระดาษทอง&nbsp;เสื้อผ้ากระดาษ&nbsp;มาตั้งเรียงไว้บนโต๊ะ&nbsp;ที่ภายในบ้าน&nbsp;หน้าบ้าน&nbsp;หน้าร้านค้า&nbsp;เพื่อให้คนในครอบครัว&nbsp;ได้ร่วมไหว้&nbsp;เทวดาฟ้าดิน&nbsp;ขอพร&nbsp;ให้เกิดความสิริมงคล&nbsp;ความสุข&nbsp;ความเจริญแก่คนในครอบครัว&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ไหว้บรรพบุรุษ&nbsp;&nbsp;พ่อแม่ญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว&nbsp;&nbsp;แสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทิตา&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการไหว้&nbsp;ก็จะเริ่มที่การไหว้เทพเจ้า&nbsp;ต่างๆ</strong>&nbsp;ตอนสายจะเป็นการไหว้บรรพบุรุษ&nbsp;หรือญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว&nbsp;และในตอนบ่ายจะเป็นการไหว้ผีพี่น้อง&nbsp;และผีไร้ญาติ&nbsp;และขอพรไหว้เทพเจ้าแห่งโชคลาภซึ่งบางคนก็จะถือฤกษ์&nbsp;ถือยามส่วนบางคนก็จะถือฤกษ์สะดวกในการไหว้&nbsp;&nbsp;โดยหลังจากทำพิธีไหว้ตามประเพณี&nbsp;ก็จะมีการเผากระดาษเงิน&nbsp;กระดาษทอง&nbsp;เสื้อผ้ากระดาษ&nbsp;และอื่นๆ&nbsp;เพื่อเป็นการอุทิศแด่ผู้ล่วงลับ&nbsp;ส่งไปให้บรรพบุรุษได้ใช้&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;จุดประทัดเพื่อขับไล่สิ่งที่ไม่ดี</p><p><strong>ชาวยะลา&nbsp;บอกว่า&nbsp;การไหว้ปีนี้&nbsp;ก็ไหว้ตามปกติของไหว้ไม่ได้ลดลง</strong>&nbsp;ส่วนของที่ราคาแพงก็เป็นเรื่องธรรมดา&nbsp;มีแพงบ้าง&nbsp;แต่ไก่ที่ไปซื้อมาไหว้ก็ยังราคาเดิม&nbsp;ถือว่าปีละครั้ง&nbsp;ไม่ซีเรียส&nbsp;อะไร</p><p><strong>สำหรับในวันพรุ่งนี้&nbsp;(1&nbsp;ก.พ&nbsp;65)&nbsp;ตามปฎิทินจีนจะเป็นวันขึ้นปีใหม่</strong>&nbsp;หรือ&nbsp;วันตรุษจีน&nbsp;&nbsp;ซึ่งจะเป็นวันเที่ยว&nbsp;ของพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีน&nbsp;โดยรัฐบาล&nbsp;ได้กำหนดให้วันตรุษจีน&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;&nbsp;จชต.เป็นวันหยุดกรณีพิเศษเพื่อให้พี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนได้ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน&nbsp;กับครอบครัว&nbsp;ขณะที่ในปีนี้&nbsp;ยังคงมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;โดยเฉพาะสายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;</p><p><strong>ทางสำนักงานสาธารณสุข&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ได้เน้นย้ำให้ประชาชน</strong>ฉลองเทศกาลตรุษจีน&nbsp;2022&nbsp;วิถีนิวนอร์มอล&nbsp;ยกการ์ดสูง&nbsp;ป้องกันโควิด&nbsp;สวมหน้ากากอนามัย&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;ล้างมือ&nbsp;แยกของใช้&nbsp;งดดื่มแอลกอฮอล์&nbsp;ไม่คลุกคลีผู้สูงอายุ&nbsp;หมั่นทำความสะอาดบริเวณจุดสัมผัสร่วม&nbsp;เปิดบ้านให้อากาศถ่ายเท&nbsp;หากมีอาการ&nbsp;ความเสี่ยง&nbsp;สงสัยติดเชื้อให้ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ย้ำ&nbsp;รวมญาติ&nbsp;แจกอั่งเปา&nbsp;ไม่แจกโควิด&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>	31/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220131082132339
818	จ.อุบลฯ ผ่อนคลายมาตรการป้องกันควบคุมโรคติดเชื้อโควิด-19 สถานที่ออกกำลังกาย ยิม ฟิตเนส และสนามกีฬา เริ่ม วันที่ 1 ก.พ.65 นี้	<p><strong>นายพงศ์รัตน์&nbsp;&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;คณะกรรมการโรคติดต่อ&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;มีมติผ่อนคลายมาตรการป้องกันควบคุมโรคติดเชื้อโควิด-19&nbsp;&nbsp;สถานที่ออกกำลังกาย&nbsp;ยิม&nbsp;ฟิตเนส&nbsp;และสนามกีฬา&nbsp;โดยผู้ประกอบการต้องขออนุญาตคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดก่อนเปิดให้บริการและปฏิบัติตามมาตรการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เช่น&nbsp;ต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน&nbsp;Thai&nbsp;Stop&nbsp;Covid&nbsp;Plus&nbsp;/&nbsp;ทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสร่วม&nbsp;ทุก&nbsp;30&nbsp;นาที&nbsp;ทำความสะอาดห้องสุขา&nbsp;ทุก&nbsp;1-2&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และหลังปิดให้บริการ&nbsp;/&nbsp;ปรับรูปแบบกิจกรรมระหว่างบุคคล&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เมตร&nbsp;/&nbsp;กรณีที่มีระบบปรับอากาศ&nbsp;เปิดประตู&nbsp;หน้าต่าง&nbsp;หรือเดินระบบจ่ายอากาศสะอาด&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;30&nbsp;นาที&nbsp;ก่อนเปิดให้บริการ&nbsp;แลกเปลี่ยนอากาศด้วยการติดตั้งพัดลมดูดอากาศ&nbsp;/&nbsp;พนักงานของสถานประกอบการและผู้ใช้บริการ&nbsp;ต้องได้รับวัคซีนตามเกณฑ์และมีผลการตรวจ&nbsp;ATK.&nbsp;เป็นลบ&nbsp;</p><p><strong>สำหรับลานกีฬา&nbsp;สนามกีฬา&nbsp;หรือสถานที่ออกกำลังกาย</strong>&nbsp;ที่ใช้ในการแข่งขัน&nbsp;ฝึกซ้อม&nbsp;และเล่นกีฬาประเภทที่มีการสัมผัสระหว่างผู้เล่น&nbsp;ยังคงปิดให้บริการ&nbsp;ยกเว้นสนามกีฬาที่มีผู้ประกอบการควบคุมการให้บริการ&nbsp;หากประสงค์จะเปิดให้บริการต้องจัดทำมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;และขออนุญาตคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดและปฏิบัติตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด&nbsp;</p><p><strong>หากผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามจะมีโทษทั้งจำทั้งปรับ</strong>&nbsp;เริ่มตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;ก.พ.2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>กรกช&nbsp;&nbsp;&nbsp;ภูมี&nbsp;สวท.อุบลฯ&nbsp;&nbsp;รายงาน&nbsp;31&nbsp;ม.ค.65&nbsp;</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>	31/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สวท.อุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220131082319340
819	จังหวัดอุบลราชธานี ผ่อนคลายมาตรการป้องกันควบคุมโรคติดเชื้อโควิด-19 โรงภาพยนตร์ เริ่มวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 นี้	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;มีมติผ่อนคลายมาตรการป้องกันควบคุมโรคติดเชื้อโควิด-19&nbsp;โรงภาพยนตร์ให้เปิดบริการได้&nbsp;โดยผู้ประกอบการโรงภาพยนตร์ต้องปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;เช่น&nbsp;ต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน&nbsp;Thai&nbsp;Stop&nbsp;COVID&nbsp;Plus&nbsp;,&nbsp;ทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสร่วม&nbsp;เน้นบริการจุดเสี่ยง&nbsp;,&nbsp;พนักงานของโรงภาพยนตร์และผู้ใช้บริการ&nbsp;ต้องได้รับวัคซีนตามเกณฑ์และมีผลการตรวจ&nbsp;ATK.&nbsp;เป็นลบ&nbsp;,&nbsp;จัดจำนวนผู้ใช้บริการ&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;30%&nbsp;ของจำนวนที่นั่ง&nbsp;เว้นระยะห่างของการนั่งชมภาพยนตร์ทุก&nbsp;2&nbsp;ที่นั่งในแถวเดียวกัน&nbsp;และระยะห่างระหว่างแถว&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;1&nbsp;แถว&nbsp;หรือแถวเว้นแถว&nbsp;,&nbsp;ผู้ใช้บริการต้องเว้นระยะห่าง&nbsp;สวมหน้ากากอนามัย&nbsp;ล้างมือ&nbsp;วัดอุณหภูมิ&nbsp;ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชั่น&nbsp;,&nbsp;จำหน่ายบัตรผ่านช่องทางออนไลน์&nbsp;,&nbsp;งดจำหน่าย&nbsp;และห้ามรับประทานอาหาร&nbsp;เครื่องดื่มทุกชนิดในโรงภาพยนตร์&nbsp;,&nbsp;กำหนดจุดรอคิว&nbsp;จุดบริการ&nbsp;มีระยะห่าง&nbsp;1&nbsp;เมตร&nbsp;,&nbsp;ผู้ประกอบการจัดให้มีผู้รับผิดชอบตรวจสอบการปฏิบัติงาน&nbsp;ตรวจตราความปลอดภัย&nbsp;การบริการ&nbsp;ตามแนวปฏิบัติด้านสาธารณสุขป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;หากผู้ใดฝ่าฝืน&nbsp;หรือไม่ปฏิบัติตามจะมีโทษทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;เริ่มตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น</p>	31/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สวท.อุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220131091220348
820	ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ บูรณาการทุกหน่วยรองรับผู้โดยสารหลังเปิดลงทะเบียนเข้าประเทศด้วยระบบ Test & Go เริ่ม 1 ก.พ.นี้ โดยคัดกรองอย่างเข้มงวดตามมาตรการกระทรวงสาธารณสุข	<p><strong>นายกิตติพงศ์&nbsp;กิตติขจร&nbsp;ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ&nbsp;บริษัท&nbsp;ท่าอากาศยานไทย&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;(ทอท.)&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ตามที่รัฐบาลโดยศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด&nbsp;-&nbsp;19)&nbsp;หรือ&nbsp;ศบค.&nbsp;ได้ปรับมาตรการป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19&nbsp;สำหรับการเดินทางเข้าราชอาณาจักร&nbsp;โดยจะเริ่มให้ผู้เดินทางจากทุกประเทศทั่วโลกลงทะเบียนเพื่อขออนุญาตเข้าประเทศไทยโดยระบบ&nbsp;Test&nbsp;&amp;&nbsp;Go&nbsp;ได้อีกครั้ง&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ&nbsp;(ทสภ.)&nbsp;ในฐานะท่าอากาศยานหลักของประเทศมีความพร้อมในการรองรับผู้โดยสารที่จะกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง&nbsp;ภายใต้มาตรการคัดกรองที่เข้มงวดปฏิบัติตามแนวทาง&nbsp;Covid&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;ตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;โดยได้บูรณาการกับหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ที่ปฏิบัติงานร่วมกัน&nbsp;อาทิ&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ทสภ.&nbsp;(EOC)&nbsp;ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ&nbsp;กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง&nbsp;กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว&nbsp;สายการบิน&nbsp;ตลอดจนผู้ประกอบการโรงแรม</p><p><strong>นายกิตติพงศ์&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;</strong>ทสภ.&nbsp;ยังคงให้ความสำคัญในการปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านสาธารณสุข&nbsp;D&nbsp;&nbsp;M&nbsp;-&nbsp;H&nbsp;-&nbsp;T&nbsp;-&nbsp;T&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ตลอดจนเน้นย้ำในการดูแลรักษาความสะอาดในทุกพื้นที่ภายในท่าอากาศยานรวมถึงบริเวณพื้นที่จุดสัมผัสตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และในส่วนของการให้บริการขนส่งผู้โดยสารไปยังโรงแรมที่จองล่วงหน้านั้น&nbsp;ในกรณีที่รถโรงแรมสำหรับผู้โดยสารระบบ&nbsp;Thailand&nbsp;Pass&nbsp;ไม่เพียงพอ&nbsp;ทสภ.&nbsp;ได้จัดเตรียมรถแท็กซี่ที่ผ่านมาตรฐาน&nbsp;Sha&nbsp;plus&nbsp;และ&nbsp;AOT&nbsp;Limousine&nbsp;พร้อมให้บริการผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศที่จองโรงแรมไว้ล่วงหน้าตามมาตรการที่&nbsp;ศบค.&nbsp;กำหนด&nbsp;ภายใต้มาตรการควบคุมการส่งผู้โดยสารที่เข้มงวด&nbsp;พร้อมร่วมเป็นกลไกสำคัญกับรัฐบาลในการฟื้นฟูเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศ</p><p><strong>สำหรับความพร้อมด้านบุคลากร&nbsp;ผู้ปฏิบัติงานจากทุกภาคส่วนที่ปฏิบัติงาน&nbsp;ณ&nbsp;ทสภ.</strong>&nbsp;ขณะนี้อยู่ระหว่างการฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;4&nbsp;ซึ่งคาดว่า&nbsp;ปลายเดือนกุมภาพันธ์จะสามารถฉีดได้ครบตามเป้าหมายที่ตั้งไว้จำนวน&nbsp;25,000&nbsp;คน&nbsp;นอกจากนั้น&nbsp;ทสภ.&nbsp;ยังมีการสุ่มตรวจคัดกรองผู้ปฏิบัติงานที่มีความเสี่ยงด้วยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;เป็นประจำทุกสัปดาห์&nbsp;ซึ่งเป็นไปตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ตามที่รัฐบาลมีนโยบายเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศอย่างเป็นทางการ</strong>&nbsp;นับตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;29&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ทสภ.&nbsp;ได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศไทยรวมทั้งสิ้น&nbsp;381,871&nbsp;คน&nbsp;แบ่งเป็นผู้เดินทางผ่านระบบ&nbsp;Test&nbsp;&amp;&nbsp;Go&nbsp;จำนวน&nbsp;317,754&nbsp;คน&nbsp;ระบบ&nbsp;Sandbox&nbsp;จำนวน&nbsp;22,918&nbsp;คน&nbsp;ระบบ&nbsp;Quarantine&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;จำนวน&nbsp;30,418&nbsp;คน&nbsp;Quarantine&nbsp;10&nbsp;วัน&nbsp;จำนวน&nbsp;9,950&nbsp;คน&nbsp;และ&nbsp;Quarantine&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;จำนวน&nbsp;831&nbsp;คน&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	31/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรปราการ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220131095708367
821	จ.ลำปางพบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่  31  ราย	<p><strong>สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง&nbsp;รายงานสถานการณ์โควิด-19&nbsp;</strong>ประจำวันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;พบผู้ป่วยรายใหม่&nbsp;31&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ติดเชื้อยืนยันตรวจด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;16&nbsp;ราย&nbsp;เป็นผู้ติดเชื้อเข้าข่ายตรวจด้วยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ถึงปัจจุบัน&nbsp;พบผู้ป่วยสะสม&nbsp;2,257&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ระหว่างรักษา&nbsp;286&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายกลับบ้านสะสม&nbsp;1,969&nbsp;ราย&nbsp;และเสียชีวิตสะสม&nbsp;2&nbsp;ราย</p><p><strong>สำหรับข้อมูลการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ณ&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>ของวันเดียวกัน&nbsp;จังหวัดลำปางวัคซีนไปแล้ว&nbsp;1,069,709&nbsp;เข็ม&nbsp;จำแนกเป็นเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;477,452&nbsp;คน&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;449,884&nbsp;คน&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;138,450&nbsp;คน&nbsp;และเข็มที่&nbsp;4&nbsp;จำนวน&nbsp;3,923&nbsp;คน</p><p><strong>จังหวัดลำปางขอความร่วมมือประชาชนเคร่งครัดตามมาตรการป้องกันโรค&nbsp;DMHTTA&nbsp;</strong>ทั้งนี้&nbsp;หากมีข้อสงสัย&nbsp;&nbsp;สอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนโควิด-19&nbsp;ลำปาง&nbsp;โทร.&nbsp;093&nbsp;140&nbsp;8023&nbsp;ในวันเวลาราชการ&nbsp;และวันเสาร์-อาทิตย์&nbsp;เวลา&nbsp;08.30-16.30&nbsp;น.&nbsp;หรือสอบถามที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	31/1/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220131095422365
822	กรมการขนส่งทางบก คุมเข้มดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชน ช่วงเทศกาลตรุษจีน 	<p><strong>นายจิรุตม์&nbsp;วิศาลจิตร&nbsp;อธิบดีกรมการขนส่งทางบก&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;กรมการขนส่งทางบก&nbsp;เตรียมพร้อมมาตรการอำนวยความสะดวกปลอดภัยในการเดินทางให้แก่ประชาชน&nbsp;ในช่วงเทศกาลตรุษจีน&nbsp;</strong>โดยกำชับสำนักงานขนส่งทุกจังหวัดตรวจสอบความพร้อมสถานประกอบการของผู้ประกอบการขนส่งด้วยรถโดยสารสาธารณะ&nbsp;ให้เข้มงวดตรวจสภาพความพร้อมของรถโดยสารและพนักงานขับรถตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด&nbsp;ตัวรถต้องมีสภาพมั่นคงแข็งแรง&nbsp;อุปกรณ์ส่วนควบเพื่อความปลอดภัย&nbsp;ติดตั้ง&nbsp;GPS&nbsp;Tracking&nbsp;เพื่อใช้ติดตามการใช้ความเร็ว&nbsp;โดยกรมการขนส่งทางบก&nbsp;มีมาตรการเฝ้าระวังและติดตามการใช้ความเร็วรถโดยสารสาธารณะและรถบรรทุก&nbsp;ผ่านศูนย์บริหารจัดการเดินรถระบบ&nbsp;GPS&nbsp;ต่อเนื่องตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;เพื่อป้องกันการใช้ความเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดหรือป้องกันพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุ&nbsp;และจัดเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับเรื่องร้องเรียน&nbsp;ทางสายด่วน&nbsp;1584&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p><p>&nbsp;<strong>อธิบดีกรมการขนส่งทางบก&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;สำหรับประชาชนที่ใช้บริการรถยนต์เช่าเหมา&nbsp;หรือป้ายเหลือง&nbsp;</strong>ควรวางแผนก่อนเดินทาง&nbsp;และศึกษาเส้นทางล่วงหน้า&nbsp;เลือกใช้บริการผู้ประกอบการขนส่งที่ได้มาตรฐาน&nbsp;รถจดทะเบียนถูกต้อง&nbsp;มีการจัดทำประกันภัยตามที่กฎหมายกำหนด,&nbsp;รถต้องผ่านการตรวจสภาพรถและชำระภาษีถูกต้องตามระยะเวลากำหนด,&nbsp;ผู้โดยสารต้องคาดเข็มขัดนิรภัยตลอดการเดินทาง&nbsp;และปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขเพื่อป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ทั้งพนักงานขับรถ&nbsp;พนักงานบริการ&nbsp;และผู้โดยสารต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดการเดินทาง&nbsp;ผู้ประกอบการต้องคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย&nbsp;จัดเตรียมเจลแอลกอฮอล์ล้างมือไว้ให้บริการ&nbsp;งดให้บริการอาหารบนรถ&nbsp;ระบายอากาศภายในรถระหว่างการเดินทาง&nbsp;และทำความสะอาดห้องน้ำ&nbsp;พื้นผิว&nbsp;และอุปกรณ์ที่มีการใช้งานร่วมกันด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อหรือแอลกอฮอล์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;</p><p><strong>กรณีรถปรับอากาศระยะไกล&nbsp;ควรมีการตรวจคัดกรองการติดเชื้อพนักงานขับรถและพนักงานบริการด้วยชุดตรวจ&nbsp;ATK</strong>&nbsp;ส่วนประชาชนที่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว&nbsp;ควรตรวจเช็คสภาพรถก่อนเดินทางขับรถด้วยความไม่ประมาท&nbsp;ดื่มไม่ขับ&nbsp;ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อความปลอดภัยในการเดินทางและลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลตรุษจีน</p><p>&nbsp;</p>	31/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220131104721378
823	เปิดงาน สืบสานประเพณี วัฒนธรรมไทย-จีน ตรุษจีน เล่ง เกีย ฉู่ สืบสานตำนานมังกร 2565	<p><strong>เมื่อเวลา&nbsp;18.00&nbsp;น.&nbsp;ของวันที่&nbsp;30&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่บริเวณริมเขื่อนหน้าศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร</strong>&nbsp;&nbsp;นายณรงค์&nbsp;รักร้อย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงานสืบสานประเพณีวัฒนธรรมไทย-จีน&nbsp;ตรุษจีน&nbsp;เล่ง&nbsp;เกีย&nbsp;ฉู่&nbsp;สืบสานตำนานมังกร&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;เทศบาลนครสมุทรสาคร&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และประชาชน&nbsp;เข้าร่วมงาน&nbsp;เป็นจำนวนมาก</p><p><strong>โดยภายในพิธีเปิดงาน&nbsp;ประธานได้กราบไหว้ขอพรองค์เจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร</strong>&nbsp;จากนั้นเป็นการแสดงมินิไลท์แอนด์ซาวน์&nbsp;เล่าเรื่อง&nbsp;วิถีชีวิตชุมชนท่าจีน&nbsp;,&nbsp;การแสดงเชิดสิงโต&nbsp;,&nbsp;การแสดงเชิดมังกร&nbsp;และการแสดงตีกลองของคณะครูจากโรงเรียนสามชัยวิเทศศึกษา&nbsp;&nbsp;พร้อมทั้งชมการจุดพลุ&nbsp;ชมมังกรในเรือ&nbsp;พร้อมว่าวสายนับร้อยตัว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับงานสืบสานประเพณีวัฒนธรรมไทย-จีน&nbsp;ตรุษจีน&nbsp;เล่ง&nbsp;เกีย&nbsp;ฉู่&nbsp;สืบสานตำนานมังกร&nbsp;2565&nbsp;</strong>จะจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;30&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;โดยภายในงานมีการตกแต่งประดับหุ่นโคมไฟ&nbsp;ร้านค้าจำหน่ายอาหาร&nbsp;การจัดนิทรรศการให้ความรู้&nbsp;การขอพรเทพเจ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์&nbsp;การสาธิตทางวัฒนธรรมไทยจีน&nbsp;อีกทั้งงานนี้&nbsp;ได้จัดงานอยู่ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ทั้งการเว้นระยะห่าง&nbsp;การสวมหน้ากากอนามัย&nbsp;และเรื่องของวัคซีนของผู้ประกอบการที่มาจำหน่ายอาหารในงาน&nbsp;จะต้องฉีดวัคซีนครบและตรวจATK&nbsp;ก่อนทุกคน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;งานสืบสานประเพณีวัฒนธรรมไทย-จีน&nbsp;ตรุษจีน&nbsp;เล่ง&nbsp;เกีย&nbsp;ฉู่&nbsp;สืบสานตำนานมังกร&nbsp;2565&nbsp;</strong>&nbsp;ถือว่าเป็นงานสำคัญของสมุทรสาคร&nbsp;ในการเป็นพื้นที่ที่หล่อหลอมมาด้วยวัฒนธรรมไทย-จีน&nbsp;ที่มีทั้งศาลเจ้า&nbsp;มีคนไทยเชื้อสายจีนอยู่อาศัยกันมาอย่างช้านาน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	31/1/2022	ภาคตะวันตก	สมุทรสาคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาคร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220131113429390
824	ชาวไทยเชื้อสายจีนใน อ.เบตง จ.ยะลา ร่วมไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เทพเจ้าต่างๆ เพื่อความเป็นศิริมงคล เนื่องในวันตรุษจีน พร้อมปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด	<p><strong>วันนี้&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;นายสกุล&nbsp;เล็งลัคน์กุล&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองเบตง</strong>&nbsp;พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและสมาชิกสภาเทศบาล&nbsp;ได้เข้าร่วมพิธีไหว้ศาลพระภูมิประจำเทศบาลเมืองเบตง&nbsp;โดยได้นำพวงมาลัย&nbsp;ผลไม้&nbsp;ขนมหวาน&nbsp;มาไหว้ขอพรเพื่อความเป็นศิริมงคล&nbsp;เนื่องในวันตรุษจีน</p><p><strong>นายสกุล&nbsp;เล็งลัคน์กุล&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองเบตง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;วันไหว้ในช่วงเทศกาลตรุษจีน&nbsp;ประชาชนชาวไทยเชื้อสายจีน&nbsp;จะทำการไหว้เทพเจ้าต่างๆ&nbsp;ด้วยอาหาร&nbsp;ผลไม้&nbsp;และเครื่องเซ่นไหว้ต่างๆ&nbsp;ที่ซื้อเตรียมไว้ก่อนหน้านี้&nbsp;จากนั้นพรุ่งนี้&nbsp;จะเป็นวันเที่ยว&nbsp;หรือวันขึ้นปีใหม่จีน&nbsp;ตรงกับ&nbsp;วันอังคารที่&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ทุกคนจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่สวยงาม&nbsp;พากันออกไปท่องเที่ยว&nbsp;และไปไหว้ขอพรญาติผู้ใหญ่&nbsp;พร้อมทั้งถือเคล็ดต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ตามธรรมเนียม&nbsp;เช่น&nbsp;งดทำบาป&nbsp;ไม่ด่าทอ&nbsp;ไม่พูดคำหยาบ&nbsp;และไม่คิดร้ายต่อกัน&nbsp;เพื่อความเป็นสิริมงคล&nbsp;และขอให้ทุกคนปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;ใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;พกเจลแอลกอออล์สำหรับล้างมือ&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;หลีกเลี่ยงการติดเชื้อโควิด-19&nbsp;เข้าสู่ร่างกาย&nbsp;หากประชาชนจากต่างจังหวัดเดินทางเข้าสู่เมืองเบตง&nbsp;เพื่อร่วมกิจกรรมเทศกาลตรุษจีน&nbsp;ขอให้ทำการตรวจหาเชื้อด้วยตนเองด้วย&nbsp;ATK&nbsp;&nbsp;เพื่อความปลอดภัยของทุกคน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	31/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220131121335412
825	จ.แม่ฮ่องสอนพบผู้ป่วยโควิดยืนยัน 10 ราย และตรวจ ATK พบเชื้ออีก 28 ราย สธ.ระบุตรวจ ATK แล้ว ผลเป็นบวก รักษาได้เลย! ไม่ต้องตรวจ RT-PCR ซ้ำ	<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;(เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.)&nbsp;สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มีดังนี้&nbsp;ผู้ป่วยยืนยันสะสม&nbsp;(ตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ผลพบเชื้อ)&nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;408&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;(0.73%)&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;313&nbsp;ราย&nbsp;(76.72%)&nbsp;ยังอยู่ระหว่างรักษา&nbsp;92&nbsp;ราย&nbsp;(22.55%)&nbsp;มีอาการเล็กน้อย&nbsp;81&nbsp;ราย&nbsp;ปานกลาง&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;และรุนแรง&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;รักษาอยู่ที่โรงพยาบาล/โรงพยาบาลสนาม&nbsp;จำนวน&nbsp;38&nbsp;ราย&nbsp;ศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;จำนวน&nbsp;26&nbsp;ราย&nbsp;และแยกกักตนเองที่บ้าน&nbsp;(HI)&nbsp;จำนวน&nbsp;37&nbsp;ราย</p><p><strong>วันนี้มีผู้ได้รับการตรวจหาเชื้อ&nbsp;COVID-19</strong>&nbsp;ด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;22&nbsp;ชุด&nbsp;พบเชื้อ&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอปาย&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;และตรวจด้วย&nbsp;ATK&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;107&nbsp;ชุด&nbsp;พบเชื้อ&nbsp;28&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ที่อำเภอเมือง&nbsp;14&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอขุนยวม&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอปาย&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยเข้าข่ายสะสม&nbsp;(ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผลเป็นบวก)&nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;1,076&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;752&nbsp;ราย&nbsp;(69.89%)&nbsp;ยังอยู่ระหว่างรักษา&nbsp;324&nbsp;ราย&nbsp;(30.11%)&nbsp;รักษาอยู่ที่โรงพยาบาล&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;รักษาอยู่ที่ศูนย์แยกกักโรคชุมชน&nbsp;(CI)&nbsp;จำนวน&nbsp;112&nbsp;ราย&nbsp;และแยกกักตนเองที่บ้าน&nbsp;(HI)&nbsp;จำนวน&nbsp;206&nbsp;ราย</p><p><strong>สำหรับแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข</strong>&nbsp;ผู้ที่ตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;ด้วยชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;แล้วมีผลเป็นบวก&nbsp;ไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อย&nbsp;สามารถเข้ากระบวนการรักษาผ่านสายด่วน&nbsp;สปสช.&nbsp;โทร.1330&nbsp;เพื่อเข้าระบบการดูแลรักษาที่บ้าน&nbsp;(Home&nbsp;Isolation)&nbsp;หรือในชุมชน&nbsp;(Community&nbsp;Isolation)&nbsp;ได้&nbsp;โดยไม่จำเป็นต้องตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ซ้ำ&nbsp;ยกเว้นบางรายที่มีอาการหรือมีความเสี่ยงทางการแพทย์&nbsp;จะมีการตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ซ้ำโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายกับผู้ป่วย&nbsp;ส่วนในกรณีผู้ป่วยที่ต้องการเคลมประกันโควิดนั้น&nbsp;ผู้ป่วยจะต้องรับผิดชอบค่าตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;พร้อมใบรับรองสำหรับเบิกประกันเอง&nbsp;โดยโรงพยาบาลที่ทำการตรวจจะไม่ได้เบิกค่าตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ซ้ำซ้อนกับ&nbsp;สปสช.อีก&nbsp;ซึ่งผู้ป่วยจะได้รับคืนจากเงินเอาประกัน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	31/1/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220131134938431
826	โฆษก ศบค. รายงานกลุ่มเสี่ยง และกลุ่มเปราะบางที่ยังไม่รับวัคซีน เข็มแรกใน 7 จังหวัด ขณะที่การรับนักท่องเที่ยวแบบTest and Go จะเริ่มลงทะเบียนวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้	<p><strong>นพ.ทวีศิลป์&nbsp;วิษณุโยธิน&nbsp;โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;หรือ&nbsp;ศบค.</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ผลการฉีดวัคซีน&nbsp;covid&nbsp;19&nbsp;ในประเทศไทยวันนี้&nbsp;115,053,572&nbsp;โด๊ส&nbsp;เป็นวัคซีนเข็มที่&nbsp;1&nbsp;ร้อยละ&nbsp;75.2&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;ร้อยละ&nbsp;69.9&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;ร้อยละ&nbsp;20.3&nbsp;โดยกลุ่มเสี่ยงที่จะติดเชื้อยังคงเป็นกลุ่มเปราะบางที่ไม่ได้รับวัคซีน&nbsp;โดยจังหวัดที่ได้รับวัคซีน&nbsp;ร้อยละ&nbsp;50-59&nbsp;อยู่ที่&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;ปัตตานี&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;ตาก&nbsp;ลพบุรี&nbsp;ราชบุรี&nbsp;และพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว&nbsp;ที่จังหวัดกาญจนบุรี</p><p><strong>ส่วนกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคเรื้อรัง&nbsp;ที่ได้รับวัคซีนเข็มที่&nbsp;1&nbsp;ต่ำกว่าร้อยละ&nbsp;60</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;นครปฐม&nbsp;ปัตตานี&nbsp;นครสวรรค์&nbsp;สระแก้ว&nbsp;และนนทบุรี&nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว/&nbsp;ขณะที่จังหวัดที่ได้รับวัคซีนเข็มที่&nbsp;2&nbsp;ต่ำที่สุด&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;นราธิวาส&nbsp;ปัตตานี&nbsp;ตาก&nbsp;ยะลา&nbsp;กาญจนบุรี&nbsp;ลพบุรี&nbsp;บึงกาฬ&nbsp;หนองบัวลำภู&nbsp;และสกลนคร&nbsp;จึงขอเชิญชวนกลุ่มเหล่านี้มาฉีดวัคซีนเร็วที่สุด</p><p><strong>นพ.ทวีศิลป์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;แผนการเปิดรับผู้เดินทางเข้าราชอาณาจักร&nbsp;รูปแบบ&nbsp;Test&nbsp;and&nbsp;Go&nbsp;จะเริ่มลงทะเบียนใหม่ได้ในวันที่&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</strong>&nbsp;โดยปรับการตรวจหาเชื้อด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;เป็น&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;คือ&nbsp;วันแรก&nbsp;และวันที่&nbsp;5&nbsp;ที่เดินทางมาถึง&nbsp;โดยจะต้องจองโรงแรมทั้ง&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;ระหว่างนั้นหากผลเป็นลบ&nbsp;สามารถเดินทางไปไหนก็ได้&nbsp;ส่วนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาแบบ&nbsp;sandbox&nbsp;ก็ยังคงอยู่&nbsp;เพื่อเป็นระบบสำรองไว้กรณี&nbsp;ระบบ&nbsp;test&nbsp;and&nbsp;go&nbsp;มีการปรับปรุง</p><p><strong>ที่ประชุม&nbsp;EOC&nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;อย่างน้อยมีการพูดคุยว่า&nbsp;อยากให้นักท่องเที่ยวเข้ามาได้อย่างถูกต้อง&nbsp;ซึ่งในช่วงเดือนมกราคม&nbsp;ที่ผ่านมา</strong>พบว่า&nbsp;มีผู้ฝ่าฝืนข้อกำหนดของ&nbsp;ศบค.&nbsp;ถึง&nbsp;22&nbsp;ราย&nbsp;ส่วนใหญ่จะเป็นการทำตัวไม่พบหลังพบว่าติดเชื้อ&nbsp;และไม่ปรากฏตัวเพื่อตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;5&nbsp;ที่เดินทางมาถึง&nbsp;และไม่รอผลตรวจ&nbsp;โดย&nbsp;ผอ.ศบค.&nbsp;สั่งการไปยัง&nbsp;ผอ.ศปก.ศบค.&nbsp;ประสานไปยังศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง&nbsp;(ศปม.)&nbsp;ให้ดูแลเรื่องนี้อย่างเข้มงวด&nbsp;โดยให้ดำเนินคดีอย่างเต็มที่&nbsp;ตามหาที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;34(6)&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ&nbsp;พ.ศ.2558&nbsp;รวมทั้งกรณีไม่สวมหน้ากากอนามัยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถปรับได้&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;มากกว่า&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;แต่ไม่เกิน&nbsp;10,000&nbsp;บาท&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3&nbsp;เป็นต้นไปมากกว่า&nbsp;10,000&nbsp;บาท&nbsp;แต่ไม่เกิน&nbsp;20,000&nbsp;บาท&nbsp;จึงคาดหวังว่า&nbsp;นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาจะปฏิบัติตามข้อกำหนดของไทย</p><p><strong>ที่ประชุม&nbsp;ศปก.ศบค.&nbsp;ได้มีการหารือถึงการตรวจหาเชื้อ&nbsp;Covid19&nbsp;</strong>หากประชาชนประสงค์ที่จะตรวจเพื่อนำไปประกอบการแสดงหลักฐานด้าน&nbsp;ATK&nbsp;ภาครัฐ&nbsp;หรือโรงพยาบาลจะต้องดำเนินการในราคาต้นทุนให้&nbsp;/&nbsp;ให้&nbsp;สปสช.&nbsp;พิจารณาดำเนินการจัดหาให้&nbsp;/&nbsp;ต้องมีจุดจำหน่ายซื้อขายได้อย่างง่าย&nbsp;มีจุดจำหน่ายทั่วประเทศ</p><p><strong>นพ.ทวีศิลป์&nbsp;ฝากเตือนว่า&nbsp;ขณะนี้&nbsp;ระบบ&nbsp;Thailand&nbsp;Pass&nbsp;มีการใช้อีเมลปลอมขอข้อมูลส่วนบุคคล&nbsp;</strong>ขอนักท่องเที่ยวอย่าหลงเชื่อ&nbsp;จะต้องตรวจสอบให้ดี&nbsp;อย่าสแกน&nbsp;หรือให้ข้อมูลใดๆ</p>	31/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220131145205474
827	จ.ยะลา โควิด-19 รายใหม่ 17 ราย  ประชาชนทยอยตรวจ SWOB  ต่อเนื่อง	<p><strong>สำหรับสถานการณ์โควิด-19&nbsp;</strong>ที่จังหวัดยะลา&nbsp;วันนี้&nbsp;(31&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยะลา&nbsp;ได้รายงานมีผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;17&nbsp;ราย&nbsp;ลดลง&nbsp;9&nbsp;รายจากที่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;ซึ่งมีจำนวน&nbsp;26&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;ป่วยสะสมอยู่ที่&nbsp;496&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษา&nbsp;208&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;416&nbsp;ราย&nbsp;ไม่มีเสียชีวิตเพิ่ม&nbsp;สะสมรวม&nbsp;11&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ส่วนรายใหม่กระจายไปในพื้นที่&nbsp;5&nbsp;อำเภอ</strong>&nbsp;โดยอำเภอเมือง&nbsp;8&nbsp;&nbsp;ราย/อำเภอรามัน&nbsp;1&nbsp;ราย/อำเภอบันนังสตา&nbsp;1&nbsp;ราย/อำเภอธารโต&nbsp;2&nbsp;ราย/อำเภอเบตง&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;ส่วน&nbsp;3&nbsp;อำเภอที่ไม่พบรายใหม่&nbsp;คืออำเภอยะหา&nbsp;อำเภอกาบัง&nbsp;และอำเภอกรงปินัง&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ผู้ป่วยที่เข้าข่ายติดเชื้อจากการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;&nbsp;มีรายใหม่เพิ่ม&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;</strong>สะสมรวม&nbsp;170&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;ส่วนผลการคัดกรองตามมาตรการด้านสาธารณสุข&nbsp;รวมสะสม&nbsp;9,708&nbsp;ราย</p><p><strong>ขณะที่ในวันนี้พบว่าที่จุดตรวจหาเชื้อโควิด-19</strong>&nbsp;โรงพยาบาลยะลา&nbsp;ยังคงมีประชาชน&nbsp;ทั้งผู้ใหญ่&nbsp;ผู้สูงอายุ&nbsp;เด็ก&nbsp;ที่มีความเสี่ยงสัมผัสกับผู้ป่วยในครอบครัว&nbsp;เพื่อนร่วมงาน&nbsp;และในชุมชน&nbsp;&nbsp;ซึ่งสงสัยตนเองจะได้รับเชื้อทยอยเข้ารับการตรวจ&nbsp;SWOB&nbsp;กันอย่างต่อเนื่อง&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>	31/1/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220131140352435
828	จ.อุบลฯ ขอความร่วมมือผู้จัดงานบุญประเพณีทุกประเภท จัดอาหารกล่องให้ผู้ร่วมงานนำไปรับประทานที่บ้าน เพื่อป้องกันการระบาดของโควิด-19	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายวิโรจน์&nbsp;เซมรัมย์&nbsp;หัวหน้ากลุ่มงานควบคุมโรค&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี</strong>&nbsp;เปิดเผยในการแถลงข่าวสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;วันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;มีผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่ม&nbsp;150&nbsp;ราย&nbsp;ส่วนใหญ่เป็นการติดเชื้อในพื้นที่จังหวัด&nbsp;และพบการระบาดในตลาด&nbsp;ที่อำเภอเมืองอุบลฯ&nbsp;อำเภอนาจะหลวย&nbsp;อำเภอเดชอุดม&nbsp;ซึ่งผู้ประกอบการในตลาดบางรายเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงและไม่ยอมกักตัว&nbsp;แล้วมาขายสินค้าในตลาดทำให้เกิดการระบาดของเชื้อเป็นวงกว้าง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังพบการระบาดจากงานประเพณีในท้องถิ่น</strong>&nbsp;เช่น&nbsp;งานบุญ&nbsp;งานแต่งงาน&nbsp;งานหมั้น&nbsp;งานบวช&nbsp;งานศพ&nbsp;งานวันเกิด&nbsp;การลักลอบเล่นพนันชนไก่&nbsp;และกิจกรรมกลุ่มในหมู่บ้าน&nbsp;พบการติดเชื้อในครอบครัว&nbsp;วันละ&nbsp;45-50%</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ดังนั้น&nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรค</strong>&nbsp;ขอให้เจ้าของตลาดทุกแห่ง&nbsp;ทำ&nbsp;Market&nbsp;COVID&nbsp;free&nbsp;setting&nbsp;100%&nbsp;ส่วนเจ้าภาพในการจัดงานบุญประเพณีต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ต้องมีมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ผู้ร่วมงานต้องผ่านการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ฉีดวัคซีนอย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;จำกัด&nbsp;จำนวนคนเข้าร่วมงาน&nbsp;สวมหน้ากากอนามัย&nbsp;100%&nbsp;และที่สำคัญงดการรับประทานอาหารร่วมกัน&nbsp;แต่จัดเป็นอาหารกล่องให้ผู้ร่วมงาน&nbsp;นำไปรับประทานที่บ้านแทน</p>	31/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สวท.อุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220131135834434
829	จ.อุบลฯ ขอความร่วมมือ ผู้จัดงานบุญประเพณีทุกประเภท จัดอาหารกล่องให้ผู้ร่วมงาน นำไปรับประทานที่บ้าน เพื่อป้องกันการระบาดของโควิด-19	<p><strong>นายวิโรจน์&nbsp;&nbsp;เซมรัมย์&nbsp;หัวหน้ากลุ่มงานควบคุมโรค</strong>&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;เปิดเผยในการแถลงข่าวสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;วันที่&nbsp;31&nbsp;ม.ค.2565&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;มีผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่ม&nbsp;150&nbsp;ราย&nbsp;ส่วนใหญ่เป็นการติดเชื้อในพื้นที่จังหวัด&nbsp;และพบการระบาดในตลาด&nbsp;ที่&nbsp;อ.เมืองอุบลฯ&nbsp;อ.นาจะหลวย&nbsp;อ.เดชอุดม&nbsp;ซึ่งผู้ประกอบการในตลาดบางรายเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงและไม่ยอมกักตัว&nbsp;แล้วมาขายสินค้าในตลาดทำให้เกิดการระบาดของเชื้อเป็นวงกว้าง&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังพบการระบาดจากงานประเพณีในท้องถิ่น</strong>&nbsp;เช่น&nbsp;งานบุญ&nbsp;งานแต่งงาน&nbsp;งานหมั้น&nbsp;งานบวช&nbsp;งานศพ&nbsp;&nbsp;งานวันเกิด&nbsp;การลักลอบเล่นพนันชนไก่&nbsp;และกิจกรรมกลุ่มในหมู่บ้าน&nbsp;พบการติดเชื้อในครอบครัว&nbsp;วันละ&nbsp;45&nbsp;&nbsp;50&nbsp;%&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรค</strong>&nbsp;ขอให้เจ้าของตลาดทุกแห่ง&nbsp;ทำ&nbsp;Market&nbsp;Covid&nbsp;free&nbsp;setting&nbsp;100&nbsp;%&nbsp;&nbsp;ส่วนเจ้าภาพในการจัดงานบุญประเพณีต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ต้องมีมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;&nbsp;ผู้ร่วมงานต้องผ่านการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ฉีดวัคซีนอย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;จำกัด&nbsp;จำนวนคนเข้าร่วมงาน&nbsp;สวมหน้ากากอนามัย&nbsp;100&nbsp;%&nbsp;&nbsp;&nbsp;และที่สำคัญงดการรับประทานอาหารร่วมกัน&nbsp;แต่จัดเป็นอาหารกล่องให้ผู้ร่วมงาน&nbsp;นำไปรับประทานที่บ้านแทน&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	31/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.อุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220131153432497
830	ทีมสตีทอาร์ทกาญจนบุรี ชนะเลิศภาพวาดแต้มสีเดิมฝันต่อต้านการทุจริต  The Arts Landmarks In Thailand ที่สุพรรณบุรี	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>วันนี้&nbsp;(31&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;ที่บริเวณสวนเฉลิมภัทรราชินี&nbsp;หอคอยบรรหาร-แจ่มใส</strong>&nbsp;อำเภอเมืองสุพรรณบุรี&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ศาสตราจารย์พิเศษ&nbsp;วิชา&nbsp;มหาคุณ&nbsp;ประธานกรรมการมูลนิธิต่อต้านการทุจริต&nbsp;เป็นประธานมอบรางวัลการประกวดวาดภาพ&nbsp;ตามโครงการแต้มสีเดิมฝันต่อต้านการทุจริต&nbsp;The&nbsp;Arts&nbsp;Landmarks&nbsp;In&nbsp;Thailand&nbsp;โดย&nbsp;รางวัลที่&nbsp;1&nbsp;ได้แก่&nbsp;ทีมสตีทอาร์ทกาญจนบุรี&nbsp;วิทยาลัยอาชีวศึกษากาญจนบุรี&nbsp;รับเงินรางวัล&nbsp;จำนวน&nbsp;30,000&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;รางวัลที่&nbsp;2&nbsp;ได้แก่&nbsp;ทีมดิจิทัลมีเดีย&nbsp;วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุพรรณบุรี&nbsp;เงินรางวัล&nbsp;จำนวน&nbsp;20,000&nbsp;บาท&nbsp;รางวัลที่&nbsp;3&nbsp;ได้แก่&nbsp;ทีมรวมมิตร&nbsp;วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุพรรณบุรี&nbsp;เงินรางวัล&nbsp;จำนวน&nbsp;10,000&nbsp;บาท&nbsp;และรางวัลชมเชย&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;รางวัลๆ&nbsp;ละ&nbsp;5,000&nbsp;บาท&nbsp;ได้แก่&nbsp;วิทยาลัยอาชีวศึกษากาญจนบุรี&nbsp;และโรงเรียนตาคลี&nbsp;ประชาสรรค์&nbsp;จังหวัดนครสวรรค์&nbsp;โดยมี&nbsp;นายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;สุพีร์พัฒน์&nbsp;จองพานิช&nbsp;อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ที่ปรึกษามูลนิธิต่อต้านการทุจริต&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองสุพรรณบุรี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ศิลปินพื้นบ้าน&nbsp;เข้าร่วมงานด้วย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ศาสตราจารย์พิเศษ&nbsp;วิชา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ร่วมกับมูลนิธิต่อต้านการทุจริต&nbsp;ได้จัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้น&nbsp;เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชน&nbsp;นิสิต&nbsp;นักศึกษานักเรียน&nbsp;ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;รวมทั้งประชาชนทั่วไปในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;และจังหวัดใกล้เคียง&nbsp;ได้มีเวทีในการแสดงความสามารถและความคิดสร้างสรรค์งานศิลปกรรม&nbsp;ในการรณรงค์ต่อต้านการทุจริต&nbsp;ตลอดจนสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือเสริมสร้างทัศนคติ&nbsp;ค่านิยม&nbsp;ในความซื่อสัตย์สุจริต&nbsp;และสร้างเครือข่ายป้องกันการทุจริต&nbsp;เสริมสร้างบทบาท&nbsp;การเฝ้าระวังในการป้องกันการทุจริต&nbsp;ทุกรูปแบบ&nbsp;การจัดกิจกรรมดังกล่าว&nbsp;วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุพรรณบุรี&nbsp;เปิดรับสมัครผลงาน&nbsp;ระหว่างเดือนสิงหาคม&nbsp;ถึงเดือนพฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;มีผลงานศิลปกรรมส่งเข้าร่วมประกวด&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;จำนวน&nbsp;21&nbsp;ผลงาน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้ร่วมงานร่วมกันประทับมือที่ต้นช่อสะอาด</strong>&nbsp;เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของมือที่สะอาด&nbsp;ซื่อสัตย์&nbsp;สุจริต&nbsp;โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนต้องแสดงหลักฐานฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;ครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;ส่วนนักร้อง&nbsp;และดนตรีต้องตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ล่วงหน้า&nbsp;1&nbsp;วัน&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;โดยงานนี้ภาคกลางจัดเป็นภาคสุดท้าย&nbsp;และหลังจากนี้คณะกรรมการมูลนิธิต่อต้านการทุจริต&nbsp;จะได้นำภาพที่ได้รางวัลการประกวดไปแสดงผ่านสื่อทุกแขนงต่อไป</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	31/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	สุพรรณบุรี	สวท.สุพรรณบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220131153613499
831	สธ.สงขลา แนะประชาชนฉลองเทศกาลตรุษจีนปลอดภัย ห่างไกลโควิด -19	<p><strong>นายแพทย์สงกรานต์&nbsp;ไหมชุม&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสงขลา&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;เทศกาลตรุษจีนเป็นเทศกาลที่รวมญาติจากหลายที่เพื่อการเซ่นไหว้บรรพบุรุษ&nbsp;พบปะสังสรรค์&nbsp;และการเที่ยวในสถานที่ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ซึ่งมีโอกาสรวมกลุ่มและใกล้ชิดกับคนจำนวนมาก&nbsp;ทั้งเดินทางไปร้านอาหาร&nbsp;เพื่อรับประทานอาหารและพบปะสังสรรค์ในครอบครัว&nbsp;&nbsp;&nbsp;การเดินทางไปศาลเจ้าเพื่อไปไหว้พระขอพรหรือการไหว้เจ้า&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา&nbsp;ขอแนะวิธีปฏิบัติ&nbsp;วันเที่ยว&nbsp;ในช่วงเทศกาลตรุษจีน&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;ดังนี้</p><p><strong>ข้อปฏิบัติสำหรับ&nbsp;วันเที่ยว</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ใช้อุปกรณ์ป้องกัน&nbsp;เช่น&nbsp;สวมหน้ากากอนามัย&nbsp;และพกเจลแอลกอฮอล์ล้างมือด้วยเสมอ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เลือกใช้บริการจากสถานประกอบการ&nbsp;หรือแหล่งท่องเที่ยวที่มีสัญลักษณ์ของมาตรการความปลอดภัยสำหรับองค์กร&nbsp;หรือ&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รักษาระยะห่างระหว่างกันขณะใช้บริการ&nbsp;หรือควรหลีกเลี่ยงสถานที่มีผู้คนแออัด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;หากมีการใช้จ่ายควรเลือกใช้ระบบออนไลน์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กลับถึงบ้านให้เปลี่ยนเสื้อผ้า&nbsp;อาบน้ำทันที</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;หากมีอาการเจ็บป่วยไข้&nbsp;ไอ&nbsp;จาม&nbsp;งดหรือเลี่ยงการร่วมกิจกรรม</strong>เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ&nbsp;สำหรับสถานที่&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จัดงานจะต้องมีมาตรการความปลอดภัย&nbsp;อาทิ&nbsp;ผู้จัดงาน&nbsp;เจ้าหน้าที่ทุกคน&nbsp;ต้องฉีดวัคซีนตามเกณฑ์ที่กำหนด&nbsp;,&nbsp;ตรวจคัดกรองพนักงาน&nbsp;เจ้าหน้าที่ด้วย&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนจัดงานภายใน&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;,&nbsp;ผู้ร่วมงานต้องลงทะเบียนแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนตามเกณฑ์&nbsp;หรือมีผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นลบก่อนเข้างานภายใน&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;,&nbsp;ต้องมีการกำหนดทางเข้าออกจุดคัดกรองให้ชัดเจน&nbsp;,&nbsp;ทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสบ่อยๆ&nbsp;มีจุดบริการล้างมือ&nbsp;,&nbsp;ควบคุมจำนวนผู้ร่วมงานไม่ให้แออัด&nbsp;,&nbsp;จัดให้มีการระบายอากาศที่เพียงพอ&nbsp;,&nbsp;งดกิจกรรมที่มีการสัมผัสใกล้ชิด&nbsp;เช่น&nbsp;การเต้นรำ&nbsp;มหรสพ&nbsp;,&nbsp;จัดสิ่งแวดล้อมในสถานที่จัดงานให้เป็นระเบียบ&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-&nbsp;19&nbsp;ยังเป็นปัจจัยสำคัญในการป้องกัน</strong>การติดเชื้อ&nbsp;ลดความรุนแรงและการเสียชีวิตจากโรคโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;จึงขอเชิญชวนประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีน&nbsp;ฯ&nbsp;และขอให้ผู้ที่รับวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็มแล้ว&nbsp;และครบระยะเวลารับวัคซีนกระตุ้นเข็ม&nbsp;3&nbsp;สามารถติดต่อขอรับการฉีดวัคซีนเข็ม&nbsp;3&nbsp;ได้ที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้านทุกแห่ง&nbsp;หรือสอบถามสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา&nbsp;โทร.&nbsp;093-5766411&nbsp;,&nbsp;063-4941577&nbsp;(ในวันและเวลาราชการ)&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	31/1/2022	ภาคใต้	สงขลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220131160033520
832	สธ.สงขลา  แนะประชาชนฉลองเทศกาลตรุษจีนปลอดภัย ห่างไกลโควิด -19	<p><strong>นายแพทย์สงกรานต์&nbsp;ไหมชุม&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสงขลา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>เทศกาลตรุษจีนเป็นเทศกาลที่รวมญาติจากหลายที่เพื่อการเซ่นไหว้บรรพบุรุษ&nbsp;พบปะสังสรรค์&nbsp;และการเที่ยวในสถานที่ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ซึ่งมีโอกาสรวมกลุ่มและใกล้ชิดกับคนจำนวนมาก&nbsp;ทั้งเดินทางไปร้านอาหาร&nbsp;เพื่อรับประทานอาหารและพบปะสังสรรค์ในครอบครัว&nbsp;&nbsp;&nbsp;การเดินทางไปศาลเจ้าเพื่อไปไหว้พระขอพรหรือการไหว้เจ้า&nbsp;</p><p><strong>สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา&nbsp;ขอแนะวิธีปฏิบัติ&nbsp;วันเที่ยว&nbsp;</strong>ในช่วงเทศกาลตรุษจีน&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;โดยใช้อุปกรณ์ป้องกัน&nbsp;เช่น&nbsp;สวมหน้ากากอนามัย&nbsp;และพกเจลแอลกอฮอล์ล้างมือด้วยเสมอ&nbsp;เลือกใช้บริการจากสถานประกอบการ&nbsp;หรือแหล่งท่องเที่ยวที่มีสัญลักษณ์ของมาตรการความปลอดภัยสำหรับองค์กร&nbsp;หรือ&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;รักษาระยะห่างระหว่างกันขณะใช้บริการ&nbsp;หรือควรหลีกเลี่ยงสถานที่มีผู้คนแออัด&nbsp;หากมีการใช้จ่ายควรเลือกใช้ระบบออนไลน์&nbsp;กลับถึงบ้านให้เปลี่ยนเสื้อผ้า&nbsp;อาบน้ำทันที</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;หากมีอาการเจ็บป่วยไข้&nbsp;ไอ&nbsp;จาม&nbsp;งดหรือเลี่ยงการร่วมกิจกรรม</strong>เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ&nbsp;สำหรับสถานที่จัดงานจะต้องมีมาตรการความปลอดภัย&nbsp;อาทิ&nbsp;ผู้จัดงาน&nbsp;เจ้าหน้าที่ทุกคน&nbsp;ต้องฉีดวัคซีนตามเกณฑ์ที่กำหนด&nbsp;,&nbsp;ตรวจคัดกรองพนักงาน&nbsp;เจ้าหน้าที่ด้วย&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนจัดงานภายใน&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;,&nbsp;ผู้ร่วมงานต้องลงทะเบียนแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนตามเกณฑ์&nbsp;หรือมีผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นลบก่อนเข้างานภายใน&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;,&nbsp;ต้องมีการกำหนดทางเข้าออกจุดคัดกรองให้ชัดเจน&nbsp;,&nbsp;ทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสบ่อยๆ&nbsp;มีจุดบริการล้างมือ&nbsp;,&nbsp;ควบคุมจำนวนผู้ร่วมงานไม่ให้แออัด&nbsp;,&nbsp;จัดให้มีการระบายอากาศที่เพียงพอ&nbsp;,&nbsp;งดกิจกรรมที่มีการสัมผัสใกล้ชิด&nbsp;เช่น&nbsp;การเต้นรำ&nbsp;มหรสพ&nbsp;,&nbsp;จัดสิ่งแวดล้อมในสถานที่จัดงานให้เป็นระเบียบ&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-&nbsp;19</strong>&nbsp;ยังเป็นปัจจัยสำคัญในการป้องกันการติดเชื้อ&nbsp;ลดความรุนแรงและการเสียชีวิตจากโรคโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;จึงขอเชิญชวนประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีน&nbsp;ฯ&nbsp;และขอให้ผู้ที่รับวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็มแล้ว&nbsp;และครบระยะเวลารับวัคซีนกระตุ้นเข็ม&nbsp;3&nbsp;สามารถติดต่อขอรับการฉีดวัคซีนเข็ม&nbsp;3&nbsp;ได้ที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้านทุกแห่ง&nbsp;หรือสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา&nbsp;โทร.&nbsp;093-5766411&nbsp;,&nbsp;063-4941577</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	31/1/2022	ภาคใต้	สงขลา	สวท.สงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220131154919512
833	สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในพื้นที่จังหวัด เป็นการสัมผัสในชุมชน มากกว่าร้อยละ 51 รองลงมา  คือ การสัมผัสร่วมบ้าน	<p><strong>วันนี้&nbsp;(31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)</strong>&nbsp;<strong>&nbsp;แพทย์หญิง&nbsp;ทิพย์ลดา&nbsp;บุญชัย&nbsp;นายแพทย์ชำนาญการ</strong>&nbsp;โรงพยาบาลตรัง&nbsp;&nbsp;ในฐานะรองโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดตรัง&nbsp;ในภาพรวมมีผู้ติดเชื้อลดลง&nbsp;เนื่องจากได้รับความร่วมมือจากประชาชนในการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค&nbsp;COVID&nbsp;&nbsp;19&nbsp;เป็นอย่างดี&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยหากแยกจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด&nbsp;19&nbsp;ตามสาเหตุการสัมผัส&nbsp;พบว่า&nbsp;</strong>&nbsp;เป็นการสัมผัสในชุมชน&nbsp;มากถึงร้อยละ&nbsp;51.85&nbsp;&nbsp;รองลงมา&nbsp;&nbsp;คือ&nbsp;การสัมผัสร่วมบ้านร้อยละ&nbsp;40.74&nbsp;และสัมผัสจากการพูดคุยโดยไม่สวมหน้ากากอนามัย&nbsp;&nbsp;ร้อยละ&nbsp;7.41&nbsp;สำหรับการตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;วันนี้พบผลบวก&nbsp;27&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;87&nbsp;รายคิดเป็นร้อยละ&nbsp;31.03&nbsp;&nbsp;/&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;450&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;พบผลเป็นบวก&nbsp;51&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;11.33&nbsp;รวมผู้ติดเชื้อจากการตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;และ&nbsp;ATK&nbsp;วันนี้&nbsp;78&nbsp;ราย&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;537&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;14.53&nbsp;&nbsp;ขณะที่การตรวจหาเชื้อแยกตามความเสี่ยงและการสัมผัสในกลุ่มผู้เข้าเกณฑ์สอบสวนโรค&nbsp;&nbsp;ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเสี่ยงต่ำ&nbsp;&nbsp;เรือนจำแรกรับ&nbsp;&nbsp;การตรวจเชิงรุก&nbsp;&nbsp;ตรวจแรงงานต่างด้าวเข้าเกณฑ์&nbsp;PUI&nbsp;การตรวจก่อนผ่าตัดและอื่นๆ&nbsp;รวม&nbsp;44&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;จะต้องรอผลตรวจในวันพรุ่งนี้(1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ศบค.จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;ขอให้ทุกภาคส่วนช่วยกันดำเนินตามมาตรการ</strong>&nbsp;VUCA&nbsp;คือ&nbsp;V&nbsp;ไปฉีดวัคซีนตามกำหนด&nbsp;U&nbsp;ป้องกันตนเองกับทุกคน&nbsp;ทุกที่&nbsp;ทุกเวลา&nbsp;C&nbsp;ใช้&nbsp;&nbsp;COVID&nbsp;&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;ทำให้สถานที่&nbsp;ผู้ให้บริการ&nbsp;ผู้รับบริการมีความปลอดภัย&nbsp;และ&nbsp;A&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นประจำ&nbsp;และนอกจากการดำเนินงานตามมาตรการ&nbsp;VUCA&nbsp;แล้ว&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ได้เร่งสื่อสารความเข้าใจให้ประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น&nbsp;เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	31/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220131161553540
834	สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของจังหวัดตรัง อยู่ในลำดับที่ 49 ของประเทศและลำดับที่ 9 ของภาคใต้	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>วันนี้&nbsp;(31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)</strong><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;red;"">&nbsp;</strong><strong>&nbsp;แพทย์หญิง&nbsp;ทิพย์ลดา&nbsp;บุญชัย&nbsp;นายแพทย์ชำนาญการ&nbsp;โรงพยาบาลตรัง&nbsp;</strong>&nbsp;ในฐานะรองโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ของจังหวัดตรัง&nbsp;อยู่ในลำดับที่&nbsp;49&nbsp;ของประเทศและลำดับที่&nbsp;9&nbsp;ของภาคใต้&nbsp;&nbsp;ขณะที่&nbsp;การฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด&nbsp;19&nbsp;&nbsp;ของจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;ซึ่งล่าสุด&nbsp;(ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;15.00&nbsp;น.&nbsp;)&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;มีผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;492,057&nbsp;ราย&nbsp;จากเป้าหมาย&nbsp;631,755&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;77.89&nbsp;&nbsp;ผู้ได้รับวัคซีน&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;จำนวน&nbsp;469,025&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;631,755&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;74.24&nbsp;และผู้ได้รับวัคซีน&nbsp;3&nbsp;เข็ม&nbsp;จำนวน&nbsp;116,114&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;18.38&nbsp;เท่านั้น</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;จำนวนผู้ป่วยที่ต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล&nbsp;ลดลงอย่างต่อเนื่อง</strong>&nbsp;โดยในโรงพยาบาลของรัฐทั้ง&nbsp;10&nbsp;แห่ง&nbsp;มีอัตราการครองเตียงอยู่ที่&nbsp;ร้อยละ&nbsp;44.3&nbsp;ของจำนวนเตียงที่มีทั้งหมด&nbsp;&nbsp;ขณะที่&nbsp;โรงพยาบาลเอกชนทั้ง&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;มีอัตราการครองเตียงอยู่ที่&nbsp;ร้อยละ&nbsp;50.9&nbsp;ส่วนโรงพยาบาลสนามทุกแห่งของจังหวัดตรัง&nbsp;ได้มีการจำหน่ายผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาลสนามทั้งหมดแล้ว&nbsp;&nbsp;ซึ่งจังหวัดตรัง&nbsp;ได้ปรับการดูแลรักษาให้เป็นระบบดูแลที่บ้านหรือในชุมชน&nbsp;(Home&nbsp;Isolation/Community&nbsp;Isolation)&nbsp;เป็นลำดับแรก&nbsp;ซึ่งวันนี้จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่มีแนวโน้มลดลง&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ขอให้ทุกภาคส่วนช่วยกันดำเนินตามมาตรการ&nbsp;VUCA&nbsp;คือ&nbsp;V&nbsp;ไปฉีดวัคซีนตามกำหนด&nbsp;U&nbsp;ป้องกันตนเองกับทุกคน&nbsp;ทุกที่&nbsp;ทุกเวลา&nbsp;C&nbsp;ใช้&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;ทำให้สถานที่&nbsp;ผู้ให้บริการ&nbsp;ผู้รับบริการมีความปลอดภัย&nbsp;และ&nbsp;A&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นประจำ&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่ง&nbsp;&nbsp;การเข้ารับวัคซีน&nbsp;&nbsp;&nbsp;เพราะวัคซีนทุกสูตรมีประสิทธิผลป้องกันอาการป่วยรุนแรงและเสียชีวิตสูงประมาณ&nbsp;90-100%&nbsp;ส่วนการป้องกันการติดเชื้อมีประสิทธิผลสูงพอสมควร&nbsp;แต่จะลดลงเมื่อเวลาผ่านไป&nbsp;แต่เมื่อได้รับการฉีดเข็มกระตุ้นหรือการฉีดสูตรไขว้&nbsp;จะเพิ่มประสิทธิผลการป้องกันการติดเชื้อให้สูงขึ้น&nbsp;จึงช่วยควบคุมการระบาดได้ดี</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p>"	31/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220131161041534
835	รองโฆษก ศบค.ตรัง แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในพื้นที่จังหวัด เป็นการสัมผัสในชุมชนมากกว่าร้อยละ 51 รองลงมา คือ การสัมผัสร่วมบ้าน	<p><strong>วันนี้&nbsp;(31&nbsp;ม.ค.65)</strong>&nbsp;แพทย์หญิง&nbsp;ทิพย์ลดา&nbsp;บุญชัย&nbsp;นายแพทย์ชำนาญการ&nbsp;โรงพยาบาลตรัง&nbsp;ในฐานะรองโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดตรังในภาพรวมมีผู้ติดเชื้อลดลง&nbsp;เนื่องจากได้รับความร่วมมือจากประชาชนในการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;เป็นอย่างดี&nbsp;โดยหากแยกจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ตามสาเหตุการสัมผัส&nbsp;พบว่า&nbsp;เป็นการสัมผัสในชุมชน&nbsp;มากถึงร้อยละ&nbsp;51.85&nbsp;รองลงมา&nbsp;คือ&nbsp;การสัมผัสร่วมบ้านร้อยละ&nbsp;40.74&nbsp;และสัมผัสจากการพูดคุยโดยไม่สวมหน้ากากอนามัย&nbsp;ร้อยละ&nbsp;7.41</p><p><strong>สำหรับการตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;</strong>วันนี้พบผลบวก&nbsp;27&nbsp;ราย<strong>&nbsp;</strong>จากการตรวจ&nbsp;87&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;31.03/ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;450&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;พบผลเป็นบวก&nbsp;51&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;11.33&nbsp;รวมผู้ติดเชื้อจากการตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;และ&nbsp;ATK&nbsp;วันนี้&nbsp;78&nbsp;ราย&nbsp;จากการตรวจ&nbsp;537&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;14.53&nbsp;&nbsp;ขณะที่การตรวจหาเชื้อแยกตามความเสี่ยงและการสัมผัสในกลุ่มผู้เข้าเกณฑ์สอบสวนโรค&nbsp;ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเสี่ยงต่ำ&nbsp;เรือนจำแรกรับ&nbsp;การตรวจเชิงรุก&nbsp;ตรวจแรงงานต่างด้าวเข้าเกณฑ์&nbsp;PUI&nbsp;การตรวจก่อนผ่าตัดและอื่นๆ&nbsp;รวม&nbsp;44&nbsp;ราย&nbsp;จะต้องรอผลตรวจในวันพรุ่งนี้&nbsp;(1&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ศบค.จังหวัดตรัง&nbsp;ขอให้ทุกภาคส่วนช่วยกันดำเนินตามมาตรการ&nbsp;VUCA&nbsp;คือ&nbsp;V&nbsp;ไปฉีดวัคซีนตามกำหนด&nbsp;U&nbsp;ป้องกันตนเองกับทุกคน&nbsp;ทุกที่&nbsp;ทุกเวลา&nbsp;C&nbsp;ใช้&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;ทำให้สถานที่&nbsp;ผู้ให้บริการ&nbsp;ผู้รับบริการมีความปลอดภัย&nbsp;และ&nbsp;A&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นประจำ&nbsp;และนอกจากการดำเนินงานตามมาตรการ&nbsp;VUCA&nbsp;แล้ว&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ได้เร่งสื่อสารความเข้าใจให้ประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น&nbsp;เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	31/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220131161734542
836	สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของจังหวัดตรัง  อยู่ในลำดับที่ 49  ของประเทศและลำดับที่ 9  ของภาคใต้	<p><strong>วันนี้&nbsp;&nbsp;(31&nbsp;ม.ค.2565)&nbsp;แพทย์หญิง&nbsp;ทิพย์ลดา&nbsp;บุญชัย&nbsp;นายแพทย์ชำนาญการ&nbsp;</strong>โรงพยาบาลตรัง&nbsp;&nbsp;ในฐานะรองโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ของจังหวัดตรัง&nbsp;อยู่ในลำดับที่&nbsp;49&nbsp;ของประเทศและลำดับที่&nbsp;9&nbsp;ของภาคใต้&nbsp;&nbsp;ขณะที่&nbsp;การฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด&nbsp;19&nbsp;&nbsp;ของจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งล่าสุด(ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;15.00&nbsp;น.&nbsp;)&nbsp;จังหวัดตรัง</strong>&nbsp;มีผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;492,057&nbsp;ราย&nbsp;จากเป้าหมาย&nbsp;631,755&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;77.89&nbsp;&nbsp;ผู้ได้รับวัคซีน&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;จำนวน&nbsp;469,025&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;631,755&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;74.24&nbsp;และผู้ได้รับวัคซีน&nbsp;3&nbsp;เข็ม&nbsp;จำนวน&nbsp;116,114&nbsp;ราย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;18.38&nbsp;เท่านั้น&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;จำนวนผู้ป่วยที่ต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล&nbsp;ลดลงอย่างต่อเนื่อง&nbsp;</strong>โดยในโรงพยาบาลของรัฐทั้ง&nbsp;10&nbsp;แห่ง&nbsp;มีอัตราการครองเตียงอยู่ที่&nbsp;ร้อยละ&nbsp;44.3&nbsp;ของจำนวนเตียงที่มีทั้งหมด&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่&nbsp;โรงพยาบาลเอกชนทั้ง&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;มีอัตราการครองเตียงอยู่ที่&nbsp;ร้อยละ&nbsp;50.9&nbsp;ส่วนโรงพยาบาลสนามทุกแห่งของจังหวัดตรัง&nbsp;ได้มีการจำหน่ายผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาลสนามทั้งหมดแล้ว&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งจังหวัดตรัง&nbsp;ได้ปรับการดูแลรักษาให้เป็นระบบดูแลที่บ้านหรือในชุมชน</strong>&nbsp;(Home&nbsp;Isolation/Community&nbsp;Isolation)&nbsp;เป็นลำดับแรก&nbsp;ซึ่งวันนี้จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่มีแนวโน้มลดลง&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ขอให้ทุกภาคส่วนช่วยกันดำเนินตามมาตรการ&nbsp;VUCA&nbsp;คือ&nbsp;V&nbsp;ไปฉีดวัคซีนตามกำหนด&nbsp;U&nbsp;ป้องกันตนเองกับทุกคน&nbsp;ทุกที่&nbsp;ทุกเวลา&nbsp;C&nbsp;ใช้&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;ทำให้สถานที่&nbsp;ผู้ให้บริการ&nbsp;ผู้รับบริการมีความปลอดภัย&nbsp;และ&nbsp;A&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เป็นประจำ&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยเฉพาะอย่างยิ่ง&nbsp;&nbsp;การเข้ารับวัคซีน&nbsp;&nbsp;เพราะวัคซีนทุกสูตรมีประสิทธิผล</strong>ป้องกันอาการป่วยรุนแรงและเสียชีวิตสูงประมาณ&nbsp;90-100%&nbsp;ส่วนการป้องกันการติดเชื้อมีประสิทธิผลสูงพอสมควร&nbsp;แต่จะลดลงเมื่อเวลาผ่านไป&nbsp;แต่เมื่อได้รับการฉีดเข็มกระตุ้นหรือการฉีดสูตรไขว้&nbsp;จะเพิ่มประสิทธิผลการป้องกันการติดเชื้อให้สูงขึ้น&nbsp;จึงช่วยควบคุมการระบาดได้ดี</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	31/1/2022	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220131161750543
837	จ.สมุทรปราการแถลงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)	<p><strong>จังหวัดสมุทรปราการแถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ในพื้นที่</strong>&nbsp;สร้างความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชน&nbsp;พร้อมทั้งขอความร่วมมือให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>นายวันชัย&nbsp;คงเกษม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ</strong>&nbsp;เป็นประธานแถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;โดยมี&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้&nbsp;ข้อมูลจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;วันนี้&nbsp;(31&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;มีผู้ติดเชื้อรายใหม่&nbsp;784&nbsp;ราย&nbsp;(ติดเชื้อในจังหวัด&nbsp;464&nbsp;ราย&nbsp;และรับส่งต่อเพื่อรับรักษา&nbsp;320&nbsp;ราย)&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการมีผู้ติดเชื้อระลอกใหม่&nbsp;(ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;จำนวน&nbsp;17,509&nbsp;ราย&nbsp;รักษาหายแล้ว&nbsp;12,208&nbsp;ราย&nbsp;ผลการดำเนินการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ของจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;มียอดผู้ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;จำนวน&nbsp;1,635,240&nbsp;คน&nbsp;จากประชาชนเป้าหมายในจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;จำนวน&nbsp;1,931,727&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งคิดเป็น&nbsp;84.65&nbsp;%</p><p><strong>ในช่วงเทศกาลตรุษจีนจังหวัดสมุทรปราการ</strong>&nbsp;ขอให้ประชาชนป้องกันตนเองด้วยวิธีป้องกันการติดเชื้อโควิด&nbsp;(แบบครอบจักรวาล)&nbsp;:&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;ดังนี้&nbsp;ออกจากบ้านเมื่อจำเป็น/เว้นระยะห่าง&nbsp;1-2&nbsp;เมตร/สวมหน้ากากอนามัยและทับด้วยหน้ากากผ้าตลอดเวลา/ล้างมือบ่อยๆ&nbsp;ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์/อย่าใช้มือสัมผัสหน้ากาก&nbsp;รวมทั้งใบหน้า&nbsp;ตา&nbsp;จมูก&nbsp;ปาก/ผู้เป็นกลุ่มเสี่ยง&nbsp;หลีกเลี่ยงการออกนอกบ้าน/ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อพื้นผิวที่ถูกสัมผัสบ่อยๆ/แยกของใช้ส่วนตัวทุกชนิด&nbsp;ไม่ใช้ร่วมกับผู้อื่น/กินอาหารปรุงสุกใหม่&nbsp;แยกสำรับ&nbsp;ใช้ช้อนกลางส่วนตัว&nbsp;และหากสงสัยว่าตนเองเสี่ยงตรวจด้วย&nbsp;ATK&nbsp;บ่อยๆ&nbsp;เพื่อยืนยันว่าติดเชื้อหรือไม่&nbsp;เพื่อปลอดภัยจาก&nbsp;COVID-19</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	31/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรปราการ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220131163227552
838	ผู้ว่าฯ จันทบุรี นำนักแสวงบุญร่วมพิธีบวงสรวง ปิดป่า เปิดเขา เปิดงานเทศกาลนมัสการรอยพระพุทธบาทพลวง  เขาคิชฌกูฏ โดยมีพระครูประดิษฐ์ศาสนการ เจ้าอาวาสวัดทุ่งตาอินท์ ประธานที่ปรึกษากองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวงเป็นประธานสวดคาถา ปิดป่างานเริ่ม 2 ก.พ. ถึง 2 เม.ย.65	<p><strong>วันนี้&nbsp;(&nbsp;31&nbsp;ม.ค.65&nbsp;)&nbsp;ที่วัดพลวง&nbsp;พระครูประดิษฐ์ศาสนการ&nbsp;เจ้าอาวาสวัดทุ่งตาอินท์</strong>&nbsp;ประธานที่ปรึกษากองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวง&nbsp;นำพุทธศาสนิกชน&nbsp;นักแสวงบุญร่วมพิธีแสดงมุทิตาจิต&nbsp;ขอพร&nbsp;หน้ารูปเหมือนบูรพาจารย์และกล่าวคำสักการะบูรพาจารย์ที่บุกเบิกงานนมัสการรอบพรุทธบาทพลวงให้การจัดงานเทศกาลนมัสการรอยพระพุทธบาทพลวง&nbsp;เขาคิชฌกูฏ&nbsp;จังหวัดจันทบุรีปีนี้เป็นไปด้วยความราบรื่น&nbsp;หลังหยุดมา&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์โควิด&nbsp;-19&nbsp;หลังจากนั้น&nbsp;ที่บริเวณสันเขื่อนพลวง&nbsp;นายสุธี&nbsp;ทองแย้ม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีได้นำหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;พุทธศาสนิกชน&nbsp;ประชาชน&nbsp;นักแสวงบุญร่วมพิธีบวงสรวง&nbsp;ปิดป่าเปิดเขาโดย&nbsp;พระครูประดิษฐ์ศาสนการ&nbsp;เจ้าอาวาสวัดทุ่งตาอินท์&nbsp;ประธานที่ปรึกษากองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวงเป็นประธานสวดคาถา&nbsp;ปิดป่า&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;งานเทศกาลนมัสการรอยพระพุทธบาทพลวง&nbsp;เขาคิชฌกูฏ&nbsp;จังหวัดจันทบุรี</strong>&nbsp;ที่เคยจัดขึ้นเป็นประจำแต่ต้องมาหยุดเมื่อปีที่แล้วเนื่องจากสถานการณ์โควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;และในปีนี้&nbsp;คณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดจันทบุรี&nbsp;หรือ&nbsp;ศปก.จังหวัดจันทบุรีได้อนุญาตให้มีการจัดงานได้ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;และต้องจองผ่านแอป&nbsp;QueQ&nbsp;ของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชเท่านั้นไม่รับ&nbsp;Walkin&nbsp;หน้างาน&nbsp;โดยผู้ที่จะขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาทพลวง&nbsp;บนยอดเขาคิชฌกูฏต้องเป็นผู้ที่ได้รับวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;โดยแสดงเอกสารรับรองการรับวัคซีนหรือการยืนยันจากแอปพลิเคชันหมอพร้อม&nbsp;&nbsp;แสดงเอกสารรายงานผลการตรวจโควิด&nbsp;-19&nbsp;ด้วยวิธี&nbsp;RT-PCR&nbsp;หรือ&nbsp;Rapid&nbsp;Antigan&nbsp;test&nbsp;หรือ&nbsp;ATK&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;จากสถานพยาบาลของรัฐ&nbsp;หรือ&nbsp;สถานพยาบาลเอกชนที่กระทรวงสาธารณสุขรับรองแสดงผลทดสอบว่าไม่พบเชื้อ&nbsp;&nbsp;กรณีผู้ที่เคยป่วยโควิด&nbsp;-19&nbsp;ที่ได้รับการรักษาหายแล้วต้องมีเอกสารรับรองผลการตรวจรักษาว่าหายป่วยมาแล้วไม่เกิน&nbsp;90&nbsp;วัน&nbsp;ผู้ที่จะขึ้นไปบนเขาต้องปฏิบัติตามมาตรการและระเบียบของกรมอุทยานแห่งชาติฯ&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;การจองคิวรถเพื่อขึ้นไปบนยอดเขาสามารถจองได้&nbsp;2&nbsp;คิว&nbsp;ผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;QueQ&nbsp;โดยมีขั้นตอนรวม&nbsp;4&nbsp;ขั้นตอน&nbsp;ทั้งนี้คิวรถที่จะให้บริการขึ้นไปบนเขามี&nbsp;2&nbsp;คิว&nbsp;คือ&nbsp;คิววัดพลวง&nbsp;มีรถบริการจำนวน&nbsp;111&nbsp;คิว&nbsp;และคิววัดกระทิงมีรถบริการ&nbsp;31&nbsp;คิว&nbsp;โดยจะสามารถขึ้นไปบนยอดเขาได้รอบละ&nbsp;4,000&nbsp;คน&nbsp;วันละ&nbsp;4&nbsp;รอบ&nbsp;รวมวันละ&nbsp;16,000&nbsp;คน&nbsp;<strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีได้บูรณาการทุกภาคส่วน</strong>เพื่อรองรับนักแสวงบุญที่จะหลั่งไหลมาขึ้นเขานมัสการรอบพุทธบาท&nbsp;มีการตั้งชุดเคลื่อนที่&nbsp;และเจ้าหน้าที่ประจำจุดต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในการทำความสะอาดป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;โดยเฉพาะจุดที่มีการสัมผัสร่วมกันอาทิ&nbsp;ห้องน้ำสาธารณะ&nbsp;คิวรถ&nbsp;เส้นทางเดินราวสะพาน&nbsp;เป็นต้นสร้างความเชื่อมั่น&nbsp;ปลอดภัยแก่นักแสวงบุญ&nbsp;แต่ก็ขอให้ผู้ที่จะขึ้นไปนมัสการรอบพระพุทธบาทพลวงบนยอดเขาคิชฌกูฏต้องปฏิบัติตัวตามมาตรการป้องกันตัวเองไม่ประมาท</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>	31/1/2022	ภาคตะวันออก	จันทบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220131164520563
839	ผู้ว่าฯปัตตานี สั่งติดตามกลุ่มผู้ใช้แรงงานของโรงงานอุตสาหกรรมอาหารทะเล หลังพบเป็นคลัสเตอร์ใหม่	<p><strong>วันนี้&nbsp;&nbsp;(31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;นายนิพันธ์&nbsp;บุญหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี</strong>&nbsp;เป็นประธานประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดปัตตานี&nbsp;ครั้งที่&nbsp;5/2565&nbsp;ที่ห้องประชุมพญาตานี&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดปัตตานี&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;ของจังหวัดปัตตานี&nbsp;</p><p><strong>โดยได้กำชับให้หน่วยงานที่รับผิดชอบและนายอำเภอ&nbsp;ทั้ง&nbsp;12&nbsp;อำเภอ</strong>&nbsp;ในจังหวัดปัตตานี&nbsp;ได้ติดตามกลุ่มผู้ใช้แรงงานในโรงงานอุตสาหกรรมอาหารทะเลในจังหวัดปัตตานี&nbsp;หลังพบว่า&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;10&nbsp;กว่าโรงงาน&nbsp;มีพนักงานติดโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;เพื่อให้การควบคุมและป้องกันโรคโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;และสายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;โดยให้คณะอนุกรรมการฯ&nbsp;ทั้ง&nbsp;7&nbsp;ด้าน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;คณะอนุกรรมการด้านการป้องกันการติดเชื้อ&nbsp;,&nbsp;ด้านการควบคุมการแพร่ระบาด&nbsp;,&nbsp;ด้านการรักษาผุ้ติดเชื้อ&nbsp;,&nbsp;ด้านการเยียวยา&nbsp;,&nbsp;ด้านการเตรีความพร้อมสำหรับมาตรการผ่อนคลาย&nbsp;,&nbsp;ด้านข้อมูลประชาสัมพันธ์&nbsp;และรับเรื่องร้องเรียน&nbsp;และด้านกำกับติดตามการบังคับใช้กฎหมาย&nbsp;ได้รายงานผลการปฏิบัติงานฯ&nbsp;ตามลำดับ&nbsp;พร้อมให้มีการตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงเชิงรุก&nbsp;ด้วยระบบ&nbsp;ATK&nbsp;ค้นหาผู้ติดเชื้อ&nbsp;โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางกลับจากต่างจังหวัด</p><p><strong>โดยที่ประชุมครั้งนี้&nbsp;ได้ประเมินความพร้อมองค์กร&nbsp;ตามมาตรการ&nbsp;COVID&nbsp;</strong>Free&nbsp;Setting&nbsp;ตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ที่กำหนด&nbsp;ส่วนใหญ่จะผ่านเกณฑ์ที่กำหนดไว้&nbsp;ในส่วนของการฉีดวัคซีนในภาพรวมของจังหวัดปัตตานี&nbsp;อยู่ที่ร้อยละ&nbsp;59.7&nbsp;สำหรับสถานการณ์&nbsp;COVID&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;30&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;(ระลอกเดือนมกราคม&nbsp;2565)&nbsp;ผู้ป่วยยืนยันรายใหม่เพิ่ม&nbsp;(RT-&nbsp;PCR)&nbsp;12&nbsp;ราย&nbsp;และผู้ติดเชื้อเข้าข่าย&nbsp;(ATK)&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยยืนยันสะสมแล้ว&nbsp;497&nbsp;ราย&nbsp;หายป่วยแล้ว&nbsp;349&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;(เพิ่มวันนี้&nbsp;0&nbsp;ราย)</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ภาพ/ข่าว/บดินทร์&nbsp;ส.ปชส.ปน.</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	31/1/2022	ภาคใต้	ปัตตานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220131165408572
840	จังหวัดพังงา ติดตามสถานการณ์การควบคุมและป้องกันโควิด-19	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(31&nbsp;ม.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่ห้องประชุมภูผา&nbsp;ศาลากลางจังหวัดพังงา</strong>&nbsp;นายจำเริญ&nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพังงา&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;ผ่านระบบ&nbsp;Video&nbsp;Conference<span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(77,&nbsp;81,&nbsp;86);"">&nbsp;</span>ไปทุกอำเภอ&nbsp;โดยมีนายบุญเติม&nbsp;เรณุมาศ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;นายเถลิงศักดิ์&nbsp;นุชประหาร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;พันจ่าโท&nbsp;อนันต์&nbsp;บุญสำราญ&nbsp;ปลัดจังหวัดพังงา&nbsp;คณะกรรมการฯ&nbsp;นายอำเภอทั้ง&nbsp;8&nbsp;อำเภอ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ที่ประชุมได้พิจารณาเกี่ยวกับแผนการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;เด็กอายุ&nbsp;5-11&nbsp;ปี</strong>&nbsp;ที่จะเริ่มฉีดพร้อมกันทั่วประเทศ&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;สำหรับจังหวัดพังงา&nbsp;ได้รับจัดสรรวัคซีนประมาณ&nbsp;1,500&nbsp;โดส&nbsp;โดยกำหนดฉีดให้กลุ่มเด็กที่มีโรคประจำตัวหรือโรคเรื้อรังซึ่งมีความเสี่ยงสูงก่อน&nbsp;ณ&nbsp;โรงพยาบาลและโรงเรียนในพื้นที่&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาได้สั่งการในที่ประชุม&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.มอบหมายให้นายอำเภอตรวจเยี่ยมให้กำลังใจผู้ปกครองและเด็กอายุ&nbsp;5-11&nbsp;ปีที่ฉีดวัคซีน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.ให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพังงา&nbsp;ประสานเจ้าหน้าที่&nbsp;อสม.&nbsp;รับหน้าที่เป็นจิตอาสาด้วย&nbsp;เพื่อเชิญชวนประชาชนฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น&nbsp;(เข็มที่&nbsp;3)&nbsp;และกรอกข้อมูลการฉีดวัคซีนในแพลตฟอร์ม&nbsp;JITASA.CARE</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.เห็นชอบขยายเวลาการตั้งด่าน&nbsp;ด่านทับกำ&nbsp;อำเภอตะกั่วป่า&nbsp;และด่านคุระบุรี&nbsp;อำเภอคุระบุรี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4.สถานประกอบการและหน่วยงานภาครัฐทุกแห่งต้องประเมินตนเองในแอพพลิเคชัน&nbsp;Thai&nbsp;Stop&nbsp;COVID-19+&nbsp;อย่างต่อเนื่องและมีแผนตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทุกสัปดาห์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;5.มอบ&nbsp;ปภ.&nbsp;ประสานศึกษาธิการจังหวัดพังงาสรุปประเด็นการเรียนการสอนที่มีการปรับให้เข้ากับสถานการณ์ทั้งการเรียนแบบ&nbsp;Online&nbsp;และ&nbsp;On-Site&nbsp;เพื่อรายงานภาพรวมจังหวัดต่อไป</p>"	31/1/2022	ภาคใต้	พังงา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220131185221615
841	ประมวลข่าวทั่วไทยประจำวันที่ 31 มกราคม 2565	<p>ประมวลข่าวทั่วไทยประจำวันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</p><p><br></p><p>การเมือง/มั่นคง</p><p><strong>รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;หารือแนวทางแก้ปัญหาสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา</strong></p><p>นายอนุชา&nbsp;นาคาศัย&nbsp;รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;ประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการเสนอขาย&nbsp;หรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาเกินกว่าที่กำหนดในสลากกินแบ่งรัฐบาล&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;3&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;อาคารสำนักงาน&nbsp;ก.พ.&nbsp;(เดิม)&nbsp;</p><p><strong>การประชุมครั้งนี้&nbsp;สืบเนื่องจากกรณีที่กลุ่มมวลชน</strong>&nbsp;เสนอข้อเรียกร้องต่อ&nbsp;พลเอก&nbsp;&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ขอให้แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเกี่ยวกับสลากกินแบ่งรัฐบาล&nbsp;ซึ่ง&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;มีความห่วงใยปัญหาดังกล่าวและต้องการให้แก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน&nbsp;จึงแต่งตั้งคณะกรรมการชุดนี้ขึ้น&nbsp;เพื่อตรวจสอบข้อมูล&nbsp;ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องและรายงานผลการดำเนินงาน&nbsp;ปัญหาและอุปสรรคต่อนายกรัฐมนตรี&nbsp;หรือคณะรัฐมนตรีต่อไป&nbsp;</p><p><strong>โดยในวันนี้&nbsp;ที่ประชุมได้มีการพิจารณาถึงระบบการจำหน่ายสลาก</strong>&nbsp;ปัญหาและสาเหตุที่ทำให้เกิดการขายสลากเกินราคา&nbsp;รวมถึงการคัดเลือกผู้ค้ารายย่อยใหม่&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;แสนราย&nbsp;โดยสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล&nbsp;จะนำรายชื่อมาเสนอต่อคณะกรรมการ&nbsp;เพื่อคัดกรองความเหมาะสมด้วย&nbsp;พร้อมกันนี้คณะกรรมการได้เสนอให้มีการปรับปรุงกฎหมายควบคุมการค้าสลากเกินราคา&nbsp;พบว่า&nbsp;กฎหมายปัจจุบันที่บังคับใช้มีความล้าสมัยคือ&nbsp;พระราชบัญญัติสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2517&nbsp;และที่แก้ไขเพิ่มเติม&nbsp;ที่ระบุรายละเอียดบทลงโทษผู้จำหน่ายสลากเกินราคา&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;10,000&nbsp;บาท&nbsp;และมีบทลงโทษผู้จำหน่ายสลากในสถานศึกษาและจำหน่ายให้กับเยาวชนที่อายุต่ำกว่า&nbsp;20&nbsp;ปีบริบูรณ์&nbsp;ซึ่งระยะเวลาในการปรับปรุงกฎหมายอาจมีเวลานาน&nbsp;ที่ประชุมจึงเห็นชอบให้มีการกำหนดเงื่อนไขการทำสัญญาผู้ค้าสลากและกำหนดบทลงโทษ&nbsp;เช่น&nbsp;การปรับ&nbsp;หรือตัดสิทธิ์</p><p>ที่ประชุมเห็นชอบให้มีการแต่งตั้ง&nbsp;นายเสกสกล&nbsp;อัตถาวงศ์&nbsp;ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เป็นหัวหน้าชุดเฉพาะกิจในการตรวจสอบและติดตามผู้ค้าสลากเกินราคา&nbsp;พร้อมแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ&nbsp;3&nbsp;คณะ&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานเชิงรุก&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาการเสนอขายหรือขายสลากเกินราคา&nbsp;คณะอนุกรรมการศึกษาแนวทางและมาตรการทางกฎหมายในการแก้ไขปัญหา&nbsp;และคณะอนุกรรมการสร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์</p><p><br></p><p><strong>ยืนยันรัฐบาลให้ความสำคัญกับแผนลดอัตรากำลังคนภาครัฐ&nbsp;ลดค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรของภาครัฐ</strong></p><p><strong>นายวิษณุ&nbsp;เครืองาม&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;</strong>ชี้แจงกระทู้ถามกรณีการลดขนาดกำลังคนภาครัฐเพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรของรัฐระยะยาวว่า&nbsp;รัฐไม่สามารถปฏิบัติได้ตามเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้เนื่องจากปัจจัยแทรกซ้อนหลายอย่าง&nbsp;แต่ยืนยันรัฐบาลยังคงให้ความสำคัญกับแผนลดอัตรากําลังคนภาครัฐ&nbsp;แต่ต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบและค่อยเป็นค่อยไป&nbsp;ขณะเดียวกันเรื่องใดที่สามารถใช้มาตรการ&nbsp;หรือวิธีการอื่นได้จะพยายามจูงใจให้ส่วนราชการที่ขอเพิ่มอัตรากำลังยอมรับนำไปใช้&nbsp;โดยอาจจะแลกเปลี่ยนกับบางเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อหน่วยงาน</p><p><strong>การลดอัตรากําลังคนภาครัฐนั้น&nbsp;</strong>รัฐบาลกำหนดให้มีหน่วยงานหลักในการดำเนินการ&nbsp;2&nbsp;หน่วยงานคือ&nbsp;สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน&nbsp;(ก.พ.)&nbsp;และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ&nbsp;(กพร.)&nbsp;โดยทั้ง&nbsp;2&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;จะทำหน้าที่หาวิธีการให้สอดคล้องกับเป้าหมายหรือนโยบายของรัฐ&nbsp;และอีกหน่วยงานที่เป็นหน่วยงานเฉพาะกิจคือ&nbsp;คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ&nbsp;(คปร.)&nbsp;เป็นผู้กำหนดและพิจารณาคำขอของหน่วยงานภาครัฐว่าสมควรจะเพิ่มหรือลดอัตรากำลังคนภาครัฐที่เป็นข้าราชการอย่างไร&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมามาตรการดังกล่าวเป็นไปด้วยดีสามารถควบคุมอัตรากำลังคนได้&nbsp;แต่ในช่วง&nbsp;2-3&nbsp;ปีที่ผ่านมา&nbsp;มีเหตุปัจจัยสำคัญที่กระทบต่อแผนอัตรากําลังคนภาครัฐคือ&nbsp;การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;มีความจำเป็นจึงต้องเพิ่มอัตรากำลังบุคลากรทางด้านสาธารณสุขเพื่อมาดูแลประชาชนและปัจจัยความจำเป็นจะต้องตั้งหน่วยงานของรัฐขึ้นมาใหม่&nbsp;เช่น&nbsp;สำนักงานนโยบายทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;สำนักงานนโยบายที่ดินแห่งชาติและหน่วยงานอื่นๆ&nbsp;รวมอัตรากำลังประมาณ&nbsp;60,000&nbsp;คน&nbsp;ให้กับ&nbsp;16&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;ที่มีกฎหมายจัดตั้งขึ้นใหม่</p><p><br></p><p>เศรษฐกิจ/ท่องเที่ยว</p><p><strong>นำผู้ประกอบการนมโคแปรรูป&nbsp;ทำ&nbsp;Live&nbsp;Sale&nbsp;บนแพลตฟอร์มเถาเป่าของจีนเป็นครั้งแรก&nbsp;ผลตอบรับดีเกินคาด</strong></p><p>นายสินิตย์&nbsp;เลิศไกร&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ&nbsp;จัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจและจำหน่ายสินค้าผ่านระบบออนไลน์&nbsp;(Live&nbsp;Sale)&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคมที่ผ่านมา&nbsp;โดยนำผู้ประกอบการนมโคแปรรูปของไทยที่ผ่านการคัดเลือก&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;มาร่วมจับคู่ธุรกิจและจัด&nbsp;Live&nbsp;Sale&nbsp;บนแพลตฟอร์มเถาเป่า&nbsp;ที่มีชื่อเสียงของจีน&nbsp;ซึ่งถือว่าประสบผลสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ&nbsp;</p><p>โดยสินค้านมแปรรูปของไทย&nbsp;เช่น&nbsp;นม&nbsp;UHT&nbsp;นมอัดเม็ดและไอศกรีม&nbsp;ได้รับความสนใจอย่างมาก&nbsp;สำหรับการจัดกิจกรรรมครั้งนี้&nbsp;ดำเนินการภายใต้โครงการ&nbsp;โคนมไทยก้าวไกล&nbsp;ขยายตลาดส่งออกได้ด้วย&nbsp;FTA&nbsp;ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่&nbsp;4&nbsp;และในปีนี้ได้เพิ่มกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ&nbsp;และการทำ&nbsp;Live&nbsp;Sale&nbsp;ผ่านระบบออนไลน์บนแพลตฟอร์มเถาเป่าขึ้นเป็นครั้งแรก&nbsp;โดยได้เชิญนายภากร&nbsp;ธนศรีวนิชชัย&nbsp;นักแสดงชายไทย&nbsp;ที่เป็นที่นิยมและมีแฟนคลับในจีน&nbsp;มาเป็น&nbsp;influencer&nbsp;ทำให้ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคชาวจีนและมีคำสั่งซื้อสินค้าจนสามารถจำหน่ายหมดในเวลาอันรวดเร็ว&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>เกษตร/สิ่งแวดล้อม</p><p><strong>อุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง&nbsp;จังหวัดพังงา&nbsp;ปล่อยลูกเต่าตนุ&nbsp;75&nbsp;ตัวลงท้องทะเลต้อนรับเทศกาลตรุษจีน</strong></p><p><strong>นายหฤษฎ์ชัย&nbsp;ฤทธิช่วย&nbsp;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง&nbsp;ทำการปาดทรายบริเวณผิวหน้าของหลุมฟักไข่ของเต่าตนุออก&nbsp;พบลูกเต่าจำนวนหนึ่งรอขึ้นจากหลุมฟักไข่&nbsp;จึงปล่อยลูกเต่าที่ฟักออกมาลงทะเล&nbsp;75&nbsp;ตัว&nbsp;จากไข่เต่ารังนี้มีทั้งหมด&nbsp;133&nbsp;ฟอง&nbsp;โดยทุกตัวมีสภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง&nbsp;ส่วนที่เหลืออีก&nbsp;58&nbsp;ฟอง&nbsp;มีระยะเวลาการฟัก&nbsp;61&nbsp;วัน&nbsp;หลังจากนี้จะเฝ้าระวังและติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไปจนกว่าลูกเต่าที่เหลือจะฟักออกจากหลุมฟักไข่&nbsp;ซึ่งไข่เต่ารังนี้พบแม่เต่าตนุขึ้นมาวางไข่ไว้เมื่อวันที่&nbsp;1&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564</p><p><br></p><p><strong>คราบน้ำมันล่าสุดเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ&nbsp;แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง</strong></p><p><strong>นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;</strong>เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการกำจัดคราบน้ำมันที่จังหวัดระยอง&nbsp;ว่า&nbsp;ล่าสุดไม่พบคราบน้ำมันบนผิวน้ำแล้ว&nbsp;แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด&nbsp;เนื่องจากการฉีดสารเคมีเพื่อสลายคราบน้ำมันนั้น&nbsp;ต้องใช้ระยะเวลาในการย่อยสลาย&nbsp;ส่งผลให้ยังมีสารแขวนลอยบางส่วนจมอยู่ในน้ำและจากการเสนอข่าวของสื่อมวลชนที่กล่าวว่า&nbsp;ยังมีฟิล์มบางๆ&nbsp;ลอยอยู่บนผิวน้ำขณะนี้ไม่มีแล้ว&nbsp;แต่หากสารแขวนลอยที่จมอยู่ในน้ำลอยขึ้นมาบนผิวน้ำก็ต้องรีบกำจัดในทันที&nbsp;</p><p><strong>ปัจจุบันยังมีการสุ่มตรวจคุณภาพน้ำเป็นระยะๆ</strong>&nbsp;คาดว่าจะใช้เวลา&nbsp;1&nbsp;เดือน&nbsp;สถานการณ์ทุกอย่างจึงจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ&nbsp;ช่วงนี้ขอให้ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวงดกิจกรรมทางน้ำไปก่อน&nbsp;&nbsp;ทั้งการทำประมง&nbsp;การท่องเที่ยวและการเล่นน้ำ&nbsp;ส่วนกิจกรรมบนชายหาด&nbsp;สามารถทำได้ตามเดิม&nbsp;&nbsp;จากเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับภาครัฐและภาคเอกชนที่ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบและมาตรการต่างๆ&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;เจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่ในการตรวจสอบก็ต้องปฏิบัติงานอย่างจริงจัง&nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกในอนาคต</p><p><br></p><p>สถานการณ์โควิด-19</p><p><strong>สถานการณ์โควิดไทยคงตัว&nbsp;ผู้ติดเชื้อใหม่ต่ำกว่าคาด&nbsp;แต่ยังติดตามใกล้ชิดหลังสัปดาห์นี้เริ่มผ่อนคลายหลายมาตรการ</strong></p><p><strong>นพ.จักรรัฐ&nbsp;พิทยาวงศ์อานนท์&nbsp;ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา&nbsp;กรมควบคุมโรค&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;&nbsp;สถานการณ์โควิด&nbsp;-19&nbsp;วันนี้ทั่วโลกยังมีผู้ติดเชื้อเพิ่ม&nbsp;โดยพบผู้ติดเชื้อรายใหม่วันนี้กว่า&nbsp;2&nbsp;ล้านคน&nbsp;แม้สัดส่วนผู้เสียชีวิตจะลดลงเรื่อยๆ&nbsp;เหลือเพียงร้อยละ&nbsp;1.51&nbsp;เป็นผลจากที่ทั่วโลกฉีดวัคซีนไปมาก&nbsp;ประกอบกับสายพันธุ์โอมิครอนไม่รุนแรงเท่าสายพันธุ์เดลตา&nbsp;แต่ก็ยังมีบางประเทศที่ยังมีตัวเลขการติดเชื้อและเสียชีวิตสูง&nbsp;อย่างที่สหรัฐอเมริกา&nbsp;ฝรั่งเศส&nbsp;รัสเซีย&nbsp;เยอรมัน&nbsp;อิตาลีและอินเดีย&nbsp;<strong>สำหรับประเทศไทยแม้ขณะนี้จะอยู่ในเกณฑ์คงตัว&nbsp;</strong>และจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่ำกว่าคาดการณ์&nbsp;จากกราฟผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่แตะเส้นคาดการณ์จำลองสถานกาณ์ระดับร้ายแรงที่สุด&nbsp;ขณะนี้กราฟลดมาแตะเส้นคาดการณ์ตามแบบจำลองสถานการณ์ดีที่สุดแล้ว&nbsp;เป็นผลมาจากความร่วมมือดีจากทุกภาคส่วนปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;VUCA&nbsp;&nbsp;คือฉีดวัคซีน&nbsp;ป้องกันตัวเองสูงสุด&nbsp;Universal&nbsp;prevention&nbsp;พื้นที่ปลอดภัย&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;และตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เมื่อสงสัยเสี่ยง&nbsp;หรือมีอาการป่วย&nbsp;</p><p><br></p><p><strong>ปรับปรุงแผนบริหารจัดการวัคซีนโควิด-19&nbsp;เดือนกุมภาพันธ์เพิ่มเติม&nbsp;ตามคำแนะนำการให้วัคซีนของกระทรวงสาธารณสุข</strong></p><p><strong>นพ.โอภาส&nbsp;การย์กวินพงศ์&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมโรค&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กรมควบคุมโรคได้มีการปรับแผนบริหารจัดการวัคซีนโควิด-19&nbsp;เดือนกุมภาพันธ์ใหม่&nbsp;โดยเป็นการปรับปรุงเพิ่มเติมตามคำแนะนำการให้วัคซีนของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;โดยจัดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า&nbsp;7&nbsp;ล้านโดส&nbsp;ใช้สำหรับฉีดเป็นเข็ม&nbsp;1&nbsp;แก่ผู้มีอายุ&nbsp;18&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;ที่ไม่เคยได้รับวัคซีน&nbsp;โดยฉีดให้ตามสูตร&nbsp;แอสตร้าฯ&nbsp;2&nbsp;&nbsp;เข็ม&nbsp;หรือสูตรแอสร้าฯ&nbsp;1&nbsp;เข็มตามด้วยไฟเซอร์&nbsp;ใช้สำหรับฉีดเป็นเข็ม&nbsp;2&nbsp;ในผู้อายุ&nbsp;18&nbsp;ขึ้นไป&nbsp;ในผู้ได้รับสูตรแอสตร้าฯ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;หรือไฟเซอร์&nbsp;1&nbsp;เข็ม&nbsp;ตามด้วยแอสตร้าฯ&nbsp;ใช้สำหรับฉีดเป็นเข็มกระตุ้นในผู้ได้ครบตามสูตร&nbsp;ซิโนแวค&nbsp;ตามด้วยแอสตร้าฯ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;หรือสูตรซิโนแวค&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;ตามด้วยแอสตร้าฯ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;หรือสูตรทางเลือกทริปเบิ้ล&nbsp;A&nbsp;หรือแอสตร้าฯ&nbsp;3&nbsp;เข็ม&nbsp;และยังสำรองไว้อีก&nbsp;1&nbsp;ล้านโดส&nbsp;ใช้สำหรับตอบการระบาด&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;มีการเตรียมวัคซีนไฟเซอร์&nbsp;ฝาม่วง</strong>&nbsp;สำหรับผู้มีอายุ&nbsp;12&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;เตรียมไว้&nbsp;2.6&nbsp;ล้านโดส&nbsp;สำหรับเป็นเข็ม&nbsp;2&nbsp;ในผู้มีอายุ&nbsp;18&nbsp;ปีขึ้นไปที่ได้รับวัคซีนตามสูตรแอสตร้าฯ&nbsp;1&nbsp;เข็มตามด้วยไฟเซอร์&nbsp;ใช้สำหรับฉีดเป็นเข็ม&nbsp;1&nbsp;และ&nbsp;2&nbsp;ในผู้อายุ&nbsp;12-17&nbsp;ปี&nbsp;ตามสูตรไฟเซอร์&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;ใช้สำหรับฉีดเป็นเข็มกระตุ้นในผู้ได้วัคซีนตามสูตรแอสตร้าฯ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;ตามด้วยไฟเซอร์&nbsp;และสำหรับผู้มีอายุ&nbsp;12-17&nbsp;ปี&nbsp;ที่ได้รับวัคซีนซิโนฟาร์ม&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;สามารถรับไฟเซอร์&nbsp;เป็นเข็มกระตุ้นได้&nbsp;ใช้สำหรับผู้มีอายุ&nbsp;12-17&nbsp;ปี&nbsp;และมีประวัติติดเชื้อ&nbsp;ให้ได้รับวัคซีนตามสูตรเดียวกับผู้ที่ยังไม่เคยติดเชื้อมาก่อน&nbsp;ส่วนวัคซีนไฟเซอร์&nbsp;ฝาส้ม&nbsp;สำหรับเด็ก&nbsp;5-11&nbsp;ปี&nbsp;เดือนกุมภาพันธ์เตรียมไว้&nbsp;1.2&nbsp;ล้านโดส</p><p><br></p><p>สังคม</p><p><strong>กระทรวงวัฒนธรรม&nbsp;จัดการประกวดสื่อสร้างสรรค์ครอบครัวคุณธรรมปลูกฝังค่านิยมคนไทย&nbsp;&nbsp;</strong></p><p><strong>นางยุพา&nbsp;ทวีวัฒนะกิจบวร&nbsp;ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จากการที่กระทรวงวัฒนธรรม&nbsp;จัดการประกวดสื่อสร้างสรรค์ส่งเสริมเครือข่ายครอบครัวคุณธรรมหัวข้อเรื่องดีๆ&nbsp;ที่บ้านฉัน&nbsp;เพื่อส่งเสริมการผลิตและพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์&nbsp;ปลูกฝังค่านิยมและวัฒนธรรมอันดีงาม&nbsp;สร้างความรัก&nbsp;ความสามัคคี&nbsp;ช่วยเหลือเกื้อกูล&nbsp;ให้ครอบครัวเป็นสถาบันหลักอกล่อมเกลาคุณธรรมคนในชาติ&nbsp;ส่งเสริมให้เด็กและผู้ปกครองได้ทำกิจกรรมร่วมกัน&nbsp;แบ่งการประกวดออกเป็นระดับจังหวัด&nbsp;กรุงเทพมหานครและระดับประเทศ&nbsp;และนำผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ&nbsp;จำนวน&nbsp;77&nbsp;ผลงาน&nbsp;เผยแพร่ทาง&nbsp;YouTube&nbsp;Channel&nbsp;&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;7&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;</p><p><strong>โดยผลงานคลิปวิดีโอที่มีจำนวนผู้กดถูกใจมากที่สุด&nbsp;</strong>จะได้รับรางวัล&nbsp;Popular&nbsp;Voteได้รับสิทธิเข้าร่วมการอบรมส่งเสริมศักยภาพเครือข่ายด้านการผลิตสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์กับกระทรวงวัฒนธรรมต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p><strong>สร้างโอกาสเยาวชนผู้มีรายได้น้อยได้รับการพัฒนาทักษะฝีมือ&nbsp;พร้อมก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงาน&nbsp;มีอาชีพและรายได้</strong></p><p><strong>นายเฉลิมพงษ์&nbsp;บุญรอด&nbsp;รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน</strong>&nbsp;กล่าวเปิดเสวนา&nbsp;เสริมทักษะ&nbsp;สู่งาน&nbsp;สร้างเยาวชน&nbsp;หาทางออกการจ้างแรงงานและเสริมทักษะให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่ว่า&nbsp;&nbsp;เยาวชนคนรุ่นใหม่เป็นอีกหนึ่งในกลุ่มเป้าหมายหลักที่กระทรวงแรงงาน&nbsp;โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงานให้ความสำคัญ&nbsp;ซึ่งในแต่ละปีประเทศไทยมีจำนวนนักเรียนที่ออกนอกระบบการศึกษาภาคบังคับหลายหมื่นคน&nbsp;หากมีการบูรณาการความร่วมมือของภาคส่วนต่างๆ&nbsp;ในการให้ความช่วยเหลือเพิ่มทักษะด้านอาชีพที่เหมาะสมตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน&nbsp;หรือแนวโน้มการประกอบอาชีพของยุคสมัยใหม่&nbsp;จะช่วยให้กลุ่มนักเรียนเข้าสู่ตลาดแรงงานในฐานะแรงงานฝีมือ&nbsp;&nbsp;ทำให้มีรายได้&nbsp;หรือค่าจ้างที่สูงขึ้น&nbsp;สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของกลุ่มคนรุ่นใหม่และครอบครัวให้ดีขึ้นได้&nbsp;</p><p><strong>โครงการโครงการ&nbsp;เตรียมความพร้อมแก่เยาวชนเพื่อก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงาน</strong>&nbsp;กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;ร่วมกับมูลนิธิคีนันแห่งเอเซียและโรงแรมพันธมิตร&nbsp;พัฒนาหลักสูตรเตรียมเข้าทำงานในสาขาพนักงานบริการอาหารและเครื่องดื่ม&nbsp;และสาขาพนักงานแม่บ้านของโรงแรม&nbsp;เพื่อให้ตอบโจทย์การทำงานในภาคบริการ&nbsp;พร้อมแสดงความยินดีกับมูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย&nbsp;ในโอกาสที่เปิดตัวนัน&nbsp;Micro&nbsp;and&nbsp;SME&nbsp;Academy&nbsp;ซึ่งเป็นกลไกหนึ่งที่ช่วยขับเคลื่อนศักยภาพของเยาวชนให้มีทักษะทางด้านการเงิน&nbsp;การค้า&nbsp;ในยุคเทคโนโลยีดิจิทัล&nbsp;เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการสร้างโอกาสการเปลี่ยนแปลงและอนาคตที่ดีกว่าสำหรับเยาวชนคนรุ่นใหม่&nbsp;กลุ่มผู้ประกอบการรายเล็กและรายย่อยในประเทศไทย</p><p><br></p><p><strong>หารือนายกรัฐมนตรี&nbsp;จัดสรรงบประมาณกว่า&nbsp;3,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;จ้างครูอัตราจ้างกว่า&nbsp;6.7&nbsp;หมื่นคน</strong></p><p><strong>นางสาวตรีนุช&nbsp;เทียนทอง&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;</strong>เปิดเผยกรณีหารือกับพลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;เรื่องการจัดสรรงบประมาณให้แก่ครูอัตราจ้าง&nbsp;สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน&nbsp;(สพฐ.)&nbsp;จำนวน&nbsp;67,000&nbsp;คน&nbsp;เนื่องจากในปีที่ผ่านมา&nbsp;สพฐ.ได้ถูกสำนักงบประมาณ&nbsp;กระทรวงการคลัง&nbsp;ตัดงบประมาณในส่วนนี้ไปจำนวนมาก&nbsp;อีกทั้ง&nbsp;สพฐ.ได้ประสานไปยังสำนักงบประมาณ&nbsp;พบว่า&nbsp;ในปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;สพฐ.&nbsp;ได้รับการจัดสรรงบประมาณการจ้างอัตราจ้างผู้ปฏิบัติงานให้ราชการลดลงจำนวนมาก&nbsp;ซึ่งส่งผลกระทบต่อการจัดสรรอัตราจ้างและงบประมาณการจ้างอัตราจ้างผู้ปฏิบัติงานให้ราชการ&nbsp;แต่ก็เข้าใจได้ว่าส่วนหนึ่งต้องนำไปช่วยเรื่องการบริหารจัดการการศึกษาภายใต้สถานการณ์การโควิด-19&nbsp;</p><p><strong>จากการหารือ&nbsp;นายกรัฐมนตรีมีความเป็นห่วงกลุ่มครูอัตราจ้างเหล่านี้</strong>และต้องการสร้างขวัญกำลังในในการปฎิบัติงาน<strong>&nbsp;</strong>เพื่อให้สถานศึกษาได้มีงบประมาณจ้างต่อไปได้&nbsp;ซึ่งนายกรัฐมนตรีรับที่จะไปหารือกับสำนักงบประมาณในการจัดสรรงบประมาณมาดูแลกลุ่มครูอัตราจ้างกลุ่มนี้เบื้องต้นจะต้องใช้งบประมาณทั้งสิ้น&nbsp;3,000&nbsp;กว่าล้านบาท</p><p><br></p>	31/1/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220131224057628
842	จังหวัดนครพนมอนุมัติเปิดเรียน On-Site เพิ่ม  พร้อมวางมาตรการคุมโควิด-19 งานนมัสการพระธาตุพนม	<p><strong>วันนี้&nbsp;(31&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;14.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>นายชาธิป&nbsp;รุจนเสรี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครพนม&nbsp;ครั้งที่&nbsp;6/2565&nbsp;โดยนายแพทย์กิตติเชษฐ์&nbsp;ธีรกุลพงศ์เวช&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม&nbsp;(ด้านเวชกรรมป้องกัน)&nbsp;รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ให้ที่ประชุมทราบ&nbsp;โดยวันนี้มีรายงานพบผู้ป่วยยืนยัน&nbsp;จำนวน&nbsp;29&nbsp;ราย&nbsp;เป็นการติดเชื้อในพื้นที่จังหวัดนครพนมทั้ง&nbsp;19&nbsp;ราย&nbsp;รวมจำนวนผู้ป่วยสะสม&nbsp;จำนวน&nbsp;937&nbsp;ราย&nbsp;หายป่วยสะสม&nbsp;725&nbsp;ราย&nbsp;หายป่วยกลับบ้านวันนี้&nbsp;49&nbsp;ราย&nbsp;กำลังรักษาอยู่&nbsp;240&nbsp;ราย&nbsp;(อาการของผู้ป่วยทั้ง&nbsp;240&nbsp;ราย&nbsp;ไม่มีอาการ&nbsp;155&nbsp;ราย&nbsp;มีอาการเล็กน้อย&nbsp;69&nbsp;ราย&nbsp;อาการปานกลาง&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;อาการรุนแรง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;โดยไม่พบผู้เสียชีวิตเพิ่มต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</p><p><strong>ในส่วนของภาพรวมจำนวนเตียง&nbsp;</strong>สำหรับรองรับการรักษาผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;เตียงศูนย์ดูแลโควิด-19&nbsp;ชุมชน&nbsp;(Community&nbsp;Isolate&nbsp;:&nbsp;CI)&nbsp;รวม&nbsp;1,665&nbsp;เตียง&nbsp;ใช้ไป&nbsp;69&nbsp;เตียง&nbsp;คงเหลือ&nbsp;1,569&nbsp;เตียง&nbsp;แยกกักตัวที่บ้าน&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;5&nbsp;เตียง&nbsp;&nbsp;รพ.ทั่วไป/&nbsp;รพ.ชุมชน&nbsp;ทั้ง&nbsp;12&nbsp;อำเภอ&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;595&nbsp;เตียง&nbsp;ใช้รองรับผู้ป่วย&nbsp;166&nbsp;เตียง&nbsp;คงเหลือ&nbsp;429&nbsp;เตียง&nbsp;รวมจำนวนทั้งหมด&nbsp;&nbsp;2,260&nbsp;เตียง&nbsp;ใช้ไป&nbsp;235&nbsp;เตียง&nbsp;คงเหลือ&nbsp;2,025&nbsp;เตียง&nbsp;(ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;08.00&nbsp;น.)&nbsp;ด้านการให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;มีประชาชนที่ได้รับการฉีดวัคซีน&nbsp;(เข็มหนึ่ง)&nbsp;แล้ว&nbsp;410,795&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็น&nbsp;66.01%&nbsp;เทียบกับประชากรตามสิทธิ์การรักษาพยาบาล&nbsp;ฉีดเข็มสองแล้ว&nbsp;375,110&nbsp;Dose&nbsp;คิดเป็น&nbsp;60.28%&nbsp;ฉีดเข็มสามแล้ว&nbsp;64,551&nbsp;Dose&nbsp;คิดเป็น&nbsp;10.37%&nbsp;ฉีดเข็มสี่&nbsp;จำนวน&nbsp;4,382&nbsp;Dose&nbsp;คิดเป็น&nbsp;0.70%&nbsp;คงเหลือ&nbsp;(เป้าหมาย&nbsp;70%)&nbsp;จำนวน&nbsp;24,803&nbsp;คน</p><p>นับตั้งแต่วันที่&nbsp;1-31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;Cluster&nbsp;Covid-19&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;มีทั้งหมด&nbsp;11&nbsp;เหตุการณ์&nbsp;สามารถควบคุมได้ไม่เกิน&nbsp;28&nbsp;วัน&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;เหตุการณ์&nbsp;มีเหตุการณ์ที่ต้องติดตามต่อเนื่องอีก&nbsp;3&nbsp;เหตุการณ์&nbsp;โดยทั้ง&nbsp;3&nbsp;เหตุการณ์&nbsp;คือ&nbsp;Cluster&nbsp;ในพื้นที่ตำบลพนม&nbsp;อำเภอท่าอุเทน&nbsp;จะสิ้นสุดการติดตามวันที่&nbsp;4&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;Cluster&nbsp;อ.ท่าอุเทน&nbsp;สิ้นสุดการติดตามในวันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;และ&nbsp;Cluster&nbsp;อ.เรณูนคร&nbsp;จะสิ้นสุดการติดตามวันที่&nbsp;7&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</p><p><strong>ในส่วนของมาตรการป้องกัน&nbsp;COVID-19&nbsp;</strong>งานนมัสการองค์พระธาตุพนม&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนม&nbsp;จัดทำแผนการจัดสรรบุคลากรสาธารณสุขประจุดคัดกรอง&nbsp;ซึ่งกำหนดไว้&nbsp;13&nbsp;จุด&nbsp;ในวันที่&nbsp;9&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;และกำหนดจุดคัดกรอง&nbsp;8&nbsp;จุด&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;10-17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ก่อนจัดกิจกรรม&nbsp;ต้องดำเนินการตรวจประเมินมาตรฐานด้านความปลอดภัยและสุขอนามัยเพื่อรองแนวทางปฏิบัติตามชีวิตวิถีใหม่&nbsp;การปฏิบัติตัวเมื่อเข้าพื้นที่บริเวณงานนมัสการองค์พระธาตุพนม&nbsp;ลงทะเบียนก่อนเข้าและออกจากสถานที่โดยใช้แอปพลิเคชั่น&nbsp;ไทยชนะ&nbsp;ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า&nbsp;100%&nbsp;การตรวจคัดกรองก่อนเข้างานทุกรายฉีดวัคซีน&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;มีผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;จัดให้มีจุดบริการล้างมือด้วยสบู่&nbsp;หรือแอลกอฮอล์เจล&nbsp;และหลีกเลี่ยงการสัมผัส&nbsp;โดยรักษาระยะห่างอย่างน้อย&nbsp;1&nbsp;เมตร&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;จะจัดให้มีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการในวันที่&nbsp;2&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;17.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณลลานหน้าองค์พระธาตุพนม&nbsp;วัดพระธาตุพนม&nbsp;วรมหาวิหาร&nbsp;อำเภอธาตุพนม&nbsp;จังหวัดนครพนม</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ในการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครพนม</strong>&nbsp;ที่ประชุมได้พิจารณาการประเมินความพร้อมโรงเรียนในการเปิดเรียน&nbsp;On-site&nbsp;มาตรการขอพิจารณาเปิดการเรียนการสอนแบบ&nbsp;On-site&nbsp;และอนุมัติเปิดโรงเรียนทั้งสิ้น&nbsp;12&nbsp;แห่ง&nbsp;และศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;แห่ง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;โรงเรียนในพื้นที่&nbsp;อ.เมืองนครพนม&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;และศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก&nbsp;6&nbsp;แห่ง&nbsp;โรงเรียนในพื้นที่&nbsp;อ.โพนสวรรค์&nbsp;6&nbsp;แห่ง&nbsp;โรงเรียนในพื้นที่&nbsp;อ.ปลาปาก&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในพื้นที่&nbsp;อ.ท่าอุเทน&nbsp;10&nbsp;แห่ง&nbsp;โรงเรียนในพื้นที่&nbsp;อ.ศรีสงคราม&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;&nbsp;และศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก&nbsp;6&nbsp;แห่ง&nbsp;ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในพื้นที่&nbsp;อ.ธาตุพนม&nbsp;8&nbsp;แห่ง&nbsp;และโรงเรียนในพืนที่&nbsp;อ.บ้านแพง&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;รวมเปิดโรงเรียนทั้งสิ้น&nbsp;591&nbsp;แห่ง&nbsp;(คิดเป็น&nbsp;99.49&nbsp;%)&nbsp;รวมเปิดศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทั้งสิ้น&nbsp;97&nbsp;แห่ง&nbsp;(คิดเป็น&nbsp;24.74%)</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ประชาชนหากมีอาการไอ&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;มีน้ำมูก&nbsp;</strong>ควรพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข&nbsp;และงดสถานที่สาธารณะ&nbsp;หรือทำกิจกรรมกับคนอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;หากตรวจด้วยชุดตรวจ&nbsp;(Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit:&nbsp;ATK)&nbsp;ด้วยตนเองแล้วขึ้น&nbsp;2&nbsp;ขีด&nbsp;(ผลบวกว่าติดเชื้อโควิด-19)&nbsp;ให้ติดต่อสถานพยาบาลใกล้บ้าน&nbsp;หรือ&nbsp;รพ.สต.ใกล้บ้าน&nbsp;ขอเชิญชวนชาวนครพนมไปขอรับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;ได้&nbsp;ณ&nbsp;หน่วยบริการใกล้บ้าน&nbsp;และให้ยึดหลัก&nbsp;V-U-C-A&nbsp;:&nbsp;V-Vaccine&nbsp;ฉีดครบ&nbsp;ลดป่วยหนัก&nbsp;U-Universal&nbsp;Prevention&nbsp;:&nbsp;ป้องกันตัวเองตลอดเวลา&nbsp;ห่างไกลจากโควิด&nbsp;C-COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;:&nbsp;สถานที่บริการพร้อม&nbsp;ผู้ให้บริการฉีดวัคซีนครบ&nbsp;และตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทุกสัปดาห์</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	31/1/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครพนม	สวท.นครพนม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220131232645640
